ดูดวงตามราศี

ร่างกายไม่ให้ไปต่อ!! แดน วรเวช เล็งพักงาน หลังอาการป่วยหนักขึ้น (คลิป)
แดน วรเวช /  ดีทูบี / 

เรียกว่าทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับงานอย่างสุดกำลังจริงๆ สำหรับหนุ่มหล่อ แดน วรเวช อดีตสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดัง ดีทูบี ล่าสุดโหมงานหนักถึงขั้นต้องหามส่งโรงหมอ ทำเอาแฟนคลับหลายคนตกอกตกใจยกใหญ่ว่าหนุ่มเจ้าป่วยเป็นอะไรถึงขั้นต้องแอดมิท แถมยังต้องแคนเซิลงานอีเว้นท์กะทันหันด้วย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างโล่งอกเมื่อเวลานี้เจ้าตัวแข็งแรงขึ้นมานิดหน่อย ออกจากโรงพยาบาลร่วมงานบวงสรวง 30 กำลังแจ๋ว เดอะ ซีรีส์ ได้แล้วเมื่อวันก่อน ซึ่งเป็นผลงานที่หนุ่มแดนกำกับเอง งานนี้เลยไม่พลาดที่จะตรงเข้าไปถามไถ่ถึงอาการป่วยซะหน่อย "ตอนแรกอาการใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่มาก แต่เหมือนเข้าไปรักษาทันครับ ตรวจแล้วไม่ใช่ คือช่วงก่อนหน้านั้นผมเร่งทำงานอยู่ชิ้นหนึ่งแล้วงานมันเร่งมาก มีทั้งกำลังจะเปิดหนัง แล้วก็ซีรีส์เรื่องนี้ (30 กำลังแจ๋ว เดอะ ซีรีส์) มันก็เลยแน่นๆ หน่อย คุยกับที่บ้านแล้วเหมือนกัน อนาคตน่าจะทำงานน้อยลง แต่ว่าตอนนี้มันมีงานค้างอยู่ คงอาจจะ 1 ปี หรือ 2 ปี แหละครับ (เห็นว่าแคนเซิลงานอีเว้นท์เพราะไม่ไหว?) ไม่ไหวจริงๆ ครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะไหว (ยิ้ม) เจ้าของงานเขาบอกว่าเข้าใจนะครับ ก็หวังว่าจะเข้าใจจริงๆ ป่วยจริงๆ ครับ ช่วงนั้นมีงานนั้นแหละเป็นงานที่ต้องออกเบื้องหน้า นอกนั้นเป็นงานเบื้องหลังก็เคลียร์ได้ครับ คงต้องฟื้นตัวเองสักพัก การทำงานเบื้องหลังมันโหดมาก มันไม่ได้ใช้ร่างกายอย่างเดียว แต่มันใช้สมองเยอะด้วย ตัวผมเป็นไมเกรนมันก็เลยยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ตำแหน่งที่เรารับมันต้องรับผิดชอบเยอะอะครับ มันไม่ใช่แค่คิดงานอย่างเดียว เราดูแลคน ดูแลทีม ดูแลเพื่อนพี่น้อง เวลาใครมีปัญหาเราเป็นคนที่รับความรู้สึกคนเร็วอะ เราก็ต้องคอยห่วงความรู้สึกของแต่ละคน มันก็เลยเหนื่อยๆ นิดหน่อย คือผมก็อยากให้งานทุกงานมันออกมาดีที่สุดเท่าที่เราสามารถทำได้ แล้วก็อยากให้ทีมงานทุกคนแฮปปี้ด้วย หรือแม้กระทั่งนายทุนที่ให้เงิน ลูกค้าที่เข้ามาซื้อชิ้นงานที่ผมผลิต อะไรแบบนี้อะครับ เราอยากให้ทุกคนแฮปปี้ที่สุด รวมถึงคนดูด้วย มันก็เลยจะเครียดอะ (ยิ้ม) ตอนนี้หลักๆ เลยโรคประจำตัวก็ไมเกรนนี่แหละครับ พอประชุมนิดนึงมันก็จะปวดเบ้าตาแล้ว ปกติผมเป็นไมเกรนไม่เคยถึงขั้นอาเจียนนะ ผมได้ยินมาว่าบางคนเป็นถึงขั้นอาเจียน แต่ครั้งล่าสุดคือมันมาที่คอแล้ว ผมก็เลยคิดว่ามันจะหนักขึ้นหรือเปล่า (หัวเราะ) เพราะครั้งล่าสุดมันหนักจริงๆ ผมเลยคุยกับที่บ้านแล้วว่าจะหยุดงาน ที่บ้านก็เห็นด้วยครับ งานก็คงหายไปเยอะ คือหมอบอกว่ามันแก้ไม่ได้ มันไม่ได้มียารักษา มันอยู่ที่เราต้องดูแลรักษาตัวเอง นั่นแหละครับคือสิ่งที่เราทำได้ (เครียดไหมอาจจะต้องพักงาน?) จริงๆ มันก็ดีนะครับ ผมก็จะมีเวลาอยู่กับครอบครัวเยอะขึ้น อยากมีเวลาให้ที่บ้านเยอะขึ้น มีเวลาดูแลตัวเองบ้าง อะไรแบบนี้ ก็น่าจะดี (ยิ้ม) ตอนแรกผมตั้งใจจะทำงานให้ได้เยอะที่สุดอ่ะเนอะ เพื่อเก็บเงินไว้ดูแลที่บ้าน ให้พ่อแม่ แต่ว่าท่านบอกว่าท่านไม่ได้ต้องการมากมายขนาดนั้น เคลียร์กันลงตัวว่าแค่นี้เราก็อยู่ได้แล้ว ก็โอเคครับ" แดนกล่าว ขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก IG : @danworrawech แดน วรเวช แดน วรเวช แดน วรเวช แดน วรเวช แดน วรเวช (ซ้ายสุด) แดน วรเวช บีม - แดน แดน วรเวช แดน - แจน พลอยชมพู แดน วรเวช แดน วรเวช แดน - พ่อแม่

