ตำรวจข่มขืนตำรวจหญิง

ซิงเกิ้ลมัม โพสต์รูป สอนใจแม่วัยรุ่น ตัดใจทิ้งลูกคาปั๊ม
ข่าวจังหวัดชลบุรี /  ข่าววันนี้ / 

ชาวเน็ตโพสต์รูป ซิงเกิ้ลมัม สอนใจแม่วัยรุ่นอ้างแฟนไม่รับผิดชอบ ตัดใจทิ้งลูกคาปั๊ม เมืองชลบุรี จากกรณีที่มีแม่ใจร้ายรายหนึ่ง นำเด็กทารกเพศหญิงทิ้งไว้ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา พร้อมมีจดหมายระบุข้อความอ้าง ถูกแฟนหนุ่มไม่รับผิดชอบก่อน จึงทำให้ต้องทิ้งมาลูกซ้ำ ว่า "พ่อแม่เป็นคนไทยทั้งคู่นะคะ หนูตั้งชื่อน้องว่า ด.ญ.รัตน์ชฎาภรณ์ หรือน้องน้ำแข็ง พ่อของน้อง เขาทิ้งหนูไปตั้งแต่รู้ว่าหนูท้อง" แม่เลวๆ นั้น วันนี้ (20 ต.ค. 57) ในโลกออนไลน์ผู้คนต่างเข้าไปแสดงความเห็นหลังจากข่าวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่ผู้หญิงคนดังกล่าวจะทิ้งลูกของตัวเอง เพียงเพราะอ้างว่าถูกผู้ชายทิ้งก่อนแล้วจะมาทิ้งลูกซ้ำเช่นนี้ ขณะเดียวกันได้มีการโพสต์ภาพ และข้อความให้กำลังใจด้วยว่า การเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ใช่ปัญหา ไม่ทำให้ตาย แต่อยู่ที่จิตสำนึกมากกว่า โดยคุณ Bank Sqweez เผยว่า "ไม่รู้สิ...ผมยังเลี้ยงคนเดียวได้เลย!! ยอมรับนะครับว่าเสียใจ.. แต่ทำไงได้!! ก็ต้องสู้สิครับ::" ....................................................................... คุณ @นู๋กร ผิดหรอที่ร๊ากจิง "มันขึ้นอยู่กับตัวเรา #ฉันเอง ท้องไม่พร้อมตอน14ย่าง15 เลิกกันตั้งแต่ท้องได้2เดือน (ตลอดเวลาไม่เคยคิดจะทำแท้งน้องเลย ทุกวันนี้ฉันทำงาน เลี้ยงน้องด้วยน้ำพักน้ำแรก น้อง4ขวบแล้วค่ะ) #ทุกวันนี้ไม่เสียใจเลยที่มีเค้า เราทำอะไรไปเราต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิด ไม่คิดโทษใครเป็นเพราะเราทำเราเลือกเอง ...รักลูกมากค่ะ" ....................................................................... คุณ @Cher Ry "เลี้ยงลูกเองคนเดียวเหมือนกันคะ ใครไม่รับช่างเขา ลูกก็ลูกของเรา" ....................................................................... คุณ @Amp Mii "Single Momค่ะ ลูกป่วยเป็นธาลัสซีเมียให้เลือดทุกเดือน พ่อเค้าไม่เคยมาดูแลเลย ตอนนี้4ขวบละค้าบ" ....................................................................... คุณ @สุดปรารถนา ท. "ท้องไม่พร้อมแต่ไม่เคยคิดจะเอาลูกไปทิ้งที่ไหน ยอมทิ้งอนาคตที่ดีเพื่อให้ได้อยู่กับลูกและมีความสุขมากตอนนี้ กับแค่ผู้ชายคนเดียวจะไปเสียใจทำไมมันไม่ใช่เลือดเนื้อเราซะหน่อย" พร้อมกันนี้ผู้ใช้เน็ตยังแนะนำเพจเฟซบุ๊ก ที่เปิดรับปรึกษาพูดคุย กับผู้เป็นแม่ที่ไม่พร้อมเลี้ยงดูทารกด้วย เพื่อร่วมกันช่วยเหลือหาทางออก และแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดไป โดยสามารถเข้าไปที่เพจ @เด็กน้อย ที่ไม่มีใครต้องการ ได้หากไม่ต้องการทารกอย่างกรณีนี้ ทั้งนี้ทาง MThai news ขอขอบคุณภาพ และข้อความดีๆ จากเจ้าของเพจที่หยิบนำมาเสนอ และหวังว่าปัญหาดังกล่าวคงจะหมดไปในไม่ช้า สำหรับความคืบหน้าอาการของมารกเพศหญิงคนดังกล่าว ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาล และพักรักษาตัวอยู่ในรพ.ชลบุรี MThai news

ส่งรพ. สาวมะกัน 'ไคลแม็กซ์ค้าง' 3 ช.ม.
news

ส่งรพ. สาวมะกัน 'ไคลแม็กซ์ค้าง' 3 ช.ม. สาวซีแอตเติลขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า ถึงจุดสุดยอดต่อเนื่องนาน 3 ชั่วโมง แฟนหนุ่มรุดพาส่งโรงพยาบาล หลังกระตุกเกร็งทั่วร่างไม่ยอมหยุด นางสาวลิซ มีเพศสัมพันธ์กับอีริก สุขสมอารมณ์หมายทั้งคู่ ฝ่ายชายลงจากเตียงแล้ว แต่ฝ่ายหญิงยังมีอาการออแกสซัมไม่เลิก @ ลิซ กับอีริก (ในภาพเป็นนักแสดง) ชั่วโมงแรกผ่านไป อาการถึงจุดสุดยอดยังไม่สร่างซา ลิซเริ่มวิตก เธอกระโดดขึ้นลง สลัดความรู้สึกปวดเกร็ง แต่ไม่ได้ผล แม้อีริกหยิบไวน์ให้ดื่มดับอารมณ์ ทว่าร่างกายยังคงกระตุกตุบๆต่อไปอีก @ ลิซดื่มไวน์แดง หวังระงับอาการไคลแม็กซ์ไม่หยุด แต่ไม่ได้ผล ขึ้นชั่วโมงที่สอง แฟนหนุ่มพาลิซไปโรงพยาบาล นางพยาบาลเห็นเธอครวญคราง นึกว่าคนไข้กำลังจะคลอด @ อีริกพาลิซไปโรงพยาบาล เพราะอาการออแกสซัมไม่มีทีท่าจะหยุด ลิซ ซึ่งเจ้าตัวขอสงวนนามสกุล นอนพักในห้องฉุกเฉิน จนกระทั่งอาการเริ่มหายไปเอง ทั้งสองเล่าประสบการณ์ ในรายการทีวี 'Sex Sent Me to the ER' ทางสถานีทีแอลซี.

