ตั๊กแตน ชลกา

ผลบอล:ต้านไม่ไหว!ฉลามชลบุกโดนเอฟซีโตเกียวยำเละร่วงACL
ชลบุรี เอฟซี /  ผลบอล / 

เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟรอบที่ 3 วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เอฟซีโตเกียว(ญี่ปุ่น) 9-0 ชลบุรี เอฟซี(ไทย) ผู้ทำประตู:1-0 โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ น. 7(เข้าประตูตัวเอง),2-0 ทาคุมะ อาเบะ น.9,3-0 เคอิโกะ ฮิกาชิ น.34,4-0 เรียวอิชิ มาเอดะ น.54,5-0 ทาคูจิ โยเนโมโต้ น.55,6-0โคตะ มิซูนุมะ น.61,7-0 ฮิโรกิ คาวาโนะ  น.73,8-0 ชลทิตย์ จันทคาม น.85(เข้าประตูตัวเอง),9-0 ฮิโรกิ คาวาโนะ น.90 เวลา: 17.30 น. สนาม: โตเกียว สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: bugaboo.tv เริ่มเกมส์ปได้แค่ 7 นาที เจ้าบ้านได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ สกัดลูกเตะมุมผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง ให้ เอฟซี โตเกียว ออกนำ 1-0 และถัดมาอีกแค่อึดใจ เจ้าบ้านมาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่ ทาคุมะ อาเบะ ลากเลื้อยเลาะริมเส้นทางซ้ายตัดเข้ากลางแล้วซัดเสียบเสาแรกเข้าไปให้ เจ้าบ้านนำห่าง 2-0 นาที 12 สถานการณ์ตัวแทนจากไทยเกือบแย่หนักเมื่อ โคตะ มิซูนุมะ หลุดไปยิงเหน่งๆแต่คราวนี้ติดเซฟของ ธณชัย หนูราช นาที 29 การป้องกันลูกโด่งของ ชลบุรี ยังมีปัญหาเมื่อปล่อยให้ ยูอิชิ มารุยาม่า โขกลูกเตะมุมเต็มๆ แต่โชคยังดีที่ ณรงค์ จันทร์เสวก ที่ยืนคุมเส้นยังโหม่งสกัดบอลทิ้งออกมาได้ นาที 34 เจ้าถิ่นที่จบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาดมาได้ประตูหนีห่างไอีก เมื่อ ยูเฮอิ ทากูนากะ แบ็กขวาเติมขึ้นมาเปิดบอลเข้าไปตรงกลางให้ เคอิโกะ ฮิกาชิ แปยัดเสาแรกเข้าไปให้ เอฟซี โตเกียวนำ 3-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลัง นาที 54 เคอิโกะ ฮิกาชิ เก็บบอลได้ในกรอบเขตโทษแล้วดึงจังหวะรอเพื่อนเติมก่อนไหลให้ เรียวอิชิ มาเอดะ เติมมาแปเน้นๆ เข้าไปให้ เอฟซี โตเกียวหนี 4-0 และนาที 55 ชลบุรี เอฟซี แย่หนักเมื่อมาเสียประตูเพิ่มอีก จากการทำประตูของ ทาคูจิ โยเนโมโต้ เจ้าบ้านนำห่าง 5-0 นาที 61 ยูเฮอิ ทากูนากะ เติมขึ้นทางขวาอีกครั้งแล้วเปิดบอลไปให้ โคตะ มิซูนุมะ ตวัดยิงที่เสาไกล เอฟซี โตเกียวนำ 6-0  นาที 73 ฮิโรกิ คาวาโนะ ปราดเข้ายิงเผาขนเป็น 7-0 ท้ายเกมนาที 85 ชลทิตย์ จันทคาม สกัดบอลเข้าประตูเอง  และนาทีสุดท้าย ฮิโรกิ คาวาโนะ มาซัดจุดโทษเข้าประตูไป เป็นลูกปิดท้ายให้โตเกียวชนะ 9-0 ผ่านเข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มไปอยู่กลุ่ม อี ร่วมกับ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ (เกาหลีใต้) บินเหยือง (เวียดนาม) และ เจียงซู (จีน) รายชื่อ เอฟซี โตเกียว:ยูตะ อากาโมโต้(GK),ยูเฮอิ ทากูนากะ,มาซาโตะ โมริชิเกะ,ยูอิชิ มารุยาม่า,ยูอิชิ โคมาโนะ,ทาคูจิ โยเนโมโต้,ฮา เดซุง,เคอิโกะ ฮิกาชิ,โคตะ มิซูนุมะ,เรียวอิชิ มาเอดะ,ทาคุมะ อาเบะ ชลบุรี เอฟซี:ธณชัย หนูราช (GK),สุทธินันท์ พุกหอม,ชลทิตย์ จันทคาม,แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส,กรกช วิริยอุดมศิริ, ณรงค์ จันทร์เสวก, นูรูล ศรียานเก็ม (ปกเกล้า อนัตน์ น.46),เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ,ประกิต ดีพร้อม, คิม ชุล โฮ, โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้, เลอันโดร อัสซัมเซา

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี /  บุนเดสลีกา เยอรมัน / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 20:30 น. บอร์นมัธ 0-2 อาร์เซน่อล เวลา 22.59 น. เชลซี 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน เวลา 21:30 น. ฮัมบูร์ก 1-1 โคโลญจน์ เวลา 23:30 น. ฮอฟเฟ่นไฮม์ 0-2 ดาร์มสตัดท์ ผลบอล กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี เวลา 18:30 น. เวโรน่า 3-3 อินเตอร์ มิลาน เวลา 21:00 น. นาโปลี 1-0 คาร์ปิ เวลา 21:00 น. โฟรซิโนเน่ 0-2 ยูเวนตุส เวลา 21:00 น. เอซี มิลาน 1-1 อูดิเนเซ่ เวลา 21:00 น. ซัสซูโอโล่ 2-2 ปาแลร์โม่ เวลา 21:00 น. โตริโน่ 1-2 คิเอโว่ เวลา 00:00 น. อตาลันต้า 0-0 เอ็มโปลี เวลา 02:45 น. โรม่า 2-1 ซามพ์โดเรีย ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 18:00 น. เลบานเต้ 0-2 บาร์เซโลน่า เวลา 22:00 น. เรอัล เบติส 1-0 บาเลนเซีย เวลา 00:15 น. เซลต้า บีโก้ 1-1 เซบีย่า เวลา 02:30 น. กรานาด้า 1-2 เรอัล มาดริด ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส เวลา 20:00 น. ลีลล์ 1-1 แรนส์ เวลา 22:59 น. บอร์กโดซ์ 1-4 แซงค์ เอเตียน เวลา 03:00 น. โอลิมปิกมาร์กเซย 1-2 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผลบอล แอฟริกัน เนชั่น แชมป์เปี้ยนชิพ เวลา 20:00 น. กินี 1-2 ไอวอรี่โคสต์ เวลา 23:30 น. ดีอา คองโก 3-0 มาลี   >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

น้าเทิดอุบไต๋ ชลบุรี เอฟซี มีแผนเด็ดบู๊โตเกียวศึกACLเพลย์ออฟ
ชลบุรี เอฟซี /  ผลบอล / 

“น้าเทิด”เทิดศักดิ์ ใจมั่น โค้ชและนักเตะ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ร่วมแถลงข่าว ก่อนแข่งฟุตบอล เอเอฟซี ชปล.รอบเพลย์ออฟ กับทีม เอฟซี โตเกียว ที่สนาม โตเกียว สเตเดี้ยม โดยโค้ชเทิด ยอมรับฉลามชล เป็นรองทุกอย่างแต่มั่นใจสู้สนุก พร้อมเปรยแผนเด็ดฉลาม ให้ดูในเกมวันพรุ่งนี้ ความเคลื่อนไหวทีม ชลบุรี เอฟซี ตัวแทนจากประเทศไทย เตรียมเตะฟุตบอล เอเอฟซี ชปล.รอบเพลย์ออฟ กับทีม เอฟซี โตเกียว ตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อแย่งตั๋วเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ACL2016 ในวันพรุ่งนี้ (9ก.พ.) ก่อนเกมได้มีการแถลงข่าวความพร้อมที่สนาม โตเกียว สเตเดี้ยม ของเจ้าถิ่น โดยตัวแทนทีมฉลามชล ได้แก่ “น้าเทิด”เทิดศักดิ์ ใจมั่น โค้ชแอนด์เพลย์เยอร์ พร้อมด้วย จักรพันธ์ ปั่นปี ผจกทีม ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนเจ้าถิ่นเป็นจำนวนมาก “ผมรู้ว่าเราเป็นรองทีมโตเกียวทุกอย่าง อีกทั้งทีมเราเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลง แต่ผมก็เชื่อว่าทีมเราจะสู้กับเจ้าถิ่นได้สนุก เรารู้ว่าบอลสไตล์ญี่ปุ่นคือบอลระบบ ที่มีรูปแบบการเล่นที่ดี แต่ผมก็มีแท๊กติกเด็ดๆไว้รับมือ ซึ่งต้องรอดูเกมในสนามวันพรุ่งนี้” น้าเทิด กล่าว สำหรับทีมชลบุรี เอฟซี จะสวมชุดแข่งสีเทาซึ่งเป็นชุดเยือนในเกมวันพรุ่งนี้  โดยทีม“ฉลามชล”ชลบุรี เอฟซี ตัวแทนจากประเทศไทย จะชิงตั๋วสู่รอบแบ่งกลุ่มกับทีม เอฟซี โตเกียว ทีมตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 9 ก.พ.2559 ที่สนาม โตเกียว สเตเดี้ยม เวลา 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น 17.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

“แซ็ค เอฟรอน” เกือบโป๊ โชว์หุ่นแซ่บ!!! ใน 'DIRTY GRANDPA เอ๊า!!! จริงป๊ะปู่'
Dirty Grandpa /  I Give It a Yea / 

แซค เอฟรอน พระเอกหนุ่มหุ่นปังเวอร์ที่สาว และ หนุ่ม?!? ทั่วโลกต่างชื่นชมและยกนิ้วให้ แถมยังมีรางวัลการันตีพ่วงท้ายที่ได้จาก เอ็มทีวีมูฟวีอวอดส์ (MTV Movie Awards) สาขา Best Shirtless Performance ถึง 2 ปีซ้อน (ปี 2014 และ 2015) ล่าสุดเขามีผลงานภาพยนตร์ประกบกับดาราเจ้าของรางวัลออสการ์รุ่นเก๋า โรเบิร์ต เดอ นีโร ในผลงานเรื่อง “DIRTY GRANDPA เอ๊า!!! จริงป๊ะปู่” เรื่องราวของ เจสัน เคลลี่ (แซค เอฟรอน) ทนายหนุ่มไฟแรงกำลังจะแต่งงานกับลูกสาวของเจ้านายในไม่ช้า แต่แล้ววันหนึ่ง ดิ๊ก (โรเบิร์ต เดอ นีโร) คุณปู่ของเขาก็โผล่มาพร้อมบอกข่าวว่าพึ่งเสียคุณย่าไป และวานให้ เจสัน ขับรถพาไปงานศพคุณย่า หลังจากนั้นก็และหลอกล่อให้เขาเดินทางพาปู่ไปตะลุยปาร์ตี้ชายหาดเพื่อเติมเต็มให้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยงและสานต่อเจตนารมณ์ของคุณย่า ก่อนที่เจสันจะเข้าพิธีวิวาห์เพียงไม่กี่วัน  ซึ่งในเรื่องนี้ แซค ก็ได้อวดหุ่นทรมานใจสาว ๆ หนุ่ม ๆ อีกครั้ง เรียกได้ว่า โชว์หุ่นแบบคืนกำไรให้ผู้ชมกันเต็มที่เลยทีเดียว ซึ่งในฉากนี้ ทีมงาน-นักแสดง ต่างยกกองไปถ่ายทำกันที่ เกาะไทบี ในรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้แซคโชว์หุ่นที่ฟิตพร้อมมาอย่างเต็มที่ คอยพบความผูกพันสุดห่าม ป่วนกระจาย ฮาวายวอด ระหว่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร คุณปู่ซ่า กับ แซค เอฟรอน หลานชายหล่อแสบ และหุ่นแซ่บล่ำปังเวอร์ของเขาได้แล้วใน “DIRTY GRANDPA เอ๊า!!! จริงป๊ะปู่”  วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

ระวังให้ดี ! ผลวิจัยใหม่ชี้ 'โรคซิกา' ติดต่อทางการจูบ
Brazil /  Us World / 

นับได้ว่า เป็นสัญญาณไม่ดี สำหรับ 'ไวรัสซิกา' ที่มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะแพร่กระจายไปทั่วโลกได้ในไม่ช้า ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อดังกล่าว ทำให้องค์การทางการแพทย์ทั่วโลก พยายามศึกษา และค้นคว้าทำความเข้าใจต่อการรับมือกับโรคดังกล่าวอย่างจริงจัง ล่าสุดเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ออกมาประกาศเตือนหญิงตั้งครรภ์ ให้หลักเลี่ยงการใช้ริมฝีปาก สัมผัสกับริมฝีปากของผู้อื่น และใช้ถุงยางอนามัยควบคู่ไปกับการมีเพศสัมพันธ์ เพราะมีความเป็นไปได้ว่า 'ไวรัสซิกา' จะติดต่อทางการจูบ หรือ การมีเซ็กส์ เจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เรียกร้องให้หลายประเทศในแถบละตินอเมริกา ผ่อนปรนกฎหมายข้อห้ามการทำแท้งในทุกกรณี เพราะเด็กที่เกิดจากมารดาที่มีเชื้อซิกา อาจเกิดมามีสมองผิดปกติ และศีรษะเล็กกว่าเด็กทารกทั่วไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงกับไวรัสซิกาทั้งสิ้น โดยข้อแนะนำดังกล่าว เริ่มขึ้นที่ประเทศบราซิล ที่มีเชื้อซิการะบาดรุนแรงที่สุดเป็นประเทศแรก เนื่องจากมีการพบเชื้อไวรัสในน้ำลาย และปัสสาวะ ซึ่งนั่นหมายความว่า เชื้ออาจจะปะปนอยู่ในของเหลวในร่างกาย แต่ยังไม่มีความแน่นอน หากแต่จะต้องศึกษาค้นคว้าต่อไป นอกจากประชาชนจะต้องระมัดระวังเรื่องการจูบกับผู้อื่นแล้ว ยังต้องระวังในการใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารกับผู้อื่นร่วมด้วยเพื่อความปลอดภัย โดยประกาศได้ถูกปล่อยออกมาในช่วงวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เพราะจะเป็นช่วงติดกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะออกมาปาร์ตี้สังสรรค์กันเป็นจำนวนมาก นักวิทยาศาสตร์ ให้ความเห็นว่า ไวรัสซิกา เป็นเชื้อที่มีความท้าทายในการคิดค้นวิจัยอย่างสูง ทั้งนี้ทั้งนั้น มีการแพร่กระจายผ่านทางยุงเป็นพาหะ และเป็นผลให้เกิดการแพร่กระจายไปกว่า 20 ประเทศในทวีปอเมริกา แม้ว่าซิกา จะเป็นโรคที่ไม่ส่งผลรุนแรงมากนัก แต่อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ผู้ป่วย ทั้งนี้อาจเป็นชนวนไปสู่การเจ็บป่วยในรูปแบบอื่น ๆ ได้ ดูบทความต้นฉบับ : Brazil warns pregnant women not to kiss due to Zika virus

รวมผลคนไร้ค่า!สิบนักเตะซื้อตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก
คริสติยอง เบนเตเก้ /  ผลบอล / 

