ถูกจับ

จับได้แล้ว! อาร์เซนอล เตรียมลงโทษแฟนบอลสาดไวน์ใส่นักเตะผี
ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ /  ปีศาจแดง / 

ดูท่าแฟนบอลรายนี้ไม่น่าจะรอด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับแฟนบอลของ อาร์เซนอล ที่ทำงามหน้าเอาไวส์ไปสาดใส่ผู้เล่นที่ม้านั้งสำรองของ ปีศาจแดง และ ปืนใหญ่ เตรียมลงโทษแบบจัดหนักซะด้วย ควันหลงเกมส์บิ๊กแมตซ์ที่ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น เกิดเรื่องที่ข้างสนามฝั่งม้านั่งสำรองของ ทีมเยื่อนขึ้น เมื่อมีแฟนบอลของ เดอะกันเนอร์ส ได้เอาไวส์แดง มาสาดใส่เหล่านักเตะตัวสำรองของ ปีศาจแดง จนเกิดมีปากมีเสียงกันขึ้น โดยมี ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เป็นหัวนำ เนื่องจากไม่พอใจเอามากๆ รายงานแจ้งว่า มีการใช้คำพูดที่รุ่นแรงในการตอบโต้กันด้วย และล่าสุดนั้นโฆษก อาร์เซนอล ก็ได้เผยว่า เจ้าหน้าที่หน้าตำรวจสามารถจับแฟนบอลรายนี้ได้แล้ว และสโมสรก็กำลังติดตามผลการสอบสวนอย่างใกล้ชิด หากพบว่าแฟนบอลรายนี้ทำผิดจริง ก็จะทำการลงโทษสถานหนักโดยการห้ามเข้าสนามแบบไม่มีกำหนดเลยทันที

ผีแม่ม่าย ภาค 5 (2537) 2/2 จบ
หนังไทย

ผวาผีแม่ม่าย จับผู้ชายทําผัว ตื่นคนตายไร้สาเหตุ แก้เคล็ดด้วย... ประภัสรา ชุตานุพงษ์-เกรียง ไกรมาก : นําแสดง ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/01/2537-5-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/user/hiv7542?tab=new 2/2 - http://video.mthai.com/general/player/1416985162.html

ชูวิทย์ ชี้เป้า ผบ.ตร. ตำรวจทำผิด อาจอยู่ดูใกล้ๆ ตัว
ข่าววันนี้ /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ แนะ ผบ.ตร. คดีจับ บิ๊กตำรวจ บอกอาจจะมีคนบงการตัวเบ้งกว่า ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล หันไปก็เจอแล้ว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ส่วนตัว @ชูวิทย์ I′m No.5 วานนี้ (25 พ.ย. 57) แสดงความเห็นถึงกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางพร้อมพวกฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และหมิ่นม.112 โดยเผยระบุ "ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน อยู่ในยุคผมต้องถูกจับ" นั้นว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่จบ เพราะอาจจะคนบงการระดับบิ๊กที่ใหญ่กว่าไม่ใกล้ไม่ไกล ใหญ่แค่ไหนก็จับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีอำนาจสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดทางอาญาทั่วประเทศ เป็นผู้บังคับบัญชากองปราบปราม ตำรวจน้ำ ตำรวจเศรษฐกิจ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว ถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญและอยู่ในตำแหน่งนี้มาเป็นเวลาหลายปี ให้คุณให้โทษได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะกับบรรดากลุ่ม "ธุรกิจสีเทา" บ่อนการพนันที่แอบอ้าง อันเป็นรายได้ที่มิชอบมหาศาลตามที่เป็นข่าวคือ บ่อนพระราม 9 (บ่อนโคลอนเซ่) และย้ายมาเปิดย่านรัชดาภิเษก ใกล้แยกห้วยขวาง ที่ผมเคยนำมาเปิดเผยเป็นคลิปในสภา โดยหลังจากที่ผมพูดไปแล้ว 3 วัน ปล่อยให้นำรถสิบล้อไปขนของออกกันโครม ๆ แม้กระทั่ง ฝ้า พรม ยังขนออก กลายเป็นอาคารร้างชั่วข้ามคืน แล้วตำรวจถึงเข้าไปตรวจสอบ ต่อมา ตำรวจสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามหนังสือเลขที่ ตช 0006.2/1771 ว่า ผลการสืบสวนข้อเท็จจริงฟังได้เป็นที่ยุติว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ถูกสืบสวนข้อเท็จจริงและมีหน้าที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบทุกคน ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสนใจและเอาใจใส่ตามสถานะ ภารกิจ และหน้าที่ความรับผิดชอบแล้ว จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องถูกพิจารณาข้อบกพร่องในการป้องกันปราบปรามอบายมุข จึงมีบันทึกสั่งให้ยุติเรื่อง" เมื่อผลการสืบสวนไม่มีผู้กระทำความผิดบกพร่อง แต่ตอนนี้เรื่องแดง พบผู้กระทำความผิด ผู้ต้องหาคือ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และ พล.ต.ต.โกวิทย์ โดยมีต้นเหตุจากการแอบอ้างบ่อนการพนันพระราม 9 และรัชดา หาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็น "ตัวการ" จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มี "ผู้สนับสนุน" เครือข่ายย่อมไม่ใช่แค่ระดับพันตำรวจเอกและดาบตำรวจสองสามคน ตามโครงสร้างที่ท่าน ผบ.ตร. แถลงข่าววันนี้เท่านั้น หาก ผบ.ตร. บอกว่า "ใหญ่แค่ไหนก็จับ" ก็ต้องไปดูรายชื่อตามที่ผมเคยร้องเรียนไว้ในเรื่องเกี่ยวกับบ่อนรัชดาที่นำไปแอบอ้าง กระซิบบอก ผบ.ตร. ไม่ใกล้ไม่ไกลหรอกครับ เผลอ ๆ แค่หันหน้าก็เจอแล้ว ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "คดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

TEEN TOP ระเบิดคอนเสิร์ต-เสิร์ฟความฟิน ขโมยหัวใจแองเจิ้ลไทย
2014 TEENTOP My Dear Angle in Bangkok /  Teen Top / 

2014 TEENTOP My Dear Angle in Bangkok ระเบิดคอนเสิร์ตเรียกความฟิน ขโมยหัวใจแองเจิ้ลเมืองสยาม กลับมาคราวนี้ไม่ผิดหวังจริงๆ หลังปล่อยให้แองเจิ้ลไทยเฝ้าถวิลหากว่า 2 ปี หกหนุ่มบอยแบนด์ K-POP วง TEEN TOP ทั้งโตและหล่อขึ้น พร้อมทั้งยังรักษาสัญญาใจที่เคยให้ไว้กับเหล่าแองเจิ้ลไทย หวนกลับมาระเบิดคอนเสิร์ต 2014 TEENTOP My Dear Angle in Bangkok จัดเต็มทั้งร้อง! ทั้งเต้น! ออดอ้อนละลายหัวใจแองเจิ้ลชนิดสัมผัสได้กระทั่งเม็ดเหงื่อ ทำเอา แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ร้อนแรงแทบแตกเลยทีเดียว! 2014 TEENTOP My Dear Angle in Bangkok จัดโดย บริษัท Goat Entertain จำกัด เซ็นสัญญากับ บริษัท Top Media จำกัด ประเทศเกาหลีใต้ ต้นสังกัดของบอยแบนด์สุดฮอต TEEN TOP พร้อมกันนี้ยังได้พันธมิตรสำคัญ อย่าง เครื่องดื่มคิ๊กกาปู้, โชกุน เอ็กซ์เพรส และ เอ็กซ์โซติก ทราเวล ไทยแลนด์ ที่ร่วมให้การสนับสนุนในครั้งนี้ด้วย โดยคอนเสิร์ตเริ่มต้นความฟินตั้งแต่คอนเสิร์ตยังไม่เริ่ม เมื่อผู้จัดเปิดโอกาสให้แฟนคลับผู้โชคดี 200 คน ได้เข้าชมการซ้อมก่อนการแสดงจริงจากศิลปินคนโปรดอย่างใกล้ชิด ทำเอาเหล่าแองเจิ้ลน้อยใหญ่ต่างฟินไปตามๆ กัน มาถึงช่วงคอนเสิร์ตจริง ซึ่งเปิดเวทีด้วยเพลงแรก Missing ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้ถล่มทลาย เพราะความคิดถึงกว่า 2 ปีได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสมาชิกทั้งหกของ TEEN TOP อย่าง แคป, แนล, ริคกี้, แอลโจ, ชางโจ และ ชอนจี ก็จัดเต็มตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อไม่ให้แฟนๆ ผิดหวัง และต่อเนื่องด้วยเพลง Love is เป็นเพลงที่ 2 ก่อนจะหยุดพักหายใจหายคอ ทักทายแองเจิ้ลไทยด้วยประโยคที่ว่า "คิดถึงจุงเบย คิดถึงกันรึเปล่า" ก่อนขยับมาหน้าเวที เพื่อชวนให้แองเจิ้ลลุกขึ้นเต้นด้วยเพลง I Wanna love และ Baby U จนกระทั่งเพลง Date ซึ่งเหล่าแองเจิ้ลชาวไทยก็ยังเสียงดีไม่มีตก ทั้้งโยกและขยับร่างกายตามอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ทั้งหกหนุ่มจะหลบเข้าหลังเวทีเพื่อส่งเวทีต่อให้พิธีกรพลังเหลือล้น หนูอิมอิม และล่ามภาษาเกาหลี ดีเจ ยูคอนยอง ออกมาทำหน้าที่ ซึ่งงานนี้ขอบอกว่าไม่ใช่แค่แองเจิ้ลไทยที่ฟินเท่านั้น เพราะพิธีกร อย่าง หนูอิมอิม ก็ฟินไม่น้อยหน้า ออกตัวสารภาพหน้าเวทีว่างานนี้กำไรชีวิตสุดๆ จะขอทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดพลัง เลยออกไอเดียเด็ดให้หกหนุ่ม TEEN TOP ทักทายแองเจิ้ลด้วยท่าทางต่างๆ แทนคำพูด เริ่มต้นด้วย แอลโจ ซึ่งทักทายเบาๆ ด้วยการส่งจูบ ฟาก ชางโจ ทำท่าส่งหัวใจอย่างน่ารัก ต่อด้วย ชอนจี ที่ขยิบตาพร้อมชูสองนิ้วอย่างทะเล้น ด้านหนุ่ม แนล อวดภาษาไทยด้วยคำว่า "รักนะจุ๊บๆ" พร้อมกล่าวขอบคุณ ก่อนส่งต่อไปให้ ริคกี้ ซึ่งมาแนวนิ่งๆ แต่ขโมยซีนเพื่อนร่วมวงด้วยการหันหลังส่ายก้นดุ๊กดิ๊กให้แฟนๆ ได้กรี๊ด ฟากหนุ่ม แคป ที่ไม่ทิ้งมาดความหล่อสุดเท่ ส่งความรักด้วยท่าซารางเฮโยเป็นคนปิดท้าย พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอก็ยกเวทีให้ TEEN TOP ได้โชว์เพลงจังหวะช้าๆ อย่าง No ให้แฟนๆ ในฮอลล์ได้โยกกันเบาๆ แล้วต่อเนื่องด้วยเพลง Love u ก่อนที่จะเปิดวิดีโอเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง I’m Sorry ให้แองเจิ้ลชาวไทยได้ชมกัน แล้วเสิร์ฟความสนุกไม่ให้ขาดตอนด้วยไลฟ์เวอร์ชั่นของเพลงนี้ที่หนุ่มๆ กระซิบว่าตั้งใจซ้อมเต็มที่เพื่อแองเจิ้ลไทย รวมไปถึงอีกสองเพลง อย่าง Don’t I และเพลง Rock Star ซึ่งหนุ่มๆ TEEN TOP เองก็เต็มที่ไม่แพ้กัน มีแค่การร้อง การเต้น ก็อาจไม่ครบสูตร ว่าแล้วสองพิธีกรก็ขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมอุปกรณ์การเล่นเกมส์ อย่าง กระดานวาดภาพและสีชอล์ค พร้อมให้เหตุผลว่าเมื่อคอนเสิร์ตครั้งที่แล้วหนุ่มๆ TEEN TOP จับคู่แองเจิ้ลวาดภาพสไตล์แอ็บสแตรกต์จนเป็นที่ถูกอกถูกใจ มาคราวนี้เลยเอาเกมส์นี้กลับมาให้เล่นอีกครั้ง แต่เปลี่ยนกติกาว่าต้องออกมาเป็นภาพเสมือนจริง งานนี้จิตรกรจำเป็นทั้งหกก็ตั้งใจวาดกันอย่างเต็มที่ พร้อมบรรจงเซ็นชื่อบนภาพผลงานเอกก่อนมอบให้แองเจิ้ลผู้โชคดีอีกด้วย แล้วต่อด้วยการสอนภาษาไทยให้ศิลปินคนโปรด โดยให้ TEEN TOP ทั้งหกมองหน้าแองเจิ้ลและบอกว่านึกถึงคำว่าอะไร ฟากแองเจิ้ลก็ต้องเขียนออกมาเป็นภาษาไทยเพื่อให้เจ้าตัวเขียนตาม ซึ่งทั้งหกหนุ่มก็ทำได้ดี ลายมือสวยไม่แพ้คนไทย แถมยังโชว์สปีดดีไม่มีตกอีกต่างหาก กลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่า TEEN TOP มาเมืองไทยเมื่อไหร่ก็ต้องเรียนเต้นเพลงไทย ครั้งนี้พวกเขามาพร้อมกับเพลงเด็กอนุบาล อย่าง กำมือขึ้นแล้วหมุน ทำเอาแฟนๆ ได้เก็บภาพหลุดของหกหนุ่่มไว้ในความทรงจำให้ได้เคลิ้มกันข้ามสัปดาห์ เพราะแต่ละท่าที่ครูอิมอิม สอน ช่างไม่ธรรมดา! และเพราะอีกหนึ่งความพิเศษก็คือ เพราะวันที่ 23 พฤศจิกายน ถือเป็นวันคล้ายวันเกิดของหนุ่ม แอลโจ ทางทีมงานเลยจัดเซอร์ไพร้ส์ดับไฟกลางเวที โดยมีแองเจิ้ลประสานเสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้หนุ่ม แอลโจ ให้อย่างสุดเสียง ก่อนเจ้าของวันเกิดจะกล่าวความรู้สึกว่า "ขอบคุณมากครับ ผมสนุกจนลืมไม่ลงเลย" มาถึงช่วงท้ายของคอนเสิร์ต หนุ่มๆ TEEN TOP จัดมาให้ชมชุดใหญ่ด้วยเพลง Walk by, Be ma Girl, Miss Right และ Rocking แต่เหมือนแองเจิ้ลไทยจะยังไม่จุใจ เลยขออังกอร์ต่ออีกเพลง ด้าน TEEN TOP เลยจัดเพลง Crazy ส่งแองเจิ้ลกลับบ้านอย่างสุดฟิน! โดยเฉพาะ 500 ผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์ไฮทัชสัมผัสมือแบบแนบชิดกับทั้งหกหนุ่ม ก่อนจะลงจากเวที TEEN TOP ก็ยังทิ้งท้ายด้วยคำมั่นว่าจะกลับมาจัดคอนเสิร์ตอีกครั้งแน่นอน! ขยันออดอ้อนแบบนี้สินะ ถึงได้ครองหัวใจแองเจิ้ลไปเต็มๆ!! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ปิดบัญชีโหดโคตรเลว (Hong Kong Bronx).mp4
หนังจีน

เฉินเสี่ยวชุน: นําแสดง เนื้อเรื่องโดยย่อ : อา เปียวเคยอยู่ในแก๊งมาเฟีย ก่อนจะถูกตำรวจจับเพราะถูกจอห์นนี่หักหลัง เขาอยู่ในคุก 8 ปี จนถูกปล่อยตัวออกมา อาเปียวมีน้องสาวสองคนและ.ตั้งใจ ว่าจะเป็นคนดีเพื่อน้องสาวของเขา จอห์นนี่กลับกลัวว่าอาเปียวจะมาแย่งตำแหน่งหัวหน้าแก๊งที่กำลังจะถูกเลือก เลยให้ลูกน้องไปจัดการเพื่อนและ.จับ ตัวน้องสาวของเขาเป็นตัวประกัน อาเปียวไม่ได้ตั้งใจจะเป็นหัวหน้าแก๊งอยู่แล้วจึงปฏิเสธบรรดาผู้ใหญ่ที่สนับ สนุน อาเปียวคิดว่าจอห์นนี่คงไม่ทำอะไรน้องสาวเขา แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเธอถูกจอห์นนี่และ.ลูกน้องข่มขืน อาเปียวแค้นใจมากเลยตามไปฆ่าจอห์นนี่...

ฆาตรกรรมโหดที่ไม่เป็นข่าว หนุ่ม 17 ถูกฆ่าปมติดพันเด็กเสี่ย
ข่าว /  ข่าวอาชญากรรม / 

วอนช่วยหนุ่ม 17 ถูกฆ่าปมติดพันเด็กเสี่ยคดีโหดที่ไม่เป็นข่าว คดีไม่คืบหน้า วันนี้(24พ.ย.)ที่เฟซบุ๊คของคุณ  Somsanouk Keomany ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความว่า ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีเด็กวัยรุ่นชายอายุเพียง 16 ปี ถูกยิงเสียชีวิต หลังแอบคบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ที่มารู้ภายหลังว่ามีชายคนหนึงอุปการะอยู่ เมื่อชายคนดั่งกล่าวทราบเรื่องเข้าจึงเกิดความหึงหวง จึงลวงเด็กหนุ่มไปฆ่าแล้วนำศพไปทิ้ง ซึ่งทางครอบครัวได้เข้าแจ้งความแต่เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่มีพยานและกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องหาได้ ล่าสุดที่เว็บไซต์ พิดโลกนิวส์ได้รายงานว่า ผู้เสียชีวิตคือนายวัชระ กันใจสอน อายุ 17 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 2 ตำบลหาดงิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์  ก่อนเกิดเหตุสลดดังกล่าว ชาวบ้านให้การว่ามีรถยนต์เก๋งเชฟโรเลตมาวนเวียนสอบถามชาวบ้านหาตัวของนายวัชระ และบนรถคันดังกล่าวมีผู้ชายนั่งมาด้วยกัน 4 คน และกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้านก็สามารถจับภาพรถคันกล่าวไว้ได้ ซึ่งมีพยานบุคคลยืนยันว่านายวัชระได้หายออกจากบ้านไปช่วงเวลา 18.30 น. จากนั้นก็มีผู้พบศพของนายวัชระถูกแทงที่ใต้รักแร้ด้านขวาและถูกยิงด้วยอาวุธปืนตรงราวนมด้านซ้ายทิ้งศพไว้ริมถนนหมู่บ้านท้ายเขื่อนเส้นทางไปเขื่อนสิริกิติ์ ด้านนายไพรัช กันใจสอน บิดาผู้ตายเผยว่า ผู้ที่ยิงลูกชายของตนคือนักธุรกิจคนหนึ่งชื่อ เอ ทำธุรกิจอยู่ในตัวเมืองอุตรดิตถ์ เป็นผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งและมีภรรยาแล้ว แต่ก็แอบคบหาอยู่กับนางสาว บี (นามสมมุติ) ซึ่งหญิงคนนี้ก็เป็นคนที่ลูกชายของตนเองรู้จักและติดต่ออยู่เหมือนกัน จึงคิดว่าคงเป็นใครไปไม่ได้ที่ฆ่าลูกชายของตนนอกจากนักธุรกิจคนนี้ เพราะจากหลักฐานที่มีอยู่ทั้งจากพยานบุคคลต่างบอกว่ารถคันดังกล่าวมาถามหาลูกชายและกล้องวงจรปิดที่จับภาพรถไว้ได้ ผ่านไปเพียง 1  ชั่วโมงลูกชายก็ถูกฆ่า ทางตำรวจน่าจะเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำเพื่อหาหลักฐาน แต่นี่เวลาผ่านมา 3 วันแล้วก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ตนจึงเกรงว่านักธุรกิจคนดังกล่าวเป็นผู้มีอิทธิพลเกรงจะหลบหนี ขอบคุณข้อมูลจาก พิดโลกนิวส์  ,เฟซบุ๊ค Somsanouk Keomany- Pairuch Kanjaisorn MThai News

ผีแม่ม่าย ภาค 5 (2537)1/2
หนังไทย

ผวาผีแม่ม่าย จับผู้ชายทําผัว ตื่นคนตายไร้สาเหตุ แก้เคล็ดด้วย... ประภัสรา ชุตานุพงษ์-เกรียง ไกรมาก : นําแสดง ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/01/2537-5-master-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/user/hiv7542?tab=new 2/2 - http://video.mthai.com/general/player/1416985162.html

รวมข้อหาสุดแปลก หาที่ไหนไม่ได้ นอกจากประเทศไทย
กฎจราจร /  ข่าว / 

รวมข้อหาจราจรสุดแปลก ที่หลายคนไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นความผิดของผมหรือครับพี่จ่า ความผิดแบบนี้ก็มีด้วยหรือครับ นี่ผมโดนจับจริง ๆ ใช่มั้ย ฮ่าๆๆๆ หลายคนที่ใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะขับด้วยตนเอง หรือแม้กระทั่งโดยสารไป อาจจะเคยเจอเหตุการณ์รถที่ขับ หรือนั่งไปถูกพี่ตำรวจจราจรเรียก อาจจะเรียกเพราะความห่วงใย หรือเราทำอะไรผิดกันนะ และแน่นอนครับว่ามากกว่า 99% เราจะต้องทำอะไรผิดแน่นอน ซึ่งก็คงไม่พ้นฝ่าไฟแดง, ไม่สวมหมวก, เอกสารไม่ครบ, ทะเบียนขาด, ไม่รัดเข็มขัด อะไรทำนองนี้ แต่นับจากวินาทีต่อจากนี้ไป MThai News ขอนำทุกคนไปสัมผัสกับความผิดทางจราจรที่ไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริง ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ หรือมันผิดด้วยเหรอเนี่ย? 1.ขับรถโดยไม่มีล้ออะไหล่ !!! ระดับความแปลก 3 กะโหลก อันนี้ยังพอเข้าใจได้นะครับ ว่าพี่ตำรวจเค้าเป็นห่วงเป็นใยผู้ขับขี่ทุกคน หากเกิดยางแตกขึ้นมา ไม่มีล้ออะไหล่จะทำอย่างไร แต่ที่มันกระตุกต่อมฮาฝุด ๆ นั่นก็คือ พี่รู้ไดยังไงกันครับว่ารถผมไม่มีล้ออะไหล่ พี่มีเทคนิคการดูยังไงบอกผมที่เถอะนะครับ เพราะบางคนขับรถมา ยังไม่เคยรู้เลยว่าล้ออะไหล่อยู่ตรงไหน โอ้ว!!! แม่เจ้า 2.แต่งกายไม่เรียบร้อยขณะขับขี่ !!! ระดับความแปลก 4 กะโหลกครึ่ง หลาย ๆ คนพอเข้าใจนะครับว่า การขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน ก็ควรที่จะแต่งตัวให้เรียบร้อย แต่ !!! คำว่าเรียบร้อยของพี่จ่ากับเรา ๆ  มันช่างมีความหมายต่างกันเหลือเกิน เราต้องเอาเสื้อเข้าในกางเกงเวลาขับรถด้วยหรือครับ หรือต้องผูกไทด์ ใส่สูทถึงจะเรียบร้อย พี่ตำรวจช่วยชี้แจงให้เรา ๆ ทราบทีนะครับ จะได้แต่งองค์ทรงเครื่องออกจากบ้านถูก 3.คนซ้อนท้ายไม่มีใบขับขี่ !!! ระดับความแปลก 17 กะโหลก คนขับรถก็ต้องมีใบขับขี่อยู่แล้ว อันนี้ใครก็รู้ แต่พี่จ่าครับ พี่จ่าของผม พี่จ่าผู้แสนดี ผมผิดด้วยหรือครับที่ผมไม่มีใบขับขี่ ใช่ครับ ผมผิดแน่ถ้าผมเป็นคนขับ แต่!!! ผมเป็นคนซ้อนนะคร้าบบบบบพี่ 4.ฝ่าฝืนสัญญาณไฟเขียว !!! ระดับความแปลก เอากะโหลกใน 3 ข้อแรกมารวมกัน ให้ตายเถอะโรบิ้น ให้ดิ้นสิแบทแมน เกิดมาเคยเจอแต่ฝ่าไฟแดง นี่มันอะไรกันครับพี่จ่า ฝ่าฝืนไฟเขียว! ผมจะขัดขืนไฟเขียวทำไมละครับ เรา ๆท่าน ๆ ขับรถก็อยากจะเจอแต่ไฟเขียวกันนะ 5.ขับรถโดยไม่มีนามสกุล !!! ระดับความแปลก เอาจำนวนกะโหลกที่ได้ในข้อ 4 คูณด้วยค่าปรับเลยครับ เอาจริงดิพี่ตำรวจ มีคนที่ไม่มีนามสกุลหลงเหลืออยู่อีกหราครับทุกวันนี้ หรือพี่จ่าจะหมายถึงรถที่ขับไม่มีนามสกุลหรือเปล่า สรุปเรา ๆ ท่าน ๆ ต้องตั้งนามสกุลให้รถกันด้วยนะครับเนี่ย แหม่!!! ขอบคุณภาพ และข้อมูลจาก http://petmaya.com/ MThai News

ทัพบก โต้ สมศักดิ์ เจียมฯ หลังวิจารณ์ดุพาดพิง ทหาร
ข่าววันนี้ /  ทหารโง่ / 

โฆษกกองทัพบก เตือน สมศักดิ์ เจียมฯ ระวังคำพูด หากไม่อยากให้กระทบวิชาชีพครู หลังวิจารณ์ ทหาร แรง   ย้ำระบบการศึกษาทหารไม่ล้าหลัง เน้นปกป้องสถาบัน ช่วยประชาชน จากกรณีที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 ในบุคคลที่ยังหลบหนีคำสั่ง คสช. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นเชิงปรามาศ ว่า หากอยากปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ควรมีการปฏิรูปกองทัพขนานใหญ่ ยกเลิกระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนทหารที่มีอยู่หมด เพราะมันล้มเหลวมากๆ จากทหารกลุ่มนี้ ที่ไม่ฉลาด แถมเป็นคนโง่มีปืน ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมากนั้น วันนี้ (24 พ.ย. 57) พ.อ. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า การออกมาแสดงความเห็นของอ.สมศักดิ์ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือทางด้านวิชาชีพได้ เพราะเป็นถึงครูบาอาจารย์ สถาบันที่มีชื่อ แต่กลับใช้คำว่า 'โง่' ในลักษณะเชิงลบหลู่ดูหมิ่นดูแคลน ไม่ใช่วิสัยของบุคคลากรระดับอาจารย์ หรือใช้เพียงความรู้สึกความเข้าใจเฉพาะในมุมมองของตัวเอง ไปพาดพิงบุคคล และองค์กรอื่นๆ ดังนั้นจึงอยากให้ได้ระมัดระวังด้วย พร้อมกันนี้ โฆษกกองทักบกยังได้กล่าวถึงเรื่องระบบการศึกษาในโรงเรียนทหารทุกแห่งในประเทศไทย ด้วยว่า มีพัฒนาการมาตามกาลสมัย มีมาตรฐานในระดับสากลเป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ นำไปสู่เมื่อบุคคลากรสำเร็จออกปฏิบัติราชการ จะมีผลงานให้เห็นสามารถจับต้องได้จริง ตั้งแต่การป้องกันประเทศ การรักษาความสงบภายใน การพิทักษ์ปกป้องสถาบัน และการช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช้ล้มเหลวอย่างที่กล่าวอ้าง ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ทหาร" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

สื่อนอกเผย 4 เหตุผล ความไม่เท่าเทียมของคนผิวสีในสหรัฐ ?
การเหยียดสีผิว /  คนผิวขาว / 

เดอะมิรเรอร์แห่งสหราชอาณาจักร เผยสถิติจาก 4 เหตุผลที่ทำให้คนผิวสิ แตกต่างจากคนผิวขาวในสหรัฐฯ วานนี้ (25พ.ย.) สำนักข่าวทั่วโลก ได้พาดหัวข่าวเรื่องราวความไม่สงบในสหรัฐฯ จากการลุกฮือของกลุ่มคนผิวสี โดยการบุกถล่มสถานีตำรวจเฟอร์กูสัน เนื่องจากไม่พอใจที่คณะลูกขุนสหรัฐฯ ประกาศให้ตำรวจผิวขาวที่ก่อเหตุยิงวัยรุ่นผิวสีที่ไม่มีอาวุธเสียชีวิต ในช่วงสลายการชุมนุมให้พ้นผิดก่อนหน้านี้ ขณะนี้ปัญหาเริ่มรุนแรงลุกลานไปถึงการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มคนผิวสี จนบานปลายกลายเป็นเหตุเผาบ้านเผาเมือง เมื่อเกิดการเผาทำลายรถตำรวจ และเพลิงโหมเผาผลาญอาคารไปหลายหลัง 1.คนผิวสีมีโอกาศ จะตำรวจสหรัฐ สังหารมากกว่า คนผิวขาว ? ตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ถูกเผยจากสำนักการสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ถึงตัวเลขของประชาชนที่ถูกตำรวจสหรัฐสังหารสูงถึง 461 คน ในปี 2556 โดยที่เอฟบีไอ กล่าวอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฆาตกรรมอย่างยุติธรรม   ซึ่งในกรณีที่ตอกย้ำให้เกิดข้อสงสัย คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2555 ที่ตำรวจวิสามัญประชาชน ที่มีอาวุธแค่เพียงมีดเท่านั้น ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวคือคนผิวสี ซึ่งสัดส่วนของคนผิวสีในสหรัฐ คิดเป็น 12.6 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่คนผิวขาวมีจำนวน 63.7 เปอร์เซ็นต์ แต่คนผิวสีกลับมีแนวโน้มที่จะถูกตำรวจสังหารมากกว่าคนผิวขาวถึงสี่เท่า 2.คนผิวสี มีโอกาศถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับมากกว่าคนผิวขาว ? จากรายงานระบุว่าคนผิวสีมีแนวโน้วที่จะถูกจับกุมมากว่าคนผิวขาวถึง 2 เท่า 3.คนผิวสี มีแนวโน้วจะถุกตัดสินจำคุกมากกว่า คนผิวขาวถึง 6 เท่า อัตราส่วนของผู้ที่ถูกตัดสินจำคุกในสหรัฐฯเมื่อปี 2011 นักโทษผิวขาวที่ถูกตัดสินให้จำคุกมีเพียง 478 คน ในขณะที่อัตราส่วนของคนผิวสีสูงถึง 3,023 คน ซึ่งมากกว่าคนผิวขาวถึง 6 เท่า 4.ชาวอเมริกันผิวสีกว่า 66 เปอร์เซ็น เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อในก่อการอาชญากรรมอันร้ายแรง กลุ่มคนผิวสี ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน ยังคงต้องการกองกำลังตำรวจเพื่อปกป้องพวกเขา จากอันตรายที่เกิดจากการก่ออาชญากรรม เพราะพวกเขายังคงประสบกับปัญหาเหล่านี้มากที่สุด เกินกว่าครึ่งของผู้ที่ตกอยู่ในสภาพปัญหาเหล่านี้ คือคนผิวสี และที่มากไปกว่านั้นคือโอกาศเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 35 เปอร์เซ็นต์ในสหรัฐฯ นอกจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ยังมีเหตุผลอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้คนผิวสี มีความรู้สึกว่าไม่ได้ถุกปฏิบติอย่างเท่าเทียม เช่นการถูกกีดกันไม่ให้เข้ามามีอำนาจทางการเมือง ระบบสาธารณะสุขที่ไม่เท่าเทียมกับคนผิวขาว ขาดโอกาศทางการศึกษาหาความรู้ และมีเหตุการณ์หลายครั้งที่บ่งบอกว่าคนผิวสีไม่ต่างจากพลเมืองชั้นสองในประเทศด้วยการเลือกปฏิบัติ หรือแม้กระทั่งการถูกมองว่าเป็นภัยร้าย และปัญหาที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในหลายบริบททางสังคมไม่เพียงแต่ในสหรัฐฐ นั่นก็คือ 'การเหยียดสีผิว' ที่ยังไม่หมดไป MThai News ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก The Mirror

รวบอาจารย์ ขอนอนกับนศ.แลกเกรด จับได้คาโรงแรม
ขอนอนกับนักศึกษาแลกเกรด /  จับอาจารย์ / 

รวบอาจารย์ ขอนอนกับนศ.แลกเกรด จับได้คาโรงแรม วันนี้(27 พ.ย.) สำนักข่าวไทย รายงานว่า พ.ต.ท.เสกสรร อุทโท รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งหลังจากได้รับแจ้งจากนักศึกษาสาวว่าถูกอาจารย์ขอหลับนอนด้วยเพื่อแลกเกรด จากการสอบสวน นางสาว เอ นามสมมุติ เผยว่าตนเป็นนักศึกษาปี1 เพิ่งเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยได้3เดือนเศษเท่านั้นและได้เรียนกับอาจารย์คนดังกล่าว ซึ่งรุ่นพี่ได้เล่าให้ฟังว่าอาจารย์เป็นคนเจ้าชู้และชอบมีสัมพันธ์กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยโดยจะให้คะแนนแลกเป็นผลตอบแทน บางครั้งก็จ่ายเป็นเงิน ตนจึงทนกับพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้จึงพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาหารือถึงเรื่องนี้แล้ววางแผนลวงให้อาจารย์คนดังกล่าวพาตนมาเข้าโรงแรมพร้อมกับแจ้งตำรวจ เพื่อให้ทางผู้บริหารลงโทษ ด้านผู้บริหารเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดและพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย MThai News

วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้
ขนมสอดไส้ /  ขนมใส่ไส้ / 

วิธีทำ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้ รูปจาก http://www.pinterest.com/ ขนมใส่ไส้ หรือ ขนมสอดไส้ วัตถุดิบ สำหรับ 30 ห่อ น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม เกลือป่น 1/2 ช้อนชา สำหรับไส้ , เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับกะทิ มะพร้าวทึนทึกขูด แป้งข้าวเหนียว 350 กรัม น้ำใบเตยปั่นละเอียด 300 มิลลิลิตร กะทิ 800 มิลลิลิตร แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา ไม้สำหรับกลัด หรือไม้จิ้มฟัน ใบตองเช็ดสะอาดสำหรับห่อขนม วิธีทำ นำใบตองที่สำหรับห่อมาตัดเป็น 2 ขนาด ฉีกใบตองชั้นนอก 5 นิ้ว และสำหรับชั้นใน 4 นิ้ว และนำมาตัดมุมให้เป็นทรงวงรี เช็ดให้สะอาด และนำไปลนไฟเล็กน้อยเพื่อให้ห่อขนมได้ง่าย นำมะพร้าวทึนทึกที่ขูดเป็นเส้นยาว เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟอ่อน กวนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที จนส่วนผสมแห้ง จากนั้นก็ปิดไฟพักไว้ให้เย็น ผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นวดแป้งจนเริ่มเป็นก้อน เสร็จแล้วให้คลุมด้วยพาสติกแรป นำกะทิ 1/4 ของกะทิทั้งหมดผสมกับแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น กลิ่นมะลิ ลงไปในกระทะ คนให้เข้ากันจนแป้งไม้จับตัวกันเป็นเม็ด แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป เปิดไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น เมื่อตัวไส้เริ่มเย็นดีแล้ว ปั้นไส้ให้เป็นก้อนกลมๆ ขนาด 1 นิ้ว จนหมด และปั้นตัวแป้งเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่กว่าตัวไส้เป็น 1 นิ้วครึ่ง แผ่แป้งให้แบนวางไส้ลงตรงกลาง และห่อไส้ขนมให้มิด เตรียมใบตองสำหรับห่อ นำใบตอง 2 ขนาดที่ตัดไว้เป็นวงรีมาประกบกัน นำหน้านวลทั้ง 2 แผ่น ชนกัน นำขนมที่ปั้นไว้วางลงบนใบตอง และราดด้วยน้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ และพับใบตองให้เป็นทรงสูง คาดทับด้วยใบมะพร้าวและคาดด้วยไม้กลัด นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็นก่อนเสิร์ฟ ที่มาจาก FoodTravel.tv

มะกันพบล็อบสเตอร์เฒ่าหนัก 5.5 โล อายุราวๆ 70 ปี
ล็อบสเตอร์ /  ล็อบสเตอร์ยักษ์ / 

รอดหวุดหวิด !! ล็อบสเตอร์หนัก 5.5 กิโลกรัม อายุราว 70 ปี จับได้โดยชาวประมงชาวอเมริกัน ตอนแรกจะจับไปกิน สุดท้ายถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ สำนักข่าวยะฮูส์ นิวส์ รายงานข่าว นายฟอร์เรสต์ กาแลนเท  หนุ่มชาวประมงในรัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ ที่สามารถจับกุ้งล็อบสเตอร์ ซึ่งมีน้ำหนักถึง 5.5 กิโลกรัม อายุราว 70 ปี ได้ ครั้งหนึ่ง กาแลนเท เคยออกรายการของดิสคัฟเวอรี่ แชนเนล เขาได้ตั้งชื่อล็อปสเตอร์ตัวนี้ว่าอัลเบิร์ต เกอร์เธอร์ ในตอนแรกเขานำมันกลับบ้าน โดยตั้งใจว่าจะนำไปทำเป็นอาหาร แต่เช้ารุ่งขึ้น เขาพบว่ามันยังมีชีวิตอยู่ จึงเปลี่ยนใจ พาไปศูนย์ทางทะเลในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ บาร์บารา มิวเซียม  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ให้มันไปอยู่ในถังขนาดใหญ่ มันมีขนาดใหญ่กว่าล็อบสเตอร์ที่ศูนย์ 2-3 เท่า สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้เข้าชมอย่างมาก แต่ต่อมา ไทเลอร์ เฮเวน เจ้าหน้าที่ของศูนย์ตัดสินใจนำเจ้าอัลเบิร์ต เกอร์เธอร์ไปปล่อยในมหาสมุทรแปซิฟิกอีกครั้ง เนื่องจากมันยังสามารถขยายพันธ์ต่อไปได้ โดยอายุขัยเฉลี่ยของล็อบสเตอร์อยู่ที่ 100 ปี MThai News

คืบฆ่า ป็อบ หน้าลาย  ผู้นำชุมชน-ใช้ศาลเตี้ย! ไล่ล่าฟันดับ
ข่าววันนี้ /  ป็อบหน้าลาย / 

จับผู้นำชุมนุมใช้ ศาลเตี้ย คดีฆ่า ป็อบหน้าลาย สารภาพรับไม่ได้ก่อเหตุโชกโชน ลวนลามผู้หญิง ความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบศพชายถูกทิ้งในป่าละเมาะแห่งหนึ่งในพื้็นที่ บ้านม่วงโป้ ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งจากการตรวจสอบพบศพชายไทยมีรอยสักเต็มร่างกายถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดและของแข็งนอนเสียชีวิตในสภาพเปลือยกาย ในปากอมพระเครื่องอยู่ ก่อนจะทราบจากชาวบ้านว่า ผู้ตายมีฉายา “ป็อปหน้าลาย” หรือนายสุนทร แดนอินทร์ อายุ 36 ปี นั้น ล่าสุดเว็บไซต์ ข่าวสด ได้รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในฆาตรกรรมดังกล่าวได้แล้ว หลังชุดสืบสวนพบเบาะแสแล้วไล่ตรวจหาภาพจากกล้องวงจรปิด จนได้ภาพรถยนต์ปิกอัพฟอร์ด สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ผธ 6960 ขอนแก่น ของนายถนอม โภคาพานิชย์ อายุ 54 ปี อดีตรองประธานชุมชนบ้านเป็ด ขับวนไปมาอยู่ใกล้ป่าละเมาะ บนรถยังมีชายอีกหลายคนนั่งอยู่ จึงถูกเชิญตัวพร้อมกลุ่มชายบนรถมาสอบสวนรวม 6 คน แต่ไม่ทันจะถูกสอบสวนนายถนอม กับ นายอาทิตย์ มณีเนตร อายุ 40 ปี ก็ชิงรับสารภาพเสียก่อน ว่าร่วมกันทำร้ายร่างกายป็อปหน้าลาย แล้วนำร่างไปโยนทิ้งในป่าละเมาะ โดยให้เหตุผลว่า ผู้ตายมีพฤติกรรมไม่ดี ทำตัวเป็นอันธพาล นักเลงใหญ่ ลักลอบค้ายาเสพติด และกระทำอนาจารลูกสาวเพื่อนของนายถนอม สาเหตุเกิดจากความโกรธแค้นไม่พอใจ จึงรวมตัวกันออกตามล่าผู้ตายจนพบแล้วจับขึ้นรถไปทำร้ายร่างกาย แล้วใช้มีดฟันจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะนำร่างอาการปางตายไปโยนทิ้งจนขาดใจตายอยู่กลางป่าละเมาะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีเผยว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมจะจับกุมผู้ตายมาดำเนินคดีอยู่แล้ว แต่กลุ่มผู้ต้องหากลับตัดสินใจแก้ปัญหากันเอง จนต้องถูกดำเนินคดีในที่สุด ข้อมูลข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai news

นักแสดง LOTR กับ X-Men ร่วมงานเกมส์ Quantum Break
Quantum Break

Remedy Entertainment ทีมพัฒนาเกมส์  Quantum Break ออกมายืนยันว่า สองนักแสดงชื่อดังจากเรื่อง Lords of the Rings กับ X-Men อย่าง Dominic Monaghan กับ Shawn R. Ashmore ร่วมงานกับเกมส์แอคชั่นตัวใหม่บนเครื่อง Xbox One ทีมงานผู้พัฒนาเกมส์จาก Remedy Entertainment ทวิตข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์พร้อมถ่ายภาพสองนักแสดง Dominic Monaghan กับ Shawn R. Ashmore ยืนยันว่าได้ร่วมงานเป็นส่วนหนึ่งของเกมส์ โดยให้นักแสดงทำการ Motion Capture ดักจับใบหน้าและการเคลื่อนไหวเพื่อประมวลผลสู่ตัวละครเกมส์ และคาดการณ์กันว่านักแสดงชื่อดังทั้งสองจะไปเป็นส่วนหนึ่งของเกมส์ Quantum Break เกมส์ Quantum Break ให้ผู้เล่นผจญภัยเพื่อต่อสู้กับเหล่าวายร้าย ซึ่งทั้งตัวละเอกและตัวร้ายต่างมีพลังวิเศษในการเล่นห้วงเวลาเพื่อทำสิ่งที่ดีและไม่ดี โดยตัวละครเอกจะต้องยับยั้งเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อันส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตหรือเสียหาย จากการใช้ความสามารถวิเศษเป็นตัวถ่วงเวลาหรือทำสิ่งที่ถูกต้อง อย่างเช่น ผู้เล่นสามารถมองเห็นอนาคตที่จะเกิดขึ้น และเลือกตัดสินใจให้ถูกต้องในเวลาปัจจุบัน หรือทำการหยุดเวลาชั่วครู่เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่เป็นเบาะแสในการโยงหาตัวผู้ก่อการร้าย เป็นต้น

สาวปรี๊ดแตก ควักเมจิก เขียนหน้ารถเบนซ์แฟนหนุ่ม เหตุเพราะ...?
ควักปากกาเมจิก /  นอกใจ / 

สาวปรี๊ดแตก ควักเมจิก เขียนหน้ารถเบนซ์แฟนหนุ่ม เหตุเพราะ...? วันนี้(26 พ.ย.)สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าที่ประเทศโคลัมเบีย ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่หญิงสาวคนหนึ่งปรี๊ดแตกบุกไปยังโรงรถของแฟนหนุ่มพร้อมกับใช้ปากกาเมจิกเขียนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายลงไปบนหน้ากระโปรงรถเมซิเดส เบนซ์ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองบาร์เรนคิลล่า ผู้ก่อเหตุคือ น.ส.มาเรีย อเลจานดรา ซามาเนียโก้ อายุ 25 ปี เธอจับได้ว่าพาบิล มูนิซ ควินตานิลล่า  แฟนหนุ่มวัย27ปีแอบนอกใจเอาผู้หญิงอื่นเข้ามานอนในบ้านของเธอเอง ซึ่งหลังจากตามสืบจนรู้เธอพร้อมกับเพื่อนได้บุกไปที่โรงเก็บรถของเขาและใช้ปากกาเมจิกชนิดล้างออกยากที่สุดเขียนข้อความประณามลงไป โดยระบุว่า "...นี่เป็นโทษและแสดงให้คนอื่นได้เห็นความกะล่อนของแก อวัยวะเพศชายของนายมันใหญ่มากหรือไง ไอ้ขี้แพ้ชอบเสพยา..." ซึ่งหลังจากนั้นเพื่อนๆของเธอก็ได้ถ่ายรูปแล้วนำไปโพสต์ลงบนโลกออนไลน์จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกออนไลน์ว่าการกระทำดังกล่าวมันแรงเกินไปและส่อแสดงถึงพฤติกรรมก้าวร้า บางคนก็มองว่าสิ่งที่เธอทำมันแย่พอๆกับแฟนหนุ่มของเธอเลย MThai News

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia