ติด

บอย ปกรณ์ เล่นใหญ่!! สวมรอยเป็นคำแก้ว ในนาคีภาคพิสดาร!!
บอย /  บอย ปกรณ์ / 

          ถึงแม้ละครจะจบไปแล้ว แต่กระแสก็ยังคงกรุ่นๆ อยู่ สำหรับละครเรื่องนาคี ที่ผู้จัดและผู้กำกับอย่างพี่ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ทุ่มทุนสร้างสุดๆ จนคนดูติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แม้กระทั่งนักแสดงเครางามอย่างหนุ่ม บอย ปกรณ์ เอง ยังติดละครเรื่องนี้ไปกับเขาด้วย...ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็แอบเกรียน เล่นเป็นคำแก้ว ตอนแปลงกายงูยักษ์ พร้อมโพสต์รูปในไอจีสุดฮาคู่กับหนุ่ม เคน ภูภูมิ ทำเอาเหล่าบรรดาแฟนคลับที่ได้เห็นขำจนแทบน้ำตาเล็ดและเข้าไปคอมเม้นต์แสดงความเห็นกันอย่างถล่มทลาย เชื่อว่าถ้าเกิดพี่อ๊อฟได้มาเห็นเจ้าแม่นาคีในภาคพิสดารนี้ บทคำแก้วในภาคต่อไปคงจะหนีไม่พ้นหนุ่มบอย ปะเกรียนซะแล้วละม้างงง คริคริ ขอบคุณภาพจากไอจี @Boy_pakorn บอย - เคน   บอย ปกรณ์   บอย ปกรณ์   บอย ปกรณ์   เคน ภูภูมิ  

เหมือนจะจบ!! บุ๋ม ทิ้งท้ายปมฟิสเนส งานเข้านักฟุตบอล-ไฮโซ??
ฟิสเนส /  ธุรกิจดารา / 

เหมือนว่าจะจบไปแล้ว แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่จบง่ายๆ สำหรับประเด็นดราม่าธุรกิจฟิสเนส smash gym ของนางงามตัวแม่ บุ๋ม ปนัดดา ที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถกับฟิสเนส 911 by JT ของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ ก่อนหน้านั้นเป็นที่รู้กันว่าเคลียร์จบหมดปัญหา โดยสาวบุ๋มตัดสินใจย้ายออกสิ้นเดือนนี้พร้อมลั่นไปเปิดที่ใหม่ให้ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งวันนี้ (30 พ.ย. 2559) ก็เป็นวันสุดท้ายที่ว่าไว้พอดี แต่จุดนี้สาวบุ๋มขอโพสต์ภาพและแคปชั่นระบายทิ้งท้ายผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวให้สายเผือกได้นั่งไม่ติดกันอีกสักหน่อย ซึ่งใจความมีอยู่ว่า "วันนี้ smash gym เปิดเป็นวันสุดท้าย ขอระบายทิ้งท้ายนิดนึงนะคะ เราจบลงด้วยดี แต่ก็มีคนบางคนที่พยายามทำให้แย่ เช่น นักฟุตบอลชื่อดังคนนึงขอเข้ามาในยิม แล้วมาขอถ่ายรูปอุปกรณ์แบบหน้าด้านๆ เพิ่งมารู้ว่าเป็นหุ้นใหม่ที่จะเปิดยิมเหมือนกัน ไอเดียความรู้ที่จะทำเองยังไม่มีเลย แล้วเป็นถึงนักกีฬาทำไมไม่มีน้ำใจนักกีฬา ผิดหวังมาก! แล้วก็ไฮโซอีกคนมาเล่นในยิมเราตั้งนาน มาถามเทรนเนอร์เราว่าสนใจจะไปที่ใหม่ไหม? เค้าเป็นหุ้นอีกคนของ... เปิดที่นี่แหละ! 55555555 โลกนี่ช่างโหดร้ายเนอะ" อุ๊ย ตาย ว๊าย กรี๊ด!! ไฮโซก็มา นักกีฬาก็มีเอี่ยว ทำท่าว่าจะจบแต่นางงามตัวแม่กลับเปิดประเด็นให้ได้ตะหงิดๆ แบบนี้ สงสัยมีต่ออีกก๊อกแหงๆ เอ้า!! ใครเป็นใครถามใจเธอดูแล้วกัน อิอิ บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda

เจาะใจ
Jackie /  นาตาลี พอร์ตแมน / 

Jackie ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ในช่วงเวลา 4 วันหลังจากการลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคเนดี้ ภรรยาสาวของเขา แจ๊กเกอลีน เคนเนดี้ (รับบทโดย นาตาลี พอร์ตแมน) ต้องฟันฝ่าความรู้สึกเจ็บปวดนานาประการ ซึ่งกว่าที่นาตาลี พอร์ตแมน จะก้าวเข้ามารับบทบาทสำคัญนี้ มาดูกันว่าเธอต้องทำการบ้านอย่างไรบ้าง จากบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ Q : การได้มาเล่นเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ คุณมีความรู้สึกอย่างไร A : ฉันประหม่านิดหน่อยค่ะ เพราะทุกคนรู้จักแจ๊คกี้เป็นอย่างดี ว่าหน้าตา การพูดจาของเธอเป็นอย่างไร ซึ่งพูดกันตรง ๆ หน้าตาของฉันก็ไม่เหมือนเธอสักเท่าไหร่ด้วย แล้วฉันก็ไม่ใช่นักแสดงที่ถนัดในการเลียนแบบบุคคลจริง ๆ ก็เลยออกจะกลัว ๆ ค่ะ Q : คุณต้องทำอะไรก่อนครับ ระหว่างเลียนเสียงวิธีพูด หรือว่าปรับบุคลิกหน้าตาให้เหมือน A : น่าจะทำทั้งสองอย่างไปพร้อม ๆ กันค่ะ และต้องทำอย่างเร่งด่วนโดยไม่ทันได้วางแผนเลยค่ะ ฉันต้องลองใส่เสื้อผ้า ลองแต่งหน้าปรับทรงผมให้ดูเหมือนเธอ ในขณะเดียวกันก็ต้องไปฝึกสำเนียงการพูด ฉันอ่านและดูทุกอย่างที่ฉันจะหาได้เกี่ยวกับตัวเธอ Q : มีเทปสัมภาษณ์และคลิปเกี่ยวกับแจ๊คกี้ เคนเนดี้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปรายการ “ทัวร์ทำเนียบขาว” (ออกอากาศในวันวาเลนไทน์ ปี 1962) ซึ่งเป็นคลิปที่สำคัญมาก ๆ คลิปนี้ช่วยอะไรคุณได้บ้าง A : มีอยู่ประโยคนึงในคลิปทัวร์ทำเนียบขาว ซึ่งฉันและครูฝึกสอนสำเนียงการพูด มักจะฟังแล้วหัวเราะทุกครั้ง คือประโยค I rather love this hall (ฉันออกจะชอบห้องนี้) เธอใช้คำว่า rather เหมือนเป็นคนอังกฤษเลย แต่ในขณะที่เธอออกเสียงคำว่า hall ด้วยสำเนียงอเมริกันแบบลองไอส์แลนด์มาก ๆ ซึ่งเป็นสำเนียงบ้านเกิดฉันเลย มันผสมกันแล้วตลกดีค่ะ Q : มีหนังหลายเรื่อง หนังสือหลายเล่ม ที่พูดถึงแจ๊คเกอลีน เคนเนดี้ ด้วยความที่เธออยู่ในความสนใจของผู้คนมาโดยตลอด แต่ว่าหนังเรื่องนี้จะโฟกัสเวลาแค่ 7 วันในชีวิตของเธอเท่านั้น เป็นช่วงเวลาหลังการสอบสังหารเจเอฟเค แล้วตลอดทั้งเรื่อง เราจะเห็นคุณใส่เสื้อผ้าชุดนั้น ชุดที่ใส่ในวันลอบสังหารที่ดัลลัส ซึ่งมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ ในฐานะนักแสดงที่ต้องสวมบทบาทตัวละคร คุณมองตัวละครนี้ในภาวะนี้อย่างไร