ดารานุ่งสั้น

สาวเกาหลีโหวต 'อยากทำผมบ๊อบสั้นเหมือน จองฮัน SEVENTEEN'!
Jeonghan /  Seventeen / 

ผลโหวตผ่านแอพพลิเคชั่น Idol Champ เผยว่า จองฮัน ไอดอลหนุ่มสมาชิกของบอยแบนด์ K-POP วง SEVENTEEN (เซเว่นทีน) คว้าอันดับหนึ่ง 'ไอดอลต้นแบบผมทรงบ๊อบสั้น' ยืนยันว่าฤดูร้อนนี้ สาวๆ ชาวเกาหลีอยากตัดผมทรง จองฮัน กันเพียบ! ความชื่นชอบ 'ผมทรงบ๊อบสั้นสไตล์ จองฮัน' ทำให้เขาคว้าคะแนนโหวตสูงถึง 50.1% ทิ้งห่างอันดับสองและสาม อย่าง ไอดอลสาว ฮเยริ Girl’s Day และหนุ่มมาดนิ่ง เลโอ วง VIXX เลยทีเดียว จองฮัน SEVENTEEN แจ้งเกิดพร้อมผมยาวสลวย ก่อนที่เขาเพิ่งเปลี่ยนลุคเป็นผมทรงบ๊อบสั้นในการคัมแบ็คและโปรโมทผลงานเพลงล่าสุด Pretty U นี่เอง. [M/V] SEVENTEEN(세븐틴) - 예쁘다 (Pretty U) youtube channel : SEVENTEEN ข้อมูลจาก dongA มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ย้อนวัยเด็กสุดน่ารัก ปู ไปรยา สวนดอกไม้
ปู นาตยา ลุนด์เบิร์ก /  ปู ไปรยา สวนดอกไม้ / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ มาย้อนวัยเด็กสุดน่ารัก ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ดาราสาวหุ่นเฟิร์ม ที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา ทั้งรูปร่างหน้าตาและความสามารถทางการแสดงที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราไปติดตามภาพวัยเด็กน่ารักๆ ของสาวปู ไปรยา กันค่ะ.. ย้อนวัยเด็กสุดน่ารัก ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ประวัติ ชื่อ : ไปรยา สวนดอกไม้  (มีชื่อจริงว่า นาตยา ลุนด์เบิร์ก) ชื่อเล่น : ปู วันเกิด : 28 มีนาคม 2532 ลูกครึ่ง : ไทย-อิรัก การศึกษา : มัธยมศึกษา โรงเรียนนานาชาติ New International School of Thailand (NIST) ปริญญาตรี มหาวิทยาลัย Oxford Brookes ประเทศอังกฤษ สาขาปรัชญา ธุรกิจ และการเมือง ผลงานของ ปู ไปรยา : รักได้ไหม ถ้าหัวใจไม่เพี้ยน สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค2 ตอน แม่มดน้อยตัวป่วน นางสาวส้มหล่น 99 วัน ฉันรักเธอ สายน้ำสามชีวิต อยากจะรักเดี๋ยวจัดให้ เงื่อนริษยา ปมรักรอยอดีต เคหาสน์แสงจันทร์ ดอกบัวขาว เจ้าสาวริมทาง ฉันรักเธอนะ คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ สะใภ้หัวแดง พรายพยากรณ์ ดั่งสวรรค์สาป คนละโลก ภาพยนตร์ : มากับพระ (พ.ศ. 2549) อะดรีนาลีน คนเดือดสาด(พ.ศ. 2552) งานโฆษณา : ลักซ์ Mistine Pro Long Big Eye Mascara Mistine Mascara Black Shine แป้งมิสทีนนัมเบอร์วัน ทเวนตี้ มิสทีนนัมเบอร์วัน ดีว่า เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพจาก wikipedia, celebbeforeandafter,@prayalundberg

ตะลึง! ทะเลบัวแดง ที่ กุมภวาปี จ.อุดรธานี บานหลงฤดูแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
กุมภวาปี /  ทะเลบัวแดง / 

"มหัศจรรย์ ทะเลบัวแดง บานหลงฤดู" อ. กุมภวาปี จ.อุดรธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี ขอเชิญสัมผัส "มหัศจรรย์ ทะเลบัวแดง อุดรฯ บานหลงฤดู" นับหมื่นไร่ ด้วยสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวและสภาพน้ำในหนองหาน ส่งผลให้บัวแดงไม่เจริญเติบโตตามฤดูกาล ปกติทะเลบัวแดงอุดรธานีจะออกดอกในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี หลังจากเหล่าบัวแดงปรับสภาพฟื้นตัวได้ ทำให้ออกดอกชูช่อบานสะพรั่งดุจพรมสีแดงระเรื่อทั่วหนองหานอีกครั้งในฤดูร้อน เกิดเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกตาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ดอกบัวแดงจะมีขนาดเล็กลงแต่ยังคงความสวยงามและใบบัวจะกระดกตัวขึ้นทำให้ได้เห็นภาพที่แปลกตาไปอีกแบบ เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในการถ่ายภาพ บัวแดงหลงฤดูนี้จะอวดโฉมให้ชมไปถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ หรือจนกว่าจะมีฝนตกลงมาในพื้นที่หนองหาน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการไปชมคือ ตั้งแต่เวลา 05.00-19.00 น. เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจะทำให้ดอกบัวหุบเร็วกว่าปกติ นอกจากจะได้ชมทะเลบัวแดงที่สวยงามแล้ว ยังจะได้ยลโฉมเหล่านกน้ำนานาพันธุ์ และน้องควายที่ลงมาหากินในทะเลบัวแดงอีกด้วย สำหรับท่านที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ห้ามพลาดการประกวดภาพถ่าย "ท่องเที่ยว 123 ปี วิถีเมืองอุดร"โดยจังหวัดอุดรธานี หอการค้าจังหวัดอุดรธานี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมจัดประกวดภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวและภาพยนตร์สั้น เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2559 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์หอการค้าจังหวัดอุดรธานี www.udonechamber.com ททท.สำนักงานอุดรธานี จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจทุกท่านร่วมสัมผัส "มหัศจรรย์ทะเลบัวแดงอุดรฯ บานหลงฤดู" ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยสามารลงเรือชมทะเลบัวแดงได้ที่ท่าเรือบ้านเดียม ต.เชียงเหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ติดต่อสอบถามได้ที่คุณไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานกลุ่มเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดงบ้านเดียม โทร. 089 395 0871 หรือ ททท.สำนักงานอุดรธานี โทร. 089 712 4904 และ TAT Contact Center 1672 ภาพสวยๆของ ทะเลบัวแดง ที่บึงหนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เครดิตภาพจาก คุณ Nokty Airline

ใบเฟิร์น ไม่ต่อสัญญา!! ช่อง 7 ขอเป็นอิสระอีกราย
ข่าว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก /  ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ไม่ต่อสัญญา / 

ไม่ต่อสัญญา!! อีกรายตามรอยสาว ใหม่ ดาวิกา สำหรับดาราสาว ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ที่ขอเป็นนักแสดงอิสระหลังหมดสัญญากับทางช่อง 7 ไปเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยทางต้นสังกัดได้ร่อนหนังสือ "สิ้นสุดการเป็นนักแสดงสังกัดช่อง 7" ชี้แจงกับสื่อในวันนี้(19 พ.ค.) ว่าได้มีการพูดคุยกับอีกฝ่ายแล้ว โดยมีข้อความดังนี้ "สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ขอแจ้งให้ทราบว่า ตามที่ในเดือนพฤษภาคม 2559 จะมีนักแสดงในสังกัดช่อง 7 สิ้นสุดสัญญาการเป็นนักแสดง คือ คุณใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ นั้น ทางสถานีฯ ได้หารือกับนักแสดงแล้ว คุณพิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เห็นว่าการทำงานที่ผ่านมากับสถานีฯ เป็นไปด้วยดี แต่อยากให้โอกาสตัวเองในการหาประสบการณ์ใหม่ จึงมีความประสงค์ขอเป็นนักแสดงแสดงอิสระ สถานีฯ ขอขอบคุณ คุณพิมพ์ชนก วิเศษไพบูลย์ ที่มีความตั้งใจทำงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากสถานีฯ ตลอดระยะเวลาการเป็นนักแสดงในสังกัดของสถานีฯ และขอให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการงานใหม่" ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @baifernbah ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ไม่ต่อสัญญา ช่อง 7 ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก

กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม ชวนแฟนคลับกรี๊ด สบายดีทีวี 4 มุมเมือง
กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม /  สบายดีทีวี 4 มุมเมือง

กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม ชวนแฟนคลับกรี๊ด ระเบิดความสนุก 'สบายดีทีวี 4 มุมเมือง' จัดกองทัพศิลปินอาร์สยามบุกตลาดรอบกรุงเทพฯ ระเบิดความสนุกฉลองครบรอบ 7 ปี กับกิจกรรมใหญ่ยักษ์สะท้านเมือง สบายดีทีวี 4 มุมเมือง ณ ตลาดธันยา อ้อมใหญ่ ในวันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป... เรียกว่าเล็กๆ ไม่! ใหญ่ๆ สบายดี เขาจัดหนักเพื่อเอาใจแฟนๆ!! งานนี้พระเอกลิเกลูกทุ่ง กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม เอ่ยปากเชิญชวนแม่ยกและแฟนคลับเตรียมเฮลั่นต้อนรับความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด กุ้ง สุธิราช อาร์สยาม "เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ของ สบายดีทีวี ช่อง 39 ครับ กับกิจกรรมใหญ่สะท้านเมือง สบายดีทีวี 4 มุมเมือง ครั้งนี้เราจะมาบุกตลาดธันยา ที่อ้อมใหญ่กัน พลาดไม่ได้เพราะความสนุกสนานรอทุกคนอยู่ กิจกรรมในงานก็คับคั่ง มีงานแฟร์ มีการออกร้านของศิลปินดารานักร้อง ร้านค้าราคาถูก ของกิน และคอนเสิร์ตสุดมันจากกองทัพศิลปินในค่ายอาร์สยาม นอกจากผมแล้ว ก็มี น้องวิ วิรดา วงศ์เทวัญ อาร์สยาม, กระแต อาร์สยาม, ใบเตย อาร์สยาม, จ๊ะ อาร์สยาม, บ่าววี อาร์สยาม, แมน มณีวรรณ อาร์สยาม, เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม, เดือนเพ็ญ อาร์สยาม, โอ๋ พจนา อาร์สยาม, เส้นเล็ก, ต้นข้าว อาร์สยาม, หญิง ธิติกานต์ อาร์สยาม, บิว กัลยาณี อาร์สยาม, เอเชียร์ อาร์สยาม และ น้องตาล ชยาพร เดอะ อาร์สยามคนแรกของประเทศไทยด้วย" "ที่สำคัญยังมีของขวัญของแจกให้ทุกคนได้รับกลับบ้านกันด้วย โดยเฉพาะรางวัลใหญ่ซึ่งมีให้ลุ้นรับกันแบบฟรีๆ ทุกชั่วโมง เช่น พัดลม โทรศัพท์มือถือ และทีวีจอยักษ์ ติดตามรายละเอียดได้ทางสบายดีช่อง 39 งานนี้อยากให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเจอกันครับ วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน ณ ตลาดธันยา อ้อมใหญ่... กุ้ง สุธิราช คนนี้และเพื่อนๆ ศิลปินต้องการกำลังใจจากทุกคนครับ" กระแต อาร์สยาม จ๊ะ อาร์สยาม สัมผัสกับกองทัพศิลปินอาร์สยามแบบใกล้ชิดตัวต่อตัว ณ ตลาดธันยา อ้อมใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายนนี้ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป งานนี้เข้าชมฟรีตลอดงาน พร้อมของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านเพียบ ฉลองครบรอบ 7 ปี กับกิจกรรมใหญ่ยักษ์สะท้านเมือง สบายดีทีวี 4 มุมเมือง ติดตามรายละเอียดของงานได้ทาง สบายดีทีวี ช่อง 39 ช่องเพลงยอดนิยมอันดับ 1 ของเมืองไทย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

BIOSCOPE /  ชาคร ไชยปรีชา / 

หลังจบจาก คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต สายป่าน - อภิญญา สกุลเจริญสุข นักแสดงที่ได้รับการยอมรับด้านฝีไม้ลายมือ ก็ได้ชิมลางงานกำกับภาพยนตร์ถึง 2 เรื่องในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน ทั้ง Bangkok Stories Film โปรเจ็กต์รวมหนังสั้นของ 6 ผู้กำกับ โดยเธอกำกับในตอนที่ชื่อว่า 'เยาวราช' และหนังสั้นชื่อยาวอย่าง 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า' ที่กำกับร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกันมานับสิบปีอย่าง ก่อ - ชาคร ไชยปรีชา (ผู้กำกับร่วม 'รักจัดหนัก' ตอน 'ทอมแฮ้ง') "ตอนแรกเลยเราค่อนข้างเครียด เพราะงานกำกับมันยังไม่ใช่สิ่งที่เราชำนาญมากนัก ป่านก็พึ่งเรียนจบมายังไม่ได้มีประสบการณ์ในการกำกับหนังสักเท่าไหร่ ถ้านับจริงๆ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ 2 ที่เราทำนับตั้งแต่พ้นจากรั้วมหาวิทยาลัย คือมันไม่ใช่งานเล่นๆ แล้ว มันคือสิ่งที่เราต้องจริงจัง ซึ่งพอเราได้พี่ก่อมาช่วย ก็ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจมั่นใจมากขึ้นกับการทำงานในครั้งนี้" สายป่านพูดถึงการเป็นผู้กำกับของตนและการร่วมงานกับชาครในหนังสั้นเรื่องนี้ แต่ที่อาจจะหนักใจสักหน่อยสำหรับสายป่าน คือการต้องมากำกับการแสดงแฟนหนุ่มคนสนิทของตนเอง โดยสายป่านเล่าให้ฟังถึงการทำงานกับคนสนิทในแบบผู้กำกับ-นักแสดงว่า "โชคดีที่เขาได้ร่วมเล่นกับเพื่อนๆ ของเขาที่มาร่วมเล่นเป็นแก๊งมอเตอร์ไซค์เลยไม่ได้มีปัญหามากนัก ซึ่งบทของเขาเองที่เล่นเป็นจิ๊กโก๋มอ'ไซค์ก็ไม่ได้ดูแตกต่างจากบุคลิคจริงๆ สักเท่าไหร่ (หัวเราะ) คือเราเองจะมาวุ่นวายในรถอยู่หลังกล้องมากกว่า" โดย 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้าฯ' ใช้เวลาการถ่ายทำในช่วงเวลากลางคืนทั้งหมด โดยทีมงานได้เตรียมงานก็จะมาถ่ายทำภายในคืนเดียว ในโลเคชั่นย่านใกล้บ้านของสายป่านเอง "ระหว่างทางที่เห็นในหนังมันจะดูทุลักทุเลทุรกันดาร ซึ่งทั้งหมดมันคือสถานที่จริง โดยมันมีเงื่อนไขของเวลาที่จำกัด ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงตี 4 ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แถมยังมีซีนแอ็กชั่นอุบัติเหตุ แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดี จนกลายมาเป็นหนังสั้น 10 นาทีเรื่องนี้" เมื่อโจทย์ที่ได้รับคือการสร้างความจดจำให้กับ "สายด่วนฉุกเฉิน 1669" หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายเร่งด่วน ซึ่งเป็นบริการภายใต้การดูแลของ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) องค์กรของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับสายป่าน ในการสื่อสารเรื่องราวตามโจทย์ออกไปสู่คนดูภายใต้เนื้อหาที่สนุกชวนติดตาม โดยเฉพาะเมื่อเรื่องราวใน  'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้าฯ' ดำเนินเรื่องด้วยมุมกล้องเพียงมุมเดียว และเสียงสนทนาระหว่างเพื่อนสาวสองคนในรถเท่านั้น "เรื่องนี้เราต้องโฟกัสกับการกำกับ 'เสียง' เป็นพิเศษ ซึ่งทั้งเรื่องเราจะไม่เห็นหน้าตาของนักแสดงเลย ดังนั้นเสียงสนทนามันจึงต้องสื่ออารมณ์ของตัวละครทั้งสองคน ภายใต้สถานการณ์ความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องว่าแค่ไหนถึงจะพอ แค่ไหนถึงจะทำให้คนดูเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อสารดีที่สุดด้วย" ... 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า' กำกับ : ชาคร ไชยปรีชา / อภิญญา สกุลเจริญสุข เขียนบท : ทศพร เหรียญทอง / จิรัศยา วงษ์สุทิน เรื่องย่อ: สองสาวเพื่อนรักขับรถร่วมทางไปด้วยกันโดยตาม GPS ไปเรื่อยๆ โดยหารู้ไม่ว่ามันกำลังนำทางไปสู่หายนะ ติดตามชม 'โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า โปรดระวังเขตอันตรายข้างหน้า' ในวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2559 ในหลากหลายช่องทาง ดังนี้ - Monomaxxx - FB: Bioscope Magazine - movie.mthai.com - หนังกลางแปลง (ในระบบดิจิตอลของ Master Design) ... สัมภาษณ์ชาครและสายป่าน ในรายการ Entertainment Now

เจนี่ มองเป็นเรื่องเซนซิทีฟ!! หญิง รฐา เอ่ยชื่อร่วมแฉ ใหม่ ดาวิกา
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  หญิง รฐา / 

ยังคงเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในขณะนี้ สำหรับกรณีดีไซเนอร์ตัวท็อปของไทยส่งไอคอนสตรอเบอร์รี่ให้นางเอกพันล้าน ใหม่ ดาวิกา โดยงานนี้มีนักแสดงสาว หญิง รฐา คอมเม้นท์ร่วมวงแฉด้วย แถมยังเอ่ยชื่อเพื่อนซี้อย่าง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ให้ไปเล่าต่อ!! ล่าสุดมีโอกาสเจอ สาวเจนี่ ในงานแถลงข่าว "GIT World's Jewelry Design Awards 2016" เจ้าตัวขอไม่ตอบและแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะไม่เกี่ยวกับตนเองและมองเป็นเรื่องเซนซิทีฟ!! "มีข่าวว่าพี่กึ้งพา ซง จุงกิ มาไทยเพื่อเอาใจเจนี่ เอาจริงๆ มั้ยพี่ เจนี่ไม่เคยดูซีรี่ย์นี้เลยอ่ะ มีข่าวนี้ก็ไม่งงหรอกค่ะ ด้วยความที่อะไรคุณกึ้ง ก็ต้องอะไรก็เจนแบบนี้ คนเลยคิดว่าเพราะเจนี่ชอบหรือเปล่า วันนั้นไม่ได้ไปค่ะ ไม่ใช่ไม่ชื่นชอบ แต่เจนี่ยังไม่ได้ดูซีรี่ส์ เลยยังไม่รู้ว่าจะชอบหรือยังไม่ชอบ พี่กึ้งก็ไม่ได้ชวน เพราะตอนพี่กึ้งบอกจะเอามา เจนถามว่าใครเหรอ (หัวเราะ) คือถ้าเป็นลีโอนาร์โดจะไปรับถึงอเมริกาเลยค่ะ (หัวเราะ)" "กระแสเค้าฮอตมากในไทย แต่ไม่ใช่สเป็กอ่ะ คือเจนี่ไม่ได้ดูซีรี่ส์ สเป็กเจนี่ชอบฝรั่งค่ะ เพื่อนก็มีมาขอบัตร แต่เจนี่ก็ไม่รู้จักเลย ก็ไม่รู้จะพูดยังไง ก็มีคนเข้ามาดราม่าว่าไม่ได้บัตรนู้นนี่นั่น เจนก็บอกเจนก็ไม่ได้บัตร และไม่ได้ไปเลย ไม่ได้ไปรับ ไม่ได้ไปส่ง ไม่ได้ไปดู ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ บางกระแสบอกเราไม่กล้าโพสต์รูปคู่เพราะกลัวแฟนคลับดราม่า คือตอนนั้นหนูอยู่นิวยอร์ก ถ่ายเมเบลลีน ไม่มีไม่กล้าโพสต์รูป ถ้าเป็นคนที่เราชอบเราก็ต้องโพสต์อยู่แล้วเป็นปกติค่ะ แต่เจนไม่ได้ดูซีรี่ส์ ก็เลยไม่รู้จัก ก็เชยนิดนึงค่ะ" "มีคนเห็นเราไปกระบี่กับพี่กึ้งมา ไม่ได้ไปค่ะ เจนี่ไปถ่ายแบบ พี่กึ้งไม่ได้ไปค่ะ ช่วงนี้ก็มีเวลาเจอกันบ้าง ความสัมพันธ์ปกติ ไม่ได้พัฒนา ก็เราโตแล้ว เราไปแบบปกติไม่ได้มีอะไรหวือหวา ตอนนี้ทำงาน งานมันถล่มเจนี่จนไม่ได้มานั่งโฟกัสอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า เรื่องงานเป็นเรื่องที่เค้าต้องเข้าใจได้นะ" "อีกเรื่องที่หญิงโยงกับ ใหม่ ดาวิกา ไม่พูดเรื่องคนอื่นเนอะ เจนี่ขอตอบเลยดีกว่าว่ามันไม่เกี่ยวกับเจนี่ค่ะ หญิงแท็กมาทำไมเหรอ เจนี่ว่าเรื่องนี้มันเซ็นซิทีฟค่ะ อะไรที่ไม่เกี่ยวกับเจนี่ อย่าให้เจนี่ต้องตอบเลยดีกว่าค่ะ อะไรที่เป็นเรื่องของเจนี่เราก็ต้องรับผิดชอบเรื่องของเราค่ะ อะไรๆ ก็เจนี่ (หัวเราะ)" เจนี่ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @davikah และเพจใต้เตียงดารา เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ หญิง เอ่ยชื่อร่วมแฉ ใหม่ ดาวิกา

คู่รักดาราโมเม้นต์สวีทเมืองนอก!! ใครหวานสุด...ต้องไปเบิ่ง!!
คู่รักดารา /  เที่ยวเมืองนอก / 

มดไต่ที่เมืองไทยคงไม่พอ งานนี้บรรดา คู่รักคนบันเทิง เลยเผื่อแผ่ความหวานไปถึงนอกเมืองด้วย ก็เพราะควงกันไป เที่ยวต่างประเทศ แต่ละทีก็สวีทหวานน้ำตาลเรียกแม่ตลอดๆ ช็อตอินเลิฟมาเต็ม ไม่ว่าจะเป็นคู่ที่แต่งงานแต่งการไปแล้ว คู่ที่หลายคนอยากให้แต่ง หรือแม้แต่คู่ใสๆ วัยกระเตาะ ก็ไม่มีลดละเรื่องความหวาน แหมๆๆ เห็นแล้วแอบอิจฉาเบาๆ อยากมีโมเม้นต์แบบนี้บ้างอะไรบ้าง ว่าแต่...คู่ไหนที่สวีทต่างแดนแล้วแลดูหวานแหว่วสุดๆ กันนะ เอาเป็นว่าลองไปเบิ่งกันหน่อยดีกว่า อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน อั้ม พัชราภา - แอม์ พิธาน แดน วรเวช - แพทตี้ อังศุมาลิน แดน วรเวช - แพทตี้ อังศุมาลิน แดน วรเวช - แพทตี้ อังศุมาลิน แดน วรเวช - แพทตี้ อังศุมาลิน แดน วรเวช - แพทตี้ อังศุมาลิน แดน วรเวช - แพทตี้ อังศุมาลิน แดน วรเวช - แพทตี้ อังศุมาลิน แดน วรเวช - แพทตี้ อังศุมาลิน นุ่น วรนุช - ต๊อด ปิติ นุ่น วรนุช - ต๊อด ปิติ นุ่น วรนุช - ต๊อด ปิติ นุ่น วรนุช - ต๊อด ปิติ นุ่น วรนุช - ต๊อด ปิติ นุ่น วรนุช - ต๊อด ปิติ มาร์กี้ ราศรี - ป๊อก ภัสสรกรณ์ มาร์กี้ ราศรี - ป๊อก ภัสสรกรณ์ มาร์กี้ ราศรี - ป๊อก ภัสสรกรณ์ มาร์กี้ ราศรี - ป๊อก ภัสสรกรณ์ มาร์กี้ ราศรี - ป๊อก ภัสสรกรณ์ มาร์กี้ ราศรี - ป๊อก ภัสสรกรณ์ มาร์กี้ ราศรี - ป๊อก ภัสสรกรณ์ จุ๋ย วรัทยา - พุฒ พุฒิชัย จุ๋ย วรัทยา - พุฒ พุฒิชัย จุ๋ย วรัทยา - พุฒ พุฒิชัย จุ๋ย วรัทยา - พุฒ พุฒิชัย จุ๋ย วรัทยา - พุฒ พุฒิชัย จุ๋ย วรัทยา - พุฒ พุฒิชัย จุ๋ย วรัทยา - พุฒ พุฒิชัย ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ชาคริต - วุ้นเส้น วิริฒิพา ฟาง พิชญา - เอเอ พีรวัชร์ ฟาง พิชญา - เอเอ พีรวัชร์ ฟาง พิชญา - เอเอ พีรวัชร์ ฟาง พิชญา - เอเอ พีรวัชร์ ฟาง พิชญา - เอเอ พีรวัชร์ ซี ศิวัฒน์ - เอมี่ กลิ่นประทุม ญาญ่า อุรัสยา - ณเดชน์ คูกิมิยะ ญาญ่า อุรัสยา - ณเดชน์ คูกิมิยะ ญาญ่า อุรัสยา - ณเดชน์ คูกิมิยะ ขอบคุณรูปภาพจาก IG @danworrawech @aum_patchrapa @nuneworanuch @push_dj @vjwoonsen @fangpitchaya @pokmindset

TOYO TIRES ปล่อยวิดีโอฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้
TOYO TIRES /  จิ้งจอกสยาม / 

TOYO TIRES ปล่อยวิดีโอ 'Surprising the World' พร้อมกันทั่วโลกฉลองความสำเร็จแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ โตโยไทร์  เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมา และได้พัฒนาความหลากหลายของแคมเปญร่วมกันกับสโมสรมาโดยตลอด เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเลสเตอร์ในปีร่วมกับแฟนฟุตบอลทั่วโลก  โตโยไทร์ ได้สร้างวิดีโอเพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จของสโมสร และปล่อยให้ชมกันทาง Youtube ในชื่อชุด ‘Surprising the world’ เป็นภาพยนตร์ขนาดสั้นที่อธิบายให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ เจมี วาร์ดี และความมุ่งมั่นของผู้จัดการสโมสร เคลาดิโอ รานิเอรี่ เพื่อเป็นการส่งมอบความเซอร์ไพรซ์อันพิเศษในครั้งนี้ให้กับแฟนๆทุกคน

หรู เว่อร์ อลัง ! 10 งานแต่งงานที่แพงที่สุดในโลก
งานแต่งงาน /  ดารา / 

สาวๆ ทั้งหลายก็คงใฝ่ฝันถึงวันแต่งงานของตนเอง ที่จะได้ใส่ชุดเจ้าสาวและมีงานแต่งงานที่เริ่ดหรูอลังการที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคนบางคนก็มีงบประมาณมหาศาลที่จะสามารถเนรมิตงานแต่งงานของตนขึ้นมาได้ตามที่ฝัน วันนี้เรามี 10 งานแต่งงานที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดในโลก ตั้งแต่หลายสิบล้านบาทจนถึงหลักหลายพันล้านบาท มีทั้งเศรษฐี ดารา แม้กระทั่งเชื้อพระวงศ์ เราไปดูกันว่าจะมีใครติดโผบ้างค่ะ 1. งานแต่งของชี้คและเจ้าหญิงอาหรับ  "ชี้ค มูฮัมหมัด" และ "เจ้าหญิง ซาลามา" แต่งงานกันในปี 1981 งานแต่งของทั้งสองนั้นเป็นงานแต่งที่หรูหรามากและขึ้นชื่อว่าเป็นงานแต่งที่แพงที่สุดในโลก โดยงานแต่งครั้งนี้จัดขึ้นถึง 7 วัน 7 คืน และยังมีสเตเดียมที่จุคนได้ 20,000 ที่นั่ง สร้างขึ้นเพื่องานแต่งงานครั้งนี้เลยทีเดียว ! ในช่วงวันแต่งงาน คู่รักคู่นี้จะขี่ม้ารอบเมืองเพื่อแจกจ่ายอาหารและของขวัญให้แก่คนในเมือง เจ้าบ่าวยังมีการซื้ออูฐ 20 ตัวที่ประดับด้วยเพชรพลอยเพื่อเป็นพาหนะนำของขวัญไปให้เจ้าสาวตามธรรเนียมอีกด้วย ซึ่งงานแต่งครั้งนี้ลงทุนไปมากกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือมากถึง 3,500 ล้านบาทเลยล่ะค่ะ ! 2. งานแต่งของสองเศรษฐีอินเดีย ในปี 2004 เศรษฐีชาวอินเดีย  "วานิชชาและอามิต" จัดงานแต่งขึ้นติดกัน 6 วันซึ่งคู่รักนี้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่พระราชวังแวร์ซาย แถมยังเชิญแขกจากทั่วทุกสารทิศมาอีก 1,000 กว่าคน บินมาโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวตรงดิ่งมายังฝรั่งเศสเพื่อมาร่วมงานแต่งงานนี้โดยเฉพาะ ส่วนการ์ดเชิญเรียกได้ว่าเก๋สุดๆ เพราะเป็นกล่องสีเงินดูมีราคาแพง ข้างในประกอบไปด้วยตั๋วเครื่องบินและบัตรห้องพักโรงแรม 5 ดาวในกรุงปารีส ยังไม่พอค่ะเพราะที่เซอไพรซ์สุดๆ เห็นจะเป็นการจ้างนักร้องดัง Kylie Minogue มาร่วมร้องเพลงที่งานแต่งนี้อีกด้วย ซึ่งมูลค่าของงานแต่งครั้งนี้ตกอยู่ที่ 60 ล้านบาทหรือ 2,100 ล้านบาทนั่นเองค่ะ 3. งานแต่งงานของเชื้อพระวงศ์ของเจ้าหญิงไดอาน่าและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ในปี 1981 "เจ้าหญิงไดอาน่า" และ "เจ้าฟ้าชายชาร์ลส" ได้เข้าพิธิอภิเษกสมรสที่เรียกได้ว่าเป็น "งานแต่งงานแห่งศตวรรษ" เพราะเป็นงานแต่งงานที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและมีผู้คนสนใจร่วมชมเป็นจำนวนมากถึง 750 ล้านคนทั่วโลก งานแต่งงานจัดขึ้น ณ โบสถ์ St. Paul's Cathedral ในกรุงลอนดอนและมีแขกเข้าร่วมถึง 3,500 คน ผู้คนกว่า 2 ล้านคนในลอนดอนต่างก็พากันออกมาเฉลิมฉลองและรอรับเสด็จเพื่อที่จะได้ยลโฉมเจ้าหญิงไดอาน่าในขณะที่พระองค์ทรงประทับมาในรถม้าที่ทำจากแก้ว งานแต่งครั้งนี้ใช้งบประมาณไป 48 ล้านดอลลาร์หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,680 ล้านบาท 4. งานแต่งงานของเจ้าชายวิลเลี่ยมและเคท มิดเดิลตัน ถัดมาเป็นงานแต่งของพระโอรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ซึ่งก็คือ "เจ้าชายวิลเลี่ยม" กับเจ้าสาวของพระองค์ "เคท มิดเดิลตัน" ซึ่งงานอภิเษกสมรสงานนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานแต่งที่ใหญ่ที่สุดในทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ ทั้งคู่อภิเษกกันในปี 2011 ณ เวสมินสเตอร์แอบบีย์ซึ่งเป็นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเคียงคู่มากับราชวงศ์อังกฤษ สถานีโทรทัศน์ทุกช่องต่างถ่ายทอดสดไปยังทั่วโลก มีผู้ชมมากกว่า 2 พันล้านคน งานแต่งในครั้งนี้ใช้งบประมาณสูงถึง 34 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 1,600 ล้านบาทค่ะ 5. งานแต่งดาราดัง Kim Kardashian and Kris Humphries งานแต่งงานสุดไฮโซของสาว"คิม คาร์ดาเชี่ยน" ในปี 2011 โด่งดังซะจนแมกกาซีนและสื่อทุกสำนักต่างก็ให้ความสนใจในความเว่อร์วังในครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยงานแต่งครั้งนี้ใช้งบไป 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือ 350 ล้านบาทไทย แต่คู่รักคู่นี้ไม่ได้จ่ายเงินเองซะทั้งหมดหรอกนะคะ เพราะว่า E! News สำนักข่าวต่างประเทศเป็นผู้ออกให้โดยมีข้อแม้ว่าจะขอลิขสิทธิ์การถ่ายทอดงานแต่งงานของทั้งคู่ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 10 ล้านคน แต่งานแต่งของทั้งคู่มีอายุเพียงแค่ 72 วันเท่านั้นก่อนที่จะหย่าร้างกันไป เรียกได้ว่าเป็นงานแต่งที่ทั้งแพงและสั้นที่สุดก็ว่าได้ค่ะ! 6. งานแต่งของนักฟุตบอลชื่อดัง เวย์น รูนี่ย์ นักฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด "เวย์น รูนี่ย์" กับแฟนสาวสมัยไฮสคูลของเขาที่จัดขึ้นอย่างเรียบๆ มีแขกเพียงแค่ 8 คน บวกนักข่าวจากแมกกาซีนชื่อดังที่ยอมจ่ายเงินกว่า 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐเข้ามาเก็บภาพความประทับใจในการแต่งครั้งนี้ ซึ่งงานแต่งแบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะเป็นการฉลองซึ่งจัดขึ้น ณ วิลล่าที่มีอายุมากกว่า 330 ปี และต่อด้วยรีสอร์ทชื่อดัง สมาชิกในครอบครัวต่างก็ขึ้นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขาและบินมาเพื่อเฉลิมฉลองงานแต่งงานบนเรือยอทช์สุดหรู เรียกได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่สาวๆ ต่างใฝ่ฝันกันเลยก็ว่าได้ค่ะ งบประมาณทั้งหมดที่ใช้ก็คือ 8 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 200 ล้านบาท 7. งานแต่งของลูกสาวนักการเมืองชื่อดัง เชลซี คลินตัน "เชลซี คลินตัน" ลูกสาวของนักการเมือง "ฮิลลารีและบิล คลินตัน" พร้อมด้วยคู่รักของเธอ "Marc" แต่งงานกันในปี 2010 และฉลองวันพิเศษของพวกเขากับเพื่อนสนิทและญาติมิตร ณ เมืองเล็กๆ ในรัฐนิวยอร์คที่มีชื่อว่า Rhinebeck เจ้าสาวสวมใส่ชุดแต่งงานที่ตัดโดย "Vera Wang" ถึงแม้ว่ารายชื่อแขกจะค่อนข้างมีเยอะ แต่ก็มีเซเลบริตี้เพียงไม่กี่คนที่ได้เข้าร่วมงาน งบประมาณที่ใช้จัดงานในครั้งนี้ก็คือ 5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 175 ล้านบาทค่ะ 8. งานแต่งของตำนานวงการเพลง  "ลิซ่า มิเนลลี" เจ้าแม่นักแสดงมิวสิคัลยุค 70 ที่ดังสุดๆ กับคู่รักของเธอ "เดวิด" แต่งงานกันในปี 2002 งานแต่งงานของพวกเขามีรายชื่อแขกที่ยาวเหยียด ปะมาณ 850 คน จัดขึ้นที่ The Regent Hotel ในมหานครนิวยอร์ค คนดังมากมายเข้าร่วมงานนี้ ยกตัวอย่างเช่น "ไดอาน่า รอส" , "ดอนนี่ ออสมอนด์" นี่ยังไม่รวมถึง "ไมเคิล แจ็กสัน" และดาราดังในตำนาน "อลิาเบธ เทย์เลอร์" อีกนะคะเนี่ย ! แต่โชคไม่ดีที่งานแต่งของทั้งคู่มีอายุแค่ 16 เดือนเท่านั้น แต่งบประมาณที่ใช้จัดงานนี้ก็สูงถึง 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือตีเป็นเงินไทยได้ประมาณ 100 กว่าล้านบาทเลยทีเดียวค่ะ 9. งานแต่งงานของพอล แมคคาร์ทนี่ย์ เมมเบอร์วงในตำนานอย่าง เดอะ บีเทิลส์ "พอล แมคคาร์ทนี่ย์" และแฟนสาว "มิลส์" ปฏิเสธเงินกว่าล้านดอลล่าร์จากสื่อมากมายหลายแขนงที่อยากจะเข้ามาทำข่าวงานแต่งงานในงานของพวกเขา ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2002 งานแต่งงานจัดเป็นสไตล์อินเดีย ณ ปราสาทเลสลีในประเทศไอร์แลนด์ ทั้งคู่เฉลิมฉลองงานแต่งด้วยอาหารที่เป็นมังสวิรัติ มีแดนเซอร์ พลุไฟ และดอกไม้ที่สนนราคาแล้วประมาณ 145,000 ดอลล่าร์ และงานนี้มีงบประมาณทั้งหมด 3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือ 90 ล้านบาท   งานแต่งงานของเธอเกิดขึ้นในปี 1991 จัดขึ้น ณ​ Neverland Racnh ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของไมเคิลแจ็กสัน นักร้องคนดัง เธอเชิญแขกทั้งหมดประมาณ 160 คนและเป็นงานแต่งงานที่ใหญ่โตเพราะรวมคนในวงการบันเทิงระดับแนวหน้าเช่น "เอ็ดดี้ เมอร์ฟี", "ลิซ่า มิเนลลี",  "แนนซี่ รีแกน" ซึ่งทำให้ปาปารัซซี่ต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อวนถ่ายรูปจากมุมข้างบนเลยทีเดียว ชุดแต่งงานของอลิซาเบธเป็นของขวัญมาจาก Valentino ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 25,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งงานแต่งงานมีงบประมาณ 2.5 ล้านดอลล่าร์หรือ 80 ล้านบาทค่ะ งานแต่งงานเป็นงานที่อาจจะเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต ถ้าหากใครมีโอกาสก็คงอยากจะจัดงานแต่งงานอย่างดีที่สุดใช่มั้ยล่ะคะ ?  ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://www.therichest.com

'เทริด' เล่าเรื่องอย่างคนใต้แท้ๆ แบบ เอกชัย ศรีวิชัย
'เทริด' /  เอกชัย ศรีวิชัย

โดยกองบรรณาธิการ BIOSCOPE หลังจากประกาศยุบวงดนตรีลูกทุ่ง "ศรีวิชัยโชว์" ที่ทำมายาวนานไปเมื่อ 2 ปีก่อน เอกชัย ศรีวิชัย ศิลปิน-นักแสดงชื่อดัง ก็หันมาจับงานกำกับภาพยนตร์เป็นครั้งแรกที่ชื่อว่า 'เทริด' (อ่านว่า เซิด เครื่องสวมหัวมโนราห์ที่เป็นสัญลักษณ์ในเชิงบูชาวิญญาณของบรรพบุรุษผู้เป็นครูโนราห์) ที่เล่าเรื่องความขัดแย้งของลูกผู้ไม่ต้องการสืบสานศิลปะมโนราห์โรงครูต่อจากผู้เป็นพ่อ โดยเอกชัยหวังให้หนังเรื่องนี้ เป็นดังบันทึกที่เกี่ยวกับประเพณีมโนราห์ไว้บนจอภาพยนตร์ที่สามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นต่อๆ ไป แม้การทำหนังจะดูไกลตัวเอกชัยในสายตาของคนทั่วไป แต่หากย้อนไปที่จุดเริ่มต้น เอกชัย ศรีวิชัย เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการแสดงละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ ของดาราวิดีโอ ไปจนถึงได้แสดงในหนังสายของ พันนา ฤทธิไกร หลายๆ เรื่อง ควบคู่ไปกับการเป็นนักร้องคาเฟ่ ก่อนจะมาโด่งดังเป็นนักร้องลูกทุ่งอาชีพในภายหลัง การมาทำหนังเรืองแรกที่ว่าด้วย "มโนราห์" ของเอกชัย นอกจากเป็นการกลับสู่รากเหง้าของศิลปะวัฒนธรรมที่เขาต้องการอนุรักษ์แล้ว ยังอาจรวมไปถึงรวบรวมประสบการณ์ในวงการบันเทิงที่หยิบจับงานมาอย่างหลากหลายรูปแบบตลอดชีวิต มาใช้ในการเล่าเรื่องชีวิตของ "คนใต้" จากมุมมองของคนใต้แท้ๆ อีกด้วย ... BIOSCOPE : พี่เอกชัยตั้งใจเลิกวงดนตรีลูกทุ่งเพื่อมาอนุรักษ์ "มโนราห์" โดยเฉพาะ เอกชัย : สำหรับเรากับวงคนตรีลูกทุ่งมันพอแล้วสำหรับ 20 ปี น่าจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ต่อไป ส่วนเราก็มาทำงานด้านอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นดีกว่า ทีนี่เมื่อลงมาทำมโนราห์ สิ่งที่มีแน่ๆ คือคณะมโนราห์ แล้วเราจะทำยังไงให้มโนราห์มันแมสส์ ทำยังให้ทุกคนรู้สึกว่ามโนราห์น่าจับต้อง น่าค้นหา ให้มันไปพร้อมๆ กับคณะมโนราห์ เราจึงมาทำภาพยนตร์ ซึ่งภาพยนตร์เองก็ต้องตอบโจทย์คนดูที่เป็นกลุ่มวัยรุ่น และตอบโจทย์เราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่อยากสื่อสารเรื่องวัฒนธรรมกับพวกเขา สิ่งที่พวกเขาคิดว่ามันล้าหลัง มันแย่ มันเชย มันโบราณ ความรู้สึกเหล่านั้นเราจะนำมาใส่เอาไว้ในตัวละคร สิงห์ เพื่อเป็นตัวแทนของพวกเขา ที่มีความขัดแย้งกับ ศรัทธา พ่อของเขา ซึ่งก็เป็นตัวแทนของคนอีกกลุ่ม เพื่อให้คนดูเข้าใจทั้งสองฝ่าย ไปจนถึงเราเองก็เก็บเกี่ยวเอาความรู้สึกที่คนทั่วไปมีต่อมัน คำพูดดูถูกเหยียดหยามต่างๆ เราเก็บมาใส่หมด แล้วมันก็จะมีการโต้ตอบแก้ต่างตลอด มันคือการถาม-ตอบสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับมโนราห์ ไปจนถึงสะท้อนภาพชีวิตของรุ่นใหม่ กับคนรุ่นเก่าที่พยายามรักษาวัฒนธรรม ที่เมื่อทั้งสองกลุ่มต้องมาเจอกันเพราะอะไร ท้ายที่สุดคนเราไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามเมื่อถึงที่สุด เขาจะนึกถึง “รากเหง้า” ของตัวเอง เราหนีบ้านเรามาทำไม เราหนีตัวเรามาทำไม BIOSCOPE : วัฒนธรรมมโนราห์ที่เราอยากเล่าคืออะไร เอกชัย : มันมีพิธีกรรมหลายอย่าง คือมโนราห์มันมี 2 แบบ แบบแรกคือมโนราห์ที่เป็นการแสดงโชว์ มีการร้องมีการรำ ส่วนอีกแบบคือมโนราห์พิธีกรรม ที่เป็นการรำตามพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ของชาวภาคใต้ที่ระบุไว้ว่าคุณต้องมีการรำมโนราห์พิธีกรรมถึงจะสัมฤทธิ์ผลได้ เช่นการเหยียบเสน การคล้องหงส์ การแทงเข้ เป็นต้น อีกหนึ่งแขนงที่มีคือ การเชื้อครู  หมายถึงการเชื้อเชิญวิญญาณบรรพบุรุษเพื่อถามเรื่องราวต่างๆ ว่าลูกหลานทำอะไรผิดมาไหม หรือต้องแก้ไขอย่างไร เหล่านี้มันก็เป็นพิธีกรรมพื้นบ้านที่เราพยายามแทรกเข้ามาในหนังด้วย BIOSCOPE : อะไรคือแรงบันดาลใจที่เราอยากทำหนังเกี่ยวกับ "มโนราห์" เอกชัย : จริงๆ มันมาจากคำที่ในหลวงเคยดำรัสไว้กับมโนราห์เมื่อครั้งรำถวายท่านจากหนังสือของ โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่มเทวา) ที่ว่า “เวลาสวมเทริด ท่านไม่ต้องไหว้เรา” คือมันเป็นเรื่องที่เราอยากขยายว่า ในช่วงวัย 30 พระชันษาของท่าน อีกทั้งไม่เคยเสด็จลงมาภาคใต้เลย พระองค์ถึงรู้ประเพณีมโนราห์ได้อย่างไร ถ้าพระองค์ไม่ทรงศึกษามาก่อน เราเลยรู้สึกว่า แล้วคนไทยต้องรู้ไหม นั้นคือสิ่งที่เราอยากขยายให้มาเป็นหนังเรื่องนี้ มันคือการขยายความภาคภูมิของพวกเราด้วย BIOSCOPE : วิธีการทำงานในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร เอกชัย : เราได้พี่เพื่อน - ภาคภูมิ วงษ์จินดา มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้และดูด้านโปรดักชั่น เรื่องมุมกล้องเรื่องแสง ที่เราต้องการคำปรึกษาของเขาว่าการเชื่อมต่อเรื่องราวในแต่ละซีนมันจะเรียงร้อยยังไง ส่วนเราก็ไปดูเรื่องการแสดง ถามว่าเราทำเองได้ไหมก็ได้ แต่เราต้องการความมั่นใจ (เอกชัยเคยแสดงนำในผลงานกำกับเรื่องแรกของภาคภูมิ 'ฟอร์มาลีนแมน รักเธอเท่าฟ้า' ในปี พ.ศ. 2547) คือเราเป็นคนเขียนทรีตเม็นต์เอง แล้วถึงให้คนเขียนบทมาให้เราดูอีกที ซึ่งความเป็นมโนราห์มันไม่สามารถตัดขาดจากเราได้อยู่แล้ว คือเราหลับตาก็บอกได้ ว่าโรงครูเสามันต้องเป็นแบบนี้ พานพุ่มมันต้องวางตรงนี้ พิธีกรรมมันต้องเริ่มจากไหนถึงไหน แต่เรารู้ว่าด้วยการเล่าแบบภาพยนตร์มันไม่สามารถใส่ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับมโนราห์ลงไปได้ แต่อย่างน้องเราต้องทำให้คนดูเข้าใจได้ว่าภาพที่เห็นมันคืออะไร เราก็ต้องมาคิดโครงสร้างก่อนว่า เรื่องจริงๆ ที่เล่ามันคืออะไร แล้วเราสามารถใส่เนื้อหาเกี่ยวกับมโนราห์ไปตรงไหนได้บ้าง ตัวอย่างเช่น ฉากที่พระเอกทะเลาะกับพ่อจนเทริดตกลงมายอดหักแล้วหนีออกจากบ้าน ซีนต่อมามันก็ควรจะเป็นซีนพิธีกรรมเชื้อครูเพื่อสอบถามเกี่ยวกับความผิดของตัวลูก หรือฉากที่พระเอกนางเอกกำลังวิ่งหนีการจับตัว ซีนที่น่าจะเล่าไปด้วยกันก็ควรจะเป็นพิธีคล้องหงส์ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการจับตัวนาง เป็นต้น BIOSCOPE : ตอนตัดสินใจทำ 'เทริด' เรารู้ไหมว่าวงการหนังตอนนี้อาจไม่ง่ายสำหรับคนทำหนังอิสระหน้าใหม่ เอกชัย : เรารู้ตัวตั้งแต่ก่อนสร้างแล้วว่าตอนนี้วงการหนังมันเป็นยังไง มันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ แต่ในแง่ภาพยนตร์เรายังเชื่อมั่นมันอยู่ เพราะว่าถ้าคนได้ดูไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะคนใต้หรือคนภาคไหน ถ้าเขารับรู้สิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารออกไปได้ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว เพราะการที่เราจะมานั่งบอกด้วยปากเปล่ามา “เทริด” มันคืออะไร โนราห์คืออะไร มันช้าแล้วทุกอย่างก็จะหายไป แต่ถ้าเรานำมาใส่ในภาพยนตร์ มันคือมาสเตอร์พีชของศาสตร์แขนงมโนราห์ละ ซึ่งเราตั้งใจว่าหลังจากนี้ เราก็จะมอบหนังให้เป็นสมบัติของกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นสมบัติของชาติต่อไป BIOSCOPE : จากภาพรอบปฐมทัศน์ ซึ่งจัดที่จังหวัดพัทลุง เห็นคนเยอะมาก หรือแม้แต่ได้ยินว่ากระแสทางภาคใต้ก็ดีมาก เอกชัย : มันน่าตกใจมาก คือคนดูตื่นตัวกับหนังมากๆ ไปจนถึงคนที่อยู่ในแขนงศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ก็ตื่นเต้นกับหนัง จนเรารู้สึกว่า เขาไม่ได้สนใจแล้วว่าหนังมันจะดีหรือไม่ดี แต่เขาต้องเข้ามาเสพความภูมิใจของภาคใต้ มันกลายเป็นสำนึกรักบ้านเกิดไปแล้ว ทั้งที่ตอนแรกเรากลัวมาก ถึงกับปรึกษากับพี่เพื่อนเลยว่า เราจะทำหน้าหนังหลอกนะ ให้คนดูรู้สึกว่ามันคือหนังวัยรุ่น มีความดราม่า เพื่อซ่อนเรื่องของมโนราห์ไว้ มันเกิดจากแรงเสียดทานที่เราเจอมาตลอดชีวิต เราพยายามสู้เพื่อโนราห์ เพื่อวัฒนธรรมภาคใต้ด้วยตัวคนเดียว ไม่เคยพึ่งภาครัฐเลย แม้แต่การให้ทุนเด็กๆ ที่เรียนมโนราห์ ก็เป็นเงินของเราเอง อย่างน้อยอะไรที่ทำให้มันยังหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมภาคใต้ให้คงอยู่ได้ด้วยตนเอง เราก็จะทำ ก่อนหน้านี้อาจมีหนังที่เล่าเรื่องภาคใต้ แต่มันก็ถูกเล่าผ่านมุมมองของคนจากที่อื่น ซึ่ง “เทริด” มันคือหนังภาคใต้ที่เล่าโดยคนใต้แท้ๆ เราคิดว่าปัญหาที่คนภาคอื่นไม่สามารถเข้าถึงแก่นของความเป็นภาคใต้ได้ คือภาษา สำเนียงใต้มันมีความอร่อยในตัวของมันเอง มันเหมือนการกินแกงไตปลา จะอร่อยก็ต้องฝีมือคนใต้ เช่นในตัวอย่างหนัง มันจะมีการใช้ภาษาใต้หลายสำเนียงมาก ตามแต่ที่มาของตัวละคร เช่นนางเอกในเรื่องเป็นคนสงขลา เขาก็จะมีสำเนียงใต้แบบสงขลา (จริงๆ คือคนกรุงเทพฯ ที่หัดพูดสำเนียงภาคใต้) ส่วนพระเอกในเรื่องเป็นคนพัทลุง แต่ตัวจริงเป็นคนสงขลา ก็ต้องมาหัดพูดสำเนียบใต้แบบพัทลุง เพราะเอาเข้าจริง สำเนียงทั้งสองแบบนี้มันต่างกันมาก ซึ่งคนท้องถิ่นจะรู้ดี ว่าสำเนียงแบบใต้นี้คนที่ไหน (เอกชัยพูดสำเนียงใต้แบบต่างๆ ให้ฟัง) ในหนังเราทำไว้ชัดมาก มันเป็นรายละเอียดที่เราไม่ยอมให้ผ่านไป BIOSCOPE : ในแง่การหยิบเอา "มโนราห์" มาทำเป็นหนัง มันคือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของศิลปะแขนงนี้หรือเปล่า เอกชัย : คือศิลปวัฒนธรรม บางครั้งมันต้องเปลี่ยนรูป คือทองคำมันจะขึ้นเป็นรูปแบบไหนก็ได้ แต่มันก็ยังเป็นทองอยู่ ซึ่งรูปแบบมันขึ้นกับสมัยนิยม เช่นเดียวกับการดัดแปลงศิลปะพื้นบ้านกับความเป็นปัจจุบันมันก็คือสิ่งที่เราทำมาตลอดกับงานแขนงต่างๆ ในภาคใต้และมันก็ประสบความสำเร็จมาด้วยดีโดยตลอด คือวัฒนธรรมมันจะอยู่ได้มันต้องเปลี่ยน ยกตัวอย่างการรำมโนราห์สมัยก่อน เขาจะต้องร้องกลอนหลังฉากก่อนรำ เราเลยบอกลูกศิษย์ว่า ถ้ามึงเสียงไม่ดีร้องไม่ได้ อย่าร้อง ให้ออกรำเลย เพราะร้องไปก็สะกดคนดูไม่ได้ หรือการโหมดนตรีแบบยาวๆ ก่อนการแสดงแล้วปล่อยให้เวทีว่างๆ ไว้เป็นเวลานาน เราก็เลิกทำ ขึ้นเครื่อง (แต่งกาย) มาแล้วก็ควรจะออกรำเลย เช่นเดียวกับในหนัง เราพยายามสนองมุมมองของคนทั้งสองกลุ่ม ว่าอะไรใช่ หรือไม่ใช่ เราพยายามที่จะให้เนื้อหามันแฟร์ทั้งในมุมเด็กและมุมผู้ใหญ่ที่มีต่อมโนราห์มากที่สุด จะไม่พยายามยัดเยียดให้เขารู้สึกว่า เราต้องมาอนุรักษ์มโนราห์นะ เราไม่ทำอย่างนั้น *** 'เทริด' เข้าฉาย 19 พฤษภาคม นี้ https://www.youtube.com/watch?v=AtQ-9fu37QE

ดูครบหรือยัง!? 5 หนังผีไทยที่ทำรายได้สูงสุด
5 แพร่ง /  ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ / 

ดูครบหรือยัง!? 5 หนังผีไทยที่ทำรายได้สูงสุด ขึ้นชื่อว่าเป็น หนังผี หลาย ๆ คนอาจจะร้องยี้ว่าน่ากลัวบ้างล่ะ ไม่กล้าดูคนเดียวบ้างล่ะ มีทั้งฉากตุ้งแช่ มีทั้งเลือดทั้งศพอีกสารพัด แต่ในทางกลับกัน...ไอ้เจ้าความหลอน ความหวาดผวา และความสะอิดสะเอียนเหล่านี้ก็สามารถตีหัวเรียกคนเข้ามาดูได้มานักต่อนักเช่นเดียวกัน แถมมิหนำซ้ำหนังผีไทยหลาย ๆ เรื่องพล็อตยังโดดเด่นเตะตาทีมสร้างภาพยนตร์จากเมืองนอก จนถึงกับบุกมาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมกเป็นเวอร์ชั่นของเขาอีกต่างหาก และในวันนี้ เราขอหยิบยกเอาหนังไทย 5 เรื่องที่ขึ้นธรรมเนียบบ็อกออฟฟิศประเทศไทยว่าเป็นหนังผีที่ทำรายได้สูงสุด ณ ขณะนี้ ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...ตามมาหลอนไปพร้อม ๆ กันได้เลย  พี่มาก...พระโขนง ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2556 รายได้ 598.96 ล้านบาท – บ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย / 1,000 ล้านบาท – ทั่วประเทศ หนังผี – ตลก เจ้าของสถิติรายได้ถล่มทลายชนิดที่ว่าเฉือนชนะอดีตหนังทำเงินอันดับหนึ่งของประเทศไปแบบไม่เห็นฝุ่น ด้วยผู้กำกับ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ได้หยิบยกพล็อตเรื่องสุดคลาสสิกอย่าง “แม่นาคพระโขนง” มาปัดฝุ่นและตีความใหม่ได้อย่างสุดสวิงริงโก้ นอกจากนี้หนังยังได้นักแสดงลูกครึ่งสุดฮ็อตทั้ง มาริโอ้ เมาเร่อ และ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ มารับบทพ่อมากและแม่นาคยุคใหม่วัยทีน ประกบด้วยแก๊ง 4 หนุ่มตัวป่วน นำทีมโดย ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ และ เผือก พงศกร จงวิลาส จึงไม่แปลกเลยที่จะถูกใจวัยรุ่น (และรุ่นอื่น ๆ) จนกลายเป็นกระแสฮิตฟีเวอร์ไปทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว นางนาก ค่าย ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ปีที่ฉาย 2542 รายได้ 149.60 ล้านบาท ปฏิเสธไม่ได้ว่าตำนานแม่นาคพระโขนงคือหนึ่งในพล็อตเรื่องที่ถูกนำมามารีเมกนับครั้งไม่ถ้วน ด้วยบทบาทความรักที่ผีสาวมีมอบให้แก่สามีอย่างไม่ยอมปล่อยวางแม้ว่าว่าตัวจะตายไปแล้ว เกิดเป็นความรักซาบซึ้งที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสยองขวัญของผู้คนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง และครั้งนี้ อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ก็ได้นำเจ้าแม่หนังผีแห่งยุคนั้นอย่าง ทราย อินทิรา เจริญปุระ มารับบท แม่นาค (นางนาก) ประกบคู่กับพระเอกผิวเข้ม เมฆ วินัย ไกรบุตร ในบทบาท พ่อมาก ซึ่งการดำเนินเรื่องราวก็ทำได้ครบเครื่องถึงขนาดที่ฉากแม่นาคปรากฏตัวในสภาพห้อยหัวลงมาจากเพดานโบสถ์นั้นยังคงติดตาตรึงใจใคร ๆ มาตลอด 17 ปีเต็ม ลัดดาแลนด์ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2554 รายได้ 117.00 ล้านบาท จากเรื่องเล่าปากต่อปากถึงความหลอนของอุทยานการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่นามว่า "ลัดดาแลนด์” ที่เป็นที่โจษจันกันอย่างกว้างขวาง ได้ถูกนำมาพัฒนาดัดแปลงกลายเป็นบทหนังสุดหลอนสุดดราม่าของ จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ที่ใช้ชื่อเดียวกับสถานที่ต้นเรื่องว่า “ลัดดาแลนด์” โดยครั้งนี้สถานที่สุดสยองของเราได้ถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรแสนสวย ต้อนรับการมาจับจองของผู้มีฐานะปานกลางไปจนถึงร่ำรวย แต่ไฉนเลยใครจะล่วงรู้ว่าในวันหนึ่งหมู่บ้านแห่งนี้จะกลายเป็นที่เกิดเหตุฆาตกรรม หนังเล่าเรื่องถึงครอบครัว ๆ หนึ่ง นำโดย ก้อง สหรัถ สังคปรีชา และ ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ โดยที่ผู้เป็นพ่อมีปมปัญหากับลูกสาวอย่าง ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ จนเกิดเป็นเรื่องราวที่ต้องพิสูจน์ความรักความผูกพันกันของคนในครอบครัวผ่านตัวแปรสำคัญนั่นก็คือ “ผี” ! ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์ “ลัดดาแลนด์” ก็คือการสร้างปรากฏหนังทำเงินควบคู่ไปกับหนังกวาดรางวัล ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก...สังเกตได้จากยอดรายได้ที่ทะลุ 100 ล้านบาท แถมยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ (ครั้งที่ 21) มากถึง 14 รางวัล ก่อนจะคว้าชัยไปได้ 6 รางวัล รวมถึงรางวัลใหญ่สุดของงาน “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี” ห้าแพร่ง ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 112.58 ล้านบาท ห้าแพร่ง คือการรวบรวมหนังสั้น 5 เรื่อง 5 รสที่สร้างสรรค์ขึ้นบนพื้นฐานของโจทย์สั้น ๆ ว่า “ความกลัว” เป็นการต่อยอดแฟรนไชส์ความสยองขวัญมาจากภาพยนตร์เรื่อง “สี่แพร่ง” ที่เข้าฉายเมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยหนังสั้นทั้ง 5 เรื่องเป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับ 5 คน ได้แก่ - ตอน “หลาวชะโอน” กำกับโดย กอล์ฟ ปวีณ ภูริจิตปัญญา ว่าด้วยเรื่องราวหลอน ๆ ของ เก้า จิรายุ ละอองมณี  การการบวชเณรอย่างไม่เต็มใจ และต้องเผชิญภัยในป่ากับเหล่าผีเปรต - ตอน “ห้องเตียงรวม” ที่ได้ วิสูตร พูลวรลักษณ์ หัวเรือใหญ่ของ GTH ลงมากำกับหนังด้วยตัวเอง กับบทบาทการแสดงของ แดน วรเวช ดานุวงศ์ ที่สวมบทเป็นผู้ป่วยห้องเตียงรวมกับลุงเตียงข้าง ๆ ที่โผล่มาจ๊ะเอ๋แบบเขย่าขวัญสั่นประสาท - ตอน “Backpacker” คือการกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งของผู้กำกับ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ และนักแสดงหนุ่ม แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ กับเรื่องราวสุดสยองเมื่อคนขับรถบรรทุกแรงงานต่างด้าวพบว่าเหล่าแรงงานที่ตนพาเข้ามาเสียชีวิตลง แถมตายแล้วไม่ตายดี ๆ ยังฟื้นขึ้นมาเป็นซอมบี้ไล่กัดพวกเขาเสียอีก - ตอน “รถมือสอง” ผลงานของ โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ กับเรื่องราวของเจ้าของเต็นท์รถมือสองอย่าง นิโคล เทริโอ ที่ต้องมาเผชิญหน้ากับเหล่าผีตายโหงที่ยึดโยงอยู่กับรถในเต็นท์ของตัวเอง - ตอน “คนกอง” หนังผี – ตลก ฝีมือผู้กำกับมากความสามารถ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่นำ มาช่า วัฒนพานิช มาสร้างซีน สนุก ๆ ในกองถ่ายภาพยนตร์ที่ไม่รู้ว่านักแสดงเจ้าของบทผีนั้นจริง ๆ เป็นผีหรือเป็นคนกันแน่ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2547 รายได้ 109.98 ล้านบาท หนังผีเรื่องแรกจากแบรนด์ GTH ผลงานการร่วมกำกับของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล และ โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ที่หยิบยกเอาประเด็นเล็ก ๆ แต่ชวนให้รู้สึกหลอนอย่างภาพถ่ายติดวิญญาณมาผูกเป็นเรื่องราวสยองขวัญ นอกจากนี้ยังได้ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี และ อิม อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น เฟี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้) มาร่วมประชันบทบาทกันแบบถึงพริกถึงขิง แถมกระแสความฮอตของ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในประเทศเท่านั้น เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับความนิยมจากต่างประเทศจนถึงจนขั้นมีการเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมกที่เมืองนอกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เวอร์ชั่นอีกต่างหาก

ลุ้นเเชมป์สนุก! บียูเร่งเจรจา มาเชน่า เหลือขั้นตอนสุดท้าย
จิลแบโต้ มาเชน่า /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

เเข้งเทพกลายเป็นเบอร์เเรกที่จ่อคว้าอดีตดาวยิงทัพปราสาทสายฟ้าเข้ามาร่วมทีม หลังมีรายงานว่าดีลนี้เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายก็จะเเล้วเสร็จ สโมสรเเข้งเทพ เเบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมเงินหนาของศึกโตโยต้า ไทยลีก ล่าสุดกลายเป็นทีมเต็งที่จ่อคว้าตัว จิลแบโต้ มาเชน่า หัวหอกวัย 32 ปีอดีตดาวยิงบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาร่วมทีมในเลกที่สองเป็นที่เเน่นอนเเล้ว หลังเจ้าตัวเดินทางมาถึงประเทศไทยบวกกับทาง สุพรรณบุรี เอฟซี คู่เเข่งในการเเย่งคว้าตัวเพิ่งออกมาปฏิเสธดีลนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้มีรายงานว่า มาเชน่า ที่เพิ่งหมดสัญญาระยะสั้นกับสโมสรอัล กัวดิซิย่า ทีมในลีกซาอุฯ ได้เข้ามาเจรจากับแบงค็อก ยูไนเต็ด ในขั้นตอนสุดท้ายเเล้ว เเละคาดว่าจะมีการเปิดตัวในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ บียู มีเป้าหมายใหญ่คือต้องการเข้าไปลุยศึกเอเอฟซี เเชมป์เปี้ยนส์ลีกในฤดูกาล 2017 นั้นเอง

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี