ดีเจกบ นวพร

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

มิน ปัด โบ แย่งซีน-เสียบละคร ลั่นยินดีแชร์บัลลังก์!!
มิน พีชญา /  โบ ธัญญะสุภางค์ / 

กลายเป็นอีกหนึ่งคู่ซี้สำหรับสองนางเอก มิน พีชญา และนางเอกรุ่นน้องร่วมช่องอย่าง โบ ธัญญะสุภางค์ แต่จู่ๆ ก็มีข่าวเม้าท์กันให้แซ่ดว่า สาวโบ จงใจเขย่าบัลลังก์ สาวมิน ทั้งแย่งซีนและยังจ้องเสียบละครซะด้วย! งานนี้ สาวมิน รีบปฏิเสธ! ยืนยันไม่มีปัญหาเกาเหลาตามข่าวลือ ชมน้องน่ารักและสนิทกัน พร้อมยินดีแชร์บัลลังก์ของตัวเอง ส่วนสถานะความสัมพันธ์กับ ไฮโซกัญจน์ ก็ยังเหมือนเดิม รับห่างเพราะฝ่ายชายไปทำงานต่างประเทศ!! "ช่วงนี้ไม่ค่อยสบายนิดนึงค่ะ นอนน้อยและเพิ่งกลับมาจากยุโรปด้วย กัญจน์เค้าก็ไม่ได้ดูแลอะไรพิเศษ เค้าไม่อยู่ก็มีคุยๆ กันค่ะ ตอนนี้เค้าทำงานอยู่ต่างประเทศค่ะ ช่วงนี้ก็เลยห่างกัน ไม่มีเฟสไทม์เลยค่ะ มินก็ทำงานเค้าก็ทำงาน ต่างคนต่างทำงานค่ะ เรื่องเวลาเราก็ให้เกียรติกันค่ะ เราไม่ค่อยมีอะไรหรอกค่ะไม่ค่อยหวือหวา ปีใหม่มินมีแพลนจะไปเที่ยวกับครอบครัวกับเพื่อน ถ้าไม่เป็นทะเลที่ไทยก็เป็นต่างประเทศค่ะ ส่วนเค้าก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะเค้าก็ไปกับครอบครัว ไม่ได้ชวนไปค่ะ ถ้าชวนก็อาจจะเร็วไปนิดนึงก็ต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ค่ะ ถึงจะห่างกันสถานะก็ยังเรื่อยๆ นะคะ เราก็ยังค่อยๆ ดูไป ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง" "ล่าสุดมีข่าวกับโบ ธัญญะสุภางค์ว่าแย่งซีนกัน ไม่มีอะไรเลยค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน จริงๆ โบเป็นน้องแหละ แต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนกัน นี่ก็เพิ่งคุยกันเองค่ะ มีปัญหาอะไรก็ให้กำลังใจกัน ที่คนมองว่าน้องมาสนิทกับมินเพราะจะเขย่าบัลลังก์ ไม่เลยค่ะ ก็ยินดีแชร์บัลลังก์ให้ค่ะ บัลลังก์มินก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ข่าวเสียบแทนละครไม่มีอะไรเลยค่ะ งานในช่องก็มีเยอะนะ ช่องก็กระจายงานได้เป็นอย่างดี สำหรับมินกับน้องก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน น้องน่ารักเป็นเพื่อนให้กำลังใจ ไปกินข้าวกันเหมือนปุ๊กลุกเลย ไม่มีอะไรตามข่าวเลยยืนยันค่ะ เรื่องการแสดงน้องก็มีปรึกษาบ้าง เราก็บอกในส่วนที่เรารู้แชร์ประสบการณ์กันค่ะ ภายในเรารู้อยู่แล้วว่าไม่มีอะไร เราก็ออกมาชี้แจงให้คนนอกรู้ด้วยค่ะ" "มินมาทำงานในวงการไม่เคยคิดจะสู้อะไรกับใครค่ะ มินคิดว่าเราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เราไม่ได้มาแข่งขันกับใคร ตัวเราเองก็จะได้ไม่กดดันด้วย อย่างที่บอกว่ามินยินดีให้แชร์พื้นที่ของเราใครอยากทำอะไรก็ทำค่ะ มินก็อยู่ด้วยตัวของเราเอง มินว่าข่าวก็คงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เราอยู่ในวงการที่มีการแข่งขันสูงเนอะ คนนอกก็อาจจะมองเป็นยังไงก็ได้ ทุกคนมีความคิดที่ไม่เหมือนกันซึ่งเราก็ห้ามทุกคนไม่ได้ แต่เรารู้ตัวเราดีว่าเป็นยังไง และคนที่เป็นข่าวก็คือเพื่อนเรา เพราะฉะนั้นมันไม่ได้มีผลอะไรอยู่แล้วค่ะ" มิน กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @ bothunyasupan มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา มิน พีชญา โบ ธัญญะสุภางค์ มิน-โบ

ย้อนอดีต เพลงดัง นาธาน โอมาน
นางฟ้ามาโปรด /  นาธาน โอมาน / 

เพลงฮิตวันวาน วันนี้ เรามาย้อนกลับไปช่วงประมาณปี 2548 กันหน่อยดีกว่า กับงานเพลงชุดแรกของ นาธาน โอมาน ที่มีเพลงดังอย่าง นางฟ้ามาโปรด,อย่างน้อย เราย้อนกลับไปฟัง ผลงานเพลงของ นาธาน กันสักหน่อย มิวสิควีดีโอเพลง อย่างน้อย เพลงช้า จากอัลบั้มแรก ของ นาธาน ที่ได้ กัน-นิ-กา-ซาย มาเล่นเป็นนางเอก MV ลองไปชม ไปฟัง กันเลย (ขอบคุณคลิปจาก ponsak tao ในเว็บไซต์ Youtube.com) นาธานอีกสักเพลง จากอัลบั้มแรก เช่นเดียวกัน กับเพลง นางฟ้ามาโปรด ในแบบ Happiness Version ชิลชิลกันไป สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากแนะนำเพลงฮิตที่คิดถึง กับเพลงฮิตวันวาน ก็สามารถโพสเข้ามาได้ที่นี่ หรือทางเฟซบุ๊ก MThaimusic นะครับ —————————————————————————————- นาธาน โอมาน แซ่บ! คิ้วจรดปลายเท้า!! เพิ่งตกตะลึงกับคิ้ว 4 มิติ ของอดีตนักร้องหนุ่มหล่อ! นาธาน โอมาน ไปหยกๆ มาวันนี้ (24พ.ย.) นางจัดเต็มอีกรอบขณะมาอัดรายการที่เวิร์กพ้อยท์ สตูดิโอ คิ้ว 4 มิติ สไตล์ นาธาน โอมาน แน่ใจนะว่าสวย! เทรนด์เขียน คิ้ว 4 มิติ สไตล์ นาธาน โอมาน โอ้ นาธาน คิ้วนี้เธอได้แต่ใดมา มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

สุขาอยู่หนใด - 25Hours
25Hours /  สุขาอยู่หนใด

25Hours กลับมาแล้ว หลังจากห่างหายจากอัลบั้มล่าสุดไปนาน 1 ปีกว่า ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับความรู้สึกสดใหม่ และประเดิมบ้านหลังใหม่ genie records ด้วยซิงเกิ้ลเปิดตัว ชื่อสะดุดหูอย่าง สุขาอยู่หนใด สุขาอยู่หนใด เพลงที่บอกเล่าด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย เชิญชวนให้ทุกคนฉุกคิด ตั้งคำถามกับตัวเองถึงความสุข กับสิ่งที่มากเกินไป สิ่งที่เราเอาใจตัวเองไปผูกติด กับความไม่แน่นอนต่างๆ ถ่ายทอดผ่านมุมมองชีวิตที่โตขึ้นของแหลมในช่วง 30 ต้นๆ ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ในทุกคำที่สะท้อนอยู่ในเนื้อเพลงเพลงนี้เกิดขึ้นตอนที่แหลมขับรถอยู่ และทำนองเพลงท่อนฮุคก็ผุดขึ้นมา หลังจากแหลมจดบันทึก แล้วนำมาคิดต่อเผอิญคำว่า สุขาอยู่หนใด มันก็ลอยขึ้นมา ซึ่งเข้ากับทำนองพอดี จากนั้นจึงลองเอามาทำในโปรแกรม Garage band ในไอโฟนดู ด้วยFormatt ที่ใช้งานง่าย ประกอบกับสามารถดีไซน์ ใส่เสียงเครื่องดนตรีต่างๆ รวมถึงเสียง Sync จึงเรียกได้ว่าเพลงนี้มีจุดเริ่มจากมือถือเครื่องเดียว ณ ที่แนวดนตรีที่ยังความเป็น 25Hoursไว้อย่างครบถ้วน แต่เติมลูกเล่นด้วยการเพิ่มเสียง Synthesizerเข้าไป ร่วมด้วยเจ มณฑลที่มารับหน้าที่ช่วยบันทึกเสียง เติมเลเยอร์ต่างๆ ให้เพลงมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นแถมซิงเกิ้ลนี้ยังส่งไปมิกซ์ไกลถึงลอสแองเจลิส เพลงที่อยากให้คุณฟัง และลองตั้งคำถามถึงความสุขว่าจริงๆแล้วอยู่ที่ใดกัน? เนื้อเพลง สุขาอยู่หนใด ------------------------------------------- ใครบางคนเคยบอกว่ารักฉันมากมาย แต่พอนานไปทำไมจากรักกลายเป็นเกลียด ก็เป็นคนดีก็เป็นคนมีความฝัน แล้วทำไมคนอย่างฉันถึงไม่มีใครสนใจ ก็มีเงินทองก็มีรถเก๋งคันใหญ่ใหญ่ แต่ภายในใจทำไมไม่เห็นมีคำตอบ oh why whywhywhy? ความสุขมันหายไปตั้งแต่ตอนไหน ** สุขา อยู่หนใด ความงดงามอยู่ที่ใด มันซ่อนอยู่ที่ใคร ซ่อนอยู่ที่ใคร ชีวิตที่ต้องการ สิ่งที่ใจเราต้องการ มันซ่อนอยู่ที่ใด ซ่อนอยู่ที่ใด....ซ่อนอยู่ที่ใด ใครบางคนเคยบอกว่าฉันต้องรุ่นใหญ่ ต้องเดินนำใครต้องไปเป็นคนที่เหนือกว่า ต้องเป็นคนดังต้องเป็นคนมีความหมาย แล้วต้องลงทุนเท่าไรถึงจะมีใครหันมอง ต้องออกเดินทาง ต้องออกไปพบโลกกว้างไกล ต้องเดินทางไปเท่าไรจึงพบเจอคำตอบ oh why whywhywhy? ความสุขมันหายไปตั้งแต่ตอนไหน สุขา อยู่หนใด ความงดงามอยู่ที่ใด มันซ่อนอยู่ที่ใคร ซ่อนอยู่ที่ใคร ชีวิตที่ต้องการ สิ่งที่ใจเราต้องการ มันซ่อนอยู่ที่ใด ซ่อนอยู่ที่ใด....ซ่อนอยู่ที่ใด สุขที่ตามหาอยู่ที่ใด ซ่อนอยู่ที่ใคร ------------------------------------------- Lyrics by สมพล รุ่งพาณิชย์ Composed by สมพล รุ่งพาณิชย์ Music Arranged by 25hours Produced by Montonn Jira & 25hours Recorded at Samutprakarn sound happy hippo studio Engineered ,Sound designed and Digital edited by Montonn Jira Mixed by Alonzo vargas ,NYC Mastered by Joe Laporta at Sterling Sound, NYC

ยิ่งกว่าละคร !! แฝดผู้พลัดพรากกลับมาเจอกันผ่านเฟซบุ๊ก ?
ฝาแฝด /  เฟซบุ๊ก

ฝาแฝดผู้พลัดพรากเชื้อสายเกาหลี กลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังพบกันโดยบังเอิญผ่านโลกสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก วานนี้ (23พ.ย.)รายการ Around the world By CNN ทางช่อง MONO29 เผยแพร่เรื่องราวของ “Anaïs และ Samantha” สองสาวฝาแฝดเชื้อชาติเกาหลีใต้ที่ต่างไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเองมีพี่น้อง โดยทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้าที่อยู่กับครอบครัวอุปถัมป์ และวันหนึ่งโชคชะตาได้นำพาให้เธอทั้งคู่มาพบกันอีกครั้ง ผ่านเว็บไซต์สังคมออนไลน์ 'เฟซบุ๊ค' และ 'ยูทูป' อย่างไรก็ตามพ่อแม่อุปถัมป์ของทั้งคู่ ต่างไม่รู้ว่าเธอมีฝาแฝดเช่นกัน พวกเธอถูกทิ้งและถูกเก็บมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม โดยมีหลักฐานเพียงรูปถ่ายตอนเด็กๆของทั้งสองเท่านั้น เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อเพื่อนคนหนึ่ง Anaïs ได้โพสท์รูปภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในคลิป Youtube และรูปของ Anaïs ซึ่งทำให้ Anaïs รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก และหลังจากนั้น เธอก็ทราบว่าผู้หญิงที่อยู่ในคลิป มีชื่อว่า Samantha Futerman ประกอบอาชีพนักแสดง และปรากฏตัวในหนังเรื่อง “21 & Over” แต่ที่ทำให้เธอมั่นใจในที่สุดคือ ทั้งคู่มีวันเกิดวันเดียวกัน ทั้งนี้เป็นเรื่องที่แปลกมากคือทั้งคู่ต่างถูกนำไปเลี้ยงในประเทศและบริบททางสังคมที่ต่างกัน แต่กลับมีนิสัย และงานอดิเรกคล้ายๆกัน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกิน หรือการไว้ผมทรงเดียวในตอนเด็ก ทั้งที่อยู่ห่างกันคนละซีกโลก Anaïs เป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ ถูกรับไปเลี้ยงที่ฝรั่งเศส ในขณะที่ Samantha เป็นนักแสดง และถูกรับไปเลี้ยงที่สหรัฐฯ งานอดิเรกคือการดูหนังและเล่นโยคะ  แถมหนังสือเล่มโปรดของทั้งคู่คือ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เหมือนกันอีกด้วย ต่อมาทั้งคู่ได้ระดมเงินทุนผ่านเว็บไซต์ Kickstarter เพื่อเป็นทุนในการสร้างหนังสารคดี  และได้บินไปเจอกันเป็นครั้งแรกที่ลอนดอน พวกเธอได้เดินทางไปเที่ยวในหลายประเทศรอบโลกด้วยกัน เพื่อเป็นการชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไป รวมถึงเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอทั้งคู่ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย MThai News ขอบคุณ รายการ Around the world By CNN ทางช่อง MONO29

รวยครับรวย! บังยี ฉีด1ล้านหากชนะเสือเหลืองให้2แสนต่อประตู
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

ความเคลื่อนไหวทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย หลังจากประเดิมศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ได้อย่างสวยงามด้วยการดับ เจ้าภาพ สิงคโปร์ คาถิ่น 2-1 เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 พ.ย.57 ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ได้ให้นักเตะ 11 คนแรกที่ลงสนามได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่สระว่ายน้ำ ขณะที่คนอื่นๆได้พักผ่อน การนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้เดินทางไปให้กำลังใจนักเตะทีมชาติไทย ถึงโรงแรมเอ็ม โฮเต็ล โดย บังยี เปิดเผยว่า การเก็บชัยชนะนัดแรกนั้นถือว่าสำคัญมาก แม้จะมีปัญหาบ้าง ผมคิดว่าหลังจากนี้เราน่าจะทำได้ดีกว่าเดิม แน่นอนเป้าหมายของเราเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากแชมป์เท่านั้น ซึ่งเกมต่อไปกับมาเลเซียผมหากเราคว้าชัยชนะได้จะมีเงินอัดฉีด 1,000,000 บาท พร้อมกับให้ 200,000 บาทต่อ 1 ประตู

ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี
อารยธรรมโบราณ /  อุทยานแห่งชาติผาแต้ม / 

แท้จริงแล้วในฤดูหนาวของประเทศไทย ไม่ได้มีแค่ภาคเหนือและอีสานตอนบนเท่านั้นที่มีอากาศหนาว แต่ภาคอีสานตอนล่างเยื้องๆ ตะวันออก อย่าง จ.อุบลราชธานี ก็หนาวไม่แพ้กัน วันนี้ Travel.mthai.com จะพาคุณไปเที่ยวหน้าหนาวที่นี่กัน อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ย้อนรอยอารยธรรมโบราณ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่แรกในสยาม ย้อนรอยอารยธรรม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีเนื้อที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่านานาชนิด มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย  อีกทั้งยังได้มีการค้นพบภาพเขียนสีโบราณ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000 - 4,000 ปี ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่บริเวณผาขาม ผาแต้ม ผาเจ็ก ผาเมย และถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว และเป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุด ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าเขาทางฝั่งประเทศลาวได้เป็นอย่างดี     ประวัติความเป็นมา ในอดีต ชาวบ้านท้องถิ่นที่ทำกินในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ป่าภูผา น้อยคนนักที่จะเดินทางเข้าไปในป่าดังกล่าว เนื่องจากมีความเชื่อว่า “ผาแต้มเป็นเขตต้องห้าม ภูผาเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์นักเป็นภูผาแห่งความตาย ใครล่วงล้ำเข้าไปมักมีอันเป็นไป   อาจเจ็บไข้หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ” พื้นที่ป่าภูผาบริเวณผาแต้มได้ถูกเปิดเผยจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เมื่อคณะอาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชามนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้มาทำการสำรวจและค้นพบภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้ม ท้องที่บ้านกุ่ม  ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบกับสภาพป่าในบริเวณใกล้เคียงยังอุดมสมบูรณ์  จึงได้ทำหนังสือบันทึกจากภาควิชาฯ ลงวันที่   26 พฤษภาคม พ.ศ.2524 เสนอต่อ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ขอให้จัดตั้งป่าภูผาในบริเวณผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อดูจากแม่น้ำโขงจะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ แต่ในบริเวณที่เป็นหน้าผา จะปรากฏภาพเขียนสีโบราณโดยฝีมือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรียงรายตามความยาวของหน้าผาติดต่อกันยาวประมาณ 180 เมตร มีไม่ต่ำกว่า 300 ภาพ ซึ่งเป็นจำนวนภาพเขียนสีโบราณที่มากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในประเทศไทยและในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอีกมากมาย เช่น เสาเฉลียง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ สายลมและแสงแดดมีลักษณะเป็นแท่งหินตั้งขึ้น มีส่วนบนเป็นแผ่นหินวางอยู่โดยไม่ติดกันมองดูคล้ายดอกเห็ด ถัดจากเสาเฉลียงขึ้นไปบนเนินเขา ก็จะเป็น ลานหินแตก เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยน้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี เรียกได้ว่า ไปเที่ยวผาแต้มครั้งนึง ท่านจะได้ทั้งความสวยงามของธรรมชาติ และความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน ควรค่าแก่การท่องเที่ยวมากครับ เพราะในประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวลักษณะนี้เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม โทร. 045 318 026 , 045 246 332 เรียบเรียงโดย : Travel MThai ขอบคุณรูปภาพจาก : oknation.net, bloggang.com, clonedbabies.com,jakkaphattour.com,  unseeninthai.com, kodhit.com

บุ๋ม ฉะ! กองประกวดนางสาวไทย เวทีให้กำเนิด
บุ๋ม ปนัดดา /  กองประกวด / 

สมฉายานางงามขาลุยจริงๆ สำหรับสาวมั่นมากความสามารถ บุ๋ม ปนัดดา ที่ล่าสุดโพสต์ไอจีฉะทีมงานกองประกวดนางสาวไทย ปี 2557 ที่เพิ่งประกวดกันไปหมาดๆ โดย สาวบุ๋ม เผยนางงามรุ่นพี่ไม่ได้รับการดูแลอย่างให้เกียรติจากทีมงาน แค่ต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาขอโทษ บอกไม่อยากมีปัญหากับเวทีให้กำเนิด แต่ติเพื่อให้เกิดการพัฒนา เมินคนมองเป็นผู้หญิงขี้เหวี่ยงแค่ระบายในพื้นที่ส่วนตัว และไม่หวั่นคนไม่กล้าจ้างงาน!! "ล่าสุดโพสต์ไอจีเรื่องกองประกวดนางสาวไทย ต้องเข้าใจก่อนว่าคณะจัดงานเป็นช่องเดิมก็จริง แต่คณะทำงานก็เปลี่ยนกันไปบ้าง โปรเจคแต่ละปีของการประกวดนางงามก็เปลี่ยนไป ทุกปีจะมีปัญหาเล็กน้อยอยู่แล้ว การที่เราติหรือถามถึงอะไรบางอย่างก็เพื่อปีหน้าควรจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไม่ใช่อยากจะมีปัญหาหรอกค่ะ เพราะเวทีนี้เป็นเวทีที่ให้กำเนิดบุ๋ม เพียงแต่ว่าพี่ๆ น้องๆ ทุกคนบอกบุ๋มว่ามันเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ ทุกคนมาขอให้บุ๋มเป็นขาลุย จะเรียกว่านางงามขาลุยก็ได้ ทุกคนจะมาบอกว่าไม่มีข้าวเลย เรียกเรามาตั้งแต่บ่ายโมง ซ้อมขึ้นเวทีบ่าย 2 บางคนมาจากต่างจังหวัด เดินอยู่บนเวที 2 นาทีครึ่งรวมทั้ง 8 คนมันน้อยไปมั้ยกับการที่บอกว่าเป็นตำนาน 80 ปีที่คุณเอาชื่อพวกเรามาทำ ซึ่งเราก็เต็มใจอยู่แล้วถือว่าเวทีนี้ให้กำเนิด" "เพียงแต่ว่าไม่ให้เกียรติกันและกัน ข้าวก็ไม่มีให้ เค้ามีข้าวกล่องของทีมงาน แต่ในส่วนของนางงามไม่มีไง น้ำขวดแรกเพิ่งได้กินตอน 6 โมงเย็น หลังลงไอจีไปแล้วก็ไม่มีฟีดแบกจากทางผู้จัดงานเลย เงียบหมด ไม่มีใครรับเลย โบ้ยกันไปโบ้ยกันมา ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่ดูแลพี่ๆ ของเรา คือตัวบุ๋มเองเปิดห้องพักต่างหากเลยไม่ได้ไปอยู่หลังเวทีด้วย เลยไม่ทราบว่าหลังเวทีตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งนึงที่เป็นห่วงคืออยากให้ดูแลกันนิดนึง เพราะการทำงานของนางสาวไทยเราเป็นตำนาน เราไม่ได้ไปประกวดที่ต่างประเทศ แต่เราเป็นตำนาน นี่คือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากเวทีอื่น ใช้คำว่าตำนานนั่นคือส่วนสำคัญของงาน" "เราในฐานะผู้ร่วมงาน อย่างน้อยข้าวสักจานมั้ย นั่นคือสิ่งที่เราควรจะบ่นได้มั้งคะ คือบุ๋มไม่ได้ไปดิสเครดิตเวทีให้ล่มสลาย เพราะถ้ามีใครมาทำลายเวทีนางสาวไทย บุ๋มก็สู้แหลกเหมือนกัน ดังนั้นทุกปีที่เค้าเรียกบุ๋มไปงาน ไม่ว่าจะให้บุ๋มไปอยู่ในจุดไหน หน้าเวที หลังเวที ข้างเวที ดิฉันก็อยู่ได้ จะให้เกียรติหรือไม่ให้เกียรติก็ช่าง แต่อย่างน้อยควรดูแลคนอื่นบ้าง คนเลยมองว่าเราเป็นคนขี้เหวี่ยง มีปัญหาอะไรก็โพสต์ไอจี เหวี่ยงกับใครล่ะ บุ๋มเหวี่ยงในไอจีตัวเองนะ ทุกคนมาอ่านกันเอาเองนะ เราเขียนระบายอยู่ในไดอารี่ของเรา เราไม่รู้ว่าคนไหนเป็นคนรับผิดชอบงานแต่เราก็ต้องพูด อยากให้ปีหน้าดีขึ้น การทำงานของคนคุณภาพน่ะค่ะ" "ถ้าเราคือคนทำงานเหมือนกัน คุณต้องยอมรับคำติชมได้ ในเมื่อทำผิดก็ขอโทษกันไป จะโกรธบุ๋มก็โกรธได้ แต่ช่วยโทรไปขอโทษพวกพี่ๆ เค้าด้วย และสัญญากับเค้าหน่อยว่าปีหน้าจะดูแลเค้าดีกว่านี้ ที่ผ่านมาเค้าขอให้บุ๋มไปช่วยเทรนนิ่งน้องๆ ทุกปีในเรื่องของการตอบคำถาม มีการเข้าห้องเคลียร์ส่วนตัวแต่ละคนประมาณ 3-4 นาทีด้วย บุ๋มทำให้ขนาดนี้แล้ว อย่างน้อยบุ๋มก็ขอพูดบ้าง เราทำงานทุกปีเห็นปัญหาทุกปีแต่ปีนี้มันเกินไปนิดนึง จริงๆ มันมีอีกหลายเรื่องมาก นอกเหนือจากเรื่องไม่มีข้าวกินซึ่งอยากจะคุยเป็นการส่วนตัวมากกว่า ที่โพสต์แบบไม่กลัวคนไม่กล้าจ้างงานหรอกค่ะ ใครจะกล้าไม่จ้างล่ะถ้าเราทำงานดี ณ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าคู่กรณีเป็นใคร มันแค่เป็นประเด็น แต่อย่างน้อยก็เป็นการบอกกล่าวกัน" บุ๋ม กล่าว บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา IG บุ๋ม ปนัดดา

เจ๋งแล้ว!2 กำปั้นสาวไทย ซิวทองแดงเสื้อกล้ามชิงแชมป์โลก
จุฑามาศ /  จุฑามาศ รักสัตย์ / 

ความเคลื่อนไหวของทีมนักมวยสากลสมัครเล่นหญิงทีมชาติไทย ที่ไปร่วมทำศึกมวยสากลสมัครเล่นหญิงชิงแชมป์โลก “ไอบ้า วีเมนส์ เวิลด์บ็อกซิ่ง แชมเปี้ยนชิพส์ 2014” ณ เมืองเชจู ประเทศเกาหลีใต้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา เหลือ กำปั้นสาวไทย ขึ้นสังเวียน 2 คู่ ในรอบรองชนะเลิศ เริ่มจาก “น้องหวาน” จุฑามาศ รักสัตย์ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 48 กก. พบกับ ชามเจ็ตซายาม ซาเรียวบาลา นักชกอินเดีย ปรากฎว่า ยกแรกทั้งคู่แลกหมัดกันได้สูสี ก่อนที่ยกที่ 2 จุฑามาศ จะเป็นฝ่ายเดินหน้าต่อย แต่ว่านักชกแดนภารตะปกป้องได้ดี เข้าสู่ยกที่3 นักชกสาวไทยยังคงเดินหน้าบุก แต่โดนจังหวะสวนกลับของคู่ต่อสู้ ครบ 3 ยก กรรมการให้ จุฑามาศ แพ้คะแนน 0-2 เสียง ด้วยสกอร์38-38, 36-40, 37-39 คะแนน ตกรอบรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย ทำให้ “น้องหวาน” ได้แค่เหรียญทองแดง ด้าน “น้องแต้ว” สุดาพร ศรีสอนดี รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 64 กก. พบกับ ไรอัน แซนดี้ นักชกอังกฤษ ปรากฎว่า สุดาพร เสียเปรียบเรื่องช่วงชก และรูปร่างทำให้ ปล่อยหมัดไม่เข้าเป้า ครบ 3ยกเป็นฝ่ายแพ้คะแนนเอกฉันท์ 0-3 เสียง ด้วยคะแนน 36-40, 37-39, 37-39 ได้แค่ทองแดงปลอบใจ ด้านพล.ท. อุชุกร สาครนาวิน ผู้จัดการทีม ยอมรับว่า นัดนี้ จุฑามาศ ชกได้ดีและต่อยได้ตามที่โค้ชสั่ง แต่ว่านักชกอินเดียก็ชกได้ดีเช่นกัน แต่ชื่นชมเรื่องหัวใจนักสู้ เชื่อว่าหากมีการฝึกฝนที่ดี จะเป็นตัวความหวังของกำปั้นทีมชาติไทยในอนาคต เช่นเดียวกับ สุดาพร ต่อยได้ดี แต่ว่าเสียเปรียบเรื่องรูปร่าง ได้เหรียญทองแดงถือว่าสุดยอดแล้ว เพราะคู่ชกล้วนมีดีกรีระดับโลกมาอย่างโชกโชน

Beauty and The Beast /  บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ / 

สร้างความฮือฮาสำหรับภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่อง “Beauty and the Beast” หรือ “บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ ปาฏิหาริย์รักเทพบุตรอสูร” ผลงานของผู้กำกับ คริสโตฟ์ แกนส์ ที่เปิดฉายที่ญี่ปุ่นไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเปิดตัวสัปดาห์แรกที่อันดับ3โดยมีหนังญี่ปุ่นอย่าง Clover อยู่อันดับ 2  และDracula Untold มาเป็นอันดับ 4 ของหนังเปิดใหม่ และพลิกปรากฏการณ์เกินความคาดหมายไต่ทะยานสู่อันดับ 1  บ็อกซ์ออฟฟิศแดนปลาดิบได้ในสัปดาห์ที่ 2 จนทำให้หนังใหม่ๆ เปิดตัวในสัปดาห์นั้นต้องมองค้อน ด้วยความอลังการงานสร้างสุดวิจิตรตระการตาที่ได้ 2 นักแสดงนำอย่าง ลีอา เซย์ดูซ์ จากหนังรางวัลปาล์มทองคำ Blue is the Warmest Colour และ วินเซนต์  คาสเซล จาก Black Swan มาร่วมสร้างตำนานรัก โดยดัดแปลงจากนิยายอมตะที่คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับคอหนังชาวไทย ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จัดให้ชมกันแบบพิเศษสุด 9-14 มกราคม 2558  ที่โรงภาพยนตร์ เครือเอเพ็กซ์ เท่านั้น บัตรราคาใบละ 150 บาท รับ Pop Corn  Free 1 กล่อง หรือซื้อบัตร 2 ใบ รับฟรี! DVD Beauty and the Beast ส่งตรงถึงบ้าน (ในช่วงระยะเวลาที่หนังเรื่องนี้ออก  DVD และลูกค้าสามารถเลือกรับสิทธิ์อย่างใดเพียงอย่างหนึ่งเท่านั้น) พิเศษสุดจองบัตรล่วงหน้าเฉพาะวันที่ 8 มกราคม 2558 โรงภาพยนตร์สกาลา เวลา 11.00-20.00 น. รับส่วนลดเพิ่ม 10 %   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2503-4477 ต่อ 214 และ 215 หรือที่ www.facebook.com/UnitedHome ----------------------------

หนุ่มดวงแข็ง! ร่วงตกจากตึก 11ชั้น แต่รอดปาฏิหาริย์
ข่าววันนี้ /  ข่าวสหรัฐอเมริกา / 

พนักงานเช็ดกระจก รอดปาฏิหาริย์ หลังพลัด ตกตึก 11 ชั้น ที่ แคลิฟอร์เนีย แต่โชคดีรถเก๋งแล่นผ่านมาก่อนหล่นลงพื้น เว็บไซต์เดลี่เมลล์ ของอังกฤษได้รายงานว่า ที่สหรัฐฯ ได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้น เมื่อชายคนหนึ่งร่วงตกจากตึก 11 ชั้น แต่รอดตายราวปาฏิหาริย์ โดยรายงานเผยว่า ก่อนเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้ทำงานเช็ดกระจกอยู่ที่ตึก Sterling Bank & Trust ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ของอเมริกา จากนั้นได้เกิดอุบัติเหตุ จนทำให้เขาหล่นมาจากตึกลงมายังเบื้องล่าง แต่โชคดีที่จังหวะนั้นมีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาพอดี ทำให้ร่างของเขาไม่หล่นใส่พื้นแต่กลับหล่นใส่รถคันดังกล่าวแทน ทั้งนี้แม้ว่าเหตุดังกล่าวจะไม่ทำให้พนักงานเช็ดกระจกเสียชีวิต แต่ก็ทำให้เขาบาดเจ็บหนักพอสมควร เพราะมีเลือดออกทางหู พลเมืองดีจึงเร่งเรียกรถพยาบาลให้มารับตัวไปรักษาเป็นการด่วน ด้านโซเฟอร์รถยนต์ คันที่หนุ่มเช็ดกระจกตกใส่ เผยสั้นๆ ว่า นับว่าโชคดีมากที่เขาไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะดูหวาดเสียวน่ากลัว และเขาก็ขอให้ชายคนที่ตกลงมาใส่รถเขาปลอดภัยด้วยเช่นกัน ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ตกตึก" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

พระตรีมูรติ เทพแห่งความรัก
ขอความรัก /  ความรัก / 

พระตรีมูรติ เทพแห่งความรัก สำหรับคนที่อยากจะขอความรักหรืออยากมีความรักดีๆ มีใครสักคนที่ค่อยดูแลเรา วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำ สาระดีๆมาบอกกันครับ จากประสบการณ์จริงของผู้เขียนเอง ต้องบอกว่าผมนั้นเป็นคนที่ตามหาความรักมาตลอด จนวันหนึ่งผมก็ได้เจอกับความรักของผม เหตุการณ์วันนั้นผมจำได้แม่นเลย ผมได้ยินมาว่า  พระตรีมูรติ สามารถประทานพรแห่งความรักให้ผมได้ และคนส่วนใหญ่ก็เชื่อกันว่าหากบูชา พระตรีมูรติ จะมีความหมายที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน แต่ในปัจจุบัน ได้รับการเทิดทูนจนกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ ของการประทานความรัก ผมจึงเดินทางไป ห้างเซ็นทรัลเวิลด์(เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เก่า) โดยมี เทวรูป พระตรีมูรติ ตั้งอยู่ที่นั่น ผมได้สักการะ พระตรีมูรติ และขอความรัก ซึ่งทำตามขั้นตอนที่เค้าเขียนไว้ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ปี 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งครับ ผมขอให้เจอกับความรักสักที เชื่อไหมครับหลังจากการขอครั้งนั้น ไม่ถึง 1 เดือน ผมก็เจอกับความรักจนได้ ตอนนี้ก็คบกันมา 5 ปีกว่าแล้วครับ จากเหตุการณ์วันนั้นที่เกิดขึ้น จึงทำให้ผมเดินทางกลับไปที่นั่นเพื่อขอบคุณ ท่านอีกครั้ง ที่ทำให้สิ่งที่ผมขอประสบความสำเร็จ และเมื่อมีเวลาหรือมีโอกาสผมก็จะเดินทางไปสักการะที่นั่นบ่อยๆครับ พระตรีมูรติ เป็นถึงเทพเจ้าที่ ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมีศักดิ์สูงสุดในศาสนาพราหมณ์ เนื่องจากเป็นการรวมกันของมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ถึง 3 พระองค์ด้วยกัน คือ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ ลำพังมหาเทพทั้ง 3 นี้ แต่ละพระองค์ ก็ประทานพรแก่ผู้ทำความดีได้ ทุกประการ อยู่แล้ว การที่ทั้ง 3 ท่านได้มารวมพระวรกายกันเป็นหนึ่งเดียว ก็ยิ่งมีอานุภาพประทานพรได้กว้างและลึกยิ่งขึ้น ความเชื่อเกี่ยวกับ พระตรีมูรติ คนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า พระตรีมูรติ เป็นเทพที่ประทานพรแห่งความรักให้สุขสมหวัง จึงมักจะมีหนุ่มสาวจำนวนมากนิยมไปสักการบูชาเพื่อขอพรเกี่ยวกับความรัก สำหรับสถานที่ ที่นิยมไปสักการบูชามากที่สุด คือ บริเวณหัวมุมด้านซ้ายของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ตรงข้ามกับพระพรหมที่โรงแรมเอราวัณ การสักการบูชา เตรียมบูชา ดอกกุหลาบสีแดง 9 ดอก พวงมาลัยดอกกุหลาบ 1 พวง ธูปสีแดง 9 ดอก เทียนสีแดง 1 เล่ม ( คนโสด ) เทียน 1 คู่ ( สำหรับคนที่มีคู่อยู่แล้ว และจะถือเคล็ดด้วยการต้องประกบให้เทียนทั้ง 2 เล่ม แนบชิดกัน เพื่อความแนบแน่นในชีวิตรัก แต่หากใครยังไม่มีคู่ อาจสื่อความหมายไปที่ว่า เพื่อไม่ให้ชีวิตรักโดดเดี่ยว มีคู่โดยเร็วไว ) ผลไม้ อาจนำสิ่งของไปบูชาเพิ่มเติมได้ แต่ควรเป็นสีแดง จะดีมาก ควรไหว้วันพฤหัสบดี ตอนเช้าเวลา 09.30 น. และ ตอนกลางคืน เวลา 21.30 น. บทสวดขอพร พระตรีมูรติ สาธุ สาธุ สาธุ อุกาสะ ข้าแต่องค์พระตรีมูรติที่ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้า นาย,นาง............ ( บอกชื่อ นามสกุลและที่อยู่ )  กราบเบื้องบาทแด่องค์ท่านแล้ว พระองค์เคยประทานพรแด่ทวยเทพทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติดี ผู้ปฏิบัติชอบทั้งหลาย บัดนี้ข้าพเจ้ามากราบเบื้องบาทแด่พระองค์ท่านแล้ว จึงขอพรจากพระองค์ซึ่งประทานไว้ ณ. บัดนี้  (.....ขอพร....) เตสัง อัมหากัง พรใดอันประเสริฐจงมาบังเกิดแด่ข้าพเจ้า ตุมหากัง และจงบังเกิดแด่ผู้คุ้มครองข้าพเจ้า ทีฆายุกา มหาเดชา มหาปัญญา มหาโภคา มหายะสา มหาลาภา ปัญจวีสติ ภยันตะ ทวัตติงสะ ฉันนะวุฒิติโรคัญจะ โสระสะ อุบัติอันตรายยัญจะ อัยยัญติกะ อันตรายยัญจะ พาหิระ อันตรายยัญจะ วิระหิตะวา โหตุ ยาวะชีวัง พระวิสตีติ (พระตรีมูรติ) ขอ....ให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้นอยู่ตลอดกาล... ขอ...ให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นรักนิรันดร์ (ขอบคุณข้อมูลจาก siamganesh.com) (ขอบคุณภาพจาก atcloud.com,bloggang.com,news.voicetv.co.th)

ร้านระย้า อาหารพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต
ภูเก็ต /  อาหารจานเดียว / 

มาเฟียฟู้ดตะลุยภูเก็ตยังไม่สิ้นสุดกับการรีวิวร้านอาหาร ลงใต้ในครั้งนี้มีอคนเทนต์แนะนำร้านอาหารมาฝากเพื่อนๆ ชาว MThai เยอะแยะมากมาย ค่ำคืนนี้มาฝากท้องก่อนเข้าที่พักกันอีกสักมื้อ กับ ร้านระย้า ร้านอาหารไทยสุดคลาสสิค ร้านระย้า อยู่สี่แยกถนนดีบุกตัดใหม่ ร้านอาหารใต้ที่ไอเดียเก๋ นำบ้านเก่า 2 ชั้นมาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ให้บรรยากาศย้อนยุคแบบสมัยเก่า ด้วยลักษณะของตัวอาคารที่เป็นเอกลักษณ์ ชาวภูเก็ตเรียกตึกเก่าว่า อั้งม้อหลาว ซึ่งคำว่า อั้งม้อ ในภาษาจียฮกเกี้ยน หมายถึง ฝรั่ง ส่วนคำว่าหลาว หมายถึง บ้าน สมัยก่อนเคยเป้นบ้านของฝรั่งที่มาทำธุรกิจเหมืองแร่ในภูเก็ต รวมอายุกว่า 100 ปี ร้านระย้าเป็นร้านอาหารพื้นเมืองของจังภูเก็ต เปิดบริการมากว่า 10 ปี ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอทุกชนิดของภายในร้าน เป็นของโบราณเกือบทั้งหมด เพื่อคงมนต์เสน่ห์ของความคลาสสิค นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ต่างชื่นชอบร้านและเมนูเด็ดของที่นี้ รสชาติแบบภูเก็ตอย่างแท้จริง เมนูแนะนำ กุ้งมะขาม 600-900 บาท กุ้งตัวใหญ่ราดด้วยซอสมะขาม รสเข้มข้น น้ำพริกกุ้งเสียบ 200 บาท เมนูเด็ดที่มาที่ร้านระย้าที่ต้องสั่ง กุ้งเสียบกรอบๆ กับผักสดที่คัดสรรมาอย่างดี เส้นหมี่แกงปูใส่ใบชะพู 400-600 บาทเนื้อปูม้าสด ชิ้นใหญ่ ที่สั่งมาวันต่อวัน กับเครื่องแกงกะทิสีเหลืองอ่อนทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือเส้นหมี่ขาวนวลก็ได้ค่ะ หมูฮ้อง 250 - 350 บาทอีกเมนูหนึ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองภูเก็ต เป็นเมนูประจำจังหวัดก้ว่าได้ กับหมูฮ้อง เนื้อหมูที่คัดสรรเฉพาะราว ท้อง นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ หมักกับเครื่องเทศสูตรของร้านและหมักกับกระเทียม พริกไทย ซี่อิ๊วขาว ซี่อิ๊วดำ น้ำตาล หมักประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วเอามาเคี่ยวต่อกว่า 3 ชั่วโมง กุ้งผัดสะตอ 250-350 บาท กุ้งชิ้นโตกับสะตอแดนใต้ แบบนี้ซิถึงเรียกว่ามาถึงภาคใต้จังหวัดภูเก็ต มาเฟียฟู้ดบุกมาชิมกันถึงปักษ์ใต้ไม่ผิดหวังที่ได้มาทานร้านนี้ เห็นราคาอาหารอย่าตกใจต้องลองมาทานกันเอง จะรับรู้ถึงรสชาติ และคุณภาพที่ของวัตถุดิบสมกับราคาจริงๆ ค่ะ อร่อยจริงเจอกัน เราจะตามรอยนักชิมไปจังหวัดไหนกันอีกห้ามพลาด  แผนที่ ร้านระย้า

ฟอร์มตกจนน่าใจหาย! สถิติชี้ ฟาน เพอร์ซี่ โดนบอลแค่ 13 ครั้งนัดบุกรังปืนโตทีมเก่า
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

อยู่ในช่วงฟอร์มตกจนน่าใจหายสำหรับโรบิน ฟานเพอร์ซี่ ดาวยิง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มีสถิติหลังเกมส์ที่บุกไปชนะอาร์เซน่อล ออกมาชี้ว่าตลอดทั้งเกมส์ดาวยิงดัตช์แมน สัมผัสบอลแค่ 13 ครั้งตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม และ 3 ครั้งจากทั้งหมดคือการเตะลูกเตะมุมให้กับทีม อดีตดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก อยู่ในช่วงที่ความมั่นใจกำลังหดหายหลังจากเพิ่งทำได้แค่ 3 ประตูให้กับทีมในฤดูกาลนี้แม้ว่าจะได้รับโอกาสจาก หลุยส์ ฟานกัล ตลอดในฤดูกาลนี้ โดยในนัดที่บุกเยือนถิ่นเอมิเรตส์สเตเดี้ยมรังเก่า แข้งชาวฮอลแลนด์โดนเสียงโห่เล่นงานจนโชว์ฟอร์มไม่ออกตลอดเวลา 75 นาทีที่อยู่ในสนามโดยสถิติเผยว่า ได้มีส่วนร่วมกับเกมส์ด้วยการสัมผัสลูกบอลแค่ 10 ครั้งจากการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์และ อีก 3 ครั้งกับการเปิดลูกเตะมุมให้ทีม ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวออกในที่สุด ซึ่งเชื่อว่าตำแหน่งของ RVP น่าจะเริ่มสั่นคลอนเมื่ออาการบาดเจ็บของ ราดาเมล ฟัลเกา เริ่มจะดีขึ้นเรื่อยๆ

8 สัญญาณ สาวที่คบอยู่คือคนที่ใช่หรือเปล่า
ความรัก /  ความรักวัยรุ่น

สังเกต 8 สัญญาณ สาวที่คบอยู่คือคนที่ใช่หรือเปล่า กันค่ะ ขอเอาใจด้านหนุ่มๆ กันบ้าง กับวิธีดูผู้หญิงที่คบอยู่ว่าคือคนที่เข้ากับคุณได้ดี มีโอกาสสานสัมพันธ์ได้ยาวนานหรือไหม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาในการศึกษา งั้นอย่ารอช้าเราไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ ว่าจะมีอะไรบ้าง   8 สัญญาณ สาวที่คบอยู่คือคนที่ใช่หรือเปล่า 1. ปล่อยให้คุณมีเวลาของตัวเอง ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากใช้เวลาอยู่กับชายคนรักให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่กระนั้นคุณก็อยากมีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเองบ้าง เช่น อยากไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ของคุณ พักผ่อนอยู่บ้านตามลำพัง หรือออกไปเดินเล่นคนเดียว ถ้าสาวที่กำลังคบหาดูใจแทบไม่เคยงอแงว่าต้องอยู่กับคุณตลอดเวลา แต่จะเคารพความต้องการของคุณเสมอ นี่แหละคือคุณสมบัติผู้หญิงที่ผู้ชายมองหา 2.คอยสนับสนุนและช่วยให้คุณมีความรับผิดชอบมากขึ้น ผู้หญิงประเภทนี้จะไม่บังคับให้คุณต้องหางานที่ได้เงินมาก ๆ ทั้งที่คุณไม่ชอบ ไม่เคี่ยวเข็ญให้คุณตั้งหน้าตั้งทำงานอย่างหนักเพื่อหวังให้ได้เลื่อนตำแหน่ง หรือสั่งให้คุณทำในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับคุณสองคน ทว่าเธอจะคอยสร้างแรงจูงใจ ให้คำแนะนำแต่ไม่ก้าวก่าย คอยสนับสนุนในสิ่งที่คุณทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้คุณมีความรับผิดชอบมากขึ้น ไม่เฉพาะแค่เรื่องงาน แต่ยังรวมถึงชีวิตส่วนตัวอีกด้วย 3.คุณสามารถคุยกับเธอได้ทุกเรื่อง นอกจากจะเป็นผู้ฟังที่ดีแล้ว เชื่อเถอะว่าหนุ่ม ๆ หลายคนอยากให้สาวคนรักเป็นที่ปรึกษาที่ดีด้วย ไม่ว่าจะมีปัญหากวนใจใด ๆ ก็ตาม คุณสามารถคุยกับเธอได้เสมอ ถึงแม้ประเด็นที่พูดถึงเธออาจไม่ค่อยเข้าใจนัก ทว่าเธอจะพยายามให้คำแนะนำหรือทำให้คุณรู้สึกสบายใจได้ 4. เป็นคนมั่นใจในตัวเอง ผู้หญิงประเภทนี้ไม่ต้องการให้คุณคอยชมว่าสวยหรือเก่ง เพราะเธอมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่แล้ว รวมถึงดูแลตัวเองได้ ไม่ขี้หึงแบบไร้สาระหากพบว่าคุณคุยกับเพื่อนผู้หญิง เพราะเธอมั่นใจว่าความรักของคุณสองคนมั่นคงมากพอ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ชายหวังอยากให้ผู้หญิงเป็น 5.ทำให้คุณหัวเราะได้เสมอ อย่าว่าแต่ผู้หญิงที่ชอบให้ผู้ชายสร้างเสียงหัวเราะให้เลย ผู้ชายอย่างเราก็ชอบคนแบบนี้เหมือนกัน แม้ฝ่ายหญิงจะไม่ใช่คนตลกโดยธรรมชาติ แต่เธอก็ทำให้คุณมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เสมอ ถึงบางครั้งมุกอาจจะแป้กบ้าง มุกไม่ฮาพาเครียดบ้าง ทว่าไอ้ความพยายามที่จะทำให้คุณมีหัวเราะได้นี่ต่างหากคือสิ่งสำคัญ 6. ใส่ใจดูแลคุณ แน่นอนว่าผู้ชายอย่างเราย่อมอยากจะได้คนรักที่คอยใส่ใจดูแลอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องของความรู้สึกและเรื่องทั่ว ๆ ไป เช่น เวลาที่คุณป่วยต้องการคนดูแล สาวเจ้าก็จะรีบมาดูแลทันทีเท่าที่หาโอกาสได้หรืออย่างน้อย ๆ ก็คอยโทรถามอาการเป็นระยะ นอกจากนี้ เธอยังคิดถึงความรู้สึกของคุณเสมอ ไม่ทำอะไรก็ตามที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ ถ้าสาวที่คุณคบอยู่มีคุณสมบัตินี้อยู่ อย่าลืมรักเธอให้มากๆ ล่ะ 7. เข้ากับเพื่อนและคนในครอบครัวคุณได้ ต่อให้คุณสองคนรักกันมากแค่ไหน แต่ถ้าสาวเจ้าเข้ากับเพื่อนหรือคนในครอบครัวคุณไม่ได้นี่ก็ลำบากนะ อย่างไรก็ดี หากฝ่ายหญิงปรับตัวให้เข้ากับคนรักที่อยู่รายล้อมตัวคุณได้ แม้ในบางคราวคุณไม่ได้อยู่กับเธอ นี่เป็นสัญญาณที่ดีเลยล่ะว่าเธอคือคนที่จะมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับคุณ 8. ทำให้คุณหลงใหลได้ตลอด ความหลงใหลที่ว่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอหรือพฤติกรรม ต่อให้วันเวลาผ่านไปแค่ไหน คุณก็ยังรักในสิ่งที่เธอเป็นอยู่เสมอ และอยากจะมีผู้หญิงแบบนี้เคียงข้างไปด้วยกันนานๆ ข้อมูล pantip

รู้มั้ย !? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?
ชูนิ้ว /  ชูนิ้วกลาง / 

รู้มั้ย!? สัญลักษณ์การชูนิ้ว แบบต่างๆมีความหมายอย่างไร?  รู้ไว้จะได้ไม่ไปยก ซุ่มสี่ซุ่มห้า เพราะบางทีคุณอาจจะงานเข้าไม่รู้ตัว กระแสการชู 3 นิ้ว ที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว หลังจากภาพยนตร์ชุด The Hunger Games ออกฉาย ซึ่งมีการนำไปตีความ  และใช้สื่อความหมายมากมาย นัยหนึ่งก็แสดงออกซึ่งความกระด้างกระเดื่อง ต่อต้าน และไม่เห็นด้วยกับการปกครอง วันนี้ก็เลย  ไปหาข้อมูล เกี่ยวกับ "สัญลักษณ์นิ้ว" มาบอกเล่าสู่กันฟังครับ ชูนิ้วโป้ง 1 นิ้ว : ทั่วไปก็คือ Thumbs up ยกย่อง-เยี่ยมไปเลย ยิ่งยกหัวแม่โป้ง 2 ข้าง Two Thumbs up ก็ยิ่งเยี่ยมเข้าไปใหญ่ บ้านเรากับอีกหลายๆ ประเทศ นิ้วโป้งหมายถึง "สุดยอด" หรือ "นายแน่มาก" แต่ถ้าไปเผลอยกใส่ใครในญี่ปุ่น นิ้วนี้จะถูกลดความหมายไปทันทีแปลว่า นายก็เป็นได้แค่ที่ 5 เท่านั้นเอง!! เพราะเวลาที่คนญี่ปุ่นเขานับนิ้ว เขจะเริ่มนับกันที่นิ้วชี้ก่อน ตามด้วยนิ้วกลาง นาง ก้อย แล้วปิดท้ายด้วยนิ้วโป้ง ส่วนถ้าไปที่ออสเตรเลีย การชูนิ้วโป้งนี่อันตรายมาก เพราะมันมีความหมายหยาบคายทำนอง "Kiss My Ass" เทียบแล้วก็คือท่าชูนิ้วกลางในบ้านเราขืนไปชมใครด้วยนิ้วนี้ อาจได้รองเท้า (พร้อมเท้า) เป็นรางวัล ชูนิ้วกลาง 1 นิ้ว : เป็นที่รู้กันทั่วโลกว่าหมายถึงการให้ของลับของเพศชาย ที่มาของท่าคลาสสิคนี้เกิดขึ้นในสมัยโบราณ ตอนนั้นชาวโรมันเชื่อกันว่าองคชาติของผู้ชายเป็นเครื่องรางที่ใช้สู้กับคำสาปชั่วร้ายได้เวลาชูนิ้วกลางใส่ใครจึงเป็นการข่มขู่คู่ต่อสู้ว่า "มนต์ดำของแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า" แต่ต่อมาเกิดการเพี้ยนขั้นรุนแรง เลยลืมเรื่องมนต์ดำกันไป กลายเป็นคำด่าล้วนๆ นอกจากนี้ท่าชูนิ้วกลางนี่ยังได้เกิดในวงการมายาด้วย เมื่อ 423 ปีก่อนคริสตศักราช ละครเวทีเรื่อง "The Cloulds" ของ ?อริสโตฟาเนส' ได้เอาท่านี้ขึ้นไปเล่นกันบนเวที แต่เรียกมันว่าท่า "ดิจิตุส อินฟามุส" มีความหมายประมาณว่าเป็นนิ้วทุเรศ หรือนิ้วทะลึ่ง จากนั้นความหมายของนิ้วกลางก็เลยยิ่งแพร่หลายไปในทำนองหยาบคายมากขึ้นไปอีกหลายประเทศถือว่า การแสดงท่านี้ มีความผิดทางกฎหมาย ด้วย ชูนิ้วชี้ ความหมายทั่วๆไปมักจะเป็นการบอกจำนวน หรือมีนัยยะว่า ชั้นน่ะคือที่ 1  (ใช้เพื่อข่มคู่ต่อสู้) ในการแข่งขันบางประเทศในประเทศสหรัฐอเมริกาการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวเป็นการบอกว่าชั้นนี่แหละที่ 1 และการชูนิ้วชี้นิ้วเดียวไปยังคนที่ต้องการจะสื่อสารด้วย มักจะเป็นการสั่ง หรือเป็นการเตือนว่าพอได้แล้ว (อาจจะมีเรื่องกันได้) แต่ถ้าไปทำท่านี้ในประเทศแถบอาหรับหรือแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะมีความหมายเท่ากับการชูนิ้วกลางนิ้วเดียวให้อีกฝ่าย  ชูนิ้วนาง การชูนิ้วนาง (เฉพาะด้านซ้าย) มักจะเป็นการชูเพื่อให้คนรัก หรือคู่หมั้นใส่แหวนหมั้นในพิธีหมั้นหมายนั่นเอง  ชูนิ้วนิ้วก้อย การชูนิ้วก้อยมักจะมีความหมายไปทาง "ขอคืนดี ดีกันนะ"  มักจะสื่อไปทางความหมายที่ดีแบบอมยิ้ม ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว  การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (แบบหงายฝ่ามือออก) เรียกว่า " V (Victory) Sign " หรือ สัญลักษณ์แหงชัยชนะ เรื่องมันก็มีอยู่ ครั้งหนึ่งในสงคราม อังกฤษ - ฝรั่งเศส โดยนักแม่นธนูชาวอังกฤษถูกทหารฝรั่งเศสจับตัวและถูกทหารฝรั่งเศสตัดนิ้วชี้และนิ้วกลางที่ใช้ในการยิงธนูทิ้ง ทหารอังกฤษทุกคนจึงร่วมชูนิ้วชี้และนิ้วกลางเพื่อเป็นการยกย่องวีรบุรุษพลธนูคนนั้น อีกนัยยะนึงอาจจะหมายความว่า "สู้โว๊ย" เพื่อต่อต้านการรุกรานของฝรั่งเศส ก็เป็นได้ คนที่เอาการชูสองนิ้วมาใช้ในความหมายแสดงชัยชนะจริงๆ คือ "วินสตัน เซอซิล" เค้าเป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่มักจะกล่าวคำปราศรัยพร้อมทั้งชู 2 นิ้วประกาศชัยชนะสงครามโลกอยู่หลายครั้ง แต่การชู 2 นิ้วในประเทศญี่ปุ่น จะหมายความว่า "เราต้องการสันติภาพ" (หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2) แต่ในประเทศไทย มีการชูนิ้วชี้และนิ้วกลางไว้เพื่อการถ่ายรูป เพื่อเพิ่มความแอ๊บแบ๊วขึ้นเท่านั้นเอง การชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง (เอาหลังมือแบออก) มีความหมายหลายระดับ  (มักจะออกไปทางไม่ดี) -ระดับเด็กๆ มักจะหมายความว่า "อยากจะมีเซ็กส์กับฉันไหม" -ระดับหนัก ถ้าใช้กับคนแปลกหน้าก็จะหมายความพอๆกับการชูนิ้วกลางดีๆนี่เอง และถ้าเพิ่มนิ้วโป้งเข้ามาอีกนิ้วนะ จะหยาบคายสุดๆ แต่ทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับว่าภาษากายเราแสดงออกมาประกอบการเข้าใจมากกว่านะครับ ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว : แบบเอาหลังมือออก แบบที่ผมเห็นแม่ค้าชาวไทยทำให้ฝรั่งดูนั่นแหละครับ ความหมายมีหลายระดับ ออกไปทางไม่ดีทั้งนั้น - อย่างดีกรีอ่อน จะหมายถึง "อยากมีเซ็กส์กับฉันไหม" (สังเกตรูปนิ้วแล้วจินตนาการความหมายเอาละกัน) หญิงบริการ ที่ไปยืนรอรับกลาสีเรือขึ้นบก มักใช้สัญลักษณ์นี้สือความหมายว่า "ขายนะจ๊ะ" หรือ เอาไว้ใช้ล้อ แซว เพื่อน ประมาณว่า ไอ้หน้า... ก็ได้ - อย่างดีกรีแรง ถ้าใช้กับคนแปลกหน้า ก็คือคำด่า ประมาณเดียวกับ ชูนิ้วกลาง นั่นเอง ถือเป็น คำหยาบรุนแรง ที่เอาไว้ใช้ด่ากันโดยเฉพาะ ถ้าเพิ่ม นิ้วโป้ง แทรกเข้ามา ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ยิ่งหยาบหนักเข้าไปอีก คงไม่ต้องอธิบาย อิ อิ ฝรั่ง ก็คงพอเข้าใจว่า การชู 2 นิ้วแบบนี้ ไม่ได้หมายถึง อะไรอย่างที่ว่านั่น เป็นการไม่เข้าใจความหมายที่แท้ เฉย ๆ* ชูมือ 2 นิ้ว ทั้งสองข้าง : แบบเอามาแนบหู คล้าย ๆ หูกระต่าย ฝรั่งเรียกท่านี้ว่า Bunny Finger ไม่ได้มีเอาไว้ ต่อหู ต่อเขา ให้เพื่อน แบบคนไทยเวลาถ่ายรูปหมู่ แต่หมายถึง ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ชัด ครับ ชูนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วก้อย  ที่รู้จักกันว่า  I love you แต่ถ้าไปเมืองฝรั่ง แล้วเผลอ ลืมยกนิ้วโป้งขึ้นมาด้วย แบบนี้ อาจมีปัญหา เพราะการชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย หมายถึง สัญลักษณ์ซาตาน ครับ  ชูนิ้วชี้ กับ นิ้วก้อย : มันคือ Devil Horn บ่งบอกว่าเป็น "เขา" ของซาตาน ในสมัยโบราณ การแสดงท่านี้ คือสัญลักษณ์แสดงการ ไม่นับถือพระเจ้า ของพวกนอกรีต บูชาซาตาน แต่ในปัจจุบัน พวกวงดนตรีร็อค แนวเฮฟวี่เมทัล หลายวง ใช้สัญลักษณ์นี้ แสดงถึงความรุนแรงทางดนตรี ประมาณว่า ดนตรีที่ซาตานประทานมาให้ นะแหละ ในการไปชมคอนเสิร์ตเฮฟวี่เมทัล แฟน ๆ ที่ชูนิ้วท่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นพวกนอกรีต แต่อย่างใด  แต่อย่าเผลอ เอามาทำนอกเวทีคอนเสิร์ตก็แล้วกัน คนจะเข้าใจผิด จรดนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นวงกลม หรือ โอเค แม้วัฒนธรรมอเมริกันที่แพร่หลาย จะทำให้การเอาปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาชนกัน  จนเกิดวงกลม และปล่อยสามนิ้วที่เหลือให้กางออกจะแปลว่าโอเค ตกลง หรือดี แต่สำหรับบางประเทศการทำมือแบบนี้มีความหมายอื่นค่ะ เช่น บางประเทศในทวีปยุโรปแปลว่าเลข 3 ส่วนในจีนแปลว่าเลข 7 ส่วนที่ประเทศบราซิลและประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเป็นคำด่าเทียบเท่ากับ Asshole (เพราะมองว่าวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของทวารหนัก) ในเยอรมนีหลายคนใช้แปลว่าเกย์ และยังมีอีกหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออกที่ใช้ด่าว่าคนนั้นไม่มีค่า (เป็นศูนย์) หรือด่าตรงๆ เลยว่าอ้วน ตัวกลมไปหมด ฉะนั้นจะโอเคกันง่ายๆ เหมือนปกติไม่ได้แล้วนะคะ "โอเคนะ" หรือ "ตกลง" แต่ก็ยังอุตส่าห์มีการยกเว้นจนได้สำหรับประเทศผ่าเหล่าผ่ากออย่างอิตาลี ใครไปเยือนประเทศนี้ต้องเก็บท่าโอเคนะให้ดีเลย เพราะคนที่นั่นเขาถือว่ามันเป็นการด่ากันแบบไม่ออกเสียงว่า "ไอ้หน้า..." (โปรดเติมคำในช่องว่างเอาเอง) แทนที่ทุกอย่างจะโอเค มันจะกลายเป็นโนเคไปน่ะสิ ชูนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง (รวม 3 นิ้ว) จะหมายถึง ถ้าในวงการลูกเสือสามัญ การชู นิ้วชี้นิ้วกลางและนิ้วนาง (ด้านขวา) เค้าหมายถึง การทำความเคารพ (วันธยาหัตถ์) และการชูสัญลักษณ์ประเภทนี้ ในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Hunger Games  มักจะมีนัยยะในด้านการเมือง ทั้งนี้ เหตุการณ์รัฐประหาร โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ทางกลุ่มมวลชนซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้เดินทางมารวมกันตามสถานที่ที่นัดหมาย ทั้งหน้าทางเดินสกายวอล์กสนามกีฬาแห่งชาติ หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล 21  แยกอโศก, ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  รวมถึงห้างสรรพสินค้าห้างเมยา ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อประท้วงเชิงสัญลักษณ์ไม่เอารัฐประหาร โดยการประท้วงดังกล่าว ผู้ชุมนุมได้ใช้วิธีชูนิ้ว 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง พร้อมกับเอามือปิดปาก ส่วนบางคนก็นำสีสเปรย์มาพ่นคำว่า "NO COUP" และ "ปล้นประชาธิปไตย" ในหลายพื้นที่ และตะโกนเรียกร้องประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง การกางเฉพาะนิ้วโป้งและนิ้วชี้เหมือนตัว L จะให้นิ้วโป้งอยู่แนวนอนเหมือนตัว L หรือนิ้วโป้งอยู่แนวตั้งแบบ “ถูกต้องนะคร้าบ” ก็ได้ บ้านเราใช้เวลาชี้บางอย่าง หรือบางทีอาจจะทำมือแบบนี้แล้วคว่ำมือลงเพื่อถ่ายรูปให้ดูฮิพฮอพก็ได้ แต่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศที่ได้รับอิทธิพลอเมริกันจะมองว่า L มาจาก Loser (คนแพ้) และใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าขี้แพ้ ส่วนในจีนหมายถึงเลข 8 และในประเทศเบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์จะแปลว่าเลข 2 (ทีนี้คงนับเลขกันมึนเลย) สำหรับความหมายแง่ลบของการทำมือแบบนี้พบในประเทศอิตาลีและพื้นที่ข้างเคียง แปลว่าไม่ดี หรือแย่มากค่ะ การหงายฝ่ามือและกระดิกนิ้วชี้เรียก เรามักเห็นในภาพยนตร์ฝรั่งว่าถ้าสาวสวยกระดิกนิ้ว                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               เรียกในลักษณะนี้แล้วมักเป็นการเชิญชวนและยั่วยวนอีกฝ่ายให้ตามไป หรือเป็นการส่งสัญญาณให้เข้ามาใกล้ๆ เพื่อกระซิบบอกความลับบางอย่าง แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์นั้น ท่าทางนี้ใช้เรียกน้องหมาเท่านั้นค่ะ ฉะนั้นถ้าเผลอไปทำใส่ใครจะเหมือนไปว่าเขาเป็นสุนัข และอีกฝ่ายอาจจะโกรธถึงขั้นหักนิ้วชี้เราได้เลยค่ะ โหดแฮะ การแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาทแล้วใช่มั้ยคะ แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ ทีนี้น้องๆ ก็พอรู้กันแล้วนะคะว่าภาษาท่าทางที่ใช้มือเป็นสำคัญนั้นมีหลายความหมายแตกต่างกันไปทั่วโลก จริงๆ มีอีกหลายแบบเลยนะคะ รวมไปถึงการแสดงออกทางสีหน้าและแววตาด้วยที่ให้ความหมายต่างกัน ฉะนั้นก่อนจะเดินทางไปประเทศใดให้หาข้อมูลเรื่องพวกนี้ดีๆ ค่ะ ใครจะรู้ว่าการยิ้มสวยๆ ของเราที่ดูเป็นสิ่งที่ดีนั้น อาจแปลว่าเรากำลังท้าทายคนบางประเทศอยู่ก็ได้ น้องๆ คนไหนที่มีประสบการณ์เรื่องภาษามือที่ความหมายต่างกัน สามารถแบ่งปันเรื่องราวได้ด้านล่างเลยค่ะการแบมือทั้งห้านิ้วโดนหันฝ่ามือออก โดยทั่วไปแล้วถ้าเรายื่นมือออกไปโดยกางนิ้วทั้งห้าออกและหันฝ่ามือใส่อีกฝ่ายจะเป็นการบอกให้หยุด หรือตามธรรมเนียมอเมริกันคือการแสดงความไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดและให้อีกฝ่าย “พูดกับมือ” แทน ซึ่งก็ค่อนข้างจะแสดงความไร้มารยาท  แต่ที่ประเทศกรีซแรงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมันหมายถึงให้ไปตายซะ Snap การดีดนิ้ว การดีดนิ้วดังเป๊าะนั้น ถ้าดีด 1 ครั้งคนอเมริกาและอังกฤษจะสื่อว่านึกอะไรออกแล้ว หรือมีไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาในหัว ส่วนการดีดเรื่อยๆ ไปมาหมายถึงกำลังพยายามนึกถึงบางอย่างให้ออกอยู่ แต่สำหรับประเทศแถบละตินอเมริกานั้นหมายความว่า ให้คนข้างหน้าช่วยรีบเดิน เร็วๆ หน่อย แต่ 10 ภาษากายที่มีความหมายต่างกันทั่วโลกสำหรับประเทศส่วนใหญ่ในโลก การดีดนิ้วใส่หน้าคนอื่นเป็นกิริยาที่หยาบคายมาก(แต่บางประเทศก็หมายถึงดึงความสนใจอีกฝ่ายให้กลับมา)  Sign of the Cross เครื่องหมายกางเขน เป็นสัญลักษณ์ของการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของศาสนาคริสต์ เป็นการให้ศีลให้พร จะทำโดยการเคลื่อนมือเป็นรูปกากบาทในอากาศ ตามร่างกายของตัวเอง ด้วยมือข้างขวามักจะมาพร้อมด้วยการบรรยาย พูดหรือสวดมนต์ เป็นการสะท้อนรูปแบบของการเล่าเรื่องของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ให้นึกถึงพระเยซูที่ถูกตรึงไม้กางเขน มีสองรูปแบบและถูกใช้เฉพาะในคริสตจักรภาคตะวันออกดั้งเดิมและพิธีกรรมทางทิศตะวันออกของโบสถ์คาทอลิกเท่านั้น  Fig sign / Dulya การมีเพศสัมพันธ์  เป็นท่าทางแสดงความลามกอนาจารอย่างอ่อนโยน ที่ใช้ในวัฒนธรรมตุรกีและสลาฟ และในบางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ใช้นิ้วหัวแม่มือสอดเข้าไประหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ตำแหน่งนิ้วเป็นตัวแทนของอวัยวะเพศชาย(นิ้วโป้ง)ที่กำลังสอดเข้าๆ ไปในช่องคลอด (ช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง) ท่าทางนี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน  Shocker สิ่งที่เลวทราม   สัญลักษณ์นี้เป็นที่รู้จักในนามว่า “two in the pink, one in the stink” เกี่ยวกับสองสิ่งที่ห่วยแตกหรือมีกลิ่นเหม็น เป็นท่าทางมือที่มีความหมายทางเพศ นิ้วนางและนิ้วหัวแม่มือจะขดหรืองอลงในขณะที่นิ้วอื่นๆ จะขยาย นิ้วโป่งกับนิ้วนางจะถูกเก็บอยู่ด้วยกัน และด้านหลังของมือที่ใบหน้าออกไปด้านนอก ท่าทางนี้หมายถึงการกระทำของการสอดใส่นิ้วกลางเข้าไปในช่องคลอดและนิ้วก้อยเข้าไปในทวารหนักของผู้หญิงจึง มีการห้ามประชาชนใช้สัญลักษณ์นี้ เพราะเป็นท่าทางที่เสื่อมและเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ซึ่งบางประเทศนั้นสัญลักษณ์นี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย Three-finger salute (Serbian) แสดงความยินดี เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดี ซึ่งคาดว่าเริ่มมาจากชาวเซอร์เบีย เป็นการการชูนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ด้วยมือข้างใดข้างนึง ซึ่งสัญลักษณ์นี้ยังมีความหมายอื่นๆ ของการแสดงความยินดี และยังถูกใช้โดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลเซอร์เบีย โดยนาย Srdjan Srećković รองนายกรัฐมนตรีของเซอร์เบียในช่วงเวลานั้นกล่าวในการสัมภาษณ์กับKurir สำนักข่าวของประเทศเซอร์เบีย ว่าสัญลักษณ์นี้ยังสามารถเป็นสัญลักษณ์แทนบุคคลสำคัญทั้งสามของเซอร์เบีย นั่นก็คือ Sveti Sava , Njegoš, และ Karađorđe ซึ่งในช่วงเวลาของสงครามยูโกสลาเวียสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์แสดงความยินดีเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย