ช็อกโกแลตซอส

10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ประวัติศาสตร์ / 

สิ่งของ มนุษย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ล้วนก็มีที่มา จุดกำเนิดด้วยกันทั้งสิ้น .. นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา หรือคนหลายกลุ่มต่างก็ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันมากมาย ไม่ว่าจะผ่านไปนานเป็นสิบ ร้อย พัน หรือหมื่นปี ผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์กันเรื่อยมา แต่! เรื่องราวในประวัติศาสตร์บางเรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันนี้ เป็น 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้างตามมาเลยคะ ^^ 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ 10.โทมัส อัลวา เอดิสัน ไม่ใช่คนประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ในความเป็นจริงแล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอดิสันอีกว่า  สิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาและจดสิทธิบัตรเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม 9. เธอคือโป๊บ ? เพื่อนๆเคยดูภาพยนตร์เรื่อง เธอคือโป๊บ (Pope Joan) ที่สร้างจากเค้าโครงในตำนาน (โดยเนื้อเรื่องเอามาจากนิยาย) กันบ้างรึเปล่าคะ เป็นเรื่องราวในตำนานของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นพระชายและไปกรุงโรมเพื่อศึกษา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นพระสันตะปาปา แต่เธอคลอดบุตรในขณะกำลังขึ้นม้า ภาพยนตร์เรื่องนี้โดนแบนหลายประเทศมาก (ยกเว้นไทย) เพราะว่าเนื้อหาค่องข้างหมิ่นศาสนามา หนังพยายามบอกว่าเรื่องพระสันตะปาปาเป็นเรื่องจริง หากแต่ปัจจุบันเรื่องราวของพระสันตะปาปาหญิงโจน (Pope Joan หรือ Popess Joan) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า มีตัวตนจริงๆหรือไม่  โดยตำนานกล่าวว่าพระสันตะปาปาหญิงโจนมี ชื่อเดิมคือโจฮานนา แองลิกัส (Johanna Anglicus) โดยใช้ชื่อผู้ชายว่าจอห์น (John) เกิดที่ไมนส์ (Mainz) เป็นผู้เชียวชาญศิลปวิทยาหลากหลายแขนง จนไม่มีผู้ทัดเทียม และภายหลังเธอเดินทางไปโรม ก็เปิดสอนวิชาศิลปศาสตร์จนที่เคารพรักแก่บรรดาศิษย์  จากนั้นก็เล่นการเมืองและถูกเลือกโดยพระสันตะปาปา ในขณะที่เธอเป็นพระสันตะปาปา เธอตั้งครรภ์โดยคนรักของเธอ โดยไม่รู้ว่า เมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด เธอให้กำเนิดทารกเพศชาย และโดนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมของกรุงโรม เธอต้องโดนลงโทษ โดยการผูกติดกับขาม้าแล้วก็ถูกลากไป และโดนโยนก้อนหินโดยประชาชนครึ่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานว่าที่ที่ฝังเธอเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเนื่องมากจากเหตุผลที่ว่า เธอเป็นผู้หญิง หรือมาจากความโง่ของหลักฐานก็ตาม และเรื่องราวของเธอถูกเขียนโดย(Martin of Opava) ใน Chronicon Pontificum et Imperatum แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และผู้เคร่งศาสนา ต่างไม่เชื่อว่า มีพระสันตะปาปาหญิงโจนมีตัวตนจริงๆ เป็นเพียงเรื่องโกหกและเป็นตำนานลอย ๆ เท่านั้น สาเหตุเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ถูกพบในเอกสารที่เชื่อถือได้ 8.รูปร่างที่แท้จริงของเทวรูปโคโลสซูสเป็นอย่างไรกันแน่ ? นี้คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ขาดหายไปในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ  เทวรูปโคโลสซูสเป็นที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีก หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้นสูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีกในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จนถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม จนเราไม่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เลยแม้แต่ซาก ส่วนภาพที่เห็นเป็นเพียงจินตนการของคนวาดเท่านั้น แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเอกสารหลายชิ้นพรรณารูปปั้นนี้ไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่ารูปปั้นอ้าขาจนเรือรอดได้ บ้างก็บอกว่ารูปปั้นไม่ได้อ้าขา 7. แรงงานสร้างพีระมิดไม่ใช้ทาส ? จากที่เราอ่านประวัติศาสตร์เรามักเห็นฉากแรงงานสร้างพีระมิด โดยหนังสือบอกว่าพวกเขาเป็นทาสและมีคนโบยแส้ที่ด้านหลังใช่รึเปล่า หากแต่ปัจจุบันความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อนักโบราณคดีค้นพบสุสานในอียิปต์ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าแรงงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิดนั้นไม่ใช่ทาสอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการจ่ายค่าแรงรวมถึงมีการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อต่อวันเป็นอย่างดี อีกทั้งการสร้างสุสานใกล้กับที่ฝังศพของกษัตริย์  แสงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่ทาสแต่อย่างใด โดยคาดว่าแรงงานเหล่านั้นน่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น มีส่วนช่วยให้องค์ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป 6. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไวกิ้ง ไวกิ้งที่เราได้เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น ส่วนใหญ่มักตัวใหญ่น่ากลัวสวมหมวกขนสัตว์ โหดร้ายป่าเถื่อนชอบปล้นทรัพย์ฆ่าและข่มขื่นหญิงชาวบ้าน อีกทั้งตัวสกปรก ไร้สมอง เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของยุโรปอย่างแท้จริง แหละนี่คือความรู้ที่ผิด! จากการศึกษาประวัติศาสตร์พบว่าไวกิ้งไม่โหดร้ายอย่างที่คุณคิด ไวกิ้งไม่ใช่นักรบอย่างเดียว หากแต่เป็นพ่อค้าและนักตั้งถิ่นฐานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนายุโรปกลาง พวกเขาอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ในวันเสาร์เท่านั้น(อย่าลืมว่าอากาศยุโรปมันหนาว) ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่พวกเขาสูงแค่ 170 ซม. ซึ่งไม่สูงอย่างที่เราเข้าใจกัน ผมและหนวดสีทองที่เราเห็นในภาพยนตร์เป็นเพียงอุดมคติความเชื่อในวัฒนธรรมไวกิ้งที่ใช้สบู่พิเศษในการแต่งไม่ใช้เป็นมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งพวกเขาไม่ได้อาศัยเฉพาะสแกนดิเนเวีย พวกเขาอพยพไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย, แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาเหนือ ส่วนพฤติกรรมที่ฆ่าและข่มขืนปล้มทรัพย์นั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อถือได้คือพวกนักบวชในยุโรปไม่ชอบพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกไวกิ้งเคยทำลายวัดและฆ่าพวกพระบาทหลวงหลายคน(ภายหลังไวกิ้งก็เข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน) 5. ครีโอพัตราไม่ใช่คนอียิปต์ คลีโอพัตรา ที่ 7 ฟิโลปา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คลีโอพัตรา) เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แต่จนบัดนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอียิปต์(อย่างน้อยก็การ์ตูนญี่ปุ่นล่ะ) เพราะว่าเธอเป็นชาวกรีกแท้ๆ บิดาของพระนางคือปโตเลมีที่ 12 โอเลเตส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ และเธอเป็นผู้ปกครองอียิปต์คนสุดท้ายที่มีเชื้อสายกรีก 4. คิงอาเธอร์มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงเหรอ กษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานเล่าขานในฐานะวีรบุรุษในยุคกลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของชาวแซ็กซอนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าขาน ตำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยส่วนมากมักเกินจริงไปหน่อย เช่น มีพ่อมดเมอร์ลินเป็นผู้ช่วยทำสงคราม, อาเธอร์สามารถต่อสู้ตามลำพังด้วยมือเปล่า และสังหารศัตรูไปถึง 960 คน และแน่นอนเรื่องราวภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของตำนานกษัตริย์อาเธอร์เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว หลายคนเชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6  แต่กระนั้นก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นเพียงพอ(ปละหลักฐานส่วนใหญ่เป็นของปลอม) นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังโดยมากจึงไม่นับว่าอาเธอร์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่มีตัวตนจริง นักประวัติศาสตร์ จนมีนักประวัติศาสตร์ออกมาบอกว่า "ไม่มีบุคคลใดในกรอบประวัติศาสตร์และตำนานที่จะทำให้นักประวัติศาสตร์เสียเวลามากเท่านี้” 3. เลดี้โกไดวา มีตัวตนอยู่จริงเหรอ เลดี้โกไดวา (Lady Godiva) เป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเวนทรี (ประเทศอังกฤษมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 997-1067 เธอเป็นภรรยาของลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ เป็นคนละโมบและกดขี่ชอบเก็บภาษีประชาชนอย่างบ้าเลือด แม้เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี แต่เขาไม่เคยยอม จนกระทั้งวันหนึ่ง ลีโอฟริกได้คิดสนุกเลยบอกเลี้โกไดวาว่าถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง เขาจะยอมลดภาษีให้ตามที่ขอ ซึ่งการการกระทำดังกล่าวสำหรับผู้หญิงอังกฤษสมัยกลางย่อมถือเป็นเรื่องต่ำช้าอย่างยิ่ง แต่เลดี้โกไดวาก็ตัดสินที่จะยอมทำตามดังกล่าว โดยเธอได้กระจายข่าวบอกชาวเมืองให้พวกเขาร่วมมือด้วยการปิด ประตูหน้าต่างหลบอยู่ในที่พักอาศัยขณะเธอขี่ม้าผ่านเปลือยกาย ซึ่งชาวบ้านก็ร่วมมือเป็นอย่างดี(ความจริงมีชายคนหนึ่งแอบดูนาง หากแต่เขาถูกสวรรค์ลงโทษด้วยการทำให้ตาบอดในเวลาต่อมา และชายคนนั้นชื่อทอม จนเกิดสำนวนว่า “ทอมนักถ้ำมอง” Peeping Tom ในเวลาต่อมา)  จนนางสามารถทำสิ่งที่สามีบอกได้สำเร็จ และส่งผลให้สามีของเธอยกเลิกภาษาตามสัญญาที่ว่าไว้ อีกทั้งเธอก็ไม่ถูกประณามซ้ำยังชกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองไปในทันที ทุกวันนี้ที่จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรีมีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาตั้งอยู่อย่าง โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1678 สภาเมืองโคเวนทรีได้เริ่มจัดให้มีขบวนแห่ "เลดี้โกไดวา" บันทึกไว้เป็นครั้งแรก โดยจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่า นั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมืองเพื่อรำลึกการกระทำอันงดงามของโกไดวา ในขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายคนไม่คิดว่าเรื่องของโกไดวาได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหลักฐานระบุไว้เพียงว่าเธอเป็นภรรยาของเอิร์ลลีโอฟริก และข้อมูลยังบ่งชี้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีน้ำใจงามและเคร่งศาสนา เช่นในปี 1043 ท่านเอิร์ลและเลดี้ได้บริจาคเงินพร้อมที่ดินเพื่อสร้างวัดในนิกายเบเนดิกทีนที่โคเวนทรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรีที่ถูกระเบิดทำลายไปบางส่วนในสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ประดับด้วยพลอยล้ำค่างดงามอย่างที่ไม่มีวัดใดในอังกฤษยุคนั้นเทียบได้ และในช่วงทศวรรษ1050 ทั้งสองยังบริจาคที่ดินและเงินมหาศาลเพื่อสร้างวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง เช่นที่ลินคอล์นเชียร์ ลีโอมินสเตอร์ และอีฟแชม นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงไม่คิดว่าท่านเอิร์ลจะโหดหินจนโกไดวาต้องเปลือยร่างขี่ม้าขอความเป็นธรรมให้ประชาชน ส่วนผู้ที่เชื่อว่าตำนานนี้เป็นเรื่องจริงก็จะอิงบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์อังกฤษฉบับภาษาละตินที่ชื่อ Flores Historiarum (Flowers of History) ของโรเจอร์แห่งเวนโดเวอร์ (Roger of Wendover) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ระบุเรื่องราวของเลดี้โกไดวาไว้ตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าเวนโดเวอร์เป็นเพียงผู้บันทึกตำนานและเกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนบันทึกนี้ขึ้นเมื่อ 2 ศตวรรษหลังการตายของโกไดวา ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือ แม้จะมีบันทึกระบุว่าครั้งหนึ่งลีโอฟริกได้ยกเลิกภาษีให้ประชาชนจริง และประทับตราด้วยตราประจำตัวของเขาเองเลยก็ตาม ส่วนคนอื่นก็เสริมว่าบางทีเลดี้โกไดวาอาจไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า หากแต่ปลดเชิงสัญลักษณ์ คือปลดทั้งเครื่องประดับกายและผม เพราะเมื่อสตรีสูงศักดิ์ปราศจากเครื่องประดับก็เท่ากับลดเกียรติของตนลงเทียบเท่าสตรีสามัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโกไดวาจะเป็นเพียงตำนานหรือความจริงย่อมยากที่จะพิสูจน์ไม่ต่างจากทุกตำนานในโลก หากเหนือข้อเท็จจริงย่อมเป็นคุณค่าของตำนานที่ถูกส่งผ่านมากับกาลเวลา เฉกเช่นเรื่องของเลดี้โกไดวาที่เนื้อหาแท้จริงได้แทรกตัวอยู่ทั้งในบทกวี รูปปั้น ภาพเขียนของจิตรกรหลายยุคสมัย หรือกระทั่งในกระดาษห่อช็อกโกแลตยี่ห้อโกไดวา 2.สวนอีเดนอยู่ที่ไหนกันแน่ สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน (Garden of Eden) เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าสร้างอาดัม และ อีฟ  โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็นว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย : แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์เมเนีย, ยอดเขาอาระรัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย)  (พระธรรมปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐมกาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิตทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว 1. Prester John  เพรสเตอร์ จอห์น เป็นชื่อของกษัตริย์ในตำนานยุคกลางของยุโรป โดยเชื่อว่ากษัตริย์องค์นี้อยู่ในดินแดนหนึ่งในเอเชีย หรืออาจเป็นแอฟริกา โดยดินแดนแห่งนั้นเป็นเดินแดนแห่งความเพียบพร้อม ไม่มีคนจน ไม่มีโจร ไม่มีคนพูดโกหกหรือมุ่งร้ายต่อกัน นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้วเพรสเตอร์ จอห์นยังเป็นประมุขศาสนาอีกด้วย ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคนนับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด กล่าวกันว่าเขาสืบเชื้อสายจากมากี 3 ท่านที่เดินไปให้พรแก่พระเยซูเมื่อครั้งประสูติบนโลกอีกด้วย เรื่องราวของเพรสเตอร์ จอห์นและอาณาจักรอันสมบูรณ์นั้นได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงชาวเยอรมันท่านหนึ่ง ในสมัยเกิดสงครามครูเสดหลังชาวคริสต์ยึดดินแดนศักดิ์สิทธิจากชาวมุสลิม พวกเขาพยายามค้นหาอาณาจักรแห่งนี้ หากแต่ไม่พบ แต่เชื่อกันว่าดินแดนแห่งที่ว่าน่าจะเป็น อินเดีย หรือไม่ก็เอธิโอเปีย หรือจะอยู่ในอบิสซิเนีย ข้อมูลโดย Cammy,.unigang.com/Article/11833

