ถูกจับ

ย้อนรอย 5 โรคร้ายที่เคย ระบาด คร่าชีวิตผู้คนไปทั่วโลก!
กาฬโรค /  ติดเชื้ออีโบลา / 

ในปี 2557 นี้ โรคระบาดที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างหวาดกลัวคงจะหนีไม่พ้น โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เริ่ม ระบาด ในทวีปแอฟริกา มาตั้งแต่กลางปีจนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้ติดเชื้ออยู่ และเริ่มหลุดรอดกระจายไปยังทวีปอื่นๆ ซึ่งทำให้เป็นที่วิตกกังวลของผู้คนทั่วโลก เนื่องจากยังไม่มียารักษาที่ได้ผล 100% ทำให้องค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขของทุกประเทศเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง นอกจาก โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เราติดตามกันอยู่ในขณะนี้ ในอดีตก็เคยมีโรค ระบาด ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น และได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปเป็นจำนวนมาก วันนี้เราจะพาไปย้อนรอยโรคร้ายที่เคย ระบาด บนโลกใบนี้กันค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์สเปน (Spanish flu) Spanish flu ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ สเปน ที่ระบาดในปี 1918 คือ การแพร่ ระบาด ของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสาเหตุมาจาก เชื้อไวรัส (Virulent) ที่มีอันตรายถึงตายสายพันธุ์ A สายพันธุ์ย่อย H1N1 โดยเริ่มมีการ ระบาด ในช่วงแรกเมื่อ เดือนมีนาคม 1918 ถึง มิถุนายน 1920 โดยเริ่มแพร่ระบาดจาก ฝั่งอาร์กติกข้ามมายังฝั่ง แปซิฟิกและมีการประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิต จากไข้หวัดใหญ่ ครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 50 - 100 ล้านคนทั่วทั้งโลก หรือเท่ากับประชากร 1 ใน 3 ของทวีปยุโรปในยุคนั้น และประมาณ 500 ล้านคน หรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรทั่วทั้งโลกในขญะนั้นเป็นผู้ติดเชื้อ นักวิทยาศาสตร์ได้เก็บกระดาษทิชชู่ที่เปื้ยนเชื้อโรค ทำการแช่แข็งไว้ เพื่อไว้เป็นตัวอย่างสำหรับการศึกษาเชื้อโรค และพัฒนาการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นหนึ่งในการแพร่ ระบาด ของเชื้อโรคครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในโลกที่สุดสยอง ลักษณะโรคเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยอาการจะมีไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่มีบางรายที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ ปอดบวม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิต ได้แก่ ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ความน่ากลัวของโรค : แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์สเปนจะหายไปนานถึง 96 ปีแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถกลับมาได้อีก เพราะเคยกลับมา ระบาด ในช่วงปี 1977 เช่นกัน และเพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่ไม่ได้มีแค่สายพันธุ์นี้อย่างเดียว ดังเช่นที่ผ่านมามีทั้ง ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กาฬโรค (Plague) โรคกาฬโรคเป็นโรคติดต่อเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Yersinia pestis เกิดจากหมัดหนูที่มีเชื้อกัด เมื่อมีการ ระบาด ของโรคหนูจะตายก่อน หมัดหนูจะกระโดดมายังสัตว์อื่น และกัดทำให้เกิดโรคขึ้นมา การดูแลเรื่องความสะอาด และควบคุมการแพร่พันธ์ของหนูทำให้โรคนี้มีการระบาดน้อยลง โดยอาการของกาฬโรคแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ ติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลือง ติดเชื้อในกระแสเลือด และติดเชื้อจากการสูดเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศเข้าปอด ผู้ป่วยจะมีอาการ ไข้สูง หนาวสั่น ต่อมน้ำเหลืองโต เลือดออกในปาก จมูก ก้น เกิดภาวะช็อก shock ปวดท้อง คลื่นไส้ และท้องเสีย ความน่ากลัวของโรค : ในอดีตกาล การ ระบาด ของกาฬโรคเกิดขึ้นหลายครั้งในหลายทวีป และทำให้ผู้ป่วยหลายล้านคนเสียชีวิต จึงจัดเป็นโรคติดต่อที่อันตรายร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่ง แต่ในปัจจุบันพบผู้ ป่วยเพียงประปรายเฉพาะในพื้นที่แถบชนบทของบางประเทศเท่านั้น และในประเทศไทยก็ไม่พบผู้ป่วยมากว่า 60 ปีแล้ว โรคไทฟอยด์ แมรี่ (Typhoid Mary) ไทฟอยด์ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Salmonella Typhi และ  และ Samonella paratyphi เชื้อนี้จะอยู่ในน้ำและอาหาร สามารถติดต่อโดยการดื่มน้ำและกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ หลังจากได้รับเชื้อนี้1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดตามตัว มีไข้สูงไข้จะสูงขึ้นเรื่อยๆสูงได้ถึง 40.5 องศาโดยไข้จะคงที่หลังจากเกิดไข้แล้ว 7 วัน มีอาการท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง หากไม่รักษาผู้ป่วยบางรายหายเองได้ใน3-4 สัปดาห์ แต่ก็มีบางส่วนที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ทะลุ หรืออาจแพร่กระจายไปตามอวัยวะเกิดถุงน้ำดีอักเสบ เยื่อบุหัวใจอักเสบ และเกิดภาวะเลือดเป็นพิษในที่สุด ในประวัติศาสตร์ของอเมริกา โรคไทฟอยด์ แมรี่ เป็นที่โด่งดังมาก "แมรี่ มัลลอน" หญิงสาวที่อพยพจากไอร์แลนด์เหนือมาอยู่ที่นิวยอร์ค ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โรคไทฟอยด์ กำลังแพร่ ระบาด ในอเมริกา ครอบครัวที่แมรี่ทำงานด้วยก็ป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน หลังจากนั้นเธอก็เปลี่ยนที่ทำงานไปหลายที่มากๆ ในระหว่างนี้มีผู้ป่วยไทรอยด์เพิ่มขึ้นอีก 22 ราย และจากการตรวจสอบแทบทุกครอบครัวจะป่วยเป็นโรคไทฟอยด์หลังจากที่แมรี่เข้ามา ทำงานได้ไม่นานนัก หลังจากนั้นเธอถูกจับและกักตัวไว้เพื่อตรวจ พบว่าเธอมีเชื้อไทฟอยด์จริง แต่เชื้อกลับไม่แสดงอาการใดใด เธอจึงใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่เธอคือพาหะของโรคนี้ หลังจากเธอถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 3 ปี เธอจึงขอออกมาใช้ชีวิตข้างนอกโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่ทำงานเกี่ยวกับอาหาร และจะรายงานตัวว่าเธออยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่เป็นระยะ แต่ 5 ปีให้หลังเธอก็ขาดการติดต่อไป เธอปลอมชื่อและเข้าไปทำงานที่ฝ่ายการครัว อยู่ในโรงพยาบาลสูตินารีของนิวยอร์ค ทำให้ในโรงพยาบาล มีผู้ป่วยด้วยโรคไทฟอยด์ 25 คนและเสียชีวิต 2 คน ด้วยเหตุนี้ แมรี่จึงถูกกักตัวอีกครั้งและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลจนกระทั่งเสีย ชีวิตไปในปี 1938 ความน่ากลัวของโรค : หาก คุณรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ไม่ปรุงสุกและผ่านความร้อนมาแล้ว อาจจะติดเชื้อโรคไทฟอยด์ได้ และการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับ เชื้อเช่นกันเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครบ้างที่เป็นพาหะของโรคนี้ดัง เช่น แมรี่ มัลลอน โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดมรณะ เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใหม่ ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับ"โคโรน่าไวรัส" ที่เป็นตัวการก่อไข้หวัด  ผู้ติดเชื้อไวรัสจนเป็นโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงจะมีอาการไข้ขึ้นสูง 38-40 องศาเซลเซียส, ไอแหบแห้ง, หายใจขัดและเป็นช่วงสั้นๆ เมื่อนำตัวผู้ป่วยไปเอกซเรย์ จะพบความผิดปกติที่ปอด ซึ่งดูคล้ายเป็นปอดบวม สามารถติดต่อได้ทางละอองน้ำลาย หรือการไอ จาม เชื้อไวรัสซาร์สยังสามารถลอยตัวอยู่ในอากาศนอกตัวคนไข้ได้นานราว 3-6 ชั่วโมง การรักษาควรแยกผู้ป่วยไว้อีกห้อง และผู้ดูแลควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากป้องกันการติดเชื้อ แว่นตา ผ้ากันเปื้อน ผ้าคลุมศีรษะ และถุงมือ เพื่อป้งกันการติดเชื้อ ความน่ากลัวของโรค : ในปีพ.ศ. 2546 โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดมรณะ ได้มีการแพร่ ระบาด ไปยัง 29 ประเทศ รวมมีรายงานป่วย 8,098 ราย และเสียชีวิต 774 ราย ถึงแม้ว่าโรคซาร์สจะหายไปนานเป็น 10 ปีแล้ว แต่เมื่อปี 2556 ก็มีผู้ป่วยต้องสงสัยที่มีอาการคล้ายโรคซาร์สเช่นกัน องค์การอนามัยโรคบอกว่า มันคือ “ไวรัสโคโรนาใหม่ 2012” และล่าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2557 องค์การอนามัยโรคออกมาประกาศว่ามีการระบาดของโรคไวรัสโคโรนาใหม่ 2012 อีกครั้ง ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 896 ราย เสียชีวิต 357 ราย แต่ยังไม่พบการ ระบาด นี้ในประเทศไทย โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา (Ebola Virus Disease : EVD) ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีไข้สูงทันทีทันใด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว ในรายที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จะพบมีเลือดออกง่าย โดยเกิดทั้งเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย มักเกิดร่วมกับภาวะตับถูกทำลาย ไตวาย หรือก่อให้เกิดอาการของระบบประสาทส่วนกลาง ช็อก และเสียชีวิตได้ ไวรัสนี้สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ได้แก่ เลือด น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ของใช้ของผู้ป่วย หรือสัตว์ที่ป่วย รวมทั้งการนำสัตว์ที่ป่วยมาทำเป็นอาหาร โดยผ่านทางเยื่อบุในปากและทางเดินอาหาร, เยื่อบุตา และรอยแยกหรือแผลบนผิวหนัง3 ระยะที่เกิดการติดต่อได้เริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการนำ (ประมาณ 7 วัน) ซึ่งในระยะนี้ยังจัดเป็นความเสี่ยงต่ำ การติดต่อจะติดได้ง่ายขึ้นเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะท้ายของโรค การรักษาไม่มีการรักษาจําเพาะ ในรายที่มีอาการรุนแรงต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ให้สารนํ้าอย่างเพียงพอ ความน่ากลัวของโรค : อย่างที่ทราบกันดีว่าโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ยังไม่มียาป้องกันและรักษาที่มั่นใจได้ 100% ตัวยาต่างๆยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ ทำให้โรคนี้น่ากลัวมากหากได้รับเชื้อ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิต องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า พบโรคติดเชื้ออีโบลา ระบาด ในวงกว้าง จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน รวมทั้งสิ้น 9,191 ราย เสียชีวิต 4,546 ราย และพบในประเทศที่มีผู้ป่วยรายแรกหรือมีการ ระบาด ในพื้นที่จำกัด จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ ไนจีเรีย เซเนกัล สเปน และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งสิ้น 25 ราย เสียชีวิต 9 ราย ตอนนี้ทางองค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขของประเทศต่างๆก็ต่างเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เชื้อกระจายไปในประเทศต่างๆมากขึ้น เรียบเรียงโดย : health.mthai.com ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักระบาดวิทยา สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ สารานุกรมเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ www.siamhealth.net/ wowboom.blogspot.com

