ช็อกโกแลตซอส

10 สูตรเมนูเครื่องดื่มหวานเย็น ที่จะช่วยพยุงชีวิตกลางแดดร้อนๆ
นม /  น้ำดื่ม / 

อากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง การดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยคลายร้อนได้ดี และยิ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานแล้วยิ่งทำให้ร่างกายสดชื่นไปตลอดทั้งวัน วันนี้จำมานำเสนอ สูตรเครื่องดื่ม 10 เมนู ที่จะช่วยให้มีชีวิตอยู่กลางแดดจัดๆ 10 สูตรเมนูเครื่องดื่มหวานเย็น ที่จะช่วยพยุงชีวิตกลางแดดร้อนๆ Double Chocolate Chip Frappe ส่วนผสม - นมสด 120 ml. - ช็อคโกแลตชิป 1/3 ถ้วย - นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม 50 ml. - ช็อคโกแลตไซรัป 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์) - วิปปิ้งครีม - ช็อคโกแลตซอส วิธีทำ 1. เทนมสด ช็อคโกแลตชิป นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม ช็อคโกแลตไซรัป และน้ำแข็ง ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้จนเนียน 2. เทใส่แก้ว บีบวิปปิ้งครีม ราดด้วยช็อคโกแลตซอส พร้อมเสิร์ฟ ปล. สำหรับใครชอบแบบเข้มข้น หอมกาแฟ สามารถใส่กาแฟเอสเปรสโซ่ลงไป 1 ออนซ์ โดยลดปริมาณนมสดลง ----------------------------------------------------------------------------------------- มอคค่ากาแฟก้อนน้ำแข็ง ส่วนผสม - กาแฟเอสเปรสโซ่ 4 ออนซ์ - ผงโกโก้ 2 ช้อนชา - นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม - นมอุ่น - คาราเมลไซรัแ วิธีทำ 1. กลั่นกาแฟเอสเปรสโซ่ 4 ออนซ์ หรือใช้กาแฟผง ประมาณ 3-4 ช้อนชา (แล้วแต่ชอบ) ชงกับน้ำร้อน 2. ใส่ผงโกโก้ลงไป คนให้เข้ากัน อาจจะใส่น้ำเชื่อมหรือนมข้นหวานเพิ่มลงไปตามใจชอบ (หรือถ้าใครไม่ชอบหวานก็ไม่ต้องใส่ค่ะ) 3. เทใส่พิมพ์น้ำแข็ง แช่ในช่องฟรีซ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือข้ามคืนก็ได้ 4. เอาก้อนน้ำแข็งกาแฟออกจากพิมพ์ ตักใส่แก้ว 5. เวลาเสิร์ฟ เสิร์ฟพร้อมกับนมสดอุ่น และคาราเมลไซรัป 6. รินนมลงในแก้วกาแฟ เทคาราเมลไซรัปลงไป พร้อมดื่ม ----------------------------------------------------------------------------------------- กรีนทีมัคคิอาโต้ ส่วนผสม - น้ำชาเขียว - วานิลลาไซรัป - นมสดเย็น - น้ำแข็งก้อน - ฟองนม วิปปิ้งครีม คาราเมลซอส วิธีทำ 1. ชงชาเขียว ใช้ผงชาเขียว 1-2 ช้อนชาใส่ถุงกรองแช่ในน้ำร้อน 3-5 นาที หรือชงผงมัชฉะกับน้ำร้อน 2. เทวานิลลาไซรัปลงในแก้ว (ถ้าไม่ชอบหวานไม่ต้องใส่เยอะ) 3. เทนมสดเย็นลงไปครึ่งแก้ว 4. ใส่น้ำแข็งก้อนลงไป 5. ค่อยๆรินชาเขียวลงไป 6. ใส่ฟองนม บีบวิปครีมด้านบน อาจจะราดด้วยคาราเมลซอส ----------------------------------------------------------------------------------------- เฉาก๊วยโกโก้ ส่วนผสม - ผงโกโก้ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ (มากน้อยแล้วแต่ชอบ) - น้ำร้อน 75 ml. - น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ - นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ (ส่วนของความหวานแล้วแต่ชอบ) - นมสด - น้ำแข็ง - เฉาก๊วยหั่นเต๋า วิธีทำ 1. ผงโกโก้และน้ำตาลทรายใส่แก้ว เติมน้ำร้อน คนให้ละลาย ใส่นมข้นหวาน คนอีกครั้งให้เข้ากัน (ส่วนนี้จะค่อนข้างเข้มข้น) พักไว้ให้เย็น 2. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว 3/4 แก้ว เทส่วนผสมโกโก้เทลงไปในแก้ว 3. ค่อยๆเทนมสดลงไป 4. ตักเฉาก๊วยวางด้านบนแก้ว (จะใส่น้ำตาลทรายแดงเพิ่มก็ได้นะคะ) พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- ชาเขียวลาเต้ ส่วนผสม - ผงชาเขียวตรามือ(หรือมัทชะชาเขียว) 2 ช้อนชา - น้ำร้อน - นมสดเย็น 150 ml. - วานิลลาไซรัปหรือน้ำเชื่อม - นมสำหรับทำฟองนม วิธีทำ 1. ชงชาเขียว >>> นำผงชาเขียวลงในถุงกรอง แช่ในน้ำร้อน 3-5 นาที หรือชงผงมัทชะกับน้ำร้อนคนให้ละลาย 2. นำนมสดกับวานิลลาไซรัปผสมกันลงในแก้ว (อาจจะตีให้เหมือนฟองนมก็ได้นะคะ จะช่วยให้แยกชั้นสวย) 3. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทนมที่ผสมไว้ลงในแก้ว 3/4 แก้ว 4. เทชาเขียวลงไปให้เกือบเต็มแก้ว 5. ราดด้วยฟองนมด้านบน อาจจะราดคาราเมลซอสเพิ่มก็ได้ ----------------------------------------------------------------------------------------- มิลล์เชคโอวัลตินภูเขาไฟ  ส่วนผสม - นมสด 1 กล่อง - ผงโอวัลติน - นมข้นหวาน - ช็อคโกแลตซอส - โอรีโอ้ - คิดแคท วิธีทำ 1. นำนมกล่องไปแช่ตู้เย็นในช่องฟรีซจนแข็ง 2. นำนมกล่องแช่น้ำ 30 วินาที ใช้มีดปาดฝากล่อง ใช้ไม้เสียบลงไปบนก้อนนม 3. ใช้ช้อนส้อมหรือมีดขูดนมให้เป็นฝอยกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง จนหมด 4. เทช็อคโกแลตซอส ลงก้นแก้ว ตักส่วนของนมลงในแก้วครึ่งแก้ว 5. ใส่นมข้นหวาน ตักส่วนของนมลงในแก้วเพิ่มจนหมด 6. ทุบโอริโอ้พอแหลก โรยบนส่วนของนม ราดด้วยซอสช็อคโกแลตอีกครั้ง 7. ตักผงโอวัลตินลงไป ราดด้วยนมข้นหวาน ตกแต่งด้วยคิดแคท พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- สตรอเบอรี่โยเกิร์ตสมูทตี้ ส่วนผสม - สตรอเบอรี่แช่แข็ง 3-5 ลูก - น้ำสตรอเบอรี่เข้มข้น (ติ่งฟง) 2-3 ออนซ์ - น้ำเชื่อม 2-3 ช้อนโต๊ะ - น้ำเปล่า 2 ออนซ์ - น้ำแข็ง - โยเกิร์ตสตรอเบอรี่/ธรรมชาติ 1/2 ถ้วย - สตรอเบอรี่ซอสสำหรับราด วิธีทำ 1. นำน้ำแข็ง น้ำสตรอเบอรี่ น้ำเชื่อม น้ำเปล่า ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียน 2. ใส่โยเกิร์ตลงไปปั่น 3. ตักโยเกิร์ตลงในแก้ว เทสตรอเบอรี่ปั่นตามลงไป 4. ราดด้วยสตรอเบอรี่ซอส ----------------------------------------------------------------------------------------- โกโก้โอริโอ้ปั่น ส่วนผสม - ผงโกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำร้อนสำหรับชงโกโก้ - นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำแข็ง 1-2 แก้ว - นมจืด 2 ช้อนโต๊ะ - โอริโอ้ 4 ชิ้น - วิปปิ้งครีมสำหรับตกแต่ง - ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า วิธีทำ 1. ใส่ผงโกโก้ลงในแก้ว เติมน้ำร้อน และนมข้นหวาน คนผสมจนเข้ากันดี ชิมรสตามชอบ พักทิ้งไว้ให้เย็น 2. ใส่น้ำแข็งลงในเครื่องปั่น เทส่วนผสมโกโก้และนมสดลงไป ปั่นผสมให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด ใส่โอริโอ้ลงปั่นพอหยาบๆ เทใส่แก้ว 3. บีบวิปปิ้งครีม โรยหน้าด้วยผงโกโก้ แต่งด้วยโอริโอ้ ----------------------------------------------------------------------------------------- เฉาก๊วยคาราเมลนมสด ส่วนผสม - เฉาก๊วยหั่นเต๋า - คาราเมลไซรัป (ใช้น้ำเชื่อมแทนก็ได้ค่ะ) - นมสด - ซีเรียล - ไอศกรีม - น้ำแข็ง วิธีทำ ตักเฉาก๊วยลงในแก้ว เทคาราเมลไซรัป ตักน้ำแข็งใส่ 3/4 ของแก้ว เทนมสดลงไปพอดีกับน้ำแข็ง โรยด้วยซีเรียลจนเต็มแก้ว ตักไอศกรีมวางด้านบน พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- ไอซ์สตรอเบอร์รี่ลาเต้ ส่วนผสม - สตรอเบอร์รี่ไซรัป 50 ml. - นมสด 120 ml. - กาแฟเอสเปรสโซ่ 1 ชอต - น้ำแข็ง 1 แก้ว - แก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ 1. เทสตรอเบอร์รี่ไซรัปลงในแก้ว ตักน้ำแข็งใส่จนเต็ม 2. เทนมสดลงในแก้วเกือบเต็ม 3. ค่อยๆรินกาแฟเอสเปรสโซ่ (หรือกาแฟสำเร็จรูปชงกับน้ำร้อน 30 ml.) วนรอบปากแก้ว อาจจะตีฟองนมตักลงในแก้ว วางสตรอเบอร์รี่สดลงด้านบน ----------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณสูตรจาก Bakery Maker มือใหม่หัดทำขนม

ห้องพักเห็นวิวทะเลทุกห้อง ที่ โรงแรม เมอเวนพิค สยาม โฮเต็ล พัทยา ริมหาดนาจอมเทียน
movenpick /  movenpick siam hotel pattaya / 

ถ้าจะพูดถึงที่เที่ยว ที่พักผ่อนที่ใก้ลกรุงเทพมากๆ และเป็นที่ฮิตยอดนิยมตลอดกาล เห็นจะหนีไม่พ้น "พัทยา" วันนี้ได้โอกาสหนีอากาศร้อนของกรุงเทพ มาพักผ่อนแบบชิลๆ ที่โรงแรม 5 ดาว และพึ่งเปิดได้ไม่นานกันค่ะ นั่นก็คือ "โรงแรม เมอเวนพิค สยาม โฮเต็ล พัทยา" (Movenpick Siam Hotel Pattaya) ซึ่งมีห้องพักทั้งหมดถึง 262 ห้อง และที่สำคัญทุกห้อง ย้ำว่า ทุกห้อง สามารถมองเห็นวิวทะเลได้!   โรงแรม เมอเวนพิค สยาม โฮเต็ล พัทยา บนหาดนาจอมเทียน พอเปิดประตูเข้ามาเจอเคาน์เตอร์ Reception ก่อนเลย เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการแบบเต็มที่ แถมมี welcome drink ต้อนรับด้วยน้ำอัญชัญ มาแบบเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เราจะพาชมทีละส่วนแล้วกันนะ เริ่มจาก ห้องนอนก่อนเลย หลังจากรอ check in ไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็พาเราไปส่งยังห้องพัก อยากจะบอกว่าพอเปิดประตูเข้าไปแทบกรี๊ด เพราะห้องกว้างและสวยมาก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันตามมาตราฐานโรงแรม 5 ดาว เปิดประตูรับลม ชมวิวทะเลได้แบบพาโนรามาเลย วิวจากห้องพัก มองลงมาเห็นสระว่ายน้ำ ฝั่งขวาจากรูป คือสระว่ายน้ำของทางโรงแรม ส่วนฝั่งซ้ายจากรูปคือสระว่ายน้ำของคอนโด แยกกันและไม่ใช้ปนกัน ทำให้แขกที่มาพักกับผู้ที่อาศัยในคอนโดได้รับความเป็นส่วนตัว พามาชมส่วนอื่นๆของโรงแรมกันบ้าง เนื่องจากโรงแรมค่อนข้างใหม่ พึ่งเปิดได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงพาเราเดินชมตามจุดต่างๆแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว เจ้าหน้าที่เล่าว่าทางโรงแรมใช้มาตรฐานสวิสฯ ที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังของแบรนด์เมอเวนพิคทั่วโลก ซึ่งบริเวณห้องสัมมนานี้ บางวันเค้ามีกิจกรรมให้กับผู้เข้าพักด้วย วันที่เราไปได้เพ้นท์ผ้าบาติก โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ ไม่เคยทำมาก่อนก็สามารถทำได้ ขออวดฝีมือซักหน่อย สำหรับห้องอาหาร เจ้าหน้าที่แอบกระซิบว่า เชฟที่นี่เค้าระดับ 5 ดาว เชียวนะ เพราะฉะนั้นเรื่องความอร่อย สด ใหม่ และการครีเอทแต่ละเมนูนั้น เรียกว่าไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ซึ่ง ห้องอาหารจะมี 2 ห้อง คือ - ห้องอาหารชื่อ "Twist" เป็นแบบ all day dining เพราะเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 5 ทุ่มกันเลยทีเดียว - และอีกห้องอาหารชื่อ "T55 NewYork Grill" ก็ตามชื่อเลย ห้องอาหารสเต็กเฮาส์สไตล์นิวยอร์ค คัดสรรเนื้อชั้นดี มาเสิร์ฟทุกๆวัน ทางโรงแรมยังมีบริการช็อกโกแลต เมอเวนพิค ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ฟรี! แก่ผู้เข้าพักทุกท่านด้วย งานนี้ถึงอ้วนก็ยอม เพราะต้องบอกว่าอร่อยมากๆ ช็อกโกแลตและมาร์ชเมลโล่เข้มข้น หวาน มัน และหอมสุดๆ ชมด้านในโรงแรมกันแล้ว มาชมด้านนอกกันบ้าง บริเวณด้านนอกติดริมชายหาดนาจอมเทียน มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ยาวกว่า 90 เมตร น้ำใสน่าว่ายมากๆ สำหรับสระเด็กนั้นมีสไลด์เดอร์มาเอาใจคุณหนูๆ และผู้ใหญ่ก็เล่นได้สนุกไม่แพ้เด็กเลยแหล่ะ พร้อมมีบริการอาหาร, บีชบาร์ และสปาอย่างครบครัน และสิ่งที่เราประทับใจอีกอย่างก็คือ ทางโรงแรมมีโปรแกรมล่องเรือยอร์ชแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ สำหรับผู้เข้าพัก ซึ่งเราเองก็ไม่พลาด ณ จุดนี้เช่นกัน ได้ไปชมพระอาทิตย์ตก ใจกลางทะเล จิบค๊อกเทลไปด้วย ลมเย็นๆ โรแมนติกสุดๆ ซึ่งเราสามารถไปขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือโอเชี่ยนมาริน่า ยอร์ช คลับ นอกจากนี้ ภายในโรงแรมยังมีห้องฟิตเนส, คลับเลานจ์ และโปรแกรมกิจกรรมอีกมากมาย สามารถสอบถามได้โดยตรงกับทางโรงแรมเลยจ้า สนใจจองห้องพัก โรงแรม เมอเวนพิค สยามโฮเต็ล พัทยา ขอขอบคุณทาง โรงแรมเมอเวนพิค สยามโฮเต็ล พัทยา ที่ให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี

เที่ยวตามรอยโอปป้า 'ซงจุงกิ' ในซีรีส์ Descendants of the Sun
ทะเลสวย /  ประเทศกรีซ / 

ต้องบอกเลยว่าซีรีส์เกาหลี "Descendants of the Sun" เรื่องนี้มาแรงจริงๆ นอกจากความหล่อทะลุจอของ ซงจุงกิ กับสาวหน้าเด็กตลอดกาลอย่าง ซองเฮเคียว แล้ว สถานที่ที่ใช้ถ่ายทำในเรื่องก็ยังเป็นที่สนใจของหลายๆ คน และหาพิกัดอยากเที่ยวตามรอยซีรีส์เรื่องนี้! มนต์เสน่ห์ประเทศกรีซ เที่ยวตามรอยซีรีส์ Descendants of the Sunn นอกจากเนื้อเรื่องสนุก, ความสามารถ ความสวย-หล่อ ของนักแสดงที่ทำให้หลายคนชอบดูซีรีส์แล้ว สถานที่ถ่ายทำก็ยังเป็นอีกหนึ่งอย่างที่หลายคนสนใจ จนต้องตามรอยเที่ยว! เรื่อง Descendants of the Sun ที่กำลังออกอากาศทาง KBS ก็เช่นกัน เรียกได้ว่าดังกลบกระแสซีรีส์เรื่องอื่นไปซะหมด ช่วงปลายปี 2015 ทีมงาน Descendants of the Sun ได้ยกกองไปถ่ายทำซีรีส์กันที่ประเทศกรีซ เป็นเวลากว่า 1 เดือนเต็ม หากพูดถึงประเทศกรีซ เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีภูมิประเทศ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมก็จะมี ซานโตรินี่ , เอเธนส์ เป็นต้น ตามเราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนบ้าง .. 1. เมืองอแรกโชวา ( Arachova ) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรีซ ที่นี่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยบ้านเมืองที่สร้างอยู่บนภูเขาพานาซอส ที่ระดับความสูง 970 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โอบล้อมด้วยต้นวอลนัท และวิวสวยๆ ของทะเล อยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ประมาณ 170 กม. เท่านั้น 2. เกาะซาคินทอส (Zakynthos) ประเทศกรีซ เป็นหนึ่งฉากในซีรีส์เรื่อง Descendants of the Sun ขณะที่พระ-นาง กำลังเดินเล่นอยู่ที่ชายหาด ซึ่งมีเรืออับปางลำใหญ่อยู่ตรงหน้า เมื่อได้เห็นความสวยงามของท้องทะเลและสิ่งสวยงามของที่นั้นผ่านหน้าจอ ผู้คนก็เริ่มค้นหาข้อมูลของสถานที่นั้น ว่าตั้งอยู่ที่ไหน โดยทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ท้องถิ่น ได้บอกว่า พวกเขาได้รับการสอบถามจากนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับ เกาะซาคินทอส (Zakynthos) เป็นจำนวนมาก รวมถึงเรื่องโปรแกรมทัวร์ด้วย เกาะซาคินทอส (Zakynthos) เป็นหนึ่งใน 7 หมู่เกาะในเขตทะเลไอโอเนียน ตั้งอยู่บริเวณนอกฝั่งตะวันตกของประเทศ ตอนกลางของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (คั่นกลางระหว่างอิตาลีและกรีซ) มีพื้นที่ 410 ตร.กม. จุดที่ลุกที่สุดของทะเลไอโอเนียน วัดได้ถึง 2,290 เมตร ทั้ง 7 เกาะนี้เคยเป็นอาณานิคมของกรีกโบราณ จนต่อมาเมื่อยุคอิตาลีรุ่งโรจน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันและจักรวรรดิไบแซนไทน์ เคยถูกยึกครองโดยหลายประเทศ จนท้ายที่สุดได้รับอิสระและรวมเข้ากับกรีซในปี ค.ศ. 1864 จุดเด่นของเกาะซาคินทอส ก็คือ หาดนาวาจิโอ หรือ หาดซากเรือแตก (Navagio Beach or Shipwreck Beach) ที่มีซากเรือที่ขึ้นมาเกยอยู่บนฝั่ง ที่ล่มในยุค 1980 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งเล่นน้ำ อาบแดด และทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ 3. เกาะเลมนอส (Lemnos Island) ตั้งอยู่ในทะเลอีเจียน (Aegean Sea) ทางตอนเหนือ มีพื้นที่ 477 กม² เป็นเกาะใหญ่เป็นอันดับ 8 ของประเทศกรีซ ย้อนไปในอดีต ชาวกรีกได้เข้าไปอาศัยอยู่ที่เกาะนี้เมื่อประมาณ 800 ปีก่อนคริสต์ศักราช ต่อมาตกอยู่ใต้การปกครองของเปอร์เซีย จักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิไบแซนไทน์และจักรวรรดิออตโตมันตามลำดับ จนตกเป็นของประเทศกรีซในปี ค.ศ. 1913 เมืองหลวงของเกาะเลมนอสคือเมืองมีร์รีน่า (Myrina) ด้วยความที่เป็นเกาะไม่ใหญ่ไม่เล็กมากแต่เกาะนี้มีสภาพแวดล้อมที่ต่างกันสิ้นเชิง มีทั้งผาหิน ทะเลทราย และทุ่งกว้าง รวมทั้งมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันหลายแบบทั้งกรีก โรมัน และออตโตมัน ขอบคุณข้อมูล-รูปภาพ KBS WORLD, th.wikipedia.org, facebook หมี CNN, Deposit photos, gbtimes.com, http://www.greeka.com/, http://www.visitgreece.gr/

พาหัวใจหนีร้อน ดำน้ำวันเดย์ ณ เกาะรอก ราชินีแห่งอันดามัน
กิจกรรมดำน้ำ /  จังหวัดภูเก็ต / 

ฤดูร้อนแบบนี้ ใครๆ ก็อยากหนีไปเที่ยวทะเลถูกต้องไหมคะ ยิ่งช่วงนี้ทะเลใต้ กำลังสวยงาม ท้องฟ้าและน้ำทะเลสดใส งั้นไม่รีรอหาโปรแกรมวันเดย์ ทัวร์ดำน้ำ เกาะรอก กับเลิฟ อันดามัน ที่จังหวัดภูเก็ต ชมความงามอันบริสุทธิ์ที่นักเดินทางและรักการดำน้ำต้องไปให้ได้สักครั้ง พร้อมจะเดินทางกันรึยังคะ? พาหัวใจหนีร้อน ดำน้ำวันเดย์ ณ เกาะรอก ราชินีแห่งอันดามัน เป็นที่รู้กันดีว่าเกาะรอก ตั้งอยู่บริเวณหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ แต่ก็สามารถเดินทางนั่งเรือต่อเดียวกับทัวร์ของเลิฟ อันดามัน ไปเที่ยวที่เกาะรอกนอก และเกาะรอกในได้เช่นกัน สภาพอากาศช่วงหน้าร้อนนี้ปลอดโปร่ง มีคลื่นและลมสบายๆ ก่อนขึ้นเรือออกเดินทาง ทางเลิฟอันดามัน จะให้ผู้โดยสารทุกคนทำธุระกิจส่วนตัวให้เรียบร้อย พร้อมกับมีขนมและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น คุกกี้ แซนด์วิช เค้ก ชา กาแฟ จัดวางอย่างสวยงามพร้อมเสิร์ฟ มีตุ๊กตาเต่าทะเลวางร่วมด้วย น่ารักเชียว แถมยังมียาแก้เมาเรือคอยให้บริการ จากนั้นทางทัวร์เลิฟอันดามัน ได้แนะนำไกด์ที่จะพาเราไปดำน้ำวันนี้ พร้อมกับแนะนำถึงความสวยงามของเกาะรอก ราชินีแห่งอันดามัน มาทราบข้อมูล "เกาะรอก" (Koh Rok) กันหน่อย เกาะรอกประกอบไปด้วย เกาะรอกนอก และเกาะรอกใน ตั้งอยู่ในน่านน้ำทะเลกระบี่ที่เชื่อมต่อทะเลตรัง ทั้งสองเกาะนับว่า เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงาม และน้ำทะเลใสอีกทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาเล็กน้อย และปลาการ์ตูน จำนวนมาก และบนเกาะรอกนอกนั้น ยังมี ห้องน้ำ ที่อาบน้ำ ที่พักในส่วนของอุทยานไว้ให้บริการด้วยนะคะ สำหรับเรือที่ใช้เดินทาง เป็นเรือสปีดโบ๊ทความเร็วสูง ลำใหม่ ใหญ่ นั่งสบาย ที่เพิ่งให้บริการ ชื่อว่า Zeus (ซูส) โดยกัปตันเรือพาเราวิ่งฉิวฝ่าคลื่นออกจากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต สู่เกาะรอก ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที หรือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศคลื่นลม ระหว่างที่อยู่บนเรือทางทีมงานเลิฟอันดามัน คอยดูแล และเอ็นเตอร์เทนลูกเรือตลอดเส้นทาง จนลืมเวลาไปเลย รู้ตัวอีกทีก็ถึงบริเวณเกาะรอก มองสภาพโดยรอบของเกาะ รู้สึกไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ ทั้งสดชื่น ผ่อนคลาย ด้วยความสวยงามของทะเลสีฟ้าเขียวกับท้องฟ้าสดใส จนมองเห็นพื้นผิวด้านล่าง มีหาดทรายที่ขาวละเอียด รับกับสีเขียวของต้นไม้ริมชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ สวยและเงียบสงบมาก สมกับการรอคอยที่ได้เห็น หลังจากนั้นเราก็มาถึงจุดจอดเรือ ตรงอ่าวทะลุ ที่อยู่ด้านหลังเกาะรอก เพื่อทำกิจกรรมดำน้ำกัน บอกได้เลยว่า ดำไม่กลัว กลัวไม่ได้ดำน้ำซะมากกว่า ก่อนลงดำน้ำ ทางไกด์ได้แนะนำถึงวิธีการใส่สน็อกเกิ้ลดำน้ำ เพื่อความถูกต้องและปลอดภัย ไม่ลืมที่จะสวมเสื้อชูชีพด้วยนะคะ และก็ถึงเวลาสำคัญ เมื่อทุกอย่างพร้อมเราก็กระโดดลงไปดำดิ่งชมโลกใต้ทะเลกัน ไกด์พาเราไปยังจุดต่างๆ เพื่อชมความสวยงามของประการัง ดอกไม้ทะเล ฝูงปลาต่างๆ ที่เห็นทะเลจากด้านบนว่าสวยแล้ว ใต้ทะเลก็สวยไม่แพ้กัน ประทับใจมากจนบรรยายไม่ถูก อยากให้มาเห็นกับตาจริงๆ เลยค่ะ ใช้เวลาดำน้ำชุ่มปอดกันประมาน 40 นาทีแล้ว กัปตันเรือก็พาเรามาบริเวณเกาะรอกนอก เพื่อพักทานมื้อเที่ยงบนฝั่ง และก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดพักผ่อนที่สวยมากๆ จนไม่รอช้าคว้ากล้องขึ้นมากดชัตเตอร์ภาพรัวๆ ที่เกาะรอกนั้น มากับเลิฟอันดามัน ไม่ต้องกลัวอดจ้า เพราะได้เตรียมอาหารไว้พร้อมเสิร์ฟ มีทั้ง ผัดผักรวม ไก่ทอด แกงเขียวหวานไก่ และอาหารทะเล ทั้งกุ้งปลาหมึก และผลไม้ที่เติมได้เรื่อยๆ ไม่หมดเพียงแค่นั้น ทางเลิฟอันดามันยังจัดเตรียมไลน์อาหารของว่างให้เลือกรับประทาน อย่าง ขนมช็อกโกแลตบราวนี่ แซนวิช แยมทาร์ต แครกเกอร์ และเครื่องดื่มสีสันต่างๆ งานนี้เติมพลัง กินอิ่มสบายท้อง หากใครที่ยังไม่เต็มอิ่มกับการดำน้ำ สามารถดำน้ำเล่นที่หน้าหาดได้เลยนะคะ หรือจะเดิมชมบรรยากาศ ถ่ายภาพชิลๆ ก็เต็มที่เลย หรือถ้าอยากได้ภาพตัวเองสวยๆ ไปอวดเพื่อนในโซเชียลละก็ ไกด์ทางเลิฟอันดามันจะเป็นช่างภาพที่ดีให้กับคุณได้ ภาพแต่ละภาพสวยงามประทับใจสุดๆ จนใครเห็นก็ต้องอิจฉา! นอกจากนี้สำหรับนักท่องเที่ยวที่กลัวภัยธรรมชาติก็ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ ที่เกาะรอกนี้เขามีป้ายบอกเส้นทางการหนีคลื่นยักษ์ปักเตือนไว้เรียบร้อย ปิดท้ายขอร่ำลาทริปนี้ด้วยภาพสวยๆ เหล่านี้ของเกาะรอกกันนะคะ

12 วิธี ชะลอวัย ด้วยการปรับรสชาติอาหาร
ชะลอวัย /  รสชาติอาหาร / 

การเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วัยชราตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ในวัยกลางคน เป็นสิ่งที่พูดกันมากขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน เพราะคนในยุคต่อไป ไม่ว่าจะอายุเท่าใดต่างก็ต้องเผชิญกับการบีบคั้นของสังคมมากขึ้น และการจะเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับก้าวสู่โลกแบบนั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องวางแผนแต่เนิ่นๆ แต่ทว่า…เราสามารถ ชะลอวัย ไว้ก่อนก็ได้ ถ้ารู้จักดูแลร่างกายของเราเอง มีหลายคนนักที่มักมีพฤติกรรมแบบที่ว่า…ทุกครั้งที่กินก๋วยเตี๋ยวชอบปรุงเพิ่มแบบจัดหนัก หรือกินอาหารคาวก็มักขาดน้ำจิ้มไม่ได้ กินไม้ผลไม้ต้องจิ้มพริกเกลือหรือน้ำปลาหวานตลอด ซึ่งจะบอกว่าพฤติกรรมเหล่านี้นี่ล่ะที่จะสร้างความเสื่อมถอยให้กับร่างกายตนเองอย่างมาก ทั้งนี้เพราะการติดอาหารรสจัด ไม่ว่าจะหวานจัด เค็มจัด หรือเผ็ดจัด มีส่วนให้ชราก่อนวัยอันควรได้ทั้งนั้น แล้วทีนี้ทำอย่างไร?…เราแนะนำว่าให้ Reset ลิ้น เคล็ดลับ Reset ลิ้นสำหรับคนกินรสจัด 1. ออกห่างจากอาหารจัดจ้าน และอนุญาตให้อาหารจืดผ่านสู่ลิ้นเท่านั้น วางเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ถ้าอยากมีสุขภาพแข็งแรงอยู่ไปนานๆ ต้อง กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเท่านั้น 3. งดอาหารแปรรูปทั้งหลาย อย่างเช่น อาหารกระป๋อง หมูหยอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กุนเชียง ไส้กรอก แหนม ปลาเค็ม ไข่เค็ม เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี้ล้วนมีน้ำตาลและโซเดียม ในปริมาณที่สูงมาก คุณต้องเลี่ยงให้ไกล แต่หากจำเป็นต้องกิน ก็กินให้น้อยเข้าไว้ 4. ซาลาเปา ขนมหวาน ขนมปัง เบเกอรี่หน้าตาดีทั้งหลาย หยุดได้ควรหยุด จะช่วยให้หุ่นเพรียว สุขภาพดี หน้าตาอ่อนเยาว์ขึ้น กว่าที่เป็นอยู่ 5. พยายามทำอาหารการกินเองที่บ้าน เพราะสามารถควบคุมคุณภาพและรสชาติอาหารให้จืดตรงกับที่เราต้องการได้ 6. ลดเครื่องปรุงทุกชนิดครึ่งหนึ่ง ในการปรุงอาหาร ตั้งแต่น้ำมัน น้ำปลา กะปิ ปลาร้า เต้าเจี้ยว ซีอิ๊ว ซอส น้ำตาล ซึ่งเมื่อชินกับรสชาติที่ลดลงมาแล้ว ก็ให้ลดลงอีกครึ่งหนึ่ง 7. ใช้เครื่องชูรสจากธรรมชาติ ตามแบบฉบับคนสมัยก่อน เช่น ใช้มะนาว มะขาม ส้ม ในการเพิ่มรสเปรี้ยว หรือใช้หัวหอม แครอท พืชผัก ในการเพิ่มรสหวาน รสเค็มก็ใช้เกลือ แต่ไม่ต้องใส่มาก 8. เลิกนิสัยเติมเครื่องปรุงแบบจัดเต็ม พยายามปรุงแต่น้อย หรือไม่ปรุงเลยยิ่งดี 9. ดูฉลากเสมอ ก่อนตัดสินใจซื้ออาหารใดๆ โดยดูปริมาณน้ำตาล และโซเดียมต่อหน่วย ก่อนเสมอ 10. พยายามกินอาหารแบบไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้ม 11. หยุดซดน้ำซุป รวมถึงน้ำปรุงรสทั้งหลายในจานอาหาร 12. หยุดกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือกินให้น้อยที่สุด และใส่เครื่องปรุงเพียงครึ่งเดียว อาจจะดูเยอะไปสักหน่อยสำหรับการ Reset ลิ้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน แต่ทว่ามันช่วยได้จริงๆกับการ ชะลอวัย สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาให้การปรับนิสัย แต่เมื่อทำได้ รับรองว่ามันดีต่อร่างกายของคุณเองแน่นอน ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

ร้าน Bangkok Seafood Market อาหารทะเลสด นั่งชิลล์ชมวิวเจ้าพระยา
seafood /  ริมแม่น้ำ / 

ใครที่หาร้านอาหารทะเลที่วิวสวยใกล้ๆ ในกรุงเทพฯ วันนี้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนกับร้านที่เราจะแนะนำพิกัดใกล้ๆ กันอย่าง ร้าน Bangkok Seafood Market ที่โครงการยอดพิมานริเวอร์วอร์ค ปากคลองตลาด โอกาสที่ได้กินอาหารทะเลที่มองเห็นวิวของกรุงเทพฯ และเป็นร้านที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร้านนี้ตอบโจทย์มาก ที่จะเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับครอบครัวในสัปดาห์นี้ ร้าน Bangkok Seafood Marketอาหารทะเลสด นั่งชิลล์ชมวิวเจ้าพระยา ร้าน Bangkok Seafood Market (บางกอกซีฟู้ดมาร์เก็ต) อาหารทะเลสดๆ มากมายจากฝีมือเชฟที่รังสรรค์ของทะเลสดมาเป็นเมนูที่อร่อยสุดๆ และเมนูอาหารก็หลากหลายให้เลือกสั่ง Bangkok Seafood Market ตั้งอยู่ชั้น 3 ของโครงการ หรือเป็นชั้นดาดฟ้าชั้นบนสุด  ร้านจะอยู่ติดริมแม่น้ำ ร้านจะเป็นกระจกตลอดทั้งแนว เพื่อให้เห็นวิวที่สวยงาม ส่วนโซน Outdoor ก็สามารถเห็นวิวแม่น้ำได้เช่นกัน ใครที่ชอบรับลมยามเย็นนั่งด้านนอกได้เลยค่ะ ร้านกว้างโล่งสบาย เป็นแนวยาวตลอดทั้งร้าน ใช้แสงสว่างจากแสงธรรมชาติจากด้านนอกครัวเป็นครัวเปิดให้เห็นเชฟปรุงอาหาร ส่งกลิ่นเย้าย้วนชวนกิน ชุดทะเล (999 บาท) ที่รวมของทะเลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยหวาน หอยตลับ ปูม้า จะเซตออกมาแบบคุมสุดๆ ทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ และที่สำคัญคือไม่ต้องย่างเองให้เสียเวลา เชฟจะย่างมาให้เลย ลาบปลากระพง (190 บาท) รสชาติจัดจ้าน ส่วนผสมสูตรพิเศษจากเชฟประจำของทางร้าน ปูม้าผัดพริกไทยดำ ปูม้าตัวใหญ่ๆ ทำให้ผัดพริกไทยดำดูไม่ธรรมดาไม่เลยค่ะ ปูม้าตัวใหญ่เนื้อแน่น แทรกซึมน้ำปรุงผัดพริกไทยดำได้ดี กุ้งแม่น้ำราดซอสมะขาม กุ้งแม้น้ำที่ทอดกรอบๆ ผ่าครึ่ง แล้วราดด้วยซอสมะขามสูตรเข้มข้น ออส่วนหอยนางรมกะทะร้อน (220 บาท) หอยนางรมตัวใหญ่สดๆ เอามาทำออส่วน ด้วยความที่เสิร์ฟมาพร้อมกับกระทะร้อน แป้งของออส่วนจะร้อนตลอดเวลา ไม่ทำให้แป้งแห้ง แผนที่ร้าน Bangkok Seafood Market 

มาเลเซีย แดนสวรรค์คนรักอาหาร
มาเลเซีย แดนสวรรค์คนรักอาหาร /  อาหารมาเลซีย

มาเลเซีย แดนสวรรค์คนรักอาหาร  การท่องเที่ยวมาเลเซียเอาใจคนพลพรรครักอาหารด้วยการนำเสนออาหารประจำชาติรสจัดจ้านที่เต็มไปด้วยความโดดเด่นทั้งทางด้านวัตถุดิบและวิธีทำอันพิถีพิถัน อีกทั้งแต่ละเมนูก็มีเบื้องหลังความเป็นมาที่น่าค้นหา เพราะได้รับอิทธิพลจากชาติต่างๆ มากมาย ที่ตั้งอยู่รายล้อมทำให้แต่ละจานไม่เพียงแต่จะถูกปากคนจากทั่วโลกที่แวะเวียนมาเยี่ยม แต่ยังบอกเล่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาผ่านรสชาติอันจัดจ้านอีกด้วย และในวันนี้เราจึงขอเสนอเมนูอาหารและร้านเด็ดๆ ที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนมาเลเซีย Mee Goreng Mamak อาหารขึ้นชื่อของประเทศมาเลเซียที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมของชาวอินเดียมุสลิมที่ย้ายมาอยู่ในประเทศแห่งนี้ไว้อย่างจัดจ้าน เมนูนี้เป็นการผสมผสานอาหารจีนและเครื่องเทศของอินเดียไว้อย่างลงตัว โดยจะทำจากบะหมี่ไข่เส้นเหนียวนุ่ม ผัดกับเนื้อสัตว์ต่างๆ ตามชอบไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ กุ้งหรือเนื้อวัว พร้อมกับเติมไข่ และผักเพิ่มความเข้มข้น ก่อนจะปรุงรสด้วยซีอิ๊ว บางท้องถิ่นอาจจะเติมพริกและเครื่องเทศลงไปให้รสเผ็ดนิดๆ พอกลมกล่อม เมนูนี้สามารถหารับประทานได้ทั่วไป โดยเฉพาะที่ปีนังตามตลาดชาวอินเดียจะมีให้เห็นอยู่หลายร้านที่คุณสามารถเลือกสรรได้ตามชอบ Satay สะเต๊ะที่คนไทยรู้จักได้ถูกดัดแปลงมาเป็นอีกเวอร์ชั่นที่สาวกคนรักอาหารไม่ควรพลาด เมนูนี้มักจะหาได้ง่ายที่มะละกา โดยเฉพาะร้าน Capitol Satay ที่ชื่อเสียงดังไปไกลทั้งยังมีรีวิวจากผู้คนทั่วโลกมาช่วยการันตีความอร่อยได้เป็นอย่างดี สะเต๊ะของที่นี่จะเป็นเนื้อชนิดต่างๆ เสียบไม้ไว้ให้คุณเลือกอร่อยได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ หมู เนื้อวัวสดๆ ปลา หรือแม้แต่กุ้งตัวโต จากนั้นนำมาจุ่มในหม้อน้ำจิ้มถั่วรสเข้มข้นร้อนๆ รอให้สุกแล้วอิ่มอร่อยไปกับความชุ่มฉ่ำของเนื้อที่เพิ่งสุกออกจากหม้อร้อนๆ ทั้งยังได้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบของถั่วในน้ำจิ้มเป็นอีกหนึ่งความฟินที่คุณไม่ควรพลาด Fried Bee Hoon อาหารจีนแต้จิ๋วหน้าตาบ้านๆ ที่รสชาติไม่บ้านตาม Fried Beehoon เป็นอาหารที่หาได้ตามร้านอาหารจีนทั่วไปในกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ร้านที่คุณไม่ควรพลาดคือ Restoran Setapak Teochew ที่ยืนหยัดมากว่า 100 ปี ภายในร้านมีอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋วแบบดั้งเดิมให้เลือกมากมาย แต่ที่เมนูเด็ดเห็นจะเป็น Fired Bee Hoon หรือหมี่ขาวผัดกับผักต่างๆ แล้วโรยหน้าด้วยกากหมูทอดกรอบๆ มันๆ เคี้ยวกรุบกรับอร่อยไม่เหมือนใคร และถ้าใครชอบอาหารจีนอาจจะสั่งผัดหมี่ฮกเกี้ยนรสจัดจ้าน หรือปลาเส้นที่เรียกกันว่าหือก้วยมากินคู่กันก็อร่อยไปอีกแบบ Asam Laksa ชื่อเมนูนี้คงคุ้นหูใครหลายคนด้วยเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ติดอันดับที่ 26 อาหารอร่อยที่สุดในโลกปี 2011 จากการจัดอันดับโดย CNN GO ทั้งยังเป็นเมนูเอาใจคนชอบกินรสจัดเพราะ ลักซา เป็นอาหารลักษณะคล้ายขนมจีนที่น้ำราดจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค มีทั้งน้ำราดจากกะทิผสมเครื่องเทศรสเผ็ดร้อน หรือจะเป็นลักซาที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ ปีนังลักซา ที่เลือกใช้ปลาทูเป็นส่วนผสมหลักให้ได้กลิ่นอายทะเลอย่างลงตัว เข้ากันดีกับน้ำราดรสเปรี้ยวจากมะขามหรือส้มแขก อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมๆ จาก ดอนเคซุม (ผักแพว) และ บุหงากันตัน (ดอกขิงป่า) จากนั้นตัดด้วยรสหวานจากสับปะรด เป็นอีกหนึ่งเมนูรสเข้มข้น ที่หากใครไปเยือนปีนังแล้วไม่ได้ลองกินก็เหมือนกับไปไม่ถึง Nasi Lemak นับเป็นอาหารประจำชาติของประเทศมาเลเซียที่คุณสามารถเห็นได้ทั่วทุกภูมิภาคโดยจะห่อในใบตองให้รับประทานได้สะดวก ข้าวนาซิเลอมัก มีปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐานในหนังสือ The Circumstances of Malay Life เขียนโดย Sir Richard Olof Winstedt ในปี 1909 คำว่านาซิเลอมักในภาษามลายูแปลว่าข้าวมัน โดยนำข้าวไปแช่กับกะทิแล้วนึ่งให้สุกจนได้ความหอมมันเป็นเอกลักษณ์แล้วกินคู่กับซอสซัมบัลรสเผ็ด แตงกวาหั่น หรือไก่ทอดทำให้ไม่เลี่ยนจนเกินไป โดยเครื่องเคียงนี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคและวัฒนธรรม เช่นที่เกาะรีเยาจะรับประทานคู่กับอีกันดัมบันซึ่งเป็นปลาชิ้นเล็กๆ ทอดให้กรอบ คนมาเลเซียเชื้อสายจีนจะกินคู่กับเนื้อหมู หรือคนมาเลเซียเชื้อสายอินเดียจะรับประทานกับแกงรสจัดต่างๆ จึงทำให้นาซิเลอมักเป็นทั้งอาหารประจำชาติและมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศมาเลเซียอย่างแท้จริง Steamboat เป็นเมนูที่กลายมาเป็นคู่ตุนาหงันของพื้นที่ราบสูง Cameron Highland ในรัฐอิโปห์ไปแล้ว ด้วยสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างชื้นด้วยฝนตกชุกตลอดปี ทั้งยังเป็นแหล่งทดลองปลูกพืชหลากหลายชนิดจึงทำให้ Steamboat เป็นอาหารช่วยคลายหนาวได้อย่างลงตัว โดยจะมีลักษณะเป็นหม้อน้ำซุปร้อนๆ บางร้านจะเสิร์ฟแบบดั้งเดิมด้วยเตาถ่านทำให้ได้กลิ่นหอมควันไฟเป็นเอกลักษณ์ และคุณสามารถนำเอาเครื่อง เช่น เนื้อสัตว์และผักลงไปลวกจนสุกก่อนจะซดน้ำซุปที่ได้รสหวานธรรมชาติจากเนื้อและผัก สถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Steamboat ที่สุดคือเมือง Bringchang ที่มีหลากหลายแบบให้เลือกไม่ว่าจะเป็นร้านที่เต้มไปผักออร์แกนิค หรือร้านที่คัดเลือกเนื้อชั้นดีให้ได้ลิ้มลอง อีกทั้งยังมีตลาดนัดกลางคืนซึ่งคุณสามารถเดินเลือกซื้อของได้มากมายอีกด้วย Nasi Kerabu อาหารประจำรัฐกลันตัน ที่มีข้าวเป็นส่วนผสมหลักหุงกับดอกอัญชันจนได้สีฟ้าใสสวยงาม แล้วกินคู่กับผักและสมุนไพรหลากชนิด บางที่อาจจะเสิร์ฟมาพร้อมเนื้อสัตว์เช่นไก่ทอด ทั้งยังราดหน้าด้วยน้ำบูดู และมะพร้าวคั่วให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ ทั้งยังได้กลิ่นหอมๆ จากสมุนไพรหลากชนิดทำให้ นาซิเกอราบู กลายเป็นอีกหนึ่งอาหารที่เหล่านักเดินทางไม่ควรพลาด ด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ และวัฒนธรรมที่ผสมผสานรวมอยู่ในประเทศมาเลเซียอย่างกลมกล่อม ก่อให้เกิดอาหารหลากหลายชนิดที่ไม่เพียงแต่จะดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาลิ้มลองแต่ยังเป็นการบอกเล่าประวัติและวัฒนธรรมอย่างลงตัวอีกด้วย ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวมาเลเซียประจำประเทศไทย

รีวิว Mezzo Coffee (เมซโซ่ คอฟฟี่) Central Westgate
Mezzo /  กาแฟ / 

กาแฟและเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมเสิร์ฟกับขนมเค้กและอาหารเช้า ตอบโจทย์เป็นที่สุดในยุคนี้ ที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวกสะบาย อยู่ใกล้เพียงแค่ต้องการ ร้านที่รองรับทุกคนได้เยอะต้องเป้นร้าที่มีหลายสาขาอย่าง Mezzo ที่มีถึง 76 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ แต่วันนี้เรามากันที่สาขา Central Westgate แหล่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในบางใหญ่ รีวิว Mezzo Coffee (เมซโซ่ คอฟฟี่) Central Westgate กาแฟ ของหวาน อาหารว่าง เต็มอิ่มแบบครบกับ Mezzo  ออเดอร์ทุกออเดอร์ทำสดใหม่ทุกเมนู คัดสรรแต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทำให้เกิดเมนูที่สุดพิเศษไม่เหมือนใคร ด้วยราคาที่คนทั่วไปจับต้องและเข้าถึงได้ง่าย เมนูของว่างเมนูแรกที่จะพูดถึง คือ วอฟเฟิล แซนด์วิช วอฟเฟิล แซนด์วิช Waffle Sandwich (150 บาท) ที่ทำขึ้นจากเตาสดๆ ร้อนๆ ครัวซองท์ แซนวิช Croissant Sandwich (140 บาท) แซนวิช ขนมปังเวียนนิช Viennese Bread Sandwich (150 บาท) ไอซ์เมซโซ่ กาแฟเย็นสไตล์ไทย Iced Mezzo (75 บาท)  ม็อคค่า คาราเมล มัคคิอาโต้ (85 บาท) เครื่องดื่มใหม่ล่าสุดของ Mezzo ที่มาแรงมาก ความหอมของคาราเมลและช็อกโกแลตที่ผสมกับกาแฟคุณภาพดีของ Mezzo สร้าง Layer ที่สวยงามด้วยด้านล่างที่เป็นนมสด ขนให้เข้ากันก่อนที่จะดืื่ม คาราเมล แมคคิอาโต้ร้อน Caramel Macchiato (80 บาท) เค้กสตรอเบอร์รี่ มูสโยเกิร์ต strawberry yogurt mousse  ตอบคำถามชิงรางวัล : ลุ้นรับ Gift Voucher 200 บาท จำนวน 20 รางวัล คำถาม : เครื่องดื่มใหม่ล่าสุดของ Mezzo มีชื่อว่าอะไร ? รายชื่อผู้โชคดี pmaem meaWkungha yingyuy02 cuttoapage por030 monajung poppuly_anny_ann kaifc jook28 niknone Naiyana_pk3 Pookky Park mame5 roch pk_tar SteelAngel tnksct loKarnol tooktawate James_pond ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเรือสุดหรู ไททานิค เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมจากการที่เรือสำราญนี้ล่องไปในทะเลจนชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ค.ศ. 1912 ตอน 5ทุ่ม 40 น.และจมทั้งลำตอน 02:20 น. มีผู้เสียชีวิต 1,514 ศพ อีกทั้งยังเป็นอีกตำนานความรักของคู่หนุ่ม-สาว ที่หลายคนยังพูดถึงกันเรื่อยมา ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยได้เคยพูดถึง เรื่องลี้ลับ ตำนานอาถรรพ์ไททานิคล่ม อาหารมื้อสุดท้ายบนเรือไททานิค (The Last Supper of Titanic ) ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันไป ซึ่งผลตอบรับดีมากๆ! หลายคนให้ความสนใจมากทีเดียวคะ ทีนเอ็มไทยเลยจัดมาให้อีก! กับ 20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน ลองไปดูกันซิว่าเรื่องอะไรบ้าง .. 20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน 1.) มีการจัดตารางฝึกเรือกู้ชีพให้กับลูกเรือทุกคนในวันก่อนเรือล่ม แต่สุดท้าย การฝึกเรือกู้ชีพก็ถูกยกเลิกไป ไม่ได้ถูกจัดขึ้นตามที่วางแผน 2.) จำฉากนั้นในหนังได้หรือไม่ ที่นักดนตรี ยังคงเล่นเพลงต่อไปขณะที่เรือกำลังจะจม อยากบอกว่า ในเหตุการณ์จริงนั้น ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นักดนตรีเล่นอยู่เป็นชั่วโมง ก่อนที่เรือจะจม! 3.) Milton Hershey เจ้าของช็อกโกแลตชื่อดัง มีตั๋วขึ้นเรือไททานิกในตอนนั้น แต่เขายกเลิกตั๋วเพราะติดประชุม 4.) ผู้รอดชีวิตชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่าขี้ขลาดเมื่อเขากลับถึงญี่ปุ่น ผู้คนหาว่าเขาไม่ยอมตายร่วมกับผู้โดยสารที่เหลือและหนีรอดชีวิตออกมาอย่างเห็นแก่ตัว 5.) งบประมาณในการสร้างหนังเรื่อง “Titanic” คิดเป็นเงินสูงกว่างบประมาณในการสร้าง “เรือไททานิก”​จริงๆ เสียอีก สร้างหนัง : 200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สร้างเรือ: 75 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ 6.) ปล่องไฟทั้ง 4 แท่งของเรือไททานิก จริงๆ แล้วทำงานได้แค่ 3 อันเท่านั้น อีกอันหนึ่ง มีไว้เพื่อให้ดูสวยงามสมบูรณ์แบบ 7.) ภูเขาน้ำแข็งลูกนั้น ที่เรือไททานิกพุ่งชน มีอายุเก่าแก่มากราว 1000 ปีก่อนคริสตกาล 8. เรือ The Californian อยู่ใกล้เรือไททานิกมากถึงขนาดที่ สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา แต่ด้วยปัญหาจากการขัดข้้องทางการสื่อสาร ที่ล่าช้าเกินไป ทำให้ไปช่วยไม่ทัน 9. หัวหน้าพ่อครัวของเรือไททานิกรอดชีวิตจากน้ำที่เย็นเฉียบมาได้ เพราะเขาดื่มเหล้ามากจนทำให้แอลกอฮอลช่วยให้ความอบอุ่นกับอวัยวะภายในของเขาได้นานถึง 2 ชั่วโมง จนมีคนมาช่วยชีวิตเขาพอดี! 10. เรือกู้ชีพของไททานิก ส่วนมากที่ออกไป บรรจุคนไม่เต็ม ทั้งๆ ที่ ถ้าทุกเรือบรรจุคนเต็มตามความสามารถของเรือ เรือกู้ชีพเหล่านั้น จะสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือได้ครบทุกคน! 11. หลังจากเขียนตัวละครแจ็ค ดอว์สันเสร็จ เจมส์ คาเมรอนก็พิ่งรู้ว่า เจ. ดอว์สันตัวจริงๆ นั้นตายบนเรือไททานิค โจเซฟ ดอว์สัน หนึ่งในบรรดาเหยื่อของไททานิค ถูกเผาที่ปาช้าในรัฐโนวาสโกเชีย หลุมฝังศพของเขาได้รับการเข้าเยี่ยมมากที่สุดในสุสาน 12. เรือไททานิก จะไม่ชนภูเขาน้ำแข็ง ถ้าพวกเขารู้เรื่องก่อนหน้านั้นเพียง 30 วินาทีเท่านั้น!! มันช่างเป็น 30 วินาที ที่เปลี่ยนจากของการรอดตายอย่างเฉียดฉิวกับโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ! 13. เรือไททานิก คือ เรือเดินสมุทรลำเดียวบนโลกที่ล่มเพราะ “ภูเขาน้ำแข็ง” 14. คู่รักชราภาพที่นอนเคียงกันบนเตียงในห้องที่น้ำกำลังท่วม อุทิศให้ไอดาและไอซิเดอร์ สโตร๊ส เจ้าของห้างสรรพสินค้ามาซี่ ซึ่งตายบนเรือไททานิค 15. ในฉากวาดภาพโรส จริงๆ คือมือของเจมส์ คาเมรอน มิใช่ของพ่อหนุ่มลีโอ ดิคาปริโอแต่อย่างใด และต้องถ่ายฉากนี้แบบภาพสะท้อน เพราะเจมส์ คาเมรอน ถนัดซ้าย ส่วนลีโอถนัดขวา 16. ชุดสุดท้ายที่เคท วินสเล็ตสวม ตั้งใจออกแบบมาให้ดูสวยทั้งตอนเปียกและตอนแห้ง  (ดีโบร่าห์ ลินน์ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ทำชุดนี้ไว้ร่วม 24 เวอร์ชั่นด้วยกัน) 17. ในฉากสุดท้ายของหนัง เมื่อโรสพบกับแจ็คที่บันได นาฬิกาบอกเวลาตีสอง ยี่สิบนาที อันเป็นเวลาจริงๆ ที่เรือไททานิคล่ม 18. มาดอนน่าก็เคยได้รับการพิจารณาให้เล่นบทโรส 19. กลอเรีย สจ๊วต เป็นเพียงคนเดียวในกองถ่ายที่มีชีวิตอยู่ในช่วงที่เรือไททานิคออกเดินทางเมื่อปี 1912 เธอเกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1910 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2010 นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ที่อายุมากที่สุดในปีนั้นด้วย 20. นักแสดง-ทีมงานในเรื่องต้องใช้เวลากว่าสามชั่วโมงในการศึกษากิริยาและบุคลิกของผู้คนสมัยปี 1912 เพื่อความสมจริงสมจังของหนัง ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย, llkhimll.wordpress.com  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง >> เรื่องลี้ลับ ตำนานอาถรรพ์ไททานิคล่ม << >> บุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ เรือไททานนิค Titanic (ภาค1) << >> อาหารมื้อสุดท้ายบนเรือไททานิค (The Last Supper of Titanic ) <<

รีวิว HOLA Spanish Food @Eight Thonglor
ทองหล่อ /  อาหารสเปน

มากับร้านที่เรายังไม่เคยได้มาแนวนี้กันเท่าไหร่กับร้านอาหารสเปน HOLA Spanish Food ที่ตึก Eight Thonglor เราสัมผัสอาหารญี่ปุ่น เกาหลี อิตาเลี่ยนกันมามากพอสมควร ลองมาทานหาในครอบสเปนเปลี่ยนจากบรรยากาศเดิมๆ ในการรับประทานอาหาร แนวนี้จะถูกใจคนไทยมากน้อยแค่ไหนลงไปดูรีวิวกันเลยค่ะ รีวิว HOLA Spanish Food @Eight Thonglor เข้ามาในครอบครัวคนสเปนอย่างร้าน HOLA Spanish Food ภายในร้านก็เป็นบรรยากาศแบบสบายๆ ผ่อนคลายด้วยเสียงเพลงเพราะๆ เสิร์ฟอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของสเปนสูตรดั้งเดิม ซึ่งเป็นรสชาติที่โดดเด่นจากแคว้นคาตาลัน หรือ บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นฝีมือจากคนสเปนอย่างแท้จริง ภายในร้านก็มีของสะสมของทีมฟุตบอล รับรองว่าหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลต้องหลงรักร้านนี้แน่ๆ นัดเพื่อนหรือรวมตัวเข้ามานั่งคุยกันเรื่องฟุตบอลคงจะได้บรรากาศอยู่ไม่ใช่น้อย ทีมที่บ่งบอกถึงความเป็นสเปนก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากทีม barcelona ทีมฟุตบอลชื่อดังในสเปน ใครที่ได้เข้ามาสัมผัสร้านนี้จะทำให้มีประสบการณ์ว่าได้เข้ามาทานอาหารแบบครอบครัวสเปนอย่างแท้จริงแต่ถึงอย่างอาหารสเปนที่ดูจะห่างไกลจากคนไทย แต่รับรองว่าถ้าได้มาลองทานรสชาติอาหารคงต้องถูกปากคนไทยแน่ๆ เมนูอาหาร กุ้งกระเทียม เสิร์ฟพร้อมขนมปัง กุ้งผัดกระเทียมในน้ำมันมะกอก ทอดบนกระทะ น้ำมันร้อนๆ โรยเกลืดนิดหน่อย รสชาติเข้มข้น บางคนเห็นว่าน้ำมันเยอะๆ แบบนี้ต้องเลี่ยนแน่นอน แต่ความจริงแล้วไม่เลี่ยนเลย ได้กลิ่นหอมของน้ำมันมะกอก กระเทียมกลิ่นไม่แรง แถมอร่อยมากๆ เมื่อทานคู่กับขนมปังกรอบร้อนๆ ที่เสิร์ฟมาคู่กัน ปาเอย่า ข้าวผัดสเปน ผัดบนกระทะด้วยความร้อนสูง เวลาทานนั้นต้องทานตอนร้อนๆ ให้รสชาติเหมือนข้าวผัดมันกุ้ง แต่มีความเข้มข้นของรสชาติที่มากกว่า ข้าวเม็ดใหญ่ เหนียวหนึบ หอมกลิ่นเครื่องปรุง และอร่อยเต็มคำด้วยเนื้อซีฟู้ดสดใหม่ ซุปกัสตาโช่ เป็นซุปเย็นที่คนสเปนนิยมทานกันมาก เป็นซุปผักรวม ซึ่งมีส่วนผสมของมะเขือเทศ หอมใหญ่ พริกเขียว พริกแดง และพริกหยวก ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น แฮมเซราโน่ เสิร์ฟคู่กับ ขนมปังหน้ามะเขือเทศ รสชาติเค็มของเนื้อแฮม เมื่อทานคู่กับขนมปังหน้ามะเขือเทศแล้ว จะได้รสชาติที่ลงตัวมากๆ ผักสลัดแซลมอนรมควัน ดูแล้วเหมือนเป็นเมนูสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งทางร้านบอกว่าความพิเศษและความแตกต่างอยู่ที่ซอสราด ซึ่งเป็นสูตรเด็ดของทางร้านที่ทำขึ้นมาเอง รสชาติหวานอมเปรี้ยว นอกจากนี้ในสลัดผักก็ได้ใส่ผลไม้หลายชนิด ทานแล้วสดชื่นสุดๆ เป็นเมนูไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ ตอบคำถามชิงรางวัล : ข้าวผัดสเปน ไซส์เล็ก 10 รางวัล รางวัลละ 1 กระทะ คำถาม : HOLA Spanish Food ตั้งอยู่ที่ไหน? สมาชิก MTHAI  เพียงโชว์ content รีวิวร้าน HOLA รับส่วนลดไปเลยทันที 10% ทุกเมนู ถึงสิ้นเดือนเมษายน 2559 ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

Pizzeria Limencello ต้นตำรับอาหารอิตาเลียนแท้ ไม่มาถือว่าพลาด !
Limencello /  pizza / 

ในซอยสุขุมวิท 11 เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของร้านต้นตำรับอาหารอิตาเลียนแท้  ที่ไม่มาไม่ได้ ! "Pizzeria Limencello" โดดเด่นมีสไตล์ตั้งแต่การตกแต่งร้านแบบเมดิเตอร์เรเนียน ใช้สีโทนขาวไบรท์ตัดกับสีฟ้า มีสีเหลืองซึ่งเป็นตัวแทนความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ บริเวณรอบๆร้านประดับตกแต่งด้วยอิฐ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์ ทำให้ร้านมีบรรยากาศแบบสบายๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูหรูแบบอินเตอร์  กลายเป็นความกลมกลืนที่มีสเน่ห์น่าดึงดูด เพราะไม่ว่าคุณจะใส่สูทผูกไทด์ หรือจะใส่ขาสั้นแบบสบายๆ เมื่อเดินเข้ามาคุณจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของร้านนี้ นี่แหละคือมนต์เสน่ห์ของ Pizzeria limoncello เซเลบริตี้เกือบทุกคนในเมืองไทย ถ้าเป็นคออิตาเลี่ยนของแท้ รับรองว่าต้องเคยมาที่นี่ !  ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน ร้าน Pizzeria Limencello เป็นร้านออริจินอลร้านแรกที่ทำให้อาหารอิตาเลี่ยนดังในเมืองไทย และยังถือเป็นร้านที่จุดประกายแนวทางอาหารอิตาเลี่ยน ด้วยการกระตุ้นให้คนไทยสนใจเรื่องของรสชาติอาหารอิตาเลี่ยนแบบออริจินอล โดยการใช้ส่วนผสมคุณภาพดีที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่คัดมาแล้วและแทบจะเป็นหนึ่งเดียวในเมืองไทย อย่างเช่น การใช้พาร์ม่าแฮมเกรดเอ ที่แม้กระทั่งคนในยุโรปมาเห็นก็ยังตกใจเพราะหาทานได้ยากมาก ทำให้ทางร้านเป็นที่นิยมในหมู่ดาราและเซเลบริตี้มากมาย รวมถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่หลายท่านที่แวะเวียนมาที่นี่อยู่เสมอ "คุณกล้วย" หนุ่มใหญ่ใจดี ผู้จัดการของทางร้านได้เล่าให้เราฟังว่า  "มีหลายร้านที่เป็นอิตาเลี่ยนแบบผสม ที่สามารถหลอกลูกค้าได้เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เคยทานของแท้ แต่ถ้าคนที่รู้รสชาติของอาหารอิตาเลี่ยนแท้ก็จะเป็นแฟนคลับของ Pizzeria Limencello เพราะว่าเราใช้ส่วนผสมที่เป็นเป็นอิตาเลี่ยนจริงๆ มันจะเป็นอะไรที่ค่อนข้าง healthy และ original ด้วย เราอยากเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าว่าทำไมคุณจะต้องจำเจ โดนหลอก เหมือนกับถ้าเราอยู่ในอเมริกา ไปทานร้านอาหารไทย แต่เขาใช้ข้าวของอเมริกัน หรือใช้ซอสถั่วเหลืองของเมืองจีน ไม่ใช้น้ำปลาของเมืองไทย แล้วคุณจะได้กินอาหารออริจินอลแบบไทยได้ยังไง" Zanotti พิซซ่าแป้งบางสไตล์อิตาเลี่ยน Signature ของร้าน พิซซ่าแป้งบางของร้านเป็นส่วนผสมของน้ำกับแป้งที่กลมกลืนกัน ทำให้หลังจากที่พิซซ่าจะไม่รู้สึกว่าท้องอืด เป็นกลศาสตร์ของอิตาเลี่ยนในการทำพิซซ่าที่ทำกันมา บวกกับหน้าท็อปปิ้งที่ทางร้านใช้ ยกตัวอย่างเช่น พิซซ่า Snotti (Parma ham) ที่ไม่ว่าเมืองไทยหรือแม้กระทั่งแทบจะทั้งโลก ออริจินอลล้วนมาจาก Pizzaria Limoncello นี่เอง เพราะเป็นสูตรของทางร้าน แม้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะเห็นว่ามีการเพิ่มเติมส่วนผสมบางอย่างลงไปเพราะหลายๆร้านเอาไปทำเป็นสูตรของตัวเอง แต่ว่าถ้าอยากทานออริจินอลจริงๆ ต้องมาที่นี่ ! เอกลักษณ์ของทางร้านที่หาทานอร่อยได้ยากถ้าไม่ใช่ที่นี่ คือ พิซซ่า Zanotti พิซซ่าแป้งบางสไตล์อิตาเลี่ยนที่ท็อปปิ้งด้วยมาสคาร์โปเน่ชีส หวานมัน บวกกับพาร์ม่าแฮมเกรดเอส่งตรงจากอิตาลี ที่พิเศษสุดคือพาร์ม่าแฮมที่นี่จะไม่เค็มจนเกินไป เข้าคู่กันได้ดีกับมาสคาร์โปเน่ชีส อีกหนึ่งหน้าพิซซ่าแนะนำคือ Maya เป็นพิซซ่าไวท์ซ้อสและมอสซาเรลล่าชีส ที่ขอบอกว่าทางร้านทำได้ดีมากๆ ไม่เลี่ยนแม้แต่น้อย ต่อมากับเมนูแนะนำจากเชฟ Chef's Salad Balsamic Vinegar with Artichokes สลัดสดกรอบบวกกับน้ำสลัดบัลซามิกแบบเปรี้ยวหวาน ช่วยชูรสให้กับตัวสลัด อีกทั้งยังมีอาร์ติโชคเสิร์ฟคู่กันมา เข้ากันป็นอย่างดี อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดก็คือ Black Mussels with White Wine Sauce หอยแมลงภู่ตัวโตๆ อบกับไวน์ขาวชั้นเลิศ เมนูพาสต้าที่นี่ก็หลากหลาย เริ่มต้นที่ Penne Salmon Pink Sauce เพนเน่ความเหนียวกำลังดีเสิร์ฟมากับซอสแซลมอนสีชมพู ทำให้จานนี้ดูสดใส และทีเด็ดสำหรับคนรักอาหารทะเล Spaghetti Marirana สปาเก็ตตี้ทะเลในซอสมะเขือเทศ ปลาหมึกตัวใหญ่ หอยแมลงภู่ตัวโตๆ จุใจกันไปเลย เพราะเป็นของแท้ ! คุณภาพจึงไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา "เสน่ห์ของเราอยู่ตรงที่ความออริจินอล เราเป็นอาหารที่ไม่พลิกแพลง เราเป็นอาหารที่คุณกินที่นี่ 14 ปีต่อมาก็คือรสชาติอย่างงี้ วันนี้คุณกินที่นี่ เวลาคุณไปที่อิตาลีคุณก็ได้กินแบบนี้ และเราทำให้คุณเห็นถึงความแตกต่างของรสชาติระหว่างอเมริกันพิซซ่ากับอิตาเลี่ยนออริจินอลพิซซ่า" "14 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ ทีมงานก็ยังเป็นทีมงานเดิม ผู้บริหารก็ยังเป็นคนเดิม ผู้ถือหุ้นของร้านก็ยังเป็นคนเดิม ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งพนักงานที่เซอร์วิสก็ยังเหมือนเดิม มีน้องมาเพิ่มขึ้น แต่คนหลักๆก็ยังเป็นคนเดิม คนทำพิซซ่าก็ยังเป็นคนเดิม คนในครัวก็ยังเป็นคนเดิม สีผ้าปูโต๊ะก็ยังเป็นสีเดิม" คุณกล้วยได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจ และแสดงให้เราเห็นถึงความมุ่งมั่นที่ทางร้านได้รักษาคุณภาพไว้ด้วยมาตรฐานชั้นเยี่ยมมาตลอดระยะเวลา 14 ปี สำหรับใครที่จะไปลิ้มรสความอร่อย ต้องแอบกระซิบว่าร้านนี้อยู่ที่สุขุมวิทซอย 11 เท่านั้น ไม่มีสาขานะคะจะบอกให้ ! ต้องไปสักครั้งแล้วจะติดใจแน่นอน "ดิฉัน" การันตี ค่ะ

5 อาหาร ที่หลายคนยังยึดติดกับความเชื่อเดิมๆ ที่ผิด!
ความเชื่อ /  ประโยชน์ต่อร่างกาย / 

มาดูกันว่า ความเชื่อเรื่องอาหาร ที่หลายคนยังเข้าใจผิด มีอะไรบ้าง แล้วคุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือไม่ ที่ยังมีความเข้าใจผิดๆนี้อยู่ มาดูกันค่ะ ว่า 5 อาหาร ที่คนมักจำความเชื่อผิดๆอยู่คืออะไรบ้าง ความเชื่อ : นำแครอทมาปรุงสุก ทำให้คุณค่าสารอาหารหายไป ความจริง : ผิด! แครอทที่ปรุงสุกแล้ว มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า เพราะเมื่อนำแครอทมาต้มสุกแล้ว จะทำให้ร่างกายได้รับเบต้าแคโรทีนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินเอ ที่ร่างกายต้องการอีกด้วย และที่สำคัญ ควรต้มก่อนทั้งลูกแล้วค่อยหั่นแครอท เพราะจะช่วยเก็บสารฟอลคารินอลที่ช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็งไว้ได้ดีกว่าอีกด้วย ความเชื่อ : กินช็อกโกแลต ทำให้เป็นสิว ความจริง : ช็อกโกแลต ไม่ได้มีส่วนกระตุ้นให้สิวกำเริบ หรือก่อให้เกิดสิวได้ แต่มีความเป็นไปได้ว่า น้ำตาลอาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดสิว ในกรณีที่กินอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป(ในเฉพาะบางคน) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ช็อกโกแลตนั้น (โดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลต หรือ ช็อกโกแลตบริสุทธิ์ ) มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีอีกด้วย ความเชื่อ : กฎ 5 วินาที อาหารตกลงพื้น รีบเก็บภายใน 5วิ เชื้อโรคเกาะไม่ทัน ความจริง : ผิดถนัด หากคุณทำอาหารตกลงบนพื้น เพียงแค่ 1วินาที อาหารก็สามารถสัมผัสกับเชื้อโรคได้แล้ว ไม่ว่าจะเก็บขึ้นมาเร็วแค่ไหนก็ตาม ดังนั้น ทิ้งมันไปเถอะค่ะ อย่าเสียดาย ความเชื่อ : น้ำผลไม้สด ช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ ความจริง : น้ำสะอาดคือน้ำที่ดีที่สุดสำหรับร่างกาย และการล้างพิษในร่างกายแบบธรรมชาติที่ดีที่สุด การดื่มน้ำผลไม้สดนั้น ช่วยเสริมวิตามินบางชนิดให้ร่างกาย แต่บางทีการเลือกทานเฉพาะน้ำผลไม้บางชนิดมากเกินไป ก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ยกเว้น น้ำเปล่าสะอาดนี่หล่ะ ที่ยิ่งดื่มมากยิ่งดีต่อร่างกาย อันนี้ชัวร์! ความเชื่อ : ถ้ากินเมล็ดแตงโมเข้าไป มันจะเข้าไปเติบโตอยู่ในท้องของคุณ ความจริง : ไม่เพียงแต่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้แล้ว แต่เมล็ดแตงโมยังเป็นแหล่งของสารอาหารที่สำคัญอย่าง สังกะสี โพแทสเซียมและแมกนีเซียม เมื่อนำมาแช่น้ำไว้ให้พอแตกหน่อ บางคนนิยมนำมาโรยบนสลัดกิน เรียบเรียงโดย Health Mthai Team ที่มาเนื้อหาจาก www.purewow.com

10 สูตรกาแฟสด จากบาริสต้ามืออาชีพ
กาแฟ /  บาริสต้า

ร้านกาแฟ เป็นธุรกิจที่มาแรง บางคนที่ชื่นชอบกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ ก็หันมาเอาดีทางด้านกาแฟไปเลย อย่างเปิดร้านกาแฟเล็กๆ และกาแฟที่ดีต้องเป็นกาแฟสดเท่านั้น กลิ่นหอมและรสชาติจะเข้มข้นมาก เราจึงอยากขอแนะนำสูตรกาแฟสูตรเด็ดจากแชมป์บาริสต้าที่เผยแพร่สูตรการชงกาแฟชนิดต่างๆ ลงในหนังสือ "คอฟฟี่&บาริสต้า เปิดตำนานแม่มดนักชงกาแฟขั้นเทพ" ให้ทุกคนสามารถชงกาแฟแบบมืออาชีพได้ 10 สูตรกาแฟสด จากบาริสต้ามืออาชีพ สูตรกาแฟสดต่อไปนี้เป็นสูตรที่ต้องใช้เครื่องชงกาแฟประกอบ ถ้าใครอยากทำกินเองที่บ้านแต่ไม่อยากลงทุนซื้อเครื่องชงก็อาจจะประยุกต์เแค่ใช้อุปกรณ์ที่เรามีในบ้านชงได้โดยใช้อัตราส่วนเหมือนกันค่ะ Espresso   ส่วนผสม 1 ช็อต   ผงกาแฟ 7-9 กรัม   น้ำร้อน 1 ออนซ์ (30 ซีซี)           วิธีทำ ตวงผงกาแฟ 7-9 กรัม กดกาแฟให้แน่น นำด้ามอัดเข้าเครื่องชง กดปุ่มชง กดให้น้ำได้ปริมาณ 1 ออนซ์ -------------------------------------------------------------------------------------------- Americano ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต (30 ซีซี) น้ำร้อน 4 ออนซ์ (120 ซีซี) วิธีทำ เติมน้ำร้อนเปล่าๆ ลงไปที่แก้วกาแฟ 4 ออนซ์ ด้วยช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต ครีมม่า ที่เป็นฟองคล้ายฟองนมจะลอยอยู่ด้านบน -------------------------------------------------------------------------------------------- Cappuccino ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต (30 ซีซี) นมสดพาสเจอร์ไรซ์สตรีม 4 ออนซ์ (120 ซีซี) โฟมนมหนา 1 เซนติเมตร วิธีทำ เติมช็อตเอสเปรสโซลงไปในแก้วกาแฟ 1 ช็อต (ใช้แก้ว 6 ออนซ์) ทำนมสดให้ร้อนโดยทำการสตรีม ตักโฟมนมหยอดลงตรงกลางถ้วยและเติมนมร้อนตามลงไปที่หลัง ให้ทิ่งระยะห่างของโฟมนมและขอบแก้ว 1/2 เซนติเมตร -------------------------------------------------------------------------------------------- Latte ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต (30 ซีซี) นมสดพาสเจอร์ไรซ์สตรีม 6 ออนซ์ (180 ซีซี) โฟมนมหนา 1 เซนติเมตร วิธีทำ เติมช็อตเอสเปรสโซลงไปในแก้วกาแฟ 1 ช็อต (ใช้แก้ว 8 ออนซ์) ทำนมสดให้ร้อนโดยทำการสตรีม รินนมร้อนลงในแก้วจนนมห่างจากปากแก้ว 1 เซนติเมตร ตักโฟมนมลงในแก้วให้เสมอกับขอบแก้ว แล้วตกแต่งลวดลายตามใจชอบ -------------------------------------------------------------------------------------------- Mocha ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต (30 ซีซี) ช็อกโกแลตซอส 10 ซีซี นมสดพาสเจอร์ไรซ์สตรีม 6 ออนซ์ (180 ซีซี) โฟมนมหนา 1 เซนติเมตร วิธีทำ เติมช็อตเอสเปรสโซลงไปในแก้วกาแฟ 1 ช็อต (ใช้แก้ว 8 ออนซ์) ตวงซอสช็อกโกแลตลงในน้ำกาแฟแล้วคนให้เข้ากัน สตรีมนมสดให้ร้อนแล้วรินนมลงในแก้วจนนมห่างจากปากแก้ว 1 เซนติเมตร ตักโฟมนมลงบนกาแฟให้โฟมพอดีกับแก้ว แต่งหน้าด้วยซอสช็อกโกแลต -------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Americano ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต ( 60ซีซี) น้ำเชื่อม 4 ปั้ม (1 ออนซ์) น้ำเย็น 4 ออนซ์ (120 ซีซี) น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต ตวงน้ำเย็นและน้ำเชื่อมใส่แก้วที่ต้องการจะ เสิร์ฟ คนให้เข้ากัน แล้วเตมน้ำแข็งบดให้เต็มแก้ว ราดช็อตเอสเปรสโซตบท้าย เครื่องดื่มจะแยกชั้นอย่างสวยงาม -------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Latte ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต (60 ซีซี) น้ำเชื่อม 4 ปั้ม (1 ออนซ์) นมสดพาสเจอร์ไรซ์แช่เย็น 4 ออนซ์ (120 ซีซี) น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต เทกาแฟและน้ำเชื่อมลงไปในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งบดให้เต็มแก้วแล้วเทตามลงไปด้วยนมพาสเจอร์ไรซ์เย็น ให้เครื่องดื่มแยกชั้น -------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Espresso ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต (60 ซีซี) นมมิกซ์ 4 ปั้ม (1 ออนซ์) * นมมิกซ์คือ นมข้นหวาน 1 กระป๋องผสมกับนมข้นจืด 4 ออนซ์ น้ำเชื่อม 1 ปั้ม นมข้นจืด 2 ออนซ์ (60 ซีซี) น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต เติมนมมิกซ์และน้ำเชื่อมคนให้เข้ากันแล้วเท ลงไปในแก้วเสิร์ฟ เติมน้ำแข็งให้เต็มราดด้วยนมข้นจืดด้านบน -------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Mocha ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต (60 ซีซี) ช็อกโกแลตซอส 1 ออนซ์ (30 ซีซี) นมสดพาสเจอร์ไรซ์เย็น 4 ออนซ์ (120 ซีซี) โฟมนมหนา 2 เซนติเมตร น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ ช็อกโกแลตซอสสำหรับตกแต่ง วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต เติมช็อคโกแลตซอส นมสดพาสเจอร์ไรซ์และกาแฟเอสเปรสโซ ในแก้วเสิร์ฟ คนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งให้เหลือจากปากแก้ว 2 เซนติเมตร เทกาแฟลงไปแล้วตักโฟมนมราดด้านบนและตกแต่งด้วยช็อกโกแลตซอส ------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Cappuccino ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต (60 ซีซี) นมมิกซ์ 4 ปั้ม (1 ออนซ์) * นมมิกซ์คือ นมข้นหวาน 1 กระป๋องผสมกับนมข้นจืด 4 ออนซ์ น้ำเชื่อม 1 ปั้ม นมสดพาสเจอร์ไรซ์เย็น 2 ออนซ์ (60 ซีซี) โฟมนมหนา 2 เซนติเมตร ผงโกโก้หรือผงซินนาม่อนสำหรับตกแต่ง น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต ตวงนมมิกซ์ น้ำเชื่อม นมสดพาสเจอร์ไรส์ ผสมกับกาแฟเอสเปรสโซ คนให้เข้ากัน เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็งใส่แก้วให้ต่ำกว่าปากแก้ว 2 เซนติเมตร ตักโฟมนมลงด้านบนให้เต็มขอบแก้ว โรยผงโกโก้หรือผงซินนาม่อนตกแต่งให้สวยงาม -------------------------------------------------------------------------------------------- เคล็ดลับ สำหรับกาแฟร้อนเอสเปรสโซให้นำแก้วนั้นมาลองช็อตเอสเปรสโซโดยตรงจากด้ามอัดและวอร์มแก้วที่ใช้เสิร์ฟให้อุ่นอยู่เสมอเพื่อคงรสชาติกาแฟที่ดีที่สุด เรียบเรียงโดย food MThai ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ “คอฟฟี่&บาริสต้า เปิดตำนานแม่มดนักชงกาแฟขั้นเทพ” จาก mbookstore คลิก

เปิดตัวเจ้าของเพจดัง
นิมมาน /  ร้านอาหาร / 

เมนูอาหารที่ "โอชิน" คิดค้น มักเกิดขึ้นในบัดดลตามแต่จินตนาการและแรงบันดาลใจที่เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางช่วงเป็นข้าวซอยอุด้งไปต้มเส้นในน้ำอัญชันบ้าง บางฤดูกาลจัดธีมเป็นอาหารแนว isan soul บ้าง ทั้งเมนูขนมก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผ่านไปไม่นานนัก ร้านอาหารในบ้านของโอชินก็กลายเป็นร้านอาหารสุดแหวกแนวที่ถูกบอกต่อผ่านกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะการจัดแต่งอาหารของเธอ ทำเอาสาวกไอจีทั้งหลายต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันอยู่นั่นอัพกันทั้งวัน อัพกันจนลืมกิน! ขนาดที่ว่า มีแก๊งคุณป้าชาวจีนซิ่งรถสปอร์ตมาจากปักกิ่ง เพื่อมาแวะรับประทานอาหารของเธอเรียกว่าเที่ยวเชียงใหม่ห้าวันก็แวะกินร้านของโอชินมันห้าวันนั่นล่ะ ‘การทำอาหารและขนม’ ของโอชิน ถือเป็นมรดกชีวิตที่เธอได้รับส่งต่อมาจากแม่โดยไม่รู้ตัว คุณแม่ของโอชินเคยเป็นกุ๊กในร้านอาหาร ตัวเธอเองก็ชอบคิดสูตรทำอาหารและขนม โดยเขียนบอกสูตรลงในเฟซบุ๊ค จนกลายเป็นที่ติดตามของทั้งเว็บพันทิป เฟซบุ๊ค และไอจี กระทั่งจนพอมีคนตามมากๆเข้าโอชินจึงเริ่มทำอาหารแพ็คใส่กล่องวางขายที่ร้านเพื่อน ทำไปทำมา ขายดิบขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่าจนต้องขยับที่ขยับทาง เธอหันไปมองพื้นที่ในซอกข้างบ้านตัวเอง ซึ่งมีอยู่น้อยนิดกับเงินออมหกพันบาท และนึกในใจว่า ….“เอาล่ะ เปิดร้านแล้วกัน”..... บรรยากาศร้านอาหารในซอกเล็กๆข้างบ้านของโอชิน เปิดให้บริการเพียง 7 ชั่วโมง ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึงหกโมงเย็น ลูกค้าที่เข้ามากิน จะต้องเดินผ่านห้องครัวของเธอ จนมาถึงโต๊ะอาหารซึ่งมีอยู่เพียงหกโต๊ะ นั่นหมายความว่า ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ลูกค้าก็จะต้องอดทนยืนรอต่อแถวกันไป ลูกค้าของเธอมีทุกเพศทุกวัย เด็กคนแก่ คนท้อง คู่เลสเบี้ยน มีหมด วันนี้เราเลยหยิบบางเมนูมาที่ัรบรองว่าเด็ดมาให้ชมกัน "ข้าวซอยบลูอุด้ง" เส้นอุด้งย้อมสีด้วยน้ำอัญชัญเสิร์ฟในน้ำข้าวซอยรสดั้งเดิม เพิ่มเติมคือความงามของสีสัน "โซบะเย็น" เส้นโซบะ จากไร่หญ้าโซบะ(เส้นโฮลวีท)ที่ปลูกในเชียงรายและ "ปีกไก่ทอดนาโกย่า" ปีกไก่อวบๆ หมักน้ำปลาน้ำผึ้งงาดำ ทอดพอเกรียม เสิร์ฟพร้อมผักสด และน้ำซอสโซเมนเย็น เส้นโซบะคลุกไข่ไก่ดิบหรือไข่นกกระทา เพิ่มความมันนุ่มหอมหวาน "ชูใจ ไรซ์ไวน์ กีวี่ซอฟท์เค้ก" ข้าวกลั่นอ่อนๆตัดกับรสหวานอมเปรี้ยวของกีวี่ ผสานรสด้วยวิปปิ้งครีมตีสด "ทาร์ตเลเมิ่น 007"  เลเมิ่นเคิร์ดรสหวานหอมอมเปรี้ยว เคลือบด้วยดาร์กชอคโกแลตเข้มข้น ห่อด้วยแป้งทาร์ตหวานกรอบ แต่กว่าจะมาเป็นวันนี้ขอบอกว่าชีวิตเธอมีครบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน และขมปี๋ จนครั้งหนึ่งเธอเกือบคิดสั้น! ‘โอชิน’ ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก สมัยอายุ 13 พ่อของเธอถูกรถชนจนโดนตัดขา ทำให้ชีวิตของโอชินมีเพียงบ้านกับโรงพยาบาลจนช่วงอายุ 18 ขณะที่พ่อของเธอติดเหล้ามายาวนาน ก็ต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคแอลกอฮอลิซึ่ม โอชินผ่านช่วงของความคิดที่เคยอยากฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากหนี้สินที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้ในฐานะลูกคนโต ทั้งไหนจะต้องส่งน้องเรียนอีก แต่เธอก็ผ่านพ้นช่วงวิกฤตินั้นมาได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงสองปี นั่นทำให้เธอทำมาแล้วแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ ถักสร้อยขาย รับเพ้นท์เล็บ ก๊อปปี้ซีดีขาย ทำงานศิลปะ ทำวงดนตรี เป็นล่าม เป็นศิลปิน ชีวิตของเธอไม่ธรรมดา เป็นศิลปินดังไกลถึงญี่ปุ่น !  เธอเป็นลูกคนโตในบ้านที่มีพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นชายแท้ สมัยเรียนหนังสือในสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอมักใช้เวลาในช่วงกลางวันไปกับการรับจ๊อบ ขี่มอเตอร์ไซค์บน ระยะทางสิบกิโลเมตรไปรับจ้างเป็นล่ามให้กับบริษัทของชาวญี่ปุ่นซึ่งคุณสมบัติพิเศษของโอชินในอาชีพล่าม ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆโดยทั่วไปคือ เธอมีความเข้าใจในศิลปะดีเป็นพื้นฐาน ต่อมา โอชินเปลี่ยนสาขาไปเรียนศิลปะในสาขาศิลปะไทยของคณะวิจิตรศิลป์ มช. และทำงานพิเศษอยู่ในห้องสมุดคณะวิจิตรศิลป์ จนสำเร็จการศึกษา เธอจึงได้ทำงานพิเศษเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้กับห้องสมุด TCDC สาขาเชียงใหม่ ทั้งยังเคยทำงานออฟฟิศเป็นอาร์ตไดเร็กเตอร์ให้กับบริษัทญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ชีวิตของโอชินเวียนวนคลุกคลีอยู่กับผู้คนในวงการศิลปินญี่ปุ่นค่อนข้างมาก กระทั่งเธอเก็บเงินได้ จึงกลับไปเรียนต่อปริญญาโท ในสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เอง ผลงานศิลปะของเธออันว่าด้วยเรื่องของการทำศัลยกรรม ทำให้เธอได้รับโอกาสจากโครงการศิลปะแบรนด์นิวของหอศิลป์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอได้รับเลือกเป็น 1 ใน 10 จากการคัดเลือกศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ และได้รับการตีพิมพ์ผลงานลงในนิตยสารศิลปะไฟน์อาร์ตประเทศไทย และ ART4D หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาโท ผลงานของเธอได้ถูกเชิญชวนจากภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่นให้เดินทางไปแสดงผลงานในต่างแดนจนกลายเป็นที่โด่งดังในฐานะของ ‘ศิลปิน’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งโอชินยังมีโอกาสได้เดินทางไปกลับญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะถูกเชิญไปบรรยาย แสดงงานศิลปะ จัดเวิร์คช็อปกระทั่งจนปัจจุบัน เธอจับผลัดจับผลูมาทำขนมนี่แหล่ะค่ะ ปัจจุบัน โอชินเปิดร้านขายเบเกอรี่ขนาดเล็ก อยู่ในซอยนิมมานฯ ใช้ชื่อว่า minimeal eatery studio อันเป็นร้านที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศนั่งกินกาแฟเอาท์ดอร์ในต่างประเทศ เธอจัดตกแต่งพื้นที่เองทั้งหมด ทั้งเธอยังมีแผนจะเดินทางไปใช้ชีวิตเพื่อทำงานศิลปะและเรียนต่อระดับปริญาเอกที่แคลิฟอร์เนีย เร็วๆนี้ แต่เพจอาหารและขนมของเธอ "สีนวล สวีทคุ้กกิ้ง" (C’nual Sweet Cooking) จะยังดำเนินต่อไป สำหรับใครที่ชื่นชอบการกินการดื่ม ลองแวะเข้าไปที่เพจของเธอกันดูนะคะ

In the mood for love เอกมัย1 ร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศแบบเซี่ยงไฮ้
ซูชิ /  อาหารญี่ปุ่น / 

ความรักความโรแมนติกไม่ได้มีแค่วันวาเลนไทน์ ความรักจะอบอวลไปทั้งปี เมื่อเลือกร้านอาหารดีๆ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นอย่างร้าน In the mood for love เอกมัยซอย 1 ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบเพื่อนฝูง รักแบบครอบครัวหรือแฟนก็สามารถชวนกันมาทานได้ บรรยากาศที่แสนอบอุ่นแบบหาโอกาสจากที่ไหนได้อีก In the mood for love เอกมัย1 ร้านอาหารญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศแบบเซี่ยงไฮ้ หากใครชอบดูหนังจะรู้เลยว่าชื่อร้าน In the mood for love เป็นชื่อหนังฮ่องกงยุค 1960 ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณคุณสา เจ้าของร้านชื่นชอบเป็นอย่างมากจึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหาร In the mood for love เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นของตัวเอง ด้วยรสชาติอาหารที่ฟิวชั่นและการตกแต่งร้านให้เป็นสไตล์ Traditional และแบบ comtempupary คือมีความดั้งเดิมและร่วมสมัย เรียกได้ว่าเป็นการย้อนยุคที่ดูทันสมัยที่สุดก็ว่าได้ คงเป็นเรื่องใหม่ที่ร้านอาหารญีปุ่นจะตกแต่งไปทางจีน ของตกแต่งบางอย่างที่ดูมีความเป็นจีนมากกว่า ทั้งของใช้ โต๊ะ โคมไฟกรงนก และหมอนลายโบตั๋น คงเป็นเพราะหยิบแรงบันดาลใจของหนังเรื่อง In the mood for love มาตกแต่งร้านอย่างแน่นอน ร้านดูกว้างเป็นอย่างมาก สามารถรับจัดปาร์ตี้แบบส่วนตัวได้ถึง 200 คน เลยทีเดียว และมีหลายโซนและมี 2 ชั้นด้วยกัน และมีในส่วนของ Outdoor สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติด้านนอก Sweet 16 (440 บาท) เป็นอาหารฟิวชั่น เนื้อปลาไหลราดซอสสไปซี่แซลมอน โปะด้วยสตอเบอร์รี่ รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ไม่มีกลิ่นคาวเนื้อปลาไหล Guilty but Happy (390 บาท) เมนูแนะนำและขายดีของทางร้าน กุ้งเทมปุระชิ้นโตพร้อมครีมชีสเนื้อแน่น คลุกคล้าด้วยซอสและมายองเนส รสชาติอร่อยลงตัว Gindara Yaki  (480 บาท) ปลาจินดาระหมักซอสมิโซะกว่า 8 ชม. ก่อนนำไปย่าง เวลาทานปลาเนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และได้กลิ่นหอมของปลาจากการนำไปย่างบนเตาถ่าน Salmon Skin salad (320 บาท) เมนูรักสุขภาพสำหรับสาวๆ หนังปลาแซลมอนทอดกรอบ กับสลัดผัก ราดด้วยน้ำสลัดโฮมเมดสูตรพิเศษของทางร้าน รสชาติเข้มข้น ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น In The Mood For Love (330 บาท) Cocktail เป็น Signature ของทางร้าน แอ๊ปเปิ้ลผสมกับโซจูเล็กน้อย ช่วงนี้้ทางร้านมี โอมากาเสะ (เมนูตามที่เชฟอยากทำ) เมนูพิเศษตามฤดูกาล ซึ่งจะเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ 3 เดือน เช่นฤดูกาลนี้จะมีเมนู Otaru Ika (ปลาหมึกเรืองแสง), Sayori (ปลาซาโยริ), Torigai(หอยโทริไก) เป็นต้น ถ้าต้องการทาน โอมากาเสะ ต้องโทรจองล่วงหน้านะคะ สมาชิก True red card 10% สมาชิก True black card 15%  ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 59 ————————————————————- กิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก MThai คำถาม : หากได้ไปทานจะสั่งเมนูไหนเป็นเมนูแรก ? แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook  สุ่มผู้โชคดี รับ Gift Voucher มูลค่า 500 บาท 4 รางวัล! ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

สดใสน่ารัก ใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี
high school girl /  ดาวโรงเรียน / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอแนะนำให้รู้จัก สาวหน้าสวยใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี เห็นหุ่นบางร่างเล็กแบบนี้ ใบเตยเป็นตัวแทนแข่งวอลเลย์บอลเลยนะ แถมมีดีกรีเชียร์ลีดเดอร์ และเคยผ่านการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ กับการประกวด Gossip Girl 2016 มาแล้วด้วย ไม่ธรรมดาใช่ไหมหละคะ ถ้าพร้อมแล้วไปชมภาพและคลิปแนะนำตัวน่ารักๆ ของเธอกัน สดใสน่ารัก ใบเตย วรกมล โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี ชื่อ : วรกมล ชื่นมาลา ชื่อเล่น : ใบเตย วันเกิด : 13 ตุลาคม 2540 การศึกษา : โรงเรียนพระหฤทัยนนทบุรี งานอดิเรก : ฟังเพลง, ทำอาหาร เมนูโปรด : แกงส้ม, ส้มตำ, เค้ก สีที่ชอบ : สีขาว, สีฟ้า, สีชมพู เสื้อผ้าแนวที่ชอบ : แนวสดใสน่ารัก สิ่งที่กลัวที่สุด : งู ฉายา : เตยชีส, ไก่ซอส ความสามารถพิเศษ : เต้น, เดินแบบ, ร้องเพลง, ผู้นำเชียร์, ควงคฑา ผลงานที่ผ่านมา : - ประกวดมิสทีนไทยแลนด์ 2014 เป็นตัวแทนภาคกลาง กรุงเทพฯ – ประกวด Gossip Girl 2016 ความฝันในอนาคต : ดารา, นักแสดง คติประจำใจ : ฟ้าหลังฝน มีอะไรดีๆ รออยู่เสมอ คราวนี้เราลองมาชมคลิปแนะนำตัวน่ารักๆ ของเธอกันเลยค่ะ ติดตามความสดใสน่ารัก ของเหล่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ดาวโรงเรียนจากรั้วโรงเรียนทั่วประเทศ ได้ใหม่ ที่นี่ teen.mthai.com นะจ๊ะ… เครดิตข้อมูลและภาพทั้งหมดเป็นของทาง เว็บไซต์ teen.mthai.com

4 เมนูสุดฮิตในภูเก็ตและพังงา ถ้าพลาดแล้วจะเสียใจ!!
ขนมจีน /  ขนมหวาน / 

ในบ้านเรามีอาหารมากมายหลากหลายอย่างให้ผู้บริโภคเลือกสรรตามความพึงพอใจ ซึ่งในแต่ละภาคย่อมมีของดี ของเด็ดที่เอาไว้มัดใจคนในพื้นที่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว เมื่อนึกถึงภาคใต้ หลายคนคงเห็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย แต่เรื่องที่สำคัญไปกว่านั้นเห็นจะเป็นเรื่องรสชาติอาหารที่ใครต่อใครต่างก็บอกต่อๆ กันมาว่าเด็ดไม่แพ้ใคร ไม่อย่างนั้น คงไม่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมนูสุดฮิตที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ถ้าไม่ได้ลองก็เหมือนมาไม่ถึง แล้วภูเก็ตกับพังงาจะมีเมนูสุดฮิตอะไรบ้าง...? บะหมี่แป๊ะแถว อย่าลืมแวะมาฝากท้องที่ร้านบะหมี่แป๊ะแถว ร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองภูเก็ตมายาวนาน กับเมนูแป๊ะแถวยี่หูเอ่งฉ่ายอันเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ประกอบไปด้วยอภิมหาเครื่อง อย่างหมี่กรอบ ปลาหมึกหอม หมูแดง ผักบุ้ง และกุ้งทอด ราดด้วยน้ำซอสรสกลมกล่อม หากทานคู่กับนํ้ามะพร้าวเย็นๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ทั้งอร่อยและสดชื่นในคราวเดียว โอ้เอ๋วแป๊ะหลี ขนมหวานหน้าตาคล้ายนํ้าแข็งใสเมนูนี้ มีต้นกำเนิดมาจากชาวจีนฮกเกี้ยน สามารถหาทานได้ทั่วไปในเมืองภูเก็ต แต่อยากแนะนำร้านแป๊ะหลีแห่งนี้ เพราะเปิดมานานร่วม 100 ปี ขายมาจนถึงรุ่นที่ 3 กันแล้ว โอ้เอ๋วเป็นขนมที่มีลักษณะคล้ายวุ้นมีส่วนผสมของเม็ดโอ้เอ๋วและเมือกกล้วย ทานพร้อมกับเครื่องเคียงอย่างเฉาก๊วยและถั่วแดง ปิดท้ายด้วยนํ้าแข็งป่นและนํ้าหวานเพิ่มความสดชื่น เป็นของหวานที่ทานดับร้อนได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ ขนมจีนป้าน้อย ร้านขนมจีนเก่าแก่อายุกว่า 50 ปี แห่งอำเภอตะกั่วป่า เมนูแนะนำก็ต้องเป็นขนมจีนนํ้ายารสเข้มข้น แรกเริ่มเดิมทีร้านป้าน้อยเปิดเป็นร้านกาแฟ ซาลาเปา ปาท่องโก๋ ต่อมาก็เริ่มทำขนมจีนขาย ปัจจุบันมีทั้งหมี่ซั่ว ข้าวต้ม และขนมไทยอีกหลายชนิด ใครมาเที่ยวย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า อย่าลืมมาลองชิมขนมจีนป้าน้อยแห่งแยกแป๊ะซำเตกันด้วยนะ เลิศโอชา หากมองหาติ่มซำสักร้านในตะกั่วป่า ไม่ต้องไปที่ไหนไกล ให้มาที่ตลาด บขส.ตะกั่วป่า กับร้านเลิศโอชาที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2535 แต่ติ่มซำเป็นสูตรเก่าแก่จากจังหวัดตรังที่ถูกถ่ายทอดในครอบครัวมากว่า 50 ปี ทีเด็ดคือขนมจีบและฮะเก๋า ทานคู่กับนํ้าจิ้มสีแดงรสเปรี้ยวหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ ขอรับรองว่าได้กินแล้วจะต้องติดใจ เครดิตจาก นิตยสาร BAREFOOT ฉบับเดือนพฤษภาคม 2016 อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ www.mbookstore.com

เที่ยวแบบฮิปๆ กับพ่อ ที่ปีนัง พร้อม My Sketchbook บันทึกความทรงจำ!
ที่เที่ยวมาเลเซีย /  เที่ยวปีนัง

การที่เราได้พาคนที่รักไม่ว่าจะคนในครอบครัวหรือคนรักไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ นั้นทำให้เรามีความสุขมากขึ้นแน่นอน ซึ่งเพจเฟสบุ๊ค บ่ มิ guide ได้มารีวิวทริปท่องเที่ยวพาคุณพ่อเดินเที่ยว-เดินชิม ที่ 'ปีนัง' นอกจากนี้สิ่งที่เจ๋งสุดๆ อีกอย่างก็คือ เขาใช้ Sketchbook ในการบันทึกความทรงจำในการท่องเที่ยวครั้งนี้ด้วย น่ารักมาก ^^ อย่ารอช้าไปติดตามกันเลยดีกว่าค่ะ เที่ยวแบบฮิปๆ กับพ่อ ที่ปีนัง พร้อม My Sketchbook บันทึกความทรงจำ! ทริปนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาที่ผ่านมา ด้วยเหตุจากการสองสาวพี่น้องอยากพาพ่อไปฉลองวันเกิด ด้วยการไปเยี่ยมญาติที่ปีนัง เลยจัดทริปให้คุณพ่อเอาซะเลย และที่ขาดไม่ได้คือ Sketchbook ของเรานั่นเอง ว่าด้วยสมาชิกการเดินทางในครั้ง พ่อ พี่สาว เราเอง และ คุณแฟน บันทึกการเดินทางหลังจากกลับมาจาก "ปีนัง" สิ่งที่ประทับใจคือประตูหน้าต่างแต่ละบ้าน วัด Khoo Kong Si ที่มีรายละเอียดยิบตั้งแต่บันไดจนถึงเพดานทั่ววัด บันทึก รสชาติอาหาร หน้าตาคล้ายบ้านเรา แต่รสชาติแตกต่างและน่าจดจำ บันทึกหน้าสุดท้ายคือ ร้านอาหารไทยย่าน Midland ที่มีครบทุกอย่างจริงๆ มาต่อๆ มาเล่าเรื่องที่พาพ่อไปกิน ไปเที่ยวที่ปีนังดีกว่าค่ะ .... ถึง AIRPORT ที่ปีนังปุ๊บ ลงบันไดเลื่อนมาปุ๊ป ขวามือ ซื้อซิมก่อนเลย การเดินทางด้วยรถเมล์ จาก Airport นั่งรถบัส 401E หรือ 401 ลง Komtar ราคา 2.7 ริงกิต (ไม่มีทอนนะจ้ะ เตรียมไห้พอดี) ใช้เวลาประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง ก็ลง Komtar แต่ถ้าหากไม่แน่ใจในเส้นทางรถเมล์ สามารถถาม Information ใน Airport หรือ พนักงานเลยจะดีกว่า เพราะบางครั้งอ่านป้ายเองก็สับสนเหมือนกัน (ลองดูแผนที่รถบัสของปีนัง) http://www.rapidpg.com.my/journey-planner/route-maps/ บรรยากาศที่ใต้ตึกคอมต้าร์ แต่ละเลนมีที่นั่งคอยและป้ายบอก แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่แนะนำทางนะ ต้องถาม พขร.เอาเอง นั่งกินกาแฟ และศึกษาเส้นทาง ที่พัก เราจองทาง AirBNB ได้ที่พักที่ Penang Times Square Georgetown ห่างจาก Komtar 500 เมตร ลากกระเป๋าเดินสบายๆ  ลักษณะห้องพักเป็นคอนโด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีห้องครัว เครื่องซักผ้า แอร์ ทีวี กว้างและสบ้ายสบาย  หน้าตึก Times Square มี MC Donald ใหญ่ๆ เป็นจุดสังเกตุ โซฟาในห้องพัก ให้พ่อนั่งสบายๆ และ วิวจากห้องพัก อาหาร 'Nasikandar' มีอยู่ทั่วเมืองเลย เป็นเหมือนข้าวแกงแบบท้องถิ่นมาก แต่ร้านที่เค้าแนะนำกันจะเป็นร้านนี้ ปกติคนท้องถิ่นจะใช้มือทาน แต่พอเป็นนักท่องเที่ยวพนักงานก็เอาช้อนมาให้ แต่ไม่ทันละเอามือจ้วงไปละ (แนะนำ ถ้ากินไม่เก่งอย่าสั่งข้าวคนละจาน เพราะมันเยอะมาก) ย่าน Gurney Drive สามารถนั่งโต๊ะไหนก็ได้ แล้วก็สั่งอาหารมากินที่โต๊ะได้เลย เหมือนตลาดบ้านเรานั่นแหละ Wantan Mee Dry ชามนี้อร่อย อร่อยจริงๆ Chendul หรือ ลอดช่อง ที่ย่านเกอร์นี่ไดรฟ์นี่พอกินได้อะ แต่ที่อร่อยจริงๆ น่าจะกินที่จอร์จทาวน์มากกว่า Chendul ที่ย่านเกอร์นี่ Chendul ที่ จอร์จทาวน์ White Curry Mee  ก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปเข้มข้นน้ำสีขาวๆ ใส่เลือด เต้าหู้ทอด และหอยครอง คำแรกไม่ชอบเลยนะ แต่พอซดไปเรื่อยๆ ก็ดูเข้าท่าดี Nasi Lamk  ราคาไม่แพงเลย มีขายอยู่ทั่วไป คิดว่ามันน่าจะฟิ่ลลิ่งเหมือนกับข้าวเหนียวหมูฝอย ที่เรานิยมซื้อทานง่ายๆ ส่วนของบ้านเค้าก็จะมีท้อปปิ้งปลา ไข่ต้ม ให้เลือก รสชาติก็กินได้นะ อร่อยอยู่ๆ Red Garden นักท่องเที่ยวฝรั่งดูท่าจะมาที่นี่เยอะ เพราะมีทั้งดนตรีสดแบบร้องทั้งเพลงจีน เพลงอินเตอร์ เพลงไทยด้วย (เพลงลอยกระทงดูจะได้รับความนิยม 5555) และอาหารที่หลากหลาย ทั้งสเต็ก อาหารไทยรสจัด อาการจีน เกาหลี มากมายๆ ราคาไม่แพงมากอีกด้วย Lok Lok อันนี้สนุกอะเราชอบๆ จะเป็นโต๊ะกลมๆ มีหม้อลวกอยู่ตรงกลาง มีปลาหมึก ลูกชิ้น อาหารอื่นๆเสียบไม้อยู่ราคาตามสีของไม้ เราสามารถ นั่งร่วมวงลวกๆกับเค้า ได้เลย ปล.น้ำจิ้มแซ่บมากๆ Jawa Mee อันนี้รสชาติหวานๆ น้ำซอสคล้ายๆสปาเกตตี้เลยอะ แล้วก็มีเต้าหู้อยู่ด้วย กินนานๆก็จะเลี่ยนๆหน่อย  สถานที่ที่ไปเยือนมา วัดไทย วัดพม่า และแน่นอนลอตเตอรี่แบบปีนัง ราคา 3 ริงกิตเอง ขูดสนุกเลย ถ้าถูกรางวัลก็สามารถขึ้นรางวัลได้เลย ชาวต่างชาติอย่างเราก็สามารถลุ้นได้อีกด้วย ลองดูๆ (ลองไปสามใบ ไม่ถูก  ฮ่าๆๆๆ)  ย่าน Street Art ใน Georgetown มีรถสามล้อให้เช่าขี่เล่นด้วยนะ มีทั้งแบบ 2 ที่นั่ง จนไปถึง 5 ที่นั่ง เลยดูน่าสนุกดี แต่เราไม่ได้เช่า เพราะคิดว่าบนถนนก็มีรถสวนอยู่บ้าง แถมต้องหาที่จอดอีก ดูท่าเดินเองน่าจะคล่องตัวกว่า เที่ยวตาม Map ได้เลยไม่หลงแน่นอน พี่สาวชอบเขียนโปสการ์ด ไปไหนก็ต้องเขียนๆๆ คุณพ่อถ่ายรูปแบบไม่มองกล้อง ปีนัง ฮิลล์ (http://www.penanghill.gov.my/) เสียไป 30 ริงกิต ไม่ค่อยมีอะไร หลายคนก็บอกนะว่าไม่ค่อยมีอะไร มีวิวเฉยๆ ก็ไม่เชื่อเค้า พอได้เสียตังขึ้นไป ก็ร้องอ๋ออออยาวๆ เออ ... ไม่มีอะไรจริงๆ Tropical Spice Garden (http://tropicalspicegarden.com/) ชอบที่นี้มากกว่า เป็นสวนสมุนไพร ถึงแม้สมุนไพรบ้านเค้าจะเหมือนบ้านเราก็เถอะ แต่การจัดพื้นที่ของที่นี้ สวยดีเหมาะแก่การเดินเล่น ถ่ายรูป ศึกษาสมุนไพรเอามากๆ National Park Penang (http://www.travel-penang-malaysia.com/penang-national-park.html) ไม่เสียค่าเข้า เดินดุ่มๆเข้าไปได้เลย ทางเดินค่อยข้างเดินสนุก ไม่ร้อน แต่ทางเดิน ไฮไลท์ Canopy walk ปิดซะงั้น อดเลยจริงๆ  ก็เลยเดินเล่นไปหาด แล้วก็กลับ แต่ถ้ามีเวลาควรใช้เวลากับการเดินสำรวจธรรมชาติ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ถึงจะครบจริง วัด Koo Kong Si  วัดนี้สวยมาก มีนสยละเอียดตามบันได ประตู กำแพงเต็มไปหมด ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ศึกษา วัด Kek Lok Si ร้านอาหารไทยย่าน Midland ที่นี้มีทุกอย่างที่คนไทยต้องการจริง ส้มตำไทย ส้มตำปู ก๋วยเตี๊ยวเรือ ข้าวราดแกงข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมจีน ถ้าใครหิวส้มตำ คิอถึงอาหารไทยๆ มาแถวมิดแลนด์ อยู่ไม่ไกลจากห้างเกอร์นี่พลาซ่า อันนี้ร้านญาติเราเองแหละ แอบมาบอก หุหุหุ ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟสบุ๊ค บ่ มิ guide ติดตามผลงานเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/bor.mi.guide/

หลบฝนในกรุงกับ 5 คาเฟ่สำหรับวีคเอนด์นี้ !
cafe /  กรุงเทพ / 

วันหยุดทั้งที มีเวลาแค่สองวัน หากจะขับรถไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดแล้วขับกลับก็คงจะเหนื่อยแย่ วีคเอนด์แบบนี้ลองหาคาเฟ่เงียบๆ ซักที่ กาแฟคุณภาพดี ขนมอร่อยๆ ทานกันซิคะ วันนี้เรามี 5 คาเฟ่เก๋ๆ มาแนะนำกัน รับรองว่าคุณจะสามารถใช้วันหยุดของคุณ พักผ่อนได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องเหนื่อยใจเหนื่อยกาย แถมยังมีเวลากับตัวเองมากขึ้นอีกด้วยค่ะ Maygori ถ้าใครที่ชอบรับประทานของหวานคงจะรู้จักร้าน After You ร้านขนมหวานที่มีสาขาทั่วทั้งกรุงเทพ ซึ่งร้าน Maygori นั้นก็เป็นร้านที่เปิดโดยคุณเมย์ที่เป็นผู้ริเริ่มร้าน After You แต่ร้านนี้จะแตกต่างก็ตรงที่ว่า จะมีแต่เมนูน้ำแข็งไสเท่านั้นค่ะ ! น้ำแข็งของที่นี่ก็จะละเอียดนุ่มเหมือนหิมะ ท้อปปิ้งก็มีให้เลือกหลากหลาย เหมาะรับประทานดับร้อนในช่วงนี้เหลือเกิน เมนูแนะนำก็เห็นจะไม่พ้น Mont Blanc ที่เป็นน้ำแข็งไสราดด้วยครีมเกาลัด แถมยังมีเกาลัดชิ้นเล็กๆ โรยเป็นท็อปปิ้ง เสิร์ฟมาพร้อมกับไซรัปเข้มข้นไว้ราดด้านบน หรือจะเป็นน้ำแข็งไส Ichigo Yoghurt Panna Cotta น้ำแข็งไสสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ต พร้อมพานาคอตต้าหวานนุ่มละมุนลิ้นสอดแทรกอยู่ด้านใน เสิร์ฟมากับซอสสตรอเบอร์รี่ที่เอาไว้ราดเพิ่มถ้าหากไม่จุใจก็ได้ค่ะ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ที่คอมมิวนิตี้มอลล์ The Common ซอย ทองหล่อ 17 เปิดตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนเลยค่ะ Cafe Undichi คาเฟ่สไตล์ยุโรปแบบอบอุ่น ด้วยการตกแต่งร้านและขนาดพื้นที่ที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป จึงให้ฟีลราวกับว่านั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้านเลยค่ะ โดยตัวร้านจะแบ่งออกเป็นสองส่วน จัดสรรพื้นที่ที่มีอย่างประหยัดได้เป็นอย่างดี เมื่อเข้าไปในร้านจะได้กลิ่นกาแฟหอมอบอวลทั่วร้าน และร้านนี้จะมีพนักงานเพียงสองคนเท่านั้น ซึ่งก็คือเจ้าของร้าน เสิร์ฟเองทำเองทุกอย่างเลยค่ะ เมนูที่นี่จะมีหลากหลาย ทั้งกาแฟ อาหาร แล้วก็ขนมหวาน เมนูที่อยากจะแนะนำก็คือ Affogato ซึ่งเป็นกาแฟช็อตราดบนไอศครีมวานิลลาหวานหอม หรือจะเป็นเมนูรักสุขภาพอย่าง เค้กช็อคโกแลตไร้แป้ง ที่ทำจากช็อคโกแลตชั้นดี ไม่มีแแป้ง เหมาะกับคนที่อยากลดน้ำหนักแต่ก็ขาดของหวานไม่ได้ค่ะ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ที่ซอย พหลโยธิน 11 เลี้ยวเข้ามาในซอย ร้านจะอยู่ขวามือต้นซอยเลยค่ะ Sugar Pop ร้านคาเฟ่น้องใหม่ใจกลางย่านอารีย์ที่ใครผ่านไปผ่านมาก็จะเห็น Signature ของร้านซึ่งก็คือ เจ้ากระต่ายตัวใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่นั่นเองค่ะ ภายในร้านก็ตกแต่งแบบโมเดิร์น เน้นสีขาวดำดูสบายตา พร้อมกับมาสคอตของบร้านก็คือ กระต่าย ที่มีชื่อว่า Chef Chin เข้าไปในร้านก็จะมีเรื่องราวของเจ้ากระต่ายติดเอาไว้ที่ผนังร้าน เดินอ่านเพลินๆ ดีค่ะ เมนูของร้านจะเน้นเป็นขนมหวาน ที่พลาดไม่ได้คือเค้กสตรอเบอร์รี่ ครีมสดบวกกับสตรอเบอร์รี่หวานๆ เค้กเนื้อนุ่ม หรือจะเป็น บานอฟฟี่พายที่ฐานเค้กเป็นโอริโอ้เนยเข้มข้น บวกกับคาราเมลหอมหวาน แถมที่นี่ยังมีแพนเค้กและบิงซูให้บริการอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่ามาที่นี่ได้รับประทานขนมหวานครบทุกชาติเลยก็ว่าได้ พิกัด : ร้านตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 7 เลี้ยวเข้าซอยมาจะอยู่ซ้ายมือติดกับซอยอารีย์ 4 ร้านสีดำๆ หาไม่ยากเลยค่ะ Gastro 1/6 RMA เป็นร้านสไตล์อังกฤษแบบ Open Air ให้บรรยากาศสดชื่น หากจะกลัวว่าอากาศจะร้อนมั้ย ขอบอกว่าไม่เลยค่ะ เพราะว่าในร้านตกแต่งแบบโล่งโปร่งสบาย แถมยังมีต้นไม้ช่วยบดบังแสงแดด ให้ร่มเงาแก่ลูกค้าทุกคนอีกด้วย ตัวร้านตั้งอยู่ใสถาบัน RMA อาจจะเดินทางลำบากซักนิดนึงแต่ถ้าได้เข้าไปแล้วจะไม่อยากออกจากร้านเลยล่ะค่ะ เมนูของร้านส่วนมากก็จะออกเป็นแนว Brunch อย่างเช่น เฟรนช์โทสต์ ครัวซอง แต่อาหารหลักอย่างสปาเก็ตตี้ก็มีพร้อมเสิร์ฟค่ะ อย่างเมนูที่แนะนำก็จะเป็นเฟรนช์โทสต์ ขนมปังชุบไข่เนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมผลไม้สด ทานแล้วจะรู้สึกสดชื่นทันทีเลยค่ะ หรือจะเป็น Brunch อย่างออมเล็ต และเราสามารถบวกขนมปัง ไส้กรอก เพิ่มได้ด้วยค่ะ พิกัด : อยู่ที่ ซอย สายน้ำทิพย์ 2 คลองเตย ลง BTS พร้อมพงษ์แล้วต่อแท็กซี่จะง่ายสุดค่ะ Heritage Cafe เพียงเดินเข้าไปก็จะได้กลิ่นอบขนมปังใหม่ๆ หอมโชยออกมา เพราะว่าร้านนี้เขาทำขนมเอง อบเองทั้งนั้นค่ะ ตัวร้านก็จะเป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากค่ะ ส่วนเบเกอรี่และอาหารส่วนมากจะออกสไตล์ฝรั่งเศสซะส่วนใหญ่ค่ะ เมนูที่นี่ก็จะมีครบตั้งแต่อาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม ที่อยากจะแนะนำคือ ครัวซองอบใหม่ทุกวัน ชุ่มเนย กรอบนอกนุ่มใน และมาการองที่พิเศษสุดๆ เพราะมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเลย ขอบอกว่าราคาไม่แพงอย่างที่คิดด้วยค่ะ พิกัด : อยู่ในซอยเอกมัยซอย 4 ลง BTS เอกมัย ไม่ไกลจาก BTS มากจึงสามารถเดินไปได้ค่ะ วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ลองหาเวลาให้กับตัวเองและไปพักผ่อนตามสไตล์ที่ชอบได้เลยค่ะ !  -------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์   www.instagram.com/maygori/,www.facebook.com/CaffeUndici, www.wongnai.com/restaurants/, www.facebook.com/Gastro16-162938943751545/, https://www.facebook.com/heritagebakerycafebistro