ตอน1/ดีเคด

รู้ตัวเองให้ดีที่สุด! ซิโก้ยันไม่ใช้เเท็คติกหลอก-มุ้ยหน้าเป้าบู๊คิงส์คัพ
คิงส์คัพ /  ซิโก้ / 

นายใหญ่ทัพช้างศึกยันไม่มีหรอกเเท็คติกให้คู่เเข่งสับสน ชี้ทุกทีมล้วนมีข้อมูลกันอยู่เเล้วพร้อมเตรียมวาง “เทพมุ้ย” ยืนหน้าเป้าศึกคิงส์คัพ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ยันทัวร์นาเมนท์นี้ต้องการเเชมป์เพื่อพ่อหลวงเเละเเฟนบอลชาวไทย ฉะนั้นทุกเเท็คติกมีเท่าไหร่จะใส่ให้หมดไม่มีสับขาหรอกคู่เเข่งที่มาซุ่มดูฟอร์ม เพราะทุกทีมต่างมีข้อมูลกันอยู่เเล้ว นอกจากนี้เตรียมใช้ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ยืนหน้าเป้าในศึกพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 โดยทีมชาติไทยเตรียมลงเเข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ซึ่งโปรเเกรมการเเข่งขันนัดเเรกทัพช้างศึกจะลงเล่นเป็นคู่ที่สองพบกับทีมชาติซีเรียในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ส่วนคู่เเรกจะเป็นพบกันของ ทีมชาติยูเออี พบกับทีมชาติจอร์แดน ซึ่งผู้ชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในวันที่ 5 มิถุนายน ด้านเฮดโค้ชทัพช้างศึก กล่าวถึงความพร้อมว่า “วันที่ 29 พ.ค.นี้นักเตะก็จะมารายงานตัวเเละจะลงฝึกซ้อมในช่วงเย็นทันที เรามีเวลาประมาณ 3-4 วันในการฝึกซ้อมก็จะเน้นไปที่เเท็คติกเพียงอย่างเดียว เเละเราจะใช้จริงทั้งหมดในรายการนี้อีกทั้งเพื่อเป็นการทดสอบก่อนศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย เพราะถึงเวลานี้่เราคงไม่ต้องกลัวใครเเล้ว เนื่องจากส่วนใหญ่ต่างมีข้อมูลของกันเเละกันอยู่เเล้ว” “เป้าหมายก็คือบอลเกมรุกสนุกเเละมุ่งมั่นที่จะคว้าเเชมป์รายการนี้ ส่วนในเเดนหน้าเตรียมจะใช้ “มุ้ย” ยืนหน้าเป้า เเม้จะเป็นคนละตำเเหน่งที่เล่นในทีมเมืองทองฯ เเต่ตำเเหน่งที่เเท้จริงของเค้าคือกองหน้า ก็จะวางมุ้ยยืนในตำเเหน่งหน้าเป้าเหมือนเดิม” “โค้ชซิโก้” กล่าว

ละครเจ้าพายุ , เรื่องย่อเจ้าพายุ
ละคร เจ้าพายุ /  เรื่องย่อละครละคร เจ้าพายุ / 

บทประพันธ์โดย : อรชรบทโทรทัศน์โดย : ภูมิ พญาไฟกำกับการแสดงโดย : ทองก้อน ศรีทับทิมผลิตโดย : บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัดออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเจ้าพายุ หลังจากที่ พายุ (ลิขิต บุตรพรม) ติดคุกในเรือนจำนานถึง 5 ปี เพราะถูกข้อหาปล้นรถขนเงินของธนาคารที่เขาเป็นพนักงานคุมเงินสด เมื่อได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเขาจึงต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะเขาคาใจมาตลอดว่าไม่ได้เป็นคนปล้นเงินแต่ถูกจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป พายุไปรายงานตัวที่คุมประพฤติโดยมี วีนัส (จิลล์ โรเจอร์) เป็นคนดูแลในเรื่องนี้ พายุบอกว่าเขาต้องการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ทีแรกวีนัสก็เชื่อว่าพายุเป็นคนปล้น แต่พอได้ดูหลักฐาน และเอกสารที่สั่งฟ้องแล้ว เธอจึงมั่นใจ และว่าพายุเป็นแพะในคดีนี้ เธอจึงรับปากที่จะช่วยพายุ เพราะในใจลึก ๆ เธอแอบชอบพายุ มาศจันทร์ (ฮาน่า ลีวิส) ลูกสาวคนเดียวของ นายวิวัฒน์ (สุรวุฑ ไหมกัน) เจ้าของสัมปทานเหมืองทองที่นครสวรรค์ มาเบิกเงินที่ธนาคารแล้วถูกดักปล้น พายุผ่านมาพบเข้าพอดีจึงได้ช่วยเหลือเอาไว้ และจากไปโดยไม่ได้แนะนำตัวว่าเป็นใคร สารวัตรกอบคุณ (อติรุจ สิงหอำพล) เป็นคนทำคดีนี้ เขารู้สึกหลงรักมาศจันทร์ตั้งแต่แรกเห็นทันที ทางด้านนายวิวัฒน์กำลังมีเรื่องกับนายมงคล (ตฤน เศรษฐโชค) นายกเทศมนตรี กับ โตมร (สุทธิคุณ วันทานุ) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะมงคลต้องการจะฮุบสัมปทานเหมืองทองของวิวัฒน์ มงคลจึงทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งชิงมา ถึงแม้จะต้องฆ่าวิวัฒน์กับลูกสาวก็ตาม ภูผา (จิณณะ นวรัตน์) ติดคุกในฐานะฆ่าคนตาย เพื่อปกป้อง กำนันไผ่ (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) พ่อของตัวเอง ภูผาสู้คดีแต่แพ้จึงติดคุกเกือบ 5 ปี ในขณะที่อยู่ในคุกเขาพยายามทำดี และทำงานลดโทษ วันหนึ่งในขณะที่ภูผาออกไปทำงานลอกท่อ เขาพบเงินประมาณ 15 ล้านดอลล่าห์ที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้โดยบังเอิญ หลังจากนั้นอีก 7 วันเมื่อเขาพ้นโทษอกมาจึงได้มาเอาเงินจำนวนนั้นไป พายุกลับมาหา สุพจน์ (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ที่บ้าน แต่สุพจน์ไม่ต้อนรับและไม่นับว่าเขาเป็นลูก เพราะเขามีปมในอดีตเกี่ยวกับ นิ่ม (สุธิตา เกตานนท์) แม่ของพายุที่ท้องก่อนที่จะมาอยู่กับเขา ซึ่งตอนนี้นิ่มก็ได้หนีกลับไปอยู่กับกำนันไผ่สามีเก่า ที่กลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีปล้นหลายคดี อิ่มจิต (ณหทัย พิจิตรา) ภรรยาใหม่ของสุพจน์เอ็นดูพายุเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะอิ่มจิต มี เอื้อมพร (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) ลูกสาววัยเดียวกับพายุด้วย แต่เป็นลูกติดก่อนที่จะมาอยู่กินกับสุพจน์ เอื้อมพรกับพายุโตมาด้วยกัน และเธอก็รักพายุมาตั้งแต่เริ่มเป็นสาว แต่พายุคิดกับเอื้อมพรเป็นเหมือนน้องสาวเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สุพจน์เกลียดพายุ เพราะเขาต้องการที่จะเคลมเอื้อมพรเช่นกัน พายุไม่มีที่ไปจึงกลับไปพักอยู่กับ หมู่รงค์ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) เพื่อนรักที่เคยเป็นทหารมาด้วยกันที่ปากน้ำโพ พอดีกับที่สุพจน์มาเปิดบริษัทขนส่งทางน้ำที่นี่ โดยให้เอื้อมพรมาดูแลกิจการ พายุกับเอื้อมพรจึงได้พบกัน แต่ความสัมพันธิ์ยังเป็นแค่พี่น้องเช่นเดิม วิวัฒน์ไม่กลัวอิทธิพลของมงคล จึงทำให้มงคลส่ง จ่านนท์ (ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ตั้งตัวเป็นซุ้มมือปืน มาดักยิงวิวัฒน์กับมาศจันทร์ แต่พายุกับหมู่รงค์มาช่วยไว้ได้ทัน เพราะพายุช่วยมาศจันทร์ไว้ถึงสองครั้งวิวัฒน์จึงรับเข้ามาทำงานที่เหมือง พายุรู้ตัวว่าแอบรักมาศจันทร์แต่ก็ต้องเจียมตัว พอดีกอบคุณย้ายมาประจำที่ปากน้ำโพ จึงเกิดความไม่พอใจที่เห็นพายุสนิทสนมกับมาศจันทร์ เขาจึงบอกความจริงกับวิวัฒน์ว่าพายุเคยเป็นคนที่ติดคุกมาก่อน พายุจึงตัดสินใจลาออกจากงานไป หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันเหมืองของวิวัฒน์ก็ถูกปิด เพราะถูกร้องเรียนว่าปล่อยมลพิษลงแม่น้ำ ซึ่งที่จริงเป็นแผนร้ายของมงคล สุพจน์กับมงคล และโตมร ร่วมมือกันขนของผิดกฎหมายจากทางภาคเหนือ เรื่องนี้เอื้อมพรแอบได้ยิน ทางด้านโตมรรู้สึกชอบเอื้อมพร แต่เอื้อมพรไม่ชอบโตมรจึงให้พายุเข้ามาช่วยกัน แต่ก็ทำได้แค่เพียงบางเวลาเท่านั้น และเธอก็รู้สึกว่าพายุชอบมาศจันทร์ แต่เธอก็ยังรักพายุไม่เสื่อมคลาย ภูผาเอาเงินที่พบบางส่วนมาฟอกที่ปากน้ำโพ จ่านนท์รู้ทีมาของเงินดีจึงพยายามจับภูผาเพื่อคาดคั้นหาเงินที่เหลือ แต่ภูผาหนีรอดไปได้ วีนัสพบหลักฐานที่ส่งฟ้องพายุเป็นหลักฐานเท็จ อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดอีกหลายมุมที่ไม่ได้นำไปใส่ในสำนวนฟ้อง และคนที่ทำสำนวนฟ้องในขณะนั้นคือกอบคุณซึ่งมียศเป็นร้อยตำรวจเอก วีนัสนำเรื่องนี้ไปบอกกับพายุแล้วยังรู้ว่าจ่านนท์คือหนึ่งในคนที่ปล้นเงิน และยังสืบจนรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือมงคลกับโตมร พายุจึงต้องตามล่าภูผาเพื่อติดตามหาเงินที่เหลือ ภูผาหนีไปหากำนันไผ่เพราะเขาเป็นลูกของกำนันไผ่กับนิ่ม ขณะเดียวกันพายุก็ตามไปแต่ตำรวจได้ล้อมจับกำนันไผ่ จ่านนท์ตามไปสังเกตการณ์แล้วยิงนิ่มตาย เพราะพุ่งตัวเข้ามาช่วยพายุลูกชาย ทำให้ภูผาแค้นพายุมาก วิวัฒน์ตัดสินใจให้มาศจันทร์แต่งงานกับกอบคุณ มาศจันทร์จำยอมเพราะในใจต้องการช่วยพายุ เนื่องจากวีนัสบอกกับเธอว่าสงสัยกอบคุณจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการปล้นเงินด้วย มาศจันทร์ยอมให้พายุเข้าใจผิด ก่อนที่มาศจันทร์เกือบเสียตัวให้กอบคุณ เพื่อหาหลักฐานช่วยพายุ แต่พายุก็มาช่วยเธอไว้ทัน เอื้อมพรแต่งงานกับโตมรด้วยความเต็มใจ และด้วยความแค้นที่ถูกสุพจน์ข่มขืน เมื่อเธอแต่งงานกับโตมรแล้ว เธอก็ได้ไปหาหลักฐานที่โตมรกับมงคลบงการปล้นเงินเพื่อช่วยพายุ จนตัวเองถูกจับได้และถูกฆ่าปิดปาก สุพจน์มาพบเข้าจึงถูกโตมรฆ่าอีกคนโดยที่พายุมาช่วยไม่ทัน กำนันเปิดเผยความจริงให้พายุกับภูผารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ทั้งสองคนจึงเลิกบาดหมางกันและหันมาจับมือกันเพื่อจบเรื่องทั้งหมด มาศจันทร์กำลังจะแต่งงานกับกอบคุณ พายุ และภูผาพร้อมทั้งเพื่อน ๆ ได้บุกเข้ามาชิงตัวมาศจันทร์กลางงาน นอกจากนี้ความจริงยังได้ถูกเปิดเผยว่า ที่แท้กอบคุณเป็นลูกชายของมงคลแต่คนละแม่กับโตมร ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปล้นทั้งหมดคือมงคล ในที่สุด มงคล โดมร กอบคุณ และจ่านนท์ ก็จบชีวิตลงหลังจากต่อสู้กับตำรวจ พายุล้างมลทินให้กับตัวเองได้สำเร็จ และได้ครองคู่กับมาศจันทร์ ส่วนภูผาก็ตัดสินใจคบหากับวีนัส และทุกคนก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป ติดตามชม ละคร เจ้าพายุ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเจ้าพายุ ลิขิต บุตรพรม รับบท พายุฮาน่า ลีวิส รับบท มาศจันทร์จิลล์ โรเจอร์ รับบท วีนัสจิณณะ นวรัตน์ รับบท ภูผาสุรวุฑ ไหมกัน รับบท นายวิวัฒน์อติรุจ สิงหอำพล รับบท สารวัตรกอบคุณตฤน เศรษฐโชค รับบท นายมงคลสุทธิคุณ วันทานุ รับบท โตมรวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท หมู่รงค์เอกพัน บรรลือฤทธิ์ รับบท กำนันไผ่

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

7 ไอเดียเลิศๆ แต่งตัวไปทำงานแบบฉบับสาวออฟฟิศ !
idea /  office / 

เชื่อว่าปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งของสาวออฟฟิศคือ วันนี้จะแต่งตัวไปทำงานอย่างไรดีน้า ? หลายคนมักจะเร่งรีบในเวลาเช้าและลงเอยด้วยการหยิบจับเสื้อผ้าอะไรก็ได้ในตู้มาใส่ และส่วนมากถ้าเซ้นส์แฟชั่นที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของคุณไม่ดีพอ คุณก็มักจะจบไม่สวยกับเสื้อผ้าที่ใส่ อาจจะดูไม่เหมาะสม ไม่มีความแมทช์กัน หรืออะไรก็ตามที วันนี้เรามี 7 ไอเดียสำหรับสไตล์การแต่งตัวไปทำงานให้คุณได้พิจารณากันว่า คุณและที่ทำงานของคุณจะเหมาะกับสไตล์ไหนกันแน่ 1. CLASSIC การแต่งตัวแบบคลาสสิคน่าจะเป็นสไตล์ที่เห็นกันได้ทั่วไปและง่ายที่สุดแล้วสำหรับการหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ไปออฟฟิศ แต่ข้อเสียของมันก็คืออาจจะทำให้คุณดูน่าเบื่อไปนิด ดังนั้นจงจำคล็ดลับนี้ไว้ว่า เราสามารถตกแต่งเสื้อผ้าคลาสสิคน่าเบื่อของเราได้อย่างไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งสีลิปสติกและสีเล็บก็ช่วยทำให้เสื้อผ้าของคุณไม่น่าเบื่ออย่างที่เคยเป็นได้ค่ะ 2. CASUAL ลุคดูคล้ายๆสาวนักธุรกิจแต่อาจจะสบายกว่าหน่อย อารมณ์ประมาณว่า 'เฮ้ ฉันสามารถใส่กางเกงยีนส์ไปทำงานก็ได้ !' การแต่งตัวแบบนี้จะสามารถหาเสื้อผ้าแมทช์ได้ง่ายและดูเหมาะสม การแต่งตัวสำหรับสไตล์นี้ส่วนมากก็จะเน้นส้นสูง เสื้อแบบผู้หญิงเก่งๆ ซักตัว สูทคลุมหรือแจ็คเกต ตบท้ายด้วยกระเป๋าเก๋ซักใบก็พอค่ะ 3. CARELESS CHIC เป็นลุคที่เหมือนจะชอบแฟชั่น แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจแต่งจนเวอร์เกินไป สามารถเดินตามท้องถนนได้สบายๆ วิธีการแต่งตัวแนวนี้คือเล่นกับไอเท็มส์บนตัวเยอะๆ อาจจะไม่ต้องแคร์เรื่องรูปร่างของหุ่นมาก แต่ถ้าใส่ส้นสูงจะดูเหมาะกับลุคนี้ที่สุดค่ะ 4. GLAMOROUS เป็นลุคสำหรับผู้หญิงเซ็กซี่ที่มั่นใจ พร้อมกับลิปสติกปากสีสันสดใส รองเท้าส้นเข็มและเสื้อผ้าที่สามารถไปไหนมาไหนได้ตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงร้านอาหารหรูๆหลังเลิกงาน สำคัญที่สุดสำหรับลุคนี้คือ ส้นสูงหรูหราซักคู่ น้ำหอมแพงๆ กระโปรงทรงเอ สร้อยคอ และนาฬิกา ไปจนถึงกระเป๋าถือสวยๆ ซักใบ จะทำให้ดูมั่นใจและกล้าที่จะแต่งตัวค่ะ 5. SIMPLE & FEMININE เป็นลุคง่ายๆ สบายๆ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบเดรสพลิ้วๆ เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ดูทะมัดทะแมงตลอดเวลา ถ้าคุณคิดว่าชุดผ้าชีฟองและเดรสระบายพลิ้วๆ ไม่เหมาะกับการทำงานออฟฟิศล่ะก็ คิดใหม่เถอะค่ะ แต่ถ้าจะใส่ไม่ให้ดูแก่ก็ต้องคำนึงถึงความยาวของเดรสด้วยนะคะ ใส่เดรสที่มีความยาวเท่าเข่าหรือเหนือเข่า รัดตรงเอวให้ดูมีส่วนเว้าโค้ง ส่วนรองเท้าจะเลือกส้นสูงหรือรองเท้าแบนๆ ก็ได้หมดเลยค่ะ 6. SOPHISTICATED การใส่ชุดไปทำงานออฟฟิศนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ต้องฝึกฝนและต้องกล้าลองอะไรใหม่ๆ ค่ะ ลุคนี้ต้องการความมั่นใจของคุณในการสวมใส่เสื้อผ้าหลักๆ 1 ชิ้น อาจจะเลือกเสื้อที่ดูมีลุคคลาสสิค แล้วเพิ่มเติมเสริมแต่งด้วยเครื่องประดับอื่นๆ ให้ดูเหมาะกับคาแรคเตอร์ของคุณ จะเป็นกระโปรงทรงเอ หมวกลายปริ้นท์เท่ๆ หรือจะกางเกงยีนส์เดนิมก็ไม่ว่ากัน ทุกอย่างอยู่ที่สไตล์และความเหมาะสมค่ะ สนุกให้เต็มที่ ! 7. The EDGY สไตล์นี้จะดูเหมาะสมกับครีเอทีฟหรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับงานที่ครีเอทพอสมควรค่ะ อีกอย่างคือออฟฟิศจะต้องไม่ซีเรียสกับการแต่งตัวมากนักด้วย ส่วนมากก็จะเน้นรองเท้าบูท เสื้อหนัง เสื้อเชิ้ตเท่ๆ อาจจะทาลิปสติกสีเข้มๆ เพ้นท์เล็บสวยๆ และสวมรองเท้ากีฬาเท่ๆ ซักคู่ แต่ก็ควรแมทช์ให้เสื้อผ้าดูไม่เยอะเกินไป หรือจะเขาเรียกกันว่ามินิมอลค่ะ ถ้าหากว่าสาวๆ ไม่มีไอเดียสำหรับชุดใส่ไปทำงาน ลองเลือกสไตล์ที่คุณชอบจาก 7 สไตล์นี้ซิคะ  ------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณเรื่องจากเว็บไซต์ thefashiontag.com

น้ำฝน ไม่หวั่น หมอดูทักไร้คู่ ลดสเป็กหนุ่มไม่เน้นหล่อ ขอแค่รักจริง
น้ำฝน พัชรินทร์

เพิ่งจะโดน หมอดูทักว่าช่วงนี้ดวงไร้คู่ สำหรับสาว น้ำฝน พัชรินทร์ ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ได้เปิดใจว่า ไม่หวั่นดวงไร้คู่ รับดูหมอเช็กดวงมาแล้วฟุ้งเรื่องงานดีก็พอ “ก็ดูเหมือนกันค่ะ ที่ฝนไปดูตั้งแต่ปลายปีที่แล้วก็บอกว่าปีนี้ยังไม่มีนะจะยังไงไม่เจอแต่เราก็เฉยๆ เพราะว่าเขาบอกว่าเรื่องงานดี เรื่องครอบครัวดี เรื่องคู่ถึงเวลามามันก็มาเอง แต่ถ้ามันจะไม่มีจริงๆ ก็ไม่เป็นไรเพราะเราก็อยู่ได้อยู่แล้ว เรามีครอบครัวที่น่ารักมีเพื่อนที่ดี มีงานที่ดีๆ ก็พอแล้ว ดูดวงแต่ละครั้งก็จะดูเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่แล้วก็เรื่องสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่มากกว่า ถามว่ามีหนุ่มๆ เข้ามาบ้างไหมตอนนี้ก็มีเข้ามาคุยบ้างนะคะ แต่ว่ามันก็ยังไม่ได้อะไรมากมายเป็นเพื่อนกันมากกว่า ไม่ได้จะพัฒนาเลย เรื่องสเป็กถึงเวลานี้มันไม่ค่อยมีสเป็กแล้วล่ะ(ยิ้ม) เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เราอาจจะอยากได้คนที่สูงกว่าหน้าตาแบบนั้นแบบนี้ แต่ทุกวันนี้ขอคนที่เข้าใจเรารักเราจริงๆ รักเราคนเดียวแค่นี้พอแล้ว(ยิ้ม) เราไม่ได้อยากเป็นที่ 1 แต่เราอยากเป็นคนเดียวฝนเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนเป็นแบบนี้เพราะว่าถ้าเรารักผู้ชาย เราก็รักได้แค่คนเดียวความรักครั้งต่อไปจะจริงจังแค่ไหนจริงๆ ฝนก็พยายามจะจริงจังกับทุกครั้ง ตอนนี้เราโตขึ้น เรา 30 แล้ว จะมาลองคบกันมันไม่ใช่ เราไม่ใช่วัยที่คบแล้วก็เลิก ตอนนี้คนที่เข้ามาส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่โตกว่าแต่ว่าอย่างที่บอกว่าแค่คุยเป็นเพื่อนนะคะ เป็นพี่น้องกัน แบบเป็นแฟนไม่มีแน่นอน” ขอบคุณภาพจาก IG :namfonpatcharin_ น้ำฝน พัชรินทร์ น้ำฝน พัชรินทร์ น้ำฝน พัชรินทร์ น้ำฝน พัชรินทร์

รีวิวภาพยนตร์ The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต : เมื่อคำสัญญามีค่าเท่ากับครึ่งชีวิต
The Promise /  คิดถึงครึ่งชีวิต / 

รีวิวภาพยนตร์ The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต เมื่อคำสัญญามีค่าเท่ากับครึ่งชีวิต สำหรับคนบางคน คำสัญญา อาจเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ ที่พูดให้ผู้ฟังสบายใจ แต่สำหรับใครอีกคน คำสัญญา อาจมีความหมายลึกซึ้ง และต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะรู้ว่ามันก็เป็นแค่ลมปากจากคน ๆ หนึ่งเท่านั้น The Promise คิดถึงครึ่งชีวิต ผลงานการกำกับของ แบงค์ ชนพล รินลา แห่ง วรมิตร โปรดักชั่น ตัวภาพยนตร์ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำว่า สัญญา และ ความทรงจำ ด้วยหนังเล่าถึงเรื่องราวของชายหนุ่มชื่อ นัต รับบทโดย ไอซ์ ณัฐพัชร์ ธนนนท์กิตติยศ หรือ ไอซ์ The Star 6 ที่ได้มาพบกับคอลัมนิสต์สาวชาวญี่ปุ่น ฮานะ รับบทโดย อากิโกะ โคเซกิ ผู้ซึ่งกำลังรวบรวมบทสัมภาษณ์ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่เพื่อนำไปเขียนบทความ ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างนัตกับฮานะนั้นได้พัฒนาไปตามเหตุการณ์ในเรื่อง โดยที่ฝ่ายชายไม่ล่วงรู้เลยว่าการพบกันระหว่างเขาและเธออาจไม่สามารถนิยามด้วยคำว่า ความบังเอิญ ได้ตั้งแต่แรก วิธีการเล่าในช่วงต้นจะเล่าแบบเป็นเส้นตรงเพื่อแสดงให้เห็นว่านัตกับฮานะรู้จักกันได้อย่างไร แก่นหลักของเนื้อเรื่องส่วนนี้มีความราบเรียบอยู่ในตัว แต่อาศัยการตัดสลับไปมาระหว่างฉากสนทนาของทั้งคู่ กับกิจกรรมที่ทั้งสองเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคม เช่น การไปสัมภาษณ์คนในเมือง ฯลฯ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทั้งสองก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าหากไม่ตั้งสติดี ๆ อาจจะนึกสงสัยได้ว่าความรู้สึกที่ดีระหว่างคนทั้งสองเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ส่วนการเล่าเรื่องในช่วงหลังจะเป็นการคลี่คลายปมของเรื่อง มีการตัดสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ในปัจจุบันกับความทรงจำในวัยเด็กของฟากพระเอกหนุ่ม ซึ่งเป็นที่มาที่ไปของ คำสัญญา รวมถึงเป็นการแสดงความผูกพันระหว่างนัตกับกลุ่มเพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่วัยเด็กอีกด้วย จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือฉากซึ่งฉากสวย ๆ ที่ปรากฏแก่สายตาผู้ชมบ่อยครั้งที่สุดก็คือ ‘ม่อนลอง’ จุดชมวิวที่สูงที่สุดในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,450 เมตร จุดชมวิวนี้จึงสามารถมองเห็นทิวเขาที่อยู่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตาได้อย่างเต็มอรรถรส นอกจากนี้ ความงดงามอีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์ก็คือการนำเสนอวัฒนธรรมล้านนาอย่างเครื่องดนตรี พิณเปี๊ยะ พร้อมกับสอดแทรกนัยยะเรื่องความรักผ่านลักษณะการแนบกะโหลกของพิณไว้ตรงอกข้างซ้ายขณะดีดสายพิณ สุดท้าย เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการจะสื่อถึงคุณค่าของคำสัญญา ที่ไม่ใช่เพียงแค่การพูดออกไปอย่างเดียว แต่ควรเก็บสิ่งนี้ให้อยู่ในความทรงจำ และหยิบนำมันออกมาใช้ให้เหมาะสมกับบุคคล ช่วงเวลา โอกาส และสถานที่ เพื่อที่คำสัญญาของเราจะได้ไม่เป็นเครื่องมือทำร้ายคนอื่นโดยที่เราไม่รู้ตัว 3/5 เป็นคะแนนที่ขอมอบให้ค่ายหนังน้องใหม่ กับการนำเสนอคุณค่าแห่ง “คำสัญญา” บทความโดย NuTTi3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

ละครลิขิตริษยา‬ , เรื่องย่อลิขิตริษยา‬
ละครลิขิตริษยา /  ละครลิขิตริษยา / 

ละครลิขิตริษยา ละครช่อง 7 บทประพันธ์โดย : ปิยพร วายุภาพ บทโทรทัศน์โดย : ปิยพร วายุภาพ กำกับการแสดงโดย : ผิน เกรียงไกรสกุลผลิตโดย : บริษัท มีเดียสตูดิโอ จำกัด ร่วมกับ เอ ศุภชัย ศรีวิจิตรออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครลิขิตริษยา ช่อง7 เรื่องย่อลิขิตริษยา ซ่อนกลิ่น หมอตำแยสาวผู้มีปมจากความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาที่เกิดมายากจน และถูกกดขี่ดูแคลนมาแต่เด็ก เธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา แม้แต่ขายศพเด็กให้กับ พร หมอผีที่ทำคุณไสยมนต์ดำ และหลงรักซ่อนกลิ่นมาตลอด วันหนึ่ง เธอได้พบกับ หลวงเดชบริรักษ์ ชายผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉม ยศศักดิ์ และฐานะอันมั่งคั่ง ทำให้เธอหลงรักหลวงเดช และหมายมั่นจะต้องได้เขามาครอบครองให้ได้ หากแต่หลวงเดชบริรักษ์มีภรรยาถึง 3 คน ได้แก่ โฉมฉาย ภรรยาเอกซึ่งเป็นลูกสาวพระยาผู้มีจิตใจอ่อนโยน และยังมี บวรยศ ซึ่งเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้กับเขา กรองแก้ว ลูกสาวคหบดีผู้มั่งคั่ง และยังเป็นภรรยาที่รัก และเคารพโฉมฉายราวกับพี่สาวแท้ ๆ และพิศ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงเมียบ่าว แต่ก็ได้รับความเอ็นดูจากโฉมฉาย และกรองแก้วเป็นอย่างดี ครอบครัวของหลวงเดชเป็นครอบครัวที่พรั่งพร้อม และมีความสุขจนน่าอิจฉา จนกระทั่ง ซ่อนกลิ่นเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ทุกอย่างจึงเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อซ่อนกลิ่นมีโอกาสได้ใกล้ชิดครอบครัวหลวงเดชบริรักษ์ โดยเธอได้ทำคลอดให้กับพิศ จนทำให้ อรพิลาส ลูกสาวของพิศคลอดอย่างปลอดภัย ทำให้หลวงเดชบริรักษ์รู้สึกซาบซึ้ง และคิดว่าซ่อนกลิ่นมีบุญคุณกับครอบครัวของเขาที่ช่วยชีวิตพิศ และอรพิลาสไว้ได้ ละครลิขิตริษยา ด้วยความรักที่มีต่อหลวงเดชบริรักษ์ ซ่อนกลิ่นจึงพยายามทำทุกวิถีทางให้ได้เป็นภรรยาคนที่ 4 ของเขา แม้แต่เผาเรือนของตัวเองเพื่อเรียกร้องความสงสาร ทำให้โฉมฉายตกหลุมพรางนี้ และยอมรับซ่อนกลิ่นเข้ามาอุปการะในเรือน ขณะที่ซ่อนกลิ่นเมื่อได้มาอยู่ในเรือนหลวงเดชบริรักษ์ เธอก็ได้พบกับ นพ เพื่อนเก่าที่หลงรักซ่อนกลิ่นมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งในตอนนี้ นพคือข้าราชการชั้นผู้น้อย และอยู่ใต้บังคับบัญชาของหลวงเดชบริรักษ์ แม้นพจะดีใจกับการได้กลับมาพบซ่อนกลิ่นอีกครั้ง หากแต่ซ่อนกลิ่นกลับไม่ได้สนใจนพแม้แต่น้อย และแล้วซ่อนกลิ่นก็ใช้วิธีทำคุณไสยใส่หลวงเดชบริรักษ์ จนทำให้หลวงเดชบริรักษ์หลงใหลในตัวเธอ ถึงกับหน้ามืดตามัว ขณะที่กรองแก้วที่รู้ทันแผนชั่วร้ายของเธอจึงพยายามทำทุกทางเพื่อจะเปิดโปงซ่อนกลิ่น เธอจึงสั่งให้ ทอง นักเลงคุมบ่อนที่ตกหลุมรักเธออีกคนจัดการฆ่ากรองแก้ว ต่อมาซ่อนกลิ่นจับได้ว่า พิศ แอบรู้ความลับเรื่องที่เธอเป็นคนฆ่ากรองแก้ว เธอจึงวางยาสั่งที่ได้มาจากพรกับพิศ จนทำให้พิศกลายเป็นคนสติวิปลาส แม้กรองแก้วจะจากไปแล้วอีกทั้งพิศยังกลายเป็นคนเสียสติ หากแต่ซ่อนกลิ่นกลับยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการเชิดชู และให้เกียรติจากสังคม โดยเฉพาะจาก พระยาราชรักษ์ และคุณหญิงมณี ซึ่งเป็นเพื่อนของโฉมฉายในที่สุด ซ่อนกลิ่นจึงลงมือฆ่าโฉมฉาย ละครลิขิตริษยา อีกทั้งยังสั่งให้ ธูป บ่าวคนสนิทจัดการฆ่าบวรยศอีกด้วย โดยที่ เจิม บ่าวคนสนิทของโฉมฉายได้แต่เสียใจที่ไมสามารถปกป้องนายของเธอไว้ได้ ด้านนพที่แม้จะพยายามทำดีกับซ่อนกลิ่นมากเพียงไหน แต่ซ่อนกลิ่นกลับไม่แยแสเขาเลย ทั้งยังไม่ฟังคำทัดทาน และตักเตือนของนพที่อยากให้ซ่อนกลิ่นเลิกทำผิดคิดร้ายต่อครอบครัวของหลวงเดชบริรักษ์ แต่ทุกสิ่งที่ทำไปก็ไม่เป็นผล ในที่สุดนพจึงตัดสินใจขอทุนไปเรียนต่อยังต่างประเทศ และตัดใจจากซ่อนกลิ่นจนไปมีครอบครัวของตัวเอง เวลาผ่านไป 4 ปี โฉมฉายได้มาอาศัยอยู่กับ ป้ารี ซึ่งมีหลานสาวคือ เนตร ทำให้รู้ว่าโฉมฉายรอดชีวิตมาได้ในคราวนั้น หากแต่เคราะห์กรรมทำให้เธอกลายเป็นคนความจำเสื่อม ขณะที่บวรยศได้มาเป็นลูกศิษย์ของ หลวงพ่ออุเทน พระสงฆ์ซึ่งธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ จนได้พบบวรยศซึ่งนอนอยู่บนเรือที่ลอยมาริมน้ำตรงที่หลวงพ่ออุเทนปักกลดอยู่ หลวงพ่ออุเทนจึงเลี้ยงดูบวรยศมาตลอด จนกระทั่งพระยาราชรักษ์ และคุณหญิงมณี ซึ่งแม้จะมีลูกชาย คือ อรรถกร อยู่แล้ว แต่ก็รู้สึกถูกชะตากับบวรยศ จึงได้ขอหลวงพ่ออุเทนรับบวรยศมาอุปการะเป็นลูกชายอีกคน ละครลิขิตริษยา จั๊กจั่น 17 ปีต่อมา ซ่อนกลิ่นซึ่งในเวลานี้กลายเป็นภรรยาเอกของหลวงเดชบริรักษ์ ทั้งยังรับอรพิลาสมาเลี้ยงเป็นลูกตัวเอง และยังเลี้ยงมาแบบผิด ๆ ทำให้อรพิลาสซึมซับนิสัยของซ่อนกลิ่นเอาไว้ ขณะที่บวรยศเรียนจบปริญญาตรีจากต่างประเทศ และกำลังจะเข้ารับราชการในกรมศุลกากร เขากลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่สาว ๆ ต่างหมายปอง โดยเฉพาะอรพิลาสที่หลงรักบวรยศทันทีที่ได้พบ โดยไม่รู้เขาคือพี่ชายต่างมารดาของเธอ อีกทั้งยังมองข้ามอรรถกร ซึ่งในเวลานี้เป็นนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลเอง และหลงรักเธอ หากแต่บวรยศกลับตกหลุมรักเนตร แม่ค้าขนมหวานธรรมดาคนหนึ่ง และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ความหลับถูกเปิดเผย เมื่อบวรยศพาคุณหญิงมณีมาดูตัวเนตร ทำให้ได้พบกับโฉมฉายและรู้ว่าโฉมฉายยังมีชีวิตอยู่ เมื่อซ่อนกลิ่นได้รู้จึงต้องพยายามทำทุกทางเพื่อกำจัดโฉมฉายอีกครั้งเพื่อเอาตัวรอดจากความผิดทั้งหมดที่ตัวเองก่อไว้ เรื่องย่อละครลิขิตริษยา หากแต่กฎแห่งกรรมจะยอมปราณีเธอหรือไม่ และความรักของบวรยศ อรรถกร อรพิลาส และเนตร จะลงเอยเช่นไร ? ติดตามชม ละครลิขิตริษยา ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครลิขิตริษยา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 8 มิถุนายน 2559 ละครช่อง7 ลิขิตริษยา ละครลิขิตริษยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงนำใน จั๊จั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ซ่อนกลิ่นกันตพงศ์ บำรุงรักษ์ รับบท หลวงเดชกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท โฉมฉายณิชานันท์ ฟั่นแก้ว รับบท กรองแก้วอุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท พิศวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท นพธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท คุณหญิงมณีสุรวุฑ ไหมกัน รับบท พระยาราชรักษ์วาทิต โสภา รับบท อรรถกรภัทรานิษฐ์ วิริยะบำรุงกิจ รับบท อรพิลาศเติมเศวตชัย นาคสุข รับบท บวรยศสิมิลัน สุขเบื้องบน รับบท เนตรสรพงศ์ ชาตรี รับบท หลวงพ่ออุเทนศรุต วิจิตรานนท์ รับบท พรกณิน ปัทมนันถ์ รับบท ทองปัทมวรรณ เค้ามูลคดี รับบท เจิมชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท ธูปรอง เค้ามูลคดี รับบท ผลพรชนก ลาภิเศษพันธุ์ รับบท พวงหรัณย์ กิ่งโพธิ์ต้น รับบท ก้าน ละครช่อง7 ลิขิตริษยา