ดูหนีงฟรี

ไม่มีพลิก ทอม ไซค์ คว้าแชมป์เวิลด์ซูเปอร์ไบค์  สนาม 7
big bike /  motor sport / 

การแข่งขัน เวิลด์ซูเปอร์ไบค์ (WorldSBK) สนาม 7  ที่สนามโดนิงตันปาร์ค (Donington Park) ประเทศอังกฤษ ในวันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม 2559 ในรุ่น WorldSBK Race2 แชมป์ตกเป็นของ ทอม ไซค์ จาก  คาวาซากิ เรซซิ่ง ทีม สามารถเก็บได้ 50 แต้มเต็ม และอันดับ 2 เป็นของคู่หูอย่าง โจนาธาน เรีย จาก คาวาซากิ เรซซิ่ง ทีม และอับดับ 3 เป็นของ แชซ เดวีส์ จาก อรูบ้า ด็อต ไอที เรซซิ่ง - ดูคาติ การแข่งขัน เวิลด์ซูเปอร์ไบค์(WorldSBK) สนามต่อไป จะจัดขึ้นที่สนาม มาร์โก ซิมอนเชลลี เวิลด์ เซอร์กิต (Marco Simoncelli) ประเทศอิตาลี ในวันที่ 17-19 มิถุนายน 2559 ขอบคุณภาพ worldsbk

ละครเจ้าพายุ , เรื่องย่อเจ้าพายุ
ละคร เจ้าพายุ /  เรื่องย่อละครละคร เจ้าพายุ / 

บทประพันธ์โดย : อรชรบทโทรทัศน์โดย : ภูมิ พญาไฟกำกับการแสดงโดย : ทองก้อน ศรีทับทิมผลิตโดย : บริษัท โคลีเซี่ยม อินเตอร์กรุ๊ป จำกัดออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ ละครเจ้าพายุ หลังจากที่ พายุ (ลิขิต บุตรพรม) ติดคุกในเรือนจำนานถึง 5 ปี เพราะถูกข้อหาปล้นรถขนเงินของธนาคารที่เขาเป็นพนักงานคุมเงินสด เมื่อได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเขาจึงต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะเขาคาใจมาตลอดว่าไม่ได้เป็นคนปล้นเงินแต่ถูกจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป พายุไปรายงานตัวที่คุมประพฤติโดยมี วีนัส (จิลล์ โรเจอร์) เป็นคนดูแลในเรื่องนี้ พายุบอกว่าเขาต้องการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ทีแรกวีนัสก็เชื่อว่าพายุเป็นคนปล้น แต่พอได้ดูหลักฐาน และเอกสารที่สั่งฟ้องแล้ว เธอจึงมั่นใจ และว่าพายุเป็นแพะในคดีนี้ เธอจึงรับปากที่จะช่วยพายุ เพราะในใจลึก ๆ เธอแอบชอบพายุ มาศจันทร์ (ฮาน่า ลีวิส) ลูกสาวคนเดียวของ นายวิวัฒน์ (สุรวุฑ ไหมกัน) เจ้าของสัมปทานเหมืองทองที่นครสวรรค์ มาเบิกเงินที่ธนาคารแล้วถูกดักปล้น พายุผ่านมาพบเข้าพอดีจึงได้ช่วยเหลือเอาไว้ และจากไปโดยไม่ได้แนะนำตัวว่าเป็นใคร สารวัตรกอบคุณ (อติรุจ สิงหอำพล) เป็นคนทำคดีนี้ เขารู้สึกหลงรักมาศจันทร์ตั้งแต่แรกเห็นทันที ทางด้านนายวิวัฒน์กำลังมีเรื่องกับนายมงคล (ตฤน เศรษฐโชค) นายกเทศมนตรี กับ โตมร (สุทธิคุณ วันทานุ) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะมงคลต้องการจะฮุบสัมปทานเหมืองทองของวิวัฒน์ มงคลจึงทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งชิงมา ถึงแม้จะต้องฆ่าวิวัฒน์กับลูกสาวก็ตาม ภูผา (จิณณะ นวรัตน์) ติดคุกในฐานะฆ่าคนตาย เพื่อปกป้อง กำนันไผ่ (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) พ่อของตัวเอง ภูผาสู้คดีแต่แพ้จึงติดคุกเกือบ 5 ปี ในขณะที่อยู่ในคุกเขาพยายามทำดี และทำงานลดโทษ วันหนึ่งในขณะที่ภูผาออกไปทำงานลอกท่อ เขาพบเงินประมาณ 15 ล้านดอลล่าห์ที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้โดยบังเอิญ หลังจากนั้นอีก 7 วันเมื่อเขาพ้นโทษอกมาจึงได้มาเอาเงินจำนวนนั้นไป พายุกลับมาหา สุพจน์ (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ที่บ้าน แต่สุพจน์ไม่ต้อนรับและไม่นับว่าเขาเป็นลูก เพราะเขามีปมในอดีตเกี่ยวกับ นิ่ม (สุธิตา เกตานนท์) แม่ของพายุที่ท้องก่อนที่จะมาอยู่กับเขา ซึ่งตอนนี้นิ่มก็ได้หนีกลับไปอยู่กับกำนันไผ่สามีเก่า ที่กลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีปล้นหลายคดี อิ่มจิต (ณหทัย พิจิตรา) ภรรยาใหม่ของสุพจน์เอ็นดูพายุเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะอิ่มจิต มี เอื้อมพร (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) ลูกสาววัยเดียวกับพายุด้วย แต่เป็นลูกติดก่อนที่จะมาอยู่กินกับสุพจน์ เอื้อมพรกับพายุโตมาด้วยกัน และเธอก็รักพายุมาตั้งแต่เริ่มเป็นสาว แต่พายุคิดกับเอื้อมพรเป็นเหมือนน้องสาวเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สุพจน์เกลียดพายุ เพราะเขาต้องการที่จะเคลมเอื้อมพรเช่นกัน พายุไม่มีที่ไปจึงกลับไปพักอยู่กับ หมู่รงค์ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) เพื่อนรักที่เคยเป็นทหารมาด้วยกันที่ปากน้ำโพ พอดีกับที่สุพจน์มาเปิดบริษัทขนส่งทางน้ำที่นี่ โดยให้เอื้อมพรมาดูแลกิจการ พายุกับเอื้อมพรจึงได้พบกัน แต่ความสัมพันธิ์ยังเป็นแค่พี่น้องเช่นเดิม วิวัฒน์ไม่กลัวอิทธิพลของมงคล จึงทำให้มงคลส่ง จ่านนท์ (ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ตั้งตัวเป็นซุ้มมือปืน มาดักยิงวิวัฒน์กับมาศจันทร์ แต่พายุกับหมู่รงค์มาช่วยไว้ได้ทัน เพราะพายุช่วยมาศจันทร์ไว้ถึงสองครั้งวิวัฒน์จึงรับเข้ามาทำงานที่เหมือง พายุรู้ตัวว่าแอบรักมาศจันทร์แต่ก็ต้องเจียมตัว พอดีกอบคุณย้ายมาประจำที่ปากน้ำโพ จึงเกิดความไม่พอใจที่เห็นพายุสนิทสนมกับมาศจันทร์ เขาจึงบอกความจริงกับวิวัฒน์ว่าพายุเคยเป็นคนที่ติดคุกมาก่อน พายุจึงตัดสินใจลาออกจากงานไป หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันเหมืองของวิวัฒน์ก็ถูกปิด เพราะถูกร้องเรียนว่าปล่อยมลพิษลงแม่น้ำ ซึ่งที่จริงเป็นแผนร้ายของมงคล สุพจน์กับมงคล และโตมร ร่วมมือกันขนของผิดกฎหมายจากทางภาคเหนือ เรื่องนี้เอื้อมพรแอบได้ยิน ทางด้านโตมรรู้สึกชอบเอื้อมพร แต่เอื้อมพรไม่ชอบโตมรจึงให้พายุเข้ามาช่วยกัน แต่ก็ทำได้แค่เพียงบางเวลาเท่านั้น และเธอก็รู้สึกว่าพายุชอบมาศจันทร์ แต่เธอก็ยังรักพายุไม่เสื่อมคลาย ภูผาเอาเงินที่พบบางส่วนมาฟอกที่ปากน้ำโพ จ่านนท์รู้ทีมาของเงินดีจึงพยายามจับภูผาเพื่อคาดคั้นหาเงินที่เหลือ แต่ภูผาหนีรอดไปได้ วีนัสพบหลักฐานที่ส่งฟ้องพายุเป็นหลักฐานเท็จ อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดอีกหลายมุมที่ไม่ได้นำไปใส่ในสำนวนฟ้อง และคนที่ทำสำนวนฟ้องในขณะนั้นคือกอบคุณซึ่งมียศเป็นร้อยตำรวจเอก วีนัสนำเรื่องนี้ไปบอกกับพายุแล้วยังรู้ว่าจ่านนท์คือหนึ่งในคนที่ปล้นเงิน และยังสืบจนรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือมงคลกับโตมร พายุจึงต้องตามล่าภูผาเพื่อติดตามหาเงินที่เหลือ ภูผาหนีไปหากำนันไผ่เพราะเขาเป็นลูกของกำนันไผ่กับนิ่ม ขณะเดียวกันพายุก็ตามไปแต่ตำรวจได้ล้อมจับกำนันไผ่ จ่านนท์ตามไปสังเกตการณ์แล้วยิงนิ่มตาย เพราะพุ่งตัวเข้ามาช่วยพายุลูกชาย ทำให้ภูผาแค้นพายุมาก วิวัฒน์ตัดสินใจให้มาศจันทร์แต่งงานกับกอบคุณ มาศจันทร์จำยอมเพราะในใจต้องการช่วยพายุ เนื่องจากวีนัสบอกกับเธอว่าสงสัยกอบคุณจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการปล้นเงินด้วย มาศจันทร์ยอมให้พายุเข้าใจผิด ก่อนที่มาศจันทร์เกือบเสียตัวให้กอบคุณ เพื่อหาหลักฐานช่วยพายุ แต่พายุก็มาช่วยเธอไว้ทัน เอื้อมพรแต่งงานกับโตมรด้วยความเต็มใจ และด้วยความแค้นที่ถูกสุพจน์ข่มขืน เมื่อเธอแต่งงานกับโตมรแล้ว เธอก็ได้ไปหาหลักฐานที่โตมรกับมงคลบงการปล้นเงินเพื่อช่วยพายุ จนตัวเองถูกจับได้และถูกฆ่าปิดปาก สุพจน์มาพบเข้าจึงถูกโตมรฆ่าอีกคนโดยที่พายุมาช่วยไม่ทัน กำนันเปิดเผยความจริงให้พายุกับภูผารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ทั้งสองคนจึงเลิกบาดหมางกันและหันมาจับมือกันเพื่อจบเรื่องทั้งหมด มาศจันทร์กำลังจะแต่งงานกับกอบคุณ พายุ และภูผาพร้อมทั้งเพื่อน ๆ ได้บุกเข้ามาชิงตัวมาศจันทร์กลางงาน นอกจากนี้ความจริงยังได้ถูกเปิดเผยว่า ที่แท้กอบคุณเป็นลูกชายของมงคลแต่คนละแม่กับโตมร ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการปล้นทั้งหมดคือมงคล ในที่สุด มงคล โดมร กอบคุณ และจ่านนท์ ก็จบชีวิตลงหลังจากต่อสู้กับตำรวจ พายุล้างมลทินให้กับตัวเองได้สำเร็จ และได้ครองคู่กับมาศจันทร์ ส่วนภูผาก็ตัดสินใจคบหากับวีนัส และทุกคนก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป ติดตามชม ละคร เจ้าพายุ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละครเจ้าพายุ ลิขิต บุตรพรม รับบท พายุฮาน่า ลีวิส รับบท มาศจันทร์จิลล์ โรเจอร์ รับบท วีนัสจิณณะ นวรัตน์ รับบท ภูผาสุรวุฑ ไหมกัน รับบท นายวิวัฒน์อติรุจ สิงหอำพล รับบท สารวัตรกอบคุณตฤน เศรษฐโชค รับบท นายมงคลสุทธิคุณ วันทานุ รับบท โตมรวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท หมู่รงค์เอกพัน บรรลือฤทธิ์ รับบท กำนันไผ่