จนถึงตอนนี้ศึก พรีเมียร์ลีก อังกษกำลังพุ่งเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายกันแล้ว เมื่อผ่านการแข่งขันไปแล้ว 25 นัดมีนักเตะหลายคนที่ทำผลงานได้ดีเกินค่าตัว และบางคนก็เลวเกินค่าตัว วันนี้ทีมงาน sportMThai จะขออันดับกลุ่มหลัง ว่าแล้วมาเริ่มกันเลย อันดับที่ 1 เมมฟิส เดปาย แต่ได้ยินชื่อนี้แฟนผีก็อยากจะเบื้อนหน้าหนี โดยปีกชาวดัตช์ย้ายจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มาร่วมทัพผีแดงด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ พร้อมกับการเป็นดาวซัลโวลีกดัตช์ แต่ดันเอาชื่อมาทิ้งในพรีเมียร์ลีก หลังๆหนักข้อเจอดองเค็มไปเลย แถมนัดล่าสุดยังลงมาทำพลาดจนทีมโดนเชลซี ตีเสมอท้ายเกมส์อีก อันดับที่ 2 เปโดร ปีกจากบาร์ซ่า ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ต่างรุมแย่งตัวกัน สุดท้าย เชลซีได้ไป แต่เหมือนจะเป็นโชคร้ายของทีมสิงห์บูล มากกว่า เพราะหลังจากเปิดตัวได้สะเด่าในนัดแรก ก็แทบจะหาฟอร์มเก่งไม่เจอเลย ด้วยผลงานยิงได้แค่ 2 ประตูจาก 23 นัด อันดับที่ 3 คริสติยอง เบนเตเก้ กองหน้าร่างยักษ์ที่ย้ายจาก แอสัน วิลล่า มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวถึง 32 ล้านปอนด์ แต่กลับทำผลงานได้ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงจากผลงานยิงได้แค่ 7 ประตูจาก 28 นัด นี่มัน เอมิล เฮสกี้ สองชัดๆ อันดับที่ 4 นิโคลัส โอตาเมนดี้ แมนซิตี้ พังไปเท่าไรแล้วกับการหาผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาร์ฟ โดยแข้งที่ย้ายจาก บาเลนเซียมาอยู่กับทีมด้วยค่าตัว 28.5 ล้านปอนด์ ทำผลงานได้น่าผืดหวังหลักฐานชัดๆคือ ไม่ได้ช่วยให้ แนวรับซิตี้แกร่งขึ้นมาซักนิด ยิ่งยืนคู่ เอเลียควิม ม็องกาลา บรรดากองหน้าในพรีเมียร์ยืนลูบปากรอเลย อันดับที่ 5 ราดาเมล ฟัลเกา แม้ว่าจะไม่ได้ซื้อมา แต่เชลซีก็หมดเงินไปเยอะกับการยืมตัว ดาวยิงชาวโคลัมเบียรายนี้ เพราะหวังจะปั้นให้เกิดอีกครั้ง แต่พี่เสือ ที่กลายเป็นเสือลำบากเข็นไม่ขึ้นจริงๆ แถมเดี้ยงซ้ำล่าสุดโดนตัดชื่อ ออกจากทีมชุดลุยแชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว อันดับที่ 6 โยฮัน เบอนาลูยาน แฟนบอลได้ยินชื่อละอาจจะงงว่าไอ้หมอนี่มันใครกัน เฉลยก็ได้นี่คือกองหลังที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปซื้อมาจาก อตาลันต้า ด้วยค่าตัว 5.6 ล้านปอนด์ และได้ลงให้ทีมไปแค่ 4 นัดตอนนี้ปล่อยให้ ฟิออเรนติน่ายืมไปแล้ว อันดับที่ 7 ฟลอร็องต์ โตแว็ง อดีตดาวรุ่งที่ อาร์เซน เวนเกอร์ ประทับใจในฝีเท้าย้ายจาก โอลิมปิก มาร์กเซย มาอยู่กับ นิวคาลเซิล ด้วยค่าตัวถึง 12 ล้านปอนด์ แต่เล่นกับทีมได้แค่ 12 นัด(ตกนัดละ 1 ล้านปอนด์) ก็ต้องเผ่นกลับไป โอลิมปิก มาร์กเซย  ด้วยสัญญายืมตัวแทบไม่ทัน เพราะฟอร์มไม่ไหวจริงๆ อันดับที่ 8 ฟาบิโอ บอรินี่ ดาวยิงเสือคาบดาบ ย้ายจากลิเวอร์พูล ไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากเคยไปเล่นด้วยสัญญายืมตัวมาก่อนแล้ว ก็คิดว่าจะปรับตัวได้ ที่ไหนได้ ดาวยิงชาวอิตาเลี่ยนเพิ่งจะยิงได้แค่ 2 เม็ดเท่านั้น อันดับที่ 9 เอแดร์ กองหน้าชาวโปรตุเกส ย้ายจาก บาร์ก้า มาอยู่กับ สวอนซี วิตี้ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ แต่หลังจากเล่นไป 17 นัดยังยิงไม่ตรงกรอบคงไม่ต้องบอกว่าผู้บริหารควรทำอย่างไร ตอนนี้โดนส่งให้ลีลล์ยืมตัวเรียบร้อยอันดับที่ 10 ซาโลมอน รอนดอน ดาวยิงทีมชาติเวเนซูเอล่า มีโปรไฟล์สุดหรูในการถล่มประตูในลีกสเปน และ รัสเซีย แต่กลับมาคว้าน้ำเหลวในพรีเมียร์ลีกกับ เวสต์บรอมวิช หลังจากย้ายมาจากเซนิตเซนปีเตอร์เบิร์กด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ด้วยผลงานยิงได้ 5 ประตูจาก 27 นัด

วิกฤตมรสุมใต้ : นครศรีฯเตรียมประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 6 อำเภอ
คลื่นยักษ์ /  คลื่นลมแรง / 

วิกฤตมรสุมใต้ : นครศรีฯเตรียมประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 6 อำเภอ ขณะที่ จ.สงขลา อพยพชาวบ้านกว่า 2,500 คน ไปพื้นที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมประกาศงดเดินเรือเนื่องจากมีคลื่นลมแรงสูง 2-4 เมตร วันนี้ 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในพื้นที่ภาคใต้ยังคงประสบปัญหามรสุมจากคลื่นลมแรง จนทำให้เกิดน้ำทะเลหนุนสูงเป็นวันที่ 3 แม้สถานการณ์จะเบาลง จากอิทธิพลของลมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังอ่อนลงแต่ยังคงมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ทางด้าน จ.นครศรีธรรมราช คลื่นลมแรงได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ล่าสุดสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถานการณ์มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว จำนวน 6 อำเภอ 19 ตำบล 88 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.ปากพนัง 7 ตำบล 35 หมู่บ้าน 1 เทศบาล อ.หัวไทร 2 ตำบล 11 หมู่บ้าน อ.สิชล จำนวน 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน อ.ขนอม 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน อ.ท่าศาลา 2 ตำบล 11 หมู่บ้าน และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช 5 ตำบล 26 หมู่บ้าน ทั้งนี้เตรียมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติต่อไป เพื่อเร่งความช่วยเหลือและเยียวยาชาวบ้าน ในส่วนของ จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ มีการปักธงแดงมาปักไว้ เพื่อแจ้งให้นักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำ พร้อมประกาศให้เรือโดยสารทุกชนิดระมัดระวังในการออกเรือ เนื่องจากในช่วงนี้มีพายุทำให้เกิดคลื่นลมแรง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งด้วย ซึ่งอาจสร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินได้ ขณะที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณหาดบ้านใหม่ ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด มีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร พัดเข้าหาชายฝั่งเป็นเหตุให้กระแสน้ำกัดเซาะแนวชายหาด และทำให้ต้นไม้หักโค่น ซึ่งล่าสุดโรงแรมและสถานประกอบการที่พักต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบต้องประกาศปิดให้บริการชั่วคราว ขณะที่ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเรือประมงต้องนำเรือมาจอดหลบกระแสคลื่นยักษ์เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ ทางด้าน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา ได้สรุปภาพรวมของพื้นที่แนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยมี 2 อำเภอ คือ อ.ระโนด 5 ตำบล ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 725 ครัวเรือน รวม 2,170 คน และ อ.สิงหนคร 4 ตำบล ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 200 ครัวเรือน รวม 350 คน โดยได้มีการอพยพให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการประกาศเตือนชาวประมงให้หยุดทำการประมงในระยะนี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากในทะเลยังคงมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร และมีลมพัดแรง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เกาะติดภัยแล้ง: วอนภาคเหนือใช้น้ำประหยัด เหตุผลิตได้ถึง พ.ค.นี้
กรมชลประทาน /  ปริมาณน้ำ / 

เกาะติดภัยแล้ง : กรมชลฯ เผยสถานการณ์แล้งทางภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง ชี้มีปริมาณเหลือผลิตใช้ได้ถึงเดือน พ.ค.นี้ เมื่อวัน 4 ก.พ. ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ออกมาประกาศให้ทุกภาคส่วนใน จ.เชียงใหม่ ร่วมใจกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง และให้การใช้น้ำเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้ผลิตน้ำประปา ในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย เตือนหากมีการนำน้ำจากเขื่อนไปใช้ในกิจกรรมอื่นๆ มีโอกาสเสี่ยงขาดน้ำสูง  ทั้งนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ อยู่ในเกณฑ์น้อยมาก เนื่องจากในช่วงฤดูฝนปี 2558 ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนต่างๆอยู่ในเกณฑ์น้อยตามไปด้วย โดยเฉพาะเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล วันวานนี้ (4 ก.พ. 59) มีปริมาณน้ำเหลืออยู่เพียง 63 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 24 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำที่นำมาใช้การได้เพียง 41 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในภาคการเกษตรได้ และจำเป็นต้องควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด เฉพาะการใช้น้ำเพื่อผลิตน้ำประปาของเมืองเชียงใหม่ และจ.ลำพูน เท่านั้น คาดว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ จะใช้ได้จนถึงเดือน พ.ค.นี้ จึงขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย ในส่วนของสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก ในวันนี้ (5ก.พ.) มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 961 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.34 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 5 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 192 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 1,666 ล้าน ลบ.ม. หรือ 25 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 3.83 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 10 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 167 วัน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 316 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35% ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.38 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 1.04 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 304 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 439 ล้าน ลบ.ม. หรือ 46 % ปริมาณน้ำระบาย 1.75 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 251 วัน ที่มา กรมชลประทาน _________________________________________________________________________________________________ เกาะติดภัยแล้ง : กรมชลฯ เผยสถานการณ์แล้งยังน่าเป็นห่วง ชี้ปริมาณน้ำที่เหลือใช้น้อยกว่าปี 58 วันนี้ 1 ก.พ. กรมชลประทานราชงานสถานณ์น้ำประจำวัน โดยมีข้อมูลภาพรวมในแต่ละอ่างเก็บน้ำ ซึ่งสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 40,452 ลIาน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 16,649 ลIาน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 33) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2558 (46,001 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62) น้อยกว่าปี 2558 จํานวน 5,549 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จํานวน 18.83 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จํานวน 59.42ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 34,336 ล้าน ลบ.ม. สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 38,095 ลIาน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 14,592 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 31) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2558 (43,158 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61) น้อยกว่าปี 2558 จํานวน 5,063 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จํานวน 14.23 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายจํานวน 50.15 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 32,275 ล้าน ลบ.ม. ในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 ถึง ปัจจุบัน ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯสะสม จํานวน 2,793 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายสะสม จํานวน 4,926 ลIาน ลบ.ม. ในส่วนของสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 986 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 2.77 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 5 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 197 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 1,705 ล้าน ลบ.ม. หรือ 26 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 5.30 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 10 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 170 วัน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 319 ล้าน ลบ.ม. หรือ 36% ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.85 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 1.04 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 306 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 455 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48 % ปริมาณน้ำระบาย 1.74 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 261 วัน ที่มา กรมชลประทาน __________________________________________________________________________________________________ เกาะติดภัยแล้ง : กรมชลฯ สรุปสถานการณ์น้ำ 5 ปี ปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่อง รับ ปีนี้แล้งรุนแรงสุดในรอบ 20 ปี วันที่ 29 ม.ค.59 นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน แถลงถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาระหว่างปี 2553 - 2558 ว่า ในระหว่างปี 53 - 54 มีปริมาณฝนมากพอสมควร โดยมีน้ำต้นทุน 11,340 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการระบายน้ำออก 8,570 ล้านลูกบาศก์เมตร ปี 54 - 55 เกิดภาวะน้ำท่วมหนักโดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีน้ำต้นทุนมากถึง 18,153 ล้านลูกบาศก์เมตร และด้วยความตื่นตระหนกและต้องการสร้างความเชื่อมั่นทางภาคอุตสาหกรรม จึงทำให้มีการระบายน้ำออกไปถึง 14,861 ล้านลูกบาศก์เมตร ปี 55 - 56 มีปริมาณฝนพอสมควร มีน้ำต้นทุน 10,075 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายน้ำออก 8,363 ล้านลูกบาศก์เมตร และเมื่อปี 56 - 57 น้ำต้นทุนเริ่มมีปริมาณลดลงไปมาก เหลือเพียง 8,153 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำออก 6,371 ล้านลูกบาศก์เมตร สืบเนื่องมาจากการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวเพิ่มขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าว ที่มีการปลูกนาปรังทั้งในและนอกเขตชลประทาน รวม 11 ล้านไร่ ส่วนปี 57 - 58 มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียง 6,777 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำออก 4,147 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะเห็นว่าปริมารน้ำลดลงมาจนถึงปัจจุบันในปี 58 - 59 ที่มีน้ำต้นทุนเหลือ 4,247 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายน้ำออก 2,900 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในปีนี้ถือว่ามีความแห้งแล้งรุนแรงมากที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับสถานการณ์ภัยแล้งเมื่อปี 2537 ในส่วนของสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 986 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 2.77 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 5 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 197 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 1,705 ล้าน ลบ.ม. หรือ 26 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 3.53 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 10.09 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 170 วัน เขื่อนอุบลรัตน์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 319 ล้าน ลบ.ม. หรือ 36% ปริมาณน้ำระบาย 1.04 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 306 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 455 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48 % ปริมาณน้ำระบาย 1.74 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 263 วัน ที่มา กรมชลประทาน  ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News เกาะติดภัยแล้ง : สถานการณ์ยังน่าเป็นหวัง เขื่อนในภาคเหนือเหลือน้ำใช้เพียง 18 % ภาคอีสานเหลือใช้ 34 % วันนี้ 28 ม.ค. ทางกรมชลประทานเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำในแต่ละเขื่อนทั่วประเทศ ซึ่งจากสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน พบว่าเขื่อนในภาคเหนือ มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 3,334 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 18 % จาก 77 แห่ง ขณะที่เขื่อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 2,890 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 34 % จาก 277 แห่ง ส่วนของเขื่อนภาคกลาง มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 580 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 40 % จาก 18 แห่ง ส่วนทางด้านเขื่อนในภาพตะวันตก มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 4,368 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 32 % ทางด้านเขื่อนในภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 1,003 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 58 % จาก 56 แห่ง และเขื่อนในภาคใต้ มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 4,643 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 66 % อย่างไรก็ตามหากดูในภาพรวมเขื่อนทั้งประเทศ จะมีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 16,818 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 33 % ในส่วนของสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 988 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 1.32 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 5 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 198 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 1,711 ล้าน ลบ.ม. หรือ 26 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 3.53 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 10.09 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 170 วัน เขื่อนอุบลรัตน์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 109 ล้าน ลบ.ม. หรือ 6 % ปริมาณน้ำระบาย 0.50 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 218 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 457 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48 % ปริมาณน้ำระบาย 1.74 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 263 วัน ______________________________________________________________________________________________ สถานการณ์ภัยแล้งยังน่าเป็นห่วงหลังปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักยังลดลงต่อเนื่อง หากไม่มีน้ำมาสะสมเพิ่มเติม คาดว่าจะเหลือน้ำใช้เพียง 20 วัน วันนี้ 14 ก.ค. มีการรายงาน ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยข้อมูลถึงปริมาณน้ำในเขื่อนหลักทั่วประเทศ ซึ่งต้องเฝ้าติดตามสถานณ์อย่างใกล้ชิด ทางทีมข่าว MThai News จึงได้จัดทำภาพ Infographics ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักที่ยังคงน่าเป็นห่วงมาให้ชาว MThai ได้รับชมกัน โดย สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก ในวันที่ 14 ก.ค. 58 มีปริมาณน้ำ ดังนี้ โดยที่เขื่อนภูมิพล ปริมาณใช้การได้จริง 152 ล้าน ลบ.ม. หรือ 2 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.98 ล้าน ลบ.ม./วัน น้ำระบาย 8 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลืออยู่ 19 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณใช้การได้จริง 318 ล้าน ลบ.ม. หรือ 5 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 5.79 ล้าน ลบ.ม./วัน น้ำระบาย 17.03 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลืออยู่ 18 วัน เขื่อนแควน้อยฯ ปริมาณใช้การได้จริง 56 ล้าน ลบ.ม. หรือ 6 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.76 ล้าน ลบ.ม./วัน น้ำระบาย 1.73 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลืออยู่ 32 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณใช้การได้จริง 40 ล้าน ลบ.ม. หรือ 4 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.52 ล้าน ลบ.ม./วัน น้ำระบาย 1.28 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลืออยู่ 31 วัน ปริมาณน้ำรวมกันทั้ง 4 เขื่อน 566 ล้าน ลบ.ม. การระบายน้ำรวม 28.04 ล้าน ลบ.ม./วัน คาดว่าจากปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก หากไม่มีปริมาณน้ำมาเพิ่มเติม จะเหลือใช้ประมาณเพียง 20-30 วัน ...................................................................................................................................................... 13 ก.ค. 58 เขื่อนหลักยังวิกฤต อุตุฯชี้ต้องลุ้นฝนถึง 20 ก.ค. 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยายังคงวิกฤต เหลือน้ำใช้ 20-30 วัน ทางด้านเขื่อนแถบอีสานก็ยังคงน่าเป็นห่วง เร่งขุดบ่อบาดาลเพิ่มเติม บรรเทาภัยแล้ง อ่านต่อ... ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการ์น้ำ กรมชลประทาน ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ชนสนั่น! รถพยาบาลฝ่าไฟแดง ประสานงารถขนเงินกลางแยก
รถพยาบาล /  รถพยาบาลขอทาง / 

เกิดเหตุรถพยาบาลเปิดไฟฉุกเฉินฝ่าไฟแดง พุ่งชนรถขนเงินกลางสี่แยกหนองเสือ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีรถชนกันที่บริเวณสี่แยกหนองเสือ หมู่4 ต.หนองเสือ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆข 9902 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถขนเงินของบริษัท ขนส่งทรัพย์สิน G4S จอดตะแคงขวา สภาพด้านซ้ายพังยับเยิน โดยมี นายเตวิช ทิพย์ประภา เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรออยู่ ใกล้กันพบรถตู้โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียนแดง พ 9559 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถพยาบาลของ ร.พ.กรุงเทพ สนามจันทร์ จ.นครปฐม จอดตะแคงขวา ในลักษณะเดียวกัน สภาพด้านหน้าพังยับเยิน โดยมีนายจงรักษ์ ขันชพัฒน์ อายุ 43 ปี เป็นคนขับ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรออยู่เช่นกัน และพบผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ประจำ จ.กาญจนบุรี นำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงนายโพกา ไม่มีนามสกุล ชาวพม่า ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มากับรถพยาบาลด้วยก่อนหน้านี้ ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่า รถพยาบาลของรพ.กรุงเทพ สนามจันทร์ จ.นครปฐม กำลังนำผู้ป่วยจาก รพ.กรุงเทพฯ ไปส่งยัง รพ.พหลพลพยุหเสนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ขณะที่รถขนเงินของบริษัท ขนส่งทรัพย์สิน G4S ขับจากตัวเมืองกาญจนบุรีมาตามถนนแสงชูโต และกำลังเลี้ยวขวาตามสัญญาณไฟ มุ่งหน้าไปทางวัดหนองเสือ ซึ่งเป็นจังหวะที่รถพยาบาลซึ่งเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินของทางขับมาทางตรงด้วยความเร็ว จึงเกิดชนเข้าด้านซ้ายของรถขนเงินอย่างจัง จนเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันพลิกคว่ำ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งจากคำให้การของนายเตวิช ทิพย์ประภา คนขับรถกระบะ ระบุว่า รถพยาบาลฝ่าสัญญาณไฟแดงมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

มีเงื่อนงำ ! สาวปรากฏตัวในงานศพตัวเอง แฉผัวตัวเอง ปมจ้างฆ่า
งานศพ /  ผี / 

เงื่อนงำซับซ้อน สาวปรากฏตัวในงานศพตัวเอง ก่อนแจ้งตำรวจ ลากตัวสามีตัวเองเข้าคุก สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่เกิดคดีโด่งดัง เมื่อ โนเอล่า รูคุนโด้ หญิงสาวชาวบุรุนดี ซึ่งอพยพมาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เกิดปรากฏตัวในงานศพของตัวเอง หลังจากที่สามีของเธอจัดงานดังกล่าวขึ้น หลังจากบอกทุกคนว่า โนเอล่า เสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ เรื่องราวเกิดขึ้นจากการที่สามีของโนเอล่า ที่มีชื่อว่า บาเลงก้า กาลาลา ซึ่งอยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี จ้างวานให้กลุ่มชายฉกรรจ์ 3 ราย อุ้มตัวเธอไปสังหาร จากปมความหึงหวง สามีของเธอออกอุบาย ขณะที่เธอกับสามีต้องออกจากบ้านที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียชั่วคราว เพื่อกลับไปร่วมงานศพแม่เลี้ยงที่บ้านเกิดในประเทศบุรุน ดีบาเลงก้าก็โทรศัพท์มาหาเธอ แล้วบอกให้เธอออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอก จากนั้นเธอถูกจี้และถูกลักพาตัวไปที่ตึกแห่งหนึ่ง ทั้งนี้เหล่าคนร้าย บอกเธอว่า สามีของเธอเป็นคนจ้างวานให้พวกเขาอุ้มเธอมาฆ่า แต่ด้วยความสงสารและไม่ต้องการฆ่าผู้หญิง คนร้ายจึงปล่อยตัวเธอเป็นอิสระ และโกหก บาเลงก้า ผู้ว่าจ้างว่าได้ฆ่าเธอไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้น เธอไปขอความช่วยเหลือจากทั้งสถานทูตเบลเยียมและเคนย่าเพื่อที่จะได้กลับออสเตรเลียเมื่อถึงออสเตรเลียแล้ว เธอไปพบบาทหลวงที่โบสถ์ในหมู่บ้านแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง บาทหลวงก็พาโนเอล่าไปอาศัยอยู่ที่บ้านของเพื่อนบ้านรายหนึ่ง สามีสุดโหด ได้จัดฉาก ทำเหมือนว่า ภรรยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมทั้งจัดงานศพที่บ้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่า โนเอล่า ยังมีชีวิตอยู่ และได้แจ้งตำรวจจับในข้อหาพยายามฆ่า จนกระทั่ง บาเลงก้า ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลากว่า 9 ปี ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News  ที่มา independent

  เปิดม่านความสำเร็จ  เวที Miss Gossip Girls  แจ้งเกิดสาวสวยประดับวงการ
กิ๊ก กรกมล /  น้ำเพชร สุกัณณิการ์ / 

ถือเป็นเวทีแจ้งเกิดดาราน้องใหม่หลายคนเลยทีเดียวสำหรับเวทีการประกวด Gossip Girls แต่ละปีมีสาวสวยพกพาความมั่นใจมาร่วมประชันความสามารถกันอย่างคับคั่ง ไปส่องดูว่าแต่ละปีที่ผ่านมามีดาราคนไหนที่เคยผ่านการประกวดจากเวที Gossip Girls มาแล้วบ้างไปติดตามดูกันเลย กิ๊ก กรกมล 1. กิ๊ก กรกมล เจริญชัย สาวสวยจากจังหวัดขอนแก่นที่ตัดสินใจลองขึ้นประกวดเป็นเวที Miss Gossip Girls 2010 เป็นครั้งแรก และสามารถชนะใจกรรมการ จนคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองสำหรับ กิ๊ก กรกมล เจริญชัย ที่มีผลงานเด่นๆ อาทิ ภาพยนตร์ Art Idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์, หอแต๋วแตกแหกนะคะ และซีรีส์ ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ทางช่อง MONO29 วิว ณัฐริกา 2.วิว ณัฐริกา เฝ้าด่าน พอได้ตำแหน่ง Miss Gossip Girls 2013 ก็ได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกซีรีส์เรื่อง อรุณสวัสดิ์ ของทางช่อง MONO29 สำหรับ วิว ณัฐริกา เฝ้าด่าน สาวสวยจากโคราช ล่าสุดก็เพิ่งจะฟิตติ้งละครเรื่องใหม่ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเดอะซีรีส์ ในบท เลอขิ่น งานนี้ได้ยิงธนู บู๊กระจาย แบบไม่เหลือเค้าความเป็น Miss Gossip Girls ถุงแป้ง ภัทรวดี 3.ถุงแป้ง ภัทรวดี เหลาสา ใกล้จะได้อำลาตำแหน่งสำหรับ Miss Gossip Girls 2014 อย่าง ถุงแป้ง ภัทรวดี เหลาสา ที่กำลังจะมีผลงานละครเรื่องแรกอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเดอะซีรีส์ ทางช่อง MONO29 ในบท วิไลกัลยา ที่เพิ่งจะผ่านการฟิตติ้งไป ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เธอก็ฟิตซ้อมเรียนการแสดงอย่างหนักสำหรับผลงานประวัติศาสตร์เรื่องนี้ มิ้นท์ บารมิตา ซูกัส อรวีณ์ 4.มิ้นท์ บารมิตา-ซูกัส อรวีณ์ G20 สองสาวศิลปินจากวง G20 มิ้นท์ บารมิตา สาครจันทร์ และ ซูกัส อรวีณ์ เหลืองวิบูลย์พร ก็ติดเป็น 1 ใน 20 สาวสวย บนเวที Miss Gossip Girls 2010 ซึ่งสาวมิ้นท์สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ไปครอง ส่วนสาวซูกัสแม้จะไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลย แต่เพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมประกวด ก็ยกให้เธอเป็นตัวแม่ในเรื่องการแดนซ์ จนทำให้ค่าย MONO MUSIC ดึงทั้ง 2 สาวเข้าร่วมวง G20 หญิงแย้ นนทพร 5.หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข เน็ตไอดอลรั่วตัวแม่ของวงการอย่าง หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข ก็เคยมาประกวดบนเวที Miss Gossip Girls 2008 รุ่นเดียวกับสาวดาร์ลิ่ง และสามารถเข้ารอบ 1 ใน 20 คนสุดท้าย แต่ถึงสุดท้ายเธอจะไม่ได้ตำแหน่งอะไรติดไม้ติดมือก็ตาม แต่ทุกวันนี้หญิงแย้ก็แจ้งเกิดสุดๆ กับการเป็นเจ้าแม่รีวิว เน็ตไอดอล พิธีกร นักแสดง รวมไปถึงกูรูด้านศัลยกรรม เบญ เรวิญานันท์ 6.เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด เปรี้ยงปร้างสุดๆ กับบทนางงามร้ายลึก ลูกโซ่ ในละครเรื่อง สงครามนางงาม ทำให้สาวสวยจาก จ.ลำพูน แจ้งเกิดเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการทันที สำหรับ เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด นักแสดงในสังกัดค่ายเอ็กแซ็กท์ ที่ครั้งหนึ่งเธอก็เคยมาประกวดเวที Miss Gossip Girls 2011 และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวทีนี้ไปครอง ดาร์ลิ่ง อารดา 7. ดาร์ลิ่ง อารดา อารยวุฒิ เน็ตไอดอลสายแบ๊ว และอดีตศิลปินสมาชิกวง ชูการ์ อายส์ อย่าง ดาร์ลิ่ง อารดา อารยวุฒิ ที่เวลานี้กำลังได้ดิบได้ดีกับการเป็นนักแสดงของทางช่อง 3 ซึ่งเมื่อปี 2008 เวที Miss Gossip Girls ก็เลือกให้เธอเข้ารอบเป็น 1 ใน 20 สาวสวยสุดมั่น ซึ่งสาวดาร์ลิ่งก็โชว์ความสามารถในการร้องเพลงสากลที่เธอถนัด และแม้ว่าเธอจะไม่ได้ตำแหน่งอะไรก็ตาม แต่ปัจจุบันผลงานของเธอทุกชิ้นก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เฟิร์น ฐิตินันท์ 8.เฟิร์น ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร นักแสดงสาวสวยจากวิกหมอชิตอย่าง เฟิร์น ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร ก็เคยแจ้งเกิดด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศจากการประกวดบนเวที Miss Gossip Girls 2005 จากนั้นเธอก็ได้มีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับทางช่อง 7 จนมีผลงานละครที่โดดเด่นออกมากมาย และทุกวันนี้สาวเฟิร์นก็ยังคงมีผลงานกับทางช่อง 7 ออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิหวา ปรียากานต์ 9.ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ กำลังจะเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของทางช่อง 3 สำหรับ ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ ที่เคยมาคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวที Miss Gossip Girls 2012 และเร็วๆ นี้ เธอกำลังจะมีผลงานละครเรื่อง ประทีปรักแห่งใจ ละครชุด แม่ของแผ่นดิน ในฐานะนางเอกเต็มตัวประกบคู่กับพระเอกดาวรุ่งอย่าง อาโป ณัฐวิญญ์ ที่แจ้งเกิดจากบท ธนา ในละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก น้ำเพชร สุณัณณิการ์ 10.น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ มาแรงแซงทางโค้งคนอื่นๆ สำหรับนางงามสุดแซบ น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ ก็เคยมาโชว์ความสามารถรำไทยบนเวที Miss Gossip Girls 2012 ซึ่งเธอก็ติดเข้ารอบ 1 ใน 20 สาวสวย และร่วมเก็บตัวจนเสร็จสิ้นภารกิจแบบไร้ปัญหา และมีชื่อเดิมในการประกวดว่า เอมี่ เอมิกานต์ รัชตะจิราโชติ์

ประกาศเตือน! สงขลาคลื่นแรง 'หาดสมิหลา' คุมเข้มห้ามลงเล่นน้ำ
กรมอุตุนิยมวิทยา /  ศูนย์อุตุภาคใต้ / 

