ซิงกูล่าร์

คืนฟอร์ม!โต๊ะเล็กไทยถล่มตี๋น้อย 7-2 จ่อลอยลำรอบสอง ฟุตซอล เอเชีย
ทีมชาติ ไต้หวัน /  ทีมชาติไทย / 

  ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 14 "เอเอฟซี ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2016" วันที่ 13 ก.พ. นัดที่สอง กลุ่มซี ที่ยูนิเวอร์ซัล สเตเดี้ยม ประเทศอุซเบกิสถาน "โต๊ะเล็กช้างศึก" ทีมชาติไทย ที่นัดแรกชนะ ทาจิกิสถาน  5-4  คืนฟอร์มเก่งไล่ถล่มเอาชนะ ทีมชาติไต้หวัน 7-2 เริ่มเกมครึ่งแรก ไทย ออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรงทำสองประตูรวด ขึ้นนำไปก่อน 2-0 จาก ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ตั้งแต่นาทีที่ 2 และมาได้ ก้องหล้า เหล็กกล้า บวกเพิ่มในนาทีที่ 4 แต่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 13 ไต้หวัน มีฮึดไล่มา 1-2 จากประตูของ ชู เซีย เหว่ย ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลัง ไทย เร่งเครื่องยิงเพิ่มได้อีก 5 ประตู จาก ชาง เชียน หยิง ที่ทำเข้าประตูตัวเองนาทีที่ 22 และ  เจษฎา ชูเดช นาทีที่ 28,  ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ยิงประตูที่สองในเกมส์นี้ได้ในนาทีที่ 33 และวิวัฒน์ ไทยเจริญ นาทีที่ 37 ส่วนไต้หวัน ทำเพิ่มได้ 1 ประตูจาก ไห หมิง ฮุ่ย นาทีที่ 36 จบเกม ทีมชาติไทย ถล่มชนะ  ทีมชาติไต้หวัน ไปแบบขาดลอย 7-2 เก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนนเต็ม โอกาศผ่านเข้า 8 ทีมสุดท้าย ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2016 ค่อนข้างสดใส โปรแกรมของทีมฟุตซอลไทย ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2016 ที่ประเทศอุซเบกิสถาน ตามเวลาประเทศไทย ปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม วันที่ 15 ก.พ. เวลา 21.00 น. พบ เวียดนาม ช่อง 7 ถ่ายทอดสด  

ผลบอล: กินนิ่ม!โรนัลโด้กดเบิ้ลราชันสิบตัวเปิดรังหม่ำบิลเบา
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ /  คาริม เบนเซม่า / 

ผลบอล ลาลีก้า สเปน วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 เรอัล มาดริด 4-2 แอธเลติก บิลเบา ผู้ทำประตู: 1-0 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.3, 1-1 ฮาเบียร์ เอราโซ่ น.10, 2-1 ฮาเมส โรดริเกซ น.38, 3-1 โทนี่ โครส น.45, 4-1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.87, 4-2 กอร์ก้า เอลุสตอนโด้ น.90 เวลา:22.00 น. สนาม: ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ถ่ายทอดสด: BeIN sport // FT - VIDEO (Liga BBVA): Real Madrid C.F. 4-2 Atletic BilbaoAll Goals & Highlights [HD] Posted by Football Goals & Highlights on 13 กุมภาพันธ์ 2016 “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ขยับขึ้นรั้งรองจ่าฝูงศึกลาลีก้า สเปน หลังเปิดบ้านถล่มเอาชนะ แอธเลติก บิลเบา ไปขาดลอย 4-2 โดยนัดนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะตัวเก่งเหมาทำคนเดียวสองประตู และอีกสองลูกได้จาก ฮาเมส โรดริเกซ และ โทนี่ โครส ซึ่งช่วงท้ายเกมส์ เจ้าบ้านเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนเพราะ ราฟาเอล วาราน ถูกไล่ออกจากสนามส่วนทีมเยือนได้ประตูจากฮาเบียร์ เอราโซ่ และ กอร์ก้า เอลุสตอนโด้ รายชื่อ เรอัล มาดริด:เคย์ลอร์ นาบาส(GK),ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, ดานิโล่, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, มัตเตโอ โควาซิช, ฮาเมส โรดริเกซ, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แอธเลติก บิลเบา:กอร์ก้า อีไรซอซ(GK),ออสการ์ เด มาร์กอส, ฆาเบียร์ เอตไซต้า, ไอเมอริค ลาปอร์เต้, มิเกล บาเลนเซียก้า, เบนญาต เอเชบาร์เรีย, อันเดร์ อีตูร์ราสเป้ ,ซาบิน เมริโน่, ฮาเบียร์ เอราโซ่, อินญีโก้ เลเก้,อาริตซ์ อาดูริซ

ถ่ายทอดสด! ABL 2015/16 โมโน แวมไพร์ พบ ไซง่อน ฮีต
2015/16 /  ABL / 

ถ่ายทอดสด! ศึกบาสเกตบอล สโมสรชิงแชมป์อาเซียน (ABL) 2015/16 โมโน แวมไพร์ พบ ไซง่อน ฮีต ถ่ายทอดสด! ศึกบาสเกตบอล สโมสรชิงแชมป์อาเซียน (ABL) 2015/16 ค้างคาวอมตะ โมโน แวมไพร์ เปิดบ้านพบผู้มาเยือนจากประเทศเวียดนาม  ไซง่อน ฮีต รับชมเกมการแข่งขันแบบสุดมันส์ได้ ณ ศูนย์กีฬาในร่ม อาคาร 30 ปีศรีปทุม (ตึก 9) ชั้น12 มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 (วันนี้) เวลา 20.00 น.  หรือชมถ่ายทอดสดผ่านท่างช่อง MONO PLUS หรือทางเวปไซต์ abl.mthai.com (ภาษาอังกฤษ) หรือ monoplus.mthai.com (ภาษาไทย)

ตรุษจีนวันเดียว! The Mermaid และ The Monkey King 2 กวาดรายได้ถล่มทลาย
Entertainment Now /  Stephen Chow / 

เทศกาลตรุษจีนเป็นอีกหนึ่งช่วงที่บ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศจีนจะทำเงินได้อย่างมหาศาล ในช่วงเวลานี้ทางการจีนจะอนุญาตให้ฉายแต่ภาพยนตร์ในประเทศเท่านั้น ประกอบกับชาวจีนจะออกมาใช้จ่ายเงินกันตามประเพณี จึงเป็นโอกาสดีที่ภาพยนตร์จีนหลายเรื่องจะทำเงินได้มากที่สุดในช่วงนี้และภาพยนตร์ที่กวาดรายได้สูงที่สุดในวันเดียวถึง 40 ล้านเหรียญ ได้แก่ภาพยนตร์เรื่อง The Mermaid ผลงานกำกับเรื่องล่าสุดของ โจว ซิงฉือ (Stephen Chow) ตามมาด้วย The Monkey King 2 หรือ ไซอิ๋ว 2 ศึกราชาวานรพิชิตมาร กวาดรายได้ไป 25 ล้านเหรียญ ทั้งนี้ตลาดภาพยนตร์ของจีนถือเป็นตลาดภาพยนตร์ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกเลยทีเดียว การฉายภาพยนตร์ในประเทศจีนจึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของบรรดาค่ายหนังต่าง ๆ ที่หวังจะทำกำไร ติดตามข่าวสารแวดวงฮอลลีวูดที่น่าสนใจได้ใน Entertainment Now วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 น. ช่อง MONO 29

ผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง! 10 อันดับ ทีมดังปล่อยนักเตะไป รุ่ง กับทีมอื่น
10 อันดับ /  บาร์เซโลน่า / 

งานนี้จัดได้ว่าดีลแต่ละคนเสียหายหลายแสนพอสมควรเลยทีเดียว!! เมื่อมีการจัด 10 อันดับ ทีมดังที่พลาดปล่อยนักเตะของตัวเองออกไปโชว์ฟอร์มในระดับ มาสเตอร์พีช กับทีมอื่นๆ ส่วนจะมีใครติดโผเข้ามาบ้าง ไปเช็คกันได้เลย!! 10 อันดับ ทีมดังปล่อยนักเตะไป รุ่ง กับทีมอื่น 1. ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง - เคยเป็นอดีตเด็กปั้นในศูนย์ฝึกเยาชนของ เอซี มิลาน ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมไปยังสโมสรต่างๆ จนกระทั่งสุดท้ายถูกซื้อขาดไปอยู่กับ แซงต์ เอเตียน และกำลังผลิตสกอร์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำกับ ดอร์ทมุนด์ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในขณะที่ค้าแข้งให้ "ปีศาจแดง-ดำ" เจ้าตัวไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามในนามทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว 2. เจอโรม บัวเต็ง - หนึ่งในกองหลังสารพัดประโยชน์ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยปาดหน้าบรรดาบิ๊กทีมซิวตัวมาร่วมทัพ แต่กลับมีเวลาอยู่ในรัง "เรือใบสีฟ้า" ได้เพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น ก็โดนปล่อยกลับบ้านเกิดไปอยู่ บาเยิร์น มิวนิค ในฐานะกองหลังตัวคีย์แมน ซึ่งประสบความสำเร็จกับทัพ "เสือใต้" อย่างมากมาย.. โดยสาเหตุหลักที่ถูกปล่อยออกจาก แมนฯซิตี้ คือฟอร์มไม่ดี แถมยังเคยมรปัญหาในสนามซ้อมกับ "เกรียนโอ้" มาริโอ บาโลเตลลี่ อีกด้วย 3. จอร์จิโอ คิเอลลินี่ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจอมแกร่งที่ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพ "ม้าลาย" ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยในอดีตเจ้าตัวเคยค้าแข้งให้กับ โรม่า อยู่ 2ฤดูกาล(ปี 2002-04) แต่กลับถูก "หมาป่าแห่งกรุงโรม" ประเมินค่าฝีเท้าต่ำเกินไป ทำให้เจ้าตัวได้ย้ายกลับไปยังต้นสังกัดเก่าอย่าง ลิวอร์โน่ หลังจากนั้นฟอร์มดีจนไปเตะตา ฟิออเรนติน่า จนได้ย้ายมาเฝ้าหลังบ้านให้ "ม่วงมหากาฬ" 1 ซีซั่น สุดท้ายปี 2005 คิเอลลินี่ ก็ได้ย้ายมาเป็นกองหลังขวัญใจคนใหม่ของ ยูเวนตุส จนถึงปัจจุบัน 4. พอล ป็อกบา - มิดฟิลด์วันเดอร์คิด ที่สาวก "เร้ด อาร์มี่" ออกอาการเสียดายแบบสุดๆก็คือเจ้าหนุ่มเลือดน้ำหอมรายนี้ เนื่องจากย้ายไปซบตัก ยูเวนตุส ในปี 2012 ชนิดที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อแม้แต่บาทเดียว โดยปัจจุบันด้วยวัยเพียง 22 กะรัต แต่กลับยึดตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวคีย์แมนของทีมไว้ในกำมือได้สำเร็จ แถมยังลงเล่นให้ทัพ "ม้าลาย" ไปกว่า 160 นัดแล้ว 5. ซามูเอล เอโต้ - ใครจะเชื่อว่าในอดีต ซามูเอล เอโต้ เคยเป็นหนึ่งในนักเตะเยาวชนของ "ราชันชุดขาว" (ตั้งแต่ปี 1996-2007) ก่อนจะถูกผลักดันขึ้นไปสอดแทรกในทีมชุดใหญ่ในปีต่อมา(ได้ลงเพียง 5 นัด ยิงไม่ได้สักลูก) หลังจากนั้นถูกปล่อยยืมไปอยู่ทั้ง เลกาเนส, เอสปันญ่อล และสุดท้ายเป็น มายอร์ก้า ที่ยืมตัวพร้อมกับซื้อขาดมาเป็นเจ้าของ.. ต่อมาในปี 2004 ถือเป็นเวลาแห่งการสร้างชื่อของ เอโต้ อย่างแท้จริงเมื่อเจ้าตัวได้ย้ายไปร่วมทัพคู้แค้นตลอดกาลของ เรอัล มาดริด อย่าง บาร์เซโลน่า พร้อมกับฟอร์มการพังตาข่ายที่ทำได้อย่างถล่มทลาย (201 นัด ซัดไป 129ประตู) 6. แมตส์ ฮุมเมลส์ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขวัญใจสาวก "เสือเหลือง" ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างแผลใจให้ บาเยิร์น มิวนิค ได้เป็นอย่างดี เมื่อสมัยยังเป็นดาวรุ่งเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในนักเตะลูกหม้อของ "เสือใต้" ก่อนที่จะถูก ดอร์ทมุนด์ ยืมตัวมาใช้งานในปี 2008-09 หลังจากนั้นถูกซื้อขาดเข้ามาในฤดูกาลถัดไปด้วยเม็ดเงินเพียง 4 ล้านยูโร เท่านั้น 7. อันเดรีย ปิร์โล - กองกลางสายคลาสสิค ถือว่าเป็นดีลที่พลาดซ้ำสองเมื่อในอดีตเจ้าตัวเคยเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ของ อินเตอร์ มิลาน ก่อนที่ "งูใหญ่" ในยุคนั้นมีกองกลางตัวเทพๆหลายคนจับจองตำแหน่งตัวจริงแบบติดหนึบทำให้ ปิร์โล ถูกปล่อยเช่าไปอยู่ เรจจิน่าและเบรสชา หลังจากนั้นก็โดนขายให้เพื่อนร่วมเมืองอย่าง เอซี มิลาน พร้อมกับสร้างตำนานไว้หลายอย่างกับ "ปีศาจแดง-ดำ" ทว่าในปี 2011 เนื่องจาก เอซี มิลาน เริ่มมีปัญหาทางด้านการเงินทำให้จำเป็นต้องปล่อยนักเตะค่าจ้างแพงด้วยการไม่ต่อสัญญาออกไป จนกระทั่งเจ้าตัวย้ายไปอยู่ ยูเวนตุส ฝีเท้าก็ยังไม่ได้ตกลงไปตามอายุที่ขึ้นหลักเลข 3 แถมยังเป็นคนสำคัญในการพา "ม้าลาย" ประสบความสำเร็จมาอย่างมากมายอีกด้วย 8. เคราร์ด ปิเก้ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเลือดกระทิงดุ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ แฟนบอล "ปีศาจแดง" แอบเสียดายอยู่ลึกๆ เมื่อในอดีตพวกเขาเคยเป็นเจ้าของลายเซ็น เคราร์ด ปิเก้ ในสมัยดาวรุ่ง โดยดึงตัวมาจาก บาร์เซโลน่า ซึ่งจุดผกผันของตัวเขาก็คือในระหว่างที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อย ปิเก้ ไปร่วมทัพ เรอัล ซาราโกซ่า ด้วยสัญญายืมตัว ทำให้ฟอร์มการเล่นของอดีตเด็กเก่า "ต่างดาว" เริ่มฉายแสงออกมาในช่วงนั้น ทำให้ บาซ่า ที่เพิ่งดัน เป๊ป กวาดิโอล่า ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่(มาจาก บาร์เซโลน่า เบ) จัดการดึงตัว ปิเก้ กลับมาจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมกับพากันประสบความสำเร็จ และกวาดถ้วยแชมป์มาประดับตู้โชว์ได้อย่างมากมาย 9. เธียร์รี่ อองรี - นี่ก็ถือเป็นดีลที่ใจร้อนเป็นเหตุแท้ๆ! เมื่อในอดีต ยูเวนตุส เคยปิดดีล เธียร์รี่ อองรี มาจากสโมสร โมนาโก ได้สำเร็จด้วยเม็ดเงิน 10.5 ล้านปอนด์ แต่ฟอร์มในซีซั่นแรกกลับยังไม่เปรี้ยงปร้าง โดยผลิตสกอร์ได้ 3 ลูก จากการลงสนามในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ทั้งหมด 16 นัด ทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ จัดการดึงดาวยิงคนบ้านเดียวกันมาสร้างชื่อในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม (ชื่อเดิม ไฮบิวรี่) ด้วยการสังหารตาข่ายให้ "ปืนใหญ่" 226 ประตู จากการลงเล่น 369 นัด 10. ราอูล กอนซาเลซ - ใครจะเชื่อว่าครั้งหนึ่งตำนาน "เจ้าชายแห่งชุดขาว" จะเคยเป็นเด็กฝึกหัดของ แอตเลติโก้ มาดริด ในปี 1990-92 ก่อนที่ เรอัล มาดริด จะจัดการเช็คบิลมาปั้นต่อ พร้อมกับเข็นขึ้นชุดใหญ่และสร้างปรากฏการณ์ล่าตาข่ายให้กับ "ราชันชุดขาว" ไปทั้งหมดทุกรายการ 323 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมดถึง 741 นัดด้วยกัน

พลังใจล้วนๆ หนุ่มลดน้ำหนัก 43 กิโล สู้โรคร้ายออกกำลังกายทั้งๆ ที่ป่วย
Diet /  Fitness / 

เรื่องสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากดั่งคำกล่าวที่ว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ Men.MThai จึงขอพาไปดูเรื่องราวดีๆ ของคุณ Bankba สมาชิคเว็บ Pantip หนุ่มวัย 35 ปี คนนี้ที่ลดน้ำหนัก 43 กิโล ใน 10 เดือน เพราะเป็นโรคอ้วนและตามมาด้วยโรคต่างๆ มากมาย จึงทำให้เขาหันมาดูแลตัวเองและออกกำลังกายสู้กับโรคต่างๆ ลองไปชมประสบการณ์การลดน้ำหนักดีๆ ของหนุ่มคนนี้กัน ผมอายุ 35 ปี สูง 178 นี่ผมเองครับ ลุงอ้วนแก่นี่หละผมเอง ตอนนั้นหนักราวๆ 132 กิโลกรัม BMI 41.66 เป็นโรคอ้วนขั้นสูงสุดครับ เรื่องสุขภาพ  เมื่อมีนาคมปีที่แล้ววันนึง ผมต้องกินยาวันละ 4-5 เม็ด เพื่อบรรเทาอาการขอโรคต่างๆ ดังนี้ ภูมิแพ้  อันนี้ต้องพ่น สเตียรอยด์ ตอนเช้าทุกวัน เพื่อให้ ร่างกายไม่แพ้ฝุ่น เพราะตื่นเช้ามาจะทรมานมาก เพราะหายใจไม่ออก ต้องหายใจทางปาก ไปหาคุณหมอ คุณหมอว่า ต้องพ่นยา + กินยาไป ตลอดชีวิต แล้วให้ดูแล้วห้องนอนไม่ให้มีฝุ่น ทำให้ตอนเช้าๆ จมูกตีบ หายใจไม่ออก เจ็บคอเพราะ กรน+หายใจทางปาก พอพ่นยาแล้วอาการก็ดีขึ้นบ้าง แต่ถ้าช่วงไหนมีไข้หรือเป็นหวัดอาการก็จะทรุดมาก ความดันสูง+ไขมันในเลือดสูง อันนี้ หมอให้กินยาลดไขมันในเลือด แถมโดนเพิ่มปริมาณยา เพราะปริมาณเดิมเอาไม่อยู่  ส่วนความดัน ก็ไปถึง 150-160 / 100-110 บ่อยๆ ช่วงก่อนหน้านี้บวชพระก็ลำบากมาก เพราะบวชสายธรรมยุติ เดินบิณฑบาต หลายกิโล ต้องพ่นยาที่เท้าก่อนออกบิณฑบาต จนกินยามาได้ซัก 2 ปีกว่า เวลาจะไปไหนมาไหนที ยาเป็นถุงๆครับ  ร่างกายแย่มาก เตะบอลนิดเดียวก็จะเหนื่อยมาก แทบขาดใจเลย เวลาไปเที่ยว เดินนิดหน่อยก็จะเหนื่อยมาก เที่ยวไม่สนุก เป็นภาระ คนอื่นคอยเป็นห่วงสุดท้ายกลับมาจากเที่ยวญี่ปุ่นก็เลยคิดว่ายังไงก็ต้องลดให้ได้ เลยเริ่มหาข้อมูลการลดน้ำหนัก  แต่ครั้นจะไปหาเทรนเนอร์เข้าฟิตเนส ก็คงจะไม่ไหว แต่ก็ยังโชคดี ที่ทำงานมีพี่คนนึง เป็นนักเพาะกายดีกรี รองแชมป์กีฬาแห่งชาติ ก็เลยได้ที่ปรึกษาชั้นดีโดยไม่ต้องเสียเงิน จาก จุด start ในวันนั้น คือ 132 อย่างที่ บอก มาดูพัฒนาการความอ้วนครับ สารแรกที่ผมประมวลได้หลังจากที่หาข้อมูล  คือ *** ห้ามอดอาหารห้ามงดแป้ง กินให้เป็นปกติ แต่ให้ใช้เวทเทรนนิ่ง และ คาดิโอ ควบคู่กันไปในการลดความอ้วน *** *** นำหนักที่เหมาะสมในการลดความอ้วนคือ0.5-3 กิโล ต่อเดือน*** ตอนนั้นหนักมากครับวิ่งไม่ได้ ก็ใช้คาดิโอด้วยการปั่นจักรยาน  แล้วก็ซิทอัพจากเครื่องซิทอัพ  ที่มีที่ดึงแล้วก็มีเครื่องยกเหล็ก แบบที่ไว้ดึงๆ ดันๆ  ก็เริ่มเล่นจากวันละ 40 – 60 นาที อาทิตย์ละ 3-5 วัน  แรกๆ นี่น้ำหนักลงไวมากครับ ไม่ถึงเดือนลงไป 7 กิโล  แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะน้ำหนัก 132 นี่คือชั่งหลังจากกลับมาจาก ญี่ปุ่นแบบว่ากินเพียบมามาก พอมากินปกติ + ออกกำลังกายนี่แรกๆ น้ำหนักเลยลดมาค่อนข้างเยอะ แรกๆที่เล่นทรมานมากครับ เดี๋ยวเนื้อตึง เดี๋ยวตะกริวขา  ที่ทรมานที่สุด คือตะคริวหน้าท้องครับ ยืนยังไม่ได้เลยปวดมากครับ ช่วงแรกๆ นี่ยังนอนดึกตามปกติครับ 5 ทุ่ม ถึงตี 1 ตื่นตี 5 ดูละครบ้าง ซีรี่ย์บ้าง เล่นเกมส์บ้าง  กินก็เลิกพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม ของหวาน มื้อเย็นนี่ก็กินบ้างไม่กินบ้าง แต่หมูกระทะ  แฮมเบอร์เกอร์ยังมาเต็มครับ ไปกินบ่อยๆ ใช้ชีวิต แบบนี้มาราวๆ 7 เดือนครับ น้ำหนักลงไปราวๆ 20 กิโลครับ ช่วง 7 เดือนนี้ หักดิบครับ  คือเลิกทานยาทุกอย่างเลย  แต่ความดันลงครับ  อยู่แถวๆ 140/105 แต่ที่ชัดเจนเลยคือ หัวใจเต้นช้าลง จากปกติเคยเต้น 100 นิดๆ ก็มาเหลือแค่ 80 กว่าๆ ในช่วงปกติแต่ที่มหัศจรรย์เลยคือ  ตอนเช้าจมูกไม่ตีบแล้วครับ  หายใจคล่อง  แต่ยังมีอาการภูมิแพ้อยู่บ้างเวลามีฝุ่นมากๆครับ ยังจามอยู่ กางเกงเริ่มหลวมครับ ลงมาใส่ 42 40 ตามลำดับ เริ่มรื้อกางเกงเก่าๆ  มาใส่ครับ อันนี้ยาที่ต้องกินทุกวันครับ แค่บางส่วนนะครับ มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเลย  คือช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วครับ  ผมเข้าโรงพยาบาลครับ  เพราะ มีอาการปวดท้องรุนแรงร้าวไปหลัง แรกๆ หมออายุรกรรม วิเคราะห์ว่าเป็นกระเพาะครับ  ช่วงนี้ น้ำหนักจะลดเยอะเลยเพราะทานอะไรไม่ค่อยได้  อาการก็เป็นๆหายๆ  สุดท้ายต้องเข้าโรงพยาบาลใหญ่ครับ  เช็คละเอียดอีกทั้งอัลต้ราซาวด์ และ MRI ก่อนป่วยคือหนัก 110 จำได้เลยว่าวันที่  20 พย. 2015 ผลอัลตราซาวด์ออกมาก่อน และหมอวิเคราะห์ว่ามีนิ่วในถุงน้ำดี ส่วนหมอศัลย์ดูแล้วส่งไปทำ MRI เพราะ บอกว่า ตับแปลกๆ  แต่ไม่ได้บอกอะไรมาก  ได้คิว mri ปลายๆ ธันวาครับ แล้วก็นัดตรวจเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตอนนั้นกังวลมากครับ สงสัยว่าอะไรคือ ตับแปลกๆ  มะเร็งตับ ฝีในตับ  ตับแข็ง  คือไม่ว่าจะเป็นอะไรก็หนักหน่วงทั้งนั้นครับ ส่วนผลปัสสาวะ มีโปรตีนรั่วครับ นาทีนั้นเลยตัดสินใจเด็ดขาดครับ  ถ้าจะป่วยหนักต้องเตรียมร่างกายไว้สู้กับโรคภัยครับ  ก็เลยเพิ่มเวลาการออกกำลังกาย เป็น 1-1.5 ชม. และ 6 วันต่อสัปดาห์  แน่นอนครับ  ปวดร้าวไปหลัง ยกเวทไม่ไหวแน่ แต่ก็พยายามทำท่าอื่นๆ และคาดิโอให้มากขึ้น  ทำทั้งๆ ที่ยังนอนเจ็บอยู่เลยนี่หละครับ แต่อันนี้ สำคัญมากครับ  ผมเน้นเลยนะครับ เพราะผมเชื่อว่า น่าจะมีส่วน  มากๆเลยครับ  เรื่องการกินครับ พอช่วงที่ป่วยเนี่ย  เนื่องจากถุงน้ำดีมันจะทำงานเวลาร่างกายต้องการน้ำดีไป ย่อยไขมันครับ   ดังนั้นช่วงป่วยนี่ผมไม่กล้าทานอะไรเลย  แอ๊ปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้มทั้งวันครับ เพราะกลัวเจ็บไปหมดครับ  เต็มที่คือ ต้มผักกินสุกี้เอาครับ และจากการหาข้อมูลทำให้ได้รู้ว่าพวกอาหารแปรรูปทั้งหลาย ผงชูรส ของหมักดอง น้ำปลา ไม่ดีกับไต ผมก็เลยเลิกขาดทุกชนิครับ สุดท้ายกินแค่ สุกี้ ผักต้ม ปลาปิ้ง ผลไม้สด ผักสด ในช่วงเดือนนี้ป่วยซะมากครับ วันที่ 20 ธ.ค. น้ำหนักคือ 99 ครับ  ต่ำกว่า 100 แล้ว  แต่ ไม่มีแรงครับ เวทที่เคยยกได้ก็ยกไม่ได้ครับ ต้องยกที่น้ำหนักน้อยลง แต่ที่เพิ่มแน่นอนคือพักผ่อนครับ  ตอนนี้เริ่มนอน 2-4 ทุ่มครับ ตื่นตี 5 เหมือนเดิม พออาการปวดเริ่มลดลง  ก็เริ่มกินมากขึ้นครับ นับๆ ดูให้ได้ ซํก 2 พัน แคลในแต่ละวัน   ใช้วิธีกินบ่อยๆครับ  เช้า 7 โมง กลางวัน 11 โมง บ่ายๆกินผลไม้ครับ เย็นก็กินผลไม้บ้าง บางทีออกกำลังกายกลับมาดึกอาบน้ำเสร็จก็นอนเลย หลังจากอาการเริ่มดีขึ้น  ผมก็อัดเวลาออกกำลังเพิ่มไปอีกครับ แต่เพิ่มแค่วันหยุดนะครับ วันธรรมดาไม่มีเวลาแล้ว คือวันหยุดปกติเช้าจะไปวิ่งประมาณ 15-30 นาที รวมวอร์ม + คูลดาว เย็นก็เล่นฟิตเนส + คาดิโอ อีก 2-3 ชม. เรื่องการกิน คือ ไม่กินอาหาร ทอด + ผัด ก็กิน ต้ม นึ่ง แกง(ไม่กะทิ) เท่านั้น อาหารแปรรูปทุกชนิดเลี่ยงครับ กินจืดไม่ปรุงเพิ่ม เลิกน้ำปลา ดังนั้นเมนูผม จะเป็นอะไรที่หากินง่ายๆได้ทุกวันครับ  เช่น สุกี้ (ไม่เอาน้ำจิ้มสูตรเต้าหู้ยี้ ถ้าไม่มีก็ไม่ซดน้ำ) แกงส้ม พะโล้ กินแต่ไข่ เพราะน้ำมันเค็ม แกงเห็ด ส้มตำ ลาบ ยำ แกงป่า แกงไตปลา สลัด+ปลาทูน่าไม่ใส่น้ำสลัดกินมันเขียวๆนี่หละ ข้าวโพดหวานต้ม ก๋วยเตี๋ยว ขนมปังโฮลวีต แอปเปิ้ล กล้วย ทานวันละ 2 มื้อครับ คือ 7โมงกับ 11 โมง ถ้าหิวบางวันบ่ายๆก็กินผลไม้หรือ ขนมปังครับ พอกินมากขึ้น เริ่มยกน้ำหนักได้มากขึ้นครับ  ยกเวทได้ที่น้ำหนักเท่าเดิมแล้วแต่วันไหนที่ปวดครบทุกส่วนของร่างกายก็จะพักครับ คือ ปวดใต้ซี่โครง ปวดข้างๆหน้าอก ปวดต้นขาด้านหลัง  ก็จะพัก1-2วันครับ  เท่ากับว่าจะเล่น 4-6 วันพัก1-2 วันครับ เรื่องสุขภาพ ความดันลงเยอะมาก จนวันที่ไปทำ MRI พยาบาลบอกเลยว่าอย่าให้ต่ำลงไปถึงขนาด 80-90 /60-70  มันจะวูบ แล้วก็จริงๆ ด้วย เพราะช่วงที่ผมป่วยหนักและกินไม่เป็นปกตินั้น ความดันต่ำมากครับ และก็วูบบ่อยๆ  แต่ตอนนี้ความดันปกติแล้วครับ คือ 120+/ 80+ บางทีตัวล่างก็วิ่งไปถึง 90 นิดๆครับ แต่ก็ไม่เกินนี้ ภูมิแพ้ แทบไม่มีอาการแล้วครับ ยกเว้นเวลาไปที่ที่แบบฝุ่นมากจริงๆ จะมีจามบ้าง ล่าสุด เมื่อ วังอังคารที่ผ่านมาหมอนัดตรวจแล้ว  ตับเจอซีสครับ เซนกว่าๆ ถุงน้ำดียังมีอาการบวม แต่เนื้อตับไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับแข็ง  สุดท้ายหมอนัด ตัดถุงน้ำดีสิ้นเดือนครับ อ่านมาถึงตรงนี้  ใครมีคำแนะนำช่วงพักฟื้นก็ดีนะครับ ว่า ช่วงที่แผลยังไม่หายผมออกกำลังกายท่าไหนได้บ้าง ผมกลัวกลับไปอ้วนอีกครับ ส่วนเรื่องเสื้อผ้า ใส่ไม่ได้ครับ อันนี้ตัวอย่างเสื้อตัวเก่ากับเสื้อใหม่ครับ ตอนนี้ลำบากมากครับ เพราะเสื้อเก่าๆ ใส่ไม่ได้แล้วต้องไปรื้อเสื้อเก่ามากๆมาใส่  ถ้าซื้อใหม่ บางตัวก็ M บางตัวก็ L ครับพวกเสื้อเชิ้ตก็ xl พวก 4-6 xl ใส่ไม่ได้แล้วครับกางเกง เข็มขัดเอาไม่อยู่ครับ บางเส้นเอาไปเจาะเพิ่ม 4 รูก็ยังใส่ไมได้ ตอนนี้ ใส่เอว 34-36 ครับ ผมมี เหตุผลเป็นร้อยอย่างที่คิดว่าอ้วนแล้วมีความสุข ร่าเริง อารมณ์ดี ที่สำคัญไม่หนักหัวใครด้วย แต่เชื่อผมเถอะครับ ความเจ็บป่วยมันทรมาน หันมาดูแล สุขภาพเถอะครับ  อ้วนแล้วไม่หนักหัวใครหรอกครับ หนักหัวตัวเองกับคนรอบข้างนี่แหละ โรครุมเร้า ร่างกายอ่อนแอ ผมคิดว่า มี 3 อย่าง ที่ควรดูแลให้เหมาะสม คือ การกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย เท่าที่สังเกตุหลังจากวันพักนี่น้ำหนักลงแบบฮวบๆ หลายขีดเลยครับ  Men.MThai ขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพ จากคุณ Bankba สมาชิคเว็บ Pantip ที่มา http://pantip.com/topic/34765786

ทำได้หรอ ? พนักงานเอาของเหลวที่ยึดผู้โดยสารจากสนามบินมาขายต่อ
ของเหลว /  ขายของที่ยึดได้จากสนามบิน / 

ชาวเน็ตถามแบบนี้ก็ได้หรอ ? หลังมีภาพขายต่อของเหลวที่ยึดได้มาจากผู้โดยสารที่สนามบิน วันนี้ (14 ก.พ. 59) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมรายหนึ่งเข้ามาตั้งกระทู้ถามถึงกรณีที่ ตนได้เจอภาพโพสต์ขายพวกครีม โรลออน โลชั่น สเปรย์ เครื่องสำอาง ในเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า เป็นการยึดของเหลวที่ห้ามนำขึ้นเครื่องบินมาจากผู้โดยสาร ทั้งนี้กระทู้ดังกล่าวระบุว่า... เจอสด ๆ ร้อน ๆ ในทวิตเตอร์เลยค่ะ สงสัยมากอยากทราบค่ะ ข้อความจากทวิตเตอร์ของ @ununfah น้องเอามาแชร์ในเฟซ...น่าหงุดหงิด เราเคยโดนสั่งให้ทิ้งที่ล้างเครื่องสำอางค์แบบเหลือเยอะด้วย คือพนง.สนบ.เอามาขายต่อ ?? แบบนี้ก็ได้หรอ ?? เอาของเหลวพวกครีม โรลออน โลชั่น สเปรย์ มาขาย ????  เราเคยโดนให้ทิ้งครีมเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เหลือนิดเดียวแต่เค้าบอกว่าขวดมันขนาดเกิน เราก็โอเค ทิ้งไป คิดว่าเค้าจะเอาไปทิ้งต่อ หรือทำอะไรตอนนั้นก็ไม่ได้คิด ก็ช่างมันไป แต่ก็ไม่ได้นึกว่าจะเอามาขายกันแบบนี้ เกินไปไหมเอ่ย ที่มา : สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมหมายเลข 2987894 MThai News

WHOคาดอีก18ด.วัคซีนไวรัสซิก้าจะแล้วเสร็จ
จีน /  ทำแท้ง / 

องค์การอนามัยโลก คาดอีก 18 เดือน ข้างหน้าจะแล้วเสร็จ วัคซีนไวรัสซิก้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังความพยายามอย่างเต็มกำลัง สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามันโลก ฝ่ายระบบสาธารสุขและนวัตกรรมแถลงว่า ขณะนี้มี 15 บริษัทหรือหน่วยงานได้ร่วมทำการทดลองขนาดใหญ่เพื่อผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสซิก้า มี 2 หน่วยงานซึ่งมีความคืบหน้าบ้างแล้วหนึ่งในนั้นคือสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของสหรัฐซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนกับ ภารัต ไบโอเทค ตั้งอยู่ที่อินเดียและผลจากการดำเนินความพยายามอย่างเต็มกำลัง เช่นนี้คาดว่าอีกประมาณ 18 เดือนถึงจะแล้วเสร็จสำหรับวัคซีน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ระบุอีกว่า ประมาณ 4-8 สัปดาห์ถึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่าไวรัสซิก้าเกี่ยวพันกับอาการร้ายแรงอีก 2 อาการคือศีรษะเล็กผิดปกติ กับกลุ่มอาการ กิลแลงบาร์เร่ ผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้าส่วนใหญ่อาการจะอยู่ในระดับปานกลางแต่ก็สร้างความวิตกเพิ่มขึ้นได้อีกว่าไวรัสซิก้าอาจเกี่ยวพันไปถึงอีก2 กลุ่มอาการร้ายแรง สำหรับโรคศีรษะเล็กนั้นเกิดกับทารกแรกเกิดทำให้ศีรษะเละสมองเล็กส่วนกลุ่มอาการ กิลแลงบาร์เร่ นั้นรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาตและทำให้เสียชีวิตได้ ที่มา innnews ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หัวหน้าคณะแพทย์ทีมนักกีฬาทีมชาติเยอรมัน ระบุ ไวรัสซิกา ไม่กระทบโอลิมปิกที่บราซิล แต่ให้อิสระนักกีฬาตัดสินใจจะเข้าร่วมหรือไม่ แบรนด์ โวลฟาร์ธ หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทีมโอลิมปิกของทีมชาติเยอรมัน ออกมากล่าวว่า ไวรัสซิก้าที่กำลังระบาดในประเทศบราซิล จะไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่รีโอ เดอ จาเนโร อย่างไรก็ตาม จะให้ความเคารพต่อการตัดสินใจของเหล่านักกีฬาทั้งหลาย ว่ายินดีจะเข้าร่วมชิงชัยหรือปฏิเสธที่จะไม่เดินทางไปบราซิล โดย นายแพทย์ โวลฟาร์ธ กล่าวว่า นักกีฬามีสิทธิที่จะตัดสินใจว่า พวกเขาจะเข้าร่วมแข่งขันหรือไม่ แต่สิ่งแรกที่เราดำเนินการอยู่คือการเฝ้าระวังและติดตามดูพัฒนาการของเชื้อไวรัสอย่างใกล้ชิด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทางการจีน พบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรก ไม่ห่วงเกิดการระบาดในประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จีนพบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรกแล้ว โดยรายงานระบุว่า ชายชาวจีน วัย 34 ปี ที่เพิ่งเดินทางไปยังอเมริกาใต้เมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นชาวจีนคนแรกที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสซิกา สาธารณสุขและหน่วยงานวางแผนครอบครัว กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวมาจากเมืองกานเสียน ในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แต่ทางการจีนมองข้ามความเสี่ยงที่โรคดังกล่าวจะแพร่ระบาดในภูมิภาค เนื่องจากจังหวัดเจียงซี เป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น สำหรับผู้ป่วยชายคนดังกล่าว เพิ่งเดินทางกลับมาจากเวเนซุเอลา โดยเดินทางผ่านฮ่องกง และเสิ่นเจิ้น เมื่อวันที่ 28 มกราคม โดยมาพร้อมกับอาการไข้และวิงเวียนศีรษะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชายคนดังกล่าวกำลังถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลบ้านเกิด และอาการเบื้องต้นเริ่มทุเลาขึ้น เนื้อหาจาก INN ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก วานนี้ (3 ก.พ.) สำนักข่าว 'เอ็นดีทีวี' รายงานข่าว กรณีที่นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในไฮเดอรา รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ได้ทำการจดทะเบียนสิทธิบัตรวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในโลกที่สามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ ดร. กฤษณะ เอลล่าประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำการทดลอง วิจัย โดยใช้คนและสัตว์ ในการทดลองระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และ สภาการวิจัยทางการแพทย์อินเดีย (ICMR) เพื่อพัฒนา และแก้ไขวิกฤตการระบาดของเชื้อดังกล่าว ที่มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น โดยในระยะเวลา 4 เดือนจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้กว่า 1ล้านชิ้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ซีดีซี ยังพบผู้ป่วย 'โรคซิกา' ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ในสหรัฐฯเป็นรายแรก ซีเอ็นเอ็น รายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ 'ซีดีซี' ยืนยัน กรณีผู้ป่วยโรคซิการายแรกในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากกลับมาจากประเทศเวเนซุเอลา โดยไวรัสดังกล่าว แฝงอยู่ในเลือดผู้ป่วยได้ราวสัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอสุจิได้นานเท่าไร ซึ่งขณะนี้ซีดีซี กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง กรณีดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากในปี 2556 พบเชื้อไวรัสซิกา ในปัสสาวะและอสุจิ ชายวัย 44 ปี และในปี 2551 พบกรณีเดียวกันในเซเนกัล นอกจากนี้ซีดีซี เผยว่ามีเอกสารที่ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้ ติดต่อผ่านการคลอด ถ่ายเลือด น้ำนมแม่ ได้เช่นกัน องค์กรอนามัยโลก เผยว่า ในปีหน้ากว่า 24 ประเทศ ในอเมกาเหนือ อาจมีผู้ป่วยโรคซิการาว 4 ล้านคน ซึ่งทางการได้ประกาศเตือนให้สตรีหลีกเลี้ยงการตั้งครรภ์นานถึง 2 ปี ในประเทศที่มีการระบาด เพราะเชื้ออาจส่งผลให้ทารกที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อ เกิดมามีศีรษะเล็กผิดปกติ ที่มา cnn ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุข ออกประกาศให้ 'โรคซิกา' เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ ลำดับที่ 23 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมด้วย พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและที่ปรึกษากรม คร. แถลงข่าวเกี่ยวกับ'โรคซิกา' โรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโรคนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน นพ.อำนวย กล่าวว่า ได้มีการออกประกาศเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มเติม 2 ฉบับ โดยฉบับแรก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ โดยระบุอาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง อาจมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายในบางราย โดยทั่วไปจะมีอาการป่วยประมาณ 1 สัปดาห์ และฉบับที่ 2 ประกาศ สธ. เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ เมื่อพบผู้ป่วยต้องรายงานให้ สธ.ทราบ การเฝ้าระวังป้องกันโรคจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. หญิงตั้งครรภ์ 2. ผู้ป่วยไข้ออกผื่น เป็นกลุ่มก้อน จะมีการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที 3. ทารกที่คลอดแล้วมีศีรษะเล็ก และ 4. ผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ โดยจะเน้น 4 มาตรการ คือ 1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2. การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3. การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด 4. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท นอกจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มข้นในการออกไปสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนโรคทันทีและอย่างจริงจังหากมีรายงานโรคดังกล่าว พร้อมทั้งจัดด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศบริเวณสนามบิน เพื่อเฝ้าระวังเข้มแข็งในกรณีที่มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ ที่มีการระบาดของโรคแล้วมีอาการไข้ประกอบ นอกจากนี้ยังมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนักระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศอาเซียนบวก 3 เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกันในการป้องกันและควบคุม 'โรคซิกา' เป็นกรณีพิเศษ พร้อมกันนี้ มีการขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันกำจัดทั้งตัวยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ เพราะการกำจัดยุงลาย สามารถควบคุมได้ถึง 3 โรค ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้ซิกา และไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย ขณะที่เชื้อดังกล่าว กลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีผลระหว่างประเทศ โดยล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอความร่วมมือกับประเทศภาคี ในการรับมือกับโรคดังกล่าวแล้ว หลังจากทารกที่มารดาได้รับเชื้อดังกล่าวในบราซิล กว่า3,000 คน เกิดมามีศีรษะเล็ก สมองพิการ ไม่พัฒนา  ในบราซิล ขณะที่ไม่มีผลร้ายแรงต่อผู้ใหญ่ไม่รุนแรงเท่าไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีคหรือยารักษา ส่วนมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ส่วนวิธีการป้องกันตัว คือการป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจ 'แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว' เผยข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ไวรัสซิกา ที่เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกดังนี้ '(Zika Fever ) ระบาดแล้วนะครับ องค์การอนามัยโลก (WHO ) ประกาศให้ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น "ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก" โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 และ ประเทศไทย ของเราก็ทันสมัยเหลือเกิน โดยหลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศเพียง 1 วัน ประเทศเราก็พบผู้ป่วย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี ป่วยอยู่ที่ รพ ภมิพล นะครับ โรคนี้ติดต่อโดย ยุงลายเป็นพาหะ นะครับ กัดคนป่วย แล้วมากัดเรา เราก็ติดเชื้อนะครับ อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร ดูจาก infographic ด้านล่างนี้นะครับ' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบผู้ป่วยไข้ซิการายที่ 2 ของไทย องค์กรอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉิน พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพล กล่าวถึงกระแสข่าว การพบผู้ป่วยโรคซิการายที่ 2 ของประเทศไทย และเป็น ซึ่งผู้ป่วยรายแรกของโรงพยาบาลภูมิพล เป็นชายไทย วัยราว ๆ 20 เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมาด้วยอาการไข้ มีผื่น ตาแดง เมื่อยตามเนื้อตัว และได้รับหารยืนยันว่าเป็นไข้ซิกา โดยการรักษาจนผู้ป่วยอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่ถือว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นพาหะสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้โรคไข้ซิกา ที่กำลังระบาดหนักในละตินอเมริกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผวา มาใกล้ไทยมาก กรมสุขภาพมาเลเซีย เตือน ไวรัสซิกาอาจระบาดเข้าประเทศ เพราะมียุงชุกชุม และยังไม่มีด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ ดร.ลอคมาน ฮาลิม สุไลมาน รองอธิบดีกรมสุขภาพแห่งมาเลเซีย แถลงว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจับตา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งเป็นเรื่องตึงเครียดระดับโลกอยู่ในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเข้าในประเทศ โดยสาเหตุเกิดจาก มาเลเซีย เป็นประเทศที่มียุงชุกชุม และยุงเองก็เป็นพาหะของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ชาวมาเลเซียยังไม่เคยมีภูมิต้านทานโรคไข้ซิกา และหากมีผู้ป่วยในประเทศก็มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วแม้ผู้ติดไวรัสซิกาจะมีอาการไม่รุนแรงจนถึงชีวิต แต่กระทรวงถือว่าซิกาเป็นเรื่องใหญ่เพราะเชื้ออาจทำให้ทารกในครรภ์ผู้ป่วย เกิดมามีศีรษะเล็กแต่กำเนิด และสมองผิดปกติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ขณะนี้ยังไม่มีจุดตรวจคัดกรองไวรัสดังกล่าวในมาเลเซีย ดังนั้นขอจึงมีการขอความร่วมมือ ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้โปรดแสดงตัวต่อศูนย์กักโรคหรือหน่วยงานสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดหากเป็นไข้และมีผื่น นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้สตรีมีครรภ์งดเดินทางไปยัง 22 ประเทศและดินแดนที่ไวรัสซิกากำลังระบาด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก เตือน ไวรัสซิกา มีแนวโน้มระบาดไปทั่วทวีปอเมริกาในอนาคต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลก เตือนว่า ไวรัสซิกาที่มีอาการติดเชื้อจากการป่วยมีไข้ เยื่อบุตาอักเสบ และปวดศีรษะ เป็นอาการเริ่มแรกของเชื้อไวรัส ถูกพบใน 21 ประเทศ ทั้งในประเทศอาหรับ ทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปอเมริกา ซึ่งไวรัสดังกล่าวจะส่งผลไปยังทารกแรกเกิดทำให้สมองมีพัฒนาการต่ำ บางประเทศแนะนำให้หญิงที่ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทารกที่จะเกิดมา ทั้งนี้ไวรัสชนิดดังกล่าวยังไม่มียาป้องกันหรือรักษาด้วย สำหรับไวรัสซิกามีถิ่นกำเนิดและถูกพบครั้งแรกในพื้นที่ทวีฟแอฟริกา ก่อนจะแพร่เข้าสู่อมเริกา และปรากฏอีกครั้งในประเทศบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การขาดภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติยิ่งช่วยให้เชื้อไวรัสดังกล่าวกระจายไปอย่างรวดเร็วด้วย ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเป็นชาวอังกฤษแล้ว 3 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก inn ขอบคุณคลิปวีดีโอจากรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปี ลดเสี่ยงทารกผิดปกติจากเชื้อซิกา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแถลงข่าวพบชาวอังกฤษติดเชื้อ 'ไวรัสซิกา' จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไปยังโคลัมเบีย ซูรินามา หรือ ดัตช์เกียนา และกายอานา พร้อมย้ำว่าไวรัสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในอังกฤษ และไม่แพร่กระจาย ติดต่อจากคนสู่คน แต่ส่งผลกระทบทำให้สมองของเด็กทารกที่มารดาติดเชื้อถูกทำลาย ทั้งนี้ 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานว่า จากกรณที่มีเด็กทารก ที่มารดาได้รับเชื้อนี้ ในบราซิล เกิดมาพร้อมศีรษะที่เล็กผิดปกติเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เองทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปีนี้ รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีในเอลซัลวาดอร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการห้ามการทำแท้ง เพราะตามกฎหมายของเอลซัลวาดอร์ห้ามสตรีทำแท้งในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่การถูกข่มขืน เด็กผิดปกติ หรือภาวะที่เป็นอันตรายต่อมารดา เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาด้วย ข่าวที่เกี่ยวข้อง -ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ โรคไข้ซิกา -เตือนเฝ้าระวัง ไวรัสซิกา หรือ ไข้ซิกา สาเหตุหลัก จากยุงลาย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn จส.100 สนับสนุนข้อมูล

คึกคัก! คู่บ่าวสาวแห่ วิวาห์ใต้สมุทร จ.ตรัง
จดทะเบียนใต้ทะเล /  ตรัง / 

คู่บ่าวสาววิวาห์ใต้สมุทร จ.ตรัง ถ่ายภาพกันอย่างคึกคัก ก่อนลงเรือไปจดทะเบียนใต้ทะเลที่เกาะแหวน วันนี้ (13ก.พ.) ที่บริเวณสะพานท่าเทียบเรือหาดปากเมง อ.สิเกา จ.ตรัง จัดงานวิวาห์ใต้สมุทร 2559 คู่บ่าวสาวได้มาถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน โดยมี นายพิชัย มะนะสุทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง ได้ร่วมคณะเพื่อลงเรือไปยังเกาะแหวน อ.กันตัง เพื่อทำพิธีจดทะเบียนสมรสและรดทรายสังข์ทองใต้ทะเล บริเวณสถานีรถไฟอันดามันแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีหัวรถจักรและตู้โบกี้ 20 ตู้ ระดับความลึกของน้ำอยู่ที่ 18 เมตร โดยให้คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสต้องดำน้ำลงทะเลเพื่อไปประกอบพิธี ขณะนี้เรือได้ออกเดินทางถึงเกาะแหวนเรียบร้อยแล้ว

จตุพรแฉ!ขบวนการอ้าง 'รมต.-อพศ.' หักหัวคิวงบฯชาติ
จตุพร พรหมพันธุ์ /  หักหัวคิว / 

"จตุพร" แฉซ้ำ กลุ่มคนอ้างชื่อ "รมต. -อพศ." หักหัวคิวโครงการขุดลอกคูคลอง จี้ สตง.สอบด่วน เชื่อ ทำเป็นขบวนการ จากกรณีมีกระแสข่าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ออกมาากล่าวถึงกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยปฏิบัติการผ่านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ในโครงการขุดลอกคลอง และมีการเรียกรับผลประโยชน์มากถึง 70 % ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นจริง ล่าสุด นายจตุพร ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวว่า นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น ได้เดินทางมาพบและได้นำหลักฐานมาให้ส่วนหนึ่ง ระบุถึงคนที่แอบอ้างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นมีตัวตนจริง ตามที่นายถาวร เสนเนียม ได้เคยร้องเรียนไป แต่เรื่องกลับเงียบ ขณะที่กลุ่มธรรมาภิบาลฯ ก็ได้เคยไปยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็ไม่มีการเรียกมาสอบถามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร "กลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่นได้ทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดของโครงการนี้ ซึ่งได้แจกให้สื่อมวลชน เช่นกันว่ามีการเก็บเงินหัวคิวเพื่อเป็นค่าจองโครงการจากนั้นก็ต้องจ่ายให้ครบ โดยมีการแอบอ้าง พล.อ.ประวิตร โดยมีชื่อคุณนาย อ.ที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ไม่มีใครกล้าแตะเพราะเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าไม่รักชาติหากมายุ่งกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก การที่ทหารไปรบนั้นไม่ใช่ที่จะต้องขุดคลอง ลอกท่อ แบบนี้ เพราะฉะนั้นโฆษกกระทรวงกลาโหมนั้นอธิบายหน่อยว่าที่เขามายื่นหนังสือนั้นไม่เป็นจริง เพราะใช้สถานที่ องค์การทหารผ่านศึกอีกทั้งยังมีชื่อ พล.อ.ประวิตร ด้วยก็เลยคิดว่าจะมีการจ้างงาน ถ้าท่านเห็นแบบนี้นั้นนิ่งดูดายไม่ได้เลย ถ้ารัฐบาลจะมองผมเป็นศัตรู แต่ไม่ยอมมองคนที่ใช้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกทำมาหากินกับงบประมาณชาติบ้านเมือง...ก็เอากัน" นายจตุพรกล่าว จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รีบเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกลุ่มคนอ้างชื่อ อผศ. เพราะพบว่าโครงการดังกล่าวมีการเรียกเก็บค่าหัวคิวมากถึงร้อยละ 40 - 50 และระหว่างการตรวจสอบ อผศ. ก็ควรเปิดแผนการโครงการขุดลอกคลองออกทั้งหมด เพื่อเป็นการพิสูจน์และยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการแอบอ้างนี้ อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ชอบผู้ชาย ขี้เก๊ก ทำไงดี อยากรู้ว่าเขาจะชอบเราบ้างไหม
ขี้เก๊ก /  แอบชอบ

เรื่องมันก็ยาวนะคะ แต่รวบรัดละกัน คบกันแบบเพื่อนมาหลายปี ตั้งแต่เริ่มคบกันเป็นเพื่อน เขาเป็นคน ขี้เก๊ก แต่ชอบแอบมองเราตลอดเวลา เวลาอยู่กะเราเหมือนประหม่า แต่ก็ยังคงความขี้เก๊กไว้เสมอ เวลาคุยหรือเล่าอะไรชอบโอ้อวดตัวเองเสมอ ไม่รู้เราไปชอบเขาได้ยังไง อยากถามมาดามรักว่า เขาชอบเรารึเปล่า เพราะไม่แน่ใจอ่ะค่ะ ชอบมองเราตลอด แต่ไม่ค่อยกดไลน์ ไม่ค่อยคอมเม้น ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกัน แต่กับคนอื่นเขาทำสิ่งเหล่านี้หมด ตอนแรกก็คิดนะว่าเราคิดไปเองไหม แต่ความรู้สึกเรามันบอกว่าเขาชอบเรา เพราะชอบแอบมองเราตลอด พอเราหันไปสบตาก็รีบหลบ เวลาร้องเพลงตอนมีกิจกรรมร่วมกันก็ร้องแล้วก็มองเราบ่อยๆ ยิ่งเนื้อเพลงประมาณ ฉันรักเธอ ก็จะสบตาเรา อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ เวลาเปิดเพลงให้ฟังก็จะเป็นเพลงรักๆ เลยสงสัยว่าสรุปเขาชอบเราไหม แต่ก็ไม่กล้าถาม มีคนประเภทนี้รึเปล่าคะ ชวนเพื่อนช่วยไขคำถาม : เราเชื่อว่า “ทุกคนคือกูรูด้านความรัก” ทุกคนย่อมมีประสบการณ์ความรักที่แตกต่าง อย่าเก็บมันไว้เพียงลำพัง เพราะขณะนี้มีเพื่อนๆของเรากำลังประสบกับปัญหาหัวใจที่ยากจะแก้ไขด้วยตนเอง “เรา” จึงอยากชวนเพื่อนๆ ชาว Women MThai มาช่วยกันไขปัญหารัก ให้กับเพื่อนสมาชิกของพวกเรา เพราะในหลายๆ คำถาม “มาดามรัก” อาจเข้าช่วยเหลือได้ไม่ทันท่วงที หวังใจว่ากำลังใจหรือประสบการณ์จากเพื่อนๆ จะช่วยเยียวยาและเป็นแรงใจส่งต่อให้เพื่อนๆ ของเราได้ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก 

กินเด็กเป็นอมตะ!!!  นิว รัก นาว ไม่มีแก่
นิว วงศกร /  นาว ทิสานาฏ / 

ดูท่าว่า 'กินเด็กเป็นอมตะ' จะมีส่วนจริงไม่มากก็น้อยแล้วละค้าาา ไม่เชื่อลองดูคู่รักวิกหมอชิต อย่างหนุ่ม นิว วงศกร กับสาวน้อย นาว ทิสานาฏ สิ เรียกว่าเป็นคู่รักต่างวัยที่น่าเอ็นดูฝุดๆ ต่างวัยชนิดที่หนุ่มนิวรูปหล่อโดนขนานนามว่าเป็นพระเอกกินเด็กเลยก็ว่าได้ จุดนี้แม้วัยจะห่างแต่ความรักความเอาใจใส่เขาไม่มีห่างนะจ๊ะๆ ยังคงแนบแน่นและเหนียวหนึบมาจนถึงทุกวันนี้ งานนี้อมตะจริงหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ หนุ่มนิวคบหาน้องนาวมีแต่จะดูเด็กลงๆๆๆ ตามสาวเจ้าไปซะแล้ว ทั้งที่ถูกมอบฉายาพระเอกกินเด็กให้ แต่ไหงดูไปดูมาเหมือนหนุ่มสาววัยละอ่อนคบหากันซะงั้น ไม่ได้ดูเหมือนโคแก่กินหญ้าอ่อนเลยสักนิด แหม...ก็ไม่รู้ว่าคบหาเด็กน้อยเลยต้องแอ๊บอายุ แอ๊บบุคลิก แอ๊บหนังหน้าให้สดใสอ่อนวัยไปด้วยอ๊ะเปล่า ห่างกันเป็นสิบๆ ปี แต่เบ้าหน้างี้ใสด้วยกันทั้งคู่ เอ้า!!! เห็นทีต้องไปหาเด็กกินบ้างซะแล้ว คริๆๆ นิว วงศกร-นาว ทิสานาฏ นิว วงศกร-นาว ทิสานาฏ นิว วงศกร-นาว ทิสานาฏ นิว วงศกร-นาว ทิสานาฏ

ประคบร้อน หรือ ประคบเย็น บรรเทาโรคตา ทำถูกวิธีช่วยรักษาได้โดยไม่ต้องใช้ยา
ตาเจ็บ /  ประคบตา / 

ในหลายๆโรคหมอตาจะแนะนำประคบร้อน หรือประคบเย็นเพื่อช่วยในการรักษานอกจากยา กรณีไหนบ้างที่จะแนะนำให้ประคบร้อน? หรือ กรณีไหนบ้างที่จะแนะนำให้ประคบเย็น? และทำอย่างไรดี? ไขข้องข้องใจได้จากบทความนี้ครับ การประคบร้อน / เย็นบริเวณตา โดย นพ.คณินท์ เหลืองสว่าง ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร การรักษาพยาบาล โรคทางตา นอกจากการใช้ยาหยอดและยากินแล้ว การใช้ความร้อน/ความเย็นประคบ เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการและรักษาโรคทางตา โดยการประคบบริเวณดวงตาด้วยความร้อนช่วยทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น บรรเทาอาการปวด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำให้ไขมันที่อุดตันต่อมไขมันที่เปลือกตาละลาย การประคบเย็นบริเวณดวงตาช่วยบรรเทาอาการคันที่เกิดจากภูมิแพ้ที่ดวงตา ทำให้หลอดเลือดหดตัวลดอาการบวมและเลือดออกจากการผ่าตัดที่เปลือกตาหรืออุบัติเหตุกระแทกบริเวณเบ้าตา ข้อบ่งชี้การใช้ "ความร้อน" ประคบตา - ตากุ้งยิง (Hordeolum) และ เปลือกตาอักเสบ (blepharitis) : เกิดจากการติดเชื้อบริเวณต่อมที่เปลือกตา ทำให้เปลือกตาบวมแดง มีหนองได้ และการอักเสบอาจลามมาที่เนื้อเยื่อข้างเคียงทำให้เปลือกตาอักเสบ (blepharitis) การประคบร้อนร่วมกับการนวดเบาๆ ช่วยบรรเทาอาการปวด และทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ตากุ้งยิงและเปลือกตาอักเสบหายเร็วขึ้น - ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน (MGD) : เกิดจากการที่ไขมันที่ต่อมไขมันที่เปลือกตาเกิดการแข็งตัว อุดตันทางออกของน้ำตาชั้นไขมัน ทำให้ตาแห้ง แสบตา เคืองตา การประคบร้อนช่วยให้ไขมันที่อุดตันละลายออก น้ำตาชั้นไขมันออกมาเคลือบกระจกตาได้ดีขึ้น ลดอาการตาแห้ง แสบเคืองตา - ตาล้าจากการใช้คอมพิวเตอร์ (computer vision syndrome) : เกิดจากการใช้สายตาเพ่งมองคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ต เป็นเวลานานๆโดยไม่พักสายตา ทำให้เกิดอาการปวดตา เคืองตา แสบตา การประคบร้อนช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา บรรเทาอาการปวดตา ลดอาการแสบเคืองตา วิธีทำที่ประคบร้อนตา วิธีที่1 - เตรียมผ้า หรือถุงผ้าสะอาด (อาจตัดเย็บเป็นรูปเข้ากับดวงตา) - ใส่ข้าวสารในถุงที่เตรียม มัดปากถุงหรือปิดปากถุงให้เรียบร้อย - นำเข้าMicowave. อุ่นให้พอร้อน 10-15 วินาที - ตรวจความร้อนว่าร้อนเกินไปหรือไม่ โดยเอามาอิงที่หลังมือ - วางประคบบนตาครั้งละ 5-10 นาที วันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น หรือตามต้องการ วิธีที่ 2 - นำผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆ อุ่นใน Microwave 10-15 วินาที - นำออกมาแตะหลังมือตรวจความร้อนให้พอเหมาะ - นำผ้าแห้งหรือถุงซิปล็อคมาห่อผ้าขนหนูที่ร้อนอีกที - วางประคบบนตา 5-10 นาที วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือตามต้องการ ข้อควรระวัง: ความร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้มีแผลพุพองได้ ข้อบ่งชี้การใช้ "ความเย็น" ประคบตา - ภูมิแพ้เยื่อบุตา (allergic conjunctivitis) : เกิดจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ มีการหลั่งสารฮิสตามีนและมีสารน้ำรั่วจากหลอดเลือด ทำให้เกิดอาการคันตาและอาการตาบวม การประคบเย็นทำให้หลอดเลือดหดตัว ลดการหลั่งสารฮิสตามีนและลดการรั่วของสารน้ำ ลดอาการคันบริเวณดวงตาและลดอาการบวมจากภูมิแพ้เยื่อบุตา - หลังผ่าตัดเปลือกตา : หลังการผ่าตัดเปลือกตา อาจมีเลือดออกบริเวณที่ผ่าตัดและเนื้อเยื่อรอบๆบวมช้ำ การประคบเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว เลือดแข็งตัว ลดอาการบวมช้ำและช่วยห้ามเลือด - บวมช้ำรอบดวงตาจากอุบัติเหตุ : หากเกิดอุบัติเหตุกระทบกระแทกบริเวณรอบดวงตา ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณรอบดวงตาบวมช้ำ อักเสบได้ การประคบเย็นช่วยลดการอักเสบจากอุบัติเหตุ และช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวมช้ำได้ วิธีทำที่ประคบเย็นตา วิธีที่ 1 - นำน้ำแข็งและน้ำใส่ในชามหรือกะลังใบเล็ก - นำผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำเย็นในชาม บิดให้หมาดๆ - นำผ้าขนหนูมาวางประคบบริเวณดวงตา ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง หรือตามต้องการ วิธีที่ 2 - นำน้ำสะอาดใส่ถุงซิปล็อคแล้วนำไปแช่ตู้เย็นช่องแช่แข็ง หรือนำน้ำแข็งใส่ถุงซิปล็อค - นำถุงซิปล็อคที่มีน้ำแข็งภายในมาห่อด้วยผ้าขนหนูเปียกหมาดๆ - นำมาประคบบริเวณดวงตา ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง หรือตามต้องการ ข้อควรระวัง: ระวังไม่ให้ถุงน้ำแข็งสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง อาจทำให้เกิดแผลจากน้ำแข็งกัดได้ (frostbite) ที่มาจาก สุขภาพตา โดย ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย All About Eye by RCOPT

กีวี ชะลอวัย ทานแล้วไม่แก่
กีวี /  ชะลอวัย / 

กีวี ชะลอวัย ทานแล้วไม่แก่    กีวี ได้ชื่อว่ารวมรสชาติของผลไม้ 3 ชนิด เข้าไว้ด้วยกัน ทั้ง พีช (peach) สตอว์เบอร์รี่ (strawberry) และเมลอน (melon) เมื่อผนวกกับ เนื้อที่นุ่ม ฉ่ำน้ำ จึงกลายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน             “กีวี เป็นผลไม้ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะมีสารแอนติออกซิแดนต์มากที่สุดชนิดหนึ่ง”             หนังสือ The 150 Healthiest Foods on Earth ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สารแอนติออกซิแดนต์ในผลกีวี ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี ช่วยต้านมะเร็ง และปกป้องเซลล์จากการทำลายของฟรีแรดิคัล ซึ่งเป็นสาเหตุของความชราและโรคจากความเสื่อม คุณ อลิซาเบธ วอร์ด (Elizabeth Ward) นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และอดีตโฆษกของ สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Dietetic Association) ขยายความว่า“กินกีวีสด 1 ผลใหญ่ จะได้รับวิตามินซีปริมาณสูง เพียงพอกับความต้องการของร่างกายใน 1 วัน นอกจากนี้ กีวี ยังเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินอี โพแทสเซียม และใยอาหาร ต่างจากผลไม้ส่วนใหญ่ที่มีสารอาหารเหล่านี้ไม่ครบทุกชนิด” มื้อต่อไป กินกีวีช่วยชะลอวัยและต้านโรคกันดูนะคะ ที่มาเนื้อหา จาก นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 342 www.cheewajit.com

คืบหน้า ! เหยื่อดินไหวไต้หวันสูงเฉียดร้อย สูญหาย30ชีวิต
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

ตัวเลขผู้เสียชีวิตเหตุแผ่นดินไหวประเทศไต้หวัน พุ่งเกือบ 100 เจ้าหน้าที่เร่งหาผู้สูญหายอีก 30 คน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ความคืบหน้าค้นหาร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศไต้หวัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ล่าสุดพบเพิ่มเป็น 94 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังมีความพยายามที่จะค้นหาร่างผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดผู้สูญหายอยู่ที่ประมาณ 30 คน แต่ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตนั้นเป็นไปได้ยากมาก เมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ขณะที่ทางการมีการควบคุมตัวผู้บริหารของบริษัทรับเหมาที่ก่อสร้างตึกเหว่ยกวนจินหลง หรือโกลเด้น ดราก้อน ตึกที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว พร้อมตั้งข้อหาประมาทสำหรับการวางโครงสร้างของตึกที่ไม่ถูกต้อง เนื้อหาและรูปภาพโดย INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ในไต้หวัน ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 59 ศพ ทั้งนี้ประเด็นเรื่องตึก The Wei-guan Golden Dragon Building ถล่ม เป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างหนัก เพราะเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ทั้งยังมีกรณีมาตรฐานการก่อสร้างอาคารดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ทว่า มีเสียงเรียกร้องให้มีการ ยกเครื่อง มาตรฐานอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว ให้มีความแข็งแรง หลังจากเกิดการละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐจัดการกับอาคารเก่า อย่างไรก็ตาม มีอาคารที่ไม่ได้มาตรฐาน ตั้งอยู่ในท้องที่อีกหลายแห่ง และมีความจำเป็นต้องเช็คสภาพ ไม่ต่างจากการตรวจสุขภาพของมนุษย์ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ไต้หวัน ที่พังถล่มจากแผ่นดินไหว... สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานความคืบหน้าเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.4 แมกนิจูด ทางภาคใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้าตรู่ประมาณ 04.00 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ล สร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ศพ วานนี้มีรายงานว่า อัยการจับกุมผู้ก่อสร้างอาคารสูงในเมืองไถหนาน ที่พังถล่ม มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในจุดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีเอาผิดฐานฆ่าคนตายโดยประมาท เหว่ย-กวน โกลเดน ดรากอน อาคารอพาร์ตเมนต์ที่พักสูง 17 ชั้น ในเมืองไถหนาน เป็นอาคารสูงแห่งเดียวของเมืองที่พังทลายราบ และเป็นจุดที่พบผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด ราว 40 ศพ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวทางใต้ของไต้หวัน ล่าสุดสังเวย 32 ศพแล้ว ยังสูญหายใต้ซากอีกนับร้อย วันนี้ (8 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย บาดเจ็บมากกว่า 500 ราย -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 14 ศพ บาดเจ็ฐกว่า 500 ราย จนท.เร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 150 ราย ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองไถหนาน ทางใต้ของไต้หวัน เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้กว่า 400 ราย ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 800 นาย ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 156 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในซากอาคารหลายหลังที่พังถล่ม โดยเฉพาะอาคารที่พักอาศัยความสูง 17 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาทั้งหลัง และยังไม่สามารถติดต่อผู้ที่พักอาศัยในอาคารได้อีกประมาณ 30 ราย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกจากซากปรักหักพังได้แล้วกว่า 250 ราย ส่วนเรื่องการดูแล รัฐบาลได้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะแผ่นดินไหว โดยกองทัพได้จัดเตรียมที่นอน 1,200 ชุด ในสถานที่ทั้งหมด 4 แห่งแล้ว ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

โหดขึ้นหิ้ง!! อองรี จัดขุมกำลัง 11 ตัวจริงทีมท็อปโฟร์พรีเมียร์ฯ จิ้งจอกติดเพียบ
ท็อปโฟร์ /  พรีเมียร์ลีก / 

งานนี้ถือว่าวางขุมกำลังมาโหดพอตัวเลยทีเดียว!! สำหรับ เธียร์รี่ อองรี อดีตยอดศูนย์หน้าระดับตำนานของ อาร์เซนอล ที่เลือก 11 ตัวจริงสำหรับบรรดาทีมท็อปโฟร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ(เลสเตอร์ ซิตี้,อาร์เซนอล,สเปอร์,แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ส่วนจะมีใครติดโผเข้ามาบ้าง ไปชมกันได้เลย.. 11 ตัวจริงทีมท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก ของ เธียร์รี่ อองรี ปีเตอร์ เช็ก (ผู้รักษาประตู) จากสโมสร : อาร์เซนอล เอ็กเตอร์ เบเญริน (แบ็คขวา) จากสโมสร : อาร์เซนอล โรเบิร์ต ฮูธ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ) จากสโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้ โลรองต์ กอสเซียลนี่ (เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ) จากสโมสร : อาร์เซนอล คริสเตียน ฟุคส์ (แบ็คซ้าย) จากสโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (มิดฟิลด์ตัวรับ) จากสโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้ ริย้าด มาห์เรซ (ปีก) จากสโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้ เดลเล่ อัลลี่ (ปีก) จากสโมสร : สเปอร์ เมซุต โอซิล (มิดฟิลด์ตัวรุก) จากสโมสร : อาร์เซนอล เซร์คิโอ อเกวโล่ (ศูนย์หน้า) จากสโมสร : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจมี่ วาร์ดี้ (ศูนย์หน้า) จากสโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้

น้องเมย์สุดแกร่ง! เข้าชิงฯ แบดมินตัน
ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข /  บดินทร์ อิสสระ / 

น้องเมย์ โชว์ฟอร์มแกร่ง เอาชนะคู่ปรับจากเกาหลีใต้ ทะลุเข้าชิงชนะเลิศ แบดมินตัน "ปริ้นเซส สิริวัณณวรีนารีรัตน์ ไทยแลนด์ มาสเตอร์ 2016" น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ ไม่พลาด เอาชนะ ซุง จี ฮุน มือ 5 จากเกาหลีใต้ไปได้ 2 - 0 เกม ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับ ซุน หยู จากจีน ที่เอาชนะน้องครีม บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธ์ มาได้ 2 - 0 เกมเช่นกัน ส่วนคู่ผสมของไทย บดินทร์ อิสสระ กับ สาวิตรี อมิตรพ่าย สู้ความแข่งแกร่งของ ชาง เป็นซุน กับ โก๊ะ หลิวหยิง จากมาเลเซียไม่ไหว พ่ายไป 2- 0 เกม 21-18, 21-14 เช่นเดียวกับเจ้าสอง ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข พ่ายให้กับ ลี ฮุน อิล มือ 1 ของรายการ 2 - 0  เกม 21-11,21-11 ภาพ : เฟสบุ๊ค สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