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

รวบหนุ่มหื่น! ดักฉุดสาวโรงงาน หวังลากไป ข่มขืน
ข่มขืน /  ข่มขืนสาวโรงงาน / 

ตร.ปทุมฯ เข้าจับกุมตัวหนุ่มหื่น! ดักทำร้ายสาวโรงงาน ก่อนลากเข้าป่าหวังข่มขืน โชคดีพลเมืองดีได้ยินเสียงร้องก่อนเข้าช่วยทัน ขณะที่คนร้ายอ้างทำไปเพราะต้องการเงินไปเสพยา รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้เข้าควบคุมตัวนายสิทธิ มุรินธร อายุ 38 ปี หลังได้ก่อเหตุอุกอาจใช้มือปิดปากล็อคคอหญิงสาวก่อนลากเข้าป่าข้างทาง หวังข่มขืน โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณทางเข้าซอยกวีวัฒนา ถนนพหลโยธินขาออก ม.4 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และจากการสอบสวนผู้เสียหายที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ระบุว่า ตนเองทำงานอยู่บริษัท WD และกำลังจะเดินไปรอรถโรงงาน เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้เดินมาทางด้านหลัง และใช้มือปิดปากตนไม่ให้ร้อง จากนั้นคนร้ายต่อยที่ท้องไป 3 ครั้ง แล้วคนร้ายจึงลากตนเข้าไปหลังป้ายโฆษณาที่เป็นลานดิน โดยตนพยายามร้องให้คนช่วยตลอดเวลา โชคดีที่ตอนนั้นมีรถจักรยานยนต์รับจ้างขับผ่านมา จึงเข้ามาช่วยเหลือและช่วยกันจับตัวไว้ได้ทัน ด้านนายบุญนาค ฉิมยาม อายุ 49 ปี คนขับจักรยานยนต์รับจ้างซอยกวีวัฒนาเบอร์ 6 พลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือ เผยว่าระหว่างที่ตนขับรถกลับมาจากส่งผู้โดยสาร ได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงขอความช่วยเหลือ จึงจอดรถและเดินหาต้นเสียง ก็เห็นคนร้ายกับผู้เสียหายอยู่ที่ป้ายโฆษณา จะเข้าไปช่วย แต่คนร้ายทำท่าชักปืนออกมาจากเอว ตอนแรกจึงไม่กล้า แต่เมื่อเห็นแน่ชัดว่าคนร้ายไม่มีปืนจริง จึงกระโดดเข้าไปล็อกตัวและจับใส่กุญแจมือไว้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องหาไว้สอบสวนเพิ่มเติม หลังเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธอ้างว่าทำไปเพียงเพราะต้องการเงินไม่ได้หวังข่มขืนแต่อย่างใด ก่อนจะส่งฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภาพจาก @khaosod.co.th MThai news

พี่คนดี โพสต์กลอนสอนใจชาวโซเชียล ยุคแห่งการถ่ายประจาน
ถ่ายประจาน /  พี่คนดี / 

พี่คนดี โพสต์กลอนสอนใจชาวโซเชียล ยุคแห่งการถ่ายประจาน ดูตัวเองก่อนว่าผิดไหม  วันนี้(22 ต.ค.) จากกรณีช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์วิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ โดยเป็นการถ่ายประจานลงเฟซบุ๊ค ทั้งเรื่องผู้โดดยสารมาสาย นโยบายถ่ายติดสินบนตำรวจ หรือล่าสุด กรณีมนุษย์ลุงถ่ายคลิปโวยวายบนเครื่องบิน แฟนเพจ P.khondee(พี่คนดี กวีสมัครเล่น) ซึ่งเป็นเพจเฟซบุ๊คที่มักโพสต์กลอนและข้อความเตือนใจคนบนโลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่กลอนชื่อ ยุคแห่งการถ่ายประจาน โดยระบุว่า "...ก่อนถ่ายภาพ ลงคลิป หยิบมาฟ้อง ควรต้องตรอง กรองพินิจ ตนผิดไหม คนอื่นลง ให้ถูกด่า น่าเห็นใจ เราลงเอง จะโทษใคร ที่ไหนดี มอเตอร์ไซค์ ขึ้นสะพาน ประจานตำรวจ ส่วนผู้หมวด แอบติดกล้อง ส่องน้องพี่ จับสินบน แต่ตนแดก แปลกเต็มที ทุกคนมี กล้องถ่าย หมายประจาน ไม่ได้เผื่อ เวลา เลยมาสาย ก็โวยวาย เรื่องหมดสิทธิ์ คิดโดยสาร ว่าเคาน์เตอร์ ไร้น้ำใจ ไม่บริการ ถ่ายรูปหน้า พนักงาน ประจานไป กระเป๋าใหญ่ เกินไป ตรวจไม่ผ่าน เฝ้ายืนกราน ว่าขามา ก็มาไหว ถือว่าเป็น ลูกค้า ว่าอย่างไร ต้องยิ่งใหญ่ กว่าใคร ใช้อารมณ์ จ้องถ่ายคลิป กันสนุก ทุกสถาน หวังประจาน ผู้อื่น   ให้ขื่นขม แต่ถ้าตน กิริยา ไม่น่าชม อาจโดนถล่ม โดยสังคม จนจมดิน..." P.khondee(พี่คนดี กวีสมัครเล่น)

ภาพแรกจาก Moana ว่าที่เจ้าหญิงดิสนีย์คนใหม่ แห่งโพ้นทะเล ฉายจริง ปี 2016
Concept Art /  Disney / 

แฟนๆ แอนิเมชั่นแห่งปราสาทดิสนีย์ส่งเสียงกันหน่อย และเตรียมตัวพบกับ ว่าที่เจ้าหญิงคนใหม่ได้เลย กับภาพยนตร์ Moana โดยเป็นเรื่องราวของ โมอาน่า สาวนักสำรวจแห่งโพ้นทะเลแปซิฟิกตอนใต้ ที่จับมือกับ มาอูอิ วีรบุรุษครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ เพื่อออกผจญภัยตามหาเกาะในตำนาน ี่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ทั้งสัตว์ทะเลใหญ่ยักษ์ โลกใต้ทะเลอันน่าตืนตาตื่นใจ และตำนานพื้นบ้านโบราณ โดยล่าสุดนี้ Moana ได้ปล่อยภาพคอนเซ็ปน์อาร์ต ภาพแรกออกมาเรียกน้ำย่อยคุณผู้ชมกันแล้ว คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพใหญ่ โดยภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Moana นี้ ได้ รอน เคลย์เมนท์ส และ จอห์น มัสเกอร์ ผู้เคยฝากผลงานระดับคลาสิคสุดประทับใจอย่าง The Little Mermaid, Aladdin และ The Princess and the Frog มาแล้ว ซึ่งนั่นรับรองว่าเรื่องใหม่นี้ ต้องยังคงเปี่ยมคุณภาพแน่นอน รอน เคลย์เมนท์ส และ จอห์น มัสเกอร์ และข่าวดียิ่งกว่านั้นคือ หลังจากที่ Moana ได้วางกำหนดฉายไว้ปี 2018 ในช่วงแรก แต่ตอนนี้ ได้ประกาศเลื่อนให้เร็วขึ้นมาฉายจริงปี 2016 แทนแล้ว!! อดใจรอกันอีกไม่นานนะคุณผู้ชม ----------------------------------

ตร.แถลงจับกุมนศ.สาวพร้อมยาบ้า8พันเม็ด
8พันเม็ด /  ทอมค้ายาบ้า / 

พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ แถลงจับกุม น.ศ.สาว ผู้ต้องหาค้ายานรก พร้อมของกลาง ยาบ้า 8,000 เม็ด พร้อมแจ้งข้อหา พ.ต.อ.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รรท.ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.สปพ.) แถลงผลจับ กุม นางสาวจุฑาธิป เปตุแก้ว หรือ นา อายุ 24 ปี กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านบางนา คณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 พร้อมยึดของกลาง ยาบ้า จำนวน 8,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีเทา ทะเบียน สฬ-3319 กทม. จำนวน 1 คัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยลาดพร้าว 41 แยก 2-4-1 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับหนุ่ม17 ดอดเข้าบ้านแม่ พ.ต.ท. ใช้ชีวิต-อาบน้ำไม่ได้รับอนุญาต
ข่าวจังหวัดอุดรธานี /  ข่าววันนี้ / 

ตร.อุดรธานี จับกุมหนุ่ม17 หลังบุกบ้านแม่ พ.ต.ท. ใช้ชีวิต-อาบน้ำไม่ได้รับอนุญาต อ้างหน้าตาเฉยเป็นบ้านตัวเอง ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (20 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง อุดรธานี ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายน้อย (นามสมมติ) อายุ 17 ปีชาวต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี หลังได้บุกรุกเข้าไปใช้ชีวิต อาบน้ำ-ดูทีวี ในบ้านพักเลขที่ 86/86 ถนนร่วมจิต ซอยทองคำอุทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเป็นของนางพรเพชร เมสเซอร์สิ อายุ 64 ปี เจ้าของบ้าน และเป็นมารดาของ พ.ต.ท.สิทธิพร ธากุลทิพย์ รองผกก.ป. สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ซึ่งจากการสอบสวนนางพรเพชร เจ้าของบ้านได้ให้การว่า ระหว่างที่ตนตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดเพื่อทำกับข้าวไว้รอใส่บาตรนั้น พบว่ามีชายวัยรุ่นไม่ทราบชื่อและไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน นอนดูทีวีอยู่ที่ชั้นล่างอย่างหน้าตาเฉย เมื่อเข้าไปสอบถามชายคนดังกล่าวก็ได้ยิ้มใส่ บอกว่าเป็นบ้านของเขาเอง ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ เมื่อเห็นท่าไม่ดีตนจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว ด้านนายน้อย ว่าอยากดูทีวี จึงได้เข้าไปในบ้านผู้เสียหาย เพื่อต้องการดูทีวีเท่านั้น ไม่ได้หวัง หรือจะทำร้ายอะไรเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ยังเผยต่ออีกว่าเขาเคยเอาเสื้อผ้ามาซักที่เครื่องซักผ้าหน้าห้องน้ำมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดหลังเจ้าตัวสารภาพว่าเคยต้องคดียาเสพติดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่พบ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา บุกรุกเคหะสถาน ในเวลากลางคืน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป Cr. ภาพจาก khaosod.co.th MThai news

ปอม สิทธิพงศ์ เน็ตไอดอลคู่รักเกย์คนดังถูกจับ หลังตร.บุกผับ ตรวจพบฉี่ม่วง
ข่าวปอม สิทธิพงศ์ /  ข่าววันนี้ / 

รวบ! ปอม สิทธิพงศ์ เน็ตไอดอลดังฉี่ม่วง หลังตร.บุกค้นสถานบริการย่านเสนาเปิดเกินเวลา ไม่ได้รับอนุญาต มั่วสุมยาเสพติด รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (19 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน นำกำลังเข้าตรวจค้นไฮแจกซาวด์น่า บริเวณชั้น 4 และดาดฟ้าของเสนาเซ็นเตอร์ ถนนพหลโยธิน หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการลักลอบเปิดเป็นสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต และเปิดเกินเวลา ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบนักท่องราตรีกว่า 84 คน ชาย 82 หญิง 2 คน โดยจำนวนนั้นมีนายสิทธิพงศ์ หรือ ปอม นักร้องและเน็ตไอดอลชื่อดัง ซึ่งเป็นคู่เกย์ที่ดังในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คในนาม "ปอม-อ๋อง" กำลังดื่มกินและมั่วสุมกันอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดไปตรวจปัสสาวะ หลังมียาอี ยาเค จำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านายสิทธิพงศ์ มีฉี่สีม่วง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป ส่วยวัยรุ่นที่ไม่พบมีสารเสพติดทางเจ้าหน้าที่ได้จับทำประวัติก่อนจะปล่อยตัวกลับบ้านไป ภาพจาก matichon.co.th MThai News

คลิป ช็อคทั้งสนาม! แพ้แล้วพาล มวย โหดต่อยกรรมการร่วงคาเวที
กีฬา /  คลืป / 

เหตุสุดช็อคในการแข่งขันชกมวยเยาวชนชิงแชมป์ยุโรป ที่ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ในไฟต์ที่ วิโด้ ลอนคาร์ นัก มวย เจ้าถิ่นถูกคู่ต่อสู้จากลิธัวเนียถลุงจนกรรมการบนเวทีจับแพ้ไปก่อนจะครบยก แต่ในช่วงประกาศผลการชก วิโด้ กลับทำสิ่งไม่คาดฝันเมื่อเขาต่อยกรรมการโชคร้ายจนลงไปนอนกองกับพื้นก่อนจะถูกกระชากตัวลงจากเวทีในที่สุด

ตัวจริงเสียงจริง!! ของเหล่าคนประหลาด ใน American Horror Story: Freak Show
AHS /  American Horror Story / 

เชื่อว่าคุณผู้ชมสาวกซีรีย์สุดสยองอย่างงดงาม อย่าง American Horror Story หรือ AHS ทางช่อง FX คงไม่มีใครยอมพลาดซีซั่นที่ 4 ในชื่อ American Horror Story: Freak Show ที่พึ่งปล่อยออกมาเมื่อไม่นานมานี้อย่างแน่นอน กับเรื่องราวของคณะโชว์มนุษย์ประหลาด กลุ่มท้ายๆ ในโลก ทั้งสาวร่างแคระ หญิงที่มีเต้านม 3 เต้า แฝดสยาม ผู้หญิงหนวดเคราเฟิ้ม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแต่แปลกพิลึกพิลั่น และชวนสะพรึงจับจิตอยู่ไม่ใช่น้อยซึ่งทั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้การนำของ เอลซา มาร์ส สาวรุ่นใหญ่ผู้เป็นศูนย์รวมอำนาจ กำลังใจ และกุมความลับสุดหวาดหวั่นไว้ ตัวอย่างแนะนำซีรีส์ American Horror Story: Freak Show แต่คุณผู้ชมรู้หรือไม่ ว่าเหล่ามนุษย์ประหลาดในซีรีย์ American Horror Story: Freak Show มีที่มาตัวบุคคล ที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ!! อันเกิดจากความผิดปกติทางร่างกายที่เกิดขึ้นจริง! และเราจะพาทุกคนไปรู้จักกับพวกเขา และพวกเธอเหล่านั้นกัน เพื่อคุณจะได้อินจัด กับราตรีแห่งการโชว์ประหลาดบันลือโลกนี้ แบบไม่มีวันลืม เฟร็ด วิลสัน เฟร็ด วิลสัน "มิอปีศาจ"  (Fred Wilson - The Lobster Boy) เฟร็ด วิลสัน เกิดเมื่อปี 1866 รัฐแมสซาชูเซตส์ พร้อมกับโรค Ectrodactyly หรือผิวหนังชั้นนอกเจริญผิดปกติ ทำให้มือมีลักษณะเหมือนก้ามกุ้ง กระดูกบางส่วนหายไป ไม่มีนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดเป็นตัวละคร จิมมี่ ดาร์ลิ่ง (รับบทโดย อีแวน ปีเตอร์ส ขาประจำ AHS ตั้งแต่ซีซั่นแรก) จิมมี่ ดาร์ลิ่ง ใน AHS ------------------------------ มิลลี และ คริสทีน มิลลี และ คริสทีน "แฝดสยาม" (Millie-Christine - The Two-Headed Nightingale) มิลลี และ คริสทีน สองสาวที่เกิดมาตัวติดกัน ด้วยความผิดปกติในภาวะ Polycephaly ที่เกิดจากภาวะการแยกไข่ไม่สมบูรณ์ ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมือปี 1851 พ่อแม่ของเธอตัดสินใจขายลูกสาวให้คณะโชว์ตัวประหลาด ของ จอห์น เพอร์วิซ ในราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และถูกลักพาตัวไปร่อนเร่ในโชว์อื่นอีก ซึ่งสองสาวแฝดสยามนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร เบตต์ และ ดอต แททเลอร์ สาวสองหัวหนึ่งร่าง (รับบทโดย ซาราห์ พอลสัน ขาประจำตั้งแต่ AHS ซีซั่นแรก)   เบตต์ และ ดอต แททเลอร์ ใน AHS ------------------------------   แอนนี่ โจนส์ แอนนี่ โจนส์ "สาวหน้าหนวด" (Annie Jones - The Bearded Woman) ตั้งแต่ แอนนี่ โจนส์ อายุได้ 5 ขวบ เธอก็มีหนวดเคราเต็มคางและข้างใบหู อันเกิดจากการที่เธอป่วยเป็นภาวะ Hirsutism ทำให้มีขนดก และหนวดเคราเหมือนผู้ชาย หนำซ้ำเธอยังเคยถูกลักพาตัว จากกลุ่มหมอดูกะโหลกศีรษะ แต่สามารถหลบหนีกลับมาหาพ่อแม่ได้สำเร็จ ซึ่งเรื่องราวของ แอนนี่ โจนส์ นี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตัวละคร อีเทล ดาร์ลิ่ง (รับบทโดย เคธี เบตต์) อีเทล ดาร์ลิ่ง ใน AHS ---------------------------------   มินนี่ วูซีย์ มินนี่ วูซีย์ มนุษย์นก คุกคู  (Minnie Woolsey - Koo Koo the Bird Girl) มินนี่ วูซีย์ เกิดมาพร้อมความพิกลพิการค่อนข้างหนักหนาสาหัส เธอมีปัญหาทางจิต มีศีรษะล้าน และตาแทบไม่มองเห็น ทำให้ต้องใส่แว่นหนามากๆ เพื่อใช้ชีวิต อันเกิดจากภาวะ Virchow-Seckel syndrome หรืออาการ คนแคระหัวนก ด้วยภาวะผิดปกติ และไม่อยู่กะร่องกะรอย ทำให้ มินนี่ เคยถูกจับส่งโรงพยาบาลบ้า จนในที่สุดเธอก็ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา มินนี่ วูซีย์ คนนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร มีฟ มีฟ ใน AHS ---------------------------------- พิพ และ ฟลิป พิพ และ ฟลิป "มนุษย์หัวตะปู" (Pip and Flip - Pinheads) พิพ และ ฟลิบ ผู้เกิดมาพร้อมภาวะ Microcephaly ทำให้กะโหลกศีรษะมีขนาดเล็กผิดปกติ อันเกิดจากระบบประสาทพัฒนาผิดพลาด ทั้งสองเคยปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง Freaks ของ ท็อด บราวนิ่ง ที่นำเสนอความผิดแปลกของร่างกาย ของนักแสดงในคณะละครรวมคนแปลก เมื่อปี 1932 มาแล้ว พิพ และ ฟลิบ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร เปปเปอร์ (รับบทโดย นาโอมิ กรอสแมน) เปปเปอร์ ใน AHS --------------------------------   ลูเซีย ซาราเต้ ลูเซีย ซาราเต้ "มนุษย์ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก" (Lucia Zarate - The Smallest Person Who Ever Lived) ลูเซีย ซาราเต้ เกิดเมื่อปี 1890 ที่ซานคาร์ลอส ประเทศเม็กซิโก พร้อมภาวะโรคหายาก ชื่อยาวเหยียดอย่าง Microcephalic osteodysplastic primordial dwarfism type II ทำให้เธอมีร่างกายแคระแกร็น สมองและกระดูกผิดปกติ ซึ่งนั่นทำให้ ลูเซีย มีร่างกายเล็ก และหนักเพียง 4 ปอนด์ ในขณะที่เจริญโตเต็มที่แล้ว ซึ่งผู้หญิงคนนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตัวละคร มาร์ เพอะทีท (พิเศษตรงที่ บทบาทนี้ รับบทโดย เจโยติ อัมเก หญิงสาวชาวอินเดีย ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก ไม่ได้ใช้เทคนิคซีจีแต่ประการใด) มาร์ เพอะทีท ใน AHS ------------------------------------ อิไล โบเวน อิไล โบเวน "ชายประหลาดขากุด" (Eli Bowen - The Legless Wonder) อิไล โบเวน เกิดในปี 1844 ที่รัฐโอไฮโอ โดยีความผิดปกติในภาวะ Phocomelia ทำให้ขากุดสั้น ไม่เจิรญเติบโตตามอวัยวะอื่นของร่างกาย ถึงแม้ อิไล โบเวน จะเกิดมาพิการ แต่เขาเป็นนักแสดงกายกรรมมากฝีมือ ที่เคยกระโดดตีลังกากลางอากาศ จนทำให้คนดูตกตะลึงมาแล้ว เขามีชีวิตจนถึงอายุ 79 ปี ก่อนจะจากไปขณะประจำอยู่ในคณะละครสัตว์ ดรีมแลนด์ เซอร์คัส ซึ่งรูปร่างของ อิไล โบเวน ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร สาวที่มีร่างกายครึ่งท่อน และใช้สเก็ตบอร์ดเพื่อเคลื่อนที่ (รับบทโดย โรส ซิคกันส์) สาวสเก็ตบอร์ดใน AHS ---------------------------- บลาชช์ ดูมัส บลาชช์ ดูมัส "หญิงสามขา" (Blanche Dumas) บลาชช์ ดูมัส เกิดเมื่อปี 1860 ในเกาะมาร์ตีนิก อันห่างไกลความเจริญ ในประเทศฝรั่งเศส เธอเกิดมามีอวัยวะเกินคือ มี 3 ขา และ 2 อวัยวะสืบพันธ์ คาดว่าเกิดจากภาวะความผิดปกติตั้งแต่ช่วงระยะตัวอ่อนที่เป็นฝาแฝด เกิดการผสมกัน บลาชช์ ดูมัส  ได้เป็นแรงบันดาลให้สร้างเป็นหุ่นหญิงสาวเปลือยมี 3 ขา ในช่วงเครดิตตอนต้น สาวเปลือย 3 ขา ใน AHS เครดิตตอนต้นซีรีส์ American Horror Story: Freak Show ที่มา: moviepilot ------------------------------------

แฉประวัติมนุษย์ป้า เนียนม็อบมิลานต้าน 'ประยุทธ์'
ประท้วงพล.อ.ประยุทธ์ /  มนุษย์ป้า / 

โลกออนไลน์แฉประวัติมนุษย์ป้า สร้างสถานการณ์ดิสเครดิต "พล.อ.ประยุทธ์" ตีเนียนใช้ม็อบนักศึกษาเหยียดสีผิวเป็นเครื่องมือ ชี้มีความชื่นชอบอดีตนายกฯแดนไกล สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ "Cathay Mee" โพสต์ข้อความเปิดโปงเบื้องหลังกระแสต่อต้านการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่นครมิลาน ประเทศอิตาลี พร้อมเปิดเผยประวัติของนางจรรยา ยิ้มประเสริฐ หรือ ยายเล็ก นักกิจกรรมปกป้องสิทธิแรงงาน คนไทย ที่เข้าไปร่วมเดินขบวนกับกลุ่มม็อบนักศึกษาที่มิลาน ซึ่งกำลังประท้วงเรื่องเหยียดผิว และได้แจกป้ายต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ ให้กับกลุ่มนักศึกษา โดยหยิบยกประเด็นของนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 เพื่อหวังดิสเครดิตพล.อ.ประยุทธ์ โดยข้อความมีใจความโดยรวมว่า มุนษย์ป้าวัยทอง ชื่อยายเล็ก "จรรยา ยิ้มประเสริฐ" Junya Yimprasert จบการศึกษาอักษรศาสตร์บัณฑิต (สังคมศาสตร์การพัฒนา) จากมหาวิทยาลัยในไทยแห่งหนึ่ง นางจรรยา เป็นภรรยาของนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เป็นหนึ่งในผู้ที่ขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ที่เรียกเข้ารายงานตัวเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อีกทั้งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดี ม.112 ด้วย โดยยังคงอาศัยอยู่ในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย / อดีตเป็น NGOs ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนกับคนงาน ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ และมีความชื่นชอบ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่แดนไกล ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีได้ต่อสายตรง ถึงอดีต ส.ส.อียู ชาวอิตาลีคนหนึ่ง ซึ่งสนิทกันดีกับอดีตนายกรัฐมนตรีให้ช่วยมนุษย์ป้า โดยประสานงานให้ทุกอย่างเพื่อดิสเครดิตนายกรัฐมนตรีไทยและยังได้ติดต่อโดยประสานกับพี่สาวของฟาบิโอ โปเลงกี ให้ส่งคนมาช่วยแจมงานนี้ด้วย โดยผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวระบุด้วยว่า นางจรรยา เดินไปทุกที่ที่มีคนในเมืองมิลาน เดินไปแค่ 2-3 คน แล้วถ่ายรูป และคลิปอัพลงเฟซบุ๊ค ยูทูป ทวิตเตอร์ แสดงตัวเหมือนว่ามีคนต่อต้านรัฐบาลไทยยุคนี้ ทั้งๆที่ไปแค่ไม่กี่คน "โดยทำลักษณะเหมือนเดินไปตีเนียนกับม๊อบนักศึกษาที่มิลาน ที่กำลังประท้วงเรื่องเหยียดผิวและได้แจกป้ายให้นักศึกษาที่มิลานช่วยถือ ซึ่งป้ายภาษาไทยฝรั่งเค้าก็อ่านไม่ออก แต่ป้ายภาษาอังกฤษได้เรียกร้องในกรณีของนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลีที่ถูกกระสุนยิงเสียชีวิตช่วงสลายการชุมนุมเมื่อเดือน พ.ค.2553 ด้วย เรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรีไทย ว่ายังจับคนร้ายไม่ได้!!" ภาพจากเฟซบุ๊ค "Cathay Mee" (เรารักประเทศไทย) MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง มิลานก่อม็อบประท้วง “ประยุทธ์” เหตุช่างภาพอิตาลีตายในม็อบแดง รบ.โต้ไม่มีม็อบมิลานประท้วง “พล.อ.ประยุทธ์”

The Voice ซีซั่น 3 ประเดิมรอบแบทเทิล เข้มข้น
Battle /  Steal / 

The Voice ซีซั่น 3 เดินทางมาถึงสัปดาห์แรกของการแข่งขัน ในรอบ Battle แล้ว แค่เทปแรก ก็เข้มข้นเกินคาด เพราะ 4 โค้ช ที่โชว์พลังทุ่ม “ติวเทคนิค” มากับมือ แต่สุดท้ายต้องกลายเป็นคน “ตัดเชือก!” เลือกลูกทีมออกด้วยตัวเอง ด้วยความลำบากใจ รักพี่ เสียดายน้อง ต้องวิงวอนเพื่อนโค้ชช่วย Steal กลับไป เดอะวอยซ์ เสียงจริง ตัวจริง ซีซั่น 3 Presented by TrueMove H สัปดาห์แรกของ รอบแบทเทิล (Battle) หลังจากที่สู้กันด้วยเสียงร้อง จากรอบ Blind Audition จนชนะใจ 4 โค้ช มาแล้ว ในรอบแบทเทิลสัปดาห์นี้แต่ละโค้ช นำโดย โค้ชก้อง สหรัถ, โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม, โค้ชโจอี้ บอย และ โค้ชแสตมป์ อภิวัชร์ ก็งัดวิชามาติวเข้มลูกทีมเต็มเหนี่ยว ดึงศักยภาพการร้องเพลงและถ่ายทอดเทคนิคลีลา เพื่อให้ลูกทีมมาปะทะกันอย่างสมศักดิ์ศรี ใครดีกว่า เจ๋งกว่า โค้ชเท่านั้นเป็นผู้ตัดสินให้อยู่ต่อ!! ยังดีที่มียาสมานแผล จากกติกาการ Steal มาช่วยให้ “ตัวจริง” ที่แม้จะเป็นฝ่ายพ่ายในเกมยังมีพื้นที่ยืนในรายการได้ต่อไป ประเดิมรอบแบทเทิลสัปดาห์นี้ก็สร้างความหนักใจให้กับโค้ชอย่างหนัก จับตาดูไฮไลท์ที่ทุกคนแทบหยุดหายใจ เมื่อ โค้ชโจอี้ บอย คว้า จิมมี่-สุรชัย หนุ่มมุกดาหารที่มีเสียงสูงเป็นอาวุธ จับคู่ปะทะเดือดกับสาวไทยหน้าฝรั่งพลังสูง อิงกฤต วิทซานี่ ในเพลง “สุดใจ” ที่ทั้งคู่ต่างงัดกลเม็ดทางน้ำเสียง มาร่วมกันโชว์จนแทบอยากให้เจ้าของเพลงอย่าง “พี่ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์” มานั่งดูด้วยตัวเองให้เห็นกะตา!! ส่วนศิษย์ “โค้ชแสตมป์” หนุ่มอาร์แอนด์บีจากสกลนคร ฟาร์ม ปณิธาน และ โอม นวพล มาดวลกันในเพลง “รักแรกพบ” งานนี้ หนุ่มฟาร์ม เอ่ยปากถามโค้ชซื่อๆ ระหว่างซ้อมว่า “ผมต้องสู้เหรอครับ” เห็นทีต้องโด้บกำลังใจอย่างด่วน!!! และเมื่อผลการตัดสินออกมา ยิ่งเร้าใจ...โค้ชจะอาลัยอาวรณ์ ผู้พ่ายเกมแค่ไหน และที่สำคัญจะโดน Steal หรือไม่?? The Voice Thailand รอบ Battle - เอ้ VS พัด จากทีม โค้ชแสตมป์ เพลง ไม่รักดี ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ เอ้ The Voice Thailand รอบ Battle - เบียร์ VS บอส จากทีม โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม เพลง เธอ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ บอส และจากการกด Steal โดย โค้ช โจอี้ บอย ทำให้ เบียร์ ผ่านเข้ารอบ Knock Out The Voice Thailand รอบ Battle - เคท VS จอห์นนิเฟอร์ จากทีม โค้ชโจอี้ บอย เพลง Love Never Felt So Good ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ จอห์นนิเฟอร์ The Voice Thailand รอบ Battle - ฟาร์ม VS โอม จากทีม โค้ชแสตมป์ เพลง รักแรกพบ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ ฟาร์ม The Voice Thailand รอบ Battle - จอห์น VS บาส จากทีม โค้ชก้อง เพลง ม้าเหล็ก ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ จอห์น The Voice Thailand รอบ Battle - จิมมี่ VS อิงกฤต จากทีม โค้ชโจอี้ บอย เพลง สุดใจ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ Knock Out ได้แก่ อิงกฤต และจากการกด Steal โดย โค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม ทำให้ จิมมี่ ผ่านเข้ารอบ Knock Out สรุปการแข่งขัน สัปดาห์แรกของรอบ Battle โค้ชก้อง : จอห์น โค้ชโจอี้ บอย : จอห์นนิเฟอร์,อิงกฤต,เบียร์ (Steal) โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม : บอส,จิมมี่ (Steal) โค้ชแสตมป์ : เอ้,ฟาร์ม ติดตามชม เดอะวอยซ์ เสียงจริง ตัวจริง ซีซั่น 3 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.15 น. ทางช่อง 3 และช่อง 3 HD (ช่อง 33 และ ช่อง 43) และสามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ทางช่อง True Music ทุกวันอังคารเวลา 20.00 น.

ตะลึง!! พบ ‘ตุ๊กแกบินได้’ ที่ อุทยานภูหินร่องกล้า
ตุ๊กแก /  ตุ๊กแกบินได้ / 

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พบ สัตว์ประเภทตุ๊กแก ชาวบ้านยันเป็น ตุ๊กแกบินได้ ส่วนใหญ่จะพบในป่าดิบในภาคใต้ของไทย รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(21 ต.ค.) นายดอนชัย ทองหงำ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้จับสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาด บริเวณลานกลางเต้นท์ของอุทยานฯ โดยเห็นสัตว์ตัวดังกล่าว ลงมากินแหลงที่พื้นดิน จึงจับใส่ขวดน้ำไว้ และนำมาให้อุทยานฯทำการตรวจสอบ พบว่า เป็นสัตว์ประเภทตุ๊กแก คนในพื้นที่ได้ยืนยันว่าตามที่เคยพบสัตว์ชนิดนี้ก็เพียงแต่ กิ่งก่าที่บินได้เท่านั้น แต่ที่พบในครั้งนี้ที่ว่าสัตว์ประหลาดก็คือ(ตุ๊กแกบินได้) เป็นครั้งแรก โดยมีปีกทั้งสองข้างคือเนื้อหนังจากลำตัวแผ่ออกไปจนถึงขาทั้งสี่ขา สองข้าง เวลาบินจะใช้ขาสี่ขาเป็นอุปกรณ์เพื่อกางเป็นปีก ร่อนไปมาระหว่างต้นไม้ จากการสังเกตที่หัวเป็นหัวตุ๊กแกและเท้าเป็นเท้าตุ๊กแกไม่ใช่เท้ากิ่งก่าส่วนหางมีรูปร่างแบนเป็นหยักคล้ายใบเลื่อย คลาดว่าสัตว์ประเภทนี้เขาคงได้พัฒนาตัวให้เข้ากับธรรมชาติ ในการบินของเขาคล้ายกับตัวบ่างโดยอาศัยบนต้นไม่ที่สูงกว่าแล้วทำการร่อนไปอีกต้นถัดไป และจากการสืบค้นข้อมูลจากวิกิพีเดียพบว่า ตุ๊กแกบินที่จับได้ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านั้น เป็น ตุ๊กแกบินหางแผ่น เป็นสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งจำพวกตุ๊กแก มีรูปร่างคล้ายจิ้งจกบ้านทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่กว่า ลำตัวยาว 9.5 เซนติเมตร หางยาว 9.5 เซนติเมตร มีพังผืดยึดระหว่างนิ้วเท้า ใต้เท้ามีแผ่นยึดเกาะเรียงเป็นแถวเดี่ยว ปลายนิ้วมีเล็บ มีแผ่นหนังแผ่กว้างออกมาจากข้างแก้มและลำตัวทำหน้าที่เหมือนปีกเครื่องร่อน หางแบนขอบหางหยัก ปลายหางแผ่เป็นแผ่นกว้างขอบเรียบและกว้างกว่าหาง ส่วนที่เป็นหยัก สันหางมีตุ่ม ลำตัวสีน้ำตาลหรือเทา มีแถบเข้มพาดขวางบนหลัง 4 แถบ หางมีลายพาด พบในป่าดิบในภาคใต้ของไทย ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช, จังหวัดปัตตานี พบได้จนถึงภาคเหนือของมาเลเซียจน ถึงสิงคโปร์, หมู่เกาะนิโคบาร์ในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียที่ติดกับพม่าด้วย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 แต่ก็นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานเช่น เดียวกับตุ๊กแกบินหางเฟิน  ซึ่งเป็นตุ๊กแกในสกุลเดียวกันด้วย MThai News

ช็อกคาตา! พ่อหื่นข่มขืนลูกสาววัย 13
พ่อข่มขืนลูกสาว /  พ่อหื่นข่มขืนลูกสาว / 

พ่อตาแจ้งจับลูกเขยหื่น ก่อเหตุข่มขืนลูกสาววัย 13 ปี หลังแม่เด็กตื่นมาเห็นคาตา! ตำรวจเร่งล่าตัว เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายบู (นามสมมติ) อายุ 55 ปี อยู่ ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ลัทวิช แดยิหวา ร้อยเวร สภ.มืองสตูล ว่าตนได้รับแจ้งจากนางล๊ะ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี บุตรสาวของตนว่า ขณะที่กำลังนอนพักผ่อนร่วมกับสามี คือ นายดำ (นามสมมติ) และ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรสาว อยู่ภายในบ้านไม่มีเลขที่ ภายในสวนยางพารา ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล แต่ยังไม่ทันนอนหลับ หันมาเห็น ด.ญ.บี บุตรสาวในสภาพเปลือยกายท่อนล่าง โดยกางเกงชั้นนอกและชั้นในมาอยู่บริเวณหัวเข่า และเสิ้อถูกถลกขึ้นมาอยู่บริเวณหน้าอก และได้เห็นน้ำอสุจิของผู้ชายติดอยู่บริเวณกางเกงของบุตรสาว ซึ่งขณะนั้น สามีหรือนายดำ ซึ่งนอนติดอยู่กับ ด.ญ.บี บุตรสาว กำลังนุ่งผ้าและลุกขึ้นเดินออกไปทางห้องน้ำ นางล๊ะ จึงถามว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ทำไมข่มขืนบุตรสาว แต่สามีปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ นางล๊ะ จึงโทรมาหาตน ซึ่งเป็นพ่อ เพื่อแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบ เมื่อนายบู เดินทางไปหานางล๊ะ พบ ด.ญ.บี หลานสาว เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ นายดำ พ่อของตนเอง เคยบังคับข่มขืนกระทำชำเราตัวเองมาแล้ว ประมาณ 5 ครั้ง ขณะมารดากำลังนอนหลับ โดยหลังจากพ่อข่มขืนเสร็จ จะข่มขู่ว่าห้ามไม่ให้บอกมารดา ทำให้ ด.ญ.บี เกิดความกลัว เกรงว่าจะถูกทุบตี จึงไม่กล้าบอกมารดา ตนจึงเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายดำ ให้ถึงที่สุด หลังจากนั้นจึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามล่าตัวพ่อข่มขืนลูกมาดำเนินคดีต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

'พาณิชย์' นำ 135 เอกชน ออกบูธ SIAL 2014 ขยายตลาด EU
SIAL 2014 /  กระทรวงพาณิชย์ / 

'พาณิชย์' นำ 135 เอกชนไทย ออกบูธร่วมเจรจาธุรกิจ ในงานแสดงสินค้าอาหาร และเครื่องดื่ม SIAL 2014 ที่ฝรั่งเศส หวังขยายตลาด EU สร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทย นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเป็นหัวหน้าคณะเดินทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทยในสหภาพยุโรป หรือ EU ระหว่างวันที่ 19 - 24 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงการจัดงานแสดงสินค้าอาหาร และเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียง SIAL 2014 ณ ประเทศฝรั่งเศส โดยได้นำภาคเอกชนไทยกว่า 135 รายที่ร่วมงานแสดงสินค้า หารือกับภาคเอกชน สมาคมการค้า และผู้นำเข้า เพื่อเจรจา จับคู่ธุรกิจ และหารือเกี่ยวกับลู่ทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าร่วมกันในอนาคต สำหรับงานแสดงสินค้า SIAL 2014 จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 27 และเป็นงานใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งปีนี้ไทยเข้าร่วมงานเป็นครั้งที่ 19 จองพื้นที่ประมาณ 1,345 ตร.ม. ประกอบด้วยผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน 135 ราย เข้าร่วมงานทั้ง 8 โซนสินค้า อาทิ ร้านขายของชำ 40 ราย อาหารกระป๋อง 27 ราย ของทานเล่น ข้าว ผลไม้ และผัก อาหารพร้อมทาน อาหารแช่เย็นแช่แข็ง เป็นต้น ทั้งนี้การค้ารวมระหว่างไทยกับอียู ในช่วง 8 เดือนแรก(ม.ค.-ส.ค.) ของปีนี้มีมูลค่า 28,397 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปอียู15,496 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 3.1% คิดเป็นสัดส่วน 10.3% ของการส่งออกของไทยไปยังตลาดโลก MThai News

กรีนเวฟ จับ แสตมป์ ปะทะ Jetset’er ใน Cover Night Plus
Covernight Plus /  Greenwave 106.5 / 

กรีนเวฟ 106.5 จับ แสตมป์ ปะทะ Jetset’er ใน Cover Night Plus : Full Band and The Guitar แค่คิดก็มันส์แล้ว เมื่อ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ชวน 2 คนดนตรีต่างขั้ว มาแจมความสนุกบนเวทีคัฟเวอร์ไนท์ พลัส ล่าสุดกับ Cover Night Plus : Full Band and The Guitar กับศิลปินเดี่ยวสุดเฟี้ยวฟ้าว แสตมป์ อภิวัชร์ และวงดนตรีเจ้าคารม Jetset’er รวมพลขึ้นเวที คัฟเวอร์เพลงใหม่ให้โดนทุกความรู้สึก ใส่เต็มทุกเพลง ส่งต่อความสุขแบบสดๆ ในวันเสาร์ 25 ตุลาคมนี้ ที่โรงภาพยนตร์ สกาล่า ร่วมสนุกลุ้นรับบัตรฟรีได้แล้วที่ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม และอีก 1 ช่องทางพิเศษที่ www.facebook.com/greenwavefanpage มาฟังเพลง ถ้าเธอไม่รู้สึก จากแสตมป์ อภิวัชร์ เรียกน้ำย่อยกันก่อน สัญญาณ (Sign) - Jetset'er มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน
ประวัติศาสตร์ /  ส้วม / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยชวนเพื่อนๆ ให้มาย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน กันค่ะ ฟังชื่อแล้วอย่าเพิ่งร้องอี้ นะคะ เพราะคอนเฟิร์มว่าเรื่องราวที่มาที่ไปของส้วมนี้ น่าสนใจมากเป็นเหมือนประวัติศาสตร์แปลกๆ หน้าหนึ่งได้เลยทีเดียว อิอิ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นอย่ารอช้าไปติดตามกันเลย... ย้อนรอย ต้นกำเนิดของส้วมเมื่อหลายพันปีก่อน เรื่อง "ส้วม" สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ผศ.อุดร จารุรัตน์ บรรณาธิการต่วยตูนพิเศษ อดีตอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวบรวมและเรียบเรียงไว้เป็นความรู้ว่า ชาติที่มีอารยธรรมในด้านการขับถ่ายครั้งอดีตไม่มีใครเกินโรมัน จากซากเมืองเมอริดาในสเปน ที่ชนโรมันสร้างไว้ ยังมีหลักฐานเด่นชัดอยู่ด้านหลังของโรงละครแห่งหนึ่ง เป็นสุขากลางแจ้งที่มี ๒๕ ที่นั่งตั้งอยู่เหนือท่อระบายน้ำใหญ่ของเมือง พออึหล่นปุ๊ลงไป น้ำเบื้องล่างก็จะพัดพาเอามันไป ที่นั่งเดิมนั้นเป็นหินตั้งอยู่ในกรอบโลหะ แต่ทางการได้บูรณะโดยหล่อด้วยคอนกรีต เบื้องหน้าของแถวที่นั่งมีรางน้ำทำด้วยหินอ่อน ชาวโรมันจะใช้ไม้ติดฟองน้ำยื่นลงไปจุ่มน้ำในรางแล้วยกมาใช้ชำระก้น โรมันรู้จักการนำน้ำจากบนเขาสูงโดยใช้รางลำเลียงลงมา เรียกว่าระบบอาควีดักต์ (Aqueduct) ระบบท่อน้ำจ่ายน้ำในเมอริดามีความยาวทั้งสิ้น ๕ กิโลเมตร หลังจากล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ชนชาวยุโรปก็ทอดทิ้งคุณค่าที่โรมันสร้างสรรค์ไว้อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่งานสุขาภิบาลเหล่านี้โรมันสร้างไว้ให้เห็นเกือบทุกหนแห่ง แม้แต่ที่บริเวณกำแพงเมืองฮาเดรียนในบริเทนก็มีสุขาเหลือซากอยู่ และชนบริเทนหรืออังกฤษก็มิได้ใส่ใจบำรุงรักษา ปล่อยให้แตกหักไร้ประโยชน์ ยุโรปทั้งหมดหันกลับไปหาวิธีถ่ายทุกข์แบบเดียวกับที่ใช้ในยุคมืด คือนับเป็นเวลานานยาวถึงพันปีหลังยุคโรมันที่พวกเขาออกไปปลดทุกข์ในพื้นนาพื้นสวน เหมือนที่คนไทย "ไปทุ่ง" นั่นเอง จวบจนเข้าสู่ยุโรปสมัยกลาง จึงเริ่มการสร้างสุขาให้เห็นบ้าง หลักฐานสมัยศตวรรษที่ ๑๓ การขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ จะระบายทิ้งลงตามช่องกำแพงเมือง ซึ่งเรียกเป็นภาษานอร์มันว่า "การ์เดโรบส์" (Garderobes) ความหมายเดิมคือที่ใช้เก็บเสื้อผ้า โดยคิดกันว่าก๊าซแอมโมเนียจากปัสสาวะนั้นมีประโยชน์ในการขับไล่ตัวมอดตัวแมลงต่างๆ ไปจากผ้าไหมและผ้าขนสัตว์ของขุนนางเจ้าของปราสาท การ์เดโรบส์มักจะมีที่นั่งถ่ายเป็นกรอบไม้ ข้อเสียของการระบายคือทำให้เบื้องล่างของผนังกำแพงเหม็นคลุ้ง ส่งกลิ่นขึ้นมายามนั่งถ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็มีลมพัดขึ้นมาทำให้ก้นเย็นฉียบ เมื่ออุจจาระกองสุมกันเป็นเนิน ก็จะมีคนจัดการเอาพลั่วตักใส่ถังไปทิ้งที่อื่น จนถึงสมัยทิวดอร์ เริ่มมีการใช้ส้วมตามบ้านคนรวย แต่ก็ยังไม่ถูกสุขลักษณะและมีกลิ่นเหม็นอยู่ดี นั่นคือมีลักษณะเป็นส้วมหลุมที่ขุดลงไปในดิน อาจมีก่ออิฐกันหลุมพัง ส่วนที่นั่งถ่ายก็เป็นแบบหยาบๆ เจาะเป็นรูแล้วถ่ายอุจจาระตกลงไปในหลุมโดยตรง เมื่อหลุมเต็มก็ต้องขนถ่ายปฏิกูลเบื้องล่างออกไปเป็นคราวๆ ที่มีการระบายดีกว่าและปราศจากกลิ่นเหม็นได้แก่บ้านในชนบททางตอนเหนือของเวลส์ สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ลำธารจะปลูกสร้างคร่อมทางน้ำ ใช้กระแสน้ำเป็นตัวพัดพาอุจจาระให้ลอยหรือชะไป แต่ก็น่าจะคำนึงถึงบ้านหรือชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำซึ่งต้องใช้ลำธารในการอุปโภคเช่นกัน สำหรับส้วมทันสมัยรุ่นแรกๆ กำเนิดขึ้นในปี ๑๕๙๔ ออกแบบสร้างโดย เซอร์ จอห์น ฮาร์ริงตัน ส้วมนี้มีถังเก็บน้ำอยู่เหนือที่นั่ง เมื่อยกก้านวาล์วจะมีน้ำชำระพุ่งลงมาอยู่ในโถ พออึเสร็จก็ยกก้านอันที่สอง น้ำและอุจจาระในโถก็จะระบายลงสู่หลุมเบื้องล่าง และนี่อาจเรียกได้ว่า เป็นส้วมระบบชักโครก (Flush toilet) อันแรกของโลก ฮาริงตันประดิษฐ์ส้วมชนิดนี้เพียง ๒ ชุด ชุดหนึ่งสำหรับตนเอง และอีกชุดถวายแด่แม่ทูนหัวของเขา คือ สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ ๑ กระทั่งอีก ๑๗๐ ปี ต่อมา ค.ศ. ๑๗๗๕ ช่างทำนาฬิกา อเล็กซานเดอร์ คัมมิงส์ ได้จดลิขสิทธิ์ส้วมชักโครกเป็นรายแรก โดยใช้คอห่านเพื่อป้องกันกลิ่นมิให้ย้อนขึ้นมา แม้จะมีวาล์วระบายทิ้งจากโถ แต่ก็ใช้งานไม่ค่อยดี บางทีอุจจาระลอยสวนขึ้นมาทำให้มีกลิ่น และท่ออุดตัน งานของคัมมิงส์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นในปี ๑๗๗๘ โดย โจเซฟ บรามาห์ ด้วยการติดตั้งวาล์วกระดกที่ปล่อยน้ำชำระแบบอัตโนมัติ ทำให้การระบายของเสียหมดจดขึ้น และมีน้ำขังอยู่ในโถตลอดเวลา เป็นการดักกลิ่น ผลงานชิ้นนี้เป็นที่นิยมใช้กันยาวนานกว่า ๑๕๐ ปี มีการติดตั้งในสถานที่ราชการ รวมถึงวังเวสต์มินสเตอร์ และมีผู้ขนานนามว่าเป็น "โรลล์ซรอยส์แห่งส้วม" กระนั้นก็ยังมีชนผู้ดีอีกมากที่ยังคงใช้หม้ออุจจาระตามเดิม ชนชั้นสูงมีโถอุจจาระประจำไว้แม้แต่ในห้องดินเนอร์ โดยเก็บในตู้ถ้วยชาม ล่วงเข้า ค.ศ.๑๘๘๐ จึงมีผลิตภัณฑ์ส้วมชักโครกสำเร็จรูปยูนิทาส (Unitas) ออกจำหน่าย ทำด้วยเซรามิกรูปทรงสวยงามแบบชิ้นเดียว โดยซ่อนคอห่านไว้ภายในมิดชิด ไม่รั่วไม่ซึม และด้วยการผลิตปริมาณมากจึงราคาถูก ขายดีนับล้านชุดทั่วโลก ปี ๑๘๕๔ จอร์จ เจนนิงส์ ออกแบบส้วมสาธารณะสำหรับชาวลอนดอนทั่วไปใช้โดยเสียเงิน ๑ เพนนี เลยเกิดเป็นสำนวน ไปจ่ายหนึ่งเพนนี (to spend a penny) เวลาจะไปส้วมสาธารณะ ราคานี้ใช้อยู่จนถึง ค.ศ.๑๙๗๑ นับว่าน่าทึ่งที่คงอยู่ยาวนานถึง ๑๒๐ ปี เมื่อโถส้วมเซรามิกเก็บท่อไว้ภายในไม่รุงรัง ผู้ผลิตก็เริ่มแข่งขันในด้านออกแบบให้เตะตาน่าจูงใจ เช่น เป็นรูปชามซุป เป็นรูปปลา ส่วนโถฉี่ของสุภาพบุรุษซึ่งมักเป็นรูปกลมเพื่อกันกระเด็นก็อาจออกแบบเป็นรูปลูกกอล์ฟเช่นในอัมสเตอร์ดัม หรือที่โตเกียวก็มีโถฉี่ที่เชิญชวนให้ฉี่ลงไปดับไฟ ส่วนการชำระล้าง ผู้คนใช้วัสดุแปลกๆ แตกต่างกันไป ตั้งแต่หญ้า ขนเป็ด ขนไก่ ซังข้าวโพด บางคนคุ้นเคยกับการใช้เปลือกหอยซึ่งแข็งบางจับถนัดถนี่กว่า กระทั่งปี ๑๘๕๗ โจเซฟ คาเยตตี้ ชาวอเมริกัน จึงประดิษฐ์กระดาษชำระให้ใช้กัน แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากที่นิยมใช้น้ำชำระล้าง เช่นเดียวกับวิธีการนั่งถ่าย ทุกวันนี้ก็ยังแบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถนัดแบบนั่งบนขอบโถชักโครก แต่อีกฝ่ายหนึ่งชอบนั่งยองๆ จุงโก โคบายาชิ สถาปนิกโถส้วมชาวญี่ปุ่น กล่าวว่า เขาจะออกแบบให้มีส้วมนั่งยองไว้อย่างน้อยหนึ่งที่ในศูนย์การค้าสำหรับลูกค้าสูงอายุ และคิดค้นวิธีการสร้างเสียงชักโครกโดยไม่มีน้ำไหลสำหรับลูกค้าหน้าบางที่ชอบกดชักโครกกลบเสียงไม่พึงประสงค์ การอำนวยความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับชาวญี่ปุ่น ด้วยเหตุนี้จึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้ที่นั่งส้วมอบอุ่นก่อนจะหย่อนก้นลงไปนอกจากนี้ยังมีปุ่มกดให้มีน้ำฉีดพุ่งออกมาชำระล้างก้นโดยไม่ต้องใช้มือให้เปรอะเปื้อน ส้วมที่ถูกสุขลักษณะมีส่วนช่วยลดโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มูลนิธิบิลกับเมลินดา เกตส์ จึงจัดตั้งทุนสำหรับผู้ค้นคิดพัฒนาส้วม เช่น มหาวิทยาลัยเดลฟต์ ในเนเธอร์แลนด์ หนึ่งในองค์กรที่ได้รับทุน กำลังค้นคิดติดตั้งอุปกรณ์ที่จะไมโครเวฟอุจจาระให้เกิดก๊าซเร็วขึ้น และนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน โอ้โฮ้วเรื่องของส้วมนี่เข้มข้นและมีที่มาอย่างยาวนานจริงๆ เชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า ส้วมจะต้องถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย และสะดวกสบายมากขึ้นกว่านี้อีกแน่ๆ ยังไงก็อย่าลืมติดตามวิวัฒนาการของส้วมกันต่อไปนะคะ ข้อมูลและภาพ : sookjai.com

10 ขนมปาร์ตี้วันฮาโลวีน จะน่ากลัวหรือน่ารักดีนะ !
Halloween /  ขนมปาร์ตี้วันฮาโลวีน / 

ใกล้ถึงวันแห่งความสยดสยองกันแล้วกับวันฮาโลวีน หลายๆ ที่อาจจะกำลังจัดงานปาร์ตี้สุดหลอนกันอยู่ใช่ไหมล่ะค่ะ ทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่ คิดธีมงานและชุดผีมาแข่งกันว่าใครจะน่ากลัวสุด เพิ่มสีสันให้กับปาร์ตี้ฮาโลวีน ขนมปาร์ตี้วันฮาโลวีน สุดหลอนและน่ารัก บางอย่างก็เหมือนจนไม่กล้ากินกันเลยทีเดียว ไปดูกันเลยค่ะ 10 ขนมปาร์ตี้วันฮาโลวีน จะน่ากลัวหรือน่ารักดีนะ ! 10 ขนมปาร์ตี้วันฮาโลวีน จะน่ารักหรือน่ากลัวดีนะ ! 1.กล้วยผี แค่นำกล้วยมาผ่าครึ่งตามแนวยาว เสียบไม้ไอติมแล้วนำเข้าตู้เย็น จากนั้นให้ละลายไวท์ช็อคโกแลตแล้วเทใส่แก้ว นำกล้วยออกมาจากตู้เย็นแล้วนำไปจุ่มไวท์ช็อคโกแลตที่ละลายไว้ ตกแต่งด้วยช็อกโกแลตชิพ เป็นลูกตาสองข้าง แล้วนำไปแช่ตู้เย็นอีกรอบ  .... รูปภาพจาก www.skinnytaste.com 2.ชีสเค้กหลุมศพ คุ้กกี้ช็อกโกแลตสีดำบดหยาบๆ โรยบนหน้าครีมชีสให้ดูเหมือนดินในป่าช้า จากนั้นนำคุ้กกี้สี่เหลี่ยมเป็นป้ายหลุมศพ หรืออาจจะตกแต่งป้ายเพิ่มเติมโดยใช้ไวท์ช็อโกแลตเขียนว่า R.I.P ปักคุ้กกี้สี่เหลี่ยมลงไปในครีมชีส แต่งด้วยน้ำตาลปั้นรูปฟักทอง เพื่อเพิ่มความหลอน ... รูปภาพจาก lilluna.com  3. วุ้นลูกตา ผสมสีผสมอาหารกับผงวุ้นแยกออกมาที่ละสีในส่วนของลูกตาดำที่มีนัยตาสีฟ้า หรือสีต่างๆ ตามใจชอบ ส่วนที่เป็นตาขาวนั้นใช้นมสดผสมกับผงวุ้น และเพิ่มความหวานด้วยนมข้นหวานกับน้ำตาล และขั้นตอนการทำให้เป็นลูกตาเสมือนจริงนั้น คือ นำแม่พิมพ์ที่สำหรับทำน้ำแข็งกลมๆ ให้หยอดวุ้นสีดำลงไปเป็นจุดเล็กๆ ก่อน รอให้วุ้นจับตัวและค่อยเทวุ้นสีฟ้าลงไปรอจับตัวเป็นวุ้นและเพิ่มความสมจริงขึ้นมาอีกโดยนำราสเบอร์รี่เป็นเลือดใส่ลงไปแล้วคค่อยตัววุ้นที่เป็นนมตามลงไป ปิดฝา และนำไปแช่ตู้เย็น แค่นี้ก็ได้วุ้นลูกตาที่สมจริงแล้วค่ะ ... รูปจาก Foodtravel.tv 4. มีบางอย่างอยู่ในโกโก้ร้อน เพิ่มความหลอนให้ถ้วยโกโกล้ร้อน ด้วยมาชเมลโล่ 2 ชิน และเพิ่มความเหมือนด้วยช็อกโกแลตบอลวางลงบนมาชเมลโล่ เป็นสายที่ลอยอยู่บนโกโก้ เหมือนเจ้าโกโก้แก้วนี้มีชีวิต ...รูปจาก www.tasteofhome.com/ 5. อะไรอยู่ในน้ำผลไม้ เป็นขนมจัดปาร์ตี้ที่ครีเอทสุด โดยนำถุงมือยางมาใส่น้ำแดง และนำไปแช่ช่องฟีตจนแข็งและเอาถุงมือยางออก แค่นี้ก็ได้น้ำแข็งรูปมือลอยตุ้มป่องในน้ำผลไม้ ดูหลอนไปหน่อยแต่กินได้ค่ะ 6. ขนมปังมัมมี่ นำชีสและซอสมะเขือเทศมาตกแต่งวางซ้อนกันไปมาให้เป็นลักษณะเหมือนมัมมี่ เพิ่มเลือดที่ทำมาจากซอสมะเขือเทศ และวางมะกอกดำหั่นแว่นเป็นลูกตา แค่นี้ก็ได้มัมมี่ที่หน้าตาน่ารับประทานแล้วค่ะ 7.ขนมปังนิ้วแม่มด ขนมปังอบกรอบเสียบเม็ดอัลมอนด์ไว้ขนมปังทำให้คล้ายนิ้วแม่มดที่มีรสชาติอร่อยกรอบ 8. พริกหยวก Halloween ดัดแปลงพริกหยวกให้กลายเป็นฟักทอง นำพริกหยวกสีเหลืองส้มมาแกะสลักเป็น ตา จมูก ปาก และยัดไส้จะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าให้กินเข้ากับพริกหยวกก็เป็นข้าวผัดยัดไส้ก็น่าจะอร่อยดีเหมือนกันนะ 9.ไส้เดือนเยลลี่ ขนมปาร์ตี้ฮาโลวีนจานนี้ สุดสยองจริงๆ เล่นทำซ่ะเหมือนขนาดนี้ วิธีทำโดยการทำวุ้นหรือเยลลี่ใส่ลงไปในหลอดดูดน้ำ ที่เป็นแบบงอได้ จะได้ในลักษณะหยักๆ ตรงหัว ให้เหมือนแบบสุดๆ คือเยลลี่ใช้เป็นสีแดง ใส่หลอดและนำไปแช่แข็ง 10. Monster Teeth Apples Bites เปลี่ยนจากขนมมาใช้ผลไม้ประยุกต์กันบ้าง ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์ ซึ่งเมนูฟันประหลาดเนี้ยก็ทำง๊ายง่าย แค่หั่นแอปเปิ้ลชิ้นนึง ตัดให้มีร่องตรงกลาง ทาแยมสตรอเบอร์รี่หรือเนยถั่วให้เป็นลิ้น ตกแต่งด้วยอัลมอนต์เฉือนบางๆ ทำเป็นซี่ฟัน เป็นอันเสร็จ เรียบเรียงโดย food.mthai.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3