ดีเจกบ นวพร

คลิปเสียงหลุด!! สาวปริศนา เล่าสัมพันธ์ลับใน VRZO
VRZO /  ทับทิม มัลลิกา / 

ยังคงเป็นประเด็นกันอย่างต่อเนื่อง หลังอดีตสามีภรรยา ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ออกมายอมรับแยกทางกัน ลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อน โดย สาวทับทิม ขอลาออกจากรายการ VRZO จากนั้นก็มีมือดีขุดรูปฝ่ายชายกับสาวอื่นที่คาดเป็นมือที่ 3 ออกมาแฉ ซึ่ง หนุ่มปลื้ม ออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่มีอะไรเกินเลย ล่าสุด VRZO เป็นประเด็นแชร์สนั่นทั่วโลกออนไลน์อีกแล้ว เมื่อเพจ Black Hat โพสต์คลิปเสียงหญิงสาวปริศนา พร้อมเช็คอินสถานที่ "พัฒนาการ 46 สัมภาษณ์งานรายการ VRZO VRZO VRZO!!!!!" ซึ่งหญิงสาวในคลิปบอกเล่าความสัมพันธ์ของตนเองกับหนุ่มปริศนาว่า "เค้าไม่เคยกลับมาหากูเลยนะ เอาจริงๆ กูสมยอมร่วมด้วยแหละ เหมือนตอนนั้นกูหน้ามืดตามัว เหมือนเชื่อทุกอย่างที่เค้าพูด เค้าพูดให้กู-เสียหายด้วยนะ แต่กูไม่อยากพูดว่าเค้าพูดอะไรบ้าง กูไม่อยากทำร้ายใครแล้ว กูขอโทษ พูดจริง กูเสียใจมาตลอดเว้ย กูยอมรับผิดจริงๆ มันมี 2 ทางเลือกที่กูอยากจะปรึกษามึง คือสมมติมันเป็นข่าวขึ้นมา กูพร้อมที่จะยอมรับผิดจริงๆ เวลาที่กูคบกับเค้ามันกินเวลานานอยู่จริง แต่เหมือนกูเป็นที่ระบาย คือถ้าเค้าไม่ได้ใครวันนั้นที่ออกไป ก็กลับมาหากู คอนโดที่กูอยู่ ยอมรับจริงว่ากูอยู่ ขอโทษที่ไม่บอกความจริง แต่ที่อยู่เพราะพี่-ให้กูอยู่ เพราะวันนั้นกูจะออก คือกูไม่อยากยุ่งกับทางฝั่งนั้นแล้ว ทางฝั่งพี่-กูก็ไม่ได้ชอบ เพราะแม่งทำกับกูพังมากชีวิต พูดจริงๆ หลายๆ อย่าง กูเสียใจมานานแล้วเว้ย กูยอมรับว่ากูทำไม่ดีกับพี่- กูเลยพิมพ์ไปเคลียร์ทุกอย่าง กูไม่อะไรกับเค้าเลยนะ กูกลายเป็นเกลียดเลย เอาอย่างนี้นะ กูเข้าใจว่ามีอคติกับกูทุกคน ถ้ามันจะเกิดเรื่องเดี๋ยวกูจะยอมรับให้ ถ้าไม่พอใจอะไรกัน" งานนี้บรรดาแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามรายการ VRZO มาตั้งแต่แรก คอมเม้นท์ฟันธงเสียงหญิงสาวคนในคลิปว่า เหมือนกับ สาว บต. หนึ่งในทีมงาน VRZO ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวปิด Facebook และ IG ส่วนตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอาเป็นว่า...ข้อเท็จจริงจะเป็นยังไง จะโยงเอี่ยวไปถึงใครอย่างที่หลายคนสงสัยหรือไม่??? คงต้องติดตามกันต่อไป!!! ขอบคุณภาพจาก FB :: Black Hat

กัวฟู่เฉิง ฟิตร่างกายหนัก!!! จาก ปีศาจกระทิง สู่ ซุนหงอคง ใน ไซอิ๋ว 2
The Monkey King 2 /  กัวฟู่เฉิง / 

กลับมาเป็นนักแสดงเรื่อง ไซอิ๋ว อีกครั้ง สำหรับ กัวฟู่เฉิง ที่เคยรับบทเป็น "ปีศาจกระทิง" มาแล้วเมื่อภาคแรก มาคราวนี้ “The Monkey King 2 หรือ ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร” กัวฟู่เฉิงก็ได้ถูกทาบทามจาก ผู้กำกับ เจิ้งป๋อไช่ ให้มารับบทเด่นอย่าง ซุนหงอคง เรื่องนี้ทำเอาเจ้าตัวถึงกับออกอาการประหลาดใจมากเลยทีเดียว โดยได้บอกว่า ตนรู้สึกแปลกใจมาก เพราะรู้ดีว่าภาคแรกตัวละครที่ตนเล่นจะไม่สามารถกลับมาเล่นภาคนี้ได้อีกแล้ว เพราะโดนหงอคงกำจัดไปแล้ว แต่เมื่อผู้กำกับบอกว่าตนจะได้รับบท ซุนหงอคง ก็ยิ่งกังวนว่าคาแรกเตอร์ตนจะเข้ากับบทบาทได้ไหม ซึ่งเรื่องนี้ผู้กำกับก็ยืนยันว่า หงอคงมีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น โตขึ้น มีความเอาแต่ใจน้อยลง แต่ว่าในภาคนี้หงอคงต้องการการยอมรับมากขึ้น ตัวละครหงอคงจึงเข้มขึ้นตาม นั่นจึงเป็นเหตุผลผู้กำกับต้องการให้ตนมารับบทนี้ โดย กัวฟู่เฉิง ยังบอกอีกว่า เรื่องนี้ตนต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อให้ได้เข้าฉากในเวลา 9 โมงเช้าให้ได้ โดยใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงในการแต่งหน้า ยิ่งไปกว่านั้น อีก 3 ชั่วโมง เพื่อล้างเมคอัพหน้าออก จนเกิดความคิดว่าครั้งหน้าถ้าต้องเล่นเป็นหงอคงอีกตนจะรับเล่นดีไหม เพราะต้องใช้เวลานานมาก ๆ ในการแต่งเอฟเฟกซ์ ที่สำคัญมันลำบากมากในการจะทำอะไร ขณะที่เรามีขนติดเต็มทั้งตัวแบบนั้น ทั้งนี้ เจ้าตัวยังขอฝากภาพยนตร์ ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร ว่า ทีมงานทุกคนทุ่มเทกันมาก ๆ เพื่อให้หนังออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ตนเชื่อในมือ เจิ้งป๋อไช่ วิสัยทัศน์ของเขาจะต้องทำให้งานสเปเชี่ยลเอฟเฟกซ์ยอดเยี่ยมมากแน่ ๆ งานแอ็คชั่นก็ได้ หงจินเป่า มาร่วมสร้างสรรค์และกำกับคิวบู๊ ซึ่งเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบที่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ๆ จะได้รับ               ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร เป็นการบอกเล่าเรื่องราวหลังจาก พระถังซัมจั๋ง ปลดปล่อย ซุนหงอคง จากการจองจำมากว่า 500 ปี พร้อมภารกิจสำคัญในการเดินทางเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎก ณ ชมพูทวีป ร่วมกับ ตือโป๊ยก่าย และ ซัวเจ๋ง แต่ระหว่างทางพวกเขายังต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ด้วยการต่อกรกับศัตรูตัวฉกาจอย่าง “ปีศาจกระดูกขาว” พบกับความมันส์เต็มพิกัดกับภาพยนตร์สุดยอดสเปเชี่ยลตระการตารอคุณมาพิสูจน์ใน “ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร” วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั้งในระบบ 2D และ 3D

