ด้วยรักจากซอกตึก

ค้นบ้านพงศ์พัฒน์ เมืองทอง ยึดไม้แปรรูปค่า7ล.
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ทหารและตำรวจสนธิกำลังตรวจค้นโกดัง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์  ย่านเมืองทองธานี พบไม้แปรรูป มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ ยินดีอารมณ์ ผบก.จ.นนทบุรี นายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.ป้องกันรักษาป่าและป้องกันไฟป่า กรมป่าไม้ นำหมายศาล จ.นนทบุรี พร้อมกำลังเข้าตรวจค้นโกดัง เลขที่ 16/21 หมู่ 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เก็บซุกซ่อนไม้แปรรูป ของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ที่นำมาเก็บไว้จำนวนมาก จากการตรวจค้นพบ ไม้สัก ไม้ประดู่และไม้มะค่า จำนวน 4,500 แผ่น รวมมูลค่า 7,700,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในโกดังและอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์ จำนวน 3 ตู้ นอกจากนี้ยังมีไม้แกะสลักเป็นเทวรูปถูกฝังดินอีกหลายชิ้น โดยพล.ต.ศรีวราห์ เปิดเผยว่าได้ตรวจยึดไม้ทั้งหมดไว้ตรวจสอบเพื่อหาแหล่งที่มาว่าได้มาอย่าง ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากไม้ทั้งหมดเป็นไม้แปรรูปแผ่นใหญ่หายากและมีราคาแพง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเป็นผู้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะ เดียวกันเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังทีมสอบส่วนกลางตามคำสั่งผบ.ตร.ร่วมกับเจ้า หน้าที่ทหาร ร.1พัน2 จำนวน 30นายเข้าค้นอาคารพาณิยช์สูง 3 ชั้น 3คูหาเลขที่ 172/7-9 ตรงข้ามกรมที่ดินนนทบุรี ถนนป๊อบปูล่า ซึ้งด้านหน้าตัวตึกกำลังขึ้นโครงเหล็กตีปิดเพื่อจะปรกปิดตัวอาคารด้านหน้า คล้ายซ่อมแซมปรับปรุง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกำลังเข้าตรวจค้นภายในอาคาร พบเป็นที่เก็บตู้ไม้สำหรับใส่พระบูชาจำนวนมาก รวมถึงบานพับประตูไม้สัก เสาไม้ นาฬิกาตู้ไม้ เสาหินอ่อนโรมัน ประตูไม้แกะสลักโบราณมีทั้งของเก่าและของนำเข้าจากต่างประเทศกว่า 50ชิ้น และที่บริเวณชั้น 2 เป็นที่เก็บเก้าอี้เฟอร์นิเจอร์หลุย เรือใบสำเภาแกะสลักไม้สัก พร้อมทั้งเป็นห้องที่อยู่อาศัยของคนงาน ส่วนชั้น 3พบเป็นที่เก็บภาพเก่าโบราณทั้งของไทยและของนำเข้าจากต่างประเทศปะปนกันอยู่ จำนวนมากกว่า 200 ชิ้น จากการตรวจสอบโดยทั้ง 3 คูหาเป็นที่เก็บเฟอร์นิเจอร์ไม้สักและโซฟา หรูหลายชุดพบว่ามีผู้อยู่อาศัยภายในอาคารจำนวน 5คน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้อยู่อาศัยเท่านั้น  ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดเจ้าหน้าจะนำไปเก็บรักษาไว้ที่ ร1พัน2 ถนนแจ้งวัฒนะตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

เป๊ก กระชับรัก นิว ควงสวีทกลบข่าวทะเลาะถี่
เป็ก เปรมมณัช /  นิว นภัสสร

มีข่าวออกมาหนาหูว่าคู่รักนักร้องอย่าง เป๊ก เปรมณัช กับ นิว นภัสสร ช่วงหลังๆ ทะเลาะกันถี่ยิบ งานนี้เลยทำเอาหนุ่มหล่อ สาวโสดทั้งหลายถึงกับหูผึ่งเตรียมหาจังหวะเสียบกันเลยละ แต่สงสัยพวกรอเสียบทั้งหลายคงต้องกินแห้ว เพราะจริงๆ แล้วคู่นี้ไม่ได้มีปัญหาระหองระแหงใหญ่โตกันขนาดน้าน เพียงแต่ทั้งคู่ต่างคนต่างมีงานแน่นมว้ากๆ จนกระดิกตัวไปหากันไม่ค่อยได้ นานๆ ถึงจะเจอกันที สาวนิวเลยอดไม่ได้ที่จะงอนตุ๊บป่อง เพราะแฟนหนุ่มไม่มีเวลามาจี๋จ๋าเจ๊าะแจ๊ะด้วย ร้อนถึงหนุ่มเป๊กที่พอรู้ว่าแฟนสาวไม่แฮปปี้กับการที่ตัวเองไม่ค่อยมีเวลาให้ เลยพยายามเอาอกเอาใจด้วยการเคลียร์คิวงานพาออกมาสวีทหวานแหววเย้ยโลกเพื่อกระชับความรักความสัมพันธ์อย่างที่เห็นกันในภาพ ขาเม้าท์ทั้งหลายจะได้ดูกันให้ชัดๆ ว่า ความรักของทั้งคู่ยังสวีทหวานแหววนะเออ นอกจากนี้ เป๊กยังคอนเฟิร์มออกสื่อเสียงหนักแน่นว่า ตลอดเวลา 5 ปีที่คบกับสาวนิวมา ความรักยังหวานชื่นไม่ได้จืดจางลงสักกะจี๊ด.. เป๊ก-นิว เป๊ก-นิว เป๊ก-นิว

สงสัย!!! ชมพู่ ได้แต่งก่อนอั้ม-พลอย นั่งมองตาปริบๆ
ชมพู่ อารยา /  อั้ม พัชราภา / 

ไล่บี้ไล่เบียดกันมาตลอดสำหรับ 3 นางเอกตัวแม่ของวงการอย่าง อั้ม พัชราภา, ชมพู่ อารยา, พลอย เฌอมาลย์ ที่เรื่องชื่อเสียงและหน้าที่การงานในวงการบันเทิงของทั้ง 3 นางเอก ถือว่าสมบูรณ์แบบมาตลอด ตั้งแต่พวกเธอเริ่มเข้ามาทำงานในวงการ จนก้าวขึ้นมาเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องในชีวิตของความเป็นลูกผู้หญิง คือการแต่งงาน และมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ซึ่งตลอดระยะที่นางเอกทั้ง 3 คนมีความรัก พวกเธอก็มักจะถูกจับตามองเรื่องนี้มาโดยตลอดว่า นางเอกคนไหนจะสละโสดก่อนกัน ซึ่งถ้าให้พูดถึงกันในวินาทีนี้ ชมพู่ อารยา เธอน่าจะได้สุขสมหวังก่อนใครเพื่อน เพราะคาดว่าปีหน้าเธอคงจะเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ที่พร้อมจะสละโสดแล้ว ส่วนนางเอกเบอร์หนึ่งของวิกหมอชิตอย่าง อั้ม พัชราภา ก็มีวี่แววกระแสข่าวเรื่องของแต่งงานแทบจะทุกวัน แต่สุดท้ายก็มีข่าวช็อคส่งท้ายปีว่าเธอได้เลิกรากับหนุ่มแอมป์ ทำให้เรื่องการแต่งงานของสาวอั้มคงต้องเป็นแพลนชีวิตที่ยืดยาวออกไปอีก จนกว่าเธอจะเจอคนที่ใช่สำหรับเธอจริงๆ ส่วนนางเอกสาวมั่นอย่าง พลอย เฌอมาลย์ คาดว่ายังอีกนานแสนนาน หรืออาจจะไม่มีงานแต่งของเธอเลย เพราะสาวพลอยเธอประกาศตัวว่า เธอไม่ศรัทธาในเรื่องการแต่งงานสักเท่าไหร่ แต่เรื่องแบบนี้ก็ไม่แน่นอนเสมอไป สักวันเธออาจจะเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ได้ ใครจะไปรู้ ชมพู่ อารยา อั้ม พัชราภา พลอย เฌอมาลย์

Horns : เทวดาตกสวรรค์
Horns /  คนมีเขาเงา มัจจุราช / 

ทันทีที่เห็นหน้าของ แดเนียล เรดคลิฟฟ์ ที่มีเขางอกออกมาจากกบาล บนโปสเตอร์ ก็คงเป็นเรื่องยืนยันแล้วว่า ใน Horns พ่อคุณคงมาแนวบทพิลึกพิลั่น ที่ขยันรับเอาๆ อีกแล้วสินะ (อันนี้ชม) ซึ่งพอได้ดูจนจบเรื่องแล้ว ก็พบว่า อืม...พิลึกจริงๆ ด้วย Horns บอกเล่าเรื่องราว ของ อิ๊ก เพอร์ริซ ที่เมาแอ๋ตื่นขึ้นมาพบว่า เมอร์ริน แฟนสาวสุดรักของตัวเอง ถูกฆ่าข่มขืนไปซะแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ อิ๊ก กลายเป็นผู้ต้องหาไปเต็มๆ ทั้งที่ตัวเองก็จำอะไรไม่ได้สักอย่าง ในขณะที่ชาวเมืองต่างโจษจันว่าเขาเป็นปีศาจอำมหิต วันดีคืนดี ก็มีเขาปีศาจงอกออกมาจากหัวของอิ๊กเข้าจริงๆ แต่เขาโง้งคู่นั้นไม่ได้มาเปล่าๆ เพราะมันทำให้อิ๊ก มีพลังพิเศษ สามารถเปิดโปงความชั่วในใจมนุษย์ แบบสารภาพหมดเปลือก อิ๊ก จึงต้องใช้พลังนี้ ในการไล่เค้นความจริงชาวเมือง หาคนร้าย และพิสูจน์ให้ได้ว่า ที่แฟนสาวตายไปน่ะ ไม่ใช่ฝีมือผมนะโว้ย!! ถึงแม้ Horns จะมีทีท่าตอนแรกว่าทั้งเขย่าขวัญและเกี่ยวกันกับภูติผีปีศาจ แต่หนังกลับลำมาทางคอมเมดี้เจือปนสืบสวนซะมากกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสไตล์ของผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา ที่เคยละเลงเลือดใน Piranha 3D นั้น ได้ลงมาอยู่ใน Horns แบบเห็นได้ชัด ซึ่งนั่นส่งผลในสองทิศทาง ประการแรก หนังเกิดความไม่สมเหตุสมผล และชวนกระอักกระอ่วนมากมาย จนคล้ายจะเซอร์เรียลอยู่รอมร่อ ปฏิกิริยาของชาวเมืองที่เดี๋ยวก็เย็นชาต่อสิ่งตรงหน้า เดี๋ยวก็กระเหี้ยนกระหือตอบสนองแบบสุดจะเกินจริงจนคล้ายตัวการ์ตูน ซึ่งถ้าเราในฐานะคนดู ไม่ได้ใส่ใจความสมจริงของความเป็นมนุษย์มากนัก ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร และประการสอง เนื่องจากหนัง หนักมาทางโอเวอร์ซะขนาดนั้น ถึงแม้มันจะไม่ได้ทำให้เรามีส่วนร่วมกับตัวละครมากนัก แต่มันมอบความ "สะใจ" ตอบสนองความรั่ว วายป่วง โฉ่งฉ่าง และอึกทึกครึกโครม  ได้อย่างเต็มเหนี่ยว ซึ่งนั่นทำให้อย่าไปคาดหวังบรรยากาศมืดทึมลึกลับ ปีศาจอาฆาต อะไรทำนองนั้น เพราะมัน...แทบไม่มีครับ (อ้าว!) แต่ถึงจะโอเวอร์ขนาดนั้น Horns ก็ยังมีจุดให้ชวนติดตามอยู่ไม่น้อย ทั้งกับการที่หังค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลความจริงออกมาทีละน้อย และให้คนดูได้เดากันสนุกๆ ว่าชาวเมืองจิตป่วย หรือนายหน้าใสซื่อ คนไหนกันแน่ที่เป็นฆาตกร (แต่ก็ไม่ได้ทำให้เอาใจช่วยพ่อแดเนียลให้จับได้หรอกนะ บางทีเป็นปีศาจไปเริ่อยๆ แบบนี้ก็เข้าท่าดี) กับความย้อนแยงที่เลือกเอาสิ่งน่าเกลียดน่ากลัว ที่เป็นสัญลักษณ์ความชั่วช้าอย่าง "ปีศาจ" มาเป็นพระเอก แต่ถึงกระนั้น ทุกๆ การกระทำไม่ว่าจะของชาวเมือง หรือพ่อหนุ่มเขางอก ก็ล้วนกระทำทุกสิ่งเพื่อความอยู่รอด รักตัวกลัวตาย และปรารถนาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตัวเองทั้งสิ้น เมื่อ อิ๊ก ใช้พลังเปิดเผยความจริงทุกสิ่งอันในใจของคนรอบข้างได้ เมืองทั้งเมืองจึงตกอยู่ในสภาพไม่ต่างอะไรกับแดนเถื่อน ที่ทุกคนคิดไม่ดีไม่งามตลอดเวลา โดยมี หนุ่มเขางอก เป็นผู้ป่าวประกาศความเลวทรามในใจมนุษย์นั่นเอง "ไม่มีความชั่วที่ไหน ไม่เคยมีความดีมาก่อน ซาตาน ก็ยังเป็นเทวดาตกสวรรค์เลย" คำกล่าวหนึ่งใน Horns ที่ทำการสรุปรวบยอดความเป็น อิ๊ก เพอร์ริส ในร่างปีศาจได้เป็นอย่างดี บางคนดีๆ ก็จำยอมต้องลุกขึ้นมาใช้วิธีโหดเหี้ยม หรือผิดวิสัย เพื่อทวงถามหาความถูกต้องของตน แต่กับ Horns แล้วดูเหมือนว่า เทวดาตกสวรรค์คนนี้ ไม่ได้มาในแนวอำมหิต น่าสะพรึง ประดุจซาตาน แต่ให้อารมณ์เหมือนฉากนรกฉากหนึ่งของ ทอมแอนด์เจอร์รี่ ที่ปรากฏบนโทรทัศน์ในหนังซะมากกว่า เรื่องนี้ให้ 7.5 /10 ครับ โดย Lecter ป.ล. แฟนๆ ผู้กำกับ อเล็กซานเดร อาจา ห้ามลุกไปเข้าห้องน้ำในช่วงท้ายเรื่องเด็ดขาด พลาดของมันส์ๆ แล้วจะหาว่าไม่เตือนนะเอ้อ! ---------------------------

พบรัก สุดโรแมนติก สไตล์ ฮอลลีวู้ด..ขี้อิจฉาอย่าอ่าน!
คู่รักฮอลลีวู้ด /  พบรัก / 

หากคุณเป็นคนชอบอ่านนิยายรักโรแมนติก ประเภทที่ว่า ชายหนุ่มพบหญิงสาวโดยบังเอิญในวัยเด็ก แล้วกลับมา พบรัก กันใหม่จนจบที่การแต่งงาน แล้วรู้สึกขนลุกซู่ น้ำตาล้นเอ่อ..ขึ้นมาทันที Women Mthai ชวนมาลองอ่านเรื่องชีวิตรักจริงๆ ของเหล่าคนดัง ที่เค้ามาแอบเล่าให้ฟังว่า ชีวิตรักของพวกเขาเหล่านั้น พบรัก กันได้ โรแมนติก สุดฤทธิ์ขนาดที่นิยายรักบางเรื่องเกือบเทียบชั้นไม่ได้ซะอีก มาดูคู่แรก Carey Mulligan กับ นักร้องอินดี้ Marcus Mumford สุดโรแมนติกยิ่งกว่านิยายรักของ Nicholas Sparks ซะอีก มัลลิแกน กับ มัลฟอร์ด เป็นเพื่อนทางจดหมายสมัยเด็กๆ และก็ขาดการติดต่อกันไป จนกระทั่งกลับมาเจอกันอีกครั้ง เมื่อทั้งคู่กลายเป็นคนมีชื่อเสียง และแน่นอนว่าพวกเขากลับมาตกหลุมรักกัน และจบลงด้วยการแต่งงาน Matt Damon กับ Luciana Barroso ภาพจาก www.entertainmentwise.com เดม่อนได้พบกับภรรยาเขาครั้งแรกในปี 2003 ที่บาร์ บนหาดไมอามี่ ในขณะที่ไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Stuck on You หลังจากเสร็จงานทีมงานชวนกันไปดื่มเบียร์ และเดม่อนเกือบที่จะปฎิเสธที่จะไม่ไปด้วยเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากงาน แต่เมื่อไปถึงที่บาร์ เค้าเห็น Barossa ซึ่งในขณะนั้นทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ เขาแทบตกหลุมรักเธอทันที ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2005 เดม่อนบอกว่า "อย่าเหนื่อยที่จะไปดื่มเบียร์ เพราะที่นั่นอาจทำให้คุณเจอภรรยาได้" David Beckham กับ Victoria แม้ว่าทั้งสองพบกันครั้งแรกที่การแข่งขันการกุศลแมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1997 แต่เดวิดได้สารภาพว่า เขาตกหลุมรัก วิกตอเรียก่อนหน้านั้นซะอีก เค้าบอกว่า เห็นวิคตอเรีย ครั้งแรกในมิวสิควีดีโอของ Spice Girls และบอกกับตัวเองว่า เค้าจะต้องจีบผู้หญิงคนนี้ให้ได้ เพราะเธอตรงสเปคเค้าสุดๆ ถึงขนาดที่ว่า แบคแฮมคิดทันทีว่า ถ้าเธอตกลงปลงใจ พวกเค้าทั้งคู่จะต้องได้ครองรักกันตลอดไป..หวานไปมั้ย Patrick Dempsey กับ Jillian Fink ภาพจาก : www.ivillage.com ทั้งคู่พบกันในวันที่ Patrick Dempsey ไปตัดผมแล้วได้พบกับ Jillian Fink ช่างตัดผมที่ร้าน เธอเป็นคนตัดผมให้เค้าเอง และทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา และทุกวันนี้เธอก็ยังตัดผมให้สามีเธอมาตลอด Kate Moss และสามีร็อคเกอร์ Jamie Hince ภาพจาก : www.digitalspy.co.uk เคสมอสเคยให้สัมภาษณ์กับ Vanity Fair ว่า ต้องขอบคุณ Google ที่ทำให้เธอได้พบกับ สามีมือกลองสุดร็อคคนนี้ เพราะทั้งคู่เจอกันผ่านการค้นหาจาก google แล้วทายสิ่ เมื่อต่างคนต่างเห็นกัน ก็ปิ๊งกันเฉยเลย Scar Jo กับ Romain Dauriac ภาพจาก : www.parismatch.com สการ์เล็ต พบรักกับ Romain Dauriac ผ่านศิลปินช่างสัก Fuzi Uvtpk ของพวกเค้าในวันที่ทั้งคู่ไปสัก โดยสการ์เล็ตต์ สักรูปเกือกม้า และเขียนว่า Lucky You ส่วน Romain Dauriac สักคำว่า Lost Illusions แบบนี้สิ่นะ ที่เรียก พรหมลิขิต รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาเนื้อหาจาก www.huffingtonpost.com

