ตอนที่5/เก้า - จิรายุ ละอองมณี

5 เทคนิค วิ่ง อย่างไรไม่ให้ปวดเข่า
วิ่ง /  วิ่งออกกำลังกาย / 

การ วิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายและประหยัด แต่บางครั้งเทคนิคการ วิ่ง ที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงรองเท้าหรือสภาพร่างกายที่ไม่อำนวยก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน เกร็ดสุขภาพมี 5 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดเข่าขณะ วิ่ง มาฝากกันค่ะ 1. ควรอบอุ่นร่างกายและยืดกล้ามเนื้อให้เพียงพอ โดยเริ่มจากการเดินเร็วหรือ วิ่ง เหยาะๆ ก่อนที่จะ วิ่ง เต็มที่ รวมทั้งควรยืดกล้ามเนื้อรอบเข่าและข้อเท้าทุกครั้ง เพื่อให้มีการปรับตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกกำลังกาย เช่น การเหยียดเข่าตรงและเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาค้างไว้ 5 วินาทีต่อครั้ง ทำประมาณ 10 -20 ครั้งต่อวัน เป็นต้น 2. เลือกซื้อรองเท้า วิ่ง ให้เหมาะสม รองเท้าที่ใช้ควรมีพื้นกันแรงกระแทกที่เพียงพอและมีความกระชับพอดีกับเท้า ซึ่งตามร้านค้าที่ขายมักจะมีการแยกประเภทรองเท้ากีฬาชนิดต่างๆ ไว้แล้ว 3. ควรตรวจดูลักษณะเท้าว่าผิดปกติหรือไม่ ส่วนใหญ่ที่พบคือ ภาวะเท้าแบน ถ้าคุณมีเท้าแบนหรือไม่มีอุ้งเท้าสูงเพียงพอ เวลา วิ่ง นานๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดเข่าและข้อเท้าได้ 4. ไม่ควร วิ่ง ก้าวเท้ายาวเกินไปหรือยกเข่าสูงเกินไป เพราะทำให้ข้อเข่าต้องงอมากเกินความจำเป็น อาจทำให้เกิดปัญหาปวดเข่าได้ง่ายขึ้น 5. ควร วิ่ง โดยลงน้ำหนักที่ส้นเท้า การ วิ่ง โดยลงน้ำหนักที่ปลายเท้านานๆ จะทำให้เกิดแรงกระชากพังผืดฝ่าเท้า ปวดกล้ามเนื้อน่อง และยังเกิดแนวแรงที่ผิดปกติที่ผ่านต่อข้อเข่า ทำให้ต้องงอเข่ามากขึ้นขณะวิ่ง และอาจทำให้เกิดการปวดเข่าด้านหน้าได้ แต่หากคุณมีภาวะข้อเสื่อมอย่างชัดเจน ขอแนะนำให้ใช้การออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ว่ายน้ำ รำกระบอง โยคะ หรือเดินเร็ว แทนการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นอาการออกกำลังกายชนิดใดๆ ก็ล้วนแต่สร้างสุขภาพกายใจที่ดีให้คุณได้ค่ะ ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 215

แฟนๆ ปีศาจแดง ไปฟอลโล่ว์ด่วน! มูรินโญ่ เปิด IG ฉลองรับงานใหม่
ปีศาจแดง /  มูรินโญ่ / 

แฟนๆ ปีศาจแดง ที่กำลังตื่นเต้นกับ โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถตามไปฟอลโล่ว์ อินสตาแกรม ส่วนตัวของเขากันได้เลย หลังจากที่ กุนซือชาวโปรตุเกส ได้เปิดแอคเคาท์อย่างเป็นทางการขึ้นมาทันทีที่มีการเปิดตัวเป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งภายในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็มีคนกดติดตามไปแล้วกว่า 5 หมื่นคน สำหรับภาพแรกที่ มูรินโญ่ ได้โพสต์ลง อินสตาแกรม นี้ก็คือเอกสารการเซ็นสัญญาคุมทีมในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั่นเอง พร้อมกับลงข้อความเอาไว้สั้นๆ ได้ใจความว่า "สโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด, โรงละครแห่งความฝัน" ภาพจาก อินสตาแกรม ของ โชเซ่ มูรินโญ่

เดี๋ยวนี้ทำอะไรก็สบายๆ คุยกับบอท ผ่าน Facebook ก็จองเที่ยวบินได้
Facebook /  Lifestyle / 

ล่าสุดบริษัท Skyscanner ได้เปิดตัวระบบ flight search ผ่านทาง Facebook Messenger เพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวแบบภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อทำให้การบินของคุณง่ายขึ้น จากการที่ต้องนั่งเปิดค้นหาและตัวเลือกต่างๆ ตามตารางเที่ยวบินต่างๆ กลับกลายเป็นแค่สนทนาง่ายๆ คุยกับบอท เพื่อหาเที่ยวบินหรือสถานที่ ที่เราตั้งเป้าหมายว่าจะไปในอนาคตนั่นเอง ซึ่งเราสามารถเข้าไปใช้ได้ที่ m.me/Skyscanner. Image: Skyscanner เริ่มต้นการใช้งานบอทจะถามถึงจุดหมายที่คุณอยากจะไป ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนจริงๆ ก็ให้ตอบว่า ไม่รู้ หรือยังไม่แน่ใจ หลังจากนั้นระบบจะถามว่าคุณจะสามารถบินได้จากที่ไหน หลังจากนั้นทาง Skyscanner จะคำนวนหาค่าที่ผู้คนส่วนใหญ่ในที่ๆ คุณจะบินไปเที่ยวมาเสนอให้คุณ ถ้าตัดสินใจได้ มันก็จะถามว่าคุณอยากจะบินวันไหน กลับวันไหน เพื่อค้นหาเที่ยวบินที่เหมาะสมกับคุณออกมาให้นั่นเอง และถ้าเจ้าบอท ไม่เข้าใจข้อมูลที่คุณป้อนเข้ามา มันจะทำการถามให้คุณตอบอีกทีเพื่อความกระจ่าง และตรงกับความต้องการของผู้บินมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น วันกลับ ควรจะตอบแบบเจาะจงไปเลยว่าจะกลับวันไหน ไม่ใช่ตอบแบบเป็นตัวเลข เช่น บินไป 5 วัน 4 คืน เป็นต้น และเมื่อทำการคุยกับบอทเรียบร้อยแล้ว มันจะคำนวนและนำเสนอเที่ยวบิน และ ราคาออกมาให้เราอย่างเสร็จสับ ที่เหลือเราก็คือจ่ายเงิน สบายๆ ง่ายๆ ไม่ต้องลำบาก เช็คนู่นเช็คนี่เหมือนกับที่เราทำอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง โดยทางบริษัทได้กล่าวถึงจุดประสงค์หลักของการคุยกับบอทว่า เราอยากจะทำให้ผู้ใชงาน ได้รับประสบการณ์ที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ดังนั่นเราจึงคิดค้นฟังค์ชั่นนี้ออกมาตอบสนองผู้บริโภค ดูบทความต้นฉบับ : Now you can chat with a bot on Facebook to plan your next vacation

กินใจ! พ่อรอง นำรางวัลครอบครัวแห่งปีมอบให้ แม่ทุม
ยุ้ย ปัทมวรรณ /  พ่อรอง เค้ามูลคดี / 

ซาบซึ้งกินใจ... ดาราสาว ยุ้ย ปัทมวรรณ โพสต์ภาพ พ่อรอง เค้ามูลคดี นำรางวัล “ครอบครัวแห่งปี” ที่ได้รับมาจากงานประกาศผลรางวัลเกียรติยศไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด ปี 2016 มามอบให้กับเจ้าของรางวัลตัวจริง!! นั่นก็คือ แม่ทุม ปทุมวดี ที่นอนรักษาอาการป่วยโรคไทรอยด์เป็นพิษและโรค ALS อยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมกับคำขอบคุณทุกกำลังใจมาดังนี้ “ทุกๆครั้งที่พี่ๆน้องๆสื่อมวลชนถาม พวกเราจะบอกเสมอว่า นอกจากญาติ และเพื่อนพี่น้องของพวกเราแล้ว ส่วนสำคัญที่คอยสร้างกำลังใจให้กับครอบครัวเราคือแฟนๆทุกคน ทั้งที่ได้เจอะเจอตามที่ต่างๆ หรือในโซเชี่ยลก็ตาม พวกคุณคือส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ครอบครัวเราเข้มแข็งขึ้น วันนี้เอารางวัลมามอบให้กับเจ้าของรางวัลตัวจริงที่สำคัญที่สุด#สู้ๆนะแม่#ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งจากใจค่ะ#ขอบคุณnineentertainด้วยจิงๆค่ะ#ครอบครัวเค้ามูลคดี” เรียกว่าสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้เห็นเป็นอย่างยิ่ง ยังไงทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับทางครอบครัว “เค้ามูลคดี” ด้วยอีกแรง เราจะสู้ไปด้วยกันจ้า...ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @yuipattamawan ครอบครัว เค้ามูลคดี ครอบครัว เค้ามูลคดี ครอบครัว เค้ามูลคดี

อร่อยง่ายๆ แบบ Healthy กับไอศกรีมมะม่วง
Healthy /  มะม่วง / 

อร่อยง่ายๆ แบบ Healthy กับไอศกรีมมะม่วง ไอศกรีม หรือหวานเย็นทั่วๆ ไป มักจะมีส่วนประกอบของไขมันและน้ำตาลในปริมาณที่สูงมาก ด้วยน้ำตาลและไขมันสูงนี้เอง ทำให้รสชาติของไอศกรีมหรือหวานเย็น กลมกล่อม หอมหวาน นุ่มลิ้น ยิ่งแช่ให้เย็นจัดๆ หรือทำ เป็นน้ำแข็งไสแล้ว ยิ่งเย็นชื่นฉ่ำเหมาะกับอุณหภูมิของประเทศไทยในขณะนี้จริงๆ แต่สำหรับคนที่ห่วงสุขภาพ ต่อให้ไอศกรีมหรือหวานเย็นจะเหมาะกับสภาพอากาศช่วงนี้ยังไง ก็คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ใส่ใจตัวเอง แล้วอะไรล่ะ ที่จะตอบโจทย์คนเหล่านี้ได้? ถ้าให้มองหาผลไม้ในบ้านเราก็มีอยู่หลายชนิด แต่ผลไม้ที่เหมาะแก่การนำมาทำเป็นไอศกรีมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น "มะม่วง" ที่จะกินในรูปแบบไหนก็อร่อยไปเสียหมด งั้นเราลองมาทำไอศกรีมมะม่วงในแบบ Healthy กันมั่งดีกว่า อร่อยแถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย... ส่วนประกอบ เนื้อมะม่วงสุก (ชนิดใดก็ได้)               175 กรัม นมสด Low fat                                100 กรัม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (ชนิดไม่หวาน)    75 กรัม แบะแซ                                            25 กรัม **เพื่อเลี่ยงการเติมน้ำตาล เนื่องจากแบะแซเป็นกลูโคส เมื่อรวมกับมะม่วงสุกที่มีรสชาติหวานอยู่แล้ว แต่เพื่อรสชาติที่ดีเราควรชิมรสก่อนปั่นไอศกรีม เพราะมะม่วงสุกที่เราหามาได้ อาจมีความหวานไม่เท่ากัน หากใครต้องการเติมน้ำตาล สามารถเติมเพิ่มจากสูตรได้ประมาณ 10-15 กรัม** เมื่อเราได้วัตถุดิบครบแล้ว ก็ลงมือทำได้เลย เริ่มจาก นำนมสด แบะแซ น้ำตาล (ในกรณีที่ใส่น้ำตาล) ผสมรวมกัน ขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวพอแบะแซละลาย ยกลงพักไว้ นำเนื้อมะม่วงสุกมาปั่น หรือบดผ่านกระชอน แล้วเทผสมกับโยเกิร์ตให้เข้ากัน นำส่วนผสมในข้อ 2 เทผสมรวมกับข้อ 1 ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้ขึ้นฟูเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเข้าแช่ในช่องแช่แข็งประมาณ 5-6 ชั่วโมง สลับกับการนำออกมาขูด ทำอย่างนี้ประมาณ 4-5 ครั้งก็จะได้ไอศกรีมมะม่วงแสนอร่อยที่ให้แคลอรี่น้อยกันแล้ว **หากใครมีเครื่องทำไอศกรีม เมื่อผสมทุกอย่างเสร็จแล้ว ให้แช่เย็นไว้ 1-2 ชั่วโมง แล้วเทใส่เครื่องทำไอศกรีม ปั่นจนเนื้อไอศกรีม มีลักษณะเกาะตัวกันเป็นก้อน ก็จะได้ไอศกรีมมะม่วงแล้ว** นอกจากวัตถุดิบจะหาง่ายแล้ว วิธีทำก็ไม่ยาก เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาในการทำพอสมควร แถมยังเหมาะที่จะเป็นกิจกรรมทำแก้เบื่อตอนอยู่ที่บ้านด้วย ใครกำลังมองหาไอศกรีมแสนอร่อยแบบ Healthy อยู่ล่ะก็ ลองนำสูตรนี้ไปทำกันดูนะ... เครดิตจาก นิตยสาร @rama ฉบับเดือนพฤษภาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ละครลิขิตริษยา‬ , เรื่องย่อลิขิตริษยา‬
ละครลิขิตริษยา /  ละครลิขิตริษยา / 

ละครลิขิตริษยา ละครช่อง 7 บทประพันธ์โดย : ปิยพร วายุภาพ บทโทรทัศน์โดย : ปิยพร วายุภาพ กำกับการแสดงโดย : ผิน เกรียงไกรสกุลผลิตโดย : บริษัท มีเดียสตูดิโอ จำกัด ร่วมกับ เอ ศุภชัย ศรีวิจิตรออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครลิขิตริษยา ช่อง7 เรื่องย่อลิขิตริษยา ซ่อนกลิ่น หมอตำแยสาวผู้มีปมจากความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาที่เกิดมายากจน และถูกกดขี่ดูแคลนมาแต่เด็ก เธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา แม้แต่ขายศพเด็กให้กับ พร หมอผีที่ทำคุณไสยมนต์ดำ และหลงรักซ่อนกลิ่นมาตลอด วันหนึ่ง เธอได้พบกับ หลวงเดชบริรักษ์ ชายผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉม ยศศักดิ์ และฐานะอันมั่งคั่ง ทำให้เธอหลงรักหลวงเดช และหมายมั่นจะต้องได้เขามาครอบครองให้ได้ หากแต่หลวงเดชบริรักษ์มีภรรยาถึง 3 คน ได้แก่ โฉมฉาย ภรรยาเอกซึ่งเป็นลูกสาวพระยาผู้มีจิตใจอ่อนโยน และยังมี บวรยศ ซึ่งเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้กับเขา กรองแก้ว ลูกสาวคหบดีผู้มั่งคั่ง และยังเป็นภรรยาที่รัก และเคารพโฉมฉายราวกับพี่สาวแท้ ๆ และพิศ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงเมียบ่าว แต่ก็ได้รับความเอ็นดูจากโฉมฉาย และกรองแก้วเป็นอย่างดี ครอบครัวของหลวงเดชเป็นครอบครัวที่พรั่งพร้อม และมีความสุขจนน่าอิจฉา จนกระทั่ง ซ่อนกลิ่นเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ทุกอย่างจึงเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อซ่อนกลิ่นมีโอกาสได้ใกล้ชิดครอบครัวหลวงเดชบริรักษ์ โดยเธอได้ทำคลอดให้กับพิศ จนทำให้ อรพิลาส ลูกสาวของพิศคลอดอย่างปลอดภัย ทำให้หลวงเดชบริรักษ์รู้สึกซาบซึ้ง และคิดว่าซ่อนกลิ่นมีบุญคุณกับครอบครัวของเขาที่ช่วยชีวิตพิศ และอรพิลาสไว้ได้ ละครลิขิตริษยา ด้วยความรักที่มีต่อหลวงเดชบริรักษ์ ซ่อนกลิ่นจึงพยายามทำทุกวิถีทางให้ได้เป็นภรรยาคนที่ 4 ของเขา แม้แต่เผาเรือนของตัวเองเพื่อเรียกร้องความสงสาร ทำให้โฉมฉายตกหลุมพรางนี้ และยอมรับซ่อนกลิ่นเข้ามาอุปการะในเรือน ขณะที่ซ่อนกลิ่นเมื่อได้มาอยู่ในเรือนหลวงเดชบริรักษ์ เธอก็ได้พบกับ นพ เพื่อนเก่าที่หลงรักซ่อนกลิ่นมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งในตอนนี้ นพคือข้าราชการชั้นผู้น้อย และอยู่ใต้บังคับบัญชาของหลวงเดชบริรักษ์ แม้นพจะดีใจกับการได้กลับมาพบซ่อนกลิ่นอีกครั้ง หากแต่ซ่อนกลิ่นกลับไม่ได้สนใจนพแม้แต่น้อย และแล้วซ่อนกลิ่นก็ใช้วิธีทำคุณไสยใส่หลวงเดชบริรักษ์ จนทำให้หลวงเดชบริรักษ์หลงใหลในตัวเธอ ถึงกับหน้ามืดตามัว ขณะที่กรองแก้วที่รู้ทันแผนชั่วร้ายของเธอจึงพยายามทำทุกทางเพื่อจะเปิดโปงซ่อนกลิ่น เธอจึงสั่งให้ ทอง นักเลงคุมบ่อนที่ตกหลุมรักเธออีกคนจัดการฆ่ากรองแก้ว ต่อมาซ่อนกลิ่นจับได้ว่า พิศ แอบรู้ความลับเรื่องที่เธอเป็นคนฆ่ากรองแก้ว เธอจึงวางยาสั่งที่ได้มาจากพรกับพิศ จนทำให้พิศกลายเป็นคนสติวิปลาส แม้กรองแก้วจะจากไปแล้วอีกทั้งพิศยังกลายเป็นคนเสียสติ หากแต่ซ่อนกลิ่นกลับยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการเชิดชู และให้เกียรติจากสังคม โดยเฉพาะจาก พระยาราชรักษ์ และคุณหญิงมณี ซึ่งเป็นเพื่อนของโฉมฉายในที่สุด ซ่อนกลิ่นจึงลงมือฆ่าโฉมฉาย ละครลิขิตริษยา อีกทั้งยังสั่งให้ ธูป บ่าวคนสนิทจัดการฆ่าบวรยศอีกด้วย โดยที่ เจิม บ่าวคนสนิทของโฉมฉายได้แต่เสียใจที่ไมสามารถปกป้องนายของเธอไว้ได้ ด้านนพที่แม้จะพยายามทำดีกับซ่อนกลิ่นมากเพียงไหน แต่ซ่อนกลิ่นกลับไม่แยแสเขาเลย ทั้งยังไม่ฟังคำทัดทาน และตักเตือนของนพที่อยากให้ซ่อนกลิ่นเลิกทำผิดคิดร้ายต่อครอบครัวของหลวงเดชบริรักษ์ แต่ทุกสิ่งที่ทำไปก็ไม่เป็นผล ในที่สุดนพจึงตัดสินใจขอทุนไปเรียนต่อยังต่างประเทศ และตัดใจจากซ่อนกลิ่นจนไปมีครอบครัวของตัวเอง เวลาผ่านไป 4 ปี โฉมฉายได้มาอาศัยอยู่กับ ป้ารี ซึ่งมีหลานสาวคือ เนตร ทำให้รู้ว่าโฉมฉายรอดชีวิตมาได้ในคราวนั้น หากแต่เคราะห์กรรมทำให้เธอกลายเป็นคนความจำเสื่อม ขณะที่บวรยศได้มาเป็นลูกศิษย์ของ หลวงพ่ออุเทน พระสงฆ์ซึ่งธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ จนได้พบบวรยศซึ่งนอนอยู่บนเรือที่ลอยมาริมน้ำตรงที่หลวงพ่ออุเทนปักกลดอยู่ หลวงพ่ออุเทนจึงเลี้ยงดูบวรยศมาตลอด จนกระทั่งพระยาราชรักษ์ และคุณหญิงมณี ซึ่งแม้จะมีลูกชาย คือ อรรถกร อยู่แล้ว แต่ก็รู้สึกถูกชะตากับบวรยศ จึงได้ขอหลวงพ่ออุเทนรับบวรยศมาอุปการะเป็นลูกชายอีกคน ละครลิขิตริษยา จั๊กจั่น 17 ปีต่อมา ซ่อนกลิ่นซึ่งในเวลานี้กลายเป็นภรรยาเอกของหลวงเดชบริรักษ์ ทั้งยังรับอรพิลาสมาเลี้ยงเป็นลูกตัวเอง และยังเลี้ยงมาแบบผิด ๆ ทำให้อรพิลาสซึมซับนิสัยของซ่อนกลิ่นเอาไว้ ขณะที่บวรยศเรียนจบปริญญาตรีจากต่างประเทศ และกำลังจะเข้ารับราชการในกรมศุลกากร เขากลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่สาว ๆ ต่างหมายปอง โดยเฉพาะอรพิลาสที่หลงรักบวรยศทันทีที่ได้พบ โดยไม่รู้เขาคือพี่ชายต่างมารดาของเธอ อีกทั้งยังมองข้ามอรรถกร ซึ่งในเวลานี้เป็นนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลเอง และหลงรักเธอ หากแต่บวรยศกลับตกหลุมรักเนตร แม่ค้าขนมหวานธรรมดาคนหนึ่ง และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ความหลับถูกเปิดเผย เมื่อบวรยศพาคุณหญิงมณีมาดูตัวเนตร ทำให้ได้พบกับโฉมฉายและรู้ว่าโฉมฉายยังมีชีวิตอยู่ เมื่อซ่อนกลิ่นได้รู้จึงต้องพยายามทำทุกทางเพื่อกำจัดโฉมฉายอีกครั้งเพื่อเอาตัวรอดจากความผิดทั้งหมดที่ตัวเองก่อไว้ เรื่องย่อละครลิขิตริษยา หากแต่กฎแห่งกรรมจะยอมปราณีเธอหรือไม่ และความรักของบวรยศ อรรถกร อรพิลาส และเนตร จะลงเอยเช่นไร ? ติดตามชม ละครลิขิตริษยา ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครลิขิตริษยา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 8 มิถุนายน 2559 ละครช่อง7 ลิขิตริษยา ละครลิขิตริษยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงนำใน จั๊จั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ซ่อนกลิ่นกันตพงศ์ บำรุงรักษ์ รับบท หลวงเดชกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท โฉมฉายณิชานันท์ ฟั่นแก้ว รับบท กรองแก้วอุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท พิศวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท นพธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท คุณหญิงมณีสุรวุฑ ไหมกัน รับบท พระยาราชรักษ์วาทิต โสภา รับบท อรรถกรภัทรานิษฐ์ วิริยะบำรุงกิจ รับบท อรพิลาศเติมเศวตชัย นาคสุข รับบท บวรยศสิมิลัน สุขเบื้องบน รับบท เนตรสรพงศ์ ชาตรี รับบท หลวงพ่ออุเทนศรุต วิจิตรานนท์ รับบท พรกณิน ปัทมนันถ์ รับบท ทองปัทมวรรณ เค้ามูลคดี รับบท เจิมชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท ธูปรอง เค้ามูลคดี รับบท ผลพรชนก ลาภิเศษพันธุ์ รับบท พวงหรัณย์ กิ่งโพธิ์ต้น รับบท ก้าน ละครช่อง7 ลิขิตริษยา

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!?
ATM เออรัก เออเร่อ /  กวน มึน โฮ / 

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!? บางครั้งเวลาจะเลือกดูภาพยนตร์สักเรื่องก็อาจเกิดคำถามขึ้นหน่วง ๆ ในใจว่าจะดูอะไรดี ในเมื่อหนังรักก็ชอบ หนังตลกก็ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นหนังในกลุ่ม โรแมนติกคอเมดี ที่เปรียบเป็นลูกผสมไฮบริดระหว่างความรักหวานซึ้งกับความหฤหรรษ์บันเทิงที่ลงตัว และในวันนี้ เราได้รวบรวมรายชื่อภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี จำนวน 5 เรื่อง ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับใจใครต่อใคร การันตีด้วยยอดรายได้ที่สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...มาลุ้นไปพร้อม ๆ กันได้เลย ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2557 รายได้ 330.59 ล้านบาท หนังรักเบาสมองเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดของ เมษ ธราธร ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต้องการเล่าเรื่องราวความสับสนอลหม่านเมื่อนายช่างหนุ่มผู้ไม่สันทัดภาษาอังกฤษจำเป็นต้องเข้าคอร์สติวอย่างเร่งด่วนจากติวเตอร์สาวเพื่อตามไปง้อแฟนสาวชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน งานนี้เจ้าของสถิติคู่พระนาง 300 ล้าน ก็หนีไม่พ้นนักแสดงลูกหม้อประจำค่ายหนังอารมณ์ดี GTH ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ที่มาจับคู่กันได้อย่างเหมาะสมลงตัวสุด ๆ ATM เออรัก เออเร่อ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2555 รายได้ 152.50 ล้านบาท ยังคงอยู่กับผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เมษ ธราธร ที่ครั้งนี้ได้นำเอาเรื่องราวความรักลับ ๆ ระหว่างชายหญิงที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน แต่ด้วยกฎเหล็กที่ระบุว่าห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน เขาและเธอจึงต้องออกโรงปฏิบัติภารกิจชิงไหวชิงพริบแก้ปัญหาเครื่อง ATM ที่จ่ายเงินเกินอัตรา เพื่อบีบให้อีกฝ่ายลาออกก่อนที่ความลับของทั้งคู่จะถูกเปิดเผยและพานทำให้ถูกไล่ออกไปด้วยกันทั้งสองคน โดยในหนังเรื่องนี้ก็ยังได้นางเอกคู่บุญของผู้กำกับอย่าง ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มารับบทนำประกบคู่กับมือเขียนบทหนังพันล้าน เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซึ่งเคมีความเข้ากันของทั้งคู่เลอค่าจนค่ายหนังต้นสังกัดสั่งไฟเขียวทำภาค 2 ในรูปแบบละครซีรีส์ที่ใช้ชื่อว่า ATM 2 คู่เวอร์ เออเร่อ เออรัก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 145.82 ล้านบาท หนังรักอารมณ์ดีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 รถไฟฟ้า BTS ที่ได้ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม มาควบสองตำแหน่ง ได้แก่ ผู้กำกับและคนเขียนบท เรื่องราวเล่าถึงชีวิตคนเมืองที่วุ่นวายอยู่กับการทำงาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอายุก็เกือบจะล่วงเลยวัยแห่งการสวีทกับแฟนไปซะแล้ว ผู้กำกับของเรื่องได้เลือกให้ คริส หอวัง มารับบทพนักงานบริษัทธรรมด๊าธรรมดาวัยสามสิบ ผู้ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขึ้นคานทองนิเวศ เธอจึงต้องเริ่มมองหาชายหนุ่มที่จะมาเติมเต็มชีวิตคู่ของเธอให้สมบูรณ์ และคน ๆ นั้นก็คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้า BTS กะดึก และเรื่องราวคงลงเอยได้อย่างง่ายกว่านี้ หากว่าเธอไม่ใช่คนทำงานกลางวัน ส่วนเขาเป็นคนทำงานกลางคืน นอกจากหนังเรื่องนี้จะปลุกกระแสให้สาวโสดอยากหาแฟนหนุ่มหล่อ ๆ มาไว้ข้างกายสักคน ความนิยมของกลุ่มผู้ชมที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ยังส่งผลให้มีการต่อยอดเรื่องราวในซีรีส์ของค่าย GTH อีกถึง 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ - GTH Side Story ตอน รถไฟฟ้ามาหานะเพลิน ที่เล่าถึงเรื่องราวของ เพลิน เด็กสาวที่เคยปรากฏตัวในฐานะตัวละครสมทบของภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ - น้ำตากามเทพ เป็นการนำละครโทรทัศน์ที่ปรากฏเป็นฉากสั้น ๆ ในภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ มาขยายเป็นเรื่องขนาดยาว กวน มึน โฮ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 130.00 ล้านบาท กวน มึน โฮ คือการผันตัวเองมากำกับหนังรักเป็นครั้งแรกของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล หลังได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ตัวหนังเล่าถึงการผจญภัยของคู่พระนาง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่บังเอิญเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายใต้ความไม่รู้จักกันพวกเขาออกเดินทาง ทั้งกิน ทั้งเที่ยว และสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน จนกลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจทั้งที่ต่างฝ่ายไม่รู้จักชื่อและที่มาที่ไปของกันและกันเลยด้วยซ้ำ (ปล. คนดูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วพระเอกนางเอกของเรื่องชื่ออะไร เห็นเรียกแต่ “ด่าง ๆ”) สุดเขตสเลดเป็ด ค่าย M39 / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 125.03 ล้านบาท ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ฝีมือการกำกับของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดกับหนังประเภทนี้มาหลายปี โดยครั้งนี้เขาได้เล่าเรื่องราวความรักและความฝันผ่านมุมมองหนุ่มอินดี้ผู้ไม่ค่อยจะแคร์เวิลด์ แต่ดันไปตกหลุมรักสาวคลั่งดาราตัวเอ้ แถมมีสกิลปากที่กวนสุด ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปบนความต่างทางนิสัยแบบสุดขั้ว และนอกจากจะได้หนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์อย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ มาเข้าคู่กับสาวสุดติสต์ ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ (ชื่อเดิม รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงตลกท็อปฟอร์มมาร่วมสมทบกันอีกมากมายหลายชีวิต อาทิ โก๊ะตี๋ อารามบอย, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ แจ๊ส ชวนชื่น

Unseen Island ! เกาะมากุย ราชินีแห่งอันดามันเมียนมาร์
Island /  Maceold / 

หากอยากไปเที่ยวทะเล เราก็คงนึกถึงเกาะสมุย กระบี่ มัลดีฟส์ อะไรทำนองนี้ แต่หารู้ไม่ว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง ประเทศพม่าก็มีเกาะสวยน้ำทะเลใสไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนอยู่ที่ฝั่งทะเลอันดามัน ทะเลสีมรกตและป่าที่อุดมสมบูรณ์ของเกาะ Maceold Island หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ เกาะมากุย ซึ่งเป็นเกาะเดียวที่มีรีสอร์ทตั้งอยู่ค่ะ การเดินทางก็สะดวกสบาย สามารถนั่งเรือข้ามไปจากจังหวัดระนองได้เลย ซึ่งเกาะมากุยนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งน้ำทะเลใส ปะการังสวย จนได้ฉายาว่า ราชินีแห่งอันดามันเมียนมาร์ บนเกาะจึงมีรีสอร์ทเพียงรีสอร์ทเดียวเท่านั้นเพื่อคงความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด การท่องเที่ยวก็จะเป็นเชิงนิเวศ ส่องชีวิตของชาวมอแกนบนเกาะที่ส่วนมากจะทำอาชีพประมง บรรยากาศก็จะเงียบสงบ ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติได้เต็มที่ รีสอร์ทที่เกาะมากุยแห่งนี้มีชื่อว่า Myanmar Andaman Resort บรรยากาศรอบที่พักก็จะค่อนข้างส่วนตัว แต่ละห้องก็จะสามารถเดินไปทะเลได้ในเวลา 1 นาทีเท่านั้นค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นห้องพักของโรงแรมจะแบ่งเป็นสองประเภท นั่นคือ Superior Cottages (26 ตรม.) และ Suite Chalets (40 ตรม.)  ถึงจะอยู่บนเกาะห่างไกลแผ่นดินใหญ่ โรงแรมก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ห้องอาหาร บาร์ จุดดำน้ำ และมินิสปาไว้บริการทุกท่าน รับรองเมื่อได้ไปแล้วจะไม่โหยหาแสงสีเสียงในเมืองใหญ่เลยค่ะ ยังมีอีก 3 วิธีที่จะสามารถเดินทางไปยังเกาะมากุยได้ นั่นก็คือ ถ้าหากมาจากย่างกุ้งก็จะมีสายการบินบางสายที่ให้บริการไฟลท์ตอนเช้า จากสนามบินย่างกุ้งถึงเมือง Kawthaung หรือเกาะสอง จากนั้นสต๊าฟของโรงแรมจะไปรอรับที่สนามบิน นำท่านเข้าสู่ที่พักโดยสปีดโบ๊ทค่ะ ถ้าหากไปจากกรุงเทพ จะสามารถนั่งรถบัสไปลงจังหวัดระนองหรือสามารถนั่งเครื่องของสายการบินนกแอร์ไปลงระนองก็ได้ จากนั้นจะมีไกด์มารับที่สะพานปลาค่ะ สุดท้ายถ้าหากไปจากภูเก็ต จะมีไกด์ไปรับที่สนามบินและพาไปส่งที่สะพานปลาและไปขึ้นเรือสปีดโบ๊ทที่เกาะสองค่ะ ถึงตอนนี้จะยังไม่ค่อยมีผู้คนรู้จักเกาะนี้มาก แต่ถ้าต่อไปเราเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่ไปที่เกาะมากุยนี้ ก็อย่าไปทำลาย ทิ้งข้าวของ หรือขีดเขียนสถานที่ต่างๆ จะได้มีแหล่งธรรมชาติสวยงามไว้ให้ร่นลูกหลานของเราได้เห็นกันยังไงล่ะค่ะ  ขอบคุณภาพจาก http://www.myanmarandamanresort.com/travel.html

ทดเเทน! ช้างศึกU21เรียก “วรชิต-วงศกร” เเทนเเข้งเจ็บลุยศึกเนชั่นส์คัพ
กิตติพงษ์ วงมา /  ทีมชาติไทย / 

กัปตันช้างศึก U-19 และดาวรุ่งจากพัทยาฯถูกเรียกมาติดทีมชุด U-21 ลุยเนชั่นส์คัพอีกครั้งแทนที่ สิทธิโชค และ กิตติพงษ์ เจ็บถอนตัวออกไป ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ประกาศเรียกตัว วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ดาวรุ่งจากชลบุรี เอฟซีและวงศกร ชัยกุลเทวินทร์ จากพัทยา ยูไนเต็ด กลับมาติดทีมชุดเตรียมลุยศึก 4 เส้า เนชั่นส์คัพ โดยเข้ามาเเทนที่สองกองหน้าอย่าง สิทธิโชค กันหนู และกิตติพงษ์ วงมา ที่มีอาการบาดเจ็บหนักจนต้องถอนตัวไป โดยทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย ลุยศึก 4 เส้า เนชั่นส์คัพ วันที่ 1 มิถุนายน และจะประเดิมพบกับ ทีมชาติเวียดนาม วันที่ 3 มิถุนายนนี้ สรุปรายชื่อทั้งหมด 24 ราย ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู  จิรัญพงศ์ ธรรมสีหา (สโมสรพานทอง เอฟซี)
, อภิรักษ์ วรวงษ์ (สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด)
, อนุศิษฎ์ เติมมี (สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด) กองหลัง วรวุฒิ นามเวช (สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด), เหมันต์ กิติอำไพพฤกษ์ (สโมสรบางกอก เอฟซี), ชินภัทร ลีเอาะ (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด)
, ปวีณ์ ตัณฑะเตมีย์ (สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
, วิริทธิ์พล ชนกกวินกุล (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด)
, สุริยา สิงห์มุ้ย (สโมสรบีอีซี เทโรศาสน)
, สุประวีณ์ มีประทัง (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด)
, เจนภพ โพธิ์ขี (สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี)
, สันติภาพ จันทร์หง่อม (สโมสรแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี) กองกลาง เชาว์วัฒน์ วีระชาติ (สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
, สุระเดช กลั่นขำ (สโมสรอัสสัมชัญ ยูไนเต็ด)
, บารมี ลิ้มวัฒนะ (สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด)
, อรรถวิทย์ สุขช่วย (สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
, มนตรี พรหมสวัสดิ์ (สโมสรบางกอก เอฟซี)
, ธนาสิทธิ์ ศิริผลา (สุพรรณบุรี เอฟซี)
, ปฏิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด)
, ชัยวัฒน์ บุราณ (สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (สโมสรชลบุรี เอฟซี)
, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด) กองหน้า เจนรบ สำเภาดี (สโมสรบีอีซี เทโรศาสน)
, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา (สโมสราชบุรี มิตรผล เอฟซี)