(ประกาศผลรางวัลแล้ว) Oops Sushi & Sake Bar ร้านอาหารญี่ปุ่น ฟิวชั่น 2 สัญชาติ ญี่ปุ่น-อเมริกัน
Bar /  Sake / 

ต้อนรับเข้าสู่เดือนมีนาคม วันแห่งเงินเดือนออกของหลายๆคน วันนี้ ตามรอยนักชิม และ มาเฟียฟู้ด จะมาแนะนำ ร้านอาหารญี่ปุ่น ฟิวชั่น ออกสไตล์อเมริกัน คือร้าน Oops Sushi & Sake Bar แค่ได้ยินชื่อร้านและรสชาติอาหารก็ต้อง อุ๊บส์ ตามๆ กันเลยทีเดียว ร้าน Oops Sushi & Sake Bar อยู่เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา  ฝั่งโลตัส เข้าซอยประดิษฐ์มนูธรรม 15 เลี้ยวไป 50 เมตร ก็จะเจอ  ร้านนี้ มาเฟียฟู้ด การันตีว่า อุ๊บส์ จริงๆ เอาล่ะมาดูกันเลยว่าจะ Oops สมชื่อไหม และน่ากินชวนน้ำลายหกแค่ไหนไปชมเลย ร้านOops Sushi & Sake Bar  เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ ต้องเรียกว่าเป็น ร้านอาหารญี่ปุ่น ฟิวชั่นสไตล์อเมริกัน ร้านนี้มีสาขาอยู่ LA ประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดมา 3 ปี  แล้วคุณกอล์ฟ หุ้นส่วนของที่นี่ได้กลับมาเมืองไทยเลยถือโอกาสเปิดสาขาที่ไทย อยากให้คนไทยได้ลิ้มลองอาหาร 2 สัญชาติ สาขานี้เปิดได้ 6 เดือนแล้ว บรรยากาศของ ร้านOops Sushi & Sake Bar จะตกแต่งออกแนวกึ่งผับ/บาร์ แล้วผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นโดยมีครัวเป็นบาร์อยู่ตรงกลางของร้านมีเชฟโชว์ทำอาหารกันไปเลย ได้บรรยากาศทั้งกลางวันและกลางคืน เหมาะกับการเลิกงานเสร็จต้องมาคลายเครียดที่ร้านนี้   มีให้เลือกได้ 2 โซน จะมีแบบ outdoor ด้านนอกให้นั่งชิวอีกด้วย ร้านนี้จะมีที่นั่งประมาณ 40 ที่นั่ง นั่งกันสบายๆ ได้กินอาหารอร่อยๆเซิฟพร้อมเครื่องดื่ม ได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบ อาหารญี่ปุ่น สไตล์ที่ไม่เหมือนใครเพราะใช้วัตถุดิบ อย่างดีบางอย่างส่งตรงจากอเมริกาสั่งทำเป็นพิเศษ ร้าน Oops จะเด่นในเรื่อง ซูชิโรล กับ ซอส ที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ ตามเทศกาลต่างๆ ต้องติดตามร้านนี้เลย เพราะที่นี่จะมีเมนูพิเศษจากทางเชพ จะมาปาร์ตี้สังสรรค์กันเบาๆ ต้องร้าน Oops Sushi & Sake Bar ความอร่อยในสไตล์ญี่ปุ่นฟิวชั่น กลิ่นอายของอเมริกันนิดๆ บอกได้คำเดียวอร่อยไม่เหมือนใคร เมนูแนะนำ Udon Marinara 280 -.  อูด้งผสมผสานกับซอสมารินารา โดยมีกุ้งและหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่ยักษ์ Tuna Cassanuvi 280 -.  กุ้งเทมปุระกรอบๆ รวมถั่วงอกญี่ปุ่นกับแตงกว่าไว้ด้วยกันถูกห่อด้วยปลาทูน่าสดๆ แล้วราดซอสสูตรพิเศษของที่นี่ ลงตัวจริงๆ 3 Musketeers 220 -. สามทหารเสือ ที่มีทั้ง แซลมอน ทูน่า เนื้อปู  วัตถุดิบที่ถือว่าสุดยอดได้มาอยู่ในคำเดียวกัน ไม่ต้องพูดถึงรสชาติเลยว่าจะอร่อยแค่ไหน คำเดียวแต่ใหญ่ยักษ์เอาอยู่ Tic Tac Toe  320 -. หอยเชลล์ปรุงด้วยซอสสูตรพิเศษเฉพาะร้าน Oops! แล้ววางบน California Roll จัดบนจานที่ตกแต่งเป็นตารางตามชื่อเมนูว่า Tic Tac Toe บอกเลยว่ามาแบบคำใหญ่มาก กัดไปเจอเนื้อหอยเชลล์นุ่มๆและชุ่มฉ่ำเข้มข้นด้วยซอส M Sushi คำละ 110-.  เป็นเมนูพิเศษจากเชฟ ซูชิหน้าปลาไหลคำโตโรยด้วยผักโขมทอดกรอบแล้วราดซอส เครื่องดื่มที่แนะนำของที่นี่ คือ Sparkling Jelly Sake Berry Mix & Peach เป็นสาเกเยลลี่ รสเบอรรี่มิกซ์ และ รสพีช และ ขนมเค้กชาเขียวสตอเบอร์รี่ ให้ความเป็นญี่ปุ่นอย่างดี ตามด้วยพีชลอยแก้ว หวานชื่นใจ มาเฟียฟู้ดมอบประกาศนียบัตรให้กับคุณกอล์ฟเจ้าของร้าน อร่อยจริงเจอกัน _____________________________________________________________________ พิเศษสำหรับสมาชิก Mthai Food เท่านั้น!!! 1 )ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่า 500 บาท 10 รางวัล (ใช้ได้แค่ 1 บิลเท่านั้น) เพื่อรับประทานอาหาร ร้าน Oops Sushi & Sake Bar เพียงตอบคำถามลงในกระทู้ด้านล่างนี้  คำถาม 1.ร้าน Oops Sushi & Sake Bar มีสาขาแรกที่ประเทศใด ? 2.กด Like ที่ https://www.facebook.com/Oops.Bangkok ---------------------------------- ประกาศรายชื่อผู้โชคดี !!!!!   ******(วิธีรับสิทธิ์การใช้ Gift voucher มูลค่า 500 บาท ให้แสดงชื่อและบัตรประชาชนไปแสดงตัวกับทางร้าน หมดเขตวันที่ 31 พ.ค 57) ชวนนท์         เขมฤกษ์อำพล เรืองสิทธิ์       โกวิทยาพันธุ์  ธนศักดิ์          พิมลเสถียร  ธนัชพร          ประยูรภูริพันธุ์  ดวงกมล        นวลนุ่น  ยลดา            นันตติกูล  วัฒนา            วัฒนฐานะ  นภัสสร          คุปตเสรี  โจอัน            อินช้อย  ทัศนีย์           แซ่ลิ้ม ---------------------------------- ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ใน Profile ของคุณให้เรียบร้อย ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที 2.) รับส่วนลด 10% เฉพาะค่าอาหาร โดยบอกว่ารู้จักร้าน Oops Sushi & Sake Bar มาจากเว็บไซต์ Mthai ก็รับสิทธิ์ไปเลย จนถึง 31 มีนาคม 2557   ------------------------------------------------------------------------ ติดต่อร้าน Oops Sushi & Sake Bar สถานที่ 12 ประดิษฐ์มนูธรรม 15 ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 เบอร์โทรศัพท์ 091 219 1559,091 219 1559 เปิด-ปิด จันทร์-ศุกร์ 17:00-24:00 น. , เสาร์-อาทิตย์ 11:00-14:00 น.และ17:00-24:00 น.  https://www.facebook.com/Oops.Bangkok  --------------------------------------------------------------------------- แผนที่ร้าน Oops Sushi & Sake Bar ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น Call Send SMS Add to Skype You'll need Skype CreditFree via Skype

ของฝากยอดนิยม ในสนามบินนานาชาติ ญี่ปุ่น
ของฝาก /  ญี่ปุ่น / 

อะไรที่ท่านสามารถหาซื้อได้ก่อนขึ้นเครื่อง? ร้านขายของฝากที่สนามบินญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นโอกาสสุดท้ายที่เหล่านักท่องเที่ยวสามารถซื้อได้ก่อนเดินทางกลับประเทศ ซึ่งของฝากบางอย่างท่านสามารถหาซื้อได้แค่เพียงในสนามบินเท่านั้น ส่วนของฝากประเภทใดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมหิ้วกลับประเทศตนนั้น เราขอแนะนำ ของฝากยอดนิยม ขึ้นชื่อ ที่ท่านสามารถซื้อได้ที่สนามบินนานาชาติหลักๆ ของประเทศญี่ปุ่น กันครับ 1. สนามบินนานาชาตินาริตะ ท่านอาจไม่สามารถเดาได้เลยว่าขนมเหล่านี้จะได้รับความนิยมอย่างมาก สนามบินนานาชาตินาริตะถือ เป็นประตูสู่มหานครของประเทศญี่ปุ่น เราจึงไปสอบถามร้าน“BLUE SKY Plaza” (สนามบินนานาชาตินาริตะ อาคารผู้โดยสารที่ 2 ชั้น 4) ว่าของฝากยอดนิยมเหล่านั้นคืออะไร น่าแปลกใจว่าของฝากยอดนิยมนั้น ไม่ใช่ของฝากในแบบฉบับของญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวน่าซื้อกลับเลย ดูเหมือนว่า ขนมคิทแคท ที่ขายอยู่ทั่วไปในประเทศต่างๆ นั้นกลับเป็นที่นิยมเป็นพิเศษที่สนามบินแห่งนี้ อย่างไรก็ตามคิทแคทก็สามารถบ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งในบรรดาคิทแคทเหล่านี้มีหลากหลายรสชาติ คิทแคท Uji-Matcha (คิทแคทชาเขียว) ได้รับความนิยมอย่างมาก Uji-Matcha นับได้ว่าเป็นชาชั้นดีชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ปลูกในเมืองอุจิ ในแถบเกียวโต “Uji-Matcha ” เกิดจากการนำผงชาเขียวผสมลงในช็อกโกแลต ซึ่งจะได้เป็นช็อกโกแลตที่สามารถรับรู้ได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี นอกจากคิทแคท Uji-Matcha แล้ว คิทแคทรสชาติแปลกใหม่ในญี่ปุ่นยังมี คิทแคทสตรอเบอร์รี่ คิทแคทบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก รวมไปถึงคิทแคทรสวาซาบิ หากได้ลองลิ้มรสคิทแคทรสชาติแบบญี่ปุ่น ที่ไม่เหมือนใครแล้วคงทำให้ท่านนึกถึงช่วงเวลาที่ได้ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ได้เป็นอย่างดี คิทแคท Uji-Matcha: 10 กล่อง แต่ละกล่องมี 3 ห่อเล็ก ราคา 1,570 เยน ห่อเล็ก ราคา 157 เยน ขนมอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมก็คือ “คิเคียว ชินเก็น โมจิ” ขนมชนิดนี้เป็นโมจิทำจากแป้งข้าวเจ้าขนาดพอดีคำ ห่อด้วยผ้าแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ทำให้เห็นถึงวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นที่ให้ความเอาใจใส่ในรายละเอียดของอาหาร หากรับประทานขนมชนิดนี้พร้อมกับน้ำเชื่อมจากน้ำตาลทรายแดงและคินาโกะ (แป้งที่ทำมาจากถั่วเหลืองป่น) จะทำให้รสชาติดียิ่งขึ้น 2. สนามบินนานาชาติคันไช ของฝากนี้ส่งตรงจากเกียวโต ที่ร้าน “BLUE SKY Plaza” ซึ่งอยู่ด้านนอกประตูขาออกของสนามบินนานาชาติคันไซ จำหน่ายขนมหวานจากเกียวโต ที่มีชื่อว่า “โอะทาเบะ” เป็นขนมหวานขึ้นชื่อที่ทำมาจากการนำถั่วแดงบดอันเลื่องชื่อของเกียวโตมาห่อด้วยนามะยัทสึฮาชิ (แป้งแผ่นบาง) น่าแปลกใจที่ว่าขนมหวานที่เป็นที่นิยมในฮอกไกโด จะได้รับความนิยมที่สนามบินนานาชาติคันไซ เช่นกัน สำหรับท่านที่กำลังหาขนมหวานญี่ปุ่นนอกเหนือจากไส้ถั่วแดงแล้ว สามารถซื้อ “โอะทาเบะ เดอ ช็อกโกลา” หรือโอะทาเบะสอดไส้ช็อกโกแลตได้เช่นกัน (สามารถหาซื้อได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงกันยายน) ในช่วงฤดูร้อนที่ช็อกโกแลตละลายง่าย ขอแนะนำ “ช็อกโก โอะทาเบะ” ที่ทำมาจากถั่วแดงกวนผสมกับช็อกโกแลต แล้วนำมาห่อด้วยนามะยัทสึฮาชิรสโกโก้ นอกจากอาหารแล้ว พวงกุญแจรูปวัดและรูปเกอิชาก็เป็นของฝากจากญี่ปุ่นที่ชาวต่างชาตินิยมไม่แพ้ กันในสนามบินนานาชาติแห่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นทั้งสองแห่ง ในระยะนี้ ผลิตภัณฑ์ “มาเนะกิ เนะโกะ” (แมวกวักนำโชค) ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำมาซึ่งโชคดีและโชคทางการเงินได้รับความนิยมเป็นพิเศษ สำหรับท่านที่อยากนำโชคติดมือกลับไปประเทศตนสามารถเลือกซื้อของฝากแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมชิ้นนี้ ได้ที่สนามบินเช่นกัน นอกจากนั้น ท่านยังสามารถหาซื้อสินค้าอื่นๆ ซึ่งเป็นตัวแทนของสนามบินท้องถิ่น ตั้งแต่ ฮอกไกโด จนถึงโอกินาว่าได้ที่สนามบินนานาชาติสองแห่งนี้ หลังจากเที่ยวชมในแถบโตเกียวและคันไซแล้ว ท่านที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์ในแต่ละภูมิภาคกลับเป็นของฝากสามารถเลือกซื้อได้ ที่สนามบินนานาชาตินาริตะ และสนามบินนานาชาติคันไซได้อีกเช่นกัน 3. สนามบินนานาชาติจูบุ (เซ็นแทร์) : ขุมทรัพย์จากท้องทะเล บริเวณ Chita Peninsula ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติจูบุ นั้นเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลา และหอยเชลล์มาตั้งแต่ดั้งเดิม อีกทั้งยังเป็นภูมิภาคที่เฟื่องฟูในการผลิต เอบิเซมเบ้ (ข้าวเกรียบรสกุ้ง) เนื่องจากเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยกุ้งปริมาณมาก เอบิเซมเบ้ จึงเป็นที่นิยมอย่างมาก ท่านสามารถลองหาชิมข้าวเกรียบรสต่างๆ ได้ที่ร้าน “เอบิเซมเบ้ โนะ ซาโตะ” ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งการค้าที่คับคั่งอย่าง “โชะชิอิน โยโกะโชะ” นอกจากข้าวเกรียบรสกุ้งแล้ว ยังมีรสลูกพลัม รสวาซาบิ หรือข้าวเกรียบกุ้งที่มีส่วนผสมของปลาหมึกอีกด้วย แต่ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษดูจะเป็นชุดข้าวเกรียบที่มีข้าวเกรียบรสยอด นิยมทั้ง 5 ชนิดรวมอยู่ด้วยกัน 4. อาคารผู้โดยสาร สนามบินนานาชาติฮาเนดะ : สวมใส่เสื้อสุดเก๋ในเเบบฉบับญี่ปุ่น ในสนามบินนานาชาติฮาเนดะนั้น เสื้อยืดลายดอกซากุระ เป็นเสื้อยืดที่ได้รับความนิยมตลอดทั้งปี แต่ที่ร้าน “เอโดะ มาร์เก็ต” ที่ตั้งอยู่ในสนามบินนานาชาติฮาเนดะ นั้นภายในร้านได้รับการตกแต่งในรูปแบบยุคสมัยเอโดะ มีเสื้อยืด “Omoshiro T-Shirt” วางจำหน่าย เสื้อยืดจะมีลวดลายเป็นตัวการ์ตูนต่างๆ รวมทั้งลายตัวละครแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังมีร้าน DESIGN JAPAN CULTURE STORE ที่มีเครื่องประดับต่างๆ ออกแบบโดยนักออกแบบ พร้อมด้วยเสื้อยืดลายแปลกใหม่ ได้แก่รูปการ์ตูน และลวดลายศิลปะอีกหลากหลายแบบ ให้ท่านสามารถเลือกซื้อได้ตามใจชอบที่ร้านแห่งนี้ 5. สนามบินนิวชิโตะเสะ : ของฝากดั้งเดิมที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ของฝากจากฮอกไกโด ที่ได้รับความนิยมมามากกว่า 30 ปี จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากขนมคุ้กกี้ในฮอกไกโด ที่รู้จักกันดีในนาม “ชิโระอิ โคอิบิโตะ” ขนมของว่างทานพร้อมกับจิบน้ำชายามบ่าย ซึ่งเป็นขนมปังคุ้กกี้ French langue de chat ประกบสองแผ่นสอดไส้ด้วยช็อกโกแลตขาว ที่ร้านบลูสกาย (BLUE SKY store) ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้องรับรองในอาคารผู้โดยสารขาออกยังจำหน่ายช็อกโกแลต “ชิโระอิ โคอิบิโตะ” เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีม เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง! ของฝากขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งก็คือ บามคูเฮน (Baumkuchen) ซึ่งใช้ช็อกโกแลตของ “ชิโระอิ โคอิบิโตะ” ผสมลงในแป้ง “ชิโระอิ บาม ทสึมูกิ (Shiroi Baum TSUMUGI)” ทานคู่กับครีมสดราดด้วยช็อกโกแลต ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแห่งความอร่อย 6. การเลือกซื้อสินค้าตัวการ์ตูนญี่ปุ่นที่สนามบิน ร้าน Hakuhinkan TOY PARK Haneda ที่สนามบินฮาเนดะ ท่านรู้หรือไม่ว่า สามารถหาซื้อสินค้าตัวการ์ตูนญี่ปุ่นต่างๆ เช่น Hello Kitty และ โดราเอมอน ได้ที่สนามบินญี่ปุ่น ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้า ตั้งแต่ตัวละครการ์ตูนต่างๆ ไปจนถึงของเล่นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น และเกมที่ท่านสามารถเล่นได้เมื่ออยู่ในเครื่องบิน นอกจากนั้น “Hokkaido Figure Miyage” ของเล่นที่มาในรูปแบบแคปซูลที่สนามบินนิวชิโตะเสะของฮอกไกโด ก็เป็นที่นิยม ไม่แพ้กัน เมื่อหยอดเหรียญลงในตู้กดอัติโนมัติแล้ว ท่านก็จะรู้ว่าท่านได้ตัวการ์ตูนใด กลับไปเป็นของฝากจากการเที่ยวครั้งนี้ แม้แต่ฮัทสึเนะ มิคุก็ยังมี! ไม่เพียงเท่านั้น ร้านขายของเล่นโดยเฉพาะอย่างร้าน “Hakuhinkan TOY PARK” ที่มีสาขาใหญ่อยู่ที่ย่านกินซ่านั้น ก็มีสาขาในสนามบิน 4 แห่งด้วยกัน โดยมีรูปแบบเดียวกับร้านหลักที่ย่านกินซ่า ในร้านนี้ท่านสามารถหาซื้อของเล่นที่สร้างความสนุกได้หลากหลายชนิด เลยทีเดียว Hakuhinkan TOY PARK Narita International Airport store ที่อยู่: สนามบินนานาชาตินาริตะ อาคารผู้โดยสาร 1 อาคารเซ็นทรัล ชั้น 4 โทรศัพท์: 0476-32-6458 เวลาเปิดทำการ: 7:30-20:30 Hakuhinkan TOY PARK Kansai International Airport store ที่อยู่: สนามบินนานาชาติคันไซ อาคารผู้โดยสาร 1 ชั้น 3 โทรศัพท์: 072-456-6666 เวลาเปิดทำการ: 7:30-21:30 Hakuhinkan TOY PARK Haneda Airport store ที่อยู่: อาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาติฮาเนดะ ชั้น 5 โทรศัพท์: 03-6428-0300 เวลาเปิดทำการ: 9:00-22:00 Hakuhinkan TOY PARK New Chitose Airport store ที่อยู่: อาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาตินิวชิโตะเสะ ชั้น 3 โทรศัพท์: 0123-46-2100 เวลาเปิดทำการ: เหมือนเวลาทำการทั่วไปของสายการบิน ข้อมูลและภาพ : jnto.go.jp / travel.thaiza.com / tumblr.com เรียบเรียงโดย Travel Mthai

ของขวัญ วันวาเลนไทน์
ของขวัญ /  ของขวัญวันวาเลนไทน์ / 

วันวาเลนไทน์ นอกจากการมอบความรักให้แก่กันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึงก็คือ ของขวัญครับ แต่จะเลือกแบบไหนให้หวานใจของเราได้ถูกใจ Horoscope.Mthai.com มีเคล็ดลับมาบอก วันวาเลนไทน์  ดอกไม้  ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด ที่ฮิตสุดเห็นจะเป็น กุหลาบแดง หมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ กุหลาบขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับเช่นเดียวกับดอกกุหลาบแดง กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น สําหรับคนที่อยากได้อะไรแตกต่างยังมีดอกอื่นๆ อาทิ ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง รักอย่างสุดซึ้ง, ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึง ความโรแมนติก อ่อนหวานระหว่างคุณและคนรัก, ดอกทิวลิปสีแแดง หมายถึง ความรักที่จะร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน และ ดอกไวโอเล็ต ที่แทนความหมายของการให้รักตอบแทน ช็อกโกแลต  นักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลตเป็นตัวช่วยเสริมอารมณ์รัก และรสชาติความหวานก็เป็นสิ่งที่แทนความรู้สึกวันแห่งความรักได้อย่างดี และยังมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าในช็อกโกแลตมีสารช่วยกระตุ้นสมองโดยออกฤทธิ์คล้าย แอมเฟตามีน เป็นตัวเบิกทางความรู้สึกลึกๆแห่งรักได้ดี ของขวัญวาเลนไทน์ การ์ดวาเลนไทน์   อันนี้เป็นของจําเป็นควบคู่ไปกับดอกไม้ และช็อกโกแลต เลือกตามแบบที่ชอบ เขียนความในใจตามแบบที่อยากให้คนที่ได้รับอ่านแล้วเข้าใจในทันที แถมหาซื้อไม่ยากด้วย ตุ๊กตา   เป็นสิ่งที่ให้กันได้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว แต่พิเศษสําหรับวันแห่งความรักคงต้องเลือกสรรให้น่ารัก น่าประทับใจแทนความหมายได้ทุกอารมณ์แล้แต่คุณจะหยิบแบบไหน เทียนหอม  มาแรงในหมู่หนุ่มสาวชาวไทย ที่สื่อได้ทั้งความหมายจากรูปทรงหัวใจ และให้กลิ่นหอมชวนหลงใหลตามแต่ใครจะเลือกได้ถูกใจอีกฝ่ายแค่ไหน มื้อค่ำสุดพิเศษในวันแห่งความรัก  ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบไหน ในบ้าน ร้านอาหาร หรือริมทะเล แต่ขอให้มีแต่คุณและคนรักไปกันสองคนก็แล้วกัน

อิ่มอร่อยคลายร้อนที่ห้องอาหารชั้นนำ โรงแรม สวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ
ฤดูร้อน /  สวิสโฮเต็ล

อิ่มอร่อยคลายร้อนที่ห้องอาหารชั้นนำ โรงแรม สวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ สวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพ – เมษายน 2557 ต้อนรับเทศกาลฤดูร้อน ด้วยหลากหลายเมนูอร่อยจากห้องอาหารชั้นนำของโรงแรมฯ ตลอดเดือนเมษายน 2557 นี้ เอาใจคนรักอาหารจีนกวางตุ้งด้วยบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวัน ที่ห้องอาหารจีนโนเบิล เฮ้าส์ (Noble House) ชั้น จี ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารนึ่ง ทอด บะหมี่ ซาลาเปา ซุปร้อน อาหารหวาน และอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ราคาท่านละ 550++ บาท และ ทุกวันอาทิตย์ ราคาท่านละ 699++ บาท ดื่มด่ำบรรยากาศการรับประทานอาหารท่ามกลางสวนสีเขียวขนาดใหญ่ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ห้องอาหารไอโซ่ (ISO)ชั้น จี พร้อมเมนูบุฟเฟ่ต์นานาชาติ อาทิ อาหารไทย อาหารเอเชีย อาหารยุโรป บาร์บีคิว และซีฟู้ด รังสรรค์ขึ้นด้วยหัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร ให้เลือกอิ่มอร่อยได้ตามต้องการเป็นประจำทุกวัน มื้อกลางวัน ราคาท่านละ 650++ บาท มื้อค่ำ ราคาท่านละ 799 ++ บาท มื้อพิเศษบาร์บีคิววันเสาร์มื้อค่ำราคาท่านละ 999++ บาท และมื้อบรั๊นช์วันอาทิตย์ เพิ่มบริการเครื่องดื่มทั่วไปอาทิ น้ำผลไม้และน้ำอัดลม ราคาท่านละ 1,199++บาท และ เพิ่มบริการเครื่องดื่มทั่วไป ไวน์ เบียร์ และสปาร์กลิ้งไวน์ ราคาท่านละ 2,199++ บาท เพิ่มพลังความสดชื่น พร้อมสุนทรีย์ไปกับเสียงเพลงแจ๊สจากวงดนตรีชั้นนำที่ ซิน บาร์ (Syn Bar) ชั้นล๊อบบี้ ด้วยเครื่องดื่มแนะนำประจำเดือนเมษายน ได้แก่ มาร์ตินี่แอปเปิ้ล (Apple Pie Martini) ส่วนผสมที่ลงตัวของ วอดก้า น้ำเชื่อมแอปเปิ้ล น้ำเชื่อมซินนาม่อน เนื้อแอปเปิ้ลสดและผงซินนาม่อน ลิ้นจี่มาร์การิต้า (Lychee Ginger Margarita) ผสมด้วยเตกีลาพรีเมี่ยม น้ำเชื่อมลิ้นจี่ขิงพร้อมน้ำมะนาวสดและเหล้าส้ม ทั้ง 2 เมนูนี้ ราคาแก้วละ 325++ บาท เพิ่มความสดชื่นยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ด้วยเมนูแนะนำประจำเดือนเมษายน ที่กูร์มองดิสส์ คาเฟ่ แอนด์ เบเกอรี่ (Gourmandises Café & bakery) เริ่มต้นด้วย แซนด์วิชไก่อบเครื่องเทศไส้กรอกหมูสเปน (Chicken Chorizo Sandwich) นำเสนอขนมปังเซียบัตต้าอบสดจากเตา สอดไส้ไก่อบหมักด้วยเครื่องเทศหลากชนิด ไส้กรอกหมูสเปน และผัดสดออร์แกนิค ราคาจานละ 165++ บาท ตามด้วยสลัดซูกินี่ชีสเฟต้า (Zucchini and Feta Salad) ผักสลัดออร์แกนิคคลุกเคล้าด้วยซูกินี่สด ถั่ววอลนัท ชีสเฟต้า และราดด้วยน้ำสลัดมะนาว ราคาจานละ 165++ บาท ปิดท้ายด้วยอาหารหวานประจำฤดูร้อน เค้กมูสมะม่วงข้าวเหนียวมะม่วง (Frozen mango Sticky Rice Cake) นำเสนอ เค้กสปองจ์วานิลลา ตกแต่งชั้นเค้กด้วยมูสมะม่วงครีมชีส และประดับหน้าเค้กด้วยเนื้อมะม่วงสุก ข้าวเหนียวมูนดำ ช็อกโกแลตขาวและใบสะระแหน่ ราคาปอนด์ละ 750++ บาท และ ราคาชิ้นละ 90++ บาท ปิดท้ายด้วยเมนูค็อกเทลแนะนำ พูล บาร์ ริมสระน้ำ ได้แก่ ค็อกเทลผลไม้เขตร้อน (Tropical Fruit Crush) ส่วนผสมที่ลงตัวด้วย เนื้อมะละกอสด น้ำสัปปะรด และน้ำเกรปฟรุ๊ตราคาแก้วละ 210++ บาท และ ค็อกเทลมะกรูด (Kaffir Lime Cooler) ส่วนผสมของ วอดก้า รัมมะพร้าว บรั่นดีแอพริคอท น้ำมะนาวสด และใบมะกรูด ราคาแก้วละ 300++ บาท หมายเหตุ - ราคานี้ยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ 10% - ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อแผนก อาหารและเครื่องดื่ม หมายเลข 0 2253 0123 ต่อ 7020 หรือ อีเมล์ SNL.restaurants@swissotel.com

จับดาวโป๊ Jesse Jane มาถ่ายโฆษณา 45 วิ โอววว!!!
Jesse /  Jane / 

คลิป Give It To Me จับราชินีดาวโป๊ Jesse Jane จากค่าย DP ( Digital Playground ) มาถ่ายโฆษณา Matt Blum เขย่าซอส แค่ 45 วินาที ทำเอาเสียวซี๊ดจี๊ดจ๊าด กันเลยทีเดียว

ร้าน Miss.mamon ขนมเค้กมาม่อน สูตรต้นตำรับ
เค้ก /  เค้กมาม่อน

ร้าน miss.mamon ร้านเบเกอรี่ร้านดังหลังตลาดการบินไทยสำนักงานใหญ่ มีทั้งเบเกอรี่ ขนมเค้กมาม่อน และเครื่องดื่มร้อน-เย็นนานาชนิด ส่วนขนมขึ้นชื่อก็จะเป็นม่ามอนเค้กสารพัดหน้ากว่า 10 ชนิดรวมถุงคุกกี้และขนมปังอบหน้าต่าง ๆ Mamon Classic - สูตรต้นตำรับ สูตรต้นตำรับ ที่ลูกค้าให้ความนิยมมากที่สุดกับหน้าชีส โดยเราใช้เชดดาชีสจากประเทศนิวซีแลนด์ โรยหน้าพร้อมเนื้อเค้กที่มีให้เลือกถึง 3 แบบ ทั้งเนื้อเค้กมาม่อน วนิลา ใบเตย และช็อกโกแลต Mamon Oriental เครื่องหน้าแบบไทย อร่อยเต็มคำกับเครื่องหน้าแบบไทยๆ กับหน้าฝอยทองบนเนื้อเค้กมาม่อนนุ่มๆ ทั้งเนื้อวนิลา และ ใบเตย หรือจะเลือกอร่อยกับหน้ายอดฮิตอย่าง หน้าหมูหยองมายองเนส และหมูหยองพริกเผา ความอร่อยที่เข้ากันอย่างลงตัว ต้องลอง   Mamon Coffee – เนื้อมาม่อนรสกาแฟ หอม กรุ่น ... นุ๊ม นุ่ม เนื้อมาม่อนกาแฟ กับท็อปปิ้งคุณภาพเยี่ยมทั้ง 3 หน้า เชดด้าชีส , ช็อคโกแลตคอนเฟล็กซ์ และ คาราเมลแคชชูนัท Mamon VERY Chocolate – Choc Lover ถูกใจคนชอบช็อกโกแลตด้วย Mamon VERY Chocolate ที่ชุ่ม อร่อยด้วยช็อกโกแลตทั้งชิ้น ทั้งเนื้อและหน้า กับ 2 หน้าดับเบิ้ลช็อก ทั้งหน้าดาร์กช็อก (Dark Choc) และ หน้าไวท์ ช็อก (White Choc) อร่อยเข้มแบบลงตัว Mamon Sugar Free - สูตรไร้น้ำตาล เนื้อวนิลา ต้นตำรับ ด้วยสารทดแทนความหวานจากธรรมชาติ แป้งมันสำปะหลัง ให้พลังงานน้อยกว่าครึ่ง แต่คงไว้ซึ่งความนุ่ม อร่อยของขนมเหมือน เดิม เหมาะสำหรับ ผู้ที่รักสุขภาพ เป็นของขวัญ ของฝากผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ มีให้เลือกทั้ง 3 หน้า ได้แก่ ชีส ธัญพืช และลูกเกดทอง Mamon CupCake – TRY Me ความอร่อยใหม่ที่ต้องลอง กับขนมเค้กมาม่อนในรูปแบบใหม่ “คัพเค้กเนื้อนุ่ม” พร้อมความหวาน มันอร่อยลงตัวกับครีมสดในแบบโฮมเมด บนเนื้อเค้กมาม่อนที่คุณชื่นชอบ ทั้งหน้าโยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่ เยลลี่ และ ครีมมี่โอรีโอ

แมคไทย แจงหลังพบ แมลงสาบ ในช็อคโกแลตซันเดย์
แมลงสาบแม็คโดนัล /  แม็คโดนัล / 

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีผู้ร้องเรียนไปว่า พบแมลงสาบในช็อคโกแลตซันเดย์ของร้านอาหารฟาสฟู้ดยี่ห้อดังร้านหนึ่ง จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา พร้อมจี้ให้ร้านค้าออกมาแสดงความรับผิดชอบนั้น เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (11 มี.ค. 57) บริษัท แมคไทย จำกัด วึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหา ก้ได้ออกแถลงการณืผ่านเฟซบุ๊กของบริษัทชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า เรียนทุกท่าน บริษัท แมคไทย จำกัด ขอขอบพระคุณทุกความคิดเห็นสืบเนื่องจากกรณีคุณลูกค้าใช้นามว่า คุณ Witchy Amy แจ้งว่าพบแมลงสาปในช็อคโกแลตซันเดย์จากแมคโดนัลสาขาเมเจอร์ปิ่นเกล้า เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2557 ซึ่งบริษัทฯ ได้รับทราบและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังทันที พบว่าลูกค้าซื้อช็อคโกแลตซันเดย์ จากสาขาดังกล่าวในเวลา 14.37 น. โดยเป็นการซื้อแบบนำกลับ ไม่ได้รับประทานที่ร้าน และลูกค้าได้กลับมาแจ้งที่ร้านฯ ว่าพบแมลงสาปในซอสของช็อคโกแลตซันเดย์ ในเวลา 16.42 น. ซึ่งเป็นเวลา 2.05 ชั่วโมง หลังจากนำสินค้าออกไปแล้ว แมคโดนัลด์ ให้บริการลูกค้ามากกว่า 8 ล้านคนต่อเดือน บริษัทฯ ใคร่ขอเรียนให้ทราบว่ามีหลายกรณีที่ลูกค้าร้องเรียนในลักษณะดังกล่าว อาทิ การพบสิ่งแปลกปลอมในอาหารที่ซื้อแบบนำกลับ ไม่ได้รับประทานที่ร้าน หรืออาหารเป็นพิษภายหลังรับประทาน ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำการตรวจสอบและแจ้งกลับทุกกรณี บริษัทฯ ขอเรียนยืนยัน ว่าแมคโดนัลด์ยึดมั่นและให้ความสำคัญในขั้นตอนดูแลความสะอาด รวมทั้งส่งมอบอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบที่มีความ สด สะอาด ได้คุณภาพทุกวัน บริษัทฯ ขอปกป้องสิทธิ์ในการพิจารณาข้อเรียกร้องผ่านทางสื่อออนไลน์และขอความเป็นธรรมในกรณีนี้ ทั้งบริษัทฯ ยินดีที่จะหารือกับลูกค้าเป็นรายบุคคลเป็นกรณีไป และสำหรับกรณีนี้ บริษัทฯ จึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจบางพลัด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2557 และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป บริษัทฯ กราบขอบพระคุณทุกความคิดเห็นและพร้อมปรับปรุงคุณภาพและบริการเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุดในการเข้าใช้บริการที่ร้านแมคโดนัลด์ ขอแสดงความนับถือ ฝ่ายสื่อสารองค์กรสัมพันธ์ บริษัท แมคไทย จำกัด อีเมล Communications@th.mcd.com เบอร์โทรศัพท์ 02-696-4900 MThai News

โปรโมชั่นพิเศษ Seafood Promotion ที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค
Seafood Promotion

โปรโมชั่นพิเศษ   “Seafood Promotion”            ตลอดเดือนมีนาคมนี้ มร.ชู ฮอยโฮง เชฟใหญ่ ห้องอาหารจีนอิมพีเรียลไชน่า โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22   จัดโปรโมชั่นพิเศษ    “ Seafood Promotion ” อาหารจีนรสเลิศสไตล์กวางตุ้งแท้ ๆ  ไว้บริการให้ท่านและครอบครัว ตลอดจนเพื่อนสนิทมิตรสหายได้มาอิ่มอร่อยกันอย่างจุใจ ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ  ทั้งมื้อกลางวันและค่ำ  ราคาเริ่มต้นที่ 250 บาท++ ได้แก่ ซุปกวางตุ้งเป๋าฮื้อตุ๋นกังป๋วยในกระบอกไม้ไผ่    หอยหวานผัดเห็ดโคนซอส x.o ซีฟู้ดอบซอสเนยกะทะร้อน กุ้งมังกรอีหมี่อบชีส  กั้งตั๊กแตนผัดพริกเกลือ     ก้ามปูอบคึ่นไช่ต้นหอมหม้อดิน กุ้งลายเสือชุปแป้งงาทอด ปลาเก๋า 2 เซียน      รวมมิตรทะเลในตระกร้า     หมายเหตุ   มีห้องส่วนตัวบริการ                                                              สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สำรองโต๊ะที่โทร 02-261-9000  ต่อ   5059 อีเมล์  dining@imperialhotels.com  เว็บไซต์   www.queensparkdining.com

Neknomination ดื่ม ท้า ตาย ท้ากินซอสพริกศรีราชา
Neknomination /  ดื่ม ท้า ตาย / 

Neknomination ดื่ม ท้า ตาย ท้ากินซอสพริกศรีราชา

ร้านเตี๋ยว เชียงใหม่ รับรองความเข้มข้น
ชาบู /  ร้านเตี๋ยว

วันนี้มาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักและไปลิ้มลองรสชาติความอร่อยของ “ ร้านเตี๋ยว ”จ.เชียงใหม่ กันค่ะ ร้านเตี๋ยวในร้านโต่ง ตัวร้านตั้งอยู่ในร้านโต่งคาเฟ่ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวและ หม้อไฟชาบู รับรองว่าตามรอยนักชิมมาการันตีความอร่อยแน่นอน ใครถูกใจหม้อไฟแบบหมู และ เนื้อ ก็ตามกันไปลิ้มลองได้เลยค่ะ    เมนูของร้าน ทางร้านเค้าการันตีว่าใช้ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมูคุณภาพเยี่ยม มีเนื้อวากิวคัดพิเศษ ซึ่งเจ้าของร้านเป็นคนชอบทานของอร่อย มีคุณภาพ และราคาไม่แพง จึงมั่นใจได้ว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อ-หมูของที่นี่นั้นอร่อยแน่นอน ซุปที่คิดค้นสูตรปรุงเองกับมือ อีกทั้งวัตถุดิบทุกอย่างที่คัดสรรมาอย่างดี  ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  มีทั้ง เนื้อสด เนื้อเปื่อย เนื้อวากิว ลูกชิ้น เกาเหลา ข้าวต้มเนื้อ / ก๋วยเตี๋ยวหมู  มีทั้ง หมูสด ซี่โครงอ่อน  ลูกชิ้น เกาเหลา ข้าวต้มหมู    หม้อไฟหมู อิ่มอร่อยสุดๆในชุดนี้ก็จะมีน้ำซุปหมู ซุปโซดา แล้วแต่ลูกค้าจะสั่ง พร้อมผักสด วุ้นเส้น ข้าวสวย ไข่ไก่ เนื้อหมูสามชั้นสไลด์  สันคอสไลด์  สันนอกสไลด์ เหมาะสำหรับรับประทานกับเนื้อหมู ซึ่งจะได้รสชาติของเนื้อหมูที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก น้ำซุปรสชาติอร่อยมาก โดยเจ้าของร้านเป็นคนคิดค้นสูตรลับเฉพาะนี้ขึ้นมาเอง ใส่ผักสดลงไปในหม้อ ใช้ตะเกียบคีบของสดลงไปกวัดแกว่งในน้ำซุปร้อนๆ จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดอร่อบแบบคุ้มราคา   หม้อไฟเนื้อ เห็นชุดของหม้อไฟที่ร้านแล้วบอกได้เลยว่าคนรักเนื้อต้องน้ำลายหกแน่ๆ เพราะมีสารพัดเนื้อมาให้ลิ้มลองอย่างจุใจและถูกใจ ในชุดนี้ก็จะมีน้ำซุปเนื้อ ซุปโซดา แล้วแต่ลูกค้าจะสั่ง พร้อมผักสด วุ้นเส้น ข้าวสวย ไข่ไก่ เนื้อสันในโคขุน  เนื้อสับโคขุน  เนื้อใบพายโคขุน  เนื้อสันกลาง  เนื้อสันนอก  เนื้อวากิว ส่วนที่เป็นเนื้อสดนั้นให้ลวกเนื้อสุกแต่พอดี จะได้ลิ้มลองรสชาติความหวานและกลิ่นหอมของเนื้อว่านุ่มอร่อยเพียงใด แต่ถ้าลวกสุกเกินไปเนื้อจะแข็งกระด้างไม่ได้รสหวานธรรมชาติของเนื้อ นอกจากนี้ยังมีอาหารทานเล่นในราคา 50-70 บาท เช่น สลัดไข่เตี๋ยว ลูกชิ้นลวกหมู ลูกชิ้นลวดเนื้อ ซี่โครงหมูอ่อนซอสหวาน ปลาไข่จี้ดจ้าด เกี้ยวหมูซ่า เอ็นไก่ทอด ปูอัดวาซาบิ ร้านเตี๋ยว จะเปิดบริการกันทุกวัน( แต่จะปิดทุกวันที่ 7- 10 ของทุกเดือน ) ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. สถานที่ตั้งของร้านนี้อยู่ข้างใน “ร้านโต่งคาเฟ่” ริมถนนใหญ่ สนใจติดต่อ คุณหนึ่ง 089-8956131 คลิก https://www.facebook.com/profile.php?id=100007094762102&ref=ts&fref=ts  

 คู เด ทา กรุงเทพฯ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก
คู เด ทา

30 มกราคม 2557 – คู เด ทา กรุงเทพฯ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรักในเดือนกุมภาพันธ์ที่กำลังจะมาถึง โดยได้เตรียม เมนูสุดพิเศษเพื่อเติมเต็มค่ำคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ไว้มากมาย อาทิ สุดยอดเมนูของหวาน 7th HEAVEN และ MATCHA KOKORO หรือเมนูค็อกเทลสุดพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก นวนิยายสุดคลาสสิคอย่าง “แผลเก่า” ในชื่อ ขวัญและเรียม  เชฟเจสัน ลิคเกอร์ เจ้าพ่อขนมหวานแห่ง คู เด ทา กรุงเทพฯ ได้เตรียมเมนูขนมเพื่อเติมสีสันให้แก่ค่ำคืนแสนหวานด้วย        7th Heaven ที่เสิร์ฟ ณ ห้องอาหาร Signature โดยเป็นช็อคโกแลตเจ็ดแบบหลากสไตล์ และเมนู  Matcha Kokoro ที่จะเป็น ช็อคโกแลตชาเขียวพร้อมกลิ่นของใบชิโสะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่นที่ห้องอาหาร Izakaya สำหรับอาหารในคืนแสนพิเศษ หัวหน้าเชฟ โจนาธาน มาซา ได้เลือกสรรค์เมนูสุดพิเศษ ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองไม่ว่าจะเป็น Hamachi Nahm Prick ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความเผ็ดร้อนของน้ำพริก และความสดของปลาดิบในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ หรือเมนู the King Crab Salad ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารสุดคลาสสิคอย่างส้มตำ รวมถึงเมนู Hirame Tosa Yuzu ที่ใช้เนื้อบริเวณครีบด้านบนของปลาหายากอย่าง ฮิราเมะ คลุกเคล้า กับรสชาติของซอสโทสะ ยูสุ ด้วยแรงบันดาลใจจากนวนิยายสุดคลาสสิคอย่าง แผลเก่า มิกโซโลจิสต์ สุดสร้างสรรค์ของเราได้รังสรรค์ค็อกเทลสุดพิเศษ โดยมี เรียม ค็อกเทลสำหรับคุณผู้หญิงซึ่ง ผสมว็อดก้า เลมอน ราสเบอรี่พร้อมกลิ่นกุหลาบ และ ขวัญ ที่มีส่วนผสมหลักจากเหล้ารัมสูตรพิเศษของ คู เด ทา เสิร์ฟพร้อม ช็อคโกแลต สำหรับคุณผู้ชาย

สุขภาพดี เพราะกินไอศกรีมให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือด
กรุ๊ปเลือด /  กินไอศกรีม9ตามกรุ๊ปเลือด / 

อาหารหลายอย่าง หากเลือกรับประทานให้เข้ากับตัวเอง ก็จะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีและอายุยืน เช่นเดียวกับการเลือกรับประทาน ไอศกรีม ให้เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือด ก็มีส่วนช่วยได้เช่นกันครับ รับประทาน ไอศกรีม ตามกรุ๊ปเลือดช่วยให้สุขภาพดี กรุ๊ปเลือดเอ สำหรับคนที่มีเลือดกรุ๊ปเอ จะมีเลือดค่อนข้างเหนียวข้น และกระเพาะอาหารของคนกลุ่มนี้จะมีกรดต่ำว่าเลือดกรุ๊ปอื่นๆ ดังนั้น ไอศกรีม โดยทั่วไปที่ทำมาจากนมวัวนั้น ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนกลุ่มนี้ เพราะไขมันในนมวัวจะไปช่วยเพิ่มความเข้มข้นของเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนช้า ส่งผลให้หัวใจจะทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้น หากจะเลือกรับประทานไอศกรีมให้เหมาะที่สุดคือ ไอศกรีม ที่ทำมาจากนมถั่วเหลือง  รสชาติไอศกรีมที่เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปเอมากที่สุด ได้แก่ ผลไม้ตระกูลเบอรี่ต่างๆ เช่น สตอเบอรี่ ราสพ์เบอรี่ บลูเบอรี่ เรดเบอรี่ ช็อกโกแลต ลูกพลัม ลูกพรุน มะเดื่อ กระท้อน สับปะรด เป็นต้น แต่ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ไอศกรีมรสมะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม แคนตาลูป มะพร้าว วนิลา เพราะจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะ และเป็นตัวการขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน กรุ๊ปเลือดบี เลือดกรุ๊ปนี้โชคดีกว่าใคร เพราะเป็นกลุ่มเลือดที่มีความสมดุล ไม่ข้นหรือเหลวจนเกินไป นมจึงไม่มีผลต่อร่างกายของคนเลือดกรุ๊ปนี้ รสชาติ ไอศกรีม ที่เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปบีมากที่สุด ได้แก่ ส้ม กล้วย แคนเบอรี่ องุ่น ทุเรียน สับปะรด กระท้อน ช็อกโกแลต วนิลา สตรอเบอรี่ ชาเขียว และเป๊ปเปอร์มินต์ เพราะมีไฟเบอร์และเอนไซม์สูง ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น แต่ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ไอศกรีม รสมะพร้าว มะเฟือง ทับทิม ข้าวโพด และกะทิ เพราะเป็นตัวการที่ทำให้น้ำหนักขึ้นได้ง่ายกว่าอาหารอย่างอื่น สุขภาพดี เพราะกิน ไอศกรีม ตามกรุ๊ปเลือด กรุ๊ปเลือดโอ คนเลือดกรุ๊ปโอส่วนใหญ่จะมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า นอกจากนี้ยังมีปัญหาระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบดูดซึมในร่างกาย จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพราะเหตุใดคนเลือดกรุ๊ปนี้ถึงอ้วนง่ายกว่าคนปกติ จึงควรงดไอศกรีมที่ทำจากนมวัวทุกประเภทแล้วหันมารับประทานไอศกรีมที่ทำจากผล ไม้หรือนมถั่วเหลืองแทนจะดีที่สุด  รสชาติ ไอศกรีม ที่เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปโอมากที่สุดคือ ไอศกรีมที่ทำมาจากผลไม้สีแดงเข้มหรือสีม่วง ได้แก่ ลูกพรุน ลูกพลับ มะเดื่อ แบล็กเชอรี่ ช็อกโกแลต สตอเบอรี่ เป๊ปเปอร์มินต์ สับปะรด แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดคือ ไอศกรีมรสกาแฟ ส้ม วนิลา เกรปฟรุต สตรอเบอรี่ มะพร้าว แคนตาลูป เพราะหากทานเข้าไปจะไปเพิ่มปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร กรุ๊ปเลือดเอบี เลือดกรุ๊ปเอบีเป็นพวกลูกผสม ลักษณะอาหารการกินจึงคล้ายกับทั้งคนเลือดกรุ๊ปเอและบี แต่สามารถรับประทานนมได้ เพราะคนในกรุ๊ปนี้จะมีระบบการย่อยที่ซับซ้อนกว่า รสชาติ ไอศกรีม ที่เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปเอบีมากที่สุดคือ องุ่น กีวี เชอรี่ แคนเบอรี่มะเดื่อ สับปะรด ทุเรียน กระท้อน ชาเขียว ช็อกโกแลต สตอเบอรี่ วนิลา แต่ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ไอศกรีมที่ทำจากผลไม้เมืองร้อนทั้งหลาย อาทิ มะม่วง มะพร้าว กล้วย ฝรั่ง เพราะจะย่อยยาก สำหรับรสส้มนั้นจะทำให้กระเพาะระคายเคือง แต่น่าแปลกใจที่ไอศกรีมรสมะนาวกลับช่วยย่อยและล้างระบบลำไส้ได้ดีเลยทีเดียว ขอบคุณข้อมูลจาก kanchanokclinic.com

BAIYOKE IN LOVE ที่ โรงแรมใบหยกสกาย
วาเลนไทน์ /  ใบหยก

BAIYOKE IN LOVE ที่ โรงแรมใบหยกสกาย โรงแรมใบหยกสกาย ขอเชิญทุกคู่รักร่วมเติมความหวานสุดแสนโรแมนติก บนตึกที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ พร้อมชมวิวแบบ 360 องศา ของค่ำคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ใน BAIYOKE IN LOVE ดินเนอร์สุดหรูพร้อมสัมผัสกลิ่นอายความรักกับบรรยากาศห้องอาหารหลากหลายสไตล์ อาทิ Love in Sweet Garden, Love in Fairy Tales ที่จะเนรมิตให้ทุกคู่รักร่วมดื่มด่ำรักโรแมนติก และซุ้มถ่ายรูปที่จัดเตรียมไว้ให้ทุกคู่รักได้แสดงความหวานออกสื่อ ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก พิเศษ!! อาหารมื้อค่ำสุดหรู ที่มีให้เลือกอย่างมากมาย อาทิ หอยเชลล์ญี่ปุ่นอบชีส, กุ้งซอสอโวคาโด และสเต็กซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงบรรเลงขับกล่อมตลอดค่ำคืน รับส่วนลด 10% (ซื้อบัตรก่อน 12 ก.พ.57) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Baiyoke Call Center 0-2656-3939, www.baiyokebuffet.com

บาร์บีคิวพลาซ่า ช่วยเติมความหวานให้กับเทศกาลแห่งความรัก
บาร์บีคิวพลาซ่า /  วาเลนไทน์

บาร์บีคิวพลาซ่าช่วยเติมความหวานให้กับเทศกาลแห่งความรัก บริษัท เดอะ บาร์บีคิวพลาซ่า จำกัด ร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรักด้วยการมอบมิลค์ช็อกโกแลตพิมพ์ลายบาร์บีกอน ลิมิเต็ดเอดิชั่น 1 กล่อง บรรจุ 4 ชิ้น เมื่อสั่งโปรโมชั่นอาหารชุดเนื้อคู่ มูลค่า 499 บาท ซึ่งมีให้เลือกทั้งชุดเนื้อคู่(หมู) หรือเนื้อคู่(เนื้อ) ให้เนื้อคู่ของคุณหวานและพิเศษเหมือนช็อกโกแลตจากบาร์บีกอน ตลอดเดือนแห่งความรักนี้ เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ร้าน บาร์บีคิวพลาซ่า ทุกสาขา

ลิ้มลองเมนูความอร่อยใหม่ สไตล์ญี่ปุ่นที่ ไทโช-เต ราเมน อิมแพ็ค
ราเมน /  อิมเพค

ลิ้มลองเมนูความอร่อยใหม่ สไตล์ญี่ปุ่นที่ ไทโช-เต ราเมน อิมแพ็ค ร้าน ไทโช-เต ราเมน ที่ อิมแพ็ค เสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่น กับราเมนรสชาติต้นตำรับแท้ ด้วยจุดเด่นน้ำซุปที่หอมหวานกลมกล่อมพร้อมเส้นราเมนที่เหนียวนุ่มไม่เหมือนใคร ขอแนะนำเมนูใหม่ “บะหมี่เย็นกับซอสซารุ” ให้คุณเลือกอร่อยได้ทั้งแบบจานเดี่ยวหรือเต็มอิ่มพร้อมเกี๊ยวซ่า ไก่คาราเกะและเครื่องดื่มในราคาเริ่มต้นเพียง 99 บาท อิ่มอร่อยกับเมนูใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ - 30มิถุนายน 2557 ที่ร้านไทโช-เต ราเมน บริเวณฟู้ดเอเทรียม อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร. 02-833-4284

เลือก ช็อกโกแลตวาเลนไทน์ ให้เหมาะกับราศี
ช็อกโกแลตวันวาเลนไทน์ /  ช็อกโกแลตวาเลนไทน์ / 

เลือก ช็อกโกแลตวาเลนไทน์ ให้เหมาะกับราศี ใครที่กำลังจะซื้อช็อกโกแลตให้กับหวานใจใน วันวาเลนไทนน์ นี้ จะให้ถูกใจต้องมาดูกันก่อนว่า หวานใจของคุณเกิดในราศีอะไร คราวนี้จะได้ซื้อช็อกโกแลตได้ถูกใจและเหมาะสมกับคนรับ ช็อกโกแลตวาเลนไทน์ กับราศีเิกิด ราศีมังกร พวกนี้ชอบแต่ของที่ดีที่สุด และก็แพงที่สุดเท่านั้น ประเภทว่าถ้าไม่เริ่ดที่สุดก็ไม่มีทางแล ราศีกุมภ์ ไม่ต้องเอาอันที่ใหญ่มากนักหรอกนะ เล็กๆ ก็พอ ชาวราศีนี้ชอบอะไรที่ค่อนข้างจะกุ๊กกิ๊กน่ารัก ราศีมีน ชาวมีนชอบช็อกโกแลตแบบที่มีรวมกันหลายรสหลายแบบ เพราะเป็นคนชอบแบ่งให้คนอื่นกินได้ด้วย ราศีเมษ ต้องเลือกแบบที่หรูหราหน่อย เพราะชาวราศีเมษต้องการสิ่งที่ดีที่สุดเสมอสำหรับพวกเขา ราศีพฤษภ ชอบช็อกโกแลตที่ใจกลางนุ่ม เช่น สอดไส้คาราเมลนี่เลิฟอย่าบอกใครเชียว ราศีเมถุน จะชอบช็อกโกแลตที่พกไปทานได้ง่ายๆ เพราะเป็นคนไม่อยู่กับที่ ชนิดที่เป็นแบบเม็ดเล็กๆ แล้วกดออกมาทานทีละนิดจะเวิร์กมาก ราศีกรกฎ ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตแบบไหน ชาวราศีกรกฎก็ชอบไปหมด เรียกว่าใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้รับ ราศีสิงห์ มีเคล็ดนิดหน่อยเวลาจะให้ช็อกโกแลตชาวราศีสิงห์ คุณต้องมีวิธีการให้แบบเซอร์ไพส์ หรือจู่โจมถึงจะสร้างความประทับใจได้ ราศีกันย์ คุณต้องแน่ใจว่าช็อกโกแลตที่จะให้สะอาด แสดงส่วนผสมชัดเจน และอยู่ในหีบห่อสวยงาม แล้วก็ต้องเป็นแบบที่เก็บไว้ได้นานาๆ ด้วยเพราะเขาจะกินมันครึ่งนึง แล้วเก็บที่เหลือไว้ในตู้เย็นอีกเป็นเดือน ราศีตุลย์ ชาวราศีตุลย์ชอบอะไรๆ ที่เป็นคู่ ดังนั้นคุณควรสร้างความประทับใจ ด้วยการหาซื้อช็อกโกแลตให้เขากล่องหนึ่ง แล้วก็สำหรับตัวเองเหมือนกันอีกกล่องด้วย ราศีพิจิก ชาวราศีนี้เป็นคนที่ชอบกินช็อกโกแลตมาก โดยเฉพาะแบบที่ค่อนข้างเหลวหน่อย เพราะมีวิธีการกินที่ไม่เหมือนใคร ต้องค่อยๆ เลียเหมือนกินไอศครีม ราศีธนู ชอบช็อกโกแลตแบบฝรั่งเศสเป็นที่สุดเลย ไม่รู้ว่าแบบฝรั่งเศสเป็นยังไงก็เลือกดูที่ Made in France แล้วกัน