ดูหนีงฟรี

ทะเลสาบอาบยาพิษ ประเทศโรมาเนีย
ทะเลสาบพิษ /  สถานที่แปลก / 

ภัยธรรมชาติมีความอันตรายต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก เคยมีคำกล่าวที่ว่าธรรมชาติที่ทั้งความสวยงามและน่าสะพรึงกลัว เนื่องจากว่าความสวยของธรรมชาติ มักแฝงไปด้วยอันตรายด้วยเช่นกัน ณ หมู่บ้านเล็กๆ ในประเทศโรมาเนีย (Romania) ที่ชื่อว่า หมู่บ้าน Geamana หมู่บ้านร้างในอัลบาเคาน์ตี (Alba County) ซึ่งในอดีตนั้นเคยเป็นหมู่บ้านที่อุดมสมบูรณ์เงียบสงบผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านล้วนแล้วแต่มีความสุขด้วยกันทั้งนั้น ทะเลสาบอาบยาพิษ ในคราบความงาม ทว่าในปี 1978 หมู่บ้านแห่งนี้ ก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อทุกคนต้องละทิ้งอาคารบ้านเรือนรวมไปถึงวิถีชีวิตอันแสนสงบสุข เพื่อหลีกทางให้กับน้ำเสียจากเหมืองทองแดง Roșia Poieni copper mine ไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้าน จนกระทั่งกลายเป็นทะเลสาบที่เต็มไปด้วยไซยาไนด์นั่นเอง ปัจจุบัน หมู่บ้าน Geamana กลายเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย บางคนก็เดินทางมายังหมู่บ้านแห่งนี้ เพื่อชมความแปลกของทะเลสาบสีแดงที่ส่งกลิ่นเหม็นฉุนจนแทบไม่มีใครทนได้ ทว่าจุดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดก็คือ หอคอยของโบสถ์และอาคารบ้านเรือนบางหลังที่จมอยู่ใต้น้ำ บางส่วนในทะเลสาบสีแดงที่เต็มไปด้วยสารพิษ แม้ว่ามองผิวเผินจะดูสวยงามแต่ก็ซ่อนความน่าสะพรึงกลัวเอาไว้ ทะเลสาบพิษ ในคราบความงาม ทะเลสาบพิษ ในคราบความงาม View Larger Map ข้อมูลและภาพ : amusingplanet.com / travel.thaiza.com / nytimes.com / digi24.ro เรียบเรียงโดย Travel MThai บทความท่องเที่ยวอื่นๆ น่าสนใจ : หมู่บ้านทรงกรวย เที่ยวมรดกโลกในอิตาลี : หมู่บ้านสีฟ้า ป้องกันยุง ที่โมร็อกโก

อดีตผกก.1กองปราบ เสียชีวิตกะทันหัน หลังถูกสั่งย้าย
ข่าวล่าสุด /  ฆ่าตัวตาย / 

พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผกก.1กองปราบ เสียชีวิต-ใบมรณบัตรระบุ "กระดูกสันหลังส่วนอกหักหลายชิ้นเนื่องจากตกจากที่สูง" วานนี้(22พ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ที่ถูกโยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสียชีวิตเมื่อเวลา 01.32 น. ของวันที่ 20พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเรื่องราวสุดสลดดังกล่าว ผู้ตายได้เขียนระบายความในใจในผ่านทางไลน์ส่งในกลุ่มเพื่อนๆ นายตำรวจกองปราบปราม  มีเนื้อหาตัดพ้อด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจถึงการถูกสั่งย้าย อีกทั้งยังมีการบอกลาครอบครัว เพื่อนๆ และคนสนิท ก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวถึงการทำอัตวินิบาตกรรมของ พ.ต.อ. อัครวุฒิ์ ว่าไม่น่าจะเป็นการยิงตัวตาย กระโดดน้ำตาย  จนกระทั่งงมีการส่งใบมรณบัตรกันในกลุ่มเพื่อนนรต.รุ่น 49 ระบุสาเหตุการตายว่า เกิดจากกระดูกสันหลังส่วนอกหักหลายชิ้นเนื่องจากตกจากที่สูง เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งทางญาติได้นำศพไปตั้งที่วัดหลักสี่ เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 21 พฤศจิกายน จากนั้นก็ได้มีการจัดพิธีกันอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะมีการฌาปนกิจศพในเวลา 14.00 น. และเก็บอัฐิเมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งญาติได้นำอัฐิไปลอยอังคารแล้วเมื่อเวลา 15.00 น. MThai News

ตร.รวบ แก๊งมิคาโดะ ซิ่งรถขนยาเลียนเเบบหนังดัง
The fast and the furious /  ขนยาเสพติด / 

ตำรวจจับกุมหัวหน้า แก๊งมิคาโดะ พร้อมสมาชิกกลุ่ม เลียนแบบหนังแต่งรถซิ่ง ลอบขนยาเสพติด นายอัมรินทร์ วัฒนสิริวิทย์ นายศุภมิตร ยิ่งอุบล และ นายณัฐวัฒน์ บัวชุมสุข ถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 จับกุมได้ พร้อมของกลางยาบ้า 44,000 เม็ด ไอซ์ 200 กรัม ปืนขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุน และรถยนต์ 2 คัน หลังตำรวจสืบทราบว่า นายอัมรินทร์ มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด จึงได้วางแผนล่อซื้อยาเสพติด และจับกุมนายอัมรินทร์ พร้อมยึดยาบ้า 2,000 เม็ด ก่อนเข้าตรวจค้นห้องพักย่านรัชโยธิน และขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด พร้อมยึดของกลางดังกล่าว จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า รับยาเสพติดมาจาก นายบอย ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง มากระจายต่อให้กับลูกค้า ด้าน พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ระบุว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ใช้ชื่อ แก๊งมิคาโดะ (Mikado) มีพฤติกรรมชอบแต่งรถซิ่ง และรวมกลุ่มไปแข่งรถตามที่ต่าง ๆ โดยเลียนแบบภาพยนต์ เรื่อง The fast and the furious ในการแต่งรถแข่ง และนำมาใช้ขนยาเสพติด เพื่อหลบหนีการจับกุม

สุดเหี้ยม! กลุ่มติดอาวุธ 'อัล-ชาบาบ' ฆ่าผู้โดยสารรถบัสดับ 28ราย
กลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบาบ /  ข่าวล่าสุด / 

กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ฆ่าผู้โดยสารรถบัสดับ 28ราย หลังถูกกองกำลังความมั่นคงบุกมัสยิดในเมืองมอมบาซา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบาบ ก่อเหตุสังหารหมู่ผู้โดยสารรถบัสในภาคเหนือของประเทศเคนยา ขณะที่รถกำลังเดินทางไปยังกรุงไนโรบี กลุ่มมือปืนได้เข้าสกัดให้จอดที่เขตมันเดรา ซึ่งไม่ไกลจากชายแดนประเทศโซมาเลียนัก ในรายงานระบุว่ามือปืนจะคัดแยกชาวมุสลิมออกจากหมู่ผู้โดยสารด้วยการให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ผู้ที่อ่านไม่ได้จะถูกยิงที่ศีรษะ นาย อาห์เหม็ด มาฮัต หนึ่งในผู้โดยสารบนรถบัสที่เกิดเหตุ  เปิดเผยต่อสำนักข่าวบีบีซีว่า รถบัสบรรทุกผู้โดยสารมากกว่า 60 คน ถูกกลุ่มือปืนประมาณ 10 คน โจมตีเมื่อช่วงวันเสาร์ แม้คนขับพยายามจะเร่งความเร็วเมื่อหลบหนี แต่รถกลับติดหล่มเนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมามีฝนตกหนัก กลุ่มมือปืนสั่งให้ผู้โดยสารลงจากรถบัสและทำการคัดแยกชาวโซมาเลียโดยการบังคับให้อ่านคัมภีร์อัลกุรอาน หากใครอ่านไม่ได้จะถูกสั่งให้นอนลงกับพื้น จากนั้นมือปืนจะยิงที่ศีรษะทีละคน แต่ก็มีชาวโซมาเลียบางคนถูกยิงเพราะพยายามเกลี้ยกล่อมให้มือปืนไว้ชีวิตผู้ที่ไม่ใช่ชาวโซมาเลีย หลังเกิดเหตุ กลุ่มอัล-ชาบาบ ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของพวกเขาว่า พวกเขาก่อเหตุโจมตีรถบัสในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นที่กองกำลังความมั่นคงบุกมัสยิดในเมืองมอมบาซาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านสภากาชาดแห่งประเทศเคนยา เผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพยายามเก็บศพผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุแล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงต่างส่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามล่าตัวกลุ่มมือปืน MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ด่ายับ คลิปมนุษย์ป้า ไล่คนปูเสื่อริมหาด บอก
ตรัง /  ทะเลเป็นหน้าบ้าน / 

ด่ายับ คลิปมนุษย์ป้า ไล่คนปูเสื่อริมหาด บอก "ทะเลเป็นหน้าบ้านแก" วันนี้(23 พ.ย.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปมนุษย์ป้าท่านหนึ่งที่เดินออกมาไล่ไม่ให้นักท่องเที่ยวปูเสื่อที่ชายหาดริมทะเล โดยบอกว่าชายหาดดังกล่าวเป็นพื้นที่หน้าบ้านของตนและได้เข้ามาทำสะอาดเก็บกวาดเป็นประจำ หากจะมานั่งต้องสั่งอาหารจากร้านของป้าก่อน สร้างความไม่พอใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณชายหาดดังกล่าวถือเป็นที่สาธารณะ ไม่มีใครเป็นเจ้าของจึงได้หยิบโทรศัพท์มาอัดคลิปเพื่อนำมาประจานลงโซเชียล ซึ่งคุณป้าในคลิปได้บอกว่าถ่ายเลยไม่กลัวหรอกและท้าให้นำไปเผยแพร่ด้วย หลังจากที่คลิปนี้ถูกแชร์บนเฟซบุ๊คมีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนบ้าง โดยมีคนบอกว่าสถานที่ดังกล่าวคือบริเวณ หาดปากเมง จังหวัดตรัง ซึ่งเมื่อก่อน จุดตรงนั้นเป็นที่นั่งของลูกค้าที่ร้านต่างๆมาจับจองกัน แต่เมื่อ คสช. เข้ามา พื้นที่ตรงนี้ก็โดนย้ายหายไปหมด และถือเป็นที่สาธารณะ ทั้งนี้ชาวสังคมออนไลน์บางส่วนมองว่าแม้จะมีการเข้ามาจัดระเบียบของทางทหารแต่ไม่ใช่ว่าทุกหาดจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเข้มงวดกวดขันอย่างต่อเนื่อง เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว MThai News

ประมวลภาพซ้อมนักเตะ ลิเวอร์พูล ก่อนบุกเยือนปราสาทเรือนแก้ว
คริสตัล พาเลซ /  ประมวลภาพซ้อมนักเตะ ลิเวอร์พูล / 

ประมวลภาพซ้อมนักเตะ ลิเวอร์พูล ก่อนลงสนามวัดแข้งกับ คริสตัล พาเลซ ในวัน อาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2557 โดยก่อนแข่ง "หงส์แดง" มีอันดับในตารางอยู่ที่ 11 ส่วนเจ้าบ้าน พาเลซ รั้งรองบ๊วย ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วฝ่ายไหนจะเป็นผู้กำชัยในแมตช์นี้ไปได้

นาทีชีวิต คลิปจริงมอเตอร์ไซค์ล้ม 18ล้อเฉี่ยวซ้ำ หวิดหัวขาด
คลิป /  นาทีชีวิต / 

นาทีชีวิต คลิปจริงมอเตอร์ไซค์ล้ม 18ล้อเฉี่ยวซ้ำ หวิดหัวขาด วันนี้(23 พ.ย.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์สุดระทึกและเรียกได้ว่าเป็นนาทีชีวิตที่ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคนไม่ควรพลาดคลิปนี้และให้ถือไว้เป็นอุทาหรณ์ โดยสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ โดนบัง จิงดิ ได้เผยแพร่คลิปขณะที่กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์บนถนนอยู่ดีๆรถมอเตอร์ไซค์คันข้างหน้าขับไปตรงช่องระหว่างรถบรรทุก2ข้าง แต่เกิดเสียหลักรถล้มคว่ำ ในขณะเดียวกันนั้นเองรถบรรทุก18ล้อที่ขับตามหลังมาก็ไม่ได้หยุดเบรกแต่ขับผ่านเฉียดหัวของชายที่รถล้มไป ซึ่งไม่ใช่เฉี่ยวแค่ครั้งเดียวแต่รอดมาได้ถึง2ครั้งโดยเจ้าของคลิประบุว่า "...เหตุเกิดเส้นบางนา-ตราด แยกซ้ายเข้าบายพาสชลบุรี หน้าอมตะ สังเกตพี่เค้าเกือบโดน18ล้อทับหัวเดชะบุญโดนแค่เฉี่ยวๆ สอบถามพี่เค้าบอกว่าขี่มาไวแต่เบรคไม่อยู่..เหมือนพี่แกจะขาหัก..." โดยหลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ความโชคดีของชายในคลิปแต่บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องของความประมาทจนนำไปสู่อุบัติเหตุ ซึ่งคลิปนาทีระทึกนี้มีการนำไปแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก จนชายรถล้มที่อยู่ในคลิปได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "...สวัสดีครับ ผมเป็นบุคคลที่อยู่ในคลิป ต้องขอบคุณพี่ดูคาติมากครับ น้ำใจงาม ผมไม่โทษพี่เค้าหรอกครับ แต่สำหรับคนที่ด่าผม ถ้าพวกคุณมาอยู่ในสถานการณ์แบบผม ณ วินาทีนั้น ผมอยากรู้นักคุณจะคิดได้อย่างที่คุณแสดงความคิดเห็นรึเปล่า จริงๆแล้ว ทรีซิตี้ก็มีความเร็วแค่90เองไม่ถึง100ด้วยซ้ำเครื่ิงยนต์125บวกแรงลมเหลือ80ซึ่งก็ไม่เร็วนะ จังหวะนั้นถ้าผมไม่เบรคก็จิ้มพี่ดูคาติแน่นอน ผมเลือกเบี่ยงขวาตามสัญชาติญาณ ผมเห็นนะว่ารถมันเบียดมาพี่เขาจึงเบรคแต่ผมไม่ทันแล้ว..." ขอบคุณคลิปจากสมาชิกเฟซบุ๊ค โดนบัง จิงดิ MThai News

5 สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้ จากชัยชนะนอกบ้านนัดแรก
ผลบอล /  ผลบอลพรีเมียร์ลีก / 

เชื่อว่าแฟนบอล ส่วนใหญ่รู้ดีกว่าก่อนหน้านี้ทีม “ปีศาจแดง” ยังตามหาชัยชนะนอกบ้านนัดแรกในฤดูกาลนี้ยังไม่เจอ และก็เชื่อว่าอีกหลายคนไม่คิดว่า ลูกทีมของ หลุยส์ ฟานกัล จะสามารถประเดิมสามแต้มนอกบ้านได้ในนัดนี้ ที่จะต้องบุกไปเยือน อาร์เซน่อล คู่รักคู่แค้น ถ้าย้อนไปเมื่อ 8-9 ปีก่อน การพบกันของสองทีมนี้คือความหมายของการเบียดแย่งแชมป์ลีกโดยตรง แต่วัฎจักรของทุกอย่างย่อมมีขึ้นลง ไม่อนุญาตให้เกมส์ลูกหนังทำตัวแปลกแยก แต่การพบกันของทั้งคู่ก็ยังเป็นเกมส์ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายเสมอๆ ต้องยอมรับว่านัดนี้ แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด ไม่ได้ชนะ หากแต่เป็น อาร์เซน่อล ที่สะดุดขาตัวเองลื่นล้มหัวทิ่มเอง เพราะรูปเกมส์ โอกาสพังประตูทุกอย่างเหนือกว่าอย่างมากมาย ผลเสมอก็ถือว่าผิดหวังแล้ว แต่ลูกทีมของ เวนเกอร์  มาเสียซิงพ่ายคารังเป็นนัดแรกไม่ได้ซักแต้มติดมือ มาดู 5 สิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เรียนรู้จากสามแต้มนอกบ้านนัดแรก มีวันนี้เพราะพี่เซฟ ต้องยอมรับเลยว่า ตอนนี้ นายทวารชาวสเปน กลายเป็นนักเตะคนสำคัญที่สุดของทีม พอๆกับ กัปตันทีม เวนย์ รูนี่ย์ เผลอๆจะสำคัญกว่าด้วย เพราะถ้า เดเคอา ไม่เสียประตูให้ตายอย่างไรทีมก็ไม่แพ้ แม้ รูนี่ย์ จะยิงไม่ได้ก็ตามตอนแรกแฟนบอลผีแดงใจหล่นไปอยู่ที่หัวแม่โป้งเท้าเมื่อรู้ว่า อาจจะต้องเสียวาที่มือหนึ่งทีมชาติสเปนไป 1 เดือนแต่ในที่สุดอาการก็ไม่ได้ร้ายแรงและสามารถลงเป็นตัวจริงได้ การันตีด้วยฟอร์มการเล่นของ เข้าขั้นระดับเวิร์ดคลาสจริงๆ นี้ไม่ใช่การอวยกันเล่นๆ เพราะสถิติการป้องกันประตูตลอด 9 ครั้งต่อเกมส์เป็นเครื่อง ยืนยัน กับประตูที่เสียไปถือว่า จนปัญญาจริงๆแต่ต้องยกเครดิตให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด ที่หายเจ็บมาก็ยิงได้อย่างสุดยอดทันที แต่ใช่ว่าฟอร์มของ เดเคอา จะเฟอร์เฟ็ค เพราะยังต้องปรับเรื่องการออกบอลด้วยเท้า อย่างที่เห็นในช่วงครึ่งแรกที่เตะเสีย จนเกือบเสียประตูมาแล้ว ฟาน กัล จ้าวสำนักกระบี่ไร้กระบวนท่า ถ้าเปรียบ หลุยส์ ฟานกัล  เป็นจ้าวสำนักกระบี่ในหนังกำลังภายใน ก็คงเป็นสำนักที่ไม่มีกระบวนท่าและรูปแบบลีลาที่แน่นอน เพราะ กุนซือชาวดัตช์ ปรับหมากให้ทีมกลับมายืนในระบบ 3-5-2 เหมือนในตอนต้นฤดูกาล เพราะว่า กองหลังตัวกลาง และแบ็คที่มีในทีมอย่าง ฟิล โจนส์, จอนนี่ อีแวนท์, ราฟาเอล และ มาร์กอส โรโฮ นัดพบตัวเองอยู่ที่โรงหมอ เลยต้องส่ง แบล็กเก็ต, สมอลลิ่ง และ แม็คแนร์ ลงมาเป็นกองหลังสามตัว และให้ วาเลนเซีย กับ ลุค ชอว์ เป็นวิงแบ็ก ก่อนที่ ชอว์จะเจ็บ (อีกแล้ว) แล้วส่ง แอชลี่ย์ ยัง ที่เพิ่งหายเจ็บลงมาเล่นแทน ส่วนแผงกลางเป็น มารูยาน เฟลไลนี่ และ ไมเคิล คาร์ริค ประสานงานกัน โดยมีกองหน้า 3 ประสาน ดิมาเรีย, รูนี่ย์ และ ฟานเพอร์ซี่ ซึ่งต้องบอกว่ารูปแบบการเล่นก็ไร้กระบวนท่าจะเหมือนไม่มีทรงทำให้เสียบอลง่ายๆหายครั้งจนมีเปอร์เซ็นครองบอลแค่ 39 เปอร์เซ็นเท่านั้น ก็คงต้องหาระบบที่ลงตัวมันต่อไป หรืออาจจะต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ใครจะรู้ ?  อวสานแก๊งค์กระทิง ? ดูเหมือนว่าจะมีหลายคนคาดการณ์ผิดว่า ประตูชัยนัดที่แล้วของ ฆวน มาต้า จะเป็นใบเบิกทางให้กลับมายึดตำแหน่งตัวจริงได้ในนัดนี้ แต่ก็เปล่า อดีตนักเตะยอดเยี่ยมของเชลซีสองฤดูกาลซ้อนไม่มีแม้แต่ส่วนร่วมในเกมส์นี้ซักนาทีเดียว เฉกเช่นกับ อันเดร์ เอร์เรร่า แข้งค่าตัวแพงจากสเปนอีกคน ที่เป็นตัวจริงให้ทีมนัดสุดท้ายตอนบุกไปเยือน เวสต์บรอมวิช มาเสียตำแหน่งให้กับ มารูยาน เฟลไลนี่ และ ไมเคิล คาร์ริค (รายแรกดูท่าทางจะยึดยาว) และนัดนี้ก็ไม่ได้สัมผัสเกมส์ซักนาที ทั้งๆที่มีชื่อเป็นตัวสำรองมาแล้วหลายนัด หรือว่าสองคนนี้จะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ หลุยส์ ฟานกัล อีกต่อไป แววของเจ้าหนู วิลสัน ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองหลายนัดแล้ว สำหรับดาวรุ่งอย่าง เจมส์ วิลสัน ซึ่งนัดนี้กองหน้าวัย 18 ปีทำตัวมีประโยชน์กับทีมอย่างเห็นได้ชัดตลอดเวลาประมาณ 20 นาทีในสนาม ด้วยการพาบอลไปข้างหน้า รวมไปถึงการดึงเวลาด้วยการพาบอลไปถึงมุมธง หรือการทำฟาลว์เรียกใบเหลืองในตอนทดเจ็บ น่าเสียดายที่ แมนยู ไม่มีฟุตบอลถ้วยอย่าง ลีกคัพให้ได้ลงสนามเก็บเกี่ยวประสบการณ์เต็มๆเพราะดันทะลึ่งตกรอบแต่ไก่โห่ แต่ดูแล้วฤดูกาลนี้ วิลสัน น่าจะได้รับโอกาสเรื่อยๆหากยังรักษาฟอร์มแบบนี้ไว้ได้ อย่างน้อยก็เล่นดีกว่า เอ…ชื่ออะไรนะที่ตัวผอมๆบางๆ คนนั้นน่ะ ช่วงพีคของ กัปตัน รูนี่ย์ ดูเหมือนการทำประตูได้ต่อเนื่องในเกมส์ทีมชาติของ เวนย์ รูนี่ย์ ที่กำลังมีเป้าหมายจะก้าวไปเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมชาติอังกฤษจะสร้างความมั่นใจใหจ้าตัวได้มากโข เลยส่งผลดีต่อเกมส์ของ ผีแดงในนัดนี้ แม้การประสานงานในแดนหน้าหลายๆลูกจะไม่ค่อยลงตัว แต่ประตูที่สองที่ได้มา บอกเลยว่าเป็นประตูของนักเตะที่ความมั่นอกมั่นใจกำลังมาเต็ม ในช่วงที่ฟอร์มของ โรบินฟานเพอร์ซี่เป็นแบบนี้และ ราดาเมล ฟัลเกา ก็เจ็บจนจะได้ภรรยาอีกคนเป็นพยาบาลอยู่แล้ว ถามว่าใจคอยังจะจับเอา รูนี่ย์ ไปยืนเป็นกองกลางอีกหรือ ?

9 เรื่องห้ามที่ คู่รัก ห้ามทำ ในที่สาธารณะ !!!
คู่รัก /  ที่สาธารณะ / 

สาวๆหลายคน ที่มีแฟน อาจจะเคยพบปัญหา คู่รักตามที่สาธารณะที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมกันใช่มั้ยละคะ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า นี่เหมาะหรือไม่เหมาะ ทำได้หรือไม่ได้ วันนี้เรามีคำแนะนำจากเวปไซต์ดีๆ จากต่างประเทศมาฝาก ที่แม้แต่ฝรั่งมังค่า เขาก็มองว่าไม่เหมาะสมด้วยนะเธอ ลองอ่านกันดู 1. ทะเลาะกันเสียงดัง อาจมีหลายครั้งที่คุณและแฟนต่างทำอะไรไม่ถูกใจกัน และเผลอทะเลาะกันเสียงดัง ยิ่งบางทีคุณสองคน ต่างก็มีอารมณ์กันทั้งคู่ นอกจากจะทำให้คนอื่นรู้สึกรำคาญ คุณยังทำให้ตัวเองและคุณแฟนอับอายกันเองด้วย ถ้าคุณอยากตะโกนด่าท่อกัน แนะนำว่าให้เป็นที่ส่วนตัวของคุณสองคนดีกว่า ให้บอกคุณแฟนไว้ว่า ใจเย็น อย่าเสียงดัง ไว้ค่อยคุย 2. ลูบ คลำ หอม จูบ เล้าโลม ลำพังการหอมแก้ม โอบ ระยะสั้นๆมันก็พอควรล่ะค่ะ สำหรับสังคมไทยเรา แต่ถ้าคุณจะทำอย่างครบรูปแบบล่ะก็ งานนี้ไม่ดีแล้วค่ะ ลองคิดดีๆว่า ถ้าคุณเห็นคู่รักนัวเนียกันตลอดเวลา คุณจะรู้สึกอย่างไรคะ แน่นอนค่ะว่ามีเม้าท์ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากโดนเม้าท์หรือเป็นขี้ปากคนอื่นก็ เก็บไว้ทำกันในที่ลับหรือบ้านดีกว่านะ 3. ทำร้ายความรู้สึกกันซึ่งๆหน้า เช่น การเรียกชื่อที่ไม่เหมาะสม หรือ ทำให้ คู่รัก ของคุณด้อยลงไป เช่น ทำไมเธอถึงจนแบบนี้ มีเงินหรือเปล่าเนี่ย หรืออะไรก็ตามที่ถ้าคุณคิดว่า ถ้าคุณฟังแล้วคุณจะรู้สึกไม่ดี ก็อย่าพูดในที่สาธารณะเลยค่ะ ทำร้ายกันเปล่าๆนะ อีกอย่าง คุณเองก็จะถูกมองไม่ดีด้วยนะ 4. บอกเลิก ไม่มีอะไรจะกระอักกระอ่วนไปกว่า การที่คุณต้องนั่งข้างๆคู่รักที่อยู่ในสถานการณ์มาคุ และพร้อมจะระเบิดตูม มันทำให้ทุกคนอึดอัดไปโดยปริยาย คู่รักขา คุณต้องเข้าใจนะคะว่า สถานที่สาธารณะ ไม่ใช่ของคุณคนเดียว โปรดสนใจความรู้สึกของคนอื่นด้วย ยิ่งการบอกเลิก ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชีวิตคู่ของคุณ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการทะเลาะเสียงดัง หรือ ภาวะที่คู่รักอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ อย่าได้ทำเด็ดขาด 5. มุ้งมิ้งเกินควร ทำเสียงเด็กน้อย คือถ้าไปทำเสียงมุ้งมิ้งในที่ที่ไม่ควร เช่น คุยโทรศัพท์กับแฟนในลิฟท์ .. " พี่หมู เค้าคิดถึงน้า เค้าอยากกอดตัวเอง บลาๆ " คุณขาาาาา มันไม่โอเคเลยค่ะ ถ้าคุณอยู่ในสภานที่ทีกว้างใหญ่ไพศาล คุณอาจจะทำมันได้ค่ะ ดูสถานที่ด้วยนะจ๊ะ 6. คุยทะลึ่ง ( Dirty Talk ) คุยทะลึ่งนี่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงเท่ากับการ สวนลามคุณแฟน ในที่สาธารณะเลยก็ว่าได้ ทางที่ดีเก็บไว้คุยตอนอยู่ที่บ้านเถอะจ้า ตอนเจอช่วยคุยเรื่องอื่นเถอะนะ 7. คุยกันถึงเรื่องส่วนตัวมากไป สาวๆเคยนั่งทานอาหารกับคนที่เขาคุยกันและเราไม่รู้เรื่องมั้ยคะ นั่นล่ะค่ะ มารยาทบนโต๊ะอาหาร หรือ เวลาคุณพาแฟนไปพบครอบครัว ถือว่าเป็นมารยาทเลยนะคะ คุณควรคุยเรื่องที่ครอบครัวของคุณรู้เรื่องด้วย การคุยเรื่องที่รู้กันเองสองคนนั้น "เสียมารยาท" มากนะจ๊ะ 8.อิจฉาออกนอกหน้า สาวๆเอ๋ย บางทีคุณก็อาจจะ หึงเรี่ยราดเกินไป เช่น เมื่อคุณไปซื้อของที่ร้านค้า แคชเชียร์ยิ้มให้แฟนคุณทีนึง คุณก็ออกปาก อิจฉา หรือ บ่นทันที การกระทำแบบนี้ จะทำให้ทั้งคุณและคุณแฟนมีอายแน่นอนค่ะ อย่าทำนะจ๊ะ  มีไรก็เก็บไว้ก่อน หรือ คุยกันเบาๆเป็นสัญญาณให้รู้ดีกว่า  และถ้าเกิดโมเม้นท์นี้บ่อยๆล่ะก็ รีบเปิดประเด็นคุยกันซะนะ 9.  อวดเรื่องของคนอื่น ต่อหน้าแฟน หลายครั้งที่เวลาคุณอวดเรื่องคนอื่น คนรอบข้างเขาได้ยินไงจ๊ะ ! เขาก็จะพากันตัดสินคุณทั้งคู่กันไปแล้ว ไม่ต้องอวดหรอกค่ะ การที่คุณมีแฟนอยู่เนี่ย มันก็ดีอยู่แล้วนะ อย่าเปรียบเทียบให้เสียเวลา หรือทำร้ายเขาอีกเลยนะ ที่มา allwomanstalk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

โหมโรงศึกจ้าวลูกหนังอาเซียน!ทำเนียบแชมป์ อาเซียนคัพ
จ้าวฟุตบอลอาเซียน /  ช้างศึก / 

เวลานี้เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลเมืองไทยกำลังตั้งตารอ การก้าวขึ้นมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้งของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ในการไล่ล่าจ้าวแห่งวงการฟุตบอลอาเซียน อย่างการแข่งขันอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ อาเซียนคัพ หรือที่ทุกวันนี้เรียกกันว่า ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ การแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ก่อนหน้านี้คนไทยรู้จักในชื่อการแข่งขันไทเกอร์คัพ ซึ่งเป็นชื่อของผู้ให้สนับสนุนการแข่งขัน จะมีการบรรเลงเพลงแข้งทุกๆ 2 ปี มาถึงปีนี้การแข่งชิงจ้าวฟุตบอลอาเซียน ก็เดินทางมาถึงครั้งที่ 10 พอดิบพอดี เอาเป็นว่าไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรในการแข่งขันก็แล้วแต่ วันนี้จะมาเปิดทำเนียบแชมป์ทั้ง 9 ครั้งก่อนหน้านี้ของ อาเซียนคัพ ให้แฟนๆลูกหนัง และแฟนกีฬาได้รับทราบกัน อาเซียนคัพ จัดการฟาดแข้งขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ.2539 มีทีมชาติสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งแชมป์ครั้งแรกถูกเปิดซิงโดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่นัดชิงชนะเลิศเชือด เสือเหลือง มาเลเซีย ไปได้ 1-0 จากการซัลโวของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดาวยิงจอมตีลังกา ให้หลัง 2 ปี จากการคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ของ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ถึงครา เหงียน เวียดนาม รับอาสาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ทำได้เพียงแค่อันดับที่ 4 เท่านั้นด้วยการแพ้จุดโทษ อิเหนา อินโดนีเซีย 5-4 (เสมอในเวลา3-3) ส่วนแชมป์กลายเป็นดราม่าเมื่อ ลอดช่อง สิงคโปร์ พลิกล็อกเอาชนะ เจ้าภาพ เหงียน เวียดนาม ไปได้ 1-0 จากนั้นพ.ศ.2543 ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังเมื่อ ช่างศึก กรุยทางเข้าไปคว้าแชมป์ครั้งที่ 2 ได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการต้อนเอาชนะ ชวา อินโดนีเซีย ไปได้ 4-1 จากการซัดแฮตทริกของ พี่โย่ง วรวุฒิ ศรีมะฆะ และอีก 1 ดอกของ น้าตุ๊ก ทนงศักดิ์ ประจักกะตา มาถึงครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมกันคือสิงคโปร์ กับ อินโดนีเซีย ซึ่งครั้งนี้ก็ยังคงเป็นครั้งที่ยอดเยี่ยมของวงการลูกหนังไทย เมื่อสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้อย่างสุดติ่งด้วยการเอาชนะจุดโทษ เจ้าภาพร่วม อินโดนีเซีย ในนัดชิงดำ 4-2 (เสมอในเวลา 2-2) ทีมชาติไทย ได้ ประตูจาก ชูเกียรติ หนูสลุง และเทิดศักดิ์ ใจมั่น เมื่อจบ อาเซียนคัพ ครั้งที่ 4 เหมือนทุกอย่างวงการบอลไทยจะดูดี เพราะคว้าแชมป์ได้มากที่ 3 ครั้ง จาก 4 ครั้งที่มีการแข่งขัน แต่หลังจากวันนั้นมาจนวันนี้กว่า 12 ขวบปี ช้างศึก ทีมชาติไทย มิเคยได้แชมป์อีกเลย ทำได้เพียงเข้าชิง 2 ครั้งจากอีก 5 ครั้งหลังสุด ซึ่งเปลี่ยนการแข่งขันนีดชิงมาเล่นแบบเหย้าเยือน โดยปีพ.ศ.2547 สิงคโปร์ ก็ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ด้วยการเอาชนะ อินโดนีเซีย 2 นัดสกอร์รวม 5-2 ซึ่งครั้งนี้ ช้างศึก ทีมชาติไทย ตกรอบแรกไปอย่างน่าผิดหวัง เมื่อมาถึงการแข่งขันครั้งที่ 6 ซึ่งครั้งนี้ช่วงห่างปีการแข่งขันนั้นเป็น 3 ปี จากที่จะต้องแข่งปีพ.ศ.2549 ต้องมาแข่งในปี 2550 แทนโดยมี ประเทศไทย กับ ประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็โคจรมาพบกันเองในรอบชิงชนะเลิศ และเป็นทีมชาติสิงคโปร์ ที่ป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยเทียบเท่า ช้างศึก ทีมชาติไทย โดย ลอดช่อง เอาชนะ ช้างศึก ไปได้ 3-2 เมื่อรวมสกอร์ 2 นัด จากนั้นปีเดียวการแข่งขัน อาเซียนคัพ ครั้งที่ 7 ก็บังเกิดขึ้น ไทย กับ อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพร่วม โดย ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เวลานั้นเริ่มดันดาวรุ่งฝีเท้าดีขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เพียบ ก็ไปได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ก็ไม่อาจจะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ได้ หลังจากเกมชิงดำนัดแรกแพ้ เวียดนาม คาบ้าน 2-1 ก่อนจะบุกไปทำได้แค่เสมอ 1-1 ยังคงต้องรอแชมป์ใบที่ 4 ต่อไป เมื่อมาถึงปีพ.ศ.2553 ทีมชาติไทย มีอันต้องตกรอบแรกอีกครั้ง แบบไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย เสมอ ลาว 2-2, เสมอ มาเลเซีย 0-0 และแพ้ อินโดนีเซีย 1-2 ส่วนแชมป์ตกเป็นของ เสือเหลือง มาเลเซีย ที่เอาชนะ อินโดนีเซีย สกอร์รวม 2 นัด 4-2 และครั้งที่ 9 ประเทศไทย และมาเลเซีย รับหน้าเป็นเจ้าภาพ ซึ่งครั้งนี้ทีมชาติไทย ผลงานดีตั้งแต่ต้น รอบแรกชนะรวด 3 เกม ก่อนที่รอบรองจะไปเอาชนะ มาเลเซีย สกอร์รวม 2 นัด 3-1 มาถึงตรงนี้แฟนบอลไทยทุกคนหมายมั่นว่าผลงานดีแบบนี้น่าจะได้แชมป์ครั้งที่ 4 เสียที่ และคู่ต่อกรในรอบชิงดำ ไม่ใช่ใครที่ไหนคือ สิงคโปร์ ที่หมายมั่นจะคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ให้ได้เช่นกัน เมื่อเกมชิงเกมแรกมาถึง ช้างศึก โดน ลอดช่อง บุกมาอัดคาบ้านถึง 3-1 แต่แฟนบอลก็ยังคาดหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ในเกมที่ 2 ซึ่งปาฏิหาริย์กไม่มีจริงทีมชาติไทย สามารถบุกไปชนะได้จริง 1-0 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ทำให้สรุปทั้งหมดทั้งมวล 9 ครั้งที่ผ่านมา สิงคโปร์ คว้าแชมป์ไปได้ 4 ครั้ง ตามมาด้วย ทีมชาติไทย 3 ครั้ง เวียดนาม และมาเลเซีย อีกทีมละ 1 หน ครั้งนี้มาลุ้นกันว่า ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่เป็นสายเลือดใหม่ ภายใต้การนำทีมชอง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะคว้าแชมป์ครั้งที่ 4 ได้หรือไม่  ติดตามกันต่อไป

Chic เมนู : วิธีทำ หมูผัดซอสพิซซ่า ด้วยไมโครเวฟ
Chic เมนู /  หมูผัดซอสพิซซ่า / 

Chic Menu เมนูสุดชิค วันนี้ขอเสนอ วิธีทำ หมูผัดซอสพิซซ่า ด้วยไมโครเวฟ เราตามไปดูวิธีทำกันเลย

ผัวทิ้ง เพลงลูกทุ่งสุดฮิต ประจำสัปดาห์
Intensive Watch /  Top 5 / 

มิวสิคเอ็มไทย Top 5 ประจำสัปดาห์นี้ เรามาติดตามความเคลื่อนไหว ในวงการ เพลงลูกทุ่ง กันบ้าง วันนี้ เราเลยขอนำชาร์ตจาก Intensive Watch บริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการข้อมูลการตลาดและ การวิจัย ได้จัดอันดับเพลงยอดนิยมจากการเปิดจริงของวิทยุและทีวียอดนิยมทุกช่อง เรามาดูกันว่า 5 เพลงลูกทุ่ง ที่ถูกเปิดมากที่สุด มีเพลงอะไรกันบ้าง (ชาร์ตประจำสัปดาห์ที่ 46/2014 -- 09.11.2014 - 15.11.2014) อันดับที่ 5 : ทนพิษความเศร้าไม่ไหว - หญิง ธิติกานต์ อาร์ สยาม อันดับที่ 4 : ขอโง่อีกสักครั้ง - แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม “ ควายบ้านอื่น กินฟางแล้วทำนา ควายบ้านนี้มองฟ้า กินน้ำตาแล้วทำใจ.....” ขอโง่อีกสักครั้ง เพลงลูกทุ่งหวานเศร้า เคล้าน้ำตาลูกผู้ชายที่ยอมเป็น “ควาย” ให้เธอหลอก เพลงใหม่จาก แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม อันดับที่ 3 : ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน - เอิ้นขวัญ วรัญญา เนื้อหาของเพลง ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน นี้ สาวเอิ้นขวัญ บอกว่า ผีเสื้อ คือตัวแทนของผู้ชาย ดอกไม้ คือตัวแทนของผู้หญิง เป็นเหมือนการเปรียบถึงความรักของคนสองคน เมื่อคบกันจนเบื่อผู้ชายก็เป็นฝ่ายไป ปล่อยให้ผู้หญิงต้องเจ็บช้ำอยู่ฝ่ายเดียว อันดับที่ 2 : เมื่อไหร่จะพอ - เดือนเพ็ญ อำนวยพร อาร์ สยาม เมื่อไหร่จะพอ แนวเพลงลูกทุ่ง จังหวะกลางๆ ฟังง่าย ความหมายโดนใจทุกคำ ไพเราะด้วยเสน่ห์เสียงร้องที่คม ลึก ชัดเจน มีเสน่ห์เป็นธรรมชาติแบบฉบับตัวแม่ สมกับฉายา "หมอลำสาวเสียงเด่น" เดือนเพ็ญ อำนวยพร อันดับที่ 1 : ผัวทิ้ง - กล้วย คลองหอยโข่ง "ผัวทิ้งค่ะ หนูโดนผัวทิ้ง เจ็บจริงไรจริงพี่น่าจะรู้ น้ำตามันตกในท่วมหัวใจอยู่ พี่มาจีบหนู รักจริงหรือเปล่า " ผัวทิ้ง เพลง สำหรับผู้หญิงช้ำรัก ภาษาบ้านๆ ฟังง่ายๆ จากสาวปักษ์ใต้เสียงสวย กล้วย คลองหอยโข่ง สาวน้อย จาก อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เธอมาพร้อมกับความน่ารักน่าชัง และ "หรอยแรง” ตามสไตล์สาวปักษ์ใต้ จากอัลบั้ม สหภาพลูกทุ่ง ลองไปฟังกันดู และนี่ก็คือ 5 เพลงลูกทุ่ง ที่ถูกเปิดแอร์เพลย์ ทางคลื่นวิทยุมากที่สุด จากการจัดอันดับโดย Intensive Watch สัปดาห์หน้า มาติดตามกันต่อว่า เพลงไหน จะถูกจัดอันดับ 5 เพลงฮิตในรอบสัปดาห์ กับ มิวสิคเอ็มไทย Top 5

พระมหาชนก เดอะฟีโนมีนอน ไลฟ์ โชว์
พระมหาชนก /  ในหลวง / 

สำหรับไฮไลท์อยู่ที่การเนรมิตเรือไฮดรอลิคขนาดใหญ่กว่า 30 ม.มาโลดแล่นบนเวทีกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในประเทศกว่า 100 ม.พร้อมฉากม่านน้ำที่งดงามตระการตาใช้นักแสดงและทีมงานกว่า 1,000 ชีวิต นำแสดงโดย นายทฤษฎี สหวงษ์ รับบทเป็น 'พระมหาชนก' น.ส.แคทรียา อิงลิช รับบทเป็น 'นางมณีเมขลา' การแสดงประกอบด้วย 9 องค์ในเวลา 1 ชม. ครั้งแรกกับการ ขับร้องบทเพลง 'พระมหาชนก' ประพันธ์โดยนายยืนยง โอภากุล ร่วมขับร้องโดย 'นายอัสนี โชติกุล' พร้อมเปิดให้ประชาชน ชมฟรี ระหว่างวันที่ 1-9 ธ.ค. 2557 ตั้งแต่เวลา 20.00-22.00 น. รอบละ 1,000 ที่นั่ง รับบัตรหน้างาน ที่บริเวณ ลานกลางน้ำเอนกประสงค์ สวนเบญจกิติ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ในเวลา 17.00 น. ของ วันที่ทำการแสดง ในแต่ละวัน