ดาราท้อง

ล้างจมูก ทุกวันช่วยลดภูมิแพ้ และ ไม่ป่วยง่าย
ฆ่าเชื้อโรค /  น้ำเกลือ / 

การล้างจมูก คือ การทำความสะอาดโพรงจมูกโดยการใส่หรือหยอดน้ำเข้าไปในจมูก การล้างจมูกจะช่วยชะล้างมูก คราบมูก หรือหนองบริเวณโพรงจมูก และหลังโพรงจมูกออก ทำให้โพรงจมูกสะอาด น้ำที่ใช้แนะนำให้ใช้น้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก และทำให้เชื้อโรคไม่เจริญเติบโต การล้างจมูกมีประโยชน์อย่างไร? ช่วยล้างมูกเหนียวข้นที่ไม่สามารถระบายออกได้เอง ทำให้โพรงจมูกสะอาด อาการหวัดเรื้อรังดีขึ้น ป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคจากจมูกและไซนัสไปสู่ปอด ช่วยลดจำนวนเชื้อโรค ของเสีย สารก่อภูมิแพ้และสารที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสารก่อภูมิแพ้ ให้ความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก บรรเทาอาการคัดแน่นจมูก ทำให้หายใจโล่งขึ้น บรรเทาอาการระคายเคืองในจมูก การล้างจมูกก่อนใช้ยาพ่นจมูกจะทำให้ยาพ่นจมูกมีประสิทธิภาพดีขึ้น ควรล้างจมูกเมื่อไร? เมื่อมีน้ำมูกเหนียวข้นจำนวนมาก หรือ ก่อนใช้ยาพ่นจมูก เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูก น้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% ซึ่งหาซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือตามร้านขายยา (น้ำเกลือที่ใช้เหลือให้เททิ้ง ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่ หรือเทกลับเข้าขวดน้ำเกลือเดิม) ถ้วยสะอาดสำหรับใส่น้ำเกลือ กระบอกฉีดยาพลาสติกขนาด 10-20 ซีซี (ไม่ใส่เข็ม) ภาชนะรองน้ำจมูกและเสมหะ กระดาษทิชชู วิธีล้างจมูก ล้างมือให้สะอาด เทน้ำเกลือใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ใช้กระบอกฉีดยาดูดน้ำเกลือจนเต็ม ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในจมูก วิธีฉีดน้ำเกลือเข้าไปในจมูก ก้มหน้าเล็กน้อย หรืออยู่ในท่าศีรษะตรง สอดปลายกระบอกฉีดยาเข้าไปในรูจมูกข้างที่จะล้าง โดยวางปลายกระบอกฉีดยาชิดรูจมูกด้านบน หายใจทางปากหรือกลั้นหายใจ ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในจมูก จนน้ำเกลือและน้ำมูกไหลออกทางปาก หรือไหลย้อนออกมาทางจมูกอีกข้าง สั่งน้ำมูกพร้อมๆ กันทั้งสองข้าง (ไม่ต้องอุดรูจมูกอีกข้าง) บ้วนน้ำเกลือ และน้ำมูกส่วนที่ไหลลงคอทิ้ง บ้วนเสมหะในคอออก ทำซ้ำหลายๆ ครั้งในแต่ละข้างจนไม่มีน้ำมูกออกมา (หมายเหตุ: วิธีนี้ต้องใช้น้ำเกลือล้างจมูกจำนวนมาก) วิธีทำความสะอาด อุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูก ล้างอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูกให้สะอาดหลังการใช้ทุกครั้ง ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน ล้างด้วยน้ำประปาจนหมดน้ำสบู่ ผึ่งให้แห้ง ควรล้างจมูกบ่อยแค่ไหน? อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งช่วงตื่นนอนตอนเช้า และก่อนเข้านอน หรือเมื่อรู้สึกว่ามีน้ำมูกมาก แน่นจมูก หรือก่อนใช้ยาพ่นจมูก แนะนำให้ทำในช่วงท้องว่าง เพราะจะได้ไม่เกิดอาการอาเจียน การล้างจมูกมีอันตรายหรือไม่? ถ้าทำได้ถูกต้องและในเวลาที่เหมาะสมไม่น่าจะมีอันตราย อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้ เช่น การสำลัก การนำเชื้อเข้าไปในโพรงไซนัส ปัญหาการสำลักจะไม่เกิดขึ้น ถ้าได้เรียนรู้วิธีการล้างจมูกที่ถูกต้อง และควรล้างจมูกก่อนเวลารับประทานอาหาร หรือรับประทานอาหารแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อป้องกันการอาเจียนหรือสำลัก ข้อควรระวัง น้ำเกลือและอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูกต้องสะอาด โดยเฉพาะน้ำเกลือไม่ควรใช้ขวดใหญ่ เพราะการเปิดทิ้งไว้และใช้ต่อเนื่องนานจนกว่าจะหมดจะทำให้มีเชื้อโรคสะสมอยู่ได้ โดยทั่วไปใช้ขวดละ 100 ซีซี เพื่อให้หมดเร็วจะได้ไม่กิดการติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ควรล้างจมูกเมื่อมีน้ำมูกเหนียวข้นจำนวนมาก (ถ้าน้ำมูกใส และมีจำนวนเล็กน้อยให้สั่งออกมา) หลังฉีดน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูกให้สั่งน้ำมูกออกทันที ไม่ควรกลั้นหายใจเพื่อกักน้ำเกลือให้ค้างในจมูกนาน เพราะน้ำเกลืออาจจะไหลย้อนไปในไซนัส และการสั่งน้ำมูกให้สั่งเบาๆ และไม่ต้องอุดรูจมูกอีกข้าง เพราะอาจทำให้แก้วหูทะลุได้ ที่มาบทความจาก http://www.sukumvithospital.com/

เปิดตัวเจ้าของเพจดัง
นิมมาน /  ร้านอาหาร / 

เมนูอาหารที่ "โอชิน" คิดค้น มักเกิดขึ้นในบัดดลตามแต่จินตนาการและแรงบันดาลใจที่เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางช่วงเป็นข้าวซอยอุด้งไปต้มเส้นในน้ำอัญชันบ้าง บางฤดูกาลจัดธีมเป็นอาหารแนว isan soul บ้าง ทั้งเมนูขนมก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานนัก ร้านอาหารในบ้านของโอชินก็กลายเป็นร้านอาหารสุดแหวกแนวที่ถูกบอกต่อผ่านกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการจัดแต่งอาหารของเธอ ทำเอาสาวกไอจีทั้งหลายต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันอยู่นั่นอัพกันทั้งวัน อัพกันจนลืมกิน! ขนาดที่ว่า มีแก๊งคุณป้าชาวจีนซิ่งรถสปอร์ตมาจากปักกิ่ง เพื่อมาแวะรับประทานอาหารของเธอเรียกว่าเที่ยวเชียงใหม่ห้าวันก็แวะกินร้านของโอชินมันห้าวันนั่นล่ะ ‘การทำอาหารและขนม’ ของโอชิน ถือเป็นมรดกชีวิตที่เธอได้รับส่งต่อมาจากแม่โดยไม่รู้ตัว คุณแม่ของโอชินเคยเป็นกุ๊กในร้านอาหาร ตัวเธอเองก็ชอบคิดสูตรทำอาหารและขนม โดยเขียนบอกสูตรลงในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นที่ติดตามของทั้งเว็บพันทิป เฟซบุ๊ค และไอจี กระทั่งจนพอมีคนตามมากๆเข้าโอชินจึงเริ่มทำอาหารแพ็คใส่กล่องวางขายที่ร้านเพื่อน ทำไปทำมา ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนต้องขยับที่ขยับทาง เธอหันไปมองพื้นที่ในซอกข้างบ้านตัวเอง ซึ่งมีอยู่น้อยนิดกับเงินออมหกพันบาท และนึกในใจว่า ….“เอาล่ะ เปิดร้านแล้วกัน”..... บรรยากาศร้านอาหารในซอกเล็กๆข้างบ้านของโอชิน เปิดให้บริการเพียง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น ลูกค้าที่เข้ามากิน จะต้องเดินผ่านห้องครัวของเธอ จนมาถึงโต๊ะอาหารซึ่งมีอยู่เพียงหกโต๊ะ นั่นหมายความว่า ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ลูกค้าก็จะต้องอดทนยืนรอต่อแถวกันไป ลูกค้าของเธอมีทุกเพศทุกวัย เด็กคนแก่ คนท้อง คู่เลสเบี้ยน มีหมด วันนี้เราเลยหยิบบางเมนูมาที่ัรบรองว่าเด็ดมาให้ชมกัน "ข้าวซอยบลูอุด้ง" เส้นอุด้งย้อมสีด้วยน้ำอัญชัญเสิร์ฟในน้ำข้าวซอยรสดั้งเดิม เพิ่มเติมคือความงามของสีสัน "โซบะเย็น" เส้นโซบะ จากไร่หญ้าโซบะ(เส้นโฮลวีท)ที่ปลูกในเชียงรายและ "ปีกไก่ทอดนาโกย่า" ปีกไก่อวบๆ หมักน้ำปลาน้ำผึ้งงาดำ ทอดพอเกรียม เสิร์ฟพร้อมผักสด และน้ำซอสโซเมนเย็น เส้นโซบะคลุกไข่ไก่ดิบหรือไข่นกกระทา เพิ่มความมันนุ่มหอมหวาน "ชูใจ ไรซ์ไวน์ กีวี่ซอฟท์เค้ก" ข้าวกลั่นอ่อนๆตัดกับรสหวานอมเปรี้ยวของกีวี่ ผสานรสด้วยวิปปิ้งครีมตีสด "ทาร์ตเลเมิ่น 007"  เลเมิ่นเคิร์ดรสหวานหอมอมเปรี้ยว เคลือบด้วยดาร์กชอคโกแลตเข้มข้น ห่อด้วยแป้งทาร์ตหวานกรอบ แต่กว่าจะมาเป็นวันนี้ขอบอกว่าชีวิตเธอมีครบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน และขมปี๋ จนครั้งหนึ่งเธอเกือบคิดสั้น! ‘โอชิน’ ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก สมัยอายุ 13 พ่อของเธอถูกรถชนจนโดนตัดขา ทำให้ชีวิตของโอชินมีเพียงบ้านกับโรงพยาบาลจนช่วงอายุ 18 ขณะที่พ่อของเธอติดเหล้ามายาวนาน ก็ต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคแอลกอฮอลิซึ่ม โอชินผ่านช่วงของความคิดที่เคยอยากฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากหนี้สินที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้ในฐานะลูกคนโต ทั้งไหนจะต้องส่งน้องเรียนอีก แต่เธอก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นมาได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงสองปี นั่นทำให้เธอทำมาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ ถักสร้อยขาย รับเพ้นท์เล็บ ก๊อปปี้ซีดีขาย ทำงานศิลปะ ทำวงดนตรี เป็นล่าม เป็นศิลปิน ชีวิตของเธอไม่ธรรมดา เป็นศิลปินดังไกลถึงญี่ปุ่น !  เธอเป็นลูกคนโตในบ้านที่มีพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นชายแท้ สมัยเรียนหนังสือในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักใช้เวลาในช่วงกลางวันไปกับการรับจ๊อบ ขี่มอเตอร์ไซค์บน ระยะทางสิบกิโลเมตรไปรับจ้างเป็นล่ามให้กับบริษัทของชาวญี่ปุ่นซึ่งคุณสมบัติพิเศษของโอชินในอาชีพล่าม ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆโดยทั่วไปคือ เธอมีความเข้าใจในศิลปะดีเป็นพื้นฐาน ต่อมา โอชินเปลี่ยนสาขาไปเรียนศิลปะในสาขาศิลปะไทยของคณะวิจิตรศิลป์ มช. และทำงานพิเศษอยู่ในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ จนสำเร็จการศึกษา เธอจึงได้ทำงานพิเศษเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับห้องสมุด TCDC สาขาเชียงใหม่ ทั้งยังเคยทำงานออฟฟิศเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ชีวิตของโอชินเวียนวนคลุกคลีอยู่กับผู้คนในวงการศิลปินญี่ปุ่นค่อนข้างมาก กระทั่งเธอเก็บเงินได้ จึงกลับไปเรียนต่อปริญญาโท ในสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เอง ผลงานศิลปะของเธออันว่าด้วยเรื่องของการทำศัลยกรรม ทำให้เธอได้รับโอกาสจากโครงการศิลปะแบรนด์นิวของหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 จากการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ และได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารศิลปะไฟน์อาร์ตประเทศไทย และ ART4D หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ผลงานของเธอได้ถูกเชิญชวนจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางไปแสดงผลงานในต่างแดนจนกลายเป็นที่โด่งดังในฐานะของ ‘ศิลปิน’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งโอชินยังมีโอกาสได้เดินทางไปกลับญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะถูกเชิญไปบรรยาย แสดงงานศิลปะ จัดเวิร์คช็อปกระทั่งจนปัจจุบัน เธอจับผลัดจับผลูมาทำขนมนี่แหล่ะค่ะ ปัจจุบัน โอชินเปิดร้านขายเบเกอรี่ขนาดเล็ก อยู่ในซอยนิมมานฯ ใช้ชื่อว่า minimeal eatery studio อันเป็นร้านที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศนั่งกินกาแฟเอาท์ดอร์ในต่างประเทศ เธอจัดตกแต่งพื้นที่เองทั้งหมด ทั้งเธอยังมีแผนจะเดินทางไปใช้ชีวิตเพื่อทำงานศิลปะและเรียนต่อระดับปริญาเอกที่แคลิฟอร์เนีย เร็วๆนี้ แต่เพจอาหารและขนมของเธอ "สีนวล สวีทคุ้กกิ้ง" (C’nual Sweet Cooking) จะยังดำเนินต่อไป สำหรับใครที่ชื่นชอบการกินการดื่ม ลองแวะเข้าไปที่เพจของเธอกันดูนะคะ

หนีชีวิตเมืองกรุง! ไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ ที่
บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ /  เที่ยวระนอง / 

หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ หนีชีวิตเมืองกรุง! ไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ ที่ "บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์" "บ้านไร่ไออรุณ" เป็นฟาร์มสเตย์ มีแนวคิดที่ว่า "พื้นที่เเห่งรักที่เป็นมากกว่าบ้าน" ฟังแค่นี้หลายคนทำให้เราอยากเข้าไปสัมผัสกับที่นี่ซะแล้วสิ! บ้านแสนอบอุ่นแห่งนี้สร้างโดยคุณเบส วิโรจน์ ฉิมมี สถาปนิกหนุ่ม ที่ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อกลับมาดูแลพ่อกับแม่ที่บ้านเกิดใน จ.ระนอง และได้สร้างบ้านให้พ่อและแม่อาศัย จนเกิดเป็นกิจการ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ แห่งนี้ ถ้าใครได้มาพักที่นี่จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความเป็นกันเองเหมือนเราอยู่บ้านเลยล่ะ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ แบ่งออกเป็น 2 โซนคือ โซนร้านขายสินค้าการเกษตร, พืชผักสวนครัว คุณเบสและครอบครัวช่วยกันปลูก และมีสวนอาหาร ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนสามารถสั่งอาหาร ของทานเล่น และเครื่องดื่มทานกันได้ "สิ่งเล็กๆ จากในไร่ ด้วยหัวใจ ถึงมือคุณ" สลัดผัก สด กรอบ จากสวนผัก และคลายร้อนด้วย welcome drink เป็นเครื่องดื่มอัญชันมะนาว  โซนที่สอง เป็นบ้านพัก จะเป็นที่สงวนสิทธิ์เฉพาะคนที่เข้าพักเท่านั้น บ้านพักของ 'บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์' มี 2 หลัง คือ "บ้านพราวตะวัน" เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นโต๊ะวางของ และห้องน้ำ ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน มี 1 เตียง และอีก 1 เตียงบนชั้นใต้หลังคา ตกแต่งด้วยไม้และดอกไม้ให้ความรู้สึกน่ารักอบอุ่น ผ่อนคลาย และที่สำคัญมันโล่งและโปร่งสบายมากๆ บริเวณชั้นล่าง บ้านพราวตะวัน บริเวณชั้นบน บ้านพราวตะวัน เตียงนอน บ้านพราวตะวัน และเตียงชั้นบน ใต้หลังคา เตียงชั้นบน ใต้หลังคา ส่วน "บ้านระเบียงดาว" เป็นแบบ 1 ห้องนอนโทนสีขาวดูอบอุ่น ความพิเศษอยู่ตรงมีระเบียงชั้นบน ซึ่งเราสามารถขึ้นไปนอนดูดาวบนนั้นได้ด้วย และกำลังสร้างบ้านเพิ่มอีก 2 หลัง เร็วๆ นี้ ^^ ภายในบ้านระเบียงดาว ด้านหน้า บ้านระเบียงดาว มีโต๊ะอาหารให้นั่งทาน ราคาที่พัก 1,400 บาท (วัน จันทร์-พฤหัส) 1,700 บาท (ศุกร์-อาทิตย์/วันหยุด) ต่อหนึ่งหลัง รวมอาหารเช้า พักได้ 2 คน เตียงเสริม,เตนท์ เพิ่ม 400 บาท *บ้านหนึ่งหลังพักได้ไม่เกิน 3คน อาหารทะเล สดใหม่ น่าทานทั้งนั้น ^^ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ นี่แหละใช่เลย! ไม่มีรีเซฟชั่น : มีเเม่ มีพ่อ คอยสร้างรอยยิ้มต้อนรับอย่างจริงใจ ไม่มีสไตล์การตกเเต่ง : มีอะไรที่หาได้จากรอบๆตัวก็นำมาปรับใช้ ในเเบบที่เราชอบ ไม่มีทีวี : มีเสียงนกร้อง หรีดหริ่งเรไร เสียงธารน้ำไหล ไม่มีอาหารเลิศหรู : มีเมนูบ้านๆอาหารปักษ์ใต้ ผักสดปลอดสาร กุ้ง หอย ปู ปลา สดๆจากทะเลในชุมชน ไม่มี wifi : มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกระบบ ไม่มีสระว่ายน้ำ มีธารน้ำเล็กๆไหลผ่านตัวบ้าน ไม่มีเเสงสี มีเเค่เเสงไฟ หิ่งห้อย ดวงดาว เเละเเสงจันทร์ เเละไม่มี นู้นนี่นั่น เหมือนกับโรงเเรมหรูหราที่อื่นๆ (ไม่ต้องคาดหวังมานะครับ) กิจกรรม บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์  ที่มี ปลูกผัก ,ขายผัก, เก็บผัก ผลไม้ มาทำอาหาร ใช้ชีวิตกับอากาศดีๆ ไปด้วยกันในพื้นที่กลางหุบเขาของเราเเห่งนี้ (หากอยากไปเที่ยวที่ไหนก็บอกได้จะพาไปในระนอง ภูเขา,ธารน้ำเเร่ , ทุ่งหญ้า ,น้ำตก เเละท้องทะเล) การเดินทาง เครื่องบิน (นกเเอร์ 2เที่ยวบิน/1วัน) 25 กม.จากสนามบิน , รถทัวร์ กะเปอร์-กรุงเทพ ปลายทางถึงหน้าปากซอย หรือรถส่วนตัว สอบถามเส้นทาง,รายละเอียดการจอง เเละอื่นๆ ได้ที่ 096-9382981 หรือผ่านทาง เพจ บ้านไร่ ไออรุณ https://www.facebook.com/baanraiiarun

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

ละครชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) , เรื่องย่อชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN)
ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ /  ซีรี่ส์ ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) / 

เรื่องย่อ ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN)ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09:45 น. ทางช่อง7 นำแสดงโดย ซง จุงกิ/ซอง เฮเคียว/จิน กู/คิม จีวอน เรื่องราวเริ่มต้นจากความเข้าใจผิดของ คัง โมยอน คุณหมอสาวคนสวยแห่งโรงพยาบาลแฮซอง ที่ได้มีโอกาสมารักษาหัวขโมยที่ขโมยโทรศัพท์มือถือของ ซอ แดยอง เพื่อนทหารร่วมทีมเดียวกับ ยู ชีจิน กัปตันหนุ่ม จนทำให้ ยู ชีจิน และ ซอ แดยอง เพื่อนหนุ่ม ที่ออกเวรมาพร้อมกัน ต้องมาช่วยกันตามหาโทรศัพท์มือถือที่หายไป จน ยู ชีจิน ได้พบกับคุณหมอ คัง โมยอน และตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ แต่สุดท้าย ยู ชีจิน และ ซอ แดยอง ก็ต้องมาช่วยเจ้าเด็กหนุ่มหัวขโมยจากแก๊งอันธพาลที่รุมทำร้ายจนทำให้ ยู ชีจิน ได้รับบาดเจ็บ แต่ คัง โมยอน กลับเข้าใจผิดว่า ยู ชีจิน และ ซอ แดยอง เป็นคนทำร้ายหัวขโมยคนนั้น จนสะบักสะบอม เมื่อ คัง โมยอน ได้ตรวจดูกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลจึงเห็นว่า ยู ซีจิน ไม่ได้ทำร้ายหนุ่มขี้ขโมยคนนั้น แต่เขากับเพื่อน กลับช่วยชีวิตเด็กหนุ่มคนนั้นจากแก๊งอันธพาลมากกว่า จากเหตุการณ์ที่ ยู ชีจิน เข้าไปช่วยหัวขโมย ทำให้ ยู ชีจิน เกิดเจ็บแผลเก่าที่เกิดจากการไปปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันเมื่อครั้งก่อนหน้านั้น คุณหมอ คัง โมยอน จึงช่วยเย็บแผลให้ ทั้งคู่เริ่มมีความรู้สึกดีต่อกัน และนัดกันเพื่อทำแผลในครั้งต่อไป ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) จนวันที่ทั้งคู่นัดมาเจอกันอีกครั้งเพื่อทำแผล แต่ คัง โมยอน กลับติดผ่าตัดด่วนจึงทำให้ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน ด้วยความคิดถึง หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว คัง โมยอน จึงโทรหา ยู ชีจิน และนัดทำแผลอีกครั้ง แต่ด้วยความอยากเห็นหน้า คัง โมยอน ยู ชีจิน จึงรีบบึ่งไปหาเธอในทันที แต่เมื่อไปถึง เขากลับมีภารกิจช่วยตัวประกันด่วนที่อัฟกานิสสถาน จึงทำให้ ยู ชีจิน ต้องรีบไปปฏิบัติหน้าที่พร้อมทั้งทิ้งสัญญานัดดูหนังในการพบกันครั้งต่อไป เมื่อ ยู ชีจิน เสร็จภารกิจ เขารีบไปพบ คัง โมยอน ที่โรงพยาบาลทันทีโดยไม่ให้เธอตั้งตัว และเดทแรกของทั้งคู่คือการไปชมภาพยนตร์ด้วยกัน แต่ก่อนที่ภาพยนตร์จะฉาย ยู ชีจิน ได้รับโทรศัพท์ให้ต้องไปปฏิบัติภารกิจด่วนอีกครั้ง ทำให้ คัง โมยอน ต้องดูหนังคนเดียวในการนัดเดทครั้งแรก ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) หลังจากเสร็จภารกิจ ยู ชีจิน ก็รีบไปพบ คัง โมยอน อีกครั้ง ทั้งคู่คุยกันถึงเรื่องราวที่ผ่านมา คัง โมยอน อยากรู้เหตุผล และอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ยู ชีจิน บ้าง แต่ ยู ชีจิน ไม่สามารถบอกภารกิจต่างๆ ของเขาได้ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นความลับ เมื่อคุยกันด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งคู่จึงจบความสัมพันธ์ไว้เพียงแค่นั้น 8 เดือนต่อมา ยู ชีจิน ได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษ ให้ไปทำงานที่ประเทศ อูรุก เพื่อดูแลรักษาความสงบในค่ายทหารของเกาหลี ส่วน ชีวิตของคุณหมอ คัง โมยอน หลังจากได้มีโอกาสออกโทรทัศน์แทนคุณหมอสาวเส้นใหญ่ของโรงพยาบาล ทำให้ คัง โมยอน กลายเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับการยอมรับ จากเดิมที่เคยพ่ายแพ้ต่อระบบเส้นสายภายในโรงพยาบาล จนทำให้เจ้าของโรงพยาบาลชื่นชอบเธอและนัดพบเธอเป็นกรณีพิเศษ หลังจาก คัง โมยอน เข้าพบ ประธานเจ้าของโรงพยาบาล และแสดงความไม่พอใจในสิ่งที่เจ้าของโรงพยาบาลทำ อีกทั้งยังไม่ยอมตกเป็นของเขา เธอจึงถูกส่งไปเป็นหัวหน้าทีมแพทย์อาสาที่ อูรุก และนั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้เธอได้พบกับ ยู ชีจิน อีกครั้ง ร้อยโท ยูน มยองจู คุณหมอทหารสาวอดีตเพื่อนวัยเรียนของคุณหมอ คัง โมยอน ขอย้ายมาประจำการอยู่ที่ อูรุก ด้วยเพื่อจะได้พบกับแฟนหนุ่ม ซอ แดยอง นายทหารที่พ่อของเธอไม่ยอมรับเพราะเห็นว่า ซอ แดยอง ไม่คู่ควรกับลูกสาวของเขา ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) วันหนึ่ง เกิดเหตุฉุกเฉินเนื่องจากประธานาธิบดีแห่งอาหรับถูกส่งตัวมาที่ค่ายของ ยู ชีจิน ที่อูรุกเพื่อพบหมอเนื่องจากมีอาการป่วยขั้นรุนแรง คัง โมยอน พบเขาว่ามีเลือดออกในช่องท้องและต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วนแต่บอดี้การ์ดของประธานาธิบดีห้ามไม่ให้คนอื่นผ่าตัดโดยเด็ดขาด ต้องคอยหมอประจำตัวของเขาเท่านั้น ด้วยภารกิจในการปกป้องชีวิตคือสิ่งสำคัญ ยู ชีจิน จึงฝ่าฝืนคำสั่งและให้ คัง โมยอน ดำเนินการผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตประธานาธิบดีเอาไว้ให้ได้ จนทำให้ ยู ชีจินถูกลงโทษและถูกปลดจากการเป็นหัวหน้าทีมพร้อมถูกกักตัวเนื่องจากฝ่าฝืนคำสั่ง แต่สุดท้ายผลการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี ยู ชีจิน จึงได้รับการปล่อยตัวและได้รับคำชื่นชม ส่วน ซอ แดยอง กลับถูกคำสั่งให้ย้ายกลับเกาหลีทันทีเนื่องจาก คุณหมอ ยูน มองจู แฟนสาวกำลังเดินทางมาที่ค่าย ทั้งคู่จึงไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันดังที่ตั้งใจไว้ ถึงแม้ทั้งคู่จะมีความรักให้กันมากเพียงไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ยู ชีจิน ได้รับคำสั่งให้กลับไปประจำที่เกาหลี ส่วน คัง โมยอน ยังคงต้องทำงานอยู่ที่ค่ายแห่งนี้สักระยะหนึ่ง จนวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงใน อูรุก ทำให้โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าเกิดถล่ม คนงานบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก คัง โมยอน และทีมแพทย์ต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างยากลำบาก เมื่อ ยู ชีจิน รู้ข่าว เขาและ ซอ แดยอง จึงเป็นหน่วยทหารที่อาสามาช่วยผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ พวกเขาจึงได้มีโอกาสเจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และทำให้ทั้งคู่ต่างเข้าใจในกันและกันมากยิ่งขึ้น ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (DESCENDANTS OF THE SUN) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวผ่านไปไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างไม่คาดคิดเมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นในอูรุก ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับเชื้อไวรัส ที่มีความรุนแรงประมาณเชื้ออีโบล่า พวกเขาจึงต้องทำสงครามกับโรคระบาดร่วมกันอีกครั้ง ยู ชีจิน คัง โมยอน ซอ แดยอง ยูน มองจู ต่างผ่านภารกิจชี้เป็นชี้ตายระดับชาติ และเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายถึงชีวิตมาด้วยกันมากมายหลายครั้ง สุดท้ายแล้วพวกเขาจะสามารถเอาชนะโรคระบาดครั้งนี้ได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาได้อย่างไร อย่าลืมมาให้กำลังใจพวกเขาไปพร้อมๆ กันในซีรีส์ “ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ” (DESCENDANTS OF THE SUN) ซีรีส์ดีๆ ที่ทุกคนควรดู ขอบคุณข้อมูลจากdrama.ch7.com

 มิก้า ยิ้มกริ่ม งานรุ่งรักเริ่ด! ไม่ติดทีมชาติ แต่ติดใจ เทย่า!!!
เทย่า โรเจอร์ส-มิก้า ชูนวลศรี /  เทย่า โรเจอร์ส / 

เป็นนักฟุตบอลรูปหล่อที่ได้ใจแฟนบอลชาวไทยไปอีกคนค้าาาสำหรับ มิก้า ชูนวลศรี นักเตะลูกครึ่งไทย-เวลล์ ที่สาวกฟุตบอลไทยรู้จักกันดี งานนี้แม้จะเป็นนักฟุตบอลรูปหล่อขวัญใจคอฟุตบอลสาวๆ แต่ก็ได้แค่ละเมอเพ้อเคลิ้มแบบห่างๆ อย่างห่วงๆ นะจ๊ะๆ เพราะพ่อเจ้าประคุณเขามีเจ้าของแล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นดาราสาวสุดมั่นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน อย่าง เทย่า โรเจอร์ส นั่นเอง คู่นี้แม้หลายคนจะมองว่าความสัมพันธ์พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน เพราะรู้จักกันไม่เท่าไหร่ก็ตกลงคบหาดูใจกันซะแล้ว แต่ถึงจะไวเว่อร์แต่ก็หวานเว่อร์ไม่แพ้กันนะจ๊ะ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคู่รักที่น่าอิจฉาใช่ย่อย สวีทให้ปาปารัซซี่และประชาชีเห็นอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยเสียงานเสียการเลย สาวเทย่ายังคงขยันขันแข็งทุ่มเทให้กับงานในวงการบันเทิง ส่วนหนุ่มมิก้าแม้จะไม่ได้ถูกเรียกให้ติดทีมชาติบ่อยนัก แต่ก็นับว่ายังเป็นกำลังสำคัญของสโมสร แบงค็อก ยูไนเต็ด ใน ไทยพรีเมียร์ลีก อยู่ดี ว้าวๆๆ เรียกว่างานรุ่งรักเริ่ดฝุดๆ ไปเลยนะเนี่ย มีแฟนเป็นนักฟุตบอลมันดี๊...ดีแบบนี้นี่เอง คริๆๆ เทย่า โรเจอร์ส-มิก้า ชูนวลศรี เทย่า โรเจอร์ส-มิก้า ชูนวลศรี เทย่า โรเจอร์ส-มิก้า ชูนวลศรี

Facebook ผลักดันฟีเจอร์รายงานสดเต็มที่ หวังดึงคนดังมาใช้งาน
Facebook /  Facebook Live / 

ภายหลังจากที่ Facebook ปรับระบบให้การแสดงผลแบบวิดีโอสามารถรันได้โดยอัตโนมัติ รวมไปถึงเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างการรับชมวิดีโอแบบ 360 องศาแล้ว กลยุทธ์ต่อมาของยักษ์ใหญ่เครือข่ายสังคมออนไลน์นี้ก็คือ การผลักดันฟีเจอร์ใหม่อย่าง "Facebook Live" ที่สามารถถ่ายทอดสดวิดีโอแบบ Live Streaming ได้อย่างง่ายดายเพื่อปลุกกระแสนิยมจากผู้ใช้ให้เพิ่มมากขึ้น แรกเริ่มนั้น Facebook ได้ใช้วิธีการผลักดันฟีเจอร์ Live Streaming อย่างจริงจังผ่านระบบหลังบ้าน ด้วยการปรับอัลกอริธึมของ News Feed จากแต่เดิมที่ให้ความสำคัญของโพสต์ที่เป็นวิดีโอทั่วไป โดยพิจารณาจากการการมีส่วนร่วมของผู้รับชม จำนวนคนดูและระยะเวลาที่ผู้ใช้แต่ละคนชมคลิปวิดีโอนั้น (Engagement Rate) เป็นหลัก แต่สำหรับวิดีโอแบบ Facebook Live นั้นเป็นกรณีพิเศษที่จะถูกแสดงให้ปรากฏเอาไว้ด้านบนของ News Feed ทันทีที่มีการโพสต์วิดีโอดังกล่าวจากเพจที่ผู้ใช้ติดตาม รวมถึงมีการแสดงการแจ้งเตือนกับผู้ใช้อีกด้วย สำหรับกระบวนการถัดมานั้นได้มีข่าวออกมาจากหลายสำนักข่าวว่า ทาง Facebook ได้วางแผนจูงใจดาราและคนดังกว่าร้อยคนให้หันมาใช้งานฟีเจอร์ Facebook Live อย่างสมํ่าเสมอโดยมีการจ่ายเงินเพื่อเป็นการตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคล้ายคลึงกับโมเดลการสนับสนุนผู้สร้างเนื้อหาบน YouTube ที่กูเกิลเคยใช้ได้ผลมาก่อนอีกด้วย ท้ายที่สุดแล้ว นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดว่า Facebook น่าจะหาทางสร้างรายได้จาก Facebook Live ผ่านการโฆษณาในระยะยาว ไม่แตกต่างจากบริการ Live Streaming อื่นๆ และเมื่อพิจารณาจากความง่ายของผู้ชมในการเข้าถึงตัววิดีโอ รวมถึงพฤติกรรมการใช้งาน Facebook แล้ว ก็มีแนวโน้มที่ฟีเจอร์นี้จะกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักที่นักการตลาดใส่ใจมากที่สุด... เครดิตจาก นิตยสาร Digital Age ฉบับเดือนเมษายน 2016 อ่านข่าวสารไอทีเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!)
ที่เที่ยวญี่ปุ่น /  ประเทศญี่ปุ่น / 

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า คุมะมง คืออะไร เอาง่ายๆ มันคือมาสคอตหมี ตัวนึงครับ นอกจากนี้ผมรู้แค่ว่าเจ้านี่หน่ะ ดังมาก! ดังอย่างไร? เพราะอะไร? และทำไม? ผมไม่ได้ใส่ใจนัก จนกระทั่งมีโอกาสมาเที่ยวที่ จังหวัดคุมะโมะโตะ ถิ่นกำเนิดเจ้าหมีดำแก้มแดงตัวนี้ ใช่แล้วครับ {Was there once} in JAPAN ครั้งนี้จะพาไปตะลุยที่ 'จังหวัดคุมะโมะโตะ' ภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น นั่นเอง! ตะลุยถิ่น 'คุมะมง' หมีดำแก้มแดงสุดทะลึ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบละเอียดยิบ!) กระทู้นี้นอกจากจะชวนเที่ยวแล้ว ยังพร้อมชวนทุกคนไปรู้จัก คุมะมง  หมีดำโคตรน่าหมั่นเขี้ยว น่าหมั่นไส้ และน่าเอ็นดู ไปพร้อมๆ กัน ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลยคร้าบบบ! Day1: Kumamoto หลังจากลงเครื่องที่ จังหวัดฟุกุโอกะ ผมจัดแจงซื้อ 3 Days North Kyushu Pass ที่สนามบิน แล้วตรงดิ่งมายัง จังหวัดคุมะโมโตะ ด้วยรถไฟ Shinkansen (ใช้เวลาประมาณ 30 กว่านาที) ผมมาถึง คุมะโมะโตะ ราวบ่ายสามครึ่ง ฝากสัมภาระที่โรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae ที่พักในคืนนี้ เดินจาก JR Kumamoto 3 นาทีเองครับ ผมซื้อบัตร One day Kumamoto Tram city สำหรับการเดินทาง จะใช้วันไหน ก็ขูดเอาเลยครับ เราจะไปด้วยเจ้านี่กันครับ ภายในเป็นโบกี้ธรรมดาๆ เหมือนนั่งบนรถเมล์ไทย เวอร์ชั่นสะอาด ปลอดภัย  (ไม่มีรูปลงเพราะถ่ายติดหน้าชาวญี่ปุ่นชัดมากครับ) **เพิ่มเติม**  สำหรับการเดินทางใน คุมะโมะโตะ มีสองทางหลักๆ 1. Kumamoto Tram city มีสาย A และ B วิ่งมาเชื่อมกันที่ป้าย Karachimacho ก่อนวิ่งตีคู่ขนานตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ  ผู้ใหญ่ 150 yen เด็ก 80 yen ขึ้นที่ JR Kumamoto ได้ 2. Kumamoto Castle loop Bus หรือ (Shiromegurin Bus) วิ่งเป็นวงกลมจาก JR Kumamoto มี 18 ป้าย รถออกทุก 20 นาที ตั๋วแบบ One day ราคา 300 เยน ซื้อที่ Tourist information ณ JR Kumamoto ปล. Taxi ก็มีนะ ผมลงป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle ตามภาพเลยครับ อ้อ...แผนที่เส้นทางเดินรถ มีแจกฟรีบน Tram หรือจะหยิบจากสถานี JR Kumamoto เลยก็ได้ครับ ระหว่างทางเราเจอเจ้าหมีตัวนี้เป็นระยะ โอ๊ะ! ตรงนี้ก็มี คุมะมง นะ >,< ผมเจอหมีดำขนาดย่อมอีกตัว ณ จุดหมายแรกของเรา คือ “Sakura-No-Baba Johsaien” ที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งน่ารักๆ ร้านรวงสวยงาม สะอาดสะอ้าน มีขนม และอาหาร ให้เลือกซื้อไม่มาก รวมถึงของที่ระลึก เจ้าคุมะมง ก็มีเช่นกัน มาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้านี่มีดีอะไร!? แต่ที่แน่ๆ ผมรู้สึกโดนหมี คุกคาม... ‘อะไรก๊านนนนนน นี่จะตามไปถึงหนายยยยย!’ เหตุผลนึงที่ทำให้เจ้าคุมะมงแพร่หลายไปทั่ว คือ คุมะโมะโตะ ไม่ได้เรียกเก็บค่าลิขสิทธ์ใดๆ ผลดีคือ ทำให้ คุมะมงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ใครๆ ก็อยากมา คุมะโมะโตะ บ้านเกิดหมีดำแก้มแดงกัน (เม็ดเงินมหาศาล) แต่ไม่ใช่เพราะคนเห็นบ่อยหรอกนะที่ทำให้เจ้านี่โด่งดัง มันยังมีอะไรมากกว่านั้น... เรามาที่นี่เพราะ ‘หิว’ แต่ลองด่อมๆ ดู ยังไม่รู้สึกตกหลุมพรางเมนูไหน งั้นเดินไปรอบๆ ดูอีกนิดดีกว่า... ละแวกใกล้ๆกันนอกจาก ปราสาทคุมะโมะโตะ แล้วก็ยังมี อนุสาวรีย์ไดเมียวแห่ง Kumamoto ด้วย ท่านไดเมียวชื่อ คะโต คิโยะมะซะ ‘Koto Kiyomasa’ ครับ ก่อนหน้านี้ ท่านเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ 1 ใน 7 ทหารเอกแห่งชิซูคะตะเกะ โด่งดังมาก ชนิดที่ว่าหากเกิดยุคสมัยนี้ คงต้องมีการขอท่านเซลฟี่สักนิด ถัดไปอีกนิดก็มีโซนต้นไม้ใหญ่ริมกำแพงปราสาทคุมะโมะโตะ อากาศสบายๆ สงบเงียบดี **เพิ่มเติม** อนุสาวรีย์ Koto Kiyomasa ตั้งอยู่ใกล้ Kumamoto Castle และ Sakura-No-Baba Johsaien เรียกได้ว่าเป็นทางผ่านเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวละแวกนี้ก็เก็บรวดเดียวทั้งสามสถานที่ข้างต้นเดินทางโดย Kumamoto Castle loop bus ป้าย Sakuranobaba Johsaien หรือ Kumamoto Tram city ป้ายหมายเลข 10 Kumamoto Castle / City hall แต่ละจุดใกล้กับแต่ละสถานที่ต่างกันนะ ผมตัดสินใจเดินทางต่อไปยัง Fujisakidai- 1000-year old Camphor Trees นับว่าเป็นสถานที่เปลี่ยวใจ อีกหนึ่งแห่ง ถึงแม้จะมาไกลขนาดนี้ เราก็ยังพบเจอคุมะมงได้ (บริเวณนี้ไม่ใช่เขตท่องเที่ยวเลยครับ) ที่นี่มี ต้นการบูรยักษ์ อายุมากกว่า 1000 ปี หลายต้น ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางธรรมชาติ จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก นทท.ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมากันหรอกครับ วิวเมืองคุมะโมะโตะยามเย็น ผมหลงทางเลยพลาดช๊อต ดวงอาทิตย์คล้อยตกแบบพีคๆ นั่นเป็นจุดประสงค์หลักในการมาที่นี่ของผม (เศร้าใจกันเลยทีเดียว) อย่างไรก็ตาม กลิ่นใบไม้ ใบหญ้า อากาศชื้นๆ เย็นๆ ก็ช่วยทดแทนความเฟลข้างต้นได้สบายๆ รอบตัวเราไม่มีใคร มีเพียงแค่เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กญี่ปุ่นที่ลอยมาจากทางไหนก็ไม่รู้ >,< **เพิ่มเติม** หากไม่ได้ชอบอยู่เงียบๆ ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า ฟังเสียงนกร้อง มองท้องฟ้าสีส้ม ที่นี่อาจจะไม่ใช่ช้อยส์ที่ถูกใจนัก แต่ถ้าอยากลบหลีกคนเ ผมว่าที่นี่ก็ไม่เลวครับ การเดินทาง ใช้บัตร Kumamoto Castle loop bus ลงป้าย Children Culture center แล้วเดินต่อขึ้นเนินไปตามทางอีกประมาณ 7 นาที มองสูงเข้าไว้จะเจอต้นไม้ใหญ่หลายๆ ต้น พิกัดอยู่ใกล้กับสนามเบสบอล Fujisakidai ระหว่างทางไม่มีป้ายบอกแนะนำว่าควรถามทางจะดีที่สุดครับ ควรเซฟรูปเก็บไว้ เพราะคนแถวนั้นก็งงๆ ว่าเราจะไปไหนกัน คำที่ควรพูดออกไปคือ Big trees จะช่วยให้คนญี่ปุ่นเข้าใจได้เยอะ หากเดินทางโดย Tram หรือ รถราง (เหมือนผม) ลงป้าย Daniyama-machai จะเดินค่อนข้างไกลนะครับและอาจหลงทางได้  ***หายากมาก แนะนำมาโดย รถบัส เถอะครับ ‘จ๊อก จ๊อก’ เพราะเสียงท้องร้อง ทำให้เรามาอยู่ที่นี่ Sun Road Shinshigai หรือถนนช๊อปปิ้ง คุมะมงอยู่ด้านบนนั่นไง เห็นทุกหนทุกแห่งขนาดนี้ แต่กว่าเจ้านี้จะโด่งดังแบบพีคๆ ใช้เวลาเกือบสองปีเลยทีเดียวครับ การันตีรายได้ USD $293 ล้าน ในปี 2012 (เกิด 2010) คุมะมง Debut สู่สายตาประชาชีแบบยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ที่คุมะโมะโตะ แต่เป็นการไปเดินป้วนเปี้ยนตามจุดดังๆ ใน Osaka City ใครๆก็สงสัยว่าหมีดำตัวนี้คือใคร มาทำอะไร จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ (twitter) ผมนั่งรถรางไปยังป้าย Karachimacho เดินเข้าถนน Sunroad ชิดขวาเข้าไว้ มองสูงจะเจอตึกปาจิงโกะอยู่ตรงหัวมุมของแยกแรก เลี้ยวขวามือตรงไปอีก 3 นาที ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือครับ ยะฮู้! ได้กินสักที ทงคัตสึร้านนี้อร่อยมากกกกกกก! ผมสั่งเนื้อคนละส่วนมาอย่างละหนึ่ง โดยการโชว์ภาพทงคัตสึที่เซฟมาในมือถือ (เรื่องกินต้องพร้อมเสมอ ฮิฮิ) โชคร้ายที่เราไม่สามารถแยกความต่างระหว่างเนื้อสองจานนี้ได้ - - รู้แค่ว่า 'โออิชิ!!' เมนูร้านไม่มีภาษาอังกฤษนะ และพนักงานพูดอิ้งไม่ค่อยได้ครับ กว่าจะจัดการทงคัตสึตรงหน้าเสร็จ ร้านอื่นๆ ก็ปิดกันหมดแล้ว เดินวนอีกสองรอบชมบรรยากาศเว้งว้าง ได้อารมณ์สตรีทสไตล์ของชาวญี่ปุ่น ละแวกนี้ดีครับ ค่ำคืนนี้จบลงด้วยการหย่อนพุงแน่นๆ ลงบนเตียง (นั่งรถรางกลับมาที่ป้าย JR Kumamoto Station เช่นเดิม) ห้องนอนขนาดกะทัดรัดแต่สบาย ห้องน้ำเล็กนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ส่วนใต้เตียงมีพื้นที่สำหรับยัดกระเป๋าใหญ่ๆได้ที่สำคัญ Service mind เต็มร้อย Day2: Kumamoto / Aso นี่คือมื้อเช้าของผม อาหารเช้าฟรีของโรงแรมมีหลากหลายให้เลือกตักตามใจชอบ ดูเหมือนว่าจะเป็น Traditional Food ละมั้ง อืม.. ไม่มีเนื้อสัตว์ให้หน่อยหรอ T_T ระหว่างทางมักมีเรื่องราวน่ารักๆ เสมอ ผมเลือกมาปราสาทคุมะโมะโตะ ในช่วงเช้าของวันที่สอง ยังคงเดินทางโดยบัตร One day trip Kumamoto Tam City ลงป้ายหมายเลข 10 เช่นเดิม มีป้ายบอกทาง อย่ากังวลไปนะ คาวาอิมากเลย เดินตามทางมาจนถึงทางเข้าปราสาท ค่าตั๋ว ราคา 500 เยน (ใช้บัตรลดจาก Tram Cityได้) จ่ายปุ๊ปจะได้โปรชัวร์มาด้วย เอ้า! พลิกดูด้านหลังเร็วเข้าทุกคน .. มีที่ว่างให้ Stamp ด้วยยยยยยยยยย! (ตื่นเต้นเพื่อออ!?)  สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมักจะมี Stamp ให้เราเก็บไว้เป็นที่ระลึก ช่วยเพิ่มคุณค่าทางใจ และความน่ารักใสๆ ให้ตัวเอง 5555555 สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นความละเอียด และใส่ใจของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อนักท่องเที่ยว ผมชอบจัง ;D เดินผ่านกำแพงพร้อมอากาศร้อนๆ ไปสักครู่เดียว ปราสาทคุมะโมะโตะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ (มีหอคอยสูง 2 หอ) เดิมถูกเพลิงไหม้เสียหาย  ก่อนได้รับการบูรณาการขึ้นใหม่ หอคอยแรกที่เข้าไปมีขนาดเล็กกว่า หากฟังภาษาญี่ปุ่นออกจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยตอบคำถามที่สงสัย ผมลองแอบหลบมุมยืนดูเจ้าหน้าที่อธิบายสาวเจแปนสักครู่ใหญ่ เผื่อจะพอสังเกตท่าทาง แปลความหมายได้ เอ่อออออออ... อืมมมม.. เอ่อะ. หันมากดชัตเตอร์แทนละกัน วิวจากหอคอยเล็กครับ ฝั่งนู้นคือหอคอยใหญ่ที่กำลังจะพาไปแล้ววววว ว่าแล้วก็ชักภาพคู่กับหอคอยใหญ่ สักหนึ่งแช๊ะ หอคอยใหญ่ด้านในจะมีนิทรรศการขนาดย่อมให้เสพ ฝั่งนู้นคือ หอคอยที่เราไปมาไงจ๊ะ หันมาอีกฝั่ง เจอะคุมะมงทักทายมาแต่ไกล ตรงนั้นคือโรงเรียนครับ คุมะมงทำให้ คุมะโมะโตะ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลยครับ เห็นเป็นการ์ตูนเด็กๆ อย่างนี้ แต่เจ้านี่ทำให้เมืองทางผ่านอย่างคุมะโมะโตะ ได้รับความสนใจขึ้นมาก ถึงแม้ คุมะมง จะเป็นการ์ตูน แต่ผู้ใหญ่ก็แสดงออกว่ารักและเอ็นดูไม่แพ้กัน มองกลับมาที่บ้านเรา ผู้ใหญ่บางคนยังมองว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระอยู่เลย... คุมะมงตัวบิ๊กอีกแล้ว อีกมุมหนึ่ง เดินวนดูได้ 360 องศาเลยครับ นอกจากนี้ที่ คุมะโมะโตะ ยังมี คุมะมงสแควร์ สถานที่เอ็กซ์คลูซีฟเพื่อคนรักคุมะมงโดยเฉพาะ (ของแอบแพงนิดๆ นะ) นอกจากจะมี นทท. แล้ว นร.มาทัศนศึกษาที่นี่ก็มีเยอะมากครับ มากันเป็นครอบครัวก็มีแยะ , เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้ ความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย เรื่อยๆ ไปจนแก่ .. >,< ผมวิ่งขาขวิดด้วยสปีดเดียวกับโดนหมาไล่กัด เพื่อไปหยิบกระเป๋าที่ฝากไว้ ในโรงแรม (เช็คเอาท์เรียบร้อย) เรากำลังนั่งรถไฟไป Aso San หรือภูเขาไฟอะโส กันครับ ที่นี่ถือเป็นไฮไลท์เด่นๆ สำหรับผม คงเพราะผมชอบกลิ่นหญ้าละมั้ง .. รถไฟ Trans-Kyushu Limited  Express ที่เราจับไปวันนี้ หากจะไป Aso ควรอย่างยิ่งที่จะต้องจองรถไฟ ผมไปจองช่วงเช้าก่อนไปปราสาท เกือบจองไม่ทันแหนะ บนรถไฟมี Stamp ให้ด้วย เย๊ส! นอกจากนี้ยังมีแจกลูกอมด้วยนะ รถไฟสายท่องเที่ยวจะมีอะไรน่ารักๆแบบนี้เสมอ (เดินไปขออนุญาตถ่ายรูป พนักงานยิ้มเขินๆ น่ารักมาก อิอิ) พิเศษเข้าไปอีกด้วยป้ายพร้อมบริการถ่ายรูปให้ (ใช้กล้องตัวเองนะ ;P) ความเขียวขจีนอกหน้าต่างยิ่งมองยิ่งตื่นเต้น ยิ่งโหยหายกลิ่นธรรมชาติ ผมเผลอเอาจมูกไปชิดหน้าต่าง หวังให้มีกลิ่นหญ้าลอดมาสักนิด ... อะไรจะขนาดน้านนนน พ่อคู๊ณณณณณณ - -‘’ Kuro คือมาสคอตโด่งดังอีกตัวหนึ่ง Kuro ประจำการอยู่บนรถไฟสายท่องเที่ยว Aso Boy โด่งดังไม่น้อยหน้าขบวนอื่น โดย Aso Boy มีตารางเวลาเดินรถไม่แน่นอน ปกติหากไม่ใช่ช่วง High Season จะมีบริการเสาร์-อาทิตย์ ครับ ที่สำคัญคือ ต้องจองล่วงหน้านะ! คุมะมงแบบฉบับรถก็มา เหมือจะเป็นรถเช่าประจำการที่นี่ครับ ภายในสถานีวินเทจด้วยระบบอัตโนมือซะส่วนใหญ่ มุมนอกสถานี JR Aso  เรียบๆ เงียบๆ เรารอรถบัสเพื่อที่จะนั่งรถไป ภูเขาไฟ Aso อีกต่อ ที่บริเวณนี้เลยครับ อย่าลืมขอแผนที่ละแวก JR Aso และตารางเวลารถบัสนะครับ อย่าลืม Stamp ด้วยหล่ะ ;P โดยขอตารางรถบัสได้ที่ Tourist Information ควรแพลนก่อนนะครับ เดี๋ยวจะตกรถเอา (จ่ายเงินตอนลงนะ) วิวสองข้างทาง เขี๊ยวเขียว Aso Ropeway station ระหว่างทางมีจุดจอดสองป้ายหลัก จุดนี้คือป้ายสุดท้าย Aso Ropeway station สามารถขึ้นกระเช้าไปชมปากปล่องได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าของที่ระลึก คุมะมง เต็มไปหมดเลย บะหมี่คุมะมง มาม่าคุมะมง ขนมคุมะมง สารพัดจะคุมะมง เขาถึงได้บอกว่า คุมะมง เนี่ย มีมูลค่าเทียบเท่าหรืออาจมากกว่า Hello Kitty ด้วยซ้ำนะครับ รอบนอกมีศาลเจ้าอยู่ ไปชมกันครับ อาศัยเลียนแบบคนญี่ปุ่นครับว่าเขาต้อง ไหว้กันยังไง คนไทยมาไหว้เต็มเลย (ดูจากภาษาไทยที่เขียนอยู่)   มองย้อนไปด้านหลัง เห็นกระเช้าที่เราไม่ได้ขึ้น เนื่องจาก ภูเขาไฟ Aso ปะทุมาสักพักแล้ว นทท.ไม่สามารถขึ้นไปดูปากปล่องได้ คนส่วนใหญ่แนะนำว่าอย่าไป  'มันเสียเวลาเปล่า...ไม่มีอะไรหรอก' แต่เอาจริงๆ  ‘ใช่ว่าเราจะได้เห็นภูเขาไฟปะทุบ่อยซะที่ไหน!’ จะสบายตามากขึ้น ถ้ามีเราอยู่ในรูป.. 55555555555555 (แดดแรง ตาหยีไปนิด) อย่าแปลกใจไป ผมซื้อเจ้าคุมะมงตัวนี้เมื่อสักครู่นี่เอง ก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่หรอก.. ร้องหา ทอยเลท ทอยเลท (Toilet) วิ่งแจ้นเข้าไปเปลี่ยนทันที โม้มาตั้งนานมัวเเต่ชมว่า คุมะมง เจ๋ง หลายคนเริ่มถาม แล้วมันเจ๋งยังไง??????? เอาเป็นว่า คุมะมงเนี่ย มีการโปรโมต PR ตัวเองมาตลอด มีแคมเปญโปรโมตตัวเองสม่ำเสมอมา 5 ปี (จนถึงทุกวันนี้) เหตุการณ์เด่นๆคือ วันดีคืนดี เจ้าหน้าที่ออกมาประกาศว่า แก้มแดงๆ ของคุมะมงหายไป ขอช่วยให้ทุกคนตามหาให้หน่อย นอกจากนี้การออกอีเว้นท์และรายการทีวีประหนึ่งดารา เซเลบดัง พร้อมบุคลิก กวนตรีน ทะลึ่ง ที่ทำเอาคนหมั่นเขี้ยวและเอ็นดูไปพร้อมๆ กัน ยิ่งทำให้เจ้านี่โด่งดังมากขึ้น ตัวอย่างภาพเซเลปคุมะมงหยิบจับสินค้า (ภาพทั้งหมดขออนุญาตจากทวิตเตอร์ออฟฟิเชียลแล้วครับ) ความเจ๋งที่ว่ามันจึงกลายเป็นว่า คุมะมง หยิบจับสินค้าอะไรก็ตาม สินค้าชิ้นนั้นก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แน่นอนว่า การกระจายรายได้สู่ชุมชน  สินค้าของชาวคุมะโมะโตะได้รับผลดีตามๆ ไป เอาเป็นว่า พ่อค้า แม่ค้า ทุกคน อยากให้คุมะมงหยิบจับสินค้าตัวเองกันทั้งนั้น!!! เพราะมันการันตีได้ว่าจะขายดี(ขึ้น) นี่มันเซเลบชัดๆ เรานั่งรถย้อนลงมาที่สถานีทุ่งหญ้า Kusasenri หิวจัง ! หมับเข้าให้ "เนื้อม้าย่าง!!" (เนื้อม้าคือของขึ้นชื่อของเมืองนี้!!) รสชาติประหนึ่งเคี้ยวสันนอกหมูชิ้นหนาๆ  เนื้อหนาและแน่น แต่เคี้ยวไม่ยาก ไม่มีกลิ่นคาว ให้ผวาใจสักนิด พ่อค้าจะย่างไฟร้อนๆ อีกรอบ ก่อนยื่นไม้ต่อให้เรา ถือว่าเวิร์คมากกก ขายอยู่เจ้าเดียว ตรงหน้าร้านขายของใหญ่ๆ ครับ หาไม่ยาก ลงป้ายนี้ยังไงก็ต้องเห็นจ้า ราคาตามป้ายเลยนะครับ ไม้ใหญ่เนื้อล้วน 300 เยน ขอประมาณคร่าวๆ เป็น 100 บาท ไม้เล็กเนื้อผสมมัน เหมือนในรูปด้านบน 150 เยน คร่าวๆ 50 บาท .. แอบแพงครับ (สำหรับผม) ผมไม่เคยทานเนื้อม้าก็เลยลองดูครับ ปากเคี้ยวเนื้อม้าในมือ ตาดูม้าเป็นๆ วิ่งในสนามหญ้า ให้อารมณ์แปร่งๆ ดี ระหว่างกิน มีน้องๆนักเรียนม.ต้น มาทัศนศึกษา(สองรถบัส) กินไป ก็มองไป.. อดไม่ได้ที่จะวางม้าย่างแล้วหยิบกล้องมากดชัตเตอร์ ‘สดใสจัง’ นี่แหละ ความหมายของคำว่า ‘เด็ก’ สำหรับเรา ใกล้ๆ กันมีร้านทาโกะ เปิดท้ายของอาเฮียน่ารักท่านนี้ รสชาติปกติ แต่เซอร์วิส มายด์ สุดยอดดดด ขายอยู่ตรงลานจอดรถเลยครับ เอาไปกินบนรถได้ครับ เดินขึ้นมาทางด้านหลัง Aso volcano museum (ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 840 เยนครับ) มองเห็นวิว Aso ลิบๆ และสามารถมองเห็น ปากปล่องภูเขาไฟ Naka-dake รูปร่างพิลึกพิลั่น (ปากปล่องดับไปแล้ว) เดินย้อนลงเนินไปด้านหลังจะเจอจุดชมวิวอีกที่ครับ เดินย้อนไปใกล้ๆตามถนน จะเห็น Aso ชัดแบบเต็มๆ ไม่ได้ขึ้นปากปล่อง แต่ก็มีจุดให้เที่ยว ให้ถ่ายรูปเยอะอยู่นะครับ การเดินทาง  รถบัสสาย Mt.Aso ลงที่สถานี Kusasenri (ก่อนถึงสถานี Aso-san Nishi) 470 เยน ลงป้ายสุดท้าย Aso-san Nishi (Aso Ropeway Station) 540 เยน ค่าตั๋ว Ropeway กระเช้าขึ้น-ลง 1000 เยน หากเที่ยวเดียวราคา 600 เยน ใกล้ถึงเวลารถบัสลงจาก Aso ไปยัง JR Aso รอบสุดท้ายแล้วครับ ผมทันเห็นช๊อตฝูงม้าวิ่งเอาจริงเอาจังเริงร่ากับหญ้าตรงหน้าพวกมัน ม้าพวกนี้ใช้สำหรับบริการขี่ให้ นทท. ตกเย็น นทท.กลับหมด ก็ปล่อยอิสระเลยครับ ทุกตัวดูสนุกมากกก เหลือตัวนี้อยู่ตัวนึง เฝ้าบ้าน ม้าที่นี่แบ่งชัดเจน ตัวไหนเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ตัวไหนเลี้ยงเพื่อใช้งาน ระหว่างทาง เห็นบ้านเรือนยามเย็น ลงเขากันครับ..  มาถึงปุ๊ป ก็ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น บอกว่าอยากเห็นวิถีเจแปนนีสๆ เจ้าหน้าที่เลยชี้มาที่ร้านเล็กๆ มีขนม ของที่ระลึก และผัก ผลไม้ ขาย ด้านในจะมีร้านอาหารด้วยครับ เราไปถึงเย็นเกินไป เขาปิดเรียบร้อย (แถวนี้มีร้านเปิดเย็นๆไม่กี่ร้านครับ) คุมะมงเป็นมาสคอตไม่กี่ตัวที่โดดเด่นออกมา ปัจจุบันมาสคอตในญี่ปุ่นมีถึง 2000 ตัวโดยประมาณ ด้วยความสามารถทั้งหลาย เจ้าคุมะมงจึงได้รับรางวัล“Yurchara Grand Prix 2011” จากเวทีประกวดมาสคอตของญี่ปุ่นเขาด้วยนะ ผมเหลือบไปมองข้างๆ เห็นเจ้าคุมะมงตัวจ้อย มองไปมองมา รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักหมีดำแก้มแดงตัวนี้ไปซะแล้ว ปัจจุบันเจ้าหมีตัวนี้ริจะคิดครองโลกโดยการตระเวนเยี่ยมเยียนไปนอกเจแปนเลยนะครับ สุดท้ายนี้ขอลาไปก่อน หากใครติดใจหรืออยากรู้จัก หมีดำแก้มแดง ตัวนี้มากขึ้น ติดตามทวิตออฟฟิเชียลจากเจเเปนเลยเลยครับ ขอบอกว่า หมั่นไส้และหมั่นเขี้ยวมากกกกก ;P ขอบคุณเรื่องราวดีๆ และรูปภาพสวยๆ และแวะมาติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/wasthereonce https://www.twitter.com/wasthere01 https://www.instagram.com/wasthereonce

เลิกโสด ใบเฟิร์น สายฮา! กับหนุ่มตี๋ หัวใจสีชมพูมว๊าก
ใบเฟิร์น ลูกสาวจาตุรงค์ /  ข่าว ใบเฟิร์น พัสกร / 

ไม่ว่างนะจ๊ะ... หลักฐานความหวานโชว์ชัดในโซเชียลขนาดนี้ กับโมเม้นท์น่ารักๆ ของดาราสาวสวยสายฮาอย่าง ใบเฟิร์น พัสกร ลูกสาวตลกชื่อดัง จาตุรงค์ มกจ๊ก กับหนุ่มตี๋คนสนิทนามว่า เคน พูดเลยน่ารักมุ้งมิ้งไม่เบา นี่ล่ะน๊าาาา "สวยมักนก ตลกมักได้" แถมนางทั้งสวยทั้งตลกนะเธอ และเท่าที่รู้สาวใบเฟิร์นของเรานี่ว่างไม่ค่อยนานจริงซะด้วย อิอิขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @ferno padgone, @ken_hasegawa ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ส่อง!!! อีเย็น 3 ยุค นางทาสเวอร์ชั่นไหน ปังโดนใจติ่ง
ละครไทย /  นางทาส / 

ถูกหยิบมารีเมคอีกครั้งสำหรับบทประพันธ์ที่คุ้นเคยอย่าง นางทาส เรียกว่าเป็นภาพยนตร์จอเงินและละครจอแก้วมาหลายยุคหลายสมัย เด็กรุ่นหลังๆ คงได้ยลกันในเวอร์ชั่นละคร ผู้ใหญ่รุ่นเก๋าดึกดำบรรพ์หน่อยก็คงมีโอกาสได้ยลหนังจอเงิน แต่ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน อีเย็น ตัวละครเด่นของเรื่องก็กินใจคนดูได้ตลอดๆ วันนี้มาส่องกันหน่อยว่า 3 ยุคล่าสุดที่ได้ยลกันนั้นใครเป็นอีเย็นได้ถูกใจติ่งละครที่สุด เริ่มกันที่ปี 2536 ได้นางเอกยอดนิยมแห่งวิก 7 สี ในยุคนั้นอย่าง ตุ๋ย - มนฤดี ยมาภัย มาสวมบทบาทเป็นทาสผู้น่าสงสาร รายนี้เรื่องฝีมือไม่ต้องพูดถึง เพราะสวยแจ่มแฉล้มว้าวไม่มีใครเกินอยู่แล้ว แถมบทนี้ยังทำให้เจ้าตัวได้รับรางวัลเมขลาในฐานะนักแสดงนำหญิงดีเด่นอีกด้วย ต่อกันที่ปี 2551 ยังคงเป็นช่อง 7 เช่นเดิมที่หยิบนางทาสมาละเลงจอแก้วอีกครั้ง และได้นางเอกมากความสามารถอย่าง กบ สุวนันท์ มารับบทอีเย็น เรียกว่ามืออาชีพของแท้ สาวกบทำให้น้ำตาอีเย็นไหลมากแค่ไหน น้ำตาคนดูก็ไหลและอินตามมากเท่านั้น หากจะบอกว่าไม่ผิดหวังที่เลือกนางเอกคนนี้มารับบททาสเย็น ก็คงไม่ผิดนักหรอก เพราะทำได้ดีไม่มีที่ติจริงๆ และล่าสุดถือเป็นละครที่น่าจะจับตามองในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะวิก 3 พระรามสี่ หยิบนางทาสมารีเมคในเวอร์ชั่น 2016 อีกครั้งโดยได้นางเอกมาแรงอย่าง แยม มทิรา มารับบททาสที่หลายๆ คนตั้งตารอ ซึ่งได้ฤกษ์ลงจอในอีกไม่ช้า ไอหยะ!!! งานนี้จะถูกใจคอละครมากน้อยแค่ไหนคงต้องลุ้นกัน ที่รู้ๆ สาวแยมคงกดดันน่าดู เพราะเวอร์ชั่นเก่าทำไว้อย่างดี..ดี๊...ดี มาเวอร์ชั่นล่าสุดนี้จะปังเวอร์อ๊ะเปล่า คงอยู่ที่ฝีมือแอคติ้งบวกบุญพาวาสนาส่งแล้วล่ะค้าาา หุหุ อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) นางทาส 2536 มนฤดี ยมาภัย อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) นางทาส 2551 กบ สุวนันท์ อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) นางทาส 2559 นางทาส 2559 นางทาส 2559 แยม มทิรา ขอบคุณรูปภาพจากนิตยสารดาราภาพยนตร์ และ Facebook ละครไทยในความทรงจำ

สวยไม่สร่าง!! แอน สิเรียม คัมแบ็ควงการในรอบ 5 ปี ขึ้นแท่นผู้จัดฯ
ข่าว แอน สิเรียม /  แอน สิเรียม ผู้จัดละคร / 

รีเทิร์นงานละครในรอบ 5 ปี!! สำหรับดาราสาว แอน สิเรียม ซึ่งกลับมาครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะเธอควบ 2 ตำแหน่งเลยทีเดียวทั้งขึ้นแท่นผู้จัดละครป้ายแดง!! และแสดงเองด้วย ในละครเรื่อง เสน่หามายา โดยได้ฤกษ์บวงสรวงกันไปแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา(29 เม.ย.) ที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 งานนี้สาวแอนเผยต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะ รับมีเกร็งๆ บ้างเพราะห่างหายไปนาน ส่วนที่กลับมาก็เพราะช่วงเวลาเหมาะสม อีกทั้งทาง นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวก็โตแล้ว ด้านสามีนักธุรกิจชาวอังกฤษ จัสติน เทดด์ ก็ตามมาดูแลด้วย ซึ่งเธอไม่ได้อยู่ไทยถาวรบินไป-กลับเอา.... "กลับมาในรอบ 5 ปี เรื่องสุดท้ายที่แสดงช่อง7 เป็นเรื่องแม่หญิง หลังจากนั้นไม่ได้แสดง ควบสองตำแหน่งสนุกดี มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะแยะ ปรับตัวค่อนข้างเยอะ แต่ทำให้เราเข้าใจโลกยุคใหม่ขึ้น บทบาทผู้จัดค่อนข้างไว้ใจทีมงาน อุ่นใจระดับนึง เกร็งการแสดงเพราะหายไปนาน อาจเป็นจังหวะเวลาเหมาะช่วงนี้ ลูกโตแล้ว รู้สึกพร้อม คิดถึง 5 ปีแล้ว ได้เจอเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอนาน สนุกดี ดีใจ ละครเข้มข้นมาก แฟนมาด้วยไม่ได้เดินทางคนเดียว ต้องมีคนดูแล ต่างคนต่างเข้าใจกัน เค้าเข้าใจ ไว้จะพามาเยี่ยมกองถ่าย คือตั้งแต่แต่งงานก็อยู่ด้วยกันตลอด มีห่างกันบ้าง 2-3 วัน สลับอยู่ไทยและต่างประเทศเพราะห่วงเด็กๆ ทางนู้น ลูกสาวใกล้เเรียนจบแล้ว จะกลับไทยไหมดูเกรดอีกที ลูกอยากเรียนโท ตอนนี้ไม่ได้สนใจงานในวงการบันเทิงแล้วค่ะ" แอน สิเรียม กล่าว แอน สิเรียม แอน สิเรียม แอน สิเรียม แอน สิเรียม แอน สิเรียม แอน สิเรียม

18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย
10 อันดับ /  ดาราวัยรุ่น / 

ภาพยนตร์ที่เราดูกันตอนเด็กๆนั้น ก็มักจะเห็นดาราเด็กฮอลีวู้ดเยอะแยะมากมาย หน้าตาน่ารัก ^^ วันนี้ teen.mthai 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย โตแล้วสวยทุกคน อยากรู้ว่ามีใครบ้างไปชมกันเลยคะ ^^ แล้วครั้งหน้าอย่าลืมติดตาม?ดาราเด็กฮอลลีวูดฝ่ายผู้ชาย กันต่อนะคะ .. เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) 18 ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย 1. ดาโกตา แฟนนิ่ง (Dakota Fanning -อายุ 19 ปี) คนแรกคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก สาวน้อย ดาโกตา แฟนนิ่ง ที่มีแววสวยตั้งแต่เด็ก เธอโด่งดังจากภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นนักแสดงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Screen Actors Guild Award และยังได้รับรางวัลการแสดงอีกเป็นจำนวนมาก ดาโกตา แฟนนิง เข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 5 ปี โดยแสดงภาพยนตร์โฆษณา และรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์ซีรีส์ ER, CSI เป็นต้น ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับเธอ ในเรื่องI am Sam,เมื่ออายุ 7 ปี ดาโกตาแสดงบทนำในซีรีส์ Taken , ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในปัจจุบัน คือภาพยนตร์ War of the Worlds (2005) ,ภาพยนตร์ Charlotte's Web และภาพยนตร์ The Twilight นั่นเอง ^^ 2. เอ็มมา วัตสัน (Emma Charlotte Duerre Watson -อายุ 23 ปี) สาวน้อยผู้โด่งดังจากภาพยนตร์ทีมีคนเฝ้าติดตามชมมากที่สุดในโลกเรื่องหนึ่ง คือ Harry Potter ซึ่งรับบทเป็น?เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เธอเริ่มแสดงภ.ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ปี จากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง?แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี้ทำให้เธอได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก และรายได้กว่า 10 ล้านปอนด์ เธอเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 5 รางวัลจากการแสดงใน?แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เธอชนะรางวัล Young Artist Award สำหรับนักแสดงนำที่เป็นเยาวชน?ภาพยนตร์ที่วัตสันแสดงนอกเหนือจากเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นเรื่องแรกคือ บัลเลต ชูส์ (Ballet Shoes) วัตสันได้พากย์เสียงในภาพยนตร์ The Tale of Despereaux ที่ออกฉายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 เธอพากย์เสียงเป็นเจ้าหญิงพี 3. คริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart) สาวสวยผู้โด่งดังเป็นพลุแตกจาก แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight) อาชีพนักแสดงของคริสเตนเริ่มต้นเมื่อเธออายุได้ 8 ขวบใน The Thirteen Year ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ของ ดิสนี่ย์ แชลแนล หลังจากนั้น คริสเตน ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์อิสระเรื่อง The Safety of Objects ซึ่งเธอรับบทเป็น ลูกสาวผู้เป็นทอมของมารดาผู้โดดเดี่ยวและมีปัญหา หลังจากนั้น สจ๊วตได้รับบทสำคัญในภาพยนตร์ฮอลีวูดเรื่อง Panic Room และผลตอบรับในขณะนั้นดีมาก หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Panic Room สจ๊วตได้เล่นในภาพยนตร์อีกหลานนเรื่องเช่น Zathura, In the Land of Women, The Messengers, Catch That Kid, และ?Into the Wild ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2007 บริษัทหนัง Submit Entertainment ประกาศว่า คริสเตน สจ๊วต จะรับบทเป็น อิซาเบลล่า'เบลล่า'สวอน ในภาพยนตร์เรื่อง Twilight จากบทประพันธ์ขายดีที่สุดของ สเตฟานี่ เมเยอร์ นิยายในชื่อเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องราวความรักระหว่างแวมไพร์ เธอรักกับพระเอกของเรื่อง โรเบิร์ต แพททินสัน ได้ไม่กี่ปีก็ต้องจบความสัมพันธ์ลง เมื่อเธอแอบมีใจให้กับผู้กำกับเรื่อง Snow White ที่เธอรับบทแสดงนำ 4. แมคเคนซี่ ฟอย (Mackenzie Foy) แมคเคนซี่เป็นผู้มีผมยาวนัยน์ตาสวยเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ด้วยการเป็นนางแบบโฆษณาให้แบรนด์ดังอย่าง Polo Ralph Lauren, Gap และ The Walt Disney Company จากนั้นจึงเริ่มมีงานแสดงเมื่อปี พ.ศ.2552 กับบทบาทเล็กๆ ในซีรีส์เรื่อง "Til Death" และหลังจากนั้นก็ได้รับบทบาทในซีรีส์อีกหลายเรื่อง ก่อนจะได้รับบทที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักเธอในภาพยนตร์ แวมไพร์ ทไวไลท์ "Twilight" 5. จอร์จี เฮนเลย์ (Georgie Henley - 18 ปี) จอร์จี เฮนเลย์ หรือที่ใครๆรู้จักเธอในชื่ของ "ลูซี่" จอร์จี เป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์สุดอมตะ 7 เล่มเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย (NARNIA) รับบทเป็นน้องสาวคนสุดท้องชื่อว่าลูซี่ หลังจากนั้น เธอได้รับงานละครเรื่อง Babes in the Wood และในปี 2005 (2548) เธอได้รับรางวัลจากสถาบันโพนิกฟิลม์คลิติกส์ ตำแหน่ง "Best Performance by a Youth in a Lead or Supporting Role - Female" ในเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย : ราชสีห์ แม่มด และตู้พิศวง 6. แอนนาโซเฟีย ร็อบ (Annasophia Robb - 21 ปี) แอนนาโซเฟีย ร็อบ เพื่อนๆจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดีจากภาพยนตร์เรื่องชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต (Charlie and the Chocolate Factory) หลังจากเข้าร่วมในโฆษณา McDonald ของ Anna เริ่มอาชีพด้วยการแสดงบทบาทเล็ก ๆ ในตอน" Number one fan "ใน TV series ของDrake & Joshบทบาทที่สำคัญเป็นครั้งแรกของเธอใน"Samantha : An American Girl Holiday" แต่ในปี 2005 เธอก้าวเข้าสู่หน้าจอขนาดใหญ่ที่มีสองเรื่องที่ดัดแปลงจากนวนิยายเด็กชื่อดังของ บทบาทของโอปอลในหนัง"Because of Winn-Dixie"ของเธอและยังปรากฏเป็น Violet Beauregarde ในภาพยนตร์เรื่อง Charlie and the Chocolate Factory สองเรื่องนี้มีความสำเร็จด้วยรายได้สูงจากสำนักงาน Box Office และทั่วโลก ต่อมาในปี 2006 เธอพักการแสดงและได้พากย์เสียงเรื่อง "Phantom Danny" เธอยังร้องเพลงในเรื่องนี้อีกด้วย "Keep Your Mind Wide Open"และวิดีโอเพลงนี้มาออกอากาศซ้ำใน Disney Channel เพลงอันดับที่ 90 ที่จัดขึ้นใน Billboard Hot 100 ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จเดียว ต่อมา Anna ได้แสดงอีกครั้งเรื่อง"The Reaping" พร้อมกับ "Spy School" และ "Jumper" (เธอเล่นเป็น Millie ตอนเด็ก) และหนังดราม่าเรื่อง "Wild Travel" และ "Have Dreams. ในหนัง"Sleepwalking" เธอได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์นิตยสาร Time 7. อิซาเบล เฟอร์แมน (Isabelle Fuhrman - 17 ปี ) อิซาเบลล์ เฟอร์แมน เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน เธอเป็นเป็นที่รู้จักในบทบาทของเอสเธอร์ จากภาพยนตร์เรื่องออร์แฟน เด็กนรก เรื่องนี้หลานคนคงจะจำเธอในบทโรคจิตไปอีกนาน ซึ่งต่อมาเธอก็ได้รับบทหนึ่งในนักแสดง Hunger Games รับบท Clove อิซาเบลล์เกิดเมื่อวันที่25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 ในกรุง วอชิงตัน ดี.ซี. แต่เติบโตใน แอตแลนตา, ประเทศจอร์เจีย?แม่ของเธอเป็นนักข่าวที่อพยพมาจากสหภาพโซเวียต และได้ทำงานให้กับCNN พ่อของเธอเป็นผู้สมัครทางการเมืองและอดีตที่ปรึกษาทางธุรกิจ เธอมีพี่สาวซึ่งเป็นนักร้องและนักแต่งเพลง อิซาเบลล์อาศัยอยู่กับครอบครัวที่ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย 8. ดาโกต้า บลู ริชาร์ด ( Dakota blue richards - 20 ปี) ดาโกต้า บลู ริชาร์ด เป็นนักแสดงนำเด็กในเรื่อง อภินิหารเข็มทิศทองคำ (GOLDEN COMPASS) รับบทเป็น ไลล่า เบลลาควา และภาพยนตร์เรื่อง The Secret Of Moonacre อภินิหารมนตรามหัศจรรย์ 9. เดเวห์ เชส (Daveigh Chase) ในปี 2002 เธอได้รับบทพากย์เสียงในการ์ตูนดิสนีย์ เรื่อง ลีโล่ แอนด์ สติชท์ (Lilo & Stitch) โดยเธอพากย์เป็นลีโล่ สาวน้อยที่บังเอิญเจอกับสัตว์ประหลาดอย่างสติทช์แต่แล้วก็ได้กลายเป็นเพื่อนรักกัน ต่อมาได้แสดงในบทบาทของ มาร่า มอร์แกน ในภาพยนตร์เรื่อง The Ring และเรื่องนี้ทำให้หลายๆคนรู้จักเธอมากขึ้น 10.?Kiernan Shipka นักแสดงเด็กอายุเพียง 15 ปี เธอมีชื่อเสียงจากการเล่นซีรีส์ Mad Men เธอยังเป็นซุปเปอร์โมเดลตั้งแต่เล็กๆอีกด้วย 11. เอมิลี่ เจน บราวน์นิ่ง (Emily Jane Browning) ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้คนรู้จักเอมิลี่ คือ ขอให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย หรือThe Lemony Snicket?s A Series of Unfortunate Events (2004) โดยประกบคู่กับนักแสดงชั้นนำอย่าง จิม แครี่ , Ghost Ship เรือผีในปี 2002 และที่โด่งดังที่สุดของเธออีกหนึ่งเรื่อง?Sucker Punch หรือ อีหนูดุ นั่นเอง ^^ เริ่มชีวิตการแสดงของเธอด้วยการรับบทในหนังที่ฉายทางทีวีเรื่อง The Echo of Thunder โดยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนของพ่อที่มีธุรกิจในแวดวงบันเทิง ซึ่งเขาได้เห็นการแสดงในแบบแปลกๆ ของเธอในโรงเรียน และดึงเธอเข้าสู่เส้นทางการแสดง หลังจากนั้นหลานปีเธอก็มีผลงานมากมาย เช่น High Flyers ,Thunderstone , Something In The Air, Darkness Falls, Ned Kelly , Stranded , The Uninvited 12. โคลอี มอเรตซ์ (Chloe Grace Moretz - 17 ปี) เป็นที่รู้จักจากเรื่อง (500) Days of Summer และในเรื่อง Diary of a Wimpy Kid เธอยังรับบทเป็น ฮิต-เกิร์ล ในหนังแนวซูเปอร์ฮีโรในปี 2010 เรื่อง Kick-Ass ในภาคแรกและภาค 2 และจะรับบทแอบบี้ ใน Let Me In เริ่มงานสายบันเทิงตั้งแต่อายุ 5 ขวบในนิวยอร์กซิตี้ กับงานนางแบบประจำโครงการรณรงค์ระดับชาติต่างๆ ซึ่งพบเห็นได้ตามสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ ต่อมาเล่นดราม่าเรื่อง The Guardian? ทางช่อง CBS ไม่นานนัก บทบาทแรกในจอเงินก็มาถึงมือเธอ ในหนังนอกกระแสเรื่อง The Heart of the Beholder ต่อมาจึงจับจองบทนำใน The Amityville Horror ฉบับรีเมกโดย ไมเคิล เบย์ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นที่กล่าวขาน 13. แอล แฟนนิง (Elle Fanning - 16 ปี) เธอไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นน้องสาวของ ดาโกตา แฟนนิ่งเองคะ?แอล เริ่มเลิ่นภาพยนตร์เมื่ออายุ 2 ขวบเรื่อง i am sam?แอล รับบทเป็น Lucy เมื่อตอนอายุ 2 ขวบ ส่วดาโกตารับบทเป็น lucy ตอนโตขึ้นมา ต่อมาแสดงภาพยตร์อีกหลายเรื่อง เช่น  Super8, We Bought a Zoo, Ginger & Rosa, Yong ones ล่าสุดในปี 2014 นี้ หลายคนคงตั้งตารอภาพยนตร์เรื่อง Maleficent ที่นางเอกเซ็กซี่ตลอดการอย่าง แองเจลีน่า โจลี ที่ครั้งนี้มารับบทเป็น แม่มดร้าย โดย แอล รับบทเป็นเจ้าหญิงออโรร่า Princess Aurora?ในบทสัมภาษณ์ elle บอกว่า เธอต้องใช้จินตนาการ สูงมากในการแสดงเนื่องจากในห้องถ่ายทำนั้นมีเพียงแค่กระดาษสีเขียวเท่านั้น ที่เธอต้องทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต 14. เคิร์สเตน ดันสท์  (Kirsten Dunst) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนางเอกตลอดกาลของฮอลลีวูด เคิร์สเตน เริ่มอาชีพนักแสดงตั้งแต่อายุ 7 ปี ในหนังเรื่องแรก New York Stories ซึ่งเธอก็ได้รับงานต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น โฆษณา, ละคร, โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ต่อมาในปี 1994 เธอแสดงใน Little Women ร่วมกับวิโนนา ไรเดอร์และแคลร์ เดนส์ ในปีเดียวกันเธอแสดงใน Interview with the Vampire ของแอน ไรซ์ ร่วมแสดงกับทอม ครูซและแบรด พิตต์ ซึ่งจากเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอยัง ในหนังครอบครัวเรื่อง Jumanji ร่วมกับโรบิน วิลเลียมส์ จากนั้นเธอก็ได้หนังแอนิเมชันเรื่อง Anastasia ของดิสนีย์ และได้แสดงใน เรื่อง Wag The Dog ร่วมกับ ดัสติน ฮอฟแมน และ โรเบิร์ต เดอนิโร, ในปี 1998 ได้แสดงเรื่อง Small Soldiers, ต่อมาแสดงในหนังเบาสมองเรื่อง Dick และ Drop Dead Gorgeous และ The Virgin Suicidesรวมถึงแสดงในหนังเชียร์ลีดเดอร์ใน Bring It On จนได้แสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในภาพยนตร์สไปเดอร์แมน รับบทเป็น แมรี เจน วัตสัน โดยเธอประกบคู่กับ โทบีย์ แม็คไกวร์ ผู้มารับบทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ไอ้แมงมุม 15. คริสตินา ริชชี (Christina Ricci)  มีชื่อเสียงครั้งแรกจากบทเวดส์เดย์ แอดดัมส์ ในภาพยนตร์เรื่อง The Addams Family (1991) รวมถึงภาคต่อ Addams Family Values (1993) ภาพยนตร์ที่เธอแสดงมีตั้งแต่ภาพยนตร์แนวอาร์ต อย่างเช่น The Ice Storm (1997) หรือหนังดราม่า Monster (2004) หนังตลกนอกกระแสอย่าง The Opposite of Sex (1998) ที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และยังมีผลงานภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง Sleepy Hollow (1999) ริชชีผันตัวจากนักแสดงเด็กไปเป็นนักแสดงขวัญใจวัยรุ่น จนถึงนักแสดงผู้ใหญ่ และเธอยังมีบริษัทผลิตงานของตัวเอง ที่ชื่อ Blaspheme Films ที่มีผลงานอย่าง Pumpkin และ?Prozac Nation เธอยังแสดงภาพยนตร์เรื่อง Black Snake Moan (2007) และ Penelope (2008) และยังแสดงภาพยนตร์ดัดแปลงเรื่อง Speed Racer  ในปี 2008 16. Alexa Vega เธอเป็นทั้งนักแสดงและนักน้อง เธอชื่นชอบการร้องเพลง ภาพยนตร์ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักนั่นก็คือ SPY KIDS รับบทเป็น คาร์เมน คอร์เตซ เด็กผู้หญิงที่มีพ่อ-แม่เป็นสายลับสุดเจ๋ง , From Prada to Nada (2011) รับบทเป็น?แมรี โดมินเกซ 17.ฮิลารี ดัฟ (Hilary Duff) นางเอกขวัญใจวัยรุ่นตลอดกาล ฮิลารี ดัฟ หลายคนจะรู้จักเธอจากภาพยนตร์วันรุ่น กุ๊กกิ๊ก น่ารัก หลายๆเรื่อง อีกทั้งเสียงร้องที่น่าหลงใหล หลังจากที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการด้วยการแสดงบทนำในละครทางโทรทัศน์ Lizzie McGuire ทางช่อง Disney เธอก็มาสู่ผลงานอาชีพบนจอเงินอย่าง Cheaper by the Dozen , The Lizzie McGuire Movie และ A Cinderella Story (2004) เธอยังเดินทางบนสายอาชีพนักร้องอีกด้วย โดยสามารถทำยอดขายอัลบั้มของเธอได้กว่า 13 ล้านแผ่นทั่วโลก และมี 4 แผ่นเสียงทองคำขาว (RIAA certified-platinum albums) เป็นเครื่องการันตี อัลบั้มแรกของเธอ Metamorphosis สามารถทำยอดขายอัลบั้มถล่มทลายอีกด้วย ในปี 2012 เธอได้ให้กำเนิดลูกชายคนแรกกับสามี ไมค์ คอมรี ชื่อว่า ลูกา ครูซ คอมรี แต่ต่อมาในปี 2014 เธอได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ชี้แจงเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับสามี ไมค์ คอมรี ที่เดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจและแยกทางกัน 18. ดรูว์ แบร์รีมอร์ (Drew Barrymore) เธอเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลแบร์รีมอร์ ครอบครัวนักแสดง เริ่มการแสดงตั้งแต่อายุได้ 11 เดือน แบร์รีมอร์มีผลงานภาพยนตร์บนจอใหญ่ครั้งแรกในเรื่อง Altered States ในปี 1980 หลังจากนั้นแสดงในบทแจ้งเกิดใน E.T. the Extra-Terrestrial ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงเด็กที่เป็นที่รู้จักมาที่สุดคนหนึ่ง ในปี 1995 เธอก่อตั้งบริษัทโปรดักชันที่ชื่อ ฟลาวเวอร์ฟิล์มส ที่มีผลงานสร้างเรื่องแรกคือ?Never Been Kissedที่เธอร่วมแสดงด้วยในปี 1999 และมีผลงานการสร้างภายใต้ชื่อเธออย่างเรื่อง?Charlie's Angels, 50 First Dates, และ Music and Lyrics เช่นเดียวกับหนังคัลต์ที่ชื่อ Donnie Darko โครงการล่าสุดของเธอเช่น He's Just Not That into You, Beverly Hills Chihuahua, และ?Everybody's Fineเธอยังมีชื่ออยู่บนฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟม และยังได้ขึ้นปากนิตยสารพีเพิลปี 2007 ฉบับ 100 สิ่งสวยงามที่สุด แบร์รีมอร์ เป็นทูตต่อต้านความหิวโหยให้กับ United Nations World Food Programme (WFP) เธอยังได้บริจาคเงินกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับโครงการ ในปี 2007 เธอเป็นนางแบบให้กับ CoverGirl และเป็นโฆษกให้กับเครื่องสำอางให้กับไลน์ใหม่ล่าสุดของอัญมณีกุชชี 19. เอเรียนา ริชาร์ดส (Ariana Richards) โด่งดังจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง  Jurassic Park และยังทำให้เธอได้รับรางวัลอีกมากมาย เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ) ข้อมูลโดย wikipedia เพิ่มเติม  ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง กับพัฒนาการความสวย 20. ลินด์ซีย์ ดี โลเอิน (Lindsay Dee Lohan) ในวัยเด็กเธอถือว่าเป็นเด็กสาวที่ฮอตที่สุดในฮอลลีวูดอีดหนึ่งคนเลยทีเดียว แต่พอโตขึ้นกลับมาข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งเรื่องยาเสพติด ผู้ชาย วิ่งเล่นให้ตำรวจจับเป็นว่าเล่น ลินด์ซีย์ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการ ถ่ายโฆษณารถยนต์ฟอร์ด เมื่ออายุเพียงแค่ 3 ขวบ หลัง จากนั้นก็มีงานถ่ายโฆษณาโทรทัศน์กว่า 60 ชิ้น จนกระทั่งได้แสดงละครโทรทัศน์เรื่องแรกคือ "Another World" (1996) ลินด์ซีย์ มีผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อ ปี 1998 ในงานเก่าเอามาทำใหม่เรื่อง “The Parent Trap” เธอรับบทเป็นฝาแฝด แสดงกับเดนนิส เควด และนาตาชา ริชาร์ดสัน หลังจากนั้นก็มีผลงานที่สร้างชื่อให้เธอในบทบาทสาววัยรุ่นอีกหลายเรื่อง เป็นขวัญใจของทุกคนในยุคนั้นมากทีเดียว ลินด์ซีย์ มักเป็นขาประจำหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ โดยสื่อมวลชนมักชอบมอบตำแหน่งทีนควีนให้กับเธอ และเสนอภาพลักษณ์สาวปาร์ตี้ของเธอ โดยเธอเคยตอบโต้ให้เลิกเขียนภาพพจน์ของเธอเช่นนี้ โดยนักแสดงสาวได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ฉันรังเกียจจริงๆ เวลาที่คนส่วนใหญ่มาเรียกฉันว่าเป็นราชินีหนังวัยรุ่น” นอกจากนี้ ลินด์ซีย์ มักมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ทั้งน้ำหนัก สารเสพติด และ อาการติดแอลกอฮอล์ 21. เอ็มม่า โรส โรเบิร์ตส์ (Emma roberts) นักแสดงวัยรุ่น เล่นหนังแนววัยรุ่นหลายต่อหลายเรื่อง อีกทั้งยังเป็นนักร้อง,  Voice Actor,  Spokesmodel, โฆษก และเป็น Fashion Designer เรียกได้ว่ามากความสามารถจริง และที่สำคัญเป็นหลานสาวของนักแสดงสาวชื่อดัง จูเลีย โรเบิตส์ เจ้าแม่หนังรักอีกด้วย 22. โจแอนนา โนแอล แบลกเดน เลเวสค์ (Joanna Noëlle Blagden Levesque) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โจโจ (JoJo Levesque) เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงป็อป-อาร์แอนด์บีและนักแสดงวัยรุ่น โจโจออกอัลบั้มแรกในชื่อตัวเธอเองเมื่อปี ค.ศ. 2004 ซึ่งในขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 13 ปี  มีเพลงฮิตอย่าง "Leave (Get Out)" ซึ่งขึ้นสูงสุดที่อันดับ 12 ในชาร์ตบิลบอร์ดฮ็อต 100 นอกจากนี้ โจโจยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Aquamarine (เล่นกับเอ็มม่า โรเบิร์ตส์ ด้วย) และ RV ทั้ง 2 เรื่องออกฉายในปี ค.ศ. 2006 และในปี ค.ศ. 2008 เธอยังได้ถ่ายภาพยนตร์เรื่องใหม่ในชื่อ True Confessions of a Hollywood Starlet ด้วย โดยออกฉายเฉพาะทางทีวีสำหรับเรื่องสุดท้าย (ทั้ง 3 เรื่องมีวางขายในเมืองไทย) 23. เซียร์ชา โรนัน (Saoirse Ronan) ถ้าจะให้พูดถึง ดาราเด็กฮอลลีวูดผู้หญิง ที่มีเส่นห์ สวยเว่อร์วัง! เซียร์ชา โรนัน ก็คงจะอยู่ในอันดับนั้นด้วย นอกจากใบหน้าที่สวยของเธอแล้ว เธอมีดวงตาที่สวยมากๆ เลยทีเดียว เซียร์ชา โรนัน เป็นนักแสดงชาวไอริช-อเมริกัน ชื่อเสียงมาจากการเล่นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ระดับเล็ก ๆ ก่อนที่จะมารับบท ไบรโอนี่ ทาลลิส เด็กสาววัย 13 ขวบที่ฝันอยากจะเป็นนักเขียน แต่จินตนาการของเธอทำให้พี่สาวต้องพลัดพรากกับคนรักไปตลอด ในภาพยนตร์เรื่อง Atonement ซึ่งทำให้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบาฟต้าครั้งที่ 61, รางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 65 และรางวัลออสการ์ครั้งที่ 80 ในสาขานักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม หลังจากนั้นเธอก็มีผลงานภาพยนตร์และในวงการอีกมากมาย Lost River (2014), Byzantium(2013), The Host(2013), Hanna(2011), The Lovely Bones(2010), City of Ember(2008), I Could Never Be Your Woman(2008), Atonement(2008) เรียบเรียงเขียนโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยคะ)

เชฟโรเลต เปิดตัว The All New Colorado แกร่งกว่าเดิมเพิ่มเติมความหรูหรา
car /  Chevrolet / 

เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย เผย The All New Colorado ที่จะสานต่อตำนานความสำเร็จของรถกระบะเชฟโรเลตที่มีประวัติอันยาวนานเกือบ 100 ปี โคโลราโดใหม่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ครบครันทุกด้านในแบบฉบับรถกระบะอเมริกันของเชฟโรเลต มาพร้อมการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ สมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าเดิม ความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ความหรูหรามากกว่าเดิม และเทคโนโลยีระดับผู้นำเซกเมนท์ โคโลราโด รุ่นใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งและความประณีต มีลวดลายเส้นสายที่สวยงามและชัดเจน เปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอแบบฉบับรถกระบะอเมริกันพันธุ์แท้ ตัวถังรถมีสัดส่วนที่บึกบึน เสริมภาพลักษณ์ความสมบุกสมบัน สะท้อนศักยภาพการลุยเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มที่ รถกระบะรุ่นนี้มาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบระดับโลกที่ถ่ายทอดพละกำลังและความแข็งแกร่ง ด้วยการออกแบบด้านหน้าใหม่ที่เน้นความสปอร์ตทั้งแผงกันชน กระจังหน้า ฝากระโปรง และไฟหน้า ซึ่งทำให้รถกระบะรุ่นนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถกระบะทั่วไป รูปลักษณ์ใหม่เน้นความสะดุดตาด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแอลอีดีรูปทรงเรียวบางที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน ภายในห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่ ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่งและความหรูหราเหมือนกับภายนอก ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่เน้นความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง ความประณีต และเทคโนโลยี แผงแดชบอร์ดและการตกแต่งเบาะที่นั่งใหม่ยกระดับความรู้สึกพรีเมียม  ขณะที่คอนโซลกลางที่ถูกปรับดีไซน์ใหม่ทำให้ใช้งานได้ง่ายดาย สะดวกสบายด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่น) และระบบอินโฟเทนเมนท์ มายลิงค์ รวมไปถึงวัสดุผ้าให้พื้นผิวสัมผัสนุ่มนวล การตกแต่งทั่วทั้งห้องโดยสารให้ความสะดวกสบาย โคโลราโดรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร ที่ถูกปรับปรุงใหม่เพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า และลดมลพิษไอเสีย ด้วยการใช้ระบบเทอร์โบแปรผันหรือ VGT (Variable Geometry Turbocharger) เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตร มีพละกำลัง 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ฟุต-ปอนด์) ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รุ่นนี้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด หรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีดตามแต่รุ่นย่อย โดยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดได้รับการปรับแต่งอัตราทดเกียร์ใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตรถูกติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น โคโลราโดทุกรุ่นยังมาพร้อมยางรองตัวถังและยางรองแท่นเครื่องยนต์แบบใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ทำให้มีระดับเสียงและแรงสั่นสะเทือนภายในห้องโดยสารลดลง จากการทดสอบของทีมวิศวกรแสดงให้เห็นว่าห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่เงียบลง 2-4 เดซิเบล และมีแรงสั่นสะเทือนลดลง โคโลราโดพัฒนาบนระบบช่วงล่างที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้มีความเสถียรยิ่งกว่าเดิม ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ ห้องโดยสารถูกแยกจากระบบช่วงล่างด้วยยางรองตัวถัง ทำให้สามารถลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนลง พร้อมกับทำให้มีการขับขี่ที่คล่องตัวและหนึบมากขึ้น จานดิสก์เบรกชุดใหม่มีเสียงการทำงานที่ลดลง นอกจากนี้ ระบบกันสะเทือนชุดใหม่ยังถูกปรับตั้งพร้อมช็อกอัพแบบไดเกรสซีฟ ซึ่งช่วยให้โคโลราโดมีการขับขี่ที่สะดวกสบายและเสถียรภาพที่เหนือชั้น โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด ยังมาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการบังคับพวงมาลัยสำหรับการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ อีกทั้งยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามความเร็วในการขับขี่ ดังนั้นโคโลราโดรุ่นใหม่จึงมีน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงขึ้น ในเรื่องของความปลอดภัยมาพร้อม ระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟและแพสซีฟ (ขึ้นอยู่กับรุ่น), ทั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS), ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง, เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝน, ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ, และฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเวลาจอดกลางแจ้งด้วยการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากกุญแจ, ขณะที่ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและกล้องมองหลังช่วยให้การขับขี่ในที่คับแคบมีความสะดวกง่ายดายมากขึ้น

ตามรอยเส้นทาง
ซันนี่ /  เขาเล่าว่า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเปิดมุมมองการท่องเที่ยวผ่านเรื่องเล่าสุดประทับใจและเรื่องราวอันน่าแปลกใจ ภายใต้โครงการ “เขาเล่าว่า” กับ 24 เส้นทางที่เขาเล่าว่า…นอกจากจะมีความงดงามแล้ว สถานที่แต่ละแห่งยังแอบซ่อนแง่มุมอันลึกซึ้ง ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจ สร้างแรงบันดาลใจ และให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “เขาเล่าว่า” และการเดินทางทั้ง 5 เส้นทาง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศกับพระเอกมาดเซอร์ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ที่มาร่วมเดินทางและบอกเล่าเรื่องราว “เขาเล่าว่า” “เขาเล่าว่า” กับการเดินทางของ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ซันนี่ เล่าว่า...หลังจากได้ร่วมงานกับ ททท. ทำให้มีโอกาสออกไปเดินทางมากขึ้น ได้รู้ว่าประเทศเรานั้นมีที่เที่ยวอีกเยอะ บางสถานที่ยังไม่รู้จัก บางสถานที่เรารู้จักอยู่แล้ว แต่พอได้รับฟังเรื่องราวเรื่องเล่าที่ “เขาเล่าว่า” ทำให้ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น ลึกขึ้น และรู้สึกอินไปกับมัน ทำให้สถานที่แห่งนั้นยิ่งมีความแปลกใหม่น่าสนใจมากขึ้น           สำหรับเรื่องราวที่ “เขาเล่าว่า” ที่ “ซันนี่ได้เล่า” เป็นเช่นไรมาดูกัน “หินชมนภา” หาดชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เขาเล่าว่า…ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลดจะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณและทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม...ท้องฟ้าที่สวยและงดงามดั่งฝัน ใครได้มาเซล์ฟฟี่ตรงนี้ก็จะทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่สวยงาม และอย่าลืมแชร์ความสวยงามนี้ไปให้คนอื่นๆได้เห็นกันด้วย “ป่าสีทอง” ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง เขาเล่าว่า...แหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีพลังที่สุดแสนบริสุทธิ์ปกคลุมอยู่ เมื่อก้าวเข้าไปจะพบกับ 1 กิโลเมตร ความสุขบนสะพานไม้ทอดยาวกลางป่าอันสมบูรณ์ และมีความงดงาม 3 เวลา 3 อารมณ์ แสงสีทองกว้างไกลสุดสายตา ยามเช้าสว่างไสวเหลืองทองอร่าม ดุจจิตรกรนำสีทองมาแต่งแต้มธรรมชาติให้ตระการตา ยามบ่ายป่าสีทองสงบเงียบมีความสุข ในยามเย็นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกับมวลความบริสุทธิ์ของพลังงานธรรมชาติป่าชายเลน ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จำนวนป่าสีทองมหาศาล ที่จะช่วยเติมเต็มพลังกับร่างกาย จิตใจ และความคิด “อุโมงค์แสงมรกต” ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร อ.มะนัง จ.สตูล เขาเล่าว่า...ชีวิตคนเราขอเพียงเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ มันก็เกิดพลังที่จะเดินก้าวต่อไปในชีวิต ในความมืดของถ้ำที่ใหญ่กว่า 50 ไร่  มีอยู่โถงหนึ่งถ้าไปในเวลาที่แสงจากภายนอกทำมุมเข้ามา จะเกิดเป็นถ้ำแสงมรกตให้เห็น เชื่อกันว่านี่คือแสงปลายอุโมงค์ที่เล่าขานกันมา ใครได้มาเห็นสักครั้ง...ก็จะเกิดพลังชีวิต “เมืองที่ห้ามพูดโกหก” เมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เขาเล่าว่า...จากตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่คนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึง เมืองนี้เป็นเมืองของคนดี ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดไร้ซึ่งสัจจะวาจา ต้องถูกออกจากเมืองไปทันที “เขาหนุมานวัดใจ” เขาวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เขาเล่าว่า...ระยะทางกับความยากลำบากพิสูจน์มิตรภาพและรักแท้ เสริมพลังรักกับลพบุรีเมืองลิง หากได้พาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักแท้ โดยการพิชิตยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองหนุมานด้วยการเดินขึ้นบันได 3,790 ขั้นไปด้วยกัน พร้อมสักการะรอยพระพุทธบาทและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาแห่งนี้ เราจะรู้เลยว่าเขาคือ “รักแท้” ของเราอย่างแน่นอน หรือผู้ที่เกิดปีนักษัตรปีวอก (ปีลิง) ไปกราบไหว้ขอพรเสริมพลัง เป็นสิริมงคลแห่งปีกับเจ้าพ่อพระกาฬ (ศาลพระกาฬ อ.เมือง จ.ลพบุรี) เขาเล่าว่า…ไม่ใช่แค่เล่าให้เชื่อแต่เพื่อให้เราไปสัมผัส...เพราะทุกที่คงเป็นแค่เรื่องเขาเล่าว่า...จนกว่าคุณจะไปสัมผัสด้วยตัวเอง ติดตามการเดินทางทั้ง 5 เส้นทางของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และรายละเอียดแหล่งท่องเที่ยว “เขาเล่าว่า” อีกหลายเส้นทางทั้งหมดได้ที่ Facebook Fanpage เขาเล่าว่า www.facebook.com/TATAccordingtoLegend 

เป๊ก เปรมณัช เร่งเมคมันนี่ เตรียมงานแต่งสุดเว่อร์วัง!!
นิว เดอะสตาร์ /  เป๊ก เปรมณัช / 

ช่วงนี้บรรดาคู่รักดาราในวงการหลายคู่ ถ้าไม่ดราม่าเรื่องความรักที่หวานฉ่ำก็หันมาดราม่าเรื่องที่เลิกกันกะทันหันจนเป็นข่าวใหญ่โต แต่สำหรับคู่รักของนักร้องสาวเสียงดีอย่าง นิว นภัสสร กับพิธีกรสุดฮอตอย่างหนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ยืนยันว่ายังไงไม่ขอตามกระแสดราม่าเหมือนคนอื่นอย่างแน่นอน โถ...ก็ตอนนี้ความรักของทั้งคู่หวานฉ่ำจนใกล้จะสุกงอมแล้วละสิ ทุกวันนี้หนุ่มเป๊กเองก็เร่งเมคมันนี่ทำงานตัวเป็นเกลียวอย่างเต็มเหนี่ยว เพราะได้เตรียมแพลนวิวาห์กับหวานใจอย่างสาวนิวมาพักใหญ่ๆ แต่ติดอยู่ว่างานแต่งจะต้องดูเว่อร์วังอลังการ เลยขอเวลาเก็บเงินสักพัก ส่วนสาวนิวเองก็รอลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่จะได้ใส่ชุดเจ้าสาวสักที แถมตอนนี้สาวนิวเองก็อยากที่จะมีเบบี้เต็มที่แล้ว แหม...แต่เชื่อเหอะ ถ้าคู่นี้จัดงานแต่งขึ้นมาเมื่อไหร่ต้องไม่ธรรมดา โดยเฉพาะบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวจริงมะ นิว เดอะสตาร์-เป๊ก เปรมณัช นิว เดอะสตาร์-เป๊ก เปรมณัช นิว เดอะสตาร์-เป๊ก เปรมณัช

น้องมุก เชฏฐินี สาวหน้าคมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
high school girl /  ดาวโรงเรียน / 

ขอแนะนำสาวฮอตนักกิจกรรมโรงเรียน น้องมุก เชฏฐินี กับฉายามุกธิดาฯ ไม่ว่าจะเป็น คฑากรโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถือป้ายโรงเรียน เธอก็ผ่านมาหมด แถมความฝันของเธอในอนาคต คือการเป็นผู้พิพากษา ซะด้วย และหากมองเผินๆ สาวมุก คล้ายดาราเด็ก แพร ณัฏฐธิดา เหมือนกันนะ ไม่เชื่องั้นไปชมภาพและคลิปแนะนำตัวของเธอกันเลย น้องมุก เชฏฐินี สาวหน้าคมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ชื่อ : เชฏฐินี คงคาสุริยฉาย ชื่อเล่น : มุก วันเกิด : 20 มีนาคม 2541 การศึกษา : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา งานอดิเรก : ร้องเพลง เมนูโปรด : ส้มตำ ฉายา : มุกธิดาฯ สิ่งที่กลัวที่สุด : กิ้งกือ, ไส้เดือน ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลง, เทควันโด ผลงานที่ผ่านมา : – คฑากร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา – ถือป้ายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา – ธิดาวัฒนธรรมเตรียมอุดมศึกษา ความฝันในอนาคต : ผู้พิพากษา คติประจำใจ : ทำทุกอย่างต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมก่อนเสมอ คราวนี้เราลองมาชมคลิปแนะนำตัวน่ารักๆ ของเธอกันเลยค่ะ ติดตามความสดใสน่ารัก ของเหล่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ดาวโรงเรียนจากรั้วโรงเรียนทั่วประเทศ ได้ใหม่ ที่นี่ teen.mthai.com นะจ๊ะ… เครดิตข้อมูลและภาพทั้งหมดเป็นของทาง เว็บไซต์ teen.mthai.com

ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ไปกับมาเฟียฟู้ด บุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี
ชลบุรี /  บ้านสุขาวดี / 

สวัสดีครับ วันนี้ Food MThai ได้รับภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกับมาเฟีย พูดถึงเรื่องกินแบบนี้ จะเป็นมาเฟียไหนไปได้นอกจาก พี่ มาเฟียฟู้ด ของเรานี่เอง ซึ่งวันนี้เราก็ได้รับภาระกิจตามติด มาเฟียฟู้ด ไปบุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี กัน ถ้ามากันครบแล้วก็ไม่ต้องรออะไรแล้วล่ะครับ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า  !!! First Trip with Mafia food in Chonburi การเดินทางในวันนี้ เราใช้ถนนบางนาตราด (ถนนสุขุมวิท) ไปยังชลบุรี วิ่งบนทางด่วนบูรพาวิถี จากบางนา ตรงไปยังจุดหมายแรกของเรา ตั้งพิกัดจีพีเอสไปที่ หาดบางแสน จาก กทม มาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึงจุดหมายแรกของเรา และเริ่มภาระกิจแรก หาของอร่อย ๆ นั่งฟินริมหาดบางแสน แต่เหมือนธรรมชาติกลั่นแกล้ง วันที่เราไปเกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ต้อนบลูม ขึ้นที่หาดบางแสนพอดี ทำให้ไม่สามารถนั่งชิวริมหาดได้ หันไปมองหน้าพี่มาเฟียฟู้ด พี่มาเฟียบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดให้ แล้วก็บึ่งรถหนีหาดบางแสนไปอย่างไว และแล้ว พี่มาเฟียฟู้ดก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกับเรื่องกินจริงๆ เมื่อเรามาถึง ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี ร้านแรก กับร้าน ยำแม่ริ้ว ที่ย้ายมาจาก ริมหาดบางแสน (แต่วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ก็ยังมีออกไปตั้งร้านริมหาดบางแสนอยู่ ) มาเปิดเป็นร้านอาหาร ที่ถนนเทศบาลสาย 1 หลังโรงแรมเดอะ เซส ซึ่งบอกเลยว่า ร้านนี้ เปิดขายมาแล้วกว่า 40 ปี จนตอนนี้ เป็นรุ่นที่ 3 แล้วที่มาดูแลกิจการแต่ การันตี โดยพี่มาเฟียฟู้ดแล้วว่ารสชาติไม่มีเปลี่ยนแปลง อร่อยยังไงอย่างนั้นเลย  เมนูเด็ดของร้าน ยำแม่ริ้ว ก็จะเป็นเมนู อาหารทะเล พื้นบ้าน ที่บางอย่างหาทานได้ยาก แต่บอกได้เลยว่า ลองมากับตัวแล้ว ฟินทุกเมนู ถ้าอยากรู้ว่าเด็ดขนาดไหน ตามไปดูกันเลย เมนูแรก ยำสามไข่ ไข่ปลาเรียวเซียว ไข่ปู ไข่แมงดา ตักเข้าปากแต่ละคำ กรุปๆ ด้วยบรรดาไข่ ทั้งสามสหาย ที่รวมมาอยู่ในจานเดียว รสชาติเปรี้ยว เผ็ด ซี๊ดซ๊าด มีความกรุบๆ ของไข่แมงดา ไข่ปู และไข่ปลาเรียวเซียว มาเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งๆขึ้นไปอีก ใครชอบรสจัด ต้องไปลองครับ ยำปลากุแลดิบ จานต่อมากับอาหารที่หาทานยาก กับยำปลากุแล ดิบ น้ำยำรสชาติ ซี๊ดซ๊าดถึงใจ ยำมาอย่างเข้าเนื้อเข้ารสกับ ปลากุแลดิบ ตักเข้าปากทุกคำ ร้อนแรงทุกคำ ฟินจนหมดจาน ยำปูม้า ปูม้าสดมากๆ หวาน อร่อย เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้ามากับน้ำยำรสแซ่บ จนเข้าเนื้อ อร่อยลืม ดูดเนื้อปูกันหน้าฟินเลยทีเดียว กุ้งแช่น้ำปลาดิบ อีกหนึ่งเมนูรสแซ่บ กับกุ้งแช่น้ำปลา เนื้อกุ้งสดๆ  หวานกรอบ เสิร์ฟมาพร้อม มะระ กระเทียม ใบโหระพา คลุกเคล้ามาอย่างแซ่บ แถมยังมีผักเคียง และ หอมเจียว กรอบๆ กินคู่กันคำโตๆ หมดจานไปอย่างรวดเร็ว ต้มหมึกน้ำดำ เจอแต่เมนู ร้อนแรง จนต้องตบท้ายด้วยเมนู ประจำท้องถิ่น อย่าง ต้มหมึกน้ำดำ หมึกกะตอยสดๆ ต้มจนน้ำดำ หวานหอม เมนูนี้มาช่วยตัดรสเผ็ด ของ เมนูอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี อิ่มอร่อยสบายท้องกับมื้อแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บอกได้เลยว่า มาพี่เฟียฟู้ดไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ กับร้าน ยำแม่ริ้ว พี่มาเฟียฟู้ดบึ่งรถต่อไป ภาระกิจที่ สองทันทีกับการเยี่ยมชมความงดงามสุดอลังการของคฤหาสน์ ในพื้นที่ 85  ไร่ ในเมือง พัทยา กับ บ้านสุขาวดี ที่บอกเลยว่างดงาม ยิ่งใหญ่ อลังการ สุดๆ ซึ่ง ประวัติของบ้านสุขาวดี นั้น ก็เกิดมาจากสติปัญญาและการทำงานเป็นทีม ของผู้คนบนพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี จึงทำให้งานที่ออกมามีคุณค่า สง่างามและมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ประกอบด้วยอาคารหลัก ๆ ดังนี้ 1.อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy) 
                                                                    2.อาคารโดมพระ (Buddha tower) 
3.ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)                                     
4.ความลับสวรรค (Yin – Yang Zone) 
                                                                                                         5.อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall)  
                                                                          6.โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )                                    7.สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)                                                                                                   8.จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)                                                         9.อาคารสโมสร (Club House)                                                                                                                  10.อาคารสัจธรรม (Hall of Truth) ตลึงกับความงดงาม และ ยิ่งใหญ่แบบเดินทั้งวันยังไงก็ไม่ทั่ว เพราะตลอดสองข้างทาง มีทั้งศิลปะ และ ปริศนาธรรม ทิ้งแง่คิดไว้ให้คิดอยู่โดยตลอด FoodMThai กำลังเดิน ชมความงามเพลินๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า เอ้า จะค่ำแล้ว พอหลุดจากความเพลิดเพลินในบ้านสุขาวดี ท้องก็เริ่มหิวอีกแล้ว พี่มาเฟียฟู้ด ยืนยิ้มแล้วบอกให้ตามมา จะพาไปกินของอร่อยๆ เลยโดดขึ้นรถกอล์ฟ ตามพี่เค้าไปอย่างใจง่าย รถกอล์ฟแล่นมาได้ซักหน่อย เราก็ได้มาเจอกับ อาคารที่จัดไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีอาหารบุฟเฟต์ ให้บริการซึ่งเดินดูคร่าว ๆ บอกเลยว่าไลน์อาหาร มีแต่ของน่าทานทั้งนั้น กำลังเพลินกับการสำรวจไลน์อาหาร ก็หันไปเห็น บนเวที มีโชว์ สุดอลังการ ให้ชมระหว่างกินข้าวด้วย คิดในใจฟินแน่นอนครับมื้อนี้ !!! อาหารในไลน์ บุฟเฟต์นั้น ก็ไม่ใช่อื่นไกล ทุกอย่างมาจาก เครือ สหฟาร์ม นั่นเอง จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่า อาหาร สด สะอาดและ อร่อยทุกอย่างแน่นอน เมนูที่เป็นไฮไลท์ของ ที่นี่ ก็เห็นจะเป็น ปลาดุกทอดกรอบที่ กรอบนอกนุ่มในออกมากี่รอบๆ ก็มีคนต่อแถวรอกันตลอด ทานกันจนหนำใจ แล้วก็ เข้าที่พัก พักผ่อน เป็นอันจบ ภาระกิจของวันนี้ ซึ่งมากับ มาเฟียฟู้ด ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว กินแบบวีไอพีแล้ว ยัง นอนแบบวีไอพีสุด ๆ วันนี้ ทางบ้านสุขาวดี ได้ดูแลเรื่องที่พักให้ ที่ในบ้านเลย ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ครับ เช้าวันที่สอง ของภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ตื่นเช้ามา พี่มาเฟียฟู้ด ยังติดใจไม่หาย ขอจัดหนักอีกรอบกับอาหาร บุฟเฟต์ ของบ้านสุขาวดี นั่ง กินไป พร้อมกับดูโชว์ฟินๆ ไปช่างเป็นเช้าที่มีความสุข อะไรอย่างนี้ เมื่อทานเสร็จ ภาระกิจต่อไปก็ยังอยู่ที่ การทัวร์บ้านสุขาวดีกันต่อ วันนี้ เราจะพาทุกท่านไปชม อาคารโดมพระ (Buddha tower) สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน กัน ชมความงดงามสุด อลังการ กันจนเพลิน มองดูนาฬิกา ก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาต้อง กลับกันแล้ว ระหว่างขับรถกลับ กทม พี่มาเฟียฟู้ดก็ ไม่พลาดที่จะพาแวะชิมอีก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี อีกหนึ่งร้าน กับร้าน เกษมโภชนา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นยาจีนเจ้าแรก ลงรถปุ๊บ พี่มาเฟีย ก็จัดมาให้อีก 1 ชุดใหญ่ ทั้ง เนื้อเป็ดสับ และ สมองเป็ด เมนูสุดพิเศษ สมองเป็ด และ เนื้อเป็ด เป็นครั้งแรกของ ใครที่ชื่นชอบ เมนูที่ทำจากเป็ดจานนี้ ต้องมาลองชิมกันให้ได้ครับ ด้วยความหอมนุ่ม ถึงเครื่อง เนื้อเป็ดนุ่ม ๆ ฟินทุกชิ้นที่คีบเข้าปาก กินกับสมองเป็ด รสชาติดี ทำให้เสิร์ฟมาแป๊บเดียว เกลี้ยงจานอย่างไว เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน สูตรต้นตำหรับ เก่าแก่ ที่ใครผ่านไปแถวนั้นก็ต้องแวะ อิ่มอร่อยกับ เมนูต้นตำหรับเมนูนี้ กับเนื้อเป็ดแน่น ๆ ชิ้นโตๆ ตุ๋นยาจีน จนเนื้อ นุ่มอร่อย หอมเครื่องยาจีน ใครชอบทานเป็ด แนะนำให้มาลองด่วนเลยครับ ขนมจีบ ตบท้ายความอร่อย ของทริปนี้ กับขนมจีบสูตรพิเศษของทางร้าน ที่แป้งบางห่อกับหมูนุ่มๆ หวานอร่อย ในขนาดพอดีคำ กินเพลิน ๆรู้ตัวอีกทีหมดจานอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออิ่มอร่อย กันเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว เป็นอันจบภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ทริปแรก ก็ถึงเวลาที่เราต้อง กลับกันแล้ว น่าเสียดายที่เวลาจำกัด เพราะยังมีอีกหลายร้าน ที่น่าไปลอง เอาเป็นว่าต้องมีครั้งหน้าอีกแน่นอน ส่วนเราจะไปที่ไหน จะพาไปชิมร้านไหน ก็ต้องคอยติดตามกันให้ดีนะครับ สำหรับวันนี้ ขออนุญาติ ขับรถกลับ กรุงเทพก่อนนะครับ สวัสดีคร้าบบ !!!

แซ่บเว่อร์ ! รวมเหล่าดาราสาวในชุดฟิตเนส
คนดัง /  คิมเบอร์ลี่ / 

พักหลังในโซเชียลมีเดีย เรามักจะเห็นเหล่าดาราสาวทั้งหลายก็หันมาเข้าฟิตเนส กินอาหารสุขภาพ ดูแลตัวเองกันมากขึ้น จนบางคนถึงกับเล่นเวทเพิ่มกล้ามเนื้อจนเห็นซิคแพคสวยๆ ขึ้นมาบ้าง ดาราสาวเหล่านี้คือแรงบันดาลใจชั้นยอดที่จะทำให้คุณผู้หญิงเลิกมีข้ออ้างและหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของตัวเองกันค่ะ จะไม่พูดถึงตัวแม่คนนี้ไม่ได้เลยค่ะ เพราะคุณ "ชมพู่ อารยา" นอกจากจะสวยสะพรึง ยังมีบอดี้สุดฮอต ซิคแพคชัดเจน ทำให้เธอดูเซ็กซี่ขึ้นไปอีกเท่าตัว ใครอยากเช็คไลฟ์สไตล์ของเธอก็เข้าไปฟอลโล่ได้ในไอจี @chomismaterialgirl นะค่ะ เพราะนอกจาก Routine การออกกำลังกายแล้ว สาวชมพู่ยังอัพเดตไลฟ์สไตล์การรับประทานอาหารเมนูสุขภาพให้เราได้ติดตามกันอยู่ประจำอีกด้วย สาวลูกครึ่ง "คิมเบอร์ลี่" ที่ช่วงก่อนเธอจะมีหุ่นที่ค่อนข้างอวบตามสไตล์ของสาวลูกครึ่ง แต่หมู่นี้สาวคิมเบอร์ลี่หันมาออกกำลังกายที่ฟิตเนสอยู่เป็นประจำจนหุ่นฟิตปั๋ง ตอนนี้เธอมีกล้ามหน้าท้องขึ้นเบาๆ ให้หนุ่มทั้งหลายได้ชื่นใจกันบ้างแล้วค่ะ ดาราสาวสวยหุ่นดี "เกรซ กาญจน์เกล้า" ที่เมื่อก่อนเธอก็เป็นคนที่ผอมเพรียวอยู่แล้ว ยิ่งช่วงนี้หันมาใส่ใจออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้เธอดูมีหุ่นที่สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น ส่องจากไอจีจะเห็นสาวเกรซเข้าออกยิมเป็นประจำเลยล่ะค่ะ ทั้งสวยทั้งมีวินัยขนาดนี้รับรองว่ามีงานพรีเซอร์สินค้าเพื่อสุขภาพเข้ามาไม่ขาดสายแน่นอนค่ะ สาวตัวเล็ก "พลอย ชวพร" ที่โด่งดังจากสไตล์การแต่งตัวและแฟชั่นของเธอจนมีคนติดตามอินสตาแกรมทะลุหลักแสนคนจนเกือบแตะหลักล้าน แต่สาวพลอยไม่ได้มีดีแค่เรื่องแฟชั่นนะคะ ขอบอกว่าเห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่ซ่อนรูปสุดๆ เอวคอดแบบเฟิร์มๆ ทำเอาหัวใจหนุ่มละลายกันเลยทีเดียวค่ะ เมื่อก่อนมีหุ่นที่ค่อนข้างจะอวบ แต่ช่วงนี้สาว "พลอย เฌอมาลย์" หันมาดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกายและต่อยมวยอยู่เป็นประจำจนมีแก็งค์ออกกำลังกายแก็งค์ใหญ่ ล่าสุดไปทะเลกับเพื่อนสาวเลยขออวดหุ่นสวยในชุดว่ายน้ำซะหน่อย ถ้าอยากเห็นเข้าไปติดตามกันในอินสตาแกรมของสาวพลอยได้เลยค่ะ เจ้าสาวหมาดๆ ดีกรีคุณครูสุดสวย "เบเบ้ ธันย์ชนก" ที่เป็นสาวหุ่นดีและใส่ใจการออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยการออกกำลังกายของคุณเบเบ้ก็จะเป็น TRAMPOLINE ซึ่งเป็นเครื่องเล่นแบบกระโดด ทำให้ช่วยเผาผลาญไขมันได้อย่างรวดเร็ว คุณเบเบ้จึงมีหุ่นที่ lean และสวยงามอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ สาวหน้าใสลุคเกาหลี "นิวเคลียร์ หรรษา" ที่เราจะเห็นว่าเธอใส่ใจเรื่องหุ่นอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกายของเธอจะเน้นไปทางคาร์ดิโอ้อย่างเช่นการต่อยมวยเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สังเกตได้จากหน้าท้องสุดสวยของเธอซิคะ ! ใครอยากได้แรงบันดาลใจจากดาราสาวทั้งหลายก็สามารถเข้าไปตามไลฟ์สไตล์ของพวกเธอได้ในอินสตาแกรมนะคะ  ขอบคุณภาพจาก: IG @thisisbebe, @chomismaterialgirl, @kimmy_kimberley, @gracekanklao, @ploychava, @chermarn, @newclear_hansa