ช็อกโกแลตซอส

มิสกัน (ไทยแลนด์) (บริษัท จำกัด)

ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตซอส วุ้นเส้น

14 ประเพณีแปลกมหาวิทยาลัย เขาเล่นกันแรงจัง!
การศึกษา /  ต่างประเทศ / 

ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในบ้านเรานั้นก็จะมีกิจกรรม หรือพิธีต่างๆ ตามของแต่ละมหา'ลัยนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับน้อง ไหว้ครู หรือแม้แต่มีความเชื่อในเรืองต่างๆ เยอะแยะมากมาย เช่นเห็นนู้นแล้วจะสอบตก ห้ามข้ามนี่แล้วจะเรียนไปจบ ประมาณนั้น .. ในต่างประเทศก็มีเช่นกันแต่ของเขาแปลกกว่าบ้านเรามากๆ ถ้าถามว่าแรงไหม ตอบได้เลยว่าเมืองไทยออาจจะมองว่าแรง แต่ถ้าในบ้านเขาอาจจะเป็นเรืองธรรดา เห็นกันจนชินไปแล้วก็ได้ กับ 14 ประเพณีแปลกมหาวิทยาลัย เขาเล่นกันแรงจัง! แรงจริง!! >,< เพื่อนๆ คนไหนเคยเล่นประเพณีพวกนี้กันแล้ว อย่าลืมมาบอกต่อกันนะคะ  14 ประเพณีแปลกมหาวิทยาลัย เขาเล่นกันแรงจัง! 1. “Memorial Bell” ตีระฆังเมื่อพรหมจรรย์ขาด :  วิทยาลัยมาคาเลสเตอร์ (Macalester College) Ringing The Bell The First Time You Have Sex On Campus วิทยาลัยมาคาเลสเตอร์ เป็นวิทยาลัยเล็กๆ ในเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ณ ที่แห่งนี้มีระฆังเก่าแก่อยู่ใบหนึ่ง ที่สร้างไว้เพื่ออนุสรณ์มีชื่อเรียกว่า “Memorial Bell” และยังมีประเพณีปฎิบัติสืบต่อกันมาสำหรับนักศึกษาในวิทยาลัยแห่งนี้ว่า “ให้ขึ้นมาตีระฆังเมื่อคุณสูญเสียความบริสุทธิ์ครั้งแรก (ในวิทยาลัย)” นั่นคือ เมื่อใดก็ตามที่มีเสียงระฆังดังขึ้น เป็นอันรู้กันว่ามีการฟีชเชอริ่งกันเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใกล้ไม่ไกลก็ในมหาวิทยาลัยนี่แหละ เหล่าบรรดานักศึกษาที่พักอาศัยอยู่ในหอพักก็จะออกมายืนที่หน้าต่างพร้อมทั้งพากันปรบมือประหนึ่งว่าร่วมแสดงความยินดีกับการเสียความบริสุทธิ์ครั้งนี้ด้วย และสำหรับผู้ที่สูญเสียความบริสุทธิ์มาแล้ว ก็สามารถเข้าร่วมประเพณีการตีระฆังครั้งแรกนี้ได้เช่นกัน ถ้าตีแล้วก็จะถือว่าเซ็กซ์ที่เคยผ่านมาทั้งหมดนั้นเป็นโมฆะ!!! โดยเป้าหมายและความเชื่อของการตีระฆังอนุสรณ์ของวิทยาลัยมาคาเลสเตอร์แห่งนี้ เป็นเครื่องหมายแห่งการเฉลิมฉลอง สร้างเสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ ร่วมแสดงความยินดีกับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปอีกขั้น อีกหนึ่งการเรียนรู้ชีวิตที่เกิดขึ้นในวิทยาลัยแห่งนี้ 2. "Sex in the Stacks" แอบฟีชเชอริ่งในห้องสมุด แล้วจะเรียนจบ : มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่าง “ฮาร์วาร์ด” ก็มีประเพณีแปลกๆ ในมหาวิทยาลัยให้ได้อึ้ง ทึ่ง เสียวกับเขาอยู่เหมือนกัน กับความเชื่อที่ว่า “ถ้าใครมีเซ็กซ์ที่ชั้นวางหนังสือ หรือกองหนังสือในห้องสมุดแล้วจะเรียนจบ” ซึ่งการมีเซ็กซ์ในห้องสมุดนี้เป็นเพียง 1 ใน 3 ความเชื่อว่า ถ้าใครทำสำเร็จก็จะเรียนจบอย่างแน่นอน มีนักศึกษาจำนวนมากที่พยายามจะทำตาม เข้าตำราไม่เชื่ออย่าลบหลู่ จนได้มีการทำการวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อเหล่านี้ว่ามันสำเร็จจริงหรือไม่? จากผลสำรวจในปี 2013 พบว่า มีนักศึกษา13% ที่จบการศึกษาเคยมีเพศสัมพันธ์ที่ห้องสมุด และอีกสองความเชื่อที่เหลือคือ ถ้าปัสสาวะรดเท้ารูปปั้น John Harvard แล้วจะเรียนจบ มีนักศักษาปีสุดท้ายพยายามทำตามข้อนี้ถึง 23% และมีนักศึกษามากถึง 32% ทำตามประเพณี 'Primal Scream' ในคืนสุดท้ายก่อนการสอบ เพราะเชื่อว่าจะทำให้การสอบครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้จะเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล แต่อย่างไรก็ตามความเชื่อเหล่านี้ก็ยังได้รับการปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น 3. "Primal Scream"  วิ่งเปลือยแล้วกรี๊ด : มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) อีกหนึ่งประเพณีและความเชื่อของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) ที่เรียกว่า 'Primal Scream' นั่นก็คือ ในตอนเที่ยงคืนสุดท้ายก่อนการสอบปลายภาค จะมีนักศึกษาจำนวนมากลงมาวิ่งรอบ “Harvard Yard” ลานสนามหญ้าที่ไม่กว้างนัก สถานที่ที่สำคัญมากของมหาวิทยาลัย ที่ล้อมรอบไปด้วยหอพักนักศึกษา ห้องสมุด และรูปปั้นของ “John Havard” ซึ่งมีความเชื่ออีกว่าถ้าใครได้จับเท้าของรูปปั้นแล้วจะมีโอกาสได้เรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในอนาคต ที่ลานสนาม “Harvard Yard” ทุกปี คืนก่อนการสอบปลายภาค ตอนเที่ยงคืนจะมีบรรดานักศึกษาลงมาวิ่งรอบสนามแห่งนี้พร้อมกับกรีดร้องตะโกน แบบเปลือยกายร่อนจ้อน บางคนสวมแค่เสื้อคลุม หรือหมวก ปิดบังใบหน้าไว้เพียงเท่านั้น เพราะเชื่อว่าการวิ่งเปลือยเปล่าแบบนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ มีประสิทธิภาพในการศึกษาภาคต่อไป และที่สำคัญสอบผ่านแน่นอน... 4. "Sex Under The Button" มีเซ็กซ์ใต้รูปปั้นกระดุม แก้คำสาป : มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) อีกหนึ่งเรื่องเล่าและตำนานความเชื่อของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่คล้ายคลึงกับความเชื่อในมหาวิทยาลัยไทย นั่นก็คือ “ถ้านักศึกษาคนไหนก้าวเท้าเข้าไปยัง 'เข็มทิศ' ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยจะสอบไม่ผ่านมิดเทอม” และวิธีแก้คำสาปอันน่าอัศจรรย์ใจในตำนานนั่นก็คือ “คุณจะต้องมีเซ็กซ์กับใครคนหนึ่งใต้รูปปั้นกระดุมหัก (Claes Oldenburg)" ที่ตั้งอยู่นอกห้องสมุดมหาวิทยาลัย เป็นห้องเล็ก และแคบมากสำหรับสองคนที่จะไปนอนอยู่ในนั้นได้ และแน่นอนกับความเชื่อนี้ต้องมีคนที่อยากลอง และต้องไปนอนแก้คำสาปในห้องแห่งนี้อย่างแน่นอ 5. "Senior Serenading" น้องร้องให้พี่ ขยี้ให้เละ อุ๊ปส์! : วิทยาลัยวาสซาร์ (Vassar College) วิทยาลัยวาสซาร์ (Vassar College) จะมีประเพณีที่จะต้องปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีที่เรียกว่า “Senior Serenading” เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเหล่าบรรดารุ่นน้องปี 1 และสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของรุ่นพี่และรุ่นน้อง โดยประเพณีนี้จะให้รุ่นพี่เดินไปตามหอพักต่างๆ ของรุ่นน้องปีหนึ่ง เพื่อให้น้องๆ ออกมาร้องเพลงให้พวกเขาฟัง และแม้ว่าเพลงที่ร้องออกมานั้นจะไพเราะสักเพียงใด แต่ก็ต้องโดน…อยู่ดี เพราะในที่สุดแล้วตอนจบน้องๆ ก็จะต้องพบกับพายุอาหารนานาชนิดที่รุ่นพี่ทั้งหลายกระหนำปาเข้ามา ทั้งอาหาร ช็อคโกแลต น้ำเชื่อม รวมถึงลูกโป่งที่ภายในบรรจุซอสมะเขือเทศ สภาพรุ่นน้องแต่ละคนเละเทะแต่ก็มีความสุข สร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานให้กับรุ่นพี่และรุ่นน้องได้เป็นอย่างดี คงจะคล้ายๆ กับประเพณีรับน้องในบ้านเรานั่นเอง 6. "The Shoe Tree"  ต้นไม้รองเท้า : มหาวิทยาลัยเมอร์เรย์สเตท (Murray State University) ใจกลางมหาวิทยาลัยเมอร์เรย์สเตท (Murray State University) รัฐเคนตั๊กกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา จะพบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเต็มไปด้วยรองเท้าอย่างน้อย 50 คู่ ถูกตอกตรึงไว้กับต้นไม้นั้น แม้ว่ามันจะทำให้ทิวทัศน์ภายในมหาวิทยาลัยไม่สวยงามนัก แต่ต้นไม้รองเท้านี้กลับมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจ แม้จะไม่มีใครทราบว่าประเพณีต้นไม้รองเท้านี้เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยเมอร์เรย์สเตทแห่งนี้ไปแล้ว และได้มีการปฏิบัติต่อเนื่องกันมาทุกปี เรื่องราวอันน่าประทับใจของต้นไม้รองเท้านี้เริ่มต้นมาจาก มีเรื่องเล่าว่ามีนักศึกษาสองคนได้พบรักและได้แต่งงานกัน ณ ที่แห่งนี้ ถ้าอยากโชคดีเหมือนพวกเขาให้ตอกรองเท้าไว้ที่ต้นไม้ต้นนี้ และนับตั้งแต่นั้นมาก็มักจะมีเหล่าบรรดาคู่รักทั้งหลายนำรองเท้ามาตอกตรึงไว้กับต้นไม้ และเขียนวันครบรอบของพวกเขาลงไปในรองเท้าด้วย เมื่อเวลาผ่านไปคู่รักที่ประสบความสำเร็จแต่งงานสร้างครอบครัวแล้ว ก็มักจะย้อนกลับมาเพื่อตอกตรึงรองเท้าของบรรดาลูกๆ ของเขาไว้กับต้นไม้นี้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้เรายิ้มได้ 7. "Full Moon On The Quad" จูบกัน วันพระจันทร์เต็มดวง : มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (Stanford University) อีกหนึ่งประเพณีรับน้องของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของสหรัฐอเมริกา อย่างมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (Stanford University) ก็มีประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี และเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ “Full Moon On The Quad” ในคืนพระจันทร์เต็กดวงครั้งแรกของปี จะมีการเฉลิมฉลองคืนวันพระจันทร์เต็มดวงที่ลานของมหาวิทยาลัย เพื่อให้น้องปี 1 ได้กลายเป็นคนสแตนฟอร์ดอย่างเต็มตัว ด้วยการจูบกับรุ่นพี่ที่อาวุโสกว่า (ใครก็ได้) ภายในค่ำคืนแห่งนี้ จนกลายเป็นเทศกาลประจำมหาวิทยาลัย มีการเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนานทุกปี ประเพณี Full Moon On The Quad (FMOTQ) เริ่มปรากฎขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 1900s มีตำนานเล่าว่า “พี่ชาย (หมายถึงตัวแทน senior boys) ต้องการที่จะมอบน้องสาว (ตัวแทนของน้องสาวคือ freshman girls) ให้กับดอกไม้ และก่อนที่จะให้พวกเขาไปก็ได้จุมพิตไปที่แก้ม เสมือนเป็นการมอบความกล้าหาญให้กับน้องๆ ในการดำเนินชีวิตต่อไปในฟาร์มดอกไม้” และหลายปีต่อมาประเพณี FMOTQ ก็ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา และมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยมาจนถึงปัจจุบัน 8. "Raisin Weekend" สัปดาห์ ปาลูกเกด : มหาวิทยาลัยเซนท์แอนดริว (St Andrews) ที่มหาวิทยาลัยเซนท์แอนดริว (St Andrews) ในสกอตแลนด์ ก็มีประเพณีกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องที่เรียกว่า “Raisin Weekend” จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี โดยการขว้างปาถั่วและโฟมไปที่น้องใหม่ของมหาวิทยาลัย คล้ายกับประเพณีรับน้องในบ้านเรา ตามประเพณีที่ก่อนหน้านี้จะใช้ลูกเกดตากแห้ง หรือที่เรียกว่าลูกเกด เป็นอุปกรณ์ ที่นักศึกษาปี 1 จะมอบให้รุ่นพี่เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ แต่ยุคนี้ใช้โฟมแทน ก็เลยกลายเป็นการเอาโฟมโปะกันและกันเป็นที่สนุกสนาน ไม่มีลูกเกดอย่างในอดีต แต่ก็ยังคงเรียกชื่องานนี้ว่า Raisin Weekend เหมือนเดิม 9. "Dragon Day"  วันมังกร : วิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) 'Dragon Day' หรือ วันมังกร ถือเป็นประเพณีประจำปีของวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จะจัดขึ้นในวันศุกร์ ก่อนที่วิทยาลัยจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ กลางเดือนมีนาคม ของทุกปี จะมีขบวนแห่มังกร (Dragon) ที่สร้างโดยนักศึกษาปีแรกของคณะสถาปัตยกรรม และแห่ข้าม Arts Quad ท่ามกลางเสียงตะโกน และการเต้นรำ ประเพณีวันมังกรนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1901 โดยเชื่อว่าน่าจะมีวันสถาปนาคณะสถาปัตยกรรมของวิทยาลัยแห่งนี้ โดยนักศึกษาสถาปัตยกรรมได้ร่วมกันสร้างมังกรยักษ์ขึ้นมา เป็นตัวแทนและสัญลักษณ์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานของ St Patrick ที่ได้เดินทางโดยการใช้งูเป็นพาหนะที่เกาะไอแลนด์ นั่นเอง 10. "Naked Quad Run" ประเพณีวิ่งเปลื้องผ้า : มหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) มหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) แห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา มีประเพณีแปลกที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ 'Naked Quad Run' หรือประเพณีการวิ่งเปลื้องผ้าของเหล่าบรรดานักศึกษา จะทำกันในฤดูหนาวคืนการอ่านหนังสือสอบ โดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยทัฟส์จะวิ่งจากตึก West Hall ไปยังตึก Residential Quad ระหว่างทางที่กำลังวิ่งไปนั้นก็จะทำการถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นไปตลอดทาง ซึ่งต้นกำเนิดของประเพณีวิ่งเปลื้องผ้าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1900 ในยุคนั้นมหาวิทยาลัยทัฟส์ยังเป็นมหาวิทยาลัยชายล้วน ได้ทำการประท้วงการรวมมหาวิทยาลัย กับวิทยาลัยหญิงล้วนที่ชื่อว่า “Jackson College” ด้วยการวิ่งเปลื้องผ้า และได้กลายเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา แต่ปัจจุบันนี้แว่วๆ ว่าได้มีการห้ามนักศึกษาปฏิบัติตามประเพณีนี้แล้ว 11. "Trashing" สอบเสร็จต้องเละ : มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด (Oxford Univeristy) นักศึกษาในมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด (Oxford Univeristy) เป็นเพียงมหาวิทยาลัยเดียวในฝั่งโลกตะวันตกที่ยังคงใส่เครื่องแบบนักศึกษาในการสอบ ซึ่งหลังจากสอบเสร็จครั้งสุดท้ายของปีแล้ว นักศึกษาเหล่านั้นจะต้องเข้าสู่ประเพณีประจำมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า 'trashed' ซึ่งพวกเขาจะต้องถูกปาด้วย แป้ง, วิปครีม, เส้นสปาเกตตี้ และฉีดด้วยสายรุ้งเต็มไปหมด คล้ายกับการเฉลิมฉลองให้กับนักศึกษาหลังสอบเสร็จ 12. "Renn Fayre" งานเผาวิทยานิพนธ์ : วิทยาลัยรีด (Reed College) บ้านเราต้องเก็บไว้ดูต่างหน้า >,< ประเพณี 'Renn Fayre' เป็นประเพณีการเฉลิมฉลองของเหล่าบรรดานักศึกษาในวันในวันปิดภาคเรียน ของวิทยาลัยรีด (Reed College) ปัจจุบัน Renn Fayre ได้กลายเป็นประเพณีประจำมหาวิทยาลัยในเทศกาลสิ้นปี วันสุดท้ายของการเรียน สำหรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้วจะมีการเฉลิมฉลองด้วยการเอาวิทยานิพนธ์ของพวกเขาที่ทำเสร็จแล้วมาเผา และร่วมกันเดินแห่ไปรอบวิทยาลัย มีทั้งอาหาร ดนตรี การแสดงศิลปะ กระดานลื่นยักษ์ ลานสเก๊ตบอร์ด และขบวนพาเรดเปลือยของนักศึกษาที่เพ้นท์ร่างกายด้วยสีน้ำเงิน ครึกครืนและสนุกกันไปทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องเลยทีเดียว 13. "Liquid Latex" บอร์ดี้เพ้นท์เต้นกระจาย : มหาวิทยาลัยแบรนดีส (Brandeis University) มหาวิทยาลัยแบรนดีส (Brandeis University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลชมเชยจากนิตยสารเพลย์บอย จากการจัดอันดับงานแสดงมหาวิทยาลัยประจำปี ในชุดการแสดงที่ชื่อว่า 'Liquid Latex' ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่จัดแสดงทุกปีของมหาวิทยาลัยแบรนดีส โดยนักศึกษาจะออกมาทำแสดงโชว์ด้วยร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงการเพ้นท์สีตามร่างกายเท่านั้น คล้ายกับภาพยนตร์เรื่องทิมเบอร์ตัน ที่ร่างกายปกคลุมด้วยสีเพ้นท์น้ำยางเหลวข้น และเต้นรำไปตามจังหวะเพลง ซึ่งประเพณีนี้ได้สืบทอดและปฏิบัติมาเป็นเวลา 13 ปีแล้ว อีกทั้งยังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในหมู่นักศึกษาของมหาวิทยาลัย 14. "Healy Howl" โหย..หวน..หอน : มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (Georgetown University) หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อภาพยนตร์สุดสยอง “The Exorcist” กันมาบ้าง กับภาพความสยองในภาพยนตร์ แต่น้อยคนนักจะทราบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำกันที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (Georgetown University) นี่เอง ดังนั้นในวันฮาโลวีนของทุกปีจะมีการจัดฉายภาพยนตร์เรื่องนี้บริเวณสนามหญ้าภายในมหาวิทยาลัย หลังจากภาพยนตร์จบจะเป็นเวลาช่วงเที่ยงคืน เหล่าบรรดานักศึกษาก็จะยังไม่ไปไหน แต่จะพากันไปยังสุสานใกล้กับตึก "Healy Hall" ของมหาวิทยาลัย เพื่อทำการ "หอน" ที่เรียกว่า "Healy Howl" ร่วมกัน นึกไม่ออกเลยว่าภาพบรรยากาศจริงจะสยองชวนขนลุกแค่ไหน!!! นอกจากนี้ก็ยังมีประเพณีแปลกๆ อีกหลายที่เลยคะ เช่น  "Naked Library Walk" เปลือยกายเดินในห้องสมุด : มหาวิทยาลัยแยล (Yale University), "Naked Jump in the Lake" แก้ผ้าลงเล่นนน้ำในทะเลสาป : Ohio State University, "Sex in the football Stadium" มีเซ็กส์ในสนามฟุบอล : University of Michigan แรงๆ ทั้งนั้น!! ขอบคุณ ที่มา : teen.allwomenstalk.com,studentbeans.com,mentalfloss.com.hercampus.com,buzzfeed.com,www.fiestafrog.com

50 ไอเดีย กิจกรรมแก้เบื่อ สำหรับ คู่รัก
ความรัก /  คู่รัก / 

50 วิธี กิจกรรมแก้เบื่อ ที่จะทำให้สาวๆและคู่รักของคุณ รักกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น สารพัดอาหารสร้างสัมพันธ์ 1. ทำขนมเค้กกินกันสองคน ลองสมมุติว่าเป็นคืนพิเศษที่คุณสองคนได้เป็นทองแผ่นเดียวกันอีกครั้ง แล้วก็ผลัดกันป้อนเค้กที่คุณทั้งสองช่วยกันทำดูสิคะ 2. กินไอศครีมที่อยากกิน พักเรื่องความกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักตัวไปก่อนนะคะ แล้วกินไอศครีมที่อยากกินให้หนำใจไปเลย 3. ไปซื้อของในซุปเปอร์มาทำกับข้าวทานกัน เป็นกิจกรรมแก้เบื่อที่ดีเลยค่ะ 4. แข่งกันกินว่าใครกินได้เยอะกว่ากัน เวลาเงียบ ๆ พักผ่อนสบายสไตล์สองเรา 5. เล่นเกมเศรษฐีที่บ้าน แต่เล่นใส่ลูกเล่นเข้าไปเช่น เกมเศรษฐีเปลื้องผ้า 6. รวบรวมรูปเก่า ๆ แล้วมาทำอัลบัมรูปพร้อมตกแต่งตามสไตล์ของคุณทั้งสองคน ขอบอกก่อนเลยนะคะว่ากิจกรรมนี้คุณผู้ชายก็ทำได้แถมยังเพลินได้ไม่แพ้ผู้หญิงด้วย 7. ซื้อหนังสือที่คุณทั้งสองอยากอ่านเหมือนกัน แล้วก็อ่านพร้อมกันจะได้มาพูดคุยวิจารณ์รายละเอียดของหนังสือกัน 8. ลองมาเช็คตามเว็บไซต์ว่าคุณยังเป็นคู่ที่เหมาะสมกันอยู่หรือเปล่า (ถ้าได้คำตอบที่ไม่น่าพอใจนัก ก็ถือซะว่าเว็บที่คุณใช้ คำถามและระบบประมวลผลไม่ดีละกันนะ) 9. เขียนคำถามเกี่ยวกับตัวเองคนละสัก 10 ข้อ แล้วลองสลับกันถามดู แล้วดูว่าใครได้คะแนนสูงกว่ากัน ส่วนบทลงโทษนั้นคุณก็คิดเอาเองแล้วกันค่ะ 10. ต่อจิ๊กซอร์มาราธอน 1,000 ชิ้น ไม่เสร็จไม่เลิกกันเลยทีเดียว 11. เอาอัลบัมรูปเก่า ๆ มาดูด้วยกันเพื่อนึกถึงความหลัง กิจกรรมนอกบ้านสร้างความสวีทให้คู่อื่นอิจฉาเล่น 12. แข่งกันช็อป แต่มีกติกาว่าใครซื้อของได้สวยกว่าถูกกว่าคนนั้นชนะไปเลย 13. เตรียมอาหารใส่ตะกร้าไปปิคนิกกลางสวน ที่สำคัญอย่าลืมเช็คพยากรณ์อากาศก่อนนะคะ 14. ขึ้นรถโดยสารนั่งชมเมืองด้วยกัน ถือว่าวันนี้เป็นนักท่องเที่ยวด้วยกันสักวัน 15. ไปสำรวจธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไปสวนสัตว์ หรือสวนพฤกษศาสตร์ 16. ไปนอนดูดาวกัน จะโรแมนติกทั้งทีอย่าลืมพกไวน์ สตอเบอร์รี่ และช็อกโกแลตใส่ตะกร้าไปด้วยนะคะ หยุดสุดสัปดาห์กระตุ้นรัก 17. เว้นกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งหลายในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อมานั่งดูหนังที่อยากดูอยู่ที่บ้าน ดูไป กินขนมไป กอดกันไป สวีทจะตาย 18. เข้าพักโรงแรมหรูเพื่อปรนเปรอทั้งคุณและสุดที่รักของคุณด้วยบริการระดับ 5 ดาว 19. ไปนอนเล่นพักผ่อนริมหาด หากคุณออกจากบ้านเช้าหน่อยก็จะได้เลือกมุมเงียบ ๆ ไม่ต้องไปแย่งกับคนอื่น 20. ไปเยี่ยมญาตินอกเมืองด้วยกัน 21. ล่องเรือสำราญย์ให้สนุก ผ่อนคลายหลังทำงาน 22. จับมือเดินเล่นริมแม่น้ำเพื่อคลายเครียดหลังจากผ่านวันหนัก ๆ จากที่ทำงาน 23. จองสปาแล้วไปผ่อนคลายกันสองคน 24. หรือไม่งั้นก็สลับกันนวดที่บ้านเพื่อประหยัดเงิน แถมเพิ่มความโรแมนติกได้มากกว่า 25. ไปสถานที่ที่คุณออกเดทกันครั้งแรกเพื่อนึกถึงความหลัง 26. เพิ่มดีกรีความโรแมนติกโดยย้อนกลับไปยังสถานที่ที่สามีขอคุณแต่งงาน สามีอาจจะพูดอีกครั้งให้คุณเขินเล่นก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำไม่ต้องวางแผนมากมาย 27. จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวใกล้ ๆ ในแถบเอเชียที่คุณไม่เคยไปมาก่อน ไม่ต้องวางแผนอะไรมากนักหรอค่ะ แค่ตั๋วเครื่องบินกับโรงแรม ที่เหลือค่อยตัดสินใจอีกทีเมื่อไปถึงแล้ว หากิจกรรมทำด้วยกัน 28. เริ่มทำงานอดิเรกด้วยกัน เช่น ไปเต้นลีลาสด้วยกัน เล่นกีฬา หรือไปเรียนวาดรูปด้วยกัน 29. ดูแลสุขภาพด้วยการสมัครฟิตเนสด้วยกัน จะได้ออกกำลังกายหลังเลิกงานพร้อมกัน 30. ทำความสะอาดบ้านด้วยกันแล้วดูว่าอะไรที่เก็บทิ้งได้บ้าง 31. ไปบ้านเด็กกำพร้าหรือบ้านพักคนชราด้วยกันเพื่อบริจาคเงินและสิ่งของ 32. คุยกับที่รักผ่านสไกป์ (Skype) ตอนช่วงพักเที่ยง ดูแลปรนบัติซึ่งกันและกัน 33. เหล่าภรรยาทั้งหลายฟังทางนี้นะคะ อุทิศ 1 วันเต็ม ๆ ให้เป็นของคุณสามี ไว้ดูแลรับใช้คุณสามีประดุจราชา ที่สำคัญคือ ห้ามขัดใจเด็ดขาด 34. คุณสามีก็ต้องอุทิศ 1 วันเต็ม ๆ ให้กับภรรยาที่รักเพื่อปรนนิบัติเธอเยี่ยงราชินีผู้สูงค่าเช่นกัน เพื่อให้ภรรยาของคุณมีความสุขเต็มที่สักวันนะคะ 35. สร้างเซอร์ไพร์สด้วยการทำอาหารเช้าจานโปรดของสุดที่รักของคุณ เสิร์ฟพร้อมดอกไม้และช็อกโกแลตถึงเตียงนอน 36. ซื้อของที่สุดที่รักอยากได้มานานแต่ยังไม่มีโอกาสได้ซื้อ คุณอาจจะใช้วิธีสั่งออนไลน์โดยสังเกตปฏิกิริยาของคู่คุณเวลาที่ของมาส่งถึงมือหน้าประตูบ้าน 37. คุณสามีลองซื้อช็อกโกแลตและดอกไม้ให้ภรรยาของคุณเนื่องในวันธรรมดาวันหนึ่งดูสิคะ ถ้าเธอถามว่าเนื่องในโอกาสอะไร ก็บอกไปเลยว่า เนื่องในโอกาสอยากจะให้ หรือเพราะผมรักคุณ 38. คุณภรรยาลองทำอาหารแสนอร่อยเหมือนคุณกำลังฉลองอะไรสักอย่างให้สามีทานดู แล้วถ้าเขาถามว่าเนื่องในโอกาสอะไร ก็บอกไปในทำนองเดียวกันนั่นแหละ 39. แช่อ่างอาบน้ำที่โรยกลีบดอกได้ด้วยกัน 2 คน เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงยืนยาว 40. เตรียมรองเท้าวิ่งให้พร้อมแล้วออกไปวิ่งกันตอนเช้าสองคน คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเริ่มต้นวันดี ๆ แบบนี้แล้วละค่ะ 41. ลองทำกิจกรรมที่ท้าทายตัวเองอย่าง เล่นบันจี้จั๊ม นั่งบอลลูน หรือแข่งมอร์เตอร์ไซต์ดูสิคะ 42. วิ่งการกุศลด้วยกัน เพราะนอกจากจะได้ทำบุญแล้ว ยังได้ออกกำลังกายด้วยกันอีกด้วย 43. ย้อนอดีตกลับคืนสู่วัยเด็กด้วยการไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน ลองท้าให้อีกฝ่ายเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวดู 44. เล่นวิดีโอเกมด้วยกัน อาจจะสู้กันเองหรือรวมตัวกันเป็นทีมสู้กับฝ่ายตรงข้ามก็ได้ สนุกกับวัฒนธรรมและการศึกษา 46. ลองซื้อบัตรเพื่อชมการแสดงละครเวทีสักเรื่องที่คุณทั้งสองสนใจ 47. การแสวงหาความรู้เป็นเรื่องที่ทำได้ตลอดชีวิต ทำไมไม่ลองสวมบทบาทเป็นนักเรียนดูสักวันแล้วไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดด้วยกัน 48. ดื่มด่ำกับการเข้าชมนิทรรศการศิลปะ จริง ๆ แล้วงานศิลปะไม่ได้สงวนไว้เฉพาะคนที่ชอบงานศิลปะเท่านั้น ลองสวมบทบาทเป็นนักวิจารณ์งานศิลปะสักวันดูนะคะ 49. ไปพิพิธภัณฑ์ด้วยกัน เพื่อชื่นชมศิลปะและประวัติศาสตร์ร่วมกัน 50. ไปศูนย์วิทยาศาสตร์ด้วยกัน เพื่อไปดูความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์และลองทำผลการทดลองต่าง ๆ ดู รับรองคะว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน จาก 50 ข้อนี้ สาวได้ซักข้อที่จะเป็นกิจกรรมแก้เบื่อของคู่ของคุณรึยังคะ?  ขอบคุณที่มาจาก Theasianparent.com

อิ่มบุญ อิ่มใจ กับเมนูอาหารเจ เลิศรส ที่ ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน
กินเจ /  อาหารเจ / 

อิ่มบุญ อิ่มใจ กับเมนูอาหารเจ เลิศรส ที่ ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ภัตตาคารอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงขนานแท้ ภายใต้การบริหารโดยอิมแพ็ค ขอเชิญทุกท่านอิ่มบุญ อิ่มใจ และ ร่วมสืบสานเทศกาลกินเจด้วยการละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ ลิ้มลองความอร่อยกับเมนูอาหารเจเลิศรส ที่มีให้เลือกสรรทั้งใน รูปแบบชุดเมนูอาหารเจ หรืออาหารตามสั่งแบบอะลาคาร์ต กว่า 9 เมนู ได้แก่ เมนูเผือกทอดเจ ซุปข้นเจเสฉวน เต้าหู้น้ำแดงเจ ผลไม้ทอดซอสเปรี้ยวหวาน ผัดโหงวก๊วยเจ คะน้าเยื่อไผ่ราดซอส ฟักทองนึ่งบ๊วย ข้าวห่อใบบัวเจ และโหง่วหนี่แปะก๊วย โดยราคาเริ่มต้นที่ 90 บาท สำหรับใครที่มากับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน สามารถเลือกอิ่มหนำไปกับ ชุดเมนูอาหารเจในราคาเพียง 7,800บาท /โต๊ะ สำหรับ 10 ท่าน โดยอาหารเจแสนอร่อยทั้งหมดรังสรรค์โดย เชฟปีเตอร์ไลย์ และ เชฟชานยิ้วแลมเชฟชาวฮ่องกง ที่ตั้งใจคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี เพื่อมาปรุงเป็นอาหารเจสไตล์ฮ่องกงขนานแท้รสชาติเยี่ยมให้ผู้ที่รับประทานอาหารเจ ได้อิ่มบุญอิ่มใจกัน ไม่เพียงเท่านี้ ร้านฮ่องกงฟิชเชอร์แมน ขอเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบเมนูติ่มซำด้วยเมนูติ่มซำเจ 5 อย่างไว้ สำหรับทานเล่น ได้แก่ เผือกทอดเจ ปอเปี๊ยะทอดเจ ขนมผักกาดเจ ซาลาเปาหมูแดงเจ และฝั่นโก๋เจ สามารถมาลิ้มลองอาหารเจรสชาติแบบฮ่องกงขนานแท้ ได้ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2557 ที่ ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมนทั้ง 2 สาขา สาขาอิมแพ็ค บริเวณล็อบบี้ ฮอลล์ 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดให้บริการทุกวัน วันอาทิตย์ - วันพฤหัส เวลา 11.00 - 22.00 น. และวันศุกร์ - วันเสาร์ เวลา 11.00 - 23.00 น. สำรองที่นั่ง โทร. 02-833-5434-5 และสาขาเควิลเลจชั้น 2 โครงการเควิลเลจ โซนเคสแควร์ สุขุมวิท 26 เปิดให้บริการทุกวันเวลา 11.00 – 23.00 น. โทร.02-661-5908 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.hkfisherman.com

ร้าน ปรุง อาหารไทยแบบครบครัน ที่ประชาชื่น
อาหารจานเดียว /  อาหารไทย

สวัสดีค่ะ วันนี้มาเฟียฟู้ดพามาชิมร้านอาหารอร่อย ในย่านประชาชื่น ย่านนี้เป็นย่านร้านอาหารอร่อยเยอะ แต่ครั้งนี้พากันมาที่ร้าน ปรุง ชื่อสั้นๆ จำง่าย แต่ความหมายครอบคลุมทุกรสชาติอาหารเลยทีเดียว ร้านอาหารไทยสไตล์เรียบหรูจะหน้าตาเป็นยังไงไปดูกันเลย ร้าน ปรุง อยู่หน้าหมู่บ้าน ชลนิเวศน์ เดินทางมาง่าย เลยบ่องมาร์แช่นิดเดียวก็จะเจอร้าน หรือตรงข้ามซอยประชาชื่น 35 เลี้ยวเข้ามาก็จะเจอร้านปรุง ป้ายสีแดงเด่นสะดุดตา ร้านเป็นกระจก โล่งโปร่งสบาย ด้านในตกแต่งด้วยโซฟายาว และโทนสีดูอบอุ่น น่านั่ง ร้าน ปรุง ประสบความสำเร็จมาจากการทำอาหารไทยจัดส่งแบบ delivery จนลงหลักปักฐานเป็นร้านนี้ขึ้นมา โดยคุณหนูเล็ก อภิชนา ศาสตรวาหา ภรรยาของนักร้องดัง คุณโป้ โยคีเพลย์บอย และทีมงาน ได้สร้างร้านอาหารเต็มรูปแบบ และได้รวบรวมเมนูอาหารไทยที่รังสรรค์จากวัตถุดิบดีๆ ให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติความอร่อยได้ครบรูปแบบ อาหารแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวบกชาววัง 120 บาท เป็นเมนูที่ทางร้านแนะนำ เป็นสูตรของท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล ซึ่งเคยอยู่ในครัวที่วังจิตรลดา สมกับเป็นก่วยเตี๋ยวบกชาววังจริงๆ ค่ะ ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ 80/150 บาท น้ำยาทำมาจากเครื่องแกงจากใต้แท้ๆ ทำให้น้ำยาเข้มข้นรสชาติแบบปักษ์ใต้อย่างแท้จริง สะโพกไก่อบในน้ำเกรวี่ 180 บาท สะโพกไก่เนื้อนุ่มราดด้วยซอสสูตรพิเศษทานคู่กับมันฝรั่งและมะเขือเทศ ขาหมูน้ำแดงสูตรโบราณ 150 บาท น้ำซอสข้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ทานเข้าไปแล้วรู้สึกถึงขั้นตอนการทำที่พิถีพิถันในการเคี่ยว เพราะว่าน้ำข้นมากจริงๆ และขาหมูที่ถูกตุ๋นจนเปื่อยใช้เวลาเป็นค่อนวันเลยทีเดียว แกงเหลืองต้นคูนปลากระพง 150 บาท หรือแกงไตปลาแห้ง สูตรเข้มข้นทานคู่กับข้าวกล้องร้อนๆ เพื่อสุขภาพกันไปเลยกับเมนูนี้  เต้าหู้ทอดเกลือ 80 บาท เป็นเต้าหู้ที่สดใหม่ชุบแป้งทอดและโรยหน้าด้วยเกลือ เป็นเมนูทานเล่นที่อยากจะแนะนำอีกหนึ่งเมนู คุณหนูเล็ก  และ มาเฟียฟู้ด ร้านอาหารดีๆ แบบนี้ต้องมอบใบประกาศนียบัตรเพื่อการันตีความอร่อย พิเศษ สำหรับสมาชิก MThai !!!!!!!!!! ถ้าคุณบอกว่ารู้จักร้าน ปรุง จากเว็บไซต์ MThai กับทางร้าน รับ เต้าหู้ทอดเกลือ ฟรีๆ ไปเลย 1 ที่

ร้าน โมริ ดีเซิร์ท บาร์ (Mori Dessert Bar)  สยามสแควร์ 1
เค้ก เบเกอรี่ /  โมริ

Food MThai มีแต่อาหารหนักๆ ซ่ะส่วนใหญ่ แต่วันนี้ขอเบาๆ หวานๆ เพิ่มความชุ่มฉ่ำในฤดูฝนกันหน่อย กับร้านน่ารักๆ อย่างร้าน โมริ ดีเซิร์ท บาร์ คาเฟ่สมัยใหม่สไตล์ญี่ปุ่น เดินขึ้นชั้น 4 ของสยามสแควร์ 1 แล้วสะดุดตากับบรรยากาศร้านดูอบอุ่น ลองแวะเข้าไปซ่ะหน่อย หน้าร้าน โมริ ดีเซิร์ท บาร์ ร้าน โมริ ดีเซิร์ท บาร์ (Mori Dessert Bar) ร้านเค้กสไตล์โอซาก้า ในเครือ เซน เรสเตอรองส์ หลังจากประสบความสำดร็จไป 2 สาขาแล้ว ที่ RCA และตึกเมอร์คิวรี่ แล้วล่าสุด ได้เปิดร้าน Flagship Store ขึ้นเป็นร้านแรกที่มีชื่อว่า โมริ ดีเซิร์ท บาร์ นั่นเองค่ะ ด้านในเป็นโต๊ะนั่งทานแบบสบายๆ มีมุมหนังสือ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ที่บ้าน ทานเค้กและเครื่องดื่มอุ่นๆ เหมาะสำหรับมานั่งทานเค้กและอ่านหนังสือ เงียบๆ ในคอนเซ็ปต์ Home Library เมนูแนะนำ Hanabira (Cherry Blossan)  185 บาท เมนู Signature ของทางร้าน เป็น Seasonal ขอบอกว่าเมนูนี้เป็นเมนูที่ครบทุกรสชาติจริงๆ ทั้งหวาน เปรี้ยว กรอบและนุ่ม ถ้าได้ทานจะเจอเซอร์ไพรส์สุดพิเศษได้จานนี้ และวัตถุดิบที่นำมาทำ ก็คือดอกซากุระที่ Import ส่งตรงจากญี่ปุ่น ทำวิธีการให้ดอกซากุระยังคงสดเสมอๆ Matcha Latte 75 บาท รสชาติของนมอุ่นๆ นุ่มกำลังดี และเพิ่มความหอมจากชาเขียว Strawberry Matcha Shortcake 130 บาท เนื้อเค้กที่ตีจนนุ่มฟูเองโดยไม่ใช้ผงฟู ถ้าได้ทานจะรู้สึกว่าตัวครีมจะเบาๆ หวานกำลังดี ทานแล้วไม่อ้วนเพราะเป็นเค้กสูตร Low fat Aki (Almond Mousse) 130 บาท มูสแอลมอนด์รสนุ่มกับซอสคาราเมลเข้มข้นและแมคคาเดเมียนัทรสชาติกลมกล่อมที่สุด (จากซ้าย-ขวา) Lemon mousse 100 บาท Chocolate Bavaroise 120 บาท Mix fruit Shortcake 130 บาท และ Rasberry Montblanc 120 บาท เจ้าของร้านน่ารัก และเด็กเสิร์ฟดูแลดีมาก เป็นกันเองสุดๆ กับร้าน โมริ ดีเซิร์ท บาร์ เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยากจะแนะนำให้ไปลองทานมากๆ แผนที่ ร้าน โมริ ดีเซิร์ท บาร์

20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเรือสุดหรู ไททานิค เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมจากการที่เรือสำราญนี้ล่องไปในทะเลจนชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง อีกทั้งยังเป็นอีกตำนานความรักของคู่หนุ่ม-สาว ที่หลายคนยังพูดถึงกันเรื่อยมา ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยได้เคยพูดถึง เรื่องลี้ลับ ตำนานอาถรรพ์ไททานิคล่ม อาหารมื้อสุดท้ายบนเรือไททานิค (The Last Supper of Titanic ) ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันไป ซึ่งผลตอบรับดีมากๆ! หลายคนให้ความสนใจมากทีเดียวคะ ทีนเอ็มไทยเลยจัดมาให้อีก! กับ 20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน ลองไปดูกันซิว่าเรื่องอะไรบ้าง .. 20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน 1.) มีการจัดตารางฝึกเรือกู้ชีพให้กับลูกเรือทุกคนในวันก่อนเรือล่ม แต่สุดท้าย การฝึกเรือกู้ชีพก็ถูกยกเลิกไป ไม่ได้ถูกจัดขึ้นตามที่วางแผน 2.) จำฉากนั้นในหนังได้หรือไม่ ที่นักดนตรี ยังคงเล่นเพลงต่อไปขณะที่เรือกำลังจะจม อยากบอกว่า ในเหตุการณ์จริงนั้น ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นักดนตรีเล่นอยู่เป็นชั่วโมง ก่อนที่เรือจะจม! 3.) Milton Hershey เจ้าของช็อกโกแลตชื่อดัง มีตั๋วขึ้นเรือไททานิกในตอนนั้น แต่เขายกเลิกตั๋วเพราะติดประชุม 4.) ผู้รอดชีวิตชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่าขี้ขลาดเมื่อเขากลับถึงญี่ปุ่น ผู้คนหาว่าเขาไม่ยอมตายร่วมกับผู้โดยสารที่เหลือและหนีรอดชีวิตออกมาอย่างเห็นแก่ตัว 5.) งบประมาณในการสร้างหนังเรื่อง “Titanic” คิดเป็นเงินสูงกว่างบประมาณในการสร้าง “เรือไททานิก”​จริงๆ เสียอีก สร้างหนัง : 200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สร้างเรือ: 75 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ 6.) ปล่องไฟทั้ง 4 แท่งของเรือไททานิก จริงๆ แล้วทำงานได้แค่ 3 อันเท่านั้น อีกอันหนึ่ง มีไว้เพื่อให้ดูสวยงามสมบูรณ์แบบ 7.) ภูเขาน้ำแข็งลูกนั้น ที่เรือไททานิกพุ่งชน มีอายุเก่าแก่มากราว 1000 ปีก่อนคริสตกาล 8. เรือ The Californian อยู่ใกล้เรือไททานิกมากถึงขนาดที่ สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา แต่ด้วยปัญหาจากการขัดข้้องทางการสื่อสาร ที่ล่าช้าเกินไป ทำให้ไปช่วยไม่ทัน 9. หัวหน้าพ่อครัวของเรือไททานิกรอดชีวิตจากน้ำที่เย็นเฉียบมาได้ เพราะเขาดื่มเหล้ามากจนทำให้แอลกอฮอลช่วยให้ความอบอุ่นกับอวัยวะภายในของเขาได้นานถึง 2 ชั่วโมง จนมีคนมาช่วยชีวิตเขาพอดี! 10. เรือกู้ชีพของไททานิก ส่วนมากที่ออกไป บรรจุคนไม่เต็ม ทั้งๆ ที่ ถ้าทุกเรือบรรจุคนเต็มตามความสามารถของเรือ เรือกู้ชีพเหล่านั้น จะสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือได้ครบทุกคน! 11. หลังจากเขียนตัวละครแจ็ค ดอว์สันเสร็จ เจมส์ คาเมรอนก็พิ่งรู้ว่า เจ. ดอว์สันตัวจริงๆ นั้นตายบนเรือไททานิค โจเซฟ ดอว์สัน หนึ่งในบรรดาเหยื่อของไททานิค ถูกเผาที่ปาช้าในรัฐโนวาสโกเชีย หลุมฝังศพของเขาได้รับการเข้าเยี่ยมมากที่สุดในสุสาน 12. เรือไททานิก จะไม่ชนภูเขาน้ำแข็ง ถ้าพวกเขารู้เรื่องก่อนหน้านั้นเพียง 30 วินาทีเท่านั้น!! มันช่างเป็น 30 วินาที ที่เปลี่ยนจากของการรอดตายอย่างเฉียดฉิวกับโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ! 13. เรือไททานิก คือ เรือเดินสมุทรลำเดียวบนโลกที่ล่มเพราะ “ภูเขาน้ำแข็ง” 14. คู่รักชราภาพที่นอนเคียงกันบนเตียงในห้องที่น้ำกำลังท่วม อุทิศให้ไอดาและไอซิเดอร์ สโตร๊ส เจ้าของห้างสรรพสินค้ามาซี่ ซึ่งตายบนเรือไททานิค 15. ในฉากวาดภาพโรส จริงๆ คือมือของเจมส์ คาเมรอน มิใช่ของพ่อหนุ่มลีโอ ดิคาปริโอแต่อย่างใด และต้องถ่ายฉากนี้แบบภาพสะท้อน เพราะเจมส์ คาเมรอน ถนัดซ้าย ส่วนลีโอถนัดขวา 16. ชุดสุดท้ายที่เคท วินสเล็ตสวม ตั้งใจออกแบบมาให้ดูสวยทั้งตอนเปียกและตอนแห้ง  (ดีโบร่าห์ ลินน์ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ทำชุดนี้ไว้ร่วม 24 เวอร์ชั่นด้วยกัน) 17. ในฉากสุดท้ายของหนัง เมื่อโรสพบกับแจ็คที่บันได นาฬิกาบอกเวลาตีสอง ยี่สิบนาที อันเป็นเวลาจริงๆ ที่เรือไททานิคล่ม 18. มาดอนน่าก็เคยได้รับการพิจารณาให้เล่นบทโรส 19. กลอเรีย สจ๊วต เป็นเพียงคนเดียวในกองถ่ายที่มีชีวิตอยู่ในช่วงที่เรือไททานิคออกเดินทางเมื่อปี 1912 เธอเกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1910 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2010 นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ที่อายุมากที่สุดในปีนั้นด้วย 20. นักแสดง-ทีมงานในเรื่องต้องใช้เวลากว่าสามชั่วโมงในการศึกษากิริยาและบุคลิกของผู้คนสมัยปี 1912 เพื่อความสมจริงสมจังของหนัง ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย, llkhimll.wordpress.com  

เยนเนอรัลดิสทรีบิ้วชั่นเซอร์วิส (บริษัท จำกัด)

ผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง อาหารประเภทวัตถุดิบที่ใช้ในการทำ Bakery-อาหาร เช่น ช็อกโกแลต / ผลไม้ในน้ำเชื่อม / แยม / คุ๊กกี้ / น้ำผลไม้เข้มข้น / มัสตาด / ผักกระป๋อง / น้ำส้ม Orangona,

บีบีฟู้ดโปรดิวซ์ (บริษัท จำกัด)

น้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำจิ้มไก่ น้ำปลา

เรื่องตลกที่ไม่ตลก ของสาวๆใน วันแดงเดือด !
PMS /  ประจำเดือน / 

ธรรมชาติของมนุษย์ผู้หญิง เมื่อร่างกายพร้อมที่จะเจริญพันธุ์แล้ว ก็จะมีประจำเดือน ซึ่งวันไหนที่ครบรอบประจำเดือนมา นับเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายสำหรับสาวๆ แทบทุกคนบนโลกนี้เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะมีเลือดออกทางช่องคลอดแล้ว อารมณ์ ความรู้สึก น้ำหูน้ำตา ความเกรี้ยวกราด ของแต่ละนางเนี่ย เรียกได้ว่ามาเต็มจริงๆ ไม่ได้พูดเว่อร์เลยนะ ลองมาดูเหตุการณ์ต่างๆที่ตลกแต่ไม่ตลกนะ มาดูกันว่าจริงป่ะ? 1. ไม่ว่าจะหัวเราะ ไอจาม เคลื่อนไหวทุกท่วงท่า ก็พาเขื่อนแตกเลือดพุ่งไปหมด 2. การซักผ้า ซักกางเกงใน เป็นเรื่องยากเมื่อเป็นประจำเดือน ตัวนั้นก็แดง ตัวนี้แดงอีก โอ้ย ยิ่งเวลานอนอีก ผ้าปูก็ยังจะแดง 3.ปวดท้องเหมือนมี สัตว์ประหลาดกัดกินท้องไส้ (นี่ไม่ได้เว่อร์นะ) 4.งดเรื่องเซ็กส์กับแฟนหนุ่ม ไม่งั้นมีเลอะเทอะ เละเทะ ได้มีงานซอสมะเขือเทศแน่นอน 5.เรื่องขัดใจเล็กน้อย ก็พาลทำให้มีน้ำตาได้แบบไม่รู้ตัว เช่น แฟนเล่นเกม ก็พาลหาเรื่องได้จนน้ำตาแตก  ชีวิตดราม่าขึ้นมาได้ตลอดเวลา 6. กางเกงสีขาวในวันแดงเดือดคือเรื่องต้องห้าม 7.ไม่เคยหยุดกินได้เลยสักชั่วโมง เห็นอะไรก็หิวไปหมด อยากกินอะไรต้องได้กิน ยิ่งอะไรเปรี้ยวๆนะ หืมมม ต้องได้เข้าปาก 8. อภิมหาสิวที่พากันผุดขึ้นบนหน้าแบบไม่เกรงใจ 9. ใช้ทิชชู่หมดหลายม้วน ก็แหม มันทั้งนองหน้านองหลังเต็มไปหมด คุณผู้ชายโปรดช่วยเข้าใจหากพวกเราเข้าห้องน้ำนานด้วยนะคะ 10. ชีวิตใช้ยากเหลือเกิน จะลุกเดินเหิน กระโดด ร้องเย้ว ก็กลายเป็นเรื่องยากเย็นซะอย่างนั้น 11. นั่งเฉยๆอยู่บ้าน กลับเพลียเหมือนไปวิ่งร้อยโลมา ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย 12. ยิ่งวันเผลอๆ  ก็ดันมาแบบไม่ได้ตั้งตัว  ผลที่ได้คืออะไร เลอะเทอะ เลือดนองสิจ๊ะ โมโหไปสิ 13. ร่างกายจะบวมน้ำ พุงป่อง หน้าบานเป็นจานเชิง เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายที่ผลิตมากเกินไปในช่วงตกไข่ 14. ยิ่งใส่ผ้าอนามัยแบบสอด นี่อย่างกะหนังสยองขวัญแหนะเธ๊อ 15.ช็อปแหลก อยากได้อะไรต้องได้ เพราะฮอรโมนพลุกพล่านสุดขีดจริงๆ แหม แต่สาวๆจ๋า... ถึงเรื่องประจำเดือน วันแดงเดือด จะทำให้เราทรมานมากมายสุดทนแค่ไหน แต่อย่างน้อยถ้ามีก็ได้รู้ว่าตัวเองไม่ท้อง หรือ ตั้งครรภ์ล่ะน้า สู้ๆค่า ขอบคุณที่มาจาก Catdumb

ตั้งหลีเซ้ง โรงงาน (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

น้ำปลา ซีอิ๊ว / เต้าเจี้ยว / ซอส / น้ำปลา

อาหารกระตุ้นอารมณ์ รัก สุดเวิร์ค !
คู่รัก /  อาหารกระตุ้นอารมณ์ / 

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องง่ายๆ บนเตียง ที่หาได้ตามห้องครัว เอ๊ะ ! งงใช่ไหมล่ะคะ สิ่งที่ว่านั่นก็คือ “อาหาร” ที่ช่วยให้คุณและคนรัก ได้กระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกในการมีสัมพันธ์กันมากขึ้น อาหารกระตุ้นอารมณ์รัก นั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ ช็อกโกแลต กลิ่นของช็อกโกแลตมีผลต่อปฏิกิริยาความรู้สึก อยากรัก ทั้งนี้ เพราะกลิ่นช็อกโกแลตจะเข้ากระตุ้นและไชอารมณ์ที่ประสาทรับกลิ่นและความ รู้สึกในสมอง จากนั้นร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนออกมากระตุ้นความต้องการทางเพศ ที่สำคัญคือช็อกโกแลตมีส่วนผสมของ Theobromine และ Alkaloid ซึ่งมีคุณสมบัติก่อให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มากเป็นพิเศษ แล้วยังอุดมไปด้วยสาร Phenylethlamine สามารถกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นและรู้สึกดีในชีวิต หอยนางรมสด จะมีธาตุอาหารสังกะสีเยอะ ซึ่งมีผลต่อการกระตุ้นฮอร์โมน Dopamine กระตุ้นความต้องการทางเพศและช่วยเพิ่มความสนุกในการมีเซ็กซ์ได้ทั้งในหญิง และชาย สังกะสียังมีส่วนบำรุงสุขภาพสเปิร์มของคุณผู้ชายให้แข็งแรงและมีปริมาณพร้อม รับศึก รักมากขึ้นอีกด้วย น้ำมันมะกอก ในการทานอาหารแต่ละครั้งควรเลือกเมนูที่มี ส่วนผสมของน้ำมันมะกอกด้วย หากทำอาหารทานเองควรจะเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันพืชทั่วไปมาใช้น้ำมันมะกอกแทน โดยเฉพาะน้ำมันสกัดจากมะกอกเขียว ซึ่งช่วยปรับปรุงโครงสร้างของเชื้ออสุจิ และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี และควรเลือกน้ำมันที่สกัดจากมะกอกดำ เพราะมะกอกดำจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าสำหรับผู้หญิง เมล็ดฟักทอง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย และความสามารถในเรื่องเซ็กส์ได้ด้วย เนื่องจากในเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่เรียกว่า ไทโรซีน ช่วยบิวด์อารมณ์รักให้พุ่งถึงขีดสุดเลย กระเทียม สารประกอบในกระเทียมมีชื่อว่า Allicin ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตคล่องตัว ชายและหญิงผู้ชอบทานกระเทียมจึงจะมีอารมณ์ตื่นตัวและอยากตอบสนองอารมณ์กัน บ่อยมากขึ้น ผักขึ้นฉ่าย ผักขึ้นฉ่ายจะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นแรงปรา ถนาและอารมณ์ในกายให้เพิ่มขึ้น ยิ่งทานดิบๆ ยิ่งจะดีต่อสุขภาพของคุณ เพราะใบขึ้นฉ่ายจะให้สารกระตุ้นรัก Androsterone แก่กายของคุณ ที่สำคัญเจ้าสารรักสารสำคัญนี้จะถูกร่างกายปล่อยออกมาพร้อมกับกลิ่นเหงื่อ หน่อไม้ฝรั่ง วิตามินบีและโฟเลตที่มีอยู่มากจะช่วยในการ สร้างสาร Histamine ช่วยเพิ่มระดับความต้องการทางเพศและผลักดันอารมณ์ทางเพศให้กับชายและหญิงสูง มากขึ้น ทำให้สมรรถภาพทางเพศสมบูรณ์มากขึ้น ช่วยให้เราทำกิจกรรมทางเพศได้ยาวนานขึ้น พริก สาร Capsicin ที่ทำให้พริกมีรสเผ็ดจะช่วยกระตุ้นให้เราตื่นตัวและเพิ่มความต้องการทางเพศได้เป็นอย่างดี แตงโม ผู้เชี่ยวชาญบางคนยกย่องให้แตงโมเป็นไวอากร้า ขนานใหม่ ช่วยให้การไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกายดีขึ้นเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และกระตุ้นความอยากในผู้หญิง กล้วย สารอาหารอย่างเช่น วิตามินต่าง ๆ และโพแทสเซียมที่แฝงตัวอยู่ในกล้วย ไม่เพียงแต่จะช่วยเรียกพละกำลังและความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และคืนความสดชื่นให้กับร่างกายเท่านั้น เพราะกล้วยยังประกอบด้วยสารสำคัญที่ช่วยเรียกพลังทางเพศให้กับคุณด้วย เพราะมี สารบรอมีเลน หนึ่งในเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์รักให้ดียิ่งขึ้น อะโวคาโด กรดไขมันไม่อิ่มตัวจำนวนมากในอะโวคาโดจะทำให้ หัวใจและหลอดเลือดของคุณทำงานได้ดี ทั้งยังมีโปรตีน วิตามินบี 6 ทั้งยังช่วยเพิ่มฮอร์โมนให้กับเพศชายอีกด้วย เมื่อหัวใจแข็งแรงสมรรถภาพทางเพศก็ดีขึ้นตามไปด้วย สาวๆคนไหนที่อยากให้คู่รักกระชุ่มกระชวยก็อย่าลืม เพิ่มวัตถุดิบนี้ ลงในเมนูอาหารนะคะ รับรองค่ะ สมรรถภาพเยี่ยมยอดกว่าเดิมแน่นอนจ้า ขอบคุณที่มาจาก womanplusmagazine.com

อาหารเจ สเต็กเต้าหู้ราดซอสเห็ดเจ
สเต็กเต้าหู้ /  อาหารเจ

อาหารเจ สเต็กเต้าหู้ราดซอสเห็ดเจ ส่วนผสม อาหารเจ เต้าหู้เนื้อแข็ง 1-2 ชิ้น เห็ดหอมสด เห็ดเปาฮื้อประมาณ 100 กรัม น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนชา เกลือเล็กน้อย แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1 ถ้วย โชยุ 2 1/2 ช้อนโต๊ะ มิริน 2 ช้อนโต๊ะ วิธีทำอาหารเจ วิธีทำ หั่นเต้าหู้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หนาประมาณ 1 ซม. ตบแป้งบางๆ ทอดในน้ำมันจนสุก เหลือง ตักขึ้นซับน้ำมันและเรียงใส่จาน หั่นเห็ดเป็นชิ้นเล็กบาง ผัดเห็ดกับน้ำมันพอสุกเติมน้ำเปล่า ใส่ซีอิ้ว มิริน น้ำตาลทราย เกลือเล็กน้อย ชิมรสตามชอบให้เค็ม หวานนิดๆ ใส่แป้งลงไปผสมน้ำจนซอสเหนียว ตักขึ้นราดเต้าหู้ ตักเสิร์ฟ ที่มาจาก เมนูอร่อย

วางตัวให้เป็น! เมื่อต้องไปเจอพ่อแม่แฟน
ครอบครัว /  คู่รัก / 

 ถ้าแฟนหนุ่มพาไปเจอพ่อแม่แบบนี้ก็แปลว่า หนุ่มคนนี้ต้องมั่นใจแล้วว่าคุณคือตัวจริง แต่ถ้าเหตุการณ์ครั้งนี้ล้มไม่เป็นท่าล่ะก็ เขาก็คงคิดหนักแน่ๆ เพราะฉะนั้นสาวๆอย่าทำให้แฟนหนุ่มเฟลเลยนะจ๊ะ เตรียมพร้อมสร้างความประทับใจในโมเมนต์สำคัญกันดีกว่า 1. อยู่กับปัจจุบัน สาวคนหนึ่งเล่าถึงตอนที่เธอไปเจอพ่อแม่แฟนครั้งแรกที่งานเลี้ยงว่า ตอนนั้นเธอมีสิวที่จมูก ก็เลยห่วงแต่ว่าสิวจะดูน่าเกลียด จน ไม่ค่อยมีสมาธิจะพูดคุยกับพ่อแม่เขาเท่าไหร่พองานเลี้ยงเลิก ช่วยอยู่กับปัจจุบ้นว่าคุณกำลังอยู่กับพ่อแม่ของเขานะ ตั้งใจและให้เกียรติเขาบ้าง 2. แสดงน้ำใจแต่อย่าโชว์ออฟ ของขวัญเล็กๆ  น้อยๆ ช่วยทำลายความเย็นชาได้ดี แต่ควรเลือกของง่ายๆ เช่น ดอกไม้สักช่อ ไวน์สักขวด หรือช็อกโกแลตสักกล่อง อย่าได้พยายามซื้ออะไรหรูหราราคาแพงเกินไป คุณอาจดูเป็นพวกชอบโชว์ออฟ และทำให้พ่อแม่เขาคิดว่าพยายาม “ซื้อ” พวกท่านก็ได้ แต่จะซื้ออะไรก็ลองถามแฟนดูก่อนนะ คงไม่ดีแน่ถ้าซื้อไวน์ไปแล้วท่านไม่ดื่ม หรือซื้อขนมไป แต่แม่เขาเป็นเบาหวาน 3. เป็นตัวของตัวเอง อย่าเสแสร้ง ถ้า ครอบครัวเขาคุยเรื่องอะไรก็ตามที่คุณไม่ค่อยรู้เรื่อง การพยายามทำเป็นรู้อาจทำให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากก็ได้ ถ้าพวกเขาหันกลับมาซักคุณ เปลี่ยนเป็นถามพวกเขากลับไปให้เขาเล่ารายละเอียด เขาจะได้เห็นว่าคุณให้ความสนใจในสิ่งที่พวกเขาสนใจด้วย 4. เสนอตัวช่วยเหลือ ถ้าคุณไปกินข้าวที่บ้านเขาให้เสนอตัวช่วยเก็บโต๊ะและล้างจานด้วยไม่ว่าพวกเขาจะให้คุณช่วยล้างจานจริงๆ หรือไม่ก็ตาม Meet The Parent มันก็แสดงถึงความมีมารยาทและมีน้ำใจของคุณ 5. อย่าได้พูดไม่ดีเกี่ยวกับเขา การ ยกคุณสมบัติไม่ดีของเขาขึ้นมาพูดถึง แม้จะเป็นการพูดอย่างขำๆก็ตามทีจะทำให้สถานการณ์น่าอึดอัด อย่างน้อยนั่นก็คือลูกชายของพวกเขา คงไม่อยากฟังใครวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่ไม่ดีแน่นอน แม้จะแบบขำๆ ก็ตามที 6. ระวังการแสดงความรัก การ แสดงความรัก ด้วยการจูบ กอด หรือจับมือกันเป็นสิ่งที่ดีต่อชีวิตคู่แต่พ่อแม่ของแฟนอาจไม่อยากเห็นคุณ นัวเนียกับลูกชายของพวกท่าน มันกระอักกระอ่วนและน่าอึดอัดใจที่ได้เห็นคนสองคนแสดงความรักต่อกันอย่าง โจ่งแจ้งจนเกินไปต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะกับลูกของตัวเอง! ใช่ ลูกน่ะโตแล้ว แต่บางทีพ่อแม่ก็ยังมองลูกเป็นเด็กอยู่นั่นเอง 7 .โยนคำถามยากๆ ไปให้เขาตอบ ถ้า แม่ของแฟนถามว่าอยากได้แหวนเก่าของเธอเป็นแหวนหมั้นมั้ย แต่คุณมีแหวนที่อยากได้อยู่แล้วในใจ แทนที่คุณจะพูดปฏิเสธเองให้หันไปถามเขาว่า “คุณว่าไงคะ” แม่แฟนก็คงได้คำตอบปฏิเสธเหมือนเดิมแหละ แต่มันคงดีกว่าที่ให้ลูกชายของเขาเป็นคนพูดเองนะคะ 8 .ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเคารพ และเป็นกันเองในขณะเดียวกัน  การพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไปอย่างพยายามสุภาพอาจจะน่าเบื่อ พวกท่านก็เป็นคนคนหนึ่งเหมือนกันนะไม่ใช่แค่พ่อแม่แฟน ฉะนั้นพยายามหาเรื่องสนุกๆ มาคุย ลองดูว่าพวกท่านชอบอะไรหรือมีงานอดิเรกอะไร นอกจากจะคุยกันได้สนุกกว่าแล้ว มันยังทำให้คุณดูน่าสนใจกว่าด้วย เหนือสิ่งอื่นใด คือคุณต้องรักและให้ความสำคัญกับแฟนหนุ่มให้เหนียวแน่นด้วยนะคะ เพื่อแสดงความจริงใจ ว่าคุณ รัก และพร้อมจะใช่ชีวิตกับเขาจริงๆ เพียงเท่านี้ พ่อแม่ของเขาก็จะรักและเข้าใจ คุณอย่างแน่นอนค่า ขอบคุณที่มาจาก Lisaguru

Top 5 บุคคลที่รวยที่สุดในโลก 2014
(คลิปข่าว /  คลิปหลุด / 

ที่มาจากนิตยสาร FORBES ทั้งนี้การจัดอันดับของ Forbes เป็นการจัดอันดับรายบุคคลมากกว่าการจัด จากครอบครัวเศรษฐีที่ถือครองทรัพย์สินจำนว­นมากและเรายังจัดอันดับพี่น้องไว้ด้วยกันใ­นกรณีที่ถือครองสินทรัพย์ของแต่ละคนไม่ชัด­เจนแต่มีข้อแม้ว่ารวมกันแล้วต้องสูงกว่า2 พันล้านเหรียญหรือสูงกว่า 1 พันล้านเหรียญต่อชิ้นและหากได้รับข้อมูลที­่ชัดเจนมากขึ้นจะแยกวงเงินการถือครองสินทร­ัพย์ 1. Bill Gates 7.6 หมื่นล้าน MICROSOFT สหรัฐอเมริกาอายุ 58 ปี กลับมาครองอันดับ 1 อีกครั้งจากราคาหุ้น Microsoft ที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งแม้ว่าในปีนี้ตำแหน่งปร­ะธาน Microsoft ของ BillGates ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งได้สั่นคลอน ในช่วง 20 ที่ผ่านมาเขาติดอันดับ 1 ถึง15 ครั้งโดยหลังจากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำ­บุญ 2. Carlos Slim Helu และครอบครัว 7.2 หมื่นล้าน โทรคมนาคมเม็กซิโกอายุ 74 ปี ร่วงลงอันดับ 2 หลังครองแชมป์ติดต่อกัน4 ปีด้วยราคาหุ้น Minera Frisco ซึ่งเป็นธุรกิจเหมืองแร่ลดลงกว่าครึ่งตามร­าคาทองและทองแดงในตลาดโลกที่ลดลง 3. Amancio Ortega 6.4 หมื่นล้าน ZARA สเปนอายุ 77 ปี พ่อค้าขายปลีกเสื้อผ้าที่รวยที่สุดในโลกมี­ทรัพย์สินเพิ่มสูงขึ้นถึง 7 พันล้านเหรียญช่วง1 ปีที่ผ่านมา 4. Warren Buffett 5.8 หมื่นล้าน Berkshire Hathaway สหรัฐอเมริกาอายุ 83 ปี แม้ย่างเข้า 83 ปีแล้วก็ยังลงทุนพอกพูนสินทรัพย์ต่อเนื่อง­ล่าสุดร่วมกับ 3G Capitalซื้อบริษัทผลิตซอสมะเขือเทศ H.J. Heinz Co.มูลค่า 2.3 หมื่นล้านเหรียญ 5. Larry Ellison 4.8 หมื่นล้าน Oracle สหรัฐอเมริกาอายุ 69 ปี Ellison ทุ่มทุนดึง Oracle กลับมาสู่สนามการแข่งขันอีกครั้งเดือนกันย­ายน2013 เขาและทีมทำให้ Oracle ทำกำไรติดกันเป็นครั้งที่ 2 ภายหลังที่ขาดทุนต่อเนื่องถึง 7 ปี

อิ่มบุญ อิ่มใจ กับเมนูอาหารเจ เลิศรส ที่ ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน!!
ฟิชเชอร์แมน /  ฮ่องกง

ร้านอาหาร "ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน" เป็นร้านอาหารสไตล์ฮ่องกงขนาดแท้ที่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 10 ปี ภายใต้การบริหารงานของบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด พบกับหลากหลายเมนูอาหารต้นตำรับที่มีให้เลือกสรรมากกว่า 200 เมนู นำเสนอหลากหลายความอร่อยของอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง  เพียบพร้อมด้วยการบริการชั้นเลิศบริการความอร่อยทุกท่านด้วยเมนูอาหารอะลาคาต์  และติ่มซำกว่า 50 เมนู ไปจนถึงของหวานสไตล์ฮ่องกงที่ทำสดใหม่ ดีไซน์ของร้านจำลองมาจากท่าเรือวิคตอเรีย  ประเทศฮ่องกง บรรยากาศภายในร้านโอ่อ่ากว้างขวางพร้อมการตกแต่งสไตล์โมเดิรนไชนิชด้วยวัสดุไม้ นำโดยเชฟปีเตอร์ ไลย์ และเชฟชาน ยิ้ว แลม ที่รังสรรค์วัตถุดิบชั้นเลิศมาปรุงแต่งหลากหลายเมนูความอร่อยให้ทุกท่านได้ลิ้มลองโดยที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงฮ่องกง อิ่มบุญ อิ่มใจ กับเมนูอาหารเจ เลิศรส ที่ ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ภัตตาคารอาหารจีน สไตล์ฮ่องกงขนานแท้ ภายใต้การบริหารโดยอิมแพ็ค ขอเชิญทุกท่านร่วมอิ่มบุญ อิ่มใจและร่วมสืบสานเทศกาลกินเจ ด้วยการละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ ลิ้มลองความอร่อยกับเมนูอาหารเจ เลิศรส ที่มีให้เลือกสรรทั้งในรูปแบบชุดเมนูอาหารเจ หรือจะเลือกรับประทานเป็นอาหารเจ ตามสั่งแบบอะลาคาร์ต ให้เลือกอิ่มอร่อยมากมาย อาทิ เมนูเผือกทอดเจ ซุปข้นเจเสฉวน เต้าหู้น้ำแดงเจ ผลไม้ทอดซอสเปรี้ยวหวาน ผัดโหงวก๊วยเจ คะน้าเยื่อไผ่ราดซอส ฟักทองนึ่งบ๊วย ข้าวห่อใบบัวเจ โหง่วหนี่แปะก๊วย โดยเมนูราคาเริ่มต้นที่ 90 บาท และ   ใครที่มากับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน สามารถเลือกอิ่มหนำไปกับชุดเมนูอาหารเจ ในราคาเพียง 7,800 บาท /โต๊ะ สำหรับ 10 ท่าน โดยทั้งหมดรังสรรค์เมนูอาหารเจ โดย เชฟปีเตอร์ ไลย์ และเชฟ ชาน ยิ้ว แลม เชฟชาวฮ่องกง ที่ตั้งใจคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี เพื่อมาปรุงเป็นอาหารเจ สไตล์ฮ่องกงขนานแท้รสชาติเยี่ยมให้ผู้ที่รักอาหารเจ ได้อิ่มบุญ อิ่มใจ ได้เข้ามาลองลิ้มลอง และยังไม่หมด ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขอเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบ เมนูติ่มซำ ยังมีเมนูติ่มซำเจ ถึง 5 อย่าง ไว้สำหรับทานเล่น อาทิ เผือกทอดเจ ปอเปี๊ยะทอดเจ ขนมผักกาดเจ ซาลาเปาหมูแดงเจ และฝั่นโก๋เจ สามารถเข้ามาตามหารสชาติแบบฮ่องกงขนานแท้ ได้ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2557 ที่ ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมนทั้ง 2 สาขา สาขาอิมแพ็ค บริเวณล็อบบี้ ฮอลล์ 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี  เปิดให้บริการทุกวัน วันอาทิตย์ - วันพฤหัส เวลา 11.00 - 22.00 น. และ   วันศุกร์ - วันเสาร์ เวลา 11.00 - 23.00 น. สำรองที่นั่ง โทร. 02-833-5434-5 และชั้น 2 โครงการเควิลเลจ โซนเค สแควร์ สุขุมวิท 26 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น. โทร.02-661-5908 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.hkfisherman.com

10 วัตถุดิบชวนอ๊วก ที่ไม่น่ามีในอาหาร
10 วัตถุดิบชวนคลื่นไส้ /  ข่าว / 

10 วัตถุดิบชวนคลื่นไส้ ที่ผสมอยู่ในอาหารจานโปรด หรือของที่เรากินกันอยู่ทุกวัน ซึ่งบางอย่างไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ ว่าจะอยู่ในอาหารได้ อาหาร หรือของกินที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้หลายคนอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่า มีส่วนผสมอะไรบ้างถึงทำให้รสชาติถูกปากได้ถึงขนาดนี้ แต่ในความเป็นจริงการที่ไม่ต้องรู้ว่าส่วนผสมมันคืออะไร ก็อาจจะดีกว่ารู้แล้วชวนคลื่นไส้ก็เป็นได้ 1. สีแดงย้อมอาหารจาก 'ตัวด้วง' ถ้าคุณกำลังเพลิดเพลินกับอาหารสีสันสดใส โดยเฉพาะสีแดง ให้คุณจงนึกไว้เสมอว่าสีเหล่านัั้นมาจาก 'ตัวด้วง' และที่สำคัญสารสังเคราะห์สีแดงปริมาณ 1 ปอนด์ อาจต้องใช้ตัวด้วงมากถึง 70,000 ตัวเลยทีเดียว !!! 2. 'กลิ่นวนิลา' จากตัวบีเวอร์ โดยกลิ่นดังกล่าวมาจากการสร้างสารสังเคราะห์จากต่อมบริเวณก้น ของตัวบีเวอร์ออกมา โดยที่องค์การอนามัยโลกอนุมัติให้กลิ่นวนิลาจากเจ้าตัวบีเวอร์ สามารถใช้ทำอาหารได้ 3. เบียร์จาก 'ปอดของปลา' เป็นสูตรลับเฉพาะในการผลิตเบียร์ของประเทศอังกฤษ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรสชาติ และสีสัน ซึ่งปอดของปลาสามารถกินได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าเห็นปอดสด ๆ อาจจะชวนผะอืดผะอมนิดหน่อยนะครับ 4. เยลลี่มีส่วนผสมจาก 'หนังหมู' แน่นอนว่าหลายคนอาจจะรู้ว่าเยลลี่มีส่วนผสมที่สำคัญคือ 'เจลาติน' แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเจ้าเจลาตินนี่แหละทำมาจากหนังของสัตว์ โดยเฉพาะหมู ดังนั้นทุกคำของเยยลี่แสนนุ่มหนึบ มีหนังหมูอยู๋ในนั้นเสมอนะครับ 5. หมากฝรั่งมีส่วนผสมจาก 'น้ำมันขนแกะ' Lanolin หรือสารที่ได้จากน้ำมันขนแกะ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่ทำให้หมากฝรั่งมีความเหนียว เคี้ยวนุ่มอย่างที่เราสัมผัสกัน 6. ชีสมีส่วนผสมของ 'เยื่อไม้' ไม่ต้องตกใจนะครับเยื่อไม้สามารถกินได้ครับ ถ้าผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสม และที่สำคัญมีชีสเพียง 15 ที่ในโลกที่ผสมเยื้อไม้ลงไปด้วย 7. 'ขนเป็ด' ในขนมปัง  L-Cysteine เป็นสารที่ทำให้ขนมปังนุ่ม และเบา ซึ่งสารนี้จะหาพบได้ในขนเป็ดกว่า 80% จึงทำให้ผู้ผลิตเลือกใช้สารนี้จากขนเป็ดเป็นส่วนใหญ่ 8. 'หนอน' ในเห็ดกระป๋อง หนอนเป็นสัตว์ที่เกิดขึ้น และเจือปนอยู่ในเห็ดกระป๋อง แต่มันไม่สกปรก หรืออันตรายนะครับ หากเปิดกระป๋องมาแล้วเจอไม่เกิน 30 ตัวถือว่าใช้ได้ (แต่ใครจะเป็นคนนับกันละทีนี้) 9. 'นำยาทำความสะอาด' ในมันฝรั่งทอดกรอบ Sodium Bisulfite คือสารที่อยู่ในมันฝรั่งทอดกรอบ เพื่อให้มันกรอบ และไม่เปลี่ยนสี ซึ่งน้ำยาทำความสะอาดก็มีสารนี้อยู่เช่นเดียวกัน 10. 'ขนหนู' ในช็อกโกแลต ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีประโยชน์อย่างไรต่อความหวานอร่อยของช็อกโกแลต แต่ที่แน่ ๆ องค์การอนามัยโลกอนุญาตให้มีขนหนูได้ 1 เส้นในช็อกโกแลต 100 กรัม MThai News