ช็อกโกแลตซอส

ดีน แอนด์ เดลูก้า นำคุณออกเดินทางบนถนนสาย 66  สู่ความอร่อยหลากหลายสไตล์อเมริกัน
ดีน แอนด์ เดลูก้า /  อาหารอเมริกัน

DEAN & DELUCA ROUTE 66 ดีน