ดัดผม

ย้อนรำลึก 1 ปีม็อบนกหวีด
กปปส. /  คัดค้านนิรโทษกรรม / 

"พระสุเทพ" โพสต์ข้อความ "ไม่ชนะ  ไม่เลิก" ย้อนรำลึก 1 ปี การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คเพจ "Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)" ของ "พระสุเทพ ปภากโร" ได้โพสต์ข้อความ รำลึก 1 ปี เหตุการณ์การชุมนุมของมวลมหาประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.  โดยระบุข้อความว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 (วันเป่านกหวีด เวทีสามเสน มวลมหาประชาชน)" ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2556 บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 หน้าอาคารรัฐสภา 1 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสส.พรรคกว่า 50 คน ร่วมแถลงข่าวคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร (นัดพิเศษ) วันที่ 31 ต.ค. 2556 ในวาระ 2 และ วาระ 3 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหญิงและชายตัดสินใจลาออกไปร่วมต่อสู้กับประชาชน เพื่อต่อต้านกฎหมายล้างผิด ที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอเข้าสภา โดยไม่ฟังเสียงประชาชน ทั้งที่มีผู้คัดค้าน ซึงในกฎหมายมีเนื้อหาลบล้างความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงความผิดของแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายในการชุมนุมทางการเมืองที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพรรคประชาธิปัติย์ประกาศว่า จะร่วมกับประชาชนทั่วประเทศ เคลื่อนไหวต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยจะเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศ ออกมาชุมนุมคัดค้าน ตั้งแต่่วันที่ 31 ต.ค. 2556 เวลา 18.00น.เป็นต้นไป ซึ่งนี่ถือเป็นการประกาศศึกนอกสภา และเป็นการเป่านกหวีดครั้งแรกอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้น นายสุเทพ ก่อตั้งกลุ่ม กปปส. ขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ย.56 และแต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ  และได้ใช้การเป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงครั้งนี้ พร้อมประกาศเจตนาของ กปปส.เพื่อทวงอำนาจอธิปไตยจากรัฐบาลมาคืนประชาชน ซึ่งจะดำเนินการปฏิรูปประเทศผ่านสภาประชาชนที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง และประกาศจะขจัด "ระบอบทักษิณ" โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ กดดันให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากการเป็นหัวหน้ารัฐบาล เพื่อให้เกิดช่องว่างแห่งอำนาจ กระทั่งวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา กปปส.ก็ได้ยุติการชุมนุม เนื่องจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ ได้ทำการยึดอำนาจ และในวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา กปปส.ก็ได้ประกาศหยุดการเคลื่อนไหวทันที และจากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ค. นายสุเทพ อดีตเลขาธิการ กปปส. ก็ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าไทร ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมกับหลานชาย โดยพระสุเทพ ได้ฉายาว่า “พระปภากโร” หมายถึง ผู้กระทำซึ่งแสงสว่าง MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

แกนนำ กปปส. รวมตัวสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1 ปี
กปปส. /  ข่าววันนี้ / 

แกนนำรวมตัววัดสวนโมกข์ ทำบุญครบ 1ปี กปปส. ด้านพิธีกรดัง กนก รัตน์วงศ์สกุล โพสต์ รักและคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา ขณะที่เพจ Suthep Thaugsuban รีรันข้อความเก่า "เราจะสู้จนกว่าชนะ" รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (31 ต.ค. 57) บรรดาแกนนำกปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นายอิสระ สมชัย , เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ , น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร , น.ส.อัญชลี ไพรีรัก ,นายชัย ราชวัตร ขณะที่อดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกษิต ภิรมย์ , นายธีรภัทร -นางนิภา พริ้งศุลกะ , นายธานี - นายเชน เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการดำเนินงานทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกฯของกลุ่มได้ประกาศออกไป โดยกิจกรรมในงานส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางศาสนา เช่นการอุปสมบทหมู่จำนวน 120 รูป ในชื่อโครงการ “บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว” และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส. รวมถึงการปาฏกฐาธรรมพิเศษ ของพระสุเทพ ปภากโร ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้รับฟัง ขณะเดียวกันในหน้าเพจเฟซบุ๊กของเหล่าแกนนำและผู้มีชื่อเสียงกลุ่ม กปปส. หลายคนได้โพสต์ภาพและข้อความครบรอบ 1 ปีการรวมตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกร และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่ระบุว่า "จากก้าวแรกวันที่ 1 สู่วันที่ 204 จากสามเสน ถึง สามแสน สู่ "มวลมหาประชาชน" นับล้านๆ! ได้ไปทำบุญให้ "วีรชน" ทุกท่านที่จากไปด้วยครับ เช้าวันนี้..มีแต่คิดถึง..พวกเราทุกๆคน..คิดถึงมากๆ" ด้านเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ได้มีการนำภาพและข้อความเก่าครั้งที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เคยประกาศบนเวทีชุมนุมสามเสน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ออกมาเผยแพร่ด้วย โดบระบุว่า "เราจะต่อสู้ร่วมกันไป ไม่ชนะไม่เลิก ผมจะสู้ถวายชีวิต เทหมดหน้าตัก จะต่อสู้ร่วมกับทุกคน ทุกวัน จนกว่าจะได้ชนะ ถ้ารัฐบาลจะมาหาผม เพื่อเพิ่มคดีกบฎอีกคดีก็ไม่กลัวแล้ว ผมรับผิดชอบการกระทำของประชาชนทุกอย่าง ไม่หนีไปไหน" สุเทพ เทือกสุบรรณ เวทีชุมนุมสามเสน 31 ตุลาคม 2556 MThai news

วันลอยกระทง อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญ
น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ /  พิธีกรรมการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ / 

อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญใน วันลอยกระทง เป็นอย่างไร หลายคนคงสงสัยและไม่เคยได้ยิน วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีมาบอกครับ รวมทั้งพิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญอีกด้วย ลองไปดูกัน วันลอยกระทง อาบน้ำคืนเดือนเพ็ญ คนไทยแต่โบราณเชื่อเรื่องพลังลี้ลับ ที่เกิดจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในสามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ หรือก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ก็ได้ แต่วันพ็ญเดือน 12 จะมีสิริมงคลมาก ยิ่งอาบน้ำเดือนเพ็ญ ทำน้ำมนต์วันเพ็ญเดือน 12 จากตำนานเราผูกพันกับโลกมานานแสนนาน ด้วยความที่เป็นดวงจันทร์ดาวที่อยู่ใกล้โลกที่สุด พลังและแรงดึงดูดจึงมีอิทธิพลต่อโลกอย่างมาก ความเชื่อเรื่องพลังจากดวงจันทร์เต็มดวง มีอยู่ทุกภูมิภาคของโลกของคนไทย และชาวพุทธยิ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ประเพณี วันลอยกระทง เนื่องด้วยวันสำคัญในทางศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ หรือที่เรียกว่าคืนเดือนเพ็ญ หรือคืนพระจันทร์เต็มดวงนั้นเอง พิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล“ นั้น ทาง ครูโหราศาสตร์ในอดีตกล่าวว่า สิ่งที่เป็นมงคล  วันมงคล หากได้ทำ ’น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ เพราะโลก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โคจรมากุมกันและเล็งกัน “วันจันทร์เพ็ญนั้น ใน 1 ปี มีถึง 12 ครั้ง เพราะใน 1 ปี มี 12 เดือน โดยใน 1 เดือนจะมีวันจันทร์เพ็ญเพียงวันเดียว ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าช่วง วันเพ็ญเดือน 12 หรือวันลอยกระทงนั้น เป็นช่วงวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในการทำน้ำมนต์ แต่หากไม่สะดวกหรือไม่สามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ ก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ได้” น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ พิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ 1. เตรียมสถานที่อันโล่งกว้างอยู่กลางแจ้ง 2. บาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ขนาดใหญ่ 3. น้ำบริสุทธิ์เพื่อใช้ทำน้ำมนต์ 4. น้ำบริสุทธิ์มาใส่ลงในบาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ 5. วันเวลาที่วางบาตรหรือขันน้ำมนต์ คือ เวลาก่อนเที่ยงคืนของคืนจันทร์เพ็ญ 6. ก่อนเวลา 24.00 น. ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย ให้จุดเทียนน้ำมนต์สีขาวที่ปากบาตรหรือขันน้ำมนต์ ธูป 15 ดอก 7. ท่องคาถากำกับ 9 จบ โดยคาถา  วันจันทร์ คาถาว่า " อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา " (สวดวันละ 15 จบ). หรือจะสวดพระปริตรบท “อภยปริตร” ด้วยอีกก็ได้ 8. รอจนกระทั่งเงาของดวงจันทร์ลอยมาปรากฏในบาตรให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรตามความปรารถนา 9. สิ่งที่อยากได้ในวันนี้ ควรเตรียมจิตใจให้บริสุทธิ์ ไม่ทำการสิ่งใดที่ไม่เป็นการเบียดเบียน ผู้อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อนและปล่อยวางจิตใจให้สงบ ตัดเล็บ ตัดผม ลงในกระทง  เพื่ออธิฐานจิตว่าให้สิ่งไม่ดี จะลอยไป กับสิ่งที่ลุกได้ ใส่ลงมาในกระทงนี้ ด้วยเทอญ….. อย่างไรก็ตามความเชื่อเรื่องทำน้ำมนต์ในคืนจันทร์เพ็ญเสริมมงคลชีวิตซึ้งมีความเชื่อที่เกี่ยวกับวันเกิดจุดจันทร์เพ็ญ วันจันทร์เพ็ญ หรือ ทำน้ำมนต์ได้ศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน  สำหรับ น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ นั้น ใช้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ รดศีรษะก็ได้ ประพรมก็ดี แต่ควรทำทันทีหลังพิธีการเสร็จสิ้น แล้วทำน้ำมนต์ใหม่ในวันเพ็ญเดือนต่อไป ถ้าเป็นน้ำมนต์จันทร์เพ็ญเดือน 12 นั้นศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำไว้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ ประพรมศีรษะร่างกายก็ได้ ช่วยเรื่องบรรเทายามเจ็บไข้ ป้องกันอันตรายจากการเดินทาง เป็น สิริสวัสดิมงคลแก่ชีวิต น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ ขอบคุณภาพจาก www.dmc.tv

ปั้น แบชเชอร์ ตอกย้ำความเจ็บเกินร้อย ผ่านเพลง คนไม่ใช่ คือไม่ใช่
Pun Basher /  คนไม่ใช่ คือไม่ใช่ / 

หลังจากปล่อยเพลง คนไม่ใช่ คือไม่ใช่ ซิงเกิ้ลฉายเดี่ยวครั้งแรกของ ปั้น แบชเชอร์ (เจษฎา ลัดดาชยาพร)ค่าย การันต์ เรคคอร์ด ไปได้ไม่นาน กระแสตอบรับจากแฟนเพลงจากยอดเพจวิวในยูทูปทะยานสู่หลักล้าน รีบเข็นเอ็มวีเพลง “คนไม่ใช่ คือไม่ใช่” ออกมาเอาใจแฟนเพลงต่อทันที ด้วยเนื้อหาเพลงที่พูดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ทุ่มเทให้กับความรักจนหมดหัวใจ โดยหวังและรอว่าสักวันใครคนนั้นจะหันมา แต่แล้วไม่ว่าจะทำอย่างไร ท้ายที่สุดแล้ว คนไม่ใช่ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี โดยทีมงานเซ็ตร้าน พร็อพบาร์ ประชาชื่น เป็นสถานที่เล่นเพลงยามค่ำของพระเอก ที่มักเป็นฝ่ายปลอบโยนนางเอกเวลาที่ทะเลาะกับแฟน ด้วยการพามานั่งฟังเพลงที่เขาเล่น และเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยที่พวกเขาทั้งคู่ยังเป็นนักศึกษาไม่เคยเปลี่ยนแปลง และเซ็ตคอนโดลิเบอร์ตี้ เป็นจุดเกิดเหตุ ด้วยเรื่องราวชุลมุน เมื่อนางเอกมาพบว่าแฟนของเธอควงกิ๊กสาวมาพรอดรักกันถึงห้อง ทำให้นางเอกฉุนขาด คว้ามีดมาจ้วงแทงกิ๊กจนสิ้นใจ พระเอกจึงเสียสละด้วยการยอมรับผิดแทน งานนี้ “ปั้น แบชเชอร์” นอกจากจะทำหน้าที่นักร้องแล้ว ยังทำหน้าที่ โค-โปรดิวเซอร์ เพลงนี้อีกด้วย “เนื้อหาเพลงนี้แสดงถึงความเสียสละของคนคนหนึ่งที่จะทำให้กับคนที่เรารักครับ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็นคุณค่า แต่ว่าถ้าได้ทำให้แล้วเราก็รู้สึกเป็นสุข ดีกว่าจะต้องเห็นเขาเป็นทุกข์ ทางทีมงานพอได้รับโจทย์แล้วก็ได้ไอเดียออกมาเป็นตัวเอ็มวีนี้ทันที ต้องบอกเลยว่าเอ็มวีนี้เป็นอะไรที่ต้องเป็นคนที่รักใครหมดหัวใจแน่นอน ถึงจะยอมทำอะไรแบบนี้ได้ครับ อยากให้ลองติดตามชมเอ็มวี คนไม่ใช่ คือไม่ใช่ เพลงซิงเกิ้ลแรกของผมด้วยนะครับ” ปั้น แบชเชอร์ เผย

กลัวชะนีละอ่อนตีท้ายครัว บุ๋ม แอ๊บแบ๊ว มัดใจแฟนเด็ก
บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม เอก เอกริน / 

ชิชะ!! รู้สึกว่าตั้งแต่คบหาดูใจกับแฟนเด็กหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง เอก เอกริน สาวใหญ่หุ่นอึ๋มชั่วโมงบินสูงอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ดูจะสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่สำคัญขยันแอ๊บเด็กเอาใจแฟนหนุ่มสุดๆ หลังจากที่ประกาศว่าจะแต่งงานกันในปีหน้า ดูคู่นี้จะหวานขึ้นทุกวันตัวติดกันอย่างกะปาท่องโก๋ ควงกันไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ แม้หลายคนจะมองว่าอายุที่ห่างกันของทั้งคู่จะเป็นอุปสรรค แต่สำหรับสาวใหญ่อย่างบุ๋มดูจะไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดส์ ดูจากช่วงหลังๆ ที่นางแต่งตัวสิจ๊ะเด็กวัยรุ่นยังอาย นอกจากนางจะหมั่นดูแลทรวดทรงองค์เอวและหนังหน้าให้ดูสวยเต่งตึงฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว เรื่องการแต่งตัวของนางช่วงนี้ก็ดูจะแอ๊บแบ๊วลดอายุลงไปเยอะ ทั้งมัดผมแกละ ใส่เสื้อผ้าอย่างกะเด็กวัยรุ่น เห็นแล้วก็แซบเหลือหลาย มิน่าหนุ่มเอกถึงเอาอกเอาใจกระดิกตัวไปทางไหนก็คอยเป็นมือเป็นเท้าให้ตลอด ลงทุนแอ๊บแบ๊วมัดใจแฟนหนุ่ม ออดอ้อนฉอเลาะบ้างในบางครั้งแบบนี้ ไม่รู้เพราะกลัวชะนีหน้าใสวัยทีนจะมาตีท้ายครัวหรือเปล่าน้า... บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก

ยังอยู่ไทย! คิงบียอร์น แย้มยังเล่นไทยลีกแม้หมดสัญญากับสุพรรณบุรี
คิงบียอร์น /  ช้างศึกยุทธหัตถี / 

ช่วงนี้เป็นโค้งสุดท้ายของศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 จะมีการฟาดแข้งกัน 10 คู่ 10 สนาม ในวันที่ 2 ต.ค.57 ทำให้เวลานี้ตลาดนักเตะในเมืองไทย เริ่มที่จะมีออกมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะนักเตะที่กำลังจะหมดสัญญากับสโมสร ล่าสุด คิงบียอร์น บียอร์น ลินเดมันน์ ดาวเตะชาวเยอรมัน ของ ช้างศึกยุทธหัตถี สุพรรณบุรี เอฟซี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ลงสนาม 33 นัด ซัดไป 17 ประตู จากการเป็นตัวปั่นเกม โดย คิงบียอร์น ที่กำลังจะหมดสัญญากับทีมเมืองขุนแผน เปิดเผยว่า เรื่องอนาคตผมอยากรอให้เล่นนัดสุดท้ายเสร็จเสียก่อน และผมก็จะขอพักร้อนเพื่อใช้ความคิด ใช่ผมรู้ว่าสัญญาของผมกับสุพรรณบุรีจะหมดลงหลังจบฤดูกาล และก็มีโคราชที่สนใจ “ส่วนเรื่องข่าวลือที่ว่าผมจะกลับเยอรมันนั้นไม่เป็นความจริงแน่นอน ผมกล้ารับปากนะว่าผมจะเล่นในประเทศไทยต่อไป ผมรักประเทศไทย แต่ผมยังไม่รู้ว่าผมจะได้เล่นกับสโมสรไหน” คิงบียอร์น กล่าวทิ้งท้าย

มุมน่ารักของนักสู้ผู้สร้างป่า
Dtac

เรื่องราวของร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ หรือที่รู้จักกันในนาม ดาบวิชัย นักสู้ผู้สร้างป่า จากที่ปลูกต้นไม้มากกว่า 2 ล้านต้น ในอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้กล่าวคำมั่นว่า “ผมจึงตั้งใจปลูกต้นไม้ไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

แฟนหงส์อึ้ง! เจอร์ราร์ด ยืนยันจบซีซั่นสัญญาใหม่ไม่คืบย้ายแน่นอน
ลิเวอร์พูล /  หงส์ / 

น่าเป็นเรื่องร้อนที่สุดจากรั้ว "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ตอนนี้ เมื่อมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า "กัปตันเจิด" สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด จะอำลาสโมสรอันเป็นที่รักหลังจากจบซีซั่นนี้ หากต้นสังกัดไม่คุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับตน "ผมมีสัญญาถึงแค่เดือนพฤษภาคม ผมจะอยู่ที่นี่ไปจนจบฤดูกาลและต้องการทำให้ดีที่สุด" "แน่นอนผมยังสนุกกับการเล่นฟุตบอลฉนั่นคุณลืมเรื่องแขวนสตั๊ดไปได้เลย" "ผมไม่รู้ว่าซีซั่นหน้าจะได้ลงเล่นให้กับสโมสรไหน" "เพราะนั่นเป็นการตัดสินใจของ ลิเวอร์พูล หากพวกเขาไม่ยื่นข้อเสนอเข้ามาผมก็จะดูว่ามีข้อเสนอใดเข้ามาพิจารณา" สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กล่าว

คู่รักWe Got Married ฮงจงฮยอน จะติดต่อกับ ยูรา ต่อไปแม้รายการจบ
Girl's Day /  We Got Married / 

คู่รักWe Got Married ฮงจงฮยอน จะติดต่อกับ ยูรา ต่อไปแม้รายการจบ แล้วก็ตาม โดยนายแบบ นักแสดงหนุ่ม ฮงจงฮยอน ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับ สิ่งที่เขาหวังให้เกิดขึ้นกับภรรยาจำแลง ยูรา Girl’s Day หลังจากที่จบรายการ We Got Married... คู่รักWe Got Married ฮงจงฮยอน จะติดต่อกับ ยูรา ต่อไปแม้รายการจบ  ในการให้สัมภาษณ์กับทาง Mydaily ฮงจงฮยอนได้อมยิ้มเมื่อพูดเกี่ยวกับภรรยาในจอของเขา “เธอเป็นคนที่ใจดีและใสซื่อมากๆครับ ผมชอบที่เธอเป็นคนยอมรับและชอบทุกสิ่งที่ผมทำ เพราะว่าเธอเป็นคนที่จิตใจดีและไร้เดียงสามากๆ ทำให้เธอไม่สามารถที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเธอเองออกมาได้ เวลาที่เธอรู้สึกไม่ชอบอะไรบางอย่าง เธอเองเป็นคนที่มีชีวิตชีวามาก เวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกันทำให้ผมรู้สึกสนุกมากครับ” นอกจากนี้ ฮงจงฮยอนยังได้กล่าวไปถึงเรื่องความที่เขาดูเป็นคนเงียบๆและเย็นชา นอกจอด้วยว่า “ผู้คนเข้าใจผิดผมเพราะว่า ผมนั้นเป็นคนที่แบบไม่ค่อยแสดงออกอะไร แบบเงียบๆส่วนตัวๆ แต่จริงๆ แล้ว ผมเป็นคนที่จะฟังมากกว่าพูด ดังนั้นผมก็เลยพยายามที่จะแสดงออกอะไรให้มากขึ้น ผมคิดว่า ผมควรที่จะแสดงความรู้สึกที่มีต่อยูราด้วย” ตามที่เขากำลังอยู่ในช่วงการมีบทบาทหวานๆ กับ ยูรา อยู่ในขณะนี้ แต่สิ่งดีๆ ต่างๆ ก็คงจะต้องหลงเหลือไว้เพียงความทรงจำ ซึ่งฮงจงฮยอนเองก็รู้ดีว่า สักวันนึงความสัมพันธ์ของเขาจะต้องจบลง “มันเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วครับที่รายการจะต้องจบลง แต่ผมคิดว่า ผมจะคงติดต่อกับยูราอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการแต่งงานกันแบบปลอมๆ แต่พวกเราก็ได้อยู่ร่วมกันมา 2-3 เดือนแล้ว และได้กลายมารู้สึกดีๆต่อกัน และจะยังคงเป็นอย่างนี้ต่อไป ผมคิดถึงตอนจบไว้มันน่าจะเศร้านะครับ ซึ่งถึงแม้ว่ารายการจะจบไปแล้ว มันก็จะไม่เหมือนกับว่าพวกเราได้เลิกรา หรือหย่าร้างกันไป พวกเราต่างก็มีความทรงจำดีๆร่วมกัน พวกเราจะคอยให้กำลังใจและสนับสนุนกันต่อไป ผมคิดว่าผมจะแสดงความยินดีกับพวกเขา เวลาที่ Girl’s Day ออกอัลบั้มใหม่ หรืออาจะพบกันและกินข้าวกัน” ข้อมูลจาก popcornfor2.com

สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำท่านสู่ประสบการณ์พิเศษ เฟ้นหา ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ต้อนรับการมา “เจนทูเพนกวิน”
สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล /  อุทยานสัตว์น้ำ / 

ใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่กันไปทุกที สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อุทยานสัตว์น้ำมาตรฐานระดับโลก ใจกลางกรุงเทพมหานคร ก็ไม่พลาดที่จะร่วมนับถอยหลังกับปรากฎการณ์ความพิเศษล่าสุด ที่คนไทยจะได้ยลโฉม เจ้า “เจนทูเพนกวิน” เป็นครั้งแรก ที่แรก และที่เดียวในประเทศไทย ณ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล แห่งนี้เท่านั้น... สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล นำท่านสู่ประสบการณ์พิเศษ เฟ้นหา ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ต้อนรับการมา “เจนทูเพนกวิน” เจ้าเพนกวินสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล มาจาก บิลลุนด์ ประเทศเดนมาร์ก นำความสดใสร่าเริง อยากรู้อยากเห็น และท่าเดินอันเป็นเอกลักษณ์มาให้พบกันเร็วๆ นี้ โดย สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ก็ไม่ปล่อยให้การรอคอยเสียเปล่า จัดกิจกรรมพิเศษสุด นำโดยคู่ขวัญรุ่นจิ๋วอย่าง น้องแม็ค ด.ช. ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และ น้องอันดา ด.ญ. กุลฑีรา ยอดช่าง ที่จะมาปรากฎตัวในฐานะ “Gentoo Penguin Ambassador” และเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ชักชวนแฟนๆ รุ่นจิ๋วร่วมนับถอยหลัง สู่ประสบการณ์พิเศษส่งท้ายปีไปพร้อมๆกัน น้องแม็ค และ น้องอันดา คุณนพดล ประพิมพ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ป กล่าวถึงกิจกรรมการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ว่า “ที่ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ การเรียนรู้ ที่สร้างทั้งความสุขควบคู่กับสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียนของเด็กๆ มาโดยตลอด ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้ต้อนรับการมาของ ‘เจนทูเพนกวิน’ เป็นครั้งแรก เราจึงตั้งใจเตรียมความพร้อมเพื่อให้เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด สำหรับแฟนๆของ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ทุกคน โดยเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำไปศึกษาเรื่องการเลี้ยงและดูแลเพนกวิน สายพันธุ์นี้อย่างจริงจัง ณ ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ยิ่งกว่านั้นยังมีกิจกรรมสุดพิเศษอีกหนึ่งอย่าง เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนๆรุ่นจิ๋วได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ กับกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ที่เชิญชวนให้แฟนๆวัยเยาว์เข้าร่วมประกวด ซึ่งผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะเป็นคู่แรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์การต้อนรับ เจนทูเพนกวินอย่างใกล้ชิดที่สุด ผมจึงอยากให้เด็กๆมาร่วมกิจกรรมกันเยอะๆ ความประทับใจแบบนี้มีครั้งเดียวในชีวิตครับ” ด้าน น้องแม็ค ด.ช. ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และ น้องอันดา ด.ญ. กุลฑีรา ยอดช่าง ช่วยกันเล่าถึงความรู้สึก ที่มีโอกาสได้เป็น ตัวแทนกิจกรรม “Gentoo Penguin Ambassador Search” ว่า “แม็คตื่นเต้นดีใจมากครับ เพิ่งมีโอกาส ได้ร่วมงานกับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ครั้งแรก ก็โชคดีที่จะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกที่ได้ต้อนรับ ‘เจนทูเพนกวิน’ อย่างใกล้ชิด ก่อนใครเพื่อนเลย รู้สึกดีใจแทนเพื่อนๆคนอื่นด้วยครับ เพราะนอกจากทุกคนกำลังจะได้เจอกับเจ้าเพนกวินชนิดนี้ เป็นครั้ง แรก โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงต่างประเทศแล้ว เพื่อนๆยังจะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกร่วมกับแม็คและอันดา ในฐานะ ‘Gentoo Penguin Ambassador’ ที่จะได้ใกล้ชิดเจ้าเพนกวินก่อนใครเลยครับ” ส่วน น้องอันดา เล่าว่า “รู้สึกมีความสุขที่ได้กลับมา สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อีกครั้งค่ะ ครั้งที่แล้วอันดามาก็ได้ ความรู้และประสบการณ์น่าประทับใจกลับบ้านไปมากมาย มาคราวนี้อันดาจะได้เป็นหนึ่งในเด็กกลุ่มแรกที่ได้ต้อนรับ เพื่อนเพนกวินตัวใหม่ อย่าง ‘เจนทูเพนกวิน’ แถมยังจะได้ร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับถิ่นกำเนิด ลักษณะจำเพาะ ตลอดจนวิธีการดูแลเจ้าเพนกวินสายพันธุ์นี้ กับ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อย่างใกล้ชิดด้วย จึงอยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาสมัครเป็น  Gentoo Penguin Ambassador กันเยอะๆนะคะ อันดากับแม็ครออยู่ค่ะ” สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ขอเชิญเด็กชายและเด็กหญิง ที่มีอายุระหว่าง 6-10 ปี ร่วมสนุกกับ กิจกรรม Gentoo Penguin Ambassador Search กติกาง่ายๆ เพียงถ่ายคลิปวีดีโอความยาวไม่เกิน 5 นาที แนะนำตัวและเล่าถึง ความประทับใจส่วนตัวที่มีต่อเพนกวิน ส่งคลิปเข้ามาที่ https://www.facebook.com/SiamOceanWorld  ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 ทาง สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล จะทำการคัดเลือกเด็กชายและเด็กหญิง 1 คู่ เป็น Gentoo Penguin Ambassador ซึ่งจะได้รับ โอกาสต้อนรับการมาของเจนทูเพนกวิน เรียนรู้การดูแลเพนกวิน บัตรเข้าสยาม โอเชี่ยน เวิร์ลฟรี ตลอด 1 ปี และทุนการศึกษา มูลค่าทุนละ 10,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-658-0060 หรือ www.siamoceanworld.co.th)

5 อันดับ สถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี /  เที่ยวญี่ปุ่น / 

ช่วงนี้ เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน สนใจที่จะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วโลกแน่ๆ แต่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือญี่ปุ่นนั่นเอง พอพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะนึกถึง ดอกซากุระ ซึ่งก็ต้องรอดูช่วงเดือน เมษายนโน่น แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ก็ต้องอยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้ไปชมดอกซากุระเลย เอาล่ะ ถ้าใครจะไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองโตเกียว มาดูกันว่า จะไปชมใบไม้เปลี่ยนได้ที่ไหนกันบ้าง 5 อันดับ สถานที่แนะนำสำหรับชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น อันดับ 1 สวนริคุงิเอน (Rikugien) สวนริคุงิเอน เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Komagome (JR Yamanote Line) หรือรถไฟใต้ดินนัมโบคุ เดินจากสถานีโคมาโกเมะเพียง 5-10นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยค่าเข้าจะอยู่ที่ 300 เยน สวนริคุงิเอน นั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว อันดับ 2 สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen) สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดู ใบ้ไม้ร่วงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีก ด้วย สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่น เอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วย ครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว การเดินทางมายังสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองนั้น ควรลงที่สถานี Iidabashi ออกทางประตู C3 แล้วเดินต่อมาอีกประมาน 5-7นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองจะมีค่าเข้าที่ 300 เยน เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00น. ถึง 17.00น. เข้าประตูได้ไม่เกิน16.30น. ครับ อันดับ 3 มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai) ที่ โทได หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว นั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มี สีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น ให้นั่งรถไฟ Tokyo Metro Namboku Line ลงที่สถานี Todaimae ก็จะเจอกับกำแพงสีแดงเลือดหมูริมถนน เดินมาเรื่อยๆจะเจอประตูแดงทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าอะกะมง นั้นแหละครับเป้าหมายของเรา มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือโทไดนั่นเอง อันดับ 4 โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park) โชวะ คิเนน เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว โชวะ คิเนน นั้นจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกและไกลจากตัวเมืองสักเล็กน้อย แต่ก็เดินทางมาไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาประมาน 30นาทีจากสถานีรถไฟชิจูกุ เดินทางโดยรถไฟ JR Chou Line มุ่งสู่สถานี Tachikawa โดยที่นี่มีค่าเข้าชม 400 เยน ครับ อันดับ 5 โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson) เราจะขอขั้นสีเหลือด้วยสีแดงส้มกันสักเล็กน้อย คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้สถานที่เที่ยวที่อื่นๆเลยครับ ก่อนอื่นเลย ผมจะขอนำเสนอความพิเศษของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่ นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควรครับ การเดินทางก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Todoroki สาย Oimachi เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะเจอสะพานแล้วเดินลงทางลงเล็กๆครับ ระวังเลยนะครับ เพราะทางลงนั้นไม่ได้มีจุดเด่นจุดสังเกตสักเท่าไร สำหรับหลายๆ ท่านที่ไปญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้องการหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบไม่ต้องกลัวผิดหวัง ให้ไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลยครับ นอกจากที่แนะนำ 5 สถานที่นี้แล้ว ยังสามารถชมที่อื่นๆ ได้อีกนะครับ เช่น ที่ ฮาโกเน่, ทะเลสาบอชิ เป็นต้น เครดิต : http://www.j-reco.com เรียบเรียงโดย : travel mthai

ไม่ปิดบัง! มาริโอ้ รับศึกษาดูใจ จันจิ
มาริโอ้ เมาเร่อ /  จันจิ จันจิรา / 

หลังถูกจับตาความสัมพันธ์มาโดยตลอด! สำหรับพระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ และนักร้องสาว จันจิ วงไกอา แถมทั้งคู่โพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัวที่ร้านอาหารเดียวกันและวันเวลาเดียวกัน เลยถูกมองว่าควงทานข้าวสองต่อสองแบบนี้ซุ่มคบกันจริงๆ หรือเปล่า??? ล่าสุด หนุ่มมาริโอ้ ยอมรับ! ศึกษาดูใจกันอยู่จริง บอกคุยสนิทสถานะพี่น้อง ไม่ซีเรียสเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์ แจงภาพควงกินข้าวไปกันหลายคนและไม่ได้ปิดบังอะไร!! "ผมได้เห็นข่าวแล้วและบอกตรงๆ ว่าผมก็ไม่ได้ปิดบัง ก็อย่างที่บอกทุกครั้งอยู่แล้วว่าโอ้คุยกับน้องเค้าอยู่ แต่ว่าเราไม่ได้คุยกันในแบบแฟน เราก็ไม่ได้ปิดอยู่แล้วเพราะว่ามันก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร ก็สนิทแต่เรายังไม่ได้พัฒนาไปถึงแฟนหรืออะไรกัน ถ้าเป็นแฟนเดี๋ยวโอ้ก็บอกอยู่แล้วครับ รูปที่บอกว่าเราไปกินข้าวกัน ก็ไปด้วยกันครับ แต่ไม่ได้ไปกันสองคนก็มีเพื่อนไปด้วย การไปกินข้าวด้วยกันมันก็ต้องมีอยู่แล้ว จะออกไปไหนกับใครก็ไม่ได้ปิดบังไม่ใช่เรื่องผิดอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไม่ปิดบังไม่ได้บอกว่าไม่รู้จัก เราก็พูดความจริง" "ตอนถ่ายรูปลงรูปกันเราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นข่าวอะไร เราแค่ถ่ายรูปเล่นกันปกติอัพไอจีกันธรรมดา วันนั้นมีเพื่อนไปด้วย เวลาไปไหนโอ้จะมีตากล้องส่วนตัวคอยถ่ายให้ครับ ส่วนรูปที่เป็นข่าวนั้นเค้าก็เป็นคนถ่ายให้เอง แต่ว่าเราก็ไม่ได้ไปไหนกันสองคนครับ ส่วนกับแฟนคลับก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้วเพราะโอ้ไม่ได้ปิดบัง โอ้ก็มีชีวิตของโอ้ คนเราก็ต้องมีชีวิตในแบบของตัวเอง แต่เราก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ตอนนี้เราก็มีการศึกษากัน แต่เรื่องพัฒนาเราก็ไม่ได้ซีเรียสตรงนั้น เพราะเราทั้งคู่ก็ต่างคนต่างทำงาน เราก็รู้จักกันเป็นพี่น้องมีอะไรก็ปรึกษากันได้" "ส่วนที่น้องเค้าลบรูป น้องเค้าก็กลัวว่าจะเป็นข่าวเพราะเราไม่ได้คบกันด้านนี้ เราไม่ได้เฟลอะไร ก็มีคุยกันเรื่องข่าวบ้าง ก็รู้ว่ามีคนจ้องจับผิดเราแต่อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ปิด ไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะคุยหรือศึกษาใครอยู่ น้องเค้าอาจจะกลัวคนเข้าใจผิดก็เลยลบรูปนั้นครับ ที่น้องเค้าบอกไม่อยากจะตอบเรื่องโอ้เพราะกลัวจะโดนเพ่งเล็ง น้องเค้าก็คงมีคิดบ้างครับ ถ้าแฟนคลับเปิดรับ ผมก็ยังไม่ได้คิดถึงขั้นว่าจะเลื่อนเป็นแฟน เราไปไหนสองต่อสองมันก็มีบ้างแต่ว่าน้อยมากครับ รูปคู่คงยังไม่มีให้เห็นนะครับ ส่วนที่เค้าไปดูคอนเสิร์ต ผมชวนเค้าไปดูเองครับก็อยากให้เค้ามาดูเพราะเราก็เต็มที่กับคอนเสิร์ตนี้ครับ" มาริโอ้ กล่าว มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ มาริโอ้ เมาเร่อ จันจิ ไกอา จันจิ ไกอา

อ๋อม ไร้ปัญหาคาหัวใจ ยันร่วมงาน มิน-ขวัญ ได้
อ๋อม อรรคพันธ์ /  ขวัญ อุษามณีย์

มีกระแสข่าวว่าโดนวางตัวในบท ชายกลาง กับละครไทยในตำนานอย่าง บ้านทรายทอง สำหรับ อ๋อม อรรคพันธ์ ที่มีข่าวออกมานานแสนนานแล้วว่า ทางวิกหมอชิตจะผลิตละครเรื่องนี้ออกมา แต่ละครเรื่องนี้ก็ยังเป็นแค่ลมลอยๆ ในอากาศเท่านั้น พระเอก-นางเอก ที่เคยวางตัวเอาไว้ ตอนนี้ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นชื่อคนนั้นคนนี้อยู่หลายคน ล่าสุดก็มีรายชื่อของหนุ่มอ๋อมอยู่ในละครเรื่องนี้อีกด้วย ที่ลุ้นว่าจะได้รับบทชายกลางหรือไม่ ส่วนนางเอกอย่าง พจมาน ก็แว่วๆ ว่าสองนางเอกที่มีรายชื่อเข้าชิงคือ มิน พีชญา กับ ขวัญ อุษามณี แหมๆๆ แล้วแบบนี้หนุ่มอ๋อมจะร่วมงานกับสองสาวนี้ได้หรือเปล่านะ อิอิอิ!!! “ตัวผมร่วมงานได้กับทุกคนนะครับ (หัวเราะ) กับมินก็ร่วมงานกันได้ปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย ไม่เกี่ยวกับข่าว หรือว่ามีปัญหาอะไรกันแน่นอน ส่วนขวัญผมก็สนิทอยู่แล้ว ร่วมงานกันได้แน่นอน เพราะตอนนี้ผมกับขวัญเราสองก็จะรับงานไปต่างจังหวัดด้วยกันตลอด ไปร้องเพลง ไปโชว์ตัว ส่วนละครบ้านทรายทอง ถ้าคิวผมได้ ผมก็สนใจนะครับ ตอนนี้ก็ถ่ายแค่เรื่องเดียวคือ อตีตา ถ่ายไปได้ 20% แล้วครับ” ถ้าไม่มีปัญหาก็แล้วไป เพราะวงการนี้มันแคบนิดเดียว แถมอยู่ในช่องเดียวกัน ยังไงก็มีโอกาสแวะเวียนมาร่วมงานกัน อ๋อม-มิน อ๋อม-ขวัญ

ย้อนหลังกว่า4เดือน! แบล็ตเตอร์ ชี้ เมสซี่ ไม่ควรได้โกลเด้นบอล
ทีมชาติอาร์เจนตินา /  นักเตะยอดเยี่ยม / 

เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ออกโรงยังยืนยันอีกครั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ไม่ควรได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย หรือ โกลเด้นบอล ก่อนหน้านี้หลายคนออกมาพูดถึงอย่างต่อเนื่องหลังจากจบศึกฟุตบอลโลก เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า เมสซี่ ไม่ควรที่จะได้รางวัล โกลเด้นบอล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ แบล็ตเตอร์ นายใหญ่ลูหหนังโลก ที่มองว่า มานูเอล นอยเออร์ จอมหนึบดีกรีแชมป์โลกหนล่าสุด คู่ควรที่จะได้รางวัลมากกว่า โดยล่าสุด แบล็ตเตอร์ ได้ออกมาย้ำอีกครั้งว่า ผมคิดว่าการตัดสินใจมอบรางวัลโกลเด้นบอล ให้กับ เมสซี่ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเลย ผมแปลกใจจริงๆ ตอนที่ได้รับผลการตัดสินของคณะกรรมการ พวกเขาบอกกับผมว่าพวกเขาจับตามองที่นักเตะเบอร์ 10 ซึ่งลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศเท่านั้น

ลือทักษิณ ถูกจับที่จีน ผู้ช่วย ประวิตร ยันไม่จริง
ข่าวทักษิณถูกจับ /  ข่าววันนี้ / 

ผู้ช่วยรองนายกฯ ปัด ข่าวทักษิณ ถูกจับที่จีน ชี้แค่ข่าวลือปลุก เสื้อแดง โจมตีรัฐบาล เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังมีข้อความปรากฎในหน้าเพจเฟซบุ๊กระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกทางการจีนจับกุมตัวหลังทางการไทยได้ประสานงานจีนให้จับกุม ซึ่งข้อความดังกล่าวระบุว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ก็ได้ถูกตำรวจสากลสะกดรอยติดตามมานาน จนกระทั่งทางการไทยประสานงานไปอย่างลับ ๆ แล้วให้ตำรวจจีนจับกุมตัวไว้ พร้อมยึดพาสปอร์ตทุกเล่มชั่วคราว ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และขอให้โทรศัพท์ประสานงานมายังผู้มีอำนาจในรัฐบาลไทยเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่ถูกปฏิเสธ และขณะที่ถูกจับกุมตำรวจจีนได้แสดงหมายจับของทางการไทยทันที ไม่อนุญาตให้พูดและพาขึ้นรถตำรวจไปอย่างรวดเร็ว โดยมีหน่วยคอมมานโดตามประกบอย่างแน่นหนา พาไปสถานที่ที่ไม่เปิดเผย อย่างไรก็ดีเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก้ได้สร้างความสนใจให้กับผู้ที่พบเห้นเป็นจำนวนมาก ก่อนที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) จะออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Paisal Puechmongkol ตอบโต้ถึงกระแสข่าวลือดังกล่าวโดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลวงปลุกคนเสื้อแดงเท่านั้น หลอกด่ารัฐบาล ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด "ความปราชัยของข่าวลือ!!! หลังปล่อยข่าวเท็จว่า พล.อ. ประวิตร ดอดพบท่านแม้วที่เมืองจีนเจ๊งบ๊งไปแล้ว ก็เปลี่ยนข่าวเท็จใหม่จากข่าวซูเอี๋ยเป็นข่าวลบว่าทักษินถูกตำรวจจีนจับเพื่อหลอกพี่น้องเสื้อแดงให้ด่ารัฐบาลอีกแล้ว ผมเช็กแล้วไม่ได้ถูกจับครับแต่ไปดูหมีแพนด้าที่เสฉวนโน่น ไปไหว้ศาลขงเบ้งมั่งก็น่าจะดีนะโยม" ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้ออกมาปฏิเสธเช่นกันว่า การเดินทางไปประเทศจีนของ พล.อ. ประวิตร เป็นการเดินทางไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์และงานความมั่นคง รวมไปถึงการเจรจาเรื่องข้าวและราคายางพาราเท่านั้น ไม่ได้ไปพบกับ พ.ต.ท. ทักษิณ เพราะเรื่องการเคลียร์คดีของ พ.ต.ท. ทักษิณนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องของกฎหมาย ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และถ้า พ.ต.ท. ทักษิณ อยากกลับประเทศไทย ก็ไม่ต้องต่อสายตรงถึงใคร ให้ขึ้นเครื่องบินกลับมาเลย MThai news

World Boys บอยแบนด์เขมร ที่กำลังมาแรงตอนนี้
AEC /  Nak na prab tha bong kbot / 

ขานรับกระแส AEC กับวง World Boys บอยแบนด์เขมร ที่ว่ากันว่า ฮอตที่สุดตอนนี้ ใน กัมพูชา   วง World Boys จากกัมพูชา วง World Boys จากกัมพูชา ฮอตสุดๆ เมื่อบรรดาชาวเน็ตแห่แชร์ คลิป บอยแบนด์ กัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เองที่ว่ากันว่า มาแรงที่สุดตอนนี้ ที่กัมพูชา กันสนั่นโลกโซเชียล เลยทีเดียว ผมกำลังพูดถึง วง World Boys ที่มาพร้อมกับเพลง Nak na prab tha bong kbot จากอัลบั้ม WORLD SONG Production VCD vol-01 ที่เปรียบเหมือนเป็นอัลบั้ม Compilation แนะนำศิลปิน ของค่ายนี้ งั้นเราลองไปฟังเพลงของวง World Boys กันสักนิดสักหน่อยดีกว่า เพลง Nak na prab tha bong kbot ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังมีเพลงของ World Boys ที่เราอยากให้ได้ลองฟัง ลองชมกัน ซึ่งเพลงของวง World Boys จะถูกบรรจุอยู่ใน Compilation WORLD SONG Production VCD ทั้งหมด 2 ชุด ตกชุดละประมาณ 3 เพลง เราเลือกบางเพลง ที่คิดว่า ท่าเต้นเด็ด ไม่แพ้เพลง Nak na prab tha bong kbot ที่ถูกแชร์อย่างกระหน่ำตอนนี้มาให้ได้ลองฟัง ลองชมกัน เพลง Kom Lors Borisuth เพลง Kom Ang Kloun Sa art นี่เป็นบางส่วนของเพลงจากวง World Boys ที่ มิวสิคเอ็มไทย แชร์มาให้เพื่อนๆได้ชมกัน แม้สเต็ปอาจจะไม่แม่นเป๊ะ ออกไปทางเต้นแอโรบิคบิ๊กซี โลตัส ไปหน่อย แต่เราก็ขอเป็นกำลังใจให้ พัฒนา ศักยภาพความเป็น บอยแบนด์ ต่อไป สู้สู้นะ ^__^ เรื่องโดย Ryu Ryan / ภาพประกอบจาก Facebook WORLD SONG Production

เห็นด้วยกะเฮียนะ! คีน จับผิด สโคลส์ แขวนสตั้ด แล้วออกสื่อบ๋อยบ่อย
คีน /  ปีศาจแดง / 

รอย คีน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า เกิดอาการคันปากออกมาเน็บแนมอดีตเพื่อนร่วมทีม อย่าง พอล สโคลส์ ว่าในสมัยที่เป็นนักเตะ เขาไม่ค่อยกล้าจะออกสื่อ แต่พอเลิกเล่น กลับกล้าที่จะมารับงานวิเคราะห์ฟุตบอลซะงั้น พอล สโคลส์ อดีตมิดฟิลด์ตัวรุก ของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 39 ปี ที่ปัจจุบันหันไปเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอล ซึ่งภาพลักษ์ในอดีตของเขานั้น ผู้คนต่างมองว่า เขาเป็นนักเตะที่พูดน้อย เขินอาย ไม่ค่อยกล้าที่จะออกสื่อสักเท่าไหร่ แต่พอเขาได้แขวนสตั้ตเลิกเล่นไปแล้วนั้น กลับมาทำงานทางด้านสื่อ ในการวิเคราะห์เกมฟุตบอล ทำให้ รอย คีน อดีตกัปตันทีม ปีศาจแดง ออกมาแฉว่าเป็นเพราะเรื่องเงิน โดย คีน ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า "ผู้คนไม่ค่อยตระหนักกันนักว่าสโคลซี่สามารถออกรายการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับยูไนเต็ดได้ แต่เขาไม่สนใจมันหรอก ผู้คนอาจจะคิดกันว่าเขาเป็นคนที่เขินอายต่อกล้องแต่จริงๆ แล้ว เป็นเพราะเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้เองต่างหาก ไม่มีใครที่ชอบการให้สัมภาษณ์ต่างๆ แต่มันเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่ง และคุณก็ต้องแชร์สิ่งนี้กันสำหรับนักเตะภายในห้องแต่งตัวของทีม เขาอาจจะอ่อนน้อมเกินไปที่จะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เขามารับงานออกสื่อต่างๆ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเขานั่งอยู่กับผม ผมก็จะบอกเขาเรื่องนี้นะ"

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

อันแจฮยอน จัดแฟนปาร์ตี้ครั้งแรกประเดิมที่ไทย 6 ธ.ค.!
2014 Blind Date Meeting with Ahn Jae Hyeon in Bangkok /  Ahn Jae Hyeon / 

the Lime Thailand ชวนสาวไทยร่วมงานปาร์ตี้นัดบอด ลุ้นเป็นสาวผู้โชคดีได้ใกล้ชิด กับ อันแจฮยอน หนุ่มเจ้าเสน่ห์มิติที่ 4 ใน 2014 Blind Date Meeting with Ahn JaeHyeon in Bangkok ประเดิมที่ไทยเป็นที่แรกรับประกันความฟิน The Lime Thailand(เดอะ ไลม์ ไทยแลนด์) ผุดโปรเจคพิเศษ จัดปาร์ตี้นัดบอดให้สาวไทยมีโอกาสลุ้นได้ใกล้ชิดกับดาราหนุ่มมาดนายแบบบุคลิกเท่ไม่เหมือนใคร อันแจฮยอน(Ahn Jaehyun) ในงาน 2014 Blind Date Meeting with Ahn Jae Hyeon in Bangkok (ไบลด์ เดท มีทติ้ง วิท อันแจฮยอน อิน แบงคอก) งานแฟนปาร์ตี้ครั้งแรกในชีวิตของอันแจฮยอนประเดิมจัดที่ประเทศไทยเป็นที่แรก เปิดโอกาสให้สาวไทยได้ใกล้ชิดก่อนใคร ถือเป็นโอกาสพิเศษสุดๆ ของสาวไทย ที่จะได้มีโอกาสรู้จักและได้เห็น อันแจฮยอน ในมิติที่หลากหลายผ่านงานแฟนปาร์ตี้ครั้งนี้ เพราะเป็นครั้งแรกที่ อันแจฮยอน จะมาเผยความเป็นตัวตนให้สาวไทยได้รู้จักอย่างหมดเปลือก หลังจากที่ทุกคนติดใจในผลงานละครแจ้งเกิดมาแล้วอย่างเรื่อง You Who Came From The Stars ที่รับบทเป็น ยุนแจ น้องชายของนางเอกในเรื่อง ได้เล่นประกบทั้งคิมซูฮยอนและจอนจีฮยอน จนโด่งดังเป็นพลุแตกในเวลาอันรวดเร็ว และด้วยกระแสความแรงของละครเรื่องนี้ที่ฮิตติดลมบนในหลายประเทศ ส่งผลให้ชื่อของ อันแจฮยอน ถูกค้นหาและมีสาวๆ ทั่วเอเชียอยากรู้จักหนุ่มคนนี้ให้มากขึ้น ซึ่ง อันแจฮยอน เริ่มเข้าวงการด้วยการเป็นนายแบบมาดเท่ ก่อนจะมาเดบิวท์ผลงานการแสดง โดยมีผลงานละคร You Who Came From The Stars, You’re All Surrounded และหนัง Fashion King ออกมาสู่สายตาผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชื่อของ อันแจฮยอน เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็วและมีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่ไทยมีสาวๆ แอบกรี๊ดอยู่มากมาย เช็คเรตติ้งได้จากตอนที่เขาเดินทางมาพักผ่อนส่วนตัวที่ประเทศไทย พอมีคนรู้ข่าวก็มีแฟนคลับไปตามรุมล้อมอยู่มากมาย สร้างความเซอร์ไพรส์ให้หนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นงานแฟนปาร์ตี้ในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสพิเศษแถมยังเป็นแฟนปาร์ตี้ครั้งแรกในชีวิตของ อันแจฮยอน เชื่อแน่ว่าน่าจะมีอะไรพิเศษให้แก่ผู้ชมในงานอย่างแน่นอน ฟินแรกที่ไม่ต้องรอลุ้น! คือการได้รับสิทธิ์ Hand Shake สัมผัสมือนุ่มๆ ของ อันแจฮยอน ทุกที่นั่ง โดย อันแจฮยอน ฝากข้อความถึงไทยทุกคน "อยากให้งานในครั้งนี้ทำให้เราได้ใกล้ชิดกันขึ้น ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวให้มากที่สุดถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ อีกไม่นานก็จะได้เจอกันแล้วครับอยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ แล้วก็หยุดเวลาช่วงนั้นไว้คงจะดีมากๆ เลยครับ ถ้าอยากรู้ว่าเราจะได้ใกล้ชิดกันขนาดไหนต้องมากันให้ได้นะครับ" เรียกได้ว่างานแฟนปาร์ตี้ในครั้งนี้น่าจะเป็นงานนัดบอดในฝันของสาวไทย ที่อยากจะมีโอกาสได้เดทใกล้ชิดกับ อันแจฮยอน สักครั้งหนึ่งในชีวิต โอกาสนั้นมาถึงแล้ว! ร่วมลุ้นเป็นสาวผู้โชคดีที่จะได้มีโอกาสขึ้นเวทีแบบใกล้ชิดประกบกับเขา ได้ในงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกของ อันแจฮยอน ใน 2014 Blind Date Meeting with Ahn Jae Hyeon in Bangkok วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 เวลา 17.00 น. ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) บัตรราคา : 3,800 / 2,800 / 1,800 และ 1,300 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่หน้าเว็บไซต์หลัก www.thelimethailand.com ในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน2557 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม(เกี่ยวกับเรื่องการจองบัตรเท่านั้น) ติดต่อ thelimeticket@gmail.com หรือ Hot Line 095-748-3602, 0910294710 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/TheLimeThailand สิทธิพิเศษสำหรับบัตรแต่ละราคา 1. รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Hand Shake กับ อันแจฮยอน สำหรับบัตรทุกที่นั่ง ทุกราคา ทุกโซน 2. รับ Official Poster ฟรีทุกที่นั่ง ทุกราคา ทุกโซน 3. สำหรับบัตร VVIP ราคา 3,800 บาท ลุ้นรับสิทธิ์ถ่ายภาพหมู่ (Group Photo) ร่วมกับอันแจฮยอนทั้งหมด 300 คน โดยแบ่งเป็นกรุ๊ปละ 30 คน จำนวน 10 กรุ๊ป โดยใช้วิธีสุ่มจากบัตรราคา 3,800 บาท เท่านั้น! 4. พิเศษ! สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรแฟนมีตติ้ง 7 วันแรก ลุ้นรับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นของอันแจฮยอน จำนวน 10 รางวัล โดยจะสุ่มจากที่นั่งทุกราคา ทุกโซน ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com