สาวเกาหลีเหนือเผยทั้งน้ำตา
ข่าว

สาวเกาหลีเหนือเผยทั้งน้ำตา กว่าจะดิ้นรนออกมาหาอิสรภาพได้ ต้องผ่านชีวิตโหดร้ายกดขี่ในดินแดนโสมแดงอย่างสาหัส แค่ดูหนังตะวันตกก็ถูกลงโทษประหาร หากจะกล่าวว่าเกาหลีเหนือขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนลับแลก็คงไม่ผิดนัก เพราะแม้จะรู้หลักแหล่งตำแหน่งแน่นอนของที่ตั้ง แต่ความเป็นไปของชีวิตผู้คนในประเทศแห่งนี้กลับไม่ค่อยเป็นที่เปิดเผยต่อโลกภายนอกเท่าไร กระนั้นก็ยังได้ยินเรื่องเล่าจากปากคำของชาวเกาหลีเหนือที่เล็ดรอดหลบหนีออกมาจากบ้านเกิดของตัวเองได้สำเร็จ ว่าแผ่นดินเกิดของตนนั้นโหดร้ายกดขี่เพียงใด จึงยอมเสี่ยงตายหนีออกมาหาอิสรภาพ และ ยองมี ปาร์ค (Yeonmi Park) ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มาบอกเล่าเรื่องราวชีวิตไร้อิสรภาพในเกาหลีเหนือ ยองมีเผยว่า ในเกาหลีเหนือทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ที่นี่แบนทั้งการใช้อินเทอร์เน็ต การฟังเพลง การอ่านหนังสือ การโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และการออกเสียงแสดงความคิดเห็น โทรทัศน์มีออกอากาศอยู่เพียงช่องเดียว และหากมีหนังฉายก็จะเป็นหนังชวนเชื่อสร้างความภักดีต่อผู้นำเท่านั้น เธอไม่เคยรู้จักหนังรักระหว่างชายหญิงเลยตลอดเวลาที่เติบโตขึ้นมาที่นั่น เกาหลีเหนือประหารคนดูหนังตะวันตก ความทรงจำหนึ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการถูกเชิญไปดูการยิงเป้านักโทษซึ่งเป็นแม่ของเพื่อนเธอเอง และความผิดที่ทำให้ต้องถูกประหารชีวิตนี้ เพียงเพราะเธอแอบดูหนังของฮอลลีวูดเท่านั้น ผู้คนที่เกาหลีเหนือมีชีวิตอยู่ด้วยความเคร่งเครียด หวาดกลัวการถูกลงโทษหากเผลอกระทำผิด โดยเฉพาะการวิจารณ์ผู้นำประเทศ จะมีโทษทำให้ครอบครัว 3 ชั่วโคตรต้องติดคุก ถูกทรมาน หรือถึงขั้นประหารชีวิต ในที่สุดครอบครัวของยองมีก็ตัดสินใจเสี่ยงตายหนีออกจากดินแดนแห่งนี้ ทั้งหมดเดินเท้าข้ามทะเลทรายโกบี โดยมีเพียงเข็มทิศนำทาง และเมื่อมันพังไปก็ได้แต่เดินตามดวงดาว ซึ่งเธอเรียกมันว่า "ดวงดาวแห่งเสรีภาพ" ระหว่างทางนั้นเธอต้องสูญเสียบิดา เธอแอบฝังศพเขาอย่างเงียบ ๆ ไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องไห้ เพราะกลัวว่าจะมีคนตามมาจับเธอกลับไปเกาหลีเหนืออีก จวบจนวันนี้ ยองมีได้ครอบครองเสรีภาพดังที่เธอปรารถนามาตลอด เสรีภาพที่จะได้ใช้ชีวิตตามที่ตนได้เลือกเดินเอง เธอกลายเป็นนักพูดในฐานะชาวเกาหลีเหนือผู้ได้รับอิสรภาพ และพยายามเรียกร้องสิ่งนี้ให้กับเพื่อนร่วมแผ่นดินคนอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าหนทางความเป็นไปได้จะริบหรี่แค่ไหนก็ตาม "เราต้องใส่ใจเรื่องระบอบการปกครองให้น้อยลง แล้วสนใจความเป็นอยู่ของผู้คนที่ถูกลืมเหล่านี้ให้มากขึ้น เพราะมีเพียงพวกเราที่จะทำให้เขามีตัวตนขึ้นมาได้" เธอกล่าว

ทนายและมารดาเด็ก13ปีจมน้ำดับยื่นหลักฐานเพิ่ม
ข่าววันนี้ /  จมน้ำ / 

ทนายสงกรานต์ พร้อมมารดา ด.ช.13 ปี จมน้ำดับพิษณุโลก ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมให้เร่งรัดคดี ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำมารดาของ ด.ช.ศุภชัย ธรรมานุพัฒน์ (น้องต๊อก) อายุ 13 ปี ที่ตายโดยผิดธรรมชาติ จากการจมน้ำ ที่ จ.พิษณุโลก มายื่นหลักฐานและเอกสารเพิ่มเติมให้กับพนักงานสอบสวน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยภายหลังจากเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ได้มีการเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เพื่อให้เร่งรัดคดีดังกล่าว หลังจากนั้น ทางพยานในคดีดังกล่าวได้ถูกนายตำรวจคนหนึ่งข่มขู่ ซึ่งเกรงว่าจะมีผลต่อรูปคดี จึงได้นำมีการนำเอกสาร ภาพถ่าย และหลักฐานมาส่งมอบเพิ่มเติมแก่พนักงานสอบสวน เพื่อเร่งติดตามคดีและให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ย้อนรอย 5 โรคร้ายที่เคย ระบาด คร่าชีวิตผู้คนไปทั่วโลก!
กาฬโรค /  ติดเชื้ออีโบลา / 

