ดูหนังใหม่

มาดู 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก
ข่าวการศึกษา /  ที่สุดในโลก / 

สำหรับน้องๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนขณะนี้ และอยากจะไปศึกษาต่อต่างประเทศต้องห้ามพลาด! ข้อมูลจากเว็บไซต์ mbctime.com เกี่ยวกับ ระบบการศึกษาของ 20 ประเทศทั่วโลกที่ถูกจัดอันดับว่าดีที่สุด “20 Best Education Systems In The World” ประจำปี 2015/2016 ที่จะช่วยในการตัดสินใจถึงมาตรฐานสถานี่เรียนว่าดีมากน้อยแค่ไหน และแตกต่างจากบ้านเราอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะไปติดตามข้อมูลน่ารู้เหล่านี้กัน มาดู 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก อันดับที่ 20 : สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ค่อนข้างสูง เด็กสวิตจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น จึงจะถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับ ส่วนระดับอนุบาลนั้นไม่ถือว่าเป็นการศึกษาภาคบังคับ จะเข้าเรียนอนุบาลก่อนหรือไม่ก็ได้ กล่าวกันว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นต้นกำเนิดของวิชาการโรงแรม จึงทำให้สาขานี้มีนักเรียนไทยให้ความสนใจไปเรียนต่อมากที่สุดนั่นเอง อันดับที่ 19 : สาธารณรัฐเช็ก (czech republic) แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป แต่สาธารณรัฐเช็กก็เป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ เรียนฟรีสำหรับการศึกษาภาคบังคับไปจนถึงอายุ 15 ปี หลักการเรียนรู้เน้นความเข้าใจของผู้เรียนเป็นหลักซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวเช็ก ระบบการศึกษาของประเทศมีทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน คือ โรงเรียนอนุบาล, ประถมศึกษา, มัธยมศึกษา, วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย อันดับที่ 18 : เบลเยี่ยม (Belgium) เบลเยี่ยมเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เน้นในเรื่องของมาตรฐานการศึกษา และพยายามเปิดโอกาสให้ประชาชนในประเทศทุกคนมีสิทธิทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน จึงไม่มีการสอบเข้า และไม่เก็บค่าเล่าเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงความหลากหลายของทุนการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยอีกด้วย ระบบการเรียนการสอนจึงมีความแตกต่างตามภูมิภาคทั้งภาษาดัตช์ เยอรมัน และฝรั่งเศส อันดับที่ 17 : อิสราเอล (Israel) อิสราเอลถือว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ค่อนข้างสูงประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะในด้านของการศึกษา ในทัศนะคติของคนอิสราเอลจะถือว่าการศึกษาถือเป็น “มรดกที่ล้ำค่า” การศึกษาภาคบังคับทั้งหมด 12 ปี (ตั้งแต่อายุ 5-16 ปี) และรัฐได้จัดการศึกษาฟรีจนถึงอายุ 18 ปี โดยการศึกษาส่วนใหญ่ในประเทศจะใช้เป็นภาษาฮินดีและภาษาอาหรับเป็นหลัก อันดับที่ 16 : นิวซีแลนด์ (New Zealand) ในปี 2014-15 รัฐบาลของประเทศนิวซีแลนด์ได้ทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาในด้านการศึกษากว่า 13,183 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศนิวซีแลนด์ถึงได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีระบบการศึกษาที่ดีและมีมาตรฐาน ผลการสอบ PISA ในด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ อยู่ในอันดับ 7 ในขณะที่คณิตศาสตร์อยู่ในอันดับที่ 13 จากประเทศสมาชิกทั้งหมด 34 ประเทศ อันดับที่ 15 : ออสเตรเลีย (Australia) ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักที่ใช้ในระบบการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย และยังมีสถิติด้านการศึกษาที่น่าสนใจอีกคือ ประชากรชาวออสเตรเลียมีอัตราการรู้หนังสือเบื้องต้นในระดับประถมเกือบ 2 ล้านคน รวมแล้วมีอัตราการรู้หนังสือถึง 99% และการประเมินการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย PISA ในส่วนของวิชาการอ่าน, วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อยู่ในอันดับที่ 6, 7 และ 9 ตามลำดับ ประเทศออสเตรเลียยังเป็นประเทศยอดนิยมสำหรับนักศึกษาไทยที่นิยมไปเรียนต่อมากที่สุดอีกด้วย อันดับที่ 14 : สหรัฐอเมริกา (USA) การศึกษาภาคบังคับนักเรียนอเมริกันทุกคนจะได้รับสิทธิเรียนฟรีจนกระทั่งถึงเกรด 12 หรือจบในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย บรรยากาศการศึกษาในห้องเรียนของชาวอเมริกันนั้น นักศึกษาจะต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โต้เถียงเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง มีส่วนร่วมในการสนทนา และนำเสนองานของตน ซึ่งนักศึกษาชาวต่างชาติส่วนใหญ่เห็นว่าบรรยากาศภายในห้องเรียนเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นใจที่สุดของระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 13 : รัสเซีย (Russia) รัสเซียเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษามาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต ชาวรัสเซียส่วนมากจะสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน และยังเป็นนักอ่านหนังสือพิมพ์มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก มีการศึกษาหาความรู้กันอย่างจริงจัง ทำให้อัตราการรู้หนังสือของประชากรประเทศรัสเซียคิดเป็น 100% เต็ม อีกทั้งมีวิชาการ ความรู้และเทคโนโลยีเป็นของตนเองมาเป็นเวลานาน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาก็นับว่าไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อีกด้วย อันดับที่ 12 : เยอรมนี (Germany)  เยอรมันเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่ม OECD ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมาก ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็ก ๆ อยู่ในระดับสูงทั้งในระดับมัธยมศึกษา และในระดับอุดมศึกษา โดยการศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 6-18 ปี โรงเรียนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนรัฐบาล เรียนฟรีไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมัน หันมาพัฒนาการศึกษา และการวิจัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรวมประเทศ มีมหาวิทยาลัยเกือบ 120 แห่ง อันดับที่ 11 : เดนมาร์ก (Denmark) ประเทศเดนมาร์ก กฎหมายบังคับการศึกษาแต่ไม่บังคับการไปโรงเรียน เด็กทุกคนจะต้องไปเรียนเมื่อมีอายุครบ 7 ปี การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ไม่รวมชั้นเด็กเล็ก ระบบการศึกษาของเดนมาร์กจะให้ความสำคัญกับการแนะแนวมาก เพื่อให้เด็กทุกคนพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะกับศักยภาพของตนเอง และเด็ก ๆ ยังสามารถเลือกการศึกษาและโรงเรียนของตนได้อีกด้วย อันดับที่ 10 : โปแลนด์ (Poland) ประเทศโปแลนด์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก และสาขาวิชาที่ขึ้นชื่อคือ “สาขาแพทย์” ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์สภา และเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในเครือข่าย European Union เพื่อแลกเปลี่ยนด้านอื่นๆ รวมทั้งการศึกษา ในปัจจุบันประเทศโรมาเนีย, เบลเยี่ยม, ฟินแลนด์, กรีซ, อิตาลี, สเปน, โปตุเกส และโปแลนด์ จะรับนักศึกษาโดยพิจารณาจาก GPA ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ Biology, Chemistry ,Physic เป็นตัววัดการได้เข้าศึกษาถึง 90 % และ อีก 10 % คือคุณสมบัติพิเศษเช่นภาษาอังกฤษ อันดับที่ 9 : ไอร์แลนด์ (Ireland) ประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยมอันดับต้น ๆ ของโลก โดยรัฐบาลไอร์แลนด์มุ่งมั่นจะสร้างประเทศให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้นิยมมาเรียนภาษาอังกฤษมากที่สุด โดยในแต่ละปีจะมีจำนวนนักเรียนประมาณ 200,000 คน ที่มาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยมีหน่วยงานของรัฐบาลไอร์แลนด์รับรองคุณภาพทางการศึกษา อันดับที่ 8 : เนเธอแลนด์ (Netherlands) ระบบการศึกษาของประเทศเนเธอร์แลนด์แตกต่างจากที่อื่น เพราะที่นี่จะให้อิสระโรงเรียนในการจัดการศึกษาอย่างเต็มที่ รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงเรื่องการบริหารจัดการ หรือวิธีการสอนของครูแต่อย่างใด ระบบการศึกษาของเนเธอร์แลนด์ออกเป็น 3 ระดับ ระดับแรกคือการศึกษาขั้นประถม (Basisonderwijs) ระดับที่ 2 คือ การศึกษาขั้นมัธยม (Voortgezet Onderwijs) และระดับที่ 3 คือขั้นอุดมศึกษา อันดับที่ 7 : แคนาดา (Canada) อังกฤษและแคนาดา ทั้งสองประเทศถูกจัดว่านักเรียนระดับประถมศึกษาเป็นหนอนหนังสือมากที่สุดในโลก อัตราการอ่านออกเขียนได้ไม่น้อยกว่า 99% ระบบการเรียนของแคนาดา จะอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละจังหวัดและมณฑล โดยจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ยกเว้นในควิเบก (Quebec) ซึ่งจะมีระบบการศึกษาที่แตกต่างออกไป ประกอบด้วยระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา วิทยาลัยทั่วไปและวิทยาลัยอาชีพ (CEGEP) นอกจากนี้ประเทศแคนาดายังเป็นประเทศที่มีมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดีติดอันดับโลกอีกด้วย อันดับที่ 6 : สหราชอาณาจักร (United Kingdom) การศึกษาภาคบังคับของสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปี ไปจนถึง 16 ปี โรงเรียนมีทั้งประเภท โรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน เด็กนักเรียนประมาณ 95% จะเรียนในโรงเรียนรัฐบาล การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยปัจจุบันมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรมีประมาณ 96 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียวการศึกษาระดับอุดมศึกษา อันดับที่ 5 : ฟินแลนด์ (Finland) โรงเรียนในประเทศฟินแลนด์ไม่มีเครื่องแบบนักเรียน ไม่มีการสอบเข้าสถานศึกษา ไม่มีค่าธรรมเนียมทางการศึกษา ไม่มีการจัดอันดับสถานศึกษา ไม่มีหน่วยงานคอยควบคุมวัดระดับเพื่อประเมินผล การศึกษาภาคบังคับเริ่มต้นเมื่อเด็กอายุ 7 ปี ไม่เน้นการเรียนอนุบาลแต่จะเน้นให้อยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด ระดับประถมจะใช้เวลาเรียนน้อยและให้เด็กได้ทำในสิ่งที่สนใจมากกว่า ที่สำคัญจะไม่เน้นเรื่องการแข่งขันจึงไม่มีเกรดเฉลี่ย อันดับที่ 4 : ฮ่องกง (Hong Kong) หลังจากฮ่องกงได้ทำการปฏิรูปการศึกษายกเลิกระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมของอังกฤษทั้งหมด ก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม จนสามารถติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก ขยายการศึกษาภาคบังคับจาก 9 ปี เป็น 12 ปี ขยายเวลาเรียนจบในระดับปริญญาตรีจาก 3 ปี เป็น 4 ปี ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาจีนกวางตุ้งเป็นภาษาหลักในตำราเรียน อัตราการรู้หนังสืออยู่ที่ 94.6% โดยในปีที่ผ่านมาฮ่องกงได้ทุ่มงบประมาณในด้านการศึกษาสูงถึง $39,420 ต่อหัวเลยทีเดียว อันดับที่ 3 : สิงคโปร์ (Singapore) สิงคโปร์มีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยมติดอยู่ใน Top 3 ของโลกเรื่อยมา ทุกโรงเรียนจะถูกควบคุมด้วยกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง แบ่งเป็นชั้นประถม 6 ปี และมัธยม 4 ปี ต่อจากนั้นก็จะเป็นการศึกษาที่สูงขึ้น เช่น โปลีเทคนิค จูเนียร์คอลเลจ และมหาวิทยาลัย การเรียนการสอนในประเทศสิงค์โปร์นี้จะเน้นความง่าย เรียนจากความเป็นจริง และสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ 4 ด้านคือ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา อันดับที่ 2 : ญี่ปุ่น (Japan) ความสำเร็จทางการศึกษาของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ในการสอบวัดความรู้ด้านคณิตศาสตร์นานาชาติ เด็กญี่ปุ่นถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆมาโดยตลอด ระบบนี้เป็นผลมาจากการสมัครเข้าเรียนสูง ตลอดจนอัตราการรับ ระบบการสอบเข้า (การสอบเอนทรานซ์) โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัยมีอิทธิพลต่อการศึกษาทั้งระบบเป็นอย่างมาก ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก และเป็นสังคมที่มีระเบียบวินัย การศึกษาเป็นสิ่งที่น่าเคารพยกย่อง และความสำเร็จเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการประสบความสำเร็จในงานและในสังคม อันดับที่ 1 : เกาหลีใต้ (South Korea) ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลีแข่งขันกันอย่างสูสีว่าใครจะครองอันดับ 1 สำหรับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ประเทศเกาหลีทุ่มงบประมาณการศึกษาในปีที่ผ่านมา $11,300,000,000 มีอัตราการรู้หนังสือทั้งสิ้น 97.9% เพศชาย 99.2% และเพศหญิง 96.6% จะเห็นได้ว่านักเรียน-นักศึกษาประเทศเกาหลีจะเรียนหนักมาก ตารางเรียนแน่นเอียดทุกวัน ระบบการศึกษาของเกาหลีใต้เป็นระบบ 6 – 3 – 3 – 4 คือ ชั้นประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 3ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี และวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย 4 ปี เป็นยังไงกันบ้างคะ? สาระข้อมูล 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก หวังว่าจะช่วยน้องๆ ตัดสินใจหรือเก็บข้อมูลในการเรียนต่อต่างประเทศได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณข้อมูลจาก terrabkk.com, manager.co.th, mbctimes.com

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ตัวละครลับโผล่!! หงส์ ซุ่มเงียบจ่อเปิดตัววันเดอร์คิด อันเดอร์เลชท์ เข้ารังรายที่4
ซามูเอล บาสเตียน /  ลิเวอร์พูล / 

ไม่รู้ไปแอบคุยกันอยู่ใต้ดินหรืออย่างไรสำหรับดีลนี้? เมื่อ Irpinianews สื่อดังของ อิตาลี ตีข่าว ลิเวอร์พูล ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวคว้าเจ้าหนู ซามูเอล บาสเตียน กองกลางดาวรุ่ง อันเดอร์เลชท์ มาเสริมทัพเป็นรายที่ 4 ในยุค เจอร์เกน คล็อปป์ ได้เรียบร้อยแล้ว หลังจากเดินทางไปโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดแจ่มกับ อเวลลิโน่ ทีมจากลีก กัลโช่ เซเรีย บี ของ อิตาลี ในฤดูกาลนี้ด้วยสัญญายืมตัว กองกลางดีกรีทีมชาติ เบลเยียม ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งในวันเดอร์คิดที่ถูกจับตามองมากสุดจากหลายสื่อดังของยุโรปในเวลานี้ ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี แต่มีทักษะการเป็นมิดฟิลด์จอมปั้นเกมที่มีประสิทธิภาพ แถมยังมีสกิลจ่ายทะลุช่องสุดแม่นยำ ทำให้ "หงส์แดง" ที่ส่งแมวมองไปซุ่มดูฟอร์มเจ้าหนูรายนี้อยู่พักใหญ่ เดินหน้าเจรจาข้อเสนอจนล่าสุด สื่อแดนมักกะโรนีดังกล่าวบอกว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงเงื่อนไขกันได้แล้ว และค่าตัวน่าจะอยู่ระหว่าง 4.6 ล้านปอนด์ และ 3.4 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ว่ากันว่า การเช็คบิลนักเตะรายที่ 4 ครั้งนี้ของ คล็อปป์ ต่อจาก มาร์โก กรูยิช, โจเอล มาติป และยอริส คาริอุส เป็นเพียงการเสริมทัพเพื่ออนาคตเท่านั้น โดย ลิเวอร์พูล จะทำการเตรียมหาสโมสรใหม่ให้ ซามูเอล บาสเตียน ออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยสัญญายืมตัวต่อไป

Mee bed and breakfast โรงแรมสุดฮิปในราคาหลักร้อย! จ.แพร่
Mee bed and breakfast /  ที่พักแพร่ / 

Travel.mthai ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่จังหวัดแพร่ และได้เข้าพักที่โรงแรมใหม่แถวตัวเมืองชื่อ "Mee bed and breakfast" แค่ชื่อก็น่ารักแล้ว พอได้เห็นสถานที่จริง โอ้ว! ประทับใจ ตกแต่งแบบเรียบง่าย สไตล์ฮิปสเตอร์แบบที่ชอบเลย แถมราคานี่ดึงดูดสุดๆ ในราคาหลักร้อยเท่านั้น! Mee bed and breakfast โรงแรมสุดฮิปในราคาหลักร้อย! จ.แพร่ Mee bed and breakfast โรงแรมแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนราษฎร์ดำเนิน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ ที่นี่เขามีสโลแกนว่า "โรงแรมอารมณ์ดี" แน่นอนลูกค้าที่เข้าพักที่นี่แฮปปี้กันทุกคน เอาจริงๆ เจ้าของใจดี และใส่ใจลูกค้ามากๆ และตั้งแต่ข้างหน้าโรงแรมจนขึ้นไปถึงห้องพัก เรายังไม่หยุดถ่ายรูปเลย สวยทุกมุม! Mee bed and breakfast มีสไตล์การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร เน้นเรียบง่ายแต่ดูเก๋ ภายนอกโรงแรมเป็นตึกสูงเป็นแบบปูนเปลือย เพิ่มลูกเล่นตัวตึกด้วยสังกะสีและลวดตะข่าย และอิฐแดง โรงแรมนี้มี 4 ชั้น โดยเมื่อเปิดประตูเข้าไปข้างใน ชั้นที่ 1 จะเป็น ล็อบบี้ (Lobby) มีเจ้าของคอยต้อนรับ และให้บริการด้วยหน้าตายิ้มแย้ม เป็นกันเอง ^^ ทางขวามือ จะเป็นประตูกระจกที่สามารถเดินออกไปยัง Mee Cafe' ห้องอาหารและบาร์ขนาดน่ารักๆ นั่งชิลได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ส่วนชั้นที่ 2-4 นั้นจะเป็นห้องพัก ซึ่งห้องพักแต่ละห้องนั้นจะตกแต่งไม่เหมือนกันสักห้องเลย! มันเจ๋งตรงนี้แหละ เราไม่รู้ว่าเราจะได้พ้องพักแบบไหน ส่วนเราได้ห้องพักชั้นที่ 4 ห้อง 402 ก่อนเข้าพักก็จะต้องใช้บัตรสแกนเข้าไปในตัวตึก ระหว่างบันไดทางเดินขึ้นไปห้องพัก ก็จะมีของน่ารักๆ กรอบรูป ดอกไม้ ทางสีผนังเป็นแผนที่เมืองแพร่ ให้ดูเพลินๆ ด้วย ก็แวะถ่ายรูปไปสิ ไม่ถึงห้องสักที >,< ในที่สุด!!! เราก็มาถึงห้องพัก ห้อง 402 ไขกุญแจ (เสี่ยงดวงห้องจะหน้าตาเป็นแบบไหน) พอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้นแหละ โอ้โห! น่ารักจัง ผนังห้องทาด้วยสีขาว มีกรอบรูปเรียงเต็มไปหมด ชอบมากๆ! ที่นี่ส่วนมากเน้น ใช้ปูนเปลือยและอิฐแดง ห้องโปร่ง อากาศเย็นสบาย ห้องกว้างขวาง มีโต๊ะวางของ ตู้เย็น เครื่องดื่มพร้อม ส่วนเตียงนอนที่นี่จะมีเป็นเตียงเดี่ยวทั้งหมด (ไม่มีเตียงคู่นะฮะ) เตียงนุ่มหลับสบายเลยเรา ^^ ประตูสีดำเปิดออกไปยังระเบียง และอีกประตูเป็นห้องน้ำ ในส่วนของห้องน้ำก็โอเค มีเครื่องทำน้ำอุ่น สบู่ แชมพู ครีมนวดผมให้ ที่นี่จะไม่มีไดร์เป่าผมให้นะคะ แต่ถ้าใครต้องการใช้ก็สามารถขอยืมที่บริเวณล็อบบี้ได้เลย ตื่นเช้ามาก็ลงมาหาอะไรรองท้องสักหน่อย ที่ Mee Cafe'  ที่นี่จะมีเมนูอาหารเช้าให้เลือกหลายอย่าง เช่น อเมริกัน เบรคฟาสต์, ไข่กระทะ, ขนมปัง, ชา แกแฟ เป็นต้น ที่นั่งด้านนอก Mee Cafe'  อากาศดี ร่มเย็น ไปดูด้านในของ Mee Cafe' กัน พอเดินเข้ามา ซ้ายมือก็จะเจอบาร์เล็กๆ น่ารักๆ แบบนี้ มีขนมปัง ชา กาแฟ ให้บริการ นี่ไง! เมนูไข่กระทะ เมนู อเมริกัน เบรคฟาสต์ ส่วนขวามือก็จะเป็น บาร์ไม้ ที่นั่งชิลๆ พิเดินลัดเลาะไปทางข้างหลังร้าน เป็นทางเดินไปยังห้องน้ำ นอกจากนี้ทางโรงแรมก็มีบริการ รถถีบ(จักรยาน) บริการฟรี สามารถปั่นรอบเมืองแพร่ชมวิถีชีวิตคนเมืองในบรรยากาศเย็นๆ ได้ด้วย เชื่อไหมว่า ราคาห้องพัก/คืน ที่นี่ราคา 590.- บาท!!! พร้อมอาหารเช้า เป็นราคาโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวราคา เจ้าของบอกว่าสักพักอาจจะปรับราคาขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ไม่แพงแน่นอน คือดีงาม บริการเป็นกันเอง ประทับใจมากๆ ค่ะ ใครมาอย่าลืมมาพักที่นี่กันนะ อย่าลืมแฮชแท็กรูปสวยๆ มาอวดกันด้วยนะ ^^ ตั้งอยูที่ : 16/5 ถนนราษฎร์ดำเนิน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 54000 เบอร์โทรศัพท์ : 054-061-073, 081-177-3556 เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/meebedandbreakfast/ อินสตาแกรม : meebedandbreakfast (‪#‎meebedandbreakfast‬ ‪#‎meecafe‬ ‪#‎phrae‬ ‪#‎goodmoodhotel‬)

'จิลล์ เทย์เลอร์' เปิดใจ! ทำไม? 'ลูอิซา คลาร์ก' แต่งตัวแบบนี้ใน Me Before You
Emilia Clarke /  Jill Taylor / 

'จิลล์ เทย์เลอร์' เปิดใจ! ทำไม? 'ลูอิซา คลาร์ก' แต่งตัวแบบนี้ใน Me Before You หลายคนที่ได้ชมภาพยนตร์ Me Before You รอบพิเศษ รวมถึงรอบหลัง 2 ทุ่มที่เปิดให้เข้าชมแล้วนั้น แทบทุกคนทีเดียวที่ได้ตื่นตาตื่นใจกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสุดสดใสของสาว ลูอิซา คลาร์ก รับบทโดย เอมิเลีย คลาร์ก (Emilia Clarke) ซึ่งแต่ละชุดนั้นน่ารัก ดูมีสีสัน และเข้ากับความร่าเริงของลูอิซาทีเดียว และเบื้องหลังความน่ารักเหล่านี้ก็คือ จิลล์ เทย์เลอร์ (Jill Taylor) นักออกแบบเครื่องแต่งกายนั่นเอง จิลล์ เทย์เลอร์ เผยว่า “คาแรคเตอร์ของลูอิซา คลาร์ก นั้น เป็นผู้หญิงที่เพี้ยนนิด ๆ แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นตลก เธอเป็นหญิงสาวที่เป็นตัวของตัวเอง ชอบเสื้อผ้า ชอบสีสัน และมีความสุขกับการนำสิ่งต่าง ๆ มารวมเข้าด้วยกัน เสื้อผ้าชิ้นพิเศษเป็นเหมือนงานศิลปะสำหรับเธอ เธอเล็งเห็นคุณค่าของมัน จากนั้นฉันเริ่มสังเกตว่าสาว ๆ ใส่อะไรกันตามท้องถนนในลอนดอน และสิ่งที่หาได้ตามร้านต่าง ๆ น่าตื่นเต้นมาก ฉันได้แรงบันดาลใจมากมายจากที่นั่น” และชุดเดรสสีแดงที่ ลูอิซา คลาร์ก สวมใส่ในวันออกเดทกับ วิล เทรย์เนอร์ คือไฮไลต์ที่ทำให้เอมิเลีย คลาร์ก ดูสวยและสง่างามทีเดียว จิลล์ เทย์เลอร์ ได้บอกเล่าถึงชุดเดรสสีแดงนี้ว่า “มีฉากหนึ่งที่เธอพาวิลล์ไปดูคอนเสิร์ตโมสาร์ทและชุดสีแดงก็สำคัญมาก ฉันวาดแบบออกมาและส่งไปตัด เธอใส่แล้วดูสวยมากค่ะ เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นลูดูสวยสง่าขึ้นมา และเรายังทำชุดให้เธอสำหรับฉากงานแต่งงานด้วย ทรงคล้ายกันกับชุดสีแดง แต่ใช้ผ้าต่างออกไปมาก แน่นอนว่าเป็นผ้าพิมพ์ลายสีสันสดใส”

โกอินเตอร์สุดแฮปปี้ ปอย ต่อสัญญาอีก 10 ปี แพลนซื้อบ้านฮ่องกง!!
ปอย ตรีชฎา /  ปอย โกอินเตอร์ / 

        ชีวิตแฮปปี้สุดๆ สำหรับสาวสวย ปอย ตรีชฎา หลังโกอินเตอร์ไปเซ็นสัญญามีผลงานภาพยนตร์จีนโด่งดังไปทั่วเอเชีย ล่าสุด สาวปอย บินกลับไทยมาร่วมเดินแบบในงาน AEC HERE WE COME มีโอกาสอัพเดทผลงานว่า กำลังเดินสายโปรโมทภาพยนตร์จีนและกำลังจะต่อสัญญายาวๆ อีก 10 ปี ซึ่งเจ้าตัวแพลนซื้อบ้านไว้ตั้งรกรากที่ฮ่องกงกันเลยทีเดียว ส่วนผลงานที่เมืองไทยนั้นก็กำลังจะมีละครให้ได้ติดตามกันแน่นอน!!           "ล่าสุดไปโปรโมทหนังเรื่อง Witch Doctor ได้เดินทางทั่วจีนและฮ่องกงเลยค่ะ 2 วันแรกก็ได้ฮิตติดบ็อกออฟฟิศเหมือนเดิมค่ะที่จีนและไต้หวัน เรื่องนี้ทุ่มเทมาก เพราะเป็นเรื่องที่ปอยต้องเล่นเป็นภรรยาที่ต้องแก้แค้นแทนพี่สาว ปอยจะต้องเล่นหลายอารมณ์มาก จินตนาการเป็นคนนั้นคนนี้ หลายคาแรคเตอร์ในคนเดียวถือว่าท้าทาย เรื่องนี้ปอยเรียนการแสดง 2 อาจารย์เลย ทั้งอาจารย์ต่างประเทศและไทย"            "ฉากเลิฟซีนน้อยมากค่ะ เป็นแค่ภาพหลอนของพระเอกที่เห็นว่าเราเป็นแฟนกัน มีจูบบนสะพานธรรมดา คิสเบาๆ ไม่ใช่เฟรนช์คิส จริงๆ ปอยก็มีลิมิตนะคะ ไม่โป๊มาก ฉากเลิฟซีนของต่างประเทศถือเป็นเรื่องธรรมดาเลย โชคดีที่ว่าต้นสังกัดของปอยเป็นบริษัทหนังก็เลยเข้าใจในเรื่องการพูดคุยกับค่ายให้ออกมาดูดี เรื่องภาพลักษณ์ไม่ค่อยกังวล คนที่จะกังวลเป็นทางต้นสังกัดมากกว่า"             "รอบนี้ที่ไปโปรโมทหนังแฟนคลับน่ารักมาก เป็นกระแสที่ดีขึ้น รู้สึกว่าเราหายเหนื่อย คนตามมาดูเรามากกว่าเดิม ไปไหนมาไหนคนตามถ่ายรูปก็ไม่ลำบากค่ะ ถ้าไม่มีคนถ่าย ปอยไม่ชอบ (หัวเราะ) โดนตามถ่ายก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เสียหายนะคะ ปอยว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะที่นู่นก็รู้จักลิมิตและให้เกียรติกัน แต่ส่วนใหญ่แฟนคลับปอยจะเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ค่ะ อยู่ที่นู่นสบายมากค่ะ ไม่ลำบากเลย ปอยเอาน้ำพริกอ่องของภาคเหนือไปด้วย แพ็คกันไป ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรต้องปรับตัวแล้วค่ะ เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วค่ะ"            "ล่าสุดรับละครไทยของพี่ต่าย นัฐฐพนธ์ ไปเวิร์คช้อปเรียบร้อยแล้วค่ะ น่าจะเริ่มถ่ายไม่เกิน 1-2 เดือนนี้ บทบาทปอยเล่นเป็นซินดี้ เป็นคนที่ได้รับการกดดันมากมายจากเพื่อนร่วมงาน เหมือนโดนคนฆาตกรรมในละครเรื่องนางแค้นเป็นบทละครเดียวกับนางชฎา ซึ่งปอยต้องเล่นเป็นผีด้วยค่ะ ทำงานร่วมกับพี่ต่ายน่ารักมากเลยค่ะ เป็นผู้จัดและเล่นกับเราด้วย ก็มาเวิร์คช้อปด้วยเป็นกันเองมากๆ"            "ปอยไม่ค่อยได้เล่นละคร ที่รับเรื่องนี้เพราะปอยอ่านเรื่องย่อแล้วน่าสนใจมากค่ะ ท้าทายความสามารถของตัวเอง อีกอย่างเรื่องนี้เป็นอารมณ์ของการแก้แค้น และปอยเพิ่งเล่นมาด้วยที่เมืองจีน ก็เลยรู้สึกอารมณ์ต่อเนื่องกันอยู่ ข่าวที่ว่าพี่ต่ายยอมสู้ค่าตัว 6 หลักเลย คือคนที่คุยเรื่องค่าตัวจะเป็นต้นสังกัดของปอยที่นู่นค่ะ ก็เป็นเรทต่างประเทศเลย จริงๆ ปอยก็ช่วยพูดคุยให้ได้ค่ะ แต่ก็เกือบๆ เท่าเรทต่างประเทศเลย ปอยคุยกับพี่ต่ายว่าเรทไม่ได้ไม่เป็นไรนะ เพราะปอยอยากเล่นเรื่องนี้ เราไม่รู้เรทคนอื่นยังไง และเราไม่ได้คุยงานเรื่องนี้เองด้วยค่ะ"            "เราทำงานก็ไม่ได้เน้นว่าเงินเท่าไหร่ ปอยก็ทำธุรกิจได้รายได้ตรงนี้เยอะกว่าอยู่แล้ว แต่ตรงนี้เป็นเรื่องของภาพลักษณ์และความท้าทายความสามารถที่น่าเล่นมาก ที่ไม่ค่อยได้รับละครไทยไม่ใช่เพราะเรทต่างประเทศหรอก เพราะด้วยเวลา ถ้าทุกคนเห็นปอยจะรู้ว่าไม่มีเวลาเลย ในสัญญาที่นู่นก็ระบุว่าเราต้องทำงานเต็มความสามารถ ยิ่งปอยจะต้องต่อสัญญาด้วย ก็ยิ่งต้องทำให้เค้าเห็นว่าเราพร้อมเสมอ ฮึกเหิมตลอดเวลาค่ะ จะต่อสัญญาอีกประมาณปีนึง ตอนนี้มีร่างสัญญาเรียบร้อยแล้วค่ะ ครั้งแรก 5 ปี ครั้งต่อไป 10 ปีค่ะ เล่นจนเป็นบทแม่เลย"            "หนังไทยมีติดต่อมาแต่เวลาไม่ได้ค่ะ ตอนนี้มีหนังฮ่องกงเริ่มถ่ายไปแล้ว 2 เรื่อง เสร็จไปแล้ว 2 เรื่อง และก็มีเข้ามาอีก 3 เรื่องได้ตอบตกลงไปแล้วค่ะ ตอนนี้ก็กำลังดูอสังหาริมทรัพย์ที่นู่น คุ้มกับการลงทุนก็น่าจะมีไว้ มีบัญชีที่นู่นก็ซื้อได้ในระดับนึง ต้องให้เวลาดูโลเคชั่นก็กำลังตัดสินใจอยู่ค่ะ แต่เวลาปอยไปที่นู่นเค้าก็มีที่พักเตรียมไว้ให้เราอย่างดีอยู่แล้วค่ะ ยังไม่คิดจะไปอยู่นู่นถาวร เพราะยังมีธุรกิจที่นี่ที่ต้องดูแลและยังมีครอบครัว แต่ช่วงนี้ก็คงอยู่ที่นู่นมากกว่าอยู่เมืองไทยตามครบรอบเซ็นสัญญาค่ะ"            "ตอนนี้หัวใจว่างค่ะ ไม่มีหนุ่มๆ มีแต่เพื่อนสาวปอยกันซีนค่ะ ก็ไม่ได้ปิดหัวใจ แต่ถ้าเรายังไม่เจอคนที่ใช่ก็ไม่ควรจะเสียเวลาค่ะ สเปกต้องเป็นคนเก่งมากๆ ตามใจปอยมากๆ ค่ะ" ปอย กล่าว     ปอย ตรีชฎา   ปอย ตรีชฎา   ปอย ตรีชฎา   ปอย ตรีชฎา   ปอย ตรีชฎา   ปอย ตรีชฎา  

อย่าหือกับรุ่นใหญ่! อคินเฟนวา แย่งเพื่อนซัดโทษ พา วิมเบิลดัน เลื่อนชั้น
พลีมัธ /  ลีก ทู / 

เมื่อคืนนี้ อเดบาโย่ อคินเฟนวา ดาวยิงร่างยักษ์ของ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ได้สร้างเรื่องฮือฮาขึ้นมาด้วยการแย่งเพื่อนร่วมทีมยิงลูกจุดโทษในช่วงทดเจ็บ ช่วยให้ต้นสังกัดเอาชนะ พลีมัธ อาร์ไจล์ ไปได้ 2-0 ในรอบเพลย์-ออฟ เลื่อนชั้น ขึ้นสู่ ลีก วัน สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 101 ซึ่งเป็นช่วงทดเวลาบาดเจ็บอันยาวนานของเกม วิมเบิลดัน ขึ้นนำอยู่ 1-0 ก่อนที่ผู้ตัดสินจะมอบจุดโทษให้กับพวกเขา คัลลัม เคนเนดี้ เตรียมรับหน้าที่เป็นคนสังหาร เนื่องจาก อคินเฟนวา ได้ยิงพลาดมาทั้งหมด 2 ครั้งหลังสุด แต่โอกาสเป็นฮีโร่ของทีมมาถึงแบบนี้ คุณคิดว่า อคินเฟนวา จะยอมง่ายๆ เหรอ? ว่าแล้วเจ้าของฉายา เดอะ บีสต์ ก็ไปแย่งบอลมายิงเองทันที ซึ่งแน่นอนว่า เคนเนดี้ คงไม่กล้าหืออยู่แล้ว และลูกจุดโทษของ อคินเฟนวา นั้นก็ลงเอยด้วยการเป็นประตู พร้อมกับพา วิมเบิลดัน เลื่อนชั้นไปสู่ ลีก วัน ได้สมความตั้งใจ สำหรับใครที่พลาดคลิปจังหวะดังกล่าว เราก็ได้หามาให้เรียบร้อยแล้ว ไปดูกันเลย...

สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้
ตลาดคลองสวน /  ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง / 

สมุทรปราการ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเมืองปากน้ำ หรือเมืองพระประแดง นั้น นับเป็นจังหวัดปริมณฑลที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง29 กิโลเมตร เป็นเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความสำคัญเพราะเป็นเมืองปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเหมาะกับทั้งเป็นเมืองท่า และเมืองเกษตรกรรม สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้ จนมีคำขวัญประจำจังหวัดว่า “ป้อมยุทธนาวีพระเจดีย์กลางน้ำฟาร์มจระเข้ใหญ่งามวิไลเมืองโบราณสงกรานต์พระประแดงปลาสลิดแห้งรสดีประเพณีรับบัวครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม” เมื่อได้ชื่อว่าสมุทรปราการ อันหมายถึงเมืองท่าเมืองหน้าด่าน การแวะเที่ยวชมป้อมพระจุลจอมเกล้า ปราการเก่าทรงคุณค่าจึงนับเป็นสิ่งต้องทำอันดับแรกๆ หากได้มาเยือนสมุทรปราการ โดยป้อมแห่งนี้เป็นที่จอดเรือรบหลวงแม่กลอง เรือรบที่เก่าแก่เป็นอันดับ2 ของโลก พร้อมด้วยพื้นที่โดยรอบ ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติศาสตร์ทหารเรือ  รวมทั้งร้านอาหารรสชาติดีที่มีให้บริการอยู่ในบริเวณเดียวกัน อีกหนึ่งความภูมิใจของชาวสมุทรปราการที่หาจังหวัดอื่นมาเทียบเคียงได้ยาก คือ ประเพณีพื้นเมืองต่างๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น งานพระสมุทรเจดีย์ หรือการนมัสการมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง โดยการล่องเรือแห่ผ้าห่มแดงไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง และทำการแห่ขึ้นห่มพระเจดีย์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์ของสมุทรปราการ จนปรากฏเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด งานประเพณีนี้จะจัดขึ้นทุกปี ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี (ประมาณปลายเดือนตุลาคม- พฤศจิกายน) อีกหนึ่งประเพณีสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการคือ ประเพณีโยนบัว ของวัดบางพลี ซึ่งนับเป็นแห่งเดียวในโลกที่จะได้เห็นการโยนบัวลงในเรือขวบนแห่พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโต ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยงานจะมีขึ้นในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองปากแม่น้ำ สมุทรปราการเองจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น สถานตากอากาศบางปู ที่สามารถไปทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กินปู ดูนก เต้นรำ หรือท่องป่าชายเลน ก็สามารถทำได้ อีกหนึ่งสถานที่แนะนำคือ บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา จนได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยวสามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับอาการบริสุทธิ์ได้ ส่วนเรื่องการช้อปปิ้งนั้น สมุทรปราการก็นับว่าไม่น้อยหน้าที่ใดในประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างอิเกียและเมกาบางนาแล้ว ที่สมุทรปราการยังมีตลาดน้ำอย่างตลาดน้ำบางน้ำผึ้งไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยตลาดน้ำแห่งนี้ถึงแม้จะเป็นตลาดน้ำน้องใหม่ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมอญซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือ สัมผัสกับความงดงามของวิถีชีวิตและสวนผลไม้ของชาวบ้านได้ ส่วนสินค้าขึ้นชื่อของตลาดที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ปลาสลิดและขนมจาก เป็นต้น ตลาดคลองสวนก็นับเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการที่มีอายุมากถึง 100 ปี โดดเด่นด้วยบรรยากาศย้อนอดีตที่ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งการซื้อขายแลกเปลี่ยน รวมไปถึงอาหารรสชาติดี และของซื้อของขายมากมาย นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำไปแล้วนั้น จังหวัดสมุทรปราการยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกมากมายให้เลือกไปแวะเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะเป็น เมืองโบราณ มรดกแห่งภูมิปัญญาไทยที่จัดแสดงอาคารทางสถาปัตยกรรมไทยรูปแบบต่างๆ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย ฟาร์มจระเข้ ก็นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวคู่จังหวัดที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต่างให้ความนิยมมาแวะดูการแสดงมากมาย ถึงแม้ว่าสมุทรปราการจะเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามแต่หากได้ลองมาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมธรรมชาติอาหารการกินแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เราจะพบว่าสมุทรปราการนั้นเพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์เป็นจังหวัดที่มีเวลาแค่วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมยังไม่ต้องเดินทางไกลและเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เอาเป็นว่าหากสุดสัปดาห์นี้ยังไม่มีโปรแกรมไปไหนอย่าลืมมาลองทำความรู้จักกับสมุทรปราการดู สมุทรปราการ เที่ยวได้ทั้งปี ภายในบริเวณ วัดมงคลโคธาวาส สมุทรปราการ วันเดียวก็เที่ยวได้

iKON ทักทายไอคอนิกไทย ก่อนเปิดขายบัตร #iKONCERTinBANGKOK เสาร์นี้
B.I /  BOBBY / 

ไอคอน (iKON) ทักทายแฟนไทยครั้งแรก ก่อนเปิดขายบัตร #iKONCERTinBANGKOK เสาร์นี้ อ้อน 'ชวนไอคอนิกไทยสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน' ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มศิลปินที่กำลังแสดงฝีมือให้วงการเพลงเกาหลีได้คึกคัก อีกทั้งปลุกพลัง 'กระแสเกาหลีฟีเว่อร์' ในเมืองไทย ให้ได้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง! สำหรับเจ็ดหนุ่ม ไอคอน (iKON) ที่ไม่ว่าพวกเขาจะเสิร์ฟผลงานชิ้นใดออกมาก็ต้องกลายเป็น Talk of The Town จนส่งให้คีย์เวิร์ดต่างๆ ติดเป็นแฮชแท็กฮิตในโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ทั้งจาก iKONCERT ทัวร์คอนเสิร์ตที่พวกเขากำลังเดินสายสร้างความประทับใจด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเป๊ะในประเทศต่างๆ รวมไปถึง การคัมแบ็คด้วยผลงานเพลงใหม่ อย่าง What You Doing ซึ่งเพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ ในวันที่ 30 พฤษภาคม... ส่วนแฮชแท็กที่เหล่าไอคอนิกชาวไทย (iKONIC : ชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับของวง iKON) พูดถึงซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะกำลังเกาะติดทุกความเคลื่อนไหว ต้องยกให้ #iKONCERTinBANGKOK การประกาศมาเยือนประเทศไทยอย่างพร้อมหน้าเป็นครั้งแรกของ ไอคอน (iKON) ด้วยคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ไอคอนเสิร์ต 2016 ‘โชว์ไทม์ ทัวร์’ อิน แบงคอก (iKONCERT 2016 'SHOWTIME TOUR' IN BANGKOK) ผลงานจากการจับมือกันระหว่างผู้จัดโพรไฟล์ดีของเมืองไทย บริษัท เฟโอห์ จำกัด (Feoh Co.,Ltd.) และต้นสังกัด วายจี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (YG Entertainment) แห่งประเทศเกาหลีใต้ เมื่อสองบริษัทชั้นนำจากคนละฟากฝั่งประเทศมาร่วมงานกันอย่างนี้ รับรองว่าไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน!! แม้คิวมาไทยครั้งแรกจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม แต่มอนสเตอร์รุกกี้สุดฮอตวง ไอคอน (iKON) ก็ไม่ปล่อยให้ไอคอนิกชาวไทยต้องหงอยเหงาระหว่างรอเจอพวกเขา ขอเสิร์ฟเซอร์ไพรส์งานด่วนงานดีเป็นคลิปวิดีโอสปีคอิงลิชสุดอินเตอร์มาทักทายกัน... IKON's greeting to Thai fans "iKONCERT 2016 'SHOWTIME TOUR' in BANGKOK" youtube channel : Feoh thai           “GET READY! SHOWTIME! สวัสดีครับ พวกเรา iKON ครับ! และแล้วในที่สุด พวกเราก็จะได้ไปที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดคอนเสิร์ต IKONCERT 2016 SHOWTIME TOUR ให้แฟนๆ ชมแล้วครับ! ซึ่งพวกเราทุกคนก็ตื่นเต้นมากๆ เลยที่จะได้ไปแสดงคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก อยากเจอกับแฟนๆ ที่เมืองไทยทุกคนจนเล่นเอาแทบอดใจรอไม่ไหวเลยล่ะครับ โดยคอนเสิร์ตของพวกเราจะมีขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4 หวังว่าทุกคนจะมากันเยอะๆ เพื่อสร้างความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้นะครับ แล้วพบกันเร็วๆ นี้ครับ! บ๊าย บาย!” จุนฮเว, ยุนฮยอง, บีไอ, ชานอู, ดงฮยอก, บ๊อบบี้ และ จินฮวาน (เรียงลำดับชื่อจากซ้ายไปขวาตามตำแหน่งการยืนในคลิป) เผยความรู้สึกที่กำลังจะได้มาเยือนเมืองไทยครั้งแรกให้แฟนๆ ทางนี้ได้ฟังแล้วหัวใจต้องเต้นผิดจังหวะเลยทีเดียว! เจ็ดหนุ่ม ไอคอน (iKON) มาอ้อนชวนด้วยตัวเองขนาดนี้ แฟนตัวจริงต้องรีบตกปากรับคำแล้วเคลียร์คิวเพื่อเจอกันโดยด่วน! ใน ไอคอนเสิร์ต 2016 ‘โชว์ไทม์ ทัวร์’ อิน แบงคอก (iKONCERT 2016 'SHOWTIME TOUR' IN BANGKOK) วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม 2559 เวลา 18:00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี **ติดตามรายละเอียดต่างๆ เพื่อความพร้อมในการจองบัตรรอบพรีเซล ซึ่งจะเปิดขึ้นเป็นพิเศษเพียง 2 วันเท่านั้นคือ วันเสาร์ที่ 4 และวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2559 นี้ ทางเว็บไซต์ www.feoh.co.th เรียกว่าอยู่จังหวัดไหนทั่วไทยก็มีโอกาสจองบัตรได้เท่าเทียมกัน!! บัตรราคา 1,800 / 2,800 / 3,800 / 4,800 นั่ง / 4,800 ยืน และ 5,800 บาท ** สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/FeohThai และ Twitter @FeohThai iKON - '오늘 모해(#WYD)’ M/V youtube channel : iKON มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

2 นักมายากลชื่อดังการันตี! Now You See Me 2 เตรียมปล่อยของไม่มียั้ง
Dave Franco /  Jessie Eisenberg / 

2 นักมายากลชื่อดังการันตี! Now You See Me 2 เตรียมปล่อยของไม่มียั้ง กลายเป็นปรากฏการณ์ของภาพยนตร์มายากลในยุคปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Now You See Me ที่เล่นกลกับผู้ชมพร้อมกับนำมายากลมาผูกร้อยเรียงเรื่องราวให้น่าตื่นเต้นเร้าใจ และการกลับมาใหม่ในปี 2016 กับภาคต่อที่หลายคนรอคอย Now You See Me 2 ที่ครั้งนี้จตุรอาชาอัพเกรดความสามารถให้เหนือชั้นกว่าเดิม จัดหนักมายากลใหม่ ๆ ให้ชมกันแทบทุกนาที และเบื้องหลังการถ่ายทำนักแสดงนำทั้ง 4 คน ได้แก่ แดเนียล เจ แอทลาส รับบทโดย เจสซี ไอเซนเบิร์ก (Jessie Eisenberg), แจ๊ค ไวลเดอร์ รับบทโดย เดฟ ฟรังโก (Dave Franco), เมอร์ริท รับบทโดย วู้ดดี้ ฮาเรลสัน (Woody Harrelson) และ ลูล่า รับบทโดย ลิซซี แคปแลน (Lizzy Caplan) จะต้องร่วมฝึกการแสดงมายากลกับเหล่านักมายากลชื่อดังระดับโลกอย่าง คีธ แบร์รี่, อันเดร จิคฮ์ และ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ ร่วมเป็นหนึ่งในทีมโปรดิวซ์อีกด้วย หนึ่งในนักมายากลมากความสามารถอย่าง คีธ แบร์รี่ ได้บอกเล่าสิ่งที่กำลังรอคอยผู้ชมมายากลของเขาในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ฉากมายากลในหนังภาคนี้ ผู้ชมจะได้เห็นการโชว์กลที่ยิ่งใหญ่อลังการ และจะเซอร์ไพรส์มากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าฉากเหล่านั้นเราแทบไม่ได้ใช้ใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์ในการถ่ายทำเลย  ในหนังเราใส่ทั้งกลลวงตา สะกดจิต กลไพ่ และกลสยองเอาไว้มากมาย และพวกเราตัดสินใจร่วมกันว่าจะใช้ CG ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับผมแล้ว การทำแบบนี้สนุกมาก เพราะชีวิตของผม อยู่กับการแสดงสดมาตลอด ผมหวังว่าผู้ชมจะเห็นความยิ่งใหญ่ในสิ่งที่เราทำไปครับ” ไม่เพียงเท่านั้น เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ นักมายากลที่ทั่วโลกรู้จักเขาเป็นอย่างดี ได้บอกว่า “ผมพยายามออกแบบกลของผมให้ดูทะเยอทะยาน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมได้รู้สึกประทับใจในหนังเรื่องนี้รวมถึงมายากลในชีวิตจริงด้วย  ผู้คนรักตัวละคร รักเรื่องราวของพวกเขา ผู้คนจะมองเหล่าตัวละคร แล้วรู้สึกว่า คนพวกนี้เจ๋งจัง ฉันต้องเป็นแบบเขาให้ได้ ผมเชื่อว่าคนดูก็จะอยากทำแบบหนังเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ที่สุดแล้วผมหวังว่าคุณจะอินและตื่นเต้นกับฉากมายากลทั้งหลายที่อัดแน่นอยู่ในหนังเรื่องนี้ ที่ผมและทีมงานตั้งใจออกแบบขึ้นมาเพื่อพวกคุณโดยเฉพาะ” ตีตั๋วเข้าชมมายากลระดับโลกพร้อมกัน 9 มิถุนายนนี้ในโรงภาพยนตร์

หน้าเหมือนเวอร์ ''น้องโยชิ รินรดา'' กับตัวละคร Priest ในเกม Cabal 2
Cabal 2 /  คาบาว 2 / 

หลังจากที่ CABAL2 สุดยอดเกมที่จะปฏิวัติความมันส์ระดับตำนาน จาก PLAYPARK ได้เปิดแถลงข่าวเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานประกาศวันเปิด CBT 16 มิ.ย.นี้ และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ “น้องโยชิ รินรดา ธุระพันธ์“ ที่ได้รับฉายา เกิดมาฆ่าผู้หญิง ด้วยความที่น้องโยชิหน้าตาน่ารักสุดแบ๊ว สวย 360 องศา และเรียกได้ว่าเคยสร้างปรากฏการณ์บนโลกโซเซียลแบบที่ไม่มีใครไม่รู้จัก น้องโยชิ ในบทนักรบ PRIEST ของเกม CABAL II โดยทาง CABAL2 ได้ปรับลุคน้องโยชิให้มารับบท “PRIEST” หนึ่งในตัวละครของเกม ซึ่งเป็นนักรบคนล่าสุดที่มีสกิล Healing คอยช่วยเหลือพวกพ้องนั่นเอง งานนี้เรียกได้ว่าเหมือนยิ่งกว่าเหมือน มาดูภาพสวยๆ ของเธอดีกว่าครับ น่ารักจริงๆ ยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีกแน๊ะ เหมาะสมมากๆ น้องโยชิ พรีเซนเตอร์เกม CABAL II เกมส์ CABAL II CBT 16 มิถุนายน 2559 นี้แล้ว มองข้างหลังยังสวยเลย ภาพน่ารักๆ ของน้องโยชิ ในกองถ่าย ภาพนี้งามมากๆ ยังๆ ยังไม่หมด หวานๆ เหมือนกันเลยนะ เตรียมพร้อมเล่นเกมส์ CABAL 2 ลงทะเบียนล่วงหน้ากันได้เลย ลงทะเบียน Pre-Register ได้ที่นี่ครับ

DIY ผนังห้อง ให้สวยด้วย สวนแนวตั้ง
สวนแนวตั้ง

นอกจากวอล์เปเปอร์แล้ว เรายังสามารถตกแต่งผนังห้องให้สวยได้ด้วยอีกหลายวิธีเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการกรุผนังขึ้นมา หรือจะเป็นการหาสิ่งของต่างๆ มาประดับตกแต่ง วันนี้ Decor.MThai ก็มีไอเดียแต่งผนังห้องให้สวย ด้วยสวนแนวตั้งมาฝากเพื่อนๆ เป็นอีกนึงไอเดียเจ๋งๆ ค่ะ DIY ผนังห้อง ให้สวยด้วย สวนแนวตั้ง Designlovefest Secondchancetodream Lovecreatecelebrate Shanty-2-chic Houseandfig Apieceofrainbow Vintagerevivals Marysmaking hellolidy Lanaredstudio Themerrythought Similar Craftbits แต่งผนังห้องด้วยสวนแนวตั้ง เรียกได้ว่าเป็นไอเดียแต่งห้องแนวใหม่ ที่เก๋ไก๋มากๆ เลยนะคะ ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาไอเดียแต่งบ้านแบบสวยๆ แต่ไม่อยากเสียเงินเยอะๆ ในการกรุผนังก็ลองนำไอเดียตัวอย่างไปลองปรับใช้ตกแต่งบ้านเพื่อนๆ กันดูนะคะ ขอบคุณภาพ : http://www.homedit.com

BMW ฉลองครบ 100 ปีกับ BMW M6
BMW /  BMW M6 / 

BMW เตรียมปล่อย BMW M6 เป็นของที่ละลึกเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งบริษัท        ฉลองครบรอบกันแบบถี่ๆกันเลยทีเดียวสำหรับ BMW ที่เพิ่งจะปล่อย BMW M3 รุ่นฉลองครบรอบ 30 ปี ซีรี่ย์ M ไปแบบหมาดๆ นี่ก็ปล่อยรถรุ่นพิเศษออกมาเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัทมาอีก ซึ่งก็อยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตมา 100 ปีแล้วสำหรับ BMW ค่ายรถหรูจากเยอรมัน ที่จะเฉลิมฉลองด้วยการปล่อย BMW M6 รุ่นพิเศษออกมาเพื่อเป็นของที่ละลึกสำหรับการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้      BMW M6 รุ่นพิเศษนี้นั้นจะมีสองเวอร์ชั่นคือเวอร์ชั่นคือ Japan Edition จะมาพร้อมพวงมาลัยขวา และ Germany Edition ที่จะเป็นพวงมาลัยซ้าย เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V8 ขนาด 4.4 ลิตร ที่คาดว่าจะมีความแรงสูงถึง 600 แรงม้า ทำความเร็วได้ถึง 190 กม. ต่อชม. กันเลยทีเดียว การตกแต่งภายนอกจะมาด้วยบอดี้สีเหลืองออสติน,ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วสีดำ,กระจังหน้าโครเมี่ยมตัดดำคาร์บอนไฟเบอร์ ภายในจะตกแต่งไปด้วยชุดเกียร์คาร์บอนไฟเบอร์, เบาะหนังสุดหรูสีดำเย็บตัดด้วยด้ายสีเหลือง และระบบเครื่องเสียงแบบพรีเมี่ยมขนาด 1200 วัตต์   ทาง BMW จะเปิดให้สั่งจองในวันที่ 9 กรกฎาคม ราคาจะอยู่ที่ 23,210,000 เยน(ญี่ปุ่น) (AUD $ 290,902) ขอบคุณ caradvice