ดัดผม

โดม ปล่อยหมัดเด็ด ชนะด้วยหัวใจ ดึงเรทติ้งก่อนปล่อยอัลบั้มเต็ม
6was9 /  ชนะด้วยหัวใจ / 

โดม ปกรณ์ ลัม เตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ 6was9 แบบเต็มๆ เร็วนี้ แต่แค่ยิงซิงเกิ้ลแรก ชนะด้วยหัวใจ ก็ชนะใจแฟนเพลงตามคลื่นวิทยุไปเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นเพลงอิตติดชาร์ต แถมยังได้รับคำชมกับมิวสิควีดีโอสุดเท่ห์อีกด้วยว่าถ่ายทำออกได้มีแนวและสไตล์มาก ใครที่ยังไม่ได้คลิกไปชมกัน ต้องรีบคลิกไปชมกันด่วนนะครับ.... “ชนะด้วยหัวใจ เป็นเพลงที่โดมข้างให้เวลากับการทำงานอย่างละเอียดทุกขั้นตอน จะไม่ยอมให้หลุดเลยแม้แต่ขั้นตอนเดียว อัดร้องคุมตัวเองว่าถ้าไม่ผ่านไม่ใช่ไม่สุดต้องเอาใหม่ทำใหม่สมาธิกับมันให้ดีที่สุด ดนตรี เนื้อหากลั่นกรองกันหลายารอบมาก เรียกว่าระดมความคิดระดมหัวไอเดียกันเลย ทั้งพี่กอล์ฟ Y NOT 7 พี่วัฒน์ แม้กระทั้งน้องเมทัล คำว่า ชนะตัวเองด้วยหัวใจ ก็เป็นคำที่เมทัลเป็นคนพูดขึ้นมา พอฟังแล้วทถกคนชอบ เออประโยคที่ดีมาก เหมาะกับเนื้อหาของเพลง คนเราจะทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะยากจะง่าย แค่เอาชนะตัวเองด้วยหัวใจ ทำทุกอย่างด้วยหัวใจ มันก็ประสบความสำเร็จไปแล้ว ดีใจมากนะครับที่แฟนเพลงให้การตอบรับอย่างดีหลังจากที่ห่างหายไปนานพอสมควร แฟนคลับก็ยังเหนียวแน่น เข้าไปโหวตไปขอเพลงกันตลอด ต้องขอขอบคุณจริงๆ พอเห็นว่าเพลงขอเราเข้าไปอยู่ในใจแฟนเพลง ดีเจ และคนฟังทุกคนได้ มันรู้สึกดีมากๆ ตอนนี้ก็เร่งทำเพลงต่อไปของอัลบั้ม 6was9 คงจะทยอยทำออกมาที่ละเพลง เพลงต่อไปก็จะเป็นเพลงของโดม แต่ก็จะในเพลงที่ร้องร่วมกับศิลปินคนอื่นด้วย เช่น ลิเดีย วงมายด์ ก็จะทยอยๆปล่อยออกมา รับรองว่ามีแต่เพลงที่สร้างความเซอร์ไพร้แฟนเพลงแน่นอนครับ ตอนนี้ผมคงต้องฝากเพลงชนะด้วยหัวใจ เพลงที่ฟังแล้วมีกำลังใจ และ ที่สำคัญอยากให้ชมมิวสิควีดีโอกันด้วยครับ ติดตามมิวสิควีดีโอสุดเท่ได้แล้ววันนี้ และ ดาวน์โหลดเพลงได้ที่ *123 8222 นะครับ” นายห้างโดม เผย เนื้อเพลง ชนะด้วยหัวใจ สายลมโชยโบกพริ้ว ทำเราตายใจ สุดท้ายกลายเป็นพายุพัดพังทลาย อาทิตย์ที่เคยสาดแสง ยังมีวันจะดับลับฟ้าลงได้ มันคือภาพเตือนใจเราไว้ เอาชนะตัวเราเองด้วยหัวใจ ไม่ทุกข์ร้อน ไม่กังวลอะไร เอาชนะตัวเราเองด้วยหัวใจ ยากแค่ไหน มันก็ต้องลองดู อยู่กับมันดังเพื่อนแท้ Yeah! ในวันสีเทา อดทนรอเพื่อไปถึง Yeah! จนเป็นวันของเรา Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up ก็เหมือนในความมืดมิด เรายังลืมตา เพื่อค้นหาทางหลุดพ้น ความกลัวในใจ ก็เหมือนสัญชาติญาณ ที่ยังต้องการจะอยู่และสู้จนตาย เอาชนะตัวเองให้ได้ ต้องไม่กลัว ไม่หวั่นเกรง ต้องไม่กลัว ไม่หวั่นไหว เอาชนะตัวเราเองด้วยหัวใจ ไม่ทุกข์ร้อน ไม่กังวลอะไร เอาชนะตัวเราเองด้วยหัวใจ ยากแค่ไหน มันก็ต้องลองดู อยู่กับมันดังเพื่อนแท้ Yeah! ในวันสีเทา อดทนรอเพื่อไปถึง Yeah! จนเป็นวันของเรา เอาชนะตัวเราเองด้วยหัวใจ ไม่ทุกข์ร้อน ไม่กังวลอะไร เอาชนะตัวเราเองด้วยหัวใจ ยากแค่ไหน มันก็ต้องลองดู ออกไปยืนมองดูฟ้า จ้องตา กับความแพ้พ่าย ไม่มีใครคนไหน...ไม่มี ที่แพ้ไม่เป็น Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up...Get up -------------------------------------------------------------------- Credit เพลง ชนะด้วยหัวใจ ศิลปิน: โดม ปกรณ์ ลัม อัลบั้ม: 6 WAS 9 Producer : รุ่งโรจน์ ผลหว้า ทำนอง - เรียบเรียง : รุ่งโรจน์ ผลหว้า คำร้อง : P&T - ศักย์ศรณ์ - รุ่งโรจน์ ผลหว้า - วัชระ อริยไตรพร - โดม ปกรณ์ ลัม - เมทัล สุขขาว Mix down : รุ่งโรจน์ ผลหว้า - โดม ปกรณ์ ลัม Mastering : วู๊ดดี้ Record & Mixdown @ Iconic Clubbing Studio มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

เปิดข้อความสุดท้าย นร.เกาหลีเหยื่อเรือล่ม ส่งถึงครอบครัว
ข่าวเรือล่ม /  ข้อความสุดท้าย / 

จากเหตุเรือเซวอลที่เดินทางจากเมืองอินชอนมุ่งหน้าไปยังเกาะเชจูที่มีผู้โดยสารทั้งหมด 476 ราย อัปปางลงกลางทะเล จนล่าสุดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 9 ศพ ในจำนวนนี้ 4 ศพเป็นนักเรียน ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คได้เผยแพร่ข้อความที่เหยื่อเรือข้ามฟากล่มหลายรายส่งพ่อแม่พี่น้องของพวกเขา สร้างความสะเทือนใจให้ผู้อ่านอย่างมาก ทั้งนี้สำนักข่าวของเกาหลีใต้รายงานด้วยว่า นายชอง ฮง-วอน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ถูกญาติของผู้โดยสารในเรือเซวอลปาขวดน้ำใส่หน้า รวมถึงตะโกนด่าทอ ขณะที่เขาเดินทางไปเยี่ยมผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือข้ามฟากล่มระหว่างแล่นไปเกาะเชจู ที่โรงยิมเนเซี่ยมในเมืองจินโด "แม่ครับ ผมคงไม่มีโอกาสได้พูดมันอีกแล้ว ผมจะพูดมันตอนนี้ ผมรักแม่ครับ" "ทำไมหรอ ไม่แปลกใจเลยที่ลูกไม่ได้เช็ค Kakao แม่ก็รักลูกเหมือนกัน" "แม่ ผมคิดถึงแม่ นี่ซองจินนะ ช่วยผมด้วย ผมยังอยู่ในโถงห้องอาหาร มันหนาวและน่ากลัวมาก เมื่อไรจะมีคนมาช่วยผม ช่วยผมด้วย แม่ ผมคิดถึงแม่ ช่วยผมด้วย ใครก็ได้ช่วยที ฮันซองจินยังมีชีวิตอยู่ แม่ ช่วยผมด้วย มีร่างคนตายมากมายอยู่ตรงทางเดิน ผมกลัว ช่วยผมด้วย แม่ ผมรักแม่ ซองจินยังมีชีวิตอยู่ ผมขอโทษ ขอบคุณ และผมรักแม่" "พี่ ไปทริปโรงเรียนวันนี้ใช่ไหม เดินทางปลอดภัยนะ อย่าลืมของฝากฉันล่ะ" "โอเค ฉันจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย" "ฉันคิดว่าฉันคงซื้อของฝากกลับไปไม่ได้แล้ว ขอโทษนะ" "หมายความว่ายังไง" "พ่อรู้ว่าหน่วยกู้ภัยกำลังไปช่วยเหลือ แต่ถ้าเป็นไปได้ ลูกต้องออกมาจากห้องก่อน" "ไม่ได้พ่อ เรือเอียง ผมออกไปไม่ได้ ไม่มีใครอยู่ที่ห้องโถงเลย ผมคิดว่าเราทุกคนกำลังจะตาย ถ้าผมทำอะไรผิดไป พ่อให้อภัยผมด้วย ผมรักพ่อ" "ทางนี้สัญญาณไม่ค่อยดีเลย แต่ผมได้ยินว่าหน่วยกู้ภัยกำลังจะมาถึง" "แน่นอน หน่วยกู้ภัยต้องไปช่วยเธออกมาได้แน่ ใจเย็นๆอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ทำตามที่เขาบอกให้ทำ ถ้าสัญญาณดีเมื่อไหร่ติดต่อกลับมานะ,พี่ชาย ชมรมภาพยนตร์ A: ฉันรักชมรมของเรา และรักพวกเราทุกคน B: ฉันด้วย รักจริงๆนะ C: ฉันก็รักพวกเธอจริงๆ ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังจะตาย B: ไม่จริงใช่ไหม แต่เรือเอียงลงมาเรื่อยๆ C: พวกเธอ ถ้าฉันเคยทำอะไรผิดพลาดไป ยกโทษให้ฉันด้วยนะ ฉันรักพวกเธอทุกคน D: เกิดอะไรขึ้น เรือล่มเหรอ?  ฉันคิดถึงเธอ...พี่ชาย E: เป็นยังไงแล้วบ้าง? D: :'( MThai News ……………………………………………………………………………………………… ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตายแล้ว 9 ศพ ชี้เปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน ทำเรือข้ามฟากเกาหลีใต้ล่ม ………………………………………………………………………………………………

เพลง กวิตา เม้าท์ เติ้ล ตะวัน เกรงใจภรรยาเวลาเข้าฉากเลิฟซีน
เพลง กวิตา /  เม้าท์ / 

สะกิดบันเทิง 17 เมษายน 2557 - เป็นที่รู้ตรงกันทั้งกองถ่ายละคร ยอดชายนายตุ๊กตุ๊ก ว่าพระเอก เติ้ล ตะวัน เกรงใจภรรยาสุดๆ นางเอก เพลง กวิตา ยืนยันมาอีกเสียงค่ะ เรียกว่าวันไหนมีถ่ายทำฉากหวานส่งตาซึ้ง พี่เติ้ลจะรีบรายงานตัวก่อนเลยว่า ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ซึ่งภรรยาก็ยิ่งกว่าเข้าใจค่ะ เรื่องน่ารักต้องบอกต่อแบบนี้ เติ้ล ประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ผมรักและเกรงใจภรรยาของผมที่ 1 เลยครับ

โค้ชแต๊ก กระตุ้นแนวรุกบีจีเร่งผลิตสกอร์
กูปรีอันตราย /  จ.ศรีสะเกษ / 

โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม กุนซือ “เดอะแรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี พยายามกระตุ้นนักเตะในแนวรุกให้เร่งทำประตูให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้ทีมบีจี เก็บชัยชนะจากเกมบุกเยือน “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี  ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 20 เม.ย.นี้ เมื่อช่วงเย็นที่ 17 เม.ย.57 ขุนพลนักเตะทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี ได้ลงทำการฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนลงแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 ในเกมยกพลบุกไปเยือน ศรีสะเกษ เอฟซี ในวันที่ 20 เม.ย.57 ณ สนามศรีนครลำดวน จ.ศรีสะเกษ โดย โค้ชแต๊ก อรรถพล ปุษปาคม กุนซือทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี ได้เปิดเผยถึงความพร้อมของทีมบีจี ก่อนยกพลบุกแดนอีสานใต้ว่า สภาพความพร้อมของทีมในตอนนี้ถือว่าน่าพอใจ ซึ่งเราได้มีการสับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมของแท็คติกที่จะใช้ในการพบกับ ศรีสะเกษ ซึ่งเกมนี้จะเป็นเกมที่หนักของพวกเรา แต่ผมจะพยายามเน้นให้ลูกทีมบีจี เก็บชัยชนะในเกมนี้ให้ได้ เพื่อเอา 3 แต้มมาฝากแฟนบอลบีจี ทุกคน พร้อมกันนี้ โค้ชแต๊ก กล่าวต่อว่า ตอนนี้เราได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องในหลายจุด ทั้งการประสานงานของแผงหลังในการป้องกัน และเพิ่มจังหวะการเข้าทำที่หลากหลายของผู้เล่นในเกมรุก ซึ่งผมได้เน้นย้ำกับนักเตะในแนวรุกว่าต้องพยายามเร่งทำผลงานให้ดีขึ้นและต้องทำประตูให้มีความเฉียบขาดยิ่งขึ้นด้วย

ควงออกสื่อครั้งแรก! หนาม หอบดอกไม้ยินดี จุ๋ย
จุ๋ย วรัทยา /  หนาม รวิ / 

หวานชื่นจริงๆ สำหรับคู่ของสาวหน้าคม จุ๋ย วรัทยา ที่ยอมควงแฟนนักธุรกิจหนุ่ม หนาม รวิ ธนดล เปิดตัวออกสื่อครั้งแรก ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 12 Complex ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของเธอเอง กับการลงทุนสูงถึง 7 หลักและยังได้หวานใจมาช่วยออกแบบแพ็คเกจสินค้าให้ด้วย และในงานนี้ หนุ่มหนาม หอบดอกไม้ช่อโตมาร่วมแสดงความยินดี พร้อมยืนจับมือกระหนุงกระหนิงให้สื่อถ่ายรูปแบบไม่มีเขินอาย!! จุ๋ย "เปิดตัวธุรกิจตัวใหม่ 12 Complex ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักนั่นเอง เดี๋ยวจะเห็นในการเปิดตัวกล่องซึ่งพี่หนามเป็นคนออกแบบให้จุ๋ยเอง" หนาม "ภูมิใจครับ ก็เลยมาแสดงความยินดีด้วยครับ ไม่ใช่ธุรกิจร่วมกัน เป็นของจุ๋ยและพาร์ทเนอร์ล้วนๆ ครับ ผมแค่ช่วยดูไดเรคชั่นนิดหน่อย ไม่ได้เยอะอะไร" จุ๋ย "ช่วยออกแบบหน้ากล่อง เป็นสีขาว มีรูปตัวจุ๋ย มีสัญลักษณ์ของสิ่งที่จะลดน้ำหนัก หน้ากล่องพี่หนามเป็นคนออกแบบให้ค่ะ แกมบังคับ" หนาม "เต็มใจอยู่แล้วครับ ผมยังไงก็ช่วยเค้าอยู่แล้วครับ มันไม่ได้เยอะอะไรมากมาย ไม่ได้ใช้เวลาอะไรเยอะ โปรดักซ์มันดีออกแบบยังไงก็ดีอยู่แล้วครับ" จุ๋ย "ให้พี่หนามลองทานแล้วค่ะ" หนาม "ทานแล้วดีครับ น้ำหนักลดลงมานิดหนึ่ง เพิ่งเริ่มทานครับ" จุ๋ย "ลงทุนไป 7 หลัก ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้บุ่มบ่ามอะไร พอตัวคอลลาเจนไปได้ดี เราก็เอาเงินส่วนนั้นมาลงทุนต่อ แต่จริงๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดไว้อยู่แล้ว แต่มันต้องใช้เวลานานเนื่องจากต้องใช้กับผู้ที่ใช้จริง 100 คน มีการปรับสูตรให้เหมาะกับคนไทยด้วย และงานวิจัยต่างๆ ต้องเอามาซับพอร์ทด้วย งานนี้มีพาร์ทเนอร์ค่ะ แต่จุ๋ยเป็นหุ้นใหญ่อยู่แล้ว โชคดีที่มีเพื่อนสนิท คนดูแพ็คเกจอย่างพี่หนามช่วยเราด้วยค่ะ กับพี่หนามไม่กล้าเก็บตังค์ค่ะ ให้ฟรีเลย" หนาม "เป็นหนูทดลองให้เค้าครับ" จุ๋ย "ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมาก็บรรยากาศดี อากาศดีค่ะ ไปเจอพี่อ้อม ไม่โรแมนติกหรอกค่ะ รีบๆ หาแต่ของฝาก ไม่ใช่ทริปแรก แต่เราไปเวลาแปปเดียว เวลาไม่เยอะที่จะพักผ่อน เป็นคนไม่สวีทอยู่แล้ว ชอบไปเที่ยวกันเยอะๆ ชอบมีทุกคนร่วมทริปด้วยค่ะ" หนาม "ไม่ได้ทำอะไรเซอร์ไพร้ส์จุ๋ยเลยครับ จริงๆ แล้วผมมีเพื่อนอยู่ญี่ปุ่นเยอะเหมือนกัน ก็ไปเจอเพื่อนครับ" จุ๋ย "ถือโอกาสขอแต่งงานเลยมั้ยที่ญี่ปุ่น ก็ยังค่ะ อีกไกลค่ะ" หนาม "ยังครับ ตอนนี้จุ๋ยยังหมกมุ่นกับธุรกิจ" จุ๋ย "บอกว่าหมกมุ่นคือเอาเวลาไปทำงานซะเยอะ เป็นการว่าออกสื่อเล็กน้อย" หนาม "ไม่น้อยใจหรอกครับ ผมภูมิใจที่เค้าชอบทำงาน คือเค้ายุ่งมากอยู่แล้ว และยังมีงานอื่นเพิ่มมาก็ดีใจกับเค้าด้วยครับ เรื่องแต่งก็น่าจะอีกสักพักเลยครับ มันไม่มีเวลาที่พร้อมหรือไม่พร้อม มันแค่จังหวะที่ใช่" จุ๋ย "ยังไม่เจอผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเลยค่ะ ยังไม่มีเวลาเลย แต่คือทั้งหมดคุณพ่อคุณแม่รับรู้ทั้งสองฝ่าย แต่จะเจอพี่ๆ พี่หนามเจอพี่ชายจุ๋ยแล้ว จุ๋ยก็เจอพี่สาวพี่หนามแล้วค่ะ คุณพ่อคุณแม่จุ๋ยเจอยากนิดนึงเพราะอยู่ต่างจังหวัด เลยไม่ค่อยได้มากทม.เท่าไหร่ ตัวพี่หนามเองก็ยุ่งมาก จุ๋ยเองก็ยุ่งมาก เลยไม่มีเวลาเจอกันค่ะ เวลาว่างของจุ๋ยคือต้องรู้ใกล้ๆ งานมันกระชั้นเข้ามา ไม่ได้ไปตามแพลน เลยต้องเอางานก่อน แล้วค่อยวางแผนเที่ยวเมื่อมีวันหยุดจริงๆ" หนาม "ผมก็โอเคครับ ผมไม่ได้เน้นพักผ่อนอะไรมาก เจอเค้าบ่อยขึ้นก็ดีครับ ไปญี่ปุ่นเค้าก็ซื้อของเยอะ เป็นของจำเป็นครับอยู่วงการนี้ ไม่ได้เป็นเสี่ยควักกระเป๋าครับ นิดหน่อย จุ๋ยเค้าดูแลตัวเองได้ ไม่ได้เหมือนสายน้ำผึ้ง คนละเรื่องเลยครับ ตอนนี้ก็แฮปปี้ดี ข่าวที่ว่าหวงจุ๋ยชอบลงรูปคู่พระเอก อันนี้ก็ลงได้ แต่รูปเราบ้างก็ดี ไม่ได้น้อยใจ แค่แซวๆ นิดหน่อย" จุ๋ย "มีรูปคู่แต่ไม่ค่อยได้ลงไง เขินด้วย และเราก็ไม่รู้ว่ามันจะหวานไปหรือเปล่า ก็เหมือนเกรงใจคนที่ตาม IG เราด้วย เอาให้เป็นเรื่องงาน เรื่องเพื่อนด้วยดีกว่า มีหลากหลาย รูปคู่พี่หนามก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้บังคับ ตามเหตุการณ์ค่ะ เค้าก็เข้าใจว่าถ้าลงเยอะไปเดี๋ยวจะเลี่ยน เป็นคนแบบนี้อยู่แล้วค่ะ" จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม

ลีซอ ชี้ชัยชนะเหนือกูปรีนักเตะทุกคนกำหนดเอง
ธีรเทพ วิโนทัย /  บางกอกกล๊าส เอฟซี / 

ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย กองหน้ากัปตันทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี ชี้ว่าผลการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์นี้ (20 เม.ย.) ที่ทีมบีจี จะพบกับ ศรีสะเกษ เอฟซี นั้น นักเตะในทีมทุกคนจะเป็นคนกำหนดผลการแข่งขันเอง พร้อมตั้งเป้ากลับมากระหน่ำประตูให้ได้อีกครั้งด้วย โดย ลีซอ ออกมาเปิดเผยว่า ความพร้อมตอนนี้หลังจากหยุดพักยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สภาพร่างกายก็ดีขึ้น สดชื่นขึ้น และพร้อมลงแข่งขันในเกมพบ ศรีสะเกษ แล้ว ซึ่งเกมนี้ผมมีความตั้งใจมาก เพราะเราพ่ายแพ้ติดต่อกันมา 2 นัด ทำให้มันเป็นแรงผลักดันให้ผมเองอยากกลับมาทำผลงานดีอีกครั้ง และตั้งเป้ากลับมาทำประตูให้ได้อีกครั้งด้วย และเป้าหมายในเกมนี้เราต้องเก็บ 3 คะแนนให้ได้ นอกจากนี้ดาวเตะกองหน้ากัปตันทีม บีจี ยังกล่าวต่อไปอีกว่า เกมพบกับ ศรีสะเกษ เป็นเกมที่ค่อนข้างยากสำหรับเรา แต่ผลงานการแข่งขันในนัดนี้พวกเราทุกคนจะเป็นคนกำหนดมันเอง หากเรามุ่งมั่นเล่นอย่างสุดความสามารถแล้วละก็ โอกาสที่ทีมจะคว้า 3 แต้มก็จะมีสูงด้วย สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดต่อไปของทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี จะยกพลบุกไปเยือน ศรีสะเกษ เอฟซี ในวันที่ 20 เม.ย.57 ณ สนามศรีนครลำดวน เริ่มแข่งขันในเวลา 18.00 น.

ซึ้งสุดๆ ทรงกลด เขียนถึงอ.รัชนี เผยเรื่องราวกว่าจะเป็นมานี มานะ
มานะ /  มานะ มานี ปิติ ชูใจ / 

วันนี้(17 เม.ย.) นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day ผู้เคยร่วมงานกับอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้สร้างแบบเรียนภาษาไทย มานะ มานี ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวานนี้ โดยทรงกลด ได้ถ่ายทอด เรื่องราวกว่าจะเป็นมานะ มานีและการร่วมงานกับอ.รัชนี โดยโพสผ่านเฟซบุ๊ค Zcongklod Bangyikhan ซึ่งทางทีมงาน Mthai News ขออนุญาตหยิบยกบทความดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงคุณูปการของอาจารย์รัชนี ต่อวงการการศึกษาไทย "ตอนเก็บชั้นหนังสือใหญ่เมื่อคืน ผมพบว่ามีหนังสือเรื่อง 'ทางช้างเผือก' ของอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ 2 เล่ม เลยหยิบมาพลิกดูเพื่อหาความแตกต่าง เล่มแรกเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก อีกเล่มเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 8 ทั้งสองเล่มมีลายมือของอาจารย์รัชนีเขียนไว้ว่า 'ขอบคุณก้องมากค่ะ' ระบุวันเวลาต่างกัน ตอนแรกผมตั้งใจจะเก็บไว้แค่เล่มเดียว แต่ตอนนี้ผมบรรจงวางทั้งสองเล่มไว้คู่กันบนชั้น ผมเจออาจารย์รัชนีครั้งแรกในงานเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ ในวาบแรกที่พบกันผมรู้สึกว่า อาจารย์เป็นครูใจดีผู้ถ่อมตัว และหลังจากได้ฟังเรื่องราวของอาจารย์ในการต่อสู้จนแบบเรียนภาษาไทยเรื่องมานะ มานี ได้ใช้ ผมก็พบว่า ในยุคนั้นอาจารย์เป็นข้าราชการสาวผู้มุ่งมั่นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา ด้วยการลุกขึ้นมาสู้กับระบบราชการและ 'ผู้ใหญ่' อย่างไม่ย่อท้อ จนเกิดเป็นตำราเรียนภาษาไทยที่เนื้อหาสนุกกว่าวรรณกรรมเสียอีก สนุกจนทันทีที่ได้หนังสือเรียนเล่มใหม่ตอนก่อนเปิดเทอม คนรุ่นผมเป็นต้องตะลุยอ่านจนจบเล่มตั้งแต่ยังไม่เปิดเรียนวันแรก แม้เวลาจะผ่านไป 9 ปีแล้ว ผมยังจำเนื้อหาสนุกๆ เบื้องหลังการแต่งแบบเรียนที่อาจารย์เล่าในงานวันนั้นได้หลายเรื่อง เรื่องที่ผมจำได้แม่นที่สุดก็คือ ในการแต่งแบบเรียนนั้นผูกเรื่องจาก 'คำศัพท์' ที่ต้องการสอน เมื่อถึงบทที่มีคำว่า 'ตาย' อาจารย์ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี สุดท้ายเลยต้องให้คำนี้ไปลงที่ 'เจ้าแก่' ม้าชราของปิติ หลังจากนั้นอีกหลายปี เมื่อถึงคิวของคำว่า 'เสียชีวิต' (ไม่ก็คำว่า 'ถึงแก่กรรม') หมายความว่าต้องมีตัวละครสูญเสียอีกครั้ง หนนี้ต้องเป็นความตายของคน อาจารย์เลยเลือกทำร้ายความรู้สึกของเด็กๆ ให้น้อยที่สุดโดยไปลงกับของย่าของชูใจ ก่อนหน้าที่ผมจะได้พบหน้าอาจารย์รัชนี ผมเคยคุยกับอาจารย์บ้างทางโทรศัพท์เพราะอาจารย์เขียนคอลัมน์ประจำอยู่ใน a day สิ่งที่ผมจำได้แม่นที่สุดก็คือ เมื่อเรื่องที่อาจารย์แต่งเดินทางมาถึงตอนสุดท้าย อาจารย์ส่งจดหมายมาถึงผมเพื่อ 'ขอบคุณ' ที่ทำให้อาจารย์ได้กลับมาเขียนหนังสือสื่อสารกับผู้อ่านอีกครั้ง มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่อ่านแล้วน้ำตาเกือบไหลเมื่อได้รู้ว่า การกลับมาเขียนเรื่องคราวนี้มีความหมายกับอาจารย์แค่ไหน หลายปีที่ผ่านมา มีคนโทรมาหาผมเพื่อขอเบอร์อาจารย์รัชนีเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นการขอสัมภาษณ์ และล่าสุด LINE สนใจอยากนำภาพในหนังสือเรียนมาทำสติกเกอร์ แต่เนื่องจากลิขสิทธิ์ทั้งเรื่องและภาพเป็นของกระทรวงศึกษาธิการ คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก (นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงนำเรื่องราวที่เคยเรียนกลับมาพิมพ์ซ้ำไม่ได้) การจัดชั้นหนังสือคราวนี้ ผมโละหนังสือออกจากบ้านไปกว่า 300 เล่ม นั่นทำให้ผมรู้ว่า หนังสือที่อ่านในวัยเด็กจำนวนมาก เป็นหนังสือที่ยังไงก็ทิ้งไม่ลง ไม่ใช่เพราะมันเป็นงานวรรณกรรมล้ำค่า แต่ว่ามันเปรียบเหมือน 'เพื่อนสนิท' ในวัยเยาว์ วันนี้พอผมทราบข่าวการจากไปของอาจารย์รัชนี ผมก็ค้นแบบเรียนชุดนี้ที่ไปตามหาซื้อกลับมาจนครบ ว่าจะเอามาอ่านอีกสักรอบ แต่สงสัยเก็บดีเกินไปเลยไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน แม้ว่าคนรุ่นผมจะเรียนตำราชุดนี้จบไปแล้วกว่ายี่สิบปี แต่น่าแปลกที่ยังมีคนอยากสัมภาษณ์คนเขียน มีคนตามซื้อกลับมา และมีคนอยากหยิบมาอ่านอีกครั้ง จะมีหนังสือเรียนเล่มไหนทำได้แบบนี้อีกไหมนะ... ผมว่าไม่ ขนาดหนังสือวรรณกรรมยังไม่แน่ว่าจะทำได้เลย ผมไม่แน่ใจว่า คนที่ไม่เคยอ่านแบบเรียนชุดนี้จะเข้าใจคนรุ่นผมไหมว่า จะพร่ำเพ้อถึงหนังสือชุดนี้และผู้เขียนอะไรกันนักกันหนา ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน นอกจากประโยคสั้นๆ แค่ อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ คือ ผู้เปลี่ยนตำราภาษาไทยให้กลายเป็นหนังสือแสนสนุกที่อยู่ในใจนักเรียนไปทั้งชีวิต สำหรับผม การจากไปของอาจารย์รัชนี คงคล้ายกับการเดินออกนอกห้องของครูหลังหมดคาบเรียน เมื่อหมดภารกิจคุณครูก็ได้เวลาพักผ่อน ส่วนนักเรียนอย่างพวกเราก็เติบโตกันต่อไปพร้อมกับคำของครู เสียงออดส่งสัญญาณว่า หมดเวลาวิชาภาษาไทยแล้ว "นักเรียนกราบ"" ที่มาเฟซบุ๊ค Zcongklod Bangyikhan Mthai News ข่าวที่เกี่ยวข้อง อาจารย์รัชนี ผู้สร้างหนังสือเรียนในตำนาน มานะ มานี ปิติ ชูใจ คลาสสิค! ย้อนดูจากมานะมานีถึงหนังสือเรียนไทยปัจจุบัน (Mthai ข่าวภาคซ่าส์) มานะ มานี ปิติ ชูใจ มานี มานะ ควรกลับมาในรูปแบบใด ให้ประทับใจแบบสุดๆ? อ่านประวัติความเป็นมา มานี มานะ ของทุกคน แบบทดสอบคุณเป็นแฟนพันธ์แท้แบบเรียน มานี มานะ แค่ไหน… มานี เพลงจากอัลบั้มแรกของ โมเดิร์นด็อก มานีก่อนอื่น มิวสิคเอ็มไทย ขอร่วมไว้อาลัย แด่ อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้ประพันธ์ หนังสือ “มานะ มานี ปิติ ชูใจ” ที่ถึงแก่กรรมอย่างสงบแล้ว เมื่อคืนวันที่ 15 เมษายน ท…..

Good Doctor ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ [พากย์ไทย] E1-3
Good Doctor /  ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ

เรื่องราวทางการแพทย์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแพทย์ในแผนกกุมารเวชศาสตร์ ดำเนินเรื่องผ่าน พัคชีอน (รับบทโดย จูวอน) ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีความผิดปกติทางพัฒนาการ (เป็นชนิดหนึ่งของออทิสติก) เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายจนกลายมาเป็นกุมารแพทย์ จากเด็กหนุ่มผู้มีปัญหาทางสมองกลับกลายเป็นกุมารแพทย์อัจฉริยะ ในด้านการแพทย์เขาเป็นแพทย์ที่มีพรสวรรค์ ทว่าด้านอื่นๆของชีวิต กลับมีปัญหาอย่างมาก เช่น การเข้าสังคมกับผู้อื่น ซึ่งในขณะเดียวกัน ชีอน ก็ได้พบกับ ชายุนซอ (รับบทโดย มุนแชวอน) กุมารแพทย์สาวคนสวย เธอผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีและคอยช่วยเหลือชีอน และ คิมโดฮัน (รับบทโดย จูซังวุค) กุมารแพทย์หนุ่มที่เก่งที่สุดในเกาหลี เขาเปรียบเหมือนหัวใจของโรงพยาบาล แต่โดฮันกลับไม่ค่อยชอบหน้าชีอนเท่าไหร่...

Good Doctor ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ [พากย์ไทย] E1-2
Good Doctor /  ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ

เรื่องราวทางการแพทย์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแพทย์ในแผนกกุมารเวชศาสตร์ ดำเนินเรื่องผ่าน พัคชีอน (รับบทโดย จูวอน) ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีความผิดปกติทางพัฒนาการ (เป็นชนิดหนึ่งของออทิสติก) เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายจนกลายมาเป็นกุมารแพทย์ จากเด็กหนุ่มผู้มีปัญหาทางสมองกลับกลายเป็นกุมารแพทย์อัจฉริยะ ในด้านการแพทย์เขาเป็นแพทย์ที่มีพรสวรรค์ ทว่าด้านอื่นๆของชีวิต กลับมีปัญหาอย่างมาก เช่น การเข้าสังคมกับผู้อื่น ซึ่งในขณะเดียวกัน ชีอน ก็ได้พบกับ ชายุนซอ (รับบทโดย มุนแชวอน) กุมารแพทย์สาวคนสวย เธอผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีและคอยช่วยเหลือชีอน และ คิมโดฮัน (รับบทโดย จูซังวุค) กุมารแพทย์หนุ่มที่เก่งที่สุดในเกาหลี เขาเปรียบเหมือนหัวใจของโรงพยาบาล แต่โดฮันกลับไม่ค่อยชอบหน้าชีอนเท่าไหร่...

เนวิน ร่อนแถลงการณ์ เหตุจับโจ๋ชกมวย ชี้ ต้องลงโทษให้เข็ดหลาบ
สงกรานต์บุรีรัมย์ /  เนวิน ชิดชอบ

วันนี้(18 เม.ย.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ที่มีการนำวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในงานสงกรานต์ที่ทางสโมรสรบุรีรัมย์เป็นผู้จัด นำไปชกมวยกลางเวที โดยมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนติงว่าเป็นการละเมิดสิทธิและสามารถฟ้องได้ ล่าสุดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  ได้ร่อนแถลงการณ์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้ ภาพจาก Bento เรียน แฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกท่าน ตามที่ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จัดงานสงกรานต์ มิวสิค เฟสติวัล GU12 ใหญ่กว่า มันส์มาก วันที่ 13-14 เมษายนที่ผ่านมา มีแฟนบอลและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานมากกว่า 100,000 คน นับเป็นงานสงกรานต์ที่มีผู้ร่วมงานมากที่สุดงานหนึ่งของประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของสโมสรฯ สำหรับกระแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์วิธีการลงโทษทางสังคมกับผู้เข้ามาก่อกวน ทะเลาะวิวาท ไม่เคารพกติกาการเข้าร่วมงาน ละเมิดสิทธิของผู้เข้าร่วมงานคนอื่นๆ ด้วยการให้ขึ้นเวทีชกมวยกับนักมวยอาชีพนั้น ผมอยากจะเรียนชี้แจงว่า "สังคมไทยทุกวันนี้ คนบางส่วนที่ก่อปัญหาให้ส่วนรวม เป็นคนที่ไม่เคารพกฎหมาย ไม่เคารพกติกา ไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น และละเมิดสิทธิของผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย การดำเนินการกับคนที่ก่อปัญหาให้กับสังคมเหล่านี้ นอกจากจะใช้วิธีการทางกฎหมายแล้ว ต้องมีมาตรการทางสังคมควบคู่ไปด้วย คนพวกนี้ไม่เคยเข็ดหลาบ กับมาตรการทางกฎหมายที่อ่อนแอ และไม่เกรงกลัวกฎหมาย เนื่องจากมีผู้คอยปกป้อง ทั้งๆ ที่เป็นผู้กระทำความผิด ทำให้คนในสังคมส่วนใหญ่ ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย" สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีประสบการณ์การจัดงานใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมงานระดับ 100,000 คน มาแล้ว 4 ปี เรารู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ยอมรับกติกา และไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา แต่จะเกรงกลัวกับการถูกลงโทษทางสังคมมากกว่า เราจึงดำเนินการตามวิธีการที่เห็นว่าเหมาะสม ตามรูปแบบของเรา และได้แจ้งให้ทุกคนที่เข้าร่วมงานทราบล่วงหน้าแล้วว่า ถ้าทะเลาะวิวาทในงานจะได้รับผลอย่างไร ทั้งทางสังคม และทางกฎหมาย การจัดงานสงกรานต์ทุกครั้งของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดให้ผู้เข้าชมงาน เข้าชมฟรี โดยมีเงื่อนไขให้ทุกคนเคารพกติกาของสโมสรฯ ซึ่งได้ประกาศให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนทราบแล้ว ผู้ที่ไม่พอใจกฎกติกาของสโมสรฯ สามารถออกจากงานได้ แต่หากอยู่ร่วมงานต้องเคารพและปฏิบัติตามกติกาของสโมสรฯ ซึ่งผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ รับทราบและปฏิบัติ สำหรับผู้ก่อกวน ทะเลาะวิวาทในงานวันที่ 13 เมษายน ที่ถูกจับขึ้นชกบนเวทีมวยทุกคน ได้รับการป้องกันอันตราย ด้วยการสวมนวมเช่นนักมวยทั่วไป และเมื่อลงจากเวทีแล้ว สโมสรฯ ได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทำให้การจัดงานในวันที่ 14 เมษายน ไม่มีผู้เข้ามาก่อกวน ทะเลาะวิวาท อีก ผมขอเรียนว่าสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดำเนินการตามกฎกติกาของสโมสรฯ และกฎหมาย และยืนยันว่าผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับการลงโทษ และขอให้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ ปกป้องคนกระทำความผิด คำนึงถึงสิทธิของสโมสรฯ ในฐานะผู้จัดงาน และสิทธิของผู้เข้าชมงาน คนอื่นๆ ที่ถูกคนกระทำความผิดละเมิดด้วย ขอแสดงความนับถือ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด MThai News

มีปัญหาตลอด! อเนลก้า เบี้ยวเซ็นซบมิเนโร
คริสเตียน คาสินี /  นิโกลาส์ อเนลก้า / 

นิโกลาส์ อเนลก้า ดาวยิงเลือดฟรานซ์ สร้างปัญหาให้เพื่อนร่วมงานไม่ขาดสาย หลังจากก่อนหน้านี้ มีปัญหาต้องยกเลิกสัญญากับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แบบไม่ค่อยดีนัก ก่อนที่จะมีข่าวออกมาว่า ดาวเตะพเนจรรายนี้ไปซ้อมอยู่กับทีม แอตเลติโก มิเนโร ทีมดังลีกบราซิล และมีรายงานว่า อเนลก้า จะเซ็นสัญญากับ มิเนโร แน่นอน ล่าสุด เอดูอาร์โด มาลุฟ ผู้อำนวยการฟุตบอลของมิเนโร ได้ออกมาเปิดเผยอย่างหัวเสียทำนองว่า นิโกลาส์ อเนลก้า ได้เบี้ยวนัดที่จะเซ็นสัญญากับสโมสร หลังไม่มีการติดต่อจากตัวนักเตะมาถึงสโมสร โดย มาลุฟ เผยว่า ทางนั้นบอกว่า เขาจะมาในสัปดาห์หน้า พักที่เบโล ฮอริซอนเต้ พร้อมกับจะมาเยี่ยมชมสนามฝึกซ้อมของเรา และก็จะมองหาบ้านพักด้วย เราบอกไปว่า เมื่อวานคือวันสุดท้ายสำหรับการเจรจา เนื่องจากเราต้องการส่งชื่อเขาลงเล่นในโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส แต่วันนี้ เราได้รับอีเมลจากคุณคริสเตียน คาสินี แจ้งว่า อเนลก้า ผู้เป็นมุสลิม ยังติดธุระอยู่ที่คูเวต และจะมาที่นี่วันที่ 19 เป็นอย่างเร็ว เป็นความรับผิดชอบของเขาที่จะต้องบอกให้เราทราบเรื่องนี้ แต่นี่เราเพิ่งจะได้รู้ ผมคุยกับประธานสโมสรแล้ว และเห็นเหมือนกันว่า แอตเลติโกนั้นใหญ่กว่าผู้เล่นเพียงคนเดียวมาก ดังนั้นเราจึงขอยุติการเจรจาสัญญานี้ “มาลุฟ” กล่าวปิดท้าย

7 ข้อไม่ควรปฏิบัติ เมื่อถูกทิ้ง
ความรักวัยรุ่น /  ทายนิสัย

สารพัดกิจกรรมที่เรามักจะสรรหามาทำหลังความรักไม่สมหวัง เพื่อฆ่าเวลาที่ผ่านไปไม่ให้คิดถึง "เขา" แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ใช่ม่ะ เพราะคบกันมานาน อะไรๆ ก็เคยชินกับเค้าไปเสียหมด ติดจนเป็นนิสัยงอมแงม ไม่เคยขาดเขา ไม่เคยห่างเขา จะให้เลิกทำเลยก็ยากซะเหลือเกิน แต่...มีข้อห้ามอะไรบ้างล่ะที่ห้ามทำเด็ดขาดหลังอกหัก...7 ข้อไม่ควรปฏิบัติ เมื่อถูกทิ้ง 7 ข้อไม่ควรปฏิบัติ เมื่อถูกทิ้ง ข้อ1 : ห้ามโทรหาเขายามคิดถึง ก่อนหน้านี้เคยเป็นแบบไหน ตอนนี้จะทำแบบนั้นไม่ได้เป็นอันขาด อดีตชาติอาจคุณอาจเคยโทรจิกเขา อยู่ไหน ทำอะไรอยู่ เมื่อไหร่จะกลับบ้าน ส่งข้อความหาเขาตลอดเวลายามว่าง แต่..ณ เวลานี้ อกเดาะแล้ว เราจะทำแบบนั้นไม่ได้อีกเป็นอันขาด เพราะเขาไม่ได้เป็นคนรักเราแล้ว รู้ไว้ซะ คิดถึงเมื่อไหร่เป็นคว้าโทรศัพท์โทรหาทันที ทุก 10 นาทีต้องโทรเช็ก เวลานี้คงต้องห้ามอกห้ามใจบ้างแล้วล่ะ ปลงซะบ้าง อย่ามัวอาลัยอาวรณ์ ชีวิตต้องดำเนินต่อไปอย่างไร้ข้อกังขา ข้อ2 : ห้ามรีบหาชายมาดามอก อย่าเด็ดขาด! ห้ามประชดรักด้วยการรีบหาแฟนใหม่มาดามอก เพราะคุณยังไม่รู้จักใจตัวเองพอ และโปรดสงสารจิตใจชายหนุ่มที่คุณนำพาเขามาเพื่อเป็นที่ระบายทุกข์ทางอารมณ์ชั่วคราว หากคุณไม่ได้รักเขาจริงอย่าทำเด็ดขาด คุณควรรู้จักจิตใจตัวเองก่อน ว่าพร้อมกับรักครั้งใหม่หรือยัง หากยัง จงทำใจและโสดไปก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขในการอยู่คนเดียวมันไม่เลวเลย อาจจะแค่เหงา เพราะบางคนสู้รบกับความเหงาไม่ได้ จึงต้องหาใครสักคนมาทำให้คลายเหงา แต่หารู้ไม่ นั่นเท่ากับว่า คุณใจร้ายสุดๆ แต่หากเพื่อเป็นการเยียวยากับสิ่งร้ายๆ แรงๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต หากคุณมีผู้ชายเบอร์ 2 สำรองไว้สำหรับความรักล่ะก็ กรุณาเรียกเขามาแทนผู้ชายคนนั้นเสียเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ข้อ3 : ห้ามอยู่คนเดียว อย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง เพราะจะทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน ทำอะไรบ้าบอคอแตก ประชดชีวิต น่ากลัวนะคะ อย่ามัวแต่นั่งจิตตก คิดอยู่คนเดียว ราวกับพายเรือในอ่าง ไร้ทางออก ไร้คำตอบ ทำไมเขาต้องทำให้เราเสียใจขนาดนี้ ทำไมเขาต้องมีกิ๊ก ทำไมเขาต้อง..... สิ่งเหล่านี้เราจะหาคำตอบไม่ได้เลยหากเราคิดเองเออเองอยู่คนเดียว ภาพในอดีตที่เคยรักกันหวานชื่นอาจจะทำให้หดหู่ใจ แต่จงคิดเสียว่า เราก็เคยได้รับความสุขจากเขา อย่ามัวแต่นั่งเสียเวลาคิดเลยค่ะ ออกจากบ้าน ห้องนอน ผลักตัวเอง และจิตใจออกไปสู่โลกข้างนอก เปิดใจเปิดรับความสุขจากคนรอบข้างที่ไม่ใช่แฟน ยังมีผู้คนอีกมากมายรักคุณค่ะ แนะนำให้หาอะไรทำฆ่าเวลาจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดมาก เช่น บ้างานไปเลย ช้อปปิ้งให้กระหน่ำ (ไม่แนะนำสำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย อาจจะเครียดช้ำกว่าเดิมได้ อิอิ) ข้อ4 : ห้ามตัดผมประชดรัก ห้ามปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้โทรม เราต้องดูดีกว่าเดิม พริ้งแซ่บกว่าเก่า เราควรเห็นคุณค่าในตัวเอง และข้อสำคัญ ผู้หญิงชอบหั่นผมประชดรักกันนักเชียว อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงทรงผมในทันทีทันใด เช่นว่า จากที่เคยผมยาวตรงถึงบั้นเอว อกหักปุ้บเข้าซลอนหั่นผมชั้บ! กลายเป็นอีโล้นซ่า แบบนี้ก็ไม่ไหวจะเคลียร์นะฮะ ควรไตร่ตรองคิดอะไรให้รอบคอบเสียก่อน หรืออย่างน้อยหากอยากเปลี่ยนทรงผม หรือเบื่อกับหน้าเดิมๆ ก็ควรให้สไตลิสต์ผม ดูทรงผมที่เข้ากับใบหน้าคุณนิดนึง ตัดผมออกจะจะได้เช้งกว่าเดิม คุณจะได้ไม่ผิดหวังไงล่ะ ข้อ5 : ห้ามเปลี่ยนสถานะจากแฟนเป็นเพื่อนทันที มันเป็นไปไม่ได้หรอกหากจะรีบหุนหันพลันแล่นเปลี่ยนสถานภาพจาก "แฟน" เป็น "เพื่อน" ในทันทีทันใด คุณอาจคิดว่า ถึงเราจะไม่คบในฐานะแฟน เป็นเพื่อนก็ยังดี คุณอย่าลืมว่า คำว่าแฟน มันทำให้เกินขอบเขตความเป็นเพื่อนไปแล้ว อาจต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปรับตัว และปรับใจ กรณีที่อาจเลิกกันด้วยดี ความเป็นเพื่อนยังคงอยู่ จะตัดขาดจากกันไปเลยคงยาก แต่หากเลิกกันแบบไร้เยื่อใย มองหน้ากันไม่ติดแล้ว จะมาคบเป็นเพื่อนอีกคงยากซะเหลือเกิน คุณรับได้ไหม และคุณจะปรี๊ดหรือไม่ หากได้รู้ว่าเขาคบกับสาวคนใหม่ คุยกับสาวที่กำลังคั่วอยู่อย่างหวานแหวว โดยไร้คำว่า "หึงหวง" หากคุณสามารถทำได้ เท่ากับว่า คุณสามารถเป็นเพื่อนเขาได้แล้วอย่างไร้ข้อสงสัย ! ข้อ6 : ไม่ควรไปทำงาน อย่าไปทำงานในสภาพที่คุณไม่พร้อมเลย เพราะพอไปถึงที่ทำงาน นอจากตัวคุณจะทำงานไม่ได้แล้ว คุณยังทำให้บรรยากาศการทำงานของตัวเองและเพื่อนร่วมงานเศร้าไปด้วย สิ่งที่อยากแนะยำคือโทรไปลางานกับเจ้านายแล้วออกไปดูหนังฟังเพลง ทำบุญ ความอื่มเอิบใจในการทำบุญ เข้าวัด จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ข้อ7 : อย่าปิดกั้นตัวเอง สุดท้าย เราต้องอย่าปิดกั้นตัวเองและโอกาสที่หนุ่มๆ ทั้งหลายจะเข้ามาจีบเราเป็นอันขาด ผู้ชายไม่ได้เลวไปหมดทุกคนอย่างที่คิดนะจ๊ะ เราต้องมีความมั่นใจและตั้งปณิธานว่า แฟนใหม่ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะมีได้ สิ้นหวังจากรักครั้งนี้แล้ว รักครั้งใหม่ยังรอเราอยู่เบื้องหน้าตลอดเวลา ผู้ชายมีเยอะเหมือนฝูงลิง อ้อ!อย่าลืมดูแลตัวเองให้สวยเด้งแซ่บอยู่เสมอล่ะ ข้อมูล manager.co.th

Good Doctor ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ [พากย์ไทย] E3-1
Good Doctor /  ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ

เรื่องราวทางการแพทย์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแพทย์ในแผนกกุมารเวชศาสตร์ ดำเนินเรื่องผ่าน พัคชีอน (รับบทโดย จูวอน) ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีความผิดปกติทางพัฒนาการ (เป็นชนิดหนึ่งของออทิสติก) เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายจนกลายมาเป็นกุมารแพทย์ จากเด็กหนุ่มผู้มีปัญหาทางสมองกลับกลายเป็นกุมารแพทย์อัจฉริยะ ในด้านการแพทย์เขาเป็นแพทย์ที่มีพรสวรรค์ ทว่าด้านอื่นๆของชีวิต กลับมีปัญหาอย่างมาก เช่น การเข้าสังคมกับผู้อื่น ซึ่งในขณะเดียวกัน ชีอน ก็ได้พบกับ ชายุนซอ (รับบทโดย มุนแชวอน) กุมารแพทย์สาวคนสวย เธอผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีและคอยช่วยเหลือชีอน และ คิมโดฮัน (รับบทโดย จูซังวุค) กุมารแพทย์หนุ่มที่เก่งที่สุดในเกาหลี เขาเปรียบเหมือนหัวใจของโรงพยาบาล แต่โดฮันกลับไม่ค่อยชอบหน้าชีอนเท่าไหร่...

โดเมนิคาลี แสดงความรับผิดชอบลาทีมม้าลำพองหลังผลงานห่วย
ฟอร์มูลา วัน /  ม้าลำพอง / 

ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก หรือ ฟอร์มูลา วัน ที่ผ่านพ้นไปแล้ว 3 สนาม ล่าสุดเกิดเรื่องช็อกแฟนทีม "ม้าลำพอง" เฟอร์รารี เมื่อ สเตฟาโน โดเมนิคาลี นายใหญ่ ได้แสดงความรับผิดชอบ ลาออกจากทำแหน่งทีมบอสของ "ม้าลำพอง" โดย โดเมนิคาลี เผยว่า ผมมีช่วงเวลาที่พิเศษตลอดอาชีพการทำงานร่วมกับทีมงานมืออาชีพ แต่มันต้องใช้ความกล้าหาญ และเจ็บปวดมากกับการตัดสินใจ มันถึงเวลาที่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในฐานะบอส ผมต้องแสดงความรับผิดชอบกับสถานการณ์ของทีม ด้าน เฟอร์รารี แถลงว่า เฟอร์รารี ได้ยอมรับการตัดสินใจลาออกของ สเตฟาโน โดเมนิคาลี และขอบคุณทุกอย่างที่เขาทำหน้าที่ให้บริษัทตลอดมา เขามีความมุ่งมั่นที่ดี และรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ตลอด 23 ปี เราต้องขออวยพรให้ โดเมนิคาลี ในอนาคตด้วย

Good Doctor ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ [พากย์ไทย] E1-1
Good Doctor /  ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ

เรื่องราวทางการแพทย์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแพทย์ในแผนกกุมารเวชศาสตร์ ดำเนินเรื่องผ่าน พัคชีอน (รับบทโดย จูวอน) ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีความผิดปกติทางพัฒนาการ (เป็นชนิดหนึ่งของออทิสติก) เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายจนกลายมาเป็นกุมารแพทย์ จากเด็กหนุ่มผู้มีปัญหาทางสมองกลับกลายเป็นกุมารแพทย์อัจฉริยะ ในด้านการแพทย์เขาเป็นแพทย์ที่มีพรสวรรค์ ทว่าด้านอื่นๆของชีวิต กลับมีปัญหาอย่างมาก เช่น การเข้าสังคมกับผู้อื่น ซึ่งในขณะเดียวกัน ชีอน ก็ได้พบกับ ชายุนซอ (รับบทโดย มุนแชวอน) กุมารแพทย์สาวคนสวย เธอผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีและคอยช่วยเหลือชีอน และ คิมโดฮัน (รับบทโดย จูซังวุค) กุมารแพทย์หนุ่มที่เก่งที่สุดในเกาหลี เขาเปรียบเหมือนหัวใจของโรงพยาบาล แต่โดฮันกลับไม่ค่อยชอบหน้าชีอนเท่าไหร่...

10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ประวัติศาสตร์ / 

สิ่งของ มนุษย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ล้วนก็มีที่มา จุดกำเนิดด้วยกันทั้งสิ้น .. นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา หรือคนหลายกลุ่มต่างก็ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันมากมาย ไม่ว่าจะผ่านไปนานเป็นสิบ ร้อย พัน หรือหมื่นปี ผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์กันเรื่อยมา แต่! เรื่องราวในประวัติศาสตร์บางเรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันนี้ เป็น 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้างตามมาเลยคะ ^^ 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ 10.โทมัส อัลวา เอดิสัน ไม่ใช่คนประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ในความเป็นจริงแล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอดิสันอีกว่า  สิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาและจดสิทธิบัตรเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม 9. เธอคือโป๊บ ? เพื่อนๆเคยดูภาพยนตร์เรื่อง เธอคือโป๊บ (Pope Joan) ที่สร้างจากเค้าโครงในตำนาน (โดยเนื้อเรื่องเอามาจากนิยาย) กันบ้างรึเปล่าคะ เป็นเรื่องราวในตำนานของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นพระชายและไปกรุงโรมเพื่อศึกษา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นพระสันตะปาปา แต่เธอคลอดบุตรในขณะกำลังขึ้นม้า ภาพยนตร์เรื่องนี้โดนแบนหลายประเทศมาก (ยกเว้นไทย) เพราะว่าเนื้อหาค่องข้างหมิ่นศาสนามา หนังพยายามบอกว่าเรื่องพระสันตะปาปาเป็นเรื่องจริง หากแต่ปัจจุบันเรื่องราวของพระสันตะปาปาหญิงโจน (Pope Joan หรือ Popess Joan) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า มีตัวตนจริงๆหรือไม่  โดยตำนานกล่าวว่าพระสันตะปาปาหญิงโจนมี ชื่อเดิมคือโจฮานนา แองลิกัส (Johanna Anglicus) โดยใช้ชื่อผู้ชายว่าจอห์น (John) เกิดที่ไมนส์ (Mainz) เป็นผู้เชียวชาญศิลปวิทยาหลากหลายแขนง จนไม่มีผู้ทัดเทียม และภายหลังเธอเดินทางไปโรม ก็เปิดสอนวิชาศิลปศาสตร์จนที่เคารพรักแก่บรรดาศิษย์  จากนั้นก็เล่นการเมืองและถูกเลือกโดยพระสันตะปาปา ในขณะที่เธอเป็นพระสันตะปาปา เธอตั้งครรภ์โดยคนรักของเธอ โดยไม่รู้ว่า เมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด เธอให้กำเนิดทารกเพศชาย และโดนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมของกรุงโรม เธอต้องโดนลงโทษ โดยการผูกติดกับขาม้าแล้วก็ถูกลากไป และโดนโยนก้อนหินโดยประชาชนครึ่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานว่าที่ที่ฝังเธอเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเนื่องมากจากเหตุผลที่ว่า เธอเป็นผู้หญิง หรือมาจากความโง่ของหลักฐานก็ตาม และเรื่องราวของเธอถูกเขียนโดย(Martin of Opava) ใน Chronicon Pontificum et Imperatum แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และผู้เคร่งศาสนา ต่างไม่เชื่อว่า มีพระสันตะปาปาหญิงโจนมีตัวตนจริงๆ เป็นเพียงเรื่องโกหกและเป็นตำนานลอย ๆ เท่านั้น สาเหตุเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ถูกพบในเอกสารที่เชื่อถือได้ 8.รูปร่างที่แท้จริงของเทวรูปโคโลสซูสเป็นอย่างไรกันแน่ ? นี้คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ขาดหายไปในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ  เทวรูปโคโลสซูสเป็นที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีก หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้นสูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีกในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จนถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม จนเราไม่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เลยแม้แต่ซาก ส่วนภาพที่เห็นเป็นเพียงจินตนการของคนวาดเท่านั้น แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเอกสารหลายชิ้นพรรณารูปปั้นนี้ไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่ารูปปั้นอ้าขาจนเรือรอดได้ บ้างก็บอกว่ารูปปั้นไม่ได้อ้าขา 7. แรงงานสร้างพีระมิดไม่ใช้ทาส ? จากที่เราอ่านประวัติศาสตร์เรามักเห็นฉากแรงงานสร้างพีระมิด โดยหนังสือบอกว่าพวกเขาเป็นทาสและมีคนโบยแส้ที่ด้านหลังใช่รึเปล่า หากแต่ปัจจุบันความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อนักโบราณคดีค้นพบสุสานในอียิปต์ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าแรงงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิดนั้นไม่ใช่ทาสอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการจ่ายค่าแรงรวมถึงมีการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อต่อวันเป็นอย่างดี อีกทั้งการสร้างสุสานใกล้กับที่ฝังศพของกษัตริย์  แสงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่ทาสแต่อย่างใด โดยคาดว่าแรงงานเหล่านั้นน่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น มีส่วนช่วยให้องค์ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป 6. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไวกิ้ง ไวกิ้งที่เราได้เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น ส่วนใหญ่มักตัวใหญ่น่ากลัวสวมหมวกขนสัตว์ โหดร้ายป่าเถื่อนชอบปล้นทรัพย์ฆ่าและข่มขื่นหญิงชาวบ้าน อีกทั้งตัวสกปรก ไร้สมอง เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของยุโรปอย่างแท้จริง แหละนี่คือความรู้ที่ผิด! จากการศึกษาประวัติศาสตร์พบว่าไวกิ้งไม่โหดร้ายอย่างที่คุณคิด ไวกิ้งไม่ใช่นักรบอย่างเดียว หากแต่เป็นพ่อค้าและนักตั้งถิ่นฐานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนายุโรปกลาง พวกเขาอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ในวันเสาร์เท่านั้น(อย่าลืมว่าอากาศยุโรปมันหนาว) ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่พวกเขาสูงแค่ 170 ซม. ซึ่งไม่สูงอย่างที่เราเข้าใจกัน ผมและหนวดสีทองที่เราเห็นในภาพยนตร์เป็นเพียงอุดมคติความเชื่อในวัฒนธรรมไวกิ้งที่ใช้สบู่พิเศษในการแต่งไม่ใช้เป็นมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งพวกเขาไม่ได้อาศัยเฉพาะสแกนดิเนเวีย พวกเขาอพยพไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย, แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาเหนือ ส่วนพฤติกรรมที่ฆ่าและข่มขืนปล้มทรัพย์นั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อถือได้คือพวกนักบวชในยุโรปไม่ชอบพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกไวกิ้งเคยทำลายวัดและฆ่าพวกพระบาทหลวงหลายคน(ภายหลังไวกิ้งก็เข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน) 5. ครีโอพัตราไม่ใช่คนอียิปต์ คลีโอพัตรา ที่ 7 ฟิโลปา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คลีโอพัตรา) เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แต่จนบัดนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอียิปต์(อย่างน้อยก็การ์ตูนญี่ปุ่นล่ะ) เพราะว่าเธอเป็นชาวกรีกแท้ๆ บิดาของพระนางคือปโตเลมีที่ 12 โอเลเตส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ และเธอเป็นผู้ปกครองอียิปต์คนสุดท้ายที่มีเชื้อสายกรีก 4. คิงอาเธอร์มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงเหรอ กษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานเล่าขานในฐานะวีรบุรุษในยุคกลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของชาวแซ็กซอนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าขาน ตำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยส่วนมากมักเกินจริงไปหน่อย เช่น มีพ่อมดเมอร์ลินเป็นผู้ช่วยทำสงคราม, อาเธอร์สามารถต่อสู้ตามลำพังด้วยมือเปล่า และสังหารศัตรูไปถึง 960 คน และแน่นอนเรื่องราวภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของตำนานกษัตริย์อาเธอร์เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว หลายคนเชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6  แต่กระนั้นก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นเพียงพอ(ปละหลักฐานส่วนใหญ่เป็นของปลอม) นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังโดยมากจึงไม่นับว่าอาเธอร์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่มีตัวตนจริง นักประวัติศาสตร์ จนมีนักประวัติศาสตร์ออกมาบอกว่า "ไม่มีบุคคลใดในกรอบประวัติศาสตร์และตำนานที่จะทำให้นักประวัติศาสตร์เสียเวลามากเท่านี้” 3. เลดี้โกไดวา มีตัวตนอยู่จริงเหรอ เลดี้โกไดวา (Lady Godiva) เป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเวนทรี (ประเทศอังกฤษมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 997-1067 เธอเป็นภรรยาของลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ เป็นคนละโมบและกดขี่ชอบเก็บภาษีประชาชนอย่างบ้าเลือด แม้เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี แต่เขาไม่เคยยอม จนกระทั้งวันหนึ่ง ลีโอฟริกได้คิดสนุกเลยบอกเลี้โกไดวาว่าถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง เขาจะยอมลดภาษีให้ตามที่ขอ ซึ่งการการกระทำดังกล่าวสำหรับผู้หญิงอังกฤษสมัยกลางย่อมถือเป็นเรื่องต่ำช้าอย่างยิ่ง แต่เลดี้โกไดวาก็ตัดสินที่จะยอมทำตามดังกล่าว โดยเธอได้กระจายข่าวบอกชาวเมืองให้พวกเขาร่วมมือด้วยการปิด ประตูหน้าต่างหลบอยู่ในที่พักอาศัยขณะเธอขี่ม้าผ่านเปลือยกาย ซึ่งชาวบ้านก็ร่วมมือเป็นอย่างดี(ความจริงมีชายคนหนึ่งแอบดูนาง หากแต่เขาถูกสวรรค์ลงโทษด้วยการทำให้ตาบอดในเวลาต่อมา และชายคนนั้นชื่อทอม จนเกิดสำนวนว่า “ทอมนักถ้ำมอง” Peeping Tom ในเวลาต่อมา)  จนนางสามารถทำสิ่งที่สามีบอกได้สำเร็จ และส่งผลให้สามีของเธอยกเลิกภาษาตามสัญญาที่ว่าไว้ อีกทั้งเธอก็ไม่ถูกประณามซ้ำยังชกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองไปในทันที ทุกวันนี้ที่จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรีมีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาตั้งอยู่อย่าง โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1678 สภาเมืองโคเวนทรีได้เริ่มจัดให้มีขบวนแห่ "เลดี้โกไดวา" บันทึกไว้เป็นครั้งแรก โดยจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่า นั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมืองเพื่อรำลึกการกระทำอันงดงามของโกไดวา ในขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายคนไม่คิดว่าเรื่องของโกไดวาได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหลักฐานระบุไว้เพียงว่าเธอเป็นภรรยาของเอิร์ลลีโอฟริก และข้อมูลยังบ่งชี้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีน้ำใจงามและเคร่งศาสนา เช่นในปี 1043 ท่านเอิร์ลและเลดี้ได้บริจาคเงินพร้อมที่ดินเพื่อสร้างวัดในนิกายเบเนดิกทีนที่โคเวนทรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรีที่ถูกระเบิดทำลายไปบางส่วนในสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ประดับด้วยพลอยล้ำค่างดงามอย่างที่ไม่มีวัดใดในอังกฤษยุคนั้นเทียบได้ และในช่วงทศวรรษ1050 ทั้งสองยังบริจาคที่ดินและเงินมหาศาลเพื่อสร้างวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง เช่นที่ลินคอล์นเชียร์ ลีโอมินสเตอร์ และอีฟแชม นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงไม่คิดว่าท่านเอิร์ลจะโหดหินจนโกไดวาต้องเปลือยร่างขี่ม้าขอความเป็นธรรมให้ประชาชน ส่วนผู้ที่เชื่อว่าตำนานนี้เป็นเรื่องจริงก็จะอิงบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์อังกฤษฉบับภาษาละตินที่ชื่อ Flores Historiarum (Flowers of History) ของโรเจอร์แห่งเวนโดเวอร์ (Roger of Wendover) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ระบุเรื่องราวของเลดี้โกไดวาไว้ตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าเวนโดเวอร์เป็นเพียงผู้บันทึกตำนานและเกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนบันทึกนี้ขึ้นเมื่อ 2 ศตวรรษหลังการตายของโกไดวา ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือ แม้จะมีบันทึกระบุว่าครั้งหนึ่งลีโอฟริกได้ยกเลิกภาษีให้ประชาชนจริง และประทับตราด้วยตราประจำตัวของเขาเองเลยก็ตาม ส่วนคนอื่นก็เสริมว่าบางทีเลดี้โกไดวาอาจไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า หากแต่ปลดเชิงสัญลักษณ์ คือปลดทั้งเครื่องประดับกายและผม เพราะเมื่อสตรีสูงศักดิ์ปราศจากเครื่องประดับก็เท่ากับลดเกียรติของตนลงเทียบเท่าสตรีสามัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโกไดวาจะเป็นเพียงตำนานหรือความจริงย่อมยากที่จะพิสูจน์ไม่ต่างจากทุกตำนานในโลก หากเหนือข้อเท็จจริงย่อมเป็นคุณค่าของตำนานที่ถูกส่งผ่านมากับกาลเวลา เฉกเช่นเรื่องของเลดี้โกไดวาที่เนื้อหาแท้จริงได้แทรกตัวอยู่ทั้งในบทกวี รูปปั้น ภาพเขียนของจิตรกรหลายยุคสมัย หรือกระทั่งในกระดาษห่อช็อกโกแลตยี่ห้อโกไดวา 2.สวนอีเดนอยู่ที่ไหนกันแน่ สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน (Garden of Eden) เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าสร้างอาดัม และ อีฟ  โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็นว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย : แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์เมเนีย, ยอดเขาอาระรัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย)  (พระธรรมปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐมกาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิตทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว 1. Prester John  เพรสเตอร์ จอห์น เป็นชื่อของกษัตริย์ในตำนานยุคกลางของยุโรป โดยเชื่อว่ากษัตริย์องค์นี้อยู่ในดินแดนหนึ่งในเอเชีย หรืออาจเป็นแอฟริกา โดยดินแดนแห่งนั้นเป็นเดินแดนแห่งความเพียบพร้อม ไม่มีคนจน ไม่มีโจร ไม่มีคนพูดโกหกหรือมุ่งร้ายต่อกัน นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้วเพรสเตอร์ จอห์นยังเป็นประมุขศาสนาอีกด้วย ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคนนับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด กล่าวกันว่าเขาสืบเชื้อสายจากมากี 3 ท่านที่เดินไปให้พรแก่พระเยซูเมื่อครั้งประสูติบนโลกอีกด้วย เรื่องราวของเพรสเตอร์ จอห์นและอาณาจักรอันสมบูรณ์นั้นได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงชาวเยอรมันท่านหนึ่ง ในสมัยเกิดสงครามครูเสดหลังชาวคริสต์ยึดดินแดนศักดิ์สิทธิจากชาวมุสลิม พวกเขาพยายามค้นหาอาณาจักรแห่งนี้ หากแต่ไม่พบ แต่เชื่อกันว่าดินแดนแห่งที่ว่าน่าจะเป็น อินเดีย หรือไม่ก็เอธิโอเปีย หรือจะอยู่ในอบิสซิเนีย ข้อมูลโดย Cammy,.unigang.com/Article/11833

เตือนข้าราชการขับรถหรู สรรพากรเล็งสอบรายได้
กรมสรรพากร /  จีไอเอส / 

กรมสรรพากร เร่งนำระบบจีไอเอสเช็คข้อมูลผู้เสียภาษีและคนไทย 70 ล้านคน เตือนข้าราชการขับรถหรู มีบ้านรคาแพง สรรพากรเล็งตรวสอบเพื่อรีดภาษี นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เผยว่า กรมสรรพากร เตรียมนำระบบ จีไอเอส ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบข้อมูล ทำให้รู้ข้อมูลของผู้เสียภาษีทั้งหมด ตอบโจทย์ได้ว่าประชากร 70 ล้านคน ใครมีหน้าที่อะไรบ้าง และถ้าทำระบบสำเร็จและใช้ทั้งประเทศ เชื่อว่าจะช่วยขยายฐานผู้เสียภาษีและสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเป็นธรรม รวมทั้งหารายได้มาชดเชยกับการปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลได้ นอกจากนี้ยังเตรียมนำระบบ แคช รีซีฟ ซิสเต็มส์ มาตรวจสอบเรื่องการออกใบกำกับภาษีปลอมอีกด้วย นิติบุคคลส่วนใหญ่จดทะเบียนขั้นต่ำ ทรัพย์สินไม่ค่อยมี แต่รายได้สูง ขณะที่บ้านหลัง 40-200 ล้านบาท ทำไมขายได้ และมีอยู่แทบทุกถนนที่มีความเจริญ ข้าราชการ ทำไมมีรถหรูราคาแพง มีบ้านราคาแพงนับสิบล้านบาท ได้ แสดงว่าต้องมีรายได้จากการทำธุรกิจอื่นด้วย ซึ่งเรื่องการเสียภาษีให้ถูกต้องเป็นนโยบายของผมตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งอธิบดี ไม่ใช่เพิ่งมารีดรายได้หลังยอดภาษีตก นอกจากนี้จะนำข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบทุกตารางนิ้วของพื้นที่ว่าในพื้นที่แต่ละเขตรับผิดชอบมีที่อยู่อาศัยเท่าไร โดยเฉพาะในบ้านแต่ละหลังมีผู้อยู่อาศัยกี่คน คนที่อยู่ในบ้านมีรายได้เท่าไร แยกเป็นคนวัยทำงาน วัยเรียน ผู้สูงอายุเท่าไรเพื่อดูว่าคนที่อยู่ในบ้านนั้นมีรายได้อย่างไร เพื่อช่วยขยายฐานผู้เสียภาษีและสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะเอามาประกอบกับข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูเรื่องการย้ายเข้าและออก รวมทั้งข้อมูลจากการไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่เป็นกรรมการ ว่ามีการใช้ไฟระหว่างสถานประกอบการกับที่บ้านมีความแตกต่างกันอย่างไร เบื้องต้นเริ่มทำโครงการนำร่องในเขตที่มีประชากรหนาแน่น เช่น พัทยา ส่วนกรุงเทพฯ จะเริ่มจากพื้นที่ซอยอารีย์ ซึ่งอยู่ใกล้ที่ตั้งกรมสรรพากรก่อน คาดว่าการทำระบบที่สมบูรณ์กว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จคงช่วงปลายปี 2557 โดยระหว่างนี้เตรียมคัดเลือกบริษัทที่วางระบบและร่างสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง MThai News

วสันต์ ปลุกเร้าบีจีบุกกูปรีคว้า3แต้ม
กูปรีอันตราย /  บางกอกกล๊าส เอฟซี / 

“เจ้าปิง” วสันต์ ฮมแสน แบ็คขวาหน้าหล่อของทีม “เดอะแรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี ปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีมให้ช่วยกันสู้เต็มที่ เพื่อบุกไปเก็บ 3 แต้มจาก “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี วันที่ 20 เม.ย.นี้ เตรียมกลับมาหวดแข้งกันอีกครั้งสำหรับศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 หลังหยุดพักการแข่งขันไป 1 สัปดาห์ เพื่อหลีกทางให้กับเทศกาลมหาสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขของคนไทยทั้งประเทศ โดยสัปดาห์นี้ทีม “เดอะแรบบิท” บางกอกกล๊าส เอฟซี จะมีคิวยกพลออกไปเยือน “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี ซึ่งเกมนี้จะแข่งขันกันที่สนามศรีนครลำดวน รังเหย้าของทีม กูปรี โดย “เจ้าปิง” วสันต์ ฮมแสน แบ็คขวาหน้าหล่อของทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี ได้ออกมากล่าวถึงเกมในนัดนี้ว่า หลังจากที่ บีจี แพ้ติดต่อกันมา 2 เกม พวกเราได้กลับมานั่งทบทวน เพื่อหาจุดบกพร่องของตัวเอง ว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน และนำสิ่งที่ผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น เพื่อให้พร้อมที่สุดในการบุกไปเยือน ศรีสะเกษ ซึ่งถือว่าเป็นเกมที่ยากสำหรับเรามาก เพราะเราทราบดีว่าศรีสะเกษ เล่นในบ้านได้ดี และเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่เป้าหมายของเรามีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือการคว้า 3 แต้มจากเกมนี้มาให้ได้ อีกทั้งพวกเราทุกคนต้องพยายามเล่นอย่างเต็มที่เพื่อเกมในนัดนี้ นอกจากนี้ "เจ้าปิง" ยังกล่าวเพิ่มอีกว่า ผมและเพื่อนๆ ร่วมทีมทุกคนจะพยายามทำหน้าที่ในสนามอย่างเต็มที่ ที่จะคว้าชัยชนะในเกมที่เราจะต้องบุกไปเยือน ศรีสะเกษ รวมถึงนัดอื่นๆ ด้วย ขอกำลังใจจากแฟนบอล บีจี ด้วยนะครับ สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดต่อไปของทีม บางกอกกล๊าส เอฟซี จะยกพลบุกไปเยือน ศรีสะเกษ เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2557 ที่สนามศรีนครลำดวน เริ่มแข่งขันในเวลา 18.00 น.

สุดทน! เปิ้ล ไอริณ งัดหลักฐานแฉ แมน-ใบเตย
เปิ้ล ไอริณ /  เปิ้ล ไอริณ ดีเจแมน / 

เรียกว่าสุดทนจริงๆ สำหรับดาราสาวเซ็กซี่ เปิ้ล ไอริณ ถึงขั้นออกโรงพร้อมพยาน โกโก้ อารยะ รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 นักแสดงร่วมในหนังเรื่อง บุญเพ็งหีบเหล็ก งัดหลักฐานแฉคู่กรณีอย่าง ดีเจแมน พัฒนพล กับแฟนสาว ใบเตย อาร์สยาม โดยมีหลักฐานเป็นภาพการคุยไลน์กับ ผกก.พยุง พยกุล ว่าทาง ดีเจแมน ทะเลาะกับแฟนสาวจริงและสั่งให้ตัดฉากเลิฟซีนนั้นทิ้ง แถมยังท้าจุดธูปสาบานว่า ดีเจแมน เคยบอกชอบเธอเมื่อ 10 ปีที่แล้วและขอนอนด้วย แต่ตนเองปฏิเสธ จนมาขอนอนด้วยอีกในหนังเรื่องนี้รวมทั้งหมด 3 ครั้ง ลั่นไม่เอาคนแบบนี้แน่นอน!! ด้านพยานอย่าง สาวโกโก้ ร่วมแฉว่า ดีเจแมน ไลน์มาคุยตลอด เคยจับมือในกองถ่าย หยอดเรียกแม่ของลูกและชวนกินข้าว สาวเปิ้ล ทิ้งท้ายไม่อยากสร้างกระแส แต่โดนรังแกก่อนจึงสุดจะทนจริงๆ และที่ออกมาพูดทั้งหมดคือความจริงล้วนๆ !! "ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนที่มานะคะ จริงๆ แล้วนักข่าวเพิ่งมาถามเปิ้ลว่าจะจบยังไง เปิ้ลไม่คิดว่ามันจะต้องต่อเนื่องและทำให้พี่ๆ เดือดร้อน แต่ว่าเปิ้ลพูดไปแล้วว่าคนไทยด้วยกัน วงการเล็กๆ ขอโทษคำเดียวจบ แต่ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นเค้าไม่จบ เค้าออกมาแถลงความเท็จ มันทำให้เปิ้ลต้องออกมาในวันนี้ค่ะ อันดับแรกเปิ้ลไม่อยากให้เราหลงประเด็นกันนะคะ ใจความสำคัญที่สุดคือว่า เค้าได้สั่งให้มาตัดฉากออกหรือเปล่า วันนี้เปิ้ลมีหลักฐาน ทีมงานไม่ได้มา แต่อนุญาตให้เปิ้ลเอาไลน์ที่คุยกับลูกชายของอาพยุงมาในวันนี้ นี่คือสาเหตุใหญ่เลยที่เกิดชนวนทั้งหมดขึ้น" "ตอนแรกที่มีภาพแพร่ออกไปโดยที่ทางพีอาร์ได้ส่งข่าวไปให้นักข่าว นักข่าวโทรมาถามเปิ้ลว่ามีภาพอื่นอีกหรือไม่ เปิ้ลได้โทรไปขอทีมงานขอลูกชายคุณอาพยุง แต่เค้าไม่ให้เปิ้ล ที่เมสเสจนี่ค่ะ บอกว่าพี่บอกอาแล้วค่ะ แต่อาบอกว่าแมนขอร้อง ตอนนี้ทะเลาะกับใบเตย ขอร้องให้อาหยุดไว้ก่อน อาก็รับปากเค้าไว้ไม่อยากเสียผู้ใหญ่ รอให้อาพิจารณาดูว่าดำเนินการอย่างไรต่อไป ที่ทำได้ก็มีแค่นี้จริงๆ เพราะวัตถุดิบอยู่กับอา ยังไงปรึกษาอาดูมั้ยคะ และอาบอกว่า แมนขอร้องคุณอาให้ตัดฉากนี้ออกไปทั้งหมดด้วย ไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วต้องทำอย่างไร" "นี่เป็นเมสเสจที่เปิ้ลพูด ในอารมณ์นั้นเปิ้ลพูดด้วยความโมโหด้วยนะคะ เปิ้ลบอกไปว่า ถ้าตัดหนูก็ไม่ยอมเหมือนกันค่ะ ฉากนี้หนูนอนรอตั้งแต่เช้าถึงบ่าย 3 ตั้งใจทำงานชิ้นนี้สุดความสามารถ แต่ต้องตัดทิ้งไปเพราะเมียพระเอกงอน ไร้สาระมาก นี่คือครั้งแรกที่เปิ้ลได้รับข่าวสารจากกองถ่าย จากลูกชายคุณอาพยุงที่ทำหน้าที่เป็นพีอาร์กอง ไม่อนุญาตในการให้ภาพใดๆ กับเปิ้ลทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นย้ำแล้วย้ำอีกที่บอกว่าเปิ้ลปล่อยภาพ ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น และเค้าทะเลาะกันจริงๆ นี่คือความรู้สึกครั้งแรกว่ามาก้าวก่ายงานเราทำไม ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย" "เชื่อมั้ยคะว่าแม่เปิ้ล ยายเปิ้ล น้องเปิ้ลร้องไห้ คือเปิ้ลเป็นคนเข้มแข็งมาก เปิ้ลไม่ร้องไห้สักหยดเลย แต่คืนนั้นเปิ้ลร้องไห้ เพราะเปิ้ลรู้สึกว่าเวลาเราจะประสบความสำเร็จ ทำไมต้องมีคนนี้มาวุ่นวายกับงานเราตลอดเวลา เรารับไม่ได้ คือไม่เข้าใจว่าถ้าจะตัดฉากเพราะเปิ้ลความสามารถไม่ถึง มันอนาจารหรืออะไรก็ตัดได้ แต่ถ้าตัดเพราะเมียพระเอกงอนโทรมาสั่งให้ตัดฉากนี้ หลังจากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น เปิ้ลเปิดเรื่องเล่าเช้านี้ดู เปิ้ลเห็นข่าวภาพเปิ้ลแล้วน้องผู้หญิงคนนี้ให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยก้าวก่าย ให้เกียรติงานมาก ไม่มีจริงๆ แล้วเบะปากบอกว่ามโนหรือเปล่า" "ตอนนั้นเปิ้ลนั่งกินนมอยู่ที่โซฟา เปิ้ลอยากจะเอานมเขวี้ยงจอมากเลย เห้ย...เมื่อคืนเพิ่งสั่งตัดงานเรา พอตอนเช้ามาด่าเรามโน สร้างภาพว่าตัวเองเป็นนางเอก แต่ทำให้เราเป็นนางร้าย หาว่าเราคิดไปเอง มันเป็นความรู้สึกที่เราทำอะไรไม่ได้ เปิ้ลก็น้อยใจว่า เราผู้หญิงคนเดียว หัวเดียวกระเทียมลีบ ทำไมทำแบบนี้ พอวันรุ่งขึ้นอีก เป็นวันที่ 3 ผู้จัดการของพระเอกคนนี้โทรมาหาเปิ้ล 9 โมงเช้า บอกว่าแฟนพระเอกไม่พอใจนะ ให้ถามว่าไปปล่อยภาพเค้าจูบกับเราทำไม" "ความรู้สึกมันก็เลยแบบ...เข้าใจมั้ยคะ 3 วันติดๆ เลย เปิ้ลทนไม่ไหวแล้ว ให้คนโทรมาตัดงานเรา ตัดจริงๆ ไม่ได้โกหก ขนาดคุณอายังลำบากใจเลย แล้วก็มาออกหน้าฉากพูดว่าตัวเองไม่ยุ่ง ไม่ก้าวก่าย แต่ตัวเองมาว่าเปิ้ลอีกว่าเปิ้ลมโน ครั้งที่ 3 ก็ให้ผู้ใหญ่โทรมา น้ำเสียงไม่ดีเลยนะคะ บอกว่าไปปล่อยภาพทำไม ทำให้เค้าทะเลาะกัน อยากให้เค้าเลิกกันเหรอ คือเราก็ไม่ไหวแล้ว ล่าสุดที่เราได้คุยกับนักข่าว เราพูดไปแล้วว่าเค้าให้เกียรติเราทุกอย่าง ไม่ได้มีนอกรอบอะไร พูดสิ่งที่จะไม่ทำให้มีปัญหาที่สุดแล้ว แต่เค้าระรานไม่สิ้นสุดเอง" "และอีกเรื่องนึงนะคะ ที่เค้าออกมาล่าสุดพูดจีบปากจีบคอ ขออนุญาตทำเสียงแบบเค้านิดนึงนะคะ "ไม่เคยก้าวก่ายค่ะ ไม่เคยเลยนะคะ ไม่เคยตอบโต้" คือถ้ามาพูดใกล้ๆ เปิ้ลตบคว่ำจริงๆ นะคะ นี่คือหลักฐานจากอินสตาแกรมของเค้าชัดเจนเลย มีแฟนคลับมาพูดก่อนว่า "สร้างกระแส 555 สู้ๆ ลูก" คือเป็นการยุยงนะคะ หลังจากนั้นพูดว่า "เข้าไปด่าพวกแอนตี้กันเยอะๆ เลยใน IG เปิ้ล ไอริณน่ะ เป็นพวกที่มาแอนตี้ทั้งนั้น 555" เปิ้ลไม่เคยพาดพิงนะพี่ นี่ยิ่งกว่าเอาขาพาดคออีก เกินไปหรือเปล่า" "และที่สำคัญเค้าไม่ได้พูดกับคนนี้คนเดียวนะคะ เค้ายังแท็กไปยัง 3 เว็บไซต์แฟนคลับของเค้า เพื่อให้เข้ามาด่าเปิ้ล แล้วหลังจากนั้น 3 เว็บนี้ก็เข้ามาด่าเปิ้ลอย่างดุเดือดมาก มีเว็บนึงเข้ามาด่าเปิ้ลว่า "555 นมบูดหมดอายุ" ซึ่งเป็นคำพูดของแฟนเค้าที่มาด่าเปิ้ล ไม่เคยตอบโต้ ไม่เคยพาดพิง ไม่เคยยุ่งอะไรเลยแล้วนี่อะไรคะ ตอนนี้เปิ้ลได้ให้ผู้ที่มีส่วนในด้านกฏหมายไอที จับตามอง IG เค้าแล้ว ถือว่าเค้าเป็นฝ่ายยุยงส่งเสริมให้คนอื่นเข้ามาละเมิดสิทธิ์และทำลายชื่อเสียงเรา ถ้าเค้ายังไม่หยุด ไม่ออกมาขอโทษเปิ้ล ได้ไปนอนหนุนแอร์เมสในตารางแน่นอนค่ะ ฝากไปบอกด้วยนะคะ" "อีกเรื่องสำคัญที่เปิ้ลไม่เคยพูดกับใคร ไม่เคยเล่าให้นักข่าวที่ไหนเลย สาบานว่าสิ่งที่เปิ้ลจะพูดต่อไปเป็นเรื่องจริง 100% จูงเค้า จูงเปิ้ลไปจุดธูปหน้าวัดพระแก้วมรกตเลยก็ได้นะคะ เค้าไม่ได้ขอนอนกับเปิ้ลครั้งเดียว เค้าขอนอนทั้งหมด 3 ครั้ง ต้องบอกว่าครั้งแรกเมื่อเค้าอายุ 22 คือเมื่อ 10 ปีก่อน ที่พี่ๆ บอกว่าฉากจูบแล้วเค้าอารมณ์ค้างหรือเปล่า จริงๆ แล้วเค้าอารมณ์ค้างมา 10 ปีแล้วค่ะ คือตอนนั้นเปิ้ลไปงานแกรนโอเพนนิ่งร้านอาหารร้านนึงที่ RCA เค้าให้เพื่อนดาราผู้หญิงคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนเปิ้ลด้วยและเป็นอดีตของเค้าด้วยมาคุยกับเปิ้ลว่าแมนชอบ กลับกับแมนมั้ยคืนนี้ เปิ้ลปฏิเสธไป บอกว่าไม่เป็นไรกลับเองได้ แล้วเราก็ไม่ได้เจออีกเลย" "จนกระทั่งมาอัดรายการนึง เจอกันแว๊บๆ เจอในรายการก็ไม่ได้คุยอะไรกัน พอครั้งที่ 3 เรามาเจอกันในกองถ่าย เค้าก็ตกใจว่าเรามา แล้วประโยคที่บอกว่าพูดลอยๆ เดี๋ยวไปนอนที่โรงแรมนี้นะ คือมันไม่ใช่ สิ่งที่เค้าพูดแบบไม่มีแต่งเติมเลยนะคะ หลังจากฉากเลิฟซีนแล้วนะคะ พูดขึ้นมาว่าคืนนี้ไปนอนไหน เปิ้ลก็บอกว่าไปนอนที่โรงแรมเปิดไว้ตรงสนามกอล์ฟ เค้าบอกว่าไปนอนด้วยดิ เปิ้ลก็บอกว่า เอาสิ โรงแรมนี้ยังไม่เต็มหรอก ห้องข้างๆ ก็เห็นยังว่างอยู่ แล้วเค้าก็ทำตากระริ้มกระเรี่ยบอกว่า ไม่เอา...อยากนอนห้องเดียวกับเธอ อันนี้คือครั้งที่ 2" "พอครั้งที่ 3 คือตอกย้ำตอนฉากสุดท้ายอาพยุงบอกให้ไปพูดกับเค้าหน่อย พูดยังไงก็ได้ให้เค้าร้องไห้ เราก็ต้องร้องไห้ด้วย เปิ้ลก็เดินไปบอกเค้าว่าเดี๋ยวต้องร้องไห้นะ อ่านประโยคให้เค้าฟังว่าต้องพูดแบบนี้ เค้าบอกว่าไม่ร้องหรอก มันหลอนมากกว่า เปิ้ลเลยถามเค้าว่าแล้วต้องการได้ยินอะไรล่ะ เค้าบอกว่าอยากได้ยินที่สุดเลยว่าคืนนี้นอนห้องเดียวกันมั้ย มีนางเอกอีกคนอยู่ข้างๆ ด้วย เค้าพูด 3 ครั้งในชีวิตเปิ้ล คิดดูความแมนของเปิ้ลว่าเค้าแหย่เปิ้ลแบบนี้ 3 ครั้ง ความที่เราไม่อยากจะเป็นกระแส เราพูดต่อหน้านักข่าวว่าเค้าให้เกียรติเรา ไม่มีอะไรนอกรอบ เราเป็นเพื่อนกัน แต่เพราะเปิ้ลโดนรังแกก่อน เลยต้องออกมาพูดค่ะ" "เปิ้ลว่าถ้ามีคนไปแหย่เมียเค้าแบบนี้สัก 3 ครั้ง เค้าก็คงไม่ยอมเหมือนกันแหละค่ะ เพราะขนาดเปิ้ลเองลง IG ว่าเกิดอะไรขึ้น เค้ายังลงกับแฟนคลับเลยว่า "แย่ค่ะพี่ เจอคนแบบนี้ร้ายมาก ถ้าเค้าเป็นผู้ชาย ผมคงทำอะไรได้มากกว่านี้ อึดอัด" เปิ้ลลงแค่อันเดียวเค้ายังจะต่อยเปิ้ลเลย แล้วถ้ามีคนพูดแบบนี้กับเมียเค้า 3 ครั้งคงโดนยิงแล้วล่ะค่ะ เปิ้ลตอบปฏิเสธชัดเจนมองหน้าแล้วบอกว่าไม่ ผู้หญิงที่เป็นกิ๊กเก่าเค้ายังมากระซิบกับเปิ้ลเลยว่า เห้ย...เด็ดนะเว้ย ใหญ่นะเว้ย คือถ้าเปิ้ลเป็นคนรักสนุกก็คงกลับด้วยตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่เปิ้ลไม่อยากจะยุ่งกับคนในวงการจริงๆ" "ในส่วนของหนัง เปิ้ลถามคุณอาล่าสุด ก็ยังไม่ได้ตอบเคลียร์ชัดว่าจะตัดฉากมั้ย แต่คุณอาพูดเพียงว่าอยู่ในดุลยพินิจของคุณอา แต่ไม่อยากจะตัด เพราะจะเสียอรรถรสของหนังไป เลิฟซีนมันต้องมี เพราะเป็นการสื่อตัวละคร มันแรงอะไร เสื้อผ้าก็อยู่ครบ เปิ้ลมองว่ามันเป็นศิลปะมากกว่า อีกอย่างเราเป็นเด็ก อาพยุงท่านกำกับหนังมาเป็น 100 เรื่องแล้วท่านต้องทราบว่าอะไรแรงเกินไปหรือเปล่า การที่เค้าออกมาพูดว่าหนังเป็นอนาจารมากกว่า มันลบมากสำหรับหนัง" "คุณอาเมสเสจมาบอกว่าให้ระวังตัวนะ เป็นห่วงความปลอดภัยของเรา เราเป็นคนตรงไปก็ไม่ดีนะ เปิ้ลเป็นเด็กไทยวิจิตรศิลป์ เป็นเด็กอาร์ตๆ ตรงๆ คิดอะไรก็พูดเลย วันแรกที่เปิ้ลก้าวเข้ามาวงการก็เป็นคนกวนๆ ปากหมาแบบนี้ วันนี้เปิ้ลก็ยังปากหมาแบบนี้ อภัยให้เปิ้ลด้วยแล้วกัน ก็พูดอย่างคิดค่ะ คุณอาปลดเค้าจากการเป็นพระเอกเรื่องที่ 2 ที่วางไว้ และวางไว้คู่เปิ้ลอีกเรื่องนึง คุณอาบอกว่าถ้าให้เลือกก็เลือกเปิ้ล อยู่ในวงการนี้มาหลาย 10 ปีกำกับมา 100 เรื่องไม่เคยโดนดูหมิ่นและรู้สึกแบบนี้เลย ที่เค้าพูดว่ากองถ่ายให้นอนม่านรูดเอย หนังเรื่องนี้คิดผิดที่รับเอย อนาจารเอย ล้วนเป็นการป้ายความผิดให้หนังค่ะ" "เปิ้ลคิดว่าคราวนี้จบ เปิ้ลเชื่อว่าตรงนี้จบแล้ว เพราะทุกอย่างกระจ่างแล้ว สังเกตทุกครั้งที่เค้าออกมาพูดต้องมีคนเสื่อมเสีย ต้องมีแพะ เค้าออกมาพูดว่างานนี้เค้าผิดเอง รับงานผิดเอง เปิ้ลคุยกับอาพยุง อาพยุงบอกว่าผมคิดว่าผมเลือกพระเอกผิดมากกว่า การที่เค้ายุยงคนอื่นไม่เลิก เมื่อวานก็ยังมีการยุยงอยู่ ทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง ให้คนอื่นรังเกียจเรา จริงๆ คงไม่ฝากบอกหรอกค่ะ เพราะฝากไปเดี๋ยวก็พูดชื่อซิงเกิ้ลเค้าอีก เปิ้ลไม่ฝาก แต่พูดลอยๆ ให้ไปถึงเค้าแล้วกัน" "เปิ้ลขอบอกว่าการที่ผู้หญิงคนนี้ออกมาพูดครั้งล่าสุดว่าเปิ้ลสร้างกระแส อยากพูดลอยๆ ไปถึงเค้าว่าอย่าคิดว่าตัวเองเป็นบรรทัดฐาน อย่าคิดว่าคนอื่นจะคิดเหมือนตัวเอง เปิ้ลไม่ใช่คนที่จะต้องจูบ ฟัด หรือมีเรื่องคาวกับผู้ชายเพื่อสร้างกระแส เปิ้ลสูงกว่านั้นค่ะ ถ้าเปิ้ลจะเอาจริง เปิ้ลเอาเมื่อ 10 ปีที่แล้วไม่ดีกว่าเหรอ ทั้งเด็ก ทั้งเอ๊าะ เค้าดูดีกว่านี้ และเมื่อ 10 ปีก่อนน้องผู้หญิงคนนี้นมยังไม่ตั้งเต้าเลยค่ะ ประจำเดือนยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ เปิ้ลยังไม่คิดอะไรเลย ผ่านมา 10 ปีแล้วยิ่งไม่คิด แถมโทรทัศน์สี แถมตู้เย็นอีกเปิ้ลก็ไม่เอา บอกเลยว่าไม่เอาจริงๆ" "หลังจากนี้ถ้าออกมาตอบโต้ก็คงไม่พูดแล้วค่ะ เหนื่อย ขอโทษคำเดียวเปิ้ลจบ เพราะเปิ้ลรู้สึกว่าสิ่งที่เราโดนกระทำเยอะมาก เราอยู่ของเราดีๆ ตอนนี้มันเลยคำว่าขอโทษไปแล้ว เพียงแต่ถ้าเปิ้ลเห็นว่าเค้าลง IG ในเชิงยุยงส่งเสริมให้คนอื่นเกลียดเราอีก เปิ้ลดำเนินการทางกฏหมายแน่นอนค่ะ คือถ้าเปิ้ลไม่ออกมาพูด เค้าก็ยังไม่หยุดค่ะ" เปิ้ล กล่าว ด้าน โกโก้ อารยะ กล่าวต่อว่า "วันนั้นนะคะพี่เค้าเพิ่งถ่ายฉากเสร็จ โก้ก็ถ่ายเสร็จแล้วกำลังจะเดินมาทานข้าวกับพี่ผู้หญิงคนนึงที่เป็นนางเอก พี่แมนก็เดินมาจับมือโก้แล้วบอกว่า ทานข้าวกันมั้ย ซึ่งประโยคที่เค้าพูด ทุกคนในกองก็ได้ยินหมด พี่เปิ้ลก็ได้ยินเค้าพูดว่า "มาทานข้าวกันแม่ของลูก" หนูว่าเค้าอาจจะพูดเล่นก็ไม่ได้สนใจ พอมานั่งทานข้าวกัน เค้าก็ขอแลกไลน์ แต่ในข่าวเค้าบอกว่า เค้าขอไลน์มาเพื่อปรึกษาเรื่องงาน แต่ในไลน์ไม่มีเรื่องงานเลย มีแต่เรื่องอื่นมากกว่า" "ถามว่าเค้าจีบหรือเปล่าก็ให้พี่ๆ คิดเอาเองนะคะ ถ้าหนูตอบไปมันจะน่าเกลียด เพราะหนูเป็นผู้หญิง มันน่าจะเสียหาย แล้วอีกประเด็นที่เค้าออกมาพูดว่า โกโก้ เป็นเพื่อนกับแฟนเค้าจะเรียกเป็นเพื่อนได้ไง เพราะเราไม่ได้ติดต่อกัน เคยเจอกันแค่แว๊บๆ 1-2 ครั้ง ไม่ได้นัดทานข้าว ไม่ได้ฟอลโล่ว ไม่ได้ไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกัน ที่จับมือก็ไม่ได้ยอมให้จับค่ะ เค้าเข้ามาจับเล่นๆ หนูก็บอกให้ปล่อย หนูขอแจงเรื่องที่เค้ามาขอเบอร์นิดนึงที่บอกว่าขอเบอร์หนูเพื่อจะโทรคุยเรื่องพี่เปิ้ล ไม่เป็นความจริงค่ะ พอเค้าโทรมา เค้าบอกว่าพี่ทะเลาะกับแฟนเพราะเรื่องภาพที่หลุดออกไป ส่วนไลน์ที่เค้าทักมา เค้าอาจจะว่างหรืออาจจะไม่ได้อยู่กับแฟนเค้า ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เค้าเคยบอกว่าโสดเฉพาะคืนนี้ด้วย" เปิ้ล ไอริณ-โกโก้ อารยะ เปิ้ล ไอริณ-โกโก้ อารยะ เปิ้ล ไอริณ เปิ้ล ไอริณ-โกโก้ อารยะ หลักฐานคุยไลน์ ผกก. โกโก้ อารยะ เปิ้ล ไอริณ ดีเจแมน-ใบเตย