ซิงกูล่าร์

ยิงดับ 'สมยศ สุธางค์กูร' เจ้าของพระราม 9 คาเฟ่
พัฒนาการ ซอย 6 /  ยิงสมยศ / 

คนร้ายบุกยิง 'สมยศ สุธางค์กูร' เจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ เสียชีวิตที่หลังร้านเฮงหูฉลาม ตรงข้ามพัฒนาการ ซอย 6 เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน รับแจ้งมีชายถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหลังร้านเฮงหูฉลาม ตรงข้ามพัฒนาการ ซอย 6 ถนนพัฒนาการ แขวง-เขตสวนหลวง กทม. จากการตรวจสอบพบศพนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของคาเฟ่ชื่อดังย่านพระราม 9 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะ นอนเสียชีวิตข้างรถเบนซ์ อี 200 ทะเบียน ฌร 3636 กรุงเทพมหานคร สอบถามพยานที่เกิดเหตุทราบว่า เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ตายกับภรรยา ได้มานั่งทานอาหารที่ร้านเฮงหูฉลาม และจอดรถบริเวณหลังร้าน และเวลาประมาณ 21.00 หลังจากผู้ตายได้มานั่งทานอาหารเสร็จได้ออกมาขึ้นรถหลัง หลังจากนั้นพนักงานได้ยินเสียงปืน 3 นัด ออกมาดูพบว่าผู้ตายถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว MThai News ขอบคุณ ภาพ INN

ผลฟุตบอล เดือดสมเอลกลาซิโก้!นูรูลซัดชัยฉลามเปิดรังงาบกิเลน 9 ตัว
คลีตัน ซิลวา /  ชนานันท์ ป้อมบุบผา / 

รายงานสดฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ชลบุรี เอฟซี 2-1 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:0-1มาริโอ ยูรอฟสกี้ น.15,1-1 ติอาโก้ คุนญ่า น.21 (จุดโทษ),2-1 นูรูล ศรียานเก็ม น.40 เวลา: 19.00 น. สนาม: ชลบุรี สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: True4U,ทรูสปอร์ต เอชดี3 ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก คู่ซุปเปอร์บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ เรียกได้ว่าเป็นศึก เอลกลาซิโก้ ลูกหนังไทย “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับที่ 9 ของตาราง เปิดรัง ชลบุรี สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ คู่ปรับตลอดกาลอย่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง ที่ก่อนลงเล่นนัดนี้ทั้งคู่มีคะแนน ต่างกันถึง 10 แต้ม ทำให้นัดนี้ เจ้าบ้านไม่มีทางเลือก นอกจากจะคว้าชัยให้ได้ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา เริ่มเกมส์เพียงแค่ 44 วินาที แนวรุกแซมบ้าเจ้าถิ่นทักทายได้อย่างน่ากลัว เมื่อ เลอันโดร อัสซัมเซา เก็บบอลได้ที่กลางสนามแล้วพลิกจ่ายบอลทะลุให้ ติอาโก้ คุนญ่า หลุดเดี่ยวเข้าไป ดวลตัวต่อตัวกับ วิศณุศักดิ์ แก้วเรือง นายด่านมือสองทีมเยือน แต่ว่า ดาวเตะแซมบ้า ยิงหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย ผ่าน 5 นาทีแรกเป็นเจ้าบ้านที่กดดันได้หนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด  นาทีที่ 10 ชลบุรี เอฟซี ที่เป็นฝ่ายครองเกมส์ โยนโอกาสทองที่จะออกนำทิ้งไปอีกครั้ง เมื่อ กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดลูกเตะมุม เข้ามาให้ แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส โขกจ่อๆ แต่ว่าบอลไปชนเสาแบบน่าเหลือเชื่อ นาที 15 ทีมเยือนที่ตั้งรับอยู่ตลอด ปล่อยหมัดเด็ดใส่ทีมเยือนจนถึงชั้นหงายท้องทันทีเมื่อขึ้นเกมส์ทางขวา “เจ้าทู” ชนานันท์ ป้อมบุบผา ไหลบอลคืนมาให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ตวัดยิงจากในกรอบเขตโทษ ชนิด สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ได้แต่ยืนมอง เป็นประตูให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกมาขึ้นนำ 0-1 แต่เจ้าบ้านตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ไม่นานแล้วก็มาตามตีเสมอจนได้ จากลูกจุดโทษ เมื่อ สราวุธ กัลยาบัณฑิต ไปกระแทก ติอาโก้ คุนญ่า ล้มลงตรงกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน  สราวุธ พรหมศรีโจรน์ เป่าให้เป็นจุดโทษ หลังจากลังเลอยู่นิดหน่อย แล้วก็เป็น ติอาโก้ คุนญ่า ลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด เป็นประตูให้ ชลบุรี เอฟซีตามตีเสมอ 1-1 นาที 27 เมืองทอง ค่อยๆต่อเกมส์รุก ขึ้นมาทางซ้าย คิมดอง จิน เปิดบอลให้ ชนานันท์ ป้อมบุบผา จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนเลือกยิงเสาแรกบอลหลุดกรอบออกไป นาที 38 เอสซีจีเมือง ทองยูไนเต็ด ต้องตกเป็นรองเรื่องผู้เล่น เมื่อ สราวุธ กัลยาบัณฑิต ไปโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนามจากจังหวะไปตัดเกมส์ใส่ เลอันโดร อัสซัมเซา ที่กำลังกระชากขึ้นมา นาที 40 เจ้าบ้าน ช่วงชิงความได้เปรียบเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ประตูพลิกแซงขึ้นนำ จากจังหวะที่ อดุล ไปจิ้มบอลมาจาก มาริโอ ยูรอฟสกี้ แล้วบอลมาเข้าทาง นูรูล ศรียานเก็ม  บรรจงปั่นเน้นๆจากระยะประมาณ 30 หลา บอลย้อยเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่าง สวยงาม ให้ชลบุรี เอฟซี แซงขึ้นนำ 2-1 ช่วงท้ายครึ่งแรกสถานการณ์ทีมเยือน เลวร้ายลงไปอีก เมื่อมาเหลือผู้เล่นแค่ 9 คนจากจังหวะที่ คลีตัน ซิลวา ดาวยิงบราซิเลี่ยน คุมอารมณ์ไปอยู่ แล้วไปหวดใส่ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ทำให้ ผู้ตัดสินชักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที จบครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี ออกนำ  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อยู่ 2-1 แถมมีผู้เล่นในสนามมากกว่า 2 คน เริ่มครึ่งหลัง ฉลามชลเจ้าบ้านที่นำและได้เปรียบคน รูปเกมส์ผ่อนลงไป จนเกือบทำให้ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด มาตามตีเสมอได้ เมื่อสารัช อยู่เย็น ลากบอลขึ้นมาทางขวาแล้วเปิดตัดแนวรับไปให้  นาโออากิ อาโอยาม่า เซนเตอร์เลือดปลาดิบเติมขึ้นมาโขกโล่งๆ หลุดกรอบออกไป นาที 56 ชลบุรี เอฟซี อาศัยช่องว่างจากแนวรับเจ้าถิ่นที่เหลือคนน้อยกว่าเจาะเข้าไปลุ้นประตู จากติอาโก้ คุนญ่า ที่แตะบอลหลบ วิศณุศักดิ์ แก้วเรือง ไปได้แล้วแต่รักษาสมดุลร่างกายไว้ไม่ได้ ทำให้คุมบอลไม่อยู่บอลหลุดออกไป ผ่าน 15 นาทีของครึ่งหลัง กิเลนผยอง ที่เป็นรองตัวผู้เล่นถึง 2 คนยังคงสู้ได้ดี และมีจังหวะบุกขึ้นมาขู่แนวรับเจ้าบ้านได้ตลอด เข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย เจ้าบ้านเหมือนจะพอใจกับสกอร์ที่นำอยู่ เลยไม่ค่อยเร่งเกมส์ และหันมาเน้นต่อบอลสั้นๆ จนแฟนบอลของตัวเองต้องตะโกนเร่งเร้าให้ ยิงประตูเพิ่ม นาที 81 เจ้าบ้านกดดันหนักขึ้น แล้วก็เป็น จูเรียโน่ มิเนโร่ ตัวสำรอง ลากไปยิงมุมแคบ บอลติดขา สไปเดอร์ตาล นาที 82 เจ้าบ้านน่าจะได้ประตูตอกย้ำชัยชนะ เมื่อ นูรูล ศรียานเก็ม ที่ค่อนข้างมั่นใจกับการยิงไกลของตัวเอง ลากบอลมายิงนอกกรอบเขตโทษ บอลชนคาน มาเข้าทางตัวซ้ำอย่าง เลอันโดร ก็ยิงไม่ดี ข้ามคานออกไปนาที 83 จูเรียโน่ มิเนโร่ ลักไก่ยิงเร็วจากนอกกรอบบอลพุ่งไปชนเสาแรกแล้วเด้งออกไป ช่วงท้ายเกมส์ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด กดดันอย่างไม่มีอะไรจะเสีย และเกือบมาได้รางวัลตอบแทนความพยายามเมื่อ บอลขลุกขลิกมาเข้าทาง “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ที่เกือบจะไม่มีโอกาสลั่นสกอร์ในนัดนี้ได้ยิงตรงหัวกะโหลก บอลเกือบพุ่งเสียบเสา แต่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ยังงัดซุปเปอร์เซฟออกมาช่วยทีมไว้ได้ในนาทีสุดท้าย ด้วยการพุ่งปัดบอลชนิดสุดตัว เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เหลือ 9 คนตั้งแต่ครึ่งแรกไป 2-1จากประตูชัยของ นูรูล ศรียานเก็ม รายชื่อ ชลบุรี เอฟซี: สินทวีชัย หทัยรัตนกุล(GK),ชลทิตย์ จันทคาม, แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส,สุทธินันท์ พุกหอม,กรกช วิริยอุดมศิริ,ภูริทัต จาริกานนท์,อดุล หสะโสะ,นูรูล ศรียานเก็ม, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ติอาโก้ คุนญ่า, เลอันโดร อัสซัมเซา เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด:วิศณุศักดิ์ แก้วเรือง(GK),ปิยพล ผานิชกุล,นาโออากิ อาโอยาม่า,คิม ดองจิน, สราวุธ กัลยาบัณฑิต,สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, มาริโอ ยูรอฟสกี้, ชนานันท์ ป้อมบุบผา, คลีตัน ซิลวา, ธีรศิลป์ แดงดา

ดับตำนาน-ปิดม่านชีวิต 'เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย'
พระราม9คาเฟ่ /  วิลล่าคาเฟ่ / 

กลายเป็นประเด็นช็อคอย่างกะทันหัน สั่นสะเทือน "วงการคาเฟ่เมืองไทย" หลังจากคืนที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) คนร้ายก่อเหตุอุกอาจบุกกระหน่ำยิง นายสมยศ สุธางค์กูร "เสี่ยสมยศ" อายุ 62 ปีอดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ เสียชีวิตอนาถกลางลานจอดรถร้านหูฉลามชื่อดังย่านคลองตัน สภาพศพนอนหงายแน่นิ่ง จมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณกลางศีรษะและลำตัวรวม 5 นัด เสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 200 สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌร 3636 กทม. ซึ่งจอดติดเครื่องยนต์อยู่ ซึ่งจากการสอบถามพยานใกล้เคียงที่เกิดเหตุระบุว่า เวลาประมาณ 20.00 น. “เสี่ยสมยศ” ได้มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านเฮงหูฉลามกับภรรยา โดยจอดรถไว้บริเวณหลังร้าน จากนั้นเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ขณะที่ “เสี่ยสมยศ” เดินออกมาขึ้นรถ ได้ยินเสียงปืนดังรัวสนั่น 3 นัดซ้อน เมื่อมีคนออกมาดู จึงพบว่า “เสี่ยสมยศ” ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าเป็นชาย 2 คน อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแจ๊คเก็ต และหมวกอำพรางใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์มาดูลาดเลาตั้งแต่เวลา 17.00 น. ก่อนจะสบโอกาสลงมือกระหน่ำยิง "เสี่ยสมยศ" ในเวลาประมาณ 19.28 น. หลังเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล ถือเป็นการปิด-ดับตำนาน "เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย" ในทันที สำหรับ นายสมยศ สุธางค์กูร หรือที่เรียกกันว่า "เสี่ยสมยศ" เป็นผู้กว้างขวางในแวดวงสถานบันเทิง เป็นเจ้าของและผู้บริหารงาน “พระราม 9 คาเฟ่” ในนาม บริษัท พระราม 9 พลาซ่า จำกัด จดทะเบียนประกอบกิจการภัตตาคาร บาร์ ไนท์คลับ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2538 โดยใช้ทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท ถือได้ว่าเป็นยุคทองของวงการคาเฟ่ในขณะนั้น ขณะเดียวกัน “เสี่ยสมยศ” ยังเคยเดินบนเส้นทางสายการเมือง เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ในระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 33 ของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 จนกลายเป็นความประหลาดใจของคอการเมืองในขณะนั้น ในอดีต “เสี่ยสมยศ” นั้นเป็นคู่กรณีเก่าของ "เฮียเลี้ยง" หรือ นายบุญเลี้ยง อดุลยฤทธิกุล อดีตเจ้าของ "วิลล่าคาเฟ่" สถานบันเทิงชื่อดังในย่านเดียวกัน ซึ่ง “เฮียเลี้ยง” ได้ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์เสียชีวิตไปเมื่อปี 2541 จนทำให้ “วิลล่าคาเฟ่” ต้องปิดกิจการลง.. เหลือเพียงพระราม 9 คาเฟ่ ของ "เสี่ยสมยศ" เท่านั้นที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการอย่างไร้คู่แข่ง หากกล่าวถึง “พระราม 9 คาเฟ่” นั้นเป็นสถานบันเทิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากแห่งหนึ่ง ถือเป็นศูนย์รวมของนักร้องและเหล่าตลกชื่อดังได้มาสร้างความเฮฮาและเสียงหัวเราะ รวมไปถึงเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนบันเทิงและคนดังในหลายๆวงการ และหากย้อนกลับไปในอดีต “วิลล่าคาเฟ่” และ “พระราม 9 คาเฟ่” ถือเป็นเวทีและพื้นที่สำหรับ “ตลกคาเฟ่” ได้สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูในขณะนั้นได้เป็นอย่างดี และ “พระราม 9 คาเฟ่” ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีอำนาจต่อเหล่าคณะตลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคาเฟ่ชื่อดังแห่งสุดท้าย ที่ยังคงเหลืออยู่... ก่อนหน้านี้ในขณะที่ พระราม9 คาเฟ่กำลังรุ่งเรือง เคยมีประกาศิตจาก "เสี่ยสมยศ" ห้าม!! "ตลกตระกูลเชิญยิ้ม" ขึ้นเวทีเรียกเสียงหัวเราะบนเวทีพระราม 9 คาเฟ่เด็ดขาด? หรือตลกคณะใดที่ต้องการขึ้นเวที ก็ห้ามมีนามสกุลเชิญยิ้มต่อท้าย ขณะเดียวกัน "ตระกูลเชิญยิ้ม" ทุกคนก็บอยคอตไม่ไปแสดงที่พระราม 9 คาเฟ่ด้วยเช่นกัน ต่อมาช่วงหลังผลประกอบการของ "พระราม 9 คาเฟ่" เกิดการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนต้องปิดตัวลงในที่สุด.. ทำให้ชื่อของ "เสี่ยสมยศ" ได้เลือนหายตามไปด้วย จนกระทั่งมาปรากฏเป็นข่าวอีกครั้งหลังถูกคนร้ายลอบ "สังหาร" ในคืนที่ผ่านมา ส่วนปม "สังหาร" ดับชีวิต "เสี่ยสมยศ" จะมาจากชนวนเหตุใดนั้น ตำรวจตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ เรื่องการโกงพนัน และการว่าจ้างวิ่งเต้นคดี รวมถึงปัญหาเรื่องที่ดินย่านพระราม 9 ซึ่งมีกรณีฟ้องร้องครอบครองอยู่ในชั้นศาล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนพยานแวดล้อม บุคคลใกล้ชิด รวมถึงตัว ภรรยาของ "เสี่ยสมยศ" ที่อยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุ โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง... การเสียชีวิตของ "เสี่ยสมยศ" ถือเป็นการปิดตำนาน "เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย" แบบถาวรอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทิ้งไว้เพียงภาพความทรงจำของความเฮฮาและเสียงหัวเราะที่ "พระราม 9 คาเฟ่" เคยสร้างไว้... MThai News

อุบัติการณ์ '14นศ.' น้ำผึ้งหยดเดียว ส่อบานปลาย!
14นศ. /  กลุ่มประชาธิไปไตยใหม่ / 

ประเด็น "เด็ด เดือด เผ็ด มันส์" นาทีนี้ ยกให้ กรณี "14นักศึกษา" กล้า-ท้า-ต้าน "รัฐประหาร" รัฐบาล "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมเหล่าทัพ คสช. โดยอาศัย "วีรกรรมเก่า" เข้าเคลื่อนไหวต่อเนื่อง "สร้างวีรกรรมใหม่" ผนึกกำลัง "กลุ่มดาวดิน"-"กลุ่มชุมนุมหอศิลป์ฯ" ภายใต้ชื่อ "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่" รุ่นเล็กยังเด็กนัก แต่...จิตใจ-ปัญญา กล้ารบรุ่นใหญ่ไร้ใครอาจหาญ แค่วิจารณ์-พาดพิง ยังถูกเรียกปรับทัศนคติโดยฉับพลัน แต่นี่ ถึงขั้น "ปั่นป่วน-เคลื่อนไหวต้าน" ไม่จัดการ อาจกระทบภาพลักษณ์ ระดับ "ท๊อปบูท" ได้ หากลงไม้ลงมือหนักไป เข้าข่าย ผู้ใหญ่รังแกเด็ก กระนั้น จำต้องใช้มาตรการเบาไปหาหนัก ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพพยายามแสดงให้เห็นว่า มีการประกาศ-ออกข่าวเตือนอยู่เสมอ "ทำอะไร ขอ..อย่าเกินเลย" เมื่อเกินเลย ทั้งเบี้ยวรายงานตัว เมินหมายจับ นำพลบุกโรงพัก จนถึงขั้นคล้องแขนเดินเคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ให้โอกาสชิลล์ แต่ ผสมสกิลระแวงนิดๆ ตบเท้าห้าวราว 2-3 วัน จากนั้นเจอไม่แข็ง จับจริง! ทิ้งผลงานสุดท้าย "แถลงการณ์โต้รัฐบาล" ไว้ให้จดจำ ก่อนถูกควบคุมตัว นำส่งฝากนอนเรือนจำ ใจยังแข็งสู้ ไม่ขอรับการประกันตัว พร้อมยืนหยัดเจตจำนงค์ "ประชาชนไม่ขึ้นศาลทหาร หรือ ยอมรับอำนาจศาลทหาร" ต้องลุ้นกันดูว่าจะ "สมใจ หรือ ไร้ผล" หากย้อนรอย 1 ใน "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่" ที่ปักหลักดักสู้เสมอ นั่นคือ "กลุ่มดาวดิน" มีที่มาจากนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมกลุ่มทำกิจกรรมกันกว่า 10ปี มีเป้าหมาย ลงพื้นที่เรียนรู้ปัญหาชาวบ้านแถบอีสาน และ...ชื่อพวกเขากลับ"ติดหู"เมื่อปี 2556 กับภาพคุกเข่าเปียกปอนท่ามกลางสายฝนสละร่างเป็นรั้วขวางตำรวจปะทะชาวบ้าน กรณีการขอประทานบัตรเหมืองทองคำจังหวัดเลย กระทั่ง เกิดรัฐประหารปี 2557 พวกเขาเดินหน้าต่อต้านรัฐบาลทหารอย่างต่อเนื่อง จนเกิดภาพ"ติดตา" กับความอาจหาญแสดงสัญลักษณ์ "ชู 3 นิ้ว" ใส่เสื้อ “ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร” ต้อนรับ "บิ๊กตู่" ระหว่างเยือนขอนแก่น แต่...ครั้งนั้น รัฐบาลเพิ่งนั่งเก้าอี้หมาดๆ จึงใช้มาตรการเบา "จับ-ปรับทัศนคติ-ปล่อยตัว" ขณะมาตรการหนัก กลับตำบลกระสุนตกใส่ตำรวจในพื้นที่ เด้งกันยกใหญ่ จากนั้น เรื่องราวบานปลายขึ้น ขนาดสื่อต่างประเทศ ช่วยประโคมข่าวสร้างชื่อเสีย(ง)ให้ไทย เมื่อครั้ง เหล่า"ดาวดิน"เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษาที่ชุมนุมทำกิจกรรมหน้าหอศิลป์ฯ เป้าหมายเดียวกัน คือ ต้านรัฐประหาร ช่วงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหตุการณ์นั้น จบไม่สวย ด้วยการถูกตำรวจบุกรวบตัวไป33 คน แต่ได้รับการปล่อยตัวทั้งหมด มี 8 คน โดนหมายจับทีหลัง เหตุฝ่าฝืนรายงานตัว ทั้งหมดนี้ จึงก่อเป็น "เชื้อไฟชนวนใหม่เคลื่อนไหว" ในวันเปลี่ยนแปลงการเปลี่ยนปกครอง และ วันประวัติศาสตร์ทำเนียบฯได้ "ธงชาติ"ใหม่ ขณะที่ฟากรัฐ "ถือฤกษ์" ฉลองมงคล แต่... ฝั่งนักศึกษา "ถือชัย" ท้าท้าย-วัดใจ กล้า"เชือดไก่ให้ลิงดู"อีกไหม? จากมาตรการเบา จำถึงขั้นมาตรหนักขึ้น เพราะถือ ให้โอกาสหลายครั้ง "ยังไม่จบ" จึงต้อง "เอาจริง" พร้อม "แฉ" เคลื่อนไหวรุ่นใหม่ ใคร?อยู่เบื้องหลัง และที่สำคัญ รู้ตัวผู้นั้นว่า คือ ใคร? จนนักศึกษา ควันออกหู ออกแถลงการณ์โต้ ก่อนถูกจับว่า "เบื้องหลัง คือ ประชาชน ผู้เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยกลับคืน" พร้อมลั่นคำเดิมว่า “เหลืองก็บอกว่าเราเป็นแดง แดงก็บอกว่าเราเป็นเหลือง เราไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายการเมืองกลุ่มไหน เราแค่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการริดรอนสิทธิประชาชน” ใคร คือ เบื้องหลัง มีจริงหรือไม่? รัฐบาลอาจให้สำคัญ แต่ ประชาชนนั้นกลับมองเรื่อง "น้ำผึ้งหยดเดียว" กำลัง "จุดไฟติด" ก่อเชื้อเพลิงมากขึ้น ในขณะที่ รัฐบาล"ตัดไฟต้นลม"ไม่สำเร็จ "น้ำผึ้งเพียงหยด" กำลัง "บานปลาย" นั่นคือ สิ่งที่รัฐหวั่น แม้หลายเรื่อง ผลงานได้ใจ ประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ ทำบ้านเมืองสงบ แต่...ใต้เงามืด ยังมีหลายเสียง ร้องผ่านเพียงความหวัง"ประชาธิปไตย"กลับคืน ดั่ง...กิจกรรมเขียนจดหมายน้อย ติดกำแพงประวัติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ให้กำลังใจ และ การรวมมวลชน เรียกร้องปลดปล่อย 14 นักศึกษา พ้นการถูก (จองจำ)!!! แกล้วนลิน  MThai News 

พระไพศาล วิสาโล ส่งจม.ถึงดาวดิน ชี้ สักวันหนึ่งผู้คนจะเข้าใจ
กลุ่มดาวดิน /  กลุ่มต้านคสช. / 

พระไพศาล วิสาโล ส่งจม.ถึงดาวดิน ชี้ สักวันหนึ่งผู้คนจะเข้าใจ จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมนักศึกษากลุ่มดาวดินรวม 14 คนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคสช. และมีกระแสเรียกร้องผ่านทางสังคมออนไลน์ให้ปล่อยตัวนักศึกษาอย่างไม่มีเงื่อนไข ล่าสุดแฟนเพจจดหมายถึงนกพิราบได้เผยแพร่ บทความของพระไพศาล วิสาโล พระชื่อดัง ได้เขียนจดหมายถึงกลุ่มดาวดิน ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มดาวดิน ทำให้อาตมาหวนนึกถึงนักศึกษาประชาชนกลุ่มหนึ่งซึ่งแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญ แต่กลับถูกรัฐบาลทหารสั่งจับกุมคุมขังด้วยข้อหาร้ายแรง จนเป็นชนวนให้เกิดเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาในเวลาต่อมา ผ่านไปสี่ทศวรรษ เมืองไทยน่าจะเลยจุดนั้นไปไกลแล้ว ไม่น่าเชื่อว่ามาถึงวันนี้ ผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติวิธีก็ยังถูกจับกุมคุมขังอีก ราวกับว่าบ้านเมืองหวนกลับมาสู่จุดเดิม ต่างกันก็ตรงที่คราวนี้ไม่มีประชาชนมากมายลุกขึ้นมาประท้วงการจับกุม หรือสนับสนุนการเรียกร้องของคุณ นี้แสดงว่ายุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผู้รักประชาธิปไตยควรท้อแท้ แม้ว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำ คำวิพากษ์วิจารณ์ก็มาก แต่ผู้มีจิตใจประชาธิปไตยย่อมถือว่าเป็นธรรมดา เมื่อต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ก็ต้องตระหนักว่ามันหมายรวมถึงสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นในการวิพากษ์วิจารณ์เรา หรือแม้กระทั่งต่อว่าด่าทอเราด้วย อย่างไรก็ตามหากทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็ไม่พึงหวั่นไหวคลอนแคลนกับเสียงหล่านั้น มองให้ดีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็มีประโยชน์ ทั้งต่อตัวเราและกิจกรรมที่ทำ จะว่าไปแล้ว เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคุณ ก็ไม่สำคัญเท่ากับสามัญสำนึกที่ว่า การแสดงความเห็นต่างมิใช่ความผิดที่สมควรถูกจับกุมคุมขังหรือตีตรวน แต่ถึงแม้ผู้คนจำนวนมากยังไม่ตระหนักถึงหลักการดังกล่าว ก็ขอให้คุณอย่าได้โกรธเกลียดเขา ขอให้มีความหวังว่าคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงได้ สักวันหนึ่งผู้คนจะเข้าใจในสิ่งที่คุณทำ หรืออย่างน้อยก็ตระหนักว่า คุกไม่ควรมีเพื่อขังผู้ที่เห็นต่าง ขอให้ระลึกว่าพลังสำคัญอย่างหนึ่งของสันติวิธี คือการชนะใจผู้คนด้วยความรัก ความอดกลั้น และพร้อมรับความเจ็บปวดโดยไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรงหรือความเกลียดชัง นี้คือพลังที่มีอานุภาพแห่งการเปลี่ยนแปลงยิ่งกว่าอาวุธหรืออำนาจดิบเสียอีก MThai News

ชีวิตเราใช้ซะให้คุ้ม! 30 สิ่งที่ควรทำก่อนอายุ30
ก่อนตาย /  สาว30 / 

ช่วงอายุระหว่าง 20-30 นั้น อาจเป็นช่วงที่ต้องการความสนุกท้าทายที่สุดในชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง  นอกจากความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือเรื่องเรียนแล้ว ชีวิตเราเองก็ต้องการสร้างความทรงจำสุดเหวี่ยงที่สุดในช่วงชีวิตที่เรามีแรงพอจะทำใช่มั้ยล่ะ ถ้าไม่อยากจะพูดว่า "รู้งี้ทำดีกว่า" เรามีลิสต์สิ่งที่คุณจะไม่หวนเสียใจเลยถ้าไม่ได้ทำ นี่คือ 30 สิ่งที่ควรทำก่อนอายุ30 ปี ไม่ลองรับรองจะเสียใจ เช็คลิสต์เหล่านี้ซะว่าครบหรือยัง!? 1.ไปเที่ยวต่างทวีป อายุ 30 แล้วใครยังไม่ได้ไปเหยียบทวีปอื่นๆ  รีบจองตั๋วไปได้แล้ว ถ้าไม่มีงบมากนัก ไปเที่ยวใกล้ๆก่อนก็ได้เพราะการไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างทวีป คุณจะเรียนรู้ อารยธรรม การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 2.เที่ยวให้ได้ 20 ประเทศ แต่ละประเทศมีความทรงจำที่แตกต่างกัน ประเทศยิ่งเยอะก็ยิ่งเรียนรู้ และยิ่งได้เปรียบ เพราะคุณจะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากกว่าคนอื่นๆไงล่ะ 3.ได้เพื่อนจากต่างประเทศ ไปเที่ยวต่างประเทศ ใครๆก็เที่ยวได้ แต่ถ้าไปแล้วไม่ได้เพื่อนเนี่ย ต้องหาแล้วล่ะ! เพราะคุณจะได้เรียนรู้เรื่องพื้นเมืองของเขา จากคนท้องที่จริงๆ นอกจากนั้นในอนาคตคุณจะยังเป็นเจ้าบ้านให้เขาได้อีกด้วยนะ 4.เที่ยวแบบไม่มีแพลนสักครั้ง ใครเล่าจะเคยไปเที่ยวแบบไม่มีแพลนกันบ้าง ลองจองตั๋วในวินาทีสุดท้ายซิ แล้วรับรองว่าคุณจะเจอสิ่งที่ประทับใจไม่รู้ลืม 5.เรียนภาษาที่สอง สาม สี่ ภาษาอื่นๆที่ไม่เคยได้ใช้ รู้มั้ยว่า บิล เกตต์ รู้สึกเสียใจกับชีวิตในเรื่องอะไรที่สุด ก็เรื่องที่เขาไม่ได้เรียนภาษาที่สองน่ะสิ ลองเทคคอร์ส หรือ หาอ่านเพิ่มเติมซะ รับรองว่ามันต้องดีกับอนาคตคุณสักวัน 6.บันจี้จัมพ์ อาจจะดูบ้าบิ่นไปสักนิด แต่มันคือสิ่งที่น่ากลัวอย่างหนึ่งในชีวิตใช่มั้ยล่ะ ลองสักครั้งก็คุ้มแล้ว 7.เหินเวหา ดิ่งพสุธา อันนี้ของจริง ระดับโหดสุด ยิ่งกว่าบันจี้จัมพ์ แต่คุณจะได้เห็นโลกในมุมที่ไม่มีใครเท่าใดนักที่ได้เห็น คิดดูว่าคุณได้อยู่ท่ามกลางก้อนเมฆ มองเห็นภูเขา และ พื้นดินด้านล่าง คูลสุดๆ 8.เจอสิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิต กลัวอะไร ทำสิ่งนั้นซะ ออกจากสิ่งที่เคยเป็น 9.ยืนบนภูเขา สักครั้งในชีวิตลองพิชิตภิชิตเขาสักลูก ในประเทศเราก็มีเขาหลายลูกให้ได้ปีนอยู่นะ บอกเลยว่าพลังของธรรมชาติทำให้คุณมีความสุขได้อย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ 10.สร้างความมั่นคงให้กับการเงิน จดรายรับ รายจ่าย ก่อนที่จะอายุ 30 การเงินของเรามักจะไม่เป็นท่า เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ ดูแลเงินให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และ หัดลดรายจ่ายซะ 11.มีกองทุนยามฉุกเฉิน ไม่ว่าจะทำประกันชีวิต เก็บเอง ขอให้มีเงินตรงนี้ไว้ด้วย ห้ามละเลยเด็ดขาด 12.ทำธุรกิจออนไลน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดี๋ยวนี้เงินไม่ได้หายากนัก แค่ลองทำอะไรจากเล็กๆก่อน ขายของนิดหน่อยในเน็ต รับรองว่าผลที่ได้น่ะเกินคาด 13.ออกกำลัง ยิ่งแก่ ก็จะยิ่งขยับร่างกายได้ช้า ยิ่งอ่อนแอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นคนแก่อ้วนตุ๊ต๊ะ สุขภาพไม่ดี อย่าลืมมองหา 20 นาทีต่อวัน ขยับร่างไปมา บอกเลยว่าผลที่ได้น่ะเกินคาดค่ะ 14.กินอย่างคนรักสุขภาพ ไม่ต้องถึงขั้นว่าต้องกินคลีน เอาแค่ทานผักให้มาก หลีกเลี่ยงของทอดหรือของไม่มีประโยชน์ ขนมหวาน แค่นี้ก็พอแล้ว 15.หุ่นดีที่สุดในชีวิตให้ได้ แน่นอนว่าในช่วงอายุนี้เรายังพอทำมันไหว ถ้าทำได้ จงทำ อย่างน้อยก็มีรูปเก็บไว้ให้หลานดูได้ ว่ายายเคยเช้งขนาดนี้เลยนะ 16.สร้างระเบียบวินัยให้ตัวเอง การมีกฏเกณฑ์ให้ตัวเอง จะทำให้คุณมีอนาคตที่ดี แล้วใครจะไม่ทำล่ะจริงมั้ย 17.หัดเป็นคนตื่นเช้าให้ได้ คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ตื่นเช้า ตื่นก่อนเห็นก่อน ใช้ชีวิตก่อนนะ 18.อ่านหนังสืออย่างน้อย 100 เล่ม แน่นอนว่าช่วงทำงานแล้ว การอ่านหนังสือมักจะน้อยลงไป แต่อย่าลืม ว่าการเรียนรู้มันไม่ควรหมดไปนะ หนีจากหน้าจอมาอ่านหนังสือบ้าง สิ่งที่คุณได้น่ะ คุ้มค่า 19.เขียนหนังสือ 81% ของประชากรคิดว่าตัวเองเขียนหนังสือได้ แต่น้อยคนนักที่จะลงมือเขียนหนังสือจริงๆ ลองเลือกหัวข้อแล้วเขียนมัน 30 นาทีต่อวันแล้วคุณจะรู้ว่า คุณเองก็เป็นนักเขียนได้ (เริ่มจากไดอารี่ก่อนก็ได้นะ) 20.เขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคต อย่าลืมใส่ความฝัน ความต้องการ ของตัวเอง ณ ตอนนี้ไปด้วยล่ะ แล้วดูกันว่า 10-20 ปี ข้างหน้า คุณคนนั้นจะยังเป็นคุณคนนี้หรือเปล่านะ  21.หายไปจากโลกออนไลน์ 1 เดือน ลองคิดว่าถ้าไม่ได้แตะโซเชียลมีเดียเลยสักแอพ คุณจะเป็นยังไง 30 วันแห่งความท้าทายนี้จะทำให้คุณมีกำลังในการทำอย่างอื่นมากขึ้นหรือไม่ หรือ คุณจะมีความสุขกับชีวิตที่ไม่มีสาระบันเทิงได้มั้ย ? ลองดูสิ 22.ถ่ายรูปทุกวันใน 1 ปี ลองสิ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนใน 1 ปี หรือ 365 วัน 23.เขียนสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข คุณอาจจะมีความสุขถ้ามีเงินมากที่สุดในโลก มีงานที่ดีที่สุด แต่นั่นใช่ความสุขจริงๆหรอ อะไรที่เรียกว่าความสุขในชีวิตของคุณจริงๆ ล่ะ เขียนมันลงไป อาจเป็นการได้อยู่กับครอบครัว การได้รดน้ำต้นไม้ การได้เล่นกับลูก อะไรก็ตาม เขียนมันลงไป และอย่าลืมทำมันล่ะ 24.ตั้งกฏให้ตัวเอง แล้ว ห้ามขี้โกง เช่นคุณอาจตั้งกฏในปีนี้ว่า ฉันจะวิ่งทุกวัน วันละ 30 นาที แล้วคุณก็จดมันไว้ว่าคุณไม่เคยพลาดเลยสักวันเดียว มันคือการเอาชนะตัวเองและทำให้คุณมีความซื่อสัตย์กับตัวเอง 25.ช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาส อาจเป็นการให้เงิน หรือ การทำกิจกรรมร่วมกับเขาเหล่านั้น สิ่งที่คุณได้มันมากกว่าการให้เสียอีก 26.สมทบทุนให้กับมูลนิธิต่างๆ สิ่งที่คุณให้ไป มันคืออนาคตของคนอีกคน ลองให้ดูแล้วคุณจะเข้าใจความรู้สึกที่ยิ่งกว่าการได้รับ 27. ตัดสินใจด้วยตัวเอง พอแล้วกับการถามคนนู้นคนนี้ คุณสามารถเลือกสิ่งต่างๆ ในชีวิตคุณเองได้ โดยไม่ต้องถามความเห็นใคร 28.เรียนรู้ที่จะพูดว่า "ไม่" การพูดว่าไม่ อาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ตอบว่า ได้ หรือ ใช่ มาตลอดชีวิต ลองเปลี่ยนบ้างค่ะ อะไรที่เราไม่อยากทำ หรือ ไม่จำเป็นต้องทำ พูดไปบ้างว่า "ไม่" คุณไม่จำเป็นต้องแบกทุกเรื่องในชีวิตลำพัง 29.ทำเฟอร์นิเจอร์เอง DIY กลายเป็นคำที่ได้ยินติดปาก แต่มีใครในโลกนี้บ้างที่ทำ DIY จริงๆ ลองทำเฟอร์นิเจอร์ใช้ในบ้านด้วยฝีมือตัวเองดูซิ สนุกแล้วยังสร้างความทรงจำร่วมกันอีกด้วย 30.ดูดาว สักครั้งในชีวิต ลองแหงนหน้ามองไปบนฟ้า ในบรรยากาศที่มืดมิด อากาศเย็น ซุกตัวในอ้อมกอดของคนรัก ราวกับคุณและเขาคือพระเอกนางเอกเอ็มวี ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้วบอกเลย  ที่มา lifehacks เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ละครเลือดมังกร ตอนหงส์  , เรื่องย่อเลือดมังกร ตอนหงส์
เจนี่ เลือดมังกร ตอนหงส์ /  บอย ปกรณ์ เลือดมังกร ตอนหงส์ / 

เลือดมังกร ตอนหงส์ บทประพันธ์ Shaynaบทโทรทัศน์ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์กำกับการแสดง พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง “หงส์ สัญลักษณ์ของความงาม ความงามเสมอด้วยเมตตาไม่มี.” หงส์ ลูกสาวคนเล็กของเถ้าแก่สุง หัวหน้าแก๊งหงส์ดำ และเจ้าของคณะงิ้วเฟิ่งหวง คณะงิ้วเก่าแก่ของเยาวราช ซึ่งเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวจีนในแถบเยาวราชเนื่องจากเป็นคนใจคอกว้างขวาง จนได้รับตำแหน่งนายกสมคมเลือดมังกร เถ้าแก่สุงมีพี่น้องร่วมสาบานเถ้าแก่ไช้ และเถ้าแก่เต็ก ทั้งสามร่วมดื่มน้ำสาบานว่าเป็นพี่น้องกันในนามของแก๊งสามวิหค คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซินแสง้วงทำนายดวงชะตาบอกว่าเป็นนัยว่าดวงชะตาหงส์เป็นต้นเหตุทำให้คน3คนพบกับจุดจบแต่ก็จะเป็นใหญ่ประดุจหงส์ที่อยู่เหนือพญามังก ร เถ้าแก่สุงตีความว่าหงส์เป็นตัวซวยเพราะเกิดมาก็เป็นสาเหตุทำให้ดวงตาภรรยาร่วมทุกข์ร่วมสุขของเขาต้องตาย เถ้าแก่สุงรับอาหลงเข้ามาเป็นคนงานในโรงงิ้ว โดยหารู้ไม่ว่าอาหลงปลอมตัวเข้ามาเพื่อหาโอกาสแก้แค้นเถ้าแก่สุงเนื่องจากถูกเสี่ยเล้งป้ายสีว่าเถ้าแก่สุงเป็นคนฆ่าอาเหมยคนรักของเขา ทำให้ได้รู้จักกับหงส์ ความงามต้องตา และความฉลาดหลักแหลมของหงส์เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้อาหลง และหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เข้ามาติดพันเช่นเดียวกับเสี่ยเกา หัวหน้าแก๊งค้างคาว อากุ่ย นักแสดงงิ้ว และตี๋เล็ก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเถ้าแก่เต็ก แต่หงส์ไม่ได้สนใจใคร ตี๋เล็กอ้อนวอนขอให้เถ้าแก่เต็กมาทาบทามสู่ขอหงส์ เถ้าแก่เต็กเห็นดีด้วยเพราะหากตี๋เล็กได้แต่งงานกับหงส์ก็เท่ากับจะได้ครอบครองทำเลโรงงิ้วเฟิ่งหวงโดยปริยาย เถ้าแก่สุงปฏิเสธไมตรีที่จะยกลูกสาวให้ถึงแม้จะเป็นพี่น้องร่วมน้ำสาบานกันเนื่องจากตี๋เล็กเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ มิหนำซ้ำยังนิสัยอันธพาล ทำให้เถ้าแก่เต็กรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ณ งานเทศกาลประจำปีที่ศาลเจ้าพ่อเสือ เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันของนักเลงแก๊งอื่นที่โรงงิ้ว (เป็นเหตุการณ์ร่วมกันทั้ง 5 เรื่อง) ขณะที่งิ้วกำลังแสดงตอน “ขุนศึกตระกูลหยาง” อยู่นั้น ได้เกิดการยิงกันสนั่นหวั่นไหวขึ้น ห่ากระสุนถูกสาดมาจากทั่วทิศจนโรงงิ้วเกิดความโกลาหล หงส์ตกอยู่ในอันตรายแต่อาฉางพี่ชายซึ่งกำลังแสดงงิ้วรับบทเป็น“หยางจงเป่า” ได้เอาตัวเองบังกระสุนปืนเอาไว้ เพื่อปกป้องอาหงส์น้องสาวจนเสียชีวิต เถ้าแก่สุงร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด ความหวังที่ตนวาดหวังไว้ดับวูบลงทันที กลายเป็นคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ปล่อยคณะงิ้วไปตามยถากรรม ภายหลังการตายของอาฉาง เถ้าแก่สุงที่วันๆเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่หน้าป้ายบรรพชน นึกถึงคำพูดของซินแสง้วงที่ว่าหงส์เป็นสาเหตุที่ทำให้คนต้องพบจุดจบถึง 3 คน และอาฉางก็เป็นศพที่ 2 ดังคำทำนายหงส์เข้ามาบอกกับเถ้าแก่สุงว่าจะเป็นพระเอกงิ้วแทนพี่ชาย รับสืบทอดคณะงิ้วเฟิ่งหวงแทนพี่ชาย แต่เถ้าแก่สุงกลับโมโห ไล่ตะเพิดหงส์ออกไป และกล่าวสบประมาทว่าหงส์ไม่มีวันเป็นได้อย่างที่อาฉางเป็น หงส์น้ำตาตกใน ตั้งใจว่าจะต้องพิสูจน์ให้พ่อเห็นให้ได้ว่าตนมีความสามารถที่จะสืบทอดคณะงิ้วเฟิ่งหวงแทนพี่ชายผู้ล่วงลับให้จงได้ตี๋เล็กอ้อนวอนขอให้เถ้าแก่สุงยกหงส์ให้ตน แต่เถ้าแก่สุงก็ยืนยันเป็นกระต่ายขาเดียว และสอนตามประสาญาติผู้ใหญ่ให้ตี๋เล็กไปทำมาหากิน สร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้เสียก่อน ตี๋เล็กแค้นใจที่ถูกเถ้าแก่สุงสั่งสอน ด้วยความโกรธจนขาดสติจึงพลั้งมือฆ่าเถ้าแก่สุงแล้วรีบหลบหนีไป ก่อนขาดใจตายเถ้าแก่สุงรู้แล้วว่าคนที่ต้องพบจุดจบเป็นรายที่ 3 ตามคำทำนายของซินแสง้วงก็คือตัวเขาเอง ! หงส์เข้ามาเห็นร่างเถ้าแก่สุงนอนจมกองเลือดขาดใจตายก็เข่าอ่อน กอดศพบิดาร่ำไห้ คนในคณะงิ้วเข้าใจผิดคิดว่าอาหลงเป็นคนยิงเถ้าแก่สุงตาย หงส์แค้นจนอกแทบจะระเบิด แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าอาหลงจะสังหารบิดาตัวเองได้ลงคอ เถ้าแก่เต็กช่วยให้ตี๋เล็ก ลูกชายของตนลอยนวล ไม่ต้องติดคุก สองพ่อลูกจึงร่วมมือกับเสี่ยเกา และเสี่ยเล้งเพื่อหาทางขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งหงส์ดำ และครอบครองพื้นที่โรงงิ้วใจกลางเยาวราชแทนเถ้าแก่สุง การตายของเถ้าแก่สุงทำให้ต้องคัดเลือกประมุขแก๊งหงส์ดำและนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่ เถ้าแก่เต็กมั่นใจว่าตนจะต้องได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขแก๊งหงส์ดำแน่นอน แต่ปรากฏว่าพี่น้องต่างลงคะแนนเสียงให้หงส์ ลูกสาวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเถ้าแก่สุงขึ้นเป็นประมุขแก๊งหงส์ดำสร้างความขัดเคืองให้กับเถ้าแก่เต็กและตี๋เล็กอย่างมาก หงส์ขึ้นรับตำแหน่งประมุขแก๊งหงส์ดำท่ามกลางความแตกแยกภายในแก๊งสามวิหคต้องแบกรับภารกิจใหญ่หลวงทั้งสืบทอดโรงงิ้วเฟิ่งหวงของผู้เป็นบิดาและตามหาคนร้ายตัวจริงที่ฆ่าเถ้าแก่สุงมาลงโทษให้จงได้เพื่อช่วยล้างมลทินให้อาหลงคนรักหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาโดยมีพี่ชายทั้งสี่ ธาม ทรงกลด ภรพและคณินคอยยื่นมือช่วยเหลืออยู่ห่างๆ รายชื่อนักแสดง เลือดมังกร ตอนหงส์เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รับบท หงส์ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ รับบท อาหลงเจสัน ยัง รับบท อาฉางนพพล โกมารชุน รับบท เถ้าแก่สุง คณะเฟิ่งหวงสุเทพ ประยูรพิทักษ์ รับบท เฮียใช้แก๊งค์ไก่ฟ้าญาณี ตราโมทย์ รับบท เฮียเต็ก แก๊งกะเรียนโทนี่ รากแก่น รับบท กุ่ยพิมดาว พานิชสมัย รับบท หมวยภรัณญู ประชากฤช รับบท ตี๋เล็กพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท ซินแสง้วงการัญชิดา คุ้มสุวรรณ รับบท เหมยวิศรุต หิรัญบุศย์ รับบท ตี๋เพ้งชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ รับบท เล้งอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม รับบท ภรพเจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท ทรงกลดธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ รับบท ธามแอนดริว เกร้กสัน รับบท คณิน

แกล้งเพื่อนหนักมาก! เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าหลับในห้องเรียน
นักเรียน /  โรงเรียน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบกับการที่ถูกเพื่อนๆแกล้ง หรือแแกล้งเพื่อนกันมาแน่นอน ในสมัยของเพื่อนๆ นั้นจำได้ไหมว่าแกล้งอะไรกันบ้ง แต่ถ้าพูดถึงสมัยนี้บอกได้คำเดียวว่า อย่าหลับในห้องเรียน 555 ซึ่งแชร์กันหนักมากในโลกโซเชียลทั้ง facebook, twitter กับ #กูจะไม่ยอมเห็นรูปนี้คนเดียว เกี่ยวกับการแกล้งเพื่อนในห้องเรียนลองไปดูหันค่ะ ว่าเขาแกล้งเพื่อนกันแบบไหน แกล้งเพื่อนหนักมาก! เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าหลับในห้องเรียน แกล้งเพื่อนหนักมาก! เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าหลับในห้องเรียน

นักเรียนไทยสร้างชื่อ คว้าเหรียญทองการแข่งขันวงโยธวาทิตโลก ครั้งที่ 60
การแข่งขันวงโยธวาทิตโลก ครั้งที่ 60 /  ตัวแทนประเทศไทย / 

ขอแสดงความยินดีกับ นักเรียนไทยสร้างชื่อ คว้าเหรียญทองการแข่งขันวงโยธวาทิตโลก ครั้งที่ 60 ที่เมืองอาร์ตทีเดอร์ ประเทศสหพันธรัฐเยอรมนี  EuropeanOpen Championships รายการ International Rastede Musiktage ครั้งที่60 ได้จัดการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มิถุนายน โดยมีวงโยธวาทิต จาก 10 ประเทศ จำนวน 64 วง นักดนตรี 3,200 คน เข้าร่วมมหกรรมการแข่งขันทางดนตรี ที่มีคนสนใจจากทั่วทุกมุมโลก นักเรียนไทยสร้างชื่อ คว้าเหรียญทองการแข่งขันวงโยธวาทิตโลก ครั้งที่ 60 โดยในจำนวนนี้มีวงโยธวาทิตจากประเทศไทยเพียง 2 วงที่ได้รับการคัดเลือกมาร่วมชิงชัยความเป็นสุดยอดด้านดนตรีคือ ร.ร.สตรีวัดระฆัง จาก กทม. เป็นนักเรียนหญิงล้วนในระดับชั้นมัธยมต้น จำนวน 32 คน และมัธยมปลาย 10 คน รวมเป็น 42 คน ถือเป็นวงดนตรีที่บรรเลงโดยนักเรียนหญิงล้วนๆ ทั้งวง และ ร.ร.สุรนารีวิทยา จาก จ.นครราชสีมา มีนักดนตรีลงแข่งขันเป็นนักเรียนของโรงเรียนจำนวน 60 คน และนักดนตรีอาชีพจากหลายวง จำนวน 7 คน เช่น นักดนตรีจากวงบางกอก ซิมโฟนี่ ออร์เคสตร้า ลงแข่งขัน เดินทางไปร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วยนั้น เริ่มจากวงสตรีวัดระฆัง แสดงในเพลง LiturgicalDances กับเพลง El Camino Real ส่วนวงสุรนารีวิทยา แสดงในเพลง Deep Impression กับเพลง Primavera ซึ่งผลการตัดสินที่ออกมา ก็คือ วงสุรนารีวิทยาได้ 94 คะแนน และวงสตรีวัดระฆัง ได้ 90 คะแนนได้รับรางวัลเหรียญทองเกียรติยศ หรือ Gold Medal with honor ทั้งสองโรงเรียน ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ นอกจากนี้วงสุรนารีวิทยา หลังจากจบการแข่งขันที่นี่ ก็จะเดินทางไปแข่งที่ประเทศเดนมาร์กต่อ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก thairath.co.th

สุดสะเทือนใจ! สอนลูกเทียบคนอื่น
ดราม่า /  ลูกคุณไม่ได้น่ารัก / 

สุดสะเทือนใจ สอนลูกห้ามกิน เดี๋ยวอ้วนเหมือนพี่เค้า ? กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อแฟนเพจลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน ได้แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับแม่ที่สอนลูกผิดวิธี ด้วยการเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น จนทำให้เกิดเรื่องราวสุดดราม่า โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เมื่อลูกคนหนึ่งอ้อนแม่อยากจะกินแซนวิส แต่คุณแม่ได้บอกว่า ไม่เอา ไม่กินแล้ว แต่คุณลูกก็ยังงอแงขอร้องอยากจะกิน ซึ่งระหว่างนั้นมีลูกค้าท่านหนึ่งรอรับของอยู่ ทำให้คุณแม่อ้างไปว่า ถ้ากินแล้วจะอ้วนเหมือนพี่เค้าแล้วจะไม่มีใครรักนะ จากนั้นคุณลูกก็ได้พูดต่อไปด้วยความไร้เดียวสาว่า ไม่กินแล้วก็ได้เพราะอ้วนแล้วสกปรก หลังจากนั้นลูกค้าที่ยืนรอรับของก็เดินทำสีหน้าเรียบเฉยออกไปยืนหน้าร้านพร้อมทั้งขยำแซนวิสในมือแล้วปาลงถังขยะ แล้วเดินน้ำตาไหลจากไป ทั้งนี้หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าแม้จะเป็นเรื่องเล่าที่ไม่ทราบที่มาที่ไปแน่ชัด แต่ก็เป็นตัวอย่างให้กับคนเป็นแม่ที่ก่อนจะสอนอะไรลูกควรคิดหน้าคิดหลัง และไม่ควรมีการเอาไปเปรียบเทียบกับข้อด้อยของคนอื่นจะทำให้คนที่ได้ยินเสียความรู้สึกได้ MThai News ที่มา แฟนเพจ ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน

น้อยเวอร์!! แฟนบอลรอต้อนรับ หัวขิง ถึงแอลเอบางตา [คลิป]
คลับ อเมริกา /  ลอส แองเจลิส / 

เดินทางสู่ต้นสังกัดใหม่เรียบร้อย!! สำหรับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตมิดฟิลด์กัปตันทีม ลิเวอร์พูล หลังจากควงแขน อเล็กซ์ เคอร์เรน ภรรยาสุดที่เลิฟไปถึงสนามบินในนคร ลอส แองเจลิส โดยมีแฟนบอลมารอต้อนรับกันอย่างบางตา กองกลางวัย 35 ปี ตัดสินใจประกาศอำลา "หงส์แดง" ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากฤดูกาล 2014/15 ที่ผ่านมา ตกเป็นตัวสำรองภายใต้การทำทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจยุติเส้นทางการค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล หลังค้าแข้งกับทีมมาอย่างยาวนานถึง 17 ปีด้วยกัน ทั้งนี้ว่ากันว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด พร้อมที่จะลงประเดิมสนามรับใช้ต้นสังกัดใหม่อย่าง แอลเอ กาแลกซี่ โดยจะพบกับ คลับ อเมริกา ในวันที่ 11 กรกฎาคม นี้

5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ในเมืองหลวงแดนอิเหนา
จาการ์ตา /  เที่ยวอาเซียน / 

เมื่อพูดถึงดินแดนอิเหนา เชื่อแน่ว่าหลายคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเรากำลังหมายถึง “ประเทศอินโดนีเซีย” 1 ใน 10 ชาติอาเซียนของเรานี่เอง ซึ่งวันนี้มัชรูมทราเวลจะนำทุกท่านไปเที่ยวยังเมืองหลวงของแดนอิเหนาอย่างกรุงจาการ์ตา กัน เนื่องจากได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งประวัตศาสตร์ที่เต็มไปด้วยโบสถ์และอาคารเก่าแก่ รวมถึงพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่ง ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมอันยาวนานของดินแดนแห่งนี้ 5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ในเมืองหลวงแดนอิเหนา นอกจากนี้จาการ์ตายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยือนอีกมากมาย นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หมู่เกาะ สวนสัตว์ สวนสนุก เป็นต้น ดังเช่น 5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมประจำกรุงจาการ์ตาที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากทุกท่านในวันนี้ 1. อนุสาวรีย์แห่งชาติโมนัส อนุสาวรีย์แห่งชาติโมนัส ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดในกรุงจาการ์ตาจนได้ชื่อว่าเป็นไอคอนแห่งจาการ์ตาเลยก็ว่าได้ โดยอนุสาวรีย์ความสูง 137 เมตรแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัสแห่งเสรีภาพนั้น ภายในคือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมทรัพย์สินทางประวัตศาสตร์และวัตถุทางโบราณคดีของประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนั้นยังมีสถานะเป็นหนึ่งในศูนย์รวมความบันเทิงของเมือง ที่ผู้คนหลากหลายสถานะทางสังคมมักจะมาชุมนุมกันอยู่ที่นี่เสมอไม่ว่าช่วงกลางวันหรือยามค่ำคืน อีกทั้งที่นี่ยังมักจะถูกใช้เป็นศูนย์กลางของงานแสดงศิลปะและเทศกาลวัฒนธรรมอยู่เสมอโดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรีอีกด้วย ส่วนข้างบนของอนุสาวรีย์แห่งชาติโมนัสประชาชนยังสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์รอบๆ เมืองได้จากหอสังเกตการณ์ทางด้านบน 2. ตามันมินิอินโดนีเซียอินดาห์ ตามันมินิอินโดนีเซียอินดาห์ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “Beautiful Indonesia Miniature Park” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความมีเสน่ห์ของชนเผ่าที่อาศัยอยู่บนเกาะของอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงจาการ์ตา ในพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 250 เอเคอร์ (ประมาณ 625 ไร่) โดยนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมที่นี่ก็จะได้พบกับความหลากหลายของอาคารบ้านเรือนในรูปแบบต่างๆ ในแต่ละจังหวัดของประเทศ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม วัตถุมงคลประจำแต่ละเผ่า รวมถึงศิลปะ ประเพณี และการแสดงทางวัฒนธรรมจากทั้งหมด 33 จังหวัดในประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น ไม่เพียงเท่านั้นภายในบริเวณตามันมินิอินโดนีเซียอินดาห์ยังมีทะเลสาบขนาดเล็กให้ได้พักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งสวนกล้วยไม้ สวนนก พิพิธภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ IMAX โรงละคร และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมายไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน 3. อันคอล ดรีมแลนด์ อันโชลเบย์ ซิตี้ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า “อันคอล ดรีมแลนด์” นั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในบริเวณตอนเหนือของเมืองหลวงริมอ่าวจาการ์ตาที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสมบูรณ์มากที่สุด ทั้งยังเป็นสวนสาธารณะและสวนสนุกสำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่ใหญ่ที่สุดและน่าสนใจที่สุดในจาการ์ตาอีกด้วย โดยภายในประกอบไปด้วยสนามกอล์ฟ โรงแรม ไนท์คลับ สระว่ายน้ำ น้ำตก และสวนสนุกที่แบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ธีมด้วยกันคือ จาการ์ตา อินโดนีเซีย เอเชีย แอฟริกา อเมริกา ยุโรป และแฟนตาซี นอกจากนั้นยังอัดแน่นไปด้วยเครื่องเล่นที่ล้วนผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001: 2000 อย่างเช่น รถไฟเหาะ Halilintar, Istana Boneka, Balada Kera เป็นต้น 4. สวนสัตว์รากูนัน สวนสัตว์รากูนัน เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศอินโดนีเซียที่สร้างขึ้นในปี 1864 ในชื่อ "En Planten Dierentuin" ซึ่งหมายถึง "พืชและสวนสัตว์" โดยในตอนแรกรัฐบาลได้บริจาคที่ดินจำนวน 30 ไร่ในกรุงจาการ์ตาเพื่อก่อตั้งสวนสัตว์แห่งนี้ จนกระทั่งได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 1966 ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา ปัจจุบันสวนสัตว์รากูนันมีพื้นที่ทั้งหมด 140 ไร่ ภายในประกอบไปด้วยศูนย์อนุรักษ์ลิงอุรังอุตังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนสัตว์แห่งนี้ปีละหลายล้านคน นอกจากนี้ก็ยังประกอบไปด้วยสารพัดสัตว์สายพันธุ์ต่างๆ อีกกว่า 295 ชนิด รวมทั้งสิ้นกว่า 4,040 ตัว 5. จาการ์ตา โอลด์ ทาวน์ โกตา ตูอา หรือที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม “จาการ์ตา โอลด์ ทาวน์” นั้น เป็นย่านใจกลางเมืองเดิมของกรุงจาการ์ตาในยุคอาณานิคมซึ่งเรียกว่าปัตตาเวียที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 1.3 ตารางกิโลเมตร ภายในกำแพงที่ล้อมรอบ ซึ่งในอดีตช่วงศตวรรษที่ 17-19 พื้นที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัญมณีแห่งเอเชียก็ว่าได้ เนื่องจากพ่อค้าจากหมู่เกาะต่างๆ ในสมัยนั้นได้ใช้บริเวณนี้เป็นศูนย์กลางการค้าโลก โดยเฉพาะเครื่องเทศซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวยุโรปเป็นอย่างมาก แม้ปัจจุบันกรุงจาการ์ตาจะเปลี่ยนโฉมไป แต่ตึกเก่าในยุคอาณานิคมที่ผสมผสานระหว่างประวัตศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวดัตช์และชาวจีนก็ยังคงหลงเหลืออยู่อีกมากมาย โดยเฉพาะในบริเวณจัตุรัสฟสาตาฮิลลาห์ที่ปูพื้นด้วยหินหยาบใจกลางย่านเมืองเก่านั้นดูจะมีสภาพดีและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดก็ว่าได้ เป็นอย่างไรบ้างครับคุณผู้อ่านสำหรับแหล่งท่องเที่ยวแห่งกรุงจาการ์ตาที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากทุกท่านในวันนี้ จะเห็นได้ว่าเมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียแห่งนี้นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลากหลายแล้ว ในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้เมืองอื่นๆ เช่นกัน และสถานที่ทั้งหมดนี้ก็กำลังรอให้ท่านได้เหยียบย่างไปชมด้วยสายตาของตัวเองแล้ว ... ข้อมูลจาก : มัชรูมทราเวล

10สุดยอดตลกแห่งยุค เกิดมาฮาสร้างสีสันวงการบันเทิง
ตลกแห่งยุค /  เกิดมาฮา / 

10สุดยอดตลกแห่งยุคเกิดมาฮาสร้างสีสันวงการบันเทิง 10สุดยอดตลกของวงการบันเทิงที่เกิดมาฮาสร้างสีสันให้กับวงการบันเทิง ถือเป็นเรื่องของพรสวรรค์ เพราะน้อยคนนักที่เกิดมาพร้อมกับความฮา ทำให้ผู้คนหายจากความเครียดและหันมาหัวเราะได้ ซึ่งก็มีผู้คนในวงการเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์เหล่านั้น จะมีใครบ้างไปดูเลยดีกว่า ตั๊ก บริบรูณ์ ตั๊ก บริบูรณ์ ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง เป็นนักแสดงและพิธีกร เข้าวงการจากการเข้าร่วมการประกวด โดมอนมินิ (รุ่นเด็ก) ในปี พ.ศ. 2532 โดยได้อันดับ 2 จากการประกวดในครั้งนั้น ทำให้เริ่มเป็นที่สนใจและส่งผลให้มีงานเดินแบบตามมา ต่อมาได้ร่วมงานกับ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ในมิวสิกวิดีโอเพลง เท้าไฟ จนนำไปสู่การแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในปี พ.ศ. 2535 ในชื่อเรื่อง รองต๊ะแล่บแปล๊บ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ปัจจุบันตั๊ก บริบูรณ์ กลายเป็นไอดอลของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งถ้าใครมีโอกาสได้ร่วมงานกับตั๊กแล้วต่างก็เรียกร้องอยากที่จะร่วมงานกับเขาไปตลอด เพราะนิสัยที่น่ารักและเป็นกันเองของตั๊กทำให้เขาเป็นที่รักของคนในวงการบันเทิง ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม หรือรู้จักกันในชื่อ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ เป็นนักแสดงตลกหญิงชาวไทย รูปร่างเตี้ย ตัวเล็ก กล้าแสดงออก เข้าร่วมกับแก๊งสามช่าเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยช่วงแรกมักจะมาเป็นนักแสดงประกอบในบางสัปดาห์ และสามารถเป็นตัวขโมยซีนได้ในหลายๆ ตอน ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงผลงานการแสดงภาพยนตร์เป็นตัวประกอบในหลาย ๆ เรื่อง เช่น แหยม ยโสธร, โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง, เท่ง โหน่ง คนมาหาเฮีย, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2, ว้อ หมาบ้ามหาสนุก ฯลฯ จนได้เป็นนางเอกภาพยนตร์เรื่อง ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ และเป็นพิธีกรรายการ ล้วงลับตับแตก ทางโมเดิร์นไนน์ มีคนรักก็มีคนเกลียด เพราะตลอดเวลาก็มีเสียงเม้าท์กันกระฉ่อนว่าสาวตุ๊กกี้เริ่มดังก็ทำตัวเรื่องมากจนมีคนพากันตั้งเพจแอนตี้นางอย่างมากมาย แจ๊ส ชวนชื่น แจ๊ส ชวนชื่น แจ๊ส ชวนชื่น มีชื่อจริงว่า ผดุง ทรงแสง เป็นบุตรคนเล็กสุดของอุดม ทรงแสง เขาเป็นตลกที่มีมุกเด็ดมากมายโดยเฉพาะมุกเลียนแบบบุคคลดังๆ เช่น อ่าง เถิดเทิง, ตูน บอดี้สแลม, แด๊ก บิ๊กแอส จนตอนนี้แจ๊สกลายเป็นตลกที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของวงการบันเทิง เพราะ He รับหมดทั้งงานพิธีกร รวมถึงงานเอ็นเตอร์เทรนคนดู เรียกว่าแจ๊สโผล่ที่ไหนก็จะได้ยินเสียงกรี๊ดที่นั่น โก๊ะตี๋ โก๊ะตี๋ โก๊ะตี๋ อารามบอย หรือ โก๊ะตี๋ ผีน่ารัก มีชื่อจริงว่า เจริญพร อ่อนละม้าย เป็นนักแสดงชาวจังหวัดอ่างทอง ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จุดเด่นคือเป็นนักแสดงร่างเล็ก รูปร่างอ้วน มีท่าทางดูเหมือนเด็ก มีสรรพนามเรียกแทนตัวเองว่า"หนู" ปัจจุบันก็ยังใช้หนู แม้อายุจะปาเข้าไป 30 แล้วก็ตาม ปัจจุบันมีงานหลายด้าน ทั้งแสดงตลก แสดงหนัง ทำหน้าที่พิธีกร โก๊ะตี๋จัดว่าเป็นลูกกตัญญูคนหนึ่งของวงการทำงาน เลี้ยงดูพ่อแม่เป็นอย่างดี แจ๊ค แฟนฉัน แจ๊ค แฟนฉัน แจ๊ค เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ หรือ แจ๊ค แฟนฉัน มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงครั้งแรกจากภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน โดยก่อนหน้านั้นเคยมีผลงานแสดงภาพยนตร์สั้นมาก่อน เรื่อง ทำไมต้องเป็นตลก ซึ่งกำกับโดย บอล วิทยา และอยู่ละแวกบ้านเดียวกัน พอมีการเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน จึงได้มีการใส่ตัวละคร แจ๊ค ซึ่งเขียนขึ้นสำหรับแจ๊คโดยเฉพาะ และจากภาพยนตร์นี้เอง ทำให้แจ๊คได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ และรางวัลจากชมรมวิจารณ์บันเทิง สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม แจ๊คยังมีผลงานภาพยนตร์ต่อมาอีกหลายเรื่อง อาตุ่ย พุทธชาด อาตุ่ย พุทธชาด พุทธชาด พงศ์สุชาติ หรือ ตุ๊ยตุ่ย นักแสดง พิธีกร และดีเจ เป็นหญิงสาวที่มีความสามารถหลากหลาย บุคลิกเป็นคนเฮฮาร่าเริงด้วยนิสัยที่เป็นกันเองของอาตุ่ยจึงไม่แปลกใจว่าทำไมผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ถึงเป็นที่รักของผู้คนในวงการรวมถึงคนที่พบเห็น เอกลักษณ์เด่นๆ ของอาตุ่ยที่หลายคนคอยล้อเลียนนางคือฟันใหญ่เหมือนม้า แถมนางยังไว้ผมหน้าม้าอีกต่างหาก มาดามมด มาดามมด มาดามมด เป็นพิธีกรของรายการ ภาษา plaza ทางช่องเพลย์ชาแนล มีชื่อเสียงโด่งดังทำให้มีผลงานอื่นอีกมากมายในด้านความตลก มาดามมดมีชื่อเสียงโด่งดังมากในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค นับได้ว่าเป็นเน็ตไอดอลที่มีผู้ติดตามและชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยบุคลิกอันโดดเด่นจนดูน่ากลัว ขนตาทั้งใหญ่และยาว เรียกว่าเด็กเห็นก็พากันหวาดกลัวมาดามมดกันทั้งนั้น ค่อม ชวนชื่น ค่อม ชวนชื่น ค่อม ชวนชื่น ชื่อจริง อาคม ปรีดากุล เป็นนักแสดงตลกชาวไทย และเป็นอดีตสมาชิกตลกคณะชวนชื่น แต่คน มักจะเรียกติดปากว่า น้าเหยิน ด้วยความที่ไม่รู้หนังสือเลย แต่น้าค่อมกลับเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเรื่องการจำบทได้อย่างแม่นยำ ในระยะประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา น้าค่อมมีผลงานการแสดงไม่ต่ำกว่า 60 เรื่อง แถมในปี 2553 น้าค่อมมีผลงานภาพยนตร์สูงถึง 11 เรื่อง ซึ่งน้อยคนที่จะสามารถทำได้อย่างขนาดนี้ เส้นทางชีวิตของค่อมนั้นได้ยึดอาชีพตลกมานานกว่า 20 ปีแล้ว ผ่านมาแล้วทั้งงานละครและภาพยนตร์แบบนับไม่ถ้วน โน้ต เชิญยิ้ม โน้ต เชิญยิ้ม โน้ต เชิญยิ้ม ชื่อจริง บำเรอ ผ่องอินทรกุล ชื่อสกุลเดิมคือ ผ่องอินทรีย์ เป็นนักแสดงตลกผู้ก่อตั้งคณะเชิญยิ้ม ร่วมกับเป็ด เชิญยิ้ม, สรายุทธ สาวยิ้ม, สีหนุ่ม เชิญยิ้ม เมื่อปี พ.ศ. 2523 โน้ต เชิญยิ้ม เคยเป็นนักแสดงลิเก เหมือนบิดาที่เป็นตัวตลกคณะลิเก และมารดาที่เป็นนางเอกคณะลิเก ต้องออกจากโรงเรียนมาแสดงลิเกตั้งแต่เด็ก และจบการศึกษาเพียงชั้น ป.3 ช่วงระยะหนึ่งโน้ตหันไปตั้งคณะดนตรีลูกทุ่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนถึงกับหมดเนื้อหมดตัว ก่อนจะได้กลับมารับบทพระเอกละคร อาจารย์โกย ละครสร้างใหม่ฉบับปี 2544 จากละครที่ล้อต๊อกเคยแสดงมาก่อน ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ด้วยความช่วยเหลือของนพพร วาทิน และเป็ด เชิญยิ้ม และตอนนี้โน้ตหันไปทั้งกำกับภาพยนตร์เป็นพิธีกรคณะกรรมการในรายการชิงช้าสวรรค์ รวมทั้งแต่งเพลงให้กับค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ด ในเครือเวิร์คพอยท์อีกด้วย จาตุรงค์ มกจ๊ก จาตุรงค์ มกจ๊ก จาตุรงค์ มกจ๊ก มีชื่อจริงว่า จตุรงค์ พลบูรณ์ เป็นนักแสดงตลกชาวไทย ที่มักเล่นเป็นกะเทยบ่อยๆ ซึ่งเดิมทีเป็นลูกทีมของหม่ำ จ๊กมก มีวลีติดปากคือ ม่ายอาวม่ายพูด และ ม่ายกินเผ็ด ทั้งยังเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ นักร้องเพลงลูกทุ่ง นักเขียน ผู้กำกับ จาตุรงค์มีความสามารถด้านกลอน กาพย์ อาขยาน โดยสามารถท่องและต่อกลอนได้อย่างแม่นยำยังทำหน้าที่เป็นป๋าดันผลักดันให้ พี จ๊กมก แจ้งเกิดเป็นนักแสดงตลกเด็กและยังดันลูกสาวคนเก่งอย่าง ใบเฟิร์น พัสกร และณัทชาภา เข้าสู่วงการบันเทิงอีกด้วย

'คิม จอง อึน' สั่งฆ่าสถาปนิก เหตุฉุนออกแบบสนามบินไม่ถูกใจ
คิม จอง อึน /  ผู้นำสูงสุด / 

ลือสนั่น ผอ. ฝ่ายออกแบบอาคารประจำรัฐบาลเกาหลีเหนือ ถูกสั่งประหาร เนื่องจากนาย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดไม่พอใจการออกแบบสนามบินรูปแบบใหม่ วานนี้ (28 มิ.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'มิรเรอร์' รายงานข่าว กรณีที่นาย 'คิม จอง อึน' ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ พร้อมด้วย รี โซล จู ภริยา เดินทางไปเยี่ยมชมและตรวจสอบความเรียบร้อยของท่าอากาศยานนานาชาติเปียงยาง โฉมใหม่ ท่ามกลางเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เกี่ยวกับกรณีความโหดเหี้ยมครั้งใหม่ว่า เขาได้มีคำสั่งให้สังหารหัวหน้าสถาปนิกทิ้ง เนื่องจากไม่พอใจการออกแบบสนามบินโฉมใหม่ในครั้งนี้ ส่วนการปรากฏตัวในครั้งนี้ของนาย 'คิม จอง อึน' ยังคงไร้วี่แววของนาย 'มา วอน จุง' ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ประจำกระทรวงกลาโหมในเกาหลีเหนือ ผู้รับหน้าที่หัวหน้าสถาปนิกผู้ออกแบบท่าอากาศยานแห่งนี้ และผู้มีบทบาทสำคัญ ของโครงการก่อสร้างครั้งใหญ่จากภาครัฐ เช่นเคย มีข่าวลือสะพัดออกมาว่า เขาถูกสั่งฆ่า ในเหตุล้างบางข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ทั้งนั้นนาย 'มา วอน จุง' ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบอาคารประจำรัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้หายตัวไป ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะชนนับตั้งแต่ปีที่แล้ว ทางฝั่งเกาหลีเหนือตั้งข้อสังเกตว่า มา วอน จุง ถูกประหาร ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ข้อหาทุจริตและฝ่าฝืนคำสั่งของผู้นำ พร้อมทั้งยังร่ำลือกันว่า การหายตัวไปในครั้งนั้น ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาเดียวกันว่าการปรับปรุงสนามบินถูกระงับไว้ชั่วคราว เนื่องจากผู้นำสูงสุด ไม่พึงพอใจในรูปแบบใหม่ของสนามบิน อย่างไรก็ตาม ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งนี้ สร้างขึ้นตามนโยบายของทางรัฐบาล โดยภายในจะประกอบไปด้วยร้านค้าที่มีความหรูหรา เพื่อจำหน่ายเครื่องประดับ ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในสัปดาห์นี้ ซึ่งในเบื้องต้นได้มีนโยบายเพื่อเปิดรับเที่ยวบินจากชาติพันธมิตรอย่างจีนและรัสเซียเป็นอันดับแรก MThai News ที่มา Mirror

บิ๊กเอ พิมล ปลื้มฟอร์ม จอมเตะไทย สั่งลุยต่อกีฬาม.โลก
กีฬาม.โลก ครั้งที่ 28 /  จอมเตะไทย / 

บทสรุปเทควันโดกรังด์ปรีซ์ ที่ออสเตรเลีย บิ๊กเอ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ พอใจภาพรวม จอมเตะไทย สอบผ่านหลังเข้าชิงถึง 3 รุ่นจากทั้งหมด 6 รุ่นที่ส่งไป ล่าสุดเดินหน้าล่าเหรียญรางวัลต่อในกีฬาม.โลก ครั้งที่ 28 ที่เกาหลีใต้ และศึกโคเรียลโอเพน ที่กำลังรออยู่ช่วงเดือนก.ค.นี้ บิ๊กเอ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยภาพรวมของการแข่งขันเทควันโดกรังด์ปรีซ์ รายการ ออสเตรเลี่ยนโอเพน-ดับเบิ้ลยูทีเอฟ จีทู 2015 เก็บคะแนนสะสมแร็งกิ้งโลก เพื่อไปโอลิมปิกเกมส์ปีหน้า ณ กรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ว่า จากผลงานที่ จอมเตะไทย คว้ามาได้ 2 เหรียญทอง ด้วยฝีเท้าของ น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ รุ่น 46 กก.หญิง กับ น้องเล็ก ชนาธิป ซ้อนขำ รุ่น 49 กก.หญิง รวมไปถึงอีก 1 เหรียญเงินจาก เจ้าจูเนียร์ รามณรงค์ เสวกวิหาร รุ่น 54 กก.ชาย จากนักกีฬาทั้งหมด 6 คน ที่สมาคมส่งไป ส่วนตัวมีความพอใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จในครั้งนี้ เนื่องจากนักกีฬาชุดนี้เป็นกำลังหลักสำคัญของเราที่จะต้องพยายามควอลิฟาย ให้ผ่านเข้าไปสู่รอบสุดท้าย ริโอเดอจาเนโรเกมส์ ในปี 2016 ที่ประเทศบราซิล บิ๊กเอ ผศ.พิมล ยังกล่าวอีกว่า จากนี้ไปสมาคมยังมีงานใหญ่สำคัญ คือ ส่งนักเทควันโดทีมชาติที่มีอยู่ ซึ่งเรียนในระดับอุดมศึกษาอยู่หลายคน เดินทางไปร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 28 ช่วงวันที่ 3-14 ก.ค.นี้ ที่เมืองคองจู ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้การดูแลของ โค้ชจอมเฮี้ยบ เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ พร้อมตั้งความหวังว่า นักกีฬาชุดนี้จะคว้าเหรียญรางวัลกลับมาให้มากที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วการแข่งขันเทควันโดชิงชนะเลิศกีฬาม.โลก ที่ประเทศจีน ซึ่งไม่ได้เป็นมหกรรมการแข่งขันหลายชนิดกีฬาเหมือนที่เกาหลีใต้ในปีนี้ เราเคยคว้าเหรียญทองประเภททีมหญิงมาแล้ว แถมยังได้มาอีก 3 เหรียญเงิน กับ 6 เหรียญทองแดง ส่วนตัวมีความเชื่อมั่นว่า นักกีฬาที่เรามีอยู่จะสร้างผลงานที่ดีที่สุดกลับมาได้ “จากนั้นนักกีฬาบางส่วนจะเก็บตัวต่อยาวเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน เทควันโด โคเรียลโอเพน 2015 ที่มีคะแนนสะสมไปโอลิมปิกอีก เป็นระดับจีทู โดยแชมป์จะได้รับ 20 คะแนน ช่วงปลายเดือนก.ค. ทั้งนี้สมาคมคงจะส่ง จอมเตะไทย ทั้งตัวเก๋า และดาวรุ่งไปร่วมชิงชัยกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากทุกปีที่ผ่านมาเราต้องส่งนักกีฬาไปเก็บตัวฝึกซ้อม และลงแข่งขันที่เกาหลีใต้เป็นประจำอยู่แล้ว”

ระส่ำ!!! เมสซี่เจ เจ็บหนักผ่าข้อเท้า ชวดฟัดอิรักแน่นอนแล้ว
ทีมชาติไทย /  บีอีซี เทโรศาสน / 

งานเข้าเต็มๆ สำหรับทัพช้างศึกทีมชาติไทยเมื่อ เมสซี่เจ เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ คนล่าสุด มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าต้องเข้ารับการผ่าตัดและจะพลาดลงเตะกับอิรักในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกแน่นอนแล้ว T_T เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ พลาดการลงสนามช่วยทีมในเกมบุกแพ้ นครราชสีมา เอฟซี 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าระหว่างฝึกซ้อมก่อนที่ล่าสุดจะถึงขั้นต้องผ่าตัด และจะส่งให้ เมสซี่เจ ไม่สามารถเรียกความฟิตกลับมาสู้ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับ อิรัก ในวันที่ 8 กันยายนนี้ได้แน่นอนแล้ว โดยล่าสุดสโมสรต้นสังกัด บีอีซี เทโรศาสน ออกมายืนยันแล้วว่า "ต้องผ่าแน่นอนแล้ว ซึ่งเราได้คุยกับ ซิโก้ แล้วว่าเขาจะไม่สามารถลงสนามพบกับ อิรัก ได้" "แต่เรายังบอกไม่ได้ว่าสาเหตุอาการเจ็บครั้งนี้เกิดจากช่วงไหน คงต้องรอหมอตรวจอีกที ก็ถือว่าเป็นผลกระทบกับ บีอีซี เทโรศาสน มากเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้เราก็เพิ่งเสีย รังสรรค์ และ ชยพัทธ์ ไป"

ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย
Candy /  SEA Games Singapore 2015 / 

ควันหลงจาก SEA Games Singapore 2015 ปีนี้ดูจะหนีไม่พ้นเรื่องความหล่อเข้าตาของเหล่าบรรดานักกีฬาทีมชาติไทย และหนึ่งในหนุ่มหล่อมากความสามารถที่เราจะพาไปรู้จักกันวันนี้คือ การต์ณัฐ เสมอใจ (พี่บาส) นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย อายุ 26 ปี ที่ถึงแม้กีฬาบาสฯ ของไทยจะไม่สามารถเอาชนะทีมชาติเจ้าภาพได้ แต่เรื่องลีลาการเล่นและหน้าตา ต้องบอกเลยว่าคนไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกันนะจ้ะ ... ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย ประวัติ บาส การต์ณัฐ นักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมชาติไทย จุดเริ่มต้นสู่การเป็นนักบาสเกตบอล พี่เป็นเด็กสุโขทัย เป็นเด็กบ้านนอกที่ชอบเล่นกีฬา ครอบครัวก็ส่งเสริม ไม่มีใครปิดกั้นด้านความคิด พี่มีพี่ชายอายุห่างกัน 4 ปี พี่ชายพี่เขาชอบเล่นฟุตบอล สมัยเด็กพี่เป็นคนติดครอบครัว ติดพี่ชาย ก็จะตามไปเล่นฟุตบอลกับพี่ชายตลอด จนเขาต้องหนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากให้เราไปเกะกะ พอโตขึ้นมาหน่อย ช่วงเราเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์เป็น พี่บาสก็เริ่มออกไปเตะฟุตบอลกับเพื่อน เด็กๆ คิดไว้ว่าความฝันสูงสุดคือการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ ตอนอยู่สุโขทัยก็ซ้อมแต่ฟุตบอลอย่างเดียวเลย พอช่วง ม.3 มีรายการแข่งฟุตซอลชิงแชมป์ภาคเหนือ พี่บาสได้เป็นตัวแทนที่จะมาแข่งกับกรุงเทพฯ แต่หลังจากแข่งเสร็จก็มีอาจารย์พละท่านหนึ่งมาชวนเล่นบาสเพราะนักกีฬาขาด ก็เลยลองดูเพราะอย่างที่บอกว่าติดพี่ชายมาก ช่วงหลังๆ พี่ชายหันมาเล่นบาส พี่ก็เลยเล่นบ้างแต่ไม่ได้จริงจัง พอเริ่มเล่นบาสรู้สึกชอบ ก็เลยไม่ไปแข่งฟุตบอลละ แล้วมันมีรายการหนึ่งคือรายการบาสเกตบอลเยาวชนแห่งชาติ สุโขทัยเป็นตัวแทน พี่ก็ไปเล่นให้ทีมสุโขทัย แมตช์นั้นเจอกับกรุงเทพฯ แล้วโค้ตของกรุงเทพฯ ชื่ออาจารย์ พงษ์ชาติ ภู่เจริญ เป็นโค้ตของรร.กรุงเทพคริสเตียน เขาเห็นแววเลยมาชวนให้ไปเรียนต่อ ม.4 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งตอนแรกพี่จะมาเข้าฟุตบอลก็เลยเปลี่ยนแผนเป็นเล่นบาสดีกว่า ม.4 พี่ได้มีโอกาศติดบาสเกตบอลทีมชาติเลย เป็นนักบาสฯ ทีมชาติที่อายุหน้อยที่สุด ตอนแรกพี่ไปคัดตัวที่รร.ทิวไผ่งามก่อน ตอนนั้นเขาขึ้นชื่อเรื่องบาสเกตบอล คัดตัวจากผู้สมัคร 30 คนเขาเอานักกีฬาแค่คนเดียว พี่บาสติดหนึ่งคนนั้น แต่ที่พี่ไม่เลือกไปทิวไผ่งามเพราะว่าพี่รู้สึกถูกชะตากับกรุงเทพคริสเตียนมากกว่า ก็เลยได้มีโอกาสมาเรียนที่กรุงเทพคริสเตียน ม.4 ก็ติดทีมชาติแต่ว่ายังไม่ใช่ทีมชาติชุดใหญ่ เป็นทีมชาติประเภทประชาชนทั่วไป พอมา ม.5 พี่บาสติดเยาวชนทีมชาติ รุ่นอายุ 18 ปี พอมา ม.6 พี่ติดซีเกมส์ทีมชาติชุดใหญ่ หลังจากนั้นก็เหมือนเป็นเด็กในประวัติศาสตร์วงการบาสที่อายุน้อยที่สุด จากนั้นก็ได้โควต้าเข้าเรียน ธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ สื่อสารมวลชน เรียนอยู่ 4 ปีจนเหลืออยู่ 6 ตัวจบ ก็มีปัญา เพราะก่อนหน้านั้นพี่เก็บตัวเล่นบาส ไม่มีเวลาเรียน ทางมหา’ลัยเขาไม่ช่วย นักศึกษาทุกคนต้องเรียนให้ได้เหมือนคนทั่วไป เรารู้เกรดก่อนว่าเราไม่ผ่านแน่ก็เลยซิ่วออกมาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยรามฯ ช่วงนั้นปี 1-4 ปี่ก็อยู่ที่สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก่อนที่จะย้ายมาทีมโมโนแวมไพร์ครับ ‘วัยรุ่นร้องไห้’ จุดเปลี่ยนของชีวิตมาจากความรักของครอบครัว เราเป็นนักกีฬา กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น สิ่งยั่วยุอะไรต่างๆ มันก็เยอะ จากที่พี่ติดครอบครัวพอมาเรียนกรุงเทพฯ ก็เริ่มทะเลาะกับพ่อ จนที่บ้านไม่ไหวละ พ่อพี่เขาถึงขั้นมากรุงเทพฯ มาอยู่ด้วย 1 เดือน โดยที่พี่ไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรอยู่ข้างล่างบ้านทุกวัน พี่ไปเที่ยวกลับบ้านเช้า เห็นพ่อพี่ก็ไม่สนใจเดินขึ้นห้อง ทำอย่างนี้อยู่ประมาณเดือนนึง ก่อนที่เขาจะกลับไป พี่ถึงมารู้ทีหลังว่าเขาเอาชีทที่พี่เรียนมานั่งแล็กเชอร์ให้พี่เดือนนึง หลังจากนั้นพี่ก็เริ่มรู้ตัว เป็นช่วง ‘วัยรุ่นร้องไห้’ พี่เริ่มเปลี่ยนตัวเอง หลังจากย้ายมาเรียนรามฯ มีอยู่วันนึงพี่ไปโรง’บาล ไปตรวจร่างกายละเอียดเลย หลังจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์โทรไปหาแม่ พ่อแม่พี่เป็นครูอยู่ที่สุโขทัย พี่โทรไปหาขอขมาเขา ตั้งแต่นั้นพี่ก็หักดิบ เลิกอบายมุขทุกอย่าง จนถึงตอนนี้พี่ยังไม่เคยยุ่งกับมันอีกเลย นิสัยส่วนตัวอีกด้านที่อยากให้คนอื่นรู้จัก ถ้าคนภายนอกมองจะดูหยิ่งๆ นิ่งๆ แอ็คๆ อย่างตอนเล่นบาสเนี่ยฝากบอกเลยว่าเล่นบาสจะยิ้มมันก็ไม่ได้ไง เราเป็นพ้อยท์การด ทุกคนเขาต้องมองมาที่เรา เราเหมือนกัปตันทีม ต้องห้ามเล่น ไม่งั้นเพื่อนมันจะมองว่าเรายังเล่นได้ มันก็เล่นมั่ง แต่จริงๆ นิสัยพี่เป็นคนกวนตีนมาก ถ้าสนิทกันจะรู เทคนิคการเล่นบาส พี่เล่นตำแหน่งปีกมาก่อนตอนที่อยู่กับสโมสร ‘การไฟฟ้าฯ’ พอย้ายมาอยู่ ‘โมโนแวมไพร์’ พี่ก็มาเล่นตำแหน่งพ้อยท์การ์ด ตัวจ่าย ทำจังหวะให้เพื่อน จริงๆ แล้วตำแหน่งนี้มันต้องแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเอง ‘ชู้ตแล้วเท่’ เคยเป็นความคิดของพี่สมัยเด็ก คิดว่ายังไงเราก็ต้องเป็นตัวทำคะแนน แต่ความจริงแล้วการ์ดจ่ายเหมือนปิดทองหลังพระ ส่งให้เพื่อนทำคะแนนได้นี่แหละเจ๋งล่ะ พี่สูง 181 น้ำหนัก 71 พี่เตี้ยที่สุดในทีมชาติไทย จริงๆ ในทีมบาส 5 คนมันควรมีคนตัวเล็กด้วย 1 คน ที่เป็นคนครองบอล คนญี่ปุ่นตัวเท่าพี่เขายังเล่น NBAได้เลย มันก็พิสูจน์ว่ารูปร่างมันไม่ได้เกี่ยว มันอยู่ที่สมอง และเพราะไม่ใช้สมองนี่แหละที่ทำให้บาดเจ็บ ครั้งแรกคือดั้งหัก ต้องงดใช้จมูก 2 อาทิตย์แล้วอีกครั้งมาหักที่มือขวา ล่าสุดคือที่ฝ่ามือ จริงๆ อุบัติเหตุเราเลือกไม่ได้ แต่ที่ระวังได้ก็คือทักษะ ต้องใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่บ้าพลังอย่างเดียว มีพลังก็ต้องมีสมองด้วย คิดว่าวงการบาสเกตบอลไทยมีแววสู่ระดับโลกบ้างไหม เท่าที่พี่เคยไปสัมผัสชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศฟิลิปปินส์นะครับ ฟิลิปปินส์นี่เขาจะค่อนข้างนิยมบาสเกตบอลมาก นักบาสนี่ดังกว่าดารา เท่าที่พี่ไปดู ฟิลิปปินส์เขาได้ไปบาสโลกเลยนะ แต่ของไทยเรานี่ถ้าจะให้ใกล้เขาเราต้องได้แชมป์ซีเกมส์ เพื่อเป็นตัวแทนอาเซียนไปชิงแชมป์เอเซีย และถึงหาตัวแทนเอเซียไปแข่งชิงแชมป์โลก ซึ่งเราไม่เคยได้แชมป์ซีเกมส์เลย ถ้าจะตามฟิลิปปินส์พี่ว่าอีก 10 ปีก็ไม่ทัน เพราะเขามีลีกที่แข็งแกร่งมาก เด็กมัธยมของเขาเลี้ยงบาสคล่องกว่าพี่แน่นอน น้องๆ ที่อยากเป็นนักบาสอาชีพแบบพี่บาสต้องทำไง ‘เล่นบาส’ เราอย่าไปคิดว่ามันเท่ ถ้าเราเล่นแล้วมันมีความสุข เล่นแล้วมันสวยงาม ถ้าเล่นในสิ่งที่มันถูกต้องมันก็จะมีความเท่ของมันเอง แต่การจะเล่นกีฬาให้มันดีพี่ว่ามันอยู่ที่แนวคิดของคนมากกว่า ว่าเราเล่นเพราะอะไร เราเล่นเพราะเราอยากจะเล่น เราเล่นเพราะมีเป้าหมายของชีวิต อย่างพี่ก็ตั้งเป้าหมายตั้งแต่เด็กเหมือนกันว่าเราอยากติดทีมชาติ ถึงเป้าหมายมันเปลี่ยนมาเป็นนักบาส พี่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ กว่าจะมาถึงตอนนี้พี่ก็มีนั่งร้องไห้อยู่หลังหอเหมือนกัน ของพี่จะเป็นประมาณว่าเล่นข้ามรุ่นตลอด ก็จะโดนกดดันอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เด็กจนโต ร้องไห้บ่อยก็มี แต่เราก็ไม่ได้ร้องไห้ใครเห็น ท้อจนโทรหาแม่อะไรอย่างนี้ ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญ พี่โชคดีที่ครอบครัวพี่อบอุ่น น้องๆ ที่อยากเป็นนักบาสพี่ก็อยากฝากว่า มีเป้าหมายแล้ว เราก็เดินตามเป้าหมายไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบก็ได้ แต่ถ้าตั้งใจจริงมันก็ถึงเป้าหมาย ถึงแม้จะหยุดพักบ้างแต่ก็อย่าลืมว่าเป้าหมายของเราคืออะไร ‘ขอบคุณทุกท่านที่เชียร์ทีม โมโนแวมไพร์ เราเป็นทีมน้องใหม่ที่ก่อตั้งมาได้ปีเดียวก็จริง แต่เราคิดว่าพวกเรายังมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อยากฝากให้ทุกคนช่วยเชียร์ และทุกคนที่คอยเชียร์พวกเรามาตลอดพูดได้คำเดียวว่า ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ ครับ’ ภาพและเนื้อหาโดย candy magazine/teen mthai.com หากนำไปใช้กรุณให้เคดิตและลิ้งค์กลับมาด้วยค่ะ

กลุ่มบิ๊กทรี เตรียมเปิดตัวโครงการ 60 สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระเทพฯ
กลุ่มบิ๊กทรี /  บิ๊กทรี / 

กลุ่มบิ๊กทรี เตรียมเปิดตัวโครงการ 60 สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระเทพฯ แฟนเพจ กลุ่มบิ๊กทรี ได้มีการโพสต์กิจกรรมเปิดตัว โครงการจัดทำสวนสาธารณะถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ซึ่งได้ร่วมกับองค์กรเครือข่ายได้แก่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยสวนสาธารณะดังกล่าวทั้ง 60 แห่งจะมีการคัดเลือกสวนเข้าร่วมโครงการเพื่อเปิดให้ประชาชนในพื้นที่เข้าไปใช้พักผ่อนหย่อนใจได้ โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่สีเขียว เพื่อเข้าร่วมโครงการคือ เจ้าของพื้นที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีแผนการดูแลรักษาในระยะยาวอย่างชัดเจน รวมถึง มีรูปแบบสวน และการออกแบบที่กลมกลืนกับธรรมชาติ มีการจัดการที่ยั่งยืน ประหยัด ใช้ไม้ยืนต้นพื้นถิ่น ใช้วัสดุที่คงทน และง่ายต่อการบำรุงรักษา และเปิดพื้นที่ให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงพื้นที่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และ/หรือ การเรียนรู้ได้ โดยทางกลุ่มจะมีการให้คำปรึกษาในการออกแบบ ปรับปรุง และงานด้านภูมิสถาปัตยกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันการศึกษา ให้ความรู้ด้านเทคนิคการปลูกต้นไม้ใหญ่ และการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่อย่างถูกวิธี และการสนับสนุนกล้าไม้จากกรมป่าไม้ ปตท. หรือโครงการฯ รับซื้อกล้าไม้ที่ชุมชนเพาะเลี้ยง MThai News ภาพประกอบจาก ผลงานออกแบบสวนประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง โดยอาจารย์และนักศึกษา ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย