ถูกจับ

ละครสาปดอกสร้อย , เรื่องย่อสาปดอกสร้อย
ละครสาปดอกสร้อย /  เรื่องย่อ ละครสาปดอกสร้อย

สาปดอกสร้อยบทประพันธ์ : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์บทโทรทัศน์ : ลายน้ำผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอเทนเมนท์ จำกัดออกอากาศ : พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี และ เรื่องย่อ ละครสาปดอกสร้อย สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย คณะดอกสร้อย เป็นที่ร่ำลือไปทั้งนครเขลางค์ ว่าเป็นคณะการแสดงเร่ที่สร้างความบันเทิงได้อย่างน่าประทับใจ การรำฟ้อนอันแสนงดงามอ่อนช้อยของ ดอกสร้อย เมื่อบวกรวมกับความสวยงามของเธอ ไม่ว่าหญิงหรือชาย หนุ่มหรือแก่ต่างตั้งตารอคอยชมการแสดงของเธอสักครั้งในชีวิต โดยหารู้ไม่...ภายใต้ความงามของดอกสร้อย มีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ดอกสร้อย ฟ้อนแอ่นร่ายรำไปตามจังหวะเสียงสะล้อซอซึง ด้วยใบหน้ายิ้มพริ้มเพราให้ผู้ชม แต่ทุกครั้งที่ดอกสร้อยหันไปเจอ ฟองจันทร์ ผู้เป็นแม่เลี้ยง ภาพแห่งความเศร้าและขมขื่นก็ปรากฎชัดขึ้นในใจของเธอ ภายหลังจากแม่ตายด้วยไข้ป่า คำป้อน พ่อของดอกสร้อย แต่งงานใหม่กับฟองจันทร์ ผู้ตั้งป้อมจงเกลียดจงชังลูกเลี้ยงคอยหาทางกลั่นแกล้งดอกสร้อยสารพัด ดอกสร้อยจำต้องยอมให้แม่เลี้ยงใจยักษ์ เพราะรู้ว่าคำป้อนรักและหลงฟองจันทร์มาก ฟองจันทร์มีลูกสาวให้กับคำป้อนชื่อ ซอมพอ และคอยยุยงให้ลูกเกลียดชังดอกสร้อยไปด้วย ซอมพอจึงกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจและจิกใช้ดอกสร้อย ซอมพอหนีไปเล่นน้ำตกแล้วพลาดตกน้ำ ดอกสร้อยกระโดดลงไปช่วยไว้ได้ ฟองจันทร์เข้าใจผิดคิดว่าดอกสร้อยแกล้งลูกตน จึงผลักดอกสร้อยตกน้ำไป โชคดีที่ ไผ่ เด็กกำพร้าที่มาอาศัยอยู่กับคำป้อน ว่ายน้ำมาช่วยดอกสร้อยไว้ทัน เด็กทั้งสองจึงกลายเป็นเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลือกันนับแต่นั้น ขุนฤทธิไกร (ชื่อเดิมนายไกร) นายตำรวจหนุ่มหล่อมีฝีมือเชิงมวยและเชิงดาบ รับข่าวจากม้าเร็วว่านายทอง ผู้เป็นพ่อ ถูกฆ่าตายระหว่างเดินทางไปไหว้พระธาตุลำปางหลวง ขุนฤทธิไกรออกเดินทางพร้อม นายเปรื่อง เพื่อนชาวอยุธยาที่มีวิชาอาคม ขุนฤทธิไกรเห็นศพพ่อก็แปลกใจที่ร่างกายโดนแหวกท้องตับไตไส้พุงหายไป นายผิน คนรับใช้บอกว่าโดนผีกะฆ่าตาย แต่ นายปัน บอกว่าโดนโจรป่าฆ่าแล้วปล่อยให้สัตว์กิน ขุน ฤทธิไกรสัญญาต่อหน้าศพจะฆ่าคนผิด ไม่ว่าเป็นคนหรือผี! ดอกสร้อย ออกเดินทางพร้อมชาวคณะนักดนตรีไปยังบ้านผาหมอก หมู่บ้านห่างไกลในหุบเขาอันซับซ้อน ตามคำเชิญของผู้ใหญ่สัก ที่ต้องการให้ดอกสร้อยมาแสดงให้นางบัวศรี เมียที่ตรอมใจด้วยโรคประหลาด ขาทั้งสองข้างเดินไม่ได้ ผู้ใหญ่สักหวังว่าการแสดงของคณะดอกสร้อยจะทำให้นางมีชีวิตชีวาขึ้น ระหว่างการเดินทางของคณะดอกสร้อย กลุ่มโจรป่าได้บุกปล้นและจับตัวดอกสร้อยและซอมพอไปขืนใจ ขุนฤทธิไกรและนายเปรื่องช่วยทั้งสองไว้ได้ ดอกสร้อยซาบซึ้งและประทับใจที่ ขุนฤทธิไกรช่วยชีวิต ขุนฤทธิไกรก็ถูกชะตาดอกสร้อย ยิ่งเห็นความอ่อนแอก็เป็นห่วงกลัวเกิดเหตุร้าย อาสาจะไปส่งให้ถึงหมู่บ้าน...แต่ดอกสร้อยไม่ยอม เลือกที่จะไปกันเอง ละครสาปดอกสร้อย สิ้นแสงสูรย์ ทันทีที่ตะวันลับขอบฟ้า เสียงดนตรีบรรเลงเสนาะทั่วเชิงดอย ขุนฤทธิไกรตามเข้ามาในหมู่บ้านเห็นดอกสร้อยร่ายรำก็เหมือนต้องมนต์ในความงามของลีลาการร่ายรำ มีพลังบางอย่างที่ทำให้ดอกสร้อยดูแข็งแรงและมีพลังชีวิต แตกต่างจากช่วงกลางวันที่อ่อนแอเปราะบาง ทันใดนั้น กลุ่มโจรป่าบุกเข้ามาปล้นชาวบ้านแล้วลากตัวดอกสร้อยออกไป! ดอกสร้อยร้องขอชีวิต ไล่ให้โจรป่ารีบหนีไปก่อนที่จะต้องตาย โจรป่าไม่ฟังเสียงห้ามใดๆ ผีกะ วิญญาณร้ายในร่างดอกสร้อยออกอาละวาดไล่ฆ่าตาย ดอกสร้อยรู้สึกตัวอีกทีพบว่ามือ ปาก และเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดของโจร ดอกสร้อยกรีดร้องด้วยความเสียใจสุดจะประมาณ คำป้อนปลอบใจดอกสร้อยพร้อมขอโทษ ที่ทำให้ลูกสาวต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้ย้อนไปเมื่อสองสามปีก่อน ไม่มีใครสนใจชมการแสดงคณะดอกสร้อยและซ้ำร้าย ดอกสร้อยล้มป่วยง่าย ไม่สามารถแสดงได้ ฟองจันทร์สั่งให้คำป้อนตัดดอกสร้อยออกจากคณะ ทิ้งดอกสร้อยไว้ที่บ้านป่าเพียงลำพัง ดอกสร้อยออกตามหาพ่อเห็นผีกะกำลังจะฆ่าคำป้อน ดอกสร้อยร้องขอชีวิต ผีกะโดนพรานเวทย์ไล่ล่า ขอสิงร่างดอกสร้อยแลกกับชีวิตคำป้อน ดอกสร้อยจึงยอมให้ผีกะสิงร่างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา!! ดังนั้นทุกครั้งหลังจากแสดง คำป้อนจึงต้องเอาเป็ดไก่มาให้ผีกะกินบนเรือนพักของดอกสร้อย ผีกะจึงช่วยให้ดอกสร้อยมีพลังชีวิต สามารถร่ายรำได้อย่างทรงพลัง!! ขุนฤทธิไกรตกใจกับสภาพศพโจรป่าที่ถูกฆ่าตาย พยายามสืบหาความจริงเหตุการณ์นี้และจับผู้ร้ายที่ฆ่าพ่อ! แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะ ขุนพิศณุแสน (ชื่อเดิมนายปลิว) คู่อริเก่าของขุนฤทธิไกร ได้รับคำสั่งให้มาดูแลความสงบที่หมู่บ้าน ขุนพิศณุแสนหวังจะได้เลื่อนขั้นเหนือกว่าขุนฤทธิไกร จึงขัดขาและหักหน้าขุนฤทธิไกรโดยมี นายดำเป็นผู้ช่วย!เอื้องคำ นางรำประจำหมู่บ้าน อิจฉาที่ใครๆ สนใจและชื่นชมดอกสร้อย เอื้องคำสั่งให้ ศรีออน สาวรับใช้ไปกลั่นแกล้งแต่ล้มเหลว เอื้องคำจึงยุยงว่าดอกสร้อยเป็นตัวกาลกิณี ใส่ไฟชาวบ้านให้ไล่คณะดอกสร้อยออกไป ผู้ใหญ่สักยืนยันที่จะให้คณะดอกสร้อยแสดงให้นางบัวศรีดูต่อไป ยิ่งทำให้เอื้องคำ เกลียดชังและหาทางกำจัดดอกสร้อยโดยไว!เรื่องราวผีกะฆ่าโจรป่า ถูกพูดปากต่อปากจนเข้าหูพรานเวทย์ ผู้มีความแค้นกับผีกะ ผีกะเคยฆ่าเมียและลูก! พรานเวทย์จึงพา ไอ้ใบ้ ชายหนุ่มกำพร้าเดินทางไปบ้านผาหมอก!! ละครสาปดอกสร้อย ดอกสร้อยเปิดทำการแสดงอีกครั้ง ขุนพิศณุแสนเมามายเข้าไปลวนลามดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรและไผ่เข้าไปปกป้องดอกสร้อย เกิดการต่อยตีโกลาหล เอื้องคำสบโอกาสสั่งศรีออนลากดอกสร้อยไปตบตีหลังหมู่บ้าน ดอกสร้อยขอร้องให้เอื้องคำและศรีออนหยุด แต่ทั้งสองไม่ยอม ผีกะในร่างดอกสร้อยจะเล่นงานพวกเอื้องคำ เป็นจังหวะเดียวที่ขุนฤทธิไกรตามเข้ามาช่วยดอกสร้อย ทั้งขุนฤทธิไกรและพวกเอื้องคำจะเห็นร่างผีกะ แต่คำป้อนฆ่าเป็ดไก่เรียกผีกะไปเสียก่อนคำลับของดอกสร้อยจึงยังเป็นความลับอยู่ ขุนฤทธิไกรเข้าไปช่วยเหลือดอกสร้อยไว้ เอื้องคำยิ่งหมั่นไส้ดอกสร้อย อยากได้ขุนฤทธิไกรเป็นคู่ชีวิต!! ขุนฤทธิไกรพาดอกสร้อยไปพักฟื้นดูแลที่เพิงริมลำธาร ดอกสร้อยไม่อยากอยู่กับขุนฤทธิไกรตามลำพังแต่ฝนตกหนัก กลับบ้านไม่ได้ ขุนฤทธิไกรถามถึงเหตุการณ์โจรป่าถูกฆ่าตายและชวนคุยเรื่องผีกะดอกสร้อยพยายามกลบเกลื่อน ทันใดนั้น ผีกะปรากฎตัว! ดอกสร้อยกลัวผีกะจะเล่นงานขุนฤทธิไกรรีบวิ่งฝ่าสายฝนหนีไป!! ทำให้ขุนฤทธิไกรแปลกใจในท่าทีของดอกสร้อยมากขึ้น! ดอกสร้อยนึกย้อนในวันแสดง เธอมองเห็นผีตายโหงชายตนหนึ่งสิงอยู่ในร่างนางบัวศรี มันคอยกัดกินร่างนางจนกว่านางจะตาย ดอกสร้อยขอร้องให้ตองนวล สาวใช้นางบัวศรีพาไปที่ห้อง ดอกสร้อยปรุงยาสมุนไพรให้นางบัวศรีกินจนหลับ และดอกสร้อยได้ขอร้องให้ผีตายโหงออกจากร่าง ผีตายโหงไม่ยอมจะทำร้ายดอกสร้อย นายเปรื่องเข้าไปช่วยไว้ ผีตายโหงจึงหนีไปหลบในป่า นายเปรื่องพยายามซักดอกสร้อย แต่ขุนฤทธิไกรเห็นดอกสร้อยไม่สบายรีบพากลับเรือน สั่งห้ามนายเปรื่องกวนใจดอกสร้อยอีก คำป้อนสั่งให้ดอกสร้อยปิดปากเรื่องผีตายโหง เพราะถ้าชาวบ้านรู้ว่ามีผีในหมู่บ้านก็จะพากันแตกตื่น และภัยจะถึงตัวดอกสร้อย!! ดอกสร้อยทำการแสดงให้นางบัวศรีและชาวบ้านดู....ผีตายโหงโกรธแค้นดอกสร้อย เข้ามาหลอกหลอนชาวคณะ...แล้วสิงร่างดอกสร้อย ทำให้การร่ายรำผิดเพี้ยน...แต่แล้ว..ผีกะมากระชากร่างผีตายโหงออกไป วิญญาณทั้งสองไปต่อสู้กันในป่าไผ่ ผีกะเล่นงานผีตายโหงอย่างหนัก อย่ามายุ่งกับดอกสร้อย ไม่งั้นจะฆ่าให้วิญญาณดับ! ผีตายโหงเก็บความแค้นไว้ รอวันที่จะสะสางกับผีกะ!!ขุนฤทธิไกรมั่นใจว่าดอกสร้อยมีความลับปกปิดไว้ เขาจึงเข้าหาเพื่อหาทางช่วยดอกสร้อย ยิ่งทำให้ฟองจันทร์ไม่พอใจ ฟองจันทร์รู้ว่าขุนพิศณุแสนชอบพอดอกสร้อย อาสาลวงดอกสร้อยไปหาของป่าแล้วล่ามโซ่ดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนจะขืนใจดอกสร้อย ไผ่เข้าไปช่วยแล้วประกาศเป็นคู่รักดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนเจ็บใจจะจับดอกสร้อยมาทำเมียให้ได้!! ละครสาปดอกสร้อย อยู่มาวันหนึ่ง ไผ่สารภาพรักดอกสร้อย แต่ดอกสร้อยมอบใจให้ได้แค่เพื่อน ไผ่เสียใจอย่างหนักยืนยันจะพิสูจน์ให้ดอกสร้อยเห็นว่าเขารักดอกสร้อยหมดใจ ให้ได้แม้กระทั่งชีวิต!!ดอกสร้อยหลบหลีกผู้คนไปอยู่ในป่าเพียงลำพัง ขุนฤทธิไกรเฝ้าติดตามชีวิตดอกสร้อย สงสารอยากทำให้ดอกสร้อยมีชีวิตชีวาเหมือนตอนรำแสดง ขุนฤทธิไกรพาดอกสร้อยขี่ม้าชมดอกกล้วยไม้ป่าและทุ่งดอกไม้บนเชิงดอยที่ดอกสร้อยไม่เคยเห็น ดอกสร้อยตื่นตาตื่นใจ และอุ่นใจที่มีคนคอยปกป้อง ทำให้ดอกสร้อยมีพลังชีวิตขึ้นมาอีกครั้งขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยกลับไปส่งบ้าน ขุนพิศณุแสนและดำปลอมตัวเป็นโจร เข้ามาทำร้าย ขุนฤทธิไกรได้รับบาดเจ็บต้องควบม้าหนีไปที่บ้านเกิดนครสวรรค์ ขุนพิศณุแสนจึงสร้างเรื่องว่าขุนฤทธิไกรลักพาตัวดอกสร้อย ฟองจันทร์โกรธจัดใส่ไฟว่าดอกสร้อยจงใจแย่งขุนฤทธิไกร ซอมพอพลอยเกลียดชังดอกสร้อยหนักกว่าเดิม นายเปรื่องคอยเตือนสติไม่ให้ซอมพอหูเบา อย่าเชื่อในสิ่งที่ไม่เห็น..ยิ่งทำให้ซอมพอพาลโกรธนายเปรื่อง คิดว่านายเปรื่องก็รักดอกสร้อย นายเปรื่องปฎิเสธว่าเขามีคนรักแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าเป็น ซอมพอ นางแสง แม่ของขุนฤทธิไกรให้หมอมารักษาแต่อาการไม่ดีขึ้น ดอกสร้อยสั่งให้นายผินและนายปันไปหาสมุนไพรป่า ดอกสร้อยต้มยาหม้อและรักษาจนกระทั่งขุนฤทธิไกรฟื้นได้สติ..นวล สาวใช้นางแสงเห็นความรักและความห่วงใยที่ดอกสร้อยมีต่อขุนฤทธิไกร นำความไปบอกเจ้านาย..