ซิงกูล่าร์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

แอน ทอง ยันอีกเสียง!! ณเดชน์-ญาญ่า แค่พี่น้อง ไม่มีกุ๊กกิ๊กกลางกองถ่าย
แอน ทองประสม /  ณเดชน์ ญาญ่า / 

  เรียกได้ว่าเป็นผู้จัดมืองทองอีกคนที่มีผลงานออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาว แอน ทองประสม ที่มีผลงานที่เพิ่งลาจอไปอย่าง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ทำเอาเรตติ้งถล่มทลาย ถูกใจแฟนคลับมาก ทั้งนี้สาวเจ้ายังไม่หยุดพักลุยงานผู้จัดกองละคร ลิขิตรัก ซึ่งได้ หนุ่มณเดชน์ คูกิมิยะ กับ สาวญาญ่า อุรัสยา มาเป็นคู่พระ-นาง เรียกได้ว่าเป็นการร่วมงานครั้งแรกระหว่างผู้จัดสาวกับคู่จิ้นฟินเว่อร์ ล่าสุดได้เจอตัวผู้จัดสาว แอน ทองประสม ในงาน "L'Oreal Youth Code, Swith On Your Skin...เปิดสวิตช์ความอ่อนเยาว์ให้ผิวด้วยลอรีอัล ยูธโค้ด" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวได้เผยว่าวาเลนไทน์ที่ผ่านมาไม่ได้ให้อะไรเป็นพิเศษกับแฟนหนุ่ม เอ ทินพันธ์ เพราะคบกันมา 15 ปี เข้าใจกันดีอยู่แล้ว ส่วนที่มีดราม่าเรื่องรูปที่โพสต์ลงไอจีนั้นไม่มีอะไร ภาพที่ออกมาเป็นเพียงมุมกล้อง ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง สำหรับการร่วมงานกับพระ-นางละครเรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ดี ทั้งคู่เป็นมืออาชีพ ดูแลง่าย ส่วนที่ว่ามีสวีทกันในกองหรือไม่นั้น สาวแอน ตอบว่ายังปกติ ไม่กลัวคนนักแสดงคนอื่นน้อยใจที่ดูแล ณเดชน์-ญาญ่า เป็นพิเศษ เพราะตนดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม ส่วนเรื่องแพลนแต่งงานเมื่อไหร่นั้นเจ้าตัวจะบอกอีกที วาเลนไทน์ที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง   "ของแอนอยู่กองถ่าย กองลิขิตรัก พี่เอก็ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์อะไร ก็ทำงานอยู่กับน้องญาญ่า น้องณเดชน์ น้องกระทิง อยู่แต่กับเด็กวัยรุ่นทุกคนก็โอดครวญว่าพี่แอนใจร้ายทำไมลงคิวถ่ายวันวาเลนไทน์ จริงๆ คือคิวทุกคนมันได้วันนั้นพอดี แล้วทุกคนก็จะแบบ โอ๊ย อยากกลับบ้าน อยากไปเที่ยว มีให้ดอกไม้ไหม ก็ไม่มีนะ แต่แอนก็จะบอกเขาว่าแฮปปี้วาเลนไทน์ไม่ลืม ก็บอก ที่เห็นในไอจีมีรูปดอกไม้ อันนั้นเป็นเพื่อนแอน เพื่อนทำร้านดอกไม้ แล้วเขาก็ทำให้แอนทุกปี ก็ขอบคุณเขา เพราะว่าเป็นดอกเดียวที่ได้ มีคำหวานๆ ให้กันไหม   "ไม่มีค่ะ ก็มีแค่แฮปปี้วาเลนไทน์นะเอ แค่นั้น เขาก็รู้แล้วแหละว่าหมายถึงทุกอย่าง ไม่ต้องบรรยายเยอะ ไม่มีย้อนหลัง 15 ปีแล้ว มันเป็นมากกว่าแฟน เป็นเพื่อน เป็นทุกอย่าง ซึ่งเราก็มีความปรารถนาดีให้กัน" ไม่มีปัญหาอะไร   "ไม่มี ก็พยายามประคองให้มันไม่มี" เรื่องโยคะที่มีดราม่าเป็นยังไง   "มีดราม่าด้วยเหรอ จริงๆ มันเป็นมุมกล้องที่แอบหลอกตา แอนกับน้องยืนอยู่บนโขดหิน ซึ่งข้างล่างเป็นพื้นห่างไปประมาณ 5-6 ศอก เราถ่ายเสยขึ้นฟ้าก็เลยดูเหมือนเราอยู่บนผา แต่จริงๆ ไม่ใช่ แอนก็ไม่กล้าไปเล่นอย่างนั้น ไม่เซียนพอ" ตอนที่โพสต์กลัวไหมว่าจะเป็นดราม่าได้   "ไม่ๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนเราถ่ายมันก็เหมือนสนามฟุตบอล แต่มันมีหินก้อนนึงโผล่ขึ้นมา แล้วเวลายิงออกไป มุมกล้องมันทำให้รู้สึกเหมือนมันเวิ้งว้างมากกว่า จริงๆ แอนเล่นโยคะ เรามีความปรารถนาดีให้คนโฟกัสว่ามันสนุก มันทำที่ไหนก็ได้ เรามาโฟกัสในที่ๆ ไม่ต้องไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม เราไม่ได้อยากให้โฟกัสในเรื่องตกผาตกเขา เพราะเราไม่อยากชี้แนะในเรื่องที่มันล่อแหลม แต่คนบางกลุ่มเท่านั้นที่จะไปโฟกัสตรงนั้น ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่จริงๆ ไม่มีอะไร ต้องระวังในการโพสต์อะไรไหม ก็ไม่นะ คนที่เห็นอาจจะตกใจ เพราะเขาไม่ได้เห็นพื้นที่จริง แต่จริงๆ มันเป็นอะไรที่ดีนะ แอนอยากแชร์ให้ทุกคนเล่น" เห็นว่าเลือกสถานที่สวยๆ ถ่าย   "ใช่ค่ะ เพราะโยคะมันเล่นที่ไหนก็ได้ เพราะเราใช้แค่ร่างกายเรา แล้วเราก็พาเขาไป ไปหายใจ ไปเอาออกซิเจน แอนอยากให้ทุกคนมีความสุขกับการเล่นแค่นั้นเอง" กับละคร น้องณเดชน์-ญาญ่า เป็นยังไงบ้าง   "ถ่ายทำอยู่ยังไม่เสร็จเลย อีกเยอะมาก ยังไม่ถึง 50 % เลยมั้ง หรือ 50 แล้วก็ไม่รู้ ไม่ได้นับ ถ่ายไปเรื่อยๆ ทั้งสองคนเป็นเด็กที่น่ารักมาก ดูแลง่ายมาก กินง่ายอยู่ง่ายมาก แล้วก็อึด ถึก ทนมาก ซึ่งยอมรับหัวใจเลย เขาทำงานกันเยอะ ไม่มีหงุดหงิดเหนื่อยล้า เวลาเราขอให้ทำนั่นทำนี่ เขามืออาชีพมาก" ก่อนหน้านี้พี่เอพูดว่าน้องสองคนเป็นพี่น้องกัน แต่ญาญ่าเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอนุญาตให้ณเดชน์เรียกว่าแฟนได้สุดท้ายสองคนนั้นเป็นยังไง   "ก็เป็นพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้วยกันอย่างคล่องและรู้จักกันดี หมายความว่ามันเหมือนคุ้นมือกัน เคยเล่นกันมาหลายเรื่อง ก็จะรู้จักจังหวะกัน เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือกันได้ดี ในทางการแสดงเวลาเราเล่นคู่กับใคร มันจะลงตัว" เขาดูเหมือนแฟนกันไหม   "ไม่มีค่ะ ก็ดูปกติมาก ใช้ชีวิตปกติ" อย่างวันวาเลนไทน์เขามีให้ของขวัญอะไรกันไหม   "ไม่มีค่ะ เขายิงปืนใส่กันอย่างเดียว เพราะมีฉากบู๊แอนก็ไม่เห็นอะไร" กลัวนักแสดงคนอื่นน้อยใจไหมที่เห็นพี่แอนประคบประหงมสองคนนี้   "ไม่เลยค่ะ สองคนนี้ดูแลง่ายมาก ส้มตำจานนึงก็อยู่กันได้แล้ว ยังแซวญาญ่าเลยว่าแสดงอะไรบ้างไหมที่แสดงออกว่าเหนื่อย เขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เลย เก่งมาก ไม่มีอะไรอย่างอื่นนะ ปกติ กับนักแสดงคนอื่นๆ เท่าเทียมกันหมด โต๊ะก็นั่งเหมือนกันหมด กินก็กินเหมือนกันหมด ไม่กลัวคนอื่นไม่พอใจนะ เพราะว่าทั้งสองคนนี้อาจจะเข้าฉากด้วยกันถี่ ก็จะเจอเราบ่อย" เอามาร่วมงานครั้งแรกก็ประทับใจเลย   "ประทับใจ จริงๆ ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ เพราะว่ายังไม่เคยทำงานกับน้อง แล้วเขาก็อยู่ในกองที่ผู้จัด ผู้ใหญ่ดูแลมาอย่างดี มืออาชีพมาตลอด เราเป็นผู้จัดใหม่ บางทีการดูแลอาจจะตกๆ หล่นๆ เราพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ตรงนั้น เวลาเราเป็นนักแสดงเราต้องการอะไร บางทีเราไม่ต้องการอะไรมากแค่น้ำเย็นๆ สักแก้วในเวลาที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องของแพง อันนี้มากกว่าที่เรารู้สึกว่าเราจะดูแลเขาได้พอเหมาะในจังหวะที่ต้องการหรือเปล่า กลัวเขาเหนื่อย แต่เขาไม่กล้าร้องขอ แต่ขอปรบมือให้จริงๆ รวมทั้งนักแสดงคนอื่นที่แอนแคสมาด้วย เรื่องลิขิตรัก ทุกคนมาทำงานที่มันยาก เด็กรุ่นใหม่เขาพร้อมที่จะเปิดรับทุกสิ่ง ไม่มีอีโก้ จะเสร็จเมื่อไหร่ อยากให้เสร็จกลางปี จะได้มีเวลาเที่ยว พักผ่อน ใช้ชีวิตส่วนตัวบ้าง เรื่องต่อไปยังไม่มีเเพลน เอาเรื่องนี้ก่อน เรื่องแต่งงานเดี๋ยวบอกอีกที" แอน ทองประสม   แอน ทองประสม   แอน ทองประสม   ณเดชน์ ญาญ่า   แอน ณเดชน์ ญาญ่า  

ฮอตห้างแตก!! โอปป้า ซงจุงกิ เยือนไทยชม มิว นิษฐา สวย!!
ซงจุงกิ /  มิว นิษฐา / 

  กรี๊ดวนไปค่ะ!! ล่าสุดพระเอกซุปตาร์สุดฮอตของเกาหลี ซงจุงกิ ได้เดินทางมาเปิดตัวในนามแบรนด์แอมบาสเดอร์ 11street ช็อปปิ้งออนไลน์ ร่วมกับนางเอกชื่อดัง มิว นิษฐา ณ โซนอีเดน ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งแฟนคลับต่างแห่มารอต้อนรับอย่างเนืองแน่นจนห้างแทบแตกกันเลยทีเดียว   งานนี้ ซงจุงกิ ได้ทำให้แฟนคลับชาวไทยสาวกโอปป้าได้ฟินกระจายกรี๊ดสนั่น หลังจากที่เจ้าตัวได้บอกว่า มิว นิษฐา น่ารักสดใสมาก แถมยังชม สาวมิว เป็นภาษาไทยด้วยว่า “สวย” ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดสนั่นลั่นห้างไปตามๆ กัน ซึ่งการเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ซงจุงกิ ได้วางแผนอยู่ประเทศไทยเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ และได้เดินทางไปเที่ยวภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาร่วมงานและพบปะแฟนคลับชาวไทยที่กรุงเทพฯ!! ซงจุงกิ มิว นิษฐา ซงจุงกิ มิว นิษฐา ซงจุงกิ มิว นิษฐา ซงจุงกิ มิว นิษฐา ซงจุงกิ มิว นิษฐา แฟนคลับแห่ต้อนรับ ซงจุงกิ

พีช ไม่รู้ นท เปลี่ยนรสนิยม ยินดีถ้าคบ คารีสา โอกาสรีเทิร์นคงยาก!!
พีช พชร /  นท เดอะสตาร์ / 

หลังดาราสาว คารีสา สปริงเก็ตต์ หรือ คารีสา เดอะเฟซไทยแลนด์ ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่ามีความรู้สึกดีๆ ให้กับนักร้องสาว นท พนายางกูร สนิทสนมอยู่ข้างกันตลอดตั้งแต่ สาวนท เลิกรากับ พีช พชร และมองว่าความรักไม่จำกัดเพศ กลายเป็นข่าวเซอร์ไพรส์แฟนๆ เป็นอย่างมาก ซึ่ง สาวนท ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวแล้วว่า "ใจเย็นนะคะทุกคน เราเป็นแค่พี่น้องกัน แต่เราทั้งสองต่างมีความเห็นตรงกันว่า ความรักไม่ควรมีขอบเขต ไม่ควรแบ่งแยก ไม่ควรจำกัด และไม่ควรปิดกั้น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะรัก และได้รับความรักเหมือนกัน Happy Valentine’s Day ค่ะ" ล่าสุดเจออดีตคนรักอย่าง หนุ่มพีช มาร่วมงานเปิดตัว "โมโตเพล็กซ์ แบงค็อก" จึงมีโอกาสสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว โดย หนุ่มพีช ออกตัวไม่ทราบเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ตลอดเวลาที่เคยคบกันอดีตแฟนสาวไม่เคยมีแนวโน้มเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าคบกันก็ยินดี เพราะมองว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ ส่วนโอกาสรีเทิร์นของทั้งคู่นั้นคงเป็นเรื่องยาก แต่ยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้ "ข่าวนทเปลี่ยนรสนิยม อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน จริงๆ มันก็แล้วแต่เค้าแหละครับ เราพูดอะไรกับเรื่องนี้มากไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ใช่เรื่องของเรา นึกออกมั้ยว่าเค้าเป็นคนตัดสินใจ ถ้าเค้าแฮปปี้ของเค้า อย่างที่บอกว่ามันเป็นเรื่องของเค้า เค้าชอบเราก็ยินดีด้วย ความรักมันสวยงามอยู่แล้ว ขนาดกับเราเองเวลามันเกิดกับเราก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสวยงาม เพราะฉะนั้นเวลาเกิดขึ้นเราควรที่จะต้องยินดีกับเค้า ยังไม่คุยกับเค้าเลย ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องคุยหรือโทรไปถามว่าเฮ้ยเธอไปคุยกับคนนี้เหรอ มันก็ดูไม่น่าใช่ เดี๋ยวถึงเวลาถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวก็คงรู้เองครับ" "ผมว่ามันเป็นธรรมชาติของความรัก คนเราถ้าจะชอบใครมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเนอะ ถ้าเค้ามีความสุขก็จบ แต่ว่าเท่าที่รู้จักมาเค้าไม่เคยมีอะไรแบบนี้เลย เราก็เพิ่งเจอกันไปไม่นานครับสัก 2 อาทิตย์ที่แล้ว ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเจอกันไม่ได้หรอกครับ แต่มันไม่มีโอกาสได้เจอเลย จนกระทั่งล่าสุดดันไปกินข้าวที่เดียวกันก็เลยเดินไปนั่งคุยด้วย ก็โอเคนะ เค้าก็ปกติแล้วแหละ เราเองก็ปกติแล้ว ก็รู้สึกว่าทำไมเราจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เค้าก็บอกว่าเอาไว้วันหลังนัดเจอกันอีก เราก็ได้ไม่มีปัญหา" "ไลน์ยังไม่ได้พิมพ์คุยกัน แต่พอเจอแล้วก็โอเคคุยกันได้ เป็นเพื่อนกันได้แหละ เรื่องรีเทิร์นน่าจะไม่ได้ครับ อันนี้ส่วนตัวเราเองด้วยแหละ พอคนเรามันเคยมีปัญหากัน มันจะจำกันได้ว่านิสัยเสียของแต่ละคนคืออะไร เรารู้นิสัยเสียของเรา เรารู้ว่าเค้าไม่แฮปปี้กับนิสัยข้อนี้ของเรา มันก็คงเป็นเรื่องยากแหละ ณ ตอนนี้โอกาสรีเทิร์นไม่มีเลย คงต้องรอเราโตกว่านี้หน่อยมั้งแล้วค่อยคิดอีกที แล้วก็ต้องถามเค้าเองด้วยแหละครับ ไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว ถ้าจะเจอกันอีกคงไม่แซวเรื่องนี้หรอก เพราะเป็นคนไม่ค่อยกล้าแซวคนเรื่องนี้ เราไม่รู้ว่าเวลาเราพูดเรื่องนี้แล้วคนอื่นเค้าโอเคหรือเปล่า แต่ถ้าเค้าโอเคก็แกล้งแน่นอน" "คนจับตามองเรื่องลงรูปคู่กับเก้า ก็เล่นหนังด้วยกันครับ ก็สนิทกัน ต้องโปรโมทหนังด้วยกัน คือผมรู้จักกับเค้ามา 3 ปี จะไม่ให้เราแบบไปกินข้าวด้วยกัน ไปทำนู่นทำนี่ด้วยกันเลยมันก็คงแปลก เราเคยร่วมงานกันมาก่อน เค้าเป็นน้องที่ดีของผม ตอนนี้เค้าเลิกกับซุปเปอร์แล้ว ซุปเปอร์เองเค้าก็เป็นเพื่อนผมเหมือนกัน ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยครับ ผมรู้จักกับสองคนนี้มานานแล้วแหละ ก็ตกใจเหมือนกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้" "เก้าก็มีปรึกษาบ้างเรื่องความรัก มีโทรมาคุยบ้างเรื่องนี้ เวลาเค้ามีปัญหาเรื่องงานหรือเรื่องอะไร เค้าก็จะโทรมาตลอด โทรมาถามว่าทำยังไงดี เล่นบทแบบนี้ยังไงดี ก็คุยกันบ่อย เค้าเป็นน้องที่ดีของผมมากๆ เลยแค่นั้นเอง โอกาสพัฒนาก็คงไม่มี คือถ้าเราชอบใครป่านนี้ก็คงชอบไปแล้ว ถ้ามันนานขนาดนี้แล้วเราไม่รู้สึกอะไรเลย มันก็คงไม่น่าจะใช่ เวลาเป็นโสดคนจับตาตลอดเวลาถ่ายรูปกับสาวๆ เพราะคนไม่รู้ไง เค้าเห็นแค่รูปก็เลยสงสัยว่าใช่หรือเปล่า ก็อยู่ตอบคำถามนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าใช่เดี๋ยวบอกเลย เผื่อมี" "กับลูกหนังช่วงนี้ไม่ได้เจอกันครับ เพราะเค้าอยู่ต่างประเทศ แต่เค้าเพิ่งกลับมาล่าสุดก็ได้มีการถามกันแล้วว่าถ้ากลับมาก็จะนัดกินข้าวเจอกันครับ ก็ยังเป็นรุ่นน้องที่สนิทกับผมมาก แต่ไม่ได้เจอกันเลยช่วงนี้ เพราะผมก็ไม่ได้บินไปเลย เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงจะบินกลับไปใหม่ สาวๆ ที่พูดมาพลาดหมด ช่วงนี้รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่เวลา ตั้งแต่เลิกกับนทไปก็รู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา รอไปก่อนแล้วกัน ไม่เหงาเพื่อนเยอะ อยู่ด้วยตัวเองได้ดี ช่วงนี้ดีแล้วขี้เกียจดราม่า รู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมถ้าต้องเลิกกันอีก" พีช กล่าว พีช พชร พีช พชร พีช พชร พีช พชร นท-คารีสา นท-คารีสา นท-คารีสา ซุปเปอร์-เก้า

ความคืบหน้าเป็นศูนย์ แอน ยังไร้ฤกษ์แต่ง เอ ปีนี้ไม่พร้อม-ปีหน้าไม่ชัวร์!!
แอน ทองประสม /  เอ ทินพันธ์ / 

หลังควงกันออกมาประกาศข่าวดีในงานเปิดตัวแอนเพลสเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วว่า มีแพลนเข้าประตูวิวาห์ปลายปี 2560 ก็ทำเอาแฟนๆ หลายคนร่วมแสดงความยินดีกันยกใหญ่รอคอยชมงานแต่งสุดอลังของเจ้าหญิงวงการบันเทิง แอน ทองประสม กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมานานถึง 15 ปีอย่าง เอ ทินพันธ์ ล่าสุดมีโอกาสเจอ สาวแอน มาร่วมงาน "สยามพารากอน ลักส์ชัวรี่ พร็อพเพอร์ตี้ โชว์เคส 2017" จึงได้สอบถามถึงงานแต่งงาน ซึ่ง สาวแอน เผยว่าความคืบหน้าตอนนี้ยังเป็น 0% ยังไม่ได้เริ่มหาฤกษ์หรือเตรียมการใดๆ และปีนี้ยังไม่พร้อมแน่นอน เพราะทั้งคู่มีภาระงานที่ต้องจัดการอีกเยอะ ซึ่งแพลนไว้ว่าจะเป็นปี 2561 แต่ก็ยังไม่ระบุว่าเป็นช่วงเวลาไหน และไม่ซีเรียสหากงานแต่งต้องเลื่อนออกไปอีก "อัปเดตเรื่องแต่งงานยังเลยค่ะ โดนหลอกแล้ววันนั้น (หัวเราะ) ยังค่ะยัง หมายถึงปีนี้จะเป็นปีที่ยุ่งมาก ทีวีดิจิตอลเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ เราต้องปรับตัวตลอดเวลาก็เลยอาจจะยังไม่มีเวลาโฟกัสเรื่องส่วนตัว อาจจะขอพ้นปีนี้ไปอีกนิดนึง ที่พี่เอบอกไว้ก็ไม่ใช่ปีนี้อยู่แล้ว อาจจะเป็นปีหน้า ซึ่งต้นปี กลางปี หรือปลายปีก็ยังไม่รู้ ถ้าไม่มีอะไรพัวพันไปถึงปีหน้าค่อยว่ากัน ยังไม่ได้สรุปแบบปักธง แค่ประมาณว่าเป็นช่วงนั้น พี่เอเองเค้ายุ่งกว่าแอนอีกค่ะ ไม่ได้เจอกันเลย สวนกันตลอด ก็เข้าใจว่าปีนี้เรายังไม่ควรทำอะไรโฉงฉาง แอนว่ารอให้ผ่านปีนี้ไปก่อนค่ะ ปีนี้ยังค่ะ ก็อยากให้เป็นปีหน้า แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีอะไรติดหรือเปล่า คือแอนเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดไว้ก่อน พอพูดแล้วมันจะไม่ได้ รอแบบไม่คิดอะไรเลย อยู่ๆ มันก็พร้อมขึ้นมาอย่างนั้นก็ได้" "ถ้าเลื่อนไปอีกก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็เรื่อยๆ สบายๆ ไม่ได้เร่งอะไรค่ะ คบกันปีนี้ปีที่ 15 แล้วค่ะ จริงๆ การแต่งงานมันก็เป็นเรื่องที่สำคัญแหละ เราแก่ไปก็ต้องมีเพื่อน มีคู่ของเรา ช่วยกันพยุง ช่วยกันดูแล ไม่ใช่ว่าเราต้องการความรักอย่างเดียว แต่เราต้องการเพื่อนไปด้วยกันมันก็ควรต้องมีแหละ เราอยู่คนเดียวก็คงจะเหงาค่ะ ส่วนตัวแอนพร้อมไม่มีปัญหา มันแค่ยุ่งเรื่องงานอย่างเดียว ถามว่าเรื่องวัยวุฒิความต้องการเราพร้อมอยู่แล้ว ไม่ได้อุบฤกษ์ถือเคล็ดอะไรเลยค่ะ ถ้ามีก็บอก แต่ว่ามันยังไม่มี อย่างที่บอกว่าปีนี้ตัดไปเลย ปีนี้ยังไม่ควร ปีหน้าก็ยังไม่ฟันธงว่าช่วงเวลาไหน ยังไม่ได้ดูฤกษ์ ดูสถานที่ ยังไม่ได้คิดธีมคิดอะไรเลย ไม่มีความคืบหน้าเลย เป็นศูนย์เลยค่ะ" "ที่เคยบอกว่าอยากฝากไข่ก็ยังคิดๆ อยู่ แต่ช่วงนี้พอออกกำลังกายแล้วกลัวอ้วน กลัวฉีดฮอร์โมนแล้วตัวบวม ก็ยังหวงรูปร่าง ห่วงสวย ยังไม่ได้ไปปรึกษาคุณหมอเลยค่ะ ก็ดูแลร่างกายปกติไปก่อนค่ะ เรื่องการมีน้องไม่ซีเรียสเลยค่ะ สบายๆ แอนเป็นคนเชื่อว่า อะไรมันจะเป็นของเรา มันก็เป็นของเรา เรามีมันก็ดี ถ้าไม่มีชีวิตมันก็เป็นอีกแบบนึง ยังไงก็ได้ แพลนฝากไข่ตอนนี้ยัง แค่ศึกษาเบาๆ ไม่ได้หนักหน่วงอะไร บางทีแอนนั่งเฉยๆ ข้อมูลฝากไข่ก็ผ่านหูเพราะเพื่อนรอบตัวเราทำกันหมดเลย บางคนเก็บไว้ก่อนแล้วถ้าพร้อมค่อยว่ากัน มันเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ไปแล้วที่ต้องใช้วิธีนี้ เราก็ได้ความรู้ไปด้วย แต่แอนยังค่ะ เพราะยังยุ่งอยู่ แอนว่ามันต้องเตรียมพร้อม ต้องกินฮอร์โมน ต้องหลายอย่าง เราต้องเบากว่านี้ ตอนนี้แอนออกกองลิขิตรักเหมือนออกไปรบทุกวัน มันไม่มีเวลามานั่งประคบประหงมตัวเองหรอก" "อย่างที่บอกว่าปีที่แล้วแอนทำงานอย่างบ้าคลั่งแล้วแอนป่วยหนัก แอนก็ไปเที่ยวที่เวียนนา เสียเงินมานอนอยู่ในห้องกินยาเพื่อให้ตัวเองหายไข้ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ พอกลับกรุงเทพก็มารักษาไข้หวัดใหญ่ จากนั้นแอนเริ่มออกกำลังกายแล้วชีวิตดีขึ้นเลยก็เลยทำมาตลอด เป็นไข้หวัดใหญ่มันแรง มันทรมาน มันเหนื่อยมาก เราก็เลยรู้สึกว่าเวลาเราไม่แข็งแรงเวลาไปไหนก็ไปรับเชื้ออะไรมาก็ไม่รู้ก็เลยปรับใหม่ การออกกำลังกายช่วยได้มาก" แอน กล่าว แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม แอน ทองประสม เอ-แอน แอน-เอ