ตอนที่2/25/08/13-1/[พากษ์ไทย]-162

ใบเฟิร์น-เป้-เท่ง-โหน่ง  4ซุปตาร์คน ออกตามหาซุปตาร์แมว จอนนี่ ศุภลักษณ์ ในงานเปิดตัวหนัง
งานแถลงข่าวเปิดตัว /  จอนนี่ ศุภลักษณ์ / 

แค่งานแถลงข่าวเปิดตัวก็ยังเรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกันซะขนาดนี้ เมื่อเข้ามาสู่บรรยากาศของงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ” เพื่อออกตามหาซุป’ตาร์แมวจอนนี่ที่หายไป เหล่าพี่น้องสื่อมวลชนและผู้คนในงานก็จะต้องสะดุดกับ มินิสแตนดี้สุดน่ารักเมื่อเหมียวยักษ์จอนนี่คาบ 4 ซูเปอร์สตาร์ “ใบเฟิร์น-เป้-เท่ง-โหน่ง” ห้อยโตงเตงน่ารักน่าชังต้อนรับแขกเหรือกันตั้งแต่ต้นกันเลย และเมื่อครั้นเปิดตัว 4 นักแสดงหลักจากภาพยนตร์ที่ต้องออกมาตามหาแมวก็ต้องบอกว่างานนี้ไม่ธรรมดา เพราะเหล่าฮิปสเตอร์ตัวพ่อหรือแฟชั่นนิสต้าร์ตัวแม่อาจมีอาการค้อนขวับเพราะไม่ว่าจะเป็น น้องใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เป้อารักษ์ อมรศุภศิริ ตัวแทนของคู่รักหนุ่มสาวในยุคนี้ที่ชอบมโนกิ้กๆ กั้กๆ ทั้งหลาย รวมไปถึงคู่หูดูโอ้แห่งแก๊งสามช่า เท่ง เถิดเทิง และโหน่ง ชะชะช่า ต่างพร้อมอกพร้อมใจกันเปลี่ยนลุคแปลงโฉมใหม่หมดชนิดที่เรียกได้ว่าพลิกคาแรคเตอร์สุดฮิป 360 องศาจัดเต็มอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนโดยเฉพาะคู่หลังนี่จัดเต็มตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าเพราะมาในมาดของ ผู้กำกับและเจ้าของบริษัทโฆษณาและผู้กำกับภาพหนังโฆษณาสุดแนวทั้ง หมวก, แว่นดำ, หนวดเครามาครบชุด และเมื่อเป้ นฤบดี เวชกรรม ผู้กำกับหนุ่มไอเดียล้นจากภาพยนตร์ชุดสาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี ที่เป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญร่วมกำกับกับเท่ง เถิดเทิง ในโปรเจกต์ที่มาพร้อมสโลแกน “นี่ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววจะเป็นหนังรัก” ขึ้นมาร่วมพูดคุยถึงการทำงานของเหล่าซุปตาร์คนและแมว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกำกับแมวด้วยแล้ว หลังจากนั้นอาการเกร็งหน้าท้อง หัวเราะตาหยีของแขกในงานก็เกิดขึ้นแบบ NON-STOP กับสารพัดกระบวนการและเทคนิคขั้นตอนที่กว่าจะได้มาในแต่ละฉากแต่ละซีน ก่อนที่จะฮากันถึงขีดสุดฟินกันถ้วนหน้าสำหรับเหล่าแฟนคลับจอนนี่และชมรมคนรักเหมียว เมื่อถึงคิวเปิดตัวจอนนี่ที่นั่งรถเปิดประทุนสีเหลืองขึ้นมาบนเวทีว่างานนี้ “แมวออกมาแล้วจะอันตรธานหาย” สมกับชื่อหนังรึเปล่า กลับกลายเป็นว่าเกิดอาการลุ้นกันชนิดหายใจมิทั่วท้องเมื่ออยู่ๆ ก็เกิดคิวแอ็คชั่นผาดโผนให้เหมียวยักษ์จอนนี่ได้แสดงโชว์แฟนๆ โดยไม่รู้ตัว กลับกลายเป็นว่าทำเอาเหล่านักแสดงและผู้กำกับบนเวทีล้วนเกร็งไปพร้อมๆ กันกับจอนนี่เลยทีเดียว ก่อนที่ช่วงท้ายของงานจะได้รับเกียรติจากคุณพาณิชย์ สดสี โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ Managing Director บ.เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ศ จำกัด Group CEO บ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน), คุณ อวิกา เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด และคุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายสื่อสารการตลาด บ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บ.เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จก. ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง อาหารแมว Me-O และคุณณัฏฐนันท์ ปฏิภาณพิพัฒน์ ผู้จัดการส่วนพัฒนาการตลาด ศูนย์การค้า Terminal 21 ขึ้นถ่ายรูปร่วมกับนักแสดงและผู้กำกับ เรียกได้ว่างานนี้ทั้งสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส ได้ประเดิมเปิดตัวและเผยโฉมหน้าตาและคอนเซ็ปท์ไอเดียของหนังรักเรื่องใหม่ที่มีแมวเป็นตัวชูโรงให้แฟนๆ ได้เห็นกันเต็มๆ ตัวและเต็มๆ ตาหลังจากที่หลายๆ คนต่างเฝ้าจับตากันมาตั้งแต่ตอนถ่ายทำว่าตอนนี้เสร็จสมบูรณ์พร้อมแล้วที่จะออกมาสร้างความสุขให้กับผู้ชมในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ----------------------------------------

แบรด พิตต์ เตรียมร่วมงานกับแอนเจลีนา โจลี อีกครั้ง ใน Africa
Africa /  mr. and mrs. smith / 

แบรด พิตต์ และ แอนเจลีนา โจลี เป็นคู่สามีภรรยาที่ช่วยเหลือและส่งเสริมการงานกันดีมากๆ เลยครับ ตอนที่หนัง Unbroken เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในสหรัฐ โจลีไปไม่ได้เพราะเป็นโรคอีสุกอีใส พิตต์ก็ทำหน้าที่แทนเป็นอย่างดี และพิตต์ยังจะนำแสดงในหนังกำกับเรื่องที่ 4 ของโจลีด้วย ที่ได้ประกาศสร้างออกมาแล้ว รายงานจากเดอะแรปบอกว่าพิตต์อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อรับบทนำใน Africa ผลงานกำกับเรื่องใหม่ของโจลี หลังจากที่ทั้งคู่ร่วมนำแสดงในหนังที่โจลีกำกับเรื่อง By the Sea ที่มีแผนจะออกฉายปลายปีนี้ครับ Africa เป็นหนังจากบทของเอริก ร็อธ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Forrest Gump และหนังที่พิตต์เคยแสดงเรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ว่าด้วยชีวประวัติของริชาร์ด ลีคกี้ นักโบราณคดีและนักมนุษยวิทยาชื่อดังที่ภายหลังกลายเป็นนักรณรงค์ต่อสู้การ ล่าช้างเอางาในเคนยาในช่วงยุค 80 โจลีจะกำกับหนังเรื่องนี้ให้แก่บริษัทสกายแดนซ์ มีแผนจะเปิดกล้องกลางปีนี้ครับ แต่ในรายงานบอกว่าพาราเมาท์ซึ่งจัดจำหน่ายหนังให้สกายแดนซ์มาตลอดยังไม่ได้ เกี่ยวข้องกับโครงการหนังในเวลานี้ โจลีบอกในแถลงการถึงโครงการหนังเรื่องนี้ว่า “ฉันรู้สึกผูกพัน กับแอฟริกาอย่างสุดซึ้ง และวัฒนธรรมของที่นั่นก็เข้ามามีส่วนในชีวิตอย่างมาก และรู้สึกซาบซึ้งกับบทอันดีงามของเอริก ที่บอกเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ถูกชักพาเข้าสู่ปมขัดแย้งอันรุนแรงกับ กลุ่มพรานล่าช้าง เป็นชายผู้ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อรอยทางที่มนุษย์เคยสร้างไว้ และมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อความรับผิดชอบของมนุษย์ที่มีต่อโลกรอบๆ ตัว” Unbroken ของโจลี จะเข้าฉายที่บ้านเรา 19 กุมภาพันธ์ครับ ขอบคุณข้อมูลจาก Jediyuth.wordpress.com ครับ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

บัตรประชาชน ทำนายดวงเนื้อคู่
ดวงความรัก /  ดวงเนื้อคู่ / 

รู้กันหรือเปล่าว่า บัตรประชาชน ก็สามารถ ทำนายรัก ดวงเนื้อคู่ ของเจ้าของบัตรได้ โดยใช้ตัวเลขของบัตรครับ Horoscope.Mthai.com ได้นำข้อมูลนี้มาบอกกัน จะแม่นขนาดไหนต้องลองไปดูกันครับ สำหรับ วิธีการเล่น ให้นำเลข 3 ตัวสุดท้ายของเลข บัตรประจำตัว ประชาชนของคุณ มาบวกกันจนเหลือตัวเดียว ตัวอย่าง เช่น 3 6499 00175 59 0 นำ 5 + 9 + 0 = 14 นำ 1 + 4 = 5 เมื่อได้เลขตัวเดียวแล้ว ก็ไปดูกันได้เลยว่า ดวงเนื้อคู่ ของคุณจะมีลักษณะอย่างไร เลข 1 เป็น คนรักศักดิ์ศรีมาก เด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นผู้นำที่ดี เรื่องความรักค่อนข้างละเอียดอ่อน ถือความรักเป็นใหญ่ ลงทุนเพื่อความรักได้ทุกอย่าง เลข 2 เป็น คนไม่ชอบอยู่คนเดียว ค่อนข้างใจอ่อน มักมีคนมาหาเพื่อตักตวงผลประโยชน์ ความรักหวานแหววจนทำให้คนอื่นอิจฉา มีเสน่ห์ต่อเพื่อนตรงข้ามมาก เพื่อนฝูงรักใคร่ เลข 3 เนื้อคู่ของคุณไม่ค่อยดีนัก เพราะมีปัญหาต่างๆ เข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อย เรื่องความรักต้องระวังมือที่สาม มักมีคนมาทำให้แตกแยก ควรใส่ใจคู่รักของคุณ แม้จะมีปัญหาเข้ามามาก แต่ก็จะผ่านไปได้เสมอ เลข 4 กล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ เรื่องความรักจัดว่าดีทีเดียว มีเพศตรงข้ามให้ความสนใจเสมอ ความรักจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น เลข 5 เป็น คนที่หยิ่งในตนเอง ไม่ชอบพึ่งพาใคร มักจะช่วยเหลือตัวเองมากกว่า ค่อนข้างเป็นคนคิดมาก เรื่องความรักเลขนี้มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมาก แต่อย่าเลือกมากเกินไป ถ้ารอนานแล้วอาจจะรอเก้อ เลข 6 ไมมีปัญหาอะไรมากนักเอาตัวรอดได้ตลอดเวลา พยายามแต่งตัวดีๆ เข้าไว้จะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตคุณ เรื่องความรักไม่มีปัญหาอะไร ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดให้ตัวเอง คนหมายเลขนี้ไม่ค่อยอยู่เป็นโสดนานนัก เลข 7 เป็น คนที่ชอบเดินทางอยู่เสมอ เรื่องชีวิตดี แต่ความรักทำให้ปวดหัวบ่อยๆ ไม่ค่อยลงรอยกับคู่นัก อยู่ติดกันแล้วจะมีปากเสียง พยายามอยู่ห่างๆ กันบ้างก็ดี เลข 8 เป็นคนขยัน กล้าตัดสินใจ เปิดเผย และไขว่คว้าสิ่งดีๆ เรื่องความรักไม่มีปัญหา แต่บางที่สนุกจนลืมคนรัก ต้องให้เวลาคนรักบ้าง เลข 9 ไม่ ว่าเค้าจะทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จอยู่เสมอ ไม่ต้องพึ่งคนอื่นมากนัก เรื่องความรักต้องระวังหน่อย เพราะจะทำให้ปวดหัว มีมือที่สามมาให้ยุ่งยาก ขอบคุณข้อมูลจาก variety.teenee.com

ลูกเกด KPN ลูกสาวคนสวยของคุณอิทธิ พลางกูร
ดาวมหาวิทยาลัย /  นักศึกษา / 

ถือว่าเป็นลูกหลานคนดังที่มากความสามารถอีกคนสำหรับ ลูกเกด-ปริยากร พลางกูร หรือ ลูกเกด KPN ลูกสาวคนสวยของคุณอิทธิ พลางกูร ที่ตอนนี้ก็ตามรอยคุณพ่อ เป็นนักร้องเสียงดี นักร้อง KPN คนล่าสุด ลูกเกด KPN ลูกสาวคนสวยของคุณอิทธิ พลางกูร นอกจากจะมีดีเรื่องเสียงร้องแล้ว เรื่องการเรียนก็โดดเด่นเช่นกัน เพราะสาวคนนี้ กำลังจะจบจากคณะนิเทศศาสตร์ สาขา วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ จาก มหาวิทยาลัยศรีปทุม ถึงหน้าจะดูดุๆ แต่สาวลูกเกดก็เป็นคนใจดีสุดๆ ไปเลยนะ “เกดจะเป็นคนที่หน้าดุค่ะ เวลาที่ไม่ยิ้ม เพื่อนๆ ก็จะกลัวกัน ตอนแรกๆ ที่เข้ามาแต่ละคนเขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้เกดเลยนะ กลัวเกดกันหมดเลย ไม่กล้าเข้ามาคุย แต่พออยู่ๆ ด้วยกันไป สนิทกันมากขึ้นก็จะรู้ว่า เกดเป็นคนที่ใจดีมากๆ เพราะในกลุ่มเหมือนว่าเกดจะเป็นคนที่อายุมากที่สุด ก็คล้ายๆ กับพี่โตสุดในกลุ่มด้วย เขาก็เลยจะเกรงใจเรา มีอะไรก็จะช่วยๆ กันปรึกษากันได้หมดเลย จากตอนแรกที่ไม่กล้าเข้ามาคุยตอนนี้ก็คุยเล่นกันได้สุดๆ แล้วล่ะค่ะ” ประวัติ ชื่อ : ลูกเกด-ปริยากร พลางกูร เกิด : 4 กรกฎาคม 2534 สูง : 168 ซม. การศึกษา : ปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขา วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ม.ศรีปทุม สีที่ชอบ : สีชมพู, ทอง, เงิน อาหารที่ชอบ : ชอบทานทุกอย่าง ทานได้ทุกภาค ชอบของหวานเป็นพิเศษ สไตล์การแต่งตัว : ชอบแต่งตัวเท่ๆ เซ็กซี่นิดๆ แนวๆ ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง, เล่นละครเวที, พิธีกร, เดินแบบ คติประจำใจ : ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของมนุษย์ เครดิต : ขอบคุณรูปภาพจาก IG lookkatekpn23 ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นิตยสาร Campus Star No.20 Facebook : www.facebook.com/campusstar และอ่านออนไลน์ฟรีได้ที่ mbookstore

เมื่อหมีเท็ดอยากใช้ชีวิตแบบคนปกติ ในตัวอย่างแรก ฮา กวน เสื่อม จาก Ted 2
A Million Ways to Die in the West /  Family Guy / 

หลังจากปล่อยใบปิดแรกออกมาให้ชมกันแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงตัวอย่างแรกเสียที สำหรับหนังภาคต่อสุดกวนที่มีหวังมาโกยเงินอีกแน่แท้กับเจ้าหมีป่วน Ted 2 ของผกก. เซ็ธ แม็คฟาร์เลน จาก Family Guy ที่ถึงแม้ตัวอย่างแรกจะเป็นแบบเบาๆ แต่ก็ยังมีแอบโชว์มุกตลกเสื่อมตามสไตล์มาให้ชมกันเพียบ ซึ่งงานนี้นอกจาก มาร์ค วอลเบิร์ก จะกลับมา หนังยังเต็มไปด้วยทีมนักแสดงหน้าใหม่ของหนังชุดนี้อย่าง อแมนด้า ไซย์ฟรี๊ด, มอร์แกน ฟรีแมน และ เลียม นีสัน ที่กลับมาร่วมงานอีกครั้งหลังจากติดใจในบทตลกๆ A Million Ways to Die in the West ครับ โดยเรื่องย่อของหนังภาคต่อนี้จะเป็นภาคต่อที่ดูโต และ จริงจังมากขึ้น เมื่อ เท็ด ได้แต่งงานกับแฟนสาวของเขาและเกิดอยากมีลูก แต่ปัญหาคือกฏหมายดันไม่คุ้มครองเจ้าหมีเท็ด โดยให้ความว่าเขาไม่มีความเป็นคน หรือมีประสิทธิภาพที่จะเป็นมนุษย์ได้ครับ คราวนี้เจ้าหมีเท็ด และ จอห์น จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ของเท็ดให้จงได้ หนังมีกำหนดฉายบ้านเรา มิถุนายน นี้ครับ

ที่พักหลักร้อย สวยสุดคุ้ม คุณภาพเกินราคา
ข้อมูลโรงแรมที่พัก /  ที่พักราคาถูก / 

จะไปเที่ยวแต่ละทริป ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไหนจะค่ากิน ค่าจับจ่ายซื้อของ และที่สำคัญ สิ่งที่ดูดเงินเราจากการท่องเที่ยวมากที่สุด ก็คือค่าโรงแรมที่พัก วันนี้ travel.mthai.com จึงขอเสนอทางเลือกที่จะทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว กับ ที่พักหลักร้อย สวยสุดคุ้ม คุณภาพเกินราคา เอาเงินในการจ่ายค่าโรงแรมแพงๆ ไปใช้กับค่าท่องเที่ยวและกินอาหารเลิศรส น่าจะเวิร์คกว่า ที่พักหลักร้อย สวยสุดคุ้ม คุณภาพเกินราคา 1. Sleep Box Hotel  ,  เชียงใหม่ Sleep Box Hotel โรงแรมสุดเจ๋ง ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่นำตู้คอนเทนเนอร์มา renovate ใหม่ จนกลายมาเป็นที่พักสุดชิคขวัญใจนักท่องเที่ยว การตกแต่งเน้นสไตล์โมเดิร์นในตู้คอนเทนเนอร์ที่ดูเรียบง่าย แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่แพ้โรงแรมใหญ่ๆ 2. Sugar Beat  ,  พัทยา Sugar Beat ห้องพักน่ารักสไตล์โมเดิร์น ที่คุณผู้หญิงจะต้องชอบ มีให้เลือกทั้งแบบเป็นห้อง และบ้านเป็นหลัง เน้นด้วยสีสัน เช่น ห้องสีชมพู สีส้ม สีเหลือง กระตุ้นความสดชื่นให้นักท่องเที่ยว เสริมความเก๋ด้วยลวดลายวินเทจหวานๆ และการันตีความประทับใจจากผู้เข้าพักที่ยอมรับในเรื่องความสะอาด 3. ฟูเลเกสต์เฮาส์  ,  หัวหิน ฟูเลเกสต์เฮาส์ บ้านพักติดทะเลใจกลางเมืองหัวหิน จากบ้านไม้ชั้นเดียวของชาวประมง ถูกดัดแปลงเป็นเกสต์เฮาส์อันแสนเรียบง่าย โดยตัวบ้านจะยื่นออกไปฝั่งทะเลหัวหิน มีห้องพักให้เลือกถึง 20 ห้อง ครบทุกแบบตั้งแต่ห้องพัดลม ห้องแอร์ ไปจนถึงห้องที่มีระเบียงติดผืนทราย ชมวิว ชมพระอาทิตย์ตกดินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ 4. Sino Imperial  ,  ภูเก็ต Sino Imperial โรงแรมดีไซน์เก๋ใจกลางเมืองภูเก็ต ที่นำเอากลิ่นอายชิโนโปรตุกีสมาผสมผสานอย่างเนียนตา โดดเด่นทั้งผนังและเพดานลายฉลุสีขาวดูโล่ง โปร่งสบาย ไฮไลท์ของที่นี่ต้องยกให้เรื่องสีสัน ไม่ว่าจะเป็นตัวห้องพักที่มี Theme ให้เลือกทั้งสีเทา ฟ้า แดง เหลือง เขียว ยิ่งในช่วงค่ำคืนบริเวณทางเดินในโรงแรมและตัวตึกด้านนอกจะเปิดแสงไฟหลากสีสัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าพักได้เป็นอย่างดี แถมยังมีระเบียงสวยๆ ให้ยืนดื่มด่ำ ชมวิวเมืองภูเก็ตอย่างสบายอารมณ์ 5. บ้านกรชมพู  ,  สวนผึ้ง บ้านกรชมพู ตอบโจทย์บ้านพักราคาประหยัดให้คุณแบบเต็มๆ เริ่มจากทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองสวนผึ้ง ราชบุรี ตลาด ร้านอาหาร ที่เที่ยว จะหาของกินหรือไปที่ไหนก็เดินทางไม่ไกล สำหรับบ้านพักก็ขนาดกำลังดี การันตีความสะอาด มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้พอเพียง ที่สำคัญการตกแต่งก็ทำได้น่ารักเน้นสีสันน่ารักหวานแหวว 6. The River Hotel  ,  นครพนม The River Hotel จังหวัดนครพนม โรงแรมที่ดูดีทั้งหน้าตา และคุณภาพ ราคา เกินคุ้ม ไฮไลต์สำคัญที่สะกดนักท่องเที่ยว คือทัศนียภาพอันงดงามของลำน้ำโขง ที่ตั้งอยู่ติดกับโรงแรม จนคุณต้องร้อง ว้าววว !! เพราะมีความสุขที่ได้เห็นวิวตั้งแต่ในห้องพัก บรรยากาศโรแมนติกยิ่งทวีคูณ เมื่อแสงสีทองของดวงอาทิตย์ กำลังเคลื่อนลับขอบฟ้า สะท้อนเป็นริ้วที่หาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์ 7. บ้านไร่ลบินเอย  ,  เขาใหญ่ บ้านไร่ลบินเอย รีสอร์ทอบอุ่นขนาดกะทัดรัด บรรยากาศเหมือนกำลังพักผ่อนในหมู่บ้านฟาร์มยุโรปแถบชนบท สะดุดตาด้วยสีสันสดใสของตัวบ้านแต่ละหลัง ซึ่งมีชื่อเรียกแสนไพเราะ ไม่แพ้หน้าตา อย่างเหลืองไม้แก้ว, ม่วงเช้า, พวงแสด และเฟื่องฟ้า การันตีความเงียบสงบเป็นส่วนตัว เพราะมีบ้านเพียง 4 หลังเท่านั้น ! 8. Happynest Hostel  ,  เชียงราย Happynest Hostel ทีพักสไตล์โฮสเทล ที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างครีเอทเกินราคา ชนิดไม่เชื่อสายตาว่านี่คือโรงแรมหลักร้อย ? ตกแต่งในแบบ Minimalist ฉบับชาวญี่ปุ่น เน้นงานไม้และสีน้ำตาลอ่อนสบายตา สะท้อนเสน่ห์เรียบง่ายฉบับล้านนาแต่แฝงความมีรสนิยมอย่างลงตัว Lobby หลังคาสูงโปร่ง ใส่ความเป็นเชียงรายเพิ่มเข้าไปด้วยของท้องถิ่น ส่วนห้องพักก็สะอาดสะอ้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รับรองว่าคุณต้องประทับใจ ขอบคุณที่มา : www.painaidii.com  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ปลากระป๋อง แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร
ปลากระป๋อง

ปลากระป๋องแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร ? เคยสงสัยไหมว่าปลากระป๋องที่เราเห็นตามท้องตลาดทำไมต้องมีหลายยี่ห้อ ทั้งทีหน้าตาของปลากระป๋องและรสชาติก็คล้ายๆ กัน ส่วนตัวแล้วเจอแบบไหนก็หยิบแบบนั้น ไม่เคยแยกออกเลยว่ายี่ห้อไหนจะอร่อยมากกว่ากัน แต่ก็ไม่พ้นนักชิมช่างสังเกตุชาติของปลากระป๋อง อย่าง สมาชิกหมายเลข 2049879 จากกระทู้พันทิพ มาแยกแยะว่าแต่ละยี่ห้อมันแตกต่างกันยังไง ไปดูกันเลยค่ะ ตรา ซีเล็ค (Sealect) ราคา 16 บาท ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ กระป๋องของซีเล็คเปิดง่ายสุด ซอสกลอมกล่อม เข้มข้น ไม่เหลว เนื้อปลาเนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นคาว แต่น้ำซอสมะเขือเทศน้อย ตรา โรซ่า (Roza) ราคา 17 บาท ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ เนื้อปลาไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่มาก แต่เนื้อเน้น ไม่มีกลิ่นคาว แต่น้ำซอสของโรซ่าต้องยกให้ยี่ห้อนี้เลยหล่ะ ตรา สามแม่ครัว ราคา 16 บาท ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศฝากระป๋องเปิดค่อนข้างยากนิดหน่อย ต้องมีอุปกรณ์ช่วยนิดนึง หาซื้อง่าย ซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ซอสมะเขือเทศเหลวนิดหน่อยเหมาะสำหรับคนที่ชอบทานน้ำแบบไม่ข้นและมีความมันเล็กน้อย ตรา นกพิราบ ราคาเฉลี่ย 15 บาท ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศหาซื้อได้ที่ห้างใหญ่ มีความเข้มข้น แต่ยังไม่กลอมกล่อมเมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น ฝากระป๋องเปิดง่าย ในกระป๋องจะมีปลาแค่ 2 ช้อน แต่ปลาชิ้นใหญ่ ตรา ซีคราวน์ ราคาเฉลี่ย 17 บาท ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ หาซื้อได้ตามห้างใหญ่ ส่วนเรื่องของน้ำซอสมะเขือเทศ เยอะเต็มกระป๋อง เข้มข้น ส่วนเนื้อปลามี 2 ช้อนใหญ่ๆ แอบมีกางเล็กติดมาด้วย ตรา มงกุฎทะเล ราคาเฉลี่ย 14 บาท ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ ยี่ห้อนี้อาจจะไม่คุ้นหู น้ำซอสไม่ค่อยเข้มข้นแต่เนื้อปลาแน่น ให้มา 5 ชิ้นเล็กๆ ตรา ไฮคิว ราคาเฉลี่ย 15 บาท ปลาแมคเคอเลในซอามะเขือเทศ ซอสจะมีลักศณะค่อนข้างเหลว แต่รสชาติกลอมกล่อม เนื่อปลาค่อนข้างแน่นพอสมควร ปลามี 4 ชิ้นเล็กๆ ตรา ทีบีซี ราคาเฉลี่ย 14 บาท ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ มีขายตามร้านสะดวกซื้อบางสาขา และห้างใหญ่ๆ น้ำซอสเหมือนซอสพริกมากกว่าซอสมะเขือเทศ น้ำใสแจ๋ว ปลาเนื้อแน่น ตัวเล็ก มี 4 ชิ้น ตรา ปุ้มปุ้ย ราคาเฉลี่ย 16 บาท ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ หาซื้อง่ายทั้งห้างและร้านสะดวกซื้อ น้ำซอสเข้มข้นมาก แต่ไม่ค่อยได้รสชาติซอสมะเขือเทศ มีกางเล็กน้อย เวลาทานต้องดูดีๆ ก่อนทานค่ะ เอาหละค่ะแบบนี้เวลาซื้อปลากระป๋องไปทำทานที่บ้านคงจะเป็นตัวช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้น ว่าปลากระป๋องรสไหนเหมาะกับความชอบของเรา ใครชอบยี่ห้อไหนโหวตเลย

เอ๊ะยังไง!! ปอ ไม่พร้อมแต่ง โบว์ ขอวางรากฐานอนาคตอีกยาว!!
ปอ ทฤษฎี โบว์ /  ภาพมันฟ้อง

อะไรยังไงกันล่ะค้า สำหรับพระเอกหนุ่มกล้ามบึ้กอย่าง ปอ ทฤษฎี ที่ก่อนหน้านี้ก็ทำท่าจะลาวงการบันเทิงหันไปใช้ชีวิตอย่างพอเพียงที่ต่างจังหวัด แต่จนแล้วจนรอดก็ไปไหนไม่ได้ เพราะมีบรรดาแฟนคลับร่ำร้องเพราะเสียดายพระเอกหนุ่ม ไม่อยากให้ลาวงการไปง่ายๆ เจ้าตัวก็เลยจัดหนักจัดเต็มเพราะปีนี้จะมีละครให้แฟนๆ ได้ดูกันอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องราวของความรักกับสาว โบว์ ที่คบหาดูใจกันมานานนี่สิ ดูแล้วน่าเป็นห่วง เพราะช่วงหลังๆ ทั้งคู่ก็เริ่มที่จะมีปากมีเสียงกันถี่ขึ้น จนหลายคนเริ่มมองว่าความรักของคู่นี้จะเริ่มส่อแววร่อแร่ไปไม่รอด หนุ่มปอก็เลยหนักใจ ขอเลื่อนงานแต่งกับสาวโบว์ไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะตอนนี้อยากที่จะโฟกัสไปที่เรื่องของงานและอนาคตที่เจ้าตัวกำลังวางรากฐานในการสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี ปอ ทฤษฎี

ระวัง! ผู้หญิงกว่า 4 หมื่นคนทั่วโลก เป็น โรคแพ้น้ำอสุจิ อาการเป็นไง เช็ค!
คู่รัก /  อสุจิ / 

โรคแพ้น้ำอสุจิ ..., จริงๆก็เป็นโรคที่มีมานานแล้ว แต่มักไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก เพราะคิดว่าธรรมชาติสร้างมา ผู้หญิงก็ต้องรับได้อยู่แล้ว แต่หารู้ไม่ว่า บางคนกลับไม่มีภูมิคุ้มกันนั้น บางคนแพ้จนถึงขั้นเป็นลมพิษ หายใจขัด ก็มีนะ เอาซิ!   และนักวิทยาศาสตร์ก็คอนเฟิร์มว่ามีผู้หญิงกว่า 40,000 คนเลยทีเดียวเชียวล่ะ ที่เป็นอาการนี้ ... เคยเป็นกันหรือเปล่า เคยไม่เคย ต้องลองอ่านอาการกันหน่อยแล้ว โดยคู่รักคู่หนึ่ง คลาร่า เจฟ (นามสมมติ)  ทั้งคู่อายุ 35 ปี ได้เล่าเรื่องราวผ่าน รายการ ABC's Good Morning America เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคู่รักหลายคู่อาจพบปัญหาเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว และปล่อยปละละเลยมาเรื่อยๆ โดยนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พบเจอได้ เพราะมีผู้หญิงราวๆ 20,000-40,000 คนทั่วโลก พบอาการเหล่านี้ " ฉันรู้สึกแปลกๆ รู้สึกเหมือนผิวนั้นไหม้ และ บวมแดง มันผิดปกติแน่ๆ ตอนแรกฉันก็คิดว่าติดโรคทางเพศสัมพันธ์ทั่วไป แต่มันกลับใช้เวลากว่า 24 ชม. ถึงจะลดอาการบวมลง แต่อาการแสบยังคงอยู่ เหมือนกับว่า ถ้าทาอะไรลงไป มันพร้อมที่จะเผาไหม้ได้ทันที " ในที่สุด ทั้งคู่ก็ได้พบกับหมอ Jonathan Bernstein ผู้เชี่ยวชาญด้านอาการแพ้และภูมิคุ้มกันจาก  University of Cincinnati ที่มีชื่่อเสียงในเรื่องนี้ โดยการรักษา หมอได้เก็บตัวอย่างน้ำเชื้ออสุจิของเจฟไว้เพื่อทดสอบ พร้อมทั้งฉีดภูมิคุ้มกันให้กับคลาร่า  จากนั้นจึงทำการเจือจางและเก็บไว้ในหลอดฉีดยากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะให้ทั้งคู่มีเพศสัมพันธ์กัน ซึ่งผลการทดลองนั้น ช่วยได้อย่างดี โดยคลาร่าบอกว่า " มีอาการบวมน้อยลง เมื่อเทียบกับครั้งที่ผ่านๆมา" จากเวปไซต์ seminalplasmaallergy.org เวปไซต์ที่รวบรวมประสบการณ์ของผู้ที่มีอาการ แพ้น้ำอสุจิ นี้ ได้เล่าถึงอาการต่างๆ หลังจากมีเพศสัมพันธ์ได้ 1 ชั่วโมง บ้างก็มีอาการบวมแดง ลมพิษขึ้น แน่นหน้าอก หายใจขัด ท้องเสีย จนรวมไปถึงหมดสติ ก็มี แต่ยังไม่มีรายใดถึงขั้นเสียชีวิต  โดยเหตุผลส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการผิดปกติของผิวหนัง และ อาการแพ้ลาเท็กซ์ของถุงยางอนามัย และ เคมีที่อยู่ในน้ำอสุจิของคุณผู้ชาย และ สารหล่อลื่นต่างๆ นั่นเอง สาวๆที่เกิดอาการอย่าง คลาร่า ล่ะก็ ต้องปรึกษาแพทย์แล้วล่ะจ้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต แก้ไว้ก่อนดีกว่าสายนะเธอ งานนี้บทรักไม่สนุกล่ะเป็นปัญหายาวแน่ อิอิ ที่มา nydailynews.com เรียบเรียงโดย Women Mthai Thai  

คืนเสาร์แพร่ง Survival ตอน คอนโดเก็บศพ
คืนเสาร์แพร่ง /  Survival / 

เข้าสู่การ Survival ปีที่ 2 แล้ว ความโหดและเฮี้ยนก็มีมากขึ้น เรามาดูกันว่า OJ.แม็ค และแขกรับเชิญในครั้งนี้จะสามารถ "เล่าเรื่องผี เล่นกับผี นอนกับผี" กันได้ตลอดทั้งคืนหรือไม่ กับ คืนเสาร์แพร่ง Survival ตอน คอนโดเก็บศพ

ถึงกับเหนื่อย! นักแสดง The Witcher 3 ต้องแสดงฉากมีเซ็กซ์ถึง 16 ชม.
The Witcher 3 /  The Witcher 3: Wild Hunt

ปัจจุบัน การ Motion Capture เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเกมส์เพื่อให้ตัวละครเกมส์มีความเสมือนจากเคลื่อนไหว เพิ่มความสมจริงมากขึ้น แน่นอนว่าการใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้ จำต้องมีนักแสดงมาเป็นผู้แสดงเพื่อประมวลผ่านตัวละครเกมส์ แต่สำหรับเกมส์ The Witcher 3: Wild Hunt ผู้พัฒนาเกมส์เปิดเผยว่า เขาต้องใช้เวลานานกว่า 16 ชั่วโมง เพื่อกำกับฉากมีเซ็กซ์กับตัวละครในเกมส์ เพื่อตัดใช้ในเนื้อเรื่องเป็นตอนๆตลอดทั้งเกมส์ ภาพฉากมีเซ็กส์ในเกมส์ The Witcher 3 Nikolas Kolm ทีมออกแบบภารกิจเกมส์ The Witcher 3 เปิดเผยว่า สำหรับฉากมีเซ็กส์ระหว่างตัวละครเกมส์ได้ใช้เวลารวมทั้งหมด 16 ชั่วโมงในการแสดง โดยนักแสดงแทนทั้งสองคน จำเป็นต้องแสดงในฉากดังกล่าวจากหลายท่วงท่า เพื่อใช้ตลอดทั้งเกมส์ ในช่วงการพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Geralt ตัวละครเอก กับคู่รักของเขานาม Yennefer แห่งอาณาจักร Vengerberg ทั้งนี้ ฉากดังกล่าวจะเกี่ยวข้องในเชิงชีวิตและอัตลักษณ์ของตัวละครเกมส์ ไม่ใช่ลักษณะทำภารกิจแล้วได้รับรางวัลและได้เห็นฉากเซ็กส์ อย่างไรก็ตาม หากผู้เล่นอยากเห็นฉากดังกล่าว ผู้เล่นจะได้เห็นในช่วงเริ่มต้นเพียง 15 วินาทีแรก และในฉากต่อๆไปอย่างแน่นอน ภาพฉากมีเซ็กส์ในเกมส์ The Witcher 3

Everly /  Haywire / 

จัดได้ว่าเป็นหนังฝรั่งที่เตรียมเอารางวัลชื่อไทยชนะเลิศไปเลย สำหรับหนังบู๊ระห่ำแหลกของ ซัลมา ฮาเย็ค อย่าง Everly ที่ได้ชื่อไทยสุดแสบไม่แพ้ตัวหนังว่า 'ดี-ออก สาวปืนโหด' ที่ตอนนี้ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาแล้ว กับเรื่องราวในคืน คริสมาสต์ ช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ของทุกคน.. แต่ไม่ใช่สำหรับ เอเวอร์ลี (ซัลมา ฮาเย็ค) เมื่อเธอตัดสินใจหักหลัง ไทโกะ (ฮิโรยูกิ วาตานาเบะ) บอสใหญ่ผู้เป็นถึงหัวหน้าแกงค์อันพาลสุดโฉด และเปิดเผยข้อมูลอาชญากรรมทุกอย่างให้กับฝั่งตำรวจทันทีที่เรื่องนี้ถึงหูเหล่าวายร้าย เอเวอร์ลีต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการใช้สัญชาตญาณและไหวพริบทุกอย่างที่เธอมี เพื่อเอาตัวรอดจากการพลิกเมืองตามล่าตัวเธอของเหล่าอาชญากรจอมซาดิสต์พวกนี้ให้ได้ นี่คือผลงานเรื่องล่าสุดของนักแสดงหญิงที่ฮอตที่สุดคนหนึ่งแห่งวงการ " ซัลมา ฮาเย็ค " ซึ่งเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาแล้วจากผลงานภาพยนตร์คุณภาพที่สร้างจากชีวิตจริงของศิลปินหญิงชื่อดังฟริดา คาโล ซึ่งฮาเย็คสามารถรับบทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชื่นชมไปอย่างล้นหลาม

นิยายแนะนำ เวโรนิกา มาร์ส กับคดีฆาตกรรมสาวผิวแทน
นิยาย /  นิยายต่างประเทศ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยมีนิยายแนะนำ เวโรนิกา มาร์ส กับคดีฆาตกรรมสาวผิวแทน นิยายแนวสืบสวนสอบสวนเล่มใหม่ที่ติดอันดับหนังสือขายดีในอเมริกา และตอนนี้ได้ออกมาเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันค่ะ ขอบอกว่าใครชอบแนวนี้ ห้ามพลาด... นิยายแนะนำ เวโรนิกา มาร์ส กับคดีฆาตกรรมสาวผิวแทน เวโรนิกา มาร์ส กับคดีฆาตกรรมสาวผิวแทน (Veronica Mars –The Thousand Dollar Tan line) เขียนโดย Rob Thomas/ Jennifer Graham และถูกแปลโดย คุณเจนจิรา เสรีโยธิน ของสำนักพิมพ์ HER Publishing ยอดนักสืบวัยรุ่น เวโรนิกา มาร์ส (Veronica Mar) คือชื่อจากตัวละครในซีรีส์ไขคดีฆาตกรรมสุดฮอตในปี 2004 ของสหรัฐ ที่มีมาต่อเนื่องถึง 3 ซีซั่น และเธอกลับมาอีกครั้ง กับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ และต่อยอดความสำเร็จสู่ความมันส์ในเวอร์ชั่นของนิยายอีกด้วย โดยเรื่องราวในหนังสือจะพูดถึง 10 ปีหลังจากจบไฮสคูล อดีตนักสืบวัยทีน Veronica Marsที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวัย 28 ปี เธอได้กลับสู่โลกของนักสืบอีกครั้งในบ้านเกิด ณ สำนักงานนักสืบเอกชน Mars Investigations ที่ก่อตั้งด้วยพ่อของเธอเอง กับการสืบคดีหลายคดีที่เกิดขึ้นในเนปจูน แคลิฟอร์เนีย เมืองแห่งหาดทราย ปาร์ตี้ อาชญากรรม คอรัปชั่นและยาเสพติด …เข้าสู่ช่วงใบไม้ผลิ หนุ่มสาวมหาวิทยาลัยต่างหวนคืนสู่เนปจูนเพื่อความบันเทิง ทำให้ทั้งเมืองเต็มไปด้วยผู้คนแต่เมื่อเด็กสาวสวยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในงานปาร์ตี้เดียวกันถึงสองคน เวโรนิก้า มาร์ส จึงถูกว่าจ้างให้เข้ามาคลี่คลายคดีนี้ ซึ่งไม่ใช่คดีคนหายทั่วไป เมื่อหญิงสาวหายตัวไปจากบ้านของชายที่ถูกสงสัยพัวพันคดี อาชญากรรมหลายคดี ยิ่งเธอสืบลึกลงไปเท่าไหร่ ปริศนาคนหายกลับปรากฎร่องรอยที่เหนือความคาดหมาย และโยงใยไปถึงอดีตของตัวเธอเองอย่างคาดไม่ถึง เธอแทบไม่เชื่อว่ามันยังพัวพันถึงอดีตที่ผ่านมาของตัวเธอเอง และแม่ที่ทอดทิ้งเธอไป ที่สำคัญ เธอต้องเอาชีวิตของตนเป็นเดิมพันอีกครั้ง เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆ คนไหนที่อยากรู้คำตอบของเรื่องราวปมทั้งหมดละก็ สามารถหาซื้ออ่านติดตามได้ทุกร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศนะคะ หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : Her Publishing

นางร้ายหน้าเป๊ะ...สวยแย่งซีนนางเอก
นางร้าย /  แย่งซีน / 

สมัยนี้ นางร้าย หน้าบ้านๆ คงจะไม่ได้แจ้งเกิดเหมือนสมัยก่อน ที่มักจะใช้แต่ความสามารถเพียงอย่างเดียว เพราะสาวๆ สมัยนี้จะต้องเก่งและสวยครบสูตร อีกทั้งยังต้องแซบ เพื่อที่จะให้สมศักดิ์ศรีกับการเป็นคู่แข่งของบรรดานางเอกที่สวยใสอีกด้วย ว่าแต่ใครกันบ้างที่เป็นนางร้ายสุดแซบเข้าตาในยุคนี้สมัยนี้ ตามไปดูกันเลยค้าาา... ดิว อริสรา ดิว – อริสรา ทองบริสุทธิ์ โลดแล่นอยู่ในวงการมาพักใหญ่แต่ ดิว อริสรา ก็แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจาก บทนางร้าย ที่คนดูต่างพากันอยากตบ เพราะดีกรีความร้ายกาจของคุณเธอทะลุเพดานจริงๆ แต่ที่สะดุดตาคนดูไม่ใช่ความแรงอย่างเดียว แต่เป็นความขาวโอโม่นี่สิที่ทะลุจอแย่งซีนนางเอกไปเต็มๆ เนย โชติกา เนย – โชติกา วงศ์วิลาศ ถึงตอนนี้ เนย โชติกา จะดูหายๆ จากหน้าจอไปบ้าง แต่ก็มีบรรดาหนุ่มๆ พากันเรียกร้องอยากเห็นสาวเจ้ากลับมากรี๊ดปรอทแตกอีกครั้ง โถ...ก็ทั้งหน้าเป๊ะ หุ่นเฟิร์ม จนบรรดานางเอกที่มาประกบคู่ด้วยดูดรอปลงไปอย่างเห็นได้ชัด แถมบทบาททางการแสดงยังแซบเว่อร์ไปซะทุกเรื่อง หนุ่มๆ ก็รีเควสเป็นธรรมดา ญาญ่าญิ๋ง ญาญ่าญิ๋ง – รฐา โพธิ์งาม ตั้งแต่โมดิฟายตัวเองจนตอนนี้สวยเป๊ะแล้ว นักร้องสาว ญาญ่าญิ๋ง ยังกลับมาพร้อมกับการโกอินเตอร์ เพราะนางได้ดังไกลมีโอกาสเล่นหนังยังต่างแดนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังหันมารับบทนางร้ายในละครจอแก้วให้คนได้เกลียดกันทั่วบ้านทั่วเมืองอีกต่างหาก จอย ชลธิชา จอย – ชลธิชา นวมสุคนธ์ นี่ถ้าไม่ได้รับบท หนูนก ในละคร แรงเงา สาวหน้าแบ๊ว จอย ชลธิชา คงจะไม่ได้กลับมาแจ้งเกิดอีก ก็ตอนนี้เจ้าตัวกลับสู่วงการละครจอแก้วอีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้หันไปเอาดีกับการเป็นดีเจนั่งจัดรายการอยู่หลังไมค์ กลับมาก็แซบสมใจเลยทีเดียว ดาว พิมพ์ทอง ดาว – พิมพ์ทอง วชิราคม เคยรับบทนางเอกมาแล้วแต่ดูเหมือนจะไม่ฮอตเว่อร์เท่านางร้าย สำหรับ ดาว พิมพ์ทอง สาวหน้าสวย หุ่นเป๊ะ แอคติ้งเริ่ด แถมแฟชั่นการแต่งตัวยังเเซบไม่แพ้ใครอีกต่างหาก สวยร้ายซ่อนเปรี้ยวแบบนี้สิท่า ถึงถูกจัดให้อยู่ในแก๊งสวยแย่งซีน ไอซ์ อภิษฎา ไอซ์ – อภิษฎา เครือคงคา คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่านางร้ายแถวหน้าอย่าง ไอซ์ อภิษฎา ไม่แซบ เพราะไม่ว่าจะเล่นละครเรื่องไหนล้วนแล้วแต่เผ็ดร้อนฮอตเว่อร์ตลอดๆ เรื่องความสวยนั้นไม่ต้องพูดถึง โดดเด่นแย่งซีนจนนางเอกหลายคนต้องชิดซ้ายไปเลยล่ะ ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร ปุยฝ้าย- ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล กลายเป็นนางร้ายที่มีเอกลักษณ์เด่นชัดอีกหนึ่งคน สำหรับ ปุยฝ้าย ณัฏฐพัชร เพราะไม่ว่าสาวเจ้าจะรับละครเรื่องไหน ปากจะต้องแดงจัดไว้ก่อน เรียกว่าเสื้อผ้าหน้าผมต้องสวยเป๊ะ แย่งซีนนางเอกไปเต็มๆ ค้าาา...