ดูหนีงฟรี

สัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ
10 จุดหมายท่องเที่ยว /  10 สถานที่ / 

ถ้าจะเอ่ยถึงจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ กาญจนบุรี คงเป็นชื่ออันดับต้น ๆ ที่พุ่งเข้ามาอยู่ในหัวแน่นอน ด้วยภูมิประเทศที่เป็นที่ราบเชิงเขา ทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์หลากหลาย ก่อเกิดสถานที่สวยงามมากมาย ทั้งยอดเขาสูงลิบ พร้อมทะเลหมอกชวนหลงใหล แม่น้ำสายสำคัญ อีกทั้งยังมีเขตแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ สร้างมิติให้กับขนบธรรมเนียมอันเป็นเอกลักษณ์ travel.mthai.com ขอพาคุณไปสัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ สัมผัสชีวิตดี๊ดี กับ 10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ที่คุณต้องเลิฟ 1. วัดถ้ำเสือ อ.ท่าม่วง วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงไม่น้่อย รวมถึงยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชินประทานพร วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนเนินเขา ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เป็นอำเภอที่อยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจนบุรี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณถ้ำเสือด้านล่างริมเนินเขา ต่อมาได้แรงศรัทธาจากชาวบ้าน ร่วมกันสร้างและบูรณะ จนกลายเป็นวัดที่ใหญ่โต และมีความวิจิตรงดงาม การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบ้านโป่ง เข้าถนนแสงชูโต จะผ่านแยกมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ จากนั้นพอถึงแยกท่าม่วง เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอท่าม่วง ผ่านหน้าโรงพยาบาลท่าม่วง วนวงเวียนหอนาฬิกา เพื่อเลี้ยวซ้ายไปถนนเลียบคลองชลประทาน เจอสามแยก เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) ให้วิ่งไปทางเดียวกับวัดม่วงชุม พอเลยวัดม่วงชุมไปจะเห็นทางเข้าวัดถ้ำเสือ อยู่ทางซ้ายมือ 2. เขาช้างเผือก อ.ทองผาภูมิ  เขาช้างเผือก เป็นที่เที่ยวสำหรับคนที่ชอบการเดินป่า ชอบผจญภัย พิชิตยอดเขาสูง ยอดเขาช้างเผือกสูงตระหง่าน รอให้มาพิสูจน์ความกล้ากัน โดยเฉพาะจุดของสันเขาที่หวาดเสียวที่สุดที่เรียกว่า "สันคมมีด" เขาช้างเผือก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ บนยอดเขามีลักษณะเป็นภูเขาหญ้า มีหินบ้างตามสันเขา การเดินทางไปยังยอดเขาช้างเผือก จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อลงทะเบียนรายชื่อคนที่ขึ้นเขา ในแต่ละวันทางอุทยานฯ​ มีการจำกัดคนบนเขาไว้ที่ 60 คน เพราะพื้นที่กางเต็นท์บริเวณยอดเขามีพื้นที่จำกัด ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาแบบ 1 คืน 2 วัน การเดินขึ้นสู่เขาช้างเผือกจะเริ่มจากบริเวณหลังหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการเดินขึ้นไปจนถึงจุดกางเต็นท์ เดินช่วงแรกจะผ่านป่าโปร่งๆ เป็นเนินเขาเตี้ยบ้าง สูงบ้าง เป็นเนินทุ่งหญ้าที่มีวิวสวยๆ ระหว่างทางให้ถ่ายรูป ช่วงนี้แดดค่อนข้างร้อน จากนั้นก็จะเป็นการเดินตามเชิงเขาบ้าง สันเขาบ้าง ช่วงนี้จะเป็นทุ่งหญ้าความสูงพอท่วมหัว แล้วจึงจะถึงจุดตั้งแคมป์ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ตรงเข้าอำเภอทองผาภูมิ (เส้นทางจะต่อกับเส้น 3272 เลย) วิ่งผ่านตัวอำเภอ (ตัวอำเภออยู่ทางขวา) เลียบอ่างเก็บน้ำในเขื่อนไปอีกประมาณ​ 30 กิโลเมตร จะถึงสามแยกบ้านไร่-ปิล๊อก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางปิล๊อก จากจุดนี้จะเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ประมาณ 24 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอยู่ทางขวามือ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทร 034-532-114, 034--510-979 3. สะพานมอญ อ.สังขละบุรี สะพานมอญ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้ การเที่ยวชมสะพานมอญ ควรแวะเดินชมตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6.00 - 7.00 น. เป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากนักท่องเที่ยวต้องการใส่บาตร ก็มีอาหารขายบริเวณหมู่บ้านมอญ สายๆ หากเดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ก็สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชาวมอญก็ได้ การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนเข้าตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) ผ่านวัดท่าขนุน ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม สะพานข้ามแม่น้ำรันตี ก่อนเข้าตัวอำเภอสังขละบุรีมีทางแยก ตรงไปทางอำเภอสังขละบุรี (จะมีป้ายบอกเป็นทางไปวัดวังก์วิเวการาม) วิ่งผ่านตัวอำเภอสังขละบุรี ข้ามสะพานซองกาเลีย แล้วจึงจะมีป้ายบอกเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสะพานไม้ สุดซอยจะเป็นสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) สุดซอยซ้ายมือจะมีที่สำหรับจอดรถแบบเสียค่าจอด (ประมาณ 20 บาท) 4. วัดจมน้ำ เมืองบาดาล อ.สังขละบุรี วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม - มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ ในช่วงหน้าแล้ง ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม น้ำในแม่น้ำลดลงมากจนสามารถเดินเข้าไปในโบสถ์เก่าได้ สิ่งที่เหลือไว้ให้เห็น เป็นส่วนของกำแพงด้านนอกโบสถ์ ตัวโบสถ์เหลือเพียงผนัง ไม่มีส่วนหลังคาโบสถ์ให้เห็น ภายในผนังโบสถ์ยังมีให้เห็นลวดลายศิลปะแบบมอญหลงเหลือให้เห็น เป็นลายซุ้มองค์พระพุทธรูปอยู่ตามผนัง แต่เดิมมีทั้งหมด 2500 องค์ แต่ก็มีหลายส่วนที่หลุดหายออกไปเพราะโดนน้ำเซาะบ้าง หรือหลุดหล่นลงมาแตกเองบ้าง 5. ป้อมปี่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.ทองผาภูมิ จุดชมวิวป้อมปี่ เป็นสถานที่ชมวิวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมที่หลายๆ คนพูดถึงว่าเป็นจุดที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม โรแมนติก และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งทางภาคตะวันตก เหมาะแก่การพักผ่อนแบบไม่ลำบากมาก มีบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ มองเห็นท้องน้ำของอ่างเก็บน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทิวทัศน์ภูเขาอยู่ไกลสายตาออกไป หน้าหนาวได้เห็นไอหมอกละเลียดตามผิวน้ำ จนหลายคนคิดไปว่ากำลังนอนอยู่ที่ปางอุ๋งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เลยทีเดียว การเดินทาง : จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค - ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนถึงตัวอำเภอทองผาภูมิ มีสามแยก เลี้ยวขวาไปทางอำเภอสังขละบุรี (ด่านเจดีย์สามองค์) จะผ่านวัดท่าขนุน น้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกไดช่องถ่อง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาแหลม(เกริงกระเวีย) เลยจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจะพบทางเข้าจุดชมวิวป้อมปี่อยู่ทางซ้ายมือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร.086-131-3443(ป้อมปี่) 034-546-819, 034-532-099 6. มหาถ้ำลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ วนอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เป็นชื่อของลำห้วยซึ่งไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่ากลางผืนป่ากัดเซาะเพิงผาเทือกเขาหินปูนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง ประกอบกับการสะสมของตะกอนหินปูนที่ใช้เวลานานแสนนานจึงเกิดเป็นหินงอกหินย้อยประติมากรรมของธรรมชาติที่สวยงาม ภายในอุทยานแห่งชาติลำคลองงูจึงมีถ้ำหลายแห่งที่น่าเดินทางเข้าไปสำรวจความงดงาม เช่น ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู 6 กิโลเมตร ลักษณะเป็นถ้ำทะลุภายในมีห้วยลำคลองงูไหลผ่านตลอด จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ เสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดเสาได้ 62.5 เมตร นับได้ว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดในโลกเท่าที่เคยพบมาในปัจจุบัน อีกทั้งภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อย รูปทรงต่างๆ เป็นจำนวนมาก จัดได้ว่าเป็นถ้ำที่มีความงดงามและมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง การเดินทาง : สามารถเข้าถึงได้โดยทางเรือ จากบริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ขึ้นไปทางเหนือถึงบริเวณปากห้วยคลองงู แล้วเดินต่อจากปากห้วยคลองงูขึ้นไป 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะถึงปากถ้ำ ตลอดทางจะพบน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยคลองงู ไหลลดหลั่นลงไปตลอดทาง การเดินทางทางรถยนต์ เส้นทางที่สะดวก คือเริ่มต้นจากน้ำตกเอราวัณ ใช้เส้นทางผ่านถ้ำพระธาตุ ไปจนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านพุเตยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเดินเท้าต่อจากบ้านพุเตยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงก็จะถึงถ้ำ 7. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อ.ศรีสวัสดิ์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือ "น้ำตกห้วยขมิ้น" เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ด้วยความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยป่าเขา และต้นไม้นานาพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต่างติดใจจนแวะมาเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหลายต่อหลายครั้ง อย่างไม่รู้เบื่อ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ที่ยังคงเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนการเข้าไปถึงตัวน้ำตก ทำได้ยาก ต้องผ่านเส้นทางที่ลำบาก ต้องใช้รถโฟว์วิล หรือขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำเพื่อข้ามแพขนานยนต์จากฝั่งตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ มายังฝั่งน้ำตก ปัจจุบันมีเส้นทางลาดยางที่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนต่างมาเที่ยวชมน้ำตกกันอย่างไม่ขาดสาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์  034-547-018 (VoIP), 034-532-027 กองอุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้  0-2579-0529, 0-2579-4842 8. โบสถ์สแตนเลส วัดป่าลำขาแข้ง อ.ศรีสวัสดิ์ โบสถ์แสตนเลส ณ วัดป่าลำขาแข้ง และพระพุทธรูปแสตนเลสหนึ่งเดียวในโลก ฉลุลายไทยวิจิตรงดงาม สร้างสรรค์จากแรงศรัทธาของประชาชน ที่ช่วยกันบริจาคสร้างขึ้นเพื่อนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงเจริญพระชนพรรษาครบ 80 พรรษา เป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งใหม่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ การไปชมโบสถ์นี้ต้องนั่งเรือหางยาวจากเขื่อนศรีนครินทร์ไปชมความงดงามของโบสถ์แห่งนี้ เพราะวัดตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ ไม่สามารเดินทางด้วยพาหะนะอย่างอื่น ตัวโบสถ์ส่องประกายงดงามยามเมื่อต้องแสงแดด และเมื่อเข้าใกล้จะได้เห็นลวดลายฉลุขอลายไทย บริเวณซุ้มประตูโบสถ์และหน้าต่าง เมื่อเข้าไปนั่งไหว้พระรู้สึกเย็นมาก ใครอาจจะคิดว่าโบสถ์สร้างด้วยเตนเลสเงางามแบบนี้ ข้างในไม่ร้อนหรือ แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเพราะตัวโบสถ์ทำโครงเป็นสเตนเลส ใช้สเตนเลสแผ่นปะทั้งด้านใน และด้านนอก แต่อัดฉนวนไว้ตรงกลาง ทำให้กันความร้อนได้ดี รวมทั้งพื้นเป็นแกรนิตเลยโปร่งโล่งสบาย หากมองออกไปบริเวณรอบๆวัดก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ของขุนเขา ที่สวยงามท่ามกลางเขื่อนศรีนครินทร์ ลองลืมภาพ โบสถ์ที่สร้างด้วยปูซีเมนต์ในแบบเดิม มาเยี่ยมชมโบสถ์สเตนเลสและพระพุทธสเตนเลสที่ วัดนี้แล้วจะได้ความ แปลกใหม่สุดแสน Unseen มาเลยทีเดียว 9. เขาสันหนอกวัว อ.สังขละบุรี "เขาสันหนอกวัว" เป็นอีกหนึ่งในสถานที่เที่ยวปราบเซียน ท้าทายขาลุย และนักผจญภัยที่ชอบเดินป่า พิชิตภูผา เหมาะสำหรับคนที่รักธรรมชาติ ฟิตร่างกายพร้อมรับการเดินไต่ระดับ ขึ้นสู่ยอดเขาสูงตระหง่าน เขาสันหนอกวัว เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี มีระดับความสูงที่ 1,767 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ทางเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี ในแนวเทือกเขาเขียว ที่เป็นป่าฝั่งตะวันตกของพื้นที่อุทยานฯ มีส่วนที่ติดต่อกับพื้นที่ป่าในเขตทุ่งใหญ่นเรศวร จึงมีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ สภาพป่ามีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และยังคงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ คำว่าสันหนอกวัว มาจากลักษณะของยอดเขาที่นูนออกมา รูปร่างคล้ายกับส่วนที่เป็นสันนูนบนหลังของวัว ที่เรียกว่าโหนก หรือหนอก เขาสันหนอกวัว เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เดินป่าขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติ และชมทัศนียภาพจากบนยอดเขา การเดินทางขึ้นเขานั้นจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อนำทางไปยังจุดที่สามารถตั้งแค้มป์ได้ การเดินทางจะเริ่มจากเจ้าหน้าที่ขับรถนำไปยังจุดเริ่มเดินเข้าไปในป่า บริเวณเชิงเขาหัวโล้น ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นต้องใช้การเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขา ​ที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ นำทางไปเท่านั้น ระยะทางจากด้านล่างไปยังจุดตั้งแค้มป์ ประมาณ​ 9 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง ไม่สามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียวได้ จะต้องพักค้างแรม กางเต็นท์นอนบนเขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร. 034-546819 10. ต้นจามจุรียักษ์ อ.เมือง ต้นจามจุรียักษ์ ตั้งอยู่บนเส้นทางไปอำเภอด่านมะขามเตี้ย บ้านกสิกรรม หมู่ 5 ต.เกาะสำโรง หากมาจากวัดถ้ำมังกร เลยจากวัดถ้ำมังกรไปประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าไปในกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 (กองผสมสัตว์) กรมการสัตว์ทหารบก ผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถ แล้วเลี้ยวขวา ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10 คนโอบ รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75 เมตร ความสูงเรือนยอด 20 เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา มีทรงพุ่มแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตสวยงามร่มรื่น ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยากมาก ปัจจุบันต้นจามจุรียักษ์ ถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะบรรดาช่างภาพ ที่ต่างบรรจงสร้างสรรค์ผลงานสุดอลังการผ่านต้นไม้อันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก : www.kanchanaburi.co/th  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai ติดตามภาพถ่ายสวย ๆ จากช่างภาพผู้สนับสนุนของเรา ได้ที่ : www.facebook.com/baagklong , www.facebook.com/ChillDTravel , www.facebook.com/Suracheat1

ชมตัวอย่างแรก Area 51 หนังสยองสำรวจเขตลับโดยผกก. Paranormal Activity
Area 51 /  Found Footage / 

ห่างหายไปนานมากๆ สำหรับผู้กำกับที่เริ่มต้นเฟรนไซส์หนังสยองขวัญสุดโด่งดังอย่าง Paranormal Activity สำหรับผกก. โอเรน เพอร์ลี ที่ในตอนนี้เขาได้มีหนังใหม่มาพร้อมให้ผู้ชมสยองกันแล้ว สำหรับหนังแนวเฟาท์ ฟุตเทจ เช่นเคยใน Area 51 ซึ่งเป็นชื่อของเขตลึกลับที่พวกเราทุกคนรู้จักกันดี ในนามที่ว่ามันเป็นเขตเอากักเก็บวัตถุลึกลับที่มาจากนอกโลก ซึ่งนั่นมันอาจจะรวมถึงสิ่งมีชีวิตอย่าง เอเลี่ยน อีกด้วย แต่จะเป็นอย่างไร เมื่อมีกลุ่มวัยรุ่นลองดี ขอลองบุกเข้าไปใน เขต นี้ดู เพื่อที่พวกเขาจะได้ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่วายมันอาจจะกลับกลายมาเป็นตัวที่คร่าชีวิตพวกเขา และทำให้มนุษย์ชาติล้มหายตายจากกันไปอีกด้วย โดยดูจากตัวอย่างแรกแล้ว ก็น่าสนใจเหมือนกันว่าตามวิสัยทัศน์ของผกก.คนนี้ จะบอกเล่าหนังสยองขวัญในเขตดังกล่าวออกมาได้เป็นอย่างไรกันครับ โดยตัวหนังมีกำหนดฉาย พฤษภาคมนี้

คุมทำแผน คดียิงถล่มบ้านนายกเทศมนตรีคลองใหญ่ จ.พัทลุง
คลองใหญ่ /  ทวงหนี้ / 

คุมตัวผู้ต้องหาทำแผน คดียิงถล่มบ้านนายกเทศมนตรี ต.คลองใหญ่ จ.พัทลุง สารภาพทวงหนี้ค่ายาเสพติด เหลืออีกรายหลบหนี เร่งติดตามจับกุม วันนี้(24 เม.ย.58) ตำรวจภูธรตะโหมด จังหวัดพัทลุง ควบคุมตัว นายอโนทัย เพชรแก้ว และนายอรุณ สะตานุตะมัง ชาวอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม บ้านเลขที่ 98 หมู่ 5 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด ซึ่งเป็นบ้านของ นายโกมล หนูเสน นายกเทศมนตรีตำบลคลองใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ขณะหนีไปกบดานใน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การสารภาพว่า ตนได้ถูกว่าจ้างโดยเอเย่นต์ค้ายาเสพติด พื้นที่ อ.ป่าบอน เพื่อให้มายิงถล่มบ้านของนายกเทศมนตรีตำบลคลองใหญ่ เนื่องด้วยบุตรชายนายกเทศมนตรีฯ ค้างเงินค่ายาเสพติด โดยทางเอเย่นต์เป็นคนจัดเตรียมอาวุธปืนสงคราม ชนิดเอ็ม 16 มาให้ พร้อมจ่ายเงินล่วงหน้า 3,000 บาท โดยมีผู้ก่อเหตุทั้งหมด 3 คน คือ นายอโนทัย เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ นายอรุณ มือปืนนั่งซ้อนท้าย ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน เป็นคนดูต้นทาง ซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ ด้านเจ้าหน้าที่จะรีบขยายผลไปยังเอเย่นต์ค้ายาเสพติดและติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป ขอบคุณข้อมูล/ภาพ TNN MThai News

เอ๊ะ ขึ้นแท่นผู้จัดเต็มตัวคอละคร ว้อนท์ คิดถึงฝีมือการแสดง
เอ๊ะ อิศริยา /  ข่าวบันเทิงวันนี้

หายหน้าจากจอแก้วไปน้าน...นานเลยทีเดียว สำหรับอดีตนางเอกเจ้าน้ำตาอย่าง เอ๊ะ อิศริยา ที่ห่างจากการแสดงไปนาน ทำเอาบรรดาแฟนคลับบ่นคิดถึงกันยกใหญ่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีบุญได้เห็นสาวเอ๊ะหวนคืนจออีกสักครา ก็แหม...ใครที่เป็นแฟนคลับของคุณเธอต่างก็รู้ดีว่าฝีมือแอ็คติ้งของเธอคนนี้ขั้นเทพแค่ไหน ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับฉายาว่านางเอกเจ้าน้ำตาหรอกเนอะ วันก่อนมีโอกาสได้เจอตัวสาวเอ๊ะ เลยต้องรีบเข้าไปกระแซะถามความเคลื่อนไหวให้แฟนๆ ได้หายข้องใจซะหน่อยว่าหายหน้าไปทำอะไรมาน้า... “ก็ขอบคุณที่ยังคิดถึงนะคะ ที่หายไปก็ไม่ได้ไปไหน ยังอยู่ในวงการบันเทิง เพียงแต่ว่าเราหันมาทำงานเบื้องหลัง เร็วๆ นี้ก็จะได้เห็นผลงานละครของเอ๊ะ มีเรื่องเพลิงพ่าย แล้วก็มีสุดแต่ใจจะไขว่คว้า ถ้าเป็นงานเบื้องหน้าตอนนี้ก็เป็นพิธีกรรายการทีวี พอเราได้ลองมาทำเบื้องหลังดูก็รู้สึกชอบมาก มันเป็นความใฝ่ฝันของเราตั้งแต่เด็ก เอ๊ะเองเข้าวงการเล่นละครมาตั้งอายุ 15 ก็จะคุ้นกับกองถ่าย จนวันนี้ได้มีโอกาสสานฝันของตัวเองด้วย ส่วนจะมีโอกาสเห็นเอ๊ะกลับมาเล่นละครอีกไหม ณ ตอนนี้อยู่ที่ระหว่างคุยกันยังไม่ลงตัว เพราะพอได้มาเป็นผู้จัดแล้วเราต้องดูแลอะไรหลายๆ อย่าง ถ้ากลับมาเล่นอีกคงต้องเป็นอะไรที่แปลกใหม่แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะเล่น ส่วนเรื่องบทบาทเอาจริงๆ ถึงแม้ว่าจะเล่นเป็นผี หรือว่าบทเรียบร้อยน่าสงสารมาหลายเรื่อง เอ๊ะก็ยังชอบบทแบบนั้นอยู่ ไม่รู้สึกเบื่อที่เล่น อาจเป็นเพราะเราเล่นแล้วเรามีความสุข” เอ้า!!! ได้ยินอย่างนี้แฟนละครของสาวเอ๊ะคงเริ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้างแล้วสินะ เอ๊ะ อิศริยา เอ๊ะ อิศริยา เอ๊ะ อิศริยา

หมู หน้าบาน!! น้องนาย ยิ่งโตยิ่งฮอตเวอร์
หมู พิมพ์ผกา /  นาย ณภัทร / 

เรียกว่าพกความหล่อเวอร์มาให้สาวๆ ได้กรี๊ดจนห้างแทบแตก สำหรับหนุ่มฮอต นาย ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนักแสดงสาว หมู พิมพ์ผกา ล่าสุด น้องนาย ควงแขนคุณแม่สุดเลิฟมาเดินแบบคู่เป็นครั้งแรก ในเปิดตัว "CentralPlaza Bangna Naked Summer" ณ ห้างเซ็นทรัลบางนา เล่นเอาเจ้าตัวออกอาการตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย บอกเป็นอีกหนึ่งก้าวก่อนที่จะได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว!! น้องนาย : "ผมรู้สึกตื่นเต้นแต่ก็สนุกดีครับ เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มาเดินแบบกับคุณแม่ ส่วนงานในวงการผมก็ชอบครับ" หมู : "วันนี้ก็มาเดินแบบกับลูกเป็นครั้งแรก รู้สึกกลับมามีชื่อเสียงอีก เพราะมีลูกช่วยดันเรา(หัวเราะ) พอเห็นลูกชายฮอตแบบนี้ หมูต้องขอบคุณมากๆ เลย คือหมูเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าน้องได้รับการตอบรับจากหลายคนดีขนาดนี้ น้ำตาจะไหลเหมือนกัน จริงๆ ก็อยากให้น้องเข้าวงการเหมือนกัน เพราะผู้ใหญ่หลายคนก็ขอมา แต่ทางน้องเค้าเลือกที่จะตั้งใจเรียนค่ะ ส่วนเรื่องเซ็นสัญญา 5 ปี กับทางช่อง 3 น้องเซ็นมาปี 1 แล้ว ก่อนถ่ายโฆษณาตัวแรกด้วยซ้ำ ตอนนี้ก็ดูคิวให้ลูกอยู่ค่ะ" น้องนาย : "เรื่องเตรียมตัวอยู่ในวงการบันเทิง คือคุณแม่เค้าจะช่วยสอนตลอด จริงๆ ผมไปกองถ่ายกับคุณแม่ตั้งแต่เด็ก วันนี้มีแฟนคลับมาด้วยครับ พี่ๆ เค้าน่ารักมาก คอยเอาใจช่วยอยู่ตลอด กับเรื่องสาวๆ ไม่มีครับ เพราะทุกวันทำกิจกรรมให้กับทางมหาลัยฯ แทบจะไม่มีเวลาอยู่แล้วครับ ส่วนใหญ่ภาพสาวๆ ในไอจีจะเป็นเพื่อนกันทั้งนั้นครับ" หมู : "ส่วนเรื่องสาวๆ ไม่หวงเลยน่ะ เรื่องนี้หมูยินดีต้อนรับอยู่แล้ว ถ้าลูกมีคนรักหมูเองก็ดีใจอยู่แล้วค่ะ" หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา นาย ณภัทร ลูกชายของ หมู พิมพ์ผกา หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร

ใหม่ ดาวิกา อวดความสวย บริสุทธิ์ คลาสสิค แบบ  มินิมอล
Vickteerut /  พลีท / 

ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่  โชว์ความสวย บริสุทธิ์ ใน คอลเลคชั่น The Elegant Collection by VICKTEERUT & Downy Timeless เป็นการร่วมมือกันระหว่างดาวน์นี่และ แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง วิคธีร์รัฐ (Vickteerut) ออกแบบโดย วิค - ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน เจ้าของห้องเสื้อและดีไซน์ไดเรกเตอร์ฝีมือเฉียบ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่มใหม่ล่าสุด ดาวน์นี่ ไทม์เลส (Downy Timeless) มาพร้อมกับกลิ่นหอมที่มีระดับ และคลาสสิคตลอดกาล เพื่อหญิงสาวที่งามสง่าดั่งในอุดมคติ เช่นเดียวกับสไตล์ไอคอนที่มีความโดดเด่นไร้กาลเวลาและน่าจับตามองทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน นำมาถ่ายทอดในรูปแบบของชุดที่มีความคลาสิก หรูหราสง่างาม และต้องจะตกหลุมรักไปตลอดกาล โดยส่วนใหญ่แล้ว สไตล์เสื้อผ้าโดยส่วนใหญ่ของ VICKTERRUT นั้น จะเน้นโครงเสื้อที่ทันสมัย ดูมินิมอล และสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยกลิ่นของ ดาวน์นี่ ไทม์เลส ทำให้คอลเลคชั่นนี้กลับไปหยิบยกความคลาสสิกในยุค 1980 – 1990 ที่ผู้หญิงทุกคนแต่งตัวอย่างโก้หรูไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาหรือวันเข้าสังคม ทั้งการตัดเย็บที่มีความปราณีต ทำให้โดยรวมออกมาดูโดดเด่น มีความน่าสนใจ มีความพอดีและลงตัวในลุคแต่ละลุค รวมถึงการนำเอาความเรียบหรูแบบคลาสสิกดังกล่าวเป็นตัวเล่าเรื่องโดยใช้สีขาวบริสุทธิ์ และเนื้อผ้าอัดพลีทที่พริ้วไหวที่ให้นิยามของคำว่าไทม์เลสได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ความเป็นพลีทก็ยังคงความนิยมอยู่เสมอมา มาบวกกับโครงเสื้อแบบเป็นทรงสูทเข้ารูปที่ทันสมัย เป็นการผสมผสานยุคคลาสสิกและยุคโมเดิร์นที่ลงตัวในการทำคอลเลคชั่น The Elegance Collection by VICKTEERUT & Downy Timeless นี้ ภาพโดย Covinus

บอยจ๊อด...พาไปดูเรื่องราวของ “น้ำตาปลาดุหยง และหุ่นพยนต์”
rushcontent /  ของขลัง / 

นักสืบหน้าหนวดบอยจ๊อด พี่แกรุ้สึกว่าของขลังสายขาวนั้นก็ได้สัมผัสมาเยอะแล้ว มาในคราวนี้ก็อยากจะลองสืบหาของขลังในด้านของมนต์ดำดูบ้าง ซึ่งนั้นก็ทำให้เราถึงกับขนลุกขนพองขึ้นมาทันที เพราะสิ่งที่เขาจะพาเราไปรู้กันในคราวนี้ก็คือ เรื่องราวของ “น้ำตาปลาดุหยง และหุ่นพยนต์” ตาหนวดบอยจ๊อดได้พาเรามาแถวๆ พุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งใกล้กับบริเวณวัดศาลาแดง (จริงๆ แล้วก็ติดๆ กันน่ะแหละ) ที่มาที่นี่เพราะนายหนวดสืบได้ความว่า พี่รุ่นใหญ่ท่านหนึ่งมีของทั้งสองชนิดไว้ครอบครอง พี่ท่านนั้นชื่อพี่แจ็ค ซึ่งนี่เป็นเพียงนามสมมติ เพราะพี่แจ็คท่านไม่ต้องการออกสื่อ แต่อนุญาตให้เราเก็บภาพ และยินดีให้ข้อมูลกับนายบอยจ๊อดเป็นอย่างดี มาถึงก็เล็งกันเลยทีเดียว เมื่อดูของกันอยู่สักพัก นายบอยจ๊อดก็เริ่มเข้าเรื่องซักถามพี่แจ็คถึงที่มาที่ไปของของขลังทั้งสองสิ่งนี้ แล้วก็ได้ความว่าหุ่นพยนต์ ในวงการไสยศาสตร์เป็นที่ยอมรับกันดีเรื่องมีภูตผีเป็นผู้รับใช้ติดตามจะสายไหนก็มักจะมีข้ารับใช้เสมอ ทั้งสายเทพ สายพราย สายภูติ สายผี สายเวทย์ บางครั้งถูกเรียกไปต่างๆนานา เช่น วิชามารยศาสตร์สร้างปู่โสม การฆ่าคนเพื่อเฝ้าสมบัติพัสถาน กุมารทองกุมารี รักยม อิ่นจันทร์ อิ่นแก้ว ในลัทธิองเมียวโดของญี่ปุ่นมีชิกิงามิ ชิกิยิน เป็นการเสกกระดาษเป็นข้ารับใช้ ซึ่งเป็นพวกเดียวกับหุ่นพยนต์นี้ แต่ต่างกันออกไปที่หุ่นพยนต์จะสามารถสร้างจากวัตถุสิ่งขออะไรก็ได้ หุ่นยพนต์ที่ร่ำลือกัน หุ่นพยนต์ คำนี้ว่าจากคำว่า “พยนต์” แปลว่า สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น เช่น หุ่นพยนต์ เป็นรูปหุ่นจำลองของคน สัตว์ เทวดา ยักษ์ หรืออะไรต่อมิอะไร โดยอาศัยหลักการว่าอยากได้รูปร่างยังไงให้ทำหุ่นแบบนั้น หรือชนิดไหนตามแต่ความต้องการจะใช้หุ่นพยนต์ ประมาณว่าให้เหมาะสมกับงานที่จะใช้ไปทำ วัสดุที่นำมาใช้สามารถทำได้เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่หุ่นหญ้าสาน หุ่นก้านใบไม้สาน หุ่นเถาวัลย์สาน หุ่นหวายสาน ใบไม้ถัก หุ่นไม้แกะสลัก หุ่นไขเทียน หุ่นด้าย หุ่นผ้า หุ่นดิน หุ่นดินเผา หุ่นหิน หุ่นกระเบื้อง หุ่นอิฐ หุ่นปูน หุ่นเงิน หุ่นทอง หุ่นโลหะ ซึ่งการเลือกใช้นั้นอาศัยหลักง่ายๆว่าอาจารย์ไหนใช้อะไรจะต้องใช้ตามอาจารย์ ผีธาตุไหนจะให้เหมาะก็ธาตุนั้นๆ เหมาะสมกับงานดำน้ำลุยไป อย่างไรก็ตามเห็นเพียงก้อนเดียวก็เป็นหุ่นพยนต์ที่ทรงพลังได้ ต้องมาจากวิชาอาคมวิทยาคมของผู้ทรงอาคมแกร่งกล้ามากเพียงไหนหุ่นพยนต์จะมีอานุภาพเพียงนั้น ที่สำคัญเอาสะดวกว่า บางครั้งจะเก็บติดตัวต้องพกพาไปไหนมาไหนง่าย ขนาดกะทัดรัดหรือขนาดใหญ่ก็อาศัยว่าจะใช้งานอย่างไร หุ่นพยนต์ธรรมดามักจะแค่หุ่นที่เสกคล้ายมีชีวิต มีรูปร่างของวิญญาณที่มีฤทธิ์มีเดช แต่หากเป็นหุ่นพยนต์อาถรรพ์ เป็นของอาถรรพ์จะมารเอาวิญญาณ หรือผีสางนางไม้ วิญญาณสิงสาราสัตว์ ผีตายห่าตายโหง ผีตายพราย ตายทั้งกลม ผีแขวนคอตาย ผีรถชนตาย ผีจมน้ำตาย สัมภเวสีผีเร่ร่อน สะกดลงในหุ่นเพื่อกำกับออกมาใช้ เรียกว่า “พรายหุ่นพยนต์” น้ำตาปลาดุหยงหรือน้ำตาปลาพะยูน น้ำตาปลาดุหยงที่ผสมน้ำมันหอมแล้ว เสน่ห์น้ำตาปลาดุหยง ปลาดุหยงก็คือปลาพะยูนนั้งเอง เมื่อก่อนแถบนั้นปลาพะยูนจะเจอเยอะ คนในแถบทะเลส่วนใหญ่จะเป็นคนแขก และเขาก็เรียนรู้วิธีการของตำรับตำราโบราณที่ทำเสน่ห์ใส่คนอื่นเพื่อให้ได้ มาซึ่งคนรัก โดยจะจับปลาพะยูนขึ้นมาแล้วใช้แส้ฟาดจนปลาพะยูนร้องไห้ แล้วก็จะเก็บน้ำตาของปลาพะยูนไป เข้าพิธีปลุกเสกถ้าจำไม่ผิดต้องเฆี่ยนตีปลาพะยูนเอาน้ำตาในวันพระจันทร์เต็ม ดวง เชื่อกันว่าคนที่ถูกป้ายด้วยน้ำตาปลาดุหยงนั้น จะตกหลุมรักคนที่ป้ายทันที หากได้เจอเข้าจะวิ่งเข้าหา ยอมเป็นทาสรักตลอดชีวิต แต่หากไม่ได้เจอจะไม่ยอมกินไม่ยอมนอน จะร้องไห้โหยหา อยุ่ไม่ได้ เหมือนมีไฟมาลนอก ให้ทุรนทุรายและตายในที่สุด เพราะ เสน่ห์น้ำตาปลาดุหยงนั้น ไม่มีของใดๆ แก้ได้เลย ดูจริงจังไปหน่อยนะนายบอยจ๊อด ยังมีเครื่องลางของขลังอีกมากมาย จะอย่างไรเสียถ้าได้คนรักมาด้วยวิธีนี้มันก็เหมือนกับได้ดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่นหอม แล้วความสุขความสดชื่นมันอยุ่ที่ไหน อีกอย่างก็เป็นการทรมานคนรัก ทรมานสัตว์ (ปลาพะยูน) มีแต่ปลาเต็มๆ ควรปล่อยให้รักมันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน น่าจะงดงาม และดูดีกว่า นายบอยจ๊อดคิดได้ดังนั้น ก็เลยตัดสินใจว่าไม่เอาจะดีกว่า ดูท่าทางว่า ของสิ่งนี้มันจะออกไปทางดาร์คเกินไป ดูเลวร้ายตั้งแต่วิธีการทำ หรือของที่นำมาใช้ก่อนที่จะเข้าพิธีปลุกเสกเสียอีก ยังไงซะเราลองหาวิธีอื่นที่น่าจะเข้ากับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันน่าจะโอเคกว่านะ เมื่อตัดสินใจแล้ว พ่อนักสืบหน้าหนวดของเราก็อำลาพี่แจ็ค แล้วเดินตรงออกจากสถานที่นั้นมุ่งสู่แผงลอตเตอรี่ทันที โถ!!! ไอ้หนวด สุดท้ายก็ไม่พ้นที่จะเสี่ยงโชค Did you know? -เสน่ห์น้ำตาปลาดุหยง เป็นไศยศาสตร์ด้านมืดของแขกมลายู มีชื่อเสียงมากที่จังหวัดสตูล ตรัง และกระบี่ -หุ่นพยนต์ในสมัยโบราณจะนำไม้เสียบศพมาทำตัวหุ่น ซึ่งไม้เสียบศพส่วนใหญ่ใช้กับศพที่ไม่ให้นอนตาย หรือก็คือพวกศพเจ้าขุนมูลนายนั่นเอง -หุ่นพยนต์ที่หลวงปู่สุขสร้างขึ้นจะทำมาจากน้ำว่าน และใบไม้ 7 อย่าง ใบตาล ใบลาน ใบขนุน ใบคูณ ใบพยุง ใบรัก ใบจันทร์ แล้วจารอักขระคาถายันต์หัวใจนักรบ ผูกเป็นหุ่นพยนต์อาถรรพ์ -พะยูน เป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 เป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดเดียวที่เป็นสัตว์น้ำ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเลเขตอบอุ่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dugong dugon สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#62 Oct

หลุยส์ ไม่กล้าเจ้าชู้ นุ่น รมิดา ตามคุมประพฤติไม่ห่าง
หลุยส์ สก็อต /  นุ่น รมิดา

ถ้าใครเห็นหนุ่ม หลุยส์ สก๊อต แล้วไม่เห็นสาว นุ่น รมิดา เดินตามตูดต้อยๆ นี่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก เพราะชั่วโมงนี้สาวนุ่นคงไม่ปล่อยให้หนุ่มหลุยส์หลุดมือไปอย่างแน่นอน โถ...ก็คบหาดูใจกันมาร่วม 7 ปีแล้ว ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นปีอาถรรพ์ของทั้งคู่ซะด้วย เป็นเรื่องธรรมดาที่สาวนุ่นจะต้องตามประกบหนุ่มหลุยส์ไม่ห่าง แต่เมื่อถูกถามว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี ทั้งคู่ก็รีบโบ้ยว่ายังไม่พร้อม แหม...แต่ดูจากอาการแล้วคนที่ไม่พร้อมคงจะเป็นพ่อหนุ่มหลุยส์ซะมากกว่า ก็อยู่ในช่วงการกอบโกยตักตวงทั้งงานทั้งเงิน ถ้าแต่งงานไปแล้วเกิดแป้กขึ้นมาก็ถือว่าซวยไป แต่สาวนุ่นนี่สิ นางคงพร้อมอยากที่จะแต่งงานมีลูกเต็มที่แล้วโถ...ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาบรรดาคู่รักทั้งวงการพากันไปสวีทหวานกันที่ต่างประเทศ แต่สาวนุ่นดั๊น ควงหนุ่มหลุยส์ไปแว้นกันที่เชียงใหม่ด้วยกัน เห็นแล้วน่าเอ็นดูซะจริ๊ง สำหรับคู่ของพระเอกกับนางร้ายของวงการที่กำลังถูกจับตามองอีกคู่ นุ่น-หลุยส์ นุ่น-หลุยส์ นุ่น-หลุยส์ นุ่น-หลุยส์

ดราม่า!! รวมแก๊งล่ม แชะรูปขาดแค่ มิ้นต์
แก๊งค์สี่หัวใจแห่งขุนเขา /  หมาก มิ้นต์ / 

กลายเป็นประเด็นดร่าม่ากันอีกแล้ว!! หลัง แก๊งสี่หัวใจแห่งขุนเขา ได้เวลารวมตัวซ้อมงานบอลช่อง 3 ที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้(25 เม.ย.) พอมีโอกาสได้ป๊ะกันเลยขอแชะภาพทีมซะหน่อย เรียกได้ว่ารวมคู่จิ้น หมาก ปริญ-คิม คิมเบอร์ลี่ (MK) , ณเดชน์ คูกิมิยะ-ญาญ่า อุรัสยา (NY) และ บอย ปกรณ์-มาร์กี้ ราศรี (BM) เลยทีเดียว ชาวเน็ตหลายคนเลยสงสัยว่าสาว มิ้นต์ ชาลิดา หายไปไหน?? ทำไมถึงไม่อยู่ในภาพด้วย จึงเกิดดราม่าขึ้น แต่ถ้าดูดีดีแล้วจะรู้ว่าสาว มิ้นต์ เองไม่ได้มีคิวมาซ้อมในวันนั้นเอง แถมถ้าไปดู IG สาว มิ้นต์ จะรู้เลยว่าสาว มิ้นต์ เค้าไปสวีทกับหวานใจ ภูผา ของเค้า >< กับแก๊งสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ นั่นเองงงง ขอขอบคุณภาพจาก IG @urassayas @boy_pakorn @margie_rasri @mark_prin @mint_chalida ดราม่า!! เหตุแก๊งล่ม แชะรูปเกือบครบทีม ดราม่า!! เหตุแก๊งล่ม แชะรูปเกือบครบทีม ดราม่า!! เหตุแก๊งล่ม แชะรูปเกือบครบทีม มิ้นต์-ภูผา ควงแก๊ง เจนี่ ทานอาหาร ดราม่า!! เหตุแก๊งล่ม แชะรูปเกือบครบทีม ดราม่า!! เหตุแก๊งล่ม แชะรูปเกือบครบทีม

ดาวซัลโวตลอดกาลของ แมนฯ ยูไนเต็ด เกมเจอ เอฟเวอร์ตัน
เอฟเวอร์ตัน /  แมนยู / 

ก่อนเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ทีมงาน Inside United ขอนำอินโฟกราฟิกดาวซัลโวตลอดกาลของทีมปีศาจแดงในการเจอกับทีมสีน้ำเงินจากเมอร์ซี่ย์ไซด์มานำเสนอ มาดูกันเลยว่าใครกันที่ยิงประตูได้สูงสุดรวมทุกรายการ... ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจของทีมปีศาจแดงได้ทางนิตยสาร Inside United Thai Edition

นศ.ป.เอกโรตีปวดหัวรุนแรง แพทย์ผ่าพบ ตัวอ่อนฝาแฝดในสมอง
กระดูกในสมอง /  พบฟันในสมอง / 

นักศึกษาปริญญาเอกชาวอินเดีย ปวดศีรษะอย่างรุนแรงตั้งแต่เกิด จากภาวะเนื้องอก 'เทอราโตมา' หรือตัวอ่อนของแฝดที่แฝงอยู่ในสมอง วานนี้ (24 เม.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานเรื่องราวของ 'ญามินี การานาม' นักศึกษาปริญญาเอก ชาวอินเดีย วัย 26 ปี ซึ่งประสบปัญหาในการสนธนากับผู้อื่น และการอ่าน จากความเจ็บปวด ทรมาน โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติ บางอย่าง ที่เป็นปริศนา บริเวณศีรษะของเธอ จึงตัดสินใจเดินทางเพื่อเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อคลายความสงสัยในที่สุด ทั้งนี้แพทย์ผู้ทำการรักษา ไม่แน่ใจเกี่ยวกับความผิดปกติทางร่างกายที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจผ่าตัดสมองเพื่อตรวจดูอาการ และได้พบกับต้นตออาการป่วย คือสิ่งที่ไม่คาดคิด ได้แก่ เส้นผม กระดูก และฟันอยู่ภายในสมองของเธอ อย่างไรก็ตาม ดร. Hrayr Shahinian สถาบันกระโหลกวิทยา ในลองแองเจอลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาไขข้อสังสัยดังกล่าว ว่าภาวะเช่นนี้ เป็นความผิดปกติ ที่มีชื่อว่า การเกิดเนื้องอก 'เทอราโตมา' (teratoma) ซึ่งเป็นเนื้องอกที่มีเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะเป็นส่วนประกอบ เช่น เส้นผม ฟัน หรือกระดูก แต่จะไม่ค่อยปรากฏอวัยวะที่มีความซับซ้อนอย่างดวงตา ลำตัว มือ เท้า หรือแขนขา ส่วนใหญ่มักปรากฏอยู่ในสมอง ไทรอยด์ ตับ และปอด อาจปรากฏในรูปแบบแคปซูล หรือถุงขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยของเหลวอยู่ภายใน คล้ายทารกที่อยู่ในครรภ์ สามารถพบได้ทั้งหญิงและชาย แต่ส่วนใหญ่จะปรากฏในวัยรุ่นเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ และจะติดตัวมาตั้งแต่วันเด็ก แต่จะยังไม่แสดงอาการ และเริ่มกำเริบ และมีอิทธิพลในชีวิต เมื่อเติบโตขึ้น MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ลุ้นระทึก!วีคหน้ารู้ผล ฟ้าลั่นจูเนียร์ ยื่นประท้วงผลการตัดสินIBF
IBF /  คัสซึนาริ ทากายาม่า / 

ความเคลื่อนไหวของ เจ้าแชมป์ ฟ้าลั่นจูเนียร์ เกษตรพัฒนา ที่เพิ่งโดนปล้นชัยชนะในการขึ้นชกชิงตำแหน่งแชมป์โลก รุ่นมินิฟลายเวท สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) กับ คัสซึนาริ ทากายาม่า แชมป์โลกชาวซามูไร ประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 เม.ย.58 เจ้าแชมป์ ฟ้าลั่นจูเนียร์ เกษตรพัฒนา พร้อมด้วย จิมมี่ ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง โปรโมเตอร์เกียรติกรีรินทร์ และผู้จัดการส่วนตัว ได้เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น ถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีคุณแม่ปราณี อุทัยดา และแฟนสาว รวมถึงญาติพี่น้องของ ฟ้าลั่นจูเนียร์ เดินทางมารับที่สนามบิน ขาดเพียงคุณพ่อฟ้าลั่น อดีตแชมป์โลกคนที่ 15 ของเมืองไทยเท่านั้น ที่ติดภาระกิจไม่ได้เดินทางมารับลูกชาย โดยหลังจากถึงเมืองไทย จิมมี่ ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้ทำเรื่อง และได้ส่งหนังสือไปยังสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เราส่งเทปการชกไปให้เท่านั้น เพราะทางทีมงานไอบีเอฟ ไม่ได้ดูเกมการชกอย่างละเอียด คาดว่าเมื่อทุกอย่างพร้อมการพิจารณาคำร้องของเราน่าจะรู้เรื่องภายในอาทิตย์หน้าอย่างแน่นอน “ผลการตัดสินเรายังคงบอกไม่ได้ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะเราก็เพิ่งเจอเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรก ก็คงต้องรอทางทีมงานผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเท่าที่เราดูภาพนั้นการเกิดแผลแตกนั้นมาจากหมัดไม่ได้มาจากอุบัติเหตุแน่นอน ถามว่ามีหวังแค่ไหนในการยื่นเรื่องครั้งนี้ เราก็ไม่ได้ต้องการที่จะให้มีการกลับคำตัดสิน เราขอเพียงโอกาสที่จะแก้มือเท่านั้น” ดร.จิมมี่ เปิดเผยต่อว่า เท่าที่เราวิเคราะห์ผลการตัดสินที่น่าจะเป็นไปได้ ก็มีอยู่หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการกลับคำตัดสิน หรือให้เราไปชกแก้มือกับทาง ทากายาม่า เลย แต่ทางไอบีเอฟ ได้กำหนดให้มีคู่ชิงตัดเชือกไฟต์บังคับไปแล้ว เราก็ต้องดูว่าเขาอาจจะให้เราไปชกตัดเชือกอีกครั้งกับผู้ชนะคู่ชิงไฟบังคับ แล้วหาผู้ชนะไปชิงกับ ทาคายาม่า หรือปล่อยให้ ทาคายาม่า ป้องกันแชมป์ไฟต์บังคับก่อนแล้วค่อยให้เรากลับไปแก้มือ เราก็คงต้องรอว่าผลจะออกมาอย่างไร ด้าน เจ้าแชมป์ ฟ้าลั่นจูเนียร์ เกษตรพัฒนา เปิดเผยว่า เกมการชกที่ผ่านมาถามว่าเสียดายมั้ย ต้องบอกว่าเสียดายมาก แต่เราก็ไม่ท้อจะขอสู้ต่อไป การชกวันนั้นผมยืนยันเลยว่าเราชกเค้าแตกจริงๆ ไม่ได้หัวชนกัน ซึ่งตอนยุติการชกเราก็คิดว่าเราชนะทุกคนก็ดีใจ ทางเค้าก็ซึมแล้วไม่มีใครดีใจเลย แต่ผลออกมาว่าให้รวมคะแนน และเราแพ้ ก็เสียความรู้สึกนิดหน่อย “ผมก็ต้องขอโทษแฟนมวยชาวไทยด้วย ที่ไม่สามารถคว้าแชมป์กลับมาได้ และที่สำคัญต้องขอโทษคุณพ่อด้วยที่ไม่สามารถนำแชมป์เข็มขัดของพ่อกลับมาเมืองไทยได้ แต่ในอนาคตหากมีโอกาสก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” ด้านคุณแม่ปราณี อุทัยดา แม่ของ ฟ้าลั่นจูเนียร์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่แม่ติดตามดูมวยมาก็ไม่เคยเจอการตัดสินแบบนี้ ตอนยุติการชกนั้นทุกคนคิดว่าเราชนะแล้ว คุณพ่อฟ้าลั่น ที่เป็นอดีตแชมป์โลก ก็ยังดีใจเพราะเราชกเค้าแตกเราต้องได้รับชัยชนะ แต่พอผลตัดสินออกมาทุกคนก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็ยอมรับว่า แชมป์ ชกๆได้ดีทำผลงานได้ดีมากแล้ว

จริงไหม ปลาแซลมอน ยุคนี้ อันตราย เชื้อโรคเพียบ...มีคำตอบ
ปลาทะเล /  ปลาแซลมอน / 

ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดถึง ปลาแซลมอน ในแง่มุมของ คุณประโยชน์ที่แท้จริงจากปลาแซลมอน ในยุคนี้ว่า ประโยชน์เหล่านั้น ยังมีจริงอยู่หรือ? ด้วยการชี้ให้เห็นว่า ปลาแซลมอน ที่เราบริโภคกันอยู่ในปัจจุบัน ล้วนมาจากแซลมอนที่ถูกเลี้ยงจากฟาร์ม ไม่ใช่จากธรรมชาติที่แท้จริง และอุตสาหกรรมการเลี้ยงแซลมอนนั้น ผ่านการใช้สารเคมีเพื่อเร่งให้เนื้อปลามีสีสด ดูน่ารับประทาน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเชื้อโรคหลายอย่าง การเลี้ยงปลาแซลมอน จึงต้องพึ่งการใช้สารเคมีเพื่อกำจัด นอกจากนั้น ยังมีคำกล่าวว่า ทั้งหมดนี้ อาจส่งผลให้การกินปลาแซลมอน ที่มาจากฟาร์มเลี้ยง ก่อสารมะเร็งให้แก่ผู้บริโภค  จนกลายเป็นที่พูดถึง ถึงความอันตรายต่อการ กินปลาแซลมอน ที่ผู้รักสุขภาพหลายคนหันมาเลือกบริโภคกันเยอะในปัจจุบัน ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่อย่างไร โดยข้อความที่ถูกส่งต่อกันมา มีลักษณะการพูดถึง ในเนื้อหามีข้อมูลดังนี้ ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลงในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรคหลายอย่าง ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อเป็นสีชมพู เพราะมันกินพวกกุ้งตัวเล็กๆ และพืชทะเล ปลาแซลมอนในฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ากินเช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป อาจจะมีผลต่อระบบประสาทตา นอกจากนี้ เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลัง ยังอุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการ อุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา-3 น้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง 3 เท่า ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกินไป ก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้ ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบว่า เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง 16 เท่า มากกว่าเนื้อวัว 4 เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเลอาศัยอยู่ด้วย โดยประเด็นในเรื่องนี้ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ได้เคยให้คำอธิบายในเรื่องดังกล่าวว่า "ใครชอบกิน ปลาแซลมอน (มีตังค์กิน) ก็กินต่อไปเถอะครับ" เคยโพสต์ไว้นานแล้ว เกี่ยวกับบท บก.ของนิตยสารหนึ่งตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน (แต่กลับมาแชร์กันใหม่ ช่วงนี้) ที่บอกว่าไม่ควรกินปลาแซลมอน เพราะมาจากฟาร์มเลี้ยงในยุโรป อุดมไปด้วยเชื้อโรค และใส่สารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ฯลฯ โดยอ้างวารสารชื่อ ecologist และลงท้ายว่าให้มากินปลาทูดีกว่า เรื่องนี้หลายคนในพันทิปช่วยกันอธิบายแล้วว่าไม่เป็นความจริง ปลาแซลมอน ไม่ได้อันตรายอย่างที่ว่าแต่อย่างไร ซึ่งผมจะย่อสรุปให้อ่านกัน ดังนี้ ปลาแซลมอนที่ขายกัน มีทั้งที่เป็นปลาจับจากทะเลธรรมชาติ และที่เป็นปลาเลี้ยงในฟาร์มเปิดในทะเลอีกทีหนึ่ง ปลาจับนั้นมีราคาแพงกว่าปลาเลี้ยงมากๆ  แต่ก็มีรสชาติดีกว่าด้วย เพราะสามารถว่ายน้ำได้เป็นระยะทางไกลจึงมีไขมันในเนื้อไม่มากเท่าปลาเลี้ยง การเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนนั้นมีในหลายประเทศทางยุโรปเหนือ ซึ่งมีมาตรฐานการควบคุมการเลี้ยงตามกฎของอียูให้ออกมาใกล้เคียงกับธรรมชาติ ถูกตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎอียูทุกๆ อย่าง รวมถึงการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมีต่าง ๆ ด้วย (ดูรูปประกอบ) ซึ่งข้อดีของการเพาะเลี้ยงก็คือลดการทำลายพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ (ขณะที่ผมกลับห่วงปลาทูมากกว่า เพราะเราจับจากธรรมชาติกันอย่างเดียว) ( โฉมหน้า ฟาร์มเลี้ยงแซลมอน ที่ประเทศนอร์เวย์ ) อาหาร ที่ใช้เลี้ยงปลาแซลมอนก็คล้ายๆ กับอาหารสัตว์น้ำอื่นๆ ไม่ได้ใส่สารอะไรที่อันตราย อย่างกรณีของสาร astaxanthin และ canthaxanthin ที่พูดถึงในบทความนั้น ก็กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ แคโรทีนอยด์ อย่างที่เรากินในแครอท ฟักทอง สารพวกนี้สกัดมาจากสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในธรรมชาติ (สาหร่าย ยีสต์ เปลือกกุ้งปู) ช่วยทำให้เนื้อของปลามีสีส้มมากขึ้น และไม่ได้ก่อมะเร็งหรือเป็นอันตรายต่อการบริโภค บทความต่างประเทศที่เค้าอ้างถึงนั้น พบว่าน่าจะมาจากวารสาร The ecologist ที่พูดถึงเรื่องปลาแซลมอนก็จริง แต่เป็นเรื่องไวรัส ISA ที่แพร่จากฟาร์มเลี้ยงไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปลาธรรมชาติติดเชื่อไปด้วย แต่ไวรัสนี้ไม่ได้เป็นอันตรายกับคน ... จริง ๆ แล้ว บทความใน The ecologist ฉบับอื่น ๆ ได้พูดถึงผลกระทบของฟาร์มปลาต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ได้พูดถึงเรื่องความเสี่ยงโรคมะเร็ง **** แซลมอน ได้ชื่อว่าเป็นปลาจากแหล่งบริสุทธิ์ที่ไร้มลพิษและมีคุณค่ามากมาย เพราะระหว่างที่อยู่ในทะเล แซลมอนจะสะสมไขมันจากการกินแพลงตอนและสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นไขมันจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ต้องการแต่สร้างขึ้นเองไม่ได้ นั่นคือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมกา-3 ซึ่งมีประโยชน์มากมายต่อมนุษย์ - สามารถลดคอเรสเตอรอลและไขมันที่ชอบสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด - ชะลอการปวดบวมของโรคกล้ามเนื้ออักเสบและโรครูมาตอยด์ ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังและทำให้ข้อพิการ - ลดการเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งสำไส้ใหญ่ เป็นต้น - ช่วยลดความดันโลหิต เมื่อรับประทานเป็นประจำ กรด DHA จะช่วยพัฒนาสมอง สายตาความจำและการเรียนรู้ - ช่วยระงับอารมณ์ ยับยั้งอาการป่วยและความห่อเหี่ยวทางจิตใจ ซึ่งมีผลมาจากสมอง - ลดอาการเย็นของมือและเท้าในผู้ป่วยโรคเรย์นอค หลังจากอ่านบทความนี้จบ ก็คงจะได้คำตอบกันแล้วนะคะ ว่า ปลาแซลมอน นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากขนาดไหน

ระวังนางเอกคนอื่นหมั่นไส้ คิมเบอร์ลี่ ลูกรัก แอน ทองฯ
แอน ทองประสม /  คิม คิมเบอร์รี่ / 

งานเยอะ งานล้นเว่อร์ๆ สำหรับนางเอกฮอตแห่งยุค คิม คิมเบอร์ลี่ ที่กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นนางเอกช่อง 3 ได้อย่างเต็มตัว ชีวิตเธอต้องผ่านงานนั่นโน่นนี่สารพัดอย่าง ทั้งเล่นเอ็มวีลูกทุ่ง งานโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ไม่รู้อีกกี่ชิ้น จนโชคชะตาฟ้าลิขิตให้เธอได้มาเป็นนางเอกอย่างเต็มตัว และกลายมาเป็นนางเอกหัวแถวของวงการได้อย่างรวดเร็ว จนแซงหน้าแซงตานางเอกรุ่นเดียวกันไปหลายคน และเบียดนางเอกรุ่นพี่หลายๆ คนตกกระป๋อง โดยเฉพาะงานละครของสาวคิมที่มีให้ชมกันแบบเรื่องต่อเรื่อง พอละครเรื่องนี้อวสานปุ๊บ ก็มีละครเรื่องอื่นของเธอออนแอร์ต่อทันที ล่าสุดเธอก็ได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับผู้จัดฯ นางเอกซุป’ตาร์ค้างฟ้าอย่าง แอน ทองประสม ในละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ก็ยิ่งทำให้หลายๆ คนมองว่าสาวคิมคงจะกลายเป็นนางเอกลูกรักของสาวแอน ทองฯ ไปซะแล้ว แต่ของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของตัวนักแสดงด้วยว่า การที่ผู้จัดละครจะเลือกนางเอกมาร่วมงานด้วยสักคน ก็ต้องมั่นใจในฝีมือการทำงานและพฤติกรรมส่วนตัวว่าจะทำงานกันได้หรือไม่ ซึ่งสาวคิมก็คงจะพิสูจน์ให้สาวแอน ทองฯ เห็นแล้วว่า เธอมีดีในเรื่องของฝีมือการแสดงและนิสัยส่วนตัวในเรื่องของการทำงาน เอ้า!!! แต่ยังไงก็ระวังนางเอกร่วมช่องคนอื่นๆ เขาจะแอบหมั่นไส้เอานะจ๊ะ แอน ทองประสม - คิม คิมเบอร์ลี่ แอน ทองประสม - คิม คิมเบอร์ลี่ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ละคร เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ขอบคุณภาพจาก IG : annethong

2 นักศึกษาสาวดับสยอง หลังโดนรถบรรทุกเบียดอัดเสาไฟฟ้า
ชนเสาไฟฟ้า /  นักศึกษา / 

2 นักศึกษาสาวดับสยอง หลังโดนรถบรรทุกขับตามหลังด้วยความเร็วเบียดจนเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า วันนี้ (24 เม.ย. 58) เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า บริเวณถนนมิตรภาพทางคู่ขนาน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 129 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ คือ น.ส.นุชจรี อำนาจ อายุ 20 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และ น.ส.ชลชิดา น้อยหมื่นไวย์ อายุ 21 ปี เสียชีวิตในเวลาต่อมา บริเวณจุดเกิดเหตุพบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กจ 2452 นครราชสีมา สภาพด้านหน้าชนกับเสาไฟฟ้าอย่างแรงจนพังยับเยิน ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า น.ส.นุชจรี ผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับ น.ส.ชลชิดา เพื่อนสาว เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุกขับตามหลังมาด้วยความเร็วและเบียดรถจักรยานยนต์ของ น.ส.นุชจรี ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนกับเสาไฟฟ้าอย่างแรง ส่วนรถบรรทุกคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้เร่งติดตามตัวคนขับรถบรรทุกมาสอบสวนต่อไป ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

เคน บล็อก the beast on the road
Ford mustang /  นักดริฟต์ / 

เคน บล็อก นักดริฟต์ คนนี้มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก ถ้าพูดถึงวงการรถแข่งเชื่อว่าต้องมีชื่อของ เคน บล็อก ติดอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอนเพราะนักดริฟต์คนนี้มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลกและกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แถมคลิปในยูทูปก็มีเยอะที่สุดเหตุผลหลักคือการดริฟต์ประเภท Gymkhana ที่มีลีลาเร้าใจ โหด ดิบและดุดันจนกลายเป็นลายเซ็นต์ของตัวเองไปแล้วการันตีได้จากยอดวิวจากยูทูปทั้ง 6 ตอนกับยอดคนดูรวม 250 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว จุดเริ่มต้นการเป็นนักแข่งรถของ เคน บล็อก เริ่มขึ้นในปี 2005 เริ่มสร้างชื่อเสียงกับทีมซูบารุจนถึงปี 2009 โด่งดังถึงขนาดถ่ายลงนิตยสารรถระดับโลกอย่าง Top Gear ได้รับตำแหน่งนักแข่งหน้าใหม่แห่งปี (Rookie of the Year) ในการแข่งขัน Rally America Championship และรางวัลต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน ในตอนนั้นรถคู่ใจแน่นอนต้องเป็น Subaru Impreza WRX STi จนถึงปี 2010 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เขาตัดสินใจเปลี่ยนค่ายมาอยู่กับฟอร์ดเปลี่ยนรถคู่ใจเป็น Ford Fiesta จนถึงปัจจุบันโดยสังกัดในทีม Hoonigan Racing Division ในปีนี้ เคน บล็อกอายุ 47 ปีแล้วแต่ก็ยังขยันทำคลิปการดริฟต์แบบหลุดโลกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างสม่ำเสมอล่าสุดเอา Ford Mustang 1967 ใช้เครื่อง V8 supercharged ความจุ  6.7 ลิตร ที่โมดิฟายด์จนมีพละกำลังถึง  845 แรงม้าพร้อมหน้าตาดุดันในบอดี้สีดำทะมึน  ฝีมือผู้กำกับคู่บุญ เบน คอนราด ที่รับประกันว่าเวลาชมคุณจะต้องนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่นอน