ซิงกูล่าร์

ผลบอล : หวิดดวลเป้า! กวาเรสม่า ฮีโร่โขกต่อเวลา โปรตุเกส ดับ โครเอเชีย ลิ่ว8ทีม ยูโร2016
ทีมชาติโครเอเชีย /  ทีมชาติโปรตุเกส / 

ผลบอล ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 โครเอเชีย 0-1 โปรตุเกส ผู้ทำประตู : 0-1 ริคาร์โด้ กวาเรสม่า น.117 เวลา : 2.00 น. สนาม : สต๊าด โบลลาร์ ถ่ายทอดสด : ช่อง 3 HD (ช่อง33) ศึกฟุตบอล ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นการพบกันระหว่าง โครเอเชีย ที่เข้ารอบมาในฐานะอันดับ 1 ของกลุ่ม D พบกับ โปรตุเกส ที่ตบเท้าเข้ามาในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุดของกลุ่ม F เริ่มเกม เปิดฉากมาทั้งสองทีมเล่นกันค่อนข้างอึดอัด และเล่นแบบระวังตัวด้วยกันทั้งคู่ ทำให้โอกาสทำประตูยังมีให้เห็นค่อนข้างน้อย เริ่มเกม เปิดฉากมาทั้งสองทีมเล่นกันค่อนข้างอึดอัด และเล่นแบบระวังตัวด้วยกันทั้งคู่ ทำให้โอกาสทำประตูยังมีให้เห็นค่อนข้างน้อย / นาที 25 โอกาสทองที่น่าจะเป็นประตูที่สุดของ โปรตุเกส มาจากจังหวะเปิดฟรีคิกบริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ โยนยาวเข้ามาถึง เปเป้ โขกข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผ่านมา โดยวันนี้ทั้งสองทีมเล่นค่อนข้างรัดกุม จะได้ลุ้นเล็กๆก็จังหวะลูกตั้งเตะ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีฝั่งไหนทำประตูกันได้ตลอด 45 นาทีที่ผ่านมาทำให้จบครึ่งแรก โครเอเชีย ปะทะ โปรตุเกส ยังเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 เปิดฉากครึ่งหลังมา ถือว่าการครองบอลเป็นทาง โครเอเชีย ที่เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า โปรตุเกส ค่อนข้างชัดเจน โดยทาง "ฝอยทอง" เริ่มปรับหมากไปรอดักจังหวะสวนกลับใช้ความเร็วจากบรรดาตัวรุกที่มีความเร็วสูงมาสร้างความอันตราย แต่เวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 70 ทั้งสองทีมก็ยังคงทำอะไรกันไม่ได้ / เกมเดินทางผ่านมาถึงนาที 80 น่าเหลือเชื่อว่าทั้งสองทีมยังยิงกันไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว / 10 นาทีที่เหลือด้วยรูปเกมที่เล่นกันค่อนข้างระวังตัว ทำให้สุดท้ายจบ 90 นาที โครเอเชีย ปะทะ โปรตุเกส ก็ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ต้องไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ ช่วงต่อเวลาพิเศษ รูปเกมเป็นทาง โครเอเชีย ที่ยังคงเป็นฝ่ายครองบอลได้ดีกว่า โปรตุเกส พอสมควร จนกระทั่งอีก 3 นาทีจะต้องไปดวลจุดโทษ(นาที 117) กองทัพ "ฝอยทอง" ปล่อยพลังเฮือกสุดท้าย เรนาโต้ ซานเชส ใช้ความเร็วลากบอลเข้ามา ก่อนจะจ่ายให้ นานี่ กึ่งยิงกึ่งผ่านมาให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดไปติดเซฟ ดาเนี่ยล ซูบาซิช หลังจากนั้นบอลไม่กระดอนไปไกลทำให้ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ที่ลงมาเป็นตัวสำรองตามมาโขกจ่อๆเข้าไปช่วยให้ โปรตุเกส เป็นฝ่ายกำชัยพร้อมกับตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากลูกยิงของ โรนัลโด้ จังหวะดังกล่าวเป็นการซัดตรงกรอบครั้งแรกของ "ฝอยทอง" อีกด้วย รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม โครเอเชีย : ดาเนี่ยล ซูบาซิช(GK), ดาริโอ เซอร์น่า, เวดราน ชอร์ลูก้า, โดมากอย วิด้า, อีวาน สตรินิช, ลูก้า โมดริช, มิลาน บาเดลย์, มาร์เชโล่ โบรโซวิช, อีวาน ราคิติช, อีวาน เปริซิช, มาริโอ มานด์ซูคิช โปรตุเกส : รุย ปาทริซิโอ(GK), เซดริก ซัวเรส, เปเป้, โชเซ่ ฟอนเต้, ราฟาเอล เกร์เรโร่, อันเดร โกเมส, วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่, อาเดรียน ซิลวา, เจา มาริโอ, นานี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

