ช็อกโกแลตซอส

เนื้อแกะ จากประเทศออสเตรเลีย ณ ห้องอาหารคาเฟ่ไนน์
ห้องอาหารคาเฟ่ไนน์ /  เนื้อแกะ

“เนื้อแกะ จากประเทศออสเตรเลีย” ห้องอาหารคาเฟ่ไนน์ , โรงแรมเซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิลเลียน กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ – 24 กุมภาพันธ์ 2557 -  ห้องอาหารคาเฟ่ไนน์ , โรงแรมเซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิลเลียน กรุงเทพฯ ขอเชิญท่านลิ้มรสเนื้อแกะนำเข้าจากออสเตรเลีย โดยพ่อครัวใหญ่ของโรงแรมฯ เชฟ จอห์น และทีมงาน ได้นำไปหมัก และ ปรุงเป็นหลากหลายเมนูให้ลิ้มลอง อาทิ ทอด, ปิ้ง หรือ ย่าง ตามความชอบใจ พร้อมเสิร์ฟกับซอสเครื่องเคียง ชวนให้ลิ้มลองตลอดเดือนมีนาคม 2557 ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ เปิดบริการ ตั้งแต่ 11:30 น. – 22:00 น. สำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อโทร. (02) 625 1234 อีเมล์ cwb@chr.co.th

เทศกาลอีสเตอร์ ที่ห้องอาหารนานาชาติ เดอะสแควร์
เทศกาลอีสเตอร์

เฉลิมฉลองใน เทศกาลอีสเตอร์   ไม่ควรพลาดกับ เทศกาลอีสเตอร์ ที่ห้องอาหารนานาชาติ เดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ ที่จะสร้างความทรงจำให้ทุกคนในครอบครัว พบกับช็อคโกแลตอีสเตอร์บรั้นช์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สำหรับต้อนรับคุณในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายนนี้ และอาหารพิเศษหลากเมนู อาทิ ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ เนื้อแกะย่าง และช็อกโกแลตหลากหลาย อีสเตอร์วันสำหรับครอบครัวนี้ ผู้ใหญ่จ่ายเพียง 950 บาท++ เด็กอายุ 12-16 ปี จ่ายครึ่งราคา และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ทานฟรีเมื่อมาพร้อมผู้ใหญ่ 2 ท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-209-8888 ต่อ เดอะสแควร์ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.novotelbkk.com

สามร้านอาหารอิมแพ็ค เอาใจคนรักอาหารทะเลต้อนรับงานมอเตอร์โชว์
สามร้านอาหารอิมแพ็ค

สามร้านอาหารอิมแพ็คเอาใจคนรักอาหารทะเลต้อนรับงานมอเตอร์โชว์ เพลิดเพลินกับมหกรรมยานยนตร์ที่หลายคนรอคอยกับงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 35 แล้วอย่าลืมแวะมาอิ่มอร่อยกับหลากหลายอาหารทะเลเลิศรสที่  สามร้านอาหารอิมแพ็ค อาทิ จิ้มจุ่มซีฟู้ดหม้อไฟและหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบสมุนไพรรสชาติเผ็ดร้อนแบบไทยที่ร้านมโนราห์นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยแบบฟิวชั่น อาทิ ซีฟู๊ดทอดกรอบเสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์และซอสทาร์ทาร์ ซีฟู๊ดบาร์บีคิวเสิร์ฟพร้อมพาสต้าเฟตตูชินี่หมึกดำและซอสแซฟฟร่อน และพิซซ่าซีฟู๊ดที่ร้านเทอราซซ่า เรสเตอรองค์แอนด์บาร์และบิสโตร เดอ แชมเปญ ห้ามพลาดความอร่อยที่เตรียมไว้เอาใจคนรักอาหารทะเลตลอดงานมอเตอร์โชว์ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2557 ที่ร้านมโนราห์ บริเวณล็อบบี้ อาคารชาเลนเจอร์ 3 ร้านบิสโตร เดอ แชมเปญ ที่ล็อบบี้ อาคารชาเลนเจอร์ 3 และร้านเทอราซซ่า เรสเตอรองค์แอนด์บาร์ อาคาร 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร. 02-833-4038, 02-833-4031 และ 02-833-5432

การหมักเนื้อหมู เคล็ดลับทำให้หมูนุ่มอร่อย
การหมักเนื้อหมู

การหมักเนื้อหมู ให้นุ่มนั้นไม่ใช่เรื่องยากและแม่ครัวประจำบ้านรู้กันอยู่แล้วแต่การหมกหมูที่ถูกต้องและอร่อยมากยิ่งขึ้นต้องขึ้นกับการเลือกส่วนของเนื้อหมูและส่วนผสมที่พอเหมาะหลายคนยังอาจจะไม่เคยรู้ วันนี้จึงมานำเสนอการการหมักหมูตามส่วนต่างๆ ของหมูกันเลยค่ะ 1) ส่วนของเนื้อหมูที่ไม่มีไขมัน เช่น เนื้อสันในหมู จะทำให้หมูนุ่มขึ้นโดยใส่ไข่ไก่และนมสดจืดในการหมัก จะทำให้หมูชุ่มชื่น เพิ่มรสชาติด้วยซอสปรุงรสอีกนิด แค่นี้เนื้อหมูของคุณก็พร้อมที่นำไปทำอาหารแล้วค่ะ 2) ส่วนของเนื้อหมูที่มีเส้นใยมาก เช่น ขา สันนอก และเนื้อสะโพก หมักด้วยน้ำสับปะรด 1 ช้อนโต๊ะ หรือสับปะรดหั่น2-3ชิ้น หั้นเป็นชิ้นเล็ก (สับปะรดไม่ควรมากเกินไปอาจทะให้เนื้อหมูเละไม่อร่อยได้) จะทำให้เนื้อหมูอ่อนนุ่ม และยุ้ยเปื่อยขึ้น แต่วิธีนี้จะไม่ทำให้ชุ่มชื้น 3) เนื้อหมูส่วนที่สำหรับทำสเต็ก ใส่น้ำสับปะรด 1 ช้อนโต๊ะและใช้ฆ้อนทุบเบาๆ ก่อนนำไปทำสเต็ก >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< เคล็ดลับอื่นๆในการหมักเนื้อหมูยังมีอีกหลายวิธี หมักเนื้อหมูด้วยไข่ไก่และนมสดชนิดจืด : จะให้ผลคล้ายๆกัน คือ เนื้อหมูจะนุ่มและดูชุ่มชื้น เหมาะกับการหมักเนื้อหมูส่วนที่ไม่มีไขมัน หรือมีมันน้อย เช่น เนื้อสันใน เวลาหมักจะใส่ซีอิ้วขาวหรือซอสปรุงรสลงไปด้วยก็ได้ เป็นการเพิ่มรสชาติให้หมูอร่อยยิ่งขึ้น จากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ 30 นาที 1 ชั่วโมง หมักเนื้อหมูด้วยสับปะรด โซดา ไวน์ และ เบียร์ : สูตรใดสูตรหนึ่งเพียงอย่างเดียวจะให้ผลคล้ายกัน คือ เนื้อจะอ่อนนุ่มมาก แต่ไม่ชุ่มชื้น เหมาะสำหรับหมักกับเนื้อส่วนที่มีเส้นใยมากๆ และมีมันปนอยู่บ้าง เช่น เนื้อสะโพก จากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ15- 30 นาที หมักเนื้อหมูด้วยน้ำมันงา แป้งมัน น้ำมันหอย เกลือ น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ซีอิ้วขาว : วิธีนี้ก็ทำให้นุ่มน่ากินมากขึ้น จากนั้นนำหมูที่หมักใส่ตู้เย็นพักไว้ประมาณ 30 นาที 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นยิ่งดี ก่อนจะเอาไปประกอบอาหารสัก 15 นาที ให้นำสับปะรดมาคลุกเคล้ากันก่อน รับรองว่าหมูนุ่มชัวร์ เรียบเรียงโดย food mthai

