ดวงประเทศไทย 2557

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

พจน์ อานนท์ ฉุนขาด! แจ้งจับนักเลงคีย์บอร์ด หนังโดนด่าตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย
นักเลงคีย์บอร์ด /  ผู้กำกับ / 

หลังจากมีกระแสวิพากย์วิจารณ์ในทางลบอย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ ทั้งๆที่ยังไม่ทันได้เข้าฉาย สำหรับภาพยนตร์ มอ 6/5ปากหมาท้าผี 3  ล่าสุดทางผู้กำกับ พจน์ อานนท์ ได้เข้าแจ้งจับนักเลงคีย์บอร์ด พร้อมนำหลักฐานภาพ และข้อความที่บุคคลดังกล่าวต่อว่า และเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย พจน์ อานนท์ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา พจน์ อานนท์  ได้เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความ และคลิปวีดีโอต่อว่าภาพยนตร์ มอ 6/5ปากหมาท้าผี 3 อย่างหนักทั้งๆที่หนังยังไม่ทันได้เข้าฉาย ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ และยังเป็นการดูถูกอย่างรุนแรง ด้วยข้อหาหมิ่นประมาท เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ ให้บุคคลในวงการบันเทิง ไม่ต้องหวาดกลัวกับพฤติกรรมของบรรดานักเลงคีย์บอร์ดอีกต่อไป  และหากเกิดกรณีเช่นนี้อีก ตนจะฟ้องและไม่มีการยอมความใดๆ โดยทางผู้กำกับ พจน์ อานนท์ ได้เผยความรู้สึกผ่านอินสตาแกรมว่า "น่าสงสารตัวเอง และนักแสดง มอ 6/5 ทุกคนที่ตั้งใจทำงาน อดตาหลับตานอนเพื่อทำผลงานให้เป็นที่ชื่นชอบ และทำให้ทุกคนมีความสุขความบันเทิง แต่จู่ๆก็มีคนออกมาด่า ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูหนังยังไม่ทันฉายเลย ตัวพี่ไม่รู้สึกอะไร แต่สงสารพี่นิก เจม บิว เน็ท เทป ออย ไบรอัน ไอช โต๊ส รู้มั๊ยคุณทำให้เด็กพวกนี้หมดกำลังใจและหมดแรงที่จะทำงานดีๆ ออกมาให้ดูกัน" เรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปฟ้องศาลทั้งอาญาและแพ่ง A photo posted by @poj_arnon on Mar 1, 2015 at 11:32pm PST ทั้งนี้ หนึ่งในสาเหตุที่ภาพยนตร์ มอ 6/5ปากหมาท้าผี 3 ที่จะเข้าฉายในวันที่ 4 มี.ค. นี้ ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะมีเรื่องราวข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ ที่สร้างความสะเทือนใจให้คนไทยทั้งประเทศ โดยถ่ายทอดออกมาในลักษณะของหนังตลกเบาสมอง กลางบรรยากาศสยองขวัญ ซึ่งถูกมองว่าไม่เหมาะสมที่จะมาเล่นกับโศกนาฏกรรมเช่นนี้ ----------------------------------

เตรียมเฮ! ครม.พิจารณาขึ้น เบี้ยเลี้ยงทหาร
กระทรวงกลาโหม /  คณะรัฐมนตรี / 

กลาโหม ชง ครม.พิจารณาอนุมัติปรับเพิ่มอัตรา เบี้ยเลี้ยงทหาร จากปี 2550 ร้อยละ 28  เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ในปัจจุบัน กระทรวงกลาโหม เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (3 มี.ค.) เพื่อพิจารณาอนุมัติปรับเพิ่มอัตราเบี้ยเลี้ยงทหาร เบี้ยเลี้ยงผู้ต้องขัง หรือผู้ถูกควบคุมตัว และค่าอาหารผู้เจ็บป่วย เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ในปัจจุบัน โดยก่อนหน้านี้ มติที่ประชุมกระทรวงกลาโหม ให้ปรับเพิ่มเบี้ยเลี้ยง ขึ้นจากปี 2550 ร้อยละ 28 ยกเว้นเบี้ยเลี้ยงของทหารกองประจำการ ที่ไปปฏิบัติราชการสนาม ให้ปรับเพิ่มในอัตราเดียวกันกับ อาสาสมัครทหารพราน จากวันละ 94 บาท เป็นวันละ 200 บาท ส่วนบรรยากาศ ก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายกรัฐมนตรี ก็อารมณ์ดี โดยได้ทดลองขับจักรยานยนต์ ที่ข้าราชการทำเนียบรัฐบาล ได้นำมาขอรับบริการ จากหน้าตึกบัญชาการ 1 วนขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี ติดตามข่าวสาร 'การเงิน' ได้ที่นี่>>>>>>> MThai News

ณเดชน์ คูกิมิยะ NYLON guys กับแฟชั่นลูกผู้ชาย หล่อและดูดีมาก
NYLON guys /  ณเดชน์ คูกิมิยะ / 

ณเดชน์ คูกิมิยะ NYLON guys กับแฟชั่นลูกผู้ชาย หล่อและดูดีมาก Men.MThai วันนี้ขอนำเสนอ ณเดชน์ คูกิมิยะ NYLON guys ฉบับเดือนมีนาคม 2015 HANDS-ON MEN ว่าด้วยเรื่องลูกผู้ชาย พูดจริง ลงมือทำจริง เช่นเดียวกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ เกินร้อยทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงาน ตามสไตล์ผู้ชายแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย พร้อมแฟชั่นสุดแนว ที่จะทำให้สาวๆ เทใจให้แทบไม่ทัน อีกทั้งเปิดใจคุยกับ จอยซ์-ไทรอัมพ์ส คิงดอม กับเรื่องราวเซนซิทีฟที่ยังไม่เคยเปิดเผยกับที่ไหนมาก่อน แวะชิมอาหารจากฝีมือเชฟคริต-ชาคริต แย้มนาม ที่ลงมือทำเมนูพิเศษให้ NYLON ที่เดียว ติดตามต่อได้ที่ NYLON guys ฉบับเดือนมีนาคม 2015

แกร่งแน่! ช้างศึกลูกกรอก ลงฟาดแข้ง2วันติดก่อนตัดตัวลุยU-22อช.
กัมพูชา /  กาตาร์ / 

ความเคลื่อนไหวของ ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิค ที่มีคิวอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติไต้หวัน ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เพื่อเตรียมทัพลงเล่นในฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี รอบคัดเลือก ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 มี.ค.58 โค้ชโชค โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยโค้ชทำหน้าที่คุมนักเตะลงฝึกซ้อมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แทน ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ติดภารกิจรับปริญญา โดยการฝึกซ้อมไม่มีนักเตะชื่อดังอย่าง เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และพีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา เนื่องจากปล่อยซ้อมกับต้นสังกัด ซึ่งการฝึกซ้อม โค้ชโชค เน้นให้นักเตะฝึกเข้าทำจากด้านข้างเป็นหลัก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จึงเสร็จสิ้น หลังการฝึกซ้อม โค้ชโชค เผยว่า จากการฝึกซ้อม 2 วัน นักเตะทุกคนก็มุ่งมั่น ถึงแม้ว่า จะไม่มีแกนหลักมาร่วมซ้อม แต่ตนก็เชื่อว่าไม่มีผลกระทบอะไร เพราะตั้งใจอยากลองนักเตะหน้าใหม่ๆ ยอมรับว่า ยังไม่รู้ข้อมูลของไต้หวัน ทำให้ยังบอกในเรื่องของ 11 ผู้เล่นคนแรกไม่ได้มาก แต่กำชับให้ทุกคนงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ให้มากที่สุด เนื่องจากเราจะใช้ 2 เกมอุ่นเครื่องนี้ ตัดชื่อให้เหลือ 23 คน ทั้งนี้ทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก มีโปรแกรมอุ่นเครื่อง 2 นัด วันที่ 4 มี.ค. พบ ไต้หวัน เวลา 18.00 ที่สนามโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม จากนั้นวันที่ 5 มี.ค. พบ ปากีสถาน ที่เอสซีจี สเตเดี้ยม เวลา 18.00น. จากนั้นจะมีการตัดชื่อให้เหลือ 23 คน และเดินทางไปเก็บตัว กิเลนวัลเลย์ ที่จ.นครราชสีมา ในวันที่ 15 มี.ค.ต่อไป สำหรับฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี รอบคัดเลือก ทีมชาติไทย อยู่สายจี ร่วมกับ เกาหลีเหนือ, กัมพูชา และฟิลิปปินส์ แข่งขันระหว่างวันที่ 23-31 มี.ค.นี้ ซึ่งจะเอาแชมป์กลุ่ม ไปเตะ U-22 ชิงแชมป์เอเชีย ที่กาตาร์

สิงคโปร์แชมป์ ค่าครองชีพ สูงที่สุดในโลก
ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก /  สิงคโปร์

หน่วยงานวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจจัดอันดับเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ รองลงมา ปารีส, ออสโล, ซูริก และซิดนีย์ สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประเทศสิงคโปร์ยังผูกขาดการเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกตามหน่วยงานวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจได้ทำการวิจัย ซึ่ง 5 อันดับสูงสุดยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว ได้แก่ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส, เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์, เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยทางหน่วยงานวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจได้สำรวจ 133 เมืองทั่วโลกและได้ใช้เมืองนิวยอร์กเป็นข้อมูลพื้นฐานหลักซึ่งมีการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายมากว่า 160 ชนิด รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ประกอบไปด้วย อาหาร เสื้อผ้าและเครื่องสาธารณูปโภคอื่น ๆ อีกด้วย พบว่า ประเทศสิงคโปร์มีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองนิวยอร์กถึง 11% และพบว่า กรุงโซลของเกาหลีใต้มีค่าใช้จ่ายในเรื่องเสื้อผ้าสูงกว่านิวยอร์ก 50% เช่นกัน รวมทั้งราคารถในท้องตลาดและการขนส่งของสิงคโปร์สูงกว่านิวยอร์กถึง 3 เท่าเลยทีเดียว จากข้อมูลในการจัดอันดับในครั้งนี้ใช้การคิดคำนวณจากค่าใช้จ่ายจากทั้งผู้อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศสิงคโปร์และชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศอีกด้วย

สตรี 4 ภาค ร้อง นายกฯ ตั้ังศาลดูแลค้ามนุษย์
ความเสมอภาค /  นายกฯ / 

เครือข่ายสตรี 4 ภาค พบ นายกฯ เรียกร้องเพิ่มมาตรการกวาดล้างอบายมุข ตั้งศาลพิเศษดูแลค้ามนุษย์ หนุนความเสมอภาคระหว่างเพศ ระบุไว้ในรัฐธรรมชัดเจน ขอสื่อ งดแพร่รูปเปลือย วันที่ 3 มี.ค.58 นางธนวดี ท่าจีน ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง นำคณะแกนนำเครือข่ายสตรี 4 ภาค เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายสตรี เนื่องในวันสตรีสากล โดยเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการกวาดล้างแหล่งอบายมุขที่อยู่ใกล้สถานศึกษา ชุมชน และวัด ซึ่งมีผลต่อเด็กและเยาวชน พร้อมกวาดล้างการค้ามนุษย์ หรือสถานบันเทิงที่นำเด็กและผู้หญิงไปขายบริการทางเพศ และจัดสถานที่ดูแลเด็กและผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหายโดยตรง รวมถึงการตั้งศาลพิเศษดูแลการค้ามนุษย์ และร่วมมือกับประเทศในประชาคมอาเซียนในการจัดตั้งกองทุน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ร่วมกัน นอกจากนี้ ขอให้นายกฯ เร่งรัดผ่านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เนื่องจากเด็กเกิดพฤติกรรมเลียนแบบและเสี่ยงต่อการเกิดโรค ในส่วนของสื่อมวลชน ขอให้ไม่เผยแพร่รูปโป๊เปลือย และขอให้รัฐบาลกวาดล้างสื่อลามกในรูปแบบต่างๆ โดยหน่วยงานราชการต้องทำงานเชิงรุก เพื่อแก้ไขปัญหาโดยการลงพื้นที่ร่วมกับกลุ่มสตรี และขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพิ่มพนักงานสอบสวนหญิงให้ครบทุกจังหวัด เพื่อรองรับคดีและความรุนแรงที่เกิดกับสตรี ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยการปรับกฎระเบียบ เพิ่มช่องทาง เพิ่มมาตรการที่ทำให้ผู้หญิงมีบทบาท มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชนและการเมืองในทุกระดับ โดยขอให้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ในสัดส่วนที่เท่ากันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ขอบคุณข้อมูล แนวหน้า /ภาพ twitterPrachaya  MThai News

โปรโมชั่น AirAsia ลดพิเศษ 20% ทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบิน ทุกเส้นทาง
AirAsia /  กาารเดินทาง / 

AirAsia (แอร์เอเชีย) สายการบินชั้นนำของเอเชีย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสายการบินที่ดีที่สุดในโลก โดยมีเครือข่ายเส้นทางการบินมากกว่า 20 ประเทศ จัดโปรโมชั่นให้เที่ยวสนุกทุกการเดินทาง กับโปรโมชั่นสุดเจ๋ง ลด 20% !! ทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบิน ทุกเส้นทาง ก จองด่วนได้แล้ว วันนี้ - 8 มีนาคม 2558 ที่ http://goo.gl/lZ9eQB เดินทางตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม - 12 กรกฎาคม 2558 ก AirAsia  “ใครๆ ก็บินได้” s s s s s ที่มา:AirAsia Thailand

ปรบมือ! ซิโก้ คว้าปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ม.ราม
ช้างศึก /  ซิโก้ / 

มหาวิทยาลัยรามคำแหงโดยสภามหาวิทยาลัยแหงได้อนุมัติปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสาขาพลศึกษาให้กับ "ซิโก้" ร้อยตำรวจโท เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ด้วยเหตุผลที่เป็นผู้มีความมุ่งมั่นมีวิริยะอุตสาหะ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในด้านกีฬาฟุตบอล เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน ด้าน ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกว่า "ต้องขอบคุณท่านอธิการมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ และสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ให้เกียรติกับผม ก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของตัวผมเองและครอบครัว ที่ได้รับอนุมัติปริญญาคณะศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์" "หลังจากนี้ก็จะพยายามทำหน้าที่ในการควบคุมทีมชาติไทยของพวกเราไปสู่ความสำเร็จให้ได้ ส่วนปริญญาใบนี้ก็หวังจะเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆเยาวชนด้วย เพราะถ้าเราสามารถแบ่งหน้าที่แบ่งภาระทั้งเรียนทั้งเล่นไปด้วยกันได้ ก็สามารถมีโอกาสเหมือนผมในวันนี้ ก็แสดงความยินกับนิสิตบัณฑิตใหม่ทุกคนด้วย"

สุดทีนเลย! ปราสาทสายฟ้า บุกรัวแซง กว่างโจว2-1ทะยานจ่าฝูงACL
กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ /  กัมบะ โอซาก้า / 

การแข่งขันศึกฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2015 รอบแบ่ง กลุ่มเอฟ นัดที่ 2 เมื่อวันที่ 3 มี.ค.58 ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวแทนหนึ่งเดียวจากเมืองไทย ที่เกมแรกชนะ ซองนัม เอฟซี 2-1 มีคิวออกไปเยือน กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ ทีมดังจากเมืองจีน ที่สนามเยี่ยซิ่วซาน สเตเดี้ยม ผลปรากฏว่า ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างเรื่องช็อคเอเชียได้อีกครั้ง เมื่อเป็นฝ่ายโดนนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 27 จากการยิงของ ลู ลิน แต่ทว่าก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที ปราสาทสายฟ้า ก็มาตามตีเสมอได้เป็น 1-1 จากการโขกลูกเตะมุมของ โก ซุล กิ ทำให้จบครึ่งแรกไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ กลับมาครึ่งหลัง ปราสาทสายฟ้า ยังคงเล่นได้ดีอย่างน่าทึ่ง เกมดูเหมือนจะจบลงด้วยการแบ่งแต้มอยู่แล้ว แต่ทว่านาทีสุดท้าย ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ โขกบอลที่สาดมาจากแดนกลางให้ กิลแบร์โต มาเชนา ได้ขึ้นจักรยานอากาศบอลลอยข้ามหัวกองหลัง ข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แซงนำ กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ 2-1 ซึ่งก็เป็นประตูชัยในที่สุด จากชัยชนะเกมนี้ทำให้ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ 2 เกมรวด มี 6 คะแนนเต็ม ทะยานขึ้นไปเป็นจ่าฝูงกลุ่มเอฟ ส่วนผลอีกคู่ในสายเดียวกัน ซองนัม เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ กัมบะ โอซาก้า 2-0 สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน กัมบะ โอซาก้า ในวันที่ 18 มีนาคม 2558 เวลา 17.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ขอบคุณคลิปจาก : บอลไทย จะไปบอลโลก

วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ถ้าเราพูดถึงคนที่ ฉลาด หรือ อัจฉริยะ ที่สุดในโลก หลายคนก็คงจะนึกถึงนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โยฮันน์ วอล์ฟกัง, เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นต้น มันก็จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาฉลาดมาก มีไอคิวที่สูงถึง 180-225 แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ อัจฉริยะตัวจริง " วิลเลี่ยม ไซดิส " เขามีไอคิวที่สูงกว่าไอน์สไตน์ซะอีก เพราะมี IQ มากถึง 300 เลยทีเดียว เริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุ 1 ขวบเองอ่ะ!! แต่ความอัจฉริยะของเขานั้นก็ไม่ทำให้เป็นที่จดจำของโลก .. อยากรู้จักเขามากขึ้นแล้วใช่ไหมหล่ะ ตามทีนเอ็มไทยมาเลยค่ะ  วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์  วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์ วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส (William James Sidis)  เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.1898 วันเอพริลฟูลเดย์ ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลที่มี IQ สูงที่สุดในโลกคนหนึ่ง เขามี IQ อยู่ระหว่าง 250-300โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าใช้การทดสอบ IQ แบบไหน เขาเริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุเพียงไม่กี่เดือน และสมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า“Universal Genius” บุคคลที่ถือว่า “ฉลาดทีสุดในจักรวาล”  และถ้าพูดถึง หลุมดำหรือ Black Hole หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส คนนี้เนี่ยแหละ! ที่เป็นคนเขียนพยากรณ์การมีอยู่ของหลุมดำ ในหนังสือฟิสิกส์เล่มแรกของเขา ที่ชื่อ The Animate and the Inanimate ก่อนที่ใครทั้งโลกจะรู้ถึงตัวตนของมันด้วยซ้ำไป .. เจ๋งใช่ไหมหล่ะ ครอบครัวไซดิส (Sidis Family) ปลายศตวรรษที่ 19 บอริสและซาร่าฮ์ ไซดิส (Boris and Sarah Sidis) สองสามีภรรยา ได้อพยพลี้ภัยมายังประเทศอเมริกาเช่นเดียวกับชาวรัสเซียเชื้อสายยิวอีกจำนวนมาก เพียงไม่นานนักทั้งคู่ก็กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากบอริสเป็นหนึ่งในคนรุ่นแรกๆ ที่พัฒนาการศึกษาวิชาจิตวิทยาและซาร่าฮ์เป็นหนึ่งในผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่มีดีกรีปริญญาทางการแพทย์ในสมัยนั้น บอริสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกมหาวิทยาลัยหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้งานเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา มีความเชี่ยวชาญด้านการสะกดจิต จิตวิทยากลุ่มและการควบคุมความบ้าคลั่งของฝูงชน 1898, กำเนิด วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ปี 1898 ซาราฮ์ให้กำเนิดบุตรชาย วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส โดยบอริสและซาราฮ์ช่วยกันเลี้ยงดู สอนลูกให้รู้จักตัวอักษรและการผสมคำ เพียงแค่ 6 เดือนวิลเลี่ยมก็สามารถสะกดคำว่า door และเดือนต่อมาสามารถสะกดคำว่า moon เมื่ออายุเพียง 8 เดือน วิลเลี่ยมสามารถใช้ช้อนตักอาหารกินเองได้ ขณะที่เด็กวัย 1 ขวบส่วนใหญ่จะยังพูดอ้อแอ้ไม่เป็นภาษา แต่วิลเลี่ยมสามารถสะกดคำง่ายๆบางคำได้แล้ว วิลเลี่ยมอ่านหนังสือพิมพ์( New York Times) ได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน (ขวบครึ่ง) วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ฉายแววอัจฉริยะ! ซาราฮ์เห็นพัฒนาการของลูกที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอจึงลาออกจากงานเพื่อเอาเวลามาสอนลูกของเธอให้เฉลียวฉลาดมากยิ่งขึ้น เมื่อครบรอบวันเกิด 5 ขวบ เรียนรู้ภาษาด้วยตัวเองหลายภาษา วิลเลี่ยมลากเก้าอี้ตัวสูงขึ้นนั่งเคาะแป้นพิมพ์ดีดเขียนจดหมายสั่งซื้อของเล่นส่งถึงห้างสรรพสินค้าเมซี่ย์ด้วยตัวเอง และต่อมาเขาก็ขวนขวายเรียนรู้ในสาขาวิชาต่างๆด้วยตัวเองโดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ เช่น ละติน กรีก ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมันและฮิบรู ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าเรียนไวยากรณ์เมื่ออายุได้ 6 ขวบ วิลเลี่ยมเรียนประถมฯ ต้นเพียง 6 เดือน ก็เข้าเรียนมัธยมฯ ต่อ (การศึกษาก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วของเขาไปสะดุดตาสื่อมวลชน จนหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์นำเรื่องราวของเขามาตีพิมพ์) เมื่ออายุ 7 ขวบ สอบผ่าน Harvard Medical School Anatomy Exam เมื่ออายุ 8 ขวบ สอบ Entrance Exam ของ MIT ผ่าน และสามารถจดจำทุกอย่างที่อ่านได้ เขาสามารถพูดได้ 8 ภาษาคือ ละติน กรีซ ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน ฮิบรู เติร์ก และอังกฤษ อีกทั้งยังคิดค้นภาษาใหม่ขึ้นมาโดยการผสมผสานตัวอักษรภาษาละติน กรีซ เยอรมัน และฝรั่งเศส เรียกว่าภาษา เวนเดอร์กู้ด (Vendergood) เมื่ออายุได้ 9 ขวบ พยายามเข้าเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเมื่ออายุ 11 ขวบ เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอริส พ่อของไซดิส พยายามส่งเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ถูกปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเขายังเด็กเกินไป ยังขาดการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่บอริสไม่ยอมแพ้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหาร โน้มน้าวให้มหาวิทยาลัยยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าศึกษา ระหว่างรอคอยคำตอบ ไซดิสฆ่าเวลาด้วยการไปเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยทัฟต์ เขาเปิดอ่านหนังสือคณิตศาสตร์ มองหาข้อผิดพลาดในหนังสือ และทำการแก้ไข ค้นหาข้อมูลทฤษฎีต่างๆ ที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขียนไว้และมองหาช่องโหว่ ในช่วงเวลานี้เองไซดิสค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองอีกอย่างคือ เขาสามารถคำนวณในใจบอกได้ว่าวันที่นั้นๆ ของเดือนและปีนั้นๆ เป็นวันอะไรได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นวันในอดีตหรือวันในอนาคต ปี 1909 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพ่ายแพ้ต่อความเก่งกาจของเด็กมหัศจรรย์ยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าเป็นนักศึกษา ทำให้เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในเดือนมกราคม 1910 ปีต่อมา วิลเลี่ยม ไซดิส ได้รับเชิญให้บรรยายเรื่อง คณิตศาสตร์ 4 มิติ (Four-DimensionBodies) ต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิและนักศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง ศาสตราจารย์เดเนียล คอมสต็อก จากมหาวิทยาลัย MIT ถึงกับทำนายว่าในอนาคตวิลเลี่ยมจะเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 และวิลเลี่ยมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีโดยมีเกียรตินิยมพ่วงท้ายด้วยวัยเพียง 16 ปี และเขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บอสตันเฮราลด์ว่าเขาต้องการมีชีวิตสมบูรณ์แบบด้วยการใช้ชีวิตสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับสังคม อีกทั้งยังสาบานว่าจะไม่แต่งงาน ขอครองพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต เส้นทางชีวิต วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส หลังจบการศึกษา วิลเลี่ยมได้งานเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยไรซ์ เมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส แต่วิลเลี่ยมสอนอยู่ได้ไม่ถึงปีก็ลาออกเนื่องจากเขาถูกกดดันจากบรรดาลูกศิษย์ที่มีอายุมากกว่าหลายปี วิลเลี่ยมกลับมาลงทะเบียนเรียนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ก็ลาออกก่อนจะจบการศึกษาเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ภาควิชาที่เหมาะกับเขา ปี 1919 วิลเลี่ยมเข้าร่วมชุมนุมประท้วงคัดค้านการเกณฑ์ทหาร การประท้วงครั้งนี้บานปลายเป็นการจลาจล วิลเลี่ยมถูกจับกุมตัว บอริสวิ่งเต้นช่วยลูกชายให้พ้นคุกภายใต้เงื่อนไขควบคุมความประพฤติและกักบริเวณเป็นเวลา 1 ปี หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ วิลเลี่ยมหลบหน้าหลบตาหนีผู้คนไปทำงานเป็นเสมียนตามร้านเล็กๆ เมื่อมีใครจำเขาได้ วิลเลี่ยมก็จะลาออกหนีไปหางานใหม่ แม้วิลเลี่ยมจะเอือมระอากับเรื่องตัวเลขแต่เขาก็ยังคงความหลงใหลในเรื่องภาษา วิลเลี่ยมเรียนรู้ภาษาอื่นๆรวมถึงภาษาท้องถิ่นจนแตกฉานมากถึง 40 ภาษา  บั้นปลายชีวิต  วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส อดีตเด็กอัจฉริยะไม่ได้สุขสบายมีความสุข เขาเสียชีวิตแบบคนอนาถาตามลำพังในห้องเช่าในเมืองบอสตัน ด้วยสาเหตุเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1944 ด้วยวัย 46 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังเขียนหนังสือเรื่อง The Psychology of the Folk Tale โดยเขามีผลงานตีพิมพ์หนังสือ 17 เล่ม และบทความในนิตยสาร 50 เรื่อง .. เขาสิ้นลมหายใจโดยไม่มีใครจำเค้าไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของอัจฉริยะอีกเลย เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูลดีๆ SilverFang http://www.online-station.net/entertainment/story/327, http://www.sidis.net, http://en.wikipedia.org/wiki/William_James_Sidis

หนุ่มยุ่น ยกสาวไทย ยอดกตัญญู เป็น 'นางฟ้าของพ่อแม่'
กตัญญู /  ญี่ปุ่น / 

หนุ่มนักแฉ แท็กซี่สุวรรณภูมิ โพสต์ข้อความยกย่องความกตัญญูของสาวไทยในการดูแลพ่อแม่เมื่อยามแก่เฒ่า วันนี้ (3 มี.ค.) บัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Koki Aki หนุ่มผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ในเมืองไทย จากกรณีที่ ได้ออกมาแฉปัญหาการให้บริการของพนักงานภายในสนามบินสุวรรณภูมิและการบริการของแท็กซี่ในสนามบิน ซึ่งเป็นชนวนเหตุของความบางหมางในวงแคปที่ทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างโชเฟอร์แท็กซี่ในสนามบินสุวรรณภูมิและชาวญี่ปุ่นอยู่ช่วงหนึ่งก่อนหน้านี้ ได้โพสต์ข้อความ แสดงความคิดเห็นถึงหญิงไทย ที่เขาได้มีโอกาสสัมผัสกับความพิเศษบางอย่าง เพื่อชื่นชมต่อความกตัญญูที่สาวไทยมีต่อบุพการี เปรียบเป็นนางฟ้าในใจพ่อแม่ ซึ่งแตกต่างจากหญิงสาวในญี่ปุ่น ที่เมื่อแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็มันจะห่างเหินจากครอบครัว พร้องทั้งตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรให้วัฒนธรรมมีข้อดีในข้อนี้ได้บ้าง ซึ่งเนื้อหาระบุว่า ส่วนใหญ่ครอบครัวไทยมักจะเลี้ยงดูลูกสาวแบบตามใจ ไม่เคยดุด่าว่ากล่าว และเติบโตมามีพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย 'ถึงแม้บางครั้งพวกเธอจะเป็น "นางมาร" สำหรับผู้ชาย ก็น่าแปลกใจมากพวกเธอส่วนใหญ่จะเป็น "นางฟ้า" ของพ่อแม่' พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยที่ หญิงไทยมักจะคอยดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่าเป็นอย่างดี ไม่เคยทอดทิ้งพ่อแม่ ต่างจากคนที่ญี่ปุ่นที่สิ่งเหล่านี้หายากมาก เพราะเมื่อหญิงชาวญี่ปุ่นแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วความสัมพันธ์ในครอบครัวก็มักจะห่างเหิน รวมถึงตั้งคำถามว่า ทำยังไงคนญี่ปุ่นถึงจะมีลูกแบบนี้ได้บ้าง ทั้งนี้ หลังจากหนุ่มชาวญี่ปุ่นรายนี้โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชาวไทย เผยแพร่ข้อความนี้ต่อกันออกไปในโลกออนไลน์ รวมถึงผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ชาวไทยหลายราย ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมายในขณะนี้ พร้อมทั้งอธิบายสาเหตุที่คนไทยมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ เช่น 'แม่ คือผู้มีพระคุณครับ ถูกปลูกฝังกันมาช้านาน ถูกยกตัวอย่างจากพระที่ดีๆ ให้เราได้เห็นอย่างที่เห็น ให้เรารู้ว่าท่านเหนื่อยแค่ไหนที่จะเห็นเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีๆ ทำให้เราสำนึกในพระคุณของท่านครับ มันเป็นความผูกพันธ์จนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ครับ รู้แต่ว่าเราต้องดูแลท่านยามแก่เฒ่า' Armfreez Pkps ซึ่งนับเป็นเรื่องราวดีๆที่ชาวต่างชาติที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับเรื่องราวดีๆของชาวไทย และยังออกมากล่าวชื่นชม ถือเป็นการลบรอยความบาดหมาง หรือทัศนคติของชาวต่างชาติที่มีต่อชาวไทยในข้ออื่นๆ ทางหนึ่ง MThai News ที่มา เฟซบุ๊ค Koki Aki

แรง!! เกาหลีเหนือขู่โจมตีอย่างไร้ความปราณี (ชมคลิป)
ขู่โจมตี /  สหรัฐ / 

เกาหลีเหนือยิงขีปะนาวุธระยะใกล้ 2 ลูกในทะเล และขู่ว่าจะโจมตีอย่างไร้ความปราณีต่อศัตรู ขณะที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯกำลังร่วมซ้อมรบประจำปี ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือเห็นว่าเป็นการเตรียมรุกรานเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือมีการทดสอบยิงขีปนาวุธ จรวจด และปืนใหญ่อยู่เป็นประจำ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ โดยเมื่อวานนี้เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธระยะใกล้ 2 ลูกในทะเล และขู่ว่าจะโจมตีศัตรูอย่างไร้ความปราณี ในช่วงที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯซึ่งเป็นชาติพันธมิตรกำลังซ้อมรบร่วมกันประจำปี โดยเมื่อวานนี้เป็นการเริ่มต้นการซ้อมรบร่วมกันภายใต้ชื่อ “คีย์ รีซอล์ฟ” และ “โฟล อีเกิ้ล” ซึ่งจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ระบุว่า ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือยิงจากชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของประเทศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ลอยไปไกลราว 500 กิโลเมตร ก่อนที่จะตกลงในน่านน้ำนอกชายฝั่งทางตะวันออก เกาหลีเหนือเห็นว่าการซ้อมรบร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯเป็นการเตรียมพร้อมในการบุกยึกกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือและกำจักผู้นำสูงสุดของประเทศด้วย และทำให้เกาหลีเหนือต้องออกมาตอบโต้ด้วยคำพูดที่เกรี้ยวกราด แม้ว่าเกาหลีใต้และสหรัฐฯจะยืนยันว่าเป็นการซ้อมเพื่อป้องกันการโจมตีก็ตาม ขณะที่นักเคลื่อนไหวด้านสันติภาพหลายสิบคนชุมนุมกันหน้าสถานทูตสหรัฐฯในกรุงโซลของเกาหลีใต้เพื่อประท้วงต่อต้านการซ้อมรบร่วมกันของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ ด้านนายคิม มินซก โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีเหนือจะเผชิญกับการตอบโต้ในทันที หากมีการยั่วยุใดๆเกิดขึ้นอีก ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดกลั้น และระบุเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี ส่วนญี่ปุ่นประท้วงการที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธสองลูก ซึ่งตกลงในน่านน้ำนอกชายฝั่งด้านตะวันออกของญี่ปุ่น นายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือเมื่อวานนี้เป็นปัญหาต่อความปลอดภัยต่อเส้นทางเดินเรือและเครื่องบิน และยังละเมิดปฏิญญาเปียงยางที่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับความพยายามร่วมกันในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ญี่ปุ่นจึงได้ยื่นหนังสือประท้วงเกาหลีเหนือแล้ว ปีที่แล้ว เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบขีปนาวุธจำนวนมาก จนทำให้เกิดการประท้วงจากเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยังเสนอมาตรการหลายอย่างเพื่อลดความตึงเครียดลง แต่เกาหลีใต้ปฏิเสธ โดยระบุว่าเกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนเป็นอันดับแรก เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงคราม เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493 ถึง 2496 ยุติลงด้วยการหยุดรบชั่วคราว ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ

10ปีสำเร็จ! 'โคลนทอง'ควายไทยโคลนนิ่งตัวแรกของโลก
ควายไทยโคลนนิ่ง /  จุฬาลงกรณ์ / 

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว "โคลนทอง" ควายไทยโคลนนิ่ง จากเซลล์ใบหูพญาควายปลักไทยตัวแรกของไทยและโลก หลังใช้เวลาทำการวิจัยนาน 10 ปี จนประสบผลสำเร็จ วันนี้ (3 มี.ค. 58 ) ดร.มงคล เตชะกำพุ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทีมนักวิจัยจากศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีการปศุสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันเปิดตัว "โคลนทอง" ลูกควายโคลนนิ่ง จากเซลล์ใบหูพญาควายปลักไทยตัวแรกของไทยและโลก โดยดร.มงคล กล่าวว่า ปัจจุบันควายไทยกำลังเสี่ยงกับการสูญพันธุ์ เนื่องจากมีการขยายพันธุ์น้อย และไม่นิยมใช้ในการเกษตรอีกต่อไปแล้ว ทางจุฬาฯ จึงได้เริ่มทำการวิจัยตั้งแต่ปี 2542 จนมาสำเร็จในปี 2554 ที่ผ่านมา ออกมาเป็น “โคลนทอง” ซึ่งต่อมาทางจุฬาฯ ได้ขอพระราชทานพระราชนุญาตน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย “โคลนทอง” แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นเกียรติประวัติ ซึ่งได้มีพระราชกระเเสให้นำมาเลี้ยงที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา โดยได้ติดตามดูแลโคลนทองมาโดยตลอด จนแน่ใจว่า “โคลนทอง” สมบูรณ์แข็งแรงดี จึงได้มีการเปิดตัวในวันนี้  ซึ่งก็ถือเป็นความสำเร็จอย่างมากหลังจากที่พยายามมากว่า 10 ปี ดร.มงคล ระบุด้วยว่า ขณะนี้ "โคลนทอง" มีอายุ 3 ปี 4 เดือน น้ำหนัก 400 กิโลกรัม เป็นควายที่มีลักษณะดี ตามตำราโบราณ มีปากคาบแก้ว หน้าผากสีขาว และเท้าขุนนาง โดย "โคลนทอง" สามารถสืบพันธุ์ได้ตามปกติเหมือนควายทั่วไป โดยอาจใช้วิธีรีดน้ำเชื้อเก็บไว้เพื่อนำไปต่อยอดขยายพันธุ์ต่อไป อีกทั้งยังสามารถทำการรีโคลนนิ่ง (โคลนนิ่งจากควายที่เกิดมาจากการโคลนนิ่ง) จากเจ้า "โคลนทอง" ได้อีกด้วย สำหรับการโคลนนิ่งควายจากเซลล์ใบหูครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลก ซึ่งนับเป็นคุณูปการครั้งใหญ่ของวงการวิจัยไทย เพราะสามารถเพิ่มขยายพันธุ์ควายไทยให้ได้มากขึ้น โดยจะต่อยอดงานวิจัยนี้ในภาคเศรษฐกิจ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวสปริงนิวส์ MThai News

เลือดวิกฤติ ขาดแคลนหนัก มาเถอะบริจาคกัน
บริจาคเลือด /  สภากาชาดไทย

เปิดสถานที่รับบริจาคเลือดทั่วประเทศ หลังโลหิตหมดคลัง วิกฤตหนักขาดแคลน จากกรณีที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสภากาชาดไทยได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้มีเลือดไม่เพียงพอต่อความต้องการส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องออกประกาศเพื่อขอรับบริจาคเลือดเพิ่มเติม แม้จะมีหน่วยรถเคลื่อนที่เปิดบริการรับบริจาคเลือดด้วยนั้น วันนี้ MThaiNews จึงได้รวบรวมสถานที่เปิดรับบริจาคเลือดทั่วประเทศมาให้รับทราบเผื่อคนไทยจิตใจงามจะเสียเวลาไปร่วมทำบุญกัน โดยในพื้นที่ กทม. สามารถไปบริจาคได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ ซึ่งเปิดให้บริการในวัน จันทร์,พุธ,ศุกร์ 08.00 – 16.30 น. อังคาร,พฤหัสบดี 07.30 – 19.30 น. และวันเสาร์,อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.30 – 15.30 น. ส่วนจังหวัดภูมิภาคบริจาคโลหิต ได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่, นครสวรรค์, พิษณุโลก, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, ชลบุรี, ราชบุรี, สงขลา, ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หรือสอบถามรายละเอียด ได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101 หมายเหตุ : การบริจาคโลหิตสามารถทำได้ทุกๆ 3เดือน ซึ่งหากผู้สนใจควรเตรียมตัวดังนี้ • ก่อนบริจาคโลหิต 1–2 วัน ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ร่างกายสดชื่น เลือดไหลเวียนดี • งดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ • ไม่ควรเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากก่อนบริจาคโลหิต 1 วัน • รับประทานอาหารก่อนบริจาคโลหิตประมาณ 4 ชั่วโมง • นอนหลับพักผ่อนเพียงพอประมาณ 6 ชั่วโมง MThai News

ใหม่ อ้าแขนรับมรดกจาก พี่ชม ลุ้น!!! เจ้าหญิงเมืองคานส์ คนต่อไป
ชมพู่ อารยา /  ใหม่ ดาวิกา / 

สวยและรวยมาก สำหรับนางเอกวิกหมอชิต ใหม่ ดาวิกา ที่ช่วงนี้นางกำลังใช้เงินอย่างเปรมมือ ซื้อบ้าน หลังใหญ่ ซื้อรถหรูหรา ลงทุนทำธุรกิจ สร้างร้านอย่างใหญ่โตโอ่อ่าอลังการ ก็แหม...รายรับจากงานโฆษณาเยอะซะขนาดนี้ ก็ต้องไปถอนเงินจากบัญชีเอามาบริหารกันซะหน่อย ยิ่งปีสองปีนี้ดูท่าทางนางน่าจะกวาดงานโฆษณามาได้หลายอีกหลายตัว โดยเฉพาะบรรดางานพรีเซ็นเตอร์ทั้งหลายทั้งปวงของพี่สาวสุดเลิฟอย่าง ชมพู่ อารยา ที่กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝามีสามีเร็วๆ นี้ ทำให้งานพรีเซ็นเตอร์หลายๆ เจ้าก็คงจะไม่ต่อสัญญากับเธอ และมองหานางเอกคนอื่นๆ ที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แทน ซึ่งสาวใหม่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนางเอกตัวเลือกเบอร์ต้นๆ ที่ทางลูกค้าจะจิ้มเลือกมาใช้งาน แถมผู้จัดการของสาวใหม่ ก็เป็นเพื่อนซี้กับผู้จัดการของสาวชมพู่อีกด้วย ยังไงเดอะแก๊งนี้เขาก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว และอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองคือ เจ้าหญิงเมืองคานส์ ออฟ ไทยแลนด์ ที่สาวชมพู่ครองตำแหน่งนี้มาถึง 2 ปีซ้อน แต่มาปีนี้มีกระแสพูดถึงเยอะมากว่า อาจจะเป็นนางเอกคนอื่นที่ไปแทนสาวชมพู่ ซึ่งสาวใหม่เธอก็มีลุ้นมากๆ ที่จะได้ไปโชว์ตัวในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ คงต้องมาดูกันว่าผลออกมาในปีนี้จะยังคงเป็นสาวชมพู่หรือเปลี่ยนเป็นสาวใหม่ หรือนางเอกคนไหนที่จะได้เหยียบพรมแดงที่โน่น ใหม่ ดาวิกา ชมพู่ อารยา

ผงะ !! ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ใต้ร้านค้าในกรุงปารีส
ซุปเปอร์มาเก็ต /  ปารีส / 

พบสุสานภายใต้ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงปารีส คาดเป็นสุสานฝังศพผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดในช่วงศตวรรษที่ 12 ถึงศตวรรษที่ 17 วานนี้ (2 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า การค้นพบโครงกระดูกในหลุมฝังศพขนาดยักษ์ บริเวณเบื้องล่างของซุปเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่งในกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้นักโบราณคดี ระบุว่า สุสานแห่งนี้เป็นที่ฝังผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดอย่างหนัก ในช่วงศตวรรษที่ 12 ถึงศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงฟื้นฟูศิลปวิทยา เนื่องจากนักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่ามีสาเหตุจากการเสียชีวิตอย่างกระทันหัน และถูกย้ายมาฝังยังสุสานแห่งนี้ในช่วงศตวรรษที่ 18 อย่างไม่ทราบสาเหตุ MThai News ที่มา UPI

จุดชมซากุระ บนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่ง เกียวโต
Full Bloom /  Ginkakuji / 

ผมเชื่อว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจของนักเดินทางส่วนใหญ่ ที่ฝันถึงเมื่ออยากไปสัมผัสในประเทศญี่ปุ่น นอกจาก ภูเขาไฟฟูจิ ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดแล้ว ต้องมีดอกไม้ที่สวยแต่บอบบางอย่าง ซากุระ อยู่ในใจแน่นอน การไปชมดอกซากุระบานนั้นต้องมีการวางแผนให้แม่นยำ ซึ่งใน เกียวโต นั้น ปกติซากุระจะบานเต็มที่ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนและมีเวลาให้พวกเราได้ยลโฉมเพียง 7 วัน ก่อนที่ใบสีเขียวจะผลิออกมาแทนที่ จุดชมซากุระบนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่งเกียวโต หนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่ได้รับการโหวตให้เป็นที่สุดคงหนีไม่พ้น เกียวโต เมืองหลวงเก่าที่มีวัดวาอาราม และบ้านเรือนแบบโบราณ ที่จะเป็นแบ็คกราวน์เสริมให้การชม ซากุระนั้นเพอร์เฟ็คท์ขึ้นไปอีก สถานที่หนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำสำหรับผู้อ่าน ที่จะได้เต็มอิ่มกับซากุระอย่างแน่นอน คือเส้นทางสายนักปราชญ์ หรือ Philosopher's Path ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Tetsugaku no michi โดยเส้นทางสายนี้ปูด้วยก้อนหินที่เลียบคลองน้ำใสๆ มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ผู้อ่านจะได้ยลโฉมซากุระที่บานสะพรั่งหลากพันธ์ุตลอดเส้นทาง เส้นทางนี้เริ่มต้นจากวัด Ginkakuji (Silver Pavilion) และไปสิ้นสุดที่วัด นันเซนจิ (Nanzenji) เราสามารถเริ่มต้นการเดินทางโดยนั่งรถเมล์ จากสถานีเกียวโต ด้วยสาย 5 , 17 หรือ 100 โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 35-40 นาที ด้วยค่ารถเที่ยวละ 230เยน มาลงที่ป้าย Ginkakuji เลย ซึ่งในรถจะมีป้ายบอก พร้อมเสียงประกาศว่ากำลังจะถึงป้ายไหนแล้ว เพราะฉนั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะลงผิดป้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายฮิตๆ อย่าง Ginkakuji มีนักท่องเที่ยวคนอื่นลงตามด้วยเยอะแน่นอน สิ่งแรกเห็นหลังจากลงรถเมล์ที่ป้ายแล้ว ก็จะเห็วทิวต้นซากุระผลิดอกรอต้อนรับอยู่ เราก็เดินมุ่งหน้าสู่วัด Ginkakuji เป็นที่แรกในการเริ่มชมซากุระในวันนี้ Ginkakuji Temple หรือ Silver Pavilion (วัดเงิน) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก World Cultural Heritage Sites โดย UNESCO เรียบร้อยแล้ว Ginkakuji เป็นวัดนิกายเซน ถูกสร้างขึ้นโดยโชกุน Ashikaga Yoshimasa หลานชายของท่านโชกุน ที่สร้างวัด Kinkakuji หรือ golden Pavilion (วัดทอง) ซึ่งอาคาร Silver Pavilion (Kannonden) สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกัน เพียงแต่จะไม่ได้มีสีทอง เป็นอาคาร 2 ชั้น และมีนกฟินิกซ์อยู่บนหลังคาอาคารเช่นเดียวกัน ภายในอาณาบริเวณของวัดนั้น จะมีเนินเขาที่ยังมีต้นไม้ใหญ่คงสภาพความเป็นป่าอย่างสมบูรณ์ ซึ่งสามารถเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้ สามารถมองเห็นวัดได้โดยรอบ รวมถึงทิวทัศน์ของเมืองเกียวโตที่สวยงานอีกด้วย ในวัดมีสระน้ำกว้างอยู่กลางวัดล้อมรอบด้วยสวนแบบญี่ปุ่น และอีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจ คือลานสวนหินทรายสีเงิน หรือที่เรียกว่า “Sea of Silver Sand” และกรวยหินทราย เรียกว่า “Moon Viewing Platform” ที่สร้างขึ้นเพื่อเมื่อแสงของดวงจันทร์กระทบกับลานหินทรายแสงที่ตกกระทบก็จะสว่างไปทั่วบริเวณหน้าอาคาร Silver Pavilion ทำให้เกิดแสงระยิยระยับสวยงาม แต่ผู้เขียนไม่ได้อยู่ชมในช่วงดึกจึงยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจะสวยงามอย่างที่คิดไว้ไหม       หลังจากนั้นก็เดินย้อนออกจากวัด เพื่อเข้าสู่จุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนักปราชญ์ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเส้นทางสายนี้เป็นเดินเท้าเล็กๆที่ปูพื้นด้วยหิน และเป็นทางเดินเลียบคลองบิวาโกะ ที่มีน้ำใสสะอาด ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต ที่มาของชื่อ “ถนนสายนักปราชญ์” นี้ได้มาจาก ในอดีตนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในช่วงศตวรรษที่ 20 ชื่อ Nishida Kitaro มักจะมาเดินสงบจิตใจที่นี่เพื่อให้เกิดสมาธิ ในวันอื่นๆที่ไม่มีซากุระ เส้นทางนี้จะเป็นเพียงทางเดินเลียบคลองอันแสนเงียบสงบที่ชาวบ้านละแวกนี้ใช้เป็นที่สัญจรและพักผ่อนหย่อนใจ แต่ในช่วงเดือนที่ดอกซากุระบาน ทางเดินเส้นนี้กลับเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่พร้อมใจมาชมความงามของซากุระกว่า 500 ต้นที่ปลูกเลียบไปตามริมคลอง ที่ปกคลุมเส้นทางเดินเส้นนี้ให้กลายเป็นอุโมงค์ซากุระอันแสนงดงาม ในขณะที่มีลมพัดผ่านมา กลีบดอกซากุระก็ปลิวไสวคล้ายกับหิมะ แล้วตกไปยังคลองด้านล่าง จนทำให้คลองกลายเป็นพรมซากุระสีขาวอมชมพู แค่นึกภาพตามก็สุดแสนจะโรแมนติคแล้ว แต่ถ้าใครได้อยู่ตรงนั้นล่ะก็แทบจะอยากให้มีคนจับมือควงแขนกันเดินเลยทีเดียว ตลอดสองข้างทางเดินยังเต็มไปด้วยร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ร้านน้ำชา คาเฟ่ ร้านขายของแฮนด์เมดเก๋ๆ ให้ได้แวะชมแวะดูกันเพลินๆ สวยโรแมนติคซะขนาดนี้ พลาดไม่ได้ที่จะมีศิลปินท้องถิ่นมานั่งวาดภาพวิวเพื่อรังสรรค์เป็นผลงานความทรงจำไว้ในผืนผ้าใบด้วย       เมื่อเพลิดเพลินกับซากุระตามเส้นทางมาจนถึงปลายทางก็จะไปบรรจบกับวัดนันเซนจิ (Nanzen-ji) วัดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดเซนที่มีความสวยงามและสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นวัดที่เป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซนสาย Rinzai ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นวังที่ประทับของจักพรรดิคาเมะยะมะ (Kameyama) ด้วยความเลื่อมไสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระองค์จึงทรงยกวังแห่งนี้ให้ก่อตั้งเป็นวัดนันเซ็นจิ ในปีค.ศ. 1291 แม้ว่าชื่อวัดจะเป็นชื่อนันเซ็นจิ แต่ภายในมีวัดแห่งนี้ ยังมีวัดย่อยๆอยู่อีก 12 แห่ง (เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแค่เพียง 4 แห่ง)   เมื่อเราเดินทางมาถึงวัดแห่งนี้ สิ่งแรกที่จะพบก็คือ Sanmon Gate ประตูไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ สูง 22 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามปราสาทโอซาก้า เมื่อปี ค.ศ. 1615 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเกียวโตได้บนระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ชั้นสองของประตู หลังจากลงมาจากประตู เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะได้พบกับจุดเด่นของวัดอีกอย่าง คือ สะพานส่งน้ำบิวะ (Lake Biwa Aquaduct) สะพานส่งน้ำนี้สร้างขึ้นในสมียเมจิ โดยการเจาะภูเขาเพื่อขนส่งน้ำ และ สินค้าทางน้ำ จากทะเลสาบบิวะมายังเกียวโต ปัจจุบันก็ยังมีน้ำส่งในท่อส่งน้ำอยู่ แต่คนในเมืองเกียวโตไม่ได้ใช้น้ำจากคลองส่งน้ำแห่งนี้แล้ว นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังมี วัดย่อย และ สวนเซนที่มีความสงบ เงียบ และสวยงามชวนให้เกิดสมาธิและสงบจิตใจอีกหลายแห่งให้ได้เข้าไปชมกัน   อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับการมาชมซากุระในเส้นทางนี้คือ Keage Incline หลายคน รวมทั้งผมด้วยเมื่อแรกเห็นเคยคิดว่าเป็นทางรถไฟสายเก่า แต่จริงๆแล้วคือทางรถรางเพื่อลากเรือบรรทุกสินค้าที่ล่องมาตามคลองส่งน้ำบิวะแล้วจะต้องลดระดับลงไปถึง 32 เมตร สู่แม่น้ำกะโมะกะวะ ในสมัยเมจิจึงได้มีการสร้างรางนี้ขึ้นมานั่นเอง โดยรางขนาดใหญ่นี้จะเป็นทางลาดชัน ที่ถูกขนาบข้างด้วยต้นซากุระขนาดใหญ่ ที่ผลิดอกเต็มต้นให้เราได้ใกล้ชิดตลอดสองข้าง จากการสังเกตุพบว่า คู่รักต่างนิยมมาถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้ง ส่วนสาวๆก็นิยมใส่ชุดยูกะตะ มาถ่ายรูปคู่กับซากุระ ทำให้การชมซากุระนั้นได้บรรยากาศไปอีกระดับหนึ่ง   จากจุดเริ่มต้น จนมาถึงปลายทางที่ Keage incline เส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางชมซากุระ ที่สามารถใช้เวลาเดินชมแบบชิลๆได้อย่างต่ำครึ่งวันเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเดินชมแบบคนเดียวโดยไม่เหงาเพราะความเพลินในการชมซากุระ แต่ถ้าใครมีคู่ก็มาสวีทกับคนรักได้แบบสุดโรแมนติค โดยนำข้าวกล่องมานั่งทานใต้ต้นซากุระด้วยก็ได้ หรือมากับเพื่อนๆก็ได้ความสนุกอีกแบบ ในเกียวโตยังมีสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่ออีกหลายแห่ง ในครั้งต่อไปจะเป็นที่ไหนสามารถติดตามได้ต่อที่นี่นะครับ ค่าเข้าสถานที่ต่างๆในเส้นทางนี้ วัด Ginkakuji 500yen วัด Nanzenji และวัดย่อยภายใน ประตู Sanmon Gate 500yen วิหาร Hojo 500yen วัด Nanzenin 300yen วัด Konchi-in 400yen วัด Tenjuan 400yen ข้อมูลสถานที่ www.japan-guide.com เรื่อง/ภาพ Tonyken