ดูดวงตามราศี

10 อันดับคนดัง ที่ตัวตาย แต่สร้างรายได้มหาศาล
10 อันดับคนดัง /  ข่าว / 

MThai News รวบรวม 10 อันดับคนดัง คนเก่งหลากหลายวงการ ที่แม้เค้า และเธอเหล่านั้น จะไม่มีลมหายใจหลงเหลืออยู่ แต่ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลอยู่ในปัจจุบัน มหาเศรษฐีในโลกนี้ล้วนแล้วแต่จะต้องเป็นคนเก่ง คนดัง หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีบทบาทต่อสังคมเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ามูลค่า หรือรายได้ที่เค้าได้รับต่อปีนั้นมหาศาล แต่มหาเศรษฐีอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ที่ไม่ใช่คนดัง คนเก่ง หรือคนมีอิทธิพล แต่กลับเป็น 'คนตาย' ที่แม้ตัวตนจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ชื่อเสียง และความสามารถในขณะมีลมหายใจ ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลในปัจจุบัน เค้าและเธอเหล่านั้นจะเป็นใครกันบ้าง และแต่ละคนสร้างรายได้มหาศาลขนาดไหน ไปเริ่มกันเลยครับ อันดับที่ 10 บรู๊ซ ลี เสียชีวิตเมื่อ 7 กค. 2516 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 290 ล้านบาท บรูซ ลี หรือ หลี่ เสี่ยวหลง เกิดที่ซานฟรานซิสโก เป็นดาราจีนที่โด่งดังระดับฮอลลีวูด ด้วยความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แบบจีทคุนโด้ แถมยังสามารถสามารถพูดอังกฤษ จีน ญี่ปุ่นได้ และยังเป็นแชมเปี้ยนเต้นชะชะช่า ในปี 1997 โดยที่นิตยสารเอ็มไพร์จัดอันดับให้เขาเป็นหนึ่งใน 100 ดารานำตลอดกาล ซึ่งปัจจุบันเขายังคงสร้างรายได้จากภาพยนตร์ รวมถึงคาแรคเตอร์ในเกมส์อีกด้วย อันดับที่ 9 ธีโอดอร์ ซัส กีเซล เสียชีวิตเมื่อ24 กย. 2534 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท ด็อกเตอร์ ซุส หรือ ธีโอดอร์ ซัส กีเซล นับเป็นนักเขียนหนังสือเด็กชาวอเมริกันที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดี เพราะมีผลงานดัง ๆ หลายเรื่อง เช่น Green Eggs and Ham, The Cat in the Hat และ How the Grinch Stole Christmas ผลงานของเขาได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับตัวเขาเอง ที่ถือเป็นแบบอย่างของนักอ่านนักเรียนรู้ที่ดีมาก ๆ ถึงขนาดที่สหรัฐอเมริกาได้จัดให้ทุกวันที่ 2 มีนาคม หรือวันเกิดของ ด็อกเตอร์ ซุส เป็นวันอ่านหนังสือของชาติเลยทีเดียว อันดับที่ 8 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมย. 2498 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 350 ล้านบาท อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิส และอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 โดยปัจจุบันเขายังสามารถสร้างรายได้จากผลงานวิทยาศาตร์ที่คิดค้นขึ้นมากว่า 300 ชิ้น อันดับที่ 7 จอห์น เลนนอน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ธค. 2523 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน หรือจอห์น เลนนอน ที่เราคุ้นเคย มือกีต้าร์แห่งวงสี่เต่าทอง เดอะบีทเทิลส์ ซึ่งเนื้อเพลงของเขาจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด เลนอนเกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ในปี พ.ศ. 2483 ได้แต่งงานครั้งแรกกับ ซินเทีย โพวเวลล์ 23 สค. พ.ศ. 2505 และแต่งงานครั้งที่สองกับนักร้องชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโน่ เมื่อวันที่ 20 มีค. พ.ศ. 2512 เลนนอนถูกฆาตกรรมในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่เขายังสามารถมร้างรายได้จากบทเพลงที่เขาแต่งขึ้นมากกว่า 100 เพลง อันดับที่ 6 มาริลิน มอนโร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 สค. 2505 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท มาริลิน มอนโร เดิมชื่อ นอร์มา จีน มอร์เทนสัน นักแสดง นักร้อง นางแบบชื่อดัง ชาวอเมริกัน โดยภาพยนตร์เรื่อง The Seven Year Itch (1955) มีฉากที่เป็นอมตะของเธอที่ถูกลมพัดจนกระโปรงขึ้นมา เธอเสียชีวิตที่ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยแม่บ้านเป็นผู้พบเธอนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงในห้องของเธอ เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด ซึ่งยังมีผู้พบเห็นวิญญาณของเธออยู่บ่อยครั้ง อันดับที่ 5 บ๊อบ มาร์เลย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พค. 2524 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 660 ล้านบาท โรเบิร์ต บ็อบ เนสตา มาร์เลย์ หรือบ๊อบ มาร์เลย์ นักร้องเร็กเก้ชาวจาเมกาที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงสูงสุดในโลกคนหนึ่ง เริ่มมีผลงานในปีค.ศ. 1963 กับกลุ่มเวลเลอร์ (The Wallers) และเขายังได้รับให้เป็นศิลปินที่ขายดีที่สุดทั้งอัลบั้ม และซิงเกิลกว่า 75 ล้านก๊อปปี้ และเป็นต้นตำหรับคำว่า Rastafari และการร้องผสมผสานดนตรีของเขากับที่มีความรู้สึกถึงจิตวิญญาณอย่างแท้จริง อันดับที่ 4 อลิซาเบธ เทย์เลอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มีค. 2554 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 725 ล้านบาท นักแสดงอังกฤษ-อเมริกัน ที่เกิดในอังกฤษ เป็นที่รู้จักในด้านบทบาทการแสดงอันจัดจ้าน และความงาม เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตแบบฮอลลีวูด เธอแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง เธอได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 2 ครั้ง รางวัลออสการ์เกียรติคุณ 1 ครั้ง รางวัลลูกโลกทองคำ 2 ครั้ง เธอเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 3 ชาร์ล ชูลต์ส เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กพ. 2543 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,320 ล้านบาท นักเขียนการ์ตูนชื่อดังเรื่อง 'พีนัทส์' (Peanuts) หรือ สนู้ปปี้กับแก๊งเพื่อน โดยเขามีผลงานการ์ตูนที่ลงตีพิมพ์ไปยังประเทศต่างๆ 77 ประเทศ หนังสือพิมพ์อีก 2,600 ฉบับ ซึ่งการ์ตูนต้นฉบับของเขาตอนสุดท้ายก็ถูกเผยแพร่ออกมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปี 2000 ซึ่งออกมาหลังจากที่เขาเสียชีวิตแค่คืนเดียวเท่านั้นเอง อันดับที่ 2 เอลวิส เพรสลีย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 สค. 2520 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,800 ล้านบาท นักดนตรี และนักแสดงชาวอเมริกัน เขาถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ทั้งเป็นที่รู้จักในฉายา 'ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์' หรือเรียกสั้น ๆ ว่า 'เดอะคิง' เขาถือเป็นนักร้องแนวป๊อปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง โดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ 14 ครั้ง ซึ่งเขาได้รับ 3 ครั้ง และเขายังมีชื่ออยู่ในหอเกียรติยศ 4 ครั้ง อันดับที่ 1 ไมเคิล แจ๊กสัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิย. 2552 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 4,620 ล้านบาท ราชาเพลงป็อป ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในระดับอาชีพด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์ ในปี 1969 และเริ่มมีผลงานเดี่ยวในปี 1971 ในปี 1982 มีผลงานอัลบั้มที่ชื่อ Thriller ซึ่งถือเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล[4] และสี่อัลบั้มเดี่ยวที่เหลือก็ยังถือว่าเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอัลบั้มหนึ่ง ติดตามอ่าน สกู๊ปข่าวทั้งหมด คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

เด็กรัสเซียมีพลัง คล้ายตัวละครดังในหนังเอ็กซ์เมนส์
รัสเซีย /  หนังเอ็กซ์เมนส์ / 

เด็กชายวัย 12 ปี ชาวรัสเซีย ถูกไฟช็อต และค้นพบว่าตัวเองมีพลังเหมือนตัวละครในหนังดังเรื่องเอ็กซ์เมนส์ วานนี้ (20พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว จากหนังสือพิมพ์เดลี่ เมล์ ได้เผยแพร่เรื่องราวของเด็กชายวัย 12 ปี ชาวรัสเซีย ที่เกิดค้นพบว่าตัวเองมีพลังพิเศษ เปรียบดังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และสามารถดึงดูดโลหะเข้าสู่ร่างกาย เหมือนกับตัวละครในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่องเอ็กซ์เมนส์ เด็กชายอ้างว่าในระหว่างเดินทางกลับจากโรงเรียน เขาประสบอุบัติเหตุถูกเสาไฟฟ้าช็อต ซึ่งเขารายนี้เผยว่าขณะนั้นรู้สึกมึนงงมาก และได้กลับมาเล่าเรื่องราวที่เจอให้กับแม่ของเขาทราบ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจได้เกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น เมื่อเหรียญที่วางอยู่ใกล้ๆเตียงนอนของเขาก็ถูกดูดเข้ามาหาตัว และเมื่อไปนั่งกินข้าวช้อนก็เคลื่อนเข้ามานาบหน้าอกเค้าเช่นกัน จนเจ้าหนูเชื่อว่า ตนมีพลังพิเศษเหมือนกับตัวละครที่ชื่อว่า Magneto ในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง X-Men อย่างไรก็ตามในอดีต เหยื่อรายหนึ่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิวระเบิดในยูเครน เมื่อ 28 ปีที่แล้ว ก็มีพลังลึกลับลักษณะนี้ ซึ่งเขาสามารถดูดแม่เหล็กเข้าหาตัวได้เช่นกัน MThai News

รักเราของใคร(ฟ้าเดียวกัน) เพลงประกอบภาพยนตร์
1448 รักเราของใคร /  Growing Pain / 

อุ่นเครื่องรอชมความรักของ แพท กับ พิม ในภาพยนตร์เรื่อง 1448 รักเรา..ของใคร นำแสดงโดย 2 สาวสวย สายป่าน อภิญญา และ บัว อิสซาเบล่า ด้วยมิวสิควิดีโอ บทเพลงสุดซึ้ง รักเราของใคร(ฟ้าเดียวกัน) เพลงประกอบภาพยนตร์  ที่ผู้กำกับ อรุณศักดิ์ อ่องลออ ขอโชว์ฝีมือการแต่งเพลงเอง และยังได้นักร้องสาวเสียงดีอย่าง ดาว สุกฤตา นักร้องนำจากวง Growing Pain มาสะกดอารมณ์ซึ้งสุดอินให้กับเพลงนี้อีกด้วย ลองฟังกันดูครับ ติดตามความรักของพวกเธอได้ใน www.facebook.com/1448Loveamongus

NU’EST เตรียมจัดแฟนมีทติ้งที่อุบลราชธานี 31 มกราคมปีหน้า!
aron /  baekho / 

NU’EST (นิวอีสท์) เตรียมจัดแฟนมีทติ้งที่อุบลราชธานี ใน NU’EST RE : BIRTH FAN MEETING IN THAILAND 2015 ชาวเลิฟเตรียมตัวให้พร้อมกับการกลับมาเมืองไทยอีกครั้งของพวกเขา 31 มกราคมปีหน้า! ปีใหม่นี้ ไดมอนด์ ไชน์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ฉีกแนวการจัดแฟนมีทติ้งศิลปินเกาหลีในภาคอีสานเป็นครั้งแรก พร้อมกับการกลับมาพร้อมผลงานอัลบั้มใหม่ของห้าหนุ่มบอยแบนด์ K-POP วง NU’EST (นิวอีสท์) ด้วยการจัดแฟนมีทติ้ง NU’EST RE : BIRTH FAN MEETING IN THAILAND 2015 (นิวอีสท์ รี : เบิร์ท แฟนมีทติ้ง อิน ไทยแลนด์ 2015) ที่ หอประชุมไพรพะยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2558 ในงานนี้นอกจากจะได้ร่วมฉลองงานครบรอบ 100 ปี ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ซึ่งมีกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี 2558 แล้วนั้น NU’EST (นิวอีสท์) ยังมอบรายได้บางส่วนจากการจัดงานครั้งนี้ให้ทางมหาวิทยาลัยอีกด้วย ในงาน NU’EST RE : BIRTH FAN MEETING IN THAILAND 2015 (นิวอีสท์ รี : เบิร์ท แฟนมีทติ้ง อิน ไทยแลนด์ 2015) ครั้งนี้ ชาวเลิฟไม่ควรพลาด! กับสิทธิ์ลุ้นได้เข้าร่วมกิจกรรม Hi-Touch (ไฮทัช) ของเหล่าสมาชิก เริ่มเปิดจําหน่ายบัตรราคา  3,500 / 2,500 และ 1,500 บาท ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป ที่ www.thaiticketmajor.com สามารถติดตามข่าวสารอัพเดทและกิจกรรมเข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/DSEntOfficial และ twitter.com/DSEntOfficial ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

15 หนุ่มหล่อกระชากใจ ของเพจใหม่มาแรง หนุ่มหล่อไทย-ลาว
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกับเพจเฟสบุ๊คสุดฮอตอย่าง "หนุ่มหล่อไทย-ลาว " กันแน่ๆ แหม .. ก็เพจนี้เขารวบรวม สรรหาหนุ่มลูกครึ่งไทย-ลาว มาฝากสาวไทยกันบึม! ขอบอกเลยว่าหน้าตา ความหล่อ สกุลรุนชาตินั้นดีไม่แพ้ ซุปตาร์บ้านเราอย่าง ณเดช, มาริโอ, เจมส์ จิ, เจมส์ มาร์ เลยนะ และวันนี้ทีนเอ็มไทยมี 15 หนุ่มหล่อกระชากใจ ของเพจใหม่มาแรง หนุ่มหล่อไทย-ลาว  มาฝากสาวๆ กัน เอาชอบคนไหน รักคนไหน ก็อย่าลืมตามเป็นแฟนคลับนะคะ 15 หนุ่มหล่อกระชากใจ ของเพจใหม่มาแรง หนุ่มหล่อไทย-ลาว อ้ายทองคำ  สุดหล่อจากดินแดนที่ราบสูง ขวัญใจ สาวลำซิ่ง ขวัญใจสาวลำซิ่ง หล่อขั้นเทพ คาสโนว่าเรียกพ่อ มาริโอ้ หนุ่มมหาสารคาม เรียนอยู่ ม .กรุงเทพ เค้าบอกมีแฟนแล้ว ที่มาฝากรูปไม่ได้จะหาคู่ แต่อยากโชว์ความหล่อเฉยๆ สอนลาม นายแบบหนุ่มแห่งเเคว้นจำปาศักดิ์ เขาฝากบอกว่า คนหล่อแบบผม คลองถมบ่มีขาย สาวใดคว้าได้รีบคว้า อดเเล้วจะต้องเสียใจ คำผาน คาสโนว่าเเห่งลุ่มน้ำโขง ผู้เคยเอาปลาแดกไปให้สาวในวันวาเลนไทน์ วราเทพ ไอ้หนุ่มหน้ามน คนมุกดาหาร เขาบอกว่า ที่ปีนี้อากาศไม่หนาว เป็นเพราะความร้อนแรงของเขา เจมส์ มาร์ ลูกปลาแดก ไฮโซเเห่งที่ราบสูง จมูกดูสันเป็นคม ทรงผมละก็ทำไฮไล กระเป๋ากระเซอะกระเซิง  กางเกงละก็ดูเถิดเทิง สาวๆกระเจิดกระเจิงเมื่อเจอหน้าเจมส์ ไพรวัลย์ เทพบุตรรูปงามแห่งหนองปลาดุก จริงๆเขาอยากให้เซ็นเซอร์ตรงหน้า เพราะกลัวคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือ ตูมตาม เดอะสตาร์ พี่โฟน(พรเทพ) เด็กฮิบหน้าใส ไร้แอ๊พ เดือนเพจสุดหล่อผมทองคิ้วน้ำตาลคอดำปากแดง ฝากบอกถึงสาวๆ ก่อนจะแอดเขามาช่วยเช็คหนังหน้าตัวเองนิดส์นึง คัน คะยู หนุ่มหล่อผมสวย ลูกครึ่งเกาหลีเหนือ-พม่า ผู้ที่เกิดมาเพื่อฆ่าจางกึนซอก หลี่หลานเซ่อ หนุ่มหล่อแห่งตลาดโรงเกลือ เขาฝากบอกช่วงนี้เขาเหงามาก อยากมีเเฟน หน้าหนาวนี้ใครอยากได้เขาไปนอนกอด  ศุกลวัฒน์ คนหน้าตาดีศรีมุกดาหาร ชื่อเล่นของเขาคือ สมชาย  ใครๆก็เรียกเขาว่า บอดี้การ์ดสมชาย  เขาบอกว่าตัวเขาเปรียบเหมือนแม่เหล็ก ดูดผู้หญิงสวยๆให้วิ่งเข้าหา เห่าดง ขอนแก่น เทพบุตรจุติแห่งดินแดนที่ราบสูง เทพแห่งการใช้แอฟ 360 จากจังหวัดขอนแก่น เขาบอกไม่เคยหลายใจ ผู้หญิงส่วนใหญ่วิ่งเข้าหาเขาเอง  วันเฉลิม หนุ่มเข็นผักแห่งตลาดสี่มุมเมือง หล่อ น่ารัก นิสัยดี ชอบกินสเวนเซ่น ทุกเย็นเขาจะเดินเข้าร้านเช่าหนังเพื่อหาหนังเกาหลีมาดู เขาบอกว่า คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเขา วิกรม " Gurock "  ชายผู้ถูกมูลนิธิปวีณาตามล่าตัว เพราะชอบทำร้ายผู้หญิง  ด้วยการหักอก ... โรเบริท พากินสัน หนุ่มคมเข้ม นักเรียนนอก ลูกชายอภิมหาเศรษฐี พึ่งกลับมา หิมะยังอยู่บนเสื้อ ฝากถามสาวๆ คนไหนอยากได้คนหล่อรวยแบบเค้า เน้นๆ "สวยระดับญาญ่า" เขียนโดย teen.mthai.com ขอบคุณรูปภาพ เพจ หนุ่มหล่อ ไทย-ลาว

Tiny-G M เสิร์ฟบิ๊กเซอร์ไพร้ส์! ชวน นัททิว แจมเพลงไทย The Only One
J-min /  Mint / 

มิ้นท์ (Mint) และ เจ มิน (J.Min) แห่ง Tiny-G M (ไทนี่-จี เอ็ม) เสิร์ฟบิ๊กเซอร์ไพร้ส์ ชวน นัททิว (Natthew) เตรียมปล่อยซิงเกิ้ลภาษาไทยแทนความรู้สึก The Only One ในช่วงที่ โดฮี หนึ่งในสมาชิกวง Tiny-G เกิร์ลกรุ๊ปเด็กผู้หญิงที่ตัวเล็กแต่แข็งแกร่งแห่งวงการเพลง K-POP เข้าร่วมแสดงในละครดังอย่าง Tomorrow Cantabile เหล่าสมาชิกก็ปรึกษากันว่าไม่อยากให้แฟนๆ ต้องรอนานเกินไป จึงเกิดไอเดียโปรเจ็คพิเศษขึ้นมา นั่นก็คือ Tiny-G M ซึ่งเป็นโปรเจ็คพิเศษเพื่อขอบคุณความรักของแฟนๆ โดยมี มิ้นท์ จับมือกับลีดเดอร์ร่างเล็ก เจ มิน บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานถึงเมืองไทย และจะร่วมร้องเพลงภาษาไทยเป็นครั้งแรก! โดยเพลงภาษาไทยเพลงแรกของ Tiny-G M ก็ได้โปรดิวเซอร์มากฝีมือ อย่าง แมค ศรัณย์ ผู้ที่มีเคยทำงานร่วมกับศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยมากมาย อาทิ นิว-จิ๋ว, ETC, คชา นนทนันท์, เบิร์ด ธงไชย, เจนนิเฟอร์ คิ้ม มาช่วยแต่งเพลงและโปรดิวซ์ นอกจากนั้น Tiny-G M ยังเตรียมอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์สำหรับแฟนๆ ด้วยการชวนศิลปินไทยมากความสามารถซึ่งเคยออกซิงเกิ้ลเพลงในประเทศเกาหลีใต้ อย่าง นัททิว ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม (Natthew) มาร่วม featuring งานนี้เลยเรียกได้ว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ของทั้งแฟนคลับ Tiny-G และ นัททิว รับรองได้แน่นอนว่าพิเศษยิ่งกว่าครั้งใด!! เพลง The Only One ได้แรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสมาชิก Tiny-G M ทั้งสองคน ด้วยการเต้นที่แข็งแรงและสวยงามรวมกับสไตล์การแร๊พอันโดดเด่นของ มิ้นท์ รวมทั้งเสียงร้องทรงพลังเปี่ยมเสน่ห์และเทคนิคที่ยอดเยี่ยมของ เจ มิน เมื่อนำมาผสานเข้าด้วยกัน ทำให้ทั้งสองกลายเป็น The Only One ของกันและกัน นอกจากนั้นในซิงเกิ้ลนี้ มิ้นท์ และ เจ มิน ตั้งใจที่จะมอบให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับแฟนๆ โดยเฉพาะแฟนๆ ชาวไทย เนื้อเพลงถ่ายทอดถึงความรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุน มอบความรัก และเป็นกำลังใจให้กับทั้งสองคนตลอดมา The Only One สำหรับ มิ้นท์ กับ เจ มิน จึงหมายถึงแฟนๆ ทุกคนนั่นเอง เพลง The Only One จาก Tiny-G M เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ และสามารถติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทาง... RERUN MUSIC Official Page: https://www.facebook.com/rerunmusic RERUN MUSIC Official YouTube Channel : https://www.youtube.com/user/rerunmusic TINY-G M Official Fan page : https://www.facebook.com/officialtinygm TWITTER : https://twitter.com/rerunmusic INSTAGRAM : http://instagram.com/tinygm ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ม่ายดำวัยทอง ต้องสงสัยฆ่า 7 ศพ หวังเงินประกัน 200 ลบ.
ฆ่าสามีหลังเงินประกัน /  ญี่ปุ่น / 

