ดูหนังอาร์

ละครสายลับจับแอ๊บ , เรื่องย่อสายลับจับแอ๊บ
เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ

สายลับจับแอ๊บ บทประพันธ์โดย : หัสวีร์, เพฑูรย์, พิมาลินย์บทโทรทัศน์โดย : มานะ สติกำกับการแสดงโดย : คิง สมจริง ศรีสุภาพผลิตโดย : บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัดออกอากาศทุกวัน พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30น. ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร สายลับจับแอ๊บ แอ๊บได้แอ๊บไป ระวัง จี-สแกนเปิดโปง ! พวกแอ๊บจะไม่ได้กินชะนีอีกต่อไป จี-สแกน บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาว ๆ ในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณเลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ คือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออก และขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติด ๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดังพรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา สาวเก่ง มาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้านเหตุเกิดจาก พ่อเต่า พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้า เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดี ที่สามเข้ามาเพิ่ม ! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอ ที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วม เป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย ! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ! ละคร สายลับจับแอ๊บ พรนางฟ้า เริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา หลานสาวของแพรพิณ ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน, คฑา, ไลออน และจุงเบ โดยมีโปรติวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควิน และไลออน และเร็ว ๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปแสกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง เมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น ! พรนางฟ้า บัวบุหงา และแพราพิณ จึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย และติ่ง หัวหน้าแฟนคลับคอยสแกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเอง ทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบิน และคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเครวิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูรินซ์พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น ! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ เลขาของพาที และผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสด ๆ ร้อน ๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ และบอกว่าทางที่ง่ายที่สุด ในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทาย ซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย ละคร สายลับจับแอ๊บ พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจ เพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าว และเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตร ก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาว ๆ มายั่วยวนพันธิตร แต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมน กลายเป็นสาวสวยเปรี้ยว เพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น ! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์ม และปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อน ๆ ว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉาด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุก ๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับชยุต เพื่อสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทย และชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะ และแบดมินตันเหมือนแพรพิณ แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุต แต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมา และชยุตรับไว้ได้ แต่สบตาชยุต แพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้า และบัวบุหงา เธอเห็นชยุต และหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกัน จึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่า และเจอชยุคกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิด และเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมาก และเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุคทำไม ละคร สายลับจับแอ๊บ วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุครักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า ! หมอไทยตกใจ และโกรธาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นาน เมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือ ไลออน แห่งบลูปรินซ์ และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงาน และมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูบปรินซ์ได้อีกครั้งแต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวง พบกับตรีวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวา คือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว ! ทั้งสองคนทำตัวถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป ! ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้าง และตอบอะไรผิด ๆ ถูก ๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลก ๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำ เพื่อคฑาอย่างแน่นอน ! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้น เพราะเธอรู้สึกหึงชยุค ! แล้วก็มีเรื่องแซ่บมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณ เมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงาพรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณ จึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อให้โฆษณาคลินิกเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก ละคร สายลับจับแอ๊บ แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุต และหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โต เมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบชยุตวิ่งหนีกลับบ้าน และเรียก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็ก ๆ รู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุต และสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์ หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง ! ด้านบวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคน ได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหวว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาที และวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลาเธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้นจนพาทีเริ่มสงสัย ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝึกก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้า โดยเขา และพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงา และแพรพิณ รวมถึงปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกร และประกาศว่าจีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับพรนางฟ้าที่เป็นตราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือก และแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลี โชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดี และช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา ! ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงาน ทำให้ทั้งคู๋เริ่มหวั่นไหว และเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้า จึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้าสารภาพรัก และขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันที โดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว ! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุคมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงาน เนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุคที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้ ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้ ภายในงานพ่อเต่าเมามาก และไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้า รีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจ แต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่องเมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงา ก็รู้ว่าพ่อแม่พยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็ก ๆ และหาของมาขายเรื่อย ๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟพันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์ หลังจากจัดการธุระเสร็จ และระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทย แต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้ และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกัน ทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใคร ทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดี เมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอก และแอบกลัวเข้ามาเขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้ และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาที และรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติ ๆ ทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรัก และศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้น และตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วงบลูปรินซ์ดังต่อไป ละคร สายลับจับแอ๊บ ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาเวนเตอร์ ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรด์โชว์แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวที พร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิ และพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงา และเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมาก และไล่บัวบุหงายออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมากร้องไห้กลับมาที่บ้าน เพราะไม่มีงาน และไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝัน และอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไปบัวบุหงาเสียใจมาก บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อน แต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกัน ก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมา จึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควิน และจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควิน และจุงเบถึงบ้านของลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงิน เพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงิน และปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอด และบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดี ซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้ และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมด แฉไปตามนิตยสารบันเทิง และโซเชียลมีเดีย ทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมด เนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสาร ทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจ จึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบได้ยอมรับความผิดแต่โดยดี ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว โทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิก และเห็นหมอไทยประคองชยุคที่ดูหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อย ๆ ไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์ ละคร สายลับจับแอ๊บ ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือ แม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงา และสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขิน และดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบ ๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อน ๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พระนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรง และบอกว่าถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์ และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำ และหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบ ๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกลับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมงพรนางฟ้าบุกไปตามพาที และเควินกลับมาจนสำเร็จทั้งสี่มาเจอกัน และปรับความเข้าใจกันนี่สุด ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรัก และศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยเพลงขอบคุณ และโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้ พรนางฟ้ายิ้มเบา ๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดขอที่นั่ง จนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจ และตะโกนคำว่า แต่งเลย ! ดังทั้งฮอล์ สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบาย บริษัทจี-สแกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้ว ติดตาม ละครสายลับจับแอ๊บ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สายลับจับแอ๊บ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท พาทีแพทริเซีย กู๊ด รับบท พรนางฟ้า (จี-สแกน)รังสิต ศิรนานนท์ รับบท ชยุตภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี รับบท แพรพิณ (จี-สแกน)ณวัสน์ ภู่พันฑัชสีห์ รับบท พันธิตรปัณณ์ญาณํช จิรโรจน์ธนเกษม รับบท บัวบุหงา (จี-สแกน)กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์ รับบท หมอไทยอารดา อารยวุฒิ รับบท อันนาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท ไลออน (บลูปรินซ์)ภูวดล เวชวงศา รับบท เควิน (บลูปรินซ์)สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย รับบท จุงเบ (บลูปรินซ์)ณัฐพล วงศาวณิชชากร รับบท คฑา (บลูปรินซ์) ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ ละคร สายลับจับแอ๊บ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

บี้-กุ๊บกิ๊บ ขำกันน้ำตาเล็ด...นี่เป่าเปาไง! จำไม่ได้หรอ? (มีคลิป)
น้องเป่าเปา /  กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ / 

  ฮาลั่นกันทั้งคืนเมื่อ ป๊ะป๊าบี้ บินกลับมาจากถ่ายละครที่ประเทศจีน งานนี้ด้วยความคิดถึงลูกสาวมว๊ากกกก ป๊ะป๊าบี้ กับ คุณแม่กุ๊บกิ๊บ เลยขอแกล้งลูกสาวตัวน้อย เป่าเปา ด้วยการถ่ายคลิปจากแอพแต่งหน้า ทำให้ลูกสาวตัวเองดูหน้าตลก จนทั้งคู่พากันขำน้ำตาเล็ดเลยทีเดียว ยิ่งหนูน้อยเป่าเปาทำหน้านิ่งๆ หน้าในแอพ ก็ยิ่งดูตลกหนักเข้าไปอีก แหม!!! เรียกว่าเป็นครอบครัวสุขสันต์ ที่เรียกเสียงฮามาฝากทุกๆ คนได้เสมอจริงๆ 555+    ภาพ-คลิปจากอินสตาแกรม @bie_kpn   IG @bie_kpn สำหรับคืนนี้...เชิญรับยาช่อง2เลยจ้าาาา            

แซบได้แม่! น้องเบลล์ ลูกสาวแก้ว อภิรดี อวดหุ่นแซบ ลุ้นมงฯ มิสแกรนด์ 2017
แก้ว อภิรดี /  น้องเบลล์ เลลาณี

  แซบได้แม่อีกแล้วค่ะคุ๊ณขาสำหรับ น้องเบลล์ เลลาณี ลูกสาวสุดสวยของ E ลำยองสุดแซบในตำนานอย่าง แก้ว อภิรดี ที่ She คว้ามงฯ มิสแกรนด์สระบุรีมาได้สำเร็จ งานนี้ทางคุณแม่แก้ว และสไตลิสต์ พี่เค วีริศ และ พี่ตัง กัมปนาท จากร้าน Eternity.Wedding เลยต้องเคี่ยวอยากหนัก ด้วยออกแบบชุดให้สวยเป๊ะปังทุกชุด โดยเฉพาะคุณแม่แก้วที่ขอสวมวิญญาณเป็นเทรนเนอร์ดูแลรูปร่างของลูกสาวให้เป๊ะๆ ทุกองศา ก่อนที่จะไปชิงชัยลุ้นมงฯ ในรอบตัดเชือกมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 งานนี้บอกเลยว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะเรื่องการดูแลรูปร่างให้สวยแซบเผ็ดตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นงานถนัดของคุณแม่แก้วอยู่แล้ว ทำให้ผลพลอยได้ตกไปอยู่ที่น้องเบลล์เต็มๆ ดูจากชุดว่ายน้ำที่น้องเบลล์ใส่มาอวดโฉมซะก่อน บอกเลยว่าหนุ่มๆ เห็นแล้วเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดอย่างแน่นอน แล้วแบบนี้ตัวเต็งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 จะไม่ใช่มิสแกรนด์สระบุรีได้อย่างไรละคะคุ๊ณณณณณณ

ส่องชีวิต ปู ไปรยา ซุป’ตาร์ ซุปเปอร์เพอร์เฟกต์!! ทูต UNHCR คนแรกของไทย (คลิป)
ปู ไปรยา

ยกให้เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่ความสามารถมากมายไม่แพ้เพื่อนพ้องในวงการคนไหนๆ สำหรับนางเอกหน้าฝรั่ง ปู ไปรยา สวนดอกไม้ นอกจากจะเป็นนักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนไทยแล้ว ล่าสุดยังกลายเป็น ทูต UNHCR คนแรกของไทย เป็นหน้าเป็นตาไปทั่วโลกอีกต่างหาก เรื่องราวความรักก็เช่นกัน สาวปูคนนี้มีสตอรี่ให้แฟนคลับได้ติดตามมากมาย แต่เรื่องราวของเธอจะน่าติดว้าวขนาดไหน วันนี้ไปทำความรู้จักผู้หญิงที่ชื่อ ปู ไปรยา ให้มากขึ้นอีกสักหน่อยดีกว่า 1. เด็กหญิงนาตยา หลายคนรู้จัก ปู ไปรยา สวนดอกไม้ แต่คงมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าชื่อที่แท้จริงของปูนั้นคือ นาตยา ลุนด์เบิร์ก ปูเป็นลูกครึ่งไทย-สวีเดน แม่ของเธอเป็นหญิงชาวไทยที่แต่งงานกับสามีชาวสวีเดน ต่อมาภายหลังได้แยกทางกันและแต่งงานกับสามีชาวอังกฤษ ทำให้ปูมีน้องชายต่างบิดาอีกหนึ่งคน ปูเรียนชั้นอนุบาลไปจนถึงมัธยมในไทย ก่อนจะไปเรียนต่อต่างประเทศสลับกับการทำงานในวงการ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย Oxford Brookes ประเทศอังกฤษในปี 2555 2. สังกัดนักปั้นมือทอง เกิดมารูปร่างหน้าตาเพอร์เฟกต์ก็ไม่แปลกนักที่ ปู ไปรยา จะไปสะดุดตาบรรดาแมวมองเข้าให้และ เอ ศุภชัย ผู้จัดการดารา แมวมอง และนักปั้นมือทองผู้มีชื่อเสียงในแวดวงบันเทิงก็เป็นคนชักจูงปูให้ก้าวเข้ามาโลดแล่นในวงการมายาแห่งนี้ ไปรยา สวนดอกไม้ เป็นชื่อที่ใช้เฉพาะในวงการแทน นาตยา ลุนด์เบิร์ก โดย ไปรยา นั้น ผู้ที่ชักชวนเข้าวงการอย่าง พี่เอ ได้มาจากพระอาจารย์ที่นับถือ ส่วน สวนดอกไม้ เป็นนามสกุลของคุณแม่ปูนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ปูจึงจัดว่าเป็นหนึ่งในบรรดาซุปตาร์ที่แจ้งเกิดจากนักปั้นมือทองที่ชื่อ เอ ศุภชัย 3. ชิมลางละคร 7 สี หลังตัดสินใจเข้าสู่วงการบันเทิงตามคำชักชวนของ เอ ศุภชัย สาวน้อยวัยทีนอย่าง ปู ไปรยา ก็ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในนักแสดงสังกัดวิก 7 สี โดยเธอมีละครเรื่องแรกในปี 2547 กับ รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน ร่วมงานกับ เขตต์ ฐานทัพ, น้ำ รพีภัทร และ เชียร์ ฑิฆัมพร แม้เป็นละครที่มีพระนาง 2 คู่ แต่ปูก็กลายเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่โดดเด่นและหลายคนจดจำได้ดี 4. นางเอกดาวรุ่ง จากละครเรื่องแรก ปู ไปรยา มีผลงานตามมาอย่างต่อเนื่อง ละครเรื่องที่ 2 อย่าง สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2 เป็นละครที่ปูได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกเต็มตัว เธอกลายเป็นดาวรุ่งหญิงตัวท็อปของช่องและของวงการบันเทิงในขณะนั้นไปโดยปริยาย ขึ้นแท่นหน้าใหม่ที่มาแรงมากๆ ในยุคนั้น 5. มือใหม่หัดฉาว ไม่รู้เพราะเป็นนางเอกลูกครึ่ง หน้าฝรั่ง ลุคอินเตอร์หรือเปล่า ถึงทำให้ในช่วงแรกๆ ปู ไปรยา จัดว่าเป็นนางเอกที่มีภาพลักษณ์ค่อนข้างแรงพอสมควร เข้าวงการมีผลงานได้ไม่เท่าไหร่แต่ข่าวฉาวๆ กลับมะรุมมะตุ้มเธอไม่น้อย ทั้งเรื่องเกาเหลาไม่กินเส้นกับเพื่อนร่วมงาน เรื่องความรักที่จัดจ้านในวัยกระเตาะ และประเด็นต่างๆ อีกมากมาย กลายเป็นดาวรุ่งหัดฉาวตามปากแมงเม้าท์ แม้ปัจจุบันเธอจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม 6. เซ็กซี่สตาร์รุ่นเล็ก ภาพลักษณ์เซ็กซี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ถือเป็นคาแรคเตอร์ชัดเจนของ ปู ไปรยา ด้วยความที่มีรูปร่างเพอร์เฟกต์ เป็นนางเอกลูกครึ่งสายมั่น ลุคของปูจึงดูเป็นสาวเซ็กซี่ตั้งแต่เข้าวงการใหม่ๆ มี sex appeal สูง หลายๆ คนจึงยกให้เป็นเซ็กซี่สตาร์รุ่นเล็กในยุคนั้นรองจาก อั้ม พัชราภา และ ชมพู่ อารยา ได้รับรางวัลจากเวทีเซ็กซี่มาก็มากมาย ซึ่งปัจจุบันปูยังคงความเซ็กซี่ไว้อยู่ แต่กลายเป็นเซ็กซี่สตาร์ที่เป๊ะขึ้นตามวุฒิภาวะ ไม่ใช่เซ็กซี่วัยกระเตาะอีกต่อไป 7. ความรักของปู เป็นคนสวยระดับนางเอกของวงการบันเทิงไทย เรื่องความรักพลาดไม่ได้อยู่แล้ว ปู ไปรยา จัดว่ามีประเด็นเรื่องความรักให้ติดตามมากมายไม่แพ้นักแสดงหญิงคนไหน ถ้าจะเรียกคาสโนวี่ก็คงจะได้อยู่เพราะเธอมีข่าวกับหนุ่มๆ มากมายหลายคน ตั้งแต่เข้าวงการใหม่ๆ ในวัยทีน ปูเคยมีข่าวคบหากับฮิพฮอพตัวพ่อของวงการเพลงอย่าง โจอี้ บอย ให้ประชาชีได้ฮือฮากัน แต่หลังจากเลิกราก็ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าข่ายเป็น ของเล่นไฮโซ ซะอย่างนั้น เพราะปูคบแล้วเลิกกับบรรดาไฮโซรูปหล่อและไม่หล่อแต่บ้านรวย(มาก)มาตลอดๆ ไม่ว่าจะเป็น ณัฐ สารสาส, แพท ประกาสิทธิ์, ขุนพล อิสสระ, โน้ต วิเศษ ที่ล้วนเป็นหนุ่มไฮโซในเส้นทางรักของปูทั้งสิ้น8. ว่าที่สะใภ้เล็ก บรรดาหนุ่มๆ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางความรักของ ปู ไปรยา ดูเหมือน โน้ต วิเศษ จะเป็นคนที่เข้าใกล้คำว่า เจ้าบ่าว ของเธอที่สุดก็ว่าได้ เพราะหลายคนต่างลุ้นต่างเชียร์เหลือเกิน แม้ในช่วงที่คบหากันใหม่ๆ ปูจะตกเป็นจำเลยโดนครหาว่าพรากหนุ่มโน๊ตมาจากอกซุปตาร์ตัวแม่อย่าง อั้ม พัชราภา ก็ตาม แต่ความรักของเธอกับโน๊ตก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น ซึ่งในขณะที่นางเอกซุปตาร์อีกคนอย่าง ชมพู่ อารยา คบหากับ น็อต วิศรุต พี่ชายของโน้ตจนได้จูงมือเข้าประตูวิวาห์ และกลายเป็น สะใภ้ใหญ่ แห่งตระกูล รังสีสิงห์พิพัฒน์ ตำแหน่ง สะใภ้เล็ก ก็ถูกหลายๆ คนจับตาไปที่ปูเช่นกัน แต่สุดท้ายคนไม่ใช่คู่ก็ไม่มีทางได้คู่ เมื่อในเวลาต่อมาปูกับโน๊ตมีอันต้องเลิกรากัน และล่าสุดความรักครั้งใหม่ของเธอก็กำลังเบ่งบาน เพราะเวลานี้ปูซุ่มคบฝรั่งตาน้ำข้าวที่ว่ากันว่าโปรไฟล์ดีระดับมหาเศรษฐีเลยทีเดียว 9. ปูคนใหม่ไฉไลกว่า แม้แรกเริ่มเดิมทีเมื่อครั้งเข้าวงการใหม่ๆ ปู ไปรยา จะมีข่าวฉาวและเรื่องราวจี๊ดๆ มาให้เหล่าประชาชีได้รับรู้กันมากมายพอสมควร แต่นั่นคงเป็นเพราะเธอยังเด็กอยู่มาก เมื่อเวลาผ่านไปประสบการณ์ในชีวิตทำให้ปูเป็นคนใหม่ จากที่เป็นสาวมั่นใจร้อน เวลานี้ปูกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว มีความคิด มีมุมมองที่ใครได้ฟังแล้วคงอยากจะยกนิ้วและปรบมือให้เธอคนนี้รัวๆ เรียกว่าเป็นคนใหม่ที่ไฉไลขึ้นอีกเท่าตัว 10. ทูต UNHCR อีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้หลายๆ คนมอง ปู ไปรยา ในอีกหนึ่งมุม นั่นคือบทบาทการเป็น ทูต UNHCR หรือ ทูตสันถวไมตรีสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ โดยเธอได้รับการแต่งตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ถือเป็นทูตคนแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้ นับว่าเป็นลุคใหม่ที่ทำให้หลายคนอึ้งเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่านางเอกไทยอย่างปูร่วมงานกับ UNHCR มาหลายปีแล้ว งานนี้เรียกว่าสวยเพอร์เฟกต์สมเป็นซุปตาร์ที่ชื่อ ปู ไปรยา จริงๆขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG : @prayalundberg, Pantip, Ch7 ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา เอ ศุภชัย ปู - เชียร์ ปู ไปรยา (รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน) ปู ไปรยา ปู ไปรยา (สาวน้อยในตะเกียงแก้ว 2) ปู ไปรยา ปู - โจอี้ บอย โจอี้ บอย แพท - ปู ปู - ณัฐ ปู - ขุนพล ปู - โน้ต โน้ต - น็อต - ชมพู่ - ปู ปู - โน้ต - น็อต - ชมพู่ ปู - อั้ม ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา ปู ไปรยา

โอปป้ามาเอง!! โดม ปกรณ์  หล่อทะลุเลนส์กับเซตภาพเที่ยวเกาหลี
โดม ปรกรณ์ ลัม /  เมทัล สุขขาว / 

  เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งขวัญใจสำหรับสาวๆ น้อย ใหญ่ ในทุกยุคก็ว่าได้ค้าาา สำหรับซุปตาร์หนุ่มหล่อขั้นเทพ โดม ปรกรณ์ ลัม ที่ล่าสุดควงแฟนสาวสุดเลิฟอย่าง เมทัล สุขขาว เยือนดินแดนโอปป้า ประเทศเกาหลี ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าถึงกับต้องกรี๊ดเบอร์แรง เมื่อซุปตาร์หนุ่มของเราได้โพสต์ภาพตนเองขณะเที่ยวเกาหลีในไอจีส่วนตัวชนิดที่ว่า หล่อแบบวัวตายควายล้ม นี่ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าอายุอานามของหนุ่มโดมนั้นเกือบๆ จะขึ้นเลข 4 แล้ว แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาหาเลย เพราะความหล่อของ He นั้น ยังคงเส้นคงวาอยู่ตลอดๆ แหมๆๆ ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งดูดี ขนาดนี้ มิน่าล่ะ...ถึงได้มัดใจสาวเมทัลซะอยู่หมัด ขอบคุณรูปภาพจากไอจี: @domepakornlam

ซัน พูดถึงวันเกิดเหตุ แหม่ม สุริวิภา โพสต์จวกรายการทีวี
ซัน ประชากร /  แหม่ม สุริวิภา

กำลังตกเป็นกระแสอยู่ขณะนี้ กรณีพิธีกรรุ่นใหญ่ แหม่ม สุริวิภา โพสต์จวกรายการทีวีรายการนึงลงในโซเชียล ด้านนักแสดงหนุ่ม ซัน ประชากร เผยตนอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย เปรยเขาใจทีมงานเพราะเป็นเทปแรก บอกไม่รู้เรื่องทาง แหม่ม สุริวิภา โพสต์ ส่วนตนไม่ได้มีปัญหาอะไร แฮปปี้ รับทางทีมงานส่งกระเช้ามาขอโทษภายหลังแต่ไม่ได้รับไว้ "กระแสข่าวร้อนแรงเรื่องที่พี่หนูแหม่มโพสต์ถึงรายการหนึ่ง ครับ ผมอยู่ในเหตุการณ์ที่นั่น ผมก็ไปอัดรายการด้วยตั้งแต่ 8 โมงเช้า และก็เลิกดึก ถามว่าเหตุการณ์มันเป็นยังไง มันก็มีเหตุการณ์ขัดข้องนิดหน่อยครับเพราะว่ามันเพิ่งเปิดซีซั่นมาเทปแรกมันก็ต้องมีการผิดพลาดกันบ้าง" "เราทำงานกับคนหมู่มาก เราต้องให้โอกาสคนทุกคนเพราะเราทำงานกับคนหลายคนมาก ทุกฝ่ายก็คงไม่อยากให้ใครลำบากหรอก เขาก็อยากจะทำงานเสร็จและกลับบ้านเร็วกันทุกคน แต่ในเมื่อมันเกิดปัญหา เราก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา ส่วนเรื่องเวลาที่เป็นปัญหาผมไม่ค่อยทราบเลย เรารู้แค่ว่าทางทีมงานให้มาอัดรายการ แต่เราไม่รู้ว่าจะเลิกตอนไหนหรือเลิกกี่โมง ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรการที่ยาก แต่เราก็ทำเพื่อประชาชน และเราต้องมีการเปลี่ยนหน้าเราต้องติด เอฟเฟคท์ ติดซิลิโคนเป็นคนอื่น ผมก็รู้ว่ามันต้องใช้เวลาอยู่แล้ว แต่ตัวผมไม่ได้ติดอะไรผมก็ให้โอกาสทางทีมงาน" "พี่หนูแหม่มโพสต์ แล้วมีดารามาคอมเม้นท์สนับสนุน อันนี้ผมไม่ทราบเลยครับ ผมไม่ได้ดูด้วยซ้ำ ผมดูแค่ที่พี่หนูแหม่มโพสต์ หากว่าในวันนั้น กับเพื่อนๆ ผู้ร่วมแข่งขัน ได้คุยกันหรือเปล่าก็ได้คุยกันนะครับ แต่ไม่ได้คุยเรื่องเลิกดึก หรืออะไรแบบนี้แบบนี้เลย บรรยากาศในการทำงานผมสนุกนะ ผมไม่รู้คนอื่นเป็นยังไงแต่ตัวผมสนุกนะครับ กับเพื่อนๆ คนอื่นก็ไม่ได้มีพูดถึงเรื่องนี้กันทุกคนก็นั่งคุยกันเฮฮาสนุกสนาน" "ทีมงานมีโทรมาขอโทษครับ และส่งกระเช้ามาให้ แต่ผมรู้สึกว่าตัวผมไม่ได้เป็นอะไร ผมมาทำงานก็คือมาทำงาน ผมไม่ได้รับกระเช้าเอาไว้ด้วย เพราะผมโอเคหลังจากนี้ผมก็จะไปอัดรายการปกติเพราะคนเราต้องมีผิดพลาดกันบ้าง เพราะไม่มีใครอยากทำให้ใครเดือดร้อนหรอกทุกคนอยากทำผลงานสู่ประชาชนกันทุกคน ผมให้โอกาสคนครับ คือผมไม่ได้ติดอะไร" "เรื่องถอนตัวผมไม่ทราบนะครับ แต่ส่วนตัวผมไม่ถอนตัวแน่นอน ถามว่ากลัวเหตุการณ์จะบานปลายหรือเปล่า ผมว่าไม่หรอกครับ เดี๋ยวมันคงต้องมีการแก้ไขปัญหาได้แน่นอน กับทีมงานก็มีการโทรมาคุย โทรมาขอโทษและเอากระเช้าช่อดอกไม้มาให้แต่ผมก็ไม่ได้รับไว้ เพราะว่าผมไม่ได้เป็นอะไร ผมยืนยันว่าผมยังอยู่ในรายการแน่นอน" ซัน กล่าว ขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากไอจี @mamsurivipa ซัน ประชากร ซัน ประชากร แหม่ม สุริวิภา โพสต์จวกรายการทีวี แหม่ม สุริวิภา

กัสจัง เล่าเหตุระทึก! ถูกหนุ่มลวนลามจิกหัวตบ ยันไม่ใช่คู่กรณี เจสซี่ เน็ตไอดอล
กัสจัง จีร่าร์ /  เจสซี่ วาร์ด

        กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยเบญจเพส ชีวิตก็เลยมีแต่เรื่องราวน่าปวดหัว พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆ สำหรับดาราสาว กัสจัง จีร่าร์ หลังมีงานเข้าโดนหลอกชวนดาราร่วมทริปญี่ปุ่นลวงโลกกับทัวร์ซินแสโชกุนไปแล้ว ล่าสุดก็ถูกหนุ่มแปลกหน้ามาลวนลาม พอเธอขัดขืนกลับถูกกระชากและจิกหัวตบจนหน้าบวมฉึ่ง ต่อมาก็ถูกโยงว่าเจ้าตัวไปตบกับเน็ตไอดอลชื่อดังสุดเซ็กซี่ เจสซี่ วาร์ด ที่เพิ่งจะโพสต์ภาพหน้าบวมหลังมีเรื่องตบตีทำร้ายร่างกายมา งานนี้มีโอกาสเจอ สาวกัสจัง ในงานบวงสรวงละครเรื่อง คู่ซี้ผีมือปราบ ของช่อง เวิร์คพ้อยท์ จึงได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว สาวกัสจัง เล่านาทีระทึกที่ถูกผู้ชายร่างยักษ์ทำร้ายร่างกาย และยังเคลียร์ชัดถึงข่าวลือที่หลายคนโยงกับแฟนเก่าและเน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด               "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นไปคุยงานกับพี่ตั้วผู้จัดการค่ะ ตอนแรกเราคุยงานกับเอเจนซี่ทางเกาหลี ทางนั้นเค้าก็กลับก่อน ทางร้านก็ปิดค่ะ เราก็ไปทักทายกับพี่เจ้าของร้าน เพราะเรารู้จักกับพี่เจ้าของร้าน จากนั้นพี่ตั้วก็คุยกับพี่เจ้าของร้านไป กัสจังหิวน้ำก็เดินไปหยิบน้ำเปล่า ก็เหมือนมีลูกค้ากลุ่มนึง ผู้ชายคนนี้ก็รู้จักพี่เจ้าของร้านเหมือนกัน ก็เหมือนได้แนะนำกันแล้วแว่บๆ ว่าพี่นี่นะก็ไหว้กัน เค้ามากับเด็กผู้หญิง 4 คน ซึ่งเป็นประมาณผู้หญิงทำงาน ตอนที่เราเดินไปหยิบน้ำเค้าก็พยายามจะจับเรา เราก็เลยสะบัดออก พอสะบัดออกเหตุการณ์มันเกิดไวมากตรงที่เค้าก็ไม่พอใจว่ามีสิทธิ์อะไร เค้าก็เลยจิกหัวแล้วตบลงไปบนโซฟา แล้วก็กำลังจะต่อยเพิ่มแต่มีคนมาห้ามพอดี ไม่ได้ทะเลาะกันก่อนอะไรเลย ไปแบบงงๆ เลยค่ะ งงมาก มันไม่ทันตกใจเพราะมันไวมาก มันกระชากหัวแล้วคือมันมึนไปเลย เข้าใจป่ะ ไม่ทันเจ็บ ไม่อะไรเลยนะ"              "เราโกรธสิ เฮ้ย...พ่อแม่เรายังไม่เคยทำกับเราแบบนี้เลยนะ ยูเป็นผู้ชาย ยูไม่ควรทำแบบนี้ เจ้าของร้านก็เคลียร์ให้เหมือนขอโทษ เค้าคงคิดว่าเป็นเด็กที่ทำงานนี้เหมือนกันด้วยหรือเปล่า กัสจังก็บอกว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น ยูก็ไม่สมควรจะทำไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ไม่ได้แจ้งความค่ะ ได้ต่อยหน้าคืน (หัวเราะ) เค้าขอโทษแล้ว พี่เจ้าของร้านก็ให้ต่อยหน้าคืนให้จบได้มั้ยอะไรแบบนี้ค่ะ ทางนั้นเค้าเมาด้วยค่ะ ที่ตัดสินใจไม่เอาเรื่องเพราะวันนั้นมันเคลียร์กันแล้วไงคะ ก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต พี่เจ้าของร้านรู้จักกันและเค้าก็เป็นคนกลางด้วย เค้าก็ถามจะเอายังไง จะให้เค้าไปยิงเลยมั้ย ซึ่งเอาจริงๆ ไม่อยากให้มีใครฆ่ากันขนาดนั้นอยู่แล้ว ก็เลยโอเคพี่ จบ แยก และอีกอย่างคือเค้าก็ไม่สะดวกให้มาดูกล้องวงจรปิดหรือให้ตำรวจมาตรวจ คือขี้เกียจ มันยุ่งยาก ก็เลยแค่นั้นค่ะ"              "หลังจากนี้เวลาไปไหนก็ไม่ระแวงนะคะ แต่ก็เข็ดนิดนึง ก็ต้องระวังตัวมากขึ้นนิดนึงค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็ไม่ได้มาขอโทษอีกเพราะเราไม่ได้รู้จักเค้าไง มีแต่ฝ่ายพี่เจ้าของร้านที่มาเคลียร์กับเค้า และพอดีมันมีทั้งประเด็นที่ว่าแฟนเก่ามาทำร้ายเรา และประเด็นที่เราไปตบกับน้องเน็ตไอดอล เราก็เลยบอกว่าพี่มีภาพวงจรปิดมั้ย แต่พี่จะเบลอหน้าเบลอร้านอะไรก็ได้นะ แค่ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่าคนอื่นมาทำร้ายเรา กับเค้าเราไม่รู้จักเลย เจอเค้าวันนั้นเลย เค้าตัวใหญ่ ตัวอ้วนมาก"            "กลับบ้านไปร้องไห้นะ ไม่ใช่ไม่ร้อง คุณแม่หลับแล้ว เราก็โพสต์ Facebook คุณแม่ก็โทรมาหาตอนเช้า แต่ก็อยู่ในบ้านเหมือนกันนี่แหละ แม่ก็ถามเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เราก็เล่าให้ฟัง แม่เค้าจะเป็นคนเข้าใจโลกค่ะ ไม่ใช่แบบโวยวายใครมาทำลูกฉัน เป็นแบบนี้ตั้งแต่หนูเด็กๆ แล้ว เค้าก็จะบอกว่านี่แหละคือโลก มันยังต้องเจออะไรอีกเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาจะทำอะไรก็ต้องระวังตัว อันนี้ก็ถือเป็นบทเรียนไป แล้วก็ต้องสงสารพี่เจ้าของร้านเค้าด้วยเพราะเค้าก็เป็นคนกลางอย่าไปโกรธเค้าเลย แม่ก็จะพูดในแนวเข้าใจโลกมากกว่าค่ะ"             "และข่าวที่โยงว่ากัสจังไปตบกับคนอื่น ชีวิตไม่เคยคิดว่าจะตบกับใครอยู่แล้ว ที่บ้านก็จะสอนมาว่าเวลามีปัญหากับใครก็ให้เคลียร์ ไม่ให้ใช้กำลัง กับน้องเน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด ไม่รู้จักค่ะ ไม่เคยเจอ เคยเห็นรูปอยู่แล้วค่ะว่าน้องเค้าสวย เห็นคนแชร์กัน ตอนแรกงงว่าโดนโยงตบกับน้องได้ยังไง ก็เลยเข้าไปดูว่าทำไมถึงโยงกันได้ เพราะว่าน้องเค้าดังไง น้องเค้าลงรูปตอนเค้าไปตบกับใครมา เราก็มีรูปที่หน้าเราโดนตบแล้วลงใน Facebook เวลาใกล้เคียงกัน คนก็เลยโยงว่าตบกับกัสจังหรือเปล่า มีแต่ข่าวรุนแรงเสียหายไม่นอยด์ค่ะ เป็นข่าวจนชินแล้ว ก็ปลงๆ ค่ะ" กัสจัง กล่าว              กัสจัง จีร่าร์ กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง จีร่าร์   กัสจัง โพสต์หลังโดนทำร้ายร่างกาย   เน็ตไอดอล เจสซี่ วาร์ด   เจสซี่ วาร์ด    

ยุ้ย-ธันญ์ ปลง! ปัญหาผู้รับเหมาเรือนหอไม่เสร็จ ทำแพลนแต่งเลื่อนแล้วเลื่อนอีก!!
ยุ้ย จีรนันท์ /  ธันญ์ ธนากร / 

        เป็นอีกคู่ที่แฟนๆ ลุ้นข่าวดีมาอย่างยาวนาน สำหรับคู่ของ ยุ้ย จีรนันท์ กับ ธันญ์ ธนากร ที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 7 ปีและยังคงหวานมั่นคงกันมาตลอด ล่าสุด สาวยุ้ย มาให้กำลังใจ หนุ่มธันญ์ ในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง "ดารัมซาล่า ความหวังแห่งศรัทธา" พร้อมควงคู่อัปเดตแพลนแต่งงานอีกครั้งว่า ปีนี้คงไม่ทัน เพราะบ้านที่เป็นเรือนหอยังสร้างไม่เสร็จ เนื่องด้วยมีปัญหาหลายอย่างและเปลี่ยนผู้รับเหมามาแล้วถึง 3 ครั้ง ทำให้แพลนแต่งงานต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ทั้งคู่ยอมรับว่าช่วงแรกเครียดมาก ทำได้แค่ปลงและให้กำลังใจกัน รอทุกอย่างลงตัวก็จะมีข่าวดีแน่นอน      ธันญ์ "ยังไม่แต่งปีนี้ เราคุยกันแล้วปีนี้น่าจะยังไม่ทัน บ้านก็ยังไม่เสร็จครับ ตอนนี้ผู้รับเหมาคนที่ 3 กำลังมาแล้วครับ ด้วยการที่คนแรกเบิกเงินล่วงหน้าไป ค่าใช้จ่ายที่เราวางไปมันหมด แต่บ้านยังไม่ได้ตามกำหนดที่เราควรจะได้ เราก็เลยคอนเวิร์สกันไปครับ"     ยุ้ย "ตอนแรกก็เครียดค่ะ แต่หลังๆ ก็ไม่เป็นไรปล่อยไป ก็คุยกันว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปเนอะ เดี๋ยวบ้านก็เสร็จ อดทนหน่อย ถ้าบ้านเราเสร็จ งานเราทุกอย่างลงตัวเรื่องแต่งก็ต้องรอดูกันค่ะ"      ธันญ์ "ตอนนี้บ้านเหลือประมาณ 40% ครับ เรายังทำไม่ถึงปีประมาณ 8-9 เดือน แต่มันเลยกำหนดมา จริงๆ ต้องเสร็จตั้งแต่ก.พ. เจ้าที่ 2 เพิ่งพ้นไปคือปูกระเบื้องเสร็จแล้วลืมใส่ท่อน้ำให้ ผมต้องทุบกันเอง ปูกระเบื้องกันเองใหม่ ตอนนี้ผมทำเองผมกลายเป็นเจ้าที่ 3 แล้ว หลังเจอมาแล้วหลายรอบก็เริ่มทำเป็นหมดทุกอย่างแล้วครับ ก็คงจะต้องคุมเองทั้งหมด"      ยุ้ย "ยุ้ยว่าปัญหามันเป็นเรื่องปกติของการที่เราสร้างบ้าน ต้องเจอกับผู้รับเหมาที่ทำงานไม่ตรงกัน ก็ให้กำลังใจกันเองว่ามันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละเนอะ"     ธันญ์ "แรกๆ เราเครียดนะ มองหน้ากันเครียด เดินก็เครียด หลังๆ เริ่มปลงได้ หันมามองยิ้มกันบอกเดี๋ยวก็เสร็จ ตอนนี้เหลือแต่ทำภายนอกครับแล้วก็บิวท์อิน"     ยุ้ย "บ้านช้าทำให้งานแต่งเลื่อนไปด้วยก็ไม่เป็นไร ยังไม่รีบค่ะ เราทำงานกันเยอะด้วย ถ้าบ้านเสร็จจะประกาศแต่งเลยมั้ยเหรอ ก็อย่างที่บอกถ้าทุกอย่างลงตัว ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะได้ยินข่าวดีค่ะ"     ยุ้ย "ส่วนที่เป็นผู้จัดทำละครก็ใช้เงินเยอะ แต่อันนี้ไม่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเรื่องบ้านค่ะ บ้านก็ส่วนบ้าน งานเราก็วางแผนของเราไว้อยู่แล้ว แค่ตอนนี้เราต้องแบ่งเวลาทำละครด้วย ทำบ้านด้วย ไหนจะงานของแต่ละคนแยกกันไปอีกมันก็เลยค่อนข้างยุ่งๆ ช่วงนี้ค่ะ งานผู้จัดเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ พร้อมจะเปิดกล้องเดือนหน้านี้แล้วค่ะ ครั้งแรกก็ตื่นเต้นเนอะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ แต่ก็ใจเต็ม 100 พร้อมลุยเต็มที่ เราสองคนช่วยกันดูค่ะ อย่างธันเค้าจะดูเต็มตัวเลยเพราะเล่นด้วย ช่วยกำกับด้วย ส่วนงานละครไม่ทิ้งเลยยังรับอยู่นะคะ อย่างยุ้ยจะถ่ายละครส่วนมาก ธันก็เล่นด้วยกำกับด้วย ถ้ายุ้ยมีเวลาก็จะไปช่วยด้วย"     ธันญ์ "ผมจะดูเรื่องโปรดักชั่นด้วยครับ เรื่องทีมงาน เรื่องกล้อง เรื่องแอคชั่นและเล่นด้วย ก็ขอบคุณผู้จัดที่เค้าให้เล่น (หัวเราะ)"     ยุ้ย "จ้างๆ เป็นผู้จัดละครแล้วยังไม่ทิ้งงานแสดงแน่นอนค่ะ ยุ้ยยังรับจ้างเล่นละครอยู่ค่ะ"     ธันญ์ "ค่าตัวเหรอ ผมว่าผมกลัวไม่ถึงบัญชีผมเนี่ย"     ยุ้ย "ขอต่อเหลือครึ่งนึงเนี่ย ไม่รู้จะยอมหรือเปล่า (หัวเราะ) ไม่เป็นไรกำลังสร้างบ้านอยู่ ไม่อยากหักเยอะ เรื่องค่าใช้จ่ายเราก็มีการวางแผนกันว่าต้องใช้จ่ายอะไรเยอะ"     ธันญ์ "เรื่องเงินถ้าอยู่กับผมคงจะคุมไม่ได้ครับ"     ยุ้ย "ใจใหญ่ๆ"       ยุ้ย-ธันญ์   ยุ้ย-ธันญ์   ธันญ์ ธนากร   ยุ้ย จีรนันท์   ยุ้ย จีรนันท์   ยุ้ย-ธันญ์   ยุ้ย-ธันญ์   ยุ้ย-ธันญ์  

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

ใหม่ ปัด! ทำตัวติดหรู โพสต์ตอกกลับขาเม้าท์ บินชั้นประหยัดก็นั่งได้
ใหม่ ดาวิกา

   หลังโพสต์รูปลงโซเซียลตอกกลับขาเม้าท์ว่าตนเองติดหรูต้องนั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสตลอดล่าสุดนางเอกสาว ใหม่ ดาวิกา ออกมาเผยว่า ตั้งใจโพสต์เล่นๆ ให้คนที่มองว่าตนเองติดหรูดูจะได้เคลียร์ๆ เพราะปกติเวลาไปไหนในประเทศเจ้าตัวก็จะนั่งชั้นประหยัดตลอดพร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้ติดหรูอะไรเลยสักนิด ใหม่ ดาวิกา ใหม่ ดาวิกา

หัวใจเต้นแรง!! กอล์ฟ ฟุ้งรัก ขวัญ เหมือนตอนอายุ 18 แต่งพรุ่งนี้ได้แต่งไปแล้ว!!
กอล์ฟ พิชญะ /  ข่าว กอล์ฟ พิชญะ / 