สงขลาคลื่นแรง หาดสมิหลาประกาศห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด เจ้าหน้าที่เข้มดูแลนักท่องเที่ยว สภาพคลื่นลมบริเวณชายฝั่งสงขลา ยังคงรุนแรงและส่งผลกระทบต่อถนนเลียบชายทะเลสงขลา – นาทับ บ้านบ่ออิฐ ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา เนื่องจากคลื่นได้ซัดน้ำทะเลข้ามเขื่อนขึ้นมาบนถนนรวมทั้งเศษหิน รถทุกชนิดต้องเพิ่มความระมัดระวัง ในการวิ่งผ่านโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องนำแผงเหล็กมาวางกั้นตรงจุดที่เป็นอันตรายและคลื่นซัดแรง เช่นเดียวกับที่บริเวณชายหาดแหลมสมิหลาคลื่นลมได้ทวีความรุนแรง ทั้งนี้ ทางเทศบาลนครสงขลา ได้แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลเด็ดขาด และจัดเจ้าหน้าที่ชุดไลฟ์การ์ดออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยบริเวณชายหาด โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งเป็นวันหยุดและตรงกับเทศกาลตรุษจีนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ด้าน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้ออกประกาศเตือนต่อเนื่องเป็นฉบับที่ 4 เรื่อง คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยเนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกาลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ลักษณะดังกล่าวทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนกระจายและมีฝนหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ สาหรับคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ ขอบคุณ  INN MThai News

โปรแกรมบอลวันนี้ วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559
ซุปเปอร์ลีก ตุรกี /  ลาลีกา สเปน / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 ผลบอล ลาลีกา สเปน เอสปันญ่อล - เรอัล โซเซียดาด ผลบอล ลีกา ซาเกรส โปรตุเกส สปอร์ติ้ง ลิสบอน - ริโอ อาร์ฟ บราก้า - เอสโตริล ผลบอล ซุปเปอร์ลีก ตุรกี คาซิมปาซ่า - เกนเคลอร์บิลิจี้   >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

นก อุษณีย์ เปิดใจลา! ไม่ต่อสัญญาช่อง 7 กลับถูกปลดละครฟ้าผ่า!!
นก อุษณีย์ /  นก อุษณีย์ ช่อง 7 / 

จากนางเอกแถวหน้าอย่าง แพนเค้ก เขมนิจ และ ใหม่ ดาวิกา ตบเท้าออกจากช่อง 7 หลังหมดสัญญา ล่าสุดถึงคิวของนักแสดงสาวมากความสามารถ นก อุษณีย์ ประกาศขอเป็นนักแสดงอิสระอีกคน พร้อมประเด็นร้อน! เนื่องจากถูกวางตัวให้เล่นละครเรื่อง ริษยา แต่พอไม่ต่อสัญญาก็ถูกปลดออกจากละครก่อนฟิตติ้งเพียง 1 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอโพสต์ข้อความเด็ดไว้ว่า "คนไม่เห็นคุณค่า อย่าเสียเวลาไปอยู่กับเขา" งานนี้ สาวนก ขอเปิดใจครั้งแรกในรายการ "จุดเดือด" ช่อง 2 บันเทิงมาเต็ม (หมายเลข 38) ชี้แจงเรื่องทั้งหมด ทั้งสาเหตุของการไม่ต่อสัญญา และคำครหาว่า เนรคุณ!! "ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระเต็มตัว ก็เพิ่งอิสระได้แปปเดียวเอง งานก็มีติดต่อมาบ้างค่ะ ที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ก็อยู่มานาน 10 ปีแล้ว อายุก็เริ่มมากขึ้นทุกที ก็อยากเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต อยากหาโอกาสที่ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไปร่วมกับทีมงานใหม่ๆ กับค่ายใหม่ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีคุยกับผู้ใหญ่ค่ะ ก่อนหน้านี้ที่จะหมดสัญญาก็จะมีการพูดกันประมาณ 2-3 รอบแล้วค่ะว่าจะไม่ต่อสัญญา พอใกล้ๆ หมดเขาก็เรียกไปคุยจริงจังถึงเหตุผลที่ไม่ต่อ เราก็บอกไปแบบนี้หนูแก่แล้วค่ะ อยู่มา 10 ปีแล้ว อยากเป็นนักแสดงอิสระ" "จะบอกว่าไม่มีผลงานกับทางช่องก็ไม่ถูกนะคะ นกมีผลงานกับทางช่องตลอด ผู้ใหญ่ก็บอกว่าเราเป็นนักแสดงที่โชคดีอีกคนหนึ่ง เพราะว่าเราได้รับงานที่ต่อเนื่องจากทางช่อง ถ้าเทียบกับคนในรุ่นเดียวกันกับเรา ก็เข้าไปคุย ชี้แจงเหตุผล ผู้ใหญ่ก็เข้าใจในเหตุผลของเรา ก็ไม่ได้ต่อ" "คืออย่างที่บอกว่าช่องก็ป้อนงานเราอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ค่อนข้างเยอะ ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็อาจจะมองว่าเราเหมาะกับบทแบบนี้ อาจจะไม่ใช่บทเด่น เพราะว่าละครเรื่องหนึ่งมันก็ต้องประกอบกับนักแสดงหลายๆ ฝ่าย แต่สำหรับนกอย่างที่บอกว่าเราอยากโตในหน้าที่การงาน เป็นนักแสดงอิสระ เพราะเรารู้สึกว่าเรามีศักยภาพมากกว่านี้ ก็อยากจะออกไปหาโอกาสข้างนอก" "น้อยใจไหมคงไม่ได้น้อยใจ อย่างที่บอกว่ามองคนละมุม เรามองไม่เหมือนกัน ถามว่าคนนี้สวยไหม บางคนอาจจะมองว่าสวย บางคนอาจจะมองว่าไม่สวย ก็แล้วแต่คนมอง ซึ่งเขาเป็นคนจ้างเรา เขาก็มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าเราเหมาะกับอะไร ไม่เหมาะกับอะไร" "ข่าวล่าสุดถูกถอดละครเพราะไม่ต่อสัญญา คงไม่เกี่ยวหรอกค่ะ อย่างที่บอกว่ามีการแจ้งไปหลายครั้งแล้วก่อนหน้านี้ สาเหตุที่ถูกถอดไม่ทราบค่ะ จริงๆ ก่อนจะหมดสัญญาก็มีละครที่ให้มา 3 เรื่อง ก็ค่อนข้างเยอะ ถือว่าผู้ใหญ่ก็เมตตาพอสมควร แต่เรื่องที่มีการเปลี่ยนตัวไปเนี่ยก็ไม่ได้มีการชี้แจงเหตุผล ถ้าถามนก นกก็คงตอบไม่ได้ว่าเหตุผลคืออะไร แต่อย่างที่บอกว่าหนึ่งเป็นสิทธิ์ของช่อง สองคือถ้าเหตุผลเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ต่อสัญญาก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าเขาต้องเก็บบทนี้ไว้ให้เด็กในสังกัด" "น้อยใจไหมโดนถอด (หัวเราะ) เสียดายมากกว่าค่ะถ้าไม่ได้เล่นบทนี้ เพราะว่าบทดีมาก แล้วจริงๆ ก็อยากรับใช้พี่ตุ๊กตา กันตนานะคะ ไม่ได้เข้าไปคุยกับพี่ตุ๊กตา ไม่ได้เกี่ยวที่ค่ายค่ะเป็นการตัดสินใจของทางช่อง" "บางคนว่าเราเนรคุณ นกว่าพอใครไม่ต่อสัญญา อิสระก็โดนมองตั้งข้อนั้นไปก่อนอยู่แล้ว แต่จริงๆ มันก็อยู่มา 10 ปี มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเรารับใช้ช่องมา เราทำงานให้เขา ไม่ได้แบบเข้ามาปุ๊บดังปั๊บไปเลย คนมองแบบนั้น ก็ไม่เป็นไรค่ะ นกไม่ใช่คนแรกเนอะที่เป็นนักแสดงอิสระ หรือมีการเปลี่ยน แล้วเราก็ไม่ได้ย้ายช่อง ฉีกสัญญาไปอยู่ช่องคู่แข่ง เราอิสระจริงๆ แล้วก็อยากร่วมงานกับทุกๆ ค่าย ทุกๆ ช่อง ไม่คิดจะเซ็นกับค่ายอื่นค่ะ อิสระแน่นอน อายุเยอะแล้วค่ะ คงไม่ต้องไปนั่งเซ็นกับใคร" "คนเราก็ต้องมั่นใจในศักยภาพใช่ไหมคะ (หัวเราะ) แต่ก็ค่อยว่ากันอีกที นกคิดว่าแบบเราก็เสี่ยงเหมือนกันนะที่จะเป็นนักแสดงอิสระ แต่ถ้าเรามีคุณภาพ มีฝีมือจริงๆ มันก็ต้องมีค่าบ้างแหละ ถ้าไม่มีคนจ้างเราก็พิจารณาตัวเองค่ะ อาจจะต้องผันตัวไปทำอาชีพอื่น แต่ตอนนี้ยังไม่ได้แพลนค่ะ เพราะว่ายังมีละครที่ต้องถ่ายอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีติดต่อเข้ามาแล้ว 2-3 ที่ ถ้าทำจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของรายการมากกว่า ละครมีติดต่อมาแล้ว แต่ตัวนกอยากทำรายการ" "ก่อนหน้านี้ขึ้นไอจีเกี่ยวกับการไม่เห็นคุณค่า ก็เป็นคำคมค่ะ นกอ่านเจอของท่าน ว. เรารู้สึกว่ามันดี มันใช่ มันจริง ก็เอามาลง แต่ว่าเราหมายถึงทุกเรื่องเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความรัก บางทีเราเห็นผู้หญิงง้อผู้ชายเหลือเกิน ทำไมไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ก็ลงให้ทุกคนได้คิดค่ะ ถ้าคนมองโพสต์เหน็บช่อง เราห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้เนอะ แต่นกก็บอกแล้วว่านกหมายถึงทุกๆ เรื่อง" นก กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @nokusanee นก อุษณีย์ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์ นก อุษณีย์

ละครวิมานเมขลา  , เรื่องย่อวิมานเมขลา
ละครวิมานเมขลา /  เรื่องย่อละครวิมานเมขลา / 

บทประพันธ์ : กันยา กุมารีบทโทรทัศน์ : เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ /เทิดโชค เกียรติสุขเกษม / วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะกำกับการแสดง : แชมป์-อินทนนท์ รัตนากาญจน์ออกอากาศ : ศุกร์ เวลา 20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทาง ช่อง 3 และ 3HD เมขลา (เบลล่า-ราณี) นางเอกละครโทรทัศน์ชื่อดัง เล่นนอกคิวแบบแม่ไม้มวยไทยกับ จ๊ะเอ๋(ออย-มิรา) นางร้ายจอมเซ็กซี่ เพราะเมขลาจับได้ว่าจ๊ะเอ๋ทำตีสนิท คิดจับ แจ๊ค (เบิร์ด-กิตติธัช) แฟนหนุ่มของเธอ นิสัยวีนแตกของเมขลาคราวนี้เป็นข่าวใหญ่ เธอถูกสังคมประณามถึงความอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจ แต่เมขลาก็ไม่แคร์ เชิดใส่ทุกคน เป็นสาวมั่นที่คิดว่าตัวเองสวย และผู้จัดละครทุกคนต้องเอาใจ แต่เรื่องคราวนี้กลับทำให้เธอกลายเป็นนางฟ้าตกกระป๋อง เพราะทั้งทางสถานีและผู้จัดต่างๆ พากันยกเลิกงานทั้งหมด เพื่อดัดนิสัยขี้วีนแตกของเมขลาสักที ละครเรื่องล่าสุด เมขลาต้องสวมบทบาทเป็น ลาล่า นักฆ่าสาว เมขลาทุ่มเทหัดคิวบู๊จนคล่องเคล่ว เพื่อให้ตัวเองอินกับบทบาท แต่เมื่อต้องถูกปลดกลางอากาศ ทำให้เธอทั้งเสียใจและนึกอายมาก แต่ก็ยังเชิดใส่สื่อ ทำเป็นไม่แคร์ เมขลาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ระดับมหาเศรษฐี แต่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก ทำให้เมขลาอยู่ในความดูแลของ ไข่มุก (แก้ว-อภิรดี) น้าสาว ไข่มุกช่วยผลาญเงินของหลานอย่างสนุกสนาน เธอเลี้ยงเมขลามาอย่างผิดๆ ตามใจจนเสียนิสัย ขณะเดียวกันไข่มุกก็หาทางถ่ายเงินของเมขลามาเป็นของเธอและ มาการีน (โจอี้-อรวิภา) ลูกสาว ด้วยนิสัยใช้เงินอย่างมือเติบของสามสาว ทำให้ฐานะการเงินของเมขลามีปัญหา จนเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็กลายเป็นลูกหนี้ของพวกกู้เงินนอกระบบไปร่วมๆ ห้าล้านบาท เมขลาถูกแก๊งทวงหนี้ตามรังควาน เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัด เอาตัวรอดไปได้ เมขลาได้พบ เสี่ยส่ง(แจ๊ค-เกริก) ที่มาติดต่อด้วยตัวเอง เพื่อเสนอซื้อ ป่าสวนน้ำผึ้ง ป่าไม้สักที่สวยที่สุด ที่ ตระกล (สมภพ เบญจาธิกุล) ยกให้เธอเป็นมรดก ในราคาห้าล้านบาท ตระกลเป็นลุง ที่ไม่เคยติดต่อกับเมขลาเลย เธอแปลกใจมากที่ลุงยังคิดถึง เมขลาดูออกว่าเสี่ยส่งอยากได้ที่ดินผืนนี้มาก เลยทำเล่นตัว หวังโก่งราคา เมขลาแอบเดินทางไปป่าสวนน้ำผึ้ง โดยไม่บอกไข่มุกระหว่างทางเธอได้พบกับ ครูปริม (เตย-อรัชมน) ที่กำลังเดินทางจะไปสอนหนังสือที่ป่าสวนน้ำผึ้ง ครูปริมเป็นแฟนพันธ์แท้ของเมขลา ปลื้มและชื่นชม ในขณะที่เมขลาแสนจะเบื่อหน่ายในความเชย สุดเรียบร้อยของเธอ เมขลาเห็นครูปริมชอบแหวนเพชรที่แจ๊คซื้อให้ ก็เอ่ยปากยกให้ โดยแลกกับสร้อยจี้เพชรเก่าแก่ของครูปริม ครูปริมดีใจมากรีบแลกด้วย เมขลาได้แต่แอบยิ้มในความซื่อจนโง่ของปริม เพราะแหวนของแจ๊คเป็นของเก๊ แต่เพชรของครูปริม เป็นของแท้ พญา (แอนดริว เกร้กสัน) มารับครูปริมที่สถานีรถไฟ เมขลาที่แสนเย่อหยิ่ง คิดว่าพญาเป็นแค่ลูกจ้าง ก็วางมาดเป็นเจ้าของป่าคนใหม่ทันที พญาเกลียดความปากร้ายของเธอแทบจะทันทีที่ได้คุยกัน เมขลาวางท่าข่มพญาทุกทาง เผลอคุยว่าจะขายป่าให้เสี่ยส่ง พญาพยายามบอกถึงความสำคัญของป่าสวนน้ำผึ้ง ที่เป็นป่าต้นน้ำ เสี่ยส่งเคยเป็นเจ้าของที่มาก่อน แต่ตัดป่าจนหมด ปีนั้นน้ำท่วมใหญ่ทั้งจังหวัด ทำให้มีคนตายจำนวนมาก ถ้าขายให้เสี่ยส่งอีก ก็จะต้องเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ แบบที่เคยเป็น เมขลาบอกไม่แคร์ สนใจแต่เงินที่จะได้ และยังยืนยันจะขายป่าให้เสี่ยส่ง ระหว่างการเดินทางสู่ป่าสายน้ำผึ้งนั้นเอง ฝนเกิดตกหนัก ฟ้าผ่าสะพานขาด รถจิ๊ปตกลงไปในเหวทุกคนในรถกลิ้งกระจายกระแทกหมุนตลับ พญารู้สึกตัวว่าลอยจากรถหล่นลงมาในน้ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อพญาฟื้นขึ้นมา อรัญ (ตุ้ย-เกียรติกมล) บอกว่าเมขลาตายเสียแล้ว กระดูกทุกส่วนแหลกเหลวและถูกเผาไปพร้อมกับรถจิ๊ป ส่วนครูปริมสิ้นสติถูกพัดไปติดที่โขดหินน้ำตกแสงอุษา พญานึกสงสัยแอบไปดูศพผู้ตาย เขารู้ทันทีว่าเกิดการเข้าใจผิดขึ้นแล้ว เนื่องมาจากเสื้อผ้าที่สลับกันของคนทั้งสอง ที่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อน คนที่ตายคือครูปริมและคนที่รอดคือเมขลา เรื่องวุ่นๆ ยิ่งวุ่นหนักเมื่อเมขลาฟื้นคืนสติขึ้นมา ความจำของเธอเกิดเลอะเลือนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่ที่ไหน พญาจึงเกิดแผนร้ายวูบขึ้นมาในสมองทันที ถ้าเขาไม่บอกความจริงเรื่องนี้แก่ใคร เมขลาผู้ความจำเสื่อมก็จะกลายเป็นครูปริม ต้องใช้ชีวิตสอนหนังสือในป่า โดยไม่มีทางรู้เลยว่าตนคือทายาทมรดกร้อยล้าน ป่าสายน้ำผึ้งจะไม่ต้องถูกขาย ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุขอย่างเดิม ที่พญาปกป้องป่าสายน้ำผึ้งยิ่งกว่าชีวิต เพราะน้ำท่วมคราวนั้น ทำให้พ่อของเขาต้องเสียชีวิต เมื่อโตขึ้นพญา จึงเลือกเรียนวิชาวนศาสตร์ และเมื่อจบแล้วก็มุ่งหน้าออกสู่ชนบท เพื่อเสนอโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กับนายทุนป่าไม้ทางภาคเหนือ แต่ก็ไม่มีใครฟังเขา ทุกคนหาว่าพญาบ้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งพญามาเจอ ลุงตระกล ชายชราผู้ซื้อที่ดินเสื่อมโทรมมาในราคาถูก ตั้งใจจะอยู่อย่างเงียบสงบในบั้นปลายชีวิตตระกลเกิดถูกชะตากับพญาและทุ่มเงินก้อนสุดท้ายให้พญาใช้ในการฟื้นชีวิตผืนป่าชื่อป่าสายน้ำผึ้ง โดยไม่ได้คิดจะหวังผลทางธุรกิจ ห้าปีต่อมาพญาทำได้สำเร็จ ที่ดินร้อยไร่กลายเป็นป่าสักทองที่เติบโตงดงาม และตัวพญาเอง เขามีที่ดินของครอบครัว อยู่ตรงเชิงเขา พญาจึงทำกิจการไร่ของตนเอง เพาะกล้าไม้ ทำสวนดอกไม้สวยงาม เพื่อให้คนท้องถิ่นได้มีงานทำ โดยเขาได้ช่วยเหลือ อุดหนุนผลผลิตของป่าสวนน้ำผึ้งมาตลอด ไข่มุกกับแจ๊ค ถูกตามมาให้ดูศพเมขลา แต่ทั้งคู่กลัวผีมาก ไม่กล้ามองศพ แจ๊คเห็นแค่แหวนในมือก็นึกว่าเป็นศพเมขลาจริง เลยรีบจัดการเผาอย่างรีบร้อนโดยไม่กล้าดูศพและไม่ใส่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พญาอย่างยิ่ง เขาพาเมขลาเดินทางกลับป่าสายน้ำผึ้งทันที ในนามของครูปริม แม้จะจำอดีตของตัวเองไม่ได้ แต่เมขลาก็ยังมีนิสัยรักสวยงามติดหรูหราเหมือนเดิม จึงต้องทนทุกข์ทรมานกับสภาพบ้านป่าที่ปราศจากความสะดวกสบาย แถมยังถูกพญาแกล้งให้ได้รับความลำบากสารพัดเมขลาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างเธอและพวกคนงานที่หมั่นไส้ความเว่อร์ของเธอ ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งของลูกศิษย์ทโมนอย่างน้ำตาล (ด.ญ.วาสิตา) และเพื่อนๆ จนเธอทนไม่ไหวขอลาออก แต่พญาไม่ยอมให้ออก โดยกล่าวหาว่าเมขลาในนามครูปริม ได้รับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้วหนึ่งปี และเธอต้องทำงานชดใช้ให้จนกว่าจะครบกำหนด ถึงจะลาออกได้เมขลาเริ่มดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาคนอื่น เหมือนต้นไม้ที่เปลี่ยนสีในฤดูแล้งเพื่อความอยู่รอด การปรับตัวของเมขลาไม่เพียงทำให้เมขลาได้เรียนรู้ชีวิตแท้จริง ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่มันยังได้เริ่มบ่มเพราะความคิดดีงามใหม่ๆ ลงในจิตใจของเมขลาทีละน้อย ในที่สุดเมขลาเอาชนะหัวใจเด็กๆ ที่เกลียดชังเธอได้ด้วยวิธีการของเธอเอง และยังได้ช่วยพัฒนาหญิงสาวในหมู่บ้าน ด้วยการส่งเสริมให้ผู้หญิงหารายได้จากการทอผ้า เป็นหัวหอกปลุกปั่นหญิงสาวชาวบ้านให้ลุกขึ้นมามีบทบาทในครอบครัวทัดเทียมสามีพญาติดต่อขอซื้อป่าสายน้ำผึ้งจากไข่มุก แต่มาการีนเห็นพญาก็ปิ๊งมาก ไข่มุกคิดมีลูกเขยรวย เลยยังยักท่าไม่ยอมขายง่ายๆ พามาการีนมาที่ป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพญา ไข่มุกกับมาการีนหาอุบายไปพักที่ไร่ของพญา ทำให้ได้พบกับเมขลาในนามของครูปริม ไข่มุกกับมาการีนนึกว่าผีหลอกไข่มุกนึกว่าเมขลาสร้างเรื่อง ทำเป็นความจำเสื่อม เพื่อจะหนีหนี้และจับพญา แต่หลังจากทดสอบหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเมขลาความจำเสื่อมจริง ไข่มุกก็คิดแผนชั่ว ไม่ยอมบอกความจริง เพราะนึกว่าพญาไม่รู้เรื่องนี้ไข่มุกคิดให้เมขลาเป็นครูจนๆ แบบนี้ตลอดไป แล้วเธอจะกับลูกสาว จะได้ครอบครองป่าสายน้ำผึ้งและพญา แต่ไข่มุกต้องเจออุปสรรคสำคัญ แอนนี่ (เมจิ-รัศม์ประภา) ก็หวังในตัวพญา แถมเธอยังเหนือกว่าทุกคนตรงที่ พญาเองแอบหลงรักแอนนี่มาตลอด ไข่มุกกับมาการีนจึงต้องชิงไหวชิงพริบกับแอนนี่อย่างดุเดือด โดยมี แม่เพ็ญ(จิ๊ก-เนาวรัตน์) คอยจับตา เพราะเพ็ญเอง ก็ไม่ถูกชะตากับไข่มุกอย่างแรง มีเรื่องปะทะกันตลอด เสี่ยส่งทำมาตีสนิทจีบไข่มุก หวังได้ทั้งตัวเธอ และป่าสายน้ำผึ้งฟรีๆ แต่กลับเจอความร้ายกาจของไข่มุก ที่ไม่เสียทีใครง่ายๆ ไข่มุกกลับคิดว่า จะต้องได้ทั้งตัวเสี่ยส่งและทรัพย์สินของเขาทั้งหมด ความจำของเมขลาเริ่มกลับมาบางส่วน เธอเห็นตัวเองฝึกการต่อสู้ เป็นนักฆ่า เมขลาไม่รู้ว่านั่นคือบทในละครเรื่องใหม่ เธอกลับคิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่าจริงๆ แจ๊คติดหนี้การพนัน จนเสี่ยส่งคิดเล่นงานแจ๊คได้เจอกับเมขลาโดยบังเอิญ เมขลาเข้าใจผิด คิดว่าแจ๊คเป็นคนที่สอนเธอต่อสู้ ส่งสวมรอยเป็นหัวหน้าลาล่า สั่งเมขลาว่าเธอมีงานสำคัญต้องทำ เล่นงานพญาเมขลารู้ตัวว่าเธอแอบหลงรักพญาเข้าให้แล้ว ในขณะที่พญานั้นกลับพยายามบอกตัวเองว่าเมขลาคือตัวมารของเขา มารของป่าสายน้ำผึ้ง เขารักเธอไม่ได้และจะไม่มีวันเผลอใจเป็น อันขาด เมขลาถึงหนักใจมาก ที่นักฆ่าสาวอย่างเธอ ต้องมาจัดการคนที่รัก เมขลาพยายามหาทางเล่นงานพญา แต่เธอไม่ได้มีฝีมือต่อสู้เก่งกาจจริง เคยแต่ฝึกตามคิวเท่านั้น ทำให้การกำจัดพญาผิดพลาดทุกครั้งไป พญาชักสงสัย จนได้รู้ว่าเมขลาเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นนักฆ่า เขาได้แต่นึกขำ และแกล้งเธอกลับ จนเมขลากลับเป็นฝ่ายเสียท่าตลอด แจ๊คอยากบอกความจริงกับเมขลา แต่โดนแอนนี่ขู่ แจ๊คได้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของแอนนี่ ศนิ (เกล-เวธกา) เดินทางมาป่าสายน้ำผึ้ง เพื่อมาตรวจคุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก ศนิมาถึงก็ตกตะลึง เมื่อพบว่าคนที่ใครๆ เข้าใจว่าเป็นครูปริม ที่แท้คือเมขลาศนิทำแกล้งจำเมขลาไม่ได้ เพื่อไข่มุกกับมาการีนจะได้ไม่สงสัย ศนิพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและสงสัยว่าพญาวางแผนทั้งหมดเพื่อผลประโยชน์ โดยมีไข่มุกกับมาการีนร่วมด้วย แต่เมื่อเธอบอกความจริงแก่เมขลา เมขลากลับไม่เชื่อศนิ เรื่องยิ่งขมวดเกลียวหนักขึ้น เมื่อเสี่ยส่งวิ่งเต้นให้ทางราชการออกนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอำเภอสายน้ำผึ้ง พญาและเมขลาไม่เห็นด้วยกับการเอาป่าไปพัฒนาอย่างไม่คำนึกถึงทรัพยากรและชาวบ้านในท้องถิ่น จึงนำชาวบ้านลุกขึ้นประท้วง ปรากฏว่าการประท้วงมีผลทำให้นโยบายถูกยับยั้ง เสี่ยส่งโกรธพญาและเมขลามาก ถึงกับส่งคนมาทำร้าย เมขลาที่ถูกสั่งมาให้กำจัดพญา ก็มาร่วมด้วย แต่เมขลากลับทำร้ายพญาไม่ลง และหันไปเล่นงานลูกน้องเสี่ยส่งแทน แอนนี่ผลักเมขลาตกไปในน้ำ ทำให้หัวเธอกระแทกหินอย่างแรง ความจำของเมขลากลับคืนมาเมขลาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ ก็เสียใจมากที่พญาหลอกลวงเธอและพลอยเข้าใจผิดว่าพญานั่นเองที่คิดจะกำจัดเธอ เมขลาจึงประกาศที่จะขายที่ดินให้เสี่ยส่ง และกลับกรุงเทพฯฯ ไปใช้ชีวิตอย่างเดิม สถานีป้อนงานละครให้เมขลาหลายเรื่อง แฟนคลับดีใจมากที่เธอกลับมา เธอกลายเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการอีกครั้ง ชื่อเสียงและเงินทองไหลมาเทมา ไข่มุกกับมาการีนที่โดนเสี่ยส่งไล่มา เพราะไร้ประโยชน์แล้ว ทั้งคู่ของ้อให้เมขลายกโทษให้ เมขลาให้เงินไข่มุกไปจำนวนหนึ่ง ตอบแทนที่มีบุญคุณ แต่ต่อไปเธอกับมาการีนต้องหางานทำ ช่วยตัวเอง เพราะไข่มุกจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้วไข่มุกออกทีวีรายการสด มีการเปิดให้แฟนๆ ที่เข้ามาดูรายการ ซักถามเมขลา พญาปรากฏตัว ถามว่าเธอจะยกโทษให้เขาได้มั้ย พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ให้คนทั้งประเทศได้เห็น แต่เมขลาว่าสายเกินไปแล้วเสี่ยส่งประกาศขายที่ดินล่วงหน้าเก็บเงินมัดจำอย่างเอิกเกริก เมขลาเดินทางกลับมาป่าสายน้ำผึ้งอีกครั้งในมาดดาราสาวผู้เย่อหยิ่ง เพื่อจัดการเซ็นสัญญาขายป่าเมขลากำลังจะลงชื่อในสัญญาขายที่ดินตามที่ลั่นปากไว้ แต่แล้วความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ความรับผิดชอบที่มีผืนป่าที่ถูกปลูกฝังมาตลอดระยะเวลาหลายเดือน รวมทั้งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอรู้ความจริงว่าพญาไม่ใช่คนที่ทำร้ายเธอ ก็เอาชนะความรู้สึกโกรธแค้นส่วนตัวของเธอลงได้ ในที่สุดเมขลาตัดสินใจที่จะไม่ขายที่ดินป่าสายน้ำผึ้ง เธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ป่าสายน้ำผึ้งอย่างถาวรและร่วมกับพญาปกป้องดูแลป่ารวมทั้งเป็นปากเสียงแทนชาวอำเภอสายน้ำผึ้งต่อไป… รายชื่อนักแสดง แอนดริว เกร้กสัน รับบท พญา ชายหนุ่ม หน้าตาดี แข็งแรง บึกบึน เป็นคนมุ่งมั่น อดทน ทำงานหนัก ไม่สนใจแสงสี เป็นผู้บุกเบิกป่าสายน้ำผึ้งที่ถูกทำลายให้กลับสมบูรณ์ขึ้นมาด้วยสองมือแต่อารมณ์โกรธชั่ววูบทำให้สร้างเรื่องหลอกลวงวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา ราณี แคมเปน (เบลล่า) รับบท เมขลาสาวสวย สวยจัด รูปร่างนางแบบ เป็นดาราสาวสวยมีชื่อเสียงโด่งดัง รวยจัดเพราะใครๆ ก็ต้องการตัวไปเล่นหนัง มีสองบุคลิก ก่อนประสพอุบัติเหตุเป็นสาวเว่อร์สุดขีดหัวสูงไม่ติดดิน ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ไม่สนใจสังคม กรีดกรายเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ทำอะไรไม่เป็นพอประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม กลายเป็นคุณครูสาวผู้สงบเสงี่ยมตามรูปแบบที่คิดเอาเองว่าตนควรจะเป็น เหมือนเกิดใหม่กลายเป็นคนง่ายๆ ติดดิน ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะรักธรรมชาติ รักชาวบ้าน รักเด็ก เกียรติกมล ล่าทา (ตุ้ย) รับบท อรัญหนุ่มใหญ่ นายอำเภอ รูปหล่อ นิสัยอ่อนโยน ใจเย็น หลงรักเมขลา เวธกา ศิริวัฒนา (เกล) รับบท ศนิ เพื่อนเมขลา อาจารย์หญิง โสด แฟนพันธ์แท้ของวงการมายา รู้จักดาราทุก คนดีกว่าเมขลาอีก นิสัยสอดรู้สอดเห็น ชอบทำตัวเป็นนักสืบพันทิป รัศม์ประภา วิสุมา (เมจิ) รับบท แอนนี่สาวสวยมาดดี ทำอ่อนหวาน แต่ที่แท้ร้ายลึก ร้ายเงียบ แอนนี่ใช้ความรักความหวังดีของพญาที่มีต่อเธอ หาประโยชน์จากเขาทุกทาง กิตติธัช ประดับ (เบิร์ด)รับบท แจ๊คกี้ ชายหนุ่ม มาจากครอบครัวรวย ชอบทำตัวเป็นคุณหนู สำรวย หยิบโหย่ง งานไม่ทำ ดีแต่ทำเท่ห์คอยตามจีบดารา อภิรดี ภวภูตานนท์ (แก้ว)รับบท ไข่มุกน้าเมขลา งก เห็นแก่เงินและเห็นแก่ตัว นิสัยเจ้าเล่ห์เพทุบายสารพัด

ก.ท่องเที่ยว แจงใช้งบเกือบ 2 ล้าน จัดประชุม-รับนายกฯ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา /  กระทรวงท่องเที่ยว / 

ก.ท่องเที่ยว แจงข่าวลือใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้าน จัดประชุม-รับนายกฯ ด้านโฆษกรัฐบาลวอนสังคมมองเจตนามากกว่าตัวเลข ความคืบหน้ากรณีที่มีข่าวลือว่า การประชุมหัวหน้าหน่วยราชการ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 59 ที่ผ่านมา มีการใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้านบาทในการจัดสถานที่ที่ใช้เวลาการประชุมเพียง 4 ชั่วโมงนั้น วานนี้ (6 ก.พ. 59) สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดเผยรายละเอียดถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า โครงการดังกล่าวมีชื่อว่าการจ้างดำเนินโครงการจัดประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่ามีหน่วยงานที่รับผิดชอบคือสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักบริหารกลาง วันที่กำหนดราคากลางคือวันที่ 28 มกราคม 2559 เป็นเงิน 1,880,000 บาท โดยมีแหล่งที่มาของราคากลางสืบราคาจากท้องตลาดจำนวน 3 ราย คือบริษัท คอมอาร์ตโปรดักชั่น จำกัด บริษัท บ้านหลังนี้ จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด โมส ดีไซน์ โดยมีรายละเอียดวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลางเป็นราคาอ้างอิงในการจ้างดำเนินโครงการจัดประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง 1.จัดวางผังพื้นที่และตกแต่งสถานที่ 365,000 บาท 2.จัดเตรียมเต็นท์และองค์ประกอบรองรับส่วนต่างๆ 448,800 บาท 3.จัดเตรียมการต้อนรับด้วยกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางการกีฬา 176,000 บาท 4.เตรียมพื้นที่ส่วนลงทะเบียนและรับรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงบริเวณชั้นสอง 59,100 บาท 5.จัดเตรียมห้องรับรองนายกรัฐมนตรีพร้อมการถ่ายภาพ 97,000 บาท 6.จัดเตรียมห้องประชุมและการเตรียมอุปกรณ์การประชุม 216,500 บาท 7.ออกแบบและจัดทำวีดิทัศน์ผลการดำเนินงานของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาความยาวไม่น้อยกว่า 10 นาที 50,000 บาท 8.จัดให้มีของที่ระลึกพิเศษสำหรับมอบให้นายกรัฐมนตรี 3,000 บาท 9.ให้มีของที่ระลึกสำหรับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง 80,000 บาท 10.ทำบัตรแสดงตนสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม 27,000 บาท 11.จัดเตรียมพื้นที่สำหรับแถลงข่าวของนายกฯ 76,000 บาท 12.บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวบรรยากาศงาน 36,500 บาท 13.ค่าดำเนินการประสานงานและบริหารจัดการโครงการ 245,100 บาท รายงานข่าวจากบริษัท เพลย์เมคเกอร์ ออกาไนเซอร์ ระบุว่า บริษัทได้รับจ้างจัดงานการประชุมฯที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต่อจากบริษัท คอมอาร์ต โปรดักชั่น จำกัด มีนายศุภักษร จงศิริ เป็นเจ้าของบริษัท งานนี้ใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ในการเตรียมตัวจัดงาน ต้องรับผิดชอบตั้งแต่การจัดดอกไม้ พนักงานต้อนรับ และนิทรรศการ 2 จุด ได้แก่ ฟอร์มูลาม้ง และประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก มีการบริการอาหารรวม 2 มื้อ อาหารว่าง 1 มื้อ เพื่อต้อนรับปลัดกระทรวงเข้าร่วมงาน สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ติดตามปลัดฯ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ส่วนต้นทุนในการจัดงานที่สูงครั้งนี้ น่าจะเกิดจากการขนย้ายอุปกรณ์ ใช้คนจำนวนมาก และตลอดงานใช้พนักงานต้อนรับและพนักงานประจำจุดรวม 35 คน ด้าน พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวข้างต้นว่า เบื้องต้นไม่เคยทราบว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใช้งบประมาณเกือบ 2 ล้านบาท ในการต้อนรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ และน่าจะมีเพียงการจัดนิทรรศการที่อาจต้องใช้งบเป็นพิเศษ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเป็นพรีเซนเตอร์ ดึงให้สื่อมวลชนสนใจและเผยแพร่ข้อมูลออกไปสู่ประชาชน ทั้งนี้ อยากให้มองว่าปีที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สามารถทำรายได้ให้ประเทศสูง หากจะใช้งบประมาณส่วนหนึ่งในการจัดนิทรรศการ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวก็สามารถทำได้   นักข่าวเป็นงง!! หลังลือสะพัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ก.ท่องเที่ยวใช้งบถึง 2 ล้านบาทจัดงาน ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการฯ บอกยังไม่ทราบเรื่องคงต้องรอตรวจสอบ เว็บไซต์มติชนออนไลน์ ได้รายงานว่า การจัดงานประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพในวันนี้ (5 ก.พ.) ได้มีข่าวลือออกมาสะพัดว่า มีการใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านบาท ในการจ้างออร์แกไนเซอร์จัดงานประชุมในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากประชุมแล้วเสร็จนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ว่างบประมาณที่จัดงานต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการวงเงินเท่าไหร่ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะส่วนตัวยอมรับไม่เห็นเอกสารการเซ็นงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง เป็นงานที่ผู้บริหารในส่วนราชการเป็นคนจัดการ แต่ยืนยันจะตรวจสอบในเรื่องนี้แน่นอน ขณะที่นายพงษ์ภาณุ เศวตรุณทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เมื่อได้ยินคำถามเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว ก็มีน้ำเสียงไม่พอใจ ตอบเพียงว่ายังไม่ได้รับรายงาน แต่งบประมาณในการจัดงานต้อนรับไม่น่าจะสูงอย่างที่พูดกัน จากนั้นได้เดินหนีผู้สื่อข่าวออกไปทันที สำหรับการจัดงานดังกล่าวมีเพียงการจัดดอกไม้ และฉากหลังที่สะท้อนประเพณีของไทยเท่านั้น จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการประชุมเพียงแค่ 4 ชั่วโมงคุ้มค่ากับงบประมาณจำนวนมากที่ลืออกมาในครั้งนี้หรือไม่ ? เบื้องต้นคงต้องรอให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาไขข้อสงสัยให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป ขอบคุณข้อมูลข่าว และภาพจาก matichon.co.th ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

สรุปผลบอล วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี /  บุนเดสลีกา เยอรมัน / 

สรุปผลบอล วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 19.45 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 เลสเตอร์ เวลา 22.00 น. ลิเวอร์พูล 2-2 ซันเดอร์แลนด์ เวลา 22.00 น. สเปอร์ 1-0 วัตฟอร์ด เวลา 22.00 น. สโต๊ค ซิตี้ 0-3 เอฟเวอร์ตัน เวลา 22.00 น. สวอนซี 1-1 คริสตัล พาเลซ เวลา 22.00 น. นิวคาสเซิล 1-0 เวสต์บรอมวิช เวลา 22.00 น. แอสตัน วิลล่า 2-0 นอริช เวลา 00.30 น. เซาแธมป์ตัน 1-0 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผลบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เวลา 00.00 น. โบโลญญ่า 1-1 ฟิออเรนติน่า เวลา 02.45 น. เจนัว 0-0 ลาซิโอ้ ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 22.00 น. แอตเลติโก้ มาดริด 3-1 เออิบาร์ เวลา 00.15 น. ราโย บาเยกาโน่ 2-0 ลาส พัลมาส เวลา 02.30 น. แอธเลติก บิลเบา 0-0 บียาร์เรอัล เวลา 04.05 น. สปอร์ติ้ง กิฆอน 1-1 ลา คอรุนญ่า ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน เวลา 21.30 น. แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 0-0 ดอร์ทมุนด์ เวลา 21.30 น. ชาลเก้ 3-0 โวล์ฟสบวร์ก เวลา 21.30 น. แฟร้งค์เฟิร์ต 2-4 สตุ๊ตการ์ต เวลา 21.30 น. ฮันโนเวอร์ 0-1 ไมนซ์ เวลา 21.30 น. อิงโกลสตัดท์ 2-1 เอาก์สบวร์ก เวลา 00.30 น. เลเวอร์คูเซ่น 0-0 บาเยิร์น มิวนิค ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส เวลา 20.00 น. โมนาโก 1-0 นีซ เวลา 23.00 น. อองเช่ร์ 0-3 โอลิมปิก ลียง เวลา 02.00 น. อฌักซิโอ้ 0-0 แก็งก็อง เวลา 02.00 น. ก็อง 0-2 แร็งส์ เวลา 02.00 น. บาสเตีย 2-0 ทรัวส์ เวลา 02.00 น. ลอริยองต์ 1-1 มงต์เปลลิเย่ร์ เวลา 02.00 น. ตูลูส 0-0 น็องต์ ผลบอล แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ เวลา 22.00 น. เบอร์มิงแฮม 1-2 เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ เวลา 22.00 น. โบลตัน 2-1 ร็อตเธอร์แฮม เวลา 22.00 น. เบิร์นลี่ย์ 1-0 ฮัลล์ ซิตี้ เวลา 22.00 น. คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 0-0 เอ็มเค ดอนส์ เวลา 22.00 น. ชาร์ลตัน 0-1 บริสตอล ซิตี้ เวลา 22.00 น. ฟูแล่ม 1-1 ดาร์บี้ เคาท์ตี้ เวลา 22.00 น. ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เวลา 22.00 น. มิดเดิลสโบรห์ 1-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เวลา 22.00 น. เปรสตัน 2-1 ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ เวลา 22.00 น. ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 1-0 อิปสวิช ทาวน์ เวลา 22.00 น. เร้ดดิ้ง 0-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

อาลัย!! 4 คนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ “มิตร-พุ่มพวง-บิ๊ก-ปอ”
ปอ ทฤษฎี /  ข่าวปอ ทฤษฎี ล่าสุด / 

เป็นสัจธรรมที่ว่ามีเกิดขึ้นก็ต้องมีดับไป และการสูญเสียที่เกิดขึ้นแก่คนในวงการบันเทิงที่ผ่านมาก็มีไม่น้อย แม้ตัวจะจากไปแล้วแต่พวกเขาได้สร้างความดี ความประทับใจ เป็นคนบันเทิงผู้ยิ่งใหญ่ และยังคงอยู่ในใจเสมอ!!! ฮีโร่แห่งตำนาน “มิตร ชัยบัญชา” มิตร ชัยบัญชา เป็นตำนานที่น่าจดจำสำหรับฮีโร่วีระบุรุษชุดดำขวัญใจมหาชน ซึ่งโด่งดังในบทของ อินทรีแดง มิตร ชัยบัญชา เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงไทยช่วงปลายปี 2499 และเป็นพระเอกภาพยนตร์ไทยในช่วง พ.ศ.2500 – 2513 รวมผลงานในขณะนั้น 266 เรื่องจากทั้งสิ้น 300 กว่าเรื่อง ซึ่ง มิตร ชัยบัญชา มีผลงานการแสดงที่โดดเด่นมากและหลากหลายทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นบทบู๊ รัก ตลก หรือ ดราม่า เขาทำได้หมด มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีแดง เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2513 มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตขณะถ่ายทำฉากโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายจากภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง ในภาพยนตร์ชุด อินทรีแดง เรื่องที่ 6 ที่ มิตร ชัยบัญชา แสดงในบท โรม ฤทธิไกร หรือ อินทรีแดง โดยเขาตกลงว่าจะแสดงฉากนี้ด้วยตัวเอง แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคและแรงกระตุกของเครื่องบิน ทำให้เขาไม่ได้เหยียบบนบันได ต้องโหนตัวอยู่เป็นเวลานาน และได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการใช้ข้อมือซ้ายเกี่ยวพันกับบันไดลิง แต่เชือกบากข้ดมือจนเกือบขาด เขาจึงตัดสินใจแกะเชือกที่รัดข้อมือแล้วปล่อยตัวลงมา โดยตั้งใจว่าจะลงสู่บึง แต่ด้วยแรงลมทำให้เขาตกลงมากระแทกพื้นตรงจอมปลวก จากความสูง 300 ฟุต เสียชีวิตทันที มิตร ชัยบัญชา ภาพยนตร์อินทรีทอง ศพของ มิตร ชัยบัญชา ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแคนางเลิ้ง หลังจากครบ 100 วัน มีการพระราชทานเพลิงศพโดยได้ย้ายจากวัดแคนางเลิ้งไปวัดเทพศิรินทร์ มีประชาชนหลั่งไหลไปร่วมงานกว่า 3 แสนคนมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และได้มีการตั้งศาลบริเวณ หาดจอมเทียน พัทยาใต้ สถานที่ที่ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต และได้มีการปรับปรุงสร้างรูปหล่อของ มิตร ชัยบัญชา ในชุดอินทรีทอง ไว้ที่ศาลด้วย หลังจากนั้นช่วง พ.ศ.2549 – 2550 มีการรวมใจสร้างอนุสรณ์สถานมิตร ชัยบัญชา พร้อมหุ่นไฟเบอร์กลาส ที่บ้านไสค้าน จ.เพชรบุรี บ้านเดิมของ มิตร ชัยบัญชา ฮีโร่ในตำนานด้วย มิตร ชัยบัญชา มิตร ชัยบัญชา โปสเตอร์ภาพยนตร์ มิตร ชัยบัญชา ราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวง ดวงจันทร์ หรือ ผึ้ง นักร้องเพลงลูกทุ่ง เจ้าของฉายา ราชินีลูกทุ่ง ผู้มีน้ำเสียงไพเราะ โดดเด่น จำเนื้อเพลงได้โดยที่เธอไม่รู้หนังสือ และยังเป็นแม่แบบให้กับนักร้องรุ่นหลัง แม้จะไม่ได้เรียนและอ่านหนังสือไม่ออก แต่ความจำดีเยี่ยม เริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่างๆ ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย พุ่มพวง ดวงจันทร์ เมื่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงดนตรีมาแสดงที่วัดทับกระดาน และได้เห็นความสามารถของผึ้งจึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง แก้วรอพี่ เพลงแต่งแก้กับเพลง แก้วจ๋า โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ และได้แยกออกจากวงดนตรีของไวพจน์ ไปอยู่วงดนตรีอื่นๆ ในเวลาต่อมา ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง มนต์ เมืองเหนือ รับเป็นลูกศิษย์ และเปลี่ยนชื่อให้เป็น "พุ่มพวง ดวงจันทร์" ได้รับบันทึกเสียง และได้ตั้งวงดนตรีเป็นของตนเองมีเพลงดังมากมาย อาทิ หนูไม่รู้, หนูไม่เอา, ตั๊กแตนผูกโบว์ ฯลฯ และมีงานภาพยนตร์หลายเรื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ พุ่มพวงได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ในปี พ.ศ.2521 จากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” นอกจากนี้ ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง "ส้มตำ" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ช่วงบั้นปลายของชีวิต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ป่วยเป็นโรตไตขั้นรุนแรง จนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวทะเลาะกับสามี ไกรสร แสงอนันท์ กระทั่ง พุ่มพวง ย้ายตัวมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช พบว่าเธอป่วยด้วยโรคเอสแอลอี หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต ในเวลาต่อมาแพทย์เจ้าของไข้ได้เปิดเผยว่าอาการของพุ่มพวงดีขึ้น แต่ทางด้านญาติของพุ่มพวงมีความเห็นว่าควรรักษาด้วยไสยศาสตร์ จึงพาพุ่มพวงไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ที่ จ.พิษณุโลก หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช พุ่มพวงก็เกิดอาการช็อกและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช กระทั่งถึงแก่กรรมอย่างสงบในวันที่ 13 มิ.ย.2535 พุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้มีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่วัดทับกระดาน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีการสร้างหุ่นพุ่มพวง ตั้งอยู่ในศาลาริมสระน้ำ วัดทับกระดาน ซึ่งมีการจัดงานรำลึกถึงพุ่มพวงทุกปี ช่วง 13-15 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของเธอ และได้มีการนำชีวิตของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ มาสร้างเป็นละครและภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง พุ่มพวง ดวงจันทร์ หุ่นขี้ผึ้ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ “บิ๊ก ดีทูบี” บอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่น บิ๊ก ดีทูบี บิ๊ก อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ หนึ่งหนุ่มบอยแบนด์ในสมาชิกวงดีทูบี ค่าย อาร์เอสฯ เข้าสู่วงการด้วยการประกวดร้องเพลงโครงการ Panasonic Star Challange และมีผลงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณาตามลำดับก่อนจะมาเป็นสมาชิกวงดีทูบี ขณะที่วงดีทูบี กำลังโด่งดังถึงขีดสุด บิ๊กเกิดประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ส่วนตัวตกคูน้ำย่านศรีนครินทร์ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2546 ซึ่งบิ๊กมีอาการน้ำคำท่วมปอด แต่การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี บิ๊กสามารถทักทายแฟนเพลงได้อีกครั้งด้วยการชูสองนิ้วสู้ตาย พร้อมการเขียนเป็นตัวอักษรบอกแฟนๆ ว่า "ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงครับเจอกันแน่นอนครับ" ก่อนที่บิ๊กจะอาการโคม่า บิ๊ก ดีทูบี แพทย์ตรวจพบเชื้อรา Scedosporium ในสมอง ซึ่งโอกาสรอดชีวิตมีเพียง 0.01% เท่านั้น และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ปาณรวัฐ ซึ่งเป็นชื่อขอพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีความหมายว่า "ผู้มีชีวิตอยู่ตามคำขอ" เพื่อเป็นศิริมงคล บิ๊ก ดีทูบี ภายหลังการรักษาด้วยวัคซีนเฉพาะโรคและได้รับกำลังใจอย่างมากมาย บิ๊กรอดชีวิตและออกจากห้องไอซียูในเวลาต่อมา แต่กลายเป็นเจ้าชายนิทราซึ่งสร้างความเศร้าโศกแก่แฟนเพลงเป็นอย่างมาก บรรดาแฟนคลับต่างทั้งสวดมนต์ พับนกกระเรียน และทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้บิ๊กกลับมา แต่เบื้องหลังการดูแลบิ๊กทั้งหมดก็คือ นายอุดมและนางยุพา กิตติกรเจริญ คุณพ่อคุณแม่ของ บิ๊ก ที่อยู่เคียงข้างลูกชายเสมอ บิ๊ก ดีทูบี สุดท้าย บิ๊ก ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2550 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดทางปอดที่โรงพยาบาลศิริราช หลังเป็นเจ้าชายนิทราจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ถึง 4 ปี ด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น ในช่วงที่เขาโด่งดังถึงสุดขีด บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี บีม - แดน - บิ๊ก วงดีทูบี "ปอ ทฤษฎี" พระเอกนิสัยดีตลอดกาล ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2523 เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนายแบบโฆษณา กระทั่งได้รับรางวัลสุดยอดหนุ่มคลีโอ ปี 2004 ทางบางกอกดราม่า ค่ายละครของช่อง 3 เห็นแววจึงเรียกเข้าไปแคสงาน หลังจากผ่านการแคสติ้งได้เข้าเรียนการแสดงกับช่อง 3 และได้เล่นละครเรื่อง “ลิขสิทธิ์หัวใจ” เป็นเรื่องแรกโดยแสดงคู่กับ แพท ณปภา ตันตระกูล ในนามของ Power 3 และมีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง 30 เรื่องด้วยกัน สำหรับละครที่โด่งดังสร้างชื่อเสียงให้กับเขาก็คือเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา, ทัดดาว บุษยา, ดาวเรือง, ต้มยำลำซิ่ง ซึ่งละครเรื่อง “สาวน้อยร้อยล้าน” กำลังออนแอร์ในปัจจุบัน และละคร “ท่านชายกำมะลอ” มีกำหนดออนแอร์ในปี 2559 นี้ ปอ ทฤษฎี และจากการรับบทหนุ่มบ้านๆ จากละคร ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ปอ ทฤษฎี จึงได้รับฉายาว่า “พระเอกภูธร” และ ปอก็ยังค้นพบตัวเองหันมาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำอาชีพชาวนาจริงๆ จนได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นพระเอกติดดินใช้ชีวิตไม่ฟุ้งเฟ้อ ปอ ทฤษฎี นอกจากนี้ ปอ ทฤษฎี ยังมีผลงานอื่นๆ อีกมากมายทั้งงานร้องเพลง งานภาพยนตร์ พากษ์เสียงภาพยนตร์ ละครเวทีอิงประวัติศาสตร์เรื่อง "นางเสือง" และละครเพลงกลางแจ้ง "พระมหาชนก เดอะ ฟีนอมินอลไลฟ์โชว์" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ปอ ทฤษฎี ในเดือนสิงหาคม 2558 ปอ ทฤษฎี รับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยโรคไข้เลือดออก และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2558 อาการของ ปอ ทฤษฎี ทรุดหนักเข้าขั้นวิกฤติ เกิดภาวะตับวายและไตวายเฉียบพลัน มีภาวะตกเลือดอย่างมากในโพรงเยื่อหุ้มปอดข้างซ้าย มีอาการหายใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์จึงใช้เครื่องมือฟอกไต และเครื่องมือพยุงการหายใจนับตั้งแต่นั้น และได้มีการตัดขาเหนือข้อเท้าข้างซ้าย ตัดปอดซ้าย และรับการผ่าตัดเป็นระยะๆ เพื่อพยุงอาการตามลำดับ ปอ ทฤษฎี แต่ต่อมาอาการของ ปอ ทฤษฎี ก็ทรุดลงอย่างหนักเนื่องจากการติดเชื้อที่ปอดข้างขวา ลุกลาม จนสุดท้ายร่างกายไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเสียชีวิต ณ โรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2559 เมื่อเวลา 11.50 น. ก่อนวันเกิดของ ปอ ทฤษฎี อีก 5 วันก็จะครบอายุ 36 ปีบริบูรณ์ พิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ร่างของ ปอ ทฤษฎี ได้ถูกนำไปทำพิธีที่วัดกลางอารามหลวง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีประชาชนมาร่วมแสดงความไว้อาลัยอย่างหนาแน่น และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 24 ม.ค.2559 ทั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประทานผ้าไตร - ดอกไม้จันทน์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ปอ ทฤษฎี ด้วย ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ขณะที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล โบว์ แวนดา ภรรยาสาว ได้พา น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์ ซึ่งเป็นลูกสาวของ ปอ ทฤษฎี มาเยี่ยมอยู่เสมอ ซึ่ง ปอ ทฤษฎี ยังไม่เคยเปิดเผยภรรยาและลูกต่อหน้าสื่อมาก่อนสร้างความเซอร์ไพร้สให้แฟนละครไม่น้อย แต่ความน่ารักของน้องมะลิก็ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจมหาชนไปซะแล้ว และแม้พระเอกหนุ่มจะลาจากไปแล้ว แต่ความดีที่ ปอ ทฤษฎี ได้เคยทำไว้ ค่อยๆ หลั่งไหลพรั่งพรูให้เราได้รับรู้และถือเป็นแบบอย่างในการทำดีต่อไป... ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ ปอ ทฤษฎี - น้องมะลิ - โบว์ แวนดา ขอบคุณภาพจาก www.thaifilm.com, FB พุ่มพวง ดวงจันทร์, บิ๊ก ดีทูบี อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ, IG portid

ตะลุย 8 ร้าน 8 สไตล์ หลากหลายสัญชาติสำหรับวันวาเลนไทน์นี้ ที่ Eight Thonglor
Eight Thonglor /  KTC / 

ทีมงาน MThai มีโอกาสได้รับเชิญจากทางบัตรเครดิต KTC เนื่องจากเราแอบได้ยินมาว่าทาง KTC จัดแคมเปญใหญ่ร่วมกับ Eight Thonglor ฉลองครบรอบ 8 ปี ภายใต้ชื่อว่า “Happy8 Dining กับบัตร KTC” ต้อนรับวันแห่งความรักในเทศกาลวันวาเลนไทน์ 2016 เหมาะสำหรับทีมกินเที่ยวอย่างพวกเรา เรียกได้ว่างานนี้มีตัวเลือกให้ถึง “8 ร้าน 8 สไตล์ยิ่งใหญ่สมกับเป็น Eight Thonglor” “Welcome drink เป็นชามะนาวในขวดแสนเก๋จาก One Two Tea” 1.Sushi CYU & Carnival Yakiniku เริ่มต้นกันที่ร้านแรก “ซูชิจู แอนด์ บาร์บีคิว คาร์นิวัล ยากินิคุ” เป็นร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดแสนพรีเมียม ที่มีตั้งแต่ซูชิและปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น โดยวันนี้ได้รับเกียรติจากเชฟของทางร้านมาอธิบายถึงเมนูอาหารของร้าน ซึ่งโดยปกติแล้วจะหาเวลาเจอตัวได้ยากทีเดียวค่ะ ระหว่างรอไฮไลท์เด็ดของทางร้านซึ่งก็คือยากินิคุ ที่ใช้เนื้อวัวไทยเฟรนส์ A4,A5 ทางร้านก็นำซูชิมาเสิร์ฟบอกว่าเป็นของทางเล่นระหว่างรอ แต่พอทีมงานได้ชิมแล้วบอกเลยว่าปลาสดมากกกก เกินกว่าจะเป็นของทางเล่นอีกนะจ๊ะ ใครมาก็อย่าลืมสั่งเซ็ทนี้ดูนะ เนื้อวากิวระดับตำนาน บอกเลยว่าที่ร้านติดหนึ่งในห้าอันดับเนื้อวากิวที่ดีที่สุดสำหรับคนรักเนื้อจะต้องมาลิ้มลองทาน ด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปีจากประเทศญี่ปุ่น การันตีเรื่องคุณภาพดีงามแน่นอน (แค่เห็นลายก็สวยงามน้ำลายไหลกันแล้วใช่ไหมละ) “วิธีการทานโกเบแบบออริจินอลและสันคอ” จากภาพแยกกันออกไหมจ๊ะ ว่าแบบไหนโกเบปกติหรือแบบไหนเป็นสันคอ มาเริ่มกันจากเนื้อตัวลายสวยงามจะเป็นโกเบออริจินอล สามารถปิ้งลงไปบนเตาได้เลย พอสุกก็กลับอีกด้าน เวลารับประทานจะทานกับเกลือญี่ปุ่น และส้มโชยุรสชาติจะหอม หวาน ละลายในปากจริงๆ ส่วนอีกแบบนึงจะเป็นสันคอค่ะ เนื้อจะนุ่นแต่ไม่ละลายเท่าลายสวยเวลาทานก็จิ้มกับน้ำจิ้ม ก็อร่อยมันไปอีกแบบนึงค่ะ สำหรับคนไม่ทานเนื้อทางร้านก็มีเซ็ทหมูไว้ให้ทานนะคะ เปิด – ปิด : วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 11.30 – 14.00 น. และ 18.00 – 22.00 น. (เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 11.30 – 22.00 น.) ประเภทอาหาร : อาหารญี่ปุ่น,อะลาคาร์ท,ซูชิ,ปิ้งย่าง เบอร์ติดต่อ : 02-713-8321, 085-145-1722 2.MASALA ART “บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบหรูมีกลิ่นอายความเป็นอินเดีย” มาต่อสำหรับร้านที่สองกับแคมเปญนี้กันค่ะ ร้านนี้จะเป็น “อาหารอินเดีย” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “มาซาลา อาร์ท” มีความหมายมาจากเครื่องแกงมาซาลาผสมกับคำว่าอาร์ทค่ะ เป็นกลิ่นอายของอาหารอินเดียที่มีการปรุงด้วยศิลปะและใจ ทำให้ผู้ท่านสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้ทำอาหารจานนั้นๆ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากมิสเตอร์ซีเจ เจ้าของร้านมาบรรยายที่มาของอาหารอินเดียให้พวกเราทราบกันค่ะ โดยร้านนี้จะเป็นอาหารอินเดียสไตล์ทางเหนือ “Appetizer และข้าวอินเดีย” เริ่มด้วยของทานเล่นอย่างขนมปังโยเกิตลูกชิ้นผัก สอดไส้โยเกิตเดฮีเคคาบับ รสชาติจะเหมือนขนมปังที่รสและกลิ่นของผัก แล้วมีทอปปิ้งเป็นโยเกิตอินเดียค่ะ เข้ากันได้อย่างดีเรียกอร่อยมาก เนื้อโยเกิตของเค้าจะรสชาติคล้ายครีมชีสนุ่มเข้ากับขนมปังรสผักเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ตามมาด้วยอาหารหนักอย่างแกงกุ้งอินเดีย ที่มีเครื่องแกงเข้มข้นเผ็ดร้อน สามารถเลือกทานได้ระหว่างแป้งนาน (กระเทียมหรือธรรมดา) หรือทานคู่กับข้าวอินเดียที่คลุกเคล้าเครื่องเทศสีเหลืองนวลหอมอร่อยเข้ากันได้อย่างดีกับแกงค่ะ ส่วนไก่สีแดงที่เราเห็นนั้นเป็นคล้ายไก่ย่างอบเครื่องเทศเรียกว่า “ชิคเก้นทิการ์” เมนูยอดฮิตสำหรับใครที่ทานอาหารอินเดียต้องไม่พลาด แอบกระซิบอีกนิดว่าทางร้านจะไม่มีเนื้อหมูหรือเนื้อวัวนะคะ จะทำอาหารเฉพาะเนื้อไก่, กุ้งและเนื้อแพะ สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติสามารถไปทานที่ร้านนี้ได้ค่ะ เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-13.00 น. และ 18.00-22.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารอินเดียทางตอนเหนือ,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-713-8357 3.Crepes&Co “เครปแอนส์โค” หากใครอยู่ย่านสุขุมวิทจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้แน่นอน กับตำนานเครปฝรั่งเศสรสอร่อยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะบ้างว่าเครป แอนส์ โค มีสาขา Eight Thonglor และที่สำคัญไม่ได้อร่อยแต่เครปนะจ๊ะ เพราะที่ร้านมีอาหารคาวให้ทานกันแบบอยู่ท้องกันไปเลยหละ “เครป แอนส์ โค” ที่นี่มากกว่าเมนูของหวาน “Tajine Zitoun” ประเดิมกันด้วยเมนูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แลดูภาคพื้นผิวมหาสมุทรสุขภาพดี๊ดีได้ใจทีมงานกันไปเลยทีเดียวกับอาหารจานนี้ “Tajine Zitoun” เมื่อเปิดผะอบออกมาจะเจอกับไก่ตุ๋นมะกอกดำและมะนาวเครื่องเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน โมรอคโคกันสุดสุด ทานคู่กับข้าวคูสคุสและฮารีซาซอส อาจจะดูแปลกตาแต่สำหรับคนที่ชอบเครื่องเทศจานนี้ก็เข้มข้นเข้ากันดีค่ะ “Moroccan Briouattes & Supreme” ตามมาด้วยของทานเล่นอย่าง Moroccan Briouattes ที่เป็นเนื้อผัดกับข้าวและผงอบเชย แล้วนำมาทอด จานนี้ถูกใจเป็นพิเศษเหมือนคล้ายเปาะเปี๊ยะทอดอร่อยดีค่ะ และเมนู Supreme เป็นเครปคาวซิกเนเจอร์ของทางร้านที่จะต้องมาลองทานกันให้ได้ “Crepe Framboise” มาถึงเมนูปิดท้าย เมนูฟินเป็นพิเศษเป็นเครปหวานที่อร่อยมากกกกกกก ทีมงานการันตีว่าหากได้ลองทานแล้วนั้น จะต้องหลงรักและกลับมาทานซ้ำอย่างแน่นอน ตัวแป้งเครปกรอบอร่อยค่ะ ราดด้วยซอสราสเบอร์รี่ หอมหวานอมเปรี้ยว แต่งจานด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง ความเปรี้ยวของซอสตัดกันได้อย่างไอศครีมวนิลารสละมุนที่สอดไส้อยู่ภายใต้แป้งเครป ใครละจะอดใจไหวกับเมนูนี้ ต้องไปลองกันให้ได้นะคะสำหรับร้าน “Crepes & Co” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งเวลา 9.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร :สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน, ฝรั่งเศส, กรีก, โมรอกโค, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-726-9398-9 4.FLANN O’BRIEN’S IRIS PUB “บรรยากาศ Indoor&Outdoor ชิลสบายสุดสุด” “ฟลาน โอ ไบรอันส์” เป็นร้านอาหารสไตล์โฮมเมดไอริสกึ่งผับ ภายในร้านจะเน้นการตกแต่งโดนเน้นสีเขียวและมีกลิ่นอายของโทนสีของไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นสไตล์ไอริช โดยสโลแกนของที่ร้านแห่งนี้คือ No strangers at Flann O'Brien's, Only friends you haven’t met yet นั่นก็คือ ไม่มี “คนแปลกหน้า” ที่ฟลาน โอเบรียนส์.. มีแค่ “เพื่อน” ที่เรายังไม่รู้จัก เท่านั้นค่ะ ทางร้านจะเน้นความเป็นกันเอง มีความบันเทิงและสนุกสนานแต่จะคงไว้ซึ่งบริการและอาหารที่ได้มาตรฐาน “คลังเบียร์สุดยอดความอร่อยของชาวไอริสต้องที่นี่เลย” นอกจากอาหารโฮมเมดสไตล์ไอริสแล้ว ที่พลาดไม่ได้เลยเห็นจะเป็นเบียร์หลากหลายประเภทค่ะ มีตั้งแต่อ่อนไปจนถึงหนัก นอกจากหลายชนิดแล้วยังหลายสีอีก มีชนิดที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ทานได้ด้วยนะคะ วันนี้ทีมงานของลองชิมจิบๆเบียร์ดำแทนละกัน หอมเข้มฟินกันสุดๆ “Chef’s house Salad& Homemade Irish Lamb Stew” เริ่มกันด้วยสองเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างสลัด Chef’s house Salad และเมนู Homeade Iris Lamb Stew หรือเมนูสตูเนื้อแกะตุ๋นพร้อมเครื่องเทศสดสไตล์ไอริส พอลองชิมแล้วต้องบอกว่าเนื้อแกะไม่มีกลิ่นสาปเลยค่ะ หากทานร้อนๆรสชาติจะดีและเข้มข้นมากทีเดียว “Beef and Guinness pie & Banger and Mash” ปิดท้ายด้วยสองเมนูเด็ด คือ สตูว์เนื้อตุ๋นกับเบียร์ดำกินเนสส์ พร้อมผักต่างๆ และเครื่องเทศสดสไตล์ไอริช ใช้เนื้อนำเข้าเกรดเอตุ๋นให้เปื่อยกับเบียร์ดำกินเนสส์ ดิปคู่กับมันฝรั่งทอดชิ้นโต หากได้เบียร์เย็นๆสักแก้วรับรองคืนนี้สนุกแน่นอน สุดท้ายกับเมนู Banger and Mash หรือ ไส้กรอกหมูรสาติต้นตำหรับ ด้วยเนื้อไส้กรอกแน่น ชิ้นใหญ่หนา หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟทานพร้อมกับมันฝรั่งบด และราดด้วยซอสเกรวี่ เข้มข้นจนต้องทานให้หมด เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อเมริกันบาร์, โฮมเมดไอริส,อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-392-2898 5.HOLA Barcelona Tapas&Wine Restaurant “โอลา สแปนิช” ร้านอาหารสเปนในกรุงเทพฯ ว่าหาทานได้ยากแล้วยังหาที่เด็ดยากกว่า แต่สำหรับร้านนี้ทีมงานเราการันตีอยากให้ไปลอง เพราะมันอร่อยมากจริงๆ “ Pealla Seafood” Pealla Seafood หรือข้าวผัดสเปน เป็นเมนูแนะนำของที่ร้านโอลา สแปนิช ที่ยอมรับว่าตอนแรกเฉยๆ แต่พอได้ลองชิมเท่านั้นมันอร่อยมาก มากจริงๆ ตัวข้าวญี่ปุ่นร่วนเข้ากับซอสหอมมันกุ้งและเครื่องซีฟู้ดครบรส หอมเคล้าน้ำมันมะกอก อร่อยขนาดต้องทานให้หมด หากทานไม่หมดเจ้าของร้านมีงอนกันน่าดู อยากให้มาลองเมนูนี้กัน “Red wine Sangria ที่ร้าน Ohla Spanish Food” เห็นแก้วแบบนี้อย่าเผลอคิดว่าเป็นน้ำแดงนะจ๊ะ เพราะ Red Wine Sangria คือน้ำผลไม้ผสมกับไวน์แดง จิบดับร้อนยิ่งอากาศเมืองไทยแล้วละก็ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยให้มื้ออาหารนั้นสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ทีมงานเราก็กินเพลินไปหลายแก้วอยู่ ><” “กุ้งกระเทียมและสลัดปลาแซลมอน” ระหว่างรอเมนูต่างๆ สลัดปลาแซลมอนก็เด็ดไม่แพ้กัน จะมีส่วนผสมของผลไม้และอะโวคาโด้ ส่วนน้ำสลัดที่ร้านก็คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่เอง แถมผักก็กรอบสดเข้ากับปลาแซลมอนสุดๆ จานนี้แอบแย่งกันทานใหญ่เลยละ ตามมาด้วยกุ้งกระเทียมที่เจ้าของไม่ห่วงสูตรเลยสักนิด แต่กลับไปบ้านก็ไม่มีลูกค้าท่านไหนทำได้เท่ากับที่ร้านนี้อีกแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันอร่อยมากจนกระทั่งน้ำมันถึงกับต้องซด ทีมงานละอยากได้ข้าวสวยเสียจริงๆ แถมที่ร้านยังเป็นน้ำมันมะกอกบอกเลยทานแล้วยังได้สุขภาพดีอีก สมกับเป็นร้านอาหารแนะนำสุดๆ “ข้าวผัดสเปนหมึกดำและมีทบอล” ปิดท้ายกันด้วยเมนูข้าวผัดสเปนในสไตล์แบบมีซอสหมึกดำ ก็อร่อยเข้มข้นไปอีกแบบค่ะ จะเค็มๆมันๆเข้ากับปลาหมึกและข้าวได้อย่างดี รวมถึงมีทบอลก็เป็นอาหารทานเล่นกินเพลินๆเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารสเปน เบอร์ติดต่อ : 02-713-8387 6.TADAIMA “ทาไดมะ” ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมของดาราหนุ่มสุดหล่อ “กันต์ กันตถาวร” ที่มีหลากหลายสาขาเริ่มต้นด้วยคอนเซปต์สุดชิคอาหารทุกจานราคาเดียว 88 บาท จากนั้นค่อยมาปรับมีความหลากหลายของอะลาคาร์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปลาดิบ เราไม่คิดว่าร้านทาไดมะจะสดได้มากขนาดนี้ และวันนี้เชฟก็ได้มาโชว์การแล่ปลาตัวใหญ่ให้เราชมกันด้วยค่ะ . “เชฟที่ร้านทาไดมะ โชว์แล่ปลาแซลมอน” ใครจะเชื่อว่าพี่ปลาแซนมอนตัวนี้หนักถึง 4-6 กิโลกรัมกันเลยเชียว พี่เชฟรีบหันอย่างคล่องแคล่ว แข็งแรงชนิดที่ว่าคนทั่วไปหากไม่ชำนาญอาจได้โดนมีดบาดมือกันก็เป็นได้ และแล้วก็ออกมาเป็นชิ้นเนื้อปลาแซลมอนสวยงาม (ทีมงานแอบกลัวหัวปลาแซลมอน) ซาซิมิสดมากกกกกกกกกกกกก ไม่คิดว่าร้านไม่ได้เน้นปลาพรีเมียมระดับห้าดาวเทียบเท่าร้านระดับชื่อดังทั่วไป จะมีซาซิมิสดและอร่อยขนาดนี้ รับรองว่าต้องไปซ้ำแน่นอนไม่พลาดค่ะ ทั้งราคาและคุณภาพขนาดนี้ กุ้งสด, แซลมอนชิ้นใหญ่ ปลาโอโตโร่สดฟินละลาย เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 23.00 น. ประเภทอาหาร : ญี่ปุ่น, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9883 7.HOUSE* 10 HOUSE* 10 ร้านเก๋ไก๋สไตล์ปราสาทเก่า ดูภายนอกนอกจากจะดูเก่าผสานกลิ่นอายแบบชิคๆ เหมือนโรงงานเก่าแล้ว ภายในยังตกแต่งได้แบบสวยงามลงตัว ใครจะเชื่อว่าร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารไทยแสนอร่อย และกลางคืนจะเป็นสถานที่แฮงคเอาท์ชั้นดีด้วยดนตรีสด และรสของเครื่องดื่มต่างๆ “ต้มยำไข่เจียวรสจัดจ้าน VS ข้าวผัดหมูฝอย” ใครว่าอาหารไทยจำเจต้องมาเจอคู่นี้ ต้มยำไข่เจียวรสแซ้บบบ บอกเลยว่าแซ้บลืมมมม ทานคู่กับข้าวผัดหมูฝอย หอมพริกบีบมะนาวสด หูยยย ฟินนน เรียกว่าเป็นคู่สร้างคู่สม คู่แซบที่เข้ากันที่สุด เหมาะกับคู่รักแซบแซบบบ ห้ามพลาดกับร้านนี้และเมนูนี้ค่ะ “ยำเส้นแก้ว VS หมูกรอบบู้ลิ้ม” ยังแซบกันไม่พอต้องต่อด้วยของทานเล่น เมนูนี้คุณสาวๆไม่ต้องกลัวอ้วน กับเมนูเส้นแก้วยำสารพัดพริกและเครื่องผักสด กุ้ง หมูมากันแน่นอร่อยอย่าบอกใคร ตามมาด้วยหมูกรอบบู้ลิ้ม ชื่อก็น่ารักจอมยุทธ์ซะขนาดนี้รสชาติก็ต้องอร่อยอย่างแน่นอน มีมะนาวและเกลือมาให้ แซบลืมมมมกันไหมล่ะคะทุกทาน ปิดท้ายด้วยเมนูสำหรับวาเลนไทน์นี้เท่านั้น (เราลองแล้วเด็ด) อยากให้ไปลองกันอีกแล้วชื่อให้ถามเจ้าของร้านเองนะจ๊ะ เพิ่งคิดได้ตอนนั้นเลย แต่อร่อย “เมนูเครื่องดื่มหอมหวาน ใส่สตอเบอร์รี่สดอย่าทานเยอะละมันจะเมา” เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 01.00 น. ประเภทอาหาร : อาหารไทยฟิวชั่น, ผับแอนเรสเตอรองท์ เบอร์ติดต่อ : 081-837-1133 8.BAR STORIA De Caffe “บาร์ สตอเรีย เดล คัฟเฟ่” ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของโครงการ Eight Thonglor เป็นคาเฟ่เล็กๆที่ผสมผสานกลิ่นอายน่ารักของความเป็นตะวันตก นอกจากมีไฮไลท์เป็นกาแฟดริปแล้ว ยังมี All Day Breakfast บริการทุกวันอีกด้วยคะ เรียกน้ำย่อยได้ดีด้วยซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสัมผัสถึงรสเห็ดไม่ใช่แก่กลิ่นเหมือนบางทีคะ อันนี้ขอชมเลย “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนลิ้นสุดๆ” “หอยแมลงภู่ฝรั่งเศสอบซอสครีมและซอสมะเขือเทศ” จากนี้เป็นจานเด็ดที่หากมาทานที่ร้านนี้ บอกเลยว่าต้องรักพี่เสียดายน้อง เพราะรสชาติเค้าอร่อยทั้งคู่แถมมีรสสัมผัสที่แตกต่างกัน ตัวครีมจะละมุนหอมถึงขนาดต้องซดพร้อมเนิ้อหอยมันเข้ากันได้ดี ส่วนอีกจานนึเป็นซอสมะเขือเทศที่ละมุนเข้มข้นมากกว่าซอสคะ เพราะส่วนผสมที่หลากหลาย เราอยากให้ไปลองทานลิ้มรสความเป็นอาหารอิตาเลียนกัน จริงๆแล้วมีอีกหลายเมนูที่ทางร้านได้ลองนำมาให้เราได้ลิ้มรสและทานกัน อร่อยเกือบทุกเมนูจริงๆจนไม่สามารถสรรหาคำบรรยายได้เทียบเท่ากับอยากให้เพื่อนๆสมาชิกเอ็มไทยได้ไปลองเลือกสรรเมนูทานกันคะ อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าที่คาเฟ่แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งกาแฟดริปนำเข้าชั้นดี ยังเป็นร้านที่ขาย All Day Breakfast น่าลองทุกเมนูไว้ไปลองทานกันดู เปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30 – 22.30 น. ประเภทอาหาร :ออลเดย์เบรคฟาสท์, กาแฟ, อิตาเลียน, อะลาคาร์ท เบอร์ติดต่อ : 02-714-9301 สำหรับวันนี้ทางทีมงาน MThai ต้องขอขอบคุณบัตรเครดิต KTC ที่ให้เราได้ไปลองทานอาหารอร่อยๆและนำมาแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อนสมาชิกกันคะ และสำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิต KTC อย่าพลาดกับแคมเปญ “Happy Eight Dining with KTC” เพราะว่ามอบส่วนให้ถึง 50% ร้านไหนส่วนลดเป็นอย่างไรบ้าง อย่าลืมติดตามได้ที่แฟนเพจของทาง KTC นะคะ