ติด

บริษัท เอ็มอีเซคเคียวริตี้แอนด์เซอร์วิส จำกัด

ออกแบบ ติดตั้ง จำหน่าย อุปกรณ์เน็ตเวิร์คคอมพิวเตอร์ และกล้องวงจรปิด

สวดอภิธรรม ป๋าเดียร์ คืนที่ 3 ศรราม ป่วย!! อั้ม พัชราภา ร่วมไว้อาลัย!!
ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ /  ป๋าเดียร์ ชุมพร / 

  เดินทางมาเป็นคืนที่3 แล้ว(12ก.ค.60) สำหรับการสวดพระอภิธรรม ป๋าเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์ นักแสดงอาวุโสวัย 78 ปี ณ ศาลาปิยชาติ วัดสระเกศฯ ซึ่งบรรยากาศยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีการรายงานว่า หนุ่ม ศรราม ป่วยจนไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธีในคืนนี้ได้ แต่เหล่าคนบันเทิงต่างเดินทางมาเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม และร่วมไว้อาลัย ป๋าเดียร์ เป็นจำนวนมาก อาทิ คุณพลากร สมสุวรรณ กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7, ดวงดาว จารุจินดา, ตุ๊ก เดือนเต็ม, อั้ม พัชราภา, ตู่ นพพล, อาร์ต พศุตม์, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, บุ๋ม ปนัดดา, จิ๊ป วสุ ฯลฯ   โดยนางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา ได้โพสต์ภาพบรรยากาศในงานพร้อมกับส่งกำลังใจให้แก่ หนุ่ม ศรราม ว่า   “ร่วมสวดพระอภิธรรม อาเดียร์ และขอเป็นกำลังใจให้พี่หนุ่มด้วยนะคะ @sornram_theappitak”   ด้านนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ ตุ๊ก เดือนเต็ม ก็ได้โพสต์ภาพและข้อความอาลัยพร้อมติดแฮชแท็กที่แสดงความเป็นตัวตนของ ป๋าเดียร์ ด้วยเช่นกันว่า   “มากราบอาเดียร์ที่เคารพรัก หลับให้สบายนะคะ Rest In Peace #ตุ๊กเดือนเต็ม #มากราบ #ชุมพรเทพพิทักษ์ #สุภาพบุรุษตัวจริง #อยู่อย่างเสือ #youwillalwayinmymind#weloveyou #restinpeace@sornram_theappitak @nicolenicole23”   ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัว ศรราม เทพพิทักษ์ อีกครั้ง มา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณภาพจาก IG justme_fullmoon, aum_patchrapa, by_mommybastian, patzylovey, naythanawat, louylaun

ร้านปลื้มปิติแอร์แอนด์เซอร์วิส

บริการติดตั้ง-ซ่อม แอร์ จำหน่ายเครื่องปรับอากาศทุกยี่ห้อ

รางน้ำฝนอาคารโรงงาน

รางน้ำฝน บ้าน อาคารโรงงาน หลังคา กันสาดเมทัสชีท ลูกหมุดระบายอากาศ ปล่องดูดควัน งานสแตนเลส และอื่นๆๆอีกมากมาย โดยช่าง ที่ขำนานงานด้านรางน้ำและหลังคา มากกว่า 20ปี ผลงานการติดตั้งมากมาย

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

one2lamp

บริษัท อิโนวา เซนจูรี่ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2547 เป็นบริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายโคมไฟ เช่น โคมไฟระย้า โคมไฟคริสตัล โคมไฟแขนเดอเรีย โคมไฟแขวน โคมไฟติดเพดาน และโคมไฟประเภทอื่นอีกมากมาย โดยจัดจำหน่ายให้กับทางบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จํากัด และร้านค้าต่างจังหวัดทั่วประเทศ ในแบรนด์ INOVA

ละครฝันรักฝันสลาย , เรื่องย่อฝันรักฝันสลาย
ละคร ฝันรักฝันสลาย /  เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย / 

ฝันรักฝันสลาย บทประพันธ์โดย : วิลักษณาบทโทรทัศน์โดย : วิลักษณากำกับการแสดงโดย : ชูชัย องอาจชัยออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย ณ หมู่บ้านแร้นแค้น นอกแผ่นดินไทย เหมยลี่ (ลัลล์ลลิน เตจะสาเวศซ์) และหญิงสาวในหมู่บ้านเกือบ 10 คน วางแผนเตรียมตัวที่จะหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อไปอเมริกา เพราะต้องการมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเก่า โดยมี เจียง (ศรัณยู ประชากริช) หนุ่มบ้านเดียวกันที่ไปปักหลักอยู่ในเมืองไทยอาสาเป็นนายหน้าพาทุกคนหลบหนีออกนอกประเทศ เจียง พาสาว ๆ ทั้ง 10 คน ลัดเลาะแนวตะเข็บชายแดน แต่ ผู้กองอู๋ (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ก็ตามมาพร้อมกับประกาศให้ทุกคนถอยกลับ แต่เหมยลี่และทุกคนไม่ยอมถอย หนีสุดชีวิต รอดเพียงเจียงกับเหมยลี่ ทั้งคู่หลบหนีไปพร้อมกลุ่มชาวบ้าน ถูกซ่อนตัวเบียดกันไปในรถบรรทุกผัก เพื่อหลบหนีการตรวจของตำรวจ เมื่อผ่านด่านตรวจ ทั้งหมดก็เดินเท้าลัดเลาะอย่างยากลำบากไปตามเส้นทางแนวป่าของชายแดน จนกระทั่งข้ามมาถึงฝั่งไทย ละคร ฝันรักฝันสลาย ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ผู้กองปกรณ์ (นาวิน เยาวพลกุล) หัวหน้าทีมตามจับแก๊งลูกหมู หรือขบวนการลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงฝึกตำรวจใหม่ให้กับ หมวดออม (วันสิริ อ่องอำไพ) หมวดสาวที่เพิ่งเรียนจบ ปกรณ์ได้ชื่อว่าเป็นผู้กองขาโหดดุดันและทำงานจริงจัง เขาจึงไม่ชอบใจนักที่ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับตำรวจหญิง ปกรณ์จึงมอบหมายให้ จ่าอู๊ด (ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ) คอยดูแลและให้คำแนะนำต่าง ๆ กับหมวดออมแทน ทำให้เธอไม่พอใจและหมั่นไส้ผู้กองปกรณ์ตั้งแต่แรกเจอ ปกรณ์มีนัดกับสายสืบเพื่อล่อจับ หมงรัชดา (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) หัวหน้าแก๊งลูกหมู มาเฟียใหญ่ที่ลักลอบค้ามนุษย์ ออมขอติดตามไปด้วย แต่ปกรณ์สั่งให้ทำงานเอกสารอยู่ที่โรงพัก แต่เธอไม่เชื่อแอบตามไปและทำให้คนร้ายรู้ตัวหนีรอดไปได้ ปกรณ์โกรธมาก จึงเข้าพบหัวหน้าเพื่อขอให้คนอื่นมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับออม แต่หัวหน้าไม่อนุญาตเพราะต้องการให้มีตำรวจหญิงอยู่ในทีม เพื่อช่วยในการจับกุม เพราะปกรณ์มักจะถูกร้องเรียนว่าใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องหาหญิงบ่อย ๆ ออมขอโทษปกรณ์ที่เป็นต้นเหตุทำให้งานผิดพลาดและขอโอกาสเพื่อเรียนรู้งาน เพราะตัวเองอยากเป็นตำรวจที่เก่งและสานต่ออุดมการณ์ของพ่อซึ่งเป็นตำรวจและตายในหน้าที่ตอนเธออายุ 15 ปกรณ์ได้ฟังเรื่องของออม จึงเริ่มอ่อนข้อให้กับเธอลงบ้าง ละคร ฝันรักฝันสลาย เจียงแยกตัวเหมยลี่และหญิงสาวทั้งหมดออกจากกลุ่มและพาเข้ากรุงเทพฯ ทันที ไม่มีใครรู้ชะตากรรมว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตพวกเธอ ทั้งหมดถูกพามาขังยังตึกแถวกลางเมืองที่ชั้นล่างเป็นสถานบันเทิง แต่ชั้นบนเป็นที่ขายบริการทางเพศ เจียงบอกให้ทุกคนรู้ว่าต้องขายตัวเพื่อหาเงินสำหรับเป็นค่าเดินทางไปอเมริกา เหมยลี่และหญิงสาวคนอื่นต่างตื่นกลัวไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนขอร้องเจียงให้ทำงานวิธีอื่น แต่เจียงปฏิเสธและยื่นคำขาดให้รู้ว่าถ้าใครขัดขืนต้องตายสถานเดียว เหมยลี่ ถูกบังคับให้รับแขกคนแรกในวันรุ่งขึ้น แต่ก่อนที่เหมยลี่จะถูกขืนใจ ปกรณ์ก็นำกำลังตำรวจรวมทั้งหมวดออมเข้ามาบุกค้น มีการปะทะยิงกันระหว่างเจียงกับตำรวจ แต่เจียงหนีไปได้ เหมยลี่และคนอื่น ๆ ต่างวิ่งหนีกันอลหม่านไปตามช่องทางเดินในตึกโดยไม่รู้ว่าจะออกไปทางไหน ปกรณ์เห็นเหมยลี่วิ่งเลี้ยวไปตามทางจึงไล่ตามเธอไป เหมยลี่เห็นจวนตัวจึงปีนหลบออกไปนอกหน้าต่างเกาะอยู่บนระเบียง เมื่อมองลงไปยังด้านล่างพบว่าเธออยู่บนตึกสูงนับสิบชั้น เหมยลี่ได้แต่ภาวนาขอให้ปกรณ์หาเธอไม่เจอ แต่แล้วปกรณ์ก็เห็นจนได้และบอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยลี่ตัดสินใจเสี่ยงตายโดดลงจากตึก โชคเป็นของเหมยลี่ที่โดดลงมาบนรถบรรทุกจึงรอดชีวิตไปอย่างหวุดหวิด เหมยลี่ได้พบกับ ชาง (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) หนุ่มบ้านเดียวกันและมีความฝันที่จะไปอเมริกาเช่นเดียวกับเธอ แต่ชางมาตกค้างอยู่ในเมืองไทยเกือบ 2 ปีเพราะไม่มีเงินจ่ายให้กับนายหน้า เขาจึงต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อทำงานเก็บเงินสำหรับค่าเดินทาง ละคร ฝันรักฝันสลาย ตำรวจส่งตัวหญิงสาวและคนต่างด้าวที่ถูกจับได้ทั้งหมดกลับไปยังประเทศของพวกเขา ปกรณ์รายงาน ผู้การยงยุทธ (ศานติ สันติเวชชกุล) ว่ายังมีหญิงสาวอีกคนที่หนีรอดไปได้คือเหมยลี่ หัวหน้าจึงสั่งให้ติดตามเอาตัวเธอกลับมาให้ได้ ขณะเดียวกันผู้การอู๋ ก็เดินทางมาประสานกับตำรวจไทย เพื่อต้องการจัดตัวเหมยลี่และชางกลับไปประเทศของตน ซึ่งปกรณ์ไม่ชอบใจนัก เพราะรู้สึกว่าผู้กองอู๋ชอบใช้วิธีการรุนแรง จับตายมากกว่าจับเป็น ไม่สนใจใคร ทำให้ชางกับเหมยลี่ มีคนที่ตามล่าตัวหลายฝ่ายชางพาเหมยลี่ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ศาลเจ้ากับ เหว่ย (ภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า) และ เปา (กิตติพงศ์ โพชสาลี) สองหนุ่มต่างด้าวท่าทางไม่น่าไว้ใจที่หนีเข้าเมืองมาพร้อมกับชาง เหมยลี่ได้เจอกับ กิมลั้ง (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ซึ่งเป็นลูกสาวของ แปะชิง (เฮียหมู บางรัก) ชายชราผู้ดูแลศาล กิมลั้งหลงรักชาง เธอจึงไม่พอใจที่เห็นชางพาผู้หญิงอื่นมาอยู่ด้วย ชางพาเหมยลี่ไปฝากงานเป็นคนล้างจานในร้านอาหารที่ตัวเองเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ทุก ๆ วัน ชางจะนำอาหารมาแบ่งให้เหมยลี่กิน และคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใย ทำให้กิมลั้งยิ่งเกลียดเหมยลี่ ในขณะที่เหว่ยกับเปามักจะเข้ามาแทะโลมลวนลามเหมยลี่ บ่อย ๆ แต่ชางคอยช่วยเหลือและขัดขวางไม่ให้ทั้งสองทำอะไรเธอ ชางบอกให้เหมยลี่รู้ว่าจะต้องใช้เงินถึงห้าแสนบาทเพื่อจ่ายสำหรับค่าทำหนังสือเดินทางปลอมและค่าตั๋วเครื่องบิน เหมยฟังจำนวนเงินแล้วถึงกับท้อ แต่ชางให้กำลังใจว่าเขาจะช่วยเธอเก็บเงินและสัญญาว่าจะเดินทางไปอเมริกาด้วยกัน ละคร ฝันรักฝันสลาย วันหนึ่งหลังเลิกงาน เหมยลี่ต้องกลับศาลเจ้าเพียงลำพังเพราะชางไม่อยู่ ระหว่างเดินกลับ เหมยลี่เจอกับปกรณ์และหมวดออมอย่างจัง ตอนแรกปกรณ์จำเธอไม่ได้แต่แล้วก็เอะใจว่าเคยเห็นเธอมาก่อน ปกรณ์จึงแยกจากหมวดออมแล้วตามเหมยลี่ไป เหมยลี่ลัดเลาะหนีไปตามตรอกหลังตลาดจนปกรณ์คลาดสายตากับเธอ แต่ยังไม่ทันที่เหมยลี่จะหนีพ้น เธอก็พบกับเจียง เจียงบอกให้เหมยลี่ตามกลับไปแต่เหมยลี่ไม่ยอม เจียงจึงเข้ามาทำร้าย แต่ปกรณ์ย้อนกลับมาดูจึงเกิดการปะทะกับเจียง เจียงจึงจำใจต้องปล่อยเหมยลี่และหนีไป เหมยลี่ขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยตัวเธอ แต่ปกรณ์ไม่ยอมจะเอาตัวไปโรงพัก โชคดีที่ชางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและเป็นจังหวะเดียวกับที่หมวดออมตามหาปกรณ์ ชางจึงเข้าล็อกตัวหมวดออมเพื่อขอแลกเปลี่ยนกับเหมยลี่ ปกรณ์จึงจำเป็นต้องยอมปล่อยตัวเธอชางพาเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้าและคิดจะหาที่อยู่ใหม่ เพราะกลัวปกรณ์และเจียงจะตามมาเจอ แต่ปรากฏว่าเงินเก็บที่ชางซ่อนไว้เกือบห้าหมื่นบาทหายไป เหว่ยและเปากลับเข้ามาชางจึงถามทั้งสองว่าเอาเงินไปหรือไม่ ทั้งสองปฏิเสธแต่กิมลั้งบอกว่าเห็นเปาเข้ามาค้นหาของของชางเมื่อวันก่อน ชางโกรธเข้าค้นตัวเปาและพบว่ามีเงินอยู่หลายหมื่น จึงชกต่อยกัน กิมลั้งด่าว่าเป็นเพราะเหมยลี่ทุกคนจึงทะเลาะกัน ออมขอโทษปกรณ์อีกครั้งที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาจับเหมยลี่ไม่ได้ ครั้งนี้ปกรณ์ไม่ได้ตำหนิเธอ แต่เตือนให้ระวังตัวมากกว่านี้ ออมปลื้มใจที่อย่างน้อยปกรณ์ยังเป็นห่วงเธอ จ่าอู๊ดเห็นออมอารมณ์ดีเลยแซว ออมจึงเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่พ่อเธอตาย ปกรณ์คือคนที่ตามล่าจับคนร้ายมาลงโทษให้พ่อ นับแต่นั้นมาเขาคือฮีโร่ในใจเธอ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธออยากใกล้ชิดทำงานร่วมทีมกับเขา ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ให้ออมและจ่าอู๊ดสืบตามหาตัวเหมยลี่กับชาง จนรู้ว่าทั้งสองอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้า