ล้งเล้ง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลารสเด็ดแห่งย่านสะพานเหลือง
ลูกชิ้นปลา /  เย็นตาโฟ

ร้าน ล้งเล้ง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา เย็นตาโฟเจ้าดังย่านสะพานเหลือง ร้านอร่อยในสามย่านอีกร้านนึงที่ food.mthai.com แนะนำ ส่วนผสมหลักทั้งลูกชิ้นปลา เกี๊ยวปลา ฮื่อก๊วย ปลายอ เส้นปลา รสเด็ดเพราะทำเองกับมือมั่นใจได้เลยว่าไร้สารตกค้างแน่นอน และน้ำซอสเย็นตาโฟเข้มข้นสูตรพิเศษของร้านล้งเล้ง  เย็นตาโฟร้านนี้จะไม่เหมือนใครเพราะเสริฟมาพร้อมกับปลากรอบ กินคู่กันรสชาติเข้ากันดีเลย   หน้าร้าน ล้งเล้ง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา มี 1 คูหา ตรงข้าม คริสตจักรสะพานเหลือง เมนูแนะนำ เย็นตาโฟเกาเหลา 50 บาท เกาเหลาต้มยำ 50 บาท บะหมี่เย็นตาโฟแห้ง 40 บาท หากใครกำลังหาร้านเย็นตาโฟทาน แนะนำร้าน ล้งเล้ง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเลยค่ะ ครั้งหน้าจะไปรีวิวร้านไหนอีกติดตาม food.mthai.com ไดีที่นี่เดียว ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

BAIYOKE IN LOVE ที่ โรงแรมใบหยกสกาย
วาเลนไทน์ /  ใบหยก

BAIYOKE IN LOVE ที่ โรงแรมใบหยกสกาย โรงแรมใบหยกสกาย ขอเชิญทุกคู่รักร่วมเติมความหวานสุดแสนโรแมนติก บนตึกที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ พร้อมชมวิวแบบ 360 องศา ของค่ำคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ใน BAIYOKE IN LOVE ดินเนอร์สุดหรูพร้อมสัมผัสกลิ่นอายความรักกับบรรยากาศห้องอาหารหลากหลายสไตล์ อาทิ Love in Sweet Garden, Love in Fairy Tales ที่จะเนรมิตให้ทุกคู่รักร่วมดื่มด่ำรักโรแมนติก และซุ้มถ่ายรูปที่จัดเตรียมไว้ให้ทุกคู่รักได้แสดงความหวานออกสื่อ ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก พิเศษ!! อาหารมื้อค่ำสุดหรู ที่มีให้เลือกอย่างมากมาย อาทิ หอยเชลล์ญี่ปุ่นอบชีส, กุ้งซอสอโวคาโด และสเต็กซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงบรรเลงขับกล่อมตลอดค่ำคืน รับส่วนลด 10% (ซื้อบัตรก่อน 12 ก.พ.57) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Baiyoke Call Center 0-2656-3939, www.baiyokebuffet.com

โปรโมชั่นพิเศษ Seafood Promotion ที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค
Seafood Promotion

โปรโมชั่นพิเศษ   “Seafood Promotion”            ตลอดเดือนมีนาคมนี้ มร.ชู ฮอยโฮง เชฟใหญ่ ห้องอาหารจีนอิมพีเรียลไชน่า โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22   จัดโปรโมชั่นพิเศษ    “ Seafood Promotion ” อาหารจีนรสเลิศสไตล์กวางตุ้งแท้ ๆ  ไว้บริการให้ท่านและครอบครัว ตลอดจนเพื่อนสนิทมิตรสหายได้มาอิ่มอร่อยกันอย่างจุใจ ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ  ทั้งมื้อกลางวันและค่ำ  ราคาเริ่มต้นที่ 250 บาท++ ได้แก่ ซุปกวางตุ้งเป๋าฮื้อตุ๋นกังป๋วยในกระบอกไม้ไผ่    หอยหวานผัดเห็ดโคนซอส x.o ซีฟู้ดอบซอสเนยกะทะร้อน กุ้งมังกรอีหมี่อบชีส  กั้งตั๊กแตนผัดพริกเกลือ     ก้ามปูอบคึ่นไช่ต้นหอมหม้อดิน กุ้งลายเสือชุปแป้งงาทอด ปลาเก๋า 2 เซียน      รวมมิตรทะเลในตระกร้า     หมายเหตุ   มีห้องส่วนตัวบริการ                                                              สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สำรองโต๊ะที่โทร 02-261-9000  ต่อ   5059 อีเมล์  dining@imperialhotels.com  เว็บไซต์   www.queensparkdining.com

สารพัดเมนูเป๋าฮื้อ ณ ห้องอาหารจีน ลก หว่า ฮิน
อาหารจีน /  เป๋าฮื้อ

สารพัดเมนูเป๋าฮื้อ ห้องอาหารจีน ลก หว่า ฮิน โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ แนะนำเมนูอาหารจีนชั้นเยี่ยมมาให้ลิ้มลอง “เจ้าแห่งท้องทะเล” สารพัดเมนูเป๋าฮื้อ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท++ ต่อเมนู อาทิ เป๋าฮื้อกระเพาะปลาสดน้ำแดง, เป๋าฮื้อทั้งลูกเจี๋ยนน้ำมันหอย และสเต็กเป๋าฮื้อซอสเอ็กซ์โอ เป็นต้น พิเศษสำหรับบัตรแอคคอร์ แอดแวนเทจพลัส รับส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร. 02-209-8888 ต่อ ห้องอาหารเดอะสแควร์ หรือ ห้องอาหารจีน ลก หว่า ฮิน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.novotelbkk.com

ร้าน ศิริวรรณหอยทอด อร่อยเก่าแก่ สูตรดั้งเดิมวัดมกุฏฯ
ผัดไทย /  หอยทอด

สวัสดีค่ะสัปดาห์นี้มาเฟียฟู้ดพากันมาที่ ร้าน ศิริวรรณหอยทอด ร้านหอยทอดที่โด่งดังที่หลายๆคนคุ้นหูกันดี ร้านอร่อยเจ้าเก่าที่มาเฟียฟู้ดแนะนำมาว่าอร่อยจริง ทีมงามตามรอยนักชิมไม่พลาดได้อย่างไร ต้องลุยไปชิมแล้วมารีวิวทันที จะน่าทานแค่ไหนไปดูกันเลย (หน้าร้าน ศิริวรรณหอยทอด) ร้านศิริวรรณหอยทอด เป็นร้านเก่าแก่ ดั้งเดิมอยู่ที่สี่แยกวัดมกุฏฯ ใกล้กับวัดมกุฏกษัตริยาราม สูตรเด็ดนี่มีมากกว่า 40 ปี แล้ว รุ่นลูกรุ่นหลานสืบทอดสูตรกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังคงความอร่อยไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ก่อนมีแค่หอยทอด และผัดไทยที่เป็นเมนูเด็ด จนปัจจุบันก็มีเมนูเพิ่มเติมขึ้นมาอีกมากมายหลายเมนูให้เลือกทานกัน อร่อยทุกอย่าง หัวใจสำคัญของที่นี่คือเลือกสรรแต่วัตถุดิบสดใหม่ตลอด ดีเรื่องรสชาติอาหารแล้วเรื่องบริการยังดีอีกด้วย (พ่อครัวทำอาหารกันให้เห็นตรงหน้าร้าน) การเดินทางมา ร้านศิริวรรณหอยทอด  สาขาเมืองทองธานี จากถนนแจ้งวัฒนะ เข้าซอยเมืองทองธานี 3 เจอสี่แยกแรกเลี้ยวซ้ายเป็นทาง One Way ติดกับบ่อน้ำ มาไม่ยากเลยค่ะ (ภายในร้าน แบ่งเป็น 2 ห้อง ติดแอร์ไม่ต้องกลัวร้อน) เมนูแนะนำ หอยนางรมแป้งออส่วน 150 บาท  เสิร์ฟมากับกะทะร้อน หอยนางรมเนื้อหวานบวกกับแป้งออส่วนนุ่มๆ ที่นี่ยังมีออส่วนแบบกรอบให้เลือกสั่งอีกด้วย หอยทอด 50 บาท  หอยแมลงภู่มาแบบเต็มๆ ความสดของหอยและวิธีการทำของร้านนี่การันตีความอร่อยเลยค่ะ ขนมผักกาด 50 บาท ขนมผักกาดชิ้นใหญ่นุ่มๆ  ชุ่มซอส หวานฉ่ำ ผัดไทยเนื้อปู 100 บาท ผัดไทยห่อด้วยไข่และโรยปูไว้บนสุดโชว์เนื้อแน่นของปู ปอเปี๊ยะสด 50 บาท แน่นด้วยไส้โรยด้วยไข่และน้ำราดหวานคำเดียวเอาอยู่ ปอเปี๊ยะทอด 50 บาท ทอดกรอบๆจิ้มกับน้ำจิ้มหวานๆ เป็นอาหารทานเล่นรสเด็ดเลยทีเดียว อร่อยแบบนี้มาเฟียฟู้ดต้องมาการันตีกันถึงที่ เจอประกาศนียบัตรของตามรอยนักชิมที่ไหนไม่ต้องคิดนานเดินเข้าร้านนั้นเลย ครั้งหน้าจะเป็นร้านไหนอีกต้องติดตาม food.mthai.com  "อร่อยจริง เจอกัน" * หยุดวันสงกรานต์    วันที่ 12- 15 เมษายน 2557   เปิด วันที่ 16 เมษายน 2557 แผนที่ร้าน ศิริวรรณหอยทอด

Cafe Casta ร้านหวานละมุน สไตล์ผู้ดีอังกฤษ
ร้านกาแฟ /  สไตล์ผู้ดีอังกฤษ

Cafe Casta ร้านหวานละมุน สไตล์ผู้ดีอังกฤษ        สำหรับสาวหวาน ผู้ชื่นชอบร้านนั่งน่ารักๆ สไตล์โดนใจแถมมีทั้งของหวานของคาวให้เลือกสรร ขอแนะนำร้านกาแฟเล็กๆ "Cafe Casta" ย่านถนนทุ่งมังกร ร้านหนึ่งในมุมสงบและร่มรื่น แม้เข้ามาอาจไม่มีบริเวณที่จอดรถให้มากนัก ต้องจอดกันหน้าร้านและริมถนนเล็กน้อย แต่ผู้คนก็ยังแวะเวียนกันเข้ามาที่ร้านไม่ขาดสาย       หน้าร้านโดดเด่นตั้งแต่ป้ายหน้าร้าน และประตูระแนงไม้สีส้มสดสว่าง เดินเข้ามาภายในเหมือนเดินเข้ามาในบ้านสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ที่มีทั้งรูปปั้นหุ่นเก๋ไก๋ ถ้วยชามลวดลายวินเทจ ผนังและเฟอร์นิเจอร์สีสันพาสเทลหวานแหวว เข้ากับโคมห้อยระย้าสวยงาม ให้ความรู้สึกอบอุ่น ละมุนหัวใจอย่างบอกไม่ถูก (หน้าร้านบรรยากาศร่มรื่น) (ด้านนอกร้าน) (บรรยากาศในร้านสีพาสเทล) (โคมระย้าสวยงาม)        เมนูแนะนำ (ปีกไก่ทอด ทานเล่นกรุบกริบ ราคา 100 บาท) (ข้าว + ต้มยำน้ำข้น อาหารไทยรสผัดเผ็ดจัดจ้านก็มี ราคา 150 บาท ) (สปาเก็ตตี้กุ้งไวท์ซอส จานใหญ่ กับกุ้งตัวใหญ่ๆ 4-5 ตัว ราคา 220 บาท) (ไอศกรีมเค้ก รสช็อกโกแลตชิพ ชิ้นละ 85 บาท)        ถนนทุ่งมังกร เป็นถนนเส้นเล็กๆ รถไม่เยอะ ขับเข้าไปก็หาไม่ยาก ลองเข้าไปนั่งชิลล์ๆ รับรองแค่บรรยากาศก็อิ่มเอมแน่นอน หรือจะไปนั่งสบตาหวานฉ่ำกับคู่รัก ก็โรแมนติกไม่แพ้กันเลยทีเดียว ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ร้าน Miss.mamon ขนมเค้กมาม่อน สูตรต้นตำรับ
เค้ก /  เค้กมาม่อน

ร้าน miss.mamon ร้านเบเกอรี่ร้านดังหลังตลาดการบินไทยสำนักงานใหญ่ มีทั้งเบเกอรี่ ขนมเค้กมาม่อน และเครื่องดื่มร้อน-เย็นนานาชนิด ส่วนขนมขึ้นชื่อก็จะเป็นม่ามอนเค้กสารพัดหน้ากว่า 10 ชนิดรวมถุงคุกกี้และขนมปังอบหน้าต่าง ๆ Mamon Classic - สูตรต้นตำรับ สูตรต้นตำรับ ที่ลูกค้าให้ความนิยมมากที่สุดกับหน้าชีส โดยเราใช้เชดดาชีสจากประเทศนิวซีแลนด์ โรยหน้าพร้อมเนื้อเค้กที่มีให้เลือกถึง 3 แบบ ทั้งเนื้อเค้กมาม่อน วนิลา ใบเตย และช็อกโกแลต Mamon Oriental เครื่องหน้าแบบไทย อร่อยเต็มคำกับเครื่องหน้าแบบไทยๆ กับหน้าฝอยทองบนเนื้อเค้กมาม่อนนุ่มๆ ทั้งเนื้อวนิลา และ ใบเตย หรือจะเลือกอร่อยกับหน้ายอดฮิตอย่าง หน้าหมูหยองมายองเนส และหมูหยองพริกเผา ความอร่อยที่เข้ากันอย่างลงตัว ต้องลอง   Mamon Coffee – เนื้อมาม่อนรสกาแฟ หอม กรุ่น ... นุ๊ม นุ่ม เนื้อมาม่อนกาแฟ กับท็อปปิ้งคุณภาพเยี่ยมทั้ง 3 หน้า เชดด้าชีส , ช็อคโกแลตคอนเฟล็กซ์ และ คาราเมลแคชชูนัท Mamon VERY Chocolate – Choc Lover ถูกใจคนชอบช็อกโกแลตด้วย Mamon VERY Chocolate ที่ชุ่ม อร่อยด้วยช็อกโกแลตทั้งชิ้น ทั้งเนื้อและหน้า กับ 2 หน้าดับเบิ้ลช็อก ทั้งหน้าดาร์กช็อก (Dark Choc) และ หน้าไวท์ ช็อก (White Choc) อร่อยเข้มแบบลงตัว Mamon Sugar Free - สูตรไร้น้ำตาล เนื้อวนิลา ต้นตำรับ ด้วยสารทดแทนความหวานจากธรรมชาติ แป้งมันสำปะหลัง ให้พลังงานน้อยกว่าครึ่ง แต่คงไว้ซึ่งความนุ่ม อร่อยของขนมเหมือน เดิม เหมาะสำหรับ ผู้ที่รักสุขภาพ เป็นของขวัญ ของฝากผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ มีให้เลือกทั้ง 3 หน้า ได้แก่ ชีส ธัญพืช และลูกเกดทอง Mamon CupCake – TRY Me ความอร่อยใหม่ที่ต้องลอง กับขนมเค้กมาม่อนในรูปแบบใหม่ “คัพเค้กเนื้อนุ่ม” พร้อมความหวาน มันอร่อยลงตัวกับครีมสดในแบบโฮมเมด บนเนื้อเค้กมาม่อนที่คุณชื่นชอบ ทั้งหน้าโยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่ เยลลี่ และ ครีมมี่โอรีโอ

