ดูดวงตามราศี

รู้ก่อนใคร! ดวง 12 ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดูดวง 12 ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การงานโดดเด่น ก้าวหน้าได้งานใหม่ การเงินเข้ามากออกมาก ไม่เหลือเก็บ มีลาภลอยฟลุ้คๆ ลงทุนได้เลย รวยแน่นอน ระวังอุบติเหตุ และปัญหาสุขภาพ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ระวังอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่าใจร้อน คนโสดเสน่ห์แรงเป็นพิเศษ พบรักจากเพื่อนเก่า คนมีแฟนใจต้องนิ่ง ไม่งั้นจะเจอมือที่สาม การเงินโดดเด่น มีข่าวดีจากทางไกล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) งานครู อาจารย์ ข้าราชการ โดดเด่นเป็นพิเศษ ระวังขัดแย้งกับคนในครอบครัว ผู้ใหญ่เข้าใจผิด ธุรกิจส่งออก เดินหน้าลุยได้เต็มที่ คนโสดพบรักจากการทำงาน ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) งานข้าราชการโดดเด่นเป็นพิเศษ ผู้ใหญ่ส่งเสริม ระวังของหาย การเดินทางมีอุปสรรค คนโสดพบรักใหม่ คนมีคู่ได้ขยายครอบครัว มีบุตร มีลาภลอยฟลุ้คๆ ได้ของถูกใจ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) เอกสาร สัญญา คดีความ ได้รับชัยชนะ ผู้หญิงราศีนี้จะดวงดีกว่าผู้ชายเล็กน้อย ธุรกิจความสวยงาม เสื้อผ้า จะโดดเด่น เสื้อผ้าสีเขียว สีส้ม เป็นสีมงคล ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ระวังของหาย กล้ามเนื้อกระดูกข้างขวาจะมีปัญหา การเงินดีขึ้น รายรับคล่องตัว เพศตรงข้ามให้การสนับสนุน เปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่อาศัย งานโดดเด่น ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ระวังเกิดเรื่องเข้าใจผิด ให้รีบเคลียร์ มีข่าวดีเกี่ยวกับงานและการเงิน ศัตรูจะหันกลับมาเป็นมิตร การเดินทางมีอุปสรรค ล่าช้า มีลาภลอยฟลุ้คๆ คนโสดเนื้อหอม คนมีคู่อย่าใจโลเล ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) คนมีคู่ต้องหนักแน่น รักเดียวใจเดียว ให้ถวายของเป็นคู่ จะช่วยให้รักราบรื่นมากขึ้น งานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศจะโดดเด่น มีเรื่องหงุดหงิดกับบริวาร แต่การเงินคล่องตัว ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) คิดมาก กังวลไปเอง ทั้งเรื่องงาน เงิน และความรัก ผู้ใหญ่การสนับสนุน เหมาะกับลงทุน คนมีครอบครัว ความรัก มีข่าวดี มีลาภลอยฟลุ้คๆ คนโสดพบรักกับเพื่อนเก่า ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มีเกณฑ์เดินทางท่องเที่ยว ทิศใต้,ตะวันออก นำโชคที่ดีมาให้ ธุรกิจอาหารเสริม ยา จะโดดเด่นเป็นพิเศษ ดวงการศึกษา สอบแข่งขัน จะผ่านฉลุย ความรักน่าหงุดหงิด ไม่มีเวลาให้กัน ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) คนโสดพบรักกับคนมีอายุมากกว่า คนมีคู่จะมีบุตร เดินทางระวังของหาย มีลาภลอยจากเพศตรงข้าม งานเหนื่อย แต่ได้ขยับขยายก้าวหน้า สุขภาพระวัง กล้ามเนื้อ ของมีคมบาด และของร้อน ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ดวงความรัก แฟนเก่าจะกลับมาคบกันต่อ ลูกหนี้ที่เคยยืมเงินไป จะกลับมาจ่ายคืน มีเกณฑ์เปลี่ยนงาน ขยับขยายไปในทางที่ดี ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม จะโดดเด่นเป็นพิเศษ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

Footnote อ่านโลกผ่านหนัง : ‘ซูชิ’ ศิลปะแห่งการกิน
Footnote อ่านโลกผ่านหนัง /  ซูชิ / 

"วัตถุดิบแต่ละชนิดมีช่วงเวลาแห่งความอร่อยในอุดมคติอยู่”  ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) นักทําซูชิระดับตํานานอย่าง จิโระ โอโนะ ยังคงวาดฝันถึงซูชิที่มีรสชาติสมบูรณ์พร้อม แม้ร้านสุคิบายาชิของเขาจะได้ชื่อว่าเป็นร้านที่ทําซูชิได้อร่อยที่สุดในโลกแล้วก็ตาม... ตรงข้ามกับซูชิรสชืดที่เราหาซื้อมากินได้ในห้างทั่วไป ซึ่งเต็มไปด้วยสาหร่ายเหนียวหนืด กลิ่นเหม็นคาว หรือวัตถุดิบบี้แบน...บางทีซูชิอาจเป็นศาสตร์และศิลป์ที่มากกว่าการแล่ปลาดิบชิ้นบางวางโปะลงบนข้าวปั้นสี่เหลี่ยมก้อนเล็กๆ  โดยเริ่มต้นจากปลาส้มในแถบบ้านเรา... ปี 1824 ฮานายะ โชเฮย์ เริ่มแล่ปลาดิบวางลงไปบนข้าวผสมน้ําส้มสายชู...จนปี 2011 จิโระ พ่อครัววัย 85 ยังคง “พยายามขึ้นสู่จุดสูงสุด (แห่งการทําซูชิ) ไม่ว่าจุดสูงสุดที่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม โปรดเตรียมท้องให้ว่าง เปิดใจให้กว้าง ก่อนตะลุยสู่ดินแดนแห่งปรัชญาชีวิต จิตวิญญาณ และศิลปะแห่งที่สืบทอดมานานหลายร้อยปี! 