ดวงประเทศไทย 2557

แซลลี่ ไรด์ นักบินอวกาศหญิงคนแรกของอเมริกา
ที่สุดในโลก /  สหรัฐอเมริกา / 

วันนี้ถ้าใครได้เข้าหน้าหลักอากู๋ Google นั้นจะเห็นได้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 64 ปี ของ แซลลี่ ไรด์ ซึ่งเธอเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางไปในอวกาศพร้อมกับกระสวยอวกาศชาลเลนเจอร์ ในปี ค.ศ. 1983 วันนี้ทีนเอ็มไทยนำประวัติและเรื่องน่าสนใจเล็กๆน้อยๆ ของเธอมาฝากกันค่ะ ^^ แซลลี่ ไรด์ นักบินอวกาศหญิงคนแรกของอเมริกา แซลลี่ ไรด์ นักบินอวกาศหญิงคนแรกของอเมริกา แซลลี่ คริสเทน ไรด์ (Sally Kristen Ride) หรือ แซลลี่ ไรด์ (Sally Ride) เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ปี 1951 เธอเกิดและโตในลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา แซลลี่ ไรด์ ได้เข้าศึกษาในระดับปริญญาโท และปริญญาเอกทางด้านฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ต่อมาในปี 1978 เธอก็เข้าสมัครเพื่อร่วมโครงการสำรวจอวกาศของนาซ่า ฝ่าฟันผู้สมัครกว่า 8,000 คน จนในที่สุดเธอได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ การเดินทางครั้งแรกในอวกาศของ แซลลี่ ไรด์ ในปี ค.ศ. 1983 แซลลี่ ไรด์ นักฟิสิกส์สาวคนนี้ ได้เดินทางไปในอวกาศเพื่อทำการทดลอง ศึกษาวงโคจรต่างๆ ในอวกาศ เธอได้เป็นหนึ่งในลูกทีมของยานชาเลนเจอร์ (Challenger) ที่เดินทางไปพร้อมกับนักบินอวกาศชายอีก 4 คน ซึ่งเธอได้รับการขนานนามว่าเป็น นักบินอวกาศหญิงของสหรัฐอเมริกาคนแรกที่ขึ้นสู่อวกาศ และยังเป็นนักบินอวกาศที่มีอายุน้อยที่สุดในสหรัฐที่ได้ขึ้นสำรวจอวกาศในขณะนั้นด้วย ซึ่งเธอมีอายุเพียง 32 ปี *การท่องอวกาศครั้งนี้นับเป็นเที่ยวบินที่ 7 ของกระสวยอวกาศของนาซ่าที่ขึ้นท่องอวกาศ* ในปี 1984 แซลลี่ ไรด์ ได้เดินทางไปสำรวจอวกาศเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งในครั้งนี้ได้เดินทางไปพร้อมกับมนุษยอวกาศหญิงอีก 2 คน คือ จูดิธ เรสนิก (Judith Resnik) และ แคธรีน ซัลลิวัน (Kathryn Sullivan) หลังจาก แซลลี่ ไรด์ ที่ได้เดินทางไปสำรวจอากาศ ตั้งแต่นั้นมาก็ได้เริ่มมีผู้หญิงอีกกว่า 45 คน ขึ้นไปสำรวจอวกาศ ทั้งจากอเมริกาและประเทศอื่นๆ แต่ถึงแม้ แซลลี่ ไรด์ จะเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกของอเมริกา แต่เธอก็ไม่ใช่นักบินอวกาศหญิงคนแรกของโลกที่ขึ้นไปในอวกาศ เพราะในปี 1963 วาเลนติน่า เทเรสโกวา (Valentina Tereshkova) เป็นนักบินอวกาศหญิงชาวโซเวียต ที่ได้ขึ้นไปสำรวจอวกาศพร้อม จรวดวอสตอก 6 (Vostok 6) ก่อนหน้านี้แล้ว ในปี 1986 แซลลี่ ไรด์ ได้ถูกรับเลือกให้ขึ้นไปสำรวจอวกาศเป็นครั้งที่ 3 แต่ก็ได้ถูกยกเลิกไปซะก่อน เพราะเกิดอุบัติเหตุกับกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ คร่าชีวิตคนไป 7 ราย เธอจึงเข้าร่วมองค์กรเพื่อช่วยสืบหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ รวมถึงได้ช่วยงานด้านอื่นๆ อีกหลายอย่าง  แซลลี่ ไรด์ ตัดสินใจออกจากนาซ่า - ในปี 1987 แซลลี่ ไรด์ ลาออกจากนาซา หลังจากนั้นก็ได้เข้าทำงานที่ สถาบันวิจัยด้านความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หนึ่งปีให้หลัง ในปี 1989 เธอได้เข้าทำงานในภาควิชาฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในซานดิเอโก (University of California-San Diego) และเป็นผู้อำนวยการของสถาบันอวกาศแคลิฟอร์เนีย (California Space Institute) หลังจากนั้น แซลลี่ ไรด์ เล็งเห็นโอกาส อยากขยายความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กๆ เธอได้เปิดบริษัทแซลลีไรด์ไซน์ ในซานดิเอโก สร้างโปรแกรมวิทยาศาสตร์และสื่อสำหรับนักเรียนและนักการศึกษา (ในระดับชั้นประถมและมัธยม) นอกจากนี้เธอรวบรวมความรู้ ประสบการณ์ ของเธอ เขียนเป็นหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน และหนังสือที่เป็นความรู้อีกหลายๆ เล่มมอบให้นาซา, คณะที่ปรึกษาทางด้านอวกาศและเทคโนโลยี รวมถึงคณะกรรมการที่ร่วมสืบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งที่ 2 ที่เกิดแก่กระสวยอวกาศเมื่อปี 2003 ด้วย ในปี 2012 (24 กรกฏาคม 2555) แซลลี่ ไรด์ นักฟิสิกส์และนักบินอวกาศ ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 61 ปี จากการป่วยเป็นโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งต่อสู้และรักษามานานกว่า 17 ปี บารัค โอบามา (Barack Obama) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึง แซลลี่ ไรด์ ว่า "เธอเป็นวีรสตรีของสหรัฐฯ และเป็นต้นแบบที่ทรงอิทธิพล เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เด็กผู้หญิงอีกหลายๆ คนที่อยากจะเอื้อมไปให้ถึงดวงดาว" ชารลส์ โบลเดน (Charles Bolden) ผู้อำนวยการนาซาและอดีตมนุษย์อวกาศ กล่าวถึง แซลลี ไรด์ ว่า "เธอได้ทำลายกำแพงด้วยความอ่อนโยนและเป็นมืออาชีพ และได้เปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์โครงการอวกาศของอเมริกา" เรียบเรียง teen.mthai.com

ปลื้มมาก! ปกเกล้า รับเหมือนฝันพาไทยสยบปากเวียดนาม
ทีมชาติไทย /  ปกเกล้า อนันต์ / 

ปกเกล้า อนันต์ ฮีโร่ซัดประตูชัย รับสุดปลื้ม หลังได้โอกาสลงมาเป็นตัวสำรอง ทำประตูให้กับทีมชาติไทย เฉือนเอาชนะ เวียดนาม 1-0 ศึกฟุตบอลโลก 2018 โดย ปกเกล้า อนันต์ ถูกส่งลงสนามไปในนาทีที่ 66 ก่อนที่จะใช้เวลาเพียง 15 นาทีที่อยู่ในสนาม ทำประตูสุดสวยจากการยิงไกล ช่วยให้ ทีมชาติไทย เฉือนเอาชนะ ทีมชาติเวียดนาม 1-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 นัดแรก เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ปกเกล้า เปิดใจว่า มันเป็นประตูที่ยอดเยี่ยมมาก มันเหมือนฝันที่ได้ทำประตุชัยให้กับทีม ความรู้สึกนั้นเป็นความรู้สึกเดียวกับที่เคยทำได้เมื่อ 4 ปีก่อน ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เกมนั้นก็ได้โอกาสลงเป็นตัวสำรอง แต่สำหรับประตูนี้ ต้องยกให้กับเพื่อนร่วมทีม ที่เปิดโอกาสให้ได้ยิงจากนอกกรอบ ในจังหวะดังกล่าว สำหรับ ปกเกล้า อนันต์ ทำประตูแรกในนามทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จากการลงสนามเป็นตัวสำรอง เกมที่ไล่ตีเสมอ ทีมชาติปาเลสไตน์ 2-2 ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ปี 2011 โดย ปกเกล้า ลงมายิงในช่วงทดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90+4

มูลนิธิฯเลิกบุหรี่ ชวนปชช.เลิกบุหรี่ตามหลวงพ่อคูณ
วันงดสูบหรี่โลก /  หลวงพ่อคูณ / 

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เชิญชวนคนไทยที่สูบบุหรี่ทุกคน เลิกบุหรี่ตามหลวงพ่อคูณ พร้อมแจกโปสเตอร์หลวงพ่อคูณ "กูเลิกบุหรี่แล้ว" วันนี้ 25 พ.ค. ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เชิญชวนคนไทยที่สูบบุหรี่ทุกคน ตั้งเป้าหมายเลิกบุหรี่ในวันที่ 31 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก พร้อมน้อมนำคำแนะนำวิธีเลิกบุหรี่ที่หลวงพ่อคูณให้ไว้เมื่อ พ.ศ.2540 ว่า “กูเลิกบุหรี่แล้ว จะเลิกบุหรี่ต้องอยู่ที่ใจ เป็นคนใจไม่จริงก็ละไม่ได้ ต้องเป็นคนใจเด็ดขาด พูดคำไหนเป็นคำนั้น ถึงจะละได้ ทำได้ วิธีละง่าย ๆ ก็อย่าสูบ วางเลย ทิ้งเลย ไม่ต้องสูบทั้งต่อหน้าและลับหลัง กูละแล้ว กูไม่สูบแล้ว” และกล่าวต่อไปว่า “ถ้าใครเลิกสูบบุหรี่ได้กูก็เห็นดีด้วย เนื่องจากขณะนี้ไปที่ไหน ๆ ก็เห็นแต่ป้ายที่เขาติดเอาไว้ให้ “งดสูบบุหรี่” ซึ่งมันกลายเป็นที่รังเกียจของวงสังคมไปเสียแล้ว นอกจากเขาจะไม่มองว่าเท่หรือมาดแมนเหมือนดังเช่นแต่ก่อนแล้ว ยังกลับถูกมองแบบเยาะเย้ยหยันถึงขนาดขาดความเกรงใจ และด่าว่าให้เอาซะอีกด้วยซ้ำไป ซึ่งทำลายสุขภาพของตัวเองไม่พอ ยังเป็นอันตรายและเป็นการทำลายสุขภาพบุคคลอื่น ๆ ที่อยู่รอบข้างตัวเราอีกด้วย วันนี้กูเลิกแล้ว พวกมึงล่ะเลิกหรือยัง” ทั้งนี้เมื่อหลวงพ่อคูณเลิกบุหรี่ได้ ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ ทำโปสการ์ดและโปสเตอร์ “กูเลิกบุหรี่แล้ว” ให้มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่เผยแพร่ หลังจากนั้น เมื่อถึงวันไม่สูบบุหรี่โลกของทุก ๆ ปี หลวงพ่อคูณจะให้สัมภาษณ์ออกสื่อแนะนำให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบมาโดยตลอด และโปสเตอร์หลวงพ่อคูณเลิกบุหรี่ เป็นโปสเตอร์ที่มีประชาชนขอมาที่มูลนิธิฯ มากที่สุดในบรรดาสื่อรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ทั้งหมด สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะได้โปสเตอร์หลวงพ่อคูณเลิกบุหรี่ ติดต่อขอรับได้ที่ www.smokefreezone.or.th หรือโทรสอบถามได้ที่ 0-2278-1828 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย MThai News

วุ่น! ทำแผนยิง 'ทิวะพันธ์' ญาติไม่อโหสิฯ โยนพานขอขมาทิ้ง
ซุ่มยิง /  ตระกูลเปาอินทร์ / 

คุมมือยิง "ทิวะพันธ์ เปาอินทร์" ทำแผน พร้อมขมาพ่อแม่ ด้านญาติไม่ยอมอโหสิกรรม โยนพานขอขมาทิ้ง ก่อนเข้ารุมประชาทัณฑ์ ตร.เร่งคุมขึ้นรถกลับทันที ภายหลังแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายเขมทัต มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของผู้เสียชีวิต บริเวณซอยงามวงศ์วานซอย 3 จำนวน 3จุด คือ จุดที่ผู้ต้องหาลงจากรถ เพื่อมาก่อเหตุ ,จุดซุ่มที่ทำการยิงที่เป็นเนินดินที่ผู้ต้องหาสามารถมองเห็นหน้าบ้านพักของนายทิวะพันธ์ได้อย่างชัดเจนและจุดสุดท้ายจุดที่มีพยานซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้างมาเห็นตัวผู้ต้องหาก่อนที่จะหลบหนี จากนั้นนำตัวนายเขมทัต พร้อมพานขอขมา ไปกราบพ่อแม่ผู้เสียชีวิตที่หน้าบ้าน โดยนายเขมทัตได้ก้มลงกราบพร้อมขอให้ ครอบผู้ตายอโหสิกรรมให้ ซึ่งทางพ่อแม่ผู้ตายนั้นมีสีหน้าเรียบเฉย พูดแต่เพียงสั้นๆว่า "ไม่น่าทำกันเลย" และทันทีที่ทำแผนเสร็จ ญาติผู้เสียชีวิต 3-4 คน ได้บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น ก่อนเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้และนำผู้ต้องหาขึ้นรถทันที ด้านญาติผู้เสียชีวิตบางส่วน โยนพานขอขมาของผู้ต้องหาทิ้ง เพราะไม่ยอมรับการขมา ก่อนออกมาขอร้องสื่อให้ช่วยกันตรวจสอบหาตัวผู้บงการ เพราะไม่เชื่อที่มาของปืน และยอมรับว่ายังติดใจตัวผู้ก่อเหตุ ........................................................... ตำรวจภาค 1 คุมมือยิง "ทิวะพันธ์ เปาอินทร์"แถลง เจ้าตัวเผยเป็นมือขวารับทวงหนี้ สารภาพแค้นถูกผู้ตายเบี้ยวเงินส่วนแบ่ง ตำรวจยืนยันไม่ใช่แพะ วันที่ 25 พ.ค. จากกรณีคนร้ายลอบสังหารนายทิวะพันธ์ เปาอินทร์ นักธุรกิจนำเข้ารถอิสระ หรือเกรย์มาร์เก็ต บุตรชาย พ.ต.อ.อนันต์ เปาอินทร์ อดีตนายตำรวจ และหลานชายของพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขณะอุ้มบุตรสาววัย 2 ขวบ อยู่หน้าบ้านพักย่านจังหวัดนนทบุรี เมื่อเวลา 02.00น. วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายเขมทัต เลิศลักขณากุล หรือ คิม มือปืนที่ก่อเหตุยิงนายทิวะพันธ์ได้แล้ว วานนี้ (24 พ.ค.) โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่คอนโดเดอะไลท์เฮ้าส์ เลขที่ห้อง 8/295 ชั้้น 6 ถ.เจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. พร้อมกับยึดรถยนต์ ฮอนด้าซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน กน.-1552 ลพบุรี ที่สวมทับป้ายแดง ร-8360 กทม. ซึ่งเป็นรถที่นายเขมทัต ในการใช้ก่อเหตุ โดยเมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุมตัวนายเขมทัต มาแถลงข่าวที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี จากการสอบสวนนายเขมทัต ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงนายทิวะพันธ์ โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้ เคยทำหน้าที่ขับรถและยังเป็นมือขวาคอยทำหน้าที่ทวงหนี้ให้กับนายทิวะพันธ์ด้วย ซึ่งล่าสุดสามารถติดตามทวงหนี้มาให้นายทิวะพันธ์ได้จำนวนกว่า 4 ล้านบาท และได้ขอเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งในการทวงหนี้ตามที่นายทิวะพันธ์เคยรับปากไว้ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงเกิดความโกรธแค้นที่ถูกหักหลัง ประกอบกับนายทิวะพันธ์มีศัตรูในวงการค้าหลายราย จึงถือโอกาสสังหารเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น และให้ตำรวจสงสัยว่าเป็นฝีมือของศัตรูรายอื่น พล.ต.ท.อำนวย ระบุว่า ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว แต่ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งคงต้องรอผลการพิสูจน์เพื่อความแน่ชัดต่อไป แต่ยืนยันผู้ต้องหารายนี้ไม่ใช่แพะ ส่วนที่ผู้ก่อเหตุลงมือได้แม่นยำนั้น เนื่องจากเคยผ่านการยิงปืนแบบรณยุทธ์ หรือยิงปืนแบบต่อสู้ในการรบมาก่อน จึงสามารถยิงในระยะ 118 เมตรได้ในระยะหวังผลได้อย่างแม่นยำ MThai News

หนุ่มเป็นโรคฟิตหุ่น จากร่างเด็ก 11 เป็นหุ่นกับตันอเมริกา
Fitness /  ฟิตเนส / 

หนุ่มเป็นโรคฟิตหุ่น จากร่างเด็ก 11 เป็นหุ่นกับตันอเมริกา แดนนี่ เมย์ Danny May หนุ่มวัย 25 จากลิเวอร์พูด ประเทศอังกฤษ เคยมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เรียกว่าโรค Kallmann Syndrome ฮอร์โมนเพศชายอย่างเทสโทสเทอโรนไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ทำให้ร่างกายของเขายังคงเป็นเหมือนเด็ก ซึ่งเขาได้บอกว่าช่วงที่ตัวเองอายุ 20 ร่างกายของเขากลับดูเหมือนเด็กอายุ 11 ปี แต่หลังจากที่เขาไปหาแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมนเพศชาย testosterone เข้าร่างกาย และทำกายภาพบำบัดไปด้วย ในระยะเวลา 5 ปี เขาก็เปลี่ยนแปลงตัวเองจากเด็กขี้ก้างที่มีรูปร่างอย่างกะเด็กประถมกลายเป็นหนุ่มหุ่นล่ำกล้ามโตเลยทีเดียว โดยเขาเล่าให้ฟังว่าช่วงชีวิตวัยเด็กของเขามันช่างเลวร้ายมาเวลาเห็น เพื่อนๆ ที่เล่นมาด้วยกันเติดโตตัวใหญ่กันไปหมดเหลือเขาคงสภาพเดิมไว้คนเดียว เขารู้สึกแย่จนปิดกั้นตัวเองไม่สุงสิงกับใคร จนการเป็นคนเก็บตัว และรู้สึกเกลียดตัวเองที่โตมาไม่เหมือนกับคนอื่นๆ โดยวิธีที่เขารักษานั้นต้องรับการฉีดฮอร์โมนเพศชาย 250mg สองสัปดาห์ต่อหนึ่งครั้ง ต้องกินอาหารวันละ 6000 แคลลอรี่เพื่อให้ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อ โดยเขาต้องกินอาหาร 7 มื้อ ต่อ 1 วันเลยทีเดียว ซึ่งสุดท้ายเขาก็เอาชนะมันได้ โดยเขาฟิตร่างกายด้วยการเข้ายิม 5 ครั้งภายใน 1 อาทิตย์ กินอาหารที่สร้างกล้ามเนื้อทั้งโปรตีนและฉีดรับฮอร์โมนให้กับร่างกายซึ่งทำ ให้เขาที่เคยหนักแค่ 42 กิโลกรัม พุ่งทะยานไปถึง 82.5 กิโลกรัม กลายเป็นหนุ่มหล่อกล้ามโตได้อย่างสมบูรณ์แบบ กลุ่มอาการคาลล์แมน (Kallmann Syndrome) เป็นโรคของการขาดฮอร์โมนเพศชาย หากขาดโดยสมบูรณ์ คนที่เป็นจะไม่เข้าสู่วัยหนุ่ม ตัวไม่สูง ผิวพรรณนิ่มนวลเหมือนเพศหญิง ไม่มีขนรักแร้ ไม่มีขนหัวหน่าว ลูกอัณฑะเล็กไม่ลงถุงอัณฑะ อวัยวะเพศชายขนาดเล็กเหมือนเด็กชาย เสียงไม่แตก ไม่มีสิว หน้าไม่มัน ไม่มีหนวดเครา ไม่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ไม่มีขนหน้าอก กระดูกพรุนจากการขาดฮอร์โมน ไม่มีความต้องการทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ซึ่งในบางรายอาจขาดฮอร์โมนเพศชายเพียงบางส่วน อาการก็จะแสดงเพียงบางอย่าง หากอาการขาดฮอร์โมนดังกล่าวพบร่วมกับจมูกไม่ได้กลิ่น ซึ่งแสดงว่าสมองส่วนรับกลิ่นเสียไปด้วย Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ http://www.dailymail.co.uk/femail/article-3079770/Scrawny-bartender-condition-left-looking-like-child-ripped-bodybuilder-thanks-hormone-jabs.html

UN ขอบคุณรัฐบาลพม่า ช่วยโรฮีนจา
ผู้อพยพชาวโรฮีนจา /  รัฐบาลเมียนมา / 

ที่ปรึกษาพิเศษ เลขายูเอ็น ขอบคุณรัฐบาลเมียนมาในการกู้เรือผู้อพยพชาวโรฮีนจา ด้านรัฐมนตรีเมียนมาประกาศพร้อมเดินหน้าปฏิบัติการณ์กู้ภัยและค้นหาต่อไป สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายวิเจย์ นัมเบียร์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านเมียนมาของ นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวระหว่างเดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนมุสลิม และได้พบกับบรรดาผู้นำชุมชนในเมียนมา โดยกล่าวขอบคุณรัฐบาลเมียนมาในการกู้ภัยเรือผู้อพยพเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมกล่าวว่า ชุมชนชาวมุสลิมต้องรู้สึกว่าตัวเองสามารถทำงานให้กับประเทศได้ และชุมชนในรัฐยะไข่ก็ควรให้ชุมชนชาวมุสลิมได้ร่วมทำงานเพื่ออนาคตของรัฐยะไข่ นายนัมเบียร์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนหนึ่งของการอพยพก็มาจากการปฏิบัติของชุมชนชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ รวมถึงการเลือกปฏิบัติที่มีต่อชาวโรฮีนจาด้วย ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องนี้พร้อมให้คำมั่นว่ายูเอ็นจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขณะที่ นายวิน หมิ่น รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการอพยพเข้าเมืองและประชากรของเมียนมา กล่าวว่า กองทัพเรือและกองทัพอากาศของเมียรมาจะเดินหน้าปฏิบัติการณ์กู้ภัยและค้นหาต่อไป โดยจะดำเนินการช่วยเหลือประชาชนโดยไม่สนใจว่าพวกเขาจะมาจากประเทศใด รวมถึงนับถือศาสนาหรือเป็นชนกลุ่มน้อยใดก็ตาม

ไม่ควร! ฟานกัลจวก เฟลไลนี่ ทำเรื่องโง่ๆหลังไปย่ำแข้งฮัลล์จนได้เลือด
พรเีมียร์ลีก /  มารูยาน เฟลไลนี่ / 

 มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไปย่ำใส่ พอล แม็คเชน กองหลังฮัลล์ ซิตี้เต็มๆ จนโดนไล่ออกโดน หลุยส์ ฟานกัล ด่าแบบไม่มีชิ้นดี ศึกพรีเมียร์ลีกนัดส่งท้ายฤดูกาลที่สนามเคซีสเตเดี้ยม ฮัลล์ ซิตี้ ที่กำลังหนีตกชั้น ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งคู่นี้เป็นคู่เดียวที่ไม่มีการทำประตูเกิดขึ้น แต่ก็มีเรื่องให้พูดถึงอีกเยอะ จากจังหวะใบแดงในนาที 77 ของ มารูยาน เฟลไลนี่ ตัวสำรองที่ลงมาตอนครึ่งหลัง  ที่ไปย่ำใส่ พอล แม็คเชน กองหลังดวงแตกของเจ้าบ้าน พร้อมกับศอกที่ใบหน้า ซึ่งทำให้ แม็คเชน ทั้งมีแผลฉกรรจ์ ที่ต้นขาและ ยังศรีษะแตกอีกด้วย เรียกว่าซวยสองชั้น ซึ่งใบแดงนี้เป็นการโดนไล่ออกครั้งนี้จะทำให้ผีแดงหมดสิทธิ์ใชงานแน่นอน 3 นัดตอนเปิดฤดูกาล และเป็นการถูกไล่ออกเป็นครั้งที่สองของ ดาวเตะทีมชาติเบลเยียมรายนี้ หลังจากที่เดินโดนตะเพิดออกจากสนามในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ที่บุกไปเยือน เรอัล โซเซียดัด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว นอกจากนี้ หลุยส์ ฟานกัล กุนซือชาวดัตช์ นายใหญ่เผยว่า ได้บอกว่า เฟลไลนี่ ทำสิ่งที่โง่มาก และต้องมาโดนแบนในช่วงต้นฤดูกาลซึ่งไม่ส่งผลดีกับทีมเลย

แซ่บอีหลี! คนนี้ไงแฟนใหม่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  ฟุตบอล / 

เรื่อง Gossip แฟนชาวบ้านต้องยกให้สื่อเมืองนอกไปเลยเพราะล่าสุดเว็บไซต์ dailymail ออกมาเปิดเผยหน้าตาแฟนใหม่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดแข้งจอมสับชาวโปรตุเกส แบบไม่กลัวเงิบ ซึ่งต้องบอกเลยว่านางคนนี้แซ่บจริงๆ :) โดยตามรายงานข่าวระบุว่าแฟนใหม่ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือ อเล็กเซีย เตเดสซี่ นางแบบหุ่นทรมานใจชาวอิตาเลียน โดยแหล่งข่าวมั่นใจว่า อเล็กเซีย เตเดสซี่ คือแฟนใหม่ของเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปีล่าสุด เพราะเธออัพภาพเกมการแข่งขันฟุตบอลในเกมที่ เรอัล มาดริด พบ ยูเวนตุส จากสนามซานเตียโก เบอร์นาเบว นอกจากนี้แหล่งข่าวใกล้ชิดยังระบุอีกว่า อเล็กเซีย เตเดสซี่ ยังเดินทางมาประเทศสเปนอยู่บ่อยครั้ง

ร้อนตับแตก! ชาวอินเดียเสียชีวิตแล้ว 223 ราย
คลื่นความร้อน /  ร้อนตาย / 

อินเดีย ร้อนระอุ ประชาชนเผชิญคลื่นความร้อนสูง มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 230 ราย วานนี้ (24พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ประเทศอินเดียเกิดวิกฤตจากคลื่นความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 48 องศา โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ประกาศเตือน ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกเคหาสถานในช่วงกลางวัน เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกแดดแผดเผา ซึ่งจะยังคงตกอยู่ในภาวะวิกฤตไปอีกราว 1 สัปดาห์ ทางด้านนายจันทราบาบู ไนดูมุขมนตรีแห่งรัฐอานธรประเทศ ออกแถลงการณ์ว่า มีผู้สังเวยชีวิตแล้วกว่า100 รายแล้วในรัฐอานธรประเทศ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย สาเหตุจากคลื่นความร้อนที่พัดผ่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาส่วนที่รัฐเตลังคานารัฐเพื่อนบ้านติดกันก็มีผู้เสียชีวิตเพราะคลื่นความร้อนแล้ว130ศพ นายบามบัลราม มีนา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐเตลังคานา เผยว่า นับตั้งแต่วันที่15เม.ย.ที่ผ่าน อุณหภูมิในช่วงกลางวันของเขตคาห์มมานรัฐเตลังคานานั้น สูงถึง 48 องศาเซลเซียส ประชาชนในอินเดียต้องเผชิญกับวิกฤตอากาศร้อนอย่างหนักจนกระทั่ง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเพราะอากาศร้อนกว่า 16 ศพในเขตคาห์มมาน MThai News ที่มา  fitnhit

กัมพูชาเดือด! ฮือปิดด่านปอยเปต ฉุนถูกรีดภาษีปะทะจนท.ดับ1
ประท้วง /  ปิดด่านปอยเปต / 

แรงงานชาวกัมพูชากว่า 500 คน รวมตัวประท้วงปิดด่านปอยเปต ไม่พอใจศุลกากรรีดภาษีไม่เป็นธรรม ใช้รถเข็นปิดถนน เผายางรถยนต์ จนท.สลายชุมนุมเสียชีวิต1  วานนี้ (25พ.ค.) เกิดเหตุจลาจลในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วเพียง 1 กิโลเมตร เป็นการจลาจลระหว่างกรรมกรรถเข็นชาวกัมพูชา ประมาณ 500 คน กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรกัมพูชา ในเรื่องของการเก็บภาษีมากเกินกว่าที่ประชาชนจะรับได้ โดยกลุ่มประชาชนชาวกัมพูชา ได้รวมตัวกันและใช้รถเข็นปิดกั้นถนนเอาไว้ จนรถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ จากนั้นก็ได้นำยางรถยนต์มาเผากลางถนน พร้อมทั้งตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาอย่างรุนแรง ถึงแม้ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปเจรจาแต่ก็ไม่เป็นผล จึงทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ของกัมพูชาจึงใช้วิธีรุนแรง ด้วยการใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ประชาชน และนำกำลังเข้าสลายการชุมนุม ด้วยการใช้ไม่กระบองโถมตีเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงอย่างไม่ยั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รถยนต์ของกัมพูชาที่จอดบริเวณด้งกล่าวเสียหายกว่า 10 คัน แม้กระทั่งรถบรรทุกสินค้าของไทย ที่เข้าไปส่งสินค้าในประเทศกัมพูชาก็ได้รับความเสียหายหลายคัน ทำให้รถสินค้าไทยที่กำลังจะนำสินค้าไปส่งยังประเทศกัมพูชา ตกค้างไม่สามารถเข้าไปส่งสินค้าในประเทศกัมพูชาได้ ต่างพากันจอดเรียงรายอยู่บริเวณหน้าด่านและบนถนนเป็นจำนวนมาก จากการสอบถามคนขับรถสินค้าคนไทยที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า เกิดการจลาจลตั้งแต่บ่ายโมง ไม่กล้าที่จะขับรถเข้าไป เพราะทราบข่าวมีการเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รถสินค้าของไทยก็ยังถูกทุบตีเสียหายหลายคัน แต่ไม่มีคนไทยได้รับอันตราย จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น.เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกัมพูชาได้คลี่คลาย และสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จึงปล่อยรถสินค้าไทยทยอยเข้าไปส่งในประเทศกัมพูชาตามปกติต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24 MThai News

ด่วน !! เหตุแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น เขย่าโตเกียว 5.6 แมกนิจูด
5.6 แมกนิจูด /  ญี่ปุ่น / 

เกิดเหตุแผ่นดินไหว ความรุนแรงขนาด 5.6 แมกนิจูด ในกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น โดยปราศจาก การประกาศเตือนภัย สึนามิ วันนี้ (25พ.ค.) สำนักข่าว 'รอยเตอร์' กรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยาประจำประเทศญี่ปุ่น รายงานเหตุแผ่นดินไหว เขย่ากรุงโตเกียว และพื้นที่โดยรอบ โดยมีแรงสั่นสะเทือนวัดได้ที่ 5.6 แมกนิจูด มีจุดศูนย์กลางความรุนแรงบริเวณ จังหวัดอิบารากิ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมหานครโตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคืบหน้าความเสียหาย และผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด รวมถึงโรงงานนิวเคลียร์ยังคงอยู่ในสถานการณ์ปกติ พร้อมกันนี้เหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าว ยังส่งผลให้ทางการประกาศปิดรันเวย์ของสนามบิน นาริตะ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ในขณะที่สนามบิน ฮาเนตะ ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ MThai News ที่มา reuters

ผบ.ตร. เด้งเพิ่ม 10 นาย สังกัดภาค7-กองปราบฯ
กองปราบปราม /  คำสั่งย้าย / 

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามคำสั่งโยกย้าย ข้าราชการตำรวจเพิ่มอีก 10 นาย สังกัดตำรวจภูธร ภาค 7 จำนวน 8 นาย และกองบังคับการปราบปรามอีก 2 นาย วันนี้ (25 พ.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่ง 295/2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติข้าราชการ (เพิ่มเติม) โดยอ้างคำสั่งเดิม 293/2558 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2558 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 11 นาย ไปปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้เพิ่มเติมอีกจำนวน 10 นาย โดยขาดจากตำแหน่งเดิมทันที จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยข้าราชการตำรวจ 10 นาย ต้องไปรายงานตัวที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.58 เป็นต้นไป ก่อนเวลา 12.00 น. ตามรายชื่อ ดังนี้ ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 1. พ.ต.อ.ไตรวิช น้ำทองไทย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 2. พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ ผู้กำกับสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 3. พ.ต.ท.สำราญ กลั่นมา รองผู้กำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 4. พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม 5. พ.ต.ต.ณรงค์ คุ้มไพร สารวัตร กองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 6. พ.ต.ท.ยงลิต ศุภผล สารวัตร กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม 7. พ.ต.ท.อัมพร ลิ้มประสาท สารวัตร กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม 8. ร.ต.อ.สักกะ ศรีฟ้า สารวัตร กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ข้าราชการตำรวจในสังกัด กองบังคับการปราบปราม 9. พ.ต.ท.วิรัชชาญ ขุนชัยแก้ว รองผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม 10. พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สารวัตร กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม MThai News ข้อมูลจาก...js100

แจ็คเกอรีน ทีวีพูล พูดจากใจเกลียดทีวีดิจิตอล
จ่ายเงินประมูลทีวีดิจิตอล /  ติ๋ม ทีวีพูล / 

แจ็คเกอรีน ทีวีพูล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  เปิดใจ เกลียดทีวีดิจิตอล วันนี้ (26พ.ค.) หลังจาก บริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่บริหารโดยนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ “ติ๋ม ทีวีพูล” เจ้าของช่อง “ไทยทีวี” และช่อง “LOCA” ไม่ได้ชำระเงินจำนวน 288.472 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่ 2 ตามกำหนด ในวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่าน โดยก่อนหน้านี้ นางพันธุ์ทิพาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า คาดการณ์ผิดที่ไปประมูลทีวีดิจิตอล2ช่อง ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนถึง 300 ล้านบาท และยืนยันไม่จ่ายค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทอล พร้อมให้เหตุผลว่าที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการบริหารงานที่ผิดพลาดของ กสทช. โดยมีการเปิดเผยว่ามีความเป็นไปได้ที่เจ้าตัวจะเลิกการทำทีวีดิจิตอลและหันไปทำทีวีดาวเทียมเช่นเดิม ล่าสุดพิธีกรคนดัง แจ็คเกอรีน ทีวีพูล ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีดังกล่าวว่า  เชื่อแน่ว่า หลังจากที่มีข่าวนี้ไป หลายคนที่หมั่นไส้องค์กรหนู คงได้แสดงความคิดเห็นแบบมันส์ระเบิดระเบ้อ เรียกได้ว่า ด่ากันสาดเสียเทเสียแน่นทั้งโลกโซเชียลและทุกหน้าหนังสือพิมพ์แน่ ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ (เน้นว่า 'ส่วนตัว' ไม่มีใครบังคับให้เขียน) หนูว่า เรื่องนี้ไม่มีใครแพ้ ใครชนะ นะคะ เพียงแค่เราเลือกที่จะไม่ไปต่อเอง เพราะเจ้านายหนูเลือกเอาความ 'สบายใจ' มากกว่า 'ศักดิ์ศรี' ที่ค้ำคอไว้ การเสียตังค์เยอะๆ แล้วไม่ได้อะไรกลับคืนมา แต่ต้องทำให้คนในครอบครัวอดตาย ถ้าเป็นหนูก็ต้องเลือกพ่อ แม่ พี่น้อง ญาติๆ เราก่อน คำคน นะมันกินไม่ได้หรอก มันก็เหมือนการเดินทางนั้นล่ะ คนเราถ้าขับรถหลงทาง ก็รีบหาทางยูเทิร์นกลับดีกว่า ดีกว่าขับไปเรื่อยๆ เปลืองน้ำมันเปล่าๆ ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ หนูพูดจากใจ  หนู 'เกลียด' ทีวีดิจิตอล ถึงมันจะทำให้ภาพในทีวีคมชัด แต่ส่วนตัวแล้ว มันทำให้ 'ความรัก' ของคนในวงการมันถดถอยลงอย่างน่าใจหาย เราเห็นการแก่งแย่งชิงดี การแบ่งพรรค แบ่งฝ่าย ไร้ความเป็นหนึ่งเดียว เมื่อก่อนทำงานเคยเดินยิ้มแฉ่งไปไหนมาไหน อยู่กับใครก็ได้ แต่พอมี 'ทีวีดิจิตอล' ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ไม่ต้องบอกว่า ใครแบนใคร ใครห้ามออกช่องไหน ยังไงนะคะ รู้กันอยู่แล้ว  แต่หนูเข้าใจทุกอย่างนะคะ เข้าใจว่า มันเป็นงาน มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ มันเป็นวิถีของการต่อสู้ในก้าวต่อไปของวงการทีวีในยุคดิจิตอล ที่ผ่านมาเลยเลือกที่จะเงียบ ไม่ค่อยไปตีกับใคร เพราะมันเหนื่อยใจ ที่เห็นคนรู้จักกันเองทั้งนั้น มาว่ากันหน้าจอ ซึ่งมันก็เรื่องของผลประโยชน์ทั้งนั้น หนูเข้าใจ หนูก็ประชาชนตาดำๆ ละนะคะ มีสิทธิ์พูดเนอะว่า แอบน้อยใจหน่วยงานที่ดูแลนะคะว่า มาโพทะนาว่าจะทำโน้นนี่ให้คนทำทีวีดิจิตอล เชื่อป้ะ? ทุกวันนี้บ้านหนูยังดูทีวีผ่านกล่องที่ให้ไม่ชัดเลย เหมือน พี่ๆ หลอกหนูให้มาเที่ยวสวนสนุกเพลิดเพลินใจว่า จะได้โน้นนี่นั่น มีเครื่องเล่นทันสมัยมากมาย แล้วสุดท้ายก็ลอยแพตามยถากรรม ใครจะตายไม่สนใจ หิวน้ำ หิวข้าว ก็ไม่รู้ไม่ชี้ เอาเงินค่าเข้าสวนสนุก (แพงๆ) อย่างเดียว ใจร้ายจริงๆ หนูรู้ว่า คนทำทีวีดิจิตอลตอนนี้ กระอักกันหลายคน เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เหนื่อยยากเลือดตาแทบกระเด็น หนูเป็นกำลังใจให้นะคะ และไม่ว่าจะยังไงก็ตามแต่ หนูในฐานะสื่อตัวเล็กๆ สื่อหนึ่งก็จะทำหน้าที่ผลักดันผลงานของทุกช่อง ทุกสถานีแบบเต็มที่ แบบที่มันควรจะเป็น ใครดี ใครดัง ก็เชียร์คนนั้น แบบไม่แบ่งข้าง แบ่งฝ่ายอยู่แล้ว ใครไม่ชอบหนู หนูไม่รู้ หนูรู้แต่ ทุกวันที่ก้าวออกจากบ้าน หนูจะมีรอยยิ้มให้ทุกคน เชียร์ทุกคนที่หนูรัก ด้วยอาชีพที่หนูรัก เป็นกำลังใจให้คนทำ ทีวีดิจิตอล ทุกคนนะคะ  สู้ต่อไป (ขอให้คนที่เค้าหลอกพวกเรามาเที่ยว สำนึกบ้างเถอะนะคะ) ขอบคุณค่ะ MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก tvpoolonline, แจ็คเกอรีน ทีวีพูล