ดัดผม

อุ๋ย บุดด้าเบลส แจงเหตุ วงแตก จริง!!!
Buddha Bless /  บุดด้าเบลส / 

เห็นมีกระแสข่าวแว่วๆ มาว่า 3 หนุ่มแร็ปเปอร์ แห่งวง Buddha Bless (บุดด้า เบลส)  ตอนนี้วงแตกไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เพราะแต่ละคนต่างหันไปเอาดีกับการทำธุรกิจส่วนตัว เลยขอวางไมค์กันไว้ก่อน มีเพียงหนุ่ม อุ๋ย นที เอกวิจิตร เพียงคนเดียวที่ยังคงอยากทำงานเพลงที่รัก และโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง งานนี้เจ้าตัวเลยขอไขข้อข้องใจแทนเพื่อนๆร่วมวง ผ่านรายการ “เอ๊ะใครหว่า” ทางช่อง 8  ว่า              “ตอนนี้ผมทำอัลบั้มของผมคนเดียวอยู่ครับ และก็กำลังจะมีซิงเกิลใหม่ที่บุดดาเบลสฟีเจอริ่งกับพี่เจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นเพลงแนวสัจธรรมชีวิต ประมาณเดือนกุมภาพันธ์คงได้ฟังกัน มีกระแสมาว่าบุดดาเบลสวงแตก?เพื่อนๆต่างคนต่างก็มีงานอื่นทำกัน  แต่ตัวผมเองไม่มี สิ่งที่ผมมีความสุขที่จะทำมากที่สุดคือการทำเพลง ก็เลยกลับมามุ่งหน้าทำต่อ ถึงเพื่อนคนอื่นจะแยกไปทำกิจการของตัวเอง แต่บุดดาเบลสก็ไม่ได้หายไปไหน ผมก็บอกกับเพื่อนๆว่าถ้าอยากกลับมาทำเมื่อไหร่ก็พร้อมเสมอ แต่ตอนนี้ ถ้าใครจะหันไปทำอย่างอื่น ผมก็จะยังทำเพลงอย่างเดียว แล้วความรัก ได้มุ่งมั่นแบบนี้หรือเปล่า? ไม่มีเลยครับ ไม่มีคุยกับใครเลย เพราะวันๆก็ไม่ได้เจอใคร ส่วนใหญ่ผมจะอยู่บ้านทำเพลง ปาร์ตี้ผมก็ไม่ไป เหล้าก็ไม่กิน จริงๆก็มีเหงาอยู่ แต่ของอย่างนี้ถ้ามันมาเดี๋ยวก็มาเอง ถ้าไม่มาต่อให้วิ่งหายังไงก็คงไม่ใช่อยู่ดีครับ” ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @guioui

The Monkey King 2 : การเดินทางแห่งคุณธรรม
3D /  Journey to the West / 

หลังจากที่ภาคแรกทำเงินไปอย่างมหาศาลในบ้านเกิด แน่นอนอยู่แล้วว่าตัวหนังก็ได้ไฟเขียวให้ไปต่อจากสตูดิโอ พร้อมกับแผนที่วางไว้ว่าจะสร้างไตรภาคทันที และนี่ก็คือภาคที่ 2 ของการเดินทางของ เห้งเจีย ใน The Monkey King 2 ซึ่งในไทยเรานั้นเข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย พร้อมๆกับประเทศบ้านเกิดที่เมืองจีนเลยทีเดียว The Monkey King 2 ว่าด้วยเรื่องราวหลังจากที่ “ซุนหงอคง” ถูกจองจำนานกว่า 500 ปี “พระถัมซัมจั๋ง” ก็ได้ปลดปล่อยซุนหงอคง โดยมีภารกิจสำคัญคือการอัญเชิญพระไตรปิฎก ณ ชมพูทวีป เสริมทัพคาราวานด้วย “ตือโป๊ยก่าย” และ “ซัวเจ๋ง” แต่ทั้งสามตนก็ยังปรับตัวเข้าหากันไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นการเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างใจคิด อุปสรรคนานัปการรอคอยทีมแสวงบุญกลุ่มนี้อยู่ เริ่มเปิดฉากด้วยปีศาจกระดูกขาว บทพิสูจน์แรกที่ทำให้รู้ว่าทีมนี้จะสตรองหรือไม่ ตัวหนังยังคงกำกับการแสดงโดย เจิ้งป๋อไช่ จากภาคแรก ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากพูดแบบไม่อ้อมค้อม ใครที่เคยดูภาคแรกมาแล้ว น่าจะจับทางหนังชุดไซอิ๋วฉบับใหม่ของผกก.นี้ได้ ว่าตัวหนังเป็นการเน้นระห่ำทั้งซีจี และ ฉากแอ็คชั่นแฟนตาซีกันอย่างทะลุจอ โดยแน่นอนว่าในภาคต่อนี้ ก็ไม่ได้ลดละความโดดเด่นในด้านนั้น เพราะความสนุกอย่างนึงที่สุดโต่งจริงๆใน The Monkey King 2 คือ คิวบู๊ ที่ผสมผสานทั้งมวยจีนศิลปะการต่อสู้ และ ฉากแอ็คชั่นแฟนตาซีเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นฉากการเจอกันครั้งแรกของ ซุนหงอคง และ ตือโป๊ยก่าย/ซัวเจ๋ง หรือแม้แต่ในฉากการต่อสู้กับ ปีศาจกระดูกขาว ที่จัดเต็มในด้านเอฟเฟกต์ซึ่งน่าจะเหมาะกับใครที่ชื่นชอบความอลังการ และฉากบู๊ที่มีกลิ่นไอของศิลปะการต่อสู้เข้ามารวมอยู่ด้วย โดยแน่นอนว่าสิ่งที่ดีขึ้นกว่าภาคแรกในภาคนี้คือ เมื่อมันหันมาเล่าเรื่องของ ไซอิ๋ว ที่เป็นสากลมากขึ้น และเป็นตอนที่คนดูน่าจะรู้จักมากที่สุด กับช่วงการเดินทางไปชมพูทวีปของทีม พระถัมซัมจั๋ง เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าเสน่ห์อย่างนึงที่ตัวหนังยังคงไว้ครบถ้วนไม่ต่างจากซีรี่ย์ที่เคยดูตอนเด็กๆ คือการที่มันยังคงมีความขัดแย้งกันระหว่างเรื่องราวของ ศีลธรรม และ ความชอบ ผ่านตัวของ ซุนหงอคง และ พระถัม ที่สามารถออกมาเป็นบทสวดสั่งสอนคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา และรู้ถึงจิตสำนึกของคำว่า บริสุทธิ์ใจ ซึ่งทั้งนักแสดงอย่าง กัวฟู่เฉิง ที่เปลี่ยนบทบาทจาก ปีศาจกระทิง ในภาคแรก มาเป็น หงอคง ในภาคนี้แทน ดอนนี่ เยน ก็สามารถทำหน้าที่เป็น หงอคง ที่มีความจริงจังมากขึ้นได้เป็นอย่างดี ในขณะที่นักแสดงสาว กงลี่ ที่นานๆทีจะมาปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์ให้เราได้เห็น ก็สามารถเผยแพร่ออร่าความงดงาม และ น่ากลัวในขณะเดียวกัน กับบทบาทของ ปีศาจกระดูกขาว ได้ยอดเยี่ยมในอารมณ์ไม่แพ้ เคท แบล็ตเชตต์ จาก Cinderella หรือ แองเจลีน่า โจลี่ จาก Maleficent กันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วผมจึงคิดว่า ถ้าหากใครที่ชื่นชอบหนังบู๊แฟนตาซีเป็นทุนเดิม The Monkey King 2 สามารถตอบโจทย์นั้นแก่คุณได้ และที่สำคัญคือตัวหนังค่อนข้างดีกว่าภาคแรกตรงที่ว่า มันสามารถเล่าเรื่องเป็นเส้นตรง และแทรกคติสอนใจเข้าไปได้อย่างมีเสน่ห์ครบถ้วนไม่ต่างจากตัวซีรี่ย์สมัยก่อนเลยครับ เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

อีกมุมของตร.ชั้นผู้น้อย ส่งถึงนาย วอนเลิกส่งไปอบรม
ข่าวตำรวจ /  ตำรวจ / 

อีกมุมของตร.ชั้นผู้น้อย ส่งถึงนาย วอนเลิกส่งไปอบรม แฟนเพจ ตำรวจไทย สู้ๆ ได้โพสต์ข้อความสะท้อนชีวิตของตำรวจชั้นผู้น้อย ที่มักโดนให้ไปอบรมหลักสูตรต่างๆ จนไม่มีเวลาดูแลครอบครัว โดยเผยว่า "นาย... ผมมีครอบครัวที่จะต้องดูแล" กับการที่ต้นสังกัดส่งไปอบรมหลักสูตรต่างๆ โดยที่ไม่ได้เสนอตัวไป ทางที่ต้นสังกัดจะมีค่าน้ำมันรถให้ แต่กลับไม่มีให้ สุดท้ายต้องเอาเงินเดือนอันน้อยนิดที่มีอยู่ควักจ่ายเอง ตนก็มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ที่มีหน้าที่ดูแลประชาชน แต่กลับดูแลตัวเอง และครับครัวไม่ได้ ลูกเพิ่งเกิด เมียตกงาน #ลูกผมคงต้องกินน้ำข้าวแทนนม ชีวิตข้าราชการตำรวจ นายมีแต่สั่ง สั่งมาแล้วต้องทำให้ได้ ทำไม่ได้ก็โดนด่า นี่หรือความยุติธรรมที่มีให้กับ "ตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างผม" แล้วอย่างนี้คุณจะให้ความยุติธรรมกับประชาชนได้อย่างไร ขนาดตำรวจด้วยกันคุณยังไม่มีความยุติธรรมกับเขาเลย บางคนเจอนายดีก็ดีไป แต่ถ้าเจอนายไม่ดี ก็อย่างที่โพสต์ไว้แต่ก็ต้องขอขอบคุณนายดีๆ ด้วยที่เข้าใจลูกน้อง เข้าใจถึงความลำบากของลูกน้อง เมื่อลูกน้องเดือดร้อนก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ ขอบคุณมากๆ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

โบ-เอก เล่าซีนซึ้งเซอร์ไพร้ส์ขอแต่ง เชื่อเวลาพิสูจน์ข่าวเม้าท์ท้อง..!?
โบ ธัญญะสุภางค์ /  เอก ศุภากร / 

หลังมีภาพหวานคุกเข่าเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกกลางสะพานพระราม 8 สำหรับคู่ของ โบ ธัญญะสุภางค์ และ เอก ศุภากร เจ้าของฉายา เด็กวัดร้อยล้าน ที่คบหาดูใจนานกว่า 4 ปี ล่าสุดควงคู่ออกงาน "Paradise Park Chinese New Year 2016 : The Lucky Wonders" เลยมีโอกาสได้บอกเล่าความรู้สึกในวินาทีสำคัญของชีวิต ซึ่งมาพร้อมกระแสข่าวเม้าท์ข่าวลือมากมายโดยเฉพาะประเด็น "ท้องก่อนแต่ง" และยังขออัพเดทความคืบหน้างานแต่งที่จัดขึ้นในวันที่ 18 มี.ค. นี้ว่า... โบ "ความรู้สึกตอนโดนขอแต่งงาน ตื่นเต้น ตกใจค่ะ เพราะพี่เอกจะพูดเสมอว่า มันไม่ใช่สไตล์เค้า โมเม้นท์แบบนี้จะไม่มีแน่นอน แต่พอพี่เอกทำให้ก็รู้สึกตกใจ ดีใจ ตื่นเต้น หลายความรู้สึกรวมกันในเวลาสั้นมากค่ะ วันนั้นพี่เอกบอกว่าจะพาไปทานข้าวกับผู้ใหญ่ค่ะ ก็เลยต้องแต่งตัวดีๆ นิดนึง โบไม่รู้มาก่อน มารู้อีกทีคือคุณพ่อคุณแม่ เพื่อนสนิทในวงการ นอกวงการมาร่วมกันเป็นขบวนการที่ใหญ่มากค่ะ วันนั้นเราไปถึงเร็วกว่าปกติ พี่เอกก็เลยชวนไปเดินเล่นที่สะพานพระราม 8 ก่อน เพราะร้านอาหารอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น ไม่ได้เอะใจเลย พี่เอกเค้าเนียนมาก เราไปถึงก่อน ขับรถผ่านแถวนั้นแล้วบอกว่าเราลงไปเดินเล่นกันมั้ย เพราะเป็นสถานที่ที่เราสองคนไปเป็นประจำอยู่แล้วในวันสำคัญ" เอก "ปกติเราไปกันบ่อยอยู่แล้วครับ อย่างที่บอกว่าจะทำยังไงให้การเซอร์ไพร้ส์มันรู้สึกสร้างสรรค์ เพราะผมชอบสะพานอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ชีวิตผูกพันกับแม่น้ำ น้องเค้าก็อยากไปด้วย ประกอบกับสถานการณ์ช่วงหนาวของกรุงเทพ มันก็เลยยิ่งเป็นใจเข้าไปใหญ่ เตรียมตัวไม่นาน ไม่ถึงอาทิตย์ คือตัดสินใจว่าจะทำ ก็เอาคิวที่เร็วที่สุดที่จะทำได้เลยครับ จริงๆ ไม่ได้วางแผนอะไรไปเยอะมาก แต่มีอย่างเดียวที่เพื่อนๆ เค้าคอมเพลนว่า วันนั้นให้โบแต่งตัวดีๆ หน่อยนะ เพราะปกติเวลาจะไปไหน โบเค้าจะไปเลย เป็นคนที่มีความคล่องตัวสูง แผนยากตรงที่จะทำยังไงให้โบอยู่ในสภาพที่พร้อมทำงาน ตื่นเต้นมั้ยเหรอ วันนั้นน้องโบยังถามเลยว่าทำไมพี่เอกมือเย็น ก็บอกมันหนาว (หัวเราะ) คบกันมา 4 ปี เราสองคนอาจจะไม่ได้มีข่าวหวือหวาอะไร คบกันมา เรียนรู้กันไป เข้าใจปรับตัวกันตลอด" โบ "โมเม้นท์วันนั้นสำหรับโบรู้สึกตกใจ ตื่นเต้นและประทับใจที่ในช่วงชีวิตนึงของโบ มีผู้ชายคนนึงที่รักโบมากขนาดนี้ ตั้งใจทำเพื่อโบมากขนาดนี้ แหวนก็ใส่ได้พอดี คือตอนเด็กๆ เวลาเราดูหนัง เราจะรู้สึกว่า แหวนจะใส่พอดีมั้ย จะมีอะไรผิดพลาดมั้ย แต่วันนั้นเป็นวันที่เพอร์เฟ็คมากค่ะ" เอก "ก่อนหน้านั้นเราไปดูแหวนกันก่อน วัดไซส์กัน เพราะเราต้องเตรียมงาน คือเรามีแพลนจะหมั้นกันอยู่แล้วครับ" โบ "จำได้ว่าวันนั้นเค้าพูดว่า สำหรับพี่ อะไรที่มันใช่ก็คือใช่ จากนั้นภาพตัดไป เสียงตัดไป มารู้อีกทีคือเค้าคุกเข่าพูดอะไรสักอย่าง แล้วพูดว่า แต่งงานกับพี่นะ มันเหมือนตื่นเต้นมาก เราก็มัวแต่ร้องไห้ดีใจ มารู้ตอนได้ดูคลิปวีดิโอ เพราะพี่เอกเค้าแอบอัดเสียงไว้ด้วย โบว่าทั้งหมดมันดีกว่าที่โบเคยจินตนาการไว้ เพราะเป็นเรื่องราวของโบกับพี่เอกจริงๆ ค่ะ" เอก "สำหรับวันงานแต่งจะมีวันที่ 18 มี.ค. ตอนนี้เตรียมงานไปได้ 60-70% แล้วครับ จัดที่เรือนหอที่บ้านผมเอง คือผมกำลังจะทำเป็นรีสอร์ท อยู่แถวกระทุ่มแบน สมุทรสาคร ถือโอกาสเปิดตัวรีสอร์ทด้วยครับ เป็นเรือนหอด้วย งานนี้จัดวันเดียวเสร็จช่วงเช้า และตอนกลางวันเลี้ยงฉลอง เกรงใจคนที่มาเพราะไกล พิธีช่วงเช้าก็มีทำบุญ แห่ขันหมาก สวมแหวน รดน้ำสังข์ ยกน้ำชา หลังจากนั้นก็ทานข้าวกัน พิธีแบบเรียบง่ายไม่ยืดเยื้อ บ่ายๆ ก็น่าจะเสร็จครับ" โบ "ธีมงานสีฟ้าอ่อนกับสีเทาค่ะ แต่ในส่วนการเลี้ยงฉลองวันนั้นเราจะทานข้าวกลางวันกับทุกคน แต่งานเลี้ยงสนุกๆ สำหรับเพื่อนๆ จะมีเพื่อนโบบินมาจากต่างประเทศด้วย ก็วางแผนไว้ว่าอยากจะไปจัดริมทะเล แต่จะเป็นที่ไหนอะไรยังไงต้องดูอีกทีค่ะ ยังไม่ได้กำหนดวัน" เอก "จริงๆ เราตั้งใจเชิญแขกไม่เยอะ เพราะเป็นงานกลางวันและไกล เราเกรงใจ แต่พอคุยกันไปคุยกันมา งานเราจัดแค่ครั้งเดียวก็เลยอยากทำให้มันดี ตอนนี้การ์ดก็แจกไป 1,200 ใบแล้ว (หัวเราะ) เรื่องสินสอดต้องบอกตรงๆ ว่ายังไม่ได้สรุปนะครับ ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ผมว่าก็น่าจะเหมาะสม ให้เกียรติทางบ้านเจ้าสาวเป็นหลัก สมฉายาเด็กวัดร้อยล้านเหรอ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นครับ" เอก "ก่อนที่เราจะออกมาพูดก็มีหลายกระแสหลายอย่าง คนถามน้องโบมีน้องหรือเปล่า ผมเชื่อว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เรา เรามีความสุข ณ วันนี้ เราได้ปรับความเข้าใจ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ตรงนั้นเป็นสิ่งสำคัญ มันอาจจะเร็วไปที่ผมอายุ 27 น้องเค้า 25 ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไป คุณพ่อคุณแม่ผมก็แต่งงานวัยเท่านี้ พูดง่ายๆ ว่าลูกโตทันใช้ ถ้าเราเจอคนที่ใช่ก็คือใช่จริงๆ" โบ "สำหรับโบ ถือว่าโบโชคดีค่ะ ที่โบเจอคนที่ใช่เร็ว พูดอีกแง่คือ อาจจะมีแต้มต่อที่ได้เริ่มต้นชีวิตไว คุณพ่อคุณแม่ก็จะได้สบายใจ เวลาจะไปเที่ยวไหน ทำอะไรกับพี่เอก จริงๆ การแต่งงานก็ไม่ได้ทำให้โบเปลี่ยนไปจากเดิม โบก็ยังเป็นโบคนเดิม ที่เพิ่มเติมก็อาจจะมีทีมโบเพิ่มขึ้นอีกคนนึง งานทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรื่องมีน้องก็คิดว่าน่าจะอีก 2 ปี เพราะมีอะไรที่เรายังอยากทำอีกเยอะ อยากทำให้ครบก่อนค่ะ" ขอบคุณภาพจาก IG @bothunyasupan, JAKAWIN PHOTOGRAPHY เอก ศุภากร-โบ ธัญญะสุภางค์ เอก ศุภากร-โบ ธัญญะสุภางค์ เอก ศุภากร-โบ ธัญญะสุภางค์ เอก ศุภากร-โบ ธัญญะสุภางค์ เอก ศุภากร-โบ ธัญญะสุภางค์ เอก ศุภากร-โบ ธัญญะสุภางค์ เอก ศุภากร-โบ ธัญญะสุภางค์ เอก เซอร์ไพร้ส์ขอ โบ แต่งงาน เอก เซอร์ไพร้ส์ขอ โบ แต่งงาน เอก เซอร์ไพร้ส์ขอ โบ แต่งงาน

'กามเทพเชื่อมรัก' โก๊ะ นิพนธ์ เผย ชีวิตจริงโสดสนิท!
3 ข้อ /  ตัดพ้อ / 

โก๊ะ นิพนธ์ สุดปลื้ม แฟนเพลงยก 'กามเทพเชื่อมรัก' ย้ำ... 'ชีวิตจริงโสดสนิท!' ถือเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่มีซิงเกิ้ลออกมาอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียวสำหรับ โก๊ะ นิพนธ์ สนธิ นักร้องผู้มีความมุ่งมั่นจากค่ายเยส!มิวสิค ในสังกัดอาร์เอสฯ ที่ก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจากเพลง ตัดพ้อ จนล่าสุดเจ้าตัวและต้นสังกัดไม่รอช้ารีบปล่อยซิงเกิ้ลที่มีเนื้อหาโดนใจคนมีความรัก อย่าง 3 ข้อ ออกมาให้แฟนๆ ได้ซึ้งจนน้ำตาไหลกันทั่วประเทศ แว่วว่างานนี้ โก๊ะ นิพนธ์ ออกอาการปลื้มสุดๆ ที่แฟนเพลงให้การตอบรับอย่างล้นหลาม แถมคู่รักหลายๆ คู่ยังมอบฉายาให้ว่าเป็น 'กามเทพเชื่อมรัก' เพราะสืบเนื่องมาจากผลงานทั้งสองซิงเกิ้ลเป็นกาวใจให้หลายๆ คนได้กลับมารักกันแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่เรื่องความหวานในชีวิตจริงเจ้าตัวกลับบอกว่าโสดสนิทปิดตายเดียวดายอ้างว้างมานาน... แหม! ร้องเพลงเก่งจนคนกลับมารักกัน แต่ไฉนจึงปล่อยให้ตัวเองโสดขนาดนี้หนอ? "สำหรับเพลง 3 ข้อ จะชัดเจนมากกว่าในเรื่องราวที่จะบ่งบอกถึงคนที่ไม่เข้าใจกัน คนที่ชอบตั้งคำถามหรือสงสัยในความรัก ซิงเกิ้ลนี้จะเป็นตัวแทนให้คุณได้รู้คำตอบและเข้าใจในตัวคนรักของคุณได้เป็นอย่างดี อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วเพลงของผมทั้ง 2 เพลงถูกทำมาเพื่อให้คนเข้าใจในความรักมากขึ้น มีหลายคนนะครับที่ได้ชมมิวสิควิดีโอและฟังเพลง ซึ่งคอมเม้นต์มาค่อนข้างเยอะว่าเพราะทั้ง 2 เพลงนี้ที่ทำให้เห็นความสำคัญของแฟนได้ดีขึ้น หรืออย่างบางครั้งที่ไปเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีแฟนๆ บางกลุ่มบางคู่เดินจูงมือมาบอกกับผมว่าเพราะเพลงของพี่เลยนะทำให้ผมกับแฟนได้คืนดีกัน อะไรทำนองนี้ ซึ่งพอได้ยินแบบนี้มันทำให้เราดูเหมือนเป็นกามเทพอย่างไงอย่างงั้นเลย(หัวเราะ) คือปลื้มอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ ครับ ก็ต้องขอบคุณคำชมและการตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ที่เป็นยิ่งกว่ารางวัลที่ทั้งคนเบื้องหน้าเบื้องหลังฟังแล้วหายเหนื่อยจริงๆ" 3 ข้อ (THREE) : โก๊ะ นิพนธ์ (Koh Niphon) [Official MV] youtube channel : rsfriends ร้องเพลงให้หลายคนรักกันได้ขนาดนี้แล้วชีวิตจริงล่ะ? "ไม่มีเลย แต่อยากจะบอกว่าทั้งสองเพลงที่ผมได้ร้องล้วนมาจากเหตุการณ์ความรักทั้งหมดในชีวิตของผมจริงๆ แต่สำหรับตอนนี้มันเหมือนโตขึ้นเยอะ เราเลยมองความรักมากขึ้นจากตอนที่เป็นวัยรุ่นมากครับ ถ้าพูดไปกลัวจะว่าตอบแบบดาราอีก คือตอนนี้โฟกัสเรื่องงานมากกว่าครับ เพราะมันมีทั้งงานร้องเพลง แล้วก็หันมาทำธุรกิจส่วนตัวกับเพื่อนๆ ศิลปินร่วมค่ายด้วย คิดว่าถ้าทุกอย่างลงตัวหรือพร้อมก็คงได้คุยกับใครที่จริงจังมากขึ้นกว่านี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแน่นอนครับ" ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เอ็ดการ์ มิทเชลล์ เสียชีวิตแล้ว ปิดตำนานนักบินอพอลโล14
ดวงจันทร์ /  นักบินอวกาศ / 

ปิดตำนาน! นาซ่า เผย เอ็ดการ์ มิทเชลล์ นักบินอพอลโล14 เสียชีวิต เว็บไซต์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซ่า ได้รายงานข่าวที่สร้างความโศกเศร้ามายังแวดวงนักบินอวกาศและวิทยาศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง เมื่อนักบินอวกาศ เอ็ดการ์ มิทเชลล์ หนึ่งในคณะที่เคยเดินทางไปกับยานอพอลโล 14 และใช้ธงชาติสหรัฐอเมริกาปักบนดวงจันทร์ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปี 1971 ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 85 ปี โดยนายชาร์ลส์ โบลเด้น ผู้บริหารนาซ่า ได้กล่าวแถลงการณ์ว่า "ในนามของครอบครัวนาซ่าทั้งผมอยากจะแสดงความเสียใจของฉันไปที่ครอบครัวและเพื่อน ๆ ของนักบินอวกาศเอ็ดการ์ มิทเชลล์ ในฐานะที่เป็นสมาชิกของลูกเรืออพอลโล 14 เอ็ดการ์เป็นหนึ่งใน 12 คนที่จะเดินบนดวงจันทร์และเขาจะช่วยเปลี่ยนวิธีการที่เราดูสถานที่ของเราในจักรวาล." ทั้งนี้เอ็ดการ์ มิทเชลล์  ถือเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าเพราะภายหลังที่เขาเกษียณจากนาซ่าเขาก็ได้ตั้ง สถาบัน Noetic Sc​​iences เพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านธรรมชาติ รวมถึงยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง สมาคมอวกาศสำรวจและองค์กรระหว่างประเทศ ด้วย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อดีตคน ปชป. จวกเละ รัฐประหารทำชาติเสียหายหมื่นล้าน-สิ้นศักดิ์ศรี
นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล /  พรรคประชาธิปัตย์ / 

อดีตคน ปชป. จวกเละ รัฐประหารทำชาติเสียหายหมื่นล้าน-สิ้นศักดิ์ศรี ที่เฟซบุ๊คของ นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตนเป็นประชาธิปัตย์มาแล้ว30ปี คือกว่าครึ่งชีวิตการทำงาน เคยเป็นกรรมการบริหารปชป.ตั้งแต่เมื่อ20กว่าปีที่แล้ว เคยเป็นครม.พรรคปชป.ก่อนใครต่อใครในขณะนี้กว่า10ปีเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีเงาของปชป.และยังเป็นสมาชิกอาวุโสคนหนึ่งของปชป. วันนี้ตนไม่มีตำแหน่งหน้าที่ใดๆในปชป. แต่ผมยังยืนยันความเป็นปชป.ในฐานะเป็นสถาบันการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในขณะนี้ ผู้มีหน้าที่ในพรรคจึงไม่อาจพูดอะไรผูกพันพรรคล่วงหน้าได้ ท่าทีของพรรคต่อรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาในขณะนี้จึงถูกมองว่า "แทงกั๊ก"แต่ตนไม่มีความผูกพันกับการบริหารพรรค จึงมีเสรีภาพแสดงความเห็นได้อย่างเสรีเต็มที่ในฐานะนักการเมืองที่มั่นคงต่อระบอบประชาธิปไตย ตนมีความเห็นว่าหลังจากมีการปฏิวัติเมื่อปี2475 เราต้องเคารพต่อรัฐธรรมนูญที่เราได้ขอพระราชทานมาจากพระมหากรุณาธิคุณอันล้นเกล้าล้นกระหม่อมแต่รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่แก้ไขได้บกพร่องอย่างไรตามกาลเวลาและสถานการณ์เราต้องแก้ไข ตนจึงไม่เห็นด้วยกับไคนไหนที่ถือโอกาสเข้ามาบัญญัติให้รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่แก้ไขยาก จนแทบจะปิดทางการแก้ไข เพิ่อเปิดทางให้ผู้มีอำนาจมาถือเป็นข้ออ้างฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งฉบับโดยไม่ต้องแก้ไข เลี่ยงคำว่า "กบฏ" มาเป็นคำว่า "รัฐประหาร"แย่งอำนาจที่แท้จริงของประชาชนมาเป็น"รัฎฐาธิปัตย์" ใช้อำนาจรัฎฐาธิปัตย์ฉีก รัฐธรรมนูญพระราชทานฉบับเดิมทิ้งออกกม.นิรโทษกรรมให้แก่ฝ่ายตัวเอง แล้วตั้งพรรคพวกตัวเองและนักลากตั้งเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ริดรอนอำนาจประชาชนและกำจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ทำนองว่านักการเมืองและการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเป็นความชั่วช้าสามานย์แต่ละครั้งต้องเสียงบประมาณเพื่อเลี้ยงดูนักร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ และสารพัด รวมแล้วหลายๆหมื่นล้านกับความเสียหายเกึ่ยวเนื่องและศักดิ์ศรีที่ต้องเสียไปในสังคมประชาคมโลกอีกไม่อาจประมาณการได้ "ดูออกแล้วหรือยัง เข้าใจหรือยังทำไมเขาจึงรังเกียจเรา ทำไมมาตรการต่อต้านเศรษฐกิจไทยจากประชาคมโลกจึงถาโถมกันมาทุกด้านขณะนี้ ผมจึงขอยืนยันว่า "ผมเป็นปชปที่แท้จริง และปชป.อย่างผมไมีแทงกั๊ก แต่แทงเต็งตรงจุดที่ไม่รับรธน. ไม่ว่าฉบับนี้หรือฉบับไหนที่มาจากการรัฐประหาร" จึงขอประกาศให้ประชาคมโลกที่กำลังงุนงงสับสนกับท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าใจด้วย" ที่มา พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล

มีกวนทีนกลับ!มาฟังปฏิกริยาเมื่อ ชิชาริโต้ ถูกเปรียบกับ โซลชา
ชิชาริโต้ /  บุนเดสลีกา / 

ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เอร์นานเดซ กองหน้าฟอร์มร้อนแรงของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ออกมาตอบคำถามเรื่องที่ถูกยกไปเปรียบเทียบกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตกองหน้ากัปตันทีมผีแดงว่า รู้สึกดีใจที่มีคนเอาไปเปรียบแต่ตนไม่ชอบที่จะนั่งเป็นตัวสำรองเหมือนอย่างอดีตกองหน้าเลือดไวกิ้งอดีตศูนย์หน้าผีแดงที่กำลังไปได้ดิบได้ดีกับทีม ห้างค้ายา หลังจากฟาดรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนได้ถึง 3 เดือนติดต่อกันหลังพังประตูได้ถึง21 ประตูในซีซั่นแรกที่ย้ายไป จนถูกเอาไปเปรีบยเทียบกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์  อดีตกองหน้าชาวนอร์เวย์ ซุปเปอร์ซับของทีม แต่เจ้าตัวได้ออกมาตอบโต้ว่า “มันสุดยอดเลยนะที่ถูกจับไปเปรียบเทียบกับตำนานของทีมแบบนั้น” กองหน้าเลือดจังโก้เผย “มันน่าปลื้มใจแต่ผมคงพูดแทนโอเล่ไม่ได้หรอกว่าเขามีความสุขที่เป็นซุปเปอร์ซับ แต่ทุกคนคิดอย่างนั้น แต่ผมไม่ได้มีความสุขกับการเป็นตัวสำรองบนม้านั่งแม้แต่นิดเดียว” “ไม่มีใครชอบเป็นตัวสำรองในทุกอาชีพเลย คุณไปถามดูได้ทนายความก็อยากจะว่าความ เขาไม่อยากนั่งรองานอยู่เฉยๆหรอก นักข่าวเองก็อยากจะเขียนข่าวจริงไหม” “ลองคิดดูถ้าผมบอกให้คุณรอซัก 3-4 อาทิตย์ แล้วค่อยเขียนข่าวคุณจะว่าไง ทุกๆคนเหมือนกัน ผมอยากจะเล่น” ชิชาตอบแบบกวนทีนนักข่าวกลับ

ทุ่มเทให้ทั้งกายและใจ
ครูมืด

ถึงกับออกปากว่าภูมิใจกับบทบาท "ปู่กล้า" ผู้มีวิชาโขน และ มวยลิงต้องห้าม ติดตัวมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ในภาพยนตร์แอคชั่น ดราม่า เรื่อง วานรคู่ฟัด (MONKEY TWINS) ทำให้ ครูมืด-ประสาท ทองอร่าม ต้องทุ่มเทให้ทั้งกายและใจ เพื่อผลงานชิ้นล่าสุดนี้เต็มที่ "รับบทเป็น ปู่กล้า ปู่ของพระเอกซึ่งก็คือเหนือ ที่รับบทโดย โอ๋-สำเร็จ เมืองพุทธ ปู่กล้าเป็นคนมีอุปนิสัยร่าเริง โอบอ้อมอารี เป็นชาวสวนเก็บมะพร้าวขาย แต่มีภูมิความรู้เรื่องโขนซึ่งเป็นมรดกของวงศ์ตระกูล ก็เอาตรงนี้มาให้หลานประกอบอาชีพการแสดงโขนสดชาวบ้านเลี้ยงตัวเองได้ ก็คือมาโชว์ระหว่างลิงกับคนเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว ซึ่งตัวของปู่กล้าภายนอกคนจะรู้แค่ว่าเขาเป็นคนแก่ที่เล่นโขนสดชาวบ้าน แต่จริงๆแล้วปู่กล้ามีวิชามวยวายุพหุยุทธ์ หรือเรียกง่ายๆว่า มวยลิงต้องห้าม เป็นศาสตร์มวยลับที่สาบสูญนับแต่ครั้งสิ้นรัชสมัยพระเจ้าตากและพระยาพิชัยทหารคู่พระทัยเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน และเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของครอบครัวนี้พลิกผันก็เกิดขึ้น เมื่อปมในอดีตทำให้เขาและหลานถูกตามล่า เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ผมภูมิใจนะ เพราะนอกจากเนื้อเรื่องที่มีครบรส ทั้งความสนุก ดราม่า และมันส์ไปกับซีนบู๊ของหลายๆตัวแสดงแล้ว คนดูยังจะได้เห็นศิลปะการร่ายรำของโขนและงิ้วอันสง่างามอีกด้วย ก็ดีใจที่มีคนเห็นคุณค่าของศิลปะทั้งสองแขนงนี้ โดยเฉพาะโขนซึ่งเป็นของคนไทยมาช้านาน ถือเป็นการอนุรักษ์โขนได้อีกทางหนึ่งไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา ผมทุ่มเต็มที่นะ ผมบอกทีมงานเลยว่ามีอะไรให้ช่วยก็ขอให้บอก ภูมิใจที่พวกเขาเห็นความสำคัญของโขน" วานรคู่ฟัด (MONKEY TWINS) ภาพยนตร์แอคชั่น ดราม่า ภายใต้การผลิตของ บริษัท ก้าวไทยทะยาน จำกัด ซึ่งได้มือฉมังที่คลุกคลีในวงการภาพยนตร์แอคชั่นมายาวนานอย่าง  นนทกร ทวีสุข รับหน้าที่กำกับการแสดง ... พิสูจน์ความเก่งกล้าเชิงศาสตร์และศิลป์ในการแสดงและการต่อสู้ของ "หนุมาน" และ "เห้งเจีย" ได้พร้อมกัน 25 กุมภาพันธ์ นี้ ในโรงภาพยนตร์!

มารู้จักเบื้องหลังบาดแผล ที่ก่อให้เกิดฮีโร่สุดกวนอย่าง Deadpool
20th Century Fox /  Deadpool / 

กวีผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งเคยเขียนเอาไว้ว่า “…ตัวละครผู้ทรงพลังย่อมถูกประทับตราด้วยรอยแผลเป็น” ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ใช้กับ Deadpool ได้เช่นกัน ใบหน้าที่เสียโฉมของเขาเป็นผลมาจากการทดลองอันเลวร้ายที่เขาได้เผชิญมาใน The Workshop คำพูดที่ใช้อธิบายได้ดีพอกันคือความคิดเห็นจากเพื่อนคู่หูของเขาอย่างวีเซิล “หน้านายดูเหมือน เฟรดดี ครูเกอร์ เหมือนแผนที่ภูมิประเทศรัฐยูทาห์เลยล่ะ” ในกองถ่าย เรย์โนลด์ส ใส่ชุดสีแดงของเดดพูลเสมือนเป็นเหรียญกล้าหาญ และรับรอยแผลเป็นของเดดพูลมาด้วยความรู้สึกผูกพันและชื่นชม เมื่อเรย์โนลด์สในบทเดดพูลถอดหน้ากากออกเป็นครั้งแรกเพื่อเผยให้เห็นใบหน้าที่ผิดเพี้ยน คุณก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ตัวละครนี้ดูมีความเป็นมนุษย์ เพราะถึงแม้บางครั้งเดดพูลอาจทำตัวเสื่อมๆ และโหดร้าย แต่ในฉากนี้เขาก็ได้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากนั้น “ไรอันกับผมสนุกกันมากในฉากที่วีเซิลเห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นของเวดเป็นครั้งแรก” ที เจ มิลเลอร์ กล่าว “มันดูน่าสยดสยองทีเดียวครับ เป็นเรื่องยากที่ผมจะพูดกับไรอันตอนเขาแต่งหน้าอยู่ เขามักแวะเข้ามาและพูดประมาณว่า “ที เจ ผมเหงาจังเลย ผมอยากมีเพื่อนในกองถ่ายบ้าง” ผมก็จะบอกว่า “ไปให้ไกลๆ เลย หน้านายยังกับแผนที่ไปนรกยังไงยังงั้น” หัวหน้าฝ่ายแต่งหน้า บิลล์ คอร์โซ ทำงานกับฝ่ายสร้างสรรค์ตัวละครเพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยแผลเป็นขึ้นมา “เราทดสอบและออกแบบการเมคอัพอยู่กลายครั้ง เราพยายามสร้างตัวละครซึ่งไม่ใช่แค่คนที่ถูกทำให้เสียโฉมแต่เป็นตัวละครที่เท่และมีเอกลักษณ์” คอร์โซอธิบาย “ผมรู้ว่าเดดพูลที่รับบทโดยไรอันจะมีเสน่ห์และความหยาบกระด้างอยู่ในตัวเอง เรานำเอาใบหน้าของเขามาทำให้ดูแกร่งขึ้นและจับมันมาลองเล่นดู บิดทุกอย่างไปอย่างละนิดละหน่อย เพื่อที่ว่าจะยังคงเป็นไรอันแต่เป็นตัวเขาในอีกรูปแบบที่ได้รับการพัฒนาและแปรสภาพไป” สุดท้ายคอร์โซได้สร้างชิ้นส่วนซิลิโคนบางๆ ที่มีคุณสมบัติโปร่งแสง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อ เลือด และเนื้อเยื่อภายใต้ผิวหนัง “ไรอันมีซิลิโคนบางเท่าแผ่นกระดาษอยู่สิบแผ่นบนหัว” คอร์โซอธิบาย “ทีนี้ลองนำมาคูณกับพื้นที่ทั่วร่างกายในฉากการต่อสู้กับ เอ็ด สเครน ในบทอแจ็กซ์ที่ Workshop ตอนที่ไรอันอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เป็นการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมดิบเถื่อน โดยไม่มีการใส่เสื้อผ้าหรือการห่อหุ้มใดๆ ทั้งสิ้น มันจริงจังมากเลยล่ะ!” พบกับสิ่งเล็กๆที่เรียกว่าแผลเป็นกับผู้ทรงพลังสุดเกรียนใน Deadpool 11 กุมภาพันธ์นี้ไปลบรอยแผลเป็นในใจในโรงภาพยนตร์เท่านั้น https://www.facebook.com/DeadpoolMovieThailand

น้าเทิดอุบไต๋ ชลบุรี เอฟซี มีแผนเด็ดบู๊โตเกียวศึกACLเพลย์ออฟ
ชลบุรี เอฟซี /  ผลบอล / 

“น้าเทิด”เทิดศักดิ์ ใจมั่น โค้ชและนักเตะ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ร่วมแถลงข่าว ก่อนแข่งฟุตบอล เอเอฟซี ชปล.รอบเพลย์ออฟ กับทีม เอฟซี โตเกียว ที่สนาม โตเกียว สเตเดี้ยม โดยโค้ชเทิด ยอมรับฉลามชล เป็นรองทุกอย่างแต่มั่นใจสู้สนุก พร้อมเปรยแผนเด็ดฉลาม ให้ดูในเกมวันพรุ่งนี้ ความเคลื่อนไหวทีม ชลบุรี เอฟซี ตัวแทนจากประเทศไทย เตรียมเตะฟุตบอล เอเอฟซี ชปล.รอบเพลย์ออฟ กับทีม เอฟซี โตเกียว ตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อแย่งตั๋วเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ACL2016 ในวันพรุ่งนี้ (9ก.พ.) ก่อนเกมได้มีการแถลงข่าวความพร้อมที่สนาม โตเกียว สเตเดี้ยม ของเจ้าถิ่น โดยตัวแทนทีมฉลามชล ได้แก่ “น้าเทิด”เทิดศักดิ์ ใจมั่น โค้ชแอนด์เพลย์เยอร์ พร้อมด้วย จักรพันธ์ ปั่นปี ผจกทีม ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนเจ้าถิ่นเป็นจำนวนมาก “ผมรู้ว่าเราเป็นรองทีมโตเกียวทุกอย่าง อีกทั้งทีมเราเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลง แต่ผมก็เชื่อว่าทีมเราจะสู้กับเจ้าถิ่นได้สนุก เรารู้ว่าบอลสไตล์ญี่ปุ่นคือบอลระบบ ที่มีรูปแบบการเล่นที่ดี แต่ผมก็มีแท๊กติกเด็ดๆไว้รับมือ ซึ่งต้องรอดูเกมในสนามวันพรุ่งนี้” น้าเทิด กล่าว สำหรับทีมชลบุรี เอฟซี จะสวมชุดแข่งสีเทาซึ่งเป็นชุดเยือนในเกมวันพรุ่งนี้  โดยทีม“ฉลามชล”ชลบุรี เอฟซี ตัวแทนจากประเทศไทย จะชิงตั๋วสู่รอบแบ่งกลุ่มกับทีม เอฟซี โตเกียว ทีมตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 9 ก.พ.2559 ที่สนาม โตเกียว สเตเดี้ยม เวลา 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น 17.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

แต่งหน้า ทาปากแดง ต้อนรับตรุษจีน
ตรุษจีน /  ทาปากแดง / 

           เทศกาลตรุษจีนบรรดาสาวหมวยทั้งหลาย คงต้องจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ถ้าเตรียมชุดสวยไว้พร้อมแล้ว ก็ต้องแต่งหน้าให้สวยโดดเด่นด้วยการกรีดอายไลเนอร์สีดำคมกริบคู่กับทาลิปสติกสีแดงสด วันนี้เรามีวิธี ทาปากแดง มาฝากสาวๆ women mthai แบบ step by step กันเลยล่ะค่ะ นี่คือ 10 ขั้นตอนที่จะเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นสาวเซ็กซี่ภายในพริบตา เรามาลุยกันเลยดีกว่า........ 1.ทาคอนซีลเลอร์ให้ทั่วริมฝีปาก เพื่อลบเส้นขอบปาก และช่วยให้สีลิปสติกเด่นชัดขึ้น 2.เขียนขอบปากด้วย ลิปไลเนอร์สีแดง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลิปสติกเลอะออกมานอกริมฝีปาก และยังช่วยให้เห็นรูปปากคมชัดยิ่งขึ้น 3.เมื่อเขียนขอบปากจากขอบนอกสุดแล้ว จึงค่อยๆไล่ระรายสีเข้ามาด้านใน 4.ระบายสีให้ทั่วบริเวณขอบริมฝีปาก 5.เก็บรายละเอียด เติมขอบปากให้เรียบร้อย 6.ใช้ดินสอเขียนขอบปากสีชมพู ค่อยๆระบายริมฝีปากด้านใน 7.ทาสีชมพูเฉพาะด้านในริมฝีปากเท่านั้น 8.เตรียมลิปสติกเฉดสีแดง เลือกให้เหมาะกับสีผิวของคุณ 9.ทาลิปสติกสีแดงด้วยแปรง ทาจากมุมปากมายังด้านในปาก เพื่อความสวยเรียบเนียน 10.เท่านี้เราก็ได้ริมฝีปากสีแดงสวยเซ็กซี่สุดๆ แล้วล่ะค่ะ เรียบเรียงโดย women mthai team

อีกมุม! ปมโครงสร้างปี๊บอาคารไต้หวัน
ข่าวแผ่นดินไหว /  ตึกถล่ม / 

ผู้สันทัดกรณีเชื่อเป็นเทคนิคลดน้ำหนัก ปมอาคารไต้หวัน ใช้ปี๊บเป็นส่วนประกอบโครงสร้าง  หลังจากเกิดเป็นฮือฮาภายหลังพบว่า ตึกใน ไต้หวัน ที่พังทลายจากเหตุแผ่นดินไหว มีปี๊บเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างอาคารจนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวา งถึงสาเหตุที่ตึกพังดังกล่าวน่าจะมาจากส่วนประกอบโครงสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น ล่าสดผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Pat Hemasuk ได้อธิบายถึงเรื่องดังกล่าวว่า น่าจะเป็นการทำเชิงเทคนิคเพื่อลดน้ำหนัก ไม่ใช่การสร้างอาคารที่ไม่ได้มาตรฐานแต่อย่างใด โดยระบุว่า มีข่าวออกมาถึงเรื่องอาคาร 17 ชั้น Wei-guan Golden Dragon ของไต้หวันที่พังลงมาจากแผ่นดินไหว 6.4-magnitude กินชีวิตคนไปไม่น้อยนั้น ในข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศและข่าวภายในประเทศไต้หวันเองนั้น ได้ออกภาพมาชุดหนึ่งถึงการเอาปี๊บน้ำมันพืชมาใช้สร้างอาคารโดยมีคอนกรีตหล่อทับอีกที ข่าวของต่างประเทศถึงกับตีข่าวว่า "Tin cans found ‘reinforcing’ concrete walls of high-rise building which collapsed in Taiwan quake" เรื่องนี้ผมนั่งดูรูปแล้วพิจารณาว่าข่าวของฝรั่งมันแหม่งๆ พิกล มันคงจะไม่ใช่ concrete walls อย่างในข่าวหรอกครับ ผนังคอนกรีตอะไรมันจะหนาขนาดนั้น แต่ผมเองนั้นไม่ได้มองว่าการก่อสร้างอาคารหลังนี้โกงกินค่าก่อสร้างโดยเอาปี๊บไปยัดในโครงสร้างในส่วนของ beam and column แต่อย่างไร ผมดูจากภาพแล้วพบว่า reinforced concrete มันมีการแบ่งตัวชัดเจนว่า อะไรคือ Concrete slab ถ้าจะดูกรอบสีแดงที่ผมเอาใส่ไว้ ด้านซ้ายและขวา มันเดาได้ไม่ยากเลยว่ากรอบแดงด้านซ้ายมือคือ beam ที่มีการเสริมเหล็กบนล่าง และกรอบสีแดงด้านขวาคือ column เพราะมีการเสริมเหล็กรอบ แล้วไอ้เจ้าคอนกรีตที่มีปี๊บไปฝังตรงกลางมันคืออะไร "ผมมองจากขนาดเหล็กเส้นที่เสริมบนล่าง ผมมองว่ามันคือ Voided biaxial slabs คือพื้นที่มีการลดน้ำหนักอย่างหนึ่งเพื่อให้พื้นมีน้ำหนักเบา เพราะพื้นที่ตรงกลางเนื้อคอนกรีตมันไม่ได้รับแรงอะไร แต่มันคือตัวเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างอาคาร" ตัวรับแรงคือบริเวณ บน-ล่าง ดังนั้นถ้าทำให้มันกลวงได้น้ำหนักของพื้นมันก็ลดลงสามารถเพิ่ม span ออกไปได้มากมาย ดังนั้นเสารับกลางพื้นก็ห่างขึ้นได้ ขนาดคานก็ลดลง column load ของตัวอาคารก็ลดลงมหาศาล ในต่างประเทศมีการใช้ Voided biaxial slabs มานานแล้ว โดยจะใช้กล่องพลาสติกขนาดใหญ่มาใส่เรียงกันแทนเนื้อคอนกรีตที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยยังมีเหล็กบนเหล็กล่างสานเป็นกระแกรงตามปกติ ดังนั้นมันคือพื้นโครงสร้างรูปรังผึ้งที่กลวงกลาง น้ำหนักเบาแต่ยังแข็งแรงใช้งานรับแรงได้ตามปกติ แต่การที่วิศวกรของไต้หวันใช้ปี๊บน้ำมันพืชมาใส่แทนกล่องพลาสติกนั้น ผมกลับมองว่าเขาเข้าใจเล่น และเล่นได้ประหยัดเงินดีเสียอีก เพราะปี๊บเปล่ามันถูกเงินกว่ากล่องพลาสติกที่ฝรั่งออกแบบมาใช้กับ Voided biaxial slabs ส่วนที่ว่าทำไมตึกนี้มันพังลงมาขณะที่ตึกอื่นไม่พังนั้น ผมคิดว่าน่าไปดูที่โครงสร้างตึกและการออกแบบที่จุดอื่นมากกว่ามาดูจุดที่ปี๊บโผล่ออกมาแล้วโทษว่ามันทำให้ตึกพัง เพราะถ้าผมจำไม่ผิดเมื่อครั้งที่แผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโก สะพานโกลเดนเกตที่สร้างมาตั้งแต่สมัยปู่ไล่จีบย่ากลับไม่พัง แต่สะพานเบย์บริดจ์ที่สร้างมาหลังกว่าและใช้เทคโนโลยีที่ใหม่กว่าดันพัง ตั้งแต่หลังแผ่นดินไหวจบไปใหม่ๆ ในปี 1989 เคยมีอาจารย์ที่เป็นปรมาจารย์ของโครงสร้างคอนกรีตระดับต้นๆ ในเมืองไทยท่านหนึ่งได้เคยให้ความเห็นหลังแก้วเบียร์ยามเย็นหลังปิดไซต์งานให้กลุ่มวิศวกรจบใหม่หน้าละอ่อนฟังเมื่อนานมาแล้วว่า ************************************************************************* "ข้าคิดว่าสะพานเบย์บริดจ์มันคงใช้ Ultimate Strength Design แบบนรกแน่นอน พวกเอ็งลองคิดซิว่ะ สะพานโกลเดนเกต ใช้ conventional design ใส่ safety factor ไว้เพียบ เพราะการออกแบบสมัยก่อนยังไม่เจริญมากนัก มันเลยมีความแข็งแรงในตัวของมันเองสูงมาก แต่พอเทคโนโลยีความรู้ด้านโครงสร้างสมัยใหม่เริ่มแกร่งกล้า พวกดีไซน์เนอร์ต่างก็ลดขนาดโครงสร้างลงเพื่อประหยัดงบประมาณการก่อสร้างโดยใช้ USD มันเลยพังฉิบหายเพราะรับ Lateral force ได้ไม่ดีพอจากแผ่นดินไหวอย่างที่เห็น " ************************************************************************** ผมดูรูปอาคารพังแล้วภาพของ Voided biaxial slabs เด้งขึ้นมาในหัวทันที พร้อมกับคำพูดของอาจารย์ท่านนี้ ทั้งที่ท่านได้กรุณาสอนเด็กๆ วิศวกรจบใหม่นอกตำราเรียนหลังเลิกไซต์งานก่อสร้างเอาไว้ตั้งหลายสิบปีแล้ว ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก @@Pat Hemasuk เครดิตภาพ สำนักข่าวไทเปไทม์ ฮือฮาอาคารในไต้หวัน ใช้ปี๊บน้ำมันเป็นโครงสร้างหลัก ก่อนส่งผลทำตึกพังยับหลังแผ่นดินไหว !?? เว็บไซต์เดลีเมลของอังกฤษ ได้มีการเผยแพร่ภาพชวนอึ้งโครงสร้างตึกแห่งหนึ่งในไต้หวัน ที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็นภาพปี๊บน้ำมันจำนวนมาก ถูุกนำมาใช้เป็นโครงสร้างหลักของอาคารแทนไม้และเหล็กตามมาตรฐานการก่อสร้างทั่วไป ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้คาดการณ์ได้ว่า สาเหตุที่ทำให้อาคารดังกล่าวได้รับความเสียหายมากกว่าปกติ ในขณะที่อาคารอื่นโดยรอบมีการทรุดตัวบ้างเล็กน้อยไม่รุนแรงนั้น เป็นเพราะโครงสร้างที่ทำจากปี๊บน้ำมันนั่นเอง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เตรียมสอบสวนหาสาเหตุที่อพาร์ตเมนต์พังถล่ม พร้อมกับตั้งทีมวิศวกรอิสระตรวจสอบหาหลักฐาน และจะนำตัวผู้ก่อสร้างอาคารมารับผิดชอบหากพบกระทำผิดกฎหมาย ส่วนความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวที่ไต้หวันนั้นล่าสุด พบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 400 ราย และอีกนับร้อยยังสูญหายไม่ทราบชะตากรรม ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ตำรวจไขปม คดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน จากชนวนเรื่องเงิน
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

พลตำรวจเอกชวน นาริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ ของกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า สามารถจับกุมตัวชายชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเพื่อนร่วมชาติ ที่มีการพบชิ้นส่วนร่างกายถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน   โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นายอาตูร์ หรืออาเธอร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 36 ปี ถูกจับกุมได้เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ที่เมืองสีหนุวิลล์ ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งของกัมพูชา หลังจากที่เขาเดินทางมาถึงกัมพูชาไม่กี่วันก่อนหน้านี้  ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามการร้องขอจากประเทศไทย และทางการกัมพูชาจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้แก่ทางการไทย ก่อนหน้านี้ ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ พบรถจักรยานยนต์ ที่คาดว่าเป็นของผู้ต้องสงสัย ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้กับตลาดชายแดน ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชาแล้ว ขณะที่ผลชันสูตรของตำรวจไทย พบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายเดวิด เบอร์นาต นักธุรกิจชาวสเปน ซึ่งคาดว่าถูกลักพาตัว, ทรมาน และถูกบังคับให้โอนเงินจำนวนมาก ก่อนถูกฆาตกรรม  ส่วนประเด็นการสืบสวนมุ่งเป้าไปที่การลักพาตัว เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมืด โดยเหตุที่คนร้ายได้เงินแล้ว แต่ยังฆ่าหั่นศพผู้ตายอย่างโหดเหี้ยม เชื่อว่าน่าจะเกิดจากคนร้ายต้องการเงินเพิ่ม หรือได้เงินไม่ครบ เพราะถูกธนาคารในไทยและสิงคโปร์ตรวจพบความผิดปกติ จึงระงับการทำธุรกรรมไปกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 10 ล้านบาท ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าตร.อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อรับตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน หลังรับทราบว่า ถูกตำรวจกัมพูชาจับกุมตัวได้ที่จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ด้าน น.อ.ดิเรก อินทวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ตราด เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.อนุชา สุทธยดิลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ได้ประสานงานตำรวจแห่งชาติของกัมพูชา เพื่อประสานการจับกุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพชาวสเปน แล้วหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางช่องโอเสม็ด จ.สุรินทร์ และเดินทางมาหลบอยู่ที่ จ.สีหนุวิลล์ จึงได้ทำการตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจในกรุงสีหนุวิลล์ พร้อมกับได้ประสานงานเพื่อให้ตำรวจไทย เข้ามารับตัวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ตราด ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ในเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและกัมพูชา เดินทางเข้าออกกันตามปกติ และมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตราด และฝ่ายทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนหนึ่ง ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ10 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบห้องพักของ นายอาเธอร์ หรือ อาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ชาวสเปน ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด ชาวสเปน ย่านพระราม 9 และนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หลังตำรวจเชื่อว่า จุดนี้จะเป็นจุดฆ่าและหั่นศพนายเดวิด พล.ต.อ.ปัญญา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่า นายอาตูร์ เช่าห้องพักที่คอนโดแห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 และอาศัยอยู่ที่นี่เป็นประจำ โดยมี น.ส.ปริศนา แสนอุบล เข้ามาพักด้วยเป็นบางครั้ง และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา บันทึกภาพขณะนายเดวิด เข้ามาภายในคอนโดแห่งนี้ และไม่พบว่า นายเดวิด ออกไปจากคอนโด พบเพียง นายอาตูร์ เข้าออก และมีการขนตู้แช่ออกจากคอนโด ไปไว้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ต้องรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน ในการตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในครั้งนี้ เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง ............................................................................................................................................................... พล.ต.อ.เดชณรงค์ ยืนยัน ได้ตัว อาตูร์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพจากกัมพูชาแน่นอน ด้าน ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ปัดไม่รู้ส่งตัวให้ไทยวันนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวสเปน ทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ควบคุมตัว นายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป อายุ 37 ปี ชาวสเปน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยได้ขณะที่กำลังจะหลบหนีไปทางทะเล ทั้งนี้ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้ตัวนายอาตูร์แน่นอนแต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยกับกัมพูชามีสนธิสัญญากันอยู่แล้วในส่วนนี้ โดยหากทางพนักงานสอบสวน สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับได้จะทำให้การดำเนินการคดี และประสานขอตัวนายอาตูร์กับกัมพูชามีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหา นายอาตูร์ ในเรื่องใด อาทิ การหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จะส่งตัวนายอาตูร์ เซการ์รา ปริ๊นเซป ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพในวันนี้ที่จังหวัดสระแก้วว่า ยังไม่ทราบข้อมูล และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม วันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) จะประชุมที่ศูนย์สืบสวนนครบาล ถึงความคืบหน้าคดีหั่นศพเพื่อเร่งรัดคดี ............................................................................................................................................................... ตำรวจกัมพูชา จับกุม "อาตูร์" ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ "นายเดวิด เบอร์นาร์ด" ชาวสเปนได้ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลสุดหรู ขณะพยามหลบหนี เว็บไซต์สำนักข่าว ฟอกซ์ นิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. ตำรวจกัมพูชา สามารถจับกุมตัว นายอาตูร์ หรือ อาเธอร์ เซกราร่า ปรินเซป ผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด  นักธุรกิจชาวสเปน ที่ สีหนุวิลล์ เมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของกัมพูชา จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกัมพูชา ที่บอกกับทางสำนักข่าว EFE ผ่านทางโทรศัพท์ว่า สามารถจับกุมนายอาตูร์ได้ที่เมืองทางตอนใต้ของสีหนุวิลล์ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งสำนักข่าว ขะแมร์ 440 นิวส์ ได้ตีพิมพ์ภาพของผู้ต้องสงสัยรายนี้ ลงสื่อขณะที่ถูกควบคุมตัว นายอาตูร์ ไว้ที่สถานีตำรวจสีหนุวิลล์ ก่อนถูกจับกุมนายอาตูร์ ได้กินอาหารเย็นที่จังหวัดสุรินทร์ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือของไทย และเมื่อเขาถูกกลุ่มของคนไทยบริเวณนั้นเห็นใบหน้า นายอาตูร์ จึงหนีไปกัมพูชา ซึ่งทางจ้าหน้าที่ได้พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ของ นายอาตูร์ เมื่อเช้าวันเสาร์ บริเวณป่ารกชายแดนไทย-กัมพูชา ในรายงานข่าวของสื่อกัมพูชา ระบุว่า นายอาตูร์ ถูกจับกุมขณะที่แต่งกายสวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวสีเขียวคาดดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และพยายามหลบหนีออกทางทะเล โดยทางการกัมพูชา กำลังนำตัว นายอาตูร์ เดินทางมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว คาดว่าจะนำตัวแถลงข่าวการจับกุมในเช้าวันนี้ ............................................................................................................................................................... สาวชาวสุรินทร์คนสนิทผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ยันไม่เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรม จนท.คุมเข้มชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ 6 ก.พ. ตำรวจ จ.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาตูร์ ชาวสเปน ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน มาสอบปากคำในเบื้องต้นที่ ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาตูร์ มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งนายอาตูร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้าน คาราโอเกะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าว พบ ข่าวและภาพของนายอาตูร์ พอดี จึงพากันสงสัย นายอาตูร์ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.รับสารภาพว่า ได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาตูร์ มากว่า 6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกัน และไม่ทราบเรื่องว่านายอาตูร์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้ คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถ จยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้า ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขอบคุณ INN _________________________________________________________________________________________ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาตูร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

ยิ่งลักษณ์-ทักษิณเกาะกระแส 'ตรุษจีน' อวยพรคนไทย
ตรุษจีน /  ทักษิณ ชินวัตร / 

"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" เกาะกระแส "ตรุษจีน" ร่วมอวยพรคนไทย มีความุข-ร่ำรวยตั๋งตั้ง วันที่ 7 ก.พ.59 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์รูปภาพและข้อความลงบนอินสตาแกรม "thaksinlive" ระบุข้อความอวยพรเนื่องในวันตรุษจีนว่า "สวัสดีตรุษจีน 2559 แด่พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนทุกๆท่าน ตรุษจีนปีลิงปีนี้ ทุกท่านต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่ผมเชื่อมั่นในความขยันหมั่นเพียรของพี่น้องที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทางเศรษฐกิจไปได้ ขออวยพรให้ทุกท่านร่ำรวย ตั๋งตั้งครับ" ขณะเดียวกัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสคลิปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Yingluck Shinawatra ระบุข้อความอวยพรเนื่องในวันตรุษจีนว่า "ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันปีใหม่จีน สุขภาพแข็งแรง ทุกเรื่องสมปรารถนา" ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันปีใหม่จีน สุขภาพแข็งแรง ทุกเรื่องสมปรารถนาค่ะ Posted by Yingluck Shinawatra on 6 กุมภาพันธ์ 2016