ดวงประเทศไทย 2557

ตรวจสุขภาพตามราศีเกิด
ดูดวง 12 ราศี /  ตรวจสุขภาพ / 

ราศีเกิด บอกสุขภาพคุณได้ เราหลายคนทราบกันดีว่า ราศีเกิด นั้น สามารถทำนายดวงชะตาของเราได้หลายอย่าง ตั้งแต่นิสัย คำพูด ดวงอนาคต ลักษณะการทำงาน คู่ครองคนรัก เนื้อคู่ หรือแม้กระทั่งสุขภาพ หรือโรคที่แต่ละราศีเป็นบ่อยและมีปัญหามากที่สุด วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com มีราศีกับสุขภาพมาฝาก จะได้เตรียมการป้องกันได้ทัน ราศีมังกร มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับไต ของเสียในร่างกายสูง โรคความดันโลหิต ราศีกุมภ์ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ โรคนิ่ว ราศีมีน มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับลำไส้เล็ก ขาดสารอาหาร โรคลำไส้เล็กอักเสบ ราศีเมษ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจ การสูบฉีดโลหิต โรคหัวใจ ราศีพฤษ ภมักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับม้าม การสร้างภูมิต้านทาน โรคโลหิตจาง ราศีมิถุน มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ระบบย่อยและเผาผลาญอาหาร ท้องอืด ราศีกรกฏ มักจะมีปัญหาหรือเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ ระบบขับถ่าย ท้องผูก ลมในท้อง ลำไส้อักเสบ ราศีสิงห์ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับปอด ระบบการหายใจ เหนื่อยง่าย วัณโรค ราศีกันย์ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับตับ มีพิษในร่างการสูง โรคดีซ่าน ราศีตุลย์ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี การย่อยไขมัน โรคอ้วน ราศีพิจิก มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธ์ เป็นหมัน มีบุตรยาก ราศีธนู มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจโต หัวใจเต้นผิดปกติ ที่มาจาก : http://ดูดวงเนื้อคู่แท้.com

รู้ยัง...คนเกาหลีก็มี ความเชื่อโบราณ ที่เหมือนไทยนะ
คนเกาหลี /  ความเชื่อ / 

 ความเชื่อโบราณ สุดแปลก ของคนเกาหลี 안녕하세요 อันนยองฮาเซโย แม่หมอมาทักทายคุณผู้อ่านทางบ้านด้วยภาษาเกาหลี เพราะวันนี้จะนำความเชื่อแปลกๆของคนเกาหลีมาฝากค่ะ ว่าความจริงแล้ว ไม่ได้มีแค่เพียงคนไทยเท่านั้นนะคะ ที่จะมี ความเชื่อโบราณ คนเกาหลีก็มีเหมือนกัน แถมบางอย่างยังคล้ายกับไทยอีกด้วยจ้า ความเชื่อโบราณ ของไทยที่หลายคนรู้จักและมักคุ้นเป็นอย่างดีมีอยู่ เช่น จิ้งจกทักอย่าออกจากบ้าน ตากระตุกจะเกิดโชคร้าย ห้ามตัดผมวันพุธ ห้ามทักเด็กทารกว่าน่ารักเพราะผีจะมาขโมยเด็กไป และอื่นๆอีกมาก ความเชื่อเหล่านี้บางอย่างก็หาที่มาไม่ได้ บางอย่างก็เป็นกุศโลบาย ไว้คอยห้ามปรามเด็กๆ คนเกาหลีก็มี ความเชื่อโบราณ เหมือนกัน บางอย่างก็คล้ายคลึงกับไทย อย่างก็แปลกแหวกแนว มาดูกันค่ะ ว่าข้อห้าม หรือ ความเชื่อของคนเกาหลี จะมีอะไรบ้าง 1. ห้ามคู่รัก เดินข้างกำแพงวังด็อกชูกุง ในอดีตปลายถนน เส้นรอบกำแพงวังแห่งนี้ มีศาลครอบครัวแห่งกรุงโซลตั้งอยู่ ซึ่งหากคู่สามีภรรยาที่ต้องการจะหย่าร้างกัน ต้องเดินทางบริเวณนี้เพื่อไปขึ้นศาล จึงเกิดเป็นความเชื่อว่าถ้าหากคู่รักเดินข้างกำแพงวังด๊อกซูกุง จะต้องมีเหตุให้ต้องเลิกกันไป 2. ห้ามกินซุปสาหร่ายก่อนสอบ คนเกาหลีให้ความสำคัญและจริงจังกับการสอบเป็นอย่างมาก นอกจากระเบียนวินัยในการอ่านหนังสือสอบแล้ว ยังมีความเชื่อเรื่องข้อห้ามก่อนสอบที่ทำกันมาอย่างเคร่งครัดอีกด้วย นั่นคือการห้ามกินซุปสาหร่าย เพราะมีความเชื่อว่าความรู้ที่ได้อ่านมา จะลื่นไหลออกไปจากสมองเหมือนคววามลื่นของสาหร่ายในถ้วยซุป และนอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้อาบน้ำก่อนไปสอบ เพราะความรู้จะถูกชะล้างออกไป แต่ในทางตรงกันข้าม หากอยากให้คะแนนออกมาดี ทำข้อสอบได้ จะต้องกินขนมที่มีความเหนียว อย่างเช่นท้อฟฟี่ หรือขนมโมจิ 3. ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน ในความเชื่อของคนไทย ก็มีข้อมห้ามนี้รวมอยู่ด้วย ซึ่งของไทยเรานั้นให้เหตุผลว่าตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้วิญญาณบรรพบุรุษอยู่ไม่เป็นสุข แต่คนเกาหลีให้เหตุสุดประหลาด ว่าหากตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้หนูมาแอบกินเศษเล็บ และจะกลายร่างมาเป็นมนุษย์หน้าตาเหมือนกับคุณ แล้วตัวคุณเองก็จะหายสาบสูญไป แต่ถ้าให้สันนิฐานคงเป็นกุศโลบายเหมือนกับคนไทยเรา ว่าการตัดเล็บตอนกลางคืน อาจจะทำให้เราพลาดไปโดนเนื้อตัวเองได้ 4. ห้ามผิวปากหรือเป่าขลุ่ย ตอนกลางคืน ความเชื่อข้อนี้ก็มีความคล้ายกับความเชื่อโบราณ ของไทย ที่ว่าจะเป็นการเรียกบรรดา ภูติผีหรือพวกงูให้มารวมตัวกัน 5.ย้ายบ้านในวันปลอดภูติผี บริษัทรับจ้างย้ายบ้านส่วนใหญ่ จะรู้วันที่เหล่านี้กันดีค่ะ พวกเขาจะบอกคุณได้ว่าในเดือนนั้น มีวันไหนบ้างที่จะปลอดภัย ต่อการย้ายบ้าน โดยไม่มีวิญญาณร้ายจากที่เก่าติดตามไปรบกวนคุณที่บ้านใหม่ด้วย และหลังจากที่คุณเก็บของออกมาแล้ว ไม่ต้องทำความสะอาด เพราะจะทำให้ผีร้ายหลงคิดว่าคุณยังอยู่ในบ้านหลังเดิม ไม่ได้ย้ายไปไหน 6. ห้ามให้รองเท้าเป็นของขวัญ ในเกาหลีจะมีความเชื่อว่าหากให้รองเท้าเป็นของขวัญ คนๆนั้นจะหนีหายจากเราไป แต่ถ้าหากว่าคุณพลาดซื้อรองเท้าให้ไปแล้ว ก็มีวิธีแก้ด้วยการจ่ายเงินให้กับคนที่ให้ของขวัญ อาจจะไม่ต้องมาก แค่ให้เหมือนกับว่าซื้อรองเท้าคู่นี้มาเอง 7.อย่าหลงเสน่ห์คนที่มีไฝอยู่ใกล้ปาก คนเกาหลีเชื่อว่า คนที่มีใฝอยู่ใกล้ปากนั้น จะเป็นคนเจ้าชู้เหลือร้าย ให้อยู่ห่างเข้าไว้ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนหรือเสียใจ 8.ห้ามป้อนไก่ให้สามี ความเชื่อนี้บอกต่อกันมาว่าถ้าหากภรรยา ป้อนไก่หรือสัตว์ปีกให้สามีกิน จะต้องเลิกรากัน และสามีจะหนีไป เหมือน สัต์ที่มีปีก แปลกมั้ยล่ะคะ 9.ห้ามกระโดดข้ามตัวลูก ถ้าอยากให้ลูกตัวสูง คนเกาหลีก็รูปร่างไม่ต่างจากคนไทย คือไม่สูงมากนัก เพราะฉะนั้นถ้าหากต้องการให้ลูกตัวสูง พ่อกับแม่ห้ามกระโดดข้ามตัวลูกเด็ดขาด และนอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าถ้าตัดผมสั้นเท่าไหร่ตัวก็จะสูงขึ้นเรื่อย 10.ห้ามเอามือมาจับตา ถ้าหากว่าผีเสื้อหรือแมลงเม่าบินมาโดนตาเรา คนเกาหลีมีความเชื่อว่าห้ามเอามือมาโดนตาเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตาบอด แต่อันนี้น่าจะเป็นกุศโลบายมากกว่า เพราะผีเสื้อมีละอองเกสรอยู่ ถ้าหากเข้าตาอาจจะติดเชื้อได้ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ที่มาจาก : http://hellomiki.com

เก่ง ลายพราง โชว์เต้น กาโว กาโว วัยรุ่นไทย ต้องใส่ใจ ทำบุญ!!!
thai /  thailand / 

เก่ง หน้าลาย Song : A Minha Amiga Fran Dancer : Keng LaiPrang , Keng Nalai , Keng Joker Thai Funny Dance เต้นกวนๆ ฮาๆ

Zayn Malik ควงแม่ออกงานครั้งแรกหลังออกจาก One Direction
1D /  One Direction / 

Zayn Malik ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก หลังจากออกจากการเป็นสมาชิกของวงบอยแบนด์ชื่อดัง One Direction - ออกงาน Asian Awards กับแม่ ด้วยลุคใหม่สุดเท่! หลังประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของวงบอยแบนด์ชื่อก้อง One Direction ด้วยเหตุผลเพราะต้องการใช้ชีวิตอย่างผู้ชายอายุ 22 ธรรมดาๆ ไปตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว หนุ่มหล่อ Zayn Malik ก็เพิ่งปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันก่อน Zayn Malik เผยลุคใหม่ที่ดูทะมัดทะแมง ด้วยผมทรงสกินเฮด สวมใส่สูทสีดำ แมตช์กับเนคไทเข้าชุดและเสื้อเชิ้ตสีขาว โดยอดีตสมาชิก 1D มาเดินพรมแดงในงาน Asian Awards ซึ่งจัดขึ้น ณ Grosvenor House ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เคียงข้างกับ Trisha คุณแม่ของเขา ซึ่งดูงามสง่าในชุดเดรสสีดำตกแต่งด้วยรายละเอียดสีบลอนด์เงิน งานนี้ทำเอาเหล่า Directioners ที่ไปร่วมงานต่างฟินไปตามๆ กัน เพราะไม่เพียงแค่ Zayn จะส่งยิ้มให้กับแฟนๆ แล้ว เขายังหยุดรอให้แฟนๆ ถ่ายรูปอย่างไม่ถือเนื้อถือตัวอีกด้วย. ข้อมูลจาก mirror ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

คนไทยต้องรู้! คำพูดจากปากโค้ชอิรักถึงทีมชาติไทยและ ซิโก้
ซิโก้ /  ทีมชาติไทย / 

คนไทยต้องรู้! คำพูดจากปากโค้ชอิรักถึงทีมชาติไทยและซิโก้ ในศึกฟุตบอลโลก 2018 กำลังเป็นที่สนใจใคร่รู้ของเหล่าบรรดาแฟนบอลไทยและแฟนบอลเอเชียทั่วทวีปกับฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของทีมชาติไทยตลอด 2 ปี ที่ผ่านมา โดยล่าสุด Akram Salman เฮดโค้ชจอมกึ๋นทีมชาติอิรักออกมากล่าวโอกาสความสำเร็จในการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2018 รอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชียผ่านสื่อประเทศอิรักหลังจากทีมชาติอิรักอยู่ร่วมสายเดียวกับ เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย และไทเป ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย "หลังจากเห็นผลการจับสลากแบ่งกลุ่มผมและทีมงานรู้ทันทีว่าไม่ใช่งานง่ายถึงแม้ว่า อันดับโลกและประสบการณ์ของ อิรัก จะดูเหนือกว่าในสายตาผู้เชี่ยวชาญ" "แต่ในกลุ่ม F มีทีมชาติไทย พวกเขามีทีมที่ดีและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง" "ผมรู้ว่าผู้คนต่างออกมาแสดงความคิดเห็นกับการแบ่งสายของพวกเรา ว่าเป็นสายที่ง่ายที่สุดของรายการ แต่ผมไม่คิดว่าอย่างนั้นเลย" "ยอมรับตามตรง ไทยเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดเขามีพัฒนาการจากลีกที่แข็งแกร่งเขาคือแชมป์ของเอเชียตะวันออก และเขามีวิธีการเล่นที่เป็นระบบ และเราก็เคยรู้พิษสงของเขาแล้วในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ผ่านมา" "โดยหัวใจหลักที่หลอมรวมทีมชาติไทยชุดนี้ให้โดดเด่นขึ้นมาคงหนี้ไม่พ้นโค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เขาทำทีมได้ยอดเยี่ยมมาก สามารถกระตุ้นและดึงขีดความสามารถของนักเตะได้ออกมาอย่างเต็ม100% และที่สำคัญนักเตะในทีมมีอายุเฉลี่ยที่น้อยมากแต่ประสบการณ์และความนิ่งรวมถึงสมาธิกลับสูงมาก" "ส่วน เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทเป เราก็จะประมาทพวกเขาไม่ได้ เพราะฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ผมยังมั่นใจเสมอว่าเราจะผ่านเข้ารอบนะแม้จะมีปัญหาในประเทศก็ตาม" Akram Salman ร่ายยาว ที่มา : http://www.iraqinews.com/....sports/, http://pantip.com/topic/33523840

กรมอุตุฯเตือน เหนือ-อีสาน-กลาง ร้อนจัด!
กรมอุตุนิยมวิทยา /  กรมอุตุฯ / 

กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสาน-กลาง ร้อนจัด! ประชาชนระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ภาคเหนือ อีสาน กลาง อากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ ส่วนกรุงเทพฯร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ขณะแผ่นดินไหว พม่า วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 2.7 ตามมาตราริกเตอร์ ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนบริเวณความกดอากาศต่ำ เนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 21-24 เมษายน 2558 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย สำหรับ  กรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ขณะที่ แผ่นดินไหว ประเทศพม่า วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 2.7 ตามมาตราริกเตอร์ สำนัก เฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2558 เวลา 05.02 น. เกิดแผ่นดินไหว ที่ประเทศพม่า วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 2.7 ตามมาตราริกเตอร์ ความลึกจากผิวดิน 7 กม. ไม่มีผบกระทบต่อประเทศไทย MTnai News

The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D : เมื่อเจ้าฟองน้ำเหลืองมาขึ้นบก
SpongeBob /  SpongeBob SquarePants / 

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย ต้อนรับสงกรานต์กันอย่างถ้วนหน้าแล้ว สำหรับหนังอนิเมชั่น ผสมคนแสดงภาคต่ออย่าง The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D กับเรื่องราวสุดป่วนของเจ้าฟองน้ำตัวเหลือง ที่คนไทยเราน่าจะติดอกติดใจในความกวน และมุกตลกสุดไร้สาระไม่แพ้ฝรั่งกันเลยทีเดียว โดยหนังใน ภาคนี้จะเป็นเรื่องราวของหัวขโมย (แอนโตนิโอ้ แบนเดอร์รัส) หวังจะครอบครองหนังสือวิเศษ โดยชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายนั่นได้อยู่ที่บ้านของผองเพื่อน สพันจ์บ็อบ และในที่สุดเขาก็ได้ขโมยมันไปได้ แต่จะมีหรอที่ผองเพื่อนอย่าง แพทริค, มิสเตอร์แครป และ แซลลี่ รวมถึง สพันจ์บ็อบ จะปล่อยให้เขาลอยนวล ว่าแล้วพวกเขาก็ตามมาฟัดกันต่อในโลกมนุษย์จนเป็นเรื่องอย่างที่เห็นกันนั่นแหละ หนังเป็นผลงานการกำกับของ พอล ทิบบิตต์ ผู้กำกับผู้เคยทำเจ้า สปอนบ๊อบ มาแล้ว แต่เป็นในรูปแบบการ์ตูนทางช่องทีวี โดยงานนี้ถือได้ว่าเป็นการก้าวมาเป็นผู้กำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของเขา และมันก็น่าจะเป็นแนวถนัดที่คุ้นเคยไม่ต่างจากในการ์ตูนทีวีเสียด้วย ซึ่งความพิเศษของเจ้าฟองน้ำตัวเหลืองในภาคนี้คือ จะมีฉากการขึ้นมาบนบกซึ่งเป็นอนิเมชั่น 3 มิติ โดยเป็นครั้งแรกของเจ้าฟองน้ำ ที่จะได้อัพเกรดมาในรูปแบบนี้นั่นเองครับ โดยต้องยอมรับว่าตอนเห็นทีแรกก็ไม่ค่อยชอบใจในรูปแบบตัวละคร 3 มิติของหนังสักเท่าไหร่นัก เพราะมันดึงเอาความคลาสสิค และ น่ารัก จากแบบ 2D ไปมากพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ตัวผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างดี คือ การที่ตัวหนังเลือกใช้ฉากบนบกน้อยกว่าที่คิดไว้ และเน้นฉากใต้น้ำซึ่งเป็นละคร 2D ที่สามารถปล่อยมุกตลก และความกวนได้ดีไม่ต่างจากหนังภาคก่อนเยอะกว่าถึงประมาณ 80% ของเรื่อง ซึ่งส่วนในด้านของตัวหนัง ถึงแม้จะมีเทคนิคแพรวพราวต่างๆเข้ามาช่วยเสริมสร้างให้ดูมีอะไรแปลกใหม่ แต่ยังต้องยอมรับว่าสิ่งที่ยังคงทำให้ผมชอบ สปอนบ๊อบ ทั้งในรูปแบบหนัง และ การ์ตูน คงหนีไม่พ้นการที่ตัวหนังมันมีระดับมุกความกวนที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ และการตัดต่อ ลูกเล่น อันรวดเร็วของมัน ซึ่งในข้อนี้อาจจะยังน่าเสียดายไปนิดตรงที่ว่า ในภาค Spong Out of Water ยังไม่สามารถเติมเต็มในส่วนของความเป็นมุกตลกสำหรับผู้ใหญ่ได้อย่างดีนัก แต่กลับไปเทใจให้มุกตลกน่ารัก และ เจ็บตัวแบบเด็กๆเสียมากกว่า เช่นกันกับในฉากแอ็คชั่นช่วงท้ายตอนบนบกแล้วด้วย จนท้ายสุดแล้วก็แน่นอนว่าตัวหนังก็เหมือนจะเลือกทางเดินให้หนังภาคนี้เป็นภาคขายเด็กแบบสุดโต่ง ด้วยการปิดท้ายด้วยข้อคิดสอนใจตามสไตล์ ไม่ต่างจากการ์ตูนทีวี จนทำให้รู้สึกว่า ณ จุดนี้ ตัวหนังน่าจะเหมาะมากทีเดียวสำหรับครอบครัวที่ต้องการหาความสนุกสนานที่เป็นกันเอง และ ไร้พิษภัยอย่างไม่มีข้อสงสัย แต่ว่าถ้าหากคุณเป็นคนที่มีอายุเกินกว่า 18 ปีขึ้นไปแล้ว ก็อาจจะพบว่าความสนุกในวัยเด็ก กับมุกตลกที่เคยหัวเราะร่าแบบที่ในหนังเรื่องนี้พยายามดึงความทรงจำเหล่านั้นกลับมา มันอาจจะค่อนข้างเลือนลาง จนทำให้เราไม่ได้รู้สึกสนุกกับหนังไปมากพอสมควร (พูดแบบนี้แล้วเหมือนไม่อยากโตกันเลยทีเดียว) เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

เตรียมเฮ!'เอกชน'ขอ'เรกูเลเตอร์'ลดค่าเอฟที15สต.
กกพ. /  คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน / 

เตรียมเฮ! 'เอกชน' ขอ'เรกูเลเตอร์' ลดค่าเอฟที 15 สต. ในงวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค. ย้ำส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเเน่นอน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องการให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ เรกูเลเตอร์ พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่เดือน พ.ค.-ส.ค. ที่จะพิจารณาปลายเดือนนี้อย่างต่ำ 15 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้นทุนหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับลดลงแล้วเช่นกัน หากค่าเอฟทีปรับลดลงขั้นต่ำ 15 สต.ต่อหน่วย จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจแน่นอน เพราะจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของภาคประชาชน และลดต้นทุนการผลิตของภาคเอกชน "ค่า เอฟทีงวดที่ผ่านมา ม.ค. - เม.ย. ปรับลดค่าเอฟทีแค่ 10 สตางค์ต่อหน่วยถือว่า น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่อง งวดนี้จึงอยากเห็นค่าเอฟทีขั้นต่ำต้องลดลง 15 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศราฐกิจอย่างมาก ส่วนหนึ่งก็เป็นผลทางด้านจิตวิทยากับประชาชน เห็นรายจ่ายครัวเรือนลดลง ก็ช่วยเพิ่มกำลังซื้อประชาชนได้อีกที และยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถภาคเอกชน เพราะช่วยลดต้นทุนค่าไฟ ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักในการผลิตสินค้า" Mthai News แหล่งที่มา

ช้างศึกขนตางอน ไล่ยำ สาวเสือเหลือง กระจุย5-0อุ่นแข้งฟีฟ่าเดย์
กาญจนา สังข์เงิน /  ช้างศึกขนตางอน / 

การแข่งขันฟุตบอลหญิงอุ่นเครื่องตามโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.58 ณ สนามแพท สเตเดี้ยม ช้างศึกขนตางอน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ที่เตรียมเดินทางไปทำศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา ลงสนามพบ สาวเสือเหลือง ทีมชาติมาเลเซีย ผลการแข่งขันปรากฎว่า ช้างศึกขนตางอน ทำผลงานได้เหนือกว่า ครึ่งแรกออกนำไปได้ก่อน 2-0 จากการพังประตูของ กาญจนา สังข์เงิน ในนาทีที่ 6 และนภัทร สีเสริม นาทีที่ 33 ส่วนในครึ่งหลังนั้น ช้างศึกขนตางอน ก็ยังไม่เบาเกมบุกยิงได้อีก 3 ประตูจาก อนุชศรา หมายเจริญ นาที 62, กาญจนา สังข์เงิน ยิงประตูที่ 2 ของตัวเองได้ในนาทีที่ 81 และปิดท้ายด้วย ดวงนภา ศรีตะลา ในนาทีที่ 83 ทั้งนี้ ช้างศึกขนตางอน ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จะมีโปรแกรมอุนเครื่องอีกครั้งในการพบกับ ทีมชาติเมียนมาร์ ในวันที่ 26 เม.ย.58 เวลา 17.00 น. ณ สนามแพท สเตเดี้ยม

“อันมีทิพเนตรส่องไป” ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
นิทรรศการภาพถ่าย /  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ / 

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ช่วงสั้นๆ นี้ ถ้ายังไม่มีแพลนไปไหน ลองไปเสพงานศิลป์กันหน่อยไหม งานศิลป์อันทรงคุณค่า ที่นานที วาระพิเศษของประเทศ ถึงจะมีครั้งหนึ่ง ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ นั้นหาโอกาสยากนักที่คนธรรมดาอย่างเราจะได้ชม และนี่ก็คือโอกาสโค้งสุดท้าย ก่อนที่เราจะพลาด หากไม่ออกเดินทางไปชม “อันมีทิพเนตรส่องไป” ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2550 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นความรู้แก่นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เริ่มตั้งแต่นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ แสงคือสี สีคือแสง,ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง,ถ้าเดินเรื่อยไปย่อมถึงปลายทาง,สี แสง แสดงชีวิต,อุปบัติ ณ โลกี,ควงกล้องท่องโลก,รูปยาตรา ภาพทัศนาจร และในปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ มาจัดที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (ตรงข้ามมาบุญครอง) นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “อันมีทิพเนตรส่องไป” โดยภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อันมีทิพเนตรส่องไป” จำนวน 158 ภาพ นอกจากเป็นภาพที่สวยงาม ทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย เสมือนเป็นเรื่องเล่า ที่ให้ข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่างๆ แก่คนไทยทุกคน และทุกๆ คนที่ได้มาชมภาพ นิทรรศการปีนี้จะพิเศษกว่าปีก่อนๆ เพราะเราจะได้เห็น ภาพที่ถ่ายด้วยกล้องโทรทรรศน์ (telescope) มีภาพที่ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนชนิดส่องกราด (Scanning Electronic Microscope) มีรูปจากยานไร้คนขับหรือโดรน ที่ทำให้เราได้เห็นภาพจากที่สูง เครื่องมือเหล่านี้ทำให้เรามีตาทิพย์ที่ได้เห็นสิ่งที่ไม่น่าเห็นได้ เป็นที่มาของชื่อนิทรรศการ พระองค์ทรงบรรยายถึงภาพถ่ายจักรวาลภาพหนึ่ง พระองค์ตรัสว่า “ภาพนี้บางคนเขาก็บอกว่าเป็นเนบิวลา บางคนก็บอกว่าสวยงามมาก แล้วภาพนี้เราก็ได้ใส่ฟิลเตอร์สีเข้าไป เพื่อที่จะได้เวลาถ่ายก็จะสวย แทนที่จะเป็นแค่ภาพสีขาวดำอย่างเดียว และภาพนี้ก็ถ่ายที่อาคารชัยพัฒนา วังสวนจิตรลดานี่แหละ” นอกจากนี้พระองค์ทรงบรรยายเรื่องการใช้อุปกรณ์กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน และยานไร้คนขับ ในการบันทึกภาพ โดยอุปกรณ์เหล่านี้ทำให้ทรงถ่ายภาพได้ดุจม­ีเนตรทิพย์ ซึ่งมาจากบทกลอนเรื่องอิเหนาตอนจรการำกฤชที่ว่า “ยอกรขึ้นเพียงศิโรเพฐ ไหว้ไทเทเวศน้อยใหญ่ อันมีทิพเนตรส่องไป อย่าได้เข้าด้วยคนร้าย” มีภาพที่ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับบางประเทศเป็นการเสด็จฯ ไปเป็นครั้งแรก นิทรรศการนี้ไม่เพียงแต่จะได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเทพฯ เท่านั้น แต่ยังทำให้เราพสกนิกรชาวไทยได้เห็นถึง และพระอารมณ์ขันของพระองค์ผ่านภาพถ่ายฝีพระหัตถ์แต่ละภาพอีกด้วย ที่มา : www.emaginfo.com

อ.เจษฏา เตือน อย่าหลงเชื่อ การ์ดเซฟพลังงาน แค่สินค้าโอละพ่อ
การ์ดประหยัดพลังงาน /  อ.เจษฏา / 

อ.เจษฏา โพสต์เฟซบุ๊คชี้แจง กรณี การ์ดประหยัดพลังงาน ระบาดผ่านช่องทางการขายตรง แท้จริงแล้ว ใช้ไม่ได้ผล แถมยังก่อให้เกิดอันตรายจากรังสิ วานนี้ (17 เม.ย.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์รูปภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ชื่อ 'Jessada Denduangboripant' พร้อมชี้แจง กรณีที่มีการจำหน่าย แผ่นแปะประหยัดไฟฟ้า ประหยัดน้ำมัน ที่กำลังระบาดทั่วประเทศ จากช่องทางการขายตรง ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่นอกจากจะมีราคาแพง ใช้งานไม่ได้ผล และยังอาจก่อให้เกิดอันตราย เนื่องจากมีการตรวจเจอสารรังสีร่วมด้วย พร้อมระบุข้อความ 'แย่แล้ว.. เจ้าแผ่นแปะที่อ้างว่าประหยัดน้ำมันเนี่ย นอกจากจะหลอกขายแพงๆ เพราะไม่ได้ช่วยประหยัดน้ำมันอะไรแล้ว มันยังมีสารกัมมันตภาพรังสีอีก !! ... นี่มันเหรียญควอนตัมลวงโลกภาคพิสดารเลยนะเนี่ย' ทั้งนี้เมื่อเดือน ก.พ. ทื่ผ่านมา ทาง รศ.นเรศร์ จันทร์ขาว คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้ออกมาเปิดเผย ไปแล้วว่า หลังจากการตรวจสอบ การ์ดประหยัดพลังงาน ซึ่งอ้างว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 10-30% เมื่อนำบัตรไปติดกับฝาถังน้ำมันรถยนต์ หรือตู้เบรกเกอร์ พบว่าไม่สามารถประหยัดพลังงานได้ ทั้งยังมีองค์ประกอบของสารกัมมันตรังสี ยูเรเนียม และทอเรียม หากมีเก็บไว้เป็นจำนวนมาก และใกล้ร่างกาย อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ MThai News ที่มา Jessada Denduangboripant

โทนี่  เฟอร์นานเดส ติด 1 ในผู้ทรงอิทธิพลของโลก โดยนิตยสารไทม์
แอร์เอเชีย

นิตยสารไทม์ (Time Magazine) ได้จัดลำดับให้นาย โทนี่ เฟอร์นานเดส ติดอันดับ 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลกประจำปี 2558 ทั้งนี้การจัดลำดับผู้ทรงอิทธิพลของนิตยสารดังกล่าว จัดขึ้นยาวนานกว่า 12 ปีแล้ว โดยผู้เข้ารอบส่วนใหญ่ได้แก่ นักเคลื่อนไหว ผู้คิดค้นนวัตกรรม ตลอดจนผู้ที่ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ระดับโลก ด้วยวิสัยทัศน์ของโทนี่ เฟอร์นานเดส ได้ร่วมกับคามารูดิน บิน เมอรานัน ก่อตั้งสายการบินแอร์เอเชียขึ้นในปี 2544 จากการซื้อกิจการสายการบินต่อจากเจ้าของสัญชาติมาเลเซีย ในราคาเพียง 1 ริงกิต (ประมาณ 0.30 เหรียญสหรัฐฯ) ที่มาพร้อมกับภาระหนี้สินกว่า 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อมาบริหาร นับเป็นจุดเริ่มต้นสู่ “ภาพใหม่” ของอุตสาหกรรมการบินในภุมิภาคอาเซียนและเอเชีย โทนี่  เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย ได้รับจัดลำดับเป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก โดยนิตยสารไทม์ ด้วยพลังและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์บริการที่เปี่ยมด้วยคุณภาพในราคาประหยัดที่ “ใครๆก็บินได้” เฟอร์นานเดส ได้ฉีกภาพลักษณ์การเดินทางโดยเครื่องบินแบบเก่าๆลง และทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเรื่องง่าย และได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดดครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน เพื่อเชื่อมต่อชุมชนและแหล่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย ในขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติมโตของธุรกิจและการสร้างงานในพื้นที่ต่างๆอันเป็นผลพลอยได้จากการเดินทางนี้ นวัตกรรมของสินค้าและบริการที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์เหล่านี้ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของตลาดในอุตสาหกรรมที่ใครๆก็มองว่าดูเงียบขรึม ไร้ชีวิตชีวาให้มีชีวิตและเป็นที่จับตามองอีกครั้ง ถึงวันนี้ กลุ่มแอร์เอเชียคือสายการบินราคาประหยัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ให้บริการเชื่อมต่อหลากหลายมากกว่า 90 เส้นทาง ใน 13 ปีที่ผ่านมา แอร์เอเชียได้ขนส่งผู้โดยสารมาแล้วกว่า 280 ล้านคนไปพร้อมๆกับการขยายฝูงบินจากจุดเริ่มต้นเพียง 2 ลำสู่มากกว่า 190 ลำ โดยมีฐานปฏิบัติการณ์ครอบคลุมมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ประเทศไทย และอินเดีย ตลอดจนการให้บริการในเส้นทางบินระยะไกลจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย ทั้งนี้แอร์เอเชียได้รับการจัดลำดับให้เป็นสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกติดต่อกันถึง 6 ปีซ้อนโดยสกายแทรกซ์ ตั้งแต่ปี 2552 – 2557 โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแอร์เอเชีย กล่าวว่า ถือเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิผลของโลกโดยนิตยสารไทม์ ผมรู้สึกยินดีมากๆ เมื่อได้รับแจ้งข่าวดังกล่าว นี่คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจสำหรับตัวผม “ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับผมและทีมมาก แต่พวกเราก็ทำงานอย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ สำหรับปีนี้ผมจะกลับมามุ่งมั่นและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักคือ “แอร์เอเชีย” ที่เราร่วมสร้างขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็พัฒนาการให้บริการที่ครบด้วยคุณภาพในราคาที่ประหยัดครอบคลุมภูมิภาคอาเซียนและอื่นๆ สิ่งที่เราทำตลอดมาคือการหาโอกาสในส่วนที่ถูกมองข้าม ทั้งกับลูกค้าผ่านการให้บริการของเรา รวมทั้งพนักงาน ที่เราเปิดโอกาสอย่างเต็มที่ เรามีนักบินที่เคยทำงานตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง หัวหน้าแผนกที่เคยทำตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลกระเป๋าเดินทาง หรือแม้กระทั่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่เริ่มต้นจากตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายธุรการ ความหวังของผมคือการทำงานผ่านแอร์เอเชียและกลุ่มทูนจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นต่อๆไปของเหล่าผู้ประกอบการในอาเซียนนี้ ตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางเพื่อเป็นผลักดันไปสู่ความสำเร็จ” ทั้งนี้ผมต้องขอขอบคุณทีมงานของผมครอบคลุมทั้งกลุ่มแอร์เอเชีย กลุ่มทูน สโมสอรฟุตบอลคิวพีอาร์ และคาเธอแฮม ที่ต่างยืนหยัดเคียงข้างกันตลอดมา ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและการมุ่งมั่นทำงานหนัก และทั้งหมดนี้เราจะยังคงมุ่งหน้าบุกเบิกตลาดนี้ต่อไป สำหรับรายชื่อและข้อมูลต่างๆจะถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ลงในนิตยสารไทม์ฉบับวันที่ 17 เมษายน 2558 และใน www.time.com/time100 ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ทวิตเตอร์ @TIME และเฟสบุ๊ก facebook.com/TIME และ #TIME100 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆกับเราได้ที่ @AirAsia ทั้งบนทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ก อินสตราแกรม และไลน์

ผลฟุตบอล : น่อลหนังเหนียว!! อเล็กซิสซัดต่อเวลาพาปืนเข้าชิงเอฟเอ2ปีซ้อน
คริส กันเทอร์ /  คีแรน กิบบ์ส / 

ผลฟุตบอล เอฟเอ คัพ รองรองชนะเลิศ วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2557 เร้ดดิ้ง 1-1 อาร์เซน่อล (ต่อเวลา อาร์เซน่อล ชนะ 2-1) รายชื่อคนทำประตู : 0-1 อเล็กซิส ซานเชซ น.39, 1-1 แกแร็ธ แม็คเคลียรี่ น.54, 1-2 อเล็กซิส ซานเชซ น.106 เวลา : 23.20 น. สนาม : เวมบลีย์ ถ่ายทอดสด : ช่อง7 ศึก เอฟเอ คัพ รายการฟุตบอลถ้วยใบที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง อาร์เซน่อล ได้วัดแข้งกับทีมตัวแทนจาก เดอะแชมเปี้ยชิพ อย่าง เร้ดดิ้ง ที่สนาม เวมบลีย์ โดย 45 นาทีแรกเป็นทาง "ปืนใหญ่" ที่ออกนำไปก่อนจากปีกตัวเก่งอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ ก่อนที่ครึ่งหลังลูกทีมของ สตีฟ คล้าร์ก จะฮึดสู้และมาได้ประตูตีเสมอจากลูกยิงของ แกแร็ธ แม็คเคลียรี่ ในช่วงครึ่งหลัง สุดท้ายเจ๊ากันไป 1-1 ใน 90 นาที ทำให้ต้องไปหาหนึ่งเดียวที่จะได้เข้ารอบ ชิงชนะเลิศ กันในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที และช่วงต่อเวลาพิเศษเป็นทาง "ปืนใหญ่" ที่เดินหน้าลุยแหลกตั้งแต่กรรมการเริ่มให้เสียงสัญญาณนกหวีด ซึ่งสุดท้ายเป็นทาง อเล็กซิส ซานเชซ เจ้าเก่าที่ตะบันด้วยขวา บอลลอดขา อดัม เฟเดริชี่ ข้ามเส้นเข้าไปช่วยให้ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศศึก เอฟเอ คัพ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน แถมยังเป็นการลุ้นแชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่ 12 อีกด้วย 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม เร้ดดิ้ง : อดัม เฟเดริชี่, คริส กันเทอร์, อเล็กซ์ เพียร์ซ, ไมเคิล เฮ็กเตอร์, จอร์แดน โอบิต้า, แกแร็ธ แม็คเคลียรี่, นาธาเนี่ยล ชาโลบาห์, แดนนี่ วิลเลี่ยมส์, ฮาล ร็อบสัน-คานู, เจมี่ แม็คกี, พาเวล โพเกร็บเนี๊ยค อาร์เซน่อล : วอจเซียค เซสนี่, มาติเยอ เดอบูชี่, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, คีแรน กิบบ์ส, ฟรานซิส ค็อกเกอแลง, ซานติ กาซอร์ล่า, อารอน แรมซีย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, แดนนี่ เวลเบ็ค

ผมรักเมืองไทย by โอ๊ต โมเป็กซ์
thai /  thailand / 

Crazy Boy Dance Song : ผมรักเมืองไทย Dancer : Oat Mopex Thai Funny Dance เต้นกวนๆ ฮาๆ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ชะนีไทยไร้ที่ยืน ! หนุ่มไทยสวีทสามีฝรั่งกลางรถไฟฟ้า
คู่เพศทางเลือก /  หนุ่มหล่อจับมือชายไทย / 

หลังจากมีการแชร์ภาพ ฝรั่งหนุ่มหล่อขั้นเทพ นั่งจับมือกับชายไทยรายหนึ่ง อยู่บนรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ต่างโอด 'แข่งเรือแข่งพาย แข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนา ทำได้ยาก' ในโลกยุคปัจจุบัน นอกจากเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกล โลกกาภิวัฒน์ ยังแปรเปลี่ยนสังคมให้หมุนเวียนเปลี่ยนตามไปด้วย แน่นอนว่า หัวข้อเรื่อง เพศทางเลือก ชายรักชาย หรือ หญิงรักหญิง เป็นเรื่องที่สังคม สามารถยอมรับได้ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอีกต่อไป คู่รักเพศทางเลือก สามารถเดินจับมือ หรือแสดงตัวอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะชนได้แบบไม่ต้องขัดเขิน ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา หลายท่านที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และอื่นๆ อาจจะได้มีโอกาส พบกับการแชร์ภาพคู่รักเพศทางเลือก บนหน้ากระดาน ไทมส์ไลน์ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือชาวต่างชาติ ที่เรียกได้ว่า หน้าตา หล่อขึ้นเทพ หล่อในขั้นที่ว่า สามารถประกอบอาชีพนายแบบ หรือโลดแล่นในวงการบันเทิงได้เลยทีเดียว กำลังนั่งจับมือกับคนรักชาวไทย ที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ ซึงต่อมาสืบทราบว่า ฝรั่งคนดังกล่าว เป็นชาวเยอรมัน โดยสาวๆพร้อมใจกันแชร์ภาพ ทั้งยังระบุข้อความในเชิง อิจฉาตาร้อน จนกระทั่งกลายเป็นไวรัลใหม่ ที่ความหล่อบาดใจ ทำให้กลายเป็นข่าวโด่งดังพอๆกับครั้งที่เมียมโน ทั่วแผ่นดิน โอดครวญ ผ่านโซเชี่ยว เมื่อคราว 'ชาริล ชัปปุยส์' แจ้งเกิดใหม่ๆเลยทีเดียว จากการสืบทราบ พบว่า ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่จาก ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Jax Phoenix ซึ่งเป็นการแชร์ต่อมาอีกทอดหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า 'ดังใหญ่แล้วนะคะ น้องม่อน ถึงขั้นมีคนแอบถ่าย แต่แฟนคนนี้ก็คบกันนานมากๆนะคะ. พี่ดีใจด้วยที่มีคนอิจฉาตาร้อน 55555'  และได้แท็ก ถึงผู้ใช้เฟซบุ๊ค ซึ่งระบุว่า เป็นเฟซบุ๊คส่วนตัวของหนุ่มไทยที่ปรากฏอยู่ในรูป ซึ่งทั้งคู่ ได้แต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการสืบทราบ พบว่า หนุ่มไทยที่ปรากฏอยู่ในรูปภาพ ชื่อว่า คุณม่อน ซึ่งดูแล้ว อาจจะเป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตของเขาได้ฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย จากเด็กต่างจังหวัด ที่ก้าวเข้าสู่อาชีพ artistic director โมเดลิ่งที่มีเอเจนซี่ร่วมทุน 3 ประเทศ ปัจจุบันคุณพี่ม่อน เป็น Creative Director อยู่ที่บริษัท Bacca Model Management ซึ่งนับได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถ และหน้าที่การงานที่ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกไปอย่างแพร่หลาย ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊คเพศหญิงส่วนใหญ่ ได้แนบรูป พร้อมระบุข้อความ ในเชิง อิจฉาตาร้อน ในความน่ารักของคู่รักที่ปรากฏอยู่ในภาพ ทั้งนี้ ทีมข่าวเอ็มไทยก็ขออวยพรให้ทั้งคู่รักกันนานๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเพศไหน มีความรักแบบใด ก็สามารถเป็นคนดีในสังคมได้เช่นกันค่ะ MThai News ที่มา jax.phoenix

EXO ประกาศศักดา! เตรียมจัดคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดม
BAEK HYUN /  CHAN YEOL / 

EXO (เอ็กโซ) บอยแบนด์ K-POP โชว์ความโดดเด่นระดับโลกอีกครั้ง! ประกาศเตรียมแสดงคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดม ความจุกว่า 5 หมื่นคน รวม 3 รอบ! ในงานแฟนมีตติ้งซึ่งจัดขึ้นในวันนี้(19 เม.ย.) บอยแบนด์สุดฮอตวง EXO ได้เปิดเผยข่าวดีแก่บรรดาแฟนคลับว่า พวกเขากำลังจะจัดคอนเสิร์ต EXO’LUXION ในประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่ โอซาก้าโดม รวมทั้งเวทีแห่งความใฝ่ฝัน อย่าง โตเกียวโดม ด้วย โดยทันทีที่รายละเอียดดังกล่าวถูกเปิดเผย เหล่า EXO-L(ชื่อแฟนคลับของวง EXO) ก็ต่างแสดงความยินดีและตื่นเต้นผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค จนทำให้คำว่า 'Tokyo Dome' ทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลีติดอันดับเทรนด์ฮิต ใน Twitter เลยทีเดียว แฟนคลับของ EXO ต่างปลาบปลื้มกับข่าวดีนี้ เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปีในวงการเพลงนั้น วง EXO ยังไม่เคยเดบิวต์อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่นมาก่อนเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับศิลปินรุ่นพี่อื่นๆ ต่างก็ต้องสั่งสมประสบการณ์เป็นระยะเวลานานกว่า รวมทั้งต้องมีผลงานเพลงในประเทศญี่ปุ่นมาก่อนจึงจะมีโอกาสได้จะคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมได้ คอนเสิร์ตของ EXO ณ โตเกียวโดม ถูกกำหนดให้จัดขึ้น 3 รอบ คือในวันที่ 6-8 พฤศจิกายน ก่อนที่หนุ่มๆ จะไปจัดคอนเสิร์ตที่โอซาก้าในวันที่ 13-15 พฤศจิกายน และด้วยความยิ่งใหญ่ของโตเกียวโดมที่มีความจุผู้ชมถึง 55,000 ที่นั่ง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า EXO จะสามารถทำให้บัตรคอนเสิร์ตของเขาหมดเกลี้ยงเหมือนอย่างที่เคยทำได้ในคอนเสิร์ตที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้หรือไม่ เป็นที่กล่าวกันว่าศิลปินที่จะขึ้นแสดงที่โตเกียวโดมได้นั้นต้องผ่านการยอมรับและคัดเลือกมาแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่การแสดงคอนเสิร์ต ณ โตเกียวโดม จะเป็นเวทีแห่งมนต์ขลังและอยู่ในความใฝ่ฝันของหลากหลายศิลปิน. ข้อมูลจาก koreaboo ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com