ละครนักรบตาปิศาจ , เรื่องย่อนักรบตาปิศาจ
ช่อง 7 /  ละคร นักรบตาปิศาจ / 

นักรบตาปิศาจ บทประพันธ์โดย: ศานต์ ศรุติ บทโทรทัศน์โดย: วรพันธ์ รวีออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง7ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด เรื่องย่อละคร นักรบตาปิศาจ ประเทศไทย เกิดการลักพาตัวดารา นางงาม นางแบบ นายแบบ และหนุ่มสาวหน้าตาดี อายุ ระหว่าง 16-25 ปี หายตัวลึกลับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้หญิงสาวๆสวยๆจนตื่นตระหนกกันทั่วไปตำรวจพยายามตามสืบหาตัวคนร้ายแต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่มากพอในช่วงเวลาเดียวกัน ในกรมทหารแห่งหนึ่งมีการประชุมสัมมนาลับ ในโครงการระดับชาติ ชื่อ การสัมมนาลับตามข้อตกลงระหว่างไทย-ฝรั่งเศส เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของกองทัพและประสิทธิภาพของอาวุธที่ใช้สูรบในภูมิประเทศแถบเอเชีย การประชุมครั้งนี้ มีนายทหารผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคและยุทธวิธีมาร่วมประชุมหลายนาย รวมทั้ง พันตรี อัคคีและ พันตรี บันดาลเพื่อนสนิทมีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสมาร่วมประชุมด้วย นอกจากอาวุธอื่นๆแล้วยังมีอาวุธลับชื่อ Evil eyes หรือ ตาปีศาจ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ค้นคว้าประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ค้นหาฝ่ายตรงข้ามได้ ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิประเทศใดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน มีหลักการทำงานด้วยการอาศัยอุณหภูมิความร้อนของร่างกายที่เปล่งออกมา โดยจะปรากฏภาพบนจอเครื่องรับ มีทั้งขนาดใหญ่ที่ใช้ในกองทัพ และมีขนาดเล็กที่ใช้ในหน่วยจู่โจม ที่สำคัญสามารถใช้แทนดวงตามนุษย์ได้โดยผ่าตัดเชื่อมกับระบบการมองเห็นของมนุษย์ แม้จะไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นภาพสีได้เหมือนคนปกติ แต่อุปกรณ์พิเศษที่เชื่อมกับระบบประสาทการมองเห็นทำให้สามารถแปลภาพออกมาให้สมองรับรู้ได้ว่าเป็นภาพอะไร นอกจากนี้มีเซลล์พิเศษที่สะสมแสงอินฟาเรดแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานที่มีอำนาจการทำลายล้างศัตรูที่ตรวจพบเห็นได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก เป็นผลงานของ พันโท ดร.ยังส์เขามีความตั้งใจที่ประดิษฐ์ดวงตาวิทยาศาสตร์นี้ขึ้นมา เพื่อผ่าตัดให้กับทหารที่ต้องตาบอดจากการสู้รบ ทั้งเพื่อชดเชยการสูญเสียการมองเห็นและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสู้รบอีกด้วย อุปกรณ์นี้ใช้สารสังเคราะห์พิเศษ พีพี 71 ซึ่งทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ การมาสัมมนาที่กรุงเทพฯครั้งนี้ พันโท ดร.ยังส์ และ พันโท เดอโกลได้นำอุปกรณ์ต้นแบบมาสาธิตด้วยขาด แต่ Evil eyesชุดที่ประดิษฐ์สำหรับคนนั้นยังไม่สามารถนำมาสาธิตได้ เนื่องจากอุปกรณ์นี้ต้องใช้กับผู้ที่ตาบอดใหม่ๆ เส้นประสาทไม่บอบช้ำจึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งยังหาคนที่มีคุณสมบัติพร้อมไม่ได้ อัคคีสนใจมากถึงขนาดขอเป็นอาสาสมัครในการทดลองครั้งนี้ แต่ ดร.ยังส์ และ พลโท พิชัย ผู้บังคับบัญชาของเขาไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอม เมื่อการสัมมนาสิ้นสุดลงอัคคีเดินคุยกับบันดาลเรื่อง Evil eyesอีกครู่หนึ่งก่อนแยกไปออกกำลังกายที่โรงยิมในหน่วย เขาชอบออกกำลังกายมาก ต้องทำทุกวันทั้งเพื่อสุขภาพ และความคล่องแคล่วในการทำงาน อัคคีเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีโครงสร้างกล้ามเนื้อสวยงาม ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนั่นเอง เขาออกกำลังกายอยู่พักใหญ่แล้วจึงกลับบ้านพักในกรม อัคคีแต่งงานแล้วกับ วิชชุดาเธอกำลังตั้งครรภ์ซึ่งเป็นลูกคนแรกของทั้งคู่ ลูกที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์มากขึ้น อัคคีทั้งรักและทะนุถนอมวิชชุดามาก เย็นวันนั้นเขาพาภรรยาออก ไปรับประทานอาหารเย็นและแวะซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หนุ่มสาวทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง อัคคีหล่อและสมารท์ ขณะที่วิชชุดาสวยสะดุดตา ทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเฝ้ามอง และสะกดรอยตลอดทาง อัคคีไม่ได้ระวังตัวมากนักเพราะอยู่ในเมืองหลวงไม่ใช่พื้นที่การรบ อีกประการหนึ่งเขามัวระวังวิชชุดา ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจึงไม่สังเกตอะไรมากนัก พลบค่ำพอดีเมื่อทั้งสองเดินออกมาจากห้างถึงลานจอดรถ จู่ๆชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นตรงเข้าจับทั้งอัคคีและวิชชุดาขึ้นรถตู้คันหนึ่งที่สตาร์ทรออยู่แล้ว เสียงร้องอย่างตกใจของของวิชชุดาทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง เขาเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ต้องปล่อยให้พวกมันจับมัดอย่างน่าสมเพท ระหว่างทางพวกมันคุยกันถึงอัคคีและวิชชุดา ว่าเป็นผลงานที่ดีมากทั้งคู่เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยที่สมบูรณ์แบบมาก น่าจะเป็นพ่อพันธุ์และ แม่พันธุ์ที่ดี และ เลขาน่าจะพอใจในผลงานครั้งนี้ อัคคีพยายามหาทางหนีทั้งที่ดูจะยากเต็มที เขาห่วงวิชชุดากับลูกเหลือเกิน ระหว่างทางพวกมันมองวิชชุดาอย่างพอใจ การที่เธอท้องกลับทำให้พวกมันมีอารมณ์หื่นกามมากขึ้น อัคคีแค้นใจจนแทบกระอักเมื่อพวกมันหยุดรถข้างทาง และฉุดเธอลงจากรถ บริเวณนั้นเปลี่ยวมืด เสียงร้องขอความเมตตาของภรรยาและเสียงเฮฮาของพวกมันทำให้อัคคีอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด แต่เขาทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในรถเท่านั้น เวลาผ่านไปนานเหมือนชั่วกัปกัลป์ในความรู้สึกของเขา กว่าพวกมันจะพาวิชชุดากลับขึ้นมาอีกครั้ง สภาพของเธอเหมือนตุ๊กตาที่โดนฉีกทึ้งอย่างน่าสงสาร เธอผวาเข้ามากอดเขาร้องไห้อย่างน่าเวทนา ใจของเขายิ่งโมโหพลุ่งพล่าน ในใจคิดเพียงอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด เวลาผ่านไปครู่ใหญ่รถตู้ก็จอด พวกมันพาอัคคีและวิชชุดา ไปที่ห้องโถงในอาคารหลังหนึ่ง ชายร่างเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อม ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ เสียงพวกมันเรียกว่าท่านเลขา อย่างพินอบพิเทา เขาเดินมาดูอัคคีและวิชชุดาอย่างพอใจ แต่เมื่อรู้ว่าวิชชุดากำลังท้อง เลขาสั่งกำจัดทันที อัคคีแทบคลั่ง เมื่อชายกลุ่มที่จับเขามากรูเข้าจับวิชชุดาล็อคแขน ล็อคคอ มีดคมกริบปาดคอเธอสิ้นใจต่อหน้าเขานั่นเอง ส่วนอัคคีเลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวาในคืนนี้ และข้างซ้ายในวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มถูกลากไปขังไว้ในห้องที่ถูกกั้นลูกกรงไว้เป็นแถวราวห้องขัง เขาสังเกตว่ามีคนถูกขังไว้ห้องละคนทุกห้อง ทั้งหมดล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่หน้าตาดีทั้งสิ้นระหว่างถูกขัง อัคคีเศร้าใจกับชะตากรรมของวิชชุดา ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสงสัยว่าพวกมันจับคนเหล่านี้มาทำไม กลางดึกคืนนั้นอัคคีถูกพาตัวไปที่ตึกนั้นอีกครั้ง พวกมันลากเขาไปที่ห้องๆหนึ่งเหมือนห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลสนาม ชายหนุ่มหนาวเยือกในใจเมื่อเดาได้ว่า งานที่เลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวานั้นคือ การควักลูกตาเขานั่นเอง อัคคีพยายามสู้แต่พวกมันมีมากกว่า เขาจึงโดนจับมัดไว้ที่เตียงผ่าตัดอย่างหมดทางสู้ อัคคีถูกวางยาหมดสติไป เวลาผ่านไป อัคคีรู้สึกตัวอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บปวดที่ตาขวา เขายกมือขึ้นจับก็พบกับ ผ้าก๊อซชุ่มเลือดที่ปิดตาอยู่ แค้นใจที่สุดเขาเริ่มวางแผนหนีทันที เขาไม่ยอมให้พวกมันมาควักตาซ้ายเขาไปอีกแน่ ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นหมดสติ หมดเรี่ยวแรง เหมือนคนป่วยหนัก จนพวกมันต้องรีบมาดูแลเพราะกลัวสินค้าคุณภาพอย่างเขาจะตาย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน อัคคีหนีออกไปจากสถานกักกันนั้นในสภาพที่บอบช้ำเต็มที เขากลับไปที่ กรมทหารและไปที่บ้านของบันดาลทันที บันดาลพาเขาไปส่งโรงพยาบาลในหน่วย เขาคิดถึงหาทางช่วยเพื่อน เรื่อง Evil eyes หรือตาปิศาจ ผุดเข้ามาในสมอง เขารีบติดต่อพลโทพิชัย ให้มาเยี่ยมอัคคี และเสนอเรื่องการผ่าตัดใส่ Evil eyes ให้เขา อัคคีเต็มใจอย่างยิ่ง พันโท ดร.ยังส์ และพันโท เดอโกล ถูกตามตัวมาเพื่อดำเนินการผ่าตัดให้ชายหนุ่มทันที การผ่าตัดใช้เวลานาน แต่สำเร็จเรียบร้อยดี อัคคีต้องพักฟื้นอีกหลายสัปดาห์จึงจะเริ่มหัดใช้ Evil eyes พิชัยถามเขาถึงสาเหตุที่ต้องสูญเสียดวงตา แต่อัคคีไม่บอกอะไรมากไปกว่าเขาประสบอุบัติเหตุ ระหว่างที่เขาพักฟื้น บันดาลให้ ประกายดาว ลูกสาววัยรุ่นคอยส่งอาหารให้ เธอเป็นเด็กสาวที่สวยมาก และเป็นหลานสาวที่น่ารักของอัคคีเสมอมา ชายหนุ่มพยายามฝึกการใช้ Evil eyes ทุกวันในใจร้อนรุ่มกับการออกไปตามแก้แค้นเลขากับลูกน้องวิปริตที่ฆ่าภรรยากับลูก และทำให้เขาต้องเป็นอย่างนี้เวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ข่าวประกายดาวที่หายตัวไปลึกลับทำให้อัคคีเป็นห่วงมาก เขาเดาได้ว่าต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่จับเขานั่นเอง ชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับแต่ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ความโกรธแค้นอัดแน่นจนแทบคลั่ง อัคคีรู้สึกปวดที่ตาขวา แสงบางๆสีแดงพุ่งออกจากตาเผาหนังสือพิมพ์ตรงหน้าเป็นรูกลวง ชายหนุ่มทิ้งหนังสือพิมพ์อย่างตกใจ รีบดับไฟก่อนจะเผาบ้านพักให้วอดไปทั้งหลัง คำอธิบายของพันโท ดร.ยังส์ ผุดขึ้นในสมองทันทีอานุภาพของมันร้ายแรงจริงๆ เขาจะใช้ Evil eyes หรือตาปีศาจนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ข่าวของประกายดาวทำให้อัคคีร้อนใจมาก เขาต้องช่วยเธอให้ได้ ชายหนุ่มไปหา พันตรีสมุทร เพื่อนสนิทที่ลพบุรี เพื่อหาอาวุธเหมาะมือ มันต้องมีอานุภาพร้ายแรงเพื่อจัดการพวกมันให้สิ้นซาก เมื่ออัคคีได้ของที่ต้องการจึงย้อนกลับมากรุงเทพอีกครั้ง ดึกมากแล้วเมื่อเขามาถึงมีนบุรี เขาคลำทางไปจนพบสถานกักกันนรก จนได้ Evil eyes ช่วยให้เขามองเห็นความเป็นไปในนั้น รู้ว่าศัตรูอยู่ไหน อัคคีจึงจัดการพวกมันตายทุกคน รวมทั้งเลขาใจเหี้ยมนั้นด้วย เขาย้อนกลับเข้าไปค้นในตึกที่ทำการพวกมัน ปล่อยคนที่ถูกขังทั้งหมด หลายคนต้องสูญเสียดวงตาเหมือนเขา อัคคีรีบเข้าไปค้นเอกสาร จนพบว่ามีรายการส่งสินค้าให้คลินิกศัลยกรรม สยุมพร ชายหนุ่มได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วจึงระเบิดทำลายตึกนั้นทั้งหมดสองสามวันต่อมา อัคคีแฝงตัวเป็นคนไข้ขอรับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา โดยเขาระบุว่าต้องเป็น หมอสยุมพร เท่านั้น อัคคีได้พบหมอสยุมพรตามต้องการ เธอไม่ใช่คนสวย ดุไม่น่าจะเป็นหมอเก่งๆเลย เธอพูดอย่างภูมิใจว่าเธอสามารถหาดวงตาของคนจริงๆมาเปลี่ยนให้เขาได้ เมื่ออัคคีทำท่างง เธอจึงอธิบายต่อว่า วิทยาการทางการแพทย์ล้ำหน้าไปมากจนเปลี่ยนอวัยวะได้ทุกส่วนโดยใช้อวัยวะของคนจริงๆ สยุมพรบอกว่าได้มาจากคนที่บริจาคและส่วนหนึ่งมาจากคนที่เต็มใจขายให้ อัคคีรู้ทันทีว่ามาจากคนที่พวกมันจับมาต่างหาก ความแค้นทำให้เขาจับตัวหมอสยุมพรเพื่อถามหาแหล่งส่งอวัยวะเหล่านั้น แต่ลูกน้องสยุมพรมีมากเกินไป อัคคีหนีไปได้แต่สยุมพรก็หลุดมือเช่นกัน ระหว่างทางกลับที่พักเขารู้สึกตัวว่าถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งสะกดรอยจึงดักรอและจับตัวได้ เขาดึงหมวกที่สวมหลุบหน้าออกไปเขาต้องแปลกใจที่ เห็นสาวสวย ผมสั้น นัยน์ตาสวยแทน เธอปฏิเสธเรื่องการสะกดรอยแถมยังบอกว่าถ้าเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโวยวายว่าโดนเขาทำอนาจาร อัคคีไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ งานของเขาเป็นความลับและสำคัญเกินกว่าจะเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้ คืนนั้น อัคคีย้อนมาที่คลินิกสยุมพรอีกครั้ง สำรวจที่นั่นด้วย Evil eyes เขาพบว่ามีการวางกำลังคนหนาแน่นมากกว่าคลินิกทั่วไป เขาพบตู้โลหะใบใหญ่ถูกเก็บไว้อย่างดี อัคคีสงสัยว่าจะเป็นตู้เก็บอวัยวะสดๆที่ถูกตัดมา เขาแฝงตัวเข้าไปในตึก ค่อยๆเก็บพวกมันทีละคนจนเหลือคนสุดท้ายที่เฝ้าตู้ เขาบังคับถามจนรู้ว่าใครเอาตู้มาส่ง และจะส่งในวันไหน อัคคีปิดปากยามคนสุดท้ายแล้วพยายามเปิดตู้แต่ไม่สำเร็จ ชายหนุ่มจัดการวางระเบิดจนอาคารคลินิกหมอสยุมพร พังราบในเวลาเพียงไม่กี่นาที ขณะที่อัคคีกำลังหนีโดยเดินปะปนไปกับผู้คนที่มามุงดู รถเก๋งสีแดงเพลิงขับมาประชิดตัว กระจกหน้าต่างเปิดออก เสียงใสๆบอกให้เขาขึ้นรถมากับเธอก่อนจะหนีไม่ทัน อัคคีจำได้ทันทีว่า เป็นสาวสวยคนที่สะกดรอยตามเขานั่นเอง เขายอมไปกับเธอเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าเธอเป็นใคร หญิงสาวขับรถอย่างคล่องแคล่วพาเขาไปที่ริมสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เธอจอดรถและหันมาบอกเขาว่า เธออยากร่วมงานกับเขา อัคคีปฏิเสธไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเธอเรียกเขาว่าผู้พันอัคคี แถมยังบอกได้อีกว่าเขาต้องสูญเสียภรรยากับลูกไปเมื่อไม่นานมานี้ อัคคีก็ลังเล เธอจึงบอกอีกว่าเธอรู้ว่าเขาระเบิดคลินิกหมอสยุมพรทิ้ง ถ้าเขาไม่ยอมให้เธอร่วมงาน เธอจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ และอาจรายงานกับผู้บังคับบัญชาของเขาด้วย อัคคีจึงจำยอม ชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อเธอไม่ยอมบอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง นอกจากบอกว่าชื่อ วิชชุดา และเป็นอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติเหรียญทอง อัคคีหันขวับอย่างไม่พอใจเมื่อเธอบอกว่าเธอชื่อวิชชุดา เหมือนกับภรรยาของเขา แต่หญิงสาวพูดอ่อนโยนว่าเธอชื่อนี้จริงๆไม่ได้มีเจตนาจะเปลี่ยนชื่อให้เหมือนภรรยาเขาเลยสักนิด อัคคีนัดพบเธอในคืนต่อมา โดยย้ำให้แต่งตัวสวยๆ อัคคีมาตามเวลานัด แต่ก็พบว่าวิชชุดามารออยู่ก่อนแล้ว เธอแต่งตัวสวยน่ารักราวกับเป็นคนละคนกับสาวทอมบอยคนเมื่อวาน งานชิ้นแรกของทั้งคู่คือหาตัวคนคุมสินค้าในตู้โลหะมาส่งให้หมอสยุมพร และเส้นทางการส่งของ ข้อมูลที่ได้จาก พระเอกลิเก ลูกค้าที่กลายมาเป็นลูกน้องสยุมพรทำให้อัคคีและวิชชุดาพูดไม่ออก พวกมันค้าขายอวัยวะสดๆของคนจริงๆ ทั้งสองคนตั้งใจจะสืบหาตัวการใหญ่ให้ได้ แล้วจะทำลายให้หมด อัคคีและวิชชุดาทำงานร่วมกันด้วยดี ชายหนุ่มใช้ Evil eyesได้ชำนาญมากขึ้น มองเห็นได้ในความมืดและมองทะลุกำแพงได้ราวมีตาเอ็กซเรย์ เพราะคลื่นความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายนั่นเองอัคคีสามารถควบคุมพลังงาน อินฟาเรดได้ตามต้องการ เหล่าร้ายหลายคนต้องตายเพราะโดนพลังงานแสงอินฟาเรดนี้ รวมทั้งหมอสยุมพรด้วย วิชชุดานั้นสงสัยมากว่าทำไมอัคคีจึงมองเห็นอะไร และคาดการณ์ได้ราวมีตาทิพย์ และมีเรื่องความสามารถพิเศษแปลกๆหลายอย่างที่เธอเคยถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบ ในขณะที่อัคคี และวิชชุดาออกล่าพวกเหล่าร้าย ทั้งคู่ก็ถูกตามล่าเช่นกัน คนที่รับเคราะห์คือ แม่กับน้องสาว ของวิชชุดาที่ถูกพวกมันฆ่าตายอย่างทารุณ การสูญเสียบุคคลที่รักในครอบครัวทำให้วิชชุดาเข้าใจอัคคีว่าเจ็บแค้นเพียงใด อัคคีเองก็เข้าใจความรู้สึกของวิชชุดาเช่นกัน ทั้งสองคนทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันสูญเสียคล้ายๆกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอัคคีและวิชชุดา เปลี่ยนไป จากเพื่อนร่วมงานมาเป็นคนรักกัน เมื่อบ้านถูกระเบิดทิ้ง วิชชุดาถูกตามฆ่าจนอัคคีต้องพาตัวเธอมาอยู่ด้วยกันที่บ้านในกรมทหาร เพื่อคุ้มครองดูแลเธอได้เต็มที่ เขาไม่ยอมสูญเสียเธอไปเหมือนอดีตภรรยาเขาอีกแล้วทั้งคู่ขยายผลการสืบสวนต่อไปจนรู้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องโหดเหี้ยมพวกนี่คือ หมอชูเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมี หมออรุณ เป็นเลขาใหญ่ เป็นหัวหน้าสายส่งสินค้า ระหว่างตามหาตัวการใหญ่ทั้งสองคน อัคคีถูกสั่งให้ไปพบ พันโท ดร.ยังส์ เพื่อทดสอบและประเมินผล Evil eyesที่นั่นอัคคีแปลกใจที่พบเด็กไทยอายุประมาณ 2-3 ขวบทั้งหญิงและชาย หน้าตาน่ารักเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวเพื่อนหมอยังส์หลายคน เด็กเหล่านั้นน่ารักเหมือนลูกครึ่ง เฉลียวฉลาด ที่น่าสงสัยคือ หน้าตาคล้ายๆกันทั้งที่ไม่ใช่พี่น้อง อัคคีค่อยๆสอบถามจนรู้ว่า เด็กเหล่านี้ รับมาจากโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมีที่มาคล้ายๆกันคือ พ่อ แม่มีปัญหาเลี้ยงไม่ได้ ครอบครัวที่ต้องการมีลูกต้องเสียค่าใช้จ่ายนับล้านบาทเพื่อให้ได้พวกแกมา และพวกแกก็น่ารักสมกับที่พวกเขาต้องการ อัคคีกลับเมืองไทย ทันทีที่เสร็จภารกิจ เขาเล่าให้วิชชุดาฟังเรื่องเด็กๆ เขาเข้าใจว่าขบวนการนี้ลักพาตัวเด็กส่งขายต่างประเทศ หญิงสาวรับปากจะตรวจสอบให้ ทว่าข้อมูลเด็กหายก็ไม่สอดคล้องกับเรื่องที่อัคคีสืบได้อีกทางหนึ่ง ไม่นานนัก อัคคีถูกส่งตัวไปช่วยงานปราบปรามกองโจรที่ตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่นั่นเขาได้พบพันโท ดร.ยังส์ อีกครั้งพร้อมกับนักรบ Evil eyes ชาวมาเลเซียอีกสามคน ซึ่งยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างชำนาญเหมือนอัคคี ทำให้พวกเขาเสียชีวิต ที่น่าเสียดายคือ ดร.ยังส์เสียชีวิตด้วย อัคคีจับหัวหน้าขบวนการที่นั่นได้ จึงรู้ข้อมูลที่น่าตกใจมากขึ้นว่า พวกคนร้ายไม่ได้ ลักพาเด็ก แต่ผลิตเองและเพาะเลี้ยงในฟาร์ม ส่งขายทั่วโลก ข้อมูลต่างๆโยงไปที่ หมอชูเกียรติ หมออรุณ และ พรทิพา น้องสาวของ หมอชูเกียรติเมื่อกลับมาจากมาเลเซีย อัคคีจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ กองทัพจึงตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจขึ้นเพื่อกวาดล้างขบวนการนี้ ส่วนประกายดาว ลุกสาวบันดาลรอดจากการถูกเฉือนอวัยวะขายไปได้เพราะเธอมีคุณสมบัติในการเป็นแม่พันธุ์ที่ดี หมอชูเกียรติ จะทำเด็กหลอดแก้ว โดยใช้ไข่จากแม่พันธุ์ที่ดี แล้วไปผสมกับเชื้อจากพ่อพันธุ์ ซึ่งก็คือชายหนุ่มหน้าตาดี บุคลิกดีที่จับมาแล้วนำตัวอ่อนที่ได้ ไปฝังไว้ในท้องผู้หญิงอีกคนที่สุขภาพแข็งแรง เพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้ดี จนกระทั่งเด็กคลอดจึงถูกส่งไปเลี้ยงในฟาร์มก่อนส่งขาย อัคคี กับ วิชชุดาและทีมเฉพาะกิจต้องทำงานเสี่ยงอันตรายอย่างทุ่มเทจึงจัดการ หมออรุณ กับ พรทิพาได้ ส่วนชูเกียรตินั้นประกายดาวใช้ความฉลาดไหวพริบส่งข่าว จนอัคคีและวิชชุดานำทีมมาช่วยเธอและคนอื่นๆได้ และช่วยให้ข้อมูลเรื่องหมอชูเกียรติตัวจริงจนอัคคีและวิชชุดาตามไปจับได้ถูกคน หมอชูเกียรติตายไปพร้อมกับความฝันที่จะพัฒนาสายพันธุ์มนุษย์ให้สวย ฉลาด สมบูรณ์แบบอย่างผิดธรรมชาติ เมื่อเรื่องร้ายจบไป พันตรีอัคคี จึงได้รู้ว่าวิชชุดา ว่าที่ภรรยาคนใหม่ของเขาเป็นร้อยตำรวจโทหญิง นักแม่นปืน ที่ถูกส่งเข้ามาร่วมงานกับเขาโดยเฉพาะ ส่วนวิชชุดาเองก็ได้ รู้ข้อมูล Evil eyes หรือตาปีศาจจากอัคคี แต่ที่เหนือกว่าอะไรทั้งหมดคือ เขาและเธอรักกันและจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันอย่างมีความสุข รายชื่อนักแสดง ละครนักรบตาปิศาจ กฤตฤทธิ์ บุตรพรม รับบท พันตรีอัคคีปภาดา กลิ่นสุมาลย์ รับบท วิชชุดาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท พรทิพาสิริลภัส กองตระการ รับบท ริกกี้กัญญารัตน์ พงศ์กัมปนาท รับบท แนนซี่รัตติกร ขุนโสม รับบท ซาร่าจิรกิตติ์ สุวรรณภาพ รับบท อร่ามสุรวุฑ ไหมกัน รับบท พันตรีบันดาล ละคร นักรบตาปีศาจ ละคร นักรบตาปีศาจ ละคร นักรบตาปีศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ

ละครฝันรักฝันสลาย , เรื่องย่อฝันรักฝันสลาย
ละคร ฝันรักฝันสลาย /  เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย / 

ฝันรักฝันสลาย บทประพันธ์โดย : วิลักษณาบทโทรทัศน์โดย : วิลักษณากำกับการแสดงโดย : ชูชัย องอาจชัยออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 เรื่องย่อละคร ฝันรักฝันสลาย ณ หมู่บ้านแร้นแค้น นอกแผ่นดินไทย เหมยลี่ (ลัลล์ลลิน เตจะสาเวศซ์) และหญิงสาวในหมู่บ้านเกือบ 10 คน วางแผนเตรียมตัวที่จะหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อไปอเมริกา เพราะต้องการมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเก่า โดยมี เจียง (ศรัณยู ประชากริช) หนุ่มบ้านเดียวกันที่ไปปักหลักอยู่ในเมืองไทยอาสาเป็นนายหน้าพาทุกคนหลบหนีออกนอกประเทศ เจียง พาสาว ๆ ทั้ง 10 คน ลัดเลาะแนวตะเข็บชายแดน แต่ ผู้กองอู๋ (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ก็ตามมาพร้อมกับประกาศให้ทุกคนถอยกลับ แต่เหมยลี่และทุกคนไม่ยอมถอย หนีสุดชีวิต รอดเพียงเจียงกับเหมยลี่ ทั้งคู่หลบหนีไปพร้อมกลุ่มชาวบ้าน ถูกซ่อนตัวเบียดกันไปในรถบรรทุกผัก เพื่อหลบหนีการตรวจของตำรวจ เมื่อผ่านด่านตรวจ ทั้งหมดก็เดินเท้าลัดเลาะอย่างยากลำบากไปตามเส้นทางแนวป่าของชายแดน จนกระทั่งข้ามมาถึงฝั่งไทย ละคร ฝันรักฝันสลาย ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ผู้กองปกรณ์ (นาวิน เยาวพลกุล) หัวหน้าทีมตามจับแก๊งลูกหมู หรือขบวนการลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงฝึกตำรวจใหม่ให้กับ หมวดออม (วันสิริ อ่องอำไพ) หมวดสาวที่เพิ่งเรียนจบ ปกรณ์ได้ชื่อว่าเป็นผู้กองขาโหดดุดันและทำงานจริงจัง เขาจึงไม่ชอบใจนักที่ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับตำรวจหญิง ปกรณ์จึงมอบหมายให้ จ่าอู๊ด (ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ) คอยดูแลและให้คำแนะนำต่าง ๆ กับหมวดออมแทน ทำให้เธอไม่พอใจและหมั่นไส้ผู้กองปกรณ์ตั้งแต่แรกเจอ ปกรณ์มีนัดกับสายสืบเพื่อล่อจับ หมงรัชดา (วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์) หัวหน้าแก๊งลูกหมู มาเฟียใหญ่ที่ลักลอบค้ามนุษย์ ออมขอติดตามไปด้วย แต่ปกรณ์สั่งให้ทำงานเอกสารอยู่ที่โรงพัก แต่เธอไม่เชื่อแอบตามไปและทำให้คนร้ายรู้ตัวหนีรอดไปได้ ปกรณ์โกรธมาก จึงเข้าพบหัวหน้าเพื่อขอให้คนอื่นมารับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับออม แต่หัวหน้าไม่อนุญาตเพราะต้องการให้มีตำรวจหญิงอยู่ในทีม เพื่อช่วยในการจับกุม เพราะปกรณ์มักจะถูกร้องเรียนว่าใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องหาหญิงบ่อย ๆ ออมขอโทษปกรณ์ที่เป็นต้นเหตุทำให้งานผิดพลาดและขอโอกาสเพื่อเรียนรู้งาน เพราะตัวเองอยากเป็นตำรวจที่เก่งและสานต่ออุดมการณ์ของพ่อซึ่งเป็นตำรวจและตายในหน้าที่ตอนเธออายุ 15 ปกรณ์ได้ฟังเรื่องของออม จึงเริ่มอ่อนข้อให้กับเธอลงบ้าง ละคร ฝันรักฝันสลาย เจียงแยกตัวเหมยลี่และหญิงสาวทั้งหมดออกจากกลุ่มและพาเข้ากรุงเทพฯ ทันที ไม่มีใครรู้ชะตากรรมว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตพวกเธอ ทั้งหมดถูกพามาขังยังตึกแถวกลางเมืองที่ชั้นล่างเป็นสถานบันเทิง แต่ชั้นบนเป็นที่ขายบริการทางเพศ เจียงบอกให้ทุกคนรู้ว่าต้องขายตัวเพื่อหาเงินสำหรับเป็นค่าเดินทางไปอเมริกา เหมยลี่และหญิงสาวคนอื่นต่างตื่นกลัวไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนขอร้องเจียงให้ทำงานวิธีอื่น แต่เจียงปฏิเสธและยื่นคำขาดให้รู้ว่าถ้าใครขัดขืนต้องตายสถานเดียว เหมยลี่ ถูกบังคับให้รับแขกคนแรกในวันรุ่งขึ้น แต่ก่อนที่เหมยลี่จะถูกขืนใจ ปกรณ์ก็นำกำลังตำรวจรวมทั้งหมวดออมเข้ามาบุกค้น มีการปะทะยิงกันระหว่างเจียงกับตำรวจ แต่เจียงหนีไปได้ เหมยลี่และคนอื่น ๆ ต่างวิ่งหนีกันอลหม่านไปตามช่องทางเดินในตึกโดยไม่รู้ว่าจะออกไปทางไหน ปกรณ์เห็นเหมยลี่วิ่งเลี้ยวไปตามทางจึงไล่ตามเธอไป เหมยลี่เห็นจวนตัวจึงปีนหลบออกไปนอกหน้าต่างเกาะอยู่บนระเบียง เมื่อมองลงไปยังด้านล่างพบว่าเธออยู่บนตึกสูงนับสิบชั้น เหมยลี่ได้แต่ภาวนาขอให้ปกรณ์หาเธอไม่เจอ แต่แล้วปกรณ์ก็เห็นจนได้และบอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยลี่ตัดสินใจเสี่ยงตายโดดลงจากตึก โชคเป็นของเหมยลี่ที่โดดลงมาบนรถบรรทุกจึงรอดชีวิตไปอย่างหวุดหวิด เหมยลี่ได้พบกับ ชาง (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) หนุ่มบ้านเดียวกันและมีความฝันที่จะไปอเมริกาเช่นเดียวกับเธอ แต่ชางมาตกค้างอยู่ในเมืองไทยเกือบ 2 ปีเพราะไม่มีเงินจ่ายให้กับนายหน้า เขาจึงต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อทำงานเก็บเงินสำหรับค่าเดินทาง ละคร ฝันรักฝันสลาย ตำรวจส่งตัวหญิงสาวและคนต่างด้าวที่ถูกจับได้ทั้งหมดกลับไปยังประเทศของพวกเขา ปกรณ์รายงาน ผู้การยงยุทธ (ศานติ สันติเวชชกุล) ว่ายังมีหญิงสาวอีกคนที่หนีรอดไปได้คือเหมยลี่ หัวหน้าจึงสั่งให้ติดตามเอาตัวเธอกลับมาให้ได้ ขณะเดียวกันผู้การอู๋ ก็เดินทางมาประสานกับตำรวจไทย เพื่อต้องการจัดตัวเหมยลี่และชางกลับไปประเทศของตน ซึ่งปกรณ์ไม่ชอบใจนัก เพราะรู้สึกว่าผู้กองอู๋ชอบใช้วิธีการรุนแรง จับตายมากกว่าจับเป็น ไม่สนใจใคร ทำให้ชางกับเหมยลี่ มีคนที่ตามล่าตัวหลายฝ่ายชางพาเหมยลี่ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ศาลเจ้ากับ เหว่ย (ภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า) และ เปา (กิตติพงศ์ โพชสาลี) สองหนุ่มต่างด้าวท่าทางไม่น่าไว้ใจที่หนีเข้าเมืองมาพร้อมกับชาง เหมยลี่ได้เจอกับ กิมลั้ง (ภัณฑิลา ฟูกลิ่น) ซึ่งเป็นลูกสาวของ แปะชิง (เฮียหมู บางรัก) ชายชราผู้ดูแลศาล กิมลั้งหลงรักชาง เธอจึงไม่พอใจที่เห็นชางพาผู้หญิงอื่นมาอยู่ด้วย ชางพาเหมยลี่ไปฝากงานเป็นคนล้างจานในร้านอาหารที่ตัวเองเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ทุก ๆ วัน ชางจะนำอาหารมาแบ่งให้เหมยลี่กิน และคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใย ทำให้กิมลั้งยิ่งเกลียดเหมยลี่ ในขณะที่เหว่ยกับเปามักจะเข้ามาแทะโลมลวนลามเหมยลี่ บ่อย ๆ แต่ชางคอยช่วยเหลือและขัดขวางไม่ให้ทั้งสองทำอะไรเธอ ชางบอกให้เหมยลี่รู้ว่าจะต้องใช้เงินถึงห้าแสนบาทเพื่อจ่ายสำหรับค่าทำหนังสือเดินทางปลอมและค่าตั๋วเครื่องบิน เหมยฟังจำนวนเงินแล้วถึงกับท้อ แต่ชางให้กำลังใจว่าเขาจะช่วยเธอเก็บเงินและสัญญาว่าจะเดินทางไปอเมริกาด้วยกัน ละคร ฝันรักฝันสลาย วันหนึ่งหลังเลิกงาน เหมยลี่ต้องกลับศาลเจ้าเพียงลำพังเพราะชางไม่อยู่ ระหว่างเดินกลับ เหมยลี่เจอกับปกรณ์และหมวดออมอย่างจัง ตอนแรกปกรณ์จำเธอไม่ได้แต่แล้วก็เอะใจว่าเคยเห็นเธอมาก่อน ปกรณ์จึงแยกจากหมวดออมแล้วตามเหมยลี่ไป เหมยลี่ลัดเลาะหนีไปตามตรอกหลังตลาดจนปกรณ์คลาดสายตากับเธอ แต่ยังไม่ทันที่เหมยลี่จะหนีพ้น เธอก็พบกับเจียง เจียงบอกให้เหมยลี่ตามกลับไปแต่เหมยลี่ไม่ยอม เจียงจึงเข้ามาทำร้าย แต่ปกรณ์ย้อนกลับมาดูจึงเกิดการปะทะกับเจียง เจียงจึงจำใจต้องปล่อยเหมยลี่และหนีไป เหมยลี่ขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยตัวเธอ แต่ปกรณ์ไม่ยอมจะเอาตัวไปโรงพัก โชคดีที่ชางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและเป็นจังหวะเดียวกับที่หมวดออมตามหาปกรณ์ ชางจึงเข้าล็อกตัวหมวดออมเพื่อขอแลกเปลี่ยนกับเหมยลี่ ปกรณ์จึงจำเป็นต้องยอมปล่อยตัวเธอชางพาเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้าและคิดจะหาที่อยู่ใหม่ เพราะกลัวปกรณ์และเจียงจะตามมาเจอ แต่ปรากฏว่าเงินเก็บที่ชางซ่อนไว้เกือบห้าหมื่นบาทหายไป เหว่ยและเปากลับเข้ามาชางจึงถามทั้งสองว่าเอาเงินไปหรือไม่ ทั้งสองปฏิเสธแต่กิมลั้งบอกว่าเห็นเปาเข้ามาค้นหาของของชางเมื่อวันก่อน ชางโกรธเข้าค้นตัวเปาและพบว่ามีเงินอยู่หลายหมื่น จึงชกต่อยกัน กิมลั้งด่าว่าเป็นเพราะเหมยลี่ทุกคนจึงทะเลาะกัน ออมขอโทษปกรณ์อีกครั้งที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาจับเหมยลี่ไม่ได้ ครั้งนี้ปกรณ์ไม่ได้ตำหนิเธอ แต่เตือนให้ระวังตัวมากกว่านี้ ออมปลื้มใจที่อย่างน้อยปกรณ์ยังเป็นห่วงเธอ จ่าอู๊ดเห็นออมอารมณ์ดีเลยแซว ออมจึงเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่พ่อเธอตาย ปกรณ์คือคนที่ตามล่าจับคนร้ายมาลงโทษให้พ่อ นับแต่นั้นมาเขาคือฮีโร่ในใจเธอ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธออยากใกล้ชิดทำงานร่วมทีมกับเขา ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ให้ออมและจ่าอู๊ดสืบตามหาตัวเหมยลี่กับชาง จนรู้ว่าทั้งสองอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้า แต่เมื่อปกรณ์นำกำลังมาจับกลับไม่พบใครนอกจากแปะชิงกับกิมลั้ง แปะชิงปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น แต่กิมลั้งแอบบอกปกรณ์ว่าเหมยลี่มาพักอยู่ที่นี่แต่หนีไปแล้ว ปกรณ์จึงฝากเบอร์โทรศัพท์ให้กิมลั้งไว้ บอกว่าหากเหมยลี่หรือมีใครกลับมาให้กิมลั้งโทรกลับจะให้รางวัลชางพาเหมยลี่ไปขออาศัยอยู่กับเจ้าของร้านอาหารที่ทั้งสองทำงานอยู่ เจ้าของร้านจึงให้ทั้งสองนอนห้องเดียวกันเพราะคิดว่าเป็นผัวเมีย ระหว่างที่ทั้งสองนอนร่วมห้อง ชางเปิดเผยความในใจให้เหมยลี่ได้รู้ว่าเขารักเธอ แต่เหมลี่ยขอเวลาชางเพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เหว่ยและเปาไปสมัครทำงานเป็นแรงงานเถื่อนให้กับเจียง ลูกน้องของเจียงชวนทั้งสองคุยเรื่องผู้หญิง ทั้งสองจึงหลุดปากพูดถึงเหมยลี่ขึ้นมา เจียงสนใจและซักถามจนรู้ว่าเป็นเหมยลี่เดียวกับที่เขากำลังตามหา เหว่ยและเปาจึงบอกให้เจียงรู้ว่าเหมยลี่ทำงานอยู่ที่ไหน เจียงตามไปลากตัวเหมยลี่มาจากร้านอาหารที่เหมยลี่ทำงาน และทำร้ายชางกับคนในร้านเกือบตาย และเอาตัวเหมยลี่ไปขายให้กับหมง หมงเห็นเหมยลี่แล้วชอบใจในความกล้าบ้าบิ่นที่หนีตำรวจมาได้ หมงบอกเจียงว่าขอทดสอบนอนกับเธอก่อนแล้วค่อยปล่อยให้นอนกับแขก ละคร ฝันรักฝันสลาย แต่ยังไม่ทันที่หมงจะขืนใจเหมยลี่ ปกรณ์ก็ได้รับรายงานว่าหมงอยู่ที่บาร์เถื่อน จึงนำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมและบุกจับแต่หมงและเจียงหนีไปได้ ปกรณ์เจอเหมยอีกครั้งเขาจึงไล่ตามจับเธอ เหมยหนีขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าและจนมุม ปกรณ์บอกให้เธอมอบตัว แต่เหมยร้องไห้คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องปกรณ์ให้ปล่อยเธอ และเล่าความจริงว่าเธอถูกแก๊งลูกหมูหลอกลวงว่าจะพาไปอเมริกา แต่พวกมันกลับบังคับให้เธอขายตัว แม้ปกรณ์จะเห็นใจในชะตากรรมของเธอ แต่เขายืนยันที่จะต้องจับเธอส่งกลับบ้านเกิด เหมยลี่ใช้ไม้ตายขู่ว่าหากเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโดดตึกยอมตาย ในขณะที่ออมกับจ่าอู๊ดนำกำลังตำรวจตามปกรณ์ขึ้นมาบนดาดฟ้า เหมยลี่ทำท่าจะโดดจริง ๆ ปกรณ์จึงตัดสินใจให้เหมยลี่หลบตำรวจในถังขยะ และพาเธอไปซ่อนตัวที่บ้านพักของเขา เหมยลี่ขอบคุณที่ปกรณ์ไม่ส่งเธอให้ตำรวจ ปกรณ์บอกจะควบคุมตัวเธอไว้ที่บ้านของเขาก่อน เหมยลี่ไม่มีเงินทองหรือของมีค่าใด ๆ ที่จะให้ปกรณ์เพื่อตอบแทน เธอจึงเสนอตัวให้ปกรณ์นอนกับเธอเป็นการแลกเปลี่ยนที่เขาช่วยเหลือเธอ ตลอดชีวิตการทำงาน ปกรณ์ไม่เคยอ่อนข้อหรือลดหย่อนกฎเกณฑ์ให้ใคร แต่สำหรับเหมยลี่ คงเป็นเพราะความใสซื่อและจริงใจของเธอ จึงทำให้เขาหวั่นไหว ปกรณ์ปฏิเสธไม่นอนกับเหมยลี่ และให้เธอซ่อนตัวอยู่ในห้อง สั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน เพราะเขาจะลองหาทางช่วยเหลือให้เธอได้ไปอเมริกา เหมยลี่ร้องไห้ด้วยความดีใจ คุกเข่าต่อหน้าปกรณ์อีกครั้ง และสัญญาว่าหากเธอได้ไปอเมริกา เธอจะไม่ลืมบุญคุณที่เขามีต่อเธอ ละคร ฝันรักฝันสลาย ปกรณ์ต้องขอร้อง แม่ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ให้เหมยลี่อยู่ในบ้านด้วย แม้แม่ปกรณ์จะไม่ชอบใจ แต่ก็จำยอม แต่พยายามกดดันให้เหมยลี่หาที่อยู่ใหม่ เพื่อที่ปกรณ์จะได้ไม่เดือดร้อน รวมทั้งบอกว่าปกรณ์มีคู่หมั้นคู่หมายคือ เก๋ (อรุณณภา พาณิชจรูญ) ไม่อยากให้เข้าใจผิด หัวหน้าถามถึงความคืบหน้าเรื่องเหมยลี่ ออมและจ่าอู๊ดรายงานว่ายังไม่เจอตัว แต่ปกรณ์กลับนิ่งเฉยไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จนออมแปลกใจ จ่าอู๊ดชวนปกรณ์ไปกินข้าววันเกิดออม ปกรณ์ปฏิเสธบอกว่ามีธุระสำคัญทำให้ออมน้อยใจจึงตามไปที่ห้องพักเพื่อตัดพ้อต่อว่า แต่ออมต้องตกตะลึงเมื่อพบเหมยลี่ ออมผิดหวังในตัวปกรณ์มากที่รู้ว่าเขาแอบลักลอบซ่อนเหมยลี่ไว้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิดกฎหมาย ออมตรงดิ่งไปหาหัวหน้าเพื่อรายงานให้หัวหน้าเล่นงานปกรณ์ แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะความรักที่มีต่อปกรณ์ ออมรู้ดีว่าหากเธอรายงานไป ปกรณ์จะต้องถูกพักงานและอาจจะต้องติดคุก เธอจึงได้แต่โกรธและเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวโดยไม่กล้าบอกใคร แม้แต่จ่าอู๊ด ละคร ฝันรักฝันสลาย เหมยลี่กลัวว่าปกรณ์จะต้องเดือดร้อนเพราะเธอ จึงหนีไปโดยไม่บอกลา เหมยลี่กลับมาหาชางที่ร้านอาหารแต่ไม่เจอใคร เหมยลี่จึงลองกลับไปที่ศาลเจ้าและได้เจอกับกิมลั้ง เหมยลี่ถามข่าวชางแต่กิมลั้งบอกว่าไม่ได้กลับมาที่นี่ เหมยจึงขออาศัยอยู่ด้วย แต่กิมลั้งปฏิเสธ ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก เหมยลี่เดินไปอย่างสะเปะสะปะโดยไม่รู้จุดหมายว่าจะไปที่ใด จนได้เจอกับชาง ทั้งสองโผกอดกันด้วยความดีใจ ชางบอกว่าเขากลับมาอาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าและกำลังไปหางานใหม่ทำ แต่กิมลั้งโกหกไม่บอกความจริงเหมยลี่ เพราะไม่ต้องการให้เหมยลี่ได้เจอกับชางอีก เหมยลี่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ชางฟัง ชางแปลกใจที่ปกรณ์ช่วยเหลือและให้ที่หลบซ่อนแก่เหมยลี่ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นตำรวจ เหมยลี่กล่าวชื่นชมในความดีของปกรณ์จนชางรู้สึกได้ว่าเธอชอบปกรณ์ แต่เหมยลี่ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ชางเสียใจ กิมลั้งแอบมองทั้งสองอย่างไม่พอใจและโทรหาปกรณ์บอกให้รู้ว่าเหมยลี่กลับมาที่ศาลเจ้า ปกรณ์รีบตามมาแต่ชางพาเหมยลี่หนีไปก่อนหน้าแล้ว ละคร ฝันรักฝันสลาย ชางเจอคนรู้จักและแนะนำให้ทำงานก่อสร้างในตึกแถวแห่งหนึ่ง ชางจึงพาเหมยลี่มาอยู่ด้วย โดยไม่รู้ว่าตึกแถวแห่งนี้เป็นของหมง จนกระทั่งเจียงมาตรวจดูงานแทนหมงและเจอกับเหมยลี่ ที่สุดชางพาเหมยลี่หนีการตามล่าของเจียงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ปกรณ์ตามมาช่วยทั้งสองไว้ได้และฆ่าเจียงตาย ปกรณ์หาที่ซ่อนตัวให้เหมยลี่กับชาง เหมยขอร้องปกรณ์ไม่ให้จับชางส่งตำรวจเพราะเขาเป็นคนที่ดีต่อเธอ ชางลอบมองความสัมพันธ์ของทั้งสองและรับรู้ว่า เหมยลี่มีใจให้ปกรณ์ ชางถามเหมยลี่อีกครั้งถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาเหมยลี่อ้ำอึ้ง ชางจึงตัดใจทิ้งเธอไว้กับปกรณ์ ปกรณ์จัดการทำเรื่องให้เหมยลี่ได้เดินทางไปอเมริกาด้วยความช่วยเหลือของหมวดออม แม้ว่าออมจะไม่เต็มใจช่วย แต่เพื่อยุติไม่ให้ปกรณ์ถลำตัวไปกับเหมยลี่มากกว่านี้ ออมจึงรีบจัดการทุกอย่างให้จบโดยเร็ว ในที่สุดวันที่เหมยลี่ฝันไว้ก็มาถึง ปกรณ์พาเหมยลี่มาส่งที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องเดินทางไปอเมริกา ทั้งสองร่ำลากันด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข และปกรณ์สัญญาว่าจะบินไปหาเธอที่นั่น ในขณะที่ออมมองทั้งสองด้วยหัวใจที่ปวดร้าว ละคร ฝันรักฝันสลาย หลังจากส่งเหมยลี่ที่สนามบินปกรณ์กับออมก็แยกกลับ แต่ทั้งสองหารู้ไม่ว่าหมงส่งคนมาจับตัวเหมยลี่ก่อนที่จะขึ้นเครื่อง ชางได้พบกับเหมยลี่อีกครั้งในวันที่หมงให้ขับรถมารับตัวเหมยลี่ออกไปข้างนอก เหมยลี่ขอให้ชางช่วยพาเธอหนี แม้ชางจะรู้ดีว่าหมงเหี้ยมโหดแค่ไหน แต่ด้วยความรักที่มีต่อเหมยลี่ทำให้เขายอมเสี่ยงตายเพื่อเธอ ส่วนปกรณ์ก็บุกจะจับหมง เพื่อช่วยเหมยลี่เหมือนกัน เรื่องราวความรัก หน้าที่ และความฝันของปกรณ์ เหมยลี่ ชาง และ ออม จะลงเอยอย่างไร ติดตามชมในละครดราม่าแอ็คชั่น ฝันรักฝันสลาย ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น. ช่อง 3 HD ช่อง 33 ละคร ฝันรักฝันสลาย เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม 2560 นักแสดงละคร ฝันรักฝันสลาย นาวิน เยาวพลกุล รับบท ปกรณ์ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท เหมยลี่เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท ชางวันสิริ อ่องอำไพ รับบท ออมอรุณณภา พาณิชจรูญ รับบท เก๋ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กิมลั้งศานติ สันติเวชชกุล รับบท ผู้การยงยุทธศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ รับบท จ่าอู๊ดอภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ผู้กองอู๋ศรัณยู ประชากริช รับบท เจียงวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ รับบท หมง รัชดาเสือ ทอรัส รับบท กวงกิตติพงศ์ โพชสาลี รับบท เปาภัคศรุจน์ นาคาฮาร่า รับบท เหว่ยปวีณา ชารีฟสกุล รับบท แม่ปกรณ์

ชนรมฮวงจุ้ยคลังจินดา

โหรและหมอดู รับพยากรณ์ ดวงชะตา โหงวเฮ้ง รับดูฮวงจุ้ย ที่ดิน ธุรกิจการค้า รับตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ย-เปิดหลักสูตรสอนวิธีดูดวง ฮวงจุ้ย

เนม รับแบบแมนๆ บอกเลิกเอง! ขำหาก คิทตี้ เปลี่ยนไปชอบเพศเดียวกัน
เนม ปราการ /  คิทตี้ ชิชา

      หลังมีข่าวเรื่องเลิกรากับแฟนสาว ล่าสุดนักร้องหนุ่ม เนม Getsunova หรือ เนม ปราการ ก็ได้ออกมารับแล้วว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งตนเป็นฝ่ายขอเลิกสาว คิทตี้ ชิชา เอง สาเหตุเกิดจากเรื่องนิสัยส่วนตัวของตน ยันไม่มีมือที่สาม เรื่องฝ่ายหญิงไปสนิทกับนางแบบตนรับรู้ตลอด โบ้ยถามทางคิทตี้เองจะเปลี่ยนรสนิยมไหม ส่วนที่ตนได้มาร่วมอีเว้นท์เดียวกับนางเอกที่ปลื้มอย่าง มิว นิษฐา นั้น เปรยยังไม่พร้อมมีใครในตอนนี้...      "จริงๆ เรื่องที่เกิดขึ้น เริ่มที่ตัวเนมเอง เนมอาจจะมีนิสัย หรือทำอะไรให้น้องเสียใจ และเป็นนิสัยส่วนตัวที่เนมยังแก้ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวที่บางทีเราคุยกันไว้แล้วไม่เป็นตามที่ควรจะเป็น อยากให้มองว่าเรื่องนี้ เริ่มต้นจากตัวเนมเอง อาจจะเป็นแค่เรื่องนิดเดียวไม่ได้ร้ายแรง แต่ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากอยู่กันไป แล้วทำให้เขาเสียใจไปอีกเรื่อยๆ ซึ่งเราก็มีปัญหาแบบนี้มาสักพักนึงแล้ว แต่ที่ไม่ได้พูดก่อนหน้านี้ เพราะไม่อยากจะพูดเท่าไหร่ คือ เนมกับน้องเขายังคุยกัน เป็นพี่น้องที่รักกันอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่สถานะตอนนี้เปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น"      "เรื่องมีที่สาม ไม่มีเลย ไม่มีเรื่องมือที่สามทั้งจากฝั่งเนมหรือฝั่งน้องเขาเลย อันนี้ขอยืนยัน เพราะเราคุยกันตลอด ความจริงเนมไม่อยากให้คนอื่นมากระซิบบอกพี่ๆ นักข่าว เพราะไม่แฟร์สำหรับเนมและตัวเขา ตัวน้องก็โดนผลกระทบค่อนข้างเยอะ แต่ยืนยันจากคำพูดเนมให้ทุกคนรับทราบว่าน้องเขาไม่ได้มีมือที่สาม หรือทำให้เนมเสียใจ อย่างที่บอกทุกอย่างเริ่มที่ตัวเนมจริงๆ"      "ปัญหาเกิดมา ก็นานพอสมควร จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่คู่รักกันอยู่ด้วยกันแล้วมีปัญหาที่ค้างคาแล้วแก้ไม่ได้สักที เราก็เลยมามองกันว่าบางทีถ้าเราถอยห่างกัน อาจจะดีกว่า พยายามทำให้ดี แล้วต้องฝืนใจตัวเอง คือเขาก็ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนอะไรที่เนมเป็น แล้วก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนในสิ่งที่เขาเป็น เลยเป็นปัญหาที่สะสมมา ล่าสุดที่เนมให้สัมภาษณ์แล้วบอกว่ายังรักกันดีอยู่ คือ ตอนนี้เราก็ยังรักกันดีอยู่ แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม สถานะได้เปลี่ยนไปแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นคนพิเศษสำหรับเนมอยู่เสมอ แล้วเนมก็ยังไม่ได้มีใครพิเศษไปกว่าเขา เนมก็ยังไม่ได้คิดจะมีใครใหม่เหมือนกัน"      "ห่างนานแค่ไหน ด้วยความที่ปัญหาสะสมมานาน จนถึงจุดที่เรามานั่งคุยกันว่าเราห่างกันเถอะ เราเปลี่ยนสถานะ ลดความต้องการ ความคาดหวังกับอีกคนจะดีกว่า เพราะยิ่งอยู่กันไปก็ยิ่งเหมือนทำร้ายกัน เป็นเรื่องนิสัยของเนมที่มีบางอย่างที่เขารับไม่ได้ คือ เขาพยายามมากๆ เลยนะกับเนม จนเนมต้องบอกว่าเราห่างกันสักพักดีกว่า"      "มันไม่ใช่เรื่องใครผิดไม่ผิด แต่ยอมรับว่าเรื่องเกิดขึ้นจากเนม ที่ทำให้เสียใจและเป็นนิสัยที่เรายังแก้ไม่ได้ เนมเป็นฝ่ายขอ จริงๆ ไม่ได้มีแบบขอหรือไม่ขอยุติ เพราะเป็นการคุยกัน"      "ข่าวคิทตี้มีคนใหม่ อันนี้เนมอยากพูดเลยว่าไม่ใช่เรื่องจริง อย่างที่บอกเรายังเจอกัน ยังคุยกันได้ตลอด แค่อาจจะลดลง แต่เรายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน เขาก็จะอัปเดทเนมตลอดว่าทำงานอะไร เป็นยังไงบ้าง แล้วเรื่องที่เขามีกิ๊กใหม่ เนมว่าเนมรู้จักน้องเขาดีสุด น้องเขามีเพื่อนผู้ชายเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าไปทำอะไรไม่ดีนะ เขาเป็นคนห่ามๆ ไม่ได้คิดมาก ถ้าใครรู้จักเขาจะรู้ว่าไม่มีอะไรไม่ดีขนาดนั้น แล้วถ้าจะให้เนมบอกว่าเขาสนิทกับใครที่สุดเนมก็บอกได้ เพราะตอนนี้เขาสนิทกับนางแบบสาวคนนึง เขาเล่าให้เนมฟังว่าเขาคุยกับคนนี้ทุกวัน แล้วคนที่เขารักที่สุดตอนนี้ คือ นางแบบสาวคนนั้น"      "เขาจะเปลี่ยนรสนิยมไปเลยไหม ไม่รู้ครับ อันนี้ต้องไปถามเขาเอง(หัวเราะ) เขาก็เป็นเพื่อนกันแหละ แต่น้องบอกว่าตอนนี้รักคนนี้ที่สุด สงสัยไหม ไม่รู้ ถ้าเปลี่ยนก็มาบอกก็ได้ ถ้าเปลี่ยนจริงๆ ผมว่าก็โอเค ขำๆ ดี(หัวเราะ) ก็ยังไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือยังไง"      "เขาไม่โกรธครับ เขาบอกพูดได้ เราคุยกับเขาแล้ว คิดว่าเขาไม่ได้ทำประชดด้วย ส่วนความสัมพันธ์ของน้องกับนางแบบคนนั้นจะเป็นยังไง พี่ๆ สื่อก็คงต้องไปถามน้องเขาเอง แต่ว่าอย่าให้เป็นประเด็นใหญ่โตเลย"      "พูดแบบนี้เหมือนเป็นการทิ้งระเบิดไหม ไม่ๆ ครับ ก่อนสัมภาษณ์ก็คุยกับน้องตลอด จริงๆ เนมสงสารเขานะ เขาโดนโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว แล้วคนที่พูดถึงเรื่องนี้ไม่ควรจะพูดด้วยซ้ำ เพราะมีการป้อนข้อมูลผิดพลาดที่ไม่เป็นความจริง เรารู้สึกว่าไม่แฟร์ที่เขาจะโดนทำร้ายคนเดียว และโดนมองไม่ดี เพราะไม่ใช่ความผิดของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่อยากให้เป็นกระแสลบกับเขา"      "คือถ้าในอนาคต ระหว่างเนมกับน้องห่างกันไป แล้วเราจะกลับมาคุยกันใหม่ได้เหมือนเดิมก็ดี ตอนนี้เนมก็ไม่ได้อยากจะมีใคร อยากนั่งทบทวนตัวเอง ว่าเราต้องการอะไร ชีวิตควรจะเป็นยังไง ความสุขของเราคืออะไร โอกาสกลับมาเหมือนเดิม ก็มีโอกาสอยู่แล้ว เนมไม่เคยปิดโอกาส"      "สถานะตอนนี้ ขอใช้คำว่าห่างและอยู่นิ่งๆ คนเดียวดีกว่า แต่เราก็จบกันด้วยดี เวลา ไม่เสียดาย เพราะบางทีถ้าไปกันไม่ได้ หรือมีปัญหาก็ไม่อยากจะฝืน ให้ทรมานต่อไป ถ้าเห็นปัญหาแล้วตอนนี้ยังแก้ไม่ได้ ก็ควรจะห่างกันไว้ก่อน"      "ร่วมงานอีเว้นท์กับมิว(นิษฐา) สาวที่แอบปลื้ม ในงานยังไม่ได้เจอกันเลย แต่น้องมิวเคยเล่นเอ็มวีให้วงของเรา น้องก็เป็นนักแสดงที่เนมชื่นชอบตั้งนานแล้ว ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะพัฒนากับใครทั้งนั้น อยากทบทวนตัวเองอยู่คนเดียว ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างว่างแล้วต้องมาจับคู่กัน คือ ตั้งแต่เล่นเอ็มวีเสร็จก็ไม่ได้อะไร"      "สเปคไหม เขาก็เป็นนักแสดงที่เราชื่นชอบและชื่นชมครับ ตอนนี้ยังไม่อยากมีสเปคดีกว่า โอกาสร่วมงานกัน ปกติเนมจะไม่ใช้นางเอกซ้ำครับ(ยิ้ม)เพลงใหม่ ตอนนี้เก็ทสึโนว่า ชื่อว่า "พัง" เป็นเพลงเกี่ยวกับความรักที่ไปต่อกันไม่ได้ ก็เป็นจังหวะพอดีเลย จริงๆ ตอนไปอัดเพลงนี้ น้องก็ยังขับรถไปส่งอยู่เลย แต่บังเอิญเราห่างกันแล้วเพลงนี้ก็ปล่อยออกมาพอดี ปกติไม่รู้เป็นอะไร เวลาเราปล่อยเพลงออกมาส่วนใหญ่จะชอบตรงกับชีวิตเนมและนาฑีตลอด ก็ฝากติดตามด้วยครับ" เนม กล่าว ขอบคุณ ภาพจากไอจี @nameraiva, @kittychicha เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม ปราการ   เนม - คิทตี้  

เผ่าพงศ์ คลินิกทันตแพทย์

คลินิกทันตแพทย์เผ่าพงศ์ อยู่ ตรงข้ามBanana IT และ Tesco Lotus เฉวง

พักเถอะน้องแหวน! เบิร์ด ธงไชย กอดให้กำลังใจ ปันปัน
เบิร์ด ธงไชย /  แหวน ฐิติมา / 

     นักร้องซุปตาร์ ธงไชย แมคอินไตย์ เดินทางมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3 พร้อมสวมกอดให้กำลังใจ ปันปัน เต็มฟ้า โดย เบิร์ด ธงไชย เผยรับรู้ถึงอาการป่วยของแหวนมาโดยตลอด บอกสงสารเมื่อรู้ว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมาตลอด แต่วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องปวดแล้ว ชมเป็นแม่ที่ดี เลี้ยงลูกสาวเติบโตมาเป็นคนดี บอกพักเถอะน้อง... รายละเอียดดังนี้      "รู้สึกใจหายทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าวันนึงน้องต้องจากไป แต่พอน้องต้องไปจริงๆ มันทำใจไม่ค่อยได้ ผ่านการสูญเสียมาเยอะ ครั้งนี้เป็นน้องที่คลุกคลีตีโมงมาด้วยกัน น้องเป็นคนดีมาก ตั้งใจทำงาน ไม่เคยบ่นหรือท้อเลย อยู่ด้วยแล้วมีความสุข วันนี้น้องไม่ต้องเจ็บและต้องทรมานอีกแล้วเพราะว่าโรคนี้เมื่อเข้าไปถึงกระดูกคงจะมีการเจ็บปวดอย่างมาก วันที่ได้มาทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ได้เจอกับน้อง ซึ่งน้องเงยหน้าขึ้นมาแล้วถามว่า "น้องเป็นใคร" ตอนแรกก็คิดว่าน้องเล่นมุขหรือเปล่า แต่มองตาแล้วก็รู้ว่าน้องไม่ได้เล่นมุข อาจจะเป็นอาการของยาที่น้องกำลังทนอะไรอยู่ ยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วงแหวนมากเพราะผิวพรรณก็เปลี่ยนไป วันนั้นจึงพยายามมองและประกบติดตลอด ไม่คิดว่าน้องจะไปเร็วขนาดนี้"      "พอรู้ว่าน้องป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ยังพูดกับพี่นกน้อยเลยว่าถ้าเว้นจากการอัดเสียงวันไหนจะรีบไปหาน้องเลย แต่ก็ไม่ทันแล้ว แต่ก็ต้องพูดว่าดีใจเพราะว่าน้องไม่ต้องเจ็บไม่ต้องปวดอีก เนื่องจากทุกครั้งที่เจอน้องจะแสดงให้เห็นตลอดเวลาว่าตัวเองไม่เป็นอะไร ใส่วิกอันนี้สวยมั้ย ทุกอย่างน้องจะมองไปในแง่บวกหมดเลย ทำให้ไม่ต้องห่วงเขา ซึ่งมารู้ตอนหลังว่าน้องต้องสู้กับอาการเจ็บปวดมากแค่ไหนก็เลยรู้สึกสงสาร ถือว่าดีแล้วที่วันนี้น้องจะได้พัก"      "ทราบอาการเจ็บป่วยของน้องมาตลอด ใช่ครับ ถามว่าให้กำลังใจยังไงบ้าง ส่วนมากเขาจะเป็นคนบอกมากกว่าตัวเองไม่เป็นอะไร กำลังอยู่ในขั้นไหนแล้ว และเขาจะพูดให้เรารับรู้ในแง่ของการเอ็นเตอร์เทนมากกว่า แหวนเป็นน้องที่อารมณ์ดี พี่ปุ๊สามีของแหวนก็อารมณ์ดี แต่อย่างหนึ่งที่ต้องคิดว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับแหวนก็คือเขามีลูกที่ดีเหลือเกิน เรียนดี ความประพฤติดี ทุกอย่างถูกทุกข้อหมดเลย สำหรับน้องปันปัน แล้วงานที่แหวนทำมาทุกอย่างจะอยู่ในใจของพวกเราทุกคน วันที่มีโอกาสได้เจอแหวนในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด น้ำตาซึมและชื่นใจแทนตัวเขาเพราะว่าแหวนไม่ได้มางานของพี่นานมาก ยังได้บอกกับเขาด้วยว่า "ได้ยินไหมว่ามีคนต้องการแหวน อย่าหายไปอีกนะ" แหวนไปไหนมา ยังคุยกันบนเวที บอกว่าแหวนไปเรียนเรื่องการเลี้ยงลูกมา แหวนจะเป็นคนที่ทำให้เราไม่เครีย?ดกับสิ่งที่เขาเผชิญ?อยู่"      "วันที่ 8 ที่ผ่านมาถือเป็นการเจอแหวนครั้งสุดท้าย วันนั้นสองข้างของพี่คือติ๊นากับแหวน แต่วันนั้นพี่เป็นห่วงแหวนมากกว่า เพราะผิวพรรณเขาเปลี่ยนไป พยายามมองน้องแล้วบอกให้เขาบีบให้แรงกว่านี้ เกสรมันจะได้สวย เขาก็หันมามองแล้วบอกกับเราว่า พี่เบิร์ดทำได้ทุกอย่างเลยเนอะ เบิร์ดเลยตอบเขาไปว่า ตั้งใจทำนะ ให้กำลังใจเขา เขาก็นั่งทำของเขาไป วันนั้นเป็นวันที่เขามีความสุขอีกวันหนึ่ง"      "เมื่อสักครู่กอดน้องปันปัน ก็บอกไปว่าแม่ไม่เหนื่อยแล้ว แม่ไม่เจ็บแล้ว หนูเป็นคนดี เป็นเด็กดีนี่แหละคือรางวัลของแม่เขา สำหรับพี่เบิร์ดมองบทบาทความเป็นแม่ของแหวนเท่าที่เคยสัมผัสมา เขาจะพลีชีพเพื่อชาติมาก จะดูแลลูกอย่างดี ถึงขนาดยอมวางไมค์ไปดูลูก ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูลูก ลูกถึงเป็นเด็กดีแบบนี้"      "ความประทับที่นึกถึงแหวน เบิร์ดนึกถึงวันเวลาที่เราไปหัวหกก้นขวิดกันตามต่างจังหวัด ปีนรั้ว เพราะบางทีการจัดงานตามต่างจังหวัดเขาก็ไม่ได้พรั่งพร้อม เขาอาจจะไปจัดกลางหมู่บ้านที่ไม่มีทางเข้า เมื่อรถเข้าไม่ได้เราก็หาทางเข้าของเราเอง เบิร์ด แหวน พี่น้อย ("นกน้อย" ผจก. เบิร์ด) พี่ปุ๊ (สามีของ"แหวน"ฐิติมา) เบิร์ดกับแหวนรู้ทาง ก็ปีนกำแพงข้ามบ้านใครก็ไม่รู้ วิ่งลัดสนามใหญ่ๆ ไป แล้วก็ปีนกำแพงอีก แล้วถึงไปลงตรงกลางเวทีและเป็นบันไดลิงต่อ เบิร์ดลงไปร้องก่อน พอคิวแหวนปั๊ปก็ถึงจะผายมือกัน แล้วลงบันไดลิงมา แหวนตกบันไดลิงมา ตอนนั้นเราก็พยายามเบนความสนใจชาวบ้านให้มาอยู่ที่เรา แต่เขาก็มาบอกบนเวทีว่าเขาตกบันได เพราะเขาเป็นคนซื่อ เขาเป็นเด็กแบบนี้ไม่เคยบ่นไม่เคยอะไรเลย แล้วเขาก็เป็นคนยังไงก็ได้ สมมุติว่าใครเล่นก่อน บางทีพี่เบิร์ดก็เล่นข้างหลังแล้วแหวนเล่นก่อน เขาก็ขอให้พี่เบิร์ดเล่นเป็นวงเปิดให้เขาได้ไหม เราก็เล่นให้ แต่พอเราเล่นเสร็จชาวบ้านกลับ เขาก็จะมาบอกเราว่า งั้นให้พี่เบิร์ดเล่นปิดดีกว่า เราทำงานกันแบบที่เป็นพี่น้องกัน เบิร์ด ตู่ แหวน พูดถึงแล้วก็คิดถึงเขา อยากจะกอด"      "เท่าที่รู้จักแหวน แหวนเป็นคนถ่อมตัว เขาไม่เคยคิดว่าเขาเป็นใคร ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นร็อคเกอร์สาว เขาไม่เคยพรีเซนต์ตัวเอง หรือทำให้เกิดปัญหาอะไรเลย ทำให้มีคนรักเขามากมาย เขาสามารถทำทุกอย่างได้ ทั้งที่ถนัดหรือไม่ถนัด เขาก็ทำทั้งหมดเลย เราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข อะไรมีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข ชื่อเสียงต่างๆ ที่แหวนมี แหวนไม่ต้องไขว่คว้าเลย จริงๆ แล้วเรามีอาจารย์คนเดียวกัน คือพี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ เป็นคอกเดียวกันหมด พี่เต๋อดูแลมาทั้งคอก พูดแล้วคิดถึงน้อง"      "แหวนเป็นแขกรับเชิญแบบเบิร์ดเบิร์ดครั้งแรกด้วย ใช่ มีแหวน มีตู่ พอเสียงร้องเขาขึ้นมา คนดูตอบรับ ด้วยเสียงกรี๊ด เขาทำให้คนดูมีความสุข ฝากปันปันหรือเปล่า เขาฝากตลอดเวลา ปันปันมาเล่นคอนเสิร์ตกับพี่เบิร์ดตั้งแต่แรกๆ มาตีลังกา ทำทุกอย่างที่ให้ทำ เป็นเด็กค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา ซึ่งแหวนเขาเป็นคนถ่อมตัว และเขาสอนให้ลูกถ่อมตัว ทำให้ทำงานด้วยกันไม่เคยเกิดปัญหาแม้แต่น้อย เขาจะบอกตลอดว่าพี่เบิร์ดสั่งได้เต็มที่ ซึ่งพอเวลาสั่งให้เขาทำอะไร เขาก็ทำ แหวนจะโฆษณาให้โลกรู้ ว่าลูกเขาทำได้ ฝึกฝนได้ น้องเอ้ย(เสียงอ่อยๆ)"      "อยากจะบอกอะไร แหวนไม่ต้องทุกข์แล้ว ไม่ต้องทุกข์ทั้งเรื่องใดๆ ไม่ต้องทุกข์ทั้งเรื่องของร่างกาย พักเถอะน้อง" เบิร์ด ธงไชย กล่าว   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3   เบิร์ด ธงไชย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ แหวน ฐิติมา คืนที่ 3  

ดีเจพุฒ ไม่ซีกระแสดรอป ฟุ้ง!! เห็นเงียบๆ แต่งานเพียบ!!
ดีเจพุฒ /  ดีเจพุฒ พุฒิชัย / 

  ถึงกับตั้งกระทู้ถามกันเลยทีเดียว ทำไมพระเอกหล่อหน้าใส ดีเจพุฒ พุฒิชัย ถึงได้ดูดรอปลงไปไวกว่าที่คิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ดีเจพุฒ ปังมากดังเปรี้ยงปร้างมีงานละครให้เห็นไม่ว่างเว้น แถมยังเจอกระแสเม้าท์สนั่นหรืออาจจะเป็นเพราะเรื่องความรักหรือทำหน้ามาใหม่? โดยล่าสุด ดีเจพุฒ ได้มาร่วมงาน AIS Next Generation @ AIS Next Generation Shop ชั้น 4 เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมกับเปิดใจเรื่องดังกล่าว รับนักแสดงหน้าใหม่ผุดขึ้นมายิ่งกว่าดอกเห็ด ตนไม่ซีเรียสเพราะเตรียมใจเอาไว้แล้ว ส่วนเรื่องโกอินเตอร์รับงานที่จีนก็พยายามบาลานซ์กับที่เมืองไทย แต่งานอีเว้นท์ในไทยอาจจะต้องลดลง ไม่ห่วงเรื่องความสัมพันธ์กับแฟนสาว จุ๋ย วรัทยา ไม่หึงสาวจีน เพราะต่างไว้ใจกัน ยันเห็นเงียบๆ แต่ก็มีงานเพียบ!!   "คนเรามันก็ต้องมีขึ้นมีลงเนอะในวงการบันเทิง ก็มีน้องๆ เด็กรุ่นใหม่เกิดขึ้นมาเยอะแยะ จริงๆ ตัวพุฒเองไม่ได้ซีเรียสเลยครับว่าวันนึงจะกระแสดรอป วันนึงจะมีงานน้อยลง แต่เราก็ยังมีความสุขในการทำงานในวงการบันเทิงของเราในประเทศไทยและที่ต่างประเทศด้วยครับ จริงๆ พุฒเข้าวงการแรกๆ ด้วยการเป็นดีเจ เป็นพิธีกร เราบอกตัวเองแล้วว่างานในวงการบันเทิงเข้ามาวันนี้มีงานทำ แต่วันนึงนอนตื่นขึ้นมาอาจจะไม่มีงานทำก็ได้ มันเป็นสิ่งที่เราบอกตัวเองตั้งแต่แรกๆ ที่เราเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงอยู่แล้วครับ พอวันนึงก็ต้องมีวันที่เราอาจจะมีงานน้อยลง หรือเป็นที่รู้จักน้อยลง มันเป็นเรื่องปกติในวงการบันเทิงนะครับ ก็มีความสุขกับทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างที่เราทำอยู่ตอนนี้ครับ"   "เราพยายามบาลานซ์งานทั้งที่ไทยและจีนนะครับ ให้ทั้งสองที่มาพร้อมๆ กัน ที่ไทยเราก็ยังไม่ทิ้ง เราก็ยังมีละครที่ยังต้องถ่ายอยู่ ปีนี้ถ่ายทั้งหมดประมาณ 4 เรื่อง แต่เราอาจจะไม่ได้รับละครเหมือนเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่รับทีเดียว 2 เรื่อง แล้วถ่าย 7 วัน ยังมีงานอื่นๆ อีก เพราะว่ามันทำให้สุขภาพเราและคุณภาพงานมันอาจจะไม่ 100% เราก็เลยแพลนว่าอยากรับละครทีละเรื่อง ก็ทำมันให้ดีในแต่ละเรื่อง"   "ที่ผ่านมาปีที่แล้วของผม งานตลอดเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเป็นช่วงที่เราไปจีนพอดี ก็เลยเป็นช่วงที่เราได้ไปทำงานที่นู่น ก็บินไปบินกลับครับ เรามีการคุยกับผู้จัดการตลอดนะครับ ถ้าไปรับงานที่จีนละครส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน เราก็จะต้องเคลียร์คิวที่เมืองไทย จะต้องมีละครที่ถ่ายเพื่อเตรียมออนแอร์ไว้แล้วอย่างน้อยๆ สัก 1-2 เรื่อง แล้วเราก็แว๊บไปจีนสัก 3 เดือน ก็ถ่ายๆ ให้เสร็จ แล้วก็กลับมาลุยงานที่ไทยต่อครับ เราจะมีแพลนที่วางไว้อยู่แล้วครับ (งานอีเว้นท์ก็หายไปด้วย?) จำเป็นจะต้องเป็นอย่างนั้นครับ แต่ถ้ามีงานที่เราล็อคไว้แล้วอาจจะต้องบินกลับมา"   "(จุ๋ยเป็นห่วงมั้ย?) เขาก็บอกว่าดูแลตัวเอง กินเยอะๆ เพราะตอนที่ไปถ่ายละครที่จีนเรามีปัญหาเรื่องการกิน กลับมาก็น้ำหนักลง เรื่องภาษาก็มีปัญหาเรื่องการสื่อสารครับ แต่เรามีล่ามคอยประกบตลอด ส่วนการทำงานเราก็พูดภาษาไทยแล้วเขาก็จะไปพากย์ทับเป็นภาษาจีนเอาเองครับ (จุ๋ยห่วงเรื่องสาวๆ จีนบ้างมั้ย?) ไม่มีครับ เราไว้ใจซึ่งกันและกันครับ (ยิ้ม) เขาก็มีไปเที่ยวของเขาด้วย แล้วก็ตามไปให้กำลังใจเราด้วยครับ เรามีงานทำตลอดอยู่แล้วครับ มีพิธีกรรายการทีวี มีดีเจที่ 94efm แล้วก็ถ่ายละครอยู่ ยังไม่ได้หายไปไหน ยังทำงานอยู่ครับ" ดีเจพุฒ กล่าว ดีเจพุฒ ดีเจพุฒ ดีเจพุฒ ดีเจพุฒ ดีเจพุฒ