ซิงกูล่าร์

ตุ๊กกี้ เชื่อ!! ปอบมีจริง เผย “ของดี” พลิกชีวิต
ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ /  ผีปอป / 

ปักใจเชื่อมาตั้งแต่เด็กว่า ผีปอป ที่เราเคยดูแต่ในหนังมีอยู่จริงสำหรับตลกสาวตัวแม่ของเมืองไทย ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ โดยเจ้าตัวเล่าว่า “หนูเป็นเด็กบ้านนอก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี เรานับถือผีฟ้าทางบรรพบุรุษหนู โดยเฉพาะทางพ่อ จะมีการรำผีฟ้าเพื่อรักษาโรค หนูเองก็เคยทำวิจัยจบปริญญาตรี หนูก็ทำวิจัยเรื่องปอปผีฟ้า หนูเห็นกับตา พี่เชื่อมั้ย ยายร่างทรงแก่ๆ แบบกำลังจะหมดลม แต่พอขึ้นรำผีฟ้า สามารถปีนต้นมะพร้าวได้โดยที่ไม่เหนื่อยไม่ล้า สามารถวิ่งรอบกองไฟ 40 กว่ารอบก็ไม่เหนื่อย ทั้งๆ ที่เขาก็จะสิ้นลมแล้ว เพราะอายุแกเกือบ 100 แล้ว เห็นกับตา เชื่อด้วย ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กค่ะ” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ สมัยเด็กเคยเจอผีปอปกับตัวเองมั้ย “คือทุกปีหมอธรรมหรือสัปเหร่อแถวบ้านจะมาประกาศว่า ผีปอบกำลังจะเข้าหมูบ้าน 30 ตัว 40 ตัว เขาก็ให้เอาหินตามถนน หินก้อนแดงๆ ไปปลุกเสกแล้วไปขว้างใส่หลังคาไล่ผีปอป ของแบบนี้ไม่เจอกับตัวยากที่เชื่อ จากที่หนูเห็น ใครดวงตก ปอบจะวิ่งเข้าทวารทั้ง 5 โดยธรรมเนียม คนอีสานจะกลัวสองอย่าง 1.ปอป 2.แม่ม่าย อย่างสมมุติปีนี้ผีแม่ม่ายจะเอาชีวิตคนที่ขึ้นต้นด้วย ส ที่บ้านก็จะทำพิธีอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันผี แถวบ้านทำแบบนี้มาตั้งแต่เกิด” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ เชื่อเรื่องผีเรื่องสาง แล้วตุ๊กกี้มีอะไรยึดเหนี่ยว “หนูจะบูชาพระอยู่สององค์ ก็คือพ่อกับแม่ เวลาไปไหนมาไหน หนูจะท่องมนต์ให้แคล้วคลาดปลอดภัย “นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู นะโมพุทธายะ นะมะอะอุ” ท่องก่อนออกไปทำงาน ไปเจรรา ไปต่อรอง หรือขอความเป็นธรรม ท่อง 3 รอบ ขอพรจากพ่อแม่ดลบันดาลให้เราแคล้วคลาด แค่คิดจะตอบแทนพ่อแม่ ให้เงินพ่อแม่ บุญนี้จะตอบแทนให้เรามีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น เหมือนชีวิตหนูที่ได้เงินมาสร้างบ้านให้พ่อ ซื้อรถให้พ่อ เราได้กลับมามากกว่านั้น เหมือนเทวดาดลบันดาลให้ ยิ่งเราทำดีกับพ่อแม่มากเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ” ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ได้ข่าวว่าแอบไปเสริมดวงด้วยใช่หรือเปล่า “ในชีวิต หนูมีหมอดูประจำชีวิต คือดูตั้งแต่ยังไม่เป็นตุ๊กกี้ จนเป็นตุ๊กกี้ทุกวันนี้ เขาชื่อหมออางค์ โอนตัง 200 โทรคุยทางโทรศัพท์ดูให้เลย แม่นมาก แบบบอกกับหนูว่า อีก 3 อาทิตย์หนูจะซื้อรถสีอะไร ทายขนาดว่า จะลาออกจากพนักงานประจำมาเป็นศิลปินเต็มตัว หนูปรึกษาทุกเรื่อง หมอดูคนนี้ของจริง หนูก็ได้หมออางค์นี่แหละที่พาไปแนะนำให้รู้จักหลวงพ่อท่านหนึ่งที่นครศรีธรรมราช ที่ได้สักกระเป๋าตังค์ เจิมถุงเงินถุงทอง จนทำให้ตุ๊กกี้มีงานมีเงินทุกวันนี้ค่ะ” เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

เป๊ก-นิว โคตรหวาน เริ่มนับถอยหลังวันแต่ง
นิว เดอะสตาร์ /  เป๊ก เปรมณัช / 

เป็นคู่รักที่หลายคนกำลังจับตามองอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่จะลงเอยกันสักที สำหรับนักร้องสาวสุดฮอต นิว นภัสสร กับหวานใจอย่างหนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาว่าทั้งคู่ได้ตระเวนหาฤกษ์แต่งงานแล้ว แต่เพราะว่าหนุ่มเป๊กนั้นกลัวว่า ถ้าแต่งงานแล้วจะมีผลกระทบต่อเรื่องงานของแฟนสาว เพราะช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า 2 สาวดูโอ นิว-จิ๋ว นั้นมาแรงสุดๆ เพราะไม่ว่าจะออกซิงเกิ้ลอะไรมาก็ดังจนฉุดไม่อยู่ แถมก่อนหน้านี้นิวกับเป๊กก็เคยมีข่าวทะเลาะกันรุนแรงถึงขั้นว่ามีข่าวเลิกรากันมาหลายรอบแล้ว แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ และจูงมือกันควงคู่ออกงานด้วยกันอยู่บ่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าที่ทะเลาะกันเป็นเพราะสาวนิวนั้นต้องการที่จะแต่งงานหรือเปล่า เพราะในกลุ่มเพื่อนๆ ของสาวนิวต่างก็ทยอยแต่งงานมีลูกไปหลายคนแล้ว แต่งานนี้เชื่อเหอะ อีกไม่นานเกินรอรับรองว่าคู่นี้จะต้องออกมาประกาศข่าวดีอย่างแน่นอน ก็เล่นหวานกันซะขนาดนี้ เป๊ก-นิว เป๊ก-นิว เป๊ก-นิว เป๊ก-นิว

สื่อนอกกระหน่ำตีข่าว หนุ่มสาวลอบเล่นเสียวกลางสนามฟุตบอล
คลิปเด็ด /  ชาร์ลตัน แอธแลนติก / 

ฮือฮา !! โลกออนไลน์แชร์ว่อน คู่หญิงชาย-หญิง ปริศนา บุกสนามฟุตบอล ชาร์ลตัน แอธแลนติก ฟีเจอร์ริ่งกลางสนาม วานนี้ (26 ก.พ.) เว็บไซต์ มิรเรอร์ ได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ชายหญิงคู่หนึ่งลอบเข้าไปบรรเลงเพลงรักกันกลางสนามของสโมสรฟุตบอล 'ชาร์ลตัน แอธแลนติก' ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่กระนั้น หลังจากคลิปดังกล่าวถูกแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ออกไปอย่างแพร่หลาย ได้มีผู้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า คลิปดังกล่าวดูไม่สมจริง และน่าจะเกิดจากการจัดฉากขึ้นมากกว่า ที่จะเป็นพฤติกรรมสุดแผลงของหนุ่มสาวทั่วๆไป เบื้องต้นยังไม่มีใครทราบว่าคู่ขาที่ปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าวเป็นใคร และบุกเข้ามาก่อเหตุสุดฮือฮาเช่นนี้ด้วยจุดประสงค์ใด อย่างไรก็ตาม ทางด้านสโมสรฟุตบอลชาร์ลตันแอธเลติกได้เร่งตรวจสอบคลิปดังกล่าวอย่างละเอียดเป็นการเร่งด่วน โดยเบื่องต้น คาดว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งขณะนี้เว็บไซต์ มิรเรอร์ได้ประกาศหาข้อมูลเบื้องต้นของชายหญิงที่ปรากฏอยู่ในคลิปจากประชาชนที่ทราบเบาะแสเป็นที่เรียบร้อย MThai News ที่มา Mirror,Metro

นฤบดินทร์ ถอนทัพช้างศึกลูกกรอก ซิโก้ เรียก5แข้งเสริม
กวางโจว อาร์แอนด์เอฟ /  ช้างศึกลูกกรอก / 

ความเคลื่อนไหวของ ช้างศึกลูกกรอก ทีมชาติไทย อายุไม่เกิน 22 ปี ชุดเตรียมสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 รอบคัดเลือก ซึ่งหลังจาก ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศรายชื่อ 26 นักเตะที่จะใช้ลงอุ่นเครื่องกับ ปากีสถาน ในวันที่ 5 มี.ค.58 ทว่ามี เจ้าต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักเตะ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องขอถอนทีมชาติไทย เพราะมีภารกิจในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 ต้องบุกไปเยือน กวางโจว อาร์แอนด์เอฟ ที่ประเทศจีน ในวันที่ 3 มี.ค.58 ทำให้ล่าสุด ซิโก้ ไดทำการ​เรียกตัวนักเตะเพิ่ม 5 คน ประกอบไปด้วย เชาว์วัฒน์ วีระชาติ , ยศศักดิ์ เชาวนะ, ปฎิพาน ปิ่นเสริมสูตรศรี, เจนรบ สำเภาดี และสุรวิช โลกาวิช โดยทั้งหมดต้องเข้ารายงานตัวในวันที่ 2 มี.ค.58 ที่ร.ร.เอสซี ปาร์ค โดยหลังจากอุ่นเครื่องกับ ปากีสถาน ในวันที่ 5 มี.ค. ช้างศึก จะเรียกนักเตะทั้งหมดไปเก็บตัวที่ กิเลนวัลเลย์ จ.นครราชสีมา นาน 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. ก่อนเดินทางกลับมากรุงเทพฯ เพื่ออุ่นเครื่องกับ เวียดนาม ในวันที่ 22 มี.ค. และตัดชื่อเหลือ 23 คนเพื่อเข้าสู่ศึกชิงแชมป์เอเชีย ระหว่างวันที่ 27-31 มี.ค.58

เฟอร์รินโญ่! 7 เหตุผลที่ มูรินโญ่ จะกลายเป็น เฟอร์กี้
มูรินโญ่ /  เชลซี / 

หากจะกล่าวถึงผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดในโลกตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องมีชื่อ โฆเซ่ มูรินโญ่ ผุดออกมาจากหัวเป็นอันดับต้นๆแน่นอน แต่นอกเหนือจากฝีไม้ลายมือที่ถูกยอมรับกันในวงการแล้ว ด้านจิตวิทยา ลีลาการพูด ทัศนะคติ ความคิด การตอบโต้สื่อ และบุคลิกความเป็นผู้นำ มูรินโญ่ นั้นถูกสื่อเมืองผู้ดีหยิบยกไปเทียบกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่ามีความใกล้เคียงกับกุนซือชาวสก็อตต์ เท่าที่ลิสต์และจับใจความมาได้มีอยู่ 7 เหตุผลหลักๆที่จะส่งให้ มูรินโญ่ ก้าวไปเทียบความเกรียงไกรเหมือนกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ภายใต้การคุมทีม เชลซี ซึ่งในซีซั่นนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นสู่ยุค มูรินโญ่ แบบเต็มตัวไล่กวาดแชมป์แบบต่อเนื่อง 1. แทคติกด้านมืด : เป็นภาพที่เราเห็นบ่อยครั้งเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เป็นรองหรือกำลังถูกคู่แข่งกดดัน แฟนบอลจะเห็นเหล่าบรรดาแข่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จะเข้าไปต่อว่าและตำหนิการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินบ่อยครั้ง และแน่นอน มูรินโญ่ ก็ใช้วิธีนี้กับลูกทีมอยู่ 2. เจ้าพ่อสื่อตัวจริง : คุณมักจะเห็นคำถามแรงแบบกระแทกใจจากสื่ออังกฤษต่อ เฟอร์กี้ แต่เรื่องพวกนั้นไม่สามารถทำอะไร เฟอร์กี้ ได้และคุณก็จะเห็นการตอบคำถามที่พวกสื่อต้องอึ้ง และแน่นอนเรื่องการตอกกลับสื่อ มูรินโญ่ ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นคำพูด มาดกวนๆ ที่เค้าตั้งใจตอกกลับพวกนักข่าวปากมาก 3. สูตรสำเร็จการจิกกัด : เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือที่ปากจัดใช่ย่อยเค้ามักด่ากุนซือคู่แข่งแบบแสบๆคันๆ จิกกัดให้เจ็บถึงทรวงมาแล้วหลายต่อหลายคน เหมือนกับว่าโลกนี้ ข้านี่เก่งที่สุด และในปัจจุบันจะมีใครบ้างที่มีความทะนงตนแบบนั้นนอกจาก มูรินโญ่ 4. สุดยอดกุนซือแห่งการกระตุ้น : ลองนึกภาพ เฟอร์กูสัน ยืนข้างสนามเมื่อถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เฟอร์กี้ จะเต็มไปด้วยพลัง เสียงตะคอก พร้อมกับมือไม้ที่จะชี้หน้าด่าลูกทีมตลอดช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งบุคลิกแบบนั้น จะเห็นได้ในตัว มูรินโญ่ แบบไม่มีผิดเพี้ยน 5. คู่รักคู่แค้นกับผู้ตัดสินที่ 4 : ถึงแม้จะอยู่ที่ข้างสนามแต่ เฟอร์กี้ ก็สามารถด่าและกดดันผู้ช่วยผู้ตัดสินในสะเทือนไปถึงผู้ตัดสินในสนามได้ อาจจะเพราะด้วยที่ เฟอร์กูสัน อยู่ในวงการมานานเป็นที่เกรงใจของ เอฟเอ ซึ่งแน่นอนเรื่องเหล่านี้นักข่าวในอังกฤษทราบดีแต่หาหลังฐานไม่ได้ ซึ่งวิธีการดังกล่าว มูรินโญ่ กำลังเริ่มเรียนรู้และดูมีทิศทางที่ดีเลยทีเดียว 6. มีคำด่าเด็ดๆเจ็บๆอยู่เสมอ : เฟอร์กูสัน ทราบถึงทฤษฎีเกมฟุตบอลหรือเรียกได้ว่าเป็นปราชญ์ด้านฟุตบอล โดยเฉาะการต่อว่าเรื่องแทคติกของกุนซือคู่แข่งที่กำลังลุ้นแชมป์อยู่กับเขา และหากย้อนไปเมื่อหลายซีซั่นก่อน มูรินโญ่ เคยด่า อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าเป็น "พวกเชี่ยวชาญด้านความล้มเหลว" มาแล้วเรียกได้ว่าเจ็บจี๊ดแบบไม่มีวันลืมแน่อน 7. กระหายในชัยชนะ : เรื่องง่ายๆที่ใครกูรู้ว่าทั้งสองกุนซือกวาดแชมป์มากมาย มีรางวัลความสำเร็จการันตีมานับไม่ถ้วน ทั้งคู่มีความกระหายในชัยชนะตลอดเวลา เชื่อเลยว่าหาก เฟอร์กูสัน ยังไม่วางมือส่งไม้ต่อให้ เดวิด มอยส์ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมีแชมป์ติดมือแน่ๆ แต่ ณ ช่วงเวลานี้ยุคสมัยแห่งของ เฟอร์กูสัน จบลงแล้ว และผู้เทียบชั้นที่ใกล้เคียงที่สุดคงนี้ไม่พ้น โฆเซ่ มูรินโญ่ อย่างแน่นอน

ต่อ เคลียร์คิวไม่ลงตัว เอ๊ะ! หรือไม่อยากนอกใจ GTH
ต่อ ธนภพ /  นก สินจัย / 

มีประเด็นให้ติดตามกันไม่จบไม่สิ้นจริงๆ สำหรับนักแสดงหนุ่มเลือดฮอร์โมนอย่าง ต่อ ธนภพ ที่ก่อนหน้านี้เคยออกมายืนยันเสียงแข็งว่าไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นในกองละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ แน่นอน เพราะอย่างที่ทราบกันว่า หนุ่มต่อเคยมีกระแสข่าวออกมาว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในวันฟิตติ้งชุด ไม่ว่าจะเป็นกรณีเรื่องทรงผมบ้างละ กรณีเรื่องชักสีหน้าใส่ พี่นก สินจัย บ้างละ และอีกหนึ่งเรื่องคือไม่ยอมถ่ายรูปคู่กับสาว อายส์ กมลเนตร เรียกว่าวันเดียวมีเรื่องให้เคลียร์หลายประเด็นสมกับเป็นหนุ่มฮอตจริงจริ๊ง ตอนนั้นว่าเคลียร์ปัญหาจบเรียบร้อยแล้ว แต่ไหงตอนนี้ถึงได้ถอนตัวออกจากละครซะได้ จุดนี้ก็เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าทำมั้ย...ทำไมถึงถอนตัวออกจากละครทั้งที่ก่อนหน้านี้กำลังไปได้สวย แม้ว่าทางหนุ่มต่อจะออกมาชี้แจงว่าเหตุเพราะเคลียร์คิวไม่ลงตัวก็เถอะ งานนี้ก็หวังว่าคงไม่ใช่เพราะความเรื่องเยอะที่เขาเม้าท์กันนะจ๊ะคุณน้อง ก็แหม...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคอละครคงผิดหวังแย่ อุตส่าห์เฝ้ารอติดตามชมผลงานมาตั้งนานสองนาน สุดท้ายรับประทานแห้วซะงั้น แต่พูดก็พูดเถอะถึงแม้ว่าหนุ่มต่อจะโดนกระแสข่าวโจมตีแรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำให้ความฮอตของ He ลดน้อยลงไปได้ อยากรู้จริงๆ ว่าทำบุญมาด้วยอะไรถึงได้รอดมาได้ทุกครั้ง เอ้า!!! ก็ไม่รู้ว่าที่หนุ่มต่อเคลียร์คิวให้ไม่ได้ เพราะยากจะเทกายเทใจให้กับ GTH อย่างเดียวอ๊ะเปล่าน้อ... ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ ต่อ ธนภพ

บุญธรรม บุญเทพประทาน /  ป๋าชื่น / 

"ป๋าชื่น" เจ้าของโคลอนเซ่พระราม9 เดินทางเข้ามอบตัวกับผบ.ตร. พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหา ชี้ไม่เคยแอบอ้างสถาบัน ด้านตำรวจคุมตัวสอบเพิ่มที่กองปราบ นายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือ ป๋าชื่น กรรมการบริษัทบ้านชุมทองจำกัด และบริษัทเขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด เดินทางเข้ามอบตัวกับพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกออกหมายจับในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 จากกรณีหลอกลวงประชาชนเพื่อซื้อที่ดินนิคมสร้างตนเอง ลำตะคอง บริเวณเขาหนองเชื่อม ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยนายบุญธรรม ได้ให้การปฏิเสธว่า ตนเองไม่เคยแอบอ้างสถาบัน โดยการได้มาซึ่งที่ดินบริเวณนี้ เนื่องจากอยากได้ที่ดินบริเวณเขาใหญ่ ซึ่งมีอากาศดี เป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลกมาจัดสรรขายเพื่อเก็งกำไร โดยมีนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ ซึ่งเป็นนายหน้าค้าที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว มาเสนอขายให้ ในราคาไร่ละไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งตนเองเห็นว่ามีราคาถูก และทำเลดี จึงตัดสินใจซื้อและนำไปจัดสรรขายต่อไร่ละ 6-7 แสนบาท หรือบางแปลงมีราคาสูงถึงหลักล้าน โดยตนจะซื้อที่ดินต่อเมื่อ มีโฉนดถูกต้องเท่านั้น โดยไม่เคยไปบังคับข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่ และไม่ทราบว่านายเสฏฐวุฒิ ใช้วิธีใดถึงได้เอกสารสิทธิ์มา จากนั้นตนได้ไปโอนที่ดิน ที่กรมที่ดิน ซึ่งมีการโอนสิทธิ์ได้ตามปกติ จึงไม่ได้สงสัยอะไร ก่อนนำที่ดินดังกล่าวมาจัดสรรแบ่งขาย ต่อมาพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีความสนิทสนมกันส่วนตัว มาเห็นพื้นที่ดังกล่าว จึงสนใจขอแบ่งซื้อ และได้ขายให้ราคาไร่ละไม่เกิน 2 แสนบาท ต่อมาพล.ต.โท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทราบเรื่อง จึงอยากซื้อที่ดินบริเวณนี้ด้วย ทั้งนี้นายบุญธรรม ยอมรับว่าเคยได้ยินพล.ต.ต.โกวิทย์ พูดคุยกันในกลุ่มว่าต้องการซื้อที่ดินดังกล่าวเพื่อนำไปสร้างวัง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายบุญธรรมไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองปราบปราม ต่อไป ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News

ขอบคุณที่ทิ้งกัน เปลี่ยนสาวบ้านๆอ้วนดำ กลายเป็นสาวสวย
Before&After /  ก่อนและหลัง / 

แชร์กันกระหึ่มอีกแล้วจ้า สำหรับกระทู้ฮอตจาก pantip ที่สาวสวยคนหนึ่ง มาเปิดเผยความในใจว่า เธอโดนทิ้งมา และเพราะการที่เธอถูกทิ้งในวันนั้น เลยทำให้ ผู้หญิงบ้านๆ อ้วนดำ ธรรมดาๆคนหนึ่ง เปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็น สาวสวยสุดฮอตไปเลย เคยโดนทิ้งมั๊ยคะ? ยังจำความรู้สึกวันนั้นได้หรือไม่? มันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก เหมือนเราไม่อะไรดี ไม่มีคุณค่า ไม่มีความหมายอะไรเหลืออีกแล้ว ในโลกนี้ ไม่น่าจะมีสิ่งใดที่ทำให้ตัวเรารู้สึกไร้ค่า ไร้ความหมาย ได้เท่ากับการโดนคนที่เรารักทอดทิ้งไป การโดนทิ้งทำให้ชีวิตหลายคนพัง บ้างก็เป็นรอยด่าง เป็นความทรงจำที่ไม่ดีชีวิต แต่สำหรับหลายๆคน รวมถึงตัวดิฉัน การถูกทิ้งในวันนั้น คือ จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้หญิงคนนึง ได้กลับมาค้นพบคุณค่าในตัวเราเอง และความสุขที่แท้จริง ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อน ดิฉันชื่อเล่นว่า “อ้ำ” ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ที่ผ่านมาบริษัทเราที่ผ่านเราทำงานที่เรียกว่า “พีอาร์” ให้กับคนอื่นมากมาย รวมถึงทำเรื่อง “ภาพลักษณ์” ให้คนอื่นมาเยอะมาก ทำให้กับธุรกิจเล็กๆ ขนาดกลาง นักธุรกิจดังๆ เราแนะนำเขาได้หมดว่าจะต้องปรับปรุงภาพลักษณ์อย่างไร ใช้สื่ออย่างไรที่ทำให้ภาพที่สื่อออกมาดูดี แต่ที่ตลกมากๆ คือ อ้ำแทบไม่เคยดูแลเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองเลย นี่คือรูปอ้ำสมัยก่อน.... ภาพก่อนถูกทิ้ง หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว ทำบริษัทด้านภาพลักษณ์แล้วไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ ใครมาเห็นเขาจะเชื่อหรอ? คำตอบคือ เขาเชื่อค่ะ แม้อ้ำจะเป็นทำงานเป็นหลักในออฟฟิศ แต่คนที่ออกหน้าตลอด ตั้งแต่ขายงาน พรีเซนต์งาน เก็บเงินลูกค้า คือเพื่ออ้ำอีกคนที่เป็นหุ้นส่วน พูดง่ายๆว่างานไหนใช้แรงอ้ำจะเป็นคนทำ แต่งานไหนใช้หน้าตา อ้ำก็ให้เพื่อนทำ ฟังดูตลก แต่เป็นเรื่องจริง เขียนไปเขียนมาเหมือนจะออกทะเล กลับเข้าเรื่องก่อนละกัน เราเป็นคนต่างจังหวัด มีพื้นเพเป็นเด็ก ปราจีนบุรี พ่อเป็นทหาร ชีวิตวัยเด็กเติบโตและอยู่ในค่ายทหารมาร่วม 20 ปี ฉะนั้นเรื่องความห้าวก็เต็มที่ ส่วนความสวยความงามแบบผู้หญิงก็ลืมไปได้เลย และด้วยความที่เป็นลูกทหารชั้นผู้น้อย พ่อก็จะสอนเสมอให้เราเจียมเนื้อเจียมตัว สมัยเด็กเรามีเพื่อนเป็นลูกนายร้อย นายพันที่เขาย้ายมา คบได้ แต่ห้ามตีตัวเสมอ (พ่อเค้าเคร่งครัดเรื่องแบบนี้) ที่บ้านต่างจังหวัด ย่าเรา เลี้ยงแบบเข้มงวด ให้เราเป็นคนเจียมตัว อย่าทะเยอทะยาน ให้เสียสละให้น้องสาวเพราะเราเป็นพี่ เราเลยกลายเป็นผู้หญิงที่โตมาเป็นผู้หญิงที่ ชอบทำงาน อดทนอดกลั้น เจียมตัว ไม่รักสวยรักงาม คือเป็นคนที่มีลักษณะห้าวๆลุยๆ แต่จะไม่แข็งขืนกับใคร เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมีโชคกับเรื่องรักเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะเป็นคนรักใครรักจริงและคบนาน แต่สุดท้ายด้วยความที่เราเป็นคนถึก บ้างาน และที่สำคัญไม่เป็นเรื่องการแต่งตัวเลย ความรักก็จืดจาง เพราะเราไม่มีความหวาน เดาว่าเราไม่มีเสน่ห์แบบที่ผู้ชายไทยชอบนัก อยากได้อะไรกมันกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ผู้ชายที่มาคบกับเรารู้สึกว่าเขาไม่ต้อง active อะไรก็ได้ เพราะเราดูแลตัวเองได้หมดแล้ว แต่จริงแล้วไม่ใช่เลย ลึกๆอ้ำว่าผู้หญิงทุกคนก็อยากได้ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัว มีความเป็นผู้นำ แม้ว่าเราจะทำงาน เลี้ยงตัวเองได้ แต่เราก็หวังให้คนที่จะมาเป้นคู่ชีวิตเรานั้น มีความรับผิดชอบ เติบโตก้าวหน้า และคิดถึงอนาคตของครอบครัว ของเรา และของลูก แต่ประสบการณ์ส่วนตัวอ้ำไม่เคยเจอแบบนั้นเลย อ้ำเคยคบผู้ชายไทย 2 คน คนแรกเป็นแฟนกันที่คบตอนอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่สมัยเรียน ปวช. เขาเป็นคนที่ดี รักเรามาก(ในแบบของเค้า) เราคบมาเรื่อยๆถึง 7-8 ปี ชีวิตไม่ไปไหน ไม่เห็นแววว่าเขาจะทำอะไร หรือจะเป็นหลักเป็นหัวหน้าครอบครัวได้ แต่ประเด็นที่คิดย้อนไปแล้วน้ำตาจะไหลคือ เขาเป็นคนขี้หึงมาก (สมัยนั้นเราดีใจว่าเค้าคงรักเรามากๆ) เชื่อไหมว่า เค้าเคยขังเราไว้ในบ้านแล้วออกไปทำงาน ล็อคกลอนจากข้างนอก เราก็โง่เพราะแฟนบอกว่าหวงเลยรักมากไปไม่อยากให้ไปไหน ตอนนั้นทะเลาะกันเพราะเพื่อนในค่ายทหารมาคุยด้วยเฉยๆ แค่นั้นแหละแฟนจับล็อคไว้ แต่ไม่หนักเท่าครั้งหนึ่งที่ทะเลาะกันแล้วเค้าเอาเราขังไว้ในห้องเก็บของใต้บันได พอเราออกมาได้ เค้าก็เตะเราลงไปนอนกับพื้น แล้วยิ้มน้ำลายใส่หน้า เพื่อนๆเชื่อไหม ว่าตอนนั้นเราทนได้และรู้สึกว่าเราเป็นคนผิดเอง เพราะเค้าพูดจนเรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลย เราเก็บมาตลอด เหมือนเป็นจุดดำมืดในชีวิต แต่ไหนๆอ้ำก็คิดจะเล่าแล้วก็ขอแชร์ให้หมดเลยละกัน ถ้ามีส่วนไหนดาร์กไปก็อย่าถือสาเลยนะ อ้ำเชื่อว่าผู้หญิงหลายๆคนก็อาจจะเคยเจอมาบ้าง เพียงแต่จะขุดมาเล่าให้คนอื่นฟังไหมก็เท่านั้นเอง จากนั้นเราก็ย้ายมาทำงานในกรุงเทพ เพราะไปเจอผู้ชายคนนึงเค้ามาเที่ยวรีสอทแถวบ้านแล้วเค้าพูดว่า "มาอยู่กรุงเทพซิ จะหางานทำให้" แล้วเค้าบอกว่า "คล่องแคล่วแบบเรา หางานทำไม่น่ายากหรอก" พอเค้ากลับไปเราก็มานั่งคิดนะ ชีวิตต่างจังหวัดสำหรับเรามันใช่หรือเปล่า เราไม่เคยเห็นภาพตัวเองทำงานมีลูกใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเลย เราก็ลองแอบไปแย็บๆถามย่าเพราะย่าเลี้ยงเรามา แต่ย่าเอง เค้าไม่ได้สนใจเรามากอยู่แล้ว(เราไม่ใช่หลานรัก) เค้ารักน้องสาวเรามากกว่า แกบอกว่า "ไปพ้นๆก็ดีจะได้ไม่ต้องเสียเงินให้เรา" ทั้งๆที่แกก็ไม่ได้ส่งเราเรียนหนังสือสมัย ปวช.อยู่แล้ว เรารับจ้างทำบัญชี เป็นเสมียนในปั๊มน้ำมันแถวบ้านแล้วเก็บเงินส่งตัวเองจนเรียนจบ จุดที่เราจะเข้ากรุงเทพเริ่มใกล้ความจริง เลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพมาอยู่กับผู้ชายคนนี้ ที่ตอนหลังเป็นแฟนคนไทยคนสุดท้ายของเรา ส่วนแฟนที่อยู่ต่างจังหวัดก็เริ่มห่างไปเรื่อยๆ จนเราก็เลิกกันในที่สุด แฟนคนไทยคนที่สองก็คล้ายๆคนแรก คบไปกันไปเรื่อยๆเขาก็มีเรื่องทะเลาะกับที่ทำงานและลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆ เราก็หวังดีอยากให้แฟนมีอะไรทำ เลยคุยกันว่าเราจะไปกู้เงินมาลงทุนเปิดร้านมินิมาร์ทเล็กๆให้เขาดูแล แต่ทำไปได้สัก 6-7 เดือนสุดท้ายก็ไปไม่รอดเพราะเขาไม่ได้ใส่ใจ ก็กลายเป็นขาดทุน แต่ละเดือนๆรายได้ที่หามาก็ต้องไปลงกับหนี้ รวมถึงต้องเลี้ยงตัวเค้าอีกท้องหนึ่งด้วย จนสุดท้ายก็ปิดร้าน เขาก็ไปหางานทำใหม่ และก็ปล่อยให้เราจัดการกับหนี้ส่วนหนี้ไปโดยลำพัง จนสุดท้ายเราก็รู้สึกว่าแบบมันไม่ใช่ เขาไม่น่าจะเป็นคู่ชีวิต เราแอบหมดศรัทธาในตัวเค้า คือรู้สึกว่าทำไมเขาไม่สู้ ไม่พยายามคิดหรือทำอะไร เพื่ออนาคต ซึ่งตอนนั้นก็คิดไปแบบเด็กๆ จะถูกผิดไม่แน่ใจ เพราะเคยมีแฟนมาแค่ 2 คนเท่านั้น โชคชะตาพามาให้ได้ ต้องพานายจากประเทศอิตาลี ซึ่งมาประเทศไทยอยู่เรื่อยๆ หัวหน้าเราสั่งให้ไปดูแลเพราะเขาเพิ่งย้ายมาดูแลงานที่เมืองไทย นายให้ไปรับและเราพอพูดภาษาอังกฤษได้ เราเป็นคนตลกเหมือนผู้หญิงอ้วนดำคนหนึ่งที่เน้นฮา จะขึ้นเขาลงห้วยไปได้หมดและกินเก่งมาก อิตาลี่ส่งอะไรให้เรากินหมด อิตาลีก็ขำ เราคิดว่าเค้าเปนหัวหน้าช่างตำแหน่งใหญ่ๆ แต่ตอนเรามารู้ตอนหลังว่าเค้าคือหุ้นส่วนหลักของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มีสาขาอยู่ 7 ประเทศทั่วโลก ทุกครั้งที่เค้ามาเมืองไทย เราก็จะถูกส่งไปรับ และแน่นอนว่าในที่สุดเราก็คบกับอิตาลี่คนนี้ แล้วโลกอันสวยงามก็เปลี่ยนฉากชีวิต จากพนักงานบริษัทธรรมดาคนนึงเงินเดือน 13,000 สมัยก่อนนั่งรถเมล์ไปทำงาน ห้างก็ไม่ค่อยไปโรงหนังก็ไม่เคยดูกับชาวบ้าน บ้านนอกเข้ากรุงมามุ่งทำงานและตั้งหน้าใช้หนี้กับแฟนเก่าที่ทำไว้ คิดแค่นั้น ได้กลายเปลี่ยนเป็นเค้าพาเราไปกินอาหารดีๆ พาไปเดทที่ร้านสวยๆที่เราไม่มีปัญญาไปแน่ๆ มีชีวิตแบบคุณนายฝรั่ง แฟนกลับอิตาลีส่งเงินมาให้เดือนละ5หมื่น เสาร์อาทิตย์เราก็ไปซื้อของที่ห้าง ชอบอะไรก็กล้าซื้อเพราะมีเงิน สุขสำราญ สำลักความสุขและความรัก โลกเป็นสีชมพูมาก เราฝันว่าจะมีงานแต่งงานน่ารักๆ แฟนคนนี้เป็นคนที่เปิดโลกให้เรามาก เขาทำให้เรากล้าเผชิญโลก กล้าเดินออกไปไหนมาไหนโดยเค้าเป็นความมั่นใจในส่วนที่เราไม่เคยมี เวลาคุยงาน คุยกับเพื่อนฝรั่ง เขาสอนเราให้มีมุมมองต่างๆในการทำธุรกิจ ตอนนั้นบอกตรงๆว่าอ้ำรู้สึกชื่นชมแฟนฝรั่งมากว่านี่ละเราตัดสินใจไม่ผิดเลยจริงๆ คบกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนึงเขาบอกว่าลาพักร้อนกลับไปต่างประเทศ จะกลับไปนานหน่อย เพราะต้องไปดูแลแม่ที่ป่วยด้วย เราก็เข้าใจ จากอาทิตย์ เป็นเดือน สุดท้ายผ่านไปเป็นปี เราก็พยายามถาม เค้าก็บอกว่ายุ่งบ้าง ต้องไปดูแลงานอีกที่บ้าน จนกระทั่งมารู้ภายหลังจากเพื่อนของเขาว่าจริงๆแล้วเขากับครอบครัวยังไม่ได้หย่าอะไรกัน ที่ผ่านมาเราโง่เอง ช่วงนั้นก็เป๋ไปบ้าง แต่ก็พยายามทำใจและคิดถึงสิ่งดีๆที่เขาให้เรา เช่น มุมมองความคิด มันเป็นอะไรหลายๆอย่างที่มีค่ามากที่ติดตัวเรามาจนทุกวันนี้ พอเลิกรากับฝรั่งคนนั้นก็ไป ก็เข้าสู่แฟนฝรั่งคนที่สอง และเป็นคนท้ายสุดของชีวิต เป็นคนที่ให้บทเรียนกับเรามากที่สุด และเป็นคนที่ทำให้เราพบกับสัจธรรมชีวิต ฝรั่งคนนี้เข้ามาคุยๆจีบๆเรา เพราะเพื่อนแนะนำให้รู้จักกัน เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนในกลุ่ม(ตอนมีแฟนฝรั่งคนแรก อ้ำก็เลยได้มีกลุ่มเพื่อนที่เป็นฝรั่งหลายคน) จนในที่สุดเราก็ได้คบกัน ตอนนั้นอ้ำหนักประมาณ 55 กิโล ประกอบกับที่เป็นคนตาโต และผิวคล้ำ ก็เป็นสเปคฝรั่งเลย ชีวิตในช่วงแรกก็มีความสุขมาก เราก็เลยตกลงทำธุรกิจด้วยกัน และคิดว่าคนนี้แหละ คือคนสุดท้ายของชีวิต คือคนที่เราจะฝากอนาคตไว้ด้วย เราเข้ากันได้ทุกอย่าง ตั้งแต่นิสัย อาหารการกิน มุมมองต่างๆ จนไปถึงเรื่อง....^_^ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่อ้ำมีความสุขมาก สุขจนเรารู้สึกว่าเราไม่ต้องห่วงสวย หรือมองใครเผื่อเลือกอีกแล้ว เพราะคนนี้คือคนสุดท้ายของเรา และเขารักเราด้วยใจจริง ตอนนั้นอ้ำก็คิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตในแต่ละวันของเราเต็มไปด้วยความสุข รวมถึงวางแผนเพื่อสร้างครอบครัวกัน นอกจากการเรื่องงานที่เราทำร่วมกันแล้ว(และรายได้ก็โอเค) สิ่งที่น่าจะมาเติมเต็มให้เขาได้คือชีวิตในบ้าน อ้ำทำหน้าที่แม่บ้านไม่ขาดตกบกพร่องตามแบบฉบับของหญิงไทย ตั้งแต่ปัดกวาดเช็ดถู จนไปถึงเรื่องอาหารการกิน และเมื่อทำอาหารกิน แน่นอนที่สุดเราก็กลายเป็นคนกินเยอะไปตามธรรมดา ประกอบกับเราไม่ได้ห่วงสวยงามอีกแล้ว ตอนนั้นก็ยอมรับเลยว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปไกลมาก และไม่ใช่แค่เราที่อ้วนขึ้นแฟนเราก็อ้วนขึ้น และสิ่งที่สังเกตได้เลยคือ ชีวิตคู่เราในเรื่องนั้นก็ค่อยๆจางลงไป ตอนแรกเราก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าคนเราคบกันมาถึงจุดหนึ่งเรื่องแบบนี้มันก็ลดความหวือหวาไปได้เป็นธรรมดา แต่ถัดมาสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ คือเขาเริ่มเหมือนเบื่อๆเรา ไม่มีโมเม้นต์ความหวานเหมือนช่วงแรกๆ ไม่กอด ไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้ ทำอะไรก็ไม่ค่อยถูกใจมากขึ้น บรรยากาศแบบนี้มันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และช่วงหลังๆเริ่มทะเลาะกันบ่อยๆ จนในที่สุดเขาบอกเราว่าลองแยกกันอยู่เถอะ เพราะบางครั้งการที่เราเป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เป็นทั้งแฟนกัน มันทำให้เราแยกบทบาทกันไม่ถูก และมันอาจจะกระทบเรื่องงานด้วย ตอนนั้นเราไม่เข้าใจ เสียใจ พยายามยั้งเขาไว้ทุกทาง จนวันนึงเขาก็ออกจากบ้านไป โดยที่ยังทิ้งของไว้ ช่วงนั้นเพื่อนเขาก็บอกเราว่าเขามีคุยๆกับผู้หญิงคนอื่นอยู่นะ เราก็พยายามคิดในแง่ดีว่าก็ฝรั่งอะนะ เขาอาจจะมีกันบ้าง เรื่องรักกับเซ็กส์ไม่ได้มาด้วยกัน และคิดไปถึงขั้นว่าเราขาดตกบกพร่องอะไร ดูแลเค้าไม่ดีรึเปล่า จะเรียกว่าโง่หรือหลงสามีฝรั่งก็ได้นะ แต่ตอนนั้นเราคิดอย่างงั้นจริงๆ จากนั้นเราก็พยายามดึงเขากลับมา ซื้อของให้เอาใจเขา พยายามหวานใส่เขา ชวนเขามากินข้าวที่บ้าน ทำทุกอย่างที่เรียกว่าอ้อนวอนขอให้เขากลับมา เราทำอยู่อย่างนั้นเป็นเดือนๆ แต่ยิ่งทำเขาก็ยิ่งห่าง ถึงเลิกงานปุ๊บเขาก็กลับ เจอหน้าคุยแค่งาน แล้วไม่มีคุยอะไรกัน ถึงวันนึงเราก็พยายามอยากจะเคลียร์ว่าสุดท้ายจะเป็นยังไง เพราะตอนแยกกันอยู่เราก็ไม่ได้พูดเรื่องเลิกกัน ตอนนั้นก็โง่คิดว่ายังมีหวังอยู่บ้าง ดแต่สิ่งที่เราได้ยินกลับมาคือ.... “ไอไม่ได้รักยูแล้ว จะพยายามเลย มันไม่ช่วยอะไร” “ทำไมยูไม่กลับไปส่องกระจกดูสารรูปของตัวเองบ้าง ว่ายูเปลี่ยนไปแค่ไหน” “จะให้ไออยู่ด้วยได้ยังไง ไอไม่มีอารมณ์ด้วยหรอก” ผู้ชายได้ยินอะไรแบบนี้คงจะรู้สึกเฉยๆนะ แต่อ้ำว่าผู้หญิงเราเวลาเจอะเจอคำพูดตอกหน้าแบบนี้มันทิ่มแทงมาก โดยเฉพาะจากคนที่รักกัน ตอนนั้นก็เสียใจ ทำใจไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยดูสารรูปตัวเองจริงๆอย่างที่เค้าว่า เพราะเราคิดว่าคนที่รักกันจริงๆถึงขั้นจะสร้างครอบครัวกัน มันน่าจะก้าวข้าวเรื่องแบบนี้ไปได้แล้ว ช่วงนั้นก็เมามายฟูมฟายไปเรื่อยๆ เพื่อนก็พยายามปลอบแล้วปลอบอีก แต่สิ่งนึงที่เลิกทำไปแล้วคือการไปตามต่อไอ้ฝรั่งคนนั้น เพราะเรารู้สึกว่าเขาทำร้ายจิตใจเรามาก และคงไม่มีประโยชน์ ปัจจุบัน สวยปิ๊ง ทำได้ไงเนี่ย?? ท้ายสุดขอขอบคุณคนสามคนที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งนี้ คนแรกคือเพื่อนอิ๊ก ที่เป็นทั้งหุ้นส่วนธุรกิจ และยังเป็นครูสาวแสนสวยแห่งโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนซี้ ที่นอกจากจะช่วยรับฟังปัญหาแล้ว ก็ยังช่วยเราฟันฝ่าอุปสรรค และอยู่ข้างเราเสมอ คนที่สองคือ พี่หมอโอ๋ พญ.ณัฏฐาภณิตา รพีพงษ์พัฒนา แห่งณัฏฐาคลินิก ซึ่งอ้ำรักเหมือนพี่สาวแท้ๆคนหนึ่งเลย พี่หมอเป็นคนที่ช่วยให้แนวคิดดีๆ เรื่องความงามของผู้หญิง ขอบคุณที่ให้ดูรูปและเล่าเรื่องราวชีวิตในวันนั้น รวมถึงเป็นแรงบรรดาลใจดีๆให้กับอ้ำเสมอมา และคนสุดท้ายคือ สตีเฟ่น แฟนฝรั่งคนนั้นที่ทิ้งกันไป แม้สิ่งที่ยูทำไว้จะย่ำแย่มากๆ ไม่ว่าจะทำพูด หรือการกระทำในช่วงที่จะเลิกกัน แต่เพราะการกระทำและคำพูดแย่ๆที่ทำร้ายจิตใจนั่นละ ก็กลายเป็นส่วนสำคัญมากๆที่ทำให้อ้ำได้ realize ว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต และตลอดมาอ้ำละเลยอะไรไป ขอบคุณมากนะสตีเฟน ขอบคุณที่ทิ้งกัน... ที่มาเรื่องราวจาก http://pantip.com/topic/33296842

9 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์!
จัดอันดับ /  ดาราไทย

ปัจจุบันนี้สังคมเปิดกว้างมากขึ้น เรื่องของเพศที่ 3 4 5 ก็ได้มีการยอมรับมากขึ้น เช่นเดียวกับ นักร้อง-นักแสดง ในวงการบันเทิง หลายคนที่กล้าเปิดใจและยอมรับกับทุกคนว่าเขาไม่ใช่ชายจริงหรือหญิงแท้ และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพศไหนก็ตามแต่เขาก็ได้สร้างสรรค์ผลงานให้เราได้ดู ได้สนุกสนานไปพร้อมๆ กับพวกเขา วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 9 ดาราชาย(สวย) ที่ขอบอกเลยว่า ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์! ค้าาา .. 8 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์!  เรียบเรียงโดย teen.mthai ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ 8 ดาราชาย(สวย) ขุ่นแม่เริ่ดเว่อร์! เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วัยรุ่นยุคก่อนคงจะรู้จักกันดีในฐานะที่ขุ่นแม่เอกกี้นั้น เคยเป็นนักร้อง สมาชิกบอยแบนด์วง UHT (พ.ศ. 2537) เวลาผ่านไปขุ่นแม่เอกกี้ก็เป็นดีเจที่คลื่นกรีนเวฟ และยังคงทำงานในวงการอยู่ รวมถึงละครที่เพิ่งจบไป แอบรักออนไลน์ เขาออกมาเปิดใจกับทุกคนว่ามีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน ซึ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนที่ชื่นชอบหรือคนอื่นๆ ชื่นชอบเขารักเขาน้อยลงเลย ล่าสุดในอินสตาแกรมขุ่นแม่เอกกี้จัดเต็ม หน้า ผม ชุด แต่งเป็นหญิงเต็มตัว ในแว๊บแรกแทบจำไม่ได้ เพราะสวยเว่อร์วังอลังการ! ส่วนงานชิ้นนี้จะเปแ็นอะไรคงต้องรอติดตามกันนะคะ ^^ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ อีกหนึ่งนักร้องเสียงดี แห่งค่ายเพลงรัก LoveIs ที่ได้ออกมาประกาศว่ามีรสนิยมชอบเพศเดียวกัน แต่นั้นก็ไม่ทำให้หลายคนเลิกรักขุ่นแม่เบน น้ำเสียง อารมณ์ตอนร้องเพลงนั้นยังเพราะจับใจ แถมเมื่อได้เปิดเผยตัวเองให้หลายคนได้รู้ก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขเวลาได้ฟังเพลงที่เขาร้อง ได้ฟังมุกตลกๆ สนุกจะตาย ^^ ล่าสุดกับผลงาน ซีรีส์คลับฟรายเดย์ ตอน ความลับของมิ้นกับมิว บอกเลยว่า ขุ่นแม่เบนทำให้ใครหลายๆ คนที่ดูนั้นมีความสุขมากๆ ชอบที่สุดตอนใส่ชุดเซเลอร์มูน >,< และก็เรียกน้ำตาได้มากไม่แพ้กันในฉากสุดเศร้า ปรบมือรัวค้า .... อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์  เจ๊อ๊อฟ ปองศักดิ์ อีกหนึ่งนักร้องเสียงดี จากการประกวดเวที AF ปี 1 มีผลงานเพลงออกมามากมาย เช่น จากคนรักเก่า, หยุดไม่ได้ ขาดใจ, คำถามที่ต้องตอบ, แทงข้างหลัง ทะลุถึงหัวใจ เป็นต้น ซึ่งเพลงเหล่านี้เป็นที่ยอดฮิตของบรรดาวัยรุ่นทุกเพศทุกวัย เพราะเจ๊อ๊อฟร้องได้กรีดหัวใจแบบสุดๆ ภายหลังเจ๊ออ๊ฟก็ได้ออกมาเปิดใจยอมรับว่าเป็นเกย์ ซึ่งแฟนคลับก็เรียกมีคำนำหน้าให้ว่า เจ๊ ซะเลย เวลาไปแสดงคอนเสิร์ตที่ไหนจะเห้นเจ๊อ๊อฟเต้ฒที่ทุกเวลาที และที่ฮอตก็คือ นางชอบเต้นเพลงของ นิว-จิ๋ว เริ่ดมาก! มาดามมด หลายคนจะรู้จักนาง ในการเป็นพิธีกรของรายการ ภาษา plaza ทางช่อง เพลย์ แชนแนล ซึ่งรายการล้วนมีทั้งสาระ และความเป็นเทิง(มาก!) จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีผลงานอื่นอีกมากมายในด้านความตลก รวมถึงมาดามมดมีชื่อเสียงโด่งดังมากในโลกโซเซียล นับได้ว่าเป็น เน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามและชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย อีกคนหนึ่งเลยทีเดียว การันตีด้วยรางวัล "ผู้มีอิทธิพลต่อภาษาแสลงทางอินเทอร์เน็ตที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด" จากงาน MThai Top Talk-About 2012 และ รางวัล Crow Love Like Awards 2013 สาขาพิธีกรความคิด/สร้างสรรค์ ยอดเยี่ยม >,< ส่วนเรื่องเรียนนั้นไม่ต้องบรรยายมาก สวย(สะ สะ สวย?) และเก่งเว่อร์! จบจาก มัธยมศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนการเรียนศิลป์-คำนวณ จบปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง ปัจจุบัน เป็นพิธีกรและนักแสดง สังกัด จีทีเอช ในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ นาธาน โอมาน  หลังจากที่เจอมรสุมรุมเร้ามานาน จนได้ฉายาว่า จอมลวงโลก จอมมโน คราวนี้นางกลับมาพร้อมกับลุคใหม่ แต่งหญิง จัดเต็มไม่แคร์เวิลด์ รวมถึงแฟชั่นคิ้วที่บอกเลยว่า 3 มิตินั้นน้อยไป! อีกทั้งนางยังบอกอีกว่า เพราะคิ้ว 4 มิติที่ชี้โด่ชี้เด่ไม่รู้ทิศรู้ทางของนางนี่แหละ ทำในนางได้ดี สมหวังในความรัก .. กำลังแต่งงานกับหนุ่มนอกวงการ มีธุรกิจพันล้านเลยทีเดียว >,< ดีเจนุ้ย ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ขุ่นแม่สายแอ๊บแบ๊ว! สำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ (วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แล้วเข้าทำงานในฐานะนักจัดรายการวิทยุ 94 EFM โดยเริ่มจากการอ่านข่าวประจำรายการ แฉแต่เช้า ร่วมกับดีเจมดดำ คชาภา ตันเจริญ และดีเจกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ในวันพฤหัส, ศุกร์ และ เสาร์ จนได้รับฉายาว่า ฉายา นุ้ย แฉแต่เช้า ตามชื่อรายการ อีกทั้งยังพากย์เสียง แสดงภาพยนตร์และทางละครไปด้วย ดีเจบุ๊คโก๊ะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล อีกหนึ่งดีเจคู่หูคู่ซี้ ดีเจนุ้ย เดี๋ยวนี้ขุ่นแม่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก สวยขึ้น ดูเป๊ะเว่อร์! ซึ่งนางออกมาเปิดใจยอมรับว่า เก็บตังบินไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี มาด้วย ตั้งแต่ไรผมไปจนถึงใบหน้า มีโปรเจคเข้าคอร์สลดน้ำหนัก ศึกษาระดับอุดมศึกษาที่คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตั้งแต่ปีหนึ่งเริ่มทำงานเป็นตัวประกอบ และได้แสดงเป็นตัวประกอบภาพยนตร์เรื่อง บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ จากนั้นได้เข้าร่วมรายการ คุณลิขิต ที่ค้นหาดาวตลก ได้ที่ 2 พอศึกษาจบได้มาเป็นนักข่าวบันเทิงที่ไทยคม และทำงานช่องทรูอินไซด์ ชื่อรายการ เอนเตอร์เทนเมาท์วีกลี หลังรายการยกเลิกไป ก็ได้ทำเดโมกับเอไทม์ จนได้มาเป็นดีเจที่อีเอฟเอ็ม เทยเที่ยวไทย :  ป๋อมแป๋ม กอล์ฟ ก๊อตจิ  "เทย เที่ยว ไทย"  เป็นรายการท่องเที่ยวในรูปแบบไลฟ์สไตล์ของกะเทย ที่มีคนดูเป็นจำนวนมากรายการหนึ่ง ออกอากาศทางแบงแชนแนลและอัปโหลดวิดีโอลงยูทูบทางช่อง ดำเนินรายการโดย ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร, กอล์ฟ กิติพัทธ์ ชลารักษ์ และ ก๊อตจิ ทัชชกร บุญลัภยานันท์ รายการที่จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ในประเทศ รวมถึงความสนุกสนานของทั้ง 3 พิธีกร ได้เห้นมุกตลกใหม่ๆ อยู่เสมอ รับรองว่าใครดูแล้วจะต้องติดใจ ^^ ดีเจเจ๊แหม่ม วินัย สุขแสวง  ขอปิดท้ายด้วยขุ่นแม่แซ่บลืม! อีกคน ดีเจเจ๊แหม่ม ดีเจคลื่น กรีนเวฟ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมานาน จบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต รางวัลที่เคยได้รับ Brand Ambassador ปปง. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ถ้าพูดถึงเรื่องศัลยกรรม ดีเจเจ๊แหม่มก็ได้ออกมายอมรับมาทำศัลยกรรมหลายอย่างซึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ก็ทำให้ชีวิตของเจ๊ดีขึ้นด้วย ^^ ทุ่มเงินเป็นล้าน เริ่มจากการปลูกถ่ายเส้นผม ทำจมูก ทำคาง ใบหน้าเรียว รวมถึงการร้อยไหม ฟิลเลอร์ ทำออกมาแล้วหน้าเด็กลงเยอะมว๊ากค่ะ! ปัจจุบันก็ได้แต่งงานกับแฟนหนุ่มนอกวงการ "บอย" ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ^^  เรียบเรียงโดย teen.mthai ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

'ป๋าชื่น'อ้างเบื้องสูง จ่อมอบตัวกองปราบ 11.30วันนี้
บุญธรรม บุญเทพประทาน /  บ่อนโคลอนเซ่ / 

เจ้าพ่อบ่อนโคลอนเซ่ "ป๋าชื่น" ติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจกองปราบ 11.30 น. หลังตำรวจออกหมายจับในคดีหมิ่นเบื้องสูง ม.112 หลอกชาวบ้านซื้อที่ดินสร้างวัง จากกรณี ที่ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ นายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือ ป๋าชื่น กรรมการบริษัท บ้านชุมทอง จำกัด และบริษัท เขาใหญ่ เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ในข้อหาแอบอ้างเบื้องสูง มาตรา112 ที่เป็นกลุ่มนายทุนแอบอ้างเบื้องสูง ใช้อุบายหลอกลวงและร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ นำที่ดินของราชการที่มอบให้กับประชาชนไปทำกิน ออกโฉนดที่ดินบริเวณเขาหนองเชื่อมตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคองและเป็นต่อเนื่องกับพื้นที่เขตทหาร ค่ายหนองตะกู ล่าสุด ในวันนี้ (27 ก.พ.) นายบุญธรรม ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอเข้ามอบตัว ที่กองบังคับการกองปราบปรามในเวลา 11.30 น. สำหรับคดีนี้เบื้องต้นนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้มอบตัวให้การซัดทอดถึงนายบุญธรรม ว่าแอบอ้างเบื้องสูง ในการแสวงหาที่ดินจากชาวบ้านเพื่อสร้างเป็นวัง ทำให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินและที่เกี่ยวข้องหลงเชื่อและให้ความร่วมมือ เช่น การเดินไฟฟ้าเพื่อพัฒนาพื้นที่ ใช้งบประมาณกว่า 60 ล้านบาท และจากแนวทางการสอบสวนพบว่าพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติม เนื่องจากการจากสอบสวนพบว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้เคยเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ด้วยตัวเอง รวมทั้งพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ เคยมีความสนิทสนมกับป๋าชื่นเป็นอย่างดี และป๋าชื่นเคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ ในฐานะเป็นเจ้าของบ่อนโคลอนเซ่ย่าน พระราม 9 ด้วย MThai News

One Direction เปิดฉาก On The Road Again Tour 2015 สุดประทับใจ
1D /  On The Road Again Tour 2015 / 

เปิดฉากเวิลด์ทัวร์ไปเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สําหรับคอนเสิร์ตของ 5 หนุ่มสุดฮอต วัน ไดเร็คชั่น (One Direction) กับการทัวร์ครั้งยิ่งใหญ่ของพวกเขา ออน เดอะ โรด อะเกน ทัวร์ 2015 (On The Road Again Tour 2015) ที่งานนี้ สาวๆ ชาวออสซี่และญี่ปุ่นต่างก็ได้ฟินกับการแสดงสุดมันส์ และโปรดักชั่นที่อลังการ จัดเต็มกันก่อนใคร ก่อนที่จะถึงคิวของแฟนคลับ ชาวไทยที่จะได้สัมผัสให้เห็นกับตา ของตัวเองในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคมนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน คอนเสิร์ต On The Road Again Tour 2015 ที่โอซาก้า คอนเสิร์ต On The Road Again Tour 2015 ที่โอซาก้า เรียกได้ว่าไม่ทําให้แฟนเพลงที่เฝ้ารอต้องผิดหวัง สําหรับ On The Road Again Tour 2015 ที่การันตีได้จากการแสดง 7 รอบที่ ออสเตรเลีย และอีก 6 รอบที่ญี่ปุ่นที่ผ่านมา ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจนต้องเพิ่มรอบการแสดง ด้วยโปรดักชั่นสุดยิ่งใหญ่ที่ขนกันมา แบบจัดเต็มอลังการงานสร้างระดับสนามกีฬาทั้งจอแอลอีดีขนาดยักษ์ที่ติดตั้งไว้สําหรับฉายภาพ กราฟฟิคสุดฮิป บรรยากาศความมันส์และความสนุกของการแสดง ให้แฟนเพลงได้ชมกันอย่างทั่วถึงแล้ว เวทีขนาดใหญ่เบิ้ม ยังมีทางเดินยาวเหมือนแค็ทวอล์คที่เชื่อมระหว่างเวทีหลักกับเวทีเล็กที่ยื่นมา เพื่อให้ห้าหนุ่ม วัน ไดเร็คชั่น ได้ใกล้ชิดแฟนเพลงมากยิ่งขึ้น เรียกว่าได้ชมกันแบบใกล้ชิด ติดขอบเวทีเลยทีเดียว รวมถึง แสง สี เสียง เต็มสูบสุดตื่นตาตื่นใจ และสิ่งสําคัญที่สุดคือ การแสดงของหนุ่มๆ วัน ไดเร็คชั่น ที่ใส่กันสุดพลัง เอ็นเตอร์เทนโชว์ทั้งร้อง ทั้งเต้น เล่นดนตรีสดๆ กับเพลงฮิตทั้งเก่าใหม่ที่พวกเขาเตรียมมากว่า 20 เพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลง Steal My Girl,Midnight Memories,What Makes You Beautiful,Story Of My Life,You and I,Clouds และอีกเพียบ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงกระฮึ่มกึกก้องสนามกีฬา สร้างความประทับใจ ตั้งแต่เพลงแรก จนเพลงสุดท้ายกันเลยทีเดียวและยังได้รับคําชื่นชมจากสื่อที่ออสเตรเลียอย่างล้นหลาม คอนเสิร์ต On The Road Again Tour 2015 ที่ซิดนี่ย์ Photo Credit The Daily Telegraph- Sydney คอนเสิร์ต On The Road Again Tour 2015 ที่ซิดนี่ย์ Photo Credit The Daily Telegraph- Sydney “สมกับคําว่าศิลปินสุดฮ็อตของโลกใบนี้อย่างแท้จริง... เป็นโชว์ที่มีพลังและสนุกมากตั้งแต่ต้น จนจบ” หนังสือพิมพ์ เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ (ซิดนีย์) (The Daily Telegraph- Sydney) “บอกตรงๆ คุณต้องไปดูทัวร์นี้ของพวกเขาให้ได้ตราบใดที่พวกเขายังออกทัวร์ ออน เดอะ โรด อะเกน เพราะพวกเขาทั้งห้าสามารถทําให้สเตเดี่ยมของพวกคุณสั่นสะเทือนแน่ๆ” คูป์ เดอ แม็ง แม็กกาซีน – ซิดนีย์ (Coup de Main) “...คืนนี้ พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าประสบการณ์และกาลเวลาได้บ่มเพาะให้ฝีมือในการ แสดงสดของพวกเขาดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด...” ไนน์ เอ็มเอสเอ็น (Nine MSN.com) ล้านคำบอก ก็ไม่เท่าสัมผัสของจริงด้วยสองตาของคุณเอง สําหรับแฟนๆ ชาวไทย เตรียมเสียงกรี๊ดของคุณให้พร้อม มาชมให้เห็นกับตา และมาสัมผัส ความมันส์ไปกับ 5 หนุ่ม วัน ไดเร็คชั่น ด้วยตัวเอง ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคมนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน บัตรราคา 1,800 / 3,500 / 4,500 / 5,500 (สําหรับบัตรยืนจํากัดเฉพาะผู้ที่มีอายุ 12 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไปในวันคอนเสิร์ตเท่านั้น) และบัตรฮอตทิคเก็ต (Hot Ticket) ราคา 10,000 บาท (ที่นั่งสุดพิเศษในมุมที่ดีที่สุด พร้อมรับของที่ระลึกนาฬิกาข้อมือ 1D ในแพ็คเก็จพิเศษ และ ป้าย VIP พร้อมสายคล้องคอ, โซนรับรองพิเศษ และช่องทางเข้าพิเศษ) จํานวนจํากัด สามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2262-3838 ติดตามอัพเดทข่าวสาร ความเคลื่อนไหวได้ที่ www.bectero.com และ www.facebook.com/bectero มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ใกล้ได้ตัว!ทนายปลื้มจิตร์รู้ตัวมือตัดต่อรูปแล้ว
ปลื้มจิตร์ ถินขาว /  วอลเลย์บอล / 

ความคืบหน้าหลังจากที่ ปลื้มจิตร์ ถินขาว นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ออกมาเผยว่าตนโดนผู้ไม่ประสงค์ดีนำภาพของตนไปตัดต่อเป็นรูปลามากอนาจารแล้ว มีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กสื่อโซเชียลชื่อดัง จนต้องเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ล่าสุด นายประพัฒน์ ไชยเดช ทนายประจำตัวของปลื้มจิตร์ได้เข้าพบ ร.ต.ท. อนุชิต ทวีพร้อม พนง.ส.กก.3 บก.ปอท เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดูแลคดี ที่กองกำกับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) กรุงเทพฯ เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้า โดย นายประพัฒน์ ได้พูดคุยกับ ร.ต.ท.อนุชิต ทวีพร้อม ถึงคดีดังกล่าว โดยการทำงานของเจ้าพนักงานกำลังอยู่ในกระบวนการสอบสวน และ สืบสวนตามขั้นตอน ส่วนข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้เบื้องต้นคือทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้วว่า เป็นใคร และนอกจากนี้ยังมีข้อมูลเชิงบวกที่ไม่สามารถเปิดเผยได้อีกพอสมควร เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อการทำงานของเจ้าพนักงาน จากที่ได้ทราบข้อมูลแล้วโดยรวมถือว่าการติดตามคดีของเจ้าพนักงานทำได้เป็น อย่างดีเลยทีเดียว

หมอหล่อบอกต่อ! 10 ดาราเป็นหมอ เห็นแล้วอยากป่วยเลย
10 อันดับ /  ดาราไทย / 

รู้สึกช่วงนี้กระแส #หมอหล่อบอกต่อ กำลังมาแรงซะจริงๆ! วันนี้ทีนเอ็มไทยเลยรวบรวม 10 ดาราเป็นหมอ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ .. นอกจากจะทำหน้าที่เป็นนักแสดงในวงการบันเทิงแล้ว คุณหมอดาราบางคนก็ยังคงทำหน้าที่ อาชีพที่เขาชอบอีกด้วย นั่นก็คือ การเป็นหมอรักษาคนไข้ รู้สึกอยากป่วยยังไงไม่รู้ >,< หมอหล่อบอกต่อ! 10 ดาราเป็นหมอ เห็นแล้วอยากป่วยเลย หมอหล่อบอกต่อ! 10 ดาราเป็นหมอ เห็นแล้วอยากป่วยเลย 1. หมอวิน อัครวินท์ อัคราวณิชย์  : ทันตแพทย์ หมอวิน อัครวินท์ เพื่อนๆ คงจะเคยเห็นผลงานในวงการกันมาบ้างแล้ว หมอวินเคยประกวด CLEO ปี 2010 ได้ัรบตำแหน่ง The Most Young Face และเล่นละครเรื่อง เสน่หาสัญญาแค้น รับบทเป็น  กรวิทย์, ละคร คู่กิ๊กพริกกะเกลือ รวมถึงผลงานโฆษณา พรีเซนเตอร์ ถ่ายแบบ หมอวิน อัครวินท์ อัคราวณิชย์ เกิดเมื่อ 4 มกราคม พ.ศ. 2530 จบการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน้าตาดีแบบนี้ แน่นอนแหละ หมอวินได้รับตำแหน่งเดือนคณะทันตแพทยศาสตร์  อกีดด้วย 2. หมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ ร้อยโทนายแพทย์ สรวิชญ์ สุบุญ (ก้อง) เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2526 ศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.90 และและจบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ได้คะแนนเฉลี่ยสะสม 3.51 เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง  หลังจากสำเร็จการศึกษาได้เป็นแพทย์ใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี เป็นระยะเวลา 1 ปี และเมื่อ 2 ปีก่อนได้ย้ายเข้ามาประจำอยู่ที่ บ.ก. สูงสุด ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ จนถึงปัจจุบัน นายแพทย์ สรวิชญ์ สุบุญ มีอาชีพประจำ เป็นแพทย์ทหาร ทั่วไป (Resident) สังกัดกองตรวจโรค หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย หมอหล่อบอกต่อ! 10 ดาราเป็นหมอ เห็นแล้วอยากป่วยเลย 3.  หมอโอ๊ค สมิทธิ์ อารยะสกุล นายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล (โอ๊ค) เกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2523 จบการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาแล้วจึงเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับ 1 จากนั้นก็ศึกษาต่อปริญญาโท ทางด้านตจวิทยา (ผิวหนัง) ที่ศูนย์ผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒโอ๊คเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการเข้าประกวด Cleo Bachelor ปี 2004 จากนั้นก็เริ่มถ่ายแบบและโฆษณาให้กับสินค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศอีกมากมาย 4. หมอเก่ง วาโย อัศวรุ่งเรือง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เก่ง เดอะสตาร์ มีผลงานละครล่าสุด "สงครามนางงาม" เล่นเป็นคู่คู่กับ กวาง ดาริน หรือ หมอเอย เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ที่กรุงเทพมหานคร เก่งสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมต้นจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ระดับมัธยมปลายจาก โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 5. หมอบีม  กรธัช สมบุญธรรม : สัตวแพทย์  หมอบีม หนุ่มขาวตี๋ไสตล์เกาหลีคนนี้ นอกจากจะเป็นหมอแล้ว ยังเคยเข้าประกวดเวที AF 10  เป็น 1 ใน 12 คนซะด้วย หมอบีม จบจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ชอบเล่ยกีฬาเทเบิลเทนนิส เป็นนักกีฬาเทเบิลเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย ต่อมาจึงมีโอกาสได้รับโค๊วต้านักกีฬาให้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยังเป็นดาวเดือนคณะสัตวแพทยศาสตร์ และเป็นเดือนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกด้วย หมอหล่อบอกต่อ! 10 ดาราเป็นหมอ เห็นแล้วอยากป่วยเลย 6. หมอกร กนธร ปราณีประชาชน : จักษุแพทย์ (ตา) หมอกร จบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ปัจจุบันเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และนอกจากนั้น หมอกร ยังเคยได้รับตำแหน่งชนะเลิศหนุ่มคลีโอ 2014 และได้รางวัลการประกวด หนุ่ม  Men’s Health Guys Challenge 2011 นอกจากนี้ยังเป็นคุณหมอประจำรายการสบายดีคลินิก อีกด้วยค่ะ 7. หมอเอ้ก คณวัฒน์ จันทรลาวัณ นายแพทย์คณวัฒน์ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2532 เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว จบการศึกษาชั้นประถม ที่โรงเรียนถนอมพิศวิทยา มัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเป็นนิสิตแพทย์รุ่นที่ 63 ปัจจุบัน 8. บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ : เภสัชศาสตร์ เข้าเรียนชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนอนุบาลพงษ์ภูวดล, ประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น (ป. 1-ม. 3) ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ, มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 4-ม. 6) ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 62 และ จบปริญญาตรี จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 9. ต้า สักกทัศน์ กุลไพศาล  เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2526 โดยเกิดที่กรุงเทพ สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี จาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต้าเข้าวงการบันเทิงด้วยการเข้าสมัครรายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ฤดูกาลที่ 3 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากรายการ รองแชมป์เอเอฟ 3 10. (ว่าที่) หมอริท เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช  จบการศึกษาชั้นประถมจาก อนุบาลร้อยเอ็ด จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ปี 4 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หมอริท เคยประกวดร้องเพลง เดอะสตาร์ 6  คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 6 มีผลงานเพลง, ละคร, ซิทคอม เป็นต้น เรียบเรียงโดย teen.mthai (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ)

วัยรุ่นมันต้องเกรียน! แฟนแมนฯซิ เผยแค่ทำท่าล้อ เนย์มาร์
ดาวยิงบราซิล /  บาร์เซโลนา / 

ควันหลงจากเกมที่ บาร์เซโลนา บุกไปยัดความปราชัยให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 นั้น ก่อนจบเกมมีแฟนบอลของ แมนฯ ซิตี้ ได้มีปากมีเสียงกับ เนย์มาร์ จนเกือบเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมานั้น ได้ออกมาแก้ตัวแล้วว่า แค่ทำมือล้อกวนประสาทเท่านั้น ไม่ได้ด่าด้วยคำหยาบเลย เนย์มาร์ กองหน้าจอมลีลาของ บาร์เซโลนา เกิดความไม่พอใจต่อแฟนบอลของเจ้าบ้านรายหนึ่ง ในเกม ยูฟ่า แชมเปียส์ ลีก ที่ไปเยือน เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จงใจล้อเลียนเขา หลังจากที่ เมสซี ยิงจุดโทษพลาดในช่วงท้ายเกม และเกือบจะมีเรื่องมีราวกัน โดยก่อนหน้านี้ เนย์มาร์ ได้ออกมาเผยว่า เขาถูกแฟนบอลวัยรุนของเจ้าบ้านด่าทอด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย แต่ล่าสุดนั้น อาซิซ ฮัมมัด แฟนบอลคนดังกล่าว ก็ได้ออกมาแก้ต่างข้อกล่าวหานี้ว่า ตัวเขาแค่ใช้มือทำท่าล้อเลียนพุ่งล้ม เพื่อกวนประสาทเท่านั้น ไม่ได้ใช้ถ้อยคำหยาบอย่างที่ ดาวยิงบราซิล กล่าวไว้แต่อย่างใดเลย โดย อาซิซ ฮัมมัด ได้กล่าวว่า "ผมแคทำมือพุ่งล้มกวนประสาทเขาเหมือนแฟนบอลทั่วไปทำกัน แล้วเขาก็กวักมือเรียกผม หลังจบเกมเขาเดินมาหาผมเอง แต่ผมก้ไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไร ผมไม่เข้าใจที่เขาพูด เพราะมันเป็นภาษาโปรตุเกส หรือสเปนนี่หล่ะ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ดึงผมออกมาแล้วเขาก้เดินเข้าอุโมงค์ไป"

ปาเกียวเก็บตัวซ้อมเข้มเตรียมทำศึกใหญ่กับฟลอยด์
บ็อบ อารัม /  ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ / 

แมนนี่ ปาเกียว ซูเปอร์สตาร์มวยโลกชาวตากาล็อก วัย 36 เดินหน้าเข้าค่ายเก็บตัวฝึกซ้อม เตรียมทำศึกมวยโลกในฝัน 2 พฤษภาคมนี้แล้ว บ็อบ อารัม โปรโมเตอร์และผู้จัดการ รวมทั้ง เฟรดดี้ โรช เทรนเนอร์ประจำตัว ได้ขอร้องไม่ให้ปาเกียวลงแข่งขันบาสเกตบอลลีกอีก เพื่อป้องกันปัญหาบาดเจ็บที่เกิดขึ้นได้ทุกขณะ เพราะมีสัญญาการชกกับ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ แน่นอนแล้ว แต่ปาเกียวก็ยังยืนยันจะลงเล่นบาสเกตบอล ด้วยความมั่นใจว่า จะไม่มีปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้นแน่นอน รายงานข่าวแจ้งว่า ปาเกียวกำหนดเดินทางจากกรุงมะนิลา ไปลอสแองเจลีส สหรัฐอเมริกา ในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 และกำหนดเข้าค่ายฝึกซ้อมที่ยิมไวลด์คาร์ดของเทรนเนอร์โร้ช ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป ช่วงสัปดาห์แรกนั้น ปาเกียวจะอยู่ในการควบคุมของ จัสติน ฟอร์จูน เทรนเนอร์มือขวาของโร้ช เพราะโร้ชติดงานรับผิดชอบ ซู ชิง หมิง เก็บตัวฝึกซ้อม เพื่อชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวตกับ อำนาจ  แชมป์โลกชาวไทย ที่เกาะมาเก๊า วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2558 เสร็จแล้ว โร้ชจึงจะเดินทางกลับไปควบคุมการซ้อมของปาเกียวด้วยตัวเองต่อไป เฟรดดี้ โร้ช เทรนเนอร์ชาวอเมริกันให้สัมภาษณ์ว่า ได้จัดเตรียมคู่ซ้อมต่างสไตล์ให้ปาเกียวแล้ว ทั้งหมด 6-8 คน แต่ละคนจะมีจุดเด่นอันเป็นสไตล์ของเมย์เวทเธอร์ ซึ่งต้องการให้ปาเกียวได้เรียนรู้ และปรับตัวเองให้เข้ากับการชกของเมย์เวทเธอร์มากที่สุด โดยเร็วที่สุดอีกด้วย.

มาดู F4 เวอร์ชั่นล้อเลียนสุดฮา ขำจน #ร้องไห้หนักมาก
Boy Over Flowers /  F4 / 

<อ่านสกู๊ป F4 เวอร์ชั่นไทย! ใครเป็นใคร-ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง!> ได้ข่าวว่า เร็วๆนี้ จะมี F4 เวอร์ชั่นไทย ให้แฟนๆได้ติดตามชม ทางช่อง ONE ซึ่งตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวนักแสดงนำ ก็คงต้องติดตามกันต่อไป แต่วันนี้ เรามาขำขันกันสักหน่อย ด้วยสารพัดคลิปล้อเลียน F4 ที่มีตั้งแต่เอาเพลง หลิว ชิง ยี่ (Liu Xing Yu) ไปแปลงเนื้อร้องใหม่ ยันไปถึงล้อเลียนบางซีนบางฉากในละคร อีกต่างหาก สาระแน ล้อเลียน F4 แก๊งค์สาระแน ล้อเลียน F4 ด้วยเพลงแปลง หลิว ชิง ยี่ (Liu Xing Yu) เมื่อ พี่วิลลี่ พี่เปิ้ล พี่หอย และ กอล์ฟ เบญจพล บอก F4 นั่นแหละ ที่คล้ายพวกเขา เอาเป็นว่า ใครเป็นใคร ไปติดตามชมกันเอาเอง ฉันมีเรื่องอยากบอก ให้ทุกคนเข้าใจเรื่องหนึ่ง หัวใจนี้ฉันคงสุดแสนบรรยาย ถ้าไม่ได้ระบาย เรื่องมันมีอยู่ว่า หน้าตาพวกเราสุดหล่อ หล่อจนเพื่อนชอบล้อ ล้อว่าหล่อเกินใคร ฉันซิเจ็บฉันซิปวด ขอบใจนะยากจะยั้ง มีคนเล่าว่าหน้าของฉันซ้ำกับ F4 เซ็งนะเซ็งนะเซ็งจังเลย โดนล้อว่าลอกเขามา เลยร้องเพลงนี้ให้รู้ว่ามีปัญญา ฟังนะฟังดนตรีทำนอง การรร้องและท่ายักไหล่ มาว่าเราคล้าย F4 มันคล้ายเราเอง ฉันก็มีเรื่องอยากบอก ทุกข์ใจมากกว่าคนอื่น เมื่อเช้าตอนฉันนอนตื่น หน้าเต้ามิ่งซื่อ มาอยู่บนหน้าฉัน ฉันไม่มีเรื่องจะบอก ไม่บอกไม่บ๊อกไม่บอก ขอให้ฉันเป็นคนบอก บอกว่าเพื่อนนั้นอาย ฉันซิเจ็บฉันซิปวด ขอบใจนะอยากจะยั้ง มีคนเล่าว่า หุ่นของฉันซ้ำกับ F4 เซ็งนะเซ็งนะเซ็งจังเลย โดนล้อว่าลอกเขามา เลยร้องเพลงให้รู้ว่าหมดปัญญา ฟังนะฟังดนตรีทำนอง การรร้องและท่ายักไหล่ มาว่าเราคล้าย F4 มันคล้ายเราเอง เธอจะเชื่อไหม F4 คล้ายพวกเราเอง แก๊งนมกล่อง ล้อเลียน F4 แก๊งนมกล่อง ล้อเลียนซีรี่ย์ดัง F4 น้องๆ รุ่นจิ๋ว มาล้อเลียนซีรี่ย์ดังแบบนี้ มันจะฮาขนาดไหน ก็ลองไปชมกันนะครับ แล้วคุณจะหลงรัก น้องๆแก๊งค์นี้ ทีวีเบลอเบลอ ล้อเลียน F4 ทีวีเบลอเบลอ ล้อเลียน F4 พาเข้ารายการ จับเข่าคุ้ย นี่คือ "ตำนาน" รายการล้อเลียนรายการทีวี ที่หลายคนเรียกร้องให้กลับมาทำใหม่ อย่าง ทีวีเบลอเบลอ ล้อเลียน 4 หนุ่ม F4 ยังไม่พอ นี่ยังล้อเลียนพี่สรยุทธ แถมเปลี่ยนชื่อรายการเป็น จับเข่าคุ้ย เอ๊ะ ถ้าทีมงานโต๊ะกลมอ่านอยู่ ผมนี่ รอการกลับมาอยู่เหมือนกันนะ 555 แล้วมาติดตามกันว่า F4 เวอร์ชั่นไทย ใครจะได้บทบาทอะไร จะถูกใจผู้ชมขนาดไหน มิวสิคเอ็มไทย จะอัพเดทให้แฟนๆ ได้ติดตามกันเป็นระยะ ระยะ จ้า --- ขอบคุณคลิป จาก truebanks,Senamuang,Herehor2009 สมาชิก Youtube.com มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ส่อง รายได้หนังในไทย วันที่ 19 - 25 ก.พ. 58 ใครรอดใครร่วง มาดูกัน
Birdman /  box office / 

เป็นประจำทุกสัปดาห์ วนมาถึงเวลาที่เราจะพาคุณผู้ชมไปส่อง รายได้หนังในไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมากัน และในวันที่ 19 - 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ตารางได้ก็มีสะเทือนกันเช่นเคย ไฟสงครามช่างเร็วแรง เพียงสัปดาห์เดียว Dragon Blade ก็ยกขบวนฟัดขึ้นแชมป์ไปเรียบร้อย ตามมาด้วยภารกิจเทรนด์สายลับ Kingsman: The Secret Service ที่ยังตั้งหน้าตั้งตาดูดเงินต่อเนื่อง ด้าน Penguins of Madagascar ก็ได้แฟนๆ ไปอุดหนุนไม่เบา สำหรับ Fifty Shades of Grey สาวเล็กสาวใหญ่ก็ยังแห่แหนไปแน่นโรง ต่อด้วยแอ็คชั่นมันส์ๆกับ Wild Card และหนังออสการ์ Birdman ทางด้าน ซิงเกิลเลดี้ เพราะเคยมีแฟน ก็ยังเก็บได้อีกเล็กๆ ตามติดด้วย Unbroken คุณภาพเข้ม ข้ามมาที่ Jupiter Ascending ที่เก็บได้บางเบา แต่รายได้รวมยิ้มแก้มแตก ปิดท้ายด้วยหนังเพลงไพเราะ กับ Song One สัปดาห์หน้า แก๊งหนุ่มสุดเนี้ยบทั้งสิบ และการปิดตำนานนินจาคาถา ได้มีสะเทือนอันดับรายได้หนัง แน่นอน! ข้อมูลจาก: Bioscope ------------------------