Apocalypse ยึดบ็อกซ์ออฟฟิศสำเร็จ! กดดัน Alice เปิดตัวแผ่วจนน่าผิดหวัง
20th Century Fox /  Alice Through the Looking Glass / 

Apocalypse ยึดบ็อกซ์ออฟฟิศสำเร็จ! กดดัน Alice เปิดตัวแผ่วจนน่าผิดหวัง เป็นไปตามที่คาดไว้จริง ๆ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากสองฟากฝั่งได้ส่งภาพยนตร์ตัวเองลงสังเวียนบ็อกซ์ออฟฟิศ โดย 20th Century Fox ได้ส่งภาพยนตร์รวมดาวมิวแทนต์อย่าง X-Men: Apocalypse ฝั่ง Disney ไม่น้อยหน้าส่ง Alice Through the Looking Glass เข้ามาเขย่าบ็อกซ์ออฟฟิศเช่นกัน ส่งผลให้นกสามสหายบินอย่างแผ่วปลาย Angry Birds Movie ถูกปรับลดระดับการบินลงอยู่ในอันดับที่ 3 ของบ็อกซ์ออฟฟิศในทันที แทบไม่ต้องสงสัยเลยในยุคทองของเหล่าผู้มีพลังวิเศษอย่างซูเปอร์ฮีโร่ที่ประสบความสำเร็จในการทำรายได้ X-Men: Apocalypse การรวมตัวของเหล่ามิวแทนต์ก็ไม่ทำให้ผู้ชมในสหรัฐฯ ผิดหวัง เปิดตัวได้สวยงาม กวาดรายได้ทิ้งคู่แข่งอย่างดิสนีย์อย่างชัดเจน และกลายเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังจริง ๆ สำหรับการผจญครั้งใหม่ของ อลิซ ที่จะต้องเดินทางไปช่วย แมดแฮทเทอร์ ดูเหมือนจะไม่สามารถจูงใจคนในสหรัฐฯ ให้เข้าไปชมได้มากพอ การเปิดตัวภาพยนตร์ภาคต่อจาก Alice in Wonderland ในภาคล่าสุดอย่าง Alice Through the Looking Glass ดูจะไม่สวยงามสักเท่าไรนัก เมื่อเปิดตัวฉายในสหรัฐอเมริกาด้วยรายได้เพียง 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น เท่ากับหนึ่งในสี่ของรายได้ที่ภาพยนตร์ภาคแรกได้ทำไว้ ซึ่งเปิดตัวในสัปดาห์แรก 116 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว ไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนตัวผู้กำกับจาก ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) มาเป็น เจมส์ โบบิน (James Bobin) คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ความน่าสนใจลดลงหรือไม่ และในสัปดาห์ต่อไปเหล่ามิวแทนต์จะยังจับจองอันดับที่ 1 ต่อไปได้หรือไม่ต้องติดตาม ดูบทความต้นฉบับ : 'Alice: Through the Looking Glass' bombs worldwide as shadow looms over Johnny Depp

สายคลีนหลบไป ! สตรองของจริงกับ 10 นักเพาะกายหน้าสวย
fitness /  กล้าม / 

ถ้าหากถามถึงผู้หญิงส่วนมากที่ไม่กล้าเล่นบอดี้เวทกัน เหตุผลของพวกเธอก็คงจะเหมือนกันนั่นก็คือ "ไม่อยากกล้ามขึ้น" ซึ่งคุณผู้หญิงเหล่านั้นเข้าใจผิด เพราะฮอร์โมนที่สร้างกล้ามเนื้อของผู้หญิงนั้นน้อยกว่าผู้ชายหลายเท่านัก แต่ก็จะมีผู้หญิงบางกลุ่มที่ไปไกลกว่าการเข้าฟิตเนสอาทิตย์ละ 3 วันพร้อมกับทานอาหารคลีน ผู้หญิงเหล่านี้ที่คลั่งไคล้ความสวยงามของกล้ามเนื้อและออกกำลังกายตลอดเวลาเพื่อที่จะให้ได้หุ่นที่สวยงามนี้มา วันนี้เรามี 10 นักเพาะกายที่ร่างกายนั้นอุดมไปด้วยกล้ามแต่ก็มีใบหน้าที่หน้าสวยเทียบเท่ากับนางแบบได้เลยค่ะ 1. Amanda Latona อแมนด้าเป็นแชมป์ 9 สมัยจากรายการ IFBB Pro Bikini Champion หรือการแข่งขันเพาะกายระดับสากลและยังเป็นนางแบบให้กับแม็กกาซีนสปอร์ตชื่อดังอีกหลายเล่ม อาทิเช่น Muscle and Fitness, FLEX และ Oxygen เธออาจจะไม่ได้โด่งดังมากในหมู่คนทั่วไปแต่ถึงอย่างไรเธอมีบอดี้ที่ฮอตสุดๆ ไปเลยค่ะ ! 2. Adriana Kuhl ทั้งความงามบนใบหน้าและความงามบนร่างกายคงเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีว่าเธอเป็น  Bodybuilder ที่ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ถึงเธอจะดูหนาไปหน่อย แต่หุ่นที่เธอมีก็เป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ หลายๆ คนหันมาเล่นฟิตเนสกันค่ะ 3. Noemi Olah  คงไม่ต้องสืบเลยค่ะว่าเธอคนนี้เป็นผู้หญิงที่หุ่นเด็ดสะระตี่ที่สุดในลิสต์ของเรา ส่วนมากเธอเป็นนางแบบให้กับชุดบิกินี่และเธอยังเป็นแชมป์ 4 สมัยของการประกวดนางแบบบิกินี่ชื่อดัง "Bikini Olympian" ด้วยค่ะ 4. Erica Cordie Bodybuilder หน้าสวยคนนี้เป็นเจ้าของร้านโดนัทและร้านไอศครีมโยเกิร์ต ได้ยินไม่ผิดแน่คะ ! แต่เธอก็ควบคุมและดูแลรักษาร่างกายเป็นอย่างดีจนกลายมาเป็นนักเพาะกายอย่างทุกวันนี้ จนเธอเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะหน้าท้องที่มีกล้ามสวยงาม หยุดมองไม่ได้จริงๆ ค่ะ 5. Sarah Backman นักกล้ามหน้าสวยคนนี้เคยเป็นนักงัดข้อที่เก่งกาจและเป็นแชมป์ 8 สมัยของรายการแข่งงัดข้อระดับโลกอย่าง World Arm Wrestling Champion อีกทั้งเธอยังเคยเข้าร่วมรายการ American Gladiators ที่ประเทศสวีเดนซื้อลิขสิทธิ์เอาไปทำ และที่พีคที่สุดคือเธอเข้าร่วมการแข่งขันมวยปล้ำภายใต้สังกัด WWE ในนาม Shara และลงเอยกับหนุ่มนักมวยปล้ำชื่อว่า Bo Dallas อีกด้วย สวยพิฆาตสุดๆ ! 6. Moorea Wolfe หากอ้างอิงจากเฟซบุ๊กของเธอแล้ว เธอเคยทำอาชีพหลายต่อหลายอาชีพที่เวกัสมาก่อน ดังนั้นเธอจึงมีความสามารถมากมาย ทั้ง Bodybuilder นักอะโครแบท นางแบบ และแดนเซอร์ เพอร์เฟ็คขนาดนี้ ไม่ติดตามไม่ได้แล้วค่ะ ! 7. Kizzy Vaines  เธอคนนี้คือคำนิยามของคำว่าเพอร์เฟ็คค่ะ เพราะว่ารูปร่างของเธอนั้นมันฮอตเกินจะบรรยาย เธอเป็นทั้งนักเพาะกายและเทรนเนอร์ที่สามารถให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมของเธอได้ด้วย จนตอนนี้เธอเดินทางทั่วโลกเพื่อไปให้ความรู้และเทรนให้กับเหล่าคนที่รักสุขภาพทั้งหลายด้วยค่ะ 8. Juliana Malacarne ถ้าดูเผินๆ อาจจะคิดว่าเธอมีร่างกายที่ดูมีกล้ามเยอะจนเกินพอดี แต่ดูอีกที นี่แหละค่ะคือความสวยงามของกล้ามเนื้อ ก่อนหน้านี้เธอก็เคยเป็นนักมวยปล้ำมือโปรก่อนที่จะลงแข่งรายการประกวดต่างๆ ของนักเพาะกาย จนปัจจุบันเธอมีอาชีพเทรนเพื่อสร้างกล้ามเนื้อและโด่งดังมากค่ะ 9. Cory Everson คอรี่อาจจะมีอายุที่มากกว่าสาวๆ นักเพาะกล้ามทั่วไปแต่ถ้าเทียบกันในวัยของเธอแล้ว เธอก็ยังคงมีหุ่นที่จัดว่าดีมากๆ เธอชนะรายการประกวด Ms. Olympia Bodybuilding Contest ถึง 6 ปีรวด และถือเป็นตำนานสำหรับวงการเพาะกายเลยก็ว่าได้ค่ะ 10. Jennifer Rish  เจนนิเฟอร์เป็นตัวอย่างของสาวหน้าสวยที่สามารถคว่ำผู้ชายได้อย่างไม่ยากเย็น เธอมีหน้าตาที่สะสวยและยิ้มที่น่าหลงใหล แต่ก็มีแขนที่สามารถหักแขนคุณได้ง่ายๆ เธอเคยเป็นนักมวยและนักยิมนาสติกมาก่อน แต่เธอก็ทำงานเป็นนางพยาบาลเช่นกัน เรียกว่าเป็นนักเพาะกายมีประสบการณ์ที่หลากหลายมากค่ะ เรื่องรูปร่างของผู้หญิงนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน บางคนชอบหุ่นแบบผอมๆ บางคนชอบหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มแบบมีกล้าม ถ้ารูปร่างแบบไหนที่ทำให้คุณมั่นใจได้ก็พยายามเข้าค่ะ หุ่นดีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม !   ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.therichest.com/expensive-lifestyle/entertainment/15-female-bodybuilders-who-are-actually-attractive/

เที่ยวอินโดฯ
ที่เที่ยวอินโดนีเซีย /  ภูเขาไฟโบรโม่

อินโดนีเชีย เป็นประเทศที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่หลายที่ สถานที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็เช่น เกาะบาหลี (Bali), วัดบุโรพุทโธ (Borobudur), โทราจาแลนด์ (Torajaland), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) เป็นต้น นอกจากนี้อีกหนึ่งสถานที่ที่ควรไปมากๆ ก็คือ ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ที่ตั้งอยู่ทางทางตะวันออกของเกาะชวา โดยเพจเฟสบุ๊ค Coundsheck's journey. จะพาเราไปแอดเวนเจอร์กัน งานนี้นอกจากจะได้ชมภูเขาไฟแล้ว ยังนั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก อีกด้วย เที่ยวอินโดฯ "East Java" หมู่เกาะชวา ชมภูเขาไฟ นั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดติ่ง! บอกไปอินโดฯ ใครๆก็นึกว่าไปบาหลี แต่คราวนี้เราขอออกนอกเมือง พาทุกคนไป East Java หรือหมู่เกาะชวาตะวันออก แหล่งที่อุดมไปด้วยภูเขาไฟที่ยังระเบิดได้ พร้อมภูมิทัศน์สุดเซอเรียล งานนี้เรานั่งรถจี๊ป ขี่ม้า ฝ่าน้ำตก แอดเวนเจอร์สุดตั้งกะเที่ยวมาา ถึงดูลุย แต่ไปฟอลโล่วกันได้ไม่ยากแน่นอน อ้ะ พร้อมล้ะ ลุย!!! ทริปนี้เริ่มจากเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ Surabaya (สุราบายาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินโด) เพื่อพบคนขับรถที่เราดีลไว้ตั้งแต่แรก (ซึ่งวิธีดีลจะบอกท้ายโพสน้ะ) เพื่อขับรถยาว 5 ชม. ออกจากสุราบายาไปถึงจุดหมายแรกของเรา นั่นก้คือโบรโม่! กว่าจะไปถึงโบรโม่ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว เราเข้านอนเร็วมากเพราะวันต่อมาเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 2 เพือขึ้นไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้น ตื่นปุ้ปรีบขึ้นรถขับคลุกคลุกคลุก ขึ้นเขา penanjakan mountain ซึ่งเราจะสามารถเห็นภูเขาพีคๆ ทั้งหมดของแถบนี้ได้จากบนเขาแห่งนี้ ขับวกไปวนมา ประมาน 45 นาที เราเริ่มรู้สึกได้ว่าปริมาณรถรอบตัวนี่หนาแน่นมาก และด้วยความที่เราตื่นสาย จุดชมวิวยอดฮิตรถติด! 5555 คนขับจึงพาเราเดินเลาะเข้าป่า ไปยังจุดชมวิวอีกที่ที่มีชื่อว่า kingkong view, รอพระอาทิตย์กันไปสาม ชม. แสงเริ่มมา พอพระอาทิตย์ขึ้นมาชนยอดเขาเท่านั้นแหล่ะ โอ้โหหหหหหหหหหห รู้แล้วทำไมคนชอบดูพระอาทิตย์ขึ้น ดีมากกกกกกกกกกก และนี่คือสิ่งที่ทำให้เรายอมตื่นสายขึ้นมาบนนี้ ที่เห็นตรงหน้าคือภูเขา Batok ส่วนที่พ้นควันม้วนๆ นั่นแหละคือ Bromo Bromo เป็นหนึ่งในภูเขาที่ยัง active บนเกาะชวา เลยไม่แปลกที่พ่นควันปุ๋ยๆ พร้อมระเบิดได้ (ถ้าจำไม่ผิด โบรโม่ระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว) พระอาทิตย์เป็นลำๆๆๆๆๆ ใครชอบถ่ายรูปเวอร์วังเก็บแลนด์สเคปอลัง น่าจะชอบ เราลงจากจุดชมวิว ไปกันต่อ ลืมบอกไปว่า ในช่วงที่เราเที่ยวไปทั่วเขตโบรโม่ เราจะใช้รถจี๊ป เพราะสามารถลุยกับพื้นที่ได้มากกว่ารถกึ่งๆ รถตู้ที่เรานั่งมา แถวนี้เลยเต็มไปด้วยรถจี๊ปหลายร้อยคัน ชอบมาก สนุกกกก ตื่นเต้นมากก ไม่เคยนั่ง 5555555 เรามาจอดรถที่ลาดดินสีเทากว้างๆ ด้านหน้าของโบรโม่ คาดว่าที่เป็นสีนี้เพราะดินตะกอนภูเขาไฟ เพราะเดี๋ยวเราจะขึ้นไปชมปากปล่องถูเขาไฟแบบใกล้ชิดกัน ตรงลานนี้นอกจากจะมีรถจี๊ปแล่นไปมา ยังมีม้าจำนวนมาก รอพาเราขึ้นไปที่โบรโม่ เพราะจากตรงนี้ ต้องเดินทางอีก 3 กิโลแหนะ แน่นอนมาถึงแล้วใครมันจะเดิน เราเลือกขี่ม้าในราคา 100000 รูปี หรือราวๆ 250 บาท โดยจะมีคนจูงเราและน้อง(ม้า) เดินผ่านโตรกเขาต่างๆเพื่อไปถึงฐานของโบรโม่ ตอนแรกเกร็งมาก ปีนนู่นปีนนี่กลัวน้องเจ็บ แต่คนจูงเราบอก น้องโอเคคคคคคค  ที่เชิงภูเขามีม้าจำนวนมากที่รอนักท่องเที่ยวลงมาจากเขาเพื่อขี่กลับไปที่รถจี๊ป คนจูงม้าของเราชื่อ Sandi ให้การ์ดชื่อเค้ากะเราไว้ บอกว่าปีนขึ้นไป ละลงมาให้เรียกเค้าน้ะ เด่วเค้าพาม้ามารับเรากลับ เมื่อมองกลับไปก็รู้ว่าน้องม้าพาเราผ่านด่านภูมิประเทศยุบยับมาไกลมั่กกก นี่คือบรรไดที่เราต้องปีนไปอีกต่อเพื่อให้ถึงปากปล่องของโบรโม่ สังเกตุว่าคนเยอะมาก เพราะงั้นไม่ต้องกลัวว่ามาล้ะจะเปลี่ยว บางคนก็ไม่ปีนบันได ปีนเอาเองสดๆเลย และเมื่อปีนไปถึง นี่คือปากปล่องของโบรโม่ในตำนานนนนนน โอ่ย ตื่นเต้นน้ะ กลัวระเบิดด้วย 555555555 นี่คือร่องรอยจากการประทุ แน่นอนที่เป็นเส้นๆคืออดีตทางไหลของลาวาจากโบรโม่นั่นเอง  บนปากปล่องมีสันเล็กๆให้เราเดินสำรวจรอบปากปล่องได้ด้วยน้ะ ใครปีนได้ระดับไหน สำรวจกันตามสบายเลยยย  ภูมิประเทศเมื่อมองจากปากปล่องง ที่เห้นเป็นเหมือนอาคิเต็กเจอร์อะไรบางอย่าง นั่นคือวัดฮินดู วัดเดียวของแถวนี้เลย ข้างๆเราคือ Batok ภูเขาที่เราเห็นจากจุดชมวิวนั่นเอง คนที่นี่มีความเชื่อเรื่องการไหว้เทพเจ้า จึงมีคนขายดอกไม้ เพื่อใช้สักการะ เห็นคนซื้อไป เพื่อโยนลงไปในปากปล่องเพื่อบูชาเทพ ตามความเชื่อของอินดู ไกด์เราบอกว่าดอกไม้พวกนี้อยุ่ได้ 5 ปีโดยไม่เหี่ยวน้ะ  จากโบรโม่ เรานั่งรถจี๊ปไปทุ่งหญ้าลับด้านหลังกันต่อ ใครจะรู้ว่ามีทุ่งหญ้าเขียว วิวเวอร์วังมาซ่อนอยู่หลังภูเขาไฟที่ก่อนหน้านี้เป็นที่ราบสีเทาขนาดยักษ์  เหมือนวาร์ปมาอยู่ที่ไหนซักที่ที่ไม่เชื่อว่าจะเป็นอินโด  รถจี๊ปบางคันนั่งบนหลังคาได้ เจ๋งอ้ะ อยากเล่นบ้าง น่าสนุก ถ่ายรูปไปเรื่อยเจอกลุ่มควันสีขาวขนาดยักษ์ลอยมา มันไม่ใช่ควันอะไรหรอก แต่มันคือเมฆ! แบบเดียวกะเมฆที่ลอยบนท้องฟ้าเลย ที่ี่เป็นที่ราบสูง สูงมากระดับเมฆวิ่งเล่นได้นั่นแหละ เราเลยบอกคขับให้ขับรถไปหากลุ่มเมฆ นี่คือวิวตอนเราอยู่ข้างในนั้น คือแบบ เซอร์เรียลมาก จอดรถลงไปถ่ายรูปสิครัช รออะไร 555555555 เซอร์เรียลจริงน้ะ รู้สึกโชคดีมากที่ได้เจอไรงี้ นี่คือรถเรากะคนขับรถชื่ออีวาน อีวานบอกว่า อ้ะๆ แกรๆ เราต้องไปต่อน้ะ จอดตรงนี้นานๆ อาจมีใครวิ่งฝ่าหมอกมาชนเราได้น้ะ 5555555 เราบอกลาโบรโม่ ขับรถลงเขาเพื่อมาแวะที่ Madakaripura น้ำตกอีกที่ที่พีคไม่แพ้กัน เริ่มจากเดินจากปากทางเข้าไปกิโลกว่าๆเราจะเห็นเส้นสีขาวอยู่ลิบๆ  ล้ะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ที่นี่มีเพิงไว้ให้นั่ง ให้หลบฝน ให้ใส่เสื้อกันฝนด้วย เพราะแถวนี้ชื้น ฝนตกเป็นปรกติ เราใส่เสื้อกันฝน เดินสวนไปตามน้ำตกเล็กๆเพื่อขึ้นไปต้นทางน้ำ อ้ะนี่ไงเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายล้ะ  ที่ใส่เสื้อกันฝน ฝนไม่ได้ตกแต่อย่างใด แต่เราต้องลอดน้ำตกอื่นๆเข้ามา! กว่าจะมาถึงตรงนี้ ขออถัยไม่มีรูปลอดน้ำตก เพราะมันเสี่ยงเกินกว่าจะเอากล้องขึ้นมาถ่ายจริงๆ สงสารเราหน่อย 55555555555  คือรอบๆดีมากกกกกก ฟินมากกกกกก รูปไม่สามารถเล่าความเซอเรียลและยิ่งใหญ่ของน้ำตกได้จริงๆ แต่ขอให้มา เชื่อเรา (เสื้อกันฝนกะรองเท้าแตะมีขายตรงทางเข้าด้วยน้ะ 25-30 บาท ไม่แพงเลย) ออกจากน้ำตก เราขับรถอีก 7 ชั่วโมง เลียบทะเล ลงไปทางใต้เพื่อไปภูเขาไฟ มิชชั่นของเราอีกลูกคือ Kawha Ijen! เราขับรถมาถึงเขตของ Ijen ก็เป็นเวลาดึกอีกแล้วตามสไตล์ แต่พีคกว่าคือ พรุ่งนี้เราต้องเดินขึ้นเขาตอนตี 1! งานนี้เราบอกเลยว่า ขอให้ฟิตร่างกายมาให้พร้อม ! ตั้งแต่ตี 1 เราเดินขึ้นเขาพร้อมด้วยเพื่อนมากมาย เดินขึ้นเนินชันไม่ต่ำกว่า 40 องศา เป็นระยะทางประมาน 3-4 กิโล (แต่เดินจริงโครตไกล อย่าไปเชื่อ) บอกเลยว่าเหนื่อยสลบ เราเดินสลับพักหลายรอบสุดๆ อ้วกไป 1 รอบ (จริงๆ) จะตายมาก กว่าจะผ่านทางชันมหาโหดมาเป็นทางที่ไม่ชันมาก เรียบๆ ช่วงใกล้ถึงยอดเขา แต่พอขึ้นมาเจอกลุ่มควัน และทะเลสาปสีฟ้าข้างหน้า คือแบบ โอ้ยยยยย ยอมมมมมมมม คุ้มมากกกกกก สลบบบบ แต่ก่อนอิเจี้ยนยังไม่มีทะเลสาป แต่พอผ่านการระเบิดครั้งล่าสุดมา อยู่ดีดีก็เปิดเป็นทะเลสาปสีฟ้าขึ้นปากปล่องอิเจี้ยน  เนื่องจากอยากเห็นทะเลสาปใกล้ๆ เลยปีนตามทางคนเหมืองลงไปด้านล่าง ของภูเขาไฟ สวยมั้ยล่าาาาาาาาาาา สลบบบ นอกโลกมากกกก เข้าใกล้ได้อีกจึ๋งนึง ควันกำมะถันเริ่มเปลี่ยนทิศมาทางเรา เลยต้องปีนกลับขึ้นมาด้านบน ต้องบอกก่อนว่าที่อิเจี้ยนนี่ เป็นเหมืองแร่กำมะถันด้วย ถ้าเราปีนลงไป อาจโดนรมควันกำมะถันตาย ควันเริ่มเปลี่ยนทิศไล่หลังมา นี่คือเพื่อนร่วมทริปที่ยังยืนหยัดเก็บภาพจนนาทีสุดท้าย ตัดมานาทีต่อมา พวกเรากำลังกินน้ำ หาผ้าปิดปาก เพราะควันจากกำมะถันสูดเข้าไปแล้วแสบคอมาก แสบตานิดๆด้วย ปีนขึ้นมาด้านบนให้พ้นกลุ่มควัน นี่คือไกด์ผู้นำเราปีนเขาและปีนลงไปข้างล่างด้วย ถามเราตลอดตอนขึ้นเขาว่าโอเคมั้ย คือตอนปีนนี่ น้องไม่โอเคคคคค พูดเลยยยยยย นักท่องเที่ยวเพียบ เซอร์เรียลสุด นี่ดาวอังคารรึเปล่า หรือดาว dr.mann ในอินเตอร์สเตลล่า ต้นไม้ใบไม่แถวๆนั้นเป็นสีเทาๆ ไม่รู้เกิดจากใครเผา หรือเอฟเฟคจากภูเขาไฟ (สรุปอาจจะเกิดจากกำมะถัน >,<) พระอาทิตย์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนเราขึ้นมาพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราอดดู บลูเฟรม ไปตามระเบียบ (ลาวาสีฟ้า ที่เราต้องมาให้ถูกช่วงเวลาคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และยังมีแสงจันทร์เท่านั้น เราถึงจะเห็น) สวยสลบ เหมือนหิมะ แต่ไม่ใช่ ถ่ายรูปจนพอใจ เราก็เดินลงจากยอดเขา เจอพี่คนนี่ นั่งกินกาแฟและพรินเกิ้ล อยู่ข้างทาง ชิลมากกกกกกก มันต้องแบบนี่เซ่ ระหว่างทางก็มีพี่ๆชาวเหมืองเดินสวนไปสวนมา ขนแร่กำมะถันไปขายตลอด  ตรงกลางทางจะมีจุดให้นั่งพัก ขายบะหมี่ pop mie นี่แหละ คือถึงจุดนี้รู้ตัวว่าหิวล้ะ ต้องจัดหน่อย การมาอินโดคำฮิตที่ควรรู้เลย คือ AYAM แปลว่า ไก่ 55555 คำอื่นๆที่น่าจะรู้ คือ NASI = ข้าว, GORENG = ผัด, AYAM = ไก่, MIE = หมี่  คนที่ลงมาจากเขาเค้าก็จะมานั่งพักกัน ก่อนเดินลงต่อไป เราใช้เวลา ชม กว่าๆ ลงมาถึงตีนเขา แต่ตอนขึ้นนี่ สาม ชม เลยน้ะะะ เอาซี่ คนเรา เราบอกลาอิเจี้ยน ขับรถยาวๆ 10 ชม. กลับสุราบายา จบทริปโดยสมบูรณ์ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คือพาร์ทนี้ยาวมากจริงๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กันบ้าง ข้อมูลอื่นๆ วิธีติดต่อรถและไกด์ : เราใช้เอเจนซี่ชื่อ Tommy ด้วยการอีเมล์ไปสอบถาม และพิมพ์แพลนการเดินทางของเราไปให้ทอมมี่ เพื่อจองรถและไกด์ จากนั้นทอมมี่ก็จะนัดวัน ที่เราจะมา แล้วเค้าจะมารับเราถึงสนามบิน ขับรถพาเราไปในทุกที่เบื้องต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเราตกคนละประมาน 2 ล้านรูปี / คน (ประมาณ 5000 บาท) ติดต่อได้ตามอีเมลนี่เลย Tommy(blueisland_024@yahoo.com) ปล. จากอิเจี้ยน เราสามารถไปบาหลีต่อได้ด้วยน้ะ คนขับรถจะพาเราไปถึงท่าเรือเลยแหละ ปล2. ใครงงตรงไหน อินบ้อกซ์มาถามได้เลย ยินดี ขอบคุณข้อมูล และรุปภาพจาก https://www.facebook.com/coundsheckjourney/ ติดตามทริปท่องเที่ยวสนุกๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ https://www.facebook.com/coundsheckjourney/

รีวิวทีวี TCL LEDTV สมาร์ททีวี Android ท่องโซเชียลเต็มตา 55 นิ้ว แบบ 4K UHD
LEDTV /  QUHDTV / 

หลังจากได้ยินชื่อเสียง TCL LEDTV ที่ใช้มาตรฐาน QUHD TV มาได้ซักระยะนึง ก็ดีใจมากๆ ที่คราวนี้จะได้สัมผัสกับมันจริงๆ โดยทาง TCL นั้นใจดีส่งมาให้ได้ทดสอบเจ้า สมาร์ททีวี Android 55 นิ้ว เครื่องนี้ เรียกว่านอนท่องเน็ตกันเพลินตาเลยทีเดียว QUHD TV คือ มาตรฐานใหม่ของทีวีความละเอียด 4K Ultra HD ของ TCL ที่ดีกว่าทีวี 4K Ultra HD ทั่วไปในเรื่องของ สีสัน และ แสง (ระดับความสว่าง/ความมืด) TCL LEDTV เครื่องนี้มาพร้อมความบางเฉียบ Ultra Slim 9.9 มิลลิเมตร พร้อมทั้งใช้วัสดุโลหะอย่าง Aluminum Titanium Alloy ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา พร้อมเทคโนโลยีภาพแบบ Wide Color Gamut (WCG) ที่ให้เฉดสีที่เพิ่มขึ้น ทำงานผสานกับเทคโนโลยีแสงแบบ Black Crystal Panel ที่ช่วยให้มิติความดำดูแล้วสบายตามากๆ สมาร์ททีวีจาก TCL เครื่องนี้มาพร้อมระบบ Android ที่ขับเคลื่อนด้วย CPU 4 Core 64 Bit อีกทั้งยังมี App Store ที่มากับเครื่องสามารถดาวน์โหลดแอพส์มาเล่นได้แบบเต็มตาเลยทีเดียวครับ โดยการเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้นหากเชื่อมต่อเข้ากับคีบอร์ดและเมาส์ไร้สาย นอนเล่น Facebook ดู Youtube หรือจะนอนเล่นเกมส์อยู่บนเตียงสบายๆ เต็มตาสะใจจริงๆ ส่วนวิธีตั้งค่า wifi ก็ง่ายนิดเดียว ในหน้าจอหลักนั้น เพียงแค่เรากดปุ่มลูกศรขึ้นที่รีโมท ก็จะมีแถบเมนูขึ้นมาให้เราเข้าไปเซ็ตค่าได้เลยสะดวกจริงๆ ด้านการใช้งานเว็บก็สามารถเข้าเว็บเบราว์เซอร์เปิด MThai ได้ทันที อีกหมวดที่รองรับด้านความบันเทิง สามารถเชื่อมต่อ USB ดูรูปถ่าย ฟังเพลง หรือเล่นวีดีโอได้อีกด้วย ความคมชัดของภาพนั้นมาพร้อมความละเอียดแบบ 4K UHD (3840x2160) ที่ต้องบอกเลยว่าภาพตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งเสร็จการทดสอบครั้งนี้ คมชัดเพลินตาดีจริงๆ สีสันสวยสดใสมากๆ สุดท้ายจากที่ได้สัมผัสเจ้า TCL LEDTV เครื่องนี้ ส่วนตัวแล้วชอบมาก ทั้งความบางของมันจะวางในห้องรับแขกก็ดูหรูหรา หรืออยู่ในห้องแบบคอนโดก็สะดวกมาก ภาพนั้นก็คมชัดเหลือเกินอีกทั้งยังมีแอพเพื่อความบันเทิงที่มาพร้อมตัวเครื่องกันครบ หรือจะช่องเชื่อมต่อเพื่อความบันเทิงอื่นๆ ก็ครบครัน กับราคา 34,990 บาท เป็นอะไรที่คุ่มค่าจริงๆ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

12 เคล็ดลับบอกเพื่อนให้เลิกสูบบุหรี่
ปัญหาวัยรุ่น /  วันงดสูบบุหรี่โลก / 

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ และศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติร่วมรณรงค์การงดสูบบุหรี่ ฝากเคล็ดลับใน การเลิกบุหรี่ แบบที่ต้องให้เหตุผลกับเพื่อนว่าทำไม ควรเลิก สูบบุหรี่ 12 เคล็ดลับบอกเพื่อนให้เลิกสูบบุหรี่ 1.เคล็ดลับบอกเพื่อนให้เลิกสูบบุหรี่"ลูกห้าม" บ้านไหนที่มีลูกเป็นศูนย์รวมใจแล้วลูกก็จะเหมือนหัวแก้วหัวแหวน ฉะนั้นคำพูดที่ว่า ลูกห้ามสูบ เพื่อนย่อมเข้าใจดี 2.ลูกเป็นภูมิแพ้หรือคนที่รักเป็นภูมิแพ้ เพราะผู้ร้ายก่อภูมิแพ้ตัวจริงนั้นไม่ใช่ฝุ่นละอองอย่างเดียวแต่เกี่ยวกับบ้านไหนมี "คนสูบบุหรี่" ยิ่งที่ที่มีพรมปูอยู่ด้วยยิ่งแล้วจะเก็บละอองควันบุหรี่ได้อย่างมหาศาลทีเดียว ไม่ใช่แค่ควันบุหรี่มือ 1 หรือมือ 2 อย่างเดิมเดี๋ยวนี้มีควันบุหรี่ "มือ 3" ที่ติดอยู่ตามผนัง,พรมและม่านด้วย 3.หมอห้าม คำว่าหมอห้ามช่วยได้บ้างในกรณีที่มีเพื่อนเข้าใจเหตุผลดีๆ บางทีถ้าจำเป็นอาจต้องขอใบรับรองแพทย์จากคุณหมอระบุว่าไม่ควรสูบบุหรี่ติดตัวไว้ด้วย เพราะถ้าเพื่อนรักเราจริงก็ไม่ควรคะยั้นคะยอให้สูบต่อผิดสัญญากับหมอ ที่สำคัญขอให้ตอบปฏิเสธไปอย่างมั่นใจว่าเราเชื่อในสิ่งที่คุณหมอบอกว่าถูกแล้ว 4.เคล็ดลับบอกเพื่อนให้เลิกสูบบุหรี่ "โรคกำเริบ" สูบมากเดี๋ยวโรคเก่ากำเริบ เช่นโรคหัวใจ,ความดันโลหิตสูงขึ้น,ปวดมึนศีรษะ,คออักเสบ,หยุดหายใจขณะหลับ คนที่มีเพื่อนเป็นโรคเก่ามากมายอย่างนี้บอกเพื่อนไปว่าถ้ารักกันจริงขออย่าชวนสูบเลย นั่งกินข้าวคุยกันเฉยๆดีกว่า 5.ปากเหม็น สูบบุหรี่แล้วปากเหม็นจัดกลิ่นควันบุหรี่และกลิ่นจากเคมีต่างๆในยาสูบนั้นจะรวมกันกับน้ำลายในปากทำให้เกิดกลิ่นเหม็น 6.ฟันไม่ดี ฟันผุ ฟันเปลี่ยนสี เรื่องเหงือกกับฟันเป็นเรื่องใหญ่ใกล้ตัวบุหรี่ เพราะที่ใกล้กับควันบุหรี่ที่สุดอยู่กับฟันนี่เอง การสูบมากก็เป็นการ "ป้ายสี" ให้แก่ฟันเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังทำให้ฟันผุง่าย กลายเป็นโรคแผลในปากเรื้อรังถึงขั้นมะเร็งช่องปากได้ 7. เคล็ดลับบอกเพื่อนให้เลิกสูบบุหรี่ "เหนื่อยง่าย" บอกไปว่าหมู่นี้เหนื่อยบ่อย ไม่ใช่ข้ออ้างแต่เพราะบุหรี่เพิ่มภาระงานให้ปอดมากขึ้น ยิ่งสูบหนักก็ยิ่งหอบหนัก จะไปกลายเป็นอาการของถุงลมโป่งพองตอนมีอายุ งดสูบดุกันเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า 8.กินข้าวไม่อร่อย งานกร่อยเมื่อใช้ลิ้น เกิดมาจาก "ดอกลิ้นเสื่อม(Taste bud disorder)" งานวิจัยนี้มีสดๆใหม่ๆจากกรีซกล่าวว่าจำนวนดอกลิ้นรับรสไม่เปลี่ยนแต่มันกลับแบนราบลงจึงทำให้การรับรสผิดปกติ ท่านที่สูบบุหรี่นานจึงเป็นการทำร้ายอรรถรสแห่งชีวิตไป 9.เปลืองเงิน ด้วยบุหรี่ซองหนึ่งก็ไม่ใช่ถูกๆซื้อข้าวกินได้อิ่มเป็นมื้อ ลองถือสมุดบัญชีบวกเลขดูจะรู้ว่าเดือนหนึ่งเสียค่าบุหรี่มากมาย พอคูณให้เป็นปีอีกบางทีเป็นค่าผ่อนรถได้เลย 10. เคล็ดลับบอกเพื่อนให้เลิกสูบบุหรี่ "ต้องซักเสื้อเอง" กลิ่นและควันบุหรี่ติดเสื้อผ้าคนซักเสื้อจะรับบทหนัก 11.ที่บ้านมีเด็ก,ผู้สูงอายุหรือสตรีมีครรภ์ เพราะควันบุหรี่นี้ไม่เข้าใครออกใคร สูบลงปอดเราแล้วก็เอาไปเผยแพร่ให้กับสมาชิกที่ "ไว" ต่อสารพิษในควันบุหรี่ได้ ขอให้บอกผ่านกลุ่มสังคมที่ชวนกันสูบบุหรี่ไว้เลยว่าถ้าไม่อยากรับของแถมมาแจกทางบ้านด้วย ช่วยกันมีความรับผิดชอบต่อปอดบริสุทธิ์รอบข้างบ้างก็ดี สุดท้ายคือ 12.ต้องเดินทางบ่อย โดยเฉพาะโดยเครื่องบินเขาก็ห้ามสูบ สถานที่ที่จัดไว้ก็แสนจะอึดอึดเลิกไปเลยดีกว่า อย่างไรก็ตาม น.พ.กฤษดา แนะว่าหากจะหาทาง 12 เคล็ดลับบอกเพื่อนให้เลิกสูบบุหรี่ ง่ายๆ ก็ฝากวิธีไว้ ว่ามีทั้ง แผ่นแปะนิโคตินที่ได้ผล บางคนใช้หมากฝรั่ง หรือจะหาทางแบบไทยๆ คือใช้มะนาวหั่นเสี้ยวเคี้ยวทั้งเปลือกก็ได้ teen.mthai เอาใจช่วยนะคะ ^^ ล่าสุด (2559) กทม.จัดกิจกรรม " Gen Z Strong Together ไม่สูบบุหรี่ " รณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 59 เน้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้วัยรุ่น ลดนักสูบหน้าใหม่ ในโครงการ "กรุงเทพฯ สดใส ไร้ควันบุหรี่"  สำหรับคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก พ.ศ. 2559 " ซองบุหรี่แบบเรียบ ลดภัยเงียบ ลดโรค "  GET READY FOR PLAIN PACKAGING" พร้อมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้เรื่องโทษ พิษภัย และผลกระทบจากการสูบบุหรี่ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการรณรงค์ให้กลุ่มเด็ก เยาวชนและประชาชน มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และมีค่านิยมที่ถูกต้องเกี่ยวกับบุหรี่ สร้างกระแสให้สังคมได้ตระหนักถึงอันตรายของการได้รับควันบุหรี่ โดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะ พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่คิดจะเลิกสูบบุหรี่ โดยถือฤกษ์วันที่ 31 พ.ค.59นี้ ซึ่งเป็นวันงดสูบบุหรี่  เป็นการเริ่มต้น ข้อมูลจาก dailynews  

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

รวม แบบบ้าน สุดสวย ในทวีปเอเชีย
แบบบ้าน

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไปพบกับบ้าน 10 สไตล์ ในแถบเอเชียกันค่ะ บ้านสไตล์ต่างๆ จะมีความแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น รูปทรง วัสดุที่นำมาใช้ แต่ละประเทศก็จะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันว่าแล้วเราไปดูตัวอย่างแบบบ้านกันเลย รวม แบบบ้าน สุดสวย ในทวีปเอเชีย 1.Contemporary Japanese Exterior 2.Vietnam Exterior 3.Balinesian Home 4.Thailand Home 5.Elegant Asian Exterior 6.Asian Home Exterior 7.Lucey House แบบบ้านสวยๆ เหล่านี้เป็นแบบบ้านตัวอย่างที่สร้างขึ้นในเขตทวีปเอเชีย แต่ละหลังก็จะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไปด้วยรูปทรง และวัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้ค่ะ ขอบคุณภาพสวย : http://www.architectureartdesigns.com

เจนนิเฟอร์ คิ้ม โชว์เก๋า จัดคอนเสิร์ตเดี่ยว
Kim รับแขก /  ฉอด สายทิพย์ / 

เอ-ไทม์ โชว์บิส ชวนทุกคนมาทำตัวให้สบายต้อนรับการกลับมาของดีว่าสาธารณะ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” อีกครั้ง ศิลปินที่ไม่ได้มีหน้าตาเป็นจุดขาย เพลงฮิตของตัวเองก็มีอยู่ไม่กี่เพลง แต่ไม่น่าเชื่อว่าเธอมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง!!! และการกลับมาครั้งที่ 5 นี้ในคอนเสิร์ต “Kim รับแขก” รับรองว่าไม่ธรรมดา โดยจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ล็อบบี้ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส พร้อมด้วยแขกรับเชิญครบทีม ไม่ว่าจะเป็น เบิร์ดกะฮาร์ท, ปาน ธนพร แวกประยูร และพระเอกสุดฮอต ฌอห์ณ จินดาโชติ คิ้ม ขอเปิดบ้านเริ่มงานด้วยการชวนแขกมาเสิร์ฟโชว์เรียกน้ำย่อยให้สื่อมวลชวนและแขกผู้มีเกียรติที่มาเยี่ยมบ้านในวันนี้ ประเดิมด้วยศิลปินคู่ดูโอ้ “เบิร์ดกะฮาร์ท” มาฟีจเจอริ่งกันในเพลง “ลืม” ต่อด้วยควงสามีแห่งชาติของยุคนี้ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ขึ้นมาจับไมค์โชว์เสียงร้องบนเวทีในเพลง “พรุ่งนี้ไม่สาย” ก่อนปิดท้ายด้วยนักร้องสาวสายดราม่า “ปาน ธนพร” กับครั้งแรก ของการมาปะทะกันในเพลง “กุหลาบแดง” เรียกได้ว่าทั้งเจ้าบ้านและแขกไม่มีใครยอมใคร ก่อนพิธีกรของงาน ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล จะเชิญ “พีฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” บอสใหญ่ของบ้าน เอ-ไทม์ โชว์บิส พร้อมด้วย เจ้าของบ้านครั้งนี้ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” ขึ้นมาพูดคุยถึงการกลับมาของคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 5 นี้ โดย พี่ฉอด กล่าวว่า “ทุกครั้งที่เราพูดถึง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เราจะเห็นภาพของนักร้องหญิงที่มีเสียงทรงพลัง และที่มากไปกว่านั้นคือ ความสนุกสนาน เสียงหัวเราะและพี่ว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของวงการเพลงไทยนะคะ คือเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพลงฮิตเป็นของตัวเอง แต่เธอกลับมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมาแล้วถึง 4 ครั้ง และทุกคอนเสิร์ตของคิ้มที่เกิดขึ้นกระแสตอบรับอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะครั้งที่แล้วที่เป็นคอนเสิร์ต 45 ปีที่เราคิดว่านั่นคือที่สุดของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม แต่ก็มีกระแสเรียกร้องให้เธอกลับมาอีกครั้ง ก็เลยเกิดขึ้นมาเป็นคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่เราเห็นว่ามันถึงเวลาของเธอ อีกครั้งแล้วจริงๆ และสีสันของคอนเสิร์ตเจนนิเฟอร์คิ้มทุกครั้งคือ แขกรับเชิญ ซึ่งครั้งนี้สิ่งที่ต่างไปจากทุกครั้งคือ การโคจรมาเจอกันของแขกรับเชิญแต่ละคนที่วาไรตี้มากๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนเวทีก็ครบรสแน่นอนค่ะ เรื่องเพลงยิ่งไม่ต้องห่วงเลย ชื่อ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็การันตีอยู่แล้วว่าต้องดี”  มาถึงฝั่ง เจนนิเฟอร์ คิ้ม เจ้าของบ้านพูดถึงแขกรับเชิญแต่ละคนกันบ้าง “สำหรับ เบิร์ดกะฮาร์ท ไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดถึงค่ะ คิดถึงเบิร์ดกะฮาร์ท คิดถึงเพลงของเค้า คิดถึงคารมของทั้งคู่ แต่ก็รู้สึกเกร็งมากคือคอนนี้ชื่อคิ้มรับแขก แต่คุณเบิร์ดกะฮาร์ทมากันสองคน เลยไม่ทราบว่าจะกลายเป็นคิ้มลงแขกรึเปล่า พูดเล่นแต่เอาจริงนะคะ คุณสองคนเตรียมตัวให้ดีนะคะ ส่วน ปาน ธนพร คือพอเรามองหาแขกผู้หญิงซักคน สายแบ๊วไม่ใช่ทางเราแน่ๆ คุยกันไม่รู้เรื่อง แล้วชื่อของปานก็ผุดขึ้นมาในหัว ถ้าพูดถึงเสียงของนักร้องที่ชอบที่สุด คือเสียงของปาน ธนพร นี่แหละ แถมยังนับเป็นนักร้องหญิงคนแรกที่มาเป็นแขกรับเชิญบนเวทีของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วย ฌอห์ณ จินดาโชติ ถามว่าถูกใจตรงไหน? น่าจะทั้งตัวและหัวใจ คือน้องเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์แล้วก็ มีความอบอุ่น สามีแห่งชาติจะกลายเป็นสามีส่วนบุคคลหลังจากขึ้นเวทีคอนเสิร์ตนี้ นี่คือคำเตือน! ชะนีน้อยจะต้องอิจฉากอริลล่า อย่างฉันแน่นอน ส่วนแขกรับเชิญคนพิเศษอีกคน คือคนนี้ต้องอุบไว้ก่อนจริงๆ แต่รับรองว่าพอเปิดหน้ามาปุ๊บ ทุกคนเซอร์ไพรส์แน่ๆ รับรองเลยว่าคนนี้บนเวทีชีไม่ยอมใครจริงๆค่ะ” ทำตัวให้สบายแล้วมาร่วมเป็นแขกคนพิเศษของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ด้วยกัน ในวันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. และ วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม เวลา 17.00 น. ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเกตเมเจอร์ ทุกสาขา บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / และ 1,500 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โครงการกองทุน เพื่อผู้ป่วยยากไร้ มูลนิธิรามาธิบดี รายละเอียดเพิ่มเติม www.atimeshowbiz.com / www.facebook.com/Atimeshowbiz

โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ คว้าอันดับที่ 2 และ 4 ที่นูร์เบอร์กริง
นูร์เบอร์กริง /  เวิลด์กรังด์ปรีซ์ / 

โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ ประกาศศักดานักแข่งรถไทยบนสนามระดับโลกผงาดคว้าอันดับที่ 2 และ 4 ในการแข่ง24 ชั่วโมง นูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมนี โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ ทีมแข่งรถภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศชัยชนะสร้างชื่อให้กับประเทศไทยครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการขึ้นโพเดียมคว้าชัยในอันดับที่2 และ 4ของการแข่งขันเวิลด์กรังด์ปรีซ์ระดับโลก24ชั่วโมงนูร์เบอร์กริง“ADAC Zurich 24 Hours Race at Nürburgring”ในรุ่น Super Production3 เป็นครั้งแรก ด้วยรถยนต์ โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต และโคโรลล่า อัลติส เอสสปอร์ต นูร์เบอร์กริง เอดิชั่น เครื่องยนต์1800ซีซี โดยนักแข่งรถชุดสร้างประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ประกอบไปด้วย คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำและมานัต กุละปาลานนท์ ในรถหมายเลข 123 สามารถฟันฝ่าความหฤโหดของทั้งสนามและสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีหยุดพัก คว้าชัยเป็นอันดับที่ 2 ด้วยสถิติ 102 รอบและรถหมายเลข124 ขับโดยณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, กรัณฑ์ ศุภพงศ์,อาทิตย์ เรืองสมบูรณ์ และเฉิน เจี้ยน หงษ์ ตามติดมาเป็นลำดับที่ 4ด้วยรอบขับ 97 รอบ และได้อันดับที่ 75และ88 ตามลำดับในรุ่น Overall จากรถทั้งหมด159 คันในการแข่งขันระหว่างวันที่28-29พฤษภาคมที่ผ่านมาณเมืองนูร์เบอร์กประเทศเยอรมนี คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้จัดการทีมและนักแข่งสังกัดโตโยต้าทีมไทยแลนด์เผยถึงความรู้สึกหลังคว้าชัยชนะสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญได้สำเร็จว่า“ผมและนักแข่งทุกคน รวมถึงทีมงานทุกฝ่าย รู้สึกภูมิใจและดีใจเพราะเป็นความตั้งใจตลอด 3 ปี ที่จะต้องนำธงชาติไทยมาโบกสะบัดบนโพเดียม ที่สนามอันทรงเกียรติแห่งนี้ให้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงของการแข่งขันในสนามที่ขึ้นชื่อว่าขับยาก อันตรายและท้าทายติด 1ใน 3 ของโลก ทีมต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมมีสติและสมาธิในการขับขี่ ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทั้งอากาศหนาว พายุฝน แม้กระทั่งลูกเห็บตกรถแข่งทุกคันมีเป้าหมายเดียวกันคือเส้นชัย เราต้องทำให้ดีที่สุด และวินาทีที่รถของทีมสามารถเข้าเส้นชัยผ่านธงตราหมากรุกเข้ามาได้ เป็นวินาทีแห่งความภาคภูมิใจถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของคนไทยที่พวกเราสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและมอบความสุขกลับมาสู่ทุกคนได้ครับ ซึ่งถ้วยรางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศสำหรับการเฉลิมฉลองให้กับการครบรอบ 30 ปี ของโตโยต้า ทีมไทยแลนด์อีกด้วยครับ” ร่วมติดตามภาพความประทับใจและนาทีแห่งความสำเร็จของนักแข่งโตโยต้า ทีมไทยแลนด์ ในการแข่งขัน “นูร์เบอร์กริง 24 ชั่วโมง”ได้ทาง www.toyotateamthailand.com และ facebook.com/ToyotaTeamThailand  

สู่ดินแดนแห่งฝันอันเวิ้งว้างกว้างไกลที่ทะเลทรายหมูยเน เวียดนาม
เวียดนาม

สู่ดินแดนแห่งฝันอันเวิ้งว้างกว้างไกลที่ทะเลทรายหมูยเน เวียดนาม ▲ หมูยเน พื้นที่แอ่งทะเลทรายอันเลื่องชื่อของเวียดนาม เป็นที่ตั้งของเมืองตากอากาศริมทะเลชื่อดังและเนินทรายหลากสีสันอันงดงาม พร้อมให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสและเก็บภาพบรรยากาศอันน่าประทับใจ ทะเลทรายหมูยเน (Mũi Né) ในอดีตเคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวลับซึ่งเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักเดินทางที่ต้องการไปตั้งแคมป์เพื่อรื่นรมย์กับความเงียบสงบและความงดงามของเนินทรายที่ลื่นไหลไปตามจังหวะของธรรมชาติ และสัมผัสกับชายหาดอันสงบงามที่น้อยคนนักจะล่วงรู้ แต่ปัจจุบันหมูยเนได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งพักผ่อนชายทะเลชั้นนำ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม รีสอร์ท สวนพันธุ์ไม้ที่สวยงาม และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมกีฬาทางน้ำชั้นเยี่ยมของประเทศ โดยยังคงมีหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมตั้งอยู่ในพื้นที่อย่างกลมกลืน ▲ เมืองหมูยเนมีการพัฒนาพื้นที่รอบๆ หมู่บ้านชาวประมงเดิม แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรวมโรงแรมและศูนย์กลางของกีฬาทางน้ำซึ่งมีชื่อเสียงในหมู่ผู้รักกีฬาและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ด้วยเส้นทางเลียบหาดที่ทอดตัวยาวกว่า 10 กิโลเมตร เมืองหมูยเน ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเวียดนามเลียบชายฝั่งทะเลจีนใต้ ภูมิประเทศมีความงดงามด้วยแนวต้นปาล์มเรียงรายริมชายหาดและมีกระแสลมพัดแรงสม่ำเสมอ (ในช่วงฤดูแล้งของเวียดนาม) ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเล่นวินด์เซิร์ฟ ไคท์เซิร์ฟ เรือใบ และกีฬาทางน้ำอื่นๆ ทั้งยังเป็นเมืองเพื่อการพักผ่อนชื่อดังสำหรับผู้ที่ต้องการหนีความวุ่นวายจากเมืองไซ่ง่อน โดยมีบริการโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ จึงนับเป็นเมืองตากอากาศที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางมาเยือน ด้วยผังเมืองที่เรียบง่าย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีวันหลงทางในเมืองหมูยเน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจะตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักของเมืองตามแนวชายฝั่งทะเล จึงง่ายต่อการเดินชมเมืองอย่างยิ่งเพราะผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางเลียบหาดที่ทอดตัวยาวกว่า 10 กิโลเมตรของเมืองนี้ และเมื่อมองออกไปยังเส้นขอบฟ้าบนผืนน้ำสีคราม เราจะเห็นหมู่ไคท์บอร์ดจำนวนมากที่โลดแล่นท้าคลื่นอยู่กลางทะเลด้วยเป็นกีฬายอดนิยมของผู้ที่เดินทางมาเยือนเมืองหมูยเน โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม – เมษายนที่ลมพัดแรงเป็นพิเศษ ภายในตัวเมืองยังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หลากหลาย ทั้งมุมพักผ่อนสบายๆของนักเล่นเซิร์ฟบอร์ด ร้านค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารน่ารักๆ และร้านขายสินค้าแนวบูติกที่เก๋ไก๋เป็นจำนวนมาก ▲ เนินทรายสีขาวสะอาดตาภายใต้ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ถือเป็นทัศนียภาพตามธรรมชาติที่สวยงามเลื่องชื่อของเมืองแห่งนี้ เนินทรายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองหมูยเนมี 2 แห่ง ได้แก่ เนินทรายแดง (Red Sand Dunes) และ เนินทรายขาว (White Sand Dunes) ซึ่งทั้งสองแห่งมีทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาราวกับไม่ใช่สถานที่จริงบนโลกใบนี้ ทั้งยังใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากย่านใจกลางเมือง นับเป็นทั้งโลเกชั่นที่ดีเยี่ยมเพื่อการถ่ายภาพแนวศิลปะและการเดินทางพักผ่อนเพื่อสูดอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์และปลอดความชื้น โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไกลไม่สิ้นสุด เนินทรายขาว คือภูมิประเทศแบบทะเลทรายในฝันของหลายๆคน ด้วยเนินทรายสีขาวสะอาดตาที่ทอดตัวเรียงรายจรดปลายฟ้า ชวนให้เรานึกถึงโลกยุคเก่าที่สะอาดหมดจดไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ รวมถึงความสงบและความงดงามแห่งธรรมชาติที่แท้จริง แม้ในปัจจุบันจะมีธุรกิจรถเอทีวีเข้ามาให้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นจำนวนมาก หากเขตเนินทรายขาวแห่งนี้ยังมีความสงบอยู่มาก เพียงแค่คุณเดินทางลึกเข้าไปอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะได้พบฉากแห่งธรรมชาติอันตระการตาสำหรับการเก็บภาพประทับใจที่หาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้ สำหรับเนินทรายแดงนั้นสามารถเดินทางไปได้ง่ายกว่า โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีจากย่านกลางเมือง อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินสำรวจได้ง่ายกว่าอีกด้วย เนื่องจากเนินทรายในบริเวณนี้มีความชันไม่มากนัก อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญที่พลาดไม่ได้ของเมืองหมูยเนคือ ลำธารแฟรี่สตรีม (Fairy Stream) ที่ถือเป็น “สวรรค์ของนักถ่ายภาพ” แห่งที่สองของเมือง นักเดินทางจะได้พบกับลำธารที่ทอดตัวอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง ขนาบข้างด้วยป่าไม้พุ่มสีเขียวชอุ่มและอีกด้านหนึ่งคือเนินทรายสูงสีแดงเข้ม ภูมิประเทศที่สวยงามอย่างเหลือเชื่อนี้ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เดินทางมาเก็บภาพและเดินท่องไปตามลำน้ำที่งดงามแปลกตานี้ ราวกับการเดินทางสู่โลกแห่งเทพนิยายอันแสนมหัศจรรย์ของดินแดนตะวันออกกลางในโลกยุคโบราณเลยทีเดียว วันนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังประเทศเวียดนามได้อย่างสะดวกสบายกับสายการบินเวียตเจ็ท ด้วยเที่ยวบินไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ - กรุงโฮจิมินห์ ถึง 3 เที่ยวต่อวัน และเที่ยวบินไป-กลับกรุงเทพฯ - ฮานอย 2 เที่ยวต่อวัน นอกจากนี้ สายการบินเวียตเจ็ทยังมีเส้นทางบินในประเทศเวียดนามมากกว่า 30 เส้นทาง สำหรับการไปเยือนเมืองหมูยเนนั้น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถบัสจากกรุงโฮจิมินห์ไปยังเมืองหมูยเนได้อย่างง่ายดาย ซึ่งระยะทางในการเดินทางนั้นประมาณ 200 กิโลจากกรุงโฮจิมินห์ สายการบินเวียตเจ็ท ฉลองกิจกรรม “3D Summer” จัดโปรโมชั่นจองตั๋วโดยสารราคา 0 บาท ซึ่งครอบคลุมเส้นทางบินระหว่างประเทศ ระหว่างเวียดนามสู่ไทย เกาหลีใต้ ไต้หวัน เมียนมาร์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยเปิดจองในช่วง Golden hours เวลา 12.00 – 14.00 น. ของวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2559 สำหรับเดินทางในระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2559 (ยกเว้นวันหยุด) โดยสามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตวีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, เจซีบี และ อเมริกันเอ็กซ์เพรส สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vietjetair.com นอกจากนี้ สายการบินเวียตเจ็ทยังนำเสนอกิจกรรมแสนสนุกอีกหลากหลายรายการ เพื่อร่วมฉลองการเดินทางในช่วงซัมเมอร์นี้แก่ผู้โดยสารทุกท่าน ทั้งเกมเทคโนโลยี 3D ในสนามบิน กิจกรรมร่วมสนุกชิงรางวัล การยกระดับมาตรฐานบริการในเครื่องบิน การประกวดถ่ายรูปแบบ 3D และอื่นๆ อีกมากมาย ▲ สายการบินเวียตเจ็ทบริการผู้โดยสารด้วยเครื่องบิน 36 ลำ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A320 และ A321 ดำเนินการบิน 250 เที่ยวบินต่อวัน เปิดให้บริการ 50 เส้นทางในเวียดนามและทั่วภูมิภาค รวมถึงเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางในประเทศต่างๆ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน และเมียนมาร์ สายการบินเวียตเจ็ทพร้อมมอบประสบการณ์เที่ยวบินอันน่ารื่นรมย์แก่ผู้โดยสาร ภายใต้การดูแลของลูกเรือที่ทุ่มเทและเปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีในราคาที่คุ้มค่าสูงสุด!

ละครลิขิตริษยา‬ , เรื่องย่อลิขิตริษยา‬
ละครลิขิตริษยา /  ละครลิขิตริษยา / 

ละครลิขิตริษยา ละครช่อง 7 บทประพันธ์โดย : ปิยพร วายุภาพ บทโทรทัศน์โดย : ปิยพร วายุภาพ กำกับการแสดงโดย : ผิน เกรียงไกรสกุลผลิตโดย : บริษัท มีเดียสตูดิโอ จำกัด ร่วมกับ เอ ศุภชัย ศรีวิจิตรออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครลิขิตริษยา ช่อง7 เรื่องย่อลิขิตริษยา ซ่อนกลิ่น หมอตำแยสาวผู้มีปมจากความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาที่เกิดมายากจน และถูกกดขี่ดูแคลนมาแต่เด็ก เธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา แม้แต่ขายศพเด็กให้กับ พร หมอผีที่ทำคุณไสยมนต์ดำ และหลงรักซ่อนกลิ่นมาตลอด วันหนึ่ง เธอได้พบกับ หลวงเดชบริรักษ์ ชายผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉม ยศศักดิ์ และฐานะอันมั่งคั่ง ทำให้เธอหลงรักหลวงเดช และหมายมั่นจะต้องได้เขามาครอบครองให้ได้ หากแต่หลวงเดชบริรักษ์มีภรรยาถึง 3 คน ได้แก่ โฉมฉาย ภรรยาเอกซึ่งเป็นลูกสาวพระยาผู้มีจิตใจอ่อนโยน และยังมี บวรยศ ซึ่งเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้กับเขา กรองแก้ว ลูกสาวคหบดีผู้มั่งคั่ง และยังเป็นภรรยาที่รัก และเคารพโฉมฉายราวกับพี่สาวแท้ ๆ และพิศ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงเมียบ่าว แต่ก็ได้รับความเอ็นดูจากโฉมฉาย และกรองแก้วเป็นอย่างดี ครอบครัวของหลวงเดชเป็นครอบครัวที่พรั่งพร้อม และมีความสุขจนน่าอิจฉา จนกระทั่ง ซ่อนกลิ่นเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ทุกอย่างจึงเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อซ่อนกลิ่นมีโอกาสได้ใกล้ชิดครอบครัวหลวงเดชบริรักษ์ โดยเธอได้ทำคลอดให้กับพิศ จนทำให้ อรพิลาส ลูกสาวของพิศคลอดอย่างปลอดภัย ทำให้หลวงเดชบริรักษ์รู้สึกซาบซึ้ง และคิดว่าซ่อนกลิ่นมีบุญคุณกับครอบครัวของเขาที่ช่วยชีวิตพิศ และอรพิลาสไว้ได้ ละครลิขิตริษยา ด้วยความรักที่มีต่อหลวงเดชบริรักษ์ ซ่อนกลิ่นจึงพยายามทำทุกวิถีทางให้ได้เป็นภรรยาคนที่ 4 ของเขา แม้แต่เผาเรือนของตัวเองเพื่อเรียกร้องความสงสาร ทำให้โฉมฉายตกหลุมพรางนี้ และยอมรับซ่อนกลิ่นเข้ามาอุปการะในเรือน ขณะที่ซ่อนกลิ่นเมื่อได้มาอยู่ในเรือนหลวงเดชบริรักษ์ เธอก็ได้พบกับ นพ เพื่อนเก่าที่หลงรักซ่อนกลิ่นมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งในตอนนี้ นพคือข้าราชการชั้นผู้น้อย และอยู่ใต้บังคับบัญชาของหลวงเดชบริรักษ์ แม้นพจะดีใจกับการได้กลับมาพบซ่อนกลิ่นอีกครั้ง หากแต่ซ่อนกลิ่นกลับไม่ได้สนใจนพแม้แต่น้อย และแล้วซ่อนกลิ่นก็ใช้วิธีทำคุณไสยใส่หลวงเดชบริรักษ์ จนทำให้หลวงเดชบริรักษ์หลงใหลในตัวเธอ ถึงกับหน้ามืดตามัว ขณะที่กรองแก้วที่รู้ทันแผนชั่วร้ายของเธอจึงพยายามทำทุกทางเพื่อจะเปิดโปงซ่อนกลิ่น เธอจึงสั่งให้ ทอง นักเลงคุมบ่อนที่ตกหลุมรักเธออีกคนจัดการฆ่ากรองแก้ว ต่อมาซ่อนกลิ่นจับได้ว่า พิศ แอบรู้ความลับเรื่องที่เธอเป็นคนฆ่ากรองแก้ว เธอจึงวางยาสั่งที่ได้มาจากพรกับพิศ จนทำให้พิศกลายเป็นคนสติวิปลาส แม้กรองแก้วจะจากไปแล้วอีกทั้งพิศยังกลายเป็นคนเสียสติ หากแต่ซ่อนกลิ่นกลับยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการเชิดชู และให้เกียรติจากสังคม โดยเฉพาะจาก พระยาราชรักษ์ และคุณหญิงมณี ซึ่งเป็นเพื่อนของโฉมฉายในที่สุด ซ่อนกลิ่นจึงลงมือฆ่าโฉมฉาย ละครลิขิตริษยา อีกทั้งยังสั่งให้ ธูป บ่าวคนสนิทจัดการฆ่าบวรยศอีกด้วย โดยที่ เจิม บ่าวคนสนิทของโฉมฉายได้แต่เสียใจที่ไมสามารถปกป้องนายของเธอไว้ได้ ด้านนพที่แม้จะพยายามทำดีกับซ่อนกลิ่นมากเพียงไหน แต่ซ่อนกลิ่นกลับไม่แยแสเขาเลย ทั้งยังไม่ฟังคำทัดทาน และตักเตือนของนพที่อยากให้ซ่อนกลิ่นเลิกทำผิดคิดร้ายต่อครอบครัวของหลวงเดชบริรักษ์ แต่ทุกสิ่งที่ทำไปก็ไม่เป็นผล ในที่สุดนพจึงตัดสินใจขอทุนไปเรียนต่อยังต่างประเทศ และตัดใจจากซ่อนกลิ่นจนไปมีครอบครัวของตัวเอง เวลาผ่านไป 4 ปี โฉมฉายได้มาอาศัยอยู่กับ ป้ารี ซึ่งมีหลานสาวคือ เนตร ทำให้รู้ว่าโฉมฉายรอดชีวิตมาได้ในคราวนั้น หากแต่เคราะห์กรรมทำให้เธอกลายเป็นคนความจำเสื่อม ขณะที่บวรยศได้มาเป็นลูกศิษย์ของ หลวงพ่ออุเทน พระสงฆ์ซึ่งธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ จนได้พบบวรยศซึ่งนอนอยู่บนเรือที่ลอยมาริมน้ำตรงที่หลวงพ่ออุเทนปักกลดอยู่ หลวงพ่ออุเทนจึงเลี้ยงดูบวรยศมาตลอด จนกระทั่งพระยาราชรักษ์ และคุณหญิงมณี ซึ่งแม้จะมีลูกชาย คือ อรรถกร อยู่แล้ว แต่ก็รู้สึกถูกชะตากับบวรยศ จึงได้ขอหลวงพ่ออุเทนรับบวรยศมาอุปการะเป็นลูกชายอีกคน ละครลิขิตริษยา จั๊กจั่น 17 ปีต่อมา ซ่อนกลิ่นซึ่งในเวลานี้กลายเป็นภรรยาเอกของหลวงเดชบริรักษ์ ทั้งยังรับอรพิลาสมาเลี้ยงเป็นลูกตัวเอง และยังเลี้ยงมาแบบผิด ๆ ทำให้อรพิลาสซึมซับนิสัยของซ่อนกลิ่นเอาไว้ ขณะที่บวรยศเรียนจบปริญญาตรีจากต่างประเทศ และกำลังจะเข้ารับราชการในกรมศุลกากร เขากลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่สาว ๆ ต่างหมายปอง โดยเฉพาะอรพิลาสที่หลงรักบวรยศทันทีที่ได้พบ โดยไม่รู้เขาคือพี่ชายต่างมารดาของเธอ อีกทั้งยังมองข้ามอรรถกร ซึ่งในเวลานี้เป็นนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลเอง และหลงรักเธอ หากแต่บวรยศกลับตกหลุมรักเนตร แม่ค้าขนมหวานธรรมดาคนหนึ่ง และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ความหลับถูกเปิดเผย เมื่อบวรยศพาคุณหญิงมณีมาดูตัวเนตร ทำให้ได้พบกับโฉมฉายและรู้ว่าโฉมฉายยังมีชีวิตอยู่ เมื่อซ่อนกลิ่นได้รู้จึงต้องพยายามทำทุกทางเพื่อกำจัดโฉมฉายอีกครั้งเพื่อเอาตัวรอดจากความผิดทั้งหมดที่ตัวเองก่อไว้ เรื่องย่อละครลิขิตริษยา หากแต่กฎแห่งกรรมจะยอมปราณีเธอหรือไม่ และความรักของบวรยศ อรรถกร อรพิลาส และเนตร จะลงเอยเช่นไร ? ติดตามชม ละครลิขิตริษยา ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี ละครลิขิตริษยา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 8 มิถุนายน 2559 ละครช่อง7 ลิขิตริษยา ละครลิขิตริษยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงนำใน จั๊จั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ซ่อนกลิ่นกันตพงศ์ บำรุงรักษ์ รับบท หลวงเดชกาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า รับบท โฉมฉายณิชานันท์ ฟั่นแก้ว รับบท กรองแก้วอุษณีย์ วัฒฐานะ รับบท พิศวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท นพธัญสินี พรมสุทธิ์ รับบท คุณหญิงมณีสุรวุฑ ไหมกัน รับบท พระยาราชรักษ์วาทิต โสภา รับบท อรรถกรภัทรานิษฐ์ วิริยะบำรุงกิจ รับบท อรพิลาศเติมเศวตชัย นาคสุข รับบท บวรยศสิมิลัน สุขเบื้องบน รับบท เนตรสรพงศ์ ชาตรี รับบท หลวงพ่ออุเทนศรุต วิจิตรานนท์ รับบท พรกณิน ปัทมนันถ์ รับบท ทองปัทมวรรณ เค้ามูลคดี รับบท เจิมชมพูนุช ปิยธรรมชัย รับบท ธูปรอง เค้ามูลคดี รับบท ผลพรชนก ลาภิเศษพันธุ์ รับบท พวงหรัณย์ กิ่งโพธิ์ต้น รับบท ก้าน ละครช่อง7 ลิขิตริษยา