ติด

ไทม์ไลน์ฉบับย่อ หลังเตียงหัก จับผิดสำนวนปมแฉ 'ทับทิมนอกใจปลื้ม'
คลิปเสียง /  ทับทิม / 

ไม่เป็นอันทำอะไร สำหรับนักสืบออนไลน์ที่พากันตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับกรณีมีบุคคลปริศนา ออกมาแฉเรื่องราวใต้เตียงของคู่ ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ซึ่งเหลือเพียงร่องรอยความสัมพันธ์ของความเป็น 'เพื่อน' แต่เรื่องนี้ เห็นทีจะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจาก มีความไม่ชอบมาพากล ที่ไม่อาจไม่เล็ดลอดสายตานักสืบโซเชียลเหล่านี้ไปได้ จึงมีการนำเอากระทู้ ที่มีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านเว็บไซต์พันทิป ในเชิงที่สื่อว่า  ทับทิม มัลลิกา นอกใจ ปลื้ม พร้อมงัดหลักฐานมามัดตัวฝ่ายหญิงเป็นคลิปเสียง ที่มีการแชร์สนั่นโลกออนไลน์ ว่ากระทู้ดังกล่าว มีสำนวน การใช้ภาษาคำว่า 'ละ' แทนคำว่า 'และ' คล้ายสำนวนภาษา ที่ปลื้ม ใช้โพสต์บรรยายภาพ หรือโพสต์ลงในสื่อโซเชียลส่วนตัวดังนี้ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ส่วนกรณีเรื่อง ชายปริศนา ชื่อคังเหว่ย ที่เข้ามาพัวพันในเรื่องดังกล่าว มีการผูกโยงไปถึงนักร้องชื่อดังตัวอักษรย่อ ช. ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันไปทั่วโลกออนไลน์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุคคลปริศนา อ้างเป็นน้อง ปลื้ม แฉสนั่นออนไลน์ 'ทับทิม' อดีตภรรยา พร้อมแนบคลิปเสียงยัน เกิดการแชร์เรื่องราวของปมดราม่า อดีตคู่สามีภรรยา ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา หลังจากที่ทั้งคู่ออกมายอมรับว่า 'เตียงหัก' พร้อมทั้งลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน โดย สาวทับทิม ขอลาออกจากรายการ VRZO พร้อมทั้งมีการปล่อยภาพแฉฝ่ายชาย เกี่ยวกับหญิงสาวมือที่ 3 ซึ่งฝ่ายชายยืนยันว่าไม่มีเรื่องเกินเลย พร้อมทั้งกล่าวว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่นำเรื่องมาประติดประต่อกัน เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น มีประเด็นต่อคือ มารดาของ ปลื้ม สุรบถ ได้โพสต์รูปภาพผ่านไอจีส่วนตัว แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ตนกำลังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 6 กระทง เกี่ยวกับการกระทำของอดีต 'ลูกสะใภ้' จนเกิดกระแสวิพากษ์ไปทั่วทุกสารทิศ กระนั้นวานนี้เพจ Black Hat โพสต์คลิปเสียงหญิงสาวปริศนา พร้อมเช็คอินสถานที่ "พัฒนาการ 46 สัมภาษณ์งานรายการ VRZO VRZO VRZO!!!!!" ซึ่งหญิงสาวลึกลับในคลิปบอกเล่าความสัมพันธ์ของตนเองกับหนุ่มปริศนา ฟันธงเสียงหญิงสาวคนในคลิปว่า เหมือนกับ สาวอักษรย่อ บต. หนึ่งในทีมงานรายการ VRZO ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้ปิดทุกช่องทางออนไลน์ ส่วนตัวไปแล้ว ยังไม่จบเพียงเท่านั้น วันนี้ มีการแชร์ภาพ แคปเจอร์ ของเรื่องราว ที่ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์พันทิปของ 'บุคคลปริศนา' ที่อ้างตัวว่าเป็นน้องคนหนึ่งของปลื้ม พร้อมทั้งแฉเรื่องราวของอดีตภรรยา ถึงความไม่เป็นธรรม ที่สังคมรุมประณามฝ่ายชายแต่ฝ่ายเดียวหลังจากที่ทั้งคู่เลิกกัน IG : tubtimofficial พร้อมกันนี้ยังได้แฉเรื่องราวว่า 'ขณะที่พี่ปลื้มคบกับพี่ทับทิมจะมีผู้ชายแอบคุยในLINEตลอด พอพี่ปลื้มจับได้ก็จะทำเป็นโชว์ว่าจะเลิกคุยๆแต่สุดท้ายก็ยังแอบคุยกันอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าที่เป็นดารา หรือคนเก่าๆที่เคยเป็นข่าว เวลาทะเลาะกันพี่ทับทิมก็จะชอบโทรหาให้ผู้ชายมารับและหายไปสองวัน พี่ปลื้มจับได้ตั้งแต่เริ่มคบกับพี่ทับทิมใหม่ๆแล้วแต่ยังไม่ยอมเลิกจนทุกวันนี้ ซึ่งเป็นกิ๊กเก่าและชอบขับรถมารับละหายไปเป็นวันๆเป็นดาราอักษรนำ "ช" ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายที่ทำให้ความอดทนทั้งหมดของพี่ปลื้มหมดไปนี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 (ซึ่งพี่ทับทิมกับพี่ปลื้มยังไม่เลิกกัน) เหตุการณ์เกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านตลาดนัดรถไฟ ซึ่งพี่ทับทิมกับผู้ชายชื่อ คังเหว่ยได้ไปทำเรื่องน่าเกลียดกันในร้านแห่งนั้นในมุมมืดๆ แต่ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าร้านนั้นมีกล้องวงจรปิด ตอนนั้นผมได้ไปช่วยงานที่ร้าน...ที่อยู่ตรงแถวนั้นพี่ทับทิมจึงlineมาหาผมและส่งข้อความเสียงมาตามข้างล่างนี้่' https://youtu.be/5G_LjDEJZPE อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทู้ดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากเว็บไซต์แล้ว แต่กระนั้น เรื่องดังกล่าวกลับไม่รอดพ้นมือดี บันทึกเรื่องราวเอาไว้ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่า จะมีการออกมาชี้แจงความจริงเรื่องดังกล่าวจากทั้งคู่หรือไม่ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป... ที่มา nantapat.paru

อีกขั้นวงการแพทย์? ทีมวิจัยเล็งใช้แบคทีเรีย กำจัดเชื้อไข้เลือดออก !!
ข่าวอินโดนีเซีย /  ยุง / 

ทีมวิจัยในอินโดนีเซีย ทดลองปล่อยแบคทีเรียให้ยุงแล้ว หลังพบยับยั้งเชื้อไข้เลือดออกแพร่สู่คนได้ สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่งในนครยอร์คยาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ได้เริ่มการทดลองปล่อยแบคทีเรีย “วอลบาเชีย” ให้กับยุงแล้ว หลังพบว่าแบคทีเรียชนิดดังกล่าวสามารถยับยั้งโรคต่างๆ ที่เกิดจากยุงได้ ซึ่งหากยุงในห้องทดลองที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว ถูกนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติก็จะทำให้มันไปผสมพันธุ์กับยุงตัวอื่นๆ จนทำให้แบคทีเรียนี้แพร่กระจาย ก็จะช่วยลดโอกาสที่ยุงจะแพร่เชื้อไวรัสเดงกีที่เป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออกมาสู่มนุษย์ได้ ด้านนายอาดี อูทารินี หัวหน้าศูนย์ อีดีพี รีเสิร์ช อินโดนีเซีย เผยว่า วิธีการนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อแทนที่การควบคุมโรคไข้เลือดออกในปัจจุบัน แต่เมื่อนำมาใช้ควบคู่กับวิธีการอื่นๆ จะช่วยลดอัตราการติดเชื้อได้อย่างไม่น่าเชื่อ หากความพยายามครั้งนี้สำเร็จ นักวิทยาศาสตร์ก็จะทดลองการกำจัดไวรัสซิการ์ที่มียุงเป็นพาหะ และกำลังระบาดอย่างหนักในแถบทวีปอเมริกาใต้ต่อไป ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

5 วิธีลดน้ำหนัก กินมื้อเย็น แต่หุ่นเป๊ะเวอร์!
ลดน้ำหนัก /  วิธีลดน้ำหนัก

         มื้อเย็นเป็นมื้อที่สาวๆ กลัวอ้วนกันที่สุด มีประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่า "เช้าทานอย่างราชา กลางวันทานอย่างคนธรรมดา เย็นทานอย่างยาจก" นั่นก็เพราะว่าเราต้องให้ความสำคัญกับอาหารมื้อเช้ามากเป็นพิเศษ ส่วนอาหารเย็นนั้นควรรับประทานแต่พอดีไม่หนักมากนัก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการการพักผ่อนแล้วนั่นเอง เรามาทำความเข้าใจถึงความจำเป็นของอาหารเย็นต่อร่างกายว่ามีมากน้อยเพียงใด และหลักที่ถูกต้องในการทานอาหารเย็นว่าเราจะทานอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีไปนานๆ 1. ไม่ควรงดอาหารมื้อเย็น           สาวๆ หลายชอบ วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการงดอาหารเย็น ซึ่งไม่ควรค่ะ นอกจากจะหิวแล้ว ยังไม่ทำให้น้ำหนักลดเท่าไร เนื่องจากเมื่อถึงเวลาอาหาร โดยปกติร่างกายจะหลั่งกรดออกมาเพื่อทำการย่อยอาหาร ดังนั้น เมื่อไม่มีอาหารในกระเพาะ น้ำย่อยก็จะมาย่อยกระเพาะแทน เราจึงควรลดมากกว่างด           เลือกทานอาหารเบา ๆ หรืออาหารที่ให้พลังงานน้อยที่สุด อย่างเช่น เน้นผักและผลไม้ ส่วนเนื้อสัตว์ติดไขมัน ของมันๆ ทอดๆ ควรงดจะดีกว่านะคะและเวลาที่ควรทานคือหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ไม่ควรทานดึกกว่านี้ 2. หลังทานอาหารเย็นไม่ควรออกกำลังกายต่อทันที           บางท่านกลัวอ้วน หลังทานอาหารเย็นจึงออกกำลังกายทันที ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ควรนัก ถ้าเราทานอาหารภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง แล้วไปออกกำลังกายทันที อาจทำให้เราเกิดอาการจุกได้ ถ้าเป็นไปได้ควรเดินเรื่อย ๆ ไม่ต้องเร่ง เพราะเวลาเราเดินลำไส้จะมีการขยับตัว อาหารก็จะย่อยง่ายและยังเป็นการใช้พลังงานไปในตัวอีกด้วย เป็นแนวทางที่ดีในการปฏิบัติจะได้ไม่อ้วนนะคะ           ส่วนสาวๆ ที่ต้องการออกกำลังกายหลังเลิกงาน เข้าฟิตเนส จะมีหลักการทานมื้อเย็นอย่างไร ความจริงแล้วถ้าคิดจะออกกำลังกายในช่วงเย็น พอเลิกงานควรทานอาหารเบาๆ อาหารที่ย่อยง่าย เคี้ยวให้ละเอียด เว้นประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก่อนการออกกำลังกาย งดอาหารย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด อาหารที่มีกะทิเหล่านี้จะย่อยยาก 3. หลังอาหารเย็นไม่ควรอาบน้ำในทันที           เพราะเมื่อเราทานอาหาร ขณะที่อาหารกำลังย่อย กระเพาะต้องทำงาน เลือดต้องถูกไปหล่อเลี้ยงกระเพาะเพื่อช่วยในการย่อย ถ้าเราไปอาบน้ำทันทีหลังอาหาร ซึ่งโดยปกติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่น เมื่อร่างกายโดนน้ำเย็น ๆ ก็จะทำให้เลือดจำเป็นต้องมาที่บริเวณผิวหนัง เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น ดังนั้นแล้วเลือดจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องถูกแบ่งมาที่ผิวหนังก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้เลือดส่งไปที่กระเพาะได้น้อย           สิ่งที่เกิดขึ้นคือระบบการย่อยทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ท้องจะอืด แน่นท้อง จุก จึงควรเว้นอย่างน้อยที่สุด 30 นาที และทางที่ดีที่สุดต้องประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับอาหารที่ย่อยง่าย และ 2 ชั่วโมง ถ้าเรารับประทานอาหารที่ย่อยยาก 4. หากสาวๆ ต้องการลดความอ้วนด้วยให้ทานผักหรือผลไม้ในมื้อเย็น           ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก มื้อเย็นอาจทานเป็นผักผลไม้ และจะต้องไม่เลือกผลไม้ที่เป็นกรด เพราะขณะท้องว่างร่างกายจะมีกรดมากอยู่แล้ว และเลี่ยงการทานผักหรือผลไม้ดิบขณะท้องว่าง เพราะจะทำให้ท้องอืดได้ แนะนำว่าให้ทานผักสุก เช่น การลวก การต้ม แกงจืด หรือยำที่รสชาติไม่จัดมาก เช่น ยำแตงกวา ยำวุ้นเส้น ที่ไม่เผ็ดหรือเปรี้ยวเกินไป 5. อาหารมื้อเย็นที่ควรหลีกเลี่ยง           อาหารที่ย่อยยาก เช่น ของมัน ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ถ้าต้องทานควรทานในปริมาณเล็กน้อย และไม่ควรทานอาหารที่เป็นกรดมาก เพราะอาจทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนหลอดอาหารได้           สำหรับวัยผู้ใหญ่ แนะนำว่าอาหารมื้อเย็นควรเป็นอาหารย่อยง่าย มีโปรตีนสูง มีคาร์โบไฮเดรตบ้าง แต่ไม่ต้องมาก เช่น ข้าว ข้าวซ้อมมือ (จะทำให้อยู่ท้องกว่า) ผักลวก ผักต้ม และต้องคำนึงถึงสารอาหารที่ครบทั้ง 5 หมู่ด้วยนะคะ           อย่าคิดว่าอาหารมื้อเย็นไม่สำคัญนะคะ ควรใส่ใจและให้ความสำคัญกับการเลือกทานมื้อเย็นให้มาก แต่ต้องทานแค่พอเหมาะไม่ทานจุเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังมีอีกหลายโรคตามมาจากการทานอาหารมื้อเย็นที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ นอกจากนี้แล้วยังส่งผลถึงคุณภาพการนอนอีกด้วย           สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าตอนกลางคืนเราแทบจะไม่ได้ใช้พลังงานเลย อดก็เป็นโรค ทานมากเกินไปก็เป็นโรค ควรทานให้พอเหมาะพอดีนะคะ ดังคำกล่าวที่ว่า "อโรคยา ปรมา ลาภา" ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ที่มาบทความจาก  e-magazine.info

น้องมะปราง กวินตรา ก้อนวงค์ เจ้าของสัดส่วน 34-24-35
a'lure magazine /  มะปราง / 

สมกับการรอคอยจริงๆ สำหรับ น้องมะปราง กวินตรา ก้อนวงค์ เจ้าของสัดส่วน 34-24-35  ถ้ายังจำกันได้สาวหมวยคนนี้เคยร่วมงานกับเราไปแล้วใน vol.50 ซึ่งเชื่อว่าหลายคนยังจำได้ติดตราตรึงใจและการกลับมาขอเธอคราวนี้ความเซ็กซี่ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเดิมเพิ่มเติมความน่ารักลงไปเป็นส่วนผสมที่ลงตัวพร้อมชิมกันหรือยังล่ะ ตัดสินใจนานมั้ยที่กลับมาร่วมงานกับเราอีกครั้ง? ไม่นานเลยที่จริงๆ รออยู่นะว่าเมื่อไหร่จะติดต่อมา (ยิ้ม) ค่อนข้างเชื่อใจทีมงานเห็นได้จากครั้งที่แล้วผลตอบรับกลับมาดีมาก ครั้งนี้ก็เชื่อว่าจะต้องออกมาดูดีกว่าเดิมแน่นอน การทำงานวันนี้เป็นยังไงบ้าง? แฟชั่นวันนี้บอกเลยว่าปรางไม่เคยถ่ายมาก่อนเลยเพราะค่อนข้างน่ารักแต่มีแฝงด้วยความเท่ด้วยจะว่าไปก็ตรงกับบุคลิกของปรางเองนะ ขออนุญาติแฟนหรือยังเนี่ย? ต้องถามก่อนว่าแฟนแบบไหน ถ้าเป็นแฟนคลับอันนี้ไม่ต้องขออนุญาติเพราะทุกคนคงสนับสนุนกันอยู๋แล้วจริงมั้ยส่วนแฟนจริงๆ ขอไม่ตอบนะเก็บเป็นความลับ นิสัยส่วนตัวของคุณเป็นยังไง? เป็นผู้หญิงง่ายๆ ไม่เรื่องมากไม่จุกจิกกับเรื่องเล็กน้อยที่จริงออกจะแมนๆ ด้วยนะแต่ก็มีความขี้อ้อนแฝงอยู่ด้วยอันนี้ฟังจากที่หลายคนบอกมา สาวเซ็กซี่ส่วนใหญ่มักเจ้าชู้? ใครที่คิดแบบนี้คงต้องกลับไปคิดใหม่โดยด่วยเพราะจริงๆ แล้วสาวเซ็กซี่อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิดบางคนเซ็กซี่ที่แววตาหรือบุคลิกแต่แท้จริงแล้วเป็นคนอ่อนไหวเรื่องความรักที่สุด ถ้าเปรียบความรักเหมือนเครื่องดื่ม ? คงเป็นโค้กแล้วกันตอนแรกที่ดื่มเข้าไปอาจจะซ่าแต่ผ่านไปสักพักก็จะรู้สึกหวานชุ่มชื่นหัวใจ แต่ก็อย่าดื่มมากแล้วกันเดี๋ยวจะอ้วนเป็นเบาหวานล่ะแย่เลย ท่าไม้ตายบนเตียงของคุณ? ถ้าถามถึงท่าไม้ตายสำหรับอ้อนคนรู้ใจปรางมีเพียบเลยบอกแล้วว่าเป็นคนขี้อ้อน ถ้าแบบที่ได้ผลสุดคือนอนตักทำตาหวานหน้าแบ๊วใส่แค่นี้ก็เรียบร้อย(หัวเราะ) แล้วถ้าเพิ่มดีกรีความร้อนแรงเข้าไปอีกล่ะ? คงต้องใช้ปากเป็นตัวช่วยแล้วล่ะ ไล่จุ๊บเบาๆ ตั้งแต่ต้นขาขึ้นไปถึงต้นคอล่ะมั้ง ปกติไม่เคยบอกใครเลยนะเนี่ยที่นี่เป็นที่แรกรู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ ผู้ชายแบบไหนที่ทำให้คุณใจสั่น? เป็นคนชอบผู้ชายผิวขาว ตี๋ ดูเป็นสุภาพบุรุษ ที่จริงสเป็คยังเหมือนที่คุยกันครั้งที่แล้วทั้งหมดเลยยังยึดมั่นในอุดมการณ์เดิมยอมรับว่าวางสเป็คไว้สูงแต่มันก็เหมือนเป็นการสกรีนหาคนที่ดีที่สุดสำหรับเรา ถ้าคนที่มาจีบมอบกุญแจมือให้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์? ตอนแรกคงสงสัยนะว่าให้ผิดคนหรือเปล่าแต่ถ้าให้เราจริงๆ คงเลิกคุยไม่แน่ใจว่าชอบเราจริงมั้ยที่ทำคัญกลัวการผูกมัดค่ะ แบบนี้ไม่ใช่แนว(หัวเราะ) เดทแรกของคุณเลือกใส่ชุดชั้นในแบบไหน? ส่วนตัวเป็นคนชอบชุดชั้นในเซ็กซี่อยู่แล้วก็คงจัดเต็มแน่นอน ส่วนสีเลือกเป็นสีม่วงเพราะชอบที่สุดและน่าจะทำให้ประทับใจได้ไม่ยาก กับคำถามที่แอบเผยความในใจเธอ ของขวัญชนิดไหนที่เหมาะกับหนุ่มเจ้าชู้? ที่จริงอยากเจ้าชู้กลับเป็นของขวัญนะแต่คิดอีกทีไม่เอาดีกว่าแก้แค้นกันไปมาไม่จบสักที แค่ขอหนุ่มๆ ไว้ว่าอย่าเจ้าชู้เลยไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้จริงๆ หรอกวันหนึ่งก็ต้องไป อายุหนุ่มๆ สำหรับคุณเป็นเพียงตัวเลขหรือเปล่า? เปล่าเลยไม่ชอบผู้ชายอายุมากกว่าเดี๋ยวแก่ไม่ทันกัน ถ้าเป็นไปได้ขอเลือกเด็กๆ แล้วกัน กินง่ายกระดูกยังอ่อนอยู่ คนแก่หนังเหนียวเคี้ยวยาก วิธีแสดงความรักของคุณ? หลายคนชอบกอดนะแต่สำหรับปรางแล้วชอบจูบมากกว่าเพราะมันสามารถแชร์ความรู้สึกได้ตรงกว่าอีกอย่างรู้สึกว่ามันอร่อยดีไม่รู้ว่ามีใครคิดเหมือนกันมั้ย จำได้ว่าเจอกันครั้งที่แล้วคุณบอกว่าทำขนมจีนน้ำเงี๊ยวอร่อยมาก ? ปรางบอกไปอย่างนั้นจริงๆ เหรอ ที่จริงตอนนี้ก็ยังทำอร่อยอยู่นะแต่ไม่ค่อยได้เข้าครัวบ่อยเท่าไหร่เพราะช่วงนี้งานเยอะมาก ไว้เจอกันคราวหน้าจะทำมาฝากทีมงานทุกคนนะคะ รวมความน่ารักสุดเซ็กซี่จาก 4 สาวในเล่ม สัมผัสความเซ็กส์ซี่ของสาวๆA'lure Magazine ได้ที่  Facebook :A'lurefanclub / IG : A'lureFanclub FaceBook : Ka Win Tra / IG : Prangkawintra

เรื่องจริงที่ต้องเจอ!! 8 ข้อของความแตกต่างระหว่าง
นักศึกษา /  นักเรียน

จากวิถีของ 'นักเรียน' เปลี่ยนไปเป็น 'นักศึกษา' แค่เวลาแค่ปีเดียวก็ทำเอาชีวิตวัยรุ่นเปลี่ยนเป็นคนละขั้ว จากชีวิตวัยเด็กจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อีกขั้น ดูแลตัวเองได้โดยที่ไม่มีคุณครูคอยถือไม้เรียวอีกต่อไป ชีวิตม.ปลายคงจะทำให้เด็กๆ สตรองขึ้นพอสมควร จึงมีการเปลี่ยนแปลงจากรั้วโรงเรียนสู่รั้วมหาลัย ไปดู 8 ความแตกต่างระหว่าง 'นักเรียน' และ 'นักศึกษา' ว่ามีอะไรบ้าง 8 ข้อของความแตกต่างระหว่าง "นักเรียน - นักศึกษา" โรงเรียน : สมุดจดเฉพาะวิชาแต่ละวิชา วิชาละ 1 เล่ม ตราโรงเรียนหรูหรา      มหาลัย : สมุด 1 เล่มใช้จด 7 วิชา แถมหลายหน้าปกยังมุ้งมิ้งสุดๆ โรงเรียน : มากันเต็มห้อง  มหาลัย : มาบ้างไม่มาบ้าง ยิ่งปลายภาคเหลือกันอยู่ไม่กี่คน โรงเรียน : เดินกันไปเป็นกลุ่ม กินข้าวด้วยกัน กลับบ้านพร้อมกัน หยุดเรียนก็หยุดพร้อมกัน มหาลัย : เพื่อนหายไปทีละคน ย้ายคณะบ้าง เรียนไม่ตรงบ้าง เหลือกันอยู่คนสองคน โรงเรียน : อยากเรียนจบเร็วๆ อยากเข้ามหาลัยเร็วๆ มหาลัย : อยากกลับไปโรงเรียน คิดถึงเพื่อนเก่า โรงเรียน : เป้าหมายเราคือเกรด A เท่านั้น มหาลัย : ได้เกรด C ก็แก้บนกันไม่หวัดไม่ไหว โรงเรียน : อุปกรณ์ไปเรียน แน่น กระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อย กระเป๋าเสริม ปากกาแดง น้ำเงิน ดินสอ ยางลบ มหาลัย : ปากกาแท่งเดียวที่เขียนติด พกไปก็ชื่นใจแล้ววันนั้น นักเรียน : รองเท้านักเรียนถูกระเบียบ นักศึกษา : รองเท้าแฟชั่นสีจี๊ดจ๊าด รองเท้าผ้าใบเท่ๆ นักเรียน : เคารพธงชาติ 8 โมง ต้องตื่นเช้าไปให้ทันเข้าแถว นักศึกษา : ตื่นกี่โมงก็ได้ มีเรียนกี่โมงก็ตื่นเวลานั้น รูปภาพจาก : wittyfeed.com

คืบหน้า 'แผ่นดินไหวไต้หวัน' ทางการรวบ ผู้ก่อสร้างอาคารถล่ม
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ไต้หวัน ที่พังถล่มจากแผ่นดินไหว... สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานความคืบหน้าเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.4 แมกนิจูด ทางภาคใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้าตรู่ประมาณ 04.00 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ล สร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ศพ วานนี้มีรายงานว่า อัยการจับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ที่พังถล่ม มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในจุดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีเอาผิดฐานฆ่าคนตายโดยประมาท เหว่ย-กวน โกลเดน ดรากอน อาคารอพาร์ตเมนต์ที่พักสูง 17 ชั้น ในเมืองไถหนาน เป็นอาคารสูงแห่งเดียวของเมืองที่พังทลายราบ และเป็นจุดที่พบผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด ราว 40 ศพ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวทางใต้ของไต้หวัน ล่าสุดสังเวย 32 ศพแล้ว ยังสูญหายใต้ซากอีกนับร้อย วันนี้ (8 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 500 ราย -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

10 โลโก้ทีมฟุตบอล เชยบรรลือโลก ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นใน ลีก ฟุตบอล อังกฤษ
ตรา /  ตราสโมสร / 

หลังจากมีข่าวว่าในฤดูกาลหน้าทางสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังจาก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ จะเปลี่ยนมาใช้ โลโก้ ทีมใหม่ซึ่งเป็นการออกแบบที่แทบจะเรียกว่าเกือบเอาของ เก่าจากฤดูกาล 1972-1997 ที่ทีมเคยใช้มาอย่างยาวนานกลับมา รีแบรนด์ อีกครั้ง งานนี้จึงเกิดเสียงวิจารณ์ตามมาทั้งกระแสบวกและลบกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ แต่ โลโก้ เดิมของ เดอะ ซิตี้ ก็ไม่ได้ถือว่าดีไซน์ของมันจะเลวร้ายสักเท่าไหร่ ทีนี้เราลองไปดู 10 โลโก้จากทีมฟุตบอลในลีกอังกฤษที่ถูกโหวตว่าดีไซน์ของมันช่างเชยแหลกแม้แต่แฟนบอลยังต้องส่ายหน้าว่า "ขอร้องล่ะรีบๆ เปลี่ยนมันซะทีเถอะ" 10 Newcastle United 1983-1988 การนำอักษร N U F C มาอัดรวมกันให้เป็นโลโก้ทรงกลมโดยมีเจ้านกสาลิกาตัวน้อยยืนเหงาอยู่ข้างล่างเป็นอะไรที่เหล่า ทูน อาร์มี่ ต่างส่ายหน้ากันทั้งเมือง 9 Chelsea 1905-1952 แน่นอน... ตาของคุณไม่ได้ฝาดไป นี่คือโลโก้ในยุคแรกเริ่มของสิงโตน้ำเงินครามแห่งลอนดอนกับโลโก้ที่ดูแล้วสุดแสนวินเทจ มันควรจะเป็นอาร์มเกียรติยศที่ติดอยู่บนยูนิฟอร์มของทหารมากกว่าชุดแข่งฟุตบอลนะ 8 Blackpool 1979-1987 เข้าใจดีนะว่าคนออกแบบต้องการสื่อให้ทุกคนเห็นว่านี่คือ แบล็คพูล ทาวเวอร์ หอคอยชื่อดังแหล่งท่องเที่ยวประจำเมือง แต่ลองหรี่ตาดูอีกที คุณอาจรู้สึกสับสนว่า เอ...หรือนี่คือโลโก้สโมสร นอตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ 7 Arsenal 1930-ปัจจุบัน แม้ตราสโมสรอันนี้จะยกเลิกไปแล้ว แต่มันยังถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของทีมตามสิ่งของเครืองใช้ต่างๆ เช่นผ้าพันคอ, เข็มกลัด แก้วกาแฟ และที่แน่ๆ มันได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากทรงผมของแชร์วินโญ่มาอย่างแน่นอน 6. Huddersfield Town 70's เจ้าหมาน้อยเทอเรียร์ดุ๊กดิ๊กน่ารัก มันช่างเป็นโลโก้สโมสรฟุตบอลที่ไร้ซึ้งความน่ายำเกรงต่อคู่แข่งเลยสักนิด 5. Leeds United 1965-1972 มีใครรู้บ้างมั้ยว่ากาลครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ดก็เคยโลโก้ทีมเป็นนกฮูกมาก่อน(คล้ายกับสโมสรเชฟฯ เวนส์เดย์) แต่เจ้านกฮูกตัวนี้ของ ลีดส์ ยูไนเต็ด มันช่างเป็นนกที่แข็งทื่อเหมือนนกถูกสตาฟ 4. Notts County 1978 โอเค...เราเข้าใจว่านี่คือนกกางเขน มอสคอตประจำทีม นอตต์ เคาท์ตี้ แต่เมื่อดูดีไซน์บวกกับองศาท่าบินแล้ว มันเหมือนกับนกที่กำลังเพิ่งถูกรถทับนอนแผ่หลาอยู่บนถนนมากกว่า 3. Barnsley 2000-2002 มันคือดอกกุหลาบสีจืดชืดที่มีไว้เพื่อไว้อาลัยให้กับผลงานของ บาร์นลี่ย์ ในยุคนั้นมากกว่า 2. Chester FC 1974-1982 ก่อนที่ทีมจะเปล่ยนมาใช้โลโก้เป็นหัวหมาป่าในปัจจุบัน ก็นั่นแหล่ะครับท่านผู้ชมครั้งหนึ่ง เชสเตอร์ เอฟซี เค้าเคยใช้แมวน้ำคู่มานอนกระดกหางเล่นบนหน้าอกของชุดแข่งมาแล้ว 1. Leeds United 1973-1976 , 1976-1977 บางครั้งคำว่า Simply The Best ก็ใช้ไม่ได้กับการดีไซน์โลโก้ของสโมสรฟุตบอลเสมอไป และนี่คือตัวอย่างดังกล่าว และแม้จะมีการแก้ไขเป็นครั้งที่สองเกิดขึ้นก็ไม่ได้ช่วยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

เตรียมสละโสด! ไหว้พระขอพรความรัก 5 อันดับที่คนเมืองไปมากที่สุด!!
ขอพรความรัก /  ความรัก / 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาถึง เทศกาลหวานช่ำสำหรับคนมีคู่อย่างก็ "วาเลนไทน์" ก็ตามมาติดๆ เช่นกัน และเพราะว่าเป็นเดือนแห่งความรัก วันนี้ Travel.Mthai จะไม่ยอมให้คนโสดต้องเหงาอีกต่อไป!! มาทำใจให้ชุ่มช่ำ ต้อนรับเนื้อคู่ที่กำลังจะมาถึงกันดีกว่า 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรความรัก เมื่อบรรยายกันขนาดนี้ หนุ่มโสด สาวโสด ทั้งหลายคงอยากรู้กันแล้วสินะว่าเคล็ดลับการทำให้ดวงความรักของคุณพุ่งสูงปรี๊ดดด แบบทะลุเพดาน ต้องทำอย่างไร งั้นมาดู 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับ ไหว้พระขอพรความรัก กันเถอะ  ต้องแอบกระซิบว่า Mthai คัดสรรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ว่าใครที่มาขอพรเรื่องความรัก ก็จะสมหวังกันเกือบทุกคน ถ้าอยากรู้ว่าจะมีสถานที่อะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ 1. สถานที่ไหว้พระขอความรัก ศาลพระตรีมูรติ (ลาน Central World) สถานที่ไหว้ขอพรด้านความรัก อันดับหนึ่งเห็นจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก “ศาลพระตรีมูรติ” แห่งแยกราชประสงค์บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า Isetan Central World  ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการขอความรักกับพระตรีมูรติ มหาเทพ โดยสามารถขอพรได้ทุกวัน หากแต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดในการขอพรคือ วันพฤหัสบัดี เวลา 9.30 น. และ  21.30 น.  โดยใช้เครื่องสักการะเน้นสีแดง ได้แก่ ธูปแดง, กุหลาบแดงอย่างละ 9 ดอก รวมถึงเทียนคู่สีแดง มีเทคนิคคือจะต้องวางติดกันเพื่อถือเคล็ดให้ได้เจอคู่ครองสมใจ    หากใครมีคนรักอยู่แล้วเมื่อมาขอพรพระตรีมูรติ                ก็จะทำให้รักกันมากขึ้น  หากอธิษฐานแล้วสมหวังจะต้องหานำของมาถวาย เช่น มะพร้าว, น้ำอ้อย, นมสด หรือของหวานอื่นๆ แล้วแต่ศรัธา (ห้ามถวายของคาวทุกชนิด) สถานที่ตั้ง ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สี่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 2. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระแม่อุมาเทวี  (วัดแขก สีลม) หากอยากมีความรักที่สมหวังและจริงจัง มั่นคงขึ้นมาอีกระดับ เราแนะนำให้มาที่ “วัดแขก” หรือ “วัดพระศรีมหาอุมาเทวี” ย่านสีลม เพื่อสัการะบูชาพระแม่อุมาเทวี  เนื่องด้วยพระแม่อุมาเทวีนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องศรัทธาและรักมั่นคงต่อองค์พระศิวะ ดังนั้นหากใครที่กำลังต้องการขอพรเรื่องความรัก หรืออยากมีคู่ครองแบบมั่นคง ต้องเชิญแนะนำมาสักการะพระแม่อุมาเทวี ณ วัดแขกแห่งนี้อย่างแน่นอน   ภายในวัดนั้น มีบริการเครื่องสักการะทั้งหมดอยู่บริด้านหน้าวิหารชุดละ 60 บาท แต่สามารถหามาเพิ่มได้ เช่น ดอกไม้ , มะพร้าว, นมเปรี้ยว,กล้วย เป็นต้น ซึ่งเงินดังกล่าว ทางวัดจะนำไปบำรุงวัดและสร้างสิ่งต่างๆเวลามีงานประจำปีวัดแขก  ดังนั้นหากใครต้องการทำบุญก็สามารถอุดหนุนกับทางวัดได้นะคะ  หรือหากใครไม่สะดวกสักเท่าไหร่  ทีมงาน MThai แนะนำให้เตรียมของไปเอง โดยเฉพาะถาด (พราหมณ์จะคืนให้กับเรา) หรือสามารถซื้อของสักการะได้บริเวณทางด้านวัดก็ไม่ขัดศรัทธาคะ เพียงแต่ราคาอาจจะสูงกว่าสักเล็กน้อย สถานที่ตั้ง : วัดพระศรีมหาอุมาเทวี  2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 3. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระแม่ลักษมี (เกษรพลาซ่า แยกราชประสงค์) มีความเชื่อว่า พระแม่ลักษมี เป็นเทวีแห่งความรักที่บริบูรณ์  ด้วยพระแม่มีชายาที่ซื่อสัตย์ของพระนารายณ์และทรงเป็นที่รักยิ่งของพระสวามี ทำให้ผู้คนต่างศรัทธาและหลั่งไหลกันมาสักการะขอพรในเรื่องความรัก มีความเชื่อว่า  ไม่เพียงขอให้ได้สมหวังในเรื่องของความรักกับคนที่เรารักแล้วนั้น ยังได้ในเรื่องของรักแท้และซื่อสัตย์กับเราเพียงคนเดียวอีกทางหนึ่ง สถานที่ตั้ง : ห้างเกษรพลาซ่า Gaysorn Plaza 999 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 4. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระนอน- วัดโพธิ์ สาวที่ผิดหวังในเรื่องของความรักมามาก หรือยังไม่สมหวังในความรักสักทีจนอายุเริ่มเข้าเลขสามเข้าให้แล้ว  ซึ่งเลข 3  ก็มีความหมายคือพระนอน  หรือศาสตร์ความเชื่อที่เชื่อว่าเลขสามเปรียบเสหมือนของความรักของหญิงสาวเช่นกัน สถานที่ตั้ง : วัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร 2  ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง. เขตพระนคร กรุงเทพฯ 5. สถานที่ไหว้พระขอความรัก พระกฤษณะ วัดเทพมณเฑียร (เสาชิงช้า) เป็นเทพอีกองค์หนึ่งที่สาวโสดหรือผู้อยากสมหวังในเรื่องของความรัก ต้องอย่าพลาดเป็นเด็ดขาด เพราะท่านขึ้นชื่อมากในเรื่องของการให้พรความรัก มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าสมหวังด้านความรักมาหลายรายแล้ว มีความเชื่อว่าเมื่อท่านยามใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ ท่านมีสนมมากถึง 10,000 คน แต่ถึงอย่างไรท่านก็มีจิตใจรักมั่นต่อนางราดานะคะ หญิงเลี้ยงวัว เป็นรักแรกแห่งกฤษณะ ทำให้ความรักครั้งนั้นประทับใจและฝังอยู่ในใจของพระกฤษณะตลอดจนชั่วอายุขัย   ใครที่อยากไปสักการะองค์พระกฤษณะ สามารถไปได้ที่วัดเทพมณเฑียร บริเวลาข้างโรงเรียนเบญจมราชาลัย ชั้น 3 จะเป็นเทวาลัย สามารถสักการะได้ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงประมาณเที่ยงวัน และช่วงบ่ายสามถึงหนึ่งทุ่ม ซึ่งการบูชาจะต้องเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไปให้เรียบร้อย เนื่องจากที่วัดไม่มีจำหน่าย สถานที่ตั้ง :  โบสถ์เทพมณเฑียร  จะอยู่ใกล้กับเสาชิงช้า ฝั่งตรงข้ามกับวัดสุทัศน์เทพวราราม  สุดท้ายนี้ นอกจากการพึ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระขอพรความรัก อีกสิ่งที่จะทำให้ความรักของเราสองคนมั่นคง ก็คือ ความเข้าใจและการให้อภัย ไม่ว่าจะเป็นความรักของคุณจะเป็นรูปแบบไหน Travel.Mthai ขออวยพรให้กับความรักของทุกคู่ และสำหรับความรักของคนที่กำลังจะมีคู่นะคะ  สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ <3

พิพากษาจำคุก 16 เดือน พลทหาร เก็บไม้ริมถนนซ่อมบ้าน
ซ่อมบ้าน /  ทหาร / 

ผู้เป็นแม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกถูกศาลพิพากษาจำคุก 16 เดือน หลังเก็บไม้ริมถนนซ่อมบ้าน เป็นเรื่องราวที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางฟองจันทร์ ศรีบุญเรือง อายุ 55 ปี ผู้เป็นแม่ได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรม ให้พลทหารสัจพันธุ์  จารณา อายุ 23 ปี บุตรชาย กับทาง พล.ต.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผบ.มทบ.32 ณ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง หลังลูกถูกคุมขังอยู่เรือนจำกลางตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา เพราะตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 16 เดือน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการ ถือวิสาสะหยิบไม้ที่อยู่ข้างทางเพียงแผ่นเดียวเพื่อนำมาซ่อมบ้านที่ทรุดโทรม นางฟองจันทร์ เปิดเผยว่าเมื่อต้นปี 2558 พลทหารสัจพันธุ์ได้ทะเลาะกันกับภรรยาเก่า จากนั้นเจ้าตัวจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านหายไป ทางภรรยาเก่าจึงแจ้งความให้ตามหาพลทหารสัจพันธุ์ และรถจักรยานยนต์ พร้อมกล่าวหาว่าพลทหารสัจจพันธุ์ ขโมยรถจักรยานยนต์ของตนเองไป ซึ่งนางฟองจันทร์ระบุว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่เช่าซื้อมาด้วยกัน และนอกจากนี้ฝ่ายหญิงยังอ้างว่า พลทหารสัจพันธุ์ไปขโมยไม้ของโรงน้ำตาลมาไว้ที่บ้าน ซึ่งนางฟองจันทร์กล่าวต่อว่า ไม้ดังกล่าว พลทหารสัจพันธ์ และภรรยาเก่าเป็นผู้นำมาด้วยกัน ซึ่งไม้นั้นทั้งสองเก็บมาจากข้างทาง แต่เมื่อตำรวจมาที่บ้านก็ได้ยึดไม้ แผ่นนั้นไป ซึ่งเป็นไม้แปรรูปยาวประมาณ 2 เมตรกว้างประมาณ 1 คืบ ต่อมา นายเอกสิทธิ์ มานะรุ่งโรจน์ หรือทนายโจ้ ได้เข้ามาช่วยเหลือติดต่อทำเรื่องขอประกันตัว พลทหารสัจจพันธุ์ แต่ด้วยความที่ทางครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินหรือหลักทรัพย์ประกันตัว ทางครอบครัวจึงต้องเช่าหลักทรัพย์ พร้อมนำบานประตูไม้สักซึ่งติดอยู่ที่หน้าบ้าน ห้องนอน และห้องน้ำ ไปขายได้เงินมา 1,000 บาท และยืมเพื่อนบ้านรวบรวมแล้วได้ 10,000 บาท ทั้งนี้ทางด้านทนายโจ้ยังได้นำเรื่องราวของลูกชายโพสต์ลงโซเชียลเพื่อขอความช่วยเหลือ ผู้คนบนโลกออนไลน์ก็ร่วมบริจาคเงินจึงรวบรวมได้อีกประมาณ 10,200 บาท นางฟองจันทร์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากวิงวอน ให้หน่วยงานต้นสังกัด ของ พลทหารสัจพันธุ์ ที่อดีตลูกชายตนเองสังกัดอยู่  ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในทางคดี สำหรับพลทหารสัจพันธุ์นั้น เป็นพลทหารประจำการอยู่ที่ ฐานไอร์กาแซ ร้อย .ร.1721 ฉก.37 นราธิวาส ล่าสุดมีรายงานว่าพล.ต.วิจักขฐ์ ระบุว่าเบื้องต้นตนได้สั่งการให้ทหารเข้าไปตรวจสอบบ้านที่อยู่อาศัยพลทหาร สัจจพันธุ์ เพื่อช่วยซ่อมแซมบ้าน และประตูที่แม่ต้องงัดไปขายเพื่อนำเงินมาประกันตัวลูกชาย นอกจากนี้ก็จะให้ประสานกับทนายเอกสิทธิ์ เพื่อขอประกันตัวออกมาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง พร้อมกับกำชับให้ พ.อ.เมธา ณ พิกุล รองเสณาธิการ มทบ.32 ติดตามความคืบหน้าของคดีด้วย MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ 77jowo

กำลังใจมาเต็ม! เมื่อโยคะ ไม่ใช่เรื่องของคนผอมอีกต่อไป...
คนอ้วน /  ลดความอ้วน / 

       ดาน่า ฟอลเซตตี้ คือผู้หญิงที่จะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับโยคะ ให้เป็นกิจกรรมสำหรับทุกเพศทุกวัย และทุกรูปร่าง ก่อนหน้านี้เธอเคยหนักถึง 300 ปอนด์ หรือประมาณ 135 กิโลกรัม จากภาวะโรคซึมเศร้า ทำให้เธอกินอย่างหนักทุกครั้งที่อยู่อาการวิตกกังวล จนมาถึงจุดที่ค้นพบว่าตัวเองไม่มีความสุขเลย จึงได้พยายามหาความสงบให้กับตัวเอง เธอตัดสินใจเข้ายิมเพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยมีเป้าหมายคือการลดน้ำหนักให้มากที่สุด ด้วยการออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง แน่นอนค่ะ รูปร่างของเธอเปลี่ยนไป แต่ดูเหมือนจิตใจของเธอยังคงติดอยู่กับอาการซึมเศร้าไม่หาย โยคะ...จึงเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่จะช่วยให้จิตใจของเธอสงบลง ในช่วงเริ่มต้นเธอไม่สามารถทำท่าหมาค้างไว้ได้เกิน 5 ลมหายใจด้วยซ้ำ เพราะไหล่ของเธอทนรับน้ำหนักไม่ไหว ในขณะที่คนอื่นในคลาส สามารถทำท่าหกสูงโดยใช้ศรีษะในการรับน้ำหนักตัวได้อย่างง่ายดาย ความท้อและความวิตกกังวลเริ่มเข้ามาอีกครั้ง เมื่อมองไปรอบตัวก็เห็นแต่ความเจ็บปวด เธอตัวใหญ่ที่สุดในคลาส และคิดว่าน้ำหนักตัวและรูปร่างของเธอคืออุปสรรคสำคัญ ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะสามารถทำอะไรแบบนี้ได้แน่ๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิด! เมื่อเธอเปลี่ยนความคิดใหม่ และไม่ให้ความคิดของตัวเองมาจำกัดความสามารถ ก็ทำให้จุดเปลี่ยนของเธอมาถึง คนส่วนใหญ่มองว่าการจะฝึกโยคะพวกเขาจำเป็นต้องมีร่างกายที่ผอม ยืดหยุ่น และแข็งแรงเท่านั้น นั่นคือความเข้าใจที่ผิด ความจริงแล้วโยคะเหมาะกับทุกสภาพร่างกาย เพราะร่างกายของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ตลอดเวลา โยคะเป็นการฝึกจิตใจ ทำให้คุณรู้จักตัวตนของตัวคุณเอง เป็นการฝึกที่ไม่มีข้อจำกัดอะไรทั้งสิ้น คุณสามารถทำได้ เพียงแค่เปลี่ยนความคิดเท่านั้น! ปัจจุบัน ดาน่า ฟอลเซตตี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ครูสอนโยคะเท่านั้น แต่เธอคือผู้ให้กำลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนอ้วนที่อยากเข้ามาเล่นโยคะ เธอพร้อมจะช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามาขอปรึกษา และพร้อมจะทำให้สำเร็จ เพียงแค่คุณให้โอกาสตัวเอง แล้วคุณก็จะพบว่า แท้จริงแล้ว โยคะไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องสุขภาพกายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถบำบัดสุขภาพจิตของคุณได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ไม่เชื่อมาดูรูปยืนยัน มันเริ่ดมากใช่มั้ยล่าาา :) ที่มาจาก : www.nolatreesyoga.com เรียบเรียงโดย : Women Mthai Team

หวานติดหนึบ!! แอมป์ บุกกองเฝ้า อั้ม ถ่ายละครถึงเชียงใหม่
อั้ม พัชราภา /  แอมป์ พิธาน / 

ทำเอาคนโสดอิจฉาตาร้อนกันทั้งประเทศ!!! สำหรับคู่รักสุดหวานของซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา กับแฟนหนุ่มไฮโซ แอมป์ พิธาน ที่มักจะมีภาพหวานไปไหนไปกันทุกทริป ล่าสุด สาวอั้ม เดินทางไปถ่ายละครเรื่อง เพลิงพระนาง ไกลถึงจังหวัดเชียงใหม่ หนุ่มแอมป์ ถือโอกาสบุกกองถ่ายตามเฝ้าให้กำลังใจถึงที่เลยทีเดียว แม้ว่าบทบาทหน้าที่นักธุรกิจพันล้านจะงานยุ่งแค่ไหน หนุ่มแอมป์ ก็ยอมหอบงานแบกโน้ตบุ้คไปนั่งทำอยู่ข้างๆ เป็นภาพที่น่ารักสุดๆ ไม่เพียงแค่นั้นยังมีเดอะแก๊งนำทีมโดย เอ ศุภชัย ก็ยกโขยงมาให้กำลังใจ สาวอั้ม เช่นกัน มีแต่คนรักจริงๆ ซุปตาร์คนนี้!!! ขอบคุณภาพจาก IG @aum_patchrapa แอมป์ บุกกองเฝ้า อั้ม ถ่ายละคร แอมป์ บุกกองเฝ้า อั้ม ถ่ายละคร แอมป์ บุกกองเฝ้า อั้ม ถ่ายละคร แก๊งเพื่อนไปให้กำลังใจ อั้ม ถ่ายละคร แก๊งเพื่อนไปให้กำลังใจ อั้ม ถ่ายละคร แก๊งเพื่อนไปให้กำลังใจ อั้ม ถ่ายละคร แก๊งเพื่อนไปให้กำลังใจ อั้ม ถ่ายละคร อั้ม เพลิงพระนาง อั้ม เพลิงพระนาง อั้ม และเดอะแก๊ง

ม.ฮาร์เวิร์ดบล็อกชาวเน็ตไทยถล่มโพสต์กรณีทันตแพทย์
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

มหาวิทยาฮาร์เวิร์ด บล็อกบัญชีเฟซบุ๊กชาวไทย หลังหลั่งไหลโจมตีกรณีทันตแพทย์เหนียวหนี้หน้าเพจทางการ สำนักข่าว เอเซียน คอเรสพอนเด้นท์ รายงาน สั่งบล็อกการเข้าแสดงความเห็นของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวไทย ที่แฟนเพจทางการของมหาวิทยาลัย หลังชาวเน็ตไทยหลั่งไหลเข้าแสดงความเห็นแง่ลบเกี่ยวกับอาจารย์ทันตแพทย์ชาวไทย ที่ปฏิเสธการใช้ทุนรัฐบาลไทย โดยสื่อรายงานว่า เรื่องราวดราม่าเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลัง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ ที่ปัจจุบันเป็นครูสอนที่มหาวิทยาฮาร์เวิร์ด ถูกกล่าวหาว่า กลบเลี่ยงการชำระหนี้รัฐบาลไทย จำนวน 30 ล้านบาท ทำให้ภาระการชำระหนี้ตกอยู่ที่ผู้ค้ำประกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางมหาวิทยาฮาร์เวิร์ดรับทราบเป็นอย่างดี แต่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือพร้อมระบุว่า เป็นปัญหาส่วนตัว ทำให้ชาวไทยที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการแสดงท่าทีเฉยชาของมหาวิทยาฮาเวิร์ดเข้าไปแสดงความเห็นในแง่ลบจนทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ต้องจัดการบล็อกบัญชีผู้ใช้ชาวไทย เพื่อป้องกันการแสดงความเห็นที่ไม่ดีบนหน้าแฟนเพจ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ศาลยุติธรรม ชี้แจงคดีหมอฟันเบี้ยวหนี้  47 ล้าน ต้องมาศาลวันนัด14 มี.ค. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีล้มละลายที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นฟ้อง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ม.มหิดล)หลังจากได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐฯ เมื่อสำเร็จการศึกษา ดลฤดี ได้หลีกเลี้ยงไม่กลับมาใช้ทุนคืน รวมถึงแต่งงาน เปลี่ยนสัญชาติ และทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ม.มหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เป็นโจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี ผู้รับทุน เป็นจำเลย ต่อศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำ ล.3603/2558 ทั้งนี้ทั้งนั้น คดีล้มละลายนี้ สืบเนื่องจากเป็นคดีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 47,853,435.88 บาท พร้อมกันนี้ ศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องมาศาลตามนัด ซึ่งหากจำเลยเดินทางมาศาลต่อสู้คดีก็ต้อง พิจารณาไปตามกระบวนการ แต่หากจำเลยไม่มา ศาลจะมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและดำเนินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งศาลจะนำความจริงมาพิจารณาว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ และมีหนี้สินจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทหรือไม่ หากศาลพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีคำสั่งพิจารณาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อจำเลย หรือไม่ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ซึ่งในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็จะมีการประชุมเจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับการประนอมหนี้ ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย จากนั้นจะถึงกระบวนการในเรื่องที่เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกำหนดเวลา 2 เดือน แล้วมีการพิจารณาคำขอชำระหนี้ไปตามลำดับ เมื่อเสร็จแล้ว จะถึงกระบวนการที่สำคัญคือการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยซึ่งศาลจะต้อง ออกหมายเรียกจำเลย ให้มาศาลเพื่อสอบถามถึงมูลเหตุที่ทำให้ตกเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีทรัพย์สินในการชำระหนี้ หากจำเลยไม่มาศาลก็ถือเป็นการขัดขืนหมายเรียก ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ 'ออกหมายจับ' หลังจากผ่านกระบวนการในการขอรับชำระหนี้ และศาลได้พิพากษาจนตกเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จากนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News

ละครสารวัตรเถื่อน , เรื่องย่อสารวัตรเถื่อน
ละครสารวัตรเถื่อน /  เคลลี่ ธนะพัฒน์ สารวัตรเถื่อน / 

ละคร สารวัตรเถื่อน บทประพันธ์โดย : วสิษฐ เดชกุญชรผลิตโดย : บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัดควบคุมการผลิตโดย : นิรัตติศัย กัลย์จาฤกออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละครสารวัตรเถื่อน เชษฐ์ สารวัตรใหญ่แห่งวัฒนานิมิต กับ จ่าเที่ยง ตำรวจคู่ใจ รู้ข่าวการหักหลังกันในกลุ่มอิทธิพลของเมือง เกิดเหตุการณ์ต่อสู้ชุลมุนกันขึ้น ก็ปรากฏตัว ชายลึกลับ (ธนุส) เข้ามาช่วยตัวประกัน แต่สารวัตรเชษฐ์นั้นเสียชีวิต จ่าเที่ยงโกรธแค้น ทรงยศ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล เพราะเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แต่จ่าเที่ยงก็มักจะถูกขัดขวางการทำงานจาก ธนสาร รองสารวัตร ที่ไปเข้ากับพวกทรงยศ ถาวร พาราไดซ์ แหล่งบันเทิงชั้นนำของเมือง ระมาดลูกน้องทรงยศชอบ ถมทอง ลูกสาวของถาวร แต่ถมทองไม่สนใจ ธนุส ปลอมตัวเป็นยมมาสังเกตการณ์ เกิดมีเรื่องกับลูกน้องของระมาด จนถูกจ่าเที่ยงจับ ถมทองมาช่วยประกัน และให้ยมพักที่โรงแรม อนงค์รัตน์ นักร้องสาวสวยที่หวังจะใช้อิทธิพลทรงยศช่วยให้โด่งดัง มาสมัครเป็นนักร้องที่ บาร์แองเจิลในเครือถาวรพาราไดซ์ วันหนึ่งยมได้ช่วยอนงค์รัตน์จากคนร้าย ทั้งสองจึงได้รู้จักกัน ในขณะที่จ่าเที่ยงโดนปลดเพราะถูกธนสารใส่ร้าย สะพายนักกีตาร์หนุ่มก็มาสมัครงานที่บาร์ในวันที่ทรงยศมาดูอนงรัตน์ร้องเพลง และรับปากจะช่วยปั้นอนงรัตน์ถ้าเธอเชื่อฟังเขา ระมาด และนักรบกำลังจะฆ่าลูกน้องคนขับรถส่งของผิดกฎหมาย แต่ยมมาช่วยไว้เพราะอยากเก็บไว้เป็นพยาน จากนี้ยมจึงเป็นเป้าหมายที่เหล่าร้ายจับตามองอย่างใกล้ชิด อนงค์รัตน์มาเรียนเต้นที่บริษัททรงยศ ราโพเลขาทรงยศรู้สึกไม่ชอบหน้า และบอกทรงยศว่าอนงค์รัตน์ดูไม่ชอบมาพากล ทรงยศจึงสั่งระมาดให้จับตาไว้ ส่วนจ่าเที่ยงพอจะได้กลับมาทำหน้าที่ก็ถูกทรงยศสั่งเก็บจนยมต้องมาช่วยอีกครั้ง ด้านสะพายได้แอบติดเครื่องดักฟังประเสริฐที่เป็นพวกของทรงยศ แต่ยมมาเห็นจึงคาดคั้นให้สะพายบอกสถานะ จึงรู้ว่าสะพายเป็นหน่วยปราบปรามที่ปลอมตัวมา ทรงยศสั่งให้นักรบไปฆ่าจ่าเที่ยงอีกครั้ง แต่ยมก็ช่วยไว้ได้อีกครา จ่าเที่ยงย้ายไปกบดานที่บ้านพิไร ภรรยาของเชษฐ์ และเป็นคนที่ธนสารแอบชอบมาตลอด ทรงยศสั่งให้สามสาวประเภทสองนักฆ่าไปจัดการจ่าเที่ยง ระหว่างนั้น อนงค์รัตน์ก็แอบไปถ่ายคลิปสินค้าของทรงยศ จ่าเที่ยงถูกสามสาวจับไปทรมาน จนยมมาช่วย จ่าเที่ยงจึงสงสัยว่าทำไมยมถึงรู้แผนของผู้ร้ายเสมอ พร้อมกับที่ระมาดก็เริ่มสงสัยอนงค์รัตน์ จึงให้ราโพสืบประวัติ ถึงรู้ว่าอนงค์รัตน์ต้องการแก้แค้นทรงยศ เพราะน้องชายต้องตายจากยาเสพติดของทรงยศ ทรงยศโกรธมากที่ถูกหลอก ทรงยศคาดคั้นจนอนงค์รัตน์ต้องเปิดเผยความจริง ราโพห้ามทรงยศไม่ให้ฆ่าอนงค์รัตน์เพราะอยากรู้เบื้องหลัง สะพายตามหาคลิปที่อนงค์รัตน์ถ่ายไว้แต่ถูกนักรบชิงไป ประเสริฐเริ่มปรึกษากับบอร์ดใหญ่ถึงวิธีที่จะจัดการทรงยศเมื่อเรื่องเริ่มบานปลาย ยมตามมาช่วยอนงค์รัตน์ และบอกให้ใจเย็น เพราะยังมีเบื้องหลังที่ใหญ่กว่าทรงยศ ยมสอนอนงค์รัตน์ยิงปืนเพื่อป้องกันตัว ยมช่วยจ่าเที่ยงจากคนร้าย และบอกให้จ่าเที่ยงย้ายไปที่อื่น เพราะกลัวจะทำให้เสียแผน แต่จ่าเที่ยงไม่ยอม ทั้งยังโทษว่ายมเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย รุ่งขึ้นจ่าเที่ยงไปที่โรงพัก และได้พบว่าสารวัตรคนใหม่ ธนุสก็คือยมนั่นเอง ทุกคนทราบเรื่องสารวัตรคนใหม่ แต่สะพายค่อนข้างแปลกใจ เพราะเขานั่นแหละที่เป็นสายสืบจากสารวัตรธนุส และเมื่อธนุสยังไม่ให้ความกระจ่าง สะพายจึงตีสนิทถมทองเพื่อถามความลับของธนุส ทรงยศจัดงานเลี้ยงต้อนรับสารวัตรธนุส แต่ธนุสก็ยืนยันจะปฏิบัติงานแบบตรงไปตรงมา ทำให้ทรงยศถึงกับไม่พอใจเพราะต่อไปนี้ศัตรูคนสำคัญของเขาก็คือ ธนุส นั่นเองสุดท้ายเรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อไป เมืองวัฒนานิมิตจะหลุดจากอำนาจมืดได้หรือไม่ ติดตามชม ละครสารวัตรเถื่อน ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครสารวัตรเถื่อน เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สารวัตรเถื่อน เคลลี่ ธนะพัฒน์ รับบท นายยมกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท อนงค์รัตน์ปิยพันธ์ ขำกฤษ รับบท สะพายพัชญา เพียรเสมอ รับบท ถมทองธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท นายทรงยศอานัส ฬาพานิช รับบท ระมาดธนายง ว่องตระกูล รับบท จ่าเที่ยงจาตุรงค์ โกลิมาศ รับบท ธนสารมาริสา แอนนิต้า รับบท ราโพสาริน บางยี่ขัน รับบท นักรบกลศ อัทธเสรี รับบท ถาวร

จะออกไปแตะขอบฟ้า ชมเครื่องบิน ที่หาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต
ชมเครื่องบิน /  ที่เที่ยวจังหวัดภูเก็ต / 

มาอีกหนึ่ง Unseen ชมเครื่องบินลงจอดแบบใก้ลแค่เอื้อม ที่หาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต พิกัดลายแทงการเดินทาง สำหรับการเดินทางไปที่นั่น ง่ายมากซึ่ง มาได้ 2 ทางเลือก คือ 1. เดินมาจากอุทยานสิรินาถ ซึ่งไกลมากๆ 2. กับอีกทางคือ เลาะทางข้างโรงแรม Centara Grand มาครับ ซึ่งรถจะเข้าไปถึงที่เลย ตั้ง GPS ไว้ที่ 8.113600, 98.302421 พอถึง ก็จอดรถใต้ต้นสน บริเวณที่เป็นพื้นหญ้า อย่าไปไกล เดี๋ยวติดหล่มขึ้นไม่ได้ ช่วงเวลาที่ไป ช่วงเวลาที่ไปคือ ควรเป็น ช่วงเช้า ถ่ายง่ายกว่า เพราะว่าถ่ายตามแสง หน้าไม่มืด ให้ดีควรมี Application : Flightradar24 เช็คดูเครื่องบินขึ้นลง จะได้ไปไม่เสียเที่ยวเพราะการลงจอด (Landing) ของเครื่องบิน จะขึ้นอยู่กับทิศทางลม (การลงจอดจะต้องต้านลม) ถ้าลมเปลี่ยนทิศ ก็จะทำไม่เห็นการแลนด์แบบประชิดเหมือนในภาพ จะได้เครื่อง Take off แทน ซึ่งไม่ตื่นเต้นเท่า ซึ่งช่วงนี้จนถึงเดือนมีนาคม เราจะได้เห็นเครื่องบินลงจอดทางฝั่งทะเลบ่อย นอกเหนือจากนั้นอาจจะยาก *** ข้อควรปฏิบัติ *** - ช่วงนี้มีคนมาเที่ยวที่นี่เยอะขึ้นมาก เนื่องจากกระแส Social Network จึงทำให้ปัญหาเรื่องขยะตามมา ช่วยกันรักษาความสะอาดกันด้วยจ้า - พยายามอย่าปีนขึ้นไปดูเครื่องบินที่รั้ว พี่ รปภ. จะเป่านกหวีดไล่ และอาจเกิดปัญหาได้ในอนาคตถ้าเรายังปีนขึ้นไปดู เค้าอาจจะปิดไม่ให้เข้าไปดูอีกก็ได้ เสียดายแย่ - ช่วงเครื่องบิน Take off จะมีลมปะทะแรงมากๆ ให้ระวังไว้ด้วย เพราะเม็ดทรายอาจกระเด็นมาเข้าตาได้ พยายามอย่าวางของเบาๆ ขยะต่างๆ วางไว้บริเวณที่มีลมจากไอพ่นผ่าน ระวังหมวก ร่ม ที่นำมา อาจทำให้ปลิวลงทะเล - ห้ามเล่น Drone (ผิดกฎหมาย), เล่นเลเซอร์, ลูกโป่ง, ห้ามโยนสิ่งของขึ้นสูง หรือ กิจกรรมต่างๆทุกชนิดที่อาจเกิดอันตรายกับเครื่องบินได้ ข้อมูลอื่นๆ - WEB เช็คทิศทางลม : http://www.windguru.cz/int/index.php?sc=255651&sty=m_spot - UNSEEN MAI KHAO BEACH, PHUKET :  GPS (8.113600, 98.302421) - VDO บรรยากาศสถานที่ : https://www.facebook.com/popumon/videos/vb.1813785478/10204034277576603/?type=2&theater&notif_t=like ขอบคุณเครดิตข้อมูลและรูปภาพสวยๆให้เราได้ชม จาก : Theerasak Saksritawee

ผลบอล:ขบวนสุดท้าย!ค้างคาวไฟเฉือนเสือป่าราชาคว้าตั๋วเลื่อนชั้นใบสุดท้าย และสรุปทีมเลื่อนชั้น
นครปฐม ยูไนเต็ด /  ภาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ / 

ผลบอล ยามาฮ่าลีกวัน นัดตกค้าง สุโขทัย เอฟซี และ นครปฐม ยูไนเต็ด ผลบอล ยามาฮ่าลีกวัน นัดตกค้าง วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 สุโขทัย เอฟซี 1-0 นครปฐม ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 ฤษณ เกษมกุลวิไล น.55 เวลา: 18.00 น. สนาม:เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสด:ทรูสปอร์ตสอง เริ่มเกมส์แค่นาทีที่ 4 สุโขทัย เอฟซี ได้ทักทายก่อนเมื่อกองหลังนครปฐมสกัดบอลไม่ดี มาเข้าทาง กฤษณ เกษมกุลวิไล เก็บบอลได้แล้วซัดนอกกรอบ หัสชัย แสนกล้า ต้องพุ่งปัดแบบสุดเหยียด นาที 22 นครปฐม ยูไนเต็ด ได้ลุ้น จากจังหวะที่ วัลชี่ จูเนียร์ ซัดฟรีคิกไปติดกำแพง แต่บอลยังมาเข้าทางได้แต่งไปยิงด้วยซ้ายบอลติดเซฟของ สราวุธ กองลาภ จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง นาที 50 เลสลี่ อับลอห์ เติมขึ้นมาเล่นลูกตั้งเตะและได้โอกาสยิงในกรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไป นาที 55 กองเชีบร์ สุโขทัย ที่ยกพลมาเชียร์ด้านนอกสนามได้เฮลั่น เมื่อทีมรักได้ประตูออกนำ จากกฤษณ เกษมกุลวิไล ที่โฉบมาโขกบอลเสียบใต้านเข้าไปให้ ค้างคาวไฟขึ้นนำ 1-0 นาที 64 สุโขทัย เอฟซี โต้กลับเร็ว จอห์น บัคโจ้ ตัวจิ๊ดได้บอลในกรอบเขตโทษแล้วลากตัดเข้าในก่อนซัดข้ามคาน นาที 76 เลสลี่ อับลอห์ กองกลางนครปฐมได้พลิกยิงนอกกรอบ แต่ สราวุธ ยังพุ่งปัดทิ้งไปได้ เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มหมดเวลาการแข่งขัน สุโขทัย เอฟซี เฉือนชนะ นครปฐมยูไนเต็ดไปได้ 1-0 คว้าตั๋วใบสุดท้ายขึ้นสู่ศึกไทยลีกตามหลัง พัทยา ยูไนเต็ด และ บีบีซียู เอฟซี รายชื่อ สุโขทัย เอฟซี: สราวุธ กองลาภ(GK),เสมอภาค ศรีนนท์,คาตาโนะ ฮิโรมิชิ,ยุทธพงษ์ ศรีละคร,กฤษดา เหมวิพัฒน์,ศักดิรินทร์ มิ่งสมร,ดาวิด บายีฮา,พรปรีชา จารุนัย,กฤษณ เกษมกุลวิไล,จอห์น บัคโจ้,ดิยุฟ บิรัมเม่ นครปฐม ยูไนเต็ด:หัสชัย แสนกล้า(GK),โชคชัย ชูไชย,วุฒิศักดิ์ มณีสุข,นวพล ตันตระเสนีย์,ณัฐพล เทพอุทัย,ชัชนนันท์ ห้วยหงษ์ทอง,ยูเซอิ โอกาซาว่า,เลสลี่ อับลอห์,รชานนท์ ศรีนอก,เจษฎา ศรีจันทร์,วัลชี่ จูเนียร์ สรุปทีมที่ได้ขึ้นไทยลีก มี 3 ทีม ได้แก่ พัทยา ยูไนเต็ด , สุโขทัย เอฟซี และ บีบีซียู เอฟซี

ล้างมาสคาร่ากันน้ำยังไง...ให้สะอาดเกลี้ยง แถมตาไม่เหี่ยวด้วย
มาสคาร่า /  มาสคาร่ากันน้ำ / 

        มาสคาร่ากันน้ำอาวุธคู่ใจของสาวไทยทั่วประเทศ เพราะอากาศบ้านเรามันร้อนเกินกว่ามาสคาร่าธรรมดาจะเอาอยู่ จริงไหมคะ? แต่ปัญหาใหญ่ที่เจอเลยคือ ใช้เวลาในการล้างมาสคาร่าให้หลุดออกจากขนตานานมาก บางครั้งขนตาก็พากันหลุดออกมาเป็นแพ (นึกว่าแพริมแม่น้ำที่เมืองกาญฯ) วันนี้เรามีเคล็ดลับเด็ดๆมาฝากกันค่ะ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนลงมือล้างมาสคาร่ากันน้ำ 1. เลือกใช้อายรีมูฟเวอร์โดยเฉพาะ เนื่องจากคลีนเซอร์ชนิดนี้จะมีส่วนผสมของน้ำมัน จึงทำให้มาสคาร่าหลุดออกมาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้แรงเช็ดให้ระคายผิวรอบดวงตา 2. ผิวบริเวณรอบดวงตานั้นอ่อนโยนมาก จึงต้องเลือกใช้สำลีที่มีผิวสัมผัสที่นุ่มนวล ไม่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองอย่าง AIME' Facial Cotton (สำลีเอเม่) ที่ผลิตจากสำลีฝ้ายบริสุทธิ์ 100% ด้วยเทคโนโลยี Hydro-Entanglement เทคโนโลยีระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้ปราศจากสารยึดเกาะและสารเรืองแสงต่างๆ และเป็นสำลีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำ 3. “คอตตอนบัด” ควรเลือกที่สามารถซอกแซกได้ทุกซอกทุกมุม เหมือนกับ AIME' Beauty Cotton Bud ที่มีทั้งปลายแหลมและปลายมนอยู่ในแท่งเดียวกัน ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้แม้ในที่แคบๆอย่างเช่นบริเวณขอบตา และก้านสำลีกระดาษ paper stick ช่วยให้สำลียึดติดกับก้านขณะใช้ ไม่คลายตัวง่าย ลดการหักงอ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เคล็ดลับในการล้างมาสคาร่ากันน้ำให้เกลี้ยง - เทอายรีมูฟเวอร์ลงไปบนสำลี จากนั้นจึงมาแปะไว้บริเวณดวงตาทั้งสองข้าง โดยใช้มือกดและกลึงเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที แล้วเช็ดออก - จากนั้นจึงใช้แผ่นสำลีชุบอายเมคอัพรีมูฟเวอร์เช็ดซ้ำ โดยเน้นบริเวณขนตาเป็นพิเศษ ด้วยการเอาสำลีรองไว้ใต้ขนตาแล้วใช้คอตตอนบัด (หัวมน) ช่วยถูออกจนหมดคราบมาสคาร่า - หากยังมีมาสคาร่าหลงเหลืออยู่ให้ใช้คอตตอนบัด(หัวแหลม) เช็ดเก็บเศษมาสคาร่าเล็ก ๆ ตามแนวขนตาบนและขอบตาล่างจนสะอาด เท่านี้ก็สะอาดกริ๊บ...แถมยังไม่ทำลายผิวบริเวณรอบดวงตาแล้วล่ะค่ะ ^_^ AIME' Facial Cotton (สำลีเอเม่) สำลีเพื่อการดูแลสุขภาพผิวของคุณ ติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆได้ที่ facebook : AIME Beauty ขอขอบคุณภาพจาก Pinterest

ดูดวง12ราศี ครบจบที่เดียว! ทั้งงาน เงิน ความรัก เดือนกุมภาพันธ์ 2559
ดวง12ราศี /  ดูดวง / 

ดวงการงาน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) มีงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ทำดีก้ไม่ได้ดี ความยุติธรรมไม่ค่อยได้รับ ทำให้รู้สึกท้อถอย ช่วงนี้อย่าเพิ่งใจร้อน ไปมีปากเสียงกับใคร ไม่เป็นผลดีกับตัวเอง มีคนคอยจ้องจับผิดอยู่ แต่ก็จะเห็นทางออก มีงานเสริม โอกาสใหม่ๆ เข้ามา ช่วงนี้ขยันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้าหาผู้ใหญ่ด้วยถึงจะก้าวหน้า ระวังคู่แข่งหรือศัตรูใส่ร้าย อย่าพยายามเขวไปกับคำยั่วยุ หากคิดจะลงทุนหรือเริ่มต้นหยิบจับสิ่งใหม่ๆ มีความสำเร็จ ปลายเดือนทำงานเหนื่อย นอกจากงานของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ ยังต้องรับภาระในงานนอกหน้าที่อีก ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่คุณจะมีโอกาสในการเปลี่ยนหรือย้ายงานที่ดีขึ้น เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อย งานด้านท่องเที่ยวจะก้าวหน้า ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) การทำงานถ้ามัวแต่ลังเล ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าตัดสินใจ โอกาสดีๆ คงจะไม่มีเข้ามาอีก แต่ยังดีมีที่ปรึกษาดี มีผลงานเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ถ้ากำลังอยากเปลี่ยน เลื่อนตำแหน่ง ให้ใช้เวลาช่วงนี้ให้เป็นประโยชน์ การงานช่วงนี้เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม อย่าตรงจนเกินไป คุณจะเริ่มมีบทบาท ผู้ใหญ่เล็งเห็นความสำคัญ ให้ฉวยโอกาสนี้แสดงความสามารถเต็มที่ ปลายเดือนมักมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับคุณเสมอ คาดหวังอะไรไว้จะมีข่าวดี มีประสบการณ์และการเริ่มต้นใหม่ๆ การทำงานไม่น่าเบื่อจำเจ มีเรื่องท้าทายให้คุณมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ถ้ากำลังคิดเปลี่ยนงาน ย้ายงานในช่วงนี้มีโอกาสเหมาะ แถมยังมีรายได้เสริม ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับตัวคุณอีกด้วย ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) เหมือนเรื่องทุกเรื่องจะสำเร็จได้โดยง่าย แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกเรื่องต้องลงทุน ลงแรงสุดตัว คาดหวังเอาอะไรไม่ได้ การทำงานเจอเรื่องไม่จบสิ้น ถึงแม้จะได้ไพ่พระนารายณ์ ก็ยังเหนื่อย คุณจะอึดอัดทำอะไรได้ไม่เต็มที่ รวมถึงอาจต้องรับผิดชอบงาน หรือเรื่องวุ่นๆ ของคนอื่นด้วย กลางเดือนเริ่มสดชื่น สบายใจแล้ว มีข่าวน่ายินดีได้เฮฮา สนุกสนาน มีการเลี้ยงฉลอง บรรยากาศรอบตัวจึงไม่เครียด การทำงานพุ่งแรงแซงโค้ง อาจได้เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ดีกว่าเดิม ตอนนี้มีช่องทางเลือกมากมาย แต่ตัวคุณเองจะคว้าไว้ หรือปล่อยไป ปลายเดือนกำลังใจดี การทำงานคล่องแคล่วว่องไว เป็นที่จับตามองของผู้ใหญ่ มีเกณฑ์ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งที่ดี แต่อาจเหนื่อยหน่อย เพราะมีการแข่งขัน แต่ถ้าสู้ไม่ถอย รับรองชนะเห็นๆ ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) การทำงานต้นเดือนทนเอาหน่อย มีความผิดพลาดถูกตำหนิ ใครที่รู้ตัวว่าเหม่อลอย ทำผิดบ่อย ก็ให้รอบคอบขึ้น สถานการณ์จะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ต้องระวังความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเหมือนที่ผ่านมา กลางเดือนถึงเวลาที่ต้องเดินทางไกล หรือเปลี่ยนที่อยู่ เรื่องงานใจร้อนตลอด ทำอะไรก็ไม่ค่อยสมหวัง ทำให้หัวเสีย เกิดอารมณ์งานเยอะ แบ่งงานให้ใครก็ไม่ได้ ออกแนวอึดอัดเล็กน้อย ช่วงปลายเดือนไปแล้วถึงจะดีขึ้น ยิ่งเรื่องสำคัญที่ต้องตกลงเจรจาควรลงมือในช่วงนี้ การทำงานถ้ามีเจ้านายเป็นผู้หญิงจะก้าวไกลมาก เพราะช่วงนี้เธออารมณ์ดี ทำให้ไม่อึดอัด เสนออะไรก็ได้รับการยอมรับ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) การทำงานช่วงนี้เหนื่อยหน่อย เพราะต้องลงทุนลงแรงบุกเบิกเริ่มสร้าง แต่พอหลังจากนั้นก็ดีขึ้น มีคนเข้ามาช่วยเหลือ ใครที่กำลังเบื่องาน ลองหาสิ่งที่คุณถนัดทำดู จัดว่าเป็นสิ่งทีเสริมรายได้ให้คุณไม่น้อย จะมีเด็กใหม่หน้าใสๆ เข้ามาเพิ่มบรรยากาศ คุณจะมีความทะเยอะทะยานสุดๆ ผู้บังคับบัญชาเริ่มมองคุณในแง่มุมใหม่ อยากจะขออะไรใครหรือให้ใครมาช่วยเหลือ ช่วงนี้เหมาะที่สุด ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนงาน จะมีโอกาสดีๆ เข้ามา การทำงานด้วยไฟอันเต็มเปี่ยม ทำให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเล็กๆ งานราบรื่น อาจมีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่บ้าง ก็คงต้องออมคำพูดไว้หน่อย เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) การทำงานง่ายขึ้น มีเสน่ห์ในคำพูดคำจา ทำให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง การประสานงาน การเจรจาก็ง่ายขึ้น มีโอกาสได้ลองอะไรใหม่ๆ มีงานเสริม ช่วงนี้สมองแล่น ทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน คิดอยากเปลี่ยนงานมีโอกาสได้ลุ้น ช่วงนี้คุณจะงานเยอะ ทั้งงานหลักงานเสริม มีแรงทำก็ทำไปก่อน มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงาน ลงทุนทำธุรกิจ กิจการของตัวเอง บางครั้งการออกนอกลู่นอกทางบ้าง ก็ทำให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ การทำงานได้รับการยอมรับที่ดีจากผู้ใหญ่ โดดเด่นในเรื่องความเชื่อมั่นและการแสดงออก แต่ก็เป็นเหมือนดาบสองคม อย่าลืมความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อย่างนั้นจะมีคนไม่ชอบ ให้ระวังทั้งเรื่องงานและคน ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) การทำงานมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย วุ่นวายกับเอกสาร และเพื่อนร่วมงาน ช่วงนี้ไม่ใจเย็นจะเกิดปัญหาหลายอย่าง ศัตรูคู่แข่งกำลังรอจังหวะตอนคุณล้มและซ้ำ ถ้าเอาจริงเอาจังมากจะมีคนสนับสนุน งานก้าวหน้า กลางเดือนงานเริ่มเบื่อ จำเจ มองหางานเสริม คิดลงทุนทำกิจการของตัวเองจะดี มีความคิดสร้างสรรค์ก้าวหน้า มีผลงานได้รับคำชม งานที่กำลังเบื่อ อยากโยกย้ายจะมีจังหวะในตอนนี้ ให้พยายามเข้าหาผู้ใหญ่ จะได้รับการสนับสนุน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) การงานวุ่นวายเรื่องเอกสาร งานประชุม ช่วงต้นเดือนงานรุม แต่มีคนช่วยเหลือ มีโชคลาภจากงานเสริม ดวงการเดินทางของคุณไม่หยุดนิ่ง มีโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยว มีคนสนับสนุน ได้เจอะเจอสิ่งใหม่ๆ แต่อย่าลืมว่าผู้ใหญ่มีบทบาทสำคัญ ทำตัวนอบน้อมเชื่อฟัง รับรองได้ผลตอบแทนที่ดี มีเพศตรงข้ามเข้ามาทำให้ผลงานมีชื่อเสียง ปลายเดือนอารมณ์แปรปรวน การทำงานขาดความสม่ำเสมอ ทำให้ตกเป็นเป้าของคู่แข่งให้เล่นงานคุณได้ง่าย ต้องใจเย็นอีกนิด รับรองอนาคตเป็นต่อคู่แข่งแน่นอน ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) การทำงานโลดแล่น มีความก้าวหน้า ได้โอกาสในการปรับตำแหน่ง หรือมีหน้าที่การงานใหม่ที่ดีขึ้น งานต่างประเทศ ทำสัญญาเจรจาเหมาะสมที่สุด สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานดีขึ้นกะทันหัน มีคนมาแบ่งเบาภาระของคุณ มีความคิดดีๆ ให้รีบนำเสนอ จะได้รับการตอบรับ ทำงานต้องอาศัยการพูดจา ขอความช่วยเหลือ ทำคนเดียวคงยาก พยายามใช้วาจาให้เกิดประโยชน์ ดวงผู้ช่วยของคุณดีอยู่แล้ว แต่อาจมีอุปสรรคบ้างเกี่ยวกับการเดินทาง ยิ่งใจร้อน งานยิ่งเสีย ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) การทำงานมาแรงมากๆ ความเอาจริง เอาใจใส่งาน ทำให้ผลงานโดนตาผู้ใหญ่ กลายเป็นคนสำคัญ งานใหญ่ งานสำคัญ จะเป็นคุณที่ได้รับมอบหมาย  อาจจะลำบากใจอยู่บ้าง เพราะคนรอบข้างไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แต่ถ้าตั้งใจเต็มที่ ไม่มีผิดหวังแน่นอน ช่วงนี้คิดอะไรได้หลายอย่าง มีวาทศิลป์ดี การทำงานพยายามหาสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเอง มีความก้าวหน้าตลอด ช่วงนี้มีโอกาสรับผิดชอบงานใหม่ มีช่องทางในการทำงานเสริม ทำได้หลายอย่างพร้อมกันเพราะมีผู้ช่วยดี มีการโยกย้ายงาน เปลี่ยนงาน แต่นับว่าโชคดี มีคนคอยสนับสนุน ช่วงนี้เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม ถ้าแยกกลุ่ม เป็นเป้าสายตาแล้วจะมีเรื่องราววุ่นวายตามมา ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) การทำงานได้ผู้ใหญ่มาเกื้อหนุน ยิ่งถ้าผู้บังคับบัญชาเป็นผู้หญิงยิ่งดี จะมีความเมตตา ผ่อนผันไม่เข้มงวด แต่คุณก็ต้องรู้จักเข้านอกออกในด้วยเหมือนกัน งานบริการ พบปะติดต่อรุ่งสุดๆ มีคนชมไม่เว้นแต่ละวัน ถ้ามีประกวดพนักงานดีเด่น คุณไม่พลาดแน่ การงานจะวุ่นวาย ขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ทำให้ดินพอกหางหมู แต่ถ้าคิดเปลี่ยนงาน มีโอกาสดี คุณจะต้องทำงานอาศัยผู้อื่น ต้องมีการประสานงาน อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม จะเสียชื่อ เสียงาน พยายามหาที่ปรึกษา หาเพื่อนฝูง จะทำให้เย็นลง อาจจะเหนื่อยหนักสักหน่อยช่วงนี้ เจอปัญหาเกี่ยงงาน เล่นพรรคเล่นพวก จนอาจเกิดความขัดแย้ง ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) การงานก้าวหน้า ใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ มีผลงานประจักษ์ต่อสายตาผู้คน การเลื่อนขั้นอยู่แค่เอื้อม ให้รู้จักขวนขวายพบปะผู้คน ต้องขยันเป็นพิเศษ ช่วงนี้มีแข่งขันชิงดีชิงเด่น ถ้าขาดความมุ่งมั่น คะแนนคุณตกแน่นอน ปัญหาสำคัญอีกอย่าง คือความสับสน ช่วงนี้ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจ ให้เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วทุกอย่างจะสำเร็จเอง แนะนำให้คล่องแคล่วกระตือรือร้น เพราะในหัวคุณมีโครงการมากมาย การงานมาแรงมากๆ จนตกเป็นจุดสนใจ ทำอะไรก็เก่งก็ดี มีคนมาขอความช่วยเหลือ ผู้ใหญ่เห็นแวว มีคนชักชวนทำงานใหม่ เสนอโอกาสดีๆ ให้รีบฉกฉวย ช่วงนี้ได้รับการยอมรับเป็นพิเศษ ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) เงินทองจ่ายออกตลอด มีทั้งค่าซ่อมแซม ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ดูแลสุขภาพเอาไว้หน่อย จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินเยอะ มีลาภปาก แต่การงานเงินยังแกว่งไปแกว่งมา ยิ่งถ้าคุณชอบเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ช่วงนี้บอกได้เลยว่าไม่คุ้มแน่นอน ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) การเงินใช้จ่ายเก่งสุดๆ ทั้งเสื้อผ้า ของใช้ ยังมีรายจ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะด้วย กลางเดือนดวงการเงินโดดเด่นกว่าเรื่องอื่น ได้ผลตอบแทนมากกว่าที่คิด เล่นหุ้นเสี่ยงลุ้นมีความสำเร็จ ช่วงนี้หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง ไม่ขัดสน ปลายเดือนมีลาภฟลุ๊คๆ สิ้นเดือนใช้เงินเก่ง แต่ยังดีที่หาเงินคล่องไม่แพ้กัน หนักไปทางเที่ยวเตร่ ซื้อของ แต่มีวิธีการหาเงินที่ฉลาดเช่นกัน โชคดีที่มีลาภปาก ทำให้ประหยัดไปไดเยอะ ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) โชคลาภไม่มี ต้องได้มาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองเท่านั้น เงินทองช่วงกลางเดือนไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง เป็นผลประโยชน์ที่ดี ยังไงช่วงนี้ต้องเร่งทำมาหากินกันหน่อย โบราณว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) เงินทองมีทั้งได้และเสีย จะเสียเงินเสียทองเยอะ ทำของหายบ้าง เสียรู้บ้าง ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งใจร้อนควักกระเป๋า เงินทองในช่วงนี้จะหมดไปกับค่าซ่อมแซมรถยนต์ ค่าเดินทาง ช่วงนี้ดวงเสียเงินเยอะ แต่ไม่ต้องน้อยใจโชคชะตา เพราะคุณจะได้รับข้อมูลเด็ดๆ ส่งผลให้มีโชคลาภ เงินทองกำลังมาเยือน การเงินเป็นคนใจอ่อนง่าย แถมมีแต่เรื่องน่าสงสาร คงอดไม่ได้ที่จะควักกระเป๋าช่วยเหลือ หมดไปกับการทำบุญ ทำทาน แต่หายห่วงไม่ขัดสนอยู่แล้ว มีลาภปากลาภท้อง ช่วยเพิ่มน้ำหนักได้ดีทีเดียว ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) การเงินไม่ถึงกับช้อต แต่ก็ไม่เข้าขั้นดีนัก อะไรที่ประหยัดได้ก็ประหยัดไปก่อน มีลาภจากคนอายุน้อย คุณจะมีความทะเยอะทะยานสุดๆ คิดถึงแต่ความร่ำรวย โชคลาภ เงินทอง ได้ไพ่พระลักษมี ช่วยส่งเสริม ได้ข้อมูลดีๆ มาช่วยให้มีแผนการทำกำไร ช่วงนี้เงินหมุนเวียนคล่อง แต่คุณก็ไม่ค่อยหยุดนิ่ง เอาเงินไปลงทุนทำนู้นทำนี่ ให้ต้องลุ้นตลอด มีลาภฟลุ้คๆ ช่วงปลายเดือนนี้การเงินใช้จ่ายได้อย่างคล่องแคล่ว ช่วงนี้มีคนนี้คนนั้นคอยเอาใจ ซื้อของมาให้อยู่เสมอ เรื่องกินเที่ยวก็มีเจ้ามือเลี้ยงไม่ขัดสน ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) การเงิน จับจ่ายใช้สอยคล่องมือ ช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะมีรายจ่ายเยอะก็ไม่หวั่น ดวงกำลังดี หาเงินง่าย แถมยังมีลาภฟลุ้คๆ ให้ชื่นใจอีก คุณเป้นคนใช้เงินเก่ง หมดไปกับความสุขความสำราญ แต่ก็เป็นคนที่หาเงินเก่ง หาตัวจับได้ยาก ทำให้หมุนเงินคล่อง มีรายรับเสริม ปลายเดือนวางแผนการใช้จ่ายให้ดี มีแววจะถูกชักดาบ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) การเงินไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หมดไปกับการดูแลสุขภาพตัวเองและค่าซ่อมแซมรถยนต์ บ้านช่องจิปาถะ ดวงการเงินใช้จ่ายสนุกสนาน อยากได้นั่นอยากได้นี่ หมดไปกับการเฮฮาปาร์ตี้ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะขัดสน เพราะมีเงินไหลเข้ามาให้ได้หมุนตลอด มีรายรับหลายช่องทาง ยิ่งคุณมีอาชีพเสริม ยิ่งสบายใจ เป็นช่วงของการเก็บเกี่ยว แต่ช่วงปลายเดือนหมดไปกับของโปรด ของอยากได้ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ดวงเหมาะในการเสี่ยงลงทุน หรือจะทำธุรกิจส่วนตัวก็ราบรื่น มีโชคลาภจากงานเสริม ช่วยเป็นนายหน้าขายที่ ขายของได้เป็นกอบเป็นกำ การเงินเฟื่องฟู มีลาภฟลุ้คๆ ไม่ขัดสน อยากได้อะไรจะได้มาง่ายๆ กลางเดือนเงินมีทั้งเข้าและออกพอๆ กัน เดินทางมีโชคลาภ แต่หมดไปกับการท่องเที่ยว เฮฮาปาร์ตี้ ช่วงนี้ถ้ารู้จักเก็บออม จะมีโอกาสได้ของถูกใจ สิ้นเดือนมือเติบ เดี๋ยวจ่ายเดี๋ยวควัก เงินไหลออกตลอดเวลา แต่ด้วยความดวงดี มีเสน่หาทำให้มีเงินเข้าต่อยอดไม่ขาดสาย ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) การเงินหน้าชื่นตาบาน เงินทองไหลเข้ามากกว่าออก ได้ลาภจากผู้ใหญ่ทำตัวนอบน้อมเข้าไว้ไม่ผิดหวัง จะหมดเงินไปกับอาหารการกิน ท่องเที่ยว คงต้องรู้จักเก็บออมไว้บ้าง แต่พอมีโชคลาภจากเพศตรงข้ามที่อายุมากกว่า ปลายเดือนการเงินหมุนเวียนคล่อง มักมีโชคลาภฟลุ้คๆ เข้ามา คนที่เคยยืมไปก็เอามาคืนแบบไม่คาดคิด มีเสียเงินจุกจิกบ้างเรื่องค่าซ่อม ค่ารักษา ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) การเงินใช้จ่ายได้สบายใจ ช่วงนี้เงินไหลเข้ามารับทรัพย์ตลอด ถ้ากำลังคิดเป็นนายหน้าขายที่ หรือนายหน้าติดต่อเรื่องต่างๆ สำเร็จได้เงินมาง่ายๆ แต่ระวังพลาดพลั้งเสียรู้ ทำให้ต้องเสียเงิน กลางเดือนการเงินคล่องตัว รับทรัพย์เต็มที่ มีงานนั้นงานนี้มาให้ได้ฟันเงินสบายๆ ใช้จ่ายเงินอย่างมีความสุข ไม่ต้องคิดหน้าพะวงหลัง ช่วงนี้โชคเข้าข้าง หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง มีผลตอบแทนที่น่าพอใจ เหมาะกับการเล่นหุ้น เสี่ยงลุ้น ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) การเงินมือเติบ เดี๋ยวหยิบเดี๋ยวจ่าย แต่คุณก็มีช่องทางหามาได้เรื่อยๆ ช่วงนี้ถ้าทำตัวน่ารัก มีโอกาสได้ลาภจากความเสน่หา ในหัวคุณตอนนี้มีแต่เรื่องเงิน ช่วงนี้ทั้งเข้าและออก  แต่จะหนักไปทางไหลออก มีเรื่องจ่ายตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ ถ้าไม่วางแผนออมบ้างอาจจะแย่ แต่ด้วยอิทธิพลของไพ่วงล้อแห่งโชค ทำให้มีโชคลาภ การเงินหมุนเวียนคล่องขึ้นมาทันที งานนายหน้าขายที่ อสังหาริมทรัพย์ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มีงานเสริม แต่เงินก็ไม่หยุดนิ่ง หาเรื่องลงทุนตลอด แต่เสียเปรียบ ไม่ว่าจะลงทุนกับใคร เป็นต้องออกไปก่อน และตามใช้คืนทีหลังทุกที ช่วงนี้อยู่เฉยๆ ดีทีสุด ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) การเงินใช้จ่ายเยอะเหมือนเดิม เพราะต้องพบปะเจอเพื่อนฝูง คนรัก แต่สภาพคล่องยังสบายอยู่ ช่วงนี้ได้ลาภปาก กินฟรี !! การเงินหมุนเวียนคล่อง ช่วงนี้จัดสรรปันส่วนดี มีรายรับเข้ามาเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยแรง ยิ่งพบปะเจรจายิ่งได้ข้อเสนอดี ดวงความรัก 12ราศี ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) ความรักคิดมาก มีปากเสียงกันบ่อย ช่วงนี้เลยมักเผลอใจไปมีกิ๊กบ้าง เพราะสบายใจกว่า ยังไงก็ออมคำพูดไว้บ้าง มีโอกาสเลิกรากันสูง ดวงความรักมาแบบซาดิสม์ ตบจูบตลอด ช่วงนี้อย่าไปเผลอใจกับอารมณ์ชั่ววูบ ต้องดูกันให้ยาว ความเสน่หามักจะไม่จีรังยั่งยืน ความรักยังไม่เข้าใจตัวเอง เป็นช่วงเวลาของการค้นหา คนดสดมีผ่านเข้ามาบ้าง แต่คุณยังไม่ตัดสินใจเลือก ถ้ามีคู่แล้ว มีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ถ้าลดทิฐิ เปิดใจเข้าหากันทางก็สะดวก ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) ความรักเป็นคนเจ้าชู้ ช่วงนี้เลยเครียดต้องตัดสินใจเลือก รักพี่เสียดายน้อง กลุ้มใจจริงๆ ถ้ามีคู่แล้วหวานกันดี แต่อาจมีการใช้อารมณ์ใส่กันบ้าง ดวงความรักคืบคลานมาอย่างช้าๆ ยิ่งแสวงหาก็ยิ่งห่างไกลออกไป มีรักที่อบอุ่น คนโสดจะมีเพื่อนหรือคนใกล้ชิดช่วยแนะนำให้รู้จัก คนโสดได้สะดุดรัก แบบไม่ทันตั้งตัว ช่วงนี้เสน่ห์แรง แต่ก็มักชอบเจอคนเจ้าชู้ โลกเป็นสีชมพู ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) ความรักช่วงนี้เห็นหน้ากันเป็นต้องทะเลาะ หรือมีเรื่องให้เข้าใจผิดกันมาตลอด พยายามใจเย็นและปรับเข้าหากันจะดีกว่าประชดประชัน อยากได้อะไรก็ต้องเป็นฝ่ายให้ด้วย คนโสดไม่ต้องรอนานอีกแล้ว เดือนนี้มีคนมาขอเกี่ยวดองด้วยแน่นอน ความรักหวานชื่น ซาบซ่า ส่วนที่ดูใจกันอยู่ก็จะได้ตกร่องปล่องชิ้นกันเสียที คู่รักหวาน แหววดี ดวงความรักคนโสดหน้าชื่นตาบาน มีคนมาขอความรัก หัวบันไดบ้านไม่แห้งแน่นอน ส่วนคนที่มีคนรักแล้วยังมีบางเรื่องค้างคา พยายามปรับความเข้าใจ เอาใจเข้ามาใส่ใจเรา แล้วจะเข้าใจกันดี ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ความรักขึ้นลงตลอดเวลา แต่ส่วนใหญ่จะออกแนวเศร้า รักเขาข้างเดียว ชีวิตมีแต่ให้ คนโสดคงต้องรออีกนิด ช่วงนี้ยังไม่ใช่เวลาของคุณ ดวงความรักมัวแต่รอให้คนมาจีบมันช้าไป ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองสักหน่อย ใส่เกียร์เดินหน้า หมดสมัยที่ต้องมานั่งรอแล้ว อยู่เฉยๆ จะถูกคนอื่นตัดหน้าได้ ช่วงนี้ดวงความรักเจ้าเสน่ห์ ทำให้ต้องเลือก แบบรักพี่เสียดายน้อง คงคิดไม่ตกเสียที คนโสดได้เจอคนถูกใจ มีประสบการณ์น่าตื่นเต้น ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ความรักกุ๊กกิ๊กกันได้ตลอด เป็นที่น่าอิจฉาของคนรอบข้างยิ่งนัก คนโสดมีโอกาสดีๆ รีบคว้าเอาไว้ก่อน ช่วงนี้มีโอกาสที่คนรักเก่าจะหวนกลับมา ดวงความรัดสดใสซาบซ่า คนโสดลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดู จะรู้ว่าคุณเองก็เสน่ห์แรงไม่เบา ถ้ามีคนรักแล้วอาจมีกิ๊กเพิ่ม ดวงความรักร้อนแรงเหลือเกิน ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ความรักหวั่นไหวง่าย ใกล้ใครต้องรู้สึกโน้มเอียงทุกครั้ง ถ้ามีคนรักแล้วมักเผลอใจไปหากิ๊กเพิ่มได้ง่าย ถ้ายังโสดต้องระวังไปแอบรักคนมีเจ้าของ ความรักจะชลมุนวุ่นรักแอบรักคนนั้นคนนี้ ความเจ้าชู้เริ่มออกลาย ทั้งโสดและไม่โสด ต้องสลัลรางกันให้วุ่น สำหรับความรัก ถ้าคุณโสดคุณเฮฮาได้เต็มที่ ได้พบรักอย่างที่ต้องการ แต่ถ้าคนที่มีรักแล้วระวังมือที่สามเข้ามาป่วนให้เขว ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ความรักได้อย่างเสียอย่าง เป็นเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือก ถ้ามีแฟนแล้วอึดอัด ขี้น้อยใจ ให้มองโลกในแง่ดี ความรักของคุณก็จะดีตามไปด้วย ความรักเสน่ห์แรง ถึงแม้จะมีเจ้าของแล้ว แต่ก็ยังมีคนตามมาจีบ คนโสดถึงเวลาได้คู่ควงแล้ว ไม่มีคนเข้ามาก็คิดมาก พอมีคนเข้ามาเยอะก็ติดสินใจไม่ถูก ดวงความรักพุ่งแรง มีเสน่ห์ดึงดูดใจทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้าม บางทีทำอะไรใหม่ๆ บ้าง ก็ทำให้มีชัวิตชีวิาดีทีเดียว คนโสดหายห่วง ได้มีคู่ครองเดินเคียงข้างแน่นอน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ความรักอบอุ่น มีคนมารายล้อม มีเวลาให้กับคนรักและครอบครัวมากขึ้น คนโสดได้เพื่อนดี คอยแนะนำ ช่วงนี้เดินทางบ้างจะมีโชคเรื่องความรัก ดวงความรักเจ้าชู้เหลือเกิน มีคนทำให้ใจคุณไขว้เขว ระวังเจอที่เจ้าชู้เหมือนกัน คนโสดมีเข้ามาแบบเป็นกิ๊ก หรือรักจริงหวังฟัน ต้องดูให้ดีว่าเขามีใครรึยัง คนมีเจ้าของแล้วมักจะบอกว่าโสดสนิท เสน่ห์แรงเกินห้ามใจ มักมีคนแวะเวียนดอมดม คนโสดคงไม่รอดแน่ ส่วนถ้ามีแฟนแล้วได้เจออาการหึงหวงแน่นอน ทั้งรักทั้งหลง ทำตัวน่ารักชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ความรักสะดุดเข้าอย่างจัง คนโสดได้ลงจากคานแน่นอน มักจะเป็นรักแรกพบ ถ้ามีคนรักแล้วมีข่าวดีเรื่องบุตร เรื่องวิวาห์ ความรักที่รอกันมานาน จะได้พบรักพบคนโดนใจเสียที ถ้ามีคนรักแล้วได้เที่ยวพักผ่อน มีบรรยากาศโรแมนติกด้วยกัน คนโสดเสน่ห์แรง ทั้งเพศเดียวกัน เพศตรงข้ามเข้ามาหลงรัก ส่วนคนมีแฟนแล้วต้องระวัง ความเจ้าชู้จะถูกคนรักจับได้ ถูกคุมประพฤติ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ความรักคู่ที่อยู่ไกลกัน จะได้คุยกันมากขึ้น เจอกันให้หายคิดถึง ออกแนวโรแมนติก คนโสดมีหวือหวาบ้างแต่ไม่นาน อย่าไปคาดหวังมาก ดวงความรักแสนซน ยั่วคนนั้นสบตาคนนี้ ประสบการณ์ใหม่ๆ เพียบ คนโสดได้เจอรักสดใสแน่นอน ส่วนคนมีคนรักแล้วหวานชื่นดี แต่ก็ไม่วายโปรยเสน่ห์เพิ่มกิ๊กให้ตัวเอง ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ความรักสดชื่นรื่นรมย์ คนรักเอาใจเป็นพิเศษ มีดวงจะได้กิ๊กเพิ่มอีกด้วย คนโสดหลงรักคนมีเจ้าของ เดี๋ยวก็ทุกข์เดี๋ยวก็สุข ความสัมพันธ์คลุมเครือไม่ชัดเจน ลองเปิดใจรับคนใหม่ๆ ดูบ้าง ช่วงนี้เสน่ห์แรงเลือกได้ คนโสดได้เฮ สะดุดรักโดยบังเอิญ ส่วนถ้ามีคนรักแล้วหมั่นเอาใจกันหน่อย ความดีความน่ารักในตัวคุณจะมัดใจเข้าอยู่หมัด ดวงความรักหวานหยาดเยิ้ม แต่ไฉนยังบู๊กันดุเดือด ต่างคนต่างไม่ยอมกัน คนโสดได้เพื่อนช่วยลุ้น มีเปอร์เซ็นต์ได้คู่สูง ให้ท่องไว้ ใจกล้าดได้ เหนียมอายอด ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ความรักกลุ้มใจไม่หาย มีเข้ามาให้เลือกหลายคน ตัดสินใจลำบาก ช่วงนี้รับรองคนโสดไม่มีเฉา ถ้ามีแฟนแล้วจะมีเด็กมายั่วให้เขวบ้าง แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรังหวานแหววเหมือนเดิม ดวงความรักได้แต่รอ ดูเหมือนคานจะเริ่มถามหาคนโสด คู่ที่ดูใจกันอยู่ก็ไปเรื่อยๆ อยากได้อะไรต้องตื้อ ต้องให้ก่อนถึงจะได้รับคืน ความรักไม่มีเหี่ยวเฉา มีคนมาคอยกระเซ้าเย้าแหย่ ได้ปิ๊งคนถูกใจ ได้มิตรภาพเพิ่มขึ้น ถ้ามีแฟนแล้วอบอุ่น จริงใจ คนรักคอยเป็นที่ปรึกษา ช่วยเหลือทุกเรื่อง รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ชาวบ้านโวย! เก๋งจอดรถในที่ห้ามจอด ทำรถติดหนัก
การจราจร /  จอดรถ / 

ชาวบ้านลำปางโวย รถเก๋งจอดในที่ห้ามจอดข้ามคืนหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง ทำรถติดหนัก ตำรวจไม่กล้ายก เกรงจะทำให้รถเสียหายเนื่องจากเป็นเกียร์ออโต้ วันนี้ 11ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ที่ใช้รถสัญจรผ่านถนนหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ว่ามีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น คัมรี่ สีบรอนซ์ทอง จอดในที่ห้ามจอด ขาวแดง ซึ่งเป็นช่วงวงเวียนกลับรถหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง ตั้งแต่กลางคืนที่ผ่านมาถึงจนเช้ารถคันดังกล่าวก็ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า เมื่อสองวันก่อนรถคันดังกล่าวก็มาจอดข้ามคืนตรงจุดดังกล่าวมาแล้ว และมีชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาเคลื่อนย้ายเนื่องจากทำให้การสัญจรติดขัด เกรงจะเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเป็นช่วงเช้าที่ผู้ปกครองเดินทางส่งบุตรหลานไปโรงเรียน และไปทำงาน และที่สำคัญโดยเฉพาะรถทัวร์ที่รับส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ขึ้นรถสถานีรถไฟนครลำปาง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร นำรถยกมาเพื่อทำการยกรถออกจากที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากเป็นรถเกียร์ออโต้ เจ้าหน้าที่เกรงว่ารถอาจได้รับความเสียหาย จึงปล่อยทิ้งไว้ ต่อมาพ่อค้าแม่ค้า ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเห็นเจ้าของรถเป็นผู้ชายแต่งตัวดี ได้ขับรถออกไป โดยไม่สนใจชาวบ้านที่ยืนดู และไม่สนใจความเดือดร้อนของคนอื่น จากการตรวจสอบพบว่า กระจกรถหน้ารถ ติดสติ๊กเกอร์เข้าออกของ รพ.พระมงกุฎเกล้า และ รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ลำปาง) ระบุชื่อ พ.ต.เลอปรัชญ์ มังกรกนกพงศ์ ล่าสุดจนเวลา 9.00น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบรถคันดังกล่าวก็ยังจอดบริเวณเดิม ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News