ไม่ง้อ! สาวควักเงินซื้อยางมะตอยซ่อมถนนเอง
ควักเงิน /  ซ่อมถนน / 

ปรบมือ! สาวควักเงินซื้อยางมะตอยมาซ่อมถนนกันเอง ไม่ง้อเทศบาล เพราะไม่อยากเห็นใครต้องมารถล้มบริเวณนี้ วันนี้ (9 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสการแชร์ส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ของสาวรายหนึ่ง ผ่านทางเฟซบุ๊ก Happy May โดยเผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันซ่อมถนนด้วยยางมะตอย เนื่องจากไม่อยากเห็นนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่คนไทยกันเอง ต้องมาเกิดอุบัติเหตุรถล้ม เพราะถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า... "เสียเงินซื้อยางมะตอยแค่นี้เมย์ไม่จนหลอกคะ ไม่เป็นไรเทศบาลไม่ทำเราทำเองก็ได้ ไม่อยากทนเห็นนักท่องเที่ยวรถล้ม ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยกันได้บุญดีคะ" ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ชื่นชมในความมีน้ำใจเป็นห่วงเพื่อนมนุษย์ด้วยกันของหญิงสาวรายนี้ พร้อมกล่าวตำหนิทางเทศบาลที่กินภาษีประชาชน แต่กลับไมเคยออกมาดูแล แถมยังต้องให้ประชาชนควักเงินซ่อมเองอีกด้วย ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Happy May MThai News

เพจดังเมิน
กรธ. /  มีชัย ฤชุพันธุ์ / 

เพจดังสวน มีชัย หลังขู่ฟ้อง เหตุบิดเบือน ร่างรัฐธรรมนูญ  ลั่นไม่กลัวเชิญเลย เหน็บ "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้ว แต่ยังได้กลับมาเขียนอีก  จากกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เตรียมกำลังนำเรื่องเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อดำเนินการเอาผิดกับแฟนเพจดัง "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ภายหลังมีการทำกราฟิคอินโฟบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรื่อง “ฉีกหน้ารัฐธรรมนูญโจร สละเวลาอ่านเพียง 10 นาทีก่อนที่จะสายเกินไป” โดยนายมีชัย ให้เหตุผลว่า เป็นสิ่งที่รับไม่ได้เพราะเป็นการให้ข้อมูลเท็จ จำเป็นต้องหารือกับรัฐบาลในการจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การปิดกั้นความเห็น แต่จำเป็นที่จะต้องจัดการโกหก บิดเบือนนั้น ล่าสุดผู้ดูแลเพจ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นภายหลังนายมีชัย เตรียมจะเอาผิดในประเด็นดังกล่าวข้างต้นว่า ไม่กลัวกับคำขู่ หากไม่พอใจก็เชิญดำเนินการได้ เพราะนอายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัว "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้วตอน "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ก็ยังเขียนเหมือนเดิม "ท่านไม่กลัวที่เขียนรัฐธรรมนูญซุยๆ ออกมา ทำให้ประเทศชาติวิกฤตหนักกว่าเดิม แล้วทำไมผมจะต้องกลัวที่จะด่าพวกท่านด้วยละ นายมีชัย ยังสั่งให้ กรธ. ทำกราฟฟิคมาอวยข้อดี ของรัฐธรรมนูญได้เลย ผมก็ทำออกมาแต่เป็นด้านร้าย จริงๆ อย่าว่าแต่เป็นรุ่นพ่อ เกือบจะเป็นรุ่นปู่ยาตายาย ไม่อยากจะด่ามากหรอกนะ แต่คนอายุปูนนี้แล้ว ยังทำตัว "ไร้สำนึก" เคยเขียนกฎหมายจนคนตายมาแล้วตอน "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ก็ยังเขียนเหมือนเดิม แปลว่ารัฐธรรมนูญที่ตัวเองเคยเกี่ยวข้องและบอกว่าไม่ดี "เขียนด้วยมือ แต่ลบด้วยตีน" เสมอ อายุก็จะ 80 แล้ว วันไหนตายก็ให้คนเขาสรรเสริญเถอะ อย่าให้เขาถ่มน้ำลายรดหน้าศพ ลูกหลานในอนาคตก็ลำบาก ไปไหนเขาก็ชี้หน้า ว่าเนี่ยดูไว้ ไอ้ตระกูลนี้ร่างกฎหมาย ให้ประชาชนต้องออกมาตายแล้วตายอีก เห็นขู่ก่อนหน้านี้อะไรนะ ถ้าค้านมากๆ โดนคว่ำ ฉบับใหม่จะเขียนให้หนักกว่านี้ "ยังจะหน้าด้านกลับมาเขียนอีกเหรอ" @ หยุดดัดจริตประเทศไทย 9 กุมภาพันธ์ 2559" ข้อมูลบางส่วนจาก Facebook @เพจดัดจริตประเทศไทย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ประธาน กรธ. ยัน รับฟังความเห็นทุกฝ่ายพร้อมปรับแก้ "ร่างรธน." จ่อหารือ ครม.คุยเพจดัง บิดเบือน วันที่ 8 ก.พ.59 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เผยว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญมาให้ กรธ. ซึ่งยังคงมีเวลา ทั้งนี้ในส่วนของเรื่องปฏิรูปประเทศในร่างรัฐธรรมนูญยังเว้นไว้ และหากจำเป็นต้องเพิ่มหมวดขึ้นมาใหม่ก็สามารถทำได้ไม่ยาก ส่วนการอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญของ สปท.ในวันนี้ มีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่เข้าใจผิด เช่น กรณีที่บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นฉบับที่มีบทเฉพาะกาลยาวที่สุด แต่ในความจริงมีความยาวเท่ากับรัฐธรรมนูญปี 2550 และสั้นกว่าปี 2540 ส่วนความเห็นที่บอกว่าร่างนี้จะแก้ไขยากนั้น ตนก็รับฟัง และจะนำกลับมาพิจารณา เช่นเดียวกันกับเรื่องที่ให้ กรธ.หยุดโต้ตอบเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้เสนอ นอกจากนี้ ได้เตรียมหารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและคณะรัฐมนตรีหามาตรการจัดการกับเพจบิดเบือนเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเพจ "หยุดดัดจริตประเทศไทย" ส่วนจะถึงขั้นบังคับใช้กฎหมายหรือตัดสิทธิ์ใดๆหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาความเหมาะสม ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

คึกคัก! 'คาร์แคร์' รายได้ดี หลังคนแห่ล้างรถช่วง 'ตรุษจีน'
คาร์แคร์ /  ตรุษจีน / 

ผู้ประกอบการร้าน 'คาร์แคร์' เผย ช่วง 'ตรุษจีน' คนแห่ล้างรถคึกคัก ทำรายได้พุ่งเท่าตัว  ที่วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ ที่มีประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว เดินทางมาเที่ยวและทำบุญนมัสการองค์พระธาตุพนม เพื่อเป็นสิริมงคลเสริมดวงรับวันตรุษจีน นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก รวมถึงร้านขายของฝาก ที่มีลูกค้ามาใช้บริการอย่างคึกคัก ทำให้ภาคเศรษฐกิจการค้ามีเงินสะพัดเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ประกอบการร้านคาร์แคร์ล้างรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ ยังได้รับอานิสงส์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอีกด้วย โดยมีรายได้มากขึ้นถึงเท่าตัว เนื่องจากมีประชาชนนำรถยนต์ไปล้างทำความสะอาดจำนวนมาก จนบางแห่งคิวลูกค้าถึงกับล้น จากการสอบถามส่วนใหญ่ประชาชนถือเคล็ดในช่วงวันตรุษจีน โดยจะมีการทำความสะอาดทั้งบ้านเรือน รถยนต์ เพื่อเป็นการชำระล้างสิ่งไม่ดีงามตามความเชื่อ และเริ่มต้นรับแต่สิ่งดีงามในวันปีใหม่จีน เพื่อความเป็นสิริมงคล และสร้างความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

เพจศาสนวิทยา เผยปมห้ามใส่สีแดงตรุษจีน ชี้ความเชื่อไม่เหมือนกัน
ข่าวตรุษจีน /  ตรุษจีน / 

เพจศาสนวิทยา เผยปม ห้ามใส่สีแดงตรุษจีน ชี้ความเชื่อไม่เหมือนกัน แฟนเพจ ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น กรณีที่บนโลกออนไลน์ได้แชร์ 2 ทรรศนะจากซินแสชื่อดังที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันว่าตกลงว่า ตรุษจีนปีนี้ ใส่สีแดงได้หรือไม่นั้น โดยระบุว่า ผู้เขียนเคยพูดเรื่อง "ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศาสนาจีน" ไปแล้ว ว่า ไม่มี "ความจริงสัมบูรณ์" เนื่องจากความเชื่อทางศาสนาของจีน หรือที่ผู้เขียนเรียกว่า "ศาสนาจีน" (Chinese folk religion) นั้น เป็นศาสนาผสมที่มีหลายที่มา มีเนื้อหามาก มีตัวละครมาก เรื่องราวมากมายและซับซ้อนทีเดียว มีหลายคนที่บอกว่าตนเชี่ยวชาญชำนาญเรื่องศาสนาจีนดี แต่ในความจริงก็คือ บรรดาคนที่ว่ารู้นั้นมักรู้ไม่ตรงกัน เพราะแนวความเชื่อมีหลากหลายมาก และเป็นเรื่องความเชื่อที่ไม่อยู่นิ่ง คนจีนแต่ละคนและแต่ละท้องถิ่นก็เชื่อถือไม่ตรงกัน ไม่ว่าจะคนจีนในจีน ในไต้หวัน ในฮ่องกง ในไทย ในประเทศอื่น ต่างเชื่อถือไม่เหมือนกัน แต่ละที่นิยมบูชาเทพแต่ละอันมากน้อยไม่เหมือนกัน ประเพณีไม่เหมือนกัน และยังมีกระแสนิยมเป็นช่วงๆ ด้วย อย่าง เทศกาลกินเจ คนจีนที่จีนไม่มีเรื่องตรุษจีนปีนี้ นี่ก็เป็นตัวอย่างหรือกรณีศึกษาอันหนึ่งเช่นเดียวกัน ที่มา ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เวียร์ รีบแก้ข่าว! ภาพปาปากอดสาว คือ กี้ รฐกร !!
กี้ รฐกร /  เบลล่า ราณี / 

สถานะกับ เบลล่า ราณี นางเอกต่างช่องยังคลุมเครือให้เป็นเพียง "พี่น้อง" สำหรับพระเอกหล่อล่ำ เวียร์ ศกลวัฒน์ ที่วันก่อนโดนปาปารัสซี่แชะภาพกำลังกอดคอโอบเอวสาวปริศนากลางคอนเสิร์ตที่สวนผึ้งจนคิดว่านี่คือหวานใจตัวจริงหรือเปล่า?? งานนี้ หนุ่มเวียร์ รีบชี้แจงเป็นการด่วน!! ยอมรับว่าเป็นภาพตัวเองจริง ส่วนหญิงสาวในภาพคือ กี้ รฐกร นักแสดงรุ่นน้องร่วมช่องที่ยกแก๊งไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า ไม่ได้พาสาวไป เพราะผมไม่ใช่คนแบบนั้น!!! "ไปคอนเสิร์ตที่สวนผึ้งกับเพื่อนๆ ประมาณ 6-7 คน มีผม มีกี้ รฐกร มีเพื่อนแก๊งบิ๊กไบค์ แก๊งดารารุ่นโตหน่อย ภาพโอบที่ออกมาไอกี้ครับ ไม่ใช่ใครครับ ผมจะมีเฉพาะเพื่อน กอดคอกันเต้นมันส์มากครับ มีนักร้องหลายคนที่เราชื่นชอบก็พาเพื่อนๆ กันไป ไม่ได้มีพาสาวไปครับ ผมไม่ใช่คนแบบนั้นครับ" "กับเบลล่าก็ยังเหมือนเดิม มีคุยบ้างครับ ก็ยังคุยไลน์อะไรได้ ที่มีข่าวเบลล่ากลับไปคุยกับเจมส์จิ ก็ไม่รู้เรื่องเลยครับ แล้วแต่ครับ ห่างขึ้นกว่าเมื่อก่อนมั้ยเหรอ ตัวผมเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกครับ" "เรื่องที่เค้าจะสนิทกับใคร คือผมค่อนข้างโตนะ ผมไม่ใช่เด็กๆ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่แล้ว เราก็ทำงานซะเยอะ มีชีวิตของเราอยู่ แล้วแต่คู่ว่าเค้าใช้อะไรในการยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกัน ของผมเฉยๆ ครับ ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง เราจะไม่ไปก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ทำสิ่งที่เราต้องทำนั่นคืออาชีพของเราให้ดีก่อน สถานะก็แล้วแต่ทุกคนจะเรียกแหละครับ ผมเองก็เรียกเค้าว่าน้องปกติ" "วาเลนไทน์นี้ยังไม่ได้ดูคิวเลยว่ารับงานไว้หรือเปล่า ส่วนใหญ่แล้วผมไม่ได้อะไรกับวันวาเลนไทน์ครับ ไม่ค่อยอะไรกับวันสำคัญ เรื่องแต่งงานผมพร้อมอยู่แล้วครับ แต่ว่ามันไม่รู้อ่ะ ผมว่าคุยเรื่องอื่นดีกว่า" เวียร์ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @charleeboots เวียร์ ศกลวัฒน์ เวียร์ ศกลวัฒน์ เวียร์ ศกลวัฒน์ เวียร์ ศกลวัฒน์ เวียร์ ควงสาวดูคอนเสิร์ต เวียร์ โอบสาวกลางคอนเสิร์ต เวียร์-กี้ รฐกร กี้ รฐกร

คืบหน้า คดีหมอฟันหนีทุน กว่า 47 ล้าน ต้องมาศาล14 มี.ค.นี้
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

ศาลยุติธรรม ชี้แจงคดีหมอฟันเบี้ยวหนี้  47 ล้าน ต้องมาศาลวันนัด14 มี.ค. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีล้มละลายที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นฟ้อง ทันตแพทย์หญิง ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ม.มหิดล)หลังจากได้รับทุนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐฯ เมื่อสำเร็จการศึกษา ดลฤดี ได้หลีกเลี้ยงไม่กลับมาใช้ทุนคืน รวมถึงแต่งงาน เปลี่ยนสัญชาติ และทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าว ม.มหิดล เป็นโจทก์ที่ 1 และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เป็นโจทก์ที่ 2 ยื่นฟ้อง น.ส.ดลฤดี ผู้รับทุน เป็นจำเลย ต่อศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำ ล.3603/2558 ทั้งนี้ทั้งนั้น คดีล้มละลายนี้ สืบเนื่องจากเป็นคดีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 47,853,435.88 บาท พร้อมกันนี้ ศาลได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 14 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยฝ่ายโจทก์และจำเลยต้องมาศาลตามนัด ซึ่งหากจำเลยเดินทางมาศาลต่อสู้คดีก็ต้อง พิจารณาไปตามกระบวนการ แต่หากจำเลยไม่มา ศาลจะมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดพิจารณาและดำเนินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งศาลจะนำความจริงมาพิจารณาว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ และมีหนี้สินจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทหรือไม่ หากศาลพิจารณาแล้วเสร็จ จะมีคำสั่งพิจารณาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อจำเลย หรือไม่ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย ซึ่งในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็จะมีการประชุมเจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้ไม่เห็นด้วยกับการประนอมหนี้ ศาลต้องพิพากษาให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย จากนั้นจะถึงกระบวนการในเรื่องที่เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในกำหนดเวลา 2 เดือน แล้วมีการพิจารณาคำขอชำระหนี้ไปตามลำดับ เมื่อเสร็จแล้ว จะถึงกระบวนการที่สำคัญคือการไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยซึ่งศาลจะต้อง ออกหมายเรียกจำเลย ให้มาศาลเพื่อสอบถามถึงมูลเหตุที่ทำให้ตกเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางว่าเพราะเหตุใดถึงไม่มีทรัพย์สินในการชำระหนี้ หากจำเลยไม่มาศาลก็ถือเป็นการขัดขืนหมายเรียก ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ 'ออกหมายจับ' หลังจากผ่านกระบวนการในการขอรับชำระหนี้ และศาลได้พิพากษาจนตกเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จากนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดี ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News

โคตรหล่อ! รูนี่ย์ โดดป้อง เดปาย ข้อหาเป็นแพะนัดเจ๊าสิงห์
พรีเมียร์ลีก /  พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น / 

เวนย์ รูนี่ย์ กัปตันทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาปกป้องลูกทีมอย่าง เมมฟิส เดปาย ที่โดนแฟนๆถล่มแบบยับเยินหลังจากที่จ่ายบอลพลาดทำให้ทีมโดนเชลซี ตีเสมอท้ายเกมส์ปีกชาวดัตช์ลงมาในช่วงท้ายเกมส์ และไม่สามรถช่วยทีมได้ แถมยังมีส่วนทำให้ทีมเสียประตู เพราะจ่ายบอลพลาดให้ เชลซีตัดได้ และสุดท้าย ดิเอโก้ คอสต้า ที่ซัดประตูตีเสมอทำทีมชวดสามแต้ม แน่นอนว่าหลังจบเกมส์แข้งวัย 25 ปีโดนแฟนๆถล่มเละทุกช่องทาง แต่กัปตันทีมแบบ รูนี่ย์ กลับสวนกระแสออกมาปกป้องลูกทีม “หลายอย่างเกิดขึ้นหลังจากเราเสียการครอบครองบอล จนเชลซียิงได้ ผมไม่คิดว่าเราควรไปลงที่เมมฟิสหรอก” หอกร่างตันกล่าว “เราจ่ายบอลเสียกันทุกคน ผลการแข่งขันมันน่าผิดหวังเพราะเราคิดว่าเราเล่นดีกว่า และผลการแข่งขันทำให้สองแต้มของเราหายไป” สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน ห่างโควตายูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก อันดับ 4 แมนเชสเตอร์ซิตี้ อยู่ 6 คะแนนด้วยกัน

ไปไม่รอด! เซี่ยงไฮ้ฯ เจ๋งเกินคาดถล่ม กิเลน 3-0 ร่วงถ้วยเอเชีย
ตกรอบ /  เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี / 

ตามๆกันไป! เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี เเกร่งเกินคาดเปิดรังถล่ม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปขาดลอย 3-0 ตกรอบ เอเอฟซี เเชมป์เปียนลีก รอบเพลย์ออฟ ตาม ชลบุรี เอฟซี ไปอีกทีม  ผลฟุตบอลเอเอฟซี เเชมป์เปี้ยนลีก เพลย์ออฟ วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี 3 - 0 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : วู เล่ย น.44, 83, คอนก้า น.82  สนาม : เซี่ยงไฮ้ สเตเดียม เวลา 18.30 น. การเเข่งขันฟุตบอลศึกเอเอฟซี เเชมป์เปียนลีก รอบเพลย์ออฟ วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี รองแชมป์ ไชนีส ซุปเปอร์ลีก จากประเทศจีน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตัวเเทนจากประเทศไทยที่จบอันดับที่สอง ฤดูกาลล่าสุด เริ่มเกมมาเป็นทางเจ้าถิ่นที่ครองเกมได้ดีกว่า มาได้ลุ้นนาทีที่ 17 จากจังหวะที่ กียาน อาซาโมอาห์ ได้ยิงเเต่ยังไม่ผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากนั้น “กิเลนผยอง” ยังโดนบุกอย่างหนักนาทีที่ 30 คอนก้า วางบอลมาให้ กียาน อาซาโมอาห์ โหนขึ้นโขกบอลจะเสียบใต้คาน ทว่า กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยังลอยตัวคว้าบอลไว้ได้ติดมือ เเต่เเล้วก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว เมืองทองฯ ต้องมาเสียประตูจนได้ เมื่อ วู เล่ย เลี้ยงแหวกตรงกลางก่อนวางเท้ายิงไกล 25 หลา บอลพุ่งผ่านมือ กวินทร์ เข้าไปตุงตาข่ายให้ เซี่ยงไฮฯ นำ 1-0 ก่อนหมดครึ่งแรกที่สกอร์นี้ ครึ่งหลัง เอสซีจี เมืองทองฯ พลาดได้ประตูตีเสมอสองครั้งในช่วงต้นเกมติด จาก เคลย์ตัน ที่แย่งบอลได้ในกรอบแต่ยิงไปติดเซฟ รวมถึงด้วย เนเกรา ที่จิ้มบอลเปลี่ยนทางเเต่ดันไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย เกมดำเนินถึง นาที 83 เจ้าบ้านขยับหนี 2-0 หวูเล่ย เปิดบอลให้ ดาริโอ คอนก้า วอลเลย์โล่งๆตุงต่าข่าย จากนั้น นาที 87 เซี่ยงไฮ้ฯ มาได้ประตู 3-0 จากการประสานงานกันของคู่เดิม คราวนี้ คอนก้า เปิดให้ หวูเล่ย วิ่งมายิงเน้นๆ ทำให้จบเกมด้วยสกอร์นี้ ส่งผลให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ตกรอบตาม ชลบุรี เอฟซี ไปอีกทีม รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี : หยาน จุนหลิง (ผู้รักษาประตู), หวัง เชนเฉา, ไค หัวกัง, หวู เล่ย, คิม จู-ยอง, หยู ไห, ฟู ฮวน, ชิ เข, กียาน อซาโมอาห์, เอลเคสัน, ดาริโอ คอนก้า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, นาโออากิ อาโอยามะ, อาทิตย์ ดาวสว่าง, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สุพรรณ ทองสงค์, สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, เคลย์ตัน ซิลวา, จูเนียร์ เนเกรา

ผลบอล:ต้านไม่ไหว!ฉลามชลบุกโดนเอฟซีโตเกียวยำเละร่วงACL
ชลบุรี เอฟซี /  ผลบอล / 

เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟรอบที่ 3 วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เอฟซีโตเกียว(ญี่ปุ่น) 9-0 ชลบุรี เอฟซี(ไทย) ผู้ทำประตู:1-0 โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ น. 7(เข้าประตูตัวเอง),2-0 ทาคุมะ อาเบะ น.9,3-0 เคอิโกะ ฮิกาชิ น.34,4-0 เรียวอิชิ มาเอดะ น.54,5-0 ทาคูจิ โยเนโมโต้ น.55,6-0โคตะ มิซูนุมะ น.61,7-0 ฮิโรกิ คาวาโนะ  น.73,8-0 ชลทิตย์ จันทคาม น.85(เข้าประตูตัวเอง),9-0 ฮิโรกิ คาวาโนะ น.90 เวลา: 17.30 น. สนาม: โตเกียว สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: bugaboo.tv เริ่มเกมส์ปได้แค่ 7 นาที เจ้าบ้านได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ สกัดลูกเตะมุมผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง ให้ เอฟซี โตเกียว ออกนำ 1-0 และถัดมาอีกแค่อึดใจ เจ้าบ้านมาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่ ทาคุมะ อาเบะ ลากเลื้อยเลาะริมเส้นทางซ้ายตัดเข้ากลางแล้วซัดเสียบเสาแรกเข้าไปให้ เจ้าบ้านนำห่าง 2-0 นาที 12 สถานการณ์ตัวแทนจากไทยเกือบแย่หนักเมื่อ โคตะ มิซูนุมะ หลุดไปยิงเหน่งๆแต่คราวนี้ติดเซฟของ ธณชัย หนูราช นาที 29 การป้องกันลูกโด่งของ ชลบุรี ยังมีปัญหาเมื่อปล่อยให้ ยูอิชิ มารุยาม่า โขกลูกเตะมุมเต็มๆ แต่โชคยังดีที่ ณรงค์ จันทร์เสวก ที่ยืนคุมเส้นยังโหม่งสกัดบอลทิ้งออกมาได้ นาที 34 เจ้าถิ่นที่จบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาดมาได้ประตูหนีห่างไอีก เมื่อ ยูเฮอิ ทากูนากะ แบ็กขวาเติมขึ้นมาเปิดบอลเข้าไปตรงกลางให้ เคอิโกะ ฮิกาชิ แปยัดเสาแรกเข้าไปให้ เอฟซี โตเกียวนำ 3-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลัง นาที 54 เคอิโกะ ฮิกาชิ เก็บบอลได้ในกรอบเขตโทษแล้วดึงจังหวะรอเพื่อนเติมก่อนไหลให้ เรียวอิชิ มาเอดะ เติมมาแปเน้นๆ เข้าไปให้ เอฟซี โตเกียวหนี 4-0 และนาที 55 ชลบุรี เอฟซี แย่หนักเมื่อมาเสียประตูเพิ่มอีก จากการทำประตูของ ทาคูจิ โยเนโมโต้ เจ้าบ้านนำห่าง 5-0 นาที 61 ยูเฮอิ ทากูนากะ เติมขึ้นทางขวาอีกครั้งแล้วเปิดบอลไปให้ โคตะ มิซูนุมะ ตวัดยิงที่เสาไกล เอฟซี โตเกียวนำ 6-0  นาที 73 ฮิโรกิ คาวาโนะ ปราดเข้ายิงเผาขนเป็น 7-0 ท้ายเกมนาที 85 ชลทิตย์ จันทคาม สกัดบอลเข้าประตูเอง  และนาทีสุดท้าย ฮิโรกิ คาวาโนะ มาซัดจุดโทษเข้าประตูไป เป็นลูกปิดท้ายให้โตเกียวชนะ 9-0 ผ่านเข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มไปอยู่กลุ่ม อี ร่วมกับ ชุนบุค ฮุนได มอเตอร์ (เกาหลีใต้) บินเหยือง (เวียดนาม) และ เจียงซู (จีน) รายชื่อ เอฟซี โตเกียว:ยูตะ อากาโมโต้(GK),ยูเฮอิ ทากูนากะ,มาซาโตะ โมริชิเกะ,ยูอิชิ มารุยาม่า,ยูอิชิ โคมาโนะ,ทาคูจิ โยเนโมโต้,ฮา เดซุง,เคอิโกะ ฮิกาชิ,โคตะ มิซูนุมะ,เรียวอิชิ มาเอดะ,ทาคุมะ อาเบะ ชลบุรี เอฟซี:ธณชัย หนูราช (GK),สุทธินันท์ พุกหอม,ชลทิตย์ จันทคาม,แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส,กรกช วิริยอุดมศิริ, ณรงค์ จันทร์เสวก, นูรูล ศรียานเก็ม (ปกเกล้า อนัตน์ น.46),เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ,ประกิต ดีพร้อม, คิม ชุล โฮ, โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้, เลอันโดร อัสซัมเซา

