ดูหนังอาร์

แฟชั่น อิมเมจ หนุ่ม นนท์ สงกรานต์ The Voice Thailand
อิมเมจ สุธิตา /  เดอะวอยซ์ / 

แฟชั่น อิมเมจ หนุ่ม นนท์ สงกรานต์ The Voice Thailand ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร ขวัญเรือน ต้องยอมรับว่ากระแส The Voice Thailind มาแรงจริงๆ ...แม้แต่ชาวขวัญเรือนเองก็ยังติดหนึบรายการนี้ เลยอยากเห็นยอกฝีมือบนเวทีแห่งเสียงเพลงมาวาดลวดลายบนปกขวัญเรือนดูบ้าง... The Voice of Arts โดย หนุ่ม-สมศักดิ์ รินนายรักษ์, อิมเมจ-สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ, นนท์-ธนนท์ จำเริญ, สงกรานต์-รังสรรค์ ปัญญาเรือน ทั้งหมดใน ขวัญเรือน ฉบับที่ 1037 ปักษ์แรกกุมภาพันธ์ 2558 ในรายการ The Voice Thailand ซีซั่น 3 อิมเมจ-สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ คือสาวน้อยที่ทำให้คนตกหลุมรักได้มากที่สุด...หลายคนที่ดูรายการสารภาพว่าครั้งแรกที่เห็นเด็กแว่นคนนี้อยู่บนเวทีรู้สึกเฉย ๆ แต่เมื่อเธอเปล่งเสียงร้องออกมาเท่านั้นแทบจะทุกคนต้องหยุดฟังเหมือนถูกสะกด “ฟังเสียงตัวเองแล้วก็ไม่รู้ว่ามันต่างยังไง เพราะว่าหนูอยู่กับเสียงตัวเองมาตลอดชีวิต ต้องให้คนรอบข้างบอก เพื่อน ๆ ก็บอกว่าเสียงเราเหมือนคนโน้นคนนี้บ้าง สักพักหนึ่งก็บอก เอ๊ย ไม่เหมือนใครเลย ซึ่งหนูชอบนะถ้าเขาบอกไม่เหมือนใคร คือถ้าเขาอยากฟังเสียงอย่างนี้ก็ต้องมาหาเราคนเดียวเป็นอะไรที่เอ็กซ์คลูซีฟนิดหนึ่ง" (คอลัมน์แขกรับเชิญ ฉบับที่ 1037 ปักษ์แรกกุมภาพันธ์ 2558) ที่มาภาพแฟชั่น จาก magazinedee.com และ นิตยสารขวัญเรือน

เด็กมัธยมในเครื่อแบบ ดูแล้วสบายตา สบายใจจริงๆ
นักเรียน /  นักศึกษา / 

เด็กมัธยมสาวๆ ใสๆ น่ารัก เห็นแล้วโลกสดใสเป็นสีชมพูกันเล๊ยยยย...

เมื่อหมีเท็ดอยากใช้ชีวิตแบบคนปกติ ในตัวอย่างแรก ฮา กวน เสื่อม จาก Ted 2
A Million Ways to Die in the West /  Family Guy / 

หลังจากปล่อยใบปิดแรกออกมาให้ชมกันแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงตัวอย่างแรกเสียที สำหรับหนังภาคต่อสุดกวนที่มีหวังมาโกยเงินอีกแน่แท้กับเจ้าหมีป่วน Ted 2 ของผกก. เซ็ธ แม็คฟาร์เลน จาก Family Guy ที่ถึงแม้ตัวอย่างแรกจะเป็นแบบเบาๆ แต่ก็ยังมีแอบโชว์มุกตลกเสื่อมตามสไตล์มาให้ชมกันเพียบ ซึ่งงานนี้นอกจาก มาร์ค วอลเบิร์ก จะกลับมา หนังยังเต็มไปด้วยทีมนักแสดงหน้าใหม่ของหนังชุดนี้อย่าง อแมนด้า ไซย์ฟรี๊ด, มอร์แกน ฟรีแมน และ เลียม นีสัน ที่กลับมาร่วมงานอีกครั้งหลังจากติดใจในบทตลกๆ A Million Ways to Die in the West ครับ โดยเรื่องย่อของหนังภาคต่อนี้จะเป็นภาคต่อที่ดูโต และ จริงจังมากขึ้น เมื่อ เท็ด ได้แต่งงานกับแฟนสาวของเขาและเกิดอยากมีลูก แต่ปัญหาคือกฏหมายดันไม่คุ้มครองเจ้าหมีเท็ด โดยให้ความว่าเขาไม่มีความเป็นคน หรือมีประสิทธิภาพที่จะเป็นมนุษย์ได้ครับ คราวนี้เจ้าหมีเท็ด และ จอห์น จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ของเท็ดให้จงได้ หนังมีกำหนดฉายบ้านเรา มิถุนายน นี้ครับ

อ่อยโคตรๆ! เอเย่นต์เผย ป็อกบา ไม่ย้ายหนีม้าลายปีนี้ก็ปีหน้า
กัลโช เซเรียอา /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

ไม่รู้งานนี้ “ไอ้ม้าลาย” ยูเวนตุส จะมีเคืองหรือเปล่า เมื่อตัวแทนของ พอล ป็อกบา ออกมายอมรับว่านักเตะในความดูแลของตนจะย้ายออกจากทีมไม่ปีนี้ก็ปีหน้าแน่นอน กองกลางวัย 21 โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และตกเป็นข่าวว่าหลายทีมโดยเฉพาะทีมเก่าพร้อมที่จะทุ่มเงินคว้าตัวไปร่วมทีม “เขาจะอยู่อิตาลีอีกนานแค่ไหนเหรอ? ทุกคนก็มีหมากของตัวเองอยู่มาดูว่าใครพร้อมจะเสี่ยง” เอเย่นต์จั่วหัวอย่างคมคาย “ถ้าพอลย้ายออกจาก ยูเวนตุส เขาก็อยากจะไปร่วมกับทีมที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปอีก ถ้าไม่ใช่ปีนี้ก็คงจะเป็นปีหน้า” มิโน่ ไรโอล่า เอเย่นต์ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสเผยกับสื่อในอิตาลีแบบไม่แคร์ต้นสังกัด

