ตอนสั้น

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

แปลกดี! ส.เทนนิสออสซี่ โชว์แนวคิดเล่น4เกมไม่มีเสิร์ฟใหม่
ส.เทนนิสออสซี่ /  สมาคมเทนนิสออสเตรเลีย / 

ก็น่าสนดีนะ! สมาคมเทนนิสออสเตรเลีย โชว์แนวคิดใหม่ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของเทนนิสให้ใช้เวลาสั้นขึ้น โดยแนวคิดที่ว่าจะใช้การแข่ง 3 ใน 5 เซ็ต ซึ่งมีการเปลี่ยนกฎ 4 ข้อ คือ ใครชนะ 4 เกมก่อนจะได้เซ็ตนั้น จากเดิมต้องเป็น 6 เกม และถ้าเสมอกัน 3-3 เกม ให้ตัดสินด้วยไทเบรก พร้อมกับจะไม่มีลูกเล็ต (เสิร์ฟโดนเน็ตให้เสิร์ฟใหม่) และจะไม่มีสกอร์แอดแวนเทจ (ดิวซ์แล้ว ใครได้แต้มต่อไปจะชนะเลย) โดยแนวคิดดังกล่าวของ ส.เทนนิสออสซี่ จะมีการจัดแมตช์ขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นการพบกันระหว่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เจ้าของ 17 แชมป์แกรนด์สแลม ชาวสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นแชมป์โลกเทนนิส ประเภททีมชาย เดวิส คัพ หนล่าสุด เจอกับ เลย์ตัน ฮิววิตต์ อดีตมือ 1 ของโลก ชาวออสเตรเลีย ซึ่งจะมีการระเบิดศึกวันที่ 12 มกราคม 2558 ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าว ส.เทนนิสออสซี่ ต้องการจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ ไลฟ์สไตล์ ของคนยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว โดยได้แนวคิดจาก ศึกทเวนตี้ 20 ของวงการคริคเกต ซึ่งจะใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวของการแข่งขันปกติ

ยังไหว! เอมิล เฮสกี้ หวังรีเทิร์นบู๊พรีเมียร์ลีกกับ สุนัขจิ้งจอก
นิวคาลเซิ่ล เจ็ท /  พรีเมียร์ลีก / 

เอมิล เฮสกี้ ดาวยิงรุ่นลายครามวัย 36 ปียังหวังที่จะได้กลับไปเล่นในลีกสูงสุดในบ้านเกิดอย่างพรีเมียร์ลีกกับทีม “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ น้องใหม่ในศึกพรีเมียร์ลีกทีมที่เคยแจ้งเกิดสมัยเป็นดาวรุ่ง อดีตแข้งลิเวอร์พูลที่เพิ่งเดินทางมาโชว์ฝีเท้าในเมืองไทยกับทีมตำนานนักเตะลิเวอร์พูล กลับไปยังประเทศอังกฤษอีกครั้งหลังจากออกมาค้าแข้งกับนิวคาลเซิ่ล เจ็ท ทีมในเอลีกออสเตรเลีย 2 ปีต้องการได้รับโอกาสจาก ไนเจิล เพียร์สัน กุนซือทีม เลสเตอร์ให้โอกาสตนอีกครั้ง “ผมไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ผมต้องการกลับไปที่สโมสรที่ยอดเยี่ยมแห่งนั้นที่เป็นจุดเริ่มต้นในอาชีพของผม”  “ผมติดทีมชาติอังกฤษตอนที่อยู่กับเลสเตอร์ มันคือความสำเร็จที่ดีในตอนนั้น” เฮสกี้ ยิงไป 46 ประตูจาก 196 เกมส์ในช่วงที่เล่นกับเลสเตอร์ ซิตี้ในปี 1994-2000 ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

