ช็อกโกแลตซอส

อาหารเยอรมัน กับเมนูแห่งลุ่มน้ำไรน์ เมืองโคโลญ
ขาหมูเยอรมัน /  อาหารเยอรมัน / 

อาหารเยอรมัน กับเมนูแห่งลุ่มน้ำไรน์ เมืองโคโลญ โชคดีเป็นที่สุดที่ได้มีโอกาสได้ไปดูงานฝั่งยุโรปครั้งแรกในชีวิต และบังเอิญที่สุดก็คือประเทศเยอรมนี ที่ได้เคยเรียนเป็นภาษาต่างประเทศที่ 2 สมัยมัธยมปลาย แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้อีกเลย พอทราบว่าจะได้ใช้ภาษาเยอรมันจริงๆ ก็ฝึกพูดรื้อฟื้นความทรงจำกันยกใหญ่ แต่ที่ไม่ได้เตรียมใจไปเลยก็คือการรับประทานอาหารเยอรมัน ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากคนกินส้มตำแซ่บๆ อย่างเราหรือเปล่า แต่ไหนๆ ไปถึงถิ่นแล้วก็ต้องลองดูกันหน่อยว่า อาหารเยอรมันรสชาติต้นตำหรับจะเป็นอย่างไร ว่าแล้วก็พาเพื่อนๆ ชาว Food.mthai เดินทางไปตามร้านดังที่หนังสือไกด์บุคแนะนำไว้ อ้อ..! ลืมบอกไปว่าที่ไปนี่ไปเมืองโคโลญนะครับ ซึ่งก็เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมการดื่มกินที่น่าสนใจใช่ย่อย งานนี้มีเพื่อนท้องถิ่นแนะนำเพิ่มเติมยิ่งเป็นการการันตีว่าเรามาร้านดังจริงๆ นะ ร้านอาหารเยอรมันร้านหนึ่งซึ่งอยู่ในเมืองโคโลญเป็นร้านที่ขึ้นชื่อของที่นี่เลย คอนเฟิร์ม ชื่อร้าน อาหารเยอรมัน Pfaffen ออกเสียงว่า ฟัฟเฟ่น ตามประวัติ เขาว่าเป็นชื่อเจ้าของร้านนะ เปิดบริการโดย Max Päffgen ออกเสียงว่า มั๊ก แฟ้ฟเก้น ตั้งแต่ปี 1974 หรือ พ.ศ. 2517 ซึ่งต่อมาร้านนี้ก็ผลิตเบียร์เองด้วย เลยเปลี่ยนชื่อยาววววว..กว่าเดิมอีกว่า Ausschank Pfaffen Brauerei ออกเสียงภาษาไทยว่า เอ้าส์ชั้ง ฟัฟเฟ่น เบราเอรยไร ซึ่งสะท้อนตามความหมายว่า ผับเบียร์ ตรงคำว่า Ausschank นั่นเอง บรรยากาศในร้านก็สวยคลาสสิค ประดับประดาด้วยกระจกโมเสก และเรื่องราวที่เกี่ยวกับการผลิตเบียร์สังเกตได้ตามฝาผนัง เมนูแห่งลุ่มน้ำไรน์ Rheinischer Sauerbraten mit hausgemachten Kartoffelklößen, Apfelmus เรียกสั้นๆ ว่า เซาเอ้อบราเท้น แล้วกัน  ซึ่งเป็นเมนูแห่งลุ่มน้ำไรน์ ซึ่งเป็นเนื้อวัวหมักราดด้วยซอสแอ้ปเปิ้ล ถ้าใครชอบของหวานจะรู้สึกว่าเมนูนี้ไม่ใช่ของคาวแต่รู้สึกว่าเป็นของหวานมากกว่า เพราะรสชาติซอสที่ราดอมเปรี๊ยวนิดๆแต่หวานมาก และยังเสริฟคู่กับ ซอสแอปเปิ้ลอีกต่างหาก ตัดเลี่ยนด้วยมันบด 2 ก้อนใหญ่ๆ ไม่อิ่มให้รู้ไปซิ อร่อยถูกใจกันเลย แต่สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อก็คงน่าเสียดายน่าดู แต่ไม่เป็นไรคุณก็ยังมีเมนูถัดไปให้ลิ้มลอง นั่นก็คือ ขาหมูเยอรมัน เบสิคที่ทุกคนคิดไว้ นั่นแหละมาเยอรมัน ไม่กินขาหมู หรือไส้กรอกเยอรมันถือว่าไปไม่ถึง เรื่องหนึ่งที่ผมต้องอึ้ง หรือผมเป็นประเภทบ้านนอกก็ไม่รู้ที่ไม่รู้ทำเนียมการกินแบบต้นตำหรับมาก่อน  ถ้าเป็นบ้านเราสั่งขาหมูเยอรมันมาแกล้มเบียร์นั่นหมายความว่า เรามากัน 5 คนสั่งขาหมูมาจานเดียวกินกันได้ทั้งโต๊ะ แต่ที่เยอรมันจริงๆ การสั่งขาหมูเยอรมันนั่นหมายถึงคุณสั่งอาหารจานเดียว คุณต้องกินคนเดียว ห้ามแชร์กับเพื่อน จะเสียมารยาทมาก ที่นี่ไม่มีเยอรมันแชร์นะครับ 555 เหตุคือ เพื่อนในกลุ่มสั่งขาหมูเหมือนกัน ก็จะได้ขาหมูเยอรมันคนละขาใหญ่ๆ กับมันบดกินแทนข้าวได้เลย แค่จานตัวเองยังกินคนเดียวไม่หมด เพื่อนบอกว่าช่วยหน่อยนี่ตัวใครตัวมันเลยครับ อิ่มจริงอะไรจริง และที่สำคัญวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ ที่นี่แน่นอนแทบจะแทนน้ำ และเบียร์ของเมืองโคโลญก็คือเบียร์เคิล์ช Kölcsh ยี่ห้อ Pfaffen ที่ร้านผลิตเอง ดื่มได้ลืนปรื้ด ๆ จะมาในแก้วทรงสูง แล้วใส่ถาดหูหิ้วซึ่งเป็นวัฒนธรรมการเสริฟที่น่าสนใจดี พอเบียร์ใครพร่องจากแก้วก็จะถูกเติมอยู่เรื่อยๆ ทันที แต่ถ้าคุณอิ่มแล้วไม่อยากเติมแล้วก็ต้องเอาฝาปิดแก้วไว้ ตามธรรมเนียมของที่นี่ ก่อนที่จะอิ่มกันไปมากกว่านี้ เรามาหาของเบาๆ ใส่ท้องบ้างดีกว่า เน้นผักบ้างก็ดีนะ ส่วนใครที่รู้สึกว่าการกินเบียร์และขาหมูจะหนักไป ทางร้านก็มีสลัดมากมายหลากหลายให้สาวๆ ได้เลือกทาน แต่ขอบอกว่าชามใหญ่ทุกสิ่งอย่างนะครับ ชาว MThai ร้านฟัฟเฟ่น ตั้งอยู่ที่  Heumarkt 62 หากเดินย้อนมาจากพิภิธภัณฑ์ช็อกโกเลต เลาะตามริมแม่น้ำไรท์แล้ว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย Salzgasse ตรงไปจนถึงลาน Heumarkt ให้สังเกตร้านสีส้มตรงหัวมุม ยิ่งถ้าค่ำๆ จะมีคนต่อคิวเข้าร้านเยอะอยู่นะ คลิกดูรายละเอียด .............................................................................................................................................. หลงรัก คว้าก ที่เยอรมนี (และมันไม่ใช่โยเกิร์ต) อาหารที่ผมหลงรัก เมื่อไปเยือนเยอรมนี ในคราวนี้ ไม่ใช่ ไส้กรอกเยอรมัน ไม่ใช่ขาหมูเยอรมัน แต่เป็นคว้าก “Fall in love [ อ่านต่อ ] .............................................................................................................................................. เที่ยวโคโลญจน์ เมืองน่ารักของเยอรมนี Germany วันนี้จะพาไปเที่ยวไกลถึงนู้นนน โคโลญจน์ (Cologne หรือ ภาษาเยอรมันเขียนว่า Koln นั้นเอง) เมืองน่ารักๆ ที่เที่ยววันเดียวจบในประเทศเยอรมนี เเต่เพราะความเป็นเมืองเล็กๆ มันเลยทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์อยู่มาก

The Crab House Patong ปูใหญ่ สดใหม่ เนื้อแน่น
ร้านอาหาร

ขึ้นชื่อว่าภูเก็ต หากมาแล้วจะหาเมนูซีฟู๊ด กุ้ง หอย ปูปลา ทานนั้นไม่ยาก ร้านไหนๆ ก็มี แต่ถ้าหากอยากจะทานปูแบบสดๆ เนื้อแน่นๆ แบบเต็มปากเต็มคำ The Crab House Patong เป็นอีกหนึ่งร้านที่คุณควรแวะไปลิ้มลอง The Crab House ตั้งอยู่บนถนนสายกอ ระหว่างโรงพยาบาลป่าตอง และจังซีลอน ตรงข้ามซอยโรงแรมอันดาคีรา โดดเด่นด้วยปูยักษ์ตัวส้มที่ติดด้านหน้าร้าน บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ในเรื่องของปูตั้งแต่แรกเห็น The Crab House Patong ปูใหญ่ สดใหม่ เนื้อแน่น ภายในใช้การตกแต่งสไตล์โมเดิร์นไชนีสโทนสีเทาแดง ผสมผสานความทันสมัย และกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนเข้าไว้ด้วยกัน ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนพัดลมด้านล่างตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น อาทิ โคมไฟทรงกลม ผนังปูนเปลือย โซฟาข้าวหลามตัดสีแดง ให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง เหมาะสำหรับนั่งชิลรับลมเย็นๆ ด้านบนเป็นห้องแอร์ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ แจกันโบราณ หน้าต่างที่มีลวดลายฉลุแบบจีน โซนนี้ให้อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว ในส่วนของเมนู ที่นี่ให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่จะนำมาประกอบอาหาร ต้องสด ตัวใหญ่ และเนื้อเยอะ โดยเฉพาะตัวปู ที่ผ่านการคัดสรรเป็นพิเศษ ต้องมาจากฝั่งอ่าวไทยเท่านั้น เพราะมีจุดเด่นในเรื่องของขนาดตัวที่ใหญ่ เนื้อเยอะ ที่สำคัญระยะเวลาในการขนส่งมายังร้านก็ใช้เวลาไม่นาน ทำให้วัตถุดิบที่มาจากทะเลยังคงรสชาติความหวานสดใหม่ หากมีโอกาสได้แวะเวียนผ่านมา อย่าลืมสั่งเมนูปูมาลิ้มลอง อาทิ ปูดำซอสพริกหวาน ปูดำผัดพริกไทยดำ ปูถัง นอกเหนือจากเมนูปูๆ ก็ยังมีอาหารทะเลๆ อื่นๆ ให้เลือกมากมาย อาทิ กุ้งลายเสือเผา ปลาหมึกนึ่งมะนาว ต้มยำกุ้งหม้อไฟ ส้มตำไทย อีกทั้งยังมีเมนูเครื่องดื่มทั้งน้ำผลไม้ ไวน์ คอกเทล ให้เลือกจิบได้ตามใจชอบ ร้านอาหาร The Crab House Address: 169/83 ถ.ผังเมือง หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต 83150 Open:12.00-23.00 น. Tel: 091-839-4953 Email: sangdao@hotmail.co.uk FB: www.facebook.com/TheCrabHouse

10 ของกินที่หน้าตาสุดยี้ แต่กินแล้วรสชาติเยี่ยม
อาหารแปลก

ก่อนจะตักอาหารใส่ปากแน่นอนว่าต้องดูรูปลักษณ์ของอาหารเสียก่อน หากเห็นว่ามันไม่น่าทานเลยไม่คิดจะเลือกกินกันใช่ไหมค่ะ แต่รูปลักษณ์มันก็เป็นแค่ภายนอกเท่านั้น ใครจะรู้ว่าอร่อยสักแค่ไหนต้องลอง 10 ของกินที่หน้าตาสุดยี้ แต่กินแล้วรสชาติเยี่ยม 10 ของกินที่หน้าตาสุดยี้ แต่กินแล้วรสชาติเยี่ยม  Chili Dogs เห็นสีของซอสก็แหวะแล้ว แต่เมื่อนำไปราดกับฮอทดอก ซอสเผ็ดๆ กับฮอทดอกร้อนเข้ากันได้ดีเลยทีเดียว Corned Beef เนื้อดิบๆที่นำมาหมักกับเกลือ มานำไปทานกับอะไรก็ได้ จะทานเป็นแซนวิช หรือข้าวสวยร้อนๆ  ก็อร่อยแซ่บลืมกันไปเลย Caviar ไข่ปลาหมักที่หน้าตาและราคาน่าตกใจอยู่เหมือนกัน เมื่อมีราคาสูงมากๆ รสชาติต้องเยี่ยมแน่นอน Buffalo chicken dip ชีสกับซอสรสเผ็ดดูยังไงก็ไม่เข้ากัน ชีสเข้มข้นกับซอสรสจัดปรุงรสได้ตามใจชอบ คาดว่าต้องอร่อยแน่นอน เพราะเป็นเมนูยอดฮิตของใครหลายๆ คน Buddha's Hands ส้มโอมือผลไม้ชนิดหนึ่งที่รูปร่างคล้ายมือพระพุทธเจ้า  มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน แถมมีกลิ่นหอมอีกด้วย ชาวญี่ปุ่นและชาวจียมักนิยมเอาไว้ในห้องนอนเพื่อให้ห้องนอนมีกลิ่นหอม Cottage Cheese คอตเทจชีส รูปลักษณ์หน้าตาที่ไม่น่าทานสักเท่าไหร่ แต่รสชาติของมันหวานอมเปรี้ยวถ้าให้อร่อยยิ่งขึ้นก็ทานคู่กับผลไม้ก็ได้ Oatmeal เห็นเท็กเจอร์แบบไม่น่าทานเป็นอยากมากแต่กลับเป็นอาหารเช้าแสนจะมีคุณค่าและสร้างพลังงานสูง คล้ายกล้วยบดบ้านเราบดให้เด็ดกินนั้นแหละค่ะ ผู้ใหญ่ก็ทานได้นะ Ethiopian Food อาหารของประเทศเอธิโอเปีย ที่มีสารอาหารครบถ้วน มีทั้งผัก เนื้อสัตว์ เครื่องเทศจัดเต็มขนาดนี้ รับรองว่าอร่อยแน่นอน Truffles เห็นสีดำๆ เลอะเทอะแบบนี้ราคาสูงไม่ใช่เล่นกับเห็ด Truffles นี้ พิเศษทุกครั้งที่นำมาวางรวมกับอาหารต่างๆ ทำให้อาหารจานนั้นมีค่าขึ้นมาทันที Blue Cheese บลูชีสหรือชีสสีน้ำเงินนี้กลิ่นและรสชาติรุนแรงมากหากกินสดๆ อาจทำให้กลิ่นติดปากไปอีกนาน แต่ถ้าเอามาผ่านความร้อนเล็ดน้อย ปรุงรสเพิ่มรสชาติเข้าไปด้วย ก็จะเป็นชีสชั้นยอดเลยทีเดียว

Chic เมนู : วิธีทำ หมูผัดซอสพิซซ่า ด้วยไมโครเวฟ
Chic เมนู /  หมูผัดซอสพิซซ่า / 

Chic Menu เมนูสุดชิค วันนี้ขอเสนอ วิธีทำ หมูผัดซอสพิซซ่า ด้วยไมโครเวฟ เราตามไปดูวิธีทำกันเลย

โออิชิ เดลิเวอรี่ โปรโมชั่น
Oishi Delivery /  ความอร่อยแบบญี่ปุ่น / 

โปรโมชั่น Oishi Delivery 1773 (โออิชิ เดลิเวอรี่) ความอร่อยแบบญี่ปุ่นส่งตรงถึงบ้าน ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 – 5 มกราคม 2558 (1 November 2014 – 5 January 2015) ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสุข Happy Moment กับ Sushi Set ในราคาสุดคุ้ม Sushi Buddy Set ในราคาเพียง 470 บาท Sushi Party Set ในราคาเพียง 390 บาท โปรโมชั่น One Price แลกซื้อได้ในราคา 59 บาท (เมื่อสั่งครบ 300 บาทขึ้นไป) - เกี๊ยวซ่า - ขนมครกญี่ปุ่น - สลัดญี่ปุ่น Happy Set 499 บาท! (จากปกติ 562 บาท) - เบนโตะ บูตะสะตะมินะ เซท - เบนโตะ ซีฟู้ดสเต็ก เซท - ปูอัดซาชิมิ - สาหร่าย โอโนริ 1 ซอง (36 กรัม) - โออิชิ กรีนที 2 ขวด Junior Set 1 : 319 บาท (ปกติ 363 บาท) - ข้าวหน้าไก่ย่าง - ข้าวหน้ากุ้งผัดซอสเนยกระเทียม - ปูอัดซาซิมิ - โออิชิ กรีนที (2 ขวด) Junior Set 2 : 319 บาท (ปกติ 383 บาท) - ข้าวหน้าแกงกะหรี่ - ข้าวหน้าแซลมอนย่างซีอิ๊ว - ปูอัดซาซิมิ - โออิชิ กรีนที (2 ขวด) Junior Set 3 : 319 บาท (ปกติ 353 บาท) - ข้าวหน้าหมูทอด - ราเมนผัดขี้เมาหมู - ปูอัดซาซิมิ - โออิชิ กรีนที (2 ขวด) โบรชัวร์รายการอาหาร

นาทีต่อนาที! ไอเอสบุกร้านขนมในซิดนีย์ จี้ตัวประกัน
จับตัวประกัน /  ร้า่นช็อกโกแลต / 

23.00 น. วิกฤติซิดนีย์ ตร.บุกสังหารมือปืน ตัวประกันดับ 2 ราย ตำรวจออสเตรเลีย บุกสังหารมือปืนผู้ก่อเหตุจี้จับตัวประกันที่คาเฟ่ในนครซิดนีย์ โดยมีตัวประกันเสียชีวิต 2 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 คน หลังประสบวิกฤติไปทั่วเมืองกว่า16 ชั่วโมง อ่านต่อ >>>> 16.00 ตำรวจเข้าเจรจาผู้ก่อเหตุแล้ว นางแคทเธอรีน เบิร์น รองผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ เปิดเผยว่า ทางการได้ส่งตำรวจที่มีประสบการณ์และทักษะการเจรจา เข้าไปต่อรองกับผู้ก่อเหตุจับตัวประกันในร้านกาแฟ ย่านมาร์ตินเพลส กลางนครซิดนีย์ แล้ว อย่างไรก็ตาม การเจรจาในครั้งนี้ อาจต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวประกันภายในร้าน แต่ขณะนี้ไม่ทราบชะตากรรมของตัวประกันที่อยู่ด้านใน หลังจากที่คนร้ายเรียกร้องทางการแดนจิงโจ้ ให้มอบธงของกลุ่มไอเอสให้กับเขาเพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันอีกหนึ่งรายและต้องการที่จะต่อรองกับนายกรัฐมนตรีโทนี่ แอบบอท 13.30 น. ตัวประกันหนีออกมาได้5คนแล้ว หลังถูกกลุ่ม ISจับกุมตัวที่ซิดนีย์ ความคืบหน้าเหตุกลุ่ม IS บุกจับกุมตัวประกันที่ร้านแห่งหนึ่งกลางเมืองซิดนีย์ของออสเตรเลีย ล่าสุดได้มีรายงานว่า ตัวประกันที่ถูกจับกุมหนีออกมาได้ 5 คนแล้ว โดย 2คน วิ่งหนีออกมาทางประตูด้านหน้าร้าน ส่วนที่เหลือหลบหนีออกทางประตูหนีไฟ เบื้องต้นได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยสวาทซึ่งตรึงกำลังอยู่ด้านนอกร้านแล้ว ส่วนสถานการณ์โดยทั่วไปนั้นยังตรึงเครียด เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเชิงและปิดถนนโดยรอบอยู่ ........................................... 11.30 น. กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เตือนคนไทยให้เลี่ยงพื้นที่ นครซิดนีย์ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ประกาศเตือนคนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังใจกลางเมืองนครซิดนีย์และขอให้อยู่ห่างจากพื้นที่ ภายหลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส มีอาวุธปืนบุกไปในร้านค้า ก่อนจะจับลูกค้าเป็นตัวประกัน เนื่องจากมีการขู่วางระเบิดในหลายจุด ขณะที่สถานทูตออสเตรเลียในประเทศไทยได้มีคำสั่งประกาศปิดทำการ 1 วัน เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยเมืองซิดนีย์ ........................................... ระทึก ไอเอสบุกร้านขนมในซิดนีย์ จี้ตัวประกัน 40 ราย วันนี้ (15 ธ.ค. ) สำนักบีบีซีรายงานข่าว เหตุการณ์คนร้ายอย่างน้อย 1 คน ถือปืนบุกเข้าร้านช็อกโกแลตลินด์ (The Lindt chocolate shop) ในย่านมาร์ติน เพลส ย่านธุรกิจสำคัญ ในมหานครซิดนีย์ ของประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่สั่งอพยพประชาชนโดยรอบ และมีการสั่งปิดน่านฟ้าในพื้นที่ จากรายงานของสำนักข่าว ยูพีไอ ระบุว่า คนร้ายได้นำธงสีดำของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามในอิรักและซีเรียหรือ ไอเอส ซึ่งบรรยายข้อความภาษาอาหรับ สีขาว ติดบริเวณหน้าต่างของร้าน และจับตัวประกันภายในร้าน 40 คน โดยให้ยืนริมหน้าต่างของร้าน เพื่อเป็นเกราะป้องกันการจู่โจมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยกกำลังมาพร้อมอาวุธครบมือ อยู่รอบๆ ร้านจุดเกิดเหตุเพื่อเข้าช่วยเหลือตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปิดถนนในย่านดังกล่าว และอพยพผู้คนในพื้นที่โดยรอบแล้ว รวมถึงยังตรวจพบวัถตุต้องสงสัย ใกล้กับอาคารซิดนีย์ โอเปร่าเฮาส์ เจ้าหน้าที่สั่งอพยพผู้คนออกนอกพื้นที่โดยด่วน และยังสั่งปิดน่านฟ้าเหนือย่านซิดนีย์ เซ็นทรัล บิสสิเนสอีกด้วย ส่วนทางด้านนายโทนี แอ็บบ็อตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับคณะกรรมการความมั่นคงภายในของออสเตรเลีย ที่กำลังประชุมเกี่ยวกับเหตุจับตัวประกัน แต่ยืนยันว่าให้ประชาชนเชื่อมั่น ในหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และมีความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้สื่อท้องถิ่นของออสเตรเลียได้ประเมินสถานการณ์ว่า น่าจะมีผู้ก่อเหตุมากกว่า 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งยังมีการสั่งปิดสถานีรถไฟสถานที่มาร์ติน รวมไปถึงธนาคารสำนักงานใหญ่ ในย่านในกลางศูนย์ธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศในระแวกนั้น เงียบสงัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากถูกปิดล้อมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยล่าสุด สำนักข่าว เอบีซีได้รายงานความคืบหน้า ของสถานการณ์ดังกล่าว ว่ามีตัวประกัน วิ่งหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ 5 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามติดต่อกับผู้ก่อเหตุที่จับกุมตัวประกันไว้ เนื่องจากยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุที่แน่ชัด MThai News

แฟนหนุ่มฉลาด จ้างลดน้ำหนัก ลดได้1ปอนด์ได้เงิน10ปอนด์ ได้ผล หุ่นสวยเช้ง!
คู่รัก /  จ้างลดน้ำหนัก / 

Kylie Barton อดีตสาวร่างใหญ่คว้าเงินกว่า 1,000 เหรียญ หลังแฟนหนุ่ม จ้างลดน้ำหนัก 1 ปอนด์ ต่อเงิน 10 ปอนด์ ..   แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้คุณแม่ลูกสี่ อย่างไคลลี่ กลับมาผอมได้ง่ายๆ ไรอันแฟนหนุ่มจึงจัดการ จ้างลดน้ำหนัก ด้วยวิธี ลดได้ 1 ปอนด์ เอาเงินไป 10 ปอนด์ซะ!  ซึ่งแน่นอนว่า ไคลลี่ก็สร้างความแปลกใจให้สามีด้วยการ ยอมรับคำท้า แล้วจัดการเลิกกินอาหาร Junk food อย่างเด็ดขาด เพื่อลดไซส์เสื้อผ้าให้เล็กลงอีก 7 ไซส์ จากการจ้างลดความอ้วนสนุกๆ แต่หลังจากผ่านไป 1 ปี ไคลลี่สาวที่มีความสูง 158 ซม. ทำได้ตามเป้าหมาย คือ ลดน้ำหนักไปถึง 64 กิโลกรัม ซึ่งทำให้สามีต้องเสียเงินราวๆ 1000 ปอนด์ (52,000 ไทย )  สุดยอดมั้ยล่ะ !!  " ตอนที่ไรอันเสนอจะให้เงิน  มันยิ่งกระตุ้นฉันขึ้นไปอีก มันคุ้มค่าในทุกๆเพนนี เพราะสิ่งที่ได้มันมากกว่าเงิน ฉันรู้สึกรวยมาก เพราะน้ำหนักฉันลงไปเยอะเลยจริงๆ "  โดยไคล์ลี่เล่าให้ฟังว่า เธอมีเป็นสาวอ้วนมาตั้งแต่จำความได้ อาหารหลักของเธอคือขนมกรุบกรอบ บิสกิต และ น้ำหวาน  และความอ้วนก็มาเยือนเธอรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อเธอได้ให้กำเนิดลูกคนแรก ที่ทำให้เธอทะยานไปถึงไซส์ 20  และเมื่อเธอให้กำเนิดลูกคนที่สอง ทั้งไรอันและไคล์ลี่ ก็กินเก่ง ทั้งคู่บอกว่า เขากินพิซซา เบอร์เกอร์ และขนมกรอบทั้งวัน หรือแทบจะทุกมื้อกลางวันและเย็นเลยทีเดียว อันเป็นเหตุให้น้ำหนักของทั้งคู่ทะยานขึ้นไปอีก จนทั้งคู่เริ่มสังเกตว่า เงินของพวกเราร่อยหรอให้กับอาหารขยะ และร่างกายอันไม่แข็งแรง นี้ จึงเริ่มปฏิบัติการ ลดอาหารขยะและลดน้ำหนัก โดยวิธีการของไคล์ลี่นั่นก็ง่ายแสนง่าย โดยเธอเปลี่ยนมาทานอาหารที่ทำเอง เช่น สลัดมันฝรั่ง หรือ สลัดผัก เป็นอาหารกลางวัน และผักกับเนื้อไก่อบในมื้อเย็น ส่วนอาหารจุกจิก ไคล์ลี่เปลี่ยนจากชอคโกแลตหรือขนม เป็น ผลไม้และ โยเกิร์ต นอกจากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทั้งคู่ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงของเงินในกระเป๋าด้วย " เราใช้เงินกับการกินน้อยลงมาก และได้ใช้เงินไปกับการซื้อของให้ลูก ซื้อเสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆด้วย "  มาดูแผนการกินของเธอกันค่ะ ว่า 50 กิโลของเธอ ลดลงไปได้อย่างไร  ก่อน น้ำหนัก: 18st 2lbs   (114 กิโลกรัม) ไซส์เสื้อผ้า : 24 อาหารเช้า : ไม่กิน สาย: น้ำอัดลมและชอคโก้บาร์ มื้อกลางวัน : เคบับ (แป้งและเนื้อสัตว์ผักใส่ซอส) + น้ำอัดลม บ่าย : ขนมขบเคี้ยว ชาหลายๆแก้ว มื้อเย็น : สตู เกี๊ยวซ่า เนื้อสัตว์ สเต็กมันๆ ขนมคบเคี้ยวตอนดึก: เบอร์เกอร์ไก่ พิซซ่า ขนมปังกระเทียม หลัง น้ำหนัก: 10st 9lbs   (63 กิโลกรัม) ไซส์เสื้อผ้า : 10 อาหารเช้า : ซีเรียลใส่นม ซีเรียลบาร์ และกล้วยหั่น สาย: ผลไม้ โยเกิร์ต มื้อกลางวัน : สลัดมันฝรั่ง ถั่วอบ สลัด บ่าย : ไม่กิน มื้อเย็น : ไก่อบ สลัด สาวๆคนไหนที่มีแฟน ก็ลองบอกให้แฟนจ้างเราลดน้ำหนักมั้ยคะ เผื่อจะลงเร็วยิ่งขึ้น อิอิ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  ที่มา mirror.co.uk

สุดระทึก!! ตร.ซิดนีย์ บุกเข้าช่วยตัวประกันจากเงื้อมมือกลุ่ม 'ไอเอส'
ตัวประกันเสียชีวิต /  วิกฤติซิดนีย์ / 

ตำรวจออสเตรเลีย บุกสังหารมือปืนผู้ก่อเหตุจี้จับตัวประกันที่คาเฟ่ในนครซิดนีย์ โดยมีตัวประกันเสียชีวิต 2 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 คน  วันนี้ (16 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศออสเตรเลียตัดสินใจบุกเข้าไปใน 'ลินด์ ช็อกโกแลต คาเฟ่' สถานที่ที่มีเหตุมือปืนบุกจันตัวประกันไว้ภายใน ในนครซิดนีย์ โดยเจ้าหน้าที่ได้สังหารมือปืนซึ่งเป็นนักบวชมุสลิมที่ก่อเหตุจับตัวประกันนับสิบคน ทำให้ตัวประกันอย่างน้อย 2 คนเสียชีวิต หลังประสบวิกฤติไปทั่วเมืองกว่า16 ชั่วโมง ทางด้าน พล.ต.ท.แอนดรูว์ ซิปิโอเน ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์แถลงหลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโดปฏิบัติการจู่โจมคาเฟ่ช็อกโกแลต "ลินด์" ในย่านมาร์ติน เพลส ใจกลางเมืองซิดนีย์ โดยเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเป็นฝ่ายบุก หลังได้ยินเสียงปืนหลายนัดดังขึ้นจากภายในร้าน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายในเวลาราว 10 นาที คนร้อย คือนายมัน ฮารอน โมนิส อายุ 50 ปี นักการศาสนาหัวรุนแรงเชื้อสายอิหร่าน ตั้งตัวเองเป็น "ชีค" และมีประวัติในคดีอาชญากรรมหลายสิบคดี ถูกวิสามัญเสียชีวิต สื่อท้องถิ่นเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า คือนายทอรี จอห์นสัน อายุ 34 ปี ผู้จัดการคาเฟ่ลินด์สาขาที่เกิดเหตุ และนางคาทรีนา ดอว์สัน อายุ 38 ปี ทนายความ โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดรวมถึงมือปืนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน หนึ่งในนั้นคือเจ้าหน้าที่ซึ่งถูกคนร้ายยิงเข้าที่ใบหน้า อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุรัฐบาลกลางในกรุงแคนเบอร์ราสั่งให้สถานที่ราชการทุกแห่งที่มีการประดับธงชาติออสเตรเลีย ลดธงลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยให้กับการเสียชีวิตของตัวประกัน MThai News

แฮร์รี่ วัย 7ปี ปิ๊งไอเดียเขียนจดหมาย ขอออกแบบฉลากซอสใหม่
harry deverill /  ออกแบบ / 

แฮร์รี่ วัย 7ปี ปิ๊งไอเดีย เขียนจดหมายขอออกแบบฉลากซอสใหม่ กับทางซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยระบุไว้ในจดหมายว่า "ผมไม่เข้าใจภาพที่ปรากฏอยู่บนบรรจุภณฑ์ของบราวน์ซอสว่ามันคืออะไร ช่วยตอบคำถามผมที" ว้าววว นี้คือจุดเล็กๆ ที่ผู้ใหญ่อย่างเรามักมองข้าม แต่มันคือความสงสัยของเด็กวัย 7 ขวบที่น่าสนใจและต้องการคำตอบ จนผลักดันให้เค้าทำสิ่งใหม่ๆ ได้ งั้นวันนี้เราไปติดตามเรื่องราวของเขาพร้อมๆ กันเลยค่ะ...  แฮร์รี่ วัย 7ปี ปิ๊งไอเดีย เขียนจดหมายขอออกแบบฉลากซอสใหม่ โดยเรื่องราวเกิดจากความไม่เข้าใจของ เด็กหนุ่มชาวอังกฤษชื่อ แฮร์รี่ หรือ harry deverill วัย 7 ปี ในฉลากของบราวน์ซอส ที่เป็นรูปมะเขือเทศกับส่วนผสมต่างๆ จึงทำให้เขาเกิดปิ๊งไอเดีย เขียนจดหมายไปสอบถามเจ้าหน้าที่ของซุปเปอร์มาร์เก็ต ใจความว่า "Mr. Mark Price ผมเขียนจดหมายนี้ถึงคุณ เพราะเมื่อเช้าระหว่างที่ผมทานแซนวิชเบคอน พร้อมกับบราวน์ซอสของ Waitrose ผมได้ถามพ่อว่า รูปที่อยู่บนฉลากคืออะไร หมายความว่ายังไง พ่อของผมดูแล้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน โปรดบอกผมหน่อยได้หรือไม่ ว่ามันคืออะไร แม่ของผมบอกว่าผมวาดรูปเก่ง ดังนั้นหากคุรต้องการให้ผมช่วยวาดรูป ออกแบบฉลากบนบราวนืซอสใหม่ ผมยินดีที่จะช่วย จาก harry deverill วัย 7 ปี" หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ของซุปเปอร์มาร์เก็ตได้มีการตอบสนอง โดยพวกเขาตัดสินใจที่จะใช้การออกแบบของแฮร์รี่ บนบรรจุภัณฑ์ของบราวน์ซอสใหม่ และได้ขึ้นชั้นขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ เริ่ดอ่ะ โดยที่เจ้าตัวแฮร์รี่เอง ก็ไม่เคยคลาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับการตอบสนอง และสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมากๆ การออกแบบฉลากบนซอสใหม่นี้ เขามองว่าภาพที่จะอยู่บนซอสควรวาดให้ทราบถึงสิ่งที่ชัดเจนว่าบราวน์ซอสนี้เหมาะที่จะทานกับอะไรมากกว่า ที่จะเป็นภาพส่วนประกอบในซอสแบบเก่า ตามภาพใหม่ที่เขาวาดก็คือ ภาพแซนวิช ไส้กรอก ไข่ดาว หรือภาพรวมก็คืออาหารมื้อเช้านั่นเอง ข้อมูลและภาพ liekr.com, metro.co.uk, Caters News Agency

ร่วมฉลองเทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล ณ ห้องอาหารสกาลินี โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ
เห็ดทรัฟเฟิล /  โรงแรมฮิลตัน

ร่วมฉลองเทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล ณ ห้องอาหารสกาลินี โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ตุลาคม 2557- ห้องอาหารสกาลินี โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ เชิญชวนทุกท่านมาเฉลิมฉลองเทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล เห็ดชนิดพิเศษที่มีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งหาทานได้ยากและจะมีเพียงสองครั้งต่อปีเท่านั้น เห็ดทรัฟเฟิลจึงเป็นวัตถุดิบที่สำคัญและนิยมนำมาปรุงอาหารหลากหลายเมนู เชฟใหญ่ อิจิดิโอได้แรงบันดาลใจในการรังสรรค์อาหารมาจากสูตรของคุณพ่อ จึงทำให้ทุกท่านได้มีโอกาสสัมผัสรสชาติอาหารอิตาเลี่ยนแท้สูตรเด็ดอาทิคัสตาร์ดชีสพิโคริโนโรยหน้าด้วยกวันชาเล่ทอดกรอบ ผสมผสานกับไวท์ทรัฟเฟิลและคาราเมลพิสทาชิโอกับหน่อไม้ฝรั่ง,พาสต้าราดซอสเห็ดพอร์ชินีและไวท์ทรัฟเฟิลรสชาติกลมกล่อม, เนื้อวัวนุ่มลิ้นเสิร์ฟพร้อมฟัวกราปรุงรสด้วยไวท์ทรัฟเฟิล ตามด้วยขนมหวานสุดพิเศษที่เชฟบรรจงทำขึ้นในเทศกาลนี้โดยเฉพาะ เทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล จัดขึ้นวันที่ 1-30พฤศจิกายน นี้ เวลา 18.00-22.30 น.สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-6206666 หรือติดตามข่าวสารที่ www.facebook.com/ScaliniBangkok

Primo Piazza Khao Yai พรีโม เพียซซ่า เขาใหญ่
เขาใหญ่

Primo Piazza Khao Yai พรีโม เพียซซ่า เขาใหญ่ Primo Piazza มีความหมายว่า ลานจตุรัสพรีโม แห่งนี้ได้จำลองมาจาก หมู่บ้านในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี ที่ผ่านการเวลาอันยาวนาน จนมีอายุกว่า 5 ศตวรรษ และในวันนี้ กลิ่นอายอารยธรรมของ Tuscan ได้กลับมามีชีวิตชีวิอีกครั้ง เพื่อเติมเต็มความสุขทุกอณูของผู้ที่มาเยือนโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่น่าหลงใหลรายล้อมด้วยมนต์เสน่ห์ ที่จะทำให้คุณประทับใจ ทั้งสัตว์เลี้ยงน่ารักจากดินแดนออสเตรเลีย เสน่ห์ของถนนที่ปูด้วยก้อนหินสไตล์ยุโรปยุคเก่า บรรยากาศบ้านไม้เลื้อยที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ และจตุรัสกลางเมืองที่หลอมรวมร้านอาหาร ขนมหวาน คาเฟ่ อย่างลงตัว ในพื้นทีอันกว้างขวาง เพื่อให้ทุกคนได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบ บริสุทธิ์ กลางผืนป่าเขาใหญ่ ที่สุดแห่งสเน่ห์ของความสุข ที่รอให้คุณมาค้นหา Thai Fusion  ทอดมันแซลมอน (Salmon Cake) ทอดมันปลาแซลมอลคู่กับอาจาดแตงกวา ส้มตำปูนิ่มกรอบ (Papaya and soft shell crab salad)  ส้มตำไทยกับปูนิ่มทอดกรอบ  เป็ดอบยอดผัก (Roasted duck) เป็ดอบหนังกรอบวางบนคะน้าฮ่องกงผัดน้ำมันราดด้วยซอสเต้าเจี้ยวสูตรเฉพาะ แกะย่างราดซอสพริกไทยดำ (Massaman Lamb) แกงมัสมั่นซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ Western Cuisine  ทูน่านิซัวสลัด (Tuna Nicoise salad) ทูน่าย่างและไข่ต้มเสริฟกับผักสลัด,มะกอก,มะเขือเทศและมันฝรั่งที่คลุกเคล้าด้วยน้ำส้มแอปเปิ้ลปรุงรสและเทาซันซอส  ซุบกั้ง (Lobster Bisque Soup) ซุบครีมกั้งกับครีมโฟมและกุ้งย่าง สเต็กเนื้อสันในออสเตรเลีย (Beef Juniper) เนื้อสันในออสเตรเลียอบเสริฟกับมันฝรั่งบดกับซอสเพสโตและจูนิเปอร์ซอส  อกไก่ซูพรีม (Chicken supreme) อกไก่ยัดใส้ชีสผักโขมพันด้วยเบคอนนำไปอบสุกเสริฟกับมันฝรั่งต้มและซอสเกรวี่ถั่วแดง

ไอเอสใช้ 'กระทิงแดง'โด๊ปให้อึดระหว่างรบ
กระทิงแดง /  ข่าวไอเอส / 

เรดบลู หรือเครื่องดื่มกระทิงแดงสัญชาติไทย ได้รับความนิยมในหมู่นักรบกลุ่มรัฐอิสลาม ใช้เพื่อมสมรรถภาพในการสู้รบในซีเรีย วานนี้ (10พ.ย.) สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์ รายงานข่าว ภาพนักรบกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ชูกระทิงแดง เครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังสัญชาติไทย ที่ไปโด่งดัง และได้รับความนิยมจากการซื้อสิทธิ์การผลิต และก่อตั้งบริษัทในประเทศออสเตรีย ในนามสินค้าชื่อว่า 'เรดบูล' ขณะนี้ได้มีการขนส่งเครื่องดื่มเรดบูลจากตุรกี ผ่านชายแดนเข้าไปยังซีเรีย เพื่อสนองความต้องการของกลุ่มนักรบไอเอส ที่ใช้เครื่องดื่มนี้ในการเพิ่มสมรรถภาพในการสู้รบทำสงครามกลางเมืองกับศัตรู บรรทุกเต็มรถ ขนส่งเข้าไปถึง 5 เที่ยวในแต่ละวัน ซึ่งการขนส่งในแต่ละครั้ง จะต้องเสียค่าผ่านทางให้กับกลุ่มติดอาวุธที่คุมพื้นที่ชายแดน ซีเรีย-ตุรกีอยู่ จึงเป็นการสร้างรายได้ในการเก็บค่าผ่านทางให้กลุ่มเหล่านี้อีกทาง สื่อนอกรายงานว่า สินค้ายอดนิยมที่ขนส่งเข้าไปในซีเรียนอกจาก ซีเมนต์ น้ำมันพืช ข้าวสาลี แป้งทำอาหาร เกลือ สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกหนึ่งอย่างคือ “เครื่องดื่มกระทิงแดง” จากรายงานระบุว่า เครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในบรรดานักรบรัฐอิสลามในซีเรีย นอกจากนี้สินค้าอีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในซีเรีย คือ ช็อกโกแลตนูเทลล่า เพราะบรรดาวัยรุ่นที่เดินทางจากตะวันตกมาเพื่อร่วมกลุ่มไอเอส ไม่สามารถหาซื้อสิ่งนี้ได้ในซีเรีย โดยสโลแกนที่ใช้โฆษณาในการทำตลาดของเครื่องดื่มเรดบูลในตุรกีคือ “เรดบูลติดปีกให้คุณได้” และนี่อาจเป็นสื่งเร้าให้กลุ่มไอเอสนำ “เรดบูล” เข้าไปในซีเรียเพื่อต้องการให้นักรบในกลุ่ม "สามารถมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีการตื่นตัวในระหว่างสู้รบ" ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'สงครามโลกครั้งที่ 3' จะมา ถ้าไอเอสยึดโคบานีสำเร็จ ? ส่องดูคลิปไอเอส ฝึกเด็กเล็กเป็นนักรบ คลิปนาทีระเบิดลง กลางธงไอเอส ในโคบานี MThai News

สุขภาพน่ารู้ : ออกกำลังกายเวลาไหนดีกว่ากัน
ช่วงเวลาการออกกำลัง /  สุขภาพน่ารู้ / 

สุขภาพน่ารู้ : ออกกำลังกายเวลาไหนดีกว่ากัน มีทฤษดีมากมายที่ออกมาและเป็นที่ถกเถียงกันว่า การออกกำลังกายช่วงเวลาไหนที่เหมาะสม เเละได้ผลมากกว่ากัน เพราะแต่ละคนมีความชอบในการเลือกออกกำลังกายตามแต่ละช่วงเวลาที่ ‘เหมาะสม’ ต่างกันไป บ้างรักที่จะตื่นแต่เช้าตรู่และออกกำลังกายให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และอีกมากที่เลือกจะออกกำลังกายยามบ่ายหรือตอนเย็น ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย หรือเย็นล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อร่างกายทั้งสิ้น อย่างน้อยๆ คุณก็อยู่ห่างไกลจากโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ อย่างแน่นอน โดยพอจะสรุปความแตกต่างของการออกกำลังกายในตอนเช้าและตอนเย็นได้ ดังนี้ การออกกำลังกายในตอนเช้า​ การออกกำลังกายในตอนเช้านั้นจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายกว่า การออกกำลังกายช่วงเย็นอาจทำให้ร่างกาย หัวใจทำงานหนัก จึงอาจส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวและหลับได้ยากกว่านอกจากนี้การออกกำลังกายช่วง เย็น อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับในบางราย ซึ่งจะส่งผลไปถึงความอยากอาหารด้วย เพราะถ้าคนเรานอนน้อย จะหิวบ่อยกว่า ทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ยากกว่า ดังนั้น คนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายตอนเช้าจะให้ผลลัพธ์ที่ถูกใจกว่า เพราะฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นจะสัมพันธ์กับ Biological Clock หรือนาฬิกาชีวิตของสมองในการสร้างฮอร์โมน ที่สำคัญ เชื่อกันว่าการสร้างนิสัยออกกำลังกายตอนเช้านั้นสามารถฝึกได้อย่างสม่ำเสมอ กว่าการออกกำลังกายตอนเย็น ที่คนเรามักมีภารกิจอื่นๆ มาแทรก ทำให้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะไปออกกำลังกาย การออกกำลังกายในตอนเย็น​ ส่วนการออกกำลังกายในตอนเย็นนั้น เชื่อกันว่าช่วงเวลา 4-5 โมงเย็นจะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การออกกำลังกายมากที่สุด เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะสูงสุด ณ เวลานั้น ทำให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดการบาดเจ็บน้อยกว่า เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้กล้ามเนื้ออบอุ่นและมีความยืดหยุ่นมากกว่า และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็จะดีกว่าในช่วงบ่าย โดยจะทำงานได้ดีขึ้นประมาณ 5-10% รวมถึงความทนทานของร่างกาย หรือความอึดในการออกกำลังกายโดยเฉพาะการออกกำลังแบบแอโรบิก จะเพิ่มขึ้นถึง 4% และถ้าจะให้ดีควรเว้นช่วงระยะห่างของเวลาออกกำลังกายกับเวลานอนออกประมาณ 4-6 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายยังมีความตื่นอยู่จากฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในขณะออกกำลังกาย สำหรับคนไม่มีเวลา สำหรับ คนที่หาเวลาออกกำลังกายได้ยากเย็นเกินกว่าจะเลือกว่าออกกำลังกายตอนเช้าหรือ ตอนเย็นดีกว่ากัน แนะนำให้จัดเวลาที่คุณสะดวกเมื่อไรก็ได้ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สามารถแบ่งออกเป็นหลายครั้ง อย่างน้อยครั้งละ 30 นาทีก็เกิดประโยชน์ไม่แพ้กัน ลองจัดตารางการออกกำลังกายหลายๆ แบบ อาทิ การสร้างกล้ามเนื้อด้วยการยกน้ำหนักสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ท้อง หลัง และต้นขา เพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยในการเผาผลาญของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น และจัดเวลาสำหรับการยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่บ้าน เพื่อป้องกันการปวดหลังปวดกล้ามเนื้อจากการทำงานหรือการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ สำหรับมือใหม่ เป็นมือใหม่อาจจะเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการไม่ต้องบังคับตัวเองให้ฟิตร่างกายจนคร่ำเคร่งเกินไป อาศัยบรรยากาศดีๆ ในชีวิตประจำวันช่วยบ่มเพาะนิสัยรักการออกกำลังกายไปทีละน้อย เช่น ลองหัดตื่นเช้ากว่าเวลาที่เคยตื่นสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้มีเวลาทานข้าวเช้า หรือชงเครื่องดื่มอุ่น อาทิ โกโก้ ช็อกโกแลต ไขมันต่ำ มีใยอาหาร ทานรองท้องกับแซนด์วิชสักชิ้น แล้วออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเดินออกกำลังกายในหมู่บ้าน หรือเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า เท่านี้ก็ช่วยให้คุณเริ่มต้นออกกำลังกายในช่วงเริ่มต้นของวันได้เป็นประจำ ทุกวัน และหากจัดสรรเวลาออกกำลังกายเพิ่มเติมในตอนเย็นได้ เท่ากับคุณได้กำไรเป็นเท่าตัว ที่มา : Lovefitt

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014
2014 /  interbrand / 

เผยผลจัดอันดับ100แบรนด์สินค้า มูลค่าสูงสุดในโลก ปี2014 โดย interbrand  วันนี้(22 พ.ย.) เว็บไซต์ interbrand บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำ ได้เผยผลการสำรวจBest Global Brands  จัดอันดับแบรนด์สินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ประจำปี2557 โดย10อันดับแรกมีดังนี้ อันดับ 1  แอปเปิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 21 % มูลค่ารวม118,863 $M อันดับ 2  กูเกิ้ล รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น 15% มูลค่ารวม107,439 $M อันดับ 3 โคคาโคล่า  รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +3% มูลค่ารวม 81,563 $M อันดับ 4 IBM รายได้ในปีนี้ ลดลง -8 % มูลค่ารวม 72,244  $M อันดับ 5 ไมโครซอฟต์ รายได้ในปีนี้ ลดลง -3 % มูลค่ารวม 61,154 $M อันดับ 6 GE (General Electric) รายได้ในปีนี้ลดลง -3% มูลค่ารวม 45,480 $M อันดับ 7 ซัมซุง รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +15%  มูลค่ารวม 45,462 $M อันดับ8 โตโยต้า รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +20%  มูลค่ารวม 42,392 $M อันดับ9 แมคโดนัลด์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +1%  มูลค่ารวม 42,254 $M อันดับ10 เมอซิเดส เบนซ์ รายได้ในปีนี้เพิ่มขึ้น +8%  มูลค่ารวม 34,388 $M *** มูลค่าหลักพันล้าน*** ส่วนแบรนด์ที่รายได้เติบโตสูงสุดประจำปีนี้คือเฟซบุ๊ค อยู่อันดับที่ 29 รายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 86% มูลค่ารวม14,349 $M ตามมาด้วยออดี้และอเมซอน ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้มากกว่า20% ส่วนแบรนด์ที่ตกต่ำมากที่สุดของปีนี้คือ  โนเกียในอันดับที่98 นินเทนโดในอันดับที่ 100 แต่แบรนด์ที่ย่ำแย่กว่านั้นคือแบรนด์ที่หลุดโผ100อันดับแรก คือแบรนด์สินค้า ไฮซ์(ซอสมะเขือเทศ) เฟอรารี่ เอว่อน และDELL MThai News

The Red Sun (Thailand) ต๊อกปกกี่แชมป์เปี้ยน
อาหารเกาหลี /  เมย์ พิชญ์นาฏ

สวัสดีค่ะมาพบกับตามรอยนักชิมและมาเฟียฟู้ดกันอีกเช่นเคย วันนี้พามาทานอาหารเกาหลีอย่างกับไปเที่ยวเกาหลีอย่างไงอย่างงั้นเลยกับร้าน The Red Sun (Thailand) ต้องบอกเลยถ้ากินต๊อกปกกี่แบบต้นตำหรับเกาหลีที่หาทานได้ที่เมืองไทยมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้นค่ะ The Red Sun (Thailand) เป็นแฟรนไชส์จากประเทศเกาหลีที่มีมากกว่า 50 สาขา เป้นร้านที่โด่งดังมากๆ ในเกาหลี  The Red Sun (Thailand) แห่งนี้ที่นำทีมโดยคุณเมย์ พิชญ์นาฎ ดาราสาวแสนสวย หนึ่งในหุ้นส่วน และผองเพื่อน ร่วมกันเปิดร้านนี้ขึ้นมา ใครที่รู้จักร้าน The Red Sun ก็ย่อมรู้ดีว่าร้านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องต๊อกปกกี่ มีรางวัลการันตีเป็นถึงแชมป์เปี้ยนจากช่อง SBS ของเกาหลีเลยทีเดียว The Red Sun (Thailand) เปิดสาขาแรกอยู่ที่สยามสแควร์ ทำเอาสยามแตกกันเลยทีเดียว คนต่อแถวกันยาวเยียด จึงมีสาขาที่สองที่ เซ็นทรัล ศาลายา แห่งนี้ค่ะ ร้านอยู่ชั้น 1 คอนเซ็ปต์การตกแต่งร้านยังเหมือนเดิม เน้นความคลาสสิคด้วยปูนเปือยขัดมัน และเพิ่มความสวยหรูด้วยโคมไฟทันสมัยเข้าด้วยกัน โดยมีตุ๊กตาหมีน่ารักเป็นสัญลักณ์ของร้าน เมนูแนะนำ เริ่มต้นกันด้วยเมนูที่ต้องสั่ง ไม่สั่งไม่ได้แล้วกับ บูเด ต๊อกปกกี่ กับมอสซาเรลล่าชีส มีให้เลือก 2 ไซส์ด้วยกัน หากมากันน้อยก็สั่งแค่ไซส์ S ก็พอค่ะ ในราคา 395 บาท เท่านั้น แต่ถ้าหากมาเป็นแกงค์ให้สั่งไซส์ L สุดคุ้มในราคา 735 บาทเท่านั้น ความเผ็ดเลือกได้ 3 ระดับ ระดับ 2 เหมาะกับคนไทยมากที่สุดค่ะ มอสซาเรลล่าชีส บูเด ต๊อกปกกี่ (Budae Tokpokki With Mozzarella Cheese)  เมื่อพนักงานยกมาเสิร์ฟก็จะมีบริการคลุกเคล้าให้เข้ากันให้ด้วยค่ะ ทั้งนี้ยังสามารถสั่ง Topping เพิ่มได้อีกด้วยทั้งหมด  26 อย่าง เลยทีเดียว มาเฟียฟู้ดไม่จุใจเลยสั่ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึกสด ลูกชิ้นไข่ปลา ฟิชชีสสติ๊ก มาเพิ่มอีก ต็อกปกกี่ที่อยากจะแนะนำอีกเมนูหนึ่ง คือ จาจัง ต๊อกปกกี่ ซอสจาจังสูตรพิเศษหนึ่งเดียวในไทยที่ส่งตรงจากเกาหลี มากับหมูสไลด์ชิ้นใหญ่ จาจัง ต๊อกปกกี่ (Jajung Tokpokki) วิธีทาน ต๊อกปกกี่ ให้อร่อย มีอยู่ 4 ขั้นตอน เมื่อหม้อมาเสิร์ฟให้เริ่มเปิดไฟแรงถึงระดับ 8 เติม Topping ที่สั่งมาเพิ่ม เพื่อรสชาติเฉพาะตัวคุร รอให้น้ำเดือดจนให้น้ำข้น 4-6 นาที ยังบอกอีกด้วยว่ายิ่งเคี่ยว ยิ่งข้น ยิ่งอร่อย ลดไฟมาที่ระดับ 2 ซึ่งร้อนกำลังดีแล้วลงมือทานได้เลย ยังมีอีกเมนูหนึ่งที่เป็นแชมเปี้ยนเหมือนกันกับข้าวผัดเรดซัน ที่ทางร้านเรียกว่าคู่หูแชมเปี้ยนตามมาติดๆ ข้าวผัดเรดซัน 3 หน้า (Trio Pokapoka Rice)  ถ้าจะทานให้อร่อยต้องขูดจนถึงก้นกระทะเลยค่ะ จะมีความกรอบและหอมซ่อนอยู่ ข้าวผัดเรดซันมี 2 ไซส์เหมือนกันค่ะ ไซส์ S และ L ไซส์ S ราคาอยู่ที่ 195 บาท ไซส์ L ราคา 365 บาท ต๊อกคาโบนาร่า (Tok Carbonara) 180 บาท อยากลิ้มรสของต๊อกแบบเต็มๆ ต๊อกมีความนุ่มหนึบๆ ผสมกับซอสคาโบนาร่า โจลเมียนหมู Redsun (Daejikoki Jolmyun) 145 บาท หมูสไลด์ออแกนิคที่คลุกเคล้ากับซอสสูตรเข้มข้นของเรดซันเท่านั้น ทำให้โจลเมียนหมูจานนี้อร่อยไม่เหมือนใคร กิมจิชิคเก้นเชคกี้ (Kimchi Chicken Shaky) 130 บาท ไก่เนื้อแน่นปรุงรสกิมจิสูตรลับเฉพาะของเรดซัน เป้นเมนูทานเล่นก็ได้ ทานจริงจังก็ดีค่ะ มาเฟียฟู้ดและน้องกุ๊กเกลอร่อยกันจนไม่สนใจกล้องกันเลยทีเดียวค่ะ กำลังสนุกสนานกับการทานต๊อกปกกี่อยู่ ครั้งหน้ามาเฟียฟู้ดและเดอะแกงค์จะพาไปทานอาหารที่ไหนและมีของฝากอะไรให้กับผู้ชมกันอีกติดตามได้ที่ food.mthai.com กับสโลแกน "อร่อยจริง เจอกัน" ติดตามข่าวสารร้าน The Red Sun Thailand ได้ที่   RedSunTH  Redsunthailand  แผนที่ ร้าน The Red Sun (Thailand) พิเศษสำหรับสมาชิก MThai รับ Gift Voucher มูลค่า 300 บาท 10 รางวัล  กติกา  ดาราท่านไหนเป็นผู้นำแฟรนไชส์ The Red Sun มาเปิดที่เมืองไทย ตอบคำถามที่บทความนี้ เข้าไปกด Like https://www.facebook.com/RedSunTH หมดเขตตอบคำถาม 26 ธันวาคม 2557 ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

5 ธัญพืช เพื่อ สุขภาพ ไม่กินไม่ได้แล้ว!
ธัญพืช

        โฮลเกรน (Whole Grain) คือ ธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนขัดสีหรือผ่านให้น้อยมากที่สุด จึงทำให้มีเส้นใยอาหารสูง อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย มีคุณค่าอาหารสูง มีการแปรรูปมาเป็นอาหารให้ดูน่าทานมากยิ่งขึ้น ทั้ง ขนมปังโฮลวีต ซีเรียล คุกกี้ธัญพืช รับประทานทุกเช้ารับรองว่าช่วยป้องกันโรคภัยได้อีกด้วย 1.ข้าวสีนิล (Black Rice) มีลักษณะเป็นเมล็ดสีม่วงเข้มจนเกือบดำ ในผักผลไม้สีม่วงยิ่งมีสีเข้มก็จะยิ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้น จึงช่วยลดริ้วรอยก่อนวัย ที่สำคัญยังช่วยป้องกันโรคหัวใจโรคมะเร็ง และ โรคอ้วน ได้อีกด้วย 2.ข้าวฟ่าง (Sorghum) เป็นที่งอาหารและเป็นยา เพราะเป็นธัญพืชที่อุดมไปเส้นเส้นใย จึงทำให้ย่อยง่าย ช่วยระบายท้อง มีคลอเรสเตอรอลต่ำ จึงช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ ที่สำคัญยังเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่หลังคลอดลูกอีกด้วย 3.ข้าวบัควีท (Buck Wheat) มีทั้งแร่ธาตุและวิตามินบี เป็นธัญพืชที่มีเส้นใยมากกว่าข้าวสาลี จึงช่วยในการขับถ่ายและปรับการทำงานของลำไส้ให้ระบายท้องได้ดียิ่งขึ้น ช่วลดความดันโลหิตได้ สามารถนำมาทำอาหารต่างๆได้ ทั้ง แพนเค้ก ซอส โจ๊ก แป้ง เครป หรือ คุกกี้ แต่ชาวญี่ปุ่นมักนำมาทำเป็น เส้นโซบะ 4.ข้าวไรย์ (Rye) เป็นพืชตระกูลข้าวสาลี ซึ่งเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีทั้งวิตามินบี1 วิตามินบี2 ช่วยเสริมระบบการเผาผลาญอาหาร จึงมีการแปรรูปมาทำเป็นแป้ง ขนมปัง และ เบียร์ 5.ข้าวบาร์เลย์ (Barley) ข้าวบาร์เลย์ เป็นหนึ่งในัญพืชที่เก่าแก่ที่สุด ถูกค้นพบโดยชาวอียิปต์ และชาวกรีกโบราณมักรับประมานเพื่อเป็นยารักษาโรค ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกายได้มากกว่าข้าวโอ๊ต และยังช่วยควบคุมน้ำหนัก เพราะข้าวบาร์เลย์เป็นธัญพืชที่มีเส้นใยอาหารสูงมากที่สุด จึงทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น เรียบเรียงโดย women mthai team

KFC Dipได้ไม่รู้จบแค่ 329.- ซอสดิปสูตรใหม่!
KFC /  ดิปซอส KFC / 

โปรโมชั่น : KFC Dip ไม่รู้จบแค่ 329.-  KFC แค่ได้ยินชื่อก็หิวกันแล้วใช่มั๊ยคะ !? วันนี้ที่ KFC มีเมนูมาแนะนำอีกแล้วคะกับ โปรโมชั่น Dip ไม่รู้จบแค่ 329 บาท ให้คุณได้อร่อย กับซอสดิปสูตรใหม่จาก KFC เข้ากั๊น เข้ากันกับไก่ทอดหอมๆ กรอบๆ อร๊ายย น้ำยายไหย ^^ เพียงสั่งออนไลน์ที่ เคเอฟซี บนเว็บไซต์ก็ได้อร่อยกันถึงที่บ้านเลยคะ กับโปรโมชั่นสุดคุ้มเมนูใหม่ กับซอสจิ้มไม่ซ้ำใครให้เพิ่มสีสันที่แปลกใหม่ไม่รู้จบกับดิ้ปหลากหลายสไตล์ให้คุณเลือกถึง 5 อย่าง อาทิ ซอสจิ้มแจ่ว / ซอสเฟรนด์ โทเมโท้  / ซอสเม็กซิกัน เปปเปอร์ / ซอสสไปซี่ กังนัม / ซอสเท็กซัส บาร์บีคิว โปรโมชั่น Dip ไม่รู้จบแค่ 329 บาท ซึ่ง 1 ชุดจะประกอบไปด้วย  - ไก่ทอด 5 ชิ้น จะเป็น ไก่ ฮอต แอนด์ สไปซี่ หรือ ไก่นุ่มคลาสสิค ก็ได้นะคะ - ไก่วิงซ์แซ่บ 4 ชิ้น - ไก่ไม่มีกระดูก 2 ชิ้น - ดิปอิน 5 รสชาติ สามารถเลือกเมนูเครื่องเคียงเพิ่มได้อีกดังนี้คะ - มันบด ปกติ 2 ถ้วย หรือ ทูน่าคอร์นสลัด 2 ถ้วย หรือ เคเอฟซี โคลสลอว์ ในขนาดปกติ ทั้งหมดนี้ราคารวมแค่  329 บาทเท่านั้นคะ  จากนั้นยังไม่พอคะ รับสิทธิ์แลกซื้อไก่ทอดเพิ่ม 4 ชิ้นในราคา 99 บาท หมายเหตุ *ราคาอาจแตกต่างกันในพื้นที่พัทยา สมุยและภูเก็ต *ราคานี้เฉพาะสั่งออนไลน์เท่านั้นนะคะ ร่วมสนุกดูดวงกับ หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา เพื่อเชคดวงในปีหน้าและปรัชญาโดนๆ คลิกเลย http://apps.facebook.com/kfcdipin สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุค KFC  ที่มา:KFC