ตอนที่5/เก้า - จิรายุ ละอองมณี

ทุ่มหมื่นล้าน ผุดทำเลทอง ริมเเม่น้ำเจ้าพระยา!
กรุงเทพมหานคร /  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

กรุงเทพมหานคร จะกลายเป็นเมือง ศิวิลัย สมคําร่ําลือ ซึ่งตอนนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีแผนสร้าง แลนด์มาร์กใหม่  ของประเทศไทยริมน้ำเจ้าพระยา วันนี้ MThai จะพาไปอัพเดจ ความคืบหน้าว่าตอนนี้ไป ถึงไหนกันเเล้วเป็นติดตามกันเลย ล่าสุดทราบมาว่ารัฐบาลได้ สั่งให้ กรุงเทพมหานคร เดินหน้าเคลียร์ ลำน้ำ ตั้งเป้า จะตอกเสาต้นเเรก ปีนี้ ให้ได้ สำหรับการเริ่มเฟสแรก มีระยะทางรวมประมาณ 14 กิโลเมตร เริ่มต้น ที่สะพานพระรามที่ 7 - สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ทั้งสองฝั่ง จากเต็มโครงการจะมีจุดเริ่มต้น สะพานพระรามที่ 3 - สะพานพระนั่งเกล้า รวมระยะทางทั้งสองฝั่ง 50 กม. ซึ่งตอนนี้ตั้งคณะทำงาน ขึ้นมาดูเเล 4 ชุด คือ คณะอนุกรรมการฯ ด้านบริหารโครงการ, ด้านการออกแบบและภูมิสถาปัตย์, ด้านกฎหมาย และด้านประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นจุดพักผ่อนชมวิวและมีเลนสำหรับขี่จักรยาน นำร่องสะพานพระราม 7-สะพานพระปิ่นเกล้า สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือ กรุงเทพมหานคร ต้อง เดินหน้า รับฟังความคิดเห็นประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ ซึ่งจะมีการเยียวยาให้ตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงแรก 14 กิโลเมตร โดยผลสำรวจจะผ่านวัด 8 แห่ง ท่าเรือ 36 แห่ง โรงแรมและร้านอาหาร 6 แห่ง สถานที่สำคัญขนาดใหญ่ 19 แห่ง มีประชาชนรุกล้ำริมฝั่งเจ้าพระยาทั้ง 2 ฝั่ง 268 หลังคาเรือน ทางด้านการออกแบบโครงการ จะสร้างเป็น คอนกรีตกว้าง ข้างละ 20 เมตร อยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับผิวถนนอยู่ต่ำกว่าระดับสันเขื่อนป้องกันน้ำ ประกอบด้วย ทางเดินเท้า ความกว้าง 7 เมตรอยู่ติดแม่น้ำ ถัดมาเป็นสวนหย่อมกว้าง 3 เมตร ทางจักรยานกว้างประมาณ 7 เมตร ทางเท้าและบันไดอยู่ต่ำกว่าระดับสันเขื่อนป้องกันน้ำท่วม กว้างประมาณ 2.50 เมตร และบริเวณคุ้มแม่น้ำ ออกแบบเป็นกิจกรรมออกกำลังกายและสันทนาการ เงินลงทุนโครงการ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฝ่ายเศรษฐกิจ, นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เป็นที่ปรึกษาในด้านการใช้จ่ายงบประมาณ คาดว่าเฟสแรก 14 กิโลเมตร ลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท จากเดิมคาดว่า 7,000-8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพราะเพิ่มขนาดโครงการจากเดิมกว้างข้างละ 16 เมตรเป็นข้างละ 20 เมตร ตามแผนจะให้ลงนามสัญญาก่อสร้างสิ้นปี 2558 ใช้เวลาก่อสร้าง 18 เดือน คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2560 ส่วนเฟส ที่เหลือจะทยอยดำเนินการต่อไป การสำรวจทางกายภาพเบื้องต้น ทางกรุงเทพมหานคร ได้ทำการสำรวจ พื้นที่โครงการระยะแรกจากสะพานพระรามที่ 7-สะพานพระปิ่นเกล้า ตลอดสองฝั่งแม่น้ำมีสถานที่สำคัญ เช่น วัด ท่าเทียบเรือ โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ราชการ บ้านเรือน แพ ประชาชนที่รุกล้ำลำน้ำ 268 หลังคาเรือน โรงเลื่อยเอกชน และมีศูนย์ปฏิบัติการทางน้ำของวชิรพยาบาล อาคารเรือดับเพลิงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ท่าวาสุกรีโรงจอดเรือพระที่นั่ง ท่าเรือวังเทเวศร์ ท่าเรือเอกชน ประตูระบายน้ำ 31 คลอง โรงแรมริเวอร์ไซด์ และอู่ซ่อมเรือเอกชน ซึ่งทาง กรุงเทพมหานคร จะทยอยเคลียร์พื้นที่ไม่ให้กีดขวางการก่อสร้างต่อไป แนวทางแก้ไขปัญหา 1.ท่าเรือโดยสาร ศาลาที่พักผู้โดยสาร ท่าเรือวชิรพยาบาล จะให้ย้ายท่าเรือมาอยู่ด้านหน้าสะพาน ปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสาร 2.อาคารดับเพลิงและอาคารจอดเรือ ให้ย้ายตำแหน่งมาอยู่ด้านหน้าสะพาน 3.โรงเลื่อยเอกชน จะเว้นช่องใต้ท้องช่วงเสาสะพานให้ลากซุงผ่านได้ 4.อู่ซ่อมเรือเอกชน ยกระดับท้องสะพานให้เรือลอดได้ 5.ท่าวาสุกรี พิจารณาใช้ทางเชื่อมวัดราชาธิวาสราชวรวิหารออกสู่ถนนสามเสนแล้วเข้าซอยวัดเทวราชกุญชร 6.ประตูระบายน้ำ ยกระดับท้องสะพานให้เรือลอดได้ 7.ชุมชนที่รุกล้ำลำน้ำ กรณีเป็นบ้านพักอาศัยจะเจรจาหาข้อยุติร่วมกันเพื่อรื้อย้าย โดยจ่ายค่าชดเชย ซึ่งมีพื้นที่สำคัญคือชุมชนมิตรคาม 130 หลังคาเรือน ส่วนอาคารร้านอาหารให้เจรจารื้อย้ายโดยประสานกรมเจ้าท่า ซึ่งความคาดหวังต่อ โครงการดังกล่าวนี้ ทางรัฐบาล คงอยากสร้างสัญลักษณ์ หรือ แลนด์มาร์กใหม่ ให้แก่ประเทศไทย และคนกรุงเทพ ฯ เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์ จากริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างคุ้มค่า และทั่วถึง ที่สำคัญเป็นการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก ของประเทศให้เกิดทัศนียภาพสวยงามเหมือนที่เราเห็นใน ต่างประเทศ หลายๆประเทศ นั่นเอง .. MThai News ขอบคุณ รูปภาพประกอบจาก : ประชาชาติธุรกิจ

มาดู 21 เหตุผล ที่คุณควรนั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบิน
บนเครื่องบิน /  ภาพมุมสูง / 

สังเกตมั้ยว่า เวลาขึ้นเครื่องบิน คนส่วนใหญ่มักจะพอใจกับการนั่งริมหน้าต่างมากกว่า เพราะนอกจากจะเห็นทิวทัศน์อันงดงามแล้ว คุณยังไม่ต้องมาเสียเวลาลุกให้คนข้างในออกไปเข้าห้องน้ำ อีกทั้งยังไม่ต้องมาคอยรำคาญใจเวลาแอร์โฮสเตส เดินโฉบไปเฉี่ยวมาอีกด้วย แต่ถ้าคุณคิดว่านี่คือข้อดีทั้งหมดของการนั่งริมหน้าต่าง คุณคิดผิด เพราะมันยังมีอะไรเจ๋งๆ กว่านั้น travel.mthai.com ขอพาคุณไปรู้จักกับ 21 เหตุผล ที่คุณควรนั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบิน ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ลองมองออกไปนอกหน้าต่างดูสิ ... มาดู 21 เหตุผล ที่คุณควรนั่งริมหน้าต่างบนเครื่องบิน 1. คุณจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้น ในมุมมองสุดมหัศจรรย์ 2. เช่นเดียวกับความงาม เมื่อยามพระอาทิตย์ตก 3. ให้ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่เหนือก้อนเมฆแบบไร้ขอบเขต 4. คุณมีโอกาสเห็นสุริยคราส ในความสูงระดับ 44,000 ฟุต 5. มีโอกาสได้เห็นแสงอาทิตย์สะท้อนกับทะเลสาบ เกิดเป็นภาพสุดน่าทึ่ง 6. ได้เห็นทิวทัศน์สุดงามของน้ำตก ที่คุณอาจไม่มีวันเข้าถึง 7. ได้เห็นภาพพายุฝนโหมกระหน่ำในระยะประชิด 8. ได้เป็นสักขีพยาน ในเหตุการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกโชน 9. ได้เห็นภูเขาไฟชัดๆ แบบเต็มตา 10. คุณจะได้เห็น จุดที่อยู่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา 11. จะได้เห็นบรรยากาศอันเริงร่าของเมือง ในยามรัตติกาล 12. จะได้เห็นทะเลสาบถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง 13. จะได้เข้าใจว่า ทำไมนอร์เวย์ ถึงเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดแห่งนึงในยุโรป 14. คุณจะได้เห็นแม่น้ำผ่านกลุ่มเมฆ ดังเป็นสายธารในม่านหมอก 15. ได้มีโอกาสสัมผัสกับเมือง ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกอันหนาทึบ 16. คุณจะได้เห็นร่องรอยในดินแดนประวัติศาสตร์ ในมุมที่ต่างออกไป 17. คุณจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเทือกเขามันกว้างใหญ่แค่ไหน 18. จะได้เห็นก้อนเมฆรูปทรงแปลกตา ในมุมที่ไม่เคยเห็นบนพื้นดิน 19. จะได้ถ่ายภาพสวยๆ ในมุมมองสุดสร้างสรรค์ 20. คุณจะได้เห็นภาพของเมืองที่คุณกำลังจะจากไปอย่างเต็มตา และบอกลาด้วยตาคู่นี้ 21. และสุดท้าย คุณจะมีสมาธิเต็มที่ ทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม Source : twistedsifter.com  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

บุษบาสามช่า ตอนที่ 14
ละคร /  ช่อง7

ติดตามเรื่องอื่นๆได้ที่ http://lakorns-th.blogspot.com หรือต้องการให้อัพเรื่องไหนอินบ๊อกมาเลยจ้าา https://www.facebook.com/pages/Lakorn-TH/1405822923042779?ref=hl

รอข่าว เต๋อ เงียบ พีค ลุ้นเปิดตัวแฟนใหม่ เม้าท์ อั้ม พัชราภา ช่วยแนะนำ
พีค ภัครศยา /  เต๋อ ฉันทวิชช์ / 

เป็นคู่รักที่หลายคนลุ้นอยากให้กลับมารีเทิร์นกันอีกครั้ง สำหรับนางเอกสาวฟันจอบสุดเซ็กซี่อย่าง พีค ภัทรศยา กับพระเอกหนุ่มอารมณ์ดี เต๋อ ฉันทวิชช์ เพราะทุกวันนี้ทั้งคู่ยังไปมาหาสู่กันตามปกติ ซึ่งบางครั้งทั้งคู่ยังควงกันไปร่วมงานแต่งของเพื่อนด้วยกัน แต่พอถูกถามว่าจะกลับมารีเทิร์นกันไหม สาวพีครีบตอบว่ายาก โนรีเทิร์น งานนี้เลยทำให้หนุ่มเต๋อหมดโอกาสลุ้น ต้องกลับไปซดน้ำแห้วตามเดิม แต่งานนี้หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า จู่ๆ ทำไมสาวพีคถึงไปรวมกลุ่มกับซุป’ตาร์ตัวแม่อย่างคุณนาย อั้ม พัชราภา ได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ไม่เคยที่จะได้ร่วมงานกันเลย หรือว่าผู้ชายคนใหม่ของสาวพีคคุณนายอั้มกับแก๊งเพื่อนจะเป็นคนช่วยแนะนำให้ งานนี้ก็คงต้องลุ้นกันต่อไป เชื่อเหอะว่า ถ้าข่าวของหนุ่มเต๋อเงียบลงเมื่อไหร่ เราคงจะได้เห็นภาพของสาวพีคกับหนุ่มคนใหม่ควงกันไปไหนมาไหนแทนที่หนุ่มเต๋ออย่างแน่นอน พีค ภัทรศยา พีค ภัทรศยา พีค ภัทรศยา

รู้ยัง! มิ้นท์ ณัฐฯ มีแฟนแล้ว  ชื่อ ดอน...หล่อ-รวย-ไฮโซ
มิ้นท์ ณัฐวรา /  หมาก ปริญ / 

หลังจากเลิกรากับพระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ เรื่องราวความรักของสาว มิ้นท์ ณัฐวรา ก็เงียบๆ ซาๆ ลงไป แถมอยู่ๆ นางก็หายหน้าหายตาไปจากวงการสักระยะ แรกๆ ก็โดนเม้าท์มอยว่านางยังทำใจไม่ได้ที่หนุ่มหมากแอบไปคั่วกับ 2 นางเอกทั้ง วิว วรรณรท และ คิม คิมเบอร์ลี่ ในเวลาไล่เลี่ยกัน งานนี้สาวมิ้นท์ก็เลยต้องหนีหน้าแอบไปทำใจและงดรับงานชั่วคราว แต่มาเวลานี้ดูเหมือนหัวใจช้ำๆ ของสาวมิ้นท์จะกลับมาแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง เพราะตอนนี้เธอกำลังคบหาดูใจกับหนุ่มนามว่า ดอน ที่ฝ่ายชายของดออกสื่อตั้งไอจีเป็นไพรเวท แต่ได้ข่าวมาว่าหนุ่มดอนนายนี้ หล่อ รวย ไฮโซ ครบสูตรตามตำรา แบบนี้ก็เสร็จดาราสวยๆ ในวงการตามระเบียบ มิ้นท์-ดอน

กลม ทุ่มสินสอด 8 หลัก แต่ง! หมอผึ้ง
กลม นพพล /  กลม หมอผึ้ง / 

ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับงานแต่งงานของนักแสดงหนุ่ม กลม นพพล กับแฟนสาว หมอผึ้ง หรือ พญ.ตรีนุช คุณดิลยชัย ที่กำลังจะจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ในวันที่ 21 มีนาคม 2558 ที่โบสถ์เอแบค บางนา หลังทั้งคู่เข้าพิธีหมั้นไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด กลม-หมอผึ้ง ก็ขออัพเดทถึงความคืบหน้างานแต่งก่อนเข้าอัดรายการ "คนดังนั่งเคลียร์" ทางช่อง 2 เผยตอนนี้เตรียมงานได้ 80% พร้อมจะเชิญแขกมาร่วมงานราวๆ 5-6 ร้อยกว่าคน ซึ่งทาง หนุ่มกลม เผยทุ่มไม่อั้นสินสอด 8 หลัก, แหวนเพชร 1 กะรัต และที่ดินที่เชียงใหม่ ก่อนจะบินสวีทฮันนีมูนที่ยุโรป!! ขอบคุณภาพประกอบจาก IG : glom9 กลม - หมอผึ้ง กลม - หมอผึ้ง กลม - หมอผึ้ง กลม - หมอผึ้ง

ทาสแมว จงกรี๊ด!! กับ 10 เหมียวตัวจี๊ด แห่งโลกภาพยนตร์
10 เหมียวตัวจี๊ด แห่งโลกภาพยนตร์ /  Alice in Wonderland / 

เหล่ามนุษย์สายพันธุ์ ทาสแมว โปรดตามมาทางนี้ เพราะคุณรู้รึเปล่าว่าเจ้าเหมียวที่คุณสุดจะรัก ก็เป็นตัวขโมยซีนชั้นดีในภาพยนตร์หลายๆเรื่องด้วยนะเอ้อ และเราได้รวบรวมมาให้คุณแล้ว ใน 10 เหมียวตัวจี๊ด แห่งโลกภาพยนตร์ ที่บ้างก็น่ารักน่าฟัด บ้างก็ฟอร์มจัดแถมสุดจะวีนแตก และบ้างก็เห็นแล้วเผ่นหนีแทบไม่ทัน เอ้า! ทาสแมว พร้อมแล้วก็ตามมาเชยชมกันได้เลย มิสเตอร์ ทิงเคิล จาก Cats & Dogs ภายใต้รูปร่างน่ารักน่ากอด ของเจ้าแมวขนฟูสีขาวสะอาดตัวนี้ คือบอสตัวเอ้ของกองกำลังแมว ที่ไม่มีเหมียวหน้าไหนกล้าหือ มิสเตอร์ ทิงเคิล เป็นผู้นำเต็มตัวที่ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่บัญชาการแผนการรบ มาจนถึงกล่าวสุนทรพจน์ด่าคน?! แต่ก็อย่างว่า เก่งกาจขนาดนี้ ดันแพ้มนุษย์แม่บ้านซะงั้น --------------------------------- พุซ อิน บู๊ทส์ จาก Puss In Boot เหมียวซ่าทหารเสืออันทรงเกียรติ พุซ อิน บู๊ทส์ ผู้มีเพลงดาบชั้นเลิศ มาดดุดัน พ่วงมากับความสามารถพิเศษในการทำตาบ๊องแบ๊วที่ใครเห็นเป็นต้องละลาย (หารู้ไม่ว่านั่นน่ะหลอกลวงสุดๆ) ปรากฏตัวครั้งแรกกับการล่าค่าหัวยักษ์เขียวใน Shrek 2 ก่อนจะน่ารักน่าถีบเข้าตากรรมการสุดๆ จนมีหนังเดี่ยวของตัวเองในที่สุด --------------------------------- การ์ฟีลด์ จาก Garfield แมวสีส้มอ้วนกลม ที่มีปริมาณไขมันในพุงแบบล้นหลาม  ผู้ชื่นชอบการสวาปามอาหารโดยเฉพาะลาซานญ่า และนอนอืดดูทีวีอยู่เป็นนิจ แต่เห็นน่ารักนุ่มนิ่มขนาดนี้ บทจะลุยก็เด็ดขาดไม่แพ้ใครนะเอ้อ โดยมีคู่หู (และคู่ปรับเล็กๆ) ตัวป่วนเป็นเจ้าหมา โอดี้ ที่มักผนึกกำลังสร้างเรื่องปวดกบาลให้เจ้าของเป็นประจำ --------------------------------- จอนนี่แมวศุภลักษณ์ จาก แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ แมวไทยศุภลักษณ์ ชื่อฝรั่ง และมีเจ้าของเป็นยากูซ่าญี่ปุ่น?! ผู้ที่กำลังจะกลายเป็นพระเอกโฆษณา และนำพาความวายป่วงปวดเฮดมาให้ทีมงานอย่างแรง และเผื่อคุณยังไม่รู้ จอนนี่ ในชีวิตจริง ได้หิ้วพุงกลมๆพร้อมความนิ่ง (มากๆ) แต่งองค์ทรงเครื่องจนกลายเป็นเซเลปของเหล่า ทาสแมว และบังเกิดคำว่า อาตแมว ขึ้นมาทีเดียวเชียวนะ --------------------------------- เชสเซอร์ จาก Alice In Wonderland หนึ่งในความพิลึกพิลั่นของดินแดนมหัศจรรย์ที่ อลิซ ต้องพานพบแล้วเป็นลืมไม่ลง ต้องเป็น เชสเซอร์ แมวฉีกยิ้มถึงรูหู ผู้สุขุมนุ่มลึก ที่สามารถลอยตุ๊บป่องกลางอากาศแบบไม่แคร์แรงโน้มถ่วง แถมยังล่องหนได้อีกต่างหาก รูปร่างน่ารักน่ากอดขนาดนี้ ทาสแมวที่ไหนก็เป็นต้องหลง แต่ช่วยหุบๆยิ้มบ้างก็ได้ มันน่ากลัวนะบางที! --------------------------------- ยูลิสซีส จาก Inside Llewyn Davis คน กีตาร์ แมว ชื่อหนังเรียบง่าย ชวนมึนตึ้บเมื่อแรกเห็น แต่เนื้อในกลับละมุนละไมเหนือจะคาด หากชีวิตนักดนตรี คือการร่อนเร่พเนจร ไม่ยึดติดที่ และมีอิสระสูงแล้วล่ะก็ อะไรเล่าจะแทนสิ่งนี้ได้ดีกว่า เจ้าเหมียว ยูลิสซีส ที่ เลวิน เดวิส หิ้วไปด้วยทุกที่ และคงทำให้ ทาสแมว ทั้งหลายได้รู้ว่า สัตว์สายพันธุ์น่ารักนี้ ต้องการอิสระมากมายขนาดไหน --------------------------------- จิจิ จาก Kiki’s Delivery Service เจ้าเหมียวน้อยพูดได้นาม จิจิ เพื่อนรักของสาวน้อยแม่มดฝึกหัด กิกิ ผู้ไปไหนไปกัน ถือเป็นของขวัญสำคัญของเธอ ที่ กิกิ อุตส่าห์หอบหิ้วขึ้นไม้กวาดมาจากโลกเวทย์มนต์ด้วย ดูภายนอก จิจิ อาจเหมือนแมวดำทั่วๆไป (ยกเว้นที่พูดได้น่ะนะ) แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีเพื่อนรู้ใจในโลกอันไม่คุ้นเคยนี้ มันช่างอุ่นใจขนาดไหน ---------------------------------   ไซ และ แอม จาก Lady & The Tramp แมวไทยแท้ขนสั้นของเรา ไฉไลไม่แพ้พันธุ์ใดในโลก และถึงขั้นไปปรากฏตัวในการ์ตูนเรื่องดังของดิสนีย์ อย่าง Lady & The Tramp  และทำให้เรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบนี้มีสีสันขึ้นอีกเพียบ เพราะ ไซ และ แอม คู่หูแมววิเชียรมาศนี้ เข้าขั้นแสบสุดๆ เจ้าเล่ห์แผนสูง แถมร้ายกาจตัวเอ้ แต่เหล่า ทาสแมว คงรู้กันดีอยู่แล้วใช่ไหม ว่าจริงๆ แล้วแมวไทยน่ะ ไม่ได้ร้ายขนาดนั้นสักหน่อย (เหรอ...)   --------------------------------- รถเมล์แมว จาก My Neighbor Totoro ยานพาหนะสุดคูล ที่ ทาสแมว ทุกคนเห็นแล้วเป็นกรี๊ด!! รถเมล์ที่มีรูปร่างเป็นเจ้าเหมียว ตาส่องแสงแทนไฟหน้า พร้อมขายุ่บยั่บนี้ ประจำการอยู่ในป่าใหญ่ ที่มีเจ้าป่าผู้พิทักษ์ตัวอ้วนกลมนาม โทโทโร่ คอยดูแล   --------------------------------- เชิร์ช จาก Pet Sematary การที่เจ้าเหมียวสัตว์เลี้ยงแสนรักต้องจากไป ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ย่อมสร้างความโศกเศร้ามาให้เจ้าของอย่างมากมาย แต่ถึงยังไงคุณก็คงอยากให้แมวนอนอยู่ในหลุมมากกว่า ถ้าต้องกลับฟื้นจากความตายมาแบบเจ้า เชิร์ช ที่ก่อนตายก็ดูน่ารักนิสัยดี แต่พอลุกขึ้นมาจากหลุม พร้อมตาแดงก่ำ เกรี้ยวกราด แถมเหม็นสาบสุดๆนี่สิ ทาสแมว คนไหนก็รับไม่ไหวหรอกจ้า!! และทั้งหมดนี้ คือ 10 เหมียวตัวจี๊ด แห่งโลกภาพยนตร์ ที่ ทาสแมว เห็นแล้วมีได้หลงรักจนแทบกรี๊ด! และเข้าอกเข้าใจเจ้าเหมียวที่บ้านของคุณมากขึ้นแน่นอน เอาล่ะ...ดูหนังจบแล้ว ก็รีบหาอาหารให้ด้วย เจ้านายหิวแล้วนะ เจ้าทาส!!! ----------------------------

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เจษ-ยิปซี ตัวติดหวานเว่อร์เป็นทวีคูณ
ยิปโซ รมิตา /  ข่าวบันเทิงวันนี่้ / 

เป็นคู่รักที่หวานอีกคู่หนึ่งของวงการ สำหรับสาวหมวยอย่างสาว ยิปซี คีรติ กับหนุ่ม เจษ เจษฎ์พิพัฒ ซึ่งนับวันคู่รักคู่นี้ยิ่งทวีความหวานเว่อร์เป็นทวีคูณ ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะเคยถูกสบประมาทว่าความรักของทั้งคู่จะเป็นแค่รักโปรโมทในละครเท่านั้น แต่ที่ไหนได้ ผ่านมาเป็นปีแล้วคู่นี้ก็ยังตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋เหมือนเดิมเป๊ะ!! และดูเหมือนจะมีความสุขดี ไร้ปัญหาอีกทั้งเรื่องงานตอนนี้ก็ไปได้สวย ความรักก็รุ่ง ดวงงานก็พุ่งกระฉุด แฮปปี้ทั้ง 2 ฝ่าย น่าอิจฉาเป้นที่ซู๊ดดด เจษ เจษฎ์พิพัฒ-ยิปซี คีรติ เจษ เจษฎ์พิพัฒ-ยิปซี คีรติ เจษ เจษฎ์พิพัฒ-ยิปซี คีรติ

สาวๆวง CupC และ ปันปัน บุกงานเกมส์ Neolution Game Mania
Neolution /  Neolution Game Mania / 

ระหว่างวันที่ 7-8 มีนาคม 2558 นี้ Neolution Group จัดงานแข่งขันและแสดงเกมส์ Neolution Game Mania 2015 ณ ห้างสรรพสินค้าไดน่า เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไฮไลท์เด็ดๆที่นอกจากแข่งขันเกมส์ออนไลน์ชั้นนำอย่าง FIFA Online 3, Audition หรือ Infestation แล้ว ยังมีเหล่าสาวๆจาก CupC และ ปันปัน เข้ามาร่วมสร้างสีสันภายในงานครั้งนี้ด้วย สำหรับมินิคอนเสิร์ตจากวง CupC สังกัด MONO MUSIC จากซิงเกิ้ลเด็ด “ถอด..ไม่ถอด” รวมถึงร่วมสนุกพร้อมกับ Meet & Greet กับ 5 สาว ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม เวลา 16.00 น เป็นต้นไป ส่วนน้องปันปัน ดาราวัยรุ่นชื่อดังจะ Meet & Greet กับผู้เล่นเกมส์ในวันที่ 8 มีนาคม 2558 เวลา 16.00 - 18.00 น. เป็นต้นไป Neolution Game Mania 2015 จัดที่ ห้างสรรพสินค้าไดน่า มืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 7-8 มีนาคม 2558 ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/neolutionEsport

ร้านอาหารรอบองค์พระปฐมเจดีย์ นครปฐม เมืองแห่งสวรรค์
นครปฐม /  องค์พระปฐมเจดีย์

"ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า" คำขวัญประจำจังหวัด นครปฐม ถ้าพูดถึงเรื่องเด่นๆ ในจังหวัดนั้นๆ ก็จะถูกมาอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัดนั่นแหละค่ะ อย่างจังนครปฐม จังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากกรุงเทพ 56 กิโลเมตร เมืองแห่งร่องรอยอารยธรรมพุทธศาสนา และอุดมสมบูรณ์ด้วยผลไม้นานาชนิด และขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย วันหยุดพักผ่อนย่อนใจแวะเวียนไปไหวขอพรที่องค์พระปฐมเจดีย์ อย่าลืมแวะทานอาหารอร่อยๆ นะคะ ร้านอาหารรอบองค์พระปฐมเจดีย์ นครปฐม เมืองแห่งสวรรค์  ร้านครัวอภิรัตต์ จุดเด่นของที่นี่คือหมูทุบแสนอร่อย ที่ทำจากเนื้อสะโพกนำไปแช่แข็งแล้วเอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปบดจนเหนียว พอนำมาลวกน้ำร้อนแล้วรสสัมผัสเหมือนลูกชิ้นที่ไม่มีส่วนผสมของแป้งเลยค่ะ นอกจากนั้นยังมีหมูสามชั้นชุบแป้งทอด ด้วยเครื่องปรุงในการหมักหมูสูตรพิเศษไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังมีลูกชิ้นปลา ฮื่ก๊วย เกี๊ยวทอด พิกัด ถนนราชดำริห์ ริมคลองเจดีย์บูชา ตราข้ามกับวัดพระงาม ร้านเปิด 10:00 - 17:00 น. เบอร์โทรศัพท์ 0-3425-2550 ข้าวหลามแม่ลูกจันทร์ ที่นครปฐมก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ขายข้าวหลามอร่อยๆ และร้านนี้ ข้าวหลามแม่ลูกจันทร์ยังใช้วิธีการเผาข้าวหลามในวิธีแบบเดิมโดยเผาด้วยถ่านแลเปลือกไม้ไผ เป็นการเผาด้วยไฟรุมๆ ทำให้ความสุกของข้าวอยู่ในระดับที่พอดีๆ จุดเด่นของร้านแม่ลูกจันทร์คือมีหลายไส้ ตั้งแต่หน้าออริจินัล ข้าวเหนียวดำและข้าวเหนียวขาว และแบบพิเศษคือ ข้าวหลามอัญชันสีฟ้า , ข้าวหลามหน้าสังขยา มีทั้งข้าวเหนียวดำและข้าวเหนียวขาวเช่นกัน และข้าวหลามเบญพรรณ ที่ใส่ ถั่วแดง ชาเขียว ใบเตย แห้วและข้าวบาร์เลย์ และที่พิเศษที่สุดไม่มีใครเหมือนคือ ข้าวหลามบ๊ะจ่าง ที่ประกอบไปด้วยเนื้อหมูติดมัน ไข่แดงเค็ม กุ้งแห้ง เห็ดหอม ถั่วลิสง กระเทียม พริกไทย พิกัด หลังสถานีรถไฟนครปฐม และ ร้านทองจินดา 5 ถนนซ้านพระ ข้างพระปฐมเจดีย์ ร้านเปิด 8:00 - 14:00 (หากขายหมดก็จะปิดเลย กรุณาโทรไปสอบถามก่อน) เบอร์โทรศัพท์ 08-1572- 4262 , 08-9920-5116 , 08-0433-9779 ร้านหงษ์หยก ร้านข้าวหมูแดงเจ้าดังที่นครปฐม ที่เรียกกันติกปากว่าข้าวหมูแดงไข่แข็งนั้นเองค่ะ ทำไมถึงเรียกว่าไข่แข็ง เพราะว่าไข่ร้านนี้จะมีลักษะณะที่แข็งแต่อร่อย เพราะเขาต้มเหมือนไข่พะโล้ แล้วเด็ดตรงที่น้ำซอสสูตรประจำร้านที่ไม่เหมือนใคร ซอสที่นี่จะเป็นสีน้ำตาลผสมเมล็ดงาด้วย ราดบนเนื้อหมูแดงและหมูกรอบ พิกัด ตั้งอยู่บริเวณริมคลองซอย 1 ตรงข้ามกับอำเภอเมืองเก่า เปิดทุกวัน 8:00-15:00 น. เบอร์โทรศัพท์ 034-212-261 วุ้นคุณอุ๊ ต้นตำรับจากวุ้นคุณอุ๊ชื่อดัง ต้นตออยู่ที่นครปฐมนี้เองค่ะ สร้างชื่อเสียงและคงความอร่อยมาหลายสิบปี จนปรับปรุงพัฒนะให้มีหลากหลายรสชาติจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นรวดลาย สีสีสดใส รสชาติที่แปลกใหม่ เช่น วุ้นมะพร้าวใสไม่ใส่กะทิ วุ้นกะทิ วุ้นกาแฟ วุ้นใบเตย วุ้นสังขยา วุ้นขนุน เป็นรูปหัวใจ รูปเป็ด ต่างๆ สาขาที่ 1 ถ.เทศา ซอย 4 ตรงข้ามศาลจังหวัดนครปฐม สาขาที่ 2 ถ.เทศา ซอย 6 ตรงข้ามสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม สาขาที่ 3 ถนนเพชรเกษม ก่อนวัดศรีษะทอง ติดปั๊มบางจาก สาขาที่ 4 เยื้องห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ติดถนนสิรินธร เวลาเปิด 7.30 - 20.30 น. สาขาที่ 1 โทรศัพท์ : 034-257348 สาขาที่ 2 โทรศัพท์ : 034-241560 สาขาที่ 4 โทรศัพท์ : 02-8811760 ร้านหมูย่างผู้ใหญ่มุ่ย หมูย่างเนื้อนุ่มหนังกรอบ ที่ผ่านการย่างจากเตาที่มีทรงสูง ไฟด้านล่าง ซึ่งต้องเผาจากไม้โกงกางหรือไม้สนทะเล เผาจนไม้มอดถึงจะนำหมูลงไปย่างได้ ใช้เวลาย่าง 3 ชั่วโมง ถึงจะได้หนังที่กรอบ นอกจากนี้ยังมีต้มซุปเปอร์แซ่บซดให้คร่องคอ เห็นวิธีทำที่ใส่ใจพิถีพิถันขนาดนี้ต้องไปลองดูสักครั้ง บริเวณตลาดล่างหน้า ซอย 7 ทางไปองค์พระปฐมเจดีย์ ทุกวัน 07.30 -15.00 น. เบอร์โทรศัพท์ 034-305-926 ,034-289-790 ,081-942-6792 ,081-763-5785 ร้านติ๊กโภชนา ที่ตลาดนครชัยศรีในตัวเมืองใกล้กับริมน้ำ ร้านเก่าแก่ที่สืบทอดมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ยังคงเป้นร้านอร่อยที่อยู่คู่กับนครปฐม เมนูที่นี่มีมากมายหลายอย่างเช่น ปลาช่อนแช่น้ำปลาทอด ห่อหมกปลาช่อน กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียมพริกไทย ต้มยำกุ้ง ไข่เจียวหมูสับ และลูกชิ้นปลาฉลาดผัดเผ็ด ผัดผักกาดขาวใส่ก้ามกุ้ง เป็นต้น แต่เมนูที่คนเรียกร้องและต้องสั่งกันทุกคนคือ ไข่เจียวหมูสับ เมนูที่ธรรมดาแต่ดูไม่ธรรมดา โดยวิธีการทอดของเขาจะทอดให้ฟู หนานุ่ม และที่ไม่เหมือนใครคือใส่กระเทียมดอง ตลาดนครชัยศรี(ท่านา) 10.00 – 17.00 น.อังคาร - อาทิตย์  หยุด จันทร์ เบอร์โทรศัพท์ 034-331-753 ,034-333-576 ร้าน กุ้งอบภูเขาไฟ ร้านเด็ดที่คนพูดถึงกันบ่อยๆ กับเมนูกุ้งอบภูเขาไฟเหมือนกับชื่อร้าน ร้านอยู่ตรงข้าม โรงพยาบาลสนามจันทร์ ร้านนี้ถือเป็นไฮไลท์ของจังหวัดนครปฐม และยังมีเมนูซีฟู้ดมากมายหลายอย่างให้เลือกสั่ง อย่างเช่นหอยนางรมสดๆ ปูนิ่มทอดกระเทียม หอยแครงลวก จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยเหาะ พิกัด อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลสนามจันทร์) ถ.เพชรเกษม ต.สนามจันทร์ ทุกวัน : 10:00 - 22:00 เบอร์โทรศัพท์  034-255-041, 034-241-109 ร้านอาหารในจังหวัดเล็กๆ อย่างนครปฐม ยังมีร้านอาหารอีกเยอะ ร้านอาหารเด็ดๆ ของสดๆ เยอะแยะมากมาย ซึ่งเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ในเรื่องของอาหารการกินเป็นอย่างมาก ใครที่วันหยุดอยากพาครอบครัวมาเที่ยวและหาอะไรกินอร่อยๆ แนะนำจังหวัดนครปฐมเลยค่ะ *หมายเหตุ รวมร้านอาหารแนะนำในจังหวัด นครปฐมแค่บางส่วนเท่านั้น ยังมีร้านเด็ดอีกหลายร้านค่ะ ^^ เรียบเรียงโดย Food MThai ร้านเด็ดจาก อิ๊งค์ eat all around