ดูดวงตามราศี

รยออุค Super Junior คอนเฟิร์มวันเข้ากรม 11 ตุลาคมนี้
RYEOWOOK /  Super Junior / 

รยออุค หนุ่มเสียงดีจากบอยแบนด์ K-POP วง Super Junior คอนเฟิร์มวันเข้ากรมแล้ว หลังจากเพื่อนร่วมวงทยอยเข้ากรมรับใช้ชาติกันจนเกือบครบ ล่าสุดก็ถึงคิวของนักร้องหนุ่มเสียงดี รยออุค Super Junior ซึ่งล่าสุดทางต้นสังกัดเผยว่าเขาจะไปรายงานตัว ณ ศูนย์ฝึก เขตจึงพยอง จังหวัดชุงช็องเหนือ ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ โดยหลังจากเข้ารับการฝึกเป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์แล้ว รยออุค จะรับราชการทหารนาน 21 เดือน นอกจากเป็นสมาชิกของวง Super Junior แล้ว รยออุค ยังมีผลงานอัลบั้มเดี่ยว รวมทั้งมีผลงานด้านละครเวทีมิวสิคัลและจัดรายการวิทยุ โดยในช่วงก่อนจะเข้ากรม รยออุค จะทิ้งท้ายไว้ด้วยดิจิตอลซิงเกิ้ล Cosmic ร่วมกับนักร้องสาว บาดา ซึ่งเป็นผลงานลำดับที่ 33 ของโปรเจ็ค SM Station ด้วย Embed from Getty Images Embed from Getty Images Embed from Getty Images มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เศรษฐา ปลื้ม เพื่อนศิลปินเตรียมร่วมแจมคอนเสิร์ตใหญ่ ฉลองอายุ 6 รอบ
MUSIC NEVER DIES by เศรษฐา ศิระฉายา /  เศรษฐา ศิระฉายา

แถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา คอนเสิร์ตใหญ่ที่ศิลปินแห่งชาติ เศรษฐา ศิระฉายา ขอฉลองอายุครบ 6 รอบ 72 ปีของตัวเอง ท่ามกลางเพื่อนๆ และศิลปินรุ่นน้องหลากหลายวงที่มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น ในงานแถลงข่าว ได้สองคู่หู คู่ฮา ชมพู-ปิง ฟรุ้ตตี้ เป็นพิธีกรดำเนินงาน ให้ศิลปินเจ้าของคอนเสิร์ตรวมทั้งศิลปินรับเชิญได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของคอนเสิร์ต และเผยความรู้สึกของกันและกัน ก่อนพาเข้าสู่ช่วงมินิคอนเสิร์ตของศิลปินรุ่นพี่กับรุ่นน้องที่ต่างหยิบเพลงของตัวเองมาร้องให้ฟังกันแบบ Non Stop ทั้งเพลง รักสิบล้อรอสิบโมง จาก อำนาจ ศรีมา และ เสริมเวช ช่วงยรรยง วงรอยัลสไปรท์ส, เพลงสนุก ใจสยิว ของ ต้น วงศกร และ เหมียว สมบัติ แห่งวงแมคอินทอช, เพลง ฝากรัก จากเสียงร้องของ สายชล ระดมกิจ ตัวแทนของ วงดิอินโนเซ้นท์, ชมพู-ปิง ฟรุ้ตตี้ ออกมาโชว์เพลง คนข้างเคียง, อ๊อด คีรีบูน ในเพลง รอวันฉันรักเธอ, วินัย พันธุรักษ์ โชว์เพลงประจำตัว คอยน้อง ให้ฟังกันสดๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยเจ้าของคอนเสิร์ต อาต้อย เศรษฐา กับบทเพลง อาลัยรัก ของครูเพลง ชาลี อินทรวิจิตร ซึ่งบรรเลงดนตรีโดย วงต้นเสียง เจ้าของคอนเสิร์ต อย่าง เศรษฐา ศิระฉายา เผยถึงคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างติดตลกว่า ห้ามกระพริบตาเพราะไม่รู้จะมีใครเป็นลมตอนไหน... "Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา ก็ถือเป็นคอนเสิร์ตฉลองครบ 6 รอบ พออายุ 72 ปีก็อยากทำอะไรเป็นที่ระลึกประกาศให้คนรู้ว่าแก่มากแล้ว และทุกครั้งที่อามีคอนเสิร์ตก็อยากจะชวนเพื่อนๆ มาขึ้นคอนเสิร์ตด้วย" "ครั้งนี้นอกจากจะนำเสนอเพลงของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ ที่แฟนเพลงยังคงชอบและอยากฟังกันอยู่ ก็จะมีเพลงของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ ที่มีรุ่นน้อง ๆ เอาไปคัฟเวอร์ เหมือนรวมเพลงในยุคนั้นๆ โดยจะมีวงดนตรีที่รวมยุคกันมา หรือรวมทั้งน้องๆ ที่อาชื่นชมผลงานและความสามารถของเขา และเขาเองก็บอกว่ามีอาเป็นไอดอลก็ขึ้นมาร้องเพลงด้วยกัน มี วงรอยัล สไปรท์ส จี๊ด-สุนทร สุจริตฉันท์, อำนาจ ศรีมา และ เสริมเวช ช่วงยรรยง วงแมคอินทอช เหมียว-สมบัติ ขจรไชยกุล มากับ ต้น-วงศกร รัศมิทัต วงดิอินโนเซ้นท์ ก็มี โอม ชาตรี คงสุวรรณ กับ สายชล ระดมกิจ และอีกวงที่ดังไม่แพ้กัน วงคีรีบูน โดย อ๊อด -รณชัย ถมยาปริวัฒน์ ก็จะมีเพลงฮิตของแต่ละวงมาร้อง และก็มีเพลงของ ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ที่เขาชอบด้วย ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยนะที่วงดนตรี 6 วงนี้จะได้ขึ้นเวทีเดียวกัน ก็แก่ๆ กันเกือบทั้งนั้น ใครไปดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ต้องห้ามกระพริบตาเลยนะ ลืมตามาอีกทีเดี๋ยวจะงงศิลปินบนเวทีหายไปไหน เป็นลมไปแล้ว (หัวเราะ)” แฟนเพลง เศรษฐา และ ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ เตรียมร่างกายวอร์มเสียงกันให้พร้อม แล้วไปเจอกันในคอนเสิร์ต 72 ปี เศรษฐา ศิระฉายา Music Never Dies by เศรษฐา ศิระฉายา นอกจากจะได้เจอกับวง ดิ อิมพอสสิเบิ้ลส์ เต็มวงแล้ว ยังถือเป็นคอนเสิร์ตที่มีอีก 5 วงดนตรีระดับตำนานเพลงเมืองไทยในยุคโก๋หลังวัง ทั้ง รอยัล สไปรท์ส, แมคอินทอช, ดิอินโนเซ้นท์, ฟรุ้ตตี้ และ คีรีบูน มาพบกันเป็นครั้งแรก บรรเลงดนตรี วงต้นเสียง โดย ปธัย วิจิตรเวชการ ซึ่งจะมาร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวตลอดเวลากว่า 60 ปีในวงการบันเทิง และร่วมฉลองอายุครบ 6 รอบของศิลปินแห่งชาติไปด้วยกัน ในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน บัตรราคา 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1,500 บาท จำหน่ายบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา www.thaiticketmajor.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

Backstreet Boys คัมแบ็ค! จ่อจัดคอนเสิร์ตรียูเนี่ยนที่เวกัส
Backstreet Boys /  Entertainment / 

Backstreet Boys บอยแบนด์ในตำนานแห่งยุค 90 กำลังจะกลับมารียูเนี่ยนกันอีกครั้งในคอนเสิร์ตที่เวกัส! Backstreet Boys ประกาศเตรียมเปิดฉากคอนเสิร์ต Backstreet Boys: Larger Than Life ในวันที่ 1 มีนาคม ปี 2017 ณ The AXIS ที่ Planet Hollywood Resort & Casino ในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา Image: backstreetboys.com Nick Carter หนึ่งในหนุ่มหล่อของวง เผยผ่านออฟฟิเชี่ยลเวบไซต์ของ Backstreet Boys ว่า พวกเขาตื่นเต้นเอามากๆ เมื่อนึกภาพว่าเพลงฮิตมากมายของ Backstreet Boys กำลังจะถูกนำไปแสดงที่เวกัส ด้านสมาชิกคนอื่นๆ ก็เสริมว่า การใช้ชื่อโชว์ว่า Larger Than Life ก็เพราะคำจำกัดความของธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ดีที่สุด บอกเลยว่าแฟนพันธุ์แท้ Backstreet Boys ห้ามพลาดจริงๆ! เตือนตัวเองไว้เลย เริ่มเปิดจองบัตร 1 ตุลาคมนี้แล้ว ในราคาบัตรเริ่มต้นที่ 39 ดอลล่าร์สหรัฐ. ดูบทความต้นฉบับ : The Backstreet Boys are getting a Vegas residency, so start screaming

ละคร นางอาย , เรื่องย่อ นางอาย
ละครนางอาย /  ละครนางอาย ตอนแรก / 

นางอาย บทประพันธ์โดย : นราวดีบทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกษกำกับการแสดงโดย : ปวันรัตน์ นาคสุริยะออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครนางอาย ...กำแพงรั้วที่เรียกว่าโรงเรียน ซึ่งตัดขาดเธอจากโลกภายนอก แต่มันกลับพาเธอก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ โลกของมิตรภาพ เมื่อความรักฉันท์เพื่อนก่อตัวสูงขึ้น ขอบรั้วที่เคยบีบรัดหัวใจก็ค่อย ๆ ทลายลง สุดท้ายที่ ๆ เคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเรือนจำของความสุข กลายเป็นสถานที่แห่งความรักความผูกพัน ที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเธอ... อภิรดี อโณทัย หรือ นาง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ลูกสาวคนเดียวของ เด่นชาติ และเอมอร เมื่อนางเริ่มเป็นที่หมายตาจากหนุ่ม ๆ เพื่อนร่วมรุ่นในโรงเรียนสหศึกษา เด่นชาติ และเอมอร ตัดสินใจส่งตัวไปเรียนโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วนที่ปีนัง เพราะไม่อยากให้ลูกสาวริรักในวัยเรียน หวังให้เหล่าซิสเตอร์ผู้เข้มงวดช่วยอบรมขัดเกลามารยาทกุลสตรี นักเรียนไทยหลายคนต่างมองว่าโรงเรียนคอนแวนต์แห่งนั้น คือโรงเรียนดัดสันดารของเหล่าสาวแสบ ก้าวแรกที่นางได้ก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน ซิสเตอร์ออเดรย์ หัวหน้าแม่ชีที่ดูแลนักเรียนประจำ ม.ปลายรัก และเอ็นดูนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ไม่วายขัดใจนางด้วยการตรวจค้นกระเป๋าเสื้อผ้า และริบข้าวของที่ไม่จำเป็นไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นางแทบจะกรี๊ด... สเตตัสสุดท้ายที่นางโพสก่อนจะจำใจส่งมือถือให้ซิสเตอร์ซิสเตอร์ออเดรย์คือ "ลาก่อนอิสรภาพของฉัน วันหนึ่งเราคงได้พบกันใหม่" นางได้เช็คอินสถานที่โดยครีเอทใหม่ ว่า เรือนจำคอนแวนต์ ละครนางอาย เรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการผู้เคร่งขรึมหมายจะให้เด่นชาติพบกับ ซิสเตอร์เทเรซ่า แม่ชีคนไทยเพียงคนเดียวที่อกหักจากรักแรกจนต้องตัดสินใจหันหน้าเข้าหาพระเจ้า สาบานตนว่าชาตินี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก อดีตคนรักของเทเรซ่าก็คือท่านรัฐตรีเด่นชาติ ! คุณแม่อธิการต้องการให้ทั้งสองได้พบกัน..ก็เพื่อให้ซิสเตอร์เทเรซ่าตัดใจอย่างถาวร แต่การที่เด่นชาติจูงมือนางเข้ามาในโรงเรียนนั้น ยิ่งทำให้แผลใจของซิสเตอร์เทเรซ่าถูกซ้ำเติมมากขึ้น นางได้พบกับ จรรยา หัวหน้านักเรียนไทยรุ่นพี่ที่ศึกษาอยู่ชั้นม.6 จรรยาแนะนำให้นางรู้จักกับกลุ่มนักเรียนไทยในชั้นเรียน ฝากฝังให้ สินีนาฏ สาวไทยแสนเรียบร้อยเป็นคนดูแลนาง สินีนาฎถูก สายสนม แม่ของเธอส่งมาอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ม.1 เพราะพ่อแม่หย่ากัน และสายสนมต้องทำงาน และดูแลลูกเพียงคนเดียว สินีนาฏ และนางถูกชะตากันทันทีที่เจอ สินีนาฎแนะนำทุกอย่างให้นาง ตั้งแต่สถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน กิจวัตรประจำวัน และอธิบายเรื่องการอาบน้ำแบบ Fast Speed 5 นาทีทันใจ โดยมีแม่ชีสุดโหดเฮี้ยบอย่าง ซิสเตอร์ฟรานซิส เป็นผู้ดูแลการเปิด-ปิดวาล์วน้ำในระหว่างการอาบ นางแทบจะร้องไห้ที่ต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ นอกจากสินีนาฎแล้ว ยังมีนักเรียนไทยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนาง นั่นคือ สายสุดา และมีนา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยสายสุดามองว่ามีนาคือลูกน้องของเธอ ส่วนมีนาเองก็อาศัยบารมีของสายสุดาทำตัวอวดเบ่งกับทุกคน เพราะสายสุดามีดีกรีเป็นถึงน้องสาวคนเดียวของท่านกงสุลไทยประจำปีนัง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าที่สายสุดาชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจ และต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ เพราะปมชีวิตส่วนตัวที่ความจริงแล้วสายสุดาคือลูกนอกสมรส สายสุดาไม่ชอบหน้านาง เพราะตั้งแต่นางเข้ามาในโรงเรียนหลายคนให้ความสนใจจนเด่นเกินหน้าเกินตา สายสุดาหาทางแกล้งนางอยู่เสมอแต่กลับโดนนางเอาคืนทุกที อย่างในงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนใหม่ประจำปี นางโดนสายสุดาแกล้งจนพลัดตกลงไปในบ่อบัว สินีนาฎพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นางได้ทีจึงเอาชุดนักเรียนที่เปียกชุ่มยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของสายสุดา สายสุดาโกรธมาก หมายใจไว้ว่างานนี้เธอกับนางไม่มีวันอยู่กันอย่างมีความสุขแน่ ทุกวันพฤหัสบดีถือเป็นวัน English Day คือวันที่นักเรียน และซิสเตอร์ทุกคนต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น สายสุดาและมีนาคอยฟ้องซิสเตอร์ว่านางแอบพูดภาษาไทย นอกจากคู่อริสองแสบแล้ว นางยังมีศัตรูอีกคน คือ จอยคาม สาวน้อยเจ้าถิ่นในปีนังที่มีเรื่องปะฉะดะกับนางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน จอยคามเห็นสายสุดาไม่ชอบนาง จึงรวมตัวกันหาทางกลั่นแกล้งนาง ละครนางอาย นอกจากสินีนาฎ นางยังมีเพื่อร่วมรุ่นอีก 2 คนที่สนิทกัน นั่นคือ ฮองลัน สาวอ้วนที่รักการกินเป็นที่สุด ฮองลันเป็นนักเรียนไป-กลับที่สนิทกับนาง เพราะทั้งคู่คอยช่วยกันหาทางแอบลอดเอาของกินเข้ามาทานในรั้วโรงเรียนอยู่เสมอ และฮองลันประทับใจนางมากที่เคยโดนซิสเตอร์ฟรานซิสจับได้เรื่องแอบเอาขนมเข้ามาทานที่ห้องเรียน นางก็พร้อมจะโดนลงโทษร่วมกับฮองลันไปด้วย อีกหนึ่งสาวที่นางชื่นชมตั้งแต่แรกเห็น คือ มาเรีย สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-มาเลเซีย ที่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะพิการมาตั้งแต่เด็ก หลายคนชอบพูดจาดูถูก และรังเกียจมาเรีย แต่นางไม่คิดแบบนั้น แถมยังคอยช่วยซ่อมรถเข็นให้มาเรียอีกด้วย ทุกวันศุกร์ที่นักเรียนทุกคนต้องเข้าโบสถเพื่อนมัสการพระเจ้า นางได้รู้ว่ามาเรียร้องเพลงเพราะมาก นางจึงสนับสนุนให้มาเรียได้ขึ้นร้องนำในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างงานวันไหว้ครู นางพยายามทำทุกอย่างให้มาเรียได้แสดงความสามารถของเธอ จนในที่สุดมาเรียก็ได้ร้องนำ แถมนางรับเลือกจากเพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องให้เป็นตัวนักเรียนไทยไปถือพานไหว้ครู สายสุดา และมีนาทั้งโกรธทั้งเสียหน้าที่เสียตำแหน่งให้นาง เลยหาทางแกล้งไม่ให้นางได้ถือพาน แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สายสุดาแอบรู้ว่านางชอบแอบใช้มือถือของ คัมพล เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนางที่เรียนอยู่โรงเรียนซิสเตอร์เซเวียร์ชายล้วนรั้วติดกัน โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอ คัมพลเป็นลูกชายคนเล็กของพิทักษ์ เศรษฐีเหมืองแร่ในภูเก็ตซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับเด่นชาติ คัมพลไม่เคยขัดใจนางเพราะแอบชอบนางอยู่ เรื่องนางติดต่อกับเพื่อนนักเรียนชายโรงเรียนข้าง ๆ ดังไปทั่ว คุณแม่อธิการตัดสินใจตามตัวท่าน ธนาธิป กงสุลไทยที่รับหน้าที่ดูแลนักเรียนไทยที่อยู่ที่ปีนังทั้งหมด แถมยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของสายสุดาอีกด้วย นางจึงตั้งท่าไม่ถูกชะตากับธนาธิปตั้งแต่ยังไม่เจอตัว ธนาธิปตามตัวผู้ปกครองของนางและคัมพลมาพบ การเจอหน้ากันครั้งนี้ทำให้ธนาธิปรู้ว่าพิทักษ์หมายปองให้นางแต่งงานกับคัมพลหลังเรียนจบจากคอนแวนต์ เมื่อรู้ว่ามีชายหนุ่มหมายปองสาวแก่นเซี้ยวอย่างนาง ธนาธิปก็แปลกใจไม่น้อยว่าอะไรที่ทำให้คัมพลชอบนางได้ขนาดนี้ ยิ่งสงสัย..ก็ยิ่งเข้าใกล้นางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่นางเสนอความคิดออกมา มักทำให้ธนาธิปทึ่งในความเฉลียวฉลาดของนางอยู่เสมอ ละครนางอาย ความไม่ลงรอยของนางและสายสุดาเริ่มทวีคุณความแรงขึ้น เมื่อถึงกิจกรรมกีฬาสีมาถึง เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายตั้งใจจะให้กิจกรรมนี้เป็นการสมานแผลระหว่างนางกับสายสุดา โดยจัดให้ทั้งคู่อยู่สีเดียวกัน แต่แผนกลับไม่เป็นไปตามที่คิด สายสุดาร่วมมือกับจอยคามที่อยู่คนละสีแอบโกงในการแข่งขันว่ายน้ำ จนนางเกือบจะจมน้ำเพราะเจ็บขา แถมจอยคามก็ไม่ช่วยเธอเสียด้วย กลายเป็นสินีนาฎ และจรรยาต้องเป็นคนลงไปช่วยนางขึ้นมาแทน เหตุการณ์ครั้งนี้คุณแม่อธิการโกรธมาก ทำโทษกลุ่มนาง และสายสุดายกใหญ่ พร้อมทั้งตามตัวธนาธิปให้มาทราบเรื่องนักเรียนไทยมีปัญหากันเอง ธนาธิปจึงต้องรับหน้าที่เป็นดูแลควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ธนาธิปลงโทษทุกคนด้วยการให้ช่วยทำความสะอาดบ้านทูต ร้อยมาลัย ทำกับข้าวเพื่อต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมืองที่เข้ามาพักที่บ้านพักของสถานทูตไทย แรก ๆ ทุกคนอิดออด แต่หลัง ๆ กลับเสนอตัวขอมาช่วยงานเสมอ เพราะต้องการออกมานอกรั้วคอนแวนต์ นางชอบแอบปีนต้นมะม่วงที่อยู่ข้างห้องทำงานธนาธิป แรก ๆ ธนาธิปตกใจ และเรียกนางมาต่อว่าในความไม่เป็นกุลสตรี แต่นาน ๆ เข้าก็ปล่อยให้ปีนขึ้นปีนลงอยู่เรื่อย ๆ จนเป็นความคุ้นเคย แถมบางวันนางยังแอบเข้ามาในห้องทำงานธนาธิป จัดการเปลี่ยนหลอดไฟในห้องที่ติด ๆ ดับ ๆ ให้เสียด้วย นอกจากธนาธิปที่ต้องคอยดูแลนักเรียนไทยในปีนังแล้ว ยังมี ชัยพงษ์ อีกคนที่เป็นกงสุลไทยที่ดูแลในส่วนของกิจกรรมประเพณี และวัฒนธรรม ชัยพงษ์มีโอกาสได้เจอกลุ่มนักเรียนไทยอยู่เรื่อย ๆ ชัยพงษ์เป็นพี่ชายคนกลางของคัมพล จึงสนิทสนมกับนางเช่นกัน ชัยพงษ์ต่างกับธนาธิปแบบคนละขั้ว เพราะชัยพงษ์คือหนุ่ม Biker ที่มีมอเตอร์ไซค์ Big Bike คันเท่เป็นพาหนะคู่กาย ธนาธิปไม่พอใจที่ชัยพงษ์สนิทสนมกับนางเพราะคิดว่าชัยพงษ์แอบชอบนาง แต่จริง ๆ แล้ว ชัยพงษ์แอบชอบสินีนาฎ และนางเองก็รู้แถมยังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ด้วย แต่สินีนาฎกลับไม่มีใจให้เพราะเธอแอบหลงรักธนาธิปมาตั้งแต่แรกเจอเช่นกัน เวลาผ่านไป...นางเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นในรั้วคอนแวนต์ แต่ก็ยังไม่วายแหกกฎระเบียบโรงเรียนอยู่เสมอ วีรกรรมที่โด่งดังของนางคือการแอบเอาอาหารคาวหวานซุกซ่อนเข้ามาในกระเป๋าเสื้อผ้าทุกครั้งที่กลับเข้าโรงเรียนในวันจันทร์ต้นเดือน... อาทิตย์นี้เป็นวันเกิดของฮองลัน นางวางแผนแอบเอาขนมเค้กเข้ามาฉลองวันเกิด โดยจะแอบเอาเค้กปอน์ดใส่มาในกล่องรองเท้าพละ และขอให้จรรยาช่วยปล่อยผ่านตอนเข้าเวรตรวจกระเป๋า แต่เมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก เมื่อนางเปิดกล่องรองเท้าพละออกมา กลับพบว่าจากเค้กปอน์ดแสนอร่อยกลายเป็นรองเท้าพละเก่า ๆ เน่า ๆ คู่หนึ่งเท่านั้น เหล่าซิสเตอร์ทั้งหลายปรากฎตัวขึ้นพร้อมด้วยเทียนวันเกิดสั้น ๆ กุด ๆ แท่งหนึ่ง เซ็นส์ฟรานซิสจัดการปักเทียนบนรองเท้าคู่นั้นแล้วให้นางและฮองลันช่วยกันเป่าเทียนให้ดับ แต่เทียนเล่มนั้นดันเป็นเทียนแบบเป่าดับได้ยากเสียด้วย ฮองลันทั้งโกรธทั้งอายที่โดนทำโทษประจานที่ลานกิจกรรม ทั้งหมดโดนทำโทษร่วมกัน ถึงจะอดทานเค้กแต่กลับรักกันแน่นแฟ้นมากขึ้น ละครนางอาย หลายครั้งที่นางมักมีปัญหากับ ซิสเตอร์ปอนลีน แม่ชีประจำวิชาดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงรักนักเรียนไม่เท่ากัน คนไหนที่ลงเรียนพิเศษเปียโนกับเธอ เธอจะรักและเอ็นดูเด็กพวกนั้นมาก ส่วนนักเรียนคนอื่นมักจะโดนไม่ให้ซ้อมเปียโนในห้องดนตรีของเธอ นางเห็นว่าไม่ยุติธรรมเพราะสินีนาฎมักโดนไล่ออกมาจากห้องซ้อมก่อนหมดเวลา พยายามเจรจาเท่าไหร่ก็โดนซิสเตอร์ปอนลีนสั่งทำโทษตลอด คัมพลอาสามารับนาง และเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยทุกครั้งชัยพงษ์จะตามมาเจอด้วยเพราะต้องการพบกับสินีนาฎ สายสุดาที่อิจฉาที่พวกนางได้เที่ยวจึงคอยหาเรื่องพูดจาจิกกัดคัมพลเสมอ เพราะลึก ๆ ไม่พอใจที่คัมพลสนใจนางมากกว่าเธอ ช่วงสอบปลายภาคของภาคเรียนที่ 1 สินีนาฎขาดการติดต่อจากสายสุดาแม่ของเธอ จนปิดเทอมแล้วสายสุดาก็ยังไม่ติดต่อมา จนในที่สุดสินีนาฎก็ได้รู้ความจริงว่าแม่ถูกเพื่อนร่วมธุรกิจโกงจนหมดตัว ส่งข่าวมาบอกว่าไม่สามารถส่งให้เรียนต่อได้แล้ว สินีนาฏทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ต้องหมดอนาคต ซิสเตอร์ออเดรย์ขอให้แม่อธิการช่วยเหลือสินีนาฏได้เรียนต่อจนจบ ม.6 แต่สินีนาฏต้องย้ายจากนักเรียนประจำชั้นหนึ่ง ไปเป็นนักเรียนประจำชั้นสองที่ต้อยต่ำกว่า สินีนาฏคิดฆ่าตัวตาย แต่ซิสเตอร์เทเรซ่ามาห้ามไว้ได้ทัน ซิสเตอร์เทเรซ่ าและซิสเตอร์ออเดรย์เกลี้ยกล่อมจนสินีนาฏยอมเรียนหนังสือต่อจนจบเพื่ออนาคตของเธอเอง สินีนาฏขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับนางเพราะไม่อยากให้นางช่วยเหลือ และอยากตัดขาดเพื่อนชั้นหนึ่งทุกคน วันเปิดภาคเรียน ทุกคนแปลกใจที่เห็นสินีนาฎถูกย้ายไปอยู่รวมกับกลุ่มนักเรียนชั้นสอง พวกสายสุดาพากันเยาะเย้ยถากถาง และสมน้ำหน้า นางไปหาสินีนาฏเพื่อถามความจริงแต่ถูกหลบหน้า นางยิ่งทุกข์ใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก ในที่สุดนางได้รู้เรื่องราวของสินีนาฎ นางเข้าพบคุณแม่อธิการเพื่อส่งตัวสินีนาฏกลับมาเรียนชั้นหนึ่งเหมือนเดิม และจะให้พ่อแม่ของเธอส่งเสียสินีนาฏเอง แต่แม่อธิการไม่ยอมจนกว่าจะได้คำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากเด่นชาติ และเอมอร ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้เพราะทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศ ที่พึ่งสุดท้ายของนางจึงเป็นธนาธิป กลางดึกคืนนั้นนางตัดสินใจแอบออกจากตึกนอน ปีนรั้วไปหาธนาธิปที่ห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันได้คุยกันก็โดนไล่กลับมาก่อน เพราะธนาธิปเห็นว่าไม่ควรพบกันดึก ๆ เช่นนี้ นางขอให้ธนาธิปมาพบเธอที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ ละครนางอาย แต่ธนาธิปกลับมาในอีก 2 วันถัดมา นางโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เหลือใครที่จะช่วยสินีนาฎได้แล้ว นางขอยืมเงินธนาธิปก่อนจนกว่าพ่อแม่ของเธอจะเดินทางกลับมา แต่ธนาธิปกลับขอรับอุปการะสินีนาฏเอง โดยอธิบายเหตุผลสารพัดจนนางต้องยอมให้ธนาธิปเป็นผู้อุปการะสินีนาฏ นางขอร้องไม่ให้บอกเรื่องนี้กับสายสุดา เพราะกลัวจะเอาเรื่องนี้มาข่มสินีนาฏ เมื่อสินีนาฏรู้เรื่องการช่วยเหลือครั้งนี้ ก็ซาบซึ้งและยิ่งทำให้สินีนาฏประทับใจในตัวธนาธิป มากขึ้นไปอีก ชัยพงษ์รู้เรื่องที่ธนาธิปอุปการะสินีนาฎ ก็รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเขาอยากจะรับผิดชอบช่วยเหลือสินีนาฎมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ธนาธิปงานยุ่งไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสินีนาฏตามคำแนะนำของซิสเตอร์ออเดรย์เท่าที่ควร ชัยพงษ์จึงเสนอตัวคอยหมั่นไปเยี่ยมสินีนาฎอยู่บ่อย ๆ คอยซื้อข้าวของต่าง ๆ ให้โดยอ้างว่าธนาธิปสั่ง เมื่อชัยพงษ์รุกหน้าทำคะแนนกับสินีนาฎ คัมพลก็ไม่แพ้กันพยายามมาทำคะแนนกับนาง ธนาธิปไม่พอใจที่นางสนิทสนทกับผู้ชายคนอื่น จึงเริ่มเข้ามาเยี่ยมสินีนาฎมากขึ้น เพื่อจะหาโอกาสได้เจอกับนางมากขึ้นเช่นกัน นางขอให้ธนาธิปพาเธอกับสินีนาฏออกไปดูหนัง ยิ่งได้ออกไปเที่ยวด้วยกันก็ยิ่งใกล้ชิดกัน ธนาธิปถูกใจในความสดใสร่าเริงของนาง แต่กับสินีนาฎเขามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น จอยคามที่แอบชอบธนาธิปมานาน เมื่อเห็นธนาธิปมาส่งนางกับสินีนาฏ จึงรีบไปบอกสายสุดา สายสุดามาเอาเรื่องแกล้งเทขยะใส่สินีนาฏ นางมาช่วย เด็กสาวทั้งสองกลุ่มจึงตะลุมบอนกัน ซิสเตอร์ฟรานซิสลงโทษเด็กทุกคนให้ช่วยกันเก็บขยะ ทำความสะอาดตึกเรียนทั้งหมด แต่สุดท้ายพวกนาง และสายสุดาก็ทะเลาะกันอีก จนเหล่าซิสเตอร์ต้องเข้ามาแยก และหาทางลงโทษพวกเด็ก ๆ ขั้นเด็ดขาด สินีนาฏรู้เรื่องธนาธิปส่งเงินค่าเทอมให้สินีนาฎ จึงโพทะนาไปทั่วว่าสินีนาฏให้ท่าพี่ชายเธอเพื่อให้ส่งเสียเลี้ยงดูหวังจะเป็นเมีย สินีนาฏถูกนักเรียนคนอื่นดูถูกโดยเฉพาะจอยคาม จอยพูดจาดูดถูกสินีนาฎสารพัด สายสุดาคอยพูดเหน็บเปรียบเทียบฐานะให้สินีนาฏเจียมตัว สินีนาฏร้องไห้เสียใจ นางเจ็บแค้นแทนเพื่อนจึงหาทางแก้เผ็ดสายสุดาด้วยการเอาหน้ากากผีมาใส่หลอกสายสุดาตอนกลางคืน ข่าวสายสุดาถูกผีหลอกแพร่สะพัดในโรงเรียน แถมสายสุดาโดนทำโทษที่รบกวนเพื่อนกลางดึกด้วย ละครนางอาย ช่วงเลิกเรียนตอนเย็น กลุ่มนักเรียนจะไปทำกิจกรรมที่ลานกว้างใกล้รั้วระหว่างโรงเรียนหญิงล้วนกับโรงเรียนชายล้วน นาง สินีนาฏ กับเพื่อนแบ่งทีมเล่นคิงส์แคมป์กัน นางดันเผลอตบลูกบอลแรงจนลูกบอลกระเด็นเข้าไปในบริเวณโรงเรียนชายล้วน ทุกคนหน้าจ๋อยเพราะโรงเรียนมีกฎห้ามเข้าไปในโรงเรียนชายล้วน แต่นางยืนยันที่จะปีนเข้าไปเก็บบอลด้วยตัวเอง นางแอบปีนรั้วเข้ามาเก็บบอลที่สนามของโรงเรียนชายล้วน แต่ถูก เดวิด กับ ปีเตอร์ นักเรียนชายชั้นเดียวกับคัมพลแย่งลูกบอลไปและหวังจะลวนลามนาง คริส เพื่อนตัวอ้วนคนสนิทของคัมพลพยายามจะช่วย แต่กลับโดนเดวิด และปีเตอร์จัดการจนต้องหนีไป นางพยายามจะหนีแต่โดนเดวิดและปีเตอร์เข้ามาจับตัวไว้ คัมพลเข้ามาช่วยนางไว้ได้ จัดการเดวิดกับปีเตอร์จนหมอบราบ ทำให้ทั้งสองอาฆาตแค้นคัมพลมาก ธนาธิปมาหานางด้วยเรื่องที่แอบปีนเข้าไปในโรงเรียนชายล้วนจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เพราะนอกจากคัมพลโดนสั่งพักการเรียนแล้ว เดวิส และปีเตอร์ยังโดนไล่ออกด้วยเพราะเคยมีความผิดเรื่องการชกต่อย แถมยังมีนักเรียนแอบได้ยินพวกเดวิดวางแผนทำร้ายคัมพล นางรู้สึกผิดขอร้องให้ธนาธิปช่วยคัมพลที่เดือดร้อนเพราะเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่นางเป็นห่วงชายอื่น แต่ธนาธิปรับปากว่าจะช่วย และขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีก เดวิด ปีเตอร์ พาเพื่อนมาดักทำร้ายคัมพลกับคริสตรงถนนเลียบชายทะเล คัมพลเอาตัวเข้าปกป้องคริสจนบาดเจ็บ ธนาธิปมาช่วยเหลือคัมพลได้ทันพร้อมแจ้งตำรวจชาวมาเลย์ให้มาจับกุมตัวเดวิดกับเพื่อนไป ธนาธิปสั่งห้ามไม่ให้นางออกไปเที่ยวนอกโรงเรียนกับคัมพลอีกเพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และในเวลาว่างจากชั่วโมงเรียน ธนาธิปก็บังคับให้พานางมาอยู่ที่บ้านทูต โดยอ้างว่าให้นางมาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้ไม่ได้เกเรที่ไหนอีก แต่ลึก ๆ แล้วธนาธิปอยากอยู่ใกล้นางมากขึ้นเพราะเขารู้ตัวแน่แล้วว่ามีใจให้นาง แต่ธนาธิปจำต้องปิดบังทุกอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึม เจ้าระเบียบ จอยคาม และสายสุดาหาเรื่องแกล้งสินีนาฎ ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าใจผิดว่าสินีนาฏแอบเอานิยายรักโรแมนติกมาอ่าน แต่นางกลับออกรับแทนว่าเป็นหนังสือของเธอ นางเลยโดนลงโทษด้วยการให้อดอาหารเย็น คืนนั้นซิสเตอร์เทเรซ่าแอบเอาขนมปังมาให้ นางซาบซึ้งในความเมตตาของ ซิสเตอร์เทเรซ่า พูดประสาซื่อว่าขอให้หนูเรียกซิสเตอร์ว่าแม่อีกคนได้มั้ย ซิสเตอร์เทเรซ่าอึ้งเพราะถ้าเด่นชาติไม่ทิ้งเธอไป นางคนเป็นลูกสาวของเธอจริง ๆ ละครนางอาย ช่วงปิดเทอมใหญ่ เด็กนักเรียนประจำที่ไม่ได้กลับบ้านจะได้ไปพักที่บังกะโล ตันหยงบุหงา นาง สินีนาฏ มาเรีย จอยคาม มีนา จรรยา และเพื่อนนักเรียนประจำมาพร้อมเหล่าซิสเตอร์ ทุกคนสังเกตเห็นซิสเตอร์เทเรซ่าเศร้ามากเมื่อมาถึงที่นี่ เพราะที่แห่งนี้คือที่ ๆ เธอได้พบกับเด่นชาติ และเด่นชาติพูดขอความรัก ขอให้ซิสเตอร์เทเรซ่ารอเขาเรียนจบกลับมาจากอเมริกาแล้วแต่งงานด้วยกัน นางกับจอยคามท้าแข่งว่ายน้ำออกไปยังประภาคารไกลฝั่ง เพราะนางยังฝังใจที่แข่งว่ายน้ำแพ้จอยคามในงานกีฬาสี จอยคามรับคำท้า สินีนาฎพยายามห้ามเพื่อนทั้งสองแต่ไม่มีใครฟัง จอยคามเป็นตะคริวกำลังจะจมน้ำ นางรีบเข้าไปช่วยพาจอยคามกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย จอยคามซาบซึ้งในน้ำใจที่นางช่วยชีวิต จอยคามกับนางถูกลงโทษด้วยกัน ทั้งคู่จึงได้เปิดใจกัน และเคลียร์เรื่องหมางใจต่าง ๆ พร้อมทั้งจับมือสัญญาเป็นเพื่อนรักกันอีกด้วย ธนาธิปทนคิดถึงนางไม่ได้ แสร้งขอติดตามเด่นชาติกับเอมอรมาเยี่ยมสินีนาฏที่ตันหยงบุหงา แม่อธิการให้ซิสเตอร์เทเรซ่าไปต้อนรับเด่นชาติกับเอมอร เมื่อเด่นชาติเจอซิสเตอร์เทเรซ่าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแม่ชีอยู่ที่โรงเรียนคอนแวนต์ เมื่อมีโอกาสอยู่กันสองต่อสอง เด่นชาติพยายามจะพูดคุยกับซิสเตอร์เทเรซ่า แต่เธอกลับไม่ยอมพูดด้วย นางแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แปลกใจในความสัมพันธ์ของพ่อกับซิสเตอร์เทเรซ่าร์ ธนาธิปเปิดบ้านพักกงสุลไทยจัดงานเลี้ยงต้อนรับเด่นชาติกับเอมอรที่มาพักในปีนัง และเชิญพิทักษ์กับคัมพล ชัยพงษ์ ลูกชายมาด้วย ในงานเลี้ยงธนาธิปตะลึงเมื่อเจอนางแต่งตัวน่ารักสวยสดใส ต่างจากสินีนาฏที่สวยหวาน คืนนั้นคัมพลขอนางเต้นรำ นางที่ไม่ได้คิดอะไรก็ออกไปเต้นรำอย่างสนุกสนาน ธนาธิปหาจังหวะอยู่ตามลำพังกับนาง เพื่อเตือนนางให้ไว้ตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครจับมือถือแขนง่าย ๆ เพราะเขาหวงนางอย่างไม่รู้ตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าธนาธิปไม่ชอบเธอ จึงหาเรื่องติเธอทุกอย่าง ทำอะไรก็ผิดเสมอในสายตาธนาธิป นางเลยประชดธนาธิปด้วยการอยู่ใกล้คัมพลตลอดเวลา ยิ่งทำให้ธนาธิปร้อนรุ่ม อึดอัดใจมาก พิทักษ์พูดสู่ขอนางให้ ทัศนัย ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนหมออยู่อเมริกา เพราะจากเรื่องชกต่อยของคัมพล ทำให้เด่นชาติเคยปฏิเสธที่จะให้นางหมั้นกับคัมพล ส่วนชัยพงษ์ก็หลงรักสินีนาฎ ดังนั้นจึงเหลือแค่ทัศนัย คัมพลและชัยพงษ์พานาง และสินีนาฎมาเที่ยวงานของปีนัง ธนาธิปที่พาสายสุดามาด้วยจึงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันทั้งหมด คืนนั้นธนาธิปมีโอกาสได้อยู่กับนางสองต่อสองอีกครั้ง ธนาธิปพานางไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ละครนางอาย สายสุดารู้ว่าจอยคามเป็นมิตรกับนางก็โกรธ หาเรื่องนางที่มาแย่งเพื่อนเธอไป นางและสายสุดาทะเลาะกัน นางเห็นว่าสายสุดาพูดไม่รู้เรื่องก็จะเลิกคุย แต่สายสุดาไม่ยอม ทั้งหมดตะลุมบอลยื้อกันจนสายสุดาพลาดล้มหัวแตก นวลใย แม่ของสายสุดามาเอาเรื่องนางถึงโรงเรียน บังคับจะให้คุณแม่อธิการไล่นางออก แต่งานนี้เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันเป็นพยานว่านางไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อน และสายสุดาซุ่มซ่ามหกล้มเอง แถมธนาธิปยังเข้าข้างนางอีกด้วย นวลใยเลยทะเลาะกับธนาธิปไปอีกคน แถมงานนี้นวลใยเผลอหลุดพูดไปว่าเพราะสายสุดาเป็นลูกคนใช้อย่างป้าใช่มั้ย ธนาธิปจึงไม่คิดจะนับเธอเป็นญาติ สายสุดาทั้งโกรธทั้งอายที่เพื่อน ๆ ได้รู้ว่าเธอคือลูกคนใช้ สินีนาฏที่กำลังเศร้าเรื่องที่แม่ป่วยจึงไปซ้อมเปียโนเพื่อผ่อนคลาย โดยไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ กำลังสอบวัดผลเปียโนกันอยู่ ซิสเตอร์ปอนลีนที่โกรธจนขาดสติเข้ามาอาละวาดในห้องซ้อมเปียโน พร้อมทั้งตบหน้าสินีนาฏต่อหน้าทุกคน สินีนาฏเสียใจมากทั้งเจ็บปวด และอับอาย แต่ไม่มีซิสเตอร์คนไหนกล้ายุ่งกับซิสเตอร์ปอนลีน นางทนไม่ได้จึงไปกดดันให้แม่อธิการพาซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้าทุกคน ไม่อย่างนั้นเธอจะลาออกและเพื่อนทุกคนจะลาออกด้วย รวมทั้งสายสุดาเช่นกัน สุดท้ายซิสเตอร์ปอนลีนมาขอโทษสินีนาฏต่อหน้านักเรียนทุกคน นางขอบคุณสายสุดาที่ร่วมมือกับเพื่อนช่วยสินีนาฏ สายสุดาเก๊ก ๆ ไม่อยากดีกับนางมาก เทศกาลงานวันคริสมาสต์มาถึง นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานแฟร์ที่จะมีขึ้นในปลายอาทิตย์หน้า ทุกคนตั้งใจเตรียมงานกันสุด ๆ ทั้งการแสดง ทั้งการออกร้านขายของรวมทั้งซุ้มสอยดาว งานแฟร์คืนนั้นนางต้องไปรับผิดชอบซุ้มสอยดาว เพราะเป็นหน้าที่ของนักเรียนม.4 ธนาธิปมาสอยดาวตามคำชวนของสายสุดา และได้เห็นว่านางกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งอย่างมีความสุข โต๋เต๋ คือเพื่อนชายที่ชอบ และพยายามจีบนางเป็นคนรัก เลยทำให้นางต้องมาอยู่ที่คอนแวนต์แห่งนี้ ธนาธิป เอมอร และเด่นชาติต่อว่านางเพราะคิดว่านางแอบติดต่อกับโต๋เต๋ นางปฏิเสธและเสียใจมากที่ธนาธิปไม่เชื่อเลยหนีไป สุดท้ายชัยพงษ์ที่ได้สอบสวนโต๋เต๋แล้วยืนยันว่านางพูดความจริง ธนาธิปรู้สึกผิดรีบตามไปง้อนาง ธนาธิปขอโทษที่โกรธเพราะคิดว่านางคบหากับโต๋เต๋ และไม่ต้องการให้นางมีคนรักตอนนี้ อยากให้รอเวลาที่สมควรแล้วค่อยรักกัน นางถามรักกันน่ะรักกับใคร ธนาธิปไม่ตอบแต่กลับซื้อตุ๊กตาหมีที่มีปักตัวอักษรย่อว่า T. แล้วส่งให้นาง ธนาธิปตั้งใจบอกให้นางรู้ว่าเขาต้องการเป็นคนรักของนาง ช่วงวันหยุดยาวระหว่างคริสมาตส์จนถึงปีใหม่ นักเรียนประจำหลายคนเดินทางกลับบ้าน ธนาธิปออกตั๋วเครื่องบินให้สินีนาฏกลับไปเยี่ยมแม่ที่เมืองไทยพร้อมกับนาง เขาตามมาส่งนางที่สนามบินพร้อมซิสเตอร์ออเดรย์ คัมพลเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้นางด้วยความอาลัยอาวรณ์ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีก นางขำแต่ก็รับช่อดอกไม้ไปด้วยความยินดี ธนาธิปเตือนนางอ้อม ๆ เรื่องการรับดอกไม้จากผู้ชายคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนนั้นคิดเข้าข้างตัวเองไปได้ว่านางมีใจให้ นางก็ประชดประชันไม่ฟังธนาธิป สายสนมพาสินีนาฏมาพักอยู่กับ ทับทิม เพื่อนของเธอที่คอยช่วยเหลือมาตั้งแต่โดนโกง ทับทิมรัก และเอ็นดูสินีนาฎเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง พิทักษ์เดินทางจากภูเก็ตเอาแหวนเพชรมาให้ เด่นชาติเพื่อหมั้นนางกับทัศนัย เด่นชาติและเอมอรรับไว้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนชัยพงษ์เองก็พาพิทักษ์มาสู่ขอสินีนาฏกับสายสนมไว้ก่อน สายสนมตกลง เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยที่สินีนาฏไม่รู้เรื่องนี้ ละครนางอาย ธนาธิปบินมาธุระที่กรุงเทพฯได้พบกับสินีนาฎ และสายสนม สินีนาฎพยายามบอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อธนาธิป โดยไม่รู้เลยว่าธนาธิปเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางไปหมดแล้ว ธนาธิปขอนางว่าอย่าเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนนอกจากตน นางอึ้งไม่แน่ใจว่าธนาธิปหมายความว่าอย่างไร ธนาธิปบอกไม่ต้องหาคำตอบจนกว่านางจะเรียนจบ ระหว่างนี้แค่ให้นางทำตามที่ตนขอก็พอ ปีการศึกษาสุดท้าย... แม้เหล่าซิสเตอร์ต่างหนักใจที่พวกนางยังคงความเป็นเด็กซนแซบไว้อย่างเต็มตัว แต่ในเวลาที่จำเป็นทั้งหมดก็แสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาได้ดี ยิ่งเห็นเด็กรุ่นน้องทะเลาะกัน หรือร้องห่มร้องไห้อยากกลับบ้าน รุ่นพี่อย่างพวกนาง สินีนาฏ สายสุดา ก็จะเข้าไปตักเตือนและให้คำปรึกษาแทนเหล่าซิสเตอร์ เหมือนที่ซิสเตอร์คอยสอนให้พวกเธอรู้จักความสามัคคีและการแบ่งปัน หลังจากสอบปีสุดท้ายเสร็จ นาง สินีนาฏ สายสุดา และเพื่อน ๆ แอบจัดงานเซอร์ไพรส์ขอบคุณเหล่าซิสเตอร์ มอบดอกไม้ขอขมาที่พวกเธอเคยล่วงเกิน ซิสเตอร์ซาบซึ้งน้ำตาซึม...เมื่อเห็นนักเรียนที่รักทุกคน เติบโตเป็นผู้ใหญ่ กำลังจะเรียนจบ และจากโรงเรียนนี้ไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ คืนก่อนเดินทางกลับประเทศไทย นางเข้าไปหาซิสเตอร์เทเรซ่า ถามสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอด จนรู้ว่าเด่นชาติเคยทิ้งซิสเตอร์เทเรซ่าไปแต่งงานกับเอมอร ทำให้ซิสเตอร์ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต นางกราบขอโทษแทนพ่อ ไม่รู้จะชดใช้ความเจ็บปวดนั้นให้ซิสเตอร์เทเรซ่ายังไง นาง สินีนาฏ จอยคาม มาเรีย ฮองลัน ล่ำลากันก่อนจากทั้งน้ำตา และทั้งหมดสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ สินีนาฏรู้ว่าธนาธิปเตรียมตัวย้ายไปกงสุลไทยในสหรัฐ สินีนาฏใฝ่ฝันจะอยากเป็นภรรยาที่ติดตามธนาธิปไปด้วย แต่ธนาธิปกลับพูดดักคอว่าจะแนะนำสินีนาฏให้ทำงานกับเพื่อนของเขา สายสนมต้องแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่ได้บอกสินีนาฏว่าจะต้องแต่งงานกับชัยพงษ์ นางกับธนาธิปมาเจอกันโดยบังเอิญ ธนาธิปช่วยนางหิ้วของ และเดินตามไปช้อปปิ้งอย่างไม่รู้สึกเบื่อ เขาชอบมองใบหน้า และท่าทางที่สดใสตลอดเวลาของนาง ธนาธิปรู้ดีว่าตนเหลือเวลาที่อยู่ในประเทศไทยน้อยลงทุกที เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มจีบนางแบบนิ่มนวล ธนาธิปเทียวรับเทียวส่งนางหลายวันติดกัน พร้อมทั้งหมั่นพูดความนัยกับนางตลอดเวลา ซึ่งนางก็เอะใจ แต่ไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะความเขินอาย เอมอรและเด่นชาติเริ่มรับรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างนาง และธนาธิป เด่นชาติไม่ค่อยชอบเพราะได้รับปากหมั้นหมายให้นางกับทัศนัยไปแล้ว สินีนาฏเองก็รับรู้เรื่องธนาธิปชอบนางเช่นกันจึงเสียใจมาก สายสนมเตือนสินีนาฏ และพูดเรื่องยกสินีนาฏให้ชัยพงษ์แล้ว สินีนาฏไม่ยอมแต่งงานกับชัยพงษ์เพราะเธอไม่ได้รักเขา ธนาธิปเริ่มเปิดเผยความในใจกับนาง ซึ่งแทนที่นางจะแก่นแก้วตอบตรง ๆ กลับอ้อมค้อม เอียงอายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาธิปสัญญาว่าจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอนาง เมื่อกลับจากทำธุระที่ต่างจังหวัดเสร็จแล้ว เด่นชาติจึงจัดงานหมั้นระหว่างนางกับทัศนัยอย่างรวบรัด นางร้องไห้เสียใจไม่ยอมหมั้นแต่ขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้ ธนาธิปกลับมาจากต่างจังหวัด นางแอบมาหาธนาธิปที่บ้าน และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ธนาธิปใช้สติคิดหาทางทำให้นางกับเขาได้รักกันและแต่งงานกัน ส่วนคัมพลเองก็โกรธที่รู้ว่าพ่อพาทัศนัยไปหมั้นนาง คัมพลชกต่อยกับทัศนัยทันทีที่เจอหน้า และไปหานางที่บ้านเพื่อขอความรักจากนาง ขอให้นางถอนหมั้นจากทัศนัย แต่นางปฏิเสธ และบอกว่าว่าเธอรักธนาธิป คัมพลช็อก...ไม่คาดคิดว่าผู้ชายมาดนิ่งอย่างธนาธิป จะแย่งหัวใจนางไปจากเขา ละครนางอาย ธนาธิปไปหาเด่นชาติกับเอมอรเพื่อยืนยันว่าเขารักนางจริง และพร้อมจะแต่งงานด้วย ติดที่เด่นชาติไม่อยากเสียคำพูดกับเพื่อนรัก และจะไม่มีวันยอมให้นางเป็นฝ่ายถอนหมั้นให้เขาเสียหน้าเป็นอันขาด สินีนาฏที่มาปรึกษาธนาธิปเรื่องที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับชัยพงษ์ ธนาธิปเตือนสติสินีนาฏให้มองเหตุผลของผู้ใหญ่ สินีนาฏกอดธนาธิป และสารภาพรัก ธนาธิปบอกสินีนาฏตรง ๆ ว่าเขารักนาง และเขาจะแต่งงานกับนาง สินีนาฏอึ้ง ช็อกรู้สึกเหมือนถูกนางทรยศหักหลัง ธนาธิปบอกนางเรื่องสินีนาฏ นางเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบมาหาแต่ดันพบว่าสินีนาฏกินยาฆ่าตัวตาย นางรีบพาสินีนาฏไปส่งโรงพยาบาล พร่ำร้องไห้โทษตัวเองที่ทำให้เพื่อนรักต้องเป็นแบบนี้ สินีนาฏฟื้นขึ้นมาเจอชัยพงษ์นอนเฝ้าเธออยู่ สายสนมเล่าว่าชัยพงษ์รู้ข่าวก็รีบบินมาจากภูเก็ตและขอเฝ้าเธอทั้งคืนด้วยตัวเอง สินีนาฏเห็นใจชัยพงษ์ แต่หัวใจเธอปวดร้าวเพราะรักที่ไม่สมหวังจากธนาธิป นางมาหาสินีนาฏเพื่อขอโทษในสิ่งที่ทำให้เพื่อนเสียใจ แต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้ นางก็ไม่รู้ตัวว่ารักธนาธิปตั้งแต่เมื่อไหร่ สินีนาฏใจอ่อน...เพราะมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเธอกับนางมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะโกรธเกลียดเพื่อนรักได้ ธนาธิปตามสืบทัศนัยจนรู้ว่าทัศนัยรักอยู่กับพยาบาลสาวสวยในคลินิก ธนาธิปจึงไปพูดกับทัศนัยตรง ๆ ว่าเขารักนาง และขอให้ทัศนัยถอนหมั้นกับนาง ในที่สุด...นางกับธนาธิปก็ได้แต่งงานกัน ธนาธิปแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวแก่นแก้ว สนุกสนานในอดีตอย่างนาง จะกลายเป็นหญิงสาวงดงาม และขี้อายตรงหน้าเขาในปัจจุบัน ติดตามชม ละครนางอาย ได้ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครนางอาย เริ้มตอนแรกวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2559 รายขื่อนักแสดงนำใน ละครนางอาย วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ธนาธิปณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท นาง/อภิรดีชนกสุดา รักษนาเวส รับบท สินีนาฏคาริสา สปริงเก็ตต์ รับบท สายสุดาจักริน ภูริพัฒน์ รับบท คัมพลจิตรภาณุ กลมแก้ว รับบท ชัยพงษ์ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท เด่นชาติไรวินทร์ ออง รับบท มีนาพรรณปพร ศรีดุรงคธรรมพ์ รับบท จอยคามอภัสริญญา แพมเบอร์เกอร์ รับบท ฮองลันอาริศา หอมกรุ่น รับบท มาเรียบุณฑรีก์ จิตรีงาม รับบท จรรยาณัชพงศ์พล สุดดี รับบท คริสภูวดล เวชวงศา รับบท เดวิดขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ รับบท ปีเตอร์อัญชลี จงคดีกิจ รับบท คุณแม่อธิการนนทิยา จิวบางป่า รับบท มาการิต้าเพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ฟรานซิส ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย ละครนางอาย

รู้งี้ทำไปนานแล้ว! เคล็ดลับ 5ส สำหรับ ฮวงจุ้ยบ้าน โดย อ.คฑา ชินบัญชร
จัดบ้านตามฮวงจุ้ย /  อ.คฑา / 

ความสุขในบ้าน เป็นความสุขที่แท้จริง การที่ครอบครัวไม่ทะเลาะกัน เงินทองไหลมาเทมา ไม่มีเรื่องอะไรให้ติดขัดกวนใจ ย่อมทำให้ทุกคนอยากกลับมาบ้าน อยากมาใช้เวลาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเล็กหรือใหญ่ จะเป็นคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกัน หรือจะเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อ แม่ ลูก และญาติๆ หลักการง่ายๆ เริ่มต้นที่บ้านที่คุณอยู่นั่นแหละค่ะ แค่รู้หลักฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง ก็จะช่วยเสริมให้ในครอบครัวมีความสุขแล้ว ลองมาดูเคล็ดลับดีๆ จาก อ.คฑา ชินบัญชร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยโดยเฉพาะ จนได้รับตำแหน่ง Top of Perfect Feng Shui Master  1. สว่าง บ้านไม่ควรมืดเกินไป ความสว่างคือความรุ่งเรือง สว่างให้หมดแม้แต่ใบหน้า บางคนผิวคล้ำแต่ใบหน้าสว่าง ก็นำมาซึ่งชื่อเสียงได้ 2. สะดวกสบาย นำมาซึ่งความราบรื่นในชีวิต มีอุปสรรคบ้าง แต่แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว  3. เสียง เสียงนำมาซึ่งสินทรัพย์  บ้านไม่ควรเงียบเกินไป ต้องมีกิจกรรมในบ้าน ต้องมีการพูดคุย และเปลี่ยนความสุขซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เสียงทะเลาะ อาจจะห้อยกระดิ่งเล็กๆ ไว้หน้าบ้าน ก็ช่วยได้ 4. สมดุล ทุกอย่างต้องอยู่ในทางสายกลาง อย่ามากไปหรือน้อยไป เป็นการนำพลังธรรมชาติ ไม่มีหน้าต่าง ประตู ถังขยะ หรือห้องน้ำ มากเกินไป  5. สุขใจ ถ้าจัดตามหลักการทุกอย่างได้ทั้งหมด จะนำมาซึ่งความสุขใจ คนในบ้านมีแต่รอยยิ้ม มีแต่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน หลักการจัดบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เปิดประตูเข้ามาในบ้าน ประตูเปิดสุด 90 องศา มองเข้ามาไม่มีอะไรมากีดขวาง ต้องโล่ง โปร่งสบาย อย่าวางหรือจัดของไว้รกเกะกะหน้าประตู จนบดบังพลังธรรมชาติ ถ้าบ้านที่ไม่ใหญ่มาก แนะนำให้ติดกระจกเล็กๆ เพิ่มความสว่าง จะส่งผลให้บ้านมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี อยากให้แขกมาบ้านแล้วมีความสุข ห้องรับแขกจะต้องมีครบทั้ง 5ส โดยเฉพาะแสง ควรจัดแสงให้นวลตา อย่าให้รู้สึกว่าต้องปรับสายตาเกินควร หากอยากให้แขกที่มาบ้าน ทำเงินให้กับเรา ภายในห้องรับแขก จะต้องมีกล่องดนตรี เพราะหมายถึงเรื่องทรัพย์สิน ห้องนอนจะอยู่ชั้นไหนก็ได้ จะอยู่ข้างล่างหรือหรือชั้นบนได้หมด เตียงนอนที่ดี ผนังเตียงจะต้องไม่ติดกับห้องน้ำ หากต้องการวางโทรทัศน์ ให้ติดตั้งที่ด้านซ้ายเมื่อมองออกมาจากประตู ซึ่งเป็นตำแหน่ง มังกรเขียว จะส่งพลังให้บ้านทั้งหลัง ส่วนสำคัญคือมุมทแยงของประตูห้องนอน ควรนำโคมไฟมาตั้ง จะหมายถึงเงินที่งอกเงย ไม่ควรนำถังขยะมาตั้งไว้ข้างหัวเตียง และถ้าอยากให้ส่งเสริมดวงความรัก ทั้งคนโสดและคนมีคู่ แนะนำให้จัดวางดอกไม้หรือพรมสีแดงไว้ที่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของห้องนอน จะช่วยให้ความรักดีขึ้น รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

หล่อแล้วร้องยังไงก็ได้! มาดู DVICIO ร้องเพลงไทย(อีกครั้ง!)
Dvicio /  คนมีเสน่ห์ / 

ท่าทางจะติดใจเมืองไทยซะแล้ว สำหรับห้าหนุ่มวงดนตรีสุดหล่อจากสเปน DVICIO ที่แม้ตัวจะไม่ได้อยู่แดนสยาม แต่ก็ขอครวญเพลงไทยเอาใจแฟนๆ ซักหน่อย! DVICIO เพิ่งอัพคลิปวิดีโอผ่านทางออฟฟิเชี่ยลแฟนเพจ เป็นคลิปที่พวกเขาร้องเพลงฮิต คนมีเสน่ห์ ของ ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ ที่แม้สำเนียงจะไม่ชัดเป๊ะ แต่ใจเกินร้อยจริงๆ! เผื่อใครฟังไม่ออก... เวอร์ชั่นต้นฉบับ ร้องแบบนี้นะ คนมีเสน่ห์ - ป้าง นครินทร์「Official MV」 youtube channel : Genierock ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ห้าหนุ่ม DVICIO ลัดฟ้ามาจัดแฟนมีตติ้ง DVICIO IN THAILAND 2016 ENAMORATE CON DVICIO ที่เมืองไทย พวกเขาก็เคยโชว์เสียงร้องในเพลง อยู่ต่อเลยได้ไหม ของ สิงโต นำโชค เอาไว้ด้วย... บอกเลย ไม่ใช่เล่นๆ! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ราศีใดในช่วงนี้ ผลงานเข้าตาเจ้านาย มีดวง เลื่อนตำแหน่ง
ดวงการงาน /  ดวงงาน / 

ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) งานถูกบ่น ถูกเพิ่มความรับผิดชอบ งานเพิ่มขึ้นแต่เงินเท่าเดิม ทำเอาคุณอารมณ์เสียไปเลย ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคิดแย้งกับใคร จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ให้ขยันทำงานต่อไป แล้วผลที่ได้จะออกมาดีเอง กลางเดือนงานราบรื่น สมองคิดอะไรเด็ดๆ ได้รับการยอมรับ ช่วงนี้กระตือรือร้น มีผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ พยายามนอบน้อม เข้าหาผู้ใหญ่ รับรองได้รับเสนอชื่อเข้าชิงการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งแน่นอน ปลายเดือนทำงานอย่างอึดอัด งานเยอะ ใครๆ เห็นคุณยอม ก็เลยเพิ่มความรับผิดชอบให้มากขึ้น รู้สึกได้ถึงความไม่ยุติธรรม แต่จะทำอะไรมากก็ไม่ได้ อดทนไปก่อน ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) การทำงานเอาแน่เอานอนไม่ได้ ต้องตามอารมณ์ผู้บังคับบัญชา อย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ถ้าอยากเปลี่ยน อยากย้าย แต่ก็ยังหนีเสือปะจระเข้ ช่วงนี้ให้อยู่นิ่งๆ ดีที่สุด ทำงานเดิมไปก่อน กลางเดือนงานก้าวหน้าสุดๆ มีผลงานเป็นที่พอใจของผู้ใหญ่ ใครที่กำลังสอบแข่งขัน มีข่าวดีแน่นอน มีดวงผู้ใหญ่หนุนนำ จะทำอะไรก็ปรึกษาผู้ใหญ่บ้าง ปลายเดือนได้งานพบปะผู้คน ได้เจอรูปแบบงานใหม่ๆ ท้าทายความสามารถ ช่วงนี้ถ้าตั้งใจก็นับว่าได้ดิบได้ดีไปเลย มีโอกาสก้าวหน้าสูงมาก รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

รื้อหิ้งหนังเก่า : Distance (2001)
ฮิโรคะสุ โคเระเอดะ

เรียบเรียงจาก คอลัมน์ Seize The Motion  ย้อนมองหนังโคเระเอดะ กับเหตุการณ์แก๊สซาริน โดย กิตติภัต แสนดี / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 146 (มีนาคม 2557) ตลอด 25 ปี ในการทำหนัง ฮิโรคะสุ โคเระเอดะ พัฒนาตนเองจากนักทำสารคดี สู่การเป็นนักเล่าเรื่องที่หยิบยืมวิธีของการถ่ายทอดความจริงมาใช้ในหนังของตน และมีหนังที่เข้าถึงคนดูในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคหลัง หากสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปสำหรับโคเระเอดะ คือการสะท้อนสังคมญี่ปุ่นผ่านสถาบันครอบครัวในหลากหลายรูปแบบ เราจึงขอพาย้อนไปรู้จักหนึ่งในผลงานชั้นเยี่ยมของโคเระเอดะ ที่หยิบยกเหตุการณ์สะเทือนขวัญยากจะลืมของชาวญี่ปุ่นในปี 1995 มาเล่าผ่านในหนังยาวเรื่องที่ 3 ของเขาซึ่งเข้าสายประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2001 อย่าง Distance วันที่ 20 มีนาคม 1995 สมาชิกลัทธิโอมชินริเกียว 5 คน ได้ก่อวินาศกรรมแก๊สซารินในกรุงโตเกียว โดยแฝงตัวไปกับเหล่าพนักงานออฟฟิศที่ต้องออกทำงานตอนเช้า และขึ้นรถไฟใต้ดินทั้งหมด 5 ขบวน เมื่อได้จังหวะ พวกเขาก็นำถุงพลาสติกซึ่งบรรจุแก๊สซารินโยนลงพื้นและใช้ปลายร่มแทงก่อนจะหนีไป ผลลัพธ์คือมีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บอีก 6 พันกว่าราย Distance ของโคเระเอดะอ้างอิงเหตุการณ์นี้ โดยเขียนบทใหม่ให้เป็นว่าญี่ปุ่นกำลังจะจัดงานรำลึกเหตุการณ์วินาศกรรมที่กลุ่มลัทธิหนึ่งใช้สารพิษปนเปื้อนระบบชลประทานจน ทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 100 คน แต่ความแปลกใหม่ของหนังคือแทนที่จะสนใจฝั่งผู้เสียชีวิตหรือผู้กระทำวินาศกรรม เขากลับเลือกเล่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับญาติของสมาชิกลัทธิ ในวันที่คนเหล่านั้นมารวมตัวกันปีละครั้งเพื่อระลึกถึงญาติที่ถูกฆาตกรรมหลังปฏิบัติการ กล่าวคือหนังไม่ได้พูดถึงผู้ถูกกระทำหรือผู้กระทำ แต่คนเหล่านี้นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองฝักสองฝ่าย เหล่าญาติทั้ง 4 ต้องติดอยู่ในป่าลึกเพราะรถที่ขับมาถูกขโมยไป พวกเขาได้พบชายแปลกหน้าผู้เป็นสมาชิกลัทธิที่หนีไปก่อนเริ่มปฏิบัติการ ทั้ง 5 คนกลับไปยังบ้านไม้ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของลัทธิ เพื่อพักค้างคืนชั่วคราว โคเระเอดะทำให้บ้านไม้หลังนี้เหมือนมีชีวิต มีวิญญาณ โดยทำให้ผู้ที่มาพักต้องคิดคำนึงถึงเหตุการณ์ช่วงก่อนที่ญาติของตนจะเข้ามาสู่ลัทธินี้ หนังไม่ชัดเจนว่าความรู้สึกภายในของตัวละครเหล่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง ‘ความเงียบแบบไม่รู้ว่ามันคืออะไร’-ตามสไตล์ ผู้กำกับ-เข้าปกคลุมบทสนทนาเป็นห้วงๆ ปล่อยให้คนดูต้อง พยายามทำความเข้าใจเอาเองว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ ...แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจก็คือ ในฐานะ ‘คนตรงกลาง’ เขาเหล่านี้ควรรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ เป็นไปได้ที่คนในครอบครัวเดียวกันจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องต่างๆ ข้อเท็จจริงนี้ผู้กำกับได้จำลองไว้อย่างเฉียบคมในฉากสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างญาติกับสมาชิกลัทธิที่แต่ละคนขุดคุ้ยเรื่องขึ้นมาเล่า บ้างก็ปฏิเสธและดูถูกอย่างรุนแรง บ้างก็เลือกไม่โต้แย้ง และขอประนีประนอมอยู่แบบเดิม ด้วยความเชื่อว่าญาติๆ ย่อมไม่ควรต้องรับผิดชอบในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเลยเพราะพวกเขาไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปด้วย แต่จริงหรือเปล่าที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ? เมื่อคำนึงว่าพวกเขาคือคนที่อยู่ใกล้ชิดและมีโอกาสจะพูดจาสั่งสอนห้ามปรามเหล่าผู้ก่อวินาศกรรมมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นญาติ แล้วทำไมจึงมิได้ใช้โอกาสในการชักจูงให้คนเหล่านั้นเลิกมีความเชื่อที่จะทำอันตรายแก่สังคม? โดยหนังก็สื่อให้เห็นว่าตัวละครกลุ่มนี้พยายามปิดบังไม่ให้คนวงนอกรู้ว่าญาติของตนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วินาศกรรม เพื่อป้องกันมิให้ตนเองพลอยถูกสังคมลงโทษ นี่เป็นปัญหาจริยธรรมร่วมสมัยที่ว่าด้วยความขัดแย้งระหว่างจริยธรรมส่วนบุคคลกับจริยธรรมแบบกลุ่ม ฝ่ายแรกเชื่อว่าหลักจริยธรรมตัดสินได้จากปัจเจกเพียงผู้เดียว ไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงบทบาทหน้าที่ของปัจเจกนั้นต่อทางสังคม ส่วนกลุ่มหลังมองว่าหลักการจริยธรรมต้องนำบทบาททางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คนเป็นพี่น้องกันก็ควรดูแลกันมากกว่าปกติ จะไม่รับผิดชอบกันเหมือนคนธรรมดาที่ไม่รู้จักไม่เกี่ยวดองข้องกันเลยนั้นคงไม่ได้ ซึ่งในมุมมองข้าพเจ้าความคิดทางจริยธรรมเช่นนี้น่าเชื่อถือกว่า เพราะเป็นไปได้ยากที่เราจะมองข้ามบทบาททางสังคมในขณะที่เราเลือกกระทำหรือไม่กระทำการใดๆ ในห้วงเวลาที่ตัวละครของ Distance เงียบเสียงลง ข้าพเจ้ากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเสียดายและเสียใจของพวกเขาที่ล่องลอยในอากาศ ความเสียดายที่ว่าตนน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้เพื่อให้ญาติไม่ต้องตกอยู่ในวงเวียนของลัทธินั่น และความเสียใจที่ตนพลาดหน้าที่ทางจริยธรรมทั้งต่อญาติและต่อผู้ที่ญาติของตนไปทำร้าย ทั้งที่หากพวกเขาพูดคุยใส่ใจกันมากกว่านี้ กล้าห้ามปรามกันแต่เนิ่นๆ กว่านี้ โศกนาฏกรรมก็คงไม่เกิดขึ้น https://www.youtube.com/watch?v=KtoCBpQf6XE .... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

Dyson V8  Fluffy เครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นใหม่ ด้วยเทคโนโลยีที่เหนือระดับ
Dyson /  Dyson_V8_Fluffy / 

Dyson เปิดตัวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นใหม่ Dyson V8  Fluffy เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่สร้างสรรค์มาเพื่อให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่าย ไม่ใช่เพียงแค่ดูดฝุ่นที่พื้นทว่าสามารถทำความสะอาดได้ทุกจุดภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นซอกหลืบที่ยากต่อการเข้าถึง โดย Dyson V8  Fluffy นับเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าเครื่องดูดฝุ่นรุ่นก่อนๆ ของ Dyson จุดเด่นของเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิมมีดังนี้ แบตเตอรี่ใช้ได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้นถึง 40 นาทีโดย ถังเก็บฝุ่นที่กำจัดสิ่งสกปรกได้ง่ายดายขึ้น และปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่าเดิม เพราะถูกออกแบบมาทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับฝุ่น และสิ่งสกปรกเลย ใช้มอเตอร์ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Dyson ดิจิตอลมอเตอร์ V8 มีพลัง 425W โดยใช้เวลาในการพัฒนากว่า 18 เดือนโดยทีมวิศวกร 10 – 15 คน และใช้เวลาในการทดสอบอีกกว่า 500,000 ชั่วโมง เสียงขณะเปิดใช้งานเบาลงกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 50% หากต้องการเพิ่มพลังในการดูดสำหรับงานที่ยากขึ้นสามารถปรับการใช้งานไปที่โหมดเร่งพลัง (Max mode) ได้โดยจะเพิ่มพลังในการดูดถึง 115AW มีระบบการกรองอากาศในตัว อากาศที่ถูกดูดเข้าไปใน Dyson V8  Fluffy ยังจะผ่านกระบวนการกรองไปด้วยในตัวอากาศที่ถูกปล่อยออกมาจะเป็นอากาศที่สะอาดขึ้นทำให้ลดโอกาสการเกิดอาการภูมิแพ้ได้ เครื่องดูดฝุ่น Dyson V8  Fluffy ราคาอยูที่ 32,900 บาท

Audition พามันส์กับ เก้า จิรายุ วง Sleep Runway และกิจกรรมสุดคูลทั้งเดือน
Audition /  Playpark

Audition และ “เก้า จิรายุ” วง Sleep Runway พามันส์กับกิจกรรมสุดคูลตลอดเดือน Audition เกมแดนซ์ออนไลน์สุดฮิตอันดับ 1 ของเมืองไทย จาก PLAYPARK.COM กลับมาอีกครั้งกับแคมเปญพิเศษ SLEEP RUNWAY พา PLAY AUDITION นำโดย “เก้า จิรายุ วง Sleep Runway” ที่จะชวนเหล่าขาแดนซ์และแฟนคลับมามันส์กับกิจกรรมตลอดทั้งเดือน!! ไม่ว่าจะนำเพลงใหม่ล่าสุดทั้ง 2 เพลง  “เพลงบันทึกในใจ” และ “เพลงทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว” มาให้ขาแดนซ์ได้เต้นกันกันในเกม, แจกแรร์ไอเทมเซ็ตพิเศษจาก Sleep Runway แล้วยังเตรียมเปิดมินิคอนเสิร์ตครั้งแรกของวง พร้อมกิจกรรมสุ่ม 9 ผู้โชคดีที่จะได้ Meet & Greet สุด Exclusive ใกล้ชิดแบบไหล่ชนไหล่กันเลยทีเดียว ใครที่อยากได้ไอเทมและลุ้นเป็นผู้โชคดีต้องทำยังไง ไปดูกิจกรรมเลย!! (รายละเอียดเพิ่มเติม: http://audition.playpark.com/sleeprunway) กิจกรรมที่ 1 : สมัครไอดีแล้วไปมันส์กับ วง Sleep Runway พิเศษ! รับฟรีไอเทมชุดบันทึกในใจ เพียง สมัครไอดีตั้งแต่วันนี้ - 15 ตุลาคม 2559 แล้วเข้าไปแดนซ์มันส์ในเกมอย่างน้อย 1 เพลง ก็รับแรร์ไอเทมเซ็ตพิเศษ “ชุดบันทึกในใจ” ไปเลยฟรีๆ ขั้นตอนสมัครก็ง่ายแสนง่าย แค่กดสมัครโดยใช้เบอร์มือถือและใส่พาสเวิร์ดเข้าไปก็ถือว่าสมัครเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนที่ไม่อยากใช้เบอร์มือถือก็ยังสามารถใช้อีเมลสมัครได้เหมือนเดิมนะจ๊ะ สมัครไอดีใหม่ฟรี!! คลิกเลย >http://bit.ly/2c2j9vI< กิจกรรมที่ 2 : มันส์กับ วง Sleep Runway มีเฮรับไอเทม จากที่เราบอกไปแล้วว่า เก้า จิรายุ และวง Sleep Runway จะพาเรามามันส์ตลอดเดือน นี่ถือเป็นกิจกรรมที่ท้าทายขาแดนซ์อย่างแท้จริง เพราะจะให้แดนซ์สะสมรอบเต้นเพลงบันทึกในใจ (The Diary) และ/หรือ เพลง ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ของวง Sleep Runway ในช่วงระยะเวลากิจกรรม (วันนี้ – 15 ต.ค.59) หากสะสมครบตามที่กำหนด ก็รับไอเทมหมวกไปใส่เท่ๆ ยิ่งสะสมรอบเยอะ ก็ยิ่งได้ระยะเวลาไอเทมนาน โดยแจกสูงสุดถึง 999 วัน!! ใครอยากใช้ไอเทมนานแค่ไหนก็นับรอบกันดีๆ นะจ๊ะ (นับจำนวนรอบแค่ 2 เพลงนี้เท่านั้น) กิจกรรมที่ 3 : แชร์คลิปลุ้น Meet & Greet กับ วง Sleep Runway กิจกรรมสุดท้ายแล้วสำหรับขาแดนซ์ ร่วมสนุกง่ายๆ แค่แชร์คลิป ชวนไปงาน “Audition Dance Party EP.9 with Sleep Runway” ภายใน 14 – 31 ตุลาคม 2559 จากนั้นให้นำลิงค์ที่แชร์มายืนยันร่วมกิจกรรม ก็เตรียมรับไอเทมหน้าฟินๆ ได้เลย นอกจากได้ไอเทมแล้วเรายังสุ่มหา 90 ผู้โชคดีรับแผ่นรองเม้าส์ Sleep Runway Limited Edition และค้นหาอีก 9 ผู้โชคดี ที่จะได้ใกล้ชิดกับ เก้า จิรายุ และวง Sleep Runway ในงาน Audition Dance Party EP.9 with Sleep Runway อีกด้วย 3 กิจกรรมพามันส์ตลอดเดือน นอกจากจะได้ร่วมเล่น เต้นมันส์ รับไอเทมกันแล้ว ยังมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับศิลปินสุดเท่อย่าง เก้า จิรายุ และวง Sleep Runway อีกด้วย บอกได้เลยว่า “เกมมันส์ เต้นฟรี มีของแจก” ว่าแล้วก็ขอไปเต้นสะสมรอบก่อน แล้วเจอกันในเกมนะจ๊ะ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง WEBSITE ▶ http://audition.playpark.com/th/Index Download Game ▶ http://download.playpark.com/th/detail/2 Facebook Fanpage ▶ https://www.facebook.com/AuditionThailand YouTube ▶ https://www.youtube.com/user/auditionthailandteam LINE OFFICIAL ▶ https://line.me/ti/p/%40playpark Twitter ▶ https://twitter.com/playpark อ่านข่าวเกมนี้บนมือถือ ▶ http://appcenter.playpark.com/mobile-app

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี
ปั่นจักรยาน /  หนองแซง / 

ชวนปั่นจักรยานตามเส้นทางสายวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน กับ  A Long Way Home Trip @หนองแซง จ.สระบุรี ขอยอมรับตามตรงว่าเป็นแฟนคลับของคู่รักนักเดินทางที่ใช้นามปากการ่วมกันว่า Pakaprich มานานพอควร เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งคู่ตั้งกระทู้เล่าเรื่องการเดินทางสายทรานส์-ไซบีเรียโดยรถไฟ เริ่มต้นที่เมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ สู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย จนได้ขึ้นกระทู้ปักหมุดในพันทิป หลังจากนั้นก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ออกพ็อกเก็ตบุ๊คบันทึกการเดินทางเป็นของตัวเองในชื่อ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ โดย สำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ซึ่งผมมีโอกาสได้อ่านแล้วชอบมากครับ โดยส่วนตัวผมไม่คุ้นเคยว่าหนังสือกับการจัดกิจกรรมจะเป็นไปในรูปแบบไหนได้บ้าง แต่ล่าสุดสำนักพิมพ์ Her Publishing ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี ชวนแฟนนักอ่านมาปั่นจักรยานกันโดยรถไฟตามรอยการเดินทางในหนังสือ กับคู่รักนักเดินทาง “โบ๊ท - ภควัติ ทองเจริญ” และ “ฝ้าย - ปริชญา สุทธิเวทย์” แห่ง Pakaprich ในกิจกรรม “ปั่นเลียบเลาะคันคลองท่องวัฒนธรรมไทย-ลาว-ยวน จังหวัดสระบุรี” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เดิมผมป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และตอนนี้กำลังมีความสุขกับการปั่นจักรยานที่เป็นทริปแบบปั่นไปเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งไปกันเป็นทีม ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ผมจึงไม่รอช้า รีบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที ทริปนี้เริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (กรุงเทพฯ) ตั้งแต่ 6.30 น. ทีมงานตั้งโต๊ะลงทะเบียนที่หน้าชานชาลา แจกเสื้อทีม พร้อมขนมและน้ำดื่มรองท้อง ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกันและเตรียมตัวขนจักรยานขึ้นขบวนรถไฟพิเศษมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ทริปนี้มีนักปั่นที่เป็นแฟนหนังสือเข้าร่วมกิจกรรมถึง 60 คน ทุกคนล้วนเตรียมตัวมาอย่างดี และมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ระหว่างเดินทางมีการจัดกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ จากทีมงานเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งมี SIX-P เวย์เจลลี่ รสช็อคโกแล็ตของอร่อยจากผู้สนับสนุนใจดีมีให้ชิมตลอดทาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายตามกำหนดเวลาทันพอดี (ไม่น่าเชื่อ) เมื่อถึงสถานีหนองแซง ก็ได้เวลาเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการโดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรีกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็พร้อมปล่อยตัวทีมนักปั่นนำโดยนายอรรถพล และ โบ๊ท - ฝ้าย แห่ง Pakaprich โดยทริปนี้เราจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอหนองแซงถึง 7 จุดสำคัญ จุดแรกเริ่มจากแวะดื่มกาแฟหอมๆ จากบ้านใร่กาแฟ ต้นตำรับกาแฟไทยโดยคนไทย พร้อมปาท่องโก๋ที่ทอดเสิร์ฟกันร้อนๆ ที่ ‘ร้านบ้านใร่ใบกะเพรา’ เพื่อเติมพลังก่อนปั่นต่อไปยัง ‘คลีนฟาร์ม’ ฟาร์มผักปลอดสารพิษ ที่นี่ได้รับเกียรติจาก ดร.วีระศักดิ์ วงสมบัติ และคุณธนิดา กุลนา กรรมการผู้จัดการ คลีนฟาร์ม ขึ้นบรรยายถึงการบุกเบิกวิธีปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมขี่จักรยานปั่นนำคณะชมโรงเรือนปลูกผัก และยังได้ชิมผัดสดๆ พร้อมน้ำสลัดอร่อยๆ ด้วย (แอบกระซิบว่าอร่อยจนผมต้องซื้อกลับบ้านมาถุงใหญ่เต็มๆ) จากนั้นไปไหว้พระขอพรกันต่อที่วัดหนองสีดา วัดดังประจำอำเภอหนองแซง ซึ่งให้การต้อนนรับโดยท่านนายกริน อบต.หนองหัวโพ พร้อมชมค้างคาวแม่ไก่นับพันๆ ตัว ที่ลงหลังปักฐานห้อยตัวอยู่บนต้นไม้เฉพาะในเขตวัดหนองสีดาเท่านั้น มาถึงจุดนี้คาดว่าทุกคนคงเริ่มเหนื่อยกันไม่น้อย (ผมด้วย) พอใกล้เที่ยง จึงเริ่มปั่นจักรยานต่อไปยัง ‘หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไท-ยวน’ ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้ และความสวยงามของบ้านทรงไทยโบราณริมแม่น้ำป่าสัก ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จึงทำให้เราลืมความเหนื่อยล้าก่อนหน้านั้นไปเป็นปลิดทิ้ง หอวัฒนธรรมพื้นบ้านแห่งนี้ยังเป็นศูนยรวมของ 3 วัฒนธรรมชาวไทย ลาว และยวนเราจึงรับประทานอาหารเที่ยงแบบขันโตกตามธรรมเนียม พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านสี่ภาค โดยอาจารย์ทรงชัย วรรณกูล เจ้าของพื้นที่ให้การต้อนรับและดำเนินรายการ รวมถึงมีการพูดคุยกับ โบ๊ท - ฝ้าย และบรรณาธิการสำนักพิมพ์ Her Publishing ถึงความเป็นมาของหนังสือ ‘A Long Way Home 71 วัน ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา’ ใบบรรยากาศที่เป็นกันเอง เมื่อท้องอิ่ม ใจอิ่ม ก็มาลุยกันต่อกับจักรยานคู่ใจ เราใช้เส้นทางเดิมปั่นกลับกัน โดยแวะเหนื่อยกันอีกนิดที่ ‘สวนมะม่วงลุงน้อย’ เพื่อชมมะม่วงพันธุ์หนองแซงที่หาทานยาก และเหลือไม่กี่ต้นแล้วในประเทศไทย จากนั้นจึงเริ่มปั่นจักรยานฝ่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อไปอีกเกือบ 20 กิโลเมตร ไปยัง ‘พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ’ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสุดท้ายในทริปนี้ เพื่อเรียนรู้ความเป็นมาของต้นกำเนิดกาแฟไทยและดื่มเครื่องดื่มให้ชื่นใจ พร้อมชื่นชมกับของเก่าหายากที่ทางเจ้าของได้เก็บสะสมไว้มากมายกว่า 10 ปี รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของบ้านใร่กาแฟในยุคแรกๆ (ปลายปี 2540) ด้วย กิจกรรมทั้งหมดจำต้องร่ำลากันอย่างเป็นทางการที่นี่โดยนายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี กล่าวจบกิจกรรม คุณสายชล เพยาว์น้อย ผู้ก่อตั้งธุกรกิจบ้านใร่กาแฟ กล่าวขอบคุณในฐาะตัวแทนของชาวหนองแซง และทุกคนก็ได้ถ่ายภาพร่วมกันอีกครั้ง เมื่อพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยกันจนสดชื่นขึ้นมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปรวมพลกันอีกครั้งที่สถานีรถไฟหนองแซง เพื่อขึ้นรถไฟขบวนเดิมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น. ตลอดเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยว ถึงแม้อากาศจะร้อนแสนสาหัสและระยะทางกว่า 44 กิโลเมตรจะทำให้เหนื่อยหอบ และอาจมีนักปั่นบางคนที่ไปต่อไม่ไหว แต่ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ ความสนุกสนาน อีกทั้งยังได้รับการดูแลจากทีมงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นทริปจักรยานในฝันที่คุ้มเหนื่อยจริงๆ