ช็อกโกแลตซอส

ชีวอน, BTS นำทัพไอดอลเกาหลี มาเปิดร้านอาหารที่ SHOW DC ประเทศไทย!
Bangtan Boys /  BTS / 

แฟนคลับเกาหลีฟินแน่นอน! เมื่อร้านอาหารของเหล่าศิลปิน K-POP ชื่อดัง กำลังจะมาเปิดที่เมืองไทย ณ K-Celebrity Street Food by The Mall of Korea at SHOW DC ที่ชั้น1 ศูนย์การค้า SHOW DC เริ่มเปิดให้บริการ 22 มกราคม 2560 (คลิปวิดีโอแนะนำร้านอาหารต่างๆ ที่จะมาเปิด ณ K-Celebrity Street Food by The Mall of Korea at SHOW DC บรรยายโดย มิส โน ฮียอง มาสเตอร์เชฟหญิงเซเลบริตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและไลฟ์สไตล์จาก The Mall of Korea และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YG FOODS บริษัทในเครือ YG Entertainment) K-Celebrity Street Food by The Mall of Korea at SHOW DC จะเป็นศูนย์รวมร้านอาหารของดารา/นักร้องแดนกิมจิ ซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยเหล่าศิลปินชื่อดังของเกาหลีเลือกมาเปิดร้านของตัวเองเพื่อแฟนๆ ชาวไทยเป็นแห่งแรก! AFTER THE RAIN ร้านอาหารฟิวชั่นสไตล์อิตาเลี่ยนและเบเกอรี่สไตล์เกาหลีเพื่อสุขภาพ ของนักร้อง-นักแสดงซุปเปอร์แห่งเอเชีย เรน PSY-MIEN ร้านราเมงสไตล์เกาหลีรสชาติจัดจ้านพิเศษสำหรับคนไทย ของ ไซ เจ้าของเพลงฮิตระดับโลก Gangnum Style BTS BRICK LIVE CAFE ร้านกาแฟและวาฟเฟิลที่ตกแต่งด้วยเลโก้เพื่อเอาใจเหล่าแฟนคลับของบอยแบนด์สุดฮอตวง BTS โดยเฉพาะ BUGSY DOG ร้านฮอทด็อกสไตล์เกาหลี พร้อมเบอรี่โซดาที่ทานคู่กันกับฮอทด็อกได้อย่างลงตัว ของ ชเว ชีวอน Super Junior นอกจากนั้นที่ K-Celebrity Street Food by The Mall of Korea at SHOW DC ยังมี ร้านต๊อกโบกิที่สามารถเลือกซอสและท๊อปปิ้งได้เองตามใจชอบ LEE SEUNG GI'S MILL ของพระเอกหนุ่ม ลีซึงกิ, ร้านข้าวผัดกิมจิ KIM'S FULL HOUSE ของนักแสดงหนุ่ม คิมซองซู, ร้านไก่ทอดสไตล์เกาหลี SEOJINI'S CHICKEN ของ ลีซอจิน และโซนอาหารแนว Street Food จากเมียงดง ยกมาให้ชิมที่เมืองไทยด้วย สาวกเกาหลีห้ามพลาดจริงๆ เพราะจะได้อิ่ม อิน และฟินกันอย่างเต็มที่... เตรียมยกพลกันไปศูนย์การค้า SHOW DC ได้เลย เปิดให้บริการ 22 มกราคมปีหน้า!