แต่เมื่อปกรณ์นำกำลังมาจับกลับไม่พบใครนอกจากแปะชิงกับกิมลั้ง แปะชิงปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แต่กิมลั้งแอบบอกปกรณ์ว่าเหมยลี่มาพักอยู่ที่นี่แต่หนีไปแล้ว ปกรณ์จึงฝากเบอร์โทรศัพท์ให้กิมลั้งไว้ บอกว่าหากเหมยลี่หรือมีใครกลับมาให้กิมลั้งโทรกลับจะให้รางวัลชางพาเหมยลี่ไปขออาศัยอยู่กับเจ้าของร้านอาหารที่ทั้งสองทำงานอยู่ เจ้าของร้านจึงให้ทั้งสองนอนห้องเดียวกันเพราะคิดว่าเป็นผัวเมีย ระหว่างที่ทั้งสองนอนร่วมห้อง ชางเปิดเผยความในใจให้เหมยลี่ได้รู้ว่าเขารักเธอ แต่เหมลี่ยขอเวลาชางเพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เหว่ยและเปาไปสมัครทำงานเป็นแรงงานเถื่อนให้กับเจียง ลูกน้องของเจียงชวนทั้งสองคุยเรื่องผู้หญิง ทั้งสองจึงหลุดปากพูดถึงเหมยลี่ขึ้นมา เจียงสนใจและซักถามจนรู้ว่าเป็นเหมยลี่เดียวกับที่เขากำลังตามหา เหว่ยและเปาจึงบอกให้เจียงรู้ว่าเหมยลี่ทำงานอยู่ที่ไหน เจียงตามไปลากตัวเหมยลี่มาจากร้านอาหารที่เหมยลี่ทำงาน และทำร้ายชางกับคนในร้านเกือบตาย และเอาตัวเหมยลี่ไปขายให้กับหมง หมงเห็นเหมยลี่แล้วชอบใจในความกล้าบ้าบิ่นที่หนีตำรวจมาได้ หมงบอกเจียงว่าขอทดสอบนอนกับเธอก่อนแล้วค่อยปล่อยให้นอนกับแขก ละคร ฝันรักฝันสลาย แต่ยังไม่ทันที่หมงจะขืนใจเหมยลี่ ปกรณ์ก็ได้รับรายงานว่าหมงอยู่ที่บาร์เถื่อน จึงนำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมและบุกจับแต่หมงและเจียงหนีไปได้ ปกรณ์เจอเหมยอีกครั้งเขาจึงไล่ตามจับเธอ เหมยหนีขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าและจนมุม ปกรณ์บอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยร้องไห้คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยเธอ และเล่าความจริงว่าเธอถูกแก๊งลูกหมูหลอกลวงว่าจะพาไปอเมริกา แต่พวกมันกลับบังคับให้เธอขายตัว แม้ปกรณ์จะเห็นใจในชะตากรรมของเธอ แต่เขายืนยันที่จะต้องจับเธอส่งกลับบ้านเกิด เหมยลี่ใช้ไม้ตายขู่ว่าหากเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโดดตึกยอมตาย ในขณะที่ออมกับจ่าอู๊ดนำกำลังตำรวจตามปกรณ์ขึ้นมาบนดาดฟ้า เหมยลี่ทำท่าจะโดดจริง ๆ ปกรณ์จึงตัดสินใจให้เหมยลี่หลบตำรวจในถังขยะ และพาเธอไปซ่อนตัวที่บ้านพักของเขา เหมยลี่ขอบคุณที่ปกรณ์ไม่ส่งเธอให้ตำรวจ ปกรณ์บอกจะควบคุมตัวเธอไว้ที่บ้านของเขาก่อน เหมยลี่ไม่มีเงินทองหรือของมีค่าใด ๆ ที่จะให้ปกรณ์เพื่อตอบแทน เธอจึงเสนอตัวให้ปกรณ์นอนกับเธอเป็นการแลกเปลี่ยนที่เขาช่วยเหลือเธอ ตลอดชีวิตการทำงาน ปกรณ์ไม่เคยอ่อนข้อหรือลดหย่อนกฎเกณฑ์ให้ใคร แต่สำหรับเหมยลี่ คงเป็นเพราะความใสซื่อและจริงใจของเธอ จึงทำให้เขาหวั่นไหว ปกรณ์ปฏิเสธไม่นอนกับเหมยลี่ และให้เธอซ่อนตัวอยู่ในห้อง สั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน เพราะเขาจะลองหาทางช่วยเหลือให้เธอได้ไปอเมริกา เหมยลี่ร้องไห้ด้วยความดีใจ คุกเข่าต่อหน้าปกรณ์อีกครั้ง และสัญญาว่าหากเธอได้ไปอเมริกา เธอจะไม่ลืมบุญคุณที่เขามีต่อเธอ ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ต้องขอร้อง แม่ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ให้เหมยลี่อยู่ในบ้านด้วย แม้แม่ปกรณ์จะไม่ชอบใจ แต่ก็จำยอม แต่พยายามกดดันให้เหมยลี่หาที่อยู่ใหม่ เพื่อที่ปกรณ์จะได้ไม่เดือดร้อน รวมทั้งบอกว่าปกรณ์มีคู่หมั้นคู่หมายคือ เก๋ (อรุณณภา พาณิชจรูญ) ไม่อยากให้เข้าใจผิด หัวหน้าถามถึงความคืบหน้าเรื่องเหมยลี่ ออมและจ่าอู๊ดรายงานว่ายังไม่เจอตัว แต่ปกรณ์กลับนิ่งเฉยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนออมแปลกใจ จ่าอู๊ดชวนปกรณ์ไปกินข้าววันเกิดออม ปกรณ์ปฏิเสธบอกว่ามีธุระสำคัญทำให้ออมน้อยใจจึงตามไปที่ห้องพักเพื่อตัดพ้อต่อว่า แต่ออมต้องตกตะลึงเมื่อพบเหมยลี่ ออมผิดหวังในตัวปกรณ์มากที่รู้ว่าเขาแอบลักลอบซ่อนเหมยลี่ไว้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิดกฎหมาย ออมตรงดิ่งไปหาหัวหน้าเพื่อรายงานให้หัวหน้าเล่นงานปกรณ์ แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะความรักที่มีต่อปกรณ์ ออมรู้ดีว่าหากเธอรายงานไป ปกรณ์จะต้องถูกพักงานและอาจจะต้องติดคุก เธอจึงได้แต่โกรธและเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวโดยไม่กล้าบอกใคร แม้แต่จ่าอู๊ด ละคร ฝันรักฝันสลาย เหมยลี่กลัวว่าปกรณ์จะต้องเดือดร้อนเพราะเธอ จึงหนีไปโดยไม่บอกลา เหมยลี่กลับมาหาชางที่ร้านอาหารแต่ไม่เจอใคร เหมยลี่จึงลองกลับไปที่ศาลเจ้าและได้เจอกับกิมลั้ง เหมยลี่ถามข่าวชางแต่กิมลั้งบอกว่าไม่ได้กลับมาที่นี่ เหมยจึงขออาศัยอยู่ด้วย แต่กิมลั้งปฏิเสธ ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก เหมยลี่เดินไปอย่างสะเปะสะปะโดยไม่รู้จุดหมายว่าจะไปที่ใด จนได้เจอกับชาง ทั้งสองโผกอดกันด้วยความดีใจ ชางบอกว่าเขากลับมาอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าและกำลังไปหางานใหม่ทำ แต่กิมลั้งโกหกไม่บอกความจริงเหมยลี่ เพราะไม่ต้องการให้เหมยลี่ได้เจอกับชางอีก เหมยลี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ชางฟัง ชางแปลกใจที่ปกรณ์ช่วยเหลือและให้ที่หลบซ่อนแก่เหมยลี่ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นตำรวจ เหมยลี่กล่าวชื่นชมในความดีของปกรณ์จนชางรู้สึกได้ว่าเธอชอบปกรณ์ แต่เหมยลี่ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ชางเสียใจ กิมลั้งแอบมองทั้งสองอย่างไม่พอใจและโทรหาปกรณ์บอกให้รู้ว่าเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้า ปกรณ์รีบตามมาแต่ชางพาเหมยลี่หนีไปก่อนหน้าแล้ว ละคร ฝันรักฝันสลาย ชางเจอคนรู้จักและแนะนำให้ทำงานก่อสร้างในตึกแถวแห่งหนึ่ง ชางจึงพาเหมยลี่มาอยู่ด้วย โดยไม่รู้ว่าตึกแถวแห่งนี้เป็นของหมง จนกระทั่งเจียงมาตรวจดูงานแทนหมงและเจอกับเหมยลี่ ที่สุดชางพาเหมยลี่หนีการตามล่าของเจียงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ปกรณ์ตามมาช่วยทั้งสองไว้ได้และฆ่าเจียงตาย ปกรณ์หาที่ซ่อนตัวให้เหมยลี่กับชาง เหมยขอร้องปกรณ์ไม่ให้จับชางส่งตำรวจเพราะเขาเป็นคนที่ดีต่อเธอ ชางลอบมองความสัมพันธ์ของทั้งสองและรับรู้ว่า เหมยลี่มีใจให้ปกรณ์ ชางถามเหมยลี่อีกครั้งถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาเหมยลี่อ้ำอึ้ง ชางจึงตัดใจทิ้งเธอไว้กับปกรณ์ ปกรณ์จัดการทำเรื่องให้เหมยลี่ได้เดินทางไปอเมริกาด้วยความช่วยเหลือของหมวดออม แม้ว่าออมจะไม่เต็มใจช่วย แต่เพื่อยุติไม่ให้ปกรณ์ถลำตัวไปกับเหมยลี่มากกว่านี้ ออมจึงรีบจัดการทุกอย่างให้จบโดยเร็ว ในที่สุดวันที่เหมยลี่ฝันไว้ก็มาถึง ปกรณ์พาเหมยลี่มาส่งที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องเดินทางไปอเมริกา ทั้งสองร่ำลากันด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข และปกรณ์สัญญาว่าจะบินไปหาเธอที่นั่น ในขณะที่ออมมองทั้งสองด้วยหัวใจที่ปวดร้าว ละคร ฝันรักฝันสลาย หลังจากส่งเหมยลี่ที่สนามบินปกรณ์กับออมก็แยกกลับ แต่ทั้งสองหารู้ไม่ว่าหมงส่งคนมาจับตัวเหมยลี่ก่อนที่จะขึ้นเครื่อง ชางได้พบกับเหมยลี่อีกครั้งในวันที่หมงให้ขับรถมารับตัวเหมยลี่ออกไปข้างนอก เหมยลี่ขอให้ชางช่วยพาเธอหนี แม้ชางจะรู้ดีว่าหมงเหี้ยมโหดแค่ไหน แต่ด้วยความรักที่มีต่อเหมยลี่ทำให้เขายอมเสี่ยงตายเพื่อเธอ ส่วนปกรณ์ก็บุกจะจับหมง เพื่อช่วยเหมยลี่เหมือนกัน เรื่องราวความรัก หน้าที่ และความฝันของปกรณ์ เหมยลี่ ชาง และ ออม จะลงเอยอย่างไร ติดตามชมในละครดราม่าแอ็คชั่น ฝันรักฝันสลาย ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 ละคร ฝันรักฝันสลาย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 2560 นักแสดงละคร ฝันรักฝันสลาย นาวิน เยาวพลกุล รับบท ปกรณ์ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท เหมยลี่เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท ชางวันสิริ อ่องอำไพ รับบท ออมอรุณณภา พาณิชจรูญ รับบท เก๋ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กิมลั้งศานติ สันติเวชชกุล รับบท ผู้การยงยุทธศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ รับบท จ่าอู๊ดอภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ผู้กองอู๋ศรัณยู ประชากริช รับบท เจียงวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท หมง รัชดาเสือ ทอรัส รับบท กวงกิตติพงศ์ โพชสาลี รับบท เปาภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า รับบท เหว่ยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท แม่ปกรณ์

เอส พี เอ็ม ซิสเต็ม

จำหน่ายและติดตั้งกล้องวงจรปิดพร้อมบริการหลังการขาย จำหน่่ายและบริการซ่อมคอมพิวเตอร์ ประกอบคอมพิวเตอร์ตามสั่ง อัพเกรดคอมพิวเตอร์ บริการซ่อมเครื่องปริ้นเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร แบบบริการนอกสถานที่ บริการวางระบบและติดตั้งระบบเน็ตเวิร์ค บริการติดตั้งจานดาวเทียม ยินดีรับบัตรเครดิตทุกธนาคาร ไม่มีชาร์ทเพิ่ม สามารถผ่อน 0% นาน 3 - 10 เดือน. บริการสำรวจหน้างาน ฟรี ! กรุงเทพ นนทบุรีและปทุมธานี ออกแบบ วางระบบ เสนอราคา ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ

ละครมือปราบเจ้าหัวใจ , เรื่องย่อมือปราบเจ้าหัวใจ
เรื่องย่อ ละครมือปราบเจ้าหัวใจ /  ย้อนหลัง ละครมือปราบเจ้าหัวใจ

มือปราบเจ้าหัวใจ บทประพันธ์โดย: อัคนี บทโทรทัศน์โดย: ลายน้ำผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 7 เรื่องย่อละคร มือปราบเจ้าหัวใจ "เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน"คือวิสัยทัศน์ของตำรวจที่ต้องยึดเป็นแนวนโยบาย โดยต้องเป็นข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ รู้ลึก รู้รอบ รู้จริง ในงานที่ทำและต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง อดทน เสียสละ ต้องขยัน และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดต้องตระหนักเสมอว่าเป้าหมายการทำงานของตำรวจคือ "ความผาสุกของประชาชน"ร.ต.อ คณินทร์ เวโรจน์ มือปราบหนุ่มบ้าดีเดือด หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจแห่ง ป.ส คือนายตำรวจที่ ยึดมั่น ในหลักการนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด ด้วยอุดมการณ์ส่วนตัวที่มีการตายของบิดา อดีตตำรวจสายสืบยาเสพติดที่ถูกหัวหน้าเครือข่ายองค์กรยาเสพติดข้ามชาติ กลุ่ม DEAD HERO ฆ่าตาย เป็นแรงขับในการทำหน้าที่ คณินทร์จึงมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างองค์กร Dead Hero ซึ่งเป็นองค์กรค้ายาเสพ ติดข้ามชาติ ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนี้ ซึ่งต่อมา ทางการข่าว ให้สืบทราบว่า องค์กร Dead Hero เป็นท่อน้ำเลี้ยงส่งเงินเพื่อสนับสนุนการก่อการร้ายขององค์กร Black Shark ของมิสเตอร์เจสัน และคณินทร์ยังตั้งใจลากคอหัวหน้าองค์กร ที่รู้จักกันในนาม คุณ ซึ่งทำตัวเป็นปริศนา ลึกลับ ไร้ตัวตน มาดำเนินคดีให้ได้ในสักวันหนึ่ง โดยมีสมาชิกในทีมคอยสนับสนุน ได้แก่ ร.ต.อ ปรมัตถ์ เพื่อนสนิทของคณินทร์ตั้งแต่โรงเรียนนาย ร้อยตำรวจ ที่ชอบแข่งขันกับคณินทร์มาตลอดใน ทุกๆเรื่อง...แต่ไม่เคยเอาชนะได้เลย โดยเฉพาะเรื่อง การวางแผนและกลยุทธ / หมวดมาโนช ผู้ชำนาญเชี่ยวชาญเรื่องไอทีและเทคโนโลยีทุกอย่างในโลกนี้ / หมวดสุจิตรา หมวดสาวสวยแรงพอๆกับฝีมือการต่อสู้ ทั้งหมดอยู่ภายใต้การบัญชาการของ พ.ต.อ เจษฎา ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจชุดนี้ และแล้ว คณินทร์ก็ได้เบาะแส ว่าองค์กร Dead Hero กำลังจะจัดปาร์ตี้ขอบคุณเอเย่นต์ ขายยาในโรงแรมหรูใจกลางกรุง คณินทร์และทีมสืบทราบมาว่า ไอ้แหลม ผู้ดูแลเครือข่ายเอเย่นต์ ทั้งหมดที่ขึ้นตรงกับ คุณ ได้เดินทางมาดูแลเอเย่นต์ทั้งหมดด้วยตัวเอง คณินทร์และทีมพร้อมกองกำลัง สนับสนุนได้ทำการเข้าจับกุม แต่ไอ้แหลมกลับหนีไปได้ เพราะไหวตัวทัน และได้ฆ่าตำรวจสายสืบที่แฝงตัว เข้าไปหาข่าวในแก๊งของไอ้แหลมไอ้แหลมหนีไปได้ แต่พวกลูกน้องของมันได้จับตัวพนักงานโรงแรมและแขกเป็นตัวประกัน ทำให้ต้องขอกำลังจากหน่วยอรินทราชเข้าทำการช่วยเหลือตัวประกันจนสำเร็จ เมื่อสายสืบถูกฆ่าตาย ร้อนถึงคณินทร์ต้องหาคนใหม่ มือปราบเจ้าหัวใจ แล้วก็มีคนเข้าตา เมื่อ "จ่าขจร ตำรวจจราจรที่สนิทสนมคุ้นเคยกับคณินทร์ เป็นอันดี เนื่องจากปฏิบัติงานอยู่บริเวณบ้านของคณินทร์ ได้แสดงวีรกรรมช่วยตำรวจ ท้องที่ไล่จับพวกวัยรุ่น มั่วสุมเสพยา โดยมีคณินทร์ตกกระไดพลอยโจนไปร่วมขบวนด้วย จ่าขจรยิงปืนแม่นชนิดจับวาง สร้างความประหลาดใจให้กับคณินทร์มาก จ่าขจรให้เหตุผลว่า...ไปฝึกยิงทุกครั้งหลัง เจ๊ดา เมียจ่าขจรที่ตั้งเพิงขายอาหารตามสั่งแถวโรงพักด่าเรื่องเงินเดือนไม่พอใช้และหนี้สินที่ไม่เคยผ่อนจ่ายหมด แต่แล้วจ่าขจรก็แทบช็อค เมื่อพบว่าหนึ่งในวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาคือ โน้ต ลูกชายคนเดียวของจ่าขจรกับเจ๊ดา โน้ตถูกส่งตัวเข้ารับการบำบัด ทำพ่อแม่กลุ้มใจ ดุด่าว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร ก็ไม่มีผล เพราะฮอร์โมนวัยรุ่นกำลังแรงและติดเพื่อน พ่อที่โน้ตไม่เคยภูมิใจ เป็นแค่จ่าจราจรกระจอกอย่างจ่าขจร จึงทำได้แค่เพียงร้องไห้อยู่เงียบๆ เพราะเป็นห่วงอนาคตลูกชายคณินทร์จึงเสนองานใหม่ให้จ่าขจร นั่นคือเป็นตำรวจสายสืบในทีม คอยส่งสายหาข่าว โดยมีวัตุประสงค์ต้องเข้าถึงตัว คุณ นายใหญ่ของแก๊ง DEAD HERO ให้ได้ จ่าขจรรีบตอบรับเพื่อเบี้ยเลี้ยงที่ มากขึ้น และที่สำคัญเพื่ออุดมการณ์ กำจัดปราบปรามไอ้พวกเดนนรกที่ขายยาบ่อนทำลายอนาคตและชีวิต ของลูกชายตัวเอง นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้โน้ตภูมิใจได้ในที่สุดในภายหลัง เมื่อจ่าขจรต้องเสียชีวิตในขณะที่ ปฏิบัติหน้าที่เมื่อเอเย่นต์รายย่อยเกือบทั้งหมดถูกจับกุม และนำไปสู่การแถลงข่าวของ ป.ส โดยมี พ.ต.อ เจษฎาและ ร.ต.อ ปรมัตถ์เป็นผู้ออกหน้า....เนื่องจาก คณินทร์เป็นพวกไม่ชอบออกสื่อ แถมพูดจาขวานผ่า ซาก ไม่ค่อยเป็นมิตร กับนักข่าวนัก จนได้รับฉายาจากนักข่าวว่า ผู้กองร็อด (ย่อมาจากร็อดไวเลอร์) ข่าวการจับกุมเอเย่นต์เครือข่าย Dead Hero นี้สร้างความสนใจให้กับ มินตรา นักข่าวสาว สายสังคมประจำสถานีข่าว Seven Days News ที่ให้ความสนใจทำข่าวเกี่ยวกับยาเสพติดและผลกระทบ ที่มีต่อสังคมเป็นพิเศษ เพราะ ไมค์ น้องชายของมินตรา ถูกคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกันและถูกฆ่าตาย มินตราจึงเหลือเพียง จันทรา ผู้เป็นยาย ครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ที่มินตราส่งไปพักและรักษา ตัวใน Medical Center แห่งหนึ่ง เพราะยายเป็นอัลไซเมอร์ ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ แม้จะราคาแพง แต่มินตราก็กัดฟันสู้ ใช้เงินอย่างประหยัด ปมที่ต้องสูญเสียน้องชาย ทำให้มินตราต้องการนำเสนอปัญหาผลกระทบของยา เสพติดที่รุนแรง และหนทางแก้ไขที่ยั่งยืน นั่นคือ ครอบครัวแข็งแรง คนแข็งแรง ยาเสพติดย่อม บั่นทอนความแข็งแรงของประชาชนและประเทศชาติไม่ได้ แต่ “เจ๊อุมา หรือเจ๊อูม่า” บก.ข่าวของ มินตราไม่เคยอนุมัติ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายเกินไปสำหรับนักข่าวผู้หญิง แต่มินตราไม่ยอมแพ้ เธอจึงตัดสินใจทำสกู๊ปการปราบปรามยาเสพติดของหน่วยคณินทร์อย่างลับๆ นอกเวลางานข่าวสังคมประจำ โดยมี นครินทร์ ตากล้อง เพื่อนรุ่นพี่คู่หูที่เห็นใจ และเข้าใจช่วยมินตราด้วยอีกแรงแต่คณินทร์ไม่เห็นด้วยและไม่เต็มใจให้มินตรามาวุ่นวาย ปรมัตถ์จึงอาสาเทคแคร์ และให้ข้อมูลเท่าที่ให้ได้ จนทำให้สนิทสนมกัน และทำให้ปรมัตถ์ชอบมินตราในที่สุด โดยที่มินตราไม่รู้ตัว มือปราบเจ้าหัวใจ มินตราตามสะกดรอย จนโผล่เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ไล่ลาปราบปรามพวกซื้อขายยา เสพติดที่อันตรายอยู่เนืองๆ จนทำให้มีปากมีเสียงกับคณินทร์เป็นประจำ แล้วความลับก็เปิดเผย ว่ามินตราไม่ได้รับมอบหมายจากทางสถานี เป็นการทำสกู๊ปโดยพลการ คณินทร์จึงไล่ตะเพิดมินตรา แต่มินตราก็ขอโอกาส พร้อมทั้งยืนยันเจตนาในสิ่งที่ทำ มินตราเชื่อมั่นว่าถ้าทำภารกิจนี้สำเร็จ เจ๊อุมาจะต้อง เปลี่ยนใจและเห็นใน ความสามารถของเธอที่มีมากกว่าการไล่ตามคุณหญิงคุณนายไปทำข่าวตัดริบบิ้น ความมุ่งมั่นของมินตราทำให้คณินทร์ยอมใจอ่อน เพราะต่างก็มีอุดมการณ์เหมือนกันนั่นคือ...ทำให้สังคม ดีขึ้น จ่าขจรได้เบาะแสจากสายข่าวที่ส่งเข้าไปแทรกซึมในแก๊งของไอ้แหลม ทำให้ได้โฉมหน้าคนที่คิดว่าใช่ คุณ นั่นคือ นายวาทิศ พงศ์พล เจ้าของธุรกิจหลากหลาย มูลค่าเป็น พันล้าน ตั้งแต่บริษัททัวร์ อู่ซ่อมรถ สถานบันเทิงตอนกลางคืน คณินทร์ตามประกบจนไปเจอวาทิศ กำลังปาร์ตี้ยากับไฮโซอย่างเมามัน แต่ก็เอาผิดอะไรวาทิศไม่ได้ เพราะ...ตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย บ้าน หรือรถ หรือสถานที่ประกอบการต่างๆที่คิดว่าจะเป็นแหล่งพักยา ก็ไม่มีหลักฐานให้เอาผิดได้.....แต่คณินทร์มั่นใจว่าวาทิศคือ คุณ วาทิศออกมาเผชิญหน้าท้าทาย ถ้าคณินทร์แน่จริง ก็ขอให้หาหลักฐานมาจับเร็วๆ ก่อนจะฟ้องคณินทร์กลับ ข้อหาหมิ่นประมาทให้ได้รับความเสียหาย บวกกับการให้ข้อมูลจากทีม โดยเฉพาะปรมัตถ์ ที่ได้ข้อสรุปว่า...คณินทร์สั่งการด้วยอารมณ์ส่วนตัวคณินทร์ถูกพักงานชั่วคราว โดยปรมัตถ์ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาดูแลคดีแทน....ปรมัตถ์เย้ยคณินทร์ว่านี่ คือช่วงเวลาที่ปรมัตถ์จะได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถทัดเทียมกับคณินทร์ คณินทร์เหมือนคนอกหัก แต่เพราะเป็นตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว การพักงานยิ่ง ทำให้ฟุ้งซ่าน มินตราที่เห็นอกเห็นใจคณินทร์จึงชวนให้คณินทร์มาเป็นผู้ช่วยทำสกู๊ป ติดตามทีมไป จัดการไล่ล่าพวกเอเย่นต์ คณินทร์นึกขอบใจมินตรา เพราะเท่ากับว่าคณินทร์เองก็ยังได้ทำงานอยู่ เพียงแค่ไม่ได้ออกหน้าเท่านั้นเองคณินทร์สนิทสนมกับมินตรามากขึ้น จนได้มีโอกาสไปเยี่ยมยายจันทราของมินตราที่ Medical Center ที่นั่น คณินทร์ได้รู้จักกับ คุณตาปวิตร ผู้ร่าเริงและใจดี ซึ่งกลายมาเป็นคู่จิ้นกับยาย จันทรา ทั้งคู่สนิทกันมาก และคุณตาปวิตรก็ได้เผื่อแผ่ความเมตตาเอ็นดูมาถึงมินตราด้วย แต่สัญชาติญาณของคณินทร์บอกอยู่ลึกๆว่า....คุณตาปวิตรไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น คณินทร์ถูกลอบทำร้ายระหว่างทางกลับจากงานวันเกิดของคุณตาปวิตรที่ Medical Center โชคดีที่คณินทร์ไม่ได้ลุยเดี่ยว เพราะได้ กรันย์ นายทหารอากาศเพื่อนรักที่เดินทางมาด้วยช่วยเอาไว้ ทำให้คณินทร์นึกสงสัย เหมือนถูกใครสะกดรอยตาม เพราะคณินทร์ไม่เคยรายงานความเคลื่อนไหว ให้กับใครนอกจากลูกทีม...คณินทร์ได้กลิ่นหนอนบ่อนไส้ภายในทันที จึงไปรายงานกับพ.ต.อ.เจษฎา ทำให้ทุกคนในทีมถูกจับตามองกันไปหมด เกิดบรรยากาศอึดอัด คณินทร์ถูกปรมัตถ์ใส่ร้าย หาว่าคณินทร์พาล เมื่อตัวเองถูกพักงาน เลยต้องการป่วนทีมภายใต้การนำของปรมัตถ์ ทั้งคู่วางมวยกัน และเข้าหน้ากันไม่ติด แล้วคณินทร์ก็ได้รับการงดเว้นโทษ กลับเข้าประจำการเหมือนเดิม หลังจากที่ได้รับเบาะแส ว่าจะมีการขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าภายในประเทศ แล้วเดินทางลงเรือส่งต่อไปยัง ประเทศที่สาม คณินทร์และทีม พร้อมกับตำรวจตระเวณชายแดนได้สนธิกำลังกันทำการจับกุม โดยมี ภูริช เพื่อนรักทหารบก ที่นำข่าวสำคัญมาบอกว่า.... คุณ ตัวจริงไม่ใช่วาทิศ!! ไปร่วมปฏิบัติการ กับคณินทร์ด้วย เพราะ ร.ท ฐิติ คู่ปรับคนสำคัญของภูริช เป็นคนขนจัดส่งยาเสพติดล็อตนี้จาก ชนกลุ่มน้อยให้กับองค์กร Dead Hero ภูริชต้องไล่ล่าจับตัว ร.ท ฐิติให้ได้!!! มือปราบเจ้าหัวใจ ในที่สุดยาล็อตใหญ่ก็ถูกยึดเอาไว้ พร้อมคนร้ายเกือบทั้งหมดที่ไม่ถูกยิงตายก็ถูกจับ ร.ท ฐิติยังหนีลอยนวลไปได้...มีการแถลงข่าวอีกครั้ง...วาทิศเดือดมาก มั่นใจว่าข่าวรั่วไหลเพราะมีหนอน บ่อนไส้อยู่ในองค์กรปล่อยข้อมูล ประกาศหาตัวเพื่อเด็ดหัว และต้องจัดการกับคณินทร์ให้ได้โดยไว เพราะคณินทร์คืออุปสรรคสำคัญ ตามคำสั่งของ คุณ ตัวจริงคณินทร์คิดหนัก จะเข้าถึงตัวการใหญ่ได้อย่างไร....และแล้วคณินทร์ก็ถูกลอบฆ่าอีกครั้ง โดยมีมินตราอยู่ร่วมในเหตุการณ์ ทั้งคู่รอดมาได้ ทำให้รู้ใจตัวเองกันว่า...ต่างมีใจให้กัน หลังจากผ่าน เหตุการณ์ทั้งร้ายและดีมาด้วยกันในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ปรมัตถ์เจ็บปวด...เพราะนั่นเท่ากับว่าแม้กระทั่ง เรื่องความรัก ตัวเองก็พ่ายแพ้ให้กับคณินทร์คณินทร์ได้เบาะแสจากจ่าขจร ว่าจะมีการประชุมเอเย่นต์ทั่วประเทศเพื่อวางแผนรับมือการ จับกุมของตำรวจ คณินทร์จึงวางแผนบุกรวบตัวพวกหัวๆ หวังจะจับทั้งยวง กลยุทธของคณินทร์รั่วไหล การประชุมเอเย่นต์ต์ถูกยกเลิกในวินาทีสุดท้าย พร้อมๆกับที่คณินทร์จับได้ว่า ปรมัตถ์คือหนอนบ่อนไส้!!!! ปรมัตถ์หนีการจับกุม แปรพักตร์ไปอยู่ร่วมแก๊งวาทิศ คณินทร์เสียใจที่ปรมัตถ์เลือกทางสาย มลทิน ยิ่งทำให้โกรธแค้นเครือข่ายยานรก โดยที่คณินทร์ไม่รู้เลยว่า.....มันคือแผนการของพ.ต.อ เจษฎา กับปรมัตถ์ ที่จะสร้างให้ปรมัตถ์กลายเป็นตำรวจคอรับชั่น ยอมทำเป็นถูกวาทิศซื้อตัวเพื่อคอยส่งข่าว ความเคลื่อนไหวของทีมคณินทร์ เพื่อที่สุดท้ายจะต้องถูกจับกุมแล้วหนีไปแทรกซึมเชิงลึกและลับที่สุด เพื่อให้เข้าถึงตัว คุณ ให้ได้....และปรมัตถ์ก็ยอมที่จะเสียสละรับภารกิจนี้ ภารกิจที่จะต้องถูกเข้าใจผิด เพื่อให้แผนการทะลายแก๊ง Dead HERO ถูกถอนรากถอนโคน แม้สุดท้ายจุดลงเอยเดียวที่จะได้รับคือ ความตาย เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ปรมัตถ์รู้สึกว่า...ชนะคณินทร์ได้อย่างแท้จริงและแล้วปรมัตถ์ก็เข้าถึงข้อมูล ทำให้รู้ว่า "คุณ" คือใคร....และกำลังจะส่งข่าวให้คณินทร์ ก็ถูกวาทิศและไอ้แหลมจับได้ และถูกฆ่าไปพร้อมกับจ่าขจร โดยที่ทีมและกำลังของคณินทร์มาช่วยไว้ไม่ทัน คณินทร์เสียใจมาก ที่ตำรวจฝีมือดีและเสียสละทั้งสองนายต้องจบชีวิตลง ความรู้สึกคลั่งแค้นเมื่อครั้งที่พ่อ ตัวเองถูกฆ่าตายได้ กลับมาอีกครั้งคณินทร์ตัดสินใจบอกเลิกมินตรา ขอให้ไปมีความรักครั้งใหม่ เพราะภารกิจครั้งนี้ อาจจบลงด้วยความตาย เพราะคณินทร์ตั้งใจจะไล่ล่าจับตัวพวกแก๊งนรกจนกว่าตัวเองจะตาย ถ้าไม่ตาย อย่าหวังจะมีอะไรมาขัดขวางได้ แต่มินตราก็ยังยืนยันจะรอการกลับมาของคณินทร์คณินทร์ปะติดปะต่อข้อมูลทั้งหมด จนทำให้สรุปและฟันธงได้ว่า คุณ ที่ตามหาตัวกันมา นาน แท้จริงแล้วคือ คุณตาปวิตร!!!! คนชั่วมันมีอยุ่ในทุกที่ แม้ในที่ๆที่ไม่คิดว่าจะมี มันก็มี!!!!คุณตาปวิตรเปิดเผยตัวในที่สุด โดยจับมินตราเป็นตัวประกันใน ขณะที่ตัวเอง กำลังหลบหนี ไปพร้อมกับเงินและยาเสพติดล็อตมหึมาที่กำลังจะถูกขนส่งออกนอกประเทศ โดยมีวาทิศและไอ้แหลมร่วม หลบหนี การไล่ล่านี้จำเป็นต้องพึ่งหน่วยเฉพาะกิจพิเศษจากสี่เหล่าทัพ อันได้แก่ ภูริช จิรวัติ กรันย์ รวมทั้งคณินทร์ สนธิกำลังกันช่วยไล่ล่า ตามจับกุมหัวหน้า และมือขวามือซ้ายของแก๊ง Dead Hero มือปราบเจ้าหัวใจ ในที่สุดมินตราก็ได้รับการช่วยเหลือออกไป เพื่อนๆจากสามเหล่าทัพของคณินทร์ จัดการกับบรรดาลูกน้องมือขวามือซ้ายของ คุณ จนเสียชีวิต เหลือคณินทร์ที่เผชิญหน้ากับ “คุณ” สองต่อสอง คุณ เยาะเย้ย สร้างความเคียดแค้น หวังจะให้คณินทร์ลุแก่โทสะสังหารตัวเอง เพื่อที่คณินทร์จะได้มีความผิดทางวินัยและถูกสอบสวน เพราะงานของตำรวจไม่ใช่ภารกิจทำลายล้าง หากแต่คือการจับกุมคนร้ายให้ได้เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย…และคณินทร์เกือบจะเพลี่ยงพล้ำตกเป็นทาสของอารมณ์แค้นของตัวเองจนลืมหน้าที่ โชคดีที่มินตราเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม จนทำให้คณินทร์เย็นลง และยอมที่จะเว้นชีวิต คุณ โดยให้กฏหมายเป็นผู้ทำหน้าที่มอบความยุติธรรมให้กับ คนชั่วอย่างมันแทนแม้ คุณ จะถูกจับ แต่ยังมีองค์กรเครือข่ายยาเสพติดเครื่องข่ายอื่นผุดขึ้นมา ราวกับเป็นตัวตายตัวแทน…ทำให้ทีมของคณินทร์มีภารกิจให้ปฏิบัติการต่อไปเพื่อดำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประชาชน ในฐานะตำรวจไทยที่เป็นมืออาชีพ สกู๊ปข่าวติดตามภารกิจตำรวจปราบปรามยาเสพติด พ่วงด้วยชีวิตหลังบ้านตำรวจ ของมินตรา ถูกอนุญาตให้ออกอากาศ หลังจากที่เจ๊อุมาได้ดูเทปสกู๊ปที่ตัดต่อเสร็จแล้ว ได้รับผลตอบรับอย่างฮือฮา ทำให้คนดูได้เห็นถึงความเสียสละของเหล่ามือปราบยาเสพติดทั้งหลาย ว่าเพื่อความผาสุกของประชาชนแล้ว ต้องแลกมากับอะไรบ้าง สารคดีชุดนี้ ทำให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ว่า หน้าที่ปราบปรามยาเสพติดไม่ได้เป็นของตำรวจเท่านั้น แต่มันคือหน้าที่ของประชาชนทุกคนที่ต้อง มีส่วนร่วมในการล้มรั้วด้วยรัก เพื่อให้ครอบครัวแข็งแรงเป็นเบื้องต้น เป็นการแก้ที่ต้นเหตุที่ดีที่สุดความสามารถของมินตราได้รับการยอมรับ และที่สำคัญ…มันทำให้โน้ตเปลี่ยนทัศนคติ ที่มีต่อจ่าขจรโดยสิ้นเชิง จ่าขจรคือพ่อที่โน้ตภูมิใจ และตัดสินใจเลิกคบเพื่อนที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หันมาตั้งใจเรียน และสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อเดินตามรอยเท้าพ่อปรมัตถ์และจ่าขจรได้รับการเลื่อนยศชั้นสูงสุด เป็นความภูมิใจของครอบครัว เป็นตัวอย่างที่ดีของตำรวจคนอื่นๆ คณินทร์สามารถคลายปมที่ผูกเงื่อนแน่นอยู่ในใจ ปล่อยวางความแค้น ให้อยู่ในมือของ กฏหมาย ภารกิจเพื่อชาติยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีคนชั่วในสังคม ส่วนภารกิจรักนั้นเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว เมื่อคณินทร์และมินตราต่างเปิดใจและยอมรับ ในวิถีของแต่ละคน…พร้อมจะจับมือกันก้าวไปเป็นกำลังใจให้กันและกัน รายชื่อนักแสดง ละครมือปราบเจ้าหัวใจ พอร์ช ศรัณย์ ศิริลักษณ์ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์โน้ต วัชรบูล ลี้สุวรรณพล พูลภัทร อัตถปัญญาพลเติม เศวตชัย นาคสุขกาย รัชชานนท์ สุขประกอบพลอย รัญดภา มันตะลัมพะซูกัส บัณฑวิช ตระกูลพานิชย์เอี๊ยม วรรษพร วัฒนากุลแมงมุม พงษธัช รัตนเศรณีเติร์ก ณัฐชนน ภูวนนท์ทูน หิรัญทรัพย์หมู ดิลก ทองวัฒนา อุ้ย เกรียงไกร อุณหะนันทน์

หาดทองแอร์ กรุ๊ป

ผู้ติดตั้งแอร์ ตัวแทนจำหน่ายแอร์ทุกยี่ห้อ ซ่อม ติดตั้ง ทั่วภาคใต้

ติ๊นา ร่วมสวดศพคืนที่ 3 เผยเพลง แหวน ฐิติมา คือจุดเริ่มต้นการเป็นนักร้อง!!
แหวน ฐิติมา /  ติ๊นา คริสติน่า / 

  ยังคงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าสำหรับการสวดพระอภิธรรมศพนักร้องดัง แหวน ฐิติมา ณ ศาลา 4 วัดธาตุทอง ซึ่งวันนี้ 12 ก.ค.60 เป็นคืนที่ 3 แล้ว โดยมีศิลปิน-ดาราจำนวนมากต่างมาร่วมฟังสวดในวันนี้ ด้านนักร้องสาว ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ เปิดใจถึงการจากไปของ แหวน ฐิติมา พี่สาวที่แสนดีว่า ตกใจที่ทราบข่าวการจากไป รู้สึกเสียใจที่มาไม่ทันรดน้ำศพเพราะกำลังเดินทางกลับจากต่างประเทศและไม่ได้ร่วมคอนเสิร์ตกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ได้ส่งใจมาให้ เชื่อพี่สาวไปสบายแล้ว พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ในอดีตตนได้ใช้เพลงของ แหวน ฐิติมา มาสกรีนเทสต์ตอนเข้าแกรมมี่ใหม่ๆ และเพลงของ แหวน ฐิติมา ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้ตนมาเป็นนักร้องอีกด้วย   "วันที่มีพิธีรดน้ำศพติ๊นาไม่ได้มาร่วมงานเพราะว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศ ซึ่งมาถึงก็ค่ำแล้ว ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นบอกไม่ถูกเหมือนเพิ่งเจอกับพี่แหวนเมื่อวันที่ทำดอกไม้จันทน์เอง ยังเห็นพี่แหวนมีพลังเหมือนปกติมาก แล้วก็มาทราบวันหลังจากนั้นไม่กี่วันพี่แหวนเข้าโรงพยาบาล"   "สำหรับพี่แหวนแล้ว พี่แหวนเป็นพี่สาวที่น่ารักและใจดี เจอกี่ครั้งก็อบอุ่น ซึ่งการจากไปของพี่แหวนถือเป็นการสูญเสียบุคคลที่ดีและมีความสามารถ รวมถึงเป็นที่รักของคนทั้งตึกแกรมมี่ โดยความประทับใจที่มีต่อพี่แหวนจะเป็นความรู้สึกที่ว่าถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอกันบ่อย เพราะมีโอกาสได้เจอกันตามงานในบางครั้ง แต่ทุกครั้งที่ได้เจอก็ต่อกันติด"   "ส่วนตอนที่ไหว้ศพพี่แหวน ติ๊นาก็บอกว่าเสียใจมากที่ไม่ได้มาร่วมพิธีรดน้ำศพ รวมถึงไม่ได้ไปร้องเพลงในคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ แต่ว่าก็ได้ส่งใจมาให้ วันนี้ก็ถือว่าเป็นการที่มาลาพี่แหวน เชื่อว่าพี่แหวนไปสบายแล้ว ไม่มีกังวลอะไรเพราะคงเห็นว่าทุกคนรักพี่แหวนและน้องปันปันมากแค่ไหน (ให้กำลังใจน้องปันปันยังไง?) ติ๊นาเชื่อว่าน้องปันปันได้ความเข้มแข็งมาจากพี่แหวนเยอะ และเชื่อว่าน้องปันปันรู้ว่ายังไงพวกเราไม่ทิ้งน้องปันปันอยู่แล้ว"   "ตอนที่ติ๊นาเข้ามาสกรีนเทสต์เพื่อเป็นนักร้องของแกรมมี่ เพลงของพี่แหวนเป็นเพลงที่นำมาใช้ในการเทสต์เสียงคือเพลง "ฟ้ายังมีฝน" และ "หยิบดินสอ" ซึ่งเป็นสองเพลงที่พี่เต๋อ(เรวัต)ให้ตนไปฟังไปซ้อมแล้วนำมาร้องคือเพลงเพราะอยู่แล้ว และเราได้รับมอบหมายให้ไปซ้อมเพลงนี้เพื่อมาเทสต์ตอนเข้าแกรมมี่ใหม่ๆ มันทำให้เราดีใจ เพราะเพลงของพี่แหวนเป็นจุดเริ่มต้นให้ติ๊นามาเป็นนักร้อง"   "ในส่วนของคอนเสิร์ตน่าจะมีเคยขึ้นร่วมกันบ้าง หรืออย่างเวลาเราเล่นคอนเสิร์ต พี่แหวนก็จะมาดู และมาหลังเวที มาถ่ายรูปกัน (ถ้าวันนี้พี่แหวนฟังอยู่ เราอยากจะฝากบอกอะไรถึงพี่เขา?) อยากจะบอกว่าในแกรมมี่มีพี่ๆ อยู่ไม่กี่คน ที่เป็นพี่ที่น่ารัก และพี่แหวนเป็นพี่คนนึงที่ทุกคนรัก เคารพ ชื่นชมมาก เป็นผู้หญิงเก่ง ติ๊นาว่าพี่แกผ่านการรักษามาระยะนึงแล้ว มันคงไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับโรคนี้ที่ตะผ่านมาได้ จนถึงวินาทีสุดท้ายของพี่เขา มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และไม่ใช่เรื่องสบายแน่ๆ ถึงได้บอกว่าวันนี้พี่แหวนหลับสบายแล้ว และอยู่ในที่ดีๆ ที่มองเราอยู่ตอนนี้ และแกคงภูมิใจว่าทุกคนรักแกมากๆ ติ๊นาเชื่ออว่าพี่แหวนเห็นแน่ๆ" ติ๊นากล่าว ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์ ติ๊นา คริสติน่า อากีล่าร์

ตาล ลีโอเกิร์ล ยันไม่ได้มโน! ชาคริต ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษ ตีมึนงัดไลน์แฉอ้างโทรศัพท์พัง!!
ตาล ลีโอเกิร์ล /  ตาล สรัญญา / 

  หลังตกเป็นกระแสข่าวทอล์คออฟเดอะทาวน์ในโลกโซเชียลสำหรับความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างพระเอกไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กับอดีตนางแบบสาวเซ็กซี่ ตาล ลีโอเกิร์ล หรือ ตาล รฐมณฑ์ (ตาล สรัญญา) ที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉในเชิงปรึกษาผ่านรายการวิทยุชื่อดังว่าถูกพระเอก K เทหลังตกเป็นกระแสข่าวด้วย แถมยังมีไลน์หลุดออกมาตอกย้ำความสัมพันธ์ให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้น จนทำให้ หนุ่มชาคริต ถึงกับแคนเซิลงานด่วนโดยอ้างแม่ป่วย ซึ่งในวันเดียวกันนี้ด้าน สาวตาล ได้เดินทางมาเปิดใจผ่านรายการอีเอฟเอ็มออนทีวี ยอมรับรู้สึกดีต่อใจยันไม่ได้มโนที่ ชาคริต ทำให้รู้สึกว่าตนเป็นคนพิเศษ โต้งัดไลน์แฉความสัมพันธ์อ้างโทรศัพท์พังตั้งแต่สงกรานต์ที่ผ่านมา ยืนยันไม่ได้ต้องการสร้างกระแส และไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโดนเท แค่คุยกันแล้วไม่ใช่ก็ห่างๆ หายๆ กันไป พร้อมกับยกมือไหว้ยอมรับผิดที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายตนไม่มีเจตนาทำร้ายอีกฝ่าย รับรู้สึกเป็นห่วงฝ่ายชาย แต่ก็ไม่ได้หวังถึงขั้นจะสานสัมพันธ์ต่อ!!   "(ผู้ชายอักษรย่อตัว k ใช่ ชาคริตหรือเปล่า?) ถ้าบอกตรงๆ ก็คือใช่ค่ะ ถามว่าทำไมถึงโทรมาเล่าในรายการจริงๆ เป็นแฟนคลับของรายการอยู่แล้ว ฟังปัญหาเกี่ยวกับเรื่องราวความรักมาโดยตลอดและรู้สึกว่าทางรายการให้คำแนะนำและข้อคิดที่ดีมากไ สำหรับมุมมองของความรักและตัวเราเองก็มีอะไรที่ค้างคาใจอยู่นิดนึงก็เลยคิดว่าถ้าเราลองโทรำปที่รายการคงไม่มีใครรู้หรอก อยากลองโทรไปถามที่รายการดูว่ามุมมองเขาที่เป็นนักแสดง เขาจะมีความคิดเห็นยังไงถ้าเป็นแบบเรา จริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยนะคะ เพราะว่าความสัมพันธ์มันไม่ได้เป็นรูปแบบไหน แต่มีความรู้สึกดีๆ ให้กันเหมือนพี่น้องที่นับถือกัน ไม่ได้มานั่งคุยกันว่าเราเป็นอะไรกัน"   "(จุดประสงค์ที่เราพูดในรายการวิทยุว่าพี่เขาหายไป จากที่มีความสัมพันธ์ดีๆ ให้กัน?) ก็มีส่วนนึงตรงนั้น แต่เราก็พยายามเข้าใจตรงนี้ เพราะว่าอย่างที่บอกก่อนหน้านี้มันมีข่าวออกมาแล้วครั้งนึง ถามว่าเริ่มคุยกันช่วงไหนประมาณปลายปีที่แล้วค่ะ คุยกันสักพักพอเริ่มมีข่าวรอบแรกพี่เขาก็เริ่มหายไป แต่ทุกวันนี้นานๆ ก็ทักกันที พี่เขาก็ตอบไม่ได้โกรธหรือเกลียดกันแค่อาจจะไม่รู้จะคุยอะไรกันแล้วหรือเปล่า พี่เขาเป็นคนที่น่ารักและนิสัยดีมากๆ ตาลมั่นใจว่าถ้าใครได้คุยกับพี่เขาต้องรู้สึกดีเป็นธรรมดาและด้วยความที่เราได้คุยกันบ่อยๆ มันก็เป็นปกติของผู้หญิงแหละเนอะที่ต้องคิด แต่ก็ไม่กล้าคิดไปไกลว่าเราต้องเป็นแฟนกันหรืออะไร เพราะว่าพี่เขาก็เป็นพระเอกอ่ะเนอะ ตอนคุยกันแรกๆ ก็ให้กำลังใจในชีวิตทั่วไปของพี่เขา คุยเรื่องทั่วไป เรื่องไหว้พระ พอคุยกันแล้วเรารู้สึกว่ามันชอบคล้ายๆ กัน เจออะไรที่คล้ายๆ กันมามันเลยกลายเป็นว่าได้คุยกันยาวมากขึ้น ถามว่าเจอกันได้ยังไง มันจำไม่ได้กลัวพูดแล้วเดี๋ยวมันคลาดเคลื่อน แต่ไม่มีใครแนะนำเป็นการรู้จักกันเอง แต่กลัวพูดไปแล้วมันไม่ตรงกับครั้งแรกที่เจอ"   "(แสดงว่าพี่เขาก็ทำให้เรารู้สึกว่ามันน่าจะพิเศษมากกว่าพี่น้อง?) เราก็คิดบ้าง แต่พี่เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรก็ได้นะคะ แต่ตอนที่พี่เขาหายไปรอบแรกก็โอเคให้เวลาพี่เขา (หลายคนมองว่าเรามโนไปเอง?) ตาลว่าทั้งเราและพี่เขารู้อยู่แล้วมันคือยังไง แต่ตาลก็ไม่คิดว่าหลังจากโทรเข้ามาในรายการแล้วจะเป็นกระแสขนาดนี้ เพราะหลายๆ คนโทรมาในรายการนี้เยอะแล้วก็มีปัญหาแตกต่างกัน ไม่คิดว่าคนจะเอาเรื่องของเราไปต่อยอดอีก เราผิดตรงที่ว่าพอมันเป็นรายการสดเราไม่รู้จะอธิบายว่าคนนั่นเป็นยังไงมันก็เลยออกมาเป็นรูปแบบนั้น คือการที่เราจะปรึกษาใครสักคนนึงไม่ว่าจะเป็นรายการหรือเพื่อนเราต้องมีบอกดีเทลบ้างเขาจะได้รู้ว่ามันเป็นแบบนี้นะ จะได้ให้คำปรึกษายังไงแต่ว่ามันอาจจะบอกเยอะเกินไปหรือเปล่า จริงๆ นานๆ ทักทายกันทีค่ะ ต่างคนต่างไม่ได้ติดต่อกัน"   "(คนใกล้ชิด ชาคริต บอกว่าคุยกับ ตาล จริง แต่เรื่องมันจบไปนานแล้ว ไม่อยากรื้อฟื้นหรือพูดถึงอีก?) ก็คงจะเป็นอย่างนั้นค่ะ (ส่วนเรื่องแชทไลน์หลุดที่หลายคนมองว่าเราปล่อย?) ถ้าตอบมันจะดูเหมือนดารามากเลยเนอะ จริงๆ แล้วโทรศัพท์มีปัญหาน้ำเข้าตั้งแต่สงกรานต์ ช่วงนั้นจะติดต่อตาลไม่ค่อยได้ ให้ติดต่อผ่านเพื่อนหรือครอบครัว ตาลก็ไม่รู้ว่าข้อมูลมันไปอยู่ที่ไหน เพราะก็ไม่อยากจะโทษร้านทำโทรศัพท์ แต่พอเกิดแบบนี้แล้วพูดอะไรไปคนคงไม่เชื่อ"   "(คนมองว่าพอเขาไม่ตอบโต้กลับบมาเลยงัดไลน์มาแฉซ้ำ?) ถ้าอยากดังหรือแฉบอกตั้งแต่ความสัมพันธ์แรกๆ ดีกว่า อย่างนั้นน่าจะเวิร์กกว่านะ แต่เราไม่ได้มีเจตนที่จะทำร้ายพี่เขาเลย คอยบอกคนรอบข้างเสมอว่าพี่เขาเป็นคนที่ดีมากๆ คนนึง จากการที่เราดูข่าวฟังข่าวมาแต่ก่อนที่เราไม่รู้จักเขา พอเรามารู้จักคือไม่ใช่เลยเขาเป็นคนที่ดีมากๆ ต้องบอกอย่างนี้ ส่วนเพจที่เอาแชทไลน์ไปไม่รู้ว่าเขาไปเอาภาพมาจากไหน (กลัวกระทบจิตใจเขามั้ย ที่วันนี้ ชาคริต ยกเลิกงาน?) รู้สึกค่ะ เพราะว่าเราไม่ได้อยากทำร้ายพี่เขา ยังให้ความเคารพและรู้สึกดีอยู่ตลอดเวลาพูดอะไรก็จะระวังคำพูดอยู่ตลอด เพราะพูดไปแล้วมันคืนคำพูดไม่ได้ ไม่อยากให้พี่เขารู้สึกไม่ดี"   "(ได้ติดต่อขอโทษพี่เขามั้ย?) ยังเลยค่ะ ไม่รู้ว่าพี่เขาจะอ่านหรือเปล่า แต่ยืนยันที่ออกมาพูดไม่ได้ต้องการสร้างกระแสอะไร ถ้าสร้างต้องเก่งมากๆ เพราะกล้าโทรไปเล่นรายการและที่ออกมาพูดก็ไม่ได้หวังว่าจะกลับไปคุยกับพี่เขาอีก แต่อยากจะบอกว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายหรือทำให้พี่เขาดูไม่ดีอย่างที่บอกพี่เขาเป็นคนดี ตาลว่าพี่เขาน่าจะเข้าใจ จริงๆ พี่เขาไม่เคยคิดร้ายกับใครเลยนะคะเท่าที่ได้คุยกันมา (เห็นว่าบล็อคไลน์พี่เขาด้วย?) มันเป็นอารมณ์ช่วงนึงที่รู้สึกเขาจะว่าเรามั้ย เราไม่ได้ตั้งใจ แต่ตอนนี้ปลดแล้ว จริงๆ ไม่เคยคิดอยากจะบล็อคไลน์พี่เขาเลย คืนนี้เดี๋ยวไปตั้งสติก่อนอาจจะพิมพ์ไปขอโทษพี่เขา แต่ว่าพี่เขาจะตอบกลับมาหรือบล็อคเราก็แล้วแต่พี่เขา ถ้าพี่เขาดูอยู่ก็อยากจะบอกว่าต้องขอโทษที่เขานะคะ (ยกมือไหว้) ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็รู้สึกกังวลและเป็นห่วงพี่เขาเหมือนกัน แต่ไม่ได้หวังจะสานสัมพันธ์ต่อ เพราะมันอาจจะไม่ได้มีอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะ (คนมองว่าเราเป็นต้นเหตุทำให้พี่เขางานเข้า?) พอพูดแบบนี้ก็รู้สึกเหมือนกันนะเนี่ย คือเราไม่ได้คิดอะไรไม่ดี คิดในแง่ของเราว่าเราไม่ได้ทำเขาเดือดร้อน แต่พอมาบอกแบบนี้มันเหมือนเริ่มบานปลายไปแล้วแต่สิ่งที่เราพูดมาเรามั่นใจว่าเราไม่ได้พูดอะไรที่ไม่ดีเกี่ยวกับพี่เขาเลย (คนมองว่าเป็นผู้หญิงไม่ควรพูด เพราะมันทำให้เราเสียหายมากกว่า?) ตาลมั่นใจว่าผู้หญิงบนโลกนี้มีปรึกษาคนรอบข้างเรื่องความรักอยู่แล้ว ด้วยความที่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปหลายๆ อย่างบางทีก็รู้สึกว่าทำไมเรื่องทุกอย่างผู้หญิงจะต้องดูไม่ดีทั้งที่มันอาจจะไม่มีอะไรเลยคือตาลมองเขาเป็นพี่ผู้ชายคนนึงไม่ได้มองพี่เขาเป็นดาราเลย"   "(รู้สึกเสียหน้ามั้ยที่โดนเท?) จริงๆ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโดนเทนะคะ มันอาจจะเหมือนคนทั่วไปที่ว่าพอคุยกันแล้วรู้สึกว่าทันไม่ใช่ก็หายๆ ห่างๆ กันไป แต่นานๆ ทียังทักกันได้ (พอมีข่าวคนก็ขุดคุ้ยประวัติโกรธมั้ย?) ไม่โกรธ เพราะว่ามันนานมากแล้วคนเรามันก็มีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปอยู่แล้วไม่มีใครไม่อยากสวยหรอก (หัวเราะ) (บางคนบอกว่าหน้าเปลี่ยนไปเยอะเสพติดศัลยกรรมหรือเปล่า?) ไม่เคยศัลยกรรมค่ะ แต่อย่างที่บอกทุกคนก็อยากสวยหมดแหละ" ตาล ลีโอเกิร์ล ตาล ลีโอเกิร์ล ตาล ลีโอเกิร์ล ตาล ลีโอเกิร์ล ตาล ลีโอเกิร์ล ชาคริต ตาล ชาคริต ตาล

เอสเธอร์ วอนเปิดใจดูฝีมือ เคน-น้องชาย ดราม่าใช้เส้นสายเป็นดีเจงานใหญ่!!
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา /  เคน ภูภูมิ / 

ตื่นเต้นสุดๆ สำหรับพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ ที่กำลังจะได้ขึ้นเวทีงานใหญ่ทำหน้าที่ดีเจคู่กับ ทิมมี่ น้องชายของหวานใจสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ในวันที่ 10 ก.ค. ที่จะถึงนี้ แต่ก็มิวายเจอกระแสดราม่าตั้งแต่ยังไม่ทันจะขึ้นโชว์ว่า เพิ่งจะมาเอาดีด้านนี้ เพิ่งจะลงเรียนดีเจ โดยเฉพาะ ทิมมี่ น้องชายของ สาวเอสเธอร์ ที่ยังโนเนมแต่กลับได้ขึ้นโชว์งานใหญ่ระดับประเทศเลยถูกมองว่าใช้เส้นสายหรือเปล่า งานนี้ สาวเอสเธอร์ ในฐานะพี่สาวและแฟน ขอร้องให้ทุกคนลองเปิดใจและดูกันที่ฝีมือดีกว่า ตัวเธอเองเห็นความตั้งใจและความพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักของทั้งคู่มาโดยตลอด พร้อมยืนยันไม่ได้ใช้เส้นสายแน่นอน เพราะทำตามขั้นตอนทุกอย่าง "ช่วงนี้หายหน้าหายตาจากงานอีเว้นท์ ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร ช่วงนี้ว่างงานเพราะเพิ่งปิดกล้องไป จะเปิดอีกทีเดือนสิงหาค่ะ ช่วงนี้ก็ถือโอกาสพักผ่อน หนูก็อยากพักเพราะปีที่ผ่านมาหนูถ่ายละคร 2 เรื่องติด 7 วันเลยมันก็เลยไม่ค่อยไหว โทรม สุขภาพไม่ค่อยดี ก็เลยตั้งใจว่าจะพักจริงๆ ค่ะ ช่วงนี้ก็เบรคยาวจนถึงสิงหาค่ะ เดี๋ยวจะเปิดกล้องเรื่องใหม่ พอเราได้พัก ได้มีเวลากับตัวเอง มีเวลาออกกำลังกาย ได้ทำนู่นทำนี่ ได้เจอเพื่อน ทำอะไรให้ตัวเองบ้าง แพลนเที่ยวยังไม่มีค่ะ ล่าสุดเพิ่งไปเกาหลีมาประมาณ 6 วัน ก็ดีค่ะถือว่าพักผ่อน ตอนนี้ชาร์ตแบตก่อน ก่อนที่จะใช้แรงงานหนักอีกที" "ส่วนดราม่าของพี่เคนกับน้องชายที่คนว่าเป็นดีเจแล้วเหรอ จริงๆ มันก็เรียกได้ว่าเหมือนเป็นก้าวแรกของทั้งคู่ อย่างน้องชายหนูเป็นคนที่ชอบเพลงมาก หนูเห็นพรสวรรค์ที่เขามีมาตั้งแต่เด็กๆ เขาเล่นดนตรีหลายชนิด แล้วโตมาก็ทำเพลงได้ ไม่ว่าจะทำอะไรเราก็สนับสนุนค่ะ แล้วยิ่งเจอกับพี่เขาก็เป็นคนชอบฟังเพลงแนวนี้ ชอบดูงานแนวนี้ มีวันนึงที่เขาได้มีโอกาสไปเรียน เป็นเหมือนความฝันของทั้งคู่ได้ก้าวเข้ามาเป็นดีเจ งานแรกก็ดีค่ะ อยากให้ลองเปิดใจเพราะก็ยังไม่เคยเห็นทั้งคู่ในแนวนี้ค่ะ กระทู้ที่น้องชายโดนดราม่าอันนี้ยังไม่เห็นเลยค่ะ" "ที่บอกว่าน้องเราไม่คู่ควรกับการเป็นดีเจ หนูว่าทุกคนก็มีจุดเริ่มต้นแหละ อยากให้ลองเปิดใจ อยากให้ช่วยสนับสนุน บางทีไม่แน่ดีเจคนไทยเก่งๆ อาจจะมีโอกาสได้ไประดับโลก แค่เรากันเองต้องเปิดโอกาสให้กันและกัน" หลายคนมองว่ามันก้าวกระโดดเร็วไปมีเส้นสายขึ้นเวทีใหญ่ อันนี้หนูว่าอย่าเรียกว่าเส้นสายเลย เราทำตามทุกขั้นทุกตอนเหมือนที่หลายๆ คนทำ กว่าเราจะได้มาถึงทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะหลายคนอาจจะไม่เคยเห็น มองว่าอ้าว...เพิ่งมาเล่นแผ่นได้ไปออกงานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเบื้องหลังกว่าเขาจะไปเรียน กว่าเขาจะผ่านมันมาได้ กว่าเขาจะสอบ รู้เรื่องเพลงอีก มันใช้เวลาหลายปีเหมือนกัน" "น้องเรียนมาหลายปีแล้วค่ะ ประมาณ 3-4 ปีแล้ว คือน้องหนูเริ่มจากเล่นดนตรี พอเล่นดนตรีเสร็จก็เริ่มไปเรียนทำเพลง ไปเรียนมิกซิ่ง แล้วเริ่มมาเรียนดีเจตอนพักหลังๆ นี้ แล้วก็ซ้อม ซ้อมหนักมากพอสมควรเลย เขามุ่งมั่นมากอยากเป็นดีเจ เขาชอบ เขาดูดีเจฝรั่งแล้วเขามีไอเดีย ดูเป็นไอดอลของเขา กับเคนคือมารู้จักกับพี่ก่อน แล้วมารู้ว่าน้องชอบเพลงก็เลยคุยกันถูกคอ ก็เลยชวนกันไปเรียน ชวนกันคุยเรื่องเพลงค่ะ เขาก็เข้าขากันดีไปในทิศทางเดียวกันเรื่องเพลงคือชอบเหมือนกันค่ะ น่าจะตอนที่รู้จักหนู แล้วรู้ว่าน้องชายชอบทำเพลง ก็มีคุยกันเรื่อยๆ จนสุดท้ายตกลงจะไปเรียนด้วยกัน เรียนที่ไทยค่ะ แต่ตอนไปที่เกาหลีคือเราไปดูงานเพลงเพื่อที่จะมีไอเดียและดูบรรยากาศว่าเป็นยังไง เพราะน้องหนูเพิ่งมีโอกาสไปครั้งแรกค่ะ" "ทั้งคู่จะขึ้นเวทีวันที่ 10 ก.ค.นี้ ถ้าหนูไม่ติดงาน ไม่ติดอะไรก็จะไปให้กำลังใจค่ะ กลัวน้องจะเสียเซลฟ์ไหมโดนกระแสแบบนี้เหรอ จริงๆ หนูก็มีบอกน้องนะว่าไม่ว่าคนจะพูดอะไร เขาก็ยังไม่เคยเห็นในด้านนี้ก็อย่าไปสนใจ ทำให้เต็มที่ที่สุด เราเตรียมอะไรมาก็ใส่ไปทำให้เต็มที่ หนูว่าน้องอาจจะไม่เคยเจอแรงคอมเม้นท์หรืออะไรแบบนี้ในสื่อเยอะ คือน้องจะอยู่ของน้องเงียบๆ น้องอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากสักเท่าไหร่" "เพลงที่เขาทำก็มีโอกาสได้ฟังแล้วค่ะ ดีค่ะ รู้สึกว่าน้องเราก็มีหัวทางด้านนี้นะ น้องสามารถสร้างสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงานเพลง เราฟังรู้เรื่อง ฟังดีค่ะ ถือเป็นก้าวแรกๆ ก็เป็นกำลังใจให้น้อง ดีหรือไม่ดีไม่รู้ เราก็อวยๆ กันไปเอง กับคนในครอบครัวกันเองก่อน (หัวเราะ) แต่น้องก็มีอาจารย์ที่คอยช่วยเหลือ เวลาเขาทำอะไรก็ไปถามว่าแบบนี้ถูกหรือเปล่า ควรจะเพิ่มเติมอะไร น้องก็พยายามเรียนรู้ตลอดเวลาค่ะ" เอสเธอร์ กล่าว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เตรียมขึ้นเวทีใหญ่ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ เคน-ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์ ทิมมี่ น้องชายเอสเธอร์