ช็อกโกแลตซอส

ร้าน Bai Yun (ไบยุน) บุฟเฟ่ต์ติ่มซำกับวิวสวยๆ บนชั้น 60 Banyan Tree Hotel
ติ่มซำ /  บุฟเฟ่ต์ / 

มากันอีกครั้งหลังสงกรานต์กับการรีวิวร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ วันนี้ก็พากันมาที่ร้านอาหารจีนวิวดีกลางใจเมือง กับร้าน Bai Yun (ไบยุน) ที่ โรงแรม บันยันทรี สาทร กรุงเทพ วิวสวยพร้อมกับอาหาร 5 ดาว ทัศนียภาพดี อาหารรสชาติเยี่ยมแบบนี้เป็นอีกหนึ่งที่ ที่จะพาคนรู้ใจมาทานอาหารในบรรยากาศที่โรแมนติกสุดๆ หรือจัดเต็มมื้อใหญ่กับครอบครัวก็ได้ค่ะ รีวิว ร้าน Bai Yun (ไบยุน) @ Banyan Tree Hotel (บันยันทรี โฮเทล) ห้องอาหารจีนไบยุน อยู่ที่ชั้น 60 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ แต่ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 59 ก่อนแล้วค่อยเดินขึ้นบันไดอีกหนึ่งขั้น ไบยุนเป็นห้องอาหารจีนกวางตุ้ง ที่กลางวันจะเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ ส่วนมื้อเย็นจะเป็น A La Carte คำว่า ไบยุน ที่แปลว่า เมฆขาว ก็เหมือนกับบรรยากาศของร้านที่มีหน้าต่างรอบด้าน มองเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจนจากชั้นที่ 60 ของตึก ความสูงขนาดนี้สามารถมองวิวของกรุงเทพฯ ได้ชัดเจน ช่วงตอนกลางวันก็จะเห็นท้องฟ้าสดใส ส่วนตอนกลางคืนจะเห็นแสงสีในเมืองระยิบระยับของเมืองกรุง Set 1 Unlimited Buffet 1. กุ้งทอดฟรุ๊ตสลัด 2. เผือกทอดไส้ไหล 3. ขนมจีบหอยเชลล์ 4. ปลากะพงนึ่งมะนาว 5. เกี๊ยวนึ่งเป๋าฮื้อ 6. ปลาหิมะราดซอสเต้าเจี้ยว 7. ลิ้นจี้ทอดสอดไส้เนื้อปู Set 2 : First Class Dim Sum 1. หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์นึ่งผงกะหรี่ (Steamed Curry Mussel) 2. เนื้อวากิวพันเห็ดเข็มทอง (ราดซอสพริกไทยดำ) (Wagyu Beef Wrapped Inoki Mushroom) 3. เกี๊ยวตับห่าน (Steamed Foie Gras Dumpling) 4. หอยเชลล์นึ่งเต้าซี่ (Steamed Sea Scallop, Black Bean Paste) 5. ก๋วยเตี๋ยวหลอดปูอลาสก้า (Rice Noodle Rool, King Crab) 6. เกี๊ยวกุ้งเห็ดทรัฟเฟิล (Steamed Shrimp Dumpling, Truffles) 7.ก๋วยเตี๋ยวหลอดเป๋าฮื้อ (Rice Noodle Rool, Abalone) 8. ปลาหิมะราดซอสเต้าเจี้ยว (Steamed Snow Fish, Bean Paste) Set 3 : XIA SET สำหรับทาน 1 คน 1. ยำเป๋าฮื้อเส้นแมงกะพรุนน้ำมันงากับผลไม้ (Shredded Abalone, Marinated Jelly Fish, Sesame Oil, Fresh Tropical Fruit Salad) 2.ซุปไก่ดำและกังป๋วยตุ๋นเครื่องยาจีน (Essence of Black Chicken, Conpoy, Ginseng Broth) 3. กุ้งแม่น้ำเจี๋ยนซอสเอ็กซ์โอ (Sauteed River Prawn, X.O. Sauce, Leek) 4. ปลาแบล็คคอดนึ่งซีอิ้ว (Steamed Black Cod, Ginger, Onion, Light Soy Sauce) 5. ข้าวผัดกุ้งคะน้าหมูแดง (Shrimp, Barbecued Pork, Kale Fried) 6. แคนตาลูปเย็น (Chilled Sago, Vanilla Ice Cream, Cantaloupe) เมนู A La Carte 1. หมูกรอบ ทานคู่กับ ซอสหมูสูตรพิเศษ / มัสตาร์ด 2. เป็ดปักกิ่ง (แป้งสูตรพิเศษของทางร้าน) 3. ปลาหิมะอบเต้าเจี้ยว ลูกค้า True : เมื่อสั่งเมนู A La Carte ลดทันที 15 % ตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ ปี 2560 สำหรับสมาชิก MThai ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท 2 รางวัล กติกา ตอบคำถาม จงบอกเหตุผลว่าทำไมถึงอยากไปทานอาหารที่ ร้าน Bai Yun (ตอบที่ช่องคอมเมนต์ด้านล่างคอนเทนต์) แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

ฟิตหน้าท้องให้แบนสวย ไม่ยากอย่างที่คิด!
ซิคแพค /  หุ่นดี / 

ใครที่ฟิตยังไงหน้าท้องก็ยังไม่ขึ้นสักที วันนี้เรามีวิธีฟิตหน้าท้องให้แบนสวยจากเคล็ดลับของนางแบบสาวเฮลธ์ตี้ เจ้าของหุ่นเฟิร์มที่หลายคนต้องอิจฉา "แพร์ อลิตา ตันติวีรสูต"  “จริงๆ เมื่อก่อนเป็นคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลยเพราะมันเหนื่อยเลยขี้เกียจ แต่เราก็มีความต้องการเหมือนผู้หญิงทั่วไป อยากจะหุ่นดี อยากใส่บิกินี่ แล้วเมื่อก่อนนะเป็นคนกินแย่มาก กินน้ำอัดลมทุกวัน เค้กช็อกโกแลต ขนมถุง ขาดไม่ได้เลย จนมาเจอแฟนคนนี้เขาเป็นคนชอบวิ่งก็เลยชวนเราไปวิ่ง ตอนนั้นก็ไปวิ่งเทรลคือวิ่งไปตามทางที่เขาทำไว้ เราจะไม่รู้เลยว่าต้องวิ่งไปที่ไหน พอไปถึงก็เจอแต่คนอายุ 40 ปีขึ้นไปก็คิดว่าเราก็วิ่งได้ ชิลๆ แต่พอไปวิ่งจริงๆ เราแพ้คนที่เขาอายุ 60-70 แล้ววิ่งครั้งแรกก็เจอแบบ 10 กิโลฯเลย กลับมานี่ร่างกายพังไปเลยคิดเลยว่าจะไม่ไปวิ่งอีกแล้ว” แต่สุดท้ายคุณแพร์ก็ตัดสินใจหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง เพราะคิดว่าตัวเองอายุยังแค่ 20 ต้นๆ แต่กลับวิ่งแพ้คนที่อายุเยอะกว่ามากเลยกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ตัวเองอยากแข็งแรง โดยเริ่มต้นจากการกิน “บอกเลยว่าถ้าอยากหุ่นดียังไงก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะเป็นแค่คนอ้วนที่แข็งแรง น้ำอัดลม น้ำตาล ของมัน ของทอด ขนมถุง น้ำหวานๆถ้าเป็นไปได้เลี่ยงเลยค่ะ ” “แพร์ชอบออกกำลังกายคนเดียว จะเล่นที่บ้านซะส่วนใหญ่ก็เลยชอบเวทเทรนนิ่งเน้นเล่นเฉพาะสัดส่วนอย่างวันนี้ก็เล่นหน้าท้องไป ทั้งท้องบน ท้องล่าง แล้วก็ท้องข้าง เคล็ดลับการเล่นให้ซิกส์แพ็คขึ้นง่ายๆ ก็คือ ต้องเล่นให้หนักเข้าไว้ (หัวเราะ) เล่นให้เกินกว่าร่างกายจะทนไหวในแต่ละครั้งแล้วค่อยพัก” “สำหรับการฟิตหน้าท้องให้ซิกส์แพ็คขึ้นนั้น หลายคนอาจทำมานานแล้วแต่ไม่ขึ้นสักทีหรือรู้สึกปวดหลังหรือต้นคอนั่นเป็นเพราะว่าเราทำผิดวิธีค่ะ การซิทอัพเองที่บ้านนั้นแค่มีเสื่อโยคะผืนเดียวก็สามารถทำได้แล้วเพียงแต่เราต้องทำให้ถูกต้องคือการใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องดึงขึ้นมาและลำคอต้องตั้งตรงไม่ใช่การใช้คอหรือหลังดึงขึ้นมาเพราะจะทำให้เราปวดต้นคอและหลังได้ค่ะ ส่วนเคล็ดลับพิเศษอีกข้อหนึ่งก็คือถ้าเราใช้เวทคู่ไปด้วยก็จะทำให้ซิกส์แพ็คขึ้นได้ง่ายขึ้นค่ะ” “การเวทเทรนนิ่งเองจริงๆไม่ยากเลยค่ะถ้าเราทำถูกวิธี แต่ถ้าใครที่ไม่ถนัดก็หาเทรนเนอร์มาสอนในช่วงแรกจะดีกว่าค่ะ ดีกว่าเล่นผิดท่าแล้วเจ็บเหมือนแพร์ รับรองว่าถ้าคุณหันมาตั้งใจออกกำลังกายจริงๆ คุณจะเสพติดมันไปโดยอัตโนมัติ แต่ต้องเริ่มต้นจากใจคุณก่อนนะ ใจที่มั่นคงว่าฉันจะต้องมีหุ่นที่ดีให้ได้ คิดแล้วทำเลยค่ะ ชีวิตคุณจะเปลี่ยนในหลายๆด้าน อย่างแพร์เองมุมมอง ทัศนคติต่างๆในการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากคนที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเอง ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถทำอะไรได้ ทุกวันนี้มั่นใจในตัวเองมาก ทั้งความคิดและรูปร่าง คุณก็เป็นแบบแพร์ได้ค่ะเป็นได้ดีกว่าด้วยซ้ำแค่คุณคิดแล้วลงมือทำทันที” ได้อ่านเคล็ดลับของคุณแพร์แบบนี้แล้ว สาวๆคนไหนมีแรงกระตุ้นเพิ่มขึ้นกันบ้างเอ่ย ถ้าอยากหุ่นดีใส่บิกินี่สวยก็ต้องเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้นะคะ รับรองว่าสวยสุขภาพดี มีแต่คุ้มกับคุ้มค่ะ !

ตอบโจทย์คนรักความสบาย!! ช็อคโกแลตแผ่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ของญี่ปุ่น
ช็อกโกแลต /  ช็อคโกแลตแผ่น

โลกที่หมุนเร็วยิ่งกว่า 4G ทุกคนต้องการความเร่งรีบและสะดวกรวดเร็ว วิวัฒนาการของใช้รอบกายต้องเป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ ก็ตามอย่างเช่น ช็อกโกแลต ที่ผลิตมาเป็นรูปแบบแผ่นคล้ายๆ ชีสแผ่น ที่ลอกออกจากแผ่นพลาสติกแล้วรับประทานได้เลย แกะห่อใหม่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ดีกว่าซื้อแบบขวดเมื่อเปิดฝาแล้วต้องใช้ให้หมดก่อนที่จะหมดอายุ และประเทศญี่ปุ่นเริ่มผลิตช็อกโกแลตออกขาย ช็อคโกแลตแผ่นแบบนี้สามารถทำได้หลายอย่าง เมื่อนำมาวางบนขนมปังแผ่นและนำไปผ่านความร้อน จากช็อคโกแลตแผ่นก็ละลายเป็นซอสช็อคโกแลตหน้าตาน่ากิน และเมื่อมันเป็นแบบแผ่นก็สามารถพิมพ์เป็นรูปทรงได้อย่างที่ต้องการ ตอบโจทย์คนรักความสบาย!! ช็อคโกแลตแผ่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ของญี่ปุ่น แค่ลอกแล้วก็วางบนขนมปัง วางไว้บนกล้วยแล้วนำเข้าไมโครเวฟให้ช็อคโกแลตละลาย พิมพ์ให้เป็นรูปต่างๆ เอามาเคลือบผลไม้ก็ได้ ที่มาจาก boredpanda.com/

ไส้กรอก ดี ดี ซอสเซส (ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิต / จำหน่าย ไส้กรอก ดี ดี

รีวิว HOLA Spanish Food @Eight Thonglor
ทองหล่อ /  อาหารสเปน

มากับร้านที่เรายังไม่เคยได้มาแนวนี้กันเท่าไหร่กับร้านอาหารสเปน HOLA Spanish Food ที่ตึก Eight Thonglor เราสัมผัสอาหารญี่ปุ่น เกาหลี อิตาเลี่ยนกันมามากพอสมควร ลองมาทานหาในครอบสเปนเปลี่ยนจากบรรยากาศเดิมๆ ในการรับประทานอาหาร แนวนี้จะถูกใจคนไทยมากน้อยแค่ไหนลงไปดูรีวิวกันเลยค่ะ รีวิว HOLA Spanish Food @Eight Thonglor เข้ามาในครอบครัวคนสเปนอย่างร้าน HOLA Spanish Food ภายในร้านก็เป็นบรรยากาศแบบสบายๆ ผ่อนคลายด้วยเสียงเพลงเพราะๆ เสิร์ฟอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของสเปนสูตรดั้งเดิม ซึ่งเป็นรสชาติที่โดดเด่นจากแคว้นคาตาลัน หรือ บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นฝีมือจากคนสเปนอย่างแท้จริง ภายในร้านก็มีของสะสมของทีมฟุตบอล รับรองว่าหนุ่มๆ ที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลต้องหลงรักร้านนี้แน่ๆ นัดเพื่อนหรือรวมตัวเข้ามานั่งคุยกันเรื่องฟุตบอลคงจะได้บรรากาศอยู่ไม่ใช่น้อย ทีมที่บ่งบอกถึงความเป็นสเปนก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากทีม barcelona ทีมฟุตบอลชื่อดังในสเปน ใครที่ได้เข้ามาสัมผัสร้านนี้จะทำให้มีประสบการณ์ว่าได้เข้ามาทานอาหารแบบครอบครัวสเปนอย่างแท้จริงแต่ถึงอย่างอาหารสเปนที่ดูจะห่างไกลจากคนไทย แต่รับรองว่าถ้าได้มาลองทานรสชาติอาหารคงต้องถูกปากคนไทยแน่ๆ เมนูอาหาร กุ้งกระเทียม เสิร์ฟพร้อมขนมปัง กุ้งผัดกระเทียมในน้ำมันมะกอก ทอดบนกระทะ น้ำมันร้อนๆ โรยเกลืดนิดหน่อย รสชาติเข้มข้น บางคนเห็นว่าน้ำมันเยอะๆ แบบนี้ต้องเลี่ยนแน่นอน แต่ความจริงแล้วไม่เลี่ยนเลย ได้กลิ่นหอมของน้ำมันมะกอก กระเทียมกลิ่นไม่แรง แถมอร่อยมากๆ เมื่อทานคู่กับขนมปังกรอบร้อนๆ ที่เสิร์ฟมาคู่กัน ปาเอย่า ข้าวผัดสเปน ผัดบนกระทะด้วยความร้อนสูง เวลาทานนั้นต้องทานตอนร้อนๆ ให้รสชาติเหมือนข้าวผัดมันกุ้ง แต่มีความเข้มข้นของรสชาติที่มากกว่า ข้าวเม็ดใหญ่ เหนียวหนึบ หอมกลิ่นเครื่องปรุง และอร่อยเต็มคำด้วยเนื้อซีฟู้ดสดใหม่ ซุปกัสตาโช่ เป็นซุปเย็นที่คนสเปนนิยมทานกันมาก เป็นซุปผักรวม ซึ่งมีส่วนผสมของมะเขือเทศ หอมใหญ่ พริกเขียว พริกแดง และพริกหยวก ทานแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น แฮมเซราโน่ เสิร์ฟคู่กับ ขนมปังหน้ามะเขือเทศ รสชาติเค็มของเนื้อแฮม เมื่อทานคู่กับขนมปังหน้ามะเขือเทศแล้ว จะได้รสชาติที่ลงตัวมากๆ ผักสลัดแซลมอนรมควัน ดูแล้วเหมือนเป็นเมนูสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งทางร้านบอกว่าความพิเศษและความแตกต่างอยู่ที่ซอสราด ซึ่งเป็นสูตรเด็ดของทางร้านที่ทำขึ้นมาเอง รสชาติหวานอมเปรี้ยว นอกจากนี้ในสลัดผักก็ได้ใส่ผลไม้หลายชนิด ทานแล้วสดชื่นสุดๆ เป็นเมนูไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ ตอบคำถามชิงรางวัล : ข้าวผัดสเปน ไซส์เล็ก 10 รางวัล รางวัลละ 1 กระทะ คำถาม : HOLA Spanish Food ตั้งอยู่ที่ไหน? สมาชิก MTHAI  เพียงโชว์ content รีวิวร้าน HOLA รับส่วนลดไปเลยทันที 10% ทุกเมนู ถึงสิ้นเดือนเมษายน 2559 ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

CHABUTON RAMEN ราเมนต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น โดยเชฟดังทีวีแชมป์เปี้ยน Terminal 21
Chabuton Ramen /  Terminal 21 / 

หากคุณกำลังมองหา เมนูอาหารญี่ปุ่นรสชาติดั้งเดิม ที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงเจแปนละก็ ต้องลอง CHABUTON RAMEN ราเมนต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น ที่แรกและที่เดียวในไทย โดยเชฟดังทีวีแชมป์เปี้ยน สาขา Terminal 21 ที่เขาบอกว่าโดดเด่นในเรื่องของน้ำซุปสูตรเฉพาะ จนทำให้ลูกค้าติดใจในความ หอม อร่อย ไม่เหมือนที่ไหน CHABUTON RAMEN ราเมนต้นตำรับแท้จากญี่ปุ่น โดยเชฟดังทีวีแชมป์เปี้ยน Terminal 21 ชาบูตง เป็นร้านราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่น ถือกำเนิดโดยเชฟ มร.ยาสุจิ โมริซึมิ (Mr. Yasuji Morizumi) เป็นผู้ค้นคิดสูตรราเมน จนได้รางวัลชนะเลิศ จากรายการดังของญี่ปุ่น อย่าง TV Champion เมื่อปี 2002 และยังได้รับรางวัล Michelin Guide Award อีกด้วย บรรยากาศภายในร้าน ชาบูตง สาขา Terminal 21 (ชั้น5) ตกแต่งสไตล์ร่วมสมัย มีการจัดโต๊ะและวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ในแบบญี่ปุ่น ปัจจุบันร้าน ชาบูตง ในเมืองไทย มีทั้งหมด 17 สาขา และสาขาล่าสุด ที่เปิดให้บริการ คือ สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จุดเด่นความอร่อยของร้าน ชาบูตง ที่ไม่เหมือนที่อื่น ก็คือ เส้นราเมนที่เหนียวนุ่ม และน้ำซุปที่มีให้เลือกทานมากถึง 5 รส ทั้งซุปกระดูกหมู ทงคตสึ, ซุปเกลือ ชิโอะ, ซุปรสซีอิ๊ว โชยุ, ซุปเต้าเจี้ยว มิโสะ ฯลฯ ที่ต้องผ่านการเคี่ยวมาอย่างดีถึง 16 ชั่วโมง จนได้น้ำซุปรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม จนแทบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม และยังมี "หมูชาชู" ชิ้นโตๆ ก็ต้องกรรมวิธีตุ๋นจนนุ่ม และย่างจนหอม นำมาสไลซ์ให้ได้ขนาดกำลังดี กินแล้วรสนุ่มละลายในปาก ถึงเวลาชิมเมนูเด็ดที่ อย่าง ทงคตสึ ชาชูเมน เส้นราเมนในน้ำซุปกระดูกหมูสูตรดั้งเดิมสไตล์ชาบูยา รสเข้มข้น พิเศษเอาใจคนรักหมูชาบูชิ้นโต เคี้ยวนุ่ม ถึง 3 ชิ้น ทานพร้อมกับหน่อไม้ดองญี่ปุ่น ต่อด้วยเมนู โชยุ ราเมน น้ำซุปโชยุรสชาติเข้มข้นไม่แพ้กัน หอมกรุ่นเครื่องปรุงชั้นดี อร่อยลื่นคอ โรยหน้าด้วยหมูชาชูชิ้นโต อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ต้มยำกุ้ง ที่นำมาผสมผสานทานกับเส้นราเมน ได้รสเด็ดแซบจัดจ้านแบบไทยๆ โดดเด่นด้วยกุ้งลายเสือตัวโตที่จัดเต็ม ถึง 2 ตัว และเนื้อไก่สับปรุงรสบนชาม ห้ามพลาดนะคะ หรือจะเลือกทานเมนู โชยุ ซารุ ราเมน Shoyu Zaru Ramen บะหมี่เย็นญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม เหมาะสำหรับทานช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ด้วยเส้นราเมน เหนียวนุ่มแบบเย็นพร้อมสาหร่ายอบกรอบ ทานคู่กับน้ำซุปโชยุร้อนรสกลมกล่อม โรยหน้าด้านบนด้วยหมูชาชู ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของชาบูตง แถมยังมีป้ายเล็กๆ บอกวิธีการทานโชยุ ซารุ ราเมน อย่างไรให้อร่อยอีกด้วย นอกจากราเมน ชาบูตงก็มีเมนูอื่นๆ ที่หลายหลาก อาทิ ข้าวหน้าหมูและข้าวหน้าไก่ทอดราดซอส หรือเมนูทานเล่น อย่างเกี้ยวซ่า ไก่ทอด และปิดท้ายด้วยของหวาน อย่าง ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง โปรโมชั่นใหม่ของทางร้าน : ชุดข้าวหน้าไก่ทอดซอสนัมบัง และ ชุดข้าวหน้าหมูนุ่ม ราดด้วยซอสเปรี้ยวหวาน(นัมบัง)และซอสทาร์ทาร์สูตรพิเศษ เป็นเมนูยอดนิยมจากภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น + ซุปเกี๊ยวซ่าถ้วยเล็ก + มินิสลัดสไตล์ญี่ปุ่น ในราคา 159 บาท พิเศษ บวกเงิน 89 บาท รับ Strawberry Cheesecake Parfait 1 ที่ตั้งแต่วันที่นี้ - 31 พฤษภาคม 2559 – ลูกค้าทรูแบล็กการ์ดและเรดการ์ด ลด 15 % – ลูกค้าทรูการ์ด ลด 10 % อาหาร * ส่วนลดเมื่อรับประทานครบ 500 บาทขึ้นไป  (ตั้งแต่วันนี้ - 30 เม.ย. 59) ————————————————————- กิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก MThai คำถาม : ร้านชาบูตงนี้อยู่ที่สาขาอะไร และชั้นอะไร? ใครตอบถูกและสุ่มผู้โชคดี รับ Gift Voucher ทานเกี๊ยวซ่า (ชีส มาโย เกี๊ยวซ่า, โอกากะ มาโย เกี๊ยวซ่า, สไปซี่ โอโรชิ เกี๊ยวซ่า) ฟรี 20 รางวัล! ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน
ตำนานลี้ลับ /  ต่างประเทศ / 

เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเรือสุดหรู ไททานิค เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมจากการที่เรือสำราญนี้ล่องไปในทะเลจนชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ค.ศ. 1912 ตอน 5ทุ่ม 40 น.และจมทั้งลำตอน 02:20 น. มีผู้เสียชีวิต 1,514 ศพ อีกทั้งยังเป็นอีกตำนานความรักของคู่หนุ่ม-สาว ที่หลายคนยังพูดถึงกันเรื่อยมา ก่อนหน้านี้ทีนเอ็มไทยได้เคยพูดถึง เรื่องลี้ลับ ตำนานอาถรรพ์ไททานิคล่ม อาหารมื้อสุดท้ายบนเรือไททานิค (The Last Supper of Titanic ) ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันไป ซึ่งผลตอบรับดีมากๆ! หลายคนให้ความสนใจมากทีเดียวคะ ทีนเอ็มไทยเลยจัดมาให้อีก! กับ 20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน ลองไปดูกันซิว่าเรื่องอะไรบ้าง .. 20 เรื่องจริงเรือไททานิค ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน 1.) มีการจัดตารางฝึกเรือกู้ชีพให้กับลูกเรือทุกคนในวันก่อนเรือล่ม แต่สุดท้าย การฝึกเรือกู้ชีพก็ถูกยกเลิกไป ไม่ได้ถูกจัดขึ้นตามที่วางแผน 2.) จำฉากนั้นในหนังได้หรือไม่ ที่นักดนตรี ยังคงเล่นเพลงต่อไปขณะที่เรือกำลังจะจม อยากบอกว่า ในเหตุการณ์จริงนั้น ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นักดนตรีเล่นอยู่เป็นชั่วโมง ก่อนที่เรือจะจม! 3.) Milton Hershey เจ้าของช็อกโกแลตชื่อดัง มีตั๋วขึ้นเรือไททานิกในตอนนั้น แต่เขายกเลิกตั๋วเพราะติดประชุม 4.) ผู้รอดชีวิตชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่าขี้ขลาดเมื่อเขากลับถึงญี่ปุ่น ผู้คนหาว่าเขาไม่ยอมตายร่วมกับผู้โดยสารที่เหลือและหนีรอดชีวิตออกมาอย่างเห็นแก่ตัว 5.) งบประมาณในการสร้างหนังเรื่อง “Titanic” คิดเป็นเงินสูงกว่างบประมาณในการสร้าง “เรือไททานิก”​จริงๆ เสียอีก สร้างหนัง : 200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สร้างเรือ: 75 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ 6.) ปล่องไฟทั้ง 4 แท่งของเรือไททานิก จริงๆ แล้วทำงานได้แค่ 3 อันเท่านั้น อีกอันหนึ่ง มีไว้เพื่อให้ดูสวยงามสมบูรณ์แบบ 7.) ภูเขาน้ำแข็งลูกนั้น ที่เรือไททานิกพุ่งชน มีอายุเก่าแก่มากราว 1000 ปีก่อนคริสตกาล 8. เรือ The Californian อยู่ใกล้เรือไททานิกมากถึงขนาดที่ สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา แต่ด้วยปัญหาจากการขัดข้้องทางการสื่อสาร ที่ล่าช้าเกินไป ทำให้ไปช่วยไม่ทัน 9. หัวหน้าพ่อครัวของเรือไททานิกรอดชีวิตจากน้ำที่เย็นเฉียบมาได้ เพราะเขาดื่มเหล้ามากจนทำให้แอลกอฮอลช่วยให้ความอบอุ่นกับอวัยวะภายในของเขาได้นานถึง 2 ชั่วโมง จนมีคนมาช่วยชีวิตเขาพอดี! 10. เรือกู้ชีพของไททานิก ส่วนมากที่ออกไป บรรจุคนไม่เต็ม ทั้งๆ ที่ ถ้าทุกเรือบรรจุคนเต็มตามความสามารถของเรือ เรือกู้ชีพเหล่านั้น จะสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือได้ครบทุกคน! 11. หลังจากเขียนตัวละครแจ็ค ดอว์สันเสร็จ เจมส์ คาเมรอนก็พิ่งรู้ว่า เจ. ดอว์สันตัวจริงๆ นั้นตายบนเรือไททานิค โจเซฟ ดอว์สัน หนึ่งในบรรดาเหยื่อของไททานิค ถูกเผาที่ปาช้าในรัฐโนวาสโกเชีย หลุมฝังศพของเขาได้รับการเข้าเยี่ยมมากที่สุดในสุสาน 12. เรือไททานิก จะไม่ชนภูเขาน้ำแข็ง ถ้าพวกเขารู้เรื่องก่อนหน้านั้นเพียง 30 วินาทีเท่านั้น!! มันช่างเป็น 30 วินาที ที่เปลี่ยนจากของการรอดตายอย่างเฉียดฉิวกับโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ! 13. เรือไททานิก คือ เรือเดินสมุทรลำเดียวบนโลกที่ล่มเพราะ “ภูเขาน้ำแข็ง” 14. คู่รักชราภาพที่นอนเคียงกันบนเตียงในห้องที่น้ำกำลังท่วม อุทิศให้ไอดาและไอซิเดอร์ สโตร๊ส เจ้าของห้างสรรพสินค้ามาซี่ ซึ่งตายบนเรือไททานิค 15. ในฉากวาดภาพโรส จริงๆ คือมือของเจมส์ คาเมรอน มิใช่ของพ่อหนุ่มลีโอ ดิคาปริโอแต่อย่างใด และต้องถ่ายฉากนี้แบบภาพสะท้อน เพราะเจมส์ คาเมรอน ถนัดซ้าย ส่วนลีโอถนัดขวา 16. ชุดสุดท้ายที่เคท วินสเล็ตสวม ตั้งใจออกแบบมาให้ดูสวยทั้งตอนเปียกและตอนแห้ง  (ดีโบร่าห์ ลินน์ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ทำชุดนี้ไว้ร่วม 24 เวอร์ชั่นด้วยกัน) 17. ในฉากสุดท้ายของหนัง เมื่อโรสพบกับแจ็คที่บันได นาฬิกาบอกเวลาตีสอง ยี่สิบนาที อันเป็นเวลาจริงๆ ที่เรือไททานิคล่ม 18. มาดอนน่าก็เคยได้รับการพิจารณาให้เล่นบทโรส 19. กลอเรีย สจ๊วต เป็นเพียงคนเดียวในกองถ่ายที่มีชีวิตอยู่ในช่วงที่เรือไททานิคออกเดินทางเมื่อปี 1912 เธอเกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1910 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2010 นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ที่อายุมากที่สุดในปีนั้นด้วย 20. นักแสดง-ทีมงานในเรื่องต้องใช้เวลากว่าสามชั่วโมงในการศึกษากิริยาและบุคลิกของผู้คนสมัยปี 1912 เพื่อความสมจริงสมจังของหนัง ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย, llkhimll.wordpress.com  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง >> เรื่องลี้ลับ ตำนานอาถรรพ์ไททานิคล่ม << >> บุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ เรือไททานนิค Titanic (ภาค1) << >> อาหารมื้อสุดท้ายบนเรือไททานิค (The Last Supper of Titanic ) <<

10 เมนูประจำชาติ ที่ต้องบอกว่า ไม่ไปลองถึงที่ ถือว่าพลาด!
10 เมนูประจำชาติ

10 เมนูอาหารประจำชาติ จัดว่าเด็ด! เกิดเป็นคนไทยนั้นโชคดีสุดๆ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะอาหารไทยนั้นชื่อดังก้องโลก คนจากทั่วโลกต่างเดินทางมาเพื่อที่จะได้ลิ้มลองอาหารไทย ทั้งต้มยำกุ้ง, ผัดไทย, น้ำพริกปลาทู รวมไปถึงอาหารพื้นบ้านอีกมากมายหลายชนิด ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างต้องยกนิ้วให้ แต่วันนี้เราจะขอพาทุกท่านออกไปนอกประเทศ ไปดูชาติอื่นๆกันบ้างว่าอาหารเด็ดของแต่ละชาติเค้าเป็นอย่างไร จะสู้ของเราได้มั้ย ไปดูกันเลย 1. Kibbeh, Lebanon  ถ้าพูดถึงตะวันออกกลางแล้ว นอกจากสงคราม ภูมิภาคนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมโบราณต่างๆที่เป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมมากมายในโลกอีกด้วย ดังนั้นแน่นอนว่าอาหารก็เช่นกัน Kibbeh ในภาษาพื้นเมือง จะหมายถึง ลูกบอล ที่เกิดจากการนำ bulgur หรือข้าวสาลีป่นคลุกเคล้ากับเครื่องเทศแบบอาหรับ แล้วมาปั้นเป็นก้อน ยัดไส้ด้วยเนื้อวัวหรือเนื้อแกะ จากนั้นนำไปทอดจนกรอบนอก นุ่มใน 2.Moussaka, Bulgaria อาหารประจำชาติ Bulgaria ประเทศที่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศตุรกี เป็นเวลายาวนานหลายร้อยปี ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมอาหารประจำชาติอย่าง Moussaka ถึงได้มีทั้งความเป็นวัฒนธรรมตะวันตกกับตะวันออกผสมกันอยู่ได้อย่างลงตัว Moussaka คือเนื้อวัวบดที่ผัดกับหัวหอมคลุกเคล้ากันอย่างดี จากนั้นก็เติม พาร์สลีย์ มะเขือเทศ และมันฝรั่ง เข้าไป ผัดต่อจนหอมได้ที่ จากนั้นนำไปเข้าเตาอบ 1 ชม.จนมันฝรั่งสุก และสุดท้าย จะนำส่วนผสม ของ แป้ง, ไข่ และโยเกิร์ตรสดั้งเดิมของบัลแกเรียมาราดข้างบน และเอาเข้าเตาอบอีกรอบสุดท้ายเป็นเวลา 10 นาที ความหอมของมันฝรั่งที่ผสมกับความมันของโยเกิร์ตรสดั้งเดิมของบัลแกเรียที่หาได้ที่บัลแกเรียเท่านั้น เพราะฉะนั้น Moussaka แบบต้นตำหรับนั้น ต้องมาถึงลิ้มลองถึงที่เท่านั้น 3.Penang Asam Laksa, Malaysia ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารที่ชาวไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี วันนี้เราจะพาไปดู Laksa ก๋วยเตี๋ยวของชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นอาหารที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความเป็นมาเลย์และอิทธิพลจากพ่อค้าชาวจีนเข้าด้วยกัน Laksa มักใช้แกงกะหรี่ใส่กระทิ ซึ่งจะให้รสชาติที่หวานและมัน หรือแกงจากน้ำส้มแขกที่ให้รสเปรี้ยวคล้ายต้มยำของบ้านเรานั่นเอง ในปี 2011 Penang Asam Laksa ยังได้รับรางวัลอาหารรสชาติดีที่สุดในโลกอันดับที่ 26 จาก ทั้งหมด 50 เมนูอีกด้วย  เรียกได้ว่าใครไปเที่ยวมาเลเซียต้องห้ามพลาดเลยละอยู่ใกล้ๆบ้านเรานี่เอง 4. Conch Fritters, Bahamas ประเทศ หมู่เกาะเล็กๆ ในเครือจักรภพอังกฤษ ที่มีประชากรแค่ประมาณ 3 แสนกว่าคนเท่านั้น ประเทศที่มีเศรษฐกิจคล้ายของไทย รายได้ของประเทศโดยส่วนมากได้มาจากธุรกิจการท่องเที่ยว รวมกับที่เหลือที่มาจากอุตสาหกรรมการเกษตร แม้ว่าจะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีวัฒนธรรมเป็นของตนเองและที่พลาดไม่ได้คือ อาหารพื้นเมืองประจำชาติ Conch Fritters นั่นเอง คนที่นี่มีอาหารทะเลเป็นอาหารจานหลัก ดังนั้น “หอยสังข์ทอด” จึงกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อของพวกเขา วิธีการทำคือ นำหอยไปชุบในกับแป้งที่ผสมกับไข่ไก่และนมสด จากนั้นก็ใส่เครื่องเทศ ที่มี พริกป่น, เกลือ, กระเทียม และพริกหั่นซอย เป็นส่วนประกอบ จากนั้นก็ปั้นเป็นก้อนแล้วโยนลงไปทอดในกระทะไฟแรงๆ จนกรอบนอกนุ่มใน หน้าตาจะออกมาคล้ายๆทอดมันบ้านเราเลยละ ซึ่งที่ต้องมาถึงที่นี่ก็เพราะ หอยสังข์ของชาวบาฮามัสนั้นหาได้ที่นี่เท่านั้นครับ สดๆจากทะเลเลย 5. Bulgogi, South Korea อาจจะจริงที่บ้านเราตอนนี้อาหารเกาหลีนี่เป็นของธรรมดาไปแล้ว มีมากมายทุกแห่งหน จนตอนนี้เลยไม่รู้แล้วว่า ต้องไปร้านไหนถึงจะได้ทานอาหารเกาหลีที่มีรสชาติต้นตำหรับแบบเกาหลีจริงๆ ดังนั้นไปลิ้มลองกันถึงประเทศเกาหลีเลยน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด พุลโกกิ เป็น เนื้อหรือหมูหมักซอสที่ถูกนำไปย่าง ซึ่งจริงๆแล้วมันมีความลับอยู่คือ ต้องมีน้ำมันงาและต้นหอม  และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ ถ้าตามสูตรเกาหลีแท้ๆ จะต้องใส่ “ลูกแพร์จีน” ลงไปหมักในเนื้อหมูด้วย 6.Baked Apples With Honey, Belarus   เบลารุส ประเทศเล็กๆที่เคยเป็นรัฐหนึ่งในสหภาพโซเวียด ทำให้หลายๆอย่างในชาติได้รับการซึมซับมาจากโซเวียต ทั้งภาษาที่ใช้, วัฒนธรรม, ขนบธรรมเนียมประเพณี และแน่นอนรวมไปถึงอาหาร ด้วยเช่นกัน “แอปเปิ้ลอบน้ำผึ้ง” อาหารที่เป็นเมนูเด่นของที่นี่ กรรมวิธีการทำนั้นง่ายแสนง่าย เพียงแค่นำแอปเปิ้ลมาคว้านไส้ตรงกลางออก แล้วหยอดน้ำผึ้งลงไป จากนั้นก็นำไปเข้าเตาอบ ประมาณ 1 ถึง 1.5 ชม. ด้วยความร้อน 180-190 องศา แอปเปิ้ลที่ได้ออกมาจะเนื้อนุ่มๆเหมือนพาย ไม่เละจนเกินไป ปิดท้ายด้วยการราดด้วยน้ำตาลไอซิ่ง เป็นอันเสร็จ ที่ต้องมาลิ้มลองถึงที่เพราะ พันธุ๋แอปเปิ้ลของที่นี่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และหาได้จากที่นี่ที่เดียวเท่านั้น รสชาติดั้งเดิมไม่เหมือนที่อื่นบนโลกแน่นอน 7. Irish Stew, Dublin, Ireland ไอร์แลนด์ ประเทศที่มีประชากรจำนวนเพียงแค่ไม่ถึง 5 ล้านคน แต่ก็ยังสืบทอดขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของชาวไอริชโบราณที่เรียกว่า Celt ก่อนที่จะกลายมาเป็น Normans และ Gaelic วัฒนธรรมที่ถูกส่งต่อมาจากชาวไวกิ้งโบราณ รวมไปถึงอาหารจานเด็ดของพวกเขาเช่นกัน นั่นก็คือ “Stobhach Gaelach” ชื่อพื้นเมืองของสตูว์แบบ Gaelic ของชาวไอริช กรรมวิธีการทำไม่ยากเลย มีส่วนประกอบคือเนื้อลูกแกะสดๆที่นำมาตุ๋นในหม้อสัมฤทธิ์ จากนั้นใส่มันฝรั่งและแครอทเพื่อเพิ่มความหวาน ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ทำให้สตูว์ไอริชชามนี้ กลายเป็นอาหารที่ผู้คนจากทั่วโลกต้องมาลิ่้มลองให้ได้เลย 8. Pot-au-Feu, France “เฝอ” ได้ยินคำนี้ใครๆก็ต้องคิดถึงก๋วยเตี๋ยวจานเด็ดของเวียดนาม ซึ่งจริงๆแล้วคำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศส “Pot-au-Feu” หมายถึง “Pot on fire” หรือก็คือ “หม้อไฟสไตล์ฝรั่งเศส” นั่นเอง และนี่แหละครับคืออาหารยอดฮิตของชาวฝรั่งเศส เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่มีกินกันทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหน จะรวยหรือจะจน แต่ “เฝอ” ก็เป็นอาหารคลาสสิคตลอดกาลของพวกเขา จุดเด่นของสตูว์หม้อไฟฝรั่งเศสอันนี้คือ จะมีการนำชิ้นส่วนที่เป็น เอ็นหรือหางของวัว ที่มีเจลาตินธรรมชาติ มาตุ๋นจนเปื่อยในน้ำซุบรสชาติเข้มข้น ซึ่งหากทิ้งไว้จนเย็นก็จะกลายเป็นเยลลี่ซุบ ทานได้อร่อยไปอีกแบบ สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเฝอคือ พืชผักต่างๆหลายชนิด เช่น หัวหอม แครอท เทอร์นิพ เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วจะนำส่วนเอ็นและขนมปังปิ้งมาเสิร์ฟเรียกน้ำย่อยก่อน แล้วปิดท้ายด้วยพวก เนื้อ, หัวหอม, และแครอทที่จะกินกับ มัสตาร์ดสไตล์ Dijon รสชาติกลมกล่อมลงตัวมากเลย 9. Kangaroo Burger, Australia แน่ละว่าแดนจิงโจ้ชื่อดังของโลกแห่งนี้ จะต้องมีเนื้อจิงโจ้เป็นอาหารจานเด็ดแน่นอน นอกจากจิงโจ้จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและสัญลักษณ์ประจำชาติของที่นี่แล้ว เนื้อของมันยังมีคุณค่าทางโภชนาการอาหารสูงมาก ไขมันต่ำสุดๆ ธาตุเหล็กสูง และยังสะอาดมากอีกด้วย แฮมเบอร์เกอร์เนื้อจิงโจ้ เมนูนี้ไม่มาถึงที่ออสเตรเลียคงไม่ได้ เพราะที่นี่เนื้อจิงโจ้จะมีทั้งความสดใหม่ของจิงโจ้ในแบบธรรมชาติแท้ๆ ซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่นแล้ว ร้านที่แนะนำก็จะเป็นร้าน Moo Gourmet Burgers ที่เสิร์ฟเบอร์เกอร์เนื้อจิงโจ้ พร้อมกับ หัวหอม มันฝรั่ง และบีทรูท ไว้แกล้ม แล้วราดซอสมายองเนสสูตรเด็ดของทางร้าน ที่จะทำให้เบอร์เกอร์อร่อยสุดๆไปเลย 10.Goulash, Hungary “กู-ลย๊าช” (gulyás) ชื่อเรียกภาษาท้องถิ่นของสตูว์แบบฮังกาเรียนจานนี้ มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ซึ่งในสมัยก่อน เวลาต้องเดินทางไกลๆ เนื้อวัวหรือเนื้อสัตว์อื่นๆถ้าไปหาเอาตามทางจะหาได้ยากมาก จึงเกิดการนำเนื้อมาหมักในเครื่องเทศและตากแห้ง แล้วนำไปเก็บลงในถุงที่ทำมาจากกระเพาะของแกะ ซึ่งเป็นการเก็บและบ่มรชชาติไปในตัว โดยที่ไม่เน่าเสีย สตูว์ฮังกาเรียนนี้มีวิธีการทำไม่ยากมาก เนื้อที่นำมาใช้จะเป็นเนื้ออะไรก็ได้ ทั้งเนื้อวัว, เนื้อลูกวัว, เนื้อหมู, รวมไปถึงเนื้อแกะ นำไปหมักเกลือไวัสักพักแล้วนำลงกระทะเจียเข้ากับน้ำมันหมูหรือหัวหอมซอยในน้ำมัน แล้วเติมพริกปราปริก้าป่นเข้าไป จากนั้นเติมน้ำหรือน้ำซุบจากไขกระดูกวัว ตุ๋นจนนิ่ม แล้วปิดท้ายด้วยการ เติมหัวกระเทียม, พริกตุ้ม, มะเขือเทศ, แครอท, ซาลารีย์, และรากผักชี  หลังจากนั้นก็ปรุงแต่งรสด้วย ใบเบย์และใบไธม์ เครื่องเทศที่ให้กลิ่นเฉพาะตัว อาจจะเติมไวน์แดงหรือน้ำส้มหมัก เพื่อเพิ่มรสชาติจัดจ้านของสตูว์อีกก็ได้ คงจะถูกอกถูกใจกันไปสำหรับขากิน แม้ว่าในไทยจะมีอาหารสุดยอดระดับโลกอยู่แล้ว แต่การได้ไปเปิดหูเปิดตา ลองชิมอาหารของชนชาติอื่นๆบ้าง ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมของชีวิตเลยละ อย่ารอช้ารีบจองตั๋วเครื่องบินไปชิมอาหารทั่วโลกกันเลยดีกว่า หรือจะจองตั๋วผ่านมือถือก็ได้ทั้ง Android และ IOS

เจ้าพ่อเพลงอกหัก กับบทบาทที่คุณไม่เคยรู้ !
ชีวิต /  ซิงเกิ้ล / 

วันนี้เราขอพามารู้จักตัวจริงของผู้ชายผมยาว มาดเท่ ที่ได้ชื่อว่าเป็น "เจ้าพ่อเพลงอกหัก" เพราะแต่ละเพลงที่ปล่อยออกมานั้น เรียกได้ว่าโดนใจคนมีความรักแบบไม่สมหวังไปแบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง "ผ่านมาแค่ให้จำ","ความรักดีๆอยู่ที่ไหน" ,"รักเขาไปก่อนดีกว่าไหม" และเพลงอื่นๆอีกมากมายที่รับรองว่าฮิตติดหูมาแล้วทั้งนั้น เริ่มเข้าวงการ ตอนนี้อายุ 36 ครับ เข้าวงการเมื่อ  13 ปีที่แล้ว สมัยอยู่กรุงเทพคริสเตียนเป็นเด็กเกเรมาก ไม่เรียนหนังสือ เกเรอย่างเดียว พอช่วงอายุสัก ม.4โดนไล่ออกเลย เกเรเกิน เขาก็ไม่ให้ต่อ ก็เลยไปสอบเทียบ ตอนแรกไปเซนต์เทเรซ่าก่อนก็โดนไล่ออกอีก ก็เลยต้องสอบเทียบเอา แล้วก็ยังไม่เรียนอีก จนวันนึงแม่ร้องไห้หนักๆ เป็นห่วงเราว่าอนาคตจะเป็นยังไง เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เป็นเด็กเกเรคนนึง คิดไม่ได้ จนวันนึงไปเจอร้านๆนึงแล้วก็ คุณแม่แอบไปคุยกับเจ้าของร้านบอกว่า เนี่ยมีลูกชาย มันไม่ทำอะไรหรอก วันๆนั่งเล่นกีตาร์อยู่กับยามหน้าหมู่บ้าน แล้วแม่ก้บอกว่า พีทลองไปร้านนี้สิ เห็นเค้าบอกว่ารับสมัครนักดนตรี ผมก็ไปกับเพื่อน เจ้าของร้านเขาก็เตี๊ยมกับแม่แล้วแต่เขาไม่บอก ผมก็ไปออดิชั่น เขาก็บอกว่าเออพีท ร้องเล่นโอเค ลองมาเล่นมั้ยสักครั้ง 2ชม. ได้ 300 บาท เราก็เอาอ่ะ เราไม่เคยทำอะไรแบบนี้ เพื่อนก็มาเชียร์ แล้วเราก็ได้ สุดท้ายก็มาเฉลยว่าเนี่ย แม่คุยไว้ให้แล้ว แล้วเราก็พัฒนาตัวเองจากเล่นวันเดียวก็กลายเป็น 3 วัน 7 วัน จนเก็บเงินซื้อหุ้น เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ซื้อหุ้นที่ร้านนั้นครับ ปีนึงเขาก็ปิด ก็เจ๊ง เราก็ผจญภัยต่อไป ก็เปลี่ยน เล่นร้านที่ใหญ่ขึ้น เล่นเยอะขึ้น แล้วก็จนมาเจอบอย แล้วก็กลายเป็นพีซเมคเกอร์ ออกเทปที่แกรมมี่ไป พอดังสุดขีดก็แยกกันทำงาน ติสท์แตกกันไป ชีวิตอินดี้ พอมันเติบโตปุ๊ป เราก็แยกวงออกมาอยู่อินดี้ 6 ปีก็ทำอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด มีทั้งเปิดค่ายเพลงเอง ทำรายการทีวี แต่ก็เจ๊งไป ก็สนุกดี สนุกกับชีวิต  ช่วงหนึ่งไปเป็น Biker อยู่สองปี ชิว ไปไหนนอนนั่นกับแก๊งผม มีแก๊งมอไซค์อยู่ ประมาณ 10 กว่าคน ขี่พวกฮาร์เลย์ ก็จะเป็นทริป ไปเหนือ ที่เพชรบูรณ์ประทับใจมากสุดครับ แต่ไปไม่บ่อย ต้องไปหน้าหนาว ขี่ชิวๆ บทบาทของนักบวช ! อีกพาร์ทหนึ่งที่หลายคนยังไม่เคยรู้ คือผมเป็นนักบวชด้วยครับ ยามว่างผมก็จะเป็นนักบวช แต่ไม่ใช่สายพุทธนะครับ จะเป็นสายฮินดูหน่อย ที่ประดิพัทธ 21 ครับ ชื่อวัด พระศิวะเจ้า ตันตระเทวาลัย ไปอาทิตย์ละสามครั้งครับ ก็เข้าไปช่วยศาสนสถาน ไปสวดมนต์ให้คนนั่งสมาธิ สมัยก่อนผมเป็นพุทธ บวชชีพราหมณ์ทุกปี จนวันหนึ่งบังเอิญได้มาวัดนี้ แล้วเหมือนเราได้อะไรจากที่นี่ เหมือนกับขออะไรบางอย่างแล้วก็ได้ครับ แล้วเราก็ไม่ค่อยเชื่อแต่ก็ลองดูแล้วมันก็ มันเริ่มเห็นชัด ผมได้ลูกผมก็ได้ที่นี่นะ ภรรยาผมเป็นช็อกโกแลตซีสต์นะ ยังมีได้เลย แต่งมาสามปีละ หาหมอเท่าไหร่ก็ยังไม่มี แต่พอไปขอก็ได้มา จนวันนึงเราก็ปวารณาเป็นนักบวช ครึ่งนึงในชีวิตที่เราไม่ต้องทำงาน เราก็จะใช้ชีวิตอีกทางหนึ่ง ทำให้คนอื่นได้บ้าง เราได้มาเยอะแล้วเราก็เลยให้คนอื่นด้วย แค่นั้นเอง ก็เป็นอาจารย์อยู่ที่นั่นเลย มีอะไรที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำบ้าง ก็คงมีธุรกิจอะไรอีกหลายๆอย่างที่อยากจะทำ หรือทำไปแล้วแล้วอยากกลับไปทำอีก อย่างร้านอาหารนี่ทำอยู่แล้ว ชื่อบุหลันดั้นเมฆ อยู่พระราม3ครับ เป็นสไตล์ชิวๆเอาท์ดอร์ ที่อยากทำน่าจะเป็นดีเจนะ ผมยังไม่เคยลองทำ เคยมีคนชวนอยู่แต่ตอนนั้นปฏิเสธไป ผลงานล่าสุด ที่ผ่านมาผมร้องเพลงอกหักหมดเลย มีความรู้สึกว่าวิทยุเมืองไทยมีแต่เรื่องสมหวัง ผิดหวัง มีแต่เรื่องรักอย่างเดียว ผมก็เลยทำเพลงนี้ขึ้นมาเพราะเพลงนี้เป็นเพลงรักที่ไม่พูดถึงความรัก เป็นเพลงแนวแบบว่า คนเราเวลารักกัน มักจะเชื่อเรื่องความรักมากเกินไปจนลืมไปว่า สมัยก่อน ก่อนที่จะเคยมีความรักมันเป็นยังไง เพลงนี้ก็เป็นการพูดถึงว่า ที่จริงมันมีความฝันหรือมีอะไรที่ใหญ่กว่านั้น  อยากให้ทุกคนลองฟังกันกับเพลง “ความรักไม่ใช่ทุกสิ่ง” นี้ครับ

เดอะ พรอมานาด เดอะ ไดน์นิ่ง เดสทิเนชั่น ความอร่อยมีระดับ ย่านรามอินทรา
เดอะ พรอมานาด เดอะ ไดน์นิ่ง เดสทิเนชั่น

เปิด เดอะ พรอมานาด เดอะ ไดน์นิ่ง เดสทิเนชั่น ความอร่อยมีระดับ ย่านรามอินทรา บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ บนถนนรามอินทราของ เดอะ พรอมานาด ไลฟ์สไตล์มอลล์สุดฮิป ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Romantic Casual Style” โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ European Old Town Main Street ที่ให้ความรู้สึกสบายและเป็นกันเองเหมือนเดินเล่นช้อปปิ้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศในเมืองยุโรปแบบ              ย้อนยุค ที่ซึ่งครบครันไปด้วยแฟชั่น สุขภาพ ความสวยความงาม ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับไฮเอนด์ และร้านอาหารชั้นเลิศ ล่าสุดปูพรมปรับโฉม “The Dinning Destination” เนรมิตโซนร้านอาหารใหม่ มาเติมเต็ม ทุกไลฟ์สไตล์ ที่ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก ได้มาใช้ชีวิตเช้าจรดค่ำกันอย่างเพลิดเพลิน พร้อมการันตีความเป็นสวรรค์ของนักชิมนักช้อปย่านรามอินทราด้วยการพาเหรด 15 ร้านอาหารแบรนด์ดัง มาเอาใจนักชิมที่หลงใหลความอร่อยมีระดับได้มาสัมผัสเสน่ห์อาหารผสมผสานหลากสไตล์ ที่ตั้งใจคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ เดอะ พรอมานาด “The Dinning Destination” อาณาจักรความอร่อยมีระดับย่านรามอินทรา GoHan (โกฮัง) GoHan (โกฮัง) ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยม ที่เน้นเลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากตลาดปลาในประเทศญี่ปุ่น และวัตถุดิบส่วนใหญ่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งนอร์เวย์ ออสเตรเลีย มาปรุงอย่างพิถีพิถันโดยฝีมือเชฟมากฝีมือ โดยเชฟได้แนะนำเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ได้แก่ Mango Crazy Roll โรลมะม่วงที่คัดมะม่วงสายพันธุ์ชั้นดีมาเพิ่มรสชาติด้วยซอสสูตรเด็ดของโกฮังที่ลงตัวเสิร์ฟคู่กับเกล็ดเทมปุระและเมล็ดอัลมอนด์, Grand Sashimi ชุดปลาดิบที่รวมมหาเทพแห่งซาซิมิ ทั้ง ชูโทโร่ เอ็นกาวะ กุ้งโบตั๋น ไข่หอยเม่น และปลาฮามาจิ, Taraba Yaki ขาปูยักษ์ขนาดมหึมาเสิร์ฟคู่กับซอสสูตรพิเศษ ที่รอคอยให้เหล่าเจแปนนิสเลิฟเวอร์ไปลิ้มลอง อยู่ชั้น 3 เดอะพรอมานาด โทร. 02-947-5200 “APBO Fruity Dessert Café” “APBO Fruity Dessert Café” ร้านขนมสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ชื่อ APBO อ่านว่า      “แอปโบ้” ย่อมาจาก ApplePapayaBananaOrange หมายถึง“แอปเปิ้ลมะละกอกล้วยส้ม” ซึ่งเป็นชื่อกลุ่มผลไม้ที่คนไทยมักจะเรียกกันติดปาก ด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจเฉพาะเครื่องดื่มสมูทตี้ผลไม้สดมากว่า 3 ปี บวกกับประสบการณ์การทำขนมสไตล์ญี่ปุ่นจากประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นที่มาของคาเฟ่ภายใต้คอนเซ็ปต์ของผลไม้สด “Fruitival” (มาจาก Fruit+Festival) เทศกาลงานผลไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความ Minimalist แต่แฝงไปด้วยความสนุก รื่นเริง โดยมีเมนูให้เลือกลิ้มลองทั้งหมด 28 เมนู แบ่งเป็นขนมหวาน 15 เมนูและเครื่องดื่ม 23 เมนู โดยที่ทุกเมนูจะเน้นที่ผลไม้เป็นส่วนประกอบหลัก และจะมีส่วนที่เป็นแป้ง หรือขนมปังไม่เกิน 50% ของสั่ดส่วนทั้งหมด ทำให้เมื่อรับประทานแล้วจะไม่รู้สึกอิ่ม และไม่เลี่ยน โดยเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ได้แก่ Sheep & Fruits  เค้กช็อคโกแลตสลับชั้นไวท์ช็อคโกแลต เสิร์ฟพร้อมกับผลไม้สดกว่า 8 ชนิด, Kakigori Sweet Potato & Coconut น้ำแข็งใสสไตล์ญี่ปุ่น รสมันม่วงญี่ปุ่น, Super Shake รสกล้วยโกโก้และสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ต ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของเดอะ พรอมานาด โทร. 081-449-4220 เปิดบริการ 10.00-22.00 น.

กินอะไรดี ! สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจแต่ไม่สิ้นคิด
นิชชิน /  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป / 

สิ้นเดือนแล้ว ช่วงนี้หลายๆ คนก็ต้องพบเจอกับสภาวะเงินขาดมือกัน เมนูยอดฮิตประจำช่วงท้ายเดือนก็จะหนีไม่พ้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆ แต่จะกินแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ดูจะขาดสารอาหารไปหน่อย เราจึงขอแนะนำเพจที่สร้างสรรค์เมนูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาได้อย่างน่าทึ่ง อย่างเพจ "มาม่าปลิดชีพ" ก็เป็นอีกช่องทางที่ให้ทุกคนมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนไอเดียเมนูมาม่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการใส่เนื้อสัตว์ต่างๆเช่น กุ้ง ปู หรือจะพลิกแพลงเป็นเมนูฟิวชั่นอย่างเช่น มาม่าคาโบนาร่าก็ย่อมได้ค่ะ ยกตัวอย่างเช่นเมนูแรกโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Be' Squids ได้แชร์ไอเดียกับเรา โดยการใช้นิชชินรสต้มยำกุ้งมาดัดแปลง ใส่สาหร่าย ไข่ไก่ ผักต่างๆจนกลายเป็นชามที่คล้ายๆเมนูราเม็งนั่นเอง เมนูนี้จากคุณ Shiyavee Unkeaw นำเอานิชชินมาดัดแปลงเป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างยากิโซบะ ซอสญี่ปุ่น พร้อมไข่ดาวไม่สุกแบบนุ่มๆ ใส่ผักลงไปเพื่อสารอาหารที่มากขึ้นค่ะ จานนี้มาแบบตะวันตกโดยคุณ Chanoknad Chanoknumpol ใช้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโชกุน ทำซอสสปาเก็ตตี้แบบโฮเมดกินคู่กับออมเลต ก็เป็นอะไรที่ลงตัวดีนะคะ  จานนี้สุดครีเอทีฟไปเลยค่ะ เพราะเป็นการนำเอานิชชินเส้นพริกมาผัดกับผักกาดขาวหมูสับ แถมยังปิดท้ายด้วยการโดรยกากหมูกรุบกรอบ เมนูนี้นำเสนอโดยคุณ Gittisak Bambat ค่ะ ถ้าหากใครถึงสิ้นเดือนแล้วจะเหมือนสิ้นใจ คิดเมนูไม่ออก เข้าไปติดตามกันได้ที่เพจ "มาม่าปลิดชีพ" ได้นะคะ ขอบคุณภาพจากเพจ facebook.com/foodmama

ชีวิตมีสีสัน! เที่ยวสเปน บาร์เซโลนา-มาดริด กับ 'แพรี่พาย' บิวตี้บล็อคเกอร์สาวสวย
ดาราพาเที่ยว /  บาเซโลน่า / 

สเปน (spain) เป็นประเทศที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเรื่องของฟุตบอล สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์อีกมากมาย.. เมื่อไม่นานมานี้ แพร อมตา จิตตะเสนีย์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ 'แพรี่พาย' บิวตี้บล็อคเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย เธอไปเที่ยวที่ประเทศสเปน ชมความงามของสถานที่ในประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวต่งๆ รวมถึงมีของกินแปลกมาเพือนๆ ดูกันด้วย! ชีวิตมีสีสัน! เที่ยวสเปน บาร์เซโลนา-มาดริด กับ 'แพรี่พาย' บิวตี้บล็อคเกอร์สาวสวย แพร อมตา จิตตะเสนีย์ หรือ 'แพรี่พาย' บิวตี้บล็อคเกอร์คนนี้ เธอเป็นอีกหนึ่งสาวที่ชื่นชอบการไปเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในประเทศ หรือต่างประเทศ ว่างเมื่อไหร่ก็มักจะหาเวลาไปท่องเที่ยวพักผ่อนอยู่เสมอ ซึ่งเธอก็จะ เช็คอิน! แชร์ภาพสถานที่สวยๆ พร้อมกับสไตล์การแต่งหน้าในแต่ละวัน ให้คนที่ติดตามได้ชมผ่านเฟสบุ๊คและอินสตาแกรม และทุกคนก็มักจะเห็นรอยยิ้มและความสดใสของเธออยู่ตลอดเวลา ชีวิตมีสีสันสุดๆ! และเมื่อไม่นานมานี้ แพรี่พาย ได้ไปเที่ยวประเทศสเปนพร้อมกับครอบครัว ซึ่งเธอไปเที่ยว เมืองบาร์เซโลนา  (Barcelona) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ เป็นเมืองท่าสำคัญ อีกทั้งยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว กับ เมืองมาดริด (Madrid) เมืองที่ใหญ่ที่สุดของสเปน เยี่ยมชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรมที่สวยงาม รวมถึงอาหารการกินของที่นี้ก็ดูมีสีสัน น่าทานมากๆ อีกด้วย #pearypiearoundtheworld เอาล่ะ ตาม แพรี่พาย ไปเที่ยวสเปนกัน! บาร์เซโลนา (Barcelona)  Casa Milà เป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่ศิลปะใน Eixample  ตึกนี้เป็นผลงานออกแบบของเกาดี และสร้างในปี 1906 ถึง 1912 ทั้งภายในและภายนอกมีการออกแบบตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาดี โดยใช้เส้นสายโค้งมน ประติมากรรมแนวเหนือจินตนาการ และรายละเอียดอันประณีตบรรจงบนทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งภายในท่อระบายอากาศ ปัจจุบันที่นี่เป็นที่ตั้งของพื้นที่แกลเลอรี่สำหรับการจัดนิทรรศการ ลานรอบบ้าน ห้องใต้หลังคา ชั้นล่าง พื้นที่บนหลังคา และอพาร์ทเมนต์ La Pedrera เปิดให้ผู้คนเข้าชมเพื่อดูตัวอย่างงานของเกาดี ตึกนี้มีชื่อเล่นว่า La Pedrera ซึ่งมีความหมายว่า "เหมืองหิน" ในภาษาอังกฤษ นั่นเป็นเพราะการออกแบบภายนอกของตึกที่เป็นพื้นผิวขรุขระมีลักษณะคล้ายเหมืองหิน เดิมทีตึกนี้สร้างเป็นบ้านส่วนตัวและมีอพาร์ทเมนต์ให้เช่าที่ชั้นบน UNESCO ขึ้นทะเบียนตึกนี้เป็นอาคารมรดกโลกในปี 1984 Casa Batlló บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ใน Eixample เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นโดย อันตอนี เกาดี (สถาปนิกชื่อดังของโลก) ตั้งแต่ปี 1904 จนถึงปี 1906 ให้เป็นบ้านของผู้ปกครองเมืองผู้มั่งคั่งและครอบครัว หลังจากบูรณะเป็นเวลานานหลายปี บ้านหลังนี้จึงเปิดให้ผู้คนเข้าชมในปี 2002 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ภายในบ้านไม่มีเฟอร์นิเจอร์ แต่ห้องหับต่างๆ ยังคงได้รับการเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพเดียวกับตอนที่ครอบครัว Batlló อาศัยอยู่ ยืนที่ถนนและมองเข้ามาเพื่อชื่นชมความงามของด้านหน้าตัวบ้าน การออกแบบแนวเหนือจริงและการใช้สีฟ้าอ่อนทำให้เกิดความรู้สึกสงบดั่งมหาสมุทร สไตล์เกาดีของจริงจะต้องไม่มีเส้นตรง หลังคาหลากสีมีลักษณะคล้ายกระดูกสันหลังของมังกร หน้าต่างรูปไข่ เสารูปร่างคล้ายกระดูก และกระเบื้องโมเสกหลากสี ถือเป็นผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งของเกาดีก็ว่าได้ Picasso Museum (Museu Picasso) พิพิธภัณฑ์ Barcelona Picasso Museum หรือ พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าของบาร์เซโลนา ที่แห่งนี้มีผลงานของปิกัสโซ มากกว่า 3,500 ชิ้น ทั้งภาพวาด ภาพเขียน รูปแกะสลัก และงานเซรามิกต่างๆ ได้พัฒนามาจากภาพขีดๆ เขียนๆ เมื่อครั้งยังเป็นเด็กจนกลายมาเป็นผลงานแบบคิวบิสม์ที่สำคัญที่สุดหลายชิ้น พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ อยู่ในอาคารหลังใหญ่สไตล์โกธิค ในย่านเมืองเก่าที่คึกคักไปด้วยผู้คน อาคารบางหลังมีอายุยาวนานย้อนไปถึงศตวรรษที่ 13 อาคารทั้งห้าหลังนั้นเชื่อมต่อกันหมด คอลเล็คชันผลงานที่จัดไว้ถาวรของเขาก็ถูกจัดเรียงตามลำดับเวลา แวะพักทานไอศรีม มันจะใหญ่อะไรขนาดนี้! Park Güell (ปาร์กเกวย์) ปาร์กเกวย์คือหนึ่งในบรรดาผลงานชิ้นแรกๆ ของเกาดีในฐานะสถาปนิก ที่นี่เป็นคอมเพลกซ์สวนที่มีองค์ประกอบด้านสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่บนเขาเอลการ์เมล ในเขตกราเซีย เมืองบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 ถึง 1914 เนื่องจากที่แห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุม 0.1718 กม² ทำให้เป็นหนึ่งในงานด้านสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปใต้ และเป็นส่วนหนึ่งในสถานที่ตั้งมรดกโลก ที่เป็นงานของเกาดี โอ้โห .... Sagrada Família (ซากราดาฟามีเลีย) เป็นสถาปัตยกรรมประจำเมืองบาร์เซโลนา ออกแบบโดยอันตอนี เกาดี อีกแล้ว เป็นผลงานที่เรียกว่า โมเดิร์นนิสโมเป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นและเป็นอาร์ตนูโวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลักษณะเด่นของอาคารแห่งนี้จะสังเกตได้ถึงสีที่ตัดกันของหินด้านหน้าและด้านหลังอย่างชัดเจน จะเห็นความแตกต่างกันระหว่างแบบเก่าและแบบที่สร้างต่อขึ้นไหม่ในปัจจุบัน งานชิ้นนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2425 มีกำหนดก่อสร้างหอคอยทั้งหมด 18 หอคอย นับตั้งแต่ปีเริ่มสร้างจนถึงปัจจุบันสร้างเสร็จไปแล้วแค่ 8 หอคอย แม้เกาดีจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ผู้ร่วมงานของเขายังคงสานต่อโครงการโดยอาศัยรูปถ่าย ภาพร่าง และแบบจำลองที่เกาดีทำไว้ แต่แล้วในปี พ.ศ. 2479 โครงการก็ต้องหยุดชะงักเพราะสงครามกลางเมืองในสเปนห้องใต้ดินและแบบจำลองอย่างละเอียดก็ถูกเผาทำลาย แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามทีมงานก็กลับมาทำงานกันต่อ โดยอาศัยภาพร่าง ภาพถ่ายและแบบจำลองอื่น ๆ ที่รอดพ้นจากการถูกทำลาย ภายหลังได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ออกแบบ แต่ถึงจะใช้เทคโนโลยีมากมายมาช่วย กว่าโครงการนี้จะเสร็จก็อีกยาวไกลถึงปี พ.ศ. 2569 Port Vell, Barcelona Port Vell เป็นท่าเรือเก่าแก่ของเมืองบาร์เซโลน่า ซึ่งเมื่อก่อนจะมีตึกและโกดังเก็บของเก่าๆ เป็นจำนวนมาก จนเมื่อในปี 1992 ประเทศสเปนได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิค ท่าเรือแห่งนี้จึงได้มีการปรับปรุงใหม่ โดยสร้างถนนและอาคาราบ้านเรือนต่างๆ  เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตั้งแต่นั้นมาท่าเรือ Port Vell ก็กลายเป็นแห่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเมืองบาเซโลน่าอีกแห่งหนึ่ง และในปัจจุบันมีเรือยอร์ชจอดเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ให้อารมณ์เหมือนอยู่ชายทะเล บรรยากาศชิวๆ สบายๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์ นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส" ความสูง 60 เมตรอีกด้วย Barcelona, Camp Nou (กัมนอว์) เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ตั้งอยู่ที่เมืองบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1954 และเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2500 ก่อนจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมอีกหลายครั้ง เคยใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี พ.ศ.2525 ฟุตบอลในโอลิมปีกเมื่อปี พ.ศ.2535 เป็นต้น สเปน บาร์เซโลนา เดินทางกันต่อด้วยรถไฟ จากเมืองบาร์เซโลนา ไปยัง เมืองมาดริด มาดริด (Madrid) El Escorial (เอล เอสกอเรียล) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงมาดริด สร้างเพื่อรำลึกถึง ชัยชนะของสเปนเหนือฝรั่งเศส ในสงคราม Saint Quentin ในปี ค.ศ. 1557 พระเจ้าฟิลิปที่ 2 ทรงเลือกทำเลบนเชิงเขาที่สูงจากน้ำทะเลราว 1,028 เมตรด้วยพระองค์เอง และจัดเป็นสิ่ง ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคนั้น เอล เอสกอเรียล ประกอบด้วยพระราชวัง โบสถ์ โรมัน วิหาร คอร์ทยาร์ด หอสมุด โรงเรียน และพิพิธภัณฑ์ โดดเด่นด้วยหอคอย 4 หลังสูง 55 เมตร โดมหลังคาสูงตระหง่าน 92 เมตร อีกทั ้งภายในยังตกแต่งด้วยภาพเขียนศิลปิน มีชื่อ เช่น เอล เกรโก, ทิเชียน, เวลาซเควซ เป็นต้น Puerta del Sol (ปูเอร์ตา เดล โซล) เป็นย่านที่ผู้คนคึกคัก มักใช้เป็นจุดนัดพบของคนที่อยู่ในเมืองนี้ ตั้งอยู่และรายล้อมไปด้วยอาคารสีครีมแบบศตวรรษที่ 18 ลองสังเกตุดูจะมีรูปปั้นหมีตั้งอยู่ตรงใจกลางเป็นจุดที่มีลักษณะเด่น หรือ รูปปั้นคนขี้ม้า (พระเจ้าคาร์ลอสที่ 3) นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นแหล่งช๊อปปิ้งชั้นเยี่ยม มีของแบรนด์เนมให้เลือกซื้อกันเยอะแยะไปหมด! นอกจากนี้ก็ยังมี อาหาร หน้าตาแปลกๆ แบบ 2 อย่างนี้อีกนะ! อันแรกเรียกว่า paella (ปาเอยา) อาหารประจำชาติของประเทศสเปนเชียวนะ ข้าวนำไปหุงในกระทะแบนใบใหญ่ ใส่เนื้อสัตว์ (ส่วนมากใช้อาหารทะเล) และเครื่องเทศ น้ำสต็อก เสิร์ฟบนกระทะร้อน พร้อมตักทานในกระทะได้เลย เมนูที่สอง คือ Churros (ชูโรส) หรือ ปาท่องโก๋สเปน เป็นแป้งทอด มีลักษณะยาวเป็นแท่ง นิยมรับประทานในสเปน ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ โปรตุเกส และสหรัฐอเมริกา โดยมากในสเปน นิยมจุ่มกับช็อกโกแลตร้อนหรือกาแฟนม ซึ่งชาวสเปนนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล อินสตาแกรม @pearypie , www.expedia.co.th, th.wikipedia.org, http://ayathaitravel.com/

ร้าน House 10 อาหารไทยกึ่งบาร์ ที่ Eight Thonglor
ทองหล่อ /  ยุโรป / 

วันนี้มาเปิดประสบการณ์ใหม่กับร้านอาหารสุดหรูบรรยากาศน่าค้นหากันร้าน HOUSE 10 อยู่ภายใต้อาคาร Eight Thonglor  ที่ทองหล่อซอย 8 กลางใจเมืองแบบนี้ก็ยังมีร้านที่ตกแต่งสไตล์ปราสาทยุโรปตอนกลาง ที่เนรมิตรโดยคุณเดียร์ ธนนนท์ แห่ง Benedict Studio ที่เป็นผู้ออกแบบ ทำให้ House 10 แห่งนี้ดูมีมนต์เสน่ห์ที่น่าดึงดูดและน่าหลงไหล ร้าน House 10 อาหารไทยกึ่งบาร์ ที่ Eight Thonglor แนะนำโดยคุณ อุ้ม ภวันนิภา โรจนพันธ์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน House 10 ที่ต้องการให้ทุกคนที่เข้ามารู้สึกเสมือนเข้ามาอยู่บ้านใหม่ แม้การตกแต่งของร้านดูเป็นสไตล์ยุโรปแต่อาหารจะเป็นอาหารไทยที่ทุกคนคุ้นเคย ความรู้สึกขรึมๆ แบบนี้เกิดจากการตกแต่งจากโครงเหล็กและไม้สีเข้ม บวกกับไฟสีเหลืองนวลเพิ่มบรรยากาศโรแมนติก ใครที่อยากฟังดนตรีสดให้มากันวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป เพลงไทยเคล้าคลอสบายๆ ร้องตามกันได้ ไม่ได้มีแค่ทานข้าวกับบ้านใหม่อย่าง House 10 เท่านั้น ที่นี่มีบริการส่ง Delivery ส่งถึงบ้านของคุณด้วย ปลาหมึกเฟรนซ์ฟราย   ราคา 180 บาท ข้อไก่ทอดงา  Deep Fried Sesame Chicken ราคา 160 บาท ข้าวผัดหมูฝอย  Fried Rice with Marinated Shredded Pork ราคา 180 บาท ต้มยำไข่เจียว  Tom-yum with Thai Omelette ราคา 220 บาท หมูกรอบบู้ลิ้ม  Salt and Peper Crispy ราคา 220 บาท วุ้นเส้นผัดดอกขจรกุ้งสด  Stir Fried Minced Shrimp with Telosma Cordata Glass Noodle and Egg ราคา 240 บาท ไข่ตุ๋นหอยเชลล์ 240 บาท ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนถูกครอบอยู่ในฝาแก้ว แล้วเพิ่มความชุ่มฉ่ำด้วยซอสผัดกับหอยเชลล์ น้ำแข็งไส HOUSE 10 ของหวานสไตล์ไทยๆ เฉาก๊วย เม็ดแมงลัก ในน้ำนมรสข้น รสชาติหวานมัน กลมกล่อมทานแล้วทำให้รู้สึกสดชื่น ราคา 75 บาท ตอบคำถามชิงรางวัล สมาชิก MTHAI รับ vocher 500 บาท จำนวน 5 รางวัล เพียงตอบคำถาม คำถาม : 3 เมนู Sinature ของร้านมีอะไรบ้าง? ------------------------------------------------------------ ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิก MThai โชว์ content รีวิวร้าน HOUSE 10 รับส่วนลดทันที 10% ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นดือนเมษายน 2559 ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

มาทาน Dinner ชื่อว่า Sky Dining ห้องอาหาร Medinii โรงแรมเดอะคอนทิเน้นท์ กรุงเทพฯ
Buffet /  cocktail / 

สวัสดีครับ เพื่อนๆ สมาชิก Mthai ทุกท่าน TheInspiredTravellerBlog มีโอกาสได้ไปทานอาหารมื้อค่ำ ที่ ห้องอาหารเมดินี่ โรงแรม เดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพฯ  ซึ่งตัวโรงแรม ตั้งอยู่ตรงแยกอโศก สะดวกต่อการเดินทางมาก ๆ ความพิเศษของ อาหารค่ำมื้อนี้ คือ บุฟเฟ่ต์ Free Flow ดื่มด่ำเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ไวน์ เบียร์ ค็อกเทล แบบเติมไม่อั้นตลอดทั้งคืน อิ่มท้องกับ พิซซ่า และพาสตา แบบไม่จำกัด รวมทั้งยังได้ Main Cause 1 จานและของหวานอีก 1 อย่าง รวมอยู่ในคอร์ส จึงอยากจะเอาบรรยากาศมารีวิว ให้กับชาว Mthai ได้อ่านกัน “ ห้องอาหารเมดินี่ “ เป็นห้องอาหารอิตาเลี่ยนที่มีกลิ่นอายของเอเชีย รสชาตินั้นจะเข้มข้นกว่าที่อื่นๆ จากที่ผมได้ที่ลิ้มลองแล้ว สัมผัสได้ถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร เชพปรุงแต่ละจานได้พิถีพิถัน อาหารแต่ละจาน มีรสชาติ"ซอส" ที่โดดเด่น ต่างกัน ช่วงเวลาของการทานดินเนอร์ : เริ่มตั้งแต่ 18:00 - 23:00 น. รวมกว่า 5 ชั่วโมงเต็ม อิ่มกันสุด ๆ ! ! ! การเดินทาง: สะดวกสบาย เดินทางง่ายด้วยทำเล ใจกลางเมือง ตรงแยกอโศก ไปทางซอยสุขุมวิท 23 สำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทางด้วยรถส่วนตัว ก็สามารถใช้บริการ รถไฟใต้ดิน หรือ รถไฟฟ้า ลงที่สถานี MRT สุขุมวิท ออกทางออกที่ 2 หรือ สถานี BTS อโศก ทางออกที่ 6 จากรถไฟฟ้าเดินทาง ด้วยเท้าเพียงไม่กี่ก้าว ก็ถึงโรงแรมแล้ว ห้องอาหาร Medinii มีการตกแต่งในธีมของทะเลทราย เน้นการใช้โทนสีส้ม น้ำตาล ทอง ดูหรูหรา แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น เป็นจุดที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่ง ที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนว่า ใจกลางเมืองแบบนี้ จะมีห้องอาหารบนตึกสูง ที่ตกแต่งรายละเอียดของห้องอาหาร ได้ละเมียดละไม ขนาดนี้ เมดินี่ ชื่อนี้ หลายคน ฟังแล้วอยากรู้มั้ยครับว่า ที่มาที่ไป มาจากไหน และแปลว่าอะไร ??? ผมเอง…ก็อยากทราบเช่นกัน : D ทางโรงแรม เฉลยให้ผมฟัง ว่า “เมดินี่” เป็นภาษาสันสกฤต ผมก็ถึงบางอ้อว่า ทำไมผมถึงไม่คุ้นหู และเดาความหมายได้ยากพอควร ซึ่ง แปลว่า โลก ห้องอาหารนี้ จึงเป็นเสมือนแหล่งอาหารของโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหลัก เพื่อการดำรงอยู่ของทุกสิ่งมีชีวิต ห้องอาหาร Medinii มีเพดานสูง และกระจกใสจรดเพดาน ทำให้ห้องอาหารดูโปร่ง โล่ง สมกับการเป็นมื้อ Sky Dining โดยแท้ จำนวนโต๊ะอาหาร ของที่นี่มีปริมาณที่ไม่มากนัก กะประมาณคร่าว ๆ ราว ๆ 50-60 คน จำนวนโต๊ะไม่มาก พนักงานไม่ได้น้อยเลย พนักงานที่นี่บริการนอบน้อมและรวดเร็ว กระฉับกระเฉงมากครับ สามารถให้บริการลูกค้าแต่ละโต๊ะได้อย่างทั่วถึง ไม่เพียงบรรยากาศวิวสูง อาหารอร่อยแค่นั้น ห้องอาหาร เมดินี่ ยังใส่ใจกับ การมาทานอาหารของลูกค้า โดยการสั่งทำโต๊ะ ที่เรียกว่า Communal Table มาแบบพิเศษ เพื่อให้บริการแขก ของห้องอาหาร Communal Table เป็นโต๊ะยาว ที่แขกสามารถมานั่งทานอาหารร่วมกัน กับแขกท่านอื่น ๆ บนโต๊ะตัวนี้ได้ ในขณะที่ทาน Communal Dining แขกก็จะพูดคุย ทำความรู้จักกับแขกที่ร่วมโต๊ะ รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นกัน เมื่อมีอาหารมาเสิร์ฟ บนโต๊ะ ก็สร้างความน่าสนใจ ดึงดูดให้ทุกคนตื่นเต้นกับ เมนูอาหารต่าง ๆ ชวนให้บรรยากาศดูสนุกสนาน เรียกได้ว่า Communal Table ทางห้องอาหารจัดมา เพื่อ รองรับรูปแบบของการทานอาหาร อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งน่าสนใจมากทีเดียว พอจะเห็นบรรยากาศของห้องอาหาร Medinii กันคร่าว ๆแล้ว พระอาทิตย์เริ่มตก ท้องก็เริ่มหิว เรามาเริ่มเข้าสู่ ส่วนของอาหารบ้างนะครับ ขนมปัง บนโต๊ะ จะเสิร์พ พร้อม บัลซามิก และ น้ำมันมะกอก เทบัลซามิก และ น้ำมันมะกอก รวมกัน แล้วเอาขนมปังจิ้ม เรียกน้ำย่อยก่อนได้เลย แล้วไม่รอช้า ในระหว่างนั้น หยิบเมนูเครื่องดื่มออกมาสั่ง แบบไม่ต้องเกรงกลัวกระเป๋าฉีก กระดกกันให้เต็มที่ มื้อนี้ รวมอยู่ในราคา 999++/คน เรียบร้อยแล้วครับ ผมเริ่มจาก Tequila Sunrise ก่อน ซึ่งเป็น ค็อกเทลผสมเตอกีล่ากับน้ำส้มสด ตัวนี้ผมจัดเยอะที่สุด ชอบมาก ๆ ดื่มแล้ว ฉ่ำใจ สุดๆ Blue Margarita ฉ่ำ ๆ รอคิวอีกแก้ว Blue Margarita มีสีสันสวยงามด้วย บลู คูราโซ่ ตกแต่งด้วยมะนาว และปาดเกลือรอบปากแก้วมาตินี่ ทั้งอร่อย ทั้งสวยด้วยครับแก้วนี้ ค็อกเทล ที่ห้องอาหาร ให้บริการมีทั้งหมด 6 ชนิดด้วยกัน คือ Skrewdriver, Orange Blossom, Tequila Sunrise, Daiquiri, Blue Margarita และ Caipirinha สำหรับ Medinii แล้ว สโลแกน “The Best Pasta in Town” ไม่ได้จะถูกขนานนาม ร่ำลือกันมาลอย ๆ แน่นอน การลวกเส้นที่พอดีไม่แข็ง ไม่นิ่มมากเกินไป ทำให้ อาหารจาน Pasta มีความพอดีกับซอสที่ราด และเครื่องเทศ ที่เชฟบรรจงผัด คลุกเคล้าให้เข้ากัน เป็นความลงตัวที่อร่อยถูกปาก เปิดเมนูอาหารมา อะไรก็น่าหม่ำไปหมดเลย ต้องใจเย็น ๆ ค่อย ๆสั่งนะครับ ทานร้อน ๆ ใหม่ ๆ ไม่ต้องสั่งตุนเพราะเกรงว่าจะรอนาน อาหารได้ไวครับ เมนู Pasta และ Pizza มีให้เลือกกันจุใจเลยครับ สำหรับ Pizza สามารถสั่งคละหน้าได้ด้วย ค่อย ๆ สั่งมาทานร้อน ๆ จานต่อจาน อร่อยเพลิน อย่าลืมเพื่อท้องไว้กับ อาหารจานหลัก (Main Cause) ผมเองก็แทบจะไม่เหลือเนื้อที่ท้อง สำหรับเก็บจานหลัก อร่อยกับ Pasta และ พิซซ่า ซะเพลิน เปิดเมนูจานหลัก ก็เกิดความอยากขึ้นไปอีก แต่ละเมนู จัดใหญ่ จัดเต็ม Pizza จะเป็น Pizza แป้งบางกรอบ ซึ่งทางห้องอาหารก็มีให้เลือกหลายหน้า อย่าที่เห็นในเมนู แต่ผมเองคงไม่สามารถทานได้ครบทุกหน้าได้จริงๆ เต็มที่ได้ถาดเดียว เพราะต้องเผื่อท้องให้กับ Pasta อาหารจานหลัก และตบท้ายด้วยของหวานอีก ทางห้องอาหาร เข้าใจในจุดนี้ของ แขกที่มารับประทานดี ซึ่งพนักงานก็จะแนะนำ ตั้งแต่ต้น ๆว่า สามารถสั่งแบบคละหน้า ใน 1 ถาดได้ ไวน์แดง และ ไวน์ขาว ก็มา แกล้มกับอาหารกำลังดี ดีกรี และ ความกรุ่นของรสชาติไวน์ ถือว่าใช้ได้ เลยทีเดียว สำหรับอาหาร Main Cause ของผม ผมเลือกเป็น MAIALE ALLA GRIGLIA เป็นพ๊อค ชอบป์ เนื้อนุ่ม และรสชาติเข้มข้นมาก เมนูนี้เป็น ปลากระพงครับ รสชาติดี หอมอร่อย BAKED SEABASS SPINACH VEGETABLE WITH MOZZARELLA CHEESE ต้องยกนิ้วให้กับ พาสต้า ของ ที่นี่จริง ๆ ครับ ผัดได้พอเหมาะพอดี ไม่แห้งไป ไม่แฉะไป อารมณ์ประมาณคลุกเคล้าได้ที่ กำลังดี สามารถเลือกเส้นได้ได้ทั้ง สปาเก็ตตี้, เพนเน่, เฟตตูชินี่, แองเจิ้ลแฮร์ และหมึกดำ และจานนี้ คือ Aglio E Olio เป็น Pasta ที่ใช้เส้นสปาเก็ตตี้ผัดกับกระเทียม พริกแดง มะเขือเทศตากแห้ง และน้ำมันมะกอก เป็นหนึ่งในเมนูที่ TheInspiredTravellerBlog ขอ Recommend ครับ AGLIO E OLIO PASTA WITH GARLIC, HOT CHILLI AND SUN-DRIED TOMATO คาโบนาร่า ไม่จัดไม่ได้ ครีมซอสมีความเข้มข้น CARBONARA BACON, EGG YOLK, BLACK PEPPER, PECORINO CHEESE IN CREAM SAUCE อย่าลืมกันนะครับว่า มีของหวานปิดท้าย ในรายการด้วย ซึ่ง อยากทานอะไร หยิบเมนูมาแล้วก็สั่ง หากใครนึกไม่ออกว่า มีเมนู น่าสนใจอะไรบ้าง เลื่อนขึ้นไปดูที่เมนู ที่อยู่ด้านบนได้เลยครับ ผมเลือกมาอย่างสำหรับ 2 คน คือ Cresppelle All’Arancia เป็น ORANGE CREPE SUZETTE เสิร์พพร้อมกับไอศกรีมวนิลา ประดับด้วยผลไม้สดด้านบน นุ่นละมุน อร่อยมาก กับอีกเมนูของหวาน เป็นเมนู คลาสสิค ที่ผมชื่นชอบมากๆ คือ Tiramisu นั่นเอง ซึ่งเนื้อเค้กนุ่มเนียนมาก สุดท้ายสำหรับการ รีวิว Sky Dining ห้องอาหาร Medinii ชื่อร้าน : Medinii รายการอาหาร : Sky Dining เวลาเปิดบริการ : 18.00 - 23.00 ที่ตั้งร้าน : The Continent Hotel Bangkok, กรุงเทพมหานคร คลองเตย Thailand พิกัด GPS : 13° 44' 10.05" N 100° 33' 42.63" E ความคุ้มค่า กับราคา 999++/คน อาหารมื้อค่ำ Dinner "Sky Dining" ของห้องอาหารเมดินี่ (Medinii) โรงแรม The Continent Bangkok มีความน่าสนใจมากทีเดียว สิ่งที่ได้นอกจาก บรรยากาศหรูระดับโรงแรม วิวเมืองกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน ยังสามารถ สัมผัสอรรถรส กับการดื่มด่ำ เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทั้ง เบียร์ Cocktail ไวน์ขาวไวน์แดง แบบไม่อั้น เต็มอิ่มกับเมนูพิซซ่า และ พาสตา อันหลากหลายสั่งได้ไม่จำกัดเช่นกัน ยังไม่หมด !!! รวมเมนูหลัก (Main Course) 1 รายการ และ ของหวาน อีก 1 รายการ รวมอยู่ในราคานี้ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับการเปลี่ยนบรรยากาศอาหารมื้อค่ำของคุณ ขอบคุณ Mthai ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ติดตามอ่าน หวังว่ารีวิวนี้ จะเป็นอีกหนึ่งรีวิว ที่ช่วยแนะนำมื้ออาหารให้ทุกคนได้รู้จัก และมีโอกาสได้มาลิ้มลองกันนะครับ ขอบคุณครับ TheInspiredTravellerBlog

10 สูตรเมนูเครื่องดื่มหวานเย็น ที่จะช่วยพยุงชีวิตกลางแดดร้อนๆ
นม /  น้ำดื่ม / 

อากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง การดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ช่วยคลายร้อนได้ดี และยิ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานแล้วยิ่งทำให้ร่างกายสดชื่นไปตลอดทั้งวัน วันนี้จำมานำเสนอ สูตรเครื่องดื่ม 10 เมนู ที่จะช่วยให้มีชีวิตอยู่กลางแดดจัดๆ 10 สูตรเมนูเครื่องดื่มหวานเย็น ที่จะช่วยพยุงชีวิตกลางแดดร้อนๆ Double Chocolate Chip Frappe ส่วนผสม - นมสด 120 ml. - ช็อคโกแลตชิป 1/3 ถ้วย - นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม 50 ml. - ช็อคโกแลตไซรัป 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำแข็ง 1 แก้ว (16 ออนซ์) - วิปปิ้งครีม - ช็อคโกแลตซอส วิธีทำ 1. เทนมสด ช็อคโกแลตชิป นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม ช็อคโกแลตไซรัป และน้ำแข็ง ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้จนเนียน 2. เทใส่แก้ว บีบวิปปิ้งครีม ราดด้วยช็อคโกแลตซอส พร้อมเสิร์ฟ ปล. สำหรับใครชอบแบบเข้มข้น หอมกาแฟ สามารถใส่กาแฟเอสเปรสโซ่ลงไป 1 ออนซ์ โดยลดปริมาณนมสดลง ----------------------------------------------------------------------------------------- มอคค่ากาแฟก้อนน้ำแข็ง ส่วนผสม - กาแฟเอสเปรสโซ่ 4 ออนซ์ - ผงโกโก้ 2 ช้อนชา - นมข้นหวาน/น้ำเชื่อม - นมอุ่น - คาราเมลไซรัแ วิธีทำ 1. กลั่นกาแฟเอสเปรสโซ่ 4 ออนซ์ หรือใช้กาแฟผง ประมาณ 3-4 ช้อนชา (แล้วแต่ชอบ) ชงกับน้ำร้อน 2. ใส่ผงโกโก้ลงไป คนให้เข้ากัน อาจจะใส่น้ำเชื่อมหรือนมข้นหวานเพิ่มลงไปตามใจชอบ (หรือถ้าใครไม่ชอบหวานก็ไม่ต้องใส่ค่ะ) 3. เทใส่พิมพ์น้ำแข็ง แช่ในช่องฟรีซ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือข้ามคืนก็ได้ 4. เอาก้อนน้ำแข็งกาแฟออกจากพิมพ์ ตักใส่แก้ว 5. เวลาเสิร์ฟ เสิร์ฟพร้อมกับนมสดอุ่น และคาราเมลไซรัป 6. รินนมลงในแก้วกาแฟ เทคาราเมลไซรัปลงไป พร้อมดื่ม ----------------------------------------------------------------------------------------- กรีนทีมัคคิอาโต้ ส่วนผสม - น้ำชาเขียว - วานิลลาไซรัป - นมสดเย็น - น้ำแข็งก้อน - ฟองนม วิปปิ้งครีม คาราเมลซอส วิธีทำ 1. ชงชาเขียว ใช้ผงชาเขียว 1-2 ช้อนชาใส่ถุงกรองแช่ในน้ำร้อน 3-5 นาที หรือชงผงมัชฉะกับน้ำร้อน 2. เทวานิลลาไซรัปลงในแก้ว (ถ้าไม่ชอบหวานไม่ต้องใส่เยอะ) 3. เทนมสดเย็นลงไปครึ่งแก้ว 4. ใส่น้ำแข็งก้อนลงไป 5. ค่อยๆรินชาเขียวลงไป 6. ใส่ฟองนม บีบวิปครีมด้านบน อาจจะราดด้วยคาราเมลซอส ----------------------------------------------------------------------------------------- เฉาก๊วยโกโก้ ส่วนผสม - ผงโกโก้ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ (มากน้อยแล้วแต่ชอบ) - น้ำร้อน 75 ml. - น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ - นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ (ส่วนของความหวานแล้วแต่ชอบ) - นมสด - น้ำแข็ง - เฉาก๊วยหั่นเต๋า วิธีทำ 1. ผงโกโก้และน้ำตาลทรายใส่แก้ว เติมน้ำร้อน คนให้ละลาย ใส่นมข้นหวาน คนอีกครั้งให้เข้ากัน (ส่วนนี้จะค่อนข้างเข้มข้น) พักไว้ให้เย็น 2. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว 3/4 แก้ว เทส่วนผสมโกโก้เทลงไปในแก้ว 3. ค่อยๆเทนมสดลงไป 4. ตักเฉาก๊วยวางด้านบนแก้ว (จะใส่น้ำตาลทรายแดงเพิ่มก็ได้นะคะ) พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- ชาเขียวลาเต้ ส่วนผสม - ผงชาเขียวตรามือ(หรือมัทชะชาเขียว) 2 ช้อนชา - น้ำร้อน - นมสดเย็น 150 ml. - วานิลลาไซรัปหรือน้ำเชื่อม - นมสำหรับทำฟองนม วิธีทำ 1. ชงชาเขียว >>> นำผงชาเขียวลงในถุงกรอง แช่ในน้ำร้อน 3-5 นาที หรือชงผงมัทชะกับน้ำร้อนคนให้ละลาย 2. นำนมสดกับวานิลลาไซรัปผสมกันลงในแก้ว (อาจจะตีให้เหมือนฟองนมก็ได้นะคะ จะช่วยให้แยกชั้นสวย) 3. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทนมที่ผสมไว้ลงในแก้ว 3/4 แก้ว 4. เทชาเขียวลงไปให้เกือบเต็มแก้ว 5. ราดด้วยฟองนมด้านบน อาจจะราดคาราเมลซอสเพิ่มก็ได้ ----------------------------------------------------------------------------------------- มิลล์เชคโอวัลตินภูเขาไฟ  ส่วนผสม - นมสด 1 กล่อง - ผงโอวัลติน - นมข้นหวาน - ช็อคโกแลตซอส - โอรีโอ้ - คิดแคท วิธีทำ 1. นำนมกล่องไปแช่ตู้เย็นในช่องฟรีซจนแข็ง 2. นำนมกล่องแช่น้ำ 30 วินาที ใช้มีดปาดฝากล่อง ใช้ไม้เสียบลงไปบนก้อนนม 3. ใช้ช้อนส้อมหรือมีดขูดนมให้เป็นฝอยกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง จนหมด 4. เทช็อคโกแลตซอส ลงก้นแก้ว ตักส่วนของนมลงในแก้วครึ่งแก้ว 5. ใส่นมข้นหวาน ตักส่วนของนมลงในแก้วเพิ่มจนหมด 6. ทุบโอริโอ้พอแหลก โรยบนส่วนของนม ราดด้วยซอสช็อคโกแลตอีกครั้ง 7. ตักผงโอวัลตินลงไป ราดด้วยนมข้นหวาน ตกแต่งด้วยคิดแคท พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- สตรอเบอรี่โยเกิร์ตสมูทตี้ ส่วนผสม - สตรอเบอรี่แช่แข็ง 3-5 ลูก - น้ำสตรอเบอรี่เข้มข้น (ติ่งฟง) 2-3 ออนซ์ - น้ำเชื่อม 2-3 ช้อนโต๊ะ - น้ำเปล่า 2 ออนซ์ - น้ำแข็ง - โยเกิร์ตสตรอเบอรี่/ธรรมชาติ 1/2 ถ้วย - สตรอเบอรี่ซอสสำหรับราด วิธีทำ 1. นำน้ำแข็ง น้ำสตรอเบอรี่ น้ำเชื่อม น้ำเปล่า ใส่ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียน 2. ใส่โยเกิร์ตลงไปปั่น 3. ตักโยเกิร์ตลงในแก้ว เทสตรอเบอรี่ปั่นตามลงไป 4. ราดด้วยสตรอเบอรี่ซอส ----------------------------------------------------------------------------------------- โกโก้โอริโอ้ปั่น ส่วนผสม - ผงโกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ - น้ำร้อนสำหรับชงโกโก้ - นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ - น้ำแข็ง 1-2 แก้ว - นมจืด 2 ช้อนโต๊ะ - โอริโอ้ 4 ชิ้น - วิปปิ้งครีมสำหรับตกแต่ง - ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า วิธีทำ 1. ใส่ผงโกโก้ลงในแก้ว เติมน้ำร้อน และนมข้นหวาน คนผสมจนเข้ากันดี ชิมรสตามชอบ พักทิ้งไว้ให้เย็น 2. ใส่น้ำแข็งลงในเครื่องปั่น เทส่วนผสมโกโก้และนมสดลงไป ปั่นผสมให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด ใส่โอริโอ้ลงปั่นพอหยาบๆ เทใส่แก้ว 3. บีบวิปปิ้งครีม โรยหน้าด้วยผงโกโก้ แต่งด้วยโอริโอ้ ----------------------------------------------------------------------------------------- เฉาก๊วยคาราเมลนมสด ส่วนผสม - เฉาก๊วยหั่นเต๋า - คาราเมลไซรัป (ใช้น้ำเชื่อมแทนก็ได้ค่ะ) - นมสด - ซีเรียล - ไอศกรีม - น้ำแข็ง วิธีทำ ตักเฉาก๊วยลงในแก้ว เทคาราเมลไซรัป ตักน้ำแข็งใส่ 3/4 ของแก้ว เทนมสดลงไปพอดีกับน้ำแข็ง โรยด้วยซีเรียลจนเต็มแก้ว ตักไอศกรีมวางด้านบน พร้อมเสิร์ฟ ----------------------------------------------------------------------------------------- ไอซ์สตรอเบอร์รี่ลาเต้ ส่วนผสม - สตรอเบอร์รี่ไซรัป 50 ml. - นมสด 120 ml. - กาแฟเอสเปรสโซ่ 1 ชอต - น้ำแข็ง 1 แก้ว - แก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ 1. เทสตรอเบอร์รี่ไซรัปลงในแก้ว ตักน้ำแข็งใส่จนเต็ม 2. เทนมสดลงในแก้วเกือบเต็ม 3. ค่อยๆรินกาแฟเอสเปรสโซ่ (หรือกาแฟสำเร็จรูปชงกับน้ำร้อน 30 ml.) วนรอบปากแก้ว อาจจะตีฟองนมตักลงในแก้ว วางสตรอเบอร์รี่สดลงด้านบน ----------------------------------------------------------------------------------------- ขอบคุณสูตรจาก Bakery Maker มือใหม่หัดทำขนม

ความอร่อยซ่อนอยู่ในซอย สุขุมวิทซอย 1 กับร้าน Ad Lib ร้านอาหารหรูบรรยากาศดี
ร้านอาหารฟิวชั่น /  สุขุมวิท

ไม่คิดว่าร้านอาหารบรรยากาศดี ปลอดโปร่ง ไม่แออัดจะมีอยู่กลางใจเมืองอย่างสุขุมวิท เข้าไปในซอย 1 หลังโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภายใต้โรงแรมที่เล็กกระทัดรัดอย่าง Ad Lib มีร้านอาหารเสิร์ฟกันถึง 24 ชั่วโมงสำหรับ Room Service เน้นธรรมชาติ นั่งทานอาหารใต้ร่มเงาต้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเป็นงานไม้ ทั้งโต๊ะ ประตู ให้ความอบอุ่นทุกครั้งที่เข้ามาทานอาหารที่นี่ ความอร่อยซ่อนอยู่ในซอย สุขุมวิทซอย 1 กับร้าน Ad Lib ร้านอาหารหรูบรรยากาศดี คำว่า Ad Lib มีความหมายว่า More then welcome เป็นภาษาลาติน เป็นการต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศที่สบายๆ คุณจะทำอะไรตามใจคุณก็ได้ ไม่ต้องไปกังวลว่าจะแต่งกายเหมาะกับสถานที่ไหม เพื่อให้ความผ่อนคลายทุกครั้งเมื่อมาเยือน ภายด้านในโปร่งสบาย แถมครัวก็เป็นครัวเปิด เห็นเชฟทุกอิริยาบถในการทำอาหาร อาหารที่นี่จะเสิร์ฟเป็นอาหารฟิวชั่น ช่วงเช้า 6 โมง - 11.30 น. จะมีไลน์บุฟเฟ่ต์อยู่ตรงบริเวณด้านหน้า ทั้งแขกที่มาเยือนหรือบุคคลที่พักอยู่ในโรงแรม เมนูอาหารจาก พ่อครัวหนุ่ม-ธนินธร จันทรวรรณ ดีกรีเชฟกระทะเหล็กเป็นที่ปรึกษาทางดดานเมนูอร่อยๆ ให้ทุกคนได้ทาน ส่วนเมนูของหวานหรือเครื่องดื่มอย่างเช่นกาแฟเมนูต่างๆ จะเป็นเครือเดียวกับร้าน kuppadeli เป็นร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่รสชาติดีร้านหนึ่งที่ย่านอโศก Ad Lib Big Breakfast (320 บาท) สามารถเลือกไข่ที่มากับอาหารเช้าได้เล่น ไข่คน ไข่พอร์ช ไข่ดาว หรือออมเล็ต อาหารเช้าที่ได้สารอาหารแบบครบถ้วน มีทั้ง เห็ด เบคอน มะเขือเทศ ผักโขมและ baked bean Seafood Hotpot (380 บาท) ซีฟู้ดร้อนๆ แต่ไม่ได้เสิร์ฟมาเป็นหม้อ ด้วยความสะดวกต่อการทานจึงใส่มาในรูปแบบถ้วย ตักกินง่าย ไม่ร้อนมือ แต่ความร้อนก็ยังคงอยู่เพราะมีถาดหินที่สามารถเก็บความร้อนไปได้ Eggs Benny (240 บาท) สโมคแซลมอนวางบนขนมปังและเพิ่มด้วย Porched Egg ด้วยขั้นตอนการทำพิเศษทำให้ไข่เยิ้มน่ากิน ราดด้วยซอสที่มีรสชาติเปรี้ยวนำเค็มตาม Brioche French Toast (240 บาท) ขนมปังบริยอชนุ่มๆ ที่ชุปไข่ หอมอร่อย ไม่มีแต่งสีหรือแต่งกลิ่น รสชาติเป็นแบบออริจินัล โรยถั่ววอลนัทและอัลมอนด์ ทานคู่กับไซรัปและซอสสตรอเบอร์รี่ Ad Lib Pancake (240 บาท) แพนเค้กนุ่มหนาไม่เหมือนใคร โดยวิธีทำที่คิดค้นมาโดยเฉพาะทำให้ไม่แข็งกระด้างเมื่อถูกทิ้งไว้เย็น นำแป้งแพนเค้กลงไปทอดทอดในกระทะและนำเข้าเตาอบต่อจึงทำให้แพนเค้กนุ่มน่าทาน ลูกค้าทรูลด 10% ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม วันนี้ - 31 มีนาคม 2560

รีวิว Mezzo Coffee (เมซโซ่ คอฟฟี่) Central Westgate
Mezzo /  กาแฟ / 

กาแฟและเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมเสิร์ฟกับขนมเค้กและอาหารเช้า ตอบโจทย์เป็นที่สุดในยุคนี้ ที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวกสะบาย อยู่ใกล้เพียงแค่ต้องการ ร้านที่รองรับทุกคนได้เยอะต้องเป้นร้าที่มีหลายสาขาอย่าง Mezzo ที่มีถึง 76 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ แต่วันนี้เรามากันที่สาขา Central Westgate แหล่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในบางใหญ่ รีวิว Mezzo Coffee (เมซโซ่ คอฟฟี่) Central Westgate กาแฟ ของหวาน อาหารว่าง เต็มอิ่มแบบครบกับ Mezzo  ออเดอร์ทุกออเดอร์ทำสดใหม่ทุกเมนู คัดสรรแต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทำให้เกิดเมนูที่สุดพิเศษไม่เหมือนใคร ด้วยราคาที่คนทั่วไปจับต้องและเข้าถึงได้ง่าย เมนูของว่างเมนูแรกที่จะพูดถึง คือ วอฟเฟิล แซนด์วิช วอฟเฟิล แซนด์วิช Waffle Sandwich (150 บาท) ที่ทำขึ้นจากเตาสดๆ ร้อนๆ ครัวซองท์ แซนวิช Croissant Sandwich (140 บาท) แซนวิช ขนมปังเวียนนิช Viennese Bread Sandwich (150 บาท) ไอซ์เมซโซ่ กาแฟเย็นสไตล์ไทย Iced Mezzo (75 บาท)  ม็อคค่า คาราเมล มัคคิอาโต้ (85 บาท) เครื่องดื่มใหม่ล่าสุดของ Mezzo ที่มาแรงมาก ความหอมของคาราเมลและช็อกโกแลตที่ผสมกับกาแฟคุณภาพดีของ Mezzo สร้าง Layer ที่สวยงามด้วยด้านล่างที่เป็นนมสด ขนให้เข้ากันก่อนที่จะดืื่ม คาราเมล แมคคิอาโต้ร้อน Caramel Macchiato (80 บาท) เค้กสตรอเบอร์รี่ มูสโยเกิร์ต strawberry yogurt mousse  ตอบคำถามชิงรางวัล : ลุ้นรับ Gift Voucher 200 บาท จำนวน 20 รางวัล คำถาม : เครื่องดื่มใหม่ล่าสุดของ Mezzo มีชื่อว่าอะไร ? ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

เผยสูตร ไก่ย่างวิเชียรบุรี คำตอบของความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร
ไก่ย่าง /  ไก่ย่างวิเชียรบุรี

ไก่ย่างแห้งๆ เนื้อนุ่มๆ ก็คงไม่พ้น ไก่ย่างวิเชียรบุรี ที่ทุกคนต่างยอมรับในความอร่อย ทานกันบ่อยซ่ะจนอยากจะรู้เคล็ดลับของไก่ย่างวิเชียรบุรีว่าทำยังไงถึงได้อร่อยจนหยุดไม่อยู่แบบนี้ ทางไก่ย่างวิเชียรได้มีการเผยสูตรออกมาผ่านเว็บไซต์ e-shann.com ลองนำสูตรไปทำตามกันดูว่าอะไรเหมือนต้นตำรับทำเองหรือเปล่า เผยสูตร ไก่ย่างวิเชียรบุรี คำตอบของความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร เครื่องหมักไก่ ๑. ไก่ ๒ กิโล ๒. ตะไคร้ ๓ ต้น ๓. กระเทียม ๒o กลีบ ๔. รากผักชี ๗ ราก ๕. พริกไทยดำ ๑ ช้อนโต๊ะ ๖. ใบเตย ๒ ใบ ๗. ซอสหอยนางรม ๒ ช้อนโต๊ะ ๘. ซีอิ๊วขาว ๑ – ๑/๒ ช้อนโต๊ะ ๙. หอมแดง ๔ หัว ๑๐. นมสด ๑ กระป๋อง ๑๑. เกลือ ๑ ช้อนชา วิธีทำ ล้างไก่ให้สะอาดผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ นำรากผักชี ตะไคร้ ใบเตย พริกไทย กระเทียม หอมแดง ปั่นพร้อมกับนมสดให้ละเอียด จากนั้นเทใส่ภาชนะสำหรับหมักไก่ ผสมเครื่องปรุงคลุกเคล้าให้เข้ากันนำไก่ลงไปหมักทิ้งไว้ ๓o นาที จากนั้นจึงมาทำน้ำจิ้ม น้ำจิ้มสูตรที่ ๑ ๑. น้ำปลา ๒ – ๓ ช้อนโต๊ะ ๒. น้ำมะขามเปียกต้มสุก ๒ ช้อนโต๊ะ ๓. น้ำตาลปี๊บ ๑ ช้อนโต๊ะ ๔. น้ำมะนาว ๑ – ๒ ช้อนโต๊ะ ๕. ข้าวคั่ว ๑ ช้อนโต๊ะ ๖. พริกป่น ๑ ช้อนโต๊ะ ๗. ต้นหอมซอย ๑ ช้อนโต๊ะ ๘. ผักชีฝรั่ง วิธีทำ นำน้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา มาผสมจนเข้ากันดีแล้วชิมรสให้ได้รส เปรี้ยว หวาน เค็ม จากนั้นใส่ข้าวคั่ว พริกป่น คนให้เข้ากันแล้วโรยด้วยต้นหอมซอย ผักชีฝรั่ง น้ำจิ้มสูตรที่ ๒ ๑. กระเทียม ๕ กลีบ ๒. พริกชี้ฟ้าแดง ๓ เม็ด ๓. น้ำตาลทราย ๑/๔ ถ้วยตวง ๔. กระเทียมดอง ๒ หัว ๕. เกลือ ๑-๒ ช้อนชา วิธีทำ นำเครื่องทั้งหมดมาตำให้ละเอียดแล้วนำไปตั้งไฟให้น้ำตาลละลายเป็นใช้ได้. สูตรจากไก่ย่างวิเชียร ที่มาจาก e-shann.com

อเล็กซ์ พา กิน เที่ยว แบบ 5 ทริป 5 สไตล์ ณ ประเทศสิงคโปร์
กิน เที่ยว สิงคโปร์ /  ร้านอาหารสิงคโปร์ / 

กิน เที่ยว สิงคโปร์ กับ 5 ทริป 5 สไตล์ เที่ยวสุขสันต์กันทั้งครอบครัว กับ 5 ทริป 5 สไตล์ ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อมองหาสถานที่เพื่อใช้เวลาท่องเที่ยวกับครอบครัว อาจกล่าวได้ว่าสิงคโปร์เป็นประเทศแรกๆ ที่ทุกคนต่างนึกถึง เพราะประเทศนี้พรั่งพร้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นที่นิยมของคนทุกเพศทุกวัย และมีกิจกรรมสนุกสนานมากมายที่ทุกคนในครอบครัวสามารถสร้างประสบการณ์อันแสนสุขสันต์ด้วยกันได้ สำหรับวันนี้ หนุ่มหล่อ อาเล็ก ธีรเดช พรีเซ็นเตอร์ของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ จะมาแนะนำทริปที่น่าจะสร้างแรงบันดาลใจในการวางแผนตะลุยสิงคโปร์ของแต่ละครอบครัวได้เป็นอย่างดี ทริปตะลุยชิมของอร่อย เริ่มต้นวันใหม่ของคุณที่ร้าน Ya Kun Kaya Toast (MRT: Bugis) กับขนมปังสังขยา Kaya Toast กรอบนอกนุ่มใน และยิ่งอร่อยมากขึ้นเมื่อทานคู่ไข่ลวก และกาแฟร้อนหอมกรุ่นในยามเช้า จากนั้นเดินทางไปลิ้มลองบักกุ๊ดเต๋ ณ ร้านชื่อดังที่มีประวัติยาวนานหลายสิบปีอย่าง Song Fah Bak Kut Teh (MRT: Clarke Quay Exit E) เมนูเด็ดคือซี่โครงหมูที่ต้มจนเปื่อย พร้อมน้ำซุปรสชาติเข้มข้น เหมาะกับการทานคู่กับปาท่องโก๋หรือข้าวสวยร้อนๆ และแน่นอนว่าอีกหนึ่งเมนูที่ขาดไม่ได้เมื่อมาเยือนสิงคโปร์คือ Chilli Crab ที่ร้านชื่อดังอย่าง Jumbo Seafood Restaurant (MRT: Clarke Quay Exit G) โดยจะใช้ปูสดตัวใหญ่ๆ จากศรีลังกามาเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุง โดยเมนูสูตรพิเศษในแบบฉบับสิงคโปร์นี้เป็นการนำปูไปผัดกับน้ำเกรวี, มะเขือเทศ, หัวหอม, พริกหวานแดง และไข่ รสชาติจะออกหวานๆ นิยมทานคู่กับหมั่นโถวทอด ส่วนผู้ที่ชื่นชอบติ่มซำก็อย่าลืมแวะเวียนไปที่ Yum Cha Restaurant (MRT: Chinatown Exit A) เพราะร้านนี้มีติ่มซำหลากหลายเมนูมาให้เลือกสรร ซึ่งปรุงขึ้นสดใหม่ทุกวันจากวัตถุดิบชั้นยอด ท้ายที่สุดนี้ ถ้าใครอยากลองเปิดประสบการณ์ด้านการกินแบบใหม่ อยากแนะนำให้ไปที่ร้าน Eminent (MRT: Aljunied)  พร้อมอร่อยไปกับโจ๊กหอมละมุนลิ้นและกบผัดซอสรสเด็ดที่เสิร์ฟมาในหม้อดิน รับรองว่าต้องติดใจกันทุกคนแน่นอน ทริปในสวนสวย พากันเดินเล่นและชื่นชมความงดงามของธรรมชาติไปด้วยกันที่ Gardens by the Bay (MRT: Bayfront Exit B) ซึ่งเป็นสวนขนาดใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ที่อ่าวมารีนา สวนนี้มีความโดดเด่นหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมอันแปลกตาหรือพันธุ์ไม้นานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก และอย่าลืมไปเยี่ยมชม Singapore Botanic Gardens (MRT: Botanic Gardens Exit A) ซึ่งได้รับการรับรองจากยูเนสโก (UNESCO) และถือเป็นมรดกโลกแห่งแรกของสิงคโปร์ มาเดินเล่นในสวนสไตล์อังกฤษ และตื่นตาตื่นใจไปกับสวนกล้วยไม้แห่งชาติสิงคโปร์ที่มีกล้วยไม้ป่ามากกว่า 1,000 ชนิด และกล้วยไม้ลูกผสมอีกมากกว่า 2,000 ชนิดจัดแสดงอยู่ ทริปไหว้พระขอพร สำหรับครอบครัวที่อยากทำบุญสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อจิตใจที่ผ่องใส สิงคโปร์มีวัดชื่อดังหลายแห่ง ที่คุ้นหูคนไทยกันเป็นอย่างดีคือ Buddha Tooth Relic Temple (MRT: Chinatown Exit A) หรือวัดพระเขี้ยวแก้ว นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมไปกราบไหว้เจ้าแม่กาลี ซึ่งเป็นเทพเจ้าฮินดู ณ วัดฮินดูเก่าแก่อย่าง Sri Veeramakaliamman Temple (MRT: Little India Exit E) เพราะเชื่อว่ามีพลังในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและเสริมสร้างบารมี จากนั้นตามไปไหว้องค์เจ้าแม่กวนอิม ณ Kwan Im Thong Hood Cho Temple (MRT: Bugis  Exit C) ผู้ที่ไปไหว้สามารถเขียนชื่อบนกระดาษสีชมพูเพื่อทำพิธีสวด นอกจากนี้สำหรับใครที่ชอบการเสี่ยงเซียมซีก็ห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเซียมซีที่วัดนี้แม่นสุดๆ ทริปวีฟี่ (Wefie) สำหรับผู้ที่ชอบบันทึกภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาถ่ายรูป ณ แลนด์มาร์คชื่อดังอย่าง Marina Bay Sands (MRT: Bayfront Exit D) โดยเฉพาะบริเวณ Sands SkyPark จุดชมวิวบนชั้น 57ที่ทุกคนสามารถดื่มด่ำบรรยากาศและทิวทัศน์ของประเทศสิงคโปร์พร้อมทั้งถ่ายวีฟี่กับครอบครัวเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ในช่วงค่ำคืนยังมีการแสดงเลเซอร์และม่านน้ำสุดตระการตาอีกด้วย และอีกหนึ่งที่ถ่ายภาพยอดนิยมของครอบครัวคงหนีไม่พ้น Merlion (MRT: City Hall Exit B หรือ Raffles Place Exit H) เพราะผู้คนทุกเพศทุกวัยต่างต้องมาโพสท่าเลียนแบบสิงโตพ่นน้ำจนกลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว ต่อด้วยการไปเยือนและถ่ายรูปกับ Helix Bridge (MRT: Bayfront Exit C) ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ เพราะสะพานถูกออกแบบให้เป็นเสมือนโครงสร้างของดีเอ็นเอที่เป็นรูปทรงเกลียวคดเคี้ยวไปมา แลดูแปลกตา โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่ไฟตรงสะพานจะเปลี่ยนสีแตกต่างกันในแต่ละวัน ทริปเที่ยวชิลชิล ครอบครัวไหนที่พาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุมาท่องเที่ยวด้วย ก็สามารถที่จะดื่มด่ำและเก็บประสบการณ์ ณ ประเทศสิงคโปร์ด้วยการไปล่องเรือ Bumboat (MRT: Clarke Quay Exit E) พร้อมชมทัศนียภาพของสองฝั่งแม่น้ำทั้งตึกสูงตระหง่านและแลนมาร์คชื่อดังมากมาย หรือขึ้นไปชมวิวบน Singapore Flyer (MRT: Promenade Exit A) ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก สามารถมองเห็นทิวทัศน์สิงคโปร์ได้แบบ 360 องศา สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุเดินทางมาด้วยก็ไม่ต้องกังวล เพราะในแต่ละแคปซูลของชิงช้าสวรรค์นี้สามารถรองรับรถเข็นได้มากถึง 5 คันเลยทีเดียว นอกจากนี้ทั้งครอบครัวสามารถไปดื่มด่ำบรรยากาศของย่านเมืองเก่า ณ Chinatown (MRT: Chinatown Exit A) ซึ่งเปรียบดังสวรรค์ของนักชิมที่รายล้อมไปด้วยร้านอาหารเลิศรส ที่มีตั้งแต่ของทานเล่นไปจนถึงภัตตาคารสุดหรู ไม่เพียงแค่นั้น ในย่านนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปศึกษาและสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนที่มาตั้งรกรากที่สิงคโปร์อีกด้วย ในด้านการออกแบบสถานที่ต่างๆ สิงคโปร์เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวที่มีรถเข็นเด็กหรือรถเข็นผู้สูงอายุ อาทิ การติดตั้งลิฟท์ที่สนามบินชางงี และสถานีรถใต้ดินเกือบทุกสาย หรือ ห้องน้ำสาธารณะและสถานีรถประจำทางกว่า 95% ซึ่งได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ใช้งานที่มีรถเข็นเป็นหลัก สำหรับครอบครัวที่วางแผนจะไปเที่ยวสิงคโปร์ช่วงระหว่างวันที่ 10 มีนาคม - 17 เมษายน ที่จะถึงนี้ เตรียมพบกับความสนุกหรรษาที่งาน “The Great Egg-Venture” ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ที่จัดขึ้น ณ Sentosa HarbourFront ภายในงานมีกิจกรรมสนุกสนานที่รอให้สมาชิกในครอบครัวมาร่วมกิจกรรมด้วยกันมากมาย อาทิ เช่น การแข่งล่าไข่อีสเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็ก และโชว์ที่น่าสนใจมากมายภายใต้ธีมของเทศกาลอีสเตอร์ รู้อย่างนี้แล้วก็เตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวสิงคโปร์ในช่วงปิดเทอมนี้กันเลยดีกว่า รับประกันว่าต้องเป็นทริปที่ประทับใจไม่รู้ลืมสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างแน่นอน ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่  www.yoursingapore.com/th