ย้ำอีกรอบ! ฌอห์ณ ยินดีรับงานคู่ เอสเธอร์
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

  แหมๆๆ พอถอยห่างจากกระแสดราม่าแล้วชีวิตช่างดูแฮปปี้ขึ้นมว้ากกกเลยจริงๆ นะค้าา สำหรับพระเอกหนุ่มหน้าคม ฌอห์ณ จินดาโชติ ที่ล่าสุดยกแพ็คครอบครัวไปเที่ยวไกลถึง ไอซ์แลนด์ นานถึง 10 วัน ซึ่งหลายคนก็ต่างสงสัยว่าทำม๊ายยย....ทำไม ซุปตาร์หนุ่มคนนี้ถึงมีเวลาเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจากเมื่อก่อน เอ๋...หรือว่างานของพระเอกหนุ่มสุดฮอตจะดรอปลงซะแล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้ (10 เม.ย 60) ได้มีโอกาสเจอกับหนุ่มฌอห์ณ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวพรีเมี่ยมช็อกโกแลต 'คิทแคทบาร์ใหม่' ที่ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวได้บอกว่า ในช่วงนี้จะรับเล่นละครไม่เยอะเหมือนกับเมื่อก่อน เพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหว มีทรุดอยู่ช่วงหนึ่ง ส่วนงานละครคู่กับนักแสดงสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ถ้ามีโอกาสก็พร้อมที่จะรับงานคู่ พร้อมบอกว่าทางผู้ใหญ่ก็ยังอยากให้มาเล่นคู่กัน "ไม่ครับผมตั้งใจรับให้เป็นแบบนี้เอง ก็คือรับก่อนเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยเปิดอีกเรื่องหนึ่ง ก็เป็นสองเรื่อง แต่ปลายปีก็รับอีกสองเรื่องเท่าเดิม แค่ว่าต้นปีเราอยากพัก เพราะว่าปลายปีที่แล้วเรารับละครแน่นเกินไป แล้วร่างกายไม่ไหวอย่างนี้ครับ" "และมีช่วงหนึ่งที่ร่างกายผมซูบไป อาจจะเพราะอาจะรับงานเยอะด้วย จึงเป็นเหตุผลให้ผลไปออกกำลังกายมากขึ้น แล้วก็พยายามออกไปเดินทางพักผ่อนเพราะครั้งที่แล้วมันถ่ายละครหนักไปหน่อยก็เลยแบบค่อยๆ ไป แล้วคุณแม่ผมก็ควรู้สึกว่ามันคงหนักเกินไป แล้วบทก็มีแต่ดราม่า ปีกทอง เงาอโศก ซึ่งมันแน่นไปหมดแล้วเราเอาไม่อยู่อ่ะครับ" "ผมว่าเราทำละครแต่ละเรื่องให้มันดีแล้วไปลุ้นงานใหญ่ดีกว่า คือเล่นเป็นพระ-นาง มันรับเต็มที่ได้แค่สองเรื่อง แล้วรับมากกว่านี้มันเสีย ผมเคยรับมากสุดอาทิตย์หนึ่งสามเรื่อง แล้วผมร่างกายไม่ไหว ผมเลยบอกผู้จัดการกับผู้ใหญ่ทางช่องว่า เราขอรับและเราขอเลือกบทไปตามความเหมาะสม ตามช่วงเวลาดีกว่า ผมไม่ได้เลือกเยอะครับ ผมรับตามความเหมาะสม ถ้าจะบอกว่ารับหมด งานก็จะไม่มีคุณภาพ ไม่ว่าใครจะจ้างอะไรมาก็รับหมดมันไม่ใช่ แต่ก็ไม่ได้น้อยลง เพราะว่าที่บ้านก็มีภาระเยอะ จะมารับงานตามสไตล์ติสท์ก็ไม่ได้ ผมก็จะดูไปว่าปีนี้รับไปแล้วสอง ปีหน้าก็ได้อีกสอง ทางช่อง One หรือช่องอื่นๆ ก็จะส่งบทมาให้" (ละครคู่กับเอสเธอร์ตอนนี้น้องเขาบอกไม่มีแล้ว) "อันนี้ต้องถามผู้ใหญ่อ่ะครับ เพราะคนที่บอกผมล่าสุดคือ คุณพี่ป้อน นิพนธ์ เพราะเขาก็อยากให้กลับมาเล่นละครกัน แต่ว่าจะเรื่องไหนช่วงเวลาไหนนี้ผมไม่ทราบ เพราะว่าตอนนี้แกก็ใส่ละครให้ผมตั้ง 2-3 เรื่อง แต่ผมว่ายังไงผู้ใหญ่เขาก็ชอบ เขาอยากให้มาเจอกัน เราก็กลับมาเจอกัน แต่ว่าแล้วแต่ความเหมาะสมว่าเรื่องไหน ส่วนถ้ามันไฟนอล เขาคงโทรไปบอกน้องเอง (น้องเขาบอกว่าปีนี้ไม่มีแน่ๆ) อ๋อ ก็แล้วแต่น้องเขาอ่ะครับ ผมยังไงก็ได้ เดี๋ยวรอให้เขาติดต่อมาผมเล่นได้หมด แล้วเล่นกับน้องผมไม่ได้ปรับตัวอะไรอยู่แล้ว" "ก็อย่างที่แจ้งไปเรื่องเก่า ผมบอกไปแล้วไม่อยากจะตอบแล้วด้วย เพราะว่า ปัญหามันไม่ได้เกิดจากน้อง มันเป็นปัญหาของคนสื่อกลาง ฉะนั้นผมก็กลับมาทำงานได้ ผมเป็นนักแสดงอิสระ นักแสดงบ้านเรามันมีอยู่ไม่กี่ท่านอ่ะครับ สุดท้ายก็เวียนมาเจอกันอยู่ดี มันไม่มีปัญหาอยู่แล้วอ่ะครับ" ฌอห์ณ จินดาโชติ

กินอาหารชาติไหน แล้ว ช่วยยืดอายุ ชะลอความแก่ !
กินอาหาร /  ชะลอความแก่ / 

ปัจจุบันหนุ่มสาวหลายคนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น นอกจากการออกกำลังกายแล้วการกินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ไม่ใช่แค่กินจนอิ่มท้องเท่านั้นแต่จะต้องนึกถึงสุขภาพด้วย ซึ่งในครั้งนี้เรามีหลักการและเคล็ดลับในการกินอาหารจากนานาชาติที่จะช่วยยืดอายุ ชะลอความแก่ ว่าแต่ละประเทศมีเคล็ดลับอย่างไร และสามารถประยุกต์ให้เข้ากับการกินของเราได้อย่างไรบ้าง อาหารยุโรป การกินแบบสแกนดิเนเวีย สแกนดิเนเวีย หรือยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน นอร์เวย์ นิยมกินปลาทะเล คาเวียร์ มันเทศ ธัญพืชต่างๆ น้ำมันคาโนลา น้ำมันตับปลา ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม รวมทั้งขนมปังที่มีไฟเบอร์สูง และอาจมีการกินเนื้อสัตว์ชนิดอื่นบ้างเล็กน้อยส่วนผลไม้จะนิยมเป็น ผลไม้ป่า เช่น ลินกอนเบอร์รี โดยส่วนใหญ่จะนำมาทำเป็นซอสเพื่อกินร่วมกับอาหาร การกินแบบเมดิเตอร์เรเนียน หรือยุโรปใต้ เช่น อิตาลี สเปน กรีซ และสโลวีเนีย วัตถุดิบในการปรุงอาหาร ส่วนใหญ่มาจากแหล่งโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาทะเล ขนมปังโฮลวีท ธัญพืชไม่ขัดสี น้ำมันมะกอก ผักผลไม้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนมและ เนื้อแดงเล็กน้อย อาหารแบบสแกนดิเนเวียและแบบเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ใช่แค่เพียงอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ยังมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย หากใครอยากลองปรับเปลี่ยนวิธีการกินให้คล้ายกับแบบยุโรป แล้วล่ะก็ เรามีเทคนิคง่าย ๆ มาฝาก คือ กินข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีทแทนข้าวขาว กินเนื้อสัตว์ใหญ่ เพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และหันมากินอาหารทะเลที่มี โอเมก้า 3 นอกจากนี้ควรเลือกกินโปรตีนจากพืชบ้าง เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ และถั่วชนิดต่าง ๆ ให้มากขึ้น รวมถึงการกิน น้ำมันตับปลาในปริมาณที่เหมาะสม อาหารเอเชีย “อายุรเวท” ศาสตร์ของอินเดีย (เอเชียใต้) อายุรเวทเป็นศาสตร์ของอินเดียที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ โดยมีหลักการกินตามอายุรเวท คือ กินอาหารร้อนเพื่อกระตุ้นการย่อย กินแบบไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป ไม่ควรกินอาหารเมื่อมีอารมณ์โกรธ เศร้า หรือมีความเครียด เพราะจะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น จนทำให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยมากกว่าปกติ ก่อให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารที่กินเข้าไปถูกย่อยไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน หยินหยาง ศาสตร์แห่ง ความสมดุลของจีน (เอเชียตะวันออก) หยินหยาง คือ การสร้างสมดุลที่ถูกนำมาปรับใช้ในเรื่องของอาหารการกิน เป็นการเลือกกินอาหารในปริมาณที่สมดุลกันทั้งสอง ด้านหากร่างกายเรามีความเป็นหยินมากเกินไป ก็ควรจะเลือกกินอาหาร ประเภทหยางเพื่อให้ร่างกายสมดุล อาหารหยิน คือ อาหารที่มีรสเย็น เค็ม เปรี้ยว และขม เช่น แตงโม สับปะรด ขึ้นฉ่าย หอยนางรม เป็นต้น รวมทั้งอาหารที่ทำด้วยวิธีการตุ๋น ต้ม นึ่ง อาหารหยาง คือ อาหารที่มีรสเผ็ดร้อนและหวาน เช่น ขิง ข่า เนื้อวัว เนื้อไก่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารที่ ทอด ย่าง และรมควัน แต่หากเรากินอาหารจำพวกใด จำพวกหนึ่งมากเกินไป จะทำให้ร่างกายไม่สมดุลและก่อ ให้เกิดโรคต่างๆ ได้ อาหารญี่ปุ่นกับการกินแบบ โอกินาวา (เอเชียตะวันออก) อาหารญี่ปุ่นเป็นอาหารที่เน้นรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ โดยเมนูอาหารส่วนใหญ่จะทำมาจากปลา สาหร่าย ธัญพืช ซึ่งเป็นอาหาร ที่มีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมันจำเป็น ชาวโอกินาวาเน้นการกินมันหวาน เนื่องจากมีวิตามิน A,C, E โพแทสเซียม และ แคลเซียมสูงรวมถึงการกินเส้นโซบะ เพราะว่ามีสารอาหารมากกว่าเส้นชนิดอื่น สรรพคุณทางยาของสมุนไพรในอาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พืชสมุนไพรถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทย ซึ่งนอกจากจะใช้ในการแต่งกลิ่น รส และเพิ่มสีสันของอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณในทางยาไม่เพียงแต่ประเทศไทยแต่ประเทศเพื่อนบ้านของเราก็มีการนำพืชสมุนไพรมาใช้ในการปรุงอาหารเช่นเดียวกันยกตัวอย่าง เช่น เฝอ อาหารเวียดนาม มีลักษณะคล้ายก๋วยเตี๋ยว โดยน้ำซุปจะเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดที่มีสารต้าน อนุมูลอิสระ กาโด กาโด อาหารของประเทศอินโดนีเซีย ประกอบไปด้วยผักนานาชนิด เต้าหู้ และไข่ต้มสุก โดยจะกินคู่กับซอสถั่ว ซึ่งในซอสจะมีส่วนประกอบของพริกแดงและกระเทียมอยู่ด้วย แกงหัวปลา อาหารของมาเลเซีย ที่มีเครื่องเทศ และสมุนไพรต่างๆ ทั้งหอมแดง กระเทียม ที่ช่วยชูรสชาติ อาหารและทำให้อร่อยมากขึ้น โดยสรรพคุณของพืชสมุนไพรก็มีมากมาย หลากหลาย ชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระเทียม ที่มีฤทธิ์อย่างอ่อนในการลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดและสามารถยับยั้งการเกิด โรคหัวใจ พริกสด ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยในการสลายลิ่มเลือด ตะไคร้ บรรเทาอาการหวัด ช่วยในการขับปัสสาวะ และรักษาโรคนิ่ว ข่า สรรพคุณช่วยยับยั้งแผลในกระเพาะอาหาร ทำลายสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่มาบทความจาก นิตยสารแม่บ้าน

กินเจ แบบไหนถึงจะไม่อ้วน อิ่มบุญได้สุขภาพ และสัดส่วนผลไม้ที่ควรกิน ช่วงกินเจ
กินเจ /  กินเจเพื่อสุขภาพ / 

ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะฝากท้องไว้กับอาหารเจนอกบ้าน หรืออาหารเจสำเร็จรูป แต่ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเป็นอาหารสุขภาพ แต่หากเราบริโภคไม่ได้สัดส่วน หรือไม่ถูกหลักโภชนาการแลัว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เนื่องจากอาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารเจ จึงไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น หากยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกินอาหารเจสูงสุด เรามีเทคนิคจาก คุณรุ่งฉัตร อำนวย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากดังนี้ค่ะ 1.อาหาร การกินเจครบ 5 หมู่ ควรเลือกใช้วัตถุดิบ และแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก เช่น ผัดหมี่ 1 จาน ควรเพิ่มผักในปริมาณมากขึ้น และลดปริมาณเส้นลงก็จะพอดีกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารทอด และเน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาล หรือไขมันผสมอยู่ และหากปรุงรสในอาหารเจมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะโซเดียมสูง เกิดอาการบวม และเสี่ยงต่อเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน ไต หรือเส้นเลือดในหัวใจตีบ เป็นต้น 2.ขนมเจ อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากเท่าไร บางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อย แล้วไปกินขนมหวานแทน ซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมรสหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลง ให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคว่าเป็นเพียงแค่การชิมก็พอ หากอยากกินก็ให้ลดข้าวหรืออาหารคาวก่อนแล้วจึงค่อยกิน เพราะขนมหวานเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรกินในปริมาณพอเหมาะแล้วหันมากินผลไม้จะดีกว่า 3.เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มช่วงกินเจ โดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่น้ำเต้าหู้ที่ขายถุงละ 7-8 บาท มักจะมีปริมาณน้ำตาลทรายอยู่ 1.50 -2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 4.5-6 ช้อนชา อาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดี และนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้หวานพอดี แคลอรีต่ำ โดยมีน้ำตาลรวมไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม) 4.ผักและผลไม้ เทศกาลกินเจสามารถเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ได้ด้วยผลไม้สดที่หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรด กล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจ เป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อน ขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่า โดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวัน แต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ นอกจากนี้ ควรกินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง สัดส่วนการกินผลไม้ ฝรั่ง = ½ ลูก  ส้ม = 1 ผล  มะละกอ = 7ชิ้นคำ  กล้วยน้ำว้า = 1ผล  แอปเปิล = 1 ผล ภัยของการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากมาย ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่ง สสส. เองก็ได้สร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นโทษภัยมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม กินเจปีนี้นอกจากได้อิ่มบุญและสุขภาพที่ดีกันแล้ว อย่าลืมขยับกายเคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ team content www.thaihealth.or.th

Fantastic Beasts: เรื่องราวของ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์
Fantastic Beasts /  Fantastic Beasts and Where to Find Them / 

Fantastic Beasts: เรื่องราวของ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ (สปอยล์เนื้อหา) ตามที่แฟน ๆ ได้ชมในภาพยนตร์ Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ กันไปแล้ว สำหรับนักแสดงคนดังที่ปรากฏตัวในตอนท้ายเรื่อง จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) ที่รับบทเป็น พ่อมดผู้ชั่วร้ายคนที่สองตลอดกาล เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ตามคำจำกัดความของ ริต้า สกีตเตอร์ 30 วินาทีของการปรากฏตัวในช่วงท้ายของภาพยนตร์นั้น ดูเหมือนว่า เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ จะเป็นตัวหลักในภาพยนตร์ทั้งห้าภาค โดยพ่อมดคนนี้เป็นหนึ่งในตัวละครไม่กี่ตัวในภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts ที่ถูกพูดถึงในจักรวาลแฮร์รี่อีกด้วย Image: giphy กรินเดลวัลด์ ถูกพูดถึงครั้งแรกในตอนที่แฮร์รี่เห็นชื่อพ่อมดผู้ชั่วร้ายบนการ์ดกบช็อกโกแลต ซึ่งระบุข้อความบนการ์ดว่า “จากการลงความเห็นของเหล่าพ่อมดแม่มดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค ดัมเบิลดอร์มีชื่อเสียงที่โด่งดังในการเอาชนะ กรินเดลวัลด์ พ่อมดผู้ชั่วร้ายในปี 1945...” นั่นหมายถึง กรินเดลวัลด์ เป็นพ่อมดผู้ชั่วร้ายก่อนหน้าโวลเดอมอร์ และถูกปราบในช่วงปีเดียวกันกับที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่นั้น เกิดขึ้นในปี 1926 ริต้า สกีตเตอร์ เขียนเรื่องราวของดัมเบิลดอร์ ลงในหนังสือที่ชื่อว่า The Life and Lies of Albus Dumbledore ซึ่งใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เครื่องรางยมทูต ระบุว่า แฮร์รี่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ และทำให้เขาได้รู้เรื่องราวที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ Image: giphy ทุกคนต่างรู้ดีว่า ริต้า สกีตเตอร์ นั้นไม่ใช่นักข่าวที่เชื่อถือได้ แต่เธอดันมีแหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยมอยู่ นั่นก็คือ บาธิลดา แบ็กช็อต ผู้เขียนหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์ และยังเป็นป้าของกรินเดลวัลด์ เธอได้ข้อมูลมาด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ด้วยการใช้สัจจะเซรุ่ม ซึ่งทำให้มั่นใจว่าสิ่งที่รู้นั้นเป็นความจริง ริต้า สกีตเตอร์ ได้เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า ดัมเบิลดอร์และกรินเดลวัลด์เป็นเพื่อนกันและไปสังสรรค์ในก็อดริก ฮอลโลว์ พวกเขาพบกันตอนที่ดัมเบิลดอร์อายุ 17 ปี หลังจากที่เขาออกจากฮอกวอตส์เพื่อมาดูแล อาเบอร์ฟอร์ธ และ อารีอานนา หลังจากที่แม่สิ้นใจ กรินเดลวัลด์เป็นพ่อมดผู้ชั่วร้าย แต่เขาก็ไม่เคยโชว์พาวสร้างความน่ากลัวในยุคสมัยของเขาเหมือนที่โวลเดอมอร์ทำที่อังกฤษ เขากลับให้ความสนใจไปที่เครื่องรางยมทูต ได้แก่ ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ผ้าคลุมล่องหน และหินชุบวิญญาณ ดัมเบิลดอร์เองก็สนใจในเครื่องรางยมทูตเช่นเดียวกัน เพราะเขาต้องการที่จะพบกับครอบครัวอีกครั้ง ความชั่วร้ายของกรินเดลวัลด์ไม่ส่งผลต่อดัมเบิลดอร์มากนัก และตามความคิดของริต้า สกีตเตอร์ ดูเหมือนว่าดัมเบิลดอร์มีความรู้สึกอ่อนไหวในเรื่องของมักเกิ้ลอยู่บ้าง ในปี 2007 ที่งานอีเวนต์ คาร์เนกี ฮอลล์ เจ.เค. โรว์ลิง (J.K. Rowling) ได้เปิดเผยว่า ดัมเบิลดอร์เป็นเกย์ และกำลังอินเลิฟกับกรินเดลวัลด์ “ฉันคิดเสมอว่าดัมเบิลดอร์เป็นเกย์” เธอตอบ “ดัมเบิลดอร์ตกหลุมรักกับกรินเดลวัลด์ และมันกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับเขาไม่น้อย เมื่อกรินเดลวัลด์เปิดเผยความชั่วร้ายของตัวเองออกมา...” แต่ความรักของดัมเบิลดอร์ที่มีต่อกรินเดลวัลด์นั้นสิ้นสุดลง ทันทีที่พ่อมดผู้ชั่วร้ายเสกคาถากรีดแทงใส่อาเบอร์ฟอร์ธหลังจากการโต้เถียงระหว่างเขากับดัมเบิลดอร์ การต่อสู้ระหว่าง กรินเดลวัลด์ อาเบอร์ฟอร์ธ และอัลบัสจึงเริ่มต้นขึ้น กระทั่งอารีอานนาโดนลูกหลงและกำลังจะตาย ถ้าคุณจำไม่ได้ในรายละเอียดพวกนี้ นั่นเป็นเพราะว่าภาพยนตร์ Harry Potter and the Deathly Hallows แทบจะไม่ได้พูดถึงรายละเอียดพวกนี้เลย อาเบอร์ฟอร์ธเป็นคนเดียวที่ช่วยแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี ไปถึงฮอกวอตส์ด้วยการใช้เส้นทางลับในภาพยนตร์ตอนสุดท้าย กรินเดลวัลด์ออกจากก็อดริก ฮอลโลว์ และอังกฤษ เขาขโมยไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์มาจากเกรโกโรวิทช์ เป็นเวลา 19 ปีเต็มที่เขาและผู้ติดตามได้ก่อคดีอาชญากรรมและฆาตกรรมผู้คนในทวีป กระทั่งดัมเบิลดอร์หาตัวเขาพบในปี 1945 ทำให้เกิดการประลองที่มีพ่อมดแม่มดกล่าวขวัญมากที่สุด ผลสุดท้ายกรินเดลวัลด์ไปจบชีวิตที่คุก และดัมเบิลดอร์กลายเป็นที่รู้จักของโลกเวทมนตร์ในทันที เรื่องราวของกรินเดลวัลด์จบลงอย่างไร ในที่สุดโวลเดอมอร์มาหาเขาเพื่อตามหาไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ กรินเดลวัลด์ไม่ได้บอกว่ามันอยู่ที่ไหน โวลเดอมอร์เลยลงมือปลิดชีพเขาทันที ไม่รู้ว่าภาพยนตร์ภาคต่อ Fantastic Beasts ทั้ง 5 ภาคจะเป็นไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่ หรือ เจ.เค. โรว์ลิง จะมีลูกเล่นอะไรมาเพิ่มเติมอีก แต่ที่แน่ ๆ สิ่งที่น่าสนใจในเวลานี้ก็คือนักแสดงคนใดจะได้รับบทเป็น ดัมเบิลดอร์ ในวัยหนุ่มกันแน่ ดูบทความต้นฉบับ : 'Fantastic Beasts': Let's talk about that Grindelwald reveal