ตอนที่6/น้ำตาลแดง

 มด สวยแซบ!! แม้เลือกเกิดได้ ละครแรงสะท้อนสังคม
มด ณปภัช /  ละคร / 

หันมาฉีกลุกส์เป็นสาวสวยร้อนแรงตั้งแต่เล่นละครเรื่อง น้องเมีย ทางช่อง 8 มด ณปภัช ลบภาพสาวแบ๊วสมัยตอนเป็นนักร้องใหม่ๆ จนหมดสิ้น ล่าสุดนางใส่เกียร์เดินหน้าหาประสบการณ์ใหม่ในละครแม้เลือกเกิดได้ ด้วยการตกปากรับคำเล่นบทที่ใครๆ ก็มองว่าแรงมากอย่างบท ใบพร ผู้หญิงกลางคืนที่แต่งตัวโชว์เนื้อหนังมังสาเพื่อเอาใจแขก ซึ่งเรื่องนี้บทค่อนข้างจะหวือหวา ถึงเนื้อถึงตัว แม้จะมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นบทที่ค่อนข้างแรงไปแต่ดูเหมือนสาว มด จะไม่ยี่ระ มด ณปภัช นางกลับรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสได้เล่นบทใหม่ๆ ท้าทายความสามารถ แม้จะมีฉากนัวเนียกับผู้ชายบ้างอะไรบ้างและมีบทเลิฟซีนที่ดูดดื่มแต่นักแสดงมืออาชีพอย่างมดก็ไม่โอดครวญเลยสักนิด การหาประสบการณ์ใหม่ เท่ากับการพิสูจน์ความสามารถด้านการแสดงว่ามีพัฒนาการมากแค่ไหน นี่ถือเป็นก้าวใหม่ที่จะทำให้เธอเติบโตในเส้นทางบันเทิง เห็นลีลาการแสดงของ มด แล้วบอกเลยว่าเธอทำการบ้านมาค่อนข้างดี ลีลาการแสดงสีหน้าท่าทางดูแล้วลื่นไหลไม่รู้สึกขัดตา แถมลุคใหม่ก็ทำให้เธอแลดูเป็นผู้หญิงสวยมีเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิม แม้บทจะไม่ใช่การเป็นนางเอกสวยใสทั่วๆ ไปแต่คาแรคเตอร์เรื่องนี้ก็แฝงข้อคิดการใช้ชีวิตในสังคมไทยสอดแทรกไว้ในเนื้อเรื่อง ฟิล์ม-มด อย่างที่ผู้จัดหน้าหล่อ ฟิล์ม รัฐภูมิ เคยบอกไว้ว่า แม้เลือกเกิดได้ เป็นละครแรงสะท้อนสังคม ซึ่งเป็นเรื่องราวอีกมุมหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย ดูละครอย่าดูเอาแค่สนุก ข้อคิดอะไรดีๆ ที่มีเราสามารถเก็บเอามาย้ำเตือนตัวเราเองได้ ละครเรื่องนี้แม้จะแรงแต่เชื่อว่าคอละครก็ชอบเปิดดูไม่มากก็น้อย

5 ท่านวดหน้าง่ายๆ ด้วยตัวเอง ยกกระชับผิว สวยเป๊ะเวอร์!!!
THE BODY SHOP /  ท่านวดหน้า / 

        ผู้หญิงเมื่ออายุมากขึ้นผิวจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ซึ่งต่างจากเด็กๆที่ผิวจะกลับคืนรูปอย่างรวดเร็ว ไม่เชื่อ! ลองดึงที่หลังมือของเรา เทียบกับของเด็กๆ จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด หรือ ลองสังเกตตอนตื่นนอนใครที่ชอบนอนตะแคง เราจะเห็นริ้วรอยบนหน้ากว่าผิวจะกลับสู่สภาพเดิมต้องใช้เวลานาน ไม่เหมือนกับตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น        ปัญหานี้เกิดจากผิวขาดความชุ่มชื้น จึงทำให้ขาดความยืดหยุ่น ริ้วรอยก็จะตามมาในไม่ช้า ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ การมาส์กหน้าช่วยคุณได้ Drops of Youth Bouncy Sleeping Mask จาก The body shop มาส์กหน้าสูตรพิเศษ ไม่ต้องล้างออก ทาทิ้งไว้ทั้งคืนมาส์กจะช่วยเคลือบผิวของเรา ไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น โดยเฉพาะใครที่ชอบนอนห้องแอร์ ผิวคุณจะสูญเสียความชุ่มชื้นดังนั้นการมาส์กหน้าจะกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวตลอดทั้งคืน ตื่นมาหน้าสดชื่นสดใสแน่นอน มาร์สหน้า ไอเท็มที่ขาดไม่ได้ต้องพกติดตัว! 1.พกไว้บนเครื่องผิว เพื่อป้องกันผิวขาดน้ำ 2.ในช่วงที่อากาศร้อน ใช้บำรุงผิวยามค่ำคืน เพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว 3.เมื่ออากาศหนาว มาส์กจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นตามธรรมชาติไว้กับผิวตลอดทั้งวัน      เปิดกระปุกปุ๊บ! กลิ่นหอมลอยมาเลย เนื้อครีมสีขาวเข้นข้นมาก เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิวนั่นเอง กลิ่นหอมอ่อนๆ ได้กลิ่นแล้วรู้สึกสดชื่นเลย ภายในกล่องแถมไม้พายมาให้เพื่อใช้ตักเนื้อครีม ขอบอกสาวๆว่าอย่าใช้นิ้วปาดเนื้อครีมนะจ๊ะ ไม่งั้นสิ่งสกปรกอาจจะไปปะปนทำให้เนื้อครีมเปลี่ยนสภาพได้ ว่าแล้วอย่ารอช้ามาเริ่มทาครีมกันเลยดีกว่า... 5 ท่านวดหน้า ง่ายๆ ด้วยตัวเอง  1.ท่าสายรุ้ง ใช้ปลายนิ้วนวดบริเวณหน้าผาก จากกลางหน้าผากไปยังขยับทั้ง 2 ข้าง 2.ท่าสลายก้อนเมฆ เริ่มจากใต้ตา นวดออกไปข้างแก้มจนถึงหู 3.ท่าเกลี่ยพื้นดิน เริ่มจากพนมมือไว้แล้วค่อยๆลูบจากใต้คางไปยังกึ่งกลางจมูก แล้วใช้อุ้งมือโอบแก้มเอาไว้ 4.ท่าคลื่นใต้น้ำ ลูบจากลำคอขึ้นมาจนถึงปลายคาง ใช้นิ้วมือนวดสลับกันไปมา 5.ท่าสุดท้าย ใช้ปลายนิ้วมือนวดจากหน้าผาก ไล่มายังใต้ตา แก้ม ขากรรไกร และ คาง หลังจากได้ทดลองใช้แล้วรู้สึกได้เลยผิวเนียนนุ่มขึ้น เปล่งปลั่งสดใสกว่าเดิม แถมยังช่วยป้องกันริ้วรอยให้เกิดขึ้นช้าลง จากก่อนหน้านี้ใบหน้าเคยหมองคล้ำ กลับมาสว่างสดใสดูมีน้ำมีนวล ออร่ากระจายจนเพื่อนทักเลยล่ะ อิอิ... สาวๆควรทำเป็นประจำทุกคืนก่อนนอน ผิวจะดูอิ่มเอิบขึ้นมาทันตา เพราะเจ้าตัวนี้จะไปช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว  รับรองว่าหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อิ่มน้ำตลอดทั้งวันเลยจ้า!!!

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ประกาศรายชื่อหนังเข้าชิง รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 คิดถึงวิทยา มาแรง!
คิดถึงวิทยา /  ชิงรางวัล / 

ในระหว่างที่ชาวโลกกำลังลุ้นรางวัลออสการ์กัน ฝั่งวงการหนังไทย สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ก็ได้ประกาศรายชื่อหนังที่เข้าชิง รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24  ทั้ง 17 รางวัลออกมาแล้ว โดยเดิมมี 16 รางวัล แต่ในปีนี้เพิ่มรางวัล "ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม" ขึ้น จึงรวมเป็นทั้งหมด 17 รางวัล จากภาพยนตร์ขนาดยาวที่ส่งเข้าชิงทั้งหมด 59 เรื่อง และสารคดีอีก 6 เรื่อง ซึ่งนับว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปี และสำหรับรางวัล "สุพรรณหงส์เกียรติยศ" ซึ่งถือเป็นรางวัลเชิดชูผู้มีผลงานทางด้านภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน คณะกรรมการจากสมาพันธ์ฯ ต่างลงคะแนนให้พระเอกยอดนิยมตลอดกาล คุณ สมบัติ เมทะนี ได้รับรางวัลอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยในรายชื่อหนังเข้าชิง รางวัล รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 24 นี้ 5 เรื่องที่ติดโผเข้าชิงมากที่สุดคือ คิดถึงวิทยา เข้าชิง 13 รางวัล / แผลเก่า เข้าชิง 12 รางวัล / ตุ๊กแกรักแป้งมาก และ ภวังค์รัก  เข้าชิง 11 รางวัล / ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ เข้าชิง 10 รางวัล และตรวจสอบรายชื่อในสาขารางวัลอื่นๆ ได้ที่ด้านล่างนี้ ถ้ามีเรื่องไหนโดนใจคุณผู้ชมอยู่ล่ะก็ ตามลุ้นตามเชียร์กันได้เลย โดย นายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์ฯ ได้กล่าวว่า "เราอยากให้สุพรรณหงส์ปีนี้ มีรูปแบบของงานที่สนุกสนาน และให้ผู้ชมมีส่วนร่วมให้มากที่สุด เราจึงคิดธีมของงานออกมาว่า "เดอะวันเดอร์ ออฟ ฮิวเมอร์" หรือ "อัศจรรย์แห่งอารมณ์ขัน" อันหมายถึงคุณลักษณ์ของหนังไทยและคนไทย ที่ไม่ว่าจะทำอะไร เราก็ไม่ขาดหายจากอารมณ์ขัน และในปีนี้ เราจะจัดงานกันที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมนี้นะครับ  ก็ขอฝากเชิญชวนเพื่อนพ้อง และพี่น้องในวงการภาพยนตร์ ให้มาช่วยเชียร์ และร่วมเป็นสักขีพยานให้กับการตัดสินรางวัลกันในครั้งนี้นะครับ" ข้อมูลจาก: สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ---------------------------------------

6 จุดเคล็ดลับ กับวิธีเล้าโลมผู้หญิง ให้พร้อมที่จะถึงจุดสุดยอด Sponsor โดย ฟาโซลา [EP.4]
คลิปhot /  blackmailwomen / 

Blackmail Women หักหลังผู้หญิง ตอนที่ 4 กับ Foreplay วิธีเล้าโลม 6 วิธีการ ทีควรเตรียมพร้อม และต้องรู้จักธรรมชาติของผู้หญิง ว่าต้องการอะไรบ้าง จุดไหนที่ชอบ หรือสิ่งไหนที่ต้องการ วันนี้เราเลยมาหักหลังผู้หญิง เปิดเผยทุกจุดที่คุณผู้ชายต้องรู้และต้องใ­ส่ใจกันมากขึ้น เพราะชีวิตรัก ชีวิตคู่ที่ ขาด sex ไปไม่ได้ รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/blackmailwomen