ประกอบกับนายผิน,นายปันฟ้องว่าตั้งแต่ดอกสร้อยมาอยู่ เป็ดไก่ในเล้าตายทุกคืน นางแสงจึงสั่งให้นายผินและนายปันจัดเวรยามเฝ้าดูดอกสร้อย! ผีกะในร่างดอกสร้อยออกหากิน นายผินและนายปัน,นวลเห็นผีกะก็วิ่งหนีตกใจ นายเปรื่องเห็นผีกะหายไปในห้องพักของดอกสร้อย สะกดรอยตามไป แล้วภาพตรงหน้าทำให้นายเปรื่องแทบหมดสติ เขาเห็นดอกสร้อยกินไก่สดอยู่ในห้อง ดอกสร้อยหันมาเจอนายเปรื่อง ทันใดนั้น นายปันพานางแสงบุกมาที่ห้อง ยืนยันว่าเห็นผีกะเข้าห้องดอกสร้อย นางแสงสั่งให้จับตัวดอกสร้อยไป ขุนฤทธิไกรรู้เรื่องก็ฝืนตัวจากไข้เข้าไปห้าม ไม่ยอมให้ใครทำร้ายดอกสร้อย นายเปรื่องเห็นความรักที่เพื่อนมีต่อดอกสร้อยก็สงสารไม่กล้าบอกความจริง นายเปรื่องตัดสินใจเป็นพยานว่าดอกสร้อยไม่ได้เลี้ยงผีกะ นางแสงจึงต้องยอมปล่อยตัวดอกสร้อย ดอกสร้อยซึ้งน้ำใจที่เปรื่องช่วยปิดบังเรื่องผีกะ นายเปรื่องได้แต่รอเวลาที่จะบอกความลับกับขุนฤทธิไกร นางแสงต้องการให้ดอกสร้อยออกไปจากชีวิตขุนฤทธิไกร สร้างเรื่องว่าขุนฤทธิไกรมีคู่รักแล้ว ขอให้ดอกสร้อยออกไปจากชีวิตขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยก้มกราบรับคำ เธอรู้ดีว่าความรักระหว่างเธอกับขุนฤทธิไกรไม่มีวันเป็นไปได้....ดอกสร้อยจึงหนีไปจากคุ้ม! พรานเวทย์มายืนอยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่สัก...เครื่องรางของขลังในตัวพรานเวทย์ทำให้ผีตายโหงที่สิงนางบัวศรีอาละวาดทันที พรานเวทย์ทำพิธีจับผี.. ผีตายโหงต่อสู้สุดกำลัง...หลุดรอดจากการจับลงหม้อไปได้อย่างหวุดหวิด นางบัวศรีจึงลุกเดินได้เป็นปกติ ผู้ใหญ่สักดีใจมากมอบเงินทองให้พรานเวทย์มากมาย พรานเวทย์จึงเข้าป่าตามล่าวิญญาณผีตายโหง!! ละครสาปดอกสร้อย ดอกสร้อยกลับมาถึงหมู่บ้านตอนกลางวัน...พรานเวทย์สัมผัสได้ถึงเงาดำที่อยู่รอบตัวเธอ .....เพราะจิตของเธออ่อนแอง่ายต่อการถูกผีสิง พรานเวทย์มอบตะกรุดไม้ไผ่ให้เธอห้อยคอ คำป้อนรู้เรื่องนี้ก็สั่งให้ดอกสร้อยเอาไปทิ้ง เพราะถ้าเก็บไว้ผีกะเข้าสิงดอกสร้อยไม่ได้! ดอกสร้อยรับคำแต่แอบเอามาแขวนคอ ถึงเวลากลางคืน....ผีกะเข้าสิงดอกสร้อยไม่ได้ ขู่จะฆ่าชาวคณะ...ดอกสร้อยจึงบอกความจริงว่าได้ตะกรุดจากพรายเวทย์. ผีกะได้ยินชื่อพรานเวทย์ก็รู้แล้วว่าภัยกำลังมาถึงตัว ผีกะขอร้องให้ดอกสร้อยนำตะกรุดไปทิ้ง ดอกสร้อยเพิ่งเห็นผีกะกลัวเป็นครั้งแรก ถ้าเธอสวมตะกรุดเส้นนี้ ชีวิตของเธอก็คงหลุดพ้นจากผีกะ หรือเธอต้องอยู่กับผีกะเพื่อช่วยชาวคณะ ในที่สุดดอกสร้อยเลือกที่จะซ่อนตะกรุดคณะดอกสร้อยจึงทำการแสดงให้ชาวบ้านชมต่อไปได้.... ฟองจันทร์สั่งห้ามดอกสร้อยเข้าหาขุนฤทธิไกรเด็ดขาด เพราะเป็นคนรักของซอมพอ...ซอมพอสับสนในใจ เพราะซอมพอเริ่มมีใจให้นายเปรื่อง.. เขาคอยบอกให้เธอสงสารดอกสร้อย โดยไม่ยอมบอกว่าเพราะอะไร? ซอมพอจะเข้าไปซักความจริงจากดอกสร้อย เห็นดอกสร้อยกำลังกินสัตว์ ผีกะไล่ล่าจะฆ่าซอมพอ นายเปรื่องช่วยซอมพอไว้ได้ ....ดอกสร้อยเสียใจที่เกือบฆ่าน้องสาว..เล่าความลับที่มาของผีกะตัวนั้นให้ซอมพอฟัง ซอมพอรู้ความจริงว่าดอกสร้อยต้องเสียสละเพื่อชาวคณะ ก็รู้สึกผิดที่ใจร้ายใจดำกับดอกสร้อย สัญญาจะปกปิดความลับนี้ไว้และช่วยเหลือดอกสร้อย สองพี่น้องกอดร้องไห้ด้วยความรักความเข้าใจอันดีที่มีต่อกันดอกสร้อยรู้ดีว่าเธอไม่มีทางหนีรอดผีกะตัวนี้ได้ เพราะมันใช้อาคมเวทย์สิงสถิตย์อยู่ในตัวเธอ เธอเป็นเพียงร่างเดียวที่ทำให้มันมีพลังฤทธิ์เดชมากขึ้น ดอกสร้อยจำต้องเอาตะกรุดไปทิ้งน้ำตก แล้วยอมให้มันสิงร่างต่อไป แลกกับชีวิตของชาวคณะ! ขุนพิศณุแสนและดำรู้ว่าพรานเวทย์ได้เงินและทองมากมายจากผู้ใหญ่สัก ปลอมตัวเป็นโจรออกปล้น เล่นงานพรานเวทย์หมดสติ ขุนฤทธิไกรและนายเปรื่องเข้าไปขวาง ขุนพิศณุแสนพลิกสถานการณ์และหลักฐานว่าขุนฤทธิไกรคือโจรป่าทำร้ายพรานเวทย์ นายเปรื่องช่วยขุนฤทธิไกรไว้ โดยระหว่างนั้นขุนฤทธิไกรตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ในป่า เพื่อหาหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ละครสาปดอกสร้อย ผีตายโหงรู้ว่าพรานเวทย์บาดเจ็บรักษาตัว มันเข้าสิงขุนฤทธิไกรไปเล่นงานพรานเวทย์และทุกคนในหมู่บ้าน นางแสงและนวลเข้ามาตามขุนฤทธิไกรกลับบ้าน โดนผีตายโหงในร่างขุนฤทธิไกรเล่นงาน ดอกสร้อยรีบไปเอาตะกรุดที่เคยทิ้งไว้ที่น้ำตก มาคล้องคอขุนฤทธิไกร ผีตายโหงโกรธแค้นคิดว่าผีกะในตัวดอกสร้อยเล่นงานมัน จะฆ่าดอกสร้อยและพวกเอื้องคำ พรานเวทย์ฝืนตัวจากอาการบาดเจ็บใช้มีดหมอเล่นงานผีตายโหง ก่อนวิญญาณผีตายโหงจะดับ ได้บอกความลับกับพรานเวทย์ ว่าผีกะซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน...ไม่ทันพูดจบ ไอ้ไบ้ใช้อาคมฆ่าผีตายโหงดับ หวังเอาหน้าว่ามันเป็นหมอผีที่เก่ง พรานเวทย์ลงโทษไอ้ไบ้อย่างหนัก โกรธแค้นที่ไม่รู้ว่าผีกะอยู่ร่างใคร? นางแสงตกใจเรื่องผีนอนหมดสติ ขุนฤทธิไกรอยากอยู่ช่วยดูแลแม่ แต่โดนขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักไล่ล่าต้องหนีเข้าป่า ดอกสร้อยอาสาช่วยดูแลนางแสง ฝ่ายฟองจันทร์บังคับให้ซอมพอไปเอาใจนางแสง ซอมพอรับปากแต่กลับไปเป็นลูกมือช่วยเหลือดอกสร้อย แล้วก็กันท่าไม่ให้เอื้องคำเข้าหานางแสง ดอกสร้อยดูแลจนนางแสงหาย นางแสงรู้สึกดีและยอมรับในตัวดอกสร้อย หากขุนฤทธิไกรหลุดคดีความจะไปสู่ขอดอกสร้อย ดอกสร้อยกลับปฎิเสธเพราะรู้ดีว่าความรักของเธอกับขุนฤทธิไกรไม่มีวันสมหวัง ผีกะในร่างดอกสร้อยอาละวาดฆ่าคน และมีพลังอำนาจแก่กล้ามากขึ้น ดอกสร้อยไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของผีกะอีกแล้ว หอบผ้าหนีเข้าป่าไปให้ไกลแสนไกล ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยกลับหมู่บ้าน ดอกสร้อยสารภาพความจริงว่าเธอคือร่างของผีกะ เธอฆ่าโจรป่าและคนมากมาย ขุนฤทธิไกรไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่เขารักจะเป็นร่างของผีกะและฆ่าคน! ขุนฤทธิไกรเอาเถาวัลย์มามัดมือดอกสร้อยกับเขาไว้...แบกพาดอกสร้อยกลับบ้านเวลายามค่ำคืน ผีกะเข้าร่างดอกสร้อยจะฆ่าขุนฤทธิไกร ขุนฤทธิไกรตกใจไม่คิดว่าสิ่งที่ดอกสร้อยพูดจะเป็นความจริง ขุนฤทธิไกรหนีไม่ได้เพราะเขามัดล่ามตัวไว้กับดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรเรียกชื่อดอกสร้อยเพื่อให้สติ ดอกสร้อยพยายามฝืนใจตัวเองสู้กับผีกะในร่างที่จะฆ่าขุนฤทธิไกรให้ได้ สุดท้ายคำป้อนฆ่าสัตว์ให้ผีกะออกไปกิน ผีกะจึงยอมปล่อยขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยได้สติอีกครั้ง มือของเธอเปื้อนเลือดขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยนึกทบทวนเรื่องราว ร้องไห้เสียใจที่เธอเกือบฆ่าผู้ชายที่รักเธอมากและเธอก็รักเขา ดอกสร้อยไม่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อฆ่าใครอีกแล้ว ดอกสร้อยตัดสินใจจะฆ่าตัวตายที่หน้าผา แต่แล้ว ขุนฤทธิไกรมาดึงร่างโอบกอดไม่ยอมให้ดอกสร้อยตาย เพราะเขารักดอกสร้อย ดอกสร้อยซาบซึ้งใจไม่เคยคิดว่าจะมีชายคนใดจะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นได้ ทั้งสองโอบกอดร้องไห้ในวิบากกรรมที่เกิดขึ้น ขุนฤทธิไกรไปส่งดอกสร้อยที่หมู่บ้าน ขอร้องให้ดอกสร้อยรักษาชีวิตไว้ เขาจะเร่งเรียนวิชาอาคมจากเปรื่อง หาทางช่วยเหลือดอกสร้อย ดอกสร้อยรับคำแต่ภายในใจเธอรู้ดีว่าไม่มีใครช่วยเธอได้ มีหนทางเดียวที่จะกำจัดมันคือเธอต้องตายไปพร้อมกับมัน! ดอกสร้อยขอร้องให้ซอมพอไปบอกให้พรานเวทย์ฆ่าดอกสร้อย ซอมพอไม่ยอมแต่ทนรบเร้าไม่ได้ จำต้องไปนัดหมายพิธีกับพรานเวทย์! ละครสาปดอกสร้อย ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านแห่มาชมการแสดงของดอกสร้อย เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ชาวคณะจะเดินทางไปที่อื่น โดยไม่มีใครรู้ว่า เป็นการรำครั้งสุดท้ายในชีวิตของดอกสร้อย พรานเวทย์ปรากฎตัวเข้ามาทำพิธีมัดร่างดอกสร้อยกับผีกะไว้ เสียงร้องโหยหวลของผีกะดังไปทั้งดอย ขุนฤทธิไกรขัดขวางไม่ยอมให้พรานเวทย์ฆ่าดอกสร้อย ผีกะออกจากร่างหนีเข้าป่า ขุนฤทธิไกรรีบพาดอกสร้อยหนีไป ชาวบ้านจึงรู้ว่าผีกะอาศัยอยู่ในร่างดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักนำพวกออกไล่ล่าขุนฤทธิไกรและดอกสร้อย!!ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยหนีไปให้ไกลสุดหล้า แต่ดอกสร้อยไม่ยอม เพราะรู้ดีว่าเมื่อถึงกลางคืน ผีกะต้องมาสิงร่างตนและมันต้องฆ่าขุนฤทธิไกร ผีกะไล่ล่าตามมาพบ ขุนฤทธิไกรใช้วิชาอาคมที่เรียนรู้จากนายเปรื่องป้องกันตัว ผีกะจึงเข้าสิงร่างดอกสร้อยทำร้ายขุนฤทธิไกร ขุนฤทธิไกรไม่กล้าทำร้ายดอกสร้อย จึงโดนผีกะในร่างดอกสร้อยเล่นงานปางตาย นายเปรื่อง ไผ่ นายปัน และนายผินมาช่วยไว้ แต่ขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักตามมาจับขุนฤทธิไกรและดอกสร้อย!! ชาวบ้านจับดอกสร้อยมัดไว้กลางลาน เอื้องคำยุให้ชาวบ้านเผาดอกสร้อยทั้งเป็น ชาวบ้านจึงช่วยกันสุมไฟเผาร่างดอกสร้อย ในขณะที่ขุนพิศณุแสนและนายดำบุกไปที่คุมขังจะฆ่าขุนฤทธิไกร นายเปรื่องบอกให้ผู้ใหญ่สักจับขุนพิศณุแสน แต่ผู้ใหญ่สักกลับทำร้ายนายเปรื่องและขุนฤทธิไกร ทั้งสองจึงรู้ความจริงว่าผู้ใหญ่สักเป็นคนฆ่าพ่อของขุนฤทธิไกร และออกปล้นชาวบ้าน ผู้ใหญ่สักจะฆ่าขุนฤทธิไกรปิดปาก ดอกสร้อยซึ่งมีพลังของผีกะในตัวดิ้นออกจากกองไฟมาช่วยขุนฤทธิไกร..ฆ่าผู้ใหญ่สักและขุนพิศณุแสน,นายดำตาย! ชาวบ้านต่างหวาดกลัวที่ดอกสร้อยเป็นกึ่งผีกึ่งคน...พรานเวทย์เอาตะกรุดทองเหลืองคล้องคอดอกสร้อย...ผีกะหลุดออกจากร่าง...ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยไปรักษาในเมือง แต่ดอกสร้อยไม่กล้าสู้หน้าใครและกลัวผีกะจะทำร้ายขุนฤทธิไกรอีก...จึงหนีเข้าไปอยู่ในป่า!!นางฟองจันทร์กลัวผีกะฆ่า.. สั่งให้ชาวคณะหนีไปจากหมู่บ้าน คำป้อนไม่ยอมทำตามคำสั่งเมีย....เพราะเป็นห่วงดอกสร้อย.....บรรดาชาวคณะก็ช่วยคำป้อนออกตามหาดอกสร้อย ฟองจันทร์ไม่พอใจประกาศแยกทางกับคำป้อน ขโมยเงินทั้งหมดของคำป้อนหนีไป!! ละครสาปดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรพบดอกสร้อยซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหลังม่านน้ำตก... ดอกสร้อยเอาโซ่มาล่ามขาตัวเองไว้ .. ไม่อยากออกไปฆ่าคน..