ดูดวงตามราศี

คลิปนาทีกลุ่มชายใจเด็ด ขับเจ็ตสกี ลุยช่วยนทท. จมน้ำสมุย
ข่าวสมุย /  นักท่องเที่ยวจมน้ำ / 

กลุ่มชายใจเด็ดขับเจ็ตสกี ลุยช่วยนทท. จมน้mujำสมุย หลังไม่ฟังคำเตือนคลื่นสูง-ลมแรง เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มรวมพลคนสมุย ผู้ใช้นามว่า เอก โอ ซี ทองภพ (Ake o sea Thongpop) นักร้องชื่อดังวงดีฟโอซี ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ระทึก ขณะกลุ่มชายไทยน้ำใจงามได้ขับเจ็ตสกีฝ่าเกลียวคลื่นและลมแรงไปช่วยนักท่องเที่ยวที่กำลังจะจมบริเวณหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังไม่ฟังคำเตือนมีคลื่นสูง-ลมแรง  โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นจังหวะที่คนกลุ่มดังกล่าวได้ขับขี่เจ็ตสกีฝ่าคลื่นเข้าช่วยนักท่องเที่ยวที่กำลังจมน้ำอยู่กลับเข้าฟังได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ เอก โอ ซี ทองภพ (Ake o sea Thongpop) ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าว ได้เขียนข้อความกำกับว่า “ฮีโร่เจ็ตสกี พี่โต คนเดิม ทีมเจ็ตสกีพี่น้ำชุบที่ศาลาคอย ครั้งนี้ช่วย 4 ชีวิตรอดพ้นจากความตาย คลิปนี้ช่วย 3 คนอีกคลิปไม่ได้ลงนะครับ ชื่นชมครับ เมืองท่องเที่ยว ต้องช่วยกันแบบนี้ครับ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย” ด้านนายนพดล 1 ในทีมฮีโร่ดังกล่าวเผยว่า ตนได้เคยเตือนนักท่องเที่ยวแล้วว่า บริเวณไหนเล่นได้ หรือบริเวณไหนเล่นไม่ได้ แต่มีนักท่องเที่ยวบางส่วนไม่เชื่อฟัง ทำให้จมน้ำอยู่บ่อยครั้ง เฉพาะวันนี้สามารถช่วยนักท่องเที่ยวที่กำลังจะจมน้ำขึ้นมาได้ 6 คน ซึ่งสาเหตุมาจากคลื่นลมแรง ทำให้น้ำใต้ทะเลเป็นน้ำวน กดศีรษะให้จมลงและทำให้ไม่สามารถว่ายน้ำกลับมาได้ สุดท้ายก็จะจมน้ำไปในที่สุด ขอบคุณคลิปจาก Youtube @matichon tv ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ฟูจิฟิล์ม แนะนำกล้องมิลเลอร์เลสระดับไฮเอนด์ รุ่นใหม่ X-Pro2
Fujifilm /  x-pro2 / 

บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากกล้องระดับพรีเมี่ยมในตระกูล X Series รุกตลาดหวังดันมาร์เกตแชร์ 50% ล่าสุด เปิดตัวกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส  Flagship ระดับไฮเอนด์ X-Pro2 ในบอดี้รูปทรงสไตล์ คลาสสิก สวยลงตัว มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III APS-C โดดเด่นด้วยระบบช่องมองภาพแบบ ไฮบริจน์ มัลติ วิวไฟน์เดอร์ ให้ไฟล์ภาพละเอียดถึง 24.3 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส ที่จับภาพเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วมาก และ สัญญานรบกวนต่ำมาก คุณภาพของภาพที่ละเอียด และมีความคมชัดสูง ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตคุณภาพที่ยอดเยี่ยม พร้อมกันนี้ ได้เตรียมแผนโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ และสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ โดยใช้พรีเซ็นเตอร์ ชื่อดังเพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์กับกลุ่มเป้าหมาย เตรียมใช้งบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท หวังดันมาร์เกตแชร์เป็น 50% ในปีนี้ นายไทสุเกะ ทารุมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในปีที่ผ่านมานี้ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิลเลอร์เลส โดยฟูจิฟิล์มก็ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล X-A2 ที่โดดเด่นด้วยการถ่ายภาพเซลฟี่ และกล้อง X-T10 คุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับบพรีเมี่ยม ในกล้องตระกูล X Series ซึ่งถือว่าได้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยเป็นผู้นำตลาดกล้องมิลเลอร์เลส ครองมาร์เกตแชร์มากกว่า 40% และในวันนี้ ฟูจิฟิล์มได้ทำการเปิดตัวกล้องดิจิตอล Flagship ตัวใหม่ล่าสุด ระดับไฮเอนด์ X-Pro2 ในตระกูล X-Series   X-Pro2  มีเทคโนโลยีเฉพาะของฟูจิฟิล์ม เพื่อให้คุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับไฮเอนด์ และให้คุณภาพของภาพที่ละเอียด และมีความคมชัดสูง ในรูปลักษณ์ที่ลงตัวแบบคลาสสิก อันเป็นจุดเด่นของกล้องในตระกูล X Series ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ซึ่งถือเป็นปรัชญาของบริษัทฟูจิฟิล์ม ดั่งสโลแกน “นวัตกรรมอันทรงคุณค่า” (Value from Innovation ) ซึ่งหมายความว่า ฟูจิฟิล์ม ได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง พัฒนาสินค้าและบริการที่ดีที่สุดสู่ผู้บริโภค และเป็นการรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในอนาคตอีกด้วย  พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมแผนการตลาด ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย  ผ่านทางสื่อต่าง ๆ อย่างครบวงจร เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์สินค้า” นายทารุมิ กล่าว พร้อมกับการเปิดตัว X-Pro2 ในครั้งนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังได้จัดงาน “FUJIKINA 2016 @Thailand” ระหว่างวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ ณ. ลานกิจกรรม ชั้น 3 ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ในงานพบกับกิจกรรมมากมาย เช่น X-Pro2 Workshop, X-Photographer Talk และกิจกรรมบันเทิง คอนเสิร์ต วง Potato และ คอนเสิร์ต จาก แป้งโกะ พร้อมลุ้นรางวัลชิงโชค โฟโต้ ทริป ประเทศสิงค์โปร์ จำนวน 10 รางวัล นอกจากนี้ ฟูจิฟิล์มจะมุ่งเน้นจัดกิจกรรม Below the Line เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง  เช่นโครงการคัดเลือก Thailand X Photographer ในเดือนมีนาคม, โครงการ FUJIFILM Photo Rally III ในช่วงกลางปี และ FUJIFILM X-Treme Photo Trip ในช่วงปลายปีนี้  พร้อมกันนี้  เพื่อให้ผู้ใช้กล้อง X Series สามารถใช้งานกล้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ฟูจิฟิล์มจึงจัดกิจกรรมการถ่ายภาพ Workshop ในแก่กลุ่มลูกค้าที่ใช้กล้อง X Series ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เพื่อใช้เป็นฐานในการขยายตลาดกล้องมิลเลอร์เลสของฟูจิฟิล์มได้โดยตรง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัด กิจกรรมผ่านโซเซียลมีเดีย ทาง แฟนเพจ FUJIFILM X-Society และ FUJIFILM X Series Club Thailand เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในภาพลักษณ์ของกล้องดิจิตอลระดับพรีเมี่ยม  ในตระกูล X Series และแน่นอนที่สุด เรายังตอกย้ำแบรนด์ของสินค้า โดยการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร  และ POP ณ. จุดขาย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ฟูจิฟิล์มจึงยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล การเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ X-Pro2 จะสร้างความแข็งแกร่ง .ในตลาดกลุ่มไฮเอนด์  และครอบคลุมทุก segment ในกล้อง X-Series ของฟูจิฟิล์ม เพื่อให้เข้าถึงปรัชญา “Culture of Photography” รวมถึงการจัดทำสื่อโฆษณาผ่าน คุณปั๊บ ในสื่อต่างๆ อย่างครบวงจร พร้อมกิจกรรมที่เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้กล้อง X Series โดยตรง จะช่วยผลักดันให้ฟูจิฟิล์มเป็นผู้นำตลาดกล้องมิลเลอร์เลส มีมาร์เกตแชร์ของตลาดกล้องดิจิตอล 50% ในปี 2559 นี้แน่นอน

โดนใจฮิปสเตอร์นับหมื่น Laneway Festival 2016 ที่สิงคโปร์
Gardens by the bay /  hipster / 

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย กับเทศกาลดนตรีอินดี้ใน 1 วัน Laneway Festival 2016 ณ The Meadow, Gardens by The Bay สิงคโปร์ อีกครั้งที่ผู้ชมจากทั่วสารทิศกว่า 13,000 คน ตบเท้าเข้าชมงานนี้กันอย่างเนืองแน่น เต็มอิ่มกว่า 12 ชั่วโมง ไม่หวั่นแม้อากาศจะร้อนแบบไม่ปราณีผิวหนัง กับ 4 เวทีสุดฮิป ซึ่งในปีนี้มีเวทีใหม่ติดแอร์เย็นฉ่ำ White Room ที่จะมาสร้างสีสันความสนุกตั้งแต่บ่ายยันดึกอีกด้วย เปิดสเตจกันตั้งแต่ 11 โมง กันที่วง Cheats ต่อด้วย The Internet, Battles, Beach House ฯลฯ จนมาถึงไฮไลท์ที่หลายคนเฝ้ารอคอย เริ่มด้วย Shamir ที่นำเพลงหลากสไตล์มาผสมผสานและเต็มไปด้วยความจี๊ดจ๊าดและสนุกสนาน ตามมาด้วยวง The 1975 ซึ่งขนเพลงใหม่มาโชว์กันแบบเต็มอิ่ม ตามมาด้วยสาวแซ่บ Grimes ที่นอกจากเพลงจะชวนขยับแล้ว สไตล์การแต่งตัวของนางยังจัดจ้าน แล้วส่งท้ายด้วยวง CHVRCHES ที่เคยเยือน Laneway Festival มาแล้วเมื่อปี 2014 กลับมาคราวนี้พวกเขาขนโชว์ที่ดีกว่าและสนุกกว่ามาฝาก ซึ่งไม่ได้ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย อีกครั้งของวง CHVRCHES ที่ Laneway Festival Photo Credit Lionel Boon / Laneway Festival Singapore The 1975 Photo Credit Cliff Yeo / Laneway Festival Singapore โชว์เปรี้ยวๆ จาก Shamir Photo Credit Asyraf / Laneway Festival Singapore วง The Internet Photo Credit Alvin Ho / Laneway Festival Singapore Grimes กับโชว์สุดสนุก แดนซ์ตลอดโชว์ Photo Credit Alvin Ho / Laneway Festival Singapore และนี่ก็คือบรรยากาศของเทศกาลดนตรีสุดฮิป Laneway Festival 2016 ที่สิงคโปร์... บอกเลยว่า ถ้าให้เล่าทั้งหมดน่าจะยาวมากพอสมควร ใครที่พลาดไป พบกันใหม่ปีหน้า!   Photo Credit : Ryu Ryan & Official Photographer Alvin Ho - Asyraf - Lionel Boon - Cliff Yeo - Vinodii.com / Laneway Festival Singapore ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ซอคังจุน อยากเจอแฟนคลับไทย - ปรับราคาบัตรพิเศษกว่าเดิม
2016 SEO KANG JOON FANMEETING IN THAILAND /  Seo Kang Joon / 

ซอคังจุน อ้อน อยากเจอแฟนคลับไทย พร้อมปรับราคาบัตร 2016 SEO KANG JOON FANMEETING IN THAILAND 'พิเศษกว่าเดิม' เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่แฟนๆ ชาวไทยจะได้พบกับหนุ่มหล่อ ซอคังจุน อย่างใกล้ชิด ในงาน 2016 SEO KANG JOON FANMEETING IN THAILAND ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 ที่โรงภาพยนตร์สกาล่า แม้ว่าครั้งนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเพื่อนๆ วง 5URPPRISE มีตารางงานทำให้ไม่สามารถมาร่วมงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ได้อย่างกะทันหัน เพื่อหลีกเลี่ยงการยกเลิกงาน ทางต้นสังกัดและบริษัทผู้จัดเดอะไลม์จึงตัดสินใจแก้ปัญหาโดยการปรับรูปแบบเป็นแฟนมีตติ้งเดี่ยวของหนุ่ม ซอคังจุน แทน แถมยังการปรับราคาบัตรให้พิเศษกว่าเดิมด้วย เป็นบัตร VVIP ราคา 4800 บาท (Hi-Touch, เข้าร่วมแฟนไซน์, รับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นและแฮนเชค, Group Photo, ของที่ระลึกจากซอคังจุน) บัตรราคา 2000 บาท (Hi-Touch, Group Photo) และ บัตรราคา 1500 บาท (Hi-Touch) โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thelimethailand.com ซอคังจุน ยังฝากข้อความมาถึงแฟนๆ ชาวไทยด้วยว่า "เจอกันที่ไทยนะครับ เหลืออีกแค่ไม่กี่วันแล้วนะครับ ตอนนี้ที่เกาหลีหนาวมากเลย อยากไปที่ที่อบอุ่นอย่างประเทศไทย อยากไปเจอคนที่แสนอบอุ่นอย่างทุกๆ คนด้วย(ยิ้มเขิน) แล้วไปเจอกันนะครับทุกๆ คน บ๊ายบาย" ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

LAMBORGHINI Huracan LP610-4 Spyder กระทิงหนุ่มโฉมเปิดประทุน
Huracan /  lamborghini / 

LAMBORGHINI Huracan LP610-4 Spyder นาทีนี้หากจะให้บอกชื่อรถที่คิดว่าหล่อและแรงสุดๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นรถของค่ายนี้ ซึ่งนั่นก็คือ LAMBORGHINI ค่ายนี้ถือเป็นที่สุดทั้งความหรูและแรงสัญชาติอิตาลี เพียงแต่รถที่เอามาโชว์ตัวในครั้งนี้ ถ้าใครอยากจะได้จริงๆ ก็ต้องอดใจรอสักหน่อย เพราะของน่าจะปล่อยออกมาตอนปี 2017 เอาเป็นว่าเอาไปดูแก้คันก็แล้วกัน LAMBORGHINI Huracan LP610-4 Spyder เจอแค่ชื่อรุ่นก็ยาวจนจำยากแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าคนถ้ามีใจ ต่อให้ใช้ชื่อยาวมากขนาดไหน? ก็ยังจำได้อยู่ดี ตัวรถเป็นรถที่ใช้หลังคาแบบ Spyder ใครที่นึกไม่ออกก็ให้นึกถึงหลังคาผ้าใบของรถสปอร์ตนั่นล่ะ แบบนั้นเขาเรียกว่า Spyder ครับ ตัวเครื่องนั้นมาแบบจัดเต็ม ใช้การจุดระเบิดด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน 4 จังหวะ มีขนาดความจุ 5.2 ลิตร (5,200 ซีซี.) ตัวเครื่องยนต์เป็นแบบ V10 เรียกว่าเน้นแรงม้า บ้าพลังอย่างถึงที่สุด มีแรงม้าโดยรวมอยู่ที่ 610 ตัว เร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ภายใน 3.1 วินาที แถมทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 324 กิโลเมตร / ชั่วโมง เอาเป็นว่าเจอแค่แรงม้ากับแรงบิดก็เสียวไปถึงแกนสมองแล้วครับพี่น้อง ขนาดยางด้านหน้าของรถรุ่นนี้ คือ 245 / 30 – 20 นิ้ว ยางหลัง ขนาด 305 / 30 – 20 นิ้ว ขนาดของวงล้อหน้า 8.50 x 20 นิ้ว และวงล้อหลัง 11  x 20 นิ้ว มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 17.5 ลิตร : 100 กิโลเมตร (ในเมือง) และ 9.2 ลิตร : 100 กิโลเมตร (นอกเมือง) สามารถทำความเร็วจาก 0 – 200 กิโลเมตร / ชั่วโมง ได้ในเวลา 10.2 วินาที เท่านั้น รถของค่ายนี้มีจุดเด่นที่เรียกว่าเป็นจุดขายก็คือ ไฟหน้าและชุดช่องลม มันเกือบจะเหมือนๆ กันทั้งหมด แต่ก็มีการตัดแต่งให้ต่างกันเล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม ไฟหน้าเป็นแบบ LED ชนิดยกเซ็ท มีช่องทางดักลมและดึงเอามากดตัวรถให้แนบกับถนนในส่วนของด้านหน้า โดยที่เครื่องยนต์จะถูกย้ายไปวางด้านหลังคนขับ รัศมีของกระจกหน้ารถค่อนข้างจะเอนไปด้านหลัง จึงทำให้เรารู้สึกไกลออกไปจากวงล้อหน้า แต่นักออกแบบเขาลดระยะห่างลงด้วยการวางที่นั่ง จึงทำให้ปัญหาแบบนี้หมดไป แน่นอนว่ารถแบบนี้มีแค่ 2 ที่นั่ง พร้อมด้วยโรลบาร์หลบในไว้คุ้มภัยในกรณีที่เผลอพลิกคว่ำ  แต่เอาเข้าจริงๆ ยังไม่เคยเจอใครที่ขับรถของค่ายนี้แล้วคว่ำเลยนะ หลักอากาศพลศาสตร์ของอิตาลีจะต่างจากอังกฤษและเยอรมันตรงที่ อิตาลีจะนิยมเล่นเส้นบนชิ้นงานและใช้อากาศเป็นตัวช่วยกดรถมากกว่าจะปล่อยให้พัดผ่านออกไปเร็วๆ เท่านั้น ไฟท้ายก็เป็น LED ทั้งหมด มีไฟปกติเป็นเส้นๆ พอเวลากดเบรกก็จะมีไฟอีกชุดติดขึ้นมาและไฟเลี้ยวก็จะแยกหน้าที่กันออกไป แต่ทั้งหมดอยู่ในไฟท้ายชิ้นน้อยๆ เท่านั้น ปลายท่อไอเสียมาแบบ 4 ท่อ ให้สำเนียงโหดๆ ตามสไตล์รถอิตาเลียน แต่ถ้าอยากจะดังแบบรถสนาม แนะเลย “ท่อสูตร” แต่พอดูราคาแล้วอยากจะร้องดังๆ ว่า ‘ตื่นเถอะ’ เรียบเรียงโดย A'Lure Magazine ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A'Lure Magazine Vol.67

Zoolander 2 ปล่อยตัวอย่างสุดท้าย พร้อม 2 คลิปใหม่ ออกมาให้คุณผ่อนคลาย
Tropic Thunder /  Zoolander 2 / 

ในไทยเรารออีกแค่ 2 อาทิตย์ ก็จะถึงคิวเข้าฉายกันแล้ว สำหรับหนังภาคต่อที่รอกันมานานถึง 15 ปี หลังจากที่โลกแฟชั่นก้าวไกลขึ้นกว่าเดิน เขาคนนี้จะกลับมาสร้างเสียงฮา สำหรับ Zoolander 2 ผลงานตลกป่วนวงการบันเทิงของ เบน สติลเลอร์ ที่แน่นอนว่าในภาคนี้เขายังคงกลับมารับหน้าที่กำกับ และ แสดงนำเองเช่นเคย ร่วมด้วยทีมนักแสดงจากภาคก่อนทั้ง โอเว่น วิลสัน และ วิล เฟอร์เรลล์ พ่วงมาด้วยทีมนักแสดงที่จะมาร่วมสร้างเสียงฮาอีกมากมายทั้ง เพเนโลปี้ ครูซ, คริสเต็น วิกก์ และรวมถึง จัสติน บีเบอร์! โดยในตอนนี้ตัวหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างสุดท้ายของหนังที่ใช้ชื่อ Relax หรือหมายถึง ผ่อนคลาย ออกมาให้ชมกันแล้ว พร้อมกับอีก 2 คลิปใหม่สุดฮา ที่โชว์ความร้ายกาจากการสาดลาเต้ของ วิล ฟาร์เรลล์ และอีกคลิปคือการโชว์ความเซ็กซี่ของ เพเนโลปี้ ครูซ ตัวละครสายสืบสายแฟชั่น ที่จะมาร่วมวงความป่วนในภาคนี้ด้วย เรื่องราวในภาคนี้จะเล่าในช่วงหลายปีต่อมา จากภาคแรก เมื่อความดังของ ซูแลนเดอร์ เริ่มลดลงจนทำให้เขาเหลือเป็นเพียงตัวตลกของวงการ เขาต้องหาทางกลับเข้าสู่วงการเพื่อเป็นจุดสูงสุดอีกครั้ง ซึ่งนั่นเองทำให้เขารับภารกิจจากเอฟบีไอ ในการแทรกซึมเข้าสู่งานเดินแบบแห่งนึง เพื่อตามหาฆาตกรที่ฆ่าตัว จัสติน บีเบอร์ และอีกหลากนักร้องลง โดยตัวหนังมีคิวเข้าฉายบ้านเรา 18 กุมภานี้ เตรียมฮากันได้เลย

หวิดสิ้นชื่อ! 'จ๊ะ อาร์สยาม' รถคว่ำพร้อมทีมงานบาดเจ็บ เชื่อเคราะห์เบญจเพส
จ๊ะ อาร์สยาม /  จ๊ะ อาร์สยามรถคว่ำ / 

อาถรรพ์เบญจเพส! รถตู้ 'จ๊ะ อาร์สยาม' พลิกคว่ำสุโขทัย นักร้องดังพร้อมทีมงานบาดเจ็บ เชื่อทำบุญเยอะ ช่วยเรื่องร้ายกลายเป็นดี  เกิดอุบัติเหตุรถตู้ จ๊ะ อาร์สยาม หรือ นางสาวนงผณี มหาดไทย เสียหลักพลิกคว่ำ กลางถนนสายสวรรคโลก-ทุ่งเสลี่ยม บริเวณโค้งพระครูจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังเล่นคอนเสิร์ต ลั่นกลองฉลองตรุษจีนกับโตโยต้า ที่หน้าที่ว่าการ อ.ทุ่งเสลี่ยม เป็นช่วงเวลาที่ทีมงานสมาคมกู้ภัยข่าวภาพสวรรคโลก ขับรถกลับมาเส้นทางเดียวกับจ๊ะ พบรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน ฮย 3029 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำ จึงได้นำตัวคนเจ็บ 6 คน ส่งโรงพยาบาลสวรรคโลก มี นางสาววรรณา หอมชื่น อายุ 28 ปี แดนเซอร์ประจำวง ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ซ้าย กล้ามเนื้อและเอ็นอักเสบ และแผลถลอกตามตัว นางสาววัลยา มหาดไทย อายุ 32 ปี ผู้จัดการวงคอเคล็ด ต้องใช้เฝือกดามคอ และมีรอยฟกช้ำ ตามเนื้อตัว นอกจากนั้นมีบาดแผลเล็กน้อย ส่วน จ๊ะ อาร์สยาม ปลอดภัยดี มีเพียงรอยแผลที่เกิดจากเศษกระจกบาดเล็กน้อยที่ข้อมือซ้าย ตรวจเช็กร่างกายแล้ว ปวดหลังเล็กน้อย โดยจ๊ะเล่าว่า ขณะเกิดเหตุเส้นทางนั้นเป็นโค้งและกำลังก่อสร้าง ไม่มีป้ายเตือน รถที่ขับมาเสียหลัก พอคนขับเบรก รถเลยลื่นไถลจากเศษทรายที่ทำทาง ซึ่งตนเองนั่งอยู่เบาะหลังคนขับ กลิ้งตีลังกาอยู่ในรถ โดยช่วงนี้มีเรื่องอุบัติเหตุบ่อยมาก เชื่อว่าเพราะย่างเข้าสู่วัยเบญจเพส อีกทั้งเชื่อว่าเพราะตนเองเป็นคนทำบุญบ่อย จึงไม่เกิดเรื่องร้าย ๆ กับตนเอง ส่วนรถที่เสียหายคงจะขายและซื้อใหม่เพื่อความปลอดภัย และเรื่องงานที่รับไว้ไม่มีผลกระทบแน่นอน ข้อมูล INN / ภาพ FB นงผณี มหาดไทย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก
ทำแท้ง /  มาเลเซีย / 

'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก วานนี้ (3 ก.พ.) สำนักข่าว 'เอ็นดีทีวี' รายงานข่าว กรณีที่นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในไฮเดอรา รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ได้ทำการจดทะเบียนสิทธิบัตรวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในโลกที่สามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ ดร. กฤษณะ เอลล่าประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำการทดลอง วิจัย โดยใช้คนและสัตว์ ในการทดลองระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และ สภาการวิจัยทางการแพทย์อินเดีย (ICMR) เพื่อพัฒนา และแก้ไขวิกฤตการระบาดของเชื้อดังกล่าว ที่มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น โดยในระยะเวลา 4 เดือนจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้กว่า 1ล้านชิ้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ซีดีซี ยังพบผู้ป่วย 'โรคซิกา' ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ในสหรัฐฯเป็นรายแรก ซีเอ็นเอ็น รายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ 'ซีดีซี' ยืนยัน กรณีผู้ป่วยโรคซิการายแรกในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากกลับมาจากประเทศเวเนซุเอลา โดยไวรัสดังกล่าว แฝงอยู่ในเลือดผู้ป่วยได้ราวสัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอสุจิได้นานเท่าไร ซึ่งขณะนี้ซีดีซี กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง กรณีดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากในปี 2556 พบเชื้อไวรัสซิกา ในปัสสาวะและอสุจิ ชายวัย 44 ปี และในปี 2551 พบกรณีเดียวกันในเซเนกัล นอกจากนี้ซีดีซี เผยว่ามีเอกสารที่ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้ ติดต่อผ่านการคลอด ถ่ายเลือด น้ำนมแม่ ได้เช่นกัน องค์กรอนามัยโลก เผยว่า ในปีหน้ากว่า 24 ประเทศ ในอเมกาเหนือ อาจมีผู้ป่วยโรคซิการาว 4 ล้านคน ซึ่งทางการได้ประกาศเตือนให้สตรีหลีกเลี้ยงการตั้งครรภ์นานถึง 2 ปี ในประเทศที่มีการระบาด เพราะเชื้ออาจส่งผลให้ทารกที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อ เกิดมามีศีรษะเล็กผิดปกติ ที่มา cnn ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุข ออกประกาศให้ 'โรคซิกา' เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ ลำดับที่ 23 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมด้วย พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและที่ปรึกษากรม คร. แถลงข่าวเกี่ยวกับ'โรคซิกา' โรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโรคนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน นพ.อำนวย กล่าวว่า ได้มีการออกประกาศเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มเติม 2 ฉบับ โดยฉบับแรก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ โดยระบุอาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง อาจมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายในบางราย โดยทั่วไปจะมีอาการป่วยประมาณ 1 สัปดาห์ และฉบับที่ 2 ประกาศ สธ. เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ เมื่อพบผู้ป่วยต้องรายงานให้ สธ.ทราบ การเฝ้าระวังป้องกันโรคจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. หญิงตั้งครรภ์ 2. ผู้ป่วยไข้ออกผื่น เป็นกลุ่มก้อน จะมีการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที 3. ทารกที่คลอดแล้วมีศีรษะเล็ก และ 4. ผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ โดยจะเน้น 4 มาตรการ คือ 1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2. การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3. การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด 4. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท นอกจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มข้นในการออกไปสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนโรคทันทีและอย่างจริงจังหากมีรายงานโรคดังกล่าว พร้อมทั้งจัดด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศบริเวณสนามบิน เพื่อเฝ้าระวังเข้มแข็งในกรณีที่มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ ที่มีการระบาดของโรคแล้วมีอาการไข้ประกอบ นอกจากนี้ยังมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนักระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศอาเซียนบวก 3 เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกันในการป้องกันและควบคุม 'โรคซิกา' เป็นกรณีพิเศษ พร้อมกันนี้ มีการขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันกำจัดทั้งตัวยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ เพราะการกำจัดยุงลาย สามารถควบคุมได้ถึง 3 โรค ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้ซิกา และไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย ขณะที่เชื้อดังกล่าว กลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีผลระหว่างประเทศ โดยล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอความร่วมมือกับประเทศภาคี ในการรับมือกับโรคดังกล่าวแล้ว หลังจากทารกที่มารดาได้รับเชื้อดังกล่าวในบราซิล กว่า3,000 คน เกิดมามีศีรษะเล็ก สมองพิการ ไม่พัฒนา  ในบราซิล ขณะที่ไม่มีผลร้ายแรงต่อผู้ใหญ่ไม่รุนแรงเท่าไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีคหรือยารักษา ส่วนมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ส่วนวิธีการป้องกันตัว คือการป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจ 'แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว' เผยข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ไวรัสซิกา ที่เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกดังนี้ '(Zika Fever ) ระบาดแล้วนะครับ องค์การอนามัยโลก (WHO ) ประกาศให้ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น "ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก" โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 และ ประเทศไทย ของเราก็ทันสมัยเหลือเกิน โดยหลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศเพียง 1 วัน ประเทศเราก็พบผู้ป่วย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี ป่วยอยู่ที่ รพ ภมิพล นะครับ โรคนี้ติดต่อโดย ยุงลายเป็นพาหะ นะครับ กัดคนป่วย แล้วมากัดเรา เราก็ติดเชื้อนะครับ อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร ดูจาก infographic ด้านล่างนี้นะครับ' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบผู้ป่วยไข้ซิการายที่ 2 ของไทย องค์กรอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉิน พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพล กล่าวถึงกระแสข่าว การพบผู้ป่วยโรคซิการายที่ 2 ของประเทศไทย และเป็น ซึ่งผู้ป่วยรายแรกของโรงพยาบาลภูมิพล เป็นชายไทย วัยราว ๆ 20 เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมาด้วยอาการไข้ มีผื่น ตาแดง เมื่อยตามเนื้อตัว และได้รับหารยืนยันว่าเป็นไข้ซิกา โดยการรักษาจนผู้ป่วยอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่ถือว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นพาหะสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้โรคไข้ซิกา ที่กำลังระบาดหนักในละตินอเมริกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผวา มาใกล้ไทยมาก กรมสุขภาพมาเลเซีย เตือน ไวรัสซิกาอาจระบาดเข้าประเทศ เพราะมียุงชุกชุม และยังไม่มีด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ ดร.ลอคมาน ฮาลิม สุไลมาน รองอธิบดีกรมสุขภาพแห่งมาเลเซีย แถลงว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจับตา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งเป็นเรื่องตึงเครียดระดับโลกอยู่ในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเข้าในประเทศ โดยสาเหตุเกิดจาก มาเลเซีย เป็นประเทศที่มียุงชุกชุม และยุงเองก็เป็นพาหะของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ชาวมาเลเซียยังไม่เคยมีภูมิต้านทานโรคไข้ซิกา และหากมีผู้ป่วยในประเทศก็มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วแม้ผู้ติดไวรัสซิกาจะมีอาการไม่รุนแรงจนถึงชีวิต แต่กระทรวงถือว่าซิกาเป็นเรื่องใหญ่เพราะเชื้ออาจทำให้ทารกในครรภ์ผู้ป่วย เกิดมามีศีรษะเล็กแต่กำเนิด และสมองผิดปกติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ขณะนี้ยังไม่มีจุดตรวจคัดกรองไวรัสดังกล่าวในมาเลเซีย ดังนั้นขอจึงมีการขอความร่วมมือ ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้โปรดแสดงตัวต่อศูนย์กักโรคหรือหน่วยงานสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดหากเป็นไข้และมีผื่น นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้สตรีมีครรภ์งดเดินทางไปยัง 22 ประเทศและดินแดนที่ไวรัสซิกากำลังระบาด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก เตือน ไวรัสซิกา มีแนวโน้มระบาดไปทั่วทวีปอเมริกาในอนาคต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลก เตือนว่า ไวรัสซิกาที่มีอาการติดเชื้อจากการป่วยมีไข้ เยื่อบุตาอักเสบ และปวดศีรษะ เป็นอาการเริ่มแรกของเชื้อไวรัส ถูกพบใน 21 ประเทศ ทั้งในประเทศอาหรับ ทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปอเมริกา ซึ่งไวรัสดังกล่าวจะส่งผลไปยังทารกแรกเกิดทำให้สมองมีพัฒนาการต่ำ บางประเทศแนะนำให้หญิงที่ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทารกที่จะเกิดมา ทั้งนี้ไวรัสชนิดดังกล่าวยังไม่มียาป้องกันหรือรักษาด้วย สำหรับไวรัสซิกามีถิ่นกำเนิดและถูกพบครั้งแรกในพื้นที่ทวีฟแอฟริกา ก่อนจะแพร่เข้าสู่อมเริกา และปรากฏอีกครั้งในประเทศบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การขาดภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติยิ่งช่วยให้เชื้อไวรัสดังกล่าวกระจายไปอย่างรวดเร็วด้วย ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเป็นชาวอังกฤษแล้ว 3 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก inn ขอบคุณคลิปวีดีโอจากรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปี ลดเสี่ยงทารกผิดปกติจากเชื้อซิกา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแถลงข่าวพบชาวอังกฤษติดเชื้อ 'ไวรัสซิกา' จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไปยังโคลัมเบีย ซูรินามา หรือ ดัตช์เกียนา และกายอานา พร้อมย้ำว่าไวรัสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในอังกฤษ และไม่แพร่กระจาย ติดต่อจากคนสู่คน แต่ส่งผลกระทบทำให้สมองของเด็กทารกที่มารดาติดเชื้อถูกทำลาย ทั้งนี้ 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานว่า จากกรณที่มีเด็กทารก ที่มารดาได้รับเชื้อนี้ ในบราซิล เกิดมาพร้อมศีรษะที่เล็กผิดปกติเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เองทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปีนี้ รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีในเอลซัลวาดอร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการห้ามการทำแท้ง เพราะตามกฎหมายของเอลซัลวาดอร์ห้ามสตรีทำแท้งในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่การถูกข่มขืน เด็กผิดปกติ หรือภาวะที่เป็นอันตรายต่อมารดา เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn จส.100 สนับสนุนข้อมูล

ไหว้พระเสริมดวง 9 วัดดัง ณ ประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์ /  เสริมดวง / 

เมื่อพูดถึงสิงคโปร์ หลายคนอาจจะนึกถึงตึกสูงระฟ้า แหล่งช้อปปิ้งหรูหราสำหรับขาช้อป ร้านอาหารจากเหล่าเชฟชื่อดัง รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกนับไม่ถ้วน แต่อีกหนึ่งกิจกรรมที่อาจจะขาดไม่ได้สำหรับใครหลายคนเวลาไปสิงคโปร์ คือการเข้าวัด เพราะการเข้าวัดทำบุญถือได้ว่าเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจได้ทางหนึ่ง และนี่คือ 9 ตัวอย่างวัดดังในสิงคโปร์ สำหรับใครที่ต้องการจะขอพรเรื่องโชคลาภ ความรักดีๆ หรือแม้แต่เสริมดวงแก้ปีชง ก็สามารถเดินทางไปขอพรตามวัดเหล่านี้ให้สมหวังดังตั้งใจกันได้ทุกคน “Route for Wealth: เพื่อโชคลาภ” 1. วัดเซียน จู่ กง (Xian Zu Gong Temple) วัดจีนที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยพ่อค้าชาวจีนเพื่อถวายแด่เทพเจ้าตั่วแป๊ะกงซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ นอกเหนือจากการมากราบไหว้บูชาเพื่อโชคลาภและความเป็นสิริมงคลแล้ว คนสิงคโปร์ก็นิยมมาขอพรให้ท่านเทพเจ้าช่วยปกป้องให้แคล้วคลาดจากศัตรูหรือภัยอันตรายอีกด้วย การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Telok Ayer ทางออก A   2. วัดตันสิชงซู (Tan Si Chong Su Temple) วัดฮกเกี้ยนโบราณ ซึ่งสร้างอยู่ในบริเวณที่ถือว่าถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยมากที่สุดแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถมาชมความงดงามของวัดนี้ ที่มีความโดดเด่นด้านการตกแต่งด้วยรูปปั้นสัตว์มงคลต่างๆ รอบบริเวณวัด  จุดพิเศษอีกจุดหนึ่งของวัดนี้ ได้แก่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในบริเวณวัด ซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมแวะเวียนมาขอพรเกี่ยวกับโชคลาภกันที่บ่อน้ำแห่งนี้อีกด้วย การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Clarke Quay ทางออก B    3. วัดซัมบาวัง (Sembawang God of Wealth Temple) เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือในภาษาจีนเรียกว่า “ ไฉ่ ซิ้ง เอี้ย” นับว่าเป็นเทพเจ้าที่ชาวสิงคโปร์ให้ความเคารพบูชามากที่สุดองค์หนึ่ง ซึ่งที่วัดแห่งนี้เองก็มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน โดยองค์เทพเจ้านั้นจะตั้งอยู่บนหลังคา ตัวองค์เทพเจ้าเป็นสีทอง มีความสูงถึง 9.44 เมตร และหนักถึง 8 ตันเลยทีเดียว  ถ้าใครอยากทำธุรกิจรุ่งเรือง ทำการค้าขายคล่องตัว ก็ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะมาไหว้ขอพรที่วัดแห่งนี้ การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Sembawang ทางออก C   “Route for Love: เพื่อความรัก” 4. วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kuan Im Tng Temple, Joo Chiat )                                                                                                          ภายในวัดนี้ สิ่งที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างแรกคงหนีไม่พ้นรูปปั้นหล่อของพระจุณทีโพธิสัตว์ นอกเหนือจากความศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดผู้คนให้มาขอพรกันเรื่องความรักแล้ว วัดนี้ยังเป็นวัดที่มีความสวยงามจากภาพวาดแกะสลักแบบจีนที่มีสีสันลวดลายอันงดงามตระการตา นอกเหนือจากนั้น ผู้ที่ศรัทธาสามารถเข้าร่วมพิธีสวดที่จัดขึ้นได้ในทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป หรือหากใครไม่สะดวกก็สามารถเขียนชื่อ เพศ วันเดือนปี เกิด และอายุ ลงในกระดาษสีชมพู จากนั้นนำไปให้เจ้าหน้าที่ประกอบพิธีให้ในวันเสาร์ได้เช่นเดียวเช่นกัน การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Paya Lebar ทางออก  A   5. วัดเยี่ยไห่ชิง (Yueh Hai Ching Temple หรือ Wak Hai Cheng Bio) วัดลัทธิเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ ใครที่อยากสมหวังเรื่องความรัก ก็ขอเชิญชวนให้ไปไหว้เทพเจ้า ‘Elder of Moon’ โดยให้นำด้ายสีแดงไปคล้องไว้ที่องค์เทพเจ้าและขอพรเรื่องความรัก ซึ่งผู้ที่มากราบไหว้ต่างสมหวังกันมากมายจนวัดได้รับการขนานนามว่าเป็น “The Love Temple” เลยทีเดียว นอกจากน ภายในวัดยังมีเทพเจ้าอื่นๆให้ได้ทำการอธิฐานขอพรอีก เช่น เทพเกี่ยวกับการขอบุตร และเทพเกี่ยวกับการขอเรื่องความสำเร็จในด้านการศึกษา การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Raffles Place ทางออก D       บริเวณด้านหน้าวัดเทียนฮกเก๋ง 6. วัดเทียนฮกเก๋ง (Thian Hock Keng Temple) อีกหนึ่งวัดจีนที่มีจุดประสงค์หลักในการสร้างเพื่อบูชาเจ้าแม่แห่งท้องทะเล หรืออีกชื่อหนึ่งว่าเจ้าแม่ทับทิม (Ma Zu) ซึ่งถือเป็นวัดที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ด้วยลวดลายและฝีมือการแกะสลักที่ประณีตบรรจง โดยเฉพาะรูปปั้นมังกรบนหลังคาที่เห็นโดดเด่นเป็นสง่า จุดเด่นอีกอย่างที่น่าสนใจคือ วัดนี้เป็นวัดเดียวในสิงคโปร์ที่ทำการก่อสร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ในส่วนของวัดนี้นั้นคนส่วนใหญ่จะเน้นขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความสงบสุข ชีวิตคู่ที่ยั่งยืนและราบรื่น  โดยเฉพาะใครที่ต้องการขอพรเรื่องบุตรหรือความรักนั้น ห้ามพลาดการไปขอพรต่อเจ้าแม่แห่งท้องทะเลเด็ดขาด การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Telok Ayer Exit  A  จากนั้นเดินจากวัดเยี่ยไห่ชิง ไปทางถนน Telok Ayer มุ่งหน้าไปทาง Chinatown ประมาณ 500 เมตร วัดจะอยู่ทางด้านขวา “Route for Luck: เพื่อเสริมดวง” บริเวณด้านหน้าวัดพระเขี้ยวแก้ว  7. วัดพระเขี้ยวแก้ว (The Buddha Tooth Relic Temple and Museum) วัดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางย่านไชน่าทาวน์ ถูกออกแบบตามแบบสถาปัตยกรรมจีนในสมัยราชวงศ์ถัง  โดยตัวอาคารจะเน้นสีแดงสด นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังมีพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นพระทนต์ของพระพุทธเจ้าถูกบรรจุอยู่ในสถูปทองคำตั้งอยู่ด้วย ส่วนชั้นดาดฟ้า ยังมีทั้งสวนดอกไม้สวยงาม รวมไปถึงระฆังยันต์ใบใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง บนตัวระฆังนั้นมีคำย่อสั้นๆ ของบทสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล  มีผู้คนมากมายเดินทางมาที่นี่เพื่อแก้ปีชง เสริมดวง และขอพรจากเทพเจ้าที่คุ้มครองปีเกิด การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Chinatown ทางออก A 8. วัดเจ้าแม่กวนอิมท้งฮุดโจ้ว  (Kwan Im Thong Hood Cho) วัดที่ชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวนับถือและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ในทุกๆ วันจะมีผู้คนมากราบไหว้ขอพรกันอย่างเนื่องแน่น ความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ในองค์เจ้าแม่กวนอิมนั้นก็มาจากคนที่มาไหว้ขอพรแล้วมักจะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมมาขอพรเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาวอีกด้วย และสิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือการเสี่ยงเซียมซี เพราะชาวสิงคโปร์เชื่อกันว่าเซียมซีที่นี่แม่นมากที่สุด อยากรู้ว่าแม่นแค่ไหน ต้องไปลองกันด้วยตัวเอง การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Bugis ทางออก C   9. วัดศรีมาริอัมมัน (Sri Mariamman Temple) วัด ฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์แห่งนี้  สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายให้แด่พระศรีมาริอัมมันหรือพระแม่อุมาเทวีผู้เป็น เทวีแห่งอำนาจและสันติสุข ซึ่งชาวฮินดูในประเทศสิงคโปร์เชื่อกันว่าสามารถช่วยปกปักษ์รักษาผู้คนให้พ้น จากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังได้ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมที่งดงามโดดเด่น โดยเฉพาะซุ้มประตูที่ถูกประดับด้วยรูปเทวดาแกะสลักเป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่มาเยือนในเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายน ก็จะได้เห็นพิธีลุยไฟซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอีกด้วย การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Chinatown ทางออก A แนะนำกันขนาดนี้แล้ว ก็อย่ามัวรอช้า รีบเตรียมตัววางแผนแพ็คกระเป๋า แล้วไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์กันดีกว่า จะทริปยาวหรือทริปสั้นก็เดินทางได้สะดวกสบายไร้กังวล ถ้าใครที่นึกไม่ออกว่าจะขอพรเรื่องอะไร หรือจะไปวัดไหนดี จะลองไปหมดทุกวัดที่แนะนำมานี้ก็ไม่ว่ากัน ถ้าขอพรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไรก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะจ๊ะ

เจ๊เกียว ขู่เลิกวิ่งรถ อ้างรัฐไม่ช่วยลดภาระใช้จ่าย
ขู่เลิกวิ่งรถ /  บขส. / 

เจ๊เกียว ขู่เลิกวิ่งรถ อ้างรัฐไม่ช่วยลดภาระใช้จ่าย วันนี้ (4 ก.พ.) นางสุจินดา เชิดชัย หรือ 'เจ๊เกียว' นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่งและเจ้าของกิจการอู่ต่อรถทัวร์และบริษัท เดินรถเชิดชัย จำกัด ยื่นหนังสือต่อ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้ช่วยเร่งรัดบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ผ่อนผันการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเที่ยววิ่งหรือค่าขา ให้มีการจัดเก็บตามจำนวนเที่ยววิ่งที่แท้จริง เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้จำนวนเที่ยววิ่งลดลงต่ำกว่าเที่ยววิ่งขั้นต่ำที่บริษัทได้ตกลงไว้กับ บขส. พร้อมทั้งร้องขอให้ บขส. ยกเว้นค่าปรับ กรณีที่บริษัทไม่นำรถเข้ามาจดทะเบียนและเปิดวิ่งให้บริการในเส้นทางที่ขอเดินรถเพิ่ม โดยนาง นางสุจินดา กล่าวว่า "ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี สายการบินต้นทุนต่ำแย่งลูกค้าไปทำให้ผู้โดยสารลดลงทุกเส้นทาง เที่ยววิ่งแต่ละวันก็ลดลงต่ำกว่าเที่ยววิ่งขั้นต่ำที่เราตกลงไว้กับ บขส. แต่ บขส.ก็ยังเก็บค่าเที่ยววิ่งเท่าเดิม และยังต้องเสียค่าปรับกรณีที่ไม่นำรถมาวิ่งในเส้นที่เราขอไลเซนส์ไว้ก่อนหน้านี้อีกด้วย ที่ผ่านมาเราขอความช่วยเหลือจาก บขส.มาเป็นปีแล้ว แต่ไม่มีใครช่วยเลย วันนี้จึงมาทวงถามกับรัฐมนตรีอีกครั้ง หากกระทรวงไม่ช่วยเราบริษัทเชิดชัยจะพร้อมที่ยกเลิกวิ่งรถ หรือลาออกจากการวิ่งรถร่วมกับ บขส. เพราะขาดทุนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว กรณีที่คณะกรรมการขนส่งทางบกกลางมีมติให้รถร่วม บขส. ปรับลดค่าโดยสารลงอีก กม.ละ1 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.นี้ บริษัทก็พร้อมที่จะลดราคาเพราะเป็นคำสั่งตามกฎหมาย ซึ่งก็จะทำให้รายได้ของบริษัทซึ่งขาดทุนอยู่แล้วลดลงอีก" นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า บขส. ได้ดำเนินการออกระเบียบ ผ่อนปรนการจัดเก็บค่าเที่ยววิ่งตามจริงตั้งแต่ปีก่อน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระความเดือดร้อนให้กับประชาชนและได้แจ้งเป็นหนังสือเป็นทางการให้ทุกบริษัทรับทราบแล้ว ซึ่งก็รวมไปถึงบริษัทของนางสุจินดาด้วย ในกรณีการขอยกเว้นค่าปรับกรณีไม่สามารถนำรถมาวิ่งตามเส้นทางที่ได้ขอเดินรถ บขส.ไม่สามารถผ่อนผันหรือยกเว้นค่าปรับได้ เพราะเป็นค่าปรับที่เกิดขึ้นจากกรณีที่ผู้ประกอบการฝ่าฝืนกฎหมาย "หากผู้ประกอบการมายื่นขอใบอนุญาตเดินรถไว้ กฎหมายกำหนดให้ต้องนำรถมาวิ่ง เพราะหากไม่วิ่งจะกระทบกับผู้โดยสารที่จะใช้บริการ รวมทั้งยังเป็นการไปสกัดกั้นไม่ให้ผู้ประกอบการเดินรถรายอื่นเข้ามาแข่งขันเดินรถด้วย เพราะการทำแบบถือว่าไม่แฟร์เหมือนเป็นการกั๊กใบอนุญาตเดินรถไว้คนเดียว เนื่องจากเจ้าของใบอนุญาตไม่ได้วิ่งให้บริการตามจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม กฎหมายจึงกำหนดให้มีการปรับเป็นรายวันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการนำรถมาวิ่งจริง กรณีเจ้เกียวระบุว่าจะคืนใบอนุญาตเดินรถนั้น ตามกฎหมายกำหนดผู้ประกอบการเดินรถสามารถบอกเลิกสัญญาเดินรถกับ บขส. ได้ โดย บขส.ก็มีหน้าที่ประกาศหาผู้ประกอบการเดินรถรายใหม่เข้ามาเดินรถแทน ทั้งนี้หากเชิดชัยทัวร์มีการยกเลิกการเดินรถ จะไม่ส่งผลกระทบกับการเดินทางของประชาชนแน่นอน เนื่องจาก บขส. มั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการหารถเข้ามาเสริมและให้บริการประชาชนได้ต่อเนื่องอย่างแน่นอน" ขอบคุณข้อมูลจาก prachachat

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12ราศี ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) มีงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ทำดีก้ไม่ได้ดี ความยุติธรรมไม่ค่อยได้รับ ทำให้รู้สึกท้อถอย ช่วงนี้อย่าเพิ่งใจร้อน ไปมีปากเสียงกับใคร ไม่เป็นผลดีกับตัวเอง มีคนคอยจ้องจับผิดอยู่ แต่ก็จะเห็นทางออก มีงานเสริม โอกาสใหม่ๆ เข้ามา ช่วงนี้ขยันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้าหาผู้ใหญ่ด้วยถึงจะก้าวหน้า ระวังคู่แข่งหรือศัตรูใส่ร้าย อย่าพยายามเขวไปกับคำยั่วยุ หากคิดจะลงทุนหรือเริ่มต้นหยิบจับสิ่งใหม่ๆ มีความสำเร็จ ปลายเดือนทำงานเหนื่อย นอกจากงานของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ ยังต้องรับภาระในงานนอกหน้าที่อีก ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่คุณจะมีโอกาสในการเปลี่ยนหรือย้ายงานที่ดีขึ้น เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อย งานด้านท่องเที่ยวจะก้าวหน้า ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การทำงานถ้ามัวแต่ลังเล ไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าตัดสินใจ โอกาสดีๆ คงจะไม่มีเข้ามาอีก แต่ยังดีมีที่ปรึกษาดี มีผลงานเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา ถ้ากำลังอยากเปลี่ยน เลื่อนตำแหน่ง ให้ใช้เวลาช่วงนี้ให้เป็นประโยชน์ การงานช่วงนี้เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม อย่าตรงจนเกินไป คุณจะเริ่มมีบทบาท ผู้ใหญ่เล็งเห็นความสำคัญ ให้ฉวยโอกาสนี้แสดงความสามารถเต็มที่ ปลายเดือนมักมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับคุณเสมอ คาดหวังอะไรไว้จะมีข่าวดี มีประสบการณ์และการเริ่มต้นใหม่ๆ การทำงานไม่น่าเบื่อจำเจ มีเรื่องท้าทายให้คุณมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ถ้ากำลังคิดเปลี่ยนงาน ย้ายงานในช่วงนี้มีโอกาสเหมาะ แถมยังมีรายได้เสริม ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับตัวคุณอีกด้วย ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เหมือนเรื่องทุกเรื่องจะสำเร็จได้โดยง่าย แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกเรื่องต้องลงทุน ลงแรงสุดตัว คาดหวังเอาอะไรไม่ได้ การทำงานเจอเรื่องไม่จบสิ้น ถึงแม้จะได้ไพ่พระนารายณ์ ก็ยังเหนื่อย คุณจะอึดอัดทำอะไรได้ไม่เต็มที่ รวมถึงอาจต้องรับผิดชอบงาน หรือเรื่องวุ่นๆ ของคนอื่นด้วย กลางเดือนเริ่มสดชื่น สบายใจแล้ว มีข่าวน่ายินดีได้เฮฮา สนุกสนาน มีการเลี้ยงฉลอง บรรยากาศรอบตัวจึงไม่เครียด การทำงานพุ่งแรงแซงโค้ง อาจได้เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ดีกว่าเดิม ตอนนี้มีช่องทางเลือกมากมาย แต่ตัวคุณเองจะคว้าไว้ หรือปล่อยไป ปลายเดือนกำลังใจดี การทำงานคล่องแคล่วว่องไว เป็นที่จับตามองของผู้ใหญ่ มีเกณฑ์ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งที่ดี แต่อาจเหนื่อยหน่อย เพราะมีการแข่งขัน แต่ถ้าสู้ไม่ถอย รับรองชนะเห็นๆ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การทำงานต้นเดือนทนเอาหน่อย มีความผิดพลาดถูกตำหนิ ใครที่รู้ตัวว่าเหม่อลอย ทำผิดบ่อย ก็ให้รอบคอบขึ้น สถานการณ์จะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ต้องระวังความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเหมือนที่ผ่านมา กลางเดือนถึงเวลาที่ต้องเดินทางไกล หรือเปลี่ยนที่อยู่ เรื่องงานใจร้อนตลอด ทำอะไรก็ไม่ค่อยสมหวัง ทำให้หัวเสีย เกิดอารมณ์งานเยอะ แบ่งงานให้ใครก็ไม่ได้ ออกแนวอึดอัดเล็กน้อย ช่วงปลายเดือนไปแล้วถึงจะดีขึ้น ยิ่งเรื่องสำคัญที่ต้องตกลงเจรจาควรลงมือในช่วงนี้ การทำงานถ้ามีเจ้านายเป็นผู้หญิงจะก้าวไกลมาก เพราะช่วงนี้เธออารมณ์ดี ทำให้ไม่อึดอัด เสนออะไรก็ได้รับการยอมรับ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การทำงานช่วงนี้เหนื่อยหน่อย เพราะต้องลงทุนลงแรงบุกเบิกเริ่มสร้าง แต่พอหลังจากนั้นก็ดีขึ้น มีคนเข้ามาช่วยเหลือ ใครที่กำลังเบื่องาน ลองหาสิ่งที่คุณถนัดทำดู จัดว่าเป็นสิ่งทีเสริมรายได้ให้คุณไม่น้อย จะมีเด็กใหม่หน้าใสๆ เข้ามาเพิ่มบรรยากาศ คุณจะมีความทะเยอะทะยานสุดๆ ผู้บังคับบัญชาเริ่มมองคุณในแง่มุมใหม่ อยากจะขออะไรใครหรือให้ใครมาช่วยเหลือ ช่วงนี้เหมาะที่สุด ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนงาน จะมีโอกาสดีๆ เข้ามา การทำงานด้วยไฟอันเต็มเปี่ยม ทำให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเล็กๆ งานราบรื่น อาจมีความขัดแย้งกับผู้ใหญ่บ้าง ก็คงต้องออมคำพูดไว้หน่อย เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การทำงานง่ายขึ้น มีเสน่ห์ในคำพูดคำจา ทำให้เป็นที่รักของคนรอบข้าง การประสานงาน การเจรจาก็ง่ายขึ้น มีโอกาสได้ลองอะไรใหม่ๆ มีงานเสริม ช่วงนี้สมองแล่น ทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน คิดอยากเปลี่ยนงานมีโอกาสได้ลุ้น ช่วงนี้คุณจะงานเยอะ ทั้งงานหลักงานเสริม มีแรงทำก็ทำไปก่อน มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงาน ลงทุนทำธุรกิจ กิจการของตัวเอง บางครั้งการออกนอกลู่นอกทางบ้าง ก็ทำให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ การทำงานได้รับการยอมรับที่ดีจากผู้ใหญ่ โดดเด่นในเรื่องความเชื่อมั่นและการแสดงออก แต่ก็เป็นเหมือนดาบสองคม อย่าลืมความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อย่างนั้นจะมีคนไม่ชอบ ให้ระวังทั้งเรื่องงานและคน ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การทำงานมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย วุ่นวายกับเอกสาร และเพื่อนร่วมงาน ช่วงนี้ไม่ใจเย็นจะเกิดปัญหาหลายอย่าง ศัตรูคู่แข่งกำลังรอจังหวะตอนคุณล้มและซ้ำ ถ้าเอาจริงเอาจังมากจะมีคนสนับสนุน งานก้าวหน้า กลางเดือนงานเริ่มเบื่อ จำเจ มองหางานเสริม คิดลงทุนทำกิจการของตัวเองจะดี มีความคิดสร้างสรรค์ก้าวหน้า มีผลงานได้รับคำชม งานที่กำลังเบื่อ อยากโยกย้ายจะมีจังหวะในตอนนี้ ให้พยายามเข้าหาผู้ใหญ่ จะได้รับการสนับสนุน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การงานวุ่นวายเรื่องเอกสาร งานประชุม ช่วงต้นเดือนงานรุม แต่มีคนช่วยเหลือ มีโชคลาภจากงานเสริม ดวงการเดินทางของคุณไม่หยุดนิ่ง มีโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยว มีคนสนับสนุน ได้เจอะเจอสิ่งใหม่ๆ แต่อย่าลืมว่าผู้ใหญ่มีบทบาทสำคัญ ทำตัวนอบน้อมเชื่อฟัง รับรองได้ผลตอบแทนที่ดี มีเพศตรงข้ามเข้ามาทำให้ผลงานมีชื่อเสียง ปลายเดือนอารมณ์แปรปรวน การทำงานขาดความสม่ำเสมอ ทำให้ตกเป็นเป้าของคู่แข่งให้เล่นงานคุณได้ง่าย ต้องใจเย็นอีกนิด รับรองอนาคตเป็นต่อคู่แข่งแน่นอน ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การทำงานโลดแล่น มีความก้าวหน้า ได้โอกาสในการปรับตำแหน่ง หรือมีหน้าที่การงานใหม่ที่ดีขึ้น งานต่างประเทศ ทำสัญญาเจรจาเหมาะสมที่สุด สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานดีขึ้นกะทันหัน มีคนมาแบ่งเบาภาระของคุณ มีความคิดดีๆ ให้รีบนำเสนอ จะได้รับการตอบรับ ทำงานต้องอาศัยการพูดจา ขอความช่วยเหลือ ทำคนเดียวคงยาก พยายามใช้วาจาให้เกิดประโยชน์ ดวงผู้ช่วยของคุณดีอยู่แล้ว แต่อาจมีอุปสรรคบ้างเกี่ยวกับการเดินทาง ยิ่งใจร้อน งานยิ่งเสีย ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การทำงานมาแรงมากๆ ความเอาจริง เอาใจใส่งาน ทำให้ผลงานโดนตาผู้ใหญ่ กลายเป็นคนสำคัญ งานใหญ่ งานสำคัญ จะเป็นคุณที่ได้รับมอบหมาย  อาจจะลำบากใจอยู่บ้าง เพราะคนรอบข้างไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แต่ถ้าตั้งใจเต็มที่ ไม่มีผิดหวังแน่นอน ช่วงนี้คิดอะไรได้หลายอย่าง มีวาทศิลป์ดี การทำงานพยายามหาสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเอง มีความก้าวหน้าตลอด ช่วงนี้มีโอกาสรับผิดชอบงานใหม่ มีช่องทางในการทำงานเสริม ทำได้หลายอย่างพร้อมกันเพราะมีผู้ช่วยดี มีการโยกย้ายงาน เปลี่ยนงาน แต่นับว่าโชคดี มีคนคอยสนับสนุน ช่วงนี้เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม ถ้าแยกกลุ่ม เป็นเป้าสายตาแล้วจะมีเรื่องราววุ่นวายตามมา ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การทำงานได้ผู้ใหญ่มาเกื้อหนุน ยิ่งถ้าผู้บังคับบัญชาเป็นผู้หญิงยิ่งดี จะมีความเมตตา ผ่อนผันไม่เข้มงวด แต่คุณก็ต้องรู้จักเข้านอกออกในด้วยเหมือนกัน งานบริการ พบปะติดต่อรุ่งสุดๆ มีคนชมไม่เว้นแต่ละวัน ถ้ามีประกวดพนักงานดีเด่น คุณไม่พลาดแน่ การงานจะวุ่นวาย ขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ ทำให้ดินพอกหางหมู แต่ถ้าคิดเปลี่ยนงาน มีโอกาสดี คุณจะต้องทำงานอาศัยผู้อื่น ต้องมีการประสานงาน อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม จะเสียชื่อ เสียงาน พยายามหาที่ปรึกษา หาเพื่อนฝูง จะทำให้เย็นลง อาจจะเหนื่อยหนักสักหน่อยช่วงนี้ เจอปัญหาเกี่ยงงาน เล่นพรรคเล่นพวก จนอาจเกิดความขัดแย้ง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การงานก้าวหน้า ใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ มีผลงานประจักษ์ต่อสายตาผู้คน การเลื่อนขั้นอยู่แค่เอื้อม ให้รู้จักขวนขวายพบปะผู้คน ต้องขยันเป็นพิเศษ ช่วงนี้มีแข่งขันชิงดีชิงเด่น ถ้าขาดความมุ่งมั่น คะแนนคุณตกแน่นอน ปัญหาสำคัญอีกอย่าง คือความสับสน ช่วงนี้ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจ ให้เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วทุกอย่างจะสำเร็จเอง แนะนำให้คล่องแคล่วกระตือรือร้น เพราะในหัวคุณมีโครงการมากมาย การงานมาแรงมากๆ จนตกเป็นจุดสนใจ ทำอะไรก็เก่งก็ดี มีคนมาขอความช่วยเหลือ ผู้ใหญ่เห็นแวว มีคนชักชวนทำงานใหม่ เสนอโอกาสดีๆ ให้รีบฉกฉวย ช่วงนี้ได้รับการยอมรับเป็นพิเศษ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น อ่านเพิ่มเติมที่หนังสือ พยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี ปี2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

X JAPAN เลื่อนคอนเสิร์ต-ออกอัลบั้ม หลังมือกีต้าร์ป่วยหนัก เข้า ICU
X Japan /  เอ็กซ์ เจแปน

พาตะ (PATA) สมาชิกคนสำคัญตำแหน่งมือกีต้าร์คู่บุญของวง X JAPAN ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่โตเกียวตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนถูกส่งเข้ารักษาตัวด่วนที่ ICU เนื่องจากอาการผนังลำไส้ใหญ่อักเสบและภาวะอุดตันของหลอดเลือดดำในตับ แม้ขณะนี้เขาจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องให้อาหารผ่านทางหลอดเลือดดำ และทำการรักษาต่อไปอย่างใกล้ชิด พาตะ X JAPAN จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ของ X JAPAN ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นที่ Wembley Arena กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในกลางเดือนมีนาคมนี้ต้องเลื่อนออกไปเป็น 4 มีนาคม ปี 2017 สมาชิกของ X JAPAN ต่างออกมากล่าวขอโทษแฟนเพลงของพวกเขา และแสดงความเป็นห่วงอาการของ พาตะ โดยมือเบส HEATH กล่าวว่า "พวกเราขอโทษอย่างสุดซึ้งสำหรับการเลื่อนคอนเสิร์ตที่ Wembley และการเลื่อนออกอัลบั้มใหม่ด้วยครับ แม้จะลำบากใจ แต่เพื่อการแสดงที่สมบูรณ์แบบแก่แฟนๆ เราจึงจะรอคอยพาตะครับ... พวกเราสัญญาว่าจะกลับมาพร้อมการแสดงที่ดีกว่าเดิม และโชว์ความสุดยอดของพวกเราบนเวทีคอนเสิร์ต ดังนั้นได้โปรดรอคอยการกลับมาของพวกเราด้วยครับ" YOSHIKI หัวหน้าวง X JAPAN กล่าวว่า "จิตใจของผมเต็มไปด้วยความเสียใจครับ ไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดถึงคำขอโทษที่ผมอยากกล่าวต่อแฟนๆ ได้อย่างไร แม้จะรู้ว่า 'show must go on' แต่ ณ เวลานี้ ผมทำได้เพียงภาวนาให้ พาตะ กลับมาเป็นปกติดังเดิมเท่านั้น ผมไม่สามารถจะรับความสูญเสียมากกว่าที่พวกเราเจอได้แล้วครับ ผมสัญญาว่า X JAPAN จะกลับมาอยู่กับแฟนๆ อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิมครับ" นักร้องนำ ToshI กล่าวว่า "พวกเราขอโทษอย่างสุดซึ้งที่ทำให้แฟนๆ ของพวกเราต้องเป็นห่วงและสับสน หลังจากนี้ X JAPAN จะกลับมาพร้อมกับพาตะ และเดินทางบนถนนสายดนตรีร่วมกันอีกครั้งครับ" ด้าน SUGIZO กล่าวว่า "จะไม่มี X JAPAN หากไม่มี พาตะ ดังนั้นผมจะรอคอยต่อไปครับ" ไม่เพียงแค่คอนเสิร์ตใหญ่ที่ Wembley Arena เท่านั้น เพราะการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของ X JAPAN ก็จะถึงเลื่อนออกไปเช่นกัน โดยยังไม่มีการเผยกำหนดการใหม่ในขณะนี้. ข้อมูลจาก musicjapanplus และ barks ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

นักปั่นได้กรี๊ด! กระบอกน้ำอัจฉริยะ เติมน้ำได้เอง จากความชื้นในอากาศ
Self-Filling Water Bottle /  กระบอกน้ำ / 

เวลาปั่นจักรยาน หรือเดินทางไกลเป็นชั่วโมงในต่างจังหวัด และรู้สึกเหนื่อยจนคอแห้งสุดๆ พอหันลงมามองกระบอกน้ำที่อยู่บนรถเรา ปรากฏว่าน้ำไม่มีซักหยด ความรู้สึกนี้แหละที่มันเซ็งสุดๆ แถมมองหาร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ก็ไม่เจอ เท่านั้นยังไม่พอ หากตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงๆ บ่ายๆ เวลาที่แดดกำลังร้อนเต็มที่ เวลาเหนื่อยมากๆ พาลจะทำให้เป็นลมแดดได้เลยนะ แต่ปัญหานี้จะหมดไปครับ เพราะวันนี้ Men MThai มีแก็ตเจ็ตดีๆ มาแนะนำให้รู้จักกัน นั่นก็คือ Self-Filling Water Bottle หรือ กระบอกน้ำที่เติมน้ำได้เองอัตโนมัติ นั่นเอง อุปกรณ์ชิ้นนี้ ดูเผินๆ อาจจะเหมือนมันสามารถเสกน้ำได้เองอัตโนมัติเหมือนกับของวิเศษจากโดเรม่อน แต่จริงๆ แล้วการทำงานของมันเทพมากๆ เลยครับ นั่นก็คือ เจ้ากระบอกน้ำนี้จะดูดอากาศเข้าไปในช่องลมด้านบน จากนั้นตัวฝาจะทำหน้าที่แยกความชื้นออกจากอากาศ และเก็บความชื้นนั้นไว้ในรูปของหยดน้ำ จนน้ำเต็มกระบอกนั่นเอง ซึ่งพลังงานการกลั่นน้ำแบบนี้ ก็ใช้พลังงานสะอาดจาก Solar Cell อีกด้วย อย่างไรก็ตาม gadget สุด cool ตัวนี้ยังเป็นโครงการที่พร้อมจะให้ระดมทุนเร็วๆ นี้นะครับ ต้องยอมรับเลยว่ามันเจ๋งเอามากๆ แถมนอกจากจะใช้ในการทำกิจกรรม outdoor แล้ว อุปกรณ์ชิ้นนี้ยังใช้ไปทำประโยชน์อื่นๆ ในที่ที่ขาดแคลนน้ำได้อีก ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิ๊กที่ลิงค์ด้านล่างเลยครับ เจ๋งดี Cool! Magic Water..Self-Filling Water Bottle Converts Humid Air into Drinkable H2O. Posted by GI Gadgets on 29 มกราคม 2016 source: fontus.at

เก็บตก! สีสันงาน 'ซูเปอร์โบว์ล' ดึง กาก้า-บียอนเซ่ ร้องเพลง เรทติ้งพุ่ง
ชูเปอร์โบว์ล /  ซุเปอร์โบว์ล / 

ถือได้ว่า เป็นงานใหญ่ที่คอกีฬาทั่วโลกตั้งตารอ สำหรับศึกซุปเปอร์โบว์ลครั้งที่ 50 ซึ่งเป็นการแข่งขันชิงแชมป์อเมริกันฟุตบอลอาชีพประจำปีของเอ็นเอฟแอล ระหว่างทีมผู้ชนะเลิศของ สายเอ็นเอฟซี (NFC, National Football Conference) และ สายเอเอฟซี (AFC, American Football Conference) จัดขึ้นวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมกราคม หรือวันอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี การชิงชนะในปีนี้ เป็นศึกศักดิ์ศรีระหว่าง "ไอ้ม้าป่า" เดนเวอร์ บรองโกส์ ทีมที่มีเกมรับอันดับ 1 ของลีก และเพิ่งเขี่ยแชมป์เก่า นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ มาในรอบชิงแชมป์สาย จะเป็นตัวแทนของสาย เอเอฟซี ส่วนคู่ต่อสูงในครั้งนี้คือแชมป์จากสายเอ็นเอฟซีอย่าง "ไอ้เสือดำ" คาโรไลนา แพนเธอร์ส ทีมที่มีเกมรุกอันดับ 1 ของลีก ซึ่งมีสถิติไร้เทียมทานชนะมาถึง 17 นัด และแพ้เพียงนัดเดียวเท่านั้น ผลของการแข่งขัยปรากฏว่า เดนเวอร์ บรองโกส์ คว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลสมัยที่ 3 จากการนำโดยเพย์ตัน แมนนิ่ง ควอเตอร์แบ๊ก หลังจากเชือกเฉือนกันอย่างเมามันส์ 24-10 ในช่วงเช้าวันนี้ ตามเวลาในประเทศไทย “วงโคลด์เพลย์-บียอนเซ่-บรูโน่ มาร์ส” ร่วมแสดงช่วงพักการแข่งขันซุปเปอร์โบว์ล สร้างความประทับใจให้ปชช.อย่างล้นหลาม ส่วนสีสันในช่วงพักครึ่ง ก็ได้นักร้องผิวสี พลังเสียงขั้นเทพอย่าง บียอนเซ่ ที่มา ฟีเจอร์ริ่ง กับ บรูโน่ มาร์ส และ คริส มาร์ติน วงโคลด์เพลย์ ในเพลง “วีว่า ลา วีด้า”, พาราไดส์ และ แอดเวนเจอร์ ออฟ เดอะ ไลฟ์ ไทม์ซึ่งการแสดงได้สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมได้ไม่น้อย เป็นงานช้างระดับชาติ สำหรับการแข่งขัน 'ซูเปอร์โบว์ล' ประจำปี 2016 และสิ่งที่เป็นสีสันอย่างมากในทุก ๆ ปี คือการแสดงของเหล่าศิลปิน ในปีนี้ ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 50 ได้ 'เลดี้ กาก้า' ศิลปินสาวชื่อดังตัวแม่ ขวัญใจเหล่าสาวแท้เทียม ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ขับร้องเพลงสตาร์ สแปลงกอล แบนเนอร์  เพลงชาติสหรัฐฯในงาน เลดี้ กาก้า มาพร้อมชุดสูทสีแดง แบรนด์กุชชี่ เข้ากับพื้นธงชาติสหรัฐฯด้านหลัง แต่สิ่งที่ทำให้เกิดประเด็นพูดถึงอย่างมากในครั้งนี้ คือการส่งผ่านอารมณ์ในการร้องเพลง ที่ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความซาบซึ้งกินใจ มีพลัง และเข้าถึงอารมณ์ทำให้ผู้ชมในสนาม เกิดเสียงโห่ร้องชื่นชมตลอดการแสดง ประเด็นการร้องเพลงของ เลดี้ กาก้า ครั้งนี้ ได้รับเสียงตอบรับจากโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่ารู้สึกมีความสุขที่ได้ฟังเธอร้องเพลงในวันนี้ บางคนบอกว่าตลอดการแสดง มันทำให้พวกเขาขนลุก เนื่องจากมีการตัดภาพไปที่ทหารในเครื่องแบบ ที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงความหมายของเพลง และมีการทวิตข้อความเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวในวันนี้ ทั้งนี้การได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลงชาติสหรัฐในการแข่งขัน ซูเปอร์โบว์ล ถือเป็นเกียรติประวัติในชีวิตอย่างสูง เนื่องจากการแข่งขันดังกล่าว มีผู้ชมเกิน 1,000 ล้านคนในการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก https://youtu.be/LNT1clodvCE อย่างไรก็ตาม การแข่งขัน 'ซูเปอร์โบวล์' ได้ขึ้นชื่อว่าเป๋นรายการมีผู้ชมมากที่สุดในรอบปีในสหรัฐฯ ซึ่งมีจำนวนมากกว่ารายการโทรทัศน์ใด ๆ แม้แต่การประกาศผลรางวัลออสการ์ ดังนั้นอัตราค่าโฆษณาระหว่างการแข่งขันมีมูลค่ามหาศาล ว่ากันว่าในปี พ.ศ. 2548 ค่าโฆษณามีอัตราประมาณ 200 ล้านบาทต่อนาที ถึงกระนั้น ในช่วงมหกรรมการแข่งขันซุปเปอร์โบว์ล ก่อให้เกิดเงินที่แพร่สะพัดมหาศาลในแต่ละปี โดยเฉพาะวงการโฆษณาซึ่งมีการแข่งขันที่สูงมากจึงทำให้โฆษณาในซุปเปอร์โบว์ลในแต่ละครั้งนั้นมีมูลค่าแพงที่สุดในทุกช่วงเวลาของสหรัฐฯ ส่วนสปอนเซอร์เจ้าประจำ เห็นจะหนีไม่พ้น เครื่องดื่มน้ำดำรายใหญ่ ที่ซื้อโฆษณาในงานติดต่อกันหลายปี ซึ่งในปี 2557 ราคาโฆษณาจะคิดเป็นราคา 30 วินาทีละ 4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือสูงถึง 132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% ในรอบ 10 ปีก่อนหน้า นับตั้งแต่ปี 2557 ถึง 2556 การแข่งขันซุปเปอร์โบว์ล ได้สร้างรายได้ไปแล้วถึง 2 พันล้านดอลล่าร์ หรือ 66,000 ล้านบาท จากแค่การขายโฆษณา จากกว่า 130 บริษัทที่ทุมงบซื้อ เพราะบริษัทเหล่านี้ สามารถมั่นใจได้ว่า แต่ละครั้งผู้ชมจะได้เห็นโฆษณาของตัวเองเป็นจำนวนมาก และทำให้คนทั้งโลกต่างตั้งตารอคอย โฆษณาแบบตาไม่กระพริบเลยทีเดียว MThai News ที่มา people.com

คลื่นความเย็นซัด 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ปชช. หนาวยะเยือก
ColdSnaps2016‬ /  Snow Challenge / 

คลื่นความเย็นพัดเข้าทางตอนเหนือของประเทศ 'อินเดีย' หิมะตกหนัก ประชาชนสวมเสื้อหนาว-ผิงไฟ สภาพอากาศของเมือง ชิมลา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย เย็นลงอย่างรวดเร็วในช่วงวานนี้ หลังจากมีหิมะตกอย่างหนักผ่านไปเพียง 1 วัน ซึ่งความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน มีหิมะตกหนักเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้ทางเชื่อมต่าง ๆ ถูกตัดขาด โดยประชาชนต้องสวมเสื้อกันหนาวหนาหลายชั้น และพยายามรักษาความอบอุ่นด้วยการอยู่ใกล้กับกองไฟนอกจากนี้ยังมีหิมะตกอย่างหนัก ที่เทือกเขาปีปัญจาล ซึ่งเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ กั้นระหว่าง 2 รัฐ โดยทางการสั่งให้มีการปิดถนนหลังจากที่หิมะตกหนัก ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหิมะรุนแรงครั้งนี้หลายรัฐ ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- กรมอุตุนิยมวิทยา เผย วันที่ 4 - 6 ก.พ. นี้ ภาคเหนืออุณภูมิลดลง 3 - 6 องศาฯ ส่วนภาคใต้ฝรตกแห่งบางแห่ง กทม. มีหมอกตอนเช้า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 ในช่วงวันที่ 6 - 8 กุมภาพันธ์ 2559 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าว มีอากาศหนาวเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 3 - 6 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงนี้ไว้ด้วย ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ส่วนพยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 17.00 น. วันนี้ - 17.00 น. วันพรุ่งนี้ มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 - 34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เก็บตกลมหนาว ประมวลภาพปรากฏการณ์ยะเยือกในเอเชีย ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส 25 ม.ค. 2559 ประชาชนสวมใส่เครื่องแต่งกายกันหนาว เดินตามท้องถนน พนักงานรักษาความปลอดภัยบนรถไฟฟ้า บีทีเอส สวมใส่เสื้อกันหนาว ในวันที่ 25 ม.ค. 2559 แม่ค้าขายอาหารข้างทาง สวมใส่เครื่องแต่งกาย เพื่อป้องกันความหนาว กทม. 25 ม.ค. 2559 เวียดนาม 25 ม.ค. 2559 ไต้หวัน 25 ม.ค. 2559 ปากีสถาน 25 ม.ค. 2559 ฟุกุโอะกะ ญี่ปุ่น 25 ม.ค. 2559 ญี่ปุ่น 26 ม.ค. 2559 ชาวบ้านในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ถูกขังอยู่ภายในบ้าน เนื่องจากผลกระทบจากพายุหิมะถล่ม  ข่าวต่างประเทศ รายงานผลกระทบจากพายุหิมะในสหรัฐฯ กรณีที่นาย ชอว์ หยิน และ เฮเลน หลิว สามีภรรยา ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ไม่สามารถออกจากบ้านได้ หลังจากที่เปิดประตูบ้านมาเจอกำแพงหิมะสีขาวหนาหลายเมตร กลบทางเข้าออกจนมิด จากนั้นทั้งคู่ รีบโทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือโดย แต่โชคร้ายที่สภาพอากาศอันเลวร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกระทั่งเมื่อกู้ภัยมาถึง พวกเขาต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงเพื่อขุดหิมะออกจากหน้าประตูบ้านได้ในที่สุด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาวแท้-เทียมแห่แชร์กระแสใหม่ ฝรั่งล่ำแก้ผ้าท้าหนาว โดดใส่หิมะสนั่นโซเชียล  หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศ หรือเมืองที่อากาศหนาวอุณหภูมิติดลบ ถึงขึ้นหิมะตก แน่นอนว่าคุณจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าหนา และพยายามไม่ออกไปอยู่ในที่ที่อากาศหนาว แต่ไม่ใช่สำหรับ ชาเลนจ์รอบใหม่ ซึ่งเป็นการท้าหนาวที่ต้องใช้ความ 'สตรอง' สุด ๆ จนทำให้ ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ เป็นแคมทเปญที่ดูเด็ก ๆ ไปเลย หลังจากกระแส ไอซ์ บัคเก็ต ชาลเลนจ์ ซาไป ในช่วงที่วิกฤตอากาศหนาวกระจายตัวไปทั่วโลกเช่นนี้ ได้เกิดไวรัลระลอกใหม่เกิดขึ้น นั่นก็คือ สโนว์ ชาลเลนจ์ (Snow Challenge) ซึ่งเป็นการท้าทายให้เพื่อน ๆ ออกมาสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น หรือชุดว่ายน้ำ พร้อมทั้งออกนอกบ้าน เพื่อเผชิญกับอากาศหนาวติดลบ และมีหิมะปกคลุมทั่วพื้นที่ จากนั้น ผู้รับคำท้า จะต้องกระโดด พุ่งตัวลงสู่กองหิมะ เผชิญกับอากาศหนาวยะเยือก นอกจากนี้ ยังมีการแชร์คลิปฝรั่งแซ่บในแคมเปญด้งกล่าว จากเพจ สมาคมนิยมฝรั่งล่ำ ที่รวบรวมเอาหนุ่มหล่อ หุ่นดี ซึ่งกำลังปฏิบัติภาระกิจ สโนว์ ชาลเลนจ์ ทำให้มีผู้เข้าไปกดไลท์ และ แชร์คลิปดังกล่าวต่อออกไปราว 8 พันครั้ง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สลดใจ ! สหรัฐฯ ประชาชนเสียชีวิตเฉียดครึ่งร้อย จากผลพวงของปรากฏการณ์พายุหิมะถล่ม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะถล่มอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 48 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหัวใจวายฉับพลัน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สื่อชิลีเผยแพร่ภาพขณะคลื่นยักษ์สูง 5 เมตรซัดเข้าฝั่งเมืองวีญา เดล มาร์ ซึ่งความรุนแรงของคลื่น ทำให้รถที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงตะแคงข้าง สาเหตุสาเหตุของการเกิดคลื่นสูงครั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากที่ ชิลีเผชิญพายุรุนแรงซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทั้งยังเกิดอุทกภัย บ้านเรือนราว 15,000 ต้องเผชิญกับไฟดับราวชั่วโมง ทั้งนี้คลื่นยักษ์ สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ ไฟทาง และแผงกั้นจราจรจำนวนมาก จนกระทั่งทางการต้องนำธงแดง มาปักไว้เพื่อเตือนภัยบริเวณชายหาดตลอดแนว พร้อมทั้งมีคำ สั่งห้ามประชาชนลงว่ายน้ำในทะเลอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งปิดถนนบริเวณหน้าหาด อย่างไรก็ตามรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก BBC Thai ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกิดประเด็นร้อนแรง ที่มีการพูดถึงเรื่องหิมะในประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ อุณหภูมิลดลงในช่วง 1-2 วันอย่างเห็นได้ชัด ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ คาดว่า อีก 3-4 วันอากาศจะร้อนขึ้น และเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์จะเข้าสู่ฤดูร้อน โดยสาเหตุที่ในช่วงนี้มีอากาศหนาว มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อน ปรากฎการณ์เอลนินโญ และการเปลี่ยนทิศทางของกระแสน้ำอุ่น ทำให้เกิดสภาพอากาศที่เรียกว่า 'หนาวสองชั้นอากาศ' คืออากาศเย็นจากขั้วโลกเหนือ และลมแรงกระทบพื้นที่สูงมากผิดปกติ ส่งผลให้ลมหนาวลงมาถึงภาคใต้ตอนบน เมื่อพูดถึงกรณีที่จะมีหิมะตกในประเทศไทย ได้ความว่า หากอุณหภูมิพื้นผิวโดยปกติต้องต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสอย่างดอยอินทนนท์ แต่ที่เห็นในภาพโซเชียลเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว หรือเพียงแต่เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้งเท่านั้น แต่นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นปรากฏการณ์หิมะตก เพราะอุณหภูมิไม่ต่ำมากพอ และหากอุณหภูมิติดลบฝนที่ตกลงมาก็จะกลายเป็นหิมะได้ สนับสนุนข้อมูลโดย springnews ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ในทุก ๆ ปี เมืองคาสโนยาสค์ เมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นไซบีเรียน ประเทศรัสเซีย จะมีการจัดเทศกาลประจำปี โดยสมาชิกของสโมสรว่ายน้ำราว 300 ชีวิต จะออกมาว่ายน้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ เพื่อท้าอากาศหนาวในช่วงที่อุณหภูมิติดลบ ด้วยเหตุผลอันน่าประหลาดใจ โดยสมาชิกสโมสรดังกล่าว จะมีวัยตั้งแต่ ต่ำกว่า 1 ปี ไปจนถึง 79 ปี โดยส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ทั้งนี้สมาชิกบางคนได้ให้เหตุผลว่า การอาบน้ำด้วยน้ำเย็นยะเยือกเช่นนี้ ส่งผลดีต่อสุขภาพของพวกเขา ทั้งยังมีการกล่างอ้างว่า กิจกรรมนี้ ช่วยให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ เผยว่า กิจกรรมนี้ช่วยผ่อนคลาย และเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปี น้ำในแม่น้ำเยนีเซย์ จะกลายเป็นน้ำแข็งปีละหลายเดือน เนื่องจากสถาพอากาศที่หนาวเหน็บติดลบราว ๆ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นอากาศที่หนาวเหน็บและสามารถคร่าชีวิตคนได้เลยทีเดียว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ชาวเมืองในรัสเซีย ผจญอากาศหนาวสุดขั้ว อุณหภูมิ ติดลบ 50 องศา ยาวนานกว่า 280 วัน ล่าสุด 'บีบีซีไทย' ได้นำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของชาวเมืองในรัสเซียที่อุณหภูมิต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส ในเมืองโนรีลส์ก แคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ซึ่งเมืองนี้ เป็นหนึ่งในเมืองที่ตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล หรือ เส้นสมมุติบริเวณขั้วโลกเหนือที่ลากขนานกับเส้นศูนย์สูตร ในเมืองดังกล่าว เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เช่นแร่จำพวก นิกเกิล ทองแดง และโคบอลต์ ทำให้เกิดการสะสมของสารพิษเป็นวงกว้าง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนมาตั้งถิ่นฐานด้วยเช่นกัน โดยสภาพอากาศที่นั่นจะหนาวจัดตลอดเวลา อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -9 องศาเซลเซียส มีฤดูหนาวยาวนานถึง 280 วัน อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจถึง -58 องศาเซลเซียส โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในเมืองดังกล่าว ราว ๆ 170,000 คน ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทะเลสาบและหาดโคลนในเอเชียตะวันออกกลายเป็นน้ำแข็ง วิกฤตอากาศหนาวรุนแรงในรอบศตวรรษ สำนักข่าว บีบีซี รายงานข่าว วิกฤตอากาศหนาว ที่ส่งผลกระทบไปทั่วทวีปเอเชีย ที่ล่าสุด ในเกาหลีใต้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบนท้องถนน จากสภาพอากาศที่เลวร้าย ตามเกาะและท่าอากาศยานกลายเป็นอัมพาต เพราะเกิดพายุหิมะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ออกคำเตือนกรณีที่คลื่นอากาศหนาวในกรุงโซลเมืองหลวงของประเทศ รุนแรง ทั้งอุณหภูมิในเมืองหลวงยังลดลงถึง -18 องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่มา koreaherald ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เกาหลีใต้เผชิญสภาพอากาศหนาวเฉียบพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยหนาว ในกรุงโซล ครั้งแรกในรอบ 5 ปี สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ได้เกิดคลื่นความเย็นพาดผ่านประเทศเกาหลีใต้ ทำให้อากาศในกรุงโซล หนาวจัดอย่างฉับพลัน ทำให้สำนักอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ ต้องประกาศเตือนภัยสภาพอากาศหนาวในเมืองหลวง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดย อิทธิพลของคลื่นความเย็น ทำให้อุณหภูมิอากาศในกรุงโซล เริ่มหนาวเย็นมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งวัดได้ ถึงลบ 16 องศาเซลเซียสและวันที่ 24 ม.ค. วัดได้ถึงลบ 18 องศาเซลเซียส โดย สำนักอุตุฯ เกาหลีใต้ คาดว่า อุณหภูมิอากาศในกรุงโซลในช่วงอย่างน้อย 2-3 วันข้างหน้า จะมีอุณหภูมิอากาศลดต่ำสุด ที่ระดับต่ำกว่าลบ 15 องศาฯ ในตอนเช้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ออกมาโพสต์รูปภาพแสดงอุณหภูมิที่ลดลงในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อกันหนาวออกมาทำงานนอกบ้าน ขณะที่สื่อในเอเชีย รายงานว่าปีนี้มีหิมะตกในหลายประเทศ อาทิ เวียดนามที่มีหิมะปกคลุมไปทั่วภูเขาสูงที่ซาปา ทั้งกว่าครึ่งประเทศมีอากาศหนาวปกคลุม โดยอุณหภูมิติดลบ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบหลายปี แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดปรากฏการณ์หิมะตก แต่ในปีนี้นับปีที่มีหิมะตกปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลอดหลายๆ ปี นอกจากนี้ สปป.ลาว มีรายงานว่าหิมะตกหลังอุณหภูมิติดลบ 3 องศาฯ ใน จ.หัวพัน มีการแพร่ภาพถ่ายเกล็ดหิมะปกคลุมเป็นหย่อมๆ เบาบาง แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ สร้างความตื่นเต้นฮือฮาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก ทางฝั่ง ไต้หวัน ที่โดยปกติไต้หวันจะมีหิมะตกเฉพาะในเขตภูเขาสูงระดับพันเมตรแต่คราวนี้มีหิมะตกในระดับความสูงเพียง 400 ม.เท่านั้น ทั้งอุณหภูมิยังลดลงต่ำสุดในรอบ 40 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากภาวะอากาศหนาวแล้วถึง 15 คน ในเขตซินไถเป่ยและไท่หยวน ส่วนทางด้าน จีน ทางตอนใต้ ที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้น รวมถึงในช่วงฤดูหนาว อากาศในพื้นที่ไม่หนาวจัด แต่ในปีนี้แปลกกว่าทุกปี เนื่องจากในมณฑลกวางตุ้งประสบกับคลื่นความหนาวรุนแรง เกิดน้ำแข็งจับตัว โดยวานนี้ นครกว่างโจวเกิดหิมะตกครั้งแรกในรอบ 60 ปี ทำให้ประชาชน ออกมาเล่นตุ๊กตาหิมะกันอย่างสนุกสนานในวันนี้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ อุณหภูมิที่ลดต่ำลง เกิดจากคลื่นกระแสลมหนาว ได้เคลื่อนตัวลงมาถึงเขตที่มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้นและเขตร้อนชื้น ทว่าโดยปกติมักไม่หนาวจัดถึงจุดเยือกแข็งหรือเกิดหิมะตก แต่ในปีนี้บางประเทศในอาเซียนกลับมีอากาศเย็นยะเยือกจนน้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

TAKE THAT จะกลับมาจัดคอนเสิร์ตในเมืองไทยในรอบ 20 ปี!
Gary Barlow /  Howard Donald / 

Contango ประกาศข่าวใหญ่สะเทือนวงการเพลงป๊อปสากล กับการมาเยือนไทยอีกครั้งในรอบกว่า 20 ปี ของ TAKE THAT ใน SINGHA CORPORATION Presents TAKE THAT LIVE IN BANGKOK 2016 พร้อมแล้วที่จะมาระเบิดความมันให้แฟนเพลงไทยหายคิดถึง 3 มีนาคมนี้ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 3-4 นับเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการเพลงป๊อปยุค ’90 เมื่อ บริษัท คอนแทงโก จำกัด ประกาศข่าวดีของการมาเยือนไทยอีกครั้งในรอบกว่า 20 ปี ของวงดนตรีระดับตำนานจากเกาะอังกฤษอย่าง TAKE THAT (เทคแดต) ด้วยอารีน่าทัวร์ที่ประสบความสำเร็จได้รับการยกย่องว่าเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่แถมขนมาครบทุกเพลงฮิตของพวกเขา... เตรียมพบกับ SINGHA CORPORATION Presents TAKE THAT LIVE IN BANGKOK 2016 (สิงห์ คอร์เปอเรชั่น พรีเซนต์ เทคแดท ไลฟ์ อิน แบงคอก 2016) ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 3-4 ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2559 นี้ ถ้าเอ่ยชื่อ TAKE THAT หลายคนคงคุ้นเคยเป็นอย่างดี นับตั้งแต่ก่อตั้งวงเมื่อปี 1990 ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต่างรู้จัก TAKE THAT เป็นอย่างดีผ่านเพลงฮิตมากมาย เช่น Relight My Fire, How Deep Is Your Love, Everything Changes But You, Could It Be Magic, Pray, A Million Love Songs, Never Forget และ Back For Good โดยการันตีความสำเร็จของพวกเขาด้วยอัลบั้มที่ขึ้นอันดับหนึ่งของ UK ถึง 7 อัลบั้ม, มีซิงเกิ้ลขึ้นอันดับหนึ่งของ UK 12 ซิงเกิ้ล, งานเพลงที่มียอดขายรวมกว่า 45 ล้านแผ่น, ยอดขายบัตรคอนเสิร์ตรวมแล้วมากกว่า 7.5 ล้านใบ และได้รับรางวัลทางดนตรีมาแล้วมากมาย ถึงแม้ว่าปัจจุบัน TAKE THAT จะเหลือสมาชิกเพียงแค่ 3 คน แต่ทั้ง Gary Barlow (แกรี่ บาร์โลว์), Howard Donald (ฮาวเวิร์ด ดอนัลด์ ) และ Mark Owen(มาร์ก โอเวน) ยังคงครองใจแฟนเพลงได้อย่างเหนียวแน่น! Take That - Hey Boy youtube channel : TakeThatVEVO นับจากคอนเสิร์ต TAKE THAT ในเมืองไทยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2538 ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ก็ผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว จนแทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครสามารถพาวง TAKE THAT กลับมาเยือนไทยได้อีกครั้ง! SINGHA CORPORATION Presents TAKE THAT LIVE IN BANGKOK 2016 จึงทำเอาเหล่าสาวกในเมืองไทยถึงกับตื่นเต้น เพราะพวกเขากำลังจะกลับมาพร้อมกับ 'Take That Live' โชว์ที่แฟนเพลงทั่วโลกต่างชื่นชมว่าเป็นอารีน่าทัวร์ที่แสนยิ่งใหญ่ทั้งแสง สี เสียง โปรดักชั่น ลูกเล่นยิ่งใหญ่ตระการตาโชว์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการเพลงเลยก็ว่าได้ คอนเสิร์ตนี้มีผู้เข้าชมทั่วโลกทั้งหมดมากกว่าห้าแสนคนตลอดการทัวร์คอนเสิร์ตเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา และทุกที่ที่เปิดการแสดงบัตรคอนเสิร์ตถูกจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็วด้วย!! แฟนตัวจริง TAKE THAT พลาดไม่ได้กับ SINGHA CORPORATION Presents TAKE THAT LIVE IN BANGKOK 2016 เพราะพลาดหนนี้ ไม่รู้ต้องรออีกกี่ปีถึงจะได้พบกับ TAKE THAT ที่เมืองไทยอีกครั้ง!... เตรียมตัวให้พร้อมแล้วชวนแก๊งค์เพื่อนไปร่วมหวนรำลึกถึงความหลังพร้อมมันสุดเหวี่ยงไปกับพวกเขากันได้ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2559 ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 3-4 บัตรราคา 5,500 / 5,000 / 4,500 / 3,500 และ 2,000 บาท ซื้อบัตรได้พร้อมกันทั้ง 3 ช่องทาง ที่ www.thaiticketmajor.com, บูธ Thaiticketmajor ทุกสาขา, TTM CALL CENTER 02-262-3456 ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมข้อมูลอัพเดทได้ทาง www.contango.co.th ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต หากร่างกาย ขาดวิตามินบี !
ขาดวิตามิน /  ขาดวิตามินบี / 

จากข้อมูลทางวิชาการ พบว่าวิตามินบี (Vitamin B) มีความจำเป็นต่อร่างกายมาก เพราะเป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยาทางชีวเคมีต่างๆ มากมาย หรือเข้าใจง่ายๆ คือ ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติในทุกๆ วันนั่นเอง จึงไม่แปลกที่การขาดวิตามินบี จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะกับผิวหนัง เส้นผม สายตา ตับ และระบบประสาท สำหรับวิตามินบีนั้น ประกอบด้วยกัน 10 ชนิด และวิตามินบีแต่ละชนิดจะทำงานร่วมกัน เป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยในการเผาผลาญอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ วิตามินบียังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและกระบวนการสร้างเม็ดเลือดเพื่อนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างทั่วถึงด้วย ดังนั้น หากขาดวิตามินบีตัวใดตัวหนึ่ง จะทำให้เกิดความผิดปกติแก่ร่างกายได้” หากขาดวิตามินบี จะเกิดอะไรขึ้น? วิตามิน บี 1 (ไธอะมีน) มีส่วนช่วยสร้างสารสื่อประสาท และเป็นวิตามินต้านความเครียดที่ช่วยดึงสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตไปเผาผลาญให้เป็นพลังงานของร่างกายในการจัดการสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ การขาดวิตามินบี 1 อาจทำให้เกิดโรคเหน็บชา แขนขาอ่อนแรง เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย และเกิดความรู้สึกสับสนได้ วิตามิน บี 2 (ไรโบฟลาวิน) มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับสารต้านอนุมูลอิสระ โดยป้องกันเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำร้าย และช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้เป็นปกติมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ การขาดวิตามินบี 2 จะทำให้เกิดแผลที่มุมปากหรือโรคปากกระจอก วิตามิน บี 3 (ไนอะซิน) เป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาทางชีวเคมีมากกว่า 50 ปฏิกิริยา สามารถช่วยในการรักษาอาการเครียดและซึมเศร้า ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต และบรรเทาอาการปวดไมเกรน การขาดวิตามินบี 3 จะทำให้เกิดโรค Pellagra ทำให้มีอาการผิวหนังอักเสบคล้ายถูกแดดเผา ปากลิ้นอักเสบ เบื่ออาหาร หงุดหงิด กังวล และเป็นโรคซึมเศร้าได้ วิตามิน บี 5 (แพนโทธีนิก แอซิด) มีความจำเป็นต่อปฏิกิริยาชีวเคมีต่างๆ ในเซลล์ ช่วยกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนลดเครียดออกมาทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การขาดวิตามินบี 5 จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง อาเจียน ไม่มีแรง นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย เป็นลม ปวดตามแขนและขา การสร้างแอนติบอดีลดลงและติดโรคง่าย มีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย หรือซึมเศร้า วิตามิน บี 6 (ไพริดอกซิน) มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย ทำให้การย่อยอาหาร การดูดซึมของไขมันและโปรตีน การสร้างระบบภูมิต้านทานในร่างกายเป็นปกติ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนให้เป็นปกติจากการกระตุ้นสมองให้หลั่งสารผ่อนคลายที่สำคัญ เช่น สารเซโรโทนิน เมลาโทนิน และนอร์เอพิเนฟริน ซึ่งมีส่วนช่วยลดความแปรปรวนทางอารมณ์ การขาดวิตามินบี 6 จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ซึมและความคิดสับสน คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังบริเวณรอบๆ ตา จมูก ปากและหลังหูจะมีลักษณะเป็นมัน วิตามินบี 7 (ไบโอติน) ช่วยในการสร้างพลังงาน การเจริญเติบโต และการสร้างกรดไขมันในร่างกาย มีส่วนช่วยกักเก็บสารอาหารประเภทโปรตีนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ เช่น เส้นผม ผิวพรรณ และเล็บให้มีสุขภาพดี การขาดวิตามินบี 7 จะทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ลิ้นอักเสบ ผิวหนังซีด แห้ง และหลุดออกเป็นหย่อมๆ มีอาการซึมเศร้า วิตามินบี 8 (อินโนซิทอล) ช่วยในปฏิกิริยาชีวเคมีของไขมัน ทำให้ร่างกายใช้ไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยเสริมอาหารให้แก่สมอง การขาดวิตามินบี 8 จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ผิวหนังอักเสบ บวมแดง คัน และผิวหนังหลุดลอกเป็นขุย วิตามินบี 9 (โฟลิก แอซิด) ทำงานร่วมกับวิตามินบี12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง บรรเทาอาการหมดแรง หงุดหงิดง่าย ปวดศรีษะ อาการหลงลืม ช่วยป้องกันอาการหน้ามืดจากภาวะโลหิตจาง ลดอาการซึมเศร้าจากการตั้งครรภ์ รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบประสาทและสมองของลูกน้อยในครรภ์ให้มีพัฒนาการที่สมบูรณ์อีกด้วย การขาดวิตามินบี 9 จะทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ วิตามินบี 11 (โคลีน) ช่วยในการสร้างสารอะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญในสมอง การขาดวิตามินบี 11 อาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว ไขมันสะสมที่ตับ วิตามิน บี 12 (โคบาลามิน) ช่วยการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือด และช่วยการดูดซึมของทางเดินอาหาร การขาดวิตามินบี 12 จะทำให้โลหิตจาง อ่อนเพลีย เกิดความบกพร่องของระบบประสาท ชาตามปลายมือปลายเท้า และความจำเสื่อมได้ ตามปกติ วิตามินบี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเข้าไปเท่านั้น ซึ่งแหล่งอาหารที่มีปริมาณวิตามินบีสูง ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ถั่ว รำข้าว ยีสต์ เครื่องในสัตว์ ตับ เนื้อหมู ปลา นมเปรี้ยว และผักใบเขียว เป็นต้น การเลือกรับประทานอาหารตามใจปากโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ และการนิยมรับประทานข้าวขาวขัดสีเป็นหลัก ประกอบกับการหุงต้ม ทำให้วิตามินบีในอาหารสูญเสียไปถึงร้อยละ 10 – 50 จึงทำให้เรามีโอกาสขาดวิตามินบีมากขึ้น การรับประทานวิตามินบีเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งการรับประทานวิตามินบีเสริมอาหารนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะวิตามินบีเป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ ร่างกายจะไม่เก็บสะสม ร่างกายจะใช้และขับออกไปในแต่ละวัน แต่ควรคำนึงถึงมาตรฐานการผลิตและปลอดภัยโดยแนะนำว่าในคนปกติ ควรได้รับวิตามินบีแต่ละชนิดในปริมาณ 25-50 มิลลิกรัมต่อวัน และควรได้รับวิตามินบีครบถ้วนทั้ง 10 ชนิดในแต่ละวัน เพื่อช่วยทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ สำคัญ ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการ จะเห็นว่าถ้าร่างกายขาดวิตามินบีส่งผลเสียระบบต่างๆ ของร่างกายมากมาย ไม่ใช่แค่การบำรุงสมอง ดังนั้น ควรเริ่มดูแลตัวเอง ด้วยการใส่ใจในโภชนาการ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และอย่าลืมจัดสรรเวลาให้กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการดูแลสุขภาพกายและใจของเราให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ที่มาเนื้อหาจาก เภสัชกรหญิงวิชชุลดา ผรณเกียรติ์ ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์