ช็อกโกแลตซอส

ช่วยแม่ครัวมือใหม่เลือกซื้อชีส!! มารู้จักชีสแต่ละชนิดว่ามีอะไรบ้าง
ชีส

มือใหม่ที่เคยเลือกซื้อชีสตามซุปเปอร์มาเก็ตแล้วงงและสงสัยว่าชีสแต่ละชนิดสามารถนำไปใช้กับอะไรถึงจะเหมาะ บ้างคนที่ทำพิซซ่าแต่ไม่รู้ว่าต้องใช้ชีสประเภทไหน บนชั้นวางก็มีหลายประเภท ทั้งเป็นแบบแผ่น แบบก้อน ต่างสีและชื่อ วันนี้ Food.mthai มาแยกชีสแต่ละชนิดให้แม่บ้านมือใหม่เลือกซื้อชีสได้ถูกต้อง มอสซาเรลลา (Mozzarella cheese) ใช้อาหารเช่น พิซซ่า ลาซานญ่า ที่ผ่านความร้อนแล้วยืด เป็นเนื้อนุ่มๆ มอสซาเรลลาเป็นชีสประเภท Fresh cheese เป็นชีสชนิดที่กลิ่นไม่แรง เพราะไม่ได้ผ่านการบ่ม เชดดาชีส (Cheddar cheese) เป็นชีสกึงอ่อนกึ่งแข็ง มีรสเค็ม เชดดาชีสเป็นชีสที่ไม่ยืดเมื่อโดนความร้อน นิยมนำมาใช้ในเมนู แฮมเบอร์เกอร์ แซนวิช พาร์มีซานชีส (Parmesan cheese) เป็นชีสประเภทแข็ง กลิ่นแรงเพราะผ่านการบ่ม รสชาติเค็มมันเข้มข้น ชีสที่มีกลิ่นแรงจะมีราคาสูงกว่าชีสที่ไม่มีกลิ่นเพราะต้องใช้เวลาบ่มนาน ยิ่งบ่มนานก็ยิ่งมีกลิ่นที่แรง นิยมนำมาใช้กับ พาสต้า, พิซซ่า, เฟรนส์ โทส ชีสสวิส (Swiss cheese) เป็นชีสที่เห็นกันในการ์ตูนหลายๆ เรื่อง ลักษณะของชีสจะเป็นสีเหลืองอ่อนๆ มีรูเป็นโพรงอากาศ รูเป็นโพรงเกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในการบ่มนั่นเอง บลูชีส (Blue cheese) ชีสที่มีเนื้อเป็นลวดลายสีฟ้าออกเขียวๆ ส่วนที่เป็นสีที่เกิดขึ้นมานั้นมันเป็นเชื้อรา จึงเป็นชีสที่มีกลิ่นรุนแรงที่สุด และมีรสชาติเค็ม นิยมทานคู่กับขนมปัง ไก่อบชีส หรือ ไวน์ เกาดาชีส (Gouda cheese) เนยแข็งสีเหลืองเข้มที่มีลักษณะเป็นก้อน แบน กลม มีผิวสีแดงด้านนอกที่เคลือบจากขี้ผึ้ง มีรสชาติเค็ม กลิ่นแรงเพราะเกิดจากการบ่มนาน นิยมกินเปล่าๆ พร้อมกับไวน์ หรือนำไปทำอาหารเช่นเป็นประเภทน้ำซอส อิดัมชีส (Edam cheese) ลักษณะเหมือนเกาดาชีส แต่มีไขมันน้อยกว่า มีเนื้อสัมผัสแข็ง เคลือบผิวด้านนอกเป็นสีแดงจากขี้ผึ้ง ขึ้นรูปเป็นก้อนกลมและแท่งสี่เหลี่ยม เพื่อให้ดูแตกต่างจากเกาดาชีส มีกลิ่นหอมคล้านถั่ว กินเล่นก็ได้ หรือนำไปปรุงอาหารก็ได้ค่ะ คอทเทจชีส (Cottage cheese) ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ ฟูๆ เหมือนวิปปิ้งครีมที่บีบออกมาจากขวด มีรสชาติอมหวานมัน เพราะทำมาจากนมพร่องมันเนย นิยมทานกับผลไม้ สลัด เป็นชีสที่มีไขมันน้อยจึงนิยมมาทานในเมนูลดน้ำหนัก ข้อมูลจาก easycookingmenu.com

3 ร้าน 3 สไตล์ ที่เปิดใหม่ในสยาม!!
ก๋วยเตี๋ยว /  ขนม / 

ร้านอาหารเปิดใหม่ก็ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดในฤดูฝน แต่เราก็ไม่ย่อท้อต่อการตามไปชิมตามไปสัมผัสร้านใหม่ๆ เพื่อให้ไม่ตกเทรนด์กัน เช็คอินคนแรกๆ ยิ่งเทห์ยิ่งชิค กลายเป็นผู้นำเทรนด์เลยทีเดียว และแหล่งวัยรุ่นที่ผ่านมาแล้วหลายๆ รุ่นคือ "สยาม" แหล่งช้อปปิ้งชองคนรุ่นใหม่กลางใจเมืองสยามแห่งนี้มีอยู่มานานจนเปิดโซนใหม่ เปิดห้างใหม่ในย่านนี้มากมายหลายซอกหลายมุม แน่นอนว่าของกินอร่อยๆ มักจะตามมาเปิดอยู่เสมอๆ วันนี้เราจะมาแนะนำร้านอาหารที่เปิดในในย่านสยามแห่งนี้ค่ะ 3 ร้าน 3 สไตล์ ที่เปิดใหม่ในสยาม!! ร้าน Hands & Heart หลังจากได้รับการชักชวนจาก Freitag แบรนด์กระเป๋าชื่อดังจากสวิสฯ Hands & Heart ร้านกาแฟดังย่านสุขุมวิทได้ตอบรับเปิดร้านป๊อปอัปยาวเป็นเวลานาน 1 ปีเต็ม บนชั้น 2 ของร้าน Freitag สยามสแควร์ ซอย 7 ในสไตล์มินิมอลโทนสีขาวใสๆ เอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมเมนูกาแฟใหม่อย่าง Clean Hands และ Dirty Heart (www.facebook.com/handsandheartcoffee) -------------------------------------------------------------- Kiss The Tiramisu ไอศกรีมสุดฮิตจากแดนกิมจิ เปิดสาขาแรกที่สยามสแควร์ ซอย 3 ให้สาวกของหวานได้ฟินกันแบบไม่ต้องบินไกลไปถึงย่านฮงแด ประเทศเกาหลีใต้แล้ว ทีเด็ดของเมนู "Kiss The Tiramisu" อยู่ที่การผสมผสานซอฟต์ครีมรสนมหอมหวานเนียนนุ่มกับชีสมาสคาร์โปเนหอมมัน เพิ่มความกรุบกรอบด้วยครัมเบิล พร้อมราดกาแฟ โรยผงโกโก้และเกล็ดช็อกโกแลต แถมยังใส่มาในแก้วขอบทองทรงสูงสุดเก๋เอาใจคนชอบชิม แชะ แชร์กันสุดๆ (https://www.facebook.com/kissthetiramisuthailand) -------------------------------------------------------------- เตี๋ยวตาโต เพียงเห็นชื่อก็ทำเอาตกหลุมรักเสียแล้วสำหรัย "เตี๋ยวตาโต" ร้านน้องใหม่โซน Food Passage ชั้น 4 สยามพารากอนชูจุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวต้มยำสไตล์ไทยที่จะทำให้คุณเผ็ดจนตาโต ด้วยน้ำพริกเผาสูตรเด็ดมาเนรมิตรความอร่อยในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่เผ็ดชามเล็กไปจนถึงเผ็ดชามโต เลือกน้ำแบบน้ำหรือแห้งตามชอบ แต่ถ้าอยากลองเมนูเก๋เราขอแนะนำ "หม้อไฟชาบูซูปเปอร์ชีส" อุด้งในน้ำต้มยำกินคู่กับหมูชาชู ชิ้นโต ก่อนจะโรยชีสแล้วต้มจนเดือดปุดพอตักปุ๊ปชีสยืดปั๊ป งานนี้บอกได้คำเดียวว่า "นัว" (www.facebook.com/TiewTaaToh) -------------------------------------------------------------- จากหนังสือ Gourmet & Cuisine issue 191 : Jun 2016 อ่านต่อได้ที่ Mbookstore

เรียนรู้เรื่องเส้น รู้ไว้จะได้เป็นสาวกเด็กเส้น!!
ก๋วยเตี๋ยว /  บะหมี่ / 

เรียนรู้เรื่องเส้น รู้ไว้จะได้เป็นสาวกเด็กเส้น!! คำว่า เด็กเส้น ไม่กินเส้น เชื่อว่าคำเปรียบเทียบเหล่านี้เราคงได้ยินกันมานาน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ว่าใครจะไม่กินเส้น หรือจะเป็นเด็กเส้น เราไม่แคร์ เพราะเราทุกคนย่อมเคยกินเส้นมาแล้วทั้งนั้น แต่ที่เรากำลังหมายถึงคือ "เส้นพาสต้า" ที่มีตั้งแต่แบบไทยไปจนถึงแบบฝรั่ง ไม่ว่าจะเส้นเล็กเส้นใหญ่ จะสั้นหรือยาวก็ตามที แถมกินเป็นหมู่คณะก็ยิ่งอร่อย งั้นเราไปตามหาเส้นกันเถอะว่าจะมีอะไรกันบ้าง... Black Ink Spaghetti สปาเกตตีหมึกดำ เมื่อนึกถึงอาหารเส้นๆ ก็ต้องสปาเกตตี อาหารประเภทพาสต้าที่น่าจะแพร่หลายมากที่สุด ซึ่งอาหารเส้นพวกนี้ก็สามารถพลิกแพลงได้ตามวัตถุดิบ อย่างการใส่หมึกดำเข้าไป ก็จะได้สปาเกตตีเส้นดำที่ทั้งแปลกและน่ากิน Cellophane Noodles วุ้นเส้น อาหารเส้นที่สาวๆ หลายคนติดใจ ไม่ว่าจะยำวุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยววุ้นเส้นต้มยำ ส่วนเวลาทำก็ไม่ยุ่งยาก แค่เอาวุ้นเส้นมาแช่น้ำ แค่นี้เส้นก็จะพอง เรียกได้ว่าห่อเดียวกินกันได้ทั้งบ้าน Chinese Noodles หมี่ซั่ว เส้นแบบจีนๆ ก็ต้องนี่เลย หมี่ซั่วที่เรามักจะได้กินกันช่วงเทศกาลกินเจ แต่ถ้าเอามาผัดแบบธรรมดาที่ไม่ใช่สูตรเจก็ยิ่งอร่อย สามารถใส่เนื้อสัตว์เพิ่มเติมลงไปได้ เช่น กุ้ง ปู หมู ผัดทีละกระทะใหญ่ๆ ทั้งอร่อย ทั้งประหยัด Crispy Noodles หมี่กรอบ ใครที่ชอบกินราดหน้า ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะความอร่อยของหมี่กรอบเป็นแน่ โดยหมี่กรอบนั้นก็คือการนำเอาเส้นบะหมี่ไปทอดให้เหลืองกรอบนั่นเอง ซึ่งนอกจากราดหน้าแล้ว ข้าวซอยก็ใส่หมี่กรอบเพิ่มความอร่อยได้ด้วยเหมือนกัน Egg Noodles บะหมี่ไข่ อาหารสไตล์จีนที่กลายมาเป็นหนึ่งในอาหารหลักของบ้านเรา ส่วนใหญ่เราก็จะคุ้นเคยกับบะหมี่หมูแดง เป็ด ไปจนถึงร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีเส้นบะหมี่จับคู่กับน้ำซุปและเครื่องเคียงที่หลากหลาย ใครว่างๆ ลองซื้อบะหมี่มาทำกินเองที่บ้าน รับรองว่าทำไม่ยากเลย Instant Noodles บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่น่าเชื่อว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะฝังรากลึกลงไปในสังคมไทยถึงขนาด เป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเมื่อคนต้องการประหยัดก็มักจะหันมาพึ่งอาหารสำเร็จรูปเหล่านี้แหละ Udon อุด้ง หนึ่งในเส้นจากญี่ปุ่นที่มีดีตรงความเหนียวนุ่ม ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็รับวัฒนธรรมอาหารเส้นมาจากจีนเช่นกัน วิธีทานก็จะนำไปใส่ในน้ำซุป และเพิ่มเติมพวกเครื่องต่างๆ เช่น เทมปุระ แกงกะหรี่ Rice Noodles เส้นก๋วยเตี๋ยว อาหารไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากจีน ซึ่งเส้นก๋วยเตี๋ยวเหล่านี้ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า นำมาผสมน้ำ กลายเป็นแป้งแผ่นใหญ่ นำไปทำให้แห้ง และหั่นเป็นเส้น ซึ่งเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อมากๆ ก็คือเส้นจันท์ ที่ผลิตจากจังหวัดจันทบุรี Soba โซบะ อาหารเส้นขึ้นชื่ออีกอย่างของญี่ปุ่น ทำจากเมล็ดโซบะหรือบักวีต นิยมนำมาทำเป็นเมนูโซบะเย็น ที่นำเส้นโซบะเย็นๆ กินคู่กับน้ำซุปรสหวานๆ เค็มๆ สามารถซื้อมาทำกินเองได้ไม่ยาก เหมาะกับวันหยุดที่อากาศร้อนๆ Spaghetti สปาเกตตี สำหรับบ้านเรา พาสต้าที่คนพูดถึงบ่อยๆ ก็คงหนีไม่พ้นสปาเกตตีที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของอาหารเส้น ซึ่งสปาเกตตีจะเป็นเส้นกลม ยาว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตร กินกับซอสชนิดต่างๆ ได้หลากหลาย หรือนำไปผัดแบบไทยๆ ก็เข้ากัน Thai Vermicelli ขนมจีน อาหารคาวที่ชื่อเหมือนขนม มีที่มาจากอาหารมอญ ซึ่งขนมจีนนั้นก็มีในหลายวัฒนธรรม ทั้งภาคเหนือที่เรียกว่าขนมเส้น และภาคอีสานที่เรียกว่าข้าวปุ้น ใช้กินคู่กับน้ำพริก น้ำยา หรือแกงต่างๆ The Egg Noodles บะหมี่เส้นแบน หรือบะหมี่เป๊าะ เส้นบะหมี่อีกชนิดที่หลายคนติดใจ เพราะปกติจะได้กินแต่บะหมี่แบบธรรมดา แต่พอได้เจอบะหมี่เส้นแบน ความอร่อยก็เพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว อาจจะเพราะความหนาของเส้นที่ช่วยทำให้ได้รสสัมผัสอีกแบบหนึ่งก็เป็นได้ เครดิตจาก นิตยสาร a day BULLETIN LIFE ฉบับเดือนมิถุนายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

Kuh Grill and Bar สเต็กระดับพรีเมียม สเต็กนุ่มที่สุดในศตวรรษนี้
พญาไท /  สเต็ก

ปัจจุบัน ย่านอารีย์มีร้านอาหารหลากหลายประเภทให้เลือกสรร พาเพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้ใจ มาสังสรรค์และดื่มด่ำกับอาหารทุกแนวหลายสัญชาติด้วยหลากราคา แต่สำหรับร้าน Kuh Grill & Bar เป็นอีกหนึ่งร้านที่ลงตัวความผสมผสานญี่ปุ่นและยุโรป ประกอบกับเมนูอาหารอันแปลกใหม่ที่มีการ Presentation พร้อมเสิร์ฟอย่างน่าสนใจ Kuh Grill & Bar ตั้งอยู่แถวอารีย์ซอย 2 ฝั่งตรงข้ามสำนักงานเขตพญาไทและเลยไปราว 300 เมตร ภายในร้านรองรับที่นั่ง 40 ที่นั่ง ภายในร้านตกแต่งเน้นความเรียบง่ายแบบ Industrial Loft โทนขาว-ดำ เป็นหลัก ด้านเมนูภายในร้าน มีตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย จนไปถึงอาหารจานหลัก มีความเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเข้าไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เมนู Trio ที่ใส่ผักและผลไม้พร้อมด้วยซอสพิเศษทางร้านและจัดอาหารน่ารับประทาน หรือเฟรนช์ฟรายส์เสิร์ฟกับชีสเพื่อทานเล่นก่อนอาหารหลักพร้อมเสิร์ฟจะมาถึง เมนู Caesar Salad / เมนู Trio ซึ่งเมนูหลักน่าสนใจ จะมีทั้งเนื้อวากิว คุณภาพระดับ A5 นำเข้าจากญี่ปุ่น ด้านเมนูเนื้อมีซอสให้เลือกถึง 6 แบบอีกทั้งมีเมนูพ็อคชอป ทานคู่กับมันฝรั่งอบ เสียบไม้บาบีคิว เสิร์ฟด้วยซอสโรสแมรี่ หรือแซลมอลที่มีความลงตัวความเป็นยุโรป พร้อมด้วยซอสวาซาบิอ่อนๆ ทานคู่กับถั่วแระญี่ปุ่นบด เมนู Saga Wagyu Rib Eye A5 เมนู Aus 150-Days Grain Fed ด้านของหวาน มีให้พร้อมเสิร์ฟจำนวน 2 เมนู โดยเปลี่ยนไปตามซีซั่น ล่าสุด เป็นเมนู BBQ Toast เป็นขนมปังปิ้งเสียบพร้อมกับผลไม้ และ Coco Custard คัสตาร์ดมะพร้าวที่มากับรสชาติหวานพอดีๆ เสิรฟ์คู่กับผลไม้นานาชาติ และไอศกรีมวานิลา ทั้งนี้ เมนูของหวานจะเปลี่ยนแปลงเมนูตามฤดูกาลที่เหมาะสมกับประเทศ เมนู BBQ Toast เมนู Coco Custard ที่น่าสนใจของอาหารร้านนี้คือ ทุกเมนูจะใส่ความเป็น”สุขภาพ” สังเกตได้จาก มีผักและผลไม้มาเป็นส่วนประกอบ เนื้อสัตว์ทุกประเภทล้วนผ่านการแช่ด้วยอุณหภูมิ 2-5 องศา เพื่อให้ได้รับรสชาติของวัตถุดิบอย่างเต็มที่ ซึ่งปกติร้านทั่วไปจะนำเนื้อสัตว์แช่แข็ง ทำให้เสียรสชาติการรับประทานไป รสชาติอาหารจะไม่จัดจ้าน หรือหวานมากเกินไป คุณผู้หญิงที่รักสุขภาพก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของร้านแห่งนี้ การจัดอาหารแต่ละเมนูดูแปลกตาและเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว ส่วนราคาอาหาร ถือว่าอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผลเลยทีเดียว ตกต่อหัวไม่เกิน 300-400 บาท เมนู Pasta Salmon Miso Cream Sauce เมนู Grilled Salmon With White Mustard Sauce เมนู Pork Chop with Rosemary Sauce สิทธิพิเศษสำหรับผู้ชมเว็บไซต์ MThai.com หากแจ้งกับเจ้าหน้าที่ร้านว่า ทราบร้านนี้จากเว็บไซต์ พร้อมแสดงเว็บไซต์หน้านี้แก่เจ้าหน้าที่ จะได้รับส่วนลดอาหารถึง 15 % สิทธิพิเศษนี้จะมีถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559

Veganerie Concept ร้านวีแกนสำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ
Veganerie Concept /  ของหวาน / 

Veganerie Concept ร้านวีแกนสำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ ด้วยคำกล่าวที่ว่า "การมีสุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" ทำให้หลายคนหันมารับประทานอาหารสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารมังสวิรัติ หรืออาหารเจ รวมทั้งอาหารวีแกน อาหารที่ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ นม เนย ไข่ น้ำผึ้ง หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสัตว์ แต่เลือกใช้วัตถุดิบจากพืชแท้ๆ 100% มาปรุงอาหารแทน... ซึ่งร้านที่ขึ้นชื่อในเรื่องนี้โดยเฉพาะต้องยกให้ร้าน Veganerie Concept ส่วนคอนเซ็ปต์หลักของที่นี่ เจ้าของร้านเลือกนำเสนอทั้งอาหารคาว อาหารหวาน และเครื่องดื่มหลายรายการที่ใช้วัตถุดิบปรุงสดใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศแบบธรรมชาติที่ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลัก แทรกด้วยต้นไม้สีเขียวให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตา เมื่อได้เข้ามารับประทานอาหารที่เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Caesar Salad ซีซาร์สลัดผักสูตรเจ คัดสรรผักสดกรุบกรอบ โรยด้วยเบคอนวีแกน คลุกเคล้ากับครีมชีสและซอสพาร์มีซานชีส ต่อกันที่อาหารจานหลักกับเมนู BBQ Pock Burger ขนมปังเบอร์เกอร์ไส้หมูบาร์บีคิวสูตรวีแกน ที่ทำมาจากเห็ดหิมะส่งตรงจากไต้หวันแทน พร้อมซอส 3 ชนิด ทั้งบาร์บีคิว มะเขือเทศ และมายองเนสชีส สำหรับของหวานเพื่อสุขภาพต้องไม่พลาดเมนู Fruity Glory Pancake แพนเค้กเนื้อนุ่มราดน้ำหวานจากดอกมะพร้าว รับประทานพร้อมกับผลไม้รสเปรี้ยวตระกูลเบอร์รีและกล้วย แอบเพิ่มความกรุบกรอบด้วยถั่วอัลมอนด์และเมล็ดเจีย ปิดท้ายด้วยเมนูสุดคลาสสิคด้วย Choc Banana Waffle วาฟเฟิลช็อกโกแลตหอมๆ ราดช็อกโกแลตเข้มข้นที่ผสมนมถั่วเหลือง เสิร์ฟความอร่อยพร้อมกล้วย ไอศกรีม และวิปครีม “เห็นอย่างนี้แล้ว สาวกชาววีแกนจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง...”   เครดิตจาก นิตยสาร Weekend ฉบับเดือนมิถุนายน 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

กินแต่ของอร่อย ตายไว! เลือกกินดีมีประโยชน์ ช่วยต้านโรค ในแบบ โภชนบำบัด
กินดีมีประโยชน์ /  กินอาหารมีประโยชน์ / 

เชื่อว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่เวลากินอาหาร จะเน้นเรื่องความอร่อยและหน้าตาเป็นหลัก โดยลืมนึกถึงเรื่องของสุขภาพจนทำให้เกิดปัญหาโรคภัยต่าง ๆ ตามมาโดยที่ไม่ทันรู้ตัว ซึ่งหากใคร ที่ตรวจพบว่าเป็นโรคแล้ว การกินแบบ โภชนบำบัด (Diet Therapy) หรือการใช้อาหารช่วยรักษาโรค ด้วยการเลือกกินอาหาร ที่เหมาะกับโรคที่เป็นอยู่ ถือเป็นอีกวิธีที่จะสามารถช่วยคุณได้ โดยการเปลี่ยนเป็น กินดีมีประโยชน์ ต้านทานโรค แทนการกินที่เน้นเพียงความอร่อย.. โรคอ้วน ควบคุมปริมาณอาหาร ผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักตัวเกินนั้น เป็นสาเหตุของโรคภัยต่าง ๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ข้ออักเสบนั่นเอง สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน การควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งในแต่ละวันต้องกินอาหารให้ครบทุกมื้อ แต่ควรลดพลังงานลงวันละ 500-1,000 แคลอรี โดยพลังงานที่ได้รับควรเน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น อกไก่ลอกหนัง เนื้อปลา และธัญพืชต่าง ๆ แทนเนื้อสัตว์ที่ไขมันสูง นอกจากนี้ยังควรงดอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ลดปริมาณของโซเดียม และของทอด แต่เน้นกินผักผลไม้ที่มีใยอาหารสูงเพื่อให้อิ่มนานยิ่งขึ้นแทน โรคไต งดอาหารโปรตีนสูง ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับของเสียจากการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย นอกจากนั้น ไตยังมีหน้าที่ควบคุมความดันเลือดอีกด้วย โรคเกี่ยวกับไตมีหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นไตวายฉับพลัน ไตรั่ว ฯลฯ โดยอาหารที่มีผลต่อโรคไตเป็นกลุ่มที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่แดง นม เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ทุกชนิด ธัญพืชหรือถั่วต่าง ๆ เนื่องจากในส่วนของอาหารที่มีโปรตีนสูงมักจะมีฟอสเฟตสูงตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นตัวเร่งให้ไตเสื่อมรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังควรงดอาหารที่มีโซเดียมสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งมักมีอยู่ในปลาเค็ม แฮม เบคอน ไส้กรอก ของหมักดอง รวมทั้งเครื่องปรุงที่มีเกลือโซเดียมเป็นส่วนประกอบทั้งหมด โดยให้หันมาเลือกกินผักผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดหอม แตงกวา ถั่วงอก สับปะรด องุ่น เป็นต้น โรคเบาหวาน ควบคุมปริมาณน้ำตาล โรคเบาหวานอย่างที่เรารู้ ๆ กันว่าเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน ซึ่งโรคเบาหวานเกิดได้ทั้งจากผู้ที่มีสภาวะน้ำหนักเกิน พันธุกรรม และผู้ที่มีปัญหาการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตเสื่อม การควบคุมปริมาณอาหาร และน้ำตาล รวมถึงควบคุมน้ำหนักซึ่งส่งผลกับโรคโดยตรง โดยผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเริ่มต้นด้วยการกินอาหารให้ตรงเวลาไม่กินจุกจิก งดอาหารที่มีส่วนประกอบน้ำตาลสูง เช่น ผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลมาก ขนมหวานหรือเค้กต่าง ๆ ของทอด ของมัน รวมทั้งข้าวซึ่งมีผลต่อปริมาณน้ำตาลในเลือด โดยเน้นกินพืชผักผลไม้ที่ใยอาหารสูง ถึงแม้น้ำตาลจะอยู่ในระดับปกติแต่ก็ควรควบคุมอาหารต่อไป โรคความดันโลหิตสูง ระวังเกลือ เมื่อพูดถึงโรคที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเป็นกันก็คือโรคความดันโลหิตสูง ถือเป็นโรคที่มีความร้ายแรง ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเพราะไม่แสดงอาการใด ๆ โดยจะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคไต และโรคอัมพาตแบบที่คุณไม่ทันตั้งตัวเลยเชียวล่ะ สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเรื่องอาหารการกินก็สำคัญไม่แพ้กับการกินยา ซึ่งอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคืออาหารที่มีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่มาก เพราะโซเดียมในเกลือ ทำหน้าที่ควบคุมความดันของผนังเซลล์ เช่น ซอสปรุงรส ต่าง ๆ อาหารแช่แข็ง ของหมักดอง อาหารกระป๋อง รวมทั้งควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วนของอาหารที่ผู้ป่วยสามารถกินได้คือ ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ข้าวโอ๊ต กล้วย ถั่ว มันฝรั่ง เป็นต้น เพราะประโยชน์ของอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ความดันโลหิตของคุณลดลง โรคไขมันในเลือดสูง ควบคุมปริมาณไขมัน ภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็งตัว เมื่อมีไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดจนทำให้หลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจด้วยแล้วอาจทำให้หัวใจขาดเลือดได้ นับเป็นโรคร้ายที่มีคนเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ หากผู้ที่ตรวจพบว่ามีไขมันในเลือดสูงควรควบคุมอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ ไข่แดง น้ำมันจากสัตว์ น้ำมันปาล์ม กะทิ หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง เป็นต้น ซึ่งเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง โดยอาหารที่กินควรเป็นประเภท ต้ม ยำ นึ่ง หรือหากจะผัดทอดให้ใช้ไขมันจากพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก และน้ำมันดอกทานตะวัน แทนการใช้ไขมันจากสัตว์ สำหรับอาหารที่เหมาะกับคนที่ภาวะไขมันในเลือดสูง เช่น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตไม่มีไขมัน เนื้อปลา อกไก่ลอกหนัง ถั่วต่าง ๆ และที่สำคัญเลือกกินผักผลไม้ที่มีกากใยสูงจะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดี นอกจากพฤติกรรมการกินและการดำเนินวิถีชีวิตที่ผิด จะส่งผลเสียต่อสุขภาพแถมยังเป็นตัวเร่งของโรคอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกินแบบไม่คิดจนเกิดภาวะน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่ ขาปาร์ตี้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นคุณควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินโดยเลือกกินอาหารที่ดี ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราจะได้ห่างไกลจากโรคกันนะคะ เรื่องโดย : หทัยชนก เอี่ยมภูเขียว นิตยสารแม่บ้าน

ร้าน Bangkok Seafood Market อาหารทะเลสด นั่งชิลล์ชมวิวเจ้าพระยา
seafood /  ริมแม่น้ำ / 

ใครที่หาร้านอาหารทะเลที่วิวสวยใกล้ๆ ในกรุงเทพฯ วันนี้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนกับร้านที่เราจะแนะนำพิกัดใกล้ๆ กันอย่าง ร้าน Bangkok Seafood Market ที่โครงการยอดพิมานริเวอร์วอร์ค ปากคลองตลาด โอกาสที่ได้กินอาหารทะเลที่มองเห็นวิวของกรุงเทพฯ และเป็นร้านที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร้านนี้ตอบโจทย์มาก ที่จะเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับครอบครัวในสัปดาห์นี้ ร้าน Bangkok Seafood Marketอาหารทะเลสด นั่งชิลล์ชมวิวเจ้าพระยา ร้าน Bangkok Seafood Market (บางกอกซีฟู้ดมาร์เก็ต) อาหารทะเลสดๆ มากมายจากฝีมือเชฟที่รังสรรค์ของทะเลสดมาเป็นเมนูที่อร่อยสุดๆ และเมนูอาหารก็หลากหลายให้เลือกสั่ง Bangkok Seafood Market ตั้งอยู่ชั้น 3 ของโครงการ หรือเป็นชั้นดาดฟ้าชั้นบนสุด  ร้านจะอยู่ติดริมแม่น้ำ ร้านจะเป็นกระจกตลอดทั้งแนว เพื่อให้เห็นวิวที่สวยงาม ส่วนโซน Outdoor ก็สามารถเห็นวิวแม่น้ำได้เช่นกัน ใครที่ชอบรับลมยามเย็นนั่งด้านนอกได้เลยค่ะ ร้านกว้างโล่งสบาย เป็นแนวยาวตลอดทั้งร้าน ใช้แสงสว่างจากแสงธรรมชาติจากด้านนอกครัวเป็นครัวเปิดให้เห็นเชฟปรุงอาหาร ส่งกลิ่นเย้าย้วนชวนกิน ชุดทะเล (999 บาท) ที่รวมของทะเลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยหวาน หอยตลับ ปูม้า จะเซตออกมาแบบคุมสุดๆ ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ และที่สำคัญคือไม่ต้องย่างเองให้เสียเวลา เชฟจะย่างมาให้เลย ลาบปลากระพง (190 บาท) รสชาติจัดจ้าน ส่วนผสมสูตรพิเศษจากเชฟประจำของทางร้าน ปูม้าผัดพริกไทยดำ ปูม้าตัวใหญ่ๆ ทำให้ผัดพริกไทยดำดูไม่ธรรมดาไม่เลยค่ะ ปูม้าตัวใหญ่เนื้อแน่น แทรกซึมน้ำปรุงผัดพริกไทยดำได้ดี กุ้งแม่น้ำราดซอสมะขาม กุ้งแม้น้ำที่ทอดกรอบๆ ผ่าครึ่ง แล้วราดด้วยซอสมะขามสูตรเข้มข้น ออส่วนหอยนางรมกะทะร้อน (220 บาท) หอยนางรมตัวใหญ่สดๆ เอามาทำออส่วน ด้วยความที่เสิร์ฟมาพร้อมกับกระทะร้อน แป้งของออส่วนจะร้อนตลอดเวลา ไม่ทำให้แป้งแห้ง แผนที่ร้าน Bangkok Seafood Market 

วิธีทำพิซซ่าญี่ปุ่น อาหารว่างสไตล์ญี่ปุ่น ในวันหยุดสุดชิค
พิซซ่า /  วิธีทำพิซซ่าญี่ปุ่น

เมนูวันหยุด หากิจกรรมยามว่างที่ดีที่สุดคือการทำอาหารกินกันภายในบ้าน ในเมื่อมันเป็นวันหยุดแบบนี้ ก็ต้องทำเมนูสุดพิเศษ ที่เราไม่ค่อยได้ทำกันบ่อยๆ กับเมนู พิซซ่าญี่ปุ่น เมนูอาหารญี่ปุ่นต้องลองหัดทำกันดู รับรองว่าไม่ยากอย่างที่คิด วิธีทำพิซซ่าญี่ปุ่น อาหารว่างสไตล์ญี่ปุ่น ในวันหยุดสุดชิค ส่วนผสมแป้ง แป้งสาลี 300 กรัม แป้งข้าวเหนียว 75 กรัม แป้งข้าวโพด 25 กรัม น้ำตาลทราย 50 กรัม เกลือป่น 5 กรัม ไข่แดง 3 ฟอง น้ำปลาโอแห้ง หรือน้ำซุป 750 กรัม นมสด 150 กรัม ส่วนผสมไส้และหน้า ปลาหมึกทาโกะ หั่นเต๋า 50 กรัม กะหล่ำปลีสับ 30 กรัม แครอทสับ 10 กรัม ต้นหอมซอย 5 กรัม ขิงดองซอย 5 กรัม ปลาโอแห้งฝอย สาหร่ายแห้งฝอย ส่วนผสมซอสทาโกะยากิ มายองเนส 200 กรัม ซอสทงคัตสึ 100 กรัม วิธีทำ นำแป้งสาลี แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด ผงฟู น้ำตาล เกลือ และไข่แดงผสมรวมกัน จากนั้นคนให้เข้ากันใส่น้ำปลาแห้งทีละส่วนประมาณ 3-4 ครั้ง แล้วใส่นมสด คนให้เข้ากัน นำมายองเนส ผสมกับซอสทงคัตสึ คนให้เข้ากัน จะได้ซอสทาโกะยากิ นำส่วนผสมของไส้ ได้แก่ ปลาหมึก กะหล่ำปลี แครอท ต้นหอม และขิงซอยเตรียมไว้ใส่ลงในแป้ง คนให้เข้ากัน เทน้ำมันเล็กน้อย ลงบนกระทะให้กระทะร้อนได้ที่ จากนั้นเทน้ำแป้งที่ผสมกับไส้แล้วลงกระทะให้หนาประมาณ 1 เซนติเมตร พอเริ่มสุกให้พลิกกลับ พลิกไปมาสองด้านจนสุกโดยให้เนื้อภายนอกเป็นสีเหลืองนวล เมื่อกดแล้วไม่ยุบตัว ซึ่งในระหว่างทอดนั้นสามารถเพิ่มน้ำมันได้ตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้ติดกระทะ เมื่อได้พิซซ่าญี่ปุ่นจากข้อ 3 แล้ว ให้จัดใส่จานเสิร์ฟ ราดด้วยซอสทาโกะยากิ แล้วโรยด้วยปลาแห้งฝอย สาหร่ายฝอยพร้อมเสิร์ฟ อาหารญี่ปุ่น รวยง่าย อ่านต่อได้ ที่นี่

In the mood for love เอกมัย1 ร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศแบบเซี่ยงไฮ้
ซูชิ /  อาหารญี่ปุ่น / 

ความรักความโรแมนติกไม่ได้มีแค่วันวาเลนไทน์ ความรักจะอบอวลไปทั้งปี เมื่อเลือกร้านอาหารดีๆ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นอย่างร้าน In the mood for love เอกมัยซอย 1 ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบเพื่อนฝูง รักแบบครอบครัวหรือแฟนก็สามารถชวนกันมาทานได้ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นแบบหาโอกาสจากที่ไหนได้อีก In the mood for love เอกมัย1 ร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศแบบเซี่ยงไฮ้ หากใครชอบดูหนังจะรู้เลยว่าชื่อร้าน In the mood for love เป็นชื่อหนังฮ่องกงยุค 1960 ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณคุณสา เจ้าของร้านชื่นชอบเป็นอย่างมากจึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหาร In the mood for love เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นของตัวเอง ด้วยรสชาติอาหารที่ฟิวชั่นและการตกแต่งร้านให้เป็นสไตล์ Traditional และแบบ comtempupary คือมีความดั้งเดิมและร่วมสมัย เรียกได้ว่าเป็นการย้อนยุคที่ดูทันสมัยที่สุดก็ว่าได้ คงเป็นเรื่องใหม่ที่ร้านอาหารญีปุ่นจะตกแต่งไปทางจีน ของตกแต่งบางอย่างที่ดูมีความเป็นจีนมากกว่า ทั้งของใช้ โต๊ะ โคมไฟกรงนก และหมอนลายโบตั๋น คงเป็นเพราะหยิบแรงบันดาลใจของหนังเรื่อง In the mood for love มาตกแต่งร้านอย่างแน่นอน ร้านดูกว้างเป็นอย่างมาก สามารถรับจัดปาร์ตี้แบบส่วนตัวได้ถึง 200 คน เลยทีเดียว และมีหลายโซนและมี 2 ชั้นด้วยกัน และมีในส่วนของ Outdoor สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติด้านนอก Sweet 16 (440 บาท) เป็นอาหารฟิวชั่น เนื้อปลาไหลราดซอสสไปซี่แซลมอน โปะด้วยสตอเบอร์รี่ รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ไม่มีกลิ่นคาวเนื้อปลาไหล Guilty but Happy (390 บาท) เมนูแนะนำและขายดีของทางร้าน กุ้งเทมปุระชิ้นโตพร้อมครีมชีสเนื้อแน่น คลุกคล้าด้วยซอสและมายองเนส รสชาติอร่อยลงตัว Gindara Yaki  (480 บาท) ปลาจินดาระหมักซอสมิโซะกว่า 8 ชม. ก่อนนำไปย่าง เวลาทานปลาเนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และได้กลิ่นหอมของปลาจากการนำไปย่างบนเตาถ่าน Salmon Skin salad (320 บาท) เมนูรักสุขภาพสำหรับสาวๆ หนังปลาแซลมอนทอดกรอบ กับสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดโฮมเมดสูตรพิเศษของทางร้าน รสชาติเข้มข้น ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น In The Mood For Love (330 บาท) Cocktail เป็น Signature ของทางร้าน แอ๊ปเปิ้ลผสมกับโซจูเล็กน้อย ช่วงนี้้ทางร้านมี โอมากาเสะ (เมนูตามที่เชฟอยากทำ) เมนูพิเศษตามฤดูกาล ซึ่งจะเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ 3 เดือน เช่นฤดูกาลนี้จะมีเมนู Otaru Ika (ปลาหมึกเรืองแสง), Sayori (ปลาซาโยริ), Torigai(หอยโทริไก) เป็นต้น ถ้าต้องการทาน โอมากาเสะ ต้องโทรจองล่วงหน้านะคะ สมาชิก True red card 10% สมาชิก True black card 15%  ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 59 ————————————————————- กิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก MThai คำถาม : หากได้ไปทานจะสั่งเมนูไหนเป็นเมนูแรก ? แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook  สุ่มผู้โชคดี รับ Gift Voucher มูลค่า 500 บาท 4 รางวัล! รายชื่อผู้โชคดี Sirgotex mungming111 ha_auy kittyjank ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

TENDO สวรรค์ของคนรักปลาดิบ
tendo /  ซาชิมิ / 

เทนโดะ แปลว่า สวรรค์ และที่นี่คือสวรรค์ของหนุ่มนักศึกษาปี 3 ที่หลงรักอาหารญี่ปุ่นจนกระทั่งได้พบเพื่อนเชฟชาวญี่ปุ่น จึงช่วยกันสร้างสรรค์เมนูอาหารและเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นตามความใฝ่ฝันของเขา Tendo เป็นร้านน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ 2 เดือน ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อที่แน่นขนัดไปด้วยร้านญี่ปุ่นมากมาย แต่เจ้าของร้าน หนุ่มเจตั้น เศรษฐีสุวรรณ มีจุดแข็งที่ไม่เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ โดยจะเน้นที่ปลาแปลกๆ ซึ่งนำเข้ามาโดยตรงจากญี่ปุ่นแบบสดใหม่อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ที่นี่จึงไม่ได้มีเพียงแซลมอนหรือทูน่าแบบที่ร้านอื่นมี แต่ยังมีปลามากมายที่เราอาจะไม่เคยรู้ว่ามันทานได้อย่างเช่นปลา Sayori, Suzuki หรือ Kampachi และปลาแต่ละตัวสามารถนำมาประกอบขึ้นได้เป็นหลายเมนู  หลากหลายรสชาติต่างกันไปตามประสบการณ์ของเชฟ เช่น ซาชิมิซูชิ ยำหรือย่างเกลือ และมีโรลต่างๆ มากมาย ปลาสดๆ จากญี่ปุ่นจะให้อร่อยที่สุดก็ต้องชิมรสชาติของเนื้อปลาแท้ๆ ในรูปของซาชิมิพร้อมวาซาบิสดและจิ้มซีอิ๊วเล็กน้อย ซาชิมิที่นี่เสริ์ฟพร้อมกับซอสพอนซึโรยต้นหอม จะได้รสชาติที่นุ่มและไม่เค็มจนเกินไป ปลา Sayori หรือปลาเข็ม เป็นปลาตัวเล็ก ปากแหลมยาว เนื้อขาวใสและหนังบางกรุบกรอบ รสชาติหวานมาก ส่วน ปลา Suzuki เป็นปลาเนื้อขาวที่มีเนื้อแน่น ส่วนปลา Kampachi เนื้อบางใสแจ๋ว อันนี้นำมาทำเป็นซูชิ ใส่ข้าวนิดเดียว เนื้อปลากรอบอร่อยและสดมากๆ ค่ะ มาตรฐานของที่นี่คือปลาทุกชิ้นจะหั่นมาเท่ากัน ชิ้นละ 15 กรัม คำละ 150 บาท ชูโทโร่กับโรลปลาไหล หอมมันล้ำเลิศ ส่วนผู้ที่ชอบชีสต้องลอง Hotate Spicy Sauce เยิ้มมันกันทีเดียว โรลต้มยำกุ้ง เมนูแปลกใหม่น่าสนใจที่อยากให้ลอง ไส้คือแตงกวา อะโวคาโด้ และสาหร่าย ท็อปด้วยกุ้งต้ม ส่วนซอสต้มยำกุ้งนั้นเคี่ยวจนข้นหยอดมานิดๆแต่แซ่บทีเดียวค่ะ ข้าวหน้าเนื้อวากิวคือที่สุดของที่สุดในความหอม มัน นุ่ม หวานซอสปอนสึนิดๆ (890 บาท) หรือจะเลือกเนื้อออสเตรเลียก็มีค่ะ เทนโดะ เปิดทุกวันทั้งกลางวันและเย็น เป็นร้านญี่ปุ่นน้องใหม่ที่น่าสนใจและมีสิ่งใหม่ให้ได้ลิ้มลองกัน โดยเชฟจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆทุกอาทิตย์ค่ะ TENDO อาคารอเนกวานิช 3 อยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 4 และ 6 โทฯ 09-6787-9688 ขอบคุณภาพบางส่วนจาก: https://www.facebook.com/tendo.bangkok

โม อมีนา ยืนยัน!!! ไม่อยากมีสามี ขอเป็นซิงเกิ้ลมัม รักษาช็อกโกแลตซีสต์
โม อมีนา /  ข่าว โม อมีนา / 

                          กำลังอยู่ในช่วงรักษาตัวจากตรวจพบช็อกโกแลตซีสต์ในมดลูก สำหรับนักแสดงสาว "โม อมีนา พินิจ" หลังต้องแอดมิดหามส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน เพราะมีอาการปวดท้องอย่างหนัก ภายหลังแพทย์ตรวจสอบแล้วพบว่า มีสาเหตุมาจากการช็อกโกแลตซีสต์ที่บริเวณด้านซ้ายของมดลูก             ซึ่งสาวโมเอง ก็ได้ออกมาบอกถึงอาการแล้วว่า การเป็นครั้งนี้ ครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากผ่าตัดไปเมื่อ 4 ปีก่อน ตอนนี้ต้องรักษาอาการด้วยการกินยาคุมเพียงอย่างเดียว เพื่อระงับการเติบโตที่ตอนนี้มีขนาด 1.2 เซนติเมตร แต่ตนก็ยังกังวลว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ จนต้องผ่าตัดอีกที ซึ่งตนไม่อยากผ่า เพราะมันเจ็บ และต้องใช้เวลาอีกตั้ง 2-3 เดือน กว่าตนจะกลับมาเป็นปกติ จากนั้นมันก็จะมีผลตามมาอีก คือตนจะกลายเป็นวัยทองเร็วกว่าคนอื่นๆ ซึ่งวิธีที่จะรักษาให้หายขาด คุณหมอแนะนำว่าต้องท้อง โดยส่วนตัว ตนอยากมีลูกอยู่แล้ว แต่อยากได้น้ำเชื้อฝรั่ง ซึ่งได้มีการติดต่อเพื่อนที่เป็นฝรั่งไปแล้ว แต่ตนก็ต้องดูเรื่องกฏหมายไทยว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้อยู่ในช่วงเจรจากัน ยืนยันว่าไม่อยากมีสามี เป็นซิงเกิ้ลมัมดีกว่า ให้ลูกมีเราเป็นแม่ และก็มีผู้หญิงอีกคนก็ได้ ยังไงก็ไม่เปลี่ยนแปลง ขอบคุณรูปภาพจาก IG mo_amena โม อมีนา   โม อมีนา   โม อมีนา   โม อมีนา   โม อมีนา   โม อมีนา   โม อมีนา  

หลุดเข้าไปในโลกจินตนาการกับ
aliceinwonderland /  almajis / 

ตอนเย็นๆ ช่วงเวลาเลิกงาน 4-5 โมงรถก็คงติด ใครที่ขับรถไปทำงานก็คงต้องทำใจใช้ชีวิตอยู่บนถนนกันเป็นชั่วโมงเลยนะคะ เราอยากจะแนะนำให้คุณหนีจากโลกของความเป็นจริงเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการของ "The Hatter" ร้านอาหารสไตล์แฟนตาซีที่มีแรงบันดาลใจของร้านมาจากภาพยนตร์เรื่องดังที่หลายคนชื่นชอบ " Alice in Wonderland" เนื่องด้วยมีธีมมาจากเรื่อง Alice in Wonderland การตกแต่งของร้านจึงเป็นแนวเหนือจริง ให้เราได้สนุกกับจินตนาการกันอย่างเต็มที่ โดยจะสามารถสังเกตเห็นรายละเอียดต่างๆตั้งแต่ข้างหน้าร้านที่ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับภาพยนตร์ ไปจนกระทั่งถึงข้างในร้านเลยล่ะค่ะ เริ่มตั้งแต่หน้าร้านที่ออกแบบมาให้เป็นสวนสวยและเมื่อเดินเข้าไปแล้วก็จะได้สัมผัสกับโลกจินตนาการ ด้วยการตกแต่งที่ทำให้หลายคนต้องประหลาดใจกับข้าวของที่วางสะเปะสะปะ บ้างก็ถูกห้อยอยู่ด้านบน ให้ความรู้สึกเหมือนกับของที่กำลังร่วงอยู่ ซึ่งตรงกับในเรื่องของ Alice in Wonderland ที่อลิซจะวิ่งตามกระต่ายเข้าไปในโพรงกระต่ายแล้วเกิดตกเข้ามาในโพรง ของก็จะร่วงจะกลับหัวไปหมด มีโต๊ะเขียนหนังสือ แล้วก็โต๊ะน้ำชาปาร์ตี้ที่ Hatter ใช้ เรียกได้ว่าอิงจากเรื่องเกือบทุกฉากเลยก็ว่าได้ แถมชุดที่พนักงานของที่นี่ก็จะเป็นลายขวางขาวดำเหมือน Twins ฝาแฝดในเรื่อง เรียกได้ว่าใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆค่ะ นอกจากนั้น ยังมีของตกแต่งที่เกี่ยวกับเรื่อง Alice in Wonderland  อีกมากมายเต็มไปหมด อย่างเช่น นาฬิกาเรือนใหญ่ ซึ่งเป็นของสำคัญในเรื่อง Alice in Wonderland ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นโต๊ะอาหารสุดเก๋ อีกทั้งยังมีโคมไฟแก้วน้ำ และอีกมากมายที่บอกเลยว่าต้องมาสัมผัสด้วยตัวคุณเองจริงๆ เมื่อมีโอกาสได้คุยกับ คุณนิธินันท์ ทวียศทิพานนท์ หรือ "คุณปลา" เมเนเจอร์คนสวยของทางร้าน ก็เป็นอันหายสงสัยเลยล่ะค่ะ ว่าทำไมเขาถึงดีไซน์ออกมาได้สวยเก๋แบบนี้ "แต่ก่อนเปิดเป็น Almajis ลูกค้าก็เห็นคอนเซปต์สไตล์โมร็อคโคของเราแบบสีสันเยอะๆใช่มั้ยคะ แต่ทีนี้เราอยู่ในเขตที่มันวุ่นวาย รถติด ก็เลยอยากให้ทุกคนหลุดไปในห้วงของจินตนาการ เราก็หาไอเดียใหม่ๆ มาให้ลูกค้า แล้วก็เสิร์ฟอาหารที่แตกต่างขึ้นเป็นไทยฟิวชั่น เป็นยุโรป รับรองว่าถูกปากคนไทย กินได้ทุกวัน กินได้ง่าย ไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ" เมนูอาหารของที่นี่ก็จะหลากหลาย ส่วนมากจะเป็นแบบฟิวชั่นอย่างที่คุณปลาบอก แต่ไม่ใช่แค่การฟิวชั่นอาหารชาติต่างๆ เท่านั้นนะคะ ยังมีเมนูแปลกๆ ที่เป็นการนำขนมหวานกับของคาวมารวมอยู่ในจานเดียวกันอีกด้วย ! เมนูแรกก็คือ ''สปาเก็ตตี้ต้มยำ'' ความเด็ดก็คือความจัดจ้านของซอสต้มยำ เสิร์ฟพร้อมกุ้งตัวโตและเครื่องต้มยำที่เรียกว่าจัดเต็มมากๆค่ะ เมนูที่สองก็เป็น ''ฟัวกราส์ครีมบูเล่'' อันนี้ชื่อเหมือนจะเป็นขนมหวาน แต่ก็เป็นของคาว เป็นมูสฟัวกราส์กับขนมปังย่างกรอบ ตัวมูสจะเนียนนุ่ม ไม่มีกลิ่นคาวของตับห่าน คนไม่ชอบฟัวกราส์อาจจะเปลี่ยนใจเมื่อได้ลองชิมเมนูนี้นะคะ เมนูที่สามก็จะเป็น Hatter Chicken ค่ะ ชื่อเดียวกันชื่อร้านเลย Hatter Chicken จะเป็นอกไก่ยัดไส้ทรัฟเฟิลเสิร์ฟกับเกรวี่ซอส ข้างในจะเป็นมูสไก่ที่นุ่มเพราะว่าเขาจะไม่ได้ย่าง เหมือนกับว่าทำให้สุกโดยใช้อุณหภูมิที่น้อยมาก เมนูขนมหวาน "Paint the rose red"เป็นชีสเค้กไส้ผลไม้ อิงจากฉากๆ หนึ่งใน Alice in Wonderland จะมีฉากนึงที่แม่มดให้ทหารไปปลูกดอกกุหลาบสีแดง แต่ทหารไปปลูกสีขาว แม่มดก็เลยสั่งให้ไปเพ้นท์กุหลาบเป็นสีแดงให้หมด ก็เลยกลายมาเป็นเมนูนี้ที่ใช้พู่กันเพ้นท์ เพิ่มลูกเล่นปิดท้ายให้มื้อของคุณสนุกสนานกว่าที่เคยค่ะ โดยคุณปลา ได้เล่าเสริมว่า "เชฟเป็นคนไทยค่ะ  มีประสบการณ์ด้านอาหารยุโรปเยอะมาก เจ้าของร้านเขาก็เป็นคนชอบกินชอบเที่ยว ไปที่ไหนเจออะไรก็เอามาบอกเชฟอีกที เลยเอาไอเดียมารวมกันเพื่อให้อาหารมีสีสันมากขึ้น" มิน่า ถึงได้มีเมนูฟิวชั่นที่มีเอกลักษณ์สุดๆ มาให้เราได้ทานกันแบบนี้นี่เอง "ถ้าคนที่ชอบจินตนาการเขาก็จะค่อนข้างชอบอะไรแบบนี้ค่ะ เขาก็จะรู้สึกถึงจินตนาการของร้าน อาหาร การตกแต่งทุกอย่าง อย่างเอาขนมหวานมาทำอาหารคาวแบบนี้อ่ะค่ะ แล้วการตกแต่งเราก็ไม่ใช้สีที่มันจัดจ้านมาก ตามพวกผนังก็จะมี Quote ที่มาจากในเรื่องทั้งหมด แต่เรามีชั้นสองด้วยนะคะ กำลังรีโนเวทอยู่ กำลังคิดอยู่ว่า Alice ภาคสองจะเอาอะไรมาใส่ดี" ได้ยินแบบนี้แล้วบอกคำเดียวเลยค่ะว่า ไม่มาไม่ได้แล้ว! พื้นที่แห่งจินตนาการแห่งนี้เปิดตั้งแต่ 11.30 ถึงเที่ยงคืน ร้านอยู่โลเคชั่นเดียวกับ Almajis เลยค่ะ ปากซอยมีรพ.จักษุรัตนินอยู่ ถ้าหากสะดวกมาโดยรถสาธารณะก็สามารถลง BTS อโศกและนั่งรถต่อเข้ามาซอยสุขุมวิท 21 ได้เลยค่ะ หรือใครอยากลองชมเมนูของร้านก็ลองเข้ามาฟอลลโล่ที่อินสตาแกรมของร้าน ที่ใช้ชื่อว่า Thehatterbkk กันก่อนก็ได้ค่ะ งานนี้แฟนของ Alice in Wonderland ไม่ควรพลาดนะคะ แต่ถ้าหากใครที่ไม่ได้เป็นแฟนหนังก็สามารถเข้ามาพักผ่อนที่ร้าน The Hatter ได้ รับรองว่าบรรยากาศของร้านจะทำให้สมองปลอดโปร่ง รู้สึกราวกับว่าอยู่ในโลกของ Wonderland ซะจนคุณไม่อยากจะออกไปไหนเลยค่ะ

กินอะไรดี ! สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจแต่ไม่สิ้นคิด
นิชชิน /  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป / 

สิ้นเดือนแล้ว ช่วงนี้หลายๆ คนก็ต้องพบเจอกับสภาวะเงินขาดมือกัน เมนูยอดฮิตประจำช่วงท้ายเดือนก็จะหนีไม่พ้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆ แต่จะกินแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ดูจะขาดสารอาหารไปหน่อย เราจึงขอแนะนำเพจที่สร้างสรรค์เมนูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาได้อย่างน่าทึ่ง อย่างเพจ "มาม่าปลิดชีพ" ก็เป็นอีกช่องทางที่ให้ทุกคนมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนไอเดียเมนูมาม่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการใส่เนื้อสัตว์ต่างๆเช่น กุ้ง ปู หรือจะพลิกแพลงเป็นเมนูฟิวชั่นอย่างเช่น มาม่าคาโบนาร่าก็ย่อมได้ค่ะ ยกตัวอย่างเช่นเมนูแรกโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Be' Squids ได้แชร์ไอเดียกับเรา โดยการใช้นิชชินรสต้มยำกุ้งมาดัดแปลง ใส่สาหร่าย ไข่ไก่ ผักต่างๆจนกลายเป็นชามที่คล้ายๆเมนูราเม็งนั่นเอง เมนูนี้จากคุณ Shiyavee Unkeaw นำเอานิชชินมาดัดแปลงเป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างยากิโซบะ ซอสญี่ปุ่น พร้อมไข่ดาวไม่สุกแบบนุ่มๆ ใส่ผักลงไปเพื่อสารอาหารที่มากขึ้นค่ะ จานนี้มาแบบตะวันตกโดยคุณ Chanoknad Chanoknumpol ใช้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโชกุน ทำซอสสปาเก็ตตี้แบบโฮเมดกินคู่กับออมเลต ก็เป็นอะไรที่ลงตัวดีนะคะ  จานนี้สุดครีเอทีฟไปเลยค่ะ เพราะเป็นการนำเอานิชชินเส้นพริกมาผัดกับผักกาดขาวหมูสับ แถมยังปิดท้ายด้วยการโดรยกากหมูกรุบกรอบ เมนูนี้นำเสนอโดยคุณ Gittisak Bambat ค่ะ ถ้าหากใครถึงสิ้นเดือนแล้วจะเหมือนสิ้นใจ คิดเมนูไม่ออก เข้าไปติดตามกันได้ที่เพจ "มาม่าปลิดชีพ" ได้นะคะ ขอบคุณภาพจากเพจ facebook.com/foodmama

อร่อยใกล้กรุง!! 4 ร้านอาหารรสเด็ดในอยุธยาที่น่าไปลอง
ร้านอาหาร /  อยุธยา

อร่อยใกล้กรุง!! 4 ร้านอาหารรสเด็ดในอยุธยาที่น่าไปลอง วันหยุดสั้นๆ ในวันเสาร์อาทิตย์ เติมพลังกันเล็กน้อยๆ แม้ไม่ใช่วันหยุดก็ตาม สถานที่ที่น่าสนใจและใกล้กรุงเทพฯ กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนี้ก็ขึ้นชื่อในเรื่องของร้านอาหาร มีร้านที่รอ่ยๆ เยอะแยะมากมายเลยทีเดียว กับ 4 ร้านอาหารเลิศรสที่ควรไปลองชิม 1. The Summer House Cafe คาเฟ่น้องใหม่ริมน้ำท่านกลางบรรยากาศร่มรื่น สะท้อนให้เห็นถึงความสุขเล็กๆ ง่ายๆ อย่างเป็นกันเอง อบอุ่นดั่งการมาเยือนบ้านเพื่อน ภายใต้บ้านหลังน้อยๆ ที่ถูกจัดแต่งอย่างน่ารักด้วยโทนสีขาว อิฐบล็อก และโต๊ะไม้แต่งแต้มความสดชื่นด้วยไม้ประดับเขียวๆ อยู่ทั่วร้าน ที่นี่เน้นอาหารสไตล์ Home-Style Cooking ทุกๆ สัปดาห์จะมี Special Menu ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มผัดเปลี่ยนกันอย่างหลากหลาย เมนูที่พลาดไม่ได้ต้องยกให้ The Summer Roll เบอร์เกอร์ไส้กุ้งแม่น้ำ 3 Blodies โรตีสายไหมอบกรอบ ข้าวผัดปลาสลิด และน้ำพริกปลาทู 71/1 ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 เปิดทุกวัน เวลา 09.30 - 21.30 น. โทร. 086-621-7695 รูปภาพจาก facebook:thesummerhouse.ayutthaya -------------------------------------------------------------------------- 2. Walk In Cafe & Grandparent's Home ดับร้อนแบบอินเทรนด์กับร้านบิงซู ที่มีมาให้ลิ้มลองถึงอยุธยา แต่เสิร์ฟมาเก๋ๆ ในหม้อไฟอันโตหน้าร้อนแบบนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมนูสุดเลิฟคงหนีไม่พ้นไอศครีมและน้ำแข็งไสนุ่มๆ สไตล์เกาลหี เมนูแนะนำ ได้แก่ บิงซูหม้อไฟ มินิวาฟเฟิล ผลไม้ ฮอกไกโดชีสเค้ก สปาเกตตี้ คาโบนาร่า เอสเปรสโซเย็น และ แซนด์วิชไข่ ชีส เบคอน 19/40 ถนนนเรศวร ตำบลประตูชัย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา 13000 เปิดวันอังคาร - อาทิตย์ เวลา 11.00-20.00 น. โทร. 087-289-6536 รูปภาพจาก facebook: Walk In Cafe & Grandparent's Home -------------------------------------------------------------------------- 3. Phrakhun House เป็นอีกหนึ่งร้านที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสบายๆ สามารถนั่งชิลล์ดื่มด่ำกับอาหารและช่วงเวลาดีๆ ได้โดยไม่รู้สึกเบื่อสำหรับพระคุณเฮ้าร์คาเฟ่ก็มีอาหารให้เลือกลิ้มลองมากมายทั้งอาหารคาว ขนมหวาน และกาแฟสด เมนูเด็ดได้แก่ ถุงตังค์ ถังทอง สตรอว์เบอร์รี่สมูทตี้ คำโตมอนิ่งโทส สปาเกตตี้เส้นดำ ฮันนี่โทส และช็อกโกแลตลาวา 17/17-19 ถนนนเรศวร ตำบลประตูชัย ท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 088-191-6740 รูปภาพจาก facebook: Phrakhun House -------------------------------------------------------------------------- 4. Baan Watcharachai ร้านบ้านวัชราชัย เป็นร้านอาหารไทยรสจัดจ้านแบบต้นตำรับ ทุกอย่างเองทั้งหมดให้บริการอาหารทั้งในบ้านเรือนไทย ระเบียงริมน้ำ ในเรือเอี้ยมจุ๊นพร้อมล่องเรือชมเกาะ เมนูที่หลายคนพูดถึงสำหรับที่ร้านคือ กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตๆ ปลาช่อนเผาฟางน้ำจิ้ม 3 อย่าง ปูหลน ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ต้มโคล้งปลาสลิดใบมะขามอ่อน และของว่างอย่างม้าฮ่อ หมี่กรอบชาววัง 9 หมู่ 7 ถนนเสนา-สุพรรณบุรี ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000 เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 21.00 น. โทร. 092-254-2566 , 035-801-3333 รูปภาพจาก facebook: Baan Watcharachai -------------------------------------------------------------------------- Weekend issue 95 : May 2016 อ่านต่อที่ Mbookstore

รวมร้านอาหารสิงคโปร์ ที่อร่อยจนต้องไปเช็คอิน
ของกิน สิงคโปร์ /  ร้านอร่อย สิงคโปร์ / 

เรื่องเที่ยวกับเรื่องกินมักจะมาคู่กันเสมอ มาถึงสิงคโปร์ทั้งที ก็ต้องได้กินของดีของเด็ดของประเทศสิงคโปร์ถึงจะถูกใช่ไหมล่ะครับ หลังจากเช็คอินเก็บกระเป๋าเรียบร้อย เพื่อนชาวสิงคโปร์ก็พาผมไปหาของอร่อยๆ ใส่ท้อง ร้านอาหารสิงคโปร์แต่ละร้านที่ไป รสชาติเด็ดขาดได้ใจผมไปเต็มๆ จนต้องมาแนะนำให้ไปลองกันซักหน่อยแล้ว รวมร้านอาหารสิงคโปร์ ที่อร่อยจนต้องไปเช็คอิน 1. ร้าน Ya Kun Kaya Toast หนึ่งในร้านอาหารเช้ายอดฮิตของคนสิงคโปร์ มีสาขากระจายอยู่กว่า 40 ร้านทั่วสิงคโปร์ แถมยังดังไกลจนมีสาขาต่างประเทศ รวมถึง 2 สาขาในประเทศไทย เมนูของร้านเหมาะกับมื้อเช้าที่ไม่หนักจนเกินไป ไปลองชิมขนมปัง Kaya Toast - ขนมปังปิ้งไส้สังขยาและเนยแบบออริจินอล กันได้ตั้งแต่ 7 โมงเช้าเลยครับ บรรยากาศหน้าร้าน Ya Kun Kaya Toast มีป้ายเมนูและราคาให้ลูกค้าเลือกสั่งได้ตามใจชอบ บรรยากาศและการตกแต่งภายในร้าน (ช่วงที่ไปทานเป็นเวลาหลังเที่ยง คนจึงบางตาครับ) เมนูยอดนิยมและเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านคือ ชุดขนมปังปิ้งไส้สังขยาและเนย + ไข่ลวก 2 ฟอง และชานมร้อน 1 แก้ว (หรือกาแฟ) Kaya Butter Toast Set (สามารถเลือกได้ว่าจะสั่งชาหรือกาแฟครับ) ขนมปังปิ้งรสชาติดีมาก กลิ่นหอม ไส้หวานกำลังดี ทานพร้อมไข่ลวกและจิบชานมร้อน รสชาติกลมกล่อม ข้อควรระวังคือที่สิงคโปร์ไม่มีซอสแม๊คกี้แบบบ้านเรา ไข่ลวกเลยต้องทานกับซีอิ๊วขาวซึ่งจะเค็มกว่ามาก แต่ก็แก้เลี่ยนได้ดีครับ ร้านอยู่ถัดจากซุ้ม Metal Gate ของ Far East Square ฝั่ง China Street มองย้อนกลับไปที่ทางเข้า Far East Square ฝั่ง Telok Ayer Street - สาขาที่ไปกินมาอยู่ที่ Far East Square ย่านไชน่าทาวน์ ใกล้กับสถานี MRT (Telok Ayer) - เวลาทำการ : 07.30 – 19.00 น. (วันจันทร์ – วันศุกร์) , 07.30 – 16.30 น. (วันเสาร์) และ 08.30 – 15.00 น. (วันอาทิตย์) ** ร้านปิดทุกวันหยุดราชการ ** - พิกัด : 1.28358 / 103.8479 2. ร้านข้าวมันไก่ Boon Tong Kee ร้านที่ติดอันดับยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเสมอเมื่อนึกถึงเมนูข้าวมันไก่สิงคโปร์ เปิดทำการมากว่า 37 ปีแล้ว มีทั้งหมด 8 สาขา ถ้าไม่อยากพลาดของอร่อยต้องไปลองครับ ขอบอกว่ารสเด็ดถูกปาก รสชาติถูกใจมาก! หน้าร้านข้าวมันไก่ Boon Tong Kee อาวุธจัดเตรียมพร้อมแล้ว กับข้าวกำลังทยอยมาเสิร์ฟ เลยเก็บบรรยากาศเล็กๆ มาฝากครับ ชุดไก่ต้มเนื้อนุ่มๆ พระเอกของงาน น้ำซุป ซดคล่องคอจริงๆ ซี่โครงหมูอิมพีเรียล ผัดผักแขนงกุ้งสด ผัดผักรวมมิตรกับเต้าหู้ ตบท้ายด้วยของหวาน บัวลอยแห้ง ชุดไก่ต้มคือดีงามมาก เนื้อแน่นนุ่ม พร้อมน้ำราดชุ่มฉ่ำได้ใจ ไม่เลี่ยนจนเกินไป ทานกับข้าวมันแห้ง และน้ำซุปเข้ากันดี เมนูข้างเคียงก็ไม่ด้อยเลย ทั้งซี่โครงหมูอิมพีเรียล ผัดผักแขนงกุ้งสด และผัดผักกับเต้าหู้ ข้อแตกต่างกับข้าวมันไก่ที่เมืองไทย คือน้ำจิ้มที่สิงคโปร์จะรสไม่จัดจ้านเท่าของบ้านเรา แต่มีความหอมขิงซอยและรสเปรี้ยวนำ แก้เลี่ยนได้อยู่ครับ - สาขาที่ไปกินมาอยู่ที่ ถนน MacPherson นั่งรถเมล์สาย 8, 62, 90, 151 ลงป้าย Aft Jln Belangkas แล้วเดินต่อไปไม่ไกล - เวลาทำการ : รอบเช้า 11.00 – 14.30 น. (วันอังคาร – วันอาทิตย์) และรอบเย็น 17.00 – 21.45 น. (วันอังคาร – วันเสาร์) , 17.00 – 20.45 น. (วันอาทิตย์) ** ร้านปิดทุกวันจันทร์ ** - พิกัด : 1.33185 / 103.88255 3. ร้านบักกุ๊ดเต๋ Founder Bak Kut Teh อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสิงคโปร์ นอกจากข้าวมันไก่แล้ว บักกุ๊ดเต๋ก็ถือเป็นอาหารจานเด็ดของสิงคโปร์ มีหลากหลายร้านให้ได้ลองชิม และร้านนี้ก็เป็นที่ที่เราจะมาพิสูจน์ความอร่อยกัน ร้านบักกุ๊ดเต๋ Founder Bak Kut Teh บรรยากาศหน้าร้าน เจ้าของร้านและลูกชายร้านบักกุ๊ดเต๋เจ้าดังครับ บรรยากาศเมื่อเข้ามาข้างในร้าน ระหว่างรอ ก็กดชัตเตอร์กันรัวๆ เลยครับ อาหารที่สั่งได้ครบแล้วครับ บักกุ๊ดเต๋ นั้นก็คือ ซุปกระดูกหมูต้มกับเครื่องเทศสูตรพิเศษ ร้านนี้ขายบักกุ๊ดเต๋น้ำใสสูตรแต้จิ๋วสไตล์สิงคโปร์ ชามที่เราสั่งมาซี่โครงหมูเนื้อติดกระดูก หวานและเปื่อยนุ่มมาก ผมให้ 3 ผ่านครับ น้ำซุปออกจืดไม่เข้มข้นแบบบ้านเราที่เป็นสูตรฮกเกี้ยน แต่มีความหอมพริกไทย งานนี้ซดหมดถ้วยเลยครับ บักกุ๊ดเต๋ อีกหนึ่งอาหารประจำชาติสิงคโปร์ หรือก็คือซุปซี่โครงหมูอ่อน ร้อนๆ เนื้อเปื่อยนุ่ม นอกจากเมนูบักกุ๊ดเต๋สูตรดั้งเดิมแล้ว เรายังสั่งเมนูอื่นๆ มาลองทานกันด้วย มีทั้งหอยเป๋าฮื้อ ขาหมูน้ำดำ ฟองเต้าหู้ ผัดกากหมู ไส้พะโล้ ปาท่องโก๋ เส้นหมี่น้ำใส ผักดอง แล้วก็ข้าวเปล่า งานนี้อิ่มอร่อยทุกจาน พร้อมความฟินระดับ 10! หอยเป๋าฮื้อ เพิ่งเคยลองชิมครั้งแรก ติดใจในรสชาติมากมายครับ ขาหมูน้ำดำ ฟองเต้าหู้ ผัดกากหมู + ไส้หมูพะโล้ อร่อยโดนใจอีกแล้วครับ บักกุ๊ดเต๋ ทานให้อร่อย ต้องมีปาท่องโก๋ไว้จุ่มกับน้ำซุปด้วยนะครับ เส้นหมี่น้ำใส ทานคู่กับน้ำซุปบักกุ๊ดเต๋หรือเมนูข้างเคียงก็อร่อยไปอีกแบบ บรรยากาศภายนอกร้าน - ร้านนี้มี 2 สาขา สาขาที่ไปกินมาอยู่ที่ ถนน Jalan Sultan ใต้อาคารโรงแรม Hotel Boss Singapore นั่งรถเมล์สาย 2, 7, 12, 33, 51, 61, 63, 80, 107 ลงป้าย Opp Blk 461 ฝั่ง Victoria Street แล้วเดินย้อนกลับมาสี่แยกนิดเดียว ร้านจะอยู่หัวมุม ฝั่งตรงข้ามกับมัสยิด Malabar - เวลาทำการ : 09.00 – 05.00 น. (ตี 5) ** เปิดทุกวัน ** - พิกัด : 1.30538 / 103.86025 4. ร้าน Good Old Days ร้านอาหารใกล้ชายทะเลบนเกาะเซ็นโตซ่า บรรยากาศดี มีของกินอร่อยๆ ให้ลิ้มลองหลากหลายเมนู ร้าน Good Old Days ตัวร้านอยู่โซนชั้นบน ภายนอกอาคารดูโดดเด่น มีเอกลักษณ์ ภายในร้านเรียบหรู ดูโปร่ง สบายตา ตกแต่งสวยงามน่านั่ง รายการอาหารของร้าน Good Old Days จะเน้นเมนูขายดีสำหรับชาวสิงคโปร์ท้องถิ่น ชาวมาเลเซียและชาวอินโดนีเซีย ส่วนราคาถือว่าค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับฝั่งสิงคโปร์ แต่เมื่อเทียบกับรสชาติอาหารแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าครับ ไม่ว่าจะมากันเป็นครอบครัว เป็นคู่ หรือมาคนเดียว ก็รองรับได้สบายๆ ได้ที่นั่งแล้วก็สั่งอาหารกันเลย สั่งเมนูกินเล่นมา 2 อย่าง จานหลัก 3 และของหวานอีก 1 อิ่มอร่อยกันจนพุงกางเลยครับ ปีกไก่ทอดกรอบ ไก่ทอดโงวเฮียง ข้าวมันไก่สิงคโปร์ (อีกครั้ง) อร่อยไม่แพ้ที่อื่นๆ ที่เคยทานมาเลยครับ Chicken Briyani (อาหารสไตล์อินเดียคล้ายข้าวหมกไก่ เป็นข้าวบัสมาติพร้อมไก่ทอดราดน้ำแกงกะหรี่ กินแกล้มกับอาจาด) Laksa (ก๋วยเตี๋ยวสิงคโปร์) ของหวานเจ้าถิ่น Ice Kachang (น้ำแข็งไส) อร่อยสดชื่น คลายร้อนได้ดีมากครับ ร้าน Good Old Days ตั้งอยู่ที่ Siloso Beach Walk บนเกาะเซ็นโตซ่า จากสถานีรถราง (Tram) สถานี Beach Station เดินมาที่ทางลงบันไดตรงไปชายหาด สังเกตขวามือ ร้านจะอยู่ตรงข้ามกับตึก iFly Indoor Skydiving จากสถานีรถราง (Tram) เยื้องขวามือก่อนถึงร้าน จะเป็นตึก iFly Indoor Skydiving - เวลาทำการ : 11.00 – 22.00 น. ** เปิดทุกวัน ** - พิกัด : 1.2517 / 103.8173 ร้านอาหารสิงคโปร์ที่ผมพาไปรีวิวมานี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หากเพื่อนๆ อยากชิมอาหารสิงคโปร์แบบออริจินอล ลองไปหาชิมกันดูนะครับ แล้วจะติดใจเหมือนผมครับ ถ่ายภาพ: <avril1980> เรียบเรียง : KittenNat

ร้าน Sushi Boy (ซูชิ บอย) ซูชิบนสายพาน สาขาเดอะมอล์ งามวงศ์วาน
Sushi Boy /  ซูชิ / 

เมื่อเปิดมาเจอ food.mthai ก็ต้องมีการแนะนำอาหารอร่อยๆ ร้านดีๆ กันอีกเช่นเคย วันนี้พามาทานอาหารญี่ปุ่นที่ชั้น 5 ของ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน กับซูชิสายพานที่สามารถเลือกความอร่อยได้ตามที่ต้องการ ร้าน Sushi Boy (ซูชิ บอย) ซูชิบนสายพาน สาขาเดอะมอล์ งามวงศ์วาน Sushi Boy ที่มีทั้งหมด 7 สาขา ซูชิบนสายพาน หรือเรียกว่า Kaiten Sushi  ซึ่งเป็นซูชิสายพานเจ้าแรกในประเทศไทย ด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ  ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นและนอร์เวย์ ซาซิมิก็เลือกปลาสดจากตลาดปลาซึคิจิ ตลาดปลาที่ดีที่สุดจากญี่ปุน เน้นความสดใหม่ เป็นเมนูที่ความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของทางร้าน  เมนูบนสายพานราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 19 - 119 บาท เท่านั้น แต่ละราคาจะแยกเป็นแต่ละสีของจาน ไม่ได้มีแค่ซูชิเพียงอย่างเดียว ยังมีอาหารประเภท อาหารผัด ย่าง ทอด รวมถึง ข้าวหน้าต่างๆ และ ราเมง มีเมนูมากมายให้เลือกถึง 400 กว่าเมนูเลยทีเดียว sushi signature หรือ เมนูยอดฮิตบนสายพาน จากปลานำเข้าที่รวบรวมไว้ในจานเดียว ประกอบด้วยเมนูไฮไลท์บนสานพานได้แก่ Fusion sushi set ชุดซูชิฟิวชั่น 5 คำ ซากุระ โรล (Sakura roll) ข้าวห่อแซลมอน หน้าไข่ปลา แซลมอน กิโมโนโรล (Kimono roll) ท้องปลาแซลมอนห่อข้าว หน้าไข่หอยเม่นและไข่ปลาคาร์เวีย แซลมอนแซนวิช (Salmon sandwich) สอดไส้ด้วยสไปซี่แซลมอนสูตรพิเศษ เพิ่มความมันด้วยพิลาเดเฟียครีมชีส และอโวคาโด ตามด้วยความกรุบกรอบหอมมันจากเกล็ดเทมปุระและไข่กุ้งที่คลุกอยู่ด้านนอก เรด ชิป โรล (Redship roll) เผ็ดร้อนด้วยปลาโอข้าว หน้าสไปซี่ไข่กุ้ง จิวเวอร์รี่ คานาเป้ (Jewelry canape) เมนูทานง่ายแบบ Finger food fusion ด้วยสไปซี่แซลมอน ฟิลาเดเฟียซีส และ ไข่ปลาแซลมอน อิกูระ ชุดเมนูซาซิมิยอดฮิตของซูชิบอย ที่ยกคาราวานปลาทะเลสดๆ จากตลาดปลาที่ดีที่สุดในโลก มาไว้ในจานเดียว ได้แก่  Joshitsu sashimi set ชุดซาซิมิ โจชิซึ aji/toyori ปลาอาจิ หหรือ ปลาฮิโดโยริ hamachi ปลาอามาจิ imported maguro ปลาโอญี่ปุ่น salmon ปลาแซลมอน tako หนวดปลาหมึกยักษ์ jumbo amaebi กุ้งหวานตัวใหญ่ Saba ปลาซาบะ hotate หอยเชลล์ engawa เอ็นงาวะ honey pork ribs teriyaki ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งย่างซอสเทอริยากิเมนู signature ที่มีเฉพาะที่ซูชิบอยเท่านั้น ซี่โครงหมูย่างสไตล์ฟิวชั่น ด้วยรูปแบบการนำเสนอแบบตะวันตกอบน้ำผึ้งตามฉบับจีน และย่างเทอริยากิ ตามแบบฉบับญี่ปุ่นดั่งเดิมผสมผสานออกมาเป็นเมนู "ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งย่างซอสเทอริยากิ" ในแบบฉบับซูชิบอย ลูกค้าทรู ซื้อ 1 ฟรี 1 เมนูชะเกะ กามาเทอริยากิ (Sake Kama Teriyaki) แก้มปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ว ราคาเพียง 199 บาท วันที่ - 30 มิถุนายน 2559

สดใสน่ารัก ใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี
high school girl /  ดาวโรงเรียน / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอแนะนำให้รู้จัก สาวหน้าสวยใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี เห็นหุ่นบางร่างเล็กแบบนี้ ใบเตยเป็นตัวแทนแข่งวอลเลย์บอลเลยนะ แถมมีดีกรีเชียร์ลีดเดอร์ และเคยผ่านการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ กับการประกวด Gossip Girl 2016 มาแล้วด้วย ไม่ธรรมดาใช่ไหมหละคะ ถ้าพร้อมแล้วไปชมภาพและคลิปแนะนำตัวน่ารักๆ ของเธอกัน สดใสน่ารัก ใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี ชื่อ : วรกมล ชื่นมาลา ชื่อเล่น : ใบเตย วันเกิด : 13 ตุลาคม 2540 การศึกษา : โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี งานอดิเรก : ฟังเพลง, ทำอาหาร เมนูโปรด : แกงส้ม, ส้มตำ, เค้ก สีที่ชอบ : สีขาว, สีฟ้า, สีชมพู เสื้อผ้าแนวที่ชอบ : แนวสดใสน่ารัก สิ่งที่กลัวที่สุด : งู ฉายา : เตยชีส, ไก่ซอส ความสามารถพิเศษ : เต้น, เดินแบบ, ร้องเพลง, ผู้นำเชียร์, ควงคฑา ผลงานที่ผ่านมา : - ประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2014 เป็นตัวแทนภาคกลาง กรุงเทพฯ – ประกวด Gossip Girl 2016 ความฝันในอนาคต : ดารา, นักแสดง คติประจำใจ : ฟ้าหลังฝน มีอะไรดีๆ รออยู่เสมอ คราวนี้เราลองมาชมคลิปแนะนำตัวน่ารักๆ ของเธอกันเลยค่ะ ติดตามความสดใสน่ารัก ของเหล่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ดาวโรงเรียนจากรั้วโรงเรียนทั่วประเทศ ได้ใหม่ ที่นี่ teen.mthai.com นะจ๊ะ… เครดิตข้อมูลและภาพทั้งหมดเป็นของทาง เว็บไซต์ teen.mthai.com

10 สูตรเมนูเครื่องดื่มหวานเย็น ที่จะช่วยพยุงชีวิตกลางแดดร้อนๆ
นม /  น้ำดื่ม / 

อากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง การดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยคลายร้อนได้ดี และยิ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานแล้วยิ่งทำให้ร่างกายสดชื่นไปตลอดทั้งวัน วันนี้จำมานำเสนอ สูตรเครื่องดื่ม 10 เมนู ที่จะช่วยให้มีชีวิตอยู่กลางแดดจัดๆ 10 สูตรเมนูเครื่องดื่มหวานเย็น ที่จะช่วยพยุงชีวิตกลางแดดร้อนๆ Double Chocolate Chip Frappe ส่วนผสม - นมสด 120 ml. - ช็อคโกแลตชิป 1/3 ถ้วย - นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม 50 ml. - ช็อคโกแลตไซรัป 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์) - วิปปิ้งครีม - ช็อคโกแลตซอส วิธีทำ 1. เทนมสด ช็อคโกแลตชิป นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม ช็อคโกแลตไซรัป และน้ำแข็ง ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้จนเนียน 2. เทใส่แก้ว บีบวิปปิ้งครีม ราดด้วยช็อคโกแลตซอส พร้อมเสิร์ฟ ปล. สำหรับใครชอบแบบเข้มข้น หอมกาแฟ สามารถใส่กาแฟเอสเปรสโซ่ลงไป 1 ออนซ์ โดยลดปริมาณนมสดลง ----------------------------------------------------------------------------------------- มอคค่ากาแฟก้อนน้ำแข็ง ส่วนผสม - กาแฟเอสเปรสโซ่ 4 ออนซ์ - ผงโกโก้ 2 ช้อนชา - นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม - นมอุ่น - คาราเมลไซรัแ วิธีทำ 1. กลั่นกาแฟเอสเปรสโซ่ 4 ออนซ์ หรือใช้กาแฟผง ประมาณ 3-4 ช้อนชา (แล้วแต่ชอบ) ชงกับน้ำร้อน 2. ใส่ผงโกโก้ลงไป คนให้เข้ากัน อาจจะใส่น้ำเชื่อมหรือนมข้นหวานเพิ่มลงไปตามใจชอบ (หรือถ้าใครไม่ชอบหวานก็ไม่ต้องใส่ค่ะ) 3. เทใส่พิมพ์น้ำแข็ง แช่ในช่องฟรีซ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือข้ามคืนก็ได้ 4. เอาก้อนน้ำแข็งกาแฟออกจากพิมพ์ ตักใส่แก้ว 5. เวลาเสิร์ฟ เสิร์ฟพร้อมกับนมสดอุ่น และคาราเมลไซรัป 6. รินนมลงในแก้วกาแฟ เทคาราเมลไซรัปลงไป พร้อมดื่ม ----------------------------------------------------------------------------------------- กรีนทีมัคคิอาโต้ ส่วนผสม - น้ำชาเขียว - วานิลลาไซรัป - นมสดเย็น - น้ำแข็งก้อน - ฟองนม วิปปิ้งครีม คาราเมลซอส วิธีทำ 1. ชงชาเขียว ใช้ผงชาเขียว 1-2 ช้อนชาใส่ถุงกรองแช่ในน้ำร้อน 3-5 นาที หรือชงผงมัชฉะกับน้ำร้อน 2. เทวานิลลาไซรัปลงในแก้ว (ถ้าไม่ชอบหวานไม่ต้องใส่เยอะ) 3. เทนมสดเย็นลงไปครึ่งแก้ว 4. ใส่น้ำแข็งก้อนลงไป 5. ค่อยๆรินชาเขียวลงไป 6. ใส่ฟองนม บีบวิปครีมด้านบน อาจจะราดด้วยคาราเมลซอส ----------------------------------------------------------------------------------------- เฉาก๊วยโกโก้ ส่วนผสม - ผงโกโก้ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ (มากน้อยแล้วแต่ชอบ) - น้ำร้อน 75 ml. - น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ - นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ (ส่วนของความหวานแล้วแต่ชอบ) - นมสด - น้ำแข็ง - เฉาก๊วยหั่นเต๋า วิธีทำ 1. ผงโกโก้และน้ำตาลทรายใส่แก้ว เติมน้ำร้อน คนให้ละลาย ใส่นมข้นหวาน คนอีกครั้งให้เข้ากัน (ส่วนนี้จะค่อนข้างเข้มข้น) พักไว้ให้เย็น 2. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว 3/4 แก้ว เทส่วนผสมโกโก้เทลงไปในแก้ว 3. ค่อยๆเทนมสดลงไป 4. ตักเฉาก๊วยวางด้านบนแก้ว (จะใส่น้ำตาลทรายแดงเพิ่มก็ได้นะคะ) พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- ชาเขียวลาเต้ ส่วนผสม - ผงชาเขียวตรามือ(หรือมัทชะชาเขียว) 2 ช้อนชา - น้ำร้อน - นมสดเย็น 150 ml. - วานิลลาไซรัปหรือน้ำเชื่อม - นมสำหรับทำฟองนม วิธีทำ 1. ชงชาเขียว >>> นำผงชาเขียวลงในถุงกรอง แช่ในน้ำร้อน 3-5 นาที หรือชงผงมัทชะกับน้ำร้อนคนให้ละลาย 2. นำนมสดกับวานิลลาไซรัปผสมกันลงในแก้ว (อาจจะตีให้เหมือนฟองนมก็ได้นะคะ จะช่วยให้แยกชั้นสวย) 3. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทนมที่ผสมไว้ลงในแก้ว 3/4 แก้ว 4. เทชาเขียวลงไปให้เกือบเต็มแก้ว 5. ราดด้วยฟองนมด้านบน อาจจะราดคาราเมลซอสเพิ่มก็ได้ ----------------------------------------------------------------------------------------- มิลล์เชคโอวัลตินภูเขาไฟ  ส่วนผสม - นมสด 1 กล่อง - ผงโอวัลติน - นมข้นหวาน - ช็อคโกแลตซอส - โอรีโอ้ - คิดแคท วิธีทำ 1. นำนมกล่องไปแช่ตู้เย็นในช่องฟรีซจนแข็ง 2. นำนมกล่องแช่น้ำ 30 วินาที ใช้มีดปาดฝากล่อง ใช้ไม้เสียบลงไปบนก้อนนม 3. ใช้ช้อนส้อมหรือมีดขูดนมให้เป็นฝอยกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง จนหมด 4. เทช็อคโกแลตซอส ลงก้นแก้ว ตักส่วนของนมลงในแก้วครึ่งแก้ว 5. ใส่นมข้นหวาน ตักส่วนของนมลงในแก้วเพิ่มจนหมด 6. ทุบโอริโอ้พอแหลก โรยบนส่วนของนม ราดด้วยซอสช็อคโกแลตอีกครั้ง 7. ตักผงโอวัลตินลงไป ราดด้วยนมข้นหวาน ตกแต่งด้วยคิดแคท พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- สตรอเบอรี่โยเกิร์ตสมูทตี้ ส่วนผสม - สตรอเบอรี่แช่แข็ง 3-5 ลูก - น้ำสตรอเบอรี่เข้มข้น (ติ่งฟง) 2-3 ออนซ์ - น้ำเชื่อม 2-3 ช้อนโต๊ะ - น้ำเปล่า 2 ออนซ์ - น้ำแข็ง - โยเกิร์ตสตรอเบอรี่/ธรรมชาติ 1/2 ถ้วย - สตรอเบอรี่ซอสสำหรับราด วิธีทำ 1. นำน้ำแข็ง น้ำสตรอเบอรี่ น้ำเชื่อม น้ำเปล่า ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียน 2. ใส่โยเกิร์ตลงไปปั่น 3. ตักโยเกิร์ตลงในแก้ว เทสตรอเบอรี่ปั่นตามลงไป 4. ราดด้วยสตรอเบอรี่ซอส ----------------------------------------------------------------------------------------- โกโก้โอริโอ้ปั่น ส่วนผสม - ผงโกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำร้อนสำหรับชงโกโก้ - นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำแข็ง 1-2 แก้ว - นมจืด 2 ช้อนโต๊ะ - โอริโอ้ 4 ชิ้น - วิปปิ้งครีมสำหรับตกแต่ง - ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า วิธีทำ 1. ใส่ผงโกโก้ลงในแก้ว เติมน้ำร้อน และนมข้นหวาน คนผสมจนเข้ากันดี ชิมรสตามชอบ พักทิ้งไว้ให้เย็น 2. ใส่น้ำแข็งลงในเครื่องปั่น เทส่วนผสมโกโก้และนมสดลงไป ปั่นผสมให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด ใส่โอริโอ้ลงปั่นพอหยาบๆ เทใส่แก้ว 3. บีบวิปปิ้งครีม โรยหน้าด้วยผงโกโก้ แต่งด้วยโอริโอ้ ----------------------------------------------------------------------------------------- เฉาก๊วยคาราเมลนมสด ส่วนผสม - เฉาก๊วยหั่นเต๋า - คาราเมลไซรัป (ใช้น้ำเชื่อมแทนก็ได้ค่ะ) - นมสด - ซีเรียล - ไอศกรีม - น้ำแข็ง วิธีทำ ตักเฉาก๊วยลงในแก้ว เทคาราเมลไซรัป ตักน้ำแข็งใส่ 3/4 ของแก้ว เทนมสดลงไปพอดีกับน้ำแข็ง โรยด้วยซีเรียลจนเต็มแก้ว ตักไอศกรีมวางด้านบน พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- ไอซ์สตรอเบอร์รี่ลาเต้ ส่วนผสม - สตรอเบอร์รี่ไซรัป 50 ml. - นมสด 120 ml. - กาแฟเอสเปรสโซ่ 1 ชอต - น้ำแข็ง 1 แก้ว - แก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ 1. เทสตรอเบอร์รี่ไซรัปลงในแก้ว ตักน้ำแข็งใส่จนเต็ม 2. เทนมสดลงในแก้วเกือบเต็ม 3. ค่อยๆรินกาแฟเอสเปรสโซ่ (หรือกาแฟสำเร็จรูปชงกับน้ำร้อน 30 ml.) วนรอบปากแก้ว อาจจะตีฟองนมตักลงในแก้ว วางสตรอเบอร์รี่สดลงด้านบน ----------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณสูตรจาก Bakery Maker มือใหม่หัดทำขนม

นอนเต็นท์ติดแอร์ ล่องแพริมแม่น้ำแคว ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี
กางเต็นท์ /  ที่พักกาญจนบุรี / 

ช่วงนี้ใครเบื่อเที่ยวทะเลแล้ว ลองเปลี่ยนมาเที่ยวภูเขา นอนเต็นท์ริมฝั่งแม่น้ำกันดูไหม? หลายคนคิดว่านอนเต็นท์ต้องลำบากแน่นอน แต่ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี นี้จะทำให้เพื่อนๆ ติดใจแน่นอน เพราะเป็นเต็นท์ติดแอร์ แถมวิวริมแม่น้ำแคว ได้บรรยากาศสุด! นอนเต็นท์ติดแอร์ ล่องแพริมแม่น้ำแคว ที่ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี เราไม่ได้ต้องการที่นอนห้าดาวสวยหรู เราไม่ต้องการความไฮเทคของสถานที่นั้นๆ แต่สิ่งที่เราต้องการคือ การเข้าหาธรรมชาติ และอยากได้ยินเสียงธรรมชาติรอบข้าง เพราะเรามีความเชื่อว่า ธรรมชาติคือสิ่งบำบัดให้กับตัวเราเอง วันนี้เรามานอนเต็นท์ค่ะ และก็เป็นเต็นท์ติดแอร์ด้วยนะ อยู่ภายใต้ธรรมชาติห้อมล้อม เป็นเต็นท์ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 เต็นท์ที่น่านอนที่สุดของไทย ที่แห่งนี้ Mida Resort Kanchanaburi การเดินทางมายัง ไมด้า รีสอร์ท กาจนบุรี ของเราในครั้งนีด้วยรถยนต์ส่วนตัวค่ะ โดยการวิ่งยาวๆ เส้นนครปฐม-บ้านโป่ง มาถึงแยกแสงชูโตและเลี้ยวขวา ผ่านตัวเมืองกาญจบุรียาวๆ คือทางตรงอย่างเดียวนะ ไม่ว่าจะจะไฟแดงกี่แยกก็ตาม ซึ่งระหว่างทางจะมีป้ายคัตเอาท์ของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจุบุรี โชว์ผืนใหญ่เด่นชัดมาก ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี มีแบบพักเต็นท์ และเพิ่งเปิดเฟสใหม่ มีตึกใหม่ 3 ตึก ห้องพักรวม 90 ห้อง มองเห็นวิวแม่น้ำและภูเขา มีสระว่ายน้ำ และห้องประชุมสัมมนาใหญ่ จุดเช็คอินแรก ที่เรามาถึง Mida Resort Kanchanaburi คือกิจกรรมสุดชิลของที่นี่ กิจกรรมลงแพ ที่นี่มีทำเลที่ตั้งติดแม่น้ำแควใหญ่ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราอยากแนะนำค่ะ ซึ่งการลงแพมีวันละ 2 รอบ คือ 13.00 น. และ 15.00 น. ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในวันนั้นด้วยนะคะ พร้อมแล้วๆ พร้อมกันหรือยัง ชูชีพช่วยได้ ทาง ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี จะมี ทีม Lifeguard สุดแกร่งคอยดูแลอย่างใกล้ชิดให้กับลูกค้าทุกคนในกิจกรรมนี้ หากถามว่า การลอยคอ ล่องแพ ลอยตามน้ำดีอย่างไร เราตอบได้ว่า เสมือนปลดปล่อย ให้ร่างกายไหลไปตามสายน้ำ ตามธรรมชาติ โดยมีจุดหมายหน้า รออยู่  ความรู้สึกสบายๆ ผ่อนคลาย กับสายน้ำ อีกจุดที่เรียกว่าธรรมชาติบำบัด ความรู้สึกในเวลาล่องลอยนั่นแหละคะ ความสนุกมันอยู่ตรงนั้น ^^ ช่วงเวลา 13.00 น. และ 15.00 น. เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะตอนเช้า เขื่อนศรีนครินทร์เพิ่งเปิดน้ำจากเขื่อนมาอาจจะมีเศษกิ่งไม้เกาะตามมาด้วยก็ได้  ช่วงบ่ายๆ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่แม่น้ำแควไหลได้เต็มที่ และปลอดภัยที่สุดด้วยเช่นกัน รวมไปถึงความสะอาดของแม่น้ำแคว ในเวลานี้ล่ะค่ะ น่าลงเล่นน้ำเป็นที่สุดแล้วนะ ใส้ ใส ... ช่วงเวลานี้แหละที่รู้สึก สบายใจที่สุด รับลมเย็นๆ หากใครไม่ได้ลอยคอ ล่องแพ ก็สามารถนั่งเรือชมบรรยากาศได้ ทำให้เห็นวิว ทิวทัศน์ รอบๆ รีสอร์ทในช่วงของแม่น้ำแคว และก็ได้เห็น จุดเช็คอินที่สอง ที่ตั้งเต็นท์ติดแอร์ ที่นอนของเราในค่ำคืนนี้ด้วยค่าาา จุดเช็คอินที่สอง เต็นท์ติดแอร์ ริมแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นที่ตั้งพื้นดินบนฐานฉาบแบบขั้นบันได โดยมีเต็นท์หลายหลัง เรียงราย และตั้งห่างๆ กัน โดยมีทางเดินแยกเป็นสัดส่วนของของแต่ละโซนนั้นๆ หากใครสนใจที่อยากจะนอนเต็นท์แบบเราๆ ขอแนะนำให้เลือกจองหลังติดริมน้ำนะคะ เพราะจะฟินมากกกก หลังนี้แหละค่าาา ของเราๆ ติดน้ำแควแบบใกล้มากก นอนฟังเสียงน้ำไหล และเสียงแมลงกล่อมทั้งคืน ติดธรรมชาติสุดๆ แต่เดี๋ยวนะ !! นี่มันแท็กซี่หรือป่าว สีเขียวเหลือง เหมือนมากเลยนะ  ว่าไหม 555 ไปค่ะ ดูภายในเต็นท์ติดแอร์กันนะคะ  แหวกม่านประตู เปิดซิบเข้าไป กุญแจที่นี่จะได้มาคือเป็นที่ล็อคแบบคล้องค่ะ ค่อนข้างปลอดภัย ภายในเต็นท์กว้าง  และสูงพอๆ ที่เราจะลุกขึ้นยืนได้โดยไม่ต้องกลัวหัวชนมุมบนของเต็นท์แต่อย่างใด ชุดเครื่องนอนมาตรฐานรีสอร์ททั่วไป โดยมีผ้าเช็ดตัวและชุดคลุม วางอยู่บนฟูกนอน มาอีกฝั่งหนึ่งติดแอร์ เย็นสบาย มีตู้เซฟ และตู้เย็น ในตู้มีน้ำดื่มให้ฟรี 2 ขวดค่ะ ฉากหลังอีกด้านหนึ่งของกระจกเงาจะเป็นที่เก็บเสื้อผ้า แขวนเสื้อผ้าไว้นะคะ เราไม่ได้ถ่ายรูปมา มีเบาะโฟมขนาดใหญ่ให้นอนเล่นตรงกลางเต็นท์ เอาไว้ชิมวิว หรือนอนเล่นเฟสบุ๊ค แบบเพลินๆ ไปเล้ยยย อ้อมี Free Wi-Fi ให้ด้วยค่ะ แต่เต็นท์ที่เรานอนอยู่นี้หลุดๆ ดับๆ อ่ะนะ หลังอื่นเราไม่แน่ใจนะคะ พูดถึงเรื่องราคาเต็นท์ เราขอเข้าเวปจองโดยตรงกับทางรีสอร์ทมาให้ดูนะคะ เราใส่วันที่จองไป 5-6 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ ราคาจากเวปโดยตรงอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท ถ้ารวมอาหารเช้าก็ 2,100 บาท เบอร์โทรติดต่อค่ะ 02-574-3636 เต็นท์หลังบนที่ขึ้นเนินตามขั้นบันได สีสันอื่นๆ บ้าง และไปดูห้องน้ำกันค่ะ ดูเต็นท์ริมน้ำแควแล้วมาดูห้องน้ำในกลุ่มเต็นท์กันบ้างคะ แต่ห้องน้ำไม่ได้อย่ริมน้ำนะ แต่ใกล้ๆ กันในโซนเต็นท์ด้วยกัน ห้องน้ำแยกชาย-หญิง แยกห้องส้วมกับห้องอาบน้ำออกจากกันมีหลายห้อง และเพียงพอต่อลูกค้าที่มาใช้บริการอย่างแน่นอนค่ะ ภายในห้องน้ำนี่สร้างอิงแบบธรรมชาติมาก อย่างเช่นห้องอาบน้ำนี่หลังคาห้องน้ำจะเปิดครึ่งหนึ่งด้วยนะคะ เรียกว่า อาบน้ำเย้ยฟ้าท้าตะวันกันได้เลยแหละ 555 มีให้เลือกระหว่างตุ่มอาบน้ำกระบวยตักน้ำ หรือจะเป็นแบบฝักบัวเรนชาวเวอร์ก็ได้ทั้งนั้น ส่วนเรานะเหรอ ไม่ได้ใช้กระบวยตักอาบมานานแค่ไหนแล้วไม่พลาดๆ ชอบๆ เราออกมาอาบน้ำตอนเที่ยงคืนด้วยซ้ำนะ เย็นสบายตัวมาก 555 และในช่วงบรรยากาศยามเย็นเช่นนี้ ต้องไม่พลาดริมน้ำแควใหญ่ กับมุมที่ฟินที่สุด River Romance เป็นมุมที่โรแม๊นซ์ที่สุดที่เราจะมานั่ง Dinner กันตรงนี้ค่ะ และมุมนี้จะเปิดแค่วันศุกร์ ถึงวันอาทิตย์เท่านั้นนะคะ ใครมาวันอื่นอดนะเออ มาถึงถิ่นเมืองกาญ ก็ต้องสั่งอาหารพื้นเมืองของกาญจบุรีด้วยนะคะ พนักงาน ส่วนมากในรีสอร์ทนี้จะเป็นคนพื้นที่เกือบทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลคือทางรีสอร์ทต้องการกระจายรายได้ให้ชาวพื้นที่ และคนในพื้นที่ย่อมรู้เรืองราวถิ่นของตนได้ดีกว่าด้วย เวลาลูกค้าหรือแขกที่มาเข้าพักสอบถาม ก็สามารถตอบให้ได้เลยค่ะ  และอาหารในช่วง Dinner มื้อนี้ มีรสชาติกลางๆ ไปยังจัดจ้าน ตามสไตล์ เริ่มจาก แกงป่าไก่บ้าน  แต่เดี๋ยวนะ จะมันๆ ไปไหนเนี่ย 555 แบบว่าต้นตำหรับของพื้นบ้าน กาญจนบุรีเค้าจริงๆค่า ยกมาทั้งหม้อดินกลิ่นหอมๆ กันเลย ปลารากกล้วยทอด จานนี้ก็อร่อยมากกก ปลาตัวเล็กๆ ทอดมาตอนกรอบๆ ร้อนๆ นี่หละคะ อร่อยเคี้ยวเพลินไม่ต้องมองข้าวสวยเลยก็ยังได้ แกงเลียงมอญ นี่ก็เช่นกันอาหารพื้นบ้านเมืองกาญฯ เค้า เห็นแกงเลียงมาหลายแบบเพิ่งรู้ว่า แกงเลียงมอญที่นี่เขาใส่กะทิด้วยนะคะ ปลาแรดเขื่อนทอดสองแคว (ซอสทอดน้ำปลา กับ แกงเขียวหวาน) จานนี้แนะนำเลยค่าาา ปลาเป็นชิ้นๆ ใหญ่ๆ ทอดมากรอบมากจิ้มทานได้เลยกับซอยน้ำปลาหรือแกงเขียวหวาน อร่อยทั้งคู่ค่ะ เนื้อปลาพูนอิ่มมากด้วย จานนี้อยู่ตรงหน้าเรานานไปหน่อย เกลี้ยงค่ะ 555 และบรรยากาศยามค่ำคืนรอบๆ River Romance  ค่ะ ^^ นอกจากโซน River Romance แล้วยังมีห้องอาหาร The Terrace ของไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี สำหรับทานอาหารค่ำ และอาหารเช้าที่นี่ค่ะ ร่มรื่นแวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่เพียบ ยามค่ำคืนกับสระว่ายน้ำใหญ่ที่อยู่ตรงกลางของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี และบริเวณรอบๆ สระว่ายน้ำจะมีห้องพัก Type ต่างๆ ของที่นี่นะคะ ไว้พรุ่งนี้เราจะแวะมาเก็บภาพให้ชมกันต่อค่าา สำหรับคือนนี้เรานอนที่เต็นท์ติดแอร์  นอนฟังเสียงน้ำไหล นอนฟังเสียงแมลงร้องระงมกันทั้งคืน คือรู้สึกได้เลยว่าใกล้ชิดกับธรรมชาติจริงๆ ค่ะ ถามตัวเองว่า นานแค่ไหนแล้วที่เราไมไ่ด้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนี้ ^^ ยามเช้าตรู่พระอาทิตย์ทอแสงขึ้นมาแล้ว ตรงริมน้ำแควจะมีหมอกบางจางๆ ที่เห็นได้จากน้ำแควไหญ่ตรงท่าน้ำนะคะ จะสังเกตได้เลยว่าน้ำลดลงไปอย่างมาก เนื่องจากช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 8 โมงเช้าอีกวันหนึ่ง เชื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควใหญ่ปิดประตูน้ำไว้ เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าค่ะ และจะเปิดอีกทีในตอน 8 โมงเช้า นันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กิจกรรมลอยคอล่องแพจัดขึ้นในช่วงบ่ายๆ เพราะต้องรอให้น้ำไหลมาอย่างเพียงพอก่อน แต่เราว่า ตอนเช้าๆ นี่น้ำก็ไหลมาเรื่อยๆ อย่างเพียงพอในระดับหนึงแล้วเช่นกันนะคะ  เป็นช่วงเวลาที่เราออกมาเดินเล่น ริมแม่น้ำ นั่งเล่นชิงช้า หยุดนิ่งกับตัวเอง มองสายน้ำไหลผ่านไปเรื่อยๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แบบนี้แหละค่ะ ปล่อยไปกับฉากตรงหน้า มันสบายใจที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ อาหารเช้ามื้อนั้นสำหรับเราถือว่ากลางๆ นะคะ ไม่ได้น้อยมาก และไม่ได้เยอะมากมายเท่าไหร่ แต่ก็สามารถตอบโจทย์ได้ครบเช่นกัน สำหรับมื้อเช้าของวันใหม่ที่นี่ค่ะ โดยจะได้บัตรทานอาหารเช้าตั้งแต่ตอนที่เช็คอินหน้า Front มาในตอนแรกๆ ห้องละ 2 ใบ ซึ่งเต็นท์ที่เรานอนนี้ค่าที่พักก็รวมอาหารเช้าด้วยแล้ว ภายในบริเวณ ไมด้า รีสอร์ท กาญจนบุรี จะมีต้นไม้สูงใหญ่ปลูกไว้รายรอบ รวมทั้งต้นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติด้วยเช่นกัน เห็นเล่าว่า ไม่มีนโยบายที่จะตัดต้นไม้แต่เดิมออกนะคะ ซึ่งเราสังเกตได้เลยว่าตั้งแต่ขับรถเข้ามาในเขตบริเวณรีสอร์ท ตั้งแต่ปากทางเข้าถนนใหญ่ จะมีต้นไม้สองข้างทางเยอะมากกกก เรียกว่าทั้งป่าเลยก็ว่าได้ สายๆ ของวันนั้นเราถือโอกาสเดินเล่นและไปเก็บภาพห้องพัก Type อื่นๆ ของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรีเพิ่มเติมค่ะ มีทั้ง Superior Room / Deluxe Room ภายในห้องพัก จะตกแต่งแบบเรียบง่าย โทนสีขาวสะอาดตา อุปกรณ์และของใช้ภายในห้องพักครบถ้วนเหมือนรีสอร์ททั่วไป พอเปิดม่านจะเจอต้นไม้และน้ำแควใหญ่ไหลผ่านอีก ฟิน!! อีกหนึ่ง Type ที่พักของ ไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี  Pool Villa ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง มีแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนค่ะ  โดยแบบ 1 ห้องนอนในไมด้า รีสอร์ท กาญจบุรี มี 4 หลังและแบบ 2 ห้องนอนมี 1 หลังเท่านั้นค่ะ Pool Villa รั้วรอบขอบชิดมีทางเข้าออกเป็นส่วนตัวทุกหลัง และสระว่ายน้ำเล็กๆ บนพื้นที่แห่งความเป็นส่วนตัวของ Pool Villa แต่ละหลัง เราเห็นแล้ว แบบอยากจัดปาร์ตี้น่ะ 555 ภายในห้องพักที่แยกโซนเป็นสัดส่วนไว้อย่างชัดเจนทั้ง one bedroom  และ two bedroom กั้นโซนตรงกลางด้วย ครัวเล็กๆ และห้องนั่งเล่น โต๊ะทานข้าว เดินมาดูห้องพักแบบสุดท้ายอีกที่หนึ่ง  บ้านร่มไม้ทีนี่จะมี 2 หลังค่ะ พักได้ถึง 10 คน ห้องน้ำ 3 ห้อง มาเป็นแกงค์ มาเป็นก๊วน หรือกลุ่มสัมมนาใหญ่ๆ ก็อยู่ร่วมกันได้เล้ยยย แต่ ... สำหรับเรา การเลือกมาพักในครั้งนี้ เลือกที่จะสุขกับความเป็นธรรมชาติมากกว่า คงไม่แปลกใจที่บางครั้งเราจะนั่งนิ่งๆ เดินช้าๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามธรรมชาติแห่งนั้น แต่เรากลับรู้สึกสบายใจอย่างน่าปะหลาด เราจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ในทุกการเดินทาง ที่ได้อยู่กับตัวเอง ... ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล Facebook RinSa YoyoLive (https://www.facebook.com/RinsaYoyoliveTravelBlogger/)