ดูหนีงฟรี

ใหม่ อ้าแขนรับมรดกจาก พี่ชม ลุ้น!!! เจ้าหญิงเมืองคานส์ คนต่อไป
ชมพู่ อารยา /  ใหม่ ดาวิกา / 

สวยและรวยมาก สำหรับนางเอกวิกหมอชิต ใหม่ ดาวิกา ที่ช่วงนี้นางกำลังใช้เงินอย่างเปรมมือ ซื้อบ้าน หลังใหญ่ ซื้อรถหรูหรา ลงทุนทำธุรกิจ สร้างร้านอย่างใหญ่โตโอ่อ่าอลังการ ก็แหม...รายรับจากงานโฆษณาเยอะซะขนาดนี้ ก็ต้องไปถอนเงินจากบัญชีเอามาบริหารกันซะหน่อย ยิ่งปีสองปีนี้ดูท่าทางนางน่าจะกวาดงานโฆษณามาได้หลายอีกหลายตัว โดยเฉพาะบรรดางานพรีเซ็นเตอร์ทั้งหลายทั้งปวงของพี่สาวสุดเลิฟอย่าง ชมพู่ อารยา ที่กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝามีสามีเร็วๆ นี้ ทำให้งานพรีเซ็นเตอร์หลายๆ เจ้าก็คงจะไม่ต่อสัญญากับเธอ และมองหานางเอกคนอื่นๆ ที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แทน ซึ่งสาวใหม่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนางเอกตัวเลือกเบอร์ต้นๆ ที่ทางลูกค้าจะจิ้มเลือกมาใช้งาน แถมผู้จัดการของสาวใหม่ ก็เป็นเพื่อนซี้กับผู้จัดการของสาวชมพู่อีกด้วย ยังไงเดอะแก๊งนี้เขาก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว และอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองคือ เจ้าหญิงเมืองคานส์ ออฟ ไทยแลนด์ ที่สาวชมพู่ครองตำแหน่งนี้มาถึง 2 ปีซ้อน แต่มาปีนี้มีกระแสพูดถึงเยอะมากว่า อาจจะเป็นนางเอกคนอื่นที่ไปแทนสาวชมพู่ ซึ่งสาวใหม่เธอก็มีลุ้นมากๆ ที่จะได้ไปโชว์ตัวในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ คงต้องมาดูกันว่าผลออกมาในปีนี้จะยังคงเป็นสาวชมพู่หรือเปลี่ยนเป็นสาวใหม่ หรือนางเอกคนไหนที่จะได้เหยียบพรมแดงที่โน่น ใหม่ ดาวิกา ชมพู่ อารยา

น้องหมา อวดรวยบนโซเชียล เดี๋ยวนี้ไม่ใช่คนอย่างเดียว ที่ชอบอวด
ล้อเลียน /  วัยรุ่นอวดรวยในโซเชียล / 

น้องหมา อวดรวยบนโซเชียล เดี๋ยวนี้ไม่ใช่คนอย่างเดียว ที่ชอบอวด อินสตาแกรมเป็นสถานที่ ที่รวบรวมและสร้างความอวดให้กับมนุษย์สมัยนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะว่าสมัยนี้ถ้าเราสังเกตุดีๆ ผู้คนมักชอบอวดของ อวดร่ำอวด รวย อวดไลฟ์สไตล์ที่หรูหราของตัวเองให้ผู้คนในโซเชียลได้ดูและอิจฉากัน ซึ่งหลายๆ คนมักรู้สึกไม่ชอบใจกับการที่เห็นการอวดร่ำอวดรวยของคนในโลกโซเชียล แต่จะว่าไปแล้วมันก็คือเรื่องปกติของมนุษย์แหละครับ ที่มักจะทำให้ตัวเองรู้สึกสบายใจและทำให้คนอื่นอิจฉา แต่รู้รึเปล่าว่าไม่ใช่แค่มนุษย์เราอย่างเดียวนะครับ ที่มีนิสัยแบบนี้ เพราะเดี๋ยวนี้ สุนัข หรือ หมา นี่แหละ ก็ชอบอวดรวย ในโซเชียลเหมือนกัน และวันนี้ทาง Men.MThai เราจะขอรวบรวม น้องหมา อวดรวยบนโซเชียล มาให้เพื่อนได้ดูกัน แล้วมาดูกันสิว่า เพื่อนๆ ดูแล้วจะรู็สึกหมั่นไส้หรือปล่าว? หรือจะรู้สึกอย่างอื่น รวยมาก ดูสร้อยทองผมซะก่อน!!! ผู้หญิงรายล้อม อิจฉาผมอะดี๊ ก็ไม่ได้รวยอะไรมากมาย แค่เฟริสคลาสเอง มีเงินใช้ไม่หมดเลย เซ็งจริง เอามาทำเป็นที่นอนก็ได้ แชมเปญขวดไม่กี่ตังค์ เด๋วว่าจะเอาไปรดน้ำต้นไม้ ผมเป็น VIP ระดับมีไพรเวทเจ็ทเป็นของตัวเองนะ!!! Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งที่มา www.unilad.co.uk/pics/these-rich-dogs-of-instagram-are-living-a-more-glamorous-life-than-you-are/

เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทีเด็ดแดนอีสาน
บรมพุทโธ /  พระพุทธรูป / 

ถ้าพูดถึงภาคอีสาน หลายคนคงจะนึกถึงอากาศที่ร้อน ไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้พักผ่อนมากนัก แต่ ภูมิภาคนี้ยังมีสิ่งอื่นทดแทนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ภาคอีสานจึงถูกขนานนามว่าเป็น "แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม" ทุกสิ่งถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบวิถีชีวิต และวัดวาอาราม ที่มีความสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร travel.mthai.com ขอพาทุกท่านไปบุกแดนอีสานตอนกลาง ด้วยการพาเที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด เมื่องเกินร้อย ที่มากด้วยเสน่ห์อันเหลือล้น เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทีเด็ดแดนอีสาน ก่อนที่เราจะพาคุณไปทัวร์ 3 วัดดัง ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับ Landmark สำคัญแห่งจังหวัดร้อยเอ็ดกันก่อน นั่นก็คือ "บึงพลาญชัย" ตั้งอยู่บริเวณศาลากลางเมืองร้อยเอ็ด เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น และที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือ นอกจากนี้ ตรงบริเวณประตูทางเข้า ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ใกล้กันก็เป็นประตูสาเกตนคร  ประตูเมืองของจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีชื่อเดิมว่า เมืองสาเกตนคร นั่นเอง พอจะรู้จักเมืองร้อยเอ็ดกันคร่าวๆ แล้ว เราไปเริ่มที่วัดแรกกันเลยดีกว่า นั่นก็คือ ... 1. วัดบูรพาภิราม วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ในเขตเทสบาลเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อวัดหัวรอ มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความสูง 67 เมตร 85 เซนติเมตร บริเวณฐานจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อใหญ่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองร้อยเอ็ดอย่างมาก นอกจากนี้ในบริเวณวัด ยังเป็นที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูต และโรงเรียนปริยัติธรรม อีกด้วย วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 2. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) "วัดป่ากุง" เป็นวัดร้างเก่าแก่มีมาตั้งแต่ปี 2313 และหลังจากพระเทพวิสุทธิมงคล "หลวงปู่ศรี มหาวีโร" พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐาน (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ได้เข้ามาเป็นผู้นำศรัทธาในการพัฒนาวัด จึงได้ดำเนินการขออนุญาตทางราชการจัดตั้งเป็นวัดขึ้น โดยใช้ชื่อที่ประชาชนร่วมกันสร้างว่า "วัดประชาคมวนาราม" สังกัดคณะธรรมยุตติกนิกาย ในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2508 โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นเจ้าอาวาสปกครองและบูรณปฏิสังขรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองเป็นต้นมา ภาพด้านบน คือ เจดีย์มหาวีราจริยานุสรณ์ เจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ระลึกถึง หลวงปู่ศรี มหาวีโร ส่วนไฮไลท์สำคัญของวัดป่ากุง นั่นคือ มหาเจดีย์ทราย บรมพุทโธ (บุโรพุทโธ จำลอง) ส่วนที่มาของการก่อสร้างเจดีย์หินทราย เกิดขึ้นเมื่อคราวพระเดชพระคุณหลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษาที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ.2531 ได้ไปนมัสการเจดีย์โบโรโดร์ (บุโรพุทโธ) ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ได้เห็นความใหญ่โตมโหฬารงดงาม หลวงปู่เกิดความประทับใจมาก เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ได้นำเรื่องราวที่ได้ไปพบมาเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟัง และดำริว่าจะสร้างไว้ที่เมืองไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2535 หลวงปู่ได้สั่งให้พระอาจารย์มานะอตุโลนำพระอาจารย์ศักดิ์ชัย อภิวัฒโน และนายอนุวัตร บูรณะกร(เป็ด) เดินทางไปดูรูปแบบเจดีย์โบโรโดร์ เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการก่อสร้าง โดยสถานที่ภายนอกและภายในขององค์เจดีย์ได้ก่อสร้างด้วยหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ให้มีภาพแกะสลักเรื่องราวพระพุทธประวัติและเรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีประจำจังหวัดร้อยเอ็ดที่เรียกกันว่า "บุญผะเหวด"         วัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ที่ ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 20 กม. 3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ส่วน พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นเจดีย์สีขาว ตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีเหลืองทองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ตัวพระเจดีย์มีความกว้าง ความยาว และความสูง ส่วนละ 101 เมตร สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ บนยอดภูเขาเขียว เจดีย์ชั้นบนสุดได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เอาไว้ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล มีทั้งหมด 6 ชั้น เป็นพระเจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ผสมผสานด้วยศิลปะร่วมสมัย โดยวางโครงสร้างตามแบบพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และพื้นผิวแบบพระธาตุพนม จ.นครพนม         การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด - อำเภอโพนทอง - อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 จะเห็นได้ว่า จังหวัดเล็กๆ ในแถบอีสานตอนกลาง ก็มีแหล่งท่องเที่ยวอันสุดยอดไม่แพ้ภูมิภาคอื่น ต้องลองไปเห็นด้วยตาของคุณเอง แล้วคุณจะหลงรักเมืองร้อยเอ็ดแบบไม่รู้ตัว ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.สำนักงานขอนแก่น , www.konroiet.com  /  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

พจน์ อานนท์ ฉุนขาด! แจ้งจับนักเลงคีย์บอร์ด หนังโดนด่าตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย
นักเลงคีย์บอร์ด /  ผู้กำกับ / 

หลังจากมีกระแสวิพากย์วิจารณ์ในทางลบอย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ ทั้งๆที่ยังไม่ทันได้เข้าฉาย สำหรับภาพยนตร์ มอ 6/5ปากหมาท้าผี 3  ล่าสุดทางผู้กำกับ พจน์ อานนท์ ได้เข้าแจ้งจับนักเลงคีย์บอร์ด พร้อมนำหลักฐานภาพ และข้อความที่บุคคลดังกล่าวต่อว่า และเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย พจน์ อานนท์ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา พจน์ อานนท์  ได้เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความ และคลิปวีดีโอต่อว่าภาพยนตร์ มอ 6/5ปากหมาท้าผี 3 อย่างหนักทั้งๆที่หนังยังไม่ทันได้เข้าฉาย ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ และยังเป็นการดูถูกอย่างรุนแรง ด้วยข้อหาหมิ่นประมาท เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ ให้บุคคลในวงการบันเทิง ไม่ต้องหวาดกลัวกับพฤติกรรมของบรรดานักเลงคีย์บอร์ดอีกต่อไป  และหากเกิดกรณีเช่นนี้อีก ตนจะฟ้องและไม่มีการยอมความใดๆ โดยทางผู้กำกับ พจน์ อานนท์ ได้เผยความรู้สึกผ่านอินสตาแกรมว่า "น่าสงสารตัวเอง และนักแสดง มอ 6/5 ทุกคนที่ตั้งใจทำงาน อดตาหลับตานอนเพื่อทำผลงานให้เป็นที่ชื่นชอบ และทำให้ทุกคนมีความสุขความบันเทิง แต่จู่ๆก็มีคนออกมาด่า ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูหนังยังไม่ทันฉายเลย ตัวพี่ไม่รู้สึกอะไร แต่สงสารพี่นิก เจม บิว เน็ท เทป ออย ไบรอัน ไอช โต๊ส รู้มั๊ยคุณทำให้เด็กพวกนี้หมดกำลังใจและหมดแรงที่จะทำงานดีๆ ออกมาให้ดูกัน" เรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปฟ้องศาลทั้งอาญาและแพ่ง A photo posted by @poj_arnon on Mar 1, 2015 at 11:32pm PST ทั้งนี้ หนึ่งในสาเหตุที่ภาพยนตร์ มอ 6/5ปากหมาท้าผี 3 ที่จะเข้าฉายในวันที่ 4 มี.ค. นี้ ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะมีเรื่องราวข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ ที่สร้างความสะเทือนใจให้คนไทยทั้งประเทศ โดยถ่ายทอดออกมาในลักษณะของหนังตลกเบาสมอง กลางบรรยากาศสยองขวัญ ซึ่งถูกมองว่าไม่เหมาะสมที่จะมาเล่นกับโศกนาฏกรรมเช่นนี้ ----------------------------------

7 ผักผลไม้ ที่มี วิตามินซี เยอะกว่าส้ม กินแล้วไม่ป่วยนะเออ!
ดีต่อสุขภาพ /  ผลไม้ / 

ใครบอกว่าเราจะหา วิตามินซี เยอะได้จากการกินส้มแต่เพียงอย่างเดียว ผิด! ยังมี ผักผลไม้ อีกเยอะแยะที่ให้วิตามินซีกับร่างกายได้มากกว่าส้มซะอีก และวันนี้ Health Mthai จะมาเฉลยให้ได้รู้กันว่า ผักผลไม้ เหล่านั้นมีอะไรอีกบ้าง แล้วทำไมเราถึงต้องอยากกิน วิตามินซีล่ะ? ก็มันมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยสร้างเกราะคุ้มกันเชื้อโรคอย่างเช่นโรคไข้หวัดให้เราได้ยังไงล่ะ เหล่านี้ทางการแพทย์ได้ทำการศึกษาและยืนยันแล้วว่า หากเรากำลังเป็นหวัดอยู่ การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง จะช่วยบรรเทาอาการหวัดให้หายได้เร็วขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปร่างกายเราต้องการวิตามินซีไม่เกินวันละ 1,000 mg  ว่าแต่ แล้วผลไม้ที่มี วิตามินซี มากกว่าส้ม (โดยทั่วไป ส้มหนึ่งลูกให้วิตามินซี 50 mg) นี่มีอะไรบ้างล่ะ...มาเทียบกันดูเลย 1. พริกหวานแดง 1 ลูกให้วิตามินซี 190 mg ซึ่งจัดว่าเป็นผักที่ให้วิตามินซีมากกว่าส้มถึง 3 เท่าเชียวล่ะ 2.พริกหวานเขียว ให้วิตามินซี 120 mg ที่สำคัญยังมีเส้นใยที่ดีต่อการขับถ่ายด้วย 3.สตอเบอรี่ ผลไม้ขบเคี้ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ หวานๆ เปรี้ยวๆ นี้เป็นแหล่งวิตามินซีชั้นเยี่ยม ให้วิตามินซีต่อร่างกาย 85 mg ที่สำคัญอย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนรับประทานนะ 4.กีวี ผลไม้ลูกเล็กๆ แต่เป็นแหล่งพลังงานชั้นดีต่อร่างกาย และให้วิตามินถึง 138 mg 5.มะม่วง ผลไม้ที่หากินง่ายช่วงหน้าร้อนแถมยังหวานหอมอร่อย ให้วิตามินซี 123 mg และในมะม่วงสุกจะมีวิตามินซีเยอะกว่ามะม่วงดิบนะจ๊ะ 6.สัปปะรด ผลไม้อีกชนิดที่มีราคาไม่แพงและหากินง่าย โดยสัปปะรดให้วิตามินซีกับร่างกาย 79 mg 7.บล็อกโคลี่ ผักนี้ให้วิตามินซี ประมาณ 133mg ต่อบล็อกโคลี่หนึ่งถ้วย และยังมีเส้นใยอาหารชั้นยอดรวมถึงแคลอรี่ต่ำอีกต่างหาก รายงานโดย Women Mthai Team

ปืนผีหงส์ ชี้ชัดๆใครดีใครได้พื้นที่ แชมเปี้ยนส์ลีก
ฟุตบอล /  ลิเวอร์พูล / 

หลังจากความพ่ายแพ้ของ แมนฯ ซิตี้ ต่อ ลิเวอร์พูล เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อันดับคะแนนพื้นทีแชมเปี้ยนส์ลีกนั้นมันหยดยิ่งขึ้น เพราะตอนนี้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รั้งอยู่ในอันดับ 5 มี 48 แต้ม ตามหลังอันดับ 4 แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่เพียง 2 แต้ม และตามหลัง อาร์เซน่อล อันดับ 3 อยู่ 3 แต้ม กับโปรแกรมที่เหลืออีก 11 นัดเท่ากันทั้ง 3 ทีม ซึ่งมองภาพจากตารางแล้วลองวิเคราะห์ดูการขับเคี่ยวแย่งพื้น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จะเมามันส์แน่นอน เพราะโปรแกรมอีก 11 นัดที่เหลือใครพลาดท่ามีหวังทำเงินหายไปหลายล้านปอนด์ เพราะพื้นที่ 2 อันดับแรกอย่าง เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ โอกาสหลุดจาก 1-4 คงยากมากถึงมากที่สุด แน่นอนว่าหลังจากนี้กับโปรแกรมที่เหลือ อาร์เซน่อล แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มช่วงหลังแรงต่อเนื่องไม่แพ้ใครมา 11 นัดติด ซึ่งตอนนี้ความคิดในหัวของทั้งสามกุนซือคือห้ามพลาดสะดุดพ่ายแพ้ เพราะนั้นอาจหมายถึงเงินมูลค่ามหาศลาลที่จะหลุดมือไป ส่วนโปรแกรมที่ทั้งสามทีมจะต้องเจอกันเองนั้นเริ่มต้นกับศึกแดงเดือด ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด วันที่ 22 มีนาคม และต่อเนื่องกับการเจอกับ อาร์เซน่อล ในวันที่ 4 เมษายน ณ สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีคิวเปิดบ้านเจอกับ อาร์เซน่อล ในนัดรองสุดท้ายของฤดูกาล ในวันที่ 16 พฤษภาคม แต่อย่างไรก็ดีสื่อดังอย่าง dailymail ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยอดกุนซือตาหวานของ ลิเวอร์พูล ว่ามีสถิติที่เหลือเชื่อมักทำผลงานได้ดีเสมอหลังจากผ่านช่วงปีใหม่ โดยในซีซั่นที่แล้ว ก่อนเดือนมกราคม ลิเวอร์พูล ลงเล่น 19 นัดเก็บแต้มไปได้ 36 แต้ม คิดเป็นเปอร์เซนการชนะ 57% รั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ของตาราง แต่เมื่อเข้าเดือนมกราคม ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะได้ถึง 15 เกม จากการลงเล่น 19 นัด เก็บไป 48 เเต้ม คิดเป็นเปอร์เซนการชนะ 78.9% จบซีซั่นได้รองแชมป์ และถ้าหากมองในสถานการณ์ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล กำลังมีโมเมนตั้มและทิศทางที่จะเก็บชัยชนะและกวาดแต้มมากขึ้น เพราะ 19 นัดแรก ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะไปได้เพียง 8 นัดเท่านั้น คิดเป็นเปอร์เซนการชนะ 42.1 % เท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่เดือนมกราคม ลิเวอร์พูล ชัยชนะไปแล้ว 6 จากการลงเล่น 8 นัด และยังไม่แพ้ใคร เก็บไปแล้ว 20 แต้ม คิดเป็นเปอร์เซนการชนะสูงถึง 75% ขยับจากอันดับ 8 ขึ้นมาสู่ที่ 5 ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม สุดท้ายแล้วบทสรุปของโควต้าพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลัก ซีซั่นหน้าจะเป็นอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่แทคติกและตัวนักเตะที่จะรักษาฟอร์มการเล่นให้ดีอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ เพราะการสะดุดพ่ายแพ้เพียงเกมเดียวหลังจากนี้อาจตัดสินอันดับและเงินรางวัลที่จะตามมาให้แฟนบอลอย่างเราๆท่านๆต้องน้ำตาตกจนถึง #ร้องไห้หนักมาก

ตื่นมาก็ เหนื่อย แล้ว แบบนี้คือเป็นโรค หรือ ขี้เกียจ...ตอบ!!
อาการ /  เครียด / 

เป็นกันไหม ยังไม่ทันทำอะไร แค่ลืมตาตื่นขึ้นมาจากที่นอน ก็รู้สึก เหนื่อย ซะแล้ว ยังไม่ทันได้ทำงานอะไรเลย หากคุณมีอาการแบบนี้ มาดูกันว่า สาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไรบ้าง และเราสามารถกำจัดอาการเหล่านี้ออกจากร่างกายเราได้อย่างไร 1. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ วิธีแก้น่ะหรอ หยิบน้ำขึ้นมากินสิ่ 2. เก็บเรื่องหนักใจ หรือ เครียดสะสม ไว้ในหัวตลอดเวลา ถึงเวลาที่คุณต้องทิ้งมันไปได้แล้ว 3. ไม่กินอาหารเช้า มื้อที่สำคัญต่อการทำงานของระบบร่างกาย อย่างน้อยแค่นมสักแก้วก็ยังดี แต่ให้ดีที่สุด ควรทานอาหารให้อิ่ม 4. กินอาหารจังค์ฟู๊ดมากไป ประเภททำงานจนไม่มีเวลากินข้าว เลยพึ่ง แซนวิช แฮมเบอร์เกอร์ หรือ โดนัท นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ 5. วันหยุดนอนดึกเกินไป ก็แน่สิ่ นอนไม่พอมันก็ง่วงและ เหนื่อย อยู่แล้ว 6. กินกาแฟระหว่างวันเกิน 2 แก้ว ปริมาณคาเฟอีน ที่สะสมอยู่ในร่างกายเยอะ เป็นสาเหตุให้กระตุ้นการทำงานของหัวใจและสมอง เมื่อถึงเวลาควรพักผ่อน มันก็เลยไม่พัก เพราะมีสิ่งกระตุ้นค้างอยู่ 7. ดื่มแอลกอฮอลล์ก่อนนอนเกิน 1 แก้ว บางคนคิดว่า การดื่มไวน์ก่อนนอน ช่วยให้หลับสบาย แต่ถ้าดื่มมาก มันจะตรงกันข้ามนะจ๊ะ 8. ทำงานในวันหยุด ไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมร่างกายถึงเหน็ดเหนื่อย เพราะมันหยุดคุณไม่ให้มันได้พักนั่นเอง 9. มีปัญหากับการพูดคำว่า "ไม่" เพราะไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ คุณรับมันหมด ไม่ว่าจะงาน หรือแม้แต่เรื่องส่วนตัว เลยทำให้สมองคุณสั่งให้ต้องทำนู่นทำนี่ตลอดเวลา ถ้าหากว่าคุณเริ่มรู้สึก เหนื่อย ล้า ก็พักมันบ้างเถอะค่ะ 10. เช็คอีเมลล์ก่อนนอน หรือ แม้แต่การเล่นเฟสบุ๊คก่อนนอน ก็ทำให้สมองพักผ่อนไม่พอ ทางที่ดีก่อนนอนควรปล่อยให้สมองได้ผ่อนคลายเพื่อที่จะทำการพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์ 11. คุณเสพติดความสมบูรณ์แบบ ปล่อยวางไม่เป็น ก็คงไม่ต้องถามเหตุผลว่าทำไมถึงเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาโน๊ะ 12. ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ลองกินอาหารจำพวก ใบตำลึง ผักโขม ถั่วแดง ถั่วดำ ข้าวโอต ให้มากขึ้น 13. เหนื่อยจากการทำงาน เลยไม่ออกกำลังกาย เป็นการตัดสินใจที่ผิดโดยสิ้นเชิง การออกกำลังกายแล้วเหนื่อย เหงื่อออก จะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน หรือ สารแห่งความสุข ที่จะช่วยให้หลับสบายและยังกระตุ้นระบบการทำงานในร่างกายให้ดีขึ้น 14. ออฟฟิศรก โต๊ะทำงานรก มันส่งผลทางจิตวิทยา โดยที่คุณไม่รู้ตัว ประมาณว่า แค่เห็นโต๊ะรก จิตก็สั่งการไปแล้วว่างานยุ่ง อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าทำครบทุกข้อตามนี้แล้ว ยังรู้สึกว่า ตื่นมาแล้วเหนื่อยอยู่ อาจเป็นได้ว่า คุณขี้เกียจ แล้วล่ะอย่าโทษใครเลย เรื่องโดย Health.mthai.com

10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

ในสมัยเรียนนั้นเพื่อนๆ ก็คงจะได้เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาตร์ และจะเห็นว่ามีนักวิทยาศาตร์หลายคนที่เป็นผู้คิดค้นและเริ่มต้นกำเนิดสิ่งต่างๆ ขึ้นมาจนถูกต่อยอดมาถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์บางคนได้ถูกขนานนามว่าเป็นอัฉริยะของโลก และถูกยกย่องในด้านต่างๆ มากมาย ซึ่งถ้ามองย้อนไปดูเราจะเห็นเลยว่า พวกเขามีไอคิวที่สูงกว่าคนปกติมากๆ คือ IQ 140 ขึ้นไป วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ คิดว่าใครจะเป็นอันดับที่ 1 ลองไปอ่านกันดูเลย >,< 10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก 10. Thomas Young (โทมัส ยัง) : IQ 185 – 200 โทมัส ยัง เป็นนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ ชาวอังกฤษ มีความเฉลียวฉลาดถึงขนาดที่พูดได้กว่า 12 ภาษา เมื่ออายุได้ 14 ปี ผลงานที่เด่นที่สุดของเขาในด้านวัสดุศาสตร์ก็คือ มอดุลัสของยัง นอกจากนี้เขาได้ช่วยเขียนหนังสือสารานุกรม เอ็นไซโคลพีเดีย บริตเตนิกา (Encyclopedia Britannica) ในหลาย ๆ บทความ และยังศึกษาอักษรอียิปต์โบราณเช่นเดียวกับชอง-ฟรองซัว ชองโปลิยง นักภาษาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส โทมัส ยัง เป็นผู้คนพบการโฟกัสของดวงตามนุษย์ และ มีความสามารถในการถอดรหัสได้หลากหลายแบบ เขาเขียนหนังสือเรื่อง "Natural Philosophy and the Mechanical Art" มีเนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีของแสง และงานค้นคว้า เรื่องสี เขาได้ให้สูตรเกี่ยวกับแม่สี ทั้ง 3 สี คือสีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน ไว้เป็นทฤษฎีที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน เขาสนใจเรื่องพลังงานมาก และให้คำจำกัดความของคำว่า "พลังงาน คือ คุณสมบัติของระบบความสามารถที่ทำงานได้" ทั้งยังค้นคว้าเกี่ยวกับทฤษฎีแคลอริคของความร้อน และได้อธิบายถึงเรื่องความตึงผิวของน้ำ และเรื่องความยืดหยุ่นของสารบางชนิด ที่เราทราบกันในชื่อว่า "ยังโมดูลลัส" ไว้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงเรื่องการแปลภาษาฮีโรกราฟฟิกของชาวอียิปต์ ด้วย 9. Gottfried Leibniz (กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ) เป็นนักปรัชญา, นักวิทยาศาสตร์, นักคณิตศาสตร์, นักการทูต, บรรณารักษ์ และนักกฎหมาย ชาวเยอรมันเชื้อสายเซิบ เขาเป็นคนที่เริ่มใช้คำว่า "ฟังก์ชัน" สำหรับอธิบายปริมาณที่เกี่ยวกับเส้นโค้ง เช่น ความชันของเส้นโค้ง หรือจุดบางจุดของเส้นโค้งดังกล่าว ไลบ์นิซและนิวตันได้รับการยกย่องร่วมกันว่าเป็นผู้เริ่มพัฒนาแคลคูลัส โดยเฉพาะส่วนของไลบ์นิซในการพัฒนาปริพันธ์และกฎผลคูณ ผู้ค้นพบสูตรการเคลื่อนที่แบบไดนามิค 8. Nicolaus Copernicus (นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส) : IQ 160-200 เป็นนักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ผู้คิดค้นแบบจำลองระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางสมบูรณ์ ซึ่งดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของเอกภพ มิใช่โลก การตีพิมพ์หนังสือ De revolutionibus orbium coelestium (ว่าด้วยการปฏิวัติของทรงกลมฟ้า) ของโคเปอร์นิคัส ก่อนหน้าที่เขาเสียชีวิตไม่นาน ถูกพิจารณาว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นการเริ่มต้นการปฏิวัติโคเปอร์นิคัสและมีส่วนสำคัญต่อความรุ่งเรืองของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นตามมา ทฤษฎีระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางอธิบายกลไกของระบบสุริยะในเชิงคณิตศาสตร์ มิใช่ด้วยคำของอริสโตเติล โคเปอร์นิคัสเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาแห่งสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา เป็นทั้งนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักนิติศาสตร์ที่สำเร็จดุษฎีบัณฑิตในวิกฎหมาย นักฟิสิกส์ ผู้รู้สี่ภาษา นักวิชาการคลาสสิก นักแปล ศิลปิน สงฆ์คาทอลิก ผู้ว่าราชการ นักการทูตและนักเศรษฐศาสตร์ 7. Rudolf Clausius (รูดอล์ฟ เคลาซิอุส) : IQ 190-205 รูดอล์ฟ จูเลียส เอมมานูเอล เคลาซิอุส เป็นนักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานของอุณหพลศาสตร์ โดยนำหลักการ "วัฎจักรการ์โนต์" ของซาดี การ์โนต์ มาศึกษาต่อยอด ทำให้ทฤษฎีความร้อนมีหลักการที่หนักแน่นมั่นคงขึ้น ผู้คิดค้นกฏข้อที่2 ของ ทฤษฏีเทอร์โมไดนามิค 6. James Maxwell (เจมส์ เคลิร์ก แมกซ์เวลล์) : IQ 190-205 เจมส์ คลาร์ก แมกซ์เวลล์ เป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์เชิงทดลอง (Experimental Physics) คนแรกของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (พ.ศ. 2414) โดยเป็นผู้ก่อตั้งห้องทดลองคาเวนดิช (Cavendish Laboratory) ที่มีชื่อเสียง แมกซ์เวลล์ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มสำคัญชื่อ "เรื่องราวว่าด้วยไฟฟ้าและแม่เหล็ก" (Treatise on Electricity and magnetism) ในปี พ.ศ. 2416 ซึ่งเป็นการให้วิธีการทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายทฤษฎีของฟาราเดย์เกี่ยวกับไฟฟ้าและแรงของแม่เหล็ก นอกจากนี้ แมกซ์เวลล์ยังได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับการมองเห็นสี จลนะ หรือ การเคลื่อนไหวของก๊าซ แต่งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาได้แก่ทฤษฎีว่าด้วย การแผ่รังสีของแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งทำให้แมกซ์เวลล์ได้รับการยกย่องให้เป็นนักทฤษฎีฟิสิกส์ชั้นนำแห่งศตวรรษ 5. Isaac Newton (ไอแซก นิวตัน) : IQ 190-200 ไอแซก นิวตัน ได้รับยกย่องจากปราชญ์และสมาชิกสมาคมต่างๆ ว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักเล่นแร่แปรธาตุ และนักเทววิทยาชาวอังกฤษ ผู้เสนอกฏแรงโน้มถ่วงของโลก ในทางคณิตศาสตร์ นิวตันกับก็อตฟรีด ไลบ์นิซ ได้ร่วมกันพัฒนา ทฤษฎีแคลคูลัสเชิงปริพันธ์และอนุพันธ์ เขายังสาธิตทฤษฎีบททวินาม และพัฒนากระบวนวิธีของนิวตันขึ้นเพื่อการประมาณค่ารากของฟังก์ชัน รวมถึงมีส่วนร่วมในการศึกษาอนุกรมกำลัง งานเขียน Philosophiæ Naturalis Principia Mathematica ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่มีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นรากฐานของวิชากลศาสตร์ดั้งเดิม บอกถึงกฎแรงโน้มถ่วงสากล และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์อันเป็นเสาหลักของการศึกษาจักรวาลทางกายภาพตลอดช่วง 3 ศตวรรษ นิวตันสร้างกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงที่สามารถใช้งานจริงได้เป็นเครื่องแรก และพัฒนาทฤษฎีสีโดยอ้างอิงจากผลสังเกตการณ์ว่าปริซึมสามเหลี่ยมสามารถแยกแสงสีขาวออกมาเป็นหลายๆ สีได้ ซึ่งเป็นที่มาของสเปกตรัมแสงที่มองเห็น เขายังคิดค้นกฎการเย็นตัวของนิวตันและศึกษาความเร็วของเสียง 4. Leonardo da Vinci (เลโอนาร์โด ดา วินชี) : IQ 180-220 เป็นชาวอิตาลี เป็นอัจฉริยบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย เป็นทั้ง สถาปนิกแบบเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาคศาสตร์ นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต นักวาดภาพ นักดาราศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ ดา วินชี มีงานศิลปะที่มีชื่อเสียงหลายชิ้น เช่น พระกระยาหารมื้อสุดท้าย และ โมนา ลิซ่า  งานของ ดา วินชี ยังสร้างคุณประโยชน์กับวิชากายวิภาคศาสตร์ ดาราศาสตร์ เป็นบุคคลแรกที่ วางรากฐานด้านการบิน รวมถึงวิศวกรรมโยธา ด้วยความที่เป็นบุรุษที่มีจิตวิญญาณที่รักในศาสตร์หลายแขนง เลโอนาร์โดทำให้เกิดจิตวิญญาณของสหวิทยาการในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ และกลายเป็นบุคคลสำคัญของยุคนั้น 3. Albert Einstein (อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์) : IQ 205-225 เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก "การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี" ในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ยังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุดในยุคปัจจุบัน ไอน์สไตน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ด้วยโรคประสาท ไอน์สไตน์ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้น และงานอื่นที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกกว่า 150 ชิ้น ผลงานของไอน์สไตน์ เช่น ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป, ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ, ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก, การเคลื่อนที่ของบราวน์, สมการสนามของไอน์สไตน์, ทฤษฎีแรงเอกภาพ 2. Johann Goethe (โยฮันน์ วอล์ฟกัง ฟอน เกอเทอ) : IQ 210-225 ไอสไตน์เรียกเขาว่า “มนุษย์คนสุดท้ายบนโลกที่รู้ทุกสิ่ง” เขามีความสามารถมากมาย เช่น เคมีในร่างกายมนุษย์ และ ยังมีความสามารถในการประพันธ์บทละคร วรรณกรรม  เป็นผู้รู้รอบด้านชาวเยอรมัน เขาเป็นทั้งนักเขียนนิยาย นักเขียนบทละคร นักสิทธิมนุษยชน นักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา รวมถึงดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะบริหารของไวมาร์ในประเทศเยอรมนีอยู่ 10 ปี เกอเทอเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวรรณคดีเยอรมัน คลาสสิกใหม่ของยุโรปและโรมัน ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เกอเทอและงานของเขาได้ส่งผลไปทั่วยุโรปและได้สร้างแรงบันดาลใจกับงานต่อ ๆ มาทางด้าน ดนตรี การละคร และกวี 1. William Sidis : IQ 200-300 ไซดิส เป็นชาวรัสเซีย เกิดวัน April Fool's Day หรือ 1 เมษายน ค.ศ.1898  สมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า "Universal Genius" บุคคลที่ถือว่า "ฉลาดทีสุดในจักรวาล"  สามารถอ่านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ได้ตั้งแต่อายุเพียงหนึ่งขวบครึ่ง และต่อมาสามารถเรียนรู้ภาษาละตินด้วยตนเองเมื่ออายุ 2 ขวบ พอ 3 ขวบก็เริ่มฝึกพิมพ์ดีด ด้วยการเขียนจดหมายสั่งของเล่นมาให้ตัวเอง! 8 ขวบเขียนหนังสือเสร็จไปสี่เล่ม รู้จักไปแล้วสิบภาษา 11 ขวบ เป็นผู้ที่เข้าศึกษาที่ harvard อายุน้อยที่สุด เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล businessinsider, http://th.wikipedia.org/wiki/, http://www.neutron.rmutphysics.com/physics-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=2931&Itemid=72

โปรโมชั่น AKA จัดชุดพิเศษ “อิ่มจุก” เพียง 399 บาท
aka /  AKA Japanese Restaurant / 

AKA Japanese Restaurant ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่จะทำให้คุณและชาวแกงค์ได้มา “อิ่มจุก” แค่สั่ง ชุดรวมพิเศษเนื้อหมู 399 บาท รับฟรีไปเล๊ยย!!! ข้าวยำเกาหลี เนื้อ/ หมู สลัดสาหร่ายน้ำมันงา ซุปมิโซะ  ยำผักรวมสไตล์เกาหลี ห มา "อิ่มจุก" กันได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2558 ที่ AKA ทุกสาขา หก AKA Lifestyle Yakiniku อากะ สวรรค์ของคนคลั่งเนื้อ ห ห ห ห ที่มา:AKA Japanese Restaurant

หมอดูเป็นยาก จริงอ่ะ? อยากเป็นหมอดูอย่างมืออาชีพ ต้องทำไง!!!
ดูดวง /  ดูดวงหมอดูอย่างมืออาชีพ / 

บางคนอาจเคยมีปัญหาว่าอยาก ดูดวง หมอดู แต่ไม่รู้ต้องทำอย่างไร ต้องเตรียมตัวหรือเปล่า ต้องถามอะไรบ้าง เรื่องอย่างนี้อาจเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับนักดูดวงมืออาชีพ แต่สำหรับมือใหม่หัดดูเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว เรามีข้อแนะนำมาบอกครับ สำหรับแนวทางสำหรับการดูดวงอย่างมืออาชีพ ขั้นที่หนึ่ง วันเดือนปีเกิด และเวลาเกิด ในกรณีที่เราไม่รู้วันและเวลาเกิดเลย ก็คงต้องเลือกดูประเภทไพ่ยิบซี ลายมือ โหว้งเฮ้ง เพราะสามารถพยากรณ์ได้โดยไม่ต้องใช้วันและเวลาเกิดเลย (อย่างไรก็ตามถ้าเรารู้วันเดือนปีเกิด หรืออย่างน้อยอายุของเรา นักพยากรณ์ศาสตร์ประเภทนี้ก็สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำมากขึ้น) ซึ่งผมแนะนำว่าให้แปลงวันและเวลาเกิดเข้ามาอยู่ในระบบสากลเสียก่อน และก็ต้องบอกหมอดูว่าเราอ้างอิงตามหลักสากลนะ เพื่อป้องกันการสับสนทั้งเราและหมอดู เพราะโหราศาสตร์มีหลายแขนง ซึ่งใช้ปฏิทินแบบสุริยคติ (เช่นเดียวกับปฏิทินที่เราใช้ในปัจจุบัน) และจันทรคติ (เช่น ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 4 ปีขาล) หาเวลาเกิดที่ใกล้เคียงที่สุด พร้อมระบุแหล่งที่มา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบสำหรับหมอดูว่ามีความน่าเชื่อถือได้แค่ไหน ขอย้ำว่าให้แปลงเป็นเวลาสากลเสียก่อนนะครับ เพราะหมอดูบางคนอาจจะไม่ทราบข้อมูล หรือวิธีการแปลง เช่น เวลาเป็น “โมงยาม” ของไทย หรือเวลาเป็น “ซี่” ของจีน รวมถึงเวลาที่ครอบครัวเท่านั้นที่รู้ เช่น ตอนรถไฟกำลังผ่านหน้าบ้านพอดี พ่อพาวัวไปกินหญ้า หรือ แม่กำลังนั่งเล่นไพ่แล้วปวดท้องขึ้นมา ฯลฯ ขั้นที่สอง การเลือกหมอดู หลังจากทดลอง ทดสอบมาหลายศาสตร์ พบปะพูดคุยกับ หมอดู มาก็มาก ตั้งแต่ระดับสุดยอด โหราจารย์ ยันนักเรียนใหม่หัดทาย สุดท้ายผมก็พบว่าจริงๆแล้วศาสตร์การพยากรณ์ทุกแขนงให้ความแม่นยำเที่ยงตรงในการพยากรณ์แทบทั้งสิ้น ความแม่นยำนั้นขึ้นอยู่กับหมอดู ว่าจะเก่งและเชี่ยวชาญเพียงไหน ดังนั้นเราไม่ต้องไปเชื่อคำโฆษณาว่า ศาสตร์นี้แม่นที่สุด แบบนั้นไม่แม่น แบบนี้แม่นกว่า เราเลือกหมอดู ศาสตร์ไหนก็ได้ ให้ถูกกับจริตเรา คือ เราชอบ เท่านั้นพอ ในปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลสถานที่ติดต่อ และเบอร์โทรศัพท์ของหมอดูได้ไม่ยาก ทั้งจากเวปไซต์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร สถานที่ประจำที่เรารู้จักกันทั่วไป เช่น ท่าพระจันทร์ วัด สมาคมที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ทั่วไป รวมถึง AudioText 1900 แต่วิธีการที่ผมแนะนำมากที่สุด คือการให้ลองสอบถามจากเพื่อน หรือคนรู้จักว่าประทับใจ หมอดู ท่านไหนบ้าง เพื่อเราสามารถตรวจสอบลักษณะเบื้องต้นของ หมอดู ได้ ว่าเราถูกใจหรือไม่ ผมพอจะสรุปลักษณะของ หมอดู ที่ดี ได้ดังนี้ ใช้หลักในพยากรณ์ทำนายจริงๆ ไม่ใช่เป็นอวดอ้างอิทธิฤทธิ์หรือปาฏิหาริย์ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการพยากรณ์ มากน้อยขึ้นอยู่กับระดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องการปรึกษา การใช้ภาษาทั่วไปที่เข้าใจง่าย ไม่พูดศัพท์เทคนิคจนเราฟังไม่รู้เรื่อง งง และสับสน ไม่เป็นคนตัดสินหรือกำหนดชะตาชีวิต หรือทางเลือกให้เรา แต่เป็นผู้ให้ข้อมูลเหตุการณ์ หรือแนวโน้มของเหตุการณ์ในอนาคตที่เราจะเผชิญพร้อมให้เราสอบถามเพิ่มเติมได้ตามสมควร ไม่เรื่องมาก หรือหงุดหงิดใส่เรา และสุดท้าย อัตราค่าบริการสมเหตุสมผล เหมาะสมกับฐานะ และความพึงพอใจของเรา ขั้นที่สาม ถามอะไรดี ผมรวบรวมคำถามทั่วไปยอดฮิตในการ ดูดวง มาให้ เพื่อเป็นแนวทางในการถามของไว้ตามหมวดหมู่ดังนี้ ธุรกิจ และการเงิน จะรวยไหม สามารถขอกู้ หรือหาหุ้นส่วนได้ไหม ธุรกิจจะมีปัญหาการเงินหรือไม่ ช่วงไหนเหมาะสมในการขยายธุรกิจ ธุรกิจไหนเหมาะสมกับดวงชะตา ลูกหนี้จะเบี้ยวไหม เก็บหนี้ได้หรือเปล่า ซื้อ/ขาย ที่ดิน หรือสินทรัพย์ได้ไหม การงานและอาชีพ ทำอะไรรวย งานที่เหมาะสมกับดวงชะตา เปลี่ยนงานได้ไหม เปลี่ยนแล้วดีไหม ได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อไร การศึกษา เข้าเรียนต่อได้ไหม เรียนคณะไหนดี มีเกณฑ์เรียนต่างประเทศไหม ได้ทุนเรียนหรือเปล่า ครอบครัว เมื่อไรมีลูกหรือความสามารถในการมีลูก ปัญหาภายในครอบครัวหรือในเครือญาติ ทรัพย์สมบัติหรือมรดก ความรัก และการแต่งงาน เมื่อไรจะมีแฟน เมื่อไรแต่งงาน แนวโน้มความรักในปัจจุบัน ลักษณะแฟน หรือเนื้อคู่ ปัญหาหรือประเด็นสำคัญในชีวิตคู่ สุขภาพ สุขภาพทั่วไป ต้องระวังอะไรบ้าง มีเกณฑ์การผ่าตัด หรืออุบัติเหตุ ทั่วไป เกณฑ์ท่องเที่ยว หรือการเดินทางไกล ขั้นที่สี่ การให้ข้อมูล และสอบถามระหว่างการพยากรณ์ ในการพยากรณ์ หมอดู มักจะเริ่มต้นจากการทำนายพื้นดวงชะตาของเรา พร้อมทั้งสอบถามข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่ เราควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ หมอดู เมื่อถูกสอบถาม ไม่ตอบแบบอ้อม หรือไม่ตรงประเด็น เพราะ หมอดู จะสอบเทียบดูปัจจัยในดวงชะตา กับการดำเนินชีวิตของเรา ว่าปัจจัยอะไรส่งผลสำคัญต่อเจ้าชะตา ดังนั้นข้อมูลที่ถูกต้องมีความสำคัญมาก ทำให้การพยากรณ์นั้นแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากความหมายในการพยากรณ์นั้น จะอยู่ในภาษาของสัญลักษณ์ หรือ ปรัชญา ซึ่งสามารถตีความ หรือสื่อความหมายได้หลายรูปแบบ ดังนั้นเมื่อ หมอดู ออกคำพยากรณ์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราก็ควรให้ข้อมูลตามสถานการณ์จริงในปัจจุบันประกอบ หมอดู จะสามารถถอดความหมายในการพยากรณ์นั้นให้สอดคล้องกับเหตุการณ์จริงในปัจจุบันมากขึ้น และเราควรสอบถามกับ หมอดู เพิ่มเติมว่านอกจากเรื่องที่บอกมาแล้วนั้นสามารถเป็นเรื่องใด หรือเหตุการณ์ลักษณะใดได้อีก ขั้นที่ห้า การจดบันทึก หรือการบันทึกเทป การจดบันทึกสามารถทำได้อยู่แล้ว ปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว เพราะเห็นบางที่มีบริการทั้งกระดาษ ปากกา ดินสอ ลูกค้าแทบไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลย การบันทึกให้แบ่งเป็นหัวเรื่องไว้ให้เข้าใจง่าย เช่น พื้นดวง คำทำนาย 3 เดือน คำทำนายในปีนี้ คำทำนายในปีหน้า เป็นต้น ควรจดบันทึกเฉพาะประเด็นสำคัญ พร้อมรายละเอียดหลักพอประมาณ ไม่จำเป็นต้องจดทุกคำก็ได้ เพราะเมื่อ หมอดู เริ่มพยากรณ์ ผมไม่แนะนำให้ขัดจังหวะ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมก็ควรรอให้จบประเด็นนั้นเสียก่อน ส่วนเรื่องการบันทึกเทป ปกติไม่ได้มีกฎกติกาหรือข้อห้ามแต่ประการใด แต่เพื่อป้องกันปัญหา หรือข้อพิพาทใดๆ ที่อาจจะเกิดได้ เราควรสอบถามกับหมอดูเสียก่อนว่าสามารถบันทึกเทปได้หรือไม่ ขั้นที่หก เราคือผู้ตัดสินใจ สุดท้าย ผมขอย้ำว่าหมอดูไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะสามารถล่วงรู้ทุกเรื่อง สิ่งที่หมอดูทำ คือ ให้การปรึกษาแก่เราเรื่องแนวโน้มชีวิตในอนาคตของเรา จากการแปลภาษาของดาว หรือสัญลักษณ์ที่ใช้ในการพยากรณ์ ตามช่วงเวลาที่เราประสงค์หรือสนใจ ให้อยู่ในรูปแบบภาษามนุษย์

แรง!! เกาหลีเหนือขู่โจมตีอย่างไร้ความปราณี (ชมคลิป)
ขู่โจมตี /  สหรัฐ / 

เกาหลีเหนือยิงขีปะนาวุธระยะใกล้ 2 ลูกในทะเล และขู่ว่าจะโจมตีอย่างไร้ความปราณีต่อศัตรู ขณะที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯกำลังร่วมซ้อมรบประจำปี ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือเห็นว่าเป็นการเตรียมรุกรานเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือมีการทดสอบยิงขีปนาวุธ จรวจด และปืนใหญ่อยู่เป็นประจำ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ โดยเมื่อวานนี้เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธระยะใกล้ 2 ลูกในทะเล และขู่ว่าจะโจมตีศัตรูอย่างไร้ความปราณี ในช่วงที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯซึ่งเป็นชาติพันธมิตรกำลังซ้อมรบร่วมกันประจำปี โดยเมื่อวานนี้เป็นการเริ่มต้นการซ้อมรบร่วมกันภายใต้ชื่อ “คีย์ รีซอล์ฟ” และ “โฟล อีเกิ้ล” ซึ่งจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือยิงจากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของประเทศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ลอยไปไกลราว 500 กิโลเมตร ก่อนที่จะตกลงในน่านน้ำนอกชายฝั่งทางตะวันออก เกาหลีเหนือเห็นว่าการซ้อมรบร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯเป็นการเตรียมพร้อมในการบุกยึกกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือและกำจักผู้นำสูงสุดของประเทศด้วย และทำให้เกาหลีเหนือต้องออกมาตอบโต้ด้วยคำพูดที่เกรี้ยวกราด แม้ว่าเกาหลีใต้และสหรัฐฯจะยืนยันว่าเป็นการซ้อมเพื่อป้องกันการโจมตีก็ตาม ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านสันติภาพหลายสิบคนชุมนุมกันหน้าสถานทูตสหรัฐฯในกรุงโซลของเกาหลีใต้เพื่อประท้วงต่อต้านการซ้อมรบร่วมกันของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ ด้านนายคิม มินซก โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีเหนือจะเผชิญกับการตอบโต้ในทันที หากมีการยั่วยุใดๆเกิดขึ้นอีก ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้น และระบุเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี ส่วนญี่ปุ่นประท้วงการที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธสองลูก ซึ่งตกลงในน่านน้ำนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของญี่ปุ่น นายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเมื่อวานนี้เป็นปัญหาต่อความปลอดภัยต่อเส้นทางเดินเรือและเครื่องบิน และยังละเมิดปฏิญญาเปียงยางที่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับความพยายามร่วมกันในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ญี่ปุ่นจึงได้ยื่นหนังสือประท้วงเกาหลีเหนือแล้ว ปีที่แล้ว เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธจำนวนมาก จนทำให้เกิดการประท้วงจากเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยังเสนอมาตรการหลายอย่างเพื่อลดความตึงเครียดลง แต่เกาหลีใต้ปฏิเสธ โดยระบุว่าเกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนเป็นอันดับแรก เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงคราม เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493 ถึง 2496 ยุติลงด้วยการหยุดรบชั่วคราว ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ

ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ /  ดาราวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กับ 6 หนุ่มแก๊งหินกลิ้ง และแก๊งสาวบัวชมพูกัน และรู้หรือไม่ว่า แก๊งวัยรุ่นในตำนานนี้ ถูกนำมาสร้างแล้วถึง 3 รุ่น แต่ใครจะทันยุคไหนสมัยไหนกันบ้าง และจำพวกเขาคิดถึงพวกเขาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ   ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เริ่มต้นกันด้วยรุ่นแรก กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยครั้งแรก เมื่อกลางปี พ.ศ. 2534 เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่โด่งดังมากมาก สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาตร์ในเวลานั้น โดยเรื่องราวของ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เป็นเรื่องของ 4 หนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหินกลิ้ง ที่เป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน นักเรียนรุ่นน้องชั้น ม.5 อยากสืบทอดเจตนารมณ์ ซึ่งในอีกหลายปีต่อมา คิง สมจริง ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหาร โพลีพลัส ได้หยิบหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบละครโดยในตอนแรกๆ ของเรื่อง มอส ปฏิภาณ นักแสดงจากเวอร์ชันหนังได้ให้เกียรติมาร่วมรับเชิญในฐานะรุ่นพี่หินกลิ้งและยังมี ชาตรี ชมพู นักแสดงอีกคนจากในหนังก็กลับมารับบทเดิมอีกครั้งคือ อาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหลายอย่างจากเวอร์ชันหนังยังคงอยู่แต่ได้มีการดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น โดย กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหนึ่ง ชื่อ แก็งหินกลิ้ง มีสมากชิก ดังนี้ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์(มอส)  รับบท  ก้าน @mospatiparn  ประธานกลุ่มหินกลิ้ง ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ชอบใช้ในทางที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง(แท่ง) รับบท หมี @tangsaksitdotcom เป็นนักรัก แต่อกหักตลอดเรื่อง ธีรวัฒน์ อรัญยะนาค (โป๋) รับบท บิ๊ก  ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหน้าตาดี แต่ตดเหม็นมาก ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ รับบท ก๋อย ผู้มีความสามารถทางด้านภาษาไทย คือพูดติดอ่างทุกคำพวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มนักเรียนแสบซ่า สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรุ่นน้อง ม.5 ชื่อ ปราโมทย์ แสงศร(โมทย์) รับบท แฉก ที่ขอสืบทอดเจนารมย์ของกลุ่มหินกลิ้งต่อไป กลุ่มหินกลิ้งถูกสบประมาทจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิงว่า เป็นกลุ่มบ๊วย ไม่มีอนาคต อยู่เสมอ แต่กลุ่มหินกลิ้งก็ไม่หยุดซ่า สร้างวีรกรรมมิได้หยุดหย่อน พวกเขาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวิทกับนักเรียนต่างโรงเรียนเพราะไปแย่งจีบหญิงคนเดียวกัน ทำให้พวกเขาถูกทำทัณฑ์บน และพวกเขาได้ไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนต่างห้องที่เกเรไม่แพ้กัน วิทิต แลด(เอ) รับบท กรด มีฝีมือในการชู้ตบาสที่ไม่มีใครเหมือน การมีเรื่องในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน กรด ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มหินกลิ้งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ก็ยังมี กลุ่มสาวๆ 2 คนในเรื่อง ณัฐสิมา คุปตะวาทิน(หมอก) รับบท นิ่ม ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 จากอาการโรคเอสแอลอี ลักษณะคล้ายกับพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ (ปิงปอง) รับบท หญิงแอ๋ว วันหนึ่ง แฉกถูกคู่อริที่เคยมีเรื่องกันครั้งก่อนตีหัวสลบเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกรด ต้องลาออกจากโรงเรียนไปทำงานเพราะไม่มีเงินเรียน ก้านเริ่มตระหนักถึงเรื่องความไม่แน่นอน และอนาคตของตัวเอง พวกเขากลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ และเพื่อน ก่อนจบการศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ก่อนถึงวันงาน ก้านตั้งปณิธานกับตัวเองและเพื่อนๆ ว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" วันงานพวกเขาตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และแล้วทุกกิจกรรมที่พวกเขาทำล้วนประสบความสำเร็จสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวของพวกเขาเอง ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่พวกเขารักเช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขามีฝันความฝันและต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 2 ในรูปแบบละคร ทางช่อง 7 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม  2545   ตอนนี้นักแสดงรุ่นนี้ ก็อายุ 30 อัพกันแล้ว ใครทันกันบ้าง นำโดย แก็งค์หินกลิ้ง สุวินิต ปัญจมะวัต ( หนุ่ม ) รับบท กล้า หรือต้นกล้า พงศกร มหาเปารยะ ( แต๊ง ) รับบท ปกป้อง หรือ ป้อง  @thankpm ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล ( เบ็น ) รับบท พี หรือพีศิลป์ อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ( ฟาน) รับบทกร๋อย หรือยินดี @fanarista (^^หล่อมว๊ากกก) ดนัย ตันธนะศิริวงศ์ ( เจสซี่ ) รับบท กรดหรือมงกรด จิตตริน กุลกัลยาดี  ( ดีเจเจมส์ ) รับบท โมน   @djjem_efm 3 สาว บัวชมพู เบญจณัฎฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ) รับบท เดือนสิบ @jibbenjanat ญาดานุช โรจจนวัฒน์ ( เตย ) รับบท เกี๊ยวซ่า @th_toeyhom กาญจน์คนึง  เนตรสีทอง (มีน) หรือ มีน AF 7 รับบท จงรัก  @nongmeenn หลังจากนั้น ความแตกต่างจากภาคแรกก็คือ การเพิ่มสมาชิก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นกลิ้งจูเนียร์ หรือ หินกลิ้งจูเนียร์ (ละคร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2547  โดยมี 3 หนุ่ม กลิ้งจูเนียร์/หินกลิ้งจูเนียร์ ดังนี้ โชคชัย  บุญวรเมธี (บอย) รับบท บอยไท หรือ บอย @boy_chokchai บุญฤทธิ์  ดุจพิบูลย์ผล (แม็ก) รับบท เก่งกาจ หรือ เก่ง ภานุรุจ ภานุรุจ เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ตามมาด้วย 3 สาว บัวชมพูจูเนียร์ ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า  ชโลทร  กาหลง(กระต่าย) รับบทไวไว  @rabbiitch พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่  ต่อมา ก็ถึงรุ่น กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 3 (ละคร) ปี 2549 นำโดยแก็งหินกลิ้งกลุ่มใหม่ กับ จูเนียร์เดิม ผสมกัน ภานุรุจ  เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ธอร์น  (แก๊งหินกลิ้งจูเนียร์เดิม) จินดาโชติ (ฌอห์ณ) รับบท กึกก้อง หรือ ก้อง @seanjindachot อลัน ยงยืนนาน(แอมเมอร์) หรือ ศิลปินดูโอ ลาฟเฟอร์ แอมเมอร์ รับบท ยูยะ  มิตรชัย ใจสงฆ์(มิกซ์) รับท กัมพ์  ภาณุพงศ์ เศรษฐเสถียร(โอ๊ค) รับบท เดี่ยว หรือ เดี่ยวไฮเทค @oakz_panupong พชร กระต่ายทอง(ใหม่) รับบท ชายน้อย    และที่ขาดไม่ได้  3 สาว บัวชมพู ซึ่งต่อจาก บัวชมพูจูเนียร์ เดิม พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่ ชโลทร กาหลง (กระต่าย) รับบท ไวไว ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า หลังจากนั้น "แก๊งหินกลิ้ง" ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย ชายน้อย, กัมพ์, แน่วแน่ ไม่พร้อมที่จะแสดงต่อไป จึงทำให้ต้องทำการหานักแสดงใหม่ด้วยโครงการ “ชวนน้องมาลองกลิ้ง” จนได้ทั้งสามคนใหม่ ดังนี้ ลูกหมู วิริยะ จิตภักดี  รับบท "ชายพจน์" ที่มีคาแรกเตอร์เป็นเด็กเรียน แอบซนนิดๆ     คิก ภูมิมสิทธิ์ ตั้งพินิจการ พัตเตอร์ ภัทรนันท์ จามิกรณ์ น้องชายแพนเค้ก-เขมนิจ รับบทเป็น "เคนโด้" @putteros เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนสมัยเรียน อย่างห้องเรียน กระดานดำ การเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ชั่วโมงโฮมรูม หรือจะเป้นการลอกการบ้าน แอบเล่น MSN โดดเรียนจนต้องเข้าฝ่ายปกครองบ่อยๆ คิดถึงจัง^^ แต่แบบไหนที่ไม่ดี ก็อย่าเอาไปเป็นแบบอย่างนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ วิกิพีเดีย, sharerice, 70-90memory.blogspot.com

รถทัวร์ชนเสาไฟฟ้า ที่พิษณุโลก เสียชีวิต 6 คน (ชมคลิป)
ชนเสาไฟฟ้า /  พิษณุโลก / 

รถทัวร์นำกำนันผู้ใหญ่บ้านจากจังหวัดสุรินทร์ ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดตาก ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ บนถนนสายวังทอง-สากเหล็ก จังหวัดพิษณุโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุรถโดยสาร ชนเสาไฟฟ้า บนถนนสายวังทอง-สากเหล็ก จังหวัดพิษณุโลก ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 6 ถึง 7 ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และมีผู้บาดเจ็บกว่า 40 คน โดยจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง พบร่องรอยของรถโดยสารตกลงไปร่องกลางถนน และ หักหลบขึ้นมาถนนอีกครั้ง ก่อนจะชนเข้ากับเสาไฟฟ้า และพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และ เสียชีวิตจำนวนมาก //ส่วนสาเหตุต้องรอการสอบปากคำคนขับรถอีกครั้ง

สุดยอด 5 นักเตะที่แข็งแกร่งที่สุด
5 นักเตะที่แข็งแกร่งที่สุด /  คริสตอฟ / 

เกมฟุตบอลปัจจุบันก้าวหน้าไปรวดเร็วกว่าเมื่อก่อนเอามากๆ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยและกลายเป็นสิ่งจำเป็นในวงการกีฬาไปแล้ว แต่คนเราไม่ใช่เครื่องจักร เพราะงั้นในเรื่องกายภาพเรามันก็ต้องต่างกันด้วย เราลองมาดู นักเตะ ที่ได้ถูกคัดมาแล้วว่า เขาแข็งแกร่งที่สุดกัน เราได้จัดเป็น 5 อันดับ 5. คริสตอฟ เครเมอร์ กองกลางรูปหล่อสัญชาติเยอรมัน ที่ดูรูปร่างแล้วเหมือนเขาจะไม่แข็งแกร่งแต่ไม่ใช่เลย เราตัดสินจากรูปร่างที่เห็นไม่ได้เลย ทั้งการบังบอล การเข้าปะทะของเขามันเข้าขั้นแข็งแกร่งเอาซะเหลือเกิน และ เครเมอร์ ยังสามารถวิ่งได้แบบไม่มีหยุดตลอดทั้งเกม แต่น่าเสียดายที่ ศึกฟุตบอลโลก ที่เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ จนต้องพักไป 4. เอดินสัน คาวานี่ ศูนย์หน้าตัวยักษ์ แต่มีความครองตัวสูงคนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย คาวานี่ ถือเป็นกองหน้าเชิงรุก และรับ ทั้งเรื่องการตั้งรับของทีมก็สามารถพิ่งพาความแข็งแกร่งของเขาได้เสมอโดยเฉพาะลูกปะทะ และยังเรื่องการบุกเข้าไปทำประตูอีก ทำให้เขาเข้ามาอยู่อันดับที่ 4 ของเรา 3. รามิเรส มิดฟิลด์จากเชลซีผู้นี้ คือตัวเชื่อมเกมที่มีความสามารถทั้งเกมรุกและรับ เขาสามารถครอบครองบอลเองได้ แถมยังวิ่งเข้าทำลายจังหวะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ครองบอลได้ง่ายๆ เป็นอย่างดีทีเดียว รามิเรส จะมีชื่ออยู่เป็นอันดับต้นๆ ของผู้จัดการทีม ดังนั้นเขาจึงทำคะแนนมาเป็นอันดับที่ 3 2. คริสเตียโน โรนัลโด้ ถ้าไม่มีชื่อของ โรนัลโด้ อยู่ในลิสเห็นทีคงจะไม่ได้ เพราะด้วยความแข็งแกร่ง ความรวดเร็วและพละกำลังในการครอบครองบอลของเขามันช่างมหาศาลเสียจริง จากเด็กวัยรุ่นรูปร่างผอมบาง แต่มาจนตอนนี้เข้าได้พัฒนาด้านกายภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ในการเล่นของเขาทั้งฤดูกาล และลงเล่นทั้ง 90 นาที ใช้ทั้งพละกำลังไปเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยมีหมด นอกเสียจากเจออาการบาดเจ็บเข้าเท่านั้นที่หยุดยั้งเขาได้ 1. แกเร็ธ เบล เบล ได้เข้ามาอยู่ในอันดับที่ 1 ของเรา ด้วยความแข็งแกร่งที่เทียบเทียมกับ โรนัลโด้ ได้อย่างสบาย การที่เขาทำผลงานอันสุดยอดไว้กลับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เป็นอะไรที่แบกรับทั้งทีมได้อย่างชัดเจน พอเขาย้ายมายัง เรอัล มาดริด ช่วงแรกอาจจะดูโดดเดียวไปสักหน่อย แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าที่เข้าทางจนถูกมองว่าจะเป็นอนาคตของทีมต่อจาก คริสเตียโน โรนัลโด้ ไปแล้ว

จับสาวไทยในสิงค์โปร์ เหตุเอี่ยวฆาตกรรม ชายตกตึกดับสยอง
คนไทย /  ตกตึก / 

ตำรวจสิงคโปร์จับสาวไทย หลังเอี่ยวเหตุฆาตกรรม มีชายตกตึกดับสยอง  สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วันนี้ (3 มี.ค. 58) ทางการของสิงคโปร์ได้เข้านำตัวหญิงสัญชาติไทยรายหนึ่งขึ้นศาล หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมนายลี ยัง บู อายุ 55 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทราบชื่อคือสุกัญญา พระพุทธะ อายุ 41 ปี โดยรายงานระบุว่าสุกัญญา ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันทีหลังนายลี ยัง บู ได้ตกลงมาจากแฟลตเมื่อเวลา 04.39 น. เพราะเขาเป็นบุคคลที่มีความสนิมสนมและคาดว่าอยู่ด้วยในคืนเกิดเหตุ เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยคือสุกัญญา ถูกส่งไปฝากขังที่เรือนจำชางงีหลังจากถูกนำตัวขึ้นศาล เพื่อทำการตรวจสอบสภาพจิต ก่อนจะมีการพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ MThai News

รู้ยัง! โชว์โฮส เทรนด์อาชีพใหม่คนไทย ฮอตเทียบ ซุปตาร์เกาหลี
ช้อปปิ้ง /  ช้อปปิ้งทีวี / 

โชว์โฮส เป็นอาชีพที่สดใหม่มากสำหรับเมืองไทย แต่หากเป็นที่เกาหลี อาชีพโชว์โฮสถือได้ว่าเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และได้รับการยอมรับในวงกว้างถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ จะว่าไปแล้วอาจเปรียบได้กับซุปตาร์หรือเซเลบแห่งแดนกิมจิเลยทีเดียว แล้ว โชว์โฮส คืออะไร ? .....แตกต่างจาก MC หรือพนักงานขายหรือไม่!? จริงๆ แล้วโชว์โฮสเป็นผู้ดำเนินรายการนำเสนอสินค้า (โฮมช้อปปิ้ง) ที่ไม่จำกัดเพศและอายุ แต่คัดสรรจากผู้ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในหลากหลายด้าน ที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นบุคคลที่สามารถเข้าใจในความต้องการของมวลชนได้อย่างดี โดยมีคุณลักษณะ ดังนี้ 1. จริงใจ 2. สื่อสารได้อย่างชัดเจน 3. หมั่นค้นหาความรู้รอบตัวเสมอ .....เหตุที่เรียกว่าโชว์โฮส ก็เพราะที่เกาหลีเขาถือว่าบรรดาพิธีกรเหล่านี้ประหนึ่งเจ้าของรายการที่เข้าใจโลกแบบอินไซด์ โดยเฉพาะกลุ่มนักช้อปจอแก้วอย่างถ่องแท้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เพียงไม่ถึง 3 นาทีหลังรายการออนแอร์ คุณจะกดโทรศัพท์สั่งซื้อสินค้าแบบไม่รีรอ ยิ่งเดี๋ยวนี้มีสินค้าแบรนด์เนมโปรโมชั่นโดนใจคล้ายในห้างสรรพสินค้ามาให้ช้อปกันแบบส่งฟรีถึงหน้าบ้าน คุณจะลำบากออกจากบ้านไปเจอรถติดเพื่ออะไร .....เรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองของพิธีกรสาวสวยหนุ่มหล่อฝีปากล้ำเลิศ เพราะโชว์โฮสเป็นอาชีพมั่นคง รายได้คุ้มเหนื่อย ยิ่งสูงวัยยิ่งเก๋าเกม ที่สำคัญยังพัฒนาความเป็นนักการตลาดในตัวคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ ใครอยากสัมผัสวาทศิลป์โชว์โฮส ลองกดช่อง โอ ช้อปปิ้ง โฮมช้อปปิ้งลูกครึ่งไทย-เกาหลีที่อัดแน่นด้วยสินค้าและโชว์โฮสเหนือคุณภาพ ซึ่งได้รับการเทรนด์จากโชว์โฮสมืออาชีพจากประเทศเกาหลี ออกอากาศทางช่อง 0 กล่อง GMM Z เรามาทำความรู้จัก โชว์โฮส 7 คนแรกของประเทศไทยกันเลย จักรพงษ์ เสมอวงษ์ (JOB) นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ (มิ้งค์) ธีรเศรษฐ์ เศรษฐบุตร (แม็ก) พรวิภา วัชการุณย์ (ลี่เล้ง) โมนิก้า เมอลเลอร์ (โม) พัชรา คงประเทศ (แยม) วรินทราย คะอังทุ (มะเหมี่ยว) .....ช่อง โอ ช้อปปิ้ง ภายใต้การบริหารงานของบจก.จีซีเจ โอช้อปปิ้ง เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง 2 บริษัทยักษใหญ่ผู้ผลิตธุรกิจบันเทิง ระหว่าง บจก. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ CJ O Shopping หนึ่งในเครือซีเจกรุ๊ปจากเกาหลี โดยเป็นช่องแนะนาสินค้าโดนใจที่คัดสรรคุณภาพจากในไทยและทั่วโลก ผ่านการนาเสนอในรูปแบบ Shopfotainment (ช้อปโฟเทนเม้นต์) รายการที่เน้นให้ข้อมูลสินค้าอย่างละเอยด เติมเต็มบริการสะดวกสบายกับการรับของก่อนจ่าย และส่งฟรีทั่วไทย ร่วมด้วยบริการคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24ชม. ทั้งนี้ยังโดดเด่นด้วย Showhost พิธีกรเต็มเปี่ยมคุณภาพ พร้อมมอบความบันเทิงและสาธิตการใช้สินค้าเสมือนเพื่อนที่รู้ใจ ปัจจุบันออกอากาศทางช่อง ๐ (กล่อง GMM Z) และเคเบิลทีวีทั่วไทย  รอชมการอวดฝีไม้ลายมือของว่าที่โชว์โฮส กับรายการเรียลลิตี้ออนสเตจ The Showhost Beyond The Presenter โครงการเฟ้นหาโชว์โฮสครั้งแรกในเมืองไทย ติดตามให้ได้ทางช่อง GMM 25 เริ่มเมษายนนี้นะคะ

The Ultimate Power ตอนหนีตาย [EP.6_26]
แอนิเมชั่น /  The Ultimate Power

แอนิเมชั่น Sci-Fi Adventure คุณภาพระดับ HD ครั้งแรกของไทย พบกันทุกวันพฤหัสบดี เวลา 16.30 น. ทางช่อง Modernine TV และช่อง MCOT HD ช่อง 30 เริ่ม 11 ธันวาคม 2557 และ ทุกวันศุกร์ เวลา 19.30 น. ทาง MCOT Family ช่อง 14 เริ่ม 12 ธันวาคม 2557 (ในรูปแบบ Re-run)

กสทช.จับมืออบต. ปั๊มยอด ลงทะเบียนซิม ในต่างจังหวัด
กสทช. /  ฐากร ตัณฑสิทธิ์ / 

กสทช.จับมืออบต. เร่งกระตุ้นประชาชน ลงทะเบียนซิม ในต่างจังหวัด หลังพบตัวเลขการลงทะเบียนน้อยมาก พร้อมยกเลิกให้ธนาคารกรุงไทยเป็นตัวแทนจดทะเบียน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกสทช. เปิดเผยว่า กสทช.ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ประชาชนลงทะเบียนซิมการ์ดผ่านทุกช่องทาง หลังพบยอดลงทะเบียนซิมการ์ดต่างจังหวัดยังไม่เดินเพิ่มขึ้น พร้อมกับยกเลิกให้ธนาคารกรุงไทยเป็นตัวแทนในการลงทะเบียนซิม เพราะคิดค่าบริการเบอร์ละ 20 บาท สูงขึ้นกว่าเท่าตัว ทั้งนี้ยืนยันว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้การลงทะเบียนซิมระบบเติมเงิน และการลงทะเบียนการใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบบฟรีไว-ไฟเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ปัจจุบันผู้ใช้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น 2 แชะมากขึ้น ดังนั้น หากประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงินทุกคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ให้ลงทะเบียนให้เสร็จภายในวันที่ 31 ก.ค. 2558 ตามประกาศสำนักงาน กสทช. โดยนับตั้งแต่นี้สำนักงาน กสทช. จะขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่างๆ อาทิ กระทรวงแรงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจะเร่งออกบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงกรมประชาสัมพันธ์ จะเร่งประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบเติมเงินรีบมาลงทะเบียน ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมทุกย่านความถี่ จำนวน 103 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 73.5 ล้านเลขหมาย และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในย่านความถี่อื่นๆ ลดลงเหลือเพียง 29.5 ล้านเลขหมาย ติดตามข่าวสาร 'กสทช.' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News