ตะลุย โฮจิมินห์ มุยเน่ เวียดนามใต้ ดินแดนแห่งทะเลทราย
เที่ยวเวียดนาม

 เวียดนาม ใต้ ดินแดนแห่งทะเลทราย การเดินทางไป เวียดนาม นั่นเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างลำบากพอสมควรค่ะ ก่อนเดินทางไป....ทั้งคณะก็ได้ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ขอคนที่นั่นแบบพอสังเขป แต่คำที่ทุกคนใช้กันส่วนใหญ่คือ "ถ้าไม่โดนหลอกแสดงว่าเราไปไม่ถึงเวียดนาม" อะ............เริ่มระแวงกันทุกคนก่อนไปละว่าเราจะโดนรูปแบบไหนกันนะ ไปติดตามกันค่ะ วันแรกของการเดินทาง................ เราออกจากประเทศไทยประมาณ 6.30 บินตรงสู่ โฮจิมินห์ ด้วยการบินราคาประหยัด ^^' ถึง โฮจิมินห์ ก็มืดแล้วค่ะ พวกเราจำเป็นต้องขึ้นรถแท็กซี่ของที่นั่นเพื่อเดินทางไปที่พักที่เราจองไว้ ซึ่งจะอยู่ในย่านตลาดเบนถั่น ชื่อ โรงแรมจะเรียกยากหน่อยค่ะ ipao ก็ลืมแล้วสิ ^^' (แย่จัง) แต่เอาเป้งว่าอยู่ใกล้ตลาดมากๆค่ะ ราคาต่อคืน ประมาณ 1100 บาท ค่ะ เป็น โรงแรม 3 ดาว ถือว่าโอเคเลยทีเดียว ต้องขอสาธยายก่อน.....กว่าจะมาถึงโรงแรมได้ ทีมทั้งหมดที่ไปมีกัน 8 คนค่ะ แบ่งเป้งรถสองคัน คันแรกเราไม่รู้เกิดอะไรแบบคันของ ipao รึเป่า แต่ของ ipao ช้ามาก เราตกลงราคากันแล้วที่สนามบินก่อนออกมาเพราะฉะนั่นไม่โดนหลอกแน่ มันต้องรีบพาเราไปส่งอย่างรวดเร็วแน่นอน คนขับพยายามขับรถวนและสื่อสารกะเราแบบประมาณว่าอยากให้เช่ารถเค้าไปเที่ยว กลางคืนต่อได้นะ แต่เราก็พยายามปฎิเสธแบบสุดแรงเกิด ปัญหาคือเค้าไม่เข้าใจภาษาอังกฤษด้วย เลยมีหน้าม้าคุยกะเราหลายคน แต่เราก็พยายามบอกแบบศัพท์ง่ายๆว่าเราไม่ต้องการ กว่าจะถึงโรงแรมก็เกือบอ้วกกันเลยทีเดียว --* พอเข้าโรงแรมเราก็เก็บสำพาระทั้งหมดของแต่ละคนแล้วก็ลงมาเจอกันด้านหน้าล็อบบี้เพื่อจะไปเดินตลาดยามค่ำคืนกันค่ะ บรรยากาศก็เหมือนตลาดนัดบ้านเราละค่ะ ไม่มีอะไรมากพอเดินกันสักพักด้วยความที่ยังไม่กินข้าวเย็น เราเลยต้องลองของกันสักหน่อย อิอิ ^^ อาหารมื้อนี้ขอแนะนำ เฝอ----อาหารขึ้นชื่อของ เวียดนาม ใครไม่ได้กินไปไม่ถึงเวียดนามแน่ๆค่ะ ราคาชามละ 40 บาท เค้าชาตเราเต็มๆค่ะ ไม่ต้องสืบเลย ร้านที่เรานั่งกินกันอยู่ใกล้กับโรงแรมที่เราพัก เป็นร้านข้างถนน ต้องนั่งเก้าอี้ซักผ้าเท่านั่นถึงกินได้ สภาพร้านไม่อยากบรรยายมันคือวิถีของเค้าจริงๆค่ะ แค่ความสะอาดไม่ผ่านอนามัยแน่นอนเพราะตะเกียบและช้อนล้างน้ำเป่าธรรมดาเท่า นั่น แถมน้ำแข็งก็จกด้วยมือแม่ค้าแค่นั่นเองค่ะ อร่อยกันไปเลยมื้อนี้ เลิศที่สุด รสชาติอาหารพอทานได้ค่ะ เหมือนก๋วยเตี๊ยวบ้านเราเลย ^^.....................จากนั่นเราก็กลับขึ้นห้องแต่ละคน แต่ก่อนจะขึ้นห้องเราสอบถามเรื่องรถจะไปมุยเน่ (จุดหมายต่อไปของเรา) ปรากฎว่าเพ่ชายของพนักงานคนนี้เค้าเป้งคนขับรถตู้จะอาสาพาเราไปโดยคิดค่า เสียหายตกคนละ 600 ก่าบาทค่ะ เป้งรถตู้ส่วนตัวนั่งไปชิวๆ รอรีบเรากลับพรุ่งนี้ด้วย เราก็เป้งอันว่าตกลงตามนั่นกลับห้องนอนกันอย่างสบายใจ............ วันที่ 2 ของการเดินทาง.................... เช้าวันที่ 2 มีอาหารเช้าที่โรงแรมให้ทานค่ะ แต่อิ 2 ตัวไม่ทาน แรดอยากลองของกันแต่เช้าเลย อิอิ .............................ipao และเพื่อนอีกคน ออกตะเวนแต่เช้าเพื่อดูวิถีชิวิตของคนที่นี่ตอนเช้าเค้าจะทามอะไรกัน ก็ไม่มีอะำไรมากค่ะ คล้ายๆบ้านเราเลย เดินดูกันสักพักก็เหนื่อยเลยมานั่งกินเฝอกันต่อ แต่เฝอนี้รสชาติไม่อร่อยเหมือนเมื่อวานค่ะ น้ำข้น ตอนแรกไม่กล้ากินกลัวเป้งเนื้อหมา --* แหะๆ แต่เค้าบอกหมูโนหมา หมาแพง 555555555555555+ (ตั้งแต่เรามาอยู่ที่โฮจิมินทร์เราจะไม่ค่อยเห็นหมาตัวใหญ่เท่าไหร่นะค่ะ เราจะเห็นแต่ตัวเล็กไม่กี่ตัวเท่านั่นเอง คิดกันเองละกันค่ะ หุๆ) .................... พอทานเสร็จก็ใกล้เวลาที่รถตู้จะมารับแล้วค่ะ เรานัดเค้าไว้ที่ 8.00 เช้าค่ะ ก็มาตามเวลานัดเลย แต่คนเรายังไม่พร้อมเพราะมีคนตื่นสาย (มันน่านัก) ก็เลทประมาณ 8.30 เริ่มออกเดินทาง การเดินทางจากโฮจิมินห์ไปมุยเน่ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงค่ะ ระยะทาง 200 ก่าโล --* มันช้ามาก (ตามกฎหมายเวียดนามห้ามขับเกิน 60 กิโล/ชั่วโมง) มันทำให้พี่ในกลุ่มบางคนคันไม้คันมืออยากไปขับแทนโชเฟอร์สะงั้น 55+ ระหว่างทางโชเฟอร์ก็พาเราแวะทุกสิ่งค่ะ ระหว่างทางไปมุยเน่ ขณะเรานั่งบนรถ ช่วงรถว่างพี่แกไม่แซง แซงช่วงรถเต็มถนนเลย ทำเราหวาดเสียวไปหลายรอบ (หัวใจจะวาย --*) ผ่านไป 6 ชั่วโมงที่รอคอย............