ซิงกูล่าร์

เซอร์ไพรส์กลางดึก!! เต็งหนึ่ง โพสต์อำลาวงการกะทันหัน ผันตัวเป็นเชฟที่นิวยอร์ก
เต็งหนึ่ง b.o.y /  เต็งหนึ่ง กฤษณกันท์ / 

  จู่ๆ ก็สร้างความตกตะลึงให้แฟนคลับและชาวโซเชียลกลางดึกซะงั้น ที่นักร้อง-นักแสดงหนุ่ม เต็งหนึ่ง กฤษณกันท์ หรือ เต็งหนึ่ง b.o.y โพสต์ข้อความขออำลาวงการบันเทิงร่ายยาวเป็นหางว่าวขณะขึ้นเครื่องบินเดินทางไปนิวยอร์กกลางดึกวันนี้ (24ม.ค.60) พร้อมกับเผยความในใจตัดสินใจอำลาวงการบันเทิง หลังจากไม่มีงานมาในวงการบันเทิงมาเป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม จึงขอเดินตามความฝันด้วยการเรียนรู้การและหาประสบการณ์ในเป็นเชฟทำขนม   “คนเราความฝันสิ้นสุดที่ตรงไหน ? ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผมอยู่ในวงการบันเทิง มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต ที่ได้มีโอกาสทำฝันวัยเด็กที่อยากเป็นนักร้องของตัวเองให้เป็นจริง แถมยังมีโอกาสได้ทำอะไรอีกตั้งเยอะที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้ตัวเองจะได้ทำ ถึงแม้จะต้องแลกกับโลกส่วนตัวที่ต้องหายไปบ้างก็ตาม อยากจะบอกว่าดีใจที่ได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนพี่น้อง ทุกคนที่เป็นทั้งแฟนคลับ แฟนเพลง แฟนละคร บางคนเราเห็นกันมาตั้งแต่อยู่มัธยม จนตอนนี้เรียนจบทำงานกันแล้ว ดีใจจริงๆนะครับที่ครั้งนึงเราได้มอบความสุขให้แก่กัน ขอบคุณจริงๆครับ   อันที่จริงตอนนี้ผมแทบไม่มีผลงานในวงการมาเกินครึ่งปีแล้ว เพราะด้วยความตั้งใจที่จะหันไปเรียนเป็นเชฟอย่างจริงจัง และทำงานเกี่ยวกับอาหารมากขึ้น ผมไม่รู้จริงๆว่าสิ่งที่เลือกทำนี้มันถูกหรือเปล่า แต่มันมีความสุขมากๆเลยครับ ผมไม่ใช่คนทำขนมเก่งที่สุด แต่ผมจะพยายามฝึกฝนกันต่อไปครับขณะตอนที่พิมพ์ข้อความนี้ ผมกำลังนั่งอยู่บนเครื่องบินเพื่อเดินทางไปที่นิวยอร์กเพื่อเรียนและหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเองครับ เอาจริงๆมันเป็นเรื่องยากมากเหมือนกันนะครับที่จะตัดสินใจเดินทางมา เพราะผมแทบจะต้องทิ้งทุกอย่างที่ผมคุ้นเคยในชีวิต ต้องกลายเป็นคนตกงาน คิดถึงครอบครัว เพื่อน และความรับผิดชอบต่างๆ แต่ผมก็เชื่อว่าผมจะได้ประสบการณ์ที่มีค่าจากการเดินทางไกลครั้งนี้ไม่มากก็น้อยแน่นอนครับ   สุดท้ายแล้วเขียนมาซะยาวเลย ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เคยมีฝัน หรือกำลังวิ่งตามความฝันของตัวเองอยู่นะครับ อย่าท้อนะ ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆหรอก อย่าปล่อยให้ความเคยชินในชีวิต หรือความไม่กล้ามาทำให้เรากลายเป็นใครที่เราไม่รู้จัก ถ้าวันนี้เรายังไม่พร้อมจะด้วยเรื่องเงินหรือโอกาสอะไรก็ตาม แต่ถ้าเรายังเชื่อในตัวเอง แล้วก็ค่อยๆทำไปเท่าที่ตัวเองไหว ผมว่าระหว่างทางของความฝันมันก็ทำให้เรามีความสุขได้นะครับปล. ถ้ายังคิดถึงกัน เดือนหน้าผมจะเว็ปซีรีส์ gayok bangkok season2 ให้ได้ดูกัน และผมจะไปเป็นเชฟร่วมกับพี่พลในรายการ พลพรรคนักปรุง รับรองว่าผมจะมีเมนูขนมทำง่ายๆมาฝากกันนะครับ   ปล.2 ผมมีช่องยูทูบเล็กๆ ที่ผมใส่ความฝันทุกอย่างของผมลงไป ยังไงผมฝากด้วยนะครับที่ http://www.youtube.com/teng1number1 หรือกดจากที่หน้าโปรไฟล์ก็ได้ครับ   ปล.3 อันที่จริงอีกความฝันคือผมอยากเป็นนักเขียนมากๆเลยครับ หมั่นฝึกฝนตามกระทู้ต่างๆในพันทิปบ้าง แฟนเพจบ้าง หวังว่าซักวันนึงผมจะมีโอกาสได้เขียนหนังสือบ้างนะครับ แต่ตอนนี้ตามอ่านกันก่อนนะครับที่ http://www.facebook.com/nangraan จะอ่านว่า นั่งร้าน,นางร่าน หรือ อะไรก็ได้ครับ 555ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ”   งานนี้บรรดาแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเม้นท์ส่งกำลังใจให้ เต็งหนึ่ง สู้ๆ กันอย่างล้นหลาม พร้อมกับขอเป็นกำลังใจไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็ตาม ขอบคุณภาพจาก IG teng1         เต็งหนึ่ง   เต็งหนึ่ง   เต็งหนึ่ง   เต็งหนึ่ง   เต็งหนึ่ง   เต็งหนึ่ง  ฤษ

แม่โบว์ - น้องมะลิ สวยสง่าในชุดไทยจิตรลดา เผยเป็นชุดที่ ปอ ทฤษฎี อยากให้ใส่ (มีคลิป)
ปอ ทฤษฎี /  น้องมะลิ พาขวัญ / 

ครบรอบ 1 ปีเต็มแล้วสำหรับการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจประชาชน ปอ ทฤษฎี ที่วันนี้ (18 มกราคม 2560) ทาง ครอบครัวสหวงษ์ ได้จัดงานครบรอบ 1 ปีแห่งการจากไปให้กับอดีตพระเอกหนุ่ม ที่วัดธรรมธีราราม อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งงานนี้ แม่โบว์ แวนดา และ น้องมะลิ พาขวัญ ได้สวมชุดไทยจิตรลดาสีขาวมาร่วมพิธีทางศาสนา ซึ่งแม่โบว์ ได้เผยถึงบรรยากาศงานทำบุญครบรอบการจากไปของปอ ทฤษฎี ว่า....   "บรรยากาศวันนี้ก็เต็มไปด้วยญาติพี่น้องและแฟนคลับทุกท่านที่เดินทางมาจากทั่วประเทศเลย ทุกคนก็ตั้งใจเดินทางมาเพื่อร่วมทำบุญให้กับพี่ปอ ซึ่งตัวโบว์เองก็รู้สึกดีและก็ขอบคุณทุกๆ ท่านมากๆ เลยค่ะ อย่างแฟนคลับที่มาในวันนี้เขาก็ให้ความช่วยเหลือเราหลายๆ อย่าง น่ารักมาก คอยถามไถ่อยู่ตลอดว่าจะมีอะไรให้พวกเขาช่วยอีกไหม และเมื่อวานนี้ที่ไร่นาป่าสงวนก็เต็มไปด้วยดอกมะลิ"   "สำหรับบรรยากาศการปลูกต้นมะลิเมื่อวานนี้ โบว์ต้องขอเล่าก่อนว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาก็จะมีแฟนคลับแวะเวียนไปเยี่ยมเราอยู่ตลอด และก็มีการนำดอกไม้ต่างๆ ไปลงไว้ที่ไร่ เนื่องจากเขาทราบดีว่าพี่ปอเป็นคนที่ชอบดอกไม้ รวมถึงดอกแวนด้า ซึ่งก็คือดอกไม้ที่เป็นชื่อโบว์ และล่าสุดก็มีดอกมะลิ คือทุกครั้งที่เข้าไปในบ้านไร่โบว์ก็จะเห็นความเขียวขจีกับสีสันที่งดงาม ต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะ" ก่อนที่เราจะมางานในวันนี้ได้บอกพี่ปอก่อนไหมว่าเราจะจัดงานให้เขา ?  "โบว์บอกตลอดค่ะ จริงๆ แล้วทุกครั้งที่โบว์จะต้องออกจากบ้านโบว์ก็จะบอกพี่เขาตลอด บอกให้เขาไปกับโบว์ บอกให้เขาไปส่งลูกด้วยกัน และอย่างวันนี้โบว์ก็บอกเขาว่าให้เขากลับบ้านด้วยกันนะ คือพูดถึงเขาตลอด พูดถึงเขาทุกๆ เช้า" อย่างเหตุการณ์ที่เหมือนว่าน้องมะลิเขาสัมผัสถึงพ่อได้และก็เรียก พ่อปอ พ่อปอ อันนี้คือยังไง ?  "ปกติเวลาน้องเขาเห็นรูปพี่ปอเขาก็จะเรียกชื่ออยู่แล้วค่ะว่า พ่อปอ พ่อปอ แต่ถ้าเกิดว่าอยู่ๆ เขามองไปไกลๆ แล้วเรียกตะโกนว่า พ่อปอ พ่อปอ มาด้วยๆ ทฤษฎี สหวงษ์ คือตอนนี้เขาเรียกชื่อเต็มๆ ของโบว์ ของปอ ของตัวเขาเองได้แล้ว อย่างเมื่อสักครู่นี้เขาก็ยังพูดว่า พ่อปอ ทฤษฎี สหวงษ์ น่ารัก" เห็นว่าชุดที่พี่โบว์และน้องมะลิใส่มาร่วมงานครั้งนี้ก็เป็นชุดที่ตั้งใจตัดขึ้นมาโดยเฉพาะด้วย ?  "ใช่ค่ะ จริงๆ ชุดนี้เสร็จนานแล้วนะคะ แต่ก็ลุ้นอยู่ตลอดว่ามะลิจะใส่ไหม (ยิ้ม) เพราะปกติเวลาเขาใส่ชุดยาวๆ รัดๆ เขาจะอึดอัด แต่วันนี้ต้องขอบคุณเขามากที่ใส่ให้แม่วันนี้ (หัวเราะ) ก็ด้วยความที่ชุดนี้ตัวพี่ปอเองเขาก็อยากให้เราใส่ เพราะเขาเป็นคนที่ชอบอะไรไทยๆ เขาอยากเห็นมะลิใส่ชุดไทย อยากให้ลูกสาวรำไทย ซึ่งเรื่องนี้โบว์ก็ตั้งใจว่าจะพยายามให้น้องเขาลองเรียนดู" ตั้งใจจะใส่ชุดนี้ให้บ่อยขึ้นไหมในเวลาที่เราต้องทำบุญ ?  "เอ่อ...ที่ผ่านมาเวลาที่โบว์ไปวัดโบว์ก็จะคิดอยู่เสมอนะคะว่าอยากใส่ชุดไทยจังเลย แต่ก็แอบคิดอีกเหมือนกันว่าเวลาคนอื่นที่เขาเห็นเขาจะคิดว่าเราเยอะไปหรือเปล่า ซึ่งใจจริงโบว์ โบว์ชอบชุดไทยอยู่แล้วนะคะ โบว์อยากใส่ผ้าถุงไปวัด และเมื่อก่อนพี่ปอเขาก็จะบอกเสมอว่าใส่สิไม่เห็นต้องแคร์คนอื่นเลย เพราะเขาเองก็ชอบเขาอยากเห็นโบว์ใส่ชุดไทย แต่ด้วยความที่ตอนนั้นโบว์ไม่มีโอกาสได้ใส่ วันนี้โบว์ก็เลยตั้งใจใส่มา ถึงแม้จะไม่สามารถถามเขาได้ว่าเขาชอบไหม แต่โบว์ก็คิดว่าเขาน่าจะยิ้มอยู่ค่ะ (ยิ้ม)" วันเวลาผ่านมาจนครบ 1 ปีแล้ว ตัวเราเองเข้มแข็งขึ้นมากขนาดไหน ?  "เข้มแข็งในระดับหนึ่งค่ะ แต่ความอ่อนแอมันก็อยู่ในตัวเราทุกวันเนอะ ซึ่งเราก็ต้องพยายามบอกตัวเองว่าไม่ให้ร้อง แต่พอขึ้นห้องนอนไปปุ๊บ โบว์ก็ยังคงเว้นที่ให้เขานอนอยู่ ของที่เขารักทุกอย่างก็ยังคงวางอยู่ข้างๆ ยังคงคิดเสมอว่าถ้าหากหันไปแล้วจะยังเห็นเขา แต่ทุกคืนที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจอเขาเลย ก็ไม่เป็นไรค่ะ ถึงแม้จะไม่สามารถเห็นเขาได้ แต่ก็ยังรู้ว่าเขาอยู่ในใจเราเสมอค่ะ" ถึงแม้พี่ปอจะไม่ได้อยู่ข้างๆ แล้ว แต่เขาเป็นพลังให้เราดำเนินชีวิตยังไงบ้าง ?  "พี่ปอเป็นคนที่เข้ามาเปลี่ยนโบว์ทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่สมัยที่อยู่ด้วยกัน พี่ปอเขาสอนโบว์เสมอว่าให้เรารักกันทุกวัน ให้หอมกันกอดกันทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หรือเวลากลับถึงบ้านหลังจากที่เขาทำงานเสร็จโบว์ก็ต้องกอดเขาหอมเขาเสมอ หากวันไหนไม่กอดไม่หอมเขาก็จะงอน (ยิ้ม) เขาบอกว่าทุกครั้งที่เรากอดกันหอมกันแบบนี้ เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าวันหนึ่งเขาจะได้กลับมาหรือเปล่า ดังนั้นเราจึงต้องมีความรักให้กันทุกวัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาทิ้งให้โบว์ ทำให้โบว์เข้าใจว่าเราต้องให้ความสำคัญกับความรักต่อคนในครอบครัว และคนทั่วไปที่เราเจอ การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ รวมถึงการขอบคุณและการขอโทษ" บรรยากาศที่คนมารวมตัวกันในวันนี้หากพี่ปอรับรู้ได้พี่โบว์คิดว่าเขาจะรู้สึกยังไง ?  "โบว์ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ คือพี่ปอเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่ ดังนั้นสิ่งที่โบว์พูดได้ก็คือคำว่าขอบคุณค่ะ ขอบคุณแฟนคลับพี่ปอทุกท่าน ญาติพี่น้องทุกๆ ท่าน รวมถึงทุกคนที่มาที่นี่และทุกคนที่ส่งกำลังใจมา โบว์ต้องขอขอบพระคุณทุกคนมากๆ ที่ไม่เคยลืมกันตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณจากหัวใจจริงๆ ค่ะ" แม่โบว์ - น้องมะลิ แม่โบว์ - น้องมะลิ

เสน่ห์แรงมว้ากก!! วุ้นเส้น เคลียร์ชัดข่าวลือกิ๊กไฮโซพก-ไฮโซหลวง
วุ้นเส้น วิริฒิพา /  ข่าว วุ้นเส้น วิริฒิพา / 

  โอ้มายก๊อด!! อะไรจะเนื้อหอมปานนั้นสำหรับ แม่ม่ายป้ายแดงสุดเซ็กซี่ วุ้นเส้น วิริฒิพา หลังจากหย่าขาดกับอดีตสามีฉายาพระเอกไม้เลื้อยอย่าง ชาคริต แย้มนาม ไม่ทันไร สาววุ้นเส้น ก็ตกเป็นกระแสข่าวกิ๊กกั๊กรักใหม่กับหนุ่มๆ ไฮโซ ไม่ว่าจะเป็น ไฮโซพก แฟนเก่า น้ำชา ชีรณัฐ หรือแม้แต่ ไฮโซหลวง ที่เคยเป็นแฟนเก่าของนางร้ายเซ็กซี่ ไอซ์ อภิษฎา ซึ่งล่าสุดวันนี้ สาววุ้นเส้น วิริฒิพา ได้มางาน “THE MALL GOLDEN SHINE MARKET” ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ พร้อมกับเปิดใจถึงกระแสข่าวลือต่างๆ เรื่องหัวใจอย่างหมดเปลือกว่า ถามถึงข่าวกับไฮโซพก  "อันนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากกว่า มันเป็นไปไม่ได้ วุ้นว่ามันเป็นเรื่องที่คนไปพูดกันเม้าท์กันให้เป็นข่าว ซึ่งความจริงเราเป็นเพื่อนกัน ไม่มีใครเคยจีบวุ้นและไม่มีอะไรมากกว่านั้น เจอกันข้างนอกที่มีคนเยอะๆ เบอร์ส่วนตัวของเขาวุ้นยังไม่มีเลยเพราะไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นค่ะ" เลยถูกโยงว่าเป็นมือที่สามหลังไฮโซพกเลิกกับน้ำชา  "คนก็คงโยงกันไปเองเพราะข่าวมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา วุ้นอยู่ตรงนี้เจอมาเยอะแต่ก็ต้องออกมาพูดความจริงว่าคืออะไร มันไม่มีทางอยู่แล้วที่จะมีใครเข้ามาหาวุ้นตอนนี้ และไม่มีทางที่วุ้นจะไปยุ่งกับใคร ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการเข้าใจผิดและน้ำชาก็ขอโทษแล้ว ถามว่ามีโอกาสได้เจอกับน้ำชาไหม มีส่งข้อความคุยกันบ้างพอเป็นข่าวก็ต้องบอกกันว่ามันคืออะไรเพราะวุ้นบริสุทธิ์ใจมาก เลยบอกน้องไปตรงๆ ว่ามันไม่มีอะไร ซึ่งวุ้นเป็นคนที่ไลน์ไปบอกน้องเอง เพราะเราสองคนรู้จักกันอยู่แล้วการทำแบบนี้ก็เป็นการให้เกียรติน้องด้วย นอกจากนี้วุ้นยังมีโอกาสได้เจอกับน้ำชาที่งานแต่งของเพื่อนซึ่งก็ได้คุยกัน ส่วนว่าน้ำชาเชื่อกับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ไหม อันนี้ก็ไม่รู้ว่าน้องให้สัมภาษณ์ว่ายังไงแต่ก็คุยกันด้วยดี อีกอย่างน้องเขาก็อยู่วงการมานานเหมือนกัน ข่าวมันไม่กรองก็ต้องเช็คให้ดี ส่วนตัววุ้นก็ขอจบตรงนี้เคลียร์กันแล้วเข้าใจแล้ว วุ้นเป็นรุ่นพี่ก็ไม่อยากมีปัญหากับรุ่นน้อง การเป็นข่าวก็ทำให้คนเข้าใจกันผิดได้ สุดท้ายก็เคลียร์กันแล้วอย่างที่บอกว่าน้องก็ได้ขอโทษวุ้นแล้ว" นอกจากคุยกับน้ำชาแล้ว มีโอกาสได้คุยกับพกบ้างไหม  "คุยนิดหน่อยค่ะก็มีได้เจอกันบ้างเพราะมีแก๊งเพื่อนเดียวกัน แต่ว่าไม่ได้คุยเยอะเพราะเขาไม่ใช่ดาราเลยไม่รู้จะคุยอะไรมากมาย" ถามถึงเรื่องที่คนจับโยงภาพที่วุ้นเส้นลงกับปันปัน(สุทัตตา)ในไอจี ว่าเหมือนจะเป็นการหาพวกหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ "น้ำชา" กับ "ปันปัน" เคยมีปัญหากันมาก่อน  "วุ้นโตพอที่จะไม่ยุ่งกับใครค่ะ อยู่วงการมาพักนึงแล้วผ่านเรื่องตรงนี้มาได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่ต้องการพวกหรือเพื่อนอะไรมากมาย จริงๆ กับเพื่อนในกลุ่มของวุ้นเองก็ยังไม่ได้เล่าอะไรมาก แต่วันนั้นบังเอิญเจอปันปันซึ่งเราสองคนรู้จักกันอยู่แล้ว ว่างเจอกันเฉยๆ ไม่ได้เกี่ยวกันประเด็นนี้ ส่วนกระแสคอมเม้นต์ต่างๆ ตัววุ้นไม่ได้สนใจ ลองดูว่าวุ้นอยู่ในวงการก็อยากทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เจอใครก็ได้ ลงรูปอะไรก็ได้ไม่ได้คิดว่าเป็นข่าวอะไร ถ้าจะเป็นข่าววุ้นว่าขอใช้ชีวิตปกติแล้วกัน ถามว่าเครียดไหมเรื่องที่มีคนดราม่าจับโยงแบบนี้ จริงๆ ที่น้ำชาลงรูปคู่กับวุ้น กับรูปที่วุ้นลงคู่กับปันปันมันไม่ได้ลงพร้อมกัน ซึ่งวุ้นก็ไม่ได้มีรูปอะไรเยอะมาก ไปงานแต่งงานก็ไปแป๊บเดียว แล้วปันปันกับพีคก็นานๆ เจอกันทีก็ขอลงรูปหน่อย วุ้นโตแล้วเราไม่คุยกันเรื่องคนอื่น" แล้วตอนนี้คุยกับน้ำชาได้สนิทใจเหมือนเดิมไหม  "ยังไงก็ได้ค่ะเพราะข่าวนี้วุ้นเป็นผู้ถูกกระทำ วุ้นอยู่เฉยๆ แล้ววุ้นก็เพิ่งผ่านเรื่องราวความรักของตัวเองมาก็อยากจะดูแลตัวเองให้ดีก่อน ไม่อยากให้ข่าวไม่ดีมาซ้ำเติมอีกมากมาย ขอให้เป็นเรื่องที่ผ่านมาและผ่านไป อยากให้คนที่เข้าใจและเชื่อจากปากวุ้นเองเพราะเป็นคนพูดตรงๆ อยู่แล้ว วุ้นก็คงไม่เลิกคบเพื่อนๆ น้องๆ หรอกก็รู้จักกันต่อไปแหละ" มีข่าวกับไฮโซหลวง แฟนเก่า ไอซ์ อภิษฎา ด้วย  "กับหลวงก็เหมือนกับพก เรารู้จักกันอยู่เขาเป็นรุ่นน้อง ไม่มีอะไร เรารู้จักกันมานานแล้ว แต่อยู่ดีๆก็เป็นข่าวขึ้นมา วุ้นก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ส่วนข่าวที่บอกว่าไปเล่นฟิตเนสก็ไม่ได้ไป วุ้นไปกับเพื่อนวุ้นหลายคน เรารู้จักกันก็ไปสตูดิโอเขา เขาชวนไปเล่นกีฬาเฉยๆ เราเจอกันน้อยมาก วุ้นก็งงเหมือนกันว่าทำไมช่วงนี้ยัดเยียดผู้ชายให้เยอะ เพราะว่าในข่าวไม่มีใครสักคนเลยที่เป็นเรื่องจริง เอาเป็นว่าทั้งพกและหลวง เป็นคนที่เรารู้จักกันมานานมากแล้ว แต่อาจเพราะความที่เราโสด เวลาเราผ่านหรือคุยกับใคร มันน่าจะทำเป็นข่าวได้ แต่จริงๆ แล้วทุกคนเป็นน้องหมด" ช่วงนี้มีคนเข้ามาจีบเยอะไหม  "ไม่มี วุ้นก็ไม่ได้รีบ แล้วก็ไม่ได้เปิดตัวเองมากขนาดนั้น ก็เลยอาจจะไม่มีคนสนใจที่จะเข้ามามากขนาดนั้น หรือบางคนเขาอาจจะรอเวลาสักพักนึงจะดีกว่า วุ้นก็งงๆ ว่าวุ้นเป็นข่าวกับคนนู้นคนนี้ได้ยังไง เพราะวุ้นไม่ได้มีอะไรเลย" เห็นว่าจะมีนัดกินข้าวกับชาคริต  "อุ้ย...รู้ได้ไงอ่ะ ก็นัดกัน แต่เวลามันยังไม่ตรงกัน เขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ก็เลยขอเวลาสักพักหนึ่งดีกว่า ให้เขาว่างตรงกับเรา และเราไม่ยุ่งจริงๆ เจอกันจะได้คุยกันนานๆ" พอมีความแบบนี้คนเลยลุ้นว่าเราจะไปปรับความเข้าใจกันหรือเปล่า  "ปรับความเข้าใจทำไม เพราะเราเข้าใจกันอยู่แล้ว แต่เราก็อยากรักษาความเป็นเพื่อน ความเป็นพี่น้อง และความรู้สึกดีๆ ต่อกัน พี่คริตก็เป็นคนสำคัญมากๆ ในชีวิตวุ้น วุ้นไม่อยากทำแบบว่าเราเจอกันไม่ได้แล้ว นานๆ เจอกันทีก็ได้ ถ้าเขายังไม่มีใคร" วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา วุ้นเส้น วิริฒิพา