 มด สวยแซบ!! แม้เลือกเกิดได้ ละครแรงสะท้อนสังคม
มด ณปภัช /  ละคร / 

หันมาฉีกลุกส์เป็นสาวสวยร้อนแรงตั้งแต่เล่นละครเรื่อง น้องเมีย ทางช่อง 8 มด ณปภัช ลบภาพสาวแบ๊วสมัยตอนเป็นนักร้องใหม่ๆ จนหมดสิ้น ล่าสุดนางใส่เกียร์เดินหน้าหาประสบการณ์ใหม่ในละครแม้เลือกเกิดได้ ด้วยการตกปากรับคำเล่นบทที่ใครๆ ก็มองว่าแรงมากอย่างบท ใบพร ผู้หญิงกลางคืนที่แต่งตัวโชว์เนื้อหนังมังสาเพื่อเอาใจแขก ซึ่งเรื่องนี้บทค่อนข้างจะหวือหวา ถึงเนื้อถึงตัว แม้จะมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นบทที่ค่อนข้างแรงไปแต่ดูเหมือนสาว มด จะไม่ยี่ระ มด ณปภัช นางกลับรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสได้เล่นบทใหม่ๆ ท้าทายความสามารถ แม้จะมีฉากนัวเนียกับผู้ชายบ้างอะไรบ้างและมีบทเลิฟซีนที่ดูดดื่มแต่นักแสดงมืออาชีพอย่างมดก็ไม่โอดครวญเลยสักนิด การหาประสบการณ์ใหม่ เท่ากับการพิสูจน์ความสามารถด้านการแสดงว่ามีพัฒนาการมากแค่ไหน นี่ถือเป็นก้าวใหม่ที่จะทำให้เธอเติบโตในเส้นทางบันเทิง เห็นลีลาการแสดงของ มด แล้วบอกเลยว่าเธอทำการบ้านมาค่อนข้างดี ลีลาการแสดงสีหน้าท่าทางดูแล้วลื่นไหลไม่รู้สึกขัดตา แถมลุคใหม่ก็ทำให้เธอแลดูเป็นผู้หญิงสวยมีเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิม แม้บทจะไม่ใช่การเป็นนางเอกสวยใสทั่วๆ ไปแต่คาแรคเตอร์เรื่องนี้ก็แฝงข้อคิดการใช้ชีวิตในสังคมไทยสอดแทรกไว้ในเนื้อเรื่อง ฟิล์ม-มด อย่างที่ผู้จัดหน้าหล่อ ฟิล์ม รัฐภูมิ เคยบอกไว้ว่า แม้เลือกเกิดได้ เป็นละครแรงสะท้อนสังคม ซึ่งเป็นเรื่องราวอีกมุมหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย ดูละครอย่าดูเอาแค่สนุก ข้อคิดอะไรดีๆ ที่มีเราสามารถเก็บเอามาย้ำเตือนตัวเราเองได้ ละครเรื่องนี้แม้จะแรงแต่เชื่อว่าคอละครก็ชอบเปิดดูไม่มากก็น้อย

สกปรกทุกอณู!! แจกแจง Skill ด้านมืด ดิเอโก คอสต้า
คอสต้า /  ดิเอโก้ คอสต้า / 

มาแรงแซงทางโค้งแข้งทุกคนไปแล้วสำหรับ ดิเอโก้ คอสต้า กับพฤติกรรมด้านมืดลูกตุกติกสุดสกปรกของกองหน้ารายนี้ โดยเฉพาะเกมล่าสุดกองหน้าหมายเลข 19 ของ เชลซี ทำแสบย่ำ เอ็มเร่ ชาน และ มาร์ติน สเคอร์เทล สองแข้ง ลิเวอร์พูล ในเกมเดียวแบบน่าเกลียดและจะแจ้งสุดๆ แต่กองหน้ารายนี้กับได้รับบทลงโทษเพียงใบเหลืองเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีในคืนวันนี้ทาง FA น่าจะฟันธงแล้วว่า ดิเอโก้ คอสต้า จะโดนแบนกี่นัดหลังจากที่ดูได้ภาพช้าจากจังหวะสกปรกดังกล่าวว่ามีเจตนาทำร้ายคู่แข่งชัดเจน แจกแจง Skill ด้านมืด ดิเอโก คอสต้า  ศรีษะ : เฮดบัตต์ ใส่ เดวิด ลิมเบอร์สกี้ ( วิคตอเรีย เพอเซ่น) // ธันวาคม 2012 ปาก : ด่าทุกคน ดิเอโก้ คอสต้า ไม่พอใจ ศอก : เคยจามศอกใส่ใบหน้า เวส บราวน์ (ซันเดอร์แลนด์) // พฤศจิกายน 2014 กำปั้น : ต่อยหน้า เซอร์จิโอ รามอส (เรอัล มาดริด) // ธันวาคม 2012 มือ : ตบหน้า เซอร์จิโอ รามอส (เรอัล มาดริด) // ธันวาคม 2012 ปุ่มสตั๊ด : ย่ำเข้าไปที่คางของ รูเบน เปเรซ (เรอัล เบติส) // กุมภาพันธ์ 2013, ย่ำเข้าไปที่ขาของ เอ็มเร่ ชาน และ มาร์ติน สเคอร์เทล (ลิเวอร์พูล) // มกราคม 2015 เท้า : เตะ จอห์น โอเชีย (ซันเดอร์แลนด์) พฤศจิกายน 2014

10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ
กิน เที่ยว ช้อป /  ตลาดนัด / 

ว่าด้วยเรื่องของการช้อปปิ้ง คนไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก ดูได้จากจำนวนตลาดนัดยุคใหม่ สถานที่จับจ่ายซื้อของสุดอินเทรนด์ ที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ตลาดนัดกลางคืน แหล่งช้อปปิ้งของเหล่าวัยว้าวุ่น ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ สินค้าที่มาจำหน่ายก็มีหลากหลาย ในแต่ละที่ก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป travel.mthai.com ขอนำเสนอ 10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ มาให้ท่านได้ชม เผื่อบางแห่ง ท่านอ่าจยังไม่เคยไป ถ้าอ่านบทความนี้จบแแล้ว อย่าลืมไปช้อปกันให้กระจายเลยนะครับ ^^ 10 ตลาดนัดกลางคืน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ 1. ถนนข้าวสาร พระนคร  ภาพจาก klongdigital.com ถนนคนเดินสุดฮิต ที่ยังคงความมีสเน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เต็มไปด้วยร้านขายของนานาชนิด ส่วนมากเป็นสินค้าประเภทศิลปวัฒนธรรม มากด้วยรถเข็นขายอาหาร เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ เกสเฮาส์ ผับ บาร์ ตลอดเส้นทาง ทำให้ถนนสายนี้เป็นถนนที่ไม่เคยหลับไหล ยังคงความคึกคักอยู่ชั่วย่ำค่ำคืน 2. ตลาดกลางคืน สะพานพุทธ ภาพจาก travel.edtguide.com ตลาดนัดกลางคืน ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยร้านรวง พร้อมสินค้ามากมายหลายชนิด เคยเป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น แต่เนื่องด้วยมีตลาดนัดกลางคืนแหล่งใหม่ๆ ผุดขึ้นมามากมาย จึงทำให้ความคึกคักของตลาดสะพานพุทธลดลงไปบ้าง แต่ที่แห่งนี้ยังคงความคลาสสิก และเป็นที่ชื่นชอบของนักช้อปไม่เปลี่ยนแปลง ใครสนใจก็ไปได้ทุกวัน อังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึง ตี 2 นะจ๊ะ 3. ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ภาพจาก pattarawannan.blogspot.com ตลาดนัดกลางคืนสุดป๊อปปูลาร์ ด้วยพื้นที่ใหญ่ยักษ์อลังการ เต็มไปด้วยสินค้าเก๋ๆ แนวๆ มากมาย ไฮไลท์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของตลาดนัดรถไฟ คงหนีไม่พ้นของวินเทจ ตลาดรถเก่า จักรยานคลาสสิก และของแต่งบ้านโบราณสุดเย้ายวน พร้อมทั้งร้านขายอาหารนานาชนิด ทั้งหมดนี้เพียงแค่คืนเดียว เวลาเดินของคุณคงไม่พออย่างแน่นอน ใครสนใจก็มี 2 โซนให้เลือกเดิน คือ โซนพลาซ่า เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ และโซนตลาดนัด เปิดวันพุธ และศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. 4. ตลาดนัดกลางคืน สยามสแควร์ เรียกได้ว่าเป็นตลาดริมถนนที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดก็เป็นได้ เพราะอยู่ในย่านที่คนเยอะได้ อย่างสยามสแควร์ เป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น เลยทำให้ที่นี่คึกคักกว่าที่อื่น เพราะของทั้งเยอะ ทั้งหลากหลาย และเป็นทางลึกยาว ผู้คนจึงดูหนาแน่น ใครผ่านแถวนั้นก็อย่าลืมลงไปเดินช้อปทุกวันอังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่ช่วงโพล้เพล้เป็นต้นไป 5. ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ ภาพจาก facebook ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา ตลาดนัดแห่งนี้ มีเสน่ห์อยู่ตรงการจัดตลาดเป็นโซน ทำให้เดินหาของได้ง่าย เป็นระเบียบ ไม่ต้องเสียแรงเดินให้ทั่ว ซึ่งที่นี่มีขายตั้งแต่ของมือสอง เสื้อผ้า ของกระจุ๊กกระจิ๊กทั้งหลาย และยังมีโซนอาหาร-เครื่องดื่มที่มีให้เลือกเพียบ!! รับรองว่านอกจากจะหมดเงินไปกับการซื้อของแล้ว ยังต้องหมดกับอาหารอร่อยๆ อีกด้วย ที่นี่เปิดทุกวันอังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึงตี 2 เลยทีเดียว 6. ตลาดนัดจตุจักร คืนวันศุกร์ ภาพจาก maikeedfai.blogspot.com ตลาดนัดจตุจักร คืนวันศุกร์ เปิดเอาใจคนขี้ร้อน ไม่อยากเดินในวันเสาร์ อาทิตย์ ที่คนเยอะกว่า ที่สำคัญคือได้ซื้อของที่มาใหม่ก่อนใคร ยิ่งมาดึกเท่าไหร่ร้านค้ายิ่งเปิดเยอะมากเท่านั้น เดินชิลๆ ในบรรยากาศสบายๆ แถมได้ของถูกใจที่มีให้เลือกเหลือหลาย รับรองว่าถูกใจนักช้อปแน่นอน 7. The Walk เกษตร-นวมินทร์ ภาพจาก joinalifethailand.com The Walk หรือที่เรียกกันว่า “ตลาดนัดรถโบราณ” ต้องบอกว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่ขายรถ โชว์รถเก่าๆ เท่านั้น แต่ยังมีสินค้ามือหนึ่งและมือสองแบบเท่ๆ เอาใจคนชอบของวินเทจ ที่ไม่สามารถเห็นกันได้ตามตลาดทั่วไป และที่สำคัญที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายรูปชั้นดี เพราะเต็มไปด้วยรถเก่าสุดคลาสสิก ที่หาดูได้ยาก The Walk เปิดทุกวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน 8. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ เจริญกรุง สถานที่เที่ยว ช้อป ชิม ชิลล์ อีกหนึ่งแห่ง ที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก เป็นโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรก ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และถือเป็นแลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดของกรุงเทพมหานครอีกด้วย นอกจากคุณจะช้อปปิ้งสินค้าจากที่นี่แล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป เพราะที่นี่มีมุมสวยๆ มากมาย บรรยากาศดี ขนาบข้างด้วยสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก และที่สำคัญ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 17.00 - 24.00 น. 9. ตลาดนัดรถไฟ รัชดา ตลาดนัดกลางคืน ที่เพิ่งเปิดใหม่สดๆ ร้อนๆ ยังคงหอบหิ้วความมีเสน่ห์ ความน่าหลงใหล และความคลาสสิกมาอยู่เสมอ สินค้ายังคงเป็นแบบฉบับตลาดนัดรถไฟเช่นเดิม ขนาดอาจจะเล็กกว่าสาขาศรีนครินทร์ แต่ด้วยความที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้ที่นี่ได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม ทำเลที่ตั้งก็เอื้อต่อการเดินทาง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม แถมยังอยู่หลังห้างเอสพลานาด อีกต่างหาก แบบนี้ได้ใจวัยมันส์ไปเต็มๆ ตลาดนัดรถไฟรัชดา เปิดทุกวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ เวลา 17.00 น. – 01.00 น 10. ตลาดสยามยิปซี โครงการ JJ Green  ภาพจาก carebest2555.blogspot.com ตลาดนัดสยามยิปซี หรือจตุจักรกรีน ถูกจัดตั้งขึ้นโดยผู้จัดตลาดรัชดาไนท์เดิม ที่หลายๆ คนคงจำกันได้ดี ตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าสุดวินเทจ อาทิ เสื้อผ้า แอสเซสซอรี่ รถคลาสสิก อะไหล่รถเก่า ฯลฯ ที่คนรักของเก่าต้องลองมาช้อปกัน พร้อมกับบรรยาศกาศดีๆ มีร้านนั่งชิล จิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสด แค่นี้ก็ฟินแล้วแล้ว ตลาดนัดสยามยิปซี ตั้งอยู่ตรงข้ามสวนจตุจักรโซนขายปลา ติดกับพิพิธภัณฑ์เด็ก เปิดทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00 - 24.00 น. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : toptenthailand.com , chillpainai.com เรียบเรียงโดย  :  Muztong Travel MThai 

นักจิตวิทยาฟันธง ! ฟังเพลงระหว่างมีเซ็กซ์ ยิ่งแซ่บ ยิ่งปลดปล่อย
คู่รัก /  ฟังเพลง / 

นักวิจัยแห่ง McGill University  พบว่าการฟังเพลงนั้น ส่งผลกับการปลดปล่อยสารที่เรียกว่า โดพามีน ซึ่งเป็นสารที่หลั่งออกมาแล้ว มนุษย์จะมีความสุข ทำให้เคมีในสมองจะรู้สึกปลดปล่อย เหมือนเวลา เราได้รับประทานอาหารอร่อย ได้นอนเต็มอิ่ม และเช่นเดียวกัน สิ่งนั้นก็ใช้ได้กับ" เซ็กซ์" ได้ด้วยนั่นเอง นอกจากนั้นผลการศึกษาอื่นๆ ยังพบว่า การฟังเพลงที่ปลุกเร้าอารมณ์เช่นเพลงที่มีลักษณะอ่อนไหว หรือ เพลงที่มีบีทที่หนักแน่นขึ้นมาหน่อย จะส่งผลกับการเร้าอารมณ์ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ และ การหายใจเร็วและแรง นอกจากนั้น ยังมีข้อพิสูจน์อีกว่า เพลงน่ะมันช่วยเซ็กซ์ได้จริงนะเธอ โดยทำการสำรวจตั้งแต่ปี 2000 และ 2006 พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการฟังเพลงและออกกำลังกายนั้น หากฟังไปด้วยออกไปด้วย จะทำให้ผู้ที่ออกกำลัง รู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็ว และ ไม่ทรมานใจ มากกว่า คนที่ออกกำลังโดยไม่ฟังเพลง (เห็นมั้ย เพลงนี่มีพลังมากจริงๆนะ) นั่นก็เป็นเพราะ เวลาเราฟังเพลง เราจะรู้สึกปลดปล่อย และใช้การจดจ่อในการฟัง นั่นหมายความว่า คุณจะสามารถละสิ่งรบกวนรอบข้างออกไปได้ แม้ว่าสิ่งที่ทำอยู่จะน่าเบื่อ เช่น การออกกำลัง การทำงาน เป็นต้น เช่นเดียวกันกับเซ็กซ์ เพราะเซ็กซ์ก็ทำให้คุณเหนื่อยได้เทียบเคียงกับออกกำลังกายเช่นเดียวกัน ยิ่งเซ็กซ์ดีเท่าไหร่ ก็จะยิ่งใช้ศักยภาพของร่ายกายคุณดีขึ้นเท่านั้น ทั้งเหงื่อออก และ ใช้ความอดทนเช่นเดียวกัน อ้ะๆ ไม่ต้องสงสัยว่าแล้วจะไปหาเพลงอะไรมาฟัง นักจิตวิทยา Daniel Mullensiefen ได้ทำการสำรวจคนอายุ 18-91 ว่าเพลงใดที่เป็นเพลงโปรดระหว่างมีเซ็กซ์บ้าง และนี่คือคำตอบค่ะ ลองไล่ฟังกันดูนะ ชอบเพลงไหน ก็จัดใส่ playlist ได้เลย 1 . “She’s Like The Wind” by Patrick Swayz 2.“Sexual Healing” by Marvin Gaye 3.“Boléro” by London Symphony Orchestra 4.“Take My Breath Away” by Berlin 5.“You See The Trouble With Me” by Barry White 6.“Let’s Get It On” by Marvin Gaye 7.“Unchained Melody” by Righteous Brothers 8.“My Heart Will Go On” by Celine Dion 9.“Je T’aime” by Serge Gainsbourg 10.“I Will Always Love You” by Whitney Houston ส่วนนักวิทยาศาสตร์ก็บอกว่าให้ใช้บีทที่กระแทกขึ้นมาสักหน่อย ถ้าชอบแบบบีทหนักๆ ก็ลองฟังตามเพลย์ลิสเหล่านี้ได้เลย 1.“High For This” by The Weeknd (also “Wicked Games” — actually, pretty much anything by The Weeknd) 2.“Nirvana” by Sam Smith 3.“Pony” by Ginuwine 4.“Novacane” by Frank Ocean 5.“So Appalled” by Kanye West 6.“Let’s Stay Together” by Al Green 7.“French Exit” by The Antlers 8.“Do I Wanna Know” by Arctic Monkeys 9.“Instant Crush” by Daft Punk 10.“Latch” by Disclosure งานนี้ใครที่ไม่มีเสียงเพลงในห้องนอน ต้องลองกันหน่อยแล้วล่ะ เพราะไม่แน่อาจจะทำให้คุณรู้สึกถึงรสชาติที่ต่างออกไปก็ได้นะ ใครจะไปรู้  ที่มา Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

หล่อ รูปปั้นรูทวาร ด้วยทองแดง มาเก็บรูทวารของตัวเองไว้ดูเล่นกัน
รูปปั้นรูทวาร /  ศิลปะ / 