Official! ปราสาทสายฟ้า เปิดตัว10นักเตะใหม่สู้เลก 2ตั้งเป้าเดินเครื่องคืนฟอร์มเก่ง
กรกช วิริยอุดมศิริ /  จิตปัญญา ทิสุด / 

 "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดตัว 10 นักเตะใหม่ปราสาทสายฟ้า เพื่อสู้ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 เลกที่ 2 นำโดย กรกช วิริยอุดมศิริ, จิตปัญญา ทิสุด, อเล็กซานเดอร์ กษิดิศ ซีกฮาร์ท และบรูโน โมไรรา ตั้งเป้าทีมกลับมาคืนฟอร์มเก่ง เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอล เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน ณ สนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะใหม่ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อใช้ในการสู้ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2016 เลกที่ 2 โดยมี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีม และ อัฟชิน ก็อตบิ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ร่วมกันแถลงข่าว สำหรับนักเตะใหม่ทั้ง 10 คนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำโดย “มิ้งค์” กรกช วิริยอุดมศิริ แบ็คซ้ายจอมฟรีคิก จากชลบุรี เอฟซี สวมเสื้อหมายเลข 11, “หน่องคลาสสิค” จิตปัญญา ทิสุด ห้องเครื่องจอมลีลา จากชัยนาท ฮอร์นบิล สวมเสื้อหมายเลข 21, อเล็กซานเดอร์ กษิดิศ ซีกฮาร์ท กองกลางตัวจี๊ด ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน อดีตเด็กปั้นบาเยิร์น มิวนิค จาก อุนเตอร์ฮัคกิ้ง ทีมในลีกเยอรมัน “เกม” รัตนากร ใหม่คามิ ดาวโรจน์ดวงใหม่ที่ถูกดันขึ้นมาจากการเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี สวมเสื้อหมายเลข 26, “ซากี้” ซากีรีน ตีกาสม แบ็กขวาความเร็วสูง จากเชียงราย ยูไนเต็ด สวมเสื้อหมายเลข 30, “ฮาฟิส” อับดุลฮาฟิส บือราเฮง แบ็กซ้ายอนาคตไกล จากนรา ยูไนเต็ด สวมเสื้อหมายเลข 31, “นุ๊ก” ชินพงษ์ รักษี นายด่านมือกาว จากอินเตอร์ พัทยา สวมเสื้อหมายเลข 33, “แม็กซ์” อดิศักดิ์ เส็นสมเอียด ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี สวมหมายหมายเลข 37, รูเบนิลสัน ดอส ซานโตส ดา โรชา (คานู) กองกลางจอมพลิ้ว จากเทเร็ก กรอซนี่ ทีมดังศึกพรีเมียร์ลีก รัสเซีย และบรูโน  โมไรรา ดาวยิงเลือดโปรตุเกส จากปากอส เฟอร์ไรร่า ทีมดังลีกสูงสุดโปรตุเกส สวมเสื้อหมายเลข 9 โดย “บิ๊กเน” นายเนวิน ชิดชอบ นายใหญ่ปราสาทสายฟ้า เปิดเผยว่า เลกที่ 2 ถือเป็นเลกที่สำคัญของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะทำคะแนนไล่ล่าทีมหัวตาราง แต่เราก็หวังว่าการเสริมทีมครั้งใหญ่ครั้งนี้ จะทำให้เราเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้ เพื่อเป็นการเรียกศรัทธาแฟนบอล และเรียกความมั่นใจให้กลับมาสู่ทีม “ในเลกที่ 2 นอกจากเราจะได้ตัว ดิโอโก หลุยส์ ซานโต้ ดาวซัลโวฤดูกาล 2015 และนักเตะยอดเยี่ยมไทยลีก หายเจ็บยกลับมาช่วยทีมในเลกที่ 2 แล้ว เราก็เสริมทีมเพิ่มอีก 10 คน ซื้อใหม่ 9 คน และดันเด็กดาวรุ่งจากรั้ว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อคาเดมี ขึ้นมาเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งเราชื่อว่า อัฟชิน ก็อตบิ ผู้ฝึกสอนของเราจะปรับจูนนักเตะเก่า และใหม่เข้ากันให้ได้โดยเร็ว เพื่อเดินหน้าเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ” นายเนวิน ชิดชอบ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับโปรแกรมโตโยต้า ไทยลีก 2016 เลกที่ 2 เกมแรก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเปิดสนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม รับการมาเยือน “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ในวันที่ 26 มิถุนายน 2559 คิกออฟเวลา 19.00 น.

ส่งตรงจากห้องคลอด! เปิดคลิปวินาทีแห่งความสุข กุ๊บกิ๊บ-บี้ เห็นหน้า น้องเป่าเปา
น้องเป่าเปา ลูก กุ๊บกิ๊บ บี้ /  น้องเป่าเปา / 

ตอนนี้ถือเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบแล้ว หลังภรรยาสาว กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ได้คลอดลูกสาวคนแรก น้องเป่าเปา โดยวิธีธรรมชาติ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา งานนี้คุณพ่อป้ายแดง บี้ KPN คอยดูแลอย่างใกล้ชิด วันนี้ก็มีคลิปส่งตรงงจากห้องคลอดช่วงเวลาที่ คุณแม่กุ๊บกิ๊บ กำลังรอคลอด โดยมี คุณพ่อบี้ ให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา จนถึงวินาทีแห่งความสุขเมื่อทั้งคู่เห็นหน้าลูกสาว น้องเป่าเปา เป็นครั้งแรก ไปดูกันเลยว่า แม่กุ๊บกิ๊บ-พ่อบี้ จะตื่นเต้นขนาดไหน....

มีที่มา! “ธีราทร” เฉลยท่าดีใจ-พิสูจน์เล่นร่วมพีระพัฒน์ได้ (มีคลิป)
ธีราทร บุญมาทัน /  นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี / 

แบ๊กซ้ายป้ายเเดงกิเลนผยอง เฉลยท่าดีใจคิดไว้ก่อนหน้านี้เเล้ว พร้อมพิสูจน์สามารถเล่นร่วมกับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ได้อย่างไม่มีปัญหา ธีราทร บุญมาทัน ปราการหลังกัปตันทีมชาติไทยของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยล่าสุดทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการประเดิมสนามให้กับทัพกิเลนผยอง มีส่วนสำคัญพาทีมเปิดบ้านถล่มเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ไปขาดลอย 4-1 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยอดีตดาวเตะคู่ปรับออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ถูกจับลงสนามในตำเเหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางเเละยิงประตูให้ทีมออกนำ จากนั้นมีส่วนเปิดบอลให้ทีมได้ประตูที่สอง รวมถึงจ่ายคิลเลอร์พาสประสานงานกับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ให้หลุดไปเเอสซิสได้เพิ่มอีกสองประตูในเกมล่าสุด ซึ่งเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ผ่าน MTUTD.TV ว่า “ก็ดีใจครับที่พาทีมเก็บ 3 เเต้มได้เเละทำประตูได้, เป็นสิ่งสำคัญที่สุดคือทีมคว้า 3 เเต้มครับ” ส่วนท่าดีใจที่ยกมือขึ้นไหว้เจ้าตัวยอมรับว่าคิดไว้ก่อนหน้านี้เเล้ว โดยกล่าวว่า “ท่าดีใจก็คิดไว้อยู่เเล้วครับ ก็คิดว่าวันนี้เค้า (เเฟนบอล) อยู่ข้างผม คอยปกป้องผม เเละผมก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่นี้ก็อยากให้เค้ารักครับ” ขณะที่ตำเเหน่งได้ออกสตาร์ทในตำเเหน่งมิดฟิลด์ “อุ้ม” เผยว่า “พี่เเบนเค้าให้ผมเล่นกลางทางฝั่งซ้ายครับ เป็นตัวครองบอล คอยเซทบอล เพราะเห็นว่าเราสามารถหมุนกับบาส (พีระพัฒน์) ได้ ซึ่งในตอนซ้อมโค้ชเเบนก็ได้ใส่เเท็คติกว่าให้หมุนเเละเล่นกับบาสเเละหมุนกันให้ได้ประมาณนี้ครับ เเต่ยอมรับว่าผมก็ยังงงๆอยู่กับตำเเหน่งอยู่” “เเต่ก็ยืนยันว่าผมกับบาสเล่นด้วยกันได้อย่างไม่มีปัญหาเเน่นอนครับ ส่วนเป้าหมายทำลายสถิติชนะ 14 นัดรวดที่ผมเคยทำไว้กับบุรีรัมย์นั้นเราขอมองเป็นนัดต่อนัดเเละก็จะทำให้ดีที่สุด” “อุ้ม” กล่าว สำหรับโปรเเกรมนัดต่อไปของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะบุกไปเยือน บางกอกกล๊าส เอฟซี ในวันพุธที่ 29 มิถุนายนนี้ ที่สนามเลโอ สเตเดียม เวลา 20.00 น. เครดิตคลิป : MTUTD.TV OFFICIAL เครดิตภาพ : Ballthai Image

ช้างศึกตัวใหม่! กิเลนผยองเปิดตัว
บีอีซี เทโรศาสน /  อดิศร พรหมรักษ์ / 

กิเลนผยองเปิดตัวเเข้งใหม่ดีกรีทีมชาติไทยอีกรายอย่าง อดิศร พรหมรักษ์ พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 25 เเละประกาศปิดดีลเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 24 ม.ย.59 เวลา 15.00 น. ณ สนามเอสซีจี สเตเดียม สโมสรกิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้มีการเเถลงข่าวเปิดตัว "เจ้าเก่ง" อดิศร พรหมรักษ์ ปราการหลังทีมชาติไทย จากบีอีซี เทโรศาสน ร่วมทีมสู้ศึกเลกสอง ด้วยสัญญาระยะยาว 3 ปี พร้อมกับสวมเสื้อหมายเลข 25 ให้กับต้นสังกัดใหม่ อดิศร กล่าวว่า "รู้สึกเป็นเกียรติกับผมมากที่ได้มาร่วมทีมเอสซีจี เมืองทองฯ ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของผม ผมต้องขอขอบ คุณไบรอัน มาคาร์ และบีอีซี เทโรศาสน ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ผมต้องพิสูจน์ตัวเองให้สตาฟฟ์โค้ชให้เห็น ทำให้ดีที่สุด ส่วนจะได้ลงหรือไม่ค่อยว่ากันอีกครั้ง” ด้าน ธชตวัน ศรีปาน เฮดโค้ชเอสซีจี เมืองทองฯ กล่าวถึงแข้งใหม่ว่า "อดิศร น่าจะเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กับทีมได้อย่างดี ส่วนเรื่องของการลงสนามของเจ้าตัวนั้น เรามีเกมที่ต้องลงเล่นติดต่อกัน ผมพยายามซัพพอร์ทให้ได้ลงเล่นทุกคนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าซื้อมาเเล้วจะไม่ได้ลงสนาม” สำหรับโปรแกรมต่อไป เอสซีจี เมืองทองฯ จะเปิดรัง เอสซีจี สเตเดี้ยม รับมือ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2016 วันที่ 25 มิ.ย. นี้ เวลา 20.00 น.

ยกระดับ! เชียงรายร่วมมือจาร์เค็นรีแบรนด์ดิ้ง, เทงบ 300 ล.ปรับปรุงรังเหย้า
จาร์เค็นรีแบรนด์ดิ้ง /  เชียงราย ยูไนเต็ด / 

กว่างโซ้งยกระดับทุกรูปเเบบประกาศร่วมมือจาร์เค็นรีแบรนด์ดิ้งแบรนด์ชื่อดังปรับภาพลักษณ์สโมสรใหม่ พร้อมเตรียมทุ่ม 300 ล้านปรับโฉมรังเหย้าใหม่ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมชั้นนำของศึกโตโยต้า ไทยลีก จัดงานแถลงข่าวณ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เรื่องดำเนินการเสริมสร้างยุทธศาสตร์ของแบรนด์และการตลาดให้เข้มแข็งอย่างมืออาชีพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เชียงรายยูไนเต็ด ชัยชนะในสนามและนอกสนาม” “Winning from Both Sides” พร้อมก้าวขึ้นสู่ความเป็นทีมชั้นนำของประเทศไทย มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด กล่าวว่า "บริษัทในกลุ่มจาร์เค็นที่ให้บริการด้านการสร้างแบรนด์จะเข้ามาดูแลในส่วนของการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกระบบการบริหารและการจัดการสปอนเซอร์ชิป การตลาด ของที่ระลึก และร้านค้า การออกแบบกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์แบบ 360 องศา เนื่องจากเป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ระดับเอเชีย โดยมีนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ รองประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด เป็นผู้ดูแลด้านการบริหารจัดการ และการตลาดทั้งหมดของสโมสร” ด้าน ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด  กล่าวว่า “เราได้วางแผนพัฒนาแบรนด์ของเชียงรายไว้ 1-3 ปี แบ่งออกเป็น 3 เฟส ด้วยกัน เฟสแรก จะมุ่งเน้นการปรับจากภายนอกสนาม อาทิ โลโก้สินค้า จากเดิมใช้ตัวย่อ “CRUTD” ซึ่งได้มีการทำรีเสิร์ซถึงการรีแบรนด์ของชื่อย่อใหม่เป็น "CR” เพื่อทำให้สะดุดตาจดจำง่าย ทันสมัย “เฟสสอง จะเป็นการต่อยอดโลโก้ “CR” ในการออกแบบและผลิตสินค้าใหม่ๆ อาทิ เสื้อยืด กางเกง หมวก ของที่ระลึกต่างๆ และชุดกีฬา sport wear คอลเลคชั่นพิเศษ สำหรับผู้หญิง รวมถึงการเปิดช็อปใหม่ที่สยามสแควร์ และ เพลงเชียร์ใหม่ โดยนักร้องนักแต่งเพลงมืออาชีพ “เฟสสาม เป็นเรื่องของในสนามกับการรีโนเวทสนามเชียงราย ยูไนเต็ด ให้เป็น sport destination ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สมบูรณ์แบบภายใต้คอนเซ็ปต์ "บ้านของกว่าง" ที่มีลักษณะเป็นโพรงไม้ สามารถรองรับผู้ชมได้ 22,000 ที่นั่ง" “นอกจากนั้นยังมีการสร้างโรมแรม คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานในปี 2561 โดยใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือการดำเนินการ 70% และ การตลาดประชาสัมพันธ์ 30%” ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กล่าว สำหรับ กว่างโซ้งมหาภัย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเลกเเรกหลังสามารถรั้งอันดับ 5 ของศึกโตโยต้า ไทยลีก พร้อมเสริมทัพด้วยการคว้าดาวดังเข้ามาร่วมทีมมากมายทั้ง บดินทร์ ผาลา , ลาซารัส คาอิมบี้ จาก บางกอกกล๊าส เอฟซี , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จาก เมืองทอง ยูไนเต็ด มงคล ทศไกร จาก อาร์มี่ ยูไนเต็ด , วันเฉลิม ยิ่งยง จาก ชัยนาท ฮอร์นบิล , ประทุม ชูทอง จาก สุพรรณบุรี เอฟซี และ มาร์ค บริดจ์ กองหน้าชาวออสเตรเลีย จาก เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอร์เรอร์ส

ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์สี่ฤดูแห่งเมืองท้องถิ่นของญี่ปุ่น ในงาน “อาคิตะ เฟสติวัล”
อาคิตะ เฟสติวัล

ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์สี่ฤดูแห่งเมืองท้องถิ่นของญี่ปุ่น ในงาน “อาคิตะ เฟสติวัล” โดยการท่องเที่ยวจังหวัดอาคิตะ  ในงาน “อาคิตะ เฟสติวัล” ระหว่างวันเสาร์ที่ 25 – วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559 ที่ลานเบลล์สแควร์ เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.30 น. ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้พบกับซุ้มจัดจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของชาวจังหวัดอาคิตะ อาทิ เนื้อวัวอาคิตะ เส้นอุด้ง และผลไม้ท้องถิ่น ฯลฯ ตลอดจนร่วมเยี่ยมชมซุ้มจำลองบรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวและพบกับการแสดงวัฒนธรรมอันมีชื่อเสียงของจังหวัดอาคิตะ อาทิ หมู่บ้านซามูไรท่ามกลางดอกซากุระบานสะพรั่ง กระท่อมหิมะคามาคุระ เทศกาลโคมไฟคันโต การแสดงรำดาบซามูไร และการแสดงหน้ากากปีศาจนามาฮาเงะ พร้อมร่วมกระทบไหล่กับ “อู๋-ธนากร โปษยานนท์” ทูตการท่องเที่ยวประจำจังหวัดอาคิตะคนแรกของประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. – 16.00 น. ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมงาน “อาคิตะ เฟสติวัล” ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 25 – วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559 ที่ลานเบลล์สแควร์ เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 19.30 น.

ผู้ชายชื่อ “น้อย วงพรู” กับ 8 หนังที่เราอยากให้คุณดู
13 เกมสยอง /  Mary is Happy / 

ผู้ชายชื่อ “น้อย วงพรู” กับ 8 หนังที่เราอยากให้คุณดู น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู เป็นนักแสดงลูกครึ่งไทย – อเมริกัน วัย 45 ปี เริ่มต้นเข้าวงการบันเทิงด้วยการเป็นนักร้องนำวงพรู สังกัดเบเกอรี่มิวสิก ก่อนจะมาชิมลางเล่นภาพยนตร์เรื่องแรก คนกราบหมา เมื่อปี พ.ศ. 2539 แต่ไม่ได้ออกฉายในประเทศไทยเนื่องจากกองเซ็นเซอร์ตรวจสอบและพิจารณาว่ามีเนื่องเรื่องไม่เหมาะสม ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจพักเรื่องการแสดงไปนานพอสมควรกว่าจะยอมกลับมารับบทบาทบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งในปี พ.ศ. 2547 ซึ่งคราวนี้เขาประสบความสำเร็จ และมีผลงานตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง และในวันนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับภาพยนตร์ 8 เรื่องที่ น้อย วงพรู ได้ฝากลีลาการแสดงเอาไว้อย่างสวยงามและควรค่าแก่ความทรงจำที่สุด 13 เกมสยอง (2549) หนึ่งในภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่น้อย วงพรู เป็นอย่างมาก กับเรื่องราวชีวิตสุดบ้าระห่ำของชายชื่อ ภูชิต ที่ตกปากรับคำเล่น 13 เกมสุดสยองหลังจากที่ชีวิตผกผันถูกไล่ออกจากงาน แถมยังถูกคนรักทอดทิ้งไปอีก เมื่อเริ่มรับโจทย์จากสายโทรศัพท์ลึกลับ ความโหดเหี้ยมของเกมก็ทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นต้องฆ่าคน แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดเล่นเกมนี้ได้ ด้วยเพราะเดิมพันที่เป็นจุดหมายปลายทางนั้นมูลค่าสูงถึง 100 ล้านบาท ความสุขของกะทิ (2552) ภาพยนตร์อุ่นไอรักครอบครัวที่มีจุดเริ่มต้นจากการสูญเสียแม่ ชีวิตที่เหลือของเด็กสาว กะทิ จึงต้องผูกไว้กับตาและยายผู้มีนิสัยรักความเรียบง่าย ตลอดจนเหล่าเพื่อนและญาติสนิทของแม่ อันได้แก่ น้าชฎา น้ากันต์ และลุงตอง ที่มักจะแวะมาเยี่ยมเยือนจนเสมือนว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้กะทิเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความเชื่อที่ว่า...ในความโศกเศร้าก็มีความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกัน A Moment in June – ณ ขณะรัก (2552) หนังรักที่เชื่อมโยงคน 3 คู่เข้าไว้ด้วยกันผ่านห้วงเวลาแห่งการตัดสินใจอันยากลำบาก คู่แรก เป็นความรักระหว่างชายหนุ่มสองคน ปกรณ์ และ พล ที่ตัดสินใจแยกกันสักพัก เพราะชีวิตคู่ที่ก้าวต่อไปไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความรักจะจางหายไป คู่ที่สอง เป็นความรักของคนรุ่นใหญ่ เมื่อ อรัญญา ต้องมาพบกับ กรุง ชายที่เธอมีใจให้มาตลอด 30 ปี เธอมีคำถามมากมายที่อยากรู้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเอ่ยคำ ๆ แรกออกไป และคู่ที่สาม ความรักต้องห้ามที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จากการที่ว่าที่เจ้าสาวใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าดันไปเผลอมีใจให้เพื่อนเจ้าบ่าวหนุ่มที่มีครอบครัวแล้ว หลวงพี่เท่ง 3 (2553) การสานต่อภาค 3 กับความฮาที่สอดแทรกธรรมะ ซึ่งในครั้งนี้มีตัวละครหลักคือ น้อย นักร้องหนุ่มสุดเซอร์ที่ตัดสินใจออกบวชเพื่อหนีความวุ่นวายทางโลก หากแต่ด้วยนิสัยตรงไปตรงมาค่อนไปทางขว้างโลก แถมยังชอบพูดจากำปั้นทุบดิน กลับทำให้เขาไม่ได้พบความสงบสุขที่แท้จริงสักที นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระและเหล่าฆราวาสสุดแสบที่มักจะสร้างเรื่องชวนปวดหัวให้พระน้อยอยู่เรื่อย ๆ อีกต่างหาก อันธพาล (2555) ภาพยนตร์ที่สะท้อนภาพสังคมในยุคอันธพาลครองเมือง จ๊อด เฮาดี้ และแดง ไบเลย์ คือสองนักเลงที่เป็นคู่หูกัน ร่วมมือกันต่อกรกับศัตรูโดยไม่สนใจว่าเป็นใครหรือใหญ่โตมาจากไหน ชีวิตของพวกเขากำลังไปได้สวยในแวดวงอันธพาลจนกระทั่งวันหนึ่งจ๊อดถูกจับเข้าคุกหลังจากยิงปืนพลาดไปถูกผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต และเมื่อพ้นโทษออกมาจ๊อดก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการตายของแดง การเสื่อมศรัทธาจากลูกน้อง และการหักหลังจากผู้ทรงอิทธิพลที่เคยเป็นคนที่เขานับถือ โลงจำนำ (2556) ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการแสดงหนังผีเรื่องแรกของน้อย วงพรู กับการสวมบทบาทเป็นหนึ่ง นักแต่งเพลงสุดแสนธรรมดาที่บังเอิญขับรถไปชนลูกสาวของเพื่อนบ้านจนโคม่า ความต้องการเงินมารับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หนึ่งและภรรยาตัดสินใจนำของมีค่าทั้งหมดไปที่โรงจำนำ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาล สุดท้ายทั้งคู่จึงเลือกที่จะเดิมพันชีวิตครั้งใหญ่ด้วยการจำนำตัวเองกับผีเพื่อแลกเงินมูลค่า 1 ล้านบาท โดยไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้พวกเขาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง Mary is Happy, Mary is Happy (2556) หนังสุดอินดี้ที่ผู้กำกับ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ได้พล็อตเรื่องมาจากการสุ่มเข้าไปใน Follower ของ Twitter ตัวเอง และพบว่ามีเจ้าของทวิตเตอร์คนหนึ่งใช้ชื่อว่า @marylony ซึ่งชอบทวีตเรื่องของตนราวกับคนเวิ่นเว้อไม่สนใจใคร ในการนี้ผู้กำกับหนุ่มจึงหยิบเอาเหตุการณ์ใน 410 ทวีตแรกของเธอมาร้อยเรียงโดยผูกเป็นเรื่องราวสุดแปลกประหลาดในชีวิตโค้งสุดท้ายปลายระดับชั้นมัธยมของเด็กสาวคนหนึ่ง   ขุนพันธ์ (2559) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หัวเมืองทางใต้เต็มไปด้วยโจรเสือมากมาย แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถเล็ดรอดการจับกุมของร้อยตำรวจโท ขุนพันธรักษ์ราชเดช ตำรวจหนุ่มผู้มีทั้งความสามารถและคาถาอาคมไปได้ นอกจากนี้ขุนพันธ์ยังเลือกที่จะเสนอตัวทำภารกิจที่เสี่ยงอันตรายและไม่เคยมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนใดเคยทำมาก่อน นั่นก็คือการออกไล่ล่ามหาโจร อัลฮาวียะลู ผู้เหี้ยมโหดและมีคาถาอาคมดุจเดียวกับขุนพันธ์จนสามารถขยายอิทธิพลครอบคลุมทั่วเขตภาคใต้ มาร่วมพิสูจน์ความสามารถทางการแสดงของน้อย วงพรู อีกครั้งกับบทบาทสุดท้าทายแห่งปี มหาโจรอัลฮาวียะลู ในภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 14 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

ชะล่าใจ‬ มิวสิควิดีโอแทงใจ 'คนแอบรัก' จาก เอ-ปอย
A-POY /  ชะล่าใจ / 

จะลองบอกแต่กลัวเสียเพื่อน หรือไม่บอกแล้วต้องเสียเขาไปตลอดกาล? ชะล่าใจ‬ มิวสิควิดีโอแทงใจ 'คนแอบรัก' จาก เอ-ปอย ดูโอ เอ-ปอย (สมาชิก เอ-ภาดา ยั่งยงยืน:กีต้าร์ และ ปอย-ฐกูร เรืองวุฒิ:ร้องนำ) ภายใต้สังกัด โมโนมิวสิค ในเครือโมโน กรุ๊ป กลับมาแล้วพร้อมผลงานเพลงใหม่ ชะล่าใจ เพลงช้าสไตล์อะคูสติกเศร้าๆ ที่บอกเล่าประสบการณ์แอบรักแต่ไม่กล้าบอกความในใจ จนทำให้เราต้องเสียคนที่รักไปในที่สุด งานนี้นอกจากเนื้อหาของเพลง ชะล่าใจ จะแทงใจ 'คนแอบรัก' สุดๆ แล้ว ด้านมิวสิควิดีโอที่ได้นักแสดงหน้าใหม่ นนนี่ ณัฐชา เจกะ และ ยุ่น ณัฐพล วงศาวณิชชากร มาแสดงนำนั้น ก็ทำเอาคนที่มีประสบการณ์เคย 'นก' ถึงกับอินตามอย่างหนักเลยทีเดียว #ชะล่าใจ : เอปอย [Official MV] A-POY youtube channel : MrMonoMusic เนื้อเพลง ชะล่าใจ (เอ-ปอย) คำร้อง/ทำนอง รังสรรค์ ปัญญาใจ และเพื่อน ได้แต่ถาม ใจตัวเอง ฉันพยายามมากพอ หรือยัง เพื่อคนที่ฉันแอบรัก เมื่อทุกครั้ง ฉันพยายามบอกเธอ ทุกทีที่เราใกล้กัน แต่ฉันมัวกลัวและไหวหวั่น ยังไม่กล้าพอและรอถึงวันนั้น ไม่เคยรู้ว่ารักใคร แล้วไม่ยอมบอก จะเสียใจเท่าไร คนที่บอกว่ารัก ช้าเกินไป ไม่มีสิทธิ์จะรัก เลยใช่ไหม แม้ฉันพบเธอก่อน รักมากเท่าไร ก็ไม่ช่วยอะไร ถ้าใจของเธอไม่รู้เลย คนที่บอกว่ารัก ช้าเกินไป คงต้องเก็บมันไว้ เพียงเท่านั้น ทำได้แค่มองดู เธอกับเค้ารักกัน ต่อให้ฉันจะรักเธอมาตั้งนานสักเพียงไหน ไร้ความหมาย แต่ฉันมัวกลัวและไหวหวั่น มัวชะล่าใจและรอถึงวันนั้น ไม่เคยรู้ว่ารักใคร แล้วไม่ยอมบอก จะเสียให้เขาไป มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แดนกลางแข็งโป๊ก!ไก่ปิดดีลซิว วันยาม่า จากนักบุญ 11 ล้านป.
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  วิคเตอร์ วันยาม่า / 

ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ จัดการซิวตัว วิคเตอร์ วันยาม่า กองกลางตัวรับสายถึกของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน เข้าทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ทีม”ไก่เดือยทอง” จัดการเสริมทัพเพื่อฤดูกาลใหม่แล้ว ด้วยการซื้อตัว วิคเตอร์ วันยาม่า กองกลางตัวรับจอมแกร่ง ซึ่งเป็นอดีตลูกน้องเก่าของ เมาริซิโอ้ ปอเช็ตติโน่ กุนซือคนปัจจุบันสมัยคุมเซาแธมป์ตันมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ และนักเตะได้เข้ามาทำการเปิดตัวกับทีมใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยสัญญา 5 ปี “นี่คือฟ้าใหม่ของอาชีพ และผมเชื่อว่าผมจะสามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทีมใหม่ของผมได้” ดาวเตะชาวเคนย่า กล่าวกับเว็บไซด์จากแอฟริกา สำหรับ วันยาม่า เป็นนักเตะชาวเคนย่าคนแรกที่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ย้ายจาก เชลติก มาอยู่กับเซาแธมป์ตันด้วยค่าตัว 12.1 ล้านปอนด์ ซึ่งการย้ายครั้งนี้ เชลติก จะได้เปอร์เซ็นส่วนแบ่งด้วยถึง 1.1 ล้านปอนด์

สารต่อ! “ทาเซฟสกี้” หวังฟอร์มเทพต่อให้ทีมสุพรรณบุรี
ดาร์โก ทาเซฟสกี้ /  บางกอกกล๊าส เอฟซี / 

เพลย์เมคเกอร์ป้ายเเดงทัพช้างศึกยุทธหัตถี อาสาพาต้นสังกัดกลับสู่จุดที่ควรเป็นเผยสถิติสมัยทีมเก่าสุดเทพ หวังสานต่อผลงานที่สุพรรณ ดาร์โก ทาเซฟสกี้ เพลย์เมคเกอร์ป้ายแดงของ สุพรรณบุรี เอฟซี ยืนยันหวังพาต้นสังกัดกลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น เพราะสุพรรณบุรี มีความมุ่งมั่น ทะเยอทะยานเหมือนกับที่บางกอกกล๊าส เอฟซี ต้นสังกัดเก่าที่ผ่านมา "กับทีมเก่ามาปีแรก ผมยิงได้ 11 ประตู และแอสซิสต์ 12 ครั้ง และปีที่ 2 ผมก็ยังอยู่ในมาตรฐานที่ดี ยิง 11 ประตู และจ่ายให้เพื่อนยิงได้อีก 8 ครั้ง ซึ่งผมก็หวังสานต่อฟอร์มแบบนั้นกับสุพรรณบุรี เอฟซี อย่างไรก็ตาม ผมรู้ว่าสุพรรณบุรี จำเป็นต้องทำผลงานให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นเหนือสิ่งอื่นใดแล้ว ผมต้องการเห็นทีมกลับมาชนะอย่างต่อเนื่องก่อน” ดาร์โก กล่าวทิ้งท้าย สำหรับสถิติของอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติมาซิโดเนีย วัย 32 ปี นั้น ลงเล่น 36 นัด ยิง 11 ประตู และแอสซิสต์ถึง 12 ครั้ง ในปีแรกกับบางกอกกล๊าส เอฟซี ก่อนปีถัดมาจะลงเล่น 30 นัด ยิง 11 ประตู (รวมทุกรายการ) และทำ 8 แอสซิสต์ ก่อนย้ายมาร่วมทีมสุพรรณบุรี ในเลกที่ 2 ของปีนี้

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

สีสันของแท้!สื่อน้ำหอมทำคลิปรวมความประทับใจแฟนไอริช
กองเชียร์ /  ยูโร 2016 / 

แม้ศึกยูโร 2016 จะมีข่าวไม่สู้ดีนักเรื่องกองเชียร์ที่ยกพวกตีกันหรือสร้างวีรกรรมป่วนๆออกมาให้เห็นเป็นประจำ แต่ว่าสุดยอดกองเชียร์ในยูโรครั้งนี้คงต้องยกให้กับแฟนบอลไอร์แลนด์ถึงขนาดว่าสื่อในประเทศฝรั่งเศสเจ้าภาพถึงกับต้องตัดคลิปขอบคุณกองเชียร์ที่รวมความน่ารักของเหล่ากองเชียร์ไอริช ที่มีทั้งรวมกันร้องเพลงอย่างสนุกสนาน, กล่อมเด็กบนรถไฟ,แอ๋วสาว, ร้องเพลงแซวตำรวจฝรั่งเศส ,เก็บขนะ,ซ่อมรถ ฯลฯ จนทำให้พวกเขากลายเป็นกองเชียร์ที่สุดน่ารักในการแข่งครั้งนี้ สำหรับ ไอร์แลนด์ ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับ ฝรั่งเศส เจ้าภาพในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน เวลา 20.00น.