ตั๊กแตน ชลกา

มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก
ตำนาน /  ต่างประเทศ / 

ไม่นานมานี้เพื่อนๆ หลายคนอาจจะได้ดูภาพยนตร์เรื่อง NOAH ที่เกี่ยวกับตำนานน้ำท่วมโลกที่ทำให้เกิดโดยพระเจ้าหรือเทพเจ้าเพื่อทำลายอารยธรรม โดยเป็นการตอบสนองผลกรรม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นที่แพร่หลายในตำนานกรีก และตำนานในวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องราวของโนอาห์และเรือของโนอาห์ในเจเนซิส, มัสยาวตาร ในคัมภีร์ปุราณะ ของฮินดู, ดูเคเลียน ในตำนานเทพเจ้ากรีก และ อุตนาปิชติม ในมหากาพย์กิลกาเมช เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานต่างๆที่เราคุ้นเคยกันดี และนี่คือ มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก ที่นักโบราณคดีหลายๆ คนบอกว่า มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์ ว่าบุคคลที่ถูกพูดถึงในนิยายเล่มนี้อาจจะเคยมีชีวิตอยู่จริงๆก็ได้!  มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก มหากาพย์กิลกาเมช (Gilgamesh) เป็นตำนานน้ำท่วมโลกที่เก่าแก่ที่สุดในยุคของเมโสโปเตเมียโบราณ และเป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมประเภทนิยายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย นักวิชาการเชื่อว่ามหากาพย์เรื่องนี้มีกำเนิดมาจากตำนานกษัตริย์สุเมเรียนและบทกวีเกี่ยวกับวีรบุรุษในตำนานที่ชื่อว่า กิลกาเมช ซึ่งถูกรวบรวมเอาไว้กับบรรดาบทกวีอัคคาเดียนในยุคต่อมา มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นเรื่องราวการผจญภัยของวีรบุรุษนามว่า กิลกาเมช (Gilgamesh) กษัตริย์ในตำนานแห่งนครอุรุค ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไทกริส-ยูเฟติส อารยธรรมเมโสโปเตเมีย (ประเทศอิรักปัจจุบัน) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกิลกาเมช กับเพื่อนของเขาชื่อ เอนกิดู เนื้อหาส่วนใหญ่ในมหากาพย์เน้นย้ำถึงความรู้สึกสูญเสียของกิลกาเมช หลังจากเอนกิดูเสียชีวิต และกล่าวถึงการกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับเน้นย้ำเรื่องความเป็นอมตะ มหากาพย์กิลกาเมช มหากาพย์ในต้นฉบับสุเมเรียนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุอยู่ในช่วงราชวงศ์ที่ 3 ของอูร์ (Ur) คือระหว่าง 2150-2000 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนฉบับอัคคาเดียนที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในช่วงต้นๆ ของสหัสวรรษที่ 2 มหากาพย์อัคคาเดียนฉบับ "มาตรฐาน" ประกอบด้วยแผ่นดินเหนียว 12 แผ่น ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่าง 1300-1000 ปีก่อนคริสตกาล ค้นพบอยู่ในหอจารึกของ Ashurbanipal ที่เมืองนีนะเวห์ (Nineveh) หอสมุดแห่งนี้ถูกพวกเปอร์เซียทำลายเมื่อ 612 ปีก่อนคริสตกาล และจารึกทั้งหมดก็พินาศไปด้วย มหากาพย์ชุดที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันปรากฏในแผ่นดินเหนียว 12 แท่งซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอเก็บจารึกของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย เมื่อราวศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล มหากาพย์อัคคาเดียนนี้ ถูกจารึกระบุชื่อผู้แต่งไว้ด้วย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากในสมัยโบราณ แทบจะไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเรื่องใด ๆ (จารึกไทยในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาก็ไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเช่นกัน) ผู้แต่งจารึกนี้คือ ชิเนฆิอุนนินนิ (Shin-eqi-unninni) อาจกล่าวได้ว่า บุคคลผู้นี้เป็นนักเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกวรรณกรรม ที่เราสามารถระบุชื่อได้ มหากาพย์ มีชื่อดั้งเดิมว่า ผู้มองเห็นเบื้องลึก (He who Saw the Deep) หรือผู้ยิ่งใหญ่กว่าราชันทั้งปวง (Surpassing All Other Kings) มีการคาดเดาว่า  กิลกาเมชอาจจะเป็นผู้ปกครองที่มีตัวตนจริงในอดีตระหว่างราชวงศ์ที่ 2 ของยุคต้นของสุเมเรีย (ประมาณ 2,700 ปีก่อนคริสตกาล) การค้นพบวัตถุโบราณอายุประมาณ 2600 ปีก่อนคริสตกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับ Enmebaragesi แห่ง Kish ผู้ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานว่าเป็นบิดาของศัตรูคนหนึ่งของกิลกาเมช ทำให้มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และช่วยยืนยันว่ากิลกาเมชน่าจะมีตัวตนจริง มหากาพย์กิลกาเมช หลงเหลืออยู่เป็นวรรณกรรมในหลายภาษา เช่น ของชาวอัคคาเดีย (ภาษาตระกูลเซมิติค ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาษาฮีบรู, เป็นภาษาที่พูดกันในอาณาจักรบาบิโลน) นอกจากนี้ยังมีปรากฏบนแผ่นจารึกดินเหนียว เป็นภาษาฮูร์เรียน และภาษาฮิตไตต์ (ภาษาหนึ่งในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน ซึ่งพูดกันในเขตรอยต่อยุโรปและเอเชีย นับเป็นหนึ่งในบรรดาภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก) ภาษาทั้งหมดที่พูดมานี้ จารด้วยอักษรลิ่ม หรือที่เราคุ้นเคยกันด้วยชื่อ คูเนฟอร์ม มหากาพย์กิลกาเมช ตามตำนานได้เล่าไว้ว่า ... กิลกาเมช เป็นษัตริย์แห่งนครอูรุก ซึ่งเป็นนครรัฐใหญ่ของชาวสุเมอร์เรียน พระองค์ทรงมีพระมารดาเป็นเทพและมีพระบิดาเป็นมนุษย์ ทำให้ทรงมีเลือดเทพอยู่ในวรกายครึ่งหนึ่ง กิลกาเมชเป็นกษัตริย์ที่มัวเมาในเรื่องของกามารมณ์เป็นอย่างมาก พระองค์ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการหาสาวงามมาสนองตัณหาของตัวเอง โดยไม่ละเว้นว่า หญิงสาวผู้นั้นจะเป็นสาวโสดหรือมีคู่ครองแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์มักจะไปปรากฏตัวในงานแต่งงานและเรียกร้องสิทธิในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรกของการสมรส ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้พลเมืองชาวอูรุกพากันคับแค้นใจอย่างมาก แต่ก็มิอาจทำอะไรได้ เนื่องจากเกรงกลัวในอำนาจของกษัตริย์และสายเลือดแห่งเทพของกิลกาเมช ด้วยเหตุนี้เอง บรรดาปวงชนผู้ทุกข์ร้อนจึงพากันไปสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าให้ทรงจัดการกับกิลกาเมช และเมื่อเสียงสวดอ้อนวอนของประชาชนไปถึงสวรรค์ เหล่าเทพเจ้าจึงลงมติที่จะต้องจัดการกับมนุษย์ครึ่งเทพผู้นี้ โดยเหล่าเทพได้ให้เทพีอารารูปั้นดินเหนียวเป็นรูปบุรุษผู้หนึ่งและให้นามว่า เอ็นคิดู โดยเทพเจ้าได้นำความป่าเถื่อนของสัตว์ป่า 12 ชนิดใส่ลงไปในตัวของเขา เพื่อให้เขาทรงพลังพอที่จะจัดการกับกิลกาเมชได้ เอ็นคิดูมีร่างกายท่อนบนเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ขณะที่ขาทั้งสองข้างนั้นเป็นขาของวัวกระทิง ส่วนบนศีรษะยังมีเขากระทิงงอกออกมาอีกด้วย เหล่าเทพได้ส่งเอ็นคิดูลงมาอยู่กับบรรดาสัตว์ป่าในป่านอกเมืองอูรุก ซึ่งเอ็นคิดูได้ใช้พลังของตนปกป้องสัตว์เหล่านั้นจากสัตว์นักล่าและนายพราน บรรดานายพรานต่างไม่พอใจที่มีผู้มาขัดขวางการล่าสัตว์ ทว่าเมื่อพวกเขาได้พบกับเอ็นคิดูแล้ว ก็เกิดความพรั่นพรึงในตัวของมนุษย์ครึ่งกระทิงผู้นี้ พวกนายพรานจึงคิดหาวิธีจัดการกับเอ็นคิดู โดยพากันไปว่าจ้าง แซมฮัต ยอดหญิงนครโสเภณีประจำเทวาลัยแห่งอูรุก ให้ไปล่อลวงเอ็นคิดูออกมาจากป่าและทำให้พลังกับความป่าเถื่อนของมนุษย์ผู้นี้ลดน้อยลง แซมฮัตใช้มารยาหญิงยั่วยวนจนเอ็นคิดูหลงในบ่วงสวาทของเธอ ทั้งคู่อยู่ร่วมกันถึงเจ็ดราตรีและการที่เอ็นคิดูมาใช้ชีวิตอยู่กับนางได้ทำให้เหล่าสัตว์ป่าที่เคยแวดล้อมเขา พากันหนีหายไป อีกทั้งพลังของเอ็นคิดูเองก็ลดน้อยลงด้วย จากนั้นแซมฮัตก็ชักชวนเอ็นคิดูเข้าเมืองและนำเขาไปรู้จักการใช้ชีวิตแบบชาวเมืองจนในที่สุด เอ็นคิดูก็หมดสภาพความป่าเถื่อนและกลายเป็นชาวเมืองโดยสมบูรณ์ วันหนึ่งขณะที่เอ็นคิดูกับแซมฮัตพำนักอยู่ด้วยกันกับเหล่าคนเลี้ยงแกะ พวกเขาก็ได้ข่าวว่า ราชากิลกาเมชกำลังจะเสด็จไปที่งานแต่งงาน งานหนึ่งเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรก ซึ่งเมื่อเอ็นคิดูทราบเรื่องก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขารีบตรงดิ่งไปที่งานและเข้าขัดขวางกิลกาเมชไม่ให้กระทำการอันน่าบัดสีนั้น กษัตริย์หนุ่มทรงกริ้วที่มีผู้มาขัดขวาง พระองค์จึงเข้าต่อสู้กับเอ็นคิดูอย่างดุเดือดจนบ้านเรือนรอบข้างพังพินาศ ทว่าหลังจากทั้งสองขับเคี่ยวกันเป็นเวลานานต่างก็ไม่มีใครปราบใครลงได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กิลกาเมชทรงประทับใจในพละกำลังของอีกฝ่าย พระองค์จึงได้ยุติการต่อสู้และขอให้เอ็นคิดูมาอยู่กับพระองค์ในฐานะพระสหาย มิตรภาพทำให้กิลกาเมชเปลี่ยนไป กษัตริย์หนุ่มทรงเลิกพฤติกรรมร้ายกาจที่เคยทำจนหมดสิ้นและด้วยคำแนะนำของเอ็นคิดู พระองค์ได้หันมาใส่พระทัยกับการดูแลบ้านเมือง จนนครอูรุกเจริญรุ่งเรืองและประชาชนต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในคุณงามความดีของราชากิลกาเมช ทว่าในขณะที่ประชาชนทั่วทั้งนครพากันมีความสุขภายใต้การปกครองของราชาหนุ่ม กิลกาเมชกลับเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตที่สงบสุขนี้ พระองค์ปรารถนาที่จะแสวงหาความตื่นเต้นในชีวิต จึงได้ตรัสชวนเอ็นคิดูเดินทางไปยังป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตกเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา เมื่อได้ยินดังนั้น เอ็นคิดูก็ส่ายศีรษะอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของสหาย เขากล่าวเตือนกิลกาเมชว่า ”อสูรตนนี้สูงใหญ่เทียมฟ้า ลมหายใจของมันเป็นเปลวไฟที่นำมาซึ่งความตายอย่างน่าสยดสยอง อีกทั้งเทพเอนลิลยังประทานพละกำลังให้มันเพื่อเป็นผู้ปกป้องป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตก การเผชิญหน้ากับมันไม่ผิดอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย” “หากข้าชนะ ข้าจะได้รับเกียรติอย่างยิ่งใหญ่หรือหากข้าตายในการต่อสู้ครั้งนี้ ข้าก็ยังได้รับชื่อเสียงว่า เป็นผู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับจอมอสูรฮูวาวา ซึ่งนั่นคือการตายที่มีศักดิ์ศรี” กิลกาเมชตรัส ก่อนจะตำหนิ เอ็นคิดูว่า ไม่มีความกล้าหาญที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งเมื่อถูกผู้เป็นสหายตำหนิดังนั้นแล้ว เอ็นคิดูจึงตัดสินใจที่จะร่วมเดินทางไปกับกิลกาเมชเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา ทั้งสองออกเดินจากนครอูรุกโยปราศจากผู้ติดตามและหลังจากเดินทางเป็นเวลานับเดือนก็มาถึงเขตป่าซีดาร์ยักษ์ของอสูรฮูวาวา หลังจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันโค่นต้นซีดาร์ลงเพื่อท้าทายจอมอสูรให้ปรากฏตัว เมื่อฮูวาวารู้ว่ามีมนุษย์บุกเข้ามาโค้นต้นไม้ของมัน เจ้าอสูรก็ปรากฏกายขึ้นด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่เทียมฟ้า เสียงคำรามของมันดังไปไกลทั่วผืนป่า ขณะที่ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสองมนุษย์ผูอหังการ์ กิลกาเมชและเอ็นคิดูต่างรวมกำลังกันเข้าต่อสูกับฮูวาวาอย่างกล้าหาญ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรุนแรง จนในที่สุด กิลกาเมชก็สามารถสังหารฮูวาวาลงได้ ด้วยการทิ่มดาบลงบนเท้าอันมหึมาของจอมอสูรจนมันถึงกับทรุดลง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบ่าและใช้ดาบตัดหัวของอสูรร้ายขาดกระเด็น ร่างมหึมาที่ไร้ศีรษะของฮูวาวาล้มครืนราวภูเขาถล่มทลาย เมื่อสังหารจอมอสูรลงได้แล้ว กิลกาเมชกับเอ็นคิดูก็ช่วยกันโค่นป่าซีดาร์จนราบเรียบ ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงของทั้งคู่เลื่องลือระบือไกล จนแม้ทวยเทพบนสรวงสวรรค์ก็ยังรับรู้ ในยามนั้น เทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความงาม ความรัก สงคราม และตัณหา ทรงได้ยินเรื่องราวของกิลกาเมช พระนางจึงเสด็จลงมาเพื่อทอดพระเนตรราชาหนุ่มและเมื่อได้เห็นแล้ว องค์เทพีก็บังเกิดความเสน่หาในตัวกิลกาเมช พระนางจึงมาปรากฏองค์ต่อหน้าเขาและขอให้เขาเสกสมรสกับพระนางโดยทรงยื่นข้อเสนอว่าจะมอบอำนาจอันยิ่งใหญ่ให้กับเขาเป็นการตอบแทน ทว่ากิลกาเมชกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ทั้งยังตรัสกับเทพีด้วยว่า เขารู้ดีว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับอดีตคู่รักของพระนาง ยามเมื่อพระนางสิ้นรักแล้ว และเขาไม่ปรารถนาจะเป็นเช่นนั้น เทพีทรงโกรธและอับอายที่ถูกปฏิเสธซึ่งหน้า จึงเสด็จไปเข้าเฝ้าเทพอนู พระบิดาของพระนางเพื่อขอให้ลงโทษมนุษย์โอหังผู้นี้ “กิลกาเมชทำให้ข้าได้รับความอับอายยิ่งนัก ขอพระบิดาได้โปรดส่งกระทิงสวรรค์ไปสังหารมันและทำลายนครของมันให้พินาศสิ้นด้วยเถิด และหากพระบิดามิทรงยอมตามที่ลูกร้องขอ ลูกจะไปทลายประตูนรกเพื่อปลดปล่อยเหล่าผีร้ายให้ขึ้นมาย่ำยีมวลมนุษย์” เมื่อทรงได้ฟังคำขอของพระธิดาแล้ว เทพอนูจึงส่งกระทิงสวรรค์ลงมาเพื่อสังหารกิลกาเมชและทำลายนครอูรุก โดยในทันทีที่กระทิงสวรรค์เหยียบลงบนแผ่นดินอูรุก เพียงครั้งแรกที่มันพ่นลมหายใจออกมา ก็เกิดแผ่นดินแยกและสูบเอาทหารของกิลกาเมชลงไปถึง 100 คน และเมื่อมันพ่นลมหายใจครั้งที่สองก็ทำให้ทหารถูกสูบลงไปอีก 500 คน และในการพ่นลมหายใจครั้งที่สาม เอ็นคิดูก็พลัดตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดิน ทว่าชายหนุ่มสามารถปีนกลับขึ้นมาได้และพุ่งเข้าจับเขาของกระทิงสวรรค์เอาไว้ พร้อมกับร้องบอกให้กิลกาเมชใช้ดาบแทงเข้าไปยังจุดตายที่อยู่ระหว่างเขาและคอของมัน กษัตริย์หนุ่มใช้ดาบแทงเข้าไปตามที่สหายร้องบอกและกระทิงสวรรค์ก็สิ้นชีพลงในทันที ความอหังการ์ของสองสหาย ทำให้เหล่าเทพตัดสินใจให้บทเรียนที่สำคัญแก่กิลกาเมช โดยบันดาลให้เอ็นคิดูล้มป่วยและเสียชีวิตลง ความตายของสหายทำให้กิลกาเมชเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจมอยู่กับความทุกข์เป็นเวลานาน ทั้งยังเกิดความหวาดหวั่นสิ่งหนึ่งขึ้นภายในใจ นั่นคือ ความหวาดหวั่นว่า วันหนึ่ง พระองค์จะต้องสิ้นชีวิตลงเช่นเดียวกับสหาย ในที่สุด กิลกาเมชจึงตัดสินพระทัยหาวิธีที่จะทำให้พระองค์ไม่ต้องตาย โดยออกเดินทางไปยังต้นน้ำแห่งแม่น้ำทั้งมวลของโลก เพื่อค้นหา อุชนาปิชติม มนุษย์ผู้รอดตายจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ กิลกาเมชออกเดินทางเพียงลำพังและเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกประหลาดมากมาย เช่น มนุษย์แมงป่องยักษ์ที่น่ากลัวสองตนที่ทำหน้าที่เฝ้าหนทางสู่โลกใต้พิภพ มนุษย์แมงป่องทั้งสองรู้ว่า กิลกาเมชมีสายเลือดของเทพเจ้าอยู่ในตัวโดยกล่าวว่า “ท่านมีความเป็นเทพอยู่สองในสามส่วน มีความเป็นมนุษย์อยู่หนึ่งในสามส่วน” และเมื่อพวกมนุษย์แมงป่องรู้ถึงความตั้งใจของกิลกาเมช พวกนั้นก็เอ่ยเตือนเขาถึงอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาเดินทางต่อไป หลังเดินทางผ่านดินแดนแห่งความมืดแล้ว กิลกาเมชก็มาถึงหุบเขาแห่งแสงสว่างและสวนพฤกษาแห่งอัญมณีซึ่งต้นไม้ทุกต้นมีผลเป็นอัญมณีเลอค่า จากนั้นกิลกาเมชก็ไปถึงยังฝั่งทะเลแห่งมรณะและเมื่อข้ามพ้นทะเลแห่งนั้น เขาก็ได้พบกับอุชนาปิชติม ซึ่งอุชนาปิชติมบอกกับกิลกาเมชว่า “ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะเหล่าเทพเจ้ามีประสงค์ให้ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว” แต่กิลกาเมชก็ยังคงดึงดันที่จะเป็นอมตะ อุชาปิชติมจึงเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและกล่าวถึงการที่เทพเจ้าสั่งให้ตนต่อเรือช่วยสิ่งมีชีวิตบนโลกให้รอดตาย จากนั้นจึงได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ อย่างไรก็ตาม ในที่สุด อุชนาปิชติมก็ทนการอ้อนวอนของกิลกาเมชไม่ไหว เขาจึงบอกให้กิลกาเมชดำน้ำลงไปต้นมหาสมุทร ณ จุดสิ้นสุดของโลก เพื่อนำเอาต้นไม้แห่งการกลับคืนสู่ความหนุ่มสาวขึ้นมา กิลกาเมชทำได้สำเร็จและดีใจมาก เขาตั้งใจจะนำต้นไม้นี้กลับไปทดลองกับคนชราที่เมืองอูรุก ทว่าระหว่างเดินทางกลับ งูตัวหนึ่งได้มาขโมยต้นไม้ต้นนั้นไป ทำให้เหล่างูทั้งหลายสามารถลอกคราบเพื่อกลับคืนสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้อีกครั้ง แม้กิลกาเมชจะผิดหวังกับความพยายามที่สุดท้ายก็สูญเปล่าของตน แต่ในที่สุด เขาก็ได้เข้าใจถึงสัจจะธรรมของชีวิตและยอมรับชะตากรรมของชีวิตโดยไม่คิดดิ้นรนเป็นอมตะอีกต่อไป จากนั้นกิลกาเมชก็สั่งให้ขุนนางจารึกเรื่องราวการเดินทางของพระองค์ไว้ที่ฐานของประตูเมืองและกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมานานนับพันปี กล่าวขานสืบมาและเป็นอมตะในความทรงจำของคนรุ่นต่อมา สืบมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ขอบคุณข้อมูล wikipedia, komkid, earthunseen.blogspot, myfirstbrain เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

ระวังจะลอย! มูรินโญ่ อวย ฟาเบรกาส นี่สิเจ๋งจริง
ฟาเบรกาส /  มูรินโญ่ / 

ลูกทีมฟอร์มดีก็ต้องออกมาชมกันหน่อย ยิ่งเพิ่งเข้าร่วมทีมกันด้วย กุนซือเชลซี โจเซ่ มูรินโญ่ ก็ได้ออกมาอวยยกย่อง เชส ฟาเบรกาส ลูกทีมคนใหม่ว่าเล่นได้แจ่มแจ้งมากๆ โดยเกมของ สิงห์บูล เชลซี นั้นต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังทีมน้องใหม่อย่าง เบิร์นลีย์ ไปก่อน แต่ มูรินโญ่ ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่าง เพราะเข้าเชื่อมั่นว่าลูกทีมจะสามารถกลับมาชนะได้แน่ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เชลซี กลับมาเอาชนะได้ 3-1 โดยคีย์แมนสำคัญในเกมนี้ คือ เชส ฟาเบรกาส ที่เขาสามารถควบคุมเกมได้หมด ซึ่งเขาแอสซิสต์งามๆ ให้  อังเดร ชูร์เล่ ยิ่งเข้าไปเป็นประตูขึ้นนำด้วย และนอกจากนี้ยังได้เป็น แมนออฟเดอะแมตซ์ อีกด้วย มูรินโญ่ นายใหญ่สิงห์บูล ได้กล่าวถึง ฟาเบรกาส ว่า "เขาเป็นคนที่คุมสปีดและ กำหนดทิศทางของเกมทั้งหมด ผมเห็นด้วยที่เขาจะได้เป็น แมนออฟเดอะแมตซ์ ซึ่งหลังจากที่ จอห์น โอบี มิเกล ลงมา ฟาเบรกาส ก็มีอิสระมากขึ้น และเขาก้วิ่งหาบอลตลอด คอนโทรลจังหวะของเกมได้เป็นอย่างดี"