รูปปั้นรูทวาร ศิลปะแนวใหม่ ทำรูทวารของคุณออกมาเก็บไว้ ศิลปะ คือสิ่งที่เราไม่สามารถจำกัดความของมันได้ เพราะว่าศิลปะมันคือจิตวิญญาณ และขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนนั่นเอง ซึ่งวันนี้ทาง Men.MThai เราขอนำเสนอศิลปะแนวล้ำ ที่เรียกว่าล้ำไปอะ เพราะว่ามันคือศิลปะ รูปปั้นรูทวาร ของตัวเอง ที่หล่อด้วยทองแดง ให้เราเก็บไว้ดูเป็นที่ระรึก จะแนวซักแค่ไหนเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ ศิลปินชาวอังกฤษที่สร้างความตื่นตาให้โลกด้วยช็อคโกแล็ตรูปรูทวาร ได้กลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ก็ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการ ศิลปะจากรูทวาร ....เอ่มมมมม 555555+ ซึ่งในปี 2006 มากัส เออร์วิน Magnus Irvin ได้คิดค้นและผลิลลูกอมที่มีรูปร่างคล้ายรูทวารมาขายในชื่อว่า EdibleAnus แต่ว่าในปี 2015 นี้เขาได้มีไอเดียใหม่ที่สร้างสรรค์กว่าเดิมที่จะเอามานำเสนอชาวโลก ซึ่งโปรโจคใหม่ของเขาก็คือ การสร้าง รูปปั้นรูทวาร นั่นเอง โดยราคาของมันอยู่ที่ $1,900 หรือ 62144 บาท ต่ออันครับ เขายังได้เสริมอีกว่า การมีช็อคโกแล็ตรูปรูทวาร มันก็เป็นอะไรที่ดีออก แต่ตอนนี้ผมอยากจะนำคุณไปอีกขั้น เพราะว่าช็อคโกแล็ตมันไม่สามารถอยู่ได้ถาวร แต่ รูปปั้นรูทวาร นี่สิเป็นอะไรที่อยู่ถาวร ซึ่งผมทำออกมาเพื่อตอบสนองคนที่อยากเก็บชิ้นส่วนของร่างกายตัวเองเก็บเอาไว้ หรืออยากจะเก็บรูทวารของคนที่รู้จักเอาไว้ดูก็ได้ 55555+ โดยการทำ รูปปั้นรูทวาร นั้นอันดับแรกผู้ที่มาทำต้องจัดการโกนขนบริเวณช่วงก้นทิ้งออกก่อน และนอนหงายตั้งเข่าขึ้น ก่อนที่จะจะถูกทาเจลและแม่พิมพ์ลงไปบริเวณส่วนลับ ก่อนที่จะรอให้มันแข็งตัวและนำออกมาหล่อด้วยทองแดง เพื่อที่จะได้เป็นผลงานสุดล้ำ...??? นั่นเองครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.huffingtonpost.com/2015/01/29/magnus-irvin-bronze-anus_n_6566890.html?utm_hp_ref=weird-news

ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม!
ประวัติ /  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอจัดเต็มให้สาวๆ ได้น้ำลายไหลกันต่อ หลังจากที่ได้เห็นโปสเตอร์ งานรักบี้ประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 29 ซึ่งหลายคนก็คงจะได้เห็นนักกีฬาแซ๊บแซ่บของทางฝั่ง CU และ TU กันมาพอหอมปากหอมคอ .. ทีนเอ็มไทยนำภาพ 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ มาเรียกน้ำย่อยสาวๆ กันต่อในแบบฉบับวันสบายๆ กันดูบ้าง ^^ เอาหล่ะชอบใครก็อย่าลืมตามไปเชียร์กันหล่ะ ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! ทำความรู้จัก 6 หนุ่มนักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ แซ่บลืม! นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ ฉายา โอบีทู  หยุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่จะเก่งด้านกีฬา อย่างอื่นเขาก็เก่งเหมือนกันนะ! อ่ะ .. ที่หมายถึงคนก็คือ  นิค สถาพร หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้เป็น 1 ใน 4 ผู้บริหารร้านอาหารเกาหลี “Dak Galbi” ได้พิสูจน์ให้เราเห็นด้วยการนำเทรนด์อาหารเกาหลีจากต้นฉบับดั้งเดิม เข้ามาในประเทศไทยหน่ะสิ (อ่านเพิ่มเติม สถาพร วณิชวรพงศ์ ผู้นำเทรนด์ร้านอาหารเกาหลี “DAK GALBI” ) นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : นิว วณิชวรพงศ์ ฉายา อมโบ้   นิว อมโบ้ คนนี้ก็เป็นน้องชายของ  นิค สถาพร วณิชวรพงศ์ (โอบีทู) ค่ะ ลูกชายบ้านนี้หล่อกันทั้งบ้านเลย ^^ นอกจากนี้ นิว ยังได้ร่วมเล่นละครภพรัก ของทางช่อง 3 อีกด้วย  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ตั้ว ณัฐพล วิริยะชัย (เศรษฐศาสตร์) หนุ่มรักบี้คนนี้ก็หล่อไม่เบา เห็นโปสเตอร์หล่อเข้มขนาดนี้ แต่ตัวจริงนี่หล่อใสกิ๊งเลยนะครับ! แถมกำลังมีผลงานกับทางช่อง 3 อีกด้วย งานนี้เป็นนักกีฬาก็ฮอต ถ้าเป็นนักแสดงก็คงมีแฟนคลับตามไปกรี๊ดกันอีกแน่นอน ตั๊วเล่นกีฬารักบี้มาตั้งแต่ ป.4 ส่วนถ้าสาวๆ อยากได้หัวใจหนุ่มนคนนี้ไหปครองก็คงต้องหาเวลาให้เขาเยอะๆ แล้วหล่ะ เพราะหนุ่มคนนี้เป็นคนขี้เหงา และถ้ามีแฟนจะติดแฟนมากๆๆๆๆ ไม่ยอมให้ไปไกลหูไกลตาซะด้วย นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : ไมค์ หรือ จึ้ก หนุ่มรักบี้หน้าตี๋ใส หล่อบาดใจ อีกคนแห่งธรรมศาสตร์  นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : คำจ๋าย หนุ่มหล่อกล้ามโต แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ นักกีฬารักบี้ ม.ธรรมศาสตร์ : เบล หนุ่มหล่อกล้ามโต อารมณ์ดี แห่งทีมรักบี้ธรรมศาสตร์ ติดตามข่าวสารในวงการกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ sport.mthai.com เรียบเรียงเขียน teen.mthai.com ขอบคุณรูปภาพจากอินสตาแกรม http://instagram.com/nickdakgalbi ,http://instagram.com/newombo , http://instagram.com/tuanattaphol ,http://instagram.com/mikeedech ,http://instagram.com/np_kumjai ,http://instagram.com/bell_sappasit

ต้องอ่าน! ศาสนาประจำชาติไทยที่แท้จริงคือ ศาสนาผีพราหมณ์พุทธ ?
ศาสนาประจำชาติไทย /  ศาสนาผีพราห์มพุทธ

ต้องอ่าน! ศาสนาประจำชาติไทย คือ ศาสนาผีพราห์มพุทธ ? วันนี้(30 ม.ค.)แฟนเพจ ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat ซึ่งเป็นของ ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยาและด้านรัฐศาสตร์ ได้โพสต์บทความชื่อ ศาสนาประจำชาติไทย โดยระบุว่าศาสนาประจำชาติของไทย แท้จริงแล้วไม่ใช่ศาสนาเดี่ยวบริสุทธิ์ แต่เป็นศาสนาผสม (syncretism) ขอเรียกเป็นศัพท์เฉพาะว่า " ศาสนาผีพราห์มพุทธ " หรือ "Animist-Brahmin-Buddism" ที่เรียกว่าเป็นศาสนาผสม ก็เพราะว่า ไม่เหมือนกับการนับถือสามศาสนาไปพร้อมๆกัน แต่แยกปฏิบัติ แต่เป็นการเอาสามศาสนาสามความเชื่อมาผสมรวมกันกลายเป็นศาสนาใหม่และปฏิบัติบูชาผสมรวมกันไปอย่างเป็นธรรมชาติ ดูตัวอย่างเช่น คนไทยทุกบ้านมีการตั้งทั้งศาลตายายเพื่อบูชาผี วิญญาณบรรพบุรุษ และวิญญาณเจ้าที่ ขณะเดียวกันก็ตั้งศาลพระภูมิ เพื่อบูชาเทพเทวดาต่างๆ แล้วก็ยังตั้งโต๊ะหมู่บูชาตั้งพระพุทธรูปเพื่อสวดมนต์บูชาพระพุทธเจ้าไปพร้อมๆกันและบนโต๊ะหมู่บูชาที่วางพระพุทธรูปนั้น ก็ยังมีวางเทวรูปของศาสนาพราห์มไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น พระนารายณ์ พระวิษณุ พระอินทร์ พระพิฆเณศวร์ (พระคเณศวร์) เจ้าแม่อุมาเทวี ฯลฯ คนไทยนิยมห้อยพระเครื่องซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบต่างๆ แล้วก็สามารถร้อยปลัดขิกหรืออื่นๆแนบไปด้วยได้ประเทศไทยมีวันหยุดราชการ ส่วนใหญ่เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา แต่ขณะเดียวกันก็มีวันพืชมงคลที่เป็นการทำพระราชพิธีแรกนาขวัญหรือพิธีทำขวัญข้าวขวัญนา หรือบูชาผีนา และเทพเทวดา ศาสนพิธีต่างๆ ของราชการจะมีทั้งพิธีพราห์มและพิธีพุทธ และไสยศาสตร์คนไทยสามารถไปกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปในที่ต่างๆ แต่ขณะเดียวกันก็ไปบูชาเทวรูปต่างๆ ได้ด้วย พร้อมกับนับถือผีและไสยศาสตร์ลึกลับต่างๆ ไปพร้อมๆกัน พระสงฆ์ร่วมพิธีหรือทำพิธีทั้งพิธีผีพราห์มพุทธสามความเชื่อได้ และยังทำคุณไสยได้ด้วยด้วยเหตุนี้จึงถือได้ว่า ศาสนาประจำชาติของไทย หรือศาสนาไทย เป็นศาสนาผสม เป็นเอกลักษณ์พิเศษอาจเรียกชื่อเฉพาะได้ว่า "ศาสนาผีพราห์มพุทธ" ("Animist-Brahmin-Buddism") ขอบคุณภาพและบทความจาก เพจ  ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ MThai News

มาริโอ้ ยืดอกพกถุง! สู้หมอดูทักทำสาวท้อง!!
มาริโอ้ เมาเร่อ /  จันจิ ไกอา / 

ถูกหมอดูชื่อดังทักแรงตั้งแต่ต้นปีซะแล้ว!! สำหรับพระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ ที่ถูกฟันธงว่าปีนี้มีเกณฑ์จะทำสาวท้องแบบไม่ได้ตั้งใจ!! งานนี้ หนุ่มโอ้ ไม่หวั่นกับคำทำนาย เลือกยืดอกพกถุง และจะระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ส่วนความสัมพันธ์กับนักร้องสาว จันจิ ไกอา ยังคงสถานะพี่น้องเหมือนเดิม และยังไม่ได้คิดพัฒนาเป็นแฟน!! "ล่าสุดมีหมอดูชื่อดังทักว่าปีนี้มีเกณฑ์ทำสาวท้อง โอ้โห ครับผม หมอดูเค้าทักมาก็เป็นสิ่งที่เราต้องฟังหูไว้หู คงไม่มีครับ เรื่องแบบนี้มันก็เป็นเรื่องที่เราต้องระวังตัวอยู่แล้ว อีกอย่างมันเป็นเรื่องธรรมชาติด้วย แต่ในเมื่อหมอดูเค้าทักมาเราก็ต้องระวังและดูให้ดี ยังไงก็ต้องขอบคุณมากครับพี่หมอ เราก็ต้องระวังตัวครับเรื่องอย่างนี้ แต่อย่างที่โอ้บอกคือมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ครับ ตอนนี้เค้ามียืดอกพกถุง เราก็ต้องพกถุงเป็นสิ่งธรรมชาติ อย่าไปคิดเลยว่ามันเป็นสิ่งน่าอาย เพราะเราเองก็ต้องระวังเอาไว้ให้ดีครับ ส่วนตัวรู้สึกว่าสิ่งที่หมอดูทักรุนแรงไปมั้ย ไม่หรอกครับ เพราะผมเชื่อว่าคนอ่านข่าวเดี๋ยวนี้กลั่นกรองได้อยู่แล้ว หลังจากนี้ก็คงต้องระวังตัวมากครับ" "สภาพหัวใจตอนนี้หัวใจชมพูมากครับ อยู่กับครอบครัวและทำงานต่อไปครับ กับจันจิก็ยังมีเจอบ้างไม่เจอบ้างเป็นปกติ เพราะต่างคนก็ต่างทำงานทั้งคู่ ล่าสุดน้องเค้าออกมาพูดว่าสำหรับเราไม่มีโอกาสพัฒนาแล้ว เราคบกันในฐานะนี้เราก็บอกครับ เราคบกันเหมือนเพื่อนพี่น้อง มีอะไรก็ปรึกษาคุยกันบ้าง กลัวเค้าน้อยใจมั้ย ไม่หรอกครับ ตอนนี้โอ้ยังไม่พร้อมมีใครจริงๆ ขนาดเวลาดูแลตัวเองตอนนี้ยังไม่ค่อยจะมีเลยครับ เราเลยไม่ได้คิดว่าจะพัฒนาไปยังไง ไม่อยากให้มองน้องว่าเกาะกระแสดัง ไม่จริงครับ น้องเค้าก็มีงานของเค้า โอ้ขอพูดไว้ตรงนี้ว่าอย่าคิดมากครับ" "ความคืบหน้าละครจีน ทางผู้ใหญ่ยังคุยอยู่ครับ ตอนนี้โอ้ก็ต้องลุยละครไทยก่อนครับ ต้องยึดงานไทยเป็นหลัก เดี๋ยวจะเปิดกล้องแล้วครับ สองใจนี้เพื่อเธอ ก็ด้วยคิวด้วยของคนอื่นต้องดูอีกที อีกอย่างก็ต้องวางคิวใหม่ด้วยก็ต้องรอดูครับ อีกอย่างก็ยังไม่ได้คอนเฟิร์มอะไร แต่ก็คุยกันมานานแล้วครับ มีความเป็นไปได้ครับ แต่อาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้ คงต้องรอดู แต่ตอนนี้ขอลุยละครช่อง 3 ก่อนครับ ยังไม่ได้คอนเฟิร์มเพราะเรายังไม่ได้เซ็นสัญญาอะไรครับ แฟนคลับที่จีนก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ เพราะข่าวก็ยังไม่ได้ออกไป มันยังไม่ถึงขั้นตอนการถ่ายทำอะไรครับ" โอ้ กล่าว มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ จันจิ ไกอา

ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน
valentine's day /  ความรักวัยรุ่น / 

ถ้าพูดถึงตำนานความรักของฝรั่งเราก็คงจะนึกถึง โรมิโอกับจูเลียต แต่ถ้าเป็นของชาวจีน หลายคนจะต้องนึกถึง ตำนานความรักด้ายแดงซึ่งเป็นความเชื่อเกี่ยวกับความรักของชาวจีนเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงคู่แท้ ที่บอกเล่าต่อกันมาช้านาน ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าเพื่อนๆ ก็คงจะเคยได้ยินตำนานนี้กันมาบ้าง ส่วนเรื่องราวที่มาจะเป็นอย่างไร ไปติดตามอ่านกันเลยคะ ^^ ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน ตำนานความรักด้ายแดง ของชาวจีน ตำนานด้ายแดงแห่งความรัก ตำนานด้ายแดงแห่งความรัก เป็นความเชื่อเกี่ยวกับความรักของชาวจีนเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงคู่แท้ โดยมีเรื่องเล่าว่า ในสมัยราชวงศ์ถังมีชายคนหนึ่งนามว่า “เหวยกู่” หนุ่มรูปงามมีฐานะ ได้พบกับชายแก่คนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือประหลาดอยู่ เขาจึงเข้าไปถามว่าอ่านหนังสืออะไร ชายแก่ได้ตอบกลับว่ากำลังอ่านตำราการแต่งงานของชาวโลก เหวยกู่รู้สึกไม่เชื่อคิดว่าเป็นชายแก่เสียสติ แท้จริงแล้วชายแก่คนนั้นคือ “เฒ่าจันทรา” มีหน้าที่เป็นพ่อสื่อชักนำคนรักให้กับมนุษย์โลก “เฒ่าจันทรา” จะเป็นผู้ผูกด้ายแดงไว้ที่นิ้วของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน และเมื่อผูกแล้วหากถึงเวลาจะได้แต่งงานกัน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามมากมายเพียงใดก็ตาม ด้ายแดงที่ว่านี้จะล่องหน มีเพียง “เฒ่าจันทรา” เท่านั้นที่เห็น โดยด้ายนี้อาจจะมีการผูกปมเพื่อให้พบรักกันเร็วขึ้นก็เป็นได้ หรือหาก “เฒ่าจันทรา” เห็นว่าความรักนี้ไม่เหมาะสมก็จะใช้ “กรรไกรตัดวาสนา” ตัดด้ายแดงออกทำให้หมดสิทธิ์รักกัน เหวยกู่รู้สึกสนใจจึงถาม “เฒ่าจันทรา” ไปว่า แล้วคู่ครองของตนเป็นคนอย่างไร เฒ่าจันทราได้พาเหวยกู่ไปหาเนื้อคู่ แต่ทิศทางที่ไปไม่ได้ไปยังชุมชนของคนมีฐานะ หากแต่ไปยังตลาดเก่าแห่งหนึ่ง และเฒ่าจันทราได้ชี้ให้เหวยกู่ดูเด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมที่เป็นลูกสาวของแม่ค้าในตลาด พร้อมกับบอกว่า “นั่นแหละคือเนื้อคู่ของเจ้า” ก่อนที่จะหายตัวไป เหวยกู่รู้สึกโมโหมากเมื่อรู้ว่าคู่ครองของตนเป็นเด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมม เมื่อกลับถึงบ้านจึงจ้างให้คนรับใช้ในบ้านไปสังหารเด็กน้อยคนนั้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเหวยกู่สอบได้เป็นจอหงวน พร้อมกับเจ้าเมืองได้ยกลูกสาวให้เป็นคู่ครอง ชีวิตกำลังรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก และคิดว่าคำบอกเล่าของเฒ่าจันทราเป็นเรื่องโกหก หลังจากครองคู่กันได้ระยะหนึ่ง เหวยกู่ก็สังเกตว่าที่หน้าผากของภรรยามีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ จึงถามนางว่าคืออะไร นางได้เล่าให้ฟังว่า แท้จริงแล้วนางไม่ได้เป็นลูกสาวของเจ้าเมือง หากแต่เป็นลูกของแม่ค้าจนๆ ในวัยเด็กมีชายคนหนึ่งใช้มีดกรีดหน้าของตนแล้วจากไป และเจ้าเมืองผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงรับอุปการะตนเป็นลูกสาว เมื่อฟังจบเหวยกู่ได้ตามคนรับใช้ที่จ้างให้ไปสังหารมา คนรับใช้ได้สารภาพว่า เขาไม่อาจทำใจสังหารเด็กน้อยคนนั้นได้ จึงเพียงใช้มีดกรีดหน้าเป็นสัญลักษณ์ไว้เท่านั้น เมื่อเหวยกู่ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ทำให้เขารู้ว่าที่เฒ่าจันทราบอกไว้เป็นความจริง จึงทำการขอขมาภรรยาและแม่ของนาง ก่อนที่จะครองรักกันไปอย่างมีความสุข ร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง คืนแล้วคืนเล่าผ่านไปดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ ด้วยความคิดถึงและอยากพบให้เร็วที่สุด ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า “หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้คงไม่ได้เจอแน่ๆ” จึงตัดสินใจ ระเบิดตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น เมื่อเวลาผ่านไปทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้เห็นถึงความจริงว่า แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้าสวยงามสักปานใด แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้านั้นแต่เพียงตนเท่านั้น ยังส่องแสงไปยังดวงอื่น ๆ อีกมากมาย ดวงจันทร์จึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง แต่หาเท่าไหร่ก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเองเพียงเพื่อตามหาตนจนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยว เล็กๆ ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอกับดวงดาวผู้ชายอีกต่อไปแล้ว จึงได้แต่โศกเศร้าเสียใจ แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ดวงจันทร์ผู้ชายมีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสงที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตนส่องให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์ จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาวให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณข้อมูล http://www.thongkasem.com/knowledge.php?kid=48

'ไอเอส' เบนเข็มขู่ตัดคอ 'นักบินจอร์แดน' หากไม่ได้มือระเบิดอิรัก
ฆ่าตัดคอ /  จอร์แดน / 

'ไอเอส' เบนเข็มขู่ฆ่าตัดคอ 'นักบินจอร์แดน' หากไม่ได้มือระเบิดอิรัก ด้านญี่ปุ่นเชื่อ จอร์แดนจะยอมช่วยตัวประกันทั้งสอง ได้ทันก่อนเส้นตาย พระอาทิตย์ตกที่ 'โมซูล' สำนักข่าว 'เอเอฟพี' รายงานข่าวว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส กลับคำหันมาขู่ตัดคอ 'นักบินชาวจอร์แดน' ที่ถูกจับกุมไว้ทันที หากจอร์แดนไม่ยอมปล่อยตัว 'ซาจิดา อัล-ริชาวี' มือระเบิดหญิงชาวอิรักก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันพฤหัสบดีนี้ (29 ม.ค.) เพื่อแลกเปลี่ยนกับ เคนจิ โกโตะ ตัวประกันอีกคนที่เป็นนักข่าวชาวญี่ปุ่น ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ยังวางใจรัฐบาลจอร์แดนจะยอมช่วยเหลือ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ จอร์แดนประกาศขอแลกตัวนักโทษกับ อยโทมูอาห์ อัล-คัสซัสเบห์ นักบินของตนเท่านั้นก็ตาม โดยหลังจากจอร์แดนยื่นข้อเสนอในวันพุธ (28 มค.) ว่าจะปล่อยตัวมือระเบิดหญิงชาวอิรักเพื่อแลกกับนักบินจอร์แดน ปรากฏว่าในคืนวันเดียวกันได้มีคลิปเสียงเผยแพร่ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ซึ่งเชื่อมโยงกับไอเอส ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นเคนจิ โกโตะ นักข่าว ในคลิปเสียงระบุว่า จอร์แดนต้องนำตัวมือระเบิดหญิง ไปส่งที่ด่านชายแดนตุรกีก่อนพระอาทิตย์ตกดินวันพฤหัสบดี โดยดูจากพระอาทิตย์ตกในเมืองโมซูล เมืองใหญ่ที่สุดที่ไอเอสยึดครองในอิรัก ทั้งนี้เพื่อแลกกับชีวิตโกโตะ ไม่เช่นนั้นไอเอสจะสังหารคัสซัสเบห์ อย่างไรก็ดี ไม่มีการระบุชัดเจนว่า ชะตากรรมของโกโตะจะเป็นอย่างไร หากนักโทษหญิงอิรักไม่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นติดต่ออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลจอร์แดน ซึ่งรวมถึงตุรกี จอร์แดน และอิสราเอล ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ประกาศต่อสมาชิกรัฐสภาว่า การกระทำของกลุ่มก่อการร้ายที่ชั่วร้ายนี้ไม่สามารถอภัยให้ได้โดยเด็ดขาด ขณะเดียวกัน จุงโกะ อิชิโดะ มารดาของโกโตะ เรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลช่วยเหลือบุตรชายของตน ทั้งนี้ เมื่อวันพุธ โมฮัมเหม็ด อัล-โมมานี โฆษกรัฐบาลจอร์แดน แถลงว่า พร้อมแลกตัวอัล-ริชาวีกับนักบินของตน โดยไม่พาดพิงถึงโกโตะแต่อย่างใด แม้ก่อนหน้านั้นมีรายงานว่า จอร์แดนจะช่วยเหลือทั้งตัวประกันจอร์แดน และญี่ปุ่น อย่าไรก็ตามการปล่อยตัวนักโทษหญิงผู้นี้จะถือเป็นการละเมิดแนวทางการต่อต้านการก่อการร้ายอย่างแข็งกร้าวของจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ร่วมโจมตีไอเอสในอิรัก และซีเรียภายใต้การนำของอเมริกา ในทางกลับกัน หากจอร์แดนยอมปล่อยตัวอัล-ริชาวีจริง จะถือเป็นความสำเร็จสำคัญของไอเอสที่ไม่เคยเรียกร้องการปล่อยตัวนักโทษมาก่อน ขณะที่อเมริกา พันธมิตรสำคัญของจอร์แดน ได้คัดค้านให้มีการเจรจากับกลุ่มก่อการร้ายโดยเด็ดขาด ส่วนกษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่ 2 ของจอร์แดนกำลังเผชิญกระแสกดดันอย่างหนักให้นำตัวนักบินกลับบ้านอย่างปลอดภัย พ่อของคัสซัสเบห์เผยว่า ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์จอร์แดนเมื่อวันพุธ และทรงยืนยันว่า สถานการณ์นี้จะได้รับการคลี่คลาย ติดตามความเคลื่อนไหว 'ไอเอส' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News