ดวงประเทศไทย 2557

มันดิ! จับติ๋วชิงเเชมป์เอเชีย U-19 ช้างศึกชน บาห์เรน, โสมขาว, ซาอุฯ
ชิงเเชมป์เอเชีย ยู 19 ปี /  ซาอุฯ / 

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ทำการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลยช. 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ปี2016 ที่ประเทศบาห์เรนเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง 13-30 ต.ค.59 โดยได้ทำการจับสลากที่กรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 30 เม.ย.59 โดย 16 ชาติที่่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายทางเอเอฟซีได้จัดเรียงตามโถดังนี้ โถ 1 บาห์เรน(เจ้าภาพ) , กาตาร์ , เกาหลีเหนือ , อุซเบกิสถาน โถ 2 ญี่ปุ่น , ไทย , ยูเออี , จีน โถ 3 ออสเตรเลีย , อิรัก , เกาหลีใต้ , เยเมน โถ 4 อิหร่าน , เวียดนาม , ซาอุดิอาระเบีย , ทาจิกิสถาน โดยผลการจับสลากแบ่งสายอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย กลุ่มเอ บาห์เรน, ไทย, เกาหลีใต้,ซาอุดิอาระเบีย กลุ่มบี เกาหลีเหนือ, ยูเออี, อิรัก, เวียดนาม กลุ่มซี กาตาร์, ญี่ปุ่น, เยเมน, อิหร่าน กลุ่มดี อุซเบกิสถาน จีน, ออสเตรเลีย, ทาจิกิสถาน โดยการแข่งขันรายการนี้จะหาตัวแทน 4 ชาติที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่เกาหลีใต้ แต่ถ้าหากทัพโสมขาวสามารถทะลุถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายด้วยแล้วก็จะต้องหาทีมอันดับ 5 เข้าไปเล่นแทน ทั้งนี้ในส่วนของกุนซือใหญ่ของทีมยช.19ปีทีมชาติไทยในชุดนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นใคร เเต่มีข่าวลืออย่างหนักว่าเป็น "โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าพล อดีตกุนซือทีม 19 ปีไทยที่มีข่าวว่าถูกทาบทามอยู่ในขณะนี้

โปรแกรมบอลวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 18:00 น. สวอนซี - ลิเวอร์พูล เวลา 20:05 น. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - เลสเตอร์ ซิตี้ เวลา 22:30 น. เซาแธมป์ตัน - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 17:00 น. แอธเลติก บิลเบา - เซลต้า บีโก้ เวลา 21:00 น. เอสปันญ่อล - เซบีย่า เวลา 23:15 น. ลา คอรุนญ่า - เกตาเฟ่ เวลา 01:30 น. บาเลนเซีย - บียาร์เรอัล ผลบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เวลา 17:30 น. ยูเวนตุส - คาร์ปิ เวลา 20:00 น. เอซี มิลาน - โฟรซิโนเน่ เวลา 20:00 น. ปาแลร์โม่ - ซามพ์โดเรีย เวลา 20:00 น. ซัสซูโอโล่ - เวโรน่า เวลา 20:00 น. เอ็มโปลี - โบโลญญ่า เวลา 01:45 น. ลาซิโอ้ - อินเตอร์ มิลาน ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส เวลา 22:00 น. อองเช่ร์ - โอลิมปิก มาร์กเซย ผลบอล ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก เวลา 18:00 น. อาร์มี่ ยูไนเต็ด - เชียงราย ยูไนเต็ด เวลา 18:00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล - พัทยา ยูไนเต็ด เวลา 19:00 น. เมืองทอง ยูไนเต็ด - ชลบุรี เอฟซี เวลา 20:00 น. บีอีซี เทโรศาสนะ - ศรีสะเกษ เอฟซี ผลบอล ไทยดิวิชั่น1 เวลา 18:00 น. แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล - การท่าเรือ เอฟซี เวลา 18:00 น. ระยอง เอฟซี - ไทยฮอนด้า เอฟซี เวลา 18:00 น. สงขลา ยูไนเต็ด - เชียงใหม่ เอฟซี เวลา 18:00 น. สมุทรสงคราม เอฟซี - กระบี่ เอฟซี เวลา 19:00 น. ปตท. ระยอง - ลำปาง เอฟซี >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

ฟาดฟันกันด้วยเสียง นิว จิ๋ว ออฟ โชว์ความเผ็ด ตั้งแต่วันแถลงข่าว
THE BATTLE OF BFF CONCERT /  คอนเสิร์ต นิว จิ๋ว อ็อฟ / 

แถลงข่าวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับคอนเสิร์ต “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” ที่ทั้ง 3 ได้ออกมาโชว์ความเผ็ด ชนิดที่เรียกว่าเปิดฉากมาฟาดฟันเสียง แบบฝุ่นตลบคาโต๊ะดินเนอร์ ออกสตาร์ทยกแรกในงานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ต ช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น พริเซ้นท์ส “THE BATTLE OF BFF CONCERT”(ดิ แบทเทิ่ล ออฟ บีเอฟเอฟ คอนเสิร์ต) ที่จะจัดขึ้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 25-26 มิ.ย. นี้ เวลา 19.00-23.00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็ดุเด็ดเผ็ดมันส์ แซ่บสมใจสื่อมวลชนและแฟนคลับไปแล้ว สำหรับการประชันกันระหว่าง 2 ดีว่า 1 ดีโว่ “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” 3 ศิลปินค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่ทำเอาคนในงานตะลึงตาค้างกับโชว์เปิดตัวสุดอลังการที่จัดไปเมื่อบ่ายวันก่อน ณ จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอ แกรมมี่ วันนั้นเรียกเสียงกรี๊ดตั้งแต่เปิดตัวด้วยฉากงานเลี้ยงที่ “นิว-จิ๋ว-อ๊อฟ” นั่งดินเนอร์บนโต๊ะสุดหรู พอเพื่อนบอกให้ร้องเพลงให้ฟังเท่านั้น ทั้งสามเปิดฉากฟาดฟันกันด้วยเสียงในเพลง “ปลิว” เล่นเอาขนลุกซู่ ก่อนที่นิวจะขึ้นเวทีท้าเพื่อนด้วยเพลง “คำถามที่ต้องตอบ” ระเบิดพลังเสียงท้าจิ๋วที่ต้องโดดตามขึ้นมาใช้ร่างเล็กงัดเพลง “ของที่เธอไม่รัก” ปะทะเพื่อนกลับไป แล้วถึงท้าให้อ๊อฟโดดขึ้นงัดไม้เด็ดแผดเสียงร้อง “คิดถึงให้ตายก็ตายเปล่า” สะกดหูแฟนคลับบ้าง จากนั้นทั้งสามโดดขึ้นฟาดฟันพลังกันด้วยเพลง “แบดเฟรนด์ส” ทั้งร้องทั้งเต้นปะทะกันบนโต๊ะดินเนอร์จนข้าวของกระจุยกระจายฝุ่นตลบ เล่นเอาคนดูปรบมือลั่นหลังจบโชว์ ก่อนที่จะให้พิธีกร เป้ วิศวะ กับดีเจ ดาด้า ขึ้นมาพูดคุยถึงคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างมันส์จนคนดูหัวเราะทั้งสตู และปิดงานด้วยการเชิญ ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม กรรมการผู้จัดการสายงานโชว์บิซ บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ พร้อม มิสเตอร์ เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ คุณภาสวรรณ จันทร์คู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขึ้นมามอบช่อดอกไม้ถ่ายภาพพร้อมหน้ากันเป็นอันจบความแซ่บแบบ แบบครบอรรถรสกันในบ่ายวันนั้น เตรียมตัวพบกับคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ ช้าง มิวสิค คอนเน็คชั่น พริเซ้นท์ส “THE BATTLE OF BFF CONCERT”(ดิ แบทเทิ่ล ออฟ บีเอฟเอฟ คอนเสิร์ต) เปิดจำหน่ายบัตรแล้ว บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 และ 1500 บาท ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

ละครเหยี่ยวรัตติกาล , เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล
เหยี่ยวรัตติกาล /  ละครเหยี่ยวรัตติกาล / 

เหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครช่อง7 บทประพันธ์โดย : นอร์แมน วีรธรรมกำกับการแสดงโดย : อนุวัฒน์ ถนอมรอดผลิตโดย : บริษัท กันตนา มูฟวี่ทาวน์ จำกัดออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เหยี่ยวรัตติกาล เรื่องย่อเหยี่ยวรัตติกาล เรื่องราวของผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง ที่ได้รับพรจากสวรรค์ เหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ที่ร่ำลือกันว่ามีพลังพิเศษ จนสามารถเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นฮีโร่สาวเหนือมนุษย์ใดใด ย้อนไปเมื่อเด็กหญิงราตรี หรือน้องไนท์ อายุ 5 ขวบ ลูกสาวตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์ วันหนึ่งศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้านเด็กหญิงได้เห็นแสงสีทองสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทัก เมื่อพ่อแม่เพ่งดูปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่งรัตนาบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับ ระหว่างที่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในระหว่างที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระเจ้าอาวาส เด็กหญิงราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจพารีบออกไปตามหา พบว่าราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนหนึ่ง ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าชื่อลุงมายง เป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่รัตนาก็ยังไม่วายเป็นห่วงลูกสาว ตอนกลับมาถึงบ้านรัตนายิ่งแปลกใจเมื่อเห็นที่คอของราตรีมีสร้อยเหรียญรูปเหยี่ยวห้อยอยู่ ศักดิ์สิทธิ์ดูจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายงที่วัด เพราะชาวทิเบตนับถือเหยี่ยวกันมาก รัตนาบอกให้เอาไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าและดูท่าราตรีจะชอบสร้อยอันนี้ด้วย หากกลับเอาไปคืนวันนี้ลุงคงจะเสียใจ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังจะดีกว่า ยามค่ำคืนในห้องนอนราตรี เหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของเด็กน้อยก็เรืองแสงขึ้นมา แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของราตรี ในขณะที่ราตรีหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว รุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์พบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรีแล้วแต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงซุกซนทำตกหายไป จนกระทั่งทุกคนลืมเรื่องราวของเหรียญรูปเหยี่ยวไป 15 ปีผ่านไป.. ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์ จบแล้วได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจนจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ราตรีกลับมาทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน ราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก ๆฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย นสพ.ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ซึ่งนุชนาถลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษีรวมทั้งกว้านซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่ นุชนาถได้ติดต่อมาให้ราตรีช่วยว่าความให้..ด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถ หลุดจากคดี ทำให้สมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นมาก นุชนาถพาราตรีไปกินข้าวฉลองความสำเร็จ ระหว่างที่นุชนาถขับรถมาส่งราตรีก็ถูกรถตู้ปาดหน้า มีมือปืน 4-5 คนออกมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล นุชนาถถูกกระสุนทรุด ยามคับขันราตรีเอาร่างบังร่างของนุชนาถไว้ กระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าสาดออกมาจากร่างของราตรี พวกมือปืนต่างตกใจ แสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง.. และมีเงาดำปรากฏ พวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว..แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามา กลายเป็นเสียงพวกมันร้องโหยหวนแทน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท ละครเหยี่ยวรัตติกาล ผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน แต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีก กำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ที่โรงพยาบาล นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากกระสุนสองสามแห่ง แต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าเห็นทีตนจะต้องปิดหนังสือพิมพ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว ราตรีบอกว่าขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเองจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะตนเองก็ต้องการต่อสู้กับพวกที่มีอิทธิพลพวกนี้เช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลง ผู้กองเซนต์มาดักรอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นอะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตนเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะโชค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า สุดท้ายเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่านุชนาถกลัวมากจนจะปิดหนังสือพิมพ์แต่ตัวเองขอสานต่องานทั้งหมด เซนต์เตือนราตรีให้ระวังตัว อย่างไรก็ตาม เซนต์ให้นามบัตรราตรีไว้ และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่น และพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่คุยไว้ ราตรีถึงคอนโด ก็สำรวจร่างกายตนเองเพราะแปลกใจเหมือนกันที่รอดมาได้ พอดีได้รับโทรศัพท์จากพ่อ รองศักดิ์สิทธิ์ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นห่วง และบอกให้ราตรีไปหาโดยเร็วที่สุด ราตรีรับปากว่าจะไปหาแต่เช้า รุ่งเช้าราตรีไปหาพ่อแม่ที่บ้าน หลังจากนั้นพ่อก็พาราตรีขึ้นไปห้องพระ และถามถึงเรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย ในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับเมื่อตอนเด็ก ๆ รองศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์มาช่วยราตรี ราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือ เมื่อหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยว หลวงพ่อยังบอกอีกว่าราตรีได้รับพลังของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ราตรีระลึกถึงพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลัง สามารถทนทานต่ออาวุธทุกชนิด มีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเยี่ยงเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเยี่ยงเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินได้เห็นเยี่ยงเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อมั่น ก็สามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานของชาวทิเบตที่มีมาช้านาน ราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนรองศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่อ และให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้ ราตรีรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดขึ้นจริงอย่างที่ท่านอาจารย์กล่าว ผู้กองเซนต์ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 ราตรีจัดแถลงข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และตนจะรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถ และที่สำคัญเพื่อให้นุชนาถและครอบครัวปลอดภัย ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์ สะใจที่จัดการกับนุชนาถได้ และคิดว่าบรรณาธิการคนใหม่คงจะได้รับบทเรียนแล้ว และคงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) นักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายไปทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการ และส่งคนเข้าพรรคการเมือง เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจทุกอย่างของประเทศ สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้กลายเป็นเป้าหมาย ข่าวใหญ่เป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และเตือนให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้แน่นอน หลังจากราตรีเข้าคุมหนังสือพิมพ์ สองวันต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทำให้สมศักดิ์โกรธมากที่ตกเป็นเป้าสังคม และทางการจึงคิดกำจัดราตรี เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกเพราะความสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องการสอบสวนเพิ่มเติม และมาเตือนว่านายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรีแบบที่เล่นงานนุชนาถมาแล้ว ราตรีรับฟังและขอบคุณที่เซนต์มีน้ำใจ เช้าวันหนึ่งราตรีตื่นแต่เช้าแล้วขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักในต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของรองศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปจากถนนห่างไกลผู้คน ราตรีไปถึงแล้วเริ่มนั่งสมาธิเรียกพลังเหยี่ยวอย่างที่พ่อลองบอก เมื่อสมาธิเข้าที่ทันใดก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัวสารพัดเสียง สายตาเหมือนมองเห็นทุกอย่างที่ตนคิดอยากจะเห็น ราตรีลองนึกถึงสมศักดิ์ดู ก็เห็นภาพสมศักดิ์กำลังสั่งมือปืนให้กำจัดตน ราตรีเกิดโมโห ร่างของราตรีค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นโดยไม่รู้ตัว...พอลืมตาขึ้นก็เห็นตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ราตรีจึงลองนึกว่าตนเองบินได้ ปรากฏว่าร่างของราตรีลอยพุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคาบ้าน ราตรีทดลองร่อนไปมาดูก็ทำได้ดังใจ วันหนึ่งสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งว่าตนเองมีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับตนหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล สมศักดิ์โกรธ และจัดงานแถลงข่าวทันที โดยเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดตน พร้อมท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกเวลา คืนหนึ่งสมศักดิ์ออกจากงานเลี้ยงและแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอจอดรถหน้าตึกก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก พวกมือปืนต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานต้องตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง ใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่นัยน์ตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ แต่ร่างในชุดหนังพุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกมือปืนรีบพานายหนี แต่แล้วร่างในชุดหนังก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกมือปืน ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่คล่องแคล่วว่องไว จนเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงในชุดลึกลับกล่าวคำอำลาแล้วจบชีวิตชั่วของสมศักดิ์มาเฟียลงในที่สุด ก้องเกียรติ ละครเหยี่ยวรัตติกาล ช่อง7 รุ่งขึ้นภาพของหญิงชุดดำใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้นปรากฏอยู่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย จับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตในสำนักงานและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์ มีข้อความว่า จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กองทัพนักข่าวต่างปรากฏตัวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อรอสัมภาษณ์ราตรี ราตรีให้สัมภาษณ์ว่าตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์อยู่ และก็ได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงมีโอกาสได้เก็บภาพไว้ โดยไม่รู้รายละเอียดอะไรอีกเลย เซนต์มาหาราตรีชวนไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องเหยี่ยวรัตติกาล ราตรีปฏิเสธและกล่าวเป็นเชิงชมว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอิทธิพล เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย จนใจที่ตัวเองเป็นกฎหมาย จึงได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่อย่างไม่ขาดสาย บางครั้งก็มีภาพลง แน่นอนย่อมเป็นหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี โดยฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่มาของข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล..ซึ่งราตรีก็ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่ทำงานหนักคอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้ ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล เพราะเหตุที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยลงข่าวและรูปของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อได้รับความเดือดร้อนหรือถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าจะส่งสารไปถึงเหยี่ยวรัตติกาลให้มาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตย ต่อมาก็มีข่าวว่าเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น พิเชษฐ์กดดันให้ทางการปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยเพราะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็แก้ต่างจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์ ทำให้พิเชษฐ์สั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัว ทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บ เครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างยิ่ง สั่งเพิ่มกำลังและป้องกันอย่างเต็มที่ ภายใต้หน้ากากองนักธุรกิจตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดโปงนายสรสินให้สังคมได้รู้หน้ากากที่แท้จริง โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยของราตรีชื่อ อีท (แจม-ปาณิชดา) คอยช่วยเหลือการกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการ แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์หว่านลงไปอย่างไม่อั้น โดยใช้เงินจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบคนอื่นแทบทั้งสิ้น แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายหน่วยงานต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ลงไปมากมายแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้ จริงอยู่ที่เหยี่ยวรัตติกาลสามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมัน มีทางเดียวคือต้องเปิดโปงให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น เมื่อสังคมรู้ความจริงนายพิเชษฐ์หมดสภาพ ขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนของพิเชษฐ์ทำให้ยิ่งมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น..ปัญหาก็คือเหยี่ยวรัตติกาล แม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาล จะได้เผชิญหน้ากับเซนต์ และช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนของพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์เองก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าได้ พิเชษฐ์เองเมื่อได้รับความเดือดร้อนจากเหยี่ยวรัตติกาลรวมทั้งข่าวลือที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบตเพื่อมาปราบเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่าง ๆ นานา จนกลายเป็นคนบ้าคลั่งขาดสติได้ สรสินจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว ละครเหยี่ยวรัตติกาล เหยี่ยวรัตติกาลออกตามเรื่องและได้มีการเผชิญหน้ากันหลายครั้งกับอาจารย์ผู้นี้และมีการต่อสู้ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง อย่างไรก็ตามเวลาผ่านไป ด้วยการสืบสวนของเซนต์ และราตรีก็พบหลักฐานการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับพิเชษฐ์ซึ่งโยงใยถึงเครือข่ายต่าง ๆ ของพิเชษฐ์รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศ จนกระทั่งพิเชษฐ์ถูกเปิดโปง สรสินให้อาจารย์ใช้วิชากำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อปกปิดความลับของตนแต่ครั้งนี้เหยี่ยวรัตติกาลตามประกบติด จนในที่สุดก็ซ้อนแผนสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ ในที่สุดพิเชษฐ์ก็ได้รับโทษ ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เซนต์ กับราตรีเปิดโปงเส้นทางการเงินที่มาจากต่างประเทศ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังจนเส้นทางการเงินพิเชษฐ์ถูกปิดเครือข่ายล่มสลายทั่วประเทศ เมื่อสังคม บ้านเมืองกลับมาสงบ เหยี่ยวรัตติกาลคงไม่ได้ออกมาปรากฏตัวอีกนาน หลังงานสำเร็จสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้ เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จร่วมกันรวมทั้งทีมงานคนอื่น ๆ ที่ร่วมต่อสู้ฝ่าฟันกันมาด้วยกัน ทั้งทีมตำรวจของ เซนต์ ผู้ช่วยมือขวาของเซนต์คือก้องเกียรติ และทีมงานของ ราตรี และอีทผู้ช่วยคนสวยของราตรี ที่ตอนนี้ปิ๊งกันกับก้องเกียรติเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ยังคงคาใจของเซนต์ และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล ติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล อคัมย์สิริ สุวรรณศุข รับบท ราตรี ธาวิน เยาวพลกุล รับบท เซนต์ หลุยส์ เฮสดาร์ซัน รับบท ก้องเกียรติ ปาณิชดา แสงสุวรรณ รับบท อีท สวิช เพชรวิเศษศิริ รับบท พิเชษฐ์ อนิสา นูกราฮา รับบท เรวดี กัญญกร พินิจ รับบท นุชนาถ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ นวลปรางค์ ตรีชิต รับบท รัตนา พัฒนะ พันธุ์เทวะ รับบท พีท ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท อาจารย์บาตง ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย รับบท ทัช กฤษณ์ ไตรรัตน์ รับบท ซาเอะ ช่อง7 ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น ละครเหยี่ยวรัตติกาล จั๊กจั่น

รู้ยัง กินส้มตำช่วยให้หน้าเด็กได้ !
food /  papayasalad / 

สาวๆหลายคนรู้แล้วต้องเลิฟมากแน่ๆ เพราะส้มตำของโปรดนอกจากจะอร่อยแซ่บถูกปากแล้ว ยังช่วยให้หน้าเด็กได้อีกด้วย ! ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะในมะละกอมีวิตามินเอเยอะ วิตามินซีก็สูงมาก แถมมีสารที่เรียกว่า Papain ซึ่งช่วยในการผลัดเซลล์ผิว บวกกับด้วยความที่เป็นผลไม้ฉ่ำน้ำ โซเดียมต่ำ จึงช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังได้เป็นอย่างดี กินบ่อยๆจึงช่วยให้ผิวเนียน ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าได้แบบยั่งยืนและไม่ต้องจ่ายแพงอีกด้วย เพราะมะละกอนั้นหาง่ายและราคาถูก อีกหนึ่งข้อดีของ Papain ที่มีในมะละกอก็คือ ช่วยทำความสะอาดลำไส้ทั้งเล็กและใหญ่ค่ะ มันจะเข้าไปช่วยขจัดคราบโปรตีนที่เกาะอยู่ตามผนังลำไส้ให้หลุดออก เมื่อลำไส้ไม่สกปรกก็ส่งผลดีต่อร่างกายและผิวพรรณ นี่พูดถึงเพียงแค่มะละกอเท่านั้น ยังไม่รวมถึงมะเขือเทศอีกหนึ่งส่วนประกอบในส้มตำที่ถูกหั่นลงครกและตำไปพร้อมกันนั้นก็อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง มีสารด้านอนุมูลอิสระสูงมากอีกด้วย พออยู่รวมกันแล้วก็เลิศสุดๆไปเลยหล่ะค่ะ ถึงแม้ประโยชน์จะมากขนาดนี้ แต่การกินส้มตำก็ต้องพึงระวังเรื่องความสะอาดกันด้วยนะคะ หากจะสั่งส้มตำปูหรือปลาร้า ก็ต้องแน่ใจว่าสะอาด บางร้านอาจจะนำปูดองและปลาร้าไปผ่านความร้อนจนเดือดเพื่อฆ่าเชื้อก่อน แต่ถ้าไม่แน่ใจในบางร้านก็สั่งส้มตำไทยกินจะสบายใจกว่าค่ะ ตอนนี้น้ำลายสอแล้วขอตัวไปหาส้มตำแซ่บๆมาทานก่อนดีกว่า แล้วสาวๆหล่ะค่ะ รออะไร ไปทานส้มตำกัน!

เกรียนโอ้จัดให้! แข้งเทพฟอร์มเเรงบุกเฉือนราชบุรีรั้งจ่าฝูงต่อ
ราชบุรี มิตรผล เอฟซี /  แบงค็อก ยูไนเต็ด / 

เเรงต่อเนื่อง “เเข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ฟอร์มยังร้อนเเรงบุกเฉือนชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เฉียดฉิวจากประตูชัยของ มาริโอ้ ยูรอฟสกี้ ทำให้ยังรั้งจ่าฝูงของตารางต่อไป ผลฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 0 - 1 แบงค็อก ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู : มาริโอ ยูรอฟสกี้ น.15 สนาม : กีฬากลาง จ.ราชบุรี เวลา 19.00 น. การเเข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 เป็นการเเข่งขันเเมตช์ที่ 9 ระหว่างเจ้าบ้าน “ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับที่ 5 มีอยู่ 16 คะเเนน เปิดรังรับการมาเยือน “เเข้งเทพ” เเบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่มีอยู่ 19 คะเเนน ออกสตาร์ทการแข่งขันนาทีที่ 11 ราชบุรี ได้ลุ้นจากลูกเปิดเรียดฝั่งขวา ทาคุยะ มุรายามะ ผ่านไปหน้าประตูให้กับ ลูคัสซ์ กิคีวิชซ์ พุ่งชาร์จไม่ถึงบอล พลาดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 15 ทีมเยือนแบงค็อก ยูไนเต็ด เเฟนบอลทีมเยือนได้เฮเมื่อ สุมัญญา หลุดไปทางด้านซ้ายก่อนตักกลับมาให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ซัดแบบไม่จับตุงตาข่ายให้ทัพเเข้งเทพบุกมานำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 22 เจ้าถิ่นเร่งเกมบุกมาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก ปฐมชัย เก็บบอลจังหวะสองได้นอกกรอบก่อนปั่นด้วยขวาเเต่บอลเหินข้ามคานออกไป นาทีที่ 41 พุทธินันท์ วรรณศรี รวบอดิศักดิ์ ศรีกำปัง ล้มหน้ากรอบเขตโทษแล้วเป็น เฮเบอร์ตี้ ที่ปั่นฟรีคิกทว่าหลุดกรอบออกไปนิดเดียว หลังจากนั้นยังทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบครึ่งเเรก เเบงค็อก บุกมานำ ราชบุรี 1-0 กลับสู่เกมในครึ่งหลังนาทีที่ 46 เป็นโอกาสของเจ้าถิ่น เฮแบร์ตี้ ได้ยิงฟรีคิกนอกกรอบเเต่ กิตติพงษ์ นายทวารทีมเยือนยังพุ่งปัดทิ้งไว้ได้ จากนั้นนาที 54 เฮแบร์ตี้ ได้ยิงฟรีคิกนอกกรอบด้วยซ้ายอีก กิตติพงษ์ ยังพุ่งปัดไว้ได้อีกครั้ง นาทีที่ 55 เจ้าถิ่นยังบุกหนัก เฮแบร์ตี้ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งขวาไปให้ ลูคัสซ์ สะบัดโหม่งเเต่ยังหลุดเสาแรกไปอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 69 บอลยาวของราชบุรี ได้ลุ้นทีเดียวเมื่อ ลูคัสซ์ พักอกส่งต่อให้ ยานนิค ยาโล ซัดจังหวะเดียวบอลบดเรียดหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง เกมย่างก้าวเข้าสู่นาทีที่ 82 เจ้าถิ่นราชันมังกรยังเปิดเกมบุกหนัก เเละมาได้โอกาสจาก ชุติพนธ์ ทองแท้ ที่ได้จังหวะเก็บตกจากแถวสอง เเต่ยังซัดข้ามคานออกไป หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือยังทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกมเป็นเเบงค็อก ยูไนเต็ด บุกมาเยือนชนะไป 1-0 เก็บ 3 เเต้มรั้งจ่าฝูงของตารางต่อไป รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (ผู้รักษาประตู), ชุมพล บัวงาม, อภิวัฒน์ งั่วลําหิน (C), ศิลา ศรีกําปัง, เอกลักษณ์ ทองกริต, ชุติพล ทองแท้, ปฐมชัย เสือสกุล, เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดซ, ทาคุยะ มุรายามะ, อดิศักดิ์ ศรีกำปัง, ลูคัสซ์ กิคีวิชซ์  แบงค็อก ยูไนเต็ด : กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก (ผู้รักษาประตู), ภานุพงศ์ วงศ์ษา (C), พุทธินันท์ วรรณศรี, แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์, ดราแกน บอสโควิช, สุมัญญา ปุริสาย, มิก้า ชูนวลศรี, มาริโอ ยูรอฟสกี้, เจซีย์ จอห์น, สรรวัชญ์ เดชมิตร, เอกชัย สำเร

สาว 12 ราศี.. แต่งหน้า แต่งตัว ลุคไหนดีนะที่ชนะเลิศ ?
12ราศี /  แต่งตัว / 

แต่งหน้า แต่งตัว อย่างไร ถึงจะเสริมดวงผู้หญิงทั้ง 12 ราศี ? ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ลักษณะการแต่งตัว : ต้องดูทะมัดทะแมง ใส่สบาย ดูเป็นลุค working women คล่องแคล่ว แต่หาสูททรงสูง รองเท้าส้นไม่สูงเกินไป การแต่งหน้า : เน้นการแต่งรูปคิ้วให้เข้ารูป ขนตางอน เน้นการทาปากสีสด หรือสีนู้ดไปเลย เพิ่มลูกเล่นให้ดูเก๋เปรี้ยวขึ้นไปอีกหนึ่งสเต็ป ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ลักษณะการแต่งตัว : เลือกเสื้อผ้าที่เรียบหรู หาเดรสสีสดใสมาแต่ง อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยการหาผ้าพันคอสวยๆ สักผืนมาใส่ การแต่งหน้า : เน้นการแต่งรูปคิ้วให้สวย เปลือกตาเลือกโทนสีทองประกาย ให้ดูเซ็กซี่ ปัดแก้มเน้นสีส้มอิฐ ปากเป็นสีนู้ดเข้มหรือสีอมน้ำตาล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ลักษณะการแต่งตัว : คุณสามารถใส่เสื้อผ้าได้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผ้าลูกไม้หรือมีโบว์ก็เหมาะกับสาวราศีนี้ แต่รองเท้าเน้นแบบสวมใส่สบาย ไม่ต้องส้นสูง การแต่งหน้า : ควรเน้นลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ สดใส อ่อนหวาน อ่อนโยน ดูสุขภาพดี ใช้สีเอิร์ธโทน และสีชมพูอ่อน เน้นพวงแก้มให้ดูสุขภาพดี ลิปกลอสประกายมุกเพิ่มความวาว ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ลักษณะการแต่งตัว : แนะนำให้แต่งแบบเรียบหรูมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นชุดเดรสพอดีตัว หรือกางเกงยีนส์ ที่แมตซ์เข้ากับเสื้อสีดำแดง รองเท้าเน้นส้นสูง ให้เห็นถึงความมั่นใจและความเซ็กซี่ของสาวราศีเมษ การแต่งหน้า : กรีดอายไลน์เนอร์แบบโฉบเฉี่ยว เน้นหางตา ปัดมาสคาร่าให้เด้งๆ แต่ที่ขอเน้นเลยคือสีปาก อยากให้เป็นสีแดงเรียกทรัพย์ พูดอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปทั้งหมด ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ลักษณะการแต่งตัว : แต่งแบบเรียบๆ ก็พอค่ะ เลือกโทรสีน้ำตาล สีเบจ  สีขาว สีดำ โดยเฉพาะช่วงไหนที่รู้สึกว่าเงินเริ่มขาดมือ แนะนำให้หยิบเสื้อผ้าสีน้ำตาลมาใส่ จะเป็นการเรียกทรัพย์อีกแบบหนึ่งค่ะ การแต่งหน้า : เน้นการแต่งดวงตาให้ชัด และดูคม สีปากสีนู้ด ปัดแก้มเบาๆ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ลักษณะการแต่งตัว : การแต่งกายของราศีนี้เรียกได้ว่า เรียบ เท่ แต่มีความหรูในตัว การแต่งตัวได้ทุกแนว แต่เน้นสวมรองเท้าส้นสูงที่มีหัวแหลม โทนสีสดใสออกส้ม การแต่งหน้า : เน้นการแต่งสีเอิร์ธโทน สีน้ำตาลทอง เติมกลอสใสที่ริมฝีปาก ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ลักษณะการแต่งตัว : สไตล์การแต่งตัวของสาวราศีนี้ เน้นความเบาสบายในการสวมใส่เป็นหลัก ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตามแฟชั่นมากนัก เสื้อผ้าควรมีลายลูกไม้น่ารักๆประดับอยู่ด้วย หรือจะเป็นกางเกงผ้าพลิ้วก็เก๋ไม่เบาค่ะ การแต่งหน้า : เน้นแต่งให้มีประกายชิมเมอร์ที่ดวงตา กับลิปสติกสีชมพูกลอส ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ลักษณะการแต่งตัว : เสื้อผ้าที่ใส่สบายดูสง่า และหรูหรา การแต่งตัวควรเน้นสวมใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วน เพื่อเป็นสเน่ห์ดึงดูด อาจเป็นเดรสสั้นพอดีตัว สีเข้มก็ได้ค่ะ การแต่งหน้า : เน้นการแต่งตาด้วยสีสัน สีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียวเทาสโมคกี้อายสีดำ เน้นให้ดวงตาดูโดดเด่น ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ลักษณะการแต่งตัว : เสื้อผ้าที่ใส่จะเน้นไปทางน่ารัก อ่อนหวานลุคคุณหนู เสื้อผ้าที่ไม่เน้นสัดส่วนจนเกินไป สาวราศีนี้เหมาะสำหรับการสวมใส่เสื้อกระโปรงลายดอก สีอ่อนๆ ดูน่ารัก หรือเสื้อผ้าลุกไม้สีเบจหรือเดรสสีหวานก็ได้ การแต่งหน้า : แต่งสวยใสสไตล์เกาหลี แต่งเหมือนไม่แต่ง ให้ดูลุคสวยหวานธรรมชาติสุดๆ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ลักษณะการแต่งตัว : เสื้อผ้าของสาวราศีนี้ บอกได้เลยว่าเธอมีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะสวมใส่แบบไหนก็จะมีบุคลิกโดดเด่นชัดเจน เน้นเป็นโทนสีเย็นชัดเจน เสริมดวงการเงินได้ดีเลยค่ะ การแต่งหน้า : เน้นแต่งหน้าแบบธรรมชาติ ดูสุขภาพดี อาจเพิ่มชิมเมอร์เล็กน้อย เพื่อให้ดูสดใส สีปากนั้นเน้นเป็นสีชมพูอ่อน หรือสีนู้ดอมชมพู ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ลักษณะการแต่งตัว : สาวราศีนี้มีสไตล์เป็นของตัวเอง เสื้อผ้าแบบยาวๆ พลิ้วๆ ที่ทำมาจากผ้าไหม ช่วยให้สวมใส่ดูสบายๆ แลดูเซ็กซี่ หรือจะแต่งเป็นโบฮีเมียนก็เก๋ไปอีกแบบ การแต่งหน้า : เน้นดวงตาให้โฉบเฉี่ยว ผิวดูโกลว์ ริมฝีปากเป็นสีออกแนวส้ม ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ลักษณะการแต่งตัว : การแต่งตัวเน้นเป็นเสื้อผ้าประเภท ผ้าฝ้าย ผ้าป่าน ที่ทำจากธรรมชาติ เน้นให้เป็นเสื้อผ้าที่คล่องตัว ออกแนวเท่ อาจจะใส่ยีนส์เก๋ๆ กับเสื้อผ้าฝ่านก็ได้ค่ะ การแต่งหน้า : เน้นการแต่งหน้าโทนสีสดใส สีส้ม สีชมพู ปัดแก้มให้ดูสดใส  ที่มาจาก : I-see magazine ติดตามดูดวงอื่นๆ ได้ที่  : Horoscope.Mthai.com

ชวนมาฟินไปกับ เตียงนอนไฟดวงดาว (Cosmos Capsule Bed)
เตียงนอน /  เตียงนอนทันสมัย / 

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนๆ ไปชม เตียงนอนแหล่งดวงดาว (Cosmos Capsule Bed) กันค่ะ เตียงนอนแหล่งดวงดาว ออกแบบโดย Natalia Rumyantseva เป็นนักออกแบบชาวรัสเซีย เราไปดูหน้าตาของเตียงนอนอันนี้กันดีกว่าค่ะ เตียงนอน ใต้แสงดวงดาว  (Cosmos Capsule Bed) *-* เตียงนอนแหล่งดวงดาว มาพร้อมกับระบบเสียงนาฬิกาปลุก และไฟ LED *-* -- ในเวลากลางคืนก็จะมีแสงออกมาจากช่องกลมๆ เล็กๆ ต่อกันบริเวณด้านบนของเตียงนอน ทำให้เวลาเรานอนเหมือนเราลอยขึ้นมาจากที่นอน -- เตียงนอนแหล่งดวงดาว เป็นเตียงนอนที่จำลองบรรยากาศเปรียบเสมือนเราได้นอนอยู่ในอวกาศเลยก็ว่าได้ค่ะ มีดีไซน์ที่สวยงามเหมาะกับการพักผ่อน หรือต้องการสร้างความโรเเมนติกให้กับคู่รักก็ได้เช่นกันค่ะ credit : inthralld.com

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

หนีชีวิตเมืองกรุง! ไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ ที่
บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ /  เที่ยวระนอง / 

หลีกหนีอากาศร้อนๆ บ้านเมืองที่วุ่นวายไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ชิวๆ เงียบสงบกันที่จังหวัดระนองกันดีกว่า! รับรองว่าถ้าได้ชมที่พักแห่งนี้ ทุกคนจะต้องหลงรักธรรมชาติและความเป็นอยู่ของที่นี่แน่นอน การกินอยู่อย่างพอดี หลายคนพูดได้แต่ทำยาก แต่! ที่ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ จะทำให้หลายๆ คนที่เข้าพักมีความสุขกับชีวิตแสนธรรมดา แต่โคตรมีความสุขได้ในที่แห่งนี้ได้แน่นอน ^^ หนีชีวิตเมืองกรุง! ไปใช้ชีวิตกลางธรรมชาติ ที่ "บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์" "บ้านไร่ไออรุณ" เป็นฟาร์มสเตย์ มีแนวคิดที่ว่า "พื้นที่เเห่งรักที่เป็นมากกว่าบ้าน" ฟังแค่นี้หลายคนทำให้เราอยากเข้าไปสัมผัสกับที่นี่ซะแล้วสิ! บ้านแสนอบอุ่นแห่งนี้สร้างโดยคุณเบส วิโรจน์ ฉิมมี สถาปนิกหนุ่ม ที่ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อกลับมาดูแลพ่อกับแม่ที่บ้านเกิดใน จ.ระนอง และได้สร้างบ้านให้พ่อและแม่อาศัย จนเกิดเป็นกิจการ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ แห่งนี้ ถ้าใครได้มาพักที่นี่จะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความเป็นกันเองเหมือนเราอยู่บ้านเลยล่ะ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ แบ่งออกเป็น 2 โซนคือ โซนร้านขายสินค้าการเกษตร, พืชผักสวนครัว คุณเบสและครอบครัวช่วยกันปลูก และมีสวนอาหาร ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนสามารถสั่งอาหาร ของทานเล่น และเครื่องดื่มทานกันได้ "สิ่งเล็กๆ จากในไร่ ด้วยหัวใจ ถึงมือคุณ" สลัดผัก สด กรอบ จากสวนผัก และคลายร้อนด้วย welcome drink เป็นเครื่องดื่มอัญชันมะนาว  โซนที่สอง เป็นบ้านพัก จะเป็นที่สงวนสิทธิ์เฉพาะคนที่เข้าพักเท่านั้น บ้านพักของ 'บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์' มี 2 หลัง คือ "บ้านพราวตะวัน" เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นโต๊ะวางของ และห้องน้ำ ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอน มี 1 เตียง และอีก 1 เตียงบนชั้นใต้หลังคา ตกแต่งด้วยไม้และดอกไม้ให้ความรู้สึกน่ารักอบอุ่น ผ่อนคลาย และที่สำคัญมันโล่งและโปร่งสบายมากๆ บริเวณชั้นล่าง บ้านพราวตะวัน บริเวณชั้นบน บ้านพราวตะวัน เตียงนอน บ้านพราวตะวัน และเตียงชั้นบน ใต้หลังคา เตียงชั้นบน ใต้หลังคา ส่วน "บ้านระเบียงดาว" เป็นแบบ 1 ห้องนอนโทนสีขาวดูอบอุ่น ความพิเศษอยู่ตรงมีระเบียงชั้นบน ซึ่งเราสามารถขึ้นไปนอนดูดาวบนนั้นได้ด้วย และกำลังสร้างบ้านเพิ่มอีก 2 หลัง เร็วๆ นี้ ^^ ภายในบ้านระเบียงดาว ด้านหน้า บ้านระเบียงดาว มีโต๊ะอาหารให้นั่งทาน ราคาที่พัก 1,400 บาท (วัน จันทร์-พฤหัส) 1,700 บาท (ศุกร์-อาทิตย์/วันหยุด) ต่อหนึ่งหลัง รวมอาหารเช้า พักได้ 2 คน เตียงเสริม,เตนท์ เพิ่ม 400 บาท *บ้านหนึ่งหลังพักได้ไม่เกิน 3คน อาหารทะเล สดใหม่ น่าทานทั้งนั้น ^^ บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์ นี่แหละใช่เลย! ไม่มีรีเซฟชั่น : มีเเม่ มีพ่อ คอยสร้างรอยยิ้มต้อนรับอย่างจริงใจ ไม่มีสไตล์การตกเเต่ง : มีอะไรที่หาได้จากรอบๆตัวก็นำมาปรับใช้ ในเเบบที่เราชอบ ไม่มีทีวี : มีเสียงนกร้อง หรีดหริ่งเรไร เสียงธารน้ำไหล ไม่มีอาหารเลิศหรู : มีเมนูบ้านๆอาหารปักษ์ใต้ ผักสดปลอดสาร กุ้ง หอย ปู ปลา สดๆจากทะเลในชุมชน ไม่มี wifi : มีสัญญาณโทรศัพท์ทุกระบบ ไม่มีสระว่ายน้ำ มีธารน้ำเล็กๆไหลผ่านตัวบ้าน ไม่มีเเสงสี มีเเค่เเสงไฟ หิ่งห้อย ดวงดาว เเละเเสงจันทร์ เเละไม่มี นู้นนี่นั่น เหมือนกับโรงเเรมหรูหราที่อื่นๆ (ไม่ต้องคาดหวังมานะครับ) กิจกรรม บ้านไร่ไออรุณ ฟาร์มสเตย์  ที่มี ปลูกผัก ,ขายผัก, เก็บผัก ผลไม้ มาทำอาหาร ใช้ชีวิตกับอากาศดีๆ ไปด้วยกันในพื้นที่กลางหุบเขาของเราเเห่งนี้ (หากอยากไปเที่ยวที่ไหนก็บอกได้จะพาไปในระนอง ภูเขา,ธารน้ำเเร่ , ทุ่งหญ้า ,น้ำตก เเละท้องทะเล) การเดินทาง เครื่องบิน (นกเเอร์ 2เที่ยวบิน/1วัน) 25 กม.จากสนามบิน , รถทัวร์ กะเปอร์-กรุงเทพ ปลายทางถึงหน้าปากซอย หรือรถส่วนตัว สอบถามเส้นทาง,รายละเอียดการจอง เเละอื่นๆ ได้ที่ 096-9382981 หรือผ่านทาง เพจ บ้านไร่ ไออรุณ https://www.facebook.com/baanraiiarun

ชวนกูรูเกาหลีชิงรางวัลกว่า 3 แสน ใน Quiz on Korea 2016
K.T.C.C /  Quiz on Korea 2016 / 

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ KBS ขอเชิญชวนร่วมการแข่งขันรายการตอบคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาหลี Quiz on Korea 2016 ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 3 แสนบาท และรางวัลอีกมากมาย รายการ Quiz on Korea 2016 เป็นรายการแข่งขันตอบคำถามเกี่ยวกับประเทศเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็น ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงข้อมูลและความรู้ในด้านต่างๆ ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีคำถามทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ ในรูปแบบคำถามเป็นแบบตัวเลือก (Multiple choices) และแบบตอบคำถามสั้นๆ โดยมีวัตถุประสงค์การแข่งขันเพื่อโปรโมทและประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมประเทศเกาหลี ซึ่งรายการจะมีการคัดเลือกตัวแทนผู้เข้าร่วมแข่งขันจากในแต่ละประเทศรวมทั้งสิ้น 22 ประเทศ มาแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศเกาหลี เพื่อหาแชมป์เพียงหนึ่งเดียว! สำหรับประเทศไทยจะมีการจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 ณ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ผู้ชนะการแข่งขันที่ประเทศไทยจะได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน Quiz on Korea 2016 ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยรวมตั๋วเครื่องบิน พร้อมค่าใช้จ่ายด้านที่พักและการเดินทางในประเทศเกาหลีใต้ นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้ยังจะได้รับของกำนัลพิเศษอีกด้วย ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา รายการ Quiz on Korea 2015 ผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 10,000,000 วอน(มูลค่า 300,000 บาทไทย) และคอร์สเรียนภาษาเกาหลี 6 เดือน ส่วนรองชนะเลิศได้รับเงินรางวัล จำนวนทั้งสิ้น 5,000,000 วอน(มูลค่า 150,000 บาทไทย) และคอร์สเรียนภาษาเกาหลี 6 เดือน Quiz on Korea 2016 เปิดรับสมัคร : วันนี้- 20 พฤษภาคม 2559 โดยสามารถส่งใบสมัครได้ที่ quizkor@k-tcc.co.th หรือสมัครออนไลน์ที่ www.thebridgesmagazine.com/quiz_korea ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.thebridgesmagazine.com/content.php?id=1624 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ส่อง!!! อีเย็น 3 ยุค นางทาสเวอร์ชั่นไหน ปังโดนใจติ่ง
ละครไทย /  นางทาส / 

ถูกหยิบมารีเมคอีกครั้งสำหรับบทประพันธ์ที่คุ้นเคยอย่าง นางทาส เรียกว่าเป็นภาพยนตร์จอเงินและละครจอแก้วมาหลายยุคหลายสมัย เด็กรุ่นหลังๆ คงได้ยลกันในเวอร์ชั่นละคร ผู้ใหญ่รุ่นเก๋าดึกดำบรรพ์หน่อยก็คงมีโอกาสได้ยลหนังจอเงิน แต่ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน อีเย็น ตัวละครเด่นของเรื่องก็กินใจคนดูได้ตลอดๆ วันนี้มาส่องกันหน่อยว่า 3 ยุคล่าสุดที่ได้ยลกันนั้นใครเป็นอีเย็นได้ถูกใจติ่งละครที่สุด เริ่มกันที่ปี 2536 ได้นางเอกยอดนิยมแห่งวิก 7 สี ในยุคนั้นอย่าง ตุ๋ย - มนฤดี ยมาภัย มาสวมบทบาทเป็นทาสผู้น่าสงสาร รายนี้เรื่องฝีมือไม่ต้องพูดถึง เพราะสวยแจ่มแฉล้มว้าวไม่มีใครเกินอยู่แล้ว แถมบทนี้ยังทำให้เจ้าตัวได้รับรางวัลเมขลาในฐานะนักแสดงนำหญิงดีเด่นอีกด้วย ต่อกันที่ปี 2551 ยังคงเป็นช่อง 7 เช่นเดิมที่หยิบนางทาสมาละเลงจอแก้วอีกครั้ง และได้นางเอกมากความสามารถอย่าง กบ สุวนันท์ มารับบทอีเย็น เรียกว่ามืออาชีพของแท้ สาวกบทำให้น้ำตาอีเย็นไหลมากแค่ไหน น้ำตาคนดูก็ไหลและอินตามมากเท่านั้น หากจะบอกว่าไม่ผิดหวังที่เลือกนางเอกคนนี้มารับบททาสเย็น ก็คงไม่ผิดนักหรอก เพราะทำได้ดีไม่มีที่ติจริงๆ และล่าสุดถือเป็นละครที่น่าจะจับตามองในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะวิก 3 พระรามสี่ หยิบนางทาสมารีเมคในเวอร์ชั่น 2016 อีกครั้งโดยได้นางเอกมาแรงอย่าง แยม มทิรา มารับบททาสที่หลายๆ คนตั้งตารอ ซึ่งได้ฤกษ์ลงจอในอีกไม่ช้า ไอหยะ!!! งานนี้จะถูกใจคอละครมากน้อยแค่ไหนคงต้องลุ้นกัน ที่รู้ๆ สาวแยมคงกดดันน่าดู เพราะเวอร์ชั่นเก่าทำไว้อย่างดี..ดี๊...ดี มาเวอร์ชั่นล่าสุดนี้จะปังเวอร์อ๊ะเปล่า คงอยู่ที่ฝีมือแอคติ้งบวกบุญพาวาสนาส่งแล้วล่ะค้าาา หุหุ อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) อีเย็น (มนฤดี ยมาภัย) นางทาส 2536 มนฤดี ยมาภัย อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) อีเย็น (กบ สุวนันท์) นางทาส 2551 กบ สุวนันท์ อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) อีเย็น (แยม มทิรา) นางทาส 2559 นางทาส 2559 นางทาส 2559 แยม มทิรา ขอบคุณรูปภาพจากนิตยสารดาราภาพยนตร์ และ Facebook ละครไทยในความทรงจำ

โปรแกรมบอลวันนี้ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559
กัลโช่ /  บุนเดสลีกา / 

โปรแกรมบอลวันนี้ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 21:00 น. เอฟเวอร์ตัน - บอร์นมัธ เวลา 21:00 น. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด - คริสตัล พาเลซ เวลา 21:00 น. สโต๊ค ซิตี้ - ซันเดอร์แลนด์ เวลา 21:00 น. วัตฟอร์ด - แอสตัน วิลล่า เวลา 21:00 น. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน - เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เวลา 23:30 น. อาร์เซน่อล - นอริช ซิตี้ ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน เวลา 20:30 น. บาเยิร์น มิวนิค - โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เวลา 20:30 น. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ - โวล์ฟบวร์ก เวลา 20:30 น. ดาร์มสตัดท์ - ไอน์ทรัค แฟร้งเฟิร์ต เวลา 20:30 น. ฮันโนเวอร์ 96 - ชาลเก้ 04 เวลา 20:30 น. ฮอฟเฟ่นไฮม์ - อิงโกลสตัดท์ เวลา 20:30 น. ไมนซ์ - ฮัมบูร์ก เวลา 23:30 น. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น - แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ผลบอล กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี เวลา 22:59 น. อูดิเนเซ่ - โตริโน่ เวลา 01:45 น. คิเอโว่ - ฟิออเรนติน่า ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 21:00 น. เรอัล โซเซียดาด - เรอัล มาดริด เวลา 23:15 น. แอตเลติโก้ มาดริด - ราโย่ บาเยกาโน่ เวลา 01:30 น. เรอัล เบติส - บาร์เซโลน่า เวลา 03:05 น. กรานาด้า - ลาส พัลมาส ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส เวลา 19:00 น. น็องต์​ - นีซ เวลา 22:00 น. แซงต์ เอเตียน - ตูลูส เวลา 00:00 น. ก็อง - บาสเตีย เวลา 00:00 น. โมนาโก - แก็งก็อง เวลา 00:00 น. ลอริยองต์ - ลีลล์ เวลา 00:00 น. ทรัวส์ - บอร์กโดซ์ เวลา 00:00 น. แร็งส์ - มงต์เปลลิเย่ร์ เวลา 02:00 น. โอลิมปิก ลียง - อฌักซิโอ้ ผลบอล แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ เวลา 18:30 น. โบลตัน - ฮัลล์ ซิตี้ เวลา 21:00 น. เบรนท์ฟอร์ด - ฟูแล่ม เวลา 21:00 น. บริสตอล ซิตี้ - ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ เวลา 21:00 น. อิปสวิช - มิลตัน คียนส์ ดอนส์ เวลา 21:00 น. ลีดส์ ยูไนเต็ด - ชาร์ลตัน แอธเลติก เวลา 21:00 น. น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ - วูล์ฟแฮมตัน เวลา 21:00 น. เร้ดดิ้ง - เปรสตัน เวลา 21:00 น. ร็อตเธอร์แฮม - แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เวลา 21:00 น. เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ - คาร์ดิฟซิตี้ ผลบอล พรีเมียร์ลีก ไทย เวลา 18:00 น. นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี - สุโขทัย เอฟซี เวลา 18:00 น. บีบีซียู เอฟซี - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เวลา 19:00 น. บางกอกกล๊าส เอฟซี - ราชนาวี เอฟซี เวลา 19:00 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี - แบงค็อก ยูไนเต็ด เวลา 20:00 น. โอสถสภา เอ็ม 150 สมุทรปราการ - สุพรรณบุรี เอฟซี ผลบอล ยามาฮ่า ลีกวัน ไทย เวลา 18:00 น. ประจวบ เอฟซี - บางกอก เอฟซี เวลา 18:00 น. นครปฐม ยูไนเต็ด - ขอนแก่น ยูไนเต็ด >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<

งานรีไซเคิล ดีไซน์ คูลไม่ซ้ำใคร! เอา เครื่องบิน มาทำ เก้าอี้ ว้าวไหมล่ะคุณ
ดีไซน์ /  ตกแต่งบ้าน / 

เคยนั่งเครื่องบินแล้วคิดเล่นๆ กันบ้างไหมคะว่า ถ้าชิ้นส่วนของ เครื่องบินนี้ เอามาทำเป็นเก้าอี้นั่งได้จะแหล่มขนาดไหน ? มีคนทำได้จริงแล้วค่ะ เมื่อบริษัท Fallen Furniture ในประเทศอังกฤษ ได้ผลิต 737 Cowling Chair ขึ้นมา เก้าอี้ 737 Cowling นี้ ถูกสร้างมาจากชิ้นส่วนของเครื่องบินเจ็ท โบอิ้ง 737 และนี่คือที่มาของชื่อเก้าอี้รุ่นนี้ค่ะ มันถูกเคลือบด้วยอลูมิเนียมขัดเงาวาว มีฐานต่อทำให้สามารถหมุนได้  ภายในบุเบาะหนังสีดำทั้งหมด ซึ่งเจ้าเก้าอี้รุ่นนี้ ถูกผลิตขึ้นมาโดยที่ยังไม่มีการกำหนดราคาขาย และแน่นอนว่าราคาย่อมไม่เบา อย่าเพิ่งบ่นว่าแพงสิคุณขา นี่มันเครื่องบินที่คุณนั่งได้นะ ใช่ว่าใครๆ เขาจะมีกัน ! ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบสะสมของแปลก ชอบตกแต่งบ้านให้มีสไตล์โดดเด่น ไม่มีใครเหมือน ลองเข้าไปชม ในเว็บไซต์ fallenfurniture ได้ ถ้าอยากสั่งซื้อเก้าอี้ 737 Cowling นี้ อย่าลืมซื้อมา 2 ตัว ตัวหนึ่งสำหรับคุณ ส่วนอีกตัวก็สำหรับนักบินไงคุณขา ;) ไม่งั้นจะบินได้ยังไงล่ะ จริงไหม ที่มาจาก www.fallenfurniture.com

นี้หรือเด็ก 9 ขวบ! “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” เพชรเม็ดงามที่กิเลนรีบคว้าตัว (มีคลิป)
กิเลนผยอง /  ด.ช.จรณินทร์ พรหมชัยศรี / 

กลายเป็นข่าวฮือฮาไม่น้อยเมื่อกิเลนผยอง จัดการคว้าตัวดาวรุ่งเจ้าของฉายา “เมสซี่น้อย แห่งสุราษฎร์” เด็กวัยเพียง 9 ปีเข้าสู่รั่วอะคาเดมี่เป็นที่เรียบร้อย เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างความฮือฮาด้วยการเซ็นสัญญาเจ้าหนูอัจฉริยะ “เมสซี่น้อย” เเห่งสุราษฎร์ธานีหรือ “น้องมาวิน” ด.ช.จรณินทร์ พรหมชัยศรี วัย 9 ปีเข้าสู่สังกัด หลังเจ้าเด็กคนนี้โชว์ฟอร์มได้คนละ TEEN กับเด็กในระดับเดียวกัน โดยคาดหวังว่าจะเป็นดาวดวงใหม่เเละเพชรเม็ดงามในวงการลูกหนังในอนาคต ซึ่งฝีเท้าจะโดดเด่นไปชมกันเลย... เครดิตคลิป : youtube-CRAZY BOY, tplhotclips

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559
กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี /  บุนเดสลีกา เยอรมัน / 

สรุปผลบอลเมื่อคืน วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เวลา 21:00 น. เอฟเวอร์ตัน 2-1 บอร์นมัธ เวลา 21:00 น. นิวคาสเซิล 1-0 คริสตัล พาเลซ เวลา 21:00 น. สโต๊ค ซิตี้ 1-1 ซันเดอร์แลนด์ เวลา 21:00 น. วัตฟอร์ด 3-2 แอสตัน วิลล่า เวลา 21:00 น. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 0-3 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เวลา 23:30 น. อาร์เซนอล 1-0 นอริช ซิตี้ ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน เวลา 20:30 น. บาเยิร์น มิวนิค 1-1 โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เวลา 20:30 น. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 5-1 โวล์ฟบวร์ก เวลา 20:30 น. ดาร์มสตัดท์ 1-2 ไอน์ทรัค แฟร้งเฟิร์ต เวลา 20:30 น. ฮันโนเวอร์ 1-3 ชาลเก้ 04 เวลา 20:30 น. ฮอฟเฟ่นไฮม์ 2-1 อิงโกลสตัดท์ เวลา 20:30 น. ไมนซ์ 0-0 ฮัมบูร์ก เวลา 23:30 น. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ผลบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เวลา 22:59 น. อูดิเนเซ่ 1-5 โตริโน่ เวลา 01:45 น. คิเอโว่ 0-0 ฟิออเรนติน่า ผลบอล ลาลีกา สเปน เวลา 21:00 น. เรอัล โซเซียดาด 0-1 เรอัล มาดริด เวลา 23:15 น. แอตเลติโก้ มาดริด 1-0 ราโย่ บาเยกาโน่ เวลา 01:30 น. เรอัล เบติส 0-2 บาร์เซโลน่า เวลา 03:05 น. กรานาด้า 3-2 ลาส พัลมาส ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส เวลา 19:00 น. น็องต์​ 1-0 นีซ เวลา 22:00 น. แซงต์ เอเตียน 0-0 ตูลูส เวลา 00:00 น. ก็อง 0-0 บาสเตีย เวลา 00:00 น. โมนาโก 3-2 แก็งก็อง เวลา 00:00 น. ลอริยองต์ 0-1 ลีลล์ เวลา 00:00 น. ทรัวส์ 2-4 บอร์กโดซ์ เวลา 00:00 น. แร็งส์ 2-3 มงต์เปลลิเย่ร์ เวลา 02:00 น. โอลิมปิก ลียง 2-1 อฌักซิโอ้ ผลบอล แชมป์เปี้ยนชิพ อังกฤษ เวลา 18:30 น. โบลตัน 1-0 ฮัลล์ ซิตี้ เวลา 21:00 น. เบรนท์ฟอร์ด 3-0 ฟูแล่ม เวลา 21:00 น. บริสตอล ซิตี้ 4-0 ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ เวลา 21:00 น. อิปสวิช 3-2 มิลตัน คียนส์ ดอนส์ เวลา 21:00 น. ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-2 ชาร์ลตัน แอธเลติก เวลา 21:00 น. น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-1 วูล์ฟแฮมตัน เวลา 21:00 น. เร้ดดิ้ง 1-2 เปรสตัน เวลา 21:00 น. ร็อตเธอร์แฮม 0-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เวลา 21:00 น. เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 3-0 คาร์ดิฟ ซิตี้ ผลบอล ไทย พรีเมียร์ลีก เวลา 18:00 น. นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-3 สุโขทัย เอฟซี เวลา 18:00 น. บีบีซียู เอฟซี 0-3 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เวลา 19:00 น. บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-0 ราชนาวี เอฟซี เวลา 19:00 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 0-1 แบงค็อก ยูไนเต็ด เวลา 20:00 น. โอสถสภา เอ็ม 150 สมุทรปราการ 0-0 สุพรรณบุรี เอฟซี ผลบอล ยามาฮ่า ลีกวัน ไทย เวลา 18:00 น. ประจวบ เอฟซี 1-3 บางกอก เอฟซี เวลา 18:00 น. นครปฐม ยูไนเต็ด 1-0 ขอนแก่น ยูไนเต็ด >> เช็คผลบอลสด ที่นี่ <<