A : อย่างแรก ฉันว่าโนอาห์ ออพเพ่นไฮเมอร์ คนเขียนบทฉลาดมากที่เลือกเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันหลังการลอบสังหาร เพราะมันคือการเข้าไปสำรวจจักรวาลในชีวิตของเธออย่างละเอียด ทุกสิ่งมันสะท้อนออกมาว่าเธอเป็นคนอย่างไร และคิดอย่างไร สามีเธอนอนตายตรงหน้าตักของเธอ และเธอทั้งกลัวทั้งตกใจ แต่เธอก็รู้ว่า เธอตกเป็นเป้าสายตาของคนทั่วโลก เพราะฉะนั้นเธอต้องคุมอาการตัวเองให้ได้ เธอเลือกใส่ชุดตัวนั้น ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ บอกให้เธอถอดมันออก เพราะเธอต้องการให้โลกเห็นว่า คนพวกนั้นทำอะไรกับชีวิตของเธอและสามีของเธอ Q : ผมได้คุยกับ “โนอาห์ ออพเพ่นไฮเมอร์” ผมเองเข้าใจว่าภาพลักษณ์ของ “ความเป็นคาเมล็อต” (Camelot – อาณาจักรหนึ่งในอังกฤษ มีอยู่ในเรื่องแต่งสมัยยุคกลาง ปกครองโดยกษัตริย์อาร์เธอร์และเหล่าอัศวินโต๊ะกลม สื่อและประชาชนเรียกยุคสมัยที่เจเอฟเค เป็นประธานาธิบดีว่า เป็นยุค “อเมริกันคาเมล็อต” กล่าวคือ มีผู้นำและภริยาที่มีเสน่ห์ มีความยิ่งใหญ่ รวมถึงเป็นความหวังของประเทศ) นั้นมีมาก่อนการลอบสังหาร แต่ทว่าจริง ๆ แล้วแจ๊คกี้ เคนเนดี้ เป็นคนที่ทำให้ภาพลักษณ์แบบนี้ชัดเจนแข็งแรงมากขึ้น ในช่วง 7 วันหลังการลอบสังหาร A : เธอไม่ใช่แค่ทำให้ภาพลักษณ์มันแข็งแรงขึ้นอย่างเดียวนะคะ เธอเป็นคนพูดมันออกมาเองเลยทีเดียว ซึ่งฉันว่ามันค่อนข้างแรงเอาการอยู่เหมือนกัน ที่จะพูดถึงสถาปนาตัวเองเป็นราชินีและกษัตริย์ของประเทศนี้ เพราะเราไม่มีราชวงศ์ หรือปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ เธอเป็นคนพูดเรื่องคาเมล็อตขึ้นมาเลย แล้วมันก็ติดอยู่ในการรับรู้ของผู้คน โดยหนังเรื่องนี้แก่นมันอยู่ตรงนั้นเอง ชีวิตของเธอเหมือนเป็นเทพนิยาย Q : หลังจากทุกคนได้เห็นการแสดงของคุณ ก็มีข่าวลือเรื่องที่ว่า นี่อาจเป็นการคว้าออสการ์ครั้งที่ 2 ของคุณ คุณเคยได้รับรางวัลมาแล้ว และเคยรับมือกับความคาดหวังเหล่านี้มาแล้ว คุณพยายามตั้งสติไม่ให้คิดไปไกลอย่างไร A : ฉันเป็นปลื้มมาก ๆ นะคะ ที่คนดูรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับหนังมาก แล้วก็แสดงความเห็นหรือความรู้สึกใด ๆ ออกมา ฉันมองแค่นั้น Q : ตอนนี้คุณกำลังตั้งท้องอีกแล้ว (คราวก่อนที่พอร์ตแมนได้ออสการ์ เธอก็กำลังตั้งครรภ์) A : ใช่ค่ะ กำหนดคลอดตอนฤดูใบไม้ผลิ (ราวปลายเดือนมีนาคม) Jackie มีกำหนดเข้าฉาย 19 มกราคม 2560 ในโรงภาพยนตร์

ชะนีหยุดมโน!! เจเจ-ต้าเหนิง ตัวติดกันไม่ห่าง!!
เจเจ กฤษณภูมิ /  ต้าเหนิง กัญญาวีร์

          ต้องเรียกว่าตัวติดกันสุดๆ ระหว่างคู่รักร่วมค่ายอย่างหนุ่ม เจเจ กฤษณภูมิ กับแฟนสาวสุดฮอตอย่าง ต้าเหนิง กัญญาวีร์ ที่ไม่ว่าจะไปงานไหนๆ ก็จะต้องเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอดๆ ขนาดหนุ่มเจเจบินลัดฟ้าไปเดินแบบที่แดนปลาดิบ แฟนสาวก็ไม่วายที่จะรีบจองตั๋วเครื่องบินตามไปให้กำลังใจคนรัก เอ๊ะ!! หรือว่าสาวหน้าหมวยจะกลัวหนุ่มเจเจติดใจสาวญี่ปุ่น อ๊ะเปล่า?? ถึงได้ตามติดตามขนาดนี้ หุหุ           จุดนี้ถึงแม้ทั้งคู่จะเปิดใจยอมรับว่าคบหากัน ก็ไม่ทำให้ความฮอตของหนุ่มเจเจแผ่วลง เพราะเหล่าบรรดาแฟนคลับยังตามกริ๊ดกันอยู่ แถมยังดีซะอีกที่มีคู่รักหน้าใสมาให้จิ้นแบบฟินๆ ดูสิ...แม้ว่าทั้งสองมีกลุ่มแอนตี้ที่มีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ทั้งคู่พยายามร่วมกันข้ามผ่านปัญหาไปได้ทุกครั้ง อ๊ะๆๆ เห็นแล้วก็น่าอิจฉาไม่น้อยความรักวัยหนุ่มสาวอะไรๆ ก็ดีไปหมดซะจริงจริ๊ง ส่วนชะนี เก้งทั้งหลายก็หยุดมโนได้แล้วนะจ๊ะ เพราะคู่นี้เขารักกันมว๊ากกกและท่าท่างคงจะคบกันไปอีกนานแหละ คริคริ เจเจ-ต้าเหนิง   เจเจ-ต้าเหนิง   เจเจ-ต้าเหนิง   เจเจ-ต้าเหนิง   เจเจ-ต้าเหนิง   เจเจ กษณภูมิ   ต้าเหนิง กัญญาวีร์  

บอย ถกลเกียรติ โต้ขายหุ้น! เคลียร์แล้ว ไนกี้-แป้ง ร่วมงานช่อง 8
บอย ถกลเกียรติ /  ไนกี้ ธนดล / 

    หลังจากมีข่าวว่า  กลุ่มปราสาททองโอสถ เจ้าของช่องทีวีดิจิตอล PPTV เข้ามาซื้อหุ้นของช่อง ONE ทีวีดิจิตอล ถึง 50% กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยแกรมมี่ ถือหุ้น 25.50% จากเดิม 51% และ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ถือหุ้น 24.50% จากเดิม 49% ล่าสุดทาง บอย ถกลเกียรติ ได้ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจง เผยไม่ได้ขายหุ้น แต่เป็นการเพิ่มทุนให้แข็งแรง ร่วมกับ บ.ประนันท์ภรณ์ ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจหลังเรตติ้งดีติด Top 5      ส่วนกรณีที่นักแสดงอย่าง ไนกี้ นิธิดล กับ แป้ง อรจิรา ดอดไปร่วมงานละครกับทางช่อง 8 บอกเป็นการเอื้อเฟื้อ ซึ่งมีการพูดคุยกับทางนักแสดงบ้างแล้ว...    "อย่างที่มีข่าวออกมาเมื่อวานนี้ ผมขออธิบายจริงๆ มันเป็นการเพิ่มทุน คือเรามีความคิดว่าเราอยากจะเพิ่มทุนมาสักพักนึงแล้ว เพราะว่ากิจการมันดีขึ้นๆ เรตติ้งก็ติดอับดับ top 5 อยู่ แต่จะทำยังไงให้มันแข็งแรงขึ้น เราเลยมีความคิดว่าเราอยากเพิ่มทุนประกอบเราไปกับเจอ บริษัท ประนันท์ภรณ์ ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่มีความคิดที่จะลงทุนธุรกิจต่างๆ ที่เขาเห็นว่ามันจะมีกำไรและอนาคต พอมาเจอกันก็เลยลงตัว เราไม่ได้ขายหุ้น เราเพิ่มทุน ผมขอยืนยันตรงนี้นะครับว่าไม่ได้ขายหุ้น นี่เป็นการเพิ่มทุนเพื่อที่จะทำให้ช่องของเราแข็งแรงขึ้นเพราะมันคือการต่อยอดธุรกิจ บริษัทนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่คือลูกสาวซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ pptv ครับ"    "ผลกระทบ ไม่มีครับ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านบริหารอะไร เพราะเขาเชื่อมั่นในทีมบริหารเดิม การทำงานยังเหมือนเดิม ปีหน้างานเราจะแข็งแรงขึ้น ถามว่าเกี่ยวหรือเปล่ากับการละครพิษสวาทเรตติ้งดีเลยทำให้ผู้ร่วมทุนอยากมาลงทุนด้วย เรามองภาพรวมครับ แต่แน่นอน ละครพิษสวาท เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ทำให้ละครช่องเราได้รับความนิยมมากขึ้น ในขนาดละครเรื่องอื่นๆ ก็เพิ่มขึ้นมาด้วย มันหลายๆ สิ่งรวมกัน ปีนี้โดยรวมก็ถือว่าแฮปปี้ครับ"    "ไนกี้ นิธิดล กับ แป้ง อรจิรา ไปร่วมงานละครกับช่อง 8 ช่องคู่แข่ง ผมมองว่าถ้าตอนนี้อะไรที่มันเป็นโอกาสเราก็เอื้อเฟื้อได้ เราก็ได้มีการพูดคุยกับนักแสดงบ้าง" บอย ถกลเกียรติ กล่าว บอย ถกลเกียรติ   บอย ถกลเกียรติ   บอย ถกลเกียรติ   บอย ถกลเกียรติ   บอย ถกลเกียรติ  

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ย้อนรอย 10 หนังฮอลลีวูดที่ ‘เจ็บ’ เพราะเซ็นเซอร์ตัวเอง
เซ็นเซอร์

หนังหลายเรื่องตั้งใจจะขายความแรงเพื่อเรียกคนดู แต่ทว่ากับหนังหลายเรื่องก็จำเป็นต้องแรงเพื่อให้ภาพยนตร์สมบูรณ์ในการเล่าเรื่องแก่ผู้ชม ซึ่งในอเมริกา MPAA (Motion Picture Association of America) หรือ สมาคมภาพยนตร์อเมริกัน ได้เริ่มจัดตั้งเรต NC-17 (ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีดู) ตั้งแต่ ปี 1990 เพื่อให้ ‘หนังสำหรับผู้ใหญ่’ (ซึ่งมักหมายถึงหนังที่มี ฉากเซ็กซ์โจ๋งครึ่มหรือฉากรุนแรงจะแจ้ง) มีทางเลือกในการขอติดเรตที่ดูดีกว่าเรต X แต่กระนั้น หนังเรต NC-17 ก็ยัง มักไม่เป็นที่ต้อนรับของโรงหนังและสื่อส่วนใหญ่ จึงมีหนังจำนวนไม่น้อยยอมกลับมาหั่นฉากแรงๆ ทิ้งไปเลยเพื่อแลก กับเรต R แทน ...และต่อไปนี้คือ เหล่าบรรดาหนังนั้นซึ่งถูกวิจารณ์ว่า ยอมลดความแรงเพื่อแลกเรต จนกลายเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะมันส่งผลให้ ‘ความแรง’ –อันเป็นหัวใจหลักของแต่ละเรื่อง- ลดน้อยลงอย่างไปน่าเสียดาย 10 หนังฮอลลีวูดที่ ‘เจ็บ’ เพราะเซ็นเซอร์ตัวเอง 10. The Wild Bunch ฉบับ Director’s Cut  (แซม แพ็คกินพาห์, 1994/ที่นำมาเข้าโรงในวาระครบรอบ 25 ปีของหนังเรื่องนี้) 9. South Park: Bigger, Longer, and Uncut (1999, เทรย์ พาร์กเกอร์) 8. True Romance (1993, โทนี สก็อตต์) 7. Summer of Sam (1999, สไปค์ ลี) 6. Freeway (1996, แมตทิว ไบรท์) 5. Boys Don’t Cry (1999, คิมเบอร์ลี เพียร์ซ) 3. Basic Instinct (1992, พอล เวอร์โฮเวน) 2. Natural Born Killers (1994, โอลิเวอร์ สโตน) 1. Eyes Wide Shut (1999, สแตนลีย์ คูบริก) ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ขี้เหร่ แถมมีลูกติด “กระแต อคัมย์สิริ” กลายเป็นนางแบบสุดเอ็กซ์ คนตามดูนมเป็นแสน แค่ 1 ปี หาเงินได้กว่า 10 ล้าน
กระแต อคัมย์สิริ /  กระต่าย แม็กซิม

   ต้องบอกว่าชีวิตพลิกฝุ่นตลบเลยทีเดียวสำหรับ “กระแต อคัมย์สิริ” พี่สาวสุดเอ็กซ์ของ “กระต่าย แม็กซิม” ที่เคยสร้างวีรกรรม ใส่ชุดแหวกนมผ่าข้างถึงก้น เดินเฉิดฉายในงานพรมแดง ที่นอกจากจะฆ่าเซ็กซี่สตาร์ดีกรีแม็กซิมน้องสาวแท้ๆ อย่างกระต่ายดับอนาถแล้ว กระแตก็ยังสวยเซ็กโดดเด่นจนสื่อทุกฉบับต่างก็ลงภาพของเธอในงานนั้นอย่างโดดเด่น เบียดซูเปอร์สตาร์คนดังตกแผงไปเลยทีเดียวแต่ใครจะรู้ว่าผู้หญิงที่สวยแซบมียอดฟอลโล่คนตามเป็นแสนภายในเวลาไม่ถึง 1 ปีนี้ เมื่อ 1 ปีที่แล้วยังเป็นผู้หญิงธรรมดาหน้าตาโคตรธรรมดา ยิ่งถ้าเทียบกับน้องสาวต้องบอกว่า “ขี้เหร่ชิดซ้าย ตกเหวตาย” ไปเลย ยิ่งเมื่อกระต่ายเข้าวงการด้วยการชนะการประกวดมิสแม็กซิม ภาพสาวสวยของกระต่ายยิ่งส่องประกายในขณะที่กระแตเดินตามก้นน้องต้อยๆ คอยรับงานทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวจัดคิวให้กระต่าย แต่จู่ๆ ก็เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 เมื่อจู่ๆ ก็ได้รับการติดต่อจาก คลินิกศัลยกรรมความงามแห่งหนึ่งให้เป็นพรีเซ็นเตอร์คู่กับน้องสาว ได้รับการผ่าตัดโมดิฟายแปลงโฉมตั้งแต่หัวจรดเท้าฟรีงานนี้กระแตก็เลยยกเครื่องหน้าฟรีไม่ว่าจะเป็น ตา จมูก ปาก รวมไปถึงหน้าอกที่อัพไซส์จนอึ๋ม รวมมูลค่าทั้งหมดเป็นเงินหลักล้านเลยทีเดียว เปลี่ยนจากสาวหน้าตาธรรมดากลายเป็นสาวเซ็กซี่สไตล์ญี่ปุ่นบ้องแบ๊วน่ารัก กระแตเริ่มได้รับการติดต่อให้ถ่ายแบบกับกระต่าย สองศรีพี่น้องแข่งกันอึ๋มขึ้นปกออกรายการโทรทัศน์ ชีวิตพลิกจากคนเบื้องหลังหิ้วกระเป๋าให้น้องกลายเป็นเซ็กซี่สตาร์ซะเอง เมื่อชีวิตมันปังขนาดนี้ กระแตเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต เพื่อส่งเสริมจังหวะชีวิตที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งการทำบุญเสริมดวงเดินสายรับความเฮง หรือจะพูดกันแบบบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เล่นของ พกของดี เสริมความเฮง ผลก็คือเวลาผ่านไปแค่ 1 ปี จากที่รับเงินเดือนจากน้องสาวเดือนละไม่กี่เมือง กลายเป็นมีเงิน 10 กว่าล้าน เป็นเจ้าของรถทัวร์ให้เช่าหลายคัน กระแต อคัมย์สิริ     "สมัยเด็กๆ เคยคิดน้อยใจว่าทำไมไม่สวยเหมือนน้องสาว ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองน้องสาวไม่เห็นจะมองตนเองบ้าง และมี ก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนตั้งแต่เด็กจนโตจะโดนว่าตลอดว่า ทำไมน้องสวยจัง ทำไมเราไม่สวย ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมองน้อง ก็รู้สึกน้อยใจนิดๆ ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า วันนี้ในวัย 30 ปีจะได้เข้าวงการบันเทิงเป็นนางแบบ ได้ถ่ายรูปลงหนังสือ เพราะกระแตเป็นคนที่หน้าตาธรรมดามากๆ กระทั่งจังหวะของชีวิตได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้คลินิกศัลยกรรม และต้องโมดิฟายทั้งตัว ทำให้เราสวยขึ้นดูดีขึ้นมีความมั่นใจมากขึ้น" กระแต อคัมย์สิริ            "ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีงานถ่ายแบบเข้ามาการที่เราสวยและดูดีขึ้นก็อาจจะเป็นโอกาสให้กับตัวเราด้วย แต่หลายๆ คนก็บอกว่า ถ้าจะให้ดีก็ต้องให้เฮงด้วย ซึ่งปกติเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องดูดวง เรื่องศาสตร์ตัวเลขสักเท่าไหร่แต่ไม่ค่อยขัดใจใครค่ะ มีคนแนะนำอาจารย์ฉุย(ณรล วิทรูประสาทผล)ให้ก็ไปๆ งั้นๆ แหละ ไม่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนปาฏิหาริย์พอได้เบอร์มาเปิดใช้ปุบ มีงานเข้ามาถ่ายปก สามเล่ม ถ่ายเซตในอีกไม่ได้นับ คือเยอะมาก งานเข้าแบบปังๆ มาทั้งถ่ายแบบ ทั้งพรีเซนเตอร์สินค้า รีวิวสินค้า ออกงาน ถ่ายรายการ ละคร งานเยอะมาก ทั้งปีเลย แต่เราเองนี่แหละที่เป็นคนเบรกตัวเอง เพราะหนูอยากทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าของตัวอง ซึ่งต่อยอดมาจากที่บ้านที่เป็นโรงงานทอผ้าผืนอยู่แล้ว แต่เป็นของพ่อแม่ไง เราก็อยากทำอะไรที่เป็นของเราเลยทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นแบรนด์ของเรา ตอนนี้กำลังเริ่มๆ อยู่ค่ะ"           "ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่าการเปลี่ยนเบอร์ด้วยศาสตร์ตัวเลขมงคลของอาจารย์ฉุยจะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ จากที่เคยมีรายได้จากการเป็นผู้จัดการน้องเดือนละไม่ถึงแสน เป็นหลักหมื่น ตอนนี้หนูมีเงินเก็บที่เอามาลงทุนทำรถทัวร์ 2 คัน และกำลังจะทำธุรกิจทำแบรนด์เสื้อผ้ารวมๆ แล้วเกิน 10 ล้านนะ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ นี่ก็ว่าจะนัดอาจารย์ฉุยเพื่อปรึกษาเรื่องเบอร์ใหม่ให้ซัพพอร์ทกับธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ใหม่ที่กำลังจะทำ ชีวิตตอนนี้ยิ่งกว่าความฝันอีก ใครจะไปคิดว่าอายุขนาดเรานี่แล้วแถมมีลูกติดอีก จะได้มาเข้าวงการ ได้ถ่ายแบบ ถ่ายละคร ไปไหนมาไหนมีคนรู้จักมีคนทักทาย มีเงินเก็บมีกิจการเป็นของตัวเอง ซึ่งเหล่านี้ที่ได้มา หนูกล้าพูดได้เลยว่าเป็นเพราะเบอร์โทรศัพท์ที่อาจารย์ฉุยให้มามีส่วนช่วยได้มากจริงๆ มันยิ่งกว่าปาฏิหาริย์อีกค่ะ” กระแต อคัมย์สิริ   กระแต อคัมสิริ   กระแต อคัมย์สิริ   กระแต กระต่าย