ในปี 2557 นี้ โรคระบาดที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างหวาดกลัวคงจะหนีไม่พ้น โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เริ่ม ระบาด ในทวีปแอฟริกา มาตั้งแต่กลางปีจนถึงปัจจุบันก็ยังมีผู้ติดเชื้ออยู่ และเริ่มหลุดรอดกระจายไปยังทวีปอื่นๆ ซึ่งทำให้เป็นที่วิตกกังวลของผู้คนทั่วโลก เนื่องจากยังไม่มียารักษาที่ได้ผล 100% ทำให้องค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขของทุกประเทศเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง นอกจาก โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ที่เราติดตามกันอยู่ในขณะนี้ ในอดีตก็เคยมีโรค ระบาด ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น และได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปเป็นจำนวนมาก วันนี้เราจะพาไปย้อนรอยโรคร้ายที่เคย ระบาด บนโลกใบนี้กันค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์สเปน (Spanish flu) Spanish flu ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ สเปน ที่ระบาดในปี 1918 คือ การแพร่ ระบาด ของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสาเหตุมาจาก เชื้อไวรัส (Virulent) ที่มีอันตรายถึงตายสายพันธุ์ A สายพันธุ์ย่อย H1N1 โดยเริ่มมีการ ระบาด ในช่วงแรกเมื่อ เดือนมีนาคม 1918 ถึง มิถุนายน 1920 โดยเริ่มแพร่ระบาดจาก ฝั่งอาร์กติกข้ามมายังฝั่ง แปซิฟิกและมีการประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิต จากไข้หวัดใหญ่ ครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 50 - 100 ล้านคนทั่วทั้งโลก หรือเท่ากับประชากร 1 ใน 3 ของทวีปยุโรปในยุคนั้น และประมาณ 500 ล้านคน หรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรทั่วทั้งโลกในขญะนั้นเป็นผู้ติดเชื้อ นักวิทยาศาสตร์ได้เก็บกระดาษทิชชู่ที่เปื้ยนเชื้อโรค ทำการแช่แข็งไว้ เพื่อไว้เป็นตัวอย่างสำหรับการศึกษาเชื้อโรค และพัฒนาการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นหนึ่งในการแพร่ ระบาด ของเชื้อโรคครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในโลกที่สุดสยอง ลักษณะโรคเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน โดยอาการจะมีไข้สูงแบบทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่มีบางรายที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญคือ ปอดบวม ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิต ได้แก่ ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ความน่ากลัวของโรค : แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์สเปนจะหายไปนานถึง 96 ปีแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถกลับมาได้อีก เพราะเคยกลับมา ระบาด ในช่วงปี 1977 เช่นกัน และเพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่ไม่ได้มีแค่สายพันธุ์นี้อย่างเดียว ดังเช่นที่ผ่านมามีทั้ง ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กาฬโรค (Plague) โรคกาฬโรคเป็นโรคติดต่อเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Yersinia pestis เกิดจากหมัดหนูที่มีเชื้อกัด เมื่อมีการ ระบาด ของโรคหนูจะตายก่อน หมัดหนูจะกระโดดมายังสัตว์อื่น และกัดทำให้เกิดโรคขึ้นมา การดูแลเรื่องความสะอาด และควบคุมการแพร่พันธ์ของหนูทำให้โรคนี้มีการระบาดน้อยลง โดยอาการของกาฬโรคแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ ติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลือง ติดเชื้อในกระแสเลือด และติดเชื้อจากการสูดเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศเข้าปอด ผู้ป่วยจะมีอาการ ไข้สูง หนาวสั่น ต่อมน้ำเหลืองโต เลือดออกในปาก จมูก ก้น เกิดภาวะช็อก shock ปวดท้อง คลื่นไส้ และท้องเสีย ความน่ากลัวของโรค : ในอดีตกาล การ ระบาด ของกาฬโรคเกิดขึ้นหลายครั้งในหลายทวีป และทำให้ผู้ป่วยหลายล้านคนเสียชีวิต จึงจัดเป็นโรคติดต่อที่อันตรายร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่ง แต่ในปัจจุบันพบผู้ ป่วยเพียงประปรายเฉพาะในพื้นที่แถบชนบทของบางประเทศเท่านั้น และในประเทศไทยก็ไม่พบผู้ป่วยมากว่า 60 ปีแล้ว โรคไทฟอยด์ แมรี่ (Typhoid Mary) ไทฟอยด์ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Salmonella Typhi และ  และ Samonella paratyphi เชื้อนี้จะอยู่ในน้ำและอาหาร สามารถติดต่อโดยการดื่มน้ำและกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ หลังจากได้รับเชื้อนี้1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดตามตัว มีไข้สูงไข้จะสูงขึ้นเรื่อยๆสูงได้ถึง 40.5 องศาโดยไข้จะคงที่หลังจากเกิดไข้แล้ว 7 วัน มีอาการท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง หากไม่รักษาผู้ป่วยบางรายหายเองได้ใน3-4 สัปดาห์ แต่ก็มีบางส่วนที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ลำไส้ทะลุ หรืออาจแพร่กระจายไปตามอวัยวะเกิดถุงน้ำดีอักเสบ เยื่อบุหัวใจอักเสบ และเกิดภาวะเลือดเป็นพิษในที่สุด ในประวัติศาสตร์ของอเมริกา โรคไทฟอยด์ แมรี่ เป็นที่โด่งดังมาก "แมรี่ มัลลอน" หญิงสาวที่อพยพจากไอร์แลนด์เหนือมาอยู่ที่นิวยอร์ค ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โรคไทฟอยด์ กำลังแพร่ ระบาด ในอเมริกา ครอบครัวที่แมรี่ทำงานด้วยก็ป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน หลังจากนั้นเธอก็เปลี่ยนที่ทำงานไปหลายที่มากๆ ในระหว่างนี้มีผู้ป่วยไทรอยด์เพิ่มขึ้นอีก 22 ราย และจากการตรวจสอบแทบทุกครอบครัวจะป่วยเป็นโรคไทฟอยด์หลังจากที่แมรี่เข้ามา ทำงานได้ไม่นานนัก หลังจากนั้นเธอถูกจับและกักตัวไว้เพื่อตรวจ พบว่าเธอมีเชื้อไทฟอยด์จริง แต่เชื้อกลับไม่แสดงอาการใดใด เธอจึงใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่เธอคือพาหะของโรคนี้ หลังจากเธอถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 3 ปี เธอจึงขอออกมาใช้ชีวิตข้างนอกโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่ทำงานเกี่ยวกับอาหาร และจะรายงานตัวว่าเธออยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่เป็นระยะ แต่ 5 ปีให้หลังเธอก็ขาดการติดต่อไป เธอปลอมชื่อและเข้าไปทำงานที่ฝ่ายการครัว อยู่ในโรงพยาบาลสูตินารีของนิวยอร์ค ทำให้ในโรงพยาบาล มีผู้ป่วยด้วยโรคไทฟอยด์ 25 คนและเสียชีวิต 2 คน ด้วยเหตุนี้ แมรี่จึงถูกกักตัวอีกครั้งและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลจนกระทั่งเสีย ชีวิตไปในปี 1938 ความน่ากลัวของโรค : หาก คุณรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ไม่ปรุงสุกและผ่านความร้อนมาแล้ว อาจจะติดเชื้อโรคไทฟอยด์ได้ และการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับ เชื้อเช่นกันเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครบ้างที่เป็นพาหะของโรคนี้ดัง เช่น แมรี่ มัลลอน โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดมรณะ เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใหม่ ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับ"โคโรน่าไวรัส" ที่เป็นตัวการก่อไข้หวัด  ผู้ติดเชื้อไวรัสจนเป็นโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงจะมีอาการไข้ขึ้นสูง 38-40 องศาเซลเซียส, ไอแหบแห้ง, หายใจขัดและเป็นช่วงสั้นๆ เมื่อนำตัวผู้ป่วยไปเอกซเรย์ จะพบความผิดปกติที่ปอด ซึ่งดูคล้ายเป็นปอดบวม สามารถติดต่อได้ทางละอองน้ำลาย หรือการไอ จาม เชื้อไวรัสซาร์สยังสามารถลอยตัวอยู่ในอากาศนอกตัวคนไข้ได้นานราว 3-6 ชั่วโมง การรักษาควรแยกผู้ป่วยไว้อีกห้อง และผู้ดูแลควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน หน้ากากป้องกันการติดเชื้อ แว่นตา ผ้ากันเปื้อน ผ้าคลุมศีรษะ และถุงมือ เพื่อป้งกันการติดเชื้อ ความน่ากลัวของโรค : ในปีพ.ศ. 2546 โรคซาร์ส หรือโรคไข้หวัดมรณะ ได้มีการแพร่ ระบาด ไปยัง 29 ประเทศ รวมมีรายงานป่วย 8,098 ราย และเสียชีวิต 774 ราย ถึงแม้ว่าโรคซาร์สจะหายไปนานเป็น 10 ปีแล้ว แต่เมื่อปี 2556 ก็มีผู้ป่วยต้องสงสัยที่มีอาการคล้ายโรคซาร์สเช่นกัน องค์การอนามัยโรคบอกว่า มันคือ “ไวรัสโคโรนาใหม่ 2012” และล่าเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2557 องค์การอนามัยโรคออกมาประกาศว่ามีการระบาดของโรคไวรัสโคโรนาใหม่ 2012 อีกครั้ง ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 896 ราย เสียชีวิต 357 ราย แต่ยังไม่พบการ ระบาด นี้ในประเทศไทย โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา (Ebola Virus Disease : EVD) ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีไข้สูงทันทีทันใด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว ในรายที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จะพบมีเลือดออกง่าย โดยเกิดทั้งเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย มักเกิดร่วมกับภาวะตับถูกทำลาย ไตวาย หรือก่อให้เกิดอาการของระบบประสาทส่วนกลาง ช็อก และเสียชีวิตได้ ไวรัสนี้สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ได้แก่ เลือด น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ของใช้ของผู้ป่วย หรือสัตว์ที่ป่วย รวมทั้งการนำสัตว์ที่ป่วยมาทำเป็นอาหาร โดยผ่านทางเยื่อบุในปากและทางเดินอาหาร, เยื่อบุตา และรอยแยกหรือแผลบนผิวหนัง3 ระยะที่เกิดการติดต่อได้เริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการนำ (ประมาณ 7 วัน) ซึ่งในระยะนี้ยังจัดเป็นความเสี่ยงต่ำ การติดต่อจะติดได้ง่ายขึ้นเมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะท้ายของโรค การรักษาไม่มีการรักษาจําเพาะ ในรายที่มีอาการรุนแรงต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ให้สารนํ้าอย่างเพียงพอ ความน่ากลัวของโรค : อย่างที่ทราบกันดีว่าโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ยังไม่มียาป้องกันและรักษาที่มั่นใจได้ 100% ตัวยาต่างๆยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ ทำให้โรคนี้น่ากลัวมากหากได้รับเชื้อ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องเสียชีวิต องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า พบโรคติดเชื้ออีโบลา ระบาด ในวงกว้าง จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน รวมทั้งสิ้น 9,191 ราย เสียชีวิต 4,546 ราย และพบในประเทศที่มีผู้ป่วยรายแรกหรือมีการ ระบาด ในพื้นที่จำกัด จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ ไนจีเรีย เซเนกัล สเปน และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งสิ้น 25 ราย เสียชีวิต 9 ราย ตอนนี้ทางองค์การอนามัยโลกและสาธารณสุขของประเทศต่างๆก็ต่างเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เชื้อกระจายไปในประเทศต่างๆมากขึ้น เรียบเรียงโดย : health.mthai.com ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักระบาดวิทยา สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ สารานุกรมเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ www.siamhealth.net/ wowboom.blogspot.com

ภาพแรกจาก Moana ว่าที่เจ้าหญิงดิสนีย์คนใหม่ แห่งโพ้นทะเล ฉายจริง ปี 2016
Concept Art /  Disney / 

แฟนๆ แอนิเมชั่นแห่งปราสาทดิสนีย์ส่งเสียงกันหน่อย และเตรียมตัวพบกับ ว่าที่เจ้าหญิงคนใหม่ได้เลย กับภาพยนตร์ Moana โดยเป็นเรื่องราวของ โมอาน่า สาวนักสำรวจแห่งโพ้นทะเลแปซิฟิกตอนใต้ ที่จับมือกับ มาอูอิ วีรบุรุษครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ เพื่อออกผจญภัยตามหาเกาะในตำนาน ี่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ทั้งสัตว์ทะเลใหญ่ยักษ์ โลกใต้ทะเลอันน่าตืนตาตื่นใจ และตำนานพื้นบ้านโบราณ โดยล่าสุดนี้ Moana ได้ปล่อยภาพคอนเซ็ปน์อาร์ต ภาพแรกออกมาเรียกน้ำย่อยคุณผู้ชมกันแล้ว คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพใหญ่ โดยภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Moana นี้ ได้ รอน เคลย์เมนท์ส และ จอห์น มัสเกอร์ ผู้เคยฝากผลงานระดับคลาสิคสุดประทับใจอย่าง The Little Mermaid, Aladdin และ The Princess and the Frog มาแล้ว ซึ่งนั่นรับรองว่าเรื่องใหม่นี้ ต้องยังคงเปี่ยมคุณภาพแน่นอน รอน เคลย์เมนท์ส และ จอห์น มัสเกอร์ และข่าวดียิ่งกว่านั้นคือ หลังจากที่ Moana ได้วางกำหนดฉายไว้ปี 2018 ในช่วงแรก แต่ตอนนี้ ได้ประกาศเลื่อนให้เร็วขึ้นมาฉายจริงปี 2016 แทนแล้ว!! อดใจรอกันอีกไม่นานนะคุณผู้ชม ----------------------------------

กว่าจะรู้เดียงสา (2530) 3/3 จบ
หนังไทย

เรื่องย่อ : ครอบครัวของทิพย์ (มาช่า วัฒนพานิช) เป็นผู้ดีเก่า มีคุณแม่ (พิศมัย วิไลศักดิ์) เป็นคนดูถูกคนจน เมื่อทิพย์อายุ 15 ย่าง 16 ได้รู้จักกับหนุ่มดาวโรงเรียนชื่อ ไชยา (สุริยา เยาว์สังข์) ทั้งสองคนมักพบปะกันประจำโดยทางบ้านไม่รู้ พี่ชายของไชยา (นพพล โกมารชุน) เปิดร้านขายเเละซ่อมจักรยาน และมักทะเลาะกับไชยาประจำ ทำให้เขาเบื่อที่บ้านมาก เมื่อทิพย์ไปเที่ยวน้ำตกกับไชยา ทั้งคู่ก็ได้มีความสัมพันธ์กัน จนท้องขึ้นมาและหนีไปอยู่ด้วยกัน พ่อแม่ของทิพย์ตามไปที่ร้านของพี่ชายไชยาและกล่าวว่าโทษให้ ทั้งคู่หนีไปอยู่กรุงเทพฯ แฉล้ม (อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ) ผู้หญิงหากินพาไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งสองต้องแยกกันหางานทำ ไชยาไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านคนจีนซ่อมจักรยาน ส่วนทิพย์ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กทำงานบ้านที่บ้านครู แต่อยู่ได้ไม่นานสามีเจ้าของบ้านเข้ามาลวนลาม โชคดีที่ทิพย์ได้ใช้ขวดตีที่ศีรษะเเละหนีออกมาได้ จึงหนีไปหาไชยาที่ร้านซ่อมจักรยาน แต่ก็ไม่เจอกัน เพราะไชยาได้ลาออกไปแล้ว จึงกลับไปหาแฉล้ม โดยขอโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน หวังให้คุณพ่อรับหลานไปเลี้ยงหลังคลอด แต่ก็ต้องตกใจ เพราะพี่ชายบอกว่าคุณพ่อได้หย่ากับคุณแม่แล้วและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พี่ชายต้องการให้ทิพย์กลับไปอยู่ด้วยกันพร้อมยินดีรับเลี้ยงลูกของทิพย์ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทิพย์ก็ร้องไห้วางสายโทรศัพท์ด้วยความเสียใจกับข่าวที่พ่อหายตัวไป อีกทั้งยังรู้ว่าไชยาซึ่งติดยาถูกรถชนตายเพราะวิ่งหนีตำรวจ แฉล้มจึงได้โอกาสเกลี้ยกล่อมให้ทิพย์ทำงานเป็นผู้หญิงหากินและเอาไปฝากไว้ที่บ้านของแม่เล้า เมื่อทิพย์คลอดลูก ก็โดนพาไปขายที่หาดใหญ่ ทิพย์ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย จากนั้นหมอสุริยา (อธิป ทองจินดา) ญาติของทิพย์ ได้มาตรวจร่างกายในซ่อง จึงพยายามหาทางช่วยทิพย์ แต่ทิพย์ต้องการให้ลูกออกไปได้ก่อน ทิพย์ตัดสินใจผูกคอตาย หมอสุริยาส่งเด็กให้กับพี่ชายทิพย์เลี้ยง แม่ของทิพย์จึงรู้ว่าทิพย์ได้จากไปแล้ว กว่าจะรู้เดียงสา เป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 ที่ดัดแปลงสร้างมาจากนวนิยายของ โบตั๋น จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย ชนะ คราประยูร บทภาพยนตร์โดย ชนะ คราประยูร และ นพมาศ ศิริกายะ นำแสดงโดย พิม (มาช่า) วัฒนพานิช, สุริยา เยาว์สังข์, อธิป ทองจินดา, นพพล โกมารชุน, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ,กำธร สุวรรณปิยะศิริ, สุริวิภา กุลตังวัฒนา, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร ออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2530 กว่าจะรู้เดียงสา ได้สร้างเป็นละครโทรทัศน์ 3 ครั้ง ครั้งแรกและครั้งที่ 2 โดย ดาราวิดีโอ ออกอากาศทาง ช่อง 7 ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 นำแสดงโดย มาช่า วัฒนพานิช, สิวะ แตรสังข์, พิศมัย วิไลศักดิ์ ครั้งที่สองปี พ.ศ. 2543 นำแสดงโดย คีตภัทร อันติมานนท์, วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, ดวงดาว จารุจินดา และครั้งที่สามปี พ.ศ. 2555 นำแสดงโดย ธีรภัทร์ แย้มศรี, พิรุณรัตน์ เกตุคำ, รชยา รักกสิกรณ์ สร้างและออกอากาศทางช่อง media channel รายชื่อนักแสดง มาช่า วัฒนพานิช ............ แว่นทิพย์ (ทิพย์) สุริยา เยาว์สังข์ ............ ไชยา อธิป ทองจินดา ............ หมอสุริยา นพพล โกมารชุน ............ พี่ชาย ไชยา พิศมัย วิไลศักดิ์ ............ แม่ของทิพย์ อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ ............ แฉล้ม (หญิงขายบริการ) กำธร สุวรรณปิยะศิริ ............ พ่อของทิพย์ สุริวิภา กุลตังวัฒนา ............ เพื่อนสาวของทิพย์ สุเชาว์ พงษ์วิไล ............ สามีของครู (นายจ้างของทิพย์) ไกรลาศ เกรียงไกร ............ สิงห์ (คนคุมส่งหญิงขายบริการ) ยุวดี ไทยหิรัญ ............ ครู (นายจ้างของทิพย์) ปุยฝ้าย ไทยหิรัญ ............ เพื่อนชายของไชยา นภาพร หงสกุล ............ เฉลา เพื่อนของแฉล้ม (อาชีพค้าผู้หญิงบริการ) บู๊ วิบูลย์นันท์ ............ เสี่ยเจ้าของสถานบริการบันเทิง (นายจ้างของทิพย์) ชูศรี มีสมมนต์ ............ แม่เล้าในซ่อง ชินดิษฐ์ บุนนาค ............ นายจ้างร้านซ่อมจักรยานของไชยา เรืองศรี อินทรกำแหง ............ เรือง (พนักงานโรงเเรม) ขจรศักดิ์ ศุกระจันทร์ ............ พี่ชายของทิพย์ ทัศนีย์ ชินวัตร ............ พี่สะใภ้ของทิพย์ ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/07/2530-master-vcd.html 1/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413839651.html 2/3 - http://video.mthai.com/trailer/player/1413844670.html 3/3 -

มีเงื่อนงำ? คุณตาพึ่งขายที่นา ได้เงิน2 ล้านผูกคอดับ
ขายที่นา /  ขายที่นาฆ่าตัวตาย / 

คุณตาวัย 61  พึ่งขายที่นาได้เงิน2 ล้าน ผูกคอดับปริศนา  วันนี้(21ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ได้เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร หลังจากชาวบ้านได้แจ้งว่ามีชายชราท่านหนึ่งผูกคอตาย เมื่อทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบศพคนผูกคอตายทราบชื่อคือ นายชื่น เงินสิน อายุ 61 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ (ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าว) จากการสอบสวนน้องสาวผู้ตายอายุ 59 ปีได้ให้การว่า ตนและพี่ชายต่างไม่มีครอบครัวและแก่มากแล้ว จึงตัดสินใจขายที่นา จำนวน 40 ไร่ ในราคา2 ล้าน 2 แสนบาท เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งวันเกิดเหตุตนไม่เห็นพี่ชาย จึงเดินไปดูที่ห้องน้ำ พบว่าประตูห้องน้ำล็อก เรียกพี่ชายเท่าไหร่ก็ไม่เปิด จึงวิ่งไปเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ มาช่วยกันงัดประตูห้องน้ำ พอเปิดประตูเข้าไป พบพี่ชายใช้ผ้าขาวม้าผูกคอกับหลังคาห้องน้ำเสียชีวิต ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านรายหนึ่งว่าหลังขายที่นาได้เงินมาแล้ว น้องสาวผู้ตายเป็นคนเก็บเงินไว้คนเดียว พอนายชื่นต้องการจะใช้เงินบ้าง น้องสาวก็ไม่ค่อยให้ เนื่องจากน้องสาวเป็นคนขี้เหนียว อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นายชื่นพี่ชายเกิดความน้อยใจน้องสาวแล้วคิดสั้นผูกคอตายก็เป็นได้ ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์ MThai News

คุณตาเมืองชลฯ ผูกคอตาย แค้นฝากเงินนับล้านเหลือแค่ 4 พัน
ข่าววันนี้ /  คิดสั้นผูกคอตาย / 

คุณตาวัย65 คิดสั้นผูกคอตาย แค้นฝากเงินนับล้าน เหลือแค่ 4 พัน วันนี้(20ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีชายชราผูกคอตายในบ้านหลังหนึ่ง เมื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบศพ นายบุญเลิศ ธรรมเมธา อายุ 65 ปี ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอกับขื่อกลางบ้าน เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง สภาพโดยรอบไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แต่พบจดหมายเขียนด้วยลายมือผู้ตายว่า “โดนโกง ฝากเงิน 1 ล้าน เหลือ 4,000 บาท” จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 วัน ผู้ตายเคยบ่นน้อยใจว่าเงินที่ฝากกับธนาคารแห่งหนึ่ง จำนวน 1 ล้าน ได้หายไปเกือบหมดเหลือเพียง 4,000 บาทเท่านั้น ทั้งที่ไม่เคยไปเบิกเงินเลย แต่เคยฝากให้คนใกล้ชิดไปทำธุรกรรมเบิกเงินให้ครั้งหนึ่ง เมื่อผู้ตายทราบว่าเงินฝากหายไปจึงบ่นว่าอยากฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุมาจากเรื่องเงินที่ผู้เสียชีวิตฝากไว้ที่ธนาคาร และเข้าใจว่าหายไป ซึ่งตำรวจกำลังติดตามสอบสวนว่าเงินหายไปจริงหรือไม่ MThai News

ฆาตกรต่อเนื่องชาวมะกัน ฆ่าคนมา 20 ปี เพิ่งถูกจับได้ ??
ฆาตกรต่อเนื่อง /  ฆาตกรต่อเนื่องนาน 20 ปี

ฆาตกรต่อเนื่องที่มีส่วนพัวพันธ์กับการตายของหญิงสาวถึง 7 คน ให้การสารภาพว่าเขาคือฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมาเรื่อยๆนานกว่า 20 ปี วันนี้ (21ต.ค.) สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์ รายงานข่าว ดาร์เรน วาน วัย 43 ปี จากรัฐอินเดียนา ของสหรัฐฯ ที่ในขั้นแรก เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีฆาตกรรมหญิงสาวอย่างน้อย 7 ราย ซึ่งต่อมาเขารับสารภาพว่า เป็นฆาตกรต่อเนื่องมายาวนานกว่า  20 ปีแล้ว ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจรัฐอินเดียน่าเผยว่า นายวาน ให้การว่า ได้ก่อคดีฆาตกรรมมาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว โดยสังหารเหยื่อที่เป็นหญิงขายบริการ อายุ 19 ปี ด้วยการบีบคอ และพบศพในโรงแรม ทั้งยังพาเจ้าหน้าที่ไปพบศพที่เขาลงมือฆ่าด้วยตัวเองอีกอย่างน้อย 3 ศพด้วย อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีร่วมมือในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้กับนายวานด้วยหรือไม่ นาย เจสัน คลาร์ก โฆษกภาควิชากฎหมายอาญา ในเท็กซัส  เผยว่า นายวาน เคยถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อเดือนกรกฎาคมในปี 2008 และพยายามที่จะบีบคอผู้หญิงวัย 25 ปีในอพาร์ทเม้นออสติน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่เลวร้ายที่สุดของโลกคนใหม่ในบราซิล !! ลีโอนาร์โด เตรียมรับบท ฆาตกรต่อเนื่องแห่งศตวรรษที่ 19 รวบฆาตกรต่อเนื่อง 9 คดี วางยาพิษขโมยรถ จุดจบ ไอ้หนุ่ย ฆาตกรต่อเนื่อง บทเรียน ปัญหาสังคมไทย!! Mthai News

ศาลไม่รับคดี สุเทพฟ้องธาริต ใส่ร้ายโกงสร้างโรงพัก
ข่าววันนี้ /  ธาริต เพ็งดิษฐ์ / 

ศาลอาญา รัชดา ไม่รับ คดี 'สุเทพ' ยื่นฟ้อง 'ธาริต' ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีใส่ร้ายโกงสร้างโรงพัก - ถาวรจ่ออุทธรณ์ ศาลอาญา รัชดา นัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หรือ พระสุเทพ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีแถลงข่าวกล่าวหาโจทก์ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ทำเรื่องของเปลี่ยนแปลงโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 โรงพัก จากรายภาครวมเป็นรายเดียว ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นข้อความเท็จทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดย นายสวัส เจริญผล ทนายความ เปิดเผยว่า ในวันนี้ พระสุเทพ ไม่ได้เดินทางมาที่ศาลด้วย เพราะได้เสร็จสิ้นการไต่สวนไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557 ซึ่งวันนี้ ศาลได้ยกฟ้องในชั้นไต่สวน เนื่องจากหลักฐานของทางโจทก์ไม่เพียงพอ โดย นายสวัส จะเร่งดำเนินการยื่นอุทธรณ์ให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังได้เปิดเผยถึง คดีที่ นายธาริต ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งอายัดบัญชีแกนนำ กปปส. ว่าเป็นการไม่เหมาะสม เนื่องจากเห็นว่าในขณะนั้น นายธาริต และ พระสุเทพ มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงเป็นคู่อริที่มีความขัดแย้งทางการเมือง จึงเห็นว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีการยกคำร้อง เนื่องจากยังมีมูลไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ตนพร้อมจะทำการยื่นอุทธรณ์โดยทันที MThai news

Fat Princess: Piece of Cake เกมส์มือถือพัซเซิล Turn-Based สนุกๆ
Fat Princess /  Fat Princess: Piece of Cake

PlayStation Mobile ประกาศเปิดตัวเกมส์ Fat Princess: Piece of Cake ต่อยอดจากเกมส์ต่อสู้วางแผนบนเครื่องเกมส์ PlayStation 3 สู่เกมส์ Turn Based กึ่งพัซเซิลเรียงลูกแก้ว บนมือถือ ต่อสู้ศัตรูและพาเจ้าหญิงเสด็จนั่งบนบังลังก์ ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนีับน iOS และ Android เกมส์ Fat Princess: Piece of Cake ให้ผู้เล่นทำการตะลุยต่อสู้กับศัตรูในแต่ละ Wave ด้วยการเรียกลูกแก้วให้ครบ 3 ลูก อิงจากอาชีพตัวละครจำนวน 4 ตัว ได้แก่ Warrior, Ranger, Worker และ Priest ผู้ที่ช่ำชองเรื่องการใช้ดาบ,ปืน ต่อสู้ ขว้างระเบิดให้ฝ่ายตรงข้ามชะงักชั่วครู่ หรือนพลังชีวิตให้กับสมาชิกทีม ระหว่างการเล่น ผู้เล่นจะต้องวางแผนการต่อสู้ด้วยการรเรียงลูกแก้วที่มีไอคอนรูปดาบ ปืน ระเบิด และหัวใจ และใช้เวลาต่อสู้ให้รวดเร็วที่สุด นอกจากนี้ ผู้เล่นจะต้องเก็บเพชรอันเสมือนค่าเงินในเกมส์เพื่อใช้อัพเกรดกองทัพให้แข็งแกร่ง ทั้งนี้ สามารถใช้เหรียญทองหรือเพชรในเกมส์ในการอัพเกรดได้เช่นกัน ทั้งนี้ หากผู้เล่นสามารถเล่นเกมส์ถึงด่าน 15 แล้ว ผู้เล่นจะได้รับ Free Voucher สำหรับดาวน์โหลด Fat Princess ใน PS3 ฟรี โดยทำการยืนยันผ่านบัญชี Facebook พร้อมกับมีบัญชี PlayStation Network ในการขอรับครั้งนี้ด้วย ดาวน์โหลดเกมส์ Fat Princess: Piece of Cake เวอร์ชั่น iOS และ Android ได้ที่นี่

หนุ่มทมิฬ เดือดจัด ราดน้ำร้อนใส่หมาแฟนเก่า เจ็บสาหัส
ทารุณสัตว์ /  ราดน้ำร้อนใส่หมา / 

หนุ่มมะกัน แก้แค้นแฟนเก่าด้วยการราดน้ำร้อนใส่สุนัขของเธอ หนังถลกบาดเจ็บสาหัส วันนี้ (21ต.ค.) รายการ Around the world by CNN ทางช่อง Mono29 มารียา เฟคการ์ เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีทางกฏหมายกับนาย อเลนส์ วิลเลี่ยม วัย 27 ปี อเลนส์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นผู้ก่อเหตุราดน้ำร้อนใส่ มูล สุนัขพิทบลู วัย 1 ปี ของ มารียา จนบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากโกรธเคืองฝ่ายหญิงหลังจากเพิ่งเลิกรากันไปไม่นาน ทั้งนี้ อเลนส์ ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ มารียาจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาถูกตั้งข้อหาทรมานสัตว์ และศาลตัดสินว่าเขาต้องจ่ายค่าประกันจำนวน 86,000 ดอลลาร์ หรือราว 2.7 แสนบาท หลังจากในขณะการจับกุมไปยังสำนักงานตำรวจฮอลลีวูด เขาไม่ได้แสดงถึงอาการสำนึก และถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ ทั้งยังกล่าววาจาหยาบคาย อย่างไรก็ตามร่างกายและผิวหนังเกือบครึ่งของเจ้ามูลถูกเผาไหม้จากความร้อน เจ้ามูน บาดเจ็บสาหัส และต้องใช้เวลารักษา 1-3 เดือน Mthai News ขอบคุณรายการ  Around the world by CNN ทางช่อง Mono29

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

กสม.เชิญจนท.แจงซ้อม2ผตห.ฆ่าฝรั่ง 27ต.ค.จ่อขอX-ray
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า /  ฆ่า / 

กสม. เชิญ ตำรวจ ชุดสอบสวนคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษ เข้าชี้แจงกรณีซ้อมผู้ต้องหา วันที่ 27 ต.ค. นี้ พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เปิดเผยถึงการชี้แจงข้อเท็จจริงในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานตำรวจ โดย พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะพงัน ให้ข้อมูลว่า ในช่วงแรกของการเกิดเหตุ โดยมีชุดสืบสวนสอบสวนจากทั้งส่วนกลาง ส่วนจังหวัด และท้องที่กว่า 7-8 ชุด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อจับกุมผู้ต้องหา 2 คนได้ ก็ไม่ได้มีการซ้อมทรมาน หรือทุบตีผู้ต้องหาแต่อย่างใด และผู้ต้องหายังได้รับสิทธิ์ตั้งทนายความตามกฎหมาย ดังนั้น จึงไม่ทราบว่ามีการทรมานผู้ต้องหาในขั้นตอนการสืบสวนของชุดสืบสวนชุดใด โดยในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม คณะกรรมการสิทธิฯ จะเชิญหน่วยงานชุดสืบสวนสอบสวนทั้งหมดเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการซ้อมผู้ต้องหา เพื่อรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย พร้อมย้ำจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่นิติวิทยาศาสตร์ได้ลง พื้นที่พูดคุยกับผู้ต้องหา ทราบว่าเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมทำร้าย ทุบตี ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยบาดแผลหรือฟกช้ำตามร่างกาย แต่มีจุดกดเจ็บบริเวณทรวงอกผู้ต้องหา 1 ราย ดังนั้น คณะกรรมการสิทธิฯ จึงได้ทำหนังสือประสานงานไปยังผู้บัญชาการเรือนจำขอให้มีการตรวจร่างกาย เพื่อร่องรอยการบาดเจ็บอีกครั้ง

งามหน้า! ซาลุสก้า ประตูเซลติกโดนซุ่มตีหัวแตกข้างถนน
กลาสโกว์ /  ชาวโปรแลนด์ / 

ไม่รู้ไปก่อเรื่องอะไรไว้รึเปล่าสำหรับ ลูคัสซ์ ซาลุสก้า นายทวารชาวโปรแลนด์ วัย 32 ปี ที่อยู่ๆ ก็โดนผู้ประสงค์ร้ายทำร้ายเอาจนหัวร้างข้างแตกกันเลยที่เดียว เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเรียกตัวไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุที่แถบแอชตัน ทางตะวันตกของเมือง กลาสโกว์ ซึ่งผู้ถูกทำร้ายคือ ลูคัสซ์ ซาลุสก้า นายประตูของสโมสร เซลติก ในลีกสก็อตแลนด์ เขาถูกทำร้ายที่บริเวณศีรษะจนถึงกับสูญเสียเลือดเป็นอย่างมาก แต่ยังไม่ทราบอาการบาดเจ็บที่แน่ชัด จากคนร้ายที่ไม่ขอเอยนาม เพราะไม่สามารถเปิดเผยได้ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย แต่มีพยานรู้เห็นบอกว่าเป็นนักฟุตบอลใน ลีกสก็อต เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ตรงบริเวณดังกล่าวนี้ก็เคยเกิดเหตุการที่ นิล เลนน่อน อดีตผู้จัดการทีมเซลติก เคยถูกทำร้ายด้วยเช่นกันในปี 2008 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และดำเนินการสอบสวนสืบสวนถึงรูปคดีต่างๆ ไว้แล้วซึ่งคาดกันว่า มีนักฟุตบอลร่วมลีกอยู่อีก 2 คนที่มีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง

โจโกวิ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดฯแล้ว
ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย /  พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง / 

นายโจโกวิ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียแล้วในวันนี้ วันนี้(20ต.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นายโจโก วิโดโด หรือเป็นที่รู้จักในชื่อโจโกวิ วัย 53 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียแล้ว โดยมีประมุข ผู้นำประเทศ และผู้แทน เข้าร่วมพิธี อาทิ นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ นายโทนี แอบบอตท์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย รวมทั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของไทย เป็นต้น นายวิโดโดเป็นอดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ต้า และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ไม่ได้มาจากสายทหารและชนชั้นนำทางการเมือง ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า คืนนี้ จะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตดนตรีร็อคและคาดว่านายวิโดโดจะไปปรากฏตัวบนเวทีด้วย ขณะนี้บรรยากาศในกรุงจาการ์ตาคึกคัก มีการวางกำลังตำรวจและทหาร 24,000 นายเพื่อรักษาความปลอดภัย Mthai News ขอบคุณ BBC Thai