ซามูไรพเนจร

น้ำมันโลก'ร่วง' หลังซาอุฯยุติการโจมตีเยเมน
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

น้ำมันโลก'ร่วง' ลง 1.12 ดอลลาร์ หรือราว 2% รับข่าว หลังซาอุฯยุติการโจมตีเยเมน  ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ร่วงลง 1.12 ดอลลาร์ หรือราว 2% มาอยู่ที่ 55.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายวันสุดท้ายของสัญญาน้ำมันล่วงหน้าเดือนพฤษภาคม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนมิถุนายน ในตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลง 1.37 ดอลลาร์ หรือราว 2.2% มาอยู่ที่ 62.08 ดอลลาร์ เทรดเดอร์ชี้ว่า นักลงทุนพากันเทขายน้ำมัน หลังได้รับทราบข่าว ซาอุดีอาระเบีย และชาติพันธมิตร กำลังจะยุติการโจมตีกลุ่มกบฏฮูตี ในเยเมน สถานการณ์ดังกล่าวช่วยทำให้ การคาดการณ์ถึงการจัดหาที่อาจตึงตัวขึ้นเริ่มเบาบางลง เพราะแม้เยเมน จะไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญ แต่ตลาดก็กังวลถึงผลกระทบของการโจมตี ที่ดำเนินมาร่วม 4 สัปดาห์ จะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่าน ซึ่งเป็นแหล่งจัดหาน้ำมันสำคัญของโลก ล่าสุด ซาอุดีอาระเบียได้ประกาศยุติปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อต้านกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนที่ดำเนินมานาน 4 สัปดาห์แล้ว ความเคลื่อนไหวดัวงกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวอ้างของนายอับเดล มาเลก อัล-อิจรี แกนนำอาวุโสกลุ่มกบฏฮูตีที่ว่าใกล้บรรลุข้อตกลง เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเกือบเดือนได้แล้ว ด้านอิหร่านแสดงความยินดีต่อถ้อยแถลงของพันธมิตร และว่าเป็นมาตรการที่มุ่งไปสู่การแก้ปัญหาทางการเมืองในเยเมน ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบินและเรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐได้เดินทางมุ่งหน้าสู่ทะเลอาหรับเมื่อวานนี้ และสหรัฐได้แถลงด้วยว่ากำลังเฝ้าติดตามกองเรืออิหร่าน ซึ่งต้องสงสัยว่ากำลังขนอาวุธไปส่งให้กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ถือเป็นการละเมิดมติของสหประชาชาติ MThai News

แฉ !! มือบึ้มบอสตัน ไม่สำนึก ชูนิ้วกลางให้กล้องวงจรปิด
กล้องวงจรปิด /  ชูนิ้มกลาง / 

วิจารณ์หนัก มือวางระเบิดบอสตัน ชูนิ้วกลางใส่กล้องวงจรปิด ขณะถูกคุมขังในเรือนจำ สื่อให้เห็นว่า เขาไม่มีความสำนักผิดต่อสิ่งที่ทำแต่อย่างใด เว็บไซต์ต่างประเทศรายงานว่า 'นายโจคาร์ ซาร์นาเยฟ' ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดงานบอสตันมาราธอน เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2556 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บกว่า 280 คน โดยหลังจากการพิจารณาคดีเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา คณะลูกขุนได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ ตัดสินให้นายซาร์นาเยฟมีความผิดถึง 30 กระทง ซึ่งอาจทำให้ได้รับโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ล่าสุดมีภาพหลุด จากกล้องวงจรปิดภายในเรือนจำ ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมตัวนายซาร์นาเยฟ รายงานระบุว่า ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2556 ถูกเผยแพร่ออกมา ภาพดังกล่าว แสดงให้เห็น ขณะที่นายซาร์นาเยฟมองมาที่กล้องพร้อมทั้งชูนิ้วกลางมาที่กล้อง แสดงให้เห็นว่า เขาไม่มีท่าทีสำนึกต่อความผิดที่ได้กระทำแต่อย่างใด โดยพฤติกรรมของเขาครั้งนี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างมากต่อประชาชนในสหรัฐฯ พร้อมทั้งยังมีกระแสถกเถียง ในหัวข้อที่ว่า มือบึ้มบอสตันรายนี้ สมควรได้รับโทษสูงสุดคือการประหารชีวิตหรือไม่ MThai News

11สุดยอดนักเตะผู้ไม่เคยได้แตะถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
จัดอันดับ /  ทีมยอดเยี่ยม / 

แม้ฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์แต่หากไร้ซึ่งวาสนาแล้วก็คงยากที่จะประสบความสำเร็จ เหมือนดั่งสุดยอดนักเตะระดับโลกทั้ง 11 คนนี้ที่ไร้ดวงในการสัมผัส ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเป็นสุดยอดถ้วยแห่งสโมสรฟุตบอลยุโรป ยกตัวอย่างเช่น โรนัลโด้ โล้นทองคำแห่งบราซิลที่มีโอกาสได้อยู่กับสุดยอดทีมยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปอย่าง บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด และ เอซี มิลาน แต่ก็เหมือนอาถรรพ์เพราะเขาไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสถ้วยใบนี้เลย สำหรับคนที่ยังค้าแข้งอยู่อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน อาจจะยังพอมีความหวังเล็กๆ แต่คงยากเพราะอยู่ในปลายชีวิตค้าแข้งแล้ว รวมแล้วนักเตะสุดอาภัพทั้ง 11 คนประกอบไปด้วย ประตู - จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน กองหลัง – จิอันลูก้า ซามบร็อตต้า, โลร็องต์ บล็องค์, ฟาบิโอ คันนาวาโร่,ลิลิยง ตูราม กองกลาง – พาเวล เนดเวด, ปาทริค วิเอร่า, มิคาเอล บัลลัค กองหน้า – เดนนิส เบิร์กแคมป์, โรรัลโด้, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กุนซือ – อาร์เซน เวนเกอร์

ห้ามพลาด! งาน Eduzones Expo 2015 ชี้ชัดอนาคตคณะในฝัน
Eduzones Expo 2015 /  ข่าวการศึกษา / 

สำหรับน้องๆ นักเรียน ม.ปลาย ที่อยาก Admissions ติดคณะที่ใฝ่ฝัน ห้ามพลาด! งาน Eduzones Expo 2015 ชี้ชัดอนาคตคณะในฝัน มหกรรมการศึกษางานแรกและงานเดียวในเมืองไทย ที่จะทำให้การจัดอันดับ Admissions เป็นเรื่องง่าย...#มางานนี้ โอเคมาก ห้ามพลาด! งาน Eduzones Expo 2015 ชี้ชัดอนาคตคณะในฝัน โดยภายในงานเราเตรียมผู้เชียวชาญมาช่วยชี้ชัดอนาคต ในการตัดสินใจเลือก คณะ สาขา เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้ถูกต้องและแม่นยำพร้อมทั้งพบกับกิจกรรมดีๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดอันดับเลือกคณะ Admissions'58, การแนะแนวทิศทางการเลือกคณะและเตรียมพร้อมสอบตรงสู่สาขา อาชีพแห่งอนาคต เพื่อรองรับกับเศรษฐกิจเสรีอาเซียน, ปรึกษาการเลือกคณะแบบตัวต่อตัวกับทีมอาจารย์แนะแนวมืออาชีพ และแชร์ประสบการณ์การเรียนในสายวิชาต่างๆ ของรุ่นพี่จากทุกคณะ มหาวิทยาลัย,ทดลองใช้โปรแกรมการประเมินโอกาสการสอบติดAdmissions'58, สัมมนา Work Shopการจัดอันดับ เลือกคณะ Admissions, พบกับห้องปฏิบัติการ ฝึกทดลองเรียนจากเครื่องมือจริง, เจาะลึกการศึกษาต่อสายInterและการศึกษาต่อต่างประเทศ, พร้อมทั้งกิจกรรมและความบันเทิงอื่นๆอีกมากมายภาย ในงานวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2558  ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 5 เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ****พิเศษ รวมกลุ่มเพื่อนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านทาง website โครงการ รับฟรีชุดโปรแกรม EZ Plus ที่มีความแม่นยำในการคำนวณการจัดอันดับถึง 94% , แผ่นแนวโน้มคะแนน Admissions'58 และของขวัญสุดพิเศษจากงาน Eduzones Expo 2015 สนใจลงทะเบียนเข้างานฟรีได้ที่ http://expo.eduzones.com/2015 หรือ www.eduzones.com โทรสอบถามรายละเอียดที่ พี่ปุ้ย 02-5615455-7 และ 086-3671080 e-mail : expo@eduzones.com และติดตามกิจกรรมได้เพิ่มเติมที่ Facebook.com/eduzonesdotcom

7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

จริงอยู่ที่ว่า ความตาย นั้นอยู่ใกล้เราตลอดเวลา ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่? บางคนไปโดยไม่รู้ตัว แต่บางคนก็ตายยากตายเย็นซะเหลือเกิน และนี่คือ 7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์ .. เหนื่อยไหมคนดี >,< 7 การสังหารคนดังที่ตายเว่อร์และยากที่สุดในประวัติศาสตร์ 7. เอ็ดเวิร์ด ทีช a.k.a.ไอ้เคราดำ (Edward Teach a.k.a. Blackbeard) เอ็ดเวิร์ด ทีช หรือทาช หรือไอ้เคราดำ(1680-1718) เป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสีย(ง)และโหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วงปี1702-1713 (สมัยศตวรรษที่ 18) ในสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสและสเปน เขามีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครเพราะเขาทักหนวดจนเหมือนงูเลื้อยอยู่บนหน้า, สับคนขาด 2 ท่อนด้วยดาบเดียว, พกปืน 6 กระบอกข้างลำตัวแต่ละข้างตลอดเวลา, มีภรรยา 14 คน(อันนี้น่าอิจฉา) เขามีประวัติการปล้นสะดมและฆาตกรรมหลายคดีจนเป็นที่หมายหัวจากสามประเทศ ไอ้เคราดำพบจุดจบของเขาที่ทิศเหนือ ชายฝั่งรัฐนอร์ทแคโรไลน (Carolina) โดยลูกน้องคนสนิท ชื่ออิสราเอล แฮนส์ หักหลังไอ้เคราดำ โดยไปบอกข้าหลวงอังกฤษที่ Virginia รู้ จากนั้นเรือนาวิกโยธินอังกฤษที่นำโดย Robert Maynard ก็ต้อนเรือของไอ้เคราดำจนมุม และเปิดศึกทั้งสองฝ่ายลูกเรือทั้งเจ้าเคราดำยังยืนยัดสู้ท่ามกลางทหารฝ่ายศัตรูที่ล้อมหน้าล้อมหลังเขาไว้ ครั้งแรกเขาถูกยิงลูกระเบิดยิงบนดาดฟ้าเรือ จนบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังดวลดาบกับทหารและ Maynard จนโดนดาบศัตรูฟันทั้งด้านหน้าและหลัง เมื่อการต่อสู้จบลง ไอ้เคราดำตาย จากการตรวจสอบพบว่าเขาโดนยิงกว่า 25 นัด และมีบาดแผลที่ถูกดาบฟันกว่า 20 บาดแผล เขาถูกตัดหัวและตรึงไว้หน้าเรือด้วยตะปู ร่างถูกโยนทะเล มีเรื่องเล่ากันว่าร่างไร้หัวของเขายังว่ายวนรอบ ๆ เรือหลายรอบก่อนที่จะจมทะเลในที่สุด ส่วนแฮนด์คนทรยศนะเหรอเขาตายในขณะเป็นขอทานบนถนน แต่ชื่อของเขาก็เป็นตัวละครหนึ่งในนิยายของโรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน ในเรื่องเกาะมหาสมบัติ(Treasure Island) (ส่วนไอ้เคราดำนั้นเป็น กัปตันฮุกในเรื่องปีเตอร์แพน) 6. พาโบล เอสโคบาร์ (Pablo Escobar) พาโบล เอสโคบาร์(1949-1993) เป็นเจ้าพ่อโคเคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโคลัมเบียและของโลก ที่ผูกขาดการซื้อขายโคเคนถึง 80%ในโลก และเขายังมีดีกรีติดอันดับคนที่รวยที่สุดในโลกอันดับ 7 จากนิตยสารฟอร์บส์ ที่มีเงินในกระเป๋าถึง 25 พันล้าน เป็นคนมีชื่อเสียงและมีเอกลักษณ์ในชุดเสื้อคอกลมและแขนสั้น เอสโคบาร์เป็นทั้งวีรบุรุษและซาตานของชาวโคลัมเบียในเวลาเดียว เขามีส่วนรับผิดชอบการตายของชาวโคลัมเบียกว่า 4,000 คน และตั้งตัวเป็นศัตรูกับสหรัฐ และต่อสู้กับสหรัฐยาวนานหลายปี แต่เขาก็ไม่จนมุมง่ายๆ เพราะเขามี นักการเมือง, ประชาชน และกองทัพของเขาหนุนหลังอยู่ ไม่มีวันดับเจ้าพ่อที่ยิ่งใหญ่และเร้าใจเท่ากับการล่าพาโบล เอาโคบาร์อีกแล้ว เพราะตำรวจระดมทั้งเทคโนโลยีทั้งกำลังหน่วยสวาทจำนวนมากเท่าที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะระบบโทรทัศน์นำร่องชั้นสูงตามหาหมายเลขปลายทาง ซึ่งวันนั้น(วันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ.1993)พาโบลกำลังคุยกับครอบครัวพอดี จนตำรวจรู้แหล่งกบดานของเขาในเขตลอส โอลิวอท ในขณะที่พาโบลกำลังคุยโทรศัพท์กับลูกกับเมียอยู่นั้น หน่วยกล้าตายหลายนายต่างพร้อมหน่วยพลแม่นปืนต่าง ๆ มาสมทบและปิดกันทางหนีของพาโบลและสมุน รายล้อมทั่วบริเวณแหล่งกบดาน ๆ และฉากสุดท้ายก็เปิดฉากขึ้น ตำรวจทำการบุกแหล่งกบดานของพาโบลและดวลปืนกับลูกสมุนของเจ้าพ่อ ยิงจนหูตับตับไหม้ ส่วนเจ้าพ่อถูกกดดันที่ตำรวจพังประตูเข้าไปหมายจะจับกุมเขา แต่แล้วพาโบลก็วิ่งตึงตังออกมาจากหน้าต่างชั้นสอง กระโดดลงหลังคา(พาโบลอ้วนก็จริงแต่วิ่งเร็วมาก) ร่างโงนเงนไปมาโดยถือปืนสองมือ ปากก็ด่าตำรวจไปด้วย ในขณะที่หลบกระสุนของตำรวจระยะหนึ่ง พาโบลตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยววิ่งไปด้านหลังของอาคารแห่งหนึ่งด้วยความหวังว่าจะกระโจมไปทางถนนหลังอาคาร แต่เขาวิ่งไม่พ้น เขาถูกกระสุนยิงตัดเข้าที่ขาอ่อนขวา และกระสุนนัดนั้นก็พุ่งทะลุออกไปใต้ลูกสะบ้าหัวเข่าอย่างรุนแรง ส่วนกระสุนอีกนัดเข้าไปฝังอยู่ในสะบักขวา ทำให้พาโบลล้มคว่ำลงไปสันหลังคาอย่างรุนแรงจนทำให้กระเบื้องหลังคาแตกกระจุยหลายแผ่น และกระสุนที่ทำให้พาโบลตายนั้นคือกระสุนที่พุ่งเข้าทางรูหูขวาทะลวงสมองและทะลุไปหน้าหูซ้าย เป็นอันจบชีวิตที่ทุลักทุเลของเจ้าพ่อโคลัมเบีย (มีการสันนิษฐานว่า พาโบลอาจไม่ตายทันทีหลังโดนยิงร่วง แต่เขาโดนยิงซ้ำทีหลังต่างหาก) 5. เน็ด เคลลี่ (Ned Kelly) เน็ด เคลลี่ (1854-1880) ชาวไอรีชที่อาศัยในออสเตรเลียในศตวรรษที่ 19 ถูกบีบบังคับให้เป็นโจรโดยตำรวจชั่วทำให้เขากลายเป็นคนนอกกฎหมาย(ประมาณเสือใบ) เขามีส่วนรับผิดชอบปล้นธนาคาร robberies และฆ่าตำรวจสามนาย และถูกหมายจับทั่วออสเตรเลีย ค.ศ.1880 เน็ด เคลลี่ และแก๊งของเขา จับตัวประกันกว่า 70 ชีวิต ไว้ที่โรงแรมเล็กๆ ในเมืองเกลนโรแวน(Glenrowan) ซึ่งภายนอกโรงแรมเต็มไปด้วยตำรวจหลายสิบนายที่แห่มาจับกุม ตำรวจทำการระดมกระสุนปืนหลายนัดยิงเข้าไปในโรงแรมในความมืดจนถึงเช้า เน็ด เคลลี่ และแก๊งเขาจนมุม จากนั้นเหล่าตำรวจก็หวังว่าเขาและพวกจะยอมมอบตัว แต่แล้วเน็ด เคลลี่ก็ทำให้ตำรวจแปลกใจ และตะลึงสิ่งที่เห็นเน็ด เคลลี่ออกจากประตูโรงแรมคนเดียวในรูปลักษณ์ที่แสนแปลกตาเขาสวมชุดเกราะประดิษฐ์คลุมตั้งแต่หัวจรดต้นขา ซึ่งประกอบกันเข้าแบบหยาบๆ แต่มันก็กันกระสุนได้ดีพอสมควร(ใครวาดภาพไม่ออกขอให้นึกถึงชุดเกราะไอออนแมนเวอรชั่นออฟกัน) เน็ด เคลลี่คนเดียวในชุดเกราะเปิดศึกกับตำรวจนับร้อยด้วยปืนสั้นกระบอกเดียว(อย่างที่เห็นในภาพ) แม้ชุดเกราะมันจะกันกระสุนแต่มันก็ทำให้เขางุ่มง่ามทำให้เขาโดนกระสุนหลายนัดที่ระดมเข้าไปในชุดเกราะของเขาเต็มๆ หลายนัดจนเซไปข้างหน้า ท่ามกลางห่ากระสุนหลายฝ่ายคิดว่าเคลลี่ตายโหงไปแล้ว แต่เหลือเชื่อหลังสิ้นสุดกระสุนปืน(เคลซี่โดนตำรวจยิงที่ขาจนล้ม) ตำรวจทำการตรวจสอบพบว่าเขายังมีลมหายใจอยู่...............(สงสัยห้อยพระดี) เน็ด เคลลี่ถูกตำรวจจับกุม ส่วนลูกน้องถูกตำรวจจับได้บางส่วน ในขณะที่อีกจำนวนหนึ่งโดนตำรวจฆ่าจากการหลบหนี อย่างไรก็ตามต่อมา เน็ด เคลลี่ ถูกแขวนคอข้อหาฆ่าตำรวจตาย คำพูดสุดท้ายของเขาคือ “นี้แหละชีวิต”ส่วนตำรวจที่รังแกครอบครัวเคลลี่ในตอนแรกโดนไล่ออกในเวลาต่อมา จากนั้นเคลลี่ก็กลายเป็นตำนานเสือใบต้นแบบที่ทุกคนมองว่าเขาเป็นวีรบุรุษประจำชาติมากกว่าวายร้ายของประเทศออสเตเลีย 4. ลีออน ทรอตสกี้ (Leon Trotsky) ลีออน ทรอตสกี้ (1879 - 1940) ทรอตสกี้เป็นสมาชิกคนสำคัญการยึดอำนาจของพรรคบอลเชวิคในช่วงเริ่มต้นของการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียต อย่างไรก็ตาม เขาก็พ่ายแพ้ให้กับสตาลินในการแย่งอำนาจกันภายหลังจากการถึงแก่อสัญกรรมของเลนิน จนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ ทรอตสกี้ถูกลอบสังหารขณะลี้ภัยอยู่ที่ในเม็กซิโก ในวันที่ 20 สิงหาคม 1940 โดยผู้ลอบสังหารที่ชื่อ รามอน แม็คาดาร์ ซึ่งได้รับคำสั่งจากสตาลินให้มากำจัดเขา ในวันเกิดเหตุ ตอนนั้นทรอตสกี้กำลังนั่งอ่านหนังสือที่ห้องรามอน แม็คาดาร์ ใช้ที่สับน้ำแข็งแทงทรอตสกี้จามไปที่กะโหลกศีรษะด้านหลังของเขา แต่แล้ว .เหลือเชื่อ ทรอตสกี้ตายยากกว่าที่คาด เขายืนขึ้นออกจากโต๊ะทำงานทั้งๆ ที่ขวานยังปักคาหัวเขา เขาด่า และถมน้ำลายใส่รามอน จากนั้นก็เล่นมวยปล้ำ(สู้กันแหละ) จนบอดีการ์ดของทรอตสกี้ได้ยินเสียงจึงวิ่งเข้าไป และพาทรอตสกี้ส่งโรงพยาบาล ก่อนที่จะตายในวันต่อมา 3. กาเบรียล การ์เซีย โมเรโน่ (Gabriel Garcia Moreno) โมเรโน่(1821-1875) ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีของเอกวาดอร์เมื่อกลางปีคริสตศักราช 1900 เขาเป็นชาวคริสต์นิกายคาธอลิคที่น่ายกย่องนับถือ เขาก่อตั้งพรรคจารีตแบบแผนของประเทศ อีกทั้งยังหน้าตาคล้ายกับ F. Merray Abrahamอีกด้วย โมเรโน่ได้บัญญัติกฎหมายหนึ่งขึ้นมาเพื่อก่อตั้งหน่วยงานของนิกายคาธอลิคแห่งเอกวาดอร์ เพื่อที่ใครก็ตามที่เข้ามาสมัครและลงคะแนนเสียงให้พรรคนี้แล้ว จะต้องแปรสภาพศาสนามาเป็นคริสต์นิกายคาธอลิค ในขณะที่สิ่งนี้เป็นประโยชน์ต่อต่อชาวคาธอลิค แต่มันก็ดึงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้มาเดือดร้อนด้วย และผู้เกี่ยวข้องนี้ที่ผู้สมัครหาเสียงของพรรคอื่น ได้ร่วมพ้องเห็นต้องกันว่ามันเป็นเวลาอันสมควรที่จะกำจัดอับราฮัมไปให้พ้นทาง ขณะที่เขาสละบัลลังก์ในโบสถ์ที่เมืองกิโต้ เขาถูกโจมตีอย่างโหดเหี้ยมจากผู้ลอบสังหาร ซึ่งใช้มีดขนาดใหญ่เฉือนลำคอของประธานาธิบดี ตัดแขนซ้ายและมือขวาของเขาออกไปด้วย แต่! เขายังไม่ตาย เขาลุกขึ้นยืนด้วยเท้าทั้งสองของเขา ผู้ลอบสังหารจึงยิงเขาเข้าที่หน้าอกไป 6 นัด และฟันที่หน้าอกไป 14ครั้ง ก่อนที่เขาจะล้มลงสู่พื้นในตอนท้าย แต่แม้กระนั้นเขาก็ยังเหลือลมหายใจพอที่จะเขียนพื้นด้วยเลือดของเขาว่า “พระเจ้าไม่มีวันตายจาก(God does not die)” หลังจากที่ผู้ลอบสังหารได้หลบหนีไปแล้ว พระได้นำโมเรโน่เข้าไปในโบสถ์ เขายังมีชีวิตอยู่ในนั้นนานกว่า 15 นาที หลังการชันสูตรพลิกศพ แพทย์พบว่าโมเรโน่มีเหล็กหลอมเป็นทรงกลมอยู่ภายในร่างของเขา!! 2. เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน (Ferdinand Magellan) มาเจลลัน(1480-1521)เป็นนักสำรวจชาวโปรตุเกสผู้เป็นคนแรกที่แล่นเรือไปแล้วรอบโลก และเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางไปถึงเกาะฟิลิปปินส์ และ เขายังค้นพบช่องแคบที่เดินทางข้ามมหาสมุทรแอนแลนติกอีกด้วย.. (ภายหลังได้ตั้งชื่อว่า ช่องแคบมาแจลแลน เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา เมื่อมาถึงอีกด้านหนึ่งเขาก็ตั้งชื่อว่า มหาสมุทรแปซิฟิก แปลว่าความสงบ) มาเจลลันเห็นด้วยที่จะสังหารผู้ชายคนหนึ่งนามว่า ลาปู ลาปู ผู้เป็นข้าศึกศัตรูของสองกษัตริย์แห่งฟิลลิปปินส์ผู้เคยเป็นมิตรกันมาก่อน แผนของเขาเป็นเอกลักษณ์อย่างมากโดยการให้ลาปูเปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสเตียน แต่ที่ที่เขาจะดำเนินแผนการเปลี่ยนศาสนานั้น ช่างเป็นดินแดนที่โอบล้อมด้วยความหอมหวานของความตายที่พึงจะกระทำเสียนี่กระไร มาเจลลันและลูกเรือของเขาเข้าเทียบท่าที่ดินแดนของลาปูลาปูในเกาะมัคตัน อย่างไรก็ตามลาปูได้ทราบแน่ชัดแล้วว่ามาเจลลันและลูกเรือกำลังเดินทางมาเพราะเขามีทหารสังเกตการณ์อยู่ มาเจลลันเกือบถูกฟาดด้วยหอกอาบยาพิษอย่างหวุดหวิด เขาหลบได้ทันท่วงทีแต่ดันเข้าไปอยู่ในฝูงนักรบของฝ่ายเจ้าบ้าน เขาถูกแทงเข้าที่ใบหน้าด้วยหลาวไม้ไผ่ เขาโต้กลับด้วยการฝังหอกลงไปในร่างของผู้โจมตี มาเจลลันพยายามจะวาดวงกระบี่ของเขาเพื่อต่อสู้ต่อไป แต่อนิจจา แขนขาขาของเขาถูกฟันขาดออกไปเสียแล้ว... และเขาล้มลงบนพื้นพร้อมแผลฉกรรณ์อีกมากมาย ฝ่ายเจ้าบ้านเห็นดังนั้นก็รีบกรูเข้ามารุมกระหน่ำฟันแทงมาเจลลันที่นอนแผ่ที่พื้นอย่างไร้ทางสู้ เขามองขึ้นไปข้างบนเพื่อดูว่าลูกเรือของเขากลับถิ่นตนไปได้อย่างปลอดภัย จากนั้นก็จึงตัดสินใจที่จะปล่อยตัวเองให้ตาย แต่ก่อนนั้นเขาได้ใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายคำรามออกมาและเขวี้ยงหอกเข้าไปใส่แก้มของลาปูในท้ายที่สุด(ให้นึกถึงหนังเรื่อง 300) 1. กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน (Grigori Yefimovich Rasputin) รัสปูติน (ค.ศ. 1869 - 1916) เป็นนักบวช ผู้ที่มีพลังจิตพิเศษที่มีบทบาทในยุคปลายราชวงศ์โรมานอฟของประเทศรัสเซีย แต่การมีบทบาทและอิทธิพลของเขานั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ ค.ศ. 1916 เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูสชูปอฟ (Felix Yusupov) เห็นว่าเก็บรัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุคดมิทรี พัฟโลวิช (Grand Duke Dmitri Pavlovich) ลวงสังหารรัสปูติน โดยจะเชิญรัสปูตินไป โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ในห้องใต้ดิน ณ วังมอยก้าของเจ้าชาย แผนการฆ่ารัสปูตินก็เริ่มขึ้น โดยการวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของรัสปูติน โดย ดร. จาโซแวร์ต แพทย์ทหารเป็นผู้จัดหายา (ไซยาไนด์) สอดไส้ขนมเค้กและผสมเหล้ามาเดียราเตรียมไว้ โดยมีซูโคติน นายทหารอีกคนเป็นผู้ช่วย เจ้าชายยุสซูปอฟจะเป็นคนเชิญให้รัสปูตินกินขนมและดื่มสุราผสมยาพิษ โดยมีปูริชเกวิชและแกรนด์ดยุคดิมิตรีสหายสนิทของเจ้าชายคอยสังเกตการณ์อยู่ชั้นบน และแล้ววันลอบสังหารก็มาถึง เจ้าชายเชิญรัสปูตินมาดื่มน้ำชาที่บ้าน ขณะเดียวกันรัสปูตินก็อยากจะเห็นเจ้าหญิงอิรีนาที่คนอื่นว่าสวยนัก เมื่อรัสปูตินมาถึง เจ้าชายก็อ้างว่าเจ้าหญิงกำลังรับแขกคนอื่นอยู่(ความจริงก็คือ เจ้าหญิงทรงพักตากอากาศอยู่ริมทะเลดำ ไกลจากวังเป็นร้อยๆ ไมล์) จึงขอให้รัสปูตินรอที่ห้องใต้ดินก่อน ขณะเดียวกันเจ้าชายทรงให้เปิดเสียงเพลงจากหีบเสียงเบาๆ ประหนึ่งว่าเจ้าหญิงทรงกำลังมีแขกมาพบจริง ขณะรอ รัสปูตินหงุดหงิดพอควร เจ้าชายจึงทรงเชิญกินขนมเค้กและดื่มเหล้ามาเดียรา ตอนแรกรัสปูตินปฏิเสธ แต่ก็เปลี่ยนใจหยิบขนมเค้กไปกิน 2 ก้อน ตามด้วยเหล้ามาเดียรา 2 แก้ว เจ้าชายทรงยิ้มอยู่ในใจ แต่ตะลึงเมื่อรัสปูตินไม่เป็นอะไรเลย ซ้ำยังขอให้เจ้าชายทรงดีดกีตาร์และร้องเพลงคลอ รัสปูตินนั่งฟังและยิ้มอย่างมีความสุข แม้เพลงจะจบไปหลายเพลงแล้วก็ตาม เวลาล่วงไป 2 ชั่วโมง เจ้าชายจึงทรงวิ่งขึ้นบันไดมาต่อว่าดร. ลาโซแวร์ต(แอบซุ่มดูอยู่) ว่ายาพิษหมดอายุ แต่ ดร. ลาโซแวร์ตยืนยันว่ายาดี ส่วนดยุคดิมิตรีนั้นถอดใจ บอกว่าแผนล้มเหลวควรเลิก แต่เจ้าชายทรงยืนยันจะสังหารเอง ดยุคดิมิตรีจึงส่งปืนพกให้ เจ้าชายทรงถือปืนแอบหลังลงมา รัสปูตินกลับขอมาเดียราดื่มอีก ดื่มแล้วก็มีท่าทางคึกคักชวนไปเที่ยวบาร์ยิปซี จากนั้นเจ้าชายทรงชี้ให้รัสปูตินดูไม้กางเขนบนหลังตู้และให้สวดมนต์ พอเหยื่อหันไปเจ้าชายก็ทรงลั่นกระสุนตรงกลางหลังพอดี รัสปูตินร้องเสียงแหลมและล้มลงหงายกับพื้น พอสิ้นเสียงปืนพรรคพวกทั้งสี่ก็ลงมา ดร. ลาโซแวร์ตคลำชีพจรก็บอกว่าตายแล้ว แล้วทั้งสี่ก็สาละวนเตรียมขนศพ ปล่อยเจ้าชายทรงอยู่ตามลำพัง แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น รัสปูตินบิดตัว ใบหน้ากระตุก ลืมตาซ้ายแล้วตาขวา ตาสีเขียวขุ่นกลอกไปมาและโกรธจัด น้ำลายฟูมปาก ผุดลุกขึ้นยืน พร้อมกับกระชากอินทรธนูเครื่องแบบทหารของเจ้าชายขาดไปข้างหนึ่ง เจ้าชายทรงตกพระทัยสุดขีดกระโดดหนีวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นบน รัสปูตินคลานตามขึ้นไปพร้อมด่าไปมา ปูริชเกวิชได้ยินเสียงเจ้าชายและวิ่งตามรัสปูตินออกไปที่สนามวัง ซึ่งหิมะกำลังตกหนัก รัสปูตินตะโกนลั่น "ไอ้เฟลิกซ์ ไอ้เฟลิกซ์ ข้าจะฟ้องพระราชินี" ปูริชเกวิชแทบไม่เชื่อสายตาว่านั่นคือรัสปูตินที่เมื่อครู่นี้นอนตายสนิท กระนั้นก็ตามได้ลั่นกระสุนทันที 2 นัดแรกผิด นัดที่ 3 ถูกไหล่ และนัดที่ 4 ถูกศีรษะ รัสปูตินผงะหงายหลังลงมาจากประตูเหล็ก พยายามจะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว นอนกัดฟันด้วยความแค้น ปูริชเกวิชถลันเข้าเตะเต็มแรงเข้าด้านขมับ พอดีเจ้าชายยุสซูปอฟทรงหายตกพระทัย ทรงถือไม้พลองมาด้วยอันหนึ่ง พลันกระหน่ำตีด้วยอารมณ์แค้นเคืองจนเลือดแดงท่วมหิมะ ร่างรัสปูตินถูกห่อด้วยพรม ทิ้งลงในปล่องน้ำแข็งในแม่น้ำเนวา 3 วันต่อมามีผู้พบศพ จากการตรวจศพพบว่ารัสปูตินไม่ได้ตายเพราะยาพิษหรือฤทธิ์กระสุนปืน แต่ตายเพราะสำลักน้ำ! รัสปูตินเสียชีวิตในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916 รวมอายุ 47 ปี (สำหรับอวัยวะเพศของรัสปูตินมีเรื่องเล่ากันว่ามีคนรับใช้ผู้ชายได้เก็บไปให้สาวใช้คนหนึ่งและปรากฏว่าได้พบสาวใช้ผู้นั้นอีกที่ปารีส ซึ่งยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ไว้ในหีบไม้ขัดมัน....) (เคยอ่านเจอว่ายาว 13 นิ้ว) ขอบคุณข้อมูล www.soccersuck.in.th

เรื่องที่ควรรู้ ก่อนเดินทางไปชม ซากุระ ที่ญี่ปุ่น!!
ซากุระ /  ซากุระบาน / 

ย่างเข้าสู่ช่วงเดือนที่อากาศเมืองไทยกำลังร้อนถึงขีดสุด จนทนแทบไม่ไหว แถมมีวันหยุดเพียบ หลายๆคนจึงเลือกใช้เวลานี้ในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกที่ที่น่าจับตามอง ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ประเทศญี่ปุ่นอากาศกำลังเย็นสบาย ดอกไม้บานสะพรั่งเต็มต้น โดยเฉพาะดอกซากุระที่จะบานเต็มที่ตั้งแต่ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม ซึ่งถ้าใครอยากไปเที่ยวดูซากุระแบบเต็มที่และถูกต้องวันนี้เราจะพาทุกคนมาแนะนำ... เรื่องที่ควรรู้ ก่อนเดินทางไปชม ซากุระ ที่ญี่ปุ่น!! 1. แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็นิยมชมดอกซากุระมาก ทุกๆปีเมื่อถึงเวลาซากุระใกล้บาน สถานีโทรทัศน์จะออกข่าวเพื่อรายงานระดับความบานของเจ้าดอกซากุระทุกวัน รวมถึงมีเว็บไซท์สำหรับคาดการณ์วันที่ดอกซากุระจะบานเต็มที่จากทั่วประเทศอีกด้วย (http://sakura.weathermap.jp/) 2. นอกจากการติดตามความเคลื่อนไหวทางโทรทัศน์แล้ว สถานีรถไฟหลายๆแห่งในญี่ปุ่น จะแปะโปสเตอร์แสดงระดับความบานของดอกซากุระของแต่ละสถานที่ไว้ เพื่ออัพเดทให้ประชาชนทราบก่อนการเดินทางไปชมดอกไม้ได้ในทันที 3. ดอกซากุระ จริงๆแล้วไม่ได้มีเพียงสีชมพูแบบที่เราเคยเห็นกันเท่านั้น แต่มีทั้งสีชมพูและสีขาว ซึ่งในแต่ละต้นสามารถบานต่างสีกันได้ในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและฤดูกาลที่แตกต่างกัน 4. ซากุระเป็นดอกไม้ที่บอบบางมาก โดนนิดหน่อยก็ทำให้กลีบร่วงแล้ว ดังนั้นหากใครมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวชมดอกซากุระอาจจะต้องระมัดระวังไม่ทำให้ดอกซากุระร่วง ไม่จับกิ่งหรือเด็ดดอกออกมาจากต้น 5. ในพื้นที่ชมดอกซากุระยอดฮิตมักจะมีคนแน่นมาก การจองที่สำหรับชมดอกซากุระควรปูที่นั่งจับจองในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต และจองตามพอดีจำนวนคนที่มา และไม่ปูที่นั่งใกล้กับรากของต้นซากุระมากเกินไป เพื่อเป็นการรักษาต้นซากุระเอาไว้ 6. ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ชอบความเงียบสงบ ขณะที่ชมความสวยงามของซากุระ ก็ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นจนเกินงาม หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์จนเมามายรบกวนผู้คนรอบข้าง 7. ช่วงปลายเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม เป็นช่วง Golden Week ของที่ญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน หากใครคิดจะเดินทางไปที่ญี่ปุ่นในช่วงนี้ ควรมีการเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางให้ดีๆ เพราะทั้งรถไฟและที่พักจะคนแน่นเป็นพิเศษ ชนิดที่ว่าหากจะใช้บริการเครื่องบินต้องเดินทางไปที่สนามบินก่อนเวลาถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว!! ติดตามเรื่องราวอัพเดทเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร All About Japan (http://www.mbookstore.com/book-details/6704)

ตรึงใจคนทั่วโลก! ภาพถ่าย พรีเวดดิ้ง คู่รักชาวทิเบต ชวนสำนึกรักบ้านเกิด
คู่รัก /  คู่รักชาวทิเบต / 

นี่คือ ภาพถ่าย พรีเวดดิ้ง บางส่วน ของ เกรอง พันต์ซุก และดาวา โดรลมา คู่รักชาวทิเบต ในชุดพื้นเมืองของชาวทิเบต และ ในลุคแฟชั่นวันทำงานในเมืองศิวิไลซ์ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว สื่อความหมายเป็นอย่างดี ชายหนุ่มในภาพคือ นาย เกรอง พันต์ซุก วัย 31 ปี จากเขตตุงบา ในมณฑล ซีฉวน ส่วน ว่าที่เจ้าสาว คือ นางสาว ดาวา โดรลมา คือสาวชาวบ้านจากเขตที่อยู่ติดกัน หลังจาก เกรอง พันต์ซุก จบมหาวิทยาลัย หมิงซู ในจีน เมื่อปี 2009 ก็เข้าทำงานในตำแหน่งโบรคเกอร์ในกรุงปักกิ่งเป็นเวลา 4 ปี ก่อนจะ ย้ายไปเฉิงตู และเปิดบริษัทโฆษณาร่วมกันกับเพื่อนสมัยเรียนมัธยม ชื่อ เหอตี้ ผู้เป็นตากล้องถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเซ็ทนี้ให้เขาทั้งคู่นั่นเอง เหอตี้ กล่าวว่า "ถ้าพวกเราไม่ทิ้งบ้านเกิดไปเดินตามความฝันของพวกเรา ชีวิตพวกเราจะเป็นอย่างไร เกรอง พันต์ซุก เขาโชคดีที่ได้เรียนจบสูงๆ ได้ทำงานในเมือง เพื่อนๆ พวกเรา ยังคงทำงานในบ้านเกิด ชีวิตของพวกเขาก็เป็นอย่างที่เห็นในภาพ พวกเขาเลี้ยงสัตว์ ทอผ้า และ ปลูกข้าวโพด " เพื่อนเจ้าบ่าวยังเล่าต่อว่า ภรรยาของ เกรอง พันต์ซุก เคยเรียนร้องเพลงที่บ้านเกิด แต่ตอนนี้ เธอขายของแฮนด์เมดบนเว็บไซต์ชื่อดังของจีน ทั้งคู่ไม่ใช่นายแบบนางแบบมืออาชีพ แต่ภาพที่เห็น เราพูดได้เลยว่า พวกเขาดูโปรมาก คู่รักชาวทิเบตคู่นี้เลือกถ่ายพรีเวดดิ้งในหลายๆ สถานที่ เจ้าบ่าว ใช้เวลาช่วงติดต่องานที่ ล่าซา ในทิเบต มาเก็บภาพพรีเวดดิ้งไปด้วยในตัว และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พวกเขาก็มาเก็บภาพบางส่วนในประเทศไทย ขณะพาพนักงานมาเอ้าท์ติ้งที่นี่ด้วย เจ้าบ่าวหมาดๆ กล่าวว่า " พวกเรามีความสุขมาก เราชอบชีวิตคนเมือง แต่เราก็รู้สึกว่างเปล่าและหลงทางเช่นกัน หนุ่มสาวชาวทิเบตรุ่นใหม่ไม่ได้ยึดถือเรื่องรากเหง้าวัฒนธรรมอีกต่อไปแล้ว เด็กรุ่นใหม่บางคนก็ลืมตัวตน ที่มาของตัวเอง พวกเขาเข้าไม่ถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม และค่อยๆ ห่างหายจากมันไปเมื่อพวกเขาออกไปตามฝันของตัวเอง พวกเราหวังว่าภาพเหล่านี้จะส่งไปถึงพวกเขา ว่าระหว่างทางที่จะไปถึงฝัน คุณก็ไม่จำเป็นต้องหลงลืมรากเหง้าของตน " ว้าว เราอิจคู่รักชาวทิเบตคู่นี้มากๆ เลย พวกเขามีความคิดที่ดีมากๆ เราดีใจ ที่ระบบทุนนิยมไม่ได้กลืนพวกเขาเข้าไปด้วย ที่สำคัญ รักของเขา ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเขาเอง แต่เขายังรักถิ่นกำเนิด ของเขาด้วย ทีมงาน Women MThai ขอแสดงความยินดีกับ เกรอง พันต์ซุก และ ดาวา โดรลมาที่เข้าพิธีแต่งงานที่บ้านเกิดในวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา ขอให้รักกันไม่มีจืดจางนะคะ ^ ^ ที่มา shanghaiist ภาพจาก news.163 เรียบเรียงโดย Women MThai Team

มาริโอ้ พาตะลุยฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ตามรอยละครดัง
ตามรอยละคร /  มาริโอ้ เมาเร่อ / 

หนุ่มหล่อ “มาริโอ้ เมาเร่อ” หรือ โซเรียว จากละครดัง รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน ขอหลบร้อนพาแฟนๆ ละคร ลูกค้าสุดพิเศษ กว่า 40 ท่าน ของ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมทริปพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บินลัดฟ้าท่องแดนอาทิตย์อุทัยกันแบบใกล้ชิด ให้ฟินกันสุดๆ  ฟรีตลอดการเดินทาง 5 วัน 3 คืน จากแคมเปญ “AMC Japan Trip with Mario Maurer ตะลุยญี่ปุ่นกับโซเรียว” มาริโอ้ พาตะลุยฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ตามรอยละครดัง งานนี้ ซุปตาร์หนุ่มสุดฮอต “มาริโอ้ เมาเร่อ” นำทีมพาสักการะศาลเจ้าดาไซฟุ ซึ่งเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่สำคัญที่สุด ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานนับพันปี พร้อมเที่ยวชมบรรยากาศเมือง คิซุกิ เมืองเล็กๆ สุดแสนน่ารัก และบ่อน้ำแร่จิโคกุบ่อน้ำแร่ธรรมชาติที่มีสีสันตระการตาในเมืองเปปปุ นอกจากนี้ มาถึงญี่ปุ่นทั้งที พ่อหนุ่มโซเรียล ก็ไม่พลาดที่จะพาเที่ยวชมปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก และความยิ่งใหญ่ของปราสาทคุมาโมโต้ ปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ก่อนปิดท้ายความสนุกด้วยการพาไปตะลุยแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตย่างดัง ใจกลางเมืองฟุกุโอกะ ให้เหล่าลูกค้าอนันดาฯ ได้ช้อปกันอย่างจุใจ โดยตลอดการเดินทาง เหล่าลูกค้าอนันดาฯ ก็ยังได้สนุกกับกิจกรรมเล่นเกมส์ชิงรางวัลมากมาย พร้อมร่วมถ่ายภาพคู่กับ หนุ่ม “มาริโอ้ เมาเร่อ” หรือ โซเรียล ในชุดซามูไร และชุดยูกาตะ กันแบบฟินสุดๆ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างมาก

ผลบอล :จับถ้วยไว้หนึ่งมือ!สิงห์บูลบุกจอดรถบัสเจ๊าปืนโตโนสกอร์
จอห์น เทอร์รี่ /  ซานติ กาซอร์ล่า / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2558 อาร์เซน่อล 0-0 เชลซี ผู้ทำประตู: เวลา: 22.00 น. สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: ไทยรัฐทีวี, CTH Stadium 3 ศึกพรีเมียร์ลีกนัดลอนดอนดาร์บี้แมตท์ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “สิงห์บูล” เชลซี ที่กำลังจ่อแชมป์สุดๆ เพราะต้องการอีกเพียงแค่ 6 แต้มจาก 6 นัดที่เหลือ และถ้าในนัดนี้เอาเก็บสามแต้มได้ และ สามารถบุกไปเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ที่ คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม  ในนัดตกค้างวันที่ 29 เมษายนนี้ ลูกทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ จะได้ฉลองแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ทันที เริ่มเกมส์ ผ่าน 10 นาทีแรกทั้งสองทีมแทบไม่มีโอกาส ได้ลุ้นประตูกัน นาที 15 เชส ฟาเบรกาส วางบอลยาวไปให้ ออสการ์ หลุดเข้าไปกระดกบอลผ่าน ดาบิด ออสปิน่า ไปแล้วแต่โดนชนอย่างจังล้มลงเล่นต่อไม่ได้ ผู้ตัดสินไม่ได้ให้ฟาลว์ทำให้ โจเซ่ มูรินโญ่ ออกอาการฉุนจัด  นาที 37 เชลซี ที่เป็นฝ่ายปล่อยให้ อาร์เซน่อล ครองบอลบุกแล้วค่อยๆ ต่อเกมส์โต้กลับขึ้นมาเกือบออกนำอีกครั้งเมื่อ วิลเลี่ยน แทงบอลให้ รามิเรส ยิงแต่บอลเบา ออสปิน่า ล้มตัวคว้าไว้ได้ นาที 41 อาร์เซน่อลที่ ครองเกมส์บุกอย่ตลอดได้ลุ้นจากลูกยิงด้วยขวาของ เมซุต โอซิล แต่บอลตรง  ธิโบต์ คูร์ตัวส์ จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง เกมส์ก็ยังเกร็งๆกันอยู่ นาที 55 เอเด็น อาซาร์ ลองยิงไกลแต่บอลหลุดออกไปไม่ลุ้นอะไรเลย นาที 65 เชลซีที่นานๆขึ้นมาแต่ละที แต่ก็ได้จบสกอร์ตลอด คราวนี้ วิลเลี่ยน ไหลบอลให้ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ตัวสำรองที่ลงมาในช่วงครึ่งหลังได้ยิง แต่ก็เบาเกินไป นาที 68 ซานติ กาซอร์ล่า เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปกลางประตู คูร์ตัวส์ ชกบอลมาตกตรงหน้า แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เซนเตอร์ฮาร์ฟที่เติมไปเล่นเกมส์รุกได้ยิงสวนทันทีแต่บอลมาตรงกรอบ เข้าสู่ช่วงท้ายเกมส์โอกาสของทั้งคู่ค่อนข้างน้อยอยู่ แม้ อาร์เซน เวนเกอร์ จะพยายามปรับแท็คติกเน้นเกมส์รุกมากขึ้นแต่ก็เจาะแนวรับทีมเยือนไม่ได้ เวลาที่เหลือ อาร์เซน่อล พยายามเร่งแต่ก็ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมส์ เชลซี จ่อแชมป์เข้าไปอีกก้าว เมื่อบุกมาเอาผลเสมอกับ อาร์เซน่อลไป 0-0 ขออีกเพียงแค่ 6 แต้มจาก 5 นัดที่เหลือก็จะคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 5 ไปครองได้ทันที รายชื่อ อาร์เซน่อล:ดาบิด ออสปิน่า(GK), เอคตอร์ เบเยริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ซานติ กาซอร์ล่า ,อาร่อน แรมซี่ย์, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมานย่า มาติช, เชส ฟาเบรกาส, รามิเรส, ออสการ์, วิลเลี่ยน,เอแด็น ฮาซาร์ด

ฟ้าลั่นจูเนียร์น้ำหนักผ่านฉลุยพร้อมตะบันทากายาม่าโมโน29ยิงสด
IBF /  Mono29 / 

ฟ้าลั่นจูเนียร์-ทากายาม่า’ผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมขึ้นประหมัด พุธที่ 22 เม.ย. 2558 ทีวีดิจิตอลช่องโมโน 29 ยิงสดจากนครโอซาก้า ญี่ปุ่น เริ่มเวลา 17.00 น. แชมป์โลกรุ่นมินิฟลายเวท IBF แดนปลาดิบประกาศกร้าวไม่หนักใจผ่านผู้ท้าชิงชาวไทยที่ชั่วโมงบินเป็นรองได้แน่ ขณะที่ฟ้าลั่นจูเนียร์ยังหวังสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โลก ‘พ่อ-ลูก’คู่แรกของไทย ซึ่งทั้งคู่มีพิธีการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการคู่มวยป้องกันแชมป์โลกรุ่นมินิฟลายเวทสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ระหว่าง คัตซึนาริ ทากายาม่า เจ้าของตำแหน่งแดนซามูไร กับ ‘เจ้าแชมป์’ฟ้าลั่นจูเนียร์ เกษตรพัฒนา ผู้ท้าชิงชาวไทยซึ่งปรากฏว่าทั้งคู่ผ่านพิกัด 105 ปอนด์ด้วยสีหน้าสดชื่นไม่มีอาการอิดโรยแต่ประการใด ทากายาม่า ชั่งได้ 104.50 ปอนด์ ส่วนฟ้าลั่นจูเนียร์ ชั่งได้ 104 ปอนด์ ต่ำกว่าพิกัดทั้งคู่ โดยเฉพาะฟ้าลั่นจูเนียร์ดูแจ่มใสเป็นพิเศษหลังจาก ‘เจ้าเพชร’อำนาจ เกษตรพัฒนา เพื่อนร่วมสังกัดแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท IBF พร้อมด้วยภรรยาและบุตรชายเดินทางมาให้กำลังใจถึงโอซาก้าเรียบร้อยแล้ว หลังผ่านการชั่งน้ำหนัก ‘ทากายาม่า’แชมป์โลกเจ้าถิ่นเผยผ่านสื่อกีฬาแดนปลาดิบที่ไปเกาะติดเพื่อนำเสนอข่าวอย่างใกล้ชิดว่า ถึงขณะนี้รู้สึกโล่งอกเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะขึ้นชกพิสูจน์ตัวเองให้ประจักษ์แก่สายตาแฟนมวยชาวญี่ปุ่นแล้ว ตนจะใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนตื่นขึ้นมาเตรียมป้องกันตำแหน่งครั้งสำคัญเพราะเป็นไฟท์ที่ชี้อนาคตเพื่อไล่ล่าเข็มขัดแชมเปี้ยนให้ครบทุกสถาบันหลัก นอกจากนั้นก็ยังเป็นการถอนแค้นแทน เรียว มายาซากิ  อดีตแชมป์รุ่นเดียวกันของสมาคมมวยโลก (WBA) ที่เคยพ่ายน็อกฟ้าลั่นจูเนียร์และไม่รู้สึกหนักใจกับช่วงชกที่ยาวกว่าของผู้ท้าชิงชาวไทยเพราะเคยชกนักชกที่มีรูปร่างเช่นเดียวกันมาหลายราย อีกทั้งประสบการณ์เหนือกว่า แต่ก็ไม่ประมาททำการฟิตซ้อมเตรียมรับมืออย่างเต็มที่ทำให้มั่นใจเอาชนะได้แน่นอน ส่วน เจ้าแชมป์’ฟ้าลั่นจูเนียร์กล่าวยกย่องแชมป์โลกเจ้าถิ่นว่า เป็นนักมวยที่อัธยาศัยดีมีไมตรีกับตนและทีมงานมากทีเดียว แต่การทำหน้าที่บนเวทีเป็นเรื่องของเกมการต่อสู้ที่ต้องงัดมาวัดกันชนิดใครดีใครอยู่ และสัญญาว่าจะพยายามสุดความสามารถเพื่อนำเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้ที่คุณพ่อ ฟ้าลั่น ศักดิ์กรีรินทร์ เคยครองกลับไปฉลองชัยที่เมืองไทยให้ได้ ทางด้าน ‘จิมมี่’ดร.เอกรัฐ ไชยโชติช่วง โปรโมเตอร์ เกียรติกรีรินทร์ในฐานะผู้จัดการชี้ว่า ‘ฟ้าลั่นจูเนียร์-ทากายาม่า’ ได้เปรียบเสียเปรียบกันคนละแบบ ในเมื่อมีเข็มขัดแชมป์โลกเป็นเดิมพันก็ต้องสู้กันสนุกตื่นเต้นเร้าใจ และเชื่อว่าฟ้าลั่นจูเนียร์ยังมีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โลก ‘พ่อ-ลูก’คู่แรกของไทย อยากให้แฟนมวยที่ติดตามชมการถ่ายทอดสดช่วยเป็นกำลังแรงใจด้วย

ธาตุ 4 กับอาหารปรับสมดุลชีวิต เรื่องดีๆที่อยู่ใกล้ตัวคุณ
ธาตุ 4 /  ธาตุดิน / 

หากมองรอบตัวในตอนนี้ เชื่อว่ามีอาหารเพื่อสุขภาพ ออกมาให้ได้เลือกกันจนตาลาย ซึ่งการเลือกกินอาหารตาม ธาตุประจำตัว ถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะสามารถปรับสมดุลชีวิตได้เป็นอย่างดี วันนี้ แม่หมอ ณ เอ็มไทย มี การเลือกกินอาหารตาม ธาตุ 4 แบบฉบับญี่ปุ่น มาฝากค่ะ ธาตุ ไฟ (ร้อนแรง เร่งรีบ) สำหรับผู้ที่เกิดเดือน กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน เป็นคนเจ้าอารมย์นิดๆ ทุกอย่างต้องดูดี ครบเครื่อง ประเภท all in one ควรจะกิน ชุดเบนโต เอาแบบครบทุกอย่าง ทั้งซุป เครื่องเคียง ปลาดิบ สลัด แล้วแต่ความชอบเลย แถมสั่งมาทีแทบจะเต็มโต๊ะ ดูดีจริงๆ แต่จริงๆ แล้วที่ญี่ปุ่นมันก็แค่ข้าวกล่อง สามารถแบ่งปันได้ ช่วยดูมีน้ำใจขึ้นมาทันที จะเป็นที่ถูกใจคนรอบข้าง แล้วที่ยังดีต่อสุขภาพอีกก็คือ ได้รับครบทั้ง 5 หมู่ เพราะธาตุไฟนั้นมักจะเลือกกินอะไรก็ได้ที่มันเร็วๆ คิดไม่ออกก็สั่งอยู่อย่างเดียวเช่น เคยกินปลาดิบหรือทงคัตสึก็จะสั่งซ้ำๆ แม้ว่าร่างกายจะเผาผลาญเนื้อสัตว์ได้ดี แต่หากกินไขมันที่ย่อยยาก จะทำให้มีความร้อนในร่างกายมากเกินไปจนป่วยไข้ได้ ธาตุ ลม (อ่อนไหว เรียบง่าย เข้าใจยาก) สำหรับผู้ที่เกิดเดือน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม คุณดูสับสนยังไงไม่รู้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ขึ้นๆ ลงๆ เอาใจยาก เอาแต่ใจซะมาก คนธาตุนี้ควรกินอาหารเผ็ดร้อนซึ่งถ้าเป็นอาหารไทยนั้นจะไม่ยาก แต่ถ้าเป็นอาหารญี่ปุ่นแล้วต้องดูดีๆ เพราะบางอย่างเผ็ดไม่จริง หรือต้องกินของเย็นๆ สดๆ ประกอบด้วย เช่น พวกวาซาบิ เพราะกินเปล่าๆ คงไม่ไหว เอาเป็นว่าแค่เผ็ดร้อนก็พอ พวกแกงกะหรี่ต่างๆ ถึงจะถูกตามธาตุ จัดไป จะเนื้อ จะไก่ จะหมูก็ได้ แต่พวกนี้จะย่อยยากสำหรับคนธาตุลม และไม่ควรกินมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ ทางที่ดีน่าจะเป็น ปลา หรือกุ้ง ดีกว่า แบบนานๆ กินทีเพื่อปรับธาตุในตัวให้สมดุล ธาตุ น้ำ (นักคิด นิ่งเฉย รสนิยมดี) สำหรับผู้ที่เกิดเดือน สิงหาคม กันยายน ตุลาคม คุณดูจะฉลาดเลือก ในการกินมากที่สุดใน 4 ธาตุ แต่กลับมีปัญหามากที่สุด กับการกิน ก็เลือกมาก (เยอะ) ออกแนวลังเลในบางที จริงๆ ก็กินได้แทบจะทุกอย่าง แต่ไม่ให้เยอะเกินไปหรือถี่เกินไป รู้ว่าบางอย่างมีประโยชน์มากก็กินซะเกินพอดี  ที่ดีที่สุดก็คือ พวกชา ชาเขียว ชาเขียวผสมน้ำผึ้ง ผสมสมุนไพรต่างๆ ก็ยิ่งดี จะร้อนจะเย็นก็ได้ จะช่วยปรับธาตุในร่างกายได้ดี แต่แนะนำว่าร้อนดีกว่า ธาตุ ดิน (หนักแน่น อดทน แตกหัก) สำหรับผู้ที่เกิดเดือน พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ โกรธยาก แต่โกรธแล้วบางทีเกลียดเลย เชื่อมั่นในตัวตนสูง หรือถ้าเชื่อใครแล้วก็จะเชื่ออย่างไม่คิด จะกินก็เรื่องมากนิดหน่อย  ขอแนะนำว่าให้ไปกินพวกอาหารเส้นต่างๆ โซบะ โซเมง อุด้ง ได้หมด แต่ดีที่สุดน่าจะเป็นโซเมง เป็นบะหมี่ที่นิยมทานในหน้าร้อนเช่นกัน เส้นของโซเมงทำจากข้าวสาลี (sobako-ข้าวสาลี) ดังนั้นเส้นจึงมีสีขาวนวลและเส้นจะบางกว่าโซบะ เส้นโซเมงจะนุ่มสามารถดัดแปลงทำอาหารได้หลายอย่าง จะทำแบบเย็นก็ได้ ทำให้สดชื่นดี แต่คนธาตุนี้กินแป้งมากๆ ไม่ดี แต่ก็ต้องกินบ้างไม่ใช่ไม่กินเลย เอาที่พอเหมาะสม.. ที่มาจาก :  http://www.marumura.com/food/?id=1896

ผลบอล: ยันได้ตามเป้า! โมนาโกเจาะม้าลายไม่เข้าเจ๊าโนสกอร์จอดป้ายแค่รอบ8
คาร์ลอส เตเบซ /  จอร์โจ้ คิเอลลินี่ / 

ผลบอล ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 วันพุธที่ 22 เมษายน 2558 โมนาโก (ฝรั่งเศส) 0-0 ยูเวนตุส (อิตาลี) รวมผลสองนัด โมนาโก 0-1 ยูเวนตุส ผู้ทำประตู: เวลา: 01.45 น. สนาม: สต๊าด หลุยส์ ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต HD3 “ม้าลาย” ยูเวนตุส ตัวแทนจากอิตาลี ผ่านทะลุเข้ารอบตัดเชือก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ หลังจากบุกไปยันเสมอกับ โมนาโก แบบไม่มีสกอร์ 0-0 รวมผลสองนัดผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 1-0 ต้องไปหาลุ้นผลจับฉลากประกบคู่ในวันศุกร์นี้ ว่าจะเจอกับทีมใด รายชื่อ โมนาโก : ดาเนี่ยล ซูบาซิช (GK),ฟาบินโญ่,อันเดรีย รัจจี้ ,อายเมน อับเดนนัวร์ ,เลย์วิน เคอร์ซาว่า ,เจา มูตินโญ่ , เฌเรมี่ ตูลาล็อง , เจฟฟรี่ย์ กอนดอกเบีย,เบร์นาร์โด้ ซิลวา , แอนโธนี่ มาเชี่ยล ,ยันนิค คาร์รัสโซ่ ยูเวนตุส : จานลุยจิ บุฟฟ่อน , อันเดรีย บาร์ซายี่ ,เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ , สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ , อาร์ตูโร่ วิดัล,อันเดรีย ปิร์โล่, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ,ปาทริซ เอฟร่า ,อัลบาโร่ โมราต้า , คาร์ลอส เตเบซ

เฉลยชัดๆ สัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่ใช่ผีกองกอยหรือเอเลี่ยน แต่เป็น..?
ผีกองกอย /  สัตว์ประหลาด / 

เฉลยชัดๆ สัตว์ประหลาดที่พบในสวนปาล์มน้ำมัน ที่ประเทศมาเลเซีย แท้จริงแล้วเป็น หมีหมา ที่มีอาการป่วย ภาพหลังจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊คท่านหนึ่ง ได้โพสต์รูปภาพ สิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดพร้อมทั้งระบุอ้างว่าเป็น 'ผีกองกอย' ที่ปรากฏตัวอยู่ที่จังหวัดศรีษะเกษ จนเกิดกระแสฮือฮา สนั่นโลกออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด จากการตรวจสอบ พบว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพของ 'หมีหมา' ที่มีอาการป่วย จนกระทั่งขนหลุดร่วงที่ประเทศมาเลเซียเท่านั้น ไม่ใช่สัตว์ประหลาด เอเลี่ยน หรือ ผีกองกอย อย่างที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดย หมีหมาตัวดังกล่าว ซึ่งมีอาการป่วย และถูกจับตัวไว้ บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน ในประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้หมีหมาตัวนี้ถูกค้นพบตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว โดยคนงานในสวนปาล์มแห่งหนึ่งของรัฐซาราวักได้พบหมีหมาตัวนี้ระหว่างทางไปทำงาน ซึ่งสร้างความตกใจให้แก่คนงานเป็นอย่างมาก เพราะหมีหมาตัวนี้มีลักษณะไม่ปกติ แม้ว่าจะคล้ายลิงหรือสุนัข แต่ไม่มีขน ทำให้ดูเหมือนสัตว์ประหลาด จนสื่อต่างประเทศบางสำนัก นำภาพและคลิปวีดีโอไปเผยเพร่ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่า หมีหมาตัวดังกล่าว เป็นมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ได้ออกตามหาก่อนจะมีผู้ค้นพบหมีหมาตัวนี้อีกครั้งที่บริเวณเดิม จึงจับไว้ได้เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่จะได้ส่งหมีหมาที่ป่วยตัวนี้ไปรักษาที่ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าเมืองกูชิง เพื่อฟื้นฟูร่างกายต่อไป หมีหมา หรือ หมีน้ำผึ้ง (Sun Bear) เป็นหมีที่มีขนาดเล็กที่สุดในตระกูลหมีทั้งหมด สามารถพบได้ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ประเทศจีน พม่า บังกลาเทศ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมื่อโตเต็มที่มีความยาวประมาณ 120-150 ซม. หนัก 27-80 กก. ตามปกติมีขนตามตัวสั้นสีดำปนน้ำตาล ซึ่งหนา และหยาบ เพราะสามารถป้องกันร่างกายจากหนาคมต่างๆ ปีนต้นไม้เก่ง มีนิสัยดุร้ายมาก โมโหง่าย บางครั้งร้องเสียงเหมือนหมาเห่าจึงถูกเรียกว่า หมีหมา พบในแถบ มักออกหากินในเวลากลางคืน กินอาหารจำพวกผลไม้และแมลง มีจำนวนน้อยใกล้สูญพันธุ์ หมีหมาจัดเป็นสัตว์คุ้มครองตามพระราชบัญญัติสัตว์สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 MThai News สนับสนุนข้อมูลโดย ข่าวสด

คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาล ยอดเสียชีวิตพุ่งกว่า 2พันศพ!
ข่าวล่าสุด /  อาคารพังถล่ม / 

คืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวใจกลางประเทศเนปาล ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2,263 ศพ และบาดเจ็บอีก 4,647 ราย  ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ มีแล้วอย่างน้อย 2,263 ราย บาดเจ็บ 4,647 และเฉพาะกรุงกาฏมาณฑุเพียงแห่งเดียว พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 721 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก MThai News คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาลล่าสุด เพิ่มมาที่  1,911 ศพ ผู้สือข่าวรายงาน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,911 ศพ ใน 4 ประเทศคือ เนปาล , อินเดีย , ทิเบต และบังกลาเทศ บาดเจ็บอีกกว่า 4,000 คน ขณะที่ทางการปิดให้บริการสนามบินนานาชาติตรีภูวันเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้พบว่า ยังมีการสั่นไหวเกิดนขึ้นในหลายเมือง รวมถึงกรุงกาฐมาณฑุ และกรุงนิวเดลี อินเดีย ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายครั้ง MThai News ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวใจกลางประเทศเนปาล มีผู้เสียชีวิตกว่า1,805 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 4,718 คนแล้ว วันที่ 26 เม.ย.58 เวลา7.00น. (เวลาในไทย) ความคืบหน้าแผ่นดินไหวใหญ๋ในเนปาลวานนี้(24เม.ย.58) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น อ้างข้อมูลของกระทรวงหมาดไทยเนปาล ระบุมีจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,805 คน และบาดเจ็บ 4,718 คน นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่ต้องรักษาตัวนอกโรงพยาบาลท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บถึงจุดเยือกแข็งของเมื่อคืนนี้  รวมถึงอาการของผู้บาดเจ็บจำนวนมากอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง MThai News คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาล ยอดเสียชีวิตพุ่งกว่า1พันศพ! ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวใจกลางประเทศเนปาล มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,130 ศพ ใน 4 ประเทศคือ เนปาล อินเดีย ทิเบต และบังกลาเทศ บาดเจ็บอีกกว่า 1,500 คน กระทรวงมหาดไทยเนปาล ระบุพบผู้เสียชีวิต 1,130 ศพ เป็นชาวเนปาลที่สุด ตามด้วยชาวอินเดีย,ชาวทิเบต และชาวบังกลาเทศ บาดเจ็บกว่า 2,000 คน ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในกรุงกาฐมาณฑุอีก 12 ศพ เสียชีวิตในเมืองกอร์คา 17 ศพ ในเมืองรุสเซีย 6 ศพ ในเมืองนุวาคอต อย่างน้อย 7 ศพ ในเมืองราเมซฮับ และอย่างน้อย 2 ศพ ในเมืองซุนซารี แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไปไกลถึงปากีสถาน บังกลาเทศ และอินเดีย เหตุแผ่นดินไหว ทำให้อาคาร บ้านเรือนหลังเสียหาย แต่ที่สำคัญคือ "หอธราหาร" หอสูงขนาด 9 ชั้น ความสูง 61.88 เมตร ใจกลางกรุงกาฐมาณฑุ อายุ 183 ปี ที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก พังทลายกลายเป็นซากปรักหักพังทั้งหลัง นอกจากนี้มีรายงานว่าเกิดความเสียหายกับสนามบินนานาชาติ ตรีภูวัน ในกรุงกาฐมาณฑุด้วย หลังแผ่นดินไหว เกิดอาฟเตอร์ช็อครุนแรงตามมาอีกกว่า 16 ครั้ง ซึ่งรวมถึงอาฟเตอร์ช็อคขนาด 6.6 ตามมาตราริคเตอร์ ที่อยู่ลึกลงไป 14.6 กิโลเมตร และขนาด 5.1 ตามมาตราริคเตอร์ MThai News   คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาล ยอดเสียชีวิตพุ่ง800กว่าศพ! คืบหน้าแผ่นดินไหวเนปาลช่วงบ่ายนี้(เวลาในไทย) ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิต 800 คนแล้ว และคาด ยอดอาจเพิ่มสูงต่อเนื่อง  จากกรณี แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน 15 กิโลเมตร ห่างจากเมืองลัมจังไปทางตะวันออกราว 35 กิโลเมตร และห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 77 กิโลเมตร  ส่งกระทบอาคารหลายหลังพังถล่มในกรุงกาฐมาณฑุ เนปาล เมื่อเวลาในไทยประมาณ 13.11 น.(25 เม.ย.58) เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเนปาลเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อเวลา 18.34 น.วันนี้ตามเวลาในไทยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นช่วงสายวันนี้เพิ่มขึ้นเป็น 688 คนแล้ว เฉพาะในกรุงกาฐมาณฑุมีผู้เสียชีวิต 181 คน ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวเผยว่า แผ่นดินไหวทำให้หิมะถล่มกลบเบสแคมป์บางส่วน ซึ่งเป็นจุดพักของนักไต่เขาที่ต้องการพิชิตยอดเขาสูงที่สุดในโลกแห่งนี้ ขณะนี้ได้รับแจ้งแล้วว่ามีผู้เสียชีวิต 8 คน ล่าสุดมีรายงานจากเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนว่า มีผู้เสียชีวิต 1 คนจากแผ่นดินไหวเนปาล แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เนปาลเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 8 ริกเตอร์เมื่อ 81 ปีก่อน ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งในเนปาลและรัฐพิหารของอินเดียประมาณ 10,800-12,000 คน. ล่าสุด 20.00น.(เวลาในไทย) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาลใหล้เป็น 800 รายแล้ว ขอบคุณข้อมูล สำนักข่าวไทยภาพ  twitter Tuangporn Asvavilai ‏ MThai News แผ่นดินไหวขนาด 7.5 ที่เนปาล บ้านเรือนพังถล่มหนัก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ที่เนปาล แรงสั่นสะเทือนไกลถึงอินเดีย ผู้เห็นเหตุการณ์ ชี้ อาคารหลายครัวเรือนในกรุงกาฐมาณฑุพังถล่ม ยูเอสจีเอส แจ้งว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.11 น.วันนี้ตามเวลาในไทย ห่างจากเมืองโปขรา เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศไปทางตะวันออก 75 กิโลเมตร และห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 77 กิโลเมตร ศูนย์กลางแผ่นดินไหวลึกเพียง 11.9 กิโลเมตร ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์อ้างผู้เห็นเหตุการณ์ว่า อาคารบางหลังในกรุงกาฐมาณฑุพังถล่มเพราะแผ่นดินไหว และรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ไกลถึงกรุงนิวเดลีและหลายเมืองทางตอนเหนือของอินเดีย ล่าสุด สำนักข่าวซินหัว รายงายว่า เหตุดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3  บาดเจ็บจำนวนมาก อาคาร บ้านเรือนและโบราณสถานพังถล่ม ขอบคุณข้อมูล/ภาพ  สำนักข่าวไทย /Teerat Ratanasevi MThai News