ด้วยรักจากซอกตึก

ปิดตำนานรัก 7 ปี!! เต๋อ - พีค
พีค เต๋อ เลิก /  อาถรรพ์เลข 7 / 

ทำเอาแฟนคลับผิดหวังไปตามๆ กัน เมื่อ คู่รักมาราธอน 7 ปี เต๋อ ฉันทวิชช์ ปิดฉากรักลงพร้อมความเศร้ากับแฟนสาว พีค ภัทรศยา ด้วยเหตุผลหลักคือ ต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกันหลายเรื่อง!! หลังจากทราบข่าวว่าคู่รักสุดหวานประกาศยุติความสัมพันธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสาเหตุที่ทั้งคู่ต้องปิดตำนานรักมาราธอน 7 ปีลงนั้น มาจากความคิดบางอย่างไม่ลงรอยกัน ซึ่งสะสมมาเป็นระยะเวลานาน แม้ก่อนหน้านี่ทั้งคู่จะหันหน้าปรับจูนกันมาพักใหญ่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถประคับประคองความรักให้ไปถึงฝั่งตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ได้ เป็นเหตุให้ เต๋อ-พีค ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ลง และล้มเลิกแพลนงานแต่งที่จะเกิดขึ้นปีหน้าลงทันที ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนฝูง คนรอบข้าง และเหล่าแฟนคลับ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นฤทธิ์อาถรรพ์เลข 7 ที่แรงจริงอะไรแรงหรือเปล่า?!!! จุดนี้ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจและขอย้อนวันวานอันแสนหวานของทั้งคู่ด้วยภาพน่ารักๆ เหล่านี้กันอีกรอบจ้า!!! พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

หญิงลี ควงแขนหนุ่มหล่อ นิว ชัยพล โชว์ลีลาแดนซ์ในเพลงใหม่ แจ๋ว
นิว ชัยพล /  หญิงลี / 

หญิงลี ควงแขน นิว ชัยพล โชว์ลีลาแดนซ์ในเพลง แจ๋ว หญิงลี ศรีจุมพล ขอเอาใจแฟนเพลงแฟนคลับสาวๆ ด้วยการนํา นิว ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต พระเอกชื่อดัง มาร่วมเล่นมิวสิควิดีโอเพลง แจ๋ว ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่ 2 ของเธอจากอัลบั้มพิเศษ มัน ม่วน แซบ 2 งานนี้เรียกได้ว่าแฟนๆ ของทั้ง หญิงลี และ นิว ชัยพล เตรียมกรี๊ดไปกับความน่ารักและออกสเต็ปท่าเต้นไปพร้อมกับ 2 คนนี้ ได้ในมิวสิควิดีโอเพลง แจ๋ว กันได้เลย โดยเนื้อหาของเพลง แจ๋ว จะพูดถึงความฝันและความหวังของทุกคน ที่อยากมีบ้านหลังโต อยากถูกหวย อยากมีรถคันใหญ่ ถ้ามีได้ทุกอย่างตามที่หวังมันก็ 'แจ๋ว' เลย! แถมยังได้ หญิงลี และ นิว ชัยพล มาร่วมสร้างสีสันให้กับมิวสิควิดีโอนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นไปอีก เชื่อว่าแฟนเพลงต้องรอชมกันตาไม่กระพริบแน่นอน! หญิงลี เผยถึงการชวน นิว ชัยพล มาร่วมเล่นมิวสิควิดีโอในครั้งนี้ว่า "จริงๆ คัดเลือกกันหลายคน แต่มาลงตัวที่น้องนิว โดยทางค่ายเป็นคนคัดเลือกนักแสดงตรงนี้มาค่ะ ซึ่งส่วนตัวแล้วก็ชอบน้องเค้ามาตั้งนานแล้ว เพราะหน้าตาที่น่ารัก ตอนแรกก็แอบตื่นเต้นเล็กๆ แต่พอได้มาร่วมงานกัน น้องเป็นคนที่อะไรก็ได้ ง่ายๆ สบายๆ มีสัมมาคารวะ รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับน้องเค้า บรรยากาศตอนถ่ายเอ็มวีก็สนุกสนาน โดยได้ทีมพี่แหม่ม-พี่โก มาถ่ายให้ อุ่นใจค่ะ เพราะทุกคนเป็นมืออาชีพ หญิงลี อยากให้แฟนๆ ทั้งแฟนเพลงของหญิงลีเอง แล้วก็แฟนคลับของน้องนิว ติดตามชมมิวสิควิดีโอเพลงนี้ด้วยกันนะคะ เป็นอีกเพลงที่หญิงลีและทีมงานทุกคน รวมถึงตัวน้อง นิว ชัยพล ตั้งใจกันมากๆ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามชมพวกเราด้วยค่ะ" ใครที่อยากชมมิวสิควิดีโอเพลง แจ๋ว แบบจัดหนักจัดเต็ม รอติดตามได้ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เวลา 1 ทุ่มสามารถเข้าไปชมได้ที่ YouTube ช่อง GMM GRAMMY GOLD OFFICIAL ได้ก่อนใคร มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

The Eyes Diary : ทุกข์เพราะอยากสุข
13 เกมสยอง /  mthai / 

หากเป็นมนุษย์ปถุชน ที่ยังไม่ถึงขนาดละทิ้งซึ่งเรื่องทางโลก หรือถ่องแท้ถึงสัจธรรมแห่งชีวิตไปแล้ว ย่อมต้องเกิดความทุกข์จากการสูญเสีย เป็นเรื่องปกติ ซึ่งนั่นคือปฏิกิริยาต่อยอดจากความที่เคยสุข และโหยหาไม่อยากให้ สุข ที่เคยมีนั้นหนีไปไหน ดังเช่นตัวละครแห่ง The Eyes Diary ที่วนเวียนอยู่กับประเด็นเหล่านี้ จมดิ่ง และหนีไปไหนไม่รอดจากก้นบึ้งอดีต ไม่ว่าจะในฐานะคน หรือ วิญญาณ ต่างก็ยังวนเวียนในที่มืด ไม่ยอมพบทางสว่างเสียที The Eyes Diary เล่าเรื่องราวของ น็อต หนุ่มอาสามูลนิธิ ทีแฟนสาวสุดที่รักอย่าง ปลา ต้องมาจากไปเพราะอุบัติเหตุ ทำให้เฝ้าตรอมตรม คิดถึงแต่เรื่องอยากมองเห็นผีให้ได้ เพราะอยากจะสื่อสารกับ ปลา อีกสักครั้ง ด้วยการเก็บของคนตายมาไว้ในบ้านของตัวเอง ตามหลักความเชื่อที่ได้อ่านมา แต่ในขณะที่เพื่อนรอบข้างต่างเจอะเจอกับของดี! มีเพียง น็อต ที่ยังไม่สามารถเห็นได้ดังใจ พร้อมกับการเข้ามาของ มดตะ สาวที่กุมปมชีวิตบางอย่างไว้ ที่ทำท่าจะเข้าอกเข้าใจ น็อต เป็นอย่างดี และ จอห์น เพื่อร่วมอาสา ที่แสดงท่าทีเฉยเมยต่อความอยากเห็นผี เสียจนน่าสงสัย ก่อนอื่นคงต้องชื่นชมผู้กำกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ และยกความดีให้ความชอบให้่ The Eyes Diary ไปเต็มๆ ก่อนหนึ่งข้อ คือการเลือกแง่มุมตีความโลกวิญญาณในหนัง ที่ไม่ได้เฝ้าแต่จะมุ่งเน้นการหลอกหลอน เขย่าขวัญคนดูด้วยความเละเทะ สยดสยองเลือดสาด แต่เป็นการมองอย่างเข้าอกเข้าใจ (จนบางครั้งก็น่าเห็นใจ) เสมือน คน และ ผี หลอมรวมและใชัชีวิตอยู่ในโลกมิติเดียวกัน ที่ซ้อนทับกันเลือนลาง ขวางกั้นด้วยเพียงควันบางๆ เท่านั้น และไม่มีเหตุผลอะไรที่คนเป็นอย่างเราๆ ต้องไปวี๊ดว๊ายกลัวคนตาย เพราะพวกเขาก็คือปถุชน มีสุขมีเศร้า เหมือนคนเราทุกประการ เพียงแต่สภาพการปรากฏอาจจะไม่ได้สวยงาม เพียงเท่านั้นเอง ซึ่งหากตัดเปลือกแห่งความน่ากลัว เน่าเฟะ น่าสะพรึงออกไป เราก็จะสามารถมองบรรดาผีทุกผู้ตัวตน อย่างเข้าใจ และพร้อมเปิดรับเข้าช่วยเหลือ มากกว่าจะไปวิ่งหนีให้แตกตื่นไร้ประโยชน์ ซึ่งทัศนคติแดนบวกที่มีต่อสิ่งที่คนทั่วไป ตราหน้าว่าน่ากลัวไม่ควรเข้าใกล้เช่นนี้ ก็ทำให้ตัวละครที่วอดวายกลายเป็นผีไปตั้งแต่ต้นอย่าง ปลา ดูท่าจะจูนติด และคงความสัมพันธ์ในระดับที่รับรู้ได้กับตัวละครที่มียังมีลมหายใจ อย่าง น็อต จนคนดูรู้สึกถึงความโหยหาอดีต โหยหาความสุขที่เคยมี จากทั้งสองฝ่ายได้ แต่ถึงกระนั้นปมประเด็นดราม่านี้ ก็ขับเน้นให้ตัวละคร มดตะ และ จอห์น ที่มีเป้าประสงค์ และที่มาอย่างคลุมเครือในตอนแรก ก่อนจะมาเผยในภายหลัง ให้ดำรงเป็นผู้ช่วย ประเภทเฮไหนเฮนั่น ฉันไปด้วย มากกว่าจะไปเสริมเรื่องราวให้เข้มข้น ซ้ำร้ายมุมมองที่น่าสนใจที่เปิดไว้ในช่วงแรกนี้ กลับถูกทำลายลงอย่างช้าๆ ก่อนจะแหลกสลายเมื่อผ่านไปถึงกลางเรื่อง และว่ายน้ำออกทะเลไปสู่ประเด็นอื่น และมุมมองกลับสลับขั้วในช่วงท้ายไปเสียเฉยๆ อาการผีเข้าผีออกนี้จึงทำให้หนังทั้งเรื่องออกมาไม่ถึงกับมีประเด็นแข็งแรง น่าประทับใจ หรือในขณะเดียวกัน ก็ไม่สยองเขย่าขวัญเสียจนแทบทนไม่ไหวเช่นกัน อาการรักพี่ดราม่า เสียดายน้องสยองขวัญ ที่ประดักประเดิดพอตัวนี้ ส่งผลโดยตรงให้หลายๆ การกระทำของตัวละครดูแบนราบไร้เหตุผล จนบางครั้งก็น่ารำคาญอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ถึงกระนั้นสำหรับใครที่คุ้นเคยกับขนบ หรือลายเซ็นบางอย่างของผู้กำกับ มันยังคงปรากฏผ่านจริตของตัวละคร ลูกล่อลูกชนเล็กๆน้อยๆ ที่แอบซ่อนไว้ และมุขตลกเย้าแหย่แบบหยอกแกมหยิก สไตล์วัยรุ่น ที่น่าจะทำให้แฟนๆ ได้เสพสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ผิดหวัง ถึงแม้นี่จะไม่ได้ซุกซ่อนความดราม่า ถึงแก่นชีวิตแบบ รักแห่งสยาม หรือ เขย่าขวัญชวนอึดอัด สะดุ้งเฮือกแบบ 13 เกมสยอง แต่สิ่งที่ยังคงพูดกับคนดู และเป็นสิ่งที่ผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังคงพูดถึงอยู่เสมอ คือการติดอยู่ในทุกข์ เพราะโหยหาความสุขที่ดูเหมือนจะใกล้แต่กลับไกลห่าง ไม่ว่าจะชีวิตร่ำรวย ที่ต้องผ่านการทำผิดศีลธรรม ความสวยงามของรักวัยรุ่น แต่รักร่วมเพศก็สิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ หรือแม้แต่ความต้องการมองเห็น พูดคุยกับแฟนสาวที่ตายไปแล้ว แต่หน้าต่างของสองโลกก็ไม่ยอมเปิดออก และการส่งเสียงเรียกร้องจากคน (หรือผี) ที่ไม่มีใครเห็น ใครสนใจ เพื่อที่จะได้มีที่หยัดยืนในสังคม หรือในสายตาของคนที่ตัวเองรัก เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ โดย Lecter ------------------------------

พ่อแม่สาวลาวตกตึกดับร้องกสม.หลังคดีไม่คืบ
ฆาตกรรม /  ฆาตกรรมน้องแป้ง สาวลาว / 

ตัวแทนทูตลาว นำพ่อแม่ สาวลาวตกตึกเสียชีวิต เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ร้อง กสม. หลังคดีไม่คืบ นานกว่า 4 เดือน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. วันนี้ (31 ตุลาคม) โดยมี นางพอน ชุมพลพักดี มารดาผู้เสียชีวิต และ นายทานตะวัน ไชยวง บิดาผู้เสียชีวิต (พ่อเลี้ยง) เป็นตัวแทนฝ่ายญาติของ นางสาวต่าย ดาวเฮือง หรือ น้องแป้ง สาวชาวลาว ที่เสียชีวิตจากเหตุพลัดตกตึก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมี นายสุทัศน์ เงินหมื่น ในฐานะทนายความของฝ่ายญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่จากสถานทูตลาว ประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ กสม. โดยมี น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการ กสม ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง และการเมือง เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อขอ กสม. ได้ติดตาม และประสานงานให้มีการตรวจสอบกระบวนการไต่สวนของเจ้าหน้าที่ ให้มีความตรงไปตรงมาตามที่ฝ่ายญาติติดใจและมีข้อสงสัย โดยให้เร่งรัดในการสืบสวนสอบสวนในคดี และทำให้คดีมีความโปร่งใส พร้อมกับให้คดีมีความคืบหน้า เนื่องจากคดีดังกล่าวดำเนินมานานกว่า 4 เดือน

แซมมี่ โต้ เป็นนางเอกงานน้อย ไม่น้อยใจ ช่องไม่ค่อยป้อนงาน
แซมมี่ ปัณฑิตา /  ข่าวบันเทิงวันนี

ถึงแม้จะไม่ใช่นางเอกลูกรักของช่อง 7 แต่นางเอกอย่าง แซมมี่ ปัณฑิตา เคาวเวลล์ หรือที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ดลลชา ก็ไม่รู้สึกน้อยใจที่เป็นนางเอกอีกคนที่มีงานน้อย กลับรู้สึกภูมิใจที่งานละครของตัวเองมีเรตติ้งที่สูงไม่แพ้กับบรรดานางเอกลูกรักของช่องที่เตรียมตัวสะบัดก้นทิ้งช่องหันไปเป็นนักแสดงอิสระหากหมดสัญญากับทางช่องปุ๊บ ยิ่งช่วงหลังๆ ได้ถูกจับให้เป็นคู่จิ้นกับพระเอกลูกรักอย่างหนุ่มพอร์ช ศรัณย์ ด้วยแล้ว ทำให้สาวแซมมี่รู้สึกดีขึ้นไปอีก เพราะตั้งแต่เข้าวงการมาไม่เคยถูกจับให้เป็นคู่จิ้นกับพระเอกคนไหนเลยสักคน ส่วนที่มีคนเม้าท์ว่าเป็นนางเอกที่มีละครน้อยนั้น สาวแซมมี่รีบโต้ทันทีว่า จริงๆ แล้วไม่น้อยอย่างที่ใครหลายคนเม้าท์ เพราะตั้งแต่จบละครเพลงรักผาปืนแตก ก็มีผู้จัดติดต่อละครให้แล้ว 2-3 เรื่อง แต่ยังไม่คอนเฟิร์มเลยไม่อยากจะบอก เอาไว้ให้ชัวร์ก่อน เดี๋ยวมาอัพเดทอีกที กลัวว่าบอกไปแล้วมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงเลยเอาไว้ให้ชัวร์ทีเดียว แซมมี่ ปัณฑิตา แซมมี่ ปัณฑิตา แซมมี่ ปัณฑิตา

The Couple : หลอน รัก พักชีวิตคู่
Last Summer /  Talent 1 / 

หลังจากเคยเปิดตัวด้วยภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกของค่าย และทำรายได้น่าพอใจไปแล้ว มาถึงตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับเรื่องใหม่เสียที สำหรับค่าย Talent 1 ผู้สร้าง Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย ที่เข็นเรื่องใหม่ออกมาแล้วอย่าง The Couple รัก ลวง หลอน ที่มี ออม สุชาร์ มารับบทนำนั่นเอง ในคืนแต่งงาน จุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของ กานต์ (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) กับ อ้อม (สุชาร์ มานะยิ่ง) ที่หวังจะสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสยองขวัญ เมื่ออ้อมพบศพ สิตา (มะลิ โคทส์) พี่สะใภ้ของกานต์ผูกคอตายอยู่ภายในบ้าน ทุกคนลงความเห็นว่าสิตาฆ่าตัวตายแม้ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เธอ ตัดสินใจกะทันหันเช่นนี้ แต่หลังจากวันนั้น อ้อมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างกายที่เคยเป็นของตนถูกผีสิตาพยายามเข้าครอบครอง หวังเปิดโปงเงื่อนงำการตายและแก้แค้นทุกคนที่เกี่ยวข้อง อ้อมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนท่ามกลางความงุนงงของกานต์ ที่ต้องพยายามทำให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ หนังใช้ชื่อการกำกับว่า ทาเลนต์ วัน ทีม ซึ่งนั่นคงแปลว่ามีทีมงานหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือกำกับหนังเรื่องนี้ครับ ซึ่งจากตัวอย่างหนัง และ ใบปิด ก็ต่างบอกออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า The Couple น่าจะเป็นหนังสยองขวัญแนวจิตวิทยา ที่เล่นกับสถานที่มืดอย่างแน่นอน และตัวหนังจริงๆก็เป็นเช่นนั้น เพราะหนังถือว่าเป็นหนังผีไทยอีกเรื่องที่มุ่งเน้นจะพูดการอาฆาตแค้น และการบ่งบอกถึงปัญหาด้านของ จิตวิทยา และ ไศยศาสตร์ ซึ่งการที่ตัวหนังหยิบเอาเรื่องพวกนี้พูด ผสมกับเรื่องผีสิง น่าจะไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี ถ้าหากว่าตัวหนังกลับไม่สอบตกทั้งด้านงานกำกับ และ ตัดต่อเสียก่อน ซึ่งเอาเป็นว่า The Couple ต่างมีวัตถุดิบชั้นดีในการปรุงรสให้ได้หนังสยองขวัญเรื่องนึงออกมา ทั้งฉากหลัง และ ตัวละคร ที่ขนความเพี้ยนมาไม่ยอมใคร แต่เนื่องด้วยตัวหนังที่ทีมงานกำกับอาจจะดูมึนงงต่อการทำหนังอยู่บ้าง จึงทำให้การถ่ายทอดบทหนังที่เขียนออกมานั่น เปรียบเสมือนให้ตัวหนังนี่มันมีอยู่เพียง องค์เดียว และเล่ายาว ซึ่งนั่นเองทำให้ตัวหนังขาดการพัฒนาตัวละคร และ สถานการณ์รอบข้างโดยสิ้นเชิง เราจะเห็นก็แต่การพยายามจองล้างจองฆ่าของผีสาง และความพยายามของ กานต์ ที่อยากจะช่วยให้ ออม กลับมาเหมือนเดิมเท่านั่น แต่เรื่องราวทั้งหมดทั้งปมหลังในอดีต และ การพัฒนาตัวละครกลับดูจะสวนทาง และ ไม่ก้าวหน้าเลยสักนิด โดยสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคงเป็นการที่ได้เห็นชื่อของคุณ คงเดช ผู้กำกับ ตั้งวง มาอยู่ในทีมเขียนบทด้วยแล้ว แต่กลับไม่สามารถทำให้ The Couple เท่าเทียมเรื่อง Last Summer ได้อย่างดีนักในแง่ของคุณภาพหนัง แต่กระนั้นแล้วถ้าหากพูดถึงทีมนักแสดง ต้องขอบอกว่า ออม สุชาร์ เรื่องนี้สามารถแสดงได้ดีไม่แพ้กับ ปันปัน เมื่อตอนเรื่องก่อน ซึ่งถ้าหากไม่ติดขัดถึงเรื่องความแย่ของหนัง การแสดงของเธอในเรื่องนี้ก็น่าจะส่งให้เธอไปชิงรางวัลใน สุพรรณหงส์ ด้านสาขาการแสดงได้อย่างไม่ยากเลยทีเดียวครับ สรุปแล้ว The Couple ก็ดูท่าจะเป็นหนังสยองขวัญที่เน้นขายให้แก่คนที่ต้องการอะไรตุ้งแช่ และเป็นแฟนคลับของนักแสดงในเรื่องเสียมากกว่า จะมาเป็นหนังผี ดราม่ายุคใหม่ ที่ยังล้มเหลวทั้งในแง่ของการสื่อสาร และ การหาทางออกของตัวหนังอยู่มากโขทีเดียวครับ เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

แม่ก้อย เบรก...จ๊ะ คบ เอิน มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่ว่าที่สะใภ้
จ๊ะ จิตตาภา /  เอิน นิธิภัทธ์ / 

กำลังหวานฉ่ำได้ที่เลยทีเดียว สำหรับความสัมพันธ์ของนางเอกลูกหม้อวิก 3 จ๊ะ จิตตาภา กับหนุ่มรูปหล่อ เอิน นิธิภัทธ์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผู้จัดมือโปร ก้อย ทาริกา เรียกว่าตั้งแต่มีภาพหลุดให้จับได้ว่าคบหาดูใจกัน ก็หวานแหววยั่วเสียงเม้าท์และต่อมริษยาของบรรดาประชาชีซะเหลือเกิน งานนี้อะไรๆ ก็แสนเพอร์เฟกต์ เส้นทางรักแลดูไปได้สวย แต่มิวายมีช่องโหว่ให้ได้ฝอยกัน ก็แหม...เห็นหวานแหววแฮปปี้ไร้ปัญหาผู้ใหญ่ไม่ปลื้มเยี่ยงนี้ แต่เจอบทสัมภาษณ์แม่ก้อยทีไรเป็นต้องแอบเงิบทุกที เพราะไม่เคยเห็นคุณท่านเอ่ยแบบเต็มปากเต็มคำสักครั้งว่าสาวจ๊ะคนนี้น่ะคือว่าที่ลูกสะใภ้ จุดนี้ไม่รู้เพราะอนาคตยังอีกไกล ผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างแม่ก้อยเลยไม่วู่วามอยากได้ลูกสะใภ้แบบเร่งด่วนหรือเปล่า ยิ่งก่อนหน้านี้เห็นสาวจ๊ะนุ่งบิกินี่เล่นน้ำกับลูกชายแบบไม่แคร์สื่อด้วยแล้ว ต่อให้เอ็นดูแค่ไหนก็คงต้องเลือกนานๆ ใช่ปะล่ะ เอ้า!!! แม้จะไฟเขียว ทั้งปลื้มทั้งเอ็นดู แต่หนูจ๊ะคนสวยก็อย่าเพิ่งเหลิงไปนะจ๊ะ ยอมให้คบหามากกว่าเพื่อน แต่ไม่ได้หวังรับเป็นสะใภ้แบบนี้ วันดีคืนดีฝ่ายหญิงอย่างหล่อนอาจจะเงิบก็เป็นได้นะเออ หุหุ จ๊ะ- เอิน จ๊ะ- เอิน จ๊ะ- เอิน

ยังไง?? เนย รีเทิร์น ดีเจภูมิ ควงดูบอลสเปน
เนย เนโกะจั้มพ์ /  ดีเจภูมิ / 

ทำเอาแฟนๆ แอบเชียร์ให้รีเทิร์นกันจริงๆ สำหรับคู่ของนักร้องสาว เนย เนโกะจั๊มพ์ และอดีตคนเคยรักอย่าง ดีเจภูมิ ภูมิใจ ที่เลิกรากันไปเป็นปีแล้ว แต่ล่าสุดควงคู่บินลัดฟ้าไปดูบอลถึงเมืองมาดริด ประเทศสเปน แถม สาวเนย ยังโพสต์ข้อความแสนหวานชวนจิ้นว่า "มีความสุขจัง ^^.... ชีวิตเรามันจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการมีความสุขมั้ย...อยากรู้จริงๆ" และ "การจะทำความรู้จักใครสักคนมันไม่จำเป็นที่จะต้องมากังวลหรอกว่าคนนี้จะใช่หรือไม่ คุยไปจะเสียเวลามั้ย? เราแค่ทำตัวเองให้เป็นคนที่มีคุณค่า คุ้มค่า.. หากได้รู้จักด้วยแค่นั้นก็พอละ.. ทำตัวเองให้ดีที่สุดในแบบที่ตัวเองเป็นแค่นี้ก็พอละ แล้ววันนึงถ้าจังหวะมันจะเจอคนที่ใช่มันก็ใช่เองแหละ ไม่ต้องพยายามหรอก เหนื่อยไป้ ! เอาเวลาที่นั่งกังวลมามีความสุขกับตัวเองดีกว่า" ด้านดีเจภูมิก็โพสต์แบบขำๆ ว่า "ตอนคบกันก็เชียร์ให้เลิกกันจัง... ตอนเลิกกันก็เชียร์ให้คบกันจัง... สรุปพวกแกเอาไงกันแน่เนี้ยยย...งง!" งานนี้จะมีรีเทิร์นหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ!! เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ เนย-ดีเจภูมิ

ขนน้องสาว บอกความร้อนแรงของเธอได้นะ รู้ยัง
ขนน้องสาว /  ขนในที่ลับ / 

ขนน้องสาว บอกความร้อนแรงของเธอได้นะ รู้ยัง 1.ขนเส้นใหญ่แข็ง มักเอาแต่ใจตัวเอง บุคลิคค่อนข้างตรงไปตรงมา ถ้าขนออกแนวตรงๆเป็นแปรงให้ฟันธงเลยนะว่าหล่อน เข้าขั้นขวานผ่าซาก(หาได้ยาก)สาวหมู่นี้ดูๆไปก็จริงใจไม่น้อยอารมณ์พิศวาสออกจะรุนแรงและเปิดเผยพอควร ถ้าอวัยวะเพศสมบูรณ์ดีจะยิ่งดี 2. ขนน้องสาว หยาบกระด้างไม่ว่าจะดกหนาหรือบางชีวิตรักของเจ้าหล่อน เต็มไปด้วยอุปสรรค์ขวากหนามอาจโดนหลอกทำร้าย คนแล้วคนเล่าถ้าประกอบกับจิ๊มิลีบเล็ก แคบๆและไม่มีเนินจับลูบโดนแต่กระดูก ให้ฟันธงลงไปเลยว่าอาภัพรัก มักถูกหลอกฟันแล้วทิ้ง หาชายจริงใจด้วยยากยิ่งเวลาขึ้นขับแล้วแข็งกระด้าง หาความรัญจวญใจมิได้เลย ท่านให้เลี่ยงเสียจะดีกว่าประเภทนี้ มักเจ้าอารมณ์แสนงอนแบบรั้นๆไม่มีเหตุผล อาจโหดร้ายในบางคนแต่ถ้าอยู่บนอวัยวะที่สมบูรณ์ บวกความดีให้อีกกึ่งหนึ่ง 3.ขนเส้นเล็ก ถ้าเล็กแล้วแข็งแบบแปรงก็จะยังลำบาก อาภัพอยู่บ้าง จิตใจหล่อนหวั่นไหวไม่มั่นคงนัก แต่ไม่ดื้อรั้นเท่าสองข้อข้างบน ยังพอเอาอยู่ 4 ขนน้องสาว เล็กละเอียดนุ่ม ยิ่งถ้าดุเงางามหน่อยจะดีกว่า หัวอ่อนกว่าอารมณ์ไม่ร้อนนัก แบบนี้ค่อนข้างดีให้พิจารณาประกอบกับอวัยวะด้วยเหมือนกัน 5.นุ่มสลวย ดุจแพรไหม อันนี้หญิงจริง มักจะเกิดในสาวมีสกุลสักหน่อย ใครได้แบบนี้ทายว่าดีเอาใจเก่ง สร้างความสุขความเจริญให้คู่ครอง ยิ่งถ้าไปอยุ่บนอวัยวะที่สะอาด สมบูรณ์ยิ่งเพิ่มค่าขึ้นไปใหญ่  แต่ถ้าอวัยวะลีบเล็กไม่ส่งเสริมกัน ท่านให้ทอนความดีลงครึ่งหนึ่ง 6.ไร้ขน นารีใดไร้ ขนน้องสาว โดยธรรมชาติไม่ได้เกิดจากการโกนนะ ท่านว่าอาภัพนัก ขนแสดงถึงความสมบูรณ์และพลังในเรื่องลับ ถ้ามีดกหนามากเกินไปชีวิตก็จะยุ่งยากซับซ้อนมากหน่อยถ้าเบาบางมากเกินไปก็เสมือนไม่มีไรคอยรองรับ ปัญหาอุปสรรคจะมีปานกลาง แต่ถ้าไร้ขนปกคลุมเท่ากับว่าทุกอย่างวิ่งเข้าชนได้เต็มๆ ท่านว่าราคะของหล่อนจะร้อนแรง อาจแรงเกินไปจนเอาไม่อยู่ ถ้าอยู่ในสาวที่อวัยวะใหญ่โตจะยิ่ง มากตัญหาจนหยุดไม่อยู่ เก็บไม่มิดเลยที่เดียวแต่ในความคิดเห็นของ จขกท.ที่เคยเจอมา มันน่ารักดีนะโล้นนวลดีจัง แต่หล่อนก็ร้อนแรงแบบยั้งไม่อยู่จริงๆ สาวไร้ขนให้จัดไว้เป็นครู หายากมากและไม่เหมาะจะเป็นคู่ครอง บอกให้ไว้พอเป็นแนวทางนะหาได้บังคับให้ต้องเชื่อทั้งหมดเพราะคนเราจะดีชั่ว มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง อวัยวะบางส่วนในกายอาจเอาไว้ประกอบการพิจารณาดู ขนน้องสาว และ ขนรักแร้ก็ได้(ถ้ามี) เพราะสองอย่างเหมือนกัน ดูแต่ลักษณะไม่รวมสีนะเพราะสีขนเป็นแค่ของปรุงแต่งไม่ใช่แก่นของอารมณ์ ที่มาเนื้อหาจาก av-group

ปั๋วข้าใครอย่าแตะ นัท ตามประกบ อั้ม ไม่ให้คลาดสายตา
อั้ม อธิชาติ /  นัท มีเรีย / 

หลังจากจะโดนเลื่อยขาเตียงจนเตียงเริ่มจะสั่นคลอนมาแล้วครั้งหนึ่ง คู่รักข้าวใหม่ปลามันอย่าง นัท มีเรีย กับ อั้ม อธิชาติ ก็ดูจะหันมาปรับความเข้าใจจนตอนนี้ความรักเริ่มลงล็อคอีกครั้ง แถมตอนนี้มีอั้มที่ไหนก็จะมีสาวนัทตามประกบอยู่แบบไม่ให้คลาดสายตา เรียกว่าต่อให้มีบรรดามือที่ 3, 4, 5 โผล่เข้ามาก็ไม่มีทางเข้ามาประชิดตัวหนุ่มอั้มได้เลย เพราะจะต้องฝ่าด่านของศรีภรรยาอย่างนัทให้ได้ซะก่อนนะเจ้าค้า ล่าสุดทั้งคู่ออกมายอมรับว่า ปลายปีนี้จะไปฮันนีมูนเติมความหวานกันที่ญี่ปุ่น อุต๊ะ!! ไม่แน่ว่ากลับมาครั้งนี้คู่ของสาวนัทกับหนุ่มอั้มอาจจะมีข่าวดีเรื่องเบบี๋กะเขาบ้าง เหมือนคู่ของป๋อกับเอ๋ที่เคยไปขอลูกกันที่ญี่ปุ่นก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้สาวนัทก็จูงมือคุณสามีอย่างอั้มเข้าไปปรึกษาแพทย์อยู่หลายครั้งแล้วด้วย อั้ม-นัท อั้ม-นัท อั้ม-นัท อั้ม-นัท

ชูวิทย์ ชี้คดีเกาะเต่า ทำประชาชนเสื่อมศรัทธาตำรวจ
ข่าววันนี้ /  ข่าวเกาะเต่า / 

ชูวิทย์ วิจารณ์กรณีตรวจ DNA ลูกชาย ผู้ใหญ่วอ คดีเกาะเต่า จวกที่ตำรวจไม่มี ไม่ใช่หลักฐาน แต่เป็นความศรัทธาจากสังคม วันนี้ (31 ตุลาคม 2557) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์รูปภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัว @ชูวิทย์ I'm No.5 แสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่ตำรวจพร้อมผู้ใหญ่วอตั้งโต๊ะแถลงข่าวนำลูกชายเข้าตรวจ DNA หลังถูกพาดพิงในคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี โดยในภาพดังกล่าวมีข้อความระบุว่า "จะตรวจ DNA อีกกี่คนหาหลักฐานอีกกี่ชิ้น ก็เปล่าประโยชน์ เพราะสิ่งที่ตำรวจไม่มี ไม่ใช่หลักฐาน แต่เป็นความศรัทธาจากสังคม ชีวิตผู้บริสุทธิ์ อีกกี่คนต้องพัง เพียงเพราะความไม่ไว้ใจตำรวจไทย" ภาพจาก @ชูวิทย์ I'm No.5 MThai news

นายกฯ ลุยปฏิรูปเร่งช่วยข้าวยาง,ที่ดินทำกิน-ขอปชช.ยึดกม.
คสช. /  นายกรัฐมนตรี / 

นายกรัฐมนตรี เชิญชวนคนไทยร่วมกิจกรรมวันพ่อ สั่งหน่วยงานเตรียมแผนระยะยาวช่วยชาวนา ดูแลพัฒนายางพาราทั้งระบบ เน้นความรวดเร็ว ทั่วถึง โปร่งใส ย้ำลุยปฏิรูปเต็มที่ ต้องสอดคล้องกันทั้งระยะสั้น และในระยะยาวหลังจาก 1 ปี ที่จะมีรัฐบาลใหม่ พร้อมกำชับห้ามจำหน่ายสุรานอกสถานที่วันลอยกระทง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า รัฐบาลกำลังเตรียมงานที่สำคัญที่สุดที่เป็นความสุขของคนไทยทั้งประเทศ เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 87 พรรษา ที่จะเวียนมาบรรจบ ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ โดยจะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ "รักพ่อทุกหนแห่ง" ทั่วประเทศ โดยที่กรุงเทพมหานครจะจัดขึ้นที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 6 ธันวาคม นี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อพ่อ พร้อมกับกล่าวยกย่อง นายสอิ้ง หาญประโคน ที่เดินเท้าจากจังหวัดแพร่มาถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมาด้วย นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นเรื่องเร่งด่วนและ สำคัญ ซึ่งก่อนหน้าที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามาบริหารประเทศ ภาคการเกษตรหลายภาคค่อนข้างมีปัญหา จากการที่ไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทั้งข้าวและยาง และประเทศคู่ค้า ต่าง ๆ อยู่ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา มีการชะลอตัว ทำให้มีการนำเข้าสินค้าผลผลิตทางการเกษตรลดลง ทั้งนี้ คสช. และรัฐบาลในปัจจุบันได้เร่งช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งการช่วยเหลืออนุมัติเงินให้แก่ชาวนาที่ไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว ปีการผลิต 2556/57 ซึ่งได้ดำเนินการจ่ายเงินเสร็จสิ้นตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นจำนวนประมาณ 8 แสนราย คิดเป็นเงินกว่า 86,000 ล้านบาท การอนุมัติโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2557 ซึ่งจะช่วยให้ได้รับเงินคุ้มครองถึง 1,111 บาทต่อไร่ หากเกิดภัยพิบัติ โดยชาวนาจ่ายค่าเบี้ยประกันเพียง 60-100 บาทต่อไร่ ซึ่งขณะนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการจากทุกภาคทั่วประเทศกว่า 55,000 ราย รวมถึงมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวนาผู้มีรายได้น้อย ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครอบครัวละ 15 ไร่ ซึ่งเริ่มดำเนินการในวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้ชาวนาได้รับการช่วยเหลือไปแล้วกว่า 67,700 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 837 ล้านบาท นายกฯ สั่งช่วยเกษตรกรโปร่งใส-ดูแลยางทั้งระบบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ว่า รัฐบาลได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมดำเนินมาตรการในระยะยาวที่จะ ช่วยเกษตรกรในการปลูกข้าวเป็นไปอย่างยั่งยืน อาทิ การจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว ธนาคารปุ๋ย การให้ความรู้ในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตข้าว การทำเกษตรผสมผสาน การปลูกข้าวออร์แกนิค การจัดสรรแหล่งน้ำ และการจัดทำโซนนิ่ง ซึ่งหลาย ๆ เรื่องเป็นการวางรากฐานระยะยาวและต้องใช้เวลา นอกจากนี้ รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พยายามที่จะพัฒนายางพาราทั้งระบบ ทั้งการช่วยเหลือสนับสนุนค่าปัจจัยการผลิตเกษตรกรชาวสวนยางรายละ 1,000 บาท ไม่เกินครอบครัวละ 15 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเกษตรกรชาวสวนยางได้ถึง 850,000 ครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่ 8.2 ล้านไร่ โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง 6,000 ล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเกษตรกรรายย่อยประกอบอาชีพเสริม รายละไม่เกิน 1 แสนบาท สินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการรวบรวมสต๊อกยาง สินเชื่อเพื่อแปรรูปยางพารา พร้อมช่วยเหลือเรื่องแหล่งเงินทุนต่าง ๆ และการบริหารจัดการเพิ่มรายได้เบื้องต้นในการจัดหาตลาดใหม่ ปรับเปลี่ยนการปลูกยางให้เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะต้องเป็นไปทั้งระบบและยั่งยืน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรนั้น ตนได้สั่งกำชับทุกหน่วยงานให้ดูแลอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และจะต้องมีการตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปอย่างโปร่งใส นายกฯ เร่งพัฒนาภาษาให้แรงงานรับ AEC วางรากฐาน ศก. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ว่า  รัฐบาลได้พยายามวางรากฐานที่มั่นคง ซึ่งสิ่งที่จะดำเนินการต่อจากนี้ ได้แก่ การวางยุทธศาสตร์ประเทศ ในการสร้างความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านให้ชัดเจน สร้างความเข้มแข็งทางด้านการค้า เศรษฐกิจ ทั้งการนำเข้าและส่งออก วางยุทธศาสตร์ชาติ จัดทำงบประมาณในลักษณะการบูรณาการกลุ่มงาน จัดตั้งคณะกรรมการมากกว่า 11 คณะเพื่อปรับปรุงการทำงาน การใช้จ่ายงบประมาณ การร่างแผนภาษี ร่างกฎหมาย การบริหารจัดการพลังงาน การบุกรุกป่า การไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยจากนี้จะดำเนินการดูแลดำรงชีวิตให้ได้อย่างพอเพียง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่ใน ส่วนของปัญหาแรงงานนั้น มองว่าจากนี้จะต้องพัฒนาในเรื่องของภาษา เนื่องจากนักลงทุนที่มาลงทุนในไทยได้ชื่นชมแรงงานของไทยว่า มีฝีมือ เข้มแข็ง แต่ติดปัญหาที่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ โดยหากพัฒนาในเรื่องของภาษาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ จะถือเป็นการพัฒนาตัวเองสู่ในระดับบริหารได้ด้วย จึงควรเร่งพัฒนาเพื่อรองรับการเปิดประชามคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ด้วย   ประยุทธ์ย้ำลุยปฏิรูปเต็มที่ให้รบ.ใหม่เข้ามาสานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า การทำงานของรัฐบาลขณะนี้ ก็คือการปฏิรูป ในระยะสั้น เฉพาะหน้าต้องสอดคล้องกับหลัง 1 ปีไปแล้ว และทำต่อเนื่องในรัฐบาลต่อ ๆ ไป จะต้องมียุทธศาสตร์และนโยบายประเทศระยะยาว ส่วนเรื่องการทุจริตผิดกฎหมาย กำลังนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้ง นี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การแก้ปัญหาทุกเรื่อง จะต้องมีการรับฟังปัญหาทั้ง 2 ฝ่าย อะไรที่ดีก็ต้องทำ อะไรที่ไม่ดี ยังไม่ตรงกันก็มาหาข้อมูลให้ตรงกัน เพื่อหาทางออกให้ได้ เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ส่งข้อมูลขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นข้อติชม ข้อเสนอแนะ เพื่อจะได้เร่งแก้ปัญหาต่อไป ก่อนที่จะทิ้งท้ายเชิงร้องขอให้ประชาชน เคารพกฎหมาย ยึดกฎหมายเป็นหลัก นายกฯ กำชับ ห้ามจำหน่ายสุรานอกสถานที่ วันลอยกระทง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เนื่องในโอกาสวันลอยกระทงที่จะมาถึงนี้ ขอเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคนกวดขันไม่ให้มีการจำหน่ายสุรานอกสถานที่ และเกินเวลาที่กำหนด เมาแล้วขับ ต่อเนื่องไปจนถึง “เทศกาลปีใหม่” ซึ่งปีนี้จะหยุดถึง 5 วัน ฉะนั้นต้องระมัดระวังการสูญเสียจากอุบัติเหตุ อุบัติภัยทั้งหลาย โดยต้องทำให้เป็นนิสัย ไม่ใช่พอถึงเทศกาลใดก็มารณรงค์กันเป็นครั้ง ๆ ไป เพราะเสียงบประมาณ เสียเวลา ต้องแก้ไขเป็นมาตรการป้องกันให้ได้ ไม่ใช่เกิดเรื่องแล้วค่อยมาล้อมคอก เป็นวัวหายล้อมคอกเหมือนที่ผ่านมา

10 ข้อที่คนชอบอยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต
คนโสด

หนุ่มๆ สาวๆ ในยุคปัจจุบันหลายคนมักเลือกการอยู่คนเดียว มากกว่า จะหาคนคู่ใจ นั้นเพราะหลายคนคิดว่าการอยู่คนเดียวสบายกว่าเป็นไหนๆ ไม่ต้องปวดหัวจะทำอะไรก็แล้วแต่เรา และเวลาที่เราอยู่คนเดียว มันคือเวลาที่เราจะรู้จักตัวเองมากที่สุด เราจะใช้เวลาหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการที่จะทำ วันนี้เราเลยขอเอา 10 ข้อที่คนชอบ อยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต มาฝากกัน! 10 ข้อที่คนชอบอยู่คนเดียวไม่เคยกังวลเลยในชีวิต 1. ไม่เคยกังวลว่าจะเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น คนที่ชอบอยู่คนเดียว จะไม่ค่อยสนใจว่าคนจะมองพวกเขายังไง ทั้งการกระทำ และรูปลักษณ์ภายนอก ไม่สนว่าคนจะวิจารณ์อย่างไรด้วย เพราะตัวของเขาเองนั่นแหละ ที่คอยวิจารณ์ตัวเองเสมอ และไม่เคยหลอกตัวเองด้วย 2. ไม่เคยกังวลในสิ่งที่พวกเขาพึ่งพูดออกไป เวลาที่คนที่ชอบอยู่คนเดียวจะสังสรรค์นั้น จะเกิดขึ้นกับคนที่พวกเขาคิดว่า คุ้มค่าที่จะใช้เวลาด้วยเท่านั้น พวกเขาจะไม่ใช้เวลาร่วมกับคนที่อาจจะมองหรือตัดสินพวกเขา หรือคนที่อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดไปในทางอื่น นอกจากนี้ พวกเขาจะไม่เสียเวลานอนคิดว่า สิ่งที่พวกเขาพูดไปนั้น ผลกระทบจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะมั่นใจมากเมื่อพูดคุยกับคนที่เขาคิดว่า เหมาะสมที่จะพูดคุยด้วยตั้งแต่แรก 3. ไม่เคยกังวลว่า จะต้องพิสูจน์อะไรกับใคร หรือต้องเป็นที่ยอมรับ พวกเขาจะเป็นตัวของตัวเองมาก ไม่ต้องพยายามทำตัวเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของใครๆ ในสังคม ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใคร ถ้าคุณไม่ชอบพวกเขา พวกเขาก็แค่ตัดคุณออกจากคนที่พวกเขาจะสังสรรค์เสวนาด้วย แค่นั้นเอง 4. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบ พวกเขาไม่เคยต้องมานั่งเซ็งว่า ต้องไปงานนู้น งานนี้ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่อยากไป และไม่ต้องเสียคืนวันเสาร์ที่เขาจะได้เอาไปใช้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้ เพราะเวลาที่เขาจะได้อยู่คนเดียว มันมีค่ามากกว่าเยอะ เพราะฉะนั้น จะไม่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องเด็ดขาด 5. ไม่เคยกังวลว่าสุดท้ายแล้วต้อง “อยู่คนเดียว” พวกเขาไม่เคยกลัวเลยว่า วันข้างหน้า พวกเขาอาจจะต้องอยู่คนเดียว พวกเขาไม่เคยออกเดท ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว หรือขาดคนอื่นไม่ได้ พวกเขาจะออกเดท ถ้าเจอคนที่ใช่จริงๆ เท่านั้น 6. ไม่เคยกังวลว่า จะมีอะไรพูดมั้ย ด้วยความที่นานๆ จะออกเจอผู้คนซักที จึงไม่เคยต้องคิดว่าจะต้องพูดอะไร หาเรื่องอะไรมาคุย จะคุยทันคนอื่นมั้ย พวกเขารู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และไม่เสแสร้งว่าสนใจเรื่องอะไร หากพูดคุยกันจริงๆ จึงไม่เคยกังวลเลยซักนิด 7. ไม่เคยกังวลว่าจะพลาดอะไรไปหรือเปล่า เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะว่าไม่มีที่ไหน หรือกิจกรรมอะไรที่ดีไปกว่าการได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว เพราะฉะนั้น จึงไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ว่า เมื่อคืนอยู่คนเดียว ไม่ได้ไปงานปาร์ตี้ แล้วรู้สึกว่าเสียดาย น่าจะไป! สิ่งนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด 8. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องเป็นโสด ความหมายของคำว่า ความรัก ในนิยามของพวกเขาคือ การรักตัวเอง ก่อนที่จะให้คนอื่นมารัก และไม่เคยคิดว่า ความรักจะเกิดขึ้นได้ เมื่อมีอีกคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตพวกเขาเท่านั้น 9. ไม่เคยกังวลว่าพวกเขาต้องการเวลาที่จะคิดเรื่องต่างๆ เพราะในทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา พวกเขาอยู่กับตัวเองเสมอ ได้มีเวลามากมายที่พวกเขาจะคิดเรื่องต่างๆ เพราะฉะนั้น มันจะไม่มีกรณีที่ว่า พวกเขาต้องการเวลาเพื่อคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างแน่นอน 10. ไม่เคยกังวลว่าจะต้องโกหก หรือ พูดอะไรเกินจริง ชีวิตของพวกเขา คือตัวตนของพวกเขาจริงๆ พวกเขาไม่เคยต้องโกหก ปกปิด สร้างภาพ เพื่อทำให้คนอื่นๆ มาชอบ มาชื่นชม พวกเขาจะมีความคิดที่ว่า หากคนอื่น ไม่ชอบเขา ที่เขาเป็นตัวเขา ก็ช่างมัน ไม่สนใจ เพราะฉะนั้น การโกหกเพื่อปกปิดบางอย่าง สร้างภาพ หรือพูดอะไรที่ดีเกินจริง จะไม่เกิดขึ้นเลย cr. elitedaily, kiitdoo

ส่อง รายได้หนัง ในไทยวันที่ 23 - 29 ต.ค. ใครรอดใครร่วง มาดูกัน!
box office /  Doraemon The Movie / 

กลับมาตามนัดอีกเช่นเคย กับการรายงานตาราง รายได้หนัง ว่าในไทยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครมาแรงใครร่วงดังอนาถกันบ้าง และในวันที่ 23 - ต.ค. ที่ผ่านมานี้ การกลับมาของ คีอานู รีฟส์ ก็ส่งผลให้เกิดการผันผวนเขย่าเก้าอี้ในหลายๆตำแหน่งเลยทีเดียว หนังเรื่องไหนจะรอด เรื่องไหนจะร่วงบ้าง มาดูกัน การทวงบัลลังก์ของแอ็คชั่นสตาร์ คีอานู รีฟส์ ที่มากับ John Wick ครั้งนี้ นับได้แทบจะดับเครื่องชนแบบแรงสุดๆ สะเทือนตารางรายได้หนัง เพราะเพียงสัปดาห์เดียวก็เก็บรายได้ขึ้นแชมป์ไปเรียบร้อย เบียด Dracula Untold แชมป์เก่าร่วงลงมาอันดับ 2 ทันที แต่ผีดูดเลือดตนนี้ ก็ดู่าจะยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ เพราะยังแรงแซงขบวนรถถังแห่ง Fury และขบวนการทวงเมียสุดเข้มข้นแห่ง Gone Girl มาแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว ด้านหนังไทย O.T. ผี Overtime ก็พาแผนหลอกผีฉบับหักมุมเข้าตารางตามมาติดๆ และทำท่าจะโกยรายได้งามๆ ต่อไป ในส่วนของ Doraemon The Movie ก็เจียมเนื้อเจียมตัวเก็บไปเพียงเบาๆ แต่นั่นก็ยังทิ้งให้โรแมนติกหวานแหววของ The Best of Me กับ Love, Rosie นั่งเหงาๆ ต่อไป ตามมาติดๆ ด้วย วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ที่ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะแผ่วปลาย แต่รายได้รวมก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ปิดท้ายด้วย Saint Seiya: Legend of Sanctuary กับพลังคอสโม่ขัดลำกล้อง นอนสงบเงียบอยู่ท้ายตารางต่อไป สัปดาห์หน้าต้อนรับฮาโลวีนด้วยการมาถึงของ The Eyes Diary คนเห็นผี และ The Couple รัก ลวง หลอน ที่เข้าโรงจ๊ะเอ๋กันพอดี มาดูกันคุณผีดูดเลือด หรือแผนหลอกผีพนักงานออฟฟิศ จะเกาะกลุ่มวันปล่อยผี ไปรอดได้อีกเฮือกหนึ่งหรือไม่  ต้องรอติดตามกัน ที่มา: Bioscope --------------------------

รักจริงต้องทุ่ม! เนย์มาร์ จัดเครื่องบินเจ็ตรับส่งสาวถึง บาร์ซ่า
บาร์เซโลน่า /  เนย์มาร์ / 

ความรักทำได้ทุกอย่างจริงๆสำหรับ เนย์มาร์ กองหน้าตัวพริ้วของ บาร์เซโลน่า ตกเป็นข่าวจัดเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปรับ-ส่ง โซรายา วูเซลิช นางแบบสุดเซ็กซี่ชาวเซอร์เบีย เพื่อมาออกเดทกับตนที่ บาร์เซโลน่า โดยแหล่งข่าวมีภาพยืนยันว่า โซรายา วูเซลิช เดินทางไป บาร์เซโลน่า ด้วยเครื่องเจ็ตลำหรูพร้อมกับใส่เสื้อทีม บาร์เซโลน่า ที่สกรีนชื่อ เนย์มาร์ เพื่อสวีทหวานออกเดทกันก่อนที่ บาร์เซโลน่า จะลงเตะ ลา ลีกา สเปน เยือน เซลตา บีโก ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทั้งนี้  โซรายา วูเซลิช นางแบบทรงโตสุดเซ็กซี่ชาวเซอร์เบียรายนี้นั้นโด่งดังมากจาก การเข้าร่วมรายการเรียลิตี บิ๊ก บราเธอร์ นั้นเอง

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ชวนดู เจ้าชายน่ารัก ทรงพระเยาว์จาก 5 ราชวงศ์ทั่วโลก
ราชวงศ์ /  เจ้าชาย / 

เห็นเหล่าลูกน้อยดาราหรือคนดังกันมาก็เยอะแล้ว วันนี้เราแอบยลโฉมพระราชกุมารตัวน้อยของราชวงศ์จากต่างประเทศกันบ้างดีกว่า ว่าจะทรงพระน่ารัก หน้าตาหล่อเหลาเอาการขนาดไหน เรานำ เจ้าชายน่ารัก ๆ มาฝากถึง 5 พระองค์กันเลยทีเดียว มาดูกันดีกว่าว่าจะมีหนุ่มน้อยพระองค์ไหนติดโผมาบ้าง 1. Prince George of Cambridge (อังกฤษ)      นาทีนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เจ้าชายจอร์จ แห่งเคมบริดจ์  แน่นอน เพราะทรงเป็น เป็นพระโอรสพระองค์แรกในเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ กับแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ประสูติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 (1 ชันษา) พระนามเต็มว่า จอร์จ อเล็กซานเดอร์ หลุยส์ (George Alexander Louis) การประสูติของเจ้าชายจอร์จเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก จนสื่อมวลชนต่างพรรณนาพระโอรสองค์นี้ว่าเป็น "พระกุมารผู้ทรงมีชื่อเสียงที่สุดในโลก" 2. Prince Hisahito of Akishino (ประเทศ ญี่ปุ่น)      เจ้าชายฮิซะฮิโตะ แห่งอะกิชิโนะ ประสูติเมื่อ 6 กันยายน พ.ศ. 2549 (8 ชันษา) เป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวใน เจ้าชายอะกิชิโนะ กับเจ้าหญิงอะกิชิโนะ เป็นรัชทายาทในพระราชวงศ์ญี่ปุ่นเพียงพระองค์เดียวที่เป็นผู้ชาย นับตั้งแต่การประสูติของพระบิดาพระองค์เมื่อ 41 ปีก่อน ถือเป็นการรอคอยของราชวงศ์ญี่ปุ่นเลยทีเดียว   3. Prince Sverre Magnus  (ประเทศ นอร์เวย์)        เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส แห่งนอร์เวย์ ประสูติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 2005 (8 ชันษา) เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส อยู่ในลำดับที่ 3 ของการสืบราชบัลลังก์ 4. Prince Christian (ประเทศ เดนมาร์ค)      เจ้าชายคริสเตียน วัลเดมาร์ เฮนรี จอห์น แห่งเดนมาร์ก เคานต์แห่งมงเปอซา ประสูติเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2548 (9 ชันษา) พระองค์ทรงอยู่ในลำดับที่สองในการสืบราชบัลลังก์เดนมาร์ก ต่อจากพระบิดาคือมกุฎราชกุมารเฟรเดอริก 5. Prince Moulay Hassan ( ประเทศโมรอคโค)      เจ้าชายมูลัย ฮัสซัน มกุฎราชกุมารแห่งโมร็อกโก 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 (11 ชันษา) เป็นพระโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 แห่งโมร็อกโก กับเจ้าหญิงลัลลา ซัลมา พระชายา ขอบคุณที่มาจาก Cosmenet