1.ข้าวเปรี้ยวหวาน สิ่งแรกที่เราควรให้ความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปลาดิบ ก็คือ ‘ข้าวผสมน้ํา ส้มสายชู’ ซึ่งชาวญี่ปุ่นจะพิถีพิถันตั้งแต่การปลูกโดยปราศจากสารเคมีและดูแลต้นข้าวทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนส่วนใหญ่ชอบกินข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ แต่ข้าวที่มีอายุสักเล็กน้อยจะเหมาะแก่การทําซูชิมากกว่า โดยพ่อครัวจะติดต่อซื้อข้าวจากแหล่งโดยตรงเพื่อคัดเฉพาะเมล็ดที่โตเต็มที่แล้วนํา ไปผสมกับพันธุ์ข้าวจากแหล่งอื่นๆ จนตรงตามต้องการ เมื่อได้เมล็ดข้าวมาแล้ว หัวใจสําคัญสําหรับข้าวในซูชิก็คือ การหุงโดยใช้น้ําสําหรับปรุงอาหารหรือน้ําธรรมชาติเติมลงไปในหม้อโดยกะปริมาณตามความชื้นและอุณหภูมิในช่วงนั้นอย่างละเอียดอ่อน ทิ้งข้าวหุงสุกไว้จนเย็น (แต่ไม่นําไปแช่แข็ง) แล้วนํามาผสมน้ําส้มสายชูแบบใส อาจใส่น้ําตาลเล็กน้อยเพื่อข่มรสเปรี้ยว ดูวิธีหุงข้าวแบบญี่ปุ่นได้จาก Flavour of Green Tea over Rice (1952) ผลงานสุดคลาสสิกของ ยาสุจิโร โอสุ ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตประจําวันอันเรียบง่ายผ่านเหตุการณ์ที่คู่รักคืนดีกันระหว่างเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ  2.เจาะกรุสมบัติแห่งธรรมชาติ เม็ดฝนโปรยปรายลงผืนดินในภูเขาพร้อมให้กําเนิดพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แล้วชะล้างแร่ธาตุจากป่าลงสู่แม่น้ํา ให้ปลากิน และแม่น้ําก็จะชักพาสารอาหารสู่สัตว์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายในทะเลอีกทอดหนึ่ง... การเรียนรู้วัฏจักรที่ก่อเกิดสรรพสิ่งจะช่วยให้พ่อครัวเข้าใจสภาพของแหล่งวัตถุดิบซึ่งส่งผลสําคัญต่อรสชาติ และสามารถคํานวณช่วง ‘ชุน’ หรือช่วงที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีที่สุดตามฤดูกาลของมัน เช่น ปลาบางพันธุ์อร่อยสุดเมื่อมีไข่ในท้อง, สะสมไขมันเพื่อรับฤดูหนาว หรือว่ายทวนกระแสน้ําเพื่อวางไข่ เป็นต้น เช่นเดียวกับ ชัค โนแลนด์ ใน Cast Away (2000) ซึ่งประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนต้องติดเกาะร้างอยู่นานปี เขาจึงเอาตัวรอดด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ เช่น การกินมะพร้าวและหัดตกปลา หรือหนูน้อย ซันเป ใน Sanpei the Fisher Boy (2009) ซึ่งมุ่งตกปลาในตํานานจนต้องศึกษากระแสน้ําแหล่งธรรมชาติของปลาและออกเดินทางเลี้ยวลดคดเคี้ยวในป่าใหญ่ นอกจากพ่อครัวต้องคํานึงถึงรสชาติและสารอาหารแล้ว ยังต้องระวังเรื่องพิษในอาหารเป็นพิเศษ เพราะวัตถุดิบเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของร้านซูชิ เช่น Le Grand Chef (2007) ซุงชานมีอดีตฝังใจจากการถูกกลั่นแกล้งว่าแล่ซาชิมิปลาปักเป้าไม่ดีจนทํา ให้กรรมการยกโขยงเข้าร.พ. เหตุการณ์ครั้งนั้นทําให้เขาเลือกวัตถุดิบเองทุกครั้งอย่างพิถีพิถัน 3.หลากที่ หลายเครื่อง มากรส ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงชันและล้อมรอบด้วยทะเล สภาพอากาศจึงผันแปรตามพื้นที่ ตั้งแต่เขตหนาวเหน็บอย่างฮอกไกโดไปจนถึงเขตร้อนอย่างคิวชูและโอกินาวา ซึ่งพืชและสัตว์ต่างสายพันธุ์จะเลือกอาศัยในอุณหภูมิที่เอื้อต่อการดํารงชีวิตของมันจนเกิดวัตถุดิบเฉพาะแห่ง แล้วพัฒนาเป็นซูชิรสท้องถิ่น เช่น ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปลาเฮอร์ริง แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือโตโฮคุมักใช้สมุนไพรบนภูเขามาทํา เป็นหน้าซูชิ ฯลฯ วิคเตอร์ เชฟหนุ่มใน Letters to Juliet (2010) ฝักใฝ่ในอาหารท้องถิ่น จนทิ้งการฮันนีมูนไปตระเวนหาวัตถุดิบและสูตรชั้นยอดจากเมืองต่างๆ ในอิตาลี   4.