ดีเจกบ นวพร

นิว-เปิ้ล เห่อ! โชว์รูปอัลตร้าซาวด์เบเบี๋ตัวน้อย
นิว เชื้อชาติ /  เปิ้ล ธันยาธนัส / 

ประกาศข่าวดีให้แฟนๆ ได้ร่วมยินดีกันแล้ว สำหรับคู่ของหนุ่ม นิว เชื้อชาติ และภรรยาคนสวย เปิ้ล ธันยาธนัส เพราะล่าสุดทั้งคู่ก็พร้อมใจกันโพสต์ภาพอัลตร้าซาวด์ทายาทตัวน้อยลงในไอจีส่วนตัวครั้งแรก แถมงานนี้ดูเหมือน นิว-เปิ้ล จะเตรียมตัวขึ้นแท่นเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สุดเห่อไปอีกหนึ่งรายแล้ว ยังไงทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพประกอบจาก IG : ple_tanyatanas, newshuashard ภาพIG นิว-เปิ้ล ภาพIG นิว-เปิ้ล ภาพIG นิว-เปิ้ล ภาพIG นิว-เปิ้ล ภาพIG นิว-เปิ้ล ภาพIG นิว-เปิ้ล

The Magnificent Seven รีเมคระห่ำแน่ ได้ตัว อีธาน ฮอว์ค และ เดนเซล วอซิงตัน แสดงนำ
7 สิงห์แดนเหนือ /  Guardians of the Galaxy / 

ฉบับเก่าถือได้ว่าเป็นหนังคาวบอยคลาสสิคขึ้นหิ้งของนักแสดงหนุ่มอย่าง สตีฟ แม็คควีนไปแล้ว ส่วนในฉบับใหม่ที่จะออกมาก็แน่นอนว่าดูเหมือนจะทำให้มันกลายเป็นหนังบู๊ธรรมดาตามยุค ตามสมัย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าหนังจะไม่ได้มีอะไรใหม่ๆมานำเสนอคนดูซะทีเดียว สำหรับ The Magnificent Seven ฉบับรีเมค ของผกก. แอนโทน ฟูกัวร์ จาก Training Day ที่ตอนนี้ประกาศตัวนักแสดงนำทั้ง 3 คนออกมาแล้ว จาก 7 คน นั่นประกอบไปด้วย อีธาน ฮอว์ค ที่เพิ่งจากเข้าชิงออสการ์ไปจาก Boyhood ที่จะกลับมาร่วมวงกับ เดนเซล วอซิงตัน อีกครั้ง หลังจากเคยเจอกันมาแล้วใน Training Day ประกบด้วยนักแสดงหนุ่มจอมทะเล้นอย่าง คริส แพร็ตต์ จาก Guardians of the Galaxy นั่นเองครับ โดยนอกเหนือจากนั้นยังมีนักแสดงสาวอย่าง ฮาร์เล่ย์ เบ็นเน็ต ที่ ฟูกัวร์ คงติดใจจากการที่เธอเป็นตัวประกอบให้ในหนังเรื่องล่าสุดอย่าง The Equalizer เลยดึงตัวมาเป็นนักแสดงหญิงในเรื่องนี้ด้วย โดยต้นฉบับของหนังเป็นหนังปี 1960 ที่นอกจาก แม็คควัน ก็ยังมี ชาร์ลส บรอนสัน และ เจมส์ โคเบิร์น แสดงด้วย กับการที่ตัวหนังได้แรงบันดาลใจมาจาก Seven Samurai เรื่องราวของ คาวบอย 7 คน ที่ลุกขึ้นปกป้องหมู่บ้านจากการรุกรานของโจรร้าย ซึ่งแน่นอนว่าในฉบับใหม่ก็ยังจะเป็นเรื่องราวแบบนี้ แต่มีข่าวว่าจะเปลี่ยนจากหมู่บ้านเม็กซิกันตามแบบต้นฉบับ ให้กลายเป็น หมู่บ้านเล็กๆที่ไม่อ้างอิงถึงเชื้อชาติแทนครับ ซึ่งเห็นพล็อตแบบนี้แล้วแน่นอนว่าพอมันมาในหนังยุคใหม่ ก็ต้องสาดความมันส์กันไม่ยั้ง และดูจากฝีมือของผกก. ฟูกัวร์ แล้ว ก็น่าจะจัดเต็มในด้านฉากแอ็คชั่นได้ดีทีเดียวครับ ตอนนี้ใครจะเป็นนักแสดงที่เหลืออีก 7 คน ต้องคอยติดตามกัน

14 กลเม็ด เข้าหาผู้ชาย วิธีธรรมดาๆที่ทำให้ชายหนุ่มยิ้มได้
จีบผู้ชาย /  สาวโสด / 

ไหนใครมีปัญหาเรื่องการเข้าหาผู้ชายอยู่บ้างยกมือขึ้น !! ใครที่ยังไม่รู้จะเริ่มวิธีการไหนในการเข้าหาผู้ชาย หรือ จะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่คบอยู่มีความสุขได้ยังไง รับรองว่าบทความนี้จะทำให้คุณรู้ว่า คุณควรทำตัวยังไง!!   ยิ้ม เชื่อเถอะว่าลองสาวคนไหนได้ยิ้มแล้วหล่ะก็เป็นต้องดูดีกว่าหน้าบูดบึ้งเป็นธรรมดา คุณอาจจะเคยได้ยินคำเน่าๆแบบว่า รอยยิ้มของคุณนั้นทำให้่โลกผมสดใสจังเลยครับ แต่เชื่อเถอะมันเป็นจริงนะสำหรับชายหนุ่มที่แอบมองคุณอยู่ สดใส ถึงจะยิ้มแต่ว่าจริงๆแล้วจิตใจหดหู่หล่ะก็รับรองได้ว่า เขาจะรับรู้ได้ถึงสิ่งที่ซ่อนเร้นในใจคุณแน่นอน คุณต้องร่าเริงสดใสสิ อย่าปล่อยให้ความทุกข์มาทำร้ายคุณนะ  ฉดใฉๆ สาวๆ ดูแลลุคซะหน่อย คุณต้องดูดีเสมอ ลืมไปได้เลยกับลุคเฉิมๆแย่ๆ ลุกขึ้นมาซะคุณสาวๆแล้ว แล้วทำให้ตัวเองดูดีเสมอรับรองหนุ่มๆหลงแน่นอน บริหารเสน่ห์ ใช้มารยาเบาๆ นอกความหมายว่าจีบของคำนี้แล้วคำนี้อาจจะหมายถึงการที่คุณหัดรู้จักบริหารเสน่ห์ซะบ้าง พูดคุยกะหนุ่มคนที่หมายปองบ้างแต่อย่าได้ถึงขั้นเจ้าชู้นะ แค่น่ารักแสนซนเบาๆ อย่าเจ้าชู้ ลองคิดดูนะถ้ารถไฟชนกันจะเกิดอะไรบ้าง อย่าเลยนะ มีคนเดียวก้พอแล้วถ้าคุณไม่เจ้าชู้เขาจะได้ไม่ต้องตามหึงหวงนะ เห็นมั้ย แฮปปี้จะตาย สร้างความสำคัญ ถ้าหากคุณมีเพื่อนผู้ชายหล่ะก็ อย่าให้ความสำคัญกะเพื่อนมากนัก คุณต้องทำให้เขารู้สึกพิเศษกว่าคนไหนๆ นั่นแหละรับรองเค้ายิ้มได้แน่นอน ทำสิ่งเล็กให้รู้สึกว่ารัก กอด จับมือ อย่างได้ขาดนะ เมื่อเข้ากลับมาจากงานเหนื่อยๆคุณอาจจะหอมสักฟอด แล้วพูดว่าเหนื่อยมั้ยที่รัก นั่นแหละเป็นการบอกเขาเป็นนัยๆว่าคุณรักเขาทุกวัน ฟังเรื่องราว เมื่อคุณฟังเรื่องราวจากเขา เขาจะผ่อนคลาย และหลังจากนั้นก้คงเป้นเวลาของคุณสองคนและแหละ เซ็กซ์ ร้อยทั้งร้อยของผู้ชายนั้นต้องการเรื่องราวแบบนี้อยู่แล้ว คุณควรจะแสดงให้เขาเห็นว่าคุณพร้อมและต้องการที่จะทำให้เขามีความสุขที่สุดบนเตียง ดึงเนคไทด์ออกแล้วมองตาเขาช้าๆจากนั้นก็..... เวลาส่วนตัว ถึงแม้คุณจะเข้ากับเพื่อนของเขาได้ดีแต่คุณก็ควรจะมีเวลาส่วนตัวกันบ้างสักอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี อย่าละเลยครอบครัวของเขา คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กแต่กับเขามันอาจจะไม่ ทางที่ดี คุณดูแลครอบครัวเขาให้ดี ดีกว่านะ บอกเขาซะว่าเขาเป็นผู้ชายในฝัน ทำให้เขารู้ว่าเขาคือคนคุณเฝ้ารอ เขาอาจจะไม่ใช่พระเอกในหนัง แต่เขาก็คือพระเอกในชีวิตจริงสำหรับคุณ ไม่ต้องเขินหรอกถ้าจะชมเขาบ้าง คิดถึงกัน บางทีคุณก็อาจจะต้องให้เวลาส่วนตัวเขาบ้างช่วงเวลานี้คุณอาจจะห่างกัน ให้ความคิดถึงได้ทำงานบ้าง โอกาสพิเศษ เหตุการณสำคัญในชีวิตของเขาอย่าได้ละเลย ได้งานใหม่ วันเกิด วันครบรอบ คุณต้องแสดงความสนใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ที่มาfemalefirst.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ปาฏิหาริย์! เด็ก9ขวบหลงป่า4วันกลับบ้านปลอดภัย
น้องป๋อ /  หลงป่า / 

เด็กชาย 9 ขวบหลงเข้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์นาน 4 วัน รอดปาฏิหารย์กลับบ้านอย่างปลอดภัย หลังจนท.อุทยานฯออกค้นหา เผยดื่มแค่น้ำประทังชีวิต จากกรณีที่ นายไวพจน์ จันทัพหลวง ลูกจ้างหน่วยงานพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร พร้อมนางอำไพ จันทัพหลวง ภรรยา เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.แม่เล่ย์ ว่า น้องป๋อ บุตรชายวัย 9 ขวบ หลงเข้าป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ บริเวณหมู่ที่ 26 บ้านปางข้าวสาร ต.แม่เล่ย์ ตั้งแต่บ่ายวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่จนบัดนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (3 มี.ค.) ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ทีมเจ้าหน้าที่ค้นหา ประมาณ 100 คน ทำงานออกเป็น 6 ชุด ช่วยกันปูพรมค้นหาในอาณาเขตป่าแม่วงก์ รัศมี 5 กิโลเมตร กระทั่งเวลา 17.00 น. ปรากกฏว่าได้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เมื่อทีมค้นหาชุดหนึ่ง วิทยุเข้ามาบอกส่วนกลางว่าพบ น้องป๋อ อยู่บริเวณลำธารน้ำในป่า ซึ่งห่างจากบ้านของเด็กไป 2 กิโลเมตร ท่ามกล่างเสียงโห่ร้องดีใจของชาวบ้านเป็นอย่างมาก จากการสอบถามน้องป๋อทราบว่า สาเหตุที่เข้าไปในป่า เพราะวิ่งตามสุนัขเข้าไป แล้วเกิดพลัดหลงจนหาทางออกไม่ได้ แต่โชคดีที่เดินไปพบลำธาร จึงได้ปักหลักอยู่ที่บริเวณนั้น เพื่อรอคนเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งในช่วงที่หลงป่านั้น ได้เพียงดื่มน้ำในลำธารเพื่อประทังชีวิต เบื้องต้น รถหน่วยกู้ชีพ รพ.แม่วงก์ ได้มารับตัวน้องป๋อ ส่งไปรักษาบาดแผลและสภาพจิตใจต่อไป MThai News

สิ้นสุดกันเสียที! ศาลสั่งปรับเงิน ปิเก้ ข้อหาด่าตำรวจ
คลิป /  ตำรวจ / 

ในที่สุดคดีก็จบลงจนได้ เมื่อศาลของเมืองบาร์เซโลนา สั่งปรับเงิน เคราร์ด ปิเก้ ข้อหาด่าใส่ตำรวจ หลังจากได้รับใบสั่ง เมื่อตุลาคม ปีที่แล้ว เคราร์ด ปิเก้ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 28 ปี ของ บาร์เซโลนา ถูกศาลสั่งปรับเงิน 10,500 ยูโร หรือ 380,000 บาท ในข้อหาด่าและแสดงกิริยาก้าวร้าวใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว จากการที่ตำรวจจราจรให้ใบสั่งกับ มาร์ก น้องชายของ ปิเก้ ที่ทำผิดโดยการจอดในช่องรถบัสนานกว่า 15 นาที ทั้งนี้ ปิเก้ ได้ติดรถมาด้วยเกิดความไม่พอใจ จึงด่าและทำกริยาก้าวร้าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้เรื่องต้องบานปลายถึงขั้นขึ้นศาล ทั้งนี้ในภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เคราร์ด ปิเก้ ก็ได้ทวิตข้อความออกมาขอโทษแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทางศาลก็ได้เห็นว่ากองหลังของ บาร์เซโลนา ผู้นี้กระทำผิดจริงจากหลักฐานที่เป็นคลิปวีดีโอ จึงต้องโทษปรับเงินโดยทั้นที ซึ่ง ปิเก้ มีเวลาในการเสียค่าปรับภายใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องโดนสั่งจำคุกแทน

หมดกังวล! เอร์เรร่า โดนเลือนสอบคดีล้มบอล
ซาราโกซ่า /  ดัตซ์ / 

หมดเรื่องที่กระทบจิตใจไปอีกหนึ่งเรื่อง เมื่อการสอบสวนคดีล้มบอลของ อันเดร์ เอร์เรร่า ถูกเลือนสอบปากคำไปเป็น ซัมเมอร์นี้แทน อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์ชาวสเปน ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับข่าวดีก่อนเกมดาร์บี้แมตซ์ที่จะพบกับ สาลิกาดง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เมื่อเขาไม่ต้องบินกลับไปให้ปากคำเรื่องคดีล้มบอลในวันพฤหัสนี้แล้ว หลังจากที่ เอร์เรร่า แข้งวัย 25 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาในการมีส่วนร่วมการล็อคผลบอล ของ ลา ลีกา สเปน ระหว่าง เลบานเต้ กับ เรอัล ซาราโกซ่า เพื่อให้ เลบานเต้ แพ้และ ซาราโกซ่า ของ เอร์เรร่า นั้นรอดตกชั้น แต่อย่างไรก็ตาม เอร์เรร่า เองก็แสดงเจตจำนงในการแสดงความบริสุทธิ์มาโดยตลอด และก็ได้รับข่าวดีดังกล่าว จากเรื่องนี้เองทำให้ กุนซือชาวดัตซ์ อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล ถึงกลับโล่งใจ เพราะกลัวว่าเรื่องล้มบอลจะทำร้ายจิตใจและสมาธิของนักเตะ และจะมีผลกระทบต่อเกมที่จะพบกับ นิวคาสเซิล และ อาร์เซนอล ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทั้งนี้ อันเดร์ เอร์เรร่า ก็จะมีอิสระอย่างเต็มที่ในการทำสมาธิจดจ่อกับการเล่นให้กับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเต็มที่จนถึงปิดฤดูกาลนี้ และหลังจากนั้น เขาจึงต้องเดินทางไปให้สอบสวนถึงเรื่องล้มบอลดังกล่าวที่สเปน

ชมคลิปแรก Dead Rising: Watchtowers ซีรี่ย์ที่สร้างมาจากเกมส์ชื่อดัง
Dead Rising /  Dead Rising: Watchtowers / 

ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นหนังใหญ่อย่างที่แฟนๆคาด เพราะว่าตัวผู้กำกับและค่ายอาจจะยังไม่พร้อม แต่ตอนนี้มันก็ได้ออกมาเป็นซีรี่ย์ที่ฉายทางออนไลน์แล้ว สำหรับ Dead Rising: Watchtowers ที่สร้างมาจากเกมส์ชื่อดังในชื่อเดียวกัน ที่คอเกมเมอร์คงจะรู้ได้ว่าฉบับเกมส์นั่นมันส์แทบทุกภาค เพราะนอกจากมันจะเป็นเกมส์ไล่ฆ่าซอมบี้เอามันส์ได้แล้ว ยังเก๋ไก๋ตรงการที่มันสามารถผสมอาวุธสุดเพี้ยน และรวมถึงลูกเล่นอื่นๆที่ทำให้มันสามารถหยิบมาเล่นได้เรื่อยๆอีกด้วย โดยตอนนี้ทางซีรี่ย์ก็ได้มีปล่อยคลิปแรก ซึ่งเป็นเหมือนคลิปแนะนำโลกที่ล่มสลายในหนังออกมาแล้วครับ โดยตัวซีรี่ย์มีกำหนดออนแอร์ตอนแรก 27 มีนาคมนี้ทางเว็บ Crackle นำแสดงโดย เจส เม็ดคลาร์ฟ ซึ่งถ้าหากกระแสของซีรี่ย์นั่นแรงพอตัว ก็อาจจะทำให้มันสามารถต่อยอดไปเป็นหนังใหญ่ได้ครับ ใครเป็นคอเกมเมอร์ก็รอติดตามกันเลย

เมย์ ปัด! เหน็บ เจนี่ สวยไสยศาสตร์!!
เมย์ พิชญ์นาฏ /  วุ้นเส้น วิริฒิพา / 

หลังสาวหมวยสุดมั่น เมย์ พิชญ์นาฏ โพสต์ภาพโปรโมทแฟชั่นเซ็กซี่ให้เพื่อนสาว วุ้นเส้น วิริฒิพา ว่า "สวย...ไม่จำเป็นต้องพึ่งไสยศาสตร์ แซ่บ...ไม่จำเป็นต้องพึ่งหมอผีนะคะ ไปซื้อแพรวกันดีกว่าค่ะ เพื่อนสวยและแซ่บมากค่ะ" หลายคนเลยโยงไปว่า สาวเมย์ ตั้งใจเหน็บ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เพื่อนร่วมแก๊งที่ถ่ายเซ็กซี่ออกมาแข่งกันอีกเล่มหรือเปล่า?? งานนี้ สาวเมย์ เลยรีบชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ยืนยันไม่ได้ตั้งใจเหน็บ เจนี่ แต่ต้องการเหน็บสาวนางหนึ่งที่กล่าวหาว่า เธอเล่นไสยศาสตร์กับสามีเขาเท่านั้นเอง วอนอย่าโยงให้เพื่อนตีกัน!! "คือว่า เริ่มรำคาญแล้วอ่ะค่ะ!! เห็นนักข่าวหลายสำนักไปสัมภาษณ์เจนี่ว่า เมย์เชียร์ให้คนซื้อหนังสือวุ้น แล้วเหน็บเจนี่ว่าเล่นไสย์ศาสตร์ ชัดๆ กันไปเลย เมย์ไม่ได้เหน็บเจนี่นะคะ เมย์กับเจนี่และวุ้นเป็นเพื่อนกันมานาน เมย์เหน็บอิผญบ้าด้านขวา ที่มันหาว่าเมย์ทำของใส่ผัวมันต่างหากค่ะ เข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ จบนะคะ สวัสดีค่ะ @vjwoonsen @janienineeleven #อย่าเขียนข่าวให้เพื่อนตีกันเลยนะคะ" ขอบคุณภาพจาก IG @ maypitchy, janienineeleven เมย์ โพสต์ IG ปัดเหน็บเจนี่ เมย์ พิชญ์นาฏ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เมย์-วุ้นเส้น

ปลูกผักหวานป่า 1 ปี 4 เดือนเก็บขายได้ ตอนจะตัดต้นแคออกช่วงไหนดี?
ผักหวานป่า /  ปลูกผักหวานป่า / 

สำหรับวีดีโอนี้เป็นวีดีโอแนะนำที่ผมได้จัดทำขึ้นต่อเนื่องจากวีดีโอที่แล้ว (ปลูกผักหวานป่า 1 ปี 4 เดือนเก็บขายได้) ซึ่งมีเคล็ดลับบางอย่างที่ผมลืมบอกไป และเคล็ดลับที่ว่านี้ก็คือการสังเกตระยะการเจริญเติบโตของผักหวานป่า แล้วพิจารณาตัดต้นแคทิ้งไป เพื่อให้ผักหวานป่าได้รับแสงแดดและมีการเจริญเติบโตต่อไป ชมวีดีโอแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=gFKQ7O7l_80

เศร้า! จิตผูกพันแม่ดองศพลูกใส่โหลดูต่างหน้า
คลิป /  จิตผูกพัน / 

แม่ใจสลายสูญเสียลูก แต่ยังทำใจไม่ได้ ดองศพลูกใส่โหล เก็บไว้ดูต่างหน้า วันนี้ (4 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เพจ "Show Clip" ได้โพสต์วิดิโอที่ใช้ชื่อว่า "จิตผูกพัน เอาศพลูกมาดองไว้ในโหลแก้ว ขนลุก แม่คิดถึงนู๋ แม่อยากกอดนู๋"   โดยคลิปดังกล่าว มีความยาว 1.19 นาที เผยให้เห็นถึงหญิงสาวรายหนึ่งที่กำลังจุดธูปไหว้ศพลูกของตัวเอง ที่ถูกใส่ไว้ในโหล เนื่องจากทำใจไม่ได้ พร้อมกับพูดอยู่ตลอดเวลาว่า อยากกอด และอยากให้ตื่นขึ้นมา ทั้งนี้ภายหลังจากคลิปวิดิโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เข้าใจถึงความเป็นแม่ ที่ต้องการสูญเสียลูกไป แต่บางส่วนมองว่าควรนำไปประกอบพิธีทางศาสนาให้เรียบร้อยจะดีกว่า MThai News

ซิโก้ ไม่ปลื้มฟอร์ม ช้างศึกลูกกรอก แม้เชือดไต้หวัน2-1
กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ /  ช้างศึกลูกกรอก / 

การแข่งขันฟุตบอลแมตช์ประวัติศาสตร์ 100 ปี ทีมชาติไทย บนแผ่นดิน "ยุคทองของฟุตบอลเมืองสยาม" เพื่อหารายได้เข้าพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม ณ พระตำหนักทับแก้ว ในรัชกาลที่ 6 ซึ่ง ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก พบ ทีมชาติไต้หวัน ณ สนาม ร.ร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม ผลปรากฏว่า ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก เป็นฝ่ายเอาชนะ ทีมชาติไต้หวัน ไปได้ 2-1 โดย ช้างศึกลูกกรอก ได้ 2 ประตูจาก กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ นาทีที่ 26 และธนาสิทธิ์ ศิริผลา นาทีที่ 65 ส่วน ไต้หวัน ได้ประตูตีไข่แตกจาก เฉิน เหว่น ชวง นาทีที่ 88 หลังเกม ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดเผยว่า เกมนี้เป็นการลองนักเตะ ซึ่งนักเตะมี 30 คน ถือว่าเยอะมากทำให้เราลองนักเตะไม่ครบ เกมวันนี้แม้จะได้ชัยชนะ ตนเองก็ยังไม่พอใจ เพราะทั้งเกมรุก เกมรับ ยังไม่ไหลลื่น โดยผลงาน ของนักเตะหน้าใหม่ที่เรียกมาเสริมนั้น ยังทำได้ไม่ดี แต่บางคนก็โชว์ฟอร์มได้ดี เช่น ธนาสิทธิ์ ศิริพลา, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร แต่อีกหลายคนยังต้องปรับ อย่างไรก็ตาม ขอดูฟอร์มในเกมอุ่นเครื่อง พรุ่งนี้ อีกที

ที่หนึ่งคือใคร!เปิดโผ ผู้จัดการทีม กับสถิติกวาดถ้วยสุดโหด
คาร์โล อันเชล็อตติ /  พรีเมียร์ลีก / 

ในโลกแห่งลูกหนังบุคคลที่สำคัญไม่แพ้นักฟุตบอลในสนามก็คือผู้จัดการทีม หรือหัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่ป็นคนตัดสินใจว่าจะให้ทีมใช้แผนอะไร ใครลงสนามไปเล่นตำแหน่งไหน และต้องประกบใครยามที่ฟาดฟันกับ คู่ต่อสู้ในสนาม แน่นอนว่าชื่อของสุดยอดก็คงไม่พ้น เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เคยคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึง 27  ปี,โจเซ่ มูรินโญ่ ที่พาหลายสโมสรกวาดแชมป์มามากมาย หรือ โจเซป เป็ป กวาร์ดิโอล่า  แน่นอน รู้หรือไม่ว่าใครคือผู้จัดการทีมที่มีสถิติการคุมทีมสุดโหด เมื่อตัดสินด้วยถ้วยรางวัลที่พาทีมไปคว้ามาครองได้ โจเซป เป็ป กวาร์ดิโอล่า สถิติคุมทีม  378 นัด แชมป์ 19 รายการ เฉลี่ย 19.89 นัดต่อแชมป์หนึ่งรายการ แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มคุมทีมเมื่อปี 2007 โดยเริ่มต้นกับทีม บาร์เซโลน่า เบ และก็สามารถพาทีมเป็นแชมป์ เทเซร่า ดิวิชั่น ได้ทันที ก่อนที่จะขยับมาคุม บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่ ที่นั่นเอง ที่เป๊ป กับขุนพลคู่ใจพา บาร์เซโลน่า กวาดถ้วยแชมป์เป็นว่าเล่น แล้วตัดสินใจวางมือ ก่อนหวนกลับมาคุมทีม บาเยิร์น มิวนิค อีกครั้ง และก็พาทีมประสบความสำเร็จเช่นเดิม พร้อมกับแผนการเล่นใหม่ๆที่คิดค้นมาให้โลกลูกหนังแปลกใจอยู่เสมอๆ บ็อบ เพลสลี่ย์ สถิติคุมทีม  535 นัด แชมป์ 20 รายการ เฉลี่ย 26.75 นัดต่อแชมป์หนึ่งรายการ อดีตกุนซือผู้ยิ่งยงของ “หงส์แดงวิเลอร์พูล” และเป็น กุนซือวันคลับแมน ไม่กี่คนในวงการ เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม ก่อนขยับมาคุมทีมเต็มตัว และพาทีมในยุค 70 กวาดแชมป์ได้มากถึง 20 รายการ โดยแชมป์รายการใหญ่ๆคือดิวิชั่น 1 (เดิม) ถึง 6 สมัยและแชมป์ยูโรเปี้ยนส์คัพอีกถึง 3 สมัย ตลอด 9 ปีที่คุมทีม โจเซ่ มูรินโญ่ สถิติคุมทีม  727 นัด แชมป์ 21 รายการ เฉลี่ย 34.6  นัดต่อแชมป์หนึ่งรายการ เจ้าของประโยคอมตะ คุณเป็นใคร เคยได้แชมป์ยุโรป แบบผมหรือเปล่า ผ่านการคุมยอดทีมของทวีปยุโรปมาแล้วหลายทีม อาทิ เอฟซี ปอร์โต้, เชลซี, อินเตอร์ มิลาน และ เรอัล มาดริด ก่อนที่จะกลับมาคุมเชลซีอีกรอบ และเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์แคปิตอลวันคัพ ซึ่งเป็นแชมป์รายการที่ 21 ในอาชีพมาหมาดๆ หลุยส์ ฟานกัล สถิติคุมทีม  831 นัด แชมป์ 19 รายการ เฉลี่ย 43.74  นัดต่อแชมป์หนึ่งรายการ กุนซือที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บางส่วนกำลังยี้อยู่ตอนนี้ เหลือความหวังในการล่าถ้วยรางวัลรายการที่ 20 ในอาชีพการคุมทีมเพียงแค่ ฟุตบอล เอฟเอคัพ เท่านั้นแถมในรอบ 8 ทีมก็มี อาร์เซน่อล ยืนขวางทางอยู่ด้วย แต่ที่ผ่านมาถือว่ากุนซือชาวดัตช์ทได้ดีกับ หลายสโมสรทั้ง อาแจ็กซ์, บาร์เซโลน่า, อาแซด อัลค์มาร์ และ บาเยิร์น มิวนิค ต้องมาคอยลุ้นกันว่า จะพาผีแดงกวาดถ้วยเพิ่มได้หรือไม่ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน สถิติคุมทีม  2131 นัด แชมป์ 44 รายการ เฉลี่ย 48.43  นัดต่อแชมป์หนึ่งรายการ บรมกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คุมทีมนานถึง 27 ปี และรวมแล้วพาลูกทีมลงฟาดแข้งมาแล้วกว่า 2,131 นัดในทุกสโมสรที่คุมทีม ซึ่งตลอดเวลาที่รั้งบังเหียนนายใหญ่ใน โอลด์แทร็ฟฟอร์ด เฟอร์กูสัน พาทีมใต้บังคับบัญชากวาดถ้วยมาได้ถึง 44 รายการ และผลงานชิ้นโบว์แดงคงหนีไม่พ้นการพา ปีศาจแดง เถลิงทริปเบิ้ลแชมป์เมื่อปี 199 จนได้รับการแต่งตั้งให้ได้ยศ ท่านเซอร์ และยังฟาดแชมป์ลีกไปถึง 13 แซงหน้า ลิเวอร์พูล คู่ปรับตลอดกาลไปถึง 2 สมัยอย่างที่เคยลั่นวาจาไว้ตอนเข้ามาคุมทีมแรกๆได้อีกด้วย คาร์โล อันชล็อตติ สถิติคุมทีม  952 นัด แชมป์ 16 รายการ เฉลี่ย 59.5  นัดต่อแชมป์หนึ่งรายการ ผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จทั้งการเป็นนักเตะ และกุนซือ ซึ่งเป็นอีกคนที่มักจะมีชื่อวนเวียนอยู่กับการทีมคุมระดับบิ๊กเนมของ ทวีปยุโรปอยู่เสมอๆ  โดยได้แชมป์เกือบทุกสโมสรที่คุมทีม ล่าสุดก็เพิ่งพา เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 10 ของสโมสร แถมยังมีลุ้นเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ป้องกันถ้วยแชปม์ใบนี้ได้ด้วย เมื่อยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อยู่ อาร์เซน เวนเกอร์ สถิติคุมทีม  1487 นัด แชมป์ 17 รายการ เฉลี่ย 87.47  นัดต่อแชมป์หนึ่งรายการ ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่า อาร์เซน เวนเกอร์ คือคนที่เข้ามาพลิกโฉมของ อาร์เซน่อล อย่างแท้จริง นับตั้งแต่ย้ายข้ามซีกโลกมาจาก นาโกย่า แกรมปัส เอต ในเจลีก เมื่อปี 1996 ผลงานชิ้วโบว์แดงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือการพา เดอะกันเนอร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2003-04 ด้วยสถิติไร้พ่าย ก่อนที่จะมาสะดุดการคว้าแชมป์เพราะการสร้างสนามเอมิเรสต์สเตเดี้ยม ทำให้ต้องขายดาวดังของทีมออกไปปีละอย่างน้อย 1 คนทุกปี แต่ล่าสุดฤดูกาลที่แล้ว เวนเกอร์ ได้สัมผัสถ้วยแชมป์อีกครั้งกับแชมป์ เอฟเอคัพ เมื่อฤดูกาลก่อน ยุติความว่างเปล่า 9 ปีติดต่อกันลงได้สำเร็จ

ป้อง ยินดี แก้ว มีรักใหม่!!
ป้อง แก้ว รีเทิร์น /  ป้อง แก้ว เลิก

โกอินเตอร์ไปจีนซะแล้ว!! สำหรับหนุ่ม ป้อง ณวัฒน์ หลังมีภาพยืนคู่กับ อดีตแฟนสาว แก้ว จริญญา แอนด์เดอะแก๊งค์ งานนี้ไม่รู้มาป๊ะกันได้ยังไง แต่อาจมีลุ้นไหม ? หนุ่ม ป้อง เผย วันตรุษจีนไปไหว้พระ แต่ไปเป็นหมู่คณะ รู้ก่อนหน้าแล้วว่าน้องแก้วจะมา มีเกร็งๆบ้างหลังไม่ได้เจอกันนาน แต่น่ารักเหมือนเดิม ยันตอนนี้ยังโสด แต่มีคนอื่นคุยอยู่แบบเพื่อน พร้อมดีใจที่สาว แก้ว มีความรักครั้งใหม่ ลั่นยังไม่ทิ้งงานละครไทย ไปละครจีน "ตรุษจีน ไปเป็นหมู่คณะนะครับ มีหลายคน เยอะครับ ไหว้เป็นประจำอยู่แล้ว รู้ว่าน้องแก้วไปนะ ไม่มีปัญหา เจอกันได้ปกติ แซวบ้างปกติไม่ได้เจอกันนานหลานเดือน ดีครับ น่ารักเหมือนเดิม มีเกร็งๆบ้าง รูปก็ปกติครับ คนโฟกัสเรื่องนี้ไม่กลัวครับ" "คุยด้วยไม่มาก ไม่มีชวนไปไหนนะ น้องมีถามบ้างปกติครับ ไม่ถามเรื่องสาวใหม่นะ ผมก็ไม่ถามเค้าเหมือนกัน ไม่จี๊ดครับ บางทีก็ไม่รู้ดีกว่า ดีใจกับน้องเรื่องแฟนใหม่ครับ แฟนน้องเค้าไม่น่าจะหึงครับ ไปไหว้พระ" "ตอนนี้ยังไม่มีแฟนครับ ยังไม่นิ่งนะ ทุกวันนี้ไม่เหงา เฉยๆครับ มีคนคุยกันแบบเพื่อนๆกันครับ ยังไม่มีคนถูกชะตานะ คนดีๆ มีเยอะแต่น่าจะผิดที่เราแหละ ละครที่จีนก็ติดต่อมาเรื่อยๆครับ อยากไปอยู่ แต่ก็ไม่อยากทิ้งเมืองไทยนะ เดี๋ยวจะลืมผมกัน รอคิวเมืองไทยก่อนครับว่าจะไปจีนได้เมื่อไหร่ แต่ถ้าไปก็ไปยาวเลยครับ" ขอขอบคุณภาพจาก IG @kaewffk @pongnawat @moraek8 ภาพเป็นเหตุ ป้อง - แก้ว ยืนคู่ ป้อง ณวัฒน์ ป้อง ณวัฒน์ แก้ว จริญญา แก้ว จริญญา

โสดแล้วสุขภาพดี! คนโสดนอนหลับ ได้ดีกว่าคนที่มีแฟนนะรู้ยัง
คนโสด /  นอนหลับ / 

คนโสด อย่าเพิ่งบ่นย่ะว่า นอนคนเดียวมันเหงามันเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน เพราะวันนี้เวปไซต์ DirectBlinds.co.uk พบว่า คนโสด มักจะมีช่วงเวลาที่ดีๆของการนอนมากกว่าคนมีคู่ เฮ้ย ยังไง ? ลองมาดูดีกว่าว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นกัน ! กังวลความรู้สึกซึ่งกันและกัน แน่นอนว่าคนโสดจะทำอะไรตอนไหน จะนอนหรือจะอ่านนิยายรักฟรุ้งฟริ้ง หรือจะแต่งหน้าเล่นๆก่อนนอนก็ยังไม่มีใครว่าอะไร แต่ถ้าเป็นคนมีคู่หล่ะคุณจะกังวลนั่น นู่น นี่ โน่น สารพัด ต้องคิดว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วเขาจะเป็นอย่างไรน้าคิดอย่างไรน้า เห็นมั้ย นอนคนเดียวสบายใจกว่า มีเรื่องให้ต้องคิดจากภายนอก ไหนจะเรื่องที่ทำงาน เรื่องต่างๆที่เขาพบเจอมาในวันนี้แน่นอนเขาอาจจะเล่าให้คุณฟังจนคุณต้องกังวลคิดมากไปด้วย นี่ยังไม่รวมถ้าหากข้างบ้านแอบมาบอกคุณว่าเขามีกิ๊กอีกนะ เสียงกรน ตอนแรกๆก็ดูดีๆอยู่หรอก แต่พอนอนข้างๆเท่านั้นแหละ เป็นคนชอบกรนซะงั้น ไม่ว่าจะหนักเบา มาเป็นระรอกหรือเป็นจังหวะก็เถอะ ล้วนแล้วแต่รบกวนทั้งนั้น แต่ถ้านอนคนเดียวหล่ะ คุณอาจจะเปิดเพลงแจ๊สเบาก่อนนอน หรืออาจจะเปิดเพลงบรรเลงของ โมซาร์ท นี่แหละ สุนทรียภาพของการนอน ของจริง สงครามผ้าห่ม ถ้าคุณต้องนอนเตียงคิงไซส์ โดยที่ต้องแย่งชิงความอบอุ่นหล่ะก็นั้นมันนรกชัดๆ เคยไหมล่ะที่ตื่นมาแล้วรู้สึกหนาวๆเพราะผ้าห่มไปม้วนต้วนอยู่กะคนที่นอนข้างๆ แต่ถ้านอนคนเดียวหล่ะจะพลิกไปไหนรับรองอบอุ่นสบายแน่นอนไม่มีคนมาแย่งความอบอุ่นไปไหน สบายจุง เวลานอนก็จะได้นอน ถ้าคุณคู่รักตัวดีของคุณไปเที่ยวผับ คุณก็อดเป็นห่วงไม่ได้ใช่มั้ยหล่ะะบางทีคุณก็ต้องรอแล้วกว่าพ่อตัวดีจะกลับคุณก็ต้องเป็นหมีแพนด้าในวันรุ่งขึ้นอีก แต่ถ้าอยู่คนเดียวก็สบายใจไม่ต้องมากังวลนอนได้ตรงเวลาเป๊ะ เรื่องอารมณ์ทางเพศ ผู้ชายเป็นเพศที่มีความต้องการสูงเขาจะรบเร้าคุณทั้งที่คุณนั้นไม่อยากที่จะ มีอะไรกับเขาหรอก นั่นมันข่มขืนใจกันชัดๆ แต่ถ้าคุณเป็น คนโสด อยู่คนเดียว ปัญหาเหล่านี้ไม่เกิดแน่นอน บอกลาผู้ชายหื่นๆ ซะ ^^ เตียงจะกว้างขึ้น พื้นที่ดูน้อยเหลือเกินถ้าต้องมีอีกคนอยู่ข้างๆคุณ แต่ถ้าไม่มีหล่ะ คุณจะนอนพลิกไปพลิกมาตรงไหนก็ได้ จะนอนเป็นปลาดาวยังได้ เห็นมั้ยล่ะดีจะตายยย เหรียญมีสองด้านค่ะ คนมีคู่อาจจะมีข้อดีแบบหนึ่ง แต่คนโสดก็มีข้อดีนะไม่ใช่ว่าต้องนั่งเหงาเสมอไป ลองดูดีๆนะไม่แน่ตอนนี้คุณอาจจะเหมาะแก่การเป็นโสดและการนอนคนเดียวมากกว่า เพื่อรอเวลาให้ใครสักคนเข้ามานอนข้างๆคุณตลอดไป  จริงมั้ยล่ะ ที่มา Femalefirst เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

หนังโลกที่เราอยากดู : Citizenfour (2014)
2014 /  biosocpe / 

 Citizenfour (2014) - จากปากคำ ของคนที่(สห)รัฐ ตามล่า!! หนังร่วมทุนเยอรมันและอเมริกา เจ้าของรางวัลออสการ์ปีล่าสุด ในสาขาภาพยนตร์สารคดี ของผู้กำกับ  ลอรา พอยทราส (Laura Poitras) นักทำสารคดีหญิงแกร่งชาวอเมริกันที่ปัจจุบันอาศัยอยูในเบอร์ลิน ซึ่งสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่สนใจมากเป็นพิเศษ คงเพราะนี่คือการบันทึกบทสนทนาของคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็น "อาชญากรของชาติ" ทั้งๆ ที่ตัวเขาออกมาเปิดโปงสิ่งที่รัฐปิดบังคนทั้งประเทศ (และทั้งโลก) อย่างกล้าหาญ แม้จะรู้ว่าอาจต้องแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตก็ตาม เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน (Edward Snowden) อดีตลูกจ้างสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NSA) ที่กลายมาเป็นหนึ่งในบุคคลผู้สร้างประเด็นถกเถียงอื้อฉาวที่สุดในรอบปี เมื่อสโนว์เดนออกมาสั่นสะเทือนโลก ด้วยการเปิดโปงโครงการการสอดส่องดูแลมวลชนลับสุดยอดของรัฐบาลสหรัฐฯ และอังกฤษ จนถูกติดตามจับกุมและต้องตกอยู่ในสถานะผู้ร้ายข้ามแดนจนถึงตอนนี้ ที่มาของหนังสารคดีเรื่องนี้ เกิดขึ้นหลังจากสโนว์เดนหนีออกจากประเทศไปยังฮ่องกง เขาก็ตัดสินใจส่งอีเมลด้วยนามแฝง ‘citizen four’ ติดต่อบุคคลสองคนให้เดินทางไปบันทึกการเปิดเผยอันสุดแสนจะเอ็กซ์คลูซีฟของเขาต่อรายละเอียดด้านลึกของโครงการดังกล่าว คนแรกคือ เกลนน์ กรีนวอลด์ (นักข่าวหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษ) ส่วนอีกคนคือ พอยทราส ผู้กำกับหญิง (ซึ่งสโนว์เดนติดใจฝีมือการทำหนังสารคดีสั้นเรื่อง The Program ของเธอ ที่เล่าถึง วิลเลียม บินนีย์ อีกหนึ่งอดีตลูกจ้าง NSA ผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบโปรแกรมลับสุดยอดเพื่อเก็บข้อมูลส่วนตัวของประชาชน) ความเก๋าของพอยทราสอยู่ตรงที่เธอมิได้ปล่อยให้หนังออกมาเป็นเพียงงานเสนอข่าวสารข้อมูลหรือสัมภาษณ์บุคคลอย่างแห้งแล้ง ตรงกันข้าม ตัวสโนว์เดนนั้นเต็มไปด้วยมิติหลากหลาย ทั้งขี้อาย หวาดระแวงและเสียสละ ขณะที่ตัวหนังก็เป็นดังธริลเลอร์ชั้นดีด้วยองค์ประกอบต่างๆ ของหนังซึ่งล้วนถูกใช้เพื่อเขย่าความรู้สึกของคนดูอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะมองจากมุมคนที่โปรหรือต่อต้านรัฐบาลอเมริกัน จากมุมของคนทำงานด้านสังคมการเมืองหรือคนดูหนัง สารคดีเรื่องนี้ก็สมควรได้รับการประทับตราว่า "ห้ามพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง"  ***เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE : World Cinema Issue - 100+ หนังโลกปี 2014 ที่ 'ต้องดู' (Online Only At Okkbee and MbookStore.com)

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ 2.4 EL 4WD เหมือนไม่เปลี่ยน แต่ดีขึ้นเยอะนะ
Testdrive Honda CR-V 2015 /  ทดสอบรถ Honda CR-V 2015 / 

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ 2.4 EL 4WD => http://www.auto-thailand.com/TestDrive/Review-New-Honda-CR-V-2400-EL-4WD-2015-Testdrive-VDO.html

แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ : คาเฟ่แมวดีๆ ต้องมีกาแฟอร่อยก่อน
จอนนี่ /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

ท่ามกลางกระแส "ทาสแมว" ที่มาแรงในยุคนี้ จนผุดเกิดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่เอาใจคนกลุ่มนี้เต็มบ้านเต็มเมือง ไล่มาตั้งแต่แฟนเพจในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่แจ้งเกิดสัตว์เซเลปสปีชีส์เอาแต่ใจ ขึ้นมากมาย ไปจนถึงร้านกาแฟที่มีแมวเดินป้วนเปี้ยนให้ลูกค้าได้เล่นตามอัธยาศัย แต่เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คาเฟ่แมวพวกนี้ก็มีอยู่ไม่น้อยเลย ที่ขายความน่ารักน่าฟัดของแมวเป็นหลัก แต่ละเลยที่จะใส่ใจในคุณภาพรสชาติคาเฟอีนที่ยังไม่เข้าขั้น ซึ่งในกรณีนี้ อาจต้องนับรวม แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ เรื่องนี้เข้าไปด้วย แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ถ่ายทอดเรื่องราวของ เมโย สาวนักศึกษา ที่มาสมัครฝึกงานในบริษัทถ่ายโฆษณา และได้ พี่มอร์ ผู้ช่วยผู้กำกับประจำกองมาเป็นพี่เทรนคอยดูแลให้ ก่อนจะต้องเจองานสุดหิน เมื่อลูกค้าชาวญี่ปุ่นอยากได้แมวจริงๆ มาถ่ายโฆษณา การเลือกเฟ้นและกำกับแมวจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับความรู้สึกของ เมโย ที่แอบสปาร์คพี่เทรนเข้าอย่างจัง ว่ากันว่า "แมว" เป็นสัตว์ที่ภายนอกน่ารัก แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องเอาแต่ใจ อยากทำอะไรก็ทำ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ก็ลงเอยด้วยนิยามประมาณนั้นแหละครับคุณผู้อ่าน ในฉากหน้าที่เต็มไปด้วยสัตว์สี่ขาหน้าตาหน่อมแน้ม นำโดยเจ้าแมวศุภลักษณ์อ้วนลงพุงชื่อ จอนนี่ มาประเคนให้คนดูและทาสแมวได้ฟินวี๊ดว๊ายกันลืมโลก . หากเป็นคาเฟ่แมวสักที่ แมวที่นั่งๆนอนๆ อยู่ ก็ดูน่ารักดี แต่กลับมีรสชาติกาแฟเจือจาง ไร้ซึ่งความเข้มข้นอร่อยลิ้น . ในขณะที่ส่วนของเรื่องราวหลักที่มีคนเป็นตัวขับเคลื่อน กลับดูเบาบาง ทั้งการแอบรักของ เมโย ต่อ พี่มอร์ ที่ดูเถรตรง ละเมอฟุ้งเฟ้อจนเกินพอดี พยายามสร้างสถานการณ์อันเอื้่อให้เกิดความโรแมนติก แต่ขาดความกลมกล่อมจนดูเป็นส่วนเกิน แต่ที่หนักหนาเอาการคือการเล่นมุข (พยายาม) ตลก จากเท่งและโหน่ง ที่เหมือนหลุดมาจากรายการชิงร้อยชิงล้าน อยากพูดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำ แซวเรื่องส่วนตัว เรื่องผู้หญิงอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทั้งๆที่มันอาจไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวหนังเลยเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นทำให้สิ่งที่ไม่จำเป็น ถูกแทรกมาในปริมาณล้นปริ ด้วยเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างความตลก (ที่ไม่ค่อยจะได้ผล) เท่านั้นเอง สิ่งที่พอจะชิ้นเป็นอัน และจับต้องได้ใน แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ คือที่พึ่งทางใจของวัยรุ่นยุคสไลด์หน้าจอ ที่ผูกติดกับโซเชียลเน็ตเวิร์ค เขื่อความคิดเห็นจากคนที่ตนเห็นเป็นผู้เชี่ยวชาญในทางนั้นๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากัน ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของตัวละคร เมโย ที่วันๆ ก็สร้างจินตนาการเข้าข้างตัวเอง อย่างมากมายในหนัง แต่ประเด็นนี้กลับถูกขับเน้นเพียงสั้นๆ และไม่วายหันไปขายความน่ารักของแมวต่อเหมือนเดิม เชื่อว่าทั้ง ใบเฟิร์น เป้ เท่ง และโหน่ง รวมไปถึง จอนนี่และแมวรับเชิญ (ที่ตัวผู้เขียนเองก็ไม่รู้จัก แต่ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดชื่อในโรง เลยคิดว่าน่าจะเซเลปอยู่พอตัว) มีแฟนๆที่หลงรักพวกเขาอยู่ไม่น้อย และคงได้สนุกสนานกับความน่ารักรื่นเริงบันเทิงใจของทุกคน (และทุกตัว) แต่หากหนังเรื่องนี้เป็นคาเฟ่แมวสักที่ ก็คงต้องเรียนตามตรงว่า แมวที่นั่งๆนอนๆ อยู่ ก็ดูน่ารักดี จนน่าถ่ายรูปอัพลงอินสตาแกรมแบบวัฒนธรรมฮิปสเตอร์ แต่รสชาติกาแฟที่ร้านเสิร์ฟนั้น เจือจางไร้ซึ่งความเข้มข้นอร่อยลิ้น ทั้งที่นั่นเป็นจุดประสงค์หลัก กับการที่เรายอมดื่มคาเฟอีนในราคาแพงแท้ๆ สินะ เรื่องนี้ให้ 6 / 10 ครับ Lecter. ------------------------------

ปั่น เปลี่ยนชีวิต!! กับ ผู้ชายที่ชื่อ อิศรานุพงศ์  ชัยมงคล
น้ำหนัก /  ปั่นจักรยาน / 

คุณ อิศรานุพงศ์  ชัยมงคล ชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งผุ้มีน้ำหนักตัวถึง 90 กิโลกรัม และไม่เคยสนใจเกี่ยวกับสุขภาพ จนมาได้สัมผัสกับการปั่นจักรยาน กำลังใจในการลดน้ำหนัก จึงเกิดขึ้น..... คิดยังไงถึงอยากลดน้ำหนักครับ มีวันหนึ่งเดินขึ้นสะพานลอยมาทำงาน เอ๊ะ!!ทำไมรู้สึกเหนื่อยมาก ตอนนอนแฟนบอกว่าหายใจหอบตลอดเวลา เลยเริ่มรู้สึกกังวลกับตัวเอง ยิ่งชัดมากตอนตรวจสุขภาพประจำปีผลก็เป็นไปตามคาด โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ พร้อมน้ำหนักที่เกินมากกว่าที่ควร ตอนนั้นเลยตัดสินใจว่า “น่าจะถึงเวลาแล้วหล่ะ ที่ผมจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง” ออกกำลังกายแบบไหนครับ หลังจากตัดสินใจจะลดน้ำหนัก ง่ายที่สุดโดยที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนอะไรเลยก็คือ “วิ่ง”  ครั้งแรก ตั้งใจวิ่ง 3 กิโลเมตร แต่วิ่งจริงๆน่าจะได้แค่ 1 กิโลเมตร  ที่เหลืออีก 2 กิโลเมตร คือเดิน เพราะว่าเหนื่อยมาก ช่วงแรกวิ่งแค่อาทิตย์ละ 1 วัน  ผ่านไป 2-3 เดือน น้ำหนักก็ยังไม่ลง เพราะออกกำลังกายน้อยเกินไป แถมการกินอาหารก็ยังกินเหมือนเดิม พอไม่ได้ผลก็เริ่มรู้สึกท้อ ไม่สนใจแล้วก็เลิกทำ  เพราะคิดว่าตัวเองคงลดน้ำหนักลงไม่ได้จริงๆ จนมาถึงช่วงน้ำท่วม แถวบ้านที่อาศัยอยู่ ไม่มีรถเมย์หรือรถแท๊กซี่วิ่งผ่านมาได้เลย จึงตัดสินใจซื้อ "จักรยาน" เพื่อที่จะปั่นไปซื้ออาหารกิน ปั่นมาได้สักพักน้ำหนักก็ลดลงไปประมาณ 2 กิโลกรัม รู้สึกแปลกใจมากแล้วก็เริ่มสนุก ทำมีกำลังใจอีกครั้ง จึงเริ่มปั่นจักรยานในทุกๆเย็นของแต่ละวัน วันละ 10 กิโลเมตร ช่วงนั้นเป็นสวรรค์สำหรับคนขี่จักรยานเลยก็ว่าได้ เพราะไม่มีรถใหญ่วิ่งให้กวนใจ ปั่นมาได้เกือบปีจาก "ความสนุก" กลายเป็น "ความรัก"  ชอบที่จะท่องเที่ยวไปไหนมาไหนด้วยการปั่นจักรยาน ทำงานก็ปั่นจักรยานมาทำงาน ระยะทางจากบ้านถึงที่ทำงานไม่ถึง 2 กิโลเมตร แต่ตั้งเป้าไว้ว่าจะปั่นให้ได้อย่างน้อย 10 กิโลเมตรต่อวัน ตอนที่ปั่นมาทำงานจึงต้องหาเส้นทางทำอย่างไรก็ได้ ให้ได้ระยะทางอย่างน้อย 10 กิโลเมตรต่อวันและเปลี่ยนเส้นทางบ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซากจำเจ ปั่นเก็บประสบการณ์ไปสักพักเริ่มสนุกมากขึ้น จึงเริ่มตั้งเป้าหมายว่าอยากจะปั่นไปเชียงใหม่ ตั้งใจฝึกซ้อมอยู่ประมาณเกือบปี น้ำหนักก็ลดลงไปอีก 10 กิโลกรัม จาก 90 เหลือ 80 กิโลกรัม หลังจากที่ปั่นจากกรุงเทพไปเชียงใหม่มาได้แล้ว ก็อยากจะปั่นไปให้ไกลขึ้นไปอีกก็คือไปเชียงราย หลังจากที่ซ้อมหนักก่อนจะไปเชียงราย ก็ลองไปลงแข่งในรายการวัดใจทั่วไป เพื่อที่จะลองท้าทายตัวเองดู ว่าจะสามารถทำได้มั้ย ปรากฎว่าทำได้ หลังจากนั้นก็ปั่นไปที่เชียงรายได้สำเร็จเช่นกัน พร้อมกับน้ำหนักที่หายไปอีก 10 กิโลกรัม เหลือประมาณ 70 กิโลกรัม ช่วงนั้นต้องบอกเลย รู้สึกว่าตัวเองฟิตมาก เราปั่นเร็วกว่าเพื่อนทุกคน และยังไม่มีเพื่อนคนไหนปั่นไปเชียงใหม่ และก็ไปเชียงราย 2 ปีซ้อน มีความรู้สึกภูมิใจ และวางแผนว่าอยากจะปั่นไปภูเก็ตอีกครับ ถึงตอนนี้ก็น่าจะแฮปปี้แล้วนะครับ ยังครับ!! เพราะมีน้องที่ไปออกทริปด้วยกันทักว่า "เฮ้ย..พี่อิศก็ปั่นมานานแล้วนะ ทำไมพี่ยังมีพุง!!"  แล้วก็กลายเป็นประโยคแซวของเพื่อนๆในกลุ่ม กลับบ้านมามีความรู้สึกว่า “เอ๊ะ!! นี่เราก็ซ้อมเยอะ ทำไมมันยังมีพุงอีกนะ”  จากนั้นมาก็เริ่มศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเองว่า จริงๆแล้วน้ำหนักตัวที่ถูกต้องของเรา ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ ก็พบว่าน้ำหนักยังเกินอยู่อีก ประมาณ 10 กิโลกรัม เลยต้องเปลี่ยนวิธีกิน คือ เลี่ยงของมัน ไม่กินอาหารขยะ ไม่กินช็อคโกแลต และควบคุมแคลเลอรี่ โดยการทำกับข้าวกินเองและคำนวนอย่างละเอียดว่า ในวันหนึ่งๆร่างกายเราต้องการกี่แคลเลอรี่ แล้วก็กินเท่านั้น ประมาณเดือนแรก น้ำหนักลดลงไป 3 - 4 กิโลกรัม แต่ก็ยังต้องการให้น้ำหนักลงเร็วกว่านี้อีก จึงตัดสินใจงดแป้งก็คือข้าว กินแต่ผัก ไก่นึ่ง แล้วก็ไข่ขาว พร้อมการออกกำลังกายหนักเหมือนเดิมแล้วก็เพิ่มการวิ่งเข้ามาอีก เพราะน้ำหนักไม่เยอะเหมือนเมื่อก่อนแล้วสามารถวิ่งได้อย่างไม่ต้องกลัวอาการบาดเจ็บอีก แต่กลับกลายเป็นว่าน้ำหนักลงเร็วเกินไป  จนมีคนทักว่า ผอมมากเกินไปแล้ว เพราะน้ำหนักเหลือเพียง 57 กิโลกรัม เลยกลับมาดูว่าที่ถูกต้องไม่ควรจะงดแป้ง จึงกลับมากินแป้งเหมือนเดิม ทำให้น้ำหนักกลับมาอยู่ที่ประมาณ 60 กิโลกรัม  ตั้งแต่วันแรกที่ขี่จักรยาน มาจนถึงตอนนี้กี่ปีแล้ว?? ประมาณ 4 ปีเต็มครับ น้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 60 กิโลกรัม แต่จริงๆอยากให้อยู่ประมาณ 65 กิโลกรัม และตอนนี้ก็มีเป้าหมายใหม่อีกแล้วก็คือ อยากจะลงแข่ง ไตรกีฬา ในการแข่งประกอบไปด้วย ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แล้วก็วิ่ง(ว่ายน้ำ 1.8 km. ปั่นจักรยาน 40 km. วิ่ง 10 km. ) ทำไมถึงอยากจะลงแข่งไตรกีฬา?? คืออยากจะท้าทายตัวเองเพิ่มมากขึ้นครับ เพราะปั่นจักรยาน กับวิ่ง ทำได้แล้ว ถ้ารวมว่ายน้ำเข้าไปด้วยเราจะทำได้มั้ย ตอนนี้ก็ให้เพื่อนที่เคยเป็นนักว่ายน้ำ มาช่วยเทรนให้ครับ สุดท้ายนี้ อยากจะ "ฝากอะไรถึงคนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก" มั้ยครับ ผมก็เป็นคนที่อ้วนคนหนึ่งมาก่อน ก็อยากจะบอกว่า "ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเราพยายามและตั้งใจจริง"  อย่าเพิ่งท้อ พยายามต่อไปเรื่อยๆแล้วจะเริ่มเห็นผลเองครับ   และเวลาจะทำอะไรก็ตามอยากให้ศึกษาให้ดีก่อนจะลงมือปฏิบัติจริง จะได้ไม่มีผลเสียกับตัวเองมากนัก ขอขอบคุณ คุณ อิศรานุพงศ์  ชัยมงคล (เรื่อง/ภาพ)

ซาร่า เซ็กซี่อีกแล้ว! โชว์อึ๋มในIG
ซาร่า มาลากุล /  โชว์เซ็กซี่ / 

ขยันปล่อยของดีให้หนุ่มๆ นั่งน้ำลายหกกันเป็นแถว สำหรับดาราลูกครึ่ง ซาร่า มาลากุล เลน ที่ล่าสุดเธอได้โพสต์ภาพเซ็กซี่ในไอจีส่วนตัว ในขณะสวมชุดในชั้นอวดเรือนร่างสุดเย้ายวนและอึ๋มไซส์บิ๊กบนเตียงนอน พูดเลยว่า..แซ่บถูกอกถูกใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เป็นที่สุด จริงมั๊ย สาวซาร่า !! ขอบคุณภาพประกอบจาก IG : @saramalakul ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล