ดีเจกบ นวพร

ฉาว!! จับ4ทหารขัง หลังใช้รถกองทัพขนเหล้าเถื่อน
ขนเหล้าเถือน /  ขังทหารขนเหล้าเถือน / 

ลงโทษ‘ขัง’ 4ทหารใช้รถกองทัพขนเหล้าเถื่อน ประมาณ 318 ลัง  มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท วันนี้(20ธ.ค.) หลังจากที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรภาคที่ 4 จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 จับกุมรถบรรทุกตรากงจักรยี่ห้อ นิสสัน สีเขียว หมายเลขทะเบียน 6195 ด้านข้างตัวรถพิมพ์ สังกัดพัน ขส.๒๔ บขร.๔ ขณะจอดอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายในรถบรรทุกพบสุราต่างประเทศหนีภาษีหลายยี่ห้อประมาณ 318 ลัง  มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางจำนวนดังกล่าวมาตรวจสอบ พร้อมประสานกับเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อสอบสวนหาผู้กระทำความผิดต่อไปนั้น ล่าสุดพบว่ามีเอกสารสั่งลงโทษผู้กระทำความผิด โดยผบ.บชร.4 เห็นชอบตามข้อเสนอของพ.อ.เอกพล ถาวรยุติธรรม หก.กบร.4 รักษาราชการแทนหก.กกพ.บชร.4 ให้ลงโทษขังผู้กระทำความผิดในกรณีดังกล่าวไว้ที่สถานีสารวัตรทหารจทบ.ท.ส.ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดย ร.อ.เฉลียว ตากงูเหลือม ขัง 15 วัน ส.อ.ยุทธยา เมฆบังวัน ส.อ.สุเนตร อ่อนเกลี้ยง ส.อ.นิรันดร์ เมฆฉาย ขัง 60 วัน MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

ริต้า ศรีริต้า ควง โดม ปกรณ์ ลัม ในมาดเจ้าหญิงเจ้าชาย สุดเลอค่า
ริต้า-ศรีริต้า /  เครื่องเพชร / 

พาร์คเลน เปิดไฟไวท์คริสต์มาส The Megic of Christmas 2014 ริต้า ศรีริต้า และ โดม ปกรณ์ ลัม โชว์คอลเลกชั่นเพชร 12 ราศี พร้อมอวดโฉม เครื่องเพชรเกล็ดหิมะ สุดเลอค่า บรรยากาศในภายงานถูกประดับประดาด้วยแสงไฟสีขาวละลานตาสมกับเป็นค่ำคืน ไวท์คริสต์มาสสุดหรู โดยงานนี้ หนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล ผู้บริหาร ได้ถือฤกษ์ดีเลขสวย 19.19 น. เชิญผู้บริหาร พรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล, ดร.สุณี ศรีอรทัยกุล และ เมก้า ศรีอรทัยกุล ร่วมทำพิธีเปิดไฟ ต้นคริสต์มาสอย่างเป็นทางการ ซึ่งงานนี้มีเหล่าเซเลบริตี้ซูเปอร์วีไอพี มาร่วมเฉลิมฉลองอย่างคับคั่ง ก่อนจะปิดท้ายด้วยไฮไลต์เด็ดของค่ำคืนเฉลิมฉลองอยู่ที่ชุดฟินนาเล่ที่เป็นการจับคู่กันครั้งแรกของ โดม - ปกรณ์ ลัม มาในมาดเจ้าชาย พร้อม เครื่องประดับเข็มกลัดเพชร ที่ประกอบด้วยเพชร 1,000 เม็ด น้ำหนักรวม 33 กะรัต  ควงคู่มากับ สโนว์ควีน ริต้า - ศรีริต้า  พร้อม “The Snow Queen” เครื่องเพชรเกล็ดหิมะ เครื่องประดับประจำราศีเมษ หรือผู้ที่เกิดในเดือนเมษายน ประกอบด้วยเพชร น้ำหนักรวม 37 กะรัต และ “Snow Queen Tiara” มงกุฎประดับด้วย เพชร น้ำหนักรวม 77.50  กะรัต และ มุก White South Sea  14 เม็ด รายงานโดย Women Mthai Team ภาพโดย Covinus

Rakuen Tsuihou: Expelled from Paradise The Movie [ซับไทยโดย Hara-FS&Loveneko-fs]
Rakuen /  Tsuihou / 

เรื่องย่อ แองเจล่า บัคซัค ได้ถูกส่งมาจากโลกใหม่ (Deva) ที่สร้างขึ้นโดยระบบข้อมูลและหลังจากลงสู่พื้นดินของโลกที่มีแต่ฝุ่นก็ดันไปเจอกับเจ้าหนอนทะเล ทำให้ต้องเข้าไปต่อสู้เพื่อช่วยเหลือชายหนุ่มซึ่งเป็นคู่หู ภารกิจของเธอคือการตามล่าแฮกเกอร์ซึ่งแฮกเข้าไปในโลกใหม่ (Deva) ชะตากรรมจะเป็นอย่างไรไม่อาจทราบ ขอให้ดูเอง FanPage : https://www.facebook.com/HaraFanSub?fref=ts https://www.facebook.com/Loveneko.fs?fref=ts ผลงานทั้งหมดจะหยุดแจกจ่ายทันทีเมื่อมี LC ในประเทศไทย

เที่ยวเกาะพะงัน...แบบไม่มีฟูลมูน หาดสวยๆ ชิลล์สุด!
พะงัน /  สุราษฎร์ธานี / 

เกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี ชื่อที่คนไทยรู้จักกันดีในแง่ของเกาะแห่งปาร์ตี้ เพราะเป็นสถานที่จัดฟูลมูนปาร์ตี้ชื่อดังของโลก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายหมื่นคนต่อเดือน ต่างลงเรือนานนับชั่วโมงเพื่อมาสัมผัสความหฤหรรษ์บนเกาะแห่งนี้ แต่น้อยคนจะรู้ว่านอกจาก ฟูลมูนปาร์ตี้ แล้ว บนเกาะพะงันยังมีความงดงามของธรรมชาติที่เงียบสงบอีกมากมาย ซึ่งหน้าแปลกที่สถานที่ท่องเที่ยวสุดป๊อปปูล่าร์แห่งนี้ มีแต่ชาวต่างชาติมาขึ้นฝั่งแต่ไม่ค่อยมีคนไทยมาเที่ยวเกาะพะงันกันเลย Traval Mthai จึงขอพาทุกท่านไปเยี่ยมชมความงดงามของเกาะพะงัน เผื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะงามแห่งอ่าวไทยแห่งนี้ที่มีประวัติว่ารัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสมากที่สุดในบรรดาหมู่เกาะในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันการเดินทางมาเกาะพะงันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มีหลายราคา หลายรูปแบบหลายระดับ ตัวเลือกแรก ถ้าอยากมาเที่ยวไวและมีเงินมากหน่อย เราขอแนะนำให้นั่งเครื่องบินบางกอกแอร์เวย์ มาลงที่สมุย ต่อเรือเพียง 30 นาที ก็มาถึงเกาะพะงันแล้ว หรือจะนั่งรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟพุนพิน ต่อรถไปดอนสัก นั่งเรือไปพะงันอีกเกือบ 2 -3 ชั่วโมง อีกทางเลือกสำหรับคนที่มีเวลาเยอะๆแล้วขี้เกียจนั่งรถแล้วต้องมาต่ออีกหลายต่อ จากกรุงเทพฯ มีรถทัวร์ กรุงเทพฯ-เกาะพะงันด้วย เวลาเดินทางรวม28ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นเองจิ๊บๆ โดยรถทัวร์จะลงเรือแล้วพาเราข้ามฝั่งมาเองเลย สำหรับสถานที่่ท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน นอกจาก หาดริ้น สถานที่จัดปาร์ตี้ฟูลมูนอันเลื่องชื่อแล้ว เกาะพะงันแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซน 5รูปแบบ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่แยกออกเป็น 5 แฉก ทำให้สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาลเลย และมีหาดที่เงียบสงบมากในวันที่ไร้งานฟูลมูนปาร์ตี้ ซึ่ง 5 โซนที่น่ามาสัมผัสบนเกาะพะงันได้แก่ - Zoneที่ 1 Lifestyle ผสมผสานชีวิตที่ ทันสมัย-สะดวก-ปลอดภัย - Zoneที่ 2 Nightlife สนุกสนาน-บันเทิง สะดวกปลอดภัย ไปกับ ฟูลมูนปาร์ตี้ - Zoneที่ 3 Heritage & Nature ตามรอยประวัติศาสตร์ อนุรักษ์ธรรมชาติ-สัตว์ป่า-ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีหาดธารเสด็จ ซึ่งในหลวงหลายรัชกาลได้เสด็จมาเยือน - Zoneที่4 Intro The Sea วิถีชีวิตชาวประมง-ดำน้ำ-อาหารทะเล - Zoneที่ 5 Health & Wellness Tourism แหล่งพักผ่อนเพื่อสุขภาพศูนย์การเรียนรู้ ศาสตร์ และศิลป์แห่งชีวิต มีสอนนวดไทย สอนมวยไทย และโรงเรียนโยคะมากมายกระจายอยู่บนเกาะ หาดแม่หาด - เป็นชายหาดที่ทอดยาวเป็นโค้งพระจันทร์เสี้ยวแต่ความพิเศษของชายหาดนี้ก็คือมีทางเดินเชื่อมต่อกลางทะเลคล้ายกับทะเลแหวกเดินไปสู่เกาะม้า นอกจากนี้จุดเชื่อมระหว่างหาดแม่หาดกับเกาะม้า ยังสามารถดำน้ำชมปะการังได้อีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ต้องล่องเรือไปกลางทะเลก็สามารถเห็นปะการังสวยๆได้ หาดธารเสด็จฯ - เป็นชายหาดสั้นๆ แต่มีความสวยงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะมีศาลาทรงงาน สถานที่ประทับของรัชกาลที่5 แท่งศิลาสลักพระนามาภิไธย รวมไปถึงเป็นแหล่งน้ำจืดของเกาะพะงัน ด้วยเพราะใกล้หาดธารเสด็จฯ มีน้ำตกไหลลงสู่ทะเล ซึ่งในสมัยก่อน รัชกาลที่ 5 จะทรงจอดเรือเพื่อขนน้ำจืดบนเกาะพะงันเพื่อนำไปใช้ในการเดินทางสู่มลายู     อ่าวโฉลกหลำ - เป็นศูนย์กลางแห่งวิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นบนเกาะพะงัน รวมถึงเป็นแหล่งอาหารทะเล เราไปตรง หาดของรีสอร์ทมาลิบลูส์ของอ่าวโฉลกหลำจะเป็นสถานที่เล่นวินต์เซิร์ฟ-ไคต์เซิร์ฟด้วย ใครอยากลองเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมรับรองว่าหาดนี้มีให้กิจกรรมให้ทำเยอะมาก วัดพุทธเจดิยาราม (วัดเขาน้อย) - วัดที่มีเจดีย์สีขาวสูงตระหง่าน อายุกว่าร้อยปี ซึ่งเป็นวัดของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเกาะพะงันคือ 'พ่อท่านหลบ ธัมมวโร' อดีตเจ้าคณะอำเภอเกาะพะงัน นอกจากนี้ยังมีวัดอัมพวัน ซึ่งเป็นวัดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะพะงันยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ หลวงพ่อเพชร วชิโร เรือหลวงพงัน - เรือหลวงพงัน เป็นเรือประเภทยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เดิมชื่อ ยูเอสเอส สตาร์ค เคาน์ตี แอลเอสที 1134ซึ่งกองทัพเรือได้จัดหาตามโครงการช่วยเหลือทางทหารจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นระวางประจำการ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2509 และปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน2551มีอายุการใช้งานในกองทัพเรือประมาณ 4๐ ปี เมื่อปลดประจำการแล้วนำมาตั้งไว้ที่เกาะพะงัน เนื่องจากเป็นชื่อเดียวกัน ซึ่งหากโอกาสเหมาะๆจะมีการเปิดประตูให้ชม ภายในท้องเรือซึ่งมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายและภาพศิลปะของเกาะพะงันจากวันวานถึงปัจจุบัน ฉายวิดิทัศน์ภาพเก่าๆ   การทำเคย-กะปิเผา - ของดีเกาะพะงันที่มาถึงต้องมาลองชิมเพราะเคยของเกาะพะงันถือว่ามีคุณภาพและสะอาดมาก จึงทำให้กะปิ-อาหารที่ทำจากเคยมีความอร่อยมาก โดยชาวบ้านที่นี่ นิยมนำกระปิมาปาดกับกะลามะพร้าวจากนั้นนำไปเผาจะทำให้กลิ่นกะปิหอมขึ้นรวมไปถึงมีรสชาติมันๆของมะพร้าวติดอยู่ด้วย เป็นรสแบบชาวใต้โดยแท้   โยคะ - กิจกรรมโยคะเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชอบมาก ถึงขนาดมีโรงเรียนสอนโยคะมากกว่า 30 แห่งกระจายอยู่บนเกาะพะงัน เรียกได้ว่านอกจากเป็นเกาะที่มีปาร์ตี้สนุกสนานแล้วยังมีแง่มุมของจิตวิญญาณ และความสงบทางจิตใจด้วย นอกจากกิจกรรมและสถานที่น่าท่องเที่ยว ที่น่าสนใจที่ Travel MThai แนะนำมาแล้ว อยากจะเชิญคนไทยมาเที่ยวเมืองไทยเพราะเกาะพะงันยังมีอีกหลากหลายแง่มุมให้เราได้ค้นหาชีวิต หากคุณได้ลองไปสักครั้งแล้วจะติดใจ ซึ่งข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เลย

ลำบากด้วยกันมาทั้งชีวิต คุณตาอาชีพเก็บขยะ เลยทำสิ่งมีค่ามากที่สุด ให้คนรัก
คนรัก /  คู่รัก / 

เรื่องราวสุดประทับใจนี้ ถูกเผยแพร่ผ่าน เว็บไซต์เซียงไฮอิสต์ โดยเป็นเรื่องของ ชายแก่ที่มีอาชีพเก็บขยะขาย อยู่ในย่านเมืองคอร์ลา มณฑลซินเจียงของจีน เขาทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดมานานหลายปี พยายามเก็บเงิน จากการเก็บขยะขาย เพื่อทำสิ่งมีค่ามากที่สุด ให้คนรัก ผู้หญิงที่เขารัก นั่นคือ คุณยายภรรยาของเขานั่นเอง โดยคุณตาบอกว่า พวกเขาทั้งคู่ ทำงานหาเงินอย่างยากลำบากกันมานาน จึงอยากให้คุณยายได้รับความรู้สึกดีๆบ้าง เขาจึงพยายามมุ่งมั่นเก็บเงิน ด้วยการทำงานอยางสาหัส จนกระทั่งทำสำเร็จ เมื่อคุณตา สามารถพาคุณยาย ไปเลือกซื้อแหวนเพชรที่ห้างสรรพสินค้าในเมือง หลังจากที่เลือก แหวนเพชร และลองสวมอยู่หลายวง ก็ตัดสินใจเลือกวงที่คุณยายชอบมากที่สุด และจ่ายด้วยเงินสด ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองล้วนๆ สร้างความประทับใจให้คนที่พบเจอ หลังจากนั้นก็มีเหล่าชาวเน็ตแชร์เรื่องราวความประทับใจ และความรักที่ยิ่งใหญ่นี้ไปทั่ว คุณตาบอกว่าทั้งคู่ต้องฝ่าฝันกับความแร้นแค้นทั้งชีวิตมามากพอแล้ว เขาจึงอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ผู้หญิงที่เขารักรู้สึกดีบ้าง ขอบคุณที่มาข่าวจาก www.khaosod.co.th

Stonehearst Asylum : อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น
Stonehearst Asylum /  คนบ้า / 

อาจกล่าวได้ว่า มนุษย์ คือสัตว์ที่มีระบบความคิดซับซ้อนเกินจะหยั่งถึง ยิ่งในยุคสมัยแต่ก่อนเก่า ที่เกิดเรื่องราวใน Stonehearst Asylum อันเต็มไปด้วยค่านิยมผิดๆ การเหยียดเชื้อชาติ เพศ ศักดิ์ศรีความเป็นคน กันอย่างคุกรุ่นยิ่งแล้วใหญ่ และมันทำให้กลอนสุนทรภู่ที่ว่า "แล้วสอนว่าไว้ใจมนุษย์ มันมันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด" ทรงพลังขึ้นมาได้อย่างชัดเจน Stonehearst Asylum เล่าเรื่องราวของ เอ็ดเวิร์ด นิวเกท จิตแพทย์หนุ่มจบใหม่ ที่พาตัวเองเข้ามาหาประสบการณ์ ที่โรงพยาบาลจิตเวชสโตนเฮิร์ส และได้พบกับ เอลิซ่า คนไข้สาวสวยที่เคยเป็นเคสทดลองในคลาสเรียน จนหลงรักเข้าหัวปักหัวปำ แต่ยิ่ง เอ็ดเวิร์ด ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าคณะแพทย์ พยาบาล และคนไข้ ใครกันแน่ที่บ้า?! จนนำไปสู่การค้นพบสุดตกตะลึง ที่มีแต่ เอ็ดเวิร์ด คนเดียวเท่านั้น ที่จะเปลี่ยนชะตาอันมืดหม่นของที่นี่ได้ Stonehearst Asylum ดำเนินเรื่องด้วยบรรยากาศขมุกขมัว มืดมน และไม่เปิดเผยรายละเอียดของตัวละครมากนัก เมื่อพ่วงการที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนคุ้มดีคุ้มร้าย มีอาการประหลาด (เช่น คนไข้รายหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นม้า แล้วส่งเสียงร้องครืดคราดตลอดเวลา) ซึ่งการรักษาความลับนี้ ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมและเพิ่มความไม่น่าไว้ใจ ของตัวละครแวดล้อม รวมถึงตัวนายพระเอก เอ็ดเวิร์ด เองด้วย จุดนี้เองทำให้คนดูได้เดากันสนุกสมอง ว่าตกลงแล้วใครบ้าใครไม่บ้า หรืออย่างไรกันแน่จนมาถึงกลางๆเรื่อง แต่ถึงกระนั้นเมื่อทุกอย่างในเรื่องที่ดูจะปูมาถูกทาง และถูกสรุปตอนจบ มันกลับมึนตึง ถึงการแถหักมุมแบบจูนไม่ติด เชื่อมโยงเหตุผลไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับสมองกับคนไข้ในโรงพยาบาลนี้เลย แต่ถึงอย่างไร ต้องยกความดีความชอบให้บรรดานักแสดง โดยเฉพาะ เบน คิงสลีย์ ที่ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์สองจิตสองใจต้องอดกลั้นต่อสภาวะความผิดปกติตัวเองได้ดี และเป็นตัวชูโรงเสียยิ่งกว่า นายแพทย์ เอ็ดเวิร์ด พระเอกของเราซะอีก เมื่อการแสดงถูกคลุกเคล้าอย่างพอเหมาะพอเจาะกับบรรยากาศของเรื่องแล้ว คงต้องบอกว่า พี่เบน นี่แหละ พระเอกตัวจริงเรื่องนี้ (ถึงจริงๆ  พี่จะเป็นตัวร้ายก็เถอะนะ) สำหรับคุณผู้ชมที่คาดหวังผลงานระดับหัวทิ่มหัวตำแบบ Shutter Island แน่นอนว่า Stonehearst Asylum คงไม่ได้ทรงพลังอย่างแรงขนาดนั้น เรื่องราวในโรงพยาบาลนี้ ปั่นประสาทคนดูทีละนิดๆ และจากภาพความทารุณทางการแพทย์ของคนดีๆ และการไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีของคนบ้า ก็ส่งเสียงบอกว่า ในขณะที่ คนสติดีๆ ก็ไว่ใจคนบ้าไม่ได้อยู่แล้ว คนสติบิดเบี้ยวก็ไว้ใจคนดีๆ ไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละะ เรื่องนี้ให้ 8/10 ครับ Lecter. -------------------------

Dragon Coins เกมส์มือถือ RPG เหรียญเทพพิชิตมังกร
Dragon Coins /  เกมส์มือถือ

UCube ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ Dragon Coins (facebook.com/UcubeMobiTH) เหรียญเทพพิชิตมังกร รูปแบบภาษาไทย รับประกันความสนุกโดย SEGA ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้บน iOS และ Android เกมส์ Dragon Coins นำพาช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพื่อมอบให้กับคุณ การเล่นที่แสนง่ายดายเพียงใช้นิ้วของคุณหยอดเหรียญและปราบเหล่ามังกรชั่วร้าย รวบรวม SR Card มากกว่า 500 monstersให้สะสม และวิวัฒนาการจนถึงขั้น God Level! เล่นกับผู้เล่นและใช้ความสามารถพิเศษของเพื่อนคุณในการสนับสนุนการต่อสู้ ! ประลอง กว่าร้อยดันเจี้ยนและภารกิจเพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังที่ตัวคุณมี ดาวน์โหลดเกมส์ Dragon Coins บน iOS และ Android ได้ที่นี่

หงส์ ปืน ตาประกาย!! เอเยนต์ เอล ชาราวี ฝันเห็นนักเตะโม่แข้งพรีเมียร์ฯ
ดอร์ทมุนด์ /  ปีศาจแดง-ดำ / 

มานูเอล เอล ชาราวี เอเยนต์ส่วนตัวของ สเตฟาน เอล ชาราวี ปีกพรสวรรค์ของทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน ยืนยันว่าปัจจุบันยังคงไม่ได้รับข้อเสนอซิวตัวนักเตะจากสโมสรที่กำลังตกเป็นข่าวเลยแม้แต่ทีมเดียว แต่ก็ยังไม่ปิดโอกาสในการย้ายทีมหากได้รับข้อเสนอที่ยากจะปฎิเสธ โดยทางนายหน้ายอมรับด้วยว่าอยากเห็นนักเตะบินไปค้าแข้งบนเวที พรีเมียร์ลีก มากที่สุด ซึ่งทางสื่ออย่าง The express เผยว่า ลิเวอร์พูล และอาร์เซน่อล กำลังเล็งแข้งดีกรีทีมชาติ อิตาลี รายนี้มาเสริมช่วงเดือน มกราคม เอเยนต์ส่วนตัวของ สเตฟาน เอล ชาราวี ให้สัมภาษณ์กับ Gianlucadimarzio.com ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมยังไม่ได้รับการติดต่อจาก โรม่า และดอร์ทมุนด์ หรือสโมสรอื่นๆเลยสักทีม ผมบอกไว้เลยนะว่า สเตฟาน จะไม่ทิ้ง เอซี มิลาน ไปไหน นอกจากจะได้รับข้อเสนอที่สุดพิเศษในช่วงเดือน มกราคม นี้" "ผมไม่รู้ความต้องการของเขาหรอกนะ เราไม่เคยคุยกันถึงเรื่องการย้ายออกจากทัพ รอสโซเนรี่ แต่ผมอยากเห็นเขาไปโชว์ลวดลายบนเวทีพรีเมียร์ลีกเหมือนกันนะ เพราะสำหรับผมที่นั่นคือลีกฟุตบอลที่น่าหลงใหลมากๆ" มานูเอล เอล ชาราวี ตบท้าย

เมืองเชียงใหม่ เปิดเส้นทางเดินรถ 14 สาย เที่ยวสบายกว่าเดิม
เที่ยวเชียงใหม่ /  เส้นทางท่องเที่ยว

เบื่อไหม กับการเที่ยวเชียงใหม่โดยต้องพึ่งรถแดงเพียงอย่างเดียว ที่ในบางครั้งก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่มีระบที่แน่นอน แต่วันนี้ปัญหาเหล่านี้จะเป็นเพียงแค่อดีต เมื่อเมืองเชียงใหม่ผุดโครงการเดินรถประจำทางรูปแบบใหม่ขึ้นมา โดยจะมีรถวิ่งทั่วเมืองทั้งสิ้น 14 สาย โดยได้เริ่มประเดิมรถสายแรกไปแล้วคือสาย 7 (ขนส่งช้างเผือก - ยุพราช - เซ็นทรัลเฟสติวัล) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา เมืองเชียงใหม่ เปิดเส้นทางเดินรถ 14 สาย เที่ยวสบายกว่าเดิม เนื่องด้วยจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของประเทศ ได้ประสบปัญหาขาดแคลนระบบขนส่งสาธารณะมาเป็นระยะเวลานาน รถประจำทางที่มีบริการอยู่ทุกวันนี้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ทั้งเส้นทางที่ไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ระบบขนส่งมวลชน ความถี่ในการเดินรถไม่แน่นอน และไม่สามารถประมาณเวลาในการเดินทางได้จึงทำให้ประชาชนยังคงเลือกใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลอยู่ ดังนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยหน่วยวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับ สหกรณ์นครลานนาเดินรถ จํากัด เทศบาลนครเชียงใหม่ สํานักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่และภาคประชาชนชาวเชียงใหม่ได้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหานี้ โดยโครงการฯได้ดําเนินการศึกษาและนําเสนอแนวทางในการบริหารจัดการระบบรถประจําทางในเขตเมืองเชียงใหม่ให้มีประสิทธิภาพในการให้บมีการกําหนดเส้นทางตามความต้องการในการเดินทางของประชาชนเป็นหลัก กําหนดเวลาวิ่งที่สม่ําเสมอ รวมถึงการรับประกันให้กับผู้ประกอบการสร้างเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องการจัดการที่ดีและเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย แผนผังโดยรวมการเดินรถทั้ง 14 สาย ขอบคุณที่มา : http://www.chiangmaibus.org

ปั้นจั่น ฮอตไม่มาก แต่มีงานไม่ขาดนะจ๊ะ
ปั้นจั่น ปรมะ

ช่วงนี้ดูเหมือนว่าหนุ่มปั้นจั่น ปรมะ กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นจริงๆ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะมีผลงานหนังสยองขวัญเรื่อง The Eyes Diary ล่าสุดทราบมาว่ามีงานละครอีก 3 เรื่อง ขุ่นพระ!!! งานเยอะไม่เบาเลยนะคะเนี่ย ว่าแต่ทำงานแทบจะทุกวันอย่างนี้ ไม่รู้ว่าแฟนสาวนอกวงการมีอาการงอนบ้างอ๊ะเปล่าน้า... “ตอนนี้ก็มีผลงานละคร 3 เรื่อง ก็น่าจะได้เห็นปีหน้าเลย ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเราได้เล่นหลายบทบาท ผมก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี เพื่อให้เราได้พัฒนาฝีมือมากขึ้น เรามาเดินทางสายการแสดงแล้วก็อยากจะทำให้มันดีที่สุด เรื่องความรักตอนนี้ก็ดีครับ เรื่อยๆ อาจจะไม่ค่อยเจอกัน ต่างคนก็ต่างทำงาน เขาเองก็ไม่งอนนะ คือเราโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ก็เข้าใจ แต่ก็อาจจะมีนัดกินข้าวด้วยกันบ้าง”แหมๆๆ ทำงานเยอะอย่างนี้ เตรียมเก็บเงินไปสู่ขอสาวรึเปล่าจ๊ะ ปั้นจั่น ปรมะ

ลัลลาเบล กาวใจ ไอด้า-แอมมี่ ลุ้นคืนดีสามคน พ่อ แม่ ลูก
แอมมี่ ไชยอมร /  แอมมี่ ไชยอมร / 

ขึ้นแท่นเป็นซิงเกิ้ลมัมไปหมาดๆ สำหรับสาวสวยสุดแนวอย่าง ไอด้า ไอรดา ที่หลังจากแยกทางกับอดีตสามี แอมมี่ ไชยอมร กับกรณีเรื่องมือที่สามไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และแม้ว่าหนุ่มแอมมี่เองจะออกมายอมรับ แถมยังประกาศง้อขอโอกาสกลับไปแก้ตัวอีกครั้ง แต่สาวไอด้าเองเธอก็ใจแข็งสุดๆ ยังคงยืนกรานต่างคนต่างอยู่ไม่ขอข้องเกี่ยว แหม...She ก็คงเจ็บแล้วจำไม่อยากโดนสวมเขารอบสอง ก็อย่างว่าละค่า เรื่องแบบนี้ไม่เจอกับตัวก็พูดยาก แต่ยังไงซะทางสถาบันครอบครัวก็อยากให้ทั้งสองรีเทิร์นปรับความเข้าใจกัน จะได้คอยเติมเต็มความรัก ความอบอุ่นให้กับลูกสาว ยิ่งตอนนี้หนูน้อย ลัลลาเบล เองก็กำลังโตขึ้นทุกวัน จุดนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า ถึงแม้ทั้งสองจะแยกทางกันไปแล้ว แต่สาวไอด้าก็ไม่เคยปิดกั้นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก เพราะคุณเธอก็ยังใจกว้างยอมให้แอมมี่ได้เจอกับลูกสาวตลอด เอ๊ะ! ต้องเจอหน้ากับอดีตสามีบ่อยๆ อย่างนี้ไม่รู้ว่าจะยอมใจอ่อนบ้างรึเปล่า ไม่แน่น้องลัลลาเบลอาจจะคอยเป็นกาวใจ จนในที่สุดสาวไอด้ายอมใจอ่อนรีเทิร์นกลับมาเป็นครอบเดียวกันสามคน พ่อ แม่ ลูก ก็เป็นได้ แต่ยังไงซะก็ขอเอาใจช่วย เพราะยังไงสถาบันครอบครัวก็ถือว่าเป็นรากฐานที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องอยู่ที่หนุ่มแอมมี่แล้วละค่ะ ว่าจะสามารถพิสูจน์ความจริงใจได้รึเปล่า แอมมี่-ไอด้า-ลัลลาเบล แอมมี่-ไอด้า-ลัลลาเบล แอมมี่-ไอด้า-ลัลลาเบล

ราชบัณฑิตฯ ค้านตั้งชื่อกระทรวงดิจิตอล
กระทรวงดิจิตอล /  กระทรวงนวเศรษฐการ / 

ราชบัณฑิตฯ ค้านตั้งชื่อกระทรวงดิจิตอล อ้างเป็นคำทับศัพท์ ไม่เหมาะกับไทย แนะใช้ชื่อกระทรวงนวเศรษฐการ ดีที่สุด หลังจากครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ กำหนดให้มีคณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อวางนโยบายและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลของประเทศ และเปลี่ยนชื่อกระทรวงไอซีที เป็นกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (19 ธ.ค. 57)ศ.นพ.สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิตฯ ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เปลี่ยนชื่อกระทรวงไอซีที เป็นกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนชื่อกระทรวงดังกล่าว เพราะเป็นคำทับศัพท์ และอยากให้ใช้ชื่อ ภาษาไทยมากกว่า ซึ่งหากรัฐบาลยังยืนยันที่จะเปลี่ยนชื่อกระทรวงจริงอยากแนะนำให้เปลี่ยนเป็นชื่อ กระทรวงนวเศรษฐการแทน เนื่องจากเป็นคำที่มีความหมายครอบคลุมกว้างขวาง ไม่เฉพาะเจาะจงที่เทคโนโลยีสารสนเทศดิจิทัลเท่านั้น ขณะเดียวกันเพื่อไม่ให้รัฐบาลต้องคอยเปลี่ยนชื่อกระทรวงตามเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนที่เรื่อยๆ จึงขอเสนอชื่อดังกล่าวน่าจะเหาะสมที่สุด ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "กระทรวงดิจิตอล" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

เศร้า! ตลกดังร่างแคระ ช็อกดับ หลังแสดงเสร็จ
ข่าวล่าสุด /  คณะแป๋ว บ้านโป่ง / 

ตลกดังร่างแคระ คณะ“แป๋ว บ้านโป่ง” ช็อกดับ หลังแสดงเสร็จ เมื่อวันที่19 ธ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยมูลนิธิกำแพงเพชรสว่างธรรมสถาน ได้รับแจ้งให้ไปรับผู้ป่วยบริเวณ หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในปั๊ม ปตท. ม.13 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เมื่อถึงพื้นที่เกิดเหตุพบ ร่างของ นายเอนก หมัดละ อายุ 41 ปี  นอนหมดสติอยู่ที่ม้านั่งหน้าร้าน โดยมีกลุ่มเพื่อนที่เล่นตลกด้วยกันประกอบด้วย ต่าย เชิญยิ้ม , แป๋ว บ้านโป่ง กำลังช่วยกันดูอาการ ทางเจ้าหน้าที่กูภัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ปั๊มหัวใจ และนำตัวส่งโรงพยาบาลอำเภอคลองขลุง แต่หลังจากส่งโรงพยาบาลได้ประมาณ 20 นาที ก็เสียชีวิต เพื่อนผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาแสดงตลกงานเลี้ยงกีฬาท้องถิ่น ที่โรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร หลังแสดงเสร็จจึงพากันเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่มีการแวะที่ปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุก่อน แต่แล้วจู่ๆนายเอนกก็ล้มหมดสติไป ทั้งที่ขณะทำการแสดงบนเวทีก็ยังปกติดี ไม่มีอาการใดๆเลย แต่เดิมนายเอนกมีโรคประจำตัวคือ โรคความดันโลหิตสูง แพทย์จึงระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากความดันสูงวัดได้กว่า 200 จึงทำให้ช็อกจนเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อนๆ ได้นำศพกลับไปบ้านของผู้เสียชีวิต ที่ อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อบำเพ็ญกุศลต่อไป MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์ 

หม่อมอุ๋ย เผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีไทย-จีน
การค้า /  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล / 

"หม่อมอุ๋ย " เผย แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี ไทย-จีน การค้าขยายตัวปีละ 20% ท่องเที่ยว 20% การลงทุนเพิ่ม 15% - ชวนนักธุรกิจจีนร่วมลงทุนอุตสาหกรรมโพแตซ ตั้งโรงงานผลิตสินค้าในไทย  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ในงาน China-Thailand Business Forum and Luncheon ว่า ไทยมีความผูกพันกับประเทศจีนมายาวนาน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม โดยรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญด้านการพัฒนา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงการท่องเที่ยว ซึ่งแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับที่ 1 ปี 2550-2554 ได้บรรลุเป้าหมาย มีนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาไทยเพิ่มมากขึ้น การค้าขายแลกเปลี่ยนเติบโตขึ้น ขณะที่ด้านการส่งออกของไทย ไปยังประเทศจีน ปัจจุบันขยายตัวมากกว่าร้อยละ 12 ของการส่งออกไปยังทั่วโลกเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ที่มีเพียงร้อยละ 2 ซึ่งแผนพัฒนาระยะ 5 ปี ฉบับปัจจุบัน ระหว่างปี 2555-2559 ได้ตั้งเป้าหมายให้เกิดการค้าระหว่างไทย-จีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ต่อปี เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ต่อปี และการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งมั่นใจว่าจะบรรลุตามเป้า เนื่องจากนักธุรกิจจีนและไทย มีความกระตือรือร้น ร่วมธุรกิจเป็นอย่างดี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยังกล่าวว่า จีนเป็นต้นแบบที่ดีในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางแบบครบวงจร โดยไทยจะยึดจีนเป็นแบบอย่างในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางของไทย ซึ่งนอกจากความร่วมมือการค้ายางพาราระหว่างไทย-จีน รัฐบาลจะชักชวนนักธุรกิจจีนให้ความช่วยเหลือพัฒนาอุตสาหกรรมยาง โดยพบว่ามีนักธุรกิจจีนสนใจที่จะลงทุนใช้ไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อส่งสินค้าขายในตลาดอาเซียน โดนเฉพาะ สินค้ายางล้อรถยนต์ ซึ่งนอกจากไทยจะเป็นแหล่งวัตถุดิบยางธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ไทยยังมีความต้องการใช้ยางล้อรถยนต์จำนวนมาก จึงเป็นโอกาสที่จะสามารถขายสินค้าและทำให้แบรนด์ยางล้อรถยนต์ของจีนเป็นที่รู้จักมากขึ้น สามารถส่งออกขายในประเทศข้างเคียง นอกจากนี้ สินค้าที่สามารถแข่งขันด้านคุณภาพ และราคา อาทิ ด้านโซลาร์เซลล์ จีนสามารถใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเข้าสู่ตลาดอาเซียนได้ เพราะไทยมีต้นทุนการกระจายสินค้าที่ต่ำ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศ มาเลเซีย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม นอกจากนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้กล่าวชักชวนให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรมโพแตช ตั้งโรงงานผลิตสินค้าปุ๋ย ยา เคมีภัณฑ์ในไทย ซึ่งรัฐบาลจะเริ่มเปิดอนุมัติอุตสาหกรรมโพแตซภายในเดือนมกราคม 2558 ซึ่งไทยยินดีที่จะต้อนรับนักธุรกิจจากประเทศจีน

ลูกชายอดีตบอร์ดDSI  หลอกขายหุ้น สูญเงินกว่า858ล้าน
ข่าวล่าสุด /  ฉ้อโกงเงิน / 

ลูกชายอดีตบอร์ดดีเอสไอ ฉ้อโกงเงิน แจ้งความแล้ว29ราย สูญเงินกว่า858ล้านบาท วันนี้(20ธ.ค.) พันตำรวจเอก ณษ เศวตเลข รองผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยถึงความคบหน้าคดี นายปาณสาร สมชีวิตา บุตรชายอดีตคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการคดีพิเศษ ดีเอสไอ ที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากได้ หลอกขายหุ้น 3 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีผู้เสียหายเข้าความแล้ว 29 คน ความเสียหายรวมมูลค่าประมาณ 858 ล้านบาท และมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว  ส่วนนายปาณสารขณะนี้ถูกควบคุมตัวระหว่างฝากขัง และยังคงให้การปฎิเสธ โดยอ้างว่าได้คืนเงินผู้เสียหายหมดแล้ว แต่ล่าสุดยังไม่มีใครได้รับเงินคืน MThai News