ดารานุ่งสั้น

โกง! นางเอกฮอร์โมนพล่าน ลอกข้อสอบ โดนสั่งพักการเรียน
นางเอกฮอร์โมนพล่าน

  งานเข้าแล้วเจ้าค่ะ เจ๊หว่าง เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทคนในวงการ เม้าท์มอยแบบมีน้ำหนักว่า นางเอกฮอร์โมนพล่าน ซวยสุดๆ เพราะทำนิสัยขี้โกง!!! เรื่องแบบนี้ รู้หน้า แต่ไม่รู้นิสัยจริงๆ แต่หนังหน้าจริงๆ ที่ก่อนเข้าวงการ หน้าตาชีเข้าขั้นขี้ริ้วขี้เหร่ ตาไปทาง จมูกไปทาง แต่พอไปเจอหมอศัลยกรรมมือดีใช้มีดเก่ง หน้าตาชีก็เริ่มสวยขึ้นอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ แต่งานนีชีก็ไม่แคร์ เพราะมั่นหน้า มั่นโหนก จนถีบตัวเองเข้าวงการฯ มาได้ พอเข้าวงการก็คิดว่าตัวเองดังมาก เล่นหนัง เล่นละคร ไม่กี่เรื่อง ก็โดนวิญญาณผีหยิ่ง ผียโสเข้าสิง ใครทัก ใครเรียกชื่อ ไม่มีหันไปทักทาย สวัสดี เดินเชิดๆ เลิศๆ โชว์สันจมูกปลอมๆ กับคางซิลิโคลนอันใหม่ จนแฟนคลับที่เคยหลงรักชี จากซีรีย์เด็กนักเรียนวัยวุ่นวาย เริ่มไม่ค่อยแฮปปี้กับพฤติกรรมของนางเอกฮอร์โมนพล่าน เพราะคนอะไรเข้าถึงยาก เข้าถึงเย็น ผิดกับนักแสดงคนอื่นๆ ที่แจ้งเกิดจากซีรีย์เรื่องนี้ เขาเฟรนลี่ น่ารัก มีงาน มีการทำ ให้เห็นอย่างต่อเนื่อง   ล่าสุดมีสายรายงานมาว่า มีเรื่องเม้าท์มอยที่เป็นประเด็นร้อนไปทั่วมหาวิทยาลัย เมื่อนางเอกฮอร์โมนพล่าน โดนสั่งให้พักการเรียนชั่วคราว ไม่ใช่ว่าเรียนไม่ทันเพื่อน ต้องถ่ายละคร ทำงานนั้นโน้นนี่ แต่ที่ชีโดนพักการเรียน เพราะดันไปทุจริตลอกข้อสอบเพื่อน งานนี้ถึงจะเป็นดารา มีชื่อเสียง เรียนไม่รู้เรื่อง เรียนไม่ทันเพื่อนยังไง ก็ไม่มีอำนาจอภิสิทธิ์ใดๆ ช่วยได้ นอกจากพักการเรียนไปก่อนนะจ๊ะ ถ้าพ้นมลทินเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาลงทะเบียนเรียนใหม่ งานนี้เลยเห็นว่าช่วงนี้ นางเอกฮอร์โมนพล่าน วิ่งรอกออกงานอีเว้นท์อยู่บ่อยๆ ยิ่งไม่มีสัญญากับสังกัดไหนแล้ว ก็วิ่งมาราธอนรับงานทั่วราชาอาณาจักร แถมแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปสักพักใหญ่ๆ เขาก็เปิดตัวแฟนคนใหม่เป็นที่เรียบร้อย แม้ชีจะออกมายอมรับว่า ถึงเลิกกันไปแล้ว แต่เราก็เป็นเพื่อนกันได้ อ้าว...เฮ้ย! นี่หล่อนไม่รู้เลยหรอ??? ว่าแฟนใหม่ของผู้เก่าหล่อน เขาไม่ชอบขี้หน้าปลอมๆ ของหล่อน เขาไม่แฮปปี้ด้วย ณ จุดๆ นี้ ที่หล่อนออกมาให้สัมภาษณ์แบบนี้ แต่ชีก็เป็นคนไม่ค่อยแคร์อะไรอยู่แล้ว ถ้ามีตบ ก็คงนัดตบกันจะได้จบๆ แล้วได้ข่าวมาอีกว่า มีหนุ่มๆ ในวงการ นอกวงการ ไฮโซลูกท่านหลานเธอมาจีบ ยาวเป็นหางว่าว ว่าแต่ใครนะ จะโชคดีได้ นางเอกฮอร์โมนพล่าน นิสัยขี้โกงไปครอบครองนะ อีกไม่นานคงได้รู้กัน อิอิอิ!!!

มิน พีชญา เมิน! ดราม่าอวดรวยขึ้น ฮ. เที่ยวดูไบ
มิน พีชญา /  โอ๊ต พิทักษ์

   มีเรื่องให้ดราม่าได้ตลอดๆ สำหรับนางเอกสาว มิน พีชญา ที่ก่อนหน้านี้เดินทางไปต่างประเทศแถมยังโพสต์รูปกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู แอร์เมส นับสิบใบที่ สาวมิน ซื้อเป็นของขวัญวันเกิด ทำเอาหลายคนเข้าชมรมเม้าท์มอยกันไม่น้อย ล่าสุด สาวมิน เพิ่งจะควงหวานใจนั่งเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปเที่ยวดูไบ งานนี้ she ก็เลยถูกมองว่าอวดรวยซะงั้น ล่าสุด มิน พีชญา ได้มาร่วมงานกิจกรรม “คู่ซ่าท้าชิม” ดวลฝีมือตำส้มตำรสแซ่บ ณ ร้าน Time & Tales พร้อมกับเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว ยันตนไม่ได้อวดรวยแต่อย่างใด และการนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเที่ยวดูไบเป็นการเช่าไปในราคาหลักพัน ซึ่งไม่ได้แพงอย่างที่คิด พร้อมกับชมแฟนหนุ่มนอกวงการ โอ๊ต พิทักษ์ เป็นคนน่ารัก เทคแคร์ดูแล และให้เกียรติตนอย่างมาก เขินยังไม่เรียก "แฟน" เพราะมันอาจจะดูแรงไปสำหรับเธอ   "จริงๆ ดราม่า (นางเอก ม.สั่งแฟนคลับลบรูปในร้านอาหาร) มันเป็นการเข้าใจผิด และมินไม่อยากพูดถึง ทุกวันนี้มินว่าอย่าพยายามเข้าถึงเรื่องแบบนี้เลยเพราะทุกคนพร้อมจะแสดงข้อคิดเห็นอะไรก็ได้ และพอเราขยายพื้นที่ลบๆ มันก็กลายเป็นอะไรแบบนั้นและมันก็ไม่ได้ทำให้คนในประเทศเรามีความสุข มินเองชินที่คนจับตามองเราตลอด มินโอเพ่นมากๆ บางทีแทบจะเรียกมาถ่ายรูปเลย จริงๆ วันนั้นมินจะเรียกเขามาถ่ายรูปแต่ไม่ทันคือน้องเขาเขินแล้ววิ่งหายไปแล้ว แต่คนที่พูดคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์และไม่เห็นอะไรเลย ไม่ใช่คนที่จะถ่ายรูปคนละคน มินถึงบอกว่าข่าวแบบนี้อย่าไปนำเสนอเลยดีกว่า คือมินเห็นรายละเอียดข่าวตั้งแต่ไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้วมินก็จะเจออะไรแบบนี้ตลอดมินเลยมองว่ามันเป็นโลกของข้อคิดเห็น"   "กับเรื่องที่ผู้จัดการมินบอกจะแจ้งความถ้าทำให้เสียหายเราก็ยอมรับว่ามีการร่างทนายและกำลังจะดำเนินคดี แต่คุณแม่มินท่านจะนางเอกท่านก็จะบอกตั้งแต่ตอนที่เข้าไปกราบในวังแล้วแม่บอกว่าพ่ออยากให้เรารักกัน เพราะฉะนั้นอะไรที่ปิดหูปิดตาไปได้ก็ปิดเพราะเราอยู่ที่แจ้ง เราคนไทยมินว่าศักดิ์ศรีลืมๆไปบ้างเถอะค่ะ บางทีมินเป็นระดับนางเอกแต่มินก็ไม่ได้มองว่าจะต้องมาเอาเรื่อง มันคือการที่เกิดมีพี่น้องที่อยู่ในประเทศเราแล้วยังไม่เกิดความเข้าใจเราก็ไม่จำเป็นต้องทำร้ายใคร เราคงไม่เอาเรื่องเขาเด็กน้อย(ยิ้ม)แค่ตื่นเต้นเฉยๆแต่ทุกคนอยากเอาเรื่องมินค่ะไม่เป็นไรมินเข้าใจ คือเรื่องนี้มินไม่ได้เคลียร์กับเขานะผู้จัดการมินเคลียร์เรียบร้อยแล้ว บอกตรงๆเรื่องแบบนี้มันทำให้เราต้องจัดการ มันไม่บั่นทอนจิตใจเรา เพราะมินเป็นคนชัดเจนมากถ้ามินไม่ผิดเราก็ชัดเจนและมินไม่มานั่งเสียใจด้วย แต่ถ้ามินผิดเราพร้อมปรับปรุง ลองมองชัดๆดูว่ามีดาราคนไหนไม่ถูกถ่ายรูปไม่มีดังนั้นมันเกิดความเข้าใจผิดได้ แล้วเราก็เข้าใจเพราะหนึ่งวินาทีของคนไม่เท่ากัน บางคนมองคนละที่พอไปสบตากันกลายเป็นหยิ่ง แต่ถ้าเราอยู่บนพื้นฐานของความรักเข้าใจประเทศเราน่าอยู่มาก"   "ทริปดูไบสนุกมาก จริงๆ มินตั้งเป้าไว้ว่าปีนึงจะเที่ยวทริปใหญ่ๆ สัก 4 ครั้งด้วยความที่เราอยู่ในวงการมาสักพักแล้ว ทำงานหนักมากตลอดทั้งปี ไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เหมือนคนอื่นๆ เราเลยเริ่มรู้สึกว่าเราอยากพักผ่อนบ้าง ดังนั้นเลยต้องมีบาลานซ์ที่ดีกับทริปนี้ก็ไปมา 8 วันค่ะ ไปกันเยอะมากเป็นสิบคนเลย มีเพื่อนต่างชาติด้วยไปรวมตัวกันที่โน้น แล้วก็ได้ไกด์พิเศษด้วยเสกได้ทุกอย่าง(ยิ้ม) พี่โอ๊ต พิทักษ์ เขาก็ไปด้วยความที่ไปกันหลายคนก็โดนแซวตลอด แต่เขาก็จะมีดอกไม้ มีลีมูซีนส่วนตัวเราก็เลยแซวว่าหูยจัดหนักมากเลย(ยิ้ม)ทำคะแนนๆ แต่ที่เห็นภาพสวยๆ ออกมาขึ้นฮอลล์หรืออะไรคือมินบอกเลยว่าดูไบเป็นเมืองที่สวยมากถ่ายรูปจุดไหนก็สวย ดูแพง"   "มินไม่ได้อวดรวยแบบที่คนเม้าท์กัน มินโพสต์รูปในไอจีของเราเป็นพื้นที่ส่วนตัวและมินก็ไม่ได้เขียนอะไรน่าเกลียดเลย และการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้แพงนะคะหลักพันเอง เราเช่าส่วนตัว แต่มันเป็นสิ่งที่คนหลายคนไม่กล้าทำเพราะมันสูง ซึ่งที่คนมองว่ามินทำอะไรดูแพงก็ดีนะดีกว่าคนมองว่าเราทำอะไรแล้วดูถูกหรือเปล่าคะ(ยิ้ม) แสดงว่าเรามีคุณค่า ทุกวันนี้น้องคิดบวกให้เก่งเนอะ ก็อย่าดราม่าเลยเราลงรูปไลฟ์สไตล์ปกติ นี่แทบจะไม่มีรูปอะไรที่ทำให้คนไม่เข้าใจเลย แต่ถ้ายังดราม่าอีกมินจะปิดไอจีแล้ว(ยิ้ม)คือมินเปิดไอจีให้แฟนคลับได้ติตตามชีวิตของมินก็น่ารักๆให้เกียรติชีวิตมินบ้าง เบาๆ ด่าได้แต่อย่าแรง เพราะจริงๆ ที่มินไปดูไบมินเพราะเราชอบความแอดเวนเจอร์นะ แต่ก็จะมีเพื่อนๆ หรือพี่โอ๊ตจะมีสิ่งพวกนี้มาอำนวยความสะดวกให้"   "โมเม้นต์สวีทเราก็มีไปทานข้าวด้วยกันตอนเย็น เป็นร้านอาหารที่เป็นมุมที่เขาบอกถ้าไปดูไบต้องไปเลย คนแน่นมาก ก็โอเคนะจริงๆ พี่โอ๊ตเป็นคนน่ารัก และให้เกียรติมากๆ อย่างตอนนี้แม่มินป่วยเป็นฝีที่หน้าผากอยู่ รพ.เขาก็ดูแลอยู่ไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้ เรียกว่าเขาทำคะแนนอยู่ (ยิ้ม) จริงๆ มินว่ามันเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วความรักเป็นสิ่งสวยงาม แต่ถ้าจะขยับสถานะไป ด้วยวัยของมินหรือความพร้อมมันก็ยังไม่พร้อมจริงๆ อันนี้ต้องยอมรับ"   "ถ้าถามตอนนี้เรียกแฟนได้หรือยัง ตอนนี้ยังก่อน แต่เรียกว่าเป็นอะไรก็ได้แหละที่อยากจะเรียกกัน แต่ถ้าจะเรียกแฟนให้มินเลยมันก็แรงไป อยากเรียกอะไรก็เรียกค่ะ จริงๆ คุณพ่อคุณแม่มินก็ชัดเจนว่าให้ดูกันไปก่อน บนพื้นฐานของความจริงใจมินว่ามันจะไปได้สวย แต่มินไม่อยากให้คนเอาพี่เขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ว่าทำไมมินเปิดตัวเยอะ มินมองว่าตัวเองเริ่มโตแล้วและมันมีพื้นที่ให้เปิดเผยมากขึ้น แต่ก่อนเราถ่ายละปีละ 3 เรื่องเลยไม่มีโมเม้นต์แบบนี้ ไม่ใช่เราไม่เปิด แต่ว่ามันไม่มีเวลาเกิดความน่ารักแบบนี้ ซึ่งตอนนี้เราเริ่มจัดสรรเวลาได้มากขึ้น เช่นรับละครปีละเรื่องและเราก็ชัดเจน ช่องก็น่ารักค่ะ" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG minpechaya, oatpitak มิน พีชญา   มิน พีชญา   มิน พีชญา   มิน พีชญา            

ชินวุฒ ออกโรงป้อง เป๊ก จวกนักเลงคีย์บอร์ดด่า
ชิน ชินวุฒ /  หน้ากากจิงโจ้ / 

    เล่นเอาเดือดกันทั้งโซเชียลไปเลย หลังมีกระแสข่าวที่มีคนสงสัยว่า ชิน ชินวุฒ รับงานนอกทั้งที่ยังอยู่ในช่วงเกณฑ์ทหาร เจ้าตัวเลยขอเคลียร์ว่าที่จริงแล้วอยู่ในช่วงลา และสามารถลามารับงานนอกได้ เป็นดาราไม่ได้มีอภิสิทธิ์พิเศษ กลับยิ่งต้องทำตามกฎระเบียบมากที่สุด รวมถึงออกโรงป้องนักร้องเสียงดี เป๊ก ผลิตโชค หลังถอดหน้ากากจิงโจ้ ออกแล้วโดนกระแสดราม่าต่อว่าอย่างรุนแรง จวกคนที่หาข้อผิดพลาดมาต่อว่า เป็นเพราะอิจฉา เราควรจะตัดสินคนจากสิ่งที่เขาทำ ความสามารถเขา กับความสุขที่เขามอบให้กับคนดู จากภายในมากกว่าภายนอก สังคมตัดสินกันที่อะไร ทุกวันนี้หน้าปกติคือการใส่หน้ากากกัน   "ในจังหวะลาก็รับบ้าง แต่ไม่ได้ฟูลสตรีมรับเหมือนเราไม่ได้เป็นทหาร ก็ถ้าอยู่ในช่วงลาเราก็สามารถที่จะลารับได้อะนะครับ ก็เหมือนกับเพื่อนที่อยู่เวลาในล็อคลาก็กลับไปบ้านแล้วกลับไปช่วยที่บ้านทำงาน ก็ในจังหวะที่ไม่ได้ชนกลับงานหลวงเราก็สามารถที่จะลาได้บ้าง ก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะอนุมัตินะครับ แต่ว่าอย่างที่พูดงานหลักก็คืองานหลวง ภารกิจก็จะมีมาเรื่อยๆ ครับ งานถ่ายสารคดี เข้าเวร อะไรอย่างนี้ทำหมดครับ แทบจะทุกหน่วยของราชการเลยนะครับที่ผมไปมา ทุกเหล่าทัพเลยครับ ไปมาหมดแล้ว"   "คนไม่เข้าใจก็จะไม่เข้าใจ คนที่ไม่ได้เป็นหรือว่าไม่เคยเป็นก็จะไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องปกติของสังคมอยู่แล้วครับ คนเรามักจะไม่เข้าใจเรื่องที่เราไม่เคยสัมผัส จริงๆ มันเป็นเรื่องปกติของทหารก็จะมีล็อคลาอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเป็นก็ไม่ต้องกลัว คุณไม่ได้อยู่ที่นั่นตลอดเวลา ปีนึงไม่ได้กลับบ้านมันก็ไม่ใช่นะครับ เขาก็เข้าใจว่าเรามีครอบครัว เรามีภาระของเรา แต่ว่าก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะอนุมัตินะครับ ก็ต้องเป็นตามนั้นไป เราปฏิบัติตามกฎระเบียบทุกอย่างครับ ผมหนีได้ที่ไหนครับ ถูกไหมฮะ ผมยิ่งต้องทำตามกฎระเบียบที่สุดเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าเราอยู่ในสายตาคนหมู่มาก เพราะฉะนั้นที่เราทำทุกอย่างเนี่ย จะสะท้อนกลับไปที่กองทัพหมด เพราะฉะนั้นผมจะอยู่ในระเบียบวินัยแทบจะ 24 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ"   "ถามว่าอภิสิทธิ์ไหม ก็ไม่นะฮะ เพราะว่าเราปฏิบัติตามเพื่อน คือในช่วงฝึกเราก็ฝึกเหมือนกัน ไม่ได้นอนแยก ไม่ได้กินแยก ไม่ได้อาบน้ำแยก จริงๆ ผมมีฝึกแยกด้วยเพราะว่าช่วงที่ผมฝึกผมมีถ่ายสารคดีของกองทัพด้วย นั้นแปลว่าผมก็ต้องทำงานเบิ้ล ผมถ่ายงานเสร็จปุ๊ปผมก็ต้องกลับมาทำงานฝึกต่อเพราะว่าผมก็ยังเป็นภาพของกองทัพอยู่ เพราะฉะนั้นในมุมของระเบียบวินัยในท่าทางต่างๆ ผมก็ต้องค่อนข้างที่จะเป๊ะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็เลยจะต้องฝึกเบิ้ลกับเพื่อนด้วย แต่ทุกอย่างตามระเบียบครับ"   "สำหรับประเด็นหน้ากากจิงโจ้ พูดไงดีอะ คนมันจะหาข้อผิดพลาดอยู่แล้ว เพราะอิจฉา เป็นเรื่องปกติ คือผมรู้จักพี่เป๊ก แล้วจริงๆ แล้วพี่เป๊กเขาสวมบทเป็นผมด้วยซ้ำ ผมดูทุกวีคก็ โอ้โห ยืนเป็นทหารเชียว คุณจิงโจ้ครับ แต่ว่าสำหรับผมเนี่ยผมรู้สึกว่าคนมันจะหาข้อเสีย เหมือนเขาไม่ชอบให้อะไรมันดีเกินไปอะ เพราะว่าร้องดีเหลือเกิน เต้นดีเหลือเกิน คนก็เลยต้อง เอ้ย มันดีเกินไปหรือเปล่าวะ กูหาอะไรดีกว่าว่ะ เดี๋ยวไม่สนุก เดี๋ยวนอนไม่หลับ อะไรอย่างเงี้ย คือสำหรับผมนะผมพูดอย่างเนี้ยเพราะว่าพี่เป๊กเป็นพี่ชายผม และพี่เป๊กเป็นคนที่ผมรักและเคารพ และเป็นคนที่เก่ง และเป็นคนที่น่ารัก ถ้ารู้จักเขาจริงๆ อะคุณก็จะรักเขาในสิ่งที่เขาเป็น และผมก็ให้กำลังใจเขา เมื่อเช้าผมก็เพิ่งโพสต์ เฮ้ย ว่างมากหรอ ว่างมากใช่ไหมที่จะต้องมาว่าเขา  ที่จะต้องมาหาข้อผิดพลาดในตัวเขา ทุกคนมีหมดครับ ผมก็มีครับ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ดูเลยเนี่ย ผมให้ข้อคิดแบบนี้ดีกว่าว่าผมว่าเราให้รายการนี้และสิ่งๆ นี้เป็นบทเรียนให้สังคมได้เห็นว่า เราควรจะตัดสินคนจากสิ่งที่เขาทำ ความสามารถเขา กับความสุขที่เขามอบให้กับคนดู กับภายในมากกว่าภายนอก จริงๆ แล้วการที่เขาใส่หน้ากากเนี่ยมันมีข้อคิดให้กับเราได้หลายมุมนะว่าจริงๆ แล้วสังคมเรามันตัดสินกันที่อะไรวะ แล้วมันแปลกตรงที่ว่าหน้าเราปกติเนี่ยแหละคือใส่หน้ากาก"   "ผมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วเราใส่หน้ากากกันอยู่ทุกวันเนี้ย เรารู้สึกว่าสังคมเราเนี่ยแหละใส่หน้ากากกันอยู่ ปากนึงก็พูดว่า โอ้ย ดีจังเลย เก่งจังเลย อีกปากนึงก็แบบ เฮ้ย แกอย่างงู้นอย่างงี้อย่างงั้น ผมว่าอันเนี้ยแหละคือหน้ากากที่แท้จริงของคนที่ใส่กันอยู่ในสังคมสมัยนี้ผมว่า มันเป็นเรื่องปกติครับ ผมว่าเราก็แค่ต้องยอมรับมัน แล้วผมก็เชื่อว่าพี่เป๊กเองก็มีวิจารณญาณมากพอที่จะเข้าใจและสิ่งที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้มันดีมากพอที่คนจะรักเขาที่เขาเป็นเขา ไม่จำเป็นต้องมีหน้ากากจิงโจครับ ไม่จำเป็นต้องให้คนได้ยินเสียงเพลงของเขาในมุมของจิงโจ้ แต่ว่าถ้าคุณได้รู้จักจริงๆ และได้เห็นเขาร้องจริง ๆ ผมเชื่อว่ายังไงก็รักเขา และจิงโจ้เป็นแค่กระจกที่ทำให้คนได้เห็นตัวเองว่า เฮ้ย กูตัดสินเขาเยอะไปป่าววะ มันแค่นั้นเอง"   "ผมไลน์หาเขาครับ ผมไลน์หาเขาตั้งแต่วีคแรกแล้วครับ ว่าผมโพสต์ในสิ่งที่ผมโพสต์แล้วเขาก็บอกว่าขอบคุณที่ผมโพสต์แบบนั้น แล้วเขาก็บอกว่ามันมีความหมายสำหรับเขาที่โพสต์แบบนี้ แล้วก็บอกเลิฟยู อะไรแบบนี้ คือผมกับพี่เป๊กก็สนิทกันอยู่แล้ว ผมโปรดิวซ์ให้เขา ทำเพลงให้เขา คุมเขาอัด คือแล้วเราทำงานด้วยกัน เมื่อก่อนก็ปาร์ตี้ด้วยกัน คือแบบผมกับพี่เป๊ก มีความรักเป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว แล้วก็ถ้าใครมาว่าเขาผมก็กล้าที่จะเอาตัวเองเข้าไปแลกให้ได้ครับ"   "ไม่เครียด ผมว่าไอ้สังคมนี้แหละถึงจะทำให้ดรามา แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เครียด แต่ผมว่าในมุมเขาอาจจะคิดว่า เอ๊ะ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีหน้ากากจิงโจ้ คนจะสนับสนุนเขาเหมือนกับที่เขาเป็นหน้ากากจิงโจ้หรือเปล่า"   "ก็ทำได้แค่นั้น เพราะพี่เป๊กเขาเข้มแข็งพอ และเขาก็แข็งแรงมากพอที่จะไม่ฟังเรื่องพวกนี้ และก็มีผม และเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการอีกหลายคนที่เข้าใจและรู้ว่าจริงๆ แล้วคือยังไง เพราะฉะนั้นก็เป็นได้แค่นักเลงคีย์บอร์ดอะฮะ ผมว่าของแบบนี้ก็แค่อยู่บ้านแล้วก็พิมพ์อะ ใครก็ทำได้ ผมก็ทำได้ เพราะฉะนั้นก็ได้แค่นั้น ถ้ากล้าจริงก็ต้องกล้าที่จะฝึกฝนตัวเองให้เก่งเท่าเขาแล้วค่อยมาพูด" ขอบคุณภาพจาก IG chinchinawut อ่านข่าว ดราม่า...งงเด้! ทั้งวัน รู้ยัง! เป๊ก หน้ากากจิงโจ้ ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย ดราม่า...งงเด้! ทั้งวัน รู้ยัง! เป๊ก หน้ากากจิงโจ้ ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย อ่านต่อ : http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/611   ดราม่า...งงเด้! ทั้งวัน รู้ยัง! เป๊ก หน้ากากจิงโจ้ ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย อ่านต่อ : http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/61142 ชิน ชินวุฒ   ชิน ชินวุฒ   ชิน ชินวุฒ   ชิน ชินวุฒ  

มาแล้ว!! ผลรางวัล MThai Top Talk-About 2017 โดนใจมว้ากก!!!
MThai Top Talk-About 2017 /  MThai.com / 

  ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงานประกาศรางวัล “MThai Top Talk-About 2017” ที่จัดขึ้นโดย เว็บไซต์ MThai.com เว็ปไซต์อันดับ 1 ด้านบุคคลและสังคม และ เว็บวิดีโออันดับหนึ่งของประเทศ ในวันนี้(10มี.ค60) เมื่อเวลา 18.00-21.00น. ณ ลาน Park Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน   โดยรางวัล “MThai Top Talk-About 2017” เป็นการประกาศผลรางวัลที่อ้างอิงกระแสการกล่าวถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์ และ Social Media ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 แล้ว และยังเป็นการก้าวสู่ปีที่ 17 ของเว็บไซต์ MThai.com พร้อมทั้งยังมีการบันทึกเทปสำหรับออกอากาศในช่องดิจิตอล ช่อง Mono 29 เวลา 23.55 น. และถ่ายทอดสดบน Streaming บนเว็บไซต์ www.MThai.com อีกด้วย   ทั้งนี้เหล่าคนบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน-ดารานักแสดง และผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ต่างเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ เกรท วรินทร, แต้ว ณฐพร, หนุ่ม สันติสุข, กรีน อัษฎาพร, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, ใหม่ ดาวิกา, นาย ณภัทร, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ฯลฯ สำหรับผลรางวัล “MThai Top Talk-About 2017” สาขารางวัลด้านทีวี มีดังนี้ รายการทีวีที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About TV Show ได้แก่ รายการ The Mask Singer นักแสดงชายที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Actor 3 รางวัล ได้แก่ 1. ป้อง ณวัฒน์ 2. หนุ่ม สันติสุข 3. เกรท วรินทร นักแสดงหญิงที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Actress 3 รางวัล ได้แก่ 1. นุ่น วรนุช 2. กรีน อัษฎาพร 3. แต้ว ณฐพร ละครที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Drama 3 รางวัล ได้แก่ 1. พิษสวาท 2. นาคี 3. ขมิ้นกับปูน ละครน้ำดีสร้างแรงบันดาลใจที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Inspirational TV Drama ได้แก่ ละครวัยแสบสาแหรกขาด นักแสดงขโมยซีนที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด Top Talk-About Memorable ได้แก่ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น จากบทบาทของ เอนจอย จากซีรีส์เพื่อนรักเพื่อนร้าย Top Talk-About Actor Top Talk-About Actor Top Talk-About Actor Top Talk-About Actress Top Talk-About Actress Top Talk-About Actress Top Talk-About Drama Top Talk-About Drama Top Talk-About Drama Top Talk-About Memorable Top Talk-About Inspirational TV Drama

ฮอตเสมอต้นเสมอปลาย!! ส่องชีวิต ขวัญ อุษามณี นางเอกหน้าบาร์บี้แห่งวิกหมอชิต
ขวัญ อุษามณี

ยังคงความฮอตไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย สำหรับนักแสดงสาวที่มากด้วยความสามารถอย่าง ขวัญ อุษามณี เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งซุปตาร์ที่เข้าวงการตั้งแต่วัยเยาว์ แจ้งเกิดตั้งแต่วัยกระเตาะ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเธอคนนี้ก็ยังคงมีกระแสอยู่ในแวดวงบันเทิงเสมอ เรื่องราวดีๆ มีให้เห็นเยอะ เรื่องราวดราม่าก็มีให้เห็นบ่อย นั่นทำให้ชาวเรารู้ว่าเธอคนนี้ยังอยู่ในสายตาไม่ได้หายหน้าไปไหน วันนี้ย้อนไปทำความรู้จักสาวเก่งที่ชื่อ ขวัญ อุษามณี กันหน่อยดีกว่าเด็กหญิงลูกขวัญ หลายคนรู้จักนางเอกหน้าสวยเยี่ยงตุ๊กตาคนนี้ในนาม ขวัญ อุษามณี แต่ก็มีหลายคนเช่นกันที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคนนี้ชื่อ ลูกขวัญ ซึ่งก็ไม่แปลกมากนักแค่ยาวสั้นต่างกันเท่านั้นเอง ซึ่งขวัญเกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2531 ปัจจุบันเธออายุ 29 ปีเต็มแล้วดาราเด็ก ขวัญ อุษามณี คือสาวสวยที่เกิดมาเพื่อเป็นดาวในวงการบันเทิงอย่างแท้จริง โดยเจ้าตัวเริ่มเข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ วัยเพียงเท่านั้นอาจจะยังไม่ได้มีงานแสดงให้เห็นชัดเจนมากนัก งานถ่ายแบบหรืองานโฆษณามากกว่าที่ทำให้เราคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดี จวบจนกระทั่งปี 2537 ขวัญมีโอกาสได้ชิมลางงานละครเป็นครั้งแรกกับเรื่อง พ่อจ๋า แม่ขา ลูกรัก ซึ่งออกอากาศทาง ช่อง 3สู่วิกหมอชิต แม้จะชิมลางงานละครเรื่องแรกกับทางช่อง 3 และมีผลงานในวัยเยาว์มากมายกับทั้งช่อง 3 และ ช่อง 7 สลับกันไป แต่ในเวลาต่อมา ขวัญ อุษามณี ก็กลายมาเป็นดาวเด่นและนางเอกแถวหน้าของ ช่อง 7 ซึ่งในปี 2547 ขวัญเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของช่องอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ซึ่งผลงานละครเรื่องแรกหลังเซ็นสัญญาคือ สาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2 แม้บทบาทในเรื่องจะค่อนข้างร้าย แต่กระแสของละครก็ทำให้ใครหลายๆ คนรู้จักขวัญในฐานะนักแสดงช่อง 7 และตอกย้ำคำว่านางเอกวิกหมอชิตกับละครเรื่อง อกธรณี ที่เธอรับบทเป็นนางเอกเต็มตัวกับเรทติ้งที่ฮอตแรงในช่วงเวลานั้น รวมถึงอีกหลากหลายที่ตามมามากมายนางเอกหน้าบาร์บี้ ใช้เวลาสะสมประสบการณ์ พัฒนาตนพัฒนางาน และพัฒนาฝีมือมาเรื่อยๆ ความพยายามทั้งหมดทำให้ ขวัญ อุษามณี กลายเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของช่อง 7 สี และเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงไทยได้อย่างไม่ยากเย็นเลย อาจจะด้วยพรสวรรค์และรูปร่างหน้าตาที่สวยเป๊ะตามสไตล์ลูกครึ่งด้วยที่ส่งให้เธอกลายเป็นขวัญใจประชาชี และจุดนี้ด้วยความที่สวยหน้าฝรั่ง มองมุมไหนก็คล้ายตุ๊กตาบาร์บี้ เลยทำให้บรรดาแฟนคลับและอีกหลายคนให้ฉายาเธอว่า นางเอกหน้าตุ๊กตา หรือ นางเอกหน้าบาร์บี้ มาจนถึงทุกวันนี้นั่นเองสาวเสน่ห์แรง หนุ่มรุมตอม ไม่เพียงแต่ความสามารถเรื่องการแสดงเท่านั้นที่ทำให้ ขวัญ อุษามณี กลายเป็นนางเอกฮอตมาแรงของวงการบันเทิง แต่ข่าวคราวเกี่ยวกับหนุ่มๆ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ใครๆ ต่างมองว่าสาวขวัญคนนี้เป็นซุปตาร์ที่มีเสน่ห์มาก โดยตั้งแต่เข้าวงการมาขวัญเป็นข่าวกิ๊กกั๊กกับบรรดาหนุ่มๆ มากมาย ทั้งคนในวงการ ทั้งคนนอกวงการ ไม่ว่าจะเป็น กอล์ฟ พิชญะ, ป๊อก ภัสสรกรณ์, ไฮโซอ้าย, หมวดบีม ฯลฯ รวมถึงคู่จิ้นอย่าง อ๋อม อรรคพันธ์ ที่ใครๆ ต่างก็เชียร์ให้รักกันนอกจอด้วยเกาเหลาเกลื่อนวงการ เรื่องงานเป็นกระแสให้กล่าวขาน เรื่องหนุ่มๆ เป็นประเด็นให้พูดถึง เรื่องเกาเหลาไม่ถูกชะตากับเพื่อนร่วมวงการก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ ขวัญ อุษามณี พบเจอในเส้นทางสายบันเทิง จุดนี้จริงเท็จเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเจ้าตัวและคู่กรณี ซึ่งขวัญนั้นก็ดันมีคู่กรณีเยอะซะด้วย ทั้งรุ่นใหญ่อย่าง ปู มัณฑณา รุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง ปู ไปรยา, แพนเค้ก เขมนิจ, นาตาลี เดวิส แม้จะมีกระแสเกาเหลากัน แต่จากวันนั้นจวบจนถึงวันนี้เรื่องราวเกาเหลาคงจางไปบ้างแล้ว เพราะล่าสุดกับคู่กรณีบางคนสาวขวัญก็ยังพบเจอและร่วมงานกันได้อย่างไร้ปัญหารักรีเทิร์น แม้จะมีข่าวคราวกับหนุ่มๆ มากมาย แต่ปัจจุบันนางเอกหน้าบาร์บี้ ขวัญ อุษามณี มีความรักที่มั่นคงอยู่กับอดีตแฟนอย่าง กอล์ฟ พิชญะ แน่นอนแล้ว เรียกว่าเป็นการรีเทิร์นรักที่หวานจัดหนักเอามากๆ แม้ช่วงแรกที่กลับมาสานสัมพันธ์กันหลายคนจะมองว่าเป็นเรื่องขำขัน ไม่คิดว่าคู่นี้จะรีเทิร์นกันจริงจังหลังจากสวมคอนเวิร์สใส่กันไปใหญ่มากๆ ไหนสาวขวัญจะมีข่าวกับหนุ่มๆ มากมาย ไหนหนุ่มกอล์ฟจะเพิ่งเลิกราชนิดไม่ค่อยเคลียร์กับแฟนแหม่มนั่นอีก เลยเป็นเรื่องที่เชื่อยากสักหน่อย แต่เวลานี้หลายคนคงเชื่อจับใจเพราะดูจากความรักที่หวานออกสื่อขนาดนั้น ไม่เชื่อคงไม่ได้แล้วหละดราม่าครอบครัว ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเพราะความดราม่ายังมีสอดแทรกเข้ามาให้เห็น ซึ่ง ขวัญ อุษามณี เจอดราม่าค่อนข้างหนักเอาการ เพราะเป็นประเด็นดราม่ากับคุณแม่ของเธอเอง โดยหลังจากที่ขวัญกลับมาคบหากับอดีตคนรักอย่าง กอล์ฟ พิชญะ หลังจากห่างหายกันไปเป็น 10 ปี เสียงแว่วๆ ที่ว่า แม่แอ๊ว ปราณี ไม่ปลื้มก็ปรากฎขึ้น และดูเหมือนจะลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดราม่าครอบครัว เมื่อพี่สาวของขวัญอย่าง ลูกแก้ว เขมรัสนี ก็ออกโรงกลายเป็นตัวละครเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนซะงั้น เอี่ยวกันไปถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นมหากาพย์ให้ชาวเน็ตขุดคุ้ยอยู่ช่วงหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นานความดราม่าก็จบลงพร้อมกับความรักของทั้งขวัญและกอล์ฟที่ยังดำเนินต่อไป อีกทั้งคุณแม่แอ๊วก็ไม่มีทีท่าไม่ปลื้มว่าที่ลูกเขยเหมือนช่วงที่กลับมาคบกันใหม่ๆ ด้วยชีวิตดี๊ดี ผ่านเรื่องราวมามากมาย เวลานี้ในวัยใกล้ 30 ปี ขวัญ อุษามณี จัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยและเก่งมากๆ คนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทำงานหาเงินตั้งแต่วัยกระเตาะ เป็นนางเอกยอดกตัญญูที่ใครๆ ต่างก็มองเห็นได้เพราะความกตัญญูนั้นค่อนข้างชัดเจน ล่าสุดยังคงเป็นนางเอกขวัญใจประชาชนที่ยืนอยู่แถวหน้าของช่อง 7 สี และวงการบันเทิงไทย ล่าสุดธุรกิจส่วนตัวที่ขวัญเพียรพยายามทำควบคู่ไปกับงานด้านบันเทิงก็เปิดตัวได้อย่างสวยหรูและดูท่าว่าจะไปได้ดี ด้านความรักนั้นเป็นไปอย่างที่เห็น แฮปปี้สุด หวานสุด และน่าอิจฉาสุดๆ เท่าที่เห็นตอนนี้ก็เรียกว่าชีวิตของขวัญดี๊ดีเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งปรารถนาจะพบเจอแล้วละขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก Ch7.com, Pantip.com, ลูกกวาดมอมแมม ขวัญ อุษามณี ขวัญ อุษามณี ขวัญ อุษามณี ขวัญ อุษามณี ขวัญ อุษามณี ขวัญ อุษามณี - พี่ลูกแก้ว ขวัญ - กอล์ฟ ขวัญ - อ้าย ป๊อก - ขวัญ ขวัญ - อ๋อม แพนเค้ก - ขวัญ ขวัญ - ปู มัณฑนา ขวัญ อุษามณี ขวัญ อุษามณี เวียร์ - ขวัญ กอล์ฟ - ขวัญ ขวัญ - แม่แอ๊ว แม่แอ๊ว - ขวัญ ขวัญ อุษามณี

เชอรี่ สามโคก เดือด!! โร่แจ้งความคนแอบอ้างใช้รูปขายของออนไลน์
เชอรี่ สามโคก /  ข่าว เชอรี่ สามโคก / 

  วันที่ 24 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 14.30 น. นางสาว ลฎาภา รัชตะอมรโชติ หรือ “เชอรี่ สามโคก” นางแบบแนวเซ็กซี่ เข้าแจ้งความที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรณีมีคนเอารูปเชอรี่ไปทำรูปประจำตัวบนเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า "ถ้าพี่จะเลียให้ล้ม น้องก็จะอมให้สะท้าน" และใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อการค้า ขายสบู่ ซึ่งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงได้รวบรวมหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดี และเพื่อให้เป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆ ที่อาจจจะเจอกรณีแบบเดียวกัน   โดย เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เผยต่อสื่อมวลชนก่อนเข้าแจ้งความว่า   "ที่เขาเอาไปใช้ก็เป็นรูปที่เชอรี่ลงในแฟนเพจตัวเองหรือว่าลงในอินสตาแกรม รูปงานอื่นๆ รูปส่วนตัว ซึ่งทุกรูปเขาก็จะขึ้นอย่างเช่นว่า อยากขายของแต่ไม่มีคนซื้อเลย เป็นเหมือนว่าเราโพสต์เอง หรือว่าให้ใช้สบู่ตัวนี้นะ ของมีขายค่ะให้อินบ็อกเข้ามา แล้วก็มีขึ้นไลน์ติดต่อเอาไว้ ซึ่งเชอรี่ได้พบตรงนี้ก็ไปดูข้อมูลว่าเขา ใช้อะไรยังไงบ้าง ชื่อบนเฟซบุ๊กก็ชื่อเล่นเชอรี่ เสร็จแล้วเชอรี่ก็ได้ทำการเอาไลน์ แกล้งทำเป็นติดต่อเขาไปเหมือนจะซื้อสินค้าเขา เราก็สอบถามเขาว่าซื้อสินค้าเนี่ยเท่าไหร่ ยังไง ใช้รูปพี่เชอรี่สามโคกเป็นพรีเซนเตอร์หรอ เขาก็บอก อ๋อ ใช่ พี่เชอรี่สามโคกเป็นพรีเซนเตอร์ เชอรี่ยืนยันว่าเชอรี่ไม่เคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าชนิดนี้นะคะ (หยิบหลักฐาน) อันนี้คือได้แอดไลน์เข้าไป จากไลน์ที่เขาขึ้นเอาไว้ที่เขาโปรโมทว่าขายของ เราก็ได้แอบเขาไป และได้มีการคุยกันจน รู้ถึงเลขบัญชีรู้ถึงชื่อนามสกุลเขาแล้ว ซึ่งวันนี้ก็จะเอาหลักฐานทั้งหมดที่เรารวบรวมเองเนี่ยมาแจ้งทางปอท.”   “ทราบเรื่องมาจากเป็นแฟนเพจ คนที่เป็นแฟนคลับอินบ็อกเข้ามา พอเขาไปเจอเขาก็มาบอกเราซึ่งหลายๆ ครั้งก็มีการมาบอก ไม่ว่าจะเป็นเอารูปเราไปทำกรุ๊ปไลน์ลามกอนาจาร หลายครั้งมากแล้ว เชอรี่เลือกที่จะแจ้งเตือนบ้างอินบ็อกหรือแจ้งเตือนหรือกดรีพอร์ตในเฟซบุ๊กบ้าง แต่เหมือนกับว่าพอจบกรณีนี้ก็มีกรณีอื่นขึ้นมา แล้วอย่างกรณีล่าสุดนอกจากทำให้เสื่อมเสียแล้ว เอารูปเราไปใช้เพื่อทำการพาณิชย์เนี่ย เชอรี่ก็เลยรู้สึกว่าต้องออกมาทำอะไรบ้างค่ะ”   “ไม่อินบ็อกค่ะ กรณีนี้ไม่อินบ็อกเลยเพราะว่าเชอรี่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด หรือว่าไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุ เขาโพสต์รูปเรา เอารูปเราจากพื้นที่ของเรา ไปใช้มาสักพักนึงแล้ว โพสต์ทุกวันเลยแล้วก็โพสต์ขายสินค้า มันเป็นความตั้งใจ ซึ่งมันไม่ใช่คนที่ต้องรู้กฎหมายอะไรมาก เอารูปคนอื่นมาโพสต์ขายของเนี่ย มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้ามันเป็นความตั้งใจก็ไม่เป็นไร ก็มาแจ้งตรงนี้ให้เขาได้รับผลทางกฎหมายดีกว่า เขาทำอะไรก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าทำถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นไม่อินบ็อกก็คือมาแจ้งเลย”   “คือเชอรี่มาถึงตรงนี้ มาแจ้งที่นี่ เรารวบรวมข้อมูลไว้ ค่อนข้างในระดับหนึ่งแล้วนะคะ ชื่อนามสกุลหรือว่าอะไรรู้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นก็อย่างตัวเชอรี่เองไม่ว่าจะทำอะไรอาจจะมีบางครั้งที่ทำผิด อย่างคราวที่แล้วที่มอเตอร์โชว์เราทำผิดสังคม รู้สึกไม่โอเคเราก็ออกมายอมรับผิด เพราะฉะนั้นกรณีนี้คุณมาละเมิดเรา ไม่ว่าจะเป็นเชอรี่เองหรือว่าอาจจะมีดารานักแสดงคนอื่น ๆ พริตตี้ คนที่มีชื่อเสียง หรือกระทั่งคนธรรมดาทั่วไปที่อาจจะหน้าตาน่ารักแล้วโดนเอารูปไปใช้ อยากจะออกมาตรงนี้ก็เพื่อว่าจะมาบอกว่าสมัยนี้ไม่ใช่ว่าใครทำอะไรในโลกโซเชียลก็ได้ มีกฎหมายมีอะไรรองรับนะคะ เพราะฉะนั้น ก็อย่าคิดว่าทำอะไรละเมิดคนอื่นแล้วจะหลุดรอดไปได้”   และหลังจากแจ้งความเสร็จเวลาประมาณ 16.00น. เชอรี่ สามโคก ได้ออกมาเปิดใจอีกครั้งว่าตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะคนเห็นว่าใช้รูปตัวเองซึ่งหากเกิดปัญหาคนจะคิดว่าตนจะเป็นผู้กระทำ และอยากให้เป็นตัวอย่างกับคนอื่นๆ โดยมองว่าโลกโซเชียลก็เป็นสังคมหนึ่ง มีกฎ ต้องทำตามกฎไม่ละเมิดซึ่งกันและกัน สังคมโซเชียลจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข โดยล่าสุด เชอรี่ สามโคก ได้โพสต์ภาพและข้อความใน IG หลังจากที่คู่กรณีได้ส่งข้อความมาขอโทษ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป!! ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG cherry_ladapa เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก เชอรี่ สามโคก IG เชอรี่ สามโคก เชอรี่่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่ เชอรี่ สามโคก นางแบบแนวเซ็กซี่