ตำรวจข่มขืนตำรวจหญิง

ใกล้ได้ตัว!ทนายปลื้มจิตร์รู้ตัวมือตัดต่อรูปแล้ว
ปลื้มจิตร์ ถินขาว /  วอลเลย์บอล / 

ความคืบหน้าหลังจากที่ ปลื้มจิตร์ ถินขาว นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ออกมาเผยว่าตนโดนผู้ไม่ประสงค์ดีนำภาพของตนไปตัดต่อเป็นรูปลามากอนาจารแล้ว มีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กสื่อโซเชียลชื่อดัง จนต้องเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ล่าสุด นายประพัฒน์ ไชยเดช ทนายประจำตัวของปลื้มจิตร์ได้เข้าพบ ร.ต.ท. อนุชิต ทวีพร้อม พนง.ส.กก.3 บก.ปอท เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดูแลคดี ที่กองกำกับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กรุงเทพฯ เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้า โดย นายประพัฒน์ ได้พูดคุยกับ ร.ต.ท.อนุชิต ทวีพร้อม ถึงคดีดังกล่าว โดยการทำงานของเจ้าพนักงานกำลังอยู่ในกระบวนการสอบสวน และ สืบสวนตามขั้นตอน ส่วนข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้เบื้องต้นคือทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้วว่า เป็นใคร และนอกจากนี้ยังมีข้อมูลเชิงบวกที่ไม่สามารถเปิดเผยได้อีกพอสมควร เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อการทำงานของเจ้าพนักงาน จากที่ได้ทราบข้อมูลแล้วโดยรวมถือว่าการติดตามคดีของเจ้าพนักงานทำได้เป็น อย่างดีเลยทีเดียว

ผบ.ตร สั่งเด้ง! 5 เสือ สน.เตาปูน เซ่นจับบ่อน
5 เสือ สน.เตาปูน /  การพนัน / 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง เด้ง 5 เสือ สน.เตาปูน ไปปฏิบัติราชการ เซ่นจับบ่อนย่านเตาปูน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการทลายบ่อนการพนัน ที่ย่านเตาปูน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ได้มีคำสั่งโยกย้ายให้ พ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน พ.ต.ท.มนตรี โตสมจิตต์ รองผู้กำกับการป้องกันและปรามปราบ สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน พ.ต.ท.วริศพันธ์ เขมสิริเมธีกุล รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน พ.ต.ท.สมเกียรติ อนันตรัตน์ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน และ พ.ต.ท.นพคุณ ไพเราะ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน ให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปฏิบัติราชการ ตามที่ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติมอบหมาย โดยขาดจากต้นสังกัด จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทหารบุกจับบ่อนหลังBigC พหลโยธิน 50 รวบนักพนันเพียบ
ทหาร /  บุกจับบ่อน / 

ทหาร นำกำลังบุกทลายโต๊ะพนัน ย่านพหลโยธิน 50 รวบนักพนัน 24 คน พร้อมของกลางอื่น ๆ อีกเพียบ - ส่ง สน.บางเขน วันที่ 26 ก.พ.2558 ทางเจ้าหน้าที่ทหารนำกำลังบุกเข้าจับบ่อนการพนันขนาดใหญ่ บริเวณหลังบิ๊กซี พหลโยธิน 50 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นสามารถจับนักพนันทั้งหมด 24 คน ไพ่ 55 สำรับ โต๊ะพนัน 3 ตัว ทั้งนี้ ได้ส่งตัวของเหล่าผู้ต้องทั้งหมดไปให้ยังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีแล้ว หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ความคืบหน้า จับบ่อน สน.บางเขน ไพ่ 55 สำรับ เงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเล่นพนัน คือของกลางที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ร่วมกับตำรวจนครบาลบางเขน ตรวจยึดได้พร้อมจับกุมนักพนัน 24 คน แบ่งเป็นหญิง 16 คน และชาย 8 คน ขณะลักลอบเล่นการพนันไพ่ป๊อก ภายในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ไม่มีเลขที่ ซอยพหลโยธิน 50 ย่านสะพานใหม่ หลังเจ้าหน้าที่ทหารได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่าอาคารพาณิชย์ดังกล่าวมีการลักลอบเปิดบ่อนพนัน จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งลักลอบเปิดเป็นบ่อนพนัน พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหารวมถึง นายฉัตรชัย เดชใด ซึ่งเป็นเจ้ามือ ส่งสถานีตำรวจนครบาลบางเขน ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นพนัน และจากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพ ซึ่งตำรวจจะควบคุมตัวส่งฟ้องต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ต่อไป

ระทึก!รถพ่วงชน-ทับรถตร.ขณะยืนออกใบสั่ง ดับ1เจ็บ1
ข่าวอุบัติเหตุ /  รถพ่วงชนรถตำรวจ / 

รถเทรลเลอร์ ชนและทับรถตำรวจทางหลวง ดับ 1 สาหัส 1 ขณะยืนออกใบสั่ง บนถนนวงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9 กิโลเมตร ที่ 70 เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 28 ก.พ. 58 ร.ต.ท.เลิศวรรธ์ อุทัยนาง ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุมีรถพ่วงชนรถกระบะทางหลวงมีตำรวจติดภายใน 2 คน ที่ถนนวงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9 กิโลเมตรที่ 70 ตรงข้ามปั้มน้ำมัน ปตท. ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดไปในที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 22 ล้อ บรรทุกสินค้า เลขทะเบียน 62-3475 กรุงเทพมหนคร ลูกพ่วงเลขทะเบียน 51-1898 กรุงเทพมหานคร คว่ำอยู่ริมถนน คนขับชื่อ นายสมหมาย เดชกุลรัมย์ อายุ 47 ปี ชาวจ.ระยอง ขับมาจากบางปะอินกำลังจะไปส่งสินค้าที่คลังสินค้าเทสโกโลตัส อ.สามโคก ทับรถกระบะทางหลวงหมายเลขขางรถ1124 เลขทะเบียน 5ผ4089 กรุงเทพมหานคร มีตำรวจติดภายใน 2 คน คนขับชื่อ ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ พุฒิสาร อาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างช่วยออกมานำตัวส่ง โรงพยาบาลปทุมธานี และ ด.ต.บดินทร์ วงษ์สว่าง นั่งมาด้านข้างเสียชีวิต ห่างไป 10 เมตรพบรถพ่วงบรรทุกปูนเลขทะเบียน 61-9952 กรุงเทพมหานคร ลูกพ่วง 61-9953 กรุงเทพมหานคร คนขับชื่อ นายพรภิรมย์ แก้วคำใส อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 117/19 ถ.หน้าสถานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ บาดเจ็บที่ขาซ้ายเป็นแผลถลอก เจ้าหน้าที่ช่วยทำแผลให้เบื้องต้น ด้านนายพรภิรมย์ แก้วคำใส คนขับรถปูน กล่าวว่า ตนเองและภรรยาขับรถบรรทุกปูนจากสระบุรี จะไปส่งที่บางบัวทอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้แซงขวาจากนั้นมีรถตำรวจทางหลวงขับมาขนาบข้างพร้อมส่องไฟฉายมาที่ตน ทำสัญญาณให้รถจอด ตนเห็นดังนั้นจึงจอดรถที่ริมถนนด้านซ้าย รถตำรวจที่ตามมาจอดที่ด้านหน้ารถปูน ตนเองได้ลงจากรถปูนแล้วเดินอ้อมไปด้านซ้ายของรถตำรวจ พร้อมนำใบขับขี่มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนั้นมีรถพ่วงขนาดบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่พุ่งมาชนรถตำรวจอย่างจัง ตนเองได้กระโดดหลบจึงรับบาดเจ็บที่ขาซ้ายเล็กน้อย

บุญธรรม บุญเทพประทาน /  ป๋าชื่น / 

"ป๋าชื่น" เจ้าของโคลอนเซ่พระราม9 เดินทางเข้ามอบตัวกับผบ.ตร. พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหา ชี้ไม่เคยแอบอ้างสถาบัน ด้านตำรวจคุมตัวสอบเพิ่มที่กองปราบ นายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือ ป๋าชื่น กรรมการบริษัทบ้านชุมทองจำกัด และบริษัทเขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด เดินทางเข้ามอบตัวกับพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกออกหมายจับในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 จากกรณีหลอกลวงประชาชนเพื่อซื้อที่ดินนิคมสร้างตนเอง ลำตะคอง บริเวณเขาหนองเชื่อม ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยนายบุญธรรม ได้ให้การปฏิเสธว่า ตนเองไม่เคยแอบอ้างสถาบัน โดยการได้มาซึ่งที่ดินบริเวณนี้ เนื่องจากอยากได้ที่ดินบริเวณเขาใหญ่ ซึ่งมีอากาศดี เป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลกมาจัดสรรขายเพื่อเก็งกำไร โดยมีนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ ซึ่งเป็นนายหน้าค้าที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว มาเสนอขายให้ ในราคาไร่ละไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งตนเองเห็นว่ามีราคาถูก และทำเลดี จึงตัดสินใจซื้อและนำไปจัดสรรขายต่อไร่ละ 6-7 แสนบาท หรือบางแปลงมีราคาสูงถึงหลักล้าน โดยตนจะซื้อที่ดินต่อเมื่อ มีโฉนดถูกต้องเท่านั้น โดยไม่เคยไปบังคับข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่ และไม่ทราบว่านายเสฏฐวุฒิ ใช้วิธีใดถึงได้เอกสารสิทธิ์มา จากนั้นตนได้ไปโอนที่ดิน ที่กรมที่ดิน ซึ่งมีการโอนสิทธิ์ได้ตามปกติ จึงไม่ได้สงสัยอะไร ก่อนนำที่ดินดังกล่าวมาจัดสรรแบ่งขาย ต่อมาพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีความสนิทสนมกันส่วนตัว มาเห็นพื้นที่ดังกล่าว จึงสนใจขอแบ่งซื้อ และได้ขายให้ราคาไร่ละไม่เกิน 2 แสนบาท ต่อมาพล.ต.โท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทราบเรื่อง จึงอยากซื้อที่ดินบริเวณนี้ด้วย ทั้งนี้นายบุญธรรม ยอมรับว่าเคยได้ยินพล.ต.ต.โกวิทย์ พูดคุยกันในกลุ่มว่าต้องการซื้อที่ดินดังกล่าวเพื่อนำไปสร้างวัง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายบุญธรรมไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองปราบปราม ต่อไป ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

ฝากขังพ่อแม่ 'ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์' คัดค้านประกันตัว
ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี /  ศรีรัศมิ์ สุวะดี / 

ตำรวจกองปราบ คุมตัวบิดาและมารดา ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ ขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขัง คัดค้านการประกันตัว พร้อมส่งสำนวนให้อัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง วันนี้ (27 ก.พ.) นายอภิรุจ สุวะดี และนางวันทนีย์ สุวะดี บิดาและมารดา ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี เดินทางมารายงานตัวตามที่นัดหมายกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม จากกรณีถูกนางสาวศวิตา มณีจันทร์ กล่าวหาว่ากลั่นแกล้งให้รับโทษทางอาญา จนถูกจำคุก 1 ปี 6 เดือน โดยบังคับให้ดาบตำรวจสุรินทร์ ศุกลมนัส ซึ่งเป็นลุงของนางสาวศวิตา กลั่นแกล้งให้ได้รับโทษ โดยเมื่อทั้ง 2 คนเดินทางมาถึง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอภิรุจ และนางวันทนีย์ ขึ้นไปสอบปากคำทันที โดยไม่ยอมให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์แต่อย่างใด จากนั้นเวลาประมาณ 11.00 น. พลตำรวจตรีฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมทั้งพันตำรวจเอกอัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม ได้นำตัวนายอภิรุจ และนางวันทนีย์ มาแถลงข่าว โดยพลตำรวจตรีฐิติราช เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขัง โดยคัดค้านการประกันตัว พร้อมส่งสำนวนให้อัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป ทางด้านนายอภิรุจและนางวันทนีย์ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และรู้สึกสำนึกผิด โดยวันทนีย์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว พูดไปด้วยความโมโห ไม่ได้ตั้งใจ ทุกวันนี้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ส่วนนายอภิรุจ ระบุว่า ทางสถาบันและครอบครัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบ่อนพนันแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องของพลตำรวจโทพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินการเอง ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ ภาพจาก  akaravutTV9  https://twitter.com/lotviler MThai News

เปิดม่าน โฉมงามกับเจ้าชายอสูร Beauty and the Beast สุดประทับใจ
Beauty and the Beast /  ละครเวที / 

เปิดม่านการแสดงรอบแรกไปเป็นที่เรียบร้อย กับละครบรอดเวย์เรื่องเยี่ยม โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) ที่โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ซึ่ง ตราตรึงและประทับใจคอละครเวทีเป็นอย่างมาก ด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการ ทั้ง ฉาก แสง สี และเสียง รวมถึงความไพเราะของบทเพลงประกอบ ที่ขับกล่อมผ่านน้ำเสียงอันทรงพลังของเหล่านักแสดงชั้นนำ ที่สามารถสะกดคนดูให้ดำดิ่งไปกับเรื่องราวการพิสูจน์ความรักของเจ้าชายอสูรและเบลล์สาวน้อยจิตใจงามได้อย่างน่าประทับใจ โดยงานนี้ มีเหล่าเซเลปคนดังตบเท้าร่วมงานเดินพรมแดง และร่วมชมการแสดงรอบแรกกันอย่างคับคั่ง อาทิ ครอบครัวลูกเกด เมทินี, ซินดี้ สิรินยา, ครอบครัวหนิง ศรัยฉัตร, เดวิด อัศวนนท์, จอย อัจฉริยา, ปิ่น เก็จมณี, แจน จิตติมา, จ๋า ยศสินี, ศิลปินวง Fivera, ครอบครัว เต๋า สมชาย, คิว วงฟลัวร์, พิกเล็ต ชูการ์อาย และอีกมากมาย เรียกว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และต่างชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นละครเวทีเรื่องเยี่ยมแห่งปี ที่ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เนื้อหาเข้าใจง่าย อีกทั้งยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับฉากและเสื้อผ้าคอสตูมที่อลังการสุดๆ ทำให้สนุกสนานไปกับการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบเลยทีเดียว “Beauty and the Beast” มีทั้งความสนุก ความน่ารักโรแมนติก มีโปรดักชั่นที่สวยงาม และเป็นละครเพลงที่ดูได้ทั้งครอบครัว เป็นเรื่องราวของ “เบลล์” หญิงสาวที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทของเจ้าชายรูปงามที่อยู่ในร่างของอสูร เพราะถูกนางฟ้าลงโทษให้รู้จักความรักที่แท้จริง และวิธีเดียวที่เจ้าชายอสูรจะกลายร่างกลับมาเป็นเจ้าชายรูปงามเช่นเดิมได้ ก็คือ เจ้าชายจะต้องมีรักแท้เกิดขึ้นในใจ และไม่ใช่เพียงเจ้าชายคนเดียวเท่านั้นที่ถูกสาป แต่ผู้คนในปราสาทก็ถูกสาปให้กลายร่างเป็นอสูรเช่นกัน ดังนั้นตลอดระยะเวลาการแสดง ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับความเป็นแฟนตาซี ของโชว์ต่างๆ ได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ที่พูดได้ งานนี้นอกจากเด็กๆ ที่รู้สึกสนุกแล้ว ผู้ใหญ่ที่มีโอกาสมาชม ก็ต้องประทับใจมิวสิคัลเรื่องนี้ด้วยอย่างแน่นอน ร่วมดื่มด่ำไปกับเรื่องราวสุดโรแมนติก แฝงไปด้วยความสนุกสนานและโปรดักชั่นคุณภาพ จากทีมงานระดับบรอดเวย์ กับมิวสิคัลเรื่องดัง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beast) ซึ่งจะเปิดการแสดง ถึงวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคมนี้เท่านั้น ที่ โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย เธียร์เตอร์ บัตรราคา 1,000 / 2,000 / 2,500 / 3,000 / 3,500 และ 4,000 บาท สามารถซื้อได้ที่ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com โทร. 02-262-3838 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.beautyandthebeastontour.com, www.bectero.com, www.facebook.com/bectero ---------------------------------------------------------- ละครเวที โฉมงามกับเจ้าชายอสูร Beauty and the Beast เพราะอะไรถึงต้องไปชม ติดตามได้จากสกู๊ปพิเศษ จากรายการ one BIG World ---------------------------------------------------------- มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ไทยพาณิชย์ ยอมใช้ สจล 1.5 พันลบ ย้ำไม่กระทบธุรกิจ
SCB /  ข่าว / 

ไทยพาณิชย์ ยอมชดใช้ค่าเสียหาย สจล. 1.5 พันลบ. ย้ำไม่กระทบธุรกิจมีสินทรัพย์  2,700 ล้านล้านบาท    นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)หรือ SCB  เปิดเผยว่า ธนาคารได้อนุมัติวงเงิน 1,500 ล้านบาท เพื่อจ่ายชดเชยให้กับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ในกรณีที่พบว่ามีพนักงานของธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต ธนาคารจึงแสดงความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากธนาคารเห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะธนาคารเป็นหนึ่งในสถาบันหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เช่นเดียวกับ สจล.ที่เป็นหนึ่งในสถาบันหลักด้านการศึกษา ส่วนเรื่องการเอาผิดด้านกฎหมายก็เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทั้ง 2 สถาบัน พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เต็มที่ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และ การชดเชยนวงเงินดังกล่าวนั้น เป็นไปตามมูลค่าเสียหายที่ทาง สจล.มีการประเมินไว้ แต่หากพบว่ามีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า สจล.มีความเสียหายที่แท้จริงน้อยกว่าวงเงินข้างต้น สจล.จะยินยอมจ่ายคืนส่วนต่างให้กับธนาคาร ทั้งนี้การทำความตกลงกันดังกล่าวข้างต้นจะไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ทุจริต ด้าน นายโมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล. กล่าวว่า สจล.มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญ ที่จะต้องรีบดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่งเร่งด่วน ในส่วนของการบริหารจัดการทางด้านการเงิน จะมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีแม้ ไทยพาณิชย์  จะต้องจ่ายเงินเพื่อดูแลความเสียหายให้แก่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือสจล. ในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกิจการของธนาคารอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันธนาคารมีสินทรัพย์รวม 2,700 ล้านล้านบาท ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว ราคาหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB พบว่า ปรับตัวลดลงเช้าวันนี้ หลังนักลงทุนทราบข่าวดังกล่าว ณ เวลา 11.38 น. ราคาหุ้น SCB อยู่ที่ 171 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 1.16% มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 420,711 ล้านบาท  MThai News

ทลาย 'บ่อนเตาปูน'พบของกลางอื้อ แย้งข้อมูล 'สมยศ'
การพนัน /  ทหารบุกบ่อนเตาปูน / 

ทหารบุกทลายบ่อนเตาปูน ชาวบ้านรุมต่อต้าน ไร้เงานักพนัน แต่พบสิ่งผิดกฎหมายเพียบ ขัดแย้งข้อมูล ผบ.ตร.ที่ยืนยัน ไม่มีการเล่นพนันเมื่อ 2 วันก่อน วันนี้ (27 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ทหาร พลม.1 รอ. จำนวน 60 นาย ได้นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นบ่อนการพนันภายในชุมชนตรอกข้าวสาร ถนนเตชะวนิช แขวงและเขตยบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ บ่อนเตาปูน โดยพบว่ามีการล็อกกุญแจอย่างหนาแน่น เจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้คีมตัดประตูเหล็ก เพื่อเข้าไปตรวจสอบภายในอาคาร โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังทลายบ่อนดังกล่าว ปรากฏว่าชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ต่างพากันโวยวาย แสดงความไม่พอใจว่า เจ้าหน้าที่ใช้กำลังทำลายทรัพย์สินประชาชน จากการบุกค้น สามารถยึดโต๊ะบาคาร่าทั้งใหม่และเก่าสำหรับไพ่อุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนมาก นอกจากนี้ยังยึดสมุดโพยที่มีการจดบันทึกการเล่นพนัน ซึ่งล่าสุดจดบันทึกการเล่นไปเมื่อวานที่ผ่านมา(26 กพ.) นอกจากนี้ยังพบว่ามีการประกาศรับจำนำทองคำ เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดในการเล่นการพนัน ขณะเดียวกันยังพบเฮโรอีน อุปกรณ์การเสพยา อาวุธปืนหลายขนาด พร้อมเครื่องกระสุนปืน อาวุธมีด ทหารได้นำมาเก็บรวบรวมก่อนจะยึดของกลางไว้ทั้งหมด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว มีความขัดแย้งกับคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนจากอดีตนายตำรวจ ให้เร่งจับกุมบ่อนการพนันย่านเตาปูน หลังมีการเปิดบริการอีกครั้งช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา และพบมีเงินหมุนเวียนนับล้านบาท โดยได้รับอนุญาตให้เปิดเล่นได้จากการแอบอ้างชื่อนายทหารกองทัพบกและตนเองนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทหารในพื้นที่ดังกล่าวทันที เบื้องต้น ไม่พบการเล่นการพนัน ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในสภาพเก่าและไม่มีการใช้พื้นที่มานาน ติดตามข่าว  ผบ.ตร ลั่น! ไม่เคยรับเงินผิดกฏหมาย-เอี่ยวบ่อนเตาปูน ภาพจากทวิตเตอร์ ศิริพงศ์ Tnews ‏@bunshury1,js100 MThai News

หลุด คลิป เล่นจ้ำจี้กลางสนามบอลที่แท้อาจเป็นแค่ฉากหนัง
กีฬา /  คลิป / 

ชาร์ลตัน แอธเลติก ทีมในลีกแชมเปี้ยนชิพอังกฤษ กำลังดำเนินการสืบสวนอย่างเร่งด่วน หลังมี คลิป หลุดชายหญิงคู่หนึ่งกำลังมีเพศสัมพันธ์กันในสนามฟุตบอลซึ่งอ้างว่าคือ เดอะ วัลเลย์ รังเหย้าของทีมชาร์ลตัน อย่างไรก็ตามหลายคนเชื่อว่าคลิปดังกล่าวเป็นเพียงแค่ฉากหนึ่งของซีรี่ย์ทางทีวีที่ชื่อ Silent Witness ซึ่งฉากดังกล่าวเข้ามาขอใช้สถานที่ของสนาม เดอะ วัลเลย์ เป็นโลเคชั่น โดยใช้กล้องซีซีทีวีในสนามถ่ายทำ

หมอพรทิพย์ เป็นชูสีไทเฮา, ฮิตติดโซเซียล วันนี้เป็นวันอะไร ??
ลายมือขาด /  วันนี้วันอะไร / 

ดราม่าลองวีคเอนท์ : วิจารณ์แซดหมอพรทิพย์ แปลงโฉมเป็นชูสีไทเฮา, คำถามโลกแตกฮิตติดโซเซียล "วันนี้เป็นวันอะไร"-"คุณเห็นชุดนี้สีอะไร" เส้นลายมือขาดทำหนุ่มซิ่งเก๋งดับสยอง, น่าชังเด็กร้องเพลงบ่นแม่หลังให้ช่วยล้างจาน และเมียน้อยไลน์เย้ยเมียหลวง ดีใจด้วยลูกๆ เป็นเด็กกำพร้า ในวีคที่ผ่านมาเรียกได้ว่าร้อนฉ่า ดรามาตั้งแต่ต้นจนวันสุดท้ายของสัปดาห์กันทีเดียว เพราะข่าวมากมายหลายอารมณ์ที่เข้ามาขย่มจิตเขย่าใจ จนทำคนในโลกออนไลน์พากันแห่แชร์ แสดงความเห็นมากมาย วันนี้ MThai News จึงได้รวบรวมกระแสข่าวเหล่านั้น มาให้ย้อนอ่านรำลึก ว่าคนไทยบนโลกโซเชียลชอบอ่านข่าว-แชร์คลิป และเรื่องราวเหตุการณ์อะไรบ้าง ? ข่าวที่ 1 แห่แชร์ภาพ หมอพรทิพย์ เป็น ซูสีไทเฮา ก่อนชาวจีนไม่ปลื้มบอกหมิ่นเกียรติ เริ่มกันที่ข่าวแรกกับภาพสุดแปลก ลุคใหม่ไม่เคยเห็น ของแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ หลังนิตยสารดังจับแปลงโฉมทรงเครื่องใหญ่ ให้เป็นพระนางซูสีไทเฮา เพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับ 200ภาพประทับใจ ซึ่งแน่นอนเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นทั้งชื่นชม และถล่มยับ โดยเฉพาะคนจีนที่ออกมาสับหาว่าหมิ่นเกียรติสตรีผู้ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ อ่านต่อ . . . . อ่านข่าวอื่นๆ >>> ดราม่าไม่จบ! ชาวเน็ตจีน สวดยับ หมอพรทิพย์ แต่งซูสีไทเฮา >>> ภาพใหม่หมอพรทิพย์ เป็น ราชินีแห่งอียิปต์ >>> อีกแล้ว! นทท.จีนแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ถีบระฆังในวัดพระธาตุดอยสุเทพ >>> อ.เฉลิมชัย ระบายความอัดอั้น เมื่อทัวร์จีนถล่มอึใส่วัดร่องขุ่น ข่าวที่ 2 "วันนี้เป็นวันอะไร" - "คุณเห็นชุดนี้สีอะไร" คำถามโลกแตกฮิตประจำสัปดาห์ "อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวาน วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์" ถามว่าวันนี้คือวันอะไร? นี่คือคำถาม ที่ถูกอ้างว่าเป็นข้อสอบ เข้าอนุบาลของโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ซึ่งเมื่อข้อความปรากฎไม่นาน ก็มีคนส่งต่อท้าวัดกึ๋นสะนั่นโลกออนไลน์ ก่อนต้นตอผู้เผยแพร่จะออกมาชี้แจงแถลงไข ว่าเป็นคำถาม ถามกันสนุกๆ เท่านั้น อืม! แล้วคุณละรู้หรือยัง มันคือวันอะไรแน่? แต่เดี๋ยวก่อนหากยังไม่ได้คำตอบขอให้เก็บไว้ แล้วมาเล่นอีก 1 คำถาม ซึ่งถือโลกแตก พอๆ กัน หลังมีคนโพสต์ภาพชุดเดรส และตั้งคำถามคุณเห็นชุดนี้สีอะไร ? ขอให้คิดพิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้วตามไปดูคำตอบ ว่าจะถูกเผงตรงเป๊ะอย่างที่เข้าใจหรือไม่ อ่านต่อ . . . . อ่านข่าวอื่นๆ >>> ชุดเดรสนี้สีอะไร? มีคำตอบ >>> 'อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวานจัง วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์' ตกลงวันนี้เป็นวันอะไร??? ข่าวที่ 3 หนุ่มซิ่งเก๋งดับ เส้นลายมือขาด โบราณเชื่อตายโหง "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" คือวลีฮิตติดปากของคนไทย ที่ถูกนำมาใช้เป็นคำตอบ หากวัดผลพิสูจน์ถึงความสูญเสียในบางเรื่องไม่ได้ อย่างเช่นกรณีของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ขับรถชนท่อคอนกรีตเสียชีวิต ซึ่งที่จริงน่าจะมองเป็นอุบัติเหตุ แต่ผู้คนกลับให้เหตุผลว่าเป็นเพราะเส้นลายมือที่เกิดขาด จึงทำให้ดวงเขากุดชีวิตต้องถึงฆาตในที่สุด แม้เรื่องนี้เป็นความเชื่อที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่หากเรามีสติตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ก็สามารถป้องกันเหตุไม่ให้เกิดขึ้นได้ อ่านตัว . . . . อ่านข่าวอื่นๆ >>> ดูดวงลายมือ คนถูก หวย ข่าวที่ 4 แชร์สนั่นเน็ต! คลิปทำไปบ่นไป เด็กชายล้างจานที่ดังข้ามคืน เคยกันไหมเมื่อครั้นเป็นเด็ก ต้องทำงานบ้านช่วยแม่กับพ่อ เพื่อแสดงออกถึงการเป็นลูกที่ดี คลิปที่นำมาให้ชมนี้ก็เช่นกัน เพราะได้เผยให้เห็นภาพเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง ท่าทางขยันขันแข็ง นั่งล้างจานช่วยครอบครัว แต่การทำงานของเขาไม่ธรรมดา จะเป็นอะไรนั้นก็ต้องไปชม รับรองรอยยิ้มเปื้อนบนหน้าแน่ จะรอช้าอยู่ใยไปดูซิ อ่านต่อ . . . . อ่านข่าวอื่นๆ >>> ขั้นเทพ! ลีลาน้องข้าวสวย แชมป์เล่านิทานประกอบท่าทาง ข่าวที่ 5 เมียน้อยไลน์เย้ยเมียหลวง ดีใจด้วยลูกๆเป็นเด็กกำพร้า ข่าวสุดท้ายของสัปดาห์นี้ เป็นข่าวสุดฉาวบนโลกโซเซียล เมื่อปรากฎภาพข้อความอ้างเป็นบทสนทนา ระหว่างบ้านเล็กกับบ้านใหญ่ของครอบครัวๆ หนึ่ง ซึ่งพอได้อ่านก็ถึงกับอึ้ง เพราะไม่คิดคนไทยในเมืองพุทธ ไร้ซึ่งผิดชอบ ชั่วดีกล้าทำได้เพียงนี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อสงสัย ว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้ง แต่ถ้าไม่ใช้ก็คงผิดศีลธรรม และถือเป็นคนที่ใจร้ายมาก อ่านต่อ . . . . อ่านข่าวอื่นๆ >>> แชร์ว่อน คลิปเมียน้อยให้มาเอาเงินเมียหลวง ไปจ่ายค่าห้อง >>> เจออีก! เมียหลวงรุมตบเมียน้อย แก้ผ้าประจานกลางถนน เหตุการณ์ทั้งหมดนับเป็นข่าวเด่นประเด็นดังฮิตติดลมบน จนเป็นกระแสทอร์คออฟเดอะทาวน์ในสัปดาห์นี้ แล้วคุณละชอบข่าวไหนมากกว่ากัน???

ไปล่าฝัน! มาดามแป้ง ส่งจอย-เอ๋ ลัดฟ้าลุยลีกสวีเดนแล้ว
จอย ธนัสถา /  ช้างศึกสาว / 

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันภัย ในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ส่งตัวสองนักเตะช้างศึกสาว จอย ธนัสถา ชาวงษ์ ศูนย์หน้าตัวเก๋า และเอ๋ สุกัญญา ช.เจริญยิ่ง นายทวารมากประสบการณ์ ค้าแข้งสโมสรโอดีเอฟเอฟ ออสเตอร์ซุนด์ ของประเทศสวีเดน มีสัญญา 10 เดือน ซึ่งจะลงเล่นในลีกดิวิชั่น 1 ของสวีเดน ที่จะเปิดฤดูกาล 2015 ในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดย จอย ธนัสถา และเอ๋ สุกัญญา ได้ออกเดินทางเมื่อวันที่ 27 ก.พ.58 ด้วยสายการบินนอร์วีเจียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ DY7206 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 09.35 น. คาดว่าจะใช้เวลา 12 ชั่วโมง ถึงยังเมืองออสเตอร์ซุนด์ โดยตลอดสัญญาค้าแข้งครั้งนี้ ทีมชาติไทย สามารถเรียกตัวกลับมาร่วมทีมลุยฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ได้ทุกเมื่อ ตามเจตนารมณ์ของ มาดามแป้ง ผู้จัดการทีม และโค้ชหนึ่ง กุนซือใหญ่ของทีม

คดีหมิ่นเบื้องสูง /  ซื้อที่ดิน / 

28 ก.พ.58 เวลา 15.30 น. จากกรณี ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัวนายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือป๋าชื่น กรรมการบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขออำนาจศาลอาญา ฝากขังระหว่างการสอบสวนผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีสำคัญและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ล่าสุด  ลูกชายของ นายบุญธรรม ได้ยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเงินสดจำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจาก ผู้ต้องหาถูกจับตามหมายจับ อีกทั้ง พนักงานสอบสวน คัดค้านการประกันตัว และคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงและพฤติการณ์ทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อเข้าใจว่าการออกเอกสารสิทธิ์เชื่อมโยงกับองค์รัชทายาท หากปล่อยตัวชั่วคราว เกรงว่าจะหลบหนี ประกอบกับต้องสอบพยานอีกหลายปาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัว นายบุญธรรม ส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป  ตร.ควบคุมตัว 'ป๋าชื่น บุญธรรม' ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงหลอกประชาชนซื้อที่ดิน ฝากขังที่ศาลอาญาผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกัน เกรงหลบหนี 28 ก.พ.58 ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัวนายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือป๋าชื่น กรรมการบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาขออำนาจศาลอาญาฝากขังระหว่างการสอบสวนผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน โดยตำรวจคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีสำคัญและเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี แต่ต้องรอคำสั่งศาล พิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่ จากการสืบสวน พบว่า นายบุญธรรม มีพฤติการณ์ แอบอ้างเบื้องสูงและหลอกลวงประชาชน เพื่อซื้อที่ดินนิคมสร้างตนเองลำตะคอง บริเวณเขาหนองเชื่อมกว่า 500 ไร่ ใน ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ น้องชายของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำหน้าที่เป็นนายหน้าคอยติดต่อขอซื้อที่ดินทั้งที่พื้นที่ดังกล่าว ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ขอบคุณภาพ krobkruakao MThai News 

เปิดตำนาน
พระฉาว /  พระธัมมชโย / 

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนา แต่ในอดีต กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับพระเกิดขึ้นมากมาย หลายกรณีก็เป็น เรื่องราวใหญ่โตตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยอย่างครึกโครม วันนี้จึงขอนำทุกท่านย้อนสู่ความทรงจำ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย เพื่อให้ทุกท่านได้ ฟื้นความทรงจำ อีกครั้ง…  พระนิกรอดีตพระนักเทศน์เสียงทอง  แอบทำสาวท้อง พระนิกร ซึ่งเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุคนั้น หลายคนคงจำชื่อ "พระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที" แห่งวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน นายนิกร เปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น นายธรรมรัตน์ ยศคำจู เคยเป็นอดีตพระนักเทศน์เสียงทองแห่งยุค มีผู้คนแห่ไปฟังการเทศน์ไม่ขาดสาย แม้หนทางไปสู่วัดสันปง จะยากลำบากเพียงใด ไม่เคยเป็นปัญหาด้วยพลังศรัทธา จนถึงขั้นต้องเปิดสำนักปฏิบัติธรรมหลายสิบแห่งทั่วประเทศขึ้นเป็นสาขา เรื่องราวใหญ่โตได้เริ่มเมื่อ พ.ศ.2533 พระนิกรกำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ได้สร้างความปวดร้าวให้แก่ชาวพุทธ กลับมีข่าวฉาวกับนางอรปวีณา ที่ออกมายืนยันความสัมพันธ์กับพระนิกรพร้อมด้วยทายาทในท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าว ว่ามีผู้อิจฉาในชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ ได้พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหา ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยไม่เชื่อว่า พระที่ยึดมั่นในศีลธรรมและเทศน์ได้ไพเราะจับจิต จะมีพฤติกรรมเช่นนั้น มีหลักฐานมากมายที่แสดงจนถึงขั้นปาราชิก แต่พระนิกร ยังไม่ยอมถอดผ้าเหลืองและยังมีคนอีกมากมายหลงศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แม้จะเต็มไปด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งในที่สุดศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่า เป็น "ปฐมปาราชิก" คือการเสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ แม้จะกลับมาบวชใหม่ก็ไม่สามารถดำรงความเป็นสมณเพศได้ อดีตพระนิกร ที่เสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ที2557   พระยันตระ ช็อกครั้งใหญ่วงการผ้าเหลือง ช็อกครั้งใหญ่ อีกครั้ง สำหรับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยมากที่สุด เห็นจะเป็น ข่าวฉาวโฉ่ของ พระยันตระ อมโร หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ ที่ขณะนั้น ไม่ว่าพระยันตระ จะเดินทางไปแห่งหนไหน ผู้คนและฝูงชนแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศ  จนในปี พ.ศ. 2537 มีสีกากลุ่มหนึ่งร้องเรียนไปยังกรมการศาสนาว่า "ยันตระ" หรือ "นายวินัย ละอองสุวรรณ" ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สมณเพศ เพราะได้ไปล่อลวงสีกาชื่อ "จันทิมา มายะรังษี" ไปเสพเมถุนจนตั้งครรภ์ และคลอดบุตรสาวออกมาตั้งชื่อว่า "เด็กหญิงกระต่าย" โดยสีกากลุ่มนี้ได้งัดเอาเทปสนทนาระหว่างพระยันตระกับนางจันทิมาออกมาใช้เป็นหลักฐานด้วย มติมหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้เขาพ้นจากความเป็นพระภิกษุ เพราะพิจารณาได้ความว่าเขาต้องอาบัติหนักดังที่ถูกฟ้องร้อง แต่นายวินัยไม่ยอมรับมติสงฆ์ดังกล่าว ด้วยการปฏิญาณตนว่ายังเป็นพระภิกษุและเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีเขียว ทำให้ถูกสื่อต่าง ๆ ขนานนามว่า จิ้งเขียว, สมียันดะ, ยันดะ เป็นต้น ต้องปาราชิกาธิกรณ์และถูกมติมหาเถรสมาคมลงให้พ้นจากภาวะพระภิกษุ และหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ พ.ศ.2537 ไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน แต่ชีวิตของอดีตพระยันตระมิได้ตกระกำลำบากเลย ตรงกันข้าม เขากลับมีชีวิตที่สุขสบายภายในสำนักสุญญตาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว  จนล่าสุดเมื่อมีข่าวว่า "ยันตระ" กลับมาประเทศไทยแบบสบาย ๆ  โดยเจ้าตัวอ้างว่า คดีความทุกอย่างหมดอายุไปแล้ว. พระอิสระมุนี จบเกมส์เพราะ จดหมายเขียนถึง สีกา พระอิสระมุนีเป็นพระนักเทศน์ที่มีความสามารถ สั่งสอนธรรมะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม  พระอิสระมุนี หรือ พระพีระพล เตชะปัญโญ เดิมชื่อ นายบรรหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมวิหารี (วัดร่วมใจพัฒนา-วัดป่าละอู) อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระสงฆ์สายวิปัสสนา ซึ่งเป็นที่นับถือเลื่อมใสจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ ภริยา พจมาน ชินวัตรเป็นอย่างมาก กระทั่ง พระอิสระมุนีตกเป็นข่าวว่าต้องปาราชิก หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2544 จากการสืบสวนของทีมงานรายการถอดรหัส ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีในขณะนั้น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม มีหลักฐานเป็นจดหมายเขียนถึงสีกาสาว 10 หน้ากระดาษและเทปสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งพระอิสระมุนีก็ได้สึกจากสมณเพศในทันที  ทำให้เจ้าตัวต้องเผ่นออกจากวัดป่าละอู แอบไปหนีสึกอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว ปิดฉากความเป็นอาจารย์ของตระกูล"ชินวัตร"ลงอย่างสิ้นเชิง คาวผ้าเหลือง “ภาวนาพุทโธ ขยี้กามเด็กสาวชาวเขา “พระภาวนาพุทโธ” หรือนายจำลอง คนซื่อ พระธุดงค์นักพัฒนาที่โด่งดังในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน อดีตเจ้าอาวาสวัดชื่อดัง ใน จ.นครปฐม จะกลับกลายมาถูกดำเนินคดีข่มขืนบรรดาเด็กสาวชาวเขา ที่มาพักอาศัยภายในวัด ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ต้นเดือน ส.ค.2538 เมื่อมีบรรดาญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกรมคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กรมประชาสงเคราะห์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากพบว่ากรณีมีเด็กหญิงชาวเขารวม 6 คน มาพักอาศัยอยู่วัดเพื่อหวังให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อสูง ๆ ตามคำชักชวนของภาวนาพุทโธ เมื่อครั้งออกธุดงค์ พฤติกรรมของอดีตพระภาวนาพุทโธนั้น ถูกระบุในคำพิพากษาว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2538 ต่อเนื่องกัน  ญาติของเด็กหญิงชาวเขา เหยื่อของพระภาวนาพุทโธคนหนึ่ง ทราบพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อกรมการศาสนา และตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเมื่อสื่อได้ข้อมูล-ข้อเท็จจริง ข่าวจึงถูกกระพือ ถัดจากนั้นมาอีก 9 ปีเต็ม ทั้งการดำเนินการในชั้นของพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 ศาลชั้นต้น จึงพิพากษา นายจำลอง คนซื่อ หรืออดีตพระภาวนาพุทโธ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอายุไม่เกิน 13 ปีและไม่เกิน 14 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลาถึง 160 ปี แต่ตามกฎหมายสามารถจำคุกจำเลยได้เพียง 50 ปีเท่านั้น โทษจึงคงเหลือจำคุก 50 ปี มีการสู้คดีกันต่อแต่ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาก็ยังคงพิพากษายืน แม้ปัจจุบันนายจำลอง จะหมดสิ้นอิสรภาพ! แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คงมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ยังยึดมั่นในศรัทธา  เณรแอ จอมขมังเวทย์ หรือ จอมลวงโลก เณรแอ จอมขมังเวทย์ เป็นเจ้าของต้นตำรับ กุมารทอง ของขลัง รวมทั้งมนต์ดำเสน่ห์ยาแฝดที่ชื่อดัง บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ที่วัดหนองระกำ อ.หนองโดน จ.สระบุรี อยู่หลายปี แม้ว่าอายุจะถึงวัยที่ต้องอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่เณรแอก็ไม่ยอมอุปสมบท แต่เลือกที่จะร่ำเรียนไสยศาสตร์มนต์ดำจากอาจารย์เขมร จนว่ากันว่ามีอาคมแก่กล้า ช่ำชองการทำเสน่ห์ยาแฝด การสะเดาะเคราะห์ และปลุกเสกของขลัง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาเดินทางไปให้ เณรแอ ทำพิธีทางไสยศาสตร์ให้จำนวนมาก กระทั่งพ.ศ.2537 เณรแอ ใช้ใต้ถุนเมรุวัดหนองระกำทำพิธีปลุกเสกกุมารทอง ของขลังตามท้องเรื่องในวรรณคดีดัง ขุนช้างขุนแผน ที่เณรแอและผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์ เชื่อกันว่า เป็นผีเด็ก ที่ใครมีไว้ในครอบครองแล้วจะทำให้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขายได้กำไรดี แต่พิธีกรรมปลุกเสก กุมารทอง ในครั้งนั้น ทำให้เณรแอต้องติดคุกอยู่ 1 ปีเต็ม พ.ศ.2538 เณรแอ ได้แต่งงานกับ นางชไมพร รักษาจิตร์ โดยยังคงยึดอาชีพหมอเสน่ห์ ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องเลิกรากันไป โดยนางชไมพรอ้างว่าทนพฤติการณ์ของเณรแอไม่ไหว กรณีบังคับให้หลอกลวงหญิงสาวที่มีปัญหาครอบครัวให้มาทำพิธีไสยศาสตร์ และได้ฟ้องหย่าต่อศาล ปัจจุบัน เณรแอ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากคำพิพากษาศาลอาญารัชดาฯคดีฉ้อโกง เป็นเวลา 100 ปี แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 75 ปี จากการสืบสวนของตำรวจ ปดส.ในครั้งนั้น พบว่ามีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของ "เณรแอ" ทั้งสิ้น 33 คน ในจำนวนนั้นมีดารา นักแสดง และผู้ที่มีชื่อเสียงในสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย  หลวงปู่เณรคำ พระไฮโซ คนดังโลกโซเชียล หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มีนามเดิมว่า "วิรพล สุขผล มีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน  ท่านอายุเพียง 30 ปีเศษเท่านั้น แต่ที่ท่านเรียกตัวเองว่า หลวงปู่ เพราะรวมกับอายุในชาติที่แล้ว ท่านระลึกชาติได้หลายแสนชาติ เห็นนรก เห็นเทวดาและองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับภาพถ่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เช่น ชูสองนิ้วในศูนย์การค้า โดยภายในคลิปเป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูปนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว  หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าหลุยส์วิตตอง ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ "เณรคำ" จนมีลูกชายวัย 11 ขวบ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ  จึงมีมติให้ อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นี้ยังไม่นับรวมถึงความผิดในเรื่องอื่นๆ ทั้งฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงินโดยเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ แสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบด็อกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคน มีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรูซึ่งมีทั้งที่ซื้อใช้เอง และซื้อแจกพระผู้ใหญ่หลายรูป ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวิธีที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี แต่ก็มีคำถามของคนที่อยากรู้ตามมาว่า จริงๆ แล้วตอนนี้สมีคำอยู่ที่ไหนกันแน่ รอเวลาจนคดีหมดอายุความแล้วค่อยกลับเมืองไทย...เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คดีจะจบลงแบบไหน  พระธัมมชโย  ประมุขแห่ง ธรรมกาย พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี มีนามเดิมว่าไชยบูลย์ สุทธิผล เมื่อปี 2540 พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในประเด็นยักยอกทรัพย์ จากการบริหารเงินบริจาค การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางพระธรรมวินัยขั้นปาราชิก เกือบ 7 ปี ของการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี 2542-2549 เมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์สินและที่ดินให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว ดังนั้น มติ มส.ในขณะนั้นจึงไม่ได้ให้ปาราชิก และยังสามารถดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ และเป็นเรื่องดัง กรณีเงินบริจาคของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อปี 2556 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับการยืนยันว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์นั้น ยังไม่ได้มีมติเกี่ยวกับพระธัมมชโย และยังไม่ได้มีการพิจารณาด้วยว่าจะปาราชิกหรือไม่ปาราชิก มีแต่เพียงการเข้าไปรับทราบและชี้แจงเท่านั้น  โดยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ทางมหาเถรสมาคม จะมีการประชุมพร้อมนำเรื่องการตั้งคณะทำงานชุดนี้เข้าหารือ เพื่อรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง และนี่คือ เปิดตำนาน “พระฉาว” เมืองไทย ที่ข่าวดังไกลไปทั่วโลก  @คุณแร้ง MThai News 

แยกขัง!พ่อแม่'ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์' พบเครียดจัด
พ่อแม่'ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์'ม ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี /  ศรีรัศมิ์ สุวะดี / 

พ่อแม่ “ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์” ถูกแยกขังเข้าแดนชรา พ่อ-เรือนจำพิเศษกรุงเทพ พบเครียดจัด โรคประจำตัวเพียบ จนท.ดูแลใกล้ชิด ส่วน แม่-ทัณฑสถานหญิงกลาง อาการปกติ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เผยถึงการควบคุมตัวนายอภิรุจ สุวะดี อายุ 72 ปี บิดาท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงว่า ได้ควบคุมตัวนายอภิรุจให้อยู่แดน 3ร่วมกับผู้ต้องขังสูงอายุรายอื่น เพื่อความสะดวกในการดูแล ซึ่งตั้งแต่เข้าเรือนจำมีอาการเครียด จึงฝากเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่นข่วยดูแล โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ซึ่งนายอภิรุจมีโรคประจำตัวรุมเร้า ทั้งโรคความดัน โรคกระเพาะ โรคเก๊าท์ แต่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะมียาประจำตัว และเรือนจำมีสถานพยาบาลภายใจ สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันทีหากมีอาการเจ็บป่วยกระทันหัน ส่วนการคุมขังนางวันทนีย์ สุวะดี อายุ 66 ปี แม่ของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ในทัณฑสถานหญิงกลางนั้น ได้แยกไปคุมขังรวมกับผู้ต้องขังสูงวัยเช่นกัน เบื้องต้นไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยหรือโรคประจำตัวรุนแรง ภาพจาก  akaravutTV9   MThai News

9 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์!
จัดอันดับ /  ดาราไทย

ปัจจุบันนี้สังคมเปิดกว้างมากขึ้น เรื่องของเพศที่ 3 4 5 ก็ได้มีการยอมรับมากขึ้น เช่นเดียวกับ นักร้อง-นักแสดง ในวงการบันเทิง หลายคนที่กล้าเปิดใจและยอมรับกับทุกคนว่าเขาไม่ใช่ชายจริงหรือหญิงแท้ และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพศไหนก็ตามแต่เขาก็ได้สร้างสรรค์ผลงานให้เราได้ดู ได้สนุกสนานไปพร้อมๆ กับพวกเขา วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 9 ดาราชาย(สวย) ที่ขอบอกเลยว่า ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์! ค้าาา .. 8 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์!  เรียบเรียงโดย teen.mthai ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ 8 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์! เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วัยรุ่นยุคก่อนคงจะรู้จักกันดีในฐานะที่ขุ่นแม่เอกกี้นั้น เคยเป็นนักร้อง สมาชิกบอยแบนด์วง UHT (พ.ศ. 2537) เวลาผ่านไปขุ่นแม่เอกกี้ก็เป็นดีเจที่คลื่นกรีนเวฟ และยังคงทำงานในวงการอยู่ รวมถึงละครที่เพิ่งจบไป แอบรักออนไลน์ เขาออกมาเปิดใจกับทุกคนว่ามีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน ซึ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนที่ชื่นชอบหรือคนอื่นๆ ชื่นชอบเขารักเขาน้อยลงเลย ล่าสุดในอินสตาแกรมขุ่นแม่เอกกี้จัดเต็ม หน้า ผม ชุด แต่งเป็นหญิงเต็มตัว ในแว๊บแรกแทบจำไม่ได้ เพราะสวยเว่อร์วังอลังการ! ส่วนงานชิ้นนี้จะเปแ็นอะไรคงต้องรอติดตามกันนะคะ ^^ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ อีกหนึ่งนักร้องเสียงดี แห่งค่ายเพลงรัก LoveIs ที่ได้ออกมาประกาศว่ามีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน แต่นั้นก็ไม่ทำให้หลายคนเลิกรักขุ่นแม่เบน น้ำเสียง อารมณ์ตอนร้องเพลงนั้นยังเพราะจับใจ แถมเมื่อได้เปิดเผยตัวเองให้หลายคนได้รู้ก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขเวลาได้ฟังเพลงที่เขาร้อง ได้ฟังมุกตลกๆ สนุกจะตาย ^^ ล่าสุดกับผลงาน ซีรีส์คลับฟรายเดย์ ตอน ความลับของมิ้นกับมิว บอกเลยว่า ขุ่นแม่เบนทำให้ใครหลายๆ คนที่ดูนั้นมีความสุขมากๆ ชอบที่สุดตอนใส่ชุดเซเลอร์มูน >,< และก็เรียกน้ำตาได้มากไม่แพ้กันในฉากสุดเศร้า ปรบมือรัวค้า .... อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์  เจ๊อ๊อฟ ปองศักดิ์ อีกหนึ่งนักร้องเสียงดี จากการประกวดเวที AF ปี 1 มีผลงานเพลงออกมามากมาย เช่น จากคนรักเก่า, หยุดไม่ได้ ขาดใจ, คำถามที่ต้องตอบ, แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ เป็นต้น ซึ่งเพลงเหล่านี้เป็นที่ยอดฮิตของบรรดาวัยรุ่นทุกเพศทุกวัย เพราะเจ๊อ๊อฟร้องได้กรีดหัวใจแบบสุดๆ ภายหลังเจ๊ออ๊ฟก็ได้ออกมาเปิดใจยอมรับว่าเป็นเกย์ ซึ่งแฟนคลับก็เรียกมีคำนำหน้าให้ว่า เจ๊ ซะเลย เวลาไปแสดงคอนเสิร์ตที่ไหนจะเห้นเจ๊อ๊อฟเต้ฒที่ทุกเวลาที และที่ฮอตก็คือ นางชอบเต้นเพลงของ นิว-จิ๋ว เริ่ดมาก! มาดามมด หลายคนจะรู้จักนาง ในการเป็นพิธีกรของรายการ ภาษา plaza ทางช่อง เพลย์ แชนแนล ซึ่งรายการล้วนมีทั้งสาระ และความเป็นเทิง(มาก!) จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีผลงานอื่นอีกมากมายในด้านความตลก รวมถึงมาดามมดมีชื่อเสียงโด่งดังมากในโลกโซเซียล นับได้ว่าเป็น เน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามและชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย อีกคนหนึ่งเลยทีเดียว การันตีด้วยรางวัล "ผู้มีอิทธิพลต่อภาษาแสลงทางอินเทอร์เน็ตที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด" จากงาน MThai Top Talk-About 2012 และ รางวัล Crow Love Like Awards 2013 สาขาพิธีกรความคิด/สร้างสรรค์ ยอดเยี่ยม >,< ส่วนเรื่องเรียนนั้นไม่ต้องบรรยายมาก สวย(สะ สะ สวย?) และเก่งเว่อร์! จบจาก มัธยมศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนการเรียนศิลป์-คำนวณ จบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง ปัจจุบัน เป็นพิธีกรและนักแสดง สังกัด จีทีเอช ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ นาธาน โอมาน  หลังจากที่เจอมรสุมรุมเร้ามานาน จนได้ฉายาว่า จอมลวงโลก จอมมโน คราวนี้นางกลับมาพร้อมกับลุคใหม่ แต่งหญิง จัดเต็มไม่แคร์เวิลด์ รวมถึงแฟชั่นคิ้วที่บอกเลยว่า 3 มิตินั้นน้อยไป! อีกทั้งนางยังบอกอีกว่า เพราะคิ้ว 4 มิติที่ชี้โด่ชี้เด่ไม่รู้ทิศรู้ทางของนางนี่แหละ ทำในนางได้ดี สมหวังในความรัก .. กำลังแต่งงานกับหนุ่มนอกวงการ มีธุรกิจพันล้านเลยทีเดียว >,< ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ขุ่นแม่สายแอ๊บแบ๊ว! สำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ (วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แล้วเข้าทำงานในฐานะนักจัดรายการวิทยุ 94 EFM โดยเริ่มจากการอ่านข่าวประจำรายการ แฉแต่เช้า ร่วมกับดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ และดีเจกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ในวันพฤหัส, ศุกร์ และ เสาร์ จนได้รับฉายาว่า ฉายา นุ้ย แฉแต่เช้า ตามชื่อรายการ อีกทั้งยังพากย์เสียง แสดงภาพยนตร์และทางละครไปด้วย ดีเจบุ๊คโก๊ะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล อีกหนึ่งดีเจคู่หูคู่ซี้ ดีเจนุ้ย เดี๋ยวนี้ขุ่นแม่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก สวยขึ้น ดูเป๊ะเว่อร์! ซึ่งนางออกมาเปิดใจยอมรับว่า เก็บตังบินไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี มาด้วย ตั้งแต่ไรผมไปจนถึงใบหน้า มีโปรเจคเข้าคอร์สลดน้ำหนัก ศึกษาระดับอุดมศึกษาที่คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตั้งแต่ปีหนึ่งเริ่มทำงานเป็นตัวประกอบ และได้แสดงเป็นตัวประกอบภาพยนตร์เรื่อง บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ จากนั้นได้เข้าร่วมรายการ คุณลิขิต ที่ค้นหาดาวตลก ได้ที่ 2 พอศึกษาจบได้มาเป็นนักข่าวบันเทิงที่ไทยคม และทำงานช่องทรูอินไซด์ ชื่อรายการ เอนเตอร์เทนเมาท์วีกลี หลังรายการยกเลิกไป ก็ได้ทำเดโมกับเอไทม์ จนได้มาเป็นดีเจที่อีเอฟเอ็ม เทยเที่ยวไทย :  ป๋อมแป๋ม กอล์ฟ ก๊อตจิ  "เทย เที่ยว ไทย"  เป็นรายการท่องเที่ยวในรูปแบบไลฟ์สไตล์ของกะเทย ที่มีคนดูเป็นจำนวนมากรายการหนึ่ง ออกอากาศทางแบงแชนแนลและอัปโหลดวิดีโอลงยูทูบทางช่อง ดำเนินรายการโดย ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร, กอล์ฟ กิติพัทธ์ ชลารักษ์ และ ก๊อตจิ ทัชชกร บุญลัภยานันท์ รายการที่จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ในประเทศ รวมถึงความสนุกสนานของทั้ง 3 พิธีกร ได้เห้นมุกตลกใหม่ๆ อยู่เสมอ รับรองว่าใครดูแล้วจะต้องติดใจ ^^ ดีเจเจ๊แหม่ม วินัย สุขแสวง  ขอปิดท้ายด้วยขุ่นแม่แซ่บลืม! อีกคน ดีเจเจ๊แหม่ม ดีเจคลื่น กรีนเวฟ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมานาน จบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต รางวัลที่เคยได้รับ Brand Ambassador ปปง. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ถ้าพูดถึงเรื่องศัลยกรรม ดีเจเจ๊แหม่มก็ได้ออกมายอมรับมาทำศัลยกรรมหลายอย่างซึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ก็ทำให้ชีวิตของเจ๊ดีขึ้นด้วย ^^ ทุ่มเงินเป็นล้าน เริ่มจากการปลูกถ่ายเส้นผม ทำจมูก ทำคาง ใบหน้าเรียว รวมถึงการร้อยไหม ฟิลเลอร์ ทำออกมาแล้วหน้าเด็กลงเยอะมว๊ากค่ะ! ปัจจุบันก็ได้แต่งงานกับแฟนหนุ่มนอกวงการ "บอย" ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ^^  เรียบเรียงโดย teen.mthai ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

ฉาวได้อีก!! คลิปแฟนบอล เบซิคตัส บีบแตรรบกวนการนอนแข้งหงส์
ยูโรป้า ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

เกิดเรื่องฉาวในแดนไก่งวงอีกแล้ว!! หลังจากมีการเปิดเผยคลิปเมื่อช่วงดึกของคืนวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ ก่อนเกมที่ ลิเวอร์พูล จะบุกไปพ่าย เบซิคตัส คารัง อตาเติร์ก โอลิมปิยัต สเตเดี้ยม ในการดวลจุดโทษ 5-4 เมื่อคืนที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวมีแฟนบอล อุลตร้า ของ เบซิคตัส พยายามขับรถผ่านหน้าโรงแรม วินด์แฮม ที่นักเตะ ลิเวอร์พูล ใช้พักผ่อนและบีบแตรรบกวนการพักผ่อนเพื่อให้แข้ง "หงส์แดง" นอนหลับไม่เต็มตื่น ก่อนที่จะลงทำศึก ยูโรป้า ลีก กับทีมรักในวันถัดมา โดยมีกลุ่มแฟนบอลบางส่วนโดนตำรวจในกรุง อิสตันบลู รีบเข้ามาระงับเหตุหลังจากส่งเสียงก่อนกวนหน้าที่พักแข้งหงส์แดงเป็นเวลานาน

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

รวบ!! หลวงจีนหื่น จับสาวแก้ผ้าถ่ายเปลือย บังคับมีเซ็กส์
จับสาวแก้ผ้า /  ถ่ายเปลือย / 

รวบ หลวงจีนหนุ่มหื่นในมณฑลเจียงซู แอบปลอมตัวออกจากวัดลวงสาว ทำร้ายจนหมดสติ จับแก้ผ้าถ่ายเปลือยแบล็คเมล์ขู่ขอมีเพศสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ว่า เว็บไซต์ข่าวฮ่องกง “แอปเปิ้ล เดลี” รายงานจากมณฑลเจียงซู ประเทศจีน  ตำรวจจีนในมณฑลเจียงซู เข้ารวบตัวหลวงจีนหนุ่มวัย 24 ปี สุดแสบ ที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ ที่ไปลวงสาวจับแก้ผ้าขอมีเพศสัมพันธ์ ทั้งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เอาแต่เล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันทีเมื่อว่างเว้นจากการสวดมนต์หรือนั่งสมาธิ จนพบกับสาวรายหนึ่ง ที่ทราบเพียงนามสกุลว่า “หวัง” วัย 20 ปี บนเว็บไซต์หาคู่ ทั้งสองแชทหากันไปมา จนตกลงใจมาพบปะกันจริงที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง หลังจากหลวงจีนหนุ่มแอบปลอมตัวออกจากวัด แล้วหลอกสาวเข้าโรงแรมอ้างเพื่อพักผ่อน จากนั้นจึงเข้าลวนลามสาวทันที แต่นางสาวหวังไม่ยอม พร้อมกล่าวว่า เธอถูกหลอกพาเข้าโรงแรมและปฏิเสธโดยการกัดแขนของหลวงจีน เขาจึงบันดาลโทสะ ทำร้ายเธอจนหมดสติ หลวงจีนนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยอ่านข้อมูลในอินเตอร์เน็ต คนหมดสติจะสามารถทำให้ฟื้นคืนได้ด้วยการใช้น้ำเย็นลูบ แต่ก่อนหน้าที่เขาจะเอาน้ำเย็นมาลูบเธอ เขากลับจับนางสาวหวังถอดเสื้อผ้าออกจนล้อนจ้อน จากนั้นใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ถ่ายรูปเธอเปลือยเธอไว้ 7 รูป ก่อนที่จะพาร่างของเธอเข้าไปในห้องน้ำเพื่อใช้น้ำเย็นลูบ เมื่อนางสาวหวังฟื้นได้สติ ทั้งคู่ก็ลาจากกันเพียงเท่านั้น แต่ในวันถัดมา หลวงจีนแสบได้ส่งรูปภาพเปลือยของเธอมาให้เธอดู พร้อมขู่จะแฉภาพลงอินเตอร์เน็ต หากเธอปฏิเสธที่จะมีเพศสัมพันธ์กับเขา อย่างไรก็ตาม นางสาวหวังตัดสินใจปฏิเสธ และนำเรื่องดังกล่าวแจ้งตำรวจ นำไปสู้การจับกุมหลวงจีนชั่วคนดังกล่าว