ดีเจกบ นวพร

ใหม่ ทำผู้ชายผิดหวังประกาศ! เก็บเต้า งดหวิวรับซัมเมอร์
ใหม่ สุคนธวา /  ข่าวบันเทิงวันนี้ / 

ถ้าเม้าท์มอยถึงดาราเซ็กซี่ตัวแม่ๆ เชื่อว่าต้องมีชื่อของ ใหม่ สุคนธวา ที่ทุกๆ ซัมเมอร์จะสร้างความฮือฮาบนแผงหนังสือมาตลอด แต่สำหรับปีนี้สาวใหม่ประกาศพักหวิวชั่วคราว ตอนแรกก็คิดว่าแฟนหนุ่มอย่าง พี่ตรัย จะหึงหวงอะไรหรือเปล่า เพราะแว่วๆ มาว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้แต่งานนี้สาวใหม่เปรยออกมาว่า ที่ไม่อยากเซ็กซี่ เพราะกลัวจะส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์งานพิธีกร ซึ่งเรื่องนี้สาวใหม่เผยว่า “ปกติช่วงซัมเมอร์แผงหนังสือบ้านเราก็จะคึกคักด้วยสาวๆ ถ่ายชุดว่ายน้ำ ซึ่งตัวใหม่เองก็ถ่ายมาพอสมควรแล้ว ปีนี้ก็มีติดต่อเข้ามาหลายเล่มเหมือนกัน ได้คุยกับทางผู้จัดการส่วนตัวว่าอยากจะเบรกสักพัก เพราะเกรงจะมีผลกับภาพลักษณ์พิธีกร สดใหม่ไทยแลนด์ ทางช่อง 2 ที่ทำอยู่ คือรายการนี้เป็นรายการข่าว คือตัวใหม่เองก็รักรายการนี้มาก เพราะเป็นการทำหน้าที่พิธีกรของเราอย่างเต็มตัว ถามว่าหยุดเลยไหม ก็ไม่ขนาดนั้น ต้องดูภาพรวมหลายๆ อย่าง ดูหัวหนังสือ ดูคอนเซ็ปต์ด้วย ใหม่คิดว่าไม่ว่าเราจะทำงาน หรือทำหน้าที่อะไรก็ตาม เราต้องเคารพในงาน และเพื่อนร่วมงานด้วย แต่ถ้าเป็นละครก็ยังสามารถเซ็กซี่ได้บ้างอยู่ ยังไงก็ฝากติดตามผลงานของใหม่ด้วยนะคะ” ภาพประกอบจาก RUSH MAGAZINE ใหม่ สุคนธวา ใหม่ สุคนธวา ใหม่ สุคนธวา

ประโยชน์ของกล้วย 12 ข้อ ที่ช่วยลดน้ำหนักและทำให้สุขภาพดี
ประโยชน์ของกล้วย /  กล้วย / 

ประโยชน์ของกล้วย 12 ข้อ ที่ช่วยลดน้ำหนักและทำให้สุขภาพดี 1. กล้วยจะมีโปรตีนเป็น 4 เท่า มีคาร์โบไฮเดรตมากเป็น 2 เท่า มีฟอสฟอรัสมากเป็น 3 เท่า มีวิตามินเอ และแร่ธาตุเหล็กมากกว่าแอปเปิ้ล 5 เท่า 2. กล้วยช่วยทำให้อิ่มท้อง และให้พลังงานเพียงพอสำหรับการออกกำลังกายหรือทำงานหนักนานถึง 90 นาที 3. กล้วยจะมีวิตามินบี 1 และบี 2 ซึ่งจะช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน ป้องกันอาการตัวบวม และฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า 4. กล้วยมีเกลือแร่ อาทิเช่น โปรเตสเซียม ที่ช่วยในการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ แมกนีเซียม ซึ่งช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียม 5. กล้วยมีเส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในการบรรเทาอาการท้องผูก 6. กล้วยช่วยทำดีท็อกซ์ แป้งในกล้วยดิบมีฤทธิ์ในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ส่วนในกล้วยสุกจะช่วยเพิ่มความต้านทานของร่างกาย และป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี 7. กล้วยมีสารโพลีฟีนอล มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ 8. กล้วยมีสารยูจีนอล ช่วยเร่งการพัฒนาสภาพร่างกาย 9. กล้วยมีสารเซโรโทนิน ช่วยลดความหงุดหงิด และทำให้ความอยากอาหารลดลง 10. กล้วยมีเอนไซม์ช่วยในการย่อย ทำให้การย่อย การดูดซึมอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กระเพาะและลำไส้จึงไม่ต้องทำงานหนัก 11. น้ำตาลในกล้วย เช่น กลูโคส ฟลุกโตส ซูโคส ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงาน พร้อมกับช่วยลดความต้องการในการบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันลดลง ทดแทนความหวานได้ 12. กล้วยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเซลล์ NK ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการจัดการกับมะเร็ง กล้วยมีประโยชน์มากสามารถกินได้ทุกวัน สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด ราคาก็ถูก เพื่อนๆอย่าลืมทานกล้วยกันนะครับ

Unfriended : ใช้สมองก่อนนิ้ว
Unfriended /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

อาจจะอ่านแล้วดูพิลึกไปสักหน่อย แต่คงต้องบอกกับคุณผู้ชมว่า แม้การรับชมในโรงภาพยนตร์จะให้อารมณ์เต็มเปี่ยมเพียงใด แต่กับ Unfriended เรื่องนี้ หากคุณอยากอินกับมันจริงๆ การดูผ่านจอคอมพิวเตอร์ เสียบหูฟัง และปิดไฟในห้องให้มืดสนิท ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมทีเดียว Unfriended ถ่ายทอดเรื่องราวของ แบลร์ ที่แชทสไกป์กับเพื่อนๆ ในแก๊งตามประสาวัยรุ่น ก่อนที่จะมียูเซอร์ลึกลับนาม บิลลี่ 227 โผล่เข้ามาให้ห้องแชท แบบไล่ยังไงก็ไม่ไป จนทุกคนเริ่มสงสัยว่าผู้ลึกลับนี้อาจเป็น ลอร่า บาร์นส เพื่อนสาวผู้จากไปด้วยการฆ่าตัวตาย อันเนื่องมาจากความอับอายต่อคลิปหลุดในเว็บไซต์ บิลลี่ 227 แสดงเจตจำนงจะหาต้นตอคนโพสคลิปดังกล่าว ด้วยการข่มขู่ บีบบังคับ และเมื่อทุกคนทำนิ่งไม่รู้เรื่อง มันก็ค่อยๆ แฉความลับ และนำความสยองขวัญมาเยือนทีละคนๆ ความโดดเด่นของ Unfriended คือการที่หนังไม่มัวย่ำอยู่กับที่ ในขนบขายความสยองที่เห็นกันดาษดื่น แต่เลือกใช้วิธีที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการสร้างประสบการณ์จริง และทำให้คนดูเชื่อว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าคือของจริง มิใช่การถ่ายทำ ดังที่ตัวอย่างรุ่นพ่ออย่าง The Blair Witch Project ใช้กลวิธีพบฟุตเทจลับ หรือหนังยุคใหม่อย่างการมอง Paranormal Activity ผ่านการวงจรปิด ดังนั้น การที่ Unfriended จะถ่ายทอดเรื่องราวทั้งเรื่องผ่านมุมมองที่เรากำลังมองตรงไปยังจอคอมพิวเตอร์ และเห็นเหตุการณ์ของคนอื่นผ่านเว็บแคมนี้ จึงไม่ใช่เรื่องสดใหม่ในความเป็น "เรียลลิตี้" แต่มันก้าวตามทันยุคสมัย ที่คนเราใช้เวลากดไลค์ มากกว่าพบปะกันได้อย่างน่าชื่นชม แต่วิธีนำเสนอแปลกตาดังกล่าว ก็เป็นดังดาบสองคม เพราะหากว่ากันตามปกติวิสัยแล้ว ยามใดที่เรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่แสดงผลเป็นสารพัดโปรแกรมซ้อนกันไปมา นั่นเท่ากับว่าเราสามารถควบคุมทุกอย่างบนนั้นได้ แต่ทว่า Unfriended เป็นหนัง และคนดูไม่มีสิทธิจะไปยุ่มย่ามสั่งการอันใด ทำได้แค่มองดูความเป็นไปของมันเรื่อยๆ ซึ่งถ้าจูนติดกับมันตั้งแต่แรก ก็สามารถร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของตัวละคร ที่ค่อยๆ เผยข้อมูลผ่านหน้าต่างโปรแกรมสไกป์ เฟสบุ๊ค ยูทูป อีเมล์ ที่ เปิด-ปิด ย่อ-ขยาย สลับกันไปเรื่อยๆ จนนำไปสู่เรื่องสยองได้ แต่เมื่อคุณเปิดสิ่งละอันพันละน้อย ขึ้นมาไว้เยอะๆ ขยายอันนั้นย่ออันนี้ ซ้ำไปซ้ำมา ก็ทำให้จุดสนใจแกว่งไปทั่ว (โดยเฉพาะหน้าจอสไกป์ ที่ทุกคนต่างแสดงอาการ และเอ็ดตะโรแข่งกันเต็มไปหมด) ไม่รู้จะโฟกัสใครหรือตำแหน่งไหน? ใครสำคัญสุด? อีกทั้งหน้าจอก็ยังนิ่งๆ ไร้ซึ่งมุมกล้อง ระยะภาพ หรือเทคนิคการถ่ายใดๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยเร้าความสนใจแล้ว มันก็อาจทำให้น่าเบื่อเอาง่ายๆ และเลิกสนใจไปเสียดื้อๆ อันนี้แล้วแต่มุมมองการรับชม แต่ก็ถือเป็นโชคดีเล็กๆ ที่มีซับไทยขึ้นทุกครั้ง ที่ตัวละครตั้งใจอ่านข้อความบางอย่าง ทำให้เป็นการบังคับกลายๆ ว่าให้สนใจตรงนี้นะคุณ มิฉะนั้นสายตาคงมองสะเปะสะปะ ทั้งข้อความ ภาพในคลิป วีดีโอแนะนำ (หรืออาจลามไปถึงยอดไลค์ และแชร์ ที่มนุษย์ผู้เสพติดโซเชียล ให้ความสำคัญเป็นอย่างแรก) ในขณะที่ Unfriended สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้ชมหนังสยองได้อย่างน่าสนใจ หากถอดกลวิธีเหล่านั้น แล้วสนใจที่ตัวเรื่องราวเพียวๆ มันกลับไม่ได้ชาญฉลาดเท่าวิธีนำเสนอ สภาพคล้ายนักเรียนที่ทำรายงานเนื้อหาหลวมโพรกพราก แต่พรีเซ้นท์หน้าห้องเก่ง ราวกับเดี่ยวไมโครโฟน ตัวละครซ้ำๆ จำพวกกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องประสบเคราะห์กรรม พากันไปตายหมู่ เพราะอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ (ในกรณีนี้ อาจเหนือกว่าโปรแกรมเมอร์ทั้งมวลด้วย) ที่เห็นกันจนชินตา และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนจบจะลงเอยเช่นไร ความหวีดสยองก็อยู่ในระดับทั่วๆไป ทั้งที่สามารถขมวดปมความลึกลับ และบทสรุปในทิศทางท่ายากมากกว่านี้ได้อีกมากมาย . รู้จักใช้สมองคิด ก่อนใช้นิ้วคลิก ทำการอันใด . แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Unfriended ส่งเสียงเตือนคนดูยุคโซเชียลนี้ คือเภทภัยที่อาจมาเยี่ยมเยือนได้ถึงหน้าไทม์ไลน์ เมื่อเราเขียน โพส หรือกระทำการสิ่งใดลงบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยขาดการยั้งคิด และมันก็จะวนเวียนอยู่ในระบบ การป่าวประกาศความงามหน้าของคนอื่น ที่เรากระทำด้วยสะใจ อาจย้อนกลับมาแว้งกัดเราอย่างสาสมเจ็บแสบเอาได้สักวัน อีกทั้งบรรดาประชากรประเภทผู้สังเกตการณ์ หรือ "ไทยมุง" ทั้งหลายนั้น ก็พร้อมจะเฮโลมาซ้ำเติมความฉาวโฉ่เน่าเฟะ จากการไลค์ แชร์ และคอมเม้นท์อย่างสนุกมือสำราญปากพอๆกัน เราไม่อาจรู้ได้ว่า Unfriended จะส่งแก่นสารนี้ ถึงชาวโซเชียลได้มากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็กระทุ้งเตือนเบาๆ และเปิดมุมมองให้เรารู้จักใช้สมองคิด ก่อนใช้นิ้วคลิก ทำการอันใดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว จะคิดได้วันนี้ หรือจะรอให้ ลอร่า บาร์นส มาทักถึงห้องแชท ก็แล้วแต่คุณละกันนะ  เรื่องนี้ให้ 8 / 10 ครับ Lecter. -------------------------------

30 ข้อคิดสั้นๆ เมื่อเจออุปสรรคในความรัก ก่อนจะสาย
ข้อคิด /  ความรัก / 

หลายคู่ตอนแรก รักกันมาก จนคนอิจฉา แต่เวลามีปัญหากับแก้ไขให้ผ่านพ้นไปไม่ได้ซะอย่างนั้น เมื่อปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็กลายเป็นว่าเส้นทางรักต้องจบลง แต่เคยคิดไหมคะว่า ปัญหาเหล่านี้เกิดจากเราเองหรือเค้าที่ไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองความคิด หรือไม่ยอมรับฟังอีกฝ่ายเลยหรือเปล่า ถ้าคุณกำลังมีปัญหาแบบนี้ละก็ 30 ข้อคิดสั้นๆ เมื่อเจออุปสรรคในความรัก ก่อนจะสาย นี้ น่าจะทำให้คุณทราบคำตอบ และหันกลับมามองปัญหา แก้ไขไปพร้อมๆ กัน 30 ข้อคิดสั้นๆ เมื่อเจออุปสรรคในความรัก ก่อนจะสาย 1. เวลาทะเลาะกัน ให้รีบคิดว่าพรุ่งนี้ก็ลืมแล้วว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร ให้รีบคืนดีกัน 2. อย่าเบื่อที่จะรับสาย เพราะมันดีกว่าไม่มีใครโทรเข้ามา 3. ไม่มองบ้าง ไม่พูดบ้าง ทำให้ความรักยืนยาวขึ้น 4. ความรักไม่ใช่เกมส์กีฬา อย่ามัวแต่หาคนชนะหรือแพ้ ไม่เช่นนั้นเราอาจจะเป็นนผู้แพ้ทั้งคู่ 5. เมื่อคนหนึ่งพูด อีกคนต้องฟัง 6. อย่าเปรียบเทียคนรักของเรากับคนอื่น 7. หาเวลาออกไป dinner บ้าง 8. อย่ามองเหตุผลของตนเป็นใหญ่เสมอ 9. เข้าใจให้มากกว่าเอาแต่ใจ 10. ทำให้เหมือนเพิ่งรักกันวันแรกเสมอ 11. ต้องเข้าใจว่า คิดต่างกัน ไม่ได้แปลว่าไม่รักกัน 12. ฝึกคิดบวกให้มากกว่าคิดลบ 13. กอดกันให้บ่อย เท่าที่คิดถึงกัน 14. ยิ้มให้กัน ให้มากกว่าที่กอดกันยิ่งดี 15. การใช้ชีวิตคู่เท่ากับการแชร์พื้นที่กัน 16. จำไว้ว่า “พื้นที่ส่วนตัว” สำคัญต่อการใช้ชีวิตคู่เสมอ 17. อย่าทำงานหนักเกินไป จนลืมว่ามีใครที่สำคัญกว่านั้น 18. ก่อนนอน..ห่มผ้าให้กันบ้าง 19. ความรักก็เหมือนการเต้นรำ...บางจังหวะเราต้องนำ บางจังหวะเราก็ต้องตาม 20. อย่าทำร้ายคนที่เรารัก ด้วยคำพูดที่แปลว่าไม่รักกัน 21. ดูแลร่างกายกันแล้ว ก็อย่าลืมดูแลจิตใจกันด้วย 22. ความรักหมดได้...ก็เติมใหม่ได้ 23. “สู้” “เป็นกำลังใจให้นะ” 2 คำนี้ ที่ควรพูดบ้าง 24. ทำให้คนเรารักรู้ว่า จะมีเราเคียงข้างและพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันเสมอ 25. ยอมรับที่จะเรียนรู้ ถ้าคิดจะใช้ชีวิตคู่กับใครอีกคน 26. หัดลืมอดีต และเรื่องเก่าๆเสียบ้าง 27. ลองออกไปยืนมองพระจันทร์เต็มดวงด้วยกันบ้างก็ดี 28. ต้องรู้จักพูด “ขอโทษ” ให้เป็น (ถึงไม่ผิดก็ “ขอโทษ” ได้) 29. แชร์เพลงรักไปให้เค้าหรือเธอฟังบ้าง 30. จำไว้ว่า สุดท้ายไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า “ครอบครัว” ข้อมูลจาก pantip

คืนนี้ติดตาม แต่งหน้าศพฟรี!! ทำดีเพื่อแผ่นดิน : แรงชัดจัดเต็ม 22 พ.ค.58
กอล์ฟฟี่ /  แต่งหน้าศพฟรี / 

ฤชวีพัฒน์ จิราวัฒน์มงคล (กอล์ฟฟี่) จากอาชีพช่างแต่งหน้าสู่การทำดีเพื่อสังคมโดยการ แต่งหน้าศพฟรี เพราะอะไร?? คืนนี้ (22 พ.ค.58) ติดตาม "แรงชัดจัดเต็ม" กับ ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เวลา 20.00 น. ทางไบรท์ทีวี ดิจิตอลทีวี ช่อง 20 ระบบดาวเทียมและเคเบิล ช่อง 30 หรือรับชมทาง www.brighttv.co.th/live

ต่อ-มีน ยังหวาน ขยันควงทำบุญ เสริมดวง เสริมโปรรัก แน่นแฟ้น
ต่อ ธนภพ /  ข่าวบันเทิงวันนี้ / 

ความรักยังหวานชื่นอยู่ สำหรับหนุ่มหล่อหน้าใสเลือดฮอร์โมนอย่าง ต่อ ธนภพ กับ มีน แฟนสาวนอกวงการที่คบหาดูใจกันมานานหลายปี แหม...มันน่าอิจฉาในความรักของคู่นี้จริงๆ แต่เห็นรักกันดีอย่างนี้ ก็ยังไม่วายโดนพวกปากหอยปากปูคอยสร้างความร้าวฉานอยู่ตลอดว่ายังไงก็คงไปด้วยกันไม่รอด เพราะหนุ่มต่อเองก็ทั้งหล่อ ทั้งฮอต พวกชะนีสาวๆ ก็ต่างหมายปองจ้องตาเป็นมันกันค่อนประเทศ เรียกว่าถ้าสาวมีน She เผลอเมื่อไหร่ หนุ่มต่อโดนงาบไปรับประทานแน่นอน แต่ดูเหมือนว่าเสียงนกเสียงกาจะไม่มีผลต่อความรักของทั้งคู่ เพราะยิ่งนานวัน คู่นี้ก็ยิ่งหวานขึ้น จุดนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอานิสงส์ของการทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันกันหรือเปล่า เพราะทางเราทราบมาว่าทั้งคู่ชอบชวนไปทำบุญเข้าวัดเข้าวากันบ่อยๆ อร๊าย...นี่มันคู่รักนักบุญชัดๆ เอ๊ะๆๆ แต่ถ้าใครไม่เชื่อคงต้องให้หนุ่มต่อยืนยันเองเลยดีกว่า “ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ เราก็จะชวนกันไปทำบุญตลอด คือจริงๆ ผมเป็นคนชอบทำบุญ วันไหนว่างๆ ก็จะขับรถไปทำบุญกัน แต่ไปเช้ากลับเย็นนะครับ ก็ไปตามวัดต่างๆ เจอวัดไหนก็แวะไหว้พระ อะไรแบบนี้ ผมเป็นคนที่ทำบุญ แต่ไม่ได้ไปกำหนดว่าจะต้องไปที่วัดนี้ หรือว่าต้องมีจุดมุ่งหมายเสมอไป คือบางครั้งเราเจอวัดที่ไหน เราก็แวะทำบุญได้ตลอดครับ” แหม...ชวนกันเข้าวัดทำบุญแบบนี้ ขอปรบมือให้รัวๆ เลยค่า...นางมารหน้าไหน ที่จะเข้ามาผจญจงหลบไป ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ-มีน ต่อ ธนภพ-มีน ต่อ ธนภพ-มีน

ดีเอสไอบุกยูทาวเวอร์ ค้นสำนักงานส่วนตัว 'ศุภชัย'
ดีเอสไอ /  ยักยอกเงิน / 

ดีเอสไอนำหมายศาล ค้นอาคารยูทาวเวอร์ สำนักงานส่วนตัว "ศุภชัย" อดีตปธ.สหกรณ์เครดิตฯยูเนี่ยน เก็บหลักฐานเพิ่มเติม พบเอกสารจำนวนมากคาดเกี่ยวกระทำผิด วันที่ 22พ.ค. พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยนายชัยบดี กากะ ทนายของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาในคดียักยอกเงินสหกรณ์ฯ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ นำหมายค้นของศาลจังหวัดพระโขนง เข้าตรวจค้นสำนักงานส่วนตัวของนายศุภชัย เลขที่ 411 ชั้น 2 อาคารถนนศรีนครินทร์ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับคดียักยอกเงิน ที่อาคารดังกล่าว บริเวณปีกด้านขวา ชั้น 2 ซึ่งเป็นสำนักงานส่วนตัวของนายศุภชัย ถูกแบ่งออกเป็น 3 ห้อง ห้องแรกถูกใช้เป็นห้องสำนักงาน มีเอกสารต่างๆ ทั้งโต๊ะสำนักงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ห้องที่สองเป็นห้องสำหรับรับรองแขกผู้มาติดต่อ ภายในห้องมีถ้วยรางวัลตั้งโชว์ กรอบรูปที่มีภาพของนายศุภชัยขนาดใหญ่ โน๊ตบุ๊คจำนวน 2 เครื่อง และสำเนาเอกสารบางส่วน และห้องด้านในสุดเป็นห้องทำงานส่วนตัวของนายศุภชัย ถูกตกแต่งด้วยพระพุทธรูปจำนวนมาก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบตู้เซพขนาดเล็กจำนวน 9 ตู้ ตู้เซฟขนาดใหญ่ 1 ตู้ รวมทั้งสำเนาเอกสารต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทีวียี่ห้อ พานาโซนิค ขนาดใหญ่ 1 เครื่อง ชุดโซฟา 1 ชุด และของตั้งโชว์ อีกจำนวนมาก ทั้งนี้สำเนาเอกสารต่างๆ ที่ตรวจพบและคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทางเจ้าหน้าที่ ได้รวบรวมใส่กล่องก่อนที่จะมีการซีลปิดกล่องไว้ด้วยเทป พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมกันเซ็นชื่อกำกับไว้ เพื่อนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่ดีเอสไอ พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ดีเอสไอได้ขอหมายค้นจากศาลพระโขนงเข้ามาตรวจค้น เพราะสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่พัก และเป็นสถานที่ทำงานของนายศุภชัยมาโดยตลอด จนกระทั่งนายศุภชัยได้เข้ามอบตัว และต่อมาศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว สถานที่ดังกล่าวจึงถูกปิดไว้ไม่มีผู้ใดเข้ามายุ่งเกี่ยว นอกจากนี้ทราบว่านายศุภชัยยังมีที่พักแห่งอื่นอีก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป MThai News

ลดน้ำหนักจาก 175kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย)
Fitness /  ฟิตเนส / 

ลดน้ำหนักจาก 175kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย) เพราะว่าชีวิตเรามันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา การที่จะตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่างมันก็อยู่ที่ตัวเรา และ แรงใจของเราล้วนๆ ซึ่มเหมือนกับคุณอาร์ต สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่เขาเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักที่เขาได้ทำมา ลดน้ำหนักจาก 175kg จนเหลือ 110 เปลี่ยนไปอย่างกะคนละคนเลยทีเดียว ขอแน่ะนำตัว ผมชื่อ อาร์ต ปัจจุบันอายุ 28 ปี สูง 180 cm. ผมเป็นเด็กที่อ้วนมาตั้งแต่เกิดเลย แม่บอกว่าตอนผมเกิดพยาบาลตั้งให้เป็น Big Baby เพราะมีน้ำหนักเยอะที่สุดในช่วงเวลานั้น น้ำหนักจะเพิ่มทุกๆปีตั้งแต่เด็ก ปีละ 10 kg จนน้ำหนักที่พีคที่สุดคือ 182 kg ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว เป็นช่วงที่เริ่มคิดได้ว่าต้องเริ่มลดน้ำหนักแล้วนะ ส่วนแรงบันดาลใจที่ลดน้ำหนักอีกอย่างคือ อยากมีแฟนนั้นแหละครับ ตอนที่คิดจะลดอยากมีแฟนมากเพราะไม่เคยมี เพื่อนๆรอบข้างมีแต่คนบอกว่าอย่าไปมีเลยนรกชัดๆ คือมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ผมก็ยังอยากที่จะมีอยู่ดี 555555+ ผมได้เริ่มเข้ามาทำงานที่แรกตอนนี้หาที่ชั่งน้ำหนักได้แล้ว ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ ประมาณ 160 กิโลครับ ผมทำงานเกี่ยวกับพวกกราฟฟิค งานหนักมากอยู่ครับ ยิ่งตอนทำงานดึกๆหิวมากครับงานมันใช้สมองเยอะมาก จะไม่กินก็ไม่ได้เมนูช่วงเวลา ดึกๆ ก็คงไม่พ้น แมค พิซซ่า KFC แน่นอนครับกินนอนอยู่แต่หน้าคอม กินทีก็จัดหนักมาก เวลาส่วนตัวไม่ต้องพูดถึงครับ มีเวลาทีก็หมดไปกับการนอนหมดแล้ว เพราะบางทีก็กลับเช้า พักผ่อนได้น้อยมาก งานเริ่มหนักแต่สังคมทำงานดีมากๆเลยครับไม่อยากออกเลย อยู่มา 1 ปี แต่สุดท้ายก็ต้องออกครับเพราะไม่ไหวจริงๆ พอเปลี่ยนที่ทำงานชีวิตดีขึ้นมากๆ ชีวิตแฮปปี้การกินแฮปปี้ มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ที่ทำงานใหม่ของกินรอบด้านเลย พอทำได้มาปีนึงน้ำหนักขึ้นมาเป็น 175 แล้ว เสื้อที่ใส่ 4XL ใส่จนเสื้อปริออกมาแล้ว แล้วก็โชคดีมากที่ออฟฟิตใหม่ได้พาไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตผมเลย ทีนี้ลำบากหาเสื้อกันหนาวอีก พอถึงญี่ปุ่นเป็นทัวร์กินกินแหลกจริงๆ แต่ละมื้อบุฟเฟ่ต์ครับกินแต่ละมื้อนี้ไม่อั้น เพียง 5 วัน ที่ไปญี่ปุ่นน้ำหนักพุ่งขึ้นมาเป็น 182 กิโล ตอนนี้ผมเริ่มกลัวแล้ว เริ่มรู้สึกตัวเองอึดอัดมาก ขึ้นรถเมล์ไปทำงานก็กลัวจะไปเบียดคนอื่น เดียวเขาจะอึดอัดตามเราไปด้วยยิ่งตอนเหงื่อแตกนี้ เหมือนน้ำตกเคลื่อนที่มากออกทีเปียกทั้งตัว เริ่มคิดจะลดความอ้วน เลยไปซื้อลูกกลิ้งที่เล่นน่าท้องมาเล่นครับ เล่นอยู่แค่นั้นอ่ะครับ มีซิดอัฟด้วยนิดหน่อย อดอาหารเย็นแต่เช้ากลางวันก็กินปกติ แต่น้ำหนักลงครับกลับมาที่ 175kg แล้วก็ขี้เกียจไม่ทำต่อ วน Loop กลับมากินเหมือนเดิม จุดเปลี่ยนชีวิตที่ได้ลดน้ำหนักแบบจริงจัง คือพอดีน้องที่ออฟฟิสไปเข้าฟิตเนต แล้วก็มีวันนึงอะไรดลใจให้ถามเรื่องที่น้องเขาไปเล่นฟิตเนตก็ไม่รู้ คุยไปคุยมาน้องเขาบอกว่าพาเข้าฟรีได้ครั้งนึงนะ ผมก็ ตัดสินใจอยู่นาน จนตัดสินใจเอาว่ะของฟรีไม่เสียอะไรลองดูสักครั้ง วันแรกที่เข้าไปเซลเขาก็แน่ะนำเครื่องออกกำลังต่างๆ พามาสอนท่าออกกำลังกาย ก็แปลกดีครับ จนสุดท้ายเซ็นสัญญากับฟิตเนตวันนั้นเลย จากที่ไม่ตั้งใจจะไป กลายมาเป็นวันที่เริ่มเปลี่ยนชีวิตครั้งแรกซะงั้น แต่ผมก็ดีใจที่ตัดสินใจได้ไม่งั้นคงไม่มีวันนี้ จากคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมานานมากตั้งแต่เรียน ปวช. แล้วกลับมาออก ร่างกายแหกครับ ครั้งแรกผมไปปั่นจักรยานซึ่งเป็นคลาสของทางฟิตเนต เพียง 10 นาที ถึงป่าวก็ไม่รู้ ผมเดินออกครับเหนื่อยมาก ปวดขาสุดๆ ไม่ได้ใส่เกียร์หนักอะไรเลย คิดในใจร่างกายอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอว่ะ จนวันรุ่งขึ้นตื่นมาตอนเช้า ร่างกายจะแตก ล้ามากแต่ก็ฝืนไปฟิตเนต เพราะจำความรู้แบบว่าปวดล้ายังไงก็ต้องซ้ำมัน ไปฟิตเนต 7 วันไม่เคยพัก ส่วนมากจะเข้าคลาสของทางฟิตเนต ล้วนแต่จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก บางทีก็มาวิ่งบนลู่วิ่งบ้าง เล่นเวดก็เล่นแค่อกกับแขน หน้าท้องเล่นน้อยมาก ออกกำลังกายได้มั่วสุดๆ จนสุดท้ายลองจ้างเทรนเนอร์ครับ เทรนได้ผลมากบวกกับการที่เริ่มลดปริมาณอาหาร แค่ลดนะครับแต่ก็ยังกินไม่ค่อยเลือกอยู่ พวกของมันของทอดก็กินปกติ จะมีเพิ่มมากินสลัด ช่วงเย็น ตอนนั้นความรู้ทางโภชการไม่มีเลยไม่รู้ว่าจะต้องกินยังไง แบ่งมื้อยังไง แค่ลดปริมาณอย่างเดียว ผ่านไปเกือบ 4 เดือนลงไป 20 โล ดีใจมากเลยครับ แรงฮึดมาเต็ม คนอ้วนมากๆน้ำหนักจะลงเร็วมาก ขาผมเดินแทบไม่ได้ไปเกือบครึ่งปี จะแบบว่านั้งนานๆพอจะลุกเดินปวดขามาก ต้องยืนสักแปปถึงจะเดินได้ แต่ก็ฝืนเล่นทุกวัน พอลดไปได้ 20 กว่าโล ผมก็ไม่ได้จ้างเทรนต่อแล้วเพราะด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ ผมเลยเล่นเองโดยการเข้าคลาสของทางฟิตเนตไป ถามเทรนเนอร์ พี่ๆ ในฟิตเนตบ้าง เริ่มมีความรู้ในการออกกำลังกายมากขึ้น ออกกำลังมาเกือบ 1 ปี น้ำหนักลงมาอยู่ที่ 125kg ดีใจมาก ผมอาจจะกะเวลาเอานะครับ เพราะผมไม่เคยจดบันทึกอะไรไว้เลย พอมาออกกำลังกายด้วยตัวเอง ก็จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก เวดก็เล่นเยอะนะครับ แต่คาดิโอมากกว่า สุดท้ายโยโย่ เนื้อห้อยน่าเกลียดมาก ใส่เสื้อดูเหมือนจะเฟริม แต่พอถอดเสื้อเท่านั้นแหละ เนื้อแพละออกมาเลย เลยหันมาเล่นเวดเยอะขึ้นคาดิโอน้อยลง ไม่มองน้ำหนักเลย เริ่มโฟกัสที่รูปร่าง จนลดมาได้ 107kg เริ่มเฉยๆกับน้ำหนักแล้วตอนนี้เอาหุ่นก่อน เริ่มหันมากินอาหารคลีน วันๆกินแต่ไก่ ผัก เน้นโปรตีนเยอะขึ้น แล้วพอดีผมได้มีโอกาสมาเข้าโครงการของ พี่อั้ม อธิชาติ เข้าคัคเลือกคน 20 คน ผมโชคดีที่โครงการเขารับเลือก ซึ่งโครงการได้โคกับทาง ฟิตจังชั่น ของโคชฟ้าใส ช่วงนี้จะได้ควารู้มากมาย เริ่มนับแคลในการกินของแต่ละมื้อ ช่วงนี้จะจริงในการกินมาก เพราะจะโดนกำหนดว่ากินได้กี่แคลต่อวันและได้ตารางการออกกำลังกายมา แล้วก็กินอาหารเสริมของทางโครงการด้วย เอาเป็นว่าผมบอกเลยละกันว่า คือ ATipower ต้องให้เครคิตเพราะ ถ้าไม่มีโครงการนี้ผมก็คงได้ความรู้ต่างๆมากมายอีกอย่างโครงการไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ร่วมโครงการทั้งหมดประมาณ 2 เดือนกว่าๆครับ พอเข้ามาแล้วน้ำหนักผมลดลงไปเหลือ 105kg หลังจบโครงการ หลังจากได้ความรู้มากมาย ผมเลยเอามาปรับใช้กับตัวเอง ปัจุบันผมน้ำหนักขึ้นมาเป็น 110kg แต่ใส่ชุดได้เล็กลง เพราะต้องการเอาเนื้อห้อยออกเลยต้องกินให้บวมเน้นโปรตีน เล่นเวดเยอะ คาดิโอพอประมาณ เพื่อจะให้กระชับมากขึ้น หนทางยังอีกไกลมากไม่รู้ว่าผมจะไปไกลได้ขนาดไหน ก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้สำหรับคนที่เริ่มลด แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่จะลดเอง ถ้าไม่มุ่งมั่นจริงๆ ไม่จริงจังที่จะลดจริงๆ ต่อให้มีแรงบันดาลใจเป็นร้อยพัน ก็ไม่เกิดผลอะไร เพราะผมก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน การที่จะเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว ลงมือทำกับรักษาคงไว้ยากกว่าหลายเท่ามาก จะอ้างไม่มีเวลา ขีเกียจ ถ้าคนคิดจะจริงจังจริงๆ มันต้องยอมเสียสละบางอย่างบ้าง แต่ก็ต้องมีความสุขในการดำเนินชีวิตไปด้วย ข้อความที่ผมพิมเป็นแค่การเล่าชีวิตของผมเท่านั้น ไม่มีวิธีการออกกำลังกาย อาหารการกินก็ไม่มีเลย เพราะผมไม่ได้จริงจังแต่แรก ก็เลยไม่มีการบันทึกใดๆไว้เลย ไม่ค่อยชอบทำเอกสารเท่าไหร่ ที่มาได้ขนาดนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่ามาได้ไง ผมคงบอกได้แค่ว่า สู้ๆ เท่านั้นอ่ะครับ อย่าคิดว่าจะทำ จงลงมือทำครับ ผมทำได้ทุกคนก็ทำได้ ถึงผมจะยังไม่ถึงเป้าหมาย เราก็จะเดินไปพร้อมกันครับ เป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะลงมือทำจริงๆนะครับ Men.MThai ขอบคุณคุณ อาร์ต สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33643772

ปาร์ตี้แมน กับ 2 งานที่มันส์สุดขั้วใน...The Edge Of Experience
edm /  ขาแดนซ์ / 

ไม่อยากจะเซดเลยครับว่า เดือนที่ผ่านมาผมแทบจะถูกเรียกว่า ปาร์ตี้แมน เพราะไปมันทุกงาน ไปจนป่วยเลยล่ะ แต่คราวนี้ผมจะมาขอนำเสนองานระดับโลกสักสองงานล่ะกัน ซึ่งทั้งสองงานนี้จัดขึ้นทีประเทศบ้านเรานี่แหละ งานแรกคือ Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailand และงานที่สองคือ งานเปิดตัวสนาม Chang International Circuit กับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ BURIRAM UNITED SUPER GT 2014 ครับ และเป็นที่น่าเสียดายที่ผมป่วยหลังจากไปงานแรกมางานสองเลยต้องส่งน้องท่านนึงในกองไป เสียดายมาก อดคลอเคลียพริตตี้เลย ฮือๆ มาเริ่มกันที่งานแรกเลยนะครับ ในคืนสุดเดือดของงาน Samsung Galaxy Presents Road to Ultra Thailand ที่จัดขึ้น ณ ฮอลล์ 106 ไบเทค บางนา ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกของการมาเยือนเมืองไทย กับสุดยอดมิวสิคเฟสติวัลแนวอีเลคโทรนิค ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ส่งตรงจาก ไมอามี่ สหรัฐอเมริกา แถมครั้งนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ SOLD OUT!!! ตั้งแต่เปิดจำหน่ายบัตรไปได้เพียง 3 สัปดาห์ เรียกว่าใครที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานนี้ อาจจะต้องเสียใจที่พลาดโอกาสมาร่วมรับประสบการณ์ความมันส์ๆ ในครั้งนี้กับ เหล่าขาแดนซ์กว่าหมื่นชีวิต รวมไปถึงเหล่าคนดัง เซเลบบริตี้ ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานในครั้งนี้มากมาย อาทิเช่น ขันเงิน เนื้อนวล วงไทยเทเนี่ยม , หมูตั้ง-มล.อรรถดิษ ดิศกุล , เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร , ปรางค์-กัญณรันน์ วงศ์ขจรไกล , นิคกี้ - การณิค ทองเปี่ยม ,ดีเจ แดนนี่ Met 107 , ทูพี - เฟรดดี้ วงเซาท์ไซด์ , กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ , เป๊ก-เปรมณัช , ปลาวาฬ-ปลาทู อิสระ , คิท เบญจรงคกุล , เอมี่ กลิ่นประทุม , วี-วีรภาพ , กฤษฐ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ , ภาที สารสิน , วู๊ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ฯลฯ เมื่อถึงเวลา 2 ทุ่มตรง สิ่งที่ทุกคนในฮอลล์รอคอยก็มาถึง สองดีเจหนุ่มชาวดัตช์ W&W ดับเบิ้ลยู&ดับเบิ้ลยู สุดยอดดีเจคู่หูดูโอ้ ที่ติดอันดับ 14 บนโผ DJ Mag Top 100 ระเบิดความมันส์บนเวทีแบบไม่ยั้ง ต่อด้วยสุดยอดซุปเปอร์สตาร์วัย 17 อย่าง Martin Garrix ( มาร์ติน การ์ริคซ์ ) ที่โชว์ฝีมือแก่กล้าเกินอายุ แบบเดียวกับที่เค้าสามารถมัดใจขาแดนซ์มาแล้วทั่วโลก ต่อด้วย Fedde Le Grand ( เฟด ลา แกรท ) , Sunnery James & Ryan Marciano ( ซัมเมอรี่ เจมส์ และ ไรอัน มาร์ซิอาโน่ ) พร้อมด้วย Kryoman the Robots ( ไคโรแมน เดอะ โรบอท ) ที่จะมาสร้างความมันส์ในครั้งนี้ ปิดท้ายความมันส์กันด้วย ดีเจ-โปรดิวเซอร์ วัย 23 ปี อย่าง Alesso ( อเลซโซ่ ) เจ้าของซิงเกิ้ล "Nillionaire" ( นิลเลี่ยนแนร์ ) ที่ฮิตติดชาร์ตไปทั่วโลก ที่ทำให้ขาแดนซ์ เต้นไม่ยั้งจนฮอลล์เดือดเลยทีเดียว เรียกว่าปิดท้ายงานนี้ กันแบบไฟท่วมฟลอร์จริงๆ เลยล่ะครับ เหงื่อนี่แตกพลั่กๆ แต่มีปัญหาอยู่อย่างนึงที่เกิดขึ้นหลังจากไฟเปิดครับ หายไปไหนกันหมดวะ??!!! ไฟมาคนหาย เพื่อนๆ น้องๆ ผมหายไปไหนหมด เดินตามหากันให้วุ่นไปหมด คนเยอะมาก แถมฝนยังมาตกปิดท้ายงานแบบกระหน่ำให้งานอย่าเพิ่งเลิกยังไงหยั่งงั้นเลย ตัวผมก็ไม่ย่อท้อนะครับ ตามเก็บศพเจอทีละคนๆ ดีนะที่เก็บได้ครบ ไม่งั้นแย่เลยเชียว เหนื่อยเลย คราวหลังเอาใหม่ ฮ่าๆ โคตรมันส์ นี่พูดเลย หลังจากวันนั้นผมก็ป่วยได้งานเลยทันที ทั้งที่มีงานระดับโลกอีกงานรอผมอยู่ แต่เราจะไม่มีทางพลาดที่จะเก็บภาพงานนี้มานำเสนอให้เพื่อนทุกคนได้ชมกัน ผมจึงได้ส่งน้องท่านนึงไปแทน เพื่อความสนุกของคอลัมน์นี้จะได้เต็มเหนี่ยวครบทุกรสชาติกับงานเปิดตัวสนาม Chang International Circuit และการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ BURIRAM UNITED SUPER GT 2014 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยงานนี้ทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (BRIC) ร่วมกับผู้สนับสนุกหลักอย่าง “ไทย เบฟเวอเรจ” พร้อมสปอนเซอร์รายต่างๆ จัดพิธีเปิดใช้สนาม “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” สนามแข่งรถยนต์มาตรฐานสากล ระดับ FIA เกรด 1 อย่างเป็นทางการ ก่อนระเบิดความมันส์ประเดิมด้วยการแข่งขันระดับโลกรายการแรกในเมืองไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซูเปอร์จีที เรซ 2014 การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ BURIRAM UNITED SUPER GT 2014 เป็นการจัดการแข่งขันรถยนต์ที่มีมาตรฐานสูงสุด เท่าที่ประเทศไทยเคยจัดมา เป็นการแข่งขันรถยนต์ระดับ World Series รายการแรกของประเทศไทย เป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในทวีปเอเชีย การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ SUPER GT 2014 ที่สนาม Chang International Circuit จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นการแข่งขันเก็บคะแนน สนามที่ 7 จากจำนวน 8 สนาม และเป็นสนามนอกประเทศญี่ปุ่น เพียงสนามเดียวที่ได้รับสิทธิให้จัดการแข่งขันรายการนี้ นอก จากการแข่งขันรายการ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซูเปอร์ จีที เรซ” แล้ว ฝ่ายจัดงานยังจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเอาใจผู้มาร่วมงาน โดยไฮไลต์สำคัญรอบสนามอยู่ที่งานแสดงรถยนต์อย่าง “BRIC Sport Motor Show” ซึ่ง นับเป็นมอเตอร์โชว์กลางแจ้ง ที่วางอนาคตไกลถึงการเป็นศูนย์กลางของมอเตอร์โชว์ของอาเซียนในอนาคต เนื่องจากศักยภาพของเมืองบุรีรัมย์ ทั้งเรื่องพื้นที่และการเดินทางอยู่ไม่ไกลจากประเทศลาว, กัมพูชา และพม่า “BRIC Sport Motor Show” ถูกจัดอยู่ภายในพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร รอบๆ สนาม “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” ภายในงานมีค่ายรถยนต์ต่างๆ มาเปิดบูธกว่า 14 แบรนด์ ได้แก่ ฮอนด้า, โตโยต้า, เมอร์เซเดส-เบนซ์, แอสตัน มาร์ติน, มินิ, มาสด้า, นิสสัน, อีซูซุ, มิตซูบิชิ, ซูบารุ, ฟอร์ด, เชฟโรเลต, ทีเอ็นที และ เท็ดดี้ โดยรถที่จะนำมาโชว์เน้นไปที่รถสปอร์ตของแต่ละค่ายตามคอนเซ็ปต์ของงาน ความพิเศษของ “BRIC Sport Motor Show” คือการจัดลานทดสอบสำหรับรถยนต์แต่ละค่าย รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์กว่า 70 บูธ เอาล่ะ อันสุดท้ายที่เล่ามานี่ล่ะครับ ที่เป็นประเด็นยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด หน้าที่ของเจ้าน้องคนนี้ นอกจากจะไปเก็บรายละเอียด และภาพบรรยากาศในงานแล้ว สิ่งที่เป็นภารกิจที่เขาห้ามพลาดเลย โดยเด็ดขาด ย้ำนะครับว่าเด็ดขาด คือ เขาจะต้องเก็บภาพพริตตี้มาให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเหล่าบรรดาสาวๆ “เรซควีน” ถ้าเขาทำไม่ได้ ผมจะตัดเงินเดือนมัน ฮ่าๆ โหดมั้ยครับ ผมล้อเล่นน่ะ แต่ยังไงก็จะมีโทษแน่นอน ถ้าไม่ได้นะครับ อ่ะ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำได้ ถึงแม้ว่าจะได้มาไม่ครบทุกคนก็เถอะนะ แต่ก็ยังโอเคที่ได้มาเยอะพอสมควร ไม่เสียทีที่เราอุตส่าส่งไป รอดตัวไปนะเท้าไฟ ท้ายสุดก็มาถึงพิธีมอบถ้วยรางวัล ซึ่งผลการแข่งขันในรุ่นจีที 500 ปรากฏว่า แชมป์ตกเป็นของ คาซูกิ นาคาจิม่า อดีตนักขับรถสูตรหนึ่งชาวญี่ปุ่น และ เจมส์ รอสซิสเตอร์ สังกัดเล็กซัส ทีม ปิโตรนาส ทอมส์ หลังผ่าน 66 ของการชิงชัย ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ ไมเคิล ครุมม์ และ ไดกิ ซาซากิ จากคอนโดะ เรซซิ่ง ขณะ ฮิโรโนบุ ยาซูดะ และ เจา เปาโล ลิม่า เดอ โอลิเวียร่า สังกัด ทีม อิมพับ คว้าอันดับ 3 ไปครอง ส่วนแชมป์ในรุ่น จีที300 ตกเป็นของ คาซูกิ โฮชิโนะ และ ลูคัส ออร์โดเนสซ์ สังกัด เอ็นดีดีพี เรซซิ่ง เฉือนเอาชนะ ยอร์ก มูลเลอร์ และ ไซจิ อาระ จาก บีเอ็มดับเบิลยู สปอร์ต โทรฟรี ทีม สตัดดี อันดับ 2 เพียง 0.862 ขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ โนบุเทรุ ทานิกูชิ และ ทัตซูยะ คาตาโอกะ สังกัดกู๊ด สไมล์ เรซซิ่ง แอนด์ ทีม ยูเควายโอ สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#63 Nov

กัน - รัชชานนท์ หนุ่มหน้าใสแห่งวง Evo Nine
การศึกษา /  นักร้องวัยรุ่น / 

"กัน - รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์" หนุ่มหล่อหน้าใสขวัญใจสาวๆ ในวง Evo Nine ซึ่งตอนนี้หนุ่มกันเริ่มมีผลงานทางด้านการแสดงให้สาวๆ ได้ตามกรี๊ดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์เรื่อง อรุณสวัสดิ์ และผลงานล่าสุดคือ ซีรีส์แนวสยองชวนขวัญผวาเรื่อง Project X แฟ้มลับเกมสยอง และตี๋ใหญ่ดับดาวโจร รับรองสาวๆ คนไหนที่พลาดเป็นอันต้องกรี๊ดดด มีผลงานมาให้ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องขนาดนี้ ลองมากรี๊ดเรื่องลึกๆ ของหนุ่มน่ารักคนนี้ได้เลย กัน - รัชชานนท์ หนุ่มหน้าใสแห่งวง Evo Nine จุดเริ่มต้นของหนุ่มคนนี้ เข้ามาในวงการบันเทิงได้ยังไง ? - ต้องบอกว่าสมัยตอนเด็กๆ อันดับแรกเลยคือ พี่สาวผมไปเรียนร้องเพลงก่อน แล้วเราก็ตามพี่ไปเรื่อยๆ จนเหมือนเราได้ฟังเสียงเพลง เราได้คลุกคลีในเพลงมากขึ้น ผมก็รู้เลยว่าผมชอบทางด้านร้องเพลง คุณแม่เลยส่งไปเรียนร้องเพลงตั้งแต่เด็กๆ พอมีการประกวดแข่งขันที่ไหน คุณแม่ก็จะส่งไปประกวดตลอดครับ ผมก็เลยแข่งร้องเพลงแบบนี้มาตลอดเลยครับ จนตอนประถมคุณแม่ก็เริ่มส่งรูปผมไปให้โมเดลลิ่งต่างๆ สมัยนั้นผมก็ได้ไปเล่นเป็น Extra แล้วก็โฆษณาบ้าง ไปเล่นละครแบบขําๆ ตัวประกอบ ไปเดินผ่านเข้าฉากก่อนอะไรแบบนี้ครับ ช่วงเข้ามัธยมพอดีรู้ข่าวว่า ทาง MONO มี Audition เป็นนักร้อง ซึ่งผมก็ดีใจ เพราะเราอยากเป็นนักร้องมาตั้งนานแล้ว ผมก็เลยลองส่ง Profile ดูครับ แล้วอีกประมาณอาทิตย์นึง ทางบริษัทก็โทรมาบอกผมว่า รอบแรก Profile ผมผ่านแล้ว ให้มาลอง Audition ตัวจริงๆ ให้เค้าดู ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี (ยิ้ม) จนผมฝึกร้อง ฝึกเต้นมาเกือบ 4 ปี และในที่สุดก็ได้ออกผลงานมาจริงๆ ตอนนั้นภูมิใจสุดๆ ครับ ได้ทํากิจกรรมอะไรในโรงเรียนบ้าง ? - ส่วนใหญ่ผมก็ทํากิจกรรมนะครับ ถ้าเป็นวิชาการ ผมก็ได้มีร้องเพลงนิดหน่อย แล้วก็มีรุ่นน้องมาเล่นดนตรีให้ครับ บางทีทางโรงเรียนมีกิจกรรมพวกแข่งขันตอบปัญหาต่างๆ ผมก็มีไปช่วยบ้างครับ ส่วนวันแม่ "ผมก็ช่วยทางโรงเรียนร้องเพลงวันแม่" ครับ แต่กิจกรรมที่ผมประทับใจมากที่สุด น่าจะเป็นกีฬาสีครับ ผมมีความรู้สึกว่ามันเฮฮาดีนะ ซึ่งผมทําเกือบทุกอย่างเลยครับ (หัวเราะ) ทั้งลงกีฬาทั้งวัน, ตีกลอง แล้วก็ช่วยจัดสแตนด์ครับ คือกีฬาสีของโรงเรียนผมเค้าไม่ได้ให้เด็ก ม.6 ทํากิจกรรมชั้นเดียว แต่เค้าให้รุ่นน้องตั้งแต่เด็กประถม แล้วก็ ม.1 - ม.5 ให้มาช่วยทํางานด้วยครับ น้องๆ ที่มาช่วยก็จะเป็นกองเชียร์ให้รุ่นพี่แต่ละสี แล้วก็ช่วยจัดนู่นนี่ครับ ผมเลยรู้สึกเหมือนกับว่า มันทําให้ความสัมพันธ์ของพี่น้องใกล้ชิดกันมากขึ้นครับ แล้วเราก็ได้สนิทกับรุ่นน้องคนอื่นๆ มากขึ้นด้วยครับ สาวๆ แบบไหนที่เห็นแล้วปลื้มสุดๆ ? - ผมจะชอบผู้หญิงที่สวยๆ น่ารักๆ หน่อยครับ (ยิ้ม) ยิ่งถ้าเป็นลูกครึ่งผมนี่เหลียวหลังเลยครับ (หัวเราะ) โดยส่วนตัวผมมองว่าผู้หญิงลูกครึ่งน่ารักดีครับ ดูฝรั่งๆ หน่อย คือแวบแรกต้องมองก่อนเลยอ่ะ ซึ่งมุมมองความรักในตอนเด็กของผม ผมคิดว่าความรัก มันก็คงต้องมีความสุขดิ แต่พอโตขึ้นก็รู้ว่ามันไม่ได้มีแต่ความสุขนะ จริงๆ แล้วมันก็มีทั้งความทุกข์ และความสุข ซึ่งผมคิดว่าถ้าเรารักใครซักคนจริงๆ เราก็ต้องช่วยกันพากันไปในทิศทางที่มันดี ขึ้นครับ ไม่ใช่รักกันแล้วทุกอย่างแย่ลง ซึ่งสาวๆ ส่วนใหญ่ที่เข้ามาหาผมเยอะสุด ก็น่าจะเป็นใน Instagram แล้วก็ใน Line ครับ แต่ถ้าผมสนใจสาวคนไหนจริงๆ ผมก็ทักทายต่อหน้าบ้าง หรือไม่ถ้าเขินหน่อย ก็จะมีทักไปใน Facebook บ้างครับ (ยิ้ม) โดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้าเกิดเราไม่เริ่มทักทายผู้หญิงเค้าก่อน สาวๆ เค้าก็คงไม่กล้าเข้ามาคุยกับผม(มั้ง) Style การแต่งตัวแบบไหนที่ใช่ตัวเรา ? - ถ้าไม่ทํางานกันจะเป็นคนที่แต่งตัวสบายมากครับ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากใส่แบบเสื้อยืดธรรมดาสีดํา - สีขาว เพราะที่บ้านก็มีอยู่แค่นี้ครับ 2 สี หรือไม่ก็มีลายสกรีนที่เสื้อหน่อยก็โอเคครับ ส่วนรองเท้าก็เป็น Converse หรือไม่ก็รองเท้าแตะก็ได้ครับ เพราะจริงๆ แล้วถ้าเราไม่ได้ออกไปทํางาน ผมก็ไม่อยากแต่งตัวให้ดูเยอะจนเกินไป อยากสบายๆ เหมือนวัยรุ่นทั่วๆ ไปครับ ส่วนเรื่อง Shopping ผมก็ไม่ได้ไปซื้อที่ไหนไกลเลยครับ เพราะโรงเรียนผมอยู่แถวๆ Central Ladprao ก็เดิน Central Ladprao ไม่ก็ Union Mall ตลอดเลยครับ เพราะผมจะชอบดูแผนกกีฬามาก จะชอบดูพวกลูกบาส พวกข้อมือ หรือไม่ก็ดูเสื้อของนักบาสชื่อดังครับ ใกล้จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว ยังไงบ้าง ? - ผมคิดว่าการที่เราจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ถือว่าเราได้โตขึ้นอีกระดับนึง  ซึ่งมันไม่เหมือนมัธยมที่เราอยู่ในห้องเรียนมีคุณครูคอยตักเตือน เราต้องมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น ต้องลงวิชาที่จะเรียนเองนะ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่องานที่เราทำด้วย แล้วถ้าวิชาไหนที่เราขาดไปก็ต้องไปตามงานเอง เหมือนกับว่าเราต้องกระตือรือร้นมากขึ้นครับ ยิ่งทํางานอยู่ในวงการแบบนี้ ผมมองว่าการเรียนยิ่งสําคัญ ผมเลยวางแผนอนาคตไว้ว่า ถ้าเรียนจบปริญญาตรีเมื่อไหร่ จะไปสอบนักบินครับ ผมอยากเป็นนักบินมากๆ เรียบเรียงข้อมูลโดย นิตยสาร Candy

อินดี้เข้ากระแสเลือด แน็ค ไม่สนโลก ขอเอาดีด้านงานเพลง
แน็ค ชาลี /  ข่าวบันเทิงวันนี้

กลายเป็นหนุ่มสุดติสต์ไปซะแล้ว สำหรับหนุ่มหล่อที่สาวๆ หลายคนบ่นคิดถึง แน็ค ชาลี หรือ แน็ค แฟนฉัน ที่หายหน้าหายตาไปนาน จนหลายคนเม้าท์กันไปว่า สงสัย He จะปลีกวิเวกหันหลังให้กับวงการบันเทิงไปแล้วละมั้ง เพราะไม่ได้เห็นฝีมือการแสดงมานานมาก เรื่องล่าสุดรู้สึกจะเป็นเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่พอจะได้เห็นบ้างวับๆ แวมๆ ในจีทีเอช ไซด์ สตอรี่ ตอน รถไฟฟ้ามาหานะเพลิน หลังจากนั้นก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย แม้แต่โฆษณา งานอีเว้นต์ งานโชว์ตัวก็ไม่มี แถมได้ยินมาว่าตอนนี้หนุ่มแน็คว่างงานสุดๆ จุดนี้ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า เพราะล่าสุดหนุ่มแน็คออกงานอีเว้นต์แล้วจ้า เอ้า! นานๆ ได้เจอทั้งทีเลยต้องรีบเสนอหน้าเข้าไปถามไถ่เลยได้ความมาว่า “ตอนนี้ทุ่มเทให้กับงานดนตรี เพิ่งรู้ตัวว่าชอบด้านนี้ พอได้ลองเล่นแล้วรู้สึกสนุก ตอนนี้ก็มีทำเพลงกับเพื่อนๆ ทำลงในยูทูบชื่อเพลง เรื่องเล่าของฉัน ยังไงก็ลองไปฟังดูนะครับ ผมกับเพื่อนๆ ตั้งใจทำมาก เป็นเพลงฟังง่ายๆ สบายๆ ส่วนเรื่องงานแสดงก็ยังรับครับ ถ้ารู้สึกว่าอยากเล่น ดูน่าสนใจ ก็รับแน่นอน แต่ว่าตอนนี้เทใจให้กับงานเพลงที่สุด” เอาเป็นว่าคงจะหายข้องใจกันแล้ว ส่วนใครที่คิดถึงหนุ่มแน็คละก็...ลองไปฟังผลงานเพลงแก้ขัดไปก่อนแล้วกัน อิๆๆ แน็ค ชาลี แน็ค ชาลี แน็ค ชาลี

คุมกลุ่ม'ดาวดิน' หลังแสดงสัญลักษณ์ ต้านรัฐประหาร
ดาวดิน /  ดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชน / 

กลุ่มนศ.ดาวดิน ออกมา คัดค้าน แสดงสัญลักษณ์ ไม่เอารัฐประหาร ก่อนถูก ตำรวจ คุมตัวไป ขังค่ายทหาร วันที่ 22 พ.ค. 58 เฟซบุ๊กของกลุ่มดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชน ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า เวลาประมาณ 13.00 น. นักศึกษากลุ่มดาวดินจำนวน 7 คน รวมตัวแสดงสัญลักษณ์คัดค้านการรัฐประหาร ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น โดยการถือป้าย ”คัดค้านรัฐประหาร” เพื่อแสดงจุดยืนต่อปัญหาด้านทรัพยากรในภาคอีสาน ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบหลังจากเกิดการรัฐประหาร ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกกับนักศึกษาดาวดินทั้ง 7 คนว่า "ขอเชิญตัวแต่โดยดี ถ้าไม่ไปจะมีมาตรการเพิ่ม" โดยการแสดงสัญลักษณ์ครั้งนี้ กลุ่มนักศึกษาดาวดิน มีวัตถุประสงค์ในการแสดงจุดยืนต่อปัญหาในด้านต่างๆที่เกิดขึ้นในภาคอีสาน คือ ปัญหาเหมืองแร่ทองคำ ปัญหาการจัดการน้ำโขง เลย ชี มูน ปัญหาการขุดเจาะปิโตรเลียม ปัญหาการไล่รื้อที่ดินจากแผนแม่บทป่าไม้และที่ดิน ของ คสช. ปัญหาการศึกษาที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ปัญหารัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ที่เกิดขึ้นจากผลพวงของการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 มีรายงานว่า เมื่อเดินทางมาถึงมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร (มทบ.23) นักศึกษาทั้ง 7 คน ถูกนำตัวเข้าห้องขังทันทีทั้งนี้ รายชื่อ นักศึกษากลุ่ม ดาวดินทั้ง 7 คนที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว คือ - จตุภัทร บุญภัทรรักษา (ไผ่) - อภิวัฒน์ สุนทรารักษ์ (น้อย) - พายุ บุญโสภณ (พายุ) - ภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ (ไนท์) - สุวิชชา ฑิพังกร (เบส) - ศุภชัย ภูครองพลอย (อาร์ตี้) - วสันต์ เสธสิทธิ (โต้ง) ล่าสุด ได้มีการโพสต์ ในเวลา 16.15น. เพื่อนเราทั้ง 7 คน อยู่กันอย่างอบอุ่นที่ สภ.เมืองขอนแก่น โดยยังไม่มีการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา (รอทนายความอยู่) ขอบคุณข้อมูล เฟสบุ๊ค:ดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชน MThai News

Tomorrowland /  จอร์จ คลูนีย์ / 

ภาพยนตร์ผจญภัยลึกลับสุดระทึก จาก “แบรด เบิร์ด” ผู้กำกับเจ้าของสองรางวัลออสการ์ “Tomorrowland” ผจญแดนอนาคต” ผลงานใหม่จาก ดิสนีย์ ซึ่งนำแสดงโดย “จอร์จ คลูนีย์” ที่เขาภูมิใจกับผลงานนี้ และกล่าวถึงหนังเรื่องนี้ว่า "สิ่งที่ทำให้เรื่องราวและหนังเรื่องนี้โดดเด่น คือหนังเกี่ยวกับอนาคตที่เราได้ดูในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้จะมีโทนที่ค่อนข้างมืดหม่น มันนานมาแล้วที่เราไม่ได้มองอนาคตว่ามีความหวังหรือมีผลลัพธ์แง่บวก ผมชอบเรื่องราวนี้ก็ตรงนั้นแหละครับ แบรด เบิร์ดและเดมอน ลินเดลอฟ เป็นนักเล่าเรื่องฝีมือเยี่ยมจริงๆ ผมชื่นชอบที่ได้แสดงหนังที่ไม่เกี่ยวกับความตาย การทำลายล้างและจุดจบของโลก หนังเรื่องนี้เล่าถึงความหวังและแรงบันดาลใจ ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้คงเป็นหนังที่ทำงานแล้วสนุกดี ซึ่งมันก็สนุกจริงๆ ด้วยครับ" "ผมรับบท แฟรงค์ วอล์คเกอร์ ครับ  เขาเป็นคนที่เพิกเฉยกับชีวิตตัวเอง สมัยเด็กเขาเคยเป็นนักฝันและนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย เมื่อก่อนเขาเคยได้ไปยังสถานที่ที่เขาคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดในจักรวาล และเขาก็เชื่อว่าโลกใบนี้จะดีขึ้นกว่าเดิมเพราะมัน แล้วเขาก็พบว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นเป็นเรื่องไม่จริง และกลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายที่สุดก็ได้ เขาใช้ชีวิตสันโดษในฟาร์มของครอบครัวและวางแผนที่จะใช้ชีวิตที่เหลือที่นั่น แต่เขาก็ถูกบีบให้เผชิญหน้ากับอดีตของตัวเอง  เมื่อมีคนที่ไม่คาดฝันมาปรากฏตัวหน้าประตูบ้านเขาครับ  แฟรงค์วัยเด็กเป็นนักประดิษฐ์วัย 11 ขวบ ที่ประดิษฐ์เครื่องเจ็ตแพ็ค ไปประกวดในงานเวิลด์ แฟร์ปี 1964 ด้วย พอไปถึงที่นั่น เขาได้รับเชิญจากเด็กสาวคนหนึ่งให้ไปเยี่ยมชมโลกใหม่ เพราะเธอเชื่อว่าเขาอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ฉลาด น่าสนใจ เต็มไปด้วยความหวัง ที่จะสร้างสิ่งที่มีความหมายให้กับโลกใบนั้นได้ แฟรงค์วัยเด็กเชื่อในทุกอย่างที่เขาเห็นและเชื่อว่าเขาเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นที่พวกเขาตามหาครับ" "สิ่งที่ทำให้ทูมอร์โรว์แลนด์พิเศษสุด มันวนเวียนอยู่กับตัวตนของ วอลท์ ดิสนีย์ ครับ ถ้าคุณพิจารณา เอพค็อท เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่อันสุดท้ายที่เขาทำก่อนที่จะเสียชีวิต มันก็มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่างระหว่างเอพค็อท เซ็นเตอร์และทูมอร์โรว์แลนด์ ซึ่งเป็นเหมือนเวอร์ชั่นยูโทเปียว่าเราจะทำให้สภาพอากาศดี ทำให้คนสุขภาพแข็งแรง และจะผลักดันวิทยาศาสตร์ให้ก้าวไปข้างหน้าได้ยังไง มันเหมือนพื้นที่พิเศษที่แสดงให้เราเห็นว่าเราทำทุกอย่างให้ถูกต้องได้  นั่นคือเป้าหมายของทูมอร์โรว์แลนด์ในหนังเรื่องนี้ครับ แล้วคำถามก็คือว่ามันจะยั่งยืนรึเปล่า มันจะเสื่อมสลายรึเปล่า ซึ่งแน่นอนว่ามันมักจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วครับ" "แบรด เบิร์ด  ( ผู้กำกับ ) เขาไม่เคยกำกับหนังแย่ๆ เลยนะ “Iron Giant” หนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกของเขาเป็นงานมาสเตอร์พีซ แล้วเขาก็กำกับ “The Incredibles,” “Ratatouille”  และ “Mission: Impossible- Ghost Protocol” เขาทุ่มเทให้กับโปรเจ็กต์นี้อย่างเหลือเชื่อ การร่วมงานกับเขาสนุกและยอดเยี่ยมจริงๆ  สำหรับหนังสตูดิโอฟอร์มยักษ์  นี่เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันมากๆ และทุกอย่างก็เริ่มต้นจากตัวผู้กำกับครับ แบรด เบิร์ด สร้างหนังที่ให้ความบันเทิงอย่างวิเศษสุด ที่ทุกคนสามารถเดินออกมาจากโรงหนังแล้วรู้สึกคุ้มค่ากับเวลาสองชั่วโมงที่เสียไป มันเป็นเรื่องดีที่ได้พูดถึงประเด็นต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่เรื่องของความบันเทิง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญจริงๆ หรอกครับ สิ่งที่สำคัญในหนังคือการทำให้แน่ใจว่าตัวเรื่องราวจะเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง มีการสร้างหนังมาเป็นร้อยปีแล้ว และมันก็ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำหรือช่วงเวลาแบบนั้น เพราะคนอยากจะออกไปนอกบ้านและมีช่วงเวลาดีๆ  และผมก็หวังว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นช่วงเวลาดีๆ สำหรับผู้ชมนะครับ" “Tomorrowland  ผจญแดนอนาคต” วันนี้ ในโรงภาพยนตร์  และในระบบ ไอแมกซ์ และ 4DX