สดจากบุรีรัมย์!! บรรยากาศงานทำบุญครบรอบ 1 ปี ปอ ทฤษฎี!!
ปอ ทฤษฎี /  โบว์ แวนดา / 

  เผลอแป๊บเดียวครบรอบ 1 ปี สำหรับการจากไปของพระเอกหนุ่มขวัญใจประชาชน ปอ ทฤษฎี โดยล่าสุดวันนี้ (18 มกราคม 2560) ทางด้านภรรยาสาว โบว์ แวนดา และครอบครัวได้มีการจัดงานทำบุญครบรอบ 1 ปี ณ วัดธรรมธีราราม (ป่าหลังโรงเลื่อย) อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ โดยมี อาน้ำอ้อย ได้มาดูความเรียบร้อยก่อนที่จะมีพิธีการทางศาสนาในช่วงเช้า ทั้งนี้บรรดาแฟนคลับต่างเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง พร้อมกับจัดเตรียมสถานที่และช่วยกันเตรียมอาหารไว้สำหรับแขกที่มาร่วมงานอย่างสุดพิเศษเพื่อพระเอกผู้ล่วงลับ ปอ ทฤษฎี ด้วยความตั้งใจ ส่วนบรรยากาศภายในงานนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอเก็บภาพบรรยากาศสดๆ จากบุรีรัมย์ มาให้แฟนๆ ได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง   โดย อาน้ำอ้อย ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเผยความรู้สึกถึงพระเอกหนุ่มผู้ล่วงลับ และยังคิดว่า ปอ ทฤษฎี ยังอยู่ด้วยตลอด   "สำหรับบรรยากาศในวันนี้อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าทุกอย่างก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งส่วนตัวอาเอง อารู้สึกว่ามันเร็วมากเลย เพราะอาคิดเสมอว่าเขายังไม่ไปไหน และวันนี้ทุกๆ คนก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทุกคนยังคงมีความรู้สึกเดียวกันคือยังรักและคิดถึงเขาอยู่ แต่สำหรับบางคนอาต้องบอกเลยว่าความรู้สึกของเขามันพิเศษสุดจริงๆ"  "อย่างวันนี้เองก็มีแฟนคลับเข้ามาช่วยจัดเตรียมข้าวของเยอะแยะมากมาย ทั้งอาหาร ทั้งเครื่องใช้ คือเขาเป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นมาก อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นแฟนคลับที่มีความสามัคคี และก็มอบสิ่งดีให้กับทุกคนมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรให้เสียหาย รวมถึงเวลาที่เขาจะทำอะไรก็แล้วแต่เขาก็จะเข้ามาปรึกษาคุณพ่อคุณแม่และก็อาตลอด ซึ่งก็ดีครับ อาเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาทำ"  "เมื่อคืนนี้พวกเขาก็มีการจัดปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับสมาชิกแฟนคลับที่เดินทางมา ซึ่งภาพที่อาได้เห็นก็จะเป็นภาพที่น่าประทับใจ รวมถึงคลิปวีดีโอต่างๆ คือพวกเขาเก่งมากที่รวบรวมหลายๆ อย่างไว้ เก็บข้อมูลไว้ได้อย่างละเอียด ถือว่ายอดเยี่ยมมากครับ ทุกคนน่ารักมาก บรรยากาศก็เป็นไปตามที่มันควรจะเป็น แต่ถามว่าอาน้ำตาไหลไหม ก็มีไหลอยู่ตลอดครับเพียงแค่ไม่อยากให้ใครมารู้สึกอะไรมาก เพราะอาก็คิดเสมอว่าทุกคนก็คงรู้สึกเหมือนๆ กันกับอา ทุกคนคิดถึงเขาเหมือนกัน"ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ความรู้สึกส่วนตัวของอาที่มีต่อพี่ปอเป็นยังไงบ้าง ?  "วันแต่ละวันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ (น้ำตาคลอเสียงสั่น) อามีความรู้สึกว่า เขายังอยู่กับเรา (น้ำตาคลอ) คือส่วนหนึ่งอาก็เข้มแข็งอยู่แล้วนะ แต่ความเข้มแข็งในที่นี้มันต้องประกอบไปด้วยหลายๆ อย่าง และความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดมันก็คือความรู้สึกที่มาจากจิตใจ หากให้พูดออกมาเป็นคำพูดมันก็คงพูดให้ชัดๆ ไม่ได้ ดังนั้นอาก็ขอมอบโอกาสทุกอย่างและก็ขอบคุณทุกๆ คน ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมาที่ทุกคนมอบให้ ครอบครัวสหวงษ์ พ่อ แม่ น้องมะลิ แม่โบว์ ทุกคนต่างก็ต้องเดินหน้าไปสู่วันข้างหน้าที่มีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ อาเชื่อมั่นว่าเขาต้องไปได้ดี และอาก็ดีใจภูมิใจที่อาได้กลับมาหาเขาอีกครั้ง มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้"อาให้กำลังใจตัวเองยังไงเวลาที่คิดถึงพี่ปอ ?  "บางรูปของปออาก็ยังไม่เคยเห็นเลยนะ ยังแปลกใจอยู่เลยว่าเขาเอามาจากไหน แต่ถ้ามองไปสักพักก็จะรู้สึกว่าเขาอยู่รอบๆ ตัวเราเต็มไปหมด ความรู้สึกทุกวันทุกคน ไม่ว่าจะก่อนนอนหรือตื่นเช้าอาก็จะนึกถึงเขาตลอด ซึ่งความรู้สึกของอามันก็จะขยับไปตามเวลาและสถานที่ เช่นเราไปเจออะไรที่มันสะกิดใจเราก็จะรู้สึกอย่างหนึ่ง เป็นความรู้ที่เกิดจากข้างใน และด้วยความที่อาเป็นคนที่เก็บความรู้สึกอยู่แล้วด้วย อาก็เลยไม่ได้บอกกับทุกคน"วันนี้ได้มาหาพี่ปอ อาได้พูดอะไรกับเขาบ้างหรือยัง ?  "ตั้งแต่ก้าวลงจากรถใจอาก็อยู่ตรงนั้นแล้ว ไม่ว่าอาจะเดินไปทางไหนอาก็เชื่อว่าเขารับรู้ว่าอามาเยี่ยม เพราะอาพูดอยู่ในใจมาตลอดว่าอามาถึงแล้ว"แสดงว่าอาคิดอยู่เสมอว่าพี่ปอยังอยู่ข้างๆ ตัว ?  "ความรู้สึกจริงๆ อาคิดอย่างนั้นมาตลอด คิดว่าเขาไม่ได้ไปไหน ความรู้สึกที่อามีให้ปอยังไงจนถึงวันนี้มันก็เคยเปลี่ยน ทุกอย่างยั งเหมือนเดิม ยังคิดถึงเขา ยังคิดถึงเขาเหมือนวันที่เขามีชีวิต ไม่เคยเปลี่ยน"   

หล่อจ๊าบสหภาพเมียนมาร์!! นาย ณภัทร ควง แม่หมู พิมพ์ผกา ตระเวนไหว้พระ
นาย ณภัทร /  หมู พิมพ์ผกา / 

  อู๊ย!!! พ่อเจ้าประคุณ!!! ช่วงนี้สงสัยกระแส AEC จะมาแรงแซงกลับมาอีกรอบ โดยล่าสุดเพจ ผู้หญิง Salaryman Thailand ได้แซะภาพความหล่อแบบ AEC ขณะที่หนุ่มหล่อหน้าใส นาย ณภัทร นุ่งโสร่งควง แม่หมู พิมพ์ผกา ตระเวนทำบุญไหว้พระที่ประเทศเมียนมาร์ตามประสมแม่ลูกมาให้สาวๆ ได้ตาเป็นประกายกันอีกรอบ ซึ่ง แม่หมู ได้เคยโพสต์ภาพน่ารักๆ ของลูกชายสุดที่รัก ไว้ในอินสตาแกรมส่วนตัวมาก่อนหน้านี้ แหมๆๆๆ เห็น นาย ณภัทร นุ่งโสร่งทาแป้งทานาคาลุคนี้แล้ว ช่างหล่อจ๊าบสหภาพเมียนมาร์จริงๆ เลยล่ะค่า หล่อขนาดนี้ทั้งสาวไทยและสาวเมียนมาร์พร้อมที่จะเทใจให้ หนุ่มนาย กันทั้งประเทศแล้วค่าคู้ณณณณ!! ขอบคุณภาพจาก IG pimpaka, FB ผู้หญิง Salaryman Thailand

ละครเกิดเป็นกา (ละครเย็น) , เรื่องย่อเกิดเป็นกา (ละครเย็น)
ละคร เกิดเป็นกา /  ละคร เกิดเป็นกา ช่อง7 / 