ในที่สุดก็ถึงแล้วค่ะ มุยเน่ เราพัก โรงแรม 4 ดาวที่จองกับอโกด้า ที่นี้ตกคืนละ 2000 บาท โรงแรมค่อนข้างสงบร่มรื่นเหมาะสำหรับคู่สวีท.....แต่คณะเรามันไม่ใช่นะซี้ --* เดินเล่น ถ่ายรูป เอาของไปเก็บในห้องพักได้สักพัก..................เราก็ออกไปตะลุยกันต่อค่ะ ด่านแรกที่ไปคือ......ลำธารนางฟ้า จะสวยขนาดไหนไปชมกันดีก่า ลำธารนี้น้ำจะอยู่แค่ระดับข้อเท้าเท่านั่นค่ะไม่สูงไปมากกว่านี้ ความเป็นมาเราก็ค่อยทราบเท่าไหร่ค่ะ เห็นนักท่องเที่ยวชอบมากัน คงเป็นเพราะธรรมชาติเลยดึงดูุดคนไปเที่ยวได้เยอะค่ะ และก็ที่นี้ที่เราโดนหลอก --* ก่อน เข้าชมมีเด็กหนุ่มอายุราวๆ 15-16 เดินตามเรา บอกเราว่าจะเป้งไกต์พาเที่ยวให้ เราก็ไม่ได้ขอให้พาไปหรอกนักค่ะ แต่อยากพาไปก็เรื่องของเค้า ก็พยายามจะบริการเราเต็มที่แต่สุดท้ายก็มาขอเงินเราในราคาที่ค่อนข้างสูงเลย ทีเดียว ตกประมาณ 800 บาท เค้าบอกว่าถ้าไม่ให้เค้าบิ๊กบอยจะต่อยเค้า ด้วยความรำคาญเดินตามไม่ยอมหยุด และเราก็อยู่ต่างแดนด้วยไม่รู้อะไรจะเกิดกับเรารึเป่า เราจึงยอมให้เค้าไปค่ะ ถือว่าให้ทุนละกัน จะได้หมดเรื่องไป จากลำธารนางฟ้า เราเดินทางต่อค่ะ ไปทะเลทรายแดง ขึ้นชื่อมาก มา มุยเน่ ไม่มีที่นี้พลาดอย่างเหลือหลาย ทะเลทรายที่นี่ดูๆไปก็คล้ายๆซาฮาร่าก็ว่าได้ กว้างใหญ่เลยทีเดียว พอเราขับรถไปถึงเด็กตัวเล็กก็จะกรูกันมาขายกระดานเอาไว้สไลเดอร์เล่นบนทะเล ทราย ซึ่งราคาก็ต้องตกลงกันดีๆนะค่ะ บางคนนึกว่าจ่ายทั้งหมดแล้ว แต่ทีไหนได้น้องเค้าคิดต่อรอบ --* ดูสิทำกันได้ ภาพสุดท้าย----นางแบบจำเป็น ต่อจากทะเลทรายแดงเราก็ต้องต่อด้วยทะเลทรายขาว เพื่อให้ครบสูตร ^^ เราเดินทางมาถึงทะเลทรายขาวในช่วงเวลาประมาณ 4-5 โมง เย็นแล้วค่ะ ระยะทางระหว่าง ทะเลทรายแดงและขาวห่างกันมากเลยค่ะ (เอะ...หรือเป้งเพราะขับช้า *-*) เหนื่อยและหิวมาก เพราะข้าวเที่ยงไม่ได้กินกันเลย ทรหดจริงๆทริปนี้ ขากลับเราก็เลยหาที่นั่งทานอาหารกันแบบลงตัวที่สุดชิดขอบทะเลที่สุด เจอร้านข้างทางที่ดูน่าจะทานกันได้ก็กรูกันลงจากรถทันที อาหารจานนี่เป็นจานเด็ดของเราค่ะ หอยเชลล์อะไรสักอย่าง(สั่งหลายจานมาก) ราคา 45 บาท โอ๊ะแม่เจ้ามันอร่ิยที่สุดในสามโลกเลยก็ว่าได้ จานอื่นพอดี ipao ไม่ได้ถ่ายมาอะค่ะ กินกันลืมตัว อิอิ ^^ สรุปว่าทุกอย่างอร่อยค่ะ กุ้งเราสั่งมาประมาณ 2 โลได้ ปลาทับทิม 1 ตัว แล้วอะไรอีกก็ไม่รุเยอะแยะ หมดไปคนละ 200 บาท แบบว่ามันจุกมาก .................จุกแล้วก็กลับไปที่โรงแรมค่ะ พักผ่อนกันสักพักมีปาร์ตี้ริมสระกันนิดหน่อยแบบว่าได้ไวท์ดาลัทมาขวดหนึงมา test กันสะหน่อย แล้วจากนั่นก็แยกย้ายกันห้องใครห้องมัน วันที่ 3 ของการเดินทาง....................... วันนี้ตื่นเวลา 7.00 เช้า เดินออกมาเล่นหน้าหาดและถ่ายรูป ก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้าและรอรถมารับกลับไปที่พักเดิม อาหารที่โรงแรมก็เป็น breakfast ธรรมดาทั่วไปค่ะ เหมือนประเทศเราแต่จะมีเฝอเป็นส่วนประกอบด้วยอีกนั่นแหละ --* (ไปไหนไม่พ้นเฝอ).................ออกเดินทางจากมุยเน่ตอน 8-9 โมง ถึง โฮจิมินท์ประมาณ บ่าย2-3 ค่ะ เราก็เดินทางต่อเลย สรุปคือทริปนี้ไม่ได้กินข้าวเที่ยง 5555+ วันนี้เราจะไปไปรษณีย์กลางกัน ไปรษณีย์กลางตั้งอยู่บริเวณใจ กลางเมืองโฮจิมินห์ ใกล้กับโบสถ์นอร์ทเธอดาม ได้รับการก่อสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2439 เสร็จในปี พ.ศ. 2444 มีการออกแบบและก่อสร้างในสไตล์ฝรั่งเศสและได้รับการออกแบบตกแต่ง อย่างงดงามด้วยกระจกสี เป็นไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียตนาม มีความโอ่โถง และอ่อนช้อยทว่ามั่นคง จนทำให้นักออกแบบมากมายต้องมาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับ การออกแบบตกแต่งอาคารแห่งนี้ ภายในตัวอาคารมีการระดับภาพแผนที่ทางทะเล โบราณ และภาพของอดีตผู้นำประเทศโฮจิมินห์ มีการบริการทั้งการส่งจดหมาย แสตมป์เพื่อการสะสม โปสการ์ด โทรศัพท์ระหว่างประเทศในอัตราค่าบริการมาตรฐาน จากไปรษณีย์กลางเราก็เดินอีกนิดหน่อยไปโบสถ์นอร์ทเธอดาม(Notre Dame Cathedral) กัน โบสถ์นี้สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 ใช้ระยะเวลาการสร้าง 6 ปี ตัวโบสถ์ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์ที่อื่น เพราะได้รับ ความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับโบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งใน เวียตนาม โดยในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย ลักษณะของตัวโบสถ์เป็น รูปแบบของสมัยอาณานิคม มีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนสูง 40 เมตร เป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของโบสถ์แห่งนี้ ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นขนาดใหญ่ สีขาวเด่นเป็นสง่าของพระแม่มารี นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาชมกันมาก เพราะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ร่วม อันหมายถึงการเข้ามาของตะวันตก และเป็น สัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโฮจิมินห์ก็ว่าได้ โพสท่ากันหน่อยนางแบบ จากนั่นทั้งคณะก็เดินออกมาข้างๆโบสถ์เพื่อพักกันสักครู่ก่อนเดินทางต่อ ก็เจอขนมข้างทางที่น่าลิ้มลอง ก็เลยซื้อมากินคนละอัน ตกอันละ 15 บาท ค่ะ เค้าเรียกว่าบิ่นตัง (ไม่รู้สะกดถูกรึเป่า) สอดไส้ไข้นกกระทา ต้นหอม ซอสพริก และอื่นๆ ระหว่างทานก็โดนไล่ที่กันด้วย ลุกกันแทบไม่ทัน เทศกิจที่นั่นก็ไวใช่ย่อย ก็เลยต้องเดินกินไประหว่างทางแทนการนั่ง TT เรื่องมันเศร้าจริงๆนะ เดินกันเมื่อยละค่ะ เราก็เจอร้านอาหาร ซึ่งเป็นร้านที่น่ากินกันพอสมควร ตกลงกันว่าจะกินร้านนี้ เป็นอันว่าเดินเข้าไปเลยดีกว่า ไม่ต้องบอกก็รุ็ว่าทุกคนพร้อมกินกันขนาดไหน ^^' มื้อนี้หมดไป คนละ 220 บาท อิ่มแบบ อิ่มมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่รู้จะพูดยังไง ถ่ายรูปอาหารกันไม่ทันเพราะทุกคนจ้วงกันแบบไม่คิดชีวิตเลย........จุกกันไป อีกหนึ่งมื้อก่อนตบท้ายด้วย ไอศครีมกะทิชื่อดังของโฮจิมินทร์ราคาค่อนข้างแพง เกรดไม่เท่า Swensen's แต่ราคาพอๆกัน ความอร่อย ไม่เท่าไหร่ ไอศครีมกะทิเราร่อยก่าแน่นอน ข้างทาง 10 บาท  บ้านเรา เลิศที่สุดค่ะ ^^ คืนนี้เราจะกลับไปเดินตลาดตอนกลางคืนเพื่อซื้อของฝากกันค่ะ แต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าใครอยากได้อะไร Trick สำหรับหลายๆคนที่ไม่เคยไปเวียดนาม ก่อนจะซื้อของกรุณาต่อราคาลงเกินกว่าครึ่งหรือไม่ก็ครึ่งนึง ก่อนที่จะซื้อสินค้า ไม่เช่นนั่นคุณจะได้ของราคาแพงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พอเราซื้อของเส็ดคืนนี้อย่าหวังเลยว่าจะ กลับไปนอนยังไงก็ต้องตะลุยยามค่ำคืนของที่นี้ให้ได้ก่อนละ หึๆ ว่าแล้วเราก็เริ่มจากจุด start ที่โรงแรมเดินไปเรื่อยๆเพราะมีเพื่อนบางคนอยากเสี่ยงโชคเลยพอไปเสี่ยงสะ หน่อย เสี่ยงสะหลายที่เลยคืนนี้ ตอนกลางค่ำกลางคืนที่โฮจิมินท์ หนุ่มสาวที่นี่ก็จะนั่งเป็นคู่ๆที่สวนสาธารณะค่ะ แอบจู้จี้กัน เห็นแล้วก็ให้อิจฉา 5555+ มาถึงทีนี้แล้วต้องถึงที่สุด เกิดไอเดียวว่าอยากไปผับ อยากรู้ว่ามันจะต่างจากบ้านเราไหม ก้เลยไปลองสักที่สองที่ ผับแรก Le pub เป้งร้านแนวๆ ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่นสะมากกว่า ยังไม่ค่อยโดน ไปต่อเป็นผับแนวผู้ใหญ่เกิ้นนนนน ดนตรีแดนซ์แบบเก่า สรุปว่าได้บรรยากาศไปละกัน เดินออกจากร้าน เราก็นั่งหาอะไรกินกันสะหน่อยก่อนกลับเข้าโรงแรม........ "Le pub"  ข้าวต้มข้างทางก่อนกลับโรงแรม วันที่ 4 ของการเดินทาง........... วันนี้เราต้องรีบตื่นกันหน่อย เพราะเรากลับแต่เช้าเลย ทุกคนต้องเร่งทำเวลาค่ะ เช้านี้เราจ้างรถแท็กซี่ไปส่งสนามบินค่ะ ซึ่งทั้ง 8 คน ก้สามารถอัดเข้าไปในแท๊กซี่เพียงคันเดียวได้ค่ะ 5555 ตอนมาละไม่ได้ ขากลับยังไงก็ได้ งง จริงๆ ...............เราเดินทางถึงสนามบินทันเวลาพอดีค่ะก่อนทำการเช็คอินพร้อม บินกลับสู่ประเทศไทย..................................... ขอบขอคุณผู้ร่วมเดินทางทุกคนที่สละเวลามาร่วมทริปในครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่ได้กอนข้าวเที่ยงกันเลยแต่ทุกคนก็เดินต่อไปได้อย่างไม่ย่อท้อ ไว้ทริปครั้งหน้าเจอกันใหม่ค่ะ................ ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ได้ติดตาม ipaozaontour มาด้วยดีโดยตลอด ยังไง ipao ก็จะพัฒนาการรีวิวต่อไปเรื่อยๆนะค่ะ..........ขอบคุณค่ะ ^^ ............................................................................... เวียดนามใต้ ดินแดนแห่งทะเลทราย by ipaozaontour ............................................................................... สมาชิก MThai สามารถแชร์เรื่องเที่ยว ได้ที่ หมวดสมาชิกพาเที่ยว http://travel.mthai.com  พร้อมลุ้นของรางวัลเพียบ จาก MThai

ประวัติดาราวัยรุ่น เดียร์น่า ฟลีโป
ประวัติดาราวัยรุ่น /  สามีตรีตรา / 

ความรักของ พลอย เฌอมาล์จะสมหวังไม่ได้หากไม่ได้น้องสาวแสนสวย น้องก้อย คอยช่วยเป็นแม่สื่อให้ กับละครเรื่องดัง สามีตรีตรา นักแสดงรุ่นน้องจากสังกัด พี่เอศุภชัย เดียร์น่า ฟลีโป ที่รับบทเป็น ก้อย น้องสาวกั้ง (พลอย) ซึ่ง เป็นนักแสดงชาวไทย สังกัดสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 มีพีน้องฝาแฝดชาย-หญิง ชื่อ แม็กซิม เดียร์น่าเป็นเด็กที่มีความกล้าแสดงออก เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมเดียร์ก็จะเข้าร่วมเสมอ นํ้าหนัก 46 กก. ส่วนสูง 170 ซม. ไปทำความรู้จัก ประวัติดาราวัยรุ่น เดียร์น่า ฟลีโป กันเลย ประวัติดาราวัยรุ่น เดียร์น่า ฟลีโป ชื่อ เดียร์น่า ฟลีโป ชื่อเล่น: เดียร์น่า เกิด 11 สิงหาคม พ.ศ. 2537 ลูกครึ่ง ไทย-ฝรั่งเศส ลักษณะนิสัย ร่าเริง หัวเราะง่าย คุยเก่ง สีที่ชอบ สีฟ้า สีเหลือง อาหารจานโปรด พิซซ่า, ข้าวหมูทอด ความใฝ่ฝัน ทำงานในวงการบันเทิง ดาราคนโปรด"พลอย เฌอมาลย์,แอน ทองประสม" คติพจน์ อย่าคิดว่ามีวันนี้แล้วจะมีพรุ่งนี้ เวลาว่าง อ่านหนังสือ กีฬาที่ชอบ ว่ายน้ำ สิ่งที่ไม่ชอบ ช็อกโกแลต เลือด ผัก เป็นเด็กปั้นของ เอ ศุภชัย ศิลปินคนโปรด Avril Lavigne การศึกษา เดียร์น่า ฟลีโป ประถมศึกษาปีที่ 2 - ประถมปลาย โรงเรียนดอนบอสโกวิทยา จังหวัด อุดรธานี มัธยมต้น โรงเรียนดอนบอสโกวิทยา จังหวัดอุดรธานี (แผน วิทย์ คณิต ภาษา) มัธยมปลาย โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จังหวัด อุดรธานี ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลงานบันเทิง เดียร์น่า ฟลีโป MV เพลงรักจัดให้ potato เดินแบบทถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา มิสทีนคู่กับณเดชน์ ผลงานละคร สามีตีตรา รับบท ก้อย รางวัล เดียร์น่า ฟลีโป ชนะเลิศการประกวด เซ็นทรัล ยังพรีเซนต์ คอนเทสต์ 2009 ชนะเลิศการประกวด Freshy Teen's idol 2011 ทุนความสามารถพิเศษ (ด้านศิลปิน) เรียนระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยรังสิต  ขอบคุณข้อมูลจาก facebook.com/DianaFlipo, dianaflipo.circlecamp.com

ร้านเตี๋ยว เชียงใหม่ รับรองความเข้มข้น
ชาบู /  ร้านเตี๋ยว

วันนี้มาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักและไปลิ้มลองรสชาติความอร่อยของ “ ร้านเตี๋ยว ”จ.เชียงใหม่ กันค่ะ ร้านเตี๋ยวในร้านโต่ง ตัวร้านตั้งอยู่ในร้านโต่งคาเฟ่ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวและ หม้อไฟชาบู รับรองว่าตามรอยนักชิมมาการันตีความอร่อยแน่นอน ใครถูกใจหม้อไฟแบบหมู และ เนื้อ ก็ตามกันไปลิ้มลองได้เลยค่ะ    เมนูของร้าน ทางร้านเค้าการันตีว่าใช้ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมูคุณภาพเยี่ยม มีเนื้อวากิวคัดพิเศษ ซึ่งเจ้าของร้านเป็นคนชอบทานของอร่อย มีคุณภาพ และราคาไม่แพง จึงมั่นใจได้ว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อ-หมูของที่นี่นั้นอร่อยแน่นอน ซุปที่คิดค้นสูตรปรุงเองกับมือ อีกทั้งวัตถุดิบทุกอย่างที่คัดสรรมาอย่างดี  ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ  มีทั้ง เนื้อสด เนื้อเปื่อย เนื้อวากิว ลูกชิ้น เกาเหลา ข้าวต้มเนื้อ / ก๋วยเตี๋ยวหมู  มีทั้ง หมูสด ซี่โครงอ่อน  ลูกชิ้น เกาเหลา ข้าวต้มหมู    หม้อไฟหมู อิ่มอร่อยสุดๆในชุดนี้ก็จะมีน้ำซุปหมู ซุปโซดา แล้วแต่ลูกค้าจะสั่ง พร้อมผักสด วุ้นเส้น ข้าวสวย ไข่ไก่ เนื้อหมูสามชั้นสไลด์  สันคอสไลด์  สันนอกสไลด์ เหมาะสำหรับรับประทานกับเนื้อหมู ซึ่งจะได้รสชาติของเนื้อหมูที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก น้ำซุปรสชาติอร่อยมาก โดยเจ้าของร้านเป็นคนคิดค้นสูตรลับเฉพาะนี้ขึ้นมาเอง ใส่ผักสดลงไปในหม้อ ใช้ตะเกียบคีบของสดลงไปกวัดแกว่งในน้ำซุปร้อนๆ จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดอร่อบแบบคุ้มราคา   หม้อไฟเนื้อ เห็นชุดของหม้อไฟที่ร้านแล้วบอกได้เลยว่าคนรักเนื้อต้องน้ำลายหกแน่ๆ เพราะมีสารพัดเนื้อมาให้ลิ้มลองอย่างจุใจและถูกใจ ในชุดนี้ก็จะมีน้ำซุปเนื้อ ซุปโซดา แล้วแต่ลูกค้าจะสั่ง พร้อมผักสด วุ้นเส้น ข้าวสวย ไข่ไก่ เนื้อสันในโคขุน  เนื้อสับโคขุน  เนื้อใบพายโคขุน  เนื้อสันกลาง  เนื้อสันนอก  เนื้อวากิว ส่วนที่เป็นเนื้อสดนั้นให้ลวกเนื้อสุกแต่พอดี จะได้ลิ้มลองรสชาติความหวานและกลิ่นหอมของเนื้อว่านุ่มอร่อยเพียงใด แต่ถ้าลวกสุกเกินไปเนื้อจะแข็งกระด้างไม่ได้รสหวานธรรมชาติของเนื้อ นอกจากนี้ยังมีอาหารทานเล่นในราคา 50-70 บาท เช่น สลัดไข่เตี๋ยว ลูกชิ้นลวกหมู ลูกชิ้นลวดเนื้อ ซี่โครงหมูอ่อนซอสหวาน ปลาไข่จี้ดจ้าด เกี้ยวหมูซ่า เอ็นไก่ทอด ปูอัดวาซาบิ ร้านเตี๋ยว จะเปิดบริการกันทุกวัน( แต่จะปิดทุกวันที่ 7- 10 ของทุกเดือน ) ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. สถานที่ตั้งของร้านนี้อยู่ข้างใน “ร้านโต่งคาเฟ่” ริมถนนใหญ่ สนใจติดต่อ คุณหนึ่ง 089-8956131 คลิก https://www.facebook.com/profile.php?id=100007094762102&ref=ts&fref=ts  

บุฟเฟ่ต์ลดกระหน่ำ 30% ที่ เดอะสแควร์  ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์
บุฟเฟ่ต์ /  เดอะสแควร์

บุฟเฟ่ต์ลดกระหน่ำ 30%วันสุดสัปดาห์ ที่ เดอะสแควร์  ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์  สุดสัปดาห์นี้เชิญอร่อยกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน ลดกระหน่ำถึง 30% ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ที่ เดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มีนาคม เดอะสแควร์รวบรวมจานเด็ดจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมเสิร์ฟกับเมนูที่ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นจากทวีปเอเชีย, อินเดีย, ยุโรป รวมไปถึงอาหารอิตาเลี่ยน ไทย ญี่ปุ่น อินเดีย และมุมอาหารฮาลาล ซีฟู้ดสดๆ ซูชิ ซาชิมิ หรือจะเป็นแซลมอนรมควันแบบโฮมเมด และสลัดหลากชนิด พร้อมของหวานานาชนิดทั้งสไตล์ไทย และฝรั่งเศส ช็อกโกแลตฟองดู และเครปในแบบที่ชื่นชอบ บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน  700 บาท++ และมื้อค่ำ 950 บาท++ ต่อหัว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-209-8888 ต่อ เดอะสแควร์ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.novotelbkk.com

ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่ BLD BISTRO @Mode Sathorn Hotel
ร้านอาหารฟิวชั่น

ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่ BLD BISTRO @Mode Sathorn Hotel          เพิ่งผ่านวันหยุดยาวๆ พักร้อนหัวใจสบายๆ กันไปเมื่อไม่นาน เชื่อว่าหลายคนยังนึกถึงความสนุกสนาน และบรรยากาศสวยๆ ของที่พักอาศัย และแน่นอน หนึ่งในนั้นต้องมีโรงแรมสุดหรูที่ไหนสักแห่ง แต่ในวันนี้ เราไม่อยากพาไปไหนไกล นอกจากขอแนะนำโรงแรมในย่านใจกลางกรุงเทพนี่แหละ อย่าง Mode Sathorn Hotel ที่ภายในมีร้านอาหารกึ่งฟิวชั่นสุดหรูที่ชื่อ BLD BISTRO ที่มีบรรยากาศกว้างขวาง ประดับประดาด้วยต้นไม้ร่มรื่น รายรอบด้วยกระจกสวยงาม ให้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ในสวนกลางกรุงก็ไม่ปานทีเดียว (ร้านอาหาร BLD BISTRO อยู่ด้านหน้าของโรงแรม)            (บรรยากาศชั้นล่างของร้านอาหาร) (บรรยากาศชั้นสองของร้านอาหาร กระจกล้อมรอบกว้างขวาง) เมนูอาหารของที่นี่ มีทั้งมื้อหนักและมื้อเบาให้เลือกสรร             (ประเภท Snack อย่าง "แกงเขียวหวานเนื้อชีสเบอร์เกอร์" ที่แน่นเนื้ออยู่ในขนมปังโฮมเมดชิ้นใหญ่สูตรพิเศษผสมใบโหระพา พร้อมสลัดผักและมันฝรั่ง ราคา 280 บาท) ("แฟลมคุซหน้าทะเลอบครีมชีส" เนื้อแป้ง Tart กรอบบาง หน้าทะเล รสเผ็ดจัดจ้าน ราคา 280 บาท) (มาถึงเมนู Lunch & Dinner "Spicy Scallop Salad" ยำหอยเชลล์ชิ้นยักษ์กับผักร็อกเกต ราคา 240 บาท) (เมนูเครื่องดื่ม "Banana Split" สตรอเบอร์รี่เปรี้ยวจี๊ดบวกกล้วยและช็อกโกแลตหวาน ราคา 160 บาท) (ของหวานอย่าง "Shibuya Toast" ที่พิเศษ คือ ด้านในของขนมปังถูกตัดออกมาคลุกเคล้าแล้วเอาไปอบให้หอมกรอบมันส์ ราคา 160 บาท)            ที่นี่ถือเป็นร้านอาหารในสไตล์คาเฟ่ เหมาะสำหรับการมานั่งชิลล์ๆ สบายๆ เพราะมีบริการอินเตอร์เน็ตไวไฟความเร็วสูงให้เล่นอย่างเพลิดเพลินด้วย วันหยุดคราวหน้า หากยังไม่มีเป้าหมายที่ไหน ที่นี่เปิดตั้งแต่ 6.00-24.00 น. เรียกว่ามานั่งได้ทั้งวันเลยทีเดียว

Mrs.Fields สาขาใหม่ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ พบกับเมนู Sweet Sentation Ice Cream
Mrs.Fields /  มิสซิสฟิลด์

Mrs.Fields ( มิสซิส ฟิลด์ส ) ร่วมฉลองสาขาแจ้งวัฒนะ สาขาที่ 10 และ สาขาแรกของปี 2557 มิสซิสฟิลด์ เปิดตัวเมนูสุดพรีเมี่ยม "Sweet Sensation Ice Cream" จำหน่ายเฉพาะสาขาเซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ ในเมืองไทยเท่านั้น สามารถมาลิ้มรสความอร่อยได้ถึง 4 เมนู ดังนี้ Cookie Icr Cream Sandwich เมนูซอฟท์คุกกี้ Triple Chocolate ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลา หวานละมุน เติมแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่ซอสหวานซ่อนเปรี้ยว เสิร์ฟพร้อมวิปครีม อัลมอนด์สไลด์และสตูเซลแสนอร่อยเป็นความลงตัวที่ต้องลอง Brownie A La Mode เมนูฟัดจ์บราวนี่รสเข้มข้นชิ้นโต เต็มคำ เสิร์ฟเคียงคู่มากับไอศกรีมวานิลลา ตกแต่งด้วยคาราเมลซอสและวอลนัทชั้นเลิศ Wonderful Blueberry Muffin เป็นเมนูสุดครีเอท ด้วยการนำบลูเบอร์รี่มัฟฟิน มาเสิร์ฟพร้อมแบล็คเคอร์แรนท์ชอท กับไอศกรีมวานิลลา และสตรอว์เบอร์รี่ซอสซึ่งเข้ากันได้ดีถือเป็นเมนูเอาใจคนรักเบอร์รี่ไปแบบเต็มๆ MFC Cookie Tower เมนูที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับหอคอยแห่งความอร่อย ด้วยส่วนผสมของซอฟท์คุกกี้ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมอัดแน่นแบบเต็มๆ 2 สคูป แต่งแต้มด้วยช็อกโกแลตซอสรสเข้มข้น วิปครีม สตูเซลและเชอร์รี่แสนหวาน ตำแหน่งบุคคลที่ 1 จากซ้าย คุณเขริกา โชติวิจิตร , คุณแพรว ปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา , คุณสมรรัตน์ ศิริรัตน์อัสดร ผู้ช่วยผู้จัดการการตลาดฟู๊ดรีเทล ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด  , คุณเกวลี ว่องปรีชา ผู้อำนวยการธุรกิจ แผนกฟู้ดรีเทล ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด , คุณสุพินดา หวังทรัพย์คณา , คุณอาภาภัทร กัญจนพฤกษ์ และ คุณรัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา สัมผัสความอร่อยของเมนู Sweet Sentation Ice Cream ที่จำหน่ายเฉพาะเมืองไทยที่สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ที่เดียวเท่านั้น ภาพบรรยากาศภายในงาน  สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mrsfields.com ทั้ง 10 สาขา ของ  Mrs.Fields 1. พารากอน : Cocoon Zone ชั้น 3 2. เมกะบางนา : Mega Fashion Zone ชั้น 1 3. ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต : Gourmet Park ชั้น B ฝั่งโรบินสัน 4. พาราไดส์ พาร์ค : ข้างบันไดเลื่อนชั้น G ฝั่ง Food Bazaar 5. เซ็นทรัลเวิล์ด : ชั้น 3 โซน A 6. เซ็นทรัลลาดพร้าว : ชั้น 3 ฝั่งพลาซ่า 7. เซ็นทรัลปิ่นเกล้า : ชั้น 1 ฝั่งพลาซ่า 8. ที่เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ : ชั้น 2 โซนพลาซ่า 9. สยามเซ็นเตอร์ : ชั้น 1 โซน Atrium 2 10. เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ : ชั้น 2