ดูดวงตามราศี

ส่อง รายได้หนัง ในไทยวันที่ 23 - 29 ต.ค. ใครรอดใครร่วง มาดูกัน!
box office /  Doraemon The Movie / 

กลับมาตามนัดอีกเช่นเคย กับการรายงานตาราง รายได้หนัง ว่าในไทยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครมาแรงใครร่วงดังอนาถกันบ้าง และในวันที่ 23 - ต.ค. ที่ผ่านมานี้ การกลับมาของ คีอานู รีฟส์ ก็ส่งผลให้เกิดการผันผวนเขย่าเก้าอี้ในหลายๆตำแหน่งเลยทีเดียว หนังเรื่องไหนจะรอด เรื่องไหนจะร่วงบ้าง มาดูกัน การทวงบัลลังก์ของแอ็คชั่นสตาร์ คีอานู รีฟส์ ที่มากับ John Wick ครั้งนี้ นับได้แทบจะดับเครื่องชนแบบแรงสุดๆ สะเทือนตารางรายได้หนัง เพราะเพียงสัปดาห์เดียวก็เก็บรายได้ขึ้นแชมป์ไปเรียบร้อย เบียด Dracula Untold แชมป์เก่าร่วงลงมาอันดับ 2 ทันที แต่ผีดูดเลือดตนนี้ ก็ดู่าจะยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ เพราะยังแรงแซงขบวนรถถังแห่ง Fury และขบวนการทวงเมียสุดเข้มข้นแห่ง Gone Girl มาแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว ด้านหนังไทย O.T. ผี Overtime ก็พาแผนหลอกผีฉบับหักมุมเข้าตารางตามมาติดๆ และทำท่าจะโกยรายได้งามๆ ต่อไป ในส่วนของ Doraemon The Movie ก็เจียมเนื้อเจียมตัวเก็บไปเพียงเบาๆ แต่นั่นก็ยังทิ้งให้โรแมนติกหวานแหววของ The Best of Me กับ Love, Rosie นั่งเหงาๆ ต่อไป ตามมาติดๆ ด้วย วัยเป้งง นักเลงขาสั้น ที่ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะแผ่วปลาย แต่รายได้รวมก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ ปิดท้ายด้วย Saint Seiya: Legend of Sanctuary กับพลังคอสโม่ขัดลำกล้อง นอนสงบเงียบอยู่ท้ายตารางต่อไป สัปดาห์หน้าต้อนรับฮาโลวีนด้วยการมาถึงของ The Eyes Diary คนเห็นผี และ The Couple รัก ลวง หลอน ที่เข้าโรงจ๊ะเอ๋กันพอดี มาดูกันคุณผีดูดเลือด หรือแผนหลอกผีพนักงานออฟฟิศ จะเกาะกลุ่มวันปล่อยผี ไปรอดได้อีกเฮือกหนึ่งหรือไม่  ต้องรอติดตามกัน ที่มา: Bioscope --------------------------

ผู้หญิงวัยทอง ระวัง! ภาวะกระดูกจาง
กระดูก /  กระดูกจาง / 

ก่อนอื่นต้องขอใช้คำว่า “ภาวะกระดูกจาง” จะดีกว่าเพราะทำให้ผู้ฟังดูเบาใจขึ้น คนส่วนมากจะชอบใช้คำว่ากระดูกพรุนกระดูกผุซึ่งในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือ ในตัวกระดูกไม่ได้ผุเพียงแต่มีแคลเซี่ยมในเนื้อกระดูกจางลง โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน รังไข่เริ่มทำงานน้อยลงระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนก็จะออกมาน้อย แต่ถ้าอยู่ในวัยสาวฮอร์โมนเพศหญิงนี้จะทำหน้าที่ผดุลแคลเซี่ยมในกระดูกแล้วก็ช่วยดูดซึมแคลเซี่ยมจากระบบทางเดินอาหารกลับเข้าไปเสริม ซึ่งจะทำหน้ำที่ 2 ทาง คือ ผดุลแคลเซี่ยมไว้ในกระดูกตามที่มีอยู่เดิม และแถมยังไปเรียกเอาแคลเซี่ยมจากอาหารที่รับประทานกลับเข้าสู่กระดูกมากขึ้น เมื่อฮอร์โมนน้อยลงไปตามวัย ผลงานเหล่านี้ก็จะน้อยลงไปด้วย ฉะนั้นกระดูกที่มีแคลเซี่ยมน้อยลงก็มีผลทำให้ความหนาแน่นหรือเนื้อกระดูกมีปริมาณลดต่ำลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนและปัจจัยเสี่ยงต่ำงๆ ความหนาแน่นของกระดูกสามารถวัดได้เป็นค่า BMD (bone mass density) ซึ่งมีวิธีการวัดได้หลายวิธี สำหรับผู้สูงอำยุที่วัดค่ำ BMD ได้ต่ำกว่ำปกติคืออยู่ ระหว่ำง 1.0+2.5 SD (ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ของค่าเฉลี่ยในคนหนุ่มสาว ถือว่าคนคนนั้นมีเนื้อกระดูกจางลง แต่ถ้ำวัดต่ำลงไปอีกกว่ำ 2.5 SD ของค่ำปกติ ก็ถือว่าคนคนนั้นอยู่ใน ภาวะกระดูกจาง ซึ่งมีผลทำให้ปวดในกระดูกหรือกระดูกหักง่าย โดยทั่วไปจะพบในหญิงมากกว่าชาย เพราะกระดูกผู้ชายจะสะสมแคลเซี่ยมได้ดีกว่า แคลเซี่ยมในกระดูกมีประโยชน์อย่างไร การป้องกัน ภาวะกระดูกจาง ควรเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าเริ่มตั้งแต่วัยทองจะสายไปไหม? มีประโยชน์ คือ ช่วยให้กระดูกมีความหนาแน่นขึ้น และรับแรงต้านทานได้ดี กระดูกก็จะคงทน โดยปกติ เนื้อในกระดูกจะมีแคลเซี่ยมเหมือนเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดความหนาอยู่แล้ว ในธรรมชาติของกระดูกนั้นจะมีการละลายเกิดขึ้นแล้วก็พอกใหม่มาแทนที่เพื่อให้เกิดความสมดุล แต่ถ้าการพอกน้อยกว่ำการละลายจะทำให้เกิดความสมดุลในทางลบ ฉะนั้นต้องหาทางแก้ไขคือกระตุ้นด้วยการสะสม(พอก) ให้มีความหนาแน่นขึ้นโดยการออกกำลังกำยอย่างสม่ำเสมอ สำหรับการป้องกันกระดูกจางควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก อันนี้ในคนปกติแล้วสามารถสะสมความหนาแน่นของเนื้อกระดูกให้มีจุดสูงสุดได้ตั้งแต่วันเด็กจนถึงอายุประมาณ 20 ปี โดยพยายามสะสมแคลเซี่ยมในร่างกายให้มากๆตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวคือรับประทานอาหารที่อุดมด้วยแคลเซี่ยมตามปกติธรรมชาติให้เป็นต้นทุน เหมือนฝากเงินออมไว้ในแบ็งค์เยอะๆไว้ หลังจากนั้นเริ่มปรับตัวในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้แรงกระทำให้ร่างกายได้ทำงาน เคลื่อนไหวมากๆคือการออกกำลังกายที่มีแรงกระทำหรือกระทุ้งกระดูก เช่น การวิ่ง การเดินเร็วกระดูกจะเรียนรู้ ว่าเจ้าของต้องการให้กระดูกพอกแคลเซี่ยมมากขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานขณะที่เราออกกำลัง แต่วันวันหนึ่งถ้าเรานั่งๆ นอนๆ หรือใช้เครื่องอำนวยความสะดวก โดยไม่ใช้แรงกายเลย กดแต่รีโมทคอลโทรล กระดูกก็จะเรียนรู้ เช่นกันว่าเราต้องการใช้งานน้อย กระดูกก็จะไม่พอกแคลเซี่ยมมากนัก เมื่ออายุมากขึ้นปล่อยให้ร่างกายละลายแคลเซี่ยมโดยไม่ป้องกันก็จะกลับมายาก เพราะเราไม่ได้ออกกำลังกำย หรือดึงเอาไว้จะทำให้กระดูกจางไวกว่าคนธรรมดา ดังที่เราเคยสังเกตเห็นคนสูงอายุที่มีกระดูกสั้นหรือทรุด จะมีตัวเตี้ยลง มีผลทำให้บางคนมีอาการเจ็บได้ การกินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงตามธรรมชาติจะดีที่สุด อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงก็คือ ปลาตัวจิ๋วๆ ที่สามารถรับประทำนได้ทั้งตัว หรือนมพร่องไขมัน (low fat) หรือน้ำต้นซุบกระดูก นมถั่วเหลือง น้ำเต้ำหู้ หรือน้ำต้มซุปกระดูกเหล่านี้สัปดำห์ละอย่ำงน้อย 3 มื้อ ก็จะชะลอ ภาวะกระดูกจาง ได้ สำหรับผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยทองก็ไม่ต้องไปวิตกกังวลกับโรคกระดูกจำงหรือคำชี้ชวนให้ซื้ออาหารเสริมใดๆ ต่อไป ขอให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำดังกล่าว  อ้อ! ขอแถมอีกนิดครับ... การออกก กำลังกายของผู้สูงอายุที่เหมาะสมพอดี เช่น การวิ่งจ๊อกกิ้ง เพราะมีแรงกระแทกเบาๆ จะวิ่งเร็ว จะวิ่งช้ำแล้วแต่ความชอบ ถ้าไม่ไหวก็ลองเดินเร็วดูก็ได้ หรือทำกิจกรรมการออกกำลังกายที่มีความถนัดและชอบ การออกกำลังกำยนี้ขอแนะนำว่าให้ออกกำลังกายตอนที่มีแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยให้ได้รับวิตำมิน D มากขึ้น เพราะจะช่วยในการดูดซึมแคลเซี่ยมเข้าสู่ร่างกายในช่วงแดดอ่อนๆ ตอนรุ่งเช้าถึง 9 โมง จะเป็นช่วงที่ดีมากหรือหลังบ่าย 4 โมงเย็น ขอให้ใช้ชีวิตตามปกติอย่างมีความสุขนะครับ ขอบคุณที่มาจาก : เว็บไซต์วิทยาลัยวิทยศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล

นางสาวไทย 2557 มาแล้วโฉมหน้า 24 คนสุดท้าย งดงามคู่แผ่นดิน
นางงาม /  นางสาวไทย / 

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้ายการประกวด นางสาวไทย ประจำปี 2557 พร้อมเผยแบบมงกุฎและของรางวัลจากผู้สนับสนุน โดย การประกวด นางสาวไทย ประจำปี พ.ศ.2557 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “8 ทศวรรษแห่งตำนาน ความงดงามคู่แผ่นดิน” (INFINITY OF BEAUTY) เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งตำนานการค้นหาหญิงสาวที่สวยที่สุดในประเทศไทย การคัดเลือกรอบแรกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกสาวงามเหลือ 80 คน และ 40 คนตามลำดับ โดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาและบุคลิกภาพเป็นหลัก จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม คณะกรรมการได้คัดเลือกสาวงามอีกครั้งเพื่อเฟ้นหาผู้มีคุณสมบัติดีเด่นให้ผ่านเข้าสู่รอบ 24 คนสุดท้าย โดยเน้นการพิจารณาด้านปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม รวมถึงศักยภาพและความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ของผู้เข้าประกวด และนี่คือโฉมหน้า สาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 24 คนสุดท้าย นางสาวไทย ประจำปี 2557  ดังต่อไปนี้ MT1 นางสาวเกษราวดี เกิดด้วง MT2 นางสาวภัคสุภัสส์ เพชราวิวรรธน์ MT3 นางสาวชลิดา กล่ำปาน MT4 นางสาวณภัสนันท์ สุขสวัสดิ์ MT5 นางสาวชุติมา สารศิลป์ MT6 นางสาวสุกัญญา พันธ์จำปี MT7 นางสาวพัชรวรรณ หุตะเศรณี MT8 นางสาวปรียานารถ ลายคราม MT9 นางสาวชนิดาภา จงปติยัตต์ MT10 นางสาวนคนันทินี วงค์จิตต์ MT11 นางสาวอาทิมา เนตรทิพย์ MT12 นางสาว ฝนทิพยป์ กลิ่นภักดี MT13 นางสาวสุจรรย์จิรา เข็มทรัพย์ MT14 นางสาวพิมพ์ชนก จิตชู MT15 นางสาวแพรวโพยม ลักษิตานนท์ MT16 นางสาวรินทร์ลภัส วีระชัยวงศ์ MT17 นางสาวอุรชาภัทร เดชาเบญจานนท์ MT18 ร้อยตรีหญิงกัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล MT20 นางสาววิสุมิตรา ประยูรพันธ์ MT21 นางสาวคเณพร อินต๊ะมูล MT22 นางสาวฬิษา สุวรรณเกษการ MT23 นางสาววิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ MT24 นางสาวพุทธพร ทองพุ่ม ปิดท้ายด้วยภาพมงกุฎ นางสาวไทย 2557 รวมภาพบรรดา 24 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ นางสาวไทย 2557 รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

ดูดวง ราศีใดในช่วงนี้จะมีแต่คำว่า รวย รวย รวย
ดวงจะรวย /  ดูดวง / 

รวย รวย รวย ใครก็อยากจะ รวย แต่ถ้าพูดถึงโอกาสที่ในช่วงนี้ราศีใดมีความเป็นไปได้มากที่สุด ราศีนั้นคือ…..! Horoscope.Mthai.com นำคำทำนายมาฝากกันละครับ ไปอ่านดูกันได้ ราศีกันย์ ( 17 ก.ย. – 16 ต.ค.)  ราศีที่ในช่วงนี้จะมีแต่คำว่า รวย รวย รวย เพราะ ราศีกันย์ มีดาวชุมนุมอยู่ในเรือนการเงิน มีตำแหน่งที่โดดเด่นเป็นสง่า จึงทำให้ในช่วงนี้ชาว ราศีกันย์ จะมีโชคลาภ ได้เงินแยะ ได้เงินมาก ได้เงินหลายทาง ทั้งหมดนั้นอาจมาจากความตั้งใจในการทำงาน ทำงานดี จึงส่งผลให้ได้โบนัสดี เหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ประมาน 1 เดือนครึ่ง เริ่มตั้งแต่  1 ต.ค. 57 เป็นต้นไป นับเป็นปรากกฎการณ์ที่ รวย รวย รวย รวยจนฉุดไม่อยู่ ของชาว ราศีกันย์ ครับ

ครม.อนุมัติแต่งตั้งผู้ว่า18 จ. โค้ชหรั่ง-ชาญวิทย์ นั่งผู้ตรวจราชการ
ครม. /  ชาญวิทย์ ผลชีวิน / 

คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเห็นชอบแต่งตั้งผู้ว่าราชการ 18 จังหวัด สุวณา สุวรรณจูฑะ เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขณะที่ โค้ชหรั่ง-ชาญวิทย์ ผลชีวิน นั่งผู้ตรวจราชการกระทรวง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า วันนี้ (28 ต.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้ ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ ดังนี้ 1.นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ 2.นายวงศศิริ พรหมชนะ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร 3.นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด 4.นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม 5.นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ 6.นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี 7.นายประยูร รัตนเสนีย์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา 8.นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ 9.นายศักดิ์ สมบุญโต ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ 10.นายชยาวุธ จันทร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม 11.นายสามารถ วราดิศัย ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา 12.นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง 13.นายณรงค์ อ่อนสอาด ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 14.นายปัญญา งานเลิศ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม 15.นายปิติ แก้วสลับสี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย 16.นายสุชาติ นพวรรณ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย 17.นายสุทธินันท์ บุญมี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ 18.นายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย 1.นายธานี ธัญญาโภชน์ 2.นายยุทธนา วิริยะกิตติ 3.นายวรวิทย์ สายสุพัฒน์ผล 4.นายอำนวย ตั้งเจริญชัย ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงยุติธรรม จำนวน 3 ราย 1.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 2.นายวีระยุทธ สุขเจริญ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 3.นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวน 3 ราย ดังนี้ 1.นายนเร เหล่าวิชยา ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 2.นายภาษิต พุ่มชูศรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 3.นายชาญวิทย์ ผลชีวิน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ครม.มีมติแต่งตั้งให้นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ MThai News

สัมภาษณ์พิเศษ ทีมพัฒนา FINAL BULLET เกมส์ซูตติ้ง FPS 6 ดาว
Clickalot /  Final Bullet / 

เว็บไซต์ MThai Game (game.mthai.com) ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับทีมผู้พัฒนาเกมส์ FINAL BULLET (fnb.in.th) จาก GPlusgames ผู้พัฒนาเกมส์จากเกาหลี ประกอบไปด้วย คุณ JR ตำแหน่ง Project Manager และ Young Kwon เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ / หัวหน้าทีมงาน เปิดเผยเบื้องหลังการพัฒนาเกมส์และความตั้งใจพัฒนาให้กลายเป็นเกมส์ FPS ระดับต้นๆของโลก JR ตำแหน่ง Project Manager เกมส์ FINAL BULLET เริ่มต้นพัฒนาเกมส์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2012 ช่วงนั้นมีทีมงานผู้ก่อตั้งเพียง 5-6 คน และทีมงานทั้งหมดล้วนเป็นทีมงานคนสำคัญจากบริษัทพัฒนาเกมส์ซูตติ้งในเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ BlackFire, Sudden Attack หรือ Point Blank และช่วงที่พัฒนาเกมส์ซูตติ้งตัวใหม่นั้น มีความตั้งใจว่าต้องการพัฒนาเกมส์ให้ครอบคลุมเป็นวงกว้างแก่ผู้ชื่นชอบเกมส์ซูตติ้งทั่วไปจนถึงระดับฮาร์ดคอร์ โดยยึดหลักการ SQAD อันประกอบไปด้วย Stabilityความเสถียรภาพของการเล่นเกมส์ Quality คอนเทนต์และด้านเทคนิคเกมส์ที่มีคุณภาพ Availability ตัวเกมส์ต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน ให้บริการและรับฟังผู้เล่นตลอดเวลา และ Diversification ความหลากหลายของคอนเทนต์เกมส์เพื่อครอบคลุมความต้องการผู้เล่นเกมส์ FPS ทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ทางทีมงานยังกล่าวถึงสาเหตุที่เปิดให้บริการเกมส์ FINAL BULLET ที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก ทีมงานเกริ่นว่า ตลาดเกมส์ซูตติ้งในเกาหลีค่อนข้าง”ท้าทาย” ยากที่จะเปิดให้บริการแล้วประสบความสำเร็จ อันเนื่องจากมีเกมส์แนวดังกล่าวอย่าง Sudden Attack ที่ครองใจผู้เล่นมายาวนาน กอปรกับ เกมส์ดังกล่าวตั้งใจพัฒนารองรับความต้องการผู้เล่นในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว เนื่องจากทีมงานรับทราบข้อมูลและความต้องการของผู้เล่นเป็นฐานอยู่แล้ว แน่นอนว่าเกมส์นี้จะออกแบบให้เป็นที่ถูกใจแก่ผู้เล่นมากที่สุด นอกจาก ทีมงานยังเล็งเห็นผู้ให้บริการเกมส์ในไทย ClickALot ที่มีประสบการณ์การให้บริการเกมส์อย่างมืออาชีพ และเป็นคนเล่นเกมส์ตัวจริง ที่รับทราบถึงความต้องการในฐานะผู้เล่นเกมส์อย่างแท้จริง ทางทีมงานจึงตัดสินใจร่วมงานและเปิดให้บริการในไทยเป็นแห่งแรกของโลก ถามถึงการออกแบบฉากในเกมส์ FINAL BULLET ใช้เวลาการพัฒนาอย่างน้อยหนึ่งเดือนเพื่อให้องค์ประกอบโดยรวมมีพิถีพิถัน ให้ขนาดของฉากเกมส์มีความกระชับ พบเจอกันง่ายมากที่สุด ด้านอุปสรรคของการออกแบบฉากมีครั้งหนึ่งที่ต้องสร้างฉากคุกในโหมด Riot & Suppression ที่มีความสูงและความกว้างมากกว่าฉากอื่นๆ รวมถึงต้องการโหมดการเล่นเกมส์ที่เป็นลักษณะต่อสู้และต่อต้านระหว่างผู้คุมและนักโทษมีความสอดคล้องกับฉากในเกมส์มากที่สุด ทางทีมงานระบุด้วยว่า ต้องใช้เวลานานกว่า 4 เดือน ถึงจะพัฒนาออกมาได้อย่างสมบูรณ์ท้ังฉากเกมส์และโหมดเกมส์ สำหรับอาวุธปืนในเกมส์ FINAL BULLET ได้ออกแบบให้มีความสมดุล แสดงถึงจุดเด่นและจุดด้อยจากการใช้งาน ยอมรับว่าการออกแบบอาวุธปืนให้เยอะ เป็นสิ่งที่ต้องการครอบคลุมความต้องการผู้เล่นเกมส์ทุกประเภท Young Kwon และ JR จาก GPlusGames ทีมงานกล่าวต่อด้วยว่า ขณะนี้เกมส์ FINAL BULET ได้เริ่มต้นเปิดให้บริการในประเทศอื่นๆอย่างตุรกีและอินโดนิเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีกลุ่มคนเล่นเกมส์ FPS ที่เหนียวแน่นและมีการแข่งขันสูง ตนมั่นใจว่าเกมส์นี้จะสามารถครองใจผู้เล่นต่างประเทศท่ามกลางเกมส์ FPS ที่มีแต่เกมส์ประเภทฮาร์ดคอร์ อีกทั้งยังมีแผนจัดการแข่งขันระดับโลก ให้ผู้เล่นเกมส์ของแต่ละประเทศมาเผชิญหน้าแข่งขันเกมส์และชิงเงินรางวัลอันทรงเกียรติยศ เขายังทิ้งท้ายด้วยว่า แม้เกมส์ FINAL BULLET จะเป็นเกมส์หน้าใหม่ แต่ด้วยประสบการณ์การทำงานในแวดวงมาเกือบทศวรรษ พวกเราเชื่อว่าเกมส์นี้จะสามารถอยู่อันดับต้นๆและเทียบเคียงของเกมส์ FPS ชื่อดังได้