เกิดเป็นกา ผู้ประพันธ์: นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์: ปลายปากกาผู้ผลิต: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัดออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง7 เรื่องย่อ ละครเกิดเป็นกา บุญเพ็ญ (หลิน นุศรา )เป็นคนรับใช้คนสนิทของ คุณหญิงภูรี (จิ๋ม ปนัดดา) แอบลักลอบได้เสียกับชายชล (หนุ่ม สุรวุฑ ) คุณหญิงภูรีจับได้เลยจับให้ชายชลรีบแต่งงานกับ กานดา (เอ๋ รชยา ) หลังจากคืนแต่งงานทั้งสองได้เดินทางไปฮันนีมูนที่ต่างประเทศ คุณหญิงภูรีจึงไล่บุญเพ็ญออกจากบ้าน บุญเพ็ญโซซัดโซเซเดินไปตามทางเปลี่ยวแล้วเจอกับ หวัง(อ๋อง กษาปณ์) ที่กำลังเมามาย หวังพยายามข่มขืนบุญเพ็ญ บุญเพ็ญต่อสู้แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ไหวตกเป็นเมียหวัง บุญเพ็ญไปอาศัยอยู่กับ บุญพา (เดียร์ ปริษา )น้องสาวของตัวเองในสลัม โดยบุญเพ็ญไม่รู้มาก่อนว่าหวังเป็นสามีของน้องสาว บุญเพ็ญจำหวังได้แต่ไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีต ละครเกิดเป็นกา ตลอดเวลาบุญเพ็ญคอยติดตามความเคลื่อนไหวของชายชลและกานดา บุญเพ็ญตั้งท้อง ส่วนกานดาก็ตั้งท้องเช่นเดียวกัน วันที่กานดาเจ็บท้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล บุญเพ็ญที่กำลังท้องแก่ก็พยายามทุบท้องตัวเองเพื่อให้ลูกคลอดออกมาในคืนเดียวกับลูกของกานดา และเมื่อคลอดแล้วก็ลักลอบเปลี่ยนป้ายชื่อของเด็กทั้งสอง ทำให้ชายชลและกานดานำลูกของบุญเพ็ญไปเลี้ยง ส่วนบุญเพ็ญก็ทิ้งลูกของกานดาไว้ที่โรงพยาบาล แต่บุญพากลับไปรับมาเลี้ยงด้วยความสงสาร และตั้งชื่อให้หลานสาวว่ากระแต (พาย รมิดา) บุญเพ็ญเกลียดชังและทุบตีกระแตมาโดยตลอด กระแตโตมาในชุมชนสลัมโดยไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะบุญเพ็ญไม่ให้เรียน แต่ให้กระแตไปขายหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ยังเด็ก โชคดีที่ยังมีทม (ปาแปง กุมภ์ ) เป็นเพื่อนสนิทกับกระแตมาตั้งแต่เด็กๆ คอยหาหนังสือที่ไม่ได้ใช้แล้วมาให้กระแตอ่าน หาหนทางเพื่อให้กระแตได้เรียนหนังสือ ทมแอบหลงรักกระแตแต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าจะเสียเพื่อน วันหนึ่งบุญเพ็ญเล่นไพ่แล้วถูกตำรวจจับ ทำให้กระแตต้องหาเงินมาจ่ายค่าประกันตัว กระแตเลยใช้วิธีกระโดดตัดหน้ารถของ พงษ์วัฒน์ (บอส โตนนท์) เพื่อเรียกค่าทำขวัญ พงษ์วัฒน์เป็นหลานชายของกานดาและกานดาก็หมายมั่นจะให้แต่งงานกับเต็มดาว (กุ๊กกิ๊ก กชกร ) เต็มดาวมีนิสัยก้าวร้าว เย่อยิ่ง เพราะถูกชาดา (ครูอ้วน มณีนุช )พี่สาวของชายชลตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ กระแตบอกกับบุญเพ็ญว่าจะไปสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรม แต่บุญเพ็ญบอกว่าหางานเอาไว้ให้แล้ว จึงส่งกระแตไปสมัครเป็นสาวใช้ที่บ้านของชายชล บุญเพ็ญใช้ถ่านทาที่ใบหน้าและเนื้อตัวของกระแตให้ดำดูสกปรก ละครเกิดเป็นกา กระแตเข้าไปทำงานในบ้านของกานดาและชายชล ทั้งคู่รักและเมตตากระแตมาก กระแตเองก็เกิดความผูกพันต่อทั้งสองอยางแปลกประหลาด พงษ์วัฒน์สงสารกระแตเลยหางานในบริษัทให้ แต่กระแตปฏิเสธเพราะคิดว่าจะอยู่ตอบแทนกานดาที่อนุญาตให้กระแตไปเรียนหลังทำงานเสร็จได้ พงษ์วัฒน์จึงให้ความเมตตากระแต เลยทำให้เต็มดาวเกิดความริษยา หาทางกลั่นแกล้งกระแตอยู่แสมอ วันหนึ่งเต็มดาวตัดน้ำประปาที่บ้าน กระแตจึงไปตักน้ำที่บ่อน้ำหลังบ้าน เต็มดาวแอบเดินมาข้างหลังแล้วผลักกระแตตกลงไปในบ่อ พงษ์วัฒน์ช่วยกระแตออกมาได้ จึงพบว่าแท้จริงกระแตคือเด็กสาวที่พงษ์วัฒน์เคยช่วยเหลือไว้ และเป็นเด็กสาวที่มีใบหน้าสวยงามผุดผ่อง เพราะน้ำในบ่อล้างคราบถ่านดำที่ใบหน้าและเนื้อตัวของกระแต ทั้งสองเกิดความรักความผูกพัน พงษ์พัฒน์ออกหน้าปกป้องกระแต ยิ่งทำให้เต็มดาวเกลียดชังกระแตมากขึ้น เต็มดาวหลอกให้กระแตไปในที่เปลี่ยวเพื่อให้เชิดศักดิ์ (เขต-ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส) หนุ่มเพลย์บอยจัดการกับกระแต แต่กระแตหนีรอดออกมาได้ เต็มดาวกลับโดนเชิดศักดิ์รังแกเสียเอง เชิดศักดิ์บีบให้เต็มดาวเป็นหนอนบ่อนไส้ บอกที่ซ่อนและรหัสเปิดเซฟบรรจุเครื่องเพชร แล้วสร้างหลักฐานว่ากระแตเป็นคนร้าย หวังเข้าร่วมมือกับเชิดศักดิ์แล้วได้รับส่วนแบ่งเป็นกำไลเพชร หวังเมากลับมาพบบุญเพ็ญกลางสะพานข้ามแม่น้ำ บุญเพ็ญผลักหวังตกสะพานแล้วช่วงชิงกำไลเพชร เมื่อตำรวจเข้ามาค้นบ้านของบุญเพ็ญและบุญพา บุญเพ็ญเลยแกล้งสารภาพว่ากระแตเป็นคนร้ายขโมยเครื่องเพชรมาให้ กระแตถูกตำรวจจับและส่งฟ้องศาล พงษ์วัฒน์พยายามหาวิธีช่วยกระแตเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เต็มดาวเกิดอาการแพ้ท้องโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ เชิดศักดิ์เลยขู่เต็มดาวเพื่อที่จะให้เต็มดาวรับตนเป็นสามี เชิดศักดิ์จะได้เข้ามาครอบครองทรัพย์สมบัติในฐานะเขย คุณหญิงภูรีปฏิเสธก็ถูกเชิดศักดิ์ข่มขู่จนหัวใจวายตาย ละครเกิดเป็นกา บุญเพ็ญลวงเชิดศักดิ์ไปฆ่าเพราะต้องการช่วยลูก บุญเพ็ญสารภาพกับเต็มดาวว่าตัวเองเป็นแม่ ทำให้เต็มดาวโกรธมากและไม่ยอมรับบุญเพ็ญเป็นแม่ พงษ์วัฒน์หาทนายมาประกันตัวกระแตออกมา กระแตกลับมาอยู่ในสลัมคอยดูแลบุญเพ็ญที่เริ่มมีอาการเจ็บปวด โรคภัยประดังเข้ามา เพราะตรอมใจที่เต็มดาวไม่ยอมรับเป็นแม่ กระแตนำบุญเพ็ญส่งโรงพยาบาล และคอยเฝ้าดูแล บุญเพ็ญขอให้กระแตพาเต็มดาวมาพบ กระแตจึงไปอ้อนวอนเต็มดาวให้มาเยี่ยมบุญเพ็ญ แต่เต็มดาวมีข้อแลกเปลี่ยนไม่ให้กระแตพบกับพงษ์วัฒน์อีก กระแตยินยอม เต็มดาวจึงต้องจำใจมาโรงพยาบาล บุญเพ็ญขอจับมือเต็มดาว แต่เต็มดาวปฏิเสธด้วยความรังเกียจ ถึงแม้จะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตบุญเพ็ญก็ตาม ชายชลและกานดาตามมาที่โรงพยาบาลจึงรู้ความจริงทั้งหมดจากปากของบุญเพ็ญ แล้วเรื่องราวบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามชมในละครเรื่อง “เกิดเป็นกา” นักแสดงละคร เกิดเป็นกา โตนนท์ วงบุญ แสดงเป็น พงษ์วัฒน์รมิดา ธีรพัฒน์ แสดงเป็น กระแตกชกร ส่งแสงเติม แสดงเป็น เต็มดาวธาราเขต เพ็ชร์สุกใส แสดงเป็น เชิดศักดิ์ปริตา ไชยรักษ์ แสดงเป็น เมย์กุมภ์ ทองพุทธรักษ์ แสดงเป็น ทมนุศรา ประวันณา แสดงเป็น บุญเพ็ญสุรวุฑ ไหมกัน แสดงเป็น ชายชลรชยา รักกสิกรณ์ สดงเป็น กานดามณีนุช เสมรสุต แสดงเป็น ชาดาปริษา ทนาวิวัฒน์ แสดงเป็น บุญพากษาปณ์ จำปาดิบ แสดงเป็น หวัง ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ขอบคุณภาพจากIG:#เกิดเป็นกา

ละครเพลิงกฤษณา
เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ /  ช่อง GMM25 / 

ละคร เพลิงกฤษณา "ป่ากามเทพ"บทประพันธ์ : กฤษณา อโศกสินบทโทรทัศน์ : มาวิน อักษรากำกับการแสดง : เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุขออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.00 น. ทางช่อง GMM25 เริ่มคืนวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เสนอเป็นตอนแรก เรื่องย่อละคร เพลิงกฤษณา "ป่ากามเทพ" ขึ้นชื่อว่ากามเทพนั้น..เมื่อท่านยิงธนูดอกที่ชื่อว่าความปรารถนาออกไปโดนอกใครสักคนก็ยากที่จะถอนให้พ้นออกไปได้ จนกว่าจะตายหรือจากกันไปให้รู้แล้วรู้รอดหรือมิฉะนั้นก็ต้องหักห้ามใจตน ข้ามให้พ้นความทุกข์ทนด้วยตนเองชีวิตของ เคลีย (สายป่าน อภิญญา) เด็กสาวกำพร้าคนหนึ่งได้พบสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้สำหรับตัวเธอ นั่นคือการได้รับความเมตตาจาก รำพร(ป๊อก ปิยธิดา) และ สดมภ์(วิลลี่ แมคอินทอช) ที่รับเธอมาดูแลตั้งแต่แรกเกิด แม้ไม่ได้อยู่ในฐานะลูกแต่เคลียก็ไม่ได้ทุกข์ร้อน ยิ่งเมื่อรำพรหย่าขาดกับสดมภ์สามีจอมเจ้าชู้ที่นอกใจเธอไปติดพันช่างเสริมสวยอย่าง ผกาแก้ว(เจี๊ยบ พิจิตตรา) เคลียก็เป็นคู่ใจเพียงคนเดียวของรำพรเสมอมา รำพรสอนให้เคลียรู้จักรักนวลสงวนตัวและใช้บทเรียนของชีวิตคู่ที่ไม่สมหวังของตัวเองให้เคลียระมัดระวังเรื่องความรัก แต่เธอกลับไม่ระวังเสียเอง เมื่อได้พบกับ อาชา(ไนกี้ นิธิดล) นักศึกษาหนุ่มรูปหล่อที่มาเช่าหอพักของรำพรอยู่กับ โสภณ(ดีเจป๊อป กิตติพงศ์) เพื่อนรุ่นพี่ รำพรหลงใหลได้ปลื้มอาชาอยู่เป็นทุนเดิมแต่ก็หาทางพัฒนาความสัมพันธ์ไม่ได้ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้หอพัก รำพรจึงเสนอให้อาชาและโสภณมาพักในบ้านของเธอและเอ่ยปากจะอุปการะส่งเสียให้อาชาได้เรียนจนจบ นี่เป็นความปรารถนาอย่างสูงสุดขงอาชา เขาจึงไม่ปฏิเสธน้ำใจ ต่อมาโสภณได้งานทำจึงแยกออกไปอาศัยที่อื่น รำพรพยายามเอาใจอาชาและขยับสถานะเป็นคนรัก นั่นทำให้เคลียไม่สบายใจนักเพราะเป็นห่วงรำพรและคลางแคลงสงสัยในตัวอาชาจากแววตาที่เขามองเธออย่างมีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ วันหนึ่งรำพรพาเคลียและอาชาไปทานอาหารนอกบ้าน ขากลับรำพรขับรถชนต้นไม้ เธอน้อยใจอาชามากที่เขาแสดงความห่วงใยเคลียเป็นพิเศษทั้งๆ ที่เธอเจ็บหนักกว่า คืนนั้นอาชาทนเก็บความรู้สึกลึกๆ ไม่ไหว จึงสารภาพรักกับเคลีย ทั้งคู่พยายามคิดหาทางออกให้กับความรักที่ก่อตัวขึ้น แต่ก็ยังไม่เห็นหนทาง ส่วน หมอโอภาส(โก โกเมน) ก็แสดงความพอใจในตัวเคลียอย่างเห็นได้ชัด พออาชารู้เรื่องเคลียกับหมอโอภาสยิ่งหึงหวง ด้านรำพรก็พยายามแสดงออกว่ารักอาชาจริงๆ ต่อหน้าเคลีย นั่นทำให้เคลียคิดหาทางตีตัวออกห่างจากรำพรและอาชา เพราะหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้น อย่างน้อยคงทำให้รำพรมีความสุขขึ้น เคลียขอร้องให้สดมภ์ช่วยหางานให้เธอทำเพราะเธอไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นอีก สดมภ์รู้เรื่องรำพรกับอาชาก็ไม่พอใจและประชดด้วยการพาเคลียไปฝากให้เป็นช่างทำผมในร้านของผกาแก้ว ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ สดมภ์รู้สึกได้ว่าอาชากับเคลียรักกันจึงไม่เห็นด้วยที่รำพรทำกับอาชาแบบนี้ สดมภ์จึงแกล้งรำพรด้วยการหาทางให้อาชาตีตัวออกห่างรำพร สดมภ์จ้างอาชาให้ไปทำงานต่างจังหวัด แต่รำพรก็เดินหมากอีกขั้นด้วยการรับพ่อแม่และหลานของอาชามาอยู่ที่บ้าน เธอยิ่งโกรธแค้นสดมภ์ที่เข้ามายุ่มย่ามเรื่องเคลียและอาชา รำพรจึงตามเคลียให้กลับมาอยู่บ้าน เคลียต้องกลับบ้านไปอย่างจนใจ รำพรเปลี่ยนแผนเป็นมีท่าทีใหม่ต่อเคลียและอาชา เธอทำเป็นไม่หวาดระแวงเหมือนก่อนและทำท่าเหมือนสนับสนุนให้ทั้งสองคบกัน เพราะอย่างน้อยการมีอาชาอยู่ในสายตาก็ยังเป็นสิ่งที่เธอต้องการ ทุกสิ่งจึงดำเนินต่อไป ภายในวังวนของป่ากามเทพ ภายใต้ท่าทีที่ดูเหมือนยินยอม รำพรก็ยังคงคิดช่วงชิงอาชากลับมาเป็นของเธอทุกลมหายใจ อาชากับเคลียยังมีหัวใจให้กัน ภายใต้ความรู้สึกขัดแย้งของเคลีย และความคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ในขณะที่สดมภ์ก็ยังคงหาทางขัดขวางความสุขของรำพร และทำทุกอย่างให้รำพรเกลียดชังเขามากขึ้น โดยลืมถามตัวเองว่า ทำไมจึงยังต้องทำอย่างนั้น สุดท้าย ความรักที่วนเวียนในป่ากามเทพนี้จะลงเอยอย่างไร จะมีใครสักคนไหมที่มีโอกาสได้มีความสุขอย่างแท้จริงกับความรักครั้งนี้ ติดตามใน ป่ากามเทพ ตอนแรกวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 เวลา 20.00 น. ทางช่อง GMM25 ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ รายชื่อนักแสดง เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ รับบทเป็น รำพรวิลลี่ แมคอินทอช รับบทเป็น สดมภ์ อภิญญา สกุลเจริญสุข รับบทเป็น เคลียนิธิดล ป้อมสุวรรณ รับบทเป็น อาชาโกเมน เรืองกิจรัตนกุล รับบทเป็น หมอโอภาส ณภัทร บรรจงจิตไพศาล รับบทเป็น วาสนาพิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ รับบทเป็น ผกาแก้วปรียาดา สิทธาไชย รับบทเป็น พุชชี่กิตติพงศ์ ตันติชินานนท์ รับบทเป็น โสภณ ธนกร กุลจรัสสมบัติ รับบทเป็น จ้อย (น้องผกาแก้ว) ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ ละคร เพลิงกฤษณา ป่ากามเทพ

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง