ดวงประเทศไทย 2557

ย้ำชัดๆ! 'รถไฟฟ้าสายสีม่วง' เริ่มวิ่งมิย.59
ช.การช่าง /  ปลิว ตรีวิศวเวทย์ / 

ช.การช่างยืนยัน 'รถไฟฟ้าสายสีม่วง' จะเปิดทดลองให้บริการใน มิย.59 ก่อนเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ใน 'วันแม่แห่งชาติ' 12 สค.59 นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่- บางซื่อ จะพร้อมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการเดือนมิถุนาย 59 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการใน 'วันแม่แห่งชาติ' 12 สิงหาคม 59 โดยขั้นตอนการจัดตั้งจัดหา และติดตั้งระบบรถไฟฟ้าขณะนี้มีความก้าวหน้า 30% และรถไฟฟ้าขบวนแรกจะมาถึงประเทศไทยปลายปี 58 ขณะที่โครงการทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก มีความก้าวหน้า 33% คาดจะก่อสร้างเสร็จ และเปิดให้บริการเร็วกว่ากำหนดในสัญญาที่จะเปิดปลายปี 59 ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงสนามไชย-ท่าพระ มีความก้าวหน้า 60% โดยจะเริ่มขุดเจาะอุโมงค์ลอดใต้น้ำเจ้าพระยาอุโมงค์ที่ 2 เดือนมีนาคม 58 ติดตามข่าวสาร 'รถไฟฟ้าสายสีม่วง' คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

5 เหตุผล ที่คุณไม่ควรพลาด จะไปมันส์พร้อม ลีมินโฮ ใน Gangnam Blues
Gangnam Blues /  mono film / 

โอปป้า ยกขบวนมาซ่ายึดเมือง ให้แฟนๆชาวไทยได้มันส์กันแล้ว กับภาพยนตร์ Gangnam Blues โอปป้า ซ่ายึดเมือง จาก โมโนฟิล์ม ที่ได้ซูเปอร์สตาร์ ลีมินโฮ มานำทีมบู๊ระห่ำ ชิงที่ดินมูลค่ามหาศาล  แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะศึกกังนัมครั้งนี้ ยังมีอะไรดีๆ รอคุณอยู่อีกเพียบ และนี่คือ 5 เหตุผล ที่คุณไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ 1. ปิดไตรภาคชุดกังนัมสุดมันส์ ของผู้กำกับ ยูฮา ภาพยนตร์ Gangnam Blues โอปป้า ซ่ายึดเมือง ถือเป็นการปิดไตรภาคระดับลือลั่น ของผู้กำกับ ยูฮา โดยสองภาคแรกคิอ Spirit of Jeet Keun Do และ A Dirty Carniva ครั้งนี้มาปิดตำนานกับ Gangnam Blues โดยทั้งสามเรื่องนั้น เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเขตกังนัม อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความมั่งคั่ง และนำมาซึ่งความรุนแรงถึงเลือดถึงเนื้อ! รับประกันได้เลยว่าภาคสุดท้ายนี้ ผู้กำกับ ยูฮา ทุ่มเต็มที่เพื่อแฟนๆ โดยเฉพาะ 2. ลุคใหม่ซูเปอร์สตาร์ ลีมินโฮ สู้ตายถวายหัว!! แฟนๆ เตรียมคลั่งกันให้สุด เพราะใน Gangnam Blues เรื่องนี้ ซูเปอร์สตาร์ ลีมินโฮ ในบท "จองแด" เด็กหนุ่มผู้ไม่สามารถหนีพ้นความยากจนไปได้  และตัดสินใจที่จะขีดเขียนชะตาชีวิตด้วยสองมือของเขาเองโดยการเข้าร่วมแก๊งค์มาเฟีย และดำดิ่งสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำไรมากมาย แววตาอันเย็นเฉียบและฝีหมัดที่ร้ายกาจ อาจทำให้แฟนๆของ ลีมินโฮ ที่คุ้นเคยกับภาพลักษณ์สุดโรแมนติก รู้สึกไม่คุ้นชิน แต่แฟนๆ จะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของซูเปอร์สตาร์คนนี้ในบทบาทสุดเข้มแน่นอน! 3. คิมแรวอน ดวลเดือด ลีมินโฮ นอกจาก ลีมินโฮ ที่จะมาพร้อมลุคใหม่มาดเข้มแล้ว ยังต้องดวลเดือดกันถึงเลือดถึงเนื้อ กับ คิมแรวอน ในบท "ยองดี" พี่ร่วมสาบานที่แสนใจดีของจองแด แต่ก็เป็นชายผู้ไม่มีวันหยุดเดินหน้าจนกว่าจะได้ตามเป้าหมาย แม้ว่านั่นจะคือการฆ่าลูกน้องของเขาก็ตาม! มาดลึกลับ เด็ดเดี่ยวครั้งนี้  เป็นบทที่ คิมแรวอน จะได้กลับมาคืนฟอร์มอย่างยิ่งใหญ่ 4. ฉากแอ็คชั่นกลางโคลนและสายฝน เล่นจริงเจ็บจริงไม่มียั้ง คอหนังผู้ปลาบปลื้มฉากแอ็คชั่นระห่ำ Gangnam Blues ก็จัดให้ไม่ยั้ง กับฉากสำคัญที่ จองแด กับ ยองกี นำทัพสองแก๊งค์ปะทะกันกลางโคลน และสายฝน โดยใช้นักแสดงและสตันท์กว่า 150 คน ในการถ่ายทำวันละ 12 ชั่วโมงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยไม่มีการใช้ตัวแสดงแทน ทำให้ฉากนี้เป็นเสมือนสงครามสำหรับนักแสดง สตันท์ และทีมงาน ไม่มีใครสามารถแยกแยะออกได้ว่าคนไหนคือเพื่อน คนไหนคือศัตรู นักแสดงทุกคนรวมทั้ง ลีมินโฮ และ คิมแรวอน ทุ่มเทใจและจิตวิญญาณในการถ่ายทำฉากนี้แบบสุดๆ 5. มีให้เลือกมันส์ทั้ง 2 แบบ จะเสียงไทย หรือบรรยายไทย ชอบแบบไหนก็จัดไป! หากกำลังกังวลว่า Gangnam Blues ภาพยนตร์แดนกิมจิเรื่องนี้ จะมีภาษาไม่คุ้นหูล่ะก็ ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะทาง โมโนฟิล์มจัดแบบเสียงไทย มาให้ได้มันส์ หรือถ้าอยากเต็มอรรถรสแบบต้นฉบับแท้ๆ ก็มีแบบเสียงเกาหลี บรรยายไทยและอังกฤษ จัดให้เช่นกัน ชอบแบบไหน โดนแบบไหน ก็ไปเลือกชมกันได้ตามโรงฉายด้านล่างนี้เลย ดวลเดือดแย่งที่ดินกังนัม ไปกับ ลีมินโฮ และ คิมแรวอน ใน Gangnam Blues โอปป้า ซ่ายึดเมือง ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คนไปดูกันมาแล้ว เค้าว่ายังไงกันบ้าง คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Gangnam Blues ได้ที่นี่เลย --------------------------------

