ต๋อง ศิษย์ฉ่อย

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2559
ราชดำเนิน /  ศึกจารุเมือง / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2559 ศึกจารุเมือง เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. หาญศึก อั๋นสุขุมวิท  Vs  เพชรบูรพา ศิษย์หลวงปู่ผาด 2. เพชรสมหวัง อ.ประเสริฐ  Vs  ทะเลเงิน ป.อ่าวทะเลบางเสร่ 3. แสงพิชิต เอส.ที.ดี.ทรานสปอร์ต  Vs  รักสมหมาย สิทธิ์ปากพนัง 4. น้องเบนซ์ ศ.ศรีทอง  Vs  ขุนพล ศิษย์แก้วประพล 5. เมืองฟ้าเล็ก ป.เพชรศิริ  Vs  เลิศทวี เพชร ป.ต.อ. 6. เพชรสำโรง ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์  Vs  เรือหลวง นาวีอันดามัน 7. สุรชัย นายกสัญญา  Vs  รักกิตติ ต.เป้าเปี่ยมทรัพย์ 8. สุขสวัสดิ์ เกียรติเพชรน้อย  Vs  เพชรอีสาน ดาบโต้งบ้านไผ่ 9. แสนเชิงน้อย นายกสัญญา  Vs  แสนเชิงเล็ก เพชรมณีวิเศษ ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2559
ลุมพีนี /  ศึกอิมิเน้นท์แอร์ / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2559 ศึกอิมิเน้นท์แอร์ เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 18:30 น. 1. เข้ม พรัญชัย  Vs  รุ่งเพชร ส.พจน์กิจชัย 2. สะแกงาม จิตรเมืองนนท์  Vs  เซียน พรัญชัย 3. ศักรินทร์ แป๋งกองปราบ  Vs  ทองพูน ศิษย์พนัญเชิง 4. เพชรไพลิน สิงห์บ้านสร้าง  Vs  โชคดี เดอะกลั๊ฟพัทยา 5. ยอดซูซัน ส.โชคนิตยา  Vs  ลมหวล ศิษย์ลมหนาว 6. ปืนกล เล็กนครศรี  Vs  เก้ากะรัต จิตรเมืองนนท์ 7. ศิริมงคล พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิมส์  Vs  มงคลเดชเล็ก เคซ่ายิมส์ 8. เพชรภูไท อิมิเน้นท์แอร์  Vs  พลังชน ศ.กุลวงศ์ 9. เพชรน้ำดำ ส.รื่นรมย์  Vs  อดิเทพ ส.ประดู่ชัย ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2559
ราชดำเนิน /  ศึกเจริญมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2559 ศึกเจริญมวยไทย เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. เพชรรุ่งโรจน์ ร.ร.กีฬาโคราช  Vs  ข้าวใหม่ ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ 2. ฉมวกเพชร ลูกพระบาท  Vs  เพชรเชียงขวัญ นายกสมเดช 3. ป้อมทอง สิงห์บ้านสร้าง  Vs  ข้าวหอม ศิษย์ผู้ใหญ่นิรันดร์ 4. เพชรศิลา พ.ภัทร   Vs  จอมพิฆาต ชูวัฒนะ 5. แสงทองน้อย ธนสุรนคร  Vs  มงคลแก้ว ส.สมหมาย 6. สองคม นายกสัญญา  Vs  เพชรงาม เกียรติกำพล 7. ซุปเปอร์เล็ก ม.รัตนบัณฑิต  Vs  ซุปเปอร์บอล ตี๋เมืองเลย 8. ชลธาร เกียรติพูลผล  Vs  มูซูกิ อิฮาร่ายิม 9. เพชรบ้านนา เกียรติอภัย  Vs  โทโกะ อิฮาร่ายิม ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

สิ้นสุดมหากาพย์! ผี แถลง ยูเว่ ปล่อย ป็อกบา ตรวจร่างกายเหลือแค่รอชูเสื้อ
ข่าวลือซื้อขายนักเตะ /  ปีศาจแดง / 

เรียกได้ว่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" อุ่นใจกันได้เลย! สำหรับดีลมหากาพย์ของ พอล ป็อกบา เมื่อล่าสุด สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการว่า ยูเวนตุส ได้ตกลงปล่อย ป็อกบา ให้เดินทางมาตรวจร่างกายกับ "ปีศาจแดง" เป็นที่เรียบร้อย เหลือแค่ลายระเอียดเล็กน้อยก็จะเปิดตัวชูเสื้ออย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้ แม้ว่าตามรายงานจะยังไม่มีการเปิดเผยค่าตัวแต่อย่างใด แต่ก่อนหน้านี้หลายสื่อเปิดเผยข้อมูลว่า "ปีศาจแดง" อาจยอมจ่ายเม็ดเงินมูลค่า 95 ล้านปอนด์ สำหรับค่าตัวของมิดฟิลด์วัย 23 ปี บวกกับ 20 ล้านปอนด์ ค่าเอเยนต์(มิโน่ ไรโอล่า) รวมแล้วมีมูลค่ามหาศาลถึง 115 ล้านปอนด์ สำหรับดีลดึงศิษย์เก่ากลับบ้านครั้งนี้ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทั้งนี้ พอล ป็อกบา ในสมัยที่ค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกดันขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาล 2011/12 โดยได้ลงสนามไปทั้งหมดทุกรายการ 7 นัด ก่อนจะถูกปล่อยฟรีไปให้กองทัพ "ม้าลาย" โดยอาศัยอยู่ในถิ่น ยูเวนตุส สเตเดี้ยม เป็นเวลา 4 ปี ลงสนามไปทั้งหมดทุกรายการ 178 นัด เจาะตาข่ายได้ 34 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงเป็นจำนวน 43 ครั้งด้วยกัน

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปต่างประเทศครั้งแรก ตื่นเต้นสิ ไปกันสามคน สามสาว สามโสด 4 - 8 มีนาคม 2558 4 คืน 5 วัน แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ - ถิ่นลุงโฮ ||| ดาลัด - ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดี๊ดี ||| มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล ทั้งเดิน วิ่ง แว๊น แท็กซี่ รถเมล์ รถบัส มินิบัส รถจิ๊บ เจอหลากสภาพอากาศ ทั้งร้อน ร้อนโคตร เย็น เย็นโคตรๆ ที่สำคัญ จดจำเหตุการณ์นี้ไปตลอดชีวิต กับการตกเครื่องครั้งแรก ความเงิบจึงบังเกิด แต่ก็ทำให้เราได้อยู่ต่ออีก 1 วัน หุหุ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คนละ = 8,700 บาท ตั๋วเครื่องบินไปกลับ + ค่าอาหาร + ของฝาก + ที่พัก (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินที่ซื้อใหม่นะ) ปล.ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสมาชิกพันทิปท่านนึง ถ่ายรูปสวยมาก เวลา 5 ทุ่ม เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนเราไลน์ชวนไปเที่ยวเวียดนาม เราก็ตอบตกลงไป คำเดียวแบบไม่คิด และจองตั๋วไปกลับ ดอนเมือง-ไซง่อน(โฮจิมินห์) ในคืนนั้นเลย 3,000 บาท คือก็ไม่ได้เห่อนะ แต่อารมณ์อยากเที่ยวมันพาไป กิกิ >\\<  จนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาที่เราสองสามคนเฝ้ารอก็มาถึง ตื่นเต้นสิคะ ตปท.ครั้งแรกน้าาา เราได้ Flight FD 650 DMK-SGN 07.45 น. ก่อนเดินทางเราได้ศึกษาข้อมูลมาพอสมควร และแลกเงินที่ซุปเปอร์ริชทั้งเงิน USD และ VND  พวกทศนิยมเล็กๆ น้อยๆ อย่าไปคิดมากค่ะ แลกให้พอมีติดตัว เน้นความสะดวก เพราะถ้าหาร้านรับแลกที่โน่นไม่เจอก็แย่ เราใช้เวลาเดินทาง 1.30  ชม. ก็มาถึงสนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต ไซง่อนหรือนครโฮจิมินห์นั่นเองค่ะ โฮจิมินห์อดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอีกด้วยค่ะ ถึงสนามบินแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ซื้อซิมค่ะ เดี๋ยวลงแดง !! ที่นี่จะมี vinaphone กับ mobifone (แบรนด์นี้ พนง.ไม่ให้เราถ่ายรูป) เราเลือก vinaphone แพ็คเกจกะมีให้เลือกเยอะกว่า และถูกกว่า เราเลือกแพ็คเกจ unlimited 1.2 GB เล่นเน็ตได้อย่างเดียว ราคา 1่15.000 ดอง (จะใช้ . แทน ,) พอดีใช้ซิม Standard เลยได้ลดอีก 18.000 ดอง เก๋ๆ วิธีคิดค่าเงินง่ายๆ คือ ตัดศูนย์ข้างหลังทศนิยมออก x 1.5 เช่น 115.000 ดอง เป็นเงินไทย 115 x 1.5 = 172.5 บาท เราเดินออกจากสนามบินมาทางขวามือ มอง 45 องศาอีกฝั่ง ประมาณ 500 เมตร จะเจอรถเมล์สาย 152 (เฮ้ยยยย ข้อมูลที่หามา เป๊ะอ๊ะะะ !!) เราขึ้นไปนั่งรอบนรถ สุดท้ายหน้าแตกจ้ะ รถที่ออกคือคันหลัง - - ได้ย้ายกันทั้งคัน ค่าโดยสารเข้าเมือง ราคา 5.000 ดอง ใครมีเป้ ข้าวของ เอาวางไว้ที่ตักนะคะ เด๋วจะโดนเรียกเก็บเป็น 10.000 ดอง แต่บางทีถ้าเราเอามาวางไว้ที่ตักแต่กระเป๋าเรามันใหญ่มากๆ เขาก็คิดเพิ่มนะคะ นั่งรถเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่ะ รถจะผ่านวงเวียนใหญ่ ตรงตลาดเบนถัน(ตามรูป) และรถจะจอดให้ลง ที่นี่สมคำร่ำลือจริงๆ เมืองแห่งมอไซค์ค่ะ คือรถโคตรเยอะ แซ้บบอยสก๊อยเกิลก็เถอะ เจอพี่เวียดเข้าไป เป็นต้องหลบให้เลยค่ะ ที่นี่ใส่หมวกกันน็อคกันทุกคนนะคะ ชอบมาก อยากให้คนไทยเป็นแบบนี้ เวียดนามจะมีรถสามล้อที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เราไม่นั่งค่ะ ได้เห็น ได้ถ่ายรูปพอละ เสี่ยงโดนโกง และเปลืองตัง ห้าาา ขณะนี้เวลา 11.45 น. เรารีบกางแผนที่ ตามหาเวียตซีค่ะ (Vietsea Tourist) เราจะจองทริปครึ่งบ่ายไปอุโมงค์กู๋จี ตอนแรกมึนมาก เดินมาผิดทาง เพราะมองแผนที่กลับหัว เอิ้กๆ วิธีมา >> ต้องเดินตามถนน PhanNgu Lao เส้นสวนสาธารณะนะคะ จะเจอเวียตซีอยู่ซ้ายมือชั้นล่าง ใต้โรงแรม KIM KHOI HOTEL ค่ะ ค่าทัวร์ 5 USD/คน พนง.จะนัดเวลา มาให้ตรงเวลานะคะ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ จากนั้นเราเดินหา บริษัท Phuong Trang ค่ะ เป็นบริษัทรถที่เราจะจองไปดาลัดคืนนี้ >> จากเวียตซี เดินต่อไปนิดเดียวจะเจอแยกถนน De Tham  เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 100 เมตร จะเจอที่ขายตั๋วค่ะ เราจองรถนอนไปดาลัด รอบประมาณ 23.45 น.  ราคา 230.000 ดอง ซึ่งรถจะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงค่ะ ถ้าซื้อเวียตซีจะโดนชาร์จนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ลำบากอะไร ไปซื้อเองดีกว่าค่ะ ใกล้กันมากๆ ระหว่างรอขึ้นรถไปอุโมงค์กู๋จีเราก็เดินๆ หาอะไรกินกันค่ะ ปรากฏว่าเพลิน ลืมกิน เวลาก็จวนจ่ำ เลยต้องรีบเดินกลับค่ะ หลังๆ ดูเวลา เดินไม่ได้แล้วค่ะ วิ่งสิคะ โห...ผมนี่ติดสปีชเลย แต่เชื่อมั้ยว่าไม่ทัน ช้าไป 5 นาที ร้องไห้แปรบบบ เหงือนี่แตกพราก หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ พนง.ที่เวียตซีน่ารักมากค่ะ พาเราเดินไปรอรถอีกฝั่ง น่าจะให้วนมารับอีกรอบ ตอนขึ้นรถนี่พูดได้เต็มปากว่า "โคตรอาย"  ดังนั้นเพื่อนๆ อย่าเผลอนะคะ กะเวลาเวลาดีๆ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ เรานั่งรถบัสที่ทางเวียตซีจัดให้ไปอุโมงค์กู๋จี ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติเกือบทั้งคัน มีไกด์ชื่อ คุณแจ็ค ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พอถึงอุโมงค์กู๋จี ไกด์จะเก็บเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการเข้าชมคนละ 110.000 ดอง และจะพาเราไปปรับพื้นฐานเบื้องต้นก่อนไปสถานที่ต่างๆ ไกด์พามาดูกับดักค่ะ ด้านล่างจะมีเหล็กแหลมคอยดักศัตรูให้ติดกับ อุโมงคกู๋จี ห่างจากโฮจิมินห์ 40 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์ของชาวเวียดกงที่ขุดขึ้นขนาดพอดีกับตัวในสมัยที่ทำสงครามกับกองทัพอเมริกา รวมถึงกองทหารพันธมิตรจากนานาประเทศ ใช้ซุ่มโจมตีกองกำลังทหาร ทำให้ทหารเวียดนามได้รับชัยชนะในการรบกับทหารอเมริกา ถึงขั้นที่อเมริกาคิดที่จะมาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ แต่พันธมิตรยับยั้งไว้ก่อน โดยอุโมงค์นี้มความยาวกว่า 200 กิโลเมตร อยู่ได้ถึง 80,000 คน ใช้เป็นที่บัญชาการทางทหาร เป็นหลุมหลบภัย และอุโมงค์นี้ยังสามารถทะลุออกแม่น้ำไซ่ง่อนได้อีกด้วย มีทั้งให้ลองลอดอุโมงค์ บางอุโมงค์ต้องคลานเท่านั้น คืออิชั้นขอบายค่ะ คุณลุงทหารกำลังทำรองเท้าอยู่ค่ะ รองเท้าทำมาจากยาง สมัยก่อนทหารเวียดนามจะใส่รองเท้าสลับหัวท้าย เพื่อเป็นกลอุบาย หลอกล่อศัตรู ให้เดินมาติดกับดัก อารมณ์เดียวกับ กัณหา ชาลี เลย คือทหารเวียดนามฉลาดมากอ่า ก่อนกลับไกด์พามาที่โรงอาหารของทหารเวียดนาม เป็นโต๊ะไม้ยาวๆ มีของกินด้วยนะคะ "มันเผา" แบบฉบับทหารเวียดนาม จิ้มกับพริกเกลือ แต่ที่นี่จะใส่ถั่วลิสง รสชาติอร่อยดีนะ หอมๆ แปลกดี ทุกจุดที่ไกด์พากรุ๊ปทัวร์ไป เราจะเป็นสามคนสุดท้ายที่ไปช้าเสมอ และไกด์ก็มักเรียกเราด้วยประโยคนี้เสมอ เฮ้ มายกรุ๊ป คัมเฮีย !! เราใช้เวลาอยู่ที่อุโมงค์กู๋จี 1.45 ชั่วโมง กลับเวลา 16.30 น. ใช้เวลาเดินทางอีก 2 ชั่วโมงเหมือนเดิมค่ะ ช่วงว่างๆ นี่ นอนเอาแรงเหอะ ^^ Zzz. กว่าจะถึงโฮจิมินห์ก็ 18.30 น. ละค่ะ เราลงจากรถมองหาของกินอันดับแรกเลย เจอร้านน้ำผลไม้ปั่น น่ากินดี ราคา 15.000 ดองเอง เลยสั่งมาสามแก้ว น้ำส้ม น้ำมะม่วง น้ำสับปะรด รสชาติโอเคเลยถ้าเทียบกับราคา เราขอฝากกระเป๋าไว้ที่เวียตซี แล้วบอกเขาว่าจะมาเอาตอน 3 ทุ่ม เพราะถ้าเดินแบกไปเรื่อยๆ อาจมีหลังทรุด เราเดินไปตามสวนสาธารณะ จุดหมายอยู่ที่ Night Market แถวตลาดเบนถัน หาของกิน หาของกิน หาของกิน โฮจิมินห์ เป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะเยอะมาก และคนเวียดนามก็ชอบมาออกกำลังกายที่นี่ และตอนกลางคืนก็มีหลายคู่ที่มานั่งจู่จี๋ตามสวนสาธารณะ บ้างก็มาเล่นกีฬาเตะลูกขนไก่ค่ะ  เรานั่งดูเพลินเลย ลูกขนไก่เล็กขนาดนั้นเตะกันได้ลูกเด้งดึ๋ง ปริงได้ดีมาก แล้วก็มีแบบเป็นแก๊งด้วยนะ มากระโดด โลดโผน ตีลังกา อารมณ์ศิษย์วัดเส้าหลินอ่ะ ตื่นตาตื่นใจมาก โหะๆ เราข้ามถนนตรงวงเวียนมาฝั่งตลาด วิธีการข้ามถนนที่นี่ คือ ข้ามตรงทางม้าลายปลอดภัยสุด ถ้าตรงไหนไม่มีทางม้าลาย หายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบข้ามค่ะ ส่วนใหญ่รถจะหลีกทางให้เราเองนะ คหสต.เชื่อว่าหลับตาข้ามคงไม่โดนชนแน่นอน (แต่อย่าทำนะ) มาที่นี่ตอนแรกไม่ชินค่ะ เสียงแตรรถบีบกันถี่และดังมาก สะดุ้งทุกๆ สามวิก็ว่าได้ แต่อยากจะบอกว่า เรายังไม่เห็นอุบัติเหตุเลยนะ สงสัยเขาขับรถเชี่ยวกันมาก ที่ Night Market จะเหมือนถนนคนเดินเล็กๆ ไม่ใช่คนเท่านั้นที่เดินนะคะ รถมอไซค์ก็ขับผ่านไปมาพรุกพร่าน ระวังโดนซอยตูดกันด้วยค่ะ เสียว เราเดินเซอร์เวย์มาเรื่อยๆ มีร้านอาหารไม่กี่ร้านนะ แต่เราสะดุดร้านนี้ค่ะ ร้านหาบเร่เล็กๆ ขายบุ๋นเรียว ลักษณะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำใสใส่ลูกชิ้นปลาสไลด์ ราคา 20.000 ดอง (ราว 30 บาท) เลยจัดไปถ้วยนึง อยากชิมของข้างทางแบบคนไซง่อนเขากินกัน คำแรกที่ซดน้ำซุป โห...น้ำตาจะไหล อร่อยอ่ะ มันเด็ดมาก ไม่ต้องปรุงเลย รสชาติเปรี้ยวมะนาว เค็มๆ หวานๆ เผ็ดพริกซอยเล็กๆ จัดว่าเด็ด !!!! บุ๋นเรียว 1 ถ้วย กินกัน 3 คน มันจะไปอิ่มอะไร เราไม่รีรอค่ะ เดินเข้าร้านสั่งอาหารเลย เราสั่งข้าวผัดทะเล ปอเปี๊ยะสด ผัดผัก ต้มปลาใส่ผัก(เรียกอะไรไม่รู้แต่เป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่) ข้าวผัดจะใส่อะไรไม่รู้ กรอบๆ แข็งๆ เป็นเอกลักษณ์ แต่ความรู้สึกเราเหมือนข้าวหุงไม่สุก ข้าวก้นหม้อ ประมาณนั้น แต่คือหิว สั่งอะไรมาก็หมด ห้าาา ผลไม้ที่ซื้อมารูปร่างเหมือนละมุดยักษ์ แต่รสชาติเหมือนมะพร้าว อร่อยมาก ชอบ หวานนวลๆ มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 270.000 ดอง ค่ะ เสร็จจากมื้อนี้ เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้ซื้อของนะ เพราะขี้เกียจถือ แค่นี่ก็หลายสิ่งแล้ว เราลองถามราคาเสื้อผา ของที่ระลึกต่างๆ ปรากฏว่าแพงนะ เลยไม่เอา แต่หลังจากไม่เอานี่แหละ สงครามประสาทก็เกิดขึ้น คนขายจะมาง้อเรา พร้อมเครื่องคิดเลข 1 เครื่อง ให้เรากดเสนอราคาที่เราพอใจ แหมะ ธัมโม สังโฆ คือไม่ค่อยชอบวิธีการ แต่ก็เอาวะ ลองดู ประเด็นอยากได้เสื้อยืดรูปธงเวียดนามไง ราคาประมาณ 120.000 ดอง เราเลยลองต่อครึ่งนึง นังบอก "โนววววววววว" ให้เสนอราคามาใหม่ คราวนี้เราเลยต่อไป เหลือ 80.000 ดอง (120 บาท) คนขายบอกโอเค เมื่อพอใจในราคาทั้งสองฝ่าย การซื้อขายจึงสิ้นสุดลง และเราก็ได้เสื้อยืดสีแดง รูปดาวมาสมใจ กิกิ มองดูเวลาสมควรแก่การอาบน้ำ เราเดินกลับไปเอากระเป๋าที่เวียตซี ห้องน้ำที่นั่นมีห้องเดียวเล็กๆ แถมกรุ๊ปทัวร์เยอะด้วย เราเลยหอบกระเป๋าไปห้องน้ำที่สวนสาธารณะ  ซึ่งเป็นห้องน้ำระดับสี่ห้าดาวของเวียดนามเลย เราจัดแจงแตรียมของไปอาบน้ำ พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ ห้องน้ำปิด เอิ่ม....ความพยายามทั้งหมดที่ทำมา ไม่เป็นไร เราตัดสินใจเดินไปขึ้นรถที่ Phuong Trang โชคดีมาก ที่นั่นมีห้องน้ำ ไม่มีใครเข้าด้วย เพราะมันอยู่ด้านใน เสร็จเราสองสามคนจ้าาา เลยได้ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เอาน้ำลูบๆ ทาแป้งเย็นให้สบายเนื้อสบายตัวก่อนขึ้นรถไปดาลัด รถนอนที่นี่ นอนกันจริงจังมาก นั่งแทบไม่ได้ ก่อนขึ้นรถเขาจะให้ถอดรองเท้าเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วเก็บไว้ที่ใต้เบาะนอนด้านบนนะคะ ฝรั่งบางคนขายาวมาก น่าสงสารอ่ะ เอาเท้าสอดเข้าช่องไม่ได้ เลยต้องนอนชันเข่าทั้งคืน ต่อจากนี้อีก 6 ชั่วโมง ก็จะถึงดาลัดแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ. **เพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายวันที่ 1 รวม 1793.000 VND + 15 USD / 3 คน ค่ะ เฉลี่ยใช้จ่ายคนละประมาณ 1,000*** บาทค่ะ สำหรับวันที่ 2 ณ เมืองดาลัด ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดีดี๊ ^^ เราถึงดาลัดประมาณ 05.30 น. อยากจะบอกว่า ดาลัดหนาวมากกกกก เราแคปเจอร์หน้าจอไว้เป็นหลักฐานมาด้วย ถึงแล้วให้บอกคนขับรถตู้ของ Phuong Trang (บริการฟรี) ว่าไปที่ไหน....เอ่อแล้วไปที่ไหนล่ะ ไม่ได้จองโรงแรมไว้ เรากะ walk in เลย ที่หาข้อมูลไว้คือ เกสเฮาส์แถวๆ โรงแรมทิวลิป ตอนแรกคนขับรถไม่สนใจเรา โคตรเซง เลยต้องนั่งเสริจหารูปภาพโรงแรมและที่อยู่ให้เขาดู ถึงยอมไปส่งเรา ระหว่างทางเพื่อนเราก็ถ่ายรูปไป พนง.ก็ไล่ส่งคนจนเหลือแค่เราสามคน เขาบอกให้เราไปนั่งหน้า จะได้ถ่ายรูปได้สะดวกๆ ใจดีจุง กว่าจะถึงหน้าโรงแรมทิวลิปก็ 06.30 แล้ว แนะนำว่าเมื่อถึงหน้าโรงแรมทิวลิปให้ทันหน้าเข้าหาโรงแรม แล้วเดินไปทางด้านซ้ายมือ จะเจอเกสเฮาส์เพียบบบ ควรเลือกเกสเฮ้าที่มีรถมอไซค์ให้เช่า และมี พนง.ที่สื่อสารกับเราได้ ไม่งั้นปัญหาอาจจะเกิดขึ้นเหมือนเรา (ไว้จะเล่าอีกที) เราพักที่  NHA NGHI Guesthouse ด้านล่างจะเป็นร้านกาแฟ ชื่อ Coffee Dau Tay 2 ราคา 300.000 ดอง/คืน ถือว่าโอเคเลย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อ่า แล้วเราก็ให้ทางร้านจองรถไปมุยเน่พรุ่งนี้เช้า ราคา 150.000 ดอง/คน พร้อมเช่ามอไซค์ ได้ร้านข้างๆ ติดกับที่พักนี่เอง ค่าเช่ามอไซค์ 2 คัน เราต่อได้คันละ 100.000 ดอง กิกิ แล้วจะช้าอยู่ใย ไปแว๊นกันเถอะ ถนนที่นี่ขับเลนส์ขวา แซงเลนส์ซ้ายนะคะ ต้องจูนสมองพักนึงเลย เราซื้อแผนที่มาจากร้านเช่ามอไซค์ 15.000 ดอง ไปเติมน้ำมันด้วย สองคัน 80.000 ดอง ที่แรกที่เราแวะเที่ยวคือ  Vuon Hoa Thanh Pho Da Lat หรือ The flowers garden เป็นสวนดอกไม้นานาชนิด สวยดีค่ะ เอารถจอดไว้ด้านหน้า เสียค่าจอด 6.000 ดอง ส่วนตั๋วซื้อได้ที่ด้านหน้า ราคา 30.000/คน ไปชมภาพบรรยากาศกันค่ะ ^^ โหมดสาระ : สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด (Dalat Flower Gardens) อยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบซวนฮวาง บนถนนฟูดงเตียนหวุง (Phu Dong Thien Vuong) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2409 เพื่อให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรภาคใต้ ดาลัดได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งดอกไม้ ที่นี่จะมีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปี รวบรวมพรรณไม้ไว้อย่างมากมาย ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ต้น และกล้วยไม้ ที่มีทั้งกล้วยไม้สายพันธุ์แท้และลูกผสม ซึ่งกล้วยไม้ตัดดอกทั้งหมดที่อยู่ในเวียดนามมาจากที่นี่ค่ะ มีพวกผักเมืองหนาวด้วย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพืชผักผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเวียดนามเลยทีเดียว ที่แรกผ่านไป ต่อด้วยแว๊นมอเตอร์ไซค์ไปที่ที่สอง หุบเขาแห่งความรักค่ะ (Valley of Love) ที่นี่อยู่ทางเหนือของทะเลสาบซวนฮวางประมาณ 5 กิโลเมตร หุบเขาแห่งความรัก คนเวียดนามเรียก "ทุงหลุงติงห์เอียว" เป็นหุบเขาที่มีวิวทะเลสาบ ล้อมรอบไปด้วยเนินเขาเตี้ยๆ ปกคลุมด้วยไม้สนค่ะ คืออากาศดีมากกกก ชอบมากกก ระหว่างขับรถด้านข้างจะเป็นทะเลสาบซวนฮวาง ถ้าใครแว๊นมากะแฟนนี่โคตรฟิน พูดเลยยยย >\\< แต่ละที่ระยะทางไม่ห่างกันมากค่ะ แต่ควรกะเวลาให้พอดีนะคะ เพราะเราเที่ยวแบบต๊ะต่อนยอนมาก ห้าา Valley of Love เขามีตำนานนะคะ เอามาจากคุณ *Pacharawalai ว่ากันว่า "เมื่อก่อนที่นี่เป็นสถานที่นัดพบระหว่างนายทหารชาวดาลัดนายหนึ่งกับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก โดยเหตุการณ์นี้เกิดในช่วง ศตวรรษที่ 17  ซึ่งเป็นช่วงที่นายทหารผู้นี้ต้องไปทำการรบกับข้าศึกชาวจีนมองโกเลียที่มารุกรานเวียดนาม โดยสองคนนี้ได้สัญญาว่าเมื่อชายหนุ่มกลับมาพบกันตามเวลาที่นัดหมาย ก็จะแต่งงานกัน เมื่อถึงเวลานัด ฝ่ายหญิงก็ไปรอนายทหารหนุ่มคู่รักที่หุบเขาแห่งนี้ แต่เผอิญอีตาทหารหนุ่มเกิดไม่ได้มาตามนัดซะงั้น สาวเจ้าก็เศร้าโศกเสียใจ คิดว่าคนรักตายในสนามรบซะแล้ว เลยโดดหุบเขาฆ่าตัวตายที่นี่ สุดท้ายเมื่อนายทหารหนุ่มกลับมาและได้ข่าวว่าคนรักตัวเองโดดเขาตาย เขาจึงฆ่าตัวตายตามไปในที่สุด ว่ากันว่าชาวดาลัดเรียกหุบเขาแห่งความรักนี้ว่า ดอยสองศพค่ะ เนื่องจากชาวบ้านได้นำเอาร่างของคนทั้งคู่มาฝังร่วมกันที่นี่" และทั้งหมกก็คือตำนาน จบ. มาต่อกันดีกว่า เมื่อมาถึง Valley of Love แล้วต้องเอารถไปจอดด้านในนะคะค่าฝาก 6.000 ดอง/คัน แล้วเดินออกมาซื้อตั๋วด้านนอก ราคา 30.000 ดอง/คน ค่ะ ที่นี่จะมีให้เราเลือกแพคเกจเที่ยวโดยรถไฟ รถจิ๊บ เดิน บลาๆๆ ซึ่งราคาแอบแพง เราเลยเลือกเดิน เข้าไปแล้วจะเจอสวนดอกไม้ มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เยอะเลยค่ะ แนะนำว่าให้มาก่อนเที่ยงนะคะ ไม่งั้นตะวันตรงหัวเวลาถ่ายรูปแล้วเงาจะตกลงมาที่หน้าค่ะ จะมิงามมมม ^^ เข้าไปด้านในจะเจอร้านอาหาร เครื่องเล่น รถถีบด้วยค่ะ(ภาษาอะไรเนี้ย แอร๊ยยย) เราแวะกินข้าวกลางวันที่นี่หมดไป 230.000 ดอง แนะนำว่าเวลาไปตามสถานที่ท่องเที่ยว แล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยวให้อ่านเมนูดีๆ นะคะ มาไกลถึงเวียดนามไม่อยากให้สั่งมาแล้วเงิบ เจอเส้นมาม่าเหมือนเรา ห้าา เพิ่มพลังกันแล้ว เดินต่อค่ะ จะได้ย่อย  ^^ เดินเข้าไปด้านในเรื่อยๆ ไม่นานก็จะเจอภาพนี้ค่ะ ครั้งแรกที่เห็น ต้องอุทานออกมาดังๆ ว่า "เห้ยยยยยยยยยยยยยยย" วิวดีอ่า สวยมาก ด้านล่างจะเป็นทะเลสาบล้อมไปด้วยหุบเขา อยากให้มาเห็นด้วยตังเองจังค่ะ มีก๊อกน้ำลอยได้ด้วยนะ เก๋ๆ มาถึงแล้วขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึกซักหน่อยค่ะ ด้านล่างเขาจะทำเป็นสวนผีเสื้อ ไม่ใช่ผีเสื้อธรรมดานะคะ แต่เป็นผีเสื้อยักษ์ !! ถ้าลงบันไดไปด้านล่างอีกก็จะมีเรือให้ปั่นเล่นที่ทะเลสาบค่ะ แต่เราไม่ได้ลง กลัวเวลาไม่พอ ต้องไปแล้วสิ ไปเอารถที่ฝากไว้ค่ะ เตรียมแว๊นไปที่ XQ Đà Lạt Sử Quán  อยู่ใกล้ๆ Valley of Love ทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ ติดตามโพสต่อไปนะคะ ที่นี่เด็ดไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย  ขอลาไปด้วยภาพนี้ที่พี่เป็นสก๊อยเวียดนาม โหะ โหะ โหะ.... ^O^ สถานีต่อไป XQ Đà Lạt Sử Quán ขับรถไปนิดเดียวก็จะเจอ อย่างที่บอกว่าทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ  ดูข้างนอกว่าสวยแล้ว  ข้างในสิสวยกว่า ปล.กล้องเราแบตหมด เซงมากกก ดีนะมีกล้องเพื่อนกะกล้องมือถือ ไม่งั้นร้องไห้ค่ะ ดังนั้นเพื่อนๆ เตรียมแบตสำรอง ชาร์จมาให้พร้อมนะคะ ตอนนี้ 16.00 น. ต้องรีบละค่ะ เรากลัวเก็บไม่หมด มาถึงก็ฝากรถไว้ 10.000 ดอง แล้วขึ้นไปด้านบนค่ะ จะเจอวิวเมืองดาลัดสวยๆ แบบนี้ ^^ เราเข้าไปซื้อตั๋ว cable car ให้บริการเวลา 07:00-11:30 และ 13:30-17:00 มีหยุดพักเที่ยวด้วยนะคะ ไปอย่างเดียว 50.000 ดอง ไป-กลับ 70.000 ดอง ขากลับเรากะนั่งแท็กซี่ลงมา เพราะใช้เวลานั่ง cable car ไปกลับ 30 นาที นานเกิน มาชมกันค่ะ ชมภาพทิวสนสีเขียวนวลตา ระหว่างนั่ง cable car ข้ามไปวัด Truc Lam ฟินลืมมม แต่คนที่กลัวความสูงนี่อดนะคะ >< 15 นาทีผ่านไป ลงจาก cable car เข้าสู่วัด Truc Lam ข้อมูลจาก Mr.hotsia บอกว่าวัดนี้เป็นวัดพุทธนิกายเซน ซึ่งเป็นพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี) พระอารามห่างจากใจกลางเมืองของดาลัด 5 กม. ตั้งอยู่บนภูเขาฟินิกซ์เหนือมีทะเลสาบ Tuyen Lam Lake วัดนี้ไม่เพียงเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลัมดอง (Lam Dong) เมืองดาลัดอยู่ภายใต้จังหวัดลัมดองค่ะ ลืมบอกเลย สิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาเที่ยววัดนี้คือการเดินออกไปชมวิวทะเลสาบตังแลม(Tuyen Lam Lake) หลังวัดซึ่งเราพลาด เหมือนตอนที่ไป เขามีป้ายซึ่งเราเข้าใจว่าห้ามเข้านะ อด ขากลับเรานั่งแท็กซี่กลับค่ะ ตอนแรกแอบกลัวโดนโกง จากข้อมูลที่หามาบอกว่า ให้นั่งของ Vina sun กับ Mai Linh เท่านั้น ซึ่งเราเลือกนั่งของ Vina sun ผู้หญิงขับด้วยค่ะ เค้าบอกว่าคิดราคาตามมิเตอร์ เราก็โอเค สรุปหมดไป 80.000 ดอง ค่ะ เก๋ๆ อิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา เชื่อมั้ยกว่าจะถึง Crazy House ก็ปาไปเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว ชีวิต....สิ้นนนนนน !!! คงได้เก็บสถานที่นี้เป็นที่สุดท้าย ณ ดาลัด เศร้าแปรบบบ  ขอย้ำ ขอซ้ำ ขอให้จำว่า "มาดาลัดต้องอยู่ 2 วัน ถึงจะเก็บหมดแบบชิวๆ" อิชั้นผิดเองที่ต๊ะต่อนยอน ขอสุมาเต๊อะ อดไปพระราชวัง Bao Dai พิพิธภัณฑ์รถไฟ โบสถ์สีชมพูโดเมนเดมารี นั่ง sliding car ไปน้ำตกดาตันลา เจดีย์มังกรเอย TT  จบบบบ สิ้นนนน ถือเป็นบทเรียนค่ะ (ขอโทษที่ข้อมูลไม่ครบนะคะ) ถ้าอยากครบต้องมีซ้ำ แต่ไม่เป็นไรเป้าหมายเราอยู่ที่วันพรุ่งนี้ คือ มุยเน่ เมืองทะเลทรายชายทะเล ตามรอยเราสองสามคน มโนรมณ์ว่าเป็นสุนทรีย์ แอร๊ยยย >\\< ต่อค่ะๆๆ ไปถึง Crazy House จอดรถไว้ด้านข้างนะคะ ค่าฝากรถ 4.000 ดอง ค่าเข้า 40.000 ดอง เวลานี้โพ้เพ้มาก เริ่มมืด ตื่นเต้น และน่ากลัวไม่น้อย หึหึ (คนอวดผีป่ะเนี้ยย) ไปดูภาพบรรยากาศกันค่ะ Crazy House เป็น 1 ใน 10 Houses to See Before You Die คนออกแบบคือ มาดาม Hang Nga ซึ่งเป็นลูกสาวของอดีตรองประธานาธิบดีที่ 2 ของเวียดนามค่ะ เรียนจบสถาปัตกรรมจากฝรั่งเศส จุดเด่นของ Crazy House คือจะคล้ายๆ ถ้ำของมนุษย์ยุคหิน ข้างในจะตกแต่งด้วยของหน้าตาประหลาดๆ เราอยากบอกว่าด้านบนบางจุดอันตรายนะ ถ้าไปตอนเย็นๆ ทางเดินจะมืด บางจุดยังสร้างไม่เสร็จ สะพานข้ามเปราะๆ ดูแล้วไม่ค่อยแข็งแรง เห็นโครงเหล็กฉาบปูนอยู่เลย ตรงไหนรู้สึกเสี่ยง ก็เลี่ยงนะคะ (เอ๊ะ !! หรือว่าเขาตั้งใจทำ - -) เดิน วิ่ง กระโดด โลดโผน ปีน ป่าย เสร็จ ก็ได้เวลากลับที่พักค่ะ เวลา 1 ทุ่ม เราถึงที่พัก สิ่งที่ทำอย่างแรกคือ ชาร์จแบตกล้อง เด๋วคงต้องใช้กล้องมือถือถ่ายแล้วแหละ เราไม่รีรอที่จะออกหากิน แว๊นมอไซค์ไปจอดข้างถนน แล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งซึ่งเป็น Night Market ค่ะ โหหห คนเยอะและของกินแยะเรียงรายตามบันได เห็นแล้วแทบจะเกลือกกลิ้ง อากาศก็เย้นเย็นนน อยากกินไรอะไรร้อนๆ มาก คือเราหิวมากต่อจากนี้ไป เราจะกิน กิน กิน และกิน มาเริ่มกันเลยค่ะ หมายเลข 1 เป็นต้นอาร์ติโชค เอาไว้ทำชาร้อนๆ จิบตอนอากาศเย็นๆ ฟินน หมายเลข 2 ไม่ใช่ของกิน ห้าา แต่เป็นปูนปาสเตอร์ก้อนกลมๆ แบนๆ ร้อยใส่เชือกเทียน ยังไม่เคยเห็นที่ไทยนะ น่ารักดี หมายเลข 3 เป็นขนม คล้ายขนมขี้หนูม้วน ข้างในสอดใส้ถั่วหวานๆ หอมๆ หมายเลข 4 ของปิ้งย่าง ลูกชิ้น ฮอทดอก ไส้กรอก หมู เนื้อ ปิ้ง ที่ชอบคืออะไรไม่รู้คล้ายๆ หมูห่อใบชะพลู รสชาติแปลกดี หมายเลข 5 เต้าฮวย ต่างจากไทยตรงที่เต้าฮวยที่นี่นุ่มนิ่มเด้งดึ๋งมาก ราดน้ำเชื่อมและกะทิด้านบน หมายเลข 6 แพนเค้ก จะมีแม่พิมพ์ใช้ทำอยู่ เลือกใส่ไส้ได้ตามใจชอบ มีทั้งชอก สตอ บลูเบอรี่ รสชาติก็งั้นๆ นะ เราทำอร่อยอีก (ดู๊วว) หมายเลข 7 บุ๋นเรียว ของขึ้นชื่อของดาลัดเลยนะ อร่อยมาก ก้อนๆ นั่นทำจากไข่ไก่ผสมไข่ปลา (เห็นเขาว่ามาอย่างงั้น) ยัง ยังไม่หมด อย่าลืมว่าเรามากันสองสามคน เวลาซื้อของกินเราจะซื้อทีละนิดทีละหน่อย พอให้กระเพาะได้มีพื้นที่ไว้ยัดของกินอย่างอื่นอีก ห้าาา หมายเลข 1,2 ร้านนี้ขายหลายอย่าง เราสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่น้ำใสมา(ตั้งชื่อเอง) ข้าวต้มหมู(อร่อยมาก) และต้มไก่ ร้านนี้ใช้เตาถ่านนะ กลิ่นเลยเฉพาะ น้ำซุปห๊อมหอม หมายเลข 3 บุ๋นเรียวต้องใส่กะปิด้วยนะลืมบอกเลย เหมือนข้าวปุ้นน้ำแจ่วที่เชียงคาน หมายเลข 4 เต้าฮวยนุ่มนิ่ม ต่อค่ะๆ อย่าให้ขาดช่วง หมายเลข 1 ผลไม้แช่อิ่ม ขายที่ตลาดด้านล่างคล้ายๆ ที่กาดหลวง กาดต้นพยามเชียงใหม่ เราโหวตมะม่วงอร่อยสุด แม่ค้านี่กวักมือรัวๆ เรียกเราให้เข้าไปชิม ไอเราก็ใจง่าย ไปเฉยเลย เจอเอาของกินเข้าล่อก็เงี้ยะ แม่ค้าขนของออกมาให้ลองแทบจะหมดร้านละค่ะ ทั้งชา กาแฟ โห...รู้ตัวอีกทีคือตรูแหลกของเค้าไปเยอะเลย ถ้าไม่ซื้อก็ไม่ได้ เลยเอามะม่วง พลับ กับบ๊วย ตอนจ่ายตังมีเงิบ 450.000 ดอง ธัมโม สังโฆ (แต่มารู้ทีหลังว่าถูกกว่าตลาดเบนถันอีกนะ) อ่อ เราซื้อกาแฟที่นี่ด้วย กาแฟ G7 กับกาแฟบด ขี้ชมดก็มี หมายเลข 2,4 น้ำเต้าหู้ของดาลัดเก๋มาก ทำจากถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิงสง รสชาติและกลิ่นแตกต่างกันไป เราโหวตถั่วเขียว อร่อยดี กินคู่กับซาลาเปาทอด หรือขนมปังที่ร้านมีไว้ให้(แต่อย่ากินเลย เหนียว แข็ง และไม่อร่อย) หมายเลข 3 พิซซ่าเวียดนาม แป้งกรอบ อร่ยยยยยมาก จัดว่าเด็ด ปกติจะเป็นแผ่นกลมๆ อันนี้แม่ค้าตัดมาให้เราพอดีคำ ใครจะไปต้องลองนะคะ ข้อสังเกต : คนดาลัดให้ความสำคัญกับอาหารมาก ทุกอย่างมีประโยชน์ ก๋วยเตี๋ยว เฝอ บุ๋นเรียว มีผักฟรีให้กินเยอะมาก น้ำเต้าหู้จากถั่วชนิดต่างๆเอย เต้าฮวยเอย คือเป็นเมืองที่คนใส่ใจดูแลสุขภาพมาก หุ่นแต่ละคนเป๊ะอ่า ไม่มีใครอ้วนเลย เห็นแล้วรู้สึกว่าควรหันมาใส่ใจตัวเองด่วน ! สรุปค่าใช้จ่าย วันที่ 2 รวมค่าใช้จ่าย 2840.000 VND = 4,260 บาท เฉลี่ยคนละ 4,260/3 = 1,420 บาท ค่ะ ^^ ปล.ค่าอาหาร พวกก๋วยเตี๋ยวราคา เฉลี่ยอยู่ที่ 20.000 ดอง หรือ 30 บาทค่ะ ถูก อร่อย ดี ต้องที่ "ด่าหลัด" อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

เครื่องไม่ร้อน! ช้างศึกU21อุ่นเครื่องพ่ายอาร์มี่ ยูไนเต็ด
ช้างศึก /  ซีเกมส์ / 

ทัพช้างศึกU21ปี อุ่นเครื่องพ่ายให้กับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด เพื่อเตรียมความพร้อมเอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 และ ซีเกมส์ 2017 วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 เวลา 17.00 น. ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ชุดเตรียมความพร้อมก่อนทัวร์นาเมนต์ เอเอฟซี ยู-23 แชมเปี้ยนส์ชิพ 2016 รอบคัดเลือก และ ซีเกมส์ 2017 ลงอุ่นเครื่องพบกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมแห่งศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่ สนามกองทัพบก เกมนี้แม้ว่าอาร์มี่จะพักแกนหลักของทีมไว้หลายรายแต่ยังนำมาโดยกองหลังอย่าง ชเดนโก้ คาปราลิค ส่วนช้างศึก U-21 ภายใต้การคุมทีมของ วรวุธ ศรีมะฆะ ส่ง ศศลักษณ์ ไหประโคน แนวรุกจากแบงค็อก ยูไนเต็ด , สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ กองกลางจาก ชลบุรี เอฟซี และ บิล สีดา กองหน้าลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก จาก ขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นตัวจริง เริ่มเกมนาทีที่ 15 ช้างศึก U-21 เกือบได้ประตูขึ้นนำก่อน ประสิทธิ์ จันทุม วางบอลด้วยซ้ายเข้าเขตโทษ ปฏิภาณ อุ่นอบ ทะยานโขกข้ามคานไปอย่างหวุดหวิด นาทีที่ 18 ช้างศึก U-21 พลาดได้ประตูออกนำอีกครั้ง ศศลักษณ์ ไหประโคน ได้บอลในเขตโทษฝั่งขวาก่อนจ่ายยัดให้ บิล สีดา หาจังหวะยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบไปนิดเดียว จากนั้นยังเป็นช้างศึก U-21 ที่มีโอกาสได้ประตูแบบจะแจ้งมากกว่า นาทีที่ 33 พลาดได้ประตูออกนำอีกครั้งจากจังหวะที่แดนกลางโยนยาวขึ้นหน้า บิล สีดา หลุดไปชิพข้ามหัวผู้รักษาประตูอาร์มี่ไปแล้ว ทว่าบอลหลุดเสาแรกออกหลังอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่นาทีที่ 40 กลับเป็น อาร์มี่ ที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0  วัชรพล โพธิ์ถนอม หลุดเข้าไปยิงสวนตัว อนุศิษย์ เติมมี และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ กลับสู่ครึ่งหลังแม้ช้างศึก U-21 จะพยายามเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูตีเสมอแต่ยังไร้ความเฉียบขาด ทำให้นาทีที่ 75 เป็น อาร์มี่ ที่ได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากการหลุดไปยิงของ รุ่งศักดิ์ คชรักษ์ จากนั้นแม้ว่านาทีที่ 87 ช้างศึก U-21 จะได้ประตูไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 จาก ศศลักษณ์ ไหประโคน แต่ก็ไม่ทันจบ 90 นาที อาร์มี่ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายกำชัยไปได้อย่างสนุก รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด : อภิชาติยานนท์ (GK) เกรียงไกร ชาสังข์, ซเดนโก้ คาปราลิค , รุ่งศักดิ์ คชรักษ์,รัฐกิจ ชนะนา – ตระกูลฉัตร ทองใบ – ธรรมชาติ นาคะพันธ์ – วัชรพล โพธิ์ถนอม,พงษ์สุริยันต์ แอบแฝง,นิพนธ์ คำทอง – อรรถพล กันหนู ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี : อนุศิษย์ เติมมี (GK) – พงษ์ศักดิ์ บุญทศ , ปวีณ์ ตัณฑะเตมีย์ , ปฏิภาณ อุ่นอบ , กุลชาติ จีนถนอม – สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ , พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล – พิชา อุทรา , ประสิทธิ์ จันทุม , ศศลักษณ์ ไหประโคน – บิล สีดา

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2559
ราชดำเนิน /  ศึกบางระจัน / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2559 ศึกบางระจัน เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. กรีฑาพล เพชร ปตอ.  Vs  สิงห์ขาม เกียรติหมู่ 4 2. เพชรเกรียงไกร ช.พิทักษ์ชัย  Vs  หนุ่มอุทัย ส.จ.เปี๊ยกอุทัย 3. ยอดขุนพล ส.รจรินทร์  Vs  ไผ่สีทอง ปูสระบุรี 4. จรวดจิ๋ว ฮั้วโรงน้ำแข็ง  Vs  คิงส์สตาร์ ร.ร.กีฬาโคราช 5. เพชรเมืองสรวง ศิษย์ดอนคิงส์  Vs  มังกรเดช ไฟเตอร์มวยไทย 6. ซุปเปอร์แจ๊ค ไฟต์เตอร์มวยไทย  Vs  ศรนารายณ์ ส.สมหมาย 7. แสนวังชัย เจ.เอส.พี  Vs  คึกคัก ป.เปาอินทร์ 8. ปังตอ พี.เค.แสนชัยฯ  Vs  เพชรสยาม ศิษย์เจ๊รส 9. ลูกตั้ม เอ็นแอนด์พีบ๊อกซิ่ง  Vs  เพชรใหม่ ส.ไพรทอง ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

GangZa ขุนพล 3 ก๊กสุดแซ่บแห่งยุค เกรียนทั่วหล้ากันยายนนี้
Gangza /  Thaiplay

GangZa เผยโฉมหน้าขุนพลสามก๊กที่แซ่บที่สุดแห่งยุค เกรียนกันพร้อมหน้า ก.ย. นี้แน่นวลลลล!!! GangZa อันธพาลกวนเมือง เกม Casual น้องใหม่จากค่าย Thaiplay ที่ฉีกภาพลักษณ์ขุนพลสามก๊กสุดแกร่งกันแบบสุดขั้ว ส่วนวิธีการเล่นก็แสนง่าย เพราะแค่ใช้หน้าจอทัชสกรีนของสมาร์ทโฟนเป็น ก็เล่นเกมนี้ได้แล้ว และวันนี้ศิษย์พี่ก็จะ แนะนำระบบต่างๆ ภายในเกมให้ศิษย์น้องทั้งหลายได้ศึกษากันไปก่อนคร่าวๆ ว่าแล้วก็อย่ารอช้าไปดูกันเลยค่ะ ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของเกมสามก๊ก กับขุนพลในตำนานที่เกรียนที่สุด แซ่บที่สุดในยุคนี้ ภายในเกมศิษย์น้อง จะได้พบกับขุนพลสามก๊กในรูปแบบของชาวแก๊งสุดเกรียน โดยสามารถหาขุนพลสุดแซ่บเหล่านี้ได้จาก Gashapon, ร้านค้าลึกลับ หรือการเคลียร์ด่านต่างๆ เพื่อเก็บสะสมเศษขุนพล ▼ “โจโฉ” สไตล์ชาวแก๊ง ที่พกคาริสม่ามาเต็มสุด!!! ▼ “เล่าปี” มาในลุคหนุ่มสุดเนิร์ด สาวกหนุ่มแว่นห้ามพลาด ▼ “เตียวหุย” ในมาดหนุ่มนักกล้าม สาวๆ แถวนี้มีใครอยากได้บอดี้การ์ดส่วนตัวมั้ยคะ? ระบบแฟชั่นแบบจัดเต็ม เอ๊ะนี่ใช่ Mobile Game แน่เหรอ แฟชั่นจะเยอะไปไหน??? ชุดแฟชั่นของเกมนี้จะแบ่งเป็นหมวดสัตว์เลี้ยง, แบ็คกราวน์ตัวละคร, หน้าตา, ทรงผม, หน้ากาก, ปีก, ชุด และหมวก ชอบแบบไหนสไตล์ไหนก็เลือกใส่กันได้เลย ลุยเดี่ยวคืออะไร พี่ไม่รู้จัก.. คติประจำใจพี่คือ “ถ้ามาต่ำกว่า 5 อย่าเรียกข้าว่าชาวแก๊ง!!!” พบกับระบบจัดทีมต่อสู้ที่หลากหลาย งานนี้ไม่มีเดี่ยว รุมลูกเดียว!!! ซึ่งขุนพลภายในเกมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ Pioneer หรือสายโจมตี, Backbone หรือสายป้องกัน และ Backup หรือสายสนับสนุน แถมยังมีลูกน้องคอยช่วยเหลือระหว่างการต่อสู้อีกด้วย เรียกว่าตะลุมบอนกันสุดๆ ▼ Pioneer หรือสายโจมตี และแน่นอนว่าต้องเป็นคนนี้เลย พี่กล้ามโต “เตียวหุย” ▼ Backbone หรือสายป้องกัน สายนี้ถือว่ามีขุนพลตัวจี๊ดๆ อยู่เยอะเลย แต่ตอนนี้ขออวด “โจโฉ” คนโหดก่อนละกัน ▼ Backup หรือสายสนับสนุน 1 ตำแหน่งสำคัญภายในทีมที่ขาดไม่ได้ และสาวน้อยคนนี้คือ “หวงเย่อิง” ▼ ลูกน้องที่สามารถเลือกให้ลงสนามไปต่อสู้กับพวกเราได้ สามารถปลดล็อกลูกน้องได้ตามระดับเลเวลนะคะ และนี่คือระบบคร่าวๆ ภายในเกมที่ศิษย์พี่คนสวยนำมาให้อ่านเรียกน้ำย่อยไปก่อนนะคะ ส่วนศิษย์น้องคนนไหนอยากติดตามข่าวสารของเกมหรือดูคลิปแนะนำเกมเพิ่มเติมล่ะก็สามารถติดตามได้ที่ Fanpage --> [http://goo.gl/YJpCZL]

ราฟาจัดให้!! สื่อประโคม หงส์ โอเคค่าตัวจ่อคว้า ไวจ์นัลดุม ชูเสื้อสัปดาห์หน้า
จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม /  นิวคาสเซิล / 

จ่อเป็นศิษย์ใหม่รายล่าสุดของ เจอร์เกน คล็อปป์ ในเร็ววันนี้ซะแล้ว!! สำหรับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์ตัวคีย์แมนของ นิวคาสเซิล ที่ล่าสุด The Express สื่อดังของเกาะอังกฤษ ประโคมข่าว ลิเวอร์พูล ตกลงข้อเสนอจำนวน 20 ล้านปอนด์ ในการดึงตัวแข้งชาว ฮอลแลนด์ รายนี้มาร่วมทัพเพื่อลุยศึกหนักในซีซั่นหน้า รายงานยังบอกด้วยว่าปัจจุบันแข้งวัย 25 กะรัต กำลังได้รับความสนใจจาก เอฟเวอร์ตัน และสเปอร์ แต่ทาง เจอร์เกน คล็อปป์ พร้อมปิดดีล ไวจ์นัลดุม ให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ และหากเคลียเอกสารกันลงตัว ก็น่าจะไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการกันอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ฤดูกาล2015/16 จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ทำสถิติลงสนามรับใช้ “สาลิกาดง” ไปทั้งหมดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครบทั้ง 38 นัด เจาะตาข่ายได้ 11 ประตู และส่งบอลให้เพื่อนยิง(แอสซิสต์)ไป 5 ครั้งด้วยกัน

รีวิว Doctor Strange : หมอแปลก แหวกข้ามมิติ
Benedict Cumberbatch /  Chiwetel Ejiofor / 

รีวิว Doctor Strange : หมอแปลก แหวกข้ามมิติ หลังจากค่ายหนัง Marvel ประสบความสำเร็จในการชุบชีวิตตัวการ์ตูนจากคอมมิกขึ้นมาอยู่บนจอเงินครั้งแล้วครั้งเล่า ก็นับเป็นเรื่องที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียวสำหรับ Doctor Strange ฮีโร่คนใหม่ที่เปิดตัวในฐานะจอมเวทย์สูงสุดของโลก ผู้ที่มีทั้งพลังวิเศษและสติปัญญา Doctor Strange ผลงานกำกับของ Scott Derrickson เล่าถึง Stephen Strange (รับบทโดย Benedict Cumberbatch) ศัลยแพทย์มือฉมังที่ประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนมือไม่นิ่งพอที่จะทำงานผ่าตัดได้อีกต่อไป Strange จึงออกเดินทางเพื่อหาวิธีรักษามือของตนเอง จนได้พบกับสถานที่ที่เรียกว่า Kamar-Taj ในเมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ที่นั่นเขาได้ฝึกเวทย์มนต์แบบตะวันออก จาก Ancient One (รับบทโดย Tilda Swinton) และศิษย์ผู้พี่ Karl Mordo (รับบทโดย Chiwetel Ejiofor) พร้อม ๆ กับได้รับถึงแผนชั่วของ Kaecilius (รับบทโดย Mads Mikkelse) ที่หมายจะทำลายประตูมิติเพื่อพาอสูรร้าย Dormammu มากลืนกินโลกให้ตกอยู่ภายใต้ความมืดมิด งานนี้ Doctor Strange จึงต้องออกโรงใช้พลังเวทย์ที่ตนเองได้ฝึกฝนมายับยั้งแผนการดังกล่าวนี้ไว้ให้ได้ แม้กลวิธีการนำเสนอเรื่องราวจะเป็นไปตามสูตรหนังซุปเปอร์ฮีโร่ (ภาคปฐมบท) ที่พบได้บ่อยครั้ง คือ ตัวละครเอกมีความคิดต่อต้านเรื่องพลังวิเศษ แล้วค่อย ๆ เกิดจุดเปลี่ยนให้ยอมรับพลังดังกล่าว และนำมันมาใช้กอบกู้โลก แต่สิ่งที่ Doctor Strange มีความโดดเด่นที่เห็นได้อย่างแรกคือ “ความกระชับ” จากการปูเรื่องเพียงสั้น ๆ ก่อนนำเข้าสู่จุดหักเหของเรื่องอันได้แก่การประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ของ Doctor Strange ทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือเทคนิควิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ที่อลังการดาวล้านดวง สวยงามจัดหนักจัดเต็ม ชนิดที่ไม่ปราณีสายตาของผู้ชมเลยแม้แต่น้อย (คำเตือน ! ใครเมารถง่ายแนะนำให้ทานยาแก้เมาล่วงหน้า ไม่งั้นโลกหมุนทั้งเรื่องนะเออ !) และก็ตามสูตรหนังซุปเปอร์ฮีโร่ (อีกนั่นแหละ) ที่จะทำให้เราได้เห็นว่าผลจากการทำความดีนั้นเป็นเช่นไร แม้บางครั้งเราอาจจะมองโลกในมุมที่เห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่สุดท้ายเมื่อเราเปลี่ยนมุมมองและหันมาใส่ใจผู้อื่นมากยิ่งขึ้น เอาใจเขามาใส่ใจเรามากยิ่งขึ้น...ก็ไม่มีคำว่า “สายเกินไป” สำหรับการเริ่มต้นทำในสิ่งดี ๆ อย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า หนังที่สร้างจากสูตรสำเร็จยังคงเป็นสิ่งที่ขายได้อยู่ แถมยังจะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเมื่อเจ้าของผลงานใส่หัวใจและรายละเอียดที่ครบเครื่องลงไป Doctor Strange จึงถือเป็นภาพยนตร์ลำดับแรก ๆ ของเฟส 3 ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาส่วนที่เปิดเผยออกมาในช่วง End Credit ทั้งสองช่วง ซึ่งจะต่อยอดไปสู่ The Avengers ภาคใหม่ รวมทั้งความน่าจะเป็นใน Doctor Strange ภาค 2 อีกด้วย สุดท้าย...ขอให้คะแนน “หมอแปลก...จอมเวทย์มหากาฬ” ไว้ที่ 4.5/5 ครับ บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

เสก โลโซ เตรียม 'แดนซ์' ครั้งแรก พร้อมนางเอกสาว กรีน อัษฎาพร
20 ปี โลโซ เราและนาย /  Sek Loso / 

แค่เห็นตัวอย่างมิวสิควิดีโอก็มันส์แล้ว! สำหรับ ซาตาน ผลงานซิงเกิ้ลที่ 10 จากอัลบั้ม 20 ปี โลโซ เราและนาย ของ เสก โลโซ ที่เจ้าของออกปากว่า 'นี่คือเพลงแนวเต้นรำเพลงแรกของ เสก โลโซ' เพราะไม่ใช่แค่เล่นละครเก่ง แต่นางเอกสาว กรีน อัษฎาพร ยังร้องเพลงก็เพราะ-ความสามารถแน่น! สมดีกรีศิษย์เก่าเวทีรายการ AF ว่าแล้ว เสก โลโซ เลยขอชวนสาว กรีน มา feat. กันในเพลง ซาตาน ผลงานซิงเกิ้ลที่ 10 จากอัลบั้ม 20 ปี โลโซ เราและนาย พร้อมแปลงโฉมเป็นร็อกเกอร์สาว ชวนพี่เสกแดนซ์มันส์ในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ด้วย ซาตาน - เสก โลโซ featuring กรีน อัษฎาพร【OFFICIAL TEASER】 youtube channel : GMM GRAMMY OFFICIAL ใครอยากดูเต็มๆ อดใจรออีกนิด!... มิวสิควิดีโอเพลง ซาตาน จาก เสก โลโซ featuring กรีน อัษฎาพร เตรียมออนแอร์ครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก ผ่านยูทูปแชนแนล Gmm Grammy Official และ Fan TV ช่อง87 วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคมนี้ เวลาหนึ่งทุ่มตรง! เค้าว่าผลงานเพลงนี้ ทำให้ เสก โลโซ ประทับใจสาว กรีน จนต้องชวนมาร่วมงานด้วย! With legend of rock star 'Sek Loso' #satan A photo posted by ⒼⓡⓔⓔⓃ ⒶⓤⓢⓐⓓⓐⓟⓞⓡⓃ Ⓢ. (@green_ausadaporn) on Aug 6, 2016 at 1:19am PDT กับพี่อั๋นผกก.เอ็มวีสะท้านหรือซาตานจากพี่เสก โลโซ 🎶📺📺 A photo posted by ⒼⓡⓔⓔⓃ ⒶⓤⓢⓐⓓⓐⓟⓞⓡⓃ Ⓢ. (@green_ausadaporn) on Aug 6, 2016 at 1:23am PDT มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เก่ง ธชย ขอโทษ! แต่งกลอนฉ่อยเหน็บผู้ใหญ่ ไม่เจตนาลบหลู่วัฒนธรรม
เก่ง ธชย /  เก่ง เดอะวอยซ์ / 

สืบเนื่องมาจากประเด็นดราม่าถึงความไม่เหมาะสมของ MV เพลงเที่ยวไทยมีเฮ โดยมี เก่ง ธชย หรือ เก่ง เดอะวอยซ์ เป็นหนึ่งในผู้แสดงนำ โดยต่อมา เก่ง ได้แต่งกลอนฉ่อยโพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวข้อความว่า ">>ฉ่อย ธชย คิดเองเออเองไม่ได้ว่าใคร<<เมื่อฉันจะไป ไม่มีใคร เห็นหัวพอมีรางวัลมายั่ว แล้วดีใจเรียกเข้าไปพบ ชื่นชม ยินดีน้องจะให้พี่ ช่วยอะไรตัวผม ฝันว่า อยากทำอย่างนี้เออพี่ว่ามันก็ดี แล้วนี่มันก็ใช่จัดฉากเสร็จสิ้น บินกลับรังแล้วฝันตูก็พัง ใช่ไหมงานใหม่ เข้ามา ไปเอาหน้าต่อแล้วก็หลอก ให้รอ ต่อไปจนโปรเจคใหม่ เขาบอกว่าทศกัณฐ์นั้นหนา จะเที่ยวไทยอยู่กรุงลงกา ราชธานีเบื่อหน่ายเต็มที นารีเมรัยอยากกินหนมครก แบบแคะเองจักกะยางปั่งเล่ง สบายใจจะเเข่งโกคราส ขี่ม้าชมทะเลเล่นว่าวก็เฮ ฮาไปพอเข้าตา ไดโนเสาร์ เต่าล้านปีมาบอกทำอย่างนี้ ใช้ไม่ได้พระเกียรติยศ แผ่ไพศาลต้องทรง คชาชาญ สิยิ่งใหญ่ไอ้ขะหนมครก ไม่ให้แคะเองบริวารจะประเคน มาเสริฟให้จารีต แบบแผน ประเพณีต้องอย่างโน้น ต้องอย่างนี้ จำไว้ขุดกันเข้ามา ทั้งรุ่นย่ารุ่นปู่แม่ครู้ แม่ครู ผู้ใหญ่เบื่อหน่ายเต็มทน คนล้าหลังโลกมัน แคบจัง รู้ไหมไทยจะไปยังไง เดินหน้าถอยหลังวัฒนธรรมจะพัง รู้ไว้ตายไปเอาไปด้วย นะคุณปู่คุณย่าหนูจะช่วยพา ไปเผาให้เอชาฯ" ซึ่งหลายคนมองว่ากลอนฉ่อยบทนี้ตั้งใจแต่งขึ้นมาเพื่อเหน็บผู้ใหญ่ที่คัดค้าน MV เพลงเที่ยวไทยมีเฮ เปรียบเป็นพวกล้าหลังเหมือนไดโนเสาร์เต่าล้านปี โดยล่าสุด เก่ง ธชย โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ขอโทษอย่างบริสุทธิ์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า... "จากกรณีโพสต์กลอนฉ่อยเมื่อ 2 วันที่แล้ว เก่งขอกล่าวคำว่า "ขอโทษ" อย่างบริสุทธิ์ใจครับ ขอโทษต่อสังคมที่แสดงพฤติกรรมที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างเช่นนั้นออกไป และขออนุญาตเรียนมา ณ ทีนี้ว่า เก่งไม่ได้มีเจตนาที่จะคิดลบหลู่วัฒนธรรมดั้งเดิม หรือครูผู้ใหญ่ท่านใดๆ ทั้งสิ้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากอารมณ์และความกดดันที่เก่งได้รับมาจากทุกทาง และสะสมเรื่อยมาจนกระทั่งเกิดกระเเส MV ที่เพิ่มขึ้นมา ส่งผลให้ตัดสินใจทำอะไรลงไปโดยไม่ทันคิดให้รอบคอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยและไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ ผมควรควบคุมอารมณ์ และ ทำความเข้าใจแง่มุมต่างๆ ให้มากกว่านี้ สุดท้ายนี้เก่งขอโทษกับทุกๆ ความหวังดีที่เคยมอบให้เก่งมา ขอโทษที่ทำให้ใครหลายๆ คนผิดหวังครับ ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ครับ นอกจาก คำว่า "ขอโทษ" อย่างบริสุทธิ์ใจครับ" ข้อความจาก เก่ง ธชย ขอบคุณภาพจาก FB :: ธชย ประทุมวรรณ, เก่ง ธชย ประทุมวรรณ-Tachaya เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย เก่ง ธชย