ดูดวงตามราศี

5 สัญญาณเตือน ลิเวอร์พูล เตรียมเก็บข้าวของไปอยู่กลางตาราง
5 สัญญาณเตือน ลิเวอร์พูล /  มาริโอ บาโลเตลลี่ / 

หลังออกสตาร์ท ฤดูกาล 2014/15 ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ โชว์ฟอร์มเข้าตากองแช่งสุดๆ ก่อนหน้านี้คงมีน้อยคนที่เชื่อว่า "หงส์แดง" จะเปิดซีซั่นด้วยทรงบอลไม่มีอนาคตขนาดนี้ หลังจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ได้ทุ่มงบมหาโหดทะลุ 1 ร้อยล้านปอนด์ เพื่อหานักเตะตรงสเป็ก และตัวแทน หลุยส์ ซัวเรซ มาเติมแต่งให้ทีมแข็งแกร่งทั่วแผ่นฟ้า แต่สุดท้ายแผนที่ "บีร็อด" วางมาทั้งหมด มันอาจพลาดตั้งแต่แรกก็ได้ แถมราศีความล้มเหลวมันยังเปร่งประกายออกมาคล้ายๆเพื่อนร่วมสปีชีส์เดียวกันอย่าง "ไก่เดือยทอง" ช่วงที่เสีย แกเร็ธ เบล ไป เรอัล มาดริด เพราะสุดท้ายก็เหมือนเอาเงินไปเผาทิ้งเพราะสิ่งที่สูบเข้ามาคือการอัดแน่นให้สโมสรเต็มไปด้วยนักเตะเกรด B(เต็มที่ก็ B+) แทนแข้ง "ระดับโลก" ที่เสียไปก็เท่านั้นเอง 5 สัญญาณเตือน ที่อาจทำให้ ลิเวอร์พูล กลับไปยืนอยู่จุดที่คุ้นเคย (กลางตาราง) 5.) ใครว่า หงส์ เล่นเกมรุก? - ผมได้ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของ "บีร็อด" ในแมตช์โดน แอสตัน วิลล่า บุกสอย แอนฟิลด์ 0-1 เฮียแกบอกว่า ลูกทีมเล่นได้ดีหลังจากโดนนำ!! เพราะทุกคนกลับมาเติมเกมรุกอีกครั้ง เอ่อคือ! มันเป็นเรื่องธรรมดา หรือเปล่า? ที่ทีมจะต้องบุกแหลกหลังจากพลาดโดนนำก่อนทั้งๆที่เล่นในบ้าน? อีกอย่างแมตช์ล่าสุดกับ เวสต์แฮม (แพ้ 3-1) ครึ่งแรกไม่ถึง 10 นาที หงส์ โดนขยี้เบาๆ 2 เม็ด แต่หลังจากนั้นรู้หรือเปล่าเวลากว่า "ครึ่งชั่วโมง" ลูกทีมของ ร็อดเจอร์ส มีปัญญายิงเข้ากรอบ "ขุนค้อน" แค่ลูกเดียว ขอย้ำว่า แค่ลูกเดียว! จบซีซั่นนี้ถ้าไม่อยากซื้อ ปี๊บ มาเชยชม ต้องรีบแก้ไขจุดนี้เป็นอันดับแรก(แต่ดูแล้วคงยาก!) 4.) ไหนบอกสโมสร ยิ่งใหญ่กว่า นักเตะ? - การที่ ร็อดเจอร์ส คลุ้มคลั่งส่ง เจอร์ราร์ด ลงบัญชาการเกมแทบจะทุกนัดทั้งๆที่ผลงานไม่ต่างอะไรกับนักเตะเกรด B(เผลอจะแย่กว่าด้วยซ้ำ) เอาที่เห็นชัดๆเลยคือล่าสุดหลังจากโดนอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง สจ๊วด ดาวนิ่ง ไล่บี้ตลอด 90 นาที กัปตันหงส์รายนี้ ถึงกับหน้าจืดยังกับไก่ต้ม ทำดีที่สุดคือยืนให้กำลังใจเพื่อนๆกลางสนาม เพราะตัวเขาในตอนนั้นไม่มีประโยชน์กับทีมเลยแม้แต่นิดเดียว เต็มที่ได้แค่ส่งบอลคืนหลังแบบเบสิค(เพราะการเอาชนะ ดาวนิ่ง ด้วยการสลัดตัวประกบสำหรับ เจอร์ราร์ด ได้กลายเป็นเรื่องยากไปซะแล้ว) หรือไม่ก็เอาแต่หากองหลังแถวนั้นเพื่อฝากบอลให้ใกล้ๆ(เน้นปลอดภัย นโยบาย รักสุขภาพ) เห็นอย่างงี้! "บีร็อด" ยังตีมึนไม่กล้าถอดผู้มีอิทธิพลของ ลิเวอร์พูล รายนี้ออกไปพัก ที่พูดมาไม่ใช่เฉพาะแมตช์ล่าสุด แต่รวมไปถึงเกมกับ แอสตัน วิลล่า, ลูโดโกเร็ตส์ ด้วย บางทีความจงรักภักดีของสโมสร ไม่สามารถทำให้รูปเกมจากที่เป็นรองดีขึ้นได้หลอกนะ /// ผมบอกเลย หลายคนกลัวการออกมาโจมตี เจอร์ราร์ด ทั้งๆที่ฟอร์มของกัปตันทีมรายนี้ ไม่ได้อยูในจุดสุดยอดของอาชีพตั้งแต่ 1-2 ปีแล้วก็ตาม อยากให้แยกระหว่างความชอบกับ ระดับฝีเท้าในปัจจุบันมากกว่า 3.) ลืมคำนี้ไปซะ!! ลิเวอร์พูล ไม่เคยขาดศูนย์หน้าระดับโลก - ก่อนหน้านี้ "หงส์แดง" เคยชินกับจังหวะคิดอะไรไม่ออกก็ส่งบอลให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส และหลุยส์ ซัวเรซ ใช้ความเทพลากเลื้อยเข้าไปพังตาข่าย แต่นั่นคือ อดีต! ขอย้ำว่า อย่าไปยึดติด! ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ไม่มีหัวหอกคอยแบกทีมอีกต่อไปแล้ว!! สำหรับ บาโลเตลลี่ ถามว่า 16 ล้านปอนด์ ได้มามีประโยชน์อะไรบ้าง? ผมบอกเลยมี 2 อย่าง พักบอล+ไล่บอล(แบบขี้เกียจ) นอกนั้นยังเฉยๆมาก ในฐานะคนดูบอลผมยังไม่รู้สึกว่า "เกรียนโอ้" จำเป็นต้องใช้ตัวประกบ 2-3 คนตอนได้บอลเหมือน เหยิน กับ ตอไม้(สมัยอยู่ ลิเวอร์พูล เท่านั้น)เลย เชื่อว่าถ้า ร็อดเจอร์ส ดึงขีดจำกัดของ ซุปเปอร์มาริโอ้ ออกมาได้ เจ้านี่ก็อันตรายไม่แพ้ใครเหมือนกัน แต่อยู่ที่จะทำได้หรือป่าว? เพราะอย่าลืมว่าพลาดได้ ถ้าบ่อยไปก็ไม่น่าให้อภัยนะจ๊ะ และถ้าปัญหานี้เรื้อรังเฮีย(บีร็อด)จะโดนเด้งเอาไม่รู้ตัว 2.) อย่าเอา เต้ยโศก มาอ้าง! - ผมไปอ่านเห็นคอมเม้นของแฟนหงส์หลายคนเกี่ยวปัญหาฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำลงเรื่อยๆของ "หงส์แดง" ไม่น่าเชื่อว่าบรรดา "เดอะ ค็อป" จะงัดท่าไม้ตาย อ้างว่าเหตุผลหลักเพราะ "เต้ยโศก" ต้องเข้าโรงหมอถึง 3 สัปดาห์ ซึ่งมันทำให้ผมคิดในใจว่าถ้างั้น 1 ร้อยกว่าล้านปอนด์ ที่เสียไปในช่วงซัมเมอร์ นอกจากจะไม่ช่วยอะไร แต่กลับทำให้ห่วยแตกลงซะงั้น? 1.) ซื้อเยอะจนกาก - 9 นักเตะที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ แม้จะหาเกรด A ไม่ได้สักคน แต่ลึกๆเชื่อว่าด้วยสไตล์การเล่นที่(น่าจะ)เข้ากับระบบ TiKi-TaKa ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ "ตะกุกตะกัก" โคตรๆ หมดไอเดียจนต้องสาดยาวมั่วๆ โดยเฉพาะแนวรับที่ไว้ใจได้ ว่าต้องเสียประตูทุกเกมแน่ๆ! ของแบบนี้ต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่ผมกลัวว่ามันจะนานเกิน จนฤดูกาลหน้าอดไป ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ทั้งๆที่อุตส่าห์ทำได้ในรอบ 5 ปีแล้วนี่สิ

ระเบิดศึก 12 ราศี แห่งตำนานเซนต์เซย่า กับ Saint Seiya : Legend of Sanctuary ตุลานี้ แน่นอน!!
CG Animation /  Saint Seiya: Legend of Sanctuary / 

คุณผู้ชมหลายท่านคงปฏิเสธไม่ลงว่า หนึ่งในการ์ตูนฮิตอมตะตลอดกาล คงหนีไม่พ้น เซนต์เซย่า เหล่านักรบชุดเกราะเทพปกรณัม ผลงานของ มาซามิ คุรุมาดะ ที่ครองใจผู้อ่านทั่วเอเชีย และในวันนี้ ตำนานการ์ตูนจะได้รับการคืนชีพอีกครั้ง ในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นสามมิติฟอร์มยักษ์ สุดยิ่งใหญ่ ตระการตา เรื่อง Saint Seiya : Legend of Sanctuary ที่จะมาระเบิดศึกปราสาท 12 ราศี ให้ทั้งคอการ์ตูนและภาพยนตร์ ได้มันส์กันแบบจัดเต็ม! ในเดือนตุลาคมนี้ ตำนาน เซนต์เซย์ย่า เริ่มมาจากหนังสือการ์ตูนแต่งขึ้นโดย มาซามิ คุรุมาดะ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ ตั้งแต่ปี 1985 - 1990 ซึ่งสามารถเอาชนะใจเด็กๆทั้งชาย-หญิง ด้วยเรื่องราวแฟนตาซีที่อิงมาจากตำนานเทพปกรณัมกรีก และ "คลอธ" หรือเสื้อเกราะของเหล่าเซนต์ที่มีรูปร่างแตกต่างกันไปตามลักษณะของกลุ่มดาว และ เซนต์เซย์ย่า ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบอะนิเมะ และออกฉายครั้งแรกในญี่ปุ่น หลังจากออกตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูนเพียง 9 เดือน เพราะเสน่ห์ของตัวละครต่างๆ ที่มีพลังที่หลากหลาย จึงกลายเป็นที่รักของแฟนๆ และได้รับความนิยมสูงสุดในปลายยุค 80 เซนต์เซย์ย่า ฉบับการ์ตูน ที่คุณผู้ชมน่าจะคุ้นเคยกัน ในส่วนของหนังสือการ์ตูนต้นฉบับนั้น สามารถขายได้กว่า 34,000,000 เล่มทั่วโลก ขณะที่การ์ตูนโทรทัศน์ ก็ได้ถูกนำไปแพร่ภาพกว่า 80 ประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทย มีการนำ เซนต์เซย์ย่า มาออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2531 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 โดยใช้ชื่อว่า "เซย่า เทพบุตรหมัดดาวหาง" และในปี 2014 นี้ เหล่านักรบแห่ง เซนต์เซย์ย่า ก็ได้โคจรกลับมาสู่โรงภาพยนตร์อีกครั้ง หลังลงจอในญี่ปุ่นครั้งหลังสุดเมื่อ 10 ปีก่อน โดยภาพยนตร์ Saint Seiya : Legend of Sanctuary เรื่องนี้ เป็นผลงานของผู้กำกับ เคอิจิ ซาโต้ (Tiger & Bunny และ Black Butler หรือ พ่อบ้านปีศาจ) ที่เลือกช่วงศึกปราสาท 12 ราศี ที่เป็นภาคที่แฟนๆ ชื่นชอบมากที่สุดของการ์ตูนเซย่า มาทำเป็นภาพยนตร์ใหม่ ในแบบ CG Animation อีกทั้งยังการันตีความมันส์ ด้วยการได้ มาซามิ คุรุมาดะ ผู้เขียนการ์ตูนต้นฉบับ มานั่งตำแหน่งอำนวยการสร้าง อีกด้วย และที่สำคัญ การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเหล่าเซนต์ ในครั้งนี้ ย่อมไม่ธรรมดา เพราะได้นำบรรดานักรบทีคุณคิดถึงมาอย่างจุใจ เพื่อระเบิดศึกแห่งปราสาท 12 ราศี ให้กระหึ่มและตราตรึงคุณผู้ชมได้แบบสุดๆ  โดยตัวละครที่จะมาทำศึกครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น เซย์ย่า บรอนซ์เซนต์แห่งกลุ่มดาวม้าบินเพกาซัส, เฮียวงะ บรอนซ์เซนต์จากกลุ่มดาวหงส์, ชุน  บรอนซ์เซนต์จากกลุ่มดาวอันโดรเมด้า, อิคคิ บรอนซ์เซนต์จากกลุ่มดาวฟีนิกซ์, ซาโอริ คิโดะ ร่างอวตารของเทพีอาเธน่า และยังมีเหล่าโกลด์เซนต์สุดโหด แห่ง 12 ราศี ไปจนถึง โป๊ป ผู้กุมอำนาจสูงสุดใน 12 ปราสาทแห่งแซงค์ทัวรี่ มาระเบิดศึกในครั้งนี้แบบจัดเต็ม ร่วมระเบิดพลังคอสโม สู่ตำนานแห่งเซนต์เซย์ย่า ไปกับ Saint Seiya : Legend of Sanctuary ได้ในวันที่ 16 ต.ค. นี้ ทั้งเสียงญี่ปุ่นต้นฉบับและพากย์ไทย เฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือ SF และ APEX เท่านั้น คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Saint Seiya : Legend of Sanctuary ได้ที่นี่เลย --------------------------------------------------

แฝดจับมือโดดสะพาน หนีคู่อริ จมน้ำดับทั้งคู่
ข่าว /  ข่าวอาชญากรรม / 

พี่น้องฝาแฝดจับมือโดดสะพานหนีคู่อริ จมน้ำดับทั้งคู่  วานนี้(17 ก.ย.)  ร้อยเวร สน.บางคอแหลม รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำมาติดใต้สะพานพระราม 9 ฝั่งวัดราษฎร์บูรณะ บริเวณใกล้เคียงธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบศพชายนอนหงายอยู่บนผิวน้ำ สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ขายาว ทราบชื่อคือนายธนา แซ่เฮ้ง อายุ 29 ปี เบื้องต้นไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย แต่มีมีดปอกผลไม้ ความยาวประมาณ 4 นิ้ว , โทรศัพท์มือถือ และกุญแจรถจักรยานยนต์ของผู้ตายอยู่ภายในกระเป๋ากางเกง ภาพประกอบข่าว จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในซอยเดียวกับบ้านของผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายมีน้องชายฝาแฝดอีกคนหนึ่ง ซึ่งทั้งคู่มีพฤติกรรมเมาอาละวาดเป็นประจำ ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา นายธนากับน้องชายฝาแฝดมีเหตุทะเลาะวิวาทแทงกลุ่มคู่อริที่ตั้งวงกินเหล้าอยู่ภายในซอยวัดปรก 2 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร ท้องที่ สน.ยานนาวา จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 คน ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมาถึงบริเวณกลางสะพานสาทร ก็มีคนเห็นว่า 2 พี่น้องได้จับมือกันกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อหลบหนี ต่อมา เวลาไล่เลี่ยกันรับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำอีก 1 ศพ สวมเสื้อสีน้ำเงินลายขวาง กางเกงยีนส์ขายาว ลอยมาติดท่าน้ำวัดบางนานอก แต่ไม่พบหลักฐานบัตรประชาชนหรือทรัพย์สินใดๆ ติดตัว แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าศพที่ 2 น่าจะเป็นน้องชายฝาแฝดของนายธนาที่ถูกพบเป็นศพแรก เนื่องจากมีรูปพรรณสันฐานใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามต้องรอญาติของผู้ตายทั้ง 2 รายมายืนยันและส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่โรงพยาบาลศิริราช MThai News

เรื่องน่าสนใจ สถานที่ลึกลับ สโตนเฮนจ์ Stonehenge
Stonehenge /  สถานที่ลึกลับ / 

สโตนเฮนจ์ ( Stonehenge ) หนึ่งในโบราณสถานลึกลับที่ยังคงหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ ว่าใครเป็นผู้สร้าง? สร้างเพื่ออะไร? สร้างได้อย่างไร? แต่ก่อนอื่น เราลองมาทำความรู้จักกับกลุ่มแท่งหินปริศนานี้กันดีกว่า เรื่องน่าสนใจ สถานที่ลึกลับ สโตนเฮนจ์ Stonehenge ภาพจาก www.coolfactsforkids.com สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ตั้งอยู่กลาง "ทุ่งราบซัลลิสเบอร์รี่" (Salisbury Plain) บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะบริเวณโดยรอบนั้นไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นใดเลย มีจำนวนแท่งหินทั้งหมด 112 ก้อน ตั้งเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง และวางเรียงในลักษณะที่ต่างกัน ทั้งวางนอน วางพาดกัน และวางตั้งขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณอายุของหินกลุ่มนี้ พบว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 3,000–2,000 ปีก่อนคริสตกาลนู่นเลย สรุปคืออายุกว่า 5,000 ปีแล้ว! การก่อสร้างสโตนเฮนจ์ ใช้เวลาสร้างต่อเนื่องกันมาถึง 3-4 ระยะ ในช่วงเวลาประมาณ 1,500 ปี คำนวนจากการที่หินแต่ละก้อน แต่ละชั้นมีอายุไม่เท่ากัน มาจากต่างยุคกัน ตั้งแต่ยุคหินตอนปลายจนถึงยุคสำริดตอนต้น สิ่งที่น่าสงสัยคือ บริเวณที่ราบดังกล่าวไม่มีก้อนหินขนาดมหึมานี้อยู่เลย ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือมาจาก "ทุ่งมาร์ลโบโร" (Marlborough Downs) ที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร และยังมีหินสีน้ำเงินหนักสี่ตัน ซึ่งพบได้บริเวณภูเขาพรีเซลีทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นเวลส์ (สันนิษฐานว่า ใช้แพลำเลียงล่องมาตามชายฝั่งเวลส์และแม่น้ำเอวอน แล้วชักลากต่อมาทางบก) ภาพจาก www.english-heritage.org.uk เรื่องน่าพิศวงต่อมา คือ คนในยุคนั้นเขาเอาอะไรมายกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน แถมยังต้องลากมาจากสถานที่อื่นอันห่างไกล ดูแล้วสมัยนั้นไม่น่ามีเครื่องทุ่นแรงอย่างที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน? ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ต้องนำหินมาขัดแต่งให้มีความเหลี่ยม ความมน มีสลัก และเดือยซึ่งจะทำให้หินพาดกันได้อย่างพอดี มีความมั่นคง กล่าวกันว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลก โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการสร้าง บ้างก็ว่าเป็นผลงานศิลปะของยักษ์ในยุคก่อน สุดท้ายก็ยังไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้าง มีข้อสันนิษฐานมากมาย ยกตัวอย่างที่มีคนพูดถึงกันมาก เช่น - ผู้คนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 เชื่อว่าเป็นวิหารซึ่งพวกลัทธิดรูอิดใช้ประกอบพิธีบูชาพระอาทิตย์และบูชายัญมนุษย์ แค่แนวความคิดนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะสโตนเฮนจ์นั้นสร้างเสร็จอย่างน้อย 1,000 ปีก่อนลัทธิดังกล่าวจะเฟื่องฟู - ใช้เป็นสถานที่รักษา ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงและดนตรีจากมหาวิทยาลัยฮัดเดอร์ฟิลด์ค้นพบว่า แท่งหินมหึมาที่ตั้งตระหง่านเป็นวงกลมเหนือเนินดินสามารถสะท้อนเสียงได้อย่างวิเศษ นักวิจัยคาดว่าดนตรีที่เล่นกันบริเวณสโตนเฮนจ์คงเป็นเพลงที่มีจังหวะธรรมดาซ้ำๆ และให้สะท้อนก้องอยู่ในบริเวณนั้น ตรงกันกับเทคโนโลยีกลศาสตร์นาโน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยปรับปรุงงานวิจัยด้านการแพทย์ ด้านการผ่าตัด การผลิตอาหาร และเชื้อเพลิง - สร้างเพื่อศึกษาด้านดาราศาสตร์ สังเกตปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า เช่น สุริยุปราคา จันทรุปราคา เป็นเครื่องคำนวญยุคก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งใช้เป็นปฏิทินดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ เพราะแนวของหินกลุ่มก้องต่าง ๆ ล้วนมีความสัมพันธ์กับแนวการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวพระเคราะห์ทั้งสิ้น ภาพจาก www.express.co.uk - เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพ และเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความตายของกลุ่มชนชั้นสูงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณฝังอยู่ในบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่ประมาณเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สโตนเฮนจ์เริ่มถูกสร้างขึ้น และคาดว่าน่าจะถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพสำหรับชนชั้นสูงในสมัยยุคหินยาวนานต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่า 500 ปี อย่างไรก็ดี แม้ผลการพิสูจน์โครงกระดูกที่ถูกขุดมาจากบริเวณสโตนเฮนจ์จะบ่งชี้ว่าสโตนเฮนจ์ถูกใช้เป็นสุสาน ก็ไม่ได้หมายความว่านั่นคือจุดประสงค์แรกมนุษย์ยุคก่อนสร้างสโตนเฮนจ์ขึ้นมา ถึงทฤษฎีทั้งหลายในปัจจุบัน จะสามารถพิสูจน์ได้เป็นเหตุเป็นผล มีหลักฐาน มีตัวเลขสถิติสนับสนุนว่าเป็นความจริง แต่ก็ยังไม่มีทฤษฎีไหนเลยที่จะไขปริศนาอันลึกลับดำมืดของ สโตนเฮนจ์ ได้อย่างกระจ่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า ใครเป็นผู้สร้าง? ยังเป็นสิ่งที่น่าค้นหา ติดตามกันต่อไป ที่มา : wikipidia,manager,komchadluek,history,nationalgeographic, http://travel.truelife.com/ บทความท่องเที่ยวน่าสนใจ : 10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษ : ความลับใต้ สโตนเฮนจ์ Stonehenge

ซีแอล 2NE1 ขึ้นแท่นนักร้องเกาหลีคนแรกที่ได้เฉิดฉายบนปก ELLE
2NE1 /  CL / 

CL (ซีแอล) หนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป 2NE1 (ทูเอนี่วัน) ขึ้นแท่นนักร้องเกาหลีคนแรกที่ได้เฉิดฉายบนปกนิตยสาร ELLE ซีแอล ศิลปินสาว หนึ่งในสมาชิก 2NE1 ได้รับเลือกให้เป็นนางแบบขึ้นปกนิตยสาร ELLE ฉบับเดือนตุลาคมของประเทศเกาหลีใต้ โดยการถ่ายแบบในครั้งนี้ ซีแอล มาพร้อมเสน่ห์ที่ดูโตขึ้น ซึ่งทางทีมงานของนิตยสาร ELLE ได้กล่าวชื่นชมความสามารถในการถ่ายแบบของนักร้องสาวว่า เธอสามารถโพสต์ท่าได้หลากหลายและมีความเป็นมืออาชีพอย่างมาก หลังจากที่ 2NE1 มาแสดงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกที่เมืองไทยเมื่อเดือนที่แล้ว ฟาก สาว ซีแอล ก็กำลังเดินสายงานด้านแฟชั่น โดยล่าสุดเธอได้ไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ที่ประเทศอิตาลี และได้พบกับดีไซเนอร์ของแบรนด์ชื่อดังมากมาย พิสูจน์ได้ว่า ซีแอล เป็นหนึ่งในเจ้าแม่แฟชั่นระดับแถวหน้าของเกาหลีอย่างแท้จริง! ซีแอล กับ Jeremy Scott ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สัมภาษณ์พิเศษ นิชคุณ
2PM /  Khun / 

เพิ่งลัดฟ้ามาเมืองไทยสดๆ ร้อนๆ สำหรับนักร้อง-นักแสดงชื่อดัง นิชคุณ หรเวชกุล ไอดอลหนุ่มที่กำลังคิวฮอตสุดๆ เพราะนอกจากจะเพิ่งคัมแบ็คด้วยผลงานอัลบั้มใหม่ Go Crazy! ร่วมกับเพื่อนสมาชิกวง 2PM แล้ว คิวงานเดี่ยวของ นิชคุณ เองก็รัดตัว จ่อคิวอีกเพียบ! หนึ่งในภารกิจที่ นิชคุณ บินมาทำกิจกรรมที่เมืองไทยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คือการร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกหา 5 หนุ่มสาวผู้ชนะในโครงการ Mitsubishi MIRAGE Be More Star Search ซึ่งนอกจากผู้โชคดีจะได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังมีโอกาสได้โฆษณาชุดใหม่ของ มิตซูบิชิ มิราจ ร่วมกับพรีเซ็นเตอร์สุดหล่อ อย่าง นิชคุณ อีกด้วย แต่แม้คิวงานจะแน่นแค่ไหน แต่ นิชคุณ ก็ยังแบ่งเวลามาเพื่อให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สื่อมวลชนไทย ซึ่ง music.mthai.com ได้เป็นเพียงเวบไซต์หนึ่งเดียวที่ได้สัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ด้วย! งานนี้ นิชคุณ ได้พูดคุยเปิดใจทั้งเรื่องอัลบั้มชุดล่าสุด, คอนเซ็ปต์ใหม่สุด Crazy, คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเมืองไทย รวมทั้งคำแนะนำดีๆ ที่เขาได้มอบให้น้องชายร่วมค่าย อย่าง แบมแบม GOT7 ... ไอดอลสุดหล่อคนนี้ให้สัมภาษณ์ว่าอะไรบ้าง คลิกไปดูกันเลย!! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

มาดู! ฝีมือการวาดรูปของฮิตเลอร์ ผู้นำโหด  ธรรมดาซะที่ไหน
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศเยอรมัน / 

อย่างที่เรารู้กันว่า อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการของเยอรมันนีผู้โหดเหี้ยม! จอมเผด็จการ แต่อีกด้านหนึ่งของขีวิตฮิตเลอร์เพื่อนๆ รู้ไหมว่าเขาทำอะไรบ้าง? วันนี้ทีนเอ็มไทยมีเรื่องราวดีๆ ของผู้นำโหดคนนี้มาฝากให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันคะ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) เป็นศิลปินที่มีฝีมือในการวาดรูป ก่อนที่เขาจะมาเป็นผู้นำจอมเผด็จการอย่างที่เรารู้จักกันดีนี้ เขาเคยตั้งใจจะเป็นนักวาดภาพมาก่อนแต่กลับสอบเข้าโรงเรียนสอนศิลปะไม่สำเร็จ (ถึง 2 ครั้ง!) หลังจากที่เขาเสียชีวิตลงก็มีการค้นพบภาพวาดฝีมือฮิตเลอร์อยู่หลายภาพ ลองไปชมกันเลย .. มาดู! ฝีมือการวาดรูปของฮิตเลอร์ ผู้นำโหด  ธรรมดาซะที่ไหน เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) มาดู! ฝีมือการวาดรูปของฮิตเลอร์ ผู้นำโหด  ธรรมดาซะที่ไหน หลายคนอาจจะจินตาการว่า ในหัวหรือในความคิดของฮิตเลอร์นั้นคงมีแต่เรื่องรบ ฆ่าฟันกัน ปืน ระเบิด อำนาจ ต่างๆ นาๆ แต่ใครจะรู้ว่าเขาหน่ะชอบวาดรูปเป็นที่สุด และภาพของเขาแต่ละภาพนั้นก็ไม่ได้บ่งบอกหรือแสเงถึงสงครามแต่อย่างใด แต่เป็นภาพดอกไม้ วิวสวยงาม แทนซะอีก .. ก่อนอื่นทีนเอ็มไทยของเล่าเรื่องวัยเด็กของฮิตเลอร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันก่อนนะคะ วัยเด็กของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) นั้นเขาเป็นเด็กน่ารัก เรียนเก่ง ถึงขั้นได้รับการไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าห้อง เขาเป็นคนรักศิลปะ รักการวาดรูป และสิ่งนั้นเองก็เป็นเหตุให้ผลการเรียนของเขาตกต่ำลงด้วย หลังจากนั้นครอบครัวฮิตเลอร์ย้ายไป ลัมบัค อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เข้าศึกษาที่โรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่ง ซึ่งอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในวัย 8 ขวบเข้าเรียนร้องเพลง ร่วมอยู่ในวงประสานเสียงของโบสถ์ และกระทั่งเขาวาดฝันว่าตนจะเป็นนักบวช แต่ต่อมาน้องชายสุดที่รัก เอ็ดมุนด์ ได้เสียชีวิตลง ซึ่งมีผลกระทบต่อฮิตเลอร์อย่างมาก จากที่เคยเป็นเด็กที่มั่นใจ เข้าสังคม และเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยม ฮิตเลอร์เป็นเด็กอารมณ์ขุ่นมัว เฉยชา และบึ้งตึง มีปัญหากับบิดาและครูอย่างต่อเนื่อง เขาย้ายที่เรียนหลายที่แต่ก็ยังไม่ถูกใจพ่อซะที พ่อของฮิตเลอร์จึงส่งเข้าไปเรียนที่โรงเรียนอาชีวะ ทำให้เขายิ่งกลายเป็นเด็กเกเรมากขึ้น!! เพียงเพื่ออยากให้พ่อปล่อยเขาทำตามฝันของตัวเอง พ่อของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เสียชีวิตกะทันหัน พฤติกรรมของฮิตเลอร์ที่โรงเรียนอาชีวะยิ่งเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก แม่เขาจึงอนุญาตให้เขาลาออกในปีถัดมา อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ลงเรียนที่เรอัลชูเลอในสเทเยอร์ และทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี แต่เขาไม่แสดงความทะเยอทะยานในการเรียนต่อ หาอาชีพให้กับตนเองสำหรับอนาคต อ่านต่อเพิ่มเติม : ประวัติอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้ก่อตั้งทัพนาซี http://teen.mthai.com/variety/57766.html เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai (หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ขอบคุณภาพ sobadsogood.com เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 5 งานดิเรกของผู้นำโหดระดับโลก http://teen.mthai.com/variety/64367.html ประวัติอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้ก่อตั้งทัพนาซี http://teen.mthai.com/variety/57766.html เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ http://teen.mthai.com/variety/77596.html 10 สุดยอดนาซีหญิงของฮิตเลอร์ http://teen.mthai.com/variety/72481.html

Super Junior สุดปลื้ม! จัดคอนเสิร์ต Super Show เป็นครั้งที่ 100
Donghae /  EUNHYUK / 

Super Junior (ซุปเปอร์ จูเนียร์) สุดภูมิใจ! ฉลองจัดคอนเสิร์ต Super Show รอบที่ 100 - ให้คำมั่น "พวกเราจะนำเสนอความเป็นเกาหลีออกสู่ทุกๆ ที่ที่เราไปครับ" เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา บอยแบนด์ K-POP สุดฮอต วง Super Junior ได้จัดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต Super Junior World Tour Super Show 6 ซึ่งคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันนั้นถือเป็นคอนเสิร์ต Super Show รอบที่ 100 ของพวกเขา โดยสมาชิกของ Super Junior ต่างเผยถึงความรู้สึกสุดภาคภูมิใจ "เรารู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากๆ ครับที่ได้เป็นศิลปินเกาหลีเบอร์แรกที่มีคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์เป็นรอบที่ 100 พวกเราจะคิดอยู่เสมอว่าจะนำเสนอความเป็นชาติเกาหลีออกสู่ทุกๆ ที่ที่เราไป ขอบคุณครับ" คังอิน เสริมว่า "เราได้เตรียมอะไรมากมายไว้เพื่อคอนเสิร์ต Super Show 6 ครับ โดยเฉพาะ ชินดง และ อึนฮยอก ที่พยายามและทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ โปรดติดตามด้วยนะครับ" ฟาก ฮีชอล กล่าวว่า "พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อเติมเต็มในส่วนของ เยซอง (ซึ่งกำลังรับราชการทหาร) ด้วยครับ" นับตั้งแต่วง Super Junior จัดคอนเสิร์ต Super Show ของพวกเขาเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2008 จนถึงปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็นคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ 3 ครั้ง และคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์อีก 2 ครั้ง ทำให้ Super Junior มีคอนเสิร์ตรวมแล้วทั้งสิ้น 97 ครั้ง ต่อผู้ชมทั่วโลกกว่า 1,350,000 คน การครองสถิติศิลปินซึ่งมีคอนเสิร์ต Super Show เป็นรอบที่ 100 ของ Super Junior ในสเกลเวิลด์ทัวร์ในครั้งนี้จึงถือเป็นการสร้างสถิติใหม่ให้กับวงการเพลงเกาหลีเลยทีเดียว อนึ่ง คอนเสิร์ต Super Show 6 ของ Super Junior ได้เปิดฉากแสดงรอบแรก ณ ณ จัมซิล สเตเดี่ยม กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา โดยต่อจากนี้ Super Junior เตรียมเดินสายแสดงคอนเสิร์ต Super Show 6 ของพวกเขาต่อที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 29-30 ตุลาคมนี้ ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

หม่อมเหยิน จากตลกชื่อดัง สูญเงิน7ล้านจากธุรกิจ ชีวิตพลิกผันขายไอติม
ขายไอติม /  ขายไอศครีม / 

หม่อมเหยิน จากตลกชื่อดัง สูญเงิน7ล้านจากธุรกิจ พลิกผันขายไอติม รายการคนดังนั่งเคลียร์ ออกอากาศทางช่อง 2 ดำเนินรายการโดยอ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ได้สัมภาษณ์ หม่อมเหยิน อดีตตลกชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันชีวิตพลิกผันขายไอศครีมมะพร้าว โดยหม่อมเหยินได้เล่าถึงเรื่องราวหนหลังว่า ชื่อหม่อมเหยินนี้ได้มาจากคนในวงการตลกตั้งให้และโด่งดังในอดีตกว่า 20 ปี แต่ก่อนดังมากถึงขนาดได้เงินคืนละ3หมื่นบาท ตกเดือนละล้านแต่ก็ต้องจ่ายเงินให้ลูกน้องในคณะ แต่จุดพลิกผันอยู่ที่ไปลงทุนเปิดร้านอาหารที่จังหวัดระยอง แต่ก็เจ๊งสูญเงินไปกว่า 7 ล้านบาท อดีตเคยมีรถเบนซ์2คันก็ต้องขายทิ้ง เพราะสาเหตุไม่มีประสบการณ์เรื่องธุรกิจ จากนั้นติดหนี้สินมากมายจึงได้เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นพร้อมภรรยาโดยหนีวีซ่าไปอยู่ประมาณ 8 ปี ทำงานในโรงงานในประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งเกิดการกวาดล้างจับแรงงานครั้งใหญ่ ทำให้หม่อมเหยินคิดได้และไปมอบตัวเพื่อขอเดินทางกลับประเทศไทยแต่โดยดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ประเทศญี่ปุ่นก็อำนวยความสะดวกให้และให้เวลาอยู่ต่ออีก1เดือน ให้หาเงินซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเอง จึงได้กลับมาอยู่ประเทศไทยและนำเงินมาทยอยใช้หนี้จนปัจจุบันยอมรับว่าไม่มีหนี้สินติดตัวแล้วและสบายใจเป็นอย่างมาก หลังจากกลับมาเงินทองเริ่มน้อยลง จึงจำได้ว่าตอนอยู่ญี่ปุ่นมีคนไทยขายไอศครีมอยู่จึงนำสูตรมาลองทำ ตอนนี้ก็เลยขายไอศครีมมะพร้าวหอมตระเวนขายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งหม่อมเหยินก็พอใจในชีวิตไม่เคยคิดถึงความรุ่งเรืองในอดีตเพราะเป็นคนปลงตก ตัดใจได้ง่าย ทุกอย่างไม่จีรังยั่งยืน ขอเพียงแค่พออยู่พอกินก็สบายใจ Mthai News .................................................................................................................  บทความอื่นๆ เผยชีวิตหมดเปลือก ป๋าเทพ ชีวิตตลก ที่ไม่ตลกอย่างที่คิด ป๋าเทพ ชีวิตตลก ที่ไม่ตลกอย่างที่คิด ขำไม่ออกซะแล้วสำหรับนักแสดงตลกรุ่นเดอะ ป๋าเทพ หรือ เทพ โพธิ์งาม หรือที่คนในวงก... เส้นทาง เกมส์ เศรษฐี ธุรกิจ 100 ล้าน เริ่มต้นจากครอบครัวกรรมกร เส้นทาง "เกมส์" เศรษฐี ธุรกิจ 100 ล้าน เริ่มต้นจากครอบครัวกรรมกร สุวิจักขณ์ ศรีอารีย์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ร้อยล้าน วัยเพียง 37 ปี เท่านั้น ถึงแม้จะไม่ได้เติบโตมาด้วยครอบครัวที่มีฐานะที่ดี แต่...

ตร.เผยDNAฆ่า2ฝรั่งเกาะเต่าชัดคนเอเชีย-เร่งล่า
ข่าวฆ่านักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า /  ฆ่า / 

ตำรวจเผย ผลดีเอ็นเอ ชัดคนฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเป็นคนเอเชีย เร่งเก็บดีเอ็นเอคนบนเกาะล่าตัวคนร้าย แหล่งข่าวระดับสูง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุด กรณี 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถูกฆาตกรรมโหด ที่เกาะเต่า จ.สุราษฏธานี เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า ล่าสุดทราบผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอวายโครโมโซมจากอสุจิในช่องคลอดและ ทวารหนักของนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ เพื่อหาสัญชาติของผู้ต้องสงสัย โดยปรากฏว่าดีเอ็นเอวายโครโมโซม ระบุผลพิสูจน์เป็นดีเอ็นเอของชาว มองโกลอยด์ หรือชาวเอเชีย ซึ่งผลพิสูจน์ดังกล่าวทำให้ เจ้าหน้าที่สามารถจำกัดวงผู้ต้องสงสัยให้แคบลง โดยตัด ชาวคอเคซอยด์ หรือชาวยุโรป อเมริกัน ออกทั้งหมด และจะต้องเร่งเก็บดีเอ็นเอคนเอเชียบนเกาะดังกล่าว โดยเฉพาะแรงงานพม่า มาตรวจเปรียบเทียบเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ละคร
สน ส่งไพศาล /  แพทริเซีย กู๊ด / 

"มาลีเริงระบำ" บทประพันธ์ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ บทโทรทัศน์ : นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์ กำกับการแสดง : สำรวย รักชาติ เสียงเพลงดังมาจากห้องน้ำหลังบ้านไม้ในหมู่บ้านชนบท ห้องน้ำคือเวที ฝักบัวคือไมโครโฟน กระจกอยู่ตรงหน้า “หนูมาลี”(มีชื่อจริงพ่อตั้งให้ว่า ด.ญ.มาลีเริงร่า อากาศดี)เด็กสาวหน้าตาผิวพรรณสวยราวกับภาพวาด อยู่ในห้องน้ำวันละหลายชั่วโมง เพียงเพื่อร้องเพลงและเต้นรำเลียนแบบศิลปินดังที่อยู่ในทีวี “หนูมาลี” เป็นสาวเหนือจากหมู่บ้านเล็กๆ หนูมาลีเติบโตมาด้วยน้ำมือปู่คนเก่งชอบช่วยเหลือแต่เป็นอัลไซเมอร์ชื่อ “ปู่เชื้อ” และย่าหูตึงใจดีแต่มักทำผิดเพราะฟังไม่ได้ยินชื่อ “ ย่าหงส์” มาลีเติบโตอย่างไม่มีพ่อแม่จึงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับทีวีและวิทยุแทบทั้งวันหนูมาลีมีความฝันว่าตนจะได้มีโอกาสเข้าร่วมประกวดร้องเพลงแล้วชนะเลิศ โด่งดังเป็นดาวในเมืองหลวงกับรายการทีวีสักรายการหนึ่งนั่นคือฝันที่หนึ่ง ฝันที่สองของหนูมาลีคือการได้พบพ่อบังเกิดเกล้า “เรืองยศ” หรือ พ่อเรือง ที่เข้าไปทำงานในกรุงเทพ ทุกๆเดือนหนูมาลีจะไปที่ไปรษณีย์เพื่อรับเงินที่พ่อเรืองส่งมาให้ ภาพจำสุดท้ายของหนูมาลี คือเมื่อตอนสามขวบ พ่อเรืองในชุดทหารเกณฑ์ เอาข้าวของมากมายมาเยี่ยมปู่ย่า และเข้ามากอดหนูมาลีอย่างรักใคร่ หลังจากนั้นพ่อก็ได้แต่ส่งเงินและจดหมายมา ทุกๆวันสงกรานต์ ปู่ ย่า และหนูมาลี จะไปรอที่ปากทางหมู่บ้านแต่พ่อเรืองก็ไม่มา ปู่บอกว่า พ่อเป็นทหารที่เก่งมาก ป่านนี้คงเป็นเจ้าคนนายคน จึงส่งเงินและจดหมายที่มีแต่ความห่วงใยกลับมาบ้านได้สม่ำเสมอ ปู่และย่าภูมิใจในตัวพ่อเรืองมาก สำหรับหนูมาลี พ่อเรืองคือดวงใจ คือจุดหมาย คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องมีแม่ ! ปู่เคยเล่าให้ฟังว่า พ่อเรืองกับแม่เป็นเพื่อนนักเรียนกัน ทั้งสองแอบได้เสียกันตอนงานลอยกระทง แม่ของหนูมาลีเกิดท้อง ด้วยความที่แม่ของหนูมาลีใฝ่แสงสีในเมืองหลวง หลังจากคลอดลูกก็ทิ้งลูกไว้แล้วหนีเข้ากรุงเทพ พ่อเรืองคนนี้เองที่ไปตระเวนหาลูก ถึงกับต้องขโมยเด็กขึ้นรถสองแถวหนีจากสังคมสงเคราะห์ เรืองยศพาหนูมาลีกลับบ้านมาให้พ่อกับแม่เลี้ยง แล้วดิ้นรนไปหางานทำในเมืองหลวงเพื่อส่งเสียให้หนูมาลีได้เรียนสูงๆ ให้พ่อกับแม่ได้มีเงินรักษาตัวยามเจ็บไข้ พ่อเรืองพูดคุยกับหนูมาลีทางจดหมายปีละครั้ง แต่หนูมาลีส่งจดหมายถึงพ่อเสมอทุกเดือน สิ่งเดียวที่หนูมาลีไม่เข้าใจคือ ทำยังไงพ่อเรืองก็ไม่ยอมให้หนูมาลีออกจากหมู่บ้านไปหาพ่อที่กรุงเทพ ทุกครั้งที่หนูมาลีส่งจดหมายก็ได้แต่ส่งเข้าตู้ไปรษณีย์เลขที่ 14 ไปรษณีย์รัชดา โดยไม่บ่งบอกที่อยู่ใดๆ เมื่อหนูมาลีเรียนจบม.6 หนูมาลีตัดสินใจแน่วแน่ จะเข้ากรุงเทพไปหาพ่อ หนูมาลีตั้งใจจะไปประกวดร้องเพลงในรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงดังที่สุดในประเทศด้านการหาซุปเปอร์สตาร์ สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินทางมาที่กรุงเทพฯ หนูมาลีจะไปดักรอพ่อที่หน้าไปรษณีย์ ยังไงเสียพ่อต้องมาไขตู้เอาจดหมายที่ตนส่งมาทุกเดือน ผ่านการเดินทางที่น่าเวียนหัว เข้ากรุงเทพครั้งแรก เมืองฟ้าอมรตรงหน้าเนืองแน่น ซับซ้อนจนยากที่จะเข้าใจ ทันทีที่ลงจากบขส. หนูมาลีกอดกระเป๋าแน่น พอดีพบเข้ากับอธิ นายตำรวจที่กำลังดักจับ คนส่งยาเสพติด อธิเข้าใจผิด คิดว่ามาลีเป็นคนร้าย จึงไล่จับ มาลีวิ่งหนี จนทองทา เพื่อนของอธิต้องช่วยจับตัวไว้ มาลีต่อสู้ ใช้สนับมือฟันไปที่หน้าอกของทองทาจนเป็นรอยแผลเป็น สุดท้ายทองทา อธิ และมาลีจึงไปสถานีตำรวจด้วยกัน จึงรู้ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด อธิต้องไปจับคนร้ายต่อ ทิ้งให้ทองทาอยู่กับมาลี มาลีไปเฝ้ารอพ่อที่ไปรษณีย์ แต่ด้วยความเป็นห่วง เพราะมืดค่ำ ทำให้ทองทาต้องพามาลีไปพักที่บ้านชั่วคราว แล้วจึงช่วยหนูมาลี ตามหาพ่อต่อไป ท่าทางที่เรียบร้อยสะอาดอ้านของทองทา หยิบจับทำอะไรก็ดูดีงดงามไปหมด ทำให้หนูมาลีอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองเป็นพวกรักร่วมเพศ หนูมาลียังพบใบสมัครร้องเพลง ในกระเป๋าของทองทา หนูมาลีรู้สึกสนิทสนมกับทองทาทันที หนูมาลีถามว่าทองทาจะสมัครการแสดงอะไร ทองทาบอกว่าเขาเป็นแดนเซอร์ เขารักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ หนูมาลีปักใจเชื่อว่า ทองทาเป็นเกย์ เป็นนักล่าฝันจากบ้านนอกเหมือนกันกับตน เพราะทองทาพูดภาษาไทยบางคำแปลกๆ และมีทีท่าเป๋อๆเปิ่นๆเหมือนกันกับตนในเมืองหลวงแห่งนี้ หนูมาลีหารู้ไม่ ทองทาไม่ได้เป็นสาวประเภทสอง เขาเป็นชายหนุ่มปรกติ ที่ชอบดูแลตัวเอง รักศิลปะ เขารักการเต้นทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจ ในวัยเด็กพ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน แม่ที่เป็นนักบัลเล่ต์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เขาจึงทิ้งประเทศไทยไปอยู่กับแม่ และเรียนเต้นจนจบปริญญาเอก ทองทามีอาชีพเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและการแสดงโชว์ มีผลงานมากมายในต่างประเทศ ก่อนจะเดินทางมาที่ประเทศไทยเมื่อไม่กี่วันนี้ ทองทาจึงเป็นผู้ชายทั้งแท่งที่มาจากประเทศนอกไม่ใช่เกย์บ้านนอกอย่างที่หนูมาลีเข้าใจทองทารู้สึกประทับใจในความใสซื่อ จริงใจและใบหน้าที่สวยงามของหนูมาลี เขารู้สึกขำกับอาการตีความเอาเองของหนูมาลีหลายๆอย่าง ก็เลยเออออห่อหมกไปกับหนูมาลี อยู่ช่วยเหลือหนูมาลีไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ได้นอนเคียงข้างสาวสวยช่างฝันที่พูดคุยสนุกทุกคืนเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสนิทสนมกับหนูมาลีอย่างรวดเร็ว ทองทาก้มมองที่หน้าอกด้านซ้ายที่มีหัวใจอยู่ตรงนั้น รอยแผลจากสนับมือทำท่าจะกลายเป็นแผลเป็น เหมือนความประทับใจในตัวสาวน้อยที่ดูจะเพิ่มมากขึ้น ไม่มีทีท่าจะลดน้อยลง มาลีไปรอพ่อที่ไปรษณีย์ทุกวัน จนได้พบกับชงโค ที่มาเอาจดหมายไป เธอสะกดรอยตามไป และได้พบกับการะเกด การะเกดให้มาลี ตามไปดูเจ้าของจดหมายที่กำลังจะขึ้นโชว์บนเวที ดวงตาสองข้างของหนูมาลีจับจ้องอยู่บนเวทีการแสดง ไฟแสงสีปรากฎ หนูมาลีใจเต้น พ่อเรืองที่ตนรอคอยกำลังจะปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า และแล้วชายหนุ่มผิวขาวใบหน้าสวยเฉี่ยวก็ปรากฎขึ้น รอยยิ้มฉาบเครื่องสำอางค์ บนร่างสูงสง่า ปรากฏตัวขึ้นราวกับราชินีแห่งคีตศิลป์ เสียงอันทรงพลังราวกับนักร้องมืออาชีพแทรกมากับดนตรีกระหึ่มบนเวที ! หนูมาลีก้มลงมองรูปถ่ายสีของพ่อเรืองในมือที่สั่นเทาของตน ชายหัวเกรียนในชุดทหารเกณฑ์สีเขียวอุ้มกอดหนูมาลีในวัยสามขวบอย่างรักใคร่ นี่คือวันสุดท้ายที่ได้พบหน้าพ่อเรืองเมื่อ15ปีก่อน พ่อเรืองของหนูมาลีไม่ใช่ทหาร ! แต่เป็นกระเทยแต่งหญิง เขาไม่ได้เป็นนายพันหรือนายพลอย่างที่ปู่บอก ไม่ใช่แม้แต่เฮียเจ้าของร้านคาราโอเกะ แต่คือ“โรส”เจ้าของร้านคาราโอเกะที่สวยและร้องเพลงเพราะมาก นี่เองคือคำตอบ ทำไมพ่อจึงไม่มาหาปู่ย่าและแม้แต่ลูกสาวของตัวเอง เพราะพ่อมีชีวิตอีกด้านที่น่าอับอายและไม่อยากให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนในครอบครัว !ไม่เพียงแต่หนูมาลีที่ตกใจ โรสเองก็จำหนูมาลีได้ทันที ทั้งสองไม่ใช่พ่อลูกที่โผเข้าหากันกอดกัน ทั้งสองนิ่งอึ้งมองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดๆ ! ทั้งสองไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรในเวลาเช่นนี้ ความผิดหวังในตัวผู้เป็นพ่อ ทำให้มาลีไม่สามารถเรียกเรืองยศ หรือโรสว่าพ่อได้ สุดท้าย โรสจึงให้มาลีเรียกตนเองว่าพี่โรส หนูมาลีต้องอยู่กรุงเทพฯ ต่อไป ทั้งเรื่องเรียนต่อ และเรื่องการเข้าประกวดร้องเพลง เธอกลายเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านของโรส โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน มาลีแสดงทีท่าไม่ชอบบอย คนรักของโรสตั้งแต่แรก แต่บอยก็ไม่ถือสาอะไร มาลีพบว่า เมื่อถอดเครื่องประกอบทั้งหมดออกแล้ว โรสก็เป็นเพียงผู้ชายรูปร่างหน้าตาดี มีท่าทางกระตุ้งกระติ้งมากกว่าปรกติ โรสเป็นคนปากจัด ขี้โวย เอาจริงเอาจัง ดุดัน ตรงไปตรงมา นับแต่วันนั้น หนูมาลีทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านของพี่โรส วันๆหนูมาลีพูดกับพี่โรสไม่กี่คำ พี่โรสเองไม่ได้พูดถึงปู่ย่า ไม่ได้พูดถึงข้อความในจดหมายที่เขียนหากันมาตลอด15ปี พี่โรสและหนูมาลียังคงไว้ซึ่งการเป็นนายจ้างและลูกจ้างเหมือนคนอื่นแต่มีบางสิ่งที่ไม่เหมือน สิ่งนั้นคือสายตาอันห่วงใย ที่โรสจะทอดมองมาที่หนูมาลีครั้งละนานๆ ความผิดปรกติอีกอย่างหนึ่งก็คือ พี่โรสนั้นจะปากไวปากจัด บ่นด่าจิกกัดทุกคนได้ตลอดวลา24 ชั่วโมง แต่สำหรับเด็กเสริฟที่ชื่อหนูมาลีแล้ว โรสไม่เคยดุด่าสักคำ มาลีสมัครเข้าประกวดร้องเพลงพร้อมกับ ชงโค การะเกด ซึ่งเจ้าของสถานีโทรทัศน์คือเมืองแมน พ่อของทองทา ซึ่งเมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เห็นแก่ผลประโยชน์และธุรกิจเป็นใหญ่ และภรรยาคนล่าสุดของเขาก็คือ โยทะกา แม่ของมาลีนั่นเอง ที่สถานี มาลีได้พบกับทองทาอีกครั้ง และเธอก็รู้ในที่สุด ว่าทองทาเป็นลูกของเมืองแมน คู่ต่อสู้คนสำคัญของมาลีก็คือ เบลล่า ลูกสาวต่างมารดาอีกคนของเมืองแมน เบลล่าสนิทสนมกับทองทา เธอเข้าประกวดเวทีนี้เช่นเดียวกัน ถึงแม้โยทะกาจะทักท้วงในตอนแรก แต่เพื่อกระแสข่าวและเรทติ้งทางสถานี เมืองแมนจึงให้เบลล่าเข้าประกวดในที่สุด โดยมีบุณฑริก ผู้เป็นยาย เป็นแรงสนับสนุนสำคัญของเบลล่า เมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้ เขาได้แม่ของทองทา “ช้องนาง” เป็นภรรยาคนแรก ช้องนางที่กำลังมีอนาคตในวงการบัลเล่ต์ ยอมทิ้งฝันนักบัลเลต์ระดับโลกเพราะท้องกับเมืองแมน แต่แล้วช้องนางก็ต้องเสียใจเมื่อพบว่าเมืองแมนไม่หยุดอยู่ที่ตนเอง เมืองแมนแอบไปมีเมียน้อย เป็นสาวไฮโซจากตระกูลเก่าแก่ชื่อ “บัวบุษบง” ช้องนางจึงหย่าและหนีไปต่างประเทศ แต่บัวบุษบงก็อยู่กับเมืองแมนได้ไม่นาน เมืองแมนแอบไปคบกับนางงามระดับประเทศคนดังชื่อ “โยทะกา”เมื่อบัวบุษบงรู้เข้า บัวบุษบงก็กินยาตายทิ้งลูกสาวชื่อ “บุษบาบัณ” หรือ “เบลล่า”เอาไว้ให้แม่ของตนเลี้ยง เมืองแมนแต่งงานกับโยทะกา จากสาวเหนือบ้านนอกมาเป็นนางงาม จากนางงามมาเป็นภรรยามหาเศรษฐี จากภรรยามหาเศรษฐี โยทะกากลายเป็นผู้บริหารรายการทีวีหญิงที่มีความสามารถ มีชื่อเสียง มีหน้ามีตาอยู่ในสังคม เป็นที่รู้จักของคนทั่วๆไป การแข่งขันเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งมาลี การะเกด ชงโค เบลล่า ทิมมี่ โกมินทร์ ภูมิ ซึ่งทางเบลล่านั้นมีครูสอนทั้งร้อง ทั้งเต้นให้อย่างครบครัน ส่วนมาลีนั้นไม่มีใคร จึงขอร้องให้ทองทามาเป็นครูสอนเต้นให้ ทองทาจึงใกล้ชิดกับมาลีมากขึ้น ส่วนอธิก็เริ่มสนิทสนมกับการะเกด และชอบการะเกดมาขึ้นทุกวัน โรสไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่มาลีเข้าประกวด เพราะอยากให้มาลีเรียนหนังสือมากกว่า แต่เมื่อได้พบกับทองทา เห็นว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่เก่ง และนิสัยดี จึงฝากให้ทองทา ดูแลมาลีอีกแรง มาลีเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ ที่เวทีนี้เอง เธอได้พบกับนักร้องชายในฝัน ซีโร่ อดีตผู้ชนะเลิศจากการประกวดปีที่แล้ว ซีโร่รู้ว่ามาลีหลงรักตนเอง จึงพยายามหว่านเสน่ห์ พูดจาหวานใส่มาลีตลอดเพื่อสร้างกระแส ทองทารู้ดีว่าซีโร่ไม่มีความจริงใจต่อมาลี แต่ไม่อยากพูดให้มาลีเสียใจ ส่วนเบลล่าเองก็ไม่พอใจมากที่ทองทาสนิทสนมกับมาลี จึงหาทางกลั่นแกล้งมาลีตลอดเวลา กิจการที่ร้านของโรสไม่ค่อยดีนัก แล้วชงโค ก็ตกรอบจากการประกวด เจ๊ซูซี่ เพื่อนของโรส ที่ชอบหาเด็กสาว ๆ ไปให้กับ เสี่ยวานิช จึงติดต่อชงโคไปถ่ายภาพโป๊ และสุดท้ายก็ไปมีความสัมพันธ์กับวานิชในที่สุด กลายเป็นผู้หญิงกลางคืนเต็มตัว ซูซี่ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังหลอกให้การะเกดไปหาวานิช จนถูกข่มขืน ทั้งทองทา และอธิตามไปช่วยไม่ทัน การะเกดเหมือนตกนรกเพราะทำใจไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ลาออกจากการแข่งขันในที่สุด เหลือมาลีเพียงลำพัง กิจการที้ร้านของโรสก็ต้องถูกปิดลงชั่วคราว เพราะเจ้าหนี้ตามมาทวงหนี้ อาละวาดจนแขกในร้านหนีกันไปหมด บอย ก็พยายามช่วยโรสทุกวิถีทาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก สุดท้าย มาลีเริ่มยอมรับในตัวของบอยมากขึ้นโรส แคที่ บอย มาลี จึงกลับไปต่างจังหวัด เพื่อเยี่ยม ปู่เชื้อ กับย่าหงส์ ความลับเรื่องที่โรสเป็นกะเทย ถูกเปิดเผยในที่สุด แต่มาลีก็ยืนยันว่า ไม่ว่าโรสจะเป็นยังไง ก็ยังเป็นพ่อของเธอในที่สุด ทองทา รักและเป็นห่วงมาลีเพิ่มขึ้นทุกวัน ตัดสินใจ ร้องเพลงสารภาพรักมาลีบนเวทีเปิดตัวศิลปินหน้าใหม่ของบริษัท เมืองแมนดีใจมากที่จะได้ทองทา มาเป็นศิลปิน เรียกเงินและเรทติ้งอีกคน ส่วนบรมและแซนดี้ ก็หมายมั่นปั้นมือ จะปั้นทองทาให้โด่งดังให้ได้ มาลีไม่ยอมพบหน้าทองทา จนทองทาต้องตามไปหาที่ต่างจังหวัด โรสเชียร์ทองทาจนออกนอกหน้า แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยกัน ซีโร่ก็ตามมาก่อกวน พูดจาไม่ดีใส่โรสไปหลายคำ แต่สุดท้ายเมื่อรู้ว่าโรสเป็นพ่อของมาลี ก็ถึงกับอึ้งไป การะเกดกลับไปเยี่ยมแม่ที่ต่างจังหวัด เศร้าใจกับชีวิต อธิคอยตามไปปลอบใจไม่ห่าง แต่ยังไง การะเกดก็ไม่ยอมกลับไปร้องเพลงอีก และด้วยความสงสารที่โรสไม่มีทางออก แคที่ จึงยอมออกทุนให้ก้อนใหญ่ เพื่อให้โรสกลับไปเปิดร้านอีกครั้ง ทุกคนจึงกลับไปที่กรุงเทพ ป้าบุญมา สมศรี ก็กลับมาทำครัวเช่นเดิม แต่คราวนี้โรส เปลี่ยนคอนเซปต์ร้าน ให้แขกที่มา ได้ขึ้นโชว์ กลายเป็นซุปตาร์กันถ้วนหน้า ทำให้ร้านเริ่มโด่งดัง ลูกค้าจองคิวขึ้นโชว์กันแบบข้ามเดือน มาลีกลับเข้าไปร้องเพลงประกวดอีกครั้งด้วยเพลงที่บอกถึงความคิดถึงที่มีต่อทองทา ซึ่งทองทาเอง ก็เข้าห้องอัดเสียงร้องเพลงด้วยความคิดถึงมาลีเช่นเดียวกัน สุดท้ายคืนนั้นเอง ทองทากับมาลีก็ปรับความเข้าใจกันในที่สุด ทั้งคู่บอกรักกัน และยืนยัน และก้าวไปสู่ฝัน ด้วยการร้องเพลงของทั้งคู่ ในขณะที่เส้นทางการร้องเพลงของมาลีกำลังไปได้ดี โรสกลับมีอาการป่วยมากขึ้น ด้วยการเป็นมะเร็งที่ลำไส้ สุดท้ายเขาตัดสินใจ บอกกับโยทะกาว่า มาลีคือลูกสาวของตนเอง ที่เกิดกับโยทะกา โยทะกาดีใจมาก แต่เมื่อมาลีรู้ความจริง กลับรับไม่ได้ที่โยทะกาทอดทิ้งตนไป ขอมีโรสเป็นพ่อเพียงคนเดียว ซ้ำร้ายเมืองแมนยังคงไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ เอาแต่ได้ เขาไปมีความสัมพันธ์กับเลขาจ๋า เลขาของโยทะกา จนโยทะการู้เรื่องในที่สุด โยทะกาเครียดจัด กินยานอนหลับไปเกินขนาดจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทองทาต้องไปดูแล แต่หนูมาลียังไม่ยอมไปเยี่ยม เพราะยังทำใจไม่ได้ เบลล่า เอาจุดอ่อนที่มาลีเรียกโรสว่าพี่ ปลุกกระแสนักข่าวให้เกลียดชังมาลี ที่ไม่ยอมเรียกโรสว่าพ่อ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่มาลีขึ้นเวทีร้องเพลงที่ร้านของโรส และเรียกโรสว่าพ่ออย่างเต็มปาก เต็มคำ โรสดีใจมาก ข่าวของมาลีและโรสแพร่กระจายไป อีกทั้งยังเรื่องที่โรสป่วยเป็นมะเร็ง ยิ่งทำให้ประชาชนเห็นใจเธอมากขึ้น จนคะแนนโหวตขึ้นแซงหน้าเบลล่าไปอีก การะเกดกลับมาร้องเพลงอีกครั้งที่ร้านของโรส แต่อดีต ยังคงทำให้เธอหวาดกลัว ซึ่งอธิก็หาทางจับวานิช เอาผิดให้ได้ แต่เขาก็รอดไปทุกครั้ง สุดท้าย การะเกดจึงยอมเป็นพยานคดีถูกวานิชข่มขืน จนวานิชถูกจับในที่สุด ทั้งการะเกดและอธิ รักและเข้าใจกัน ส่วนชงคง ก็กลับมาอยู่ที่ร้าน เลิกอาชีพค้าบริการ โดยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากโรส และทุกคน กระแสข่าวของซีโร่เริ่มแผ่วเบาไป เขาจึงคิดหาวิธีสร้างข่าวกับหนูมาลี ด้วยการเข้าไปในห้องแต่งตัว เพื่อถ่ายรูปกับมาลี แสดงว่าสนิทสนมกัน ซีโร่คิดจะลวนลามมาลี โชคดีที่โรสเข้ามาช่วยทัน มาลีแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ซีโร่คิดร้ายต่อตนเอง ทำให้ซีโร่หมดอนาคตไปในทันที เมืองแมนมีโอกาสได้เจอมาลีเข้าอย่างจัง จึงเกิดหลงไหล อยากได้มาลีมาเป็นของตนเอง และไม่เหลียวแลเลขาจ๋าอีก โดยที่เมืองแมนไม่รู้ว่า มาลีคบอยู่กับทองทา เมื่อเบลล่ารู้เรื่องจึงแกล้งส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปหาเมืองแมน อ้างว่าเป็นหนูมาลี ซึ่งมีใจให้กับเมืองแมน ทำให้เมืองแมนเข้าใจผิดคิดว่าหนูมาลีมีใจให้ อาการป่วยของโรสทรุดหนัก จนทุกคนรู้กันหมด ทั้งโยทะกา มาลี โรส ชงโค การะเกด อธิ สมศรี บุญมา ที่เสียใจที่สุดก็คือบอย เขาร้องไห้ กอดโรส อ้อนวอนให้โรสไปรักษาตัว เพื่ออยู่เป็นกำลังใจให้กับทุกคน สุดท้ายโยทะกาจึงยื่นมือเข้ามาช่วย พาโรสไปรักษาตัว การประกวดร้องเพลงรอบสุดท้ายมาถึง คะแนนของเบล สู้มาลีไม่ได้ เธอจึงคิดหาทางกำจัดมาลี ด้วยการให้คนร้ายจับตัวมาลี ไปที่คอนโดเมืองแมน เมืองแมนปลุกปล้ำมาลี ดีที่โยทะกามาช่วยไว้ทัน เธอใช้ปืนยิงที่ขาของเมืองแมน เพื่อช่วยมาลี ลูกสาวคนเดียวของเธอ ทองทาตามมาอีกคน ต่อสู้กับคนร้าย ที่ลักพาตัวมาลีมา แล้วมอบตัวให้กับอธิ ทองทาพามาลีขึ้นเวทีร้องเพลงทันเวลา แต่เบลล่าก็ใช้กลโกงจนชนะการประกวด มาลีภูมิใจมากที่ได้ร้องเพลง มันคือนาทีที่ยิ่งใหญ่ ที่เธอได้มอบให้กับผู้ชม พร้อมทั้งครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างโรส และโยทะกา โรสยิ้มปลื้มที่เห็นหนูมาลีได้ทำให้ฝันเป็นจริง อาการของโรสทรุดหนัก แต่เขากลับดีใจที่ร้านอาหารของเขาขายดิบขายดี จนสามารถปลดหนี้สินได้ โรสทำพินัยกรรมมอบส่วนแบ่งให้กับทุกคน และให้มาลีดูแลกิจการต่อ ฝากฝังให้โยทะกาดูแลมาลีแทนตนต่อไป อธิขอการะเกดแต่งงาน ส่วนทองทาก็ขอมาลีแต่งงาน เพียงรอให้มาลีเรียนจบก่อนเท่านั้น ทั้งคู่ก็จะแต่งงานกัน โรสหมดลมในอ้อมกอดของหนูมาลี ทุกคนเศร้าใจ เมืองแมนไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ซ้ำยังถูกปลดจากการเป็นผู้บริหารสถานี โยทะกาสู้คดี เรื่องที่ยิงเมืองแมน ว่าเป็นการปกป้องลูกสาวตนเอง ทองทาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสถานีแทน โดยมีโยทะกา บรม แซนดี้ เป็นผู้ช่วย ส่วนซีโร่ก็สำนึกผิด กลับมาขอโทษมาลี และทองทาก็ให้โอกาสซีโร่ได้กลับมาทำงานเรื่องการร้องเพลงอีกครั้ง บุณฑริก ยังคงเพ้อเจ้อเรื่องทรัพย์สมบัติ ส่วนเบล ก็ถูกดำเนิคดีเรื่องจ้างวาน คนมาทำร้ายมาลี เบลเริ่มมีอาการเพ้อ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ด้วยความที่ทะเยอทะยาน ชอบแก่งแย่งชิงดี จนไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้ มาลีกลายเป็นนักร้องที่โด่งดัง มีงานไม่ได้หยุด ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ชนะเลิศในการประกวด อีกทั้งความรักที่มีกับทองทาก็ผลิบานขึ้นทุกวัน ถึงวันนี้มาลีจะไม่มีโรสเคียงข้าง แต่เธอก็มีโยทะกาคอยดูแล พร้อมทั้งเสียงเพลงที่อยู่กับเธอไปตลอดกาล รายชื่อนักแสดง แพทริเซีย กู๊ด รับบท มาลีสน ยุกต์ ส่งไพศาล รับบท ทองทาวรวุฒิ นิยมทรัพย์ รับบท โรสณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล รับบท การะเกดเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท ร.ต.ต.อธิชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ รับบท เบลล่าเมธัส ตรีรัตนวารีสิน รับบท ซีโร่ธัญญาเรศ เองตระกูล รับบท โยทะกาเล็ก ไอศูรย์ รับบท เมืองแมนเธียยเกศ ไอสุรางฆ์ รับบท ชงโควรายุฑ มิลินทจินดา รับบท แคที่ชลนที ณรงค์ชัย รับบท บอยนรินทร ณ บางช้าง รับบท แซนดี้กลศ อัทธเสรี รับบท บรม

จุนเค อวดทักษะทางดนตรี! เรียบเรียงเพลงใหม่ให้ ยามะพี
2 PM /  2PM / 

จุนเค สมาชิกของบอยแบนด์ K-POP วง 2PM (ทูพีเอ็ม) จะมีส่วนร่วมในอัลบั้มใหม่ของศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง ยามะพี พูดได้ว่ามีฝีมือลายมือน่าจับตามองทีเดียว สำหรับ จุนเค หนึ่งในสมาชิกของบอยแบนด์สุดฮอต 2PM เพราะไม่เพียงเขาจะฝากผลงานไว้ด้วยการแต่งเพลง Go Crazy! ไตเติ้ลแทร็คเพลงใหม่ของวง 2PM เท่านั้น เพราะล่าสุดได้มีการเปิดเผยออกมาว่า จุนเค กำลังจะอวดทักษะทางดนตรีของเขาอีกครั้ง ในผลงานอัลบั้มใหม่ของศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง ยามาชิตะ โทโมฮิสะ หรือ ยามะพี ด้วย JYP Entertainment ต้นสังกัดของ 2PM ยืนยันว่า "เป็นความจริงที่ จุนเค กำลังจะมีส่วนร่วมในผลงานอัลบั้มใหม่ของนักร้อง-นักแสดงระดับท็อปของญี่ปุ่น ยามาชิตะ โทโมฮิสะ หรือ ยามะพี ครับ" สำหรับเพลงที่ จุนเค จะร่วมงานกับยามะพีนั้น มีชื่อว่า Brodiaea โดย ยามะพี เป็นผู้เขียนคำร้องด้วยตัวเอง และได้ จุนเค มาทำหน้าที่เรียบเรียงเพลง โดยเพลง Brodiaea จะอยู่ในอัลบั้ม You อัลบั้มใหม่ของ ยามะพี ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 8 ตุลาคมที่จะถึงนี้. ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สมาพันธ์ภาพยนตร์ฯเลือก
G/T/H /  คิดถึงวิทยา / 

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับเวทีรางวัลระดับโลก ที่วงการภาพยนตร์ทั่วทุกสารทิศต่างตื่นเต้น และเลือกเฟ้นหนังชัั้นดี เพื่อส่งไปชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 สุดยิ่งใหญ่ ซึ่งสำหรับประเทศไทยของเรานั้น สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้เลือกภาพยนตร์ คิดถึงวิทยา เป็นตัวแทนหนังไทย ไปชิงชัยในครั้งนี้   โดย นคร วีระประวัติ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกภาพยนตร์จากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้ตกลงใจเลือก คิดถึงวิทยา จากค่าย GTH (บริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ จำกัด) ให้เป็นตัวแทนหนังไทย เข้าประกวดรางวัลออสการ์ครั้งที่ 87 ในสาขา "ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม" (Best Foreign Language Film Award) ตามเสียงข้างมากของกรรมการ โดยเป็น 1 ในภาพยนตร์ตัวแทนของประเทศ ที่จะต้องไปแข่งขันกับนานาประเทศทั่วโลก วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ทั้งนี้ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์ภาพยนตร์ฯได้กล่าวว่า "ตามปกติ หนังที่ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของสุพรรณหงส์ในแต่ละปี จะได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนในฐานะภาพยนตร์แห่งชาติไปโดยปริยายอยู่แล้ว ยกเว้นในกรณีที่ ภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ไม่เข้าเกณฑ์กติกาการตัดสินของรางวัลออสการ์ ดังเช่นของปีนี้ เราจึงจะต้องตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อคัดเลือกหนังไทยที่เหมาะสมต่อๆไปครับ" ซึ่งทางสมาพันธ์ภาพยนตร์ฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการตัดสินในครั้งนี้ว่า "เรื่องเกณฑ์การส่งภาพยนตร์เข้าร่วมประกวดออสการ์ ครั้งที่ 87 ต้องเป็นภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2556 - 30 กันยายน 2557 ภาพยนตร์ ตั้งวง ซึ่งเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสุพรรณหงส์ครั้งที่ 23 มิได้ถูกเสนอชื่อด้วยว่าเข้าฉายในวันที่ 29 สิงหาคม 2556 จึงไม่เข้าเกณฑ์การประกวดฯ สมาพันธ์ภาพยนตร์ฯจึงแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก โดยคุณนคร วีระประวัติ เป็นประธานฯ มีมติที่ประชุมเลือก คิดถึงวิทยา เป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมประกวดครั้งนี้" ที่มา: สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ -------------------------------- รายชื่อหนังไทย 20 เรื่อง 20ปี ย้อนหลัง ที่ส่งไปชิงออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ในรอบที่แข่งกับเรื่องจากประเทศอื่นๆ เพื่อเป็น 1 ใน 5 เรื่อง ที่จะได้เข้าชิง รอบสุดท้าย จาก "น้ำพุ" (2527) ถึง "คิดถึงวิทยา" (2557) รายชื่อหนังไทยชิง "ออสการ์ หนังภาษาต่างประเทศ" http://t.co/L6SGPI4O25 pic.twitter.com/o5tFbyfZP7 — d e k n a n g (@deknang) September 22, 2014

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

รัตนพลโลหะ โรงงาน

"สินค้ามีคุณภาพ พร้อมบริการ" เราคือโรงงานผู้ผลิตที่ได้รับความไว้วางใจ มานานกว่า 30 ปี เราคือผู้ผลิต และจำหน่าย อุปกรณ์โลหะที่ใช้ในการประกอบกระเป๋าถือ ,อะไหล่รองเท้า(งานเหล็ก/งานลวด) ,กระดุมยีนส์ ,กระดุมปั้มโลหะ ,ห่วงพรวงกุญแจ ,ของชำร่วยโลหะ ,กระดิ่ง ,กระพรวน ,ระฆัง ,ตาไก่ ,รวมทั้งรับผลิตงานปั๊มต่างๆ