เติร์ด กามิกาเซ่ โชว์สด ที่ระทึก ที่แรก ในรายการ ฟินฟินแลนด์
Kamikaze New Comer /  Reminder / 

เติร์ด กามิกาเซ่ เผย แอบปลื้ม แต้งค์กิ้ว สุดดี๊ด๊า!! ได้ถ่ายเอ็มวี ที่ระทึก ร่วมกันครั้งแรก   เติร์ด-ลภัส งามเชวง เติร์ด กามิกาเซ่ เอาล่ะสิ เมื่อหนุ่มน้อยหน้าหวาน “เติร์ด-ลภัส งามเชวง” ศิลปินใหม่ล่าสุดจากค่ายกามิกาเซ่ เปิดใจกลางรายการ ฟินฟินแลนด์ ทางช่อง ยูแชนแนล ว่า...แอบปลื้มศิลปินรุ่นพี่อย่างสาว “แต้งค์กิ้ว” แถมล่าสุดยังได้ร่วมงานกันในมิวสิควิดีโอเพลง “ที่ระทึก” ของหนุ่ม “เติร์ด” เองอีกด้วย งานนี้เจ้าตัวเลยต้องของัดความไฮเปอร์ของตัวเองออกมาเป็นเทคนิคแก้เขินสาว “แต้งค์กิ้ว” เลยทีเดียว  งั้นเราไปดูเบื้องหลังการถ่ายทำ MV เพลง ที่ระทึก (Reminder) สามารถรับชมมิวสิควิดีโอเพลง “ที่ระทึก” ของหนุ่ม “เติร์ด กามิกาเซ่นิวคัมเมอร์” ได้ก่อนใครในโลกที่ช่อง ยูแชนแนล โทรทัศน์ของคนรักดนตรีอันดับ1ของเมืองไทย สามารถรับชมผ่านจานดาวเทียม PSI ,กล่อง Sun Box ช่อง10 และเคเบิลทีวีทั่วประเทศ เติร์ด กามิกาเซ่ โชว์สด ที่ระทึก ที่แรก ในรายการ ฟินฟินแลนด์ ทางช่อง ยูแชนแนล เนื้อเพลง ที่ระทึก (Reminder) - THIRD เนื้อร้อง : โปสการ์ด ทำนอง/เรียบเรียง : มัชฌา งามสุทธิ ------------------------------------------------------------ v1 ถ้ารู้อย่างเงี้ยอ่ะเหรอเป็นแฟนกับเธอตั้งนานแล้ว เหมือนว่ารักแล้วได้ผจญภัย v2 ถ้ารู้อย่างงี้อ่ะนะใจเธอน่ะเปลี่ยนได้หลากหลาย รักแล้วได้ตื่นเต้นแน่นอน pre เห็นงุงิ เอ๊ะยังไงอ่ะเดี๋ยวก็มา ดูเธอทำเซ่ะ (ดูเธอทำเซ่ะ) หายเหงาๆ เอ๊ะยังไงอ่ะเดี๋ยวก็ไป ดูเธอทำอัลไล...... บอกรักกันอีกสักคำ Hook จะเก็บเป็นที่ระทึก ไว้นึกถึงเธอ จะเก็บไว้แบบเพ้อๆ ว่าเคยถูกเธอรัก และหักอกเอา ก็เลยเหงา ชื๊อดือดึ๊ด ชื๊อดือดึ๊ด แบบมันเหงา ชื๊อดือดึ๊ด ชื๊อดือดึ๊ด...ใจดีเหมือนกัน จะเก็บเป็นที่ระทึก ไว้นึกถึงเธอ จะเก็บไว้แบบเพ้อๆ ว่าเคยถูกเธอรัก แลัวก็ทิ้งไป ก็เลยเหงา ชื๊อดือดึ๊ด ชื๊อดือดึ๊ด แบบมันเหงา ชื๊อดือดึ๊ด ชื๊อดือดึ๊ด....หัวใจทั้งวัน v3 ก็ขอแค่นี้อ่ะนะถ้าว่างมาหลอกอีกได้ไหม ก็ฉันคนนี้น่ะชอบอันตราย v4 ไม่รู้ว่ารักเธอแล้วจะมีความสุขรึใจหาย รักแล้วต้องเสี่ยงภัยใช่เลย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Bioscope ชวนมองสถานการณ์หนังไทยครึ่งปีแรก ที่ถึงกับเสียศูนย์ระเนระนาด?!!
BIOSCOPE /  Tearjerker Issue / 

ในช่วงเวลาที่หนังฮอลลีวูดฟอร์มใหญ่ยักษ์ ได้โหมเข้าโรงในประเทศไทยอย่างไม่มีหยุด ทำให้หนังไทยของเรา ต้องหาที่ยืนดีๆ ไม่ให้ลืมครืนเจ๊งสนิทไปเสียก่อน ซึ่งในวันนี้ นิตยสารเพื่อคนรักหนัง Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม ปกใหม่ ดาวิกา น้ำต้ำแตกนี้! จะขอพาคุณผู้ชมไปย้อนมองสถานการณ์หนังไทย ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ว่าจะรอดอยู่ได้แค่ไหน หรือร่วงระเนระนาดเพราะอะไร เราจะมาหาสาเหตุกัน สถานการณ์ของหนังไทยครึ่งปีแรก เรียกได้ง่ายๆว่า "ล้มครืน" หรือหากเทียบกับปีที่แล้วที่อยู่ในสภาวะป่วยเรื้อรัง ปีนี้ก็จองศาลาเผากันได้เลย แม้จะมีหนังร้อยล้านให้ชื่นใจกัน 2 เรื่องแต่ภาพรวมกลับพบศพตายเกลื่อนถนนแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน! ผู้สร้างเก่าเหือดหายผู้สร้างใหม่มาฆ่าตัวตายชัดๆ จากผลของการชุมนุมทางการเมืองช่วงครึ่งปีหลัง 2556 ผู้สร้างหนังหลายรายชะลอการสร้าง และมันก็ส่งผลให้ช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีหนังไทย (ที่คลอดจากสตูดิโอคุ้นเคย) น้อยจนน่าตกใจ แต่ที่ทดแทนกัน คือ ผู้สร้างรายย่อยและรายใหม่ ต่างรีบขนหนังในสต็อคมาเทกระจาดฉายไม่ยั้ง ฟังดูเหมือนน่าจะสวยงามที่มีผู้สร้างอิสระสร้างความคึกคัก แต่ในความเป็นจริงหนังเหล่านี้ล้มเหลวทั้งคำวิจารณ์และรายได้ จนบางรายเกือบโดดตึกฆ่าตัวตายอย่างที่เป็นข่าวเหตุผลหนึ่งเพราะผู้สร้างรายย่อยมักเป็นนักธุรกิจที่มองเห็นช่องว่างในอุตสาหกรรมหนังจึงหวังตะครุบเหยื่อหนังที่ทำออกฉายก็เป็นหนังทุนสร้างระดับกลางถึงน้อยและวนเวียนไม่กี่แนวตามรอยความสำเร็จของหนังเมื่อ 5-10 ปีที่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจนักสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้น อีกหนึ่งสาเหตุใหญ่ ก็คงไม่พ้นทำนองที่ว่า "ตั๋วแพงค่าแรงถูกงั้นจูงลูกซื้อซีดีผีดูที่บ้านดีกว่า" ด้วยเพราะเศรษฐกิจที่พังจากสถานการณ์ในสังคม หลายคนจึงรัดเข็มขัด และเริ่มเห็นว่าโรงหนังราคาแพงเป็นสิ่งไม่จำเป็น ภาพครอบครัวจูงลูกหลานมาดูหนังเริ่มมีให้เห็นยากขึ้น แถมมีตัวแปรอย่างทีวียุคนี้ที่ภาพเสียงคมชัด ดังนั้นจะดูหนังทีก็ต้องเลือกให้คุ้มค่าที่สุดหนังไทย ถ้าไม่ใช่ค่ายที่คุ้นเคยไม่ใช่หนังที่ดูน่าสนใจก็ไม่ต้องคาดหวังว่าจะซื้อตั๋ว (ดังที่จิระมะลิกุลเคยให้สัมภาษณ์ใจความคร่าวๆว่าหนังไทยโกงคนดูมาตลอดเพราะถ้าเทียบกับหนังฮอลลีวูดกระทั่งทุนสร้างเรายังสู้ไม่ได้เลยแต่เรากลับขายตั๋วในราคาเดียวกับเขา) หรือบางทีนี่อาจเป็นสัญญาณบอกว่า หนังไทยบ้านๆอาจถึงกาลล่มสลาย เพราะนอกจากกลุ่มครอบครัวจะหายไปกลุ่มชาวบ้านที่เคยมองโรงหนังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจก็เลือกจะเปิดแอร์ดูแผ่นผีอยู่กับบ้านแทนและเมื่อคนที่ควักเงินจ่ายค่าตั๋วเป็นวัย-รุ่นจนถึงวัยทำงานตอนต้นเหมือนเดิมหนังที่คาดหวังว่าจะทำเงินจึงเจ๊งไม่เป็นท่า โดยยิ่งเมื่อเทียบกับรายได้หนังครึ่งปี 2556 แล้วจะยิ่งเห็นได้ชัดอย่างน่าผิดหวัง Top 5 หนังทำรายได้ครึ่งปีแรก2556 (นับเฉพาะรายได้ในกรุงเทพฯ) พี่มาก...พระโขนง (28 มีนาคม, GTH) 598.9 ล้านบาท คู่กรรม (4 เมษายน, M3๙) 47.52 ล้านบาท จันดาราปัจฉิมบท (7 กุมภาพันธ์, สหมงคล) 34.18 ล้านบาท ทองสุก 13 (31 มกราคม, WAVE) 33.87 ล้านบาท Last Summer ฤดูร้อนนั้น...ฉันตาย (27มิถุนายน, Talent 1) 29.38ล้านบาท Top 5 หนังทำรายได้ครึ่งปีแรก2557 (นับเฉพาะรายได้ในกรุงเทพฯ) ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ๕ ยุทธหัตถี (29 พฤษภาคม, สหมงคล) 201.27 ล้านบาท คิดถึงวิทยา (20 มีนาคม, GTH) 101 ล้านบาท Timeline จดหมายความทรงจำ (13กุมภาพันธ์, สหมงคล) 50.93ล้านบาท ม.6/5 ปากหมาท้าแม่นาค (10 เมษายน, พระนครฟิลม์) 30.29 ล้านบาท ตีสามคืนสาม 3D (16 มกราคม, ไฟว์สตาร์) 20.62 ล้านบาท เพียงแค่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยังสาหัสร่อแร่ขนาดนี้ แล้วครึ่งปีหลังที่เหลือ จะมีหนังไทยเรื่องไหน เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมากอบกู้สถานการณ์นี้ได้หรือไม่ หรือจะต้องฟกช้ำให้น้ำเกลือไปจนจบปี ติดตามคำตอบของทิศทางหนังไทยครึ่งปีหลังนี้ ได้ทางนิตยสาร Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม หน้าปก ใหม่ ดาวิกา น้ำตาแตก ได้ที่คอลัมน์ ไทยทัศนา: โปรดตรวจสอบทรัพย์สินก่อนลุกออกจากโรงภาพยนตร์ โดย ป๊อปคอร์นำเข้าจากรัสเซีย ได้ทุกแผงหนังสือแล้ววันนี้ -----------------------------------

ผู้จัดคอนเฟิร์ม! JYJ ใกล้ชิดแฟนคลับในคอนเสิร์ตเมืองไทย ทุกที่! ทุกโซน!
2014 JYJ ASIA TOUR CONCERT IN THAILAND /  2014 เจวายเจ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน ไทยแลนด์ / 

2014 เจวายเจ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน ไทยแลนด์ ยอดพรีเซลท่วมท้น อี-อินเทนท์ แง้มจัดหนักเซอร์ไพร์ส 23 สิงหาคมนี้... ยังมีที่นั่งแจ่มๆ ทำเลฟินๆ ให้แฟนคลับได้อิน จิ้นทุกโซน!!! ไม่เสียแรงที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘เทพเจ้า’ ของวงการเคป็อบ เพราะเพียง C-JeS Entertainment ต้นสังกัดของ 3 หนุ่ม เจวายเจ (JYJ) คิมแจจุง, ปาร์คยูชอน และ คิมจุนซู ประกาศว่าพวกเขาจะคัมแบ็คด้วยอัลบั้ม Just Us (จัส อัส) พร้อมจัดเอเชียทัวร์คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบขึ้นอีกครั้งในรอบ 3 ปี ส่งผลให้แฟนคลับทั่วเอเชีย รวมถึงแฟนชาวไทยที่เฝ้ารอคอยการกลับมาของ 3 หนุ่ม เจวายเจ กันมาอย่างยาวนานต่างลุ้นระทึกว่าจะมีชื่อประเทศของตน ติดอยู่ในโผเอเชียทัวร์ครั้งนี้หรือไม่? และแล้ว บริษัท อี-อินเทนท์ จำกัด (E-Intent Co .,Ltd. ) ก็สานฝันของทุกคนให้เป็นจริงด้วยการคว้าตัว 3 หนุ่ม เจวายเจ ลัดฟ้ามาจัดคอนเสิร์ต 2014 เจวายเจ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน ไทยแลนด์ (2014 JYJ ASIA TOUR CONCERT IN THAILAND) ได้สำเร็จตามคำเรียกร้อง ส่วนแฟนๆ เองก็ไม่ทำให้ผู้จัดผิดหวังเช่นกันกับกระแสตอบรับอันร้อนแรงในการเปิดจองบัตรรอบพรีเซลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่การันตีได้ว่า เจวายเจ ยังคงครองความเป็นไอดอลอันดับหนึ่งของเอเชียอย่างไม่เสื่อมคลาย และด้วยความสามารถและเสน่ห์เฉพาะตัวของพวกเขา เชื่อได้ว่าชื่อของ 3 หนุ่ม เจวายเจ จะยิ่งใหญ่และตราตรึงในใจของแฟนๆ ไปอีกยาวนาน สำหรับแฟนคลับที่ยังไม่ได้จับจองบัตร และแฟนคลับที่พลาดหวังจากโซนที่นั่งที่หมายตาจากรอบพรีเซล ผู้จัดใจดี อี-อินเทนท์ ได้เผยแย้มว่า รอบจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการที่จะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ยังคงมีบัตรที่นั่งทำเลงามๆ ให้ทุกคนได้จับจอง และเพื่อตอบสนองความรักของแฟนคลับทุกคน ผู้จัดได้ทุ่มทุนเนรมิต 'เส้นทางรถเลื่อน (Cart Route)' ให้แฟนคลับทุกที่นั่ง ทุกโซน ได้สัมผัสใกล้ชิดกับ 3 หนุ่ม เจวายเจ แบบเซอร์ไพร์สกับทั่วหน้า!!! พร้อมการันตีงานนี้จัดเต็ม โปรดักชั่นตระการตา แสงสีเสียงอลังการ เพื่อให้คุ้มค่ากับการรอคอย มาร่วมกันเก็บเกี่ยวความทรงจำประทับใจ กับคอนเสิร์ต 2014 เจวายเจ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน ไทยแลนด์ (2014 JYJ ASIA TOUR CONCERT IN THAILAND) สุดยอดคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอย โดยเวลาแห่งความมันใกล้เข้ามาถึงแล้ว... วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2557 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 19:30 น. เป็นต้นไป บัตรราคา 5,500 / 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,000 / 2,000 บาท พร้อมเปิดจองบัตรอย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป ทาง ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ (ทุกช่องทางการจำหน่าย) www.thaiticketmajor.com โทร. 02-262-3456 และติดตามข้อมูลข่าวสารอัพเดตได้ที่ www.facebook.com/EINTENTMEDIA หรือ twitter/IG : E_INTENT ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ผลฟุตบอลสแปนิช ซุปเปอร์คัพ: โรดริเกซอดเป็นฮีโร่! ตราหมีตามเจ๊าราชันท้ายเกมส์ศึกสแปนิชนัดแรก
คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ /  ดิอโก้ ซิเมโอเน่ / 

ผลฟุตบอลสแปนิช ซุปเปอร์คัพ นัดแรก วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2557 เรอัล มาดริด 1-1 แอตเลติโก้ มาดริด ผู้ทำประตู : 1-0 เจมส์ โรดริเกซ น.81, 1-1 ราอูล การ์เซีย น.88 เวลา :04.00 น. สนาม: ซานติเอโก้ เบอร์นาเบว  ศึกฟุตบอลสแปนิช ซุปเปอร์คัพ หรือรายการแชมป์ชนแชมป์ของสเปน “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แชมป์โกปาเดลเรย์ ได้เป็นเจ้าบ้านก่อน โดยต้อนรับการมาเยือนของ คู่ปรับร่วมเมือง “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริด ทีมแชมป์ลาลีก้า และคู่นี้ยังเป็นการรีแมตท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศอีกด้วย โดยในนัดนี้เจมส์ โรดริเกซ ดาวเตะตัวใหม่ของทีมเจ้าถิ่นเกือบได้เป็นซุปเปอร์ซับที่ลงมาพังประตูชัยให้ทีม เมื่อทำประตูได้ในนาที 81 แต่ทีมแชมป์ลาลีก้าไม่ยอมง่ายๆและมาตามตีเสมอได้จาก ราอูล การ์เซียในนาที 88 จบเกมส์เสมอกันไป 1-1 โดยนัดที่สองจะกลับไปเล่นที่บิเซนเต้กัลเรร่อน ในวันที่ 22 สิงหาคม รายชื่อตัวจริง เรอัล มาดริด: อิเคร์ กาซียาส (GK), ดาเนียล การ์บาฆัล, เปเป้, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่, ชาบี อลอนโซ่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, แกเร็ธ เบล, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า แอตเลติโก มาดริด : มิเกล อังเคล โมย่า(GK), ฆวนฟราน ตอร์เรส, เจา มิรันด้า, ดีเอโก้ โกดิน, กิลแยร์เม่ ซิเกยร่า, มาริโอ ซัวเรซ, กาบี เฟร์นานเดซ, โกเก้, ราอูล การ์เซีย, ซาอูล, มาริโอ มานด์ซูคิช

สมิงตาเดียวอาละวาด! ในตัวอย่างใหม่จาก สมิง พราน ล่า พราน
SMING /  ตัวอย่างหนัง / 

หลังปล่อยตัวอย่างแรกออกมาเพียงไม่นาน ภาพยนตร์แอ็คชั่นแฟนตาซีตำานลี้ลับแห่งผืนป่าเอเชียอย่าง สมิง พราน ล่า พราน ผลงานของผู้กำกับ นรินทร์ วิศิษฏ์ศักดิ์ จากฟาสไทม์ โมชั่น พิคเจอร์ ก็ได้ปล่อยของออกมากันอีกแล้ว กับตัวอย่างที่สองของหนังเรื่องนี้ ที่จะเผยโฉมหน้าของตำนานร้ายนาม สมิง แบบชัดๆ พร้อมฉากใหม่ชวนลุ้นอีกเพียบ แค่ตัวอย่างสั้นๆ ยังมันส์ระทึกขนาดนี้ หนังตัวเต็มก็การันตีคุณภาพได้เลย เตรียมอาวุธของคุณให้พร้อม แล้วไปบุกป่าท้าทายตำนานลี้ลับแห่งเอเชีย ไปกับ สมิง พราน ล่า พราน ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ --------------------------------

ชีวอน ร่วมสงครามน้ำแข็ง - ท้า ทงเฮ และ อึนฮยอก มาแจม!
Choi Siwon /  Siwon / 

ชีวอน สมาชิกหนุ่มหล่อจากบอยแบนด์ K-POP วง Super Junior ร่วมสมรภูมิ Ice Bucket Challenge พร้อมทิ้งคำท้า ทงเฮ และ อึนฮยอก ร่วมแคมเปญสุดเปียกปอน! กำลังฮิตกันสุดๆ สำหรับ Ice Bucket Challenge แคมเปญบอกบุญสุดเก๋ด้วยการราดตัวด้วยน้ำเย็นเฉียบ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวระวังโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ALS หรือ ALS Assocition ซึ่งตอนนี้คนดังทั่วโลกก็ต่างสนุกสนานไปกับแคมเปญกันถ้วนหน้า งานนี้นักร้องหนุ่มที่ทั้งหน้าหล่อและใจหล่อ อย่าง ชีวอน แห่งบอยแบนด์ Super Junior ก็ไม่รอช้า ร่วมแจมสมรภูมิ Ice Bucket Challenge ด้วยอีกคน โดย ชีวอน ได้อัพโหลดวิดีโอภาพบรรยากาศจากฮ่องกงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพของตัวเขาที่ถูกราดด้วยน้ำเย็น ท่ามกลางแฟนๆ ที่ส่งเสียงเชียร์อัพอย่างคึกคัก ชีวอน ได้เขียนข้อความไว้ว่า "สนุกมากจริงๆ ครับ และผมขอท้า ทงเฮ @leedonghae อึนฮยอก @eunhyukee44 และ ปาร์ค ซึงอิล โชคดีนะ D&E! :^)" ซึ่งล่าสุด ทงเฮ และ อึนฮยอก ก็ไม่รอช้า รับคำท้าของหนุ่ม ชีวอน คว้ากาละมังสาดน้ำให้เปียกแบบแพ็คคู่ และขอทิ้งคำท้าแก่เพื่อนร่วมวง อีทึก, ชินดง และ ฮีชอล ... ทำเอาเหล่าแฟนคลับต่างรอติดตามกันอย่างจดจ่อทีเดียว     [ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ] เทน้ำแข็งรดตัว ice bucket challenge เทรนด์บริจาคมูลนิธิ ALS ปลื้ม VRZO ท้า พล.อ.ประยุทธ์ ราดน้ำแข็ง #IceBucketChallengeTh‬ ice bucket challenge คืออะไร ? คนไอทีคนไหนทำแล้วบ้างมาดู! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ฟังเพลง จากอัลบั้ม Love Sick The Series
Love Sick The Series /  เพลงต่อเพลง / 

เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งซีรี่ส์ ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากมายบนโลกออนไลน์ตอนนี้ สำหรับ Love Sick The Series ที่หยิบเค้าโครงจากนิยายเรื่อง LOVE SICK : ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน โดยฝีมือนักเขียนหน้าใหม่ “คุณเห็ด” ที่มีผู้ติดตามอ่านมากกว่า 9 แสนคน ติดตามความแสบ ซ่า ชุลมุนวุ่นวาย กันได้ ทาง โมเดิร์นไนน์ ทีวี นะครับ นอกจาก ซีรี่ส์ จะโดนใจวัยรุ่น (โดยเฉพาะขาวายทั้งหลาย) แล้ว สำหรับ อัลบั้ม Love Sick The Series (Original Soundtrack) รวมเพลงดังที่ถูกเอากลับมาร้องใหม่โดยนักแสดงตัวหลักของเรื่อง อาทิ เพลง ลืมไปรึเปล่า (เพลงของ ซาร่า ผุงประเสริฐ) ร้องโดย พริมโรส ที่รับบท เอม ดาวคอนแวนต์ เพลง สายตายาว (เพลงของ Sugar Eyes) ร้องโดย พายอาร์ หรือ ยูริ และที่กำลังมาแรงตอนนี้อย่าง เพลง ขอร้อง จากเสียงร้องของ โน่ หรือ กัปตัน ชลธร เพลงของ แดน วรเวช วันนี้ มิวสิคเอ็มไทย จัดให้เต็มๆ กับเพลงประกอบ Love Sick The Series มาให้ได้ฟัง ได้ฟิน กัน รายชื่อเพลงจากอัลบั้ม เพลงประกอบละคร Love Sick The Series 00.00 ขอร้อง / กัปตัน ชลธร (Original แดน วรเวช) 5:48 หากฉันตาย / มิกกี้ และ บีม (Original 60 Miles) 9:53 ผ่าน / Gunsmile (Original slot machine) 13:07 สั่น / บอย สมภพ 17:33 สายตายาว / พายอาร์,เกน,เพื่อน,สไมล์,ลลิ (Original Sugar Eyes) 21:00 is this love / อาร์ม,ที,อาร์ต,มิกกี้ (Original Better Weather) 24:14 เสียงที่เปลี่ยน / เงิน อนุภาษ (Original เบลล์ นันทิตา) 28:15 แค่เท่านั้น / นิว (Original Better Weather) 32:28 ลืมไปหรือเปล่า / พริมโรส (Original ซาร่า ผุงประเสริฐ) 36:19 ยังทำไม่ได้ / แซมมี่ (Original Vertical Mind) 40:46 อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน / ออกัส (Original Tata young) 45:01 อย่าเข้าใจฉันผิด / ได๋,เกล,เฟียร์ (Original Triumphs Kingdom) ------------------------------------------------------- เรื่องย่อ Love Sick The Series รักวุ่นวัยรุ่นแสบ เพื่อนช่วยเพื่อนน่ะเรื่องเล็ก.. แต่ที่มึงขอน่ะเรื่องใหญ่!! เรื่องราวความรักแบบวัยรุ่น ที่ทั้งแสบและวุ่น ในโรงเรียนชายล้วนหญิงล้วนแห่งหนึ่งที่อยู่ติดกัน กับความวุ่นวายที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ โน่ (นำแสดงโดย กัปตัน ชลธร คงยิ่งยง) ประธานชมรมดนตรี ต้องเข้าไปขอความช่วยเหลือบางอย่าง จาก ปุณณ์ (นำแสดงโดย ไวท์ หาญพิทักษ์ พุ่มโพธิ์งาม) เลขาสภานักเรียน ซึ่ง “ปุณณ์” ยินดีช่วยเหลือแต่มีข้อแม้อยู่หนึ่งข้อที่ทำให้  “โน่” ถึงกับอึ้ง... ขณะเดียวกัน เอม (นำแสดงโดย พริมโรส จินดาวนิช) ดาวคอนแวนต์แฟนสาว ของ ปุณณ์ และ ยูริ (นำแสดงโดย พายอาร์ พัณณิน ชาญมนูญ) สาวน้อยที่หลงรัก โน่ จนแอบเก็บไปมโนว่าตัวเองเป็นแฟนกับโน่อยู่ ก็ไม่รู้เรื่องที่ข้อแม้ของ “ปุณณ์” และ “โน่” เลย และต่อจากนี้ไปคือจุดเริ่มต้น ของความสัมพันธ์ ระหว่างเด็กชายสองคน ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มิตรภาพ และ รอยน้ำตา ข้อแม้ของ ปุณณ์ คืออะไร จะสร้างความวุ่นวายแค่ไหน และความสัมพันธ์ของเหล่าวัยรุ่น Love Sick จะลงเอยยังไง ติดตามชมได้ทาง โมเดิร์นไนน์ทีวี ทุกวันอาทิตย์ 20.50 น. Love Sick The Series จากนิยาย LOVE SICK : ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน โดย [INDRYTIMES] นำแสดงโดย : ชลธร คงยิ่งยง (โน่) , หาญพิทักษ์ พุ่มโพธิ์งาม (ปุณณ์) , พริมโรส จินดาวนิช (เอม) , พัณณิน ชาญมนูญ (ยูริ) เพลงประกอบซีรี่ส์ Produced by สมภพ โภคพูล (Boy sompob Pokepoon),ปวีณ วงษ์รัตน์ (Pin Paween Wongrat) กำกับซีรี่ส์ โดย : ราชิต กุศลคูณสิริ

90's Bite Burger แฮมเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันโฮมเมด ของ กิ๊ฟท์ G20
G20 /  เบอร์เกอร์

สวัสดีค่ะสมาชิกตามรอยนักชิม วันนี้มาแนะนำร้านอาหารอร่อยๆ อีกเช่นเคย คราวนี้มาเฟียฟู้ดพาไปชิมแฮมเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันโฮมเมด ชื่อร้านว่า 90's Bite Burger กับเจ้าของร้านสาวสวย กิ๊ฟท์ กรรณาภรณ์ เอี่ยมวิบูลย์ หรือ กิ๊ฟท์ จากวงเกิร์ลกรุ๊ป G Twenty ของค่ายโมโนมิวสิค กับอีกมุมหนึ่งของสาวน้อยที่มีความสามารถทั้งร้องและเต้นแล้วยังสามารถทำร้านอาหารที่ตนเองใฝ่ฝันได้อีกด้วย หน้าตาของอาหารจะน่ากินขนาดไหน ไปดูกันเลย คลิป ร้าน 90's Bite Burger  ร้านนี้ตั้งอยู่ที่เมเจอร์รัชโยธินอเวนิว หาได้ไม่ยากร้านจะอยู่หน้าวิลล่ามาร์เก็ตพอดี และอยู่ข้างธนาคารไทยพาณิชย์ ภายในร้านจะตกแต่งเป็นสีสันสดใส เน้นสีแดง และเป็นลายขาวดำ ทำให้ร้านดูทันสมัยและประดับด้วยของเล่นเก่าๆ เพิ่มความคลาสสิคไปในตัว ร้านน่ารักเหมาะแก่การนัดเพื่อนมานั่งทานอาหารกันและนั่งคุยถึงเรื่องสมัยเด็กๆ ได้ดีเลยทีเดียว ร้านนี้เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่น้องกิ๊ฟท์ยังเด็กๆ เมื่อครั้งที่ไปเรียนอเมริกา แล้วได้ทานแฮมเบอร์เกอร์ในแบบฉบับโฮมเมดแล้วรู้สึกมีความสุข จึงอยากให้คนที่ได้ทานมีความสุขด้วยเช่นกัน ซึ่งร้านแฮมเบอร์เกอร์ในเมืองไทยยังไม่มีสไตล์แบบนี้มากนักเลยตัดสินใจเปิดร้านแฮมเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันโฮมเมดนี้ขึ้นมา และที่มาของ 90's Bite เป็นปีเกิดของน้องกิ๊ฟท์เองเลยคือ ปี 1990 นั่นเองค่ะ ส่วนสูตรอาหารทั้งหมด น้องกิ๊ฟท์ยังเป็นคนคิดสูตรเองทุกอย่างตั้งแต่ผัก เนื้อ ชีส ซอส และขนมปัง สวยและแถมยังเก่งขนาดนี้ไม่ไปชิมไม่ได้แล้วค่ะ เมนูแนะนำ 90's Lava Burger 179-. ลาวาเบอร์เกอร์เมนูเด็ดของร้าน มีไข่ดาวที่มีไข่แดงที่เยิ้มๆ และเบคอนทอดหอมหวนชวนรับประทาน เสิร์ฟพร้อมกับสลัดผัก ทานคู่กับขนมปังเบอร์เกอร์ได้ลงตัวเลยทีเดียว Sexy BBQ Burger 149-. เบอร์เกอร์ไก่ย่างบาร์บีคิวร้อนๆ กับผักสดๆ บวกกับขนมปังเบอร์เกอร์นุ่มๆ  potato wedges 79-. มันฝรั่งทอดชิ้นโต โรยผงกระเทียมปาปริก้า ทานคู่กับซอส 3 อย่าง    กิ๊ฟท์ G Twenty และ มาเฟียฟู้ด ครั้งนี้ตามรอยนักชิมมาพิสูจน์กันถึงที่การันตีว่าอร่อยจริงๆ และทางร้านยังมีโปรชั่นดีๆ พิเศษประจำทุกเดือน สามารถติดตามได้ที่ IG:90sbiteburger สำหรับสมาชิก MThai แค่บอกว่ามาจาก MThai สามารถซื้อ Tokyo Teriyaki ในราคา 99 บาท ไปเลยทันที แผนที่ร้าน 90's Bite Burger

กีฬาน่ารู้ : เอฟซี ปอร์โต้ ยอดทีมจอมปั้นนักเตะขาย
กองหลัง /  ปอร์โต้ / 

เอฟซี ปอร์โต้ ทีมดังจากแดนฝอยทอง โปรตุเกส คือทีมแถวหน้าของยุโรปแฟนบอลชาวไทยจะได้ชมการถ่ายทอดสดบ่อยครั้งในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเราจะได้เห็นแข้งโนเนมมากมายแต่ระดับฝีเท้ากับตรงกันข้าม ซึ่งตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา ปอร์โต้ เป็นเหมือนโรงงานเจียรนัยเพชรชั้นดีผลิตนักเตะป้อนสู่ทีมยักษ์ใหญ่มากมาย ซึ่งต้องยกยอดความดีความงามนี้ให้กับเหล่าบรรดาทีมแมวมองที่เสาะหาแข้งช้างเผือกเข้าสู่ทีมอยู่ตลอด ถึงตอนนี้ ปอร์โต้ ก็ทำเงินเข้าสู่สโมสรไปแล้ว 614 ล้านปอนด์ ในจำนวนนี้ขายให้ทีมจากอังกฤษได้มากสุด 145.8 ล้านปอนด์ ซึ่ง 15 นักเตะต่อไปนี้คือแข้งที่ขายได้เงินมากกว่า 15 ล้านปอนด์ 2004: เปาโล แฟร์เรยร่า ไป เชลซี 17.6 ล้านปอนด์ 2004: เดโก้ ไป บาร์เซโลน่า 18.5 ล้านปอนด์ 2004: ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ไป เชลซี 26.4 ล้านปอนด์ 2007: อันแดร์สัน ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 27.2 ล้านปอนด์ 2007: เปเป้ ไป เรอัล มาดริด 26.4 ล้านปอนด์ 2008: โชเซ่ โบซิงวา ไป เชลซี 18 ล้านปอนด์ 2008: ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ไป อินเตอร์ มิลาน 21.7 ล้านปอนด์ 2009: ลูโช่ กอนซาเลซ ไป มาร์กเซย 16.8 ล้านปอนด์ 2009: ลิซานโดร โลเปซ ไป ลียง 21.1 ล้านปอนด์ 2010: บรูโน่ อัลเวส ไป เซนิต 19.4 ล้านปอนด์ 2011: ราดาเมล ฟัลเกา ไป แอตเลติโก มาดริด 41.4 ล้านปอนด์ 2012: ฮัล์ค ไป เซนิต 48.4 ล้านปอนด์ 2013: เจา มูตินโญ่ ไป โมนาโก 22 ล้านปอนด์ 2013: เจมส์ โรดริเกวซ ไป โมนาโก 40 ล้านปอนด์ 2014: เอเลียกวิม ม็องกาล่า ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 32 ล้านปอนด์ เครดิต : คุณครูลูกหนัง