ลีโอนาร์โด ลุยหนังใหม่! Conquest พร้อมมือเขียนบทจาก The Revenant
Conquest /  Entertainment Now / 

เดินหน้าทำผลงานกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับพระเอกหนุ่ม ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio) ที่หลังจากประสบความสำเร็จในภาพยนตร์เรื่อง The Revenant ไปแล้ว ซึ่งทำให้เขาคว้ารางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และคาดการณ์กันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้เขาคว้ารางวัลออสการ์ที่รอคอยมานานได้สำเร็จ ไม่ให้แฟน ๆ ต้องรอนาน เมื่อมีข่าวล่าสุดมาว่าเขากำลังเดินหน้าในโปรเจกต์ใหม่ที่มีชื่อว่า Conquest ซึ่งโปรเจกต์นี้ได้ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ มารับบทนำ และยังได้มือเขียนบทจากภาพยนตร์ The Revenant อย่าง มาร์ก แอล. สมิธ (Mark L. Smith) มาร่วมงานอีกด้วย พร้อมทั้งโปรดิวเซอร์จากภาพยนตร์ดังจาก Chronicles, I, Robot และซีรีส์ยอดฮิตอย่าง The Blacklist ทีมงานคุณภาพขนาดนี้น่าจะไม่ทำให้คนดูผิดหวังอย่างแน่นอน ติดตามข่าวสารแวดวงฮอลลีวูดได้ใน Entertainment Now วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 น. ช่อง MONO 29     

สาวโสดโปรดฟัง! วิธี เพิ่มเสน่ห์ น่ารักให้ตัวเอง รับรองหนุ่มๆ ตอมชัวร์
บริหารเสน่ห์ /  สาวโสด / 

สาวๆ หลายคนที่โสดอยู่ อาจจะรู้สึกว่า เอ ทำไมเราไม่ดีตรงไหน อะไรที่ทำให้หนุ่มๆ ไม่ชอบใจนะ เราไม่สวยหรอ เฮ้เปลี่ยนความคิดได้เลยค่ะ การมีเสน่ห์นั้นไม่ได้อยู่ที่หน้าตาเพียงอย่างเดียว แต่ คือสิ่งที่คุณเป็นต่างหาก เอาล่ะ มาดูกันดีกว่าว่า สาวๆ แบบไหนที่หนุ่มๆ เขามองว่ามีเสน่ห์ และ ควรค่าแก่การนำมาปรับใช้บ้าง! 1.หัดเป็นสาวตลกเสียบ้าง หลากหลายผลวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ทำให้ผู้ชายหัวเราะได้เนี่ย มีเสน่ห์นักล่ะ ผู้หญิงที่มีอารมณ์ขันแสดงให้เห็นว่า เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี และ ฉลาดในการพูด มีไหวพริบในการสื่อสาร เพราะฉะนั้น จงสร้างเสียหัวเราะให้กับเขาบ้างนะ อาจจะเล่นมุขเล็กๆน้อยๆ พอให้เขาหัวเราะได้บ้าง 2.อยู่กับเพื่อนให้มาก ผลการวิจัยจาก  University of California ใน San Diego พบว่า คุณจะดูดีขึ้นเมื่ออยู่กับคนหมู่มาก เนื่องจากสมองของคนเราจะกลั่นกรองและคัดเลือกคนที่ถึงพอใจมากที่สุดในกลุ่ม เพราะฉะนั้น เกาะกลุ่มเพื่อนเอาไว้!   3.เลี่ยงการคุยสั้นๆ การคุยกันสั้นๆ นั้น จะทำให้คุณไม่รู้จักอีกฝ่ายเอาซะเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังสร้างความน่าเบื่ออีกด้วย เพราะฉะนั้น อย่าลืมตั้งคำถามปลายเปิด เพื่อคุยกันในเรื่องที่สามารถสานต่อได้ คุณจะกลายเป็นคนที่สนุกสนานและน่าพูดคุยด้วยอีกหลายเท่าเลยล่ะ   4.เป็นผู้นำเสียบ้าง คนส่วนใหญ่จะชื่นชอบคนที่มีอำนาจ ตามผลวิจัยพบว่า คนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นจะได้รับความสนใจมากกว่าคนทั่วไป เพราะฉะนั้น เมื่อต้องตัดสินใจ หรือได้แสดงศักยภาพในการได้เป็นผู้นำ จงรับมือกับมันด้วยความมั่นใจ 5.ยิ้มหวานๆให้มาก ยิ่งคุณยิ้มจริงใจเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะใบหน้าของการยิ้มแย้มนั้น ทำให้คนที่เห็นรู้สึกผ่อนคลายและกล้าเข้ามาพูดคุยปฏิสัมพันธ์มากขึ้น 6.เลี้ยงหมาซะ ตามผลการศึกษาพบว่า คนที่เลี้ยงหมา จะมีความน่าสนใจมากขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากแสดงว่าเขาเป็นคนจริงใจและเข้าใจความสัมพันธ์ระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นคนมองโลกในแง่ดี ง่ายๆสบายๆ อีกด้วย 7.ทำตัวให้น่ารักเข้าไว้ ทำสีหน้าของตัวเองให้มีความสุข และ พร้อมรับกับคนอื่นอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องพูดจาดีกับคนอื่นๆด้วย แค่นี้คุณก็ดูน่ารักขึ้นแล้ว 8.อยู่ในที่ที่ดีเข้าไว้ เช่น เดินในห้างในเมือง ร้านอาหารสวยๆ เปิดโอกาสตัวเองให้ได้เจอกับคนในสถานที่ดีๆ ที่แตกต่างกันไป 9.หากเป็นนักดนตรี จงเล่นเพลงดีๆเข้าไว้ แหงอยู่แล้วล่ะว่า ใครๆก็ต้องชอบเพลงเพราะๆ เล่นเพลงเก๋ๆ หรือ ฝึกร้องเพลงประจำตัวเอาไว้ ให้คนที่่ได้ฟังต้องหลงคุณ 10. จงเดทกับคนที่สนุกสนาน ถ้าต้องเลือกเดทใครสักคน ก็ขอให้คุณเลือกคนที่สนุกสนาน ทำให้คุณไม่เครียด แล้วคุณจะเป็นตัวเอง และจะกล้าพูด กล้าทำในสิ่งที่คุณต้องการ ที่สำคัญคุณจะรู้สึกผ่อนคลายและเปิดใจมากกว่าคนในแบบอื่นๆ 11.เป็นคนจิตใจดีเอาไว้ ยิ่งคุณจิตใจดีเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเซ็กซี่เท่านั้นในสายตาคุณหนุ่มๆเท่านั้น เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนจิตใจดีอยู่แล้ว จงเป็นตัวเอง แสดงมันออกมาอย่างที่คุณเป็น ไม่ต้องเขิน บอกเลยว่านี่คือการบริหารเสน่ห์ขั้นสุดเลยล่ะ ผู้ชายแพ้ผู้หญิงจิตใจดีอยู่แล้ว 12.เล่นกีฬา ไม่มีอะไรเซ็กซี่ไปกว่าผู้หญิงเล่นกีฬาอีกแล้ว ช่วงเวลาที่ผู้หญิงเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าทำอะไรก็ดูเซ็กซี่ไปหมดแหละ เพราะฉะนั้น หากีฬาเล่นซะ! อ้อถ้าอยากจะหาแฟน ก็จงเล่นกีฬาที่คุณผู้ชายเขาเล่นได้ด้วยนะ 13.ใส่อะไรก็ได้ที่เป็นสีแดง! จากผลการวิจัยพบว่า " สีแดง"  ทำให้คุณผู้ชายหันมาสนใจได้มากกว่าสีอื่น  สีแดงเป็นสีแห่งความร้อนแรง ร้อนรุ่ม เซ็กซี่ เย้ายวน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า แค่คุณทาลิปสีแดง รองเท้าแดง ชุดสีแดง เชื่อนักล่ะว่าต้องมีผู้ชายเหลียวคุณบ้างล่ะ ที่มา www.independent.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

10 ปีที่รอคอย! หนุ่ม ศรราม ประกบคู่ กบ สุวนันท์ อีกครั้งในน้ำเซาะทราย
กบ สุวนันท์ /  หนุ่ม ศรราม / 

หลังจากนางเอกสาว กบ สุวนันท์ ได้ออกมาประกาศว่าจะรับละครอีกครั้ง ทำเอาแฟนคลับใจจดใจจ่อรอฟังข่าวดีว่านางเอกสาวจะกลับมาประกบคู่กับพระเอกคนไหน ล่าสุดเฟซบุ๊ก CH7 Drama Society ได้เผยรายชื่อละครใหม่ช่อง 7 สี และหนึ่งในนั้นก็คือละครเรื่อง น้ำเซาะทราย ที่นำแสดงโดยพระเอก หนุ่ม ศรราม ที่จะมาประกบคู่กับนางเอกสาวกบ สุวนันท์ นั่นเอง และจะมาเชือดเฉือนบทบาทกับเจี๊ยบ โสภิตนภา,เคลลี่ ธนะพัฒน์ พร้อมนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่งงานนี้แฟนคลับ หนุ่ม-กบ รอฟินกับคู่ขวัญในตำนานกับได้เลยจ้า ขอบคุณภาพและข้อมูลจากCH7 Drama Society,IG:sornram_theappitak หนุ่ม ศราม-กบ สุวนันท์ หนุ่ม-กบ หนุ่ม ศราม-กบ สุวนันท์

พบแล้วน้องดีเจ เด็ก 3 ขวบหายตัวออกจากบ้านที่ภูเก็ต
ข่าวจังหวัดภูเก็ต /  น้องดีเจ / 

พบแล้ว น้องดีเจ เด็ก 3 ขวบหายตัวออกจากบ้านที่ภูเก็ต หลังระดมกำลังเดินเท้าหาตามป่าละเมาะใกล้บ้าน ย่างเข้าวันที่ 6 จากรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพช่วยกันติดตามหาตัวน้องดีเจ อายุ 3 ปี 9 เดือน ที่หายตัวออกจากบ้านในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อ 5 วันก่อนนั้น ล่าสุดทางญาติ และเจ้าหน้าที่พบตัวน้องดีเจแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ (9 ก.พ. 59) หลังช่วยกันปูพรมค้นหา โดยพบน้องดีเจอยู่บริเวณป่าละเมาะใกล้บ้านพักใน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นผืนป่าต่อเนื่องยาวไปถึงภูเขา เบื้องต้นพบว่า น้องดีเจ อยู่ในสภาพอิดโรย ผอมโซ มีบาดแผลจากยุงและแมลงกัดต่อย จนเต็มแขนและขาทั้งสองข้าง โดยเจ้าหน้าที่ได้นำน้ำให้น้องดื่ม ก่อนเร่งช่วยเหลือนำน้องขึ้นมาจากหุบเขา ซึ่งจากการสอบถามเด็กยังไม่พูดอะไร คาดว่าอยู่ในอาการอ่อนเพลีย ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อทำการรักษาต่อไป ขอบคุณภาพจาก มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

'ครูหยุย' ยก 8 ข้อดี 'บิ๊กตู่' ต่อกรณีว่า 'ไร้ค่า'
ข้อดี /  ครูหยุย / 

"ครูหยุย" ยก 8 ข้อดีของ "นายกฯ" คือ บุคคลมากคุณค่าที่ควรแก่การสนับสนุน และ ให้กำลังใจ วันที่ 9 ก.พ.59 นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "วัลลภ ครูหยุย ตังคณานุรักษ์" ยกย่อง 8 ข้อดีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต่อกรณีคำบ่นเชิงน้อยใจ "ผมคนไร้ค่า" ของนายกฯ โดยข้อความระบุว่า... "ผมคนไร้ค่า" คำบ่นเชิงน้อยใจของนายก เป็นที่วิจารณ์ไปทั่ว สำหรับผม เห็นตรงข้ามครับ นายกเป็น"คนมีคุณค่า"ต่อประเทศชาติบ้านเมืองมาก 1.ยอมเสี่ยงเข้ากู้ชาติบ้านเมืองก่อนที่สงครามกลางเมืองจะเกิด ก่อนประเทศจะแตก 2.ยอมแบกภาระกู้วิกฤติที่ต่างชาติกดดันด้วยมตินานาชาติ เรื่องค้ามนุษย์ เรื่องการบิน เรื่องสิทธิมนุษยชน จนหลายๆเรื่องราวเริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มดีขึ้น 3.กล้ายืนหยัดทำสิ่งถูกต้อง ด้วยการจัดการกับนายทุนที่รุกที่ป่า จนนำคืนผืนป่ามาได้หลายหมื่นแสนไร่ 4.เปิดทางให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าจัดการการทุจริตคอรัปชั่นอย่างตรงไปตรงมา เช่นกรณีรับจำนำข้าว 5.สร้างกลไกและมาตรการระยะยาว ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถยืนหยัดด้วยตนเองได้ 6.กล้าตัดสินใจที่จะยุติประเด็นที่จะสร้างปัญหาต่อสังคมในอนาคต เช่น กรณี GMO 7.ผลักดันกฎหมายที่มากประโยชน์ เช่นกฎหมายมรดก/กฎหมายอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 8.กล้าที่จะวิพากษ์สื่อที่ไร้จุดยืนอย่างตรงมาตรงไปโดยไม่หวั่นเกรง *เหล่านี้คือตัวอย่างครับที่นายกรัฐมนตรีคือบุคคลมากคุณค่าที่ควรแก่การสนับสนุนและให้กำลังใจ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ย้อนวัยเรียนสาวสวยหุ่นดี จีน่า อันนา ในชุดนักศึกษา
จีน่า อันนา มานัตนันท์ /  ชุดนักศึกษา / 

จีน่า อันนา หรือชื่อเดิม จีน่า อุไรรัตน์ มานัตนันท์ สาวสวยอายุ 23 ปี ดีกรีผู้ชนะ "Paul Frank New Idol 2014" สำเร็จการศึกษาคณะศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด หรือที่หลายคนรู้จักเธอในฐานะแฟนสาวของนักแสดงหนุ่ม โอ๊ต วรวุฒิ นิยมทรัพย์ วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยอยากขอย้อนวัยเรียนสาวสวยหุ่นดี จีน่า อันนา ในชุดนักศึกษา แต่จะน่ารักขนาดไหนนั้นไปติดตามพร้อมๆ กันเลย ย้อนวัยเรียนสาวสวยหุ่นดี จีน่า อันนา ในชุดนักศึกษา ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก นิตยสาร Campusstar, mono-mobile, gossipstar, @jenaanna

ตื้นตันใจ! ชาวนาร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวผืนนา 'ทรงพระเจริญ'
ข้าว /  ทำนา / 

ตื้นตันใจ! ชาวนา จ.นครสวรรค์ ร่วมใจลงแขกเกี่ยวข้าวบนผืนนา 'ทรงพระเจริญ' เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากกรณีที่นายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ อายุ 45 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ 3 ต.บางพระหลวง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สร้างความฮือฮาด้วยการได้เนรมิตพื้นที่การเกษตรกว่า 2 ไร่ของตนเอง ทำนาข้าว โดยมีการปลูกต้นข้าวเรียงรายให้ออกมาเป็นรูปตัวอักษรพยัญชนะไทย คำว่า “ทรงพระเจริญ” เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างความสวยงามอย่างมาก จนถึงขั้นมีผู้คนต่างเดินทางไปถ่ายภาพความสวยงามกันอย่างไม่ขาดสาย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ 9 ก.พ. นายธนาคม จงจิระ ผวจ.นครสวรรค์ พร้อมด้วย พล.ต.บุญยืน อินกว่าง ผบ.มทบ.31 และหัวหน้าส่วนราชการ เดินทางไปร่วมกันทำพิธี ลงแขกเกี่ยวข้าวที่แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" หลังถึงฤดูที่จะต้องเก็บเกี่ยวพันธุ์เมล็ดข้าวตามกำหนดครบ 3 เดือน โดยมีนายจีรพงษ์ จูอาภรณ์ เจ้าของแปลงนาดังกล่าว ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงนักเรียนนักศึกษา กว่า 300 คน มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าวกันอย่างคึกคัก ส่วนเมล็ดพันธ้าวที่เก็บเกี่ยวได้ เป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวปัง กข 41 ซึ่งนายจีรพงษ์ มีความประสงค์ที่จะเก็บส่วนหนึ่งไว้ทำนาในฤดูกาลต่อไป ขณะที่เมล็ดข้าวอีกส่วนหนึ่ง ได้ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นำแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว ให้นำไปปลูกในแปลงของตนเอง เพื่อเสริมความเป็นมงคล ทางด้านด้าน นายจีรพงษ์ เปิดเผยว่า แปลงนาอักษร "ทรงพระเจริญ" ผืนนี้ ตนมีความตั้งใจทำอย่างมาก ที่จะทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศมาโดยตลอด ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี จนมาถึงวันนี้ ครบ 3 เดือนที่จะต้องเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ปลูกไว้แล้ว ยิ่งทำให้ตนรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก ซึ่งในส่วนของการทำนาครั้งต่อไป ตนจะทำแบบนี้ทุกปี เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังสามารถทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News