ช็อกโกแลตซอส

ดีเจ.“อมโบ้” คลื่นเฟร็ซ เปิดร้าน  DAK GALBI  เอาใจคออาหารเกาหลี
dak galbi /  ทัคคาลบี้ / 

เปิดมาแล้วร้านอาหารเกาหลี “DAK GALBI” (ทักคาบี้)” ทั้งหมด 6 สาขา สำหรับ ดีเจ. “อมโบ้-จตุพร วณิชวรพงศ์” คลื่น เฟร็ซ 91.5 เอฟเอ็ม (Fresz 91.5 FM) ในเครือโมโนกรุ๊ป จนได้กระแสตอบรับดีเลยทีเดียว อีกทั้งยังต่อยอดธุรกิจเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดเพิ่มสาขาที่ 7 ตั้งอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 4 ซึ่ง “ดีเจ.อมโบ้” เล่าถึงที่มาที่ไปของการมาทำธุรกิจให้ฟังว่า ดีเจ.“อมโบ้” คลื่นเฟร็ซ เปิดร้าน “DAK GALBI” เอาใจคออาหารเกาหลี ดีเจ."อมโบ้" จากคลื่น Fresz FM 91.5 MHz “ร้านอาหารเกาหลี “DAK GALBI” (ทักคาบี้) เกิดจากที่ครอบครัวของผมชอบทานอาหารเกาหลีกันอยู่แล้วครับ เริ่มจากพี่ชายไปทานอาหารที่เกาหลีมาแล้วชอบมาก พอกลับมาที่ไทยก็พยายามหาร้านทานแล้วหาไม่ได้ เพราะไม่มีใครเปิดจึงตัดสินใจไปเรียนทำอาหารที่เกาหลีเลย แล้วกลับมาเปิดที่ไทย เรียกว่าเป็นธุรกิจครอบครัวเลยครับ รสชาติของอาหารเกาหลีที่ร้านมีการปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น ตอนเปิดร้านในช่วงแรกผมทำทุกอย่างเลยครับ ตั้งแต่รับออเดอร์ เอาอาหารมาผัด ปรุงอาหาร เรียกลูกค้าเข้าร้าน เพราะพนักงานยังมีไม่เยอะ มีพนักงานใหม่เข้ามาก็ต้องเทรนด์ เหนื่อยมาก อยากให้ลูกค้าเข้ามาทานอาหารแล้วรู้สึกประทับใจ ผมจะพยายามถามทุกโต๊ะเลยครับ บางโต๊ะมีคอมเม้นบ้าง ผมก็พยายามปรับเปลี่ยนเพื่อหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ซึ่งตอนนี้ได้ขยายสาขาทั้งหมด 7 สาขาแล้วครับ มีสาขาสยามสแควร์ ฟิวเจอร์ปาร์ค เซ็นทรัลบางนา เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลลาดพร้าว และสยามเซ็นเตอร์ ซึ่งที่ผ่านมากระแสตอบรับดีมากครับ” ร้านทัคคาบี้ (Dak Galbi) จุดเด่นมีกะทะใบใหญ่สำหรับลูกค้าจะผัดเองหรือจะให้ทีมงานผัดให้ก็ได้ “จุดเด่นของร้านอาหารเกาหลีของเราจะไม่เหมือนใคร แปลกแตกต่างจากอาหารเกาหลีทั่วไป มีกระทะใบใหญ่อยู่ตรงกลาง เมื่อเวลาพูดถึงอาหารเกาหลีคนจะนึกถึงปิ้งย่าง หรือต้มๆ แต่เราเป็นประเภทผัด ที่ไม่เหมือนกับอาหารเกาหลีทั่วไป ซึ่งเราเป็นเจ้าแรกที่นำเข้ามา ก็จะมีเมนูใหม่ๆ ที่เราคิดขึ้นมาด้วยครับ เช่น ไก่ ทักคันยอง เป็นเมนูยอดฮิตของร้านครับ รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว เพิ่มชีสได้ด้วย /ซุปกิมจิ เราเอามาปรับสูตรให้ถูกปากคนไทย เป็นเมนูยอดนิยมเหมือนกัน เมนูหลักๆ ก็มีทักคาบี้ ที่ผัดอยู่ในกระทะใบใหญ่ ทัก แปลว่า ไก่ คาบี้ คือซอสสีแดงๆ ที่ราดอยู่บนอาหาร เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาหมู ไก่ เนื้อ หรือ ซีฟู้ด แล้วเราเลือกอีกได้ด้วยว่าจะเอามาผัดกับข้าว วุ้นเส้น มาม่า ตามที่เราต้องการ เพิ่มชีสได้ด้วย ผัดออกมาก็จะยืดๆ วิธีการกินต้องคีบทักคาบี้ขื้นมาทางร้านจะมีผักไว้ให้ห่ออยู่แล้ว นำมาห่อทานพร้อมกัน ต้นตำหรับเกาหลีทานแบบนี้เลยครับ ส่วนเมนูของหวานเป็นซุปน้ำแข็งใส กับไอติม เป็นซุปที่มีสามรสชาติ ผลไม้รวม ชาเขียว ช็อคโกแลต วิธีการทานเอาถั่วแดง ป๊อกกี ขนมปังคลุกผสมเข้าด้วยกัน  สำหรับในอนาคตก็มีแพลนต่อยอดธุรกิจซึ่งจะขยายสาขาเพิ่มอีกแน่นอน เพราะอยากให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้นด้วยครับ” เวลาทาน ต้องผัดให้เข้ากันก่อนแบบนี้ ชุดหนึ่ง ทานได้กันทั้งครอบครัวเลยนะครับ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และโปรโมชั่นได้ที่ Facebook : DAKGALBITHAILAND IG : DAKGALBI หรือ www.DAKGALBITHAILAND.com

กินซูชิยังต้องมีขั้นตอน! วิธีกินซูชิที่ถูกต้อง
ซูชิ /  อาหารญี่ปุ่น

การทานอาหารให้อร่อยนั้นเหมือนมันจะไม่ใช่ปัญหา แค่นำเข้าปาก ไม่ว่าจะเป็นอะไรขอให้อร่อยไว้ก่อนก็กินได้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่าอาหารบ้างประเภทนั้น หากกินผิดวิธี ก็ทำให้อาหารจานนั้นที่เดิมทีมีความอร่อยอยู่แล้ว แต่วิธีการกินที่ไม่ถูกต้องทำเอารสชาติที่ดีของอาหารจานนั้นหายไป อย่าง ซูชิ อาหารญี่ปุ่นยอดนิยม ใครหลายคนคิดว่าที่่กินแบบเดิมเหมือนที่เคยก็อร่อยอยู่แล้ว กินตามแบบไทยๆ น้ำจิ้มเยอะๆ เน้นวาซาบิแรงๆ แต่รู้หรือไม่ว่า การทำเช่นนั้น ทำให้รสชาติของวัตถุดิบที่เลอค่า กับลดค่าลง เรามาดูวิธีง่ายๆ การกินซูชิที่ถูกต้อง และให้อร่อยมากยิ่งขึ้น กินซูชิยังต้องมีขั้นตอน! วิธีกินซูชิที่ถูกต้อง ใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางจับซูชิ โดยใช้นิ้วหัวแม้มือจับส่วนที่เป็นหน้าซูชิ ส่วนนิ้วชี้และนิ้วกลางจับด้านที่เป็นข้าว ส่วนคนที่ถนัดตะเกียบก็พยายามคีบให้แน่น ใครที่ยังคีบไม่ถูกต้องตามหลักการคีบตะเกียบก็ไม่ต้องกังวล เอาที่ตัวเองถนัดโดยพยายามให้หน้าซูชิสัมผัสกับโชยุ และหน้าซูชิไม่หลุดออกจากข้าว เวลาจิ้มกับโชยุ ให้นำด้านหน้าซูชิสัมผัสกับซอสโชยุ ให้ความเค็มที่พอดี หากใช้ด้านที่เป็นข้าวโดนโชยุ ข้าวจะซึมความเค็ม ทำให้ซูชิชิ้นนั้นเสียรสชาติ และข้าวที่เชฟปั้นข้าวไว้อย่างแน่นหนาอาจจะแตกได้ ก่อนจิ้มโชยุให้ทาวาซาบิเล็กน้อยบนซูชิ ห้ามผสมวาซาบิกับซอสโชยุโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ซูชิเสียรสชาติ จัดลำดับการกินซูชิ การทานซูชิในร้านอาหารญี่ปุ่น แน่นอนว่าต้องสั่งมาหลายๆ หน้า รวมไปถึงซูชิบุฟเฟ่ต์ ทุกคนมีเทคนิคพิเศษที่กินอย่างไรให้ได้คุ้มที่สุดนานที่สุด แต่ลำดับการกินบุฟเฟ่ต์นั้นต้องกินให้คุ้มค่าที่สุด โดยให้ความรู้สึกที่ได้ลิ้มรสชาติของวัตถุดิบชั้นเยี่ยมได้ดีที่สุด เรียกได้ว่า เก็บความรู้สึกทุกเม็ด เรียงลำดับโดยเริ่มจาก "ซูชิสีอ่อนไปถึงซูชิสีเข้ม" เริ่มจากซูชิที่มีรสชาติจืดสุด ให้ความรู้สึกแรกไปเริ่มที่รสชาติอ่อนๆ ก่อน หากกินรสชาติที่เข้มสุดเข้าไปก่อน เราจะไม่ได้รสชาติความอร่อยของซูชิที่มีรสอ่อนกว่า ปลาเนื้อสีขาว - ปลาเนื้อสีแดงสด ปลาที่มีรสชาติจัดหรือของชนิดอื่นๆ ที่มีรสคาว เช่น ปลาแซลมอน หรือ ไข่ปลา ไข่หอยเม่น ปลาที่มีมันเยอะๆ ซูชิที่หน้าต่างๆ เช่นไข่หวาน ซูชิแบบโรลด้วยสาหร่ายเป็นอันดับสุดท้าย อย่าลืมขิงดองที่อยู่ข้างๆ จานนะคะ มันมีประโยชน์ช่วยให้การทานซูชิคำต่อไป อร่อยมากยิ่งขึ้น ที่มาจาก :ohlor.com

ถ้ากิน กล้วย ทุกวันได้อะไร กับร่างกายบ้าง มาดู..
กล้วย /  กินกล้วย / 

ถ้าต้องการให้ระดับพลังงานที่หย่อนยานลงนั้น กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาหารว่างใด ดีไปกว่า กล้วย เพราะกล้วยนั้นอุดมไปด้วยน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ซูโครส ฟรักโทส และ กลูโคส รวมกับเส้นใย และกากอาหาร กล้วยจะช่วยเสริมพลังงานให้กับร่างกายทันทีทันใด จากงานวิจัยพบว่า กินกล้วยแค่ 2 ผล ก็สามารถเพิ่มพลังงานให้อย่างเพียงพอกับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ได้นานถึง 90 นาที จึงไม่น่าแปลกใจ ที่กล้วย เป็นผลไม้อันดับหนึ่งของนักกีฬาชั้นนำระดับโลก ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มพลังงานเท่านั้น ยังช่วยเอาชนะและป้องกันโรคต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกายได้อีกหลายโรค จึงควรรับประทานทุกวัน ประโยชน์ทางสมุนไพรของ กล้วย มีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ 1. โรคโลหิตจาง ในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิต ฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง ให้กลับมามีกำลัง 2. โรคความดันโลหิตสูง กล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด ที่จะช่วยรักษาความดันโลหิต อย. ของอเมริกายินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วย สามารถโฆษณาได้ว่า กล้วย เป็นผลไม้พิเศษ ช่วยลดอันตรายอันเกิด เรื่องความดันโลหิต หรือ โรคเส้นเลือดฝอยแตก 3. กำลังสมอง นักเรียน 200 คน ที่โรงเรียน Twickenham ได้รับผลดีจากการสอบตลอดปีนี้ ด้วยการรับประทานกล้วย ในมื้ออาหารเช้า ตอนพัก และมื้ออาหารกลางวันทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมกำลังของสมองในพวกเขา จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ปริมาณโพแทสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วย สามารถช่วยให้นักเรียนมีความตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น 4. โรคท้องผูก ปริมาณเส้นใยและกากอาหารในกล้วย ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยแก้ปัญหาโรคท้องผูกโดยไม่ต้องกินยาถ่ายเลย 5. โรคซึมเศร้า จากการสำรวจเร็วๆนี้ ในจำนวนผู้ที่มีความทุกข์เกิดจากความซึมเศร้าหลายคน จะมีความรู้สึกที่ดีขึ้นมาก หลังการกินกล้วย เพราะมีโปรตีนชนิดที่เรียกว่า Try Potophan เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกาย จะถูกเปลี่ยนเป็น Serotionin เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นตัวช่วยผ่อนคลาย ปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากขึ้น 6. อาการเมาค้าง วิธีที่เร็วที่สุดที่จะแก้อาการเมาค้าง คือ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้ง จะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นม ก็ช่วยปรับระดับของเหลวในร่างกายเรา 7. อาการเสียดท้อง กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายของเรา ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับอาการเสียดท้อง ลองกินกล้วยสักผล คุณจะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้ 8. ความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า การกินกล้วย เป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหาร จะรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือดให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า 9. ยุงกัด ก่อนใช้ครีมทาแก้ยุงกัด ลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วย ทาบริเวณที่ถูกยุงกัด มีหลายคนพบเรื่องมหัศจรรย์ว่า เปลือกกล้วย สามารถแก้เม็ดผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ 10. ระบบประสาท ในกล้วย มีวิตามินบีสูงมาก ช่วยทำให้ระบบประสาทสงบลงได้ โรคน้ำหนักเกิน และโรคที่เกิดในที่ทำงาน จากการศึกษาของสถาบันจิตวิทยาในออสเตรียพบว่า ความกดดันในที่ทำงาน เป็นเหตุนำไปสู่การกินอย่างจุบจิบ เช่น อาหารจำพวกช็อกโกแลต และอาหารประเภททอดกรอบต่างๆ นักวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วนมากเกินไป และส่วนใหญ่ทำงานภายใต้ความกดดันสูงมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการตื่นตระหนก และนำไปสู่การกินอาหารอย่างบ้าคลั่ง เราจึงต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ด้วยการกินอาหารว่างที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น กินกล้วยทุก 2 ชั่วโมง เพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลให้คงที่ตลอดเวลา ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องยา การกินกล้วยที่มีวิตามินบี 6 ซึ่งประกอบด้วย สารควบคุมระดับกลูโคสที่สามารถมีผลต่ออารมณ์ได้ 11. โรคลำไส้เป็นแผล กล้วยเป็นอาหารที่แพทย์ใช้ควบคุมเพื่อต้านทานการเกิดโรคลำไส้เป็นแผล เพราะเนื้อของกล้วย มีความอ่อนนิ่มพอดี เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ทานได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคลำไส้เรื้อรัง และกล้วยยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ทำให้ลดการระคายเคือง และยังไปเคลือบผนังลำไส้ และกระเพาะอาหารด้วย 12. ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ในวัฒนธรรมของหลายแห่งเห็นว่า กล้วยคือผลไม้ที่สามารถทำให้อุณหภูมิเย็นลงได้ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ โดยเฉพาะอุณหภูมิของอารมณ์ของคนที่เป็นแม่ที่ชอบคาดหวัง ในประเทศไทยจะทำให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานกล้วยทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่า ทารกที่เกิดมาจะมีอุณหภูมิเย็น 13. ลดความอยากสูบบุหรี่ สำหรับท่านที่ต้องการเลิกบุหรี่ กล้วยหอมอาจช่วยท่านได้ เพราะมีวิตามิน B6 , B12 โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ที่มีอยู่มาก จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสารนิโคติน 14. ความสับสนของอารมณ์เป็นครั้งคราว กล้วยสามารถช่วยในเรื่องของอารมณ์และความสับสนได้ เพราะในกล้วยมีสารตามธรรมชาติ Try Potophan ทำให้อารมณ์ดี 15. ความเครียด โพแทสเซียมเป็นสารอาหารสำคัญ ที่ช่วยให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ การส่งออกซิเจนไปยังสมอง และปรับระดับน้ำในร่างกาย เวลาเกิดอารมณ์เครียด อัตรา Metabolic ในร่างกายของเราจะสูงขึ้น และทำให้ระดับโพแทสเซียม ที่มีอยู่ในร่างกายของเราลดลง แต่โพแทสเซียมที่มีอยู่สูงมากในกล้วย จะทำให้เกิดความสมดุล 16.เส้นเลือดฝอยแตก จากการวิจัยที่ลงในวารสาร "The New England Jounal of Medicine" การกินกล้วยเป็นประจำสามารถลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40 % ที่มาบทความจาก หนังสือ กินกล้วยช่วยชีวิต ดาวน์โหลดอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.mbookstore.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Health.mthai.com เท่านั้น

สุดยอดสูตร วาฟเฟิล ใครได้กินเป็นต้องยกนิ้ว !!!
waffles /  ขนมหวาน / 

จริงๆ แล้วต้นกำเนิดของ วาฟเฟิล มีมาตั้งแต่ยุคสมัยใดนั้นไม่มีระบุไว้อย่างแน่ชัด บางก็ว่าเกิดมาตั้งแต่สมัยยุคกรีกโบราณ ที่มีการนำแป้งสาลี ไข่ และนมมาผสมรวมกันแล้วนำไปราดบนหินร้อนๆ ลักษณะคล้ายเค้ก บ้างก็ว่าเกิดมาจากผู้อพยพชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งที่แล่นเรือไปแสวงโชคที่อเมริการาวๆ ปี ค.ศ.1620 แล้วเป็นผู้ที่ทำให้วาฟเฟิลเป็นที่รู้จัก จนกลายเป็นขนมที่โด่งดังไปทั่วโลก วันนี้ Food.Mthai จึงขอนำเสนอสุดยอดสูตรวาฟเฟิลที่เรียกว่า The Very Best Waffles ที่ทั้งหอม ทั้งอร่อย รับรองใครได้กินเป็นติดใจ แถมทำเองได้ไม่ยากด้วยค่ะ The Very Best Waffles ส่วนผสม : แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วยตวง แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วยตวง เกลือ 1/2 ช้อนชา ผงอบเชยป่น (Cinnamon) 1/2 ช้อนชา ผงลูกจันทน์เทศป่น 1/8 ช้อนชา ผงฟู 1/2 ช้อนชา เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา บัตเตอร์มิลค์ (Buttermilk) 3/4 ถ้วยตวง นมจืด 1/4 ถ้วยตวง น้ำมันพืช 6 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่เบอร์ใหญ่สุด 1 ฟอง (แยกไข่ขาว-ไข่แดง) น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา วิธีทำ 1. อุ่นเครื่องทำวาฟเฟิลไว้ที่ 200 °F 2. ส่วนผสมของแห้ง นำแป้งสาลีอเนกประสงค์, แป้งข้าวโพด, เกลือ, ผงอบเชย, ผงลูกจันทน์เทศ, ผงฟู และเบคกิ้งโซดา ลงในชามผสมขนาดกลาง 3. นำบัตเตอร์มิลค์, นมจืด, และน้ำมันพืช ในอัตราส่วนที่ตวงไว้มาผสมลงให้ถ้วยตวงปริมาณและใส่ไข่แดงที่แยกไว้ลงไปผสมให้เข้ากัน 4. เตรียมชามผสมอีกใบ ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟองนุ่มๆ จากนั้นใส่น้ำตาลแล้วตีต่อจนไข่ขาวขึ้นยอดสีขาวเงา เติมกลิ่นวานิลลาแล้วตะล่อมให้กลิ่นวานิลลาผสมทั่วไข่ขาว 5. เทส่วนผสมของบัตเตอร์มิลค์ที่ผสมไว้ในข้อที่3 ลงไปส่วนของแห้งที่ผสมไว้ในข้อที่1 แล้วตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนแป้งละลายเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน 6. จากนั้นนำไข่ขาวที่ตีจนขึ้นยอดลงไปผสมกับเนื้อแป้งในชามผสม โดยใช้วิธีค่อยๆ ตะล่อมให้ไข่ขาวผสมเข้ากับตัวแป้งจนไปสีเหลือนวลและให้แป้งดูนุ่มและขึ้นฟู เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 7. จัดการเทสุดยอดแป้งวาฟเฟิลเราผสมไว้ ลงในเครื่องทำวาฟเฟิลแล้วรอจนวาฟเฟิลสุกแล้วจัดเสิร์ฟคู่กับเมเปิ้ลไซรัป วางเนยสดหอมๆ และไอศกรีมกลิ่นวานิลลา หรือจะราดด้วยซอสซ็อคโกแลตแล้วตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่สดหันเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าก็อร่อยไม่แพ้กันนะคะ ขอบคุณสูตรและภาพประกอบจาก : http://www.bunsinmyoven.com/2012/05/30/the-very-best-waffles www.pinterest.com พบกับเมนูสูตรขนมอีกมากมายได้ที่ >>>Mbookstore<<<

Roast Coffee&Eatery กาแฟดี ที่Seen Space, ทองหล่อ 13
coffee /  dessert / 

l                       พูดถึงย่านสุดฮิปอย่างทองหล่อ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเป็นสถานที่นัดพบสังสรรค์                              กลุ่มเพื่อนฝูงที่ครบครัน  วันนี้ เราจะพาเพื่อนๆไปเห็นอีกมุมหนึ่งของร้านกาแฟ บรรยากาศโปร่งสบาย นั่นก็คือร้าน Roast Coffee & Eatery หรือเรียกกันว่า "โรสท์ คอฟฟี่"  ตั้งอยู่ที่ Seen Space ทองหล่อ 13            เมื่อเข้าไปด้านในร้านตกแต่งได้อย่างโล่งโปร่งสบาย คงความเป็นโมเดิร์นหรือเรียกว่า "อเมริกันคาเฟ่"         เนื่องจากร้านมีคอนเซปต์ว่า ""A Specialty Coffee Roaster and New American Eatery" ที่นอกจากบรรยากาศร้านสไตล์อเมริกันคาเฟ่แล้ว ยังให้คุณสุนทรีย์กับกาแฟคั่วบดชั้นดี ต้องเน้นว่าที่ร้านคัดเลือกกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ เช่น เอธิโอเปีย, กัวเตมาลา, บราซิลและอินโดนีเซีย นำมาบดคั่วใหม่ ได้โต๊ะที่นั่งแล้วคะ  ลงมือสั่งอาหารกันได้เลย ลืมบอกไปว่าเมนูที่นี่เป็น Free newspaper คะ เค้าจะเขียนเล่าเรื่องราวความเป็นมาของโรสท์คอฟฟี่ รวมถึงวัตถุดิบต่างๆ อย่างผักก็ใช้ผักปลอดสารที่ปลูกเองนะคะ ด้านในจะมีเมนูอาหารพร้อมราคา และภาพประกอบบอกคะ  (แอบจิกกลับบ้านได้น้า) ฮ่าๆ Credit : Roast Cofee Website                            ที่นี่จะมีทั้งอาหารคาว, ของหวานและกาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มต่างๆนะคะ                                      สำหรับคนตื่นสายแต่อยากทานอาหารเช้าที่โรสท์มีบริการ Brunch ด้วยนะคะ ลองเลือกดูกันคะ                               วันนี้ เราขอสั่งแต่ของหวานนะคะ แอบมานั่งหลบทำงานอยู่ที่นี่ช่วงบ่ายแก่ๆ                                                   ทำให้คิดงานไอเดียได้ลื่นไหลดีจริงๆ ยิ่งได้ความสดชื่นจากดอกสแตติส (statice)                    เพลงบรรเลงเพราะๆ กลิ่นกาแฟและแพนเค้กหอมๆลอยมา มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยคะ                          เมนูคู่แรก เริ่มด้วยชาเย็นสตอเบอร์รี่ (จำชื่อเมนูเต็มๆไม่ได้) น่าจะ "Strawberry Ice Tea"              รสหวานหอมชื่นใจมากๆ ยิ่งถ้าทานตอนอากาศร้อนๆดับกระหายได้ดีมากๆ ไฮไลท์ของเมนูนี้ อยู่ที่ตัวน้ำแข็งคะ น้ำแข็งจะเป็นชาเข้มข้น พอชาในแก้วเริ่มละลาย ตัวน้ำแข็งยิ่งละลายผสมกันก็ยิ่งเข้มข้นอร่อยมากคะ ทานตัดเลี่ยนกับสตอเบอร์รี่สดมีกลิ่นใบสาระแหน่นิดนิด เมนูนี้แนะนำคะ                 ต่อกันด้วยชีสเค้กสตอเบอร์รี่  สตอเบอร์รี่สดลูกโตมั่กๆ น่าจะเป็นสตอเบอร์รี่เกาหลีไม่ก็ญี่ปุ่น                                    ตัวครีมชีสเค้กอร่อยดีคะ ออกรสชีสเค็มๆหอมเข้ากับซอสสตอเบอร์รี่และสตอเบอร์รี่เชื่อม                    ฐานเค้กน่าจะเป็นช็อกโกแลตทำให้ทุกส่วนลงตัว ทานกับชาสตอเบอร์รี่เข้ากันที่สุดคะ ปิดท้ายและลากันไปด้วยเมนู "American Pancakes" ที่ทนกลิ่นหอมจากโต้ะข้างๆไม่ไหว  ต้องจัดสักหน่อย               เมนูแพนเค้กเค้ามีหลากหลายนะคะ แต่เราสั่งแบบสแตนดาร์ด แพนเค้กหนานุ่มหอมอร่อยอะ มัน นุ่ม                       ราดด้วยเมเปิ้ลไซรัป และเนย แตะๆไอซิ่งนิดนึง ฟินสุดๆจร้า

บุฟเฟ่ต์สเต็กมื้อค่ำ ที่แคนทารี อยุธยา
สเต็ก /  โรงแรม

บุฟเฟ่ต์สเต็กมื้อค่ำ ที่แคนทารี อยุธยา ขอเชิญทุกท่านรับประทานเมนูยอดนิยม สเต็กเนื้อนุ่มคัดสรรเนื้อระดับพรีเมียม และอีกหลากหลายเมนู ทั้งจากเนื้อปลา หมู และไก่ เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงและซอสหอมกรุ่นเข้ากันอย่างลงตัว และที่ไม่ควรพลาดคือพาสต้าเส้นสดใหม่หลากหลายสไตล์ ทุกวันพุธ เวลา 18.00-22.00 น. ที่ ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมแคนทารี อยุธยา ราคาเพียงท่านละ 495++ บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีลดครึ่งราคา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โรงแรมแคนทารี อยุธยา โทร. 035-337-177 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kantarycollection.com

เมนูเด็ดจากเชฟกระทะเหล็กกับ Tree Top Lounge @ Vana nava Hua Hin
หัวหิน /  เชฟกระทะเหล็ก

สวนน้ำวานา นาวา หัวหิน จัดว่าเป็นสวนน้ำคอนเซ็ปต์ "วอร์เตอร์ จังเกิ้ล" แห่งแรกในประเทศไทย โดนใจนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ สวนน้ำแห่งนี้เปิดบริการเมื่อปลายปี 2557 จนถึงวันนี้ วานา นาวา หัวหินยังคงเดินหน้าภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า "เป็นมากกว่าสวนน้ำ" ครั้งนี้ food.Mthai ได้มีโอกาสมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่สวนน้ำแห่งนี้ จะมีอะไรที่เป็นมากกว่าสวนน้ำนั้น ไปดูกันเลยค่ะ เมนูเด็ดจากเชฟกระทะเหล็กกับ Tree Top Lounge @ Vana nava Hua Hin เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน และแน่นอนว่าต้องหาอะไรทาน สวนน้ำวานา นาวา มีบริการร้านอาหารและคาเฟ่มากมาย แต่ที่น่าสนใจคือหนึ่งในนั้นเป็นร้านที่มีเมนูอาหารพิเศษจากเชฟกระทะเหล็กของประเทศไทย คือ เชฟชุมพล แจ้งไพร ได้มารังสรรค์เมนูอาหารให้กับ Tree Top Lounge ซึ่งมีทั้งหมด 10 เมนู ที่เป็นเมนูพิเศษ ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์โดยนำของดีของหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำมาปรุงผสมผสานความเป็นอินเตอร์เข้าไปที่เรียกว่า "อาหารอินเตอร์-ไทยฟิวชั่น" "โครเก็ตรสต้มยำกุ้ง" "สปาเก็ตตี้ วองโกเล่หอยตลับ ไวท์ไวน์ซอส" "พิซซ่าแกงส้มซีฟู้ด" "ปลากระพง มะเขือเทศเฮร์ปครัส เสิร์ฟกับซอสหญ้าฟรั่นกับข้าวไรส์เบอรี่" "สเต็กกุ้งทะเล ทานกับวากิวบีฟจากโคราช" "ทุเรียนซูเฟล่ หรือ กล้วยและมะพร้าว ซูเฟล่" เครื่องดื่มพิเศษโดย โมนิน ที่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทไซรัประดับพรีเมี่ยม จะเป็นเครื่องดื่มค็อกเทลและม็อคเทล เข้ากับรสชาติอาหารอินเตอร์-ไทยฟิวชั่นเป็นอย่างดี Tree Top Lounge (ทรีท็อปเลาจน์) อาคาร B ตั้งอยู่บนชั้นสองของศูนย์อาหาร "เดอะโกรฟ" เหมาะกับครอบครัวและทุกเพศทุกวัย

พิสูจน์อาหารญีปุ่นในตำนานรสชาติต้นตำรับกว่า 100 ปี ที่ yoshinoya
ร้านอาหารญีปุ่น /  อาหารญีปุ่น

วันนี้ food MThai เอาใจคนรักเนื้อ ใครทานเนื้อต้องติดตามรีวิวนี้ให้ดี เพราะร้านที่จะพาไปชิมดังต่อไปนี้ เป็นร้านเด่นในเรื่องของเนื้อวัว คือร้านอาหารญี่ปุ่น Yoshinoya นั่นเอง ครั้งนี้เรามากันที่สาขา Terminal 21 ขึ้นมาชั้น 4 block 4001 ก็จะเจอกับร้านที่ตั้งเด่นตระหง่านสะดุดกับร้าน ถ้าไม่บอกเนี่ยก็นึกว่าเปิดผ่านประตูโอราเอมอน มาอยู่ที่โตเกียวซะอีก พิสูจน์อาหารญีปุ่นในตำนานรสชาติต้นตำรับกว่า 100 ปี ที่ yoshinoya Yoshinoya (โนชิโนยะ)  ขึ้นว่าเป็นสุดยอดข้าวหน้าญี่ปุ่นต้นตำรับ ร้านเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 100 ปี และมีสาขากว่า 1,700 สาขาในญี่ปุ่น จนขยายสาขาไปหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา อินโดนีเซีย และสำหรับคนไทยก็มีโอกาสได้ลิ้มลองเหมือนกันไม่ต้องบินไปไกลถึงโตเกียว แต่แอ๊ะ! ร้านที่มีมากมายหลายสาขาที่ขยายไปทั่วโลก มาตราฐานของรสชาติอาหารจะเปลี่ยนไปจากเดิมหรือเปล่า? ใช่ค่ะ ที่นี่การันตีได้ว่า มาตรฐานจะเท่ากันหมดทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาต่างประเทศหรือสาขาภายในประเทศ และในเรื่องของ Logo ของ yoshinoya นั้นก็มีความหมายมากเช่นเดียวกัน เชือกที่มาในลักษณะวงกลม เป็นเชือกของซูโม่ ถือว่าเป็นเชือกที่ดีที่สุด ก็เหมือนกับนำของที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟให้กับลูกค้า และส่วนด้านในเป็นรูปเขาวัวก็หมายถึงว่าจุดยืนของอาหารร้านนี้เป็นเนื้อวัวที่ดี เมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้ มาถึงที่ร้านจะต้องสั่ง คือ "ข้าวหน้าเนื้อ" ในตำนาน เนื้อที่นำเข้ามาจากอเมริกา เป็นเมนู Signature "ข้าวหน้าเนื้อ" สูตรเด็ดที่มีตำนานกว่า 100 ปี ในราคาตามไซส์ R 109 บาท,L 139 บาท, และ XL 159 บาท "ข้าวหน้าหมูไข่ออนเซ็น" หมูต้มซีอิ้วปรุงรสด้วยน้ำซุปชุ่มๆ ทานคู่กับไข่ออนเซน ในราคาตามไซส์ R105 บาท , L 135 บาท และ XL 155 บาท ตามลำดับ "ข้าวหน้าหมูย่างรสเผ็ด" ในราคาตามไซส์ R 99 บาท , L 129 บาท และ 149 บาท "อูด้งหน้าเนื้อ"  ในเรื่องของเส้นก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน ด้วยเนื้อที่มีคุณภาพบวกกับน้ำซุปที่ถูกเคี่ยวจนหอม อูด้งชามนี้มีสองไซส์ในราคา R 89 บาท , XL 129 บาท "ข้าวหน้าไก่เทมปุระ" ไก่เทมปุระทอดกรอบราดด้วยซอสเทนด้งสูตรเฉพาะโยชิโนยะในราคา R 89 บาท L 119 บาท และ XL 139  บาท "สุกี้หม้อไฟเนื้อ"  เมนูใหม่ที่ควรลองในราคา 179 บาท เมนูใหม่ที่ต้องลองอีกเช่นกันกับ "สลัดเต้าหู้" 59 บาท "ปลาแซลมอนราดเทอริยากิ" ปลาแซลมอนชิ้นโต ราดด้วยซอสเทริยากิ และผักรวมมิตรราคา 129 บาท "คุซิโมจิ" 39 บาท ขนมโมจิรสชาเขียวราดด้วยซอสและถั่วบด "ไอศกรีมชาเขียวกับถั่วแดง" 39 บาท กับถัวแดงญี่ปุ่น อร่อยหวานเย็นชื่นใจ  กิจกรรม สมาชิก MThai ร่วมตอบคำถามลุ้นรับ Gift voucher 500 4 รางวัลเพียงตอบคำถามว่า ? เมนู Signature ของ yoshinoya เป็นเมนูใด ? ** ร่วมสนุกตอบคำถามได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 4 สิงหาคม 2558 (ประกาศรายชื่อผู้โชคดี 5 สิงหาคม 2558 ) ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที 1. ลูกค้าทรู รับส่วนลด 15% เงื่อนไข เมื่อรับประทานอาหารภายในร้าน และชำระด้วยเงินสดเท่านั้น ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดหรือรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ หรือ แลกเปลี่ยนหรือถอนเป็นเงินสดได้ รหัสกดรับสิทธิ์ผ่านมือถือ *878*4655# 2. ลูกค้าทรูการ์ด รับส่วนลด 50% สำหรับเมนูที่ร่วมรายการ ข้าวหน้าหมู และไข่ออนเซน (ขนาดปกติ) ราคาปกติ 105 บาท จ่ายเพียง 52 บาท ข้าวหน้าไก่เทมปุระ (ขนาดปกติ) ราคาปกติ 79 บาท จ่ายเพียง 40 บาm ข้าวหน้าหมูย่างรสเผ็ด (ขนาดปกติ) ราคาปกติ 89 บาท จ่ายเพียง 45 บาท เงื่อนไข 1 สิทธิ์ ต่อ 1 เมนู -จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ ทรูการ์ด 1 ท่าน ตลอดโครงการ รวมทั้งสิ้น 2,000 สิทธิ์ -เฉพาะการชำระด้วยเงินสด และ สำหรับรับประทานในร้านเท่านั้น -ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดหรือรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ หรือ แลกเปลี่ยนหรือถอนเป็นเงินสดได้ รหัสกดรับสิทธิ์ผ่านมือถือ *878*4657# ระยะเวลา วันนี้ - 31 ส.ค. 58

ริมคลองประปาก็ชิวได้ @ ทรีแมงโก้ ประชาชื่น
คลองประปา /  นั่งชิว / 

สวัสดีครับวันนี้ Mafia Food By FoodMThai จะพาทุกท่านไปนั่งชิว กินขนม ชมบรรยากาศ  และชิมอาหารรสเด็ด กันริมคลองประปา ที่ร้าน ทรีแมงโก้ สาขา ประชาชื่นกัน ซึ่งคุณโก้ เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ทรีแมงโก้ ประกอบ ไปด้วยมะม่วง 3 รสชาติ มีทั้ง มะม่วงมัน มะม่วงดิบ และมะม่วงสุก ซึ่งในแต่ละรสชาติก็จะมีความหมายถึงคอนเซ็ปต์ของร้านในแต่ละโซน " มะม่วงสุกก็เป็นโซนเบเกอรี่ กาแฟ เปิดให้บริการตั้ง 10.00 - 24.00  มะม่วงมัน ก็จะเป็นโซนอาหารด้านนอก มีอาหารและดนตรีสดให้นั่งฟังกันเพลินๆ จะเปิดให้บริการในช่วง 17.00 - 01.00 น. มะม่วงดิบจะเป็นพื้นที่สำหรับเอาไว้เป็นคลาสเรียน มีทั้งเวิร์คชอป ดนตรี ศิลปะ จะเปิดให้บริการในวัน หยุด เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด นขัตฤกษ์" ร้านดี ๆ มีคอนเซปต์แบบนี้ หลายคนคง อยากรู้แล้วสินะ ว่ามีอะไรอร่อยบ้าง ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาเลยครับ บรรยากาศ ด้านนอก โซนมะม่วงสุก บรรยากาศภายในโซนมะม่วงสุก การเดินทางมาที่ร้านนั้นก็ไม่ยาก วิ่งตรงมาจากหลักสี่ เข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าปากเกร็ด เจอแยกเข้าถนนเลียบคลองประปา เลี้ยวซ้าย จะเจอร้านอยู่ทางขวามือติดถนน เลียบคลองประปา ซึ่งวันนี้เราเลือกนั่งกันที่ โซน เบเกอรี่ หรือโซนมะม่วงสุก กลิ่นหอมของ เบเกอรี่ และ กาแฟ เตะจมูกให้ชวนหิว งั้นเราสั่งอะไรอร่อยๆ มากินกันเลยดีกว่า เมนูแรก โดนัททอดมันกุ้ง แซลมอนทอดราดซอสเขียวหวาน ลาบ ทรีแมงโก้  (ลาบแซลมอน ปลาหมึกและกุ้ง) อาหารน่ากินทั้งนั้น พิธีกรของเรา ลงมือจัดการแล้วครับ และแน่นอนว่าความอร่อยยังไม่หมดแค่นี้ อยู่ในโซนแห่งความสุข ทั้งที เราจะไม่มีเครื่องดื่ม และของหวาน อร่อย ๆ มาเสิร์ฟได้ยังไงงั้นไปทานกันต่อเลยครับ ขนมและเค้ก ของร้าน ทรีแมงโก้ เมนู Strawberry Supreme Latte Frapuccino Coffee Dip (ลาเต้ปั่นหอมหวานมันแซมด้วยกาแฟดิป ไอศครีมกาแฟดำ) เรดเวลเว็ท (Red Velvet)  เค้กช็อกโกแลตแดงรสหอมหวานนุ่มทานคู่กับครีมชีสและแซมรสเปรี้ยวของซอสสตอเบอร์รี่ “ทีรามิสุ” รสขมหอมหวาน โรยผงโกโก้ เมนูเด่นและขายดีของทางร้าน นอกจากโซน มะม่วงสุกแล้ว ร้าน ทรีแมงโก้ ยังมีอีกสองโซน คือ มะม่วงมัน สำหรับคนชอบทานอาหารในบรรยากาศยามเย็น ฟังดนตรีสด สังสรรค์กับชาวแก๊งค์ หรือ จะมาดินเนอร์กับคนรู้ใจก็ได้บรรยากาศมากๆ โซนสุดท้ายถ้าไม่พูดถึงก็จะไม่ครบ ทรีแมงโก้  กับโซน มะม่วงดิบ ซึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ และเป็นคลาสเรียน มีทั้งเวิร์กชอป ดนตรี ศิลปะ มาที่นี่ก็สามารถทำกิจกรรมได้หมด ใครอยากลอง บรรยากาศชิวๆ สบายๆ อาหารอร่อย ริมถนนเลียบคลองประปาก็ไปได้เลยครับ ที่ร้าน ทรีแมงโก้ สาขา ประชาชื่น รับรองว่า ชิวลืมบรรยากาศภายนอกไปเลย ส่วนวันนี้ก็คงต้องขอลากันไปก่อน แล้ว แล้วพบกันใหม่ครับ !!! กิจกรรม สมาชิก MThai ร่วมตอบคำถามลุ้นรับ Gift voucher 500 2 รางวัลและ ของรางวัลพรีเมียมจากร้านทรีแมงโก้อีก 5 รางวัล  เพียงตอบคำถามว่า ? *** ทรีแมงโก้ คือมะม่วง 3  รสชาติ วันนี้ เราพาไปชิมอาหารอร่อย ๆ ที่มะม่วงโซนไหน ***   ** สมาชิกท่านไหน ตอบถูก และทำตามกติกาครบถ้วน รับรางวัลไปเลย  ร่วมสนุกตอบคำถามได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 6 สิงหาคม 2558 (ประกาศรายชื่อผู้โชคดี 7 สิงหาคม 2558 ) ** ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

กินก่อนฟินก่อนกับ 10 ร้านที่ต้องลองใน จังหวัดนนทบุรี
ปากเกร็ด /  ร้านอาหารนนทบุรี / 

และแล้วก็เข้าสู่วันศุกร์สุดสัปดาห์อีกแล้ว วันหยุดนี้ชาว Food.MThai มีโปรแกรมไปไหนกันหรือยังครับถ้ายังวันนี้เราจะพาทุกท่านไปชิมสุดยอดร้านอาหารในตำนานกับ 10 สุดยอดร้านอาหารขึ้นชื่อที่ต้องไปชิมซักครั้งด้วยตัวเอง ของ จังหวัดนนทบุรีกัน พร้อมแล้วก็ไปกันเลยครับ 1. ร้านอาหารแดรี่ควีน (Dairy Queen Restaurant) สำหรับคนชอบบรรยากาศกินลมชมสะพาน ริมแม่น้ำ ต้องไม่พลาด ร้านแดรี่ควีน (Dairy Queen Restaurant) เด็ดขาดครับ นอกจากบรรยากาศดีแล้วยังมีอาหารสดๆ ทั้งกุ้งแม่น้ำ ปลากะพงสดๆ แบบวันต่อวัน และอีกสารพัดเมนูให้เลือกอิ่มอร่อย ร้านแดรี่ควีน (Dairy Queen Restaurant) มีให้บริการทั้งแบบห้องแอร์ และ แบบติดริมน้ำสำหรับผู้ที่ชอบริมน้ำ นั่งกินบรรยากาศริมเจ้าพระยายามเย็น ชมสะพานพระนั่งเกล้า ยิ่งเพิ่มความโรแมนติกเกินคำบรรยาย หรือใครอยากจะลงไปนั่งแพก็มีให้บริการเช่นกัน ที่อยู่ : 27/4 ม. 3 ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ : 02-921-8670-5 ขอบคุณภาพจาก http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2012/02/D11740850/D11740850.html 2. ร้านสองฝั่งคลอง อีกหนึ่งร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับคนชอบบรรยากาศริมน้ำ มีให้บริการทั้งแบบห้องแอร์ และ ริมน้ำ  อาหารสดแถมยังอร่อยและราคาอาหารก็ไม่แพงจนเกินไป เหมาะกับการพาครอบครัวหรือเพื่อนๆ คนรักมาร่วมรับประทานอาหารมากๆ เลยครับ ที่อยู่ : 17/56 ซอยสุขาประชาสรรค์ 2 แขวงบางพูด ปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-584-2222 ขอบคุณภาพจาก http://travel.mthai.com/forum/topic/385900 3. ร้านไก่ตะกร้า อิ่มอร่อยกันได้ที่ริมถนนแจ้งวัฒนะใกล้กับห้าแยกปากเกร็ด มีให้บริการทั้งแบบห้องแอร์ที่ชั้น 2 และ แบบปกติที่ชั้น 1 เมนูของทางร้านก็จะเป็นอาหารไทย อาหารอีสาน และ อาหารฟิวชั่นในรูปแบบอาหารไทย รสชาติดี เมนูแนะนำ ก็จะเป็น ไก่ตะกร้า แกงลาวเห็ดเผาะไข่มดแดง ขนมจีนแกงปู คนรักอาหารไทยไม่ควรพลาดร้านนี้ครับอร่อยเด็ดแน่นอน ที่อยู่ : 56/102 หมู่2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-583-8686 , 02-584-2337 ชมรีวิวเต็มๆของร้าน ไก่ตะกร้าได้ที่นี่ http://food.mthai.com/food-recommend/99193.html 4. ภัตตาคารริมน้ำฮงเส็ง (ฮงเส็งโภชนา) นอกจากที่ท่านจะได้ดื่มด่ำรสชาติอาหารที่แสนอร่อย ในบรรยากาศเรือนไม้จีนโบราณอายุเกือบร้อยปี นั่งชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามาแล้ว ร้านฮงเส็งยังมีเมนูอร่อยเด็ดมากมาย โดยเจ้าของร้านผู้สืบทอดเคล็ดลับความอร่อยมาเป็นรุ่นที่ 3 ลงมือปรุงเองกับมือ รับประกันได้เลยว่าทุกๆจานที่เสิร์ฟออกมาจากครัวนั้นจะมีรสชาติอร่อยไม่ผิดเพิ้ยนไปจากรุ่นแรกอย่างแน่นอน เมนูแนะนำของร้านก็จะเป็น กุ้งแม่น้ำเผา ที่ใช้กุ้งแม่น้ำสดๆ ตัวโตๆ ที่คัดมาอย่างดี เนื้อจึงแน่นหวาน เผาให้สุกกำลังดี เสิร์ฟคู่มากับ น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บของทางร้านที่ต้องไปลองชิมกับตัวแล้วจะรู้ว่า อร่อยเด็ดแค่ไหน ที่อยู่ : 280หมู่ 2 ท่าเรือเทศบาลนครปากเกร็ด ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ : 02-583-7654, 02-583-8631 ขอบคุณภาพจาก http://travelnonthaburi.com/?p=299 5. ร้านครัวริมน้ำ อีกหนึ่งร้านริมทะเลสาบ ด้วยบรรยากาศสุดแสนพิเศษที่มีให้เลือกถึง 3 โซนด้วยกันไม่ว่าจะเป็น โซนนั่งสบายๆในร้าน  โซนชิวๆในสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และชั้น 2 ของร้านกับโซนพิเศษสุดแสนโรแมนติก ที่สามารถเห็นวิวทะเลสาบได้อย่างชัดเจน นอกจากบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกริมทะเลสาบแล้ว อาหารของทางร้านก็พิเศษไม่แพ้บรรยากาศเช่นกัน อาหารไทยหลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูปลาที่บอกเลยว่าวัตถุดิบของที่ร้านครัวริมน้ำนี่สดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นปลากะพงทอดน้ำปลา ต้มโคล้งปลาคัง และอีกหลากหลายเมนูให้ได้เลือกพาครอบครัวไปอิ่มอร่อย หรือจะนัดกลุ่มเพื่อนซี้ไปแฮงค์เอ้าท์ รับรองว่าประทับใจกลับบ้านกันทุกคนแน่นอน ที่อยู่ : ทางหลวงชนบท นนทบุรี 2051 , บางตะไนย์ , 11120 ปากเกร็ด , นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ : 089 170 3320 ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/pages/ครัวริมน้ำ/135658809800953 6. ร้านบ้านระเบียงน้ำ แค่คิดว่าได้ไปนั่งทานอาหารอร่อยๆ ในบ้านไม้ที่โอบล้อมด้วยความร่มรื่นของต้นไม้นานาพันธุ์ มองออกไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยานี่ก็ฟินสุดๆ แล้ว ร้านบ้านระเบียงไม้จึงเป็นอีกหนึ่งร้านแนะนำของจังหวัด นนทบุรี ซึ่งอาหารหลักๆของร้านก็จะเป็นอาหารไทยๆ เช่นแกงส้มชะอมกุ้ง ปลาทอดน้ำปลา ยำถั่วพลู  ต้มยำทะเล กุ้งแม่น้ำเผา ที่มาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ สุดสัปดาห์นี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปไหน อยากจะไปชิวๆริมน้ำ บ้านระเบียงน้ำก็เป็นอีกร้านที่เราขอแนะนำครับ ที่อยู่ : ซอยนนทบุรี 23 (วัดแคนอก)สนามบินน้ำ ข้างๆกระทรวงพาณิชย์ เบอร์โทรศัพท์ : 02-968-1481, 089-182-7100 http://www.baanrabiangnam.com/home.php3 7. ร้านThree mangoes อีกหนึ่งร้านที่ให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อยได้หลากหลาย ถึง 3 โซนไม่ว่าจะเป็น โซนมะม่วงสุกเป็นโซนของเบเกอรี่ แอนด์ คอฟฟี่ให้คุณได้นั่งชิวๆ จิบกาแฟสด และ เครื่องดื่ม และอร่อยกับเบเกอรี่ที่มีให้เลือกหลากหลาย โซนมะม่วงมันซึ่งเป็นโซนร้านอาหาร รสชาติอร่อย อาหารแนะนำที่พลาดไม่ได้เลยคือ ลาบ Three Mangoes แซลมอนทอดราดซอสเขียวหวาน และ โดนัททอดมันกุ้ง เสิร์ฟมาให้อิ่มอร่อยในบรรยากาศชิวๆในสวน มีดนตรีสดเล่นให้ฟังเพลินๆ และ Wine Coner สำหรับคนรักไวน์ และ โซนมะม่วงเปรี้ยว ที่เอาไว้เป็นคลาสเรียน และ เวิร์คชอปทั้ง ดนตรี ศิลปะ เรียกว่าไปร้านเดียว ได้ครบทั้ง ของคาว ของหวาน แถมยังมีกิจกรรมให้ทำในวันหยุดอีกด้วย Three Mangoes จึงเป็นอีกหนึ่งร้านที่ไม่ควรพลาดครับ ที่อยู่ : ถนน ประชาชื่น อำเภอปากเกร็ด อำเภอ ปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-574-0909 8. ร้านอาหารบ้านมอญกลางน้ำ เปิดมาอย่างยาวนาน โดยมีเคล็ดลับความอร่อยง่าย ๆ ที่ใช้ครองใจลูกค้ามาแล้วกว่า 30 ปีคือ “ทำกับข้าวเหมือนกินเองที่บ้าน” ที่ร้านจะปรุงอาหารโดยชาวมอญแท้ ๆ จึงได้รสชาติแบบมอญดั้งเดิม บรรยากาศในร้านดูสบายๆ อาหารจะเป็นเมนูพื้นบ้านทั้งไทยและมอญ เมนูแนะนำเป็นเมนูปลาและกุ้งแม่น้ำ ซึ่งทางร้านได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันสดใหม่ทุกวันเพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่อร่อย ใครอยากลิ้มลองอาหารพื้นบ้านแบบมอญดั้งเดิม แนะนำเลยครับไม่ผิดหวังแน่นอน ที่อยู่ : ซอย หมู่บ้านสราญสิริ ราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด อำเภอ ปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-584-5574 https://www.facebook.com/pages/บ้านมอญกลางน้ำ/141189652748132 9. ร้านไก่ทอง ร้านอาหารสไตล์ฮ่องกงที่เปิดบริการมาอย่างยาวนานอีกร้านหนึ่ง ด้วยความพิถีพิถันในการคัดสรร วัตถุดิบ ที่สดใหม่ นำมาใช้สำหรับปรุงเมนูสูตรพิเศษ ต้นตำรับไก่ทอง เพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกใจลูกค้าทุกท่าน ไม่แปลกเลยที่แวะไปเมื่อไหร่ก็จะเห็นร้านไก่ทอง คนแน่นตลอดเวลา เมนูแนะนำของร้านที่ใครไปก็ต้องไม่พลาดคือ ตับทอดกระเทียม หมูสับนึ่งปลาเค็ม และ เมื่ออิ่มเอมกับอาหารคาวเรียบร้อยแล้วอย่าลืมตบท้ายด้วย ปังชาเย็น ที่จะมาช่วยปิดท้ายความอร่อยที่ร้านไก่ทองได้อย่างสวยงาม ที่อยู่ : 164/13-15 อาคาร ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์ : 02-981-7772, 02-981-7771 https://www.facebook.com/pages/ไก่ทอง-เมืองทองธานี/333367486689524 10. ร้านธาราเริงรมย์ อีกหนึ่งร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตกแต่งแบบเน้นความเป็นธรรมชาติผสมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศ ชิวๆ  นั่งชมวิวสะพานพระราม 4 และ เกาะเกร็ดในช่วงเย็นๆ ต้องไปลองครับนอกจากบรรยากาศ ร้านนี้มีทีเด็ดที่อาหารรสจัดจ้านทุกจาน กลางคืนมีดนตรีชิวๆ ริมน้ำให้ฟังอีกด้วย ที่อยู่ : 7 หมู่4 ซอยวัดบางจาก ตำบลบางตะไนย์ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120 เบอร์โทรศัพท์ : 02-501-7196 ขอบคุณภาพจาก  http://katteranchana.blogspot.com/2013/03/blog-post.html อิ่มอร่อยกันไปเต็มที่กับ 10 ร้านเด็ดที่ต้องไปกินของจังหวัดนนทบุรีกันแล้วล่ะสิ อย่าลืมนะครับทำงานมาทั้งอาทิตย์ วันหยุดพักผ่อนทั้งทีก็หาเวลาว่างให้รางวัลกับตัวเองด้วยการขับรถพาคนที่คุณรักออกไป ทานอาหารดีๆกันซักมื้อ เลือกได้เลยครับ 10 ร้านที่ Food.MThai รีวิวให้ชมกันวันนี้ อยู่ใกล้กรุงเทพนิดเดียว ไม่ผิดหวังแน่นอน

ชมตัวอย่างใหม่ฉบับติดเรต จากหนังสยองขวัญภาคต่อ Sinister 2
Citadel /  horror / 

ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาเพื่อกระตุ้นความหลอนกันอีกครา แถมคราวนี้มาแบบติดเรตเสียด้วย สำหรับหนังสยองขวัญภาคต่ออย่าง Sinister 2 หรือ เห็นแล้วต้องตาย ที่คราวนี้กลับมาพร้อมกับเรื่องราวในสถานที่แห่งใหม่ ที่ผีลึกลับตนนี้จะกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง และครั้งนี้มันจะไม่ได้อยู่แค่ในบ้านอีกต่อไปแล้ว โดย สก็อตต์ เดอริคสัน จากภาคแรกจะลดตัวลงไปอยู่แค่หน้าที่มือเขียนบทแทน ในขณะที่ผกก.คนใหม่ตกเป็นของ เซียแรน ฟอย จาก Citadel มากำกับแทน โดยงานนี้ยังมีปล่อยใบปิดใหม่มาให้หลอนกันอีกด้วย โดยในภาคนี้จะติดตามคุณแม่ ลูกฝาแฝด ที่ต้องเดินทางไปอยู่อาศัยในชนบทเพราะเนื่องจากหลังจากผ่านเรื่องร้ายๆมา เธออยากให้ครอบครัวได้อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงที่วุ่นวายบ้าง แต่ก็ยังไม่วายดันมาพบว่าในทุ่งนี่ มันมีเครื่องหมายของปีศาจตัวเดิมคอยสิงสถิตอยู่อีกด้วย โดยหนังมี แชนนิน ซอสซามอน รับบทนำ พร้อมกำหนดฉายไทย 17 กันยายนนี้ครับ

วิจารณ์เละ! ถนนเป็นหลุม แต่เอาดินเหนียวเทปิด
ถนน /  ถนนพัง / 

โลกออนไลน์เเชร์ภาพถนนเละ ก่อนหน้านี้เป็นหลุม แต่นำดินเหนียวมาเทปิด เมื่อฝนตกส่งผลให้สภาพแย่กว่าเดิม วันนี้ (9 ก.ค. 58) เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพถนนพัง สภาพเต็มไปด้วยโคลน สุดเละ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลแดงใหญ่ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่าซอสคร้าบ ได้โพสต์ภาพถนนเละ เต็มไปด้วยดินโคลน ทั้งยังติดล้อรถ พร้อมข้อความระบุว่า "ตอนแรกก็เป็นถนนลาดยางมีหลุมธรรมดา เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้วครับ ไม่รู้ความคิดของผู้ใหญ่ท่านไหน เอาดินเหนียวมาเทปิดหลุมครับ พอฝนตกมาสภาพเป็นอย่างที่เห็นครับ หนักกว่าตกหลุมอีก ถนนเส้นบ้านคูณ - แดงใหญ่ บ้านโคกสะอาด หมู่ 3 ต.แดงใหญ่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ท่านผู้ใหญ่ว่าไงครับ" หลังจากที่ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างแชร์และร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่วิพากษ์วิจารณ์ให้เร่งแก้ไขเพราะมีผลกระทบความเดือดร้อนของประชาชน ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com ขอบคุณภาพ ซอส คร้าบ MThai News

รีวิว Lee Kitchen อาหารจีนโมเดิร์น มาพร้อมกับคุณภาพมากกว่า 20 ปี
อาหารจีน

สวัสดีค่ะ วันนี้ food MThai มาแนะนำร้านอาหารดีๆ กันอีกเช่นเคย ครั้งนี้มากันที่ร้าน Lee Kitchen ร้านอาหารจีนโด่งดังสาขาดั้งเดิมคือที่ ถนนจันทร์ อาหารจีนแห่งนี้เป็นอีกเสียงที่ขึ้นชื่อลือชา และประวัติที่น่าสนใจ คุณภาพอาหารระดับโรงแรม 5 ดาว ผ่านมาหลายสิบปี ความอร่อยยังเหมือนเดิม เมื่อได้ยินแบบนี้แล้วก็ไม่รอช้า จึงบุกไปพิสูจน์กันถึงที่ว่ารสชาติและหน้าตาอาหารเป็นอย่างไร ไปดูกันเลย การตกแต่งร้าน มีความโมเดิร์นทันสมัย และทำให้ร้านน่าเข้า ส่วนมากคนรุ่นนี้พอได้ยินชื่อว่าอาหารจีน ความรู้สึกแรกต้องกลัวและคิดไปเองว่าต้องราคาแพงแน่ๆ เลย และยิ่งเห็นร้านที่มีความเป็นจีนมากๆ  ยิ่งรู้สึกดูหรูหราราคาแพงและจับต้องไม่ได้ ทานไปเกร็งไปและทำตัวไม่ถูกสำหรับคนที่ไม่เคยทานอาหารจีน แต่ที่ ลีคิทเช่น ทำให้คนทุกวัยสามารถเข้าถึงได้ด้วยราคาพอประมาณ และร้านก็ดูทันสมัยมากความเป็นกันเองจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่นั่งทาน จากเชฟมือโปรในภัตตาคารอาหารจีน ของโรงแรมดุสิตธานีเมื่อหลายสิบปีก่อน และสั่งสมประสบการณ์ทั้งด้านบริการและด้านอาหาร จนมาเปิดกิจการเป็นของตัวเอง และเมนูอาหารที่มิสเตอร์ลีรังสรรค์ จัดเสิร์ฟเมนูแล้วเมนูเล่า สร้างชื่อให้กับ ลี คิทเช่นมาอย่างดีโดยตลอด ด้วยความที่ใส่ใจรายละเอียดทุกระเบียบนิ้ว ทั้งเรื่องวัตถุดิบอาหาร เทคนิคการทำอาหาร ที่ดีโดยยึดหลักการที่ว่า "ใช้ใจในการปรุงรสอาหาร" คนทานมีความสุข คนทำก็มีความสุข หูฉลามแผ่นกับแฮมยูนานคั่ว 1,200 บาท ก้ามปูกระทะร้อน 680 - 800 บาท บะหมี่ปลากระพงจักรพรรดิ์ 180 บาท "หอยเชลล์ผัดซอส X.O." สาคูตุ๋นมะพร้าวอ่อน 60 บาท ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับคนที่มากันเป็นครอบครัว ใกล้จะวันแม่แล้ว อาจจะพาคุณแม่มาทานอาหารที่นี่ได้ ถ้าอยากทานกันแบบ Private ชั้น 2 มีห้องส่วนตัว สามารถโทรจองได้ค่ะ

10 สูตรกาแฟสด จากบาริสต้ามืออาชีพ
กาแฟ /  บาริสต้า

ร้านกาแฟ เป็นธุรกิจที่มาแรง บางคนที่ชื่นชอบกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ ก็หันมาเอาดีทางด้านกาแฟไปเลย อย่างเปิดร้านกาแฟเล็กๆ และกาแฟที่ดีต้องเป็นกาแฟสดเท่านั้น กลิ่นหอมและรสชาติจะเข้มข้นมาก เราจึงอยากขอแนะนำสูตรกาแฟสูตรเด็ดจากแชมป์บาริสต้าที่เผยแพร่สูตรการชงกาแฟชนิดต่างๆ ลงในหนังสือ "คอฟฟี่&บาริสต้า เปิดตำนานแม่มดนักชงกาแฟขั้นเทพ" ให้ทุกคนสามารถชงกาแฟแบบมืออาชีพได้ 10 สูตรกาแฟสด จากบาริสต้ามืออาชีพ สูตรกาแฟสดต่อไปนี้เป็นสูตรที่ต้องใช้เครื่องชงกาแฟประกอบ ถ้าใครอยากทำกินเองที่บ้านแต่ไม่อยากลงทุนซื้อเครื่องชงก็อาจจะประยุกต์เแค่ใช้อุปกรณ์ที่เรามีในบ้านชงได้โดยใช้อัตราส่วนเหมือนกันค่ะ Espresso   ส่วนผสม 1 ช็อต   ผงกาแฟ 7-9 กรัม   น้ำร้อน 1 ออนซ์ (30 ซีซี)           วิธีทำ ตวงผงกาแฟ 7-9 กรัม กดกาแฟให้แน่น นำด้ามอัดเข้าเครื่องชง กดปุ่มชง กดให้น้ำได้ปริมาณ 1 ออนซ์ -------------------------------------------------------------------------------------------- Americano ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต (30 ซีซี) น้ำร้อน 4 ออนซ์ (120 ซีซี) วิธีทำ เติมน้ำร้อนเปล่าๆ ลงไปที่แก้วกาแฟ 4 ออนซ์ ด้วยช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต ครีมม่า ที่เป็นฟองคล้ายฟองนมจะลอยอยู่ด้านบน -------------------------------------------------------------------------------------------- Cappuccino ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต (30 ซีซี) นมสดพาสเจอร์ไรซ์สตรีม 4 ออนซ์ (120 ซีซี) โฟมนมหนา 1 เซนติเมตร วิธีทำ เติมช็อตเอสเปรสโซลงไปในแก้วกาแฟ 1 ช็อต (ใช้แก้ว 6 ออนซ์) ทำนมสดให้ร้อนโดยทำการสตรีม ตักโฟมนมหยอดลงตรงกลางถ้วยและเติมนมร้อนตามลงไปที่หลัง ให้ทิ่งระยะห่างของโฟมนมและขอบแก้ว 1/2 เซนติเมตร -------------------------------------------------------------------------------------------- Latte ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต (30 ซีซี) นมสดพาสเจอร์ไรซ์สตรีม 6 ออนซ์ (180 ซีซี) โฟมนมหนา 1 เซนติเมตร วิธีทำ เติมช็อตเอสเปรสโซลงไปในแก้วกาแฟ 1 ช็อต (ใช้แก้ว 8 ออนซ์) ทำนมสดให้ร้อนโดยทำการสตรีม รินนมร้อนลงในแก้วจนนมห่างจากปากแก้ว 1 เซนติเมตร ตักโฟมนมลงในแก้วให้เสมอกับขอบแก้ว แล้วตกแต่งลวดลายตามใจชอบ -------------------------------------------------------------------------------------------- Mocha ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 1 ช็อต (30 ซีซี) ช็อกโกแลตซอส 10 ซีซี นมสดพาสเจอร์ไรซ์สตรีม 6 ออนซ์ (180 ซีซี) โฟมนมหนา 1 เซนติเมตร วิธีทำ เติมช็อตเอสเปรสโซลงไปในแก้วกาแฟ 1 ช็อต (ใช้แก้ว 8 ออนซ์) ตวงซอสช็อกโกแลตลงในน้ำกาแฟแล้วคนให้เข้ากัน สตรีมนมสดให้ร้อนแล้วรินนมลงในแก้วจนนมห่างจากปากแก้ว 1 เซนติเมตร ตักโฟมนมลงบนกาแฟให้โฟมพอดีกับแก้ว แต่งหน้าด้วยซอสช็อกโกแลต -------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Americano ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต ( 60ซีซี) น้ำเชื่อม 4 ปั้ม (1 ออนซ์) น้ำเย็น 4 ออนซ์ (120 ซีซี) น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต ตวงน้ำเย็นและน้ำเชื่อมใส่แก้วที่ต้องการจะ เสิร์ฟ คนให้เข้ากัน แล้วเตมน้ำแข็งบดให้เต็มแก้ว ราดช็อตเอสเปรสโซตบท้าย เครื่องดื่มจะแยกชั้นอย่างสวยงาม -------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Latte ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต (60 ซีซี) น้ำเชื่อม 4 ปั้ม (1 ออนซ์) นมสดพาสเจอร์ไรซ์แช่เย็น 4 ออนซ์ (120 ซีซี) น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต เทกาแฟและน้ำเชื่อมลงไปในแก้วแล้วคนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งบดให้เต็มแก้วแล้วเทตามลงไปด้วยนมพาสเจอร์ไรซ์เย็น ให้เครื่องดื่มแยกชั้น -------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Espresso ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต (60 ซีซี) นมมิกซ์ 4 ปั้ม (1 ออนซ์) * นมมิกซ์คือ นมข้นหวาน 1 กระป๋องผสมกับนมข้นจืด 4 ออนซ์ น้ำเชื่อม 1 ปั้ม นมข้นจืด 2 ออนซ์ (60 ซีซี) น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต เติมนมมิกซ์และน้ำเชื่อมคนให้เข้ากันแล้วเท ลงไปในแก้วเสิร์ฟ เติมน้ำแข็งให้เต็มราดด้วยนมข้นจืดด้านบน -------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Mocha ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต (60 ซีซี) ช็อกโกแลตซอส 1 ออนซ์ (30 ซีซี) นมสดพาสเจอร์ไรซ์เย็น 4 ออนซ์ (120 ซีซี) โฟมนมหนา 2 เซนติเมตร น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ ช็อกโกแลตซอสสำหรับตกแต่ง วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต เติมช็อคโกแลตซอส นมสดพาสเจอร์ไรซ์และกาแฟเอสเปรสโซ ในแก้วเสิร์ฟ คนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งให้เหลือจากปากแก้ว 2 เซนติเมตร เทกาแฟลงไปแล้วตักโฟมนมราดด้านบนและตกแต่งด้วยช็อกโกแลตซอส ------------------------------------------------------------------------------------------- Iced Cafe Cappuccino ส่วนผสม ช็อตเอสเปรสโซ 2 ช็อต (60 ซีซี) นมมิกซ์ 4 ปั้ม (1 ออนซ์) * นมมิกซ์คือ นมข้นหวาน 1 กระป๋องผสมกับนมข้นจืด 4 ออนซ์ น้ำเชื่อม 1 ปั้ม นมสดพาสเจอร์ไรซ์เย็น 2 ออนซ์ (60 ซีซี) โฟมนมหนา 2 เซนติเมตร ผงโกโก้หรือผงซินนาม่อนสำหรับตกแต่ง น้ำแข็งบด ขนาดแก้ว 16 ออนซ์ วิธีทำ เตรียมกาแฟเอสเปรสโซ 2 ช็อต ตวงนมมิกซ์ น้ำเชื่อม นมสดพาสเจอร์ไรส์ ผสมกับกาแฟเอสเปรสโซ คนให้เข้ากัน เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็งใส่แก้วให้ต่ำกว่าปากแก้ว 2 เซนติเมตร ตักโฟมนมลงด้านบนให้เต็มขอบแก้ว โรยผงโกโก้หรือผงซินนาม่อนตกแต่งให้สวยงาม -------------------------------------------------------------------------------------------- เคล็ดลับ สำหรับกาแฟร้อนเอสเปรสโซให้นำแก้วนั้นมาลองช็อตเอสเปรสโซโดยตรงจากด้ามอัดและวอร์มแก้วที่ใช้เสิร์ฟให้อุ่นอยู่เสมอเพื่อคงรสชาติกาแฟที่ดีที่สุด เรียบเรียงโดย food MThai ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ “คอฟฟี่&บาริสต้า เปิดตำนานแม่มดนักชงกาแฟขั้นเทพ” จาก mbookstore คลิก

โอเอซอส กล้องวงจรปิด

โอเอซิส CCTV ร้านขาย ติดตั้ง กล้องวงจรปิด ทั้งปลีกและส่ง กล้องวงจรปิด magic ascctv telca addnex สุพรรณบุรี 0877169128