ข่าวลวง /  คสช. / 

ไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.เพื่อไทย ยัน กระแส ส.ส.ย้ายออกพรรคเพื่อไทย เป็นข่าวลวง เชื่อ ในสถานการณ์แบบนี้ หากมีใครกล้าตีจาก ประชาชนรับไม่ได้ เชื่อ ส.ส.ย้ายพรรคเป็นข่าวลวง ฟันธงใครยกก้นออกพท. สอบตกแน่ ยกอดีตให้เห็นเป็นตัวอย่าง “ไพจิต” เชื่อใครตีจากพท. ปชช.รับไม่ได้แน่ ลั่น ไม่มีส.ส.อีสานคนไหนกล้าย้ายออก วันที่ 28 มกราคม นายไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เชื่อว่ากระแสข่าวอดีต ส.ส.อีสานย้ายออกจากพรรคพท.นั้นเป็นเพียงข่าวลวงมากกว่า เพราะจากการเลือกตั้งสองครั้งที่ผ่านมา ก็เห็นอยู่แล้วว่าใครที่ย้ายออกจากพรรค สอบตกกันทั้งหมด และยิ่งสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นตอนนี้ ตอกย้ำเรื่องของความอยุติธรรมและไม่ความไม่เป็นประชาธิปไตย คนอีสานเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นตนมั่นใจว่าจะไม่มีอดีต ส.ส.อีสานคนไหนกล้าย้ายออกจากพรรคพท. รวมทั้งเชื่อว่าอดีต ส.ส.ในภาคอื่นๆ ก็มีความคิดไปในแนวทางเดียวกัน “ผมเชื่อว่าประชาชนยังรักและมั่นใจในนโยบายของพรรคพท. หากใครย้ายไปอยู่พรรคอื่นเชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้ วันนี้ประชาชนเข้าใจเรื่องการเมืองกันมากขึ้น เพียงแต่ไม่พูดเพราะไม่อยากมีปัญหา ทุกคนรอเวลา เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งเขาก็จะแสดงออกให้เห็นเอง สิ่งสำคัญ คือเราอย่าห่างหายไปจากประชาชน” นายไพจิต กล่าว ข้อมูล มติชน  MThai News

เซ็นทรัลส่ง 'เพาเวอร์บาย' ลุยตลาด 'เวียดนาม'
CPN /  กลุ่มเซ็นทรัล / 

เซ็นทรัล ส่งลุย! ส่ง 'เพาเวอร์บาย' เข้าถือ 'เหงียน คิม' ยักษ์ค้าปลีกเวียดนาม เดินหน้าขยายตลาดเต็มสูบ นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มเซ็นทรัลได้ขยายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังประเทศเวียดนาม ด้วยการส่งบริษัทในเครือ เพาเวอร์บาย เข้าถือหุ้น ร่วมกับ บริษัทค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รายใหญ่ของเวียดนาม เหงียน คิม เทรดดิ้ง จอยต์ สต๊อก คอมปะนี โดยมีสัดส่วนการถือ 49% โดยกลุ่มเซ็นทรัล มองว่าการขยายตลาดไปยังเวียดนาม เป็นแผนขยายตลาดที่มีความสำคัญ เนื่องจากเวียดนามเป็นตลาดหลักของภูมิภาคนี้ ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้จะ สามารถเพิ่มช่องทางให้ เพาเวอร์บาย สามารถขยายกิจการค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปในประเทศเวียดนาม ผ่านทาง สาขาของ เหงียน คิม ที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมถึง 21 สาขาทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเซ็นทรัลได้มีการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน มาแล้วก่อนหน้านี้ ได้แก่ ประเทศ มาเลเซีย, ประเทศอินโดนีเซีย ล่าสุด ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2556 MThai News

ด่วน !! ไอเอส-จอร์แดน ตกลง แลกตัวประกัน 2 ราย ภายในเย็นวันนี้
จอร์แดน /  ตัวประกันญี่ปุ่น / 

รัฐบาลจอร์แดน ตอนรับข้อเสนอจากกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย เพื่อแลกเปลี่ยนตัวนักโทษหญิงชาวอิรักกับตัวประกันนักบินชาวจอร์แดนและญี่ปุ่นที่ถูกจับตัวไว้ วานนี้ (28ม.ค)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว รัฐบาลประเทศจอร์แดน ออกประกาศพร้อมรับข้อเสนอจากกลุ่มก่อตั้งรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย หรือไอเอส เรียกให้ปล่อยตัว 'นางซาจิดา อัล-ริซาวี' นักโทษประหารชาวอิรัก ที่ถูกจับกุมเมื่อปี 2005 ฐานพยายามก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย เพื่อแลกกับการที่กลุ่มไอเอสจะปล่อยตัว 'นายเคนจิ โกโตะ' ตัวประกันชาวญี่ปุ่น และร้อยโทโมอัซ อัล-คัสสาสเบห์ นักบินชาวจอร์แดน นางซาจิดา อัล-ริซาวี ถูกจับกุมตัวฐานพยายามก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในงานแต่งงานแห่งหนึ่งพร้อมกับสามีของเธอ จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย แต่ระเบิดพลีชีพที่ผูกติดกับตัวของเธอไม่ทำงานจึงรอดชีวิตมาได้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กลุ่มไอเอสเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นยอมจ่ายเงินค่าไถ่ถอนตัวประกันชาวญี่ปุ่น 2 รายกว่า 200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6500 ล้านบาท ภายใน 72 ชั่วโมง แต่ทางการญี่ปุ่นไม่ยินยอมรับข้อเสนอดังกล่าว ส่งผลให้ให้นายฮารูนะ ยูกาวะ ตัวประกันชาวญี่ปุ่นปรากฏในภาพที่ถูกแผยแพร่ออกมาในลักษณะเป็นศพที่ถูกสังหารโหดก่อนหน้านี้ MThai News ที่มา BBC

หุ้นไทยเปิดเเผ่ว! 0.16 จุด ที่ 1592.65  จุด
SET /  ข่าว / 

ณ เวลา 09.59  น. ตลาดหุ่นไทยอยู่ที่ 1592.65  จุด ลดลง 0.16  จุด หรือ 0.03 % มูลค่าการซื้อขาย 1685.93 ล้านบาท บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุว่า SET ยังแกว่งตัวผันผวน และมีจังหวะย้อนลบให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งคาดว่าเกิดจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น หลังการดีดตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ก่อน ถึงแม้ว่านักลงทุนต่างประเทศจะกลับมามียอดซื้อสุทธิต่อเนื่องในระดับสูงพอควรแล้วก็ตาม แต่นักลงทุนในบ้านเราก็ยังกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า ขณะที่ผลประชุมเฟดเมื่อคืนนี้แม้ว่าจะออกมาตามคาด แต่การส่งสัญญาณว่าเฟดอาจจะขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังช่วงกลางปี 2558 นี้ และการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับกรีซและรัสเซีย ก็ยังคงกดดันให้ตลาดหุ้นต่างประเทศเช้านี้ไม่สดใสนัก ทำให้ คาดว่า SET จะยังอยู่ในช่วงของการแกว่งผันผวนและมีสิทธิปรับพักตัวลงต่อได้ อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากรอบการปรับตัวลงของดัชนียังค่อนข้างจำกัด และหลังจากนั้นยังมีแนวโน้มที่ SET จะกลับไปขยับขึ้นต่อ จากแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการและการจ่ายปันผลของ บจ.ต่างๆ ที่ใกล้จะทยอยประกาศในช่วงถัดจากนี้ได้ แนวรับ  1587-1582 , 1575-1570 จุด   แนวต้าน  1596-1602 , 1606-1610 จุด MThai News

สังสัยจะแย่! แค่ไม่ถึงเดือน คลังหั่น 'จีดีพี' ปีนี้เหลือ 3.9%
การส่งออก /  คลัง / 

เศรษฐกิจไทยส่อแววไม่ถึงฝัน 'คลัง' ออกโรงหั่น 'จีดีพี' ตั้งแต่ต้นปีเหลือโต 3.9% จากเดิมคาดโต 4.1% จากแนวโน้มการส่งออกที่ยังไม่ฟื้น ตามเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยว่า ได้มีการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 58 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 3.9% จากเดิมที่คาดโต 4.1% โดยได้รับแรงกดดันจากการส่งออกที่ชะลอตัว จากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโครงการลงทุนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านการคมนาคมขนส่ง เม็ดเงินจากงบกลางที่กันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปี และงบไทยเข้มแข็ง การลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับอุปสงค์จากต่างประเทศคาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นภายหลังสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศคลี่คลายลง นอกจากนี้ การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจภาพรวมที่ฟื้นตัวขึ้น และนโยบายภาครัฐที่มีความชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นตาม ในด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 58 จะอยู่ที่ร้อยละ 0.9 (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.4 – 1.4) ลดลงจากปีก่อนหน้า ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่มีทิศทางลดลง เนื่องจากอุปทานที่มากกว่าอุปสงค์ในตลาดโลก สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 57 คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ร้อยละ 0.7 ชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 2.9 โดยมีสาเหตุหลักจากการส่งออกสินค้า และบริการที่มีแนวโน้มหดตัว ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ล่าช้า ติดตามข่าวสาร 'การคลัง' คลิ๊กเลย>>>>>>> ขอบคุณภาพจาก http://www.phuketimes.com MThai News

ของขวัญเกิดครบ 44 ปี ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3 XL มาไซส์ L
ฟิตเนส /  ลดน้ำหนัก / 

ของขวัญเกิดครบ 44 ปีที่มีค่ามากที่สุดการ ลดน้ำหนัก จากตัวจากคนไซส์ 3XL มาเป็นคนไซส์ L ทุกๆ คนย่อมอยากมีหุ่นที่ดูดี ไม่ถูกล้อ จะทำอะไรก็มีแต่ความมั่นใจ เป็นตัวอย่างให้กับคนรอบข้างได้อยู่แล้วครับ Men.MThai เชื่ออย่างนั้น ซึ่งการที่จะมีหุ่นที่ดูดีได้นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งนั้น ถ้าเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่วแน่ และตั้งใจทำเต็มร้อย ผมก็เชื่อว่าทุกๆ คนก็สามารถเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองได้ครับ อย่างเช่นคุณ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่มาแชร์ประสบการณ์ ลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง จากไซส์ 3XL มาเป็น L ได้ ซึ่งทางเราก็คิดว่าความสำเร็จของคุณ จ่าโหดปืนห่าม ในครั้งนี้จะสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่มีความคิดที่จะ ลดน้ำหนัก ฟิตหุ่นได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 44 ปีของผม 26 มกราคม 2558 ก็เลยตัดสินใจแบ่งปันประสพการณ์การเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากชายอ้วนวัยกลางคน คนหนึ่งให้ทุกๆ ท่านได้อ่านกันว่า 17 เดือน 22 โล ณ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมหนัก (ประมาณเพราะไม่กล้าชั่ง) 105 กิโลกรัม และปัจจุบัน ขึ้น ๆลง ๆอยู่ที่ 87 - 85 กิโลกรัม ซึ่งเป้าหมายผมคือ 78 กิโลกรัม (น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่) ผมเองรับรูปร่างและน้ำหนักตัวไม่ได้มาต้งแต่ ม. 2 ผมอดอาหาร ทานน้อยๆ บางวันกินแค่ขนมปังหนึ่งก้อนและน้ำอัดลมขวดนึง เพื่อให้มีกำลังในการเล่น (เล่นฟุตบอล) เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่เคยดูเป็นคนผอมเสียที ดูเป็นคนบวมๆ มีน้ำมีนวลตลอดเวลา ปกติแล้วเป็นคนชอบออกกำลังกายมาตลอด ชอบเล่นฟุตบอล (เล่นไม่เก่งแต่ก็ชอบ) เคยชกมวย (ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย เรียนสนุก ๆ) น้ำหนักตัวผมน้อยที่สุดผมว่าน่าจะเป็นช่วงทำงานปิดเทอม ผมเป็นพนักงานขายรองเท้า เป็นผู้ชายคนเดียว วิ่งเข้าวิ่งออกสโตร์ยกรองเท้าลังรองเท้าสูงถึงเพดานห้องเก็บของ กินวันละมื้อเดียวเป็นแซนด์วิช 1 คู่กับนมพร่องไขมัน 1 แก้ว แล้วก็เดินและวิ่งกลับบ้าน ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม.แล้วก็ซิตอัพ กระโดดเชือก ทำอะไรต่อมิอะไรมาเยอะแยะ เพื่อทีจะไม่อ้วน สุดท้ายเมื่อเรียนจบออกมาทำงาน เพียงแค่ ไม่ถึงปี น้ำหนักก็พุ่งพรวดไป 85 ก.ก. จากปกติน้ำหนักอยู่ที่ 6x กก พอดีมีแฟนช่วงนั้นแฟนขอให้ลดความอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดซัก 5 กก.ได้มั้ย เลยตัดสินใจไปสถาบันลดความอ้วน บอดี้ๆ เป็นลูกค้าดีเด่น 3 เดือนลดไป 20 กก.ด้วยการควบคุมอาหารอย่างเดียว เรียกลูกค้าให้เค้าได้อีกหลายคน เป็นพรีเซนเตอร์เลยช่วงนั้น แต่ผ่านไปไม่นานน้ำหนักก็มาวนเวียนอยู่แถว ๆ 80 กก.อีก วนไปเวียนมาแต่เราก็รู้วิธีการควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ผมเคยทานแบบนับแคล กินแค่มื้อละจานน้ำหนักก็ลงแล้ว เพราะเรารู้ว่าเราต้องการพลังงานพื้นฐานเท่าไร และ อาหารจานเดียวแต่ละอย่างมันเฉลี่ยแล้วกี่แคล ก็กินไม่ให้เกิน น้ำหนักก็ลงมา ต่ำสุดๆ ก็ 78 กก. แต่พออายุย่างเข้า เลขสามกลาง ๆทีนี้ น้ำหนักมันขึ้นไม่ยอมลงแล้ว จะกินน้อยกินมากแค่ไหนก็ไม่ยอมลง จนมันเดินทางจาก 85 กก.(ซึ่งเป็นน้ำหนักปกติของผมช่วงหนึ่ง)เข้าสู่ เลข 9 และหลังจากเลข 9 แล้วทีนี้เราก็หาตัวช่วยกลับกลายเป็นไปกันใหญ่ครับ จนทำให้ผมกลายเป็นคนเกิน 100 ในที่สุด และเราก็หมดหวังและคิดว่าชาตินี้ "กูคงอ้วนจนตายแล้วหละ" ปล่อยผ่านเรือยมาไม่น้อยกว่า 5 - 6 ปี จนวันหนึ่งได้กลับไปเจอเพื่อนเก่า ๆ สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกัน มีอยู่คนหนึ่ง เฮ้ยยิ้มหล่อว่ะ ดูดีมาก แล้วที่สำคัญสาว ๆก็กรี้ดกร้าดมันด้วยเพราะรูปร่างดี ล่ำสันสไตล์คนเพาะกายเลย ทั้งที่จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้มันตัวเล็ก ๆเหมือนเด็กแกรน ๆ ตัวเท่าลูกหมาเอง แล้วดูกูสิ ดูอีกหลาย ๆคนสิ ยิ้มอ้วนหุ่นเจ๊งกันหมดละ โชคดีที่กูหัวไม่ล้านนะเนี่ยไม่งั้นล่ะก็ แย่เลย ก็เริ่มได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น ว่ามันทำยังไง? อีกอย่างหนึ่งช่วงนั้นจับลูก ๆหัดเรียนว่ายน้ำที่สโมสรหมู่บ้านซึ่งมีฟิตเนสด้วย แต่เราก็เอาแต่นั่งอ้วนดูลูกเรียน ปากก็บ่นด่าลูกไปตามประสา แต่ไม่ได้ออกกำลังเลย เหมือนว่าเราเอาเปรียบลูกอยู่ และก็เริ่มคิดว่าถ้าเราอยากใจะให้ลูก ๆตั้งใจทำ มีความพยายามในการทำ จะมีอะไรดีกว่าการที่จะทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น ก็เลยเริ่มหาข้อมูล ก็ถามเพื่อนคนนั้นนั่นแหละว่าจะเริ่มต้นยังไงดี? เพื่อนก็แนะนำให้ลองเข้าเวปไปศึกษาหาข้อมูล ก็เลยเข้าไปทีเวป http://tuvayanon.net/index1.html นับได้ว่าเป็นอาจารย์ท่านแรกของผม และทุกวันนี้ผมยังเข้าไปเสมอ ๆ ผมเมล์ไปถามเรืองทีสงสัยก็ได้รับการตอบกลับมา ดีใจมาก และก็เริ่มออกกำลังกายมาตั้งแต่ช่วงนั้นโดยเท่าที่จำได้ น้ำหนักเริ่มต้นคือ 105 กิโลกรัม ผมตัดสินใจว่าจะเดินบนเส้นทางของนักเพาะกายนี่แหละ เพราะตรงที่สุดแล้วสำหรับคนอ้วนอย่างเราโดยตอนนั้นเพื่อผมวางโปรแกรมในการฝึกมาให้เพื่อเล่นทั้งตัว ขา 2 ท่า อก 2 ท่า หลัง 2 ท่า ไหล่ หลังแขน หน้าแขน และจบด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที ซึ่งผมไม่ทราบเลยว่าการคาร์ดิโอคืออะไร คาร์ดิโอโซนที่เห็นในเครืองออกกำลังกายที่ฟิตเนสคืออะไร? ก็มาหาข้อมูลเอา ทั้งในพันทิพ และ ที่อื่น ๆ และเพื่อให้การเปลียนแปลงไปด้วยดี ผมก็หาข้อมูลเรืองการกินอาหาร ก็ไปเจอเรืองการกินคลีน การลีนไขมัน ทีนี้ปวดหัวกันใหญ่ละมันเป็นเรื่องที่ต้องมีการคำนวณเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอ้เราก็ไม่ชอบซะด้วย สรุปในช่วงแรกของการเริ่มต้น จะเกิดความสับสนว่าจะเอาไงดี กินน้อยเพื่อให้น้ำหนักลง? แล้วกล้ามเนื้อหละจะสร้างยังไง? แล้วควรกินอะไรเท่าไหร่? ในช่วงที่ 1. เม.ย. - ต.ค. 2556 ผมทานโยเกิรต์ต หลีกเลี่ยงแป้ง(คาร์โบ)เน้นโปรตีน จนมาอ่านเจอข้อมูลเรืองการกินคลีน ก็ปรับมา ทานข้าวกล้อง โฮลวีท อกไก่อบ(ด้วยหม้อลมร้อน) งดน้ำตาล ของหวานของทอด เน้นผัก สลัด หลังออกกำลังกายทานอาหาร(เสต้กปลาแซลมอนเป็นประจำเลย) ปรากฏว่าสัดส่วนดูเล็กลง แต่ที่น่าตกใจคือน้ำหนักขึ้น !!! โอ้ไม่นะ จาก 105 กก.หนักขึ้นมาเป็น 107 กก. ทำไงดีฟระ อะไรนี่???? พอดีช่วงนั้นพบเฟสของ อ.มาร์ค ไทยทอป ก็เลยแมสเสจไม่ถามอาจารย์ตอบกลับมาว่าให้คุณ เพิ่มการคา์ดิโอตอนเช้าก่อนกินอาหารเช้าด้วย ผมก็จัดไปวันละ 40 นาทีด้วยการปั่นจักรยานในฟิตเนส ตั้งโปรแกรมเป็นแบบขึ้นเขาโดยใช้รอบขาไม่ต่ำกว่า 80 คิดว่าเป็นการซ้อมด้วยเพราะช่วงนั้นเริ่มขี่จักรยานแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจ HR. เคยขึ้นถึง 150 กว่า ๆด้วยซ้ำไป ขี่จักรยานก็ปวดแขน ปวดหลังไปหมด แต่ใจสู้คิดเสมอว่า "อะไรที่คนทำได้ คนต้องทำได้" มีคนทำได้เยอะแยะไปหมด สุดท้ายน้ำหนักก็เริ่มลงมา และผมเริ่มแบ่งการกินมาเป็นกินทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่หลังจากทำไปได้ 2 เดือน ก็มีเหตุอีก ปรากฏว่าผมหิวตลอดเวลา หิวทั้งคืน จนสุดท้ายคืนหนึ่งตอนเช้าต้องเข้าโรงพยาบาลอ้วกออกมามีแต่น้ำย่อย นอนให้หมอส่องกล้องดู หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน แต่มันย้อนมาแค่ในกระเพาะนะ คือเหมือนน้ำย่อยมันออกมาตลอดเวลา ก็เลยเลิกการกินแบบนั้นไป สรุปว่าในช่วงแรกผมออกกำลังในแต่ละวันคือ เช้า คาร์ดิโอ 40 นาที เย็น เวทเทรนนิ่ง (เน้นยกหนักๆเลย) 90 - 120 นาที น้ำหนักลงมาจาก 107 กก. (คือช่วงพีคสุด) อยู่ที่ 95 กก. และผมก็หยุดไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ช่วงที่ 2 เดือน เม.ย. 2557 - เดือนมกราคม 2558 หลังจากหยุดไปแรก ๆผมก็ควบคุมอาหารหลัง ๆก็ช่างมันกินอย่างไร้วินัยที่สุด สุดท้ายน้ำหนักตัวผมตอนเริ่มต้นออกกำลังกายใหม่นี้อยู่ที่ 100 กก. ซึ่งผมก็พอใจว่าขึ้นมา แค่ 5 กิโลกรัม ถ้าดูจากสภาพการยัดเข้าไปแล้วควรจะกลับไปที่ 105 เป็นอย่างน้อย(แสดงว่าเรืองการโยโย่ ที่เคยเจอมาก็ดีขึ้นละ) แต่สภาพนี่อ้วนเหมือนเดิมละ ทีนี้ก็ไปได้แรงบันดาลใจจากน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นเค้าวิ่ง ๆๆๆ และก็ ปั่น ๆๆๆ จนสุดท้าย ลงไตร เฉยเลย เราก็ "เฮ้ย ถ้าคนธรรมดาคนนึงทำได้เราก็ทำได้วะ ปีหน้าจะลงไตรมั่ง" (แต่จนถึงตอนนี้วิ่งยังไม่ได้ซักเท่าไหร เรื่องว่ายน้ำน้ำว่ายยังแพ้ลูกเลยผมว่ายน้ำไม่เก่ง) ก็เริ่มกลับมาออกำลังกายอีกครั้ง แต่คราวนี้ที่แย่คือ วินัยการกินเจ๊งบ๊ง ผมไม่กินคลงกินคลีนละ ไม่นับแคลไม่สนใจเรืองการกินอีกต่อไป เช้า คาร์ดิโอ 50 นาที ปั่นจักรยานเพิ่มโปรแกรมความหนักมากขึ้น รอบขาเร็วขึ้น เฉลี่ยอยู่ที 100 แข่งกับตัวเอง แข่งกับเวลา วันนี้ต้องทำเวลาและเผาแคลฯได้มากกว่าเมือวานในเวลาที่เท่ากัน (นั่นเป็นเหตุผลที่หลาย ๆคนไม่เข้าใจว่าผมทนนั่งปั่นจักรยานอยู่ได้ไงตั้ง 50 นาทีเบื่อตายชัก) เฉลี่ยตอนเช้าผมเผาแคลฯไปประมาณ 935 แคลทุกๆเช้า(อันนี้ถูกผิดก็ต้องว่าตามเครืองปั่นจักรยานของผมหละ) เย็นก็ เวทหนัก ๆ ในแนวของคนเพาะกาย ทั้งร่างเหมือนเดิม เพิ่มสควอชเข้าไปด้วย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ปรับโปรแกรมตามเวลาและปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอ 15 นาที จนถึงตอนนี้ น้ำหนักผมลดลงจากจุดเริ่มต้น 100 กก.อยู่ที่ (ต่ำสุด) 84 กก. แต่เฉลี่ยก็จะขึ้น ๆลง ๆอยู่แถว 87 กก. ผมไม่สนใจเรืองน้ำหนักเท่าไหร่(จริง ๆก็สนใจเพราะจะได้รุ้ว่าจบภารกิจเมื่อไหร่ เพื่อจะเข้าสเตจ 2 ) รอบเอวผมจากวันที่เริ่มต้นออกกำลังกาย 45 - 46 นิ้ว ปัจจุบันอยุ่ที่ 34 นิ้ว (เล็กกว่าตอนหนัก 78 กก.อีก) รอบอกลงมาจาก 45 นิ้ว อยู่ที่ 40 นิ้ว รอบแขนลงมาจาก 18 นิ้ว อยู่ที่ 14.5 นิ้ว เรื่องของระบบการหายใจดีขึ้นมาก ผมสามารถวิ่งเล่นฟุตบอลตลอดทั้งเกมส์ได้(สนามใหญ่ 90 นาทีสบาย ๆ) และผมเล่นฟุตบอลอาทิตย์ละ 4 วันโดยวันเสาร์เป็นวันแข่ง ผมปั่นจักรยานได้สบาย ๆในระย 50 กม.(โดยไม่เหนื่อย)แต่ยังไม่เคยออกทริปไกล ๆเพราะเกรงใจภรรยา เป็นหวัดน้อยลงแทบจะไม่เป็นเลย จากคนมีปัญหาภูมิแพ้ นอนกรน ก็ดีขึ้นมาก จากที่ตื่นนอนแล้วรู้เลยว่าเรามีปัญหาหยุดหายใจตอนนอน เพราะจะง่วงทั้งวัน ก็ไม่เป็นแล้ว เสื้อผ้าจากไซส์ 3 xl เหลือ XL หรือ L เป้าหมายคือ M ทีดีใจที่สุดก็คือ ถ้าคุณไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าลุกไม่อยากอ้วนเหมือนพ่อ ลูกกลัวว่าโตขึ้นแล้วต้องอ้วน คุณจะไม่รุ้เลยว่ามันน่าเสียใจแค่ไหนที่เราเป้นตัวน่ารังเกียจของลูก ๆ ทุกวันนี้ลูก ๆก็ดูมีความสุขที่มีพ่อไซส์ปกติ ๆเหมือนพ่อคนอื่น ผมโชคดีที่ไม่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันไปเสียก่อน บทสรุป 1.เมื่อคุณเริ่มต้นขอให้มั่นคง จะมีคนเยาะเย้ยถากถางคุณเยอะมาก มีคนคอยซ้ำเติมความล้มเหลวของคุณตลอดเส้นทาง 2.อย่าใจร้อน เราทุกคนเคยผอมมาก่อนอ้วนทั้งนั้นแหละ แล้วทำไมจะกลับไปผอมอีกไม่ได้แต่มันต้องใช้เวลา 3.มั่นคงบนเส้นทางที่ตัดสินใจ เริ่มเดินแล้วอย่าวอกแวกไปเรื่อย ๆ แข่งกับตัวเองเท่านั้นอย่าแข่งกับคนอื่นไม่มีประโยชน์เลย 4.หลักการของผมยึดตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนา "ควบคุมเหตุ ไม่สนใจผล" แล้วมันจะมาเอง 5.พยายามหาข้อมูลให้ถูกต้อง มีสติคิดก่อนว่าข้อมูลนั้น ๆถุกต้องไม๊? 6.เลือกเส้นทางที่ยั่งยืน นับแคล ไม่เอาคาร์โบ ยาลดความอ้วน อาหารเสริม ผมผ่านมาหมดแล้วแต่เป็นไง? สุดท้ายผมก็หนักเกิน 100 กิโลอยู่ดี ไม่มีประโยชน์เลยเสียเงิน เสียเวลา เสียสุขภาพทั้งกายและจิต สิ่งที่ผมปฏิบัติตัวอยู่ทุกวันนี้ 1.พยายามทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ให้ได้ 4 มื้อขึ้นไป (อย่าเยอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิว) 2.มื้อแรกของวันหลังการคาร์ดิโอ จะกี่โมงก็ช่าง หลังจากนั้นพยายามทุก ๆ 2 ชั่วโมง และมื้อสุดท้าย(หนัก) อย่าเกิน 5 โมงเย็นอนุโลมให้ได้ถึง 6 โมง หลังออกกำลัง น้ำมะเขือเทศดอยคำ 1 แก้วโต ๆหรือกล้วยหอม 3.ออกกำลัง 5 - 6 วันต่อสัปดาห์ คาร์ดิโอเช้าจำเป็นมากสำหรับคนน้ำหนักตัวเยอะ ๆอย่างผม เวทเทรนนิ่งจำเป็นในการสร้างเตาเผาพลังงาน ฟุตบอลเพื่อความสนุกสนาน (และเป็นการคาร์ดิโอแบบหนึ่ง) จักรยานเพื่อความบันเทิง 4.รุ้ประมาณในการบริโภค ผมหลีกเลี่ยงของทอด หวาน มัน เค็ม จัด น้ำอัดลม น้ำตาล(งดเติมในก๋วยเตี๋ยวมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว) ตอนนี้ผมทานทุกอย่างแต่ไม่เยอะ ตั้งสติก่อนสตาร์ท สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณ เวป http://tuvayanon.net/index1.html ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นการให้ข้อมูลที่ดีๆ ขอขอบคุณกลุ่มแนวร่วมลดน้ำหนัก เฟสบุ้คของอาจารย์มาร์ค ไทยทอปฟิตเนส และที่สำคัญที่สุดคือ ภรรยาและลูกที่เป็นทุกอย่างให้กับเรา ผมคงทำไม่สำเร็จถ้าภรรยาไม่อดทนดูแลลูกเล็ก ๆจอมป่วนของผมทั้ง 3 คนให้ในเวลาที่ผมไปออกกำลังกาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมทนทุเรศรูปร่างตัวเองมานานมาก แต่ทุกวันนี้ ภรรยาผมบอกว่าผมกลายเป็นพวกหลงตัวเองไปแล้วซึ่งก็จริง (ยอมรับเลย) ไม่ใช่อะไรมันภูมิใจกับความตั้งใจของตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านที่อดทนอ่านมาจนถึงตรงนี้นะครับ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาจากต้นฉบับ จ่าโหดปืนห่าม สมาชิกเว็บไซต์ Pantip http://pantip.com/topic/33154270

เปิดด้านมืด!! เมืองกรุง มาดูกัน คนกทม.เสี่ยงเจออะไรบ้าง
กรุงเทพ /  ขอทาน / 

กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร เมืองหลวงของแผ่นดินไทย ผู้คนหลั่งใหลจากทั่วสารทิศ มาสุมรวมกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เพราะเป็นศูนย์กลางการปกครอง ศูนย์กลางเศรษฐกิจ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ล่าสุดเว็บไซต์ economist.com ยังยกให้กรุงเทพมหานครนั้น อยู่อันดับที่ 14 ของเอเชีย เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุด มองกลับกัน หากที่ใดที่คนเยอะปัญหาย่อมแยะเป็นธรรมดา มีความสับสนวุ่นวายเต็มไปด้วยการแข่งขัน และที่สำคัญ กรุงเทพฯ คือเมืองที่มีอัตราการเกิดอาชญกรรมสูงเลยทีเดียว คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ จะต้องประสบพบเจอกับความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน แม้จะไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่จงจำเอาไว้ อาจจะกลายเป็น "พลเมืองดีที่ถูกฆ่าตาย" ก็เป็นได้ มาดูกันว่า คนที่อยู่กรุงเทพฯ จะมีความเสี่ยง พบเจออะไรบ้าง -ปัญหาอาชญกรรม ปล้น จี้ ฆ่า รายวัน อย่างที่เกริ่นข้างต้นว่า แม้ว่าจะไม่เคยมีปัญหากับใคร ก็อาจจะโดนทำร้ายแบบไม่รู้ตัว อย่างคดีล่าสุด วัยรุ่นอายุแค่ 19 มีดฟันสถาปนิกหนุ่มชิงไอโฟน 6 ใต้สถานีรถไฟฟ้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือ ร้ายไปกว่านั้น คนร้ายบุกยิงลูกตำรวจตาย หน้าร้านเกม ย่านประชานิเวศน์ มาสารภาพทีหลังว่ายิงผิดตัว รวมไปถึงการทะเลาะเบาะแว้งจากนักเรียน นักศึกษาต่างสถาบัน ที่มักจะก่อเหตุฆ่ากันชนิดที่ไม่กลัวคนอื่นจะโดนลูกหลง สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ปลอดภัยของประชาชน ที่โจรยังชุกชุม -ซ่องค้ากาม แหล่งขายบริการ ข้างถนนทั่วกรุงเทพฯ พบว่ายังคงมีการซื้อขายบริการทางเพศทุกแห่งอย่างชัดเจน ลูกค้ามีตั้งแต่กรรมกรไปจนถึงเศรษฐี ทั้งชาย หญิงแห่ไปใช้บริการ ที่มีให้เลือกทุกรูปแบบ โสเภณีทุกรุ่น ทุกวัย ทั้งไทยทั้งเทศ ชนิดที่ว่า เปิดตลาดค้ากันแบบเย้ยฟ้าท้าตำรวจ จับกุมเท่าไหร่ก็ไม่หมด เมื่อมีผู้ซื้อ ก็ย่อมมีผู้ขาย หรือที่เป็นระบบหน่อย ก็จะมีแม่เล้าคอยจัดหา ตามที่จับกุมได้ครั้งล่าสุด บุกทลายภายร้านกาแฟภายใน ถ.นวลจันทร์  โดยเปิดเป็นร้านขายกาแฟโบราณบังหน้า แต่เบื้องหลังเป็นซ่องค้าบริการ  พบหญิงไทยอายุ 20-25 ปี จำนวน 8 คน รอให้บริการลูกค้า ถุงยางเกลื่อน ยาปลุกเซ็กส์เพียบ แหล่งค้ากาม สถานบันเทิงเริงรมย์ทั้งหลาย จึงทำให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อของชาวต่างชาติ ในการซื้อหา "โสเภณีราคาถูก" -ปัญหารถติด มลพิษทางอากาศ กับแท็กซี่เจ้าปัญหา และรถเมล์สายนรก รถติดในกรุงเทพฯ คนกรุงต้องทำใจ ตราบใดที่รถเพิ่ม ถนนเท่าเดิม การเดินทางจึงต้องเผื่อเวลา บางครั้งติดนานเป็นหลายๆ ชั่วโมง ทำให้เกิดความเครียด ไหนจะต้องรีบเร่ง และเจอกับมลพิษ หากใช้บริการรถสาธารณะอย่างรถเมล์ เมื่อแจ็คพอตไปเจอรถเมล์สายนรกก็ต้องทำใจกับความปลอดภัยที่ฝากไว้กับคนขับ ดีไม่ดี คนที่เดินข้างถนน อาจโดนพุ่งชน รถทับหัวโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การใช้บริการแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ยังเป็นที่เอือมระอา หลายคนไม่กล้าใช้บริการ เพราะเจอกับปัญหารสารพัด ทั้ง โกงค่าโดยสาร พาไปข่มขืน พาไปชิงทรัพย์ ไม่รับผู้โดยสาร ใครที่ใช้บริการเชื่อว่า ทุกคนย่อมมีโอกาสเจอแน่นอน -พวกโรคจิต อยู่กรุงเทพฯ มีมากมายหลายชีวิต ทั้งคนโรคจิต วิตถาร เมื่อมาอยู่ร่วมกัน รู้หน้าไม่รู้ใจ โดยในสถานที่สำคัญๆ แหล่งคนพลุกพล่านอาจจะต้องระวัง ทั้ง การฉีดน้ำกรด ใช้มีดแทง เปิดโชว์อวัยวะเพศ และแอบถ่ายใต้กระโปรง แอบถ่ายในห้องน้ำ โดยในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นชายโรคจิตโชว์น้องชายมาสำเร็จความใคร่ กันไม่ซ้ำราย บางรายควักออกมาโชว์ ทั้งที่นั่งโดยสารรถไฟฟ้าก็ยังกล้าทำไปได้ ถือได้ว่า ทุกที่ในเมืองกรุงอันตรายหมด อย่าคิดว่าเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิดทั่วมุมเมือง จะทำให้คนเหล่านี้เกรงกลัว เพราะขึ้นชื่อว่า "โรคจิต" ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง -เมืองหลวงแห่งขอทาน ที่เรียกว่า เมืองหลวงของขอทานเพราะ เป็นแหล่งรวมขอทานรายใหญ่  ตามสะพานลอย หรือ ข้างถนน คนขอทานจะพบได้จนชินตา ที่น่าสลดใจคือ มีเด็กเล็กในสภาพมอมแมมรวมอยู่ด้วย เด็กเหล่านี้คือเหยื่อที่ถูกผู้ใหญ่นำมาเป้นเครื่องมือหากินบนความสงสารของคน แต่นับว่าเป็นเรื่องดี ที่ทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เร่งจัดระเบียบขอทาน แก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง หลังจากที่ปีก่อน สหรัฐถีบไทย ลดระดับเรื่องค้ามนุษย์ จากระดับ 2.5 ที่ไปอยู่ระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุด เทียบชั้น เกาหลีเหนือและซีเรีย -คดีข่มขืนรายวัน โรคติดต่อ เอดส์ พุ่ง นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองที่ครองแชมป์ คดีข่มขืนมากที่สุด แม้จะมีการเร่งแก้ไขกฎหมาย หรือ หลายฝ่ายรณรงค์ในเรื่องนี้ แต่คดีข่มขืนยังคงมีให้เห็นรายวัน หญิงสาวที่อยู่ในเมืองกรุง ต้องระมัดระวังอย่าให้ตกเป็นเหยื่อ ความเสี่ยงโรคติดต่ออาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ความเศร้าเสียใจ เป็นปมติดตัวไปตลอดชีวิต และด้วยที่ผู้คนมากมายในเมืองแห่งนี้ ใครจะรู้ว่า  ที่เดินสวนกัน หรือรู้จักกัน อาจจะติดเชื้อ HIV อยู่ก็เป็นได้ ข้อมูลจากกองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เผยสถานการณ์โรคเอดส์ของกรุงเทพมหานครในปี 56 พบว่ามีผู้ติดเชื้อกว่า  50,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละกว่า 2,000คน เขตที่มีผู้ป่วยเอดส์มากที่สุดคือเขตบางเขน บางกะปิ ส่วนใหญ่พบเป็นเพศชายกว่า70เปอร์เซ็นต์ และส่วนใหญ่เป็นพวกชายรักชาย -ค่าครองชีพสูง สัจธรรมของคนกรุง คือ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย แม้ว่าราคาน้ำมันจะถูกลง แต่ดูเหมือนว่า สินค้าที่กว่าจะถึงมือผู้บริโภคนั้นไม่ถูกลงแถมสินค้าที่ราคาลดลงก็ไม่ได้มีผลค่าใช้จ่ายลดลง เพราะแม้ผัก หมูราคาลงจริง  เมื่อไม่ได้ทำกับข้าวทานเอง ยังไงก็จ่ายแพงเหมือนเดิม ผลสำรวจยังพบด้วยว่า ปัญหาที่ชาวกรุงเป็นห่วงก็คือ ค่าครองชีพ ข้าวของแพง นำไปสู่ความเครียด เพราะมีผลต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน ใครมีรายได้ไม่พอในแต่ละวัน บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ก็ถือว่าอยู่ยากในยุคนี้ นี่คืออีกด้านหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา ที่ชาวกรุงอาจจะต้องประสบพบเจอ ยังมีอีกสารพัดปัญหา ทั้ง ยาเสพติด บ่อนการพนัน ฯลฯ นำเตือนกัน  ให้รู้เอาไว้ว่าเมืองศิวิไลซ์  เมืองฟ้าที่ใครต่อใครถวิลหา ยังมีอีกด้านที่ต้องระวังตัว หากหวังจะยกระดับให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุด ปัญหาเหล่านี้กำลังรอการแก้ไขอย่างจริงจัง จากทั้งทางภาครัฐ และเราทุกคน MThai News

อลังเวอร์! กับใบปิดชุดใหม่ สไตล์สวยอาร์ต จาก Jupiter Ascending
Jupiter Ascending /  poster / 

เมื่อโลกนี้กำลังจะถูกทำลาย มีเพียงเธอรัชทายาทผู้สาบสูญหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่จะช่วยได้ เตรียมเปลี่ยนสมดุลจักรวาลไปกับภาพยนตร์ Jupiter Ascending ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล ของ พี่น้องวาชอว์สกี้ ผู้กำกับ The Matrix ที่กลับมาพร้อมผลงานไซไฟ ในระดับที่จะทำให้ทุกคนต้องทึ่ง โดยวันนี้ ขออุ่นเครื่องคุณผู้ชมด้วยใบปิดชุดใหม่ ทีมากับสไตล์สวยอาร์ต และแน่นอนว่า อลังการสมกับการพลิกจักรวาลครั้งนี้แน่นอน!!! เมื่อเธอมีชะตากรรมเหนือมนุษย์ธรรมดา ชะตาของจักรวาลจึงอยู่ในมือ กับ Jupiter Ascending ศึกดวงดาวพิฆาตสะท้านจักรวาล ระเบิดความมันส์พร้อมกัน 5 ก.พ. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Jupiter Ascending ได้ที่นี่เลย ---------------------------------

ตามคาด! หุ้นไทยปิดร่วง 6.14 จุด ที่ 1,586.40 จุด
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,586.40 จุด ลดลง -6.41 จุด หรือ -0.40% ณ เวลา 16:43 น. มีมูลค่าการซื้อขาย 53,742.95 ล้านบาท. หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.TRUE ปิดที่ 13.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,822.68 ลบ. 2.ITD ปิดที่ 8.95 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,264.68 ลบ. 3.JAS ปิดที่ 8.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,024.14 ลบ. 4.KBANK ปิดที่ 226.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,778.23 ลบ. 5.ADVANC ปิดที่ 251.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,425.72 ลบ. ติดตามดัชนีหุ้นไทย ปิดตลาดย้อนหลัง คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

รักหวานฉ่ำ! เกล-แมน สวีทแดนปลาดิบ
แมน การิน /  แมน เกล / 

ใกล้จะเป็นฝั่งเป็นฝาไปอีกคู่แล้ว สำหรับคู่ของนักแสดงหนุ่ม แมน การิน และแฟนสาว เกล เวธกา ล่าสุดทั้งคู่ก็มาเสิร์ฟความหวานไกลถึงประเทศญี่ปุ่น แถมยังเผยภาพสุดสวีทลงอินสตาแกรมส่วนตัว ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บของหิมะ เล่นเอาคนรอบข้างสำลักความหวานกันเป็นแถวๆ ว่าแต่ได้ฤกษ์แต่งงานเมื่อไหร่อย่าลืมกระซิบบอกกันด้วยนะจ๊ะ อิอิ!!! ขอบคุณภาพประกอบIG : gale_waythaka , man_karin เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน