ดาราท้อง

น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ จ.ระนอง
ที่เที่ยวระนอง /  หมู่เกาะ / 

ถ้าพูดถึงเกาะในจังหวัดระนอง หลายคนคงนึกถึงเกาะพยามเป็นอันดับแรก แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักหมู่เกาะในอำเภอกะเปอร์ ที่น้ำใสเหมือนสระว่ายน้ำ หาดทรายขาวเม็ดละเอียด สวยเป็นอันดับต้น ๆ ของเกาะในทะเลอันดามัน เราจะพาไปเที่ยวที่หมู่เกาะกำ เกาะค้างคาว และเกาะญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนกัน น้ำใส ทรายขาว เงียบสงบจนอยากจะทิ้งตัว ที่หมู่เกาะกำ เกาะที่ยังไม่ฮิตแต่สวยเลอค่า! ท่าเรืออ่าวบางเบน เรือไปหมู่เกาะกำ คุณลุงคนเรือ วันนี้อากาศดีท้องฟ้าเป็นใจ เราขึ้นเรือที่ท่าเรือบางเบน เป็นเรือหางยาวแบบมีหลังคานั่งได้ 10-15 คน เกาะแรกที่เราจะไปคือ เกาะค้างคาว นั่งเรือประมาณ 40 นาทีก็ถึง สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อมาถึง เกาะค้างคาว คือ ทรายขาวละเอียดเหมือนแป้งนุ่มเท้า น้ำทะเลสีฟ้าใสเหมือนสระว่ายน้ำเลยทีเดียว ด้านหน้าหาดสามารถเล่นน้ำ หรือจะแค่นั่งตามโขดหินชมวิวดูคนเล่นน้ำเพลิน ๆ ก็มีความสุขแล้ว สำหรับคนที่ชอบดำน้ำดูปะการังสามารถดำน้ำตื้นได้บริเวณไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ที่นี่จะมีปะการังแข็ง ปลาเสือ และไฮไลท์จะเป็นปลาการ์ตูนนีโม่สีส้มขาว และพันธุ์อินเดียแดงว่ายอยู่ในกอดอกไม้ทะเลน่ารักมาก ๆ เกาะค้างคาว ดำน้ำที่เกาะค้างคาว     เกาะกำ จากเกาะค้างคาวเรานั่งเรือประมาณ 15 นาที ก็จะถึง เกาะกำ ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี เราทานข้าวกันที่อ่าวเขาควาย ซึ่งทัวร์ต่าง ๆ จะมาทานข้าวที่นี่เพราะมีม้านั่งใต้ทิวสนร่มรื่น เสร็จแล้วเราก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาชนะใส่อาหารและน้ำ รวมถึงขยะต่างๆ นำกลับไปทิ้งที่ฝั่ง อิ่มแล้วก็เดินย่อยกันซักหน่อย    เกาะกำ    เกาะกำ เราเดินทะลุทิวสนไปอีกด้านหนึ่งของเกาะจะเจอชายหาดที่มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใส ไม่แพ้เกาะค้างคาวเลยทีเดียว จนอดใจไม่ไหวต้องเล่นน้ำกันต่อ    เกาะกำ สำหรับใครที่ชอบการผจญภัย สามารถเดินขึ้นไปจุดชมวิวอ่าวเขาควายระยะทางไม่ไกลแค่ 200 เมตรแต่ทางขึ้นเขาสูงชัน ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที จะขึ้นมาถึงจุดชมวิวที่เห็นวิวอ่าวเขาควายจากมุมสูงเวิ้งอ่าวโค้งเป็นรูปเขาควายบรรจบกับเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เกาะกำ เป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด    เกาะกำ เกาะญี่ปุ่น เกาะสุดท้ายที่เราแวะก่อนกลับคือ เกาะญี่ปุ่น อยู่ไม่ไกลจากเกาะกำ ถึงทรายจะไม่ขาวละเอียดเหมือนเกาะค้างคาว เพราะมีเปลือกหอยมากกว่า แต่นักท่องเที่ยวก็นิยมมาเล่นน้ำกัน เนื่องจากความเงียบสงบและน้ำใส ตามประวัติเล่าว่าเกาะนี้เคยมีชาวญี่ปุ่นมาเลี้ยงหอยมุก หรือบ้างก็ว่าทหารญี่ปุ่นเคยใช้เกาะนี้เป็นที่ประกอบอาหารส่งเสบียงไปให้แก่ทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่ใช้จังหวัดระนองเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านไปยังประเทศเมียนมาร์ จึงได้ชื่อว่าเกาะญี่ปุ่นนั่นเอง จบทริปกันด้วยความประทับใจบอกได้เลยว่าถ้าไม่มาคงเสียดายแย่ ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มีความเป็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ น้ำทะเลใส ๆ หาดทรายขาว ๆ ที่ไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คน ลองมาที่นี่ดู แต่เกาะเหล่านี้จะมีการปิดเกาะในช่วงฤดูฝน ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 ตุลาคม ของทุกปี เนื่องจากฟื้นฟูธรรมชาติและคลื่นลมแรงทำให้เดินทางไม่สะดวก ใครที่อยากไปสัมผัสธรรมชาติบนเกาะสวย ๆ เตรียมวางแผนไว้ล่วงหน้าได้เลย การเดินทางไปหมู่เกาะกำ จากตัวเมืองระนองใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ก่อนถึงอำเภอกะเปอร์จะมีป้ายให้เลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน ท่าเรือบางเบน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวจากหน้าบขส. หรือตลาดเทศบาลเมืองระนอง จะมีรถไปอำเภอกะเปอร์ออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 06.00 – 17.00 น. ค่ารถคนละ 50 บาท ลงที่ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน จากนั้นต้องอาศัยความสามารถในการโบกรถไปที่ท่าเรือใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือติดต่อบริษัทเรือให้มารับ หรือจะเหมารถสองแถวจากตัวเมืองก็ได้ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน สามารถจองเรือทัวร์ได้ที่ กลุ่มเรือนำเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านอ่าวเคย บางเบน โทร. 089 594 1363, 077 861 439 ทัวร์เกาะค้างคาว เกาะกำ เกาะญี่ปุ่น ราคา 2,500 – 3,500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ นั่งได้ลำละ 10 – 15 คน ราคารวมชูชีพ สน็อกเกิล น้ำดื่ม (ไม่รวมอาหารกลางวัน) พิกัด ท่าเรือบางเบน 09.59395 98.46996 เกาะค้างคาว 09.56861 98.38602 เกาะกำ 09.51250 98.35788 เกาะญี่ปุ่น 09.50080 98.36838 ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก tatviewsblog.wordpress.com สามารติดตามการทท่องเที่ยวสถานที่อื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://tatviewsblog.wordpress.com/

กีกี้ ศักดิ์ นานา คนไทยใน Nürburgring สนามแข่งที่ยากที่สุดในโลก
Nürburgring /  porsche / 

พบกับเรื่องราวของนักแข่งรถอันดับ 1 ของประเทศไทยถึงสาเหตุว่าทำไมเขาจึงเลือกไปแข่งที่ Nürburgring รายการแข่งรถที่ขึ้นชื่อในเรื่องความหินที่สุดในโลก วันนั้น มีรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ได้ถามผมว่า “พี่กี้คะ ตั้งแต่พี่กี้แข่งมา พี่กี้เคยชนะอะไรบ้างไหมคะ” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมกลับไปบ้าน แล้วเสิร์ชกูเกิ้ลว่า สนามอะไร การแข่งขันอะไร ที่ยากที่สุดในโลก โหดที่สุด เสี่ยงที่สุด และมีคนเสียชีวิตมากที่สุด กูเกิ้ลตอบผมว่า “Nürburgring” เพราะว่าเป็นสนามที่นักแข่งระดับโลกต่างบอกว่ายากกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Nikki Lauda, Stirling Moss และอีกคนหนึ่งคือ Sir Jackie Stewart ที่เขาได้มอบฉายาให้สนามนี้ว่า นรกสีเขียว (The Green Hell)…การที่ผมโดนดูถูกในครั้งนั้น ทำให้ผมเลือกที่จะไปแข่งสนามที่ยากที่สุดในโลกครับ การที่เราจะได้ไปแข่งขันที่ Nürburgring ได้ เราต้องสอบใบขับแข่ง ใบขับแข่งมีสามรูปแบบ คือ ใบขับแข่งประเภท C, B และ A ใบขับแข่งประเภท C จะได้มาจากประเทศเกิดของนักแข่งแต่ละท่าน ที่ลงแข่งการแข่งขันของประเทศนั้นๆ เช่นเมืองไทยก็เป็นงาน Thailand Super Series เป็นต้น ซึ่งเราก็เอาใบขับแข่งประเภท C นี้ ไปสอบเป็น ใบขับแข่งประเภท B ที่สนามแข่งที่เยอรมนี โดยเราจะต้องแข่ง VLN (งานแข่งชิงแชมป์เยอรมัน) อย่างน้อย 3 สนาม และใน 3 สนามนี้ เราจะต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้ง 3 สนาม และต้องแข่งจนจบการแข่งขันโดยไม่มีการชนหรือรถแข่งมีปัญหา พอเราได้ใบขับแข่งประเภท B แล้ว เราก็จะต้องไปอบรมและสอบข้อเขียน เพื่อที่จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะต้องไปเข้าห้องเรียนสองวัน ต้องสอบข้อเขียนให้ผ่าน โดยจะต้องผ่านแบบถูกต้อง 100 เปอร์เซนต์ เท่านั้น พอสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ก็จะต้องขับรถแข่งที่เขาเตรียมไว้ให้ในสนามโดยมี Instructor ( ครูสอนซึ่งเป็นนักแข่งมาก่อน ) นั่งไปในรถด้วย เราจะต้องขับรอบสนามทั้งหมด 3 รอบ แล้วทาง Instructor ก็จะให้คะแนนเรา ว่าเราจะสอบผ่านไหม พอเราผ่านสอบปฏิบัตินี้ เราก็จะได้ใบขับแข่งประเภท A ซึ่งเราจะสามารถแข่งรายการทุกรายการในประเทศเยอรมนีได้หมด ส่วนการแข่ง ตารางการแข่งขัน จะมี VLN ทั้งหมด 10 สนาม VLN คืองานแข่งชิงแชมป์ประเทศเยอรมนี ใน 10 สนามนี้ 9 ครั้งจะเป็นการแข่ง 4 ชั่วโมง และมี 1 ครั้งที่เป็นแข่ง 6 ชั่วโมง แล้วก็มี Qualification Race ซึ่งแข่ง 6 ชั่วโมง เป็นการแข่งเพื่อเตรียมตัวสำหรับแข่งชิงแชมป์โลกในงาน 24H ซึ่งถึงเราจะได้ใบขับแข่งประเภท A แล้ว ก็จะต้องมาขับในงาน Qualification Race 6 ชั่วโมงนี้ด้วย เพราะมันเป็นงานที่ใช้กฎกติกาและตารางงานเหมือนกับงาน 24H ทุกอย่าง แล้วก็งานแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของปีคือ ADAC 24 Hours Rennen Nürburgring ซึ่งงานแข่งนี้ใช้เวลาหลายวันมาก เริ่มจากวันอังคาร เปิดให้ซ้อม วันพุธมี Qualify ตอนกลางคืน วันพฤหัสฯ มี Qualify ตอนกลางวัน วันศุกร์มีงานแข่งงานอื่น เช่น WTCC, Formula 3 และ WEC วันเสาร์เช้ามีแข่ง Classic Cars จากนั้นคิวของพวกเราก็จะเริ่มแข่งกันตอน 4 โมงเย็นวันเสาร์ ยาวไปถึง 4 โมงเย็นวันอาทิตย์ มีรถแข่งเฉลี่ย 250 คัน นักแข่งเกือบ 1,000 คน ทีมของผมเนี่ย เป็นทีม Porsche GetSpeed ครับ ซึ่งเป็นทีมที่ได้สปอนเซอร์มาจาก Porsche ได้การดูแลจาก Porsche มีช่างจากโรงงานมาดูแลตลอด ซึ่งพอเป็นทีมใหญ่ ผู้จัดการทีมและเจ้าของทีม ให้ความจริงจังกับการแข่งมาก เขาควบคุมนักแข่งในเรื่องการออกกำลังกาย การทานอาหาร การดื่มน้ำ และการซ้อม อาหารที่เราทานทุกมื้อ ทางทีมก็คำนวนปริมาณพลังงานและโปรตีน เพื่อที่ให้เรามีแรงงานพอเพียง ช่วงแข่งเขาจะให้เราทานแต่ soup จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องย่อยอาหารหรือปวดท้อง เราจะได้ทานอาหารเป็นมื้อเต็มๆ แค่มื้อเย็นเท่านั้น น้ำดื่มจะมีเตรียมกระติกให้นักแข่งแต่ละคน ติดชื่อเอาไว้ เป็นน้ำเปล่าผสมกับกลูโคสและวิตามินต่างๆ ซึ่งเป็นน้ำที่เอาไว้สำหรับนักกีฬาวิ่งระดับโลกเขาใช้ดื่มกัน ตอนอยู่ในรถแข่ง ก็จะมีน้ำอีกชนิดหนึ่งเตรียมไว้ให้ เวลาเราขับไปชั่วโมงหนึ่งแล้วเหนื่อยๆ พอมาดื่มน้ำแล้วจะรู้สึกมีแรงขึ้นมาเลย เหมือนได้ดื่ม Energy Drink ส่วนการซ้อม ยกตัวอย่างทีมอื่นเขาก็จะมาซ้อมก่อนแข่งแค่หนึ่งวัน แต่ทีมผม เขาจะปิดสนาม 2 วันเต็ม ก่อนที่จะมีการแข่งขันหนึ่งอาทิตย์ล่วงหน้า ให้นักแข่งในทีมได้ทำการซ้อมได้อย่างเต็มที่ ได้เข้าใจรถอย่างเต็มที่ ได้รู้จักลิมิตรถ สภาพอากาศของสนาม Nürburgring ด้วยมันเป็นสนามที่สูง 350 – 650 เมตร จากน้ำทะเล จุดนี้ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันตลอดเวลาครับ ความหมายคือ บางครั้งเราขับหนึ่งรอบนั้นมีหลายฤดูด้วยกัน บางช่วงก็แดดออก บางช่วงก็เหมือนเป็นน้ำแข็งบางๆ บนพื้นสนาม บางช่วงก็เปียกเหมือนมีฝนตก นั่นคือสิ่งที่ทำให้สนามนี้ขับยากที่สุด เพราะเราจะไม่สามารถเซ็ทรถให้เข้ากับสนามแบบแห้งหรือแบบเปียกอย่างใดอย่าง หนึ่งได้เลย ดังนั้นจึงเป็นงานของคนขับ ที่จะขับรถ คุมรถ ให้เข้ากับสภาพอากาศในสนามในช่วงๆ นั้น ถ้าถามถึงความคุ้นเคยกับสนาม ผมแข่งสนามนี้มาเป็นปีที่ 4 คงไม่กล้าตอบว่าคุ้นเคยมาก แต่ใช้คำว่า ทุกครั้งที่ขับในสนามนี้ จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ กลับมาทุกครั้ง คนที่แข่งที่สนามนี้จะรู้ดีว่า ไม่ว่าคุณจะขับเป็น 1,000 รอบ ไม่มีรอบไหน ที่สนามจะให้ความรู้สึกเหมือนกันเลย หลายท่านถามผมถึง feeling ในการขับ รถ 991 Cup Car ที่ใช้แข่งเป็นรถที่ดีมากครับ Balance ดีมาก, Handling ดีมาก Porsche เป็นรถที่แบบ…ไม่รู้ว่าสร้างด้วยอะไร แต่ไม่รู้สึกว่าเครื่องอยู่หลังแล้ว รู้สึกเหมือนเครื่องอยู่กลาง Understeer นี่แทบไม่มีเลย ผมเคยขับ SLS GT3, Z4 GT3, Lambo GT3 และ 997 GT3R แล้วผมก็คิดว่า 997 GT3R เป็นรถแข่งเกรด GT3 ที่ดีที่สุดแล้ว ครั้งแรกผมคิดว่า 991 cup car นี่ไม่มีทางสู้ได้หรอก แต่พอผมขับแล้วเนี่ย รู้สึกว่า 997 ห่วยไปเลย เพราะว่า Balance น้ำหนักของ 991 นี่ดีเหลือเชื่อ ระบบเบรกนี่คือ โอ้โห! ไม่เคยเจออะไรเบรกดีขนาดนี้มาก่อน สำหรับช่วงล่าง ผมก็ไม่เคยเจอช่วงล่างที่ดีขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน ปกติ Porsche มันจะมีนิสัย Understeer ค่อนข้างง่าย แต่ 991 cup GT3 ไม่มีอาการ Understeer เลย ผมสรุปง่ายๆ เลยละกันครับ ว่า ตั้งแต่ผมแข่งรถมา ผมไม่เคยขับรถแข่งที่ดีขนาดนี้มาก่อน ส่วนการปรับรถให้เข้ากับสนามนั้น รถ 991 cup car ใช้ช่วงล่างมาจากโรงงาน Porsche ซึ่งเราไม่มีสิทธิ์ไปเปลี่ยนมัน เราเปลี่ยนได้แค่สปริงเท่านั้น ทางทีมก็จะเซตอัพให้เราทดสอบดูในวันซ้อม แล้วก็ถามความเห็นนักแข่งว่าแบบไหนดีที่สุด ลมยางแบบไหนดีที่สุด Toe/Camber แบบไหนดีที่สุด เขาจะให้เราเลือก แล้วก็จะเซตอัพอันนั้นให้เรา หรือถ้าตัวเลือกที่เขามีนั้นเราไม่ชอบเลย เขาก็จะให้เราบอกอาการรถ แล้วแก้ไขจนกว่าเราขับแล้วรู้สึกเพอร์เฟ็กต์ เพื่อให้รถกับเราเป็นเหมือนชิ้นส่วนเดียวกัน โดยการดูจากเวลาต่อรอบขับเป็นหลัก ว่าเซตอัพแบบไหนทำเวลาได้ดีที่สุด ส่วนยาง ทาง Porsche จะบังคับให้ใช้เหมือนกันหมดทุกทีม คือ Michelin Hard Compound สุดท้ายนั่นคือแผนการขับ สำหรับตัวผมก็คือ เราต้องขับให้เร็วที่สุดและห้ามชน นี่คือคำสั่งที่เราได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้จัดการทีมครับ ส่วนผลการแข่งขันที่ออกมาน่าพอใจไหม? ผมพอใจมากกับผลการแข่งขันสนามแรก แต่เหลืออีก 11 สนาม ยังต้องเหนื่อยอีกเยอะเลยครับ ข้อมูลภาพจาก : นิตยสาร GTPorsche Thailand  

4 แหล่งดำน้ำ ชมปะการังสวยงามที่น่าไป
jetradar /  แหล่งดำน้ำ ชมปะการัง

4 แหล่งดำน้ำ ชมปะการังสวยงามที่น่าไป ปะการัง สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังใต้ทะเล อาศัยอยู่ในโครงสร้างหินปูน มีหลายสีสันสวยงาม เวลาที่อยู่รวมตัวกันมากๆ จะกลายเป็นเหมือนสถานที่ชุมชุมของปลาเล็กปลาน้อย ปลาสวยงาม และที่สำคัญกลายเป็นแหล่งดึงดูดให้นักดำน้ำนิยมไปชมกัน ทั้งในและต่างประเทศ เก็บข้อมูลและชมความงามใต้น้ำไปพลางๆ ก่อนตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินเตรียมอุปกรณ์ นัดหมายพรรคพวกแล้วไปดำน้ำกัน Tubbataha, Palawan ฟิลิปปินส์ 1. Tubbataha, Palawan ฟิลิปปินส์ อยู่ในเขตอุทยานธรรมชาติ คือ เขตสงวนพันธุ์นกและสัตว์ทะเลของฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางทะเลซูลู ประกอบด้วยเกาะรูปวงแหวนที่เกิดจากหินประการังใหญ่ 2 เกาะ เรียกว่าเกาะวงแหวนเหนือและใต้ โดยถูกแยกจากกันด้วยช่องแคบกว้างประมาณ 8 กิโลมตร อุทยานธรรมชาติปะการังตุบบาตาฮา ถือเป็นตัวอย่างของเกาะปะการังที่มีพันธุ์สัตว์ทะเลหนาแน่นงดงามมากจนติด 1 ใน 9 แหล่งมรดกโลกทางทะเล  ความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ประกอบด้วยปะการังถึงร้อยละ 75 ของสายพันธุ์ปะการังของโลก คือมีปะการัง 396 ชนิด มีปลา 441 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เต่าทะเล ที่นี่จึงเสมือนสวรรค์ของนักดำน้ำชมปะการัง มายา ธิลา มัลดีฟส์ (Maaya Thila, Maldives) 2. มายา ธิลา มัลดีฟส์ (Maaya Thila, Maldives) นาทีนี้ นักท่องเที่ยวไทยแทบไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงของมัลดีฟส์และแน่นอนที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่นักดำน้ำนิยมไปดำน้ำชมแนวปะการังสวยงาม เพราะอุดมไปด้วยหินปะการังที่เป็นแหล่งกำเนิดระบบนิเวศทางทะเล อีกทั้งยังมีปลาหลายชนิดให้เห็น เช่น ปลาวาฮู หรือ ปลาอินทรีน้ำลึก ปลาทูน่าแจ็ค ปลาทูน่าด็อกทูธ  ปลาผีเสื้อ ปลาสำลี แม้แต่ปลาที่หายากอย่าง ปลานโปเลียนยักษ์ หรือ ปลานกขุนทองหัวโหนกยักษ์ ฉลามวาฬ ดอกไม้ทะเล ปลาไหล ปลากระเบนราหูและเต่า ก็มีให้เห็นที่นี่ แหล่งชมปะการัง ซากเรืออัปปาง SS YONGALA ออสเตรเลีย 3. แหล่งชมปะการัง ซากเรืออัปปาง SS YONGALA ออสเตรเลีย แหล่งดำน้ำที่นี่มีความพิเศษที่ทำให้นักดำน้ำอยากไปที่นั่นสักครั้งในชีวิต เนื่องจากแนวปะการังของที่นี่มีซากหักพังของเรือสัญชาติอังกฤษที่จมอยู่ใต้น้ำ แนวปะการังขนาดใหญ่สวยงาม บริเวณซากเรือยักษ์ใต้ท้องทะเลกลายเป็นความหวาดหวั่นที่น่าค้นหา และมีความแตกต่างจากแนวปะการังที่อื่น ความต่างนั้นเป็นเหตุทำให้ที่นี่ติดอันดับ 2 ของแหล่งดำน้ำสวยงามทั่วโลก Barracuda Point, Sipadan Island, Malaysia 4. Barracuda Point, Sipadan Island, Malaysia ที่นี่เป็นอีกที่ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งดำน้ำที่สวยที่สุด “Sipadan” มีจุดดำน้ำอยู่ในเขตทะเล Celebes ซึ่งเป็นเขตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลมากที่สุด คือมีปลามากกว่า 3,000 ชนิดและปะการังอีกกว่า 100 ชนิด จุดเด่นอีกอย่างของ “Sipadan” คือ สามารถดำน้ำได้ตลอดทั้งปี ความสวยงามของปะการังนั้นเป็นศิลปะชั้นยอดที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์และหาที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นมีโอสกาสก็ต้องลองไปกันให้ได้เลยนะ การจะจองตั๋วเครื่องบินเดี๋ยวนี้ก็สะดวกสบายขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นสายการบินอย่าง บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) ที่เป็นสายการบินชั้นยอด หรือว่าจะเป็นสายการบินโลว์คอสต์อย่าง นกแอร์ (NokAir) ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ผ่านแอปบนมือถือสมาร์ทโฟนได้หมดแล้ว แค่เพียงไม่กี่คลิ๊กคุณก็พร้อมจะไปเที่ยวได้ทันที มีให้ใช้ทั้ง Android และ IOS เลยจ้า

สมาคมดาราศาสตร์ไทย ชวนชมปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลก 22 พฤษภาคม
ดาราศาสตร์ /  ดาวอังคาร / 

เดือนพฤษภาคม 2559 มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่หน้าสนใจ 2 ปรากฏการณ์ เช่น ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม ขณะที่ดาวพุธโคจรผ่านหน้าดวงอาทิตย์ เป็นเพียงจุดดำเล็กๆ ประเทศไทยเห็นในเวลาตอนก่อนดวงอาทิตย์ตก อาจเห็นได้ยากหรืออาจไม่เห็นก็ได้ เพราะใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกมาก แล้วอีก 2 อาทิตย์ต่อมา เป็นปรากฏการณ์ที่เห็นได้ตอนหัวค่ำ ”ดาวอังคารใกล้โลก” (Mars Opposition) วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559 เป็นปีที่ดีสำหรับการสังเกตดาวอังคาร สมาคมดาราศาสตร์ไทย ชวนชมปรากฏการณ์ดาวอังคารใกล้โลก 22 พฤษภาคม เนื่องจากดาวอังคารจะผ่านจุดตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ที่อยู่ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคาร ซึ่งเกิดขึ้นเฉลี่ยทุก 2 ปี 2 เดือน แม้ว่าปีนี้จะยังไม่ใช่ช่วงที่ใกล้โลกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก็ตาม ในขณะนี้ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวแมงป่อง ความสว่างที่โชติมาตร -2.1 นับว่าสว่างพอๆ กับดาวพฤหัสบดีขณะนี้ ดาวอังคารอยู่ระยะห่างจากโลก 0.5101 หน่วยดาราศาสตร์ (47.4 ล้านไมล์)(76 ล้านกิโลเมตร) แต่ดาวอังคารยังไม่ใกล้โลกที่สุด วันที่เข้าใกล้โลกที่สุด ในเช้ามืดวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ระยะห่าง 0.503 หน่วยดาราศาสตร์ (46.7 ล้านไมล์)(75 ล้านกิโลเมตร) ขณะอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่ง วันนั้นดาวอังคารมีขนาดปรากฏใหญ่สุดที่ 18.6 พิลิปดา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3/4 ของขนาดใหญ่สุดที่เป็นไปได้ (25.1 พิลิปดา) ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2546 .ในเดือนพฤษภาคม ดาวอังคารสว่างสดใสให้เห็นได้ตลอดทั้งคืน จากครั้งนี้แล้วในปี 2018 (พ.ศ.2561) วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561 เป็นวันดาวอังคารใกล้โลกที่สุดที่ผ่านมา ความสว่างโชติมาตร -2.8 ที่ระยะห่างจากโลก 0.39 หน่วยดาราศาสตร์ (36.2 ล้านไมล์)(58.3 ล้านกิโลเมตร) สมาคมดาราศาสตร์ไทย ขอเชิญชวนท่านสมาชิกฯ และประชาชนผู้สนใจร่วมกิจกรรม Star Party Mars Opposition 2016 “ดาวอังคารใกล้โลก” วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559 ณ บริเวณข้างสนามฟุตซอล ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ถนนสุขุมวิท พระโขนง คลองเตย กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. ถึง 21:00 น. มีกิจกรรมให้ความรู้ดาราศาสตร์เรื่องดาวอังคาร ตั้งกล้องโทรทรรศน์หลายกล้องส่องดู ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี, ดวงจันทร์, และดาวเสาร์ ขณะนี้กำลังจะเข้าใกล้โลกในเดือนหน้า ศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2559 , ภาพถ่ายพื้นผิวดาวอังคาร 3 มิติ, นำภาพดาวอังคารขึ้นฉายบนจอภาพโปรเจคเตอร์ กำหนดการ วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559 17:30 น. - ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ที่สมาคมดาราศาสตร์ไทย ชั้น 1 อาคาร 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (เอกมัย) 18:00 น. - ดูดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์บริวาร 4 ดวง ด้วยกล้องโทรทรรศน์ที่นำมาตั้งบริการให้ชมกัน 18:30 น. - ให้ความรู้เรื่องดาวอังคาร โดยฉายภาพยนตร์เรื่อง สำรวจดาวอังคาร 19:30 น. - สังเกตดาวอังคารด้วยกล้องโทรทรรศน์ นำภาพดาวอังคารขึ้นบนจอภาพโปรเจคเตอร์ขยายภาพดาวอังคาร กล้องโทรทรรศน์อีกหลายกล้องจะส่องดูดาวเสาร์ที่มีวงแหวนสวยงาม ที่กำลังจะเข้ามาใกล้โลกเดือนหน้า ดาวอังคาร และดาวเสาร์ขณะนี้อยู่ในกลุ่มดาวแมงป่อง ที่มีดาวฤกษ์ Antares (ปาริชาต) สีแดงเป็นคู่แข่งกับ ดาวอังคาร และส่องดูพื้นผิวของดวงจันทร์ 21:00 น. - ปิดกิจกรรม หมายเหตุ กิจกรรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศได้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกเพศทุกวัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (ฟรี) ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ทเจ้าหน้าสมาคมฯ คุณสุกัญญา พึ่งผลงามี่ โทร: 02-3817409 -10 การเดินทางมาสมาคมดาราศาสตร์ไทย ที่สะดวกที่สุดควรมาทางรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีเอกมัย (ฝั่งสถานีขนส่งเอกมัย) แล้วเดินย้อนขึ้นมาผ่านสถานีขนส่งเอกมัย ผ่านทางเข้าท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ เข้าทางเข้าที่จะไปโรงเรียนปทุมคงคา สมาคมดาราศาสตร์ไทย จะอยู่ชั้น 1 อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (อาคาร 4) อยู่ทางขวามือติดกับถนนสุขุมวิท ข้อมูลและภาพจาก สมาคมดาราศาสตร์ไทย

กินใจ! พ่อรอง นำรางวัลครอบครัวแห่งปีมอบให้ แม่ทุม
ยุ้ย ปัทมวรรณ /  พ่อรอง เค้ามูลคดี / 

ซาบซึ้งกินใจ... ดาราสาว ยุ้ย ปัทมวรรณ โพสต์ภาพ พ่อรอง เค้ามูลคดี นำรางวัล “ครอบครัวแห่งปี” ที่ได้รับมาจากงานประกาศผลรางวัลเกียรติยศไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด ปี 2016 มามอบให้กับเจ้าของรางวัลตัวจริง!! นั่นก็คือ แม่ทุม ปทุมวดี ที่นอนรักษาอาการป่วยโรคไทรอยด์เป็นพิษและโรค ALS อยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมกับคำขอบคุณทุกกำลังใจมาดังนี้ “ทุกๆครั้งที่พี่ๆน้องๆสื่อมวลชนถาม พวกเราจะบอกเสมอว่า นอกจากญาติ และเพื่อนพี่น้องของพวกเราแล้ว ส่วนสำคัญที่คอยสร้างกำลังใจให้กับครอบครัวเราคือแฟนๆทุกคน ทั้งที่ได้เจอะเจอตามที่ต่างๆ หรือในโซเชี่ยลก็ตาม พวกคุณคือส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ครอบครัวเราเข้มแข็งขึ้น วันนี้เอารางวัลมามอบให้กับเจ้าของรางวัลตัวจริงที่สำคัญที่สุด#สู้ๆนะแม่#ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งจากใจค่ะ#ขอบคุณnineentertainด้วยจิงๆค่ะ#ครอบครัวเค้ามูลคดี” เรียกว่าสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้เห็นเป็นอย่างยิ่ง ยังไงทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับทางครอบครัว “เค้ามูลคดี” ด้วยอีกแรง เราจะสู้ไปด้วยกันจ้า...ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @yuipattamawan ครอบครัว เค้ามูลคดี ครอบครัว เค้ามูลคดี ครอบครัว เค้ามูลคดี

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

BMW ฉลองครบรอบ 80 ปี ด้วยมอเตอร์ไซต์ handmade
BMW motorbike /  BMW R5 Hommag / 

BMW ปล่อย BMW R5 Hommage รถประกอบมือสุดคลาสสิคที่เสริมด้วยขุมกำลัง Supercharger ฉลองครบรอบ 80 ปี ที่รถรุ่นนี้ได้ออกมาโลดแล่นบนท้องถนนเมื่อปี 1936      BMW R5 Hommag ได้รับการออกแบบและประกอบด้วยมือ เพื่อเป็นการระลึกถึงความเป็นรถจักรยานยนต์คลาสสิค ด้วยการเลือกสรรค์วัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพสูง เพิ่มความทันสมัยด้วยการใช้เทคโนโลยีจากคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบ ที่ผสมผสานความคลาสสิคกับความสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ส่วนเครื่องยนต์ของ BMW R5 Hommage นั้นใช้เครื่องยนต์แบบ 500 ซีซี สองสูบ Boxer ที่ทำจากอลูมิเนียม ทั้งตัวบล็อกและฝาครอบวาล์ว และเพิ่มสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นด้วย Supercharger ปิดท้ายด้วยตัวถังนั้นก็ใช้คาร์บอนไฟเบอร์ที่มีคุณภาพสูง      โดยที่ BMW R5 Hommag จะเปิดเผยโฉมให้เห็นที่ในงาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este ช่วงปลายเดือนนี้ที่ประเทศอิตาลี

24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่
ความรู้รอบโลก /  เกร็ดความรู้ / 

โลกของเรานั้นมีสิ่งที่เหลือเชื่อ - เรื่องแปลกที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในประวัติศาสตร์, สัตว์โลกล้านปี รวมถึงโลกของเรา เป็นต้น วันนี้ทีนเอ็มไทยนำเรื่องราวน่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ กันอีกแล้ว คราวนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่ รับรองว่าถ้าได้รู้กันแล้ว จะต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันแน่ๆ ว่า สุดยอด ^^ 24 เรื่องจริงที่จะทำให้คุณมองโลกใบนี้ซะใหม่  1. Internet มีน้ำหนักเท่าลูกสตรอเบอร์รี่ ถึงแม้มันจะเป็นข้อมูลบนโลกออนไลน์ แต่มันก็เป็นสสาร ซึ่งอิเล็กตรอนทั้งหมดที่รวมกันเป็นอินเทอร์เน็ตนั้นมีน้ำหนักรวม 50 กรัมหรือเท่ากับสตรอเบอร์รี่ 1 ลูกนั่นเอง 2. สิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ สร้างขึ้นมาจากดวงดาว 4,500 ล้านปีก่อน สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นจากการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ของดวงดาว และเราคือหนึ่งในนั้นด้วย 3. ประชากร “มด” ทุกตัวบนโลกรวมกัน หนักเท่ากับ ประชากรมนุษย์ทุกคนรวมกัน มีมดกว่า 10,000 ชนิด และจำนวนของมดก็มากกว่ามนุษย์ 1,000,000 เท่า แต่พอรวมน้ำหนักแล้ว เท่ากันเลย! 4. สถานที่ที่แห้งที่สุดในโลกอยู่ที่ Antarctica dryvalleys ที่นี่ชื่อว่า Dry Valleys ไม่มีฝนตกลงมาที่นี่กว่า 2 ล้านปีแล้ว! 5. ทางช้างเผือกมีดาวคล้ายๆ โลกกว่า 2 พันล้านดวง นอกจากนี้ 1 ใน 37-70 ดวง ที่คล้ายดวงอาทิตย์ แน่นอนว่ามันต้องมีดาวเคราะห์ที่คล้ายๆ โลก และมีระบบนิเวศน์ที่อยู่ได้ อยู่ที่ไหนซักแห่งแน่ๆ 6. ทองคำบนโลกมาจากดวงดาวนอกโลกที่ตกลงมา แน่นอนว่า มันไม่เกิดมาพร้อมกับโลก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นมันคงหลอมละลายไปหมดตอนโลกเกิด ที่เป็นไปได้มากสุดจึงเป็นฝนดาวตกที่ตกลงมาตั้งแต่ 4 พันล้านปีก่อนนั่นเอง 7. มีบางส่วนของแคนาดาที่มีค่าแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าที่อื่นๆ มันเป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนหนึ่งของแคนาดาที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำกว่าปกติ 8. โลกเคยมีดวงจันทร์ 2 ดวง แต่ก่อนมีดวงจันทร์ 2 ดวงจริง แต่การชนกัน ทำให้หายไป 1 ดวง 9. โลกมีความหนาแน่นที่สุดในหมู่ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ยิ่งหากออกไปจากดวงอาทิตย์ ก็เริ่มเป็นแก๊สทั้งหมด ในขณะที่อันที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก กเป็นหินซะส่วนมาก ทำให้โลกมีความหนาแน่นมากที่สุด 10. มีมวลน้ำก้อนมหึมาในอวกาศที่เติมลงในมหาสมุทรในโลกในทั้งหมด มีมวลน้ำอยู่ในก้อนเมฆรอบๆ หลุมดำ ที่มีปริมาตรมากกว่าน้ำบนโลกทั้งหมดรวมกัน 20,000 เท่า 11. ดวงตาของนกสามารถมองเห็นสนามแม่เหล็กโลกได้ ในดวงตาและสมองของนกมีโมเลกุลพิเศษที่ทำให้มันสามารถมองเห็นและวางแผนการบินของมันจากสนามแม่เหล็กโลกได้ 12. ถ้าหลุมดำมาแทนที่ดวงอาทิตย์ โลกและดาวเคราะห์จะไม่ถูกดูดเข้าไป NASA บอกว่า หลุมดำจะไม่ดูดทุกอย่างเข้าไป เพียงแค่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดฮวบลงเท่านั้น ถ้ามันมาแทนดวงอาทิตย์ แต่จะไม่กลืนกินทุกอย่างเข้าไป 13. หลุมดำเล็กๆ บนอวกาศ ขนาดพอๆ กับอะตอมที่เคลื่อนผ่านโลกในทุกๆ วัน และเหมือนกับหลุมดำขนาดใหญ่ ที่มันก็ไม่ดูดอะไรเช่นกัน เพียงแค่ จะจับอะตอมเหล่านั้น และมันจะมุนรอบหลุมดำเท่านั้นเอง 14. จริงๆ แล้วในทางเทคนิค โลกยังอยู่ใน Ice Age หรือยุคน้ำแข็ง เพราะจริงๆ แล้วนิยามของคำว่า Ice Age คือ การที่โลกมีความเย็นมากพอที่จะทำให้แผ่นน้ำแข็งยังคงตัวอยู่ได้ อย่างเช่นแผ่นน้ำแข็งที่ Greenland และแอนตาร์กติกา 15. 1 ในทุกๆผู้ชาย 200 คนบนโลกมีสายเลือดของ เจง กิสข่าน! นักประวัติศาสตร์ยกย่องให้ เจงกิสข่าน คือ ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นบนโลก ซึ่งนั่นรวมถึงความจริงที่ว่าเขาเคยมีอะไรกับผู้หญิงมากที่สุดเพื่อแพร่ขยายเผ่าพันธุ์อีกด้วย! 16. สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือเห็ด เห็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกกินพื้นที่มากถึง 2,200 เอเคอร์ 17. สิ่งที่พบมากในทะเลทรายคือ “หิน” และกรวด ไม่ใช่ทราย ภาพที่เราเห็นมักเป็นภาพทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แต่จริงๆ แล้ว ทะเลทราย คือ หินและกรวดเป็นส่วนมาก ที่ล้อมรอบด้วยทรายเท่านั้น 18. โลก ไม่ได้กลมเลยซะทีเดียว แต่มีความเป็นวงรีนิดๆ Isaac Newton ค้นพบว่า โลกไม่ได้กลมเลยซะทีเดียว แต่รีขึ้นตรงขั้วโลก และเส้นศูนย์สูตรที่บานออกเล็กน้อย 19. น้ำทุกหยดบนโลกมีอายุ 4,300 ล้านปี เพราะน้ำทุกหยดบนโลกไม่สามารถถูกทำลายไปได้ มันจึงถูกเปลี่ยนรูป รีไซเคิลซ้ำไปซ้ำมา มีอายุร่วม 4.3 พันล้านปีแล้ว! 20. 99% ของสิ่งมีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเล มหาสมุทรใหญ่กว่าที่เราคิด เพราะมันเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตกว่า 99% บนโลก 21. ยังมีองค์กรในปัจจุบันที่เชื่อว่าโลกแบน องค์กรนี้ชื่อว่า Flat Earth Society ที่ยังเชื่อว่าโลกแบนทั้งๆ ที่มีข้อมูล และข้อพิสูจน์มากมายก็ตาม 22. Helium ถูกพบครั้งแรกในสเปคตรัมของดวงอาทิตย์ Helium ถูกค้นพบในปี 1868 จากนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ศึกษาสุริยุปราคา จนพบธาตุตัวนี้เข้า! 23. The Great Lakes มีปริมาณน้ำคิดเป็น 21% ของน้ำจืดบนโลก ตอนแรก The Great Lakes คือผืนผิวน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด จนกระทั่งถึงวันที่น้ำแข็งเริ่มละลายนั่นเอง 24. เพียง 1 ช้อนชาของดาวนิวตรอน หนักมากกว่า 1,000 ล้านตันบนโลก ดาวดวงนี้มีมวล 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ เพราะฉะนั้นพอมาอยู่บนโลก จะหนักขึ้นมากเลยทีเดียว! H/T: Distractify, www.kiitdoo.com

หรู เว่อร์ อลัง ! 10 งานแต่งงานที่แพงที่สุดในโลก
งานแต่งงาน /  ดารา / 

สาวๆ ทั้งหลายก็คงใฝ่ฝันถึงวันแต่งงานของตนเอง ที่จะได้ใส่ชุดเจ้าสาวและมีงานแต่งงานที่เริ่ดหรูอลังการที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคนบางคนก็มีงบประมาณมหาศาลที่จะสามารถเนรมิตงานแต่งงานของตนขึ้นมาได้ตามที่ฝัน วันนี้เรามี 10 งานแต่งงานที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดในโลก ตั้งแต่หลายสิบล้านบาทจนถึงหลักหลายพันล้านบาท มีทั้งเศรษฐี ดารา แม้กระทั่งเชื้อพระวงศ์ เราไปดูกันว่าจะมีใครติดโผบ้างค่ะ 1. งานแต่งของชี้คและเจ้าหญิงอาหรับ  "ชี้ค มูฮัมหมัด" และ "เจ้าหญิง ซาลามา" แต่งงานกันในปี 1981 งานแต่งของทั้งสองนั้นเป็นงานแต่งที่หรูหรามากและขึ้นชื่อว่าเป็นงานแต่งที่แพงที่สุดในโลก โดยงานแต่งครั้งนี้จัดขึ้นถึง 7 วัน 7 คืน และยังมีสเตเดียมที่จุคนได้ 20,000 ที่นั่ง สร้างขึ้นเพื่องานแต่งงานครั้งนี้เลยทีเดียว ! ในช่วงวันแต่งงาน คู่รักคู่นี้จะขี่ม้ารอบเมืองเพื่อแจกจ่ายอาหารและของขวัญให้แก่คนในเมือง เจ้าบ่าวยังมีการซื้ออูฐ 20 ตัวที่ประดับด้วยเพชรพลอยเพื่อเป็นพาหนะนำของขวัญไปให้เจ้าสาวตามธรรเนียมอีกด้วย ซึ่งงานแต่งครั้งนี้ลงทุนไปมากกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือมากถึง 3,500 ล้านบาทเลยล่ะค่ะ ! 2. งานแต่งของสองเศรษฐีอินเดีย ในปี 2004 เศรษฐีชาวอินเดีย  "วานิชชาและอามิต" จัดงานแต่งขึ้นติดกัน 6 วันซึ่งคู่รักนี้จัดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่พระราชวังแวร์ซาย แถมยังเชิญแขกจากทั่วทุกสารทิศมาอีก 1,000 กว่าคน บินมาโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวตรงดิ่งมายังฝรั่งเศสเพื่อมาร่วมงานแต่งงานนี้โดยเฉพาะ ส่วนการ์ดเชิญเรียกได้ว่าเก๋สุดๆ เพราะเป็นกล่องสีเงินดูมีราคาแพง ข้างในประกอบไปด้วยตั๋วเครื่องบินและบัตรห้องพักโรงแรม 5 ดาวในกรุงปารีส ยังไม่พอค่ะเพราะที่เซอไพรซ์สุดๆ เห็นจะเป็นการจ้างนักร้องดัง Kylie Minogue มาร่วมร้องเพลงที่งานแต่งนี้อีกด้วย ซึ่งมูลค่าของงานแต่งครั้งนี้ตกอยู่ที่ 60 ล้านบาทหรือ 2,100 ล้านบาทนั่นเองค่ะ 3. งานแต่งงานของเชื้อพระวงศ์ของเจ้าหญิงไดอาน่าและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ในปี 1981 "เจ้าหญิงไดอาน่า" และ "เจ้าฟ้าชายชาร์ลส" ได้เข้าพิธิอภิเษกสมรสที่เรียกได้ว่าเป็น "งานแต่งงานแห่งศตวรรษ" เพราะเป็นงานแต่งงานที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและมีผู้คนสนใจร่วมชมเป็นจำนวนมากถึง 750 ล้านคนทั่วโลก งานแต่งงานจัดขึ้น ณ โบสถ์ St. Paul's Cathedral ในกรุงลอนดอนและมีแขกเข้าร่วมถึง 3,500 คน ผู้คนกว่า 2 ล้านคนในลอนดอนต่างก็พากันออกมาเฉลิมฉลองและรอรับเสด็จเพื่อที่จะได้ยลโฉมเจ้าหญิงไดอาน่าในขณะที่พระองค์ทรงประทับมาในรถม้าที่ทำจากแก้ว งานแต่งครั้งนี้ใช้งบประมาณไป 48 ล้านดอลลาร์หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,680 ล้านบาท 4. งานแต่งงานของเจ้าชายวิลเลี่ยมและเคท มิดเดิลตัน ถัดมาเป็นงานแต่งของพระโอรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส ซึ่งก็คือ "เจ้าชายวิลเลี่ยม" กับเจ้าสาวของพระองค์ "เคท มิดเดิลตัน" ซึ่งงานอภิเษกสมรสงานนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานแต่งที่ใหญ่ที่สุดในทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ ทั้งคู่อภิเษกกันในปี 2011 ณ เวสมินสเตอร์แอบบีย์ซึ่งเป็นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเคียงคู่มากับราชวงศ์อังกฤษ สถานีโทรทัศน์ทุกช่องต่างถ่ายทอดสดไปยังทั่วโลก มีผู้ชมมากกว่า 2 พันล้านคน งานแต่งในครั้งนี้ใช้งบประมาณสูงถึง 34 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 1,600 ล้านบาทค่ะ 5. งานแต่งดาราดัง Kim Kardashian and Kris Humphries งานแต่งงานสุดไฮโซของสาว"คิม คาร์ดาเชี่ยน" ในปี 2011 โด่งดังซะจนแมกกาซีนและสื่อทุกสำนักต่างก็ให้ความสนใจในความเว่อร์วังในครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยงานแต่งครั้งนี้ใช้งบไป 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือ 350 ล้านบาทไทย แต่คู่รักคู่นี้ไม่ได้จ่ายเงินเองซะทั้งหมดหรอกนะคะ เพราะว่า E! News สำนักข่าวต่างประเทศเป็นผู้ออกให้โดยมีข้อแม้ว่าจะขอลิขสิทธิ์การถ่ายทอดงานแต่งงานของทั้งคู่ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 10 ล้านคน แต่งานแต่งของทั้งคู่มีอายุเพียงแค่ 72 วันเท่านั้นก่อนที่จะหย่าร้างกันไป เรียกได้ว่าเป็นงานแต่งที่ทั้งแพงและสั้นที่สุดก็ว่าได้ค่ะ! 6. งานแต่งของนักฟุตบอลชื่อดัง เวย์น รูนี่ย์ นักฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด "เวย์น รูนี่ย์" กับแฟนสาวสมัยไฮสคูลของเขาที่จัดขึ้นอย่างเรียบๆ มีแขกเพียงแค่ 8 คน บวกนักข่าวจากแมกกาซีนชื่อดังที่ยอมจ่ายเงินกว่า 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐเข้ามาเก็บภาพความประทับใจในการแต่งครั้งนี้ ซึ่งงานแต่งแบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกจะเป็นการฉลองซึ่งจัดขึ้น ณ วิลล่าที่มีอายุมากกว่า 330 ปี และต่อด้วยรีสอร์ทชื่อดัง สมาชิกในครอบครัวต่างก็ขึ้นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขาและบินมาเพื่อเฉลิมฉลองงานแต่งงานบนเรือยอทช์สุดหรู เรียกได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่สาวๆ ต่างใฝ่ฝันกันเลยก็ว่าได้ค่ะ งบประมาณทั้งหมดที่ใช้ก็คือ 8 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 200 ล้านบาท 7. งานแต่งของลูกสาวนักการเมืองชื่อดัง เชลซี คลินตัน "เชลซี คลินตัน" ลูกสาวของนักการเมือง "ฮิลลารีและบิล คลินตัน" พร้อมด้วยคู่รักของเธอ "Marc" แต่งงานกันในปี 2010 และฉลองวันพิเศษของพวกเขากับเพื่อนสนิทและญาติมิตร ณ เมืองเล็กๆ ในรัฐนิวยอร์คที่มีชื่อว่า Rhinebeck เจ้าสาวสวมใส่ชุดแต่งงานที่ตัดโดย "Vera Wang" ถึงแม้ว่ารายชื่อแขกจะค่อนข้างมีเยอะ แต่ก็มีเซเลบริตี้เพียงไม่กี่คนที่ได้เข้าร่วมงาน งบประมาณที่ใช้จัดงานในครั้งนี้ก็คือ 5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 175 ล้านบาทค่ะ 8. งานแต่งของตำนานวงการเพลง  "ลิซ่า มิเนลลี" เจ้าแม่นักแสดงมิวสิคัลยุค 70 ที่ดังสุดๆ กับคู่รักของเธอ "เดวิด" แต่งงานกันในปี 2002 งานแต่งงานของพวกเขามีรายชื่อแขกที่ยาวเหยียด ปะมาณ 850 คน จัดขึ้นที่ The Regent Hotel ในมหานครนิวยอร์ค คนดังมากมายเข้าร่วมงานนี้ ยกตัวอย่างเช่น "ไดอาน่า รอส" , "ดอนนี่ ออสมอนด์" นี่ยังไม่รวมถึง "ไมเคิล แจ็กสัน" และดาราดังในตำนาน "อลิาเบธ เทย์เลอร์" อีกนะคะเนี่ย ! แต่โชคไม่ดีที่งานแต่งของทั้งคู่มีอายุแค่ 16 เดือนเท่านั้น แต่งบประมาณที่ใช้จัดงานนี้ก็สูงถึง 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือตีเป็นเงินไทยได้ประมาณ 100 กว่าล้านบาทเลยทีเดียวค่ะ 9. งานแต่งงานของพอล แมคคาร์ทนี่ย์ เมมเบอร์วงในตำนานอย่าง เดอะ บีเทิลส์ "พอล แมคคาร์ทนี่ย์" และแฟนสาว "มิลส์" ปฏิเสธเงินกว่าล้านดอลล่าร์จากสื่อมากมายหลายแขนงที่อยากจะเข้ามาทำข่าวงานแต่งงานในงานของพวกเขา ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2002 งานแต่งงานจัดเป็นสไตล์อินเดีย ณ ปราสาทเลสลีในประเทศไอร์แลนด์ ทั้งคู่เฉลิมฉลองงานแต่งด้วยอาหารที่เป็นมังสวิรัติ มีแดนเซอร์ พลุไฟ และดอกไม้ที่สนนราคาแล้วประมาณ 145,000 ดอลล่าร์ และงานนี้มีงบประมาณทั้งหมด 3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือ 90 ล้านบาท   งานแต่งงานของเธอเกิดขึ้นในปี 1991 จัดขึ้น ณ​ Neverland Racnh ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของไมเคิลแจ็กสัน นักร้องคนดัง เธอเชิญแขกทั้งหมดประมาณ 160 คนและเป็นงานแต่งงานที่ใหญ่โตเพราะรวมคนในวงการบันเทิงระดับแนวหน้าเช่น "เอ็ดดี้ เมอร์ฟี", "ลิซ่า มิเนลลี",  "แนนซี่ รีแกน" ซึ่งทำให้ปาปารัซซี่ต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อวนถ่ายรูปจากมุมข้างบนเลยทีเดียว ชุดแต่งงานของอลิซาเบธเป็นของขวัญมาจาก Valentino ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 25,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งงานแต่งงานมีงบประมาณ 2.5 ล้านดอลล่าร์หรือ 80 ล้านบาทค่ะ งานแต่งงานเป็นงานที่อาจจะเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต ถ้าหากใครมีโอกาสก็คงอยากจะจัดงานแต่งงานอย่างดีที่สุดใช่มั้ยล่ะคะ ?  ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://www.therichest.com

พอลจะต้องภูมิใจ! วิน ดีเซล เตรียมเซอร์ไพรส์ใน Fast & Furious 8
Celebs /  Fast & Furious 8 / 

Many of the crew members who have worked on several of the past Fast films are here again to help us make something special. One of them at the end of the week came up to me and said wow what we are capturing on film is excellent... And then looked at me and said Paul would be proud. #wemakethemwithourhearts รูปภาพที่โพสต์โดย Vin Diesel (@vindiesel) เมื่อ พ.ค. 21, 2016 เวลา 1:05pm PDT พอลจะต้องภูมิใจ! วิน ดีเซล เตรียมเซอร์ไพรส์ใน Fast & Furious 8 วิน ดีเซล (Vin Diesel) ได้แชร์ภาพที่ตัวเองนั่งคู่กับนักแสดงหนุ่มที่ร่วมงานในแฟรนไชส์ Fast & Furious มานานอย่าง พอล วอล์กเกอร์ (Paul Walker) บนอินสตาแกรมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และใส่ข้อความใต้รูปว่า “ทีมงานหลายคนที่เคยทำงานในแฟรนไชส์ภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious ได้มาอยู่ตรงนี้อีกครั้งเพื่อช่วยพวกเราทำบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษ หนึ่งในนั้นเดินมาหาผมและบอกว่า ‘ว้าว สิ่งที่บันทึกอยู่ในฟิล์มมันเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก’ เขามองมาที่ผมแล้วบอกว่าพอลจะต้องภูมิใจ” ตามด้วยแฮชแท็กว่า #wemakethemwithourhearts การันตีกันล่วงหน้าแบบนี้แฟน ๆ ที่ติดตามการแข่งรถบนท้องถนนโดยไม่กลัวกฎหมายจราจรห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากการแข่งขันรถสุดมันระห่ำแล้ว มิตรภาพระหว่างเพื่อนพ้องคือกุญแจรถที่ทุกคนต้องยึดถือติดตัวไว้ ไม่รู้ว่าในภาคที่ 8 จะมีอะไรรอเซอร์ไพรส์อยู่กันแน่ แต่ พอล วอล์คเกอร์ จะยังคงอยู่ในจักรวาลของ Fast & Furious เสมอ ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 14 เมษายน 2017 ดูบทความต้นฉบับ : Vin Diesel explains how Paul Walker lives on in 'Furious 8'

7 ไอเดียเลิศๆ แต่งตัวไปทำงานแบบฉบับสาวออฟฟิศ !
idea /  office / 

เชื่อว่าปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งของสาวออฟฟิศคือ วันนี้จะแต่งตัวไปทำงานอย่างไรดีน้า ? หลายคนมักจะเร่งรีบในเวลาเช้าและลงเอยด้วยการหยิบจับเสื้อผ้าอะไรก็ได้ในตู้มาใส่ และส่วนมากถ้าเซ้นส์แฟชั่นที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของคุณไม่ดีพอ คุณก็มักจะจบไม่สวยกับเสื้อผ้าที่ใส่ อาจจะดูไม่เหมาะสม ไม่มีความแมทช์กัน หรืออะไรก็ตามที วันนี้เรามี 7 ไอเดียสำหรับสไตล์การแต่งตัวไปทำงานให้คุณได้พิจารณากันว่า คุณและที่ทำงานของคุณจะเหมาะกับสไตล์ไหนกันแน่ 1. CLASSIC การแต่งตัวแบบคลาสสิคน่าจะเป็นสไตล์ที่เห็นกันได้ทั่วไปและง่ายที่สุดแล้วสำหรับการหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ไปออฟฟิศ แต่ข้อเสียของมันก็คืออาจจะทำให้คุณดูน่าเบื่อไปนิด ดังนั้นจงจำคล็ดลับนี้ไว้ว่า เราสามารถตกแต่งเสื้อผ้าคลาสสิคน่าเบื่อของเราได้อย่างไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งสีลิปสติกและสีเล็บก็ช่วยทำให้เสื้อผ้าของคุณไม่น่าเบื่ออย่างที่เคยเป็นได้ค่ะ 2. CASUAL ลุคดูคล้ายๆสาวนักธุรกิจแต่อาจจะสบายกว่าหน่อย อารมณ์ประมาณว่า 'เฮ้ ฉันสามารถใส่กางเกงยีนส์ไปทำงานก็ได้ !' การแต่งตัวแบบนี้จะสามารถหาเสื้อผ้าแมทช์ได้ง่ายและดูเหมาะสม การแต่งตัวสำหรับสไตล์นี้ส่วนมากก็จะเน้นส้นสูง เสื้อแบบผู้หญิงเก่งๆ ซักตัว สูทคลุมหรือแจ็คเกต ตบท้ายด้วยกระเป๋าเก๋ซักใบก็พอค่ะ 3. CARELESS CHIC เป็นลุคที่เหมือนจะชอบแฟชั่น แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจแต่งจนเวอร์เกินไป สามารถเดินตามท้องถนนได้สบายๆ วิธีการแต่งตัวแนวนี้คือเล่นกับไอเท็มส์บนตัวเยอะๆ อาจจะไม่ต้องแคร์เรื่องรูปร่างของหุ่นมาก แต่ถ้าใส่ส้นสูงจะดูเหมาะกับลุคนี้ที่สุดค่ะ 4. GLAMOROUS เป็นลุคสำหรับผู้หญิงเซ็กซี่ที่มั่นใจ พร้อมกับลิปสติกปากสีสันสดใส รองเท้าส้นเข็มและเสื้อผ้าที่สามารถไปไหนมาไหนได้ตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงร้านอาหารหรูๆหลังเลิกงาน สำคัญที่สุดสำหรับลุคนี้คือ ส้นสูงหรูหราซักคู่ น้ำหอมแพงๆ กระโปรงทรงเอ สร้อยคอ และนาฬิกา ไปจนถึงกระเป๋าถือสวยๆ ซักใบ จะทำให้ดูมั่นใจและกล้าที่จะแต่งตัวค่ะ 5. SIMPLE & FEMININE เป็นลุคง่ายๆ สบายๆ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบเดรสพลิ้วๆ เครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ดูทะมัดทะแมงตลอดเวลา ถ้าคุณคิดว่าชุดผ้าชีฟองและเดรสระบายพลิ้วๆ ไม่เหมาะกับการทำงานออฟฟิศล่ะก็ คิดใหม่เถอะค่ะ แต่ถ้าจะใส่ไม่ให้ดูแก่ก็ต้องคำนึงถึงความยาวของเดรสด้วยนะคะ ใส่เดรสที่มีความยาวเท่าเข่าหรือเหนือเข่า รัดตรงเอวให้ดูมีส่วนเว้าโค้ง ส่วนรองเท้าจะเลือกส้นสูงหรือรองเท้าแบนๆ ก็ได้หมดเลยค่ะ 6. SOPHISTICATED การใส่ชุดไปทำงานออฟฟิศนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ต้องฝึกฝนและต้องกล้าลองอะไรใหม่ๆ ค่ะ ลุคนี้ต้องการความมั่นใจของคุณในการสวมใส่เสื้อผ้าหลักๆ 1 ชิ้น อาจจะเลือกเสื้อที่ดูมีลุคคลาสสิค แล้วเพิ่มเติมเสริมแต่งด้วยเครื่องประดับอื่นๆ ให้ดูเหมาะกับคาแรคเตอร์ของคุณ จะเป็นกระโปรงทรงเอ หมวกลายปริ้นท์เท่ๆ หรือจะกางเกงยีนส์เดนิมก็ไม่ว่ากัน ทุกอย่างอยู่ที่สไตล์และความเหมาะสมค่ะ สนุกให้เต็มที่ ! 7. The EDGY สไตล์นี้จะดูเหมาะสมกับครีเอทีฟหรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับงานที่ครีเอทพอสมควรค่ะ อีกอย่างคือออฟฟิศจะต้องไม่ซีเรียสกับการแต่งตัวมากนักด้วย ส่วนมากก็จะเน้นรองเท้าบูท เสื้อหนัง เสื้อเชิ้ตเท่ๆ อาจจะทาลิปสติกสีเข้มๆ เพ้นท์เล็บสวยๆ และสวมรองเท้ากีฬาเท่ๆ ซักคู่ แต่ก็ควรแมทช์ให้เสื้อผ้าดูไม่เยอะเกินไป หรือจะเขาเรียกกันว่ามินิมอลค่ะ ถ้าหากว่าสาวๆ ไม่มีไอเดียสำหรับชุดใส่ไปทำงาน ลองเลือกสไตล์ที่คุณชอบจาก 7 สไตล์นี้ซิคะ  ------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณเรื่องจากเว็บไซต์ thefashiontag.com

เผยคลิปกราดยิง! กลางคอนเสิร์ตแร็พเปอร์ T.I. ที่นิวยอร์ค เจ็บ 4!!
Rapper /  T.I. / 

เกิดเหตุกราดยิงกลางคอนเสิร์ตแร็พเปอร์ดัง T.I. ที่มหานครนิวยอร์คเมื่อค่ำวันพุธที่ผ่านมา (25 พ.ค.) เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น 4 ราย แร็พเปอร์ T.I. ทั้งนี้ เหตุกราดยิงเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มระหว่างที่คอนเสิร์ตกำลังดำเนินอยู่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ อาทิ ชายวัย 34 ปีถูกยิงที่หน้าอก, หญิงวัย 33 ปีถูกยิงที่หน้าท้อง โดยทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ขณะที่หญิงวัย 26 ปี ถูกยิงที่ขาอาการยังทรงตัว พยานในเหตุการณ์เล่าว่าเห็นคนที่นั่งแถว V.I.P. มีปากเสียงกันก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น ผู้ที่มาชมงานกว่า 1,000 คนก็พยายามวิ่งไปที่ทางออกหลังจากเสียงปืนดังขึ้นขณะที่ตำรวจยังคงตามหาตัวผุ้ก่อเหตุอยู่ Gunshots just went off at the T.I concert, never been so scared in my life pic.twitter.com/rn0CjpAuaU — Marco (@markygeezy) May 26, 2016 แร็พเปอร์ T.I. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ออกไปซิ่งกับ 1969 Lamborghini Espada ของ Jay Leno กันเถอะ
1969 /  Classic cars / 

เมื่อ Jay Leno พิธีกรและดาราตลกชื่อดังชาวอเมริกันพาเจ้ากระทิงรุ่นปู่อย่าง Lamborghini Espada ปี 1969 ออกมาโลดแล่นบนไฮเวย์ ที่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับอุทานออกมาว่าดังๆเลยว่า "โอ้วแม่เจ้าพลังเสียงมันช่างเหมือนโอเปร่าของชาวอิตาเลี่ยนไปเลยพวก" เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วสำหรับใครที่ติดตาม Jay Leno พิธีกรและดาราตลกชื่อดังชาวอเมริกันคนนี้นั้นคลั่งไคล้ในรถซูเปอร์ คาร์ และคลาสสิค คาร์ เอามากๆ และเจ้าตัวนั้นสะสมรถซูเปอร์ คาร์ ไว้นับร้อยๆคัน และส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถซูเปอร์ คาร์ ที่หายากๆแทบทั้งสิ้น และวันนี้เค้าจะพาไปเปิดโรงรถเพื่อที่จะแนะนำให้รู้จักกับ Lamborghini Espada ปี 1969 กัน  สำหรับ Lamborghini Espada ปี 1969 คันนี้นั้น Jay Leno เพิ่งจะได้นำไปโมดิฟายสภาพรถขึ้นมาใหม่หมาดๆเมื่อไม่นานนี้เอง หลังจากที่เจ้าตัวนั้นได้เป็นเจ้าของรถคันนี้มาเป็นเวลาถึง 30 ปีแล้ว เขากล่าวว่า " ไม่ว่าคุณจะรักหรือเกลียดการออกแบบทั้งภายนอกหรือภายในของรถคันนี้นั้นมันอาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าคุณบอกว่าคุณเกลียดเสียงเครื่องยนต์ V12 ขนาด 4.0 ลิตร ของรถคันนี้แล้วนั้น ผมว่าพูดได้เลยว่า คุณโกหกแน่นอน เพราะผมว่าคุณไม่มีทางที่จะเกลียดพลังเสียงโอเปร่าอันไพเราะนี้ได้หรอกนะ" หลังจากสองสามปีที่ผ่านมาเค้าสังเกตุได้ถึงความเสื่อมสภาพลงของรถไม่ว่าจะเป็นทางด้านของเครื่องยนต์,เกียร์ และการกัดกร่อนของตัวถัง รวมไปถึงกลิ่นควันและการเผาไหม้ของสายไฟภายในตัวรถ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจน เค้าจึงไม่รอช้าที่จะโมดิฟายเจ้า Espada นี้อย่างเร่งด่วนก่อนที่สายไฟพวกนั้นมันจะก่อให้เกิดหายนะกับรถของเค้า และหลังจากภารกิจการโมดิฟายเจ้า Espada เสร็จสิ้นลงแล้วผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ "เจ้า Espada ปี 69 มันจะทำให้คุณตื่นเต้นจนหัวใจคุณสั่นรัวๆเลยทีเดียวเชียวแหละ" ขอบคุณ carbuzz

26 เรื่องน่ารักๆ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ที่จะทำให้สาวๆหลงรัก!
brooklyn beckham /  ต่างประเทศ / 

ครอบครัวเบ็คแฮม เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่สมบูรณ์แบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวของเดวิด และวิคตอเรีย ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่มีชื่อเสียง และเมื่อทั้งคู่มีลูกด้วยกันถึง 4 คน ไม่ว่าครอบครัวนี้จะทำอะไรผู้คนก็จะให้ความสนใจ ไม่ใช่แค่หน้าตารูปร่างที่ดูดีเท่านั้น หลายคนยังยกให้เดวิดและวิคตอเรียเป็นพ่อแม่ไอดอล ที่เลี้ยงลูกและสอนลูกๆได้ดีมากทีเดียว .. ตอนนี้ลูกชายบ้านนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสาวๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะคนโต บรู๊คลิน เบ็คแฮม ที่สาวๆ กรี๊ดกร๊าด อยากจะได้มาเป็นแฟน จนคุณพ่อเดวิดเคยพูดถึงลูกชายว่า เมื่อโตขึ้นลูกๆ คงเป็น Girls killer แน่ๆ เกิดมาเพื่อฆ่าสาวๆสินะ >,< วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปชม 26 เรื่องน่ารักๆ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ที่จะทำให้สาวๆหลงรัก! หนักกว่าเดิม รวมถึงเรื่องน่ารักของครอบครัวด้วย ^^ 26 เรื่องน่ารักๆ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ที่จะทำให้สาวๆหลงรัก! 1. ที่มาของชื่อ Brooklyn (บรู๊คลิน) คือ วิกตอเรียแม่ของเขาได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่เมืองบรูคลิน และในขณะเดียวกันก็กำลังตั้งท้องบรูคลินด้วย 2. บรู๊คลิน เป็นแฟนคลับตัวยงของพ่อ เขาไปเชียร์ เดวิด แบ็คแฮม ในทุกแมชการแข่งขันที่พ่อลงเตะ ไม่ว่าจะเล่นให้ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, รีล แมดริด, แอลเอ แกแล็กซีหรือปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3. เดทครั้งแรกของบรู๊คลิน คือตอนอายุ 14 ปี ย้อนกลับไปเมื่อวันวาเลนไทน์ปี 2013 บรู๊คลินบอกผมและวิคตอเรีย ว่าเขาอยากจะพาสาวคนนึงไปทานข้าวเนื่องในวันวาเลนไทน์ ผมก็แบบนั่นเยี่ยมไปเลย แต่วิคตอเรียเธอออกแนว จริงเหรอ? เธอยอมตกลงให้ลูกออกเดตก็ต่อเมื่อผมเป็นคนขับรถพาลูกไปออกเดตและไปสังเกตการณ์ในร้านอาหาร และเดตแรกของบรู๊คลิน ลงเอยด้วยการที่ผมนั่งถัดจากเขาและคู่เดตไป 5 โต๊ะ อย่างน้อยผมก็มีประสบการณ์แล้วนะ มั่นใจได้ว่าเมื่อถึงคราว Harper (ฮาร์เปอร์) ซึ่งปัจจุบันเธออายุแค่ 4 ขวบ ผมคงไม่นั่งเลยไปแค่ 5 โต๊ะแน่ๆ ผมจะเขยิบเข้าไปใกล้กว่านั้นเลยหล่ะ >,<  มีนักข่าวถามเดวิด เบ็คแฮม (David Beckham) ว่า "รู้สึกอย่างไร ถ้าวันหนึ่งฮาร์เปอร์ ต้องออกเดทกับชายหนุ่ม?" เขาตอบว่า "ไม่เด็ดขาด เธอจะไม่ได้ออกไปไหน เธอจะถูกขังไว้บนหอคอย เหมือนกับราพันเซล" 4. บรู๊คลินทำงานพาร์ทไทม์ ถึงแม้พ่อและแม่ของเขาจะมีรายได้มากมาย แต่เพราะไม่อยากให้ลูกใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย เขาจึงบอกลูกว่า "หากลูกอยากได้อะไร ลูกก็ควรจะลองทำงานเพื่อเก็บเงิน และใช้จ่ายด้วยเงินของตัวเองดู" บรู๊คลินจึงไปทำงานพาร์ทไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านกาแฟในกรุงลอนดอน ได้ค่าแรง 2.68 ปอนด์ หรือเทียบเป็นเงินไทยคือ 150 กว่าบาทต่อชั่วโมง (ในขณะที่ครอบครัวBeckham มีมูลค่าทรัพย์สินประมาณการรวมแล้ว 165 ล้านปอนด์ หรือเทียบเป็นเงินไทยคือ 8,132 ล้านบาท) ซึ่งเขาก็สามารถทำงานได้ดี (ทำมา 2 ปี แล้ว) หลังจากเขาทำงานเก็บเงินได้สักพักเขาก็เริ่มชวนน้องชายไปทำงานพิเศษกับเขาด้วย "คุณก็น่าจะรู้นะว่าเด็กๆเขาอยากได้โน่น อยากได้นี่กันเยอะแยะ อย่างลูกของผมเนี่ย เขาอยากได้รองเท้าใหม่บ้าง อยากได้รองเท้าเตะบอลบ้าง และพอเขาอายุ 14 ผมและวิคเตอเรีย (Victoria Beckham) เราก็เลยเกิดแนวคิดที่ว่า หากลูกอยากได้อะไร ลูกก็ควรจะลองทำงานเพื่อเก็บเงิน และใช้จ่ายด้วยเงินของตัวเองดู .. ทุกวันนี้เขาก็ยังคงทำงานที่ร้านกาแฟนั้นนะ ผมไปส่งเขาทุกวันเสาร์ มีบ้างบางอาทิตย์ที่เขาไปทำงานทั้งเสาร์อาทิตย์ เรียกได้ว่าเขาเก็บเงินได้ดีทีเดียว และผมก็ได้ยินเขาเริ่มชักชวนน้องชายของเขาไปทำงานพิเศษกับเขาด้วย" - David Beckham พูดถึง Brooklyn Beckham ผ่านรายการ Late Late Show บรู๊คลิน ได้ทดลองทำงานมากมายหลายประเภท รวมถึง Starbucks ซึ่งเขาก็เป็นแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่อยากจะค้นหาว่าจริงๆแล้วเขาชอบอะไรและต้องการอะไรในชีวิต แน่นอนว่า Victoria & David ภูมิใจในการตัดสินใจของลูกชายของทั้งคู่ เพราะพวกเขาอยากให้ลูกๆคิดดินมากที่สุด และได้รับประสบการณ์การทำงานในหลายๆด้าน เพื่อที่จะเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต 5. หลายครั้งที่เบ็คแฮมไม่ว่างเพราะคิวงานรัดตัว เราจะเห็นบรู๊คลินทำหน้าที่แทนพ่อ ออกไปร่วมงานเคียงข้างเดินพรมแดงกับวิคตอเรีย แม่สุดสวยของเขาแทบทุกครั้ง 6. บรู๊คลินเล่นทวิตเตอร์ ในเดือนธันวาคม 2014 คนติดตามคนแรกของเขา คือ 'โคลอี้ เกรซ มอเร็ตซ์' (นักแสดงสาวที่มีข่าวเรื่องความรักกับเขาตั้งแต่มิถุนายน 2014 ) 7. เป็นพี่ชายที่แสนดี เลี้ยงน้องสาวคนสุดท้องทุกครั้งที่พ่อแม่ไม่ว่าง >.< 8. บรู๊คลินรักเด็ก เนื่องจากว่าเขาเป็นลูกคนโต ทำให้เขาเข้ากับเด็กๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม 9. เดวิดเคยพูดถึงบรู๊คลินไว้ว่า "ลูกชายคนโตของผมอยู่ในวัยที่เขาสามารถไปที่ไหนก็ได้ตามที่เขาต้องการ คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องคอยดึงเขากลับมา แล้วอธิบายกับลูกว่า มีสิ่งใดที่เขาทำไม่ได้ให้ชัดเจน" เท่สุดๆ ไปเลย พ่อเบคเนี่ยเข้าใจการใช้ชีวิตจริง จริ๊ง 10. บรู๊คลิน เป็นแฟนคลับ จัสติน บีเบอร์ เขามีการ์ดบอร์ดขนาดเท่าตัวจริงของนักร้องคนนี้อยู่ที่แมนชั่นในลอสแองเจลิสด้วย 11. บรู๊คลินไม่เขินเวลาอยู่หน้ากล้อง หรือท่ามกลางที่สาธารณะเลย เพราะเขาเคยได้รับความสนใจมาตั้งแต่เด็กๆ ที่สำคัญ บรู๊คลินเป็นกันเองกับแฟนคลับด้วย 12.  ครอบครัวเบ็คแฮม ครอบครัวกิจกรรม วันหยุดหรือเวลาว่างครอบครัวนี้จะออกไปทำกิจกรรมรวมกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะไปดูฟุตบอล, บาสเก็ตบอล(แฟนตัวยงแอลเอ เลเกอร์ส), เทศกาลต่างๆ รวมถึงไปดูงานแฟชั่นโชว์ของคุณแม่วิคตอเรียกันพร้อมหน้าพร้อมตา และมักจะมีภาพน่ารักๆ ออกมาให้ชมกันเสมอ ^^ 13. สำเนียงชาวอเมริกัน ตอนอายุได้ 7 ขวบ ครอบครัวเบ็คแฮม ย้ายมาลอสแองเจลิส บรู๊คลินปรับตัวกับสำเนียงได้อย่างรวดเร็ว เราได้ยินสำเนียงอเมริกันของเขาเป็นครั้งแรกตอนที่ไปออกรายการ Hell's Kitchen ของกอร์ดอน แรมเซย์ 14. บลู๊คลิน รักและชอบในกีฬา เขาเล่นกีฬาหลาย และชอบชวนน้องชายอย่าง โรมิโอและครูซ เล่นด้วยกัน อย่างเช่น ฟุตบอล, เซิร์ฟ, สเก็ตบอร์ด, เข้ายิมออกกำลังกาย เป็นต้น 15. บรู๊คลินเดินตามรอยเท้าพ่อ เขามีพรสวรรค์ทางด้านฟุตบอล เขาและน้องชาย โรมิโอและครูซ สมัครเข้าเรียนที่อาร์เซนอลส์ เฮล เอนด์ เดือนกุมภาพันธ์ บรู๊คลินเลื่อนให้อยู่ในทีมต่ำกว่า 18 ปี อย่างไรก็ตาม 23 กุมภาพันธ์ เดลีเมลรายงานว่าบรู๊คลินพลาดโอกาสได้ทุนอาร์เซนอล 16. บรู๊คลิน ได้อัดคลิปลงอินสตาแกรมของตัวเองในวันเกิดของคุณแม่วิคตอเรีย ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เขามีคนติดตามในอินสตาแกรมครบ 1 ล้านคนพอดิบพอดี และเดวิด (David Beckham) พ่อของเขาก็เข้ามาขัดจังหวะในคลิป พร้อมพูดแกล้งบรู๊คลินว่า เขาของมีตั้ง 52M แหนะ! ครอบครัวนี้จะน่ารักไปไหน >,< ดูคลิป https://instagram.com/p/1lHqr3xbMG/ 17. ในวันเกิดคุณพ่อเดวิค อายุครบ 40 ปี ทั้งครอบครัวไปเที่ยวฉลองวันเกิดที่มาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก และในวันนี้บรู๊คลินก็มียอดฟอลโล่ถึง 2 ล้านคน นอกจากนี้เดวิคยังฉลองวันเกิดด้วยการเล่นอินสตาแกรม เซอร์ไพรส์เบิร์ธเดย์แด่แฟน ๆ ผ่านไปไม่กี่วันตอนนี้ยอดฟอลโล่มีมากกว่า 5 ล้านคนแล้ว แซงหน้าลูกไปอีกแล้ว >,< 18. ในวันที่โรมิโอลงแข่งวิ่งงาน  London Marathon 2015 ทั้งครอบครัวเดวิด วิคตอเรีย บรู๊คลิน ครูซ และฮาร์เปอร์ ก็ไปเชียร์ติดขอบสนาม และที่น่ารักไปกว่านั้นก็คือทั้งครอบครัวใส่เสื้อสกรีนคำว่า Team Romeo .. น่ารักมากกกก! โรมิโอใช้เวลาไป 18 นาที กับอีก 55 วินาที คว้าเงินมา £6,000 มอบให้กับองค์กรการกุศลทั้งหมด 19. คุณแม่วิคตอเรียถ่ายภาพลูกชาย บรู๊คลิน ที่นอนหลับอยู่บนโซฟา โดยบรรยายลงอินสตาแกรมว่า ลูกชายเหน็ดเหนื่อยจากการไปตะลุยเทศกาลดนตรี 2015 Coachella Music Festival ติดต่อกันถึง 3 วัน รูปนี้สาวๆ แห่แชร์กันเป็นจำนวนมาก พร้อมบอกเหมือนกันว่า บั้นท้ายนี่ช่างเร้าใจ 555 20. ในที่สุดบรู๊คลินก็ถึงวัยที่การแสดงความรักของพ่อเป็นเรื่องน่าอาย เขาอายที่ผมไปส่งเขาที่โรงเรียน และก็อายเวลาที่ผมกอดจูบเขา "เขาอายที่ผมไปส่งเขาที่โรงเรียน เขามักจะบอกให้ผมส่งใกล้ๆโรงเรียน แล้วเขาจะเดินไปเอง แต่ผมก็ทำตามที่เขาบอกนะ และก็ไขกระจกรถ บอกรักเขาทุกเช้า เขาคงไม่ค่อยพอใจนักหรอกนะ ผมคิดว่า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมก็จะทำแบบนี้ จะแสดงความรัก ให้ลูกรู้ว่าผมรักเขาไปเรื่อยๆแบบนี้แหล่ะ 21. บรู๊คลิน บอกกับพ่อว่าเขาอยากจะออกทริปช่วยเหลือผู้คน อยากมีส่วนร่วมในโครงการของพ่อ กองทุน 7 : The David Beckham UNICEF Fund ช่วยเหลือเด็กๆผู้ยากไร้ในประเทศที่ยากจน นั่นทำให้เดวิด เบ็คแฮม ดีใจมากๆที่่ลูกๆ รู้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ และก็ภูมิใจที่ลูกๆ อยากจะมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ เหมือนกับที่เดวิดคิดว่าลูกๆ คงภูมิใจในตัวเขาเช่นกัน 22. บรู๊คลิน ชอบแอบจิ๊กเสื้อผ้าของคุณพ่อเดวิดไปใส่อยู่บ่อยๆ โดยเดวิต เบ็คแฮม เล่าให้ฟังว่า "เขามาแอบเลือกเสื้อผ้าผมไปตลอดแหล่ะ ผมมีกางเกง Saint Laurent อยู่ตัวนึง ตัวนี้ผมไม่เคยใส่เลยนะ แล้ว บรู๊คลิน (Brooklyn) ก็เจอมัน เขาก็เอามันไปใส่จนปัจจุบันกลายเป็นกางเกงตัวโปรดของเขาไปแล้ว" 23. ขอนอกเรื่องมาดูความน่ารักของครอบครัวกันบ้าง โดยเดวิด แบ็คแฮม พูดถึง วิคตอเรียและลูกสาวคนเล็ก ฮาร์เปอร์ เกี่ยวกับ หนวดเครายาวๆ ของเขา "ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบหนวดเคราของผมนะ อย่าง Victoria เนี่ย เธอมักจะบอกว่า ถ้าผมไม่โกนหนวดเคราของผมออก เธอจะไม่ยอมจูบผม แน่นอนว่าผมก็แอบดื้อไว้ต่ออีกสักวันก่อนที่จะยอมโกนนะ .. แต่ถึงแม้ว่า Victoria จะไม่ชอบมัน แต่ลูกๆของผมชอบนะ โดยเฉพาะสาวน้อยของผม Harper ที่ชอบจะมานั่งตักพร้อมเล่นหนวดเคราของผม แน่นอนว่ามันเป็นอีกช่วงเวลาผ่อนคลายที่แสนวิเศษเลยหล่ะ" 24. ช่วงหลังนี้เดวิด แบ็คแฮม เข้ายิมบ่อยๆ สาเหตุหนึ่งก็มาจากสาวน้อยฮาร์เปอร์นี่แหละ! เดวิดแอบกังวลรูปร่างของตัวเอง เพราะเมื่อวันก่อนขณะที่เขาอาบน้ำให้ฮาร์เปอร์ (Harper) เธอบอกกับเขาว่า พ่อขา หนูรักพ่อนะคะ แต่หนูเริ่มไม่ค่อยชอบพ่อแล้ว เพราะพ่อเริ่มอ้วน ทำให้เดวิคนี่แบบอึ้งไปเลย นอกจากนี้ Harper ยังชอบจับผมแต่งตัว ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กผู้หญิงนะ เธอมักจะบอกว่าพ่อคะ พ่อใส่เข็มขัดเส้นนี้สิคะ ไม่ก็พ่อค่ะใส่รองเท้าคู่นี้กับชุดนี้นะคะ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นเรืองที่น่ารักดี 25. ขอพูดถึงน้องชายคนที่ 2 โรมิโอ (Romeo Beckham) กันหน่อย อย่างที่รู้กันโรมิโอเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ดังอย่าง Burberry เขาสามารถช่วยทำให้ยอดขายของแบรนด์สูงถึง 13% ในปี 2013 และแคมเปญโฆษณาคริสมาสอีก ถึง 10% ซึ่งโฆษณาคริสมาสที่โรมิโอถ่ายให้แบรนด์นี้ ใช้เวลาถ่ายทำ 8 ชั่วโมง และเขาได้ค่าเหนื่อยถึง £45,000 หรือประมาณ 2 ล้านกว่าบาท 26. ขอปิดท้ายด้วยคำพูดของคุณพ่อสุดหล่อเดวิด แบ็คแฮม "ชีวิตของผมหลังจากตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลน่ะเหรอ ผมกลายมาเป็นคนขับรถแทนน่ะ ผมเริ่มต้นงานตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้านิดๆ โดยผมเริ่มส่งลูกๆทั้ง 4 คนไปโรงเรียน และพอตอนเที่ยง ผมก็ไปรับ Harper และก็ไปรับบรรดาลูกชายทั้งสามของผมไปฝึกซ้อมเตะบอลตอน 4 โมง และกว่าพวกเขาจะซ้อมเสร็จก็ประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง .. พูดกันตามตรง ผมไม่มีปัญหาอะไรเลยกับการทำหน้าที่นี้นะ ตรงกันข้ามผมกับรู้สึกดีที่ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกๆมากขึ้น ผมมีความสุขมากๆกับชีวิตของผม ณ ขณะนี้ทีเดียว" เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล www.msn.com, FB : celebritystylebytoujoursensemble, FB : WALKER Ent. update

16 พฤติกรรมที่ผู้หญิงวัย 30 ควรมี !
30 /  sexy / 

ว่ากันว่าผู้หญิงในวัย 30 คือผู้หญิงที่รู้จักตัวเอง ชอบไม่ชอบอะไร เธอรู้ ทำให้ผู้หญิงในวัย 30 ดูฉลาดและเซ็กซี่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องอะไรบ้างลองมาเช็คลิสต์กันหน่อย 1. เรื่องน้ำหนักขึ้นหรือลดอาจจะไม่ใช่ประเด็นในแบบอยากลดความอ้วนเหมือนตอนวัยรุ่น แต่เป็นในแบบที่ใส่ใจสุขภาพ สาว 30 จะห่วงตรงนี้มากกว่า เธอจึงหมั่นชั่งน้ำหนักเพื่อเช็คตัวเอง 2. เริ่มหาทริคเพื่อความสวยจากภายในอย่างเช่น ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ดีฆ่าแบคทีเรียและช่วยย่อย 3. จะไม่รักสนุกจนลืมให้แฟนใช้ถุงยาง ผู้หญิงในวัย 30 บางคนพกถุงยางด้วยซ้ำไป เพราะประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมา สอนว่าท้องแบบไม่พร้อมกับเรื่องโรคติดต่อมันไม่เวิร์คเอาเสียเลย 4. จะล้างหน้าก่อนนอนทุกคืน และทามอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอด้วย 5. กินอาหารเช้า จะไม่ยอมหัวตื้อตันคิดงานไม่ออกแน่ๆ 6. เมื่อมีความผิดปรกติจะไม่รอช้าที่จะไปหาหมอ อย่างเช่นเรื่องประจำเดือน ก็จะมองเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเป็นสมัยวัยรุ่น อย่างมากสุดคงแค่เล่าให้เพื่อนฟัง 7. มีวินัยเรื่องการเงิน สาววัยนี้ควรตั้งเตือนเรื่องการจ่ายบิลต่างๆล่วงหน้า 8. เริ่มที่จะเลิกดื่มหรือสูบหนักไปเองโดยปริยายเมื่อมีครอบครัว 9. ไม่ดื่มจัดเหมือนเคย เพราะกลัวเรื่องน้ำหนักตัวที่พร้อมจะทะยานพุ่งขึ้นมากกว่าจะไม่ได้เมา 10. ไม่รู้สังเกตตัวเองบ้างรึเปล่า แต่ผู้หญิงเลข 3 จะใส่ใจความสะอาดมากขึ้นด้วยเรื่อง เบสิกๆอย่างการล้างมือ เพราะไม่อยากจะป่วยเป็นหวัด เป็นไข้ ท้องเสีย ฯลฯ 11. วางแผนมีลูกอย่างจริงจัง พอมาถึงอายุ 30 อารมณ์อยากมีลูกแบบพร้อมๆมันจะมาเอง เริ่มที่จะคุยกับสามีอย่างจริงจัง มีการไปหาหมอเพื่อปรึกษาใช่มั้ยละคะ 12. สนใจออกกำลังกายมากขึ้น มีเวลาว่างก็อยากจะไปโยคะ เต้น วิ่ง เพื่อให้เหงื่อออกเพื่อรูปร่างที่ดีไปเรื่อยๆ 13. จะกินอะไรมักจะคิดคำนวณในหัวเสมออย่างของหวานต่างๆ เริ่มคิดว่ากินมากไปรึเปล่า และพร้อมที่จะบาลานซ์การกินของหวานมากกว่าตอนเป็นวัยรุ่น 14. แทนที่จะซื้อเสื้อผ้าของใช้ราคาถูก ก็จะเริ่มวางแผนเก็บเงินเพื่อเสื้อผ้าระดับแบรนด์ที่มีความประณีตกว่า คุณภาพดีกว่า ใช้ได้นานกว่า คลาสสิกกว่า ไอเท็มบางชิ้นยังแอบคิดว่าซื้อมานี่ส่งต่อให้รุ่นลูกได้ด้วย จริงๆเพราะเงินเดือนเพิ่มขึ้นด้วยจึงสามารถทำให้ซื้อของที่ราคาสูงขึ้นได้ 15. ใส่ใจการกิน จะอ่านฉลากก่อนซื้อของ มักซื้อของตุนในตู้เย็นเป็นอาหารสุขภาพข้าวไม่ขัดสี เมล็ดเชีย นมออแกนิก ปลาฯลฯ มีวิถีความเป็นแม่บ้านมากขึ้นซึ่งทำให้ดูมีเสน่ห์ 16. จะรู้ตัวเองว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไรสิ่งไหนใช่ไม่ใช่ จะตัดสินใจง่ายขึ้นไม่ลังเลเหมือนสมัยวัยรุ่นหรือสมัยเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ เพราะประสบการณ์ทำให้สาววัย 30 รู้จักตัวเองดียังไงล่ะ

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!?
ATM เออรัก เออเร่อ /  กวน มึน โฮ / 

5 หนังรายได้สูงสุดของประเทศไทยที่ซึ้งด้วยตลกด้วย!? บางครั้งเวลาจะเลือกดูภาพยนตร์สักเรื่องก็อาจเกิดคำถามขึ้นหน่วง ๆ ในใจว่าจะดูอะไรดี ในเมื่อหนังรักก็ชอบ หนังตลกก็ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นหนังในกลุ่ม โรแมนติกคอเมดี ที่เปรียบเป็นลูกผสมไฮบริดระหว่างความรักหวานซึ้งกับความหฤหรรษ์บันเทิงที่ลงตัว และในวันนี้ เราได้รวบรวมรายชื่อภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี จำนวน 5 เรื่อง ที่เชื่อว่าเป็นที่ประทับใจใครต่อใคร การันตีด้วยยอดรายได้ที่สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้าง...มาลุ้นไปพร้อม ๆ กันได้เลย ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2557 รายได้ 330.59 ล้านบาท หนังรักเบาสมองเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดของ เมษ ธราธร ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต้องการเล่าเรื่องราวความสับสนอลหม่านเมื่อนายช่างหนุ่มผู้ไม่สันทัดภาษาอังกฤษจำเป็นต้องเข้าคอร์สติวอย่างเร่งด่วนจากติวเตอร์สาวเพื่อตามไปง้อแฟนสาวชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปทำงานต่างประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดจะทำให้ชายหนุ่มกับหญิงสาวเกิดความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน งานนี้เจ้าของสถิติคู่พระนาง 300 ล้าน ก็หนีไม่พ้นนักแสดงลูกหม้อประจำค่ายหนังอารมณ์ดี GTH ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ที่มาจับคู่กันได้อย่างเหมาะสมลงตัวสุด ๆ ATM เออรัก เออเร่อ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2555 รายได้ 152.50 ล้านบาท ยังคงอยู่กับผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เมษ ธราธร ที่ครั้งนี้ได้นำเอาเรื่องราวความรักลับ ๆ ระหว่างชายหญิงที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน แต่ด้วยกฎเหล็กที่ระบุว่าห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน เขาและเธอจึงต้องออกโรงปฏิบัติภารกิจชิงไหวชิงพริบแก้ปัญหาเครื่อง ATM ที่จ่ายเงินเกินอัตรา เพื่อบีบให้อีกฝ่ายลาออกก่อนที่ความลับของทั้งคู่จะถูกเปิดเผยและพานทำให้ถูกไล่ออกไปด้วยกันทั้งสองคน โดยในหนังเรื่องนี้ก็ยังได้นางเอกคู่บุญของผู้กำกับอย่าง ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร มารับบทนำประกบคู่กับมือเขียนบทหนังพันล้าน เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ซึ่งเคมีความเข้ากันของทั้งคู่เลอค่าจนค่ายหนังต้นสังกัดสั่งไฟเขียวทำภาค 2 ในรูปแบบละครซีรีส์ที่ใช้ชื่อว่า ATM 2 คู่เวอร์ เออเร่อ เออรัก รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2552 รายได้ 145.82 ล้านบาท หนังรักอารมณ์ดีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 รถไฟฟ้า BTS ที่ได้ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม มาควบสองตำแหน่ง ได้แก่ ผู้กำกับและคนเขียนบท เรื่องราวเล่าถึงชีวิตคนเมืองที่วุ่นวายอยู่กับการทำงาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีอายุก็เกือบจะล่วงเลยวัยแห่งการสวีทกับแฟนไปซะแล้ว ผู้กำกับของเรื่องได้เลือกให้ คริส หอวัง มารับบทพนักงานบริษัทธรรมด๊าธรรมดาวัยสามสิบ ผู้ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการขึ้นคานทองนิเวศ เธอจึงต้องเริ่มมองหาชายหนุ่มที่จะมาเติมเต็มชีวิตคู่ของเธอให้สมบูรณ์ และคน ๆ นั้นก็คือ เคน ธีรเดช วงศ์พัวพัน หนุ่มวิศวกรรถไฟฟ้า BTS กะดึก และเรื่องราวคงลงเอยได้อย่างง่ายกว่านี้ หากว่าเธอไม่ใช่คนทำงานกลางวัน ส่วนเขาเป็นคนทำงานกลางคืน นอกจากหนังเรื่องนี้จะปลุกกระแสให้สาวโสดอยากหาแฟนหนุ่มหล่อ ๆ มาไว้ข้างกายสักคน ความนิยมของกลุ่มผู้ชมที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ยังส่งผลให้มีการต่อยอดเรื่องราวในซีรีส์ของค่าย GTH อีกถึง 2 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ - GTH Side Story ตอน รถไฟฟ้ามาหานะเพลิน ที่เล่าถึงเรื่องราวของ เพลิน เด็กสาวที่เคยปรากฏตัวในฐานะตัวละครสมทบของภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ - น้ำตากามเทพ เป็นการนำละครโทรทัศน์ที่ปรากฏเป็นฉากสั้น ๆ ในภาพยนตร์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ มาขยายเป็นเรื่องขนาดยาว กวน มึน โฮ ค่าย GTH / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 130.00 ล้านบาท กวน มึน โฮ คือการผันตัวเองมากำกับหนังรักเป็นครั้งแรกของ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล หลังได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือชื่อ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน ตัวหนังเล่าถึงการผจญภัยของคู่พระนาง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่บังเอิญเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ในช่วงเวลาเดียวกัน ภายใต้ความไม่รู้จักกันพวกเขาออกเดินทาง ทั้งกิน ทั้งเที่ยว และสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน จนกลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจทั้งที่ต่างฝ่ายไม่รู้จักชื่อและที่มาที่ไปของกันและกันเลยด้วยซ้ำ (ปล. คนดูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปแล้วพระเอกนางเอกของเรื่องชื่ออะไร เห็นเรียกแต่ “ด่าง ๆ”) สุดเขตสเลดเป็ด ค่าย M39 / ปีที่ฉาย 2553 รายได้ 125.03 ล้านบาท ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ฝีมือการกำกับของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ผู้ซึ่งคร่ำหวอดกับหนังประเภทนี้มาหลายปี โดยครั้งนี้เขาได้เล่าเรื่องราวความรักและความฝันผ่านมุมมองหนุ่มอินดี้ผู้ไม่ค่อยจะแคร์เวิลด์ แต่ดันไปตกหลุมรักสาวคลั่งดาราตัวเอ้ แถมมีสกิลปากที่กวนสุด ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้นและดำเนินไปบนความต่างทางนิสัยแบบสุดขั้ว และนอกจากจะได้หนุ่มนักดนตรีมาดเซอร์อย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ มาเข้าคู่กับสาวสุดติสต์ ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ (ชื่อเดิม รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์) หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงตลกท็อปฟอร์มมาร่วมสมทบกันอีกมากมายหลายชีวิต อาทิ โก๊ะตี๋ อารามบอย, ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และ แจ๊ส ชวนชื่น

แปม ไกอา ยืนยันความสัมพันธ์ เพชร ยังเหมือนเดิม
GAIA /  เพชร KPN / 

แปม ไกอา บอกปัด! ยันโพสไอจีปริศนา ไม่ได้น้อยใจ เผ่าเพชร - เมินคนมอง 'เกาะกระแสดัง' หลังจากโพสอินสตาแกรมส่วนตัวออกแนวตัดพ้อน้อยใจ ก็มีคนโยงประเด็นว่า นักร้องสาว แปม ศิรภัสรา สินตระการผล หรือ แปม ไกอา บอกใบ้ว่าความรักของเธอกับดาราหนุ่ม เพชร เผ่าเพชร เจริญสุข กำลังจะสั่นคลอนหรือเปล่า? งานนี้สาว แปม เปิดใจว่าไม่ได้น้อยใจ เป็นเพียงแค่การโพสธรรมดาทั่วไปเท่านั้น... "ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะว่าต่างคนต่างทำงานค่ะ แต่แคปชั่นในไอจีที่บอกว่า 'เธอมองข้ามไป' อันนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวกับเขาค่ะ อันนั้นคือเป็นแคปชั่นในภาพท้องฟ้า ซึ่งเราก็มองว่ามันสวยดี แค่รู้สึกว่าบางทีคนเราลืมที่จะมองไปข้างบน มองธรรมชาติซึ่งมันเป็นอะไรที่สวยนะแค่นั้นเอง" เธอมองข้ามมันไปรึเปล่า 🍃 A photo posted by Pam Sirapassara ❄️ (@pam_gaia) on May 8, 2016 at 9:41pm PDT "ความสัมพันธ์ตอนนี้ก็เหมือนเดิมค่ะ ยังคุยๆ กันอยู่ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเปิดตัวหรืออะไร แต่เราไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไป ทุกวันนี้ก็ยังคุยๆ อยู่เหมือนเดิม เรื่องที่มีคนบอกว่าเราเกาะกระแสเขาดัง อันนี้ไม่ได้คุยกันเลยค่ะ เราก็ทำงานตรงนี้มาค่อนข้างนานแล้วเหมือนกัน เราก็เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนคิดอย่างนั้น เราก็ไม่ได้นอยด์นะคะก็ทำงานปกติ ทำตัวปกติเหมือนเดิม ตอนนี้ต่างคนก็ต่างทำงานเยอะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีแล้ว แปมว่ามันเป็นอะไรที่ต่างคนได้ลองทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วก็ได้พัฒนาฝีมือตัวเองด้วย ไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้น้อยใจอะไรกันเลย ยังคุยกันเหมือนเดิม เวลาว่างก็มีเจอกันบ้าง เรื่องคู่จิ้นของเขากับเจเจหนูก็จิ้นนะคะ(หัวเราะ) หนูก็ชอบ(ยิ้ม) น่ารักดีดูเข้ากันดีค่ะ" เจเจ - เพชร เผ่าเพชร แปม ไกอา - เพชร เผ่าเพชร Good morning 🐱🐶✨ A photo posted by Pam Sirapassara ❄️ (@pam_gaia) on Dec 13, 2015 at 8:10pm PST ข้อมูลจาก บันเทิง 8 HOT NEWS ทาง ช่อง 8 หมายเลข 27 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com