ดัดผม

ซัวเรซ ร้องให้ระหว่างเดินทางออกจากสนามซ้อม เมลวู้ด
จอห์น ฟลานาแกน /  ลิเวอร์พูล / 

หลุยส์ ซัวเรซ อดีตศูนย์หน้าจอมกัดของ ลิเวอร์พูล โพสเฟสบุค อำลาเพื่อนร่วมทีมเป็นครั้งสุดท้ายโดยวันนี้เจ้าตัวเดินทางไปที่ เมลวู้ด สนามซ้อมของทัพ "หงส์แดง" พร้อมถ่ายภาพกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, เกล็น จอห์นสัน และจอห์น ฟลานาแกน หัวหอกคนใหม่แห่งทัพ บาซ่า โพสข้อความผ่าน Facebook ว่า "วันนี้ผมจะมาบอกลาเพื่อนๆร่วมทีม ลิเวอร์พูล ทุกๆความทรงจำที่เราเคยอยู่ร่วมกัน มันสุดยอดมากๆ ขอบคุณทุกความรู้สึกดีๆที่ให้กันมาโดยตลอด" โดยระหว่างเดินทางออกจากสนามซ้อมมีช่างภาพจับใบหน้าของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่กำลังร้องให้อยู่ภายในรถได้อีกด้วย

Offical! ดีลนี้ที่รอคอย! ปีศาจแดงเปิดตัว ฟัลเกา สัญญายืม 1 ปีพร้อมออปชั่นซื้อขาด
ดาลีย์ บลินด์ /  ตลาดซื้อขายนักเตะ / 

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้ ยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงทีมชาติโคลัมเบียจาก โมนาโก มาร่วมทัพเป็นระยะเวลา 1 ปีพร้อมกับออปชั่นซื้อขาดจากสโมสร หลังจากนักเตะได้เดินทางมาตรวจร่างกายและเปิดตัวเป็นนักเตะรายที่ 6 ในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย โดยการย้ายทีมครั้งนี้ของ จะทำให้ดาวยิงวัย 28 ปี ขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้วยจำนวน 265,00 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง เวนย์ รูนี่ย์ ที่รับอยู่ 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ สำหรับ ฟัลเกา เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า และไม่ได้เล่นฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา เปิดเผยในการเปิดตัวกับสโมสรใหม่ว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาลนี้ แมนยูเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และต้องการกลับไปอยู่ในระดับท็อปอีกครั้ง และผมเฝ้ารอที่จะร่วมงานกับ หลุยส์ ฟาน กัล เพื่อช่วยให้สโมสรประสบความสำเร็จต่อไป”

4นักแสดงท้าทาย
The Eyes Diary /  ของคนตาย / 

บ่งบอกถึงบรรยากาศในความเป็นหนังผีสยองขวัญได้ดีทีเดียว สำหรับ The Eyes Diary  (ดิอายส์ ไดอารี่) ภาพยนตร์เรื่องใหม่จาก สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ สตูดิโอคำม่วน พร้อมกับเป็นการกลับมาจับงานในแนวผีๆน่ากลัวระทึกขวัญในรอบ10ปีของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่เคยช็อคคนดูมาแล้วจาก คนผีปีศาจ และ 13เกมสยอง ฯลฯ แต่การมาครั้งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นหนังผี กับแนวทางของหนังรักโรแมนติค ดราม่า โดยได้ ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย  ,โฟกัส จีระกุล ,เมโกะ-ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย และแจ๊ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา 4 นักแสดงวัยรุ่นมากฝีมือมาทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่ฟังแค่พล็อตก็ชวนขนลุกแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ ชายหนุ่มคนหนึ่งยอมลุกขึ้นมาทำทุกอย่างแม้กระทั่งเก็บข้าวของคนตายมาสะสม เพราะเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้เขาได้เห็นคนรักที่ตายไปแล้ว และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของคอนเซ็ปท์การถ่ายโปสเตอร์ในวันนี้ ซึ่งงานนี้ คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ มาร่วมดูการถ่ายทำโปสเตอร์ พร้อมร่วมบิ้วให้เหล่านักแสดงหลักทั้ง 4 คน ตกอยู่ในสถานการณ์จนมุมผี โดยในมือทุกคนมาพร้อมพรอพอุปกรณ์ประกอบการถ่ายทำที่ล้วนแล้วแต่เป็นข้าวของของคนตายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น หมวกกันน็อคแตกจากอุบัติเหตุ, ตุ๊กตาที่ดูน่ารักของเด็กผู้หญิงที่มีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว, เชือกแขวนคอศพคนตายในที่เกิดเหตุ, ริสท์แบนด์ที่ผูกข้อมือมากับศพ  และเพื่อให้บรรยากาศของภาพดูน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีกจึงมีการจัดแสงในลักษณะแบบมืดอึมครึมชวนขนลุก ส่งผลให้มูทแอนด์โทนของภาพจะยิ่งดำมืดขึ้นไปอีกราวกับว่ารอบๆตัวๆเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่น่าไว้ใจ ไฟฉายที่อยู่ในมือแต่ละคนต่างสาดส่องไปรอบๆตัว ด้วยสีหน้าและท่าทางที่หวาดสะพรึง ทุกคนเบียดชิดตัวติดกัน เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของของรักของหวงที่อยู่ในมือแต่ละคนพร้อมจะเข้ามาทวงคืนตอนไหน ปั้นจั่น : ครับสำหรับวันนี้เราก็ได้มาถ่ายโปสเตอร์กัน ก็มีหลายท่าหลายแบบ หลายคู่หลายอารมณ์กัน โฟกัส : สำหรับธีมหนังที่กลายมาเป็นคอนเซ็ปท์ของธีมโปสเตอร์ที่เราถ่ายทำกันในวันนี้  ก็เป็นอารมณ์เหมือนท้าทายค่ะ ของทุกชิ้นจะเป็นของคนตายค่ะ แล้วของทุกชิ้นก็จะมีเจ้าของ เมโกะ: ซึ่งมันจะเกี่ยวกับตัวละครในหนัง ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีของที่แทนตัวตนแต่ละตัว นอกจากเป็นการกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งหลังจากที่ภาพยนตร์ปิดกล้องถ่ายทำไปแล้วทั้ง4ได้เล่าให้ฟังถึงประสบการร์การทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรกในหนังผีร่วมกันรวมไปถึงความน่าสนใจของภาพยนตร์ผีสยองขวัญโรแมนติคเรื่องนี้ โฟกัส : ดีใจที่ได้ทำงานกับนักแสดงที่มีคุณภาพทุกคน ทีมงานทุกคนเก่งมากแล้วพี่มะเดี่ยวน่ารักมากๆ ได้ทำงานร่วมกันเป็นครั้งแรกก็รู้สึกดีค่ะ เมโกะ : เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ในแนวโรแมนติค-เฮอร์เรอร์ เป็นหนังผีที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับความรักเข้ามาเกี่ยวพันด้วย เล่าถึงผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามทุกอย่างเพื่อที่จะได้เห็นแฟนเขาที่ตายไปแล้วอีกครั้งหนึ่งด้วยการเก็บข้าวของคนตาย และที่สำคัญคือประสบการณ์กับบางสิ่งบางอย่างที่ชวนขนลุกที่ทั้งสี่คนต่างประสบกันมาในระหว่างการถ่ายทำ โฟกัส: เจอค่ะ เรื่องนี้ต้องถามเมโกะค่ะ เมโกะจิตสัมผัสค่ะ เมโกะ : ไม่ใช่แค่เม แต่ทุกคนสัมผัสได้จริงๆ คือมีสถานที่หนึ่งที่เราถ่ายทำ แล้วจำลองขึ้นมาให้เป็นโรงพยาบาลร้าง คือทุกคนรู้สึกว่าในฉากก็จะมีเอ็กซ์ตร้า แล้วพี่ทีมงานเขานับให้ครบ18คน นับตรงข้างหน้าครบ18คน แต่ว่ามันมี1คนอยู่ในฉาก แสดงว่าไอ้ที่นับตรงข้างหน้าเกินมา1คน ทุกคนก็ต่างไม่ว่าอะไรก็ต่างแยกย้ายกันขึ้นไปถ่ายเลย แล้วก็แจ๊คก็เจอที่โรงแรม แจ๊ค :  ครับผมก็จะนอนกับพี่ปั้นจั่น ทีนี้พี่ปั้นเขาจะเป็นคนเดียวเลยครับที่ห้อยพระ ปั้นจั่น : ใช่ครับ ผมใส่พระตลอดครับ ที่นี้พอแจ๊คตื่นขึ้นมาตอนเช้าเขาก็บอกให้มาดูพุงเขา เป็นรูปมือแดงๆมาแตะที่พุงเขาเป็นเหมือนรอยกด แต่พิจารณาดูแล้วน่าจะเหมือนมือผู้หญิง ไม่น่าใช่มือแจ๊ค แจ๊ค: แล้วก็มีอีกๆมีรอยกดตรงนี้ด้วย(ใต้ริมฝีปากเหนือคาง) กดตรงคางเป็นรอยแดงอะไรอย่างนี้ครับ และด้วยความที่เป็นหนังผีแน่นอนว่าต้องถ่ายทำกลางคืนยันเช้า แถมสถานที่ถ่ายทำก็ทั้งร้างและเต็มไปด้วยความยากในการถ่ายทำชนิดที่ว่าท้าทายทั้งคนเล่นและคนดูจริงๆ ปั้นจั่น : ก็ที่จริงๆ แล้วพวกเราก็เต็มที่กับงาน สนุกกันมัน ก็หวังว่าทุกคนจะชอบผลงานชิ้นนี้ของพวกเราทุกคน เป็นการกลับมาทำภาพยนตร์สยองขวัญของพี่มะเดี่ยวด้วย หลายคนก็รอติดตามอยู่ ก็หวังว่าจะถูกใจกับคอหนังผีแล้วก็เรื่องสยองขวัญบวกกับความรักของเราจะถูกใจคนดู The Eyes Diary (ดิอายส์ ไดอารี่) รับฮาโลวีน 30ต.ค.นี้

ไผ่ พงศธร ขอส่งต่อเพลงซึ้ง ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง
ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง /  ไผ่ พงศธร

หลังจากปล่อยเพลงเศร้าเคล้าน้ําตากันถึง 3 บทเพลงแล้ว ทั้ง ฝืนใจหน่อยได้ไหม , ตั๋วอ้ายเป็นคนสุดท้ายได้บ่ , อ้ายหมดหน้าที่หรือยัง ล่าสุดหนุ่ม ไผ่ พงศธร ก็ขอนําเพลงซึ่งเป็นชื่อเดียวกับอัลบั้ม “ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง” เนื้อเพลงที่มอบให้กับผู้ที่มีหวังทุกคน ได้สมหวังตามที่ตนเองตั้งใจเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องของความรัก “สําหรับอัลบั้มนี้ ผมก็เดินทางมาถึงเพลงที่ 4 แล้วกับเพลง ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง อยากให้แฟนๆ รวมถึงแฟนคลับของผมทุกคนได้ดูมิวสิกวีดีโอกัน มีโชว์กล้ามแขนด้วยนะครับ (หัวเราะ) เป็นเพลงช้า เศร้านิดๆ แต่ถ้าดูมิวสิกวีดีโอรับรองว่าแฮปปี้กับตอนท้ายเรื่องแน่ๆ ต้องขอบคุณ พี่ต๊ะ พงษ์ศักดิ์ ถนอมใจ ที่นําบทเพลงนี้มาให้ผมถ่ายทอด ยังไงก็ฝากมิวสิกวีดีโอเพลง ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง ของผม ไผ่ พงศธร ด้วยแล้วกันนะครับ” ไผ่ พงศธร กล่าว เนื้อเพลง ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง ศิลปิน ไผ่ พงศธร คำร้อง/ทำนอง พงษ์ศักดิ์ ถนอมใจ เรียบเรียง สวัสดิ์ สารคาม ยอมรับว่าเหนื่อยแต่ก็บ่ยอมถอดใจ ถึงอยู่ตำแหน่งท้ายท้าย ปลายแถวคนรอรักเธอ ยากเย็นซ่ำใด๋กว่าใจจะหาคนคิดถึงเจอ ตั้งแต่มีเธอชีวิตเหมือนเจอจุดหมาย ไม่ว่าเมื่อไรหัวใจบ่เคยหยุดพัก ขอเป็นตัวเลือกความรัก ของเธอด้วยความเต็มใจ ได้เจอแล้วบ่คนที่เธอรอและคิดว่าใช่ หากเจอแล้วกะบ่ว่าจั่งใด๋ แต่รักเขาเบาเบาก่อนเด้อ ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง ขอโอกาสอีกสักนิดหนึ่ง ขอทางให้ใจเดินไปหาเธอ อยากบอกว่าฮัก กะเฮ็ดบ่ได้เพราะไกลเสมอ สงสารจักหน่อยแหน่เด้อ ขอไปฮักใกล้ใกล้ได้บ่ บ่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคนอย่างเขา เคยถามใจตัวเองเบาเบา มันก็บอกว่าอย่าท้อ แค่คำสั้นสั้นมันคือนานแท้หนอคำว่ารอ ความฮักสิเป็นจริงบ่ อยู่ในความรับผิดชอบเจ้าเด้อ ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง ขอโอกาสอีกสักนิดหนึ่ง ขอทางให้ใจเดินไปหาเธอ อยากบอกว่าฮัก กะเฮ็ดบ่ได้เพราะไกลเสมอ สงสารจักหน่อยแหน่เด้อ ขอไปฮักใกล้ใกล้ได้บ่ บ่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคนอย่างเขา เคยถามใจตัวเองเบาเบา มันก็บอกว่าอย่าท้อ แค่คำสั้นสั้นมันคือนานแท้หนอคำว่ารอ ความฮักสิเป็นจริงบ่ อยู่ในความรับผิดชอบเจ้าเด้อ ตั้งใจแต่ยังไปไม่ถึง ขอโอกาสอีกสักนิดหนึ่ง ขอทางให้ใจเดินไปหาเธอ อยากบอกว่าฮัก กะเฮ็ดบ่ได้เพราะไกลเสมอ สงสารจักหน่อยแหน่เด้อ ขอไปฮักใกล้ใกล้ได้บ่ อยากบอกว่าฮัก กะเฮ็ดบ่ได้เพราะไกลเสมอ สงสารจักหน่อยแหน่เด้อ ขอไปฮักใกล้ใกล้ได้บ่ มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เรดแนปป์ ยืนยัน เรมี่ กำลังจะได้เปิดตัวกับ เชลซี
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส /  ฝรั่งเศส / 

แฮร์รี่ เรดแนปป์ กุนซือหน้าง่วงของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ออกมายอมรับว่า โลอิก เรมี่ หัวหอกตัวเก่งกำลังจะได้เป็นสมาชิกใหม่ของ เชลซี เร็วๆนี้ หลังจาก "สิงห์บลู" เพิ่งปล่อย เฟร์นานโด ตอร์เรส ไปอยู่ เอซี มิลาน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ต้องหาศูนย์หน้าคนใหม่เข้ามาล่าตาข่ายแทนโดย โชเซ่ มูรินโญ่ เลือกไปที่ดาวยิงทีมชาติ ฝรั่งเศส รายนี้มาเสริมคมในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ เรดแนปป์ ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports ถึงเรื่องนี้ว่า "ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์ช่วงเที่ยงวันนี้ เขา(เรมี่)กำลังจะถูกใส่ชื่อลงไปในทีมชุด 11 ตัวจริง แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเจ้าตัวกำลังจะย้ายทีมแล้ว" "ผมบอกกับเขาว่ามันยากมากๆสำหรับโอกาสที่จะได้อยู่ต่อ เพราะตอนนี้การเจรจาลุล่วงไปมากแล้ว ผมเองก็จำเป็นต้องเปลี่ยนทีมเหมือนกัน" เทรนเนอร์ชาว อังกฤษ วัย 67 ปี ตบท้าย

สปิริต! โฬม เบลอยาแก้อักเสบ!! ยังไม่ทิ้งงาน
โฬม พัชฏะ /  เบลอยา / 

สปิริตแรงงงงง พระเอกวิกพระรามสี่ โฬม พัชฏะ ป่วยพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ก็ยังเลือกที่จะอัดยามาเต็มที่เพื่อที่จะเดินทางมายังงานอีเว้นท์ที่ได้รับเอาไว้ โดยระหว่างที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อ หนุ่มโฬมก็มีอาการแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด อาทิ พูดเสียงสูง, พูดกระดกลิ้นรัว, ตาปรือ, หน้าซีด, ยืนไม่นิ่ง และมีท่าทางประกอบการพูดที่ผิดกับปกติไปมาก คล้ายคนที่มีอาการมึนเมา! ทั้งนี้ทางผู้จัดการส่วนตัวของหนุ่ม โฬม พัชฏะ เผยเป็นอาการจากการเบลอและแพ้ยาแก้อักเสบที่กินเข้าไปก่อนที่จะมาร่วมงานดังกล่าว ซึ่งจริงๆ แล้วหลังจากกินยาเข้าไปก็ต้องนอนพักผ่อนนั่นเอง โดยหลังจากที่ให้สัมภาษณ์เสร็จหนุ่มโฬมต้องมีพยาบาลตามประกบตัวตลอด แม้กระทั่งตอนขึ้นเวทีโชว์ตัวก็ตาม... "ครับผม(เสียงสูง) ไม่สบายพักผ่อนน้อยครับ ไปหาหมอ พรุ่งนี้จะไปครับ ไปแอดมิดมาแล้วไปรอบนึงครับอาทิตย์ที่แล้ว เดี๋ยวอาทิตย์นี้ไปอีกครับ ป่วยทุกอาทิตย์ครับ พักผ่อนน้อยครับ กินอาหารไม่เพียงพอครับ โหมงานหนักด้วยครับ พักผ่อนอย่างเดียวครับพักงานไม่ต้องครับ อาการ มันเหนื่อยน่ะ มันเหนื่อยแล้วอยู่ดีๆ พอมันนอนมันก็นอนยาว แต่แบบไม่กระปรี้กระเปร่าแทนที่จะกลับบ้านไปนอนอาบน้ำ ก็ไปนอนโซฟาก็ไปนอนยาว" "ตื่นมาก็ปวดตัวปวดเมื่อยไม่อยากไปทำงาน พอมันสะสมเข้าๆ มันก็เลยกลายเป็นชีวิตประจำวันแบบงอแงไปหมด ไอนั่นก็ไม่เอา ไอนี่ก็ไม่เอา ก็คือต้องไปหาหมอเหมือนกับลองเปลี่ยนสถานที่นอนดูบ้างครับ มีคนมาคอยดูแลอะไรอย่างนี้ เช็ดตัวแล้วก็ให้คุณหมอฉีดยาให้อะไรอย่างนี้บ้างครับ" "หมอก็ให้พักผ่อนเยอะๆ แล้วก็กินวิตามินรวมครับ 4 ถุงครับ พักผ่อนยาวๆ มันคงยาวไม่ได้ครับ ได้แค่ 2 วัน 3 วันน่ะครับ วันเดียวนี่ก็ดีขึ้นแล้วนะ วันนี้ หื้อมมมม ไหวอยู่ๆ พยาบาลส่วนตัว มาๆ พี่สาวมาครับ" "อาการมึนๆ เมาๆ ยา เปล่าหรอกคือมันเหมือนเวลารับยามากเกินไป ยกแก้อักเสบอะไรพวกนี้ครับก็จะเบลอๆ นิดนึง หรือบางทีทานไปแล้วนอนไม่พอถูกปลุกมาทำงานก็จะมี เมื่อกี้เดินขายังขวิดอยู่เลย" "อะไรรรรร(กระดกลิ้นรัว)นะครับ เอาเรรรรรือ(กระดกลิ้นรัว) สำเภาที่รักมาประมูลครับผม เห็นยังๆ อ้าาาาา เดี๋ยวเอามาประมูลครับ ซื้อมาก็แพงแล้วแหล่ะตัวเนี้ยะจะบอกว่า.... หลายพันครับ แต่เอามาทำบุญครับ แต่เห็นแล้วต้องรับรองต้องคุ้มค่าแน่นอน ใครได้ไปจะเป็นเรือสำเภาเงินสำเภาทอง" โฬม กล่าว โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ โฬม พัชฏะ

สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น
ตำนานลี้ลับ /  ประเทศญี่ปุ่น / 

หลายครั้งที่ทีนเอ็มไทนนำเสนอเรื่องราวของ สัตว์ในตำนาน หรือสัตว์ลี้ลับของประเทศญี่ปุ่นให้เพื่อนๆ ฟังกันไปบ้างแล้ว แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยก็มีนำเสนออีกเช่นเคย เกี่ยวกับเจ้า สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น .. ตัวนี้จะแปลกและแกวหแนวกว่าตัวอื่นจนาดไหนไปดูกัน นอกจากนี้  สึจิโนะโกะ ก็ยังไม่เคยมีใครจับตัวได้เลย .. สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น สึจิโนะโกะ (Tsuchinoko : 槌の子) นั้นเป็นสัตว์ลึกลับสัญชาติญี่ปุ่นที่ยังไม่ได้ถูกยืนยันแน่ชัดว่ามีตัวตนอยู่จริง รูปร่างของมันคล้ายกับงูแต่สั้นและป้อมกว่ามาก ไม่ว่าจะเหนือสุดอย่างฮอกไกโดไปจนถึงใต้สุดอย่างหมู่เกาะทางตอนใต้ ก็มีข่าวออกมาว่าเคยมีผู้พบเห็นสึจิโนะโกะตัวเป็นๆ เรียกได้ว่ามันอาศัยอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นจริงๆ เคยมีรายงานการพบเห็นสึจิโนะโกะอยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็บอกว่าจับได้แต่มันหนีไปซะก่อน บางครั้งก็บอกว่าเก็บซากที่ตายของมันเอาไว้แต่หายไปไหนไม่รู้ เพราะฉะนั้นถ้ามองในมุมของคนทั่วๆไป หลักฐานที่แสดงถึงการมีอยู่ของมันเป็นศูนย์ ชื่อว่า “สึจิโนะโกะ” นั้นมาจากภาษาถิ่นของจังหวัดมิเอะ นาระ เกียวโต และตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ส่วนทางตะวันออกของประเทศนั้นนิยมเรียกมันว่า “บาจิเฮบิ” (Bachihebi : バチヘビ) นอกจากนี้มันยังมีชื่อเรียกอีกมากมาย เช่น โนะซึจิ, ทาเทคุริคาเอชิ, สึจินโบะ หรือ สึจิเฮบิ เป็นต้น ตามคำบอกเล่าถึงรูปร่างของผู้ที่เคยพบเห็นมันคือ มันมีรูปร่างคล้ายงูลำตัวยาว 30-80 ซม. ส่วนหัวเป็นทรงสามเหลี่ยมมีขนาดใหญ่ อาจมีเขาเล็กๆอยู่บนหัว 2 อัน ลำตัวอ้วนสั้นท้องแบนและมีปลายหางแหลมออกมา บางครั้งก็มีครีบเล็ๆข้างลำตัว 2 ข้าง ลวดลายคล้ายงู เคลื่อนไหวได้รวดเร็วเสียงร้องคล้ายแมวขู่และมีพิษ บ้างก็ว่ามันกระโดดได้ไกลหลายเมตรด้วย ลักษณะเด่นๆของสึจิโนะโกะจากผู้ที่เคยพบเจอ 1. เมื่อเทียบกับงูปกติแล้ว ลำตัวจะอ้วนกว่ามาก 2. มีพละกำลังสามารถกระโดดได้ไกล 2 เมตร สูง 5 เมตร (บ้างก็บอกว่าโดดได้ไกลถึง 10 เมตรก็มี) 3. ชอบกินสาเกญี่ปุ่น 4. มีเสียงร้อง “จี” 5. มีความว่องไวเป็นอย่างมาก 6. ร่างกายมีความยืดหยุ่นเคลื่อนไหวคล้ายหนอนคืบ หรืออาจขดตัวให้เป็นวงแล้วกลิ้ง 7. กรนได้ด้วย 8. ชอบกลิ่นหมึกแห้งย่าง เส้นผมที่ถูกเผา และซุปมิโซะ 9. มีพิษร้ายแรง หลักฐานแรกที่กล่าวถึงการมีตัวตนอยู่ของสึจิโนะโกะนั้น อยู่ในยุคโจมง (14,000-300 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ได้มีการค้นพบเครื่องมือที่ทำจากหินที่จังหวัดกิฟุซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับสึจิโนะโกะมาก นอกจากนี้ยังมีการขุดค้นพบถ้วยโบราณที่จังหวัดนากาโนะซึ่งถูกวาดลายคล้ายสึจิโนะโกะเช่นกัน รางวัลนำจับ ปี 1992 หมู่บ้านชิกุสะได้เสนอรางวัลนำจับเจ้าสึจิโนะโกะเป็นเงินกว่า 200 ล้านเยนสำหรับผู้จับสึจิโนะโกะได้ตัวเป็นๆ และ 100 ล้านเยนถ้ามันตายแล้ว ปี1989 เมืองมิคาตะได้มีการเสนอรางวัลที่ดิน 330 ตารางเมตรสำหรับใครก็ได้ที่สามารถจับสึจิโนะโกะได้ ปี 2000 มีการประกาศให้รางวัล 3 – 20 ล้านเยน แก่ผู้ที่สามารถจับสึจิโนะโกะมาได้ ปี 2001 ได้มีผู้นำงูดำขนาดใหญ่ที่จับได้มาอ้างว่างูตัวนั้นเป็นสึจิโนะโกะแต่ก็ถูกเปิดโปงในที่สุดว่าไม่ใช่!!! อย่างไรก็ตามจนปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใครสามารถคว้ารางวัลได้เลยซักรายเดียว… ข้อมูลการพบเห็น สึจิโนะโกะ สัตว์ลึกลับในตำนานญี่ปุ่น  ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2000 นั้นได้มีรายงานการพบเห็นสึจิโนะโกะที่เมืองโยชิอิ จังหวัดโอคายามะ โดยคุณตาฮิเดกิ ทากาชิมา.. คุณตาได้เล่าว่าในขณะที่กำลังถางวัชพืชออกจากสวนก็ได้พบสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายงูที่มีลำตัวอ้วนสั้นท้องแบนเลื้อยออกมาจากสวน คุณตาพยายามจะจับมันจึงตีมันด้วยเคียว เจ้าสัตว์ตัวนั้นจึงเลื้อยหลบไปที่ลำธารใกล้ๆแล้วหนีไปได้ อย่างไรก็ดีการตีมันครั้งนั้นทำให้มันได้รับบาดเจ็บหนัก ในอีก 4 วันต่อมา (วันที่ 25 พฤษภาคม) คุณยายฮิเดโกะ (ภรรยาคุณตา) ได้พบงูนอนตายอยู่ข้างลำธารเลยนำมันไปฝัง คุณยายอธิบายลักษณะว่า “ มันมีลำตัวมันอ้วนสั้นท้องแบน เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่งู ” เมื่อทางเทศบาลเมืองโยชิอิทราบเรื่องจึงส่งเจ้าหน้าที่มาสอบสวนและไปยังที่ที่ฝังเจ้าสึจิโนโกะเอาไว้เพื่อขุดซากไปตรวจสอบ ซึ่งซากของสัตว์ที่คิดว่าเป็นสึจิโนโกะถูกส่งไปยังมหาวิทยาลัยการแพทย์คาวาซากิ  โดยผู้ทำการตรวจสอบคืออาจารย์คุนิยาชิ ซาโต้ ผู้วิเคราะห์สัตว์เลื้อยคลาน หลังจากตรวจสอบอาจารย์ซาโต้ไม่ได้กล่าวว่ามันคืออะไรเพียงแต่พูดว่ามันเป็นสัตว์ประเภทงู หลังจากนั้น 1 เดือนต่อมาก็มีคุณยายอีกคนชื่อมิสึโกะ อาริมะ ได้พบเห็นสึจิโนโกะในขณะที่มันกำลังข้ามแม่น้ำของเช้าของวันที่ 15 มิถุนายน คุณยายได้เล่าว่ารู้สึกประหลาดใจมากและพยายามคิดว่ามันคือตัวอะไรแต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร? มันมีรูปร่างเหมือนงูลำตัวอ้วนมีขนาดใหญ่ ส่วนหัวกลมดูเหมือนมันกำลังว่ายเพื่อข้ามแม่น้ำ คุณยายอาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่า 80 ปีแต่ก็ไม่เคยเห็นตัวอะไรแบบนี้ในชีวิตเลย พยานที่พบเห็นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเจ้าสึจิโนะโกะนั้นมีจริงหรือไม่? มันเป็นสัตว์ที่ได้รับยีนยันผ่านคำบอกเล่าของผู้พบเห็นเท่านั้น มันอาจจะเป็นงูที่กินจนอิ่ม หรือเป็นสัตว์อะไรที่พิเศษกว่านั้นก็เป็นได้… ขอบคุณข้อมูล NattraQ anngle.org/th

ลุ้นไม่ขึ้น!! เคลลี่ ยันไร้แพลนแต่ง กรีน
เคลลี่ ธนะพัฒน์ /  กรีน อัษฎาพร / 

หลังจากคุณแม่ผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกในหัวใจเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดพระเอกหนุ่ม เคลลี่ ธนะพัฒน์ อัพเดทอาการป่วยของคุณแม่ดีขึ้น บอกร่างกายแข็งแรงจนตอนนี้บินมาพักผ่อนที่เมืองไทยได้แล้ว เผยโอดงานรุมเลยไม่มีเวลาดูแลและพาแม่เที่ยวเชียงใหม่ ส่วนเรื่องความรักเจ้าตัวเปรยแฮปปี้ดี แต่ยังไม่พร้อมจูงมือแฟนสาว กรีน อัษฏาพร เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์เร็วๆ นี้ แย้มรอให้ฝ่ายหญิงเรียนโทจบก่อนจ้า!! "อาการของคุณแม่ดีขึ้น ตอนนี้ไม่อาการเจ็บ แต่ต้องตรวจเช็คร่างกายอยู่ตลอด แข็งแรงพอที่จะบินเมืองไทยได้ ท่านก็ไปอยู่กับญาติที่เชียงใหม่ ผมเองก็อยากหาเวลาไปด้วยกับท่านเหมือนกัน แต่ต้องดูคิวก่อนเพราะมีละครที่จะปิดกล้องแล้ว จะขอลางานไปเชียงใหม่ผมเองก็เกรงใจ เนื่องจากเวลาถ่ายละครก็ไม่ใช่มีแค่เราคนเดียว ยังมีทีมงานที่จะต้องรอเราอีก ซึ่งคุณแม่ผมเข้าใจผมเลยสบายใจ ส่วนน้องกรีนก็ยังยุ่งๆ อยู่ และน้องเค้าก็ยังต้องรอผมว่างด้วย" "ที่จริงน้องกรีนเคยเจอคุณแม่ผมมาแล้ว คุณแม่ผมยังถามน้องกรีนเลยว่าทำไมน้องกรีนผอมจัง กับเรื่องแต่งงานคุณแม่ผมยังไม่ได้ถาม ท่านเลิกคิดเรื่องนี้ไปนานแล้ว ผมเองก็ยังไม่คิดเรื่องนี้ ทางผมยังไม่มีภาระอะไรแล้ว แต่สำหรับน้องกรีนเค้าอยากไปเรียนต่อโท ก็ต้องให้เวลากับน้องเค้าก่อน ผมรอน้องเค้าไหวครับ จะให้น้องเค้าเรียนต่อปริญญาเอกยังได้นะครับ" "ผมไม่ได้รีบเร่งเรื่องแต่งงานอะไร ตอนนี้ผมอยากให้โอกาสน้องเค้าในเรื่องการเรียน,เรื่องงานและการใช้ชีวิตของเค้าให้ได้ทำอย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่ว่าผมเกรงใจทางครอบครัวของน้องเค้า เพราะตอนนั้นที่ได้คุยกับคุณพ่อของน้องกรีน เขายังบอกให้หมั้น แต่ผมอยากให้น้องเค้าเรียนจบก่อน ส่วนน้องกรีนก็บอกว่ายังไม่พร้อม ถามว่าครอบครัวของน้องกรีนไฟเขียวหมดแล้วเหลือแต่น้องกรีนหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบ พอแต่คุณพ่อของน้องเค้าอยากให้หมั้นเลย" "จริงๆ แล้วเรื่องหมั้นผมว่ามันต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของน้องกรีน และความพร้อมของผมด้วย ถามว่าตอนนี้อยากแต่งงานไหม ก็ไม่อยากน่ะ ผมว่าเราคบหากันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว เพราะเค้าจะได้มีเวลาไปทำในสิ่งอยากทำ ผมว่าค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ดีแล้ว แต่ถ้ามันถึงเวลานั้นจริงๆ ก็คงจะคิดเรื่องแต่งงานล่ะครับ" เคลลี่ ธนะพัฒน์ กล่าว เคลลี่ ธนะพัฒน์ เคลลี่ ธนะพัฒน์ เคลลี่ ธนะพัฒน์ เคลลี่ ธนะพัฒน์ กับคุณแม่สุดเลิฟ เคลลี่ ธนะพัฒน์ - กรีน อัษฏาพร เคลลี่ ธนะพัฒน์ - กรีน อัษฏาพร

ดิสนีย์แลนด์ (Shutter&Travel)
ดิสนีย์แลนด์ /  ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง / 

ดิสนีย์แลนด์ (Shutter&Travel) จากคอลัมม์ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนถึง มาเก๊า ทริปนี้เป็นทริปเดียวกันที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยตนเองแบบไม่ง้อทัวร์ ส่วนคอลัมม์นี้จะขอเล่าถึง สวนสนุก ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ และ Victoria Peak เสียงจอแจดังอยู่ใกล้ๆ รอบตัว คนพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะฟังดูมีความสุขปนรอยยิ้ม มันเป็นบรรยากาศให้ผมพลอยต้องซึมซับความสุขไปด้วย ผมกำลังยืนต่อคิวกับลูกเพื่อเล่นเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง ปีนี้ผมอายุย่าง 38 ปี พาลูกมาเที่ยวสวนสนุกมาแล้วหลายที่ตั้งแต่ลูกผม 3 ขวบ ตอนนี้ลูกผมย่าง 9 ขวบปีแล้ว และเป็นครั้งที่ 2 ที่ ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ มีคนกล่าวไว้ว่า หากคุณมีลูก คุณจะได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กอีกครั้ง ... เป็นเรื่องจริงครับ ผมก็ไม่คิดว่าจะได้เข้าสวนสนุกตอนอายุ 38 เช่นกัน หากไม่มีลูก เมื่อคุณพูดถึงสวนสนุก คำที่นึกถึงมีมากมาย “สนุก” “ตื่นเต้น” “หวาดเสียว” “รอยยิ้ม” “ความสุข” เช่นกันสำหรับผมแล้ว สวนสนุกให้ความรู้สึกแบบนี้เลย “ สนุกสุดแสนเที่ยวแดนเนรมิต ” แอบขอย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก มันคือสวนสนุกแห่งแรกในความมรงจำของผม “แดนเนรมิต” ครับ หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้หากมีรุ่นราวคราวเดียวกัน คงไม่มีใครไม่รู้จักที่นี่แน่นอน แดนเนรมิตได้ปิดตัวลงไปแล้วก็จริง แต่สวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนสนุกในความทรงจำของคนรุ่นผมครับ เรือไวกิ่ง บ้านผีสิง รถไฟเหาะ รถไฟรางเดียว แกรนด์แคนยอน ป๊อบคอน สายไหม และที่เป็นภาพ Landmark สำหรับที่นี่ คือ ภาพปราสาทเทพนิยายที่ตั้งอยู่ด้านหน้า แต่ถ้าถามเด็กรุ่นหลังๆ คงไม่มีใครรู้จักแดนเนรมิต ลองนึกดูนะครับหากอนาคตดีสนีย์แลนด์หรือยูนิเวอร์เซลมาเปิดที่ประเทศไทย มันจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าบ้านเรามากมายแค่ไหน จากคอลัมม์ก่อนหน้านี้ที่ผมเขียนถึง มาเก๊า เป็นทริปเดียวกันที่ผมได้มีโอกาสได้มาเที่ยวฮ่องกงกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยตนเองแบบไม่ง้อทัวร์ ส่วนคอลัมม์นี้จะขอเล่าถึง สวนสนุกดิสนีย์แลนด์และ Victoria Peak เพื่อให้เด็กๆ ได้สนุกกัน เราเลือกใช้ชีวิตแบบวัยเด็ก 1 วันเต็มๆ ในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ครับ เราออกเดินจากที่พักมาไม่ไกลก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Mong Kong การเดินทางที่ฮ่องกงถือว่าสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ทั้งรถบัส รถไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเรือ เราเลือกไปดิสนีย์แลนด์ด้วยการนั่งรถไฟฟ้าครับ จากสถานี Mong Kong นั่งไปไม่นานก็ลงไปเปลี่ยนรถไฟฟ้าขบวนสีส้มที่สถานี Lai King เพื่อนั่งต่อไปยังสถานี Sunny Bay และเปลี่ยนรถไฟฟ้าขบวนพิเศษสายสีชมพูเพื่อเข้าไปในดิสนีย์แลนด์ รถไฟขบวนนี้ถูกตกแต่งในสไตล์ของดิสนีย์แลนด์ หน้าต่าง มือจับ ประตู ดูสวยงาม สวนสนุก สำหรับต่างประเทศแล้วเป็นที่ได้รับความนิยมมากทั้งเด็ก วัยรุ่น ครอบครัว คนจะเยอะมาก สำหรับการเที่ยวสวนสนุกในต่างประเทศในครั้งแรกๆ ของผม ผมเองก็ไม่ค่อยคุ้นชินนัก สงสัยว่าทำไมคนถึงได้เยอะมากมายขนาดนี้ ต่อคิวก็นาน ทั้งวันเล่นได้เพียง 3-4 อย่าง แล้วจะต้องมาสักกี่วันถึงจะได้เล่นครบ รู้สึกเบื่อและเซ็งกับการต่อคิวเพื่อเล่นเครื่องเล่นต่างๆ แต่พอผ่านมาหลายๆ ครั้ง ก็พอจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติ 30 นาที 45 นาที 1 ชั่วโมง เครื่องเล่นบางตัวที่ได้รับความนิยมมากๆ อาจจะใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงเลย ซึ่งเมื่อสังเกตุถึงคนรอบข้างที่เข้าคิวรอเล่นเครื่องเล่นก็ไม่เห็นจะมีใครหงุดหงิด กลับกันส่วนใหญ่จะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและมีความสุข ผมเคยถามไกด์ว่าคนที่นี่ทำยังไง ที่จะมาวันเดียวแล้วได้เล่นครบทุกเครื่องเล่น ไกด์ตอบว่าไม่มีทาง คนที่มาเที่ยวสวนสนุกยินดีจะมาเล่นเพียงไม่กี่อย่าง ยินดีที่จะได้ต่อคิวเล่นเพียงไม่กี่อย่างกับคนรักหรือครอบครัว คนที่นี่คิดอย่างนี้ แล้วก็กลับมาเล่นอีกในวันอื่นๆ ถือว่าได้อยู่และใช้เวลากับคนที่มาด้วยกัน นี่แหละครับความสุขอย่างหนึ่งของคนมาเล่นสวนสนุกที่นี่ การต่อคิวจึงเป็นเรื่องธรรมดา ทุกวันนี้ผมเริ่มเข้าใจและไม่คิดมากกับการต่อคิวเล่นเครื่องเล่น ถึงแม้เราจะข้ามน้ำข้ามทะเล ไม่ได้มากันบ่อยๆ ก็ตาม >< ครั้งนี้เราตั้งใจจะอยู่ดูพลุตอน 3 ทุ่ม แต่ด้วยความเหนื่อยล้าของเด็กๆ ทำให้เรารอดูไม่ไหว เราเดินทางกลับออกมาจากดีสนีย์แลนด์ตอน 2 ทุ่มด้วยรถไฟฟ้าเหมือนเดิม ทริปนี้ยังไม่จบลงเพราะวันรุ่งขึ้นเราจะขึ้นไปชมวิวฮ่องกงที่สวยที่สุดจากยอดเขา Victoria Peak กันครับ ถึงแม้จะเหนื่อยล้าจากการไปดิสนีย์แลนด์ก็ตาม วันรุ่งขึ้นเราก็ยังคงต้องตื่นแต่เช้า เพราะเรายังมีโปรแกรม Victoria Peak อีก แต่เนื่องจากที่เราพักอยู่ที่ฝั่งจิมซาโจ่ย ทำให้เราต้องข้ามกลับไปที่ฝั่ง Central ด้วยเรือข้ามฟากก่อนเราออกจากที่พักที่มงก๊ก เดินทางด้วยรถบัสสาย 1A ไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Star Ferry Pier ตรงจุดนี้เราจะเห็น Symphony of light ในเวอร์ชั่นกลางวันด้วย พอเรานั่งเรือข้ามฝากไปแล้ว เราพอมีเวลาเหลือจึงตัดสินใจนั่งรถ Big Bus เที่ยวชมเมืองฝั่ง Central กันก่อน ลักษณะของเมืองฮ่องกง เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามี City Scape สวยงามอันดับต้นๆ ของโลก การนั่งรถ Big Bus ชมวิวเมืองก็ถือว่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ประมาณ 1 ชั่วโมงที่เราเสพทัศนียภาพบนรถ Big Bus 2 ชั้น ก่อนที่รถ Big Bus จะพาเรามาจอดที่ทางขึ้น Peak Trim Station พอดี (จากท่าเรือ Star Ferry Pier หากไม่ต้องการนั่ง Big Bus คุณสามารถนั่งรถบัสสาย 15c เพื่อมุ่งหน้าสู่ Peak Tram Station (สถานีรถราง) ตรงเลยก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) การขึ้นไปชมวิวที่ The Peak สามารถเลือกขึ้นได้ 2 ทาง รถบัสหรือรถราง เราตัดสินใจนั่งรถรางขึ้นไปครับ เพื่อจะได้ชมวิว 2 ข้างทางระหว่างขึ้นไปด้วย ซึ่งคนนิยมขึ้นด้วยรถรางมากกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเวลาที่ต้องต่อคิวสำหรับตั๋วรถรางที่ขึ้นไปบน The Peak หากจะขึ้นไปชมวิวบนจุดสูงสุดจะต้องเสียเงินเพิ่มจาก 40 เหรียญเป็น 75 เหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นจุดชมวิวฮ่องกงที่สวยที่สุด วิคตอเรียพีค (ไท่ผิงซานติ่ง) คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง สูงจากระดับน้ำทะเล 552 เมตรที่วิคตรอเรียพีคเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวของเกาะฮ่องกงได้ทั้งหมดตั้งแต่อ่าววิคตอเรีย ตึกระฟ้ามากมาย และถือเป็นจุดดู Symphony of Lights ที่สวยงามอีกจุดหนึ่งด้วยและบนนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาเศรษฐี นักธุรกิจ และดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง ================================================================================ Shutter Tips การถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางวันหรือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นสูงไปแล้ว อาจจะทำให้หน้ามืดหรือเกิดเงาบนใบหน้า หรือบางครั้งอาจจะเกิดจากเงาของหมวก ซึ่งก็ทำให้เกิดเงาบนใบหน้าแบบที่เราไม่พึงปรารถนา มีวิธีแก้ไขง่ายๆ เพียงแค่เราใช้แฟลชหรือรีเฟลกเพิ่มแสงเข้าที่ใบหน้าของแบบ แต่ส่วนใหญ่การใช้แฟลชจะสะดวกกว่าการใช้รีเฟลก เพราะเราอาจจะไม่มีคนช่วยถือรีเฟลกในระหว่างการท่องเที่ยวหรือออกทริป การถ่ายภาพโดยใช้แฟลชจึงสะดวกรวดเร็วกว่า แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องของกำลังไฟ ควรมีการดูระยะของแฟลชที่จะยิงออกไปที่แบบ หากแรงหรือเบาไป ก็สามารถเพิ่มลดกำลังแฟลชได้ครับ ================================================================================

ร็อดเจอร์ส หัวใสเตรียมคว้า บัลเดส เบียดมือ1 มินโญ่เลต์ แบบไร้ค่าตัว
จิเนส การ์บาฆาล /  ซิมง มินโญ่เลต์ / 

Daily Star สื่อจากเกาะอังกฤษตีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ วางแผนกระชาก บิคตอร์ บัลเดส อดีตมือกาวของ บาร์เซโลน่า เข้ามาเบียดมือ 1 กับ ซิมง มินโญ่เลต์ นายด่านตัวหลักที่ปัจจุบันยังไม่ไม่มีใครมากดดันตำแหน่ง ผู้รักษาประตูวัย 32 ปี กลายเป็นนักเตะไร้ต้นสังกัดหลังจากหมดสัญญากับ บาร์เซโลน่า โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังจะตกลงกับทาง โมานาโก ได้แล้ว แต่ดันมาโดนพิษอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าเล่นงานทำให้ดีลต้องล่มลงไปในที่สุด จิเนส การ์บาฆาล เอเย่นต์ส่วนตัวของ บัลเดส ให้สัมภาษณ์กับ Cadena Ser ถึงข่าวการย้ายทีมของเด็กในสังกัดว่า "เขา(บัลเดส)สามารถตกลงกับทีมไหนก็ได้ในตอนนี้ และผมก็มั่นใจด้วยว่าทุกคนจะเห็นเจ้าตัวลงไปเฝ้าเสาให้กับสโมสรระดับ บิ๊กเนม ก่อนช่วงคริสต์มาสแน่นอน"

รอยส์ หลุดปาก! ให้สัมภาษณ์ว่า คากาวะ จะเข้ามาเติมเต็ม ดอร์ทมุนด์ ได้แน่
ชินจิ คากาวะ /  ญีปุ่น / 

มาร์โก้ รอยส์ มิดฟิลด์ตัวเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หลุดให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ ชินจิ คากาวะ แนวรุก "ปีศาจแดง" ว่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มอาวุธให้ "เสือเหลือง" ได้แน่นอน โดยปัจจุบันกองกลางชาว ญีปุ่น ดูจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล เทรนเนอร์คนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แข้งเมืองเบียร์วัย 25 ปี หลุดให้สัมภาษณ์ถึงมิดฟิลด์ไร้ตำแหน่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด รายนี้ว่า "ผมมั่นใจมากๆว่า คากาวะ จะช่วยเราได้...เอ่อ น่าจะช่วยพวกเราได้" ทั้งนี้ แข้งจากดินแดน ซามูไร วัย 25 ปี ลงสนามให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมด 57 นัด กดสกอร์ได้ 6 ประตู ตั้งแต่ซื้อมาจาก ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 2012-ปัจจุบัน

เอาท็อปโฟร์ให้ได้ก่อน! หลุยส์ ฟาน กัล ตั้งเป้าพาผีแดงผงาดแชมป์ UCL ภายในสามปี
ปีศาจแดง /  ผีแดง / 

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศตั้งเป้าจะพาทีมเป็นแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ภายในสามปี ทั้งๆที่นัดก่อนเพิ่งบุกไปโดน มิลตัน คีนส์ ดอนส์ ทีมจากลีกวันสอนเชิงมา 4-0 ตกรอบฟุตบอลแคปิตอลวันคัพแค่รอบสอง โดยอดีตผู้จัดการทีมทีมชาติฮอลแลนด์ยังควานหาชัยชนะนัดแรกในพรีเมียร์ลีกยังไม่เจอจากการพาทีมลงเล่น 2 นัด  “ทุกกระบวนการมันต้องใช้เวลา และเรากำลังสร้างทีมขึ้นมาใหม่ และผมหวังว่าจะประสบความสำเร็จ” ฟาน กัล เผย “ผมหวังว่าเราจะติดท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้ และขั้นต่อไปคือการลงเล่นในแชมป์เปี้ยนส์ลีก และต่อไปอีกขั้นคือการเป็นแชมป์ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก” “แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาทั้งนั้นมีหลายสโมสร ได้ต่อสู้กันมาหลายปี แต่ที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มี” ผีแดงที่มีคิวบุกไปเยือน เบิร์นลี่ย์ ในวันเสาร์นี้ ยังคงประสบปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บอยู่ถึง 10 คน แถมคนที่ย้ายมาใหม่อย่าง มาร์กอส โรโฮ ก็ยังจัดการเรื่องเอกสารยังไม่เรียบร้อย และจะยังไม่ได้ลงเล่น แต่อย่างไรก็ตามนัดนี้ มีโอกาสที่ อังเคล ดิมาเรีย กองกลางชาวอาร์เจนติน่าเจ้าของสถิตินักเตะที่แพงที่สุดบนเกาะอังกฤษมีลุ้นประเดิมสนามเป็นตัวจริง

ชนะแล้วอะไรๆ ก็ดีไปหมด! เจอร์ราร์ด ชมเปาะทีมเก็บคลีนชีต
ท็อตแน่น ฮ็อทสเปอร์ /  บาโลเตลลี่ / 

สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ออกมาชมลูกทีมในการที่ไม่เสียประตูให้กับทีมคู่แข่ง จนทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยิ้มออก พร้อมกับชม บาโลเตลลี่ ประเดิมสวย หลังจาก หงส์แดง ลิเวอร์พูล คว้าชัยมาแบบสวยหรู ในถิ่น ไวท์ ฮาร์ทเลน ของ ท็อตแน่น ฮ็อทสเปอร์ ที่เอาชนะเจ้าถิ่นไปได้ 0-3 นั้นจากการทำประตูของ ราฮีม สเตอร์ลิง, สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ทั้งนี้ เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีมไดนาโม ได้ออกมายกย่องลูกทีมในความสำเร็จที่คว้าชัยชนะมาได้และยังสามาถเก็บคลีนชีต จนทำให้ ร็อดเจอร์ส ถึงกับยิ้มได้อย่างมีความสุข แถมยังยกย่องนัดประเดิมสนามของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ว่าเขาคือผู้ที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมได้อย่างแท้จริง เขาเล่นได้ยอดเยี่ยมมากๆ "เราอันตรายอยู่แล้ว เรามีผู้เล่นแนวรุกที่มาก ความท้าทายเราคือเกมรับที่จะเหนียวแน่นมั้ย ผมมั่นใจว่าเจ้านายจะมีความสุขที่เราเก็บคลีนชีตได้ และในเกมนี้ผู้คนต่างจับตา บาโลเตลลี่ ต้องยกเครดิตให้เขานะ ตลอดหนึ่งชั่วโมงที่เขาลงเล่น เขาทำได้ยอดเยี่ยมทีเดียว ไม่ว่าเราจะท้าชิงแชมป์ได้หรือไม่ เขานี่หล่ะคือผู้ที่สร้างความแตกต่าง" เจอร์ราร์ด ได้กล่าวไว้

ยุทธเลิศ สิปปภาค ขอบันทึกความทรงจำแห่งยุคสมัยลงใน
ความทรงจำ /  ตุ๊กแกรักแป้งมาก / 

"การทำหนังของผม เหมือนการเดินออกจากบ้านมาทำงาน ทำโน้น ทำนี่ สนุกไปเรื่อยๆ จนเมื่อเรารู้สึกว่าเราเดินมาไกลมากพอ และหันกลับไปมองที่จุดเริ่มต้น มันเหมือนเรากลับไปนับหนึ่งใหม่ อยากกลับไปหาอดีต ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นเหมือนกัน เราห่างบ้านมานานแล้วคิดถึงบ้าน อารมณ์ของการทำหนังมันเกี่ยวข้องกับยุคสมัย มันเกี่ยวข้องกับโรงเรียนเก่า เพื่อนเก่าๆ คนรักเก่า มันเป็นความหลัง เป็นอาการโหยหาอดีต ที่ทุกคนก็น่าจะเป็น ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นเมื่อไหร่ แต่สำหรับผมมันเป็นเร็ว เหมือนอยู่ดีๆเราก็คิดถึงบรรยากาศเหล่านั้น" - ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับหนัง ตุ๊กแกรักแป้งมาก วันนี้มันถึงจุดที่ผมคิดถึงบ้านเกิด (จ.เลย) แล้วอยากย้อนกลับไปถ่ายหนังที่นั่น ย้อนกลับไปที่ยุคปี 2528-2532 เป็นยุคที่วัยรุ่น ไม่ได้มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีเฟสบุ๊ค ไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ แต่สามารถสื่อสารความรักให้เกิดขึ้นได้ มีอารมณ์ร่วมในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ในแบบที่ ถ้าเราเอามาเล่าผมคิดว่ามันได้แชร์ยุคสมัยที่น่าจดจำ  ซึ่งปัจจุบันนี้คนในยุคนั้นคงจะเป็นพ่อแม่คนไปหมดแล้ววันนี้เรื่องราวต่างๆ ได้มีโอกาสถ่ายถอดให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นและได้สัมผัสบรรยากาศเหล่านั้น "เชียงคาน" เป็นสถานที่ที่ผมได้ไปเที่ยวและรู้สึกว่าเป็นเมืองที่ไม่ค่อยเปลี่ยน ถึงแม้จะมีการพัฒนาการท่องเที่ยวเยอะมาก คือมันยังแช่แข็งบรรยากาศเดิมๆไว้ได้อยู่ คนที่ไปเที่ยวเชียงคานเหมือนคนที่คิดถึงอดีต มันเป็นเหมือนศูนย์รวมคนที่คิดถึงอดีต ผมเลยผูกเรื่องให้ ตุ๊กแก (เก้า จิรายุ) เป็นเด็กที่นั่น และมีความผูกพันกับโรงหนัง "เพชรเชียงคาน"  เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้ไปดำเนินชีวิตในกรุงเทพฯจนเกิดเรื่องราวต่างๆขึ้นมากมาย สมัยนั้นแฟชั่นมันจะเป็นแฟชั่นจ๋ามาก เพราะว่าเขาจะทำตามกันทั้งเมือง ใช้ของแบบเดียวกัน ใส่ชุดแบบเดียวกัน ร้านเสื้อผ้าก็จะซื้อที่เดียวกัน ไปเที่ยวที่เดียวกัน เรียกว่ายุคบูติก ที่เที่ยวต้องเป็นพาเลซ คนไหนเที่ยวทุกวันก็จะเจอกันตลอด ต่างจากสมัยนี้ที่จะมีความเป็นตัวตนกันเยอะขึ้น ที่เที่ยวก็จะหลากหลายทั้ง อาร์ ซี เอ ทองหล่อ หลังสวน และอีกหลายๆ ที่ คือมันกระจายไปหมด ผมเลยรู้สึกว่ามันน่าบันทึกไว้ เพราะแฟชั่นคือการทำอะไรตามกัน ทั้งการแต่งตัว ร้องเพลง สถานที่เที่ยว รถซิ่งโหลดเตี้ย  แม้กระทั่งหนังก็ต้องทำหนังเอาใจวัยรุ่นยุคนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องถ่ายทอดเป็นภาพอย่างเดียว ใครที่เกิดทันยุคนั้นถึงจะนึกออก บางอย่างมันเก่าจนไม่มีภาพบันทึกไว้ ภาพนิ่งก็หายากมาก เลยอยากจะเก็บความทรงจำนั้นไว้เป็นภาพให้คนอื่นได้เห็น ผมมองว่าตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่น่าเกลียด คนส่วนใหญ่ต้องเกลียดตุ๊กแก  แต่ผมเชื่อว่าคนที่ได้ดูหนังเรื่อง"ตุ๊กแกรักแป้งมาก" จะลืมความน่าเกลียดของตุ๊กแกไปชั่วขณะ แต่จะกลับมานึกถึงความน่ารักของตุ๊กแกที่เป็นคนแทน ------------------------------------------ ยุทธเลิศ สิปปภาค // Post by Yuthlert Sippapak. --------------------------- ยุทธเลิศ สิปปภาค เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2509 ในจังหวัดเลย ประเทศไทย จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะมัณฑนศิลป์ ภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน มหาวิทยาลัยศิลปากร หลังจบการศึกษาได้ร่วมกับเพื่อนเปิดบริษัทออกเแบบตกแต่งภายใน ชื่อ Zone Design หลังจากทำงานออกแบบได้หนึ่งปีจึงตัดสินใจไปเรียนศิลปะต่อที่ The Art Students League of New York ก่อนจะกลับมากำกับภาพยนตร์ที่เมืองไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ผลงานการกำกับภาพยนตร์ 2544    มือปืน/โลก/พระ/จัน (Killer Tattoo) 2546     กุมภาพันธ์ (February) 2546     บุปผาราตรี (Rahtree: Flower of the Night) 2547     สายล่อฟ้า (Pattaya maniac) 2548     บุปผาราตรี เฟส 2 (Rahtree Returns) 2549     กระสือวาเลนไทน์ (Ghost of Valentine) 2550     โกยเถอะเกย์ (Ghost Station) 2551     รัก/สาม/เศร้า ( The Last Moment ) 2551     อีติ๋มตายแน่ (Kill Tim) 2552    บุปผาราตรี 3.1 (Rahtree reborn) 2552     บุปผาราตรี 3.2 (Rahtree revenge) 2553     สามย่าน (Sam-Yan) กำกับร่วมกับ พิง ลำพระเพลิง และ โก๊ะตี๋ อารามบอย 2553     มือปืน/ดาว/พระ/เสาร์ (Saturday killer) 2554     บางกอกกังฟู (Bangkok kung fu) 2554     หมาแก่ อันตราย (Friday killer) 2555     วงจรปิด กำกับร่วมกับ ทิวา เมยไธสง 2556     FATHERLAND ปิตุภูมิพรมแดนแห่งรัก 2557     มือปืน/พระ/อาทิตย์ (Sunday killer) ผลงานการเขียนบทภาพยนตร์ 2544     มือปืน/โลก/พระ/จัน (Killer Tattoo) 2546    กุมภาพันธ์ (February) 2546     บุปผาราตรี (Rahtree: Flower of the Night) 2547    สายล่อฟ้า (Pattaya maniac) 2548     บุปผาราตรี เฟส 2 (Rahtree Returns) 2549    กระสือวาเลนไทน์ (Ghost of Valentine) 2550     โกยเถอะเกย์ (Ghost Station) 2551    รัก/สาม/เศร้า (The last moment) 2552    บุปผาราตรี 3.1 (Rahtree reborn) 2552    บุปผาราตรี 3.2 (Rahtree revenge) 2553    มือปืนดาวพระเสาร์ (Saturday killer) 2554    บางกอกกังฟู (Bangkok kung fu) 2554     หมาแก่ อันตราย (Friday killer) -----------------------------------

เก้า-เพลง ปลื้ม คอหนังยก
ตุ๊กแก /  ตุ๊กแกรักแป้งมาก / 

หลังเข้าฉายไปเพียงไม่นานกับภาพยนตร์ ตุ๊กแกรักแป้งมาก จาก ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม ค่ายภาพยนตร์น้องใหม่ไฟแรง ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ที่ต่างลงความเห็นว่าหนังเรื่องนี้ ช่างน่ารักอบอุ่น โดนใจสุดๆ ทำเอา 2 นักแสดงนำอย่าง เก้า จิรายุ ละอองมณี และ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ถึงกับปลื้ม เก้า จิรายุ ละอองมณี โดย เก้า จิรายุ ผู้รับบท ตุ๊กแก ก็ได้เผยว่า "ต้องขอขอบคุณมากๆ ครับ ที่ทุกๆ คนไปชมกันแล้วต่างยกให้ภาพยนตร์ ตุ๊กแกรักแป้งมาก เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงมากที่สุดในหลายๆ แง่มุมทั้งเนื้อหาที่โดนใจคนหลายกลุ่ม ไม่เจาะจงทุกเพศทุกวัย เนื้อหาที่โดน ในของวัยรุ่นเด็กหรือตอนโตของผมและน้องเพลง ยิ่งช่วงที่มีเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ทุกคนดูกันแล้วก็ร้องตามกันได้ในโรง ภาพยนตร์ฟังแล้วรำลึกถึงยุคสมัยนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นโอกาสดีๆ และนิมิตรหมายที่ทุกคนได้ชมความรักอีกรูปแบบที่ชอบกับ ซึ่งผมเองในฐานะนักแสดงก็เต็มที่กับการทำงานและฝากภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ ติดตามกันเยอะๆ จะได้รำลึกถึงวันวานที่ทุกคนเคยผ่านมาแต่ละยุคแต่ละสมัย" เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ด้านนางเอกป้ายแดง เพลง ชนม์ทิดา ก็ยิ้มแก้มปริ พร้อมเปิดใจรับคำติชม "สำหรับเพลงเองยังถือว่าใหม่มาก สำหรับด้านการแสดงและภาพยนตร์เรื่องนี้เพลงก็ได้รับโอกาสดีๆ จากทุกฝ่ายที่คอยสนับสนุนจนออกมาเป็นภาพยนตร์ที่น่ารักอีกเรื่อง ซึ่งก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยผลักดันและคอยให้คำชี้แนะ ซึ่งเรื่องการแสดงที่ยังใหม่เพลงเองพร้อมรับคำติชมเสมอ เพื่อนำไปปรับปรุงในการทำงานโอกาสครั้งต่อๆ ไป สำหรับภาพยนตร์ตอนนี้มีฉายให้ชมกันทั่วทุกโรงภาพยนตร์แล้ว ใครที่ยังไม่ได้ไปชมและรำลึกถึงความรักที่น่ารักและความอบอุ่นของมิตรภาพ ความทรงจำจากวัยเด็กก็ต้องไม่พลาดและเชื่อว่า ใครที่ไปดูแล้วต้องบอกต่อและดูซ้ำกันอีกแน่นอนค่ะ" ร่วมดื่มด่ำไปภาพยนตร์น่ารักเรื่อง ตุ๊กแกรักแป้งมาก ผลงานของผู้กำกับ ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ที่มาพร้อมกับ พระนางรุ่โต เก้า จิรายุ ละอองมณี, เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม และนักแสดงกลุ่มวัยซนและผองเพื่อนนำโดย แม็ค ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์, พรีม ชนิกานต์ ตังกบดี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ ตุ๊กแกรักแป้งมาก ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

YG. แถลงเปิดตัวเซอร์ไวเวอร์ Mix & Match รายการชี้ชะตา Team B!
B.I /  BOBBY / 

Mix & Match รายการเซอร์ไวเวอร์ใหม่ล่าสุดจาก YG Entertainment - ประธานยาง เผย จัดเพื่อปรับเปลี่ยนสมาชิกของ 'WIN Team B' สู่การเป็นศิลปินกลุ่ม 'IKON' วันนี้(2 ก.ย.) ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลี YG Entertainment ได้แถลงเปิดตัวเซอร์ไวเวอร์โปรแกรม Mix & Match ณ โรงแรมคอนราด กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและแฟนคลับที่ติดตามกติกาการแข่งขันและชะตาของหกหนุ่ม WIN Team B อย่างใจจดจ่อ ยาง ฮยอนซอก ผู้บริหาร YG Entertainment เปิดเผยในงานแถลงข่าวรายการ Mix & Match ว่า "ในปีที่แล้ว ทีมบีประสบความพ่ายแพ้จากรายการ WHO IS NEXT: WIN และอย่างที่ผมเคยบอกไว้ก่อนหน้านั้นว่า ทีมที่แพ้จะต้องถูกยุบทีมหรือปรับสมาชิกใหม่ ดังนั้นรายการ Mix & Match ที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงทีมบี สมาชิกของทีมบี 6 คน และศิลปินฝึกหัดอีก 3 คน จึงต้องมาแข่งขันกันอีกครั้งในรายการนี้ครับ" ยาง ฮยอนซอก ผู้เข้าแข่งขันของรายการ Mix & Match ทั้ง 9 จะต้องเข้าแข่งขันกันเพื่อคัดเลือกให้เหลือสมาชิกเพียง 7 คน ที่จะได้เป็นศิลปินกลุ่มหน้าใหม่ของ YG Entertainment ในนาม IKON ซึ่งมีแผนการจะเดบิวต์ราวปี 2015 โดยเบื้องต้นได้วางตัว B.I, Bobby และ จินฮวาน จากทีมบีเป็นสมาชิกแล้ว เพราะฉะนั้นเท่ากับว่า สมาชิกของทีมบีอีก 3 คน คือ ยุนฮยอง, จุนฮเว และ ดงฮยอก จะต้องแข่งขันกับศิลปินฝึกหัดหน้าใหม่ อีก 3 คน คือ จอง จินฮยอง, จอง ชางอู และ ยาง ฮงซอง โดยมีการตัดสินจากคะแนนของกรรมการ 30% และจากการโหวตของคนดู 70% เป็นเครื่องชี้ชะตา ผู้เข้าแข่งขัน Mix & Match อนึ่ง รายการ Mix & Match จะเริ่มออกอากาศในวันที่ 11 กันยายน ทาง Mnet และ Naver ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ศิษย์เก่าแจง อธิการจุฬาฯ ไม่เคยห้าม เอก ลูกกตัญญูขายของ
ขายแซนวิช /  ขายแซนวิชรักษาแม่ / 

 ครูทอม อาจารย์สอนภาษาไทย ศิษย์เก่าจุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง หลังมีกระแสข่าว  อธิการจุฬาฯ  สั่งเบรก น้องเอก ลูกกตัญญูขายของ ห้ามออกสื่อ วันนี้(30ส.ค.) จากกรณีสังคมออนไลน์ชื่นชมพฤติกรรมของของน้องเอก นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขายแซนวิชเพื่อหาเงินช่วยแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง  ซึ่งวานนี้มีข่าวออกมาว่า อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้ น้องเอก งดออกสื่อ หวั่นเกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยที่ปล่อยให้นิสิตจุฬาฯ เร่ขายของในมหาวิทยาลัยโดยไม่ยอมช่วยเหลือ ล่าสุด นายจักรกฤต โยมพะยอม หรือ ครูทอม อาจารย์สอนภาษาไทย พิธีกรรายการโทรทัศน์ และนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว หลังโทรศัพท์ไปสอบถามข้อเท็จจริงจากทางมหาวิทยาลัย ระบุว่า "จากกรณีที่มีสื่อรายงานข่าวว่าท่านอธิการห้ามน้องเอก นิเทศฯ จุฬาฯ ขายของช่วยแม่เพราะห่วงเรื่องภาพลักษณ์สถาบัน ผมได้โทรถามพี่ที่รู้จักกันท่านหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักบริหารงานกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ความว่าดังนี้ครับ 1. อธิการไม่เคยให้สัมภาษณ์ตามที่ปรากฏในข่าว 2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้อนุญาตให้น้องขายของในมหาวิทยาลัยได้ พร้อมกับมอบทุนการศึกษาให้ รวมถึงค่าใช้จ่ายรายเดือนด้วย และทางนิสิตเก่าคณะนิเทศศาสตร์ก็ได้มอบเงินให้น้องจำนวนหนึ่งเช่นกัน 3. อาจารย์หมอ ที่คณะแพทย์จุฬาฯ ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือดูแลคุณแม่ของน้อง พิจารณาจะให้ยาอื่นนอกเหนือจากการทำคีโมด้วย MThai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง อ่านไปน้ำตาไหลไป ‘เก็กฮวยช่วยแม่’ เพจเด็กจุฬาฯขายแซนวิชเพื่อแม่ป่วย วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2557 นิสิตจุฬาฯ ขายแซนวิช หาเงินแสนห้าต่อเดือน รักษาแม่ป่วยมะเร็ง วันพฤหัสที่ 28 สิงหาคม 2557

หาเวลอีกรอบ! ซาฮา ซบพาเลซแบบยืมตัว 1 ฤดูกาล
คริสตัล พาเลซ /  คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ / 

ในที่สุดก็ย้ายแบบยืมตัวอย่างเป็นทางแล้ว หลังจากมีข่าวทางโซเชียวปลิวให้ว้อนกันมาตลอด เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลง ปล่อยตัว วิลเฟร็ด ซาฮา ให้ คริสตัล พาเลซ สโมสรเก่าของนักเตะ ยืมตัว 1 ฤดูกาล หลุยส์ ฟานกัล นายใหญ่แห่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตัดสินใจปล่อย วิลเฟร็ด ซาฮา ปีกพรสวรรค์ วัย 21 ปี ย้ายแบบยืมตัวไปยังสโมสรเดิมที่เขาสามารถแจ้งเกิดได้ อย่าง คริสตัน พาเลซ เป็นเวลา 1 ฤดูกาล เพื่อเรียกความมั่นใจและฟอร์มที่ดีออกมาให้ได้อีกครั้ง หลังจากที่เขายังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองกับ ปีศาจแดง ได้ ทั้งนี้ ซาฮา ได้ถูกยืมตัวไปเล่นกับทีมอื่นเป็นครั้งที่สองแล้ว เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แต่ก็ไม่สามารถช่วยทีมให้รอดพ้นการตกชั้นได้ "นี่คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ แต่หลังจากที่ผมย้ายมา ทุกๆ อย่างนั้นดูไม่ค่อยเข้าทางผมมากนัก ผมยังไม่มีโอกาสที่แท้จริงในการได้แสดงพรสวรรค์หรือลงเล่นมากนัก นั่นคือสาเหตุที่ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมก็คือการย้ายทีมด้วยสัญญายืมตัว มองหาประสบการณ์ในการลงสนามและพัฒนาให้ตัวเองกลายเป็นนักเตะที่ดีขึ้น" ซาฮา ได้กล่าวผ่านทาง เว็บไซด์สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

My wife is a superwoman /เมียผมนี่ดีที่ซู๊ด [พากย์ไทย] -75 อัพใหม่
My /  wife / 

ชุนจิเอ และ ยางบงซุน เป็นเพื่อนนักเรียนสมัยไฮสคูลกัน แต่พวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากนัก จิเอเป็นนักเรียนที่มีฐานะร่ำรวยในโรงเรียน ในขณะเดียวกับที่บงซุนกลับถูกหยอกล้ออยู่เรื่อยๆ หลายปีต่อมาบทบาทของพวกเขากลับกันเพราะว่าสามีของบงซุนคือ คังจุนฮุค เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ แต่สามีของจิเอคือ โอดาลซู เป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดา และสถานการณ์ยิ่งแย่เมื่อดาลซูเริ่มที่จะไม่ซื่อสัตย์กับความสัมพันธ์ และเริ่มไปข้องเกี่ยวกับภรรยาของเจ้านายของเขาที่ชื่อ อึนโซฮุค จิเอจะทำอย่างไรกับ เหตุการณ์ในครั้งนี้ โปรดติดตามได้จากละครครอบครัวน่ารักๆ ที่เสนอแง่มุมของความรักและความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนในละครเรื่องนี้

มิตรสหายท่านหนึ่งชี้ผีใช้เงินไม่ฉลาดซื้อ ดิ มาเรีย 60ล้านป.
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

เรย์ วิลกินส์ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีม เชลซี ชี้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ฉลาดในการใช้เงินถึง 60 ล้านปอนด์ซื้อ อังเคล ดิ มาเรีย แนวรุกชาวอาร์เจนติน่าจาก เรอัล มาดริด มาร่วมทีม วิลกินส์ ชี้ว่าด้วยเงินจำนวนนี้ทีม ปีศาจแดง สามารถซื้อปราการหลังและกองกลางตัวรับชั้นดีอย่าง มัตส์ ฮุมเมลส์ และ ซามี่ เคดิร่า สองดาวเตะ ทีมชาติเยอรมัน มาร่วมทีมได้สบาย “พวกเขาตั้งหลังคาก่อนจะสร้างฐานบ้าน ผมคิดว่าพวกเขาไม่ฉลาดที่ใช้เงิน 60 ล้านปอนด์ซื้อ ดิ มาเรีย” “ทำไมพวกเขาไม่ใช้เงิน 35 ล้านปอนด์ซื้อ ฮุมเมลส์ก่อน เรารู้ดีว่า ดอร์ทมุนต์ เป็นสโมสรที่พร้อมป้อนนักเตะอยู่แล้ว ต่อมาค่อยไปซื้อ เคดิร่า ด้วยเงิน 25 ล้านปอนด์ ที่นี้คุณก็ใช้เงิน 60 ล้านปอนด์ที่ทำให้ทีมดูแกร่งขึ้นมากกว่าอีก”