ซิงกูล่าร์

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ใบเตย-จ๊ะ ควงคู่สยบข่าวเกาเหลา!!
ใบเตย อาร์สยาม /  ใบเตย สุธีวัน / 

ร่วมงานไร้ปัญหา ใบเตย อาร์สยาม ควง จ๊ะ คันหู สยบข่าวเกาเหลา! แจงคลิปต้นเหตุนานแล้ว สาวจ๊ะชี้เป็นการแสดงเพื่อเอ็นเตอร์เทนคนดูเท่านั้น โดยส่วนตัวมีโอกาสได้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว ปัดผู้ใหญ่เรียกคุย ก่อนจะพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าไม่ใช่การสร้างกระแสโปรโมทเพลงใดๆ ทั้งสิ้น งงยังเป็นข่าว... ใบเตย "ไม่งงเนอะ ความสัมพันธ์เหมือนเดิมไม่มีอะไรเลย" จ๊ะ "วันนี้นิ่งๆ คือจริงๆ แล้วจ๊ะตื่นตั้งแต่ตี 4 ก็เลยนิ่งคือแบบว่าไม่ได้นอนง่วงมากค่ะ ไม่ได้กลัวเป็นข่าวเพราะว่าข่าวก็เป็นมาอยู่แล้วอ่ะ ก็ไม่รู้ว่ามายังไงก็งงเหมือนกัน" ใบเตย "คือความจริงระหว่างหนูกับน้องไม่ต้องเคลียร์อะไรกันมากเพราะว่าเรารู้กันว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็ความจริงก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ น้องก็ยังไลน์มาหาหนู น่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง" ใบเตย "คือความจริงเพิ่งได้มาคุยกันแบบปกติเมื่อตอนซ้อมเต้นเนอะ ไม่ได้มีหลังจากคอนเสิร์ตหรืออะไร ไม่มีค่ะ ไม่มีผู้ใหญ่ คือในเรื่องนี้ใบเตยต้องชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องของผลงานการแสดง เพราะฉะนั้นใบเตยไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายตรงนี้กับน้อง ก็ต้องให้บริษัทหรือผู้ใหญ่เป็นคนที่พูดคุยอะไรอย่างนี้ค่ะ" จ๊ะ "คือจริงๆ แล้วนะคะ ถ้าใครได้ติดตามชีวิตหนูก็จะรู้ว่าหนูเป็นคนขี้เล่นมาก และคลิปนั้นมันเป็นคลิปที่นานตั้งแต่พี่ใบเตยดังแน่นอก คือ ณ ตอนนั้นน่ะหนูเล่นที่ไหนก็จะมีแต่คนพูดถึงพี่ใบเตย พี่ใบเตยๆ คือตอนนั้นดังมาก แน่นอกใช่ไหมคะก็เลยพูด พอพูดเสร็จปุ๊ป ทุกสิ่งทุกอย่างหนูพูดจบแล้วหนูพูดบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือการแสดง บนเวทีคือการแสดงทั้งหมด เพราะหนูเล่นแนวเอ็นเตอร์เทนใช่ไหมคะ แต่กลับมีแค่คลิปนั้นลงแต่ไม่มีคำพูดที่หนูบอกว่าเป็นการแสดงลงใช่ค่ะ" จ๊ะ "คือจริงๆ หนูได้คุยกับพี่คนที่สนิทกับพี่เตย ก็คือเคลียร์ตั้งแต่แรกแล้ว มีข่าวตั้งแต่แรกๆ อันนี้มันเป็นข่าวนานมาแล้วใช่ไหมคะ หนูเคลียร์เลยเพราะหนูเป็นคนที่ชัดเจน หนูบอกเลยว่าเป็นการแสดง ถ้าหนูไม่ชอบพี่เขาจริงๆ หนูไม่ต้องด่าบนเวทีหรอกค่ะ คือถ้าหนูไม่ถูกจริงๆ หนูไม่จำเป็นต้องมาบอกสื่อด้วยใช่ไหมคะ" ใบเตย "ไม่ทราบเลย แต่ว่าที่ไม่ได้ทราบเนี่ยไม่ได้โกรธ หรือว่าขุ่นเคือง ไม่งั้นคงโต้ตอบผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คหรือทุกอย่าง แต่ว่าเรารู้แล้วว่ามันคือตัวของน้อง มันคือความเป็นน้องเป็นคนแบบนี้ น้องการเอ็นเตอร์เทนแบบนี้บนเวที ซึ่งได้เคยเห็นน้องเขียนลงในไอจีแล้ว" จ๊ะ "คือหนูเป็นคน ตอนแรกไลน์พี่เตยไม่มี เบอร์พี่เตยไม่มี หนูขอไลน์จากคนใกล้ชิดพี่เตยเพื่อหนูจะไลน์ไป เพราะหนูงงมากว่าข่าวออกมาได้ยังไง เพราะมันเป็นอะไรที่แบบมันนานมาแล้วน่ะค่ะ แล้วมันไม่น่ามาเกิดอีกรอบนึงอะไรอย่างนี้ คือหนูเคลียร์ไปแล้ว" จ๊ะ "จริงๆ แล้วคุยกันตั้งแต่วันมาซ้อมเต้น หนูถามเลยว่าพี่ข่าวมันมาได้ยังไง มันคืออะไร อะไรอย่างนี้หนูก็ถามเลย" ใบเตย "ร่วมงานกันได้ สบายมากค่ะ ไม่เกาเหลา ไม่มีปัญหา ค่ายเดียวกันค่ะ ผู้ใหญ่เรียกคุย ไม่นะคะ เพราะเวลาเจอหน้ากันเราไม่มีปัญหาอะไรกันอยู่แล้วค่ะ ยืนยันไม่ได้เกาเหลา ค่ะ ความจริงไม่ต้องสยบข่าวเพราะต่อไปเราก็คงได้ร่วมงานกันอีกเยอะ ถึงไม่ใช่งานนี้ เราค่ายเดียวกันน่ะค่ะทุกงานก็ต้องได้เจออะไรอย่างนี้ มันก็เป็นเรื่องของมิตรภาพมากกว่า กระแส ไม่มีอ่ะค่ะ อย่างสร้างเลย" ใบเตย "เหมือน ณ วันนี้ก็เป็นสีสันของวงการมากกว่า เป็นสีสันของการเริ่มต้นงานใหม่เนอะ อยากให้มองอย่างงั้น ความจริงก็ไม่มีใครตั้งใจอยากจะให้มันเป็นกระแส ยิ่งเป็นกระแสที่ไม่ดี ไม่โอเคกับทั้งสองฝ่ายอะไรอย่างงี้ค่ะ แต่ว่ามันคือความเป็นข่าวที่เริ่มต้นผลงานใหม่อะไรอย่างงี้ค่ะ" จ๊ะ "คือจริงๆ แล้วจ๊ะต้องบอกไว้เลยว่า มีคอมเม้นท์บางคอมเม้นท์ที่คอมเม้นท์ว่าหนูสร้างกระแสเพลงนี้ หนูพูดเลยนะคะว่าหนูไม่จำเป็นต้องสร้างกระแส และหนูก็ไม่เคยคิดที่จะสร้างกระแส เพราะว่าหนูเป็นคนตรงมาก หนูเป็นคนชัดเจน ถ้าอะไรที่หนูทำ หนูจะบอกว่าทำ แต่ถ้าอะไรที่ไม่ทำ หนูคือไม่ทำ บอกไว้เลยว่าหนูไม่ได้สร้างกระแสแน่นอน แต่หนูก็งงว่าข่าวออกมาได้ยังไง และหนูก็ยังเฮ้ยมันเป็นกระแสอะไรยังงี้ได้ยังไง เพราะเพลงใกล้จะออกอย่างนี้ แต่หนูยืนยันว่าหนูไม่ได้สร้างกระแส" ใบเตย - จ๊ะ อาร์สยาม ใบเตย - จ๊ะ อาร์สยาม ใบเตย - จ๊ะ อาร์สยาม ใบเตย - จ๊ะ อาร์สยาม

อันแจฮยอน จัดแฟนปาร์ตี้ครั้งแรกประเดิมที่ไทย 6 ธ.ค.!
2014 Blind Date Meeting with Ahn Jae Hyeon in Bangkok /  Ahn Jae Hyeon / 

the Lime Thailand ชวนสาวไทยร่วมงานปาร์ตี้นัดบอด ลุ้นเป็นสาวผู้โชคดีได้ใกล้ชิด กับ อันแจฮยอน หนุ่มเจ้าเสน่ห์มิติที่ 4 ใน 2014 Blind Date Meeting with Ahn JaeHyeon in Bangkok ประเดิมที่ไทยเป็นที่แรกรับประกันความฟิน The Lime Thailand(เดอะ ไลม์ ไทยแลนด์) ผุดโปรเจคพิเศษ จัดปาร์ตี้นัดบอดให้สาวไทยมีโอกาสลุ้นได้ใกล้ชิดกับดาราหนุ่มมาดนายแบบบุคลิกเท่ไม่เหมือนใคร อันแจฮยอน(Ahn Jaehyun) ในงาน 2014 Blind Date Meeting with Ahn Jae Hyeon in Bangkok (ไบลด์ เดท มีทติ้ง วิท อันแจฮยอน อิน แบงคอก) งานแฟนปาร์ตี้ครั้งแรกในชีวิตของอันแจฮยอนประเดิมจัดที่ประเทศไทยเป็นที่แรก เปิดโอกาสให้สาวไทยได้ใกล้ชิดก่อนใคร ถือเป็นโอกาสพิเศษสุดๆ ของสาวไทย ที่จะได้มีโอกาสรู้จักและได้เห็น อันแจฮยอน ในมิติที่หลากหลายผ่านงานแฟนปาร์ตี้ครั้งนี้ เพราะเป็นครั้งแรกที่ อันแจฮยอน จะมาเผยความเป็นตัวตนให้สาวไทยได้รู้จักอย่างหมดเปลือก หลังจากที่ทุกคนติดใจในผลงานละครแจ้งเกิดมาแล้วอย่างเรื่อง You Who Came From The Stars ที่รับบทเป็น ยุนแจ น้องชายของนางเอกในเรื่อง ได้เล่นประกบทั้งคิมซูฮยอนและจอนจีฮยอน จนโด่งดังเป็นพลุแตกในเวลาอันรวดเร็ว และด้วยกระแสความแรงของละครเรื่องนี้ที่ฮิตติดลมบนในหลายประเทศ ส่งผลให้ชื่อของ อันแจฮยอน ถูกค้นหาและมีสาวๆ ทั่วเอเชียอยากรู้จักหนุ่มคนนี้ให้มากขึ้น ซึ่ง อันแจฮยอน เริ่มเข้าวงการด้วยการเป็นนายแบบมาดเท่ ก่อนจะมาเดบิวท์ผลงานการแสดง โดยมีผลงานละคร You Who Came From The Stars, You’re All Surrounded และหนัง Fashion King ออกมาสู่สายตาผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชื่อของ อันแจฮยอน เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็วและมีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่ไทยมีสาวๆ แอบกรี๊ดอยู่มากมาย เช็คเรตติ้งได้จากตอนที่เขาเดินทางมาพักผ่อนส่วนตัวที่ประเทศไทย พอมีคนรู้ข่าวก็มีแฟนคลับไปตามรุมล้อมอยู่มากมาย สร้างความเซอร์ไพรส์ให้หนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นงานแฟนปาร์ตี้ในครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสพิเศษแถมยังเป็นแฟนปาร์ตี้ครั้งแรกในชีวิตของ อันแจฮยอน เชื่อแน่ว่าน่าจะมีอะไรพิเศษให้แก่ผู้ชมในงานอย่างแน่นอน ฟินแรกที่ไม่ต้องรอลุ้น! คือการได้รับสิทธิ์ Hand Shake สัมผัสมือนุ่มๆ ของ อันแจฮยอน ทุกที่นั่ง โดย อันแจฮยอน ฝากข้อความถึงไทยทุกคน "อยากให้งานในครั้งนี้ทำให้เราได้ใกล้ชิดกันขึ้น ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวให้มากที่สุดถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ อีกไม่นานก็จะได้เจอกันแล้วครับอยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ แล้วก็หยุดเวลาช่วงนั้นไว้คงจะดีมากๆ เลยครับ ถ้าอยากรู้ว่าเราจะได้ใกล้ชิดกันขนาดไหนต้องมากันให้ได้นะครับ" เรียกได้ว่างานแฟนปาร์ตี้ในครั้งนี้น่าจะเป็นงานนัดบอดในฝันของสาวไทย ที่อยากจะมีโอกาสได้เดทใกล้ชิดกับ อันแจฮยอน สักครั้งหนึ่งในชีวิต โอกาสนั้นมาถึงแล้ว! ร่วมลุ้นเป็นสาวผู้โชคดีที่จะได้มีโอกาสขึ้นเวทีแบบใกล้ชิดประกบกับเขา ได้ในงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกของ อันแจฮยอน ใน 2014 Blind Date Meeting with Ahn Jae Hyeon in Bangkok วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 เวลา 17.00 น. ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) บัตรราคา : 3,800 / 2,800 / 1,800 และ 1,300 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่หน้าเว็บไซต์หลัก www.thelimethailand.com ในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน2557 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม(เกี่ยวกับเรื่องการจองบัตรเท่านั้น) ติดต่อ thelimeticket@gmail.com หรือ Hot Line 095-748-3602, 0910294710 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/TheLimeThailand สิทธิพิเศษสำหรับบัตรแต่ละราคา 1. รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม Hand Shake กับ อันแจฮยอน สำหรับบัตรทุกที่นั่ง ทุกราคา ทุกโซน 2. รับ Official Poster ฟรีทุกที่นั่ง ทุกราคา ทุกโซน 3. สำหรับบัตร VVIP ราคา 3,800 บาท ลุ้นรับสิทธิ์ถ่ายภาพหมู่ (Group Photo) ร่วมกับอันแจฮยอนทั้งหมด 300 คน โดยแบ่งเป็นกรุ๊ปละ 30 คน จำนวน 10 กรุ๊ป โดยใช้วิธีสุ่มจากบัตรราคา 3,800 บาท เท่านั้น! 4. พิเศษ! สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรแฟนมีตติ้ง 7 วันแรก ลุ้นรับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นของอันแจฮยอน จำนวน 10 รางวัล โดยจะสุ่มจากที่นั่งทุกราคา ทุกโซน ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

แววตา - เป๊ก ผลิตโชค feat. ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า
FRONTAGE FREEFORM /  ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า / 

แววตา เพลงช้าสุดฮิต จาก เจ เจตริน ร้องใหม่ ทำใหม่ ในแบบ เป๊ก ผลิตโชค feat. ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า จากโปรเจค FRONTAGE FREEFORM แววตา ซิงเกิ้ลเพลงช้าอีกเพลงที่อยู่ใน FREEFORM โดยที่ศิลปินที่จะมาช่วยถ่ายทอดนั้นคือ เป๊ก ผลิตโชค การมาเป็นศิลปินหลักในซิงเกิ้ลนี้ เราจะได้ยินวิธีการดีไซน์เสียงร้องแบบที่ไม่คุ้นหูจาก เป๊ก มาก่อนและดนตรี ยังมีความเท่โดยการ Featuring จากศิลปินสุดฮิปสเตอร์อย่าง ตุล อพารต์เมนต์คุณป้า มาช่วยในเรื่องของการเรียบเรียงดนตรีและคิดท่อน RAP ในแบบฉบับของเขาไว้ด้วย และเอ็มวีนี้ยังได้สุดยอดฝีมือแห่งวงการแฟชั่น อย่าง อาร์ต อารยา อินทรา มาคุมไดเร็คชั่นและกำกับให้อีกด้วย เนื้อเพลง แววตา คำร้อง : ประดับ ปนทอง ท่อนแร็พ ตุล ไวฑูรเกียรติ ทำนอง : ชาตรี คงสุวรรณ เรียบเรียง ตุล และ Yaak Lab ————————————————————— ใจของเธอ เป็นของใคร ใจของเธอ และฉันก็เป็นทางผ่าน แววตาของเธอเปลี่ยน ดูแล้วมันช่างเย็นชา ใจเธอก็คงเปลี่ยน วันที่ใครอีกคนเข้ามา เปลี่ยนไปไม่เหมือนคนเก่า ที่ฉันเคยเป็นเงาในแววตา ได้เห็นก็ได้แต่เรียนรู้ว่า ฉันเหลือเวลาไม่มากเท่าไร เธอมองที่ฉันไม่เหมือนเวลาที่มองเขา เธอมองที่เขาเหมือนรู้ใจกันมานาน ตาเธอมันฟ้องว่าเขาเป็นคนที่เธอฝัน และฉันก็เป็นทางผ่าน เป็นวันวานให้ชีวิตเธอ ใจของเธอ เป็นของใคร ใจของเธอ และฉันก็เป็นทางผ่าน เธอคงไม่ต้องบอก ความต้องการจากใจเธอ เพียงมองก็เข้าใจ ยอมฉันยอมหลีกทางให้เธอ เมื่อเธอไม่เหมือนคนเก่า ที่ฉันเคยเป็นเงาในแววตา ได้เห็นก็ได้แต่เรียนรู้ว่า ฉันเหลือเวลาไม่มากเท่าไร เธอมองที่ฉันไม่เหมือนเวลาที่มองเขา เธอมองที่เขาเหมือนรู้ใจกันมานาน ตาเธอมันฟ้องว่าเขาเป็นคนที่เธอฝัน และฉันก็เป็นทางผ่าน เป็นวันวานให้ชีวิตเธอ (RAP) เหมือนเป็นถนนที่เธอเคยเดินผ่าน เหมือนเช็คอินด้วยเที่ยวบินของเมื่อวาน เหมือนล็อตเตอร์รี่ที่ออกไปแล้วงวดก่อน เหมือนมีเครื่องผลิตโชค แต่เรามีโรคทับซ้อน มันจึงเป็นเพียงสิ่งที่เราต้องทำใจ ชีวิตยังเดินหน้าจะทำไรก็ทำไป เธอไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เสียเวลา ในเมื่อความเป็นจริงมันใสปิ๊งในแววตา เธอมองที่ฉันไม่เหมือนเวลาที่มองเขา เธอมองดูเขาเหมือนรู้ใจกันมานาน ตาเธอมันฟ้องว่าเขาเป็นคนที่เธอฝัน และฉันก็เป็นทางผ่าน เป็นวันวานให้ชีวิตเธอ ใจของเธอ เป็นของใคร ใจของเธอ และฉันก็เป็นทางผ่าน และฉันก็เป็นทางผ่าน เป็นวันวานให้ชีวิตเธอ ————————————————————— ฟังต้นฉบับ เพลง แววตา จากอัลบั้ม ชูลา ชูล่า จากพี่เจ เจตริน วรรธนะสิน

หนุ่มใหญ่ไต้หวันหึงจัด ตัดหู จมูก ปาก แฟนสาวทิ้งลงชักโครก
ตักจมูก /  ตักปาก / 

หนุ่มใหญ่จอมทมิฬ ชาวไต้หวัน ก่อเหตุตัดจมูก ปาก หู แฟนสาว เหตุหึงหวงฝ่ายหญิง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนาย หวาง วัย 79 ปี ในไต้หวัน หลังจากที่เขาตัด จมูก หู และปาก ของแฟนสาวของเขา ทิ้งลงชักโครก ด้วยสาเหตุมาจากความหึงหวง เพราะระแคะระคายว่าแฟนของเขาจะไปมีความสัมพันธ์กับชายอีกคนหนึ่ง จากรายงานเขาใช้เชือกมัดมือ เท้า ของเธอ และทำการตัดอวัยวะต่างๆบนใบหน้า ตั้งแต่ หู ปาก และจมูกของเธอ ซึ่งเมื่อเหยื่อกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด คนร้ายใช้ผ้าขนหนูยัดปาก หลังจากนั้นเขาได้ทิ้งอวัยวะที่ตัดออกลงในชักโครก และเป็นคนโทรเรียกรถพยาบาลในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ตำรวเผยต่อสำนักข่าวกลาง ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่คนร้ายดูมีนิสัยที่ค่อนข้างหึงหวงฝ่ายหญิงอย่างมาก ก่อนหน้านี้ เขาเคยเขียนจดหมายขู่เธอว่าจะมีเรื่องราวเลวร้ายเกิดขึ้นแน่ หากเธอนอกใจเขา Mthai News

ไฟฟ้าแจ้ง งดจ่ายไฟกรุงเทพฯ-นนฯ หลายพื้นที่
กฟน. /  กรุงเทพฯ / 

ไฟฟ้าแจ้ง งดจ่ายไฟกรุงเทพฯ-นนฯ หลายพื้นที่ ตั้งแต่ 31 ตค.-2 พย. นี้ 08.00-17.00 น. เพื่อพัฒนา และบำรุงรักษาระบบจ่ายไฟ การไฟฟ้านครหลวง หรือกฟน. ประกาศแจ้งมีความจำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับสายป้อนไฟฟ้าแรงสูง ทั้งนี้เพื่อพัฒนา และบำรุงรักษาระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การไฟฟ้านครหลวงจึงจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวบางพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และนนทบุรี วันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 57 วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2557 กรุงเทพมหานคร เวลา 08.00-17.00 น. ถนน รพช.ประชาอุทิศ90 บริเวณหมู่บ้านพี.เค.โฮม วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2557 กรุงเทพมหานคร เวลา 08.00-17.00 น. ถนนประชาอุทิศ-คู่สร้าง(ฝั่งขาออกกทม.)ตั้งแต่ซอยครูแจ่มถึงฝั่งตรงข้ามซอยประชาสามัคคี ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ซอยเทียนทะเล25 (ฝั่งวัดประชาบำรุง) ตั้งแต่วัดประชาบำรุงถึงประตูน้ำคลองขุนราช ถนนประชาอุทิศ ซอยประชาอุทิศ69 บริเวณโรงเรียนสามัคคีบำรุง (ดับเฉพาะจุด) ถนนมิตรไมตรี ตั้งแต่ซอยมิตรไมตรี12-18/2 เวลา 09.00-14.00 น. ถนนนวมินทร์ ซอยนวมินทร์145 นนทบุรี เวลา 08.30-15.30 น. ถนนกาญจนาภิเษก บางใหญ่ซิตี้ซอย2 ถนน345ซอยวัดสะพานสูงบริเวณสามแยกวัดสะพานสูง ถนนต้นเชือก-ไทรน้อย ซอยลิ้มกุล วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 กรุงเทพมหานคร เวลา 08.00-16.00 น. ถนนนิมิตใหม่ (หัวถนนนิมิตใหม่ ฝั่งตรงข้ามไปรษณีย์มีนบุรี) เวลา 08.00-17.00 น. ถนนคู่สร้าง-ศาลาแดง (ฝั่งตรงข้ามวัดคู่สร้าง) ตั้งแต่สามแยกศาลาแดงถึงสามแยกไปอบต.บางปลากด ถนนสุขสวัสดิ์ ซอยสุขสวัสดิ์74(ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่ซอยสุขสวัสดิ์74แยก10ถึงซอยสุขสวัสดิ์74แยก14 ถนนสุขสวัสดิ์(ฝั่งขาเข้ากทม.)ตั้งแต่หมวดการทางถึงร้านอุดมสินค้าไม้(ยกเว้นซอยเคเบิ้ล,ซอยบัญชา,ซอยคู่สร้าง,ซอยวัดชังเรือง) เวลา 08.30-14.30 น. ถนนพหลโยธิน ซอยศุภราช1(ด้านพหลโยธิน8) ถึงทางเข้ากรมทหารร.1รอ.(ซอยศุภราช1ดับถึงก่อนออกซอยพหลโยธิน14,ซอยสายลม2,ซอยสายลม3) (ยกเว้นกรมทหารร.1รอ.) เวลา 08.30 -15.30 น. ถนนสิรินทรตั้งแต่คลองบางกอกน้อยถึงศูนย์อีซูซุ ถนนวงศ์สว่างริมถนนจากซอยวงศ์สว่าง1ถึงซอยวงศ์สว่าง13 เวลา 08.30 -16.30 น. ถนนสุวินทวงศ์ตั้งแต่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ถึงทางแยกสุวินทวงศ์ตัดถนนเชื่อมสัมพันธ์(ซอยสุวินทวงศ์29,หมู่บ้านซื่อตรง สุวินทวงศ์,ซอยสุวินทวงศ์31) เวลา 09.00 -15.00 น. ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท23ตั้งแต่ปากซอยถึงซอยคาวบอย นนทบุรี เวลา 08.30 -15.30 น. ถนนกาญจนาภิเษก ซอยข้างโรงกรองน้ำประปามหาสวัสดิ์และคลองขื่อขวาง MThai News

คิดถึง D2B... ย้อนอดีตแฟชั่น-บทสัมภาษณ์เมื่อ 11 ปีที่แล้ว
D2B /  กวี ตันจรารักษ์ / 

กำลังจะสิ้นสุดการรอคอยแล้ว สำหรับคอนเสิร์ต คิดถึง D2B LIVE CONCERT 2014 คอนเสิร์ตใหญ่ส่งท้ายปีกับตำนานบอยแบนด์อันดับหนึ่งของเมืองไทยตลอดกาล ซึ่งเชื่อว่างานนี้จะเป็นการรวมพล คนรักดีทูบี อย่างยิ่งใหญ่แน่นฮอลล์ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน! แม้จะแจ้งเกิดในวงการเพลงไทยนานถึง 13 ปีแล้ว แต่ก็เชื่อว่าไม่มีวันไหนที่แฟนคลับ D2B หลงลืมสามหนุ่ม แดน-วรเวช ดานุวงศ์, บีม-กวี ตันจรารักษ์ และโดยเฉพาะสมาชิกผู้ล่วงลับ บิ๊ก-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ ถึงแม้ แดน และ บีม จะมีผลงานในวงการบันเทิงออกมาให้คลายความคิดถึง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความทรงจำที่สมบูรณ์ของแฟนคลับก็คือการมีสมาชิกพร้อมหน้า บิ๊ก-แดน-บีม วันนี้ music.mthai.com ขอย้อนอีกหนึ่งภาพความทรงจำ เมื่อครั้งที่สามหนุ่ม D2B ได้ถ่ายแฟชั่นและให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร i-mono ฉบับเดือนกรกฎาคม ปี 2546... ให้แฟนๆ ได้ คิดถึง D2B ร่วมกัน I-Mono: ต่างคน ก็ต่างความคิด ต่างอารมณ์... ถ้าหากเมื่อไหร่ที่ D2B เกิดมองคนละมุมกันล่ะ? บิ๊ก: "เวลาที่เรามีปัญหาอะไร เราจะคุยกันครับ ถ้าไม่ชอบอะไรก็บอกกันตรงๆ ไปเลย แต่ตัวผมเองปกติจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีอะไรหรอกครับ... เฉยๆ แต่นี่จะมี(บุ้ยใบ้ไปทางบีมที่ยิ้มแป้นรับสถานการณ์) คนนี้ถ้าเขาเริ่มรู้สึกอะไรก็จะบอกไว้ก่อน อย่างบางเวลาพี่บีมเขาก็อาจมีบางอารมณ์ที่ต้องการเวลาส่วนตัว เขาก็จะบอกเลยว่าอย่าเพิ่งเล่นนะ โอเค เราก็จะไม่เล่น จนตอนหลังไม่ต้องบอกเลย แค่มองหน้าเราก็รู้กันแล้วครับ" แดน: "แดนว่าการที่เรามาทำงานร่วมกัน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกัน ก่อนอื่นเราต้องรู้และยอมรับซึ่งกันและกันว่า คนเราไม่ได้มีใครที่ดีไปเสียหมดทุกอย่าง ทุกคนย่อมมีข้อเสีย แดนเองก็ไม่ได้มีข้อดีอะไรมากมายกว่าคนอื่น ถ้าเวลามีปัญหาก็ต้องคุยกัน ซึ่งบางครั้งก็จบลงด้วยความเฮฮา แต่บางครั้ง...อาจจบลงด้วย ต่างคนต่างนั่งเงียบๆ สักพัก แล้วเดี๋ยวก็ดีกันเอง"   I-Mono: ถ้าหากเกิดมีความคิดไม่ลงร่อง D2B จะเคืองกันนานที่สุดกี่วัน? แดน: "อืม...(นั่งคิดประมาณ 3 วิ) คง 2-3 วันครับ" บิ๊ก: "ช่าย...ประมาณนั้น จะมีการพูดว่า ‘ขอโทษ’ อะไรอย่างนี้บ้าง แต่บางทีก็นานเหมือนกันครับ กว่าจะมีใครเป็นฝ่ายพูดออกมา" แดน: "เมื่อก่อนจะเป็นแดนครับที่ค่อนข้างคิดนานหน่อย กว่าจะตัดสินใจเดินมาหา มาขอโทษ คือดูท่าทีกันก่อน(หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้พอรู้ตัวว่าผิดปุ๊บจะขอโทษปั๊บเลย" บิ๊ก: "ตรงนี้มันจะเป็นอารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งแตกต่างกันครับ อย่างคนนี้จะโมโหง่าย(หัวเราะร่วน พลางพยักเพยิดหน้าไปทางบีมเป็นรอบที่สอง)" บีม: "ยอมรับว่าบีมเป็นคนคนโมโหง่ายครับ แต่แค่แป๊บเดียวก็หาย" แดน: "แล้วภาพนั้นมันจะย้อนกลับมาว่า เอ๊ะ! นี่เราเผลอไปทำอะไรไม่ดีๆ เอาไว้บ้างเนี่ย" บีม: "บีมคิดว่าพวกเราอยู่ด้วยกันได้ ก็เพราะมีอะไรบางอย่างในตัวที่คล้ายๆ กันครับ แต่จะมีข้างนอกบ้าง ที่ส่วนเปลือกของอารมณ์แตกต่างกันออกไป" I-Mono: บางอย่างที่คล้ายกันน่ะ รวมถึงสเป็คสาวด้วยรึป่าว? บิ๊ก: "ผมกับพี่บีมจะมีสเป็คสาวเหมือนๆ กันครับ เรียกว่าประมาณ 100% จะคล้ายกันอยู่ 80-90% ครับ อย่างเช่น ชอบผู้หญิงที่ดูแลตัวเองได้ ตรงนี้อาจเป็นเพราะเรามองเทียบจากแม่เราด้วย แม่เราสองคนจะคล้ายๆ กันในเรื่องนี้ ก็เลยกลายเป็นว่าเราชอบผู้หญิงสไตล์เดียวกันไปโดยอัตโนมัติ" แดน: "บางทีเราจะมีการหยิบหนังสือแฟชั่นมาดู แล้วถามกันเล่นๆ ว่าชอบคนไหน ซึ่งสองคนนี้เขาก็มักจะชี้ตรงไปที่รูปเดียวกัน ส่วนแดนมักจะชี้รูปอื่น มีบ้างนานๆ ครั้ง ที่แดนจะไปตรงกับคนอื่นสักที(หัวเราะ)" บิ๊ก: "แต่ก็ไม่เคยตรงกันเลยทีเดียวสามคนนะครับ บางครั้งอาจเป็นผมกับพี่บีม บางทีก็พี่บีมกับแดน หรือผมกับแดน" I-Mono: ถ้าพูดถึงสาวในสเป็คเมื่อตอนอายุ 15 เทียบกับตอนนี้ แตกต่างกันแค่ไหน? บีม: "เดี๋ยว...บีมขอนับย้อนก่อน...กี่ปีแล้วเนี่ย(หัวเราะ) ยังอยู่ม.3 อยู่เลย ก็ชอบคนน่ารัก ดูเรียบร้อย แต่ตอนนั้นบีมคิดว่าบีมไม่ค่อยสนใจผู้หญิงนะ(อ้าว...) ไม่ใช่! ไม่มีอะไรให้คิดลึกครับ แต่เพราะช่วงนั้นคิดถึงแต่เรื่องเรียนไง(เฮ้อ...โล่งอก) แล้วก็คิดว่าตัวเราคงไม่มีใครมาชอบหรอก เพราะผมมันเด็กบ้านๆ (หัวเราะ)" บิ๊ก: "เมื่อก่อนผมจะเน้นที่หน้าตาอย่างเดียวเลย คือเด็กๆ จะชอบอะไรแค่นี้ ไม่มองลึก มองแค่สวย น่ารัก เท่านั้นก็พอแล้ว ยิ่งตอนนั้นผมเรียนอยู่โรงเรียนประจำที่เป็นชายล้วนด้วย เวลามาเจอทีก็โอ้โห...อื้อหือ...ตื่นตาตื่นใจ (ฮากันครืน) ยิ่งเป็นแบบญี่ปุ่น น่ารัก อาโนเนะ ยิ่งชอบ แต่พอมาถึงตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ คือเดี๋ยวนี้สวยๆ ก็มีเยอะ ที่สำคัญต้องดูที่นิสัยมากกว่า ถ้าตอนแรกคุยกันแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ก็คงไม่คุยต่อแล้ว" แดน: "ผมก็เหมือนกันครับ ตอนนั้นคิดว่าเราอยู่กับเขาได้ถ้าเขาหน้าตาดี แต่ปัจจุบันจะกลับกัน หน้าตา...ก็คำนึง แต่ที่สำคัญคือนิสัยต้องดี ไม่งั้นก็คงไม่ก้าวเข้าไปลึกผมว่าทุกคนพอโตขึ้นก็ต้องคิดแบบนี้เหมือนกันทั้งนั้น"   I-Mono: แล้วคิดว่าจริงมั้ยที่เขามักชอบพูดกันว่า ความรักครั้งแรกมักจะไม่มีใครลืมได้ลง? บีม: "คงจริงมั้ง เพราะถ้าหากเป็นคนที่รักและผูกพันกันจริงๆ ก็คงจะลืมกันไม่ลง แต่บีมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ค่อยเข้าใจถึงความแตกต่างของคำว่า ‘รัก’ กับ ‘ชอบ’ เท่าไหร่เลย แต่ถ้าพูดถึงมีแฟนคนแรกก็คงเป็นตอนเรียนปี 1 เป็นแฟนกันเพราะว่าคุยโทรศัพท์กันบ่อย (บิ๊กแอบลัดคิวแซวว่า "อ๊ะ...เหมือนในหนังเรื่อง Sex Phone เลย")แต่พอคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่าเราคงไม่ได้รักเขามั้ง คงเป็นแบบเพื่อนมากกว่า" บิ๊ก: "ของบิ๊กจำรักครั้งแรกไม่ได้ครับ แต่ชอบครั้งแรกน่ะพอจะจำได้ลางๆ" แดน: "รักครั้งแรกนี่แดนลืมไปแล้ว เพราะมันตั้งแต่สมัยอนุบาลโน่น (โดนโห่ฮารอบวง) อ้อ...ไม่ใช่ คือแดนคิดว่าถึงจะเป็นคนรักคนแรก แต่ถ้าต่อไปเรามีคนที่เรารักมากกว่า เราก็จะจำรักครั้งแรกไม่ได้แล้ว ซึ่งก็ดูเหมือนแดนจะไม่เคยจำได้เลยซักครั้ง (หัวเราะร่วน)" I-Mono: นาทีนี้ล่ะ วางแพลนเรื่องความรักกันไว้ถึงไหนแล้ว? บิ๊ก: "ตอนนี้ผมก็เริ่มมองๆ อยู่คิดว่าอายุประมาณ 30 จะกำลังพร้อม ทั้งภาวะ หน้าที่การงาน แต่ถ้าเกิน 35 ขึ้นไปนี่ผมว่าแย่แล้ว อาจจะช้าไปแล้ว ผมว่า 27-31 น่าจะกำลังดีสำหรับการคิดมีครอบครัว" แดน: "แดนมองว่าสิ่งที่สำคัญคือเขาเข้าใจว่าเรากำลังทำงานอะไรอยู่ แล้วก็ต้องรู้ว่าอันดับหนึ่งของเราคือใคร หมายความว่า คนที่เราจะให้ความรักมากที่สุดก็คือพ่อแม่ เพราะฉะนั้นอย่ามาพูดประมาณว่า แดนไปให้ความรักพ่อแม่มากเกินไป ทำไมไม่ดูแลเขาเลย อันนี้ไม่ได้ แล้วตอนนี้แดนก็ยังไม่คิดถึงเรื่องนี้หรอกครับ" บีม: "ตอนนี้บีมก็ 23 แล้ว เริ่มมองเรื่องความรักไว้เหมือนกัน ไม่อยากแต่งงานหลังอายุ 30 น่ะ รู้สึกว่ามันช้าไป เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้ แต่จริงๆ แล้วอยากไปเรียนต่อก่อน ถึงตอนนั้นก็อาจจะได้เจอ อาจไม่ใช่เมืองไทย อาจจะเป็นเมืองนอก(อมยิ้ม) อันนั้นมันเรื่องอนาคตครับ เดี๋ยวถึงเวลาก็มาเองแหละ" I-Mono: ถ้าให้เปรียบเทียบแต่ละคนเป็นสีสัน คิดว่าคนไหนน่าจะเหมาะกับสีอะไร? บิ๊ก: "อย่างพี่บีมน่าจะเป็นสีน้ำเงิน เพราะบางครั้งอาจจะดูสดใส แต่บางคราวมันก็ดูเข้มในที ส่วนแดนก็น่าจะเป็นสี...(พูดพลางเพ่งมองแดนอย่างตาไม่กระพริบ)" แดน: "เฮ้! ทำไมมองขนาดน้าน... เดี๋ยวยิ่งมองก็ยิ่งเห็นเป็นสีดำหรอก (หัวเราะ)" บิ๊ก: "ผมว่าแดนเขาเป็นสีเขียว ดูนิ่งๆ สงบ" แดน: "ส่วนแดนมองว่าพี่บีมเป็นสีชมพูครับ เพราะมีความรู้สึกว่าทุกคนมักมองเขาเป็นแบบดูน่ารัก ดูยังเด็กๆ สดใส ส่วนพี่บิ๊กนี่ต้องสีเหลืองครับ แดนอยากให้เขามาบวชมากเลย (หัวเราะกันครืน) นี่พูดจริงๆ นะ" บีม: "บีมว่าบิ๊กเหมาะกับสีเหลือง แต่ไม่ได้มีความหมายเดียวกันกับแดนนะ คือสีเหลืองจะเป็นสีที่ดูก้ำกึ่ง มันจะดูเย็นก็ได้ ร้อนก็ได้ ส่วนแดนเป็นสีเทา เพราะถ้าคนมองจากข้างนอก มันจะดูดำๆ ขมุกขมัว เหมือนเขามีมาดหรือมีอะไรบางอย่างกั้นไว้ แต่จริงๆ แล้วข้างในมีด้านที่สดใส และด้านดีๆ เยอะ" I-Mono: รู้สึกอย่างไรกับคำพูดที่ว่า ความทะเยอทะยานคือแรงขับดันไปสู่ความสำเร็จ แล้วคิดว่าตัวเองมีมันอยู่มากน้อยแค่ไหน? บีม: "ตัวบีมเองคงไม่ค่อยมีแรงขับอันนี้สักเท่าไหร่ อย่างถ้าเทียบกับ 100% คิดว่าตัวเองคงมีเต็มที่ก็แค่ 10% เท่านั้น แต่สองคนนี้สิ เขามีกันเยอะครับ" แดน: "แดนคิดว่าตัวเองมีอยู่เต็มที่เลย เพราะอยากจะยืนอยู่ตรงนี้ได้ยาวนาน" บิ๊ก: "ผมคงไม่เต็มร้อย แต่ก็ถือว่าเกินครึ่ง เพราะผมไม่ค่อยมีโอกาสๆ อย่างเหมือนคนอื่นเขา ซึ่งมันก็เป็นจุดที่ทำให้เราต้องพยายาม อย่างพี่บีมเขามีโอกาสมากกว่าในหลายๆ อย่าง ลองสังเกตดูสิครับ คนที่มีโอกาสอยู่แล้ว มักจะไม่ค่อยมีเรื่องแรงขับดันตรงนี้ เราก็ต้องพยายามมากกว่าเขา ผมว่าไอ้ความทะเยอทะยานเนี่ย ถ้ามีมากเกินไปก็ไม่ดี มันเหมือนกับเผาตัวเอง แต่ถ้าไม่มีเลย มันก็ไม่ได้" แดน: "แดนคิดว่าตรงนี้มันแล้วแต่คน คือบางคนฐานะทางบ้านมีแล้ว เลยเป็นความรักที่อยากจะทำเฉยๆ ในขณะที่บางคนจะต้องทำเพื่อให้ตัวเองยืนอยู่ได้ มันก็เลยมีความรู้สึกส่วนนี้แตกต่างกัน"   I-Mono: คิดอย่างไรที่มีกระแสว่า ศิลปินสมัยนี้ดังเพราะอาศัยหน้าตาเป็นสำคัญ? บิ๊ก: "อันนี้เป็นความคิดของแต่ละคนนะครับ ผมว่าจริงๆ เดี๋ยวนี้ถ้ามีนักร้อง 10 คน และหน้าตาดีทั้ง 10 คน ถ้าถามว่าทั้ง 10 คนนี้จะดังได้ตลอดหรือเปล่า มันก็คงไม่ใช่" แดน: "แต่แดนว่ามันก็มีส่วนนะ อย่างสมมติมีเพื่อนคนหนึ่งจะออกเทป แล้วแดนไปบอกคน 10 คนว่าเพื่อนแดนกำลังจะออกเทป แดนให้เลยว่ายังไงทั้ง 10 คน ก็ต้องถามว่า ‘หล่อหรือเปล่า?’ จะไม่ค่อยมีใครหรอกที่ถามว่า เสียงดีหรือเปล่า" บีม: "ตรงนี้มันแล้วแต่ครับ อย่างบีมเวลาฟังเพลงก็จะชอบเพราะว่าเพลงนั้นเพราะ ไม่ค่อยคิดถึงหน้าตาคนร้องเท่าไหร่นะ อาจเป็นเพราะบีมเป็นผู้ชายก็เลยไม่รู้จะดูไปทำไม(หัวเราะ) อ้อ... ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง หน้าตาของคนร้องก็ช่วยเหมือนกัน อย่างเช่น เวลาฟังเพลงของผู้หญิง ถ้าหน้าตาเขาน่ารักด้วย อาจจะพลอยทำให้รู้สึกว่าเพลงยิ่งดูน่ารักขึ้น" I-Mono: แล้วเมื่อไหร่ถึงจะคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับการเป็นศิลปินเดี่ยวได้แล้ว? แดน: "แดนคิดว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับเวลานั้นเองครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่กัน 3 คนอย่างนี้ สบายดีครับ ไม่น่าเบื่อ" บีม: "ใช่...อยู่คนเดียวมันน่าเบื่อ บีมคงไม่ทำหรอก" แดน: "แล้วก็เสี่ยงด้วย เกาะกันไปอย่างนี้แหละ ดีแล้วครับ แต่ถ้าอยู่ด้วยกันเยอะเกินไป มันก็หารเยอะนะ(หัวเราะกันครืน)" บิ๊ก: "ควรเอาแบบแค่พอดีๆ อย่างพวกเราสามคน กำลังขลุกขลิก" I-Mono: ในมุมมองของแต่ละคน คิดว่าอะไรคือสาเหตุให้คนตามกรี๊ด D2B กันมากมายขนาดนี้? บิ๊ก: "ผมรู้สึกว่ามันเหมือนความฝันที่กลายเป็นจริง ดีใจ ปลื้มใจ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือความภาคภูมิใจ มันเป็นสิ่งที่มาจากความสามารถของแต่ละคนด้วย และเขาก็คงรู้ว่าเราทั้งสามคนไม่มีใครอยากเด่นมากกว่าใคร" แดน: "เรื่องนี้แดนไม่เคยตอบได้เลย เพราะไม่รู้จริงๆ ครับ ตอนที่เราออกเทปมา เราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องเป็นอย่างนี้ หรือต้องทำตัวอะไรเป็นพิเศษ เพื่อให้คนเขาชอบเรา (บีม พยักหน้าอย่างเห็นด้วย) สิ่งที่เราทำมีแค่การใส่ใจลงไปกับการทำงาน" I-Mono: จริงๆ แล้วรู้สึกว่ามันคุ้มไหมกับชื่อเสียงที่เข้ามามากมาย แต่ทำให้ความเป็นส่วนตัวขาดหายไป? แดน: "สำหรับแดนคิดว่าคุ้มนะ สิ่งที่สูญเสียไปก็แค่เวลาและความเป็นส่วนตัว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา มันมีมากมายครับ" บีม: "มันก็มีรู้สึกบ้างว่า การมีชื่อเสียงและมีคนรู้จักมากๆ บางครั้งก็ทำให้เราไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างที่อยากทำได้ อย่างบางสถานที่ที่เคยชอบไปก็ต้องหลีกเลี่ยง เช่น จตุจักร เพราะทางแคบด้วย อาจจะถึงตายได้ (หัวเราะกันกลิ้ง) เนี่ยตั้งแต่เข้าวงการมายังไม่เคยได้ไปอีกเลยครับ" บิ๊ก: "สำหรับผม คิดว่าบางวันก็รู้สึกไม่คุ้มครับ ขึ้นอยู่กับความเหนื่อยที่เจอมาในวันนั้นๆ ด้วย" I-Mono: ถ้าวันนั้นไม่ได้เป็น D2B คิดว่าวันนี้ของตัวเองจะเป็นอย่างไร? บีม: "บีมก็คงทำงานอย่างที่เรียนมา แล้วตอนนี้ก็คงอยู่ในโรงงาน เป็นนายช่าง" แดน: "ส่วนแดนก็คงเรียน แล้วรอโอกาสในการทำงาน จริงๆ แล้วตอนที่อยู่ต่างจังหวัด แดนก็มีวงดนตรีกับเพื่อน เลยคิดว่าจะเข้ามาเรียนแล้วก็เล่นดนตรีตอนกลางคืนไปด้วยเพื่อหาเงินใช้เอง ใจแดนคิดว่าไม่อยากใช้เงินทางบ้านแล้ว กลัวพ่อแม่จะเหนื่อย" บิ๊ก: "ผมเองก็คงเรียนเป็นหลักครับ" I-Mono: ในวันหนึ่งข้างหน้าซึ่งคงอีกนานโข สมมติชื่อเสียงของ D2B เริ่มซาแล้ว คิดว่าตัวเองน่าจะทำอะไรต่อไป? แดน: "แดนคงจะไม่ปล่อยให้ซาลง หมายความว่าถ้ามันเริ่มซาลงแล้ว ก็จะไม่ดันตัวเองให้ซาลงไปกว่านี้ คงหยุด แล้วไปทำเบื้องหลัง เพื่อให้คนอื่นโด่งดังมากกว่าเราให้ได้" บิ๊ก: "เรื่องจะดังหรือไม่ดัง ผมไม่ค่อยสนใจมากเท่าไหร่ เพราะผมรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ทำ มันคือสิ่งที่ผมเป็น ใครชอบก็ดี ใครไม่ชอบ ผมก็ไม่ว่าอะไร และถ้าเกิดวันหนึ่งเราไม่ดังแล้ว ผมอาจจะไปกำกับหนังอย่างที่เรียนมา ควบคู่กับการร้องเพลงเป็นงานอดิเรกก็ได้ครับ" บีม: "สำหรับบีม คิดว่าคงจะไปทำงานตามที่เรียนมา หรือไม่ก็อาจยังอยู่ในวงการบันเทิง แต่มันก็เป็นเรื่องอนาคต ยังไม่มีอะไรที่สามารถบอกได้แน่นอนครับ" ------------------ [[ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ]] นับถอยหลัง D2B LIVE Concert 2014 เตรียมจัดเต็มบิ๊กเซอร์ไพร์สสุดพิเศษ เอาใจแฟนคลับ ดูคลิป บันทึกการแสดงสด D2B Summer Live In Concert ดูคลิป บันทึกการแสดงสด D2B The Miracle Concert D2B All Time Hits รวมเพลงฮิต สำหรับคนรัก ดีทูบี มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

 อย. ย้ำ พาราเซตามอล ยังปลอดภัย แต่ต้องระวังการกินยาเกินขนาด
กินยาพาราเกินขนาด /  พารา / 

อย. ย้ำ ยา พาราเซตามอล ยังปลอดภัย สามารถบริโภคได้เอง แต่ต้องระวังการกินยาซ้ำ  หรือกินยาเกินขนาดโดยไม่รู้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดพิษร้ายแรงจนตับวายเสียชีวิตได้ อย. จึงเร่งออกมาตรการป้องกัน โดยออกคำสั่งตามกฎหมายให้ผู้ผลิตแก้ไขฉลากและเอกสารกำกับยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนให้ได้ข้อสรุป ก่อนบังคับใช้ต่อไป ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และในฐานะโฆษก อย. เปิดเผยว่า ยา พาราเซตามอล เป็นยาที่ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกสำหรับบรรเทาอาการปวดลดไข้  เป็นยา ที่ได้ผลดี ปลอดภัย ทั้งในผู้ใหญ่ เด็ก ผู้ป่วยโรคไต โรคแผลในกระเพาะอาหาร ไข้หวัดใหญ่ ตลอดจนผู้ป่วย หอบหืดซึ่งอาจแพ้ยาในกลุ่มแอสไพรินได้ แต่ในปัจจุบันพบรายงานการเกิดพิษ จากยา พาราเซตามอล โดยเฉพาะพิษต่อตับ จากการได้รับยาเกินขนาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญคือ การกินยาซ้ำซ้อน การกินยาเกินขนาดไม่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว หรือเกินขนาดสูงสุดที่ควรได้รับ ในแต่ละวัน จึงเร่งออกมาตรการเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว การกินยาซ้ำซ้อนนั้น เป็นเพราะมียาที่นิยมใช้ทั่วไปหลายชนิด เช่น แก้ไข้หวัด ไอ แก้ปวด คลายกล้ามเนื้อ มีตัวยา พาราเซตามอล ผสมอยู่ด้วย ถ้าใช้ยาโดยดูแต่ยี่ห้อไม่สังเกตชื่อตัวยาจะทำให้กินยาซ้ำเกินขนาดได้โดยไม่รู้ตัว  เพื่อป้องกันปัญหานี้ อย.จึงออกมาตรการแก้ไขฉลากยา โดยเพิ่มข้อความ "ยานี้มี พาราเซตามอล" ตามด้วยความแรงของยาไว้ให้เห็นเด่นชัดและไม่ให้ใช้ชื่ออื่นๆของ พาราเซตามอล เช่นอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) จึงขอให้ประชาชนอ่านฉลากยาให้ละเอียด และสอบถามเภสัชกรให้แน่ใจว่ายาทุกชนิดที่ใช้อยู่ ไม่มีตัวยาซ้ำซ้อนกัน ในด้านขนาดยาที่แนะนำ อย. ได้ออกมาตรการแก้ไขขนาดยาที่ระบุบนฉลากของยาเม็ดและ ยาน้ำพาราเซตามอลทุกชนิด โดยให้แนะนำขนาดยาตามน้ำหนักตัวของแต่ละคน ขนาดที่แนะนำบนฉลาก ในผู้ใหญ่และเด็กอยู่ในช่วง 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพราะน้ำหนักตัวเฉลี่ยของคนไทยต่ำกว่าชาวตะวันตกมาก ประชาชนควรเลือกใช้ยา พาราเซตามอล ขนาด 325 มิลลิกรัม แทนขนาด 500 มิลลิกรัม ซึ่งนิยมจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย เพราะปลอดภัยในการใช้มากกว่า การใช้ยา พาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม ในขนาดครั้งละ 2 เม็ด นั้นจะเหมาะสมกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 66.7 กิโลกรัมขึ้นไป โดยกินได้ไม่เกินวันละ 4 กรัมหรือ 8 เม็ด เท่านั้น หากกินยาแล้วอาการปวดในผู้ใหญ่ไม่บรรเทาใน 10 วัน ให้ไปพบแพทย์เนื่องจากอาจเป็นอาการของโรคที่ร้ายแรงได้ สำหรับผู้ที่กินยาหลายชนิด ดื่มสุราเป็นประจำ เป็นโรคตับหรือโรคไต จะมีขนาดยาที่เหมาะสมแตกต่างจากคนทั่วไป จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา พาราเซตามอล หากจำเป็นต้องใช้ยาเอง ให้ใช้ยาเท่าที่จำเป็น ในช่วงสั้นๆ ไม่ใช้ติดต่อกัน การใช้ พาราเซตามอล ในเด็กต้องระวัง โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 เดือน ให้ปรึกษาแพทย์ และระมัดระวังการเลือกซื้อยาเพราะแต่ละยี่ห้อมีขนาดยาต่อ 1 ช้อนชาไม่เท่ากัน ที่มีจำหน่ายโดยทั่วไป จะมี พาราเซตามอล 120,125,160 หรือ 250 มิลลิกรัมต่อ 1 ช้อนชา (1 ช้อนชาเท่ากับ5 มิลลิลิตร หรือ 5 ซีซี) จึงควรอ่านฉลากยาให้แน่ใจก่อนว่าใน 1 ช้อนชามี พาราเซตามอล กี่มิลลิกรัมก่อนป้อนยาให้กับเด็ก        และต้องระวังเป็นพิเศษกับยาพาราเซตามมอลแบบหยด ซึ่งเข้มข้นถึง 100 มิลลิกรัม ต่อยา 1 ซีซี ก่อนการใช้ยาแบบหยดกับเด็กควรตวงยาโดยใช้กระบอกฉีดยา (ไซริงค์) เสมอ ทั้งนี้ไม่ควรกินติดต่อกันนาน หากกินยาแล้วอาการของไข้ไม่ลดภายใน 3 วัน หรืออาการปวดของเด็กไม่บรรเทาภายใน 5 วัน ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจน สำหรับข้อมูลยาที่จำเป็นนั้นนอกจากอ่านจากฉลากยาแล้ว อย. ได้ออกมาตรการให้ผู้ผลิตจัดทำเอกสารกำกับยาฉบับประชาชนที่อ่านเข้าใจได้ง่าย แจกไปพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ของยา พาราเซตามอล อีกด้วย การแก้ไขฉลากและเอกสารกำกับยาเป็นมาตรการระยะสั้น ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งทางเว็บไซท์ การออกหนังสือ และการจัดประชุมปรึกษาหารือ แล้วนำมาปรับปรุง ก่อนเสนอคณะกรรมการยาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาออกเป็นกฎหมาย ในระยะยาว อย. จะเร่งทบทวนทะเบียนตำรับยาที่มี พาราเซตามอล เป็นส่วนประกอบให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป รองเลขาธิการ ฯ กล่าวในตอนท้ายว่า การประชุมหารือรับฟังความคิดเห็น เรื่องยา พาราเซตามอล  จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 เพื่อหาขอสรุปและข้อเสนอต่อมาตรการของ อย. หากเรื่องยา พาราเซตามอล นี้ผ่านการพิจารณา จะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  หากต้องการข้อมูลเรื่องยา พาราเซตามอล เพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ http://drug.fda.moph.go.th/zone_admin/admin56.asp ขอบคุณที่มาจาก : กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค อย. 

คลาร่า ลี สาวน้อยน่าจับตามอง ติดอันดับ 2 ผู้หญิงสวยสุดในโลก
Clara Lee /  คลาร่า ลี / 

นางแบบและนักเสดงสาวชาวเกาหลี 'คลาร่า ลี' ได้คะแนนโหวตเป็นอัน 2 ในฐานะผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกปี 2014 จากการจัดอันดับโดย Mode Lifestyle Magazine สาวเอเชียคนนี้เป็นใคร เพราะเหตุใดถึงได้รางวัลนี้ มาดูกันให้เต็มๆตาดีกว่า ว่าเธอแซ่บและน่ารักขนาดไหน คลาร่า ลี (Clara Lee) หรือ ลีซองมิน วัย 28 ปี  เกิดที่ประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ผู้หญิงที่มีรูปร่างที่ดึงดูดสายตาหนุ่ม และใบหน้าที่สวย สดใสจนสาวๆ เกาหลีใต้ต่างพากันอิจฉา โดยคะแนนโหวตของเธอเอาชนะ คนดัง นางแบบระดับโลก และนักแสดงฮอลลีวูดทั้ง เจสสิก้า อัลบา สกาเลตต์ โจแฮนสัน บียองเซ่ แองเจลิน่า โจลี่ และเหล่าแองเจิลจาก วิคตอเรีย ซีเครท ของนิตยสาร Mode ของสหรัฐอเมริกา คลาร่ามีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกเรื่อง  Five Senses of Eros และผลงานอื่นๆตามมามากมาย เธอโด่งดังเพียงข้ามคืน จากท่าการโยนลูกเบสบอลเปิดสนามการแข่งขัน สุดเซ็กซี่ ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงทางหาทางกลับบ้านไม่เจอแน่นอน เพราะนอกจากหน้าตาน่ารักแล้ว หุ่นของเธอยังเป๊ะเสียยิ่งกว่าเป๊ะ  ด้วยหน้าอกไซส์ 34C  (หืมมมม..) หุ่นของ คลาร่า ลี ที่ใครๆต่างก็พากันอิจฉา ด้วยความสูง 168 ซม. น้ำหนัก 48 กิโลกรัม หน้าอก 34 C คลาร่า ยังสร้างความฮือฮาให้กับหนุ่มๆได้เสมอ โดยการเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพต่างๆ เนื่องจากเธอมีหุ่นสุขภาพดี และ แฝงด้วยความเซ็กซี่น่ารัก เรียกได้ว่า งานไหนมีคลาร่า คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม และหนุ่มๆมักจับตามองเธอเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโฆษณาที่มักโชว์เรือนร่างของเธออย่าง น้ำอัดลม แบรนด์หนึ่ง ที่ถูกกล่าวขวัญกันมากมายกับเรือนร่างเซ็กซี่สุดจะบรรยาย นอกจากผลงานด้านโฆษณา เธอยังได้รับเกียรติเป็นผู้เชิญคบเพลิงในงาน อินชอน เกมส์ ของเอเชียนเกมส์ 2014 ที่ผ่านมาด้วย และยิ่งไปกว่านั้น คลาร่าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากเมื่อรู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของ ลีซึงคยู นักร้องนำวง Koreana ที่ได้รับความนิยมมากในอดีตด้วย ลุคใสๆในวันถือคบเพลิง ก็ทำตัวหัวใจหนุ่มๆแทบละลายเลยล่ะค่า     นอกจากนั้น คลาร่า ได้เข้าร่วมแสดงซีรี่ย์ดังมากมายโดยผลงานล่าสุด เช่น Emergency couple ในบทนักศึกษาแพทย์ หรือ บทนางแบบเรื่องมากที่มาเป็นแขกรับเชิญเพียงตอนเดียวในเรื่อง Fated to love you โดยในบทของเธอก็จะเป็นแนว sex symbol ผู้หญิงที่มีเรือนร่างเซ็กซี่ หวาบหวิวบ่อยๆ งานนี้ ใครจะว่า คลาร่า สวยหรือ ไม่ก็ต้องใช้สายตาตัวเองตัดสินเองแล้วล่ะค่ะ แต่ต้องขอบอกจริงๆว่า หุ่นของเธอ แซ่บยิ่งกว่าแซ่บจริงๆ  เห้อ เห็นทีต้องไปวิ่งฟิดออกกำลังกันแล้วล่ะค่ะ สาวๆสู้มั้ยจ๊าาาาาาาาาาาาาา  เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ภาพจาก Facebook / Clara Lee

ลุ้นยันนัดท้าย! ปราสาทสายฟ้า บุกตัดสาย ฮัลโหล แซง ชลบุรี ขึ้นจ่าฝูง
ชลบุรี เอฟซี /  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด / 

ผลฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2557 ทีโอที เอสซี 0-2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประตู : 0-1 ฮาเวียร์ ปาตินโญ น.8, 0-2 คาร์เมโล กอนซาเลซ น.73 สนาม : ทีโอที สเตเดี้ยม เวลา : 18.00 น. ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 นัดที่ 38 ฮัลโหล ทีโอที เอสซี ทีมอันดับที่ 15 มี 42 คะแนน กำลังหนีตกชั้น แต่ต้องพบงานหนักอย่าง ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมรองจ่าฝูงที่มี 73 คะแนน กำลังไล่ล่าแชมป์อยู่ในเวลานี้ เปิดฉากครึ่งแรกมาได้ 8 นาที กองเชียร์ ปราสาทสายฟ้า ก็ได้เฮกันลั่นสนามเมื่อ เจ้าอุ้ม ธีราทร บุญมาทัน เก็บบอลได้หน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะโยกหลบแผงหลัง ฮัลโหล ไปได้ 2 ก่อน และตัดสินใจกึ่งยิงกึ่งผ่านไปที่เสาสอง ฮาเวียร์ ปาตินโญ วิ่งเข้าฮอตไปแบบง่ายๆ ส่งให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 13 ปราสาทสายฟ้า ก็เกือบที่จะหนีเป็น 2-0 เมื่อ คาร์เมโล กอนซาเลซ เปิดบอลเข้าไปหน้าปากประตู ฮาเวียร์ ปาตินโญ ได้เข้าชาร์จ ทว่า วีระ เกิดพุดซา นายทวารเจ้าถิ่นไวทายาทผวาปัดบอลออกหลังไปได้ หลังจากออกนำก็ยังคงเป็น ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เปิดเกมเข้าใส่เจ้าถิ่นได้ดีกว่า แต่ก็ยังเจาะประตูเพิ่มไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงบุกออกนำ ทีโอที เอสซี 1-0 กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลังกลายเป็น ฮัลโหล ทีโอที เอสซี ที่เปิดเกมได้ดีกว่า และเกือบที่จะตีเสมอได้หลายครั้ง แต่นาทีที่ 55 แฟนบอล ฮัลโหล ก็ต้องร้องฮือกันทั้งสนาม เพราะเกือบโดนประตูที่ 2 เมื่อ คาร์เมโล กอนซาเลซ นักเตะทีมเยือนได้ยิงวอลเลย์บอลพุ่งตรงกรอบโชคดีที่ ศรนารายณ์ จำรุราย นายด่านสำรองเจ้าถิ่นชกบอลออกมาได้อย่างเหลือเชื่อ นาทีที่ 60 ฮัลโหล มาได้เตะมุม นพพล ผลอุดม เปิดโค้งเข้าไปกลางประตู เจ้าแชมป์ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน โดดออกมารับบอลไว้ได้ก่อนที่ 3 ผู้เล่น ทีโอที เอสซี จะพุ่งตัวเข้ามาโขกบอล เกมเริ่มเปิดแลกกันสนุกสนานมากขึ้นกว่าครึ่งแรก นาทีที่ 63 คาร์เมโล กอนซาเลซ ได้สับไกบอลพุ่งจะเสียบโคนเสา แต่ ศรนารายณ์ จำรุราย พุ่งไปตัดบอลออกหลังไว้ได้ด้วยปลายมือ นาทีที่ 66 สถานการณ์ของ ฮัลโหล ที่สกอร์ตามหลังก็ย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อ นพพล ผลอุดม ไปตัดฟาวล์ใส่ สุเชาว์ นุชนุ่ม ทำให้ เปาโค้ช ศิวกร ภูอุดม วิ่งมาชักใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป นาทีที่ 70 ฮัลโหล ทีโอที เอสซี เกอบที่จะได้ประตูตีเสมอเมื่อมาได้ฟรีคิกที่กึ่งกลางสนาม ประกิต ดีพร้อม วิ่งเข้าไปปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งมุดลงใต้คาน โชคดีเป็นของ ปราสาทสายฟ้า ที่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ถอยไปปัดบอลออกหลังไปได้ และแล้วนาทีที่ 73 ปราสาทสายฟ้า ก็มาได้ประตูคลายความกดดันหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน เปิดเตะมุมเข้าไปที่เสาแรก ดาบิด โรเชล่า โหม่งเช็ดไปที่เสาสอง คาร์เมโล กอนซาเลซ เขาไปวอลเลย์เต็มแข้งบอลหายเขาไปในประตู บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หนีเป็น 2-0 เวลาที่เหลือ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เหนือกว่าทุกอย่างเปิดเกมใส่ ฮัลโหล ทีโอที เอสซี ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถยิงประตูเพิ่มได้ทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ ทโอที เอสซี 2-0 เก็บ 3 คะแนน พร้อมกับทำคะแนนแซง ชลบุรี เอฟซี ที่ทำได้แค่เสมอกับ ชัยนาท เอฟซี 1-1 ขึ้นไปเป็นจ่าฝูง ด้วยการมีคะแนนมากกว่า 1 คะแนน ครองความได้เปรียบเหนือ ฉลามชล ในการลุ้นแชมป์ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล ส่วน ทีโอที เอสซี ต้องลุ้นหนีตายต่อไป ในการต้องออกไปเยือน ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี ทีมลุ้นแชมป์ ในวันที่ 2 พ.ย.57 เวลา 18.00 น. รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีโอที เอสซี : วีระ เกิดพุดซา (ศรนารายณ์ จำรุราย น.18) (GK), ศุภกิจ เนียมคง, ลี จุน กิ, สุริยา กุพะลัง (ปฏิภาณ เพชรพูล น.41), จิรณัฐ นนทเกษ, ภานุพงศ์ พลซา, ทากาฮิโร่ คาวามูระ (C), นพพล ผลอุดม, โค คิ กู, ประกิต ดีพร้อม, โมฮัมเหม็ด บาเซอร์ ซาเวจ (อเล็ก หลุยส์ ดา คอสตา น.69) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), ชิติพัทธ์ แทนกลาง, อันเดรส ตูเญซ, ธนะศักดิ์ ศรีใส, นิติพงษ์ เสลานนท์ (เชาว์วัฒน์ วีระชาติ น.66), อนาวิน จูจีน, ดาบิด โรเชล่า, สุเชาว์ นุชนุ่ม (C), ธีราทร บุญมาทัน, คาร์เมโล กอนซาเลซ, ฮาเวียร์ ปาตินโญ (ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา น.39) หมายเหตุ : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ สิงห์ท่าเรือ โดนตัดทีมละ 9 คะแนน

เมื่อคุณได้แบงค์ปลอม จะทำอย่างไร ย้อนดูผลงานหนังสั้นคู่กัน ของ พีค เต๋อ
คุณหมู ตัวเล็ก แบงค์ปลอม /  พีค / 

ภาพจาก IG peakpattarasaya พีค ภัทรศยา และ เต๋อ ฉันทวิทย์ แม้ทั้งสองคนจะมีผลงานหนังกันมาเยอะ แต่ก็ไม่บ่อยนักที่จะมีผลงานคู่กันแบบเต็มๆ และนี่ก็เป็นหนึ่งในผลงานที่ทั้งเต๋อและพีค ได้เล่นด้วยกัน และรับบทนำ เป็นผลงานภาพยนตร์สั้น "หลักสูตรโตไปไม่โกง" ตอน "คุณหมู ตัวเล็ก แบงค์ปลอม" กำกับโดย เมษ ธราธร ผู้กำกับหนัง ATM เออรัก เออเร่อ กับเรื่องที่หลายๆคนอาจเคยเจอมาว่า เมื่อคุณได้รับแบงค์ปลอมมาอยู่ในมือ คุณจะทำอย่างไรต่อไป นำไปใช้ต่อ หรือ ทิ้งมันไป หรือทำอะไรดี ออกแนวสนุกเฮฮา แต่ดูแล้วได้ข้อคิดดีๆ พีค เต๋อ ภาพยนตร์สั้น "หลักสูตรโตไปไม่โกง" เป็นผลงานของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งร่วมกับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน ได้ร่วมมือกันผลิตหนังภาพยนตร์สั้น ตาม โครงการ กรุงเทพเมืองสีขาว "หลักสูตรโตไปไม่โกง" 15 เรื่อง 15 รส โดยฝีมือผู้กำกับ 15 คน และ ดารานักแสดงชื่อดัง จาก จีทีเอช อาทิ เต๋อ ฉันทวิช, พีค ภัทรศยา , พีช พชร, เต้ย จรินทร์พร และฝีมือการแสดงของพิธีกรจาก Play Channel ไม่ว่าจะเป็น มาร์ช จุฑาวุฒิ , ท๊อป ณภัทร และบทบาทสุดพิเศษ ของมาดามมด โดยที่ภาพยนตร์สั้น ทั้ง 15 เรื่อง ที่ครอบคลุมคุณธรรม 5 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ จิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง และความเป็นธรรมในสังคม ดูกันได้เต็มๆ คลิปนี้เลยครับ

แบบว่าขำๆ ทีมลีกสก็อตลงโทษนักเตะใส่ชุดลายกล้ามเนื้อ
ลายกล้ามเนื้อ /  สก็อตติช / 

ไม่รู้ว่าจะขำหรือสงสารดีสำหรับ เจค แคร์โรลล์ กองหลังของทีม แพทริค ทริสเทล ทีมอันดับที่ 8 ในตาราง สก็อตติช พรีเมียร์ลีก ของประเทศสกอตแลนด์ ที่โดนต้นสังกัดลงโทษด้วยการจับใส่ชุด "ลายกล้ามเนื้อ" หลังจากที่โค้ชของสโมสรโหวตว่าเขาไม่มีความตั้งใจในการฝึกซ้อม :) สโมสร แพทริค ทริสเทล ทีมชั้นนำของ สก็อตติช พรีเมียร์ลีก นั้นมีกฎและเกณฑ์เรื่องการซ้อมของนักเตะว่าหากนักเตะคนใดในสโมสรมีเกณฑ์การซ้อมแย่ที่สุดจะถูกลงโทษจับใส่ชุด "ลายกล้ามเนื้อ" ลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีม ทั้งนี้ เจค แคร์โรลล์ นั้นถูกยืมตัวมาจากสโมสร ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ ในซีซั่นนี้ แต่ด้วยการซ้อมที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของสโมสร โอกาสที่เขาจะได้ลงเล่นเกมบิ๊กแมตช์กับ กลาสโกว์ เซลติก ในศึกสกอตติช ลีก คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ในวันพุธที่ 29 ตุลาคมนี้คงยาก

เล่นมาแล้ว! Lord of the Fallen เกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์
Lord of the Fallen /  Lord of the Fallen รีวิว

เกมส์ Lords of the Fallen เป็นเกมส์ Action-RPG พัฒนาโดย CI Games และ Deck13 Interactive วางขายบน PC, Xbox One และ PlayStation 4 นำเสนอการผจญภัยและต่อสู้อันสุดโหด เต็มพิกัดกับระดับความยากของเกมส์ ผู้เล่นสวมบทบาทเป็น Harkyn ชายฉกรรจ์ที่ถูกตีตราและตัดสินว่าเป็นอาชญากรของแผ่นดิน แต่ขณะเดียวกันเหล่ากองทัพปีศาจได้บุกมายังอาณาจักรของมนุษย์ ทำให้เขาจำเป็นรับภารกิจที่รับมอบหมายเพื่อเหลือมวลมนุษยชาติจากภัยครั้งรุกรานครั้งใหญ่ในครั้งนี้ให้ได้ ด้านอาชีพตัวละคร สามารถเลือกเล่นได้ 3 อาชีพ ได้แก่ Warrior, Rogue หรือ Cleric แต่น่าเสียดายที่ เกมส์ดังกล่าวมีเพียงแค่โหมดผู้เล่นคนเดียว ทั้งๆที่มีศักยภาพจัดทำเกมส์ประเภท Co-Op หรือ PvP ได้ด้วยซ้ำ ระบบการเล่นเกมส์ของ Lords of the Fallen มีความเสมือนกับเกมส์ Darksiders และเกมส์ Dark Souls ซึ่งเบนเข็มให้กับเกมส์ Action-RPG ฮาร์ดคอร์สัญชาติญี่ปุ่น เนื่องจากระบบการควบคุมและกลไกต่างๆของตัวละครแทบจะเหมือนกันมากๆ หากใครเล่นเกมส์ Dark Souls มาก่อนแล้วมาเล่นเกมส์นี้จะรู้สึกถึงการบังคับและใช้เวลาทำความเข้าใจได้รวดเร็ว นอกจากนี้ เกมส์ดังกล่าวมีส่วนผสมความเป็นเกมส์ประเภท RPG เข้ามา อาทิ ค้นหากุญแจเพื่อเปิดประตูเข้าพื้นที่ใหม่ๆ หาพื้นที่ทางลับ หรือเลือกตอบคำถามกับตัวละคร NPC อันมีผลต่อเนื้อเรื่องในเกมส์ เป็นต้น ด้านระดับความยากของเกมส์ถือว่าอยู่ในระดับที่อยู่ตัว ไม่ยากจนเกินความสามารถ สังเกตจากถูกฟันอย่างน้อย 8-9 ครั้งก็มีสิทธิ์เสียชีวิตได้ เทียบกับเกมส์ฮาร์ดคอร์ที่โดนฟัน 2-3 ครั้งก็ล้มลงได้ แถมเวลาที่ตัวละครถูกโจมตีเสียชีวิต ระบบจะพาย้อนตัวละครไปยังจุด Checkpoint หรือจุดหน้าประตูห้องบอสให้เลย ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับผู้เล่นใหม่ที่อยากสัมผัสเกมส์ประเภทนี้ก็เข้าถึงการเล่นโดยไม่"เหวี่ยง"ตั้งแต่แรกเล่น อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับความยากของเกมส์ Lords of the Fallen ที่มีระดับปานกลางเกือบจะถึงยาก ทำให้ความท้าทายต่อการเล่นดูตื่นเต้นเพียงระดับหนึ่ง เนื่องจากใช้เวลากำจัดศัตรูค่อนข้างง่าย ใช้เวลาจับจุดจังหวะการต่อสู้ได้ไม่นาน องค์ประกอบดังกล่าวทำให้ผู้เล่นเคลียร์เกมส์ได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงกลางเกมส์ ผู้เล่นจะเผชิญกับศัตรูหน้าใหม่ๆที่บรรจุความท้าทายระดับหนึ่ง กราฟิกและเอนจิ้นเกมส์ Lords of the Fallen ได้แสดงศักยภาพด้วย Unreal Engine 4 ถ่ายทอดบรรยากาศและความคมชัดอย่างเสมือนจริง จัดเก็บรายละเอียดของวัตถุเป็นอย่างดี มีการจัดทำระบบเสียงอันสุดตื่นเต้น ด้านฉากเกมส์ออกแบบมาให้ผู้เล่นมุ่งเดินไปยังเส้นทางหลักมากกว่า แถมขนาดแผนที่ค่อนข้างเล็ก อย่างไรก็ดีที่มันไม่ให้ผู้เล่นรู้สึกหลงทางและวนเวียนอยู่รอบจนรู้สึกมึน ขณะที่การออกแบบมอนสเตอร์และศัตรูในเกมส์ถือว่าสอบผ่าน มีทั้งหลากอารมณ์ตั้งแต่ น่ากลัว, เท่ จนถึงอลังการ ส่วนการออกแบบอาวุธชุดเกราะถือว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ดี เมื่อสวมใส่แล้ว นอกจากจะเพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว ยังเสริมความเท่ให้กับตัวละครเช่นกัน แวดล้อมในเกมส์ถือว่าตรึงตาตรึงใจเป็นที่สุดไม่มีที่ติ สิ่งที่ไม่ประทับใจกับเกมส์มีข้อบกพร่องจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเฟรมเรตเกมส์ที่ไม่มีความนิ่ง ประสบกับรายละเอียดและวัตถุเกมส์ที่ปรากฏเข้ามาเป็นจำนวนมาก เอฟเฟคเกมส์จัดทำออกมาไม่ค่อยตื่นตาสักเท่าไร เรื่องอนิเมชั่นศัตรูเกมส์บางตัวดูแข็งทื่อ ดูไม่สมจริง และปัญหากรณีเกมส์หลุดกลางคันที่เกิดขึ้นในลักษณะอันสุด"เซอร์ไพรซ์" หาต้นตอไม่ได้ เป็นต้น เกมส์ Lords of the Fallen ถือเป็นเกมส์รุ่นน้องของเกมส์ Dark Souls ที่ตามๆกันมาในแบบฉบับตะวันตก ผู้ที่เคยสัมผัสกับเกมส์มหาโหดจากญี่ปุ่นแล้ว มาเล่นเกมส์นี้ก็จะได้รับความท้าทายใหม่ๆ แต่มีความง่ายขึ้นมาระดับหนึ่ง ส่วนผู้เล่นใหม่ที่ใขว่ขว้าเกมส์ Action-RPG กราฟิกสวยๆแล้ว อยากบอกว่า "ต้องเล่นเกมส์นี้" และอาจไปต่อเกมส์ Dark Souls แบบโหดเรียกพี่กันต่อได้

เกมส์ DESTINY เปิดตัวเกมส์ภาคเสริม The Dark Below
Destiny /  DESTINY Expansion

Activision และ Bungie ประกาศเปิดตัวเกมส์ Destiny ภาคเสริม The Dark Below นำเสนอเนื้อหาตอนใหม่และขยายเลเวลสูงสุด 32 เตรียมวางขายวันที่ 9 ธันวาคม 2014 บน Xbox และ PlayStation สำหรับเกมส์ Destiny Expansion I: The Dark Below มีสิ่งทีเ่พิ่มเติมดังนี้ - อาวุธใหม่, ชุดเกราะใหม่ๆ ในระดับ Legendary และ Exotic - ขยายเลเวลสูงสุดเลเวล 32 และเพิ่มช่องทำภารกิจย่อย Bounty - เพิ่มภารกิจและเนื้อเรื่องตอนใหม่ กล่าวถึง เหล่ากองทัพ Hive ได้แฝงตัวเป็นเวลานาน Eris ตัวละครเอกของเรื่องเข้ามาเตือนกับภัยครั้งใหม่ โดยกองทัพ Hive มีความพยายามเรียกเทพเจ้า Crota เพื่อทำลายล้างโลกให้เป็นจุล ผู้เล่นสามารถรับภารกิจพิเศษจากตัวละครดังกล่าวในเมือง Tower ได้ทันที - โหมด Co-Op Strike ภารกิจใหม่ - เพิ่มฉากเกมส์ในโหมดมัลติเพลเยอร์ - บรรจุพื้นที่ Raid เข้าร่วมสูงสุด 6 คน ทั้งนี้ ผู้เล่น PlayStation จะได้รับสิทธิ์เข้าเล่นเกมส์โหมด Strike ในภารกิจพิเศษอีกด้วย เกมส์ Destiny Expansion I: The Dark Below วางขายวันที่ 9 ธันวาคม 2014 บน Xbox และ PlayStation

ปั้น แบชเชอร์ ตอกย้ำความเจ็บเกินร้อย ผ่านเพลง คนไม่ใช่ คือไม่ใช่
Pun Basher /  คนไม่ใช่ คือไม่ใช่ / 

หลังจากปล่อยเพลง คนไม่ใช่ คือไม่ใช่ ซิงเกิ้ลฉายเดี่ยวครั้งแรกของ ปั้น แบชเชอร์ (เจษฎา ลัดดาชยาพร)ค่าย การันต์ เรคคอร์ด ไปได้ไม่นาน กระแสตอบรับจากแฟนเพลงจากยอดเพจวิวในยูทูปทะยานสู่หลักล้าน รีบเข็นเอ็มวีเพลง “คนไม่ใช่ คือไม่ใช่” ออกมาเอาใจแฟนเพลงต่อทันที ด้วยเนื้อหาเพลงที่พูดถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ทุ่มเทให้กับความรักจนหมดหัวใจ โดยหวังและรอว่าสักวันใครคนนั้นจะหันมา แต่แล้วไม่ว่าจะทำอย่างไร ท้ายที่สุดแล้ว คนไม่ใช่ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี โดยทีมงานเซ็ตร้าน พร็อพบาร์ ประชาชื่น เป็นสถานที่เล่นเพลงยามค่ำของพระเอก ที่มักเป็นฝ่ายปลอบโยนนางเอกเวลาที่ทะเลาะกับแฟน ด้วยการพามานั่งฟังเพลงที่เขาเล่น และเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยที่พวกเขาทั้งคู่ยังเป็นนักศึกษาไม่เคยเปลี่ยนแปลง และเซ็ตคอนโดลิเบอร์ตี้ เป็นจุดเกิดเหตุ ด้วยเรื่องราวชุลมุน เมื่อนางเอกมาพบว่าแฟนของเธอควงกิ๊กสาวมาพรอดรักกันถึงห้อง ทำให้นางเอกฉุนขาด คว้ามีดมาจ้วงแทงกิ๊กจนสิ้นใจ พระเอกจึงเสียสละด้วยการยอมรับผิดแทน งานนี้ “ปั้น แบชเชอร์” นอกจากจะทำหน้าที่นักร้องแล้ว ยังทำหน้าที่ โค-โปรดิวเซอร์ เพลงนี้อีกด้วย “เนื้อหาเพลงนี้แสดงถึงความเสียสละของคนคนหนึ่งที่จะทำให้กับคนที่เรารักครับ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็นคุณค่า แต่ว่าถ้าได้ทำให้แล้วเราก็รู้สึกเป็นสุข ดีกว่าจะต้องเห็นเขาเป็นทุกข์ ทางทีมงานพอได้รับโจทย์แล้วก็ได้ไอเดียออกมาเป็นตัวเอ็มวีนี้ทันที ต้องบอกเลยว่าเอ็มวีนี้เป็นอะไรที่ต้องเป็นคนที่รักใครหมดหัวใจแน่นอน ถึงจะยอมทำอะไรแบบนี้ได้ครับ อยากให้ลองติดตามชมเอ็มวี คนไม่ใช่ คือไม่ใช่ เพลงซิงเกิ้ลแรกของผมด้วยนะครับ” ปั้น แบชเชอร์ เผย

ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก
10 สถานที่ /  ท่องเที่ยวไทย / 

ด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา มีอยู่มากมายมหาศาล จนบางครั้งคุณจะต้องทึ่ง เมื่อได้เห็นบางสถานที่ ว่ามันมีอยู่ด้วยหรือ ? ความอันซีนยังถูกค้นพบขึ้นเรื่อยๆ สถานที่เหล่านี้ต่างรอคุณให้ไปเยี่ยมเยือนและสัมผัส บางท่านอาจรู้จักแต่ไม่เคยไป ทาง Travel.mthai.com จึงขอรวบรวม 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก มาให้ท่านได้เพลินเพลินกัน แต่จะฟินกว่า หากท่านได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเอง จริงมั้ยครับ ? ตามไปดู 10 ที่เที่ยวอันซีนเมืองไทยที่น้อยคนจะรู้จัก 1. แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี เห็นแว้บแรก หลายท่านคงคิดว่าที่นี่คือสามพันโบกแน่ ๆ แต่ผิดครับ เพราะนี่คือแก่งชมดาว ตั้งอยู่ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำวน จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตาซึ่งจะมีน้ำสีเขียวใสปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ยามเช้าและช่วงโพล้เพล้ เพราะแสงจะสวยมากๆ  ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน 2. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานี วัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ที่เมื่อเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จะปรากฏแสงเรืองรองขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ เกิดจากศิลปกรรมต้นไม้เรืองแสง ที่ค่อยๆ เผยความพิเศษขึ้นมาทีละน้อย จนกลายเป็น Unseen Thailand อีกแห่งที่น่าหลงใหล นอกจากนี้ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ยังเหมาะแก่การชมดวงดาวที่สุกสกาวอยู่เต็มท้องฟ้า 3. ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ จังหวัดน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการปั่นจักรยาน เก็บภาพสวยๆ กลับบ้านไปอย่างชื่นมื่น 4. ดอยเมี่ยง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดอยเมี่ยง สวรรค์แห่งใหม่แห่งเมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงประมาณ 1,600 เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้นและภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง และต้นมะค่า มีจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเมืองปายได้แบบ 360 องศา มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คุณไม่ควรพลาด 5. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี ด้วยป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่ ของป่าสงวนแห่งชาตินายูงและป่าน้ำโสม ที่รายล้อมวัดป่าภูก้อนแห่งนี้เอาไว้ วัดแห่งนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่วิวทิวทัศน์รอบนอกเท่านั้น แต่ภายในวัดยังมีพระมหาวิหารที่ตกแต่งด้วยสำริดทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้มากราบนมัสการ “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” ความยาว 20 เมตร ที่สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี รวมถึง “องค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์” ซึ่งบริเวณชั้นบนของยอดเจดีย์ ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ให้ประชาชนผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะ 6. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จังหวัดลำปาง แหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนในจังหวัดลำปาง ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญและแม่วัง ขนานไปกับบท้องนาเขียวขจีสุดขอบฟ้า โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาว การเดินทางขึ้นไปอาจจะลำบากสักหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณจะเห็นแน่นอน 7. ถนนดอกไม้ตาเบบูญ่า จังหวัดสุพรรณบุรี บนถนนหมายเลข 3502 อ.สามชุก- อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี สองข้างทางจะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองอร่ามจากดอกตาเบบูญ่า (เหลืองปรีดียาธร) ที่บานสะพรั่งสวยงามจนต้องหยุดรถลงไปถ่ายรูป แต่เจ้าดอกนี้มันจะปรากฏโฉมให้ชื่นชมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์เท่านั้น ราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม 8. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต หลังจากถูกปิดไว้นานนับสิบปี เกาะสวรรค์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะเล็กๆ บรรยากาศโรแมนติกเงียบสงบเป็นส่วนตัว จนได้รับฉายาว่า Honeymoon Private Island เหมาะกับคู่รักที่จะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อย่างยิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวใสบริสุทธิ์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งโลกใต้ทะเล ที่รอให้คุณมาแหวกว่ายจนชุ่มฉ่ำ รับรองจะต้องติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ !! 9. วิหารเทพวิทยาคม วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความอุตสาหะและความสามัคคีของชาวบ้าน ทำให้เกิดวิหารเซรามิคโมเสกกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย! สร้างขึ้นจากความตั้งใจของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่ต้องการให้คนเข้าใจพระพุทธศาสนาได้อย่างง่ายๆ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สุดแสนอลังการ ตั้งแต่ รูปปั้นพญานาค19 เศียร ประตูท้าวจตุโลกบาล และเศียรช้างขนาดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะจรรโลงใจ 10. แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ จังหวัดสุโขทัย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจหรือเกาะรูปหัวใจ ถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างงดงาม เกิดจากแนวคิดโครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-แล้ง โดยทำพื้นที่เก็บน้ำไว้ใช้ จากนั้นมีการทำ “บุญพิธีกลั่นแผ่นดิน” นำดินจากทุกหมู่บ้านในจังหวัดสุโขทัย 843 หมู่บ้าน มาปลุกเสกและนำมาไว้ใต้ฐานของมณฑป ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธรัตนสิริสุโขทัย” จึงนับเป็นการนำความศักดิ์สิทธิ์มาสู่แผ่นดิน และรูปหัวใจยังสะท้อนถึงความรักใคร่สามัคคีของคนสุโขทัย ที่ช่วยกันรักษาสถานที่สำคัญแห่งนี้ไว้ให้คนทั่วโลกได้จดจำ ที่มา : painaidii.com   เรียบเรียงข้อมูลโดย : Travel MThai ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง : 10 วัดสวยที่สุดในเมืองไทย , แนะนำ 10 ที่เที่ยวเปิดใหม่ ปี 57

ผมนี่แห้วตลอด! ซลาตัน โอดมีดีพอคว้าบัลลงดอร์แม้ไม่ได้ไปบอลโลก
กีฬา /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

ซลาตัน อิบราโมวิช กองหน้าชาวสวีเดน เปิดใจว่าตนเองก็เหมาะสมกับรางวัล บัลลงดอร์ เช่นกันแม้ว่าจะไม่ได้ไปโชว์ฝีเท้าในฟุตบอล 2014 ที่บราซิลก็ตาม จอมถล่มประตูของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดโดยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดฝรั่งเศสและเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกเอิงสองฤดูกาลติดต่อกัน แม้จะไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสรางวัลอันทรงเกียรตินี้เลยก็ตามแต่กองหน้าวัย 33 ปีรายนี้ยังเชื่อว่าเขามีคุณสมบัติดีพอสำหรับ บัลลงดอร์ ซลาตัน บอกว่า “ผมคิดว่าผมเพิ่งผ่านฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตค้าแข้งของผมมา นี่คือหนึ่งในเป้าหมายของผมคือการเป็นนักเตะที่พัฒนาและดีขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี ผมได้รับการเสนอชื่อแต่มันคงจะยากเพราะผมไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกขณะที่นักเตะหลายคนทำผลงานเด่นในฟุตบอลโลก ดังนั้นพวกเขาจึงมีความได้เปรียบแน่ๆ” “แต่ตราบใดที่ผมทำผลงานได้บรรลุตามเป้าและเล่นในระดับสุดยอด ผมยังตั้งเป้าจะคว้ารางวัลนี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงมุ่งมั่นในการทำงานวันแล้ววันเล่า”