ดัดผม

เมย์ เตรียมควง เจ เที่ยวตปท.สิ้นปี บอกหากทริปนี้ล่ม มีเลิก!!
เมย์ เจ /  เมย์ พิชนาฏ / 

    ช่วงนี้แฟนนักเตะ เจ ชนาธิป อยู่ในช่วงเก็บตัว แถมจ่อไปเซ็นสัญญาเจลีก ล่าสุดได้เจอตัวสาว เมย์ พิชญ์นาฏ ในงานแถลงข่าว “ตำมั่ว เปิดตัวน้ำปลาร้าปรุงรส และเมนูใหม่ ตำลาวแม่น้อย ตำนาน 27 ปี” ณ ร้านตำมั่ว ศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 7 สาวเมย์เผยงานนี้มีคิดถึง แต่ก็ชินแล้ว ปัดโพสต์เพลงตัดพ้อ ส่วนสิ้นปีนี้มีแพลนควงหนุ่มเจไปเที่ยวต่างประเทศ ลั่นหากทริปนี้ล่มถงขั้นเลิก! เพราะแพลนมาเป็นปี และเป็นทริปต่างประเทศทริปแรกที่จะไปด้วยกัน แถมฝ่ายชายหาเวลาว่างยากมาก บอกโกรธที่แฟนคลับเจมาคอมเม้นท์ว่าทำไมควงกันเที่ยวแต่ในห้าง กรณีเพื่อนสาว แป้ง อรจิรา คบนักร้องหนุ่ม แหนม รณเดช เปรยโทรไปแซวมาแล้ว แอบเชียร์เพราะไม่อยากให้เพื่อนเหงา... รายละเอียดดังนี้    “เจอยู่ในช่วงเก็บตัว เฟสไทม์อย่างเดียวเลยค่ะ แล้วก็คุยโทรศัพท์ คุยไลน์กัน ไม่ได้เจอก็คิดถึงนะแต่ว่าก็ชินแล้ว คบกันมาสักพักนานแล้วก็ปรับตัวได้ไม่มีปัญหาอะไร เข้าใจกันค่ะ”    “เจเซ็นสัญญาไปเจลีก ก็ดีใจ ไม่ใจหายค่ะ เมย์จะได้ไปเที่ยวด้วย ตามไปเชียร์ คงไม่ได้ไปวุ่นวายเวลาเขาซ้อม แต่อาจจะไปเยี่ยม ไปอยู่เป็นเพื่อน ไปดูแลบ้าง ก็เดี๋ยวให้เขาไปก่อนเดี๋ยวอัปเดทอีกทีนึง แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาค่ะ"    “ลงเพลงของวงพอส คนสงสัยว่าแอบน้อยใจอะไร ไม่ๆ ไม่ใช่แล้ว เมย์เปิดเพลงแล้วมันก็รันไปเรื่อยๆ มากกว่า เพลงนั้นก็ความหมายดีนะ”    “แพลนไปเที่ยวสิ้นปี มีค่ะ แต่จะไปไหนไม่บอกค่ะ ให้รอดู เมย์ไม่เคยไปไหนกับเขาเลย ต่างประเทศไม่เคยไปกับเขาเลย มีบางคนมาบอกว่าทำไมนักฟุตบอลคนอื่นเขายังไปกับแฟนได้ ทำไมเจไม่ไป ทำไมเมย์ไม่พาไป เมย์ก็แบบ ก็รออยู่ค่ะ เราแพลนกันไว้แล้ว จะไปประเทศไหน ไปกี่คนไม่บอกค่ะ(หัวเราะ) เซอร์ไพรส์ โอ้ยเอาแค่ให้ว่างสักทีเหอะ แค่ได้ไปด้วยกันก็ถือว่าที่สุดแล้วค่ะ”    “เราวางแผนกันมาเป็นปีนะ ถ้าทริปนี้เมย์ไม่ได้ไป เมย์จะโกรธมาก ถ้าทริปนี้เมย์ไม่ได้ไปเมย์เลิกเลย เมย์บอกเขาแล้ว เพราะมีติ่งนักฟุตบอลเด็กๆ มาต่อว่าเรา ว่าน่าสงสารจังเลยเดินแต่ห้าง ทำไมคู่อื่นเขาไปต่างประเทศไปนู่นไปนี่ เราก็ได้แต่โกรธในใจว่าไปถามไอดอลเธอสิทำไมมันไม่ว่าง คือทุกคนก็น่าจะรู้ว่าเมย์ชอบเที่ยวมาก เที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศ ถ้าเขามีเวลาเมย์คงพาเขาไปได้หลายที่มาก แต่เขาไม่ว่างจริงๆ แต่เราก็เข้าใจนะเขารักฟุตบอล พัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เมย์ก็ภูมิใจในตัวเขา ดีกว่าเขาเอาเวลาไปทำอย่างอื่นค่ะ”    “แอบคิดมาก ก็อยู่ดีๆ มาโดนด่าอะ ว่าไม่พาแฟนไปไหนเลยเดินแต่ห้างน่าสงสารจัง คือแบบสงสารเมย์ไหม มันหน้าที่ผู้ชายไหมพาผู้หญิงไปเที่ยวอะ ก็ขึ้นอะบอกตรงๆ ขึ้นแล้วก็อยากจะด่ากลับแต่ก็ไม่ได้ ก็เก็บไว้อดทนต่อไป เจก็รู้ค่ะ เพราะเมย์ก็โทรไปบอกดูๆ ติ่งเธอ เขาก็ต้องไปตอบกลับว่าผมไม่ว่างเองครับ”    “ทริปนี้ถ้าไม่ได้ไปจะโกรธเขา ถ้าเขาไม่ไปเขาก็คงเสียใจแหละ เพราะว่าเขาอยากไป ก็จะเป็นทริปต่างประเทศครั้งแรกที่ไปด้วยกันเลย คงไม่ได้ไปยาวถึงเค้าท์ดาวน์ เพราะว่าจะกลับมาสวดมนต์ที่เมืองไทย”    “แหนมจีบแป้ง เราก็โทรไปล้อเขานะ เห็นตามข่าว เขาก็ไม่บอกอะไรอะ อย่าถามเมย์เลยเรื่องแป้งเรื่องวุ้นอะ มันไม่ค่อยบอกอะไรเมย์หรอกเอาจริงๆ ก็ได้แต่โทรไปล้อว่ามีแฟนแล้วหรอ เขาก็อ้ำๆ อึ้งๆ คงเขินมั้ง ไปถามเขาเองดีกว่า”    “คู่นี้เป็นยังไง คือเมย์ชอบแหนมอยู่แล้ว เขาร้องเพลงเพราะ ก็โอเคอะไรที่เพื่อนเมย์มีความสุขเมย์ก็โอเคค่ะ ยินดีด้วย ส่วนตัวแหนมเคยไปออกงานด้วยกันนานมากเลย แต่ไม่ได้สนิท ก็ยังไงฝากดูเพื่อนเมย์ด้วยนะคะ แป้งก็ยังไม่ได้พามาเปิดตัวกับเพื่อน มันชอบซุ่มค่ะ(หัวเราะ) เราก็เชียร์นะเพราะเราก็ไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียวอยู่แล้ว มีแฟนก็น่าจะดีกว่า” เมย์ พิชญ์นาฏ กล่าวขอบคุณ ภาพเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม @maypitchy เมย์ พิชญ์นาฏ   เมย์ พิชญ์นาฏ   เมย์ พิชญ์นาฏ   เมย์ พิชญ์นาฏ   เมย์ - เจ   เมย์ - เจ  

ฟิล์ม เหงื่อท่วม สร้างบ้านให้ชาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล
ข่าวฟิล์ม รัฐภูมิ /  ฟิล์ม สรา้งบ้านให้ชาวนา

เหงื่อท่วมตัวกันเลยทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ ที่ร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยน้องๆ ฟิล์มแฟมิลี่ รวมพลังทำความดี สร้างบ้านให้ครอบครัวชาวนาผู้ยากไร้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงานนี้ฟิล์มเผยว่า “เป็นความตั้งใจของผมที่อยากจะช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้มีที่อยู่อาศัยที่ดีขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง ผมขอเป็นอีกหนึ่งก้าวเล็กๆ ที่จะเดินตามหลักคำสอนของท่านในการทำความดี ช่วยเหลือและนึกถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง เหมือนกับที่พระองค์ได้สร้างโครงการในพระราชดำริไว้มากมาย โดยผมพร้อมด้วยน้องๆ ฟิล์มแฟมิลี่ และพนักงานจิตอาสาจากเพย์ออล ได้ร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งประเทศไทย ร่วมลงแรงกาย แรงใจสร้างบ้าน และออกค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านทั้งหมด ให้กับ ครอบครัว คุณสายใจ โพธิ์พยา ในพื้นที่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีอาชีพทำนา และรับจ้าง โดยเดิมบ้านหลังนี้มีสภาพ คับแคบ ทรุดโทรม และอาศัยอยู่หลายคน พื้นที่จึงไม่เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว พวกเราทั้งหมดจึงอยากจะช่วยเหลือและสานฝันมอบบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัวนี้ และยังซึ่งถือว่าเป็นการทำบุญวันเกิดของผมด้วยครับ”

เปิดใจ!! ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ปิดฉากรัก 10 ปี หย่า แพม จบด้วยดีไม่มีมือที่ 3
ท็อป ณัฐเศรษฐ์ /  ข่าว ท็อป ณัฐเศรษฐ์ / 

  ทำเอาโลกโซเชียลสั่นสะเทือนอีกครั้งสำหรับการหย่าร้างของคู่รักสุดหวานมานานนมอีกคู่อย่าง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ กับภรรยาสาวไฮโซ แพม สิตามนินท์ หรือ แพม อรอาภา ที่ปิดฉากรัก 10 ปีเป็นที่เรียบร้อยด้วยการจดทะเบียนหย่าไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่ง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ เปิดใจเป็นเรื่องขอทัศนคติที่ไม่ตรงกัน และเป็นเรื่องของการตัดสินใจที่ทั้งคู่ให้เกียรติกัน ไม่ใช่เรื่องมือที่ 3   "ไม่มีอะไรจะพูดเลย ก็ตามนั้นเลย ตามที่แพมพูดเลย สาเหตุเป็นเรื่องของทัศนคติ ตามที่ในข่าวที่แพมบอก เรื่องการปรับตัว ผมคิดว่าเราเองทุกวันนี้ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ และก็ให้เกียรติในการตัดสินใจ เพราะว่ามันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้ แบบนี้คุณแพมเขาได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เรื่องของการตกลงกัน เราพูดคุยกันทั้งสองคน"   "คือท็อปคิดว่า ตัวท็อปเองโดยส่วนตัวไม่ได้มีอะไรจะพูดมากในเรื่องนี้ ผมคิดว่าอย่างที่คุณแพมได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว มันเป็นเรื่องของการตัดสินใจ เราก็ให้เกียรติการตัดสินใจ เราเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาในการปรับตัวหน่อย แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่มันเปลี่ยนจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับทั้งสองคน ถามว่าเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างทำงานจนไม่มีเวลาให้กันหรือเปล่า ผมคิดว่ามันมีหลายๆ ส่วน หลายๆ ปัจจัย ชีวิตคู่มีหลากกลายเรื่อง ผมคิดว่า สิ่งใดที่เราสามารถสนับสนุนกันได้ และทำให้อีกฝ่ายหนึ่งแฮปปี้นั่นถือว่าเป็นสิ่งที่เราควรจะทำ"   "ถามว่าเสียดายมั้ย จะว่าเสียดายก็เสียดายนะ แต่ผมก็ไม่เสียดายที่ได้เจอแพม ได้อยู่กับแพม เป็นช่วงเลาหนึ่งในชีวิตที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณกับช่วงเวลานั้นมากๆ"   "ขอบคุณมาก ทุกวันนี้ก็ยังรักกันอยู่ ไม่ได้ตัดขาดกันได้ง่ายๆ ส่วนเรื่องครอบครัวของเราได้มีการคุยกัน ครอบครัวสนับสนุนในทุกการตัดสินใจของเรา และให้เกียรติในการตัดสินใจของพวกเรา ความเศร้ามันก็มีบ้างนะ ต้องยอมรับ มีโมเมนท์ที่เราเห็นนั่น เห็นนี่ มีความคิดอะไรขึ้นมาบ้างเป็นช่วงๆ แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่เราได้ตัดสินใจไปแล้ว เป็นช่วงเวลาที่เราต้องเดินหน้าต่อไป เราก็ต้องปรับเปลี่ยน"   "เซ็นใบหย่าเรียบร้อยแล้ว ผ่านมาประมาณ 1 เดือนได้แล้ว ก่อนหน้าที่จะเซ็นใบหย่า เราไม่ได้แยกกันอยู่ ถามว่าสาเหตุจริงๆ เพราะเรื่องที่เราไม่มีลูกหรือเปล่า ก็ผมเชื่อว่ามันเป็นไปได้หมด มีหลายๆ ปัจจัย แต่ว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องหลักสำคัญ แต่น่าจะเป็นเรื่องของเราสองคนมากกว่า วินาทีเซ็นใบหย่า ก็ค่อนข้างทำใจลำบากเหมือนกันนะ (นิ่งไป) หนักนะ"   "จริงๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือเปล่า แต่ผมทำงานเยอะ หนักมากในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และเรื่องของเราเกิดช่วงนี้พอดี ทำให้ผมมีเวลาคิดแต่เรื่องงาน เวลาที่เหลือก็จัดการกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงในช่วงนั้น"   "ก็ยังมีโอกาสได้เจอกันครับ ก่อนมานี่ก็เพิ่งเจอคุณแพม ลงรูปคู่ด้วย เมื่อกี้เลย"   "เราก็ยังมีการคุยกันอยู่เรื่อยๆ แล้วยังมีคุยกันอยู่เลยว่าทริปที่วางไว้แล้วอาจจะไปด้วยกันไหมก็ยังคิดอยู่ ก็ยังคุยกันอยู่แต่ไม่ก็ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น"   เมื่อสอบถามถึงสถานะว่าเปลี่ยนไปไหมและความรู้สึกอย่างไรตอนที่ได้เจอฝ่ายหญิง ด้าน หนุ่มท็อป ถึงกับอ้ำอึ้งบอกว่า   "อืม...ตอบยากๆ ก็ดีใจครับ ดีใจที่ได้เจอ ก็นัดกันครับ (เจอกันเรื่อยๆ อยู่แล้วตั้งแต่หย่า หรือว่าเพิ่งเจอกันครั้งแรกวันนี้?) ไม่ครับ มีนัดเจอกัน อย่างไปไหว้เจ้าวันก่อน เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็มีเป็นช่วงๆ ที่ต้องเจอกันอยู่แล้วครับ"   "จะบอกว่าเหมือนเดิมก็มันไม่เหมือนเดิม แต่จะบอกว่าไม่เหมือนเดิมเลยก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่าเราไม่ได้โกรธกัน เรายังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญแล้วก็จะทำให้เรามีกำลังใจได้" หลังจากนี้จะหาเวลาไปฟื้นฟูหัวใจ พักผ่อนหน่อยไหม?   "ก็พยายามอยู่นะ แต่ก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ มีเพื่อนที่ดีพยายามพาไปนู่นไปนี่ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งเดือนผมก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่ที่บริษัท อยู่บ้าน แล้วก็อยู่กับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง มันมีเรื่องหลายอย่าง มีเอกสารที่ต้องทำ เรื่องผู้ใหญ่เรียกเข้าไปคุยด้วย" ความรักครั้งต่อไป?   "ยังไม่คิดเลยอะ ไม่คิดไม่ได้อยู่ในหัวเลย" นิยามสถานะกับแพมตอนนี้คืออะไรสำหรับเรา?   "เป็น...ก็ทุกวันนี้ผมยังมองว่าแพทก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันครับเป็นคนที่ดีที่สุดคนนึงในชีวิตผมที่อยู่กับผมตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผมยังตอบยากครับจริงๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ก็ไม่รู้ต่อไปมันจะเป็นยังไงแต่ทุกวันนี้ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ และก็ยังคุยได้ทุกอย่างนัดเจอกันได้ ยังปกติกันอยู่ครับ" มีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมไหม?   "อันนี้ผมก็ไม่ทราบครับ ไม่รู้เหมือนกัน คือตอนนี้ไม่กล้าไปคิดอะไรเลย ผมดูวันต่อวันเลย ผมไม่คิดเรื่องของการวางแผนอะไร เพราะว่าพูดจริงๆผมก็ไม่ได้คิดว่ามันนึงมันจะเป็นแบบนี้ พอวันนึงมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราก็ไม่ได้อยากจะไปคิดหรือตั้งความหวังอะไรแล้ว ก็ปล่อยให้มีนเป็นไปดีกว่าครับ" มีข่าวว่าเราเป็นเกย์ด้วย?  "เอิ่ม...อันนี้มันแล้วแต่คนจะคิดนะครับ แต่ว่าที่ผ่านมาพอมีข่าว แม้กระทั่งคนใกบ้ตัวก็ตีความไปต่างๆนานา อันนั้นผมก็คงจะไม่ไปพูดหรือไม่ต้องไปแก้อะไร คือผมว่าตัวผมเองกับตัวคุณแพมก็รู้ดีว่าจริงๆมันคืออะไร และมันก็เป็นเรื่องของเราสองคน คุณแพมเองก็ได้ตอบทุกอย่างชัดเจนมาก ส่วนเรื่องพวกนั้นผมว่ามันก็เป็นเรื่องปกติ" ก่อนหน้าก็มีข่าวกับสาวๆ คนอื่นด้วย?  "ก็มีครับ อย่างที่เห็นกัน แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ประเด็นในการตัดสินใจ เพราะว่ามันผ่านมาแล้ว เหตุผลหลักๆ มันอยู่ที่คนสองคนครับ ก็มีเท่านี้ครับ" ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ท็อป แพม

“หนุ่ม สันติสุข” กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ สุดภูมิใจที่วันนั้นได้แสดงหนัง “ด้วยเกล้า”
'ด้วยเกล้า' /  ธนธรณ์ ฤทธิ์ถกล / 

ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยปัดฝุ่นภาพยนตร์อันทรงคุณค่าเรื่อง ด้วยเกล้า ภาพยนตร์ที่เล่าถึงพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับการปลูกข้าว ชาวนาไทย และโครงการฝนหลวง โดยนำกลับมาฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ซึ่งรายได้ทั้งหมดจากการจัดฉายภาพยนตร์ถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อสมทบทุนมูลนิธิฯ สำหรับส่งเสริมและดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีตัวแทนนักแสดง หนุ่ม สันติสุข พรหมศิริ และ ส้ม ธนธรณ์ ฤทธิ์ถกล ตัวแทนผู้กำกับการแสดง ร่วมงานครั้งนี้ด้วย เริ่มงานด้วยบรรยากาศแบบเป็นกันเอง โดย คุณเกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร รองกรรมการผู้จัดการ ได้ร่วมพูดคุยกับผู้ชมในโรงภาพยนตร์ พร้อมทั้งเผยความรู้สึกในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า “มีความตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมในวันนี้ ทุกคนล้วนมาด้วยใจจริง ๆ ทางไฟว์สตาร์มีความภูมิใจมาก ที่ได้เป็นช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อคนไทยให้ประชาชนได้รับรู้ และหวังว่าทุกท่านจะรู้สึกอิ่มใจไปกับการชมภาพยนตร์ ด้วยเกล้า ในครั้งนี้ครับ” ก่อนที่จะรับชมภาพยนตร์ด้วยความอิ่มเอิบใจ หนุ่ม สันติสุข พรหมศิริ ได้เผยความรู้สึกทั้งน้ำตา เรียกได้ว่าเป็นการกล่าวปิดท้ายกิจกรรมที่ทำเอาคนทั้งโรงภาพยนตร์รู้สึกปลาบปลื้มใจไปด้วย “ขอพูดย้อนไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ ในตอนนั้น ยังไม่มีใครนำโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาทำเป็นภาพยนตร์เลย ซึ่งผู้กำกับคือ อาบัณฑิต ฤทธิ์ถกล นับเป็นคนแรกที่ทำ เป็นเรื่องเกี่ยวกับฝนหลวง สำคัญคือเป็นภาพยนตร์ที่ได้พระบรมราชานุญาตให้อันเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ มากถึง 9 เพลง และผมได้ร่วมเป็นหนึ่งในนักแสดงเรื่องนี้ ถือเป็นโอกาสที่ผมปลื้มใจมาก รู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ..." "...และดีใจที่วันนี้ทางไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จัดฉายและมอบรายได้ถวายเป็นพระราชกุศล เหมือนได้มาร่วมย้อนความรู้สึก ย้อนบรรยากาศเก่า ๆ ตอนเราถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่กินใจและมันเป็นสิ่งที่สุดจะบรรยาย ได้เห็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทำฝนเทียมได้ ท่านเป็นผู้แก้ปัญหา แม้จะเหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ เรื่องนี้เป็นการตอกย้ำถึงคำที่ชาวบ้านเรียกพระองค์ท่านว่า เทวดาเดินดิน ผมรู้สึกได้ว่า ขนาดเราทำงาน เล่นหนังเล่นละครมาเป็นร้อยๆเรื่อง ตลอดระยะเวลาแค่สิบหรือยี่สิบปี ยังรู้สึกเหนื่อยมาก เรามองว่าเราทำงานหนัก แล้วพระองค์ท่านละ ผมเห็นว่าท่านทรงงานตลอด ท่านทำจนมาถึงทุกวันนี้ หนังเรื่องด้วยเกล้า ได้ทำให้คนดูเห็นว่าพระองค์ท่านได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และไม่รู้ว่าอีกกี่ชั่วชีวิตคนจะใช้คุ้มค่ากับสิ่งที่ท่านทรงริเริ่มทำไว้ ผมจึงอยากฝากถึงทุกคนว่า ถวายอาลัยแด่ท่านแล้ว อย่าลืมน้อมนำสิ่งที่ท่านสร้างนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดครับ”

โอม อัชชา เผยขับรถชนท้าย!! เหตุสุดวิสัย ทำใจมีดราม่า
โอม อัชชา /  โฬม พัชฏะ / 

    พระเอกหนุ่ม โอม อัชชา เล่าเหตุการณ์ขับรถชนท้าย เมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ ถนนบางนา เผยขับรถกลับจากถ่ายละคร ไม่เร็ว และไม่ได้ประมาท แต่มีรถคันหนึ่งปาดหน้าตรงเส้นทึบทำให้คันถัดมาต้องเบรกกะทันหัน และชนท้ายกันต่อเนื่อง 3 คัน ซึ่งคันของหนุ่มโอมเป็นคันสุดท้ายที่ชน    บอกตอนนี้เป็นเรื่องของประกัน เคลียร์จบแล้ว เปรยเป็นเรื่องปกติบนท้องถนน ทำใจมีดราม่าเพราะตนเป็นคนมีชื่อเสียง แจงลงจากรถเพราะเป็นห่วงกลัวจะมีคนเจ็บ... รายละเอียดมีดังนี้        “เมื่อคืนวัน 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา จริงๆ ไม่มีอะไรเลยเพราะผ่านมาสองวันแล้ว เรื่องเกิดตรงหน้าโลตัสบางนา คือหลังจากถ่ายละครเสร็จ คือขากลับตรงนั้นมันมีเลนรถวิ่ง และเลนบังคับกลับรถ แต่รถของคันนั้นเขาแซงกรวยออกมา และรถคันหน้าสุดก็เบรก ผมเป็นเป็นคันที่ 3 ก็เบรกกะทันหัน เลยรถชนตูดกันนิดหน่อย”     “ตอนนั้นผมก็เบรกไม่ทันเพราะมันมีเลนในทางตรงเส้นบางนา ซึ่งฝั่งนั้นเขาเป็นเลนรอบนอกแต่แทรกกรวยออกมา เราก็ไม่คิดว่าเขาจะแทรกกรวยออกมาเพื่อยูเทิร์นรถ พอเขาแทรกเข้ามาปุ๊บเราทางตรงก็เบรกกะทันหันเพราะไม่คิดว่าเขาจะเข้ามา ผมเห็นนะแต่เบรกไม่อยู่ มันไม่ใช่แยก ซึ่งรถที่ออกมาเป็นคันผิดแต่พอขับแทรกออกมาก็เลยขับไปเลย คันที่วิ่งมาทางตรงก็เลยชนกันสามคัน ซึ่งตอนนี้เรื่องอยู่ที่ประกันแล้วไม่เกี่ยวกับผม เพราะก็จับคันที่ก่อเหตุไม่ได้”    “พอเกิดเหตุขึ้นผมก็ลงรถไปดู กลัวว่าคนขับคันอื่นจะเป็นอะไร และพอลงไปคุย คนขับคันหน้าก็ยังขอโทษเราด้วยซ้ำเพราะเขาก็เบรกไม่ทันเหมือนกัน เขาบอกถ้าไม่เบรกก็ชนคันข้างหน้าเหมือนกัน สรุปผมชนตูดทุกคน เลยรับเหมาไป 3 คัน”    “ไม่ตกใจ เพราะมันไม่ใช่เหตุที่รุนแรงและเราไม่ได้ประมาท มันไม่ใช่เส้นทางที่ประมาท แต่จังหวะมันชนก็ต้องชน อย่างรถผมก็เสียหายนิดเดียว เปลี่ยนบังโคลนหน้ารถนิดเดียว ไม่ได้มีใครได้รับบาดเจ็บเพราะเราไม่ได้ขับเร็ว วิ่งมาแค่ 40 เอง ส่วนสองคันหน้าที่ชนก็เสียหายนิดหน่อย แต่ปรากฎมันมีรูปผมออกมาเลยกลายเป็นเรื่องเท่านั้นเอง”    “ดราม่า นั่นคือสิ่งที่ขี้เกียจตอบว่ามันคืออะไร คือรถไม่ได้เป็นอะไร เป็นแค่อุบัติเหตุปกติบนท้องถนน ในแต่ละวันเท่านั้นเอง ไม่ได้รถคว่ำ ไม่ใช่อุบัติเหตุใหญ่ แค่ชนท้าย กับเรื่องนี้ผมไม่ได้กังวลใจอะไรเลย เป็นเรื่องปกติเพราะผมก็ชนบ่อย ปีนฟุตบาทยังหนักกว่านี้ เรื่องนี้เคลียร์ได้แต่ประกันเคลียร์ แต่พอเรามีชื่อเสียงคนเลยถามว่ามันคืออะไร ซึ่งมันธรรมดามาก ถ้าผมไม่ได้ลงจากรถก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ด้วยความเป็นห่วงว่าจะมีคนเจ็บเลยลงไปถามแค่นั้นเอง ซึ่งตอนนี้เรื่องจบเรียบร้อยแล้ว”      “สำหรับเรื่องภาพลักษณ์ผมว่าคนเราควรจะมีน้ำใจ ภาพลักษณ์เอาไว้ทีหลังเลยดีกว่า ซวยส่งท้ายปี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี ถือว่าผ่อนหนักเป็นเบา ให้มันผ่านไป ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมถือว่าโชคดีที่มันเบา ฟาดเคราะห์ไปแล้วครับ” โอม อัชชา กล่าวขอขอบคุณ คลิปจากเฟซบุ๊ก Elixir SA   โอม อัชชา   โอม อัชชา  

เจาะใจ
Jackie /  นาตาลี พอร์ตแมน / 

Jackie ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ในช่วงเวลา 4 วันหลังจากการลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคเนดี้ ภรรยาสาวของเขา แจ๊กเกอลีน เคนเนดี้ (รับบทโดย นาตาลี พอร์ตแมน) ต้องฟันฝ่าความรู้สึกเจ็บปวดนานาประการ ซึ่งกว่าที่นาตาลี พอร์ตแมน จะก้าวเข้ามารับบทบาทสำคัญนี้ มาดูกันว่าเธอต้องทำการบ้านอย่างไรบ้าง จากบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ Q : การได้มาเล่นเป็นบุคคลที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ คุณมีความรู้สึกอย่างไร A : ฉันประหม่านิดหน่อยค่ะ เพราะทุกคนรู้จักแจ๊คกี้เป็นอย่างดี ว่าหน้าตา การพูดจาของเธอเป็นอย่างไร ซึ่งพูดกันตรง ๆ หน้าตาของฉันก็ไม่เหมือนเธอสักเท่าไหร่ด้วย แล้วฉันก็ไม่ใช่นักแสดงที่ถนัดในการเลียนแบบบุคคลจริง ๆ ก็เลยออกจะกลัว ๆ ค่ะ Q : คุณต้องทำอะไรก่อนครับ ระหว่างเลียนเสียงวิธีพูด หรือว่าปรับบุคลิกหน้าตาให้เหมือน A : น่าจะทำทั้งสองอย่างไปพร้อม ๆ กันค่ะ และต้องทำอย่างเร่งด่วนโดยไม่ทันได้วางแผนเลยค่ะ ฉันต้องลองใส่เสื้อผ้า ลองแต่งหน้าปรับทรงผมให้ดูเหมือนเธอ ในขณะเดียวกันก็ต้องไปฝึกสำเนียงการพูด ฉันอ่านและดูทุกอย่างที่ฉันจะหาได้เกี่ยวกับตัวเธอ Q : มีเทปสัมภาษณ์และคลิปเกี่ยวกับแจ๊คกี้ เคนเนดี้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปรายการ “ทัวร์ทำเนียบขาว” (ออกอากาศในวันวาเลนไทน์ ปี 1962) ซึ่งเป็นคลิปที่สำคัญมาก ๆ คลิปนี้ช่วยอะไรคุณได้บ้าง A : มีอยู่ประโยคนึงในคลิปทัวร์ทำเนียบขาว ซึ่งฉันและครูฝึกสอนสำเนียงการพูด มักจะฟังแล้วหัวเราะทุกครั้ง คือประโยค I rather love this hall (ฉันออกจะชอบห้องนี้) เธอใช้คำว่า rather เหมือนเป็นคนอังกฤษเลย แต่ในขณะที่เธอออกเสียงคำว่า hall ด้วยสำเนียงอเมริกันแบบลองไอส์แลนด์มาก ๆ ซึ่งเป็นสำเนียงบ้านเกิดฉันเลย มันผสมกันแล้วตลกดีค่ะ Q : มีหนังหลายเรื่อง หนังสือหลายเล่ม ที่พูดถึงแจ๊คเกอลีน เคนเนดี้ ด้วยความที่เธออยู่ในความสนใจของผู้คนมาโดยตลอด แต่ว่าหนังเรื่องนี้จะโฟกัสเวลาแค่ 7 วันในชีวิตของเธอเท่านั้น เป็นช่วงเวลาหลังการสอบสังหารเจเอฟเค แล้วตลอดทั้งเรื่อง เราจะเห็นคุณใส่เสื้อผ้าชุดนั้น ชุดที่ใส่ในวันลอบสังหารที่ดัลลัส ซึ่งมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ ในฐานะนักแสดงที่ต้องสวมบทบาทตัวละคร คุณมองตัวละครนี้ในภาวะนี้อย่างไร A : อย่างแรก ฉันว่าโนอาห์ ออพเพ่นไฮเมอร์ คนเขียนบทฉลาดมากที่เลือกเวลาเพียงแค่ไม่กี่วันหลังการลอบสังหาร เพราะมันคือการเข้าไปสำรวจจักรวาลในชีวิตของเธออย่างละเอียด ทุกสิ่งมันสะท้อนออกมาว่าเธอเป็นคนอย่างไร และคิดอย่างไร สามีเธอนอนตายตรงหน้าตักของเธอ และเธอทั้งกลัวทั้งตกใจ แต่เธอก็รู้ว่า เธอตกเป็นเป้าสายตาของคนทั่วโลก เพราะฉะนั้นเธอต้องคุมอาการตัวเองให้ได้ เธอเลือกใส่ชุดตัวนั้น ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ บอกให้เธอถอดมันออก เพราะเธอต้องการให้โลกเห็นว่า คนพวกนั้นทำอะไรกับชีวิตของเธอและสามีของเธอ Q : ผมได้คุยกับ “โนอาห์ ออพเพ่นไฮเมอร์” ผมเองเข้าใจว่าภาพลักษณ์ของ “ความเป็นคาเมล็อต” (Camelot – อาณาจักรหนึ่งในอังกฤษ มีอยู่ในเรื่องแต่งสมัยยุคกลาง ปกครองโดยกษัตริย์อาร์เธอร์และเหล่าอัศวินโต๊ะกลม สื่อและประชาชนเรียกยุคสมัยที่เจเอฟเค เป็นประธานาธิบดีว่า เป็นยุค “อเมริกันคาเมล็อต” กล่าวคือ มีผู้นำและภริยาที่มีเสน่ห์ มีความยิ่งใหญ่ รวมถึงเป็นความหวังของประเทศ) นั้นมีมาก่อนการลอบสังหาร แต่ทว่าจริง ๆ แล้วแจ๊คกี้ เคนเนดี้ เป็นคนที่ทำให้ภาพลักษณ์แบบนี้ชัดเจนแข็งแรงมากขึ้น ในช่วง 7 วันหลังการลอบสังหาร A : เธอไม่ใช่แค่ทำให้ภาพลักษณ์มันแข็งแรงขึ้นอย่างเดียวนะคะ เธอเป็นคนพูดมันออกมาเองเลยทีเดียว ซึ่งฉันว่ามันค่อนข้างแรงเอาการอยู่เหมือนกัน ที่จะพูดถึงสถาปนาตัวเองเป็นราชินีและกษัตริย์ของประเทศนี้ เพราะเราไม่มีราชวงศ์ หรือปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ เธอเป็นคนพูดเรื่องคาเมล็อตขึ้นมาเลย แล้วมันก็ติดอยู่ในการรับรู้ของผู้คน โดยหนังเรื่องนี้แก่นมันอยู่ตรงนั้นเอง ชีวิตของเธอเหมือนเป็นเทพนิยาย Q : หลังจากทุกคนได้เห็นการแสดงของคุณ ก็มีข่าวลือเรื่องที่ว่า นี่อาจเป็นการคว้าออสการ์ครั้งที่ 2 ของคุณ คุณเคยได้รับรางวัลมาแล้ว และเคยรับมือกับความคาดหวังเหล่านี้มาแล้ว คุณพยายามตั้งสติไม่ให้คิดไปไกลอย่างไร A : ฉันเป็นปลื้มมาก ๆ นะคะ ที่คนดูรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับหนังมาก แล้วก็แสดงความเห็นหรือความรู้สึกใด ๆ ออกมา ฉันมองแค่นั้น Q : ตอนนี้คุณกำลังตั้งท้องอีกแล้ว (คราวก่อนที่พอร์ตแมนได้ออสการ์ เธอก็กำลังตั้งครรภ์) A : ใช่ค่ะ กำหนดคลอดตอนฤดูใบไม้ผลิ (ราวปลายเดือนมีนาคม) Jackie มีกำหนดเข้าฉาย 19 มกราคม 2560 ในโรงภาพยนตร์

Bernardo Bertolucci /  Last Tango in Paris / 

ไม่กี่วันก่อน Last Tango in Paris (1972) ของผู้กำกับแบร์นาโด แบร์โตลุชชี กลับมาเป็นประเด็นร้อนเมื่อคลิปที่แบร์โตลุชชีขึ้นพูดเมื่อปี 2013 ถูกนำมาเผยแพร่ เพราะเขาเล่าถึงฉากเซ็กซ์อื้อฉาวในหนัง ที่ซึ่งตัวละครของมาร์ลอน แบรนโด (ตอนนั้นอายุ 48 ปี) ใช้เนยแทนเจลหล่อลื่นทารอบทวารหนักตัวละครของมาเรีย ชไนเดอร์ (วัย 19 ปี) เพื่อข่มขืนเธอ ความรุนแรงที่ปรากฏไม่เพียงจะอยู่ในภาพยนตร์เท่านั้น เมื่อในชีวิตจริง แบร์โตลุชชีกับแบรนโดวางแผนจะถ่ายทำฉากนี้นอกสคริปต์โดยไม่บอกให้ชไนเดอร์รู้เพราะอยากให้เธอแสดงความรู้สึกจริงๆ ออกมา ก่อนหน้านี้ ในปี 2007 ชไนเดอร์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "แม้ว่ามาร์ลอน แบรนโดจะไม่ได้ลงมือทำจริงๆ ระหว่างถ่ายทำ แต่น้ำตาที่ฉันร้องไห้นั่นก็เป็นของจริง ฉันรู้สึกอับอายมาก และด้วยความสัตย์นะคะ-รู้สึกเหมือนโดนข่มขืนจริงๆ ทั้งจากมาร์ลอนและแบร์โตลุชชี" "ฉันโกรธจัด ตอนนั้นฉันควรจะเรียกเอเยนต์หรือนักกฎหมายมาที่ฉากด้วย เพราะคุณไม่สามารถบังคับใครให้ทำในสิ่งที่ไม่อยู่ในสคริปต์ได้หรอกนะคะ แต่ตอนนั้น ฉันไม่รู้จะทำอะไรได้จริงๆ" ชไนเดอร์ยังบอกอีกว่า นักแสดงอย่างแบรนโดพูดกับเธอแค่ว่า "อย่ากังวลไปเลย มันก็แค่หนังน่ะ" และหลังจากการถ่ายทำ แบรนโดไม่แม้แต่จะปลอบใจหรือขอโทษเธอ ซึ่งโชคดีที่การถ่ายทำเสร็จสิ้นในเทคเดียวเท่านั้น "ผมอยากให้เธอมีปฏิกิริยาแบบเด็กสาวจริงๆ ไม่ใช่จากการแสดง" แบร์นาโด แบร์โตลุชชี  และภายหลังจากการให้สัมภาษณ์ของชไนเดอร์ ผู้กำกับดังก็ไม่เคยยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นความผิดพลาด เขาตอบโต้เพียงแค่ว่า "ผมรู้สึกผิดแต่ไม่เสียใจเลย" "ผมอยากให้เธอมีปฏิกิริยาแบบเด็กสาวจริงๆ ไม่ใช่จากการแสดง" อย่างไรก็ตาม หลังถูกกระแสสังคมวิจารณ์แหลกเละ แบร์โตลุชชีออกมาแก้ข่าวว่า นี่เป็นเรื่องที่ "เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว" "ผมพูดกับแบรนโดว่าอย่าไปบอกมาเรียนะว่าเราจะใช้เนยกัน เพราะเราอยากได้ปฏิกิริยาตามธรรมชาติของเธอเมื่อเห็นว่ามีการใช้เนย ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดปกติไง แต่คนก็ไปเข้าใจกับว่ามาเรียไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีการถ่ายทำฉากการใช้ความรุนแรง ซึ่งมันไม่จริงเลย" "มาเรียรับทราบทุกอย่างดีอยู่แล้วเพราะเธออ่านสคริปต์มาแล้ว ซึ่งทุกฉากทุกตอนก็มีอยู่ในนั้นหมดนั่นแหละ อย่างเดียวที่แปลกออกไปคือเรื่องของการใช้เนยเท่านั้น" อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะแบรนโดหรือชไนเดอร์กล่าวว่า พวกเขาต่างรู้สึก "บอบช้ำ" หลังจากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ และหลังจากการถ่ายทำ  แบร์โตลุชชีไม่ได้พบชไนเดอร์อีกเลยด้วยเหตุผลว่า ทั้งเขาและแบรนโดถูกนักแสดงสาวเกลียดเข้ากระดูกดำ ฟากชไนเดอร์เอง หลังจากฝังใจเรื่องนี้ไว้นานหลายสิบปี และตัดสินใจให้สัมภาษณ์กับสื่อ ภายหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัยเพียง 58 ปีเมื่อปี 2011 ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

สวยสุดในซอย! น้องเป่าเปา กับผมทรงใหม่
กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ /  บี้ KPN / 

    โดนแม่แกล้งตล๊อดดดสำหรับ น้องเป่าเปา ลูกสาวตัวน้อยของ แม่กุ๊บกิ๊บ และ พ่อบี้ ล่าสุดโดนคุณแม่จับมาใส่วิกและมงกุำในขณะที่กำลังจะเล่นน้ำแต่ดูเหมือน น้องเป่าเปา จะออกอาการงงเล็กน้อยเพราะทำหน้านิ่งตลอดเวลาโดยคุณแม่กุ๊บกิ๊บ ได้โพสต์คลิปผ่าน IG พร้อมแคปชั่น "แด่เจ๊เปาหน้าเดียวไม่เกี่ยวกับใคร 5555555555" หน้านิ่งแบบนี้หนูชอบใช่มั้ยลูกเด็กอะไรทำอะไรก็น่ารักน่าเอ็นดูจริงจริ๊ง IG @gggubgib36 * แด่ เจ๊เปาหน้าเดียวไม่เกี่ยวกับใคร 5555555555 . . .#ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลี * แด่ เจ๊เปาหน้าเดียวไม่เกี่ยวกับใคร 5555555555 . . .#ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลี น้องเป่าเปา-แม่กุ๊บกิ๊บ น้องเป่าเปา-แม่กุ๊บกิ๊บ น้องเป่าเปา-แม่กุ๊บกิ๊บ น้องเป่าเปา-แม่กุ๊บกิ๊บ

พ่อหนุ่ม เครียด! น้องมายู เอาแต่ใจ ซึ้งหัวอกคำว่า พ่อ
หนุ่ม กรรชัย /  น้องมายู / 

          ถอดเขี้ยวเล็บคาสโนว่าจนไม่เหลือสำหรับ หนุ่ม กรรชัย ที่ยอมสยบให้กับลูกสาวตัววัย 2 ขวบ น้องมายู แถมศรีภรรยาสุดสวยอย่าง เมย์ เฟื่องอารมย์ ก็บ่นๆ ว่าอยากจะลูกชายอีกสักคนมาเป็นเพื่อนเล่นน้องมายู แต่งานนี้พ่อหนุ่มยอมรับว่าเครียดสุดๆ กับการเลี้ยงลูก เพราะน้องมายูกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังเอาแต่ใจ           “ตอนนี้น้องมายูอายุ 2 ขวบ กำลังน่ารักเลยครับ เป็นช่วงที่เราได้เห็นพัฒนาการของลูก ทุกวันนี้แม้ว่าจะทำงานเยอะ แต่ก็หาเวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด เราอยากอยู่กับเขาในทุกๆ พัฒนาการ อยากเห็นว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ตอนนี้ผมค่อนข้างที่เครียดนิดหน่อย เพราะว่ามายูเขาเอาแต่ใจตัวเองพอสมควร ขัดใจอะไรก็จะงอแง แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องปกติของเด็กทั่วไป ซึ่งผมก็ค่อยๆ สอนเขาไป ถามว่าเขากลัวใครมากกว่ากันระหว่างพ่อกับแม่ มายูไม่กลัวใครเลย (หัวเราะ) จริงๆ ผมก็ไม่เลี้ยงเขาแบบตามใจนะ ดุเขาด้วยซ้ำถ้าเขาทำอะไร หลายๆ คนก็ถามนะครับ ว่าผมอยากมีลูกอีกคนหรือเปล่า ตัวผมเองเฉยๆ นะยังไงก็ได้ คือถ้าไม่มีอีก ผมก็จะได้ทุ่มเวลาให้กับมายูเต็มที่ แต่เท่าที่ได้คุยเมย์เขาก็อยากได้ลูกชายอีกคน  คงอยากได้มาเพื่อนเล่นให้มายู ซึ่งตรงนี้ผมก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรครับ” ภาพจากอินสตาแกรม : @kanchai