ครูภาษาไทยยุคโซเชียล ท้านักเกรียน เก่งจริงให้เขียนโคลงตอบ
ครูภาษาไทย /  ครูยุคโซเชียล / 

ครูภาษาไทยยุคโซเชียล ท้านักเกรียน เก่งจริงให้เขียนโคลงตอบ วันนี้(28 พ.ย.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพกระดานไวท์บอร์ดจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งคุณครูสั่งงานโดยการแต่งเป็นโคลงแต่มีการใช้ภาษาวัยรุ่นสมัยใหม่เข้าไปด้วย โดยระบุว่า ครูไทย ส่งโจทย์ท้า       "นักเกรียน" เกรียนก็ต้องรักเรียน     โปรดเรียน เก่งจริงป่ะ? ลองเขียน    โคลงตอบ ถ้าอ่อนกากไม่สู้             เปลี่ยนได้"นักเกย์" ซึ่ง ภาพนี้ถูกแชร์มาจากแฟนเพจชื่อ นักเกรียน เทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นแฟนเพจที่นักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์จัดทำขึ้นเล่นๆ ซึ่งคุณครูคงเห็นว่า นักเรียนว่างมากจนเอาเวลาไปตั้งแฟนเพจ จึงได้ส่งโจทย์มาท้าทาย ซึ่งสุดท้ายได้มีกลุ่มนักเรียนแต่งโคลงมาส่งคุณครูแบบชนิดที่ภาษาวัยรุ่นมากๆเลย เช่น "ถึงเกรียนก็รักเรียน ไม่ทิ้ง จะฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้ง มีบ้าง หาว่าเจ๋งไม่จริง ขอตอบ เกรียนชอบตุ๋ยตูดจริง ยอมรับ"นักเกย์"" "มีใจส่งโจทย์ท้า     นักเกรียน ถึงเกรียนก็นั่งเรียน โปรดรู้ ตอนนี้ว่างจึงเขียน   โคลงตอบ เพราะเมพจึงขอสู้  อย่าให้นักเกย์" ซึ่งหลังจากภาพนี้ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์บางคนชื่นชมในวิธีการคิดของคุณครูที่สามารถประยุกต์เอาเรื่องเรียนกับเรื่องเล่นมารวมกันได้ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างครูกับนักเรียน โดยการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นสะพานเชื่อมเข้าหากันอีกด้วย ที่ผ่านมาก็มีแฟนเพจชื่อครูนกเล็กที่มีการใช้คลิปวิดีโอ เฟซบุ๊ค ยูทูปเป็นเครื่องมือในการสอนนักเรียนจนได้รับกระแสชื่นชมจากคนบนโลกออนไลน์ จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า การเรียนการสอนของคุณครูในยุคโซเชียลมีเดีย ควรจะมีการก้าวตามให้ทันโลก ปรับตัวให้เข้ากับเด็กนักเรียนวัยรุ่นที่เปลี่ยนไปมากกว่ายุคก่อน MThai News ที่มา https://www.facebook.com/GreanDEB?fref=ts

Choupette แมว เซเลบริตี้ แห่งวงการแฟชั่นโลก
Choupette /  Karl Lagerfeld / 

ขอร้อง หาก  ทาสแมว คนใด ได้เห็นปก Vogue Brasil ของเดือนธันวาคมนี้อย่าเพิ่ง เป็นอีกคนที่ตกหลุมรักเจ้าเหมียวที่ขึ้นปกคู่ นางแบบดังระดับโลกอย่าง จีเซล บุนด์เซ่น นางเหมียวตัวนี้ไม่ได้ไร้สกุลรุนชาติแต่อย่างใดนะจ๊ะ นางมีชื่อและ นามสกุลว่า Choupette  Lagerfeld อ่ะๆๆ อย่าอึ้ง เมื่อ ผู้ทรงอิทธิพลทางแฟชั่นโลกอย่าง Karl Lagerfeld จะตบเท้าเข้าชมรม ทาสแมว ด้วยคน Choupette Lagerfeld คือ แมว มีบุญ ของ เจ้าพ่อแฟชั่น Karl Lagerfeld ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์แบรนด์ดัง ชาแนล เกิดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2011 ด้วยอายุเพียง 3 ขวบ แต่นางสะกดทาสแมวไว้ทั่วโลก ทันทีที่ได้เห็น ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าของ เสน่ห์ของเจ้าเหมียวตัวนี้ เหลือร้ายจริงๆ ก็แม้กระทั่ง เจ้าพ่อแฟชั่น Karl Lagerfeld ยังเคยเอ่ยปากบรรยายความรักของเขาที่มีต่อนางเหมียว Choupette ว่า " ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้ตัวเองจะหลงรักเจ้า Choupette ได้หัวปักหัวปำจนอยากจะแต่งงานด้วยเสียให้รู้แล้วรู้รอด" อย่าคิดว่า ชีสวยแล้วจะไม่ร้าย ...เพราะเจ้าเหมียวตัวนี้เอาแต่ใจ นิสัยเสียจากสภาพแวดล้อมของวงการแฟชั่น รวมทั้งการเลี้ยงดูสุดสปอยล์ ของผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการแฟชั่น Choupette มีรสนิยมเข้าขั้นพรีเมี่ยม ชีเป็นแมวที่รักลูกไม้โบราณเป็นชีวิตจิตใจ ของใช้ของนางล้วนแล้วแต่เป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น ในแต่ละวัน เจ้าเหมียวจะเลือกเมนูอาหารที่ร่วมโต๊ะกับเจ้านายจาก iPad นะจ๊ะ  (หึ ปรนเปรอมันเข้าไปสิ เจ้าเหมียวไฮโซ ชิส์!) แล้วนี่อะไร เหมียวไม่ไร้สกุลตัวนี้ มี ผู้คอยติดตามถึง 2 คน นะจ๊ะ ชื่อ Françoise and Marjorie ที่ต้องคอยดูแลความงามรวมทั้งสุขลักษณะ ความเป็นอยู่ของเหมียวบรรดาศักดิ์ตัวนี้ นอกจากนี้หน้าที่อื่นๆ คือ คอยบันทึกกิจกรรมและสังเกตอารมณ์ของเหมียวไฮโซในแต่ละวัน เพื่อคอยรายงาน Karl Lagerfeld แทบจะเรียกได้ว่า นี่ล่ะ ทาสแมว ของแท้ แจ้งเกิดจากการ สะกด ทาสแมวทางโซเชียล แรกเริ่มเดิมที แมวตัวนี้เป็นของ นายแบบเมืองน้ำหอมนามว่า Baptiste Giabiconi ซึ่งได้มอบให้ เจ้าพ่อแฟชั่น เป็นของขวัญวันคริสมาสต์ ไว้เลี้ยงดูแก้เหงาระหว่างที่เขาไปต่างประเทศ และได้แจ้งเกิดกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกจากการปลุกปั้นของ Stephen Gan แห่งนิตยสาร V magazine ได้โพสท์รูปของนางเหมียว บน Twitter ในชื่อ @ChoupettesDiary ขณะอยู่ในอพาร์ทเม้นต์ของ Lagerfeld เมื่อปี 2012 นั่นเอง นับจากนั้นเป็นต้นมา เสน่ห์ของเจ้าเหมียว ก็มัดใจผู้คนที่พบเห็นจนอยู่หมัด กลายเป็น เหมียวเซเลบริตี้ ที่มีนิตยสารแฟชั่นชั้นสูงมาขอสัมภาษณ์มากมาย จน Lagerfeld ยังบ่นทีเล่นทีจริงว่า " อีกหน่อยเจ้าเหมียวตัวนี้จะดังกว่าฉันซะอีกนะเนี่ย " " ฉันคือพ่อค้า แต่ Choupette ไม่ใช่สินค้า " ใครเลยจะรู้ว่า ผู้ทรงอิทธิพลทางแฟชั่นของโลกอย่าง Karl Lagerfeld จะมีเจ้า Choupette เป็นแรงบันดาลใจ จากตาสีฟ้าสุดฟ้าของเจ้าเหมียว สู่การสร้างสรรค์แฟชั่นของ ชาแนล คอลเลคชั่น cornflower blue สำหรับ ฤดูใบไม้ผลิ 2012 และเส้นทางหลังจากนั้นก็นำเจ้าเหมียวเข้าสู่การเป็น นางแบบแมว โดยถ่ายแฟชั่นคู่กับ Laetitia Casta ถึง 10 หน้า ในนิตยสาร V magazine เมื่อ กันยายน 2012 หลังจากนั้น Karl Lagerfeld ก็ได้ปฏิเสธการรับงานถ่ายแบบของเจ้าเหมียวไปหลายฉบับ ด้วยการประกาศว่า " ฉันคือพ่อค้า แต่ Choupette ไม่ใช่สินค้า " จนเมื่อ เดือนกรกฎาคม 2014 Choupette กลับมาโลดแล่นอยู่บนแพ็คเก็จเครื่องสำอาง Shu Uemura ในชื่อคอลเลคชั่น shupette  ภาพจาก facebook.com/MademoiselleChoupetteLagerfeld และ IG : choupettesdiary เรียบเรียงโดย Women MThai team

งานเข้า!!! คู่จิ้น ไวท์-กัปตัน โดนเม้าท์…ดังแล้วโคตรหยิ่ง
กัปตัน ชลธร /  ไวท์ ณวัชร์ / 

อยู่ๆ ก็ดังแบบไม่ทันตั้งตัว สำหรับสองหนุ่มคู่จิ้น กัปตัน ชลธร และ ไวท์ ณวัชร์ ที่ตอนนี้ไปไหนมาไหนก็จะมีแฟนคลับตามติดไปทุกหนทุกแห่ง ตะโกนแหกปากเรียก ปุณณ์-โน่ แบบไม่แคร์สายตาใคร ซึ่งหลายๆ คนยังสงสัยว่าสองหนุ่มเขาโด่งดังมาจากไหน แต่ถ้าถามวัยรุ่นสายพันธุ์วาย ที่ชอบแนวความรักแบบผู้ชายกับผู้ชาย ก็จะบอกว่าสองคนนี้โด่งดังมากจากซีรี่ส์วัยรุ่นเอาใจชาววายอย่าง Love Sick The Series รักวุ่น...วัยรุ่นแสบ แต่ล่าสุดดูเหมือนความดังจะเป็นอุปสรรคกับสองหนุ่ม กัปตัน-ไวท์ ซะแล้ว เพราะกำลังโดนเม้าท์ว่า หลงแสงสีเสียง และมีพฤติกรรมดังแล้วหยิ่งอีกด้วย ซึ่งหนุ่มกัปตันเผยว่า “บางทีอาจจะเป็นอารมณ์ของแฟนคลับที่เข้าถึงพวกเราไม่ได้ เพราะแฟนคลับมีเยอะมาก บางครั้งเราอาจจะทักทายไม่ทั่วถึง อันนี้ผมก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ ข่าวนี้ทำให้ผมกับพี่ไวท์ค่อนข้างคิดมากพอสมควร ไม่อยากให้ทุกคนมองเราสองคนหยิ่ง อย่างเวลาไปงานไหน ผมก็จะพยายามมองหาทุกๆ คนอยู่แล้ว แต่อาจจะมีจังหวะที่เราไม่ได้มอง เขาพยายามทักเรา แต่เราไม่เห็น ก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ” ต้องบอกว่าคู่นี้แฟนคลับเขาเยอะจริงอะไรจริง ถ้าเขาทักทายแฟนๆ คนไหนไม่ทั่วถึง ก็ใจเย็นนิดนึงนะจ๊ะ อย่ามโนไปเองว่าเขาหยิ่งยโส โอกาสที่จะได้เจอเขามีอีกตั้งเยอะตั้งแยะเนอะ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์ กัปตัน ชลธร - ไวท์ ณวัชร์

จ๋า ควง พิชญ์ เดินร่อน สวีทไม่แคร์สื่อ
พิชญ์ กาไชย /  จ๋า วรัลชญาน์ / 

ตายแล้วววว…มีภาพชวนสงสัยมาให้คิดอีกแล้วค่า ล่าสุดปาปารัซซี่แชะภาพหนุ่ม พิชญ์ กาไชย กำลังเดินกะหนุง กระหนิงอยู่กับวีเจสาวสวย จ๋า วรัลชญาน์ แต่ดูท่าทางทั้งคู่จะสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ทั้งหยอกล้อกัน แถมยังมีโอบไหล่กันอีกต่างหาก งานนี้สงสัยว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างที่รอเวลาเปิดเผยอย่างแน่นอน ว่าแต่ไม่รู้ว่าหนุ่มพิชญ์กับสาวจ๋าไปสนิทสนมกันตอน เห็นทีคราวนี้คงจะดิ้นไม่หลุด เพราะภาพมันฟ้องซะขนาดนี้ ไม่แน่ทั้งคู่อาจจะกำลังเหงา เมื่อต่างคนต่างไม่มีใคร บวกกับหนุ่มหล่อสาวสวยเดินทางมาป๊ะกัน ก็อาจจะสปาร์ครักกันโดยไม่รู้ตัว แหม...จะว่าไปแล้วเรื่องความรักนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เอาเป็นว่าหนุ่มพิชญ์จะใช่คนรู้ใจคนใหม่ของสาวจ๋ารึเปล่า คงต้องติดตามดูกันต่อไปจ้า... พิชญ์ กาไชย - จ๋า วรัลชญาน์ พิชญ์ กาไชย - จ๋า วรัลชญาน์ พิชญ์ กาไชย - จ๋า วรัลชญาน์

กล้ามาก! คู่รัก ยอมขายทุกอย่างทิ้ง เที่ยวรอบโลก เห็นแล้วจะอิจฉา
คู่รัก /  เที่ยวรอบโลก

    คู่รัก จาก ซานฟานซิสโก จะพาคุณตะลุยโลกกว้าง      คริส หนุ่มกราฟฟิคดีไซน์เนอร์และพัฒนาเว็บไซด์ ส่วนฝ่ายหญิง ดานิก้า เป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาด ของโรงแรม ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้สัมผัส กับวัฒนธรรมใหม่ๆ และได้พบเจอสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขาอยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวบ่อยๆ แต่ในหนึ่งปีมีวันพักร้อนแค่ 2 สัปดาห์  มันน่าเศร้า...ที่เราไม่ได้ไปทุกสถานที่ที่เราอยากจะไป      พวกเขาตัดสินใจลาอออกจากงานประจำ เพื่อเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป็นเวลา 6 เดือน แต่เมื่อพวกเขาเริ่มลิสรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปจนยาวเยียด ทั้งคู่ก็เริ่มรู้แล้วว่าแค่เวลา 6 เดือนคงไม่พอแน่นอน หลังจากนั้นหนุ่มคริสไปเจอตั๋วเครื่องบินไปกรุงโรม ราคาถูกแบบไม่น่าเชื่อ เพียง 300 ดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 9,000 บาท และแล้วจุดเริ่มต้นของการเดินทางจึงเกิดขึ้น...    ทั้งคู่ตะลุยเที่ยวรอบโลก ทั้ง กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี, กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย , เบลเยียม , ฝรั่งเศส, อิตาลี, ฮาลองเบย์ เวียดนาม, เกาะบาหลี, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย และอีกมากมาย ตอนนี้พวกเขาใช้เวลาท่องเที่ยวเกือบปีหนึ่งแล้ว และก็ยังไม่มีแผนที่จะบินกลับไปสหรัฐอเมริกาเร็วๆนี้  ใครที่อยากเข้าไปชมภาพวิวสวยๆจาก คู่รักคู่นี้ตามไปดูได่ที่นี่เลย Instagram nodestinations และ เว็บไซต์ nodestinations.com แล้วคุณจะอิจฉา คู่รัก คู่นี้แบบสุดๆ จนอยากออกไปเที่ยวรอบโลกเลยล่ะ การเดินทางไปเที่ยวกับคนรักมันฟินอย่างนี้นี่เอง! 10 ข้อคิดคีๆ จาก คู่รัก นักเดินทาง 1. ขายทุกสิ่งทุกอย่าง และ เปิดบ้านให้เช่าซะเลย พวกเขาขายข้าวของทั้งหมดในบ้าน ทั้งเฟอร์นิเจอร์และของใช้ทุกอย่าง 2. เดินทาง แต่ก็ยังมี รายได้นะ!    ไม่ต้องเสียเวลาเก็บเงินมากมายมาท่องเที่ยว แค่ทำงานฟรีแลนซ์ ก็มีรายได้เขามาอยู่ตลอดเวลา คริส ทำงานให้กับบริษัทเทคโนโลยี ส่วนดานิก้า ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย และมีลูกค้าจากทางออนไลน์ 3.เปลี่ยนตารางเวลาการทำงานให้พอดี กับ ตารางการเดินทาง 4.ท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายยังถูกกว่า ตอนทำงานซะอีก         ทั้งคู่มีรายได้ประมาณ 40% จากรายได้เดิม ซึ่งถือว่าไม่เลว เพราะค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวแต่ละสถานที่ ถูกกว่าการใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่ ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ซะอีก... 5.ประหยัดเงินง่ายๆ! เช่าอพาร์ทเมนต์ ถูกกว่า นอนโรงแรมตั้งเยอะ 6.พึ่งพาแอปพลิเคชัน ฟรี!     ถ้าเดินทางแล้วกลัวหลงก็ไม่เห็นยาก โหลดแอปซิจ๊ะ เราสามารถตรวจสอบจากแผนที่ได้เลยว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวตรงไหนบ้าง 7.เสียค่าโทรศัพท์ระหว่างประเทศไปทำไม? 8.หมั่นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก 9.ใช้ชีวิตอยู่บนถนนอย่างมีความสุข 10.ได้เรียนรู้ว่าเวลามีค่ามากกว่าเงิน คนส่วนใหญ่มักถามว่า มีเงินเท่าไรถึงจะเที่ยวได้? 5,000 หรือ 50,000 ดอลล่าร์ก็ได้ สุดท้ายก็แล้วแต่คุณเลย มีเงินเท่าไรก็ลุยได้ เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก instagram nodestinations

Arcadia The Bangkok Landing ซ้อมใหญ่ นับถอยหลัง อีก 1 วัน
ARCADIA SPIDER STAGE /  Gravity Thailand ARCADIA THE BANGKOK LANDING / 

<< คลิกอ่านสกู๊ป 7 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนไป ARCADIA THE BANGKOK LANDING >>   พร้อมซะยิ่งกว่าพร้อม สำหรับงาน Gravity Thailand 2014 Presents Arcadia The Bangkok Landing ที่จัดรอบซ้อมใหญ่ให้บรรดา พี่ๆ สื่อมวลชน ได้ชมความอลังการ ของ แมงมุมยักษ์ ขนาดเท่าตึก 5 ชั้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีโชว์ยอดมนุษย์เทพสายฟ้า Loads Of Lighting แบบเป็นน้ำจิ้มกันก่อนแสดงจริง ณ Gravity Landing Base ลานกว้างด้านหน้าสวนสยาม เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา Arcadia Spider เวทีแมงมุมยักษ์ สูงเท่าตึก 5 ชั้น นี่ไม่ใช่รายการ ปริศนาฟ้าแลบ นะ แต่นี่คือ โชว์จากเทพสายฟ้า Lord of Lightning แม้ว่าจะเป็นแค่การ "ซ้อมใหญ่" ก่อนแสดงจริง แต่ขอบอกว่า จัดเต็ม ซะจนนึกว่าแสดงจริงไปแล้ว (แต่งานมีวันเสาร์จริงๆนะ) เปิดตัวด้วยความอลังการของ แลนด์ดิ้งโชว์จากเวทีหุ่นยนต์แมงมุมยักษ์ (Arcadia Spider) ที่สูงเท่ากับตึก 5 ชั้น แถมยังเป็นเวทีแบบ 360 องศา พร้อมเรียกน้ำย่อย ด้วยโชว์เปิดเพลงจากทีมดีเจ.แบงแบงแบง (ขันเงิน เนื้อนวล-คีซี่) ในนาม Bang Bang Bang จากนั้น ปิดท้ายที่โชว์ไฮไลท์ กับเทพสายฟ้า ลอร์ด ออฟ ไลท์นิ่ง (Lord of Lightning) โชว์สุดอเมซิ่งที่อิมพอร์ตมาให้พี่น้องชาวไทย ได้ชมกัน ขอบอกว่า นี่แค่เล็กๆ น้อยๆ เป็น ออเดิร์ฟ เท่านั้นนะ เพราะ Main Course ของพวกเขารอเสิร์ฟแบบฟูลโชว์ เสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ Gravity Thailand 2014 Presents Arcadia The Bangkok Landing บรรยากาศการซ้อมใหญ่ ก่อนวันแสดงจริง (คลิปนี้ บันทึกเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 57) ภาพจาก Facebook Gravity Thailand สิบปากว่า ไม่เท่าสองตาเห็น และได้พิสูจน์จริงนะ อย่าพลาด อีกหนึ่งมิติใหม่ของปรากฏการณ์ทางดนตรีที่สนุกสุดมันส์ เหนือจินตนาการ กับ Gravity Thailand 2014 Presents Arcadia The Bangkok Landing ซื้อบัตรด่วน ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 2,500 บาท (Gravity Regular) และ 3,500 บาท (Gravity Deluxe ที่จะได้สิทธิ์สุด Exclusive อาทิ ทางเข้าพิเศษ,Deluxe Bar Area,2 Welcome Drinks) หรือสามารถซื้อบัตรได้ที่หน้างานแสดง ที่บูธไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.gravitythailand.com และเฟซบุ๊ก gravitythailand แต่เดี๋ยวก่อน เฉพาะวันเสาร์ที่ 29 พ.ย. 57 สวนสยามเปิดให้บริการถึงสี่ทุ่ม ก่อนไปดูแมงมุมยักษ์ ไปเล่นน้ำให้สบายใจก่อนก็ดีนะยูววววว มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Passionate Love 47
Passionate /  Love / 

เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นบนความบาดหมางของตระกูล โดยมีจุดศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ตัวละครทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลใหญ่ ที่แม้จะถึงพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ แต่ชีวิตของเขากลับเต็มไปด้วยปัญหา

แอล แฟนนิ่ง ประกบ นิโคลัส ฮอลท์ ในหนังครีเอทีฟไซไฟ Young Ones
Creative Sci-fi /  Young Ones / 

อีกไม่นานแล้วที่โลกของเราจะได้พบกับโลกอนาคต ในภาพยนตร์เรื่อง Young Ones เมืองเดือด วัยระอุ ในโลกที่น้ำกลายเป็นสิ่งที่หายากที่สุด จึงเกิดการค้นหา ตามหา แย่งชิง การต่อสู้เพื่อการอยู่รอด โดย Young Ones โดดเด่นที่งานภาพเรียกว่าสวยสะกดทุกสายตา ส่วนนักแสดงก็ยังได้ตัวท็อปมาแรงแห่งฮอลิวู้ดมานำแสดงอีกด้วย นิโคลัส ฮอลท์  และ แอล แฟนนิ่ง เริ่มต้นที่นางเอกสาวสวยอีกหนึ่งคนแห่งตระกูล แฟนนิ่ง อย่าง แอล แฟนนิ่ง ที่เรียกได้ว่าเธอแจ้งเกิดได้จากภาพยนตร์ I Am Sam ในปี 2001 และมีผลงานต่อเนื่องอย่างมากมาย รวมไปถึง Maleficent ที่ทำให้เธอกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง และล่าสุดกับภาพยนตร์ Young Ones ในบทบาทของ แมรี่ โฮล์ม หญิงสาวที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยโดยมีครอบครัวคอยปกป้อง ก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งถูกจับตามองมากขึ้นไปอีก อีกหนึ่งนักแสดงที่ถือว่าโดดเด่นที่สุด นิโคลัส ฮอลท์ ชายหนุ่มที่สาวๆ ตกหลุมรักกันทั่วโลกจากภาพยนตร์ Warm Bodies ที่เขากลับมาในบทบาทของ เฟลม ลีเวอร์ ที่ครั้งนี้เขาขอมาในมาดแฟนหนุ่มของ แมรี่ โฮล์ม เจ้าแผนการ ที่จะทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายของตัวเองให้ได้ในทุกสิ่งที่เขาต้องการ ดีกรีความร้อนแรงของเขายังจะทำให้สาวๆ หวั่นไหวกันอีกครั้งแน่นอน นอกจากนี้ยังมีนักแสดงนำอย่าง ไมเคิล แชนนอน ในบทของ เออร์เนสต์ โฮล์ม คุณพ่อพี่ตกอยู่สภาพแวดล้อมเลวร้ายร่วมกับลูกสาว และลูกชาย และต้องปกป้องพวกเขาให้ถึงที่สุด ซึ่งไมเคิล แชนนอน เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงฮอลิวู้ด เขาได้รับการยกย่องเป็นผู้มีพรสวรรค์ทางการแสดงในปี 2014 ซึ่งเขามีผลงานการแสดงมากมาย ทั้ง Man of Steel, Premium Rush, Mud เป็นต้น และนักแสดงคนสุดท้าย โคดี้ สมิท แม็คฟี กับบท เจอโรม โฮล์ม ลูกชายของครอบครัวที่ต้องต่อสู้กับสถานการณ์อันเลวร้ายต่างๆ ซึ่งเขาถือเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองอีกหนึ่งคน Young Ones เมืองเดือด วัยระอุ เกิดขึ้นในโลกอนาคต ในวันที่น้ำกำลังจะหมดไปจากโลก ท่ามกลางแผ่นดินที่แห้งเหือด ฝุ่นผงตลบอบอวล และโจรร้ายที่ชุกชุม เออร์เนสต์ โฮล์ม (ไมเคิล แชนนอน) ใช้ชีวิตอย่างยากแค้นกับลูก 2 คน เจอโรม (โคดี้ สมิธ แมคฟี) และ แมรี่ (แอล แฟนนิง) ด้วย เป้าหมายในชีวิตที่จะทำทุกวิถีทางให้ที่ดินของเขาฟื้นคืนจากความแห้งแล้งเพื่อดำรงชีวิตรอดต่อไปให้ได้ แต่แล้วชายหนุ่ม เฟลม เลเวอร์ (นิโคลัส ฮอลท์) ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับแผนการที่จะยึดครองที่ดิน ของเออร์เนสท์ จนนำไปสู่เหตุการณ์สุดเข้มข้นเพื่อครอบครองแหล่งน้ำ ที่มีค่ายิ่งกว่าสมบัติใดๆ ลุ้นระทึก กับหังไซไฟไอเดียกระฉูด ไปกับ Young Ones เมืองเดือด วัยระอุ ในวันที่ 10 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ Young Ones ได้ที่นี่เลย -------------------------------

จากมาตรากฎหมายสู่หนัง ผกก.อรุณศักดิ์ เข้าใจหญิงรักหญิง ใน 1448 รักเรา..ของใคร
1448 รักเรา..ของใคร /  บทสัมภาษณ์ / 

ขึ้นชื่อว่าความรักแล้ว ก็ไม่อาจมีอุปสรรคใดๆ มาขวางกั้น ซึ่งผู้กำกับ อรุณศักดิ์ อ่องลออ นำเสนอความรักสุดอบอุ่นหัวใจ ของหญิงรักหญิง ในภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ที่มีจุดกำเนิดจาก สองบรรทัดในกฏหมายที่เกียวพันถึงคนนับล้านคน ในเมืองไทย และเฉกเช่นเดียวกันในสังคมโลกอีกนับหลายล้านคน อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับ 1448 รักเรา..ของใคร ซึ่งผู้กำกับ อรุณศักดิ์ ได้กล่าวว่า "การทำหนังแต่ละครั้ง มันคือการหลอมรวมศาสตร์แห่งศิลปทุกแขนงให้ลงตัว และครบร้อยเปอร์เซนต์ กับหนังเรื่อง 1448 รักเรา..ของใคร มันเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ทางบริษัท สตาร์ลิ่ง จำกัด โดยคุณปั้น และ คุณจุลคนเขียนบท เป็นผู้จุดประกาย และทำให้ผมต่อยอด ด้วยประเด็นแปลกแยกแตกต่างของคนกลุ่มหนึ่ง กับความคิดและวิถีความรัก การอยู่ร่วมกันในสังคม และกติกาสังคม ที่เรียกกันว่า กฏหมายมาตรา 1448 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรส ก่อนนั้นได้" ผู้กำกับ อรุณศักดิ์ เผยอีกว่า "หากเรานับความต่างเป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมชาติ ทุกความต่างจึงควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หากพูดถึงชีวิตและความรัก หนังเรื่องนี้ ก็เป็นสมมติอีกอันหนึ่งที่เราใคร่ครวญ ศึกษา และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตต่อกัน ผมตั้งใจเต็มที่ ที่จะทำให้หนังสวย บทเพลงงดงาม ได้รับความบันเทิง และได้ขบแง่มุมความคิด กระทั้งเรียนรู้ที่จะเข้าใจเมล็ดพันธ์ มนุษย์ชนิดต่างๆ  ในทุกสภาวะมิติ หลายคนอาจเห็นคว้าง และเห็นแกว่งกับหนังไทย บางคนทดท้อ สำหรับผม เราผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มาหลายครั้ง และหนังไทยยังคงอยู่ มีคนต่อยอดอยู่เสมอ และมันจะคงอยู่ตลอดไป ไม่ได้ต้องการให้สงสาร แต่อยากให้ดูแล้ววิพากษ์ เพื่อคนทำหนังต้องฟังและเก็บเป็นข้อมูล ให้หนังไทยมีที่ยืน ผมหวังเช่นนั้น" "ผมตั้งใจนำเสนอความเท่าเทียมกันของความเป็นคน แล้วอยากให้คนทุกคนมองคนให้เท่ากัน หนังเรื่องนี้สิ่งหนึ่งที่นำเสนอคือเรื่องสิทธิมนุษยชนที่มันถูกซ่อนอยู่ใน นี้ อย่างที่เราเรียกร้องกันมากคือความคิดต่าง คิดต่างได้แต่ต้องอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นแบบนี้ คนอีกกลุ่มเป็นแบบนี้ เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน ในความแตกต่างที่แต่ละคนมี เพราะฉะนั้นความรักนี้มันหลุดพ้นไปแล้ว มันเลยทุกสิ่งทุกอย่างไปแล้ว เหมือนที่สองคนนี้เขารักกัน เขาไม่ได้มองว่าคุณเป็นใคร จะเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย สิ่งที่คนดูจะได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้คือความเข้าใจ ความเข้าใจที่จะเรียนรู้อยู่ด้วยกันด้วยสันติ" อรุณศักดิ์ อ่องลออ ทิ้งท้าย ชัดเจนในรักแท้ ด้วยความรักของ เธอ กับ เธอ ไปกับ 1448 รักเรา..ของใคร ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ---------------------------