ขุนฤทธิไกรใช้ดาบฟันโซ่จนขาด...จะพาดอกสร้อยไปให้พรานเวทย์รักษา...เอื้องคำสั่งให้ขุนฤทธิไกรฆ่าดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรไม่ยอมทำ เอื้องคำกระชากสร้อยตะกรุดของพรานเวทย์ทำลายทิ้ง..ผีกะจึงเข้าสิงดอกสร้อยออกอาละวาดใหญ่ เอื้องคำขวัญเสียหวีดร้องลั่นป่ากลายเป็นคนบ้าร้องเพ้อเรียกผีกะฟองจันทร์เจอผีกะฆ่า..กลัวรนรานวิ่งหนีตกหน้าผาตาย!! ...ส่วนคำป้อนโดนผีกะกินตับไตเหมือนที่คำป้อนเคยฆ่าสัตว์ให้ผีกะกิน!!ผีกะเล่นงานชาวบ้านอย่างหนัก คาถาอาคมของพรานเวทย์สู้ไม่ได้ มีทางออกทางเดียวที่จะปราบผีกะได้คือใช้วิญญาณที่แกร่งกล้า....ไผ่อยากช่วยดอกสร้อยเพราะหากปล่อยให้ผีกะสิงร่างดอกสร้อยข้ามคืน ดอกสร้อยจะกลายเป็นผีกะตลอดกาล.... ไผ่ขอร้องให้พรานเวทย์ฆ่าเขา เอาวิญญาณเขาสู้กับผีกะ ดอกสร้อยขัดขวางไม่ให้ไผ่ฆ่าตัวตาย..แต่ไผ่ปลิดชีวิตตัวเองเพื่อช่วยดอกสร้อย... พรานเวทย์ทำพิธี วิญญาณของไผ่กลายเป็นผีตายโหงที่มีพลังเข้าต่อสู้กับผีกะ จนพลังของผีกะอ่อนแรง แต่ด้วยพลังแก่กล้าของมันก็ทำลายวิญญาณไผ่ดับ ผีกะจะฆ่าพรานเวทย์ มีดหมอตกอยู่ข้างขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยร้องขอให้ขุนฤทธิไกรฆ่าเธอ ขุนฤทธิไกรจำต้องคว้ามีดหมอแล้วแทงร่างดอกสร้อย วิญญาณผีกะจึงดับสลายไป พรานเวทย์และชาวบ้านจึงรอดพ้นจากความตาย!ขุนฤทธิไกรเสียใจที่เป็นคนฆ่าดอกสร้อย นำร่างดอกสร้อยไปวางไว้ทุ่งดอกไม้ที่ดอกสร้อยชื่นชอบ เมื่อละอองหมอกลอยผ่านมา ร่างดอกสร้อยฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะขุนฤทธิไกรไม่ได้แทงส่วนสำคัญของร่างกาย ขุนฤทธิไกรรีบนำดอกสร้อยไปรักษาตัวจนหายดี นางแสงผูกข้อมือสู่ขอดอกสร้อยให้ขุนฤทธิไกร และขอซอมพอให้นายเปรื่อง ดอกสร้อยจึงใช้ชีวิตร่วมกับขุนฤทธิไกรอย่างมีความสุข โดยไม่มีใครรู้ว่า ได้มีผีกะตัวใหม่ ถือกำเนิด ณ ที่แห่งนั้น ติดตามได้ในละคร สาปดอกสร้อย ที่ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี นักแสดงละคร สาปดอกสร้อยวงศกร ปรมัตถากร รับบท ขุนฤทธิไกร ทิสานาฎ ศรศึก รับบท ดอกสร้อย วีรคณิศร์ กานต์วัฒนากุล รับบท เปรื่อง พรชดา เครือคช รับบท ซอมพอ นนทพันธ์ ใจกันทา รับบท ไผ่ ทองภูมิ ศิริพิพัฒน์ รับบท ขุนพิศนุแสน นิชานันท์ ฝั้นแก้ว รับบท เอื้องคำ วรรษพร วัฒนากุล รับบท ศรีออน สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท ทองคำ รัชนี ศิระเลิศ รับบท นางแสง ศตวรรษ ดุลยวิจิตร รับบท คำป้อน ณหทัย พิจิตรา รับบท ฟองจันทร์ สุรวุฑ ไหมกัน รับบท ผู้ใหญ่สัก สายธาร นิยมการณ์ รับบท บัวศรี นพพล พิทักษ์โล่พานิช รับบท พรานเวทย์ พงษธัช รัตนเศรณี รับบท ไอ้ใบ้ ถนอม สามโทน รับบท ผิน สร้อย สารคาม รับบท ปัน ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย ละครสาปดอกสร้อย

ละครพ่อครัวหัวป่าก์ , เรื่องย่อพ่อครัวหัวป่าก์
ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ /  เรื่องย่อละคร พ่อครัวหัวป่าก์

พ่อครัวหัวป่าก์ บทประพันธ์โดย : กนกเรขาบทโทรทัศน์โดย : เพ็ชรรุ่ง เกีรยติกมเลศกำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทาออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ "มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต" และชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด หนูเคยได้ยินคำว่าบุพเพสันนิวาสไหมลูก บุพเพสันนิวาสนั้นเกิดได้สองอย่าง คือเคยทำกรรมร่วมกันมาในชาติที่แล้วหนึ่ง กับเคยทำกรรมร่วมกันในชาตินี้หนึ่ง..แต่มันเดายากนะลูก" ทองตรา (รณิดา เตชสิทธิ์) เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท มาจากอเมริกา กำลังนั่งฟังพ่อปาฐกถา เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่เธอไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไหร่ และผู้หญิงยุคใหม่อย่างทองตรา ที่เติบโตมาด้วยการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้คิดจะพึ่งพาใคร และให้ความสนใจเรื่องผู้ชายสักเท่าใดนัก ทองตรา ลูกสาวคนเล็กสุดรัก กับ ทองทิว (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) พี่ชายคนเดียวที่เฮี้ยวสุด ๆ และเป็นบุตรสุดรักของ พลตรีรามรณยุทธ (ทูน หิรัญทรัพย์) ข้าราชการบำนาญผู้ซื่อสัตย์ และรักศักดิ์ศรี ที่มีชื่อเสียงเรื่องการกลัวเมียอย่าง คุณนายทองม้วน (ดวงตา ตุงคะมณี) เป็นที่สุด ทองตรา ต้องปวดหัวกับความเค็ม และเขี้ยวตระหนี่ถี่เหนียวของคุณนายทองม้วน ที่ถึงแม้จะคุ้นชินมาตั้งแต่เด็กกับการที่ถูกแม่บังคับให้ประหยัดอดออม แต่ก็เริ่มที่จะรับไม่ได้ เมื่อกลับมาเห็นพ่อในสภาพอิดโรย และผอมโซ เพราะนโยบายรัดเข็มขัด และการประหยัดของแม่ที่บังคับให้พ่อเป็นแพะ กินแต่ผัก กินแต่มังสวิรัติเพื่อสุขภาพ ขนาดคนครัวยังทนไม่ไหว ต่างชิงกันขอลาออกไปเพราะทนพฤติกรรมของคุณนายทองม้วนที่ชอบจุกจิกจู้จี้ ไม่ไหว ทองตรากับทองทิว และพ่อได้แต่นิ่วหน้าเพราะต้องมานั่งปวดหัวกับการหาคนครัวคนใหม่ที่ยัง หาไม่ได้สักที เพราะ เด็กกำไล (ภัณฑิรา ฟูกลิ่น) คนใช้หนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ และทนมือทนเท้าคุณนายทองม้วนไหวก็ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ดีแต่เกี่ยง และเถียงคำไม่ตกฟาก แต่ก็เป็นคนเดียวที่เอาคุณนายทองม้วนอยู่ ทองตราต้องรีบเคลียร์ปัญหาเรื่องหาคนครัวคนใหม่มาให้ไวที่สุด เพื่อที่เธอจะได้รีบออกไปหางานทำเสียที ขณะที่ทองทิวก็รับปากจะให้เพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงแรมช่วยหาคนครัวคนใหม่มาให้อีกแรง กมลชนก (หลุยส์ สก๊อต) หนุ่มหล่อหน้ารก มาดเซอร์ ลูกชายคุณกาญจนาเจ้าของโรงแรมใหญ่ มีผู้หญิงมากมายที่เสนอตัวมารุมล้อม แต่ทุกคนก็เป็นได้แค่ทางผ่าน เพราะเขาไม่คิดจะตกลงปลงใจกับใคร จนแม่ต้องขอร้องให้เขาเลิกเจ้าชู้ และอยู่ไปวัน ๆ ขอร้องให้ยอมไปดูตัวบรรดาลูกสาวผู้หลักผู้ใหญ่ ที่อยากจะมาเกี่ยวดองกับทายาทเจ้าของโรงแรมใหญ่แห่งนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครโดนใจสักคน จนวันหนึ่งกมลชนก ได้เห็นภาพถ่ายของทองตรา ที่ถูกลมพัดลอยออกมาจากกระเป๋าของทองทิว ปลิวมาแปะที่หน้ากมลชนก เขาจับภาพนั้นขึ้นมามอง และร้องบอกเพื่อนรักว่า คนนี้แหละใช่เลย และมั่นใจว่าเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้กมลชนก สตาร์ทรักทองตรา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม ทองทิวร้องจ๊าก!!! รีบออกโรงห้ามสุดฤทธิ์ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักเป็นคนไม่เอาไหน เป็นนิยามของคำว่าแย่ และไม่เป็นโล้เป็นพาย รักแต่ความสบายตลอดเวลาตามประสาคนรวย ขณะที่ทองตราเป็นคนรักใครรักจริง และหยิ่งในศักดิ์ศรี แถมยังรู้เท่าทันคน และฉลาดเป็นกรด ไม่ไช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาหลอกใช้ มาลองใจกันได้ง่าย ๆ ถ้าถูกจับได้มีหวังได้ตายหมู่ เลยขอร้องกมลชนกไปเอากะชอนร่อนหาเนื้อคู่จากบรรดาผู้หญิงในสต๊อกเอาเอง อย่ามาดึงเอาเขาไปยุ่งด้วยโดยเด็ดขาด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กมลชนกพยายามวิงวอนอ้อนสุดฤทธิ์ สัญญาว่าจะปรับจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อทองตรา ขอให้ทองทิวเปิดทางให้เขาได้ตามหารักแท้ และทั้งยืนยันนอนยันด้วยความมั่นใจ ว่าน้องสาวของเพื่อนซี้ คือว่าที่ภรรยาที่เขาตามหามานาน เพียงแต่ขอเวลาให้ได้ศึกษาดูใจกันสักนิด ขอร้องให้ทองทิวเห็นใจ เพราะเขารักน้องสาวของเพื่อนซี้คนนี้จริง ๆ ทองทิวใจอ่อนเพราะทนลูกอ้อนไม่ไหว ยอมให้กมลชนกเขยิบเข้ามาใกล้ และลองใจทองตรา ในขณะที่ทองตราไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายกับนายกมลชนกคนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน และพี่ชายกำลังจะกลายเป็นผู้ผลักดันบุพเพสันนิวาส ให้มาอาละวาดกับเธอ กมลชนกได้รู้จากทองทิวว่าที่บ้านกำลังต้องการหาคนครัว เขากระดี๊กระด๊ารีบโทรศัพท์ไปหาคุณนายทองม้วน เพื่อสมัครงานในนาม น้องนก กะเทยสาวผู้มีจิตใจใฝ่การครัว แต่เพียงแค่ได้พูดคุยผ่านสายโทรศัพท์ ก็สัมผัสได้ถึงผลึกเกลือที่กระเด็นมาตามสาย ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเค็มเขี้ยวเหนียวตึ๋งหนึดของคุณนาย จนต้องถอยออกมาตั้งหลัก และทำให้ได้รู้ว่าคุณนายทองม้วนก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ ที่เขาจะต้องฝ่ามันไป ให้ถึงทองตรา และแล้วบุพเพสันนิวาสก็เริ่มออกฤทธิ์ เมื่อจู่ ๆ ทองตรา ต้องขับรถมาส่งแม่ ที่โรงแรมหรู ถึงแม้คุณนายทองม้วน จะมีเชื้อเต่าล้านปีตัวสุดท้ายในโลกสิงสู่อยู่ในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเค็มจะเขี้ยวไปซะทุกเรื่อง เพราะเป็นคนชอบเข้าสังคมชั้นสูง และเปิดโลกทัศน์ด้วยการอ่านหนังสือ เพราะรู้ว่ามันคือขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่จะทำให้มีเรื่องเล่าเม้าท์มอย ฉลาด ๆ ไปคุยกับกลุ่มก๊วนคุณหญิงคุณนาย เพื่อต่อยอดถางทางไว้ให้ลูก ได้มีที่ยืนในสังคมชั้นสูงได้อย่างสง่างาม และสำหรับเรื่องพวกนี้ คุณนายทองม้วนสู้ตาย เพราะรู้ดีว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน ถ้าจะทำให้ได้ทั้งเขยทั้งสะใภ้ที่ร่ำรวย ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหนนางก็ยอม ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราต้องชะลอรถที่ขับมาให้ช้าลง เพราะรถคันยาวใหญ่ จอดขวางทางขึ้น-ลงหน้าโรงแรม จนรถคันอื่นไม่สามารถแทรกขึ้นไปได้ และแทนที่คนในรถจะรีบเปิดประตูก้าวลงมา กลับรอให้คนขับรถวิ่งมาเปิดประตูคอยอย่างอ่อนน้อม จนทองตราต้องหันไปมองอย่างหมั่นไส้ในความเว่อร์ทองตรามองอย่างแปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะลงมาจากรถ แทนที่จะเป็นคุณหญิงคุณนาย กับรูปร่างประหนึ่งตุ่มสุโขทัยฝังเพชรแพรวพราว แต่กลับเป็นชายหนุ่มใส่กางเกงยีนส์สีซีด เสื้อเชิ้ตยับเยิน แม้จะเห็นเพียงด้านหลังก็ยังพอเดาได้ว่า เจ้าตัวคงเพิ่งกลับจากการแฮงเอาท์ และยังไม่สร่างเมาดีนัก เพราะท่าทีง่อกแง่กของฝรั่งยิปปี้ฟ้องอยู่ชัดๆ ทองตราย้อนกลับเข้าไปในโรงแรมเพียงก้าวแรก ภาพที่สะดุดตาคือฝรั่งยิปปี้ หน้าครึมไปด้วยไรหนวด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ยืนท้าวเคาน์เตอร์ ฟุดฟิดฟอไฟกับแหม่มสาวที่ทองตราลงความเห็นว่าเขาทั้งสกปรก และซกมกสุด ๆ แล้วทองตราก็เมินหน้าหนี และไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป ทองตราเดินไปนั่งที่โต๊ะ และเปิดเมนูอาหารที่มีแต่ภาษาอังกฤษก่อนถามบริกร โดยไม่ทันมองหน้าว่า "ที่นี่เมืองไทยทำไมไม่มีเมนูอาหารภาษาไทย" ก่อนหันไปเห็นนายหนวดสกปรก และไม่เข้าใจว่าบริกรที่นี่ทำไมถึงแต่งตัวอย่างนี้ กมลชนกอ้างไปว่า เพิ่งมารับหน้าที่ เลยยังไม่ทันเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ทองตรามองแปลกื ๆ ก่อนเลี่ยงไปสั่งอาหาร และถูกกมลชนกบริกรเจ้าของโรงแรมที่แฝงตัวมา ทำเอาทองตราแสบเข้าไส้กับเมนูอาหารที่ทองตราเห็นว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่บริกรโรงแรมหรูจะนำเสนอสิ่งที่ไม่ดีให้แก่ลูกค้า จึงโวยวาย กมลชนกสร้างเรื่องราวให้ทองตราเข้าใจว่า การยียวนกวนประสาทใส่ลูกค้าคือพระเจ้าอย่างเธอ ทำให้กัปตันทำพิธีปัดรังควาน และไล่เขาออก แล้วยังจะส่งคนมาตามกระทืบ เพราะเขาเป็นคนทำให้ชื่อเสียงของโรงแรมหรูเสียหาย ทองตราเป็นคนทำให้กมลชนกต้องตกงานไร้ที่ซุกหัวนอน ทำให้ทองตรารู้สึกผิดในใจ ที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกไล่ออก แต่ทำได้แค่ยื่นเงินให้เพื่อช่วยเหลือ แล้วรีบเดินออกไปที่รถทันทีที่เธอไขกุญแจ นายหนวดก็พรวดขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ก่อนส่งสายตาวิงวอน อ้อนขอนั่งไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และเลยเถิดถึงขั้นขอไปอยู่กับทองตราอย่างหน้าด้าน ๆ พร้อมพรีเซ้นต์ตัวเองว่าดียังไง ทำอะไรได้บ้าง ทั้งที่จริงแล้วเขาทำอะไรไม่เป็นเลย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ วันนี้ตามตำราโหร น่าจะมีดาวโคจรพิสดารกว่าที่เคย ที่ทำให้คนกะล่อนที่แอบรักทองตราอย่างกมลชนกจะได้มีโอกาสเข้าใกล้ทองตราได้เร็วกว่าที่คิด ในขณะที่ทองตราก็อยากจะแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตของบริกรจน ๆ ที่เธอเป็นคนทำให้เขาต้องตกงาน ถึงแม้นายคนนี้จะกวนไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ และที่สำคัญเค้ากมลชนกคงเดือดร้อนมาก ถึงขนาดไม่เรียกร้องเงินเดือนใด ๆ ให้เท่าไหร่ก็ได้ คงถูกใจคุณนายทองม้วน และมันก็เป็นเหมือนไฟท์บังคับ ที่ทำให้อยากรับเขาไว้ แต่คนตัดสินใจคือแม่เท่านั้นทันทีที่ทองตราพากมลชนกมาถึงบ้าน คุณนายทองม้วนก็เปิดบ้านให้กลายเป็นศาลไคฟง ซักฟอกชายแปลกหน้า ประหนึ่งว่าเป็นนักฆ่าร้อยศพ แต่กมลชนกก็แถไถไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้ ส่วนเรื่องค่าจ้างนั้น คุณนายทองม้วนให้ผ่านตั้งแต่ด่านแรก ไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณนายทองม้วนลังเลใจได้ นอกจากความเป็นผู้ชายของนายมล กลัวจะมาเกาะแกะลูกสาวสุดหวง แต่ทองตรายืนยันให้แม่มั่นใจว่า ไม่มีวันที่เธอจะเอาพ่อครัวมาเป็นแฟนแน่นอน และเป็นไปตามคาด คุณนายทองม้วนยอมรับนายมล เพราะคิดและคำนวณแล้วว่าเป็นของถูกและดี และได้รับสมญานามใหม่ว่า นายมลคนครัว กับงานแรกที่ทองตรา ต้องรับหน้าที่พานายมลคนครัวไปจ่ายตลาด นายมลก็แสดงเป็นปราชญ์แสดงความชำนาญในการต่อรองราคา และซื้อหาอาหารอย่างคล่องแคล่ว จนแม่ค้าเข้าใจผิดคิดไปเอง และพูดออกมาให้ทองตราได้ยินว่า "เมียส๊วยสวย แต่ผัวดันเป็นกะเทยว่ะ" ทำเอาทองตราหน้าชา อยากจะชักขากลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น แต่กับนายมลเขาไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำครหาว่าเป็นกะเทยเลยสักนิด แต่กลับยิ่งทำท่าทางให้คนอื่นคิดว่าใช่หนักเข้าไปอีกทองตรากับนายมล ซื้อกุ้งหอยปูปลา มาทำอาหารวางเต็มโต๊ะ ทำเอาคุณพ่อนายพลยิ้มปลื้มตาลุกวาว รู้สึกประหนึ่งว่าได้ไปท่องใต้ท้องทะเลไทย หรือไม่ก็บึงฉวากในรอบหลายสิบปี ต่างจากคุณนายทองม้วนที่โมโหจนควันออกหู มองอาหารตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ชี้หน้าด่าทั้งตระกูล โดยเฉพาะนายมลคนครัวโดนหนักกว่าใคร คุณนายทองม้วนอ่านแถลงการณ์ประกาศไล่นายมลคนครัวออกอย่างเป็นทางการ เพราะทำงานนอกคำสั่ง แถมยังทำให้ทองตรากล้าละเมิดกฎของการประหยัด กล้ามาลองของใช้จ่ายเงินจนเกินงบตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน แล้ววันต่อไปจะเขียมได้ยังไง ทำให้เสียระบบ นายมลคนครัวทนไม่ไหวเถียงกันไปใส่กันไม่ยั้ง กับคุณนายทองม้วนอย่างลืมตัว และลืมไปว่าตอนนี้เป็นขี้ข้าคุณนาย และยังบังอาจสอนเรื่องการประหยัดอดออมจนเกินเหตุ ไม่รู้จะเก็บเงินไปทำไมกันนักหนา หรือจะห่อเอาไปใช้ในภพหน้า เพราะดูท่าน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ทำเอาคุณนายปรี๊ดปรอทแตกหาว่าแช่ง ชี้หน้าด่ากลับ และจะไล่ออกสถานเดียว ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่นายมลกลับได้ใจคุณพ่อนายพลไปเต็ม ๆ และรู้สึกเป็นพระคุณที่ทำให้ท่านได้รับประทานอาหารทะเลสด ๆ รอดพ้นจากการขาดสารไอโอดีน และรอดพ้นจากการเป็นคอหอยพอกได้อย่างหวุดหวิด ถึงขั้นออกตัวแรง กล้าขอร้องเมียรักไม่ให้ไล่นายมลออก เพราะถึงแม้จะเปิดประตูสู่อาเซียน ค่าแรงของนายมลก็ยังถูกกว่าค่าแรงของเขมรพม่า และลาวอยู่ดี นายมลคนครัวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เงาหัวตัวเองได้หายไป ทั้งที่ภารกิจพิชิตรักยังไม่ได้เริ่ม เลยรีบเสแสร้งแกล้งคุกเข่าด้วยท่าทีสงบ และท่าทางเคารพอย่างสูงสุด ก่อนจะนั่งพับเพียบแต้วิงวอนคุณนายแม่สุดฤทธิ์ แต่คุณนายทองม้วนไม่สน ทองตราออกหน้ารับผิดแทนนายมล ว่าเธอผิดเอง พยายามอ้างเหตุผลสารพัด และสุดท้ายก็มาจบลงตรงที่ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อย เอามาเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของนายมลที่ถูกมาก และหาไม่ได้อีกแล้วในสามภพ ทำให้สติของคุณนายพุ่งกลับเข้าร่าง ยอมให้จ้างนายมลคนครัวให้ทำงานต่อไป นายมล นึกสงสารในชะตากรรมของท่านนายพล ที่ต้องมาทนอด ทนอยาก เพราะความตระหนี่ตึ๋งหนืดของคุณนายทองม้วน เขาจัดการแอบโทรศัพท์สั่งอาหารที่โรงแรม ให้มาส่งที่บ้านทองตราทุกวัน โดยให้เงินปิดปากเด็กกำไล ให้เก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราเริ่มสงสัย ไปถามแม่เรื่องเงินค่ากับข้าว ที่ให้นายมลไปในแต่ละวัน และได้รับการยืนยันว่าให้เท่าเดิม ไม่มีการเพิ่มให้เด็ดขาด แต่ทำไมถึงได้มีอาหารดี ๆ มาให้กินได้ทุกมื้อ แต่คุณนายทองม้วนกลับเห็นเป็นเรื่องดี ที่จ่ายแค่นี้ แต่ได้กินดีกว่าเดิม สั่งห้ามทองตราไม่ให้สงสัย ไม่ต้องรู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้น ทองตรา กับคุณนายทองม้วน แอบเห็นทองทิวกับนายมลคนครัว สนิทสนมกันจนเกินเหตุ แต่พอถามก็ถูกปฎิเสธว่า แค่เคยมาเสริฟ์เหล้าให้ ตอนไปปาร์ตี้กับเพื่อนที่โรงแรมก็เลยสนิทกัน ทองตราถูกแม่บังคับให้รับนัดเดทกับบรรดาชายหนุ่ม เพื่อดูตัวจนเบื่อเต็มทน แต่ก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจแม่ เพราะรู้ว่าแม่รัก และหวังดีกับเธอที่สุด และวันนี้ต้องจำใจไปพบ พูฒิพงศ์ หมอหนุ่มสุดสะอาด และกลัวเชื้อโรคในอากาศอย่างสุด ๆ ขนาดนัดมาเจอสาว ยังมีกะใจใส่หน้ากากอนามัยมาออกเดท ทำเอาทองตราหลงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ จนหมอหนุ่มยอมเปิดหน้ากากโชว์ความหล่อ และนัดครั้งหน้ากับ นายสุดประเสริฐ เลขาท่านทูต ที่คุณนายทองม้วนนัดให้มาทานอาหารค่ำที่บ้าน เพราะต้องการฝากงานให้ทองตรา และอยากได้สุดประเสริฐมาเป็นลูกเขย ทำเอาทองตราเซ็งมาก นายมลคนครัวจอมครีเอท ได้รับคำสั่งจากคุณนายทองม้วนให้จัดการเรื่องอาหารให้ดี อย่าให้เสียหน้า แต่จ่ายเงินเท่าเดิมเดี๊ยะ แต่นายมลก็ไม่บ่นอะไร เพราะรู้นิสัยว่าที่แม่ยายดี จึงสั่งพนักงานเข้ามาทำอาหารเพื่อรับรองแขก โดยอ้างว่าไหว้วานเพื่อน ๆ ให้มาช่วยทำ อาหารทุกอย่างออกมาหน้าตาดูดี สมกับความเจ้ายศเจ้าอย่างของเลขาท่านทูต ที่ทำตัวโอเวอร์คุยโวโอ้อวดตลอดเวลา ทำเอาท่านนายพลหมั่นไส้ และคอยเบรกจนหัวทิ่มไปหลายดอก จนโดนคุณนายทองม้วนส่งสายตาอำมหิตใส่ ส่วนนายมลก็อาสาเข้ามาเป็นบริกร เสิร์ฟอาหารให้อย่างใกล้ชิด นายมลมองนาฬิกา และรู้ว่าได้เวลาอาหารเป็นพิษแล้ว เมื่อเลขาท่านทูตเริ่มทนไม่ไหว จะตะกายไปเข้าห้องน้ำที่ถูกสั่งปิดตายอย่างไร้สาเหตุไปเสียทุกห้อง จนทำเอาท่านเลขาทูตต้องกลั้นกลืนฝืนของเสียเอาไว้ จนเกือบได้ตายคาบ้าน และต้องเรียกรถพยาบาลมาหามท่านเลขาออกไปในที่สุด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ นายมลคนครัวและผองเพื่อนต่างดีใจ ที่ไล่คู่แข่งจนกระเจิงกลับไป แต่สุดท้ายก็ถูกกรรมตามสนองในทันที เมื่อทองตรารู้ทัน และจัดการให้นายมลกินอาหารเหล่านั้นเข้าไป และไม่นานก็ถูกหามไปส่งโรงพยาบาล นอนเคียงข้างสุดประเสริฐเลขาท่านทูต ที่ต่างนอนอ่อนล้า มองตากันปริบ ๆ กมลชนกในนามนายมลคนครัว เอาใบสมัครงานที่โรงแรมของตัวเองมาให้ทองตรา อ้างว่า รู้มาจากเพื่อนว่าเขารับฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหวังดีอยากให้ทองตราลองไปสมัครงานดู ทองตราแปลกใจกับข้อความในใบสมัคร ที่มักจะถามแต่เรื่องส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับงาน แต่นายมลก็หาเหตุผลมาอ้างว่ามันเป็นคำถามเชิงจิตวิทยา จนทองตราต้องจำใจเขียนแล้วส่งไปงั้น ๆ ท่านนายพลบ่นคุณนายทองม้วนเรื่องชอบยุ่งวุ่นวาย จนไปทำลายความเป็นส่วนตัวของทองตรา เพราะเขาโตแล้ว แต่คุณนายก็ไม่สนใจ เพราะกลัวบรรดาพวกผู้ชายที่ไม่เข้าตา จะมาแอบจีบลูกสาว ก่อนจะเปิดจดหมายฉบับล่าสุด แล้วตาโตวิ่งหน้าตื่นไปหาทองตรา ว่าถูกเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์ ทองตรา จำใจต้องไปสัมภาษณ์งานกับคุณนายทองม้วน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ทองตราไปคนเดียว และได้รู้ว่าโรงแรมนี้มีนายกมลชนก เพื่อนของทองทิวเป็นเจ้าของ และมอบหมายให้ คุณกาญจนา (สาวิตรี สามิภักดิ์) ผู้แป็นแม่มาสัมภาษณ์ทองตราแทน คุณกาญจนากับคุณนายทองม้วน แอบเม้าท์ลูกชายของตัวเองอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ และได้รู้ว่านายกมลชนกไม่รู้หายหัวไปไหนเป็นเดือน ได้แต่สั่งงานทางโทรศัพท์ คุณกาญจนาตกลงที่จะรับทองตราไว้ในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ และให้เงินเดือนอย่างงาม ทำเอาคุณทองม้วนดีใจสุด ๆ แต่ทองตราตรากลับสงสัยว่ามันทำไมง่ายดายนัก ความลับของนายมลคนครัวแตกดังโพละ เมื่อทองตราสงสัย และไล่ต้อนเด็กกำไล จนยอมเปิดปากว่า นายมลไม่เคยทำกับข้าวอะไร พอถึงเวลาก็มีรถคันใหญ่เอาอาหารมาส่งให้ และเขาเอาเงินปิดปาก แถมยังจ้างให้ถอนผมหงอกแบบเหมาจ่ายอีกต่างหาก นายมลคนครัวถูกทองตราไล่ออก เพราะไม่ยอมเปิดปากพูดความจริงในสิ่งที่ได้ทำ ท่ามกลางการคัดค้านของคุณนายทองม้วน ที่คราวนี้กลายมาเป็นโต้โผใหญ่ เพราะเสียดายอาหารดี ๆ ที่เคยได้กินฟรีจากนายมล แต่ก็เอาไม่อยู่ เพราะทองตราเอาจริง และไม่ชอบคนที่ไม่จริงใจ ทำอะไรไม่เคลียร์ ทั้งที่ลึก ๆ ก็แอบใจหาย กับความสุขเล็ก ๆ และเสียงหัวเราะที่กำลังจะหายไปจากบ้าน แต่ก็ต้องตัดใจ ทองตราไปทำงานวันแรก และได้พบกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ชื่อกมลชนก ที่มีแววตาคล้ายนายมลคนครัว แต่เขาดูเนี๊ยบ เฉียบ เท่ เหมือนหนุ่มเกาหลีที่แสนอบอุ่น ต่างจากนายมลคนครัวที่เธอรู้จัก กมลชนกรู้สึกพอใจที่ยอมเชื่อผู้ใหญ่อย่างแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้าแม่สั่งนักสั่งหนาว่า ให้ไปโกนหนวดโกนเครา ตัดผมเพ้าที่ยุ่งเหยิง แต่ก็ไม่เคยทำตามสักที จนมาเจอทองตรา แม่แค่บอกว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่คิดจะมารักกับลิงอุรังอุตังอย่างแก แค่นั้นมันก็รีบแจ้นไปทำหล่อเพื่อเปลี่ยนลุคส์ใหม่ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แขไขไฉไล (อัมราภัสร์ วรรธนะกุล) สาวไทยไซส์นอก อดีตหวานใจนายกมลชนก ที่เกือบจะได้ครองตำแหน่งมาดามเจ้าของโรงแรม แต่ดันไปปันใจให้ฝรั่งที่รวยมากกว่า แต่ก็ไปไม่รอดและซมซานกลับมาหาแฟนเก่า เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยความมั่นใจว่ายังไงกมลชนกคงไม่หนีไปไหน แต่มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เมื่อตอนนี้มี ยูริ (ภคภรณ์ เลิศช่ำชองกุล) สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นไซส์มินิ และคิกขุสุด ๆ กับนักท่องเที่ยวลูกค้าขาประจำ สาวมั่นชาวเกาหลี หน้าสวยผิวใสอย่าง อึนเฮ (รัดเกล้า แจ่มอุลิตรัตน์) ต่างเดินทางมาหากมลชนกอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมาย ทองตราถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่า จากตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์ให้มาเป็นเลขาหน้าห้องของกมลชนก มีหน้าที่หลัก คือคอยกีดกันบรรดาสาว ๆ โจทย์เก่าของเจ้านายไม่ให้มารบกวน เป็นภารกิจที่ทองตราไม่ชอบ แต่จำใจต้องทำตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย และเธอก็ทำได้ดี ทำหน้าที่ได้อย่างถึงกึ๋น ในการไล่กิ๊กสามสัญชาติของเจ้านาย แต่ก็ทำให้มีศัตรูเพิ่มได้อย่างไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้กมลชนกยิ่งหลงรักทองตราถึงขั้นคิดจริงจัง กมลชนกไปปรึกษาแม่ ให้ช่วยดูทองตรา ผู้หญิงคนแรก และคนเดียวที่เขาคิดจะจริงจัง แต่แม่ก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อถือ กมลชนกยืนยันว่าทองตราเป็นคนเดียวที่อยากให้แม่ช่วยดู และร่วมตัดสินใจ ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาเลือกคนที่จะมาเป็นเมีย และเป็นแม่ของลูกได้ไม่ผิดพลาดอีกต่อไปเป็นครั้งแรกที่คุณกาญจนาเริ่มจะเชื่อน้ำยาลูกชาย เพราะเห็นความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองของกมลชนก ที่หันมาเอาการเอางาน และทำงานทุกอย่างได้ดีไม่มีที่ติ จึงยอมตกปากรับคำ กมลชนกต้องการจะลองใจทองตรา เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นคนแบบไหน ชอบคนที่เงิน หรือที่หน้าตา เพื่อหาบทพิสูจน์รักแท้ และหาสะใภ้คนดีมาให้แม่ได้ชื่นใจ คุณกาญจนาเรียกทองตราเข้าไปพบ เพื่อให้ช่วยดูแลงานของกมลชนก และเริ่มมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้ จนเริ่มสนิทสนมคุ้นเคยกัน ทองตรามาบอกพ่อกับแม่ว่า กมลชนกนัดจะพาครอบครัวไปเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อขอบคุณที่ทองตราทำงานให้เขาได้เป็นอย่างดี ทำเอาคุณนายทองม้วนตาโต และแต่งตัวเต็มยศ ไม่ลืมที่จะบังคับให้ท่านนายพลใส่สูทอย่างดี เพื่อไปกินอาหารฟรีกับเศรษฐีเจ้าของโรงแรม และไม่ลืมเอาเด็กกำไลติดตามไปด้วย กมลชนกมาพร้อมกับรถหรู รับทุกคนออกไป แต่ไม่ใช่ร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารบุฟเฟ่รถเข็นริมน้ำ ที่มีเก้าอี้ แต่ไม่มีแอร์ ถ้าไม่มีคิว สั่งปุ๊บได้ปั๊บ ทำเอาคุณนายทองม้วนผิดหวังอย่างแรง ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาลบเหลี่ยมความเขี้ยวความเค็มเธอได้ แต่ลูกชายเศรษฐีคนนี้ ที่มีเงินตั้งมากมาย ทำไมใจแคบทำให้เสียอารมณ์ เพราะเริ่มร้อน และชุดเริ่มรัด จนทนไม่ไหว บ่นกับกำไลว่า ถ้ารู้ว่าจะมาที่นี่จะได้ใส่ผ้าถุงมา ขณะที่ทองตรา กับท่านนายพลกลับชอบใจในบรรยากาศสบาย ๆ ที่นี่ กมลชนกเห็นทองตราเหม่อมองชายหนุ่มที่ยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา ทำให้นึกถึงนายมลคนครัว ผู้ชายที่ทำให้ชีวิตของเธอมีสีสัน ถึงแม้จะเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เธอก็ยังไม่เคยลืมมัน จนกมลชนกร้องถามว่าเป็นอะไร ทองตราบอกไปตามความจริงว่า นึกถึงคนครัวที่เพิ่งลาออกไป ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทำเอาเขาแอบยิ้มกระหยิ่มในใจกมลชนกนัดทองทิวมาปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจ และให้มารับโอนผู้หญิงในสต๊อกไปให้ห่าง ๆ เพราะกลัวทองตราจะระอา และถอดใจไปจากเขา ทองทิวเตือนให้กมลชนกระวังตัวไว้ เพราะทองตราไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครมาทำอะไรให้เป็นเรื่องเล่น ถึงทองตราจะเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล และมีความอดทนสูง แต่อย่าได้ทำให้เธอโกรธอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ว่าใครก็เอาเธอไว้ไม่อยู่ ถ้ากมลชนกไม่ได้คิดที่จะจริงจังจริงใจ ก็รีบถอยให้ไกลจากทองตรา แต่กมลชนกไม่ยอม และยืนยันว่ารักจริงหวังแต่งแน่นอน กมลชนกเริ่มเปิดใจ และแสดงท่าทีว่ามีใจให้กับทองตรา ก่อนจะพาทองตราไปที่บ้านหลังใหญ่ มีการจัดแสดงโชว์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อลองใจทองตรา ก่อนจะพาไปเดินชมของมีค่า แต่ทองตราก็มีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการระริกระรี้เหมือนแขไขไฉไล ยิ่งทำให้กมลชนกไม่เข้าใจว่าทองตราคิดยังไง และคิดอะไรกับเขาอยู่ เพราะความเงียบเรียบเฉยของทองตรา เป็นสิ่งที่ยากต่อความเข้าใจของเขาเสมอ วันนี้ทองตราได้เห็นปราสาทหลังงามของแม่ วันหน้าเธอจะได้เห็นกระต๊อบของเขาแล้ววันนั้น มันจะเป็นบทพิสูจน์บทสุดท้ายว่า เขาและเธอจะเลือกเดินไปในทิศทางใด จะได้รักกัน หรือเลิกลากัน ก็สุดแล้วแต่บุพเพสันนิวาสจะพาไป ทองตราเริ่มต่อจิกซอร์แห่งความสงสัยในสมอง กับพฤติกรรม และความเชื่อมโยงกันของนายมลสองคน จนต้องกลับไปถามทองทิวอีกครั้ง เรื่องเพื่อนชื่อกมลชนก คนรวย กับนายมลคนจน ที่พี่ชายได้ไปรู้จักคนทั้งคู่ แต่ทองทิวก็แถไป เพื่อให้น้องสาวไม่สงสัยเพื่อนรัก ว่ามีเพื่อนชื่อมล สองมล ให้ตรงกันกับคำให้การของกมลชนก ที่เคยตอบคำถามนี้กับทองตรามาแล้ว แต่ในใจเธอก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี ทองตรารู้สึกได้ตามสัณชาตญาณ ว่าการกระทำของนายมลคนรวย ที่กำลังตามรุกเพื่อจะขอความรักไปพร้อม ๆ กับกำลังลองใจ และใช้วัตถุมาเป็นตัวล่อ คงคิดว่าผู้หญิงจะต้องเลือกที่จะเป็นฝ่ายวิ่งไปหาคนรวยสำหรับทองตรา เธอจะเป็นฝ่ายเลือก ไม่ยอมให้ใครมาเลือก เพื่อไปเป็นของเล่นคนรวยโดยเด็ดขาด และยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ว่าควรจะยอมเปิดรับนายกมลคนรวยให้เข้ามาปรับพื้นฐาน เพื่อปูทางที่จะลองคบหาดูใจกันไปดีหรือไม่ ถ้าดูจากฐานะ ผู้หญิงที่หวังความสุขสบาย ย่อมไม่รีรอกับเศรษฐีที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ลึกลงไปในหัวใจของทองตรา มันเหมือนมีเส้นบาง ๆ มาขวางกั้นความรู้สึกของทองตรากับกมลชนกไว้ เพราะผู้ชายต่ำต้อยน้อยค่าอย่างนายมลคนครัว ที่ถึงแม้จะถูกไล่ออกไป แต่เขาก็คงมีน้ำใจ ยังโทรเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวเป็นระยะ ทองตราจอดรถหน้าซอยที่คับแคบ ลงไปถามหานายมลคนครัวตามที่อยู่ที่เขาเคยให้ไว้ว่าให้เดินตรงแหน่วไปจนกว่าจะผ่าน หมู่บ้านอึกทึกนิเวศน์ ที่มีเด็กวิ่งเล่นกันเกรียวกราว มีสุ่มเป็ด สุ่มไก่วางระเกะระกะเป็นระยะ แล้วเดินตรงไปจนสุดซอย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ สุสานนิเวศน์ ทองตรามองป้ายไม้กระดานที่เขียนด้วยถ่าน ที่นายมลตอกติดไว้ริมรั้ว ถัดไปมีกระดาษผูกเชือกเขียนไว้ว่า ห้ามรบกวน เจ้าของบ้านไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้จ้ะ ฯลฯ ทองตรามองเข้าไปในบ้านโกโรโกโสทาสีโอ๊ค แต่ไม่เห็นใคร เลยต้องเอาถุงขนมที่ซื้อมาฝากไปวางไว้ให้ในบ้าน และเขียนจดหมายฝากบอกนายมลไว้ ราชากับยาจก คำนี้ทองตราใช้เปรียบเทียบนายมลคนครัว กับนายมลคนรวย ที่ยังคงเป็นเรื่องค้างคาในใจ และทำให้สับสนได้ทุกเมื่อ ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ทั้งที่ในใจมันบอกว่าใช่ แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธง เลยต้องรอดูต่อไป กมลชนกขาดความมั่นใจ ไปปรึกษาจนแม่รำคาญ ด่าว่าจะหาเมียสักคนยังต้องมาถามแม่ แล้วต่อไปจะไปเป็นพ่อคนได้ยังไง ถ้าไม่แน่ใจในตัวผู้หญิงแสดงว่าโง่ แต่ถ้าไม่แน่ใจในตัวเองแสดงว่างั่ง ทำเอาเขารับไม่ได้ เถียงแม่กลับไปว่า เคยเป็นแต่พ่อครัว ไม่เคยเป็นพ่อคนแล้วจะรู้ได้ยังไง กมลชนกเลือดขึ้นที่โดนแม่บังเกิดเกล้าหยามศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างเขา จึงตัดสินใจโทรไปหาทองตรา อ่านแถลงการณ์รัก พร้อมกับขอแต่งงานอย่างเท่ ๆ แมน ๆ ทองตราด่ากลับ หาว่าบ้า และมีพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้าย ชอบคิดอะไรทำอะไรแปลก ๆ แล้วจะมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าเอาไปทำพันธ์ กมลชนก ถูกทองตราปฏิเสธ จนหน้าหงายเงิบกลับไปอย่างไร้เยื่อใย และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจได้ขนาดนี้ แต่เขาก็ยังพอใจ ที่ได้รู้ว่าทองตราไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินขณะที่ทองตราก็หอบความเครียด และหอบความคานอันใหญ่ ไปเล่าให้พ่อฟัง ว่าได้ปฏิเสธการแต่งงานจากนายมลคนรวย เพราะคนรวยไม่จริงใจ ชอบลองใจ มันเหมือนดูถูกกันชอบคิดว่าเราโง่ พ่อสอนทองตราเรื่องความรัก บอกถึงความต่างของคนชื่อมลสองคน นายมลคนครัวเป็นคนที่มีความสุข มองคนทั้งโลกคือเพื่อน สรรพสิ่งในโลกเป็นของเล่นมีโลกอยู่ในกำมือ แต่นายมลคนรวย มีรถคันใหญ่ แต่งตัวโก้ ทำตัวหมุนไปตามโลกจนหัวปั่น หัวหมุน อยู่กับเกียรติยศเงินตรา สรรพสิ่งในโลกต้องไขว่คว้ามาให้ได้ เห็นคนทุกคนคือคู่แข่ง นี่คือสิ่งที่คนสองคนต่างกัน ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ในที่สุด ทองตราก็ได้ล่วงรู้ว่าที่แท้นายมลสองมลก็คือคน ๆ เดียวกัน ที่ทำเอาทั้งโมโห ทั้งเจ็บใจ เมื่อสิ่งที่คิดไว้มันเป็นเรื่องจริง แต่กลับถูกพี่ชา กับนายกมลชนกเพื่อนซี้หลอกเอา ทั้งที่เธอเฝ้าเพียรถามด้วยความสงสัยมาตลอด แต่ทองตราก็ยอมรับกับพ่อ และแม่ว่าชอบนายมล และอยากที่จะพิสูจน์กลับเขาบ้าง ด้วยการไม่ยอมติดต่อกลับไป และไม่ยอมให้พบหน้า ทำให้กมลชนกเครียด และคิดว่ารักครั้งนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำเอาเขากลายเป็นคนอกหัก จนกาญจนาเห็นใจในรักแท้ของลูกชายกมลชนกได้รับโทรศัพท์จากทองตรา ด้วยความดีใจ และมีความหมายสุด ๆ ทองตรานัดให้เขาไปที่บ้าน เพื่อรับประทานอาหารเย็น และได้เห็นทองตรายืนหน้ามั่นกมลชนกรีบปรี่เข้าไปหาทองตรา ขอคุยและเคลียร์เรื่องทุกอย่าง เพื่ออธิบายขอให้ทองตราได้เข้าใจ และให้ชอบแก่นแท้ แต่อย่าได้พาลไปเกลียดกระพี้ ซึ่งมันไม่ถูก เขาเกิดมารวยมันผิดตรงไหน เหตุผลที่ต้องลองใจ เพราะเขาเคยเจอแต่คนที่คิดจะมาปอกลอก มาเพื่อผลประโยชน์ และความสุขสบาย แต่สำหรับทองตราไม่ใช่ และไม่ว่าเขาจะเป็นนายมลคนไหน จะรวยหรือจนยังไง เขาก็มั่นใจว่าทองตราจะไม่มีวันทิ้งเขา ทั้งคู่ได้ทำความเข้าใจ และได้ตามหาหัวใจกันจนเจอ ทองตรากับกมลชนก เดินเคียงคู่วนอยู่รอบสนาม เพื่อทำความตกลงกันว่า รสแห่งชีวิตในกายภาคหน้าจะปรุงด้วยรสใดบ้าง เพราะการที่มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต บางคน...ต้องการความหวานเพิ่ม เพื่อให้ความแห้งแล้งในหัวใจมลายหายไป บางคน...ต้องการความเผ็ด เพื่อให้ชีวิตที่ชืดชา กลับมาผาดโผน บางคน...ต้องการความเค็ม เพื่อมิให้ความฟุ่มเฟือยพาความพินาศมาให้ อีกหลายคน...อยากเติมรสเปรี้ยว เพื่อรูปลักษณ์ที่ใหม่ขึ้นน่าดูขึ้น ชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ติดตามชมความสนุกสุดกวนของละครรักโรแมนติก และพบกับเรื่องราวเหล่านี้ ได้ในละคร พ่อครัวหัวป่าก์ ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2560 นักแสดงนำละคร พ่อครัวหัวป่าก์ หลุยส์ สก๊อต รับบท กมลชนกรณิดา เตชสิทธิ์ รับบท ทองตราสาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท กาญจนาทูน หิรัญทรัพย์ รับบท พลตรีรณยุทธดวงตา ตุงคะมณี รับบท คุณนายทองม้วนบรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ รับบท ทองทิวอนันท์ บุนนาค รับบท อาเทวาอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท แขไขไฉไล ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไววิทย์ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กำไลสวิส เตชภูวนนท์ รับบท เบสจิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร รับบท ลุงเชฟปราโมทย์ เทียนชัยเกิดศิลป์ รับบท แบมบี้นาตาชา จุลานนท์ รับบท มินนี่เกวิน ฌ็อง โดนาร์ท รับบท โอ๊ค

ละครบัลลังก์ดอกไม้ , เรื่องย่อบัลลังก์ดอกไม้
ละคร บัลลังก์ดอกไม้ /  เรื่องย่อ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ / 

บัลลังก์ดอกไม้ บทประพันธ์โดย : คีตาบทโทรทัศน์โดย : ทีมเวฟทีวีกำกับการแสดงโดย : เจนไวยย์ ทองดีนอกออกอากาศทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อละคร บัลลังก์ดอกไม้ พูดชมพู ฤาชุดา หรือ พุด เจ้าของไร่ดอกเล็ก ๆ นาม อุ่นรัก ต้องเข้าไปมีเอี่ยวกับตระกูลธุรกิจพันล้านอย่างสัตยารักษ์โดยไม่ตั้งใจ เมื่อ ปู่เล็ก ผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ ขอร้องให้เธอช่วยดัดนิสัย อนาวินทร์ หรือ วิน สัตยารักษ์ หลานชายคนเดียวของเขา ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่ใจ และร้ายกาจ ให้พร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำของตระกูล โดยกำหนดให้สาวห้าวชาวไร่อย่างพุดชมพู มาร่วมบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างสัตยาอสังหา และส่งคุณชายเทวดาอย่างอนาวินทร์ ไปทำงานที่ไร่อุ่นรักเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อแลกกับสิทธิในการรับมรดกพินัยกรรมประหลาดนี้ สร้างความไม่พอใจให้อนาวินทร์ ผู้มีปมฝังใจว่าปู่ไม่รัก และทิพนาถ แม่เลี้ยงที่เอาแต่เสวยสุขบนกองเงินของสัตยารักษ์อย่างมาก ทั้งคู่มองว่าพุดชมพูเป็นศัตรูตัวร้ายที่จะมาแย่งสมบัติของตระกูลไป ละคร บัลลังก์ดอกไม้ เพียงแค่วันแรกที่พุดชมพูเข้ามาอยู่ในบ้านสัตยารักษ์ เธอก็เปิดศึกกับอนาวินทร์ที่โต๊ะอาหารจนบ้าน แทบแตก เล่นเอาบรรดาคนรับใช้ที่ไม่เคยเห็นใครกล้าขัดใจคุณชายของบ้านต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน ยังดีที่พุดชมพูมีทนายาหนุ่มประจำตระกูลสัตยารักษ์อย่าง ทรงรบ คอยช่วยดูแล และเบรกเหตุการณ์ไว้ ฝ่ายอนาวินทร์ก็มี การันต์ ลูกกำพร้าที่ปู่เล็กเก็บมาเลี้ยงให้เป็นเพื่อนหลานชาย คอยเป็นเพื่อนคู่คิด และรองรับความโกรธ ขณะที่ทิพนาถก็มี ชวกร หนุ่มคู่ขารุ่นลูกคอยพาไปแก้เซ็งที่บ่อนไฮโซ ซึ่งกลับยิ่งทำให้เธอเครียดหนักเพราะเสียเงินก้อนโต จนต้องหาทางออกโดยการให้ชวกรแอบใช้ตำแหน่งฝ่ายบัญชีของสัตยาอสังหา ซึ่งได้มาด้วยบารมีของทิพนาถ แอบยักยอกเงินออกจากบริษัท เมื่อเห็นท่าว่าจะต้องรับศึกหนัก พุดชมพูจึงขอร้องให้ ช่อม่วง เพื่อนซี้สาวนักบัญชีมาทำงานเป็นเลขาของเธอที่สัตยาอสังหา หนอนหนังสือช่างฝันอย่างช่อม่วง จึงได้มาทำงานกับหนุ่มตึ๋ผู้เคร่งเครียดกับงาน และจริงจังกับชีวิตแบบเกินร้อยอย่างทรงรบ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าขาแต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไร พุดชมพูเริ่มต้นปฏิวัติสัตยารักษ์ ด้วยการออกกฎให้คนรับใช้มีวันหยุดสัปดาห์ละหนึ่งวัน รวมทั้งไม่ต้องออกมารับใช้เจ้านายหลัง 4 ทุ่ม ทำเอาทั้งอนาวินทร์ และทพนาถอาละวาดฟาดงวงฟาดงาใหญ่โต แต่พุดชมพูไม่สะทกท้าน และอ้างความชอบธรรมจากพินัยกรรมที่ให้เธอเป็นผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ สองแม่ลูกจึงได้แต่เก็บความโกรธไว้เป็นคลื่นใต้น้ำ และเริ่มวางแผนเล่นงานพุดชมพู อนาวินทร์ให้การันต์สืบเรื่องของพุดชมพู จนได้รู้ความลับว่าเธอกลัวความมือ เขาจึงวางแผนจัดงานเลี้ยงต้อนรับพุดชมพู และแกล้งดับไฟในห้องจัดเลี้ยงจนมืดสนิท หมายจะได้เห็นผู้บริหารใหม่ที่เขาเรียนกว่า ยัยพุดเน่า นั่งร้องไห้ตัวสั่นงันงก แต่เรื่องกลับผิดภาคเมื่อเพื่อนรักอย่างการันต์เข้าไปช่วยพุดชมพูไว้ไม่ให้ต้องอับอายต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท อนาวินทร์โกรธที่เพื่อนหักหลัง แม้เขาจะให้อภัยการันต์ที่แก้ตัวว่าทำไปเพราะความไม่รู้ว่าไฟจะดับตอนนั้น แต่เรื่องนี้ก็จุดประกายความสงสัยในเขตนาของการันต์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เดินหน้ากวนประสาทผู้คุมกฎบ้านอย่างพุดชมพูต่อ ด้วยการพาสาว ๆ มาเสพสุขที่บ้านไม่ซ้ำหน้า และทุกครั้งเขาจะต้องมาเคาะประตูห้องพุดชมพู ทำเป็นเด็กดีมารยายงานด้วยอยู่เสมอ พุดชมพูจึงได้กลับด้วยการจัดฉากเอากล้องวิดีโอพร้อมอุปกรณ์อย่าง โซ่ แส้ กุญแจมือ มาซ่อนแบบไม่เนียนไว้ในห้องอนาวินทร์ทำเอาสาวรายล่าสุดที่อนาวินทร์พามา ต้องเปิดแน่บพร้อมกระจายข่าวลือว่าอนาวินทร์เป็นพวกกามวิตถารเหตุการณ์นี้ทำให้อนาวินทร์แอบติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้อง เพื่อจับพุดชมพูที่อาจแอบมาทำอะไรพิสดารในห้องเขาอีก ระเบิดลูกต่อมาเกิดขึ้น เมื่อยนาวินทร์จัดงานปาร์ตี้ในบ้านอย่างที่ทำเป็นประจำทุกเดือน เสียงเฮฮาลั่นบ้านจนดึกดื่นนั้น ทำให้ความอดทนของสาวชาวไร่ที่มักเข้านอนแต่หัวค่ำขาดฝัง พุดชมพูสั่งยุติงานปาร์ตี้ทันที การปรากฏตัวของเธอ ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งท่ามกลางชุดสวยหรูของบรรดาเพื่อนฝูงอนาวินทร์ ยังไม่สร้างความแตกตื่น และประหลาดใจเท่ากับอาการใบ้กินของคุณชายของบ้านที่ไม่เคยยอมใคร แม้ วาธิณี หรือ หวาย เพื่อนสาวคนสนิทที่ประกาศกับใครต่อใครว่าเป็นแฟนอนาวินทร์ จะพยายามยุชายหนุ่มให้จัดการกับพุดชมพู แต่ก็ไม่เป็นผล แม้แขกเหรื่อจะวงแตกแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ความโกรธที่ถูกหักหน้าก็ยังไม่ลดลง อนาวินทร์ นึกถึงคำยุของการันต์ที่ให้จัดการรวบหัวรวบหางพุดชมพู เพื่อเขาจะได้ทั้งเมียได้ทั้งสมบัติความคิดบ้า ๆ เสริมแรงด้วยฉากรักตบจูบในทีวีที่เขาเปิดไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา ทำให้อนาวินทร์เกิดลูกบ้าบุกปล้ำพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักต้องเรียกสติชายหนุ่มด้วยการประเคนแจกันฟาดหัวเขาจนเลือดอาบ และก็เป็นเธอเองที่พาหนุ่มพันธุ์หมาบ้าที่กลายเป็นเหมาจ๋อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล ละคร บัลลังก์ดอกไม้ การยอมหักไม่ยอมงอของพุดชมพูอาจจะเป็นที่ถูกใจคนที่เกลียด และกลัวอนาวินทร์ แต่ไม่ใช่สำหรับ ป้านุ่ม คนรับใช้เก่าแก่ของบ้านที่เลี้ยงอนาวินทร์มาตั้งแต่เด็ก หลังเหตุการณ์หลายปาร์ตี้ ป้านุ่มขอร้องพุดชมพูให้เห็นใจคุณหนูของเธอด้วย เพราะลึก ๆ แล้ว อนาวินทร์เป็นคนขาดความรัก เนื่องจากแม่แท้ ๆ เสียชีวิตตั้งแต่คลอดเขาออกมา ส่วนพ่อก็มาจากไปอีกคนตั้งแต่เขายังเด็ก เหลือก็แต่ปู่เล็กที่มัวยุ่งกับบริษัท จนไม่มีเวลาให้หลานชาย กับแม้เลี้ยงอย่างทิพนาถที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง พุดชมพูได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจคุณหนูอารมณ์ร้ายขึ้นมาบ้าง เธอจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อนในการทำให้คุณชายไฮโซยอมตามเธอไปเป็นคนงานไร่ วันหนึ่งขณะที่อนาวินทร์จะขับรถไปทำงาน พุดชมพูก็จัดแจงยัดเยียดตัวเองไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ และใช้เวลาตลอดระยะทางจากบ้านถึงสัตยาอสังหาในการเจรจาสงบศึกกับอนาวินทร์ พร้อมแสดงความจริงใจโดยยื่นข้อเสนอว่าหากอนาวินทร์ทำงานที่ไร่ได้ครบสามเดือน เขามีสิทธิขอรางวัลจากเธอหนึ่งอย่าง อนาวินทร์เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป และดูจริงใจของพุดชมพู จึงตกลงใจลองรับข้อเสนอ สมาชิกไร่อุ่นรักต้อนรับอนาวินทร์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป สาวใหญ่อารมณ์ดีอย่าง ภัทรา แม่ของพุดชมพู ที่รู้จักลูกสาวดีว่าเก่งพอที่จะเอาชนะอุปสรรคด ๆ ได้เสมอ ก็ยังอดเป็นกำลังไม่ได้กับการจับคุณชายเทวดามาเป็นคนงานไร่ ข้างฝ่าย จิระ หรือ โจ้ เพื่อนสนิทอีกคนของพุดชมพูนั้น มองอนาวินทร์อย่างไม่ไว้ใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโจ้แอบชอบพุดชมพูมานาน แม้จะรู้ว่าเขาไม่อาจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนที่หญิงสาวมอบให้ได้ เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวง และห่วง เมื่ออนาวินทร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตพุดชมพู ฝ่ายจิตรา น้าสาวก็อดกรี๊ดกร๊าดกับหน้าตาที่หล่อเหลาของอนาวินทร์ และแอบจับคู่จิ้นให้กับหลานสาวของเธออนาวินทร์ต้องปรับตัวกับชีวิตชาวไร่ไม่น้อย ทุกครั้งที่เขาดื้อหรืออิดออด พุดชมพูที่จับจุดได้ว่าเขาเป็นพวกไม่ยอมแพ้ ก็จะแกล้งสบประมาทจนชายหนุ่มเกิดลูกฮึดจะเอาชนะ และตกหลุมพรางเจ้าของไร่อยู่เสมอพุดชมพูเริ่มสังเกตเห็นอีกด้านหนึ่งของอนาวินทร์ วิธีที่เขาปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างเคารพ ทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนไม่เห็นหัวคนอื่นอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ รวมทั้งการตั้งใจเรียนรู้ และทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ใคร ๆ คิด จะมีก็แต่ความปากเสียเท่านั้นที่อนาวินทร์ดูจะรักษาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ละคร บัลลังก์ดอกไม้ นอกจากพุดชมพู และจีระแล้ว อนาวินทร์ยังมีพี่เลี้ยงคนสำคัญอีกคนหนึ่งคือ ลุงหมาย หัวหน้าชมรมอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ซึ่งดูจะเอ็นดู และเข้าใจคนหนุ่มเลือดร้อนเป็นอย่างดีวันหนึ่งลุงหมายชวนพุดชมพู อนาวินทร์ และจิระไปดูที่ทำการชมรมหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่บนเขา ตอนเย็นขากลับฝนตกหนัก ทำให้รถติดหลัมโคลน ลุงหมายกับจิระอาสาเดินไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทิ้งพุดชมพูกับอนาวินทร์ไว้เฝ้ารถ หญิงสาวนั่งมองสายฝนแล้วคิดถึงวันที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เธอเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องพยายามตั้งหลัก และลุกขึ้นสานฝันของพ่อให้ชายหนุ่มฟัง โดยไม่ได้คิดอะไรมากกว่าแค่อยากแบ่งปันเรื่องในอดีตที่ยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่มันทำให้อนาวินทร์มองเธอเปลี่ยนไป เขานึกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า และสงสัยว่าเธอเอาความเข้มแข็งแบบนั้นมาจากไหนกันหนอ แม้อนาวินทร์จะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกภายในใจเขาก็สะท้อนออกมา เมื่อเขาถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออกคลุมหัวให้พุดชมพูไม่เปียกฝน สายฝนที่เริ่มซาสวนทางกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อขึ้นในใจของทั้งสองคน การตากฝนวันนั้นทำให้อนาวินทร์รู้สึกว่ากำลังจะเป็นไข้ ระหวางเดินหายากินอยู่ในครัว เขาเห็นพุดชมพูเดินเข้าห้องเก็บของ และถูกจิตราล็อคไว้ในนั้นโดยไม่ตั้งใจ ด้วยความหมั่นไส้ศัตรูคู่กัด อนาวินทร์จึงคิดจะปล่อยพุดชมพูไว้เผชิญกับความมืดที่เธอหวาดกลัว เขากลับเข้าห้องมานอนพัก เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเองไม่อาจหลับได้อย่างสบายใจ เขาตัดสินใจเดินไปดูที่ห้องเก็บของ และหัวใจวูบลงเมื่อได้ยินเสียงสะอึ้นเบา ๆ จากาภยใน เขารีบหากุญแจมาเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่พุดชมพูออกมาได้ เธอกลับคิดว่าเขาจงใจแกล้งเธอ เลยต่อว่าเขาอย่างรุนแรงอนาวินทร์ทั้งโกรธทั้งเจ็บปวด เพราะนี่เป็นอีกครั้งที่ใคร ๆ มักมองว่าเรื่องเลว ๆ ต้องเป็นฝีมือเขา เหมือนในอดีตที่ปู่ตำหนิเขาอย่างรุนแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ กลายเป็นปมสำคัญในใจของอนาวินทร์ ว่าเขาไม่เคยได้รับความเชื่อใจจากใครเลย แต่เย็นวันนั้นเองพุดชมพูได้รู้ความจริงว่าจิตราเป็นคนล็อคเธอไว้ในห้องเก็บของ พุดชมพูรู้สึกผิดที่ต่อว่าอนาวินทร์ทั้งที่เขาเป็นคนช่วยเธอไว้ เธอไปหาอนาวินทร์เพื่อขอโทษเลยได้รู้ว่าชายหนุ่มนอนซมด้วยพิษไข้ถึงขั้นไม่ได้สติ พุดชมพูรีบเช็ดตัวให้ และคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ จนชายหนุ่มรู้สึกตัว พุดชมพูเอ่ยขอโทษที่เข้าใจเขาผิด ขณะที่อนาวินทร์ก็ขอบคุณที่เธอดูแลเขาอย่างดี แม้จะนอนซมเพราะพิษไข้ ชาหยนุ่มก็พอรู้ว่าพุดชมพูคอยเช็ดตัวเขาเพื่อลดความร้อนอยู่เกือบทุกชั่วโมง ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงต้องมาเยี่ยมพุดชมพูกับอนาวินทร์เกือบทุกสัปดาห์ เพื่อให้ผู้บริหารทั้งสองเซ็นเอกสารของบริษัท วันหนึ่งทั้งสองมาปรากฏตัวที่ไร่อุ่นรักพร้อมวาธิณี ซึ่งเวียนไปหาอนาวินทร์ที่บริษัทหลายครั้ง แต่ไม่เจอตัว เธอจึงตามทนายหนุ่มมาหาอนาวินทร์ถึงไร่ และเริ่มปิดฉากกระรานพุดชมพู จิระทั้งรำคาญทั้งหมั่นไส้สาวไฮโซเลยออกมาปะทะคารมกับวาธิณีแทน พุดชมพูอาศัยจังหวะชุลมุนหนีไปประชุมเทศกาลดอกไม้ในตัวเมือง โดยมีอนาวินทร์ติดตามไปด้วย เพียงแต่คราวนี้เขาอาสาเป็นคนขับแทนที่จะนั่งเป็นคุณชายเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มไปนั่งรอพุดชมพูที่ร้านกาแฟกึ่งเกลลอรี่แห่งหนึ่ง เขาหยุดมองภาพถ่ายใบหนึ่งด้วยความสนใจภาพของพุดชมพูในชุดนักเรียนมัธยมยืนกอดช่อเบญจมาศ ในภาพนั้นเธอผมยาว บุคลิกช่างแตกต่างจาพุดชมพูในปัจจุบัน อนาวินทร์มองดวงตาที่ยิ้มสดใสนั้นราวต้องมนต์สะกด แต่แล้วเสียงร้องไห้ช่วยจับขโมยก็ปลุกเขาจากภวังค์ อนาวินทร์ช่วยจับตัวขโมยไว้ได้ แต่แล้วก็นึกสะท้อนใจเมื่อสิ่งที่ชายมอซอคนนั้นขโมยมาเป็นแค่กับข้าวถุงหนึ่งเท่านั้น อนาวินทร์จึงควักเงินซื้อข้าวถุงนั้นให้ขโมย โดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของพุดชมพูแอบมองมุมอ่อนโยนของคุณชายแห่งสัตยารักษ์อยู่ เมื่อทำงานที่ไร่อุ่นรักครบสามเดือน อนาวินทร์ทวงรางวัลที่พุดชมพูสัญญาว่าจะให้ เขาไม่ได้เอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการ แต่ก้นลงจูบพุดชมพูในสวนสวยหลังบ้าน ข้างแนวต้นพุดชมพู ต้นไม้ที่อนารินทร์เคยมองว่าไม่มีเสน่ห์ แต่วันนี้มันสวยจับใจ หลังจากคืนนั้น อนาวินทร์ก็คอยตามติดพุดชมพูไม่ห่าง จนจิระเริ่มจับตาอย่างไม่ไว้ใจ เขาพยายามเข้ามาเป็นก้างขวางคอ ไม่ให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพัง จนเริ่มจะผิดใจกับอนาวินทร์ แต่ก็มีบางวันที่สามเส้ากลายเป็นสี่เส้าเมื่อวาธิณีมาร่วมวงด้วย ซึ่งกลับทำให้จิระต้องจัดการกับวาธิณีแทน จนวันหนึ่งที่จิระแอบเห็นพุดชมพูกับอนาวินทร์หยอกล้อกันในเรือนเพาะกล้า จิระเห็นแววตาของพุดชมพูที่มองชายหนุ่มแล้วก็ได้แต่ถอยออกมาเงียบ ๆ คืนนั้นสมาชิกไร่อุ่นรักยกขบวนกันไปร่วมงานเลี้ยงของเพื่อนบ้านลุงหมายหมักเหล้าสาโทไว้โอ่งใหญ่ เหล้าเถื่อนนี่เองเป็นสื่อกลางให้อนาวินทร์กับจิระได้เปิดใจคุยกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบกับช่อม่วงทำงานกันอย่างเข้าขา จะขัดขากันบ้างก็เรื่องที่ทรงรบชอบมองช่อม่วงเป็นสาวเพ้อฝันไม่อยู่กับความจริง แถมยังกินจุผิดผู้หญิงทั่วไป แต่ช่อม่วงก็ค่อย ๆ แสดงให้ทรงรบเห็นทีละนิดว่าเธอทั้งฉลาดแถมมีสายตาแหลมคมอ่านคนได้ขาด ช่อม่วงพบหลักฐานว่าชวกรยักยอกเงินบริษัทไปก้อนใหญ่ ทรงรบจึงโทรตามพุดชมพูกลับมาจัดการ พุดชมพูไล่ชวกรออกจากบริษัทโดยไม่บอกอนาวินทร์ เพราะเชื่อว่าทิพนาถน่าจะมีส่วนรู้เห็นจึงไม่อยากให้อนาวินทร์ลำบากใจ ทิพนาถ และชวกรแค้นจัด คิดหาทางกำจัดพุดชมพูออกไปจากสัตยารักษ์ เช่นเดียวกับการันต์ที่เริ่มสังเกตท่าทีของอนาวินทร์กับพุดชมพู แม้การันต์จะโตมากับอนาวินทร์แต่การันต์รู้สึกเก็บกดที่กลายเป็นคนไม่มีตัวตนเมื่ออยู่กับอนาวินทร์ ไม่มีใครเห็นคุณค่าเด็กกำพร้าอย่างเขา เมื่อเทียบกับทายาทสัตยารักษ์ ความอิจฉากลายเป็นความเกลียดชัง เขาเกลียดที่เห็นอนาวินทร์มีความสุขการันต์ยุให้พุดชมพูผิดใจกับอนาวินทร์ด้วยการบอกเธอว่า อนาวินทร์คิดจะหลอกจีบเธอเพื่อให้ได้มรดกง่ายขึ้นด้านหนึ่ง พุดชมพูก็หวั่นไหวกับสิ่งที่ได้ยิน แต่อึกใจนึง เธอเริ่มรู้สึกว่าการันต์ไม่น่าไว้ใจ คืนหนึ่งพุดชมพูได้รับโทรศัพท์ด่วนจากจิระ บอกว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนเพาะพันธุ์ไม้ พุดชมพูตกใจมือไม้สั่น เพราะในโรงเรียนนั้นมีต้นไม้ตัวแทนของพ่อผู้ล่วงลับอยู่ อนาวินทร์อาสาขับรถพาเธอกลับไร่ทันทีระหว่างทางก็คอยกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจ เมื่อไปถึงพุดชมพูเข่าอ่อน มองโรงเรือน และต้นไม้ของพ่อที่เหลือแต่ซากด้วยใจสลายเธอเป็นลล้มพับไปตรงนั้น อนาวินทร์รีบพาเธอไปโรงพยาบาล และคอยดูเธอไม่ห่างจิระมาแจ้งว่าตำรวจสงสัยว่าเป็นการวางเพลิง แถมพูดทำนองสงสัยว่าอนาวินทร์เป็นตัวการ อนาวินทร์มีปากเสียงกับจิระ จนพุดชมพูต้องระงับศึก และบอกจีระว่า เธอเชื่อใจอนาวิณทร์ว่าจะไม่ทำอะไรลอบกัดแบบนี้ อนาวินทร์หัวใจพองโตที่หญิงสาวเชื่อใจเขา ระหว่างนั้นทางจังหวัดจัดงานเทศกาลดอกไม้ประจำปี และมีกิจกรรมไฮไลท์เป็นการประกวดหนุ่มดอกไม้ พุดชมพูใช้ไม้เดิมคือสบประมาทอนาวินทร์ จนเขารับคำท้าเข้าประกวด ชายหนุ่มคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ตามที่คุยไว้ ด้วยการเล่นกีตาร์ร้องเพลงที่ฝากความในใจไปถึงพุดชมพู แถมยังประกาศบนเวทีว่าเข้าประกวดในฐานะแฟนเจ้าของไร่อุ่นรัก เล่นเอาตะลึงกันไปทั้งบาง รวมทั้งวาธิณีที่มาดูการประกวดด้วย วาธิณีไปอาละวาดใส่พุดชมพู แต่อนาวินทร์ออกมาปกป้อง และบอกวาธิณีให้เลิกยุ่งกับเขา จีระช่วยลากวาธิณีออกไป และเตือนสติให้เธอยอมรับความจริง ซึ่งลึก ๆ แล้ว เขาก็เดือนตัวเองแบบนั้นเช่นกัน ละคร บัลลังก์ดอกไม้ อนาวินทร์เกณฑ์คนงานของสัตยาอสังหา สร้างโรงเรือนใหม่ที่เขาออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างด้วยตัวเอง ระหว่างกำลังง่วนกับงานป้านุ่มโทรศัพท์มาหา อนาวินทร์นึกรำคาญที่ป้านุ่มชอบโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้น เขากลับได้รับข่าวร้ายว่าป้านุ่มเสียชีวิต เพราะฝึกมือโจรที่บุกบ้านกลางดึก อนาวินทร์แทบล้มทั้งยืน ป้านุ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เขามี ตำรวจตรวจดูกล้องวงจรปิดหน้าบ้านเห็นคนสวมเจ๊กเก็ต และหมวกปิดบังใบหน้าเดินเข้า และออกจากบ้านในเวลาใกล้เคียงกับที่ป้านุ่มเสียชีวิต แต่ หมวดจัดวา เจ้าของคดีแอบกระซิบอนารินทร์ว่าเขาสงสัยคนในบ้านมากกว่า เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณถนนใกล้เคียงไม่มีภาพชายคนนี้เลย หลังงานศพป้านุ่ม อนาวินทร์บังเอิญพบลูกค้าคนสำคัญคนหนึ่งของสัตยาอสังหาภายนอกบริษัท ลูกค้าถามถึงข่าวลือที่อนาวินทร์จะทิ้งบริษัทหันไปทำไร่ อนารินทร์สอบถามที่มาของข่าวลือจนได้รู้ว่า คนใกล้ตัวกำลังจ้องทำลายเขาอยู่ พุดชมพูเรียกทิพมาถมาทวงถามถึงการใช้หนี้ที่ชวกรโกงบริษัทไป เมื่อชวกรรู้ก็ยิ่งโกรธ และส่งคนไปดักทำร้ายพุดชมพู โชคดีที่ทรงรบ และช่อม่วงอยู่ในเหตุการณ์จึงช่วยกันเอาตัวรอดมาได้ ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหาตัวต้นเหตุอยู่นั้น อนาวินทร์เข้ามากับการันต์พร้อมรูปถ่ายหลายใบ ที่การันต์อ้างว่าเป็นหลักฐานว่าพุดชมพูกับทรงรบรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งคู่อาจสมคบกันหลอกอนาวินทร์ ทิพนาถกับชวกรเองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมหลักฐานว่าพุดชมพูยักยอกเงินของบริษัท พุดชมพูพยายามอธิบาย แต่ชายหนุ่มไม่ยอมฟัง แถมไล่พุดชมพูให้เก็บของออกไปจากบ้านสัตยารักษ์ ก่อนไปพุดชมพูมอบจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงเธอให้อนาวินทร์ไว้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจเจตนาดีของปู่ และได้รู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่รักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน พุดชมพูกลับไร่ด้วยสภาพเหมือนคนใจสลาย เธอยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบอนาวินทร์ ฝ่ายอนาวินทร์เองก็ไม่ต่างกันนัก เขาคิดถึงพุดชมพู จึงมานั่งย้อนดูภาพในกล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้ในห้องเผื่อมันจะมีภาพของพุดชมพูบ้าง แต่เขากลับพบหลักฐานสำคัญว่าใครเป็นคนฆ่าป้านุ่ม ละคร บัลลังก์ดอกไม้ ทรงรบมาหาอนาวินทร์เพื่อบอกเรื่องสัญญาลับ ที่พุดชมพูเซ็นไว้ก่อนเข้าทำงานกับสัตยารักษ์ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหากเธอแต่งงานกับอนาวินทร์ เธอจะไม่มีส่วนในสมบัติใด ๆ ของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น รวมทั้งอนาวินทร์ยังต้องบริจาคเงินมรดกสามสิบเปอร์เซ็นต์เข้าการกุศลด้วย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พุดชมพูคิดจะหลอกทายาทของสัตยารักษ์ อนาวินทร์อ่านจดหมายที่ปู่เล็กเขียนถึงพุดชมพู และปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องเป็นผู้นำสัตยารักษ์แทนปู่ให้ได้ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาในที่ประชุมผู้บริหารสัตยาอสังหา อนาวินทร์ประกาศไล่การันต์ออกจากตำแหน่งรองกรรมการ เขาแสดงหลักฐานที่ได้มาจากการว่าจ้างช่อม่วงอย่างลับ ๆ ว่าการันต์มีส่วนในการร่วมกับชากรปลอมแปลงเอกสารเพื่อใส่ร้ายพุดชมพู อนาวินทร์ยังมีข้อมูว่า การันต์ปล่อยข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และส่งลูกค้าของสัตยาอสังหาไปให้บริษัทคู่แข่งที่การันต์แอบถือหุ้นไว้ อนาวินทร์ยังเชิญตำรวจมาจับตัวการันต์ฐานฆาตกรรมป้านุ่ม โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่อนารินทร์แอบติดไว้ในห้องนอนของเขาว่าทั้งสองทะเลาะกันก่อนที่ป้านุ่มวิ่งหนีออกจากห้อง และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้นไม่กี่วัน การันต์ได้ประกันด้วยออกไป เมื่ออนาวินทร์รู้ข่าวก็นึกเป็นห่วงพุดชมพู จึงชวนทรงรบกับช่อม่วงไปที่ไร่ แต่การันต์ไปถึงก่อน และจับตัวพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะใช้หลบไปอยู่ต่างประเทศ และต้องการให้อนาวินทร์ถอนฟ้อง การันต์บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าป้านุ่ม แต่ป้านุ่มแอบได้ยินตอนที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องจ้างคนไปเผาโรงเรียนของพุดชมพู เขาพยายามจะให้เงินแลกกับการปิดปากแต่ป้านุ่มไม่ยอมคุยด้วย การันต์จึงแกล้งให้ป้านุ่มเข้าใจผิดว่าอนาวินทร์กลับมาที่บ้าน เมื่อป้านุ่มมาที่ห้องของอนาวินทร์ก็พบการันต์รออยู่ ป้านุ่มด่าการันต์ที่อกตัญญูต่อบ้านสัตยารักษ์ เขาพลั้งมือฆ่าป้านุ่มเพราะความโกรธ เลยจัดฉากให้ดูเหมือนขโมยเข้าบ้าน ระหว่างนั้น พุดชมพูหลอกดึงความสนใจของการันต์ อนาวินทร์อาศัยจังหวะนั้นโดดเข้ารวบตัวการันต์ไว้ ขณะที่ทรงรบเข้าแย่งปืนไว้ได้ แต่การันต์ใช้มีดที่ซ่อนไว้ฟันอนาวินทร์ โชคดีที่ชายหนุ่มหลบทันจึงไม่โดนจุดสำคัญ การันต์คิดจะซ้ำ หมายเอาชีวิตทายาทสัตยารักษ์ แต่ลุงหมายกับชาวบ้านมาช่วยพร้อมปืนหลายกระบอก การันต์จึงสิ้นฤทธิ์ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ หลังเหตุการณ์ร้ายคลี่คลาย อนาวินทร์พยายามง้อพุดชมพู เขาเฉลยว่าตัวเองแกล้งหลงเชื่อการันต์ และไล่พุดชมพูออกจากบ้าน เพื่อกันหญิงสาวให้ห่างจากอันตรายระหว่างที่เขาเดินหน้าสืบเรื่องทั้งหมด แม้พุดชมพูจะเชื่อในความหวังดีของชายหนุ่ม แต่ความเจ็บปวดที่เธอได้รับตอนถูกขับไล่ ทำให้เธอกลัวที่จะรักอนาวินทร์แบบเต็มหัวใจ อีกทั้งเธอไม่อยากทำให้อนารินทร์ต้องลำบากใจ กับการเสียมรดกตามเงื่อนไขสัญญาลับ พุดชมพูจึงขอให้อนาวินทร์เลิกติดต่อกับเธอ เดือนต่อมา ช่อม่วงกัทรงรบ ซึ่งเพิ่งตกลงเป็นแฟนกัน ชวนพุดชมพูไปเที่ยวทะเล โดยบอกว่าเพิ่งชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารมาได้ ภัทราซึ่งเห็นลูกสาวซึมเศร้าเหมือนคนไร้วิญญาณมาตลอด ตั้งแต่บอกปัดอนาวินทร์ ช่วยคะยั้นคะยอให้พุดชมพูไปพักผ่อน ช่อม่วงเล่าให้พุดชมพูฟังว่า จิระไปเรียนปริญญาโทด้านเกษตรศาสตร์ และต้นถูกอาจารย์ส่งตัวไปช่วยงานกิจการอาหารปลอดสารพิษ ที่บ้านของวาธิณีกำลังเริ่มทำเพื่อทดแทนธุรกิจที่ปิดตัวไป หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง พุดชมพูกลับมาไร่ด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ภัทรามองหน้าช่อม่วงกับทรงรบที่ขับรถมาส่งหญิงสาวอย่างรู้กัน ภัทราให้พุดชมพูไปดูต้นไม้ใหม่ในสวน พุดชมพูเปิดประตูออกไปสวนหลังบ้าน ก็พบกับศาลาไม้ตั้งอยู่กลางแนวต้นพุดชมพู อย่างที่พ่อเธอฝันไว้ แต่ทำไม่สำเร็จ กลางศาลามีช่อดอกเบญจมาศพร้อมการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนว่า แต่งงานกันนะ อนาวินทร์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมแหวนล้อมเพชร พุดชมพูแกล้งถามว่า ไม่กลัวเสียเงินมรดกหรือ อนาวินทร์ยิ้มรับแล้วตอบว่า มรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่เล็กทิ้งไว้ให้เขาก็คือพุดชมพู และเขาจะรักษามรดกชิ้นนี้ไว้ด้วยหัวใจเขาตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครบัลลังก์ดอกไม้ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 นักแสดงนำ ละคร บัลลังก์ดอกไม้ มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท อนาวินทร์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท พุดชมพู กวี ตันจรารักษ์ รับบท ทรงรบ มัจฉา โมซิมันน์ รับบท ช่อม่วง มาวิน ทวีผล รับบท จิระ โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วาธินี/หวาย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ รับบท การันต์ โกสินทร์ ราชกรม รับบท ชวกร ชนานา นุตาคม รับบท ทิพนาถ พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ป้านุ่ม ณัฐฐา ลอยด์ รับบท ภัทรา ดีใจ ดีดีดี รับบท จินรา ญาณี ตราโมท รับบท ลุงหมาย วราพรรรณ หงุ่ยตระกูล รับบท วิภา สุเมธ องอาจ รับบท ทรงศักดิ์ เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาทิตย์/ปื่เล็ก เวนย์ ฟอลโคเนอร์ รับบท วันชัย สรัลธร คล้ายอุดม รับบท นิลลดา ขอบคุณภาพจากIG:#บัลลังก์ดอกไม้