ดาราท้อง

โบโน U2 ติดอันดับ บุคคลไร้ประโยชน์แห่งปี 2014
Bono /  U2 / 

โบโน และ U2 ติดอันดับ The Least Influential People หรือ 'บุคคลไร้ประโยชน์แห่งปี 2014' จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร GQ ทำเอาวงร็อกเกอร์แถวหน้าระดับโลก อย่าง U2 เสียชื่อไปเลยทีเดียว เมื่อแผนการโปรโมทผลงานเพลงที่ผิดพลาดของพวกเขาเป็นสาเหตุให้ โบโน และ U2 ติดอันดับ The Least Influential People หรือ 'บุคคลไร้ประโยชน์แห่งปี 2014' ซึ่งนิตยสาร GQ รวบรวม 30 รายชื่อบุคคลผู้มีชื่อเสียงที่ทำเรื่องแย่ๆ ตลอดปี 2014 เอาไว้อย่างน่าเจ็บปวด นิตยสาร GQ ให้เหตุผลที่จัดให้ โบโน และ U2 ติดอันดับ 'บุคคลไร้ประโยชน์' ว่าเป็นเพราะแผนโปรโมทอัลบั้มใหม่ของพวกเขาซึ่งได้ร่วมงานกับบริษัท Apple นั้นสร้างความรำคาญให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลก เพราะ Apple จะจัดการเพิ่มเพลงของ U2 ลงใน iTunes library โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ให้ความยินยอม นอกจากนั้นยังไม่สามารถลบเพลงออกจากเครื่องได้อย่างง่ายๆ เพราะต้องใช้แอพพลิเคชั่นที่ Apple สร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดเพลงออกไปโดยเฉพาะ แน่นอนว่านั่นทำให้เหล่าผู้ใช้ iTunes ต่างบ่นอุบมากกว่าที่จะมีความสุขกับการฟังเพลงของ U2 ภาพจากนิตยสาร GQ นอกจาก โบโน และ U2 แล้ว ยังมีรายชื่อคนบันเทิงติดอันดับ บุคคลไร้ประโยชน์ อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ดาราหนุ่ม ไชอา ลาบัฟ, นักแสดงซุปเปอร์สตาร์ จอห์นนี เดปป์, ศิลปิน โรบิน ธิค และ ผู้กำกับชื่อดัง วูดดี้ อัลเลน ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

พบความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ฉบับแอนิเมชั่นอลังการ ชมฟรี!
mahajanaka /  การ์ตูน / 

เมื่อครั้งวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในปี พ.ศ. 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์บทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ในรูปแบบของการ์ตูน โดยมี ชัย ราชวัตร ศิลปินผู้ชำนาญการเป็นผู้วาดภาพการ์ตูนประกอบ และครั้งนี้บทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก จะกลับมาในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่น โดยมีบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชั่นเข้าร่วมกว่า 15 ราย และได้ศิลปิน นักวาด นักพัฒนาภาพเคลื่อนไหว ผู้ชำนาญการด้านแสงและเงา ผู้ชำนาญการด้านแอนิเมชั่น กว่า 250 คน มาช่วยกันสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยแบ่งมีเรื่องราวแบ่งออกเป็น 3 องก์ ได้แก่ องก์ ๑ กำเนิด พระเจ้ามหาชนกฯ ผู้ครองกรุงมิถิลาแห่งแคว้นวิเทหะที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ทรงมีพระโอรส 2 พระองค์ พระองค์แรกทรงมีพระนามว่า พระอริฏฐชนกผู้ทรงมีความเข็มแข็งเฉียบขาด ส่วนองค์ที่สองทรงพระนามว่าพระโปลชนก ผู้ทรงมีพระทัยเมตตาโอบอ้อมอารีครั้นพระเจ้ามหาชนกฯ ทรงสวรรคต พระอริฏฐชนก ทรงขึ้นครองราชย์ โดยมีพระโปลชนกเป็นอุปราช ทั้ง 2 พระองค์มีความคิดเห็นในการปกครองที่แตกต่างกัน พระอริฏฐชนกทรงเห็นว่าอาณาจักรมิถิลาจะต้องยิ่งใหญ่ภายใต้กองทัพที่เข้มแข็ง ส่วนพระโปลชนกทรงเห็นว่าต้องไม่ลืมจิตใจที่เปี่ยมสุขของประชาชนด้วย ในเวลาต่อมามีอำมาตย์ผู้ใกล้ชิดที่ทุตจริตได้ออกอุบายใส่ความว่าพระโปลชนกกำลังซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อการกบฎ พระองค์จึงถูกจับไปขังไว้ แต่พระองค์ทรงตั้งจิตอธิฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนสามารถหลบหนีออกมาพร้อมผู้จงรักภักดีและได้ไปพำนักอยู่ ณ เมืองชายแดน จนกระทั่งวันหนึ่ง พระโปลชนกได้นำทัพกลับมามิถิลาเพื่อหวังจะขอปรับความเข้าใจกับพระอริฏฐชนก จึงส่งสาส์นเพื่อแสดงเจตนาขอปรับความเข้าใจกัน แต่ถูกขัดขวางจากอำมาตย์ผู้นั้นด้วยการปลอมแปลงข้อความในสาส์นให้เป็นสาส์นท้ารบ ขณะเดียวกันพระอริฏฐชนทรงเป็นห่วงพระเทวี มเหสีของพระองค์ที่กำลังทรงครรภ์อยู่ จึงได้ให้หลบหนีออกไปจากวังเสีย ในสนามรบพระอริฏฐชนกทรงสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากฝีมือของอำมาตย์ผู้นั้น หลังจากนั้นพระโปลชนกจึงทรงขึ้นครองราชย์สืบต่อแทน พระเทวีทรงหนีออกจากเมืองมิถิลาอย่างยากลำบาก แต่ด้วยบุญญาธิการของพระโอรสในครรภ์จึงทำให้ทรงได้รับความช่วยเหลือจากท้าวสักกเทวราชที่ช่วยให้พระองค์สามารถหลบหนีไปถึงเมืองจัมปากะได้ ณ ที่นี้พระเทวีได้ทรงรับความช่วยเหลือจากอุทิจจพราหมณ์ โดยอุปการะรับพระเทวีเป็นน้องสาว ต่อมาพระโอรสในครรภ์ทรงประสูติกาล โดยมีพระนามตามพระอัยยิกาว่า พระมหาชนกกุมาร องก์ ๒ ความเพียร เมื่อพระโอรสทรงเจริญวัยได้ถูกเพื่อนๆ ล้อว่าเป็นลูกหญิงหม้ายพระมารดา จึงเล่าความจริงให้ทราบว่าพระองค์เป็นใคร พระองค์จึงตั้งพระทัยว่าเมื่อเติบใหญ่แล้ว จะไปเอาราชสมบัติและนครมิถิลาคืนมาให้ได้ ครั้นเมื่อพระมหาชนกกุมารทรงเจริญวัยเติบใหญ่เปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงตรัสกับพระมารดาว่าจะไปล่องเรือทำการค้าขายที่ดินแดนสุวรรณภูมิ เพื่อสะสมทุนรอนและกำลังพลเพื่อหวังที่จะชิงราชสมบัติคืนมาให้ได้ ระหว่างทางในมหาสมุทรพระมหาชนกได้มองเห็นว่าจะเกิดพายุขึ้น แต่ไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งพายุกระหนำเรืออย่างรุนแรง บรรดาลูกเรือทั้งหลายหวาดกลัวครำครวญหนีตายกันอย่างโกลาหล ตรงกันข้ามกับพระมหาชนกที่ทรงตระหนักว่าเรือใกล้จะแตกเต็มที จึงเตรียมพระองค์โดยทรงเสวยให้อิ่ม และนำผ้าชุบน้ำมันมาพันกายให้แน่นหนา เมื่อเรือล่มเหล่าบรรดาลูกเรือที่ขาดสติและเดิมไม่เชื่อในสิ่งที่พระมหาชนกได้เตือนเกี่ยวกับพายุ ได้ตกน้ำกลายเป็นอาหารของฝูงปลาและสัตว์ทะเลทั้งหลาย ส่วนพระมหาชนกก็ทรงแหวกว่ายด้วยความเพียรอยู่ในมหาสมุทรนี้เป็นเวลาถึง 7 วัน 7 คืน นางมณีเมขลาเทพธิดาผู้รักษาท้องมหาสมุทรเห็นพระมหาชนกว่ายน้ำอยู่จึงลงมาช่วยพระมหาชนก และได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็น จนทำให้นางมณีเมขลาเข้าใจถึงหลักปรัชญาของการบำเพ็ญวิริยบารมีของพระมหาชนก จากนั้นนางมณีเมขลาจึงช่วยอุ้มพระมหาชนกจนมาถึงฝั่งเมืองมิถิลา   องก์ ๓ ปัญญา ที่เมืองมิถิลานี้พระโปลชนกกำลังทรงพระประชวรอย่างหนัก พระองค์ต้องการให้พระธิดาคือพระนางสิวลีเทวีได้ทรงมีคู่ครอง โดยได้ทรงตรัสทิ้งไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ว่า ผู้ใดไขปริศนาของพระองค์ได้ จะทรงยกพระราชสมบัติทั้งหมดให้พร้อมด้วยพระราชธิดา เมื่อพระโปลชนกสิ้นพระชนม์ลงเหล่าอำมาตย์ได้จัดพิธีเสี่ยงราชรถเพื่อหาผู้มีบุญญาบารมีมาไขปริศนานั้น ราชรถได้มาหยุดที่พระมหาชนกผู้ซึ่งทรงบรรทมอยู่ในสวนพระองค์ทรงไขปริศนาได้หมดทุกข้อ ทุกคนในเมืองมิถิลาต่างพากันสรรเสริญ ในพระปรีชาสามารถของพระองค์ จึงได้อัญเชิญพระองค์ให้ทรงอภิเษกกับพระนางสิวลีเทวี เมื่อขึ้นครองราชย์ได้ทรงปกครองด้วยหลักทศพิธราชธรรม และนำพาความผาสุกมาสู่ปวงประชาชน วันหนึ่งพระมหาชนกเสด็จประพาสอุทยานและทรงทอดพระเนตรเห็นต้นมะม่วงต้นหนึ่งมีผลงามและอีกต้นหนึ่งไม่มีผลเลย พระองค์ทรงเสวยมะม่วง และตรัสว่ามะม่วงรสชาติดีดุจรสทิพย์ หลังจากพระองค์เสด็จกลับบรรดาประชาชนทั้งหลายก็เข้ามาโค่นต้นมะม่วงต้นนั้นเพื่อหวังจะเอาผลของมันมาบริโภค จนเป็นเหตุทำให้ต้นมะม่วงต้นนั้นถูกถอนรากโค่นลงมา เมื่อพระมหาชนกทรงทราบความ ทรงเศร้าพระทัยอย่างยิ่ง พร้อมกันนั้นทรงได้เปรียบเปรยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แก่ต้นมะม่วงกับพระราชสมบัติดังนี้ ต้นมะม่วงที่มีผลอาจจะถูกทำลายหรือถ้าไม่ถูกทำลายก็ต้องคอยเป็นกังวลจักต้องดูแลระแวดระวังรักษาไว้ ในทางกลับกันพระองค์ทรงคิดว่าถ้าจะเข้าถึงความสุขได้นั้นจักต้องทำตัวให้เป็นเสมือนเช่นต้นมะม่วงที่ไม่มีผล ที่ไม่ต้องกังวลว่าผู้คนในสังคมที่ไม่รู้จักคิดการณ์ไกล ในการทำนุบำรุงต้นไม้เพื่อเก็บผลไว้กิ ในวันหน้า จะมาโค่นต้นมะม่วงนี้ได้ หลังจากนั้นจึงมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญนำหลักการของพระองค์ไปทดลองเพื่อฟื้นฟูต้นมะม่วงที่ถูกโค่นลง และหาวิธีการที่ทำให้ต้นมะม่วงที่ไร้ผลกลับมาเกิดผล พร้อมกันนั้นพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นชื่อว่าปูทะเลย์วิชชาลัย เพื่ออบรมวิชาการด้านต่างๆ แก่บรรดาเหล่าอำมาตย์ข้าราชการและประชาชนในเมืองมิถิลา เพื่อที่ทุกคนจะได้มีวิชาความรู้ทั่วไปและมีสามัญสำนึกไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวแฉกเช่นเหล่าคนที่ชอบกินผลมะม่วงแต่กลับทำลายต้นมะม่วงทิ้งไป และเพื่อสังคมจะได้เจริญรุ่งเรืองและอยู่กันอย่างผาสุกสืบต่อไปกาลนานเทอญ ตัวอย่างภาพยนตร์ พระมหาชนก เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ของ พระมหาชนก ในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชั่นสุดตระการตา หนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช ณ โรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ใกล้บ้านท่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!! ในวันที่ 29 พ.ย. และ 6 ธ.ค. นี้ รอบเวลา 10.00 น. และ 15.00 น. และฉายทาง โทรทัศน์ ระหว่างวันที่ 6 - 8 ธ.ค. นี้ ในช่วงเวลาตามความเหมาะสมของแต่ละสถานี เพื่อให้ประชาชน และเยาวชน ได้รับชม และเรียนรู้สาระจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องนี้ ที่ทรงมุ่งเน้นทั้งในเรื่องความเพียร การใช้สติปัญญา และการศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตต่อไป ------------------------

ช็อค! เจ้าพ่อคุกทำพัสดีสาว 4 รายท้อง ติดคุกยังทำรายได้ครึ่งล้าน
ข่าวล่าสุด /  นักโทษสาวท้อง / 

พัสดีสาว 4 รายท้องกับนักโทษคนเดียวกัน ติดคุกยังทำรายได้ครึ่งล้าน เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่พัสดีเรือนจำหญิง 4 ราย ได้ตั้งท้องกับนักโทษคนเดียวกัน รายงานระบุว่านักโทษรายนี้คือ นายทาวอน ไวท์ เป็นนักโทษระดับเจ้าพ่อ  ในเรือนจำแห่งหนี่งในเมืองบัลติมอร์ ของสหรัฐ ฯ นักโทษรายนี้ได้ปรนเปรอพัสดีหญิงด้วยของขวัญต่าง ๆ รวมทั้งรถยนต์ และแหวนเพชร นอกจากนี้เขายังได้ทำธุรกิจ ขายยาเสพติด และนำเข้าโทรศัพท์มือถือ เข้าเรือนจำ มีรายได้เดือนละ 16,000 ดอลลาร์ (ราว 512,000 บาท) ขณะที่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอดักฟังโทรศัพท์ของนายไวท์ เขาได้พูดว่า นี่เป็นเรือนจำของเขา เขาสามารถคุมทุกอย่างได้ตั้งแต่ของเถื่อน รวมถึงกลุ่มม็อบในเรือนจำ ส่วนพัสดีสาวทั้ง 4 ราย ที่กลายเป็นเมียของนักโทษรายนี้ได้รับการเปิดเผยชื่อ ได้แก่  เจนนิเฟอร์ โอเว่น คาเตร่า สตีเวนสัน ชาเนีย บรุ๊ค และทิฟฟานี ลินเดอร์  และขณะนี้หญิงทั้ง 4 ก็ต่างพากันตั้งท้องแล้ว เหตุการณ์อื้อฉาวนี้เกิดขึ้นหลังจากทางการได้บุกสลายการลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ภายในเรือนจำ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่หญิง13 ราย นักโทษ 7 ราย และผู้สมคบคิดอีก 5 รายร่วมกระบวนการ MThai News

Dae Mul,ประธานาธิบดีคุณนาย กะคุณชายบอดี้การ์ด [พากย์ไทย] ตอนที่22
Dae Mul /  ประธานาธิบดีคุณนาย กะคุณชายบอดี้การ์ด

ซีรี่ส์เรื่องใหม่ล่าสุดของดาราสาว โกฮยอนจอง ผู้ที่เคยฝากผลงานการแสดงในซีรี่ส์เรื่องเยี่ยม ซอนต็อก มหาราชีนีสามแผ่นดินในบทของ มีชิล คราวนี้เธอกลับมารับบทบาทครั้งสำคัญ พร้อมด้วยนักแสดงดังอย่าง ควอนซังวู ชาอินเปียว โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึง... หนุ่มสังคมมีชื่อว่าฮาริว (ควอนซังวู) เขาได้รับคำสั่งให้สร้างเรื่องอื้อฉาวให้กับหญิงผู้ค นหนึ่ง เพื่อทำให้เธอตกต่ำและถูกสังคมกล่าวหา เธอคนนั้นคือ ซอฮเยริม (โกฮยอนจอง) ซึ่งในขณะนี้นั้นเธอกำลังพยายามที่จะก้าวขึ้นเป็นประ ธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ให้ได้ แล้วฮาริวจะใช้วิธีการอย่างไรในการดึงเธอลงมาละ?? แล้วฮเยริมหญิงแกร่งจะรอดจากการใส่ร้ายได้หรือไม่ ใน แดมุน (Dae Mul)

คลิปนศ.ท้องทะเลาะกับแฟนหนุ่ม กลางมหาลัย สุดท้าย...?
คลิป /  คลิปนักศึกษาท้อง / 

เฉลยแล้ว ! คลิปนศ.ท้อง ทะเลาะกับแฟนหนุ่ม กลางมหาลัย สุดท้ายไวรัล วันนี้(27 พ.ย.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์คลิปเหตุการณ์ที่นักศึกษาสาวทะเลาะกับแฟนหนุ่มกลางแคนทีน มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยสาเหตุที่ทะเลาะกันมาจากเรื่องที่แฟนสาวเกิดท้องหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มโดยไม่ได้ป้องกัน ซึ่งคลิปนี้ถูกปล่อยออกมาก่อนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความสงสัยให้กับคนบนโลกออนไลน์ว่าแท้จริงแล้วเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงจัดฉากขึ้นมา รวมถึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรด้วย ล่าสุดคลิปนี้ได้มีภาคต่อออกมาเฉลยว่าเป็นกิจกรรมรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งตอนจบของคลิปนักศึกษาสาวได้เดินแจกถุงยางอนามัยให้กับผู้ที่ทานอาหารในแคนทีน พร้อมกับบอกว่า "ให้ใส่ถุงยางทุกครั้งนะคะ ไม่เช่นนั้นจะเป็นแบบแฟนหนู" ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเฉลยออกมาก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปในสองด้าน บางกลุ่มมองว่าคลิปไวรัลเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ เหมือนเป็นการหลอกคนดู แต่อีกกลุ่มหนึ่งกลับมองว่าเป็นเรื่องที่ดีในการรณรงค์และขอชมเชยในการสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ ทำให้คนสนใจรวมไปถึงเกิดประเด็นถกเถียงกันได้ ขอบคุณคลิปจากสมาชิกยูทูป munmedia MThai News

ประยุทธ์ อารมณ์ดีหยอกสื่อ-ดารา หน้าทำเนียบ
ข่าวทำเนียบ /  ข่าววันนี้ / 

นายกฯ หยอกสื่อ-ดาราหน้าทำเนียบ  "อย่ามโน" หลังเข้าพบก่อนประชุมครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. วันนี้ (25 พ.ย. 57) ศ.กิตติคุณ.นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วินิจัยโรคเอดส์สภากาชาดไทย นำศิลปินดาราเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อติดโบว์แดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การณรงค์ เนื่องในวันเอดส์โลก โดย ศ.กิตติคุณ.นพ.ประพันธ์ กล่าวกับพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ติดตามข่าวสารและทราบว่านายกฯได้เดินทางไปหลายประเทศและทุกประเทศต่างเข้าใจการทำงานของรัฐบาล จึงอยากให้นายกฯ พูดให้มากๆ เพราะจะได้สร้างความเข้าใจมากขึ้น ขณะที่พล.อ.ประยทธ์ กล่าวว่า ต้องพูดกับสื่อมวลชน จากนั้นนายกฯ หันไปพูดกับเหล่าศิลปินว่า "ต้องใช้ความอดทนหน่อยนะ ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น ผมยังอดทนเลย" จากนั้นใบเตย อาร์สยาม ศิลปินค่ายอาร์เอส บอกกับนายกฯ ว่าเป็นคนร้องเพลง "อย่ามโน" ซึ่งระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยเอาหนังสือ "เส้นทางพยัคฆ์ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากทหารเสือสู่หลังเสือ" ที่เขียนโดยนางสาววาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร มาให้พล.อ.ประยุทธ์ เซ็นต์ชื่อ ซึ่ง นายกฯได้พูดหยอกว่า "ก็อย่ามโนตามหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน" จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินขึ้นตึกบัญชาการ1 เพื่อเข้าประชุม ครม.ต่อไป สำหรับวาระที่ ครม.จะพิจารณา ประกอบด้วย ฅ -สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะรายงานข้อเสนอการปฎิรูปประเทศไทยในด้านเศรษฐกิจ -กระทรวงวัฒนธรรมจะเสนอแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ 3 ตำแหน่ง -กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอแก้กฎหมายควบคุมการบริโภคยาสูบ 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535 ,และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 โดยมีเนื้อหาครอบคลุม ถึงความทันสมัยของสินค้า เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากู่ รวมถึงจำกัดอายุผู้ซื้อบุหรี่ จากเดิม 18 ปี เป็น 20 ปี เพื่อป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน -กระทรวงยุติธรรมเตรียมเสนอที่ประชุมของบประมาณ 15,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างเรือนจำเพิ่มทั่วประเทศทดแทนเรือนจำที่จะต้องมีการย้ายออกจากพื้นที่ใจกลางเมือง เพื่อลดปัญหาความแออัดของผู้ต้องขัง และเตรียมเสนอขออัตรากำลังเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จำนวน 1,000 อัตราทั่วประเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำต่างๆ จำนวน 143 แห่งทั่วประเทศ -กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอที่ประชุมพิจารณาแผนดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ ปีงบประมาณ 2558 โดยจะขอให้ ครม. อนุมัติร่าง พ.ร.ฎ.เวนคืน 6 เส้นทางรถไฟทางคู่ วงเงินรวมกว่า 110,000 ล้านบาท  และจะเสนอแนวทางปฏิบัติในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ และวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ -กระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบการกิจการโรงงาน ในเขต 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยที่ประชุมจะพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของสถานบันการเงินเฉพาะกิจ พศ... และบริษัท อสมท. จะขออนุมัติงบลงทุนในโครงการให้บริการโครงข่ายระบบทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน ข้อมูลข่าวจาก จส.100 ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

น็อต ว่าไง! ชมพู่ รอเมื่อไหร่จะมาขอ
ชมพู่ อารยา /  ชมพู่ น็อต / 

ทำเอาหลายคนลุ้นตัวโก่งว่าเมื่อไหร่มีข่าวดีเรื่องวิวาห์หวานสักที ล่าสุดนางเอกสาว ชมพู่ อารยา เผยยังไร้แวววี่ฤกษ์แต่งงาน ไม่เถียงได้ฤกษ์ดีเดือนเมษายน บอกยังไม่พร้อมสละโสดช่วงต้นปีหน้า เปรยแฟนหนุ่มไฮโซ น็อต วิศรุต ยังไม่มาสู่ขอแบบเป็นทางการ แค่ทางผู้ใหญ่ข้ามสเต็ปย่องไปดูฤกษ์งามยามดีให้ก่อนเท่านั้นเองจ้า!! "กับเรื่องฤกษ์แต่งเดือนเมษายนปีหน้า จริงๆ ยังไม่ฟันธงนะคะ คือตอนนี้วันมีเยอะแยะมาก แต่มันยังสรุปไม่ได้สักวัน เพราะหมอดูแต่ละท่านก็บอกไม่เหมือนกัน คือชมไม่ได้ไปดูเอง แต่เขาก็มีคนที่จัดการกันคะ ฤกษ์เดือนเมษาก็ได้มาจริง แต่ก็ไม่อยากให้บอกว่าเมษานี้ แต่อาจจะข้ามเมษาไป เลยยังไม่มีอะไรมาอัพเดทกันค่ะ" "ยังไงก็ไม่ฟ้าแลบแน่นอน ก็ถ้าได้วันก็คงจะบอกเพื่อนๆ โดยทั่วหน้ากันอยู่แล้วค่ะ สำหรับชุดแต่งงานที่บอกว่าไปดูถึงฝรั่งเศส ไม่ใช่นะคะ ชมก็ไปเรื่อยเปื่อยของชมอยู่แล้ว คือปีนี้ชมบินบ่อยคนก็เลยตั้งข้อสังเกต แต่ชมไปช้อปปิ้งเป็นปกติอยู่แล้ว เอาจริงๆ คุยกันแล้วว่า ถ้าเราได้วันแล้ว เราต้องยังไงต่อเพราะเขาเองก็ไม่ใช่ดารา ไม่มีงานจะให้ออก ก็เดี๋ยวคงรู้เองแหละ ถึงเวลาก็คงต้องรู้กันอยู่ดี" "คือชมยังไงก็ได้ แต่ขอให้เป็นวันสะดวก ตอนนี้ยังไม่ลงตัว เนื่องจากยังติดภาระกิจของชมและของคุณน็อตด้วย ไหนจะญาติและเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศด้วย ก็เลยลงตัวยาก ถ้าต้นปีนี้ก็คงยังค่ะ" "เอาจริงๆ เลยน่ะ คุณน็อตยังไม่ได้มาขอแบบเป็นทางการเลย แต่ทางผู้ใหญ่เขาไปคุยกันเอง คือเขาก็ข้ามสเต็ปแล้ว เพราะเขาคงขี้เกียจรอเราแล้วเหมือนกัน ถามว่าทริปใหม่มีลุ้นเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งหรือเปล่า ชมไม่ลุ้น ไม่หวังอะไรกับทริปนี้เลย เพราะเป็นแบบครอบครัวมากๆ ไม่รู้ ไม่หวังเลยค่ะ" ชมพู่ อารยา กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG : chomismaterialgirl , nottvisrut ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา ชมพู่ อารยา น็อต วิศรุต ชมพู่ - น็อต และคุณแม่

แคร์เหรอ ผู้หญิง หน้าอกไม่เท่ากัน Jennifer Lawrence ก็เป็นนะจ๊ะ
Jennifer Lawrence /  ศัลยกรรมหน้าอก / 

ปัญหา หน้าอกไม่เท่ากัน อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะผู้หญิงทุกคน (ที่ไม่ได้ศัลยกรรมหน้าอกหน้าใจ ) จะมีสรีระหน้าอกเล็กข้าง ใหญ่ข้างเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ  สเกลจะผิดเพี้ยนกันไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด   เว้นเสียแต่ว่าจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด อันนี้ควรไปพบแพทย์  ( Oops! ต๊าย ตาย ดิฉันก็เผลอแบไต๋ให้คุณผู้ชายได้รู้หมดเลยว่า ที่หน้าอกเป๊ะๆ อยู่ทุกวันนี้ คือของเทียม อ่ะ เอาไว้ใช้สังเกต ผู้หญิงของคุณดูล่ะกันนะคะ คุณผู้ชายขา ) แม้กระทั่งทุกวันนี้ ผู้หญิงบางคนอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า เธอๆๆๆ และ เธอ มี หน้าอกไม่เท่ากัน วิธีการสังเกตง่ายๆ คือ นั่งตัวตรง หลังตรง และส่องกระจกค่ะ โดยผู้หญิงแต่ละคนจะมีสรีระหน้าอกที่แตกต่างกันไปนะ ไม่ต้องตกอกตกใจกันไป ธรรมชาติเขาสร้างมาแบบนี้ล่ะ และนี่คือเหตุผล ที่ สาวๆ ไม่ต้องตื่นเต้นหากพบว่าคุณเองก็มีขนาดหน้าอกไม่เท่ากันเหมือนๆ กับเรา 1. แม้กระทั่ง ดาราดัง หุ่นเป๊ะ  Jennifer Lawrence ก็เป็น Jennifer Lawrence พบว่า ขนาดหน้าอกของเธอไม่เท่ากัน เธอเริ่มกังวลจนต้องไปพบแพทย์ ทางทีมแพทย์จึงตรวจปอดของเธอเพื่อเช็คสภาพ และเธอก็ไม่ได้ป่วยแต่อย่างใด  เชื่อเถอะว่า เรื่องแบบนี้มันปกติมาก  มันไม่ใช่เรื่องขนาดอย่างที่ดาราชื่อดังกังวล 2. ขอย้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 ของแท้ แม่ให้มา ต้องไม่เท่ากันนะค๊า คู้ณผู้ชม 3. อะไรที่มันเท่าๆ กัน เดิมๆ ซ้ำๆ มันก็ไม่หวือหวา น่าเบื่อจะตาย ดูอย่างแฟชั่นทรงผม เสื้อผ้าสิ ทรงผมเทข้าง กระโปรงแฉลบข้าง ผ่าข้าง ออกจะให้ฟิลลิ่งสุดเปรี้ยวเฟี้ยวเงาะ รึไม่จริง ? 4. โชคดีแค่ไหนที่ เรายังมีหน้าอก ไม่ว่าจะด้วยรูปทรงแบบไหน ขนาดไหน แต่นี่คือสัญลักษณ์ของเพศหญิงที่เราภาคภูมิใจ 5. คุณอาจจะยังไม่มั่นใจในสิ่งที่ธรรมชาติให้มาแบบนี้ จนกว่ามันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มั่นใจเถอะค่ะ ก่อนที่คุณจะสูญเสียมันไป 6. มันช่วยจุดไฟรักให้คุณกับดาร์ลิ่งของคุณได้นะ ลองชี้ชวนให้แฟนคุณมองมันสิ 7. มันเป็นสิ่งเฉพาะตัวสำหรับคุณ เพราะความที่มันไม่เท่ากัน แบบไม่มีใครเหมือน นั่นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง และไม่เหมือนใคร รู้ไว้นะจ๊ะ ว่าในชีวิตลูกผู้หญิงต้องเปลี่ยนบราอย่างน้อยๆ 5 ครั้งในชีวิต  สาเหตุที่ทำให้ขนาดของหน้าอกเปลี่ยนแปลงเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้  การท้อง , การให้นมลูก, น้ำหนักที่ขึ้นหรือลง , การรักษาโรคด้วยยา, การศัลยกรรมทรวงอก และ การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือ วัยทอง แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่เราต้องเปลี่ยนบรา ?  คำตอบง่ายๆ เลยจ้า เมื่อใส่แล้วไม่พอดีกับสรีระ อึดอัดไป หรือ ไม่ซัพพอร์ตรูปทรงของคุณ ปัจจัยเหล่านี้จะมีผลกระทบให้ เรามีเล็กข้าง ใหญ่ข้างอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้น นะจ๊ะ แล้วจะเลือกบราอย่างไรล่ะ ให้พอดีกับหน้าอกของเรา... ในกรณีที่ หน้าอกไม่เท่ากัน ให้เลือกบราที่สวมใส่แล้วพอดีกับข้างที่ใหญ่กว่าค่ะ ขีดเส้นใต้คำว่า "พอดี"  เพราะถึงแม้อีกข้างจะเล็กกว่า ไม่พอดีคัพ แต่ยุคนี้เค้ามีฟองน้ำเสริมหน้าอกแล้ว หนุนเข้าไปจ๊ะ อย่าแก้ปัญหาด้วยการปรับสายบราเพื่อให้พอดีข้างเด็ดขาด หรือ การใส่บราเล็กกว่าขนาดจริงจะยิ่งย้ำให้ผิดรูปทรง ไม่เท่ากันเข้าไปใหญ่ แล้วมีวิธีแก้ได้บ้างป่ะนะ ? 1.  ใส่บราที่เก็บทรง มีสาย และมีฟองน้ำเสริมนะคะ แต่มันแค่แก้ได้แค่ชั่วคราว หน้าอกจริงก็ยังมีขนาดไม่เท่ากันอยู่ดีนะ หากคุณจำเป็นต้องใส่บราไร้สาย ก็ให้เลือกแบบที่มีฟองน้ำเสริมเข้าไว้ค่ะ 2. หากหน้าอกคุณมีขนาดแตกต่างกันแค่เล็กน้อย ให้เลือกใส่บราแบบที่สามารถถอดฟองน้ำออกได้นะ จะได้ถอดฟองน้ำออกข้างนึงมาใส่อีกข้างหนึ่งได้ เป็นอีกหนึ่งทริคที่ทำให้ ดูเท่ากันได้แบบง่ายๆ 3. อุปกรณ์เสริมหน้าอกหน้าใจ เดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายค่ะ ใช่มีแค่ฟองน้ำอย่างเดียว แต่มีทั้งทำจากซิลิโคน  จากน้ำ หรือจากเจลก็มี ซึ่งซัพพอร์ตรูปทรงของหน้าอกได้แตกต่างกันไป ปรับใช้ให้เข้ากับชุด เข้ากับขนาดได้ ตามชอบนะคู้ณ 4. เต้าเทียม ก็สามารถใช้ได้ตามใจเลือกนะจ๊ะ เผื่อไว้ในกรณีที่อยากให้เหมือนโนบรา 5. สำหรับ หน้าอกที่มีขนาดแตกต่างกันมาอย่างเห็นได้ชัด ควรเลือกใส่แผ่นเสริมที่ทำจากซิลิโคนหรือผ้า มาซัพพอร์ตหน้าอกข้างที่เล็กให้ใหญ่กว่า 1 คัพ 6. อย่าใส่ซิลิโคนซ้อนกันในข้างเดียว เพราะมันจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าให้แนะนำการใส่ให้หน้าอกดูสวยแบบเป็นธรรมชาติ ควรใช้ แผ่นเสริมที่ทำจากผ้าและฟองน้ำมากกว่าค่ะ 7.  ทุกครั้งที่ใส่แผ่นเสริมหน้าอกแล้ว อย่าลืมปรับสายบราและที่คาดให้กระชับพอดีตัว 8. ระวังอย่าให้แผ่นเสริมหน้าอก โผล่ อาจติดบอดี้เทปเสริมลงไปเพื่อความมั่นใจ และกระชับทรวงอกมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับชุดแฟชั่นแบบโชว์หลังด้วยน๊าตัว 9. แม้กระทั่งขณะว่ายน้ำ อย่าลืมใส่ฟองน้ำและอย่าลืมแปะบอดี้เทปกันหลุดไว้อีกชั้น  เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน !!! 10. อาจมีบางรายที่วิตกกังวลกับขนาดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดมากๆ จึงเลือกแก้ด้วยการ ศัลยกรรม  ซึ่งเราขอเป็นคำตอบสุดท้าย ก็ตอนนี้ฉันพอใจ กับของธรรมชาติแม่ให้มานี่นา แล้วคุณสาวๆ ล่ะ พอใจกับ หน้าอกของคุณแล้วหรือยังนะ เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ภาพและที่มาจาก gurl 

รู้หรือไม่? โยเกิร์ต ช่วยให้อายุยืนนะ!
ข้อดีของโยเกิร์ต /  ประโยชน์ของโยเกิร์ต / 

โยเกิร์ต ทำมาจากนมที่หมักโดยการเติมเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดี ที่จัดอยู่ในจำพวก “โพรไบโอติก”  ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลนม(แลคโตส) เป็นกรดแลคติก นมจึงเปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งเหลวกึ่งข้น มีรสเปรี้ยวคล้ายนมบูด การกิน โยเกิร์ต มีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีให้ระบบลำไส้ได้ ระบบลำไส้ของคนเรามีเชื้อจุลินทรีย์อยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดดี และชนิดไม่ดี หากในลำไส้มีจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีเยอะ ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายจะมีปัญหา เช่น ท้องเสีย ท้องผูก อาหารไม่ย่อย แต่ถ้าเรามีจุลินทรีย์ชนิดดีอยู่ มันจะยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีและเพิ่มภูมิต้านทานให้ระบบย่อย จุลินทรีย์ชนิดดีสามารถย่อยน้ำตาลในนมได้ คนที่แพ้นมเพราะขาดเอนไซม์แลคโตสจึงหมดปัญหาท้องเสียหรือปวดท้องเมื่อกิน โยเกิร์ต เพราะน้ำตาลแลคโตสในนมถูกเชื้อแลคโตบาซิลัสเปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่า จุลินทรีย์ชนิดดีป้องกันการติดเชื้อ คนที่ถ่ายท้องจึงกิน โยเกิร์ต เพื่อช่วยลดอาการท้องเดินได้ 11 สารอาหารใน โยเกิร์ต การกิน โยเกิร์ต ให้โปรตีนและแคลเซียมปริมาณสูงกว่านม เพราะกรดแลคติกใน โยเกิร์ต จะย่อยแคลเซียมในนม ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ใน โยเกิร์ต ชนิดไขมันต่ำ 1 ถ้วย มีสารอาหารมากถึง 11 ชนิด ได้แก่ ไอโอดีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 โปรตีน วิตามิน บี 12 ทริปโทฟาน โปตัสเซียม โมลิปเดนัม สังกะสี วิตามิน บี 5  จึงไม่น่าแปลกใจที่ โยเกิร์ต จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชาวบัลแกเรียอายุยืน และจากผลวิจัยยังพบอีกว่า โยเกิร์ต มีประโยชน์ดังต่อไปนี้ โยเกิร์ต มีแคลเซียมสูง และแคลเซียมมีบทบาทในการป้องกันโรคกระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง มะเร็งในลำไส้ใหญ่ ช่วยในการลดน้ำหนัก เพิ่มการเผาผลาญไขมัน เชื้อแลคโตแบซิลลัสใน โยเกิร์ต ช่วยลดการอักเสบของลำไส้และไขข้อ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีใน โยเกิร์ต ช่วยยับยั้งการเจริญของเชื้อ “เฮลิโคแบคเตอร์ เอชไพโลไร” ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ กรดไขมันคอนจูเกตเต็ดไลโนเลอิคใน โยเกิร์ต ป้องกันโรคหัวใจได้ งานวิจัยยังพบว่า โยเกิร์ต วันละ 2- 5 ถ้วย ช่วยลดระดับ “แกซไฮโดรเจนซัลไฟด์” ที่ทำให้ลมหายใจมีกลิ่น และลดความเสี่ยงโรคเหงือก โยเกิร์ต มีแบคทีเรียที่มีชีวิต ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินบี และวิตามินเคในลำไส้ จากงานวิจัยพบว่า การบริโภคโยเกิร์ตที่มีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้หญิงที่ติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอดบ่อยๆ เมื่อกินโยเกิร์ตวันละ 8 ออนซ์ เป็นเวลา 6 เดือน การติดเชื้อจะลดลงถึง 3 เท่า กินอย่างไรให้อายุยืน โยเกิร์ต รสชาติดั้งเดิมของชาวบัลแกเรียไม่ใส่น้ำตาล และมีรสชาติเปรี้ยว แต่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดจะมีรสหวาน เนื่องจากผสมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมลงไปด้วย ผู้ป่วยโรคเบาหวานแนะนำให้กินรสธรรมชาติ (ไม่มีน้ำตาล ผลไม้เชื่อมหรือน้ำเชื่อมผสม) กับผลไม้สด หรือนำโยเกิร์ตมาปั่นรวมกับผลไม้และนม จะได้อาหารที่มีพลังงานเพียงพอถึงเที่ยง และถ้านำมาดัดแปลงใช้แทนมายองเนสในการทำน้ำสลัดหรือผสมทำไส้แซนด์วิชจะได้อาหารที่ชูสุภาพทีเดียว ทำโยเกิร์ตด้วยตัวเอง นำนมสดรสจืด 1 ลิตร ต้มด้วยไฟปานกลาง (ในภาชนะที่ล้างสะอาดและเช็ดให้แห้ง) พอเดือดอ่อนๆ ทิ้งไว้จนนมลดอุณหภูมิลงเหลือประมาณ 40 องศาเซลเซียส เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป ประมาณ 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วเทแบ่งใส่ภาชนะที่มีฝาปิด วางทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน ลองชิมดู ถ้ายังไม่เปรี้ยว อาจทิ้งไว้อีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนได้รสที่ต้องการ จึงนำเข้าแช่ตู้เย็น เวลาจะกินใส่ผลไม้ หรือธัญพืชที่ชอบลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน โยเกิร์ตนี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน และเก็บไว้เป็นหัวเชื้อในครั้งต่อไปได้ ขอบคุณที่มาจาก :  Health&Cuisine พฤศจิกายน, Issue 82