ปั้นซูชิตํา รับบูชิโด ชิ้งงง เสียงพ่อครัวใช้หินลับมีดเล่มโปรดอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากมันจะเป็นมีดเหล็กกล้าราคาแพงหูฉี่แล้วยังเป็นอาวุธคู่ใจที่ใช้แล่ปลาได้เรียบสวยเป็นเหลี่ยมมุมและไม่ทําให้เนื้อปลาฉีกขาดเหมือนมีดแสตนเลสทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวทวงแค้นใน Kill Bill: Vol. 1 (2003) ซึ่งขอให้ ฮัตโตริ ฮันโซ อดีตนักตีดาบผู้ผันตัวมาเป็นพ่อครัวซูชิ สร้างดาบสุดแกร่งในตํานานให้ แต่หนังก็ไม่ได้เว่อร์เกินหรอกนะเพราะจริง ๆ แล้วมีดของพ่อครัวซูชิก็สืบทอดจากดาบซามูไรซึ่งคมกริบไม่หักไม่งอ เมื่อแล่ปลาแล้วต้องปรุงวัตถุดิบให้ขับเน้นรสธรรมชาติออกมาโดยพิจารณาว่า สิ่งไหนควรกินดิบ หมักหรือปรุงสุก จากนั้นจุ่มมือในน้ําเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แล้วนําข้าวกับเครื่องปรุงมาปั้นเป็นซูชิทรงพัดกระดาษ โดยส่วนใหญ่จะปั้น 5 ครั้ง (หากมากกว่านั้นอุณหภูมิของมือ จะทําให้วัตถุดิบเสียความสดใหม่และบีบข้าวมากไปจนแข็ง) ให้ข้าวสมดุลกับชิ้นปลาจนได้รสชาติเลิศรส ดูวิธีแล่ปลาและปั้นอย่างเหมาะสมได้ในสารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) ซึ่งตีแผ่ชีวิตพ่อครัวระดับตํา นานอย่าง จิโระ โอโนะ ผู้ไขว่คว้าหาซูชิที่สมบูรณ์แบบ 5.วาซาบิ จี๊ดดด...เต็มพิกัด ใน Wasabi (2001) พนักงานเสิร์ฟถ้วยใส่วาซาบิพร้อมขวดโชยุ ก่อนฮูเบิร์ตจะโชว์เหนือด้วยการหยิบวาซาบิกินเปล่าๆ และ Jackass: the Movie (2002) ทําฮาโดยนําวาซาบิมาละเลงในโชยุ แล้วสูดเข้าจมูกเต็มๆ ! ทั้งสองเรื่องแสดงพฤติกรรมจิ้มซอสอย่างผิดๆ จนคนปลูกวาซาบิอาจร้องไห้เพราะรสฉุนเผ็ดจะหายไปง่ายๆ เมื่อสัมผัสออกซิเจน! การกินให้ได้รสชาติจัดจ้านต้องจุ่มด้านที่เป็นหน้าของซูชิลงไปในโชยุ โดยสัมผัสแค่ปลายชิ้น (ไม่จุ่มลงไปทั้งก้อนเพราะจะทํา ให้ข้าวดูด ซับโชยุมากเกินไป) ส่วนวาซาบิจะไม่ขูดทิ้งไว้ให้สัมผัสอากาศโดยตรง แต่ มักทาบางๆ ไว้บนข้าวซูชิส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อปลาแทน 6.เอาใจรายคน จะกินทั้งที เอ๊ะ ทํา ไมไม่บอกราคาในเมนู... ก็เพราะทุกๆ เช้า ร้านซูชิเปี่ยมคุณภาพมักเลือกซื้อปลาที่ดีที่สุดในท้องตลาดมาตีราคาอย่างแฟร์ๆ วันต่อวันว่าพวกเขามีปลาชนิดใด คุณภาพระดับไหนมานําเสนอ นอกจากนี้ทางร้านยังพยายามขายสินค้าให้เกลี้ยงภายในวันนั้นเลย เพื่อพรุ่งนี้จะได้ซื้อของสดใหม่มาให้ลูกค้าลิ้มรสอีก พ่อครัวซูชิต้องสังเกตรสนิยมของลูกค้าแต่ละคนเพื่อให้จัดเรียงซูชิได้ตรงใจ โดยทุกครั้งพ่อครัวจะไม่เตรียมวัตถุดิบจนเสร็จสรรพเพราะเมื่อปลาทํา ปฏิกิริยากับอากาศจะสูญเสียความสดใหม่ แต่เขามักลงมือทําพร้อมโชว์ศิลปะการปั้นทันทีที่ลูกค้าอยากทานเท่านั้น (แม้วิธีนี้จะเอื้อให้ลูกค้าสั่งอาหารอย่างอิสระ แต่หากกลัวงบกระฉูดก็สามารถสั่งเซ็ตรวมที่มี 7-9 ชิ้นได้เช่นกัน) สังเกตการสั่งอาหารในร้านซูชิอย่างถูกต้องได้ใน Defending Your Life (1991) เมื่อ แดเนียล ใช้ชีวิตหลังความตายด้วยการเข้าร้านซูชิ เขาเลือกนั่งที่บาร์แล้วถามพ่อครัวว่าอาหารอะไรสดที่สุดในวันนั้น ส่วนพ่อครัวก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขาระหว่างเสิร์ฟ (การพูดคุยช่วยสานสัมพันธ์อันดีและว่ากันว่าพ่อครัวควรจํา ตั้งแต่ชื่อลูกค้า ไปจนถึงชื่อลูกเมียของเขาเลยทีเดียว) ตรงกันข้ามกับพนักงานร้านซูชิใน Woman on the Beach (2006) ซึ่งเพิกเฉยและไม่ยอมบริการลูกค้า จน จุงเร กราดเกรี้ยวใส่ 7.ทูนา เจ้าแห่งปลาทั้งมวล เดิมทีคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาชิราอุโอะ แต่พอเริ่มลิ้มลองเนื้อวัวก็หันมาเชิดชูรสปลาทูนา ด้วยเส้นลายไขมันเรียงตัวสวยที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นคล้ายเนื้อวัวแต่มีรสตกค้างในปากน้อยกว่า... ข้ามฟากมาอีกซีกโลก ณ อเมริกา ทูนาเป็นเพียงอาหารราคาถูก โดยนําเศษเนื้อมาบดรวมกันแล้วอัดกระป๋องขาย ชาวตะวันตกจึงไม่เข้าใจรสชาติซูชิ พวกเขาแพ้ทางกลิ่นสาหร่าย รสฉุนขึ้นจมูกของวาซาบิ และเนื้อดิบแฉะของปลา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจาก Scenes from a Mall (1991) เมื่อ วูดดี อัลเลน มาในคราบของ นิค ชายหนุ่มผู้พร่ําบ่นรสซูชิในห้างว่ามัน “โคตรแพงเลยสําหรับอาหารทําจากปลาตาย” ต่อมาไม่นานซูชิกลับแพร่หลายไปทั่วโลก ทุกเช้าตอนตี 5 ตลาดซึคิจิซึ่งเป็นตลาดปลาแห่งใหญ่ในโตเกียวจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้ากว่าแสนคนที่จ้องประมูลทูนาขนาดยักษ์เข้าร้านสินค้าส่งออก-นําเข้าในตลาดแห่งนี้สร้างเม็ดเงินมหาศาลกว่าพันล้านเยน จนเมื่อพระอาทิตย์สาดแสงตอน 7 โมงเช้า สมรภูมิซื้อ-ขายอันดุเดือดจะสงบลง วัฒนธรรมแดนปลาดิบกลายเป็นอาหารที่นานาชาติยอมรับไม่เว้นกระทั่งแม่บ้านฝรั่งเศสใน The Hedgehog (2009) ผู้มองตัวเองว่า อ้วน แก่ น่าเกลียด แถมยังเป็นแม่ม่าย แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อไปเดตกับชาวญี่ปุ่นในร้านซูชิ เธอค่อยๆ ซึมซับกระแสนิยมพร้อมๆ กับยอมรับตัวเอง หรือ ใน Sushi: The Global Catch (2011) สารคดีที่จับตาการเติบโตอย่างรวดเร็วของวัฒนธรรมซูชิ และตั้งคําถามว่าพฤติกรรมการบริโภคมหาศาลจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติเช่นไร 8.ซูชิกลายพันธุ์ ลัดฟ้ามาสู่อีกซีกโลกทั้งที พ่อครัวญี่ปุ่นจึงเอาใจฝรั่งด้วยการใส่ส่วนผสมแปลกใหม่อย่าง เนื้อ หมูไก่ แฮม แซลมอนรมควัน มะเขือเทศ ฯลฯ ลงไปในซูชิด้วย แถมคิดค้นสูตร ‘แคลิฟอร์เนีย โรล’ ซึ่งมีทั้งเนื้อปู แตงกวาและอโวคาโด (เชื่อว่ามีรสมันเข้มข้นคล้ายทูนา) แล้วกลับสาหร่ายเข้าด้านในซูชิเพื่อกลบกลิ่น ที่เด็ดกว่านั้นคือ เนียวไตโมริ หรือการเสิร์ฟซูชิที่วางบนตัวสาวเปลือยสุดเซ็กซี ซึ่งแม้จะไม่ได้พบเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นแต่มันก็กลายเป็นภาพจําในสื่อต่างๆ และดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมหาศาลให้มาลองของวิธีนี้ต้องใช้ผู้หญิงที่ถูกฝึกให้นอนนิ่งๆ ได้นานหลายชั่วโมง ผิวไม่แพ้อาหารเย็นๆ และเป็นคนรักษาความสะอาด...สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นศิลปะหรือการเหยียดเพศอย่างรุนแรงกันแน่ Map of the Sounds of Tokyo (2009) หนังสเปนซึ่งให้พนักงานสาวในตลาดขายปลารับอาชีพเสริมเป็นนักฆ่า โดยถูกวิจารณ์ว่าเสนอภาพเนียวไตโมริราวกับมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น หรือใน Sex and the City (2008) เมื่อ ซาแมนธา โจนส์ พยายามชนะใจชายหนุ่มด้วยการเปลื้องผ้าแล้ววางซูชิลงบนตัว 9.รัชทายาทคนต่อไป การสืบทอดวิถีแห่งซูชิไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาฝึกฝนวิทยายุทธเกือบ 10 ปี อันได้แก่ 2 ปีแรก ทําความสะอาดร้านและในครัว / 2 ปีถัดมา เรียนรู้วิธีหุงข้าว / 3-4 ปีให้หลัง หัดเลือกซื้อวัตถุดิบและแล่ปลา โดยทั้งหมดนี้ต้องผ่านบททดสอบสุดหินอย่างการทํา ซูชิปลาโคฮาดะ (แล่ปลาที่มีก้างเล็กๆ เยอะแล้วหมักด้วยน้ําส้มสายชู) หรือทํา ซูชิปลาไหล (ใช้ซอสบางๆ ทาแทนวาซาบิ ซึ่งทํามาจากน้ําต้มซุปปลาไหลที่สะสมไขมันเข้มข้นนานหลายปี) การเรียนรู้วิชาซูชิก็คล้ายกับใน The Ramen Girl (2008) เมื่อ แอ็บบี สาวอเมริกันที่ชีวิตมาถึงทางตัน ได้กินน้ําซุปราเม็งแสนเลิศรส เธอจึงตัดสินใจขอเรียนรู้วิธีทําจากปรมาจารย์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การทําความสะอาด ผ่านการฝึกฝนอันยากลําบากจนในที่สุดก็ทําราเม็งเป็น นอกจากฝีมือแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดของการทําซูชิคือจิตใจที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ซึ่งใน No Reservations (2007) เราจะเห็นชีวิตของกุ๊กเปลี่ยนไปเมื่อเธอรับเลี้ยงเด็ก จากเดิมที่ทําอาหารตามตํารา ก็หันมาคํา นึงถึงจิตใจของลูกค้า **เรียบเรียงจากคอลัมน์ Footnote : ศิลปะ ‘ซูชิ’ เมื่อชีวิตควรค่าแก่การกิน โดย สุภัชา ทิพเสนา / นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 119 ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

ร่วมวงล่า!ราชันเอาด้วยทุ่ม 100 ล้านป.ลุ้นปาดผีซิวป็อกบา
ซีดาน /  พรีเมียร์ลีก / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอคู่แข่งที่น่ากลัวในการล่าตัว พอล ป็อกบา แล้ว เมื่อ เรอัล มาดริด ทีมจอมทุ่มเงินจากสเปนพร้อมสู้ค่าตัวเพื่อแย่งดาวเตะขากยูเวนตุสรายนี้ไปร่วมทีมเดิมที ปีศาจแดงทีมเก่าของ ป็อกบา เกือบจะได้ตัวไปร่วมทีมอยู่แล้ว แต่ เอเย่นต์อย่าง มิโน่ ไรโอล่า สั่งล้มการตรวจร่างกายคาดว่าน่าจะมาจากผลประโชยน์ ซึ่งล่าสุด ซีเดอดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ก็ได้เปิดเผยแบบไม่กั๊กว่าสนใจอยากได้ตัว รุ่นน้องทนทีมชาติฝรั่งเศสไปร่วมทีมเหมือนกัน “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของตลาดปิด ทุกๆอย่างเป็นไปได้ และใครๆก็สนใจในตัวของ ป็อกบา ทั้งนั้น” “เขาเป็นนักเตะที่ดี เรอัล มาดริดต้องการยอดนักเตะเสมอ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เป็นนักเตะของเราแต่เขาเป็นของ ยูเวนตุสเพราะงั้นผมพูดได้แค่นี้"

ก่อนหาคนเช่าใหม่! เจนี่ ขอเคลียร์ บุ๋ม ให้จบสวยที่สุด เจอหน้าตอนนี้ก็สวัสดีได้!!
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  บุ๋ม ปนัดดา / 

        ปัญหาดราม่าฟิตเนสยังคงยืดเยื้อกันมายาวนานระหว่าง 2 สาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ กับ บุ๋ม ปนัดดา ที่ต่างฝ่ายต่างตอบโต้กันไปมาอย่างดุเดือด ล่าสุดมีข่าวเม้าท์ออกมาว่า สาวเจนี่ ได้หาผู้เช่ารายใหม่มาทำฟิตเนสแทน สาวบุ๋ม แล้ว ทั้งที่ยังไม่ย้ายออกและยังตกลงกันไม่ได้ด้วยซ้ำ!! งานนี้ สาวเจนี่ มีโอกาสเปิดใจยืนยันว่า ยังไม่มีผู้เช่ารายใหม่ เพราะต้องเคลียร์ปัญหากับอีกฝ่ายให้จบก่อน ซึ่งเธอมอบหมายให้ทนายทั้ง 2 ฝ่ายเป็นคนดำเนินการทุกอย่าง ประกาศชัดขอจบสวยที่สุด ส่วนความสัมพันธ์กับ สาวบุ๋ม หากเจอหน้ากันก็พูดคุยได้ปกติ แค่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้เจอ!!             "เรื่องฟิตเนสยังไม่มีอะไรคืบหน้าค่ะ ทนายทั้ง 2 ฝ่าย คุยกันแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้มีอะไรคืบหน้าอย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ เจนี่ไม่ขอไม่พูดอะไรมาก เพราะพูดไปหมดแล้ว เดี๋ยวข้อมูลมันจะคลาดเคลื่อน รอให้ทนายทั้ง 2 ฝ่ายคุยกันให้จบก่อน เจนี่ตอบไปแล้วอย่าให้ตอบซ้ำเลย มันเป็นเรื่องของธุรกิจ ให้จบแบบธุรกิจดีกว่า กลัวว่ามันจะยืดเยื้อมั้ยเหรอ ก็พยายามทำให้นุ่มนวลที่สุด"             "ข่าวที่ว่าติดต่อผู้เช่าใหม่ไว้แล้ว ก็ยังค่ะ ยังไม่มีติดต่อใคร รอให้เรื่องตรงนี้จบก่อนดีกว่า มันเป็นธรรมดาของวงการที่ต้องมีกระแสโจมตีมาอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องที่มีปัญหาขัดแย้งกัน แต่เจนี่ว่าสักวันนึงความจริงมันจะปรากฎเอง เพราะฉะนั้นเจนี่ว่าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก อยากให้เรื่องมันจบก็พยายามเดินหน้าต่อไปให้สวยที่สุด แม้ว่ามันจะมีขรุขระหรือกระทบกระเทือนกันบ้าง ก็พยายามทำให้ดีที่สุด"             "สำหรับผลกระทบหลังมีเรื่อง คนก็ยังเยอะและคลาสก็เต็มเหมือนเดิม จริงๆ เจนี่ว่าถ้ามองทางด้านธุรกิจมันก็เป็นปัญหาปกติ ไม่ว่าจะทำธุรกิจไหน แต่เจนี่และพี่บุ๋มเองเป็นคนในวงการ ก็เป็นปกติที่จะมีการวิจารณ์กัน ถ้าถามเจนี่ 911 คือซูมบ้าทุกวันนี้ทุกคนก็ยังมาเต้นและมาชกมวย ยังเต็มคลาสและต้องจองล่วงหน้าเหมือนเดิม ไม่ได้มีผลกระทบอะไร เหมือนเดิมทุกอย่าง ถ้าไม่มีคนเข้าเจนี่ก็คงเครียด ณ ขณะนี้เราให้ทนายเป็นคนดูแล ไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้ เจนี่เป็นเด็กด้วย เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าอะไรๆ มันจะเลยเถิดไป"             "มั่นใจในหลักฐานที่ตัวเองมีค่ะ ตอนนี้รวบรวมให้ทางทนายเป็นฝ่ายเตรียมดีกว่า กับพี่บุ๋มไม่ได้เจอค่ะ แต่เจนี่ก็เข้ายิมเกือบทุกวัน แต่ไม่ได้มีการติดต่อพูดคุยกัน ถ้าเจอหน้ากันเจนี่ก็สวัสดี ความสัมพันธ์ตอนแรกตัวเจนี่กับพี่บุ๋ม อย่างที่บอกว่าเจนี่มาทีหลัง ไม่ได้ร่วมกันมาก่อน เจนี่เพิ่งมาทีหลัง แต่เดี๋ยวพูดก็จะย้อนกลับไปเรื่องเดิมอีก ขอพูดแต่นี้ดีกว่า"             "ล่าสุดไปเที่ยวนอร์เวย์มาก็สนุกดีค่ะ ถือโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน ไปไอซ์แลนด์กัน คุณกึ้งก็ไปด้วย ในไอจีเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยลงรูปคู่กันก็อยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า มีคนมาทวงรูปในไอจีบ้าง แต่ก็โตแล้ว คนก็อยากจะเห็นผลงานมากกว่า ช่วงนี้เจนี่ถ่ายละคร อยากจะให้โฟกัสไปที่เรื่องงานมากกว่า สำหรับบางคนที่อยากเห็นภาพคู่ให้ชื่นใจ แล้วถ้าคนที่เค้าไม่ชื่นใจล่ะ เราต้องคิดถึงจุดนั้นด้วย อะไรที่เป็นเรื่องของคนสองคนก็อยากให้เป็นเรื่องส่วนตัวดีกว่า ช่วงนี้ก็เจอกันปกติค่ะ" เจนี่ กล่าว      เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ   บุ๋ม ปนัดดา  

ล้ำอะไรเบอร์นี้! แท่งไฟ EXO เปลี่ยนสีออโต้ตามแสงบนเวทีคอนเสิร์ต!!
EXO /  EXO Official Light Stick Ver. 2.0 / 

นวัตกรรมการเชียร์ของกลุ่มแฟนคลับเกาหลีมีอะไรมาให้ทึ่งตลอด! ล่าสุด SM Entertainment ผุดไอเดีย 'แท่งไฟอัจฉริยะ' เชื่อมบลูทูธ กระพริบและเปลี่ยนสีอัตโนมัติตามแสงบนเวทีคอนเสิร์ตของบอยแบนด์ EXO ลืมแท่งไฟแบบเก่าๆ ที่มีเพียงไม่กี่สีและต้องควบคุมการเปิด-ปิดด้วยปุ่มกดไปได้เลย!! เพราะแท่งไฟแบบล่าสุดของหนุ่มๆ บอยแบนด์ K-POP วง EXO ที่มีชื่อรุ่นว่า EXO Official Light Stick Ver. 2.0 มาพร้อมกับความล้ำ! เมื่อได้มาแล้วเพียงผู้ใช้สแกนบัตรคอนเสิร์ตและเชื่อมโยงผ่านระบบบลูทูธกับสมาร์ทโฟน แค่นั้นแท่งไฟก็จะกระพริบและเปลี่ยนสีได้โดยอัตโนมัติไปพร้อมๆ กับแสงบนเวทีคอนเสิร์ต EXO PLANET #3 - The EXO’rDIUM ก่อนการแสดงคอนเสิร์ต เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน เลยมีคลิปวิดีโอที่ แบคฮยอน หนึ่งในสมาชิกของวง EXO มาสาธิตการใช้แท่งไฟให้ได้ดูกันล่วงหน้า ความล้ำที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความสวยงามสุดฮือฮา เมื่อฮอลล์คอนเสิร์ต EXO PLANET #3 - The EXO’rDIUM ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เปลี่ยนสีและกระพริบแสงโดยพร้อมเพรียงกัน 160723 EXO'RDIUM 클럽타임 2 youtube channel : 김도즈 170723 EXOrDIUM 엑소디움 클럽타임 youtube channel : 이니누나 เว่อร์วังอลังการขนาดนี้ แฟนคลับเตรียมเงินได้เลยค่ะ! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ช้อป ชิม ชิล!
ตลาดนัดกลางคืน /  ตลาดนัดกลางคืนในกรุงเทพ / 

บริเวณปากเกร็ด เมืองทอง แจ้งวัฒนะ ถือเป็นอีกแหล่งที่รวมของเด็ด ร้านอร่อย แหล่งช้อปปิ้ง มากที่สุดย่านหนึ่ง ยิ่งในเมืองทองนั้นไม่ต้องพูดถึง ทำเอาหลายคนน้ำหนักขึ้นกันพรวด! และตอนนี้ก็ได้มี ตลาดนัดกลางคืน เปิดใหม่! ที่รวบรวมทั้ง อาหาร ร้านค้า และนั่งชิลกันตอนเย็นๆ อีกด้วย ช้อป ชิม ชิล! "ตลาดนัดมะลิ" ตลาดนัดกลางคืน ใหญ่ที่สุดในเมืองทองธานี "ตลาดนัดมะลิ" เป็นตลาดนัดกลางคืน ใหญ่ที่สุดในเมืองทองธานี (พื้นที่กว่า 50 ไร่) เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง แน่นอนว่าอลังการงานสร้างขนาดนี้ ก็ต้องเต็มไปด้วย ร้านอาหาร ร้านขนมหลากหลายสไตล์ ฟู้ดทรัค, โซนพลาซ่า แหล่งช้อปปิ้ง เสื้อผ้าแฟชั่น ร้านอาหาร , ฟู้ดทรัค  โซนพลาซ่า แหล่งช้อปปิ้ง เสื้อผ้าแฟชั่น รวมถึงมอบความบันเทิงให้ลูกค้า มีลานกิจกรรม มอบความบันเทิงกันอีกด้วย เช่น สำหรับแฟนบอล พร้อมจอขนาดยักษ์ให้นัดชมฟุตบอลถ่ายทอดสด, มีวงดนตรีและการแสดง เป็นต้น ตามสโลแกนเขาเลย "ช้อป ชิม ชิล" จ้า .. วงดนตรี นอกจากนี้ ทุกวันอังคาร ก็จะมี คาราวานสินค้าวินเทจ ขบวนรถเปิดท้าย ของเก่า ของหายาก ของใช้ ของตกแต่ง และอื่นๆ อีกมากมายเอาใช้นักช้อปหัวใจคาลสสิค แผนที่ ตลาดนัดมะลิ เลียบด่วนเมืองทอง ที่อยู่ : ตั้งอยู่ภายในซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 (จากฝั่งถ.ติวานนท์ เข้าซอยข้างร้าน AC กุ้งย่าง) อยู่บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี ติดกับคอนโด Double Lake และสนามซ้อมฟุตบอลสโมสร SCG เมืองทอง ยูไนเต็ด เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เปิดทุกวัน เวลา 17.00-24.00 น. เบอร์โทรศัพท์ . 063-269-7462 Facebook : ตลาดนัดมะลิ เลียบด่วนเมืองทอง

เซีย จุนซู เสิร์ฟความประทับใจทุกรสชาติ ในคอนเสิร์ต XIGNATURE
JYJ /  Kim Junsu / 

เซีย จุนซู ระเบิด ความเร่าร้อน น่ารัก ประทับใจ และเรียกเสียงฮา! ในคอนเสิร์ตสุดร้อนแรงแห่งปี 2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT IN BANGKOK ‘XIGNATURE’ จบลงไปแล้วด้วยความประทับใจ สำหรับคอนเสิร์ต 2016 เซีย ฟิฟธ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน แบงคอก ซิกเนเจอร์ (2016 XIA 5th ASIA TOUR CONCERT IN BANGKOK ‘XIGNATURE’) ซึ่งจัดขึ้น ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา เรียกได้ว่าคุ้มสุดคุ้ม ฟินแล้วฟินอีก เพราะหนุ่ม เซีย จุนซู จัดหนัก จัดเต็ม จัดให้ครบทุกรสชาติจนแฟนคลับกรี๊ดกันแทบลืมหายใจ โดยคอนเสิร์ตเปิดฉากด้วยภาพ VTR บรรยากาศการทำงานในอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 4 XIGNATURE ก่อน เซีย จุนซู จะปรากฏกายบนแท่นไฮโดรลิคกลางเวทีราวกับเทพบุตรที่มาเพื่อหยุดทุกลมหายใจกับเพลงแรก F.L.P (Feels Like Paradise) การเปิดตัวอันแสนเร่าร้อนที่ปลุกให้ทุกคนลุกขึ้นจากที่นั่งโดยไม่รู้ตัว ทั้งท่วงทำนองเพลงและลีลาท่าเต้นแสนเซ็กซี่ช่วยเร่งดีกรีความสนุกให้ทะยานถึงขีดสุด ก่อนพาแฟนคลับกลับมาแดนซ์แค่พอให้หัวใจเต้นในเพลง Break My Heart จุนซู เดินออกมาหน้าเวทีก่อนจะทักทายเป็นภาษาไทยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบปนเซ็กซี่ “สวัสดีครับ เซียครับ ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่ เซีย ฟิฟธ เอเชีย ทัวร์ คอนเสิร์ต อิน แบงคอก ซิกเนเจอร์ ดีใจที่ได้เจอทุกคน สบายดีมั้ยครับ?” มาไทยคราวนี้ จุนซู ก็บอกว่ารู้สึกตกใจ เมื่อพบว่าแฟนคลับชาวไทยกว่าครึ่งในคอนเสิร์ตฟังภาษาเกาหลีของเขาออก สามารถโต้ตอบได้อย่างฉะฉาน ทักทายกันพอให้หายคิดถึงก็มากรี๊ดกันอีกระลอกกับเพลง Xitizen ที่เสื้อตัวนอกเริ่มปลิวไหวและท่าโยกบั้นท้ายค่อยๆ ร้อนแรงขึ้น แล้วตามติดมาด้วยเพลง Fantasy “สนุกมั้ยครับ?” จุนซู ตะโกนถาม ก่อนให้สัญญาว่าเจอกันคราวหน้าผมต้องพูดภาษาไทยให้ได้ เมื่อแดนซ์กระจายจนเอวเคล็ดไปแล้วก็มีการเปลี่ยนอารมณ์มาฟังเพลงบัลลาดกันบ้าง เริ่มด้วย Don’t forget เพลงเศร้าจากคนรักเก่าที่ขอร้องว่าอย่าลืมฉันเลย จากนั้นคั่นด้วยภาพ VTR ร่ายยาวประวัติศาสตร์การทำงานกว่าจะมาเป็น เซีย จุนซู ในวันนี้ ผ่านบทเพลงแร๊พ หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ จุนซู ก็ออกมาในชุดใหม่กับเพลง This Love Shouldn’t Go Away เท่านั้นยังไม่หนำใจ ชายหนุ่มเสื้อขาวกับกางเกงยีนขาดวิ่นเลยขอพาทุกท่านด่ำดิ่งสู่ความเศร้ากันต่อในเพลง Still จากนั้นในช่วงทอล์ค จุนซู บอกว่าเสียง “คะ/ค่า” คำลงท้ายประโยคของสาวไทยดังก้องอยู่ในหัวของผม เหล่าแฟนคลับจึงพร้อมใจกันเรียก “จุนซูคะ จุนซูค่า รักนะคะ” เสียงลั่น ทำเอา จุนซู แอบเขินแต่ไม่ยอมแพ้ตอบกลับเป็นภาษาไทยมาบ้าง “ผมรักคุณ รักนะจุ๊บๆ” ถัดมาเป็นช่วง Genie Time ขอพร 3 ข้อ โดย จุนซู จะเป็นคนคัดเลือกแฟนคลับผู้โชคดีเอง คนแรกให้พูดภาษาไทย 3 ประโยค ได้แก่ “ผมนี่อยากกินมะพร้าวเลยครับ”, “จุนซูน่ารักที่สุดใน 3 โลก” และ “รักนะจุ๊บๆ” แล้วต่อด้วยขอให้ร้องเพลงช้าง(ที่ แจจุง พี่ชายร่วมวง JYJ ชื่นชอบ) รวมทั้งขอให้ร้องเพลงที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ตนี้ ซึ่งตอนแรก จุนซู จะร้องแค่สั้นๆ แต่พอร้องไปร้องมา ไหงจัดเพลง Yesterday มาซะเกือบจบเพลง! เคลิบเคลิ้มกับน้ำเสียงไพเราะไปแล้วก็มาแซวเรื่องอายุ 30 ยังแจ๋วของ เซีย จุนซู ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าผู้ชายอายุ 30 นี่กำลังน่ากินเชียวล่ะ!! ต่อกันที่ผู้โชคดีคนที่สองซึ่งขอให้พูดประโยค “นี่ตื่นได้แล้ว เช้าแล้ว” เวอร์ชั่นน่ารักกับเวอร์ชั่นเซ็กซี่ ซึ่ง จุนซู ก็จัดให้! แล้วมาพีคสุดๆ ตรงพรข้อสุดท้าย ที่ขอให้ จุนซู ช่วยเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาไทยด้วย 'บั้นท้าย' ช็อตนี้ทำเอาสาวๆ กรี๊ดหนักมากจนต้องร้องขอชีวิตกันทีเดียว! ฟังเพลงเพราะๆ จาก เซีย จุนซู กันต่อ ด้วยเพลงรักหวานใส Is You ที่ใครได้ฟังเป็นต้องใจละลาย แถมแฟนคลับยังตั้งใจทำเซอร์ไพร์สด้วยโปรเจ็ค Is Xia ก่อนปรับโหมดเข้าสู่เพลงเศร้า No one like you ท่ามกลางแสงไฟบนเวทีสุดงดงาม ก่อนจะพักให้ จุนซู ไปเปลี่ยนชุดด้วย Light Show การแสดงแสงสีสุดล้ำ แล้วกลับมาทำให้สาวๆ ลุ่มหลงด้วยเพลงหวานๆ Pretty จากนั้นไปกระโดดแบบไม่ต้องหยุดกับสองเพลงสุดมัน Magic Carpet และ Incredible ก่อนจะปล่อยให้แดนเซอร์ปล่อยทีเด็ดให้ จุนซู ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้งก่อนกลับมาพร้อมชุดใหม่และโชว์สุดอลังการในเพลง Tonight แล้วทันใดนั้นราชินีแห่งดินแดนอาหรับจากเพลง Tarantallegra ก็ปรากฏกายเรียกเสียงกรี๊ดจากทั้งชายหญิงได้ถล่มทลายลั่นธันเดอร์โดม เข้าสู่ช่วงไฮไลท์ด้วยเพลงไตเติ้ล Rock the World วินาทีนั้นทุกคนกระโดดขึ้นเต้นตาม จุนซู กันทั้งคอนเสิร์ต เปลี่ยนธันเดอร์โดมเป็นทะเลเพลิงสีแดงอันสวยงาม จบเพลงพระเอกของงานกลับเข้าหลังเวทีปล่อยให้แฟนคลับร้องขออังกอร์กันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเพลงที่ทุกคนรอคอย How can I love you เพลงประกอบซีรี่ส์สุดฮิต Descendants Of The Sun ก็มาถึง ซึ่งแฟนคลับก็พร้อมใจบอกรักกันสนั่นโดมกับป้ายโปรเจ็ค 'ทุกวัน ทุกวัน ฉันรักเธอมากกว่าเดิม' ทำเอาบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก มาถึงช่วงท้าย เซีย จุนซู อยากส่งแฟนคลับสาวๆ กลับบ้านไวๆ เพราะไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง ถึงขั้นขู่แบบน่ารักๆว่า “กลับบ้านดึกระวังลุงที่น่ากลัวนะ!” แม้จะอยากเล่นคอนเสิร์ตแบบจัดเต็ม 12 ชั่วโมงใจแทบขาด แต่ก็ต้องจากกันอยู่ดี เพลง Flower บทเพลงที่ปลดปล่อยความเศร้าในหัวใจจึงดังกระหึ่มขึ้นเพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำสุดท้ายให้งดงามที่สุด... งานนี้ เซีย จุนซู สัญญาว่าจะจดจำรอยยิ้มของทุกคนในวันนี้ไว้ และหวังว่าจะได้กลับมาเห็นรอยยิ้มเหล่านี้อีก จบคอนเสิร์ตหลังจากที่เสิร์ฟเกือบ 20 เพลงเต็มอิ่ม สุดประทับใจอย่างแท้จริง!! ภาพจาก CJes entertainment, via chosun, MBN มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สายย่อ ! แดนซ์ยับ ! แก๊งมหาลัยเที่ยงคืน...ถึงดึกดื่นก็พร้อมเต้น !
กฤษดา คณิวิชาภรณ์ /  คณิน กุลสุมิตราวงศ์ / 

สายย่อ ! แดนซ์ยับ ! แก๊งมหาลัยเที่ยงคืน...ถึงดึกดื่นก็พร้อมเต้น ! ถือเป็นภาพยนตร์นักศึกษาฮาเฮี้ยนตัวจริง เพราะนอกจากจะส่งความสนุกหรรษาฮาแนวผี ๆ แล้ว ภาพยนตร์ มหาลัยเที่ยงคืน โดยบริษัท M๓๙ ยังเอาใจวัยปาร์ตี้ด้วยซีนแดนซ์สายย่อระหว่าง 2 แก๊งค์ นำโดย มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า ที่หอบเพื่อนซี้ โทนี่ อิรา รากแก่น และ เบลเยี่ยม ภาวินี บูรณาชีวาวิไล มาปะทะกับก๊วน 3 ปู่ ที่มี ดีเจอาร์ต มารุต ชื่นชมบูรณ์, หมวดแวน ร.ต.ท. กรวิก จันทร์แด่น (วงดับเบิ้ลแท๊ป) และอิคิว ปองสิชฌ์ พิศิษฐการ ซีนนี้ อ๊อฟ มณฑล อารยางกูร โปรดิวเซอร์ และ 3 ผู้กำกับฯ คีต กฤษดา คณิวิชาภรณ์, หมู ปิยะบุตร อธิสุข และหนึ่ง คณิน กุลสุมิตราวงศ์ ได้เซ็ทฉากขึ้นมาเป็นงานปาร์ตี้ของเหล่า 3 ปู่ หมู-หมึก-กุ้ง แก๊งค์เจ้าพ่อสายตื้ดที่นิยมดื่มแดนซ์จนเรียนไม่จบ สตาร์ (มาร์กี้) ที่กำลังหาเพื่อนมานั่งเรียนในห้องศูนย์การศึกษาคลาสเที่ยงคืน เลยได้โอกาสขอให้ทั้งสามมาเรียนกับตัวเอง แต่ 3 ปู่มีข้อแม้ว่าถ้าจะให้ไปเรียนก็ต้องยอมมาร่วมปาร์ตี้ครั้งนี้ด้วยกัน สตาร์ จึงพา โอตาคุ (โทนี่) และอ้วนพาย (เบลเยี่ยม) มาเป็นเพื่อนเพื่อมาทวงสัญญาที่ 3 ปู่เคยให้ไว้ โดยฉากนี้ได้ไปถ่ายทำกันที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เริ่มจาก 3 ปู่ อาร์ต-แวน-อิคิว เต้นเปิดซีนด้วยเพลง จุดสุดยอด ที่ได้นักแสดงสมทบมาร่วมสร้างบรรยากาศอีกกว่า 30 ชีวิต ด้วยสเต็ปตื้ด ๆ มันส์ ๆ สไตล์ EDM โดยให้คิว มาร์กี้-โทนี่-เบลเยี่ยม เข้ามาร่วมซีน จากนั้นแก๊งค์อาร์ตจึงได้ท้าแก๊งค์มาร์กี้ให้มาแบทเทิลกัน ซึ่งผู้กำกับฯ ให้ มาร์กี้-โทนี่-เบลเยี่ยม คิดท่ามาสู้กันแบบสด ๆ ทั้ง 3 คนหันไปซุบซิบกันพักหนึ่ง แล้วหันกลับมาบอกผู้กำกับว่า พร้อม !!! เมื่อเริ่มเพลง มาร์กี้-โทนี่-เบลเยี่ยม จึงจัดท่าเช่นนี้และอีกหลายท่าจนทีมงานและผู้กำกับพากันฮา ที่ทั้งสามงัดท่าไม้ตายที่คาดไม่ถึงออกมาสู้ ซึ่งสาวมาร์กี้บอกกับเราว่า... “โอ้โห ! พอบอกว่าสดนะ อยากเต้นท่าไหนเอาเลย เรา 3 คนนี่รีบสุมหัวเลยค่ะ บอกเลยว่า บ้าบอมาก (หัวเราะ) คือจัดเต็มตามสไตล์เราเลย คือผู้กำกับบอกเองว่าไม่ได้เน้นว่าจะต้องสวยมาก ก็เอาเลย ท่านี้นะ อะท่านี้นะ สรุปว่าพี่อ๊อฟ โปรดิวซ์ กะผู้กำกับฯ เห็นปุ๊บนี่ฮากลิ้งเลย บอกว่าหนูเป็นคนสวยนะ แต่พอเต้นเท่านั้นแหละต้องอุทานว่า ห๊า !!!! นี่มันผู้หญิงเต้นใช่ไหม (หัวเราะ) คือสงสารพี่โทนี่ กะเบลเยี่ยมมาก ที่ต้องเต้นตามเรา แต่เค้าก็ดูสนุกดีนะคะ ตอนสุมหัวกันก็เออ ๆ ๆ เอา ๆ เห็นดีเห็นงาม (หัวเราะ) ชอบมากค่ะซีนนี้ รู้สึก เหมือนได้มาออกกำลังกาย" ท่าเต้นในฉากนี้จะเด็ดขนาดไหน และการแบทเทิลครั้งนี้ มาร์กี้-โทนี่-เบลเยี่ยม จะสามารถพาแก๊งค์ 3 ปู่ ไปร่วมเรียนในคลาสเที่ยงคืนได้หรือไม่ !?!! ติดตามชมพร้อมกันใน มหาลัยเที่ยงคืน 28 กรกฎาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์