ดารานุ่งสั้น

สนทนาภาษาคนทำหนังกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

นับตั้งแต่ผลงานเรื่องแรก 'มันมากับความมืด' ในปี พ.ศ. 2514 กว่า 45 ปีในวงการหนังของ ท่านมุ้ย - หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นหนึ่งในคนทำหนังที่นำศาสตร์และศิลป์ของภาพยนตร์มาสร้างมาตรฐานและความแปลกใหม่ให้กับวงการหนังไทยมาอย่างยาวนานผ่านผลงานภาพยนตร์หลากหลายแนวเกือบสามสิบเรื่อง และในวาระครบรอบวันเกิด 74 ปีของท่าน เราจึงขอนำส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ "…’ความรัก’ ของท่านมุ้ย" โดย สุภาพ หริมฯ จากคอลัมน์ Discuss ในนิตยสาร BIOSCOPE (ฉบับที่ 15) เมื่อ กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2546 ณ ช่วงเวลาที่ท่านมุ้ยกำลังรีเมกผลงานหนังคลาสสิคของตนเมื่อ พ.ศ. 2517 อย่าง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’  กับมุมมองของท่านที่มีต่อวงการหนัง ทั้งโอกาสของคนทำหนังรุ่นใหม่ ไปจนถึงคำถามชวนปวดหัวที่ว่า "หนังอาร์ต คืออะไร?"!!                 สิ่งที่ทุกคนในวงการรู้เสมอเวลาอยู่ใกล้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ก็คือ ท่านมักมีเรื่องความรู้ใหม่ๆ มาถ่ายทอดให้ได้ฟัง บางครั้งความรู้นั้นมาพร้อมการสาธิตอย่างเอาจริงเอาจัง และเครื่องไม้เครื่องมือซึ่งมักไม่พ้นต้องเกี่ยวกับหนังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง                 เช่นเดียวกันโดยบังเอิญเมื่อช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ครั้งนี้มาเกี่ยวข้องกับหนังเรื่อง ‘ช้าง’ ที่ แมเรี่ยน  ซี คูเปอร์ ยกกองมาถ่ายทำในบ้านเราโดยได้การอำนวยความสะดวกอย่างดีจาก สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ (เสด็จปู่ของท่านมุ้ย) ท่านมุ้ยก็นำผมไปยลโฉมกล้องที่ใช้ในการถ่ายหนังเรื่องนั้นทันที พร้อมสาธิตกระบวนการการทำงานของกล้องโบราณตัวนั้นอย่างละเอียด ซึ่งท่านยืนยันว่า “นี่เหลืออยู่แค่ไม่กี่ตัวแล้วในโลกนี้ แต่ยังใช้ได้ดีเลยนะ”                 แม้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้งานจริง แต่กล้องโบราณตัวนั้นดูไปก็คล้ายทำหน้าที่เหมือนหลักหมุดของเวลาซึ่งทำให้เรารู้ว่าหนังเดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมันอยู่ไม่ไกลนักจากคอมพิวเตอร์แม็คอินทอชที่กำลังใช้ตัดต่อหนังเรื่อง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ (พ.ศ. 2546) อยู่                 ฉากอุบัติเหตุที่อาศัยเทคนิคการลำดับภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหน้า ทำให้ผมอดนึกถึง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ฉบับดั้งเดิม (พ.ศ. 2517) ที่เคยกระตุ้นเร้าผมอย่างรุนแรงก่อนจะลงเอยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้... BIOSCOPE : ผมจำได้ว่าตอนดู ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ฉบับเดิม มีฉากอุบัติเหตุซึ่งใช้วิธีตัดสลับที่ดูแปลกมากสำหรับหนังไทยยุคนั้น มาในฉบับนี้ ท่านยังต้องการให้หนังมีความรู้สึกแปลกใหม่กับคนดูอีกหรือเปล่า ก็ต้องการแบบเดิมนะ แต่เวลามันผ่านมา 30 ปีแล้ว วิธีการคงไม่แปลกแล้วล่ะ ผมว่าความแปลกที่ว่านี้ไม่ได้แปลว่ามันต้องดูผิดปรกติหรือทันสมัย เพราะไอ้ความทันสมัยหรือความใหม่มันเป็นสิ่งที่เราพูดจำกัดความได้ลำบาก BIOSCOPE : สำหรับคนที่เคยดูงานของท่านมาตั้งยุคก่อนๆ อาจจะคาดหวังว่า ท่านมุ้ยต้องมีอะไรใหม่ๆ มาให้เห็นอยู่ตลอด ปัญหาคือว่าอะไรล่ะคือสิ่งใหม่ๆ ที่คุณพูดถึง เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรที่เรียกว่าใหม่ได้ คุณจะไม่รู้หรอกว่าอะไรคือความใหม่ถ้าคุณไม่รู้ว่าอะไรคือเก่า เพราะจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะอะไรก็มีคนทำมาหมดแล้วทั้งนั้นละ อย่างวิธีการตัดแบบ jump cut นี่ (ฌ็อง-ลุค) โกดาร์ดก็ทำมาตั้งแต่ยุค 1960 โน่น หรือแม้แต่ผมเองก็เคยใช้ตั้งแต่ ‘เทพธิดาโรงแรม’ (พ.ศ. 2517) ไปตั้งเยอะแล้วซึ่งผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นก็แทบจะเรียกว่าไม่มีอะไรใหม่ๆ หรอก ก็มีแต่เอาของที่เคยทำกันไปแล้วมารีไซเคิลเท่านั้นเอง BIOSCOPE : หมายถึงเอามันมามองใหม่ ใช่ มุมมองใหม่ อย่าง ‘ความรักครั้งสุดท้าย’ ก็ต้องมองมุมใหม่เพราะสังคมมันเปลี่ยนไป เช่นในของเดิม เชื้อ กับ รส เขียนจดหมายถึงกันซึ่งนั่นก็ค่อนข้างโบราณแล้ว สมัยใหม่ก็ต้องโทรศัพท์หรือไม่ก็อีเมลโดยที่ยังรักษาอรรถรสของการเขียนจดหมายไว้อยู่ ก็ไม่ใช่ทุกอย่างหรอกที่ต้องทันสมัย แต่บางอย่างเช่นการนั่งรถสามล้อนี่ก็คงไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าแทน เป็นต้น สัมคมตอนนี้มันไม่ใช่ยุคที่ สุวรรณี สุคนธา แต่งเรื่องนี้ออกมาแล้ว BIOSCOPE : แล้วท่านคิดว่า วิธีการที่เอากลับมาใช้ต่างๆ นี่จะได้ผลในการสร้างความรู้สึกกับคนดูไหม อย่างน้อยมันก็ได้ผลกับผมแหละ ถ้าไม่ได้ผลคงไม่ทำ แต่ปัญหาคือมันจะได้ผลกับคนอื่นหรือเปล่านี่คงต่างๆ กันออกไป เพราะผมแก่กว่าคนอื่นเขาเยอะมาก เรา 60 กว่า แก่กว่าคนดูทั่วไป 3-4 เท่า ความคิดของคนดูก็คงต่างกัน BIOSCOPE : ถ้าพูดถึงคนที่เคยทำหนังไทยมาพร้อมๆ กับท่าน หลายคนวางมือไปแล้ว แต่ท่านยังทำหนังต่อ ก็มันเป็นอาชีพผมไปแล้วนี่ (หัวเราะ) เราทำหนังเป็นอาชีพก็ต้องทำหนังไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดจะหยุด คงทำหนังไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรงน่ะแหละ จริงๆ แล้วฝรั่งมันก็มีคนทำหนังรุ่นผมดังๆ กันตั้งหลายคน อย่าง ริดรีย์ สก็อตต์แก่กว่าผมอีก แต่อยู่ดีๆ ก็ทำหนังอย่าง Gladiator (2000) หรือ Black Hawk Down (2001) ออกมาได้ คือมันไม่ใช่หรอกที่วันหนึ่งจะออกจากวงการไปแค่เพราะทำหนังมานานแล้วนะ ทำไมไม่ออกจากวงการไปสักที มันก็ไม่ใช่ ใช่มั้ย (หัวเราะ) คนทำหนังรุ่นใหม่ๆ ที่เข้าวงการมาก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาทำแล้วมีชื่อเสียงก็ต้องออกจาวงการไป เขาก็ต้องทำของเขาไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องกลายเป็นคนรุ่นเก่า อย่าง มานพ อุดมเดช เนี่ย ในสายตาผมเขาก็เป็นคนรุ่นใหม่ยุคหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นคนทำหนังรุ่นเก่าที่ไม่มีใครยอมรับ แต่ผมเห็นว่าเขาเป็นคนมีฝีมือก็เลยชวนมาทำ ‘คืนบาป...พรหมพิราม’ มันเป็นเรื่องของฝีมือ ไม่ใช่ว่า เฮ้ย...คนรุ่นใหม่เกิดมาแล้ว คนรุ่นเก่าก็ต้องออกจากวงการไป ไม่ใช่อย่างนั้น มีคนพูดให้ได้ยินบ่อยๆ นะ ว่าทำไมคนรุ่นเก่าไม่ออกไปจากวงการไป คนรุ่นใหม่จะได้เกิดบ้าง จริงๆ แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกันเลย เพราะคนรุ่นเก่าอยู่คนรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นมาได้ ไม่มีใครว่ากันอยู่แล้ว หรือคนใหม่ๆ ถามว่าทำไมไม่มีใครให้โอกาสเขา ก็ต้องถามกลับว่า นี่คุณ อยู่ๆ เอาเงินผมไปทำหนัง 20 ล้านเนี่ย หนังจะได้เงินหรือเปล่า แล้วคุณตอบว่า “ไม่ทราบครับ มันต้องเสี่ยง” อ้าว...แล้วใครจะเชื่อลงล่ะ เงิน 20 ล้านมันเยอะนะ เท่าบ้านหลังหนึ่ง รถเบนซ์อีก 2 คันน่ะ หนังไม่ได้เงินมันก็ละลายหายไปกับสายน้ำ ฉะนั้นจะมาพูดง่ายๆ ไม่ได้ว่าให้โอกาสผมบ้างสิ เพราะกว่าจะขึ้นมาถึงตุดหนึ่งคุณต้องสู้ เหมือนกับพวกเราสู้กันมาสมัยก่อน กว่าผมจะขึ้นมาเป็นท่านมุ้ยได้ต้องใช้เวลา 20 ปีนะ ผมว่าปัญหาใหญ่คือ คนรุ่นใหม่ที่จะมาทำหนังเนี่ย รู้หรือเปล่าว่ามันยากแค่ไหนที่จะเข้ามาในวงการ ยากแค่ไหนที่คุณจะเอาเงิน 20 ล้านบาท เวลามีคำถามว่าทำไมไม่เปิดโอกาสให้กับคนใหม่ๆ บ้าง ผมอยากจะบอกว่า เมืองไทยเปิดโอกาสมากกว่าเมืองนอกมากๆ เลย มีคนทำหนังเยอะแยะที่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อที่อยู่ๆ ก็ได้ทำหนังเลย แค่บอกนายทุนว่าผมทำหนังเป็นแล้ว ก็ได้ทำ แล้วพอหนังฉิบหาย 3-4 เรื่องจนนายทุนล้มละลาย หมดตัวเป็นพันๆ ล้าน แล้วใครจะรับผิดชอบ พวกนายทุนเลยต้องเคี่ยวพอที่จะรู้ว่าคนไหนทำหนังเป็นคนไหนทำไม่เป็น เพราะมันไม่ใช่เรื่องของการมาลองฝีมือ ไอ้นั่นต้องทำตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาหรือทำหนังสั้นแล้ว BIOSCOPE : ความยากของการทำหนังในยุค 2510 กว่าๆ กับ 2540 กว่าๆ ต่างกันตรงไหน เหมือนกัน ไม่ได้ต่างกันเลย เพียงแต่สมัยนั้นมันถูกกว่า สมัยนี้แพงมากๆ เรื่องหนึ่งลงทุนไม่ต่ำกว่า 10-20 ล้าน ถึงบอกไงว่า ถ้าคนรุ่นใหม่ยากเข้ามาจริงๆ คุณต้องแสดงผลงานออกมา ถ้าคุณคิดว่าเขียนบทได้ดีก็ต้องทำออกมาให้เห็น อย่าง ยุทธเลิศ (สิปปภาค) เขียนบทได้ดีตั้งแต่ตอนทำ ‘O-Negative รักออกแบบไม่ได้’ (1998) แล้ว แต่เขาไม่เชื่อใจเพราะยังเป็นคนใหม่เลยยังไม่ให้ทำ จนมาทำ ‘มือปืน โลก/พระ/จัน’ (2001) ถึงได้เกิด การเขียนบทนีมันเป็นงานที่ไม่ต้องเสียเงินอะไรเลย ฟรี กระดาษปึกหนึ่งกับปากกาก็เขียนบทได้แล้ว หรือไม่ก็ไปขอเงินพ่แม่สัก 2-3 แสนมาลองทำหนังสั้นสัก 3 ฉาก ไปเช่าอุปกรณ์มา รวบรวมพรรคพวกมา แล้วก็ถ่ายทำออกมาเพื่อไปฉายให้นายทุนดูว่า เนี่ยละหนังผม แบบนี้ก้ได้ ยกตัวอย่าง ‘องค์บาก’ (2003) เนี่ย ถ้าไปบอกนายทุนว่าจะทำหนังมวยไทย นายทุนคงบอกทันทีว่า “ไม่เอา” ปรัชญา (ปิ่นแก้ว) เลยใช้วิธีถ่ายฉากบู๊ให้ดูหนึ่งซีน เอาไปฉายให้เห็นเลยว่า นี่ จา (พนม ยีรัมย์) มันเล่นได้แบบนี้ แต่คุณจะใช้วิธีแค่พูดว่าผมทำหนังเป็น มันไม่ได้ แค่ความมั่นใจหรือแค่บอกว่าผมดูหนังมาเยอะ มันไม่ได้มีความหมายอะไร BIOSCOPE : อะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับการเป็นคนทำหนังครับ ...ต้องแหกคอก? จะแหกไปไหนล่ะ ...สิ่งสำคัญคือต้องดูหนังเยอะก่อน ดูหนังเยอะพอหรือยังถึงที่จะคิดเรื่องแหกคอก ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่า ‘คอก’ น่ะมันอยู่แค่ไหน ถึงจะแหกได้ ถ้าไม่รู้จะแหกมันทำไม BIOSCOPE : ท่านชอบคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ คนไหนบ้าง ชอบทุกคนนะ เป็นเอก (รัตนเรือง) ก็ดี ยุทธเลิศก็โอเค เรียว (กิติกร เลียวศิริกุล) ก็ใช้ได้ จุดร่วมของคนพวกนี้คือ เขาพยายามทำสิ่งใหม่ๆ ใส่เข้าไปในหนัง เป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเคยไปงานฟิล์มเฟสติวัลและมีโอกาสได้สัมผัสกับหนังอาร์ตต่างประเทศเยอะ และไฟยังแรง ยังไม่หมดเนื้อหมดตัว ก็ยังมีความกล้าที่จะทำ BIOSCOPE : ถ้าหมดตัว ความกล้าจะน้อยลง ถ้าหนังเจ๊งบ่อยๆ นานๆ เข้า ไฟก็หมดลงทุกทีๆ หรือไม่ก็หายไปเลย เพราะหนังมันขึ้นอยู่กับกำไรและขาดทุนนะ ขาดทุนมากๆ ก็จะไม่มีใครให้ทำ เราจะเอาแต่ดูเด็กๆ กลุ่มเดียวมันก็เป็นไปไม่ได้ BIOSCOPE : กลุ่มคนดูหนังของท่านเปลี่ยนหน้ามาเรื่อยๆ ท่านมองว่าความต้องการของคนดูแต่ละยุคมันเปลี่ยนไปหรือเปล่า เหมือนเดิม ...100% เลยคือความบันเทิง หนังดีแค่ไหนก็ไม่มีความหมายถ้าไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกสนุกด้วย การดูสนุกด้วยและให้ข้อคิดด้วยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราเลยได้เห็นว่าในบรรดาหนังที่ดีที่สุดในโลก เกือบทั้งหมดคือหนังที่ดูแล้วสนุก ดูแล้วรื่นรมย์ใจ หนังที่ดูแล้วไม่สนุกก็ย่อมจะไม่สามารถสื่อสารกับคนดูได้เพราะคนดูไม่รู้สึกสนุกกับมัน แต่ความสนุกแปลว่ามันสื่อสารกับคนดูได้ในทางใดทางหนึ่ง BIOSCOPE : แล้วถ้าหนังที่ดูไม่รู้เรื่อง แต่เรียกว่าหนังอาร์ตล่ะ ไม่จริงหรอก อาร์ตคืออะไร BIOSCOPE : นั่นสิครับ ท่านว่าอาร์ตคืออะไร อาร์ตที่ดีต้องประกอบไปด้วย 4 อย่างคือ หนึ่ง-ต้องมี content คือเนื้อหา สอง-ต้องมี craft ต่อให้ content ดีแต่ทำออกมาห่วย ถ่ายไม่เป็น ถ่ายไม่ติด เบลอ หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ใช้ไม่ได้ สาม-ต้องมีการถ่วงน้ำหนัก หนัก-เบา ไม่เลอะๆ เทอะๆ และอันสุดท้ายคือ ต้อมมีสไตล์เป็นของตัวเองแบบที่ดูปั๊บแล้วรู้เลยว่านี่มันคืองานของเขา อันนี้ปิกัสโซ่ อันนี้โมเนต์ อันนี้หนังบัณฑิต (ฤทธิ์ถกล) หนังเปี๊ยก โปสเตอร์ หนังท่านมุ้ย หนังหง่าว-ยุทธนา (มุกดาสนิท) ฯลฯ ซึ่งกว่าจะได้สไตล์มาคุณต้องผ่านการลอกเลียนแบบสไตล์คนอื่นเขามานักต่อนักแล้ว ยกตัวอย่าง แดนนี่ บอยล์ ก็มีสไตล์ขอวมันนะ แต่พอลองฉีกตัวเอมาทำ The Beach (2000) ก็เจ๊ง ขณะที่หนังก่อนหน้านั้นอย่าง Shallow Grave (1994) หรือ Trainspotting (1996) ก็มีสไตล์ของตัวเองชัด ...ผมเพิ่งนั่งกินข้าวกับ เดวิด พุตต์นั่ม เมื่อเช้านี้ เขาเล่าให้ฟังว่า วันที่เขารู้ตัวว่าต้องเลิกทำหนังก็คือวันที่ได้ดู Trainspotting เพราะเขารู้เลยว่าไม่มีทางมำหนังแบบนี้ได้ นี่คือสไตล์ที่ไม่มีวันทำได้ เขาก็เลยเลิกทำหนัง BIOSCOPE : ความรู้สึกแบบนั้นเคยเกิดขึ้นกับท่านหรือเปล่า ตอนนี้ยังนะ วันหนึ่งข้างหน้าไม่แน่ แต่วันนี้เรายังรู้สึกว่ายังมีเรื่องอยู่ในหัวที่อยากทำ ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

พี่สาวแต้ว วอนฟังความ 2 ข้าง อุ้ม-บอล แถลงพรุ่งนี้!! กรณีลูกนายพลถูกการ์ดตื้บ
แต้ว ณฐพร /  หมาก ปริญ / 

จากกรณีที่มีข่าวว่า นายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ อายุ 23 ปี ลูกนายพล ถูกการ์ดของดาราตื้บจนบาดเจ็บสาหัสที่ผับแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เนื่องจากไม่ให้เข้าห้องน้ำที่ให้อภิสิทธิ์เฉพาะดารา โดยมีการพาดพิงไปยังดาราหลายท่าน อาทิ แต้ว ณฐพร, มิว นิษฐา, หมาก ปริญ นอกจากนั้นยังเผยว่าผับดังกล่าวทาง บอล กฤษณะ แฟนหนุ่มของสาว อุ้ม ลักขณา เป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย ล่าสุดยังไม่สามารถติดต่อกับเหล่าดาราที่ถูกพาดพิงได้ ซึ่งทราบมาว่าขณะนี้ทาง แต้ว ณฐพร, มิว นิษฐา, หมาก ปริญ นั้นกำลังถ่ายละครเรื่อง รากนครา อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้มีความเคลื่อนไหวในโซเชียล โดย เต๋า ณัฐวดี พี่สาวของ แต้ว ณฐพร ได้โพสต์ป้องน้องสาวมาว่า “ใจเย็นๆ นะทุกคน อยากให้ฟังความทั้งสองฝ่าย เราเพิ่งรู้เรื่องเห็นในข่าว รีบโทรไปถามน้อง สรุปคร่าวๆ คือ การ์ดเป็นของร้านที่จัดมาให้ดูแลดาราโดยที่ดาราไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เป็นคนจ้าง เรื่องไม่ได้เกิดจากห้องน้ำหญิง เค้าทะเลาะกับการ์ดและมีเรื่องกัน ดาราก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไร จากนั้นก็กลับไปและเพิ่งมาทราบว่าเกิดเรื่อง สรุปคือ ดาราไม่ได้มีการสั่งให้ใครรุมกระทืบและยืนดูอย่างสนุกสนานอะไรทั้งนั้น อย่าโยง การ์ดร้านทะเลาะกับฝ่ายนู้น ไม่ใช่การ์ดดารา...” ในเวลาต่อมาก็ได้มีความเคลื่อนไหวจากทางดาราสาว อุ้ม ลักขณา เช่นกัน โดยเธอโพสต์ข้อความลงโซเชียลว่า "รอฟังแถลงข่าวจากอุ้มและพี่บอลในวันพรุ่งนี้นะคะ ขอบพระคุณคะ" ยังไงทางทีมข่าว Gossipstar.mthai.com จะติดตามรายละเอียดมารายงานให้ทราบกันต่อไป...ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @taonatwadee, @taewaew_natapohn, @aummy, @mark_prin อุ้ม ลักขณา โพสต์ พี่สาวแต้ว ชี้แจง แต้ว - พี่สาว แต้ว-มิว-หมาก-อุ้ม-บอล แต้ว - หมาก ฯลฯ ไปทำบุญ

แซบวนไป!! มิ้นท์ อวดหุ่นสวย ในชุดว่ายน้ำกระชากใจหนุ่ม!!
มิ้นท์ ณัฐวรา

          เรียกว่า สวย แซบ ไม่แพ้ดาราคนอื่นๆ เลยจริงจริ๊ง!! สำหรับนักแสดงสาวหน้าสวย มิ้นท์ ณัฐวรา ที่ช่วงพักหลังมานี้ มักจะมีข่าวเครียดๆ ให้ She ปวดหัวอยู่เรื่อย อย่างข่าวของหนุ่มน็อต ที่อยู่เฉยๆ ก็โดนโยงเอี่ยวไปกับเขาด้วยซะงั้น แต่จุดนี้สาวมิ้นท์ก็ไม่แคร์กระแสดราม่าใดๆ และขอปลีกตัวไปพักผ่อนย่อนใจที่ จ.ภูเก็ต ใส่ชุดว่ายน้ำ อวดหุ่นแซบๆ ปังๆ ให้เหล่าหนุ่มๆ ริมชายหาดได้ใจหายใจละลายกันไปตามๆ กัน เอ้า!! แหม...มีของดีซะขนาดนี้ ก็ต้องอวดกันหน่อยสิจ๊ะ คริคริ มิ้นท์ ณัฐวรา มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา   มิ้นท์ ณัฐวรา    ขอบคุณรูปภาพจากIG: @mintvongvasava

แต้ว ยันไม่รู้เรื่อง ลูกนายพลถูกการ์ดตื้บ! ด้าน อุ้ม โทรขอโทษทำให้เดือดร้อน
แต้ว ณฐพร /  มาลินสกาย / 

    นางเอกสาว แต้ว ณฐพร หนึ่งในดาราที่อยู่ในร้าน มาลินสกาย ในคืนเกิดเหตุการ์ดตื้บลูกชายนายพลที่ จ.เชียงใหม่ อย่างที่ทราบกันดีว่าเคสนี้ยังอยู่ในเรื่องของคดีความ โดยสาวแต้วบอกยังไม่มีเจ้าหน้าที่เรียกไปให้ปากคำ วันเกิดเหตุเธอและเพื่อนดาราไปกินข้าวกัน ตอนไปห้องน้ำก็เข้าคิวปกติโดยมีคนของร้านพาไป บอกเห็นคนมุงกันแต่ไม่เห็น บอล กฤษณะ กร่างพูดหยาบคายตามข่าว เผยทางสาว อุ้ม ลักขณา โทรมาขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน บอกที่ไม่ห้ามเพราะเหตุการณ์ไม่ได้อยู่ตรงหน้า ไม่รู้ด้วยว่ามีคนทะเลาะกัน ยันพูดความจริง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย... ซึ่งขณะที่สาวแต้วเปิดใจนั้น ก็มีคุณแม่มายืนให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ     “เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นการไปทานข้าวกันปกติ กลุ่มแต้วไปกัน 8 คนและมีกลุ่มพี่อุ้มอีก 4 คนนั่งอยู่ข้างๆ กัน แต้วก็จะไปห้องน้ำกับมิวตอนเดินไปเข้าห้องน้ำก็มีพี่ๆ ทางร้านพาไป พอไปถึงห้องน้ำมีคนออกมาจากห้องน้ำพอดีทำให้ห้องน้ำของผู้หญิงว่างอยู่สองห้อง แต้วกับมิวเลยเข้าไปและออกมาปกติ ซึ่งการที่มีคนไปอำนวยความสะดวกให้ หมายความว่าเวลามีคนมาขอถ่ายรูปเราก็ให้เขาถ่ายรูปให้ได้ ตอนที่เรานั่งอยู่ที่โต๊ะก็ปกติ ซึ่งแต้วเองก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นการ์ดหรืออะไรและแต้วก็จำหน้าเขาไม่ได้ด้วย”     “ทุกอย่างที่แต้วเล่าคือความจริงทั้งหมด ซึ่งเราใช้เวลาตั้งแต่อยู่ที่ร้านจนออกจากร้าน 2 ชั่วโมง ตอนที่เรานั่งอยู่ในร้านและกำลังจะกลับเราเห็นคนมุงๆ กันอยู่ อะไรก็ไม่รู้แต่เท่าที่แต้วเห็นไม่มีการใช้คำพูดที่รุนแรงหรือใช้กำลังเลย จากนั้นมีคนที่โต๊ะกลับแต่ไม่ได้ชวนกลับเพราะตั้งใจจะหนีเป็นเพราะว่าเรานั่งอยู่นานแล้วและเราก็ไม่ทราบว่าในร้านมีวัยรุ่นทะเลาะกันหรืออะไรหรือเปล่า เพราะอีกวันแต้วมีงานไปถ่ายละครตอนเช้าเลยถือโอกาสกลับก่อนดีกว่า ต่อมาวันรุ่งขึ้นก็ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์วันนั้นเลยเพราะเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องและเรื่องที่มีข่าวว่าพี่บอลลุกขึ้นยืนพูดแสดงอำนาจด้วยถ้อยคำหยาบคายแต้วไม่ได้ยินค่ะ”    “สำหรับเรื่องที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะตำรวจจะเรียกนักแสดงไปให้ปากคำเพิ่มเติม ตอนนี้แต้วได้ยินแค่ข่าวยังไม่มีคนติดต่อมาเลย แต่ถ้าเขาติดต่อมาเราก็ยินดีไปให้ปากคำอยู่แล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นแต้วพูดตามตรงว่าเราไม่สามารถเล่าอะไรนอกเหนือจากที่เล่าไปได้เลย เพราะเรื่องที่เกิดนอกจากนั้นเราไม่รู้ที่มาที่ไป และไม่ทราบความเป็นไปของเรื่องราวเลยเล่าได้เท่านี้จริงๆ”     “ช่วงแรกที่ข่าวออกมาแต้วค่อนข้างตกใจเพราะข่าวมันค่อนข้างจะชี้เป้ามาที่ดาราเลย แต่ถามว่าได้คุยกับพี่อุ้มหรือยังแต้วได้คุยในช่วงแรกๆ พี่เขาโทรมาขอโทษที่ทำให้เราเดือดร้อนและมาเกี่ยวพันธ์กับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องสภาพจิตใจของพี่อุ้มคือแต้วยังไม่ได้คุยกับพี่อุ้มตั้งแต่วันที่เขาโทรมาขอโทษเราเลย แต่แต้วคิดว่าเขาก็คงงงไม่ต่างกับเราเลย”     “ช่วงแรกเขาคงจับต้นชนปลายไม่ถูก ซึ่งในวันที่ไปกินข้าวด้วยกันแต้วได้รับคำเชิญจากพี่อุ้มและทีมงานละคร ส่วนเรื่องที่คนมองว่าวันเกิดเหตุทำไมดาราไม่ช่วยห้ามคือเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร ถ้าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นตรงหน้าเรา เราก็อาจจะรับรู้อะไรได้บ้างแต่เราไม่รู้ตรงนั้น เรารู้สึกว่าเราเข้าไปทานข้าวและมันไม่ใช่เรื่องของเรา เราไม่รู้จะเข้าไปทำไมเพราะเราไม่เห็นเหตุการณ์อะไรที่ต้องเข้าไปห้ามเลยด้วยซ้ำ เราเห็นแค่คนยืนมุงกันอยู่ กับเรื่องนี้แต้วก็มีอัปเดทข่าวกับมิวและหมากบ้าง เพราะมันเป็นเรื่องราวที่ทุกคนกำลังตามหาความจริงกันอยู่ แต่มันก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีเรื่องที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เราก็เห็นใจทุกฝ่าย ยังไงก็สู้ๆ กันนะคะ” แต้ว ณฐพร กล่าว แต้ว ณฐพร   แต้ว ณฐพร   แต้ว ณฐพร   แต้ว ณฐพร   คุณแม่ของ แต้ว ณฐพร  

มิว นิษฐา ยันไม่มีเอี่ยวการ์ดตื้บลูกนายพล บอกไม่คิดเอาชื่อเสียงไปแลก!!
มิว นิษฐา

    นางเอกสาว มิว นิษฐา หนึ่งในดาราที่โดนพาดพิงมีในข่าวการ์ดดาราตื้บลูกชายนายพลในผับที่ จ.เชียงใหม่ ล่าสุดเธอได้ออกมาเปิดใจ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีการ์ดดารา และไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ เปรยไปเข้าห้องน้ำก็แต่คิวปกติ ตอนเกิดเรื่องเห็นคนมุงกันแต่ไม่ได้เข้าไปดูเพราะกำลังจะกลับพอดี วอนใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว บอกไม่คิดเอาชื่อเสียงมาแลกกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ส่วนทางผู้ใหญ่ช่องและครอบครัวก็เข้าใจ ดังนี้อยากให้เราเล่าเหตุการณ์ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น?    "วันนั้นเป็นวันที่พวกเราไปถ่ายละครกัน และพอเลิกกอง พี่ทีมงานที่เขารู้จักกับพี่อุ้มก็เลยมาชวนกันไปร้าน ซึ่งตอนที่ไปก็ไม่มีอะไรนะคะ เราก็สนุกสนานกันปกติ แต่สักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาบอกกับเราว่าเขาเป็นคนของทางร้านนะ ถ้าหากมีอะไรก็สามารถบอกเขาได้ เช่นมีคนมาขอถ่ายรูปหรืออะไรก็สามารถมาบอกกับเขาได้ ซึ่งเราก็ตอบกลับไปว่า อ๋อโอเคค่ะๆ แต่ก็ไม่ได้อะไร หลังจากนั้นสักพักเราก็อยู่ของเราไปเรื่อยๆ จนเราไปเข้าห้องน้ำ และตอนที่ออกมาก็คือไม่ได้มีอะไร ทุกอย่างสงบดี มีคนมาขอถ่ายรูปบ้างปกติ"คนที่เข้ามาคุยกับเราคนนี้เขาคือเจ้าของร้านหรือว่าใคร?    "เขาเหมือนเป็นเจ้าหน้าที่ของร้านค่ะ แต่มิวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาเป็นใคร"อย่างข่าวที่ออกมาช่วงแรกมันเหมือนมีการระบุด้วยว่าดารามีส่วนในการสั่งการ์ดให้ทำ?    "พวกเรางงมาก เพราะวันนั้นไม่ได้มีอะไรเลย เราก็แยกย้ายกลับปกติ ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำงาน เพราะว่าวันนั้นพี่แต้วกับพี่หมากเขามีถ่ายละครตอนเช้า ก็เลยต้องรีบกลับค่ะ ประมาณ 5 ทุ่มกว่า เกือบเที่ยงคืนก็กลับแล้ว ซึ่งอย่างที่บอกเราค่อนข้างงงมากว่ามีชื่อพวกเราไปอยู่ในรายชื่อที่รุมกระทืบได้ยังไง งงมากๆ มากๆ เลยค่ะ"ระหว่างที่พวกเราอยู่ที่ร้านไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยใช่ไหม?    "ไม่มีอะไรเลย ตอนไปเข้าห้องน้ำและออกมาก็ไม่ได้มีคนทะเลาะกันหรืออะไรอยู่หน้าห้องน้ำนะ เราก็ไปนั่งที่ของเราปกติ"ช่วงจังหวะที่อยู่ในร้านเราได้เห็นใครหรืออะไรกับใครเป็นพิเศษบ้างไหม?    "หนูไม่ได้สังเกตใครเลยค่ะ เพราะตัวร้านเองก็ใหญ่เหมือนกัน คนก็เยอะแยะ หนูก็เลยไม่ได้สังเกตใครอ่ะค่ะ"ในวันนั้นเราเห็นเหตุการณ์หรือเห็นอะไรแปลกๆ บ้างหรือเปล่า?    "มีตอนก่อนจะกลับค่ะ คือเห็นว่ามีคนมุงๆ กันอยู่มุมนู้น แต่ก็ไม่ได้เห็นว่าเขาทำอะไรกัน แค่เห็นเฉยๆ ว่ามีคนกำลังมุงๆ ซึ่งมันก็เป็นจังหวะที่เราจะกลับอยู่แล้ว ด้วยเนื่องจากว่ามันค่อนข้างดึก"ส่วนตัวเราคิดไหมว่ามันอาจจะเป็นเพราะเรื่องที่เรามีสิทธิพิเศษไม่ให้คนอื่นเข้าห้องน้ำ?    "มิวจะอธิบายให้ฟังว่า ห้องน้ำมันเป็นห้องน้ำหญิงกับห้องน้ำชายแยกกัน และก็ห้องน้ำหญิงมันก็มีแค่ 2 ห้องเองในนั้น ซึ่งเวลาที่มิวไปเข้า มิวก็จะไปเข้ากับพี่แต้ว คือเราเข้ากันคนละห้องก็เต็มแล้ว ยังไปต่อคิวอยู่เลยตอนก่อนที่จะเข้าเพราะว่าก่อนหน้านั้นก็มีคนเข้าห้องน้ำอยู่"แสดงว่าไม่ได้มีการปิดห้องน้ำเพื่อให้ดาราเข้าอย่างที่เป็นข่าว?    "เราไม่ได้กั๊กนะคะ แต่อย่างที่บอกว่าห้องน้ำมันมีแค่ 2 ห้อง ซึ่งพอมิวกับพี่แต้วเข้าไปมันก็อาจจะเต็มแล้วหรือเปล่า ก็เลยงงว่าเราใช้สิทธิอะไรยังไง เพราะเราก็ยังต่อคิวเข้าปกติ เพราะห้องน้ำที่ใช้ก็เป็นห้องน้ำสาธารณะของทางร้าน"แล้วกับข้อความที่มีคนออกมาบอกว่าคนที่ทำร้ายไม่ได้เป็นการ์ดของดารา แต่เป็นการ์ดของทางร้านที่เขาช่วยจัดการให้ อันนี้คือยังไง?    "ใช่ค่ะ ไม่ใช่การ์ดของพวกเรา พวกเราไปกันแบบว่าเด็กน้อยมาก"อย่างตอนที่อยู่ในร้านเราได้นั่งโซนพิเศษหรือว่ามีคนคอยมาคุมด้วยหรือเปล่า?    "ไม่ใช่โซนพิเศษอะไรเลยค่ะ เป็นโต๊ะปกติ โต๊ะอยู่ในระดับเดียวกันหมดเลย ไม่ได้มีการ์ดอยู่รอบๆ เลยด้วย จะมีก็แค่พนักงานเสิร์ฟที่เดินไปเดินมา กับผู้ชายคนหนึ่งที่เขาเดินมาบอกว่าเขาจะช่วยดูแล ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราเวลาเราไปห้องน้ำหรือว่าไปอะไร"อันนี้คือเป็นทางผู้ใหญ่สั่งให้หรือว่า?    "น่าจะเป็นคนของทางร้านอยู่แล้วนะ แต่มิวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะว่าเพิ่งเคยเจอเขาวันนั้นครั้งแรก"ตั้งแต่เกิดเรื่องราวเป็นประเด็นขึ้นมาเราได้มีโอกาสคุยกับ อุ้ม ลักขณา แล้วหรือยัง?    "ยังไม่ได้คุยเลยค่ะ เพราะเอาจริงๆ ตัวมิวเองก็ไม่ได้สนิทกับพี่อุ้มมากเป็นการพิเศษ ไม่ได้มีแชทค่ะ"เราคิดไหมว่ามันจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้?    "ตอนแรกที่เห็นข่าวก็ยังขำๆ อยู่เลยว่ามาได้ยังไง งงเหมือนกัน แต่ไปๆ มาๆ เหมือนเรื่องมันจะเริ่มใหญ่แล้วอ่ะ เริ่มจะแบบว่าตกใจแล้วเหมือนกัน"ทางแม่ผู้เสียหายก็บอกว่าทำไมตอนที่เขามีเรื่อง เราเป็นดาราถึงไม่เข้าไปช่วยห้าม?    "ตอนนั้นมิวยังไม่เห็นเลยว่าเขามีเรื่องอะไรกัน เห็นแค่ว่ามีการมุง แต่ไม่เห็นว่าเขามุงอะไรหรือว่าทำอะไรด้วยซ้ำไป เนื่องจากว่ามันเป็นจังหวะที่เรากำลังจะกลับอยู่แล้ว เพราะเราตั้งใจไว้ว่าจะกลับกันก่อนเที่ยงคืน"ตอนนั้นมีคนมาบอกให้เรากลับด้วยไหมว่าแบบ กำลังมีเรื่องเลยให้เรากลับก่อน?    "ไม่ค่ะ เพราะพี่ช่างแต่งหน้าที่ไปด้วยกันเขาเป็นคนบอกว่ากลับได้แล้วนะ ดึกแล้ว แค่นั้นเอง"มีผลกระทบกับเรายังไงบ้างสำหรับข่าวที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้?    "ก็คือบางคนที่เขาอ่านข่าวและเขาเชื่อไปตามข่าวนั้นแล้ว มิวก็อยากให้แบบว่าใช้วิจารณญานนิดหนึ่ง เพราะโดยส่วนตัวเราเอง เราเป็นนักแสดง เรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ ฉะนั้นเราคงไม่เอาชื่อเสียงเราหรือเอาตัวเราไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว"ณ ตอนนี้ผู้ใหญ่ทางช่องได้มีการพูดถึงเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า?    "สำหรับตัวมิวเองยังไม่ได้มีใครมาพูดนะคะ ยังไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเรา เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวนักแสดงเลย มิวกล้ายืนยันเลยว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง เราไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ยุ่งอะไรด้วยเลย การ์ดก็ไม่ใช่การ์ดเรา ไม่ได้มากับเรา"ทางบ้านเราว่ายังไงบ้างกับเรื่องที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้?    "พ่อแม่ไม่ได้ถามอะไรมากค่ะ เพราะเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันไม่ใช่เรื่องจริง แต่เหมือนเป็นการพาดหัวมากกว่าที่ทำให้ดูรุนแรง ให้เกี่ยวกับโยงกับพวกเรา ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ได้เกี่ยวโยงกับพวกเรา"แต่ล่าสุดเห็นว่ามีคนออกมาให้การแล้วว่าไม่เกี่ยวกับกลุ่มดารา?    "ต้องขอบคุณมากค่ะ ที่ออกมาพูดออกมาเล่าความจริงให้คนได้ฟัง เพราะถ้ามิวเล่าเองมันก็จะมีคนที่เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ถ้าหากเป็นคนของฝั่งนู้นได้มาเล่าให้ฟัง ก็อาจจะมีน้ำหนักมากขึ้น"เข็ดเลยไหมกับการไปเที่ยว?    "จริงๆ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมิวเลยนะ กล้ายืนยันเลยว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมิวเลย แต่ถ้าหากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการสืบสวนหรือว่าอะไรมิวก็ยินดีค่ะ"กลัวไปเลยไหมกับการที่จะต้องไปเที่ยวในสถานที่แบบนี้?    "จริงๆ แล้วมันเป็นเหมือนร้านอาหารด้วยซ้ำไป แต่เป็นร้านอาหารที่มีดนตรีสด และก็มีเด็กๆ มีครอบครัวมากินข้าว คือมันไม่ได้เป็นผับอ่ะค่ะ" มิว นิษฐา   มิว นิษฐา   มิว นิษฐา   มิว นิษฐา  

โลเกชั่น และ 4 คาแรกเตอร์เฉพาะกิจ ที่คุณจะพบได้เฉพาะที่
ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ /  ปรมะ อิ่มอโนทัย / 

กลับมาอีกครั้งกับผลงานภาพยนตร์จากผู้กำกับดอกไม้เหล็กแห่งประเทศไทย กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ภายใต้ชื่อเรื่อง ปั๊ม-น้ำ-มัน กับการเนรมิตฉากปั๊มน้ำมันสไตล์ตะวันตกขึ้นเพื่อเป็นโลเกชั่นสำคัญ ซึ่งจุดนี้ผู้กำกับของเราได้เล่าว่า... “มีการสร้างปั๊มน้ำมันขึ้นมาจริง ๆ เพื่อถ่ายทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะเราหาโลเกชั่นปั๊มน้ำมันสไตล์อเมริกาแบบนี้ในไทยไม่ได้เลย กอล์ฟเลยทำโปรดักชั่นดีไซน์เองทั้งหมด ซึ่งความตั้งใจดีไซน์หนังทั้งเรื่องว่าปั๊มนี้ต้องอยู่ห่างไกลความเจริญ มีพื้นเป็นดินแดง ๆ เหมือนในเท็กซัส มีฉากหลังเป็นภูเขาล้อมรอบกั้นตัวละครไม่ให้ออกไปไหนได้ เพราะฉะนั้นปั๊มก็ต้องอยู่ในที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีบ้านคน ณ บริเวณนั้น ซึ่งต้องไม่ใช่กรุงเทพและปริมณฑล ตอนแรกคิดว่าจะไปหาโลเกชั่นแถวจ.ลพบุรี หรือเขาใหญ่ แต่มันก็ไม่มีที่แบบนั้น พอดีโปรดิวเซอร์บอกว่าแถวบ้านเขามีที่ลักษณะแบบนั้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โปรดิวเซอร์ก็ขับรถกลับบ้านไปตระเวนถ่ายรูปปั๊มน้ำมันทั้งอำเภอมาให้ดู ตอนแรกกอล์ฟรู้สึกว่ามันยังไมใช่ก็เลยเดินทางไปดูด้วยตัวเอง ไปดูตามปั๊มต่าง ๆ มันก็เป็นปั๊มริมถนนทางหลวง ถนนลาดยาง มีเสาไฟฟ้า ถึงแม้จะมีทุ่งนาสวย ๆ แบบที่เราอยากได้ แต่ภูเขาก็มีฝั่งเดียวบ้าง ดินถนนก็ไม่เป็นดินแดง จนกระทั่งโปรดิวเซอร์ขับรถพาไปดูที่อ่างเก็บน้ำ ระหว่างทางขับผ่านเวิ้งก่อนถึงอ่างเก็บน้ำ กอล์ฟเงยหน้าขึ้นไปดูบอกให้รถตู้จอดพอลงไปปุ๊บก็บอกโปรดิวเซอร์ว่าเอาตรงนี้แหละ ทั้งโปรดิวเซอร์กับอาร์ตไดเร็คเตอร์มองหน้ากันแบบงงๆ  สรุปตกลงกันว่าเราจะสร้างปั๊มน้ำมันขึ้นมา โดยให้อาร์ตไดเร็คเตอร์สเก็ตภาพปั๊มน้ำมันสไลต์เท็กซัสตามแบบที่อยากได้ มีทั้งปั๊ม บ้านพักทุกอย่างอยู่ในนั้นครบหมด เราใช้เวลาสร้างปั๊มน้ำมันสามสัปดาห์ ต้องไปขนเอาไม้เก่าที่อยู่อีกอำเภอหนึ่งมาสร้าง เพื่อให้ได้ความเก่าของปั๊มที่สมจริง กอล์ฟดีไซน์เอาไว้ว่าต้องมีครัวอยู่หลังปั๊ม ต้องมีห้องน้ำอยู่ข้างปั๊ม ต้องมีเสาหมุน ๆ ทุกอย่างอาร์ตไดเร็คเตอร์จัดมาให้เหมือนในฝันทุกอย่างเป๊ะ ส่วนงบในการสร้างก็ไม่มโหฬารเท่าไหร่นัก เพราะเรามีงบประมาณที่ค่อนข้างชัดเจน  เราก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งมีเวลาในการถ่ายประมาณ 1 เดือน พอเราตัดร่างแรกเสร็จความยาวของหนังประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ เลยต้องทำให้เราต้องใช้เวลาตัดต่อเลือกฉากบางฉากทิ้งไปบ้าง ซึ่งรวมเวลาช่วงโพสโปรดักชั่นในการตัดต่อเกือบปีเพราะเรามีฟุตเทจเยอะมาก เราตระเวนถ่ายรอบ ๆ อำเภอนั้นเกือบทั้งหมดทุกแห่ง    โลเกชั่นหลักอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน และระหว่างเรื่องเรามีไปถ่ายที่น้ำตก กระท่อมปลายนา ทุ่งนา เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ถนนเวิ้งว้าง สิ่งที่เราต้องทำการบ้านหนักมากคือการทำแผนที่การถ่ายทำให้สถานที่ต่าง ๆ เราส่งทีมผู้ช่วยไปฝังตัวอยู่ในพื้นที่เป็นเดือน ๆ เราต้องวางแผนกันอย่างรัดกุม เพราะดาราแต่ละคนมีคิวที่จะต้องไปทำงานที่อื่น ๆ อีก แถมวันสุดท้ายที่ปิดกล้องหนังเรื่องนี้คือวันที่ 28 ธันวาคม ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นวันหยุดปีใหม่ซึ่งไม่มีใครทำงานแล้ว เพราะฉะนั้นผู้ช่วยต้องเวลาเรื่องแผนที่ เวลาในการเดินทางไปแต่ละโลเกชั่น จัดลำดับรถของทีมงานเพื่อมาให้เป็นการเสียเวลาในการทำงาน แผนที่ต้องเป๊ะ เพราะไม่มีใครเคยไปจะทำให้หลงกันง่ายมาก…” ส่วนในแง่นักแสดงนำของเรื่องทั้ง 4 คน ก็มีบทบาทที่โดดเด่นและแตกต่างกัน ได้แก่... ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย รับบทเป็น มั่น เจ้าของปั้มเป็นชายหนุ่มหล่อที่ชื่นชอบการสวมชุดคาวบอยอยู่ตลอดเวลา เขาอาศัยอยู่เพียงลำพัง หลังจากคนรักหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มั่นเฝ้ารอยคอยการกลับมาของคนรักมานานกว่า 20 ปี เขาเป็นคนยึดมั่นถือมั่นในความรักเหมือนชื่อของเขา ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบทเป็น เจ๊มัท สาวใหญ่อดีตนางนพมาศค้างปี เจ๊มัทชอบใส่ชุดไทยสีแดงสด นางเป็นแม่ค้าขับรถพุ่มพวงขายของชําอยู่ในหมู่บ้าน สาวใหญ่ที่ตกหลุมรักมั่น เธอมักจะเอาข้าวเอาน้ำเอาของใช้ต่าง ๆ มาให้เขาอยู่เสมอ เธอเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบผูกมัดเรืองราวของความรักไว้เสมอ แม็กกี้ อาภา ภาวิไล รับบทเป็น ฝน เด็กสาว ม.ต้นอายุ 15 ปีที่ชอบสวมชุดเจ้าหญิงดิสนี่ย์และซุปเปอร์ฮีโร่สาว เธอชอบขี่มอเตอร์ไซค์มาหามั่นที่ปั๊มน้ำมัน และชอบมานั่งเล่าว่ามีใครเรียนอยู่ห้องไหนมาจีบเธอบ้าง  ถึงแม้มั่นจะไม่สนใจแต่เธอก็เล่าของเธอไปเรื่อย ๆ เหนื่อยเมื่อไหร่ก็ขี่รถกลับบ้าน เธอเป็นเด็กสาวที่ไม่ยึดติดกับความรัก หนูจ๋า อาชิรญาณ์ แก้วกัญญา รับบทเป็น นก คนรักของมั่นที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากแต่งงานได้ไม่นาน เธอเป็นหญิงสาวรักอิสระ เธอมักจะซ่อนความรู้สึกไว้ภายในสายตาเศร้า ๆ ของเธอ ปั๊ม-น้ำ-มัน เข้าฉาย 8 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

Lion ส่งให้ นิโคล คิดแมน คว้ารางวัลสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก Hollywood Film Award
David Vanhem /  Dev Patel / 

Lion จนกว่า...จะพบกัน ถือเป็นภาพยนตร์ที่สร้างกระแสกวาดคำชมจากนักวิจารณ์อย่างถล่มทลาย เมื่อเปิดตัวครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต และกำลังกลายเป็นตัวเก็งในรางวัลออสการ์ ล่าสุด นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) หนึ่งในนักแสดงจาก Lion คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องนี้ในงาน Hollywood Film Award งานนี้เธอเฉิดฉายด้วยชุดราตรีพร้อมกับ เดฟ พาเทล (Dev Patel) ดารานำของเรื่อง จากการคว้ารางวัลสมทบหญิงครั้งนี้ ทำให้เธอกลายเป็นตัวเก็งในการเข้าชิงออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิง Lion จนกว่า...จะพบกัน ผลงานที่สร้างจากเรื่องจริงว่าด้วยเรื่องราวของ ซารู รับบทโดย เดฟ พาเทล (Dev Patel) เด็กหนุ่มชาวอินเดียที่พลัดหลงจากพี่ชายและแม่ แล้วได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลีย รับบทโดย เดวิด แวนแนม (David Vanhem) และ นิโคล คิดแมน เมื่อเขาเติบโตขึ้น ซารูจึงตัดสินใจตามหาครอบครัวที่แท้จริงด้วยเทคโนโลยีอย่าง Google Earth Lion จนกว่า...จะพบกัน เข้าฉายในไทย 5 มกราคม 2017 (เปิดรอบพิเศษ 29 ธันวาคม – 4 มกราคม)

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬  , เรื่องย่อบ่วงบรรจถรณ์‬
ละครบ่วงบรรจถรณ์ /  เรื่องย่อละครบ่วงบรรจถรณ์ / 

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬ ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัดกำกับการแสดง : ภวัต พนังคศิริควบคุมการดำเนินงาน : อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เรื่องยอ ละครบ่วงบรรจถรณ์ บ่วงบรรจถรณ์ เป็นเรื่องวราวของ แพรนวล บุตรสาวคหบดีชาวเชียงรายที่ตัดสินใจหลีกหนีจากสามีเจ้าชู้ ไปอยู่เชียงรายเพื่อรับมรดกบ้านโบราณของบิดา แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของมีความชอบใจจึงนำมาใช้นอน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแม่บ้าน การนอนคืนแรก แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ชอบและนอนหลับไปบนเตียง เมื่อตื่นเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง ด้วยเวลาที่ย้อนกลับมาห้าสิบสี่ปี และ ได้พบกับหลาวเปิง บุตรบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนครเชียงตุงและตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง ละครบ่วงบรรจถรณ์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท หลาวเปิงใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท แพรนวล ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

ยังไงละเนี่ย! ย้ายค่ายหรอ? ไนกี้ ลูกรักคุณบอยช่อง ONE โดดมาเล่นละครช่อง 8
ไนกี้ ธนดล /  แคทลียา อิงลิช / 

  ไหนว่าเป็นจะดันให้เป็นพระเอกเบอร์หนึ่งของช่อง ONE แต่ไฉนพระเอกหน้ายาวสันดั้งคมอย่าง ไนกี้ นิธิดล พระเอกลูกรักของบอสใหญ่ค่ายเอ็กแซ็กท์ คุณบอย ถกลเกียรติ ถึงกระโดดจากฝั่งอโศก มายังลาดพร้าวได้ละเนี่ย เพราะอยู่ๆ หนุ่มไนกี้ ก็ได้มาร่วมถ่ายฟิตติ้งให้กับทางช่อง 8 เรื่อง เพลิงรักไฟมาร ของผู้จัดฯ เอ๊ะ อิศริยา ในฐานะพระเอกละครเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังมีแดนซ์ซิ่งควีนอย่าง สาวแคท แคทรียา อิงลิช เจ้าของเพลงแดนซ์ระดับตำนานอย่าง โอเค! นะคะ ของค่ายแกรมมี่ ก็มาร่วมแจมเป็นนางร้ายปากแดงแซบเวอร์ในละครเรื่องอีกด้วย แม้ว่าสาวแคทจะไม่มีสัญญาอะไรกับทางค่ายแกรมมี่แล้วก็ตาม แต่ก็ยังเห็นสาวแคทร่วมงานกับทางแกรมมี่ เดินเข้าเดินออกในตึกเป็นว่าเล่น     นอกจากนี้ยังมีดาราคนอื่นๆ จากหลายช่อง หลายค่าย มาร่วมแจม อาทิ จินนี่ ธนิดา ดาราสาวที่ชอบครองตำแหน่งบทเพื่อนนางเอกของช่อง 3 หรือจะเป็นหนุ่มจากค่ายโพลีพลัส บอล อัศนัย และนางงามคุณหมอผู้ได้มงฯ จาก สงครามนางงามซีซั่น1 ทางช่อง ONE อย่าง กวาง ดารัณ ก็มาร่วมแจมความแซบของละครเรื่องนี้   ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จกับกระแสข่าวลือที่ว่า ช่อง 8 จะรอดูดดาราตัวเปรี้ยงๆ ที่หมดสัญญาจากช่อง จากค่ายต่างๆ มาร่วมงานด้วย เพราะแค่เห็นภาพฟิตติ้งของละครเรื่องนี้ หลายๆ คนก็ยังคิดว่านี่เป็นละครของช่อง ONE หรือเปล่า???            

ถล่มยับ! โซเชียลขุดหลักฐานมัด อุ้ม-บอล เคยบอกว่าเป็นหุ้นส่วนมาลินสกาย!!
อุ้ม บอล /  อุ้ม ลักขณา / 

     ดูท่าว่าเรื่องการ์ดของร้าน มาลินสกาย(Malin Sky) ทำร้ายลูกชายนายพล จะไม่จบลงง่ายๆ ซะแล้ว หลังดาราสาว อุ้ม ลักขณา พร้อมสาว โบว์ เบญจศิริ และทนาย ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงไปวานนี้(27 พ.ย.) ที่ The core chiangmai hotel จ.เชียงใหม่ ส่วนหนุ่ม บอล กฤษนะ นั้นอ้างติดธุระด่วน โดยบอกว่าหนุ่มบอลไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร้านมาลินสกาย หรือที่เกิดเหตุ ล่าสุดเจอขุดหลักฐานทั้งคลิปและคอมเม้นท์ของสาวอุ้มและบอลแฟนหนุ่มโผล่ว่อนโซเชียล ยืนยันว่าทั้งคู่เคยบอกว่าบอลเป็นเจ้าของร้าน จุดนี้คนลุกฮือกันไปคอมเม้นท์โจมตีทั้งคู่กันหนักมาก... เอาเป็นว่าใจเย็นกันก่อนรอเจ้าตัวออกมาเคลียร์อีกครั้งแล้วกันจ้ะ ขอขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @aummy โซเชียลขุดหลักฐาน อุ้ม - บอล เคยบอกเป็นเจ้าของร้าน มาลินสกาย   อุ้ม - บอล   อุ้ม - บอล   อุ้ม - บอล  

ลูกเกด เคลียร์ข่าวลือ! ทะเลาะเดือดจน มาช่า ถอนตัวเมนเทอร์เดอะเฟซ 3
ลูกเกด เมทินี /  มาช่า วัฒนพานิช / 

        แซ่บจริงอะไรจริงตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์เลยทีเดียว สำหรับรายการ เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ที่ซีซั่นนี้ได้เมนเทอร์คนใหม่อย่าง มาช่า วัฒนพานิช มาร่วมเพิ่มความสนุกให้กับรายการ แต่ก็ตามมาพร้อมกระแสข่าวลือมากมาย ทั้งข่าวเมนเทอร์หวิดตบกลางรายการ ทะเลาะกันจนกระทั่งมีข่าวลือว่า สาวมาช่า ขอถอนตัวออกไปแล้ว ล่าสุดเจอ เมนเทอร์ลูกเกด มาร่วมงาน "Numero Thailand Seminar on Best Beauty Brand Products 2016-17" จึงได้สอบถามถึงข่าวลือดังกล่าว งานนี้ เมนเทอร์ลูกเกด ออกตัวว่าอยากเล่าแต่พูดไม่ได้ ให้รอติดตามชมในรายการและฟังจากปาก มาช่า เอง ด้าน คุณเต้ กันตนา เจ้าของรายการประกาศชัด ใครสปอยล์ก่อนโดนฟ้องแน่!!              "ที่คนสงสัยเดอะเฟซไทยแลนด์ซีซั่น 3 พี่มาช่าหายไปไหนก็ต้องรอดูค่ะ อันนี้ก็ไม่รู้พี่ช่าจะตอบยังไงนะคะ ก็ต้องรอดูว่ารายการปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง ข่าวว่าพี่ช่าถอนตัวเพราะหายไป 2 เทป อันนี้ก็บอกอะไรไม่ได้ เพราะเดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ว่าอะไรมันเกิดขึ้น แต่รู้สึกว่าตอนนี้มีกระแสมากมาย แต่ขอบอกเลยว่าปีนี้มีดาราชื่อดังมาเยี่ยมมาร่วมในรายการเดอะเฟซฯ เยอะมาก มีเยอะแทบจะทุกสัปดาห์ทุกเทปเลย เพราะฉะนั้นรอดูค่ะ ก็เหมือนกับทุกปีที่เราจะมีกรุ๊ปไลน์ไว้ส่งข่าวตอบกันอะไรอย่างนี้ ส่วนกระแสที่บอกว่าจะตบกันกลางรายการ อันนั้นเราสัมภาษณ์แบบสนุกสนานขำๆ ก็ดุเดือด ซีซั่นที่แล้วก็ดุเดือด ก็มีทะเลาะกัน ปีนี้ก็ไม่น้อยค่ะ ก็สนุกเหมือนกัน"              "ข่าวที่ว่าสร้างกระแสทะเลาะกันจนพี่ช่าออกหรืออะไร เกดต้องบอกว่าแฟนคลับของรายการนี้เค้าเก่งมากเลย เค้าดูทุกจุด ทุกเม็ด ทุกหยด คอยสังเกตทุกอย่างเลย ชุดนี้ใครใส่ ชุดนั้นใครไม่ใส่ ทำไมคนนั้นดูเด่นกว่า คือเค้าต้องการจะดูแล้ว ทุกอย่างเค้าเอามาเป็นกระแสหมด เท่าที่ทราบทางรายการก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไร เพราะฉะนั้นเกดก็คงไม่สามารถจะบอกอะไรได้มากมาย แต่บอกได้แค่ว่าสนุกมากๆ"               "ส่วนที่คนจับผิดจากวันเกิดบีว่าไม่มีพี่ช่า จริงๆ วันนั้นก็จะไม่มีเกดนะคะ เพราะวันนั้นเราถ่ายเสร็จแล้วต้องรีบไปสนามบิน กำลังจะก้าวขึ้นรถอยู่ก็โดนคว้ามา ตอนนั้นคือกำลังจะกลับบ้านที่ภูเก็ตค่ะ พอเสร็จแล้วก็รีบไปสนามบินเลย แต่ยังไงก็ต้องรอดูนะคะ มันก็มีบ่อยครั้งที่เมนเทอร์ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 3 คน มันก็มีถ่ายเดียว ถ่ายแก๊งใครแก๊งมัน เราก็เครียดอยู่เหมือนกัน เพราะมีรูปเยอะมากที่อยากจะลง ที่ถ่ายกับลูกสาว แต่ไม่สามารถลงเพราะเดี๋ยวความแตก แต่จะบอกให้ว่าแฟนคลับเค้าละเอียดแค่ไหน มีอยู่วันนึงเกดพาน้องๆ ทีมซีซั่น 3 ไปยิงเลเซอร์แล้วเกดหันหน้าใส่กล้อง ให้สาวๆ หันหลังเพื่อให้มันสนุกสนาน ให้คนเค้าดูกันไป แฟนคลับก็สังเกตไปวงกลมสร้อยว่าคนนี้เคยใส่ ต้องอยู่ทีมลูกเกดแน่เลย คนนี้เคยใส่เสื้อตัวนี้เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เห็นมั้ยมีความอยากดูรายการนี้มากค่ะ"               "ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าคุณเต้ขู่จะฟ้องคนสปอยล์ คันมากเลยอยากเล่ามาก อันนี้อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาเคยมีบุคคลที่เคยลงสปอยล์ ซึ่งถ้าคุณทำแบบนั้นมันก็น่าเสียดาย เพราะคนเค้ารอดู คนมาสปอยล์มันก็ไม่สนุก เกดก็เลยคิดว่าคุณเต้ไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ก็อาจจะต้องใช้เรื่องกฎหมายเข้ามาช่วย เพราะมันก็ไม่ควรสปอยล์ เวลามีคนสปอยล์ไม่เสียเซลฟ์ค่ะ เพราะว่าไม่ได้เป็นเจ้าของรายการ (หัวเราะ) มันก็เสียดายอรรถรส บางทีก็อึ้งว่าเค้ารู้กันได้ไง ใครสปอยล์ เหมือนอยู่ที่กองถ่ายเลย หรือหลุดจากกองถ่ายจริงๆ บางทีทีมงานเค้าก็คุมไม่ทั่วถึง ก็พยายามเก็บเป็นความลับให้มากที่สุด เพราะเป็นรายการที่คนสนใจมาก เราก็อยากทำให้ดีและสนุกที่สุด"               "คุณเต้ก็บอกถ้าใครสปอยล์จับได้จะฟ้อง โดยเฉพาะคนในกองเลยค่ะ บางทีช่างแต่งหน้าประจำของเกดมาไม่ได้แล้วเป็นช่างคนอื่นมา เราต้องคอยเตือนเค้าว่า อย่าถ่ายรูปเล่น จะโพสต์อะไรต้องระวังหน่อย บางทีเราโพสต์แป๊บเดียวแล้วลบ แต่มันไปไกลแล้วก็ต้องระวังหน่อย ตอนนี้ถ่ายไปประมาณ 9-10 เทปแล้วค่ะ เวลาคนถามมากๆ ก็ไม่รู้สึกกดดันหรือเครียด เรารู้สึกดีที่มีคนสนใจ รักและอยากรู้อยากเห็นอยากดูรายการนี้ แต่ถ้าคนไม่ถามนั่นสิ จะรู้สึกว่าไม่มีใครอยากดูรายการไม่มีใครสนใจเหรออะไรแบบนี้" ลูกเกด กล่าว      ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด เมทินี   ลูกเกด-มาช่า   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3   เมนเทอร์เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3  

ลุ้นต่อไป แก้ว ไม่ระบุสถานะ! ป้อง โอกาสรีเทิร์น 50:50
แก้ว ป้อง /  แก้ว จริญญา / 

    ดาราสาว แก้ว จริญญา บอกขอบคุณคนเชียร์รีเทิร์น ป้อง ณวัฒน์ สถานะอยู่ในจุดที่ระบุไม่ได้ให้ดูกันต่อไป แจงไปเที่ยวด้วยกันบังเอิญว่างตรงกัน บอกไปทำบุญ รับเป็นทริปแรกหลังจากห่างกันไป โอกาสรีเทิร์น 50:50 ส่วนเรื่องฉากเลิฟซีนกับ บี้ เดอะสตาร์ เปรยเบาเบาไม่มีอะไรมาก กระแสซิงเกิ้ลใหม่ดี สำหรับข่าวเสียลละครแทน ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก บอกยังไม่มีใครติดต่อมา รับมีคุยละครยาวแต่จะประกบเรื่องแรกกับหนุ่มป้องไหมรอติดตาม...    “ความสัมพันธ์หลายกับพี่ป้อง ตอนนี้ก็ยังตอบไม่ได้ เพราะอย่างที่ทุกคนทราบว่าแก้วเพิ่งกลับมาทำงาน แล้วก็ทำร้านอาหารอีก ยุ่งมากเลย เลยไม่มีเวลาคุยกับใคร หรือคุยกันเรื่องนั้น โสดทั้งคู่ ใช่ก็โสดด้วย ต้องขอบคุณทุกคนที่สนใจ ยังไม่รู้เลยว่าจะยังไง ยังไงก็ติดตามกันไปก่อนแล้วกัน(หัวเราะ)”    “ไปเที่ยวด้วยกัน แก้วกับพี่ป้องก็ไปทำบุญกันกับพี่หมอเอกอยู่แล้ว เหมือนวันนั้นบังเอิญมากกว่า เราว่างตรงกันพอดี เราและพี่เขาก็จะไปไหว้ตรงนั้นอยู่แล้ว ไปด้วยกันก็ได้ไม่ซีเรียส ดูแลเราดีไหม ไม่นะ ก็ทำตัวปกติ เป็นพี่น้องกัน สนิทกัน โสดแล้วพี่ป้องแซวไหม (ยิ้ม)ไม่ได้คุยกันเรื่องส่วนตัวเลยค่ะ”    “คนเชียร์รีเทิร์นเยอะ ก็ขอบคุณค่ะ ดูโพลอยู่นะในอินเตอร์เน็ต มีการเชียร์กัน ก็ขอบคุณมากๆ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้จริงๆ ว่ายังไง ทริปแรกตั้งแต่ห่าง ใช่ค่ะ เหมือนมันไม่ค่อยมีโอกาสมากกว่า ทำงานก็ไม่ค่อยได้เจอกัน มันก็เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกัน”    “มันเหมือนไม่ได้เจอกันนานเนอะ เจอกันก็มีความผูกพันก็ถูกแล้ว คนเลยสนิทกัน แรงเชียร์ช่วยกระตุ้นไหม ยังไม่ติดค่ะ ก็อย่างที่บอก ดูกันไปเรื่อยๆ ดีกว่า ถ้าตอนนี้มีความสุขก็ขออยู่แบบนี้ไปก่อน เกี่ยวกับพี่ป้องสนิทกับสาวต่างชาติไหม ไม่รู้ เราก็ไม่ได้รู้เรื่องส่วนตัวของพี่เขาอยู่แล้ว เราไม่ได้ไปถามว่ามีแฟนหรือยังไงหรือเปล่า หรือพี่เขาเป็นใคร อยู่ตรงนี้เป็นพี่น้องกันก็แฮปปี้ดี”    “พี่ป้องบอกว่าโสดแล้ว (หัวเราะ)ยังไม่รู้เนอะ ค่อยๆ ดูกันไปแล้วกัน ก็มีคุย ปรึกษากันเรื่องงาน เพราะเราก็เข้าไปเล่นละครกับค่ายพี่เขา ปรึกษาเรื่องงานบ้าง คุยทุกวันไหม ก็ไม่ขนาดนั้น”    “ทวงเครดิตการถ่ายรูปให้กัน แหม แอบส่องนะเนี่ย เราถ่ายรูปให้ก็ต้องลงเครดิตให้ใช่ไหม ความสัมพันธ์ดีขึ้นเรื่อยๆ ไหม ดีขึ้นไหม มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น คนเลิกกันไม่จำเป็นต้องเกลียดกัน เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้ เราไม่ได้ปิดโอกาสกับใครเลย ไม่ใช่แค่พี่เขาคนเดียว"    “ก็ปกติ อย่างเราเปิดร้านทำธุรกิจ ทำงานไปด้วย เขาก็มีเป็นห่วงว่าจะพักผ่อนพอหรือเปล่า วันเปิดร้านเขาจะมาไหม ยังไม่ทราบเลย ถ้าเรียกค่าตัวมาก็คงไม่เชิญ ถามว่าวันนี้ได้บอกไหม ก็มีบอก มีเชิญว่าถ้าว่างก็มา เพราะช่วงนี้พี่เขาถ่ายละครเยอะ"    “โอกาสรีเทิร์นตอนนี้ 50:50 ยังไม่รู้เลยเนอะอนาคตจะเป็นยังไง ตอนนี้เราแฮปปี้ดีก็ทำตรงนี้ให้ดีก่อน หนุ่มๆ คนอื่นมาจีบ โห ตอนนี้ยังไม่มีเลยจริงๆ ค่ะ แห้งมาก(หัวเราะ) บันไดแห้งมาก ทำงานไปก่อน”    “ฉากจุ๊บกับพี่บี้ เดอะสตาร์ เป็นเหมือนการจุ๊บกันที่ไม่ใช่เลิฟซีนจริงจังขนาดนั้น เป็นจังหวะคอมเมดี้ จุ๊บปุ๊บก็ผลักออก เราก็มีขอๆ ไว้ แต่ก็ไม่ถึงกับซีเรียสว่าจูบกันจริงจังขนาดนั้น พี่บี้เขาเป็นคนน่ารักและเป็นคนกันเองมากๆ เวลาเล่นกับพี่เขาก็ไม่เกร็ง”    “ความจริงเราก็เคยเล่นละครมาก่อนอยู่แล้ว แต่ว่าซิทคอมเป็นเรื่องแรก ต้องคอยพยายามปรับตัว และการถ่ายทำก็ไม่ได้เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป"    “ทำเพลงเป็นคนแรกของค่ายเดโมแลป กลับมาทำอีกครั้งนึงเพราะแฟนๆ เขาก็รอ อย่างเราเองก็รอเฟย์ ฟาง กลับมา แต่เขากลับมาปีหน้า เลยทำเพลงเล่นๆ ไปก่อนกับพี่โปรดิวเซอร์เก่าของแก้ว ชื่อเพลง ดีออกค่ะ เข้าไปโหลดได้นะคะที่ itunes และ joox”    “กระแส ก็ดีค่ะ เป็นเพลงป๊อบๆ โจ๊ะๆ หน่อย อยากให้ทุกคนได้ฟังกัน เป็นสไตล์ที่เด็กๆ ฟังได้ ผู้ใหญ่ก็ฟังดี และเราก็ถ่ายเอ็มวีเองด้วย เราไปต่างประเทศมาก็เลยเสนอพี่เขา เพราะเราเองก็อยากมีส่วนร่วมให้มากที่สุด พอไปที่นู้นก็ได้ถ่ายเอ็มวีมาทำกันเองบ้าง”    “ถูกเอี่ยวกับละครที่มีปัญหาระหว่างพี่มะเดี่ยวกับผู้จัดการใบเฟิร์น คนอยากให้เราไปเสียบแทนความจริงยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเราก็ไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย ขอให้เขาจัดการกันเองก่อนก็แล้วกัน เราขออยู่ห่างๆ อย่าเพิ่งลากเราเข้าไปเกี่ยวเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีใครติดต่อมานะคะ ให้เขาเคลียร์ของเขาก่อนดีกว่า เดี๋ยวมันจะดูน่าเกลียดเกินไป”    “ละครยาว ก็มีคุยกับทางผู้ใหญ่ไว้บ้างค่ะ แต่จะเป็นเรื่องอะไรยังไงเดี๋ยวค่อยมาติดตามกันอีกที เปิดตัวละครเรื่องแรกคู่พี่ป้องเลยไหม (หัวเราะ)เดี๋ยวรอดูแล้วกัน” แก้ว จริญญา กล่าว แก้ว จริญญา   แก้ว จริญญา   แก้ว จริญญา   แก้ว จริญญา