ตี3คืน3

5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้หลังเกือบโดนแบ็กกี้ส์สยบ
ฆวน มาต้า /  ปีศาจแดง / 

ผ่านหลักกิโลเมตรที่ 8 ของการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก ฟอร์มของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้การนำทัพของ หลุยส์ฟานกัลเทรนเนอร์คนใหม่ยังถือว่าไม่ลงล็อคนัก เมื่อยังไม่สามารถเดินเครื่องเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องได้ และยังไม่สามารถยึดอันดับท็อปโฟร์ได้ เมื่อผ่านสัปดาห์ที่ 8 หลังทำได้เพียงแค่ไล่ตามตีเสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-2 หลังโดนออกนำไป สองครั้งสองคราว จากประตูแรกในเสื้อตราปีศาจถือสามง่ามของทั้ง มารูยาน เฟลไลนี่ และ ดาลี่ย์ บลินด์ มาดู 5 เหตุผลที่ ผีแดงได้เรียนรู้จาก 1 แต้มที่ไปควักมาจากเดอะฮอว์ทอนส์ 1.กองหลังยังไว้ใจไม่ได้เหมือนเดิม แมนยูไนเต็ดไม่ควรตกที่นั่งลำบากขนาดนี้ถ้าหากแผงหลังดี วันนี้สองประตูที่เสียไป แม้จะเป็นจังหวะฉาบฉวย แต่ก็เป็นการเตรียมการมาแล้วอย่างแนบเนียนของเจ้าบ้าน ประตูแรก ลุค ชอว์ เข้าสกัดบอลพลาดจนบอลทะลักมาถึง อังเดร วิสดอม แต่ก็ต้องชม สเตฟาน แซสเซอญง ที่จบสกอร์ได้อย่างยอดเยียม ส่วนประตูที่ 2ที่เสียไป ราฟาเอลรับไปเต็มๆ ข้อหายืนเหม่อลอยจนเช็กล้ำหน้าพลาดและปล่อยให้ ไซโด้ เบราฮิโน่ หลุดเข้าไปล่อเป้า เดเคอา แผงหลังทั้ง 4 มีเพียงแค่ มาร์กอส โรโฮ เท่านั้นที่สอบผ่าน การได้ผู้เล่นที่หายเจ็บแบบ ฟิล โจนส์ กลับมาไม่ได้ทำให้ทีมดีขึ้น ส่วน ลุค ชอว์ เดี๋ยวว่ากันต่อในหัวข้อถัดไป 2.ชอว์ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าคุ้มค่าที่ราคา 27 ล้านปอนด์ ถือเป็นอีกนัดที่น่าผิดหวังของ ดาวเตะค่าตัว 27 ล้านปอนด์ และค่าเหนื่อยแพงระยับ เมื่อแทบจะไม่สามารถประสานงานกับ อัลเคล ดิมาเรียได้เลยในครึ่งแรก การออกบอลและการเติมเกมส์ดูขาดๆเกินๆไปหมด หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปนานๆแน่นอนว่าย่อมประทบถึงความมั่นใจ เพราะลำพังด้วยค่าตัวที่สูง ความคาดหวังจากแฟนบอลย่อมสูงไปด้วยทำให้แข้งวัยยังไม่ 20 ดีต้องเรียนรู้ที่จะรับมืออีกเยอะ 3.ย้ำอีกครั้งว่ายานาไซไม่ดีพอ ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในฤดูกาลนี้ แต่ก็ทำผลงานได้แบบน่าผิดหวังมากๆเหตุผลเดียวที่ปีกร่างบางรายนี้ยังได้ยืนครบ 90 นาที เพราะ ดิมาเรียดันไปได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่มีทางเลือกต้องเก็บไว้ และก็อย่างที่เห็น ไม่รู้ทำไมยิ่งเล่นไปเล่นไปสเต็บคล้ายกับ แอชลี่ย์ ยัง เข้าไปทุกทีกับลูกเสี้ยงไต่กรอบเขตโทษก่อนที่จะล็อคเข้าเท้าถนัด แล้วโยนแบบไม่ใกล้เคียงเป้าหมาย บางทีทางแก้ง่ายๆ ถ้าหากจับไปเล่นกราบซ้ายตามเท้าที่ถนัดอาจจะทำได้ดีกว่านี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาเสียเวลาล็อคกลับมาให้โดนดักง่ายๆอีก แต่ทางที่ดีที่สุดคือปล่อยไปสะสมประสบการณ์ช่วงปีใหม่นี้ การสัมผัสเกมส์ที่ความกดดันต่ำกว่านี้อาจจะช่วย ยานาไซได้ 4.อาจจะเป็นฟ้าหลังฝนของเฟลไลนี่ แม้ฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีมไม่ดี แต่อย่างน้อยการได้เห็นประตูแรกของ มารูยาน เฟลไลนี่ นับตั้งแต่ย้ายมาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก็น่าจะเป็นการเรียกความมั่นใจ ให้กับเจ้าตัวได้ไม่น้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาตลอดว่า จะถูกปล่อยออกจากทีม แต่ดูแล้วนัดนี้ บอสชาวดัตช์เน้นกับดาวเตะเบลเยียมเป็นพิเศษด้วยการติวตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรกบนม้านั่งอย่างที่กล้องจับภาพไปเห็น ก่อนที่จะส่งลงมา แทนที่ เอร์เรร่า ที่เล่นไม่ออกและก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อพังประตูตีเสมอให้ทีมได้ และฟอร์มโดยรวมถือว่าไม่เลวนัก บางทีนัดนี้อาจจะเป็นการจุดประกายให้กับตัวนักเตะมีฮึดกลับมาสู้แย่งตำแหน่งในทีมและถ้าหากคว้าไว้ได้ในนัดต่อๆไปมันอาจจะเป็นฟ้าหลังฝนของคนหัวฟู  5.ฟัลเกาควรไม่ควรโดนขังไว้บนม้านั่งสำรอง แค่ 20 นาทีที่ ราดาเมล ฟัลเกา อยู่ในสนามก็สามารถสร้างความแตกต่างในแนวรุกได้ แม้จะพังประตูไม่ได้ แต่ก็มีส่วนกับประตูตีเสมอ และจังหวะเกมส์รุกอื่นๆ ที่สามารถพักบอลในแดนหน้าให้กับทีมได้หากมีเวลามากกว่านี้ อาจจะทำอะไรได้มากกว่านี้ ในช่วงที่ ฟานเพอร์ซี่ ทำฟอร์มเก่งหล่นหาย และ เวนย์ รูนี่ย์ ทำอะไรโง่ๆจนโดนแบน หากฟานกัลคิดจะเล่นหมากศูนย์หน้าตัวดียวตัวเลือกแรกจะต้องเป็นดาวยิงชาวโคลัมเบียเท่านั้น แม้นักเตะจะเหนื่อยล้ามาจากทีมชาติ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าไม่เอ่ยปากเอง อย่างไรก็ต้องอยากลงไปเล่นเป็นตัวจริงอยู่แล้ว ฤดูกาลนี้บอลยุโรปไม่มีให้เล่น และบอลถ้วยแบบคาร์ลิ่งคัพก็จอดป้ายไปแล้วเกมส์ให้ลงสนามเหนื่อน้อยมากๆ การโรเตชั่นไม่จำเป็น

กว่าจะรู้เดียงสา (2530) 1/3
หนังไทย

เรื่องย่อ : ครอบครัวของทิพย์ (มาช่า วัฒนพานิช) เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา (สุริยา เยาว์สังข์) ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายของไชยา (นพพล โกมารชุน) เปิดร้านขายเเละซ่อมจักรยาน และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับไชยา ทั้งคู่ก็ได้มีความสัมพันธ์กัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ แฉล้ม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมจักรยาน ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีที่ทิพย์ได้ใช้ขวดตีที่ศีรษะเเละหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมจักรยาน แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาแฉล้ม โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกของทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางสายโทรศัพท์ด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป อีกทั้งยังรู้ว่าไชยาซึ่งติดยาถูกรถชนตายเพราะวิ่งหนีตำรวจ แฉล้มจึงได้โอกาสเกลี้ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย จากนั้นหมอสุริยา (อธิป ทองจินดา) ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย หมอสุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์ได้จากไปแล้ว กว่าจะรู้เดียงสา เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายของ โบตั๋น จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย ชนะ คราประยูร บทภาพยนตร์โดย ชนะ คราประยูร และ นพมาศ ศิริกายะ นำแสดงโดย พิม (มาช่า) วัฒนพานิช, สุริยา เยาว์สังข์, อธิป ทองจินดา, นพพล โกมารชุน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ,กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุริวิภา กุลตังวัฒนา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2530 กว่าจะรู้เดียงสา ได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่ 2 โดย ดาราวิดีโอ ออกอากาศทาง ช่อง 7 ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย มาช่า วัฒนพานิช, สิวะ แตรสังข์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย คีตภัทร อันติมานนท์, วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา และครั้งที่สามปี พ.ศ. 2555 นำแสดงโดย ธีรภัทร์ แย้มศรี, พิรุณรัตน์ เกตุคำ, รชยา รักกสิกรณ์ สร้างและออกอากาศทางช่อง media channel รายชื่อนักแสดง มาช่า วัฒนพานิช ............ แว่นทิพย์ (ทิพย์) สุริยา เยาว์สังข์ ............ ไชยา อธิป ทองจินดา ............ หมอสุริยา นพพล โกมารชุน ............ พี่ชาย ไชยา พิศมัย วิไลศักดิ์ ............ แม่ของทิพย์ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ............ แฉล้ม (หญิงขายบริการ) กำธร สุวรรณปิยะศิริ ............ พ่อของทิพย์ สุริวิภา กุลตังวัฒนา ............ เพื่อนสาวของทิพย์ สุเชาว์ พงษ์วิไล ............ สามีของครู (นายจ้างของทิพย์) ไกรลาศ เกรียงไกร ............ สิงห์ (คนคุมส่งหญิงขายบริการ) ยุวดี ไทยหิรัญ ............ ครู (นายจ้างของทิพย์) ปุยฝ้าย ไทยหิรัญ ............ เพื่อนชายของไชยา นภาพร หงสกุล ............ เฉลา เพื่อนของแฉล้ม (อาชีพค้าผู้หญิงบริการ) บู๊ วิบูลย์นันท์ ............ เสี่ยเจ้าของสถานบริการบันเทิง (นายจ้างของทิพย์) ชูศรี มีสมมนต์ ............ แม่เล้าในซ่อง ชินดิษฐ์ บุนนาค ............ นายจ้างร้านซ่อมจักรยานของไชยา เรืองศรี อินทรกำแหง ............ เรือง (พนักงานโรงเเรม) ขจรศักดิ์ ศุกระจันทร์ ............ พี่ชายของทิพย์ ทัศนีย์ ชินวัตร ............ พี่สะใภ้ของทิพย์ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2530-master-vcd.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413839651.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413844670.html 3/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413847705.html

กว่าจะรู้เดียงสา (2530) 3/3 จบ
หนังไทย

เรื่องย่อ : ครอบครัวของทิพย์ (มาช่า วัฒนพานิช) เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา (สุริยา เยาว์สังข์) ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายของไชยา (นพพล โกมารชุน) เปิดร้านขายเเละซ่อมจักรยาน และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับไชยา ทั้งคู่ก็ได้มีความสัมพันธ์กัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ แฉล้ม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมจักรยาน ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีที่ทิพย์ได้ใช้ขวดตีที่ศีรษะเเละหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมจักรยาน แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาแฉล้ม โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกของทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางสายโทรศัพท์ด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป อีกทั้งยังรู้ว่าไชยาซึ่งติดยาถูกรถชนตายเพราะวิ่งหนีตำรวจ แฉล้มจึงได้โอกาสเกลี้ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย จากนั้นหมอสุริยา (อธิป ทองจินดา) ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย หมอสุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์ได้จากไปแล้ว กว่าจะรู้เดียงสา เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายของ โบตั๋น จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย ชนะ คราประยูร บทภาพยนตร์โดย ชนะ คราประยูร และ นพมาศ ศิริกายะ นำแสดงโดย พิม (มาช่า) วัฒนพานิช, สุริยา เยาว์สังข์, อธิป ทองจินดา, นพพล โกมารชุน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ,กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุริวิภา กุลตังวัฒนา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2530 กว่าจะรู้เดียงสา ได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่ 2 โดย ดาราวิดีโอ ออกอากาศทาง ช่อง 7 ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย มาช่า วัฒนพานิช, สิวะ แตรสังข์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย คีตภัทร อันติมานนท์, วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา และครั้งที่สามปี พ.ศ. 2555 นำแสดงโดย ธีรภัทร์ แย้มศรี, พิรุณรัตน์ เกตุคำ, รชยา รักกสิกรณ์ สร้างและออกอากาศทางช่อง media channel รายชื่อนักแสดง มาช่า วัฒนพานิช ............ แว่นทิพย์ (ทิพย์) สุริยา เยาว์สังข์ ............ ไชยา อธิป ทองจินดา ............ หมอสุริยา นพพล โกมารชุน ............ พี่ชาย ไชยา พิศมัย วิไลศักดิ์ ............ แม่ของทิพย์ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ............ แฉล้ม (หญิงขายบริการ) กำธร สุวรรณปิยะศิริ ............ พ่อของทิพย์ สุริวิภา กุลตังวัฒนา ............ เพื่อนสาวของทิพย์ สุเชาว์ พงษ์วิไล ............ สามีของครู (นายจ้างของทิพย์) ไกรลาศ เกรียงไกร ............ สิงห์ (คนคุมส่งหญิงขายบริการ) ยุวดี ไทยหิรัญ ............ ครู (นายจ้างของทิพย์) ปุยฝ้าย ไทยหิรัญ ............ เพื่อนชายของไชยา นภาพร หงสกุล ............ เฉลา เพื่อนของแฉล้ม (อาชีพค้าผู้หญิงบริการ) บู๊ วิบูลย์นันท์ ............ เสี่ยเจ้าของสถานบริการบันเทิง (นายจ้างของทิพย์) ชูศรี มีสมมนต์ ............ แม่เล้าในซ่อง ชินดิษฐ์ บุนนาค ............ นายจ้างร้านซ่อมจักรยานของไชยา เรืองศรี อินทรกำแหง ............ เรือง (พนักงานโรงเเรม) ขจรศักดิ์ ศุกระจันทร์ ............ พี่ชายของทิพย์ ทัศนีย์ ชินวัตร ............ พี่สะใภ้ของทิพย์ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2530-master-vcd.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413839651.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413844670.html 3/3 -

Biz Choices: หมูกะทะ เดลิเวอรี่
Biz Choice /  Biz Choices / 

หมูกะทะ เดลิเวอรี่ ส่งตรงถึงบ้านคุณ ในปัจจุบันเชื่อว่าหลายท่านคงต้องมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มเติมรายได้ให้มีมากกว่าค่าใช้จ่าย แต่ทว่าหลายๆอาชีพเสริมที่ทำรายได้ดีนั้น มักหายากและส่วนใหญ่ก็มีคนทำไปหมดแล้ว ในครั้งนี้ Biz Choices จะมาแนะนำธุรกิจอาชีพเสริมที่น่าสนใจอย่าง หมูกะทะ เดลิเวอรี่ มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม โดยในช่วงเวลาหลังเลิกงาน หรือแม้แต่วันหยุดเสาร์–อาทิตย์ ท่านที่ชอบออกไปทานอาหารนอกบ้านกับแบบครอบครัว หรือนัดเจอเพื่อนฝูงเพื่อเลี้ยงสังสรรค์ ก็คงหนีไม่พ้นร้านปิ้งย่างยอดฮิตอย่างร้านหมูกระทะ ที่สามารถพูดคุยกันอย่างเมามัน และรับประทานได้อย่างไม่จำกัด แต่บางท่านประสบปัญหาในช่วงเวลาที่ต้องการไปรับประทานกลับเจอปัญหาที่นั่งในร้านเต็ม และ จำนวนอาหารที่มีไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้เกิดอาการเซงได้ง่ายๆ จึงอยากจะนำเสนอธุรกิจแนวใหม่ที่เริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยหากอยากกินหมูกระทะ ก็ไม่จะเป็นต้องไปแย่งตักอาหาร นั่งเบียดที่ร้านให้หัวเหม็นฉึ่งอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้เขามีบริการ “หมูกะทะ เดลิเวอรี่” ที่ส่งตรงถึงบ้านคุณ ให้ได้นั่งกินอย่างสบายใจ พร้อมอาหารและชุดอุปกรณ์แบบครบถ้วน อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ (เสริม) ได้อย่างเป็นก่อเป็นกำ โดยหมูกะทะ เดลิเวอรี่ จะมีบริการเหมือนกับร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไปที่จะจัดส่งอาหารถึงบ้าน แต่จะแตกต่างตรงที่การให้บริการนั้น มีการจำกัดขอบเขตของการรับออเดอร์  โดยหากต้องการใช้บริการ ก็คงต้องหาที่มีการจัดส่งแถวบ้านของตนเองเนื่องจากผู้ให้บริการส่วนใหญ่ เป็นผู้ให้บริการรายย่อยที่หันมาทำอาชีพเสริมโดยจะจัดส่งภายในเขตที่อยู่อาศัยของตนเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งนั่นเอง แต่การบริการนั้นก็จะมีการจัดส่งอาหารและมีอุปกรณ์ให้อย่างครบถ้วน แบบที่เรียกว่า กินที่บ้านเหมือนกับได้ทานที่ร้านกันเลยทีเดียว ราคาค่าอาหารก็มีหลายเรทด้วยกัน โดยส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นชุด (ขอบคุณภาพจาก ชาบูกิลล์ หมูกะทะ delivery ) ชุดเล็ก ราคาตั้งแต่ 200-399 บาท สามารถรับประทานได้ 2-3 ท่าน ชุดกลาง ราคาตั้งแต่ 300 – 499 บาทสามารถรับประทานได้ 3-4 ท่าน ชุดใหญ่ ราคาตั้งแต่ 400- 599 บาทสามารถรับประทานได้ 4-5 ท่าน ซึ่งบางร้านก็จะมีชุดใหญ่พิเศษ มีราคาตั้งแต่ 600 ขึ้นไป สามารถรับประทานได้ 5 ท่านขึ้นไป อุปกรณ์ที่จะจัดส่งมาพร้อมกับอาหาร เตา (ทั้งแบบไฟฟ้า และ เตาถ่าน) + กะทะ + ถ่าน + ตะเกียบ สำหรับรายการสินค้า ก็จะมีลักษณะคล้ายกับอาหารภายในร้านหมูกะทะ  (ขอบคุณภาพจาก Turbo หมูกระทะรถซิ่ง ) 1.เนื้อหมู (สันนอก,สันใน,สันคอ,สามชั้นสไลท) 2.เนื้อไก่ 3.อาหารทะเล (กุ้งหมึก,ปลาหมึก,ปลา) 4.ตับ 5.ลูกชิ้น (หลายชนิด) 6.ข้าวผัด (บางที่) 7.ผักสดน้ำ 8.วุ้นเส้น 9.ไข่ 10.น้ำจิ้มสุกี้,น้ำจิ้มซีฟู๊ด โดยบริการหมูกะทะ เดลิเวอรี่ ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะเปิดรับออเดอร์หลังเลิกงาน ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป โดยเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ผู้ใช้บริการก็จะโทรไปบอกทางร้านเพื่อให้มาเก็บอุปกรณ์ ซึ่งถือว่าสะดวกต่อผู้ใช้บริการ เนื่องจากจะได้ไม่ต้องมานั่งล้าง นั่งเช็ดเอง ก็ถือว่าสบายไปอีกแบบ ทั้งนี้ธุรกิจหมูกะทะ เดลิเวอรี่ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถสร้างรายได้เสริม ด้วยการลงทุนที่น้อยแต่รายได้งาม เพียงแค่ต้องมีความขยันในการบริการ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้พิเศษหลังจากทำงานประจำในทุกๆวัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมาแรงในขณะนี้ MThai News

สงครามยังไม่จบ ? เปลวไฟลุก โชติช่วงในสงครามโคบานี
การโจมตีทางอากาศ /  ชายแดนซีเรีย-ตุรกี / 

สหรัฐฯ เดินทางโจมตีทางอากาศ กลุ่มรับอิสลาม หรือไอเอส ในเมืองโคบานี อย่างต่อเนื่อง วันนี้ (21ต.ค.) สำนักข่าว อัล-อาราบีญา เผยแพร่ภาพการโจมตีทางอากาศโดยกองบินรบของสหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นเปลวไฟลุก โชติช่วง ซึ่งบอกเป็นนัยว่าสงครามในพื้นที่นี้ยังไม่จบ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของกลุ่มไอเอส แน่นอนว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างมาก เพราะเป็นจุดสุดท้ายในแนวชายแดน ตุรกี-ซีเรีย ที่ไอเอสยังไม่สามารถยึดครองได้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่า เหล่าบรรดาชาติพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อังกฤษ และ ชาติอาหรับอีกหลายประเทศ จะต้านทานการคุกคามของกลุ่มไอเอสได้หรือไม่ ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไอเอสเสียท่า นักรบเคิร์ดยึดคืนพื้นที่สำคัญในโคบานีสำเร็จ 'สงครามโลกครั้งที่ 3' จะมา ถ้าไอเอสยึดโคบานีสำเร็จ ? ระทึก ! คลิปสนามนรก ชัดๆ สงครามในอิรักและซีเรีย เปลือยชีวิตนักรบหญิงหัวใจเพชร ผู้นำทัพชาวเคิร์ด ต้านกลุ่มไอเอส(ชมคลิป) Mthai News

แอน มิตรชัย โกอินเตอร์! แถลงข่าวเปิดอัลบั้มที่อินเดีย
Live My Life My Way /  แอน มิตรชัย

แอน มิตรชัย โกอินเตอร์! เปิดตัวอัลบั้ม Live My Life My Way ในสังกัด ยูนิเวอร์แซล มิวสิค แถลงข่าวสุด Exclusive ที่ประเทศอินเดีย งานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มอินเตอร์เนชั่นแนล ที่ใช้ชื่อว่า Live My Life My Way (ลิฟ มาย ไลฟ์ มาย เวย์ ) ของ แอน มิตรชัย จัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ สำนักงาน ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ประเทศอินเดีย โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างเรียบหรู และมีบุคคลสำคัญในวงการเพลงมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย อาทิ Achille Forler (อัชชัล ฟอร์เล่อ) ประธานใหญ่ยูนิเวอร์แซลอินเดีย, Faustin (ฟัสติน) ตัวแทนจากยูนิเวอร์แซลอเมริกา, Eddie T Avil (เอ็ดดี้ ที เอวิล) นักแต่งเพลงและผู้จัดการศิลปิน ผู้ปั้น แอน มิตรชัย ให้โด่งดังในแวดวงบอลลีวู๊ด, Cherantan Bhatt (จีรันทัล บัท) นักแต่งเพลง รวมทั้ง Luke Kenny (ลุกค เค็นนี่) ซุปเปอร์สตาร์เพลงร็อคและนักแสดงของบอลลีวู๊ด ซึ่งเป็นพระเอกจากภาพยนตร์เรื่อง Rock on และมีผลงานภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง สำหรับงานแถลงข่าวที่ประเทศอินเดียแตกต่างไปจากบรรยากาศของงานในเมืองไทย โดยเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมงานทั้งหมด 3 รอบ รอบละ 10 สำนักข่าว โดยนักร้องสาว แอน มิตรชัย เป็นผู้พาสื่อมวลชนไปชมมิวสิควิดีโอและชมการแสดง Live Band Annmitchai ด้วยตนเอง ก่อนที่เธอจะให้สัมภาษณ์และร่วมถ่ายภาพ แอน มิตรชัย เปิดเผยว่า "สำหรับอัลบั้ม Live My Life My Way เป็นแนวเพลงป๊อปซึ่งมีทั้งหมด 7 เพลง เป็นภาษาอังกฤษ 5 เพลง และภาษาฮินดี้อีก 2 เพลง คือ เพลง Live My Life My Way, Dance Like We're Crazy, Come With Me Boy, Rude Boy Good Bye Baby, Wanna Be Your Lover, Naach Tu Naach และ Chali Hawa Uthi Ghata ซึ่งแอนทุ่มเทเวลาในการทำงานครั้งนี้อย่างหนักเป็นเวลาถึงหนึ่งปีเต็มๆ ค่ะ แอนมีความภูมิใจมากที่มีโอกาสนำเอกลักษณ์ของศิลปะความเป็นลิเกของไทยให้ปรากฏอยู่ในผลงานชิ้นนี้ โดยจะมีกลิ่นอายของมนต์เสน่ห์ของอาหรับด้วย นับได้ว่าเป็นการผสมผสานความเป็นศิลปะตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนค่ะ" "สำหรับโปรดิวเซอร์ที่ร่วมสร้างสรรค์งานในครั้งนี้มีหลายคน ทั้งจากอเมริกาและแคนาดา โดยแต่สองคนหลักๆ คือ Eddie T Avil (เอ็ดดี้ ที เอวิล) และ Chetantan Bhatt (จีรันทัล บัท) เขามองเห็นแอนแต่เริ่มแรกแล้วว่าแอนเป็นคนที่มีความฝัน มีความมุ่งมั่น และความฝัน ซึ่งนั่นก็คือเป้าหมายที่พวกเขาจะพาเราเดินไปเหมือนกัน ก็เช่นเดียวกับทุกคนที่มีความฝัน มีความสำเร็จที่อยากไขว่คว้า แอนขอเป็นหนึ่งของแรงบันดาลใจให้อีกหลายๆ คนไม่หยุดที่จะเริ่มต้น กล้าจะเดินไปสู่เป้าหมายแห่งฝัน แอนคิดว่าเพลง อัลบั้ม Live My Life My Way จะทำให้คนหลายๆ คนมีพลังที่จะก้าวตามความฝันของตัวเอง วันนี้แอนได้มีโอกาสร่วมงานกับยูนิเวอร์แซลมิวสิคแล้วก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด เพื่อคนที่รักเราทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจกับสิ่งที่แอนทำในวันนี้ค่ะ" แอน มิตรชัย และ Cherantan Bhatt แอน มิตรชัย และ Eddie T Avil Eddie T Avil, แอน มิตรชัย  และ Luke Kenny บริษัท ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ปล่อยทีเซอร์มิวสิควีดีโอเพลง Live My Life My Way ให้แฟนๆ ได้ดูแล้วทาง YouTube AMCworld ของ Ann Mitchai และสามารถฟังเพลงแบบเต็มอัลบั้มโดยดาวน์โหลดได้ที่ I tunes (ไอจูน ) โดยหลังจากนี้ทางยูนิเวอร์แซล มิวสิค ก็มีแผนที่จะสนับสนุนให้ แอน มิตรชัย เดินทางไปโปรโมทผลงานเพลงในประเทศต่างๆ ทั้งเอเชียและยุโรปตามลำดับ... สามารถติดตามทุกๆความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ได้ที่ Instagram: annmitchai AMC Official , Facebook: Annmitchai และ Youtube AMC world Channel มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ชอนจิน ชินฮวา ส่งคลิปยืนยัน จัดแฟนมีตติ้งในไทย 22 พ.ย. นี้
junjin /  JunJin Thailand Fan Meeting 2014 / 

ชอนจิน ชินฮวา ส่งคลิปยืนยันแฟนมีตติ้งในไทย - คัมแบ็ค! 22 พ.ย. นี้ JunJin Thailand Fan Meeting 2014 'ชินฮวาชางโจ' เตรียมฟินกระจาย!! เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้งานแฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรกของ ชอนจิน (JunJin) หนึ่งในสมาชิกวง ชินฮวา เจ้าของตำนานบอยแบนด์ชื่อดังของวงการเพลงเกาหลีที่คนไทยรู้จักกันดี ต้องเลื่อนไปจากกำหนดเดิม มาวันนี้ก็ถึงเวลาคัมแบ็ค! โดยยังคงเป็นการร่วมมือกันของ บริษัท อกาลิโก มูฟ จำกัด (Agalico Move Co., Ltd ) กับ ชอนจิน (JunJin) ภายใต้ชื่องานว่า ชอนจิน ไทยแลนด์ แฟนมีตติ้ง 2014 (JunJin Thailand Fan Meeting 2014) ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้ โดย ชอนจิน ได้ประกาศความพร้อมด้วยการส่งคลิปยืนยันเตรียมลัดฟ้ามาสร้างความสนุกสนาน ร่วมกับ ชินฮวาชางโจ (ชื่อแฟนคลับ) ให้ได้ฟินกันแน่ ชอนจิน เป็นหนึ่งในสมาชิกวง ชินฮวา ที่ได้ชื่อว่าเป็นตำนานบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลี โดยมีผลงานกลุ่มร่วมกับสมาชิกวงชินฮวาทั้ง 6 คน มากถึง 11 อัลบั้ม ได้แก่ อัลบั้ม Resolver, T.O.P., Only One, Hey,Come on, Perfect Man, Wedding, Brand New, State of The Art, Volume 9 (อัลบั้มส่งท้ายก่อนที่สมาชิกจะเข้ากรม) และออกอัลบั้มที่ 10 The Return เป็นการฉลองการกลับมาคืนเวทีอีกครั้งหลังจากที่สมาชิกทุกคนไปรับใช้ชาติกลับมา ก่อนจะมาถึงอัลบั้มที่ 11 The Classic เพื่อฉลองการครบรอบ 15 ปีของวง ชินฮวา นอกจากนั้นยังคาดว่าพวกเขาจะมีอัลบั้มที่ 12 ให้แฟนๆ ได้ติดตามในเร็วๆ นี้ด้วย โดย ชินฮวา เพิ่งจะมีคอนเสิร์ตครบรอบ 16 ปีไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่า ชินฮวาชางโจ การันตีจากบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตที่ขายหมดภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง! ฟาก ชอนจิน ก็ยังมีผลงานเดี่ยวของตัวเองอีก 1 ซิงเกิ้ล คือ Love doesn’t come และอีก 2 อัลบั้ม คือ New Decade และ Fascination และด้วยความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์รอบด้าน หนุ่ม ชอนจิน ก็ยังโชว์ฝีมือทางด้านการแสดง โดยมีผลงานแสดงทั้ง ซิทคอมเรื่อง Non Stop และ Banjun Drama, ซีรี่ส์เรื่อง Nine Tailed Fox ซึ่งแสดงร่วมกับนางเอกแสนสวยนัยน์ตาคม คิมแตฮี, Let’s go to the Beach, Here he comes แถมยังได้ร่วมแสดงซีรี่ส์ที่ประเทศจีน เรื่อง You are my dream และยังร่วมรายการทีวียอดฮิต X-man, Love Letter, Infinite Challenge, We’re got married และ Shinhwa Broadcast อีกด้วย สำหรับงานแฟนมีตติ้ง ชอนจิน ไทยแลนด์ แฟนมีตติ้ง 2014 (JunJin Thailand Fan Meeting 2014) มีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2557 ณ โรงละคร เดอะ สเตจ แอท เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เวลา15.00 น. เป็นต้นไป บัตรราคา 5,000 / 4,000 / 3,000 และ 2,000 บาท โดยสามารถหาซื้อบัตรกันได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป ทางไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกช่องทางการจำหน่าย ไม่ว่าจะทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com หรือ โทร. 02-262-3456 ... งานนี้ขอย้ำว่า ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ ชอนจิน และ ชินฮวา ถึงเวลาของพวกคุณแล้วที่ไม่ควรพลาดจริงๆ! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ไม่จบ! มนุษย์ลุง เปิดเพจประจานตัวเอง โชว์ภาพโยนกระเป๋าลงจากเครื่อง
กระเป๋าเกินขนาด /  คลิป / 

ไม่จบ! มนุษย์ลุง เปิดเพจประจานตัวเอง โชว์ภาพโยนกระเป๋าลงจากเครื่อง ตั้งคำถามสวนกลับแอร์ดัง จากกรณีชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปผู้โดยสารท่านหนึ่งโวยวายบนเครื่องบิน พร้อมโยนกระเป๋าเดินทางลงจากเครื่อง เนื่องจากโมโหที่เจ้าหน้าที่ไม่ให้นำกระเป๋าขึ้นเครื่องเพราะมีขนาดเกินมาตรฐาน จนสุดท้ายชายในคลิปโดนเชิญลงจากเครื่อง ล่าสุดชายคนดังกล่าวได้เปิดแฟนเพจเพื่อถามกลับไปยังสายการบินดังและชี้แจงต่อคนบนโลกออนไลน์ดังนี้ ความจริงที่ทุกคน ยังไม่รู้ ว่าทำไมผมถึงเสียงดังและเกรี้ยวกาจ อย่างที่มีคนโพส  ดูคลิปคุณอาจจะด่าผมมากขึ้น ผมก็ยินดี แต่คุณลองคิดถ้าเป็นคุณ โดนพนักงานกล่าวคำซึ่งดูเหมือนจะพยายามให้ผู้โดยสาร ฟิวส์ขาด คุณจะเป็นอย่างผมไหม ความจริงคือที่ถาม 1. ทำไมตอนขามาจากกรุงเทพถึงกระเป๋าใบเดิมขึ้นได้ 2. ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงปล่อยผ่านมา 3 ด่าน โดยไม่สกัดไว้ ก่อนถึงเครื่อง 3. โยนกระเป๋าเพื่อแสดงออกถึงสัญลักษณ์ว่า ถ้าคุณไม่ให้ขึ้น ผมก็โยนทิ้งซึ่งกระเป๋าผมซื้อมา ไม่ได้ขอตังค์ใครซื้อ ทำไม่ถึงโยนทิ้งไม่ได้ และแสดงให้รู้ว่า ผมไม่พอใจเกี่ยวกับการตัดสินใจ ที่ไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง 4. ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงได้แสดงว่าจาเสียดสีทำให้เกิดอารมณ์ 5. คุณทุกคนลองคิดดูถ้าเป็นพ่อแม่พี่น้องคุณโดนด่าจากผู้คอมเม้นในเพจต่างๆ โดยไม่รู้เรื่องความจิง พวกคุณรับได้ไหม ทั้งนี้จากการชี้แจงเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นว่ามีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้าไปรุมแสดงความคิดเห็นและต่อว่าเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนมองว่าชายในคลิปใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลทำผิดแล้วไม่รู้จักยอมรับผิด   สมาชิกเฟซบุ๊คแสดงความคิดเห็นว่า "....คุณโวยวายว่าพนักงานไม่ให้เกียรติคุณ และคุณให้เกียรติพนักงานไหมคะ เอาจริงๆคุณไม่ให้เกียรติผู้โดยสารทั้งเครื่องแหละคะ เพราะคุณห่วงแต่ตัวเองและไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ทุกคนต้องช้าเพราะคุณแต่ทุกคนก็ควบคุมอารมณ์ได้ไม่เห็นใครลุกมาโวยวายแบบคุณนะคะ ลองคิดวิเคราะห์ใหม่..." "....คุณน่าจะหัดพยายามควบคุมอารมบ้างไม่ใช่แสดงออกมาแบบนี้เพราะคิดว่าตัวเองถูก สรุปถ้าคุณไม่ขึ้นเครื่องไฟล์นี้คนทั้งลำต่างหากที่ไม่ต้องออกเดินทางล่าช้าเพราะการขึ้นมาโวยวายของคุณ ทำผิดกฎก็ควรยอมรับ ขอโทษขอความเห็นใจจะดีกว่าไม่ใช่มาโวยวายแบบนี้ กระเป๋าใบเดียวกันแต่มันใส่ของต่างกันไม่ได้หรือยังไง ยังจะมาแก้ตัวอีก แต่ทั้งหมดนี้ดูจากการที่คุณอัดวีดีโอมาประจานตัวเองแล้วยังมีหน้ามาพูดว่าผมไม่ใช่คนโง่ แค่นี้ก็รู้และว่าคุณเป็นคนยังไง กินปลาเยอะๆนะ..." MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> รวมเรื่องเด็ด วีรกรรมผู้โดยสารตัวป่วนบนเครื่องบิน

Sword Art Online ต่อยอดเป็นเกมส์ Turn-Based ลงบนมือถือ
Sword Art Online /  Sword Art Online: Code Register

Namco Bandai Games ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ Sword Art Online: Code Register ต่อยอดจากการ์ตูนเรื่องดัง เตรียมปล่อยดาวน์โหลดบน iOS และ Android ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก ภายในเกมส์ Sword Art Online: Code Register นำเสนอรูปแบบการเล่นลักษณะ Turn-Based ให้ผู้เล่นเลือกตัวละครจากการ์ตูน 3 เรื่อง มาร่วมทัพจัดทีมต่อสู้กับศัตรูในแต่ภารกิจ ไม่ว่าจะมาจากเรื่อง Sword Art Online, Alfheim Online และ Gun Gale Online นำมารวมทีมสมาชิกสูงสุด 6 คน และจุดเด่นของเกมส์นี้คือ ตัวละครเกมส์สามารถปล่อยท่าไม้ตายโจมตีสร้างความเสียหาย และรับชมกระบวนท่าต่อสู้แบบตื่นตา พร้อมกับเอฟเฟคการต่อสู้แบบตระการตา เกมส์ Sword Art Online: Code Register ปล่อยดาวน์โหลดบน iOS และ Android เร็วๆนี้ และปล่อยดาวน์โหลดที่ญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก

19 บทเรียนชีวิตดีๆจาก Winnie the Pooh
10 อันดับ /  การ์ตูนแอนิเมชัน / 

การ์ตูนสำหรับเด็กนั้น มีหลายเรื่องที่ให้ทั้งความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เสริมจินตนาการของเด็กๆ รวมถึงการแฝงข้อคิดหรือความรู้ดีๆ ให้แก่เด็กๆ อีกด้วย .. และ "Winnie the Pooh" นี่เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนตัวอย่างที่เราได้ทั้งสิ่งดีๆ จากหมีสีอ้วนสีเหลือง ถ้าใครได้ดูจะรู้สึกได้เหมือนกันว่า หมีพูห์จะคอยพูดให้กำลังใจเพื่อนเสมอ เช่นประโยคที่ว่า "ไม่เปนไรหรอกพิกเล็ท" ดูแล้วเป้นหมีที่ดูอบอุ่นมากๆเลย ^^ แถมเรื่องราวยังลึกซึ้งระหว่างมิตรภาพของเขากับเพื่อนๆ อีกดวย ตามทีนเอ็มไทยไปดู 19 บทเรียนชีวิตดีๆจาก Winnie the Pooh เจ้าหมีสีเหลือง นิสัยดีตัวนี้กันดีกว่าคะ  ^^ 19 บทเรียนชีวิตดีๆจาก Winnie the Pooh 1. Piglet: “How do you spell 'love'?" /Pooh: "You don't spell it...you feel it." พิกเล็ต : “นายสะกดคำว่า'รัก'ได้ไงเหรอ ?” /พูห์ : “อย่าไปสะกดมันเลย แค่รู้สึกก็พอแล้ว” 2. "You are braver than you believe. Stronger than you seem. And smarter than you think." “นายกล้าหาญกว่าที่นายคิดเยอะนะแข็งแรงกว่าที่นายเป็นอยู่ และเก่งกล้ากว่าที่นายคิดด้วย” 3. “The things that make me different are the things that make me.” “สิ่งที่ทำให้ฉันแตกต่าง คือสิ่งที่เป็นฉันนั่นแหละ” 4. "If the person you are talking to does not appear to be listening, be patient. It may simply be that he has a small piece of fluff in this ear." “ถ้าเรากำลังพูดกับใครแล้วดูเหมือนเขาไม่ฟัง ก็เย็นไว้ก่อน เพราะมันอาจจะมีบางอย่างอุดหูเขาอยู่ก็ได้” 5. “If there ever comes a day when we can’t be together keep me in your heart. I’ll stay there forever.” “ถ้าวันที่เราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้มาถึง เพียงแค่เก็บฉันไว้ในใจ แล้วฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป” 6. “Sometimes the smallest things take the most room in your heart.” “บางครั้งสิ่งที่ดูเล็กๆ อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ภายในใจเราก็ได้นะ” / “บางครั้งสิ่งที่เล็กที่สุด อาจจะส่งผลกับหัวใจของเรามากที่สุดก็ได้” 7.  "As soon as I saw you, I knew an adventure was going to happen." “ทันทีที่ฉันได้เจอกับเธอ ฉันก็รู้เลยว่าการผจญภัยกำลังจะเริ่มขึ้น” 8. "Some people care too much. I think it's called love." “การที่เราแคร์ใครมากๆ ฉันคิดว่านั่นคือความรักนะ” 9. “Rivers know this: there is no hurry. We shall get there some day. "แม่น้ำรู้ว่า ‘ไม่ต้องรีบหรอก เดี๋ยวเราก็ไปถึงมันเข้าซักวัน" 10. “If you live to be a hundred, I want to live to be ... a hundred minus one day so I never have to live without you.” ถ้าเกิดเธออยู่ได้ถึงร้อยปี ฉันก็ขออยู่ได้100ปี ลบ 1 วัน ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่โดยที่ไม่มีเธอ 11. Weeds are flowers, too, once you get to know them." “พอเธอได้ทำความรู้จัก วัชพืชก็เป็นดอกไม้เหมือนกัน ” 12. “I think we dream so we don’t have to be apart for so long. If we’re in each other’s dreams, we can be together all the time.” “ฉันคิดว่าที่เราฝัน ก็เพื่อที่จะไม่ต้องห่างกันนาน ๆ เพราะถ้าเราต่างก็ฝันถึงกัน เราก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา” 13. “You can't stay in your corner of the Forest waiting for others to come to you. You have to go to them sometimes.” “นายจะนั่งรออยู่ในมุมนี้ของป่า เพื่อรอให้ใครเข้ามา หาอย่างเดียวไม่ได้นะ นายต้องออกไปหาพวกเค้าด้วย” 14. “Promise me you'll never forget me because if I thought you would, I'd never leave.” “สัญญาว่าจะไม่ลืมฉัน เพราะถ้าฉันคิดว่าเธอลืม ฉันคงจากไปไม่ได้” 15. “A little consideration, a little thought for others, makes all the difference.” “ความเห็นใจ และการคิดถึงใจผู้อื่นมากขึ้นอีกนิด จะทำให้อะไร ๆ เปลี่ยนแปลงไปได้อีกเยอะ” 16. “A day without a friend is like a pot without a single drop of honey left inside.” “วันไหนที่ไม่มีเพื่อน ก็เหมือนโถที่ไม่มีน้ำผึ้งเหลืออยู่แม้ซักหยดเดียว” 17. “Love is taking a few steps backward, ... maybe even more… to give way to the happiness of the person you love.” “ความรักคือการก้าวถอยหลังเล็กน้อย… และอาจมากกว่านั้น… เพื่อทำให้คนที่เรารักมีความสุข” 18. “A day spent with you is my favourite day. So today is my new favourite day.” “วันวานที่ฉันอยู่กับเธอ คือวันที่ฉันชอบที่สุด และวันนี้ ก็เป็นวันที่ฉันชอบที่สุดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง” 19. “How lucky am I to have something that makes saying goodbye so hard.” “ฉันโชคดีแค่ไหน ที่มีอะไรก็ไม่รู้ มาทำให้ฉันบอกลาเธอยากจัง” ขอบคุณข้อมูล news.distractify.com,pantip.com-945808,

ศาลอุทธรณ์ ยืนคุก1ปี
นปช /  ศาลอุทธรณ์ / 

ศาลอุทธรณ์ยืนคำสั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา "สมชาย ไพบูลย์" อดีตแนวร่วม นปช. ปราศรัยปลุกระดมปี 2553 ขณะที่ ทนายความ ยื่นเงินสด 1 แสนประกันสู้ฎีกา วันนี้(21 ต.ค.)ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่นายสมชาย ไพบูลย์ อดีต ส.ข.บางบอน พรรคไทยรักไทย และอดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ตกเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มี.ค. - 11 เม.ย.53 นายสมชายและพวกนำกลุ่มแนวร่วม นปช. ชุมนุมที่เวทีผ่านฟ้าลีลาศและพื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ และใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นเหมาะสมดีแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่อ้างว่าเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นบนเวทีปราศรัยนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า จำเลยปราศรัยปลุกระดมมวลชนให้ไปตรึงกำลังบริเวณแยกคอกวัวในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่การชุมนุม จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกนายสมชายเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ด้านทนายความเตรียมเงินสด 1แสนบาท เพื่อยื่นประกันตัวและฎีกาสู้คดีต่อไป MThai News

เด็กอัดคลิปโวย สพฐ.สอนประวัติศาสตร์ ยัดเยียดเกลียดชังเพื่อนบ้าน
คลิป /  ฝากถึงสพฐ. / 

เด็กอัดคลิปโวย สพฐ.สอนประวัติศาสตร์ ยัดเยียดเกลียดชังเพื่อนบ้าน วันนี้(21 ต.ค.) จากกรณีที่สพฐ.ดีเดย์ ปรับการสอน "ประวัติศาสตร์" ใหม่ทั่วประเทศในเทอม2 เริ่มวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ล่าสุดชาวสังคมออนไลน์ได้แชร์คลิปที่มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งฝากถึงสพฐ.แสดงความอัดอั้นตันใจที่มีต่อสพฐ.และวิชาประวัติศาสตร์ไทยที่กำลังจะมีการบังคับใช้ในเทอม2 ซึ่งตนชอบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทย ชอบเรียนสังคม แต่สิ่งที่สพฐ.กำลังทำวิชาประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่นี้เป็นการโจมตีคนอื่น สอนให้เกลียดชาติเพื่อนบ้าน ลาว พม่า กัมพูชา จะเปิดประเทศสมาชิกอาเซียนอยู่แล้วแต่ยังมีหลักสูตรยัดเยียดความเกลียดชัง ความโกรธเคืองอยู่อีก แล้วจะอยู่กันได้อย่างไร ตนไปดูงานที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่เคยห็นประวัติศาสตร์บ้านเมืองเขาสอนให้เกลียดคนไทยเลย มีแต่คนไทยที่สอนแบบนี้ นักวิชาการที่ทำออกมา ทำแบบไม่ลืมหูลืมตา ทำแบบคลั่งชาติ ไม่ดูว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ประเทศเราต้องอยู่โดยการมีสังคมและมีส่วนร่วมของต่างชาติเพื่อนบ้าน เกื้อกูลอาศัยพึ่งพากัน อยากจะฝากถึงดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการ สพฐ.ให้พิจารณาถึงเรื่องนี้ด้วย จะทำอะไรถามถึงเด็กที่เรียนด้วย สิ่งที่สพฐ.ทำทุกวันนี้ทำให้เด็กดีขึ้นมั้ย ? MThai News

ตัวจริงเสียงจริง!! ของเหล่าคนประหลาด ใน American Horror Story: Freak Show
AHS /  American Horror Story / 

เชื่อว่าคุณผู้ชมสาวกซีรีย์สุดสยองอย่างงดงาม อย่าง American Horror Story หรือ AHS ทางช่อง FX คงไม่มีใครยอมพลาดซีซั่นที่ 4 ในชื่อ American Horror Story: Freak Show ที่พึ่งปล่อยออกมาเมื่อไม่นานมานี้อย่างแน่นอน กับเรื่องราวของคณะโชว์มนุษย์ประหลาด กลุ่มท้ายๆ ในโลก ทั้งสาวร่างแคระ หญิงที่มีเต้านม 3 เต้า แฝดสยาม ผู้หญิงหนวดเคราเฟิ้ม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแต่แปลกพิลึกพิลั่น และชวนสะพรึงจับจิตอยู่ไม่ใช่น้อยซึ่งทั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้การนำของ เอลซา มาร์ส สาวรุ่นใหญ่ผู้เป็นศูนย์รวมอำนาจ กำลังใจ และกุมความลับสุดหวาดหวั่นไว้ ตัวอย่างแนะนำซีรีส์ American Horror Story: Freak Show แต่คุณผู้ชมรู้หรือไม่ ว่าเหล่ามนุษย์ประหลาดในซีรีย์ American Horror Story: Freak Show มีที่มาตัวบุคคล ที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ!! อันเกิดจากความผิดปกติทางร่างกายที่เกิดขึ้นจริง! และเราจะพาทุกคนไปรู้จักกับพวกเขา และพวกเธอเหล่านั้นกัน เพื่อคุณจะได้อินจัด กับราตรีแห่งการโชว์ประหลาดบันลือโลกนี้ แบบไม่มีวันลืม เฟร็ด วิลสัน เฟร็ด วิลสัน "มิอปีศาจ"  (Fred Wilson - The Lobster Boy) เฟร็ด วิลสัน เกิดเมื่อปี 1866 รัฐแมสซาชูเซตส์ พร้อมกับโรค Ectrodactyly หรือผิวหนังชั้นนอกเจริญผิดปกติ ทำให้มือมีลักษณะเหมือนก้ามกุ้ง กระดูกบางส่วนหายไป ไม่มีนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดเป็นตัวละคร จิมมี่ ดาร์ลิ่ง (รับบทโดย อีแวน ปีเตอร์ส ขาประจำ AHS ตั้งแต่ซีซั่นแรก) จิมมี่ ดาร์ลิ่ง ใน AHS ------------------------------ มิลลี และ คริสทีน มิลลี และ คริสทีน "แฝดสยาม" (Millie-Christine - The Two-Headed Nightingale) มิลลี และ คริสทีน สองสาวที่เกิดมาตัวติดกัน ด้วยความผิดปกติในภาวะ Polycephaly ที่เกิดจากภาวะการแยกไข่ไม่สมบูรณ์ ที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมือปี 1851 พ่อแม่ของเธอตัดสินใจขายลูกสาวให้คณะโชว์ตัวประหลาด ของ จอห์น เพอร์วิซ ในราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และถูกลักพาตัวไปร่อนเร่ในโชว์อื่นอีก ซึ่งสองสาวแฝดสยามนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร เบตต์ และ ดอต แททเลอร์ สาวสองหัวหนึ่งร่าง (รับบทโดย ซาราห์ พอลสัน ขาประจำตั้งแต่ AHS ซีซั่นแรก)   เบตต์ และ ดอต แททเลอร์ ใน AHS ------------------------------   แอนนี่ โจนส์ แอนนี่ โจนส์ "สาวหน้าหนวด" (Annie Jones - The Bearded Woman) ตั้งแต่ แอนนี่ โจนส์ อายุได้ 5 ขวบ เธอก็มีหนวดเคราเต็มคางและข้างใบหู อันเกิดจากการที่เธอป่วยเป็นภาวะ Hirsutism ทำให้มีขนดก และหนวดเคราเหมือนผู้ชาย หนำซ้ำเธอยังเคยถูกลักพาตัว จากกลุ่มหมอดูกะโหลกศีรษะ แต่สามารถหลบหนีกลับมาหาพ่อแม่ได้สำเร็จ ซึ่งเรื่องราวของ แอนนี่ โจนส์ นี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตัวละคร อีเทล ดาร์ลิ่ง (รับบทโดย เคธี เบตต์) อีเทล ดาร์ลิ่ง ใน AHS ---------------------------------   มินนี่ วูซีย์ มินนี่ วูซีย์ มนุษย์นก คุกคู  (Minnie Woolsey - Koo Koo the Bird Girl) มินนี่ วูซีย์ เกิดมาพร้อมความพิกลพิการค่อนข้างหนักหนาสาหัส เธอมีปัญหาทางจิต มีศีรษะล้าน และตาแทบไม่มองเห็น ทำให้ต้องใส่แว่นหนามากๆ เพื่อใช้ชีวิต อันเกิดจากภาวะ Virchow-Seckel syndrome หรืออาการ คนแคระหัวนก ด้วยภาวะผิดปกติ และไม่อยู่กะร่องกะรอย ทำให้ มินนี่ เคยถูกจับส่งโรงพยาบาลบ้า จนในที่สุดเธอก็ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา มินนี่ วูซีย์ คนนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร มีฟ มีฟ ใน AHS ---------------------------------- พิพ และ ฟลิป พิพ และ ฟลิป "มนุษย์หัวตะปู" (Pip and Flip - Pinheads) พิพ และ ฟลิบ ผู้เกิดมาพร้อมภาวะ Microcephaly ทำให้กะโหลกศีรษะมีขนาดเล็กผิดปกติ อันเกิดจากระบบประสาทพัฒนาผิดพลาด ทั้งสองเคยปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง Freaks ของ ท็อด บราวนิ่ง ที่นำเสนอความผิดแปลกของร่างกาย ของนักแสดงในคณะละครรวมคนแปลก เมื่อปี 1932 มาแล้ว พิพ และ ฟลิบ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร เปปเปอร์ (รับบทโดย นาโอมิ กรอสแมน) เปปเปอร์ ใน AHS --------------------------------   ลูเซีย ซาราเต้ ลูเซีย ซาราเต้ "มนุษย์ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก" (Lucia Zarate - The Smallest Person Who Ever Lived) ลูเซีย ซาราเต้ เกิดเมื่อปี 1890 ที่ซานคาร์ลอส ประเทศเม็กซิโก พร้อมภาวะโรคหายาก ชื่อยาวเหยียดอย่าง Microcephalic osteodysplastic primordial dwarfism type II ทำให้เธอมีร่างกายแคระแกร็น สมองและกระดูกผิดปกติ ซึ่งนั่นทำให้ ลูเซีย มีร่างกายเล็ก และหนักเพียง 4 ปอนด์ ในขณะที่เจริญโตเต็มที่แล้ว ซึ่งผู้หญิงคนนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตัวละคร มาร์ เพอะทีท (พิเศษตรงที่ บทบาทนี้ รับบทโดย เจโยติ อัมเก หญิงสาวชาวอินเดีย ที่ตัวเล็กที่สุดในโลก ไม่ได้ใช้เทคนิคซีจีแต่ประการใด) มาร์ เพอะทีท ใน AHS ------------------------------------ อิไล โบเวน อิไล โบเวน "ชายประหลาดขากุด" (Eli Bowen - The Legless Wonder) อิไล โบเวน เกิดในปี 1844 ที่รัฐโอไฮโอ โดยีความผิดปกติในภาวะ Phocomelia ทำให้ขากุดสั้น ไม่เจิรญเติบโตตามอวัยวะอื่นของร่างกาย ถึงแม้ อิไล โบเวน จะเกิดมาพิการ แต่เขาเป็นนักแสดงกายกรรมมากฝีมือ ที่เคยกระโดดตีลังกากลางอากาศ จนทำให้คนดูตกตะลึงมาแล้ว เขามีชีวิตจนถึงอายุ 79 ปี ก่อนจะจากไปขณะประจำอยู่ในคณะละครสัตว์ ดรีมแลนด์ เซอร์คัส ซึ่งรูปร่างของ อิไล โบเวน ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเป็นตัวละคร สาวที่มีร่างกายครึ่งท่อน และใช้สเก็ตบอร์ดเพื่อเคลื่อนที่ (รับบทโดย โรส ซิคกันส์) สาวสเก็ตบอร์ดใน AHS ---------------------------- บลาชช์ ดูมัส บลาชช์ ดูมัส "หญิงสามขา" (Blanche Dumas) บลาชช์ ดูมัส เกิดเมื่อปี 1860 ในเกาะมาร์ตีนิก อันห่างไกลความเจริญ ในประเทศฝรั่งเศส เธอเกิดมามีอวัยวะเกินคือ มี 3 ขา และ 2 อวัยวะสืบพันธ์ คาดว่าเกิดจากภาวะความผิดปกติตั้งแต่ช่วงระยะตัวอ่อนที่เป็นฝาแฝด เกิดการผสมกัน บลาชช์ ดูมัส  ได้เป็นแรงบันดาลให้สร้างเป็นหุ่นหญิงสาวเปลือยมี 3 ขา ในช่วงเครดิตตอนต้น สาวเปลือย 3 ขา ใน AHS เครดิตตอนต้นซีรีส์ American Horror Story: Freak Show ที่มา: moviepilot ------------------------------------