ช็อกโกแลตซอส

กินอาหารชาติไหน แล้ว ช่วยยืดอายุ ชะลอความแก่ !
กินอาหาร /  ชะลอความแก่ / 

ปัจจุบันหนุ่มสาวหลายคนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น นอกจากการออกกำลังกายแล้วการกินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ไม่ใช่แค่กินจนอิ่มท้องเท่านั้นแต่จะต้องนึกถึงสุขภาพด้วย ซึ่งในครั้งนี้เรามีหลักการและเคล็ดลับในการกินอาหารจากนานาชาติที่จะช่วยยืดอายุ ชะลอความแก่ ว่าแต่ละประเทศมีเคล็ดลับอย่างไร และสามารถประยุกต์ให้เข้ากับการกินของเราได้อย่างไรบ้าง อาหารยุโรป การกินแบบสแกนดิเนเวีย สแกนดิเนเวีย หรือยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน นอร์เวย์ นิยมกินปลาทะเล คาเวียร์ มันเทศ ธัญพืชต่างๆ น้ำมันคาโนลา น้ำมันตับปลา ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม รวมทั้งขนมปังที่มีไฟเบอร์สูง และอาจมีการกินเนื้อสัตว์ชนิดอื่นบ้างเล็กน้อยส่วนผลไม้จะนิยมเป็น ผลไม้ป่า เช่น ลินกอนเบอร์รี โดยส่วนใหญ่จะนำมาทำเป็นซอสเพื่อกินร่วมกับอาหาร การกินแบบเมดิเตอร์เรเนียน หรือยุโรปใต้ เช่น อิตาลี สเปน กรีซ และสโลวีเนีย วัตถุดิบในการปรุงอาหาร ส่วนใหญ่มาจากแหล่งโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาทะเล ขนมปังโฮลวีท ธัญพืชไม่ขัดสี น้ำมันมะกอก ผักผลไม้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนมและ เนื้อแดงเล็กน้อย อาหารแบบสแกนดิเนเวียและแบบเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ใช่แค่เพียงอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ยังมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย หากใครอยากลองปรับเปลี่ยนวิธีการกินให้คล้ายกับแบบยุโรป แล้วล่ะก็ เรามีเทคนิคง่าย ๆ มาฝาก คือ กินข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีทแทนข้าวขาว กินเนื้อสัตว์ใหญ่ เพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และหันมากินอาหารทะเลที่มี โอเมก้า 3 นอกจากนี้ควรเลือกกินโปรตีนจากพืชบ้าง เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ และถั่วชนิดต่าง ๆ ให้มากขึ้น รวมถึงการกิน น้ำมันตับปลาในปริมาณที่เหมาะสม อาหารเอเชีย “อายุรเวท” ศาสตร์ของอินเดีย (เอเชียใต้) อายุรเวทเป็นศาสตร์ของอินเดียที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ โดยมีหลักการกินตามอายุรเวท คือ กินอาหารร้อนเพื่อกระตุ้นการย่อย กินแบบไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป ไม่ควรกินอาหารเมื่อมีอารมณ์โกรธ เศร้า หรือมีความเครียด เพราะจะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น จนทำให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยมากกว่าปกติ ก่อให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารที่กินเข้าไปถูกย่อยไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน หยินหยาง ศาสตร์แห่ง ความสมดุลของจีน (เอเชียตะวันออก) หยินหยาง คือ การสร้างสมดุลที่ถูกนำมาปรับใช้ในเรื่องของอาหารการกิน เป็นการเลือกกินอาหารในปริมาณที่สมดุลกันทั้งสอง ด้านหากร่างกายเรามีความเป็นหยินมากเกินไป ก็ควรจะเลือกกินอาหาร ประเภทหยางเพื่อให้ร่างกายสมดุล อาหารหยิน คือ อาหารที่มีรสเย็น เค็ม เปรี้ยว และขม เช่น แตงโม สับปะรด ขึ้นฉ่าย หอยนางรม เป็นต้น รวมทั้งอาหารที่ทำด้วยวิธีการตุ๋น ต้ม นึ่ง อาหารหยาง คือ อาหารที่มีรสเผ็ดร้อนและหวาน เช่น ขิง ข่า เนื้อวัว เนื้อไก่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารที่ ทอด ย่าง และรมควัน แต่หากเรากินอาหารจำพวกใด จำพวกหนึ่งมากเกินไป จะทำให้ร่างกายไม่สมดุลและก่อ ให้เกิดโรคต่างๆ ได้ อาหารญี่ปุ่นกับการกินแบบ โอกินาวา (เอเชียตะวันออก) อาหารญี่ปุ่นเป็นอาหารที่เน้นรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ โดยเมนูอาหารส่วนใหญ่จะทำมาจากปลา สาหร่าย ธัญพืช ซึ่งเป็นอาหาร ที่มีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมันจำเป็น ชาวโอกินาวาเน้นการกินมันหวาน เนื่องจากมีวิตามิน A,C, E โพแทสเซียม และ แคลเซียมสูงรวมถึงการกินเส้นโซบะ เพราะว่ามีสารอาหารมากกว่าเส้นชนิดอื่น สรรพคุณทางยาของสมุนไพรในอาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พืชสมุนไพรถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทย ซึ่งนอกจากจะใช้ในการแต่งกลิ่น รส และเพิ่มสีสันของอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณในทางยาไม่เพียงแต่ประเทศไทยแต่ประเทศเพื่อนบ้านของเราก็มีการนำพืชสมุนไพรมาใช้ในการปรุงอาหารเช่นเดียวกันยกตัวอย่าง เช่น เฝอ อาหารเวียดนาม มีลักษณะคล้ายก๋วยเตี๋ยว โดยน้ำซุปจะเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดที่มีสารต้าน อนุมูลอิสระ กาโด กาโด อาหารของประเทศอินโดนีเซีย ประกอบไปด้วยผักนานาชนิด เต้าหู้ และไข่ต้มสุก โดยจะกินคู่กับซอสถั่ว ซึ่งในซอสจะมีส่วนประกอบของพริกแดงและกระเทียมอยู่ด้วย แกงหัวปลา อาหารของมาเลเซีย ที่มีเครื่องเทศ และสมุนไพรต่างๆ ทั้งหอมแดง กระเทียม ที่ช่วยชูรสชาติ อาหารและทำให้อร่อยมากขึ้น โดยสรรพคุณของพืชสมุนไพรก็มีมากมาย หลากหลาย ชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระเทียม ที่มีฤทธิ์อย่างอ่อนในการลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดและสามารถยับยั้งการเกิด โรคหัวใจ พริกสด ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยในการสลายลิ่มเลือด ตะไคร้ บรรเทาอาการหวัด ช่วยในการขับปัสสาวะ และรักษาโรคนิ่ว ข่า สรรพคุณช่วยยับยั้งแผลในกระเพาะอาหาร ทำลายสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่มาบทความจาก นิตยสารแม่บ้าน

Willy Wonka เจ้าของโรงงานช็อกโกแลต เตรียมกลับมาโลดแล่นบนจอเงินอีกครั้ง
charlie and the chocolate factory /  David Heyman / 

Willy Wonka เจ้าของโรงงานช็อกโกแลต เตรียมกลับมาโลดแล่นบนจอเงินอีกครั้ง Warner Bros. กำลังวางแผนจะสร้างภาพยนตร์ Willy Wonka โดยการเจรจาซื้อตัวละครจากต้นสังกัดมาสร้างเป็นเรื่องราวการผจญภัยของ วิลลี วองก้า ซึ่งไม่ได้ดัดแปลงมาจากหนึ่งในสองวรรณกรรมเรื่องดังของ โรอาลด์ ดาห์ล (Roald Dahl) อย่าง Charlie and the Chocolate Factory และ Chalie and the Great Glass Elevator ทางค่ายได้วางตัว ไซมอน ริช (Simon Rich) จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง The Secret Life of Pets มาเขียนบท และ เดวิด เฮย์แมน (David Heyman) ผู้กำกับภาพยนตร์แฟรนไชส์ Harry Potter และ Fantastic Beasts and Where to Find Them มาอำนวยการสร้าง วิลลี วองก้า เป็นตัวละครที่นักแสดงชื่อดังอย่าง จอห์นนี เดปป์ (Johnny Depp) รับบทในภาพยนตร์เรื่อง Charlie and the Chocolate Factory (2005) และ จีน ไวลเดอร์ (Gene Wilder) ในภาพยนตร์เรื่อง Willy Wonka & the Chocolate Factory (1971) เขาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยภาพยนตร์เรื่อง Charlie and the Chocolate Factory (2005) กำกับโดย ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ทำรายได้ทั่วโลกราว 474 ล้านเหรียญ ดูบทความต้นฉบับ : 'Willy Wonka' reboot in the works from 'Harry Potter' producer, 'Secret Life of Pets' writer

10 อาหาร ทำฟันเหลือง เลิกกินซะ!!
ทำร้ายฟัน /  ฟอกฟันขาว / 

ใครๆก็คงอยากมีฟันขาว ยิ้มสวยๆ ใช่ไหม แต่คุณรู้ไหมว่า การฟอกสีฟันบ่อยๆไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะมันจะยิ่งทำให้ฟันกร่อนลงไป หรือการรับประทานอาหารบางชนิด ก็ยังเป็นตัวกระตุ้นให้ ฟันเหลือง แบบที่เราไม่รู้ตัว วันนี้ Health Mthai ขอแนะนำ 10 อาหารที่เมื่อกินเข้าไปแล้ว ฟันเรารับเต็มๆ ไม่ต้องคิดมาก แค่ลองจินตนาการว่า เมื่อมันหกใส่เสื้อสีขาวของเรา ก็ซักออกยากเหลือเกิน นั่นล่ะ..มันคล้ายๆกับลักษณะที่จะเกิดขึ้นบนฟันของเราเช่นกัน 1.ไวน์แดงหรือไวน์ขาว ไม่ใช่เฉพาะแค่ไวน์แดงเท่านั้นที่ร้ายกาจ แต่ไวน์ขาว ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ฟันขาวๆ ของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ด้วย ดังนั้นหลังจากดื่มไวน์ ควรดื่มน้ำตามเพื่อช่วยลดไม่ให้แทนนินและ โพลีฟีน ที่อยู่ในไวน์เกาะฟันเรา 2.กาแฟ คุณไม่สามารถป้องกันฟันขาวๆ ของคุณจากกาแฟได้แน่ๆ อยู่แล้ว แต่ทางออกเดียวที่มีก็คือ เติมนมลงในกาแฟของคุณเพิ่ม จะได้ลดความเข้มข้นของกาแฟลง ถ้ามันจะไม่ทำให้กาแฟถ้วยโปรดของคุณเสียรสชาติล่ะ 3.ชา ชาดำนี่มีอนุภาพร้ายแรงไม่ต่างจากกาแฟเลยทีเดียว และเผลอๆ อาจให้ผลลัพท์กับฟันขาวๆของคุณได้มากกว่าซะด้วยซ้ำ 4.น้ำส้มสายชู การทานสลัดที่มีน้ำส้มสายชูเป็นส่วนผสมในน้ำสลัด บางทีก็อาจทำให้กัดสารเคลือบฟันขาวของคุณออกไปได้โดยไม่รู้ตัว 5.แกงกระหรี่ รสชาติของมันยอดเยี่ยมใช่ไหมล่ะ แต่รู้ไหมสีของแกงจะทำให้ฟันของคุณเหลืองโดดเด่นขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งขึ้นถ้าคุณหลงระเริงในเครื่องเทศที่แปลกใหม่เหล่านี้ตลอดเวลา 6.ซอสมะเขือเทศ ใครสามารถเลี่ยงไม่ทานซอสมะเขือเทศได้ล่ะ มันแทบจะปรากฎอยู่ในอาหารเกือบทุกมื้อ มะเขือเทศมีสารบางอย่างที่มีความเป็นกรดสูง ซึ่งหากคุณเพิ่งฟอกสีฟันมา มันจะกัดสีฟันให้กร่อนลงได้ 7.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่, แบล็กและบลูเบอร์รี่ เต็มไปด้วยวิตามินที่ดีต่อสุขภาพและชีวิตเพิ่มสารอาหารอื่น ๆปัญหาเดียวก็คือว่า พวกมันเป็นผลไม้ที่สีจัด และมีแนวโน้มว่าสีเหล่านั้นอาจเกาะติดฟันคุณได้อย่างมาก ดังนั้นครั้งต่อไปหลังจากที่กินผลเบอร์รี่ ก็อย่าลืมดื่มน้ำตามด้วย 8.น้ำอัดลม (โคล่า) ปัญหาอยู่ที่สีเข้มของน้ำอัดลม โดยเฉพาะหากมันมีความเย็นมาก ฟันจะมีแนวโน้มที่จะหดตัว และทำให้มีรูพรุนมากขึ้น ก็จะทำให้มันดูดซับสีเข้าไปที่ฟันแบบเต็มๆ เช่นเดียวกันกับ เครื่องดื่มร้อน อย่าง ชา กาแฟ เช่นกัน 9.ซอสถั่วเหลือง คุณอาจจะต้อง จำกัดปริมาณของซอสถั่วเหลือง ถ้าคุณต้องการที่จะทำให้ฟันของคุณขาว เพราะในซอสถั่วเหลืองในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การหมักถั่วเหลือง แต่ยังมีการเติมกรดไฮโดรคลอริก เข้าไปเพื่อทำให้มันเร็วขึ้น และแน่นอน มันมาพร้อมกับการทำร้ายฟันขาวๆของเรา 10.บีทรูท บีทรูทจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินต่อร่างกายและผิวพรรณ แต่มันต้องแลกมาด้วยสีแดงเข้มที่จะทำให้เกิดคราบฟันชนิดที่ล้างด้วยน้ำเปล่าอาจไม่พอ ต้องใช้การแปรงฟันหลังทานบีทรูท เพื่อช่วยลดการกัดกล่อนสีฟัน เรียบเรียงโดย Health.Mthai.com ที่มาเนื้อหาจาก www.lifehack.org