ติด

นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล
ฉลาม /  ดำน้ำ / 

Q ‘ภาพที่ดีสำหรับผมไม่ต้องสวยเพอร์เฟ็ค แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ครบถ้วน’ ถ้าพูดถึงช่างภาพใต้น้ำระดับชั้นนำของเมืองไทย ชื่อของ ‘นัท สุมนเตมีย์’ น่าจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ ด้วยประสบการณ์การทำงานมากว่า 20 ปี และมีผลงานเป็นที่โจษจันในระดับสากลรวมถึงการที่เคยคว้ารางวัลภาพถ่ายระดับโลกมาครอง เรียกว่าทำให้คุณนัทคุ้นเคยกับโลกใต้น้ำเป็นอย่างดีโดยเฉพาะบรรดาสัตว์โลกใต้ทะเลที่กลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันไปแล้ว และกว่าจะได้มานั่งพูดคุยกับคุณนัทช่างภาพอารมณ์ดีคนนี้เราถึงต้องขอคิวเป็นพิเศษชนิดที่ว่าพลาดคราวนี้ก็อาจต้องรอกันข้ามปีทีเดียว เพราะด้วยความที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศติดต่อกันหลายเดือนสิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีชั้นดีว่าดีกรีของ The Master ของเราคราวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นัท สุมนเตมีย์ ช่างภาพใต้น้ำชั้นนำระดับสากล อัพเดทชีวิตช่วงนี้หน่อยครับ? ตอนนี้มีโปรเจ็คทำโฟโต้บุ๊คขนาดใหญ่ซึ่งรวบรวมผลงาน 20 ปีที่ทำงานใต้น้ำของผมชื่อ ‘โอเคียนอส’ เป็นภาษากรีกที่มาของคำว่าโอเชียนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล คัดมา 150 รูปที่เป็นมาสเตอร์พีซ เริ่มตั้งแต่ถ่ายด้วยฟิล์มเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คาดว่าจะออกประมาณต้นปีหน้าครับ ส่วนงานหลักตอนนี้จริงๆ คือเดินทางถ่ายสารคดีทั่วโลกให้กับทีมโลกโสภา เร็วๆ นี้กำลังจะมีรายการสารคดีฉายทางโทรทัศน์ครับ เห็นว่าเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก? ช่วง 3-4 ปีนี้ผมเดินทางเยอะมาก ถ้านับกันจริงๆ ที่พอจะนึกได้มีแอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ตองก้า มาเลเซีย เอกวาดอร์ คอสตาริกา มัลดีฟ ฮาวาย บาฮามาส ที่เพิ่งกลับมาคือเซเชลส์เป็นเกาะอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย โดยที่ผ่านมาปกติเดินทางทุกเดือนจะกลับมาพักเมืองไทย 1 สัปดาห์จากนั้นก็เดินทางต่อ เริ่มถ่ายภาพใต้น้ำตั้งแต่ตอนไหนครับ? ผมโชคดีอยู่อย่างคือได้ดำน้ำกับพ่อตั้งแต่เด็ก มีโอกาสได้เห็นทะเลไทยตั้งแต่เป็นเด็กตัวกะเปี๊ยก ช่วงแรกก็ไปใกล้ๆ แถวเกาะล้านพัทยาจากนั้นก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อยๆ จากระยอง ไปตราดจากนั้นลงไปทางใต้ ภูเก็ต กระบี่ สิมิลัน ผมคิดว่าโชคดีที่เห็นสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็กได้รู้จักโลกใต้ทะเลตั้งแต่ตอนนั้น หลังจากนั้นผมมาเริ่มดำน้ำแบบสกูบ้าอย่างเต็มตัวจนเข้าโดยเอ็นทรานซ์ติดที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ชีวิตนักศึกษาเป็นยังไงบ้างครับ? ที่คณะวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ผมเลือกเรียนภาพยนตร์ทำให้ผมมองเห็นภาพโดยรวมค่อนข้างกว้าง ส่วนที่ผมเรียนภาพยนตร์แต่มาทำงานภาพนิ่งเพราะว่าสมัยเรียนเคยไปทำงานกองถ่ายหนัง ความใฝ่ฝันคืออยากเป็นตากล้องหนังสารคดีแต่ในยุคนั้นยากมาก เริ่มต้นจากเป็นตากล้องภาพนิ่งประจำกองถ่ายก่อน แต่เรารู้สึกว่าการทำงานมันใช้เวลาเยอะมาก กองถ่ายมันค่อนข้างอุ้ยอ้ายการรอคอยก็เยอะ สุดท้ายค้นพบว่ามันไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของเรา สิ่งที่ต้องการคือตัดสินใจได้คนเดียวและรวดเร็วก็เลยเบนเข็มมาทำภาพนิ่งแทน จุดเปลี่ยนที่ก้าวสู่วงการช่างภาพอาชีพ? ตอนปี 4 ได้มาฝึกงานที่อนุสาร อสท ที่นี่เหมือนเป็นอีกโรงเรียนนึงของผม ตอนนั้นที่ อสท กำลังเป็นยุคเริ่มต้นของการถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้ผมได้เข้าไปเจอกับพี่อภินันท์ บัวหภักดีกับพี่วินิต รังผึ้ง ที่ถ่ายภาพใต้น้ำกันอยู่แล้วจึงได้มีโอกาสไปดำน้ำด้วยกัน ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ? นี่ล่ะงานที่เราใฝ่ฝัน จากประสบการณ์ที่เรามีตั้งแต่เด็กถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเป็นเรื่องราว แต่ตอนนั้น อสท ยังไม่มีการเปิดรับพนักงานผมเลยออกไปทำเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ถ่ายทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาพประกอบหนังสือ หลังจากนั้นจึงมีโอกาสเข้าไปทำที่ อสท เพราะมีตำแหน่งว่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเขียนเรื่องได้ด้วย ผมจึงหัดเขียนตั้งแต่ตอนนั้นแต่ด้วยผมเขียนพรรณณาไม่ค่อยเก่งแต่ใช้การเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ นึกถึงภาพที่เราเห็นแล้วก็ลงมือเขียนบรรยายจากความรู้สึก กลับมาที่ อสท รอบนี้ได้ให้อะไรกับพี่นัทบ้างครับ? การกลับมา อสท คราวนี้ผมโฟกัสการถ่ายภาพใต้น้ำมากขึ้น ได้ทำคอลัมน์ประจำคือท่องโลกใต้ทะเลซึ่งเป็นงานที่เราชอบมาก เป็นคอลัมน์ที่ผมทำมายาวนานมา 20 ปีพอดี ที่นี่เหมือนเป็นโรงเรียนของผม ได้เดินทาง พบปะผู้คน ได้ประสบการณ์การทำงานทำให้มีวิชาติดตัวมาถึงทุกวันนี้  หลังจากนั้นออกมาทำ NATURE EXPLORER ตอนปี พศ.2543 เป็นการทำงานที่ท่องโลกธรรมชาติอย่างเดียวเลยมีการเดินทางเกือบทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการในตอนนั้นทำจนหนังสือได้ปิดตัวไป ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระเต็มตัวครับ ความท้าทายของการถ่ายภาพใต้น้ำ? เรากำหนดภาพอย่างที่เราต้องการไม่ได้ เราเป็นคนที่เอาตัวเข้าไปอยู่ตรงนั้นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของเราถ่ายทอดให้คนอื่นที่ไม่ได้เดินทางไปกับเราได้เห็น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพใต้น้ำคือเวลา เวลาที่เราจะไปอยู่ตรงจุดนั้นที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นพอดี จริงๆ พื้นฐานการถ่ายภาพและมุมมองเป็นส่วนเล็กๆ อาจเรียกว่าเป็นส่วนสุดท้ายก่อนที่ตัดสินใจกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง สิ่งสำคัญจริงๆ อยู่ที่การเตรียมการวางแผนการเดินทาง การเลือกจังหวะเวลาที่ไปแล้วเกิดปรากฎการณ์ที่เรารอคอยต่างหากที่สำคัญกว่า ขั้นตอนการวางแผนการเตรียมตัว? สมัยนี้ง่ายขึ้นครับเพราะสามารถหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ส่วนสมัยก่อนใช้การปรึกษาจากกลุ่มเพื่อนๆ ช่างภาพต่างประเทศที่เคยไปมาก่อน อย่างเช่นจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงไหนของปีเราก็จดบันทึกไว้ว่าช่วงเดือนนี้ของปีจะไปที่ไหน อย่างเช่นช่วงกรกฎา-สิงหาที่แอฟริกาใต้จะเป็นช่วงที่ฝูงซาร์ดีนอพยพ (sardine run) แล้วก็มีฉลามมาไล่ตามกินฝูงซาร์ดีน หรืออย่างเดือนสิงหาวาฬหลังค่อมจะไปออกลูกที่ตองก้ามันจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่แล้ว กำหนดการที่บอกมามีคลาดเคลื่อนบ้างมั้ยครับ? มีแน่นอน อย่างปรากฎการณ์ซาร์ดีนที่แอฟริกาใต้มันมีทุกปีก็จริง แต่บางครั้งมันเป็นปรากฎการณ์ขนาดใหญ่มากบางปีก็น้อยมากจนแทบไม่มี อันนี้เราไม่รู้แต่ต้องเดินทางไปรอก่อน อย่างเช่นปีนึงเกิดเหตุการณ์แค่อาทิตย์เดียวหรือ 3-4 วันอยู่ที่เราจะเลือกเวลาไปได้พอดีจังหวะหรือเปล่า การถ่ายภาพใต้น้ำมีเรื่องโชคเรื่องดวงมาประกอบด้วยหรือเปล่าครับ? มันเป็นไปได้ทั้งเรื่องโชคเรื่องดวงและการเฝ้ารอ ผมว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าเรารอให้โชคเกิดขึ้นอย่างเดียวมันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราลงมือค้นหามันด้วยก็จะมีโอกาสมากขึ้น ยกตัวอย่างผมไปรอฝูงซาร์ดีนอพยพ 40 วันก็จะมีโอกาสได้รูปมากกว่าคนที่ไปรอ 20 วัน สิ่งที่ผมเห็นในภาพของช่างภาพสารคดีทุกคนในโลกคือ ‘เวลาที่เขาใช้ไป’ จริงๆ แล้วภาพนิ่งเป็นการกดชัตเตอร์หนึ่งส่วนเสี้ยวของวินาที แต่เบื้องหลังของภาพมันมีที่มายาวนานมากอาจจะผ่านเวลามาแล้ว 20 วันหรือ 20 ปีหรืออาจผ่านเวลามาทั้งชีวิตของช่างภาพคนนั้นก็ได้ อีโก้มีส่วนในการสร้างสรรค์ผลงานมั้ยครับ? มีส่วนครับเวลาพูดถึงอีโก้ในความหมายของคนไทยมักมีความรู้สึกในแง่ลบ แต่จริงๆ แล้วอีโก้สำหรับผมมองว่าการที่จะสร้างผลงานมันต้องมีความฝันแล้วก็ไม่ยอมที่จะทิ้งมันไป บางครั้งผมค่อนข้างดื้อในการทำงานเพราะต้องการพยายามให้ถึงที่สุดแต่ในการทำงานกับธรรมชาติต้องเคารพธรรมชาติ ในบางครั้งเราถ่ายภาพสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถืงคือต้องรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด ลองดูภาพของผมทุกวันนี้กับภาพเมื่อ 20 ปีที่แล้วประสบการณ์จะเป็นตัวบอกถึงภาพที่แตกต่างออกไป สมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมใช้วิธีการว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเข้าไปหาเป้าหมาย ภาพที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นภาพของสัตว์ที่เกิดอาการตื่นตกใจ แต่ทุกวันนี้ผมปรับการทำงานโดยใช้วิธีค่อยๆ หยุดนิ่งเพื่อให้สัตว์สงสัยและเชื่อใจจนเข้ามาอยู่ในระยะที่ถ่ายภาพได้เพราะประสบการณ์ 20 ปีที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้ว่ายังไงมนุษย์ไม่มีทางว่ายน้ำได้เร็วกว่าปลา สิ่งที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสัตว์โลกใต้น้ำ? คนทั่วไปมักจะมีความเข้าใจว่าวาฬทุกตัว ฉลามทุกตัว สัตว์ทุกตัวเหมือนกันหมดจริงๆ แล้วไม่ใช่ ทุกตัวมีพฤติกรรมเฉพาะตัว เหมือนเราเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวแต่ละตัวมีนิสัยคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับวาฬหรือสัตว์ทะเลที่มีประสบการณ์ชีวิตไม่เหมือนกัน บางตัวเคยถูกไล่ล่าแต่บางตัวกลับคุ้นเคยกับมนุษย์ ฉลามเป็นสัตว์น่ากลัวเหมือนที่ร่ำลือกันหรือเปล่าครับ? ฉลามมีความก้าวร้าวแต่ไม่ทุกตัว เขาจะมีลักษณะแสดงออกให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน บางชนิดจะโก่งตัวขึ้นครีบด้านข้างลู่ลงว่ายอย่างรวดเร็วในลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องออกมาจากพื้นที่ของเขา จริงๆ ฉลามก็คือปลาตัวหนึ่งที่กลัวเรา ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ สุนัขที่กัดเราก็คือสุนัขที่กลัวเรา ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ? วาฬกับโลมาครับ เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการทางสมองใกล้เคียงกับเรามาก ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลายๆ คนพยายามสื่อสารทำความเข้าใจกับวาฬกับโลมาอยู่ เพื่อนช่างภาพที่สนิทกันคนนี้ถ่ายภาพวาฬเยอะมากประสบการณ์ที่เขาเล่าให้ผมฟังคือวาฬจำเขาได้และว่ายเข้ามาหา ผมชอบถ่ายวาฬมาก ผมบอกได้เลยว่าถ้าวาฬไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเราจะได้ภาพยากมาก ถึงแม้เขาจะคุยกับเราไม่ได้แต่เขามีปฏิสัมพันธ์กับเรา เขายอมรับให้เราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของเขาได้ บางครั้งว่ายเข้ามาดูเราก็มี พื้นที่เป็นเรื่องสำคัญต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้มารุกราน ประสบการณ์การทำงานมายาวนานประทับใจเคสไหนที่สุดครับ? สิ่งที่ประทับใจเหตุการณ์หนึ่งคือผมถ่ายภาพกระเบนราหูที่โคโมโด ผมถ่ายกระเบนราหูตัวนั้นทั้งไดฟ์อยู่ชั่วโมงกว่าแล้วกลับขึ้นมาบนเรือเพื่อพักและเปลี่ยนถังอากาศ 2 ชั่วโมงกว่าแล้วลงไปใหม่ กระเบนราหูตั้วนั้นก็ยังอยู่ที่เดิมและผมเชื่อว่าเขาจำผมได้เพราะพอเห็นผมปุ๊บว่ายเข้ามาหาเลยแล้วก็วนอยู่รอบตัว ประสบการณ์แบบนี้เป็นเรื่องที่พิเศษที่ลืมไม่ลงจริงๆ ครับ เทคนิคเฉพาะตัวในการทำงาน? การทำงานถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะกับสัตว์ทะเลมันจะไม่เหมือนกับการถ่ายภาพสัตว์ป่าการถ่ายสัตว์ป่าบนบกต้องรออยู่ในซุ้มบังไพร ส่วนใหญ่ใช้เลนส์ขนาดยาวถ่ายในระยะค่อนข้างไกลหรือใกล้สุด 15 เมตร แต่ในการถ่ายภาพใต้น้ำระยะไกลที่สุดที่ถ่ายออกมาได้ดีคือไม่เกิน 3 เมตรจากเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะเข้าไปใกล้เป้าหมายได้ยังไง การที่เราอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ เสียงฟองอากาศที่เราดำน้ำมีผลมากกับสัตว์หลายๆ ชนิด เวลาอยู่จำนวนคนน้อยลงโอกาสสัตว์ที่เข้ามาปฎิสัมพันธ์กับเราก็มากขึ้น หรือบางครั้งผมถ่ายรูปมาโครสัตว์ตัวเล็กๆ ต้องใช้เวลาเพราะว่าเราจะไม่ไปจัดแต่งสัตว์ให้ไปอยู่ในมุมที่เราต้อง การฉะนั้นการดำน้ำของผมคือไม่ใช่ว่ายตามกลุ่มไป เรียกว่าคุณนัทมีความเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์อยู่ในตัว? อาจจะมีส่วนนะ ผมถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยฟิล์ม ต้องยอมรับอย่างนึงนิสัยเสียของผมคือถ่ายภาพไม่เยอะ จำนวนชัตเตอร์ที่กดไปอาจจะไม่เยอะเท่าช่างภาพรุ่นใหม่ คือเราจะเห็นภาพก่อนแล้วค่อยกดชัตเตอร์ขณะที่ช่างภาพในยุคปัจจุบันจะมีวิธีมองอีกแบบที่ถ่ายภาพปุ๊บแล้วคิดไปว่าจะโปรเซสยังไงต่อให้ภาพออกมาอย่างที่ต้องการ ดังนั้นจำนวนภาพถ่ายของผมไดฟ์นึงมีแค่ 10-20 รูปเอง อาจจะเป็นความชินกับการถ่ายด้วยฟิล์มแบบเมื่อก่อนด้วย ได้ถ่ายภาพแนวอื่นบ้างมั้ยครับ? จริงๆ ผมก็ชอบถ่ายแลนสเคปนะครับ ไวด์ไลฟ์ก็ชอบถ้ามีจังหวะและโอกาส แต่ขณะเดียวกันผมถ่ายคนน้อยมากเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบถ่ายนะ แต่ในบางครั้งผมอาจจะคุยกับคนไม่เก่ง ยกตัวอย่างช่างภาพถ่ายคนที่ผมนับถือคือคุณพิชญ์ เยาว์ภิรมย์ เป็นช่างภาพที่ดึงคาแร็คเตอร์คนออกมาได้ดีมาก เทคนิคพิเศษคือตีซี้คนง่ายมากเวลาไปเดินตลาดไม่ถึงชั่วโมงทั้งตลาดรู้จักคุณพิชญ์เรียบร้อยแล้ว สัตว์ใต้ทะเลที่คิดว่าถ่ายยากในมุมมองของคุณนัท? เยอะมาก ฉลามหัวค้อนเป็นอีกตัวอย่างนึงที่ถือว่าถ่ายยาก เป็นฉลามที่ขี้อายมาก คือเขาจะกลัวเสียงฟองอากาศของเรามาก บางทีว่ายมา 30-40 ตัวพอได้ยินเสียงฟองอากาศปุ๊บกระจายหายไปเลย ผมถ่ายภาพมา 20 ปีได้ภาพฉลามหัวค้อนดีๆ ไม่เกิน 10 รูป ส่วนใหญ่คือต้องแอบอยู่หลังโขดหินและพยายามหายใจให้น้อยที่สุดรอจนเข้ามาใกล้ได้จังหวะแล้วถ่าย มีสัตว์ชนิดไหนอีกมั้ยครับที่อยากถ่ายแต่ยังไม่ได้ถ่าย? เยอะมากครับส่วนใหญ่จะเป็นวาฬ เช่น วาฬบลูด้า วาฬสเปิร์ม วาฬสีน้ำเงิน โอกาสที่จะเจอวาฬไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้จังหวะและเวลาที่เหมาะจริงๆ ช่วยเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นให้ฟังหน่อยครับ? มีไม่ค่อยบ่อยเพราะปกติก็ต้องระวังตัวเองเต็มที่ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของสัตว์แต่เป็นทะเล กลัวกระแสน้ำในบางจุดดำน้ำมันเป็นช่องแคบ ทำให้มีกระแสน้ำกดลงเป็นสิ่งที่อันตรายมากเพราะสามารถดูดเราลงไปใต้น้ำได้ ในการดำน้ำที่โคโดโมหรือบาหลี ผมพยายามอยู่ติดโขดหินตลอดเพราะบางครั้งกระแสน้ำเปลี่ยนอย่างรวดเร็วค่อนข้างอันตราย ลายเซ็นในภาพที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าเป็นผลงานของคุณนัท? ผมว่าเรื่องลายเซ็นต้องให้คนอื่นดู อาจเป็นเรื่องความใกล้ชิด น่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างคนกับสัตว์มากกว่า ภาพที่ได้มาต้องผ่านการโปรเซสหน้าคอมพิวเตอร์หรือเปล่าครับ? รูปของผมต้องบอกเลยว่า 80% ค่อนข้างดูได้มาตั้งแต่ในกล้องแล้ว บางครั้งก็แทบไม่ได้ปรับอะไรเพิ่มเลยแต่ในบางครั้งพูดตรงๆ ว่าเป็นในแง่เทคนิค อย่างเช่นรูปครึ่งบกครึ่งน้ำข้างบนจะสว่างกว่าข้างล่างอยู่แล้วยังไงต้องผ่านการโปรเซสนิดหน่อยเพื่อจะเกลี่ยแสงด้านบนกับด้านล่างให้เท่ากัน กฎเหล็กประจำตัว? ผมพยายามไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่เห็นอยู่ตามธรรมชาติ สิ่งที่เห็นในภาพคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผมมองผ่านวิวไฟเดอร์ของผม แล้วก็พยายามรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด จะบอกว่าไม่รบกวนเลยคงเป็นไปไม่ได้ ความรู้สึกที่ได้เป็นไอดอลเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำให้ใครหลายคน? เป็นความรู้สึกที่ดี แต่ผมเองไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่น เชื่อว่ามีช่างภาพหลายๆ คนที่มีฝีมือดีกว่า เพียงแต่ว่าผมอาจทำงานตรงนี้มายาวนานคนเลยรู้จักมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง แล้วคุณนัทมีไอดอลกับเขามั้ยครับ? มีครับช่างภาพทุกคนย่อมมีช่างภาพในดวงใจ ส่วนผมมีหลายคนอยู่ถ้าเป็นต่างชาติชอบ ‘เดวิด ดูบิเลต์’ ช่างภาพเนชั่นแนลจีโอกราฟิกที่ผมเห็นผลงานเขามาตั้งแต่เด็กๆ ภาพของเขาถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากถ่ายรูปใต้น้ำ โดยรูปที่ประทับใจคือฝูงปลาบาร์ราคูด้าม้วนเป็นวงกลมแล้วมีนักดำน้ำอยู่ตรงกลาง ส่วนคนไทยนับถือเป็นพี่เชน หม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าที่ไม่ทำอย่างอื่นเลยนอกจากเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอย่างเดียว ใช้เวลาเป็นปีอยู่ในป่า ทำงานมา 30 กว่าปีตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังทำอยู่ถือว่าเป็นไอดอลของผมทั้งงานเขียนและงานถ่ายภาพ แอบรู้มาว่าคุณนัทเคยได้รางวัลถ่ายภาพระดับโลกมาด้วย? จะบอกว่าผมส่งรูปประกวดน้อยมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้ผมอยากส่งประกวดไม่ใช่เรื่องของรางวัลอย่างเดียวแต่อยู่ที่กรรมการตัดสินด้วย งานประกวดคราวนั้นคือ La Mer จัดประกวดร่วมกับเนชั่นแนลจีโอกราฟิก โดยได้ ‘ไบรอัน สเคอร์รี่’ ช่างภาพของเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ที่ส่งไปเพราะอยากให้เขาได้เห็นภาพ อยากรู้ว่ามองเห็นเหมือนที่เรามองมั้ยแล้วก็อยากรู้คำวิจารณ์จากปากเขาด้วย ซึ่งก็บอกกับเรามาว่าเป็นจังหวะภาพที่น่าประทับใจ เบื้องหลังภาพนี้จะบอกว่าฟลุคก็ได้นะ ตอนนั้นไปดำน้ำที่กาลาปากอส จังหวะกำลังจะขึ้นจากน้ำเห็นนกตัวนี้มาลอยตัวอยู่ตรงผิวน้ำแล้วมองมาที่ผมพอดี ในชีวิตช่างภาพใต้น้ำของคุณนัทใฝ่ฝันอยากไปเยือนที่ไหนอีกมั้ยครับ? อยากไปแอนตาร์กติกา อยากถ่ายเพนกวินใต้น้ำ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมันก็อยากเห็นสักครั้งในชีวิต www.okeanos-photobook.com/ FB : Nat Sumanatemeya

8 ท่า บริหารแขนกระชับ สำหรับ ว่าที่เจ้าสาว แบบเร่งด่วน 8วีค เห็นผล
ท่าบริหาร /  บริหารแขน / 

ก่อนจะเป็นเจ้าสาวคงต้องเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ที่เห็นได้อย่างชัดเจนเห็นจะหนีไม่พ้นรูปร่างเมื่ออยู่บนชุดเจ้าสาวสวยๆ ที่จะต้องเก็บภาพไว้ดูได้ตลอดชีวิตของเรานี่ล่ะค่ะ ที่สำคัญเอาการ โดยเฉพาะเจ้าสาวส่วนใหญ่ที่เลือกชุดแต่งงาน ในสไตล์เกาะอกสวยสง่าดั่งเจ้าหญิงในค่ำคืนสำคัญ สัดส่วนที่เผยให้เห็นมากที่สุดก็คงจะเป็นช่วงไหล่และแขน ยิ่งโดยเฉพาะหากใครมีปัญหาต้นแขนย้วยห้อย ไม่กระชับ คงเสียความมั่นใจแน่ๆ มาดูเทคนิค บริหารแขนกระชับ แบบเร่งด่วน สำหรับว่าที่เจ้าสาวโดยเฉพาะ กับ 8 ท่านี้ที่เราจัดมาให้ รับรองว่า เพียงแค่8อาทิตย์เท่านั้น แขนเฟิร์มรับชุดเจ้าสาวสาวๆ แน่นอนค่ะ มาเริ่มกันเลย 1.เริ่มจากการวอร์มอัพ ด้วยการนำดัมเบล น้ำหนักไม่ต้องมาก มาถือที่มือทั้งสองข้าง แล้วเหวี่ยงมือไปข้างหน้าสลับไปมา พร้อมกับ ขยับสโพกซ้ายขวาตามจังหวะการเหวี่ยงมือ หรือ ท่าต่อยมวยนี่หล่ะค่ะ โดยกำดัมเบลในมือไว้หลวมๆ เป็นการวอล์มแขนก่อน อย่าเกงข้อศอกนะคะ ทำไป ประมาณ 30-60 วินาที 2. บริหารแขนกระชับ ท่าที่สอง ให้เปลี่ยนมาใช้ดัมเบล น้ำหนัก 3-5 กิโลกรัม ถือไว้ในมือ เหยียดแขนขึ้นเหนือหัว จากนั้นทิ้งน้ำหนักดัมเบลไปที่ระหว่างกระดูกสะบักด้านหลัง ให้ข้อศอกงอชี้ขึ้นเพดาน แขนแนบใบหู ทำไปประมาณ 12-20 ครั้ง 3. ท่าที่สาม ไบเซ็พเคิร์ล ช่วยให้หน้าแขนกระชับ ถือดัมเบลไว้ วางแขนแนบลำตัวโดยหันดัมเบลออกไปด้านหน้า งอศอกยกแขนขึ้น โดยให้ข้อศอกแนบลำตัวในขณะที่ยกแขนขึ้นให้สุด แล้วปล่อยแขนลงมาให้ถึงสะโพก เพื่อใช้กล้ามเนื้อให้เต็มที่ ทำไปประมาณ 12-20 ครั้ง 4. ท่าที่สี่ ท่าฟลาย ช่วยกระชับช่วงไหล่ เริ่มจากเอามือมาไว้ตรงกลาง แล้วเหวี่ยงแขนออกด้านข้างพร้อมๆกัน ลักษณะคล้ายการกางปีกบินเหมือนนก ยกแขนขึ้นมาให้ขนานกับไหล่ทั้งสองข้าง โดยสามารถ นำท่าที่ 3และ4 มาผสมทำพร้อมกันได้เลย ทำไปประมาณ 12-20 ครั้ง 5. ท่าที่5 ท่าไตรเช็พดิป บริหารท้องแขนกระชับ วางแขนให้กว้างกว่าไหล่ หาเก้าอี้รองด้านหลัง หรือทำหน้าโซฟาก็ได้ เอามือวางเท้าที่โซฟา โดยพาดมือไปด้านหลัง ลงน้ำหนักที่สันมือ ย่อตัวลงแล้วงอศอก จากนั้นดันมือขึ้นเพื่อให้กลับมาอยู่ในท่าเดิม ทำไปประมาณ 12-20 ครั้ง 6. บริหารแขนกระชับ ท่าที่6 เน้นไหล่ด้านหลัง ย่อตัว ถือดัมเบลไว้ในมือ แล้วแอ่นสะโพกไปด้านหน้า พร้อมกับ ยกแขนขึ้นลง เน้นที่ศอกให้ออกแรงไปด้านหลัง ทำไปประมาณ 12-20 ครั้ง 7. ท่าที่7 ท้องแขนเป็นจุดสำคัญที่สุดของเจ้าสาว ท่าไตรเซ็พ ย่อเข่าลงที่พื้น วางมือไว้ด้านหน้า ให้ขนานกับช่วงไหล่ ถือดัมเบล แล้วยกแขนซ้ายขนาดลำตัว ขอศอกแล้วเหวี่ยงไปด้านหน้าด้านหลังสลับกัน หรือจะใช้ท่าแพลงค์ก็ได้เช่นกัน 8. ท่าบริหารไตเซ็พสุดท้าย นอนคว่ำที่พื้น ยกตัว วางมือไว้ระยะไหล่ คุกเข่า ใช้กล้ามเนื้อไตรเซ็พ แล้วก้มลงไปจนหน้าอกติดพื้น แล้วยกตัวขึ้นกลับมาอยู่ในท่าเดิม ทำไปประมาณ 12-20 ครั้ง เรื่องและภาพจาก Women Mthai Team

วงการเพลงไทยเศร้าซ้ำ! ตึ๋ง สมาชิกวงอินดี้ อัศจรรย์จักรวาล เสียชีวิตแล้ว
ตึ๋ง อัศจรรย์จักรวาล /  อัศจรรย์จักรวาล

วงการเพลงไทยเศร้าต่อเนื่อง วนรัฐ ไชยพันธุ์ หรือ ตึ๋ง อัศจรรย์จักรวาล นักร้องนำ-มือกีตาร์แห่งวงอินดี้ชื่อดัง อัศจรรย์จักรวาล เสียชีวิตด้วย วัย 37 ปี จากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นข่าวเศร้าของวงการเพลงอีกครั้ง เมื่อ วนรัฐ ไชยพันธุ์ หรือ ตึ๋ง ซาวด์ดีไซเนอร์ฝีมือดี และนักร้องนำ-มือกีตาร์แห่งวงอินดี้ อัศจรรย์จักรวาล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในหมู่คอเพลงนอกกระแสเมื่อหลายปีก่อน เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในวัย 37 ปี เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด โดยญาติจะจัดพิธีสวดอภิธรรมศพในวันที่1-4 สิงหาคม 2558 และฌาปณกิจ ในวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2558 ณ วัดน้อยสีคิ้วคณาราม อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา อัศจรรย์จักรวาล เป็นวงดนตรีนอกกระแสซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2549 ภายใต้สังกัด SO::ON Dry FLOWER จากการรวมตัวกันของสมาชิก 4 คน คือ ตึ๋ง วนรัตน์ (ร้องนำ-กีตาร์), ต้อม สัณห์สรฉัตรธร (กีตาร์), มนต์ ปฐมพล (กลอง) และ ปาล์ม นรรัตน์ (เบส-เปียโน) ภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ soondryflower และ wanarat.chaiyapan ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

จิตแพทย์ ชี้นักเขียน-ศิลปิน เสี่ยงฆ่าตัวตายสูงสุด
ฆ่าตัวตาย /  นักเขียน / 

จิตแพทย์ ชี้นักเขียน-ศิลปิน เสี่ยงฆ่าตัวตายสูงสุด แนะไม่ควรขุดคุ้ยสาเหตุของผู้พยายามฆ่าตัวตาย นายแพทย์วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิตปี 2556 พบว่า คนไทยมีการฆ่าตัวตายกว่าปีละ 3,900 ราย หรือเฉลี่ยฆ่าตัวตาย 1 คน ในทุก 2 ชั่วโมง ซึ่งช่วงอายุที่พบมากสุด คือ 30-39 ปี โดยผู้ชายฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าผู้หญิง 3.8 เท่า และเกือบ 90% ของผู้ฆ่าตัวตายต้องการความช่วยเหลือในด้านสุขภาพจิต นอกจากนี้ ยังพบว่า 2 ใน 3 มีอาการของโรคซึมเศร้าที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษา ที่สำคัญคือจากการศึกษาในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา พบว่า นักเขียนและศิลปิน เมื่อเทียบกับประชากรทั่วไปมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า 8-10 เท่า และมีโอกาสฆ่าตัวตายมากกว่าคนทั่วไป 6-18 เท่า จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต บอกว่า สาเหตุที่กลุ่มศิลปินมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า และฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ เนื่องจากศิลปินมีความสันโดดมากกว่าผู้อื่น มีความเซนซิทีฟต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ง่าย อีกทั้งบางครั้งไม่สามารถแสดงออก หรือระบายปัญหาของตนให้ใครรับทราบได้ จึงเข้าไม่ถึงบริการด้านสุขภาพจิต เพราะกลัวกระทบภาพลักษณ์ ขณะที่คนทั่วไปจะมองว่าศิลปินดาราจะต้องสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงได้รับความคาดหวังสูงจากคนในสังคม ทำให้บางคนรับแรงกดดันไม่ไหว ส่วนในต่างประเทศพบว่า ศิลปินที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง มักมีปัญหาเรื่องการใช้ยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต และการฆ่าตัวตายได้ในที่สุดเช่นกัน นายแพทย์วรตม์ ยังบอกอีกว่า ไม่อยากให้ทุกคนขุดคุ้ยสาเหตุของผู้พยายามฆ่าตัวตาย หรือฆ่าตัวตายไปแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่กลับไปแก้ไขไม่ได้อีก MThai News

ติดหรู!! เผยมูลค่ารวมเครื่องประดับ เดปาย ทะลุหลัก 5 แสนบาท
ปีศาจแดง /  เครื่องประดับ / 

รู้แล้วจะอึ้ง!! หลังจากมีการเปิดเผยมูลค่าเครื่องแต่งกายของ เมมฟิส เดปาย ปีกวันเดอร์คิดตัวใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยไม่รวมเสื้อผ้าที่สวมใส่มีราคาสูงถึง 9,923 ปอนด์ ตีเป็นเงินไทยสูงถึงราวๆ 540,000 บาท เลยทีเดียว หลังจากมีคนจับภาพ ปีกชาว ฮอลแลนด์ วัย 21 ปี เดินทางไปทัวร์ ปรี-ซีซั่น กับทัพ "ปีศาจแดง" ด้วย อุปกรณ์เสริมของเครื่องแต่งกายไม่ว่าจะเป็น แว่นกันแดด, กระเป๋า 2 ใบ, นาฬิกา, รองเท้า และโทรศัพท์มือถือ ล้วนแล้วแต่เป็นของแบรนด์เนมราคาสูงลิบด้วยกันทั้งสิ้น  เครื่องแต่งกายของ เดปาย มูลค่า 540,000 บาท - แว่นกันแดด Cazal 670/s มูลค่า 338 ปอนด์ (ประมาณ 18,000 บาท) - กระเป๋า Louis Vuitton 2 ใบ รวมมูลค่า 1,375 ปอนด์ (ประมาณ 75,000 บาท) - โทรศัพท์มือถือ iPhone สีทอง มูลค่า 4,166 ปอนด์ (ประมาณ 227,000 บาท) - นาฬิกา Bulova มูลค่า 1,999 ปอนด์ (ประมาณ 100,000 บาท) - รองเท้า Louis Flat มูลค่า 1,195 ปอนด์ (ประมาณ 65,000 บาท)

ประโยชน์เหลือเชื่อจาก เบกกิ้งโซดา ที่ทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด!
ทำความสะอาดบ้าน /  เบกกิ้งโซดา / 

เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) เรียกได้ว่าไปไอเทมที่น่าสนใจมากเลยก็ว่าได้ เพราะมันช่างสุดแสนจะสารพัดประโยชน์ ถ้าใครไม่เคยรู้ว่า เจ้าเบกกิ้งโซดานั้นดียังไง และใช้ทำอะไรได้บ้าง วันนี้เรามาเฉลยพร้อมๆกัน กับ 18 สิ่งที่เบกกิ้งโซดาสามารถทำได้ อย่างน่าเหลือเชื่อ คราบฝังลึกในกล่องพลาสติก บางทีทิ้งไว้นานๆก็เกิดคราบฝังลึก เป็นรอยด่างไม่สวย ไม่น่าชม ทำให้จานข้าว จานอาหารของเราไม่น่าพิสมัย ไม่น่ารับประทาน  เพื่อความใหม่กิ๊ง ใช้ฟองน้ำสะอาดกับเบกกิ้งโซดาขัดเบาๆ หรือหากคราบนั้นมันฝังลึกรุนแรง แช่เบกกิ้งโซดา 4 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่นจำนวนหนึ่ง รับรองเห็นผล กลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็น เบกกิ้งโซดาจะช่วยดูดซับกลิ่นที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์ออกไป ทำให้รสชาติอาหาร หรือ กลิ่นเหม็นๆไม่ติดอาหารที่เรากินด้วย ล้างผัก ผลไม้ ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำผลไม้ จะช่วยชะล้างสิ่งสกปรก และ แว็กซ์ที่เคลือบผลไม้ไว้ ทำความสะอาดห้องครัว คราบสกปรกมากมายที่อยู่ตามห้องครัว สามารถกำจัดออกไปได้ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดากับน้ำเปล่า ทำความสะอาดเพื่อซิ้งค์น้ำ ไมโครเวฟ เตาทำอาหาร ต่างๆ คราบฝังลึกในจานชามและกระทะ ไม่ต้องห่วงเบกกิ้งโซดาดูแลคุณได้ กลิ่นไม่พึงประสงค์ในฟองน้ำล้างจาน จุ่มฟองน้ำเปียกในเบกกิ้งโซดาและทำความสะอาด ด้วยการบีบน้ำเข้าออก ก็จะทำให้ยืดอายุฟองน้ำได้เพิ่มขึ้น พรมหรือโซฟาเบาะนวมที่มีกลิ่นเหม็นอับ เพียงแค่พรมเบาๆด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำ แล้วทิ้งไว้ราวๆ 15 นาที แล้วดูดฝุ่นซะ เตียงสัตว์เลี้ยงที่สุดสกปรก เช่นเดียวกับข้อบนนั่นแหละ เสื้อผ้าที่สุดสกปรก จะเสื้อขาวหรือเสื้อสีสันสดใส ถ้าอยากให้ผ้าสดใส อย่าลืมใส่เบกกิ้งโซดาไปด้วย ผสมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด จะช่วยรักษาระดับ pH ทำให้เสื้อผ้าสะอาดมากยิ่งขึ้น เพื่อนรักของห้องน้ำ ไม่ว่าจะขัดอ่างอาบน้ำ ซิ้งค์ล้างมือ ฝักบัว ก็สามารถใช้เบกกิ้งโซดาขัดและทำความสะอาดได้ ระบายท่ออุดตันหายห่วง (ใช้ร่วมกับน้ำส้มสายชู) ใช้เบกกิ้งโซดาครึ่งถ้วยตวง ตามด้วย น้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยตวง แล้วอุดด้วยผ้าเปียกไว้ จากนั้นจึงราดน้ำอุ่นลงไป รับรองท่อไม่อุดตัน ลดกลิ่นในรองเท้าผ้าใบเหม็นอับ ออกกำลังกายมา เหงื่อแน่นๆเต็มรองเท้า แต่พ่นฉีดเบกกิ้งโซดาผสมน้ำในรองเท้า หรือ กระเป๋าใส่รองเท้า กลิ่นจะหายไป ลดกลิ่นขยะ ใส่เบกกิ้งโซดารองใต้ขยะไว้ กลิ่นขยะก็หายไปเช่นเดียวกัน บ๊ายบายน้ำมันในโรงรถ ปัญหากวนใจ เห็นเป็นรอยด่างเป็นประจำ ใช้เบกกิ้งโซดาขัดๆถูๆที่พื้นเปียกสิ รับรองหายเกลี้ยง กำจัดคราบติดตะแกรงย่างที่ติดแน่น ตั้งนานกว่าจะขัดออก แค่ใช้เบกกิ้งโซดาขัดๆถูๆก็หาย เหมือนได้ตะแกรงใหม่เลยล่ะ กำจัดคราบสกปรกที่อยู่ตามเฟอร์นิเจอร์นอกบ้าน ดูและและรักษาความสะอาดด้วยการเช็ดด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำสิ รับรองว่าเหมือนได้ใหม่เลยล่ะ กำจัดกลิ่นอับชื้นในตู้เสื้อผ้า เช่นเดียวกับตู้เย็น เก็บเบกกิ้งโซดาแบบเปิดฝาไว้ในตู้เสื้อผ้า กลิ่นไม่พึงประสงค์หายเกลี้ยง สร้างความวาววับให้กับเครื่องประดับที่หม่นหมอง ถ้าตุ้มหู เครื่องเงิน เครื่องประดับที่คุณรัก ไม่วิบวับเหมือนแต่ก่อนแล้ว แค่ใช้เบกกิ้งโซดาสามส่วนต่อน้ำหนึ่งส่วน กับผ้านุ่มๆ เช็ด รับรองกลับมาวิ้งเหมือนเดิมแน่นอน เรียกได้ว่า เป็นไอเทมที่ครอบครัว ครอบจักรวาล จริงๆ เพราะไม่ว่าจะตรงไหนของบ้าน เราก็สามารถหยิบเจ้าเบกกิ้งโซดามาทำความสะอาดได้โม้ด อ้อ นอกจากนี้เจ้าเบกกิ้งโซดายังสามารถนำมาขัดสิวเสี้ยนได้ด้วยนะ แล้วทำให้ผิวนิ่มเชียวล่ะ ที่สำคัญราคานั้นก็ถูกแสนถูก คุณแม่บ้านอย่าลืมหามาใช้นะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน ที่มา cosmopolitan เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ลูกตลกดัง โหน่ง ชะชะช่า ซิ่งเก๋งควํ่า รอดปาฏิหาริย์!
น้องบุหรี่ /  รถชน / 

ลูกชายตลกดัง "โหน่ง 3 ช่า" รอดปาฏิหาริย์! หลังรถพลิกคว่ำตีลังกากลางถนนแถวคลอง 11ธัญบุรี ล่าสุดปลอดภัยแล้ว รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (30 ก.ค. 58) นายศิวนาถ เอี่ยมสุข หรือน้องบุหรี่ อายุ 24 ปี ลูกชายของนายชูศักดิ์ เอี่ยมสุข หรือ โหน่ง ชะชะช่า ดาราตลก-พิธีกรชื่อดัง ได้ประสบอุบัติเหตุขับรถพลิกคว่ำ ที่บริเวณถนนรังสิต-นครนายก หน้าวัดสระบัว คลอง 11 หมู่ 2 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นเหตุทำให้เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ช่วยปฐมพยาบาลก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา และล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ขณะที่โหน่ง ชะชะช่า ได้เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้าเยี่ยมอาการของบุตรชายว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายตนขับรถไปส่งบะหมี่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตามร้านแฟรนไชส์ ในจ.นครนายก ตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 29 ก.ค. และนอนค้างที่จ.นครนายก กระทั่งวันเกิดเหตุแจ้งว่า กำลังจะเดินทางกลับมาบ้านย่านคลองสี่ แต่มาเกิดอุบัติเหตุก่อนถึงบ้าน โดยลูกเล่าให้ฟังขณะยังมีอาการงง ๆ เบลอๆ ว่า ช่วงเกิดเหตุถนนชื้นเล็กน้อย ระหว่างนั้นมีรถน้ำแข็งตัดหน้า ทำให้ลูกชายหักหลบจึงควบคุมรถไม่ได้ ประกอบกับถนนลื่นรถจึงพลิกคว่ำหลายตลบ แต่โชคดีที่รถเก๋งไปติดคาท่อริมคลอง ไม่ตกลงไปในคลอง จึงเจ็บแค่ดั้งจมูก มิเช่นนั้นคงบาดเจ็บมากกว่านี้ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

พ่อ'สิงห์ Sqweez Animal' เผยรู้สึกผิด ช่วยชีวิตลูกไว้ไม่ได้
#RIPsingha /  SQWEEZ ANIMAL / 

ครอบครัวมุสิกพงศ์ ฝากศพ "สิงห์ สควีซ แอนนิมอล" ไว้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 2 วัน ก่อนรับศพทำพิธีเสาร์นี้ ขณะที่พ่อเผยรู้สึกผิด ช่วยชีวิตลูกชายไว้ไม่ได้ วันนี้ (30 ก.ค. 58) นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. พร้อมภรรยา และลูกชาย รวมทั้งนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. เดินทางเข้าติดต่อที่แผนกนิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ เพื่อทำเรื่องฝากศพนายประชาธิป มุสิกพงศ์ หรือสิงห์ มือกีตาร์วงสควีซ แอนนิมอล หลังจากกระโดดคอนโดมิเนียมย่านทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งนี้ นายวีระกานต์ เผยทั้งน้ำตาว่า ขอขอบคุณ และรู้สึกซาบซึ้งใจที่สื่อมวลชนมีน้ำใจต่อครอบครัว วันนี้ได้นำเสื้อผ้าชุดที่ลูกชายชอบมาเปลี่ยนให้ ซึ่งตนไม่เคยทำ แต่ต้องขอฝากศพไว้ก่อน เนื่องจากติดวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ทางวัดธาตุทอง จึงยังไม่สะดวกทำพิธีศพ จากนั้น จะมารับศพในวันเสาร์ (1 สิงหาคม) เวลา 13.00 น. ก่อนรดน้ำศพ เวลา 16.00 น.ในวันเดียวกัน และสวดพระอภิธรรม 3 คืน ก่อนทำพิธีฌาปนกิจ วันอังคารที่ 4 สิงหาคมนี้ นายวีระกานต์ ยังเผยว่า ปกติลูกชายเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยบอกถึงปัญหากับพ่อ เพราะเกรงใจที่ทำงานเยอะ ไม่อยากนำเรื่องยุ่งยากมาให้ ส่วนใหญ่จะปรึกษากับแม่ หลังทราบว่าลูกชายมีปัญหาเรื่องความรักก็คิดว่าจะเคลียร์กันได้ เพราะลูกบอกว่าไม่ได้โกรธกัน ต่อมาตนให้ภรรยาโทรศัพท์ไปบอกลูกชายกลับบ้าน พ่อจะรอที่บ้าน แต่ลูกไม่กลับ ก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น และรู้สึกว่าเป็นความผิดของตนที่ไม่เดินทางไปหาลูก ทั้งที่มีโอกาสแต่ไม่คว้าเอาไว้ มารู้ตัวเมื่อสายเกินไปแล้ว ด้านจดหมายที่สิงห์เขียนไว้ก่อนเสียชีวิต มีเนื้อหาระบุว่า รักทุกคนในครอบครัว ชีวิตนี้ได้ออกอัลบั้ม ทำตามความฝันของตัวเอง และยังได้เป็นคนรักของผู้หญิงที่ดีที่สุดคนหนึ่ง รู้สึกภูมิใจ กับชีวิตนี้ที่พอแล้ว ขณะที่ผู้หญิงที่ลูกระบุไว้ซึ่งลูกรักมากก็ได้ติดต่อมาพูดคุย และเดินทางไปที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด เกรงทำให้ผู้หญิงเสียหาย และตัวเองไม่ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชน ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

Jaxon Cota เด็กอัจฉริยะ ขอเลือกใช้ชีวิตตามวัยเด็ก ทั้งที่สอบเทียบเข้ามหาลัยได้
The School โรงเรียนป่วน ก๊วนนักเรียนแสบ /  ต่างประเทศ / 

โดยปกติแล้วคนเราจะมี I.Q. เฉลี่ยอยู่ที่ 90 - 109 แต่ "Jaxon Cota" เด็กชายวัย 11 ขวบคนนี้มี I.Q. ถึง 148 เข้าขั้นอัจฉริยะ (very superior) เลยทีเดียว และส่วนมากที่เราเห็นตามข่าวเด็กที่มีไอคิวสูงๆ นั้นมักจะสอบเข้า(หรือสอบเทียบ) เรียนที่มหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือเรียนจบปริญญา เข้ามาช่วยงานวิจัย งานวิทยาศาสตร์มากมาย ซึ่ง Jaxon Cota ก็เป็นเด็กหนึ่งในนั้น แต่! เขาขอเลือกที่จะใช้ชีวิตเหมือนเด็ก 11 ขวบทั่วไป เรื่องราวจะเป็นอย่างไรมาติดตามกันเลยค่ะ Jaxon Cota เด็กอัจฉริยะ ขอเลือกใช้ชีวิตตามวัยเด็ก ทั้งที่สอบเทียบเข้ามหาลัยได้ Jaxon Cota เด็กอัจฉริยะ ขอเลือกใช้ชีวิตตามวัยเด็ก ทั้งที่สอบเทียบเข้ามหาลัยได้ Jaxon Cota เด็กชายวัย 11 ขวบ จากเมืองแม็คคินนี่ รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา คนนี้มีไอคิวสูงถึง 148 ซึ่งถือว่าเข้าขั้นอัจฉริยะ (very superior) เลยทีเดียว Jaxon ได้รับการยอมรับจาก MENSA (สมาคมของผู้ที่ผ่านการทดสอบความอัจฉริยะจากแบบทดสอบมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล) ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ขวบ ว่าเขามีความอัจฉริยะอยู่ในตัว ย้อนกลับไปตอนที่ Jaxon Cota อายุ 2 ขวบ ขณะที่เขากำลังเล่นกับเด็กคนอื่นๆ อยู่นั้น เขาได้มองผ่านคุณแม่แล้วพูดตัวเลขออกมา "78" ในตอนแรกแม่ของเขาก็ยังไม่คิดอะไรจนกระทั้งเธอหันไปดูที่กำแพงและเห็นตัวเลข 78 เหมือนที่  Jaxon พูดเป๊ะๆ และเขายิ่งทำให้แม่ประหลาดใจเขาไปอีกเมื่อเขาออกเสียงเป็นตัวเลข "350" ที่เขาเห็นตรงเตาอบ, อ่านตัวเลขยาวติดกันถึง 15 ตัว ทั้งๆ ที่เขายังไม่เข้าโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ ก็เริ่มเผยแววออกมาซะแล้ว! ปัจจุบัน Jaxon Cota เข้าลงแข่งขันคณิตศาสตร์ MathCON ของเด็กระดับเกรด 5-12 ซึ่งเขาสามารถทำคะแนนได้แทบจะสมบูรณ์แบบ เขาได้อันดับ 7 ซึ่งทำคะแนนเบียดนักเรียนคู่แข่งไปกว่า 45,000  คนเลยทีเดียว เวลาว่างของ Jaxon Cota ก็เหมือนเด็กปกติทั่วไป เขาชอบเล่นเบสบอล และสนุกกับเล่น Rube Goldberg Machine (คือการนำสิ่งของรอบตัวมาเรียงต่อกัน แล้วทำให้ล้มคล้ายกับโดมิโน) ซึ่ง Jaxon บอกว่า "เขาได้ลองผิดลองถูก ถ้าผิดพลาดก็ต้องแก้ไขไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเราก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีนั่นเอง" Jaxon มีความสามารถและสติปัญญาที่เกินเด็กในวัยเดียวกันมาก ซึ่งเขาสามารถสอบเทียบวิทยาลัยและเข้าไปเรียนได้อย่างสบายๆ แต่! ตอนนี้เขาอยากจะเป็นแค่เด็กธรรมดาๆ ใช้เวลาช่วงนี้ให้เต็มที่มากกว่า ^^ Jaxon Cota ยังบอกอีกว่าการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ นั่นเพราะเขาจะไม่ได้เล่นเบสบอล ไม่ได้เล่น ออกไปเที่ยว หรือใช้เวลากับเพื่อนๆ และครอบครัว ซึ่งพ่อแม่ของเขาบอกให้ฟังอีกว่า นี่เป็นสิ่งที่ดีแล้วที่เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตตามวัย ได้เติบโตในสังคมพร้อมกับเพื่อนๆ ของเขา source www.nbcnews.com

สาเหตุรถติด! 18ล้อ ชนเสาไฟโค่น47ต้น ขวางถ.เทพารักษ์
18ล้อ /  47ต้น / 

รถเทรลเลอร์ พ่วง 18 ล้อ เฉี่ยวเสาไฟฟ้า ล้ม 47 ต้น ต้องปิดถ.เทพารักษ์ คาดใช้เวลาเคลียร์พื้นที่เร็วสุดคืนนี้ โปรดเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เกิดเหตุ รถเทรลเลอร์ พ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่สีขาว เฉี่ยวเสาไฟฟ้า บริเวณจุดกลับรถหน้าปั๊ม ปตท.เทพารักษ์ กม.18 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าล้มเป็นระยะทาง 1.5 กม. รวมทั้งหมด 47 ต้น ทำให้มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์เสียหายหลายคัน และบางต้นพาดข้ามมาอีกฝั่งของถนน ตำรวจต้องปิดถนนขาเข้าและขาออก กม.19 ถนนเทพารักษ์ ตั้งแต่หน้า ไทวัสดุ ถึง บริษัทไทยแอโรว์ โดยรถ 18 ล้อ คันดังกล่าว คนขับคือ นายสุเทพ เอี่ยมสำอางค์ อายุ 48 ปี อ้างว่า เลี้ยวรถออกมาจากบริษัท และเตรียมกลับรถ แต่หักไม่พ้น จึงถอยรถเพื่อตั้งลำจะเลี้ยวใหม่ แต่พลาดถอยชนเสาไฟฟ้าที่อยู่ริมถนนล้มเป็นทางยาวอย่างที่เห็น ด้านเจ้าหน้าที่ได้ประสาน การไฟฟ้าฯ ทำการตัดกระแสไฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่ามีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ได้รับความเสียหายจากการถูกเสาไฟฟ้าล้มทับและสายไฟฟ้าแรงสูงหล่นลงมาทับอีก 22 คัน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน นำส่งรพ.จุฬารัตน์ 3 อีกทั้งประสานเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าเคลียร์พื้นที่ คาดใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง จึงจะสามารถเปิดการจราจรบางส่วนได้ ทั้งนี้ ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถ 18 ล้อ ขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินทางราชการและทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย รวมถึงขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้คนอื่นได้รับบาดเจ็บ ส่วนเสาไฟฟ้าที่ล้มทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ จะทำการเปลี่ยนเสาต้นใหม่โดยใช้เวลาประมาณ 1 วัน จึงจะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้บางส่วน ที่มา จส.100 ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

บูบู้ สะดุ้ง!! หมอดูทักดวง ตุ๊กกี้ โดนสวมเขา
ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ /  บูบู้ กำธร / 

ทำเอาตลกหญิงซุปตาร์ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ถึงกับยิ้มรับ หลังทราบอาการคุณแม่ที่เข้ารักษาผ่าตัดนิ่วในกรวยไตปลอดภัยดี บอกเป็นห่วงคุณแม่มากถึงกับบินไปเยี่ยมชิดขอบเตียงคนไข้ ทั้งนี้เจ้าตัวยังเผยเตรียมพักงานชั่วคราวประมาณ 2 วีค เพื่อดูแลคุณพ่อที่กำลังป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เมินหมอดูฟันธงดวงมีเกณฑ์โดนสวมเขา บอกไว้ใจสุดๆ ด้านแฟนหนุ่ม บูบู้ กำธร รีบส่ายหัวยืนยันไม่ใช่คนเจ้าชู้ เรื่องนอกใจคุยสาวอื่นไม่มีแน่นอน!! ตุ๊กกี้ : "อาการของคุณแม่ดีแล้ว หลังจากผ่าตัดนิ่วในกรวยไตข้างซ้าย เมื่อวานก็ไปตัดไหมเรียบร้อยแล้ว จริงๆ ท่านปวดมาหลายเดือนแล้ว แต่กลัวหนูจะเป็นห่วง แต่สุดท้ายคุณพ่อหนูต้องโทรหาบูบู้เพื่อให้บอกหนูอีกที อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ ต้องรีบรักษาเลย ตอนนี้คุณแม่ก็หายดีแล้วค่ะ" บูบู้ : "พอผมบอกตุ๊กกี้ เค้าก็บินไปหาแม่ทันทีเลย" ตุ๊กกี้ : "หนูคิดว่าสาเหตุเกิดมาจากคุณแม่อั้นปัสสาวะบ่อยๆ จนเป็นนิ่วในกรวยไต ทางคุณหมอก็บอกหนูว่าโรคไม่หายขาดน่ะ ถ้าไม่รักษาดีๆ นิ่วก็อยากจะเกิดขึ้นมาใหม่ หนูก็พยายามบอกกับคุณแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง แต่ด้วยความเป็นลูกถ้าแม่ป่วยแค่ไข้หวัดลูกก็เป็นห่วงแล้วค่ะ" ตุ๊กกี้ : "ส่วนเรื่องที่หยุดรับงานชั่วคราว ไม่ใช่กรณีคุณแม่ แต่เป็นคุณพ่อที่ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ข้อที่ 3และ4 อาการคุณพ่อตอนนี้คือด้านซ้ายของคุณพ่อจะเป็นเหน็บชา ต้องผ่าตัดอย่างเดียว แต่คุณหมอบอกติดอยู่เรื่องเดียว คือคุณพ่อมีอายุเยอะแล้ว อาจจะกลับมาไม่เต็มร้อย พอพูดคำนี้มาหนูไม่รู้จะทำยังไงดี แต่คุณหมอก็บอกว่าให้เราพยายามที่จะพูดคุยกับท่านบ่อยๆ คาดว่าช่วงเดือนกันยายนต้องพักงานประมาณ 2 อาทิตย์ค่ะ" บูบู้ : "ผมก็ให้กำลังใจโดยหยอกล้อ(ตุ๊กกี้พูดเสริมหยอกจนร้อง) เพื่อไม่ให้เค้าเครียด อยากให้เค้าคิดในเชิงบวก ทำให้หัวเราะบ้าง" ตุ๊กกี้ : "อย่างเวลาที่หนูโทรหาคุณหมอเสร็จ บูบู้เค้าจะทำอาหารเต็มโต๊ะ แล้วก็บอกว่าถ้าหนูไม่กินทานเดี๋ยวจะผอม หนุ่มๆ จะเข้ามาจีบน่ะ เค้าอยากให้เราหัวเราะค่ะ" ตุ๊กกี้ : "ล่าสุดเจอหมอลักษณ์ฟันธงว่าจะโดนสวมเขา ใช่ฝรั่งสาวๆ ที่มาสักบ่อยๆ หรือเปล่า" บูบู้ : "เยี่ยมไปเลยครับผม ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้ว ฝรั่งเขาคงชอบบรรยากาศของร้าน ถึงมาสักบ่อยๆ (หัวเราะ)" ตุ๊กกี้ : "จริงๆ มันเลยวัยที่จะคิดเรื่องชู้สาว หนูไม่เคยคิดเรื่องนอกใจเลย ไว้ใจค่ะ" บูบู้ : "ที่จริงแล้ว ร้านมีกล้องวงจรปิดไง ผมจะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วครับ แต่ผมเองก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้ มีแฟนแล้วก็จบครับ" ตุ๊กกี้ : "กับเรื่องแต่งงาน บอกเลยว่าหนูลืมเรื่องนี้ไปแล้ว อยู่แบบนี้ก็มีความสุขดี ถ้าเป็นเรื่องผูกข้อไม้ข้อมือต้องมีแน่นอนค่ะ" ขอบคุณภาพจาก IG : @tukky66 ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ตุ๊กกี้ - บูบู้ ตุ๊กกี้ - บูบู้ ตุ๊กกี้ - บูบู้ ตุ๊กกี้ - บูบู้ ภาพIG ตุ๊กกี้ ภาพIG ตุ๊กกี้

อั้ม - นัท ฟิตปึ๋งปั๋ง คลั่ง...อยากมีลูก!!!
อั้ม อธิชาติ /  นัท มีเรีย / 

ยังคงหวานชื่นกันอยู่ตลอดๆ สำหรับคู่รักคนบันเทิง อั้ม อธิชาติ กับ นัท มีเรีย ก่อนแต่งงานหวานเยิ้มยังไง ปัจจุบันก็ยังหวานเยิ้มอยู่เยี่ยงนั้น เรียกว่าความรักไม่มีหมดโปรโมชั่น รักกั๊น...รักกัน บรรลือโลกไปเลยทีเดียว ซึ่งคู่นี้จัดว่าเป็นสามี-ภรรยาอีกหนึ่งคู่ที่ยังไม่มีเบบี๋มาให้เพื่อนพ้องพี่น้องร่วมวงการได้อุ้มเล่น แต่ก็อยากมีใจจะขาดนะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากมี ติดอยู่นิดเดียวตรงเรื่องปัญหาสุขภาพนี่แหละ เพราะสาวนัทคนงามเธอมีปัญหาเรื่องซีสต์ที่รังไข่ แต่จุดนี้ใช่ว่าจะหมดความหวังซะทีเดียวนะฮ้า เพราะช่วงหลังๆ กระแสรักสุขภาพมาแรง ทั้งคู่เลยออกกำลังกายเป็นว่าเล่น ฟิตปึ๋งปั๋งเพิ่มพลังให้ร่างกายน่าดู คงจะหวังว่าหากร่างกายแข็งแรงขึ้นมาอีกสักหน่อย คงมีโอกาสได้เฮลั่นปั๊มน้องท้องป่องทันคนอื่นเขาสักทีละมั้ง ล่าสุดยังคงหวานชื่นเป็นคู่รักที่หลายๆ คนอิจฉา ไปไหนไปกัน ท่องเที่ยวเมามันส์ ทำงานสนุกสนาน แหมๆๆ เอาจริงๆ ถ้ามีลูกไม่ได้ดั่งใจหวัง รักกันเพียงลำพัง 2 คน ก็มีความสุขดีนะเออ เอ้า!!! ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ สู้ต่อไปนะยูวววว อั้ม-นัท อั้ม-นัท อั้ม-นัท

ประดิษฐ์ PC สะพายพกพาสุดแจ่ม อ้างอิงจากเกมส์ Shadowrun
Shadowrun

ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ PC มีน้ำหนักที่มากขึ้น สอดคล้องกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีขนาดใหญ่ รอบรับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน แต่สำหรับผู้เล่นเกมส์ต่างประเทศเล็งเห็นกับปัญหาดังกล่าวและเกิดความคิดด้วยการผลิต PC ขนาดพกพาโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเกมส์ Shadowrun กับอุปกรณ์ Cyberderk chimerus ผู้ดัดแปลงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เปิดเผยว่า เขามีไอเดียผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาเหมือนกับเกมส์ Shadowrun เริ่มต้นหาคีย์บอร์ดอิเลคโทนรุ่นเก่าๆยี่ห้อ Casio ที่สั่งซื้อจากเว็บไซต์ ebay เพื่อใช้เป็นโครงหลักเพื่อประกอบบรรดาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์และหน้าจอมอนิเตอร์โฉมใหม่ โดยหน้าจอคอมฯสามารถพับเปิด-ปิดเหมือนโน๊ตบุค ขณะที่บริเวณตัวเครื่องด้านข้างติดตั้งฮาร์ดดิสก์และพัดลมระบายอากาศ และมีสายสะพายสำหรับแบก PC ที่สามารถพกไปไหนก็ได้ และมีน้ำหนักรวมถึง 7 กิโลกรัม ด้านรูปลักษณ์ภายนอกมีการตกแต่งให้มีสีสันให้ดูสวยงาม ภาพอุปกรณ์ PC สะพายพกพาจากเกมส์ Shadowrun แม้ต้นทุนลงแรงและการผลิตดูมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่การที่ได้ทำและฝันเป็นจริงแล้วนั้น ผู้เล่นจะลืมค่าใช้จ่ายและการลงแรงทุกอย่า แปรเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจ แหล่งข้อมูลจาก Instructables ขั้นตอนการออกแบบดัดแปลง PC สะพายพกพา เหมือนกับเกมส์ Shadowrun

ริมคลองประปาก็ชิวได้ @ ทรีแมงโก้ ประชาชื่น
คลองประปา /  นั่งชิว / 

สวัสดีครับวันนี้ Mafia Food By FoodMThai จะพาทุกท่านไปนั่งชิว กินขนม ชมบรรยากาศ  และชิมอาหารรสเด็ด กันริมคลองประปา ที่ร้าน ทรีแมงโก้ สาขา ประชาชื่นกัน ซึ่งคุณโก้ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ทรีแมงโก้ ประกอบ ไปด้วยมะม่วง 3 รสชาติ มีทั้ง มะม่วงมัน มะม่วงดิบ และมะม่วงสุก ซึ่งในแต่ละรสชาติก็จะมีความหมายถึงคอนเซ็ปต์ของร้านในแต่ละโซน " มะม่วงสุกก็เป็นโซนเบเกอรี่ กาแฟ เปิดให้บริการตั้ง 10.00 - 24.00  มะม่วงมัน ก็จะเป็นโซนอาหารด้านนอก มีอาหารและดนตรีสดให้นั่งฟังกันเพลินๆ จะเปิดให้บริการในช่วง 17.00 - 01.00 น. มะม่วงดิบจะเป็นพื้นที่สำหรับเอาไว้เป็นคลาสเรียน มีทั้งเวิร์คชอป ดนตรี ศิลปะ จะเปิดให้บริการในวัน หยุด เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด นขัตฤกษ์" ร้านดี ๆ มีคอนเซปต์แบบนี้ หลายคนคง อยากรู้แล้วสินะ ว่ามีอะไรอร่อยบ้าง ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาเลยครับ บรรยากาศ ด้านนอก โซนมะม่วงสุก บรรยากาศภายในโซนมะม่วงสุก การเดินทางมาที่ร้านนั้นก็ไม่ยาก วิ่งตรงมาจากหลักสี่ เข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าปากเกร็ด เจอแยกเข้าถนนเลียบคลองประปา เลี้ยวซ้าย จะเจอร้านอยู่ทางขวามือติดถนน เลียบคลองประปา ซึ่งวันนี้เราเลือกนั่งกันที่ โซน เบเกอรี่ หรือโซนมะม่วงสุก กลิ่นหอมของ เบเกอรี่ และ กาแฟ เตะจมูกให้ชวนหิว งั้นเราสั่งอะไรอร่อยๆ มากินกันเลยดีกว่า เมนูแรก โดนัททอดมันกุ้ง แซลมอนทอดราดซอสเขียวหวาน ลาบ ทรีแมงโก้  (ลาบแซลมอน ปลาหมึกและกุ้ง) อาหารน่ากินทั้งนั้น พิธีกรของเรา ลงมือจัดการแล้วครับ และแน่นอนว่าความอร่อยยังไม่หมดแค่นี้ อยู่ในโซนแห่งความสุข ทั้งที เราจะไม่มีเครื่องดื่ม และของหวาน อร่อย ๆ มาเสิร์ฟได้ยังไงงั้นไปทานกันต่อเลยครับ ขนมและเค้ก ของร้าน ทรีแมงโก้ เมนู Strawberry Supreme Latte Frapuccino Coffee Dip (ลาเต้ปั่นหอมหวานมันแซมด้วยกาแฟดิป ไอศครีมกาแฟดำ) เรดเวลเว็ท (Red Velvet)  เค้กช็อกโกแลตแดงรสหอมหวานนุ่มทานคู่กับครีมชีสและแซมรสเปรี้ยวของซอสสตอเบอร์รี่ “ทีรามิสุ” รสขมหอมหวาน โรยผงโกโก้ เมนูเด่นและขายดีของทางร้าน นอกจากโซน มะม่วงสุกแล้ว ร้าน ทรีแมงโก้ ยังมีอีกสองโซน คือ มะม่วงมัน สำหรับคนชอบทานอาหารในบรรยากาศยามเย็น ฟังดนตรีสด สังสรรค์กับชาวแก๊งค์ หรือ จะมาดินเนอร์กับคนรู้ใจก็ได้บรรยากาศมากๆ โซนสุดท้ายถ้าไม่พูดถึงก็จะไม่ครบ ทรีแมงโก้  กับโซน มะม่วงดิบ ซึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ และเป็นคลาสเรียน มีทั้งเวิร์กชอป ดนตรี ศิลปะ มาที่นี่ก็สามารถทำกิจกรรมได้หมด ใครอยากลอง บรรยากาศชิวๆ สบายๆ อาหารอร่อย ริมถนนเลียบคลองประปาก็ไปได้เลยครับ ที่ร้าน ทรีแมงโก้ สาขา ประชาชื่น รับรองว่า ชิวลืมบรรยากาศภายนอกไปเลย ส่วนวันนี้ก็คงต้องขอลากันไปก่อน แล้ว แล้วพบกันใหม่ครับ !!! กิจกรรม สมาชิก MThai ร่วมตอบคำถามลุ้นรับ Gift voucher 500 2 รางวัลและ ของรางวัลพรีเมียมจากร้านทรีแมงโก้อีก 5 รางวัล  เพียงตอบคำถามว่า ? *** ทรีแมงโก้ คือมะม่วง 3  รสชาติ วันนี้ เราพาไปชิมอาหารอร่อย ๆ ที่มะม่วงโซนไหน ***   ** สมาชิกท่านไหน ตอบถูก และทำตามกติกาครบถ้วน รับรางวัลไปเลย  ร่วมสนุกตอบคำถามได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 6 สิงหาคม 2558 (ประกาศรายชื่อผู้โชคดี 7 สิงหาคม 2558 ) ** ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

LINE DRAGONICA Mobile มินิรีวิว : Gladiator เล่นยังไง?
Dragonica Mobile /  LINE Dragonica Mobile / 

อาชีพ Gladiator ใน LINE DRAGONICA Mobile เป็นตัวละครสายโจมตีระยะประชิดที่เน้นเรื่องความรุนแรงของสกิลกายภาพและความถึกของตัวละคร หากเทียบกับ Knight แล้วแม้จะด้อยกว่าในเรื่องของพลังป้องกัน(อ่าน มินิรีวิว อาชีพ Knight ได้ ที่นี่ ) แต่ความสามารถด้านการโจมตีนั้นเหนือกว่าอย่างมาก สกิลการโจมตีของกลาดิเอเตอร์จะเน้นไปที่การโจมตีหมู่มากกว่าการโจมตีเป้าหมายเดียว หมายความว่าใครที่ชอบลากศัตรูมากองรวมกันและจัดการในครั้งเดียวน่าจะชอบอาชีพนี้เป็นพิเศษ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดันและพลังโจมตีที่รุนแรง นี่จึงเป็นอาชีพที่เหมาะกับขาลุยอย่างแท้จริง สกิลทั้งสี่ของ Gladiator Gust Slash : ฟาดดาบใส่ศัตรูเป้าหมายอย่างรวดเร็วต่อเนื่องสามครั้งสามารถใช้ซ้ำใส่ศัตรูที่ล้มไปแล้วได้ ด้วยความกว้างของสกิล ท่านี้จึงโจมตีศัตรูได้พร้อมกันมากสูงสุดถึง 4 ตัว ศัตรูทุกตัวที่โดนท่านี้จะติด Burn (ไฟไหม้) Wyvern Blade : หมุนตัวสร้างพายุเพื่อโจมตีศัตรู เป้าหมายทุกตัวที่โดนท่านี้จะติด Burn Whirlwind : หมุนตัวเป็นพายุทำดาเมทอย่างต่อเนื่องตราบเท่าที่สกิลยังทำงาน ในช่วงนี้ศัตรูสามารถโจมตีใส่เราได้เช่นกัน Death Bound : ทุบพื้นทำความเสียหายใส่ศัตรูรอบตัว ศัตรูทุกตัวที่โดนท่านี้จะติด Burn

ไพบูลย์ยัน พร้อมรับมือสหรัฐฯ คว่ำบาตรแล้ว
คว่ำบาตร /  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา / 

"พล.อ.ไพบูลย์" รับ นายกฯ เตรียมรับมือการคว่ำบาตรจาก เทียร์ 3 แล้ว มั่นใจปรับ ครม. เรียกคืนความเชื่อมั่นได้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ภายหลังจากที่ สหรัฐอเมริกา ยังคงอันดับการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของไทย ที่ เทียร์ 3 นั้น ไทย จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไปตามแผนเดิม และต้องทำให้ประชาชน รับรู้ เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาล ได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว อย่างไรบ้าง เพราะจากรายงานดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งสื่อต่างประเทศ ก็วิจารณ์เช่นกัน แต่ยอมรับกังวลกับมาตรการอื่น ๆ ที่สหรัฐฯ จะพิจารณา ในอีก 90 วัน และรัฐบาลได้พยายามหาทางรับมือแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบ หรือมีปัญหาเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ พร้อมกันนี้ พล.อ.ไพบูลย์ ยังกล่าวถึงเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรี ว่า เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมรับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี และมั่นใจว่า หากมีการปรับแล้วจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการติดตามการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้มีการหารือกันแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของกรอบเวลาว่า หากมีรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการเลือกตั้ง ในช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย. ปีหน้า แต่ทั้งหมดต้องรอให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติร่างรัฐธรรมนูญก่อน