  หวานออกสื่อได้ตลอดๆ สำหรับคู่ของหนุ่ม กอล์ฟ พิชญะ กับสาว ขวัญ อุษามณี หลายคนก็อยากรู้เมื่อไหร่จะมีข่าวดีสักที ล่าสุดเจอ หนุ่มกอล์ฟ มาร่วมงานแถลงข่าวโครงการประกวด GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีข่าวแว่วว่า แม่แอ๊ว ไฟเขียวแล้ว เจ้าตัวก็เผยว่าตอนนี้รอให้ทุกอย่างพร้อมก่อน ทั้งเรื่องของการงาน ทรัพย์สิน และต้องมีการวางแผนอนาคตด้วย ส่วนเรื่องที่หวานใจ สาวขวัญ พาไปพบญาติที่เพชรบุรีก็ดีใจ เพราะเป็นคนแรกที่ สาวขวัญ พาไปแนะนำตัวกันญาติ ส่วนเรื่องที่บ้านของหวานใจเสียหาย ต้องรอให้เจ้าตัวออกมาชี้แจงเองดีกว่า ส่วนตัวก็รู้สึกโกรธแทน เพราะช่างควรทำงานให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา!!   "(ชุดแมงมุมถูกจับตามองมาก) อยากให้จับตามองตอนร้องเพลงมากกว่า อยากที่ผมเคยบอกในรายการ The Mask Singer จริงๆ คนอาจจะจำภาพลักษณ์กอล์ฟหรือดูข่าวและลืมนึกถึงความสามารถตอนที่กอล์ฟร้องเพลงไป แต่จริงๆ มันไม่ได้เบี้ยวนะ(หัวเราะ) มันอาจจะเป็นช่วงย่นของผ้าหรือเปล่า รัดครับ มันแน่นเลยล่ะครับ ตอนร้องเพลงก็ตื่นเต้น มันไม่มีจังหวะที่จะมาเก็บอะไรแบบนี้ ซึ่งมันก็เซฟยาก เพราะกอล์ฟไม่ได้ซื้อกระจับไว้ด้วย (หัวเราะ) แต่กอล์ฟว่ามันน่าจะเป็นลายผ้าย่นๆ ตอนที่ยืนมากกว่า มันเลยดูเอียงๆ แต่คนก็ไปซูมกันได้นะครับ คือเวลาที่ใส่ชุดแบบนั้น มันก็ต้องมีจังหวะที่ต้องเซฟ แต่ท่าเล่นบนเวทีกอล์ฟก็เยอะด้วย มันเลยมีออกมาทักทายบ้าง ซึ่งกอล์ฟว่ามันก็คงเป็นลายผ้านั่นแหละ"   "ไม่เขินครับ แต่น่าจะกดดันตอนกอล์ฟร้องเพลงมากกว่า แต่ก็มีถูกคนเข้ามาแซวบ้าง พวกพี่ช่างแต่งหน้า เขาก็จะถามว่าแกใช่หรือเปล่า กอล์ฟก็ตอบไปว่าไม่รู้เหมือนกัน(หัวเราะ)"   "คือน้องเวลาฟิตเนส เขาชอบใส่อะไรแบบสั้นๆ โชว์ กอล์ฟเลยบอกว่าเดี๋ยวแมงมุมโชว์บ้างนะ"   "น้องขวัญก็ไม่ได้หวงอะไรขนาดนั้นครับ ให้คนได้ดูบ้างแต่กอล์ฟว่ามันเป็นรอยย่นของเสื้อมากกว่า แต่อย่าลืมไปดูเพลงที่กอล์ฟร้องนะ และกระแสจากการออกรายการดีมาก มีคนติดต่องานอีเวนต์ที่ให้ไปร้องเพลงเพิ่มขึ้นด้วยครับ เพราะคนอาจจะไม่เคยเห็นเราร้องแนวแบบนี้ ยังยึดติดกับเพลงเบาซ์อยู่"   "คือคนยังติดภาพลักษณ์กอล์ฟไมค์ พี่ๆ รุ่นใหญ่ โปรดิวซ์ก็จะยังไม่มีความเชื่อในตัวกอล์ฟ ว่าถ้าแต่งเพลงแนวนี้ออกมาเราจะยังทำไม่ได้ แต่พอรายการนี้ติดต่อมากอล์ฟเลยตั้งใจไปออก และทำให้รู้ว่ากอล์ฟทำได้ ซึ่งตรงนี้อาจจะทำให้ผู้ใหญ่หลายคนเห็นว่าเราทำได้นะ เราโตขึ้นแล้ว ถ้าจะมานั่งเบาซ์ ก็คงไม่ไหวแล้ว อยากจะร้องเพลงที่มีความหมาย เพราะๆ เป็นเพลงที่เป็นศิลปินจริงๆ แต่ตอนนี้เรายังไม่มีเวลาไปทำอะไรเลย เพราะเรายังถ่ายหนัง ถ่ายละคร และถ่ายรายการอีกครับ"   "(หนังกับปู-ไปรยาเป็นยังไงบ้าง) เป็นหนังกับต่างประเทศ ซึ่งจะเข้าเดือน ต.ค. นี้แล้ว กอล์ฟเพิ่งถ่ายเสร็จไปเมื่อวาน ตอนนี้คงเหลือตัดต่อ ดีใจนะทุกอย่างคือโอกาสที่เราได้เล่น และหนังฉาย 8 ประเทศรวมถึงอเมริกาด้วย ถือว่าเป็นโอกาสดีต่อยอดในเรื่องการแสดง และตอนนี้มีหนังในไทยติดต่อมานะ แต่เราติดคิวละคร"   "(แม่แอ๊วไฟเขียว) คือจริงๆ แล้ว มีการคุยกันแต่ว่าไม่ได้จริงจัง และก็ยังไม่ได้เข้าไปขอแบบจริงจัง แต่มีการพูดคุยแค่เกริ่นๆ กันไว้กับผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ใหญ่ก็มีการถามไถ่บ้างในเรื่องนี้ และตัวกอล์ฟเอง ก็อยากวางรากฐาน ทุกอย่างให้พร้อมก่อน ให้โอเคก่อน เพราะว่าตัวน้องก็ทำงานมาตั้งแต่เด็ก เราเห็นว่าน้องทำงานมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบเขาอยู่ในวงการมานานแล้ว ตัวกอล์ฟก็ทำงาน แต่อาจจะไม่ได้เก่งเท่าน้องแต่กอล์ฟรู้สึกว่าการที่เราจะแต่งงานกัน เราอยากจะวางรากฐานให้ดีทั้งคู่ เพื่อจะได้ดูแลซึ่งกันและกันได้ เราอยากดูแลน้องให้ดีที่สุด ส่วนจะเป็นปีนี้หรือเปล่า น่าจะเป็น เวลาที่เราสองคน รู้สึกว่าพร้อมแล้วก็คงเป็นเมื่อนั้นแหละครับ"   "ก็ดีใจครับและก็ต้องขอบคุณคุณแม่ด้วย ที่ให้โอกาสกอล์ฟ หนังเรื่อง "Real " แม่ก็เป็นคนหามาให้นะครับ แม่เป็นคนติดต่อมาให้ คือตอนแรก กอล์ฟก็ตกใจเหมือนกัน แล้วก็ลองไปคุยดู สรุปก็ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ กอล์ฟก็ดีใจและขอบคุณ คุณแม่ที่ให้โอกาสกอล์ฟ ตอนนี้มันเป็นการกลับมาคบกันอีกรอบหนึ่ง และเราไม่ได้คบกันแบบเด็กๆแล้ว ก็จะพยายามเต็มที่ ในการทำอะไรก็ตามที่ดูแลน้องได้ ทั้งในเรื่องของจิตใจ และเรื่องอื่นๆ ด้วย"   "อย่างที่คุณแม่บอกว่าเรื่องของสินสอด เป็นการที่ต้องให้เราคุยกันเอง 2 คนและตัวกอล์ฟกับขวัญเอง เราไม่อยากจะให้คนมานั่งตีมูลค่าความรักของเราเป็นเงิน กอล์ฟไม่ได้บอกว่า การที่เรารักคนคนหนึ่ง แล้วต้องมาตีมูลค่าเป็นเงิน มันเทียบกันไม่ได้ กอล์ฟเลย อยากจะให้ตัวเองพร้อมก่อน ในจุดที่เราสามารถดูแลขวัญได้ และดูแลครอบครัวของน้องได้ด้วย ถามว่าวางแผนอีกกี่ปี ถ้าถามใจกอล์ฟนะให้กอล์ฟแต่งวันพรุ่งนี้ ถ้าแต่งได้ก็คงแต่งแล้วล่ะ แต่มัน ขึ้นอยู่กับหลายๆอย่าง ตอนนี้ถ้ามีงานอะไรเข้ามา กอล์ฟพยายามรับ ถ้ามันเป็นงานที่เข้ากับเรา ทั้งตัวกอล์ฟและขวัญ เราทำงานกันอย่างเต็มที่ ระวังทุกอย่างเพื่ออนาคต ของเราทั้งคู่ ถ้ามีธุรกิจอะไรเราก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"   "คือเรื่องนี้ เรายังไม่ได้คุยกันจริงจัง แต่เวลาที่เราเปิด หนังสือดูว่าเราอยากได้บ้านแบบนี้จังเลย เดี๋ยวรอมีตังค์ก่อนนะ แล้วเดี๋ยวค่อยไปซื้อ (หัวเราะ) เพราะกอล์ฟเพิ่งซื้อคอนโดไปเอง กอล์ฟรู้สึกว่า ถ้าเราคิดดีทำดีสิ่งที่ดีจะตอบกลับมาที่เราเอง เราไม่เคยไปคิดอะไร หรือไปคิด ในเรื่องของผลประโยชน์ ในการคบกันเลย กอล์ฟไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นทั้งสิ้น ตั้งแต่ที่กอล์ฟอายุ 18 กอล์ฟเคยรักเขายังไงตอบก็ยังรักเขาแบบนั้น จนถึงทุกวันนี้"   "พอเพียงไม่เคยคิดถึงขนาดนี้เลย ณ วันที่มีข่าวตั้งแต่ตอนแรก ตอบก็คิดแค่ว่าไม่เป็นไรหรอก เราแค่ทำดีไปเรื่อยๆ ตอบก็คิดแค่ว่า การที่เราทำดี เราก็น่าจะได้สิ่งที่ดีตอบแทน ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม"   "(ขวัญบอกพาไปหาญาติที่เพชรบุรี) ก็ดีใจ แต่จริงหรือเปล่าอ่ะที่เขาไม่เคยพาใครไปเลย(ยิ้ม) ดีใจนะที่มีโอกาสได้ไปเจอญาติญาติของน้องที่จังหวัดเพชรบุรี มีได้นั่งคุยกัน และญาติญาติ ก็มีเกริ่นๆ ถามเรื่องนี้ ว่าจะเอายังไงล่ะเราสองคน ก็อย่างที่ก็บอกนะครับ ก็พยายามทำให้เต็มที่ที่สุด ถามว่ากดดันไหมก็นิดนึงแหละ แต่เชื่อว่าเป็นแฟนทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เรา รักและเอ็นดูเรา ชื่นชมในความรักของเรา ที่เรารักเขาและเราจริงใจ ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ที่อยากให้เราแต่งงานกันจริงๆเราก็อยากแต่งงานกันนะแต่เราขอเวลาก่อน ถามว่าปีหน้ามีลุ้นไหม เนี้ยกดดันอย่างเดียวเลย (หัวเราะ)"   "เรื่องบ้านของน้องก็ ในเรื่องของรายละเอียด ก็ไม่อยากจะให้น้องเป็นคนออกมาแจกแจงมากกว่า แต่ในส่วนของกอล์ฟ เท่าทีกอล์ฟเห็น เพราะว่ากอล์ฟไม่ได้เข้าไปยุ่งตั้งแต่แรก และก็ไม่อยากจะข้ามเส้นจนเกินไปเพราะว่าน้องเขาเริ่มทำขึ้นมากับคุณแม่ พอตอนหลังๆ ตอบได้เข้าไปช่วยดูบ้าง ก็รู้สึกว่า การที่น้องบอกว่า ตรงนี้ให้ทำหน่อยนะ ไม่ได้หมายความว่า ทำแล้วทิ้งไว้จนเกิดความเสียหายขึ้นมาแต่หมายถึงว่าให้ทำจนเสร็จเรียบร้อยและตัวช่าง ก็น่าจะรู้ว่า คำว่าให้ทำตรงนี้ ก็ควรจะทำให้ดีไม่ใช่ทำให้รั่ว กอล์ฟรู้สึกว่า สมัยนี้อะไรที่เป็นอาชีพของเรา เราต้องมีศักดิ์ศรีเพราะเรารับเงินเขามาแล้ว เราต้องทำให้เต็มที่ ยิ่งตอนนี้มีข่าวว่าดาราหรือศิลปินจ้างผู้รับเหมามาทำบ้านแล้วเปลี่ยนบ่อยๆ มันก็ไม่ดีกอล์ฟคิดว่า อย่าทำให้อาชีพนี้มันต้องเสียหายเพราะคนไม่กี่คนที่ไม่ตั้งใจทำเพราะรู้สึกว่า ทำอะไรเราก็ต้องทำเต็มที่ เพราะมันคืออาชีพของเรา ถามว่าโกรธแทนน้องไหมก็รู้สึกด้วยเหมือนกันรู้สึกไม่ดีแทนด้วย สงสารน้อง แต่ช่วงนี้กองถ่ายหนังหนักมาก เเละน้องเป็นผู้หญิงต้องอยู่กับแม่เพื่อช่วยดูเรื่องบ้าน กอล์ฟรู้สึกว่าคนที่เข้ามาทำงานตรงนี้ ควรจะทำให้ดี" กอล์ฟกล่าว ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG golfpichaya กอล์ฟ พิชญะ กอล์ฟ พิชญะ กอล์ฟ พิชญะ กอล์ฟ พิชญะ กอล์ฟ ขวัญ กอล์ฟ ขวัญ

น่ารักเวอร์!! เป่าเปา อายุครบ 11 เดือน ยิ้มหวานจนคอหดแบบนี้!!(มีคลิป)
น้องเป่าเปา /  น้องเป่าเปา ลูก กุ๊บกิ๊บ บี้ / 

    เผลอแป๊บเดียวอายุครบ 11 เดือนเต็มแล้วจ้า สำหรับ เจ๊เปาบางพลี หรือ น้องเป่าเปา ลูกสาวสุดน่ารักน่าชังของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ KPN ที่ล่าสุดวานนี้ (23พ.ค.60) น้องเป่าเปา อายุครบ 11 เดือนแล้ว แถมขุ่นแม่กุ๊บกิ๊บ ยังพา น้องเป่าเปา ไปถ่ายสติ๊กเกอร์และเล่นของเล่นขณะที่ พ่อบี้ ยังติดภารกิจถ่ายทำละครอยู่ที่ประเทศจีน พร้อมกับโพสต์ภาพ, คลิป และข้อความสุดซึ้งถึงลูกสาวสุดที่รักแบบรัวๆ ว่า   “* I love you my baby  ไม่มีคำไหนนอกจากว่า "แม่รักลูกมากๆเลย" #ฉันดีใจที่มีเธอเธอคือกำลังใจเดียวที่มีไม่ว่านาทีไหนๆ #ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ #11เดือนที่ชีวิตมีความหมายที่สุดและมีความสุขที่สุด”   แหม...เห็นอย่างนี้แล้วอยากจะเข้าไปฟัดซะจริงๆ อะไรจะน่าร๊ากกกกปานนั้นจ๊ะ เจ๊เปาบางพลี!!ขอบคุณภาพจาก IG gggubgib36, bie_kpn   IG @gggubgib36 *Super cute 11 เดือนนางมียิ้มหวานคอหด!!!! 55555555555555555555 #ไปดูคลิปเต็มๆในยูทูป paopao and the big family กด Subscribe และกระดิ่งเพื่อรอดูคลิปเต็มๆน๊าาาาาาา . . .#ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ *Super cute 11 เดือนนางมียิ้มหวานคอหด!!!! 55555555555555555555 #ไปดูคลิปเต็มๆในยูทูป paopao and the big family กด Subscribe และกระดิ่งเพื่อรอดูคลิปเต็มๆน๊าาาาาาา . . .#ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ   IG @gggubgib36 *Yep!!! ปิดท้าย 11 เดือนวันนี้ กับแฟชั่นของเปาที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจ!!!! #เปาคือความผสมผสานของเด็กผู้หญิงและผู้ชาย#เปาเป็นunisex ❤️ . . #ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ *Yep!!! ปิดท้าย 11 เดือนวันนี้ กับแฟชั่นของเปาที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจ!!!! #เปาคือความผสมผสานของเด็กผู้หญิงและผู้ชาย#เปาเป็นunisex ❤️ . . #ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ     IG @gggubgib36 *11 months Old #iloveyouforever 11เดือนแล้ววววก็จะประมาณนี้อะค่ะ!!!!!! >< อิอิ . . .#ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ *11 months Old #iloveyouforever 11เดือนแล้ววววก็จะประมาณนี้อะค่ะ!!!!!! >< อิอิ . . .#ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ                                

ไม่มีเจตนาหลบหนี!! เบนซ์ เรซซิ่ง เข้ารายงานตัวครั้งที่ 3 หลังถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม!!
เบนซ์ เรซซิ่ง /  แพท ณปภา / 

    ยังไม่จบง่ายๆ สำหรับกรณีที่ เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช สามีของนักแสดงสาว แพท ณปภา มีส่วนพัวพันกับแก๊งค้ายารายใหญ่ ไซซานะ ซึ่งความคืบหน้าจากเหตุการณ์นี้ เบนซ์ เรซซิ่ง ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหา “สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด, รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด จากผู้กระทำความผิดเพื่อประโยชน์ หรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือ เพิ่มมิให้ผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ” ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน บช.ปส. และได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกับนำหลักฐานเอกสารอื่นๆ เกี่ยวกับคดีมามอบให้แก่พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ยังกองบัชญาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) แล้ววานนี้   ล่าสุดวันนี้ (17พ.ค.60) เวลาประมาณ 8.00 น.เบนซ์ เรซซิ่ง พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว นายสิทธิโชค ตรีเนตร ได้เดินทางมายังศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อรายงานตัวเป็นครั้งที่ 3 หลังครบกำหนดการฝากขังผัดที่ 6 โดยไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนีแต่อย่างใด ทั้งนี้จะครบกำหนดการรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 29พ.ค.60 ซึ่งจะเป็นผัดสุดท้ายก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลอย่างเต็มรูปแบบ ทนาย : "วันนี้ก็มารายงานตัวนะครับ รับฝากเจ็ด ซึ่งเป็นรับฝากสุดท้าย ซึ่งจะครบกำหนดครั้งต่อไปวันที่ 29 พ.ค 2560 ก็คือเป็นฝากสุดท้ายแล้ว อย่างที่พี่ๆ นักข่าวทราบกันและก็มารอ คือเบนซ์ได้รับหมายเรียกวันที่ 11 ให้มารับทราบของกล่าวหาเพิ่ม แต่ทางปส.นัดให้เข้าไปพบวันที่ 15 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับแพท ทางเบนซ์ก็เลยขอเลื่อนขึ้นมาวันหนึ่ง เป็นเมื่อวานนี้ เมื่อวานนี้ทางเราก็ได้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน ตามพ.ร.บ.ในการทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 6 ซึ่งพฤติการและข้อเท็จจริง ที่นำมาสู่การแจ้งข้อหาเมื่อวานนี้ ก็เป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับตอนที่แจ้งเบนซ์ตอนสมทบฟอกเงินเลย แค่ว่าข้อหานี้เป็นข้อหาที่เลขาธิการปปส.เป็นผูัอนุมัติให้แจ้งข้อหานี้เพิ่มเท่านั้นเอง ซึ่งพอได้รับหมายเรียก ทางเบนซ์และผมก็ทราบแล้วว่าจะโดนข้อหาอะไร ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษสูงกว่าสมทบฟอกเงินเยอะ เพราะว่ามันเป็นการสนับสนุนการทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ทางเบนซ์เนี่ยก็ไม่ได้ขอเลื่อนหรือว่าอะไรเลย เราก็ยินดีเข้าไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในทันที แล้ววันนี้ก็มารายงานตัวต่อศาลตามปกติครับ ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหนี ยังยืนยันเหมือนเดิมนะครับผม" ตามการบวนการสอบสวนเขาต้องยื่นคำร้องฝากขังใหม่อย่างที่แจ้งเพิ่มเติมไหม? ทนาย : "เอ่อ ขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนต้องไปยื่นคำร้องต่อศาล ว่าในระหว่างฝากขังครั้งที่ 6 มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ก็คือข้อหาเมื่อวานนี้" แปลว่าตามกระบวนการพนักงานสอบสวนมีเวลาที่จะสรุปสำนวนภายใน 12 วันใช่ไหมทนาย : "ใช่ครับ แต่มันทันอยู่แล้ว เพราะว่าอย่างที่เรียนไปตอนต้น พฤติการ ข้อเท็จจริงต่างๆที่นำมาสู่การแจ้งข้อหาเมื่อวานนี้ มันเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันเลยครับ" ในส่วนนี้ทางเบนซ์ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมไหม? ทนาย : "ไม่ต้องชี้แจ้งครับ ที่ยืนยันมาตลอดเอกสารเรายื่นตั้งแต่ครั้งแรกครบหมดแล้ว ซึ่งเป็นเอกสารที่เรามีทั้งหมด เราก็พูดความจริง และยื่นเอกสารไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นจะโดนแจ้งข้อหาเพิ่มหรือว่าอะไร เราไม่มีอะไรยื่นแล้วครับ เราได้ยื่นชี้แจงไปหมดแล้ว" ล่าสุดได้ทีการคุยกับทางทีมทนายของแพทไหม? ทนาย : "ยังไม่ได้คุยครับ ทุกอย่างมันกระชั้นชิดแล้วก็เร็วไปหมด แพทเขาก็โดนหมายเรียก โดนแจ้งข้อหาไม่ทันตั้งตัวเหมือนกันนะ ทางเบนซ์ก็โดนเรียกมาว่าจะโดนแจ้งข้อหาเพิ่ม ในเบื้องต้นเราก็แสดงความบริสุทธิ์ใจโดนการเข้าไปพบรับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นยังไม่มีการพูดคุยอะไรกันครับ" แนวทางการต่อสู้คดีจะเป็นยังไง จะแตกต่างไหม? ทนาย : "คือถามว่าแตกต่างไหมต้องดูกันในพยานหลักฐานครับ เพราะก็ต้องสู้กันในพยานหลักฐาน ในส่วนของเราไม่แตกต่างนอนแน่ เราก็ยืนยันมาตลอดว่าเบนซ์ไม่รู้เรื่องยาเสพติดครับ" เบนซ์ : "จริงๆ เราก็ไม่ได้คิดจะหลบหนีอะไรนะครับ ก็ให้ความร่วมมือดีมาตลอด ทีนี้ก็รอ เหลือแต่ว่าเราจะเข้าไปสู่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ได้ไปต่อสู้ในชั้นศาล ได้รวบรวมหลักฐานไปสู้กันในนั้นดีกว่าครับ" ทนาย : "ผมเพิ่มเติมให้น้องนิดหนึ่งคือ ก่อนที่จะถูกแจ้งข้อหา จนถูกแจ้งข้อหาสมทบฟอกเงิน จนเมื่อวานที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเนี่ย พนักงานสอบสวนเรียกพยานบุคคลต่างๆ ที่เป็นคนรอบตัวของเบนซ์ เป็นญาติ เป็นลูกน้อง เป็นคนที่ทีความสัมพันธ์ทางธุรกิจเป็นจำนวน 10 กว่าปากนะที่เข้าไปสอบสวน ทางเราไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพยานบุคคลต่างๆ เหล่านี้ แล้วพนักงานสอบสวนก็ไม่เคยรายงานว่าเราไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพยานบุคคลต่างๆ ซึ่งก่อให้้เกิดอุปสรรคในการทำการสอบสวนเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้เห็นเจตนาของเบนซ์ว่า โทษก็สูง น้องก็ยินดีเดินเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาทันทีเลย ทั้งๆ ที่อัตราโทษคดีนี้มันสูงมาก แต่เบนซ์ก็เข้าไปพบทันทีไม่มีการหลบเลี่ยงหลีกหนี แล้วก็ไม่เคยทำให้การสอบสวนเป็นอุปสรรคหรือมีปัญหาเลยไม่ว่าจะส่วนของพยานบุคคล หรือพยานเอกสาร เราให้ความร่วมมือทุกอย่าง พร้อมเข้าสู่กระบวนการทั้งๆ ที่เบนซ์ถูกมองไปแล้วว่าผิด แต่เราไม่เคยร้องเรียน ไม่เคยทำหนังสือขอความเป็นธรรมหรือว่าอะไรทั้งนั้น เราเชื่อมั่นในศาล เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าศาลเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดของเราแล้ว ฉะนั้นก็จะใช้หลักฐานไปต่อสู้ในชั้นศาลครับ" เงิน 1ล้าน9แสน เราจะชี้แจ้งยังไง? ทนาย : "ในส่วนของเนื้อหา รายละเอียดเรื่องพยายหลักฐานผมขอไม่พูดถึงนะ เพราะมันเป็นแนวทางการต่อสู้คดี แต่ในส่วนขั้นตอนต่างๆผมขอชี้แจ้งว่าต่อไปมันจะเป็นขั้นตอนไหน" เมื่อมีการแจ้วข้อหาเพิ่มเติม เมื่อขึ้นศาลแล้วจะยุ่งยากมากขึ้นไหม? ทนาย : "อันนี้เป็นดุลพินิจของศาลครับ เดี๋ยวรายงานตัวครั้งหน้าเราก็จะทราบว่าศาลจะมีเงื่อนไงอะไรเพิ่มเติมไหมให้เราในเรื่องการประกันตัว เราก็พร้อมปฏิบัติตามทุกอย่างครับ อย่างที่บอกว่าเบนซ์ไม่มีเจตนาจะหลบหนีเลย นัดทุกครั้งก็มารายงานตัวทุกครั้ง เรียกรับหมายเรียกก็เข้าพบทันที" มูลค่าหลักทรัพย์จะเพิ่มขึ้นไหม? ทนาย : "โดยหลักแล้วน่าจะเพิ่มขึ้นครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาลครับ" อ่านข่าว แพท ณปภา โล่ง! ศาลให้ประกันตัวในชั้นฝากขัง                      

อายุไม่ใช่ปัญหา!! วุ้นเส้น แอ๊บเด็กสนิท ปันปัน ฟุ้งมีเด็กจีบแต่ยังไม่ใช่!!
วุ้นเส้น วิริฒิพา /  ปันปัน สุทัตตา / 

  กลายเป็นเจ้าแม่แอ๊บแบ้วอีกรายไปซะแล้ว สำหรับม่ายสาวพราวเสน่ห์ วุ้นเส้น วิริฒิพา ที่พักหลังมักจะไปเที่ยวกับนักแสดงสาวรุ่นน้องซึ่งอายุห่างกันถึง 16 ปีอย่าง ปันปัน สุทัตตา บ่อยๆ ซึ่งนอกจากหลายคนจะมองว่าเธอพยายามแอ๊บแบ้วแล้ว มิวายยังถูกโยงแท็กทีม ปันปัน เพราะต้องการเย้ย สาวน้ำชา ชีรณัฐ คู่อริเก่าของ สาวปันปัน ด้วยหรือไม่? ซึ่ง วุ้นเส้น เปิดเผยว่ารู้จักกับ ปันปัน เพราะทำงานด้วยกัน และน้องเป็นคนน่ารักแต่ไม่ได้เที่ยวด้วยกันบ่อยนัก ยันมีเด็กเข้ามาจีบบ้างแต่ตนเลือกมากและไม่มีเวลาดูว่าใครเป็นคนดีหรือไม่ หากจะมีใหม่เรื่องอายุไม่สำคัญ ขอแค่เป็นคนดีและจริงใจ!!   "ปันปันนี่อายุน้อยกว่าวุ้นแบบ... ไม่อยากนับเลยอ่ะ คือเราทำงานด้วยกันบ้าง น้องน่ารัก อยู่ด้วยและสดใสดี แต่ไม่ได้เจอกันบ่อยขนาดนั้น ถ้าว่างก็เจอมากกว่า ก็แอ๊บอยู่เหมือนกันนะ (หัวเราะ) ถ้าแอ๊บแล้วมีงานก็แอ๊บต่อไปก็ได้ ไม่หรอกเราก็ทำตัวปกติ ไลฟ์สไตล์เราเป็นยังไง เราทำอะไรแล้วมีความสุขไม่ได้เดือดร้อนคนอื่น ใครจะมองยังไงก็ห้ามไม่ได้ แต่ว่าวุ้นมีความสุขตรงนี้"   "เที่ยวด้วยกันไม่บ่อยค่ะ คือเราทำงานด้วยกัน หลังจากงานอาจมีไปทานข้าวด้วยกันบ้างหรือมีนัดเจอกัน แต่ไม่ได้บ่อยมากนะ อาจจะแต่เจอกันแล้วลงรูป คนอาจจะเห็นตรงนี้มากกว่า แต่จริงๆ แล้วน้องยังเรียนและทำงานปกติ"   "เห็นจากรูปก็คงรู้ว่าต้องปรับเยอะ (หัวเราะ) เพราะเพื่อนรุ่นเราก็จะมีครอบครัว มีลูก ออกแนวแม่ๆ ไป แต่เรายังไม่ได้มีจุดนั้นก็อยู่กับปัจจุบันที่พอทำได้ เลยได้ไปเที่ยวกับน้องๆ แต่น้องๆ ก็ไม่ได้เด็กมากนะ สามสิบอัพกันหมดเพียงแค่ยังหน้าเด็กกันอยู่ ก็พยายามอยู่ค่ะ คือถ้าเราแก่มากๆ ก็อาจจะรู้สึกว่าตัวเองหม่นหมอง เราต้องทำตัวให้ตัวเองสดใสบ้าง"   "ถ้าเรื่องหนุ่มนี่ไม่แน่ใจเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าจะเจอแบบเด็กๆ ไหม เพราะไม่รู้ใครจะเข้ามา แต่ไม่ได้ดูเรื่องอายุขนาดนั้นค่ะ ขอให้เจอคนดีๆ และจริงใจดีกว่า"   "(มีเพื่อนปันปันมาจีบบ้างไหม?) โห เด็กไปไหมเนี้ย (หัวเราะ) จริงๆ มีแต่ไม่ได้เด็กขนาดนั้นค่ะ เขาไม่ได้เข้ามาจีบแค่เข้ามาทำความรู้จัก บอกไปหลายรอบแล้ว แต่ถ้ารู้สึกว่าพี่แก่ไปก็บ๊ายบาย จริงๆ ไม่ค่อยได้คุยกับใครมากนะ ก็เป็นพี่น้องกันไป ไม่ค่อยได้เจอ ถ้าเจอส่วนใหญ่ก็จะเจอแต่คนเยอะๆ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่ได้เรียนรู้ใครขนาดนั้นว่าเป็นคนดีไม่ดี"   "จริงๆ ก็เลือกมากขึ้น เพียงแต่ว่าขอให้เข้ากับเราได้ก็พอแล้ว" วุ้นเส้น กล่าว   ขอบคุณภาพจาก IG punpun_sutatta พีค-วุ้นเส้น-ปันปัน   วุ้นเส้น ปันปัน   วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา   วุ้นเส้น วิริฒิพา