ดูดวง ลักษณะคิ้วสะท้อนนิสัย
คิ้ว /  ดูดวง / 

รูป คิ้ว ของคุณเป็นอย่างไรกันครับ วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการทำนายทายนิสัย จากลักษณะของ คิ้ว มาฝากกัน ลองมาดูกันครับว่าจะแม่นขนาดไหน 1. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว เรียบเสมอต้นเสมอปลายและไม่หนาบางกว่ากันทั้งสองข้าง เป็นเครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนมีสติปัญญาดี ใจคอกว้างขวาง รักเกียรติยศชื่อเสียง มักใหญ่ใฝ่สูง ใจเร็ว อารมณ์ร้อน มีความรักไม่ค่อยแน่นอน 2. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว มีบริเวณใหญ่ เส้นแข็งดกดำ เป็นเครื่องหมายของบุคคลที่พูดอย่างตรงไปตรงมา และมักหาเหตุผลมาประกอบให้เห็นจริงจัง ส่วนหัวใจที่แท้จริงนั้นไม่ค่อยจะตรงกับคำพูดนัก มักใช้ปัญญาพูดมากกว่าที่จะหลุดออกมาจากหัวใจอันแท้จริง มีความพยาบาทมาดร้าย กามารมณ์รุนแรง คิดคดทรยศ และใจเร็ว โมโหร้าย 3. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว ดำ ดำตอนกลางหรือตอนปลาย เป็น เครื่องหมายของคนที่ไม่ค่อยจะมีศีลธรรม มักหาเลี้ยงชีพในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายบ้านเมือง หรือมิฉะนั้นจะเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงทะเยอทะยาน อย่างชนิดที่เรียกว่า “ใฝ่สูงเกินศักดิ์” รักในทางนักเลง ชอบอำนาจอิทธิพล แต่มีปัญญาเฉลียวฉลาดดี มีความสามารถในทางหาเงินทอง 4. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว ดกดำตอนหัว คิ้ว เป็น เครื่องหมายของคนที่มีอัธยาศัยใจคอดี มีใจโอบอ้อมอารี มีความรักอันมั่นคงถาวร รักสงบและชอบมีความเป็นอยู่อย่างปกติ ไม่โลดโผน มีความซื่อสัตย์สุจริต สุขุมรอบคอบ รักศิลปะดนตรี มีความละเอียดประณีต รักสวยรักงาม ปากเก่งพูดคล่อง มีความมานะ อยู่อย่างสงบไม่โลดโผน เหมาะสมกับการเป็นครู แพทย์ และนักศิลปิน นักประพันธ์ หรือจิตรกร 5. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว บริเวณใหญ่แต่บาง ขนไม่ดก เป็น เครื่องหมายของคนที่มีความคิดสูง รักสงบ และเป็นผู้มีเมตตาปราณี สุภาพอ่อนน้อม ซื่อตรง รักความเจริญรุ่งเรืองในส่วนกลาง รักเกียรติยศและชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิตจิตใจ ยอมตายเพื่อหมู่คณะและประเทศชาติหรือผู้มีพระคุณ รักศิลปะวรรณคดีและมีศิลปะในทางช่าง เคร่งครัดในศาสนา และรักความเจริญในด้านวัฒนธรรมและความเป็นธรรม 6. คนที่มีลักษณะขน คิ้ว มีขนาดเล็กและบาง เป็น เครื่องหมายของคนที่ทำอะไรไม่แน่นอน มักเปลี่ยนความตั้งใจไปตามความผันแปรของอารมณ์ เป็นคนรักสวยรักงาม สนุกร่าเริง เจ้าระเบียบและรักศิลปะ ตลอดจนวรรณกรรม เป็นคนรักความสงบมากกว่าการตื่นเต้นโลดโผน โกรธง่ายใจร้อน กามารมณ์รุนแรง และมีความหึงหวงเป็นเจ้าเรือนของจิตใจ ปากหวานเจ้ามารยา 7. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ที่หัว คิ้ว สูงกว่าหาง คิ้ว เรียกว่า คิ้ว ตงฉิน เป็น เครื่องหมายของบุคคลที่มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ สุจริต เฉลียวฉลาด สุขุมรอบคอบ เป็นคนพิถีพิถัน เจ้าระเบียบ มีความละเอียดถี่ถ้วน ใจร้อนฉุนเฉียว โกรธง่าย โทสะร้าย มีความมานะ พากเพียร 8. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ตรง คือ หาง คิ้ว กับหัว คิ้ว เป็นเส้นตรงไม่โค้งงอ เป็น เครื่องหมายแสดงว่า เป็นคนชอบใช้ความคิด เฉลียวฉลาด รักการเก็บตัว และปฏิบัติความเป็นไปให้ดีและเจริญขึ้น เบื่อหน่ายในสิ่งที่สนุกร่าเริงบันเทิงใจ รักความยุติธรรม ซื่อตรง รักความจริงใจ มีความรักที่แท้จริง เด็ดเดี่ยว ใจเย็น มีความเมตตากรุณา 9. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ต่อ คือหัว คิ้ว ทั้งสองติดต่อกันประดุจเป็นเส้นเดียวกัน เป็น เครื่องหมายแสดงว่าเป็นคนมีวาทศิลป์ไปในทางหยาบคาย ใจดำอำมหิต โกรธง่าย โทสะร้าย ใจน้อย มีความพยาบาทอาฆาต มีเล่ห์เหลี่ยมไหวพริบดี รักดนตรีและนาฏศิลป์ กามารมณ์รุนแรง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความลับลมคมนัย ไว้ใจยากอยู่สักหน่อย 10. คนที่ลักษณะ คิ้ว ถ่าง คือ หัว คิ้ว ทั้งสองห่างกันมาก เป็น เครื่องหมายของคนที่ไม่มีความลับกับใคร ชอบพูดอะไรตรงไปตรงมา ใจเร็ว จะคิดทำอะไรจะต้องทำให้ได้อย่างที่คิดไว้ คิดจะทำอะไรมักจะไม่ปิดบังผู้อื่น พูดจาอ่อนหวาน แต่บางครั้งก็ปากเก่ง เมื่อบันดาลโทสะจนอดกลั้นไว้ไม่อยู่ มักจะมีนิสัยขี้หึงริษยา กามารมณ์ร้อนแรง ถ้าเกิดความต้องการขึ้นทางจิตใจมักไม่ค่อยจะคิดถึงผลเสียหายภายหลัง 11. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่ง คือ คิ้ว ที่มีส่วนคล้ายกับคันศร เป็น เครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นจะต้องมีนิสัยชอบอุดมคติมีศีลธรรม มารยาทอันดีงาม มีผู้ยกย่องนับถือ มีใจเอื้อเฟื้อ เมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากหรือญาติมิตร สติปัญญาปานกลาง ชอบความสนุกเฮฮานิยมในช่างศิลป์ รักความสงบ ชอบความยุติธรรม อาภัพในวาสนา แต่มีมานะความพยายามแรงกล้า ไม่ลืมบุญคุณคนง่าย มีไหวพริบทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่น มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี แต่มักมีคนคิดอิจฉาริษยา ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่คิดถึงผลเสียหายจะเกิดแก่ตัวเอง 12. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่งยาว คือ คิ้ว ที่โก่งมีส่วนยาวเหมือนส่วนโค้งของวงกลม เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นจะมีน้ำใจที่น่าสรรเสริญ มีน้ำใจกรุณา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีเสน่ห์ในตัวเอง เป็นที่ถูกตาถูกใจเพศตรงข้าม ชอบความรื่นเริง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ชอบสะอาด เจ้าชู้ เป็นคนทำงานได้ทุกๆ อย่าง แต่ชอบในทางค้าขาย รักเกียรติยศชื่อเสียง และเป็นผู้ทำให้ตระกูลของตัวเองรุ่งโรจน์ต่อไป 13. คนที่มีลักษณะ คิ้ว กังฉิน คือ คิ้ว ที่มีหาง คิ้ว สูงกว่าหัว คิ้ว เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดไปในทางอธรรม เจ้าเล่ห์ลึกลับ ปากกับใจไม่ค่อยจะตรงกัน หรือที่เรียกว่าปากหวานใจขม ชอบวางตัวเหนือผู้อื่น มีความพอใจในเกมกีฬา รักอย่างร้อนแรง รักสวยรักงาม ขี้โอ่ ขี้เห่อ ชอบทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันหวังในตำแหน่งหน้าที่ มีความสนใจหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เป็นผู้ที่ขาดความเมตตาปราณี มีความทรยศหักหลัง อิจฉาอยู่ในใจ ทะนงตัวยกตัวว่าดีเด่นด้วยทางที่ผิด เชื่อคนง่าย ชอบยอ ไม่ชอบความจริง ถ้าคนอื่นโกหกมักจะเชื่อถือเป็นจริงจัง 14. คนที่มีลักษณะ คิ้ว ลอน คือ คิ้ว ที่เป็นลูกคลื่นหนาๆ บางๆ ไม่สม่ำเสมอ ใหญ่ๆ เล็กๆ เป็นตอนๆ เป็น เครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้น มีใจไม่ค่อยจะแน่นอน ไม่มีความเด็ดขาดอยู่ในตัวเอง ทำงานจับจด เบื่อหน่ายเร็ว รักง่ายหน่ายเร็ว ไม่มีความรักจริงจังกับใคร ชอบมีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ แต่เป็นคนมีความอดทน บึกบึน มานะพยาบาทแรงกล้า ขาดความกรุณาในด้านศีลธรรม ไม่ยอมเสียเปรียบผู้อื่น แต่ชอบจะเอาเปรียบ จิตใจคล้ายกับคน คิ้ว กังฉิน มักมากในกามารมณ์ บางทีก็จะดี แต่ในเวลาเดียวกันอารมณ์เปลี่ยนแปลงเป็นร้ายที่สุดก็ได้ ยากที่ผู้จะคบค้าสมาคมได้ยืดยาว 15. คนที่มีลักษณะ คิ้ว โก่ง คือ คิ้ว ที่โก่งคล้ายดวงจันทร์ หาง คิ้ว ต่อ คิ้ว พอดีต่อหางตา หรือจดระดับหางตา กลางใหญ่ปลายเล็ก เป็น เครื่องหมายแสดงว่าคนผู้นั้นมีเสน่ห์ในตัวเอง อัธยาศัยดี เยือกเย็น มีสติปัญญาดี มีปฏิภาณเฉียบแหลม มีนิสัยละมุนละไม มีคนรักใคร่นับถือ ชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ญาติมิตร มีความกตัญญู ซื่อสัตย์ สุจริต ชอบการสมาคมรื่นเริง รักความสวยงาม พูดจาก็อ่อนหวาน ใฝ่ฝันทะเยอทะยานหาเกียรติยศชื่อเสียง อนาคตภายหน้าจะเป็นผู้ที่มีความรุ่งโรจน์ในวิถีชีวิตของตัวเอง (ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail) (ขอบคุณภาพจาก postjung )

ครม.เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.หอพัก แยกชายหญิง บังคับใช้นศ.ต่ำกว่าป.ตรี
พ.ร.บ.หอพัก /  ร่างพรบ.หอพัก / 

ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.หอพัก แยกชาย-หญิง บังคับใช้นศ.ต่ำกว่า25ปี คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับในปัจจุบันแล้ว และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา โดยให้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับ ..) พ.ศ. .... (แบ่งส่วนราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สำรวจจำนวนหอพักที่เข้าเกณฑ์และได้รับผลกระทบจากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวและสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการก่อน ร่างพระราชบัญญัติจะมีผลใช้บังคับ    สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ 1. กำหนดให้หอพัก หมายความว่า สถานที่ที่รับเฉพาะผู้พักตามพระราชบัญญัตินี้เข้าพักอาศัยโดยมีการเรียกเก็บค่าเช่า โดยผู้พักได้แก่ ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาในสถานศึกษาทั้งของรัฐและของเอกชนที่จัดการศึกษาในระบบตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีและอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี 2. หอพักที่อยู่ภายใต้บังคับแห่งร่างพระราชบัญญัตินี้ คือ หอพักสถานศึกษาซึ่งได้แก่ หอพักที่ผู้ประกอบกิจการหอพักเป็นสถานศึกษา และหอพักเอกชนซึ่งได้แก่ หอพักที่ผู้ประกอบกิจการเป็นบุคคลทั่วไป  3. กำหนดให้หอพักมี 2 ประเภท คือ หอพักชายและหอพักหญิง เพื่อป้องกันมิให้มีการปะปนกันระหว่างผู้พักชายและผู้พักหญิง ทั้งนี้ ไม่ได้ตัดสิทธิผู้ประกอบกิจการหอพักที่จะสร้างหอพักชายและหอพักหญิงอยู่ในบริเวณเดียวกันแต่ต้องแยกอาคารและใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักออกจากกัน 4. กำหนดหลักเกณฑ์การรับผู้พัก ดังนี้  4.1 หอพักสถานศึกษาสามารถรับผู้พักซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือระดับอุดมศึกษาได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้พักจะศึกษาอยู่ในสถานศึกษานั้นหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งได้กำหนดข้อยกเว้นให้หอพักสถานศึกษาสามารถรับบุคคลทั่วไปเข้าพักเป็นการชั่วคราวได้ในระหว่างปิดภาคการศึกษาที่ไม่มีผู้พัก 4.2 หอพักเอกชนกำหนดให้รับผู้พักได้เฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เนื่องจากผู้พักดังกล่าวสามารถดูแลตนเองได้พอสมควร 5. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการหอพักต้องทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือระหว่างผู้ประกอบกิจการหอพักและผู้พักตามแบบที่คณะกรรมการส่งเสริมกิจการหอพักกำหนด เพื่อให้สัญญาเช่าหอพักมีมาตรฐานเดียวกัน 6. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันไว้ในกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบกิจการหอพักและผู้พัก 7. กำหนดให้ผู้ประสงค์จะประกอบกิจการหอพักสถานศึกษาและหอพักเอกชนต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักจากนายทะเบียน คือผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งในเขตพื้นที่ที่หอพักตั้งอยู่ เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ที่กำหนดให้โอนอำนาจในการกำกับดูแลการประกอบกิจการหอพักให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยได้กำหนดให้บรรดาค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และรายได้อื่น ๆ เกี่ยวกับการประกอบกิจการหอพักตามพระราชบัญญัตินี้ ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8. กำหนดให้ใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักสถานศึกษาใช้ได้ตลอดไปโดยไม่มีอายุ แต่จะสิ้นผลเมื่อผู้ประกอบกิจการหอพักถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาหรือเลิกกิจการ แล้วแต่กรณี และในกรณีผู้ประกอบกิจการหอพักดังกล่าวประสงค์จะประกอบกิจการหอพักต่อไป ให้ดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นหอพักเอกชน สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักเอกชนให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต 9. กำหนดให้หอพักสถานศึกษาได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการหอพัก และอาจได้รับสิทธิในการได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเงินได้เป็นกรณีพิเศษจากการประกอบกิจการหอพักโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามประมวลรัษฎากรหรือได้รับลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน สำหรับหอพักเอกชนที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากคณะกรรมการส่งเสริมกิจการหอพักอาจได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรและการสนับสนุนด้านการเงินหรือวัสดุอุปกรณ์เช่นเดียวกับหอพักสถานศึกษา เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบกิจการหอพักเอกชนเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามพระราชบัญญัตินี้มากยิ่งขึ้น 10. กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการหอพักต้องจัดให้มีผู้จัดการหอพักเพื่อทำหน้าที่ควบคุมดูแลหอพัก รวมทั้งกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการหอพักจัดการหอพัก 11. กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการหอพัก เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและส่งเสริมกิจการหอพักโดยให้สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ รับผิดชอบเกี่ยวกับงานธุรการของคณะกรรมการและของคณะอนุกรรมการ 12. กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักของนายทะเบียนไว้ เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดแก่ผู้พัก โดยกำหนดเหตุที่จะเพิกถอนใบอนุญาตไว้เพียง 2 กรณีคือ 1. หอพักไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงเกี่ยวกับการอนุญาตให้ประกอบกิจการหอพัก หรือ 2. ผู้ประกอบกิจการหอพักขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 13. กำหนดบทเฉพาะกาล              13.1 กำหนดให้ใบอนุญาตหรือการอนุญาตใด ๆ ที่ได้ให้ไว้ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2507 ที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุหรือถูกเพิกถอน              13.2 โดยที่ร่างพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติห้ามผู้ใดใช้คำว่า “หอพัก” ในสถานที่ของตนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ที่ใช้คำดังกล่าวอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จึงกำหนดให้บุคคลดังกล่าวเลิกใช้คำว่า “หอพัก” ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ MThai News

น็อต ว่าไง! ชมพู่ รอเมื่อไหร่จะมาขอ
ชมพู่ อารยา /  ชมพู่ น็อต / 

ทำเอาหลายคนลุ้นตัวโก่งว่าเมื่อไหร่มีข่าวดีเรื่องวิวาห์หวานสักที ล่าสุดนางเอกสาว ชมพู่ อารยา เผยยังไร้แวววี่ฤกษ์แต่งงาน ไม่เถียงได้ฤกษ์ดีเดือนเมษายน บอกยังไม่พร้อมสละโสดช่วงต้นปีหน้า เปรยแฟนหนุ่มไฮโซ น็อต วิศรุต ยังไม่มาสู่ขอแบบเป็นทางการ แค่ทางผู้ใหญ่ข้ามสเต็ปย่องไปดูฤกษ์งามยามดีให้ก่อนเท่านั้นเองจ้า!! "กับเรื่องฤกษ์แต่งเดือนเมษายนปีหน้า จริงๆ ยังไม่ฟันธงนะคะ คือตอนนี้วันมีเยอะแยะมาก แต่มันยังสรุปไม่ได้สักวัน เพราะหมอดูแต่ละท่านก็บอกไม่เหมือนกัน คือชมไม่ได้ไปดูเอง แต่เขาก็มีคนที่จัดการกันคะ ฤกษ์เดือนเมษาก็ได้มาจริง แต่ก็ไม่อยากให้บอกว่าเมษานี้ แต่อาจจะข้ามเมษาไป เลยยังไม่มีอะไรมาอัพเดทกันค่ะ" "ยังไงก็ไม่ฟ้าแลบแน่นอน ก็ถ้าได้วันก็คงจะบอกเพื่อนๆ โดยทั่วหน้ากันอยู่แล้วค่ะ สำหรับชุดแต่งงานที่บอกว่าไปดูถึงฝรั่งเศส ไม่ใช่นะคะ ชมก็ไปเรื่อยเปื่อยของชมอยู่แล้ว คือปีนี้ชมบินบ่อยคนก็เลยตั้งข้อสังเกต แต่ชมไปช้อปปิ้งเป็นปกติอยู่แล้ว เอาจริงๆ คุยกันแล้วว่า ถ้าเราได้วันแล้ว เราต้องยังไงต่อเพราะเขาเองก็ไม่ใช่ดารา ไม่มีงานจะให้ออก ก็เดี๋ยวคงรู้เองแหละ ถึงเวลาก็คงต้องรู้กันอยู่ดี" "คือชมยังไงก็ได้ แต่ขอให้เป็นวันสะดวก ตอนนี้ยังไม่ลงตัว เนื่องจากยังติดภาระกิจของชมและของคุณน็อตด้วย ไหนจะญาติและเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศด้วย ก็เลยลงตัวยาก ถ้าต้นปีนี้ก็คงยังค่ะ" "เอาจริงๆ เลยน่ะ คุณน็อตยังไม่ได้มาขอแบบเป็นทางการเลย แต่ทางผู้ใหญ่เขาไปคุยกันเอง คือเขาก็ข้ามสเต็ปแล้ว เพราะเขาคงขี้เกียจรอเราแล้วเหมือนกัน ถามว่าทริปใหม่มีลุ้นเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งหรือเปล่า ชมไม่ลุ้น ไม่หวังอะไรกับทริปนี้เลย เพราะเป็นแบบครอบครัวมากๆ ไม่รู้ ไม่หวังเลยค่ะ" ชมพู่ อารยา กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG : chomismaterialgirl , nottvisrut ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา น็อต วิศรุต ชมพู่ - น็อต และคุณแม่

ดินไหวอินโด6.8Rคนหนีวุ่น-ไม่มีเตือนสึนามิ
สีนามิ /  อินโดนีเซีย / 

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 6.8 ริกเตอร์ ในทะเลทางตะวันออกอินโดนีเซีย ประชาชนแตกตื่นวิ่งออกจากบ้านโกลาหล แต่ไม่มีประกาศเตือนสึนามิ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐ รายงานว่า เมื่อเวลา 22:33 น. หรือเวลาประมาณ 21:33 น. ตามเวลาไทย เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงระดับ 6.8 ริกเตอร์ ในทะเลโมลุกกะใกล้เกาะเตอร์นาตี ทางตะวันออกของประเทศอินโดนีเซีย โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองโคต้า เตอร์นาตี ซึ่งมีประชากรประมาณ 2 แสนคน ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 150 กม. จุดศูนย์กลางอยู่ใต้ทะเลลึกราว 41 กม. แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ทำให้ประชาชน ในเมืองมานาโดในตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี ต่างแตกตื่นวิ่งออกจากอาคารบ้านเรือน ออกมาอยู่กลางถนนกับบนที่สูงอย่างโกลาหล โดย เฮนดร้า ปอนโต้ บอกกับทาง สำนักข่าวเอเอฟพีว่า ตนกำลังนั่งดูทีวี และรู้สึกว่า ตัวทีวี พื้นดินสั่นอย่างมาก จากนั้นภรรยาก็ร้องเสียงดังพากันวิ่งออกจากบ้านกันอย่างอลหม่าน ทั้งนี้จนถึงขณะนี้ยังไม่รายงานความเสียหาย หรือว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

เมนูเช้า พร้อมเสิร์ฟ หุ้นเด่น จานด่วน (26 พย.)
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

เปิดเมนูหุ้นเด่น เอาใจขาหุ้น พร้อมเสิร์ฟทุกวัน ตัวไหนเด่น ตัวไหนแรง MThai News คัดหุ้นเด่น เพื่อนักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี PTTEP ราคาปิด 146 บาท แนวรับ 145 บาท แนวต้าน 150 บาท ราคาหุ้นมีโอกาสดีดตัวในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวต้านและแนวรับ จุด stop loss หากต่ำกว่า 144 บาท BWG ราคาปิด 5.25 บาท แนวรับ 5.15 บาท แนวต้าน 5.55 บาท ราคาหุ้นมีโอกาสดีดตัวในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวต้านและแนวรับ จุด stop loss หากต่ำกว่า 5.05 บาท บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า PTT ซื้อเล่นรอบใหญ่ แนวรับ 394-390 บาท แนวต้าน 420-440 บาท ตัดขาดทุน 380.00 บาท ระดับราคาได้มีสัญญาณซื้อขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลังจาก Break แนวต้านสาคัญที่ 390.00 บาทและเป็นการเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นขนาดใหญ่และมีแนวโน้มทา All Time ด้วยสาหรับขาขึ้นขนาดใหญ่ในรอบนี้ TRUE สั้นๆซื้อรอขายแนวต้าน ตัดขาดทุน 11.70 บาท ระดับราคาได้มีสัญญาณซื้อเกิดเมื่อสามารถ Break แนวต้านที่ 11.80 บาทขึ้นมาได้โดยคาดว่าจะมีแนวต้านเป้าหมายแรกที่ High เดิมบริเวณ 13.00 บาทแต่ก็จะมีแนวต้านระหว่างทางมากพอควร KTB ซื้อเล่นรอบใหญ่ แนวรับ 23.90-23.70 บาท แนวต้าน 24.50-26.50 บาท ตัดขาดทุน 23.40 บาท สั้นๆระดับราคาได้ทรงตัวเหนือแนวต้านที่ 23.60 บาทขึ้นมาเป็นสัญญาณซื้อของแนวโน้มในระยะกลางที่พร้อมจะไต่ระดับสูงขึ้นไปทา New High เหนือ 24.50 บาทและจะมีแนวต้านเป้าหมายที่ 26.50 บาทเป็นอย่างน้อย TPIPL ซื้อเล่นสั้นๆ แนวรับ 1.83-1.80 บาท แนวต้าน 1.92-1.98 บาท ตัดขาดทุน 1.78 บาท สั้นๆทยอยขึ้นไปทดสอบแนวต้าน แนวโน้มในระยะสั้นๆของระดับราคาได้มีทิศทาง Positive อย่างมากทาให้คาดว่ามีความพร้อมสูงที่ทยอยขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบนได้ ตามข่าวสารการลงทุน ตลาดหุ้น คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

ช๊อควงการ! นักแข่งเกมส์ Counter-Strike โกงเกมส์การแข่งขัน
Counter-Strike /  Counter-Strike: Global Offensive / 

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีสมาชิกทีมแข่งเกมส์ Counter-Strike: Global Offensive จากยุโรปชื่อดัง ถูกกล่าวหาและถูกจับได้ว่ามีการโกงการเล่นเกมส์ซูตติ้ง FPS ขณะแข่งขัน ผ่านโปรแกรมดักจับการโกงจาก Valve ผู้ผลิตเกมส์ ล่าสุดทางสมาพันธ์แข่งขันเกมส์ได้แบนผู้เล่นอย่างเป็นทางการแล้ว เหตุการณ์โกงเล่นกมส์แข่งขัน เริ่มต้นจาก Simon "smn" Beck สมาชิกทีมแข่งเกมส์ ถูกโปรแกรม Valve Anti-Cheat ตรวจจับการใช้โปรแกรมช่วยเล่น และถูกจับได้ว่าใช้โปรแกรมดังกล่าวในการแข่งขัน หลังจากที่ถูกจับได้ เขาเปิดเผยสมาชิกทีมแข่งเกมส์คนอื่นๆจากทีม Titan อย่าง Hovik “KQLY” Tovmassian และ Gordon “SF” Giry จากทีม Epsilon ซึ่งเป็นทีมใหญ่ของเกมส์ Counter-Strike ในทวีปยุโรป กล่าวหาว่าโปรแกรมช่วยเล่นในรูปแบบ"ช่วยเล็งปืน"เพื่อให้ยิงง่ายขึ้น รวมถึงรายชื่อนักแข่งเกมส์คนอื่นๆที่ไม่เปิดเผยในแวดวงอีกด้วย Beck ยังอ้างว่า ในการแข่งขันเกมส์ Counter-Strike: Global Offensive มีจำนวน 40 เปอร์เซนต์ ใช้ทักษะจากการโกงเล่นเกมส์และโปรแกรมต่างๆ แทนที่จะใช้ฝีมือการเล่นในการแข่งขัน หลังจากที่มีการสืบสวนกรณีดังกล่าว พบว่าผู้เล่นทั้งสองคนใช้โปรแกรมช่วยเล่นจริง ล่าสุดสมาชิก KQLY ได้ถูกถอดออกจากทีมและเริ่มต้นสืบสวนประเด็นดังกล่าว ขณะที่เจ้าตัวแก้ต่างว่า ตนยอมรับใช้โปรแกรมช่วยเล่นจริง แต่ว่าใช้ในตอน"ก่อนที่ร่วมทีม Titan" ส่วนทีมสังกัด Epsilon ออกมาแถลงการณ์ครั้งนี้ว่า ทางทีมฯได้ปลดสมาชิกคนดังกล่าวออกจากทีมอย่างเป็นทางการ และเริ่มสืบสวนและขอข้อมูลกับทางผู้ผลิตเกมส์เพื่อลงโทษสมาชิกต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ ด้านผู้จัด DreamHack งานแข่งเกมส์ชื่อดังจากยุโรปที่มีเกมส์ Counter-Strike: Global Offensive จัดร่วมการแข่งขัน เบื้องต้นได้แบนสองทีมครหาไม่ให้ลงแข่งขันตลอดปี 2014 พร้อมติดประกาศ"ข้อควรระวังพิเศษ" เพื่อเตือนแก่สมาชิกเกมส์ที่เข้าร่วมแข่งขันให้แข่งขันอย่างถูกกติกา อย่างไรก็ดี งานดังกล่าวจะจัดขึ้นในปลายเดือนพฤศจิกายน 2014 และเป็นช่วงคาบเกี่ยวที่เกิดเหตุการณ์อันช๊อควงการ ทำให้ผู้จัดสามารถรับมือและป้องกันได้ง่ายขึ้น

ออม ไม่เกี่ยว! กอล์ฟ รับแล้ว เลิก!! เคธี่
กอล์ฟ พิชญะ /  กอล์ฟ เคธี่ / 

รับแล้วรักแท้แพ้ระยะทาง!! นักร้องและนักแสดงหนุ่ม กอล์ฟ พิชญะ เผยได้ตัดสินใจเลิกรากับทาง เคธี่ อดีตแฟนสาวชาวรัสเซียมาได้สักพักแล้ว พร้อมแจงไม่เกี่ยวกับกรณีที่ตนมาสนิทสนมกับทางนางเอกหน้าละอ่อน ออม สุชาร์ ยันไม่มีเรื่องมือที่สาม และไม่มีเวลาเฮิร์ทเพราะทำงานเยอะ ส่วนอีกฝ่ายไม่รู้เพราะตอนนี้เลิกติดต่อกันไปแล้ว สำหรับโอกาสรีเทิร์นไม่มี!! กอล์ฟ - เคธี่ กอล์ฟ - เคธี่ กอล์ฟ - เคธี่ กอล์ฟ - ออม กอล์ฟ - ออม

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

แสบจริง! โจรบุกคลินิกความงามฉกเงิน300-น้ำยาดับช่องคลอด
ขโมยน้ำตาดับช่องคลอด /  ข่าวจังหวัดขอนแก่น / 

โจรบุกคลินิกความงาม ที่ขอนแก่น ก่อนฉกเงิน300-น้ำยาดับช่องคลอด หนีลอยนวล ตำรวจเร่งล่าหลังวงจรปิดมัดภาพชัด เกิดเหตุคนร้ายรูปร่างอ้วน งัดคลินิกสูตินรีเวช กลางเมืองขอนแก่น ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ ประกอบด้วย เงินสดรวมกว่า 300 บาท น้ำยาทำความสะอาดช่องคลอด น้ำยากำจัดกลิ่น เครื่องสวนล้างช่องคลอดและเวขภัณฑ์ยาที่เกี่ยวข้องกับสูติ-นรีเวช อีกหลายรายการ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นใบหน้าอย่างชัดเจน ภาพจากกล้องวงจรปิด ปรากฎคนร้ายเป็นชายรูปร่างอ้วน อายุประมาณ 30 - 35 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมสั้น สวมเสื้อแจ๊คเกตแขนยาวกางเกงขายาว เข้าไปรื้อค้นตามลิ้นชักหลังเคาท์เตอร์ ลงมือก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว โดยใช้แชลงงัดเข้ามาจากประตูด้านหลังของตัวอาคารซึ่งติดกับถนน พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บลายนิ้วมือและหลักฐานติดตามจับกุมคนร้ายแล้ว เนื่องจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของคนร้ายโดยเฉพาะรูปพรรณสันฐานและใบหน้าได้อย่างชัดเจน ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "โจรปล้น" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

ตู่ ส่ายหน้า! ไม่รู้ เจนี่ โผล่เบิร์ธเดย์ เอ๋
ตู่ นันทิดา /  ตู่ อวยพรวันเกิด เอ๋ / 

นักร้องเสียงทรงพลัง ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย รับไปร่วมอวยพรวันเกิดอดีตสามี เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ พร้อมแชะภาพร่วมเฟรม และมอบรูมสเปรย์ให้เป็นของขวัญ เผยลูกสาวสุดเลิฟ น้องเพลง ชนม์ทิดา ร้องเพลงทำเซอร์ไพร้ส์เบิร์ธเดย์คุณพ่อ ก่อนจะส่ายหน้าบอกไม่รู้มีภาพคล้ายนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โผล่มางานวันเกิดฝ่ายชายครั้งนี้ด้วย!! "เรื่องภาพคู่กับคุณเอ๋ในวันเกิดของเขา ก็เป็นปกติวันเกิดของคุณพ่อน้องเพลง เราก็ส่งของขวัญให้กันเป็นประจำทุกปี ปีที่แล้วก็ส่งดอกไม้ แต่ปีนี้น้องเพลงเขาไปร้องเพลงเซอร์ไพร้ส์คุณพ่อ ส่วนตัวพี่เองติดถ่ายละครอยู่ ที่จริงจะไปด้วยกันกับน้องเพลง แต่สุดท้ายกองถ่ายเลิกดึกก็เลยไปอวยพรตอนงานเกือบเลิกแล้ว" "ถามเจอกันครั้งนี้มีการพูดคุยอะไรกันไหม ไม่มีค่ะ ก็ปกติอยู่แล้ว และก็อวยพรให้เขาสุขภาพแข็งแรง ก็ดีใจด้วยที่มีคนมาอวยพรเยอะแยะมากมาย ส่วนน้องเพลงก็รู้สึกจะร้องเพลงที่เขาแต่งให้ เพราะเขาร้องบนเวทีและตัวพี่เองก็ไม่ได้เห็นเหมือนกัน จริงๆ แล้วน้องเพลงเห็นคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกัน เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็อย่างที่บอกที่เป็นเรื่องปกติที่พี่อวยพรวันเกิดกันทุกปี ก็จะส่งดอกไม้ไป" "ปีนี้ให้ของขวัญเป็นรูมสเปรย์เพราะรู้ว่าเขาชอบความสะอาด บรรยากาศก็ไม่ได้ชื่นมื่นอะไร เป็นปกติค่ะ ไม่ได้มีอะไรที่เป็นพิเศษไปกว่าทุกปี แขกที่มาร่วมก็รู้สึกว่าประมาณ 3,600 ดูยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพื่อนฝูงมาเยอะ แต่พี่ไปตอนที่งานเลิกแล้ว ส่วนที่มีภาพเจนี่ไปร่วมงานด้วย อันนี้ไม่ทราบค่ะ เพราะพี่ไปหลังงานเลิกแล้ว" "หลังจากนี้คงไม่มีแพลนไปไหนพร้อมกันแล้วมั้งคะ พี่เองก็มีงานทุกปี เราไม่ได้มีเวลาแบบนั้น แต่ส่วนมากวันเกิดน้องเพลงคุณพ่อจะมาหาเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะต่างคนต่างทำงานเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ปกติคุณพ่อเขาก็จะโทรหาลูกอยู่แล้ว ถ้าว่าก็มาเจอลูก ส่วนวันเกิดพี่เอง เป็นคนไม่จัดงาน ไม่เคยจัดงานมาหลายปีแล้วคะ ชอบอยู่เงียบๆมากกว่า ไม่ได้อะไรค่ะ" ตู่ นันทิดา กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG : pegliyah , plengasavahame , janienineeleven ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา ตู่ นันทิดา มาเบิร์ธเดย์ เอ๋ ชนสวัสดิ์ เอ๋ ชนสวัสดิ์ - น้องเพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