ดัดผม

คอนโทรลได้!! บีร็อด เฉยๆ ราชัน สนคว้า ราฮีม เติมจี๊ดริมเส้น
ราชันชุดขาว /  ราฮีม / 

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือมาดนิ่งของ ลิเวอร์พูล ยืนยันว่าไม่แคร์สื่อกับข่าวลือที่เจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกลูกรักวัย 19 ปี กำลังตกเป็นเหยื่อของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ที่หวังจะพลากตัวเขาออกจากรัง "หงส์แดง" ในช่วงซัมเมอร์หน้า เทรนเนอร์ชาว ไอร์แลนด์เหนือ พูดถึงเรื่องนี้ว่า "มันทำให้รู้ว่าตอนนี้เขาโชว์ฟอร์มได้เยี่ยมมากแค่ไหน" "ผมคิดว่าพวกคุณอยากจะจับ ราฮีม โยงไปกับโสมสรไหนในโลกก็ได้อยู่แล้ว แต่บอกตรงนี้เลย ผมเฉยๆมาก" อดีตบิ๊กบอส สวอนซี ทิ้งทวน

สวนสุนันทา ลงโทษแล้ว รุ่นพี่รับน้องโหดใช้เทียนหยดใส่แขน
ข่าวรับน้อง /  ข่าววันนี้ / 

รุ่นพี่รับน้องโหด ใช้น้ำตาเทียนหยดใส่แขน จนเป็นแผลพุพอง ด้านราชภัฎม.ดัง ร่อนแถลงสั่งภาคทัณฑ์รุ่นพี่แล้ว เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Aut Tra Pon ได้มีการโพสต์ภาพสุดสยองที่อ้างว่าเป็นร่องรอยของกิจกรรมรับน้องของสถาบันราชภัฎชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ด้วยการนำน้ำตาเทียนหยดลงไปบนท้องแขนของรุ่นน้อง ก่อนจะส่งผลทำให้เป็นแผลพุพองทั้งตัว พร้อมเรียกร้องให้สถาบันดังกล่าวออกมารับผิดชอบ โดยเจ้าของเพจได้ระบุว่า "น้องผมเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาเทคโนโลยีการพิมพ์ แล้วโดนรุ่นพี่รับน้องแบบป่าเถื่อนมาก แล้วพอไปสอบถามอาจารย์กลับได้คำตอบที่ดีมากว่า มันเป็นการรับน้องของรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ที่ทำต่อๆ กันมา แล้วเค้าก็บอกว่า ได้เรียกรุ่นพี่มาตักเตือนแล้ว ถ้าเป็นลูกเป็นหลานคุณบ้างล่ะ คุณคงไม่อยู่เฉยๆ แน่นอน ผมกับครอบครัวคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบลงแบบง่ายๆ แน่นอน ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มันจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์นี้กับใครอีก รบกวนขอความเห็นใจช่วยกันแชร์ทีนะครับ เหตุการณ์แบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นกับน้องคนอื่นๆ อีก ผมไม่อยากให้เรื่องนี้มันเงียบหายไป จากพี่ผมไปสอบถามคุณพ่อคุณแม่ของเด็กบางคน เค้าก็กลัวไม่กล้าไปแจ้งความ เพราะกลัวลูกจะถูกรุ่นพี่ทำร้าย และบางคนก็ไม่มีเวลาพาลูกไปแจ้งความ เพราะความจน งานก็หยุดไม่ได้ จะนั่งรถไปแต่ละที ค่ารถก็หลายร้อยบาท มันคงจะดูเป็นเงินไม่เยอะสำหรับคนรวย แต่มันเยอะมากนะครับสำหรับคนจนๆ กลับการที่ต้องมานั่งลางานแล้วหาเงินค่ารถไปแจ้งความ กับการกระทำสิ้นคิดของพวกคุณ" ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก็ได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า จากการสอบสวนพบว่ารุ่นพี่จำนวนหนึ่งทำผิดจริงด้วยความคึกคะนอง จึงได้ลงโทษทางวินัยด้วยการภาคทัณฑ์ตามระเบียบสภามหาวิทยาลัยฯ รวมทั้งขอโทษคู่กรณีอย่างเป็นทางการ และจะกวดขันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้มหาวิทยาลัยฯ เสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น จึงขออภัยต่อผู้ปกครองและนักศึกษาที่ถูกกระทำ และจะดำเนินการทุกวิถีทางให้เรื่องยุติและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด MThai news

ตามเนื้อผ้า! ราฮีม ชนะใจ เดอะ ค็อป ซิวนักเตะยอดเยี่ยมเดือน สิงหาคม ได้สำเร็จ
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน /  ซิมง มินโญเลต์ / 

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวจี๊ดวัย 19 ปี ของ ลิเวอร์พูล คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน สิงหาคม ของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ได้สำเร็จ โดยคะแนนมาจากการโหวตของสาวก "หงส์แดง" ผ่านทางทวิตเตอร์ แถมเจ้าตัวยังซิวรางวัลนี้เหนือเพื่อนร่วมทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน และซิมง มินโญเลต์ ที่มีชื่อลุ้นเป็นเจ้าของรางวัลนี้เหมือนกัน วันเดอร์คิด เลือดผู้ดี ให้สัมภาษณ์หลังรับรางวัลที่สนามซ้อม เมลวู้ด ว่า "ผมยินดีมากๆที่คว้ารางวัลนี้มาครอง ถึงแม้การเริ่มต้น(ฤดูกาล)มันจะยากนิดหน่อย แต่ผมก็หวังว่าเราจะกลับมาชนะคู่แข่งได้บ่อยขึ้น เหมือนกับที่เคยทำได้เมื่อปลายซีซั่น2013/14"

ถุงมือรั่ว? คาร์ร่า ตำหนิ มินโญเลต์ ยังไม่ดีพอสำหรับ ลิเวอร์พูล
คาร์ราเกอร์ /  คาร์ร่า / 

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตเซ็นเตอร์ฮาร์ฟระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ออกโรงตำหนิ ซิมง มินโญเลต์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทัพ "หงส์แดง" ว่าไร้การพัฒนา เพราะช่วงหลังๆแทบไม่เห็นจังหวะเซฟสำคัญ ช่วยทีมคว้าแต้มที่ไม่น่าจะตกหล่นได้เลย ทำให้ "คิงคาร์ร่า" มองว่าปัจจุบันนายด่านชาว เบลเยี่ยม รายนี้ ยังไม่ใช่ ผู้รักษาประตู ที่ดีพอสำหรับอดีตต้นสังกัดของเขา อดีตแนวรับวัย 36 ปี พูดถึงเรื่องนี้กับ Sky Sports ว่า "ผมคิดว่าการเป็นผู้รักษาประตูที่ดี มันต้องมีจังหวะโชว์ซุปเปอร์เซฟ ในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ พร้อมกับพาทีมคว้าคะแนนสำคัญมาครองให้ได้" "ตอนนั้น(โดน เอฟเวอร์ตัน ตีเสมอ 1-1)เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาสามารถทำได้ดีกว่านี้หรือเปล่า?" คาร์ราเกอร์ ตบท้าย

แชร์ว่อนเน็ต นักข่าวบัลแกเรียหน้าเหมือน ซลาตัน
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช /  นักข่าว / 

ฮริสโต ฮริสตอฟ นักข่าวชาวบัลแกเรียกลายเป็นคนดังบนโลกอินเตอร์เน็ตแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อหน้าตาเขาดันไปละม้ายคล้ายคลึงกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดดาวเตะชาวสวีเดน รูปของ ฮริสตรอฟ ถูกแชร์ไปทั่วในสังคมโซเชี่ยลฯ หลายคนบอกว่าหน้าตาเขาเหมือน ซลาตัน เวอร์ชั่นเนิร์ด เมื่อมีคนไปถามเขาว่ารู้สึกอย่างไรที่มีหน้าตาไปเหมือนคนดัง เขาตอบว่า “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนบอกว่าหน้าตาผมเหมือนคนดัง ก่อนหน้านี้มีหลายคนบอกว่าหน้าผมเหมือน จอห์นนี่ เด็ปป์ มันทำให้ผมอมยิ้มเลยล่ะ”

ลุค ชอว์ รับโคตรเสียว โนแลนด์ ยิงเข้าแต่สุดท้ายล้ำหน้า
ลุค ชอว์ /  เควิน โนแลนด์ / 

ล้ำหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้ๆไม่เป็นประตูสำหรับลูกเข้าชาร์จของ เควิน โนแลนด์ กองกลางตัวเก๋าของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เวสต์แฮม ไปได้ 2-1 ซึ่งในเกมดังกล่าวมีจังหวะค้านสายตาแฟนบอลคือ จังหวะเข้าชาร์จของ เควิน โนแลนด์ พังประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่เคราะห์ดีที่ไลน์แมนทันเกมชูธงชี้เป็นการล้ำหน้าซะก่อน แต่เมื่อดูจากภาพช้านั้นก้ำกึ่งสุดๆ และล่าสุด ลุค ชอว์ แบ็กหน้าหล่อของทีมที่ได้โอกาสลงเป็นตัวจริงในเกมดังกล่าวก็ออกมาพูดถึงจังหวะดังกล่าวว่า "ใจของผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยกับจังหวะนั้น" "ผมไม่รู้ว่าจังหวะดังกล่าวเป็นลูกล้ำหน้า มันใกล้เคียงมากเลยนะ พวกเราไม่มีโชคจากการตัดสินของกรรมการมากนัก" "เราโชคร้ายกับการตัดสินของกรรมการมาหลายครั้ง รูนี่ย์ โดนใบ นักเตะทีมเยือนมีจังหวะแฮนด์บอลและผู้ตัดสินก็ไม่ได้เป่าหยุดเกม" ลุค ชอว์ กล่าว

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

อย่าไปซี! ตาหวาน ภูมิใจลูกทีมทำดีแล้ว รับโชคร้ายดันมาโดนท้ายเกม
ร็อดเจอร์ส /  ลิเวอร์พูล / 

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือตาหวานของ ลิเวอร์พูล ยืนยันว่าตัวเขายังคงภูมิใจในตัวลูกทีมมากๆ แม้ว่าจะเพิ่งเปิดรัง แอนฟิลด์ เจ๊า เอฟเวอร์ตัน ในศึก "เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" ด้วยสกอร์ 1-1 มาล่าสุดก็ตาม เพราะตนมองว่า "หงส์แดง" เป็นทีมที่ดีกว่าแทบจะตลอด 90 นาทีของการแข่งขัน แต่โชคร้ายไปหน่อยที่ดันไปโดนตีเสมอในช่วงเวลาที่ยากจะแก้ตัว เทรนเนอร์ชาว ไอร์แลนด์เหนือ ให้สัมภาษณ์หลังเกมถึงเรื่องนี้ว่า "มันชัดเจนอยู่แล้วว่าวันนี้เราเป็นทีมที่ดีกว่า เมื่อคุณเสียประตูในช่วงงเวลาแบบนั้นมันก็ยากที่จะตามแก้คืน เพราะฉะนั้นวันนี้พวกเขาโชคดีที่มีแต้มติดไม้ติดมือกลับออกไป แต่ผมก็ภูมิใจในตัวลูกทีมมากๆเลยนะ"

ใช้แล้วติดใจ! เปเยกรินีแย้มจะให้ แลมพาร์ด อยู่เรือใบยาว
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่าอาจขยายเวลายืมตัว แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตมิดฟิลด์จจอมถล่มประตูของ เชลซี ออกไป ทีมเรือใบสีฟ้าทำสัญญายืมตัว แลมพาร์ด มาจากทีมลูกอย่าง นิวยอร์ค ซิตี้ ใน เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ของ อเมริกา จนกระทั่งจบเดือนมกราคมนี้ แต่หลังจากกองกลางวัย 36 ปีรายนี้ทำผลงานสุดยอดกับทีม กุนซือชาวชิลีมีแผนที่จะขยายสัญญาของ แลมพาร์ด ออกไป “เราต้องมาดูกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม เรามีตั้งสองสามเดือนให้ตัดสินใจ” เปเยกรินี กล่าว “เขาเป็นนักเตะคนสำคัญ แฟรงค์สามารถทำประตูได้เสมอ ผมเคยบอกไปแล้วว่าเขาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม” เขาบอกอีกว่า “บางทีในวัย 36 ปี (ด้วยสภาพร่างกาย)เขาคงไม่สามารถเล่นได้สามเกมติดต่อกันแต่เขารู้วิธีที่จะเล่นและเขาคือสุดยอดนักเตะในแง่นั้น”

สุริยะใส วิเคราะห์โผ สปช.ภาพรวมดูดี-ตัวแทนเกษตรกรน้อยไป
สปช. /  สุริยะใส / 

สุริยะใส วิเคราะห์โผ สปช. ภาพรวมดูดี แต่น่าเสียดายตัวแทนภาคแรงงาน-กลุ่มเกษตรกรน้อยไปหน่อย วันนี้ ( 29 ก.ย.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้  วิเคราะห์โผ สปช. ดูโผรายชื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. ที่มีการคาดการณ์กันจาก 11 ด้านนั้นไม่รู้ว่าโผจริงหรือไม่ แค่ไหน ยังต้องรอจนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯเท่านั้น แต่ถ้าเป็นจริงก็ถือว่าคาดหวังได้พอสมควร คลายความกังวลของสังคมว่าจะมีการล็อกสเปค ที่มีข่าวว่าจะเอาแต่ทหารและข้าราชการประจำ แต่เท่าที่นับดูมีทหารติดโผ 25 คนก็ถือว่าไม่เยอะมาก สัดส่วนของนักวิชาการประเภทดี เด่น ดัง ในแต่ละด้าน ก็ติดโผกันเยอะพอสมควร ตัวแทนจากภาคประชาชน กลุ่มเคลื่อนไหวก็ยังพอมีที่นั่งอยู่บ้าง ที่น่าเสียดายคือขาดตัวแทนจากภาคแรงงานและจากกลุ่มเกษตรกรน้อยไปหน่อย แม้จะเสียดายหลายคนที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่ได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ แต่ภาพรวม ผมก็ถือว่ามีความหลากหลายพอสมควร และที่เห็นด้วยอย่างยิ่งมีการตัดสัดส่วนของผู้ถูกเสนอชื่อจากองค์กรอิสระและบรรดากรรมการองค์กรอิสระออกไปเพราะถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียและที่สำคัญองค์กรอิสระก็อยู่ในเป้าหมายที่ต้องมีการปฏิรูปครั้งนี้ด้วย ยังไงก็ยังต้องติดตามกันต่อครับว่าโผที่มีการพูดกันว่าเป็นโผจริงหรือโผปลอม! MThai News

ซาโก้ โพสเฟซ สำนึกผิดที่ซิ่งรถหรูออกจากสนาม หลังหลุดโผตัวจริง,สำรอง
ซาโก้ /  มามาดู ซาโก้ / 

มามาดู ซาโก้ ปราการหลังผิวสีของ ลิเวอร์พูล ออกมาขอโทษกับพฤติกรรมที่เจ้าตัวดันตัดสินใจซิ่งรถหรูออกจากสนาม แอนฟิลด์ หลังทราบว่าศึก "เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" กับ เอฟเวอร์ตัน ไม่มีชื่อของตนทั้งในตัวจริง และสำรอง ซึ่งหลังจากตัดสินใจครั้งนั้นออกไปเจ้าตัวก็รีบออกมาขอโทษ พร้อมกับสำนึกผิดผ่าน Facebook ส่วนตัวเรียบร้อย เซ็นเตอร์ฮาร์ฟเลือดน้ำหอม โพสข้อความบนเฟซบุคว่า "ผมอยากจะขอโทษสโมสร, แฟนบอล และทุกๆคนที่กำลังหัวเสียกับพฤติกรรมของผม ที่ได้ออกจากสนามไม่ยอมไปเชียร์เพื่อนแข่งในบ่ายวันนี้" "ผมรู้ซึ้งแล้ว ว่านี่มันคือทางเลือกที่แย่มากๆ สำหรับการตัดสินใจไม่ไปชมเกมวันนี้!" ซาโก้ ปิดท้าย

ไม่ปกป้อง! ฟานกัล ชี้ รูนี่ย์ สมควรโดนใบแดง
พรีเมียร์ลีก /  ฟุตบอล / 

หลุยส์ ฟานกัล กุนซือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับว่า เวนย์ รูนี่ย์ กัปตันทีมของตัวเองสมควรโดนไล่ออกจากสนามแล้ว ในนัดที่เปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปแบบเสียวไส้ 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยในนัดดังกล่าว กัปตันทีมวัย 28 ปีไปสอย สจ๊วต ดาวนิ่ง นักเตะเวสต์แฮม แบบน่าเกลียด จนโดน ลี เมสัน ผู้ตัดสินไล่ออกจากสนามทันที “มันเป็นใบแดงที่ถูกต้องแล้วสำหรับ เวนย์” ฟาน กัล กล่าว “แต่ผมเข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนั้น” “แต่ผมคิดว่ามันน่าจะทำแบบ ละมุนละม่อมได้มากกว่านี้ คือสิ่งที่ผมพูดได้” “จริงๆผมเรียกมันว่าโปรเฟสชั่นแนลฟาลว์” สำหรับ รูนี่ย์ จะติดโทษแบนอดช่วยทีมลงสนามพบกับ เอฟเวอร์ตัน, เวสต์บรอมวิช และ เชลซี

S.D.F ดึง แทค-ต้นหอม-ต๊ะ รักสามเส้าเดือดทะลุจอ!! ใน ทำไมไม่คิดดีดี
S.D.F /  We Records / 

เป็นวงร็อคนักกล้ามที่โกยคะแนนความนิยมได้อยู่ตลอดเลยจริงเชีย สำหรับ 5 หนุ่ม ในนาม S.D.F (เอส.ดี.เอฟ) ประกอบด้วย “แชมป์-นิตินันท์ จันทรเดชา (ร้องนำ), แฮ๊ค-ฐาปนา ณ บางช้าง (กีต้าร์), เต๊ะ-อาณัติ วิวรรธน์ธาดา(กีต้าร์),ไท-จีรศักดิ์ ไฝสิงห์ (เบส) และ เอ็ม-ธีรยุทธ ลิ่ววิทยาคม (กลอง)” หลังจากที่เพลงประกอบ2เรื่อง “สุดฤทธิ์ “ost. รักสุดฤทธิ์ และ “เกิดมาเพื่อรักเธอ” ost. สามีตีตรา ปล่อยออกมาก็ทำให้ทั้ง 5 หนุ่ม กลายเป็นท้อปแบนด์ด้วยเวลาอันรวดเร็ว คราวนี้ “ S.D.F (เอส.ดี.เอฟ)”ขอตอกย้ำความแรงแบบสุดขั้วอีกระลอก กลับซิงเกิ้ลล่าสุดของพวกเค้า “ทำไมไม่คิดดีดี” ที่ทั้งเนื้อร้องและเรื่องราวของมิวสิควิดีโอตัวนี้สร้างมาจากเรื่องจริงของบิ๊กบอส We Records “ฟองเบียร์-ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม” งานนี้เรียกว่าทุกขั้นตอนการผลิตต้องผ่าน QC จาก “ฟองเบียร์” ก่อน แม้กระทั่งการคัดเฟ้นนักแสดงนำอย่าง แทค-ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม และ ดีเจต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ คู่รักไอดอลของการง้องอน ที่เป็นการเปิดซิงเล่นมิวสิควิดีโอด้วยกันครั้งแรกของทั้งคู่ แถมเป็นการโคจรมาพบกับนักแสดงคุณภาพที่ห่างหายจากหน้าจอไปนานอย่าง ต๊ะ-ฌานิศ ใหญ่เสมอ ในเรื่องราวรักสามเส้า ที่เข้มข้นทะลุจอ โดยเฉพาะฉากไฮไลท์ที่ “แทค”(แฟนเก่า) กำลังปลอบใจ “ต้นหอม” ที่โดน “ต๊ะ”(แฟนใหม่)ทำร้ายมา และ “ต๊ะ”ตามมาเจอ จึงเกิดการปะทะกันขึ้นระหว่าง “ต๊ะ-แทค” ระหว่างที่ สองหนุ่มกำลังแลกหมัดกันอยู่นั้น ด้วยอินเนอร์ที่กำลังพลุ่งพล่านของทั้งคู่จึงเกิดการผิดคิวกันขึ้น เรียกว่าเล่นจริง เจ็บจริง ไม่พึ่งสแตนอินกันเลยทีเดียว แต่ด้วยสปิริตของ “ต๊ะ”ทำให้งานดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น จนกระทั่งจบการถ่ายทำ ส่วนทั้ง5หนุ่ม “แชมป์-แฮ็ค-เต๊ะ-ไท-เอ็ม” ก็ระเบิดพลังร็อคอย่างดุเดือดไม่แพ้ไลน์สตอรี่กันเลยทีเดียว โดยวันนี้ทั้ง 5 หนุ่มอยู่ในลุคส์ร็อคมาดเท่ห์เน้นชุดคอนเซปโทนสีดำ ซาวน์ดนตรียังคงเป็นร็อคแต่ไม่หนักมากเพื่อให้เข้าถึงเนื้อเพลงที่สร้างมาจากเรื่องจริงมากยิ่งขึ้น รูดม่านปิดจ๊อบนี้อย่างสวยงามด้วยคำสัมภาษณ์จาก “ฟองเบียร์” เจ้าของเค้าโครงเรื่องจริงและคนแต่งเพลงนี้       “เรื่องราวนี้เป็นส่วนหนึ่งจากชีวิตผมเมื่อนานมาแล้ว ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาแต่งแต่เพลงคนอี่น (เพลงละคร) นามมากแล้วที่ไม่ได้แต่งเพลงที่มาจากชีวิตตัวเอง จนมาครั้งนี้ที่แต่งขึ้นและมอบให้วง เอส.ดี.เอฟ เป็นผู้ถ่ายทอด วันที่แฮ็คส่งเดโม่กลับมาให้ผมฟัง ผมถึงกับร้องไห้ มันจะเรียกว่ายังรักก็ไม่ถูก เพราะตอนนั้นที่ต้องจากกัน มันเป็นการจากที่ไม่มีการบอกลา จนกลับมาเจอกันอีกที ต่างคนต่างก็มีครอบครัวกันแล้ว ชีวิตต่างดำเนินกันไป มันคงเป็นความคิดถึงเรื่องวันวานมากกว่าที่ทำให้มีน้ำตาได้” ติดตามมิวสิควิดีโอเพลง “ทำไมไม่คิดดีดี”ของวง “S.D.F (เอส.ดี.เอฟ)” ได้ในวันที่ 9 ต.ค. 2557 และสามารถดาวโหลดเพลงนี้ได้ที่ *1238869 และสามารถติดตามข่าวสารของ วง “S.D.F (เอส.ดี.เอฟ)” ได้ที่ IG: Werecords และ facebook : werecords มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

Sergio Mendes Live in Bangkok อีกครั้งกับคอนเสิร์ตของศิลปินแจ๊สบอสซาโนวาระดับตำนาน
Sergio Mendes /  Sergio Mendes Live in Bangkok / 

บริษัท บีอุส จำกัด อุ่นเครื่องเตรียมต้อนรับการมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งของ “เซอร์จิโอ เมนเดส” ศิลปินแจ๊สบอสซาโนวาระดับตำนานของโลกที่จะเปิดการแสดงในเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้วยการเชิญปรมาจารย์เพลงแจ๊ส เล็ก – ทีโบน และ ป้อม – ออโต้บาห์น ร่วมกันร้องและบรรเลงเพลงของเซอร์จิโอ ให้สื่อมวลชนฟังอย่างสนุกสนานในบรรยากาศเป็นกันเอง ณ ร้านรถเสบียง สุขุมวิท 11 โดยมีโรจ ควันธรรม เป็นพิธีกรในงาน จักรพันธุ์ สุวรรณิก ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีอุส จำกัด ผู้จัดคอนเสิร์ตกล่าวว่า “คอเพลงแจ๊สรอพบกับเซอร์จิโอมานานหลายปี จนบางคนทนไม่ไหวถึงกับนั่งเครื่องบินไปชมคอนเสิร์ตของเขาที่ต่างประเทศมา 3-4 รอบแล้วก็มี ผมจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราน่าจะเชิญศิลปินคนนี้มาแสดงอีกครั้ง และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ร่วมสนับสนุนจัดงานคอนเสิร์ต “Sergio Mendes Live in Bangkok” ได้แก่ พีพีทีวี โรงพยาบาลกรุงเทพ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยจะเปิดการแสดงเพียงรอบเดียวเท่านั้นในวันที่ 13 พฤศจิกายน นี้ แฟนเพลงของเซอร์จิโอคงต้องรีบจองบัตรกันหน่อยนะครับ เพราะได้ข่าวว่าจะมีแฟนเพลงจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนมากันเยอะ เพราะเขาเลือกประเทศไทยเพียงประเทศเดียวในเอเชียสำหรับทัวร์คอนเสิร์ตปีนี้” โรจ ควันธรรม เป็นอีกผู้หนึ่งที่ชื่นชอบและติดตามผลงานเพลงของเซอร์จิโอมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า “ท่วงทำนองเพลงของเซอร์จิโอไม่เหมือนใครจริงๆ เขามีลูกเล่นที่คอยกระตุ้นอารมณ์ของคนฟังให้สนุกสนาน จังหวะของโน้ตเพลงก็เหมือนจะดึงตัวเราให้เต้นตามไปด้วย ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาจึงมีผลงานเพลงร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพราะเพลงของเขามีความร่วมสมัยมากๆ นั่นเอง” เซอร์จิโอ เจ้าของผลงานเพลงยอดฮิตที่กลายเป็นบทเพลงอมตะตลอดกาล “Mas Que Nada” ต้นแบบของเพลงบอสซาโนวาที่ยังคงฮิตติดหูชาวโลกมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ โดยนักดนตรีทั่วโลกต่างก็ยอมรับและชื่นชมในความมีอัจริยะทางโน้ตเพลงของชายคนนี้ ในวันแถลงข่าวแนะนำคอนเสิร์ตของเซอร์จิโอ อริญญ์ ปานพุ่ม (เล็ก – ทีโบน) และ โชติชู พึ่งอุดม (ป้อม – ออโต้บาห์น) ก็ได้มาร่วมกันขับร้องและบรรเลงเพลงของเซอร์จิโอให้กับสื่อมวลชนและแขกรับเชิญได้ฟังกันอย่างสนุกสนาน ป้อม – ออโต้บาห์น กล่าวหลังจากขับร้องเพลง “Never gonna let you go” ของเซอร์จิโอ “ผมร้องเพลงมาก็เกือบ 30 ปีแล้ว วันนี้เป็นครั้งแรกที่ถือเนื้อเพลงขึ้นมาร้อง ทั้งๆ ที่เนื้อเพลงมีแค่ 5 ท่อน แต่มีการเปลี่ยนคีย์เสียงถึง 5 ครั้ง นี่ยังไม่รวมอินโทรกับโซโล่นะครับ ยอมรับว่าร้องยากมาก แต่มีความไพเราะมากจริงๆ ดนตรีของเซอร์จิโอนี่ ไม่ติดยึดกับอะไรเลย เมโลดี้เขาจะพลิ้วไปเรื่อยครับ” เล็ก – ทีโบน พูดเสริม “อย่าว่าแต่ร้องเลยครับ การจะเล่นดนตรีให้เหมือนที่เซอร์จิโอเล่น ก็ยากมากเหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่ามันวิเศษเพียงไหนจะต้องมาชมการแสดงสดของเขาครับ เพลงของเซอร์จิโอ นอกเหนือจากแนวดนตรีที่เขายึดแนวบอสซาโนว่าเป็นหลักแล้ว เขายังนำแจ๊สมาผสมกับฟังก์ ละติน ผสมกับแซมบ้า แมมโบ้ อะไรก็แล้วแต่ ท่วงทำนองไม่ได้เป็นจังหวะเท่าๆ กันตลอดเพลง แต่ก็ไหลรื่นเข้ากันได้เป็นอย่างดี เขาเล่นได้หมดทุกแนวเพลง ทำให้เขามีผลงานเพลงกับศึลปินรุ่นใหม่และเข้าถึงผู้ฟังเพลงได้หลากหลาย” ปัจจุบัน เมนเดส ในวัย 73 ปี ยังคงตระเวนเปิดการแสดงตามคำเรียกร้องของแฟนเพลงทั่วโลก แม้จะผ่านมา 4 ทศวรรษแล้ว เขาก็ยังไม่หยุดสร้างสรรค์บทเพลงตามแบบฉบับของเขา แถมยังเติมความร่วมสมัยด้วยการร่วมงานกับนักดนตรีระดับโลกอีกหลายคน อย่าง วิล ไอ แอม จอห์น เลเจนด์ อีรีคา บาดู คิว-ทิป และรายอื่นๆ ในอัลบั้ม “Timeless” ที่คนรุ่นใหญ่ก็ปลื้ม คนรุ่นใหม่ฟังสนุก อีกไม่นานนี้ แฟนเพลงที่ชื่นชอบกลิ่นอายบราซิลเลียน เพลงฟังสบายชวนขยับและการเรียบเรียงดนตรีชั้นครู จะได้พบกับเขาและการแสดงแบบจัดเต็ม กับคอนเสิร์ตที่จะเป็นที่สุดแห่งปี “Sergio Mendes Live In Bangkok” ในวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2557 เวลา 20.00 น. ณ ห้องแจ้งวัฒนะฮอลล์ ชั้น 5 อาคารจอดรถ B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ บัตรราคา 5,000 / 4,000/ 3,200 / 2,400 / 1,000 บาท จองบัตรได้แล้ววันนี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร.02 262-3456 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiticketmajor.com หรือ www.facebook.com/beuscompany มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ช่วยๆกันชื่นชม ร็อบเบน มีแผนทำพิพิธภัณฑ์ของตัวเอง
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

อาร์เยน ร็อบเบน ปีกจอมฉายเดี่ยวของ บาเยิร์น มิวนิค ออกมาประกาศว่ามีแผนที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับชีวิตค้าแข้งของเขาในบ้านตัวเอง ร็อบเบน ที่ผ่านชีวิตค้าแข้งมาอย่างโชกโชนทั้งกับ เรอัล มาดริด, เชลซี, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น รวมไปถึง ทีมชาติฮอลแลนด์ บอกว่า “ผมฝันว่าอยากจะสร้างพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวและเก็บทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับผมไว้ในนั้น ผมอยากทำมันเพื่อตัวเอง ครอบครัว และเพื่อนสนิทของผม “ผมได้ของที่ระลึกมาเยอะแยะ ทั้งเสื้อแข่งของเพื่อนนักเตะคนอื่นๆ แล้วผมยังเก็บลูกบอลที่ใช้แข่งขันนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2013 ไว้ด้วย(ปีนั้น บาเยิร์น คว้าแชมป์ด้วยการ ชนะ ดอร์ทมุนต์ 2-1 ร็อบเบนเป็นผู้ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกม)” “ผมยังมีรองเท้าที่ผมใส่ตอนลงเตะ ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลยูโร ด้วย ความคิดของผมคืออยากเอาทุกอย่างมารวมกันไว้จะได้ไม่มีอะไรหายไป”

บริทนีย์ สเปียร์ส หั่นผมสั้น เปรี้ยวจี๊ด
บริทนีย์ สเปียร์ส /  Britney Spears / 

บริทนีย์ สเปียร์ส (Britney Spears)หั่นผมบ็อบระบ่า

แก้วสรร เปรียบการเมืองไทย เหมือนวรรณกรรม ไซอิ๋ว
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

แก้วสรร หยิบตำนาน ไซอิ๋ว เทียบ การเมืองไทย แนะเอาความกล้า และความถูกต้องกลับมาเป็นตัวละครเอกเดินหน้าปฏิรูปประเทศ อย่าหลงแต่ปรองดอง วันนี้ ( 26 ก.ย.) เพจเฟซบุ๊ก @สายตรงภาคสนาม ได้มีการนำบทความของนายแก้วสรร อติโพธิ ที่เปรียบเทียบการเมืองไทยยุค คสช. เหมือนวรรณกรรมสุดคลาสสิคของจีนเรื่อง ไซอิ๋ว โดยระบุว่า "ถังซําจั๋งทิ้งเห้งเจีย เสกยันต์ มหาปฏิรูป เผชิญฝูงปีศาจแกล้งตาย" "เมืองไทยยุค คสช. กำลังพยายามรวบรวมจิตอันเป็นกุศลของผู้คน ให้ตั้งมั่นสามัคคีกันเดินทางไกลเพื่อปฏิรูปบ้านเมือง เหมือนกับวรรณกรรมคลาสสิกของจีนชื่อ “ไซอิ๋ว” ที่มีพระถังซําจั๋ง และลูกศิษย์ ทั้ง ๔ ร่วมขบวนเดินทาง “ มุ่งตะวันตก” สู่ชมพูทวีปต้องฟันฝ่าอุปสรรคและฝูงปีศาจ ร้ายนานา จนสามารถอัญเชิญพระไตรปิฎกมาเป็นธรรมประทีปของแผ่นดินจีนได้สำเร็จ “ไซอิ๋ว” ไทยในระบอบ คสช. นี้ เดินเรื่องตามโร๊ดแมปมาได้ กว่า ๒๕% แล้ว จะมีตอนจบอย่างไร จะพาประเทศไปถึงไหนได้บ้างหรือไม่ ก็มาถึงตอนสำคัญในปลายปี ๕๗ นี้ พอดี ดังผม จะขอบรรยายในทำนองสนทนาพูดคุยกันให้ท่านได้ สดับกันตามควรดังต่อไปนี้ ถาม ถังซําจั๋งในไซอิ๋วจีนกับไทย ทำไมชอบไล่ เห้งเจียเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เห้งเจียซื่อสัตย์ต่ออาจารย์ เหน็ดเหนื่อยสู้กับปีศาจร้ายปางตายมาตลอดการเดินทาง ตอบ ถังซําจั๋งมีกิเลสอยากจะทำตนให้ดูยึดติดในเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขามากๆ เลยกลายเป็น อาการหลงใหลในความเป็นกลางและการปรองดอง เห็นเห้งเจียรบกั บปีศาจที ไรก็หาว่าทะเลาะวิวาทกันติดจะเล่นบทโปรดสัตว์ จะให้ ปรองดองกันทุกที ไป ถาม ถังซําจั๋งไทยนี่..เคยโดนนางพญาแมงมุมแดงจอมใบ้หวย หลอกจะเอาไปเป็นผัวเมื่อเร็วๆ นี้ทีหนึ่งแล้ว ทำไมยังไม่เข็ดเสียที ตอบ บอกว่าเถอะ..ข้างเห้งเจียก็ไม่เข็ดเหมือนกัน ไล่ได้ก็กลับมาได้ทุกที เหตุเพราะถือเป็นการต่อสู้ป้องกันคาราวานแห่งธรรม เมื่อพวกปีศาจจะมารังแก เห้งเจียก็มีความชอบธรรมที่จะขับไล่มันได้ แม้อาจารย์จะบิดเบือนเป็นการทะเละวิวาทเพราะเอาแต่ปรองดองก็เรื่องของอาจารย์ คาราวานนี้เห้งเจียเขาก็ถือว่าเป็นของเขาด้วย ถาม แสดงว่า...เห้งเจียเป็นเสรีชน ตอบ ถูกต้องครับ...ส่วนถังซําจั๋งนั้นตกอยู่ในมิจฉาทิฐิ ถาม มิน่าเล่า...ถึงพรํ่าบ่นตลอดทางว่า..อยากฆ่ากัน อยากชกกันนักหรือ จะให้ตัวเองกลับไปเฝ้าวัดเมื่อใดก็ได้นะ ตอบ ตัวตนจริงๆ นั้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว ถังซําจั๋งกำหนดจุดยืนและบทบาทของตนไม่ได้เลยว่ามานำคาราวานนี้ทำไม เพื่ออะไร และจะไปทางไหน ได้แต่เดินทางไปพลาง ร้องปรองดองไปพลาง เท่านั้น ถาม เหลือแต่โป๊ยก่าย กับซัวเจ๋ง อย่างนี้จะช่วยอะไรได้บ้างไหม ตอบ พวกนี้เล่นบทตามสั่ง เหมือนเจ้าหน้าที่ประจำเท่านั้น เรื่องความกล้าในความถูกต้องรู้เท่าทันปีศาจต้องฝากไว้กับเห้งเจียเขา เจ้าโป๊ยก่ายนั่น..ต้องระวังให้ดี กิเลสตัณหายังมาก ถาม แล้ว “ยันต์มหาปฏิรูป” นี่ จะช่วยการเดินทางของถังซําจั๋งได้แค่ไหน ตอบ ท่านเง็กเซียนท่านให้ใช้สติ ปัญญา ความมานะอดทน ความกล้าหาญ ของคนในคาราวานเดินทางไกลร่วมกัน มันไม่มียันต์วิเศษอะไรที่จะปลุกเสกอยู่ ๑ ปี ก็บรรลุถึงดินแดนแห่งธรรมได้ ที่ทำไปก็เป็นแค่ตั้งปะรำพิธีแล้ว วี๊ดด..บึ้มมม...ถังซำจั๋ง...ถังซำจั๋ง..ปฏิรูป...ปฏิรูป...พร้อมแปรอักษรให้ชมเท่านั้นเอง ถาม แปรอักษร..อะไรครับ ตอบ คือบนปะรำพิธีนั้น จะมีการผลิตกฎหมายและองค์กรว่าด้วยการปฏิรูปออกมามากมาย ส่วนการปฏิรูปที่แท้จริงจะไม่มีเลย มีแต่การแปรอักษรเป็นกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปนานาเท่านั้น ถาม เมื่อ “ยันต์มหาปฏิรูป”ช่วยอะไรไม่ได้ ฝูงปีศาจไม่แห่มากันใหญ่หรือ ตอบ เส้นทางกำลังวิบากมากขึ้นทุกวัน ปีศาจที่เคยแกล้งตายจะลุกขึ้นมาโจมตีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเห้งเจียยังอยู่ ความกล้าหาญและความรู้จักถูกผิดก็จะยังอยู่เป็นเนื้อเดียวกัน ฝูงปีศาจจะถูกปราบถูกจับไปถ่วงนํ้า เป็นระลอกๆไปแล้ว ไม่ใช่ให้ซัวเจ๋งไปจับลูกกระจ๊อก จับนิดหน่อย ขู่นิดเดียว หยุดนิดหนึ่ง อย่างนี้หรอกครับ ถาม เห็น “อ๋อยอ๋อย” ปีศาจพันหน้าร้องเหอๆ มาแล้ว ว่าอีกปีหนึ่งพวกกูกลับมาแน่ แถมปีศาจ คาบคัมภีร์ ยังพากันแปลงร่างว๊อบแว๊บๆ มีปี๊บคลุมหัวด้วย ตอบ พวกมันกำลังขู่กำลังโจมตี ทางจิตวิทยา ให้ ขบวนถังซําจั๋งบ้าจี้ ประสาทแดก นี่ ถ้าออกนอก ด่านเง็กมึ๊งกวน เข้าทะเลทรายมหากาฬเมื่อใด จะพากันเหน็ดเหนื่อย แตกแยก และบ้ามากขึ้นอีกมาก สงสารก็แต่มังกรขาวที่ ถอดเขาถอดเขี้ยวเล็บ ยอมกลายเป็นม้ารับใช้ ยอมแบก หาม ขนของไป..ฟังเพลง “คืนความสุข” ไป เหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่จนทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้หยุดเลย ถาม อย่างนี้ ...ตอนจบก็ ไปไม่ ถึงแดนแห่งธรรมแน่ๆ ตอบ มาถึงบทนี้ “ไซอิ๋ว” ไทยต้องเอาเห้งเจียคือความกล้าและความถูกต้องกลับมาเป็นตัวละครเอก เอาวาทะกรรมฉวยโอกาสนานา ทั้ง “ปกป้อง”, “ปรองดอง”, “เป็นกลาง” ฯลฯ โยน ลงถังส้วมได้แล้ว MThai news

โจรบุกงัดร้านไก่ทอดเดชา
ข่าววันนี้ /  ร้านอาหารบ๋วย-เวียร์ / 

โจรบุกปล้น ร้านไก่ทอดเดชาของเวียร์ สุกลวัฒน์ และบ๊วย เชษฐวุฒิ ดาราและพิธีกรชื่อดัง เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ เสียหายกว่า 2 แสนบาท คาดเป็นคนร้ายกลุ่มเดิมที่เคยลงมือก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (27 ก.ย.) นางกาญจนา และตี หุ้นส่วนใหญ่ของร้านไก่ทอดเดชา ย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้มาเปิดร้านตามปกติ ก็พบว่าประตูเหล็กดัดที่หน้าร้านโดนตัดโซ่ และแม่กุญแจ โจรงัดร้านไก่ทอดเดชา ภายในร้านมีทรัพย์สินหายไปหลายรายการ อาทิ นมสด 1 ลัง, นมข้นหวาน 1 ลัง, ถังแก๊สขนาด 15 กิโลกรัม 3 ถัง, และหม้อต้ม 2 ใบ ทั้งนี้ยังประตูห้องแอร์ที่ให้บริการลูกค้าก็มีร่องรอยการงัดแงะ มีพัดลมหายไปอีก 3 ตัว รวมมูลค่า กว่า 1 แสนบาท ภายในร้านยังเต็มไปด้วยรอยรองเท้าของคนร้าย ซึ่งคาดว่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่เคยเข้ามาขโมยของในร้านเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เพราะลักษณะการก่อเหตุเป็นแบบเดียวกัน ทั้งรอยเท้า การตัดโซ่ แม่กุญแจ รวมถึงยังเอาของแบบใกล้เคียงกันไปด้วย โดยตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร คนงานในร้านก็จ้างมาจากที่บ้านของตนทั้งสิ้น แต่อาจเป็นการกลั่นแกล้งกันมากกว่า เพราะของที่คนร้ายเอาไปเป็นส่วนสำคัญของร้าน ด้านพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง รอยเท้า พร้อมทั้งจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณถนน และร้านใกล้เคียง เพื่อติดตามตัวคนร้ายแล้ว เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุที่ร้านเมื่อเดียวกันเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ส่วนประเด็นความขัดแย้งต่างๆ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อหาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูล @สายตรงภาคสนาม

ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ
ประวัติศาสตร์ /  ประเทศอียิปต์ / 

ถ้าพูดถึงความสวยความงามของสตรีที่อยู่คู่กับอารยธรรมอียิปต์โบราณ เชื่อว่าหลายๆ คนคงต้องนึกถึงพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นอันดับแรกถูกต้องไหมคะ แต่ยังมีอีกหนึ่งสตรีที่มีชื่อเสียงและเลอโฉมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ พระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) ผู้ที่โด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน และรูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ ซึ่งสร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องอียิปต์ ฟาโรห์ คงต้องรู้จักพระนางเนเฟอร์ติติ แน่นอน แต่ถ้าใครไม่รู้จักวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาติดตามเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ กันค่ะ   ประวัติศาสตร์ เนเฟอร์ติติ ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ ราชินี “เนเฟอร์ติติ” แปลว่า "ผู้งดงามหมดจด" แห่งอียิปต์โบราณได้รับการยกย่องมานานหลายพันปีว่าเป็นเจ้าของใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบ และรูปปั้นท่อนบนนี้เองที่เป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้าในตำนานได้กล่าวไว้ว่า อียิปต์ไม่เคยสร้างหญิงใดงามได้เท่าพระนางเนเฟอร์ติติซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์แบบด้วยพระสิริโฉมอันงดงาม สวมมงกุฎสูง และโกนพระเกศาเพื่อป้องกันเหาโรคร้าย และความร้อนของอียิปต์ นอกจากนี้เรื่องราวชีวิตต้นตระกูลของเนเฟอร์ติติก็ไม่มีใครทราบว่าบิดามารดาของเนเฟอร์ติติเป็นใคร แต่มีผู้เห็นพ้องต้องกันว่าเธออาจเป็นธิดาของเอย์ ผู้ที่ได้เป็นฟาโรห์ในเวลาต่อมา กับมเหสีที่มีชื่อว่าเทย์ อีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าเนเฟอร์ติติแท้จริงคือเจ้าหญิงทาดูคีปา ธิดาของกษัตริย์ทัชรัตตาแห่งมีทานนี ในม้วนคัมภีร์โบราณมีการกล่าวถึงชื่อนีเมรีธิน เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระนาง แต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ยังมีผู้เสนอแนวคิดว่าพระนางเป็นธิดา หรือพระญาติกับฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่สาม หรือไม่ก็เป็นชนชั้นสูงของชาวเธบ อีกทฤษฎีหนึ่งยกให้เนเฟอร์ติติเป็นธิดาของซีตามุน น้องสาวต่างมารดาของอาเมนโฮเทปที่สาม โดยมีพระราชินีเอียเรเป็นพระมารดาของนาง เอียเรเคยมีตำแหน่งเป็นองค์รัชทายาท แต่ตำแหน่งดังกล่าวต้องสิ้นสุดลงเมื่ออาเมนโฮเทปที่สามขึ้นครองบัลลังก์ ซีตามุนถูกเลี้ยงดูให้เป็นมเหสีของทีเย แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าพระนางมีโอรสธิดากับผู้ใดหรือไม่ มีหลักฐานอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าทั้งซีตามุนและเนเฟอร์ติติต่างก็มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน นั่นคือชื่อของทั้งคู่ต่างก็หมายความว่า "ผู้เลอโฉม" เนเฟอร์ติตินับถือเทพเพียงองค์เดียว นั่นก็คืออาตอน ทั้งนี้ อาเคนาเตน สวามีของพระนางอาจเป็นพระบิดา หรือไม่ก็พี่ชายต่างมารดาของฟาโรห์ตุตันคามุน ขึ้นอยู่กับว่าจะนับญาติแบบไหน วันที่เนเฟอร์ติติอภิเษกสมรสกับอาเมนโฮเทปที่สี่ และต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระชายาของพระองค์นั้นไม่อาจระบุได้แน่นอน อย่างไรก็ดี ทั้งคู่มีบุตรสาวด้วยกันหกคน ตามรายชื่อและปีเกิดต่อไปนี้: เมรีตาเตน - เกิดในปีที่ 2 หลังจากที่อาเมนโฮเทปที่สี่ขึ้นครองราชย์ (1348 ปีก่อนคริสตกาล) เมเคตาเตน - เกิดในปีที่ 3 (1347 ปีก่อนคริสตกาล) อานเคเซนปาเตน, ผู้ที่ต่อมาเป็นชายาของ ฟาโรห์ตุตันคามุน - เกิดในปีที่ 4 (1346 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอรัวเตน ตาเชริต - เกิดในปีที่ 6 (1344 ปีก่อนคริสตกาล) เนเฟอร์เนเฟอร์รูเรNeferneferure - เกิดในปีที่ 9 (1341 ปีก่อนคริสตกาล) เซเตเปนเร - เกิดในปีที่ 11 (1339 ปีก่อนคริสตกาล) ในปีที่สี่ของการครองราชย์ (1346 ปีก่อนคริสตกาล)อาเมนโฮเทปที่สี่ได้เริ่มสร้างศาสนสถานเพื่อบูชาเทพอาเตน และยังเชื่ออีกว่าปีเดียวกันนี้พระองค์ได้เริ่มก่อสร้างอาเคตาเตน เมืองหลวงแห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเมืองอามาร์นา ในปีที่ห้าของการครองราชย์ (1345 ปีก่อนคริสตกาล) อาเมนโฮเทปที่สี่ ได้เปลี่ยนพระนามของพระองค์อย่างเป็นทางการเป็นอาเคนาเตน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของศาสนสถานแห่งใหม่ คาดกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 2 มกราคมของปีนั้น ในปีที่เจ็ดของการครองราชย์ (1343 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการย้ายเมืองหลวงจากกรุงธีบ ไปยังอามาร์นา แม้ว่าจะยังมีการก่อสร้างต่อไปอีกถึงสองปี (จนกระทั่ง 1341 ปีก่อนคริสตกาล เมืองใหม่ถูกอุทิศให้กับศาสนาใหม่ของทั้งคู่ เชื่อกันว่ารูปปั้นครึ่งตัวอันโด่งดังของเนเฟอร์ติติถูกสร้างขึ้นในปีนี้เอง อักษรจารึกชิ้นหนึ่งระบุว่าราววันที่ 21 พฤศจิกายน ในปีที่ 12 ของการครองราชย์ (1338 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการกล่าวถึงเมเคตาเตน พระธิดาเป็นครั้งสุดท้าย จึงเชื่อกันว่านางอาจจะสิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากนั้น รูปสลักนูนต่ำในสุสานของอาเคนาเตนในสุสานกษัตริย์แห่งอามาร์นามีรูปงานศพของนาง ในช่วง ศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์ผู้ปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ทรงพระนามว่า อาเคนาเตน (Akhenaten) ระยะเวลา 17 ปี ที่ครองราชย์นั้น พระองค์ได้ปฏิรูปศาสนา และศิลปกรรมของอียิปต์อย่างมากมาย ก่อความระส่ำระสายให้แก่นักบวชดั้งเดิมจนกลายเป็นความโกรธแค้นอาฆาต ซึ่งบุคคลที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังฟาโรห์และมีอิทธิพลต่อราชวงศ์ไอยคุปต์ก็คือ พระมเหสีเอกของพระองค์ผู้มีพระนามว่า เนเฟอร์ติตี (Nefertiti) ดังจะเห็นได้จากจิตรกรรมและประติมากรรมต่างๆในยุคนั้น ที่มีรูปพระนางเนเฟอร์ติตีปรากฏอยู่ร่วมกับพระรูปของอาเคนาเตนเสมอๆ จนบางครั้งแทบดูไม่ออกว่าองค์ใดคือกษัตริย์ องค์ใดคือราชินี รูปโฉมของเนเฟอร์ติตี มีลักษณะเป็นสตรีเอวบาง แต่บั้นท้ายและสะโพกหนา ชุดที่พระนางสวมใส่ มักจะบางเบาโปร่งแสง ทำให้แลดูมีเสน่ห์ยั่วยวน จนได้รับสมญาว่า "พระพักตร์งาม ทรงความเบิกบาน เป็นผู้ให้ความสำราญหาใครเทียม" และแต่เดิมนั้น บรรดาประชากรอียิปต์ มีศาสนาที่นับถือพระเจ้าหลายองค์ (พหุเทวนิยม) โดยมีเหล่านักบวช เป็นผู้ดูแลทำพิธีในวิหารต่างๆ แต่อาเคนาเตน ได้นำเอาศาสนาพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม) คือ สุริยเทพอาเตน มายัดเยียด และได้ปฏิรูปศาสนา อย่างถอนรากถอนโคน อาทิ หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ฟาโรห์ก็ ทรงมีบัญชาให้สร้างเมืองหลวงขึ้นใหม่ กลางดินแดนอียิปต์ระหว่างเมืองธีบิสกับเมมฟิส สำหรับการสักการบูชาเทพอาเตน โดยเฉพาะชื่อของนครนี้ คือ อาเคตาเตน (Akhetaten) แปลว่า "ขอบฟ้าแห่งเทพอาเตน" ทรงย้ายสมาชิกในราชวงศ์ ตลอดจนขุนนาง และบริพารใกล้ชิดไปอยู่ที่เมืองหลวงใหม่นี้ ใจกลางนครมีมหาวิหารสถิตเทพอาเตนกับมีพระราชวังหลวง โดยมีอาคารพักอาศัยของข้าราชบริพารอยู่รอบนอก มีสุสานของพระราชวงศ์อยู่ที่หน้าผานอกเมือง แม้แต่พระนามเดิมของฟาโรห์คือ เอเมนโฮเทปที่ 4 ก็ยังทรงเปลี่ยนมาเป็น อาเคนาเตน ซึ่งแปลว่า "วิญญาณอันรุ่งโรจน์ของอาเตน" เทพอาเตน มีสัญลักษณ์เป็นแผ่นกลมที่มีรัศมีแผ่ออกมาเป็นรูปมือเล็กๆ ซึ่งหมายถึงกำเนิดชีวิต หรือจะหมายถึงพลังแห่งสุริยเทพก็ได้มหาวิหารทีฟาโรห์และมเหสีสร้างถวาย เทพอาเตนนั้น เป็นแบบวิหารสุริยโบราณที่ไม่มีหลังคา ปล่อยให้แสงแดดส่องลงมาได้เต็มที่ นอกจากจะคลั่งไคล้บูชาอาเตนเต็มที่แล้ว ฟาโรห์ยังกระทำยํ่ายีศาสนาเดิม โดยมีบัญชาให้ปิดวิหารเทพเจ้าอื่นๆ จนสิ้น ลบรูปสัญลักษณ์ต่างๆในวิหาร ริบข้าวของสมบัติต่างๆ ภายในวิหารแล้วนำเอารูปเทพอาเตน เข้าไปตั้งแทน เพื่อให้ราษฎรอียิปต์สักการบูชา สร้างความโกรธเป็นเดือดเป็นแค้นแก่ นักบวชที่เคยมีอิทธิพลต่อจิตใจ ของชนอียิปต์อย่างมากมาย ในปีที่ 1336 ก่อนคริสตกาล ฟาโรห์อาเคนาเตน สิ้นพระชนม์ แผ่นดินตกอยู่ในการปกครองของผู้สำเร็จราชการนาม เนเฟอร์เนเฟอรู อาเตน ซึ่งไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใครมาจากไหน บางคน กล่าวว่า เป็นลูกพี่ลูกน้องกับอาเคนาเตน ผู้มีนามว่า เสม็นคาเร แต่หลายคนกล่าวว่า เขามิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นมเหสีเอกเนเฟอร์ติตีนั่นเอง เนเฟอร์ติตินั้นไม่ปรากฏพระองค์ หรือมีบทบาทใดๆ ให้เห็นในช่วงท้ายๆ รัชกาลอาเคนาเตน จะเป็นด้วยเหตุผลใดไม่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าทรงรู้ดีว่าพระองค์นั้นมีส่วนร่วมกับฟาโรห์ทำลายล้างศาสนาเดิม และได้สร้างศัตรูไว้มากมาย จึงต้องทรงซ่อนเร้นและปกครองอียิปต์ต่อมาอย่างไม่เปิดเผยพระองค์ ในช่วงระยะเวลาอันสั้นราว 3 ปี ในฐานะผู้สำเร็จราชการนี้ ได้มีความพยายามที่จะประนีประนอมรื้อฟื้นการบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมขึ้นใหม่ เพื่อบรรเทาความอาฆาตแค้นของศัตรู หากแต่ไม่เป็นผล การสิ้นพระชนม์ของเนเฟอร์ติตีเป็นเรื่องลึกลับ บางคนถึงกับอ้างว่า พระนางสิ้นพระชนม์ก่อนหน้า พระสวามีด้วยซํ้า อย่างไรก็ตาม โดยที่มีผู้เกลียดชังมาก ทำให้ภาพของเนเฟอร์ติติตามวัง และวิหารต่างๆ ถูกลบพระพักตร์ ออก อันเป็นการกระทำ ที่เกิดจากความเคียดแค้นอาฆาต ที่สะสมมานาน และโดยเหตุที่พระนาง มีใบหน้าที่สวยงามกว่านางใดในแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้เองที่ใบหน้า ของพระนางในรูปเขียนต่างๆ จึงถูกทำลายอย่างเฉพาะเจาะจง! และแม้แต่มัมมี่ของพระนาง ก็ยังไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่าอยู่หนใด! จวบจนกระทั่งนักอียิปต์ วิทยาได้สันนิษฐานว่ามัมมี่ 1 ใน 3 ร่าง ที่พบในสุสานหมายเลข KV 35 แห่งหุบเขากษัตริย์ ใกล้เคียงกับสุสานของตุตันคาเมน นั่นน่าจะเป็นมัมมี่ของเนเฟอร์ติติดังที่กล่าว ในเบื้องต้นนั่น เหตุผลของการสันนิษฐานประมวลได้ว่า มัมมี่ร่างนั้นมีคอเรียวยาวดุจหงส์ ซึ่งละม้ายกับรูปลักษณ์ของเนเฟอร์ติติผู้งดงาม และอายุของมัมมี่นี้ก็อยู่ในยุคเดียวกับพระนาง นอกจากนี้ ตลอดร่างของมัมมี่ก็ถูกทำลายเสียหาย เช่น ใบหูถูกเจาะ ศีรษะถูกโกน คิ้วถูกกดเป็นรอย ลำตัวมีริ้วรอย ซึ่งล้วนตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อภาพเขียนทั้งหลายของพระนาง และที่สำคัญคือ ได้พบวิกผมสไตล์นูเบียน ตกอยู่ใกล้ๆ กับมัมมี่ทั้ง 3 เป็นแบบวิกผมที่ เนเฟอร์ติติ และสมาชิกราชวงศ์ของเธอสวมใส่ อยู่เป็นประจำ! ทำให้น่าเชื่อได้ว่า มัมมี่นี้ก็คือพระศพ ของพระนางเนเฟอร์ติติ ราชินีผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเมียและแม่นั่นเอง สำหรับรูปแกะสลักของเนเฟอร์ติติกับ อาเคนาเตน และธิดาสามองค์ จากเมืองอามาร์นา ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์ แห่งกรุงเบอร์ลิน เนเฟอร์ติติ (1370 - 1330 ปีก่อนคริสตกาล) เป็นราชินีของฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 4 แห่งอียิปต์ (ภายหลังได้เปลี่ยนพระนามมาเป็นอาเคนาเตน) และพระมารดาสะใภ้ของฟาโรห์ตุตันคามุน กล่าวกันว่าเนเฟอร์ติติอาจเคยขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์เป็นช่วงเวลาสั้นๆหลังจากพระสวามีสิ้นพระชนม์ และก่อนที่ฟาโรห์ตุตันคามุนจะเถลิงศิริราชสมบัติ แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการ ชื่อของพระนางอาจแปลได้โดยสังเขปว่า โฉมงามผู้มาสู่ และยังพ้องกับคำเรียกเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่เป็นลูกปัดทองคำรูปยาวรี ดังที่เราเห็นรูปปั้นของเธอสวมใส่อยู่เสมอ ลูกปัดชนิดนี้เรียกว่า ลูกปัด"เนเฟอร์" เนเฟอร์ติติโด่งดังจากรูปปั้นท่อนบน ที่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งชาติเยอรมนีในนครเบอร์ลิน รูปปั้นดังกล่าวเป็นรูปที่ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ สร้างขึ้นโดยประติมากร Djhutmose และถูกค้นพบในห้องทำงานศิลปะของเขา รูปปั้นท่อนบนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเนื่องจากเป็นตัวอย่างของความเข้าใจอย่างถ่องแท้ของชาวอียิปต์โบราณเกี่ยวสัดส่วนขององค์ประกอบบนใบหน้า พระนางถูกเรียกขานมากมายหลายชื่อ ที่วิหารคาร์นัก มีศิลาจารึกที่ขานพระนางว่าเป็น 'ผู้สืบทอด' 'ที่สุดของผู้เป็นที่โปรดปราน' 'ผู้มีสเน่ห์' 'ผู้แผ่ความสุข' 'ชายาผู้อ่อนหวาน' 'ผู้เป็นที่รัก' 'ผู้ปลอบประโลมหัวใจขององค์ราชาในวัง' 'ผู้มีถ้อยคำอ่อนโยน' 'ชายาแห่งอียิปต์ตอนบนและอียิปต์ตอนล่าง' 'ชายาของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่' 'ผู้ที่กษัตริย์ทรงรัก' 'สตรีแห่งดินแดนทั้งสอง' 'เนเฟอร์ติติ' พระเศียรจำลองของ “เนเฟอร์ติติ” ถูกค้นพบในอียิปต์เมื่อปี 1912 บริเวณ เตล เอล อมาร์นา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงในรัชสมัยของฟาโรห์อเคนาเตน พระราชสวามีของพระองค์ เรียบเรียงโดย : teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ : วิกิพีเดีย, trueplookpanya, sites.google.com