ผู้ต้องสงสัยฉายา ม่ายดำ พัวพันการตายผู้ชาย 7 คน ซึ่งเป็นอดีตสามีและเพื่อนชาย คาดเอี่ยวเรื่องผลประโยชน์จากเงินประกันและทรัพย์สิน วานนี้ (19พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว นางชิซาโกะ คาเคฮิ หญิงชาวญี่ปุ่นวัย 67 ปี ถุกตำรวจเข้าจับกุมที่บ้านพักในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ฐานตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ลงมือวางยาพิษไซยาไนด์ให้สามีกินจนเสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบว่าอดีตสามีและเพื่อนชายอีก 6 คน อาจเป็นเหยื่อ ถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของนางคาเคฮิ เพื่อหวังเงินประกันเช่นกัน ข่าวระบุว่า สามีคนแรกของนางคาเคฮิ เสียชีวิตเมื่อปี 2537 หลังจากนั้น ในปี 2549 สามีคนที่สองของนางคาเคฮิก็เสียชีวิตลงจากอาการเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน ด้วยวัย 69 ปี ขณะที่สามีคนที่สามของนางคาเคฮิเสียชีวิตลงด้วยวัย 75 ปี เมื่อปี 2551 ทั้งนี้ สำนักข่าวจิจิ เพรส ของญี่ปุ่น รายงานว่า ก่อนหน้านี้นาย อิซาโอะ คาเคฮิ ซึ่งเป็นสามีคนที่ 4 ได้ล้มป่วยอย่างกระทันหัน ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากทั้งคู่ใช้ชีวิตแต่งงานร่วมกันได้ไม่ถึง 2 เดือน ซึ่งผลการชันสูตรพบว่าในเลือดของนายคาเคฮิมีปริมาณของสารพิษไซยาไนด์อยู่สูงมาก หลังจากนั้นในเดือนกันยายน เพื่อนชายวัย 75 ปี ของเธอ ได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหันหลังการรับประทานอาหารด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา และในปีต่อมา เพื่อนชายของนางคาเคฮิก็ได้เสียชีวิตลงจากโรคมะเร็ง ก่อนที่ในปี 2555 คู่หมั้นของนางคาเคฮิจะเสียชีวิตลงเนื่องจากหมดสติไประหว่างขี่จักรยานยนต์ และได้มีการตรวจพบสารไซยาไนด์ในเลือดของผู้เสียชีวิต นางคาเคฮิ ได้รับผลประโยชน์จากการตายของสามีและเพื่อนชายทั้ง 7 คน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งเงินประกันและทรัพย์สินต่างๆ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 800 ล้านเยน (ราว 217.6 ล้านบาท) เมื่อปี 2555 นางคานาเอะ คิจิมะ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นแม่ม่ายดำ ถูกตัดสินประหารชีวิต เพราะฆ่าผู้ชาย 3 คน ที่หลอกให้มาพบหลังติดต่อนัดกันผ่านทางเว็บไซต์หาคู่ สำนักข่าว จิจิเพรส อ้างคำพูดของนาง คาเคฮิ ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าเธอคือผู้หญิงที่เรียกตามภาษาชาวบ้านว่า"ดวงกินผัว" ซึ่งผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้ามาในชีวิตเธอมักจะมีอันเป็นไป จนกระทั่งเธอได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "แม่ม่ายดำ" ที่เรียกตามชื่อของแมงมุมตัวเมียที่กินคู่ของมันหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง  สลด! ภรรยารัดคอฆ่าสามี เหตุมีเซ็กซ์ไม่สมดั่งใจ ดูดวงคู่รักที่ไม่สมพงศ์กัน สยอง! หญิงปากีฆ่าสามี ก่อนแล่เนื้อปรุงอาหาร หลังจับได้พยายามข่มขืนลูก MThai News

เส้นทางกำกับหนัง ภาม รังสี ประกบซุปตาร์ใครบ้าง!?!
ภาม รังสี /  ภาม รังสี ผกก. เศียรสยอง / 

เส้นทางอาชีพผู้กำกับของ ภาม รังสี หรือ นายธชาพัฒน์ รังสี เกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ปัจจุบันอายุ 43 ปี เรียนจบสูงสุดชั้นปวช.3 สาขาศิลปะประยุกต์ คณะศิลปกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม โดยเริ่มจากการเปิดบริษัทออแกไนซ์ของตัวเอง จากนั้นได้มาทำหนังเต็มตัวเรื่องแรกคือ “สยามเมืองยิ้ม” และมีผลงานถัดมาอีกหลายเรื่อง อาทิ หนังสั้น "แด่พ่อนักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่", "เก้ามหัศจรรย์องค์ราชันพลังแผ่นดิน", "เสียงเท่าฟ้าหน้าเท่ากลอง", และ โครงการประกวดหนังสั้น "หนึ่งรักและภักดี" จากนั้น ภาม รังสี ได้มีผลงานการกำกับสร้างชื่อเสียง ในปี พ.ศ. 2556 หนังเรื่อง "เมนูของพ่อ" โดยได้ร่วมงานกับ พิง ลำพระเพลิง และ บิลลี่ โอแกน ฯลฯ และในปีเดียวกัน หนังเรื่อง "โลงจำนำ" ได้ร่วมงานกับนักร้องและนักแสดงชื่อดัง น้อย กฤษดา หรือ น้อย วงพรู และดาราสาวสุดเซ็กซี่ กระแต ศุภักษร เป็นต้น ถัดมาในปี พ.ศ.2557 ภาม รังสี กำกับหนังอีกหลายเรื่อง ดังนี้ "THE END" ร่วมงานกับนางเอกหน้าใหม่ นาตาลี ดูเชียง และได้ร่วมงานกับ นักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง พิง ลำพระเพลิง อีกครั้งในหนังเรื่อง "ฟ้าแก้มโต" ตามด้วยหนังเรื่อง "สยองสองบรรทัด The Horror Line" และล่าสุดกับหนังเรื่อง "เศียรสยอง" ร่วมงานกับนักร้องสาว ขนมจีน กุลมาศ และ เน วัดดาว ฯลฯ แต่สุดท้ายหนังเรื่องนี้ก็ได้ถูก บอย สิทธิชัย หรือ บอย AF3 ในฐานะผู้ลงทุน บ.อนันตชัย ฟิล์ม สั่งปลดจากการเป็นผู้กำกับ หลังจากมีข่าวฉาว 5 นศ.สาวแจ้งความในข้อหาทำอนาจารนั่นเอง... ภาม รังสี ภาม รังสี ผลงานกำกับของ ภาม รังสี ผลงานกำกับของ ภาม รังสี ผลงานกำกับของ ภาม รังสี ผลงานกำกับของ ภาม รังสี ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก nangdee.com

อินทผลัม รสหวานฉ่ำพร้อมประโยชน์เพียบ!
ประโยชน์ของอินทผลัม /  อินทผลัม

อินทผลัม (Date Palm) พืชตระกูลปาล์มชนิดหนึ่ง สามารถเจริญเติบโตได้ในเขตที่มีอากาศร้อนและแห้งแล้งอย่างทะเลทราย ซึ่งผล มีลักษณะรีๆ เล็ก สีน้ำตาลเข้ม ออกเป็นช่อ มีความยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก โดยผลอินทผลัมสดจะมีสีเหลืองจนถึงสีส้ม แต่เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม ซึ่งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ผลสามารถแบ่งได้ออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะผลดิบ, ระยะสมบูรณ์, ระยะสุกแก่ และระยะผลแห้ง ผลอินทผลัมสุกสามารถนำไปตากแห้ง และเก็บไว้รับประทานได้หลายปี มีรสชาติหวานจัด เหมือนนำไปเชื่อมด้วยน้ำตาล อินทผลัม เป็นผลไม้ที่ไม่มีคอเลสเตอรอลและไขมันต่ำ ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามิน A, วิตามิน B1, วิตามิน B2, วิตามิน B 6, วิตามิน K, แคลเซียม, ซัลเฟอร์, เหล็ก, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, แมงกานิส, แมกนีเซียม น้ำมันโวลาไทล์ ไฟเบอร์ ที่ช่วยลดอาการท้องผูก รวมทั้งสารเบต้าแคโรทีน ซีแซนทีนและลูติน ซึ่งช่วยป้องกันมะเร็งภายในช่องท้อง บำรุงร่างกาย ป้องกันอาการวิงเวียนศีรษะ แก้กระหายและลดเสมหะในลำคอได้ อินทผลัม. ประโยชน์ของ อินทผลัม 1. บำรุงร่างกาย เพิ่มพละกำลัง แก้อาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า ถ้ากินอินทผลัม ภายใน 30 นาที จะช่วยให้พละกำลังกลับมาเหมือนเดิม 2. บำรุงกระดูกและฟัน ให้แข็งแรง รวมทั้งยังสามารถป้องกันกระดูกพรุนได้ 3. บำรุงสายตา ป้องกันโรคตาบอดแสง รวมทั้งช่วยเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืนได้มากขึ้น 4. ลดโอกาสเสี่ยงโรคหลอดเลือดในสมองได้ 40% 5. ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และควบคุมภาวะความดันโลหิตสูง 6. รับประทานเพื่อเพิ่มน้ำหนักตัวสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักน้อยเกินไปได้ 7. บำรุงตับอ่อนและช่วยรักษาโรคเบาหวาน 8. บำรุงและควบคุมระบบประสาท 9. ป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ 10. ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารให้ดีขึ้นและดูดซึมสารอาหารได้เพียงพอ ขอบคุณที่มาจาก : แม่บ้าน

โบรกฯคาดหุ้นไทย คึกคัก หลังจีนลดดอกเบี้ย
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

โบรกฯคาดหุ้นไทยคึกคัก หลังวันศุกร์วอลุ่มหนา ส่วนจีนลดดบ.กระตุ้นเศรษฐกิจหนุน และแรงหนุนจากคลังส่งสัญญาต่ออายุ LTF และ RMF แนะซื้อ ถือต่อ บล. เคจีไอ มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้นต่อรับจิตวิทยาบวกจากตลาดหุ้นโลก หลังเมื่อเย็นวันศุกรจีนประกาศ ลดดอกเบี้ยเงินกู และเงินฝากเพื่อกระตุนเศรษฐกิจ และหุนยุโรปพุงแรงเฉลี่ย 2.8% หลัง ECB ประกาศเริ่ม ซื้อพันธบัตร Asset-backed Securities เพิ่มเติมจากกอนหนาที่ซื้อ Covered Bonds ไปแลว นอกจากนี้ คาดมีแรงเก็งกําไรหุนกลุมรับเหมา และกอสรางตอเนื่อง กอนหนาที่ครม. ประชุมพรุงนี้อนุมัติ MoU รถไฟ รางคูไทย-จีน คาดวาแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศจะเปนปจจัยหลักหนุนดัชนีฯ ภายหลังที่กระทรวงการคลังให ความชัดเจนในสัปดาหที่แลววาจะตออายุสิทธิประโยชน LTF และ RMF แนะนําถือหุนตอ หรือซื้อเก็งกำไร ด้านบล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ฟื้นตัว 10.52 จุด ปิดที่ 1,579.20 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นถึง 60,181 ล้านบาท โดยเงินทุนต่างชาติเป็นกลาง กลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเล็กน้อย 45 ล้านบาท กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ 1,230 ล้านบาท แต่คงการ Short สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันที่ 2 อีก 2,519 ล้านบาท สะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อการลงทุนในไทยไร้ปัจจัยบวกที่เด่น อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยในช่วงสั้นนี้มีโอกาสไต่ระดับขึ้นทดสอบ 1,590 จุด ผลักดันด้วยเงินทุนสถาบันภายในประเทศ จากเม็ดเงิน LTF และการปิ ดขาย IPO กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ใน 1-2 วันนี้ วงเงิน 2.3 พันล้านบาท รวมถึงมีโอกาสที่จะเห็นเงินทุนต่างชาติสะสมหุ้นหลัก หลังเสร็จสิ้นการโรดโชว์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเชื่อว่าหุ้น Big Cap และขนาดกลางที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 เติบโตเด่น ขณะที่ปัจจัยในประเทศเอื้อต่อการลงทุนในเช้าวันนี้ หลัง ธนาคารกลางจีน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้เงินกู้ 1 ปี เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงินตึงตัวจากการขาย IPO จำนวน 11 บริษัทตลอดสัปดาห์นี้ในตลาดหุ้นจีน ตลาดประเมินว่า สภาพคล่องจะถูกดูดออกไปมากถึง 1.0 ล้านล้านหยวน แนะนำขายทำกำไรบางส่วนบริเวณ 1,590 จุดหรือใกล้เคียง แต่หากหุ้นเป้าหมายราคาปรับตัวลงระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย อาจเข้าเก็งกำไรเพิ่มเติมได้ แนะนำ KTB, ANAN หุ้นเด็ดรายตัว คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

แก๊งค์เสียงใสกลับมาแล้ว ในตัวอย่าง และ ใบปิดจาก Pitch Perfect 2
Glee /  Pitch Perfect / 

ภาคแรกทำเงินแบบเหนือความคาดหมาย เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกถ้าหากทางค่าย ยูนิเวอร์แซล จะเข็นภาคต่อออกมาอย่างรวดเร็ว สำหรับ Pitch Perfect 2 หนังที่ได้อารมณ์แบบ Step Up เวอร์ชั่นร้องเพลง นำทีมโดยนักแสดงสาวที่กลับมาจากภาคแรกอย่าง แอนนา เคนดริค ร่วมด้วยทีมนักแสดงชุดเก่าอย่าง สกายล่า แอชติน และ เรเบล วิลสัน รวมถึงนักร้องคนใหม่ที่จะเข้ามาในวงอย่าง เฮลี่ สเตนเฟล ที่เราเพิ่งได้ยินเสียงเธออย่างไพเราะไปใน Begin Again กับบทลูกสาวของพระเอกนั่นเองครับ ซึ่งภาคนี้หนังได้นักแสดงสาวอย่าง เอลิซาเบ็ธ แบงค์ มานั่งแท่นกำกับ โดยตัวอย่างแรก และ ใบปิดก็เป็นการเผยถึงน้ำจิ้มว่าภาคนี้ ทีมของ นางเอก ของเราจะไปแข่งร้องเพลงเป็นการประกวดระดับโลก ไม่ใช่เพียงระดับประเทศแบบภาคแรกอีกต่อไปแล้ว หนังยังมีเสียงเพลงที่เพราะ และ มุกตลกฮาๆ โดยเฉพาะมุกปิดท้ายในตัวอย่างเช่นเคย หนังมีคิวฉายไทย 14 พ.ค. ปีหน้า ใครชอบภาคแรกก็รอติดตามกันได้ครับ

แก๊งเกรียนเจอดี  รับงานเสี่ยงตายแฉลัทธิต้มตุ๋น ในซีรีส์ เกรียนเฮาส์ อาทิตย์นี้
GreanHouse The Series /  ซีรีย์ / 

ชาวซีรีย์ เกรียนเฮาส์ รับงานมาแล้วหลายรูปแบบ ทั้งแนวหวาน งานหลอน แต่ล่าสุด แก๊งเกรียน จำใจสวมบทบาทสายลับ รับงานแฉลัทธิต้มตุ๋นชาวบ้านเบิกเนตรจักรวาล แบบไม่เต็มใจ เพราะคนที่จ้างพวกเขา คือ "เนติ"  เพื่อนโรงเรียนเดียวกัน ที่ไม่ค่อยจะชอบขี้หน้ากันซักเท่าไหร่ งานนี้เสี่ยงถึงชีวิต เพราะแก๊งเกรียนต้องปลอมตัวเข้าไปเป็นสาวก เพื่อหาหลักฐานมาเปิดโปง สำหรับนักแสดงที่มารับบท "เนติ" ใน เกรียนเฮาส์ ตอนนี้ คือ เบส ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ นักแสดงหน้าใหม่ฝีมือดี การันตีจากรางวัลสุพรรณหงส์ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ ตั้งวง งานนี้จะรอด หรือจะร่วง เอาใจช่วยแก๊งเกรียนกัน ได้ในซีรีย์ เกรียนเฮาส์  ในวันอาทิตย์ที่  23 พ.ย. นี้ เวลา 20.50 น. ทางโมเดิร์น ไนน์ ทีวี  และ  MCOT HD ----------------------------

เรื้อนกว่านี้มีอีกไหม! กับ MV ใจนักเลง เพลงประกอบ รักหมดแก้ว โดย สงกรานต์ รังสรรค์
M๓๙ /  มิวสิควีดีโอ / 

ได้ฤกษ์เฮฮาส่งท้ายปีกันแล้ว กับภาพยนตร์ รักเศร้าๆ เคล้ารสสุรา เรื่อง รักหมดแก้ว Love On The Rocks ผลงานผู้กำกับ ผู้กำกับ ยู ษรัณยู จิราลักษม์ จากค่าย M๓๙ ที่วันนี้ขอเชิญคุณมากึ่มๆ กลางวงเหล้า กับมิวสิควีดีโอเพลงประกอบภาพยนตร์ กับ ใจนักเลง เพลงประจำชาติของร้านเหล้าแทบทุกร้าน ผ่านการตีความใหม่ แบบร็อกจัดหนัก เมาอาละวาดหัวทิ่มบ่อโดย สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน หรือ สงกรานต์ The Voice ที่จะมาทำให้คุณอิน เมา สุขเศร้าเหงารักไปพร้อมๆกัน เมาเหล้าน่ะไม่เท่าไหร่ เมารักแล้วเป็นไง เจ็บสุดๆ กับ  รักหมดแก้ว Love On The Rocks สุขเศร้าเหงา เมาปลิ้น พร้อมกัน 25 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ -------------------------

คู่บ่าวสาว ติดเครื่องรูดบัตรเครดิต สำหรับแขกไม่สะดวกใส่ซอง
งานแต่งงาน /  ลำปาง / 

คู่บ่าวสาว ติดเครื่องรูดบัตรเครดิต หน้างานแต่งงาน  สำหรับแขกไม่สะดวกใส่ซอง แจกไอโฟน6 วันนี้(23 พ.ย.) สำนักข่าวทีนิวส์ รายงานข่าวงานแต่งงานของคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งที่ถือว่าเรียกเสียงฮือฮาไปทั้งประเทศเพราะในงานยังมีการจับชิ้นส่วนมอบโทรศัพท์ไอโฟนพลัสให้กับแขกที่เข้าร่วมงานด้วย โดยงานแต่งงานดังกล่าวเป็นของเจ้าบ่าว นายวสันต์ คำบุญทา อายุ 31 ปี เจ้าของร้านผลิตสื่อโฆษณาในลำปางและน.ส.รชยา ชมภูทิพย์ อายุ 26 ปี จัดขึ้นที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง  ภายใต้ชื่องานว่า มหกรรมงานแต่งพิสดารบันลือโลก ซึ่งทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานกว่า10ปี ก่อนจะได้ฤกษ์เข้าพิธีวิวาห์ บริเวณหน้างานมีการเล่นเกมส์ชิงโชคมากมาย แต่ไฮไลต์เด็ดที่ทำให้เป็นที่สนใจของงานคือบริเวณโต๊ะทางเข้างานสำหรับลงทะเบียนแขกและเซ็นต์หนังสืออวยพรบ่าวสาว นอกจากจะมีกล่องรับซองแล้วยังมีเครื่องรูดบัตรเครดิตไว้สำหรับแขกที่ไม่สะดวกจะใส่ซองอีกด้วย โดยในงานมีแขกเข้าร่วมกว่า1,000คน พร้อมทั้งเชิญดารา นักร้องเช่น แหม่ม พัชริดา , ต้อม เรนโบว์ , ชมพู ฟรุตตี้พร้อมวง , บุ๋ม ปุยฝ้าย , นิว มาวิน อาร์สยาม เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งล้วนแต่เป็นศิลปินที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวชื่นชอบเป็การส่วนตัว MThai News ขอบคุณคลิปจาก สำนักข่าวทีนิวส์

สยอง! 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตัวเรือด
ความรู้รอบตัว /  สัตว์โลก / 

ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยเคยนำเสนอสัตว์โลกน่ารักๆ ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันไปตั้งหลายตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็น แมลงสาบผู้ชอบล่องถลาลม, ไรขนตาผู้น่ารัก (เอิ่บ!!!!) วันนี้ทีนเอ็มไทยก็มีสัตว์โลกอีกหนึ่งตัวมาแนะนำคะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากชีวิตประจำวันของเราเลย นั่นก็คือ "ตัวเรือด" แล้วรู้ไหมว่าเจ้าตัวเนี่ยเป็นปัญหาของมนุษยชาติมานานนับเป็นพันๆ ปีแล้วด้วย แล้วเราจะเจอมันได้ที่ไหน? มันอันตรายกับเราเพียงใด ไปติดตามเรื่องนี้กับทีนเอ็มไทยกันเลยดีกว่าคะ .. สยอง! 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตัวเรือด  สยอง! 7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับตัวเรือด เคยเป็นกันหรือไม่? เวลาตื่นเช้ามาเราจะรู้สึกคันที่ใบหน้า ร่างกาย มีเม็อหรือตุ่มขึ้นบ้างไหม ถ้ามีนั่นบ่งบอกว่าที่นอนของเพื่อนๆ กำลังมีแวมไพร์คุกคาม แวมไพร์ที่ว่านี้ก็คือ ตัวเรือด นั่นเองคะ เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่า ตัวเรือด กับ ตัวไรฝุ่น เป็นตัวเดียวกันหรือไม่? คำตอบคือไม่ใช่คะ ตัวเรือด จะทำให้เราเกิดอาการคัน แต่ตัวไรฝุ่นจะทำให้เราเกิดอาการจาม โอเคนะคะ ^^ ซึ่งตัวเรือดจะมีจนาดใหญ่กว่าตัวไรฝุ่น ตัวเลือดเต็มตัวสามารถวัดได้ถึง 5.5-6.5 มิลลิเมตร ส่วนไรฝุ่นจะมีขนาดเพียง 0.25-0.3 มิลลิเมตร เท่านั้น เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมหล่ะ! 1. ตัวเรือดจะมีชีวิตอยู่ได้โดยการกินเลือด มันจะทำการเจาะดูดเลือดมนุษย์ในตอนที่เรานอนหลับ เวลากลางคืนหรือที่มืด ตัวเรือดก็จะไต่คลานออกมา และเมื่อถึงตัวคน มันก็เริ่มเจาะและดูดเลือด การเจาะดูดเลือดแต่ละครั้ง ตัวเรือดจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที จึงจะได้เลือดเต็มท้อง โดยทั่วไปแล้วตัวเรือดมักจะออกมาหากินทุกๆ 5-10 วัน การไต่คลานไปหาเหยื่อของตัวเรือด อาศัยการติดตามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเหยื่อ แต่ก็อย่าดีใจไป เพราะในตอนกลางวันมันก็สามารถออกมาดูดเลือดๆด้เช่นเดียวกันก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเราขณะนอนนั่นเอง 2. ตัวเลือดมักจะชอบสิงอาศัย ในบริเวณซอก หลืบ รอยแตก หรือช่องขนาดเล็กต่างๆ โดยเฉพาะที่เตียง ฟูก เฟอร์นิเจอร์ หรือบริเวณรอบๆ เตียงในห้องนอน มันจึงถูกเรียกขานในภาษาอังกฤษว่า Bedbug 3. ปากของตัวเรือดมีลักษณะเป็นท่อ 2 ท่อ ไว้สำหรับเจาะแทรกเข้าไปใต้ผิวหนัง ท่อหนึ่งทำหน้าที่ปล่อยน้ำลาย ที่มีสารป้องกันเลือดแข็งตัว และสารที่ทำให้เกิดอาการชา และอีกท่อหนึ่งทำหน้าที่ดูดเลือด ข้อมูลเรื่องความสามารถของตัวเรือดในการปล่อยสารที่ทำให้เกิดการชานี้เองที่ทำให้เข้าใจได้ว่า ทำไมผู้ที่ถูกตัวเรือดเจาะดูดเลือดจึงไม่รู้สึกเจ็บหรือคันทันทีในตอนที่ตัวเรือดเจาะดูดเลือด แต่อาจจะไปมีอาการคันหลังจากที่สารที่ทำให้ชาหมดฤทธิ์ลงนั่นเอง คนที่ถูกตัวเรือดเจาะดูดเลือดส่วนใหญ่จะไม่มีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งเลย แต่ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งที่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ บางคนมีอาการเป็นผื่นแดง คัน เนื่องจากการแพ้ 4. ความอึดของตัวเรือดก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก ตัวเรือดทนความเย็นที่ต่ำกว่าประมาณ 16 องศาเซลเซียส ได้ด้วยการเข้าสู่ภาวะกึ่งจำศีล และสามารถมีชีวิตอยู่ได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -10 องศงเซลเซียสได้ถึง 5 วัน ในภาวะที่สิ่งแวดล้อมมีอุณหภูมิสูงถึง 35-40 องศาเซลเซียส และแม้จะแห้งแล้ง ตัวเรือดก็ยังอยู่ได้ แต่จะตายถ้าอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส นอกจากนี้มีข้อมูลที่ยืนยันว่า ตัวเรือดสามารถมีชีวิตได้แม้จะไม่ได้กินเลือดนานถึง 2 เดือน หรือ เป็นปี ก็เป็นไปได้ 5. การสืบพันธ์ของตัวเรือดมีความแปลกพิศดารมาก รูปแบบการมีเพศสัมพันธ์ของตัวเรือดเป็นไปในแบบที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Traumatic Inseminationแม้ตัวเมียจะมีช่องสำหรับการสืบพันธ์ แต่ตัวผู้จะใช้วิธีแทงอวัยวะนำเชื้อเข้าไปในช่องท้องของตัวเมีย น้ำเชื้อจากตัวผู้จะเดินทางตามช่องทางภายในตัวเมียไปสะสมอยู่ที่อวัยวะพิเศษ และเกิดการผสมกับไข่ของตัวเมียได้ในที่สุด 6. เรือดตัวเมียวางไข่วันละ1-5ฟอง แต่ก็อาจวางไข่ได้มากถึงวันละ 12ฟอง ตลอดชีวิตเรือดตัวเมียหนึ่งตัวสามารถวางไข่ได้มากถึง 500 ฟอง บริเวณที่เรือดชอบวางไข่ ได้แก่ หัวเตียง ใต้ไม้หัวเตียง ขอบเตียง กรอบไม้ใต้เตียง ฐานรองที่นอน (Box spring) ไม้บัวหัวเตียงและรอบๆห้อง บนที่นอน ขอบที่นอน ใต้ที่นอน โต๊ะข้างเตียงสำหรับวางโทรศัพท์และโคมไฟ โคมไฟข้างเตียง พรมบริเวรริมข้างกำแพง โต๊ะเครื่องแป้ง กล่องใส่กระดาษทิชชูที่ทำด้วยไม้ ที่วางกระเป๋า ตู้เสื้อผ้า เก้าอี้หวาย ผ้าม่าน ผนังห้อง ขอบเสากรอบรูป รูหรือรอยแตกบนผนัง ปลั๊กไฟ ฯลฯ เรียกได้วว่าพี่เอาทุกที่จริงๆ! 7. ไข่ของตัวเรือดมีสีขาว ยาวประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร มีฝาปิดและมีสารซีเมนต์เหนียวเคลือบอยู่ทำให้ยึดติดกับบริเวณที่วางไข่ ตัวกลางวัยของเรือดมี 5 ระยะ (ระยะที่ 1-ระยะที่5) โดยแต่ละระยะต้องกินเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง จึงจะเจริญเติบโตไปสู่ระยะต่อไปได้ อย่างไรก็ตามตัวกลางวัยของเรือดสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน 3-4 เดือน โดยที่ไม่ต้องกินเลือดจากระยะไข่จนกระทั่งเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาในการเจริญเติบโตประมาณ 6-8 สัปดาห์ ขอบคุณข้อมูล http://www.stemar.in.th,http://suthintpraaorn.blogspot.com/,Bedbug. http://en.wikipedia.org/wiki/Bedbug. ,. Getting rid of bedbug. http://www.medicinenet.com/bed_bugs/article.htm.,http://www.pantown.com/board.php?id=376&area=&name=board1&topic,Bedbugs in New York City Hotel. http://www.tripadvisor.com/Travel-g60763-c132111/New-York-City:New-York:Bed.Bugs.In.Hotels.html.http://www.stemar.in.th/

LUNAFLY, Tiny-G M, นัททิว นำทีมสานสัมพันธ์ไทย-เกาหลี  28-30 พ.ย. นี้
G-Twenty /  J-min / 

LUNAFLY, Tiny-G M และ นัททิว นำทีมศิลปินเตรียมเข้าร่วมงานสานสัมพันธ์ ไทย-เกาหลี ระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายนนี้ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย (Embassy of the Republic of Korea) ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม (Ministry of Culture, Thailand) จัดงาน Thailand-Korea Friendship Festival 2014: Together with ASIAN หรือ TKFF 2014 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2557 ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ ไทย-เกาหลี และเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยมี บริษัท เค.ที.ซี.ซี จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดงาน LUNAFLY TINY-G M ซึ่งงานในปีนี้มีศิลปินทั้งไทยและเกาหลีเข้าร่วมมากมาย อาทิ ลูน่าฟลาย (Lunafly) วงแบนด์อะคูสติก-ป๊อบ จากสังกัดเกาหลี NEGA NETWORK, มิ้นท์ และ เจ มิน สองสาวจากยูนิต Tiny-G M, นัททิว อีกหนึ่งศิลปินไทยที่ปล่อยผลงานในเกาหลี, เกิร์ลกรุ๊ปวง จีทเวนตี้ (G-Twenty) จาก MONO MUSIC และ นักร้องสาว เชอรีน หรเวชกุล นอกจากนั้นภายในงานยังมีการแสดงวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ อาทิ การแสดงชุดรับขวัญข้าว, รอยอีสาน, ลาวกระทบไม้ การแสดงพื้นบ้านเกาหลี อาทิ การแสดงระบำหน้ากาก, เชิดสิงโต และการแสดงไต่เชือกที่หาชมได้ยาก รวมทั้ง นันทาโชว์, HISPOP, โชว์ทำอาหารเกาหลีจากเชฟชื่อดัง ลีซังฮัก และโชว์โคฟเวอร์แดนซ์ระดับประเทศ โดยภายในงานยังจะได้พบกับ ลีซอบิน รองอันดับหนึ่ง Miss Korea ปี 2557 นักศึกษาเอกภาษาไทยที่เป็นตัวแทนการแลกเปลี่ยนของทั้งสองประเทศ รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย นัททิว G-Twenty งานนี้เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามตารางการแสดงและรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ThailandKoreaFriendshipfestival หรือโทร 0-2539-7387 ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ดูโอ้รุ่นลายครามโฟร์-มด ฟาดฟันกอดคอ ครบ 10 ปี
โฟร์ ศกลรัตน์ /  มด ณปภัช / 

ยกให้เป็นดูโอ้รุ่นเดอะไปเลยจ้า สำหรับ 2 สาวแห่งกามิกาเซ่ อย่าง โฟร์ ศกลรัตน์ และ มด ณปภัช ที่จัดว่าเป็นหน้าเป็นตา เป็นโลโก้ให้กับค่ายในเครืออาร์เอส อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยเป็นสาวใสคิขุอาโนเนะ จนตอนนี้สวยเซ็กซี่ขยี้ใจหนุ่มด้วยกันทั้งคู่แล้ว ก็ยังกอดคอเป็นศิลปินดูโอ้ที่ (ยัง) ไม่มีแววแยกวงเหมือนเคย แม้ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเพลงร่วมกัน จะมีข่าวเกาเหลาแย่งซีนให้ได้เห็นกันบ้างประปรายถึงขั้นบ่อยก็ตาม แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะแยกสาวสวยคู่นี้ได้ซ้ากกก...ที จุดนี้เรียกว่าเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้กับแฟนคลับของทั้งคู่เลยก็ว่าได้ เพราะแม้ช่วงหลังๆ ต่างคนต่างหันไปเอาดีกับงานละคร โชว์แอ็คติ้งมากกว่าโชว์ลูกคอมากขึ้น แต่พอถามไถ่ถึงเรื่องงานเพลง สาวๆ ก็ยังยืนยันว่าไม่ทิ้งแน่นอน ล่าสุดกอดคอจิกๆ กัดๆ กันมาได้ครบ 10 ปีเต็มแล้ว ยิ่งน่าตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เพราะคงมีอะไรเด็ดๆ มาเซอร์ไพรส์แฟนเพลงไม่มากก็น้อย แหมๆๆ ต้องแบบนี้สิค้าาา...ถึงจะเรียกว่าดูโอ้คู่จิกคู่กัด กอดคอฟาดฟันเป็นอมตะประจำฝั่งลาดพร้าวจริงๆ หุหุ โฟร์-มด โฟร์-มด โฟร์-มด โฟร์-มด

ร่วมสนุก ชิงบัตร season of love song 5
Season Of Love Song 5 /  SOLS5 / 

ลมหนาวมาแล้ว!!! ราชบุรี สวนผึ้ง อากาศดีมาก สำหรับคนที่ชื่นชอบเทศกาลดนตรี ไม่ควรพลาด ที่จะไปสัมผัสกลิ่นไอ บรรยากาศ โรแมนติก ท่ามกลางขุนเขา พร้อมด้วยเสียงเพลงจากศิลปินสุดประทับใจไป กับเทศกาลดนตรี season of love song # 5 บริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ ผู้จัดงาน การันตรีความพร้อม ในการตอนรับคนที่ชื่นชอบ เทศกาลดนตรี เพราะจัดต่อเนื่องมา 5 ปี บรรยากาศในงานถูกจัดเตรียมให้รองรับนักท่องเที่ยวนับหมื่นในวันงาน ที่จะมาสัมผัสความสนุกสนาน ตั้งแต่ 4 โมงเย็น วันที่ 29 พ.ย 2557 จนถึงตี 5 รุ่งเช้าของวันใหม่ ไฮไลท์ในปีนี้ ถ้าใครอยากเป็นส่วนหนึ่งในการจุดเทียนสี ที่ทำขึ้นพิเศษ ในงานนี้โดยเฉพาะ โดยได้ร่วมมือกับ บ้านหอมเทียน อ.สวนผึ้ง ในการเตรียมเนรมิตให้ลานคอนเสิร์ตสวยงามไปด้วยสีสันหลากสีที่ได้จากเทียนเพื่อสร้างรอยยิ้ม พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษ ตอนเที่ยงคืน แทนการ ปลดโคมคู่รัก ซึ่งรับรองความโรแมนติกไม่แพ้ทุกปีอย่างแน่นอน พิเศษสุด สำหรับสมาชิก มิวสิคเอ็มไทย หนาวนี้ จะอบอุ่นขึ้น มากกว่าเดิม เพราะเรามีบัตรเข้างาน season of love song # 5 จำนวน 10 รางวัล (รางวัลละ 2 ใบ) ด้วยการตอบคำถามดังต่อไปนี้ 1.เทศกาลดนตรี season of love song 5 ที่จัด ณ Veneto ตลาดน้ำสวนผึ้ง จัดมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ 2.ในปีนี้ ศิลปินที่เข้าร่วมชมพื้นที่จัดงาน season of love song 5 ก่อนวันแสดงจริง คือ?? <คลิกดูคำตอบ> 3.ศิลปินที่โชว์ในงาน season of love song # 5 เป็นวงแรกคือ และ ศิลปินที่โชว์เป็นวงสุดท้ายคือ แล้วเมื่อรวมตั้งแต่ศิลปินวงแรก จนถึง วงสุดท้าย season of love song # 5 ใช้เวลาทั้งหมดกี่ชั่วโมง (13 ชั่วโมง 30 นาที) โพสคำตอบของท่าน พร้อมชื่อ-นามสกุล เบอร์ติดต่อ และอีเมลติดต่อกลับ มาทางอีเมล์ musicmthai@yahoo.com พร้อมใส่ Subject SOLS5 ร่วมสนุกกันได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงเวลา 20.00 น. ของวันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน ประกาศผล 27 พฤศจิกายน 57 ทางเว็บไซต์ music.mthai.com และทางเฟซบุ๊ก MThaimusic อ่านก่อน ร่วมสนุกนะจ๊ะ กฏ กติกา มารยาท ในการร่วมสนุกชิงบัตร season of love song 5 1. ร่วมสนุกทางอีเมล์เท่านั้น ย้ำ ทางอีเมล์เท่านั้น ที่ musicmthai@yahoo.com และส่งร่วมสนุกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ช่องทางอื่น เราไม่นับนะตัวเธอ 2. ต้องไม่เคยได้รับรางวัลจาก มิวสิคเอ็มไทย มาก่อน ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้สมาชิกทุกคน ได้สิทธิ์โดยเท่าเทียมกัน 3. บัตรนี้เป็นบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตเท่านั้น ไม่รวมเต้นท์ พื้นที่กางเต้นท์ ฯลฯ 4. ผู้โชคดีที่ได้รับบัตร สามารถไปรับบัตรได้ที่บริเวณหน้างานแสดง ในกรณีถ้าใครโชคดีได้บัตรจากที่อื่นด้วย ให้ยืนยันแค่ที่เดียวเท่านั้นนะครับ 5. คำตัดสินของทีมงาน มิวสิคเอ็มไทย ถือเป็นสิ้นสุด การจำหน่ายบัตรอภินันทนาการถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย หากผู้ซื้อ-ขายถูกดำเนินคดี หรือยึดสิทธิ์ในการเข้างาน ทางทีมงาน MThai จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

ป้าหมอเตือน เด็กทารก กิน น้ำคลอโรฟิลล์ อาจตายได้
น้ำคลอโรฟิลล์ /  ป้าหมอ / 

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพ คุณแม่ท่านหนึ่ง นำ น้ำคลอโรฟิลล์ใส่ขวดนมให้ เด็กทารก ที่มีอายุเพียง 7 วันกินเข้าไปแล้วมีการโฆษณาชวนเชื่อว่า ดีต่อเด็กทารก ทำให้เด็กแข็งแรงมาก นั้น ล่าสุด ป้าหมอ หรือ พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด ได้โพสต์ข้อความเตือนคุณแม่ทั่วประเทศว่า นี่ เป็นการกระทำที่ เสี่ยงอันตราย อาจะทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ป้าหมอขอขอบคุณ คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน ที่กรุณาส่งรูปผู้หญิงคนหนึ่งในโซเชียลมีเดียกำลังเอาน้ำที่เจ้าตัวบอกว่าชื่อน้ำคลอโรฟิลล์ ให้เด็กทารกกิน ด้วยความเป็นห่วงว่า ในปัจจุบัน มีการโพสต์ขายของมากมาย โดยไม่มีการกลั่นกรอง หากผู้ไม่ทราบ หลงใช้ตามโฆษณา ก็จะเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กๆค่ะ ทารกแรกเกิดหนัก 5 กก. ไม่ใช่เด็กปกตินะคะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าชื่นชมหรือเลียนแบบ อาจเกิดจากการที่คุณแม่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือ เด็กอาจเป็นโรคผิดปกติบางอย่างที่ทำให้มีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ มีผลกับสมองตามมา หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และ การให้ทารกกินน้ำอื่นๆที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผงสำหรับทารกที่ได้รับการเตรียมอย่างถูกสัดส่วน และ สะอาด จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น เกิดภาวะน้ำเกินหรือน้ำเป็นพิษจนสมองบวม ท้องร่วงจากติดเชื้อ เกิดอาการแพ้รุนแรง ต่อไปนี้คืะ วิธีให้อาหารตามวัยที่ถูกต้อง ใช้ได้ทั้งกรณีนมแม่และนมผง คำถามจากคุณแม่แฟนเพจเกี่ยวกับวิธีให้อาหารตามวัย >>>>>ลูกของคุณแม่สามเดือนกว่าแล้วค่ะ คุณแม่ให้นมแม่อยู่ และกำลังคิดว่าอาจเริ่มให้อาหารอ่อนๆ ประเภทกล้วยบดหรือว่าข้าวบด แต่เคยได้ยินมาว่าควรให้เมื่อลูกสี่เดือนขึ้นไป ไม่อย่างนั้นอาจไม่ดีต่อกระเพาะอาหารเล็กๆ จึงอยากสอบถามคุณแม่ว่าสามารถเริ่มให้ได้เลยหรือยังคะ และถ้าเริ่มได้ควรเริ่มจากอะไรก่อนดีคะ" ป้าหมอ >>>> ทำไมจึงไม่ควรให้ทารกกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นม ก่อนอายุ 6 เดือน เมื่อ 10 ปีก่อน แนะนำให้เริ่มอาหารตามวัยหลัง 4 เดือน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น 6 เดือนแล้วค่ะ โดยมีงานวิจัยมากมายสนับสนุนคำแนะนำดังกล่าว แต่บุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง และหนังสือคู่มือเลี้ยงลูกหลายๆเล่ม ยังไม่ทราบข้อมูลใหม่เหล่านี้ ต่อไปนี้ คือ หน่วยงานที่แนะนำว่า ทารกควรกินนมแม่อย่างเดียว หรือ กินนมผงบวกน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก *องค์การอนามัยโลก *ยูนิเซฟ *สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออสเตรเลีย *คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแคนาดา เพราะว่า ทารกส่วนใหญ่จะมีความพร้อมทั้งด้านพัฒนาการและร่างกายในการกินอาหารอื่นที่ไม่ใช่นมแม่ หรือ นมผง เมื่ออายุประมาณ 6-9 เดือน บางงานวิจัยกล่าวว่าเด็กบางคนควรเริ่มกินอาหารตามวัยช้ากว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป เช่น คนที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว อาจเริ่มที่อายุ 12 เดือน หรือ เป็นเด็กคลอดก่อนกำหนด #ข้อดีของการเริ่มอาหารหลังอายุ 6 เดือน - ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วย เพราะได้รับภูมิต้านทานจากนมแม่เต็มที่ มากกว่า 50 ชนิด และยังมีอีกมากมายที่ยังไม่รูัจัก การศึกษาหนึ่งพบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวใน 4 เดือนแรก พบปัญหาโรคหูชั้นกลางอักเสบน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยเร็ว โดยลดลงถึง 40% และมีปัญหาโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจลดลงอย่างชัดเจน - ไม่ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานหนักเกินไป ถ้าเริ่มเร็วเกินไป อาจมีปัญหา ท้องอืด ท้องผูก น้ำย่อยโปรตีนยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ย่อยโปรตีนได้ไม่เต็มที่ น้ำย่อยคาร์โบไฮเดรตยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-7 เดือน น้ำย่อยไขมันยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะอายุ 6-9 เดือน - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคแพ้อาหาร งานวิจัยพบว่า ยิ่งให้นมแม่นาน ยิ่งลดความเสี่ยงของโรคแพ้อาหาร เพราะว่าก่อน 6 เดือน เซลเยื่อบุลำไส้ยังอยู่กันแบบหลวมๆ (open) เพื่อให้ ภูมิคุ้มกันจากนมแม่ผ่านเข้าไปตามช่องว่างดังกล่าวเข้าไปอยู่ในเลือดของลูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรค แต่หากมีการให้อาหารแปลกปลอมอื่นเข้าไป สารแปลกปลอมก็จะเล็ดลอดเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายทารกสร้างสารต่อต้าน จนเกิดปัญหาแพ้อาหารตามมาได้ หลัง 6 เดือนเซลเยื่อบุลำไส้จะอยู่กันชิดๆแล้ว (close) ความเสี่ยงจึงลดลง - ลดความเสี่ยงปัญหาขาดธาตุเหล็ก การให้อาหารอื่นก่อนอายุ 6 เดือน จะทำให้ลำไส้ดูดซึมธาตุเหล็กจากนมได้น้อยลง งานวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับอาหารอื่นก่อน 6 เดือน จะมีปัญหาซีดจากขาดธาตุเหล็กที่อายุ 1 ขวบมากกว่า และเมื่อเริ่มอาหารเสริมแล้ว อย่าลืมให้กินอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นประจำ จะได้ไม่ซีด อีกปัจจัยหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงของโรคซีดหลัง 6 เดือน คือ ตอนคลอดควรรีดเลือดจากสายสะดือเข้ามาทางลูก ถึงแม้จะเพิ่มปัญหาตัวเหลืองขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีความสำคัญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ - ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนเมื่อโตขึ้น - ช่วยให้แม่ผลิตน้ำนมได้เต็มที่ เพราะหากกินอาหารตามวัย จะทำให้เด็กกินนมแม่ลดลง แม่จะสร้างน้ำนมลดลง พบว่าเด็กที่เริ่มอาหารตามวัยเร็วก่อน 6 เดือน มีแนวโน้มหย่านมแม่เร็วขึ้น - ลูกมีปัญหาการกินน้อยกว่ากลุ่มที่เริ่มอาหารตามวัยก่อน 6 เดือน เพราะลูกมีความพร้อมมากกว่า อย่าเชื่อคำขู่ว่า ถ้าไม่เริ่มเร็วๆ ลูกจะกินข้าวยาก เพราะเริ่มเร็วเริ่มช้ากว่า 6 เดือน ก็มีปัญหากินข้าวยากได้ทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งเด็กที่กินนมแม่หรือนมผง ก็เจอปัญหากินข้าวยากทั้ง 2 กลุ่ม และข้อเท็จจริง คือ กลุ่มที่เริ่มเร็วกว่า 6 เดือน (เพราะน้ำย่อยและการเคลื่อนไหวของลำไส้ยังไม่พร้อม) และ กลุ่มนมผง (เพราะเด็กนมแม่ รสชาตินมแม่จะแปรเปลี่ยนไปตามอาหารที่แม่กิน จึงทำให้เด็กคุ้นเคยกับรสชาติอาหารมากกว่า แต่นมผง รสชาติจะคงเดิมตลอด) จะมีปัญหากินข้าวยากมากกว่าค่ะ ลูกใครที่กินก่อน 6 เดือน แล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ถือว่าโชคดีไปค่ะ เช่น ให้กินกล้วยตั้งแต่ 1 เดือน ลูกก็ไม่เห็นเป็นไร กระเพาะอาหารก็ไม่เห็นแตกเหมือนกับที่เป็นข่าว ก็เหมือนกับการรัดเข็มขัดนิรภัยที่บางคนไม่รัด ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดีอยู่ แต่ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวนั้นมีแน่ๆค่ะ เช่น แทนที่ลูกจะได้กินนมแม่มากๆ ซึ่งมีสารบำรุงสมอง สารต้านเชื้อโรค สารต้านมะเร็ง ก็ต้องเสียพื้นที่ไปในการกินกล้วยซึ่งไม่มีสารเหล่านี้ และ งานวิจัยพบว่า การเริ่มกินสิ่งอื่นก่อน 6 เดือน จะเป็นสาเหตุทำให้หย่านมแม่ก่อนเวลาอันควรด้วยค่ะ ถ้าเราอยากให้ลูกกินนมแม่ไปได้นานๆ ก็ไม่ควรเริ่มอาหารอื่นก่อน 6 เดือนนะคะ #วิธีการให้อาหารตามวัย ให้เริ่มด้วยข้าวกล้อง (บางคนแพ้ข้าวกล้อง กินแล้วมีผื่นขึ้น หรือ ท้องผูก ก็ให้เปลี่ยนเป็นข้าวขัดขาว) หุงรวมกับถั่ว แล้ว ค่อยๆใส่ผักทีละอย่าง ใช้ซ้ำหนึ่งเมนู นาน 4-5 วัน เพื่อการตรวจสอบว่าไม่มีปัญหาแพ้ อาการแพ้ คือ ผื่น ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด งอแง ส่วนผลไม้และน้ำผลไม้ ค่อยเริ่มเดือนถัดไป เพื่อให้รู้จักรสชาติของผักซึ่งจืดก่อน เพื่อไม่ให้ติดหวาน ผักที่ใช้มีดังนี้ แครอท ไชเท้า มันเทศ มันฝรั่ง มันม่วง มันญี่ปุ่น ถั่วลันเตา ถั่วแขก ถั่วฟักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วชิกพี ถั่วสปลิท ลูกเดือย ลูกบัว ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กะหล่ำปลี ตำลึง ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง บ็อคชอย มะรุม ยอดมะระ ผักหวาน ข้าวโพดอ่อน เห็ด หัวหอมใหญ่ บล็อกโครี่ กะหล่ำดอก ฟักขาว แตงกวา แตงร้าน ฟักทอง ฟักเขียว อโวคาโด เมล็ดพืช ควรเลือกผักออร์แกนิกจะได้สารพิษน้อยหน่อย ควรแช่น้ำยาล้างสารพิษ เช่น เบคกิ้งโซดา หรือ น้ำเกลือ หรือ น้ำยาแช่ผัก อโวคาโด เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดงา เมล็ดแฟล็กซ์ มีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของดีเอชเอ ช่วยบำรุงสมองและสายตา ส่วนของข้าวกล้องและถั่วจะสุกช้า จึงควรแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชม. จึงค่อยต้มให้สุกด้วยน้ำเปล่า หรือ น้ำซุปผัก ไม่แนะนำน้ำต้มกระดูกหมู เพราะจะได้ไขมันจากสัตว์เข้าไปด้วย ห้ามปรุงรสด้วยซี่อิ๊ว น้ำปลา น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะจะทำให้ลูกติดรสชาติ ไม่ดีกับสุขภาพ แต่ให้ใส่เกลือไอโอดีนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ขาดสารไอโอดีน ไม่ใช่ใส่เพื่อให้มีรสชาติ เมื่อข้าวและถั่วสุกดีแล้วจึงค่อยใส่ผัก รอจนสุก ปล่อยให้เย็นแล้วตักใส่ช่องทำน้ำแข็ง เมื่อแข็งแล้วแกะใส่ถุงเก็บนม แยกเป็นแต่ละเมนู เก็บได้นาน 4 สัปดาห์ในตู้เย็นนช่องฟรีส เวลาจะใช้ แกะออกจากถุงใส่ภาชนะที่ปลอดภัยในการอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือ อุ่นบนเตา คนให้เข้ากันดี เพราะบางจุดร้อนจัด เดี๋ยวลวกปากลูก ไม่ควรทำอาหารจากดิบเป็นสุกด้วยไมโครเวฟ สำหรับอาหารของลูก เพราะกลัวจะสุกไม่ทั่วถึง แต่ใช้เป็นการอุ่นอาหารที่สุกมาแล้วได้ค่ะ ส่วนภาชนะ จาน ถ้วย ช้อน ถาดน้ำแข็ง ล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดขวดนมและน้ำเปล่า ไม่ต้องนึ่ง อายุ 6-7 เดือน ให้บดอาหารให้ละเอียด โดยปั่นละเอียด หรือครูดผ่านกระชอน วันละมื้อเดียว หัดให้ลูกกินน้ำจากถ้วยหรือหลอดดูด หรือ ช้อนตักน้ำป้อนเวลากินข้าวแล้วฝืดคอ ในวันแรก เริ่มป้อนเพียง 1 ชต. แล้วตามด้วยนมแม่จนอิ่ม ค่อยๆเพิ่มวันละ 1 ชต. อย่าเพิ่มเร็ว เดี๋ยวท้องอืด แล้วร้องกวนตอนกลางคืน แต่ถ้าลูกไม่อยากกิน อย่าบังคับ ให้หยุดป้อน แล้วค่อยให้ใหม่วันต่อมา จนกินได้ครบมื้อ ปริมาณ 5-8 ชต. นมมื้อนั้น จะเลื่อนการกินออกไปอีก 3-4 ชม. ในกรณีที่ยังไม่ทราบว่าแพ้อาหารหรือไม่ ควรให้กินมื้อเช้า หรือ กลางวัน เพราะหากป้อนมื้อเย็น แล้วมีปัญหาแพ้อาหาร ลูกอาจมีอาการผิดปกติตอนกลางคืน ซึ่งสังเกตอาการได้ยากและต้องไปโรงพยาบาลเวลาฉุกเฉิน แต่ถ้าหากทราบว่า ไม่มีอาการแพ้ อาจเปลี่ยนมาให้อาหารเป็นเวลาเย็น อาจมีประโยชน์ในแง่ อาหารทำให้อิ่มนานขึ้น ลูกอาจหลับได้ยาวขึ้น เริ่มใส่เนื้อสัตว์เดือนที่ 7 คือ ไก่ หมู ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม ปลากราย ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาคัง ปลาตะเพียน (ระวังก้าง) ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง (ต้องต้มให้สุกเต็มที่ หากเป็นยางมะตูม หรือ ไข่ลวกหรือไข่ที่ตอกลงไปในโจ๊ก ซึ่งสุกไม่เต็มที่ เชื้อโรคไม่ถูกทำลาย จะทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือดได้) ปริมาณที่ใส่ต่ออาหาร 1 มื้อ คือ 1 ช้อนโต๊ะพูน ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะไตจะทำงานหนัก บดให้ละเอียด ของใหม่ใช้ทีละอย่าง ใช้ซ้ำ 4-5 วัน เพื่อตรวจสอบอาการแพ้ ส่วนไข่ขาว และ อาหารทะเลให้เริ่มหลังจากอายุ 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย หากเริ่มเร็วเกินไป อาจไปกระตุ้นทำให้เกิดปัญหาแพ้ภายหลังได้ เดือนที่ 7 เริ่มผลไม้ปั่นละเอียดและเติมน้ำลงไปด้วย จะได้ไม่ฝืดคอและไม่หวานเกินไป เป็นอาหารว่างอีก 1 มื้อ ปริมาณ 3-4 ชต. เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ แคนตาลูป ชมพู่ แตงไทย แตงญี่ปุ่น ลูกพลับ ลูกพีช ลูกแพร์ พุทรา กล้วย มะม่วงสุก มะละกอสุก (หากกินผัก ผลไม้ สีเหลือง สีส้ม มากๆ อาจทำให้ผิวสีเหลือง ไม่อันตราย กินต่อไปได้ ถ้าหยุดกินแล้ว กว่าจะหายเหลือง จะใช้เวลานานประมาณ 6 เดือน) ส่วนผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว กีวี สัปปะรด มะเขือเทศ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ ให้เริ่มหลัง 1 ขวบ เนื่องจากแพ้ง่าย ไม่แนะนำให้ขนมทุกชนิดใน 2 ขวบแรก แม้แต่ขนมปัง หรือ ที่เขาว่าเป็นขนมสำหรับเด็กฝึกถือกินเองก็ตาม เพราะจะทำให้ลูกติดใจรสชาติ ไม่ชอบกินข้าว ฟันผุ เป็นโรคอ้วน และขนมปังก็มีสารอาหารน้อยกว่าข้าว จึงไม่ควรให้รู้จัก ถ้าลูกเป็นเด็กมีปัญหากินข้าวยาก นอกจากนี้ขนมปังเป็นอาหารแปรรูป มีการปรุงแต่งใส่รสชาติ สารกันบูด นมเนยชีส และตัวแป้งสาลีก็ถือเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ เดือนที่ 8 – 9 ให้เพิ่มข้าวเป็น สองมื้อ เริ่มป้อนอาหารเนื้อหยาบขึ้น คือ ไม่บดละเอียด แต่ตุ๋นให้นุ่ม เวลาป้อนให้ใช้หลังช้อนบด แต่ต้องดูด้วยว่า ลูกสามารถกินได้หรือไม่ ถ้าเคี้ยวแล้วกลืนได้ ไม่ติดคอ ไม่คายออกมา ไม่อมเอาไว้ในปากโดยไม่กลืน แสดงว่ากินได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ ให้กลับไปบดละเอียดเหมือนเดิม แต่ทำให้ข้นมากขึ้นเล็กน้อย แล้วเดือนหน้าค่อยลองป้อนใหม่ มื้อที่สาม ให้เริ่มเมื่ออายุ 11-12 เดือน และเริ่มทำอาหารแบบไม่ต้องตุ๋น เพียงแค่ต้ม แล้วดูว่าลูกกินได้หรือไม่ เด็กหลายคนเริ่มกินข้าวสวย และข้าวเหนียวได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เริ่มปรุงรสอ่อนๆได้ แต่ต้องดูด้วยว่า ไม่มีปัญหาท้องผูก หรือ ถ่ายออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย เนื่องจากการกินอาหารที่หยาบมากขึ้น เวลาเดินทาง แนะนำให้ใช้อาหารสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกแก้ว ที่เปิดฝาแล้วตักกินได้เลย เลือกชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล สารกันบูด และนมผง แต่ถ้าอยู่บ้าน แนะนำให้กินอาหารทำเองแช่แข็ง จะมีคุณค่ามากกว่าอาหารสำเร็จรูป ไม่แนะนำอาหารที่เป็นผงชนิดก่อนใช้ให้ผสมน้ำบางยี่ห้อ เนื่องจากมีน้ำตาลและนมวัวผงผสมอยู่ และอาหารที่เป็นผง จัดว่าเป็นอาหารที่มีการดัดแปลงมากเกินไป เนื่องจากผ่านกระบวนการความร้อนที่ทำให้เป็นผง จึงเหลือคุณประโยชน์น้อยลง ควรฝึกให้ลูกได้ตักอาหารกินเอง ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะ โดยให้นั่งเก้าอี้ (high chair) และมานั่งกินพร้อมผู้ใหญ่ จะได้เลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ ไม่ควรกินข้าวพร้อมกับเล่นของเล่น หรือ ดูทีวี หรือ เดินตามป้อนหน้าบ้าน เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัย ไม่มีสมาธิกับการกินข้าว อมข้าว และใช้เวลานานเกินไป ตำราทำอาหารบางสูตร แนะนำให้ใส่เนย มาการีน ชีส หรือ นมวัว หรือ นมผง ลงไปในอาหาร แต่ป้าหมอไม่แนะนำ เนื่องจากทำมาจากนมวัว ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ ส่วนกรณีที่ต้องการเอานมแม่ที่สะสมไว้มาประกอบอาหาร อาจมีที่ใช้ใน 2 กรณี คือ หนึ่ง ลูกไม่ยอมกินนมที่สะสมไว้ หรือ สอง ลูกไม่ยอมกินอาหาร ดังนั้นการเอานมแม่มาผสมกับอาหาร อาจทำให้ยอมรับสิ่งที่ไม่ยอมกินได้ง่ายขึ้น แต่หากลูกยอมกินนมที่สะสมอยู่แล้ว และยอมกินข้าวดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องละลายนมเพื่อนำมาใช้ประกอบอาหาร ให้ยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่หากลูกมีปัญหาดังกล่าว วิธีเอานมแม่แช่แข็งมาใช้ประกอบอาหารคาว ให้ทำอาหารให้ข้นกว่าปกติ หลังจากที่อุ่นอาหารพร้อมจะกินแล้ว ให้ละลายนมแม่มาราดบนอาหาร เพื่อให้ได้อาหารที่มีความเข้มข้นเหมาะสม จะไม่เอานมแม่ไปต้มกับอาหารตั้งแต่ต้น เพราะจะเสียคุณค่าและมีกลิ่นเหม็น หากต้องการนำนมแม่แช่แข็งมาทำเป็นอาหารหวาน คือ เอาก้อนนมแม่แข็งมาปั่นกับผลไม้ที่ต้องการ แล้วตักป้อนให้กินเป็นไอศกรีมผลไม้ เครดิตรูป : คุณหมอจ่าพิชิต ขจัดพาลชน คำเตือน : อย่าเลียนแบบหญิงสาวในภาพนี้เด็ดขาด นำมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์ อย่าคิดแต่จะขายของโดยขาดสามัญสำนึกของมนุษย์ค่ะ ที่มาจาก :  https://www.facebook.com/SuthiRaXeuxPhirocnKic