ทำนายดวงผู้เกิดวันพุธ …โดยละเอียด
ดูดวง /  ดูดวงคนเกิดวันพุธ / 

ทำนายดวงผู้เกิดวันพุธ จะเป็นอย่างไร พร้อมพระประจำวันพุธและบทสวดบูชาทั้งหมด Horoscope.Mthai.com ได้รวบรวมคำทำนายและข้อมูลต่างๆ มาฝากคนที่เกิดวันพุธให้ได้รับทราบกันแล้วครับ คนเกิดวันพุธ  พระประจำวันปางอุ้มบาตร ผู้ใดเกิดวันพุธ ใจดีที่สุด ทั้งหญิงทั้งชาย แต่ไร้วงศา ญาติกาทั้งหลาย ใจพลันมักง่าย ไม่คิดหน้าหลัง มักเอาที่อื่นเป็นที่พึ่งพา ทรัพย์สินนานา ทำใส่ตัวเอง ถ้าเป็นสมณะ คนระยำเกรง คฤหัสถ์โฉงเฉง โก้งเก้งฉกลัก ใจชอบนักเลง ผู้หญิงมักรัก พบเพื่อนต่ำศักดิ์ มักจะได้ร้อนรน ตกยากหลายครั้งได้ดีหลายหน พ่อแม่แห่งตนมิได้ปฏิบัติ พระพุธทรงคชสารเป็นพาหนะ ผู้ใดเกิดวันพุธ ๔ เป็นปัตตะ ผู้นั้นเป็นคนมีใบหน้าใหญ่ ผมบาง ทำคุณคนไม่ขึ้น ดีแต่ต่อหน้า เจรจาเป็นที่ชอบใจแก่คนทั้งหลาย ทำราชการต่อไปภายหน้าจะดี ๕ เป็นหินะ ผู้นั้นต่อไปภายหน้าจะมีทรัพย์สินเงินทองมาก ๖ เป็นธะนัง ผู้นั้นรู้จักออมทรัพย์ มักได้ลาภจากขุนนางท้าวพระยา ๗ เป็นปิตา บิดาผู้นั้นผมหยักศก หน้ามน เป็นที่เอ็นดูแก่ขุนนางท้าวพระยา ทำราชการจะได้ดี ๑ เป็นมาตา มารดาผู้นั้นเป็นคนสันทัด เจรจารู้หลักนักปราชญ์ ตัวเองมักอาภัพ แม่ตายก่อนพ่อ ๒ เป็นโภคา ผู้นั้นมิสู้จะรักทรัพย์เท่าใดนัก ๓ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นไปในที่แห่งใดก็ดี จะมีคนยินดีต้อนรับ คนเกิดวันพุธ ผู้ใดเกิดวัน ๔ คือวันพุธ พุธเป็นบริวาร มีเมียย่อมเอาทรัพย์มาสู่ตน ๗ เสาร์เป็นอายุ มีอายุน้อย มักเป็นพยาธิ ๕ พฤหัสบดีเป็นเดช มีเดชดังพระโพธิสัตว์ ๗ ราหูเป็นศรี มีทรัพย์น้อย ๖ เป็นมูลละ มีความเพียรมาก ๑ อาทิตย์เป็นอุตสาหะ ใจร้าย รูปเป็นมัชฌิมา ๒ จันทร์เป็นมนตรี มีลูกเมียข้าไท มักเอาทรัพย์มาสู่เรือน ๓ อังคารเป็นกาลกิณี อาภัพมิตรสหาย ทำคุณคนไม่ขึ้น ผิว์เกิดวันพุธ ผู้นั้นเจรจา แต่ถ้อยคำพอประมาณ นักเที่ยวพละการ จะเป็นหมอพยาบาล แต่ทำได้ไว้มั่นคง มีญาติเหมือนหนึ่งไร้วงศ์ แม้ถ้าเป็นสงฆ์ จะเลื่องลือปรากฏ แม้เป็นคฤหัสสาโหด เที่ยวเตร่จับจด ทั้งชู้ และเมียมากมี ตกยากห้าคราได้ดี สามครั้งมั่งมี ธาตุเถ้าสุนัขนามชาติ ทำนายโชคชะตา ผู้ที่เกิดวันพุธ ดังต่อไปนี้. สิทธิการิยะ หญิง ชาย ผู้ใดที่เกิดในวัน พุธ คำขานดุจว่า สุนักนามขานธาตุเถ้าเป็นรอบรู้ไว้  พออายุ ๑๓  ใซร้โรคภัยเข้ารุกรานราวี อีกทั้งมากมีทุกข์เข้ามาถึง พึงเร่งระวังตัวระวังตน มักมีเคาระห์มาระคนมากครั้ง จนเกิดความพลาดพลั้งเป็นถ้อยเป็นความ แต่ตนเองพยายามดียิ่งนัก มักรอบรู้วิชาการหลายอย่างหลายสถานเกินหน้าใคร หาให้เพื่อนฝูงจนเกิดจิตริษยา จากบ้านเกิดของตนที่อยู่ใหม่ จึงไม่ค่อยงอนง้อต่อผู้อื่น ต้องเข็ดขื่นกับการทำคุณคน เพราะล้วนแล้วแต่ได้ผลสูญเปล่า ไม่มีของให้เขาเราคิดว่าเป็นคุณ กลับหมกมุ่นคิดว่า ตนไม่เคยทำดีให้ วาจานั้นใซร้แสนจะอาจหาญ ชอบกล่าวขานก่อนที่จะขบคิด สมบัติมากมาย เพราะคิดสนิทคน อายุ ๕๘ ปีจะมีไข้จนปางตาย แล้วจึงสบายหายจากโรคโรคา ทิศมูลมั้งของคนนั้นหนาคือ ทิศอุดร ที่ไว้พระปฎิมานั้นหนาคือ ทิศบูรพา สระสำหรับตักสาครนั้นหนาคือ ทิศหรดี สวนศรีสำหรับท่องเที่ยวสำราญนั้นคืออาคเนย์ ยุ้งสางสมคะเนนั้นคือปัจจิม อาวุธศาสตราลื้มเลือดศัตรูดูแลไว้ทิศทักษิณ บ่าวไพร่วัวควายอำนวยไว้ทิศพาบัพ ส่วนครัวไฟนั้นใซร้เอาไว้ทิศอีสาน จึงจะสำราญด้วยมงคล  ผ่านพ้นทุกข์ภัยแล. ทำนายผู้เกิดวันพุธ ผู้เกิดวันพุธ ใจดีสุดแสน เมตตาปราณี การุณเลิศสรรพ์ แต่ไร้ญาติวงศ์ คงเดี่ยวโดดมั่น มุ่งหาเพื่อนกัน เป็นที่พึ่งพา ใจง่ายไม่คิด ความผิดหน้าหลัง มิควรระวัง ผิดพลั้งเผอพา คบคนต่ำศักดิ์ มักร้อนอุรา เจ้าชู้นักหนา น่าคิดคำนึง หากบวชเป็นพระ คนจะเกรงใจ เป็นคฤหัสถ์นั้นใซร้ นักเลงลุถึงตกยากหลายครั้ง ตั้งจิตรำพึง พ่อแม่ยากพึ่ง มิได้สักนิด พระปางอุ้มบาตร อาจคุ้มชีวัน พ้นผิดมหันต์ แจ่มใสชีวิต  ธุปเทียนบูชา จักพาพ้นผิด  จงรีบเร่งคิด พิเคาระห์ท่านเอย. อีกอย่างหนึ่งผู้เกิดพุธ กลางคืน  กลางคืนวันพุธ เป็นดุจคนรู้  มีนามราหู จงรู้เรื่องตาม มักถูกกลั่นแกล้งพลาดพลั่งพ้นงาม แถมถูกเหยียดหยาม ประนามว่าร้าย เป็นคนใจแข็ง กรรมแรงเข้าวกวน เร่งคิดทั้งมวล ล้วนพ้นมั่นหมาย คงสนุกสนาน พ้นทุกข์ทั้งหลาย แพ้เรื่องแทบตาย กลับสบายหัวเราะตกยากหลายครั้ง เพราะตั้งไว้ผิด จงเร่งพินิจ คิดทำบุญหนุนส่ง ต้องพรากที่อยู่ พรั่งพรูเพิ่มเคระหฺ์แก่ชรากระเดาะ ปากเพราะร่ำรวย แก้ลำบากยากล้น ยอมทนทุกอย่าง กัดฟันหมั่นถาง หวังโชคอำนวย แต่เหมือนยิ่งอับ บุญกลับเอื้ออวย ให้เป็นตอนตอนด้วย ทั้งเคราะห์ทั้งบุญ พระประจำวัน รู้กัน ทั่วไป ปางป่าเลไลก์ จงได้คิดคุ้น บูชาพุทธะ คงจะมีคุณ ทำทานเจื้อจุน พออุ่นเอมใจ ท่านเอย. บทสวดบูชาพระประจำวันพุธ สัพพะสีวิสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะทัง วิยะ ยันนาเสติ  วิสัง โฆรัง เลสัญจาปิ ปะริสสะยัง อาณัก เขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณินัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัม ภะณามะเห. สวดวันละ ๗  จบ จะมีความสุข สวัสดียิ่ง ๆขึ้นไป.  ผู้เกิดวันพุธ ควรใช้สีประดับตัว หรือประดับบ้านเรือนเป็นสีเขียว หรือเขียวใบไหม้ ส่วนสีรองลงมาก็คือ สีเหลือง สีเทา สีดอกรัก สีขาวนวน พึงเว้นสีม่วง ท่านเอย.

ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต 2014 คิมฮยอนจุง เวิลด์ ทัวร์ อิน แบงคอก
2014 KIM HYUN JOONG WORLD TOUR IN THAILAND /  2014 คิมฮยอนจุง เวิลด์ ทัวร์ อิน ไทยแลนด์ / 

หมดเขตร่วมสนุกแล้วครับ ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด คว้าตัวนักร้องนักแสดงหนุ่มรูปงามระดับแถวหน้าวงการบันเทิงเกาหลีอย่าง คิมฮยอนจุง (Kim Hyun Joong) มาโชว์เวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกสุดยิ่งใหญ่ที่ใช้ชื่อว่า 2014 คิมฮยอนจุง เวิลด์ ทัวร์ อิน แบงคอก (2014 KIM HYUN JOONG WORLD TOUR IN BANGKOK) โดยมีกำหนดแสดงในวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557 นี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ทีกรุ๊ปฯ ชวนสมาชิก มิวสิคเอ็มไทย ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต 2014 คิมฮยอนจุง เวิลด์ ทัวร์ อิน แบงคอก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม 2557 นี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ใบ (บัตรราคา 4,500บาท) เพียงตอบคำถามและทำตามกติกาดังนี้... 1. บอกผลงานของ คิมฮยอนจุง ที่คุณชื่นชอบมากที่สุดเพียงผลงานเดียว พร้อมอธิบายเหตุผล (จะเป็นผลงานด้านใดก็ได้) 2. ในคลิปด้านล่าง มีผลงานเพลงของ คิมฮยอนจุง ทั้งหมดกี่เพลง / ชื่อเพลงอะไรบ้าง (ระบุด้วยว่าเป็นงานเพลงเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีหรือญี่ปุ่น) เขียนคำตอบ พร้อมชื่อ-นามสกุล-อีเมลล์สำหรับการติดต่อกลับไว้ที่คอมเม้นต์ด้านล่าง ผู้โชคดีที่เขียนคำตอบได้ถูกต้องและถูกใจทีมงานมากที่สุดจำนวน 10 คน จะได้รับบัตรคอนเสิร์ต 2014 คิมฮยอนจุง เวิลด์ ทัวร์ อิน แบงคอก บัตรราคา 4,500 บาทรางวัลละ 2 ใบ... โดยจะได้รับข้อความยืนยันผ่าน Reply Massage ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2557 (เวลาบ่ายโมงตรง) โดยทางทีมงานจะประกาศผลผู้โชคดีทางเว็บไซต์ music.mthai.com ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม * ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อกลับจากทีมงานทางอีเมลล์เพื่อแจ้งรายละเอียดสำหรับการรับบัตรกลับไป * การจำหน่ายบัตรอภินันทนาการถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย หากผู้ซื้อ-ขายถูกดำเนินคดีหรือยึดสิทธิ์ในการเข้างาน ทางทีมงาน MThai จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น * การตัดสินของทีมงาน MThai ถือเป็นที่สิ้นสุด :. ขอบคุณ ทีกรุ๊ปโฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อของรางวัล ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

โดน ต่อหัวเสือ ต่อย! ทำอย่างไรดี?
ตัวต่อ /  ต่อต่อย / 

จากข่าวที่ ลุงหอม ไกด์นำเที่ยวจังหวัดเชียงราย ที่ยอมถูกต่อหัวเสือต่อยแทนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จนทำให้ตัวเองเสียชีวิตนั้น นางวงเดือน รวมจิตร ภรรยาของลุงหอมได้เล่าว่า ลุงหอมทำงานเป็นไกด์นำเที่ยวทัวร์ช้างเดินป่ามานานถึง 20 กว่าปีแล้ว แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็จะออกไปทำทัวร์อยู่เสมอ เพื่อนไกด์ของลุงหอมเล่าว่า ในวันเกิดเหตุลุงหอมได้พานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 6 คน ไปทัวร์ช้างและเดินป่าที่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ในช่วงที่ต้องเดินเท้าเข้าป่า ระหว่างทางเจอชาวบ้านที่มาสอยรังต่อ และวางรังไว้ที่ทางเดิน ทำให้ลุงหอมที่เดินอยู่ข้างหน้าโดน ต่อหัวเสือ รุมต่อย ลุงหอมตะโกนให้นักท่องเที่ยวรีบหนีออกมาจากตรงนั้น เพราะกลัวว่านักท่องเที่ยวจะได้รับอันตราย หลังจากส่งลุงหอมไปที่โรงพยาบาลแล้ว ลุงหอมอาการค่อนข้างหนัก แต่ก็ยังพูดคุยได้และยังถามภรรยาว่า นักท่องเที่ยวทั้งหมดปลอดภัยหรือเปล่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เขียนจดหมายขอบคุณลุงหอมไว้ แต่ยังไม่ทันที่ลุงหอมจะได้อ่าน เช้าวันต่อมาลุงหอมก็จากไปอย่างสงบ เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เพื่อนร่วมอาชีพและผู้คนในจังหวัดเชียงรายต่างยกย่องลุงหอม ที่เสียสละตัวเอง ปกป้องนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จนตัวเองต้องเสียชีวิต ในทุกๆปีมักมีข่าวชาวบ้านถูก ต่อหัวเสือ ต่อย บางคนอาการสาหัส บางคนก็เสียชีวิตอย่างเช่นลุงหอม วันนี้ Health.Mthai จะพามารู้จักกับ ต่อหัวเสือ และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นกันค่ะ เผื่อว่าวันหนึ่งที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์นี้ เราจะได้ปฏิบัติตัวกันอย่างถูกต้อง ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ “ ต่อหัวเสือ ” เป็นแมลงอันตราย  ลักษณะของลำตัวมี สีดำ ปีกสีน้ำตาล ท้องมีแถบสีส้มปนเหลือง (คล้ายๆลายเสือ) มีขนาดลำตัวยาว 3.00-3.50 เซนติเมตร ต่อหัวเสือ ในไทยของเรา พบได้ทั่วทุกภาค พี่น้องอีสานเรียกว่า ต่อนอนเว็น (ต่อนอนกลางวัน) เพราะต่อหัวเสือนั้นกลางวัน มันจะนอนซ่อนตัวอยู่ในรัง และเริ่มออกหากินในเวลากลางคืน พี่น้องทางใต้เรียกมันว่า “ต่อรัดพัดผ้าแดง” ก็คงดูจากรูปร่างสีสันในตัวของมัน ที่เหมือนเอาผ้าแดงๆมาพันคอไว้ วิธีการหากินของตัวต่อจะเข้าไปต่อยตัวหนอนให้ สลบแล้วจึงอุ้มตัวหนอนนั้นมาวางไว้ตามช่องภายในรังเพื่อเป็น อาหารลูกอ่อนของตัวต่อที่จะเกิดขึ้นมา  อาหารของต่อส่วนใหญ่จะเป็นพวกเนื้อสัตว์ แต่มันก็ยังกินน้ำหวานเพิ่มเติมด้วยเพื่อใช้ในการเผาผลาญให้เกิดพลังงานแก่ร่างกาย แหล่งที่เป็นพลังงานสำคัญของต่อคือ น้ำหวานจากผลไม้สุกและเกสรดอกไม้ ในการกินเกสรดอกไม้ของต่อหรือผึ้งก็จะเป็นประโยชน์กับต้นไม้ เพราะเป็นการช่วยผสมเกสรให้ดอกไม้ไปในตัว อาวุธร้ายของมันก็คือ เหล็กใน (sting) ซึ่งจะซ่อนอยู่ตรงปลายสุดของลำตัว ที่แหลมเหมือนเข็มฉีดยา  ก็คล้ายกับผึ้ง แต่ที่น่ากลัวกว่าก็คือ ในขณะที่ผึ้งจะต่อยได้แค่ครั้งเดียวแล้วก็ฝังเหล็กในไว้บนผิวหนังแล้วตัวมันเองก็ตาย (เหมือนพวกระเบิดพลีชีพไม่มีผิด!) แต่เจ้า ต่อหัวเสือ นั้น...เมื่อมันต่อย มันจะไม่ฝังเหล็กในทันที แต่จะถอนเหล็กในออกอย่างรวดเร็ว แล้วต่อยซ้ำๆ กันได้หลายๆ ครั้งติดต่อกัน(เหมือนต่อยรัวๆๆๆ) ใครที่โดน ต่อหัวเสือ ถึงกับรุมเล่นงาน จะมีอาการหนักหนาสาหัสเพียงใด นั้น  ขึ้นอยู่กับชนิดของต่อที่ต่อย ปริมาณพิษที่ได้รับ และจำนวนครั้งที่โดนต่อต่อย แต่ที่สำคัญก็คือ  แต่ละคนมีอาการแพ้พิษในระดับที่ไม่เท่ากัน ในขณะที่บางคนเพียงเจ็บคันและบวมเล็กน้อย   แต่บางคนนอกจากจะปวดบวมมากแล้ว เป็นลมพิษ  เกิดปฏิกิริยารุนแรง ถึงขั้นหายใจไม่ออก ช็อคและเสียชีวิตได้ คนที่โชคดีที่ไม่แพ้แมลง (non-allergic) ก็อาจแค่คันตรงบริเวณผิวหนังที่ถูกพิษ หรือเป็นตุ่มบวม เจ็บ แดง ร้อน แต่แบบนี้เป็นอาการไม่รุนแรงไม่น่ากลัว อาการรุนแรงสองแบบที่เรากลัวเป็นอาการภูมิแพ้ คือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อพิษของมันที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาตามระบบต่างๆทั่วร่างกาย ที่อันตรายคือทำให้กล่องเสียง หลอดลมบวม เป็นเหตุให้ทางเดินหายใจอุดตัน หรือมีอาการหอบหืดเฉียบพลัน อีกอาการหนึ่งคือทำให้เกิดอาการช็อค จากหลอดเลือดส่วนปลายขยายตัวเฉียบพลัน อาการรุนแรงทั้งสองแบบนี้ไม่ต้องต่อยหลายตัว ไม่กี่ตัวก็เกิดได้เพราะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย  อาการรุนแรงอีกแบบหนึ่งคือการถูกต่อยหลายๆตัว ได้รับพิษจำนวนมากที่เข้าสู่ร่างกาย จะเกิดผลเสียต่ออวัยวะต่างๆเช่นเกิดไตวายได้ เป็นต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนตัว ต่อหัวเสือ ต่อย ใช้กระดาษหรือแผ่นพลาสติกแข็ง เช่น  บัตรเติมเงิน บัตรเอทีเอ็ม กดข้างๆเพื่อเอาเหล็กในออก ซึ่งจะช่วยลดปริมาณพิษลง และยังป้องกันแพ้อย่างรุนแรงได้ เอาถุงน้ำแข็ง   หรือแผ่นประคบเย็น ประคบแผลเพื่อลดความเจ็บปวด และอาการบวม ใช้ครีมสเตียรอยด์เช่น 1% ไฮโดรคอร์ติโซน ทาบริเวณที่ถูกกัดวันละสามครั้งจนกว่าจะหาย กินยาแก้แพ้ ประเภทแอนตี้ฮิสตามีน เช่นไดเฟนไฮดรามีน กรณีที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง จะมีอาการหน้าบวม ตาบวม ริมฝีปากบวม บ่งบอกว่า เยื่อบุทางเดินหายใจภายในจะบวมคล้ายๆกัน จะมีอาการหายใจเสียงดัง หายใจลำบาก   หรือหน้าซีด   ตัวเย็น ไม่ค่อยรู้ตัว   เป็นลม กรณีเช่นนี้ต้องรีบนำส่ง สถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วนเลยนะครับ หากในกรณีที่มีอาการรุนแรงคุณหมอจะให้ยาฉีดอดรีนาลีนทันทีเพื่อลดอาการบวมของทางเดินหายใจ ป้องกันอย่างไร จึงปลอดภัยจาก ต่อหัวเสือ ? ที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนลูกๆหลานๆว่า พบรัง ต่อ แตน หรือผึ้งที่ไหนก็ตาม ห้ามเขี่ย-แหย่หรือทำลายรังของมันอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นก็จะเกิดเหตุร้ายอย่างที่เป็นข่าวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน (หากไม่รู้วิธีจริง อย่าทำลายรังเองโดยเด็ดขาด การกำจัดเผาทำลายรังปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญเถิด) อย่าเลือกอาศัยในบริเวณที่มีคนเพาะรังต่อเป็นอาชีพ  เพราะเหตุว่า มีคนไม่น้อยเลยที่นิยมหม่ำตัวอ่อนของต่อ เปิบพิสดารเมนูนี้มี ทั้งย่าง-เผาไฟ-นึ่ง หรือเคี้ยวกันดิบๆ (ว่ากันว่ารสชาติหวานมันยิ่งนัก) แถมราคารังละ 300 บาท จึงมีคนยอมเสี่ยงภัยยึดอาชีพดังกล่าว เพราะเห็นว่าคู่แข่งน้อย แถมไม่ต้องลงทุนเพราะไม่ต้องให้อาหาร  บางบ้านจึงเพาะรังต่อไว้ถึง 20 -30 รังกันเลย ที่เล่ามาทั้งหมด อาจทำให้เห็นว่าเจ้าต่อหัวเสือคือซาตานที่ไม่ควรผุดขึ้นมาในโลกนี้เลย  ซึ่งที่จริงแล้วโลกเราก็ได้คุณประโยชน์จากพวกมันไม่ใช่น้อยๆ  ทั้งภาคการเกษตรกรรม ที่กำจัดศัตรูพืชผักที่ปลูก เช่น   เพลี้ยอ่อน   หนอนผีเสื้อ   ตัวอ่อนตั๊กแตน โดยมันจะจับแมลงเหล่านี้กินเป็นอาหาร (แถมยังขนกลับไปกินที่รังอีกด้วย) ในภาคระบบนิเวศน์ สร้างสมดุลให้ระบบด้วยการ กินซากเนื้อสัตว์ แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่มิตรรักที่แสนเชื่องของมนุษย์อย่างแน่นอน หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากความรู้ที่นำมาฝากกันนะคะ ทางที่ดี เราควรอยู่ให้ห่างจากบริเวณที่มีรังต่อจะดีต่อเรามากที่สุดค่ะ ขอบคุณข้อมุลจาก : www.csip.org เรียบเรียงโดย : health.mthai.com

ดาราอินเทรนด์! เทน้ำแข็งราดหัวการกุศล
ชมพู่ อารยา /  ปู ไปรยา / 

กลายเป็นกระแสที่กำลังฮิตอยู่ในโลกโซเชียลฯ ขณะนี้ สำหรับกระแสกิจกรรม IceBucketChallengeTH ที่นำเอาน้ำเย็นจัดในถังที่มีน้ำแข็งลอยอยู่ราดหัวตัวเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนช่วยการกุศลกองทุนวิจัยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เรียกได้ว่าเทรนด์ใหม่นี้กำลังฮิตมาแรงไปทั่วโลกออนไลน์ เพราะไม่ว่าจะคนดังทั้งไทยและต่างประเทศก็ต่างเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งส่งต่อคำท้าไปยังเพื่อนพ้องคนสนิทอีก 3 คน สำหรับดาราในเมืองไทยที่ทำตามกระแสฮอตด้วยการโพสต์คลิปลงไอจีส่วนตัว อาทิเช่น ชมพู่ อารยา , ญาญ่า อุรัสยา , ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ , ชลลี่ ชล วจนานนท์, มดดำ คชาภา, ปู ไปรยา และ วิลลี่ แมคอินทอช ฯลฯ ชมพู่ อารยา ปู ไปรยา ญาญ่า อุรัสยา ตุ๊กกี้ ชิงร้อย มดดำ คชาภา วิลลี่ แมคอินทอช ชลลี่-ชล วจนานนท์

Deepsea Challenge 3D : ชีวิตมันต้องดำตามหาความฝัน
Deepsea Challenge 3D /  National Geographic / 

สิ่งแรกที่ดังขึ้นมาในหัวหลังจากดู Deepsea Challenge 3D จบ ไม่ใช่เสียงคลื่นซัดสาด หรือเสียงบุ๋งๆ ของความกดดันใต้น้ำ แต่เป็นท่อนหนึ่งของเพลงฮิตวงบอดี้แสลม และการที่หนังประกาศให้คนดูได้รู้ไว้ก่อนเลยว่า เราเป็นสารคดี นะคร้าบ ซึ่งมันก็จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความเป็นจริง อย่างตรงไปตรงมา มากกว่าจะมาสับขาหลอก มุ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้หายใจหายคอไม่ทัน เพราะนี่คือหนังที่ว่าด้วยการทำตามความฝัน เจมส์ คาเมรอน หาใช่ สารคดีสัตว์โลกใต้ทะเลแต่อย่างใด Deepsea Challenge 3D คือ ภารกิจครั้งมโหฬารที่ป๋า เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับทรงพลัง เจ้าของผลงานอย่าง Titanic และ Avatar ที่นอกจากทำหนังแล้ว ยังเลิฟสุดๆ กับกาสำรวจใต้ท้องทะเล จึงแท็คทีมกับ National Geographic ทำการสร้างยานดำน้ำ เพื่อดำดิ่งสู่ร่องน้ำลึกมาเรียน่า จุดที่ได้ชื่อว่าลึกที่สุดในโลก ถึง 36,000 ฟุต ที่มีมนุษย์พร้อมเรือดำน้ำ ลงไปแตะๆ ก้นทะเล แล้วก็รีบพุ่งพรวดกลับขึ้นมาเมื่อ 50 กว่าปีก่อนนู่น แต่ครั้งนี้ เจมส์ คาเมรอน จะขอลุยเดี่ยว ดำลงไปและทำการสำรวจค้นหาสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ ที่มนุษย์อาจยังไม่เคยรู้จัก และที่สำคัญกว่านั้น ภารกิจครั้งนี้ ยังเดิมพันด้วยทั้งความฝัน และความเป็นความตายของเขาอีกด้วย สำหรับคุณผู้ชมที่คาดหวังว่า จะได้ชมงานด้านภาพ ที่ออกมาหรูอลังการสไตล์ Avatar ฉบับโลกใต้ทะเลอะไรประมาณนั้น ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยเบาๆ เพราะหนังไม่ได้ขายตรงจุดนั้น เราอาจจะได้สิ่งมีชีวิตหน้าตาพิลึกอยู่บ้างในบางชอต แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ทำให้ เจมส์ คาเมรอน ในยานแคบๆ ได้ตื่นเต้นดีใจแค่เพียงเท่านั้น ไม่ได้จะมาโชว์แหวกฝูงปลานับหมื่น ปะทะฉลามขาว ลอดท้องปลาวาฬยักษ์ ตามที่จะคุ้นๆกันในสารคดี NG แบบนั้น แต่เล่นกับอารมณ์ของมนุษย์ ที่กำลังเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่มากกว่า ทั้งสิ่งมีชีวิต หรือเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทค ที่พร้อมจะเจ๊งใส่ อันนำไปสู่สถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นมากมายนัก ที่ต้องชมแบบ 3D ตามที่จั่วหัวไว้ในชื่อเรื่อง และมีเพียงไม่กี่ฉากเท่านั้น ที่ 3D ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ อย่างที่กล่าวไว้ว่า หนังดำดิ่งสู่ใต้มหาสมุทรเรื่องนี้ เป็น "สารคดี" ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะกับการใส่ตีไข่ เสียจนเลอะเทอะ ซึ่งอาจทำให้คุณผู้ชมที่ต้องการความระทึกสุดขีด บีบอารมณ์จนหน้าเขียว อาจเซ็งนิดๆ ได้ หนังจึงมุ่งประเด็นไปที่ การบอกเล่าจากปากของ เจมส์ คาเมรอน เอง ที่นอกจากการกำกับหนังฮอลลีวูดแล้ว ยังอุทิศตัวเพื่อการสำรวจใต้ท้องทะเลอย่างเอาเป็นเอาตายอีกด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ความฝันสูงสุดในวัยเด็ก พัฒนาการของการสำรวจครั้งที่ผ่านๆ มา ที่ค่อยๆเติบโตขึ้น สเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมาจบที่ภารกิจ Deepsea Challenge ครั้งนี้ ที่เขาบอกไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่า เป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะส่งต่อมายังบทสรุป ที่คุณผู้ชมก็น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ต้องสำเร็จแหงๆ ไม่งั้นป๋าจะกลับมาเล่าได้ยังไงล่ะเนอะ! แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การได้ติดตามเส้นทางการพัฒนาโปรเจ็คนี้ ให้เป็นรูปเป็นร่าง ตั้งแต่รวบรวมทีมงาน สร้างยานดำน้ำ ทดสอบ และดำดิ่งที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน หรืออีกนัยหนึ่ง มันก็คือเส้นทางการทำ"ความฝัน" ให้ค่อยๆ กลายเป็น "ความจริง" ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบนี้ ยังสามารถเป็นตัวจุดชนวนชั้นดี สำหรับคุณผู้ชมที่มีฝันยิ่งใหญ่อลังการ จนคนอื่นมองว่า บ้าไปแล้วเรอะ! ซึ่งการที่ เจมส์ คาเมรอน เอาชีวิตไปขังไว้แท่งเหล็กไฮเทค ที่ทิ้งลงก้นทะเลแบบนั้น มันก็เป็นเรื่องบ้าเอามากๆ  เหมือนกันไม่ใช่หรอกเหรอ หนังเรื่องนี้ได้พิสูจน์ให้ทุกคนทั่วโลกรู้แล้วว่า ความฝันบ้าๆ ในจินตนาการสมัยเด็ก ถึงจะผ่านกาลเวลา และเติบโตมากพอจนรู้จักคำว่าเป็นไปไม่ได้แล้วนั้น ถ้าตั้งใจจะทำมัน สักวันความฝันก็เปลี่ยนสถานะเป็นความจริง เหมือนที่ เจมส์ คาเมรอน ได้เดิมพันด้วยชีวิต ดำดิ่งไปตามหาความฝัน และทำให้จุดที่ลึกที่สุดในโลกนี้ บรรจบกับจุดที่สูงที่สุดในใจ ได้สำเร็จ เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ โดย Lecter --------------------------------------

Official!! หงส์ ยืนยันส่ง อิลอรี่ ขัดกระดูกกับ บอร์กโดซ์ 1 ปี
ติอาโก้ อิลอรี่ /  บอร์กโดซ์ / 

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยักใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก ยืนยันว่า ติอาโก้ อิลอรี่ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟดาวรุ่ง ถูกปล่อยไปให้กับ บอร์กโดซ์ ทีมดังจากแดนน้ำหอม ยืมตัวจนจบฤดูกาล 2014/15 เป็นที่เรียบร้อย แนวรับวัย 21 ปี ย้ายมาร่วมทัพ "หงส์แดง" เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาจากสโมสร สปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ โดยเจ้าตัวเคยถูกส่งไปขัดกระดูกกับ กรานาด้า บนเวที ลาลีกา ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังมาแล้ว แถมได้ลงสนามช่วยทีมไปถึง 9 นัด และครั้งนี้นับว่าเป็นการส่ง อิลอรี่ ไปเก็บประสบการณ์เป็นครั้งที่ 2 ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เลยทีเดียว

แฉ! ผักผลไม้ขึ้นห้างรับรองมาตรฐาน Q สารพิษอื้อ
ผักผลไม้ขึ้นห้างสารพิษอื้อ /  มาตรฐาน Q / 

นายพชร แก้วกล้า ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยผักผลไม้เกินครึ่งที่จำหน่ายอยู่ทั่วไป มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่  วานนี้(19ส.ค.) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ร่วมกับศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อและเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) มูลนิธิชีววิถี ร่วมแถลงเฝ้าระวังสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผักผลไม้ เปิดผลทดสอบคุณภาพผักผลไม้ประจำปี2557ตรามาตรฐานสินค้าเกษตรน่าเชื่อถือแค่ ไหน โดย นายพชร แก้วกล้า ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเปิดเผยว่าจากการสุ่มเก็บตัวอย่างผักผลไม้ เพื่อเฝ้าระวัง 2 รอบ หาสารเคมีตกค้างปีนี้ ได้สุ่มตรวจเดือนมี.ค.และพ.ค.เก็บตัวอย่างผักผลไม้จาก 5 จังหวัด กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่นและยโสธร รวม118ตัวอย่าง ในรอบแรก สุ่มตรวจผักผลไม้ที่จำหน่ายในกรุงเทพเมื่อวันที่13 มี.ค.2557จากแหล่งซื้อ2แหล่งหลักคือ 1.ห้างค้าปลีกชื่อดังขนาดใหญ่แบ่งเป็นผักทั่วไปและผักที่ได้รับรองมาตรฐาน Q และ 2.ตลาด แบ่งเป็นตลาดสดและตลาดค้าส่งรวมทั้งเพิ่มตลาดใน จ.ขอนแก่น เพื่อขยายงานเฝ้าระวังไปยังภูมิภาคและได้สุ่มตรวจรอบ 2 ที่จ.เชียงใหม่ ยโสธร และสงขลา ส่วนชนิดผักผลไม้ที่สุ่มตรวจได้แก่คะน้า ถั่วฝักยาว พริก ผักชี กะเพรา ส้ม สตรอเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ฝรั่งและแตงโม จากผลการวิเคราะห์สารเคมีกำจัดศัตรูพืช พบว่าผักผลไม้เกินครึ่งหนึ่งที่จำหน่ายอยู่ทั่วไป คิดเป็น 55.9% มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ พบการตกค้างที่เกินมาตรฐาน MRL หรือ ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดที่กำหนดในสินค้าเกษตรของไทยมากถึง 46.6% ด้าน น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงาน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวว่าเมื่อจำแนกตามประเภทแหล่งจำหน่ายพบว่า ผักผลไม้ที่พบการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากสุด คือ ผักผลไม้ที่ได้ตรารับรองมาตรฐาน Q ที่พบการตกค้างมากถึง 87.5% และเกินมาตรฐาน MRL 62.5% รองลงมา คือ ผักผลไม้ที่จำหน่ายในห้างค้าปลีก ส่วนแหล่งที่พบผักผลไม้เกินมาตรฐาน MRL น้อยที่สุดกลับเป็นตลาดทั่วไป โดย ผลผลิตที่มีสารเคมีตกค้างมากที่สุดคือ ส้มสายน้ำผึ้งที่พบการตกค้างถึง 100% ฝรั่ง 69.2% แอปเปิ้ล 58.3% คะน้า 53.8% กะเพรา สตรอว์เบอร์รี่ และส้มจีนชนิดละ 50% ถั่วฝักยาว 42.9% ผักชี 36.4% MThai News ขอบคุณข้อมูลจากรายการ Midday Delivery  ช่อง3