World Boys บอยแบนด์เขมร ที่กำลังมาแรงตอนนี้
AEC /  Nak na prab tha bong kbot / 

ขานรับกระแส AEC กับวง World Boys บอยแบนด์เขมร ที่ว่ากันว่า ฮอตที่สุดตอนนี้ ใน กัมพูชา   วง World Boys จากกัมพูชา วง World Boys จากกัมพูชา ฮอตสุดๆ เมื่อบรรดาชาวเน็ตแห่แชร์ คลิป บอยแบนด์ กัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เองที่ว่ากันว่า มาแรงที่สุดตอนนี้ ที่กัมพูชา กันสนั่นโลกโซเชียล เลยทีเดียว ผมกำลังพูดถึง วง World Boys ที่มาพร้อมกับเพลง Nak na prab tha bong kbot จากอัลบั้ม WORLD SONG Production VCD vol-01 ที่เปรียบเหมือนเป็นอัลบั้ม Compilation แนะนำศิลปิน ของค่ายนี้ งั้นเราลองไปฟังเพลงของวง World Boys กันสักนิดสักหน่อยดีกว่า เพลง Nak na prab tha bong kbot ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงของ World Boys ที่เราอยากให้ได้ลองฟัง ลองชมกัน ซึ่งเพลงของวง World Boys จะถูกบรรจุอยู่ใน Compilation WORLD SONG Production VCD ทั้งหมด 2 ชุด ตกชุดละประมาณ 3 เพลง เราเลือกบางเพลง ที่คิดว่า ท่าเต้นเด็ด ไม่แพ้เพลง Nak na prab tha bong kbot ที่ถูกแชร์อย่างกระหน่ำตอนนี้มาให้ได้ลองฟัง ลองชมกัน เพลง Kom Lors Borisuth เพลง Kom Ang Kloun Sa art นี่เป็นบางส่วนของเพลงจากวง World Boys ที่ มิวสิคเอ็มไทย แชร์มาให้เพื่อนๆได้ชมกัน แม้สเต็ปอาจจะไม่แม่นเป๊ะ ออกไปทางเต้นแอโรบิคบิ๊กซี โลตัส ไปหน่อย แต่เราก็ขอเป็นกำลังใจให้ พัฒนา ศักยภาพความเป็น บอยแบนด์ ต่อไป สู้สู้นะ ^__^ เรื่องโดย Ryu Ryan / ภาพประกอบจาก Facebook WORLD SONG Production

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

พ่อแม่สาวลาวตกตึกดับร้องกสม.หลังคดีไม่คืบ
ฆาตกรรม /  ฆาตกรรมน้องแป้ง สาวลาว / 

ตัวแทนทูตลาว นำพ่อแม่ สาวลาวตกตึกเสียชีวิต เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ร้อง กสม. หลังคดีไม่คืบ นานกว่า 4 เดือน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. วันนี้ (31 ตุลาคม) โดยมี นางพอน ชุมพลพักดี มารดาผู้เสียชีวิต และ นายทานตะวัน ไชยวง บิดาผู้เสียชีวิต (พ่อเลี้ยง) เป็นตัวแทนฝ่ายญาติของ นางสาวต่าย ดาวเฮือง หรือ น้องแป้ง สาวชาวลาว ที่เสียชีวิตจากเหตุพลัดตกตึก เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมี นายสุทัศน์ เงินหมื่น ในฐานะทนายความของฝ่ายญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่จากสถานทูตลาว ประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ กสม. โดยมี น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการ กสม ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง และการเมือง เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อขอ กสม. ได้ติดตาม และประสานงานให้มีการตรวจสอบกระบวนการไต่สวนของเจ้าหน้าที่ ให้มีความตรงไปตรงมาตามที่ฝ่ายญาติติดใจและมีข้อสงสัย โดยให้เร่งรัดในการสืบสวนสอบสวนในคดี และทำให้คดีมีความโปร่งใส พร้อมกับให้คดีมีความคืบหน้า เนื่องจากคดีดังกล่าวดำเนินมานานกว่า 4 เดือน

คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด - หลี่ถัง ไมค์ทองคำ
คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด /  ชลที ศรีแก้ว / 

ดูมิวสิควีดีโอ คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด เพลงเศร้าๆ ที่สื่อถึงความรักที่ไม่สมหวัง โดย หลี่ถัง ไมค์ทองคำ หลี่ถัง ไมค์ทองคำ หรือ ชลที ศรีแก้ว หนุ่มน้อยมากความสามารถ ถนัดการร้องเพลงแนวลูกทุ่งอีสาน ถึงขนาดรวมตัวกับเพื่อนๆ ตั้งวงดนตรีอีสานเป็นของตัวเองมาก่อน โดยใช้ชื่อว่า ‘ก้อยเดิก’ นอกจากนี้ยังเดินสายประกวดรายการใหญ่ๆ มาแล้วหลายเวที พร้อมทั้งรางวัลใหญ่ติดมืออย่างรางวัลชนะเลิศพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพฯ และล่าสุดกับเวทีไมค์ทองคำ ที่ได้ปลุกปั้นจนทำให้หลี่ถัง มีเพลงแรกเป็นของตัวเองในชื่อว่า คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด ภายใต้สังกัด ยุ้งข้าว เรคคอร์ด เพลงเศร้าๆ ที่สื่อถึงความรักที่ไม่สมหวัง ที่จะต้องโดนใจพ่อยกแม่ยกทั้งประเทศ จนถอนตัวกันไม่ขึ้นอย่างแน่นอน เพลง : คนบ่ใช่ หายใจก็ผิด ศิลปิน : หลี่ถัง ไมค์ทองคำ เนื้อร้อง/ทำนอง : เข็มทิศ ลิขิตฝัน เรียบเรียง : สมพงษ์ สมรัก สังกัด : ยุ้งข้าวเรคคอร์ด

คยูฮยอน พร้อมเสิร์ฟ 'มาชิตะ คยูฮยอนแฟนสวีตติ้ง' 11 พ.ย. นี้
kyuhyun /  SJ / 

คยูฮยอน Super Junior เตรียมลัดฟ้าจัดแฟนมีตติ้งเดี่ยว มาชิตะ คยูฮยอนแฟนสวีตติ้ง : แคร์ทุกความห่วงใย ใส่ใจทุกความรู้สึก 11 พฤศจิกายนนี้ ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ สาหร่ายทะเลมาชิตะ จัดเต็มให้แฟนๆ อีกครั้งกับงานแฟนมีตติ้งอิงลมหนาวส่งท้ายปลายปีกับพรีเซ็นเตอร์ คยูฮยอน Super Junior พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด 'สาหร่ายทะเลอบกรอบสไตล์เกาหลี เอาใจคนรักสุขภาพ' ในงาน มาชิตะ คยูฮยอนแฟนสวีตติ้ง : แคร์ทุกความห่วงใย ใส่ใจทุกความรู้สึก วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 ณ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เมนคยูห้ามพลาด! กับงานแฟนมีตติ้งเดี่ยวในเมืองไทยของมักเน่ คยูฮยอน ที่มาชิตะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 กับกิจกรรมและของรางวัลสุดฟินเพื่อขอบคุณลูกค้ามาชิตะและแฟนๆ คยูฮยอน พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 9 ปีของหนุ่มๆวง Super Junior ติดตามกติกาได้รับบัตรเข้าร่วมงานและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Masita Facebook : www.facebook.com/MasitaSeaweed Masita Twitter : https://twitter.com/masitaseaweed Masita Instagram : www.instagram.com/MasitaSeaweed Masita Youtube Channel : www.youtube.com/MasitaSeaweed Masita Google+ : https://plus.google.com/u/0/b/107840577168981307983/107840577168981307983/posts ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

A.CIAN อวดลุคนักมวยสุดเท่! ในมิวสิควิดีโอเพลง Ouch
A.CIAN /  HYEOK JIN / 

A.CIAN (เอ.เชี่ยน) ห้าหนุ่มบอยแบนด์ K-POP เบอร์แรกจากสังกัด Mono Music Korea ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง Ouch อวดภาพลักษณ์ไอดอลกรุ๊ปสุดเท่บนสังเวียนมวย ห้าหนุ่มวง A.CIAN ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก อย่าง Jin.O, Sang Hyeon, Jung Sang, Hyeok Jin และ LO-J ไอดอล K-POP กลุ่มแรกจากฝีมือการปลุกปั้นของสังกัด Mono Music Korea โดยการบริหารของ Mono Group บริษัทเอนเตอร์เทนเมนต์ยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย เปิดตัวมิวสิควิดีโอเพลง Ouch เพลง Ouch ของห้าหนุ่ม A.CIAN โดดเด่นด้วยเนื้อเพลงที่ติดหูและท่วงทำนองอันดุดัน โดยในมิวสิควิดีโอเพลงนี้สมาชิกทั้งห้าของวงมาในมาดชายหนุ่มสุดเท่ รวมทั้งยังผสมผสานท่วงท่าการชกมวยออกมาเป็นท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจ. A.CIAN โชว์คัมแบ็คสเตจเพลง Ouch ประวัติสมาชิกวง A.CIAN ชื่อ : Sang Hyeon เกิด : 30 มิถุนายน อายุ : 22 สูง : 178cm กรุ๊ปเลือด : B ตำแหน่ง : ร้อง, แร๊พเปอร์ ชื่อ : Jin.O เกิด : 7 มิถุนายน อายุ : 21 สูง : 185cm กรุ๊ปเลือด : O ตำแหน่ง : ร้อง ชื่อ : Jung Sang เกิด : 1 พฤศจิกายน อายุ : 23 สูง : 174cm กรุ๊ปเลือด : A ตำแหน่ง : ร้อง ชื่อ : LO-J เกิด : 1 กุมภาพันธ์ อายุ : 23 สูง : 174cm กรุ๊ปเลือด : O ตำแหน่ง : แร๊พเปอร์ ชื่อ : Hyeok Jin เกิด : 28 กุมภาพันธ์ อายุ : 22 สูง : 178cm กรุ๊ปเลือด : B ตำแหน่ง : ร้องหลัก ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ว่อน! ภาพนักร้องสาววง Cup C ขึ้นปกหนังเอวี
นักร้องเกิร์ลกรุ๊ป /  นักร้องวงคัพซี / 

เรียกว่าเซ็กซี่ร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว สำหรับนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่อย่าง คัพซี (CUP C) จากค่าย โมโนฟูโก ในเครือ โมโนมิวสิค เพราะล่าสุดงานก็เข้าอย่างจัง หลังภาพโปรโมทสุดเซ็กซี่ของพวกเธอโผล่ขึ้นปกหนังเอวีของแดนปลาดิบซะงั้น! โดยภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ว่อนทั่วไปคลองถม ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเธอได้เรียกเสียงฮือฮาจนหนุ่มๆ ตาลุกวาวกันมาแล้ว จากภาพโปรโมทที่แซ่บเว่อร์ เพราะเลียนแบบปกแนว หนังผู้ใหญ่ !!! ทั้งนี้สมาชิกในวง คัพซี (CUP C) ประกอบไปด้วย 5 สาวสมาชิกอย่าง เนม นภศร วงศ์จิตต์ , ลูกแพร์ วรัญญา ปั้นประณต , ซองค์ พรวลี เมนะเนตร , นิกกี้ พลอยลดา วณิชพงศ์ปรีชา และ มิ้ม สุขฤทัย โตส้ม โดย 5 สาวสุดแซ่บ Cup C ได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรก ถอดไม่ถอด ออกมาเรียกน้ำย่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วง CUP C งานเข้า! ภาพโปรโมทวงขึ้นปกหนังเอวี วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก วง CUP C จากค่าย โมโนฟูโก

คลาร่า ลี สาวน้อยน่าจับตามอง ติดอันดับ 2 ผู้หญิงสวยสุดในโลก
Clara Lee /  คลาร่า ลี / 

นางแบบและนักเสดงสาวชาวเกาหลี 'คลาร่า ลี' ได้คะแนนโหวตเป็นอัน 2 ในฐานะผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกปี 2014 จากการจัดอันดับโดย Mode Lifestyle Magazine สาวเอเชียคนนี้เป็นใคร เพราะเหตุใดถึงได้รางวัลนี้ มาดูกันให้เต็มๆตาดีกว่า ว่าเธอแซ่บและน่ารักขนาดไหน คลาร่า ลี (Clara Lee) หรือ ลีซองมิน วัย 28 ปี  เกิดที่ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ผู้หญิงที่มีรูปร่างที่ดึงดูดสายตาหนุ่ม และใบหน้าที่สวย สดใสจนสาวๆ เกาหลีใต้ต่างพากันอิจฉา โดยคะแนนโหวตของเธอเอาชนะ คนดัง นางแบบระดับโลก และนักแสดงฮอลลีวูดทั้ง เจสสิก้า อัลบา สกาเลตต์ โจแฮนสัน บียองเซ่ แองเจลิน่า โจลี่ และเหล่าแองเจิลจาก วิคตอเรีย ซีเครท ของนิตยสาร Mode ของสหรัฐอเมริกา คลาร่ามีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกเรื่อง  Five Senses of Eros และผลงานอื่นๆตามมามากมาย เธอโด่งดังเพียงข้ามคืน จากท่าการโยนลูกเบสบอลเปิดสนามการแข่งขัน สุดเซ็กซี่ ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงทางหาทางกลับบ้านไม่เจอแน่นอน เพราะนอกจากหน้าตาน่ารักแล้ว หุ่นของเธอยังเป๊ะเสียยิ่งกว่าเป๊ะ  ด้วยหน้าอกไซส์ 34C  (หืมมมม..) หุ่นของ คลาร่า ลี ที่ใครๆต่างก็พากันอิจฉา ด้วยความสูง 168 ซม. น้ำหนัก 48 กิโลกรัม หน้าอก 34 C คลาร่า ยังสร้างความฮือฮาให้กับหนุ่มๆได้เสมอ โดยการเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพต่างๆ เนื่องจากเธอมีหุ่นสุขภาพดี และ แฝงด้วยความเซ็กซี่น่ารัก เรียกได้ว่า งานไหนมีคลาร่า คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม และหนุ่มๆมักจับตามองเธอเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโฆษณาที่มักโชว์เรือนร่างของเธออย่าง น้ำอัดลม แบรนด์หนึ่ง ที่ถูกกล่าวขวัญกันมากมายกับเรือนร่างเซ็กซี่สุดจะบรรยาย นอกจากผลงานด้านโฆษณา เธอยังได้รับเกียรติเป็นผู้เชิญคบเพลิงในงาน อินชอน เกมส์ ของเอเชียนเกมส์ 2014 ที่ผ่านมาด้วย และยิ่งไปกว่านั้น คลาร่าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากเมื่อรู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของ ลีซึงคยู นักร้องนำวง Koreana ที่ได้รับความนิยมมากในอดีตด้วย ลุคใสๆในวันถือคบเพลิง ก็ทำตัวหัวใจหนุ่มๆแทบละลายเลยล่ะค่า     นอกจากนั้น คลาร่า ได้เข้าร่วมแสดงซีรี่ย์ดังมากมายโดยผลงานล่าสุด เช่น Emergency couple ในบทนักศึกษาแพทย์ หรือ บทนางแบบเรื่องมากที่มาเป็นแขกรับเชิญเพียงตอนเดียวในเรื่อง Fated to love you โดยในบทของเธอก็จะเป็นแนว sex symbol ผู้หญิงที่มีเรือนร่างเซ็กซี่ หวาบหวิวบ่อยๆ งานนี้ ใครจะว่า คลาร่า สวยหรือ ไม่ก็ต้องใช้สายตาตัวเองตัดสินเองแล้วล่ะค่ะ แต่ต้องขอบอกจริงๆว่า หุ่นของเธอ แซ่บยิ่งกว่าแซ่บจริงๆ  เห้อ เห็นทีต้องไปวิ่งฟิดออกกำลังกันแล้วล่ะค่ะ สาวๆสู้มั้ยจ๊าาาาาาาาาาาาาา  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ภาพจาก Facebook / Clara Lee

เรื่องจริงรึเปล่า? สื่อจีนตีข่าว นิชคุณ เลิก ทิฟฟานี แล้ว
ทิฟฟานี่ snsd /  นักร้องเกาหลี / 

เรื่องจริงรึเปล่า? สื่อจีนตีข่าว นิชคุณ เลิก ทิฟฟานี แล้ว กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากทีเดียวสำหรับข่าวลือการเลิกราของไอดอลชื่อดัง “นิชคุณ หรเวชกุล” จาก 2PM และ “ทิฟฟานี” จากวง Girls’ Generation ที่ล่าสุดสื่อจีนและเกาหลีต่างรายงานว่าทั้งสองได้เลิกรากันแล้วหลังฝ่ายชายโพสต์ข้อความชวนสงสัย เรื่องจริงรึเปล่า? สื่อจีนตีข่าว นิชคุณ เลิก ทิฟฟานี แล้ว ตามรายงานระบุว่าทั้งในเกาหลีใต้และจีนต่างกำลังจับตากับประเด็นข่าวฮอตนี้อย่างมาก หลังจากที่วันที่ 29 ต.ค. สื่อจีนอย่าง OSEN ได้นำข่าวที่สื่อบันเทิงอีกสำนักอย่าง Sina นำมาเผยแพร่ โดยระบุว่าทั้งนิชคุณและทิฟฟานีเลิกรากันแล้ว โดย Sina ได้จับเอาประเด็นที่นิชคุณ โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา ซึ่งเป็นเนื้อเพลงบางส่วนของ Strangers In The Night จากนักร้องระดับตำนาน แฟรงค์ ซิเนตรา มาโพสต์ โดยมีข้อความว่า “Love was just a glance, warm embracing dance away” โดยชาวเน็ตและสื่อต่างๆทั้งจีนและเกาหลีต่างตีความเป็นเรื่องราวความรักแบบเศร้าๆ และสงสัยถึงสถานะความสัมพันธ์ระหว่างนิชคุณกับทิฟฟานี ว่าตอนนี้ทั้งคู่ยังคงคบหาดูใจกันอยู่หรือไม่ โดยหลังจากที่บทความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นหัวข้อที่ชาวเน็ตต่างพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในเกาหลี อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์กันถึงเนื้อเพลงStrangers In The Night กันอย่างบรรทัดต่อบรรทัดแล้ว เนื้อเพลงนี้ไม่ได้เป็นเพลงเศร้าอย่างที่สื่อจีนและเกาหลีใต้เข้าใจ แต่กลับเป็นเพลงรักโรแมนติกระหว่างคนสองคนที่มาพบรักกันและมีความรู้สึกดีๆให้กัน ในค่ำคืนหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนจากรักแรกพบไปเป็นรักนิรันดร์ ด้วยเหตุนี้เองจึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการโพสต์ข้อความดังกล่าวของนิชคุณเป็นการบอกใบ้ถึงการเลิกราอย่างที่สื่อจีนได้รายงานไป และหลายๆฝ่ายเชื่อว่าการตีข่าวครั้งนี้ของสื่อจีนอาจเป็นการเปิดทางให้กระแสคู่จิ้น KhunToria ( คุณทอเรีย ) ระหว่าง นิชคุณ และ วิคตอเรีย สมาชิกชาวจีนจากวง f(x) ที่เคยเป็นสามี-ภรรยาหลอกๆในรายการเรียลิตี We Got Married ให้กลับมาอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวว่าแฟนคลับจีนรายหนึ่งถูก นิชคุณ ปฏิเสธที่จะเขียนคำว่า KhunToria Forever ในงานแจกลายเซ็น หลังจากที่เธอขอร้องให้เขาเขียนคำว่า To ( แด่ ) และตามด้วย KhunToria Forever แต่ถูกนิชคุณปฏิเสธอย่างนิ่มนวลพร้อมขอทราบชื่อของเธอแทนแต่แฟนคลับจีนรายนั้นปฏิเสธที่จะบอกชื่อและจากไปด้วยอาการเศร้า ส่วนทางด้านนิชคุณ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเข้าร่วมรายการเรียลิตีของจีนที่ชื่อว่า Brave Heart ซึ่งเป็นรายการที่นิชคุณรับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมมวย จึงทำให้บางส่วนเชื่อว่าอาจเป็นข่าวที่สื่อจีนเขียนออกมาเพื่อสร้างกระแสก็เป็นได้ ก่อนหน้านี้นิชคุณ และ ทิฟฟานี ได้ช็อคแฟนๆเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา หลังสื่อแท็บลอยด์เกาหลีสามารถจับภาพของทั้งคู่ขณะออกเดตกันได้ ก่อนที่ต้นสังกัดของทั้งสองฝ่ายจะออกมายืนยันข่าวว่าทั้งคู่คบหากันอยู่จริง และคบกันมาก่อนหน้าที่ข่าวออกนาน 4 เดือนแล้ว Cr. http://www.popcornfor2.com/

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

10 ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก มีใครกันบ้าง จากนิตยสาร Mode Lifestyle
Mode /  จัดอันดับ / 

นิตยสาร Mode Lifestyle Magazine ได้ประกาศผลการจัดอันดับ 100 อันดับ ผู้หญิงสวยที่สุดในโลก ปี 2014 (World’s 100 Most Beautiful Women of 2014) โดยปีนี้ที่ 1 ตกเป็นของ นางแบบและนักแสดงชาวอเมริกัน Tania Marie Caringi วัย 28 ปี เธอเป็นลูกครึ่งอิตาเลี่ยน-อเมริกัน ที่มีใบหน้าคมเข้มและรูปร่างได้ที่สัดส่วน  และอันดับอื่นๆใน 1-10 จะมีสาวคนไหนในใจบ้าง มาดูกัน! 1. Tania Marie Caringi สาวนางแบบลูกครึ่ง อิตาเลียน อเมริกัน นัยน์ตาคมเข้ม อายุ 28 ปี โดยเธอได้รับคอมเม้นจากนิตยสารว่า เธอทั้งอบอุ่น และมีความสวยทั้งจากภายในและภายนอกเลยทีเดียว 2. Clara Lee นักแสดงและนางแบบมาแรงชาวเกาหลี  โดยถือเป็นนางแบบเอเชียคนแรกของนิตยสารเลยก็ว่าได้ โดยคลาร่า ได้รับคอมเม้นจากนิตยสารว่าเธอ มีดวงหน้าที่สดใส และบุคลิกที่น่าจับตามอง 3.Cristina Maria Saracut นางแบบสุดสวยจากดินแดนแดรกคิวล่า โรมาเนีย 3. Jessica Alba นักแสดงชื่อดังจาก Fantastic  4 และหนังดังอีกนับไม่ถ้วน เชื่อว่าใครๆต้องคุ้นหน้าสาวน้อยคนนี้แน่นอน กับแววตาซุกซนปนน่ารักของเธอ 5. Alessandra Ambrosio นางแบบชื่อดัง ชาวบราซิล และ ที่เห็นแบบนี้ อายุ 33 แล้วนะเธอ! 6.Scarlett Johansson สาวนักแสดงมากฝีมือ กับดวงหน้ายั่วยวน ริมผีปากอวบอิ่ม และหน้าอกสุดเซ็กซี่ 7. Beyonce ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ นอกจากฝีมือการร้องเพลงและเต้นสุดเหวี่ยง แล้ว หุ่นของเธอยังสะบึมบึ้มไม่เหมือนใคร 8. Candice Swanepoel อีกหนึ่ง Angel ของแบรนด์ Victoria Secret วัย 26 ปี 9. Adriana Lima สาวนางแบบ ลูกผสมอย่างลงตัวจากหลากเชื้อชาติทั้งสวิส ญี่ปุ่น โปรตุเกส อเมริกัน และแอฟริกันดั้งเดิม ที่เริ่มเดินแบบให้กับ Victoria Secret ตั้งแต่ปี 2000 10.Angelina Jolie นักแสดงคนสวย และคุญแม่ลูกหก ผู้มากความสามารถ และสวยไม่เคยสร่างแม้กาลเวลาจะพาเธอมาได้ถึง 39 ปีแล้ว คุณแม่คนสวยคนนี้ก็ยังเข้าตาประชาชน ให้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกคนหนึ่งด้วย ส่วนอันดับที่เหลือ  ดูได้ตามด้านล่างนี้เลยจ้า เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Thairath , Facebook Clara lee

โรงเรียนถูกปลวกกิน ไร้งบซ่อม อาศัยวัด
จันทบุรี /  อาศัยศาลาวัด / 

โรงเรียนวัดเกาะขวาง จันทบุรี ประสบปัญหาอาคารเรียนไม้ 2 ชั้น ถูกปลวกกินจนพุพัง ไม่มีงบประมาณซ่อม นักเรียนไม่สามารถเรียนในอาคารได้ ต้องอาศัยศาลาวัด นางสาวนงลักษณ์ บุญสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเกาะขวาง เปิดเผยว่า ในปัจจุบันโรงเรียนประสบปัญหาไม่มีอาคารเรียนให้กับนักเรียนได้เรียนหนังสือ เนื่องจากอาคารเรียนหลังเก่า ปัจจุบันที่เป็นอาคารเรียนไม้ 2 ชั้นถูกปลวกกัดกินจนพุพัง และทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ประกอบกับอาคารเรียนไม่มีความปลอดภัยต่อตัวเด็กนักเรียนที่เข้าไปเรียนใน อาคาร จึงได้มีการนำนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล ถึง ประถมการศึกษาปีที่ 3 จำนวน 170 คน ไปเรียนภายในในศาลาการเปรียญวัดเกาะขวางแทน เบื้องต้น ทางโรงเรียนได้มีการทำเรื่องเสนอของบประมาณไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาจังหวัดจันทบุรี เขต 1 แต่งบประมาณที่ทางสำนักงานเขตฯ ให้มาจำนวน 70,000 บาท ไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมอาคารเรียนแต่อย่างไร ทำให้ใช่วงเปิดภาคเรียนใหม่นี้ นักเรียนก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปเรียนในอาคารเรียนได้ ขณะที่อาคารเรียนหลังนี้ต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมกว่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้ แม้ทางวัดเกาะขวางจะยื่นมือเข้าช่วยในการร่วมบริจาค และให้ทางโรงเรียนยืมเงิน จำนวน 2 แสนบาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้ชาวบ้าน นักเรียน และครูต้องจัดทอดกฐินเพื่อหารายได้ นำเงินมาทำการซ่อมแซมอาคารเรียนกันเอง ล่าสุดอาคารเรียนยังขาดงบประมาณอีก จำนวน 5 แสนบาท

ไม่ปิดบัง! มาริโอ้ รับศึกษาดูใจ จันจิ
มาริโอ้ เมาเร่อ /  จันจิ จันจิรา / 

หลังถูกจับตาความสัมพันธ์มาโดยตลอด! สำหรับพระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ และนักร้องสาว จันจิ วงไกอา แถมทั้งคู่โพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัวที่ร้านอาหารเดียวกันและวันเวลาเดียวกัน เลยถูกมองว่าควงทานข้าวสองต่อสองแบบนี้ซุ่มคบกันจริงๆ หรือเปล่า??? ล่าสุด หนุ่มมาริโอ้ ยอมรับ! ศึกษาดูใจกันอยู่จริง บอกคุยสนิทสถานะพี่น้อง ไม่ซีเรียสเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์ แจงภาพควงกินข้าวไปกันหลายคนและไม่ได้ปิดบังอะไร!! "ผมได้เห็นข่าวแล้วและบอกตรงๆ ว่าผมก็ไม่ได้ปิดบัง ก็อย่างที่บอกทุกครั้งอยู่แล้วว่าโอ้คุยกับน้องเค้าอยู่ แต่ว่าเราไม่ได้คุยกันในแบบแฟน เราก็ไม่ได้ปิดอยู่แล้วเพราะว่ามันก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร ก็สนิทแต่เรายังไม่ได้พัฒนาไปถึงแฟนหรืออะไรกัน ถ้าเป็นแฟนเดี๋ยวโอ้ก็บอกอยู่แล้วครับ รูปที่บอกว่าเราไปกินข้าวกัน ก็ไปด้วยกันครับ แต่ไม่ได้ไปกันสองคนก็มีเพื่อนไปด้วย การไปกินข้าวด้วยกันมันก็ต้องมีอยู่แล้ว จะออกไปไหนกับใครก็ไม่ได้ปิดบังไม่ใช่เรื่องผิดอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไม่ปิดบังไม่ได้บอกว่าไม่รู้จัก เราก็พูดความจริง" "ตอนถ่ายรูปลงรูปกันเราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นข่าวอะไร เราแค่ถ่ายรูปเล่นกันปกติอัพไอจีกันธรรมดา วันนั้นมีเพื่อนไปด้วย เวลาไปไหนโอ้จะมีตากล้องส่วนตัวคอยถ่ายให้ครับ ส่วนรูปที่เป็นข่าวนั้นเค้าก็เป็นคนถ่ายให้เอง แต่ว่าเราก็ไม่ได้ไปไหนกันสองคนครับ ส่วนกับแฟนคลับก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้วเพราะโอ้ไม่ได้ปิดบัง โอ้ก็มีชีวิตของโอ้ คนเราก็ต้องมีชีวิตในแบบของตัวเอง แต่เราก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ตอนนี้เราก็มีการศึกษากัน แต่เรื่องพัฒนาเราก็ไม่ได้ซีเรียสตรงนั้น เพราะเราทั้งคู่ก็ต่างคนต่างทำงาน เราก็รู้จักกันเป็นพี่น้องมีอะไรก็ปรึกษากันได้" "ส่วนที่น้องเค้าลบรูป น้องเค้าก็กลัวว่าจะเป็นข่าวเพราะเราไม่ได้คบกันด้านนี้ เราไม่ได้เฟลอะไร ก็มีคุยกันเรื่องข่าวบ้าง ก็รู้ว่ามีคนจ้องจับผิดเราแต่อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ปิด ไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะคุยหรือศึกษาใครอยู่ น้องเค้าอาจจะกลัวคนเข้าใจผิดก็เลยลบรูปนั้นครับ ที่น้องเค้าบอกไม่อยากจะตอบเรื่องโอ้เพราะกลัวจะโดนเพ่งเล็ง น้องเค้าก็คงมีคิดบ้างครับ ถ้าแฟนคลับเปิดรับ ผมก็ยังไม่ได้คิดถึงขั้นว่าจะเลื่อนเป็นแฟน เราไปไหนสองต่อสองมันก็มีบ้างแต่ว่าน้อยมากครับ รูปคู่คงยังไม่มีให้เห็นนะครับ ส่วนที่เค้าไปดูคอนเสิร์ต ผมชวนเค้าไปดูเองครับก็อยากให้เค้ามาดูเพราะเราก็เต็มที่กับคอนเสิร์ตนี้ครับ" มาริโอ้ กล่าว มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ จันจิ ไกอา จันจิ ไกอา