ตอนสั้น

อภัยนักโทษ1.4แสนคน เครือข่ายพงศ์พัฒน์-สุวะดี-กำนันเป๊าะรวมด้วย
กำนันเป๊าะ /  ตระกูลสุวะดี / 

พระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวนักโทษ 38,000 คน ลดโทษ 1.4 แสนคน เครือข่ายพงศ์พัฒน์-ตระกูลสุวะดี-ผู้พันตึ๋ง-กำนันเป๊าะ ได้ลดโทษด้วย ยกเว้นคดีผิด ม.112  วันนี้ (31 มี.ค.) นายวัลลภ นาคบัว รองโฆษกกระทรวงยุติธรรม และนายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงว่า ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2558 ในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คาดว่าจะมีนักโทษที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว 38,000 คน และนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดหย่อนโทษจำนวน 140,000 คน สำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัว ได้แก่ ผู้ต้องโทษกักขัง ผู้ต้องโทษปรับที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ ผู้ต้องโทษที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ นักโทษเด็ดขาดที่มิได้กระทำความผิดในคดีที่ถือว่าร้ายแรงที่เหลือกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี รวมทั้ง นักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยมที่เหลือกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี นักโทษเด็ดขาดอายุ 70 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรืออายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 70 ปี ที่เหลือกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี นักโทษเด็ดขาดเป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ นักโทษเด็ดขาดเป็นคนเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง เป็นหญิงหรือผู้มีอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งต้องโทษจำคุกเป็นครั้งแรก และต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของโทษตามกำหนดโทษ ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ นักโทษเด็ดขาดที่รับการลดวันต้องโทษ แต่ยังมีความผิดตามบัญชีแนบท้ายที่จะไม่ได้รับการปล่อยตัว นายวัลลภ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษจะส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี ด้านนายวิทยา เปิดเผยว่า นักโทษรายสำคัญอย่าง นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ได้รับการอภัยโทษในคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกำหนดโทษ 3 ปี 4 เดือน นับแต่ 1 ก.ย.56 โดยลดวันต้องโทษ 8 เดือน ทำให้จะพ้นโทษคดีดังกล่าวในวันที่ 29 ก.ย.58 ส่วนคดีร่วมกันจ้างวานให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลดวันต้องโทษ 5 ปี กำหนดพ้นโทษจะพ้นโทษ 27 ก.ย.78 นอกจากนั้น ยังมีนักโทษเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และตระกูลสุวะดี ได้รับลดหย่อนโทษในคดีอื่นๆ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าลดโทษลงอย่างไร ส่วนนักโทษที่กระทำผิดจากมูลเหตุจูงใจด้วยการเมืองต้องโทษด้วยคดีอาญา เข้าข่ายลดหย่อนโทษในคดีอาญา ส่วนนักโทษคดีความมั่นคงอยู่ในอำนาจศาลทหาร ขึ้นกับกระทรวงกลาโหมที่จะดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษ ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ MThai News

เต๋า สโรชา เปิดใจ! แต่งงานฟ้าแล่บ
เต๋า สโรชา /  งานแต่ง เต๋า / 

ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกหลังแต่งงานสายฟ้าแล่บ!! สำหรับนักแสดงสาว เต๋า สโรชา ที่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกับ เบอร์ แฟนหนุ่มนอกวงการเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา สาวเต๋า เล่าถึงความประทับใจในวันสำคัญของเธอว่า...บรรยากาศงานเป็นไปอย่างอบอุ่น จัดขึ้นเล็กๆ เรียบง่าย ทำเองทุกอย่างโดยไม่มีการจ้างออแกไนซ์จัดงาน เชิญเพียงญาติและคนสนิทไม่เกิน 50 คนเท่านั้น ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้เกียรติผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัว ส่วนแฟนหนุ่ม เบอร์ เป็นนักโฆษณาที่คบหาดูใจมาได้ 4 ปีแล้ว เพื่อนแนะนำให้ปรึกษาผู้ชายคนนี้ตอนมีปัญหาเรื่องทำรายการ พอได้ปรึกษาก็คุยกันมาเรื่อยๆ ตกลงคบกันเพราะความดีของฝ่ายชาย แม้จะเป็นคนธรรมดา แต่เข้ามาทำให้ชีวิตดีขึ้น รักและดูแลเรา รวมถึงครอบครัวเราด้วย หลังจากแต่งงานก็ยังคงทำงานปกติ ฝ่ายชายไม่ห้ามงานในวงการบันเทิง เรื่องทายาทแอบหวั่นอายุมากแล้ว แต่ก็ยังไม่พร้อมขอทำงานก่อน ส่วนแพลนฮันนีมูนเล็งไว้ช่วงสงกรานต์ที่ประเทศตุรกี... ยังไงก็ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่อีกครั้งนะจ๊ะ!! เต๋า สโรชา เต๋า สโรชา เต๋า สโรชา เต๋า-เบอร์ งานแต่ง เต๋า-เบอร์ งานแต่ง เต๋า-เบอร์

ฝันที่กลายเป็นจริงของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก
Candy /  ดาราวัยรุ่น / 

ฝันที่กลายเป็นจริงของ "ใบเฟิร์น - พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ " จากสาวที่ผ่านการแคสงานมาแล้วอย่างนับไม่ถ้วน จนวันนี้สาวใบเฟิร์นกลายเป็นไอดอลของใครหลายๆ คน ที่ตั้งใจในเรื่องของการเรียนและการแสดง เห็นสวยๆ แบบนี้สาวใบเฟิร์นอยู่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เอกการแสดงกํากับการแสดงอีกด้วย และล่าสุดตอนนี้สาวใบเฟิร์นยังมีผลงานภาพยนตร์ 2 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์คอมเมดี้-โรแมนติก CAT A WABB และ ภาพยนตร์เรื่อง 2538 อัลเธอร์มาจีบ เพื่อนๆ อยากรู้กันมั้ยว่า ตอนเรียนสาวคนนี้จะน่ารักขนาดไหน?? ถ้าอยากรู้ต้องติดตาม.. ชื่อ - นามสกุล : พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ชื่อเล่น : ใบเฟิร์น วัน เดือน ปีเกิด : 30 กันยายน พ.ศ. 2535 ส่วนสูง : 165 cm การศึกษา : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รางวัลที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง : รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ สาขาผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ผลงานที่ล่าสุด : ภาพยนตร์คอมเมดี้-โรแมนติก CAT A WABB, ภาพยนตร์เรื่อง 2538 อัลเธอร์มาจีบ จุดเริ่มต้นที่เข้ามาเป็นนักแสดง ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? เอ๊ะ...มันเริ่มจากงงๆ นะคะ คือตอนแรกเฟิร์นเคยเรียนละครเวทีตอนเด็กๆ เลย เล่นเป็นกระต่าย, ไก่ ประมาณนี้ค่ะ (หัวเราะ) แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มอยากเล่นเป็นคนบ้าง เรารู้สึกว่าตั้งแต่นั้นมาการแสดงก็สนุกดีนะ หลังจากนั้นเฟิร์นก็ไปเป็นนักกีฬายิมนาสติกอยู่พักนึงค่ะ แล้วก็มีโมเดลลิ่งไปเจออยู่ตอนซ้อมที่ยิม พี่เค้าก็ชวนมาแคสงานต่างๆ ค่ะ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ แคสเยอะมาก 20 งาน จะได้ซักงานนึง แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยเริ่มมาได้งาน MV นิดๆ หน่อยๆ แต่เราก็แคสมาเรื่อยๆ ทํางานมาเรื่อยๆ ค่ะ ตอนนั้นคิดว่าได้งานก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ (ยิ้ม) มีมุมมองตอนนี้ กับการนึกย้อนไปสมัยเด็กยังไงบ้าง ? ตอนนี้เฟิร์นคิดว่าตัวเราได้เกินกว่าฝันแล้วค่ะ ภูมิใจนะ (ยิ้ม) เราไม่ต้องไปแคสงานเหมือนสมัยก่อนอีกแล้วนะ แล้วยิ่งเวลาเราเหนื่อย เราจะรู้สึกอดทนมากขึ้น เช่นวันนี้เราถ่ายละครเหนื่อยมากเลยนะ แต่ลองมองย้อนไปเมื่อก่อนกว่าจะได้เล่นละครซักเรื่องนี่ยากน๊าา ตอนเรียนมีกิจกรรมอะไรที่ประทับใจบ้าง ? ที่ภูมิใจเลยน่าจะเป็นกิจกรรมรับน้องค่ะ ถึงเราไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมทุกครั้ง แต่เราไปเท่าที่เราว่าง ตอนนั้นรู้สึกว่าพี่ว้ากนี่ดุมากๆ เลย บางวันคือกลับบ้านมานี่ร้องไห้ แต่คือตอนนั้นเราเห็นเพื่อนไปร่วมกิจกรรม เราก็พยายามไปให้ได้มากที่สุด หรือตอนที่ได้ไปค่ายของมหาวิทยาลัย เฟิร์นกับเพื่อนๆ ก็ไปช่วยดํานาที่จังหวัดสระแก้วกัน เป็นความรู้สึกที่พอนึกถึงก็จะรู้สึกดีค่ะ (ยิ้ม)   อยากจะบอกอะไรกับเพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันในรั้วมหาวิทยาลัยบ้าง ? เพื่อนนี่เป็นแรงใจของเราเลยค่ะ นอกจากได้เรียนคณะที่เราชอบ ที่เราอยากเรียนแล้ว ยังมีเพื่อนที่น่ารักมากจริงๆ ค่ะ อยากไปมหาวิทยาลัยตลอด คือสนุกมากเวลาที่เราได้ทํากิจกรรมร่วมกัน หรือเวลาที่เราเฮฮา แม้แต่ตอนที่เราทุกข์เพื่อนก็ยังอยู่กับเรา เรียกว่าติดเพื่อนเลยก็ว่าได้ค่ะ มุมมองความรักในตอนเด็ก ? สมัยเด็กเฟิร์นชอบหนุ่มๆ ที่ออกมาจากวอลต์ ดิสนีย์ ขี่ม้าขาวออกมา แสนสุภาพ ร้องเพลงเพราะ เหมือนเจ้าชายในสโนว์ไวท์ แต่รักครั้งแรกของเฟิร์น คือ ไม่มีอะไรเป็นอย่างในฝันเลยจริงๆ ความฝันก็คือความฝัน ซึ่งตอนนี้ก็ยังหวังที่จะได้หนุ่มๆ ในแบบฉบับของวอลต์ ดิสนีย์อยู่ เพื่อนๆ ก็จะชอบหาว่า ติ๊งต๊อง เพ้อฝัน ยิ่งใครมาจีบเราเสี่ยวๆ หน่อยนี่คือชอบมากค่ะ (หัวเราะ) เป็นบทเป็นกลอน เราจะชอบแฮปปี้มาก แล้วตอนนี้มีมุมมองความรักเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ? เฟิร์นว่าความรัก "ไม่ทําให้เราขี้เกียจ" นะ มันเหมือนเป็นพลังที่ทําให้เราอยากที่จะตื่นเช้าค่ะ สมมุติเวลาเราไปเรียน เฟิร์นคิดว่าสําหรับเราวันจันทร์จะไม่แย่ เราคงอยากตื่นเช้ามาโรงเรียน หรือแม้แต่เรื่องงาน เฟิร์นรักในงาน วันไหนที่เราได้ทํางาน เราก็จะรู้สึกอยากรีบตื่นมาทํา ไม่ใช่ว่ายังนอนขี้เกียจอยู่บนเตียง เป็นพลังที่ทําให้เราทําอะไรดีๆ ในวันต่อไป มีแอบชอบรุ่นพี่บ้างรึเปล่า ? โห เฟิร์นนี่มีบ่อยมาก ไม่หยุดอ่ะ (หัวเราะ) เราจะชอบคนที่มีบุคลิกดี หน้าตานี่ไม่ใช่ประเด็นเลยค่ะ ชอบคนที่ตลก กวนๆ มากกว่า เฟิร์นแค่รู้สึกว่าถ้าเค้าเป็นคนตลก เอนเตอร์เทนเพื่อนๆ แล้วยิ่งถ้าเพื่อนๆ ชอบเค้า แค่นี้มันก็คือ สเหน่ห์ แล้วค่ะ Style การแต่งตัว ชอบแต่วตัวแนวไหน ? เฟิร์นจะชอบแต่งตัวสบายๆ ค่ะ ถ้าวันไหนสบายๆ หน่อยก็เสื้อยืดค่ะ แต่ถ้าเรื่องงาน เวลาเราไปงานเฟิร์นก็จะดูธีมของงาน แล้วก็แต่งตัวให้มีกาลเทศะมากที่สุดค่ะ อะไรที่บ่งบอกความเป็นตัวเรา ? เอาจริงๆ เลยนะคะ เพื่อนเรียก "โก่ง" (หัวเราะ) คือตัวเราขาโก่งค่ะ แล้วพอเรามาเพื่อนก็จะเรียก โก่งมาแระ ทุกคนก็จะรู้ว่าเป็นเราค่ะ หรือไม่ก็จะมีอีกชื่อนึง เมื่อปีที่แล้วเลย เพื่อนจะเรียกว่า "ปลาดอลลี่" คือเฟิร์นเรียนตอนเช้ามากค่ะ เราก็จะแต่งหน้าไม่ทันจริงๆ แล้วเราก็จะไม่มีคิ้วเลย บางทีก็ผมเปียกๆ ไปเรียน เพื่อนก็เลยบอกว่า มันเหมือนกับเนื้อปลาดอลลี่ยุ่ยๆ ขาวๆ อ่ะ ที่ไม่มีสีอะไรบนหน้าเลย ขนคิ้วเราก็ไม่มี, ขนตา, ขอบตา เราก็ไม่มี (หัวเราะ) เรื่องเรียนตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ? โอเคเลยนะคะ ตอนนี้เรียนจบแล้วค่ะ ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี 4 เอกการแสดงกํากับการแสดง ที่เริ่มเรียนที่นี่เพราะมีหลายคนในวงการชอบบอกเราว่า เด็กที่จบมศว.นี่เก่งน๊า ตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะ ว่าจะเก่งยังไง จนเราได้คุยกับรุ่นพี่ เค้าก็บอกว่าคณะนี้ "เรียนเพื่อเป็นนักแสดง ไม่ได้เรียนเอาความเป็นนักแสดงไปทําธุรกิจ" แต่ก็รู้นะว่าถ้าจบไปแล้วคงทํางานลําบาก แต่เราเชื่ออย่างนึงว่า ถ้าเราทํางานแล้วโฟกัสที่อะไรเราก็จะหลุดไปทางนั้น อย่างเช่นถ้าทํางานแล้วโฟกัสที่ "เงิน" การใช้ชีวิตหลังจากนี้ เราก็จะต้องทําทุกอย่างเพื่อเป็น "เงิน" แล้วอาจจะข้ามอะไรบางอย่างไปก็ได้ แต่ถ้าเราทําอะไรด้วยความรู้สึกที่เราชอบจริงๆ หรืออยากเรียนรู้อะไรที่มากขึ้น ก็จะได้เรียนรู้ก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินไม่จําเป็นน๊า เราก็ค่อยไปหาหลังจากนั้นเอาก็ได้ ดีกว่าเราใช้ชีวิตแต่ในทางนี้ทางเดียว (ยิ้ม) ข้อมูลโดย นิตยสาร Candy, teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์และลิ๊งค์กลับด้วยค่ะ ) ขอบคุณรูปภาพ จาก topicstock.pantip.com, www.nokiagang.com, ig : baifernbah

ศาลสั่งประหาร 4นักโทษ ค้ายาบ้า8แสนเม็ด-ไอซ์2กก.ปี56
ค้ายาบ้า /  นักโทษ / 

ศาลอาญาสั่งประหารชีวิต 4 นักโทษค้ายาบ้ากว่า 8 แสนเม็ด-ไอซ์ 2 กก. ปี 56 สารภาพลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต 2 คน และ 50 ปี 2 คน ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 9 เป็นโจทก์ฟ้อง นายมนต์ชัย พูนผล นายนิกร ฤทธิ์ดี นายสุรศักดิ์ ปลาบู่ทอง และ น.ส.ธัญชนก แย้มทัศน์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย และสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จากกรณีระหว่างวันที่ 7-8 ม.ค. 2556 จำเลยทั้งสี่กับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องสมคบกัน ร่วมกันวางแผนลำเลียงยาเสพติด เป็นเมทแอมเฟตามีน 20 ก้อน หนักกว่า 9,000 กรัม ยาบ้า 8 แสนเม็ด และยาไอซ์ 2 กก. เหตุเกิดที่ ต.บางเตย อ.สามพราน จ.นครปฐม แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเบิกความ ขั้นตอนการจับกุมสอดคล้องกันเป็นลำดับขั้นตอน ทั้งพยานโจทก์ ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสี่มาก่อน เชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยทั้งสี่กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษประหารชีวิต ทั้ง 4 คน แต่จำเลยที่ 2 กับ 3 ให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 กับ 3 ไว้คนละ 50 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 กับ 4 ให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 กับ 4 ไว้ตลอดชีวิต และให้ริบเมทเอมเฟตามีน และของกลางอื่น ๆ ทั้งหมด

10 สุดยอดดาวโป๊ แห่งปี 2014 (ฝั่งตะวันตก – ฮอลลีวู้ด)
asa akira /  bonnie rotten / 

กระทู้นี้ 18+ สุดยอดดาวโป๊ แห่งปี 2014 ประกาศมาแล้วจ้า โดยทีมงาน MThai เหมือนเดิม รวบรวมถ่วงน้ำหนัก ด้วยหยาดน้ำเหงื่อ และลำเอียงนิดๆ (ว่าไปนั่น) ว่าแต่ที่ผ่านมา ใครรู้บ้างว่า ชาร์ท ดาวโป๊ ของ MThai น่าเชื่อถือ ขนาดไหน? เว็บต่างๆเอาไปอ้างอิงกันต่อเชียวนะ (ปลื้ม...) แต่นั่นยังไม่ชัดเท่า ตอนที่ admin ประกาศว่า Rara Anzai มีนมสวยที่สุดในโลก หรอกนะ เพราะว่า นั่นน่ะ Admin ปลื้มเป็นการส่วนตัวเลยยกฉายานี้ให้ดื้อๆโดยสำนัก MThai ซึ่งต่อมา...ทุกเว็บก็เรียกตามกันหมดว่า "นมสวยที่สุดในโลก" (สรุปว่า ข้าพเจ้า เป็นผู้มอบมงกุฎนี้ให้เอง เว็บอื่นมันก๊อปปี้ไปปรับคำใหม่ ไม่ให้เครดิต ส่วนท่านที่ให้เครดิตกับเราอย่างถูกต้อง ก็ขอขอบคุณครับ) โม้ไปนั่น เอาล่ะ มาดูกันว่า ปีนี้ มีใครกันบ้าง 10. Daisy Summers [new entry] Daisy Summers ขอฝากเนื้อ(แน่นๆ)ฝากตัว(ขาวๆ)ในอ้อมใจทุกท่านด้วยค่า... พูดเลย ว่าชอบเป็นการส่วนตัว ใบหน้าผสมเอเชียนิดๆ ตามประวัติบอกว่า เธอเป็นลูกครึ่งอเมริกัน เกาหลี อาศัยอยู่ที่ ฟลอริด้า ปัจจุบันอายุ 22 ปี อวบนิดๆ แคลเซียมสูง หน้าตาน่ารักมาก คาดว่า ใครที่ชอบ สาว av ญี่ปุ่น ก็จะชอบสาวแนวนี้ด้วย หน้าตาใสซื่อ เธอเล่น หนังโป๊ บนเว็บไซท์ ก่อนจะได้ชื่อเสียงเพิ่ม มาเล่นหนังแบบมีเนื้อเรื่อง (featured) 9 Lexi Belle [ติดชาร์ทปีที่สาม]   Lexi Belle หนูจะไม่ยอมตกชาร์ทเด็ดขาด ขอสาบานให้ฟันเฉาะกบาล admin เลย แม่สาวฟันกระต่ายอายุย่างเข้า 28 ปี แล้ว ยังขายดีอยู่ แม้ว่าพักหลัง จะสนใจเล่นแต่ หนังโป๊ ฟอร์มใหญ่ ไม่ค่อยได้เล่นตามเว็บไซท์แล้วก็ตาม รอยยิ้มน่ารักของเธอ ยังมีเสน่ห์เสมอ และค่ายใหญ่ ก็สนับสนุนเธอย่างดี 8 Skin Diamond [new entry] Skin Diamond หน้าสวย โฉบเฉี่ยว สาวผิวสี อายุ 30 ปี อยู่ในวงการมาซักพักแล้ว หน้าอกเล็ก และลีลาเยอะ มาแนวพังก์ ด้วยผมไถข้าง ย้อมผมเป็นสีชมพูบ้างบางครั้ง และรอยสักเต็มตัว เธอเคยอยากเป็น นางแบบแฟชั่น มาก่อน ด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่าง (แต่ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกับ Christy Mack และ Bonnie Rotten คือ สาวพังก์) ทำให้เธอโดดเด่น น่าจดจำ 7 Carter Cruise [new entry]   Carter Cruise บังเอิญหน้าเหมือน และบังเอิญดังเหมือนกัน สาว ดาวโป๊ อายุ 23 ปี ดังเพราะ เอ่อ...หน้าตาคล้าย Jennifer Lawrence แห่ง Hunger Games นะฮะ ช่างจังหวะดีเหลือเกิน ที่ความหน้าคล้าย ประจวบเหมาะให้เธอโด่งดัง ในปีนี้ทันนี้ แนวน่ารักสดใส วัยขบผบเขาะอีกคน หน้าอกกะทัดรัด แต่จัดจ้านนะจ๊ะ 6 Riley Reid [new entry] Riley Reid น่ารักจอแบน แต่ก็ดังนะจ๊ะ เธอสวย เธอน่ารัก เธออายุ 24 ปี แต่เธอแห้งเป็นไม้กระดานเลยง่ะ ด้วยความสดใส และความจอแบนของเธอ จึงทำให้ได้แสดงบทสาวน้อย ผู้ไม่ประสีสา ให้คนสับสนเล่นนั่นแล เธออยู่วงการมา 4 ปีแล้วล่ะ 5 Mia Malkova [new entry] Mia Malkova หน้าสวย น่ารัก หุ่นดีกระทัดรัด สาวอายุ 23 ปี คนนี้ อยู่ในวงการหลายปีแล้ว เพิ่งมาโด่งดังล่าสุด กับการปรับลุคผมบลอนด์ ทำให้มีความคล้ายกับ Cameron Diaz ผสม Charize Theron อย่างมาก ท่วงท่าการโพสถ่ายแบบล่าสุดนี้ ไม่บอกก็คิดว่าเป็นนางแบบแฟชั่น มากกว่าจะเป็น ดาวโป๊ ด้วยซ้ำ ปัจจุบัน พบรักและแต่งงานกับ Danny Mountain พระเอกหนังโป๊ ยินดีด้วย (โดยที่ทั้งคู่ยังคนรับแสดง หนังโป๊ ต่อไป ช่างเป็น open relationship ที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ) 4 Mia Khalifa [new entry] Mia Khalifa ลุคแตกต่าง ช่างฉอเลาะทางเว็บแคม ดังเป็นพลุเลย สาวอายุ 22 ปี ที่ ทาง Pornhub บอกว่า เธอก้าวมาเป็นอันดับหนึ่ง นางเอกหนังโป๊ ขายดีแทน Lisa Ann (ดาวโป๊ค้างฟ้า ที่ผมรู้สึกว่า เธอเหี่ยวมากแล้ว ตึงอย่างเดียวคือ นมตึงแข็งเป็นลูกบาสเลย) สาวที่มีลักษณะ exotic คนนี้ มีเชื้ออเมริกัน-เลบานอน สวยแบบแขกอาหรับ หน้าอกมหึมา (ทำมาเหมือนกัน) เธอสนุกสนานกับการเล่น เว็บแคม และชวนแฟนๆคุย เธอปรากฎตัวใน หนังโป๊ แนวสาวใสซื่อ สาวอาหรับใส่แว่นเนิร์ดๆ แต่ที่เป็นประเด็นคนด่ามากที่สุดคือ เธอสวมชุดผ้าคลุมศรีษะ แบบมุสลิม เข้าฉากด้วยน่ะสิ (ไม่ต้องเอา เชื้อชาติ มาเป็นจุดขายขนาดนั้นก็ได้นะครับ ไม่ดีเลย) 3 Bonnie Rotten [new entry] Bonnie Rotten สักทั้งตัว ใจถึงป่ะล่ะ? เอิ่ม อย่างไรดีคนนี้ อายุ 22 ปี รอยสักเต็มตัว โดยเฉพาะ สักนมเป็นลายแมงมุม นี่มันแรงไปป่าวเนี่ย จริงแล้วเธอเป็นคนหน้าสวยมาก หุ่นดี หน้าอกสวยด้วย ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เล็กเกินไป แต่มาในลุคพังก์ กึ่ง โกธิคนี่เห็นแล้วอึ้งไปเลย แต่บทบาทที่เธอได้รับ ก็แนวแรงๆ สาวห่าม สาวนักสู้ สาวนักโทษ และสาวทาส แนว BDSM ด้วย 2 Asa Akira [ติดชาร์ทปีที่สาม]   Asa Akira จัดจ้าน ร้อนแรง หน้าตาญี่ปุ่นปลายนา แต่ขายดีสุดๆในอเมริกาเลยนะ อีหนู อ้าซ่า ตาตี่ เชื้อญี่ปุ่นคนนี้ ยังเกาะชาร์ทเหนียวแน่น ไม่ยอมตกอันดับเลย ตามที่รู้กันว่า หนูอ้าซ่า ชอบเล่นบท เป็นกลุ่มๆคนเยอะๆ ผิวดำๆ เป็นพิเศษ จนเราหวั่นว่า น้องสาวเธอจะทรุดเข้าซักวัน เรื่องลีลานี่ เชื่อใจได้ว่า ไม่ให้เสียชื่อสาวเอเชียแน่ๆ 1 สุดยอดดาวโป๊ แห่งปี 2014 Anikka Albrite [new entry] สาวอายุ 26 ปี หน้าอกไม่ใหญ่มาก แต่เป็นรูปร่างเฟิร์ม แบบนักกีฬา มีรอยยิ้มคล้ายกับ Sandra Bullock ปัจจุบัน แต่งงานกับ พระเอกหนังโป๊ Mick Blue ซึ่งเธอมีผลงานในวงการต่อเนื่อง และรับเล่นทุกบทบาท (ยกเว้น ยังไม่เห็นแนว BDSM) ผลงานการแสดงเข้าตา เธอได้รางวัล AVN Best Performer of 2015 ด้วยล่ะ Anikka Albrite หุ่นดี ลีลาเยี่ยมและ ชอบโชว์ความหวานกับสามี ที่น่าประหลาดใจคือ เธอจบสองปริญญา ด้านการทดลองปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เชียวนะ (เอ๊ะ หรือ เธอชอบทดสอบสสาร ของเหลว นะเนี่ย?) ต้องอภัยแฟนๆด้วยที่ Riley Steele ไม่ติดอันดับ เพราะผลงานปีที่ผ่านมาน้อยมา (จากการเปลี่ยนค่าย) Kagney Lynn Karter ก็ผลงานน้อยลง เพราะหันไปแสดงเว็บแคมในเว็บส่วนตัวเอง (เธอบอกว่า ได้เงินเยอะกว่า และไม่เหนื่อย ไม่เสียเวลาถ่ายทำ) Stoya แสดงแต่ หนังโป๊ ฟอร์มใหญ่ และห่างหายไป เพื่อเอาดีด้านงานเขียนแทน ซึ่งก็หมายความว่า ปี 2014 ที่ผ่านมา แทบจะเป็นการล้างชาร์ท สุดยอดดาวโป๊ กันเลย ที่ตัวแม่ ผลงานห่างหายกันไปเยอะ และมีดาวดวงใหม่เข้ามาในชาร์ท ส่วนคนอื่นๆที่น่าจับตามองคือ Alina Li สาวเอเชียตัวเล็ก ไม้กระดาน ที่กำลังโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ มีหลายค่ายนำเธอไปแสดงฟอร์มใหญ่  Eva Lovia สาวละติน ที่อยู่ในวงการซักพัก แต่กำลังจะได้ผลักดันจาก Digital Playground เพราะเธอชนะการประกวด DP Star Challenge ที่แต่ละตอน ให้แสดงหนังสดให้กรรมการ และโหวตจากทางบ้านเลย (อะจึ๋ย)  อ่านต่อ > 10 สุดยอดดาวโป๊ av แห่งปี 2014 (ฝั่งตะวันออก – ญี่ปุ่น) อ้างอิงภาพบางส่วนจาก https://en.wikipedia.org/wiki/32nd_AVN_Awards IG: SkinDiamond, MissMiaMalkova, ALotOfBriteSmiles, RileyyReidX, OMGItsLexi, MiaKhalifa1, CarterCruise, OfficialBonnieRotten Twitter: AsaAkira

สุดเจ๋ง สมุดภาพ OPPAAXPAPER ฝีมือติ่งเกาหลี
Candy /  ความคิดสร้างสรรค์ / 

สาวๆที่รักในการออกแบบ หรือคิดที่จะเริ่มทําแบรนด์อะไรซักอย่าง ที่เป็นของตัวเอง ต้องห้ามพลาดกับ "OPPAAXPAPER " แบรนด์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้กับหนุ่มๆสาวๆที่มีความชื่นชอบคล้ายๆกันก็เป็นได้ อย่างน้องลูกปัด-นันทัชพร ภู่ทอง ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สุดเจ๋ง สมุดภาพ OPPAAXPAPER ฝีมือติ่งเกาหลี  สุดเจ๋ง สมุดภาพ OPPAAXPAPER ฝีมือติ่งเกาหลี  น้องลูกปัดได้เล่าว่าได้แรงบันดาลใจเกิดจาก เดิมปัดจะชอบวาดรูปคนอยู่แล้วตั้งแต่ตอนเด็กๆ ชอบวาดคนมากกว่าบรรยากาศ ซึ่งตอนช่วงม.ปลายแอบชอบคนคนนึง ก็เลยชอบวาดรูปเขาลงไปในทุกที่ของกระดาษที่อยู่ตรงหน้าเลย หนังสือเรียน, สมุด, ทิชชู่ ไปจนใบเสร็จ วาดหมด จนเราก็ติดการวาดคนไปเลย หลังๆก็ชอบวาดรูปเพื่อน หารูปคนที่มีโครงหน้าที่น่าสนใจ แล้วก็ collect ไว้ พอว่างช่วงไหนที่เราว่าง ก็จะมาวาด คิดว่า passion ของเราอยู่ที่การวาดตา รู้สึกว่ามันมีสเน่ห์ของมัน เป็นสเปซที่เล็กที่สุดของใบหน้า แต่ดีเทลเยอะมากๆ สื่อสารอะไรได้เยอะมากๆ บางทีแค่จุดๆเดียวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ก็มีผลต่อภาพทั้งภาพเลยนะคะ ก็เลยทำให้ชอบวาดมากขึ้นๆ ช่วงปี 1เราก็แค่วาดลง instagram ส่วนตัวของเรา มันมีความสุขที่ได้เห็นพัฒนาการของตัวเองจากภาพที่เราวาด จากที่เคยวาดแบบเห็นแล้วรู้แค่ว่า เป็นมนุษย์ แล้วค่อยๆดูออกว่าเป็นใคร ค่อยๆแสดงออกมาได้ว่าอารมณ์ ของคนนี้เขารู้สึกยังไง ผ่านภาพของเรา มันสนุกมาก แล้วเพื่อนก็จะชอบมาแซวบ้าง ชมบ้าง บางทีเราก็จะตื่นเต้นว่ามีคนมาชอบงานที่เราวาดด้วยหรอ "มันดีใจนะ" ทีนี้ก็เสพย์ติดค่ะ จนกระทั่งปัดเริ่มเข้าวงการซีรี่ย์ ติดละครเกาหลีค่ะ ก็เลยชอบวาดดาราคนนั้นคนนี้ แล้วทีนี้ในวงการนี้ก็จะเรียกดาราชายที่ เขาชอบกันว่า “อปป้า” แปลว่าพี่ชาย เราก็เห็นว่า เออ เราอยากได้สมุด สติ้กเกอร์ที่เป็นรูปของพวกเขา แต่เราบางทีก็เขินๆ อยากให้มันมี Detail ที่มากกว่าหน้าของอปป้า โดยปกติแล้วเราชอบ Graphic มาก เราบ้าการจัดหน้ากระดาษมาก บางวันเราก็นั่งวาด แล้วก็นั่งจัดทั้งวัน (หัวเราะ) บวกกับตอนนี้ตัวเราเองก็กำลังเรียนภาษาเกาหลีด้วย ซึ่งอยากให้มันมี typo แบบเกาหลีใส่เข้าไปด้วย เราก็นั่งทำทั้งวัน สนุกมากๆค่ะ พอทำเสร็จก็สร้าง account ใน ig เลย ชื่อว่า "OPPAAXPAPER" เป็นการ Feat. กันระหว่าง อปป้า กับ กระดาษ ที่ OPPAA ต้องเบิ้ลตัวเอ เพราะเลียนเสียงการเรียกแบบ “อปป้าาา” ถ้าไม่เบิ้ลจะห้วนไป ทีนี้ตอนแรกเราก็ไม่ได้คาดหวังมาก อยากทำสนอง passion ตัวเองและสนองเพื่อน ให้เพื่อนแซวๆก็ตลกดี แต่พอ OPPAAXPAPER มีคนสนใจ มีคนเข้ามาชื่นชม เราก็อิ่มใจมาก แล้วเห็นอีกอย่างว่าบางทีเขาเอางานที่เราวาดไปให้เพื่อน ให้แฟน เป็นของขวัญวันพิเศษ เราดีใจเหมือนกันนะ ได้เป็นส่วนนึงในความสุขของเขาสิ่งเหล่านี้แหละคือ แรงบันดาลใจของ OPPAAXPAPER ig : OPPAAXPAPER line : NUNTHOCHPORN email : nunthochpornphuthong@gmail.com, oppaaxpaper@gmail.com เรียบเรียงโดย นิตยสาร Candy

ลือ Sony Pictures ปิดดีล สร้างหนัง Metal Gear Solid
Metal Gear Solid

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานข่าวว่า Sony Pictures ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ได้บรรลุข้อตกลงกับทางผู้ผลิตเกมส์อย่าง Konami ในการผลิตภาพยนตร์เรื่อง Metal Gear Solid ต่อยอดจากวิดีโอเกมส์แอคชั่นจารกรรมชื่อดัง ล่าสุดอยู่ในขั้นต้นของการผลิต แต่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ ภาพเกมส์ Metal Gear Solid Twin Snakes (MGS Remake) สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Metal Gear Solid มีการเปิดเผยรายชื่อผู้กำกับออกมา ไม่ว่าจะเป็น Jay Basu เป็นผู้เขียนบท, Jordan Vogt-Roberts เป็นผู้กำกับ และ Michael De Luca ผู้กำกับที่มีดีกรีการเข้าเสนอชื่อจากออสการ์มานั่งแท่นผู้อำนวยการผลิตด้วย อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนดังกล่าวอยู่ในช่วงการร่างบท และยังไม่ได้เปิดตัวทีมนักแสดงใดๆ ภาพเกมส์ Metal Gear Solid 5 ขณะที่ผู้สร้างเกมส์ Metal Gear Solid อย่าง Hideo Kojima ไม่มีการเปิดเผยว่ามีส่วนร่วมการสร้างภาพยนตร์หรือไม่ เพราะก่อนหน้านั้น ทางผู้สร้างเกมส์และผู้ผลิตเกมส์จาก Konami มีปัญหาภายใน ทำให้ผู้สร้างเกมส์ลาออกจากบริษัท และมีการยืนยันว่าจะพัฒนาเกมส์ภาคล่าสุดอย่าง Metal Gear Solid 5 ให้เสร็จสมบูรณ์เป็นเกมส์สุดท้าย ภาพเกมส์ Metal Gear Solid 5

รักวัยเรียนของพาร์ท เคียร์ธาน ลูกครึ่งไทยเยอรมัน
Candy /  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / 

หนุ่มหล่อลูกครึ่งไทยเยอรมันแห่งค่าย KAMIKAZE ที่เราจะพาไปเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกันวันนี้ เป็นนิสิตจุฬาฯ ที่หล่อออล่าจับสุดๆ แถมยังมีดีกรีเป็นหนุ่มคลีโออีกแหนะ แหม...ธรรมดาที่ไหน นอกจากนี้นั้นล่าสุดหนุ่มคนนี้เขาก็เพิ่งปล่อยผลงานเพลง 'คนกลาง' the Middleman ออกมาให้แฟนคลับได้ฟังกันเป็นครั้งแรกอีกด้วย งั้นจะช้าอยู่ทำไม เราไปฟังหนุ่มพาร์ท - เคียราน ชัยธัช ชีวมงคล เล่าประสบการณ์สมัยขาสั้นวัยโจ๋ที่มีทั้งความแสบซ่า ฮา มัน และรักใสๆ ที่ไม่เคยบอกใครที่ไหนมาก่อนเลยล่ะ.. รักวัยเรียนของพาร์ท เคียร์ธาน ลูกครึ่งไทยเยอรมัน   รักวัยเรียนของพาร์ท เคียร์ธาน ลูกครึ่งไทยเยอรมัน ย้อนไปวัยมัธยมหนุ่ม พาร์ท เรียนโรงเรียนอะไร  สมัยมัธยมพาร์ท เรียนที่ NIST INTERNATIONAL SCHOOLครับ ตอนเรียนผมก็จะออกแนวกวนๆ บ้างครับ (ยิ้ม)สมัยเรียนเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ หลายๆ คนคงมีชื่อกลุ่ม ชื่อแก๊ง แต่สำหรับผมจะไม่มีชื่อแก๊งครับ เพราะด้วยความที่ผมเรียนโรงเรียนอินเตอร์มากเลยครับ แต่จะมีเป็นกลุ่มที่เล่นกีฬาบ้างครับ ซึ่งตอนนั้นผมเป็น ‘นักว่ายน้ำ’ครับ มีความประทับใจอะไรบ้างเวลาทํากิจกรรมในโรงเรียน  กิจกรรมที่พาร์ทประทับใจมากตอนเรียนคือ พาร์ทเคยอยู่ทีมเต้นครับ ซึ่งพาร์ทเป็นคนก่อตั้งเองเลย (ยิ้ม) ส่วนมากก็จะรวมกลุ่มกันกับรุ่นน้องมัธยมที่อ่อนกว่าหน่อยครับ ก็จะมีกิจกรรมที่เราต้องเตรียมการโชว์ในงานโรงเรียนต่างๆ รู้ตัวว่าชอบการเต้นตั้งแต่เมื่อไหร่   ผมเริ่มชอบการเต้นตั้งแต่ตอน9ขวบครับ แต่ตอนเด็กๆ ผมจะดูศิลปินฝรั่งเป็นไอดอลครับ ผมเลยอยากจะเต้นบ้าง เลยไปเรียนเต้นทางด้านHip Hopแต่ตอนหลังๆ ผมจะมาแนวR&Bเพราะว่าการร้องของผมก็มาแนวR&Bครับ แต่ตอนเด็กๆ แปลกมากเลยครับ แม่ผมเคยจับผมไปเรียนบัลเล่ต์(หัวเราะ)แต่ผมไม่ชอบเลยอ่ะ แล้วใส่ถุงน่องนะ แล้วคือผมเป็นผู้ชายคนเดียวในห้อง โอ้วโหหห มันไม่ใช่แนวผมเท่าไหร่เลยครับ(ยิ้ม) สิ่งของติดตัวตอนเรียนที่พกตลอด ขาดไม่ได้เลย   ของผมจะเป็นนาฬิกา,กระเป๋าตังค์ทั่วไปครับ แต่ตอนเรียนผมจะติดสร้อยพระครับ‘เห็นหน้าฝรั่งอย่างนี้ ผมก็ศาสนาพุทธนะครับ’ (ยิ้ม)ผมจะไหว้หลวงปู่ทวดครับ จริงๆ คุณยายเลี้ยงผมมา ผมก็จะสวดมนต์ไหว้พระ แล้วก็จะชอบไปทําบุญตอนเช้าครับ สเป็กสาวๆ ตอนเรียน  ผมเป็นคนที่ไม่ได้ดูผู้หญิงที่หน้าตาขนาดนั้นครับ แต่ก็ต้องมีบ้างอะเนอะ เราเป็นผู้ชายก็ต้องชอบผู้หญิงที่สวยอยู่แล้ว (ยิ้ม)แต่ถ้านิสัยดีด้วยนี่แหละใช่เลยครับ สมัยตอนเรียนผมชอบลูกครึ่งมาก เพราะว่าเหมือนเรา ชอบที่พูด2ภาษา คุยกันได้ ก็น่าจะเข้าใจกันดีครับ แต่ตอนนี้ผมโตขึ้นแล้ว ผมก็จะซีเรียสกับการคบใครซักคนมากขึ้นครับ จะดูที่นิสัยเป็นหลักครับ ขอแค่เข้ากันได้จริงๆ  วันเทศกาลต่างๆ เคยแอบเอาของขวัญไปให้สาวๆ ที่ปลื้มบ้างมั้ย   ของพาร์ทจริงๆ แล้ว ก็จะมีแต่เพื่อนๆ นี่แหละครับ เพื่อนบางคนก็ให้คุกกี้กันบ้าง หรือไม่ก็ขนมเค้ก ซึ่งผมก็ทําเค้กเป็น(ยิ้ม)เพราะคุณยายสอนครับ แล้วก็สมัยก่อนผมเคยได้ลองไปฝึกงานที่โรงแรมอยู่ซักพักนึงครับ คือผมอยากลอง แล้วก็อยากได้ประสบการณ์ครับ เพราะก่อนที่ผมจะเป็นศิลปิน ผมก็อยากทําHotelแบบคุณแม่ ซึ่งตอนนั้นผมก็เลยไปฝึกเป็นเชฟ แต่ตอนหลังผมเรียน8ชม.ต่อวัน แล้วผมก็กลับมาร้องเพลงที่บ้าน ซึ่งในตอนนั้น‘ผมคิดว่าผมน่าจะชอบการร้องเพลงมากกว่าครับ’ มีอะไรที่อยากจะทํา แล้วยังไม่ได้ทําในสมัยเรียนอีกไหม ? ในช่วงวัยเรียนที่ยังไม่ได้ทําใช่ไหมครับ ก็น่าจะเป็น...จริงๆ ไม่นะครับ ผมเป็นคนที่ ‘ทําเต็มที่กับทุกอย่างที่ทํา’ ครับ ตอนเรียนมีปั๊ปปี้เลิฟบ้างไหม  เริ่มต้นเลยครับ ตั้งแต่ ป.2 ครับ ผมชอบผู้หญิงคนนึง แล้วก็ให้ขนมเค้าทุกวันเลย คือใสใส คือไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้คิดมากว่า เค้าจะคิดยังไง ซึ่งตอนนั้นผมให้ขนมเค้าทุกวัน ให้บ่อยมากจนเค้าคงอ้วนไปแลย (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ก็ยังมีคุย ทักทายกันบ้างครับ ตอนเรียนชอบวิชาอะไรมากที่สุด ถ้าพักเที่ยงเป็นวิชา ผมก็จะชอบวิชา พักเที่ยง มากที่สุดครับ (หัวเราะ) ผมจะชอบวิชาสังคมครับ อะไรที่เกี่ยวกับโลก ผมก็จะศึกษา แล้วก็ชอบปรัชญาครับ ตอนเรียนไม่ชอบวิชาอะไรมากที่สุด ? ผมไม่ชอบเลขมากเลยครับ พอเราเรียนแล้วมันลึกเกินไป ผมก็จะคิดว่า เวลาเราไปจ่ายตลาดมันก็ไม่ได้อะไรมากนี่ ก็บวก ลบ คูณ หาร แค่นั้น (หัวเราะ) ตอนเรียนเคยโดนทําโทษบ้างไหม   จริงๆ ผมก็จะมีบ้างครับ เรื่องการแต่งตัวแบบ พับแขนเสื้อ ไม่ก็ยกปกตั้งขึ้น แต่โรงเรียนอินเตอร์ที่นี่จะไม่ค่อยอะไรมากครับ อาจารย์ก็จะแบบ แล้วแต่ยูแล้วกัน แต่ผมจะชอบแกล้งเพื่อนในห้องมากกว่าครับ อย่างเช่นผมเอากระเป๋าดินสอเพื่อนไปซ่อน แล้วเพื่อนคนนั้นคือ เด็กเรียน ใส่แว่น แบบนี้น่ะครับ พอมันจับได้ว่าผมเอากระเป๋าดินสอของมันไป มันก็วิ่งไล่เตะผมครับ(หัวเราะ)ก็ถือว่าแสบอยู่ครับ ถ้าไม่ได้เป็นนักร้อง หรือไม่ได้เข้ามาในวงการบันเทิง อยากจะทําอะไร   ผมคงทํา Hotel ตามคุณแม่ครับ เพราะคุณแม่ผมอยู่ The Erawan Group ก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ซึ่งแต่ก่อนคุณแม่ผมอยู่ Hyatt ผมก็เป็นเด็กที่โตในโรงแรมครับ คือตอนนั้นมันก็ไม่ได้แย่ที่ไปฝึกงาน ถ้าเกิดให้เลือกงานที่เสถียรมากกว่างานในวงการ ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นงานการโรงแรม ไม่ก็ดูพวกศูนย์การค้าอะไรแบบนี้ครับ

44 ภาพสมัยวัยเอ๊าะๆ ในหนังสือรุ่น ของดารา-นักร้องฮอลลีวูด
10 อันดับ /  ดาราฮอลลีวูด / 

เราทุกคนต่างก็ผ่านช่วงเวลา "วัยเด็ก" มาด้วยกันทั้งนั้น เวลาเรียนจบการศึกษาแล้วไม่ว่าจะชั้นอนุบาล ประถม มัธยม ไปถึงมหาวิทยาลัย ก็จะมีการถ่ายรูปภาพของนักเรียนแต่ละชั้นเรียนเก็บไว้ เป็นความทรงจำดีๆ วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปชม ภาพสมัยวัยเอ๊าะๆ ในหนังสือรุ่น ของดารา-นักร้องฮอลลีวูด  กันค่ะ อยากรู้ไหมว่า ดารา-นักร้อง ที่โด่งดังและเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลกนั้น ตอนเด็กใครจะน่ารักขนาดไหน ตามมาดูกันเลย ^^ 44 ภาพสมัยวัยเอ๊าะๆ ในหนังสือรุ่น ของดารา-นักร้องฮอลลีวูด  เรียบเรียงภาพ-ข้อมูลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตและลิ๊งค์กลับด้วยค่ะ) 44 ภาพสมัยวัยเอ๊าะๆ ในหนังสือรุ่น ของดารา-นักร้องฮอลลีวูด  1. Jennifer lawrence (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ดารานักแสดงวัย 24 ปี เข้าเรียนโรงเรียนมัธยมที่ Kammerer Middle School ใน ลุยส์วิลล์ , เรียนจบชั้นมัธยมศึกษา 2 ปี เกรดเฉลี่ย 3.9 เลยทีเดียว >,< เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เป็นหนึ่งในนักแสดง ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เอ็กซ์เมน (X-Men) และเริ่มเป็นที่รู้จักจากการได้รับบทเป็น  แคตนิส เอฟเวอร์ดีน (Katniss Everdeen) นางเอกภาพยนตร์ Hunger Game 2.  Taylor Swift (เทย์เลอร์ อลิสัน สวิฟต์) เทย์เลอร์ อลิสัน สวิฟต์ สาวผู้กุมหัวใจหนุ่มฮอตอย่าง Calvin harris ที่สาวๆหมายปอง! (แฟนนางแซ่บทุกคนเลยสินะ >,<) นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน วัย 25 ปี ที่มีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีสุดๆ! มีรางวัลและผลงานการันตีความสามารถของเธอมากมาย ตอนเรียนอยู่เกรด 4 สวิฟต์ส่งกลอนความยาว 3 หน้ากระดาษชื่อ "Monster In My Closet" เข้าประกวดในการแข่งขันการแต่งกลอนระดับชาติและได้รับรางวัลชนะเลิศ สวิฟต์เริ่มเขียนเพลงครั้งแรกตอนอายุ 12 ปีเพื่อใช้ในการเข้าประกวดร้องคาราโอเกะระดับท้องถิ่นที่จัดขึ้นในงานเทศกาลต่างๆ 3. Lady Gaga (เลดี้ กาก้า) เจ้าแม่แห่งวงการดนตรี ที่เรารู้จักกันดีว่าเธอนั้นชอบแต่งตัวแปลกพิศดารแบบสุดๆ! (แต่หลังจากมีคู่หมั้นแล้วนางดูเป็นผู้เป็นคน สวยสมวัยมากเลย >,<) กาก้าเริ่มเล่นเปียโนตั้งแต่อายุได้ 4 ปี เมื่ออายุ 11 ปี เธอได้เข้าเรียนที่โรงเรียนคอนแวนต์แซเครดฮาร์ต โรงเรียนเอกชนคอนแวนต์คาทอลิกในอัปเปอร์อีสต์ไซด์ แมนแฮตตัน และเมื่ออายุได้ 17 ปี เธอได้รับสิทธิให้เข้าเรียนก่อนเกณฑ์ในโรงเรียนศิลปะทิสช์แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เรียนวิชาดนตรีและพัฒนาทักษะการเขียนเพลงของตัวเอง เธอรู้สึกว่าตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าเพื่อนร่วมชั้น เธอจึงตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมองหาโอกาสในอาชีพทางดนตรีในภาคเรียนที่สองขณะเรียนชั้นปีที่ 2 4.  Miley cyrus (ไมลีย์ เรย์ ไซรัส) ไมลีย์ เรย์ ไซรัส หรือชื่อจริงคือ เดสทินี โฮป ไซรัส นักร้องนักแสดงวัย 23 ปี ที่เรารู้จักกันดีในความบ้าบอแบบสุดขีดในแบบของเธอ(อ่ะนะ) ไมลีย์ เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จ ในซีรีส์โทรทัศน์เรื่องฮันนาห์ มอนทานา ทางช่องดิสนีย์ ในบทนำเป็น ไมลีย์ สจ๊วต/ฮันนาห์ มอนทานา นั่นเอง หลังจากนั้นก็ออกอัลบั้มเพลงประกอบซีรีย์ จนออกผลงานเดี่ยวครั้งแรกและก็ประสบความสำเร็จขึ้นชาร์ทอันดับ 1 ในชาร์ทบิลบอร์ดซะด้วย ไมลีย์ ยังูกจัดให้เป็น คนที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกจาก นิตยสาร TIME (ใน 100 อันดับ) และจาก FORBES จัดอันดับเธออยู่อันดับ 35 ใน 100 คนดัง มีรายได้มากกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2008 สมัยเรียน ไมลี่ย์ เรียนที่ Heritage Middle School และเธอยังเป็น เชียร์ ลีดเดอร์ ประจำโรงเรียนด้วย 5. Shailene Woodley (เชลีน วูดลีย์) เชลีน วูดลีย์ นักแสดงสาววัย 23 ปี จบจากโรงเรียน Simi Valley High School ใน รัฐแคลิฟอร์เนีย ตอนนี้เธอกลายเป็นสาวที่ฮอตที่สุดกับบบาทในภาพยนตร์ Divergent, The Divergent Series: Insurgent รวมถึงหนักรัก The Fault in Our Stars วัยเด็กของเชลีน วูดลีย์ เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จากการเล่นโฆษณา และในปี 1999 เธอก็เริ่มเล่นซีรีส์ ทาง MOW เรื่อง Replacing Dad, รับบทแสดงนำในซีรี่ส์ยอดนิยมทาง ABC Family เรื่อง The Secret Life of the American Teenager กว่า 5 ปี เป็นต้น 6. Megan Fox (เมแกน เดนิส ฟอกซ์) เริ้มเข้าวงการจากการเป็นนางแบบ และเริ่มเล่นภาพยนตร์(นักแสดงสมทบ) เรื่อง Holiday In The Sun หลังจากนั้นก็มีซีรีส์ทางโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง จนมาดังที่สุดกับภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่  Transformers 7.  Selena Gomez (เซเลนา โกเมซ) นักร้อง-นักแสดง เข้าวงการตั้งแต่เด็กจากการเล่นซีรีส์ทางช่องดิสนีย์ จนก้าวมาเป็นนักร้องเดี่ยวที่โด่งดัง 8. Emma Stone (เอมมา สโตน) มีผลงานภาพยนตร์และซีรีส์วัยรุ่นมากมาย และการที่รับบทใน Spider Man ก็ทำให้เธอยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้น 9. Katy Perry (แคเทอรีน เอลิซาเบธ ฮัดสัน หรือชื่อในวงการคือ เคที เพร์รี ) สมัยเด็กเคทีต้องย้ายโรงเรียนบ่อยมาก และครอบครัวก็มีฐานะที่ยากจน 10. Kristin Stuart (คริสเตน สจ๊วต) ศึกษาในโรงเรียนจนกระทั่งเกรดเจ็ด และศึกษาต่อทางไปรษณีย์ เธอบอกว่า อยากเรียนที่มหาวิทยาลัยซิดนี่ย์ในประเทศออสเตรเลีย เพราะคุณแม่ก็เรียนจบจากที่นั่น 11. Avril Lavigne (แอวริล ลาวีน) วัยรุ่นแอวริลได้เขียนเพลง เล่นกีตาร์ และร่วมร้องเพลงในคณะนักร้องในโบสถ์ งานเทศกาล และงานรื่นเริงประจำปีของเมือง จนกระทั่งเมื่อ อองโตนิโอ แอล. เอ. รีดเสนอข้อตกลงให้เธอทำเพลง และเมื่อแอวริลอายุ 16 ปี เธอจึงได้เซ็นสัญญา และกลายมาเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงจนปัจจุบัน 12.  Anne Hathaway (แอนน์ แฮททาเวย์) ทุกคนรู้จักเธอจากบท มีอา เธอร์โมโพลิส ในภาพยนตร์ The Princess Diaries ไม่น่าเชื่อว่า อายุ 32 แล้วยังสวยได้อีก >,< 13. Gwyneth Paltrow (กวินเน็ธ พัลโท เมื่อตอนอายุ 15 ปีเธอเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เรียนภาษาสเปน ต่อมาเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ที่ซานตา บาร์บาร่า แต่เพราะเป็นกวินเน็ธ เป็นลูกสาวของโปรดิวเซอร์ทีวี บรูซ พัลโทรว ต้องติดตามพ่อไปงานบันเทิงบ่อยๆ  จึงเลิกเรียนเพื่อเข้าวงการ ซึ่งทางพ่อแม่อนุญาต 14.  Rihanna (ริอานนา หรือ โรบิน รีอานนา เฟนตี) เริ่มต้นสานฝันตัวเอง ตั้งแต่อายุ 16 ปี เดินทางเข้ามาในนิวยอร์กเพื่อเริ่มทำเพลง 15. Scarlett Johansson (สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน) สการ์เลตต์ มีเชื้อสายโปแลนด์-เดนมาร์ก มีโอกาสแสดงฝีมือทางการแสดงบนเวทีบรอดเวย์ด้วยวัยเพียง 8 ขวบ ในละครเวทีเรื่อง "Sophistry" ต่อมาเมื่อเธอจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมในแมนฮัตตันในปี 2002 จึงมาสมัครเข้าเรียนต่อที่ Lee Strasberg Theatre Institute for Young People 16. Angelina Jolie (แอนเจลีนา โจลี) เรียนมัธยมที่ Beverly Hills High School จากนั้นไป Lee Strasberg Theater Institute และมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เป็นนักศึกษาภาคค่ำสาขาภาพยนตร์ เป็นลูกสาวของพ่อแม่ดาราใหญ่ จอน วอยต์ กับ มาร์เชลีน เบอร์ทรานด์ ผลงานเรื่องแรกตอนอายุ 13 ปี เป็นหนังวิดีโอเรื่อง Cyborg 2 (2536) 17. Victoria Beckham (วิกทอเรีย เบคแคม) คุณแม่ลูก 4 วัย 40 ปี เธอประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงในทศวรรษ 1990 กับวงป็อปหญิงล้วนที่ชื่อ สไปซ์เกิร์ลส ในฉายา พ็อช สไปซ์ 18. Beyonce (บียอนเซ่ โนวส์) บียอนเซ่ ในวัยเด็กเรียนเต้นรำ บัลเลต์ และแจ๊สที่ โรงเรียนเซนต์มารีเอเลเมนทารี ในเทกซัส ได้เข้าร่วมในการแสดงหลากหลายประเภทของโรงเรียน ที่เป็นการปูทางสำหรับอาชีพการเป็นนักร้องของเธอ  เมื่ออายุ 7 ขวบได้ประกวดร้องเพลงและได้รับรางวัลชนะเลิศจากเวที "อิเมจิน" ของจอห์น เลนนอน เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในช่วงปี 1990 ในฐานะสมาชิกคนสำคัญของ เดสทินีส์ไชลด์ 19. Britney Spears (บริตนีย์ สเปียส์)  บริตนีย์มีความสามารถทั้งด้านการร้องเพลงและการเต้น ตั้งแต่อายุ 5 ปี เธอเข้าร่วมแสดงบนเวทีในงานโรงเรียน และงานประกวดต่างๆ เธอกล่าวว่า "ฉันอยู่ในโลกของฉัน ฉันค้นพบสิ่งที่ฉันรักที่จะทำตั้งแต่ยังเด็ก" 20. Madonna (มาดอนน่า) ศิลปินที่ได้รับความนิยม และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก ใครจะไปรู้ว่าสมัยวัยรุ่นนั้นเธอเดินทางจากบ้านเกิดที่เบย์ซิตี้ รัฐมิชิแกน เข้าเมืองนิวยอร์ก ด้วยเงินติดตัวเพียง 35 ดอลลาร์ และทำงานในร้านดังกิ้นโดนัท ใน นิวยอร์ก 21. Justin Bieber (จัสติน ดรูว์ บีเบอร์ ) ถือเป็นนักร้องวัยรุ่นอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึงในโลก! บีเบอร์เริ่มเรียนเปียโน, กลองชุด, กีตาร์, และทรัมเป็ต ด้วยตัวเอง จนอายุ 12 ปี ได้ร้องเพลง So Sick ของ Ne-Yo ในการแข่งขันร้องเพลงที่สแตรตฟอร์ด แม่ของเขาได้โพสวีดีโอขึ้นเว็บไซต์ยูทูบ จนกระทั่ง สกูเตอร์ เบราน์ สนใจในตัวเขา จนได้เข้ามาอัดเสียงและเซ็นสัญญา 22. Robert Pattinson (โรเบิร์ต แพตตินสัน) หนุ่มจากลอนดอน เป็นนายแบบและเริ่มเล่นภาพยนตร์หลายเรื่อง จนได้แสดงในภ. แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี รับบท เซดริค ดิกกอรี ต่อมาก็โด่งดังเป็นหนุ่มฮอตแห่งปีเลยก็ว่าได้ จากภ. แวมไพร์ ทไวไลท์ รับบท เอ็ดเวิร์ด คัลเลน 23. Robert Downey Jr. (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) ป๋าโรเบิร์ตเริ่มแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในหนังของพ่อเขาเอง เรื่อง POUND (1970)  พออายุได้ 20 ปี มีผลงานร่วมกับ Saturday Night Live โด่งดังมากๆ ในบทบาทของ โทนี่ สตาร์ค ในภ. Iron Man 24. Chris Evans (คริส อีแวนส์) กัปตันอเมริกาสุดหล่อ! เขาจบการศึกษาจาก Lincoln-Sudbury Regional High School อายุได้ 17 ปี เอฟเวินส์เซ็นสัญญากับบริษัทตัวแทนในนิวยอร์ก ได้รับเลือกให้แสดงใน Opposite Sex ทางช่องฟอกซ์ เรียนเต้นรำและการละครภายใต้การกำกับของครูหรือแม่ของเขา หลังจากนั้นแสดงละครเวทีอาชีพ เขาโด่งดังในบท Johnny Storm ในเรื่อง Fantastic Four และ กัปตันอเมริกา! 25. Chris Hemsworth (คริส เฮมสวอร์ธ) คุณพ่อรูปหล่อ มีชื่อเสียงในฐานะนักแสดงซีรีส์ Home and Away ในออสเตรเลีย โด่งดังจากการรับบทเป็น เทพเจ้าสายฟ้า ในภ. Thor รวมถึงร่วมแสดงในภ. Avengers ค่าย Marvel Studios ตอนเด็กคริส เรียนที่โรงเรียน Heathmont College 26. Mark Ruffalo (มาร์ค รัฟฟาโล้) เป็นทั้งนักแสดง, ผู้กำกับ, ผู้หลิตรายการ และเขียนบท โด่งดังจากบท Bruce Banner / The Hulk ช่วงวัยรุ่นพี่มาร์คใช้เวลาอยู่ที่รัฐเวอร์จิเนียซะส่วนใหญ่ เข้าแข่งขันมวยปล้ำในโรงเรียนมัธยม เขาจบการศึกษาจาก First Colonial High School 27.  Jeremy Renner (เจเรมี เรนเนอร์) เป็นที่รู้จักในภาพยนตร์สงครามเรื่อง The Hurt Locker, ในปี 2011 ในภาพยนตร์ Mission: Impossible – Ghost Protocol,  The Bourne Legacy และ Hansel and Gretel: Witch Hunters ล่าสุดกับการรับบทเป็นมือธนู Hawkeye ของหน่วยชิลด์ จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ The Avengers 28. Tom Hiddleston (ทอม ฮิดเดิ้ลสตัน) โด่งดังเป็นรู้จักในบทบาทของ โลกิ(Loki) ในภาพยนตร์ Thor เทพเจ้าสายฟ้า ต่อมาร่วมแสดงใน The Avengers ถึงแม้ในภาพยนตร์เขาจะดูร้าย แต่ตัวจริงนั้นเป็นคนร่าเริง สนุกสนานสุด ^^ วัยเด็กเขาเข้าเรียนที่โรงเรียน the Dragon School ในอ็อกฟอร์ด ต่อมาเข้าศึกษา Eton College 29. Bruce Willis (บรูซ วิลลิส) นักแสดงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่ง เกิดที่ฐานทัพทหารในเมืองไอดาร์-โอเบอร์สไตน์ ประเทศเยอรมนี ประสบความสำเร็จอีกครั้งจากภาพยนตร์แอคชันเรื่อง Die Hard 30. Adam Sandler (อดัม แซนด์เลอร์) เจ้าพ่อดาราหนังตลกที่มีชื่อเสียง เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงในรายการโทรทัศน์ Saturday Night Live เขาเข้าเรียนทางด้านวิจิตรศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เขาพยายามแทรกตัวเข้าไปในวงการแสดง และในที่สุด ก็ได้รับบทเป็น สมิตตี้ เพื่อนของ ธีโอใน The Cosby Show ในช่วงเดียวกันนั้น เขายังเดินสาย แสดงเดี่ยวในนิวยอร์ก เพื่อสร้างสมประสบการณ์ให้กับตัวเองอีกด้วย 31. Brad Pitt (แบรด พิตต์) สมัยที่เรียนไฮสคูล พิตต์เล่นกีฬาหลายประเภทและเคยโต้วาทีในชั้นเรียน ทำกิจกรรมเกี่ยวกับทางด้านดนตรีด้วย หลังจบไฮสคูลเขสย้ายไปเรียนวารสารศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยมิสซูรี่ ก่อนจบเขาก็ไปสมัครเป็นนายแบบที่บริษัทโมเดลลิ่ง แล้วก็ได้รับการติดต่อให้โฆษณากางเกงยีนส์ลีวายส์ลงในนิตยสาร หลังจากนั้นก็มีงานโฆษณาติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วก็ย้ายไปที่แคลิฟอร์เนีย แบรดต้องขับรถลิมูซีน ในช่วงที่ยังไม่มีชื่อเสียง หรือไม่ก็สวมชุดเป็นการ์ตูนมาสค็อต ต้อนรับเด็กๆ ให้เครือร้านไก่ทอดชื่อดังร้านหนึ่ง และแล้วชีวิตเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้รับบทจอมโจรผู้ฉกปล้นหัวใจและเงินตรา ในเรื่อง Thelma & Louise และมีผลงานออกมามากมาย ทั้ง A River Runs Through It, Interview with a Vampire และ Seven 32. Bradley cooper (แบรดลีย์ คูเปอร์) มีผลงานภาพยนตร์ ละครเวที ละครโทรทัศน์ เป็นที่รู้จักจากบทบาท ฟิล เวนเนก ในภาพยนตร์เรื่อง The Hangover ล่าสุดกับผลงานภาพยนตร์ American Sniper 33. Eminem ( เอ็มมิเน็ม )  เป็นนักร้องแร็ป โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง และนักแสดงชาวอเมริกา เป็นหนึ่งในศิลปินที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในโลก และเป็นศิลปินที่มียอดจำหน่ายผลงานเพลงสูงสุดในคริศทศวรรษที่ 2000 หลายนิตยสารได้จัดอันดับเอ็มมิเน็มเป็นหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล  รวมถึงประกาศให้เขาเป็น "ราชาเพลงฮิปฮอป" 34. Pharrell Williams (ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์)  เป็นโปรดิวเซอร์ นักร้อง แร็ปเปอร์ นักแต่งเพลง 35. Chris Pine (คริส ไพน์) จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ปริญญาภาษาอังกฤษ เขายังศึกษาในสหราชอาณาจักร ศึกษาภาษาอังกฤษที่ มหาวิทยาลัยลีดส์ โด่งดังจากการรับบทภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมดี้หลายเรื่อง รวมถึง ภาพยนตร์แนวไซไฟ เรื่อง สตาร์เทร็ค รับบทเป็น เจมส์ ที. เคิร์ก 36. Channing Tatum (แชนนิง เททัม) เป็นนายแบบให้แบรนด์เสื้อผ้า ก่อนที่จะก้าวเข้ามาเป็นนักแสดง โด่งดังจาก ภ. She's the Man, Step Up, G.I. Joe, Magic Mike, White House Down เป็นต้น  เมื่อเขาอายุได้ 6 ปี เขาโตมากับการเล่นกีฬาหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น กรีฑา เบสบอล ฟุตบอล หรืออเมริกันฟุตบอล แรกเริ่มเขาเรียนที่ Gaither High School ใน Tampa ฟลอริดา หลังจากนั้นเขาเรียนโรงเรียนทหาร เขาได้รับทุนที่จะได้ศึกษาต่อที่รัฐ West Virginia เขายังได้เรียนรู้วิชากังฟู และ กังฟู Gor-Chor จนได้รับสายจากวิชาทั้งสอง 37.  Taylor Lautner (เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์) เป็นนักแสดงอเมริกันและนักสู้ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว โด่งดังจากบท เจค็อบ แบล็ก ในภาพยนตร์ปี 2008 เรื่อง แวมไพร์ ทไวไลท์ 38. Justin Timberlake (จัสติน ทิมเบอร์เลก) เป็นนักร้องแนวป็อปชาวอเมริกัน และเป็นนักแสดง มีเพลงฮิตอย่าง "Sexyback" และ "Like I Love You" ตอนเด็กเขาได้ลงแข่งขันประกวดร้องเพลงครั้งแรกในงานแข่งขันร้องเพลงคันทรีในรายการค้นหาดาราในชื่อ "จัสติน แรนดัล" วัยเด็ก จัสติน ทิมเบอร์เลคเป็น 1 ในสมาชิกมิคกี้ เม้าส์ คลับ ซึ่งมีสมาชิกอย่างบริทนีย์ สเปียร์ส, คริสติน่า อากีเลร่า ร่วมอยู่ด้วย 39. Leonardo DiCaprio (ลีโอนาโด ดิคาปริโอ) เราทุกคนรู้จักเขาดีในบทของ แจ็ค ดอว์สัน ในภาพยนตร์ตลอดกาลอย่าง Titanic (ไททานิค) ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ตอนเด็กหลังจากที่เขาเข้าเรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์ Mickey's Safety Club ก็เป็นโอกาสให้เขาได้เล่นละครทีวีซีรีส์ และเริ่มเข้าสู่วงการนักแสดงต่อมา 40. michael jackson (ไมเคิล แจ็กสัน) ราชาเพลงป็อป ตลอดกาล! เขาเป็นลูกคนที่ 7 ของครอบครัวแจ็กสัน ปรากฏตัวครั้งแรกในระดับอาชีพด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์ 41.Orlando Bloom (ออร์แลนโด บลูม) มีชื่อเสียงทางด้านการแสดงจากบทบาท เลโกลัส ในภาพยนตร์ Lord of the Rings หนุ่มอังกฤษ เมื่ออายุ 16 ปี เข้าร่วมกิจกรรมละครโรงเรียน การอ่านบทกวี ร้อยแก้วร้อยกรองจนเขาได้ร่วมแสดงใน National Youth Theatre เป็นเวลา 2 ซีซัน หลังจากนั้นก็ได้รับทุนอบรมใน British American Drama Academy  ในตอนที่เขาเรียนจบ บลูมได้แสดงบทนำในเรื่อง A Walk in the Vienna Woods และต่อมาในปี 1998 เขามีชื่อเสียงเป็นครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Wilde เค้าโครงเรื่องจากสร้างมาจากชีวประวัติของ ออสการ์ ไวล์ด หลังจากนั้นเขาได้เข้าเรียนที่ Guildhall School of Music and Drama ในลอนดอน และเริ่มมีผลงานในวงการออกมาให้ชมเรื่อยๆ 42. Adam Levine (อดัม เลวีน) สามีสุดเซ็กซี่ของ บีฮาที พรินซ์ลู นางแบบขายาวจาก วิคตอเรีย ซีเคร็ท (Victoria's Secret) เป็นนักร้องนำวง Maroom 5 ซึ่งเมื่อตอนเขาอายุหกขวบเขาได้ชนะการแข่งขันบาสเกตบอลท้องถิ่น ของ YMCA โดยที่พ่อของเขาเป็นโค๊ชนั้นเอง อดัมได้เข้าร่วมงานเทศกาล Frenchwoods ที่แฮนค็อก นิวยอร์ก และเขาก็ได้ตั้งวง Kara's Flowers เขาจบการศึกษาจาก โรงเรียนเบรนต์วูด ในปี 1997 43. Grant Gustin (แกรนด์ กัสติน) พระเอกสุดฮอตจากซีรีส์ซูปเปอร์ฮีโร่ The Flash รับบทเป็น Barry Allen หรือ Flash ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นหนึ่งในนักแสดงซีรีส์เรื่อง Glee ทางช่อง Fox รับบทเป็น Sebastian Smythe ได้รับรางวัล นิโคโลเดียนคิดส์ชอยส์อวอร์ดส สาขานักแสดงนำชายโทรทัศน์ยอดนิยม 44. Zac Efron (แซค แอฟรอน)  นักแสดงและนักร้องชาวอเมริกัน มีชื่อเสียงจากการรับบทเป็นทรอย บอลตัน  ในภาพยนตร์ของดิสนีย์เรื่อง ไฮสคูลมิวสิกเคิล และ ซีรีส์ของ WB เรื่อง Summerland แซค จบการศึกษาจาก โรงเรียนมัธยมอาร์โรโยแกรนด์ ในปี 2006 เข้าเรียนต่อ University of Southern California ด้านภาพยนตร์ เรียบเรียงภาพ-ข้อมูลโดย teen.mthai.com (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตและลิ๊งค์กลับด้วยค่ะ) ขอบคุณข้อมูล wikipedia รูปภาพ google

หนังเข้าใหม่ ต้นเมษานี้ มีจัดเต็มคุณภาพ ห้ามพลาดเด็ดขาด!
Fast & Furious 7 /  Ode to My Father / 

ต้อนรับฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ด้วย หนังเข้าใหม่ คุณภาพจัดเต็ม ต้นเดือน เม.ย. นี้ มีถึง 3 เรื่อง 3 รส ให้ได้มันส์ ฮา และน้ำตาร่วง จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น มาเลือกชมกันได้เลย Furious 7 เร็ว...แรงทะลุนรก 7 กว่าหนึ่งปีหลังจากที่ลูกทีมของดอม (ดีเซล) และไบรอัน (วอล์คเกอร์) ได้รับการอภัยโทษให้กลับอเมริกาได้และมาใช้ชีวิตถูกกฎหมาย แต่คำว่าบ้านของพวกเขากลับเป็นอะไรที่เกินจริง ดอมพยายามจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเล็ตตี้ (โรดริเกซ) ในขณะที่ไบรอันเองก็พยายามจะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตย่านชานเมืองกับไมอา (บรูว์สเตอร์) และลูกชายของพวกเขา ส่วนเทจ (บริดเจส) และโรมัน (กิ๊บสัน) ก็เฉลิมฉลองอิสรภาพของพวกเขาด้วยการใช้ชีวิตตามความฝันของหนุ่มเพลย์บอย อย่างไรก็ดี สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ก็คืออันตรายกำลังคืบคลานเข้าหาพวกเขา ในร่างของมือสังหารภารกิจลับเลือดเย็นชาวอังกฤษ ที่มีบัญชีแค้นต้องสะสาง หลังจากที่เริ่มต้นศักราชแห่งความหวาดสะพรึงด้วยการสังหารโหดฮัน (ซุง คัง) ในโตเกียวและความพยายามลอบสังหารฮ็อบส์ (จอห์นสัน) ในแอลเอ เด็คการ์ด ชอว์ (สเตแธม) ก็เริ่มลงมือตามล่าผู้ที่กำจัดโอเวน (ลุค อีวานส์) น้องชายของเขา ระหว่างภารกิจสุดท้ายของพวกเขา ในตอนที่ชอว์ระเบิดบ้านทอร์เร็ตโต้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแหล่งพักพิงเพื่อให้ลูกทีมของเราได้ไขว่คว้าอิสรภาพ กลับคืนมา ดอมก็ต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง (รัสเซล) ความหวังหนึ่งเดียวคือการนั่งหลังพวงมาลัยอีกครั้ง เพื่อหาโปรโตไทป์เครื่องมือติดตามอัจฉริยะของรัฐบาลสหรัฐฯให้พบ ผลตอบแทนคือพวกเขาจะสามารถใช้เครื่องมือติดตามที่ว่านี้ในการสืบร่องรอยของ ชอว์ ผู้เร้นกายราวกับวิญญาณ ก่อนที่เขาจะลงมือสังหารอีกครั้ง ในตอนนี้ที่พวกเขาสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าแต่ก่อน ((เข้าฉายวันที่ 1 เม.ย. 58)) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Furious 7 ได้ที่นี่เลย ---------------------------------------- Ode to My Father กี่หมื่นวัน…ไม่ลืมคำสัญญาพ่อ เรื่องราวเกิดขึ้นท่ามกลางการหลบหนีอันวุ่นวายของผู้ลี้ภัยในสงครามเกาหลีในเดือนธันวาคม ปี 1950 โชคชะตาของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า ด๊อกซู (เจิง มิน ฮวาง) ก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตาเมื่อเขาพลัดหลงกับ มักซูน น้องสาว พ่อของเขาจึงอยู่ตามหาน้องสาวและบอกให้เขาพาแม่และพี่น้องหนีไปที่ปูซานก่อน ด๊อกซูอุทิศตนเองเพื่อสมาชิกในครอบครัวที่เหลืออยู่ โดยรับทำงานทุกอย่างที่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวในฐานะหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อ โดยการอุทิศตนของเขา นำพาให้เขาถึงขั้นไปทำงานเสี่ยงตายในเหมืองแร่ที่เยอรมัน และที่นั่นก็ทำให้เขาได้พบกับ ยองจา (ยุนจิน คิม) ผู้เป็นรักครั้งแรกของเขา เขาและเธอกลับไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวที่ปูซาน และมีบุตรด้วยกัน 2 คน หลังจากนั้น ด๊อกซู และ ดัลกู ก็ตัดสินใจออกจากเกาหลีอีกครั้งในปี 1970 เพื่อหาโอกาสใหม่ๆที่ดีกว่าเดิม ซึ่งในครั้งนี้พวกเขาเดินทางสู่เวียดนามซึ่งอยู่ในภาวะสงครามอันยืดเยื้อ จนกระทั่งปัจจุบันที่เขาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางญาติพี่น้องที่มีทุกวันนี้ได้ เพราะเขา นี่คือภาพยนตร์ที่สร้างเพื่ออุทิศให้กับความหมายของคำว่า "พ่อ" ที่จะทำให้คุณน้ำตารินแน่นอน! ((เข้าฉายวันที่ 2 เม.ย. 58)) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Ode to My Father ได้ที่นี่เลย ---------------------------------------- มะหมา 2 ภาคจบ ภาคต่อของหนังน่ารักของขบวนเจ้าตูบ 4 ขา ที่จะนำความฮาและความอบอุ่นของคำว่าเพื่อน­แท้ พร้อมให้คุณได้สัมผัส กับผองเพื่อนสุดน่ารักเจ้าเก่าทั้ง เจ๋อ, ปองปอง, พิกุล, เปี๊ยก, เซ็กซี่ และเก่ง ร่วขบวนผจญภัยด้วย จิรายุ ละอองมณี, ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์, กพล ทองพลับ และ ศกุนตลา เทียนไพโรจน์  ((เข้าฉายวันที่ 4 เม.ย. 58)) คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ มะหมา 2 ภาคจบ ได้ที่นี่เลย -----------------------------------------

แซค กาลิเฟียนนาคิส นำทีมปล้น แผนสุดล้ำ ในตย.หนังตลก Masterminds
Are You Here /  Masterminds / 

โด่งดังมาจากบทบาท อลัน ใน The Hangover และตอนนี้พลังดาวรั่วของเขาก็ยังไม่ได้จากไปไหน สำหรับนักแสดงหนุ่มอ้วนอย่าง แซค กาลิเฟียนนาคิส ที่ยังมีผลงานมาเข้าฉายในบ้านเราให้ชมกันเรื่อยๆ และล่าสุดหนังคอมเมดี้เรื่องใหม่ของเขาอย่าง Masterminds ก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้ว โดยหนังจะเป็นผลงานการกำกับของ จาเร็ด เฮสส์ โดยยังมีนักแสดงสาวอย่าง คริสเตียน วิก, เจสัน ซูเดคิส และการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับ โอเว่น วิลสัน หลังจากเพิ่งเจอกันไปใน Are You Here อีกด้วย ซึ่งดูจากตัวอย่างแรกแล้วก็น่าจะฮาใช้ได้เลยทีเดียวครับ หนังเป็นเรื่องราวของกลุ่มยามที่คิดจะวางแผนการปล้นแบงค์ที่พวกเขาคิดว่ามันชาญฉลาด และไร้ข้อผิดพลาด แต่แน่นอนว่าเรื่องป่วนๆก็ต้องตามมาในรูปแบบความบ้าบิ่น และ มุกตลกอีกเพียบแน่นอน ซึ่งตัวหนังมีกำหนดฉายซัมเมอร์นี้ ส่วนบ้านเราก็น่าจะได้เข้าด้วยเช่นกันครับ

7 เหตุผลทำไมคนถึงชอบโกหก
เรื่องน่ารู้ /  เรื่องโกหก

เชื่อได้เลยว่าแทบจะทุกคนต้องเคยโกหก แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนถึงชอบโกหก ซึ่งการโกหกก็มีหลายเรื่อง หลายแบบแตกต่างกันไป โกหกในด้านดีก็มี อย่างสมัยโบราณจะชอบออกอุบาย อย่าง ห้ามเล่นซ่อนหาตอนกลางคืน ห้ามเย็บผ้ากลางคืน เป็นต้น ข้อห้ามความเชื่อเหล่าก็เพื่อความปลอดภัย และความหวังดีจากผู้ใหญ่ เพราะถ้าบอกตรงๆ ไปอาจจะไม่ค่อยปฎิบัติตาม หรือถ้าอยากจะดัดนิสัยการชอบพูดโกหกละก็ คงต้องหลอกกว่า ถ้าเธอพูดไม่จริงละก็ เธอก็จะจมูกยืดยาวเหมือนพินอคคิโอนะ ถ้างั้นคราวนี้เราลองมาดู 7 เหตุผลทำไมคนถึงชอบโกหกกันบ้างดีกว่า ว่าจะมีแบบไหนบ้าง... 7 เหตุผลทำไมคนถึงชอบโกหก 1. โกหกเพื่อกลบเกลื่อนความผิด  เวลาที่คุณทำความผิด และไม่กล้าที่จะยอมรับความจริง สิ่งต่างๆ ที่เป็นข้ออ้าง โทษคนนู้นคนนี่ สิ่งนู้นสิ่งนี่ โยนความผิดไปที่อื่น จะพรั่งพรูออกมาเต็มไปหมด เพราะกลัว แต่เมื่อเรากล้าทำแล้ว ก็ต้องกล้สยอมรับสิ่งที่กระทำถึงจะถูกนะคะ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครอยากคบคุณหรอกนะ 2. โกหกเพื่อรักษาน้ำใจ บางครั้งเราก็จำเป็นต้องโกหกเพื่อรักษาน้ำใจของอีกฝ่าย อย่างเช่น ถ้าเพื่อนถามว่า "ฉันอ้วนขึ้นไหม?" ซึ่งจริงๆ ก็อ้วนขึ้นนั้นแหละ แต่พอมองเห็นสีหน้าถึงความกังวลของเพื่อน ก็ต้องตอบไปว่า "ไม่อ้วนหรอก หุ่นกำลังดี" ดังนั้น การโกหกด้วยเหตุผลนี้ จึงเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้กันในบางครั้ง 3. โกหกเพื่อหาผลประโยชน์ บางครั้งเราก็จำเป็นต้องโกหกเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองเอาไว้ ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่สมควรทำก็ตาม เช่น การโกหกเเรื่องคุณสมบัติหรือความสามารถของคุณ เพื่อให้มีโอกาสได้สัมภาษณ์งาน หรือแม้กระทั่งในระหว่างสัมภาษณ์ เป็นต้น 4. โกหกเพื่อเรียกร้องความเห็นใจหรือเรียกร้องความสนใจ การโกหกแบบนี้เหมือนเป็นการหลอกลวงเลยก็ว่าได้ เพระาการโกหกประเภทนี้คนที่โกหกเขาจะมีวิธีการพูดที่ดี  โน้มน้าวชักจูงใจคนด้วยถ้อยคำโกหกที่เรียงร้อยมาอย่างชำนาญเพราะทำบ่อย จนทำให้คนฟังเชื่อตามไปโดยไม่รู้ตัว และได้รับในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ข้าวของ เป็นต้น 5. โกหกเพื่อเอาตัวรอด ข้อนี้คงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมาก ข้อนี้หลายๆ คนก็คงจะเคยทำกันตั้งแต่สมัยที่คุณยังเป็นนักเรียนแล้ว ที่คุณเคยโกหกอาจารย์ในเรื่องต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดเพื่อไม่ให้ถูกทำโทษ รวมไปถึงการโกหกเจ้านาย พ่อแม่ แฟน ทั้งหมดก็เพราะคุณไม่อยากต้องรับโทษในการกระทำของคุณนั่นเอง 6. โกหกเพื่อความสนุกอยากล้อเล่น การโกหกแบบนี้ จริงๆ แล้วคนโกหกไม่ได้ขึ้นอะไรมาก แค่กะจะแกล้งเอาสนุกๆ แต่คนโดนแกล้งกลับไม่สนุกตาม เพราะเรื่องบางเรื่องอาจเป็นเรื่องคอคาดบาดตาย หรือเซนซิทีฟ จนมีผลกระทบตามมาก็เป็นได้ ดังนั้นจะเลือกเรื่องอะไร หรือหยิบเรื่องอะไรมาแกล้งเพื่อน ก็ต้องคิดให้ดีกันก่อนนะคะ 7. โกหกให้ตัวเองดูดี เรียกว่าบางคนถึงขั้นยอมโกหกเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง เพียงเพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม หรือเพื่อต้องการให้คนอื่นยอมรับ จึงยอมละทิ้งความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไป เช่น โกหกเรื่องบ้านเกิดที่เติบโตมา แต่กลับไปโกหกคนอื่นว่าเป็นเด็กนอก อยู่ต่างประเทศ เพื่อให้คนอื่นสนใจ ยอมรับ เป้นต้น เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ภาพจาก weheartit

Tron 3 ได้ผกก.คนเดิมกลับมาคุมหน้าที่ และอาจจะได้ชื่อภาคว่า Ascension
Daft Punk /  Tron / 

หลังจากเคยมีข่าวออกมาว่า ตัวหนังกำลังจะซุ่มถ่ายเงียบกันอยู่ที่แวนคูเวอร์ ในช่วงเดือนตุลาคมนี้กันแล้ว สำหรับภาคต่อของหนังไซไฟขาโจ๋อย่าง Tron ที่หลังจากภาค 2 อย่าง Legacy เข้าฉายไป และทำให้เหล่ากี๊คต้องกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ จึงไม่แปลกใจที่ตอนนี้ทางดิสนี่ย์คอนเฟิร์มถึงการกลับมาของภาค 3 แล้ว พร้อมได้ผกก.คนเดิมอย่าง โจเซฟ โคซินสกี้ จากภาค 2 มากำกับอีกด้วย โดยเขาเคยได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าเขาตื่นเต้นกับโปรเจคต์ภาคต่อนี่มาก และ 5 นาทีสุดในตัวบทที่เก็บงำความลับอยู่ เขาก็บอกได้แต่ว่าเป็น 5 นาทีสุดท้ายที่สุดยอด และเขารอไม่ไหวแล้วที่จะกำกับมันอีกด้วยครับ ซึ่งนอกจากนี้ตอนนี้ยังมีข่าวอัพเดทใหม่ว่าตัวหนังอาจจะได้ชื่อภาคว่า Tron: Ascension ซึ่ง Ascension แปลได้ว่า ความรุ่งเรือง หรือ ความเจริญ ซึ่งนั่นอาจจะหมายถึงได้ว่าในโลกของ ทรอน ที่ตอนจบหนังได้ให้ปลายเปิดไว้ต่อนั้นเอง แต่จะว่าอย่างไรแล้วตอนนี้เราก็รอการอัพเดทอย่างเป็นทางการกันอีกที ว่าการถ่ายทำช่วงสิ้นปีที่กำลังจะถึงนี้ จะปล่อยภาพอะไรให้แฟนๆได้กรี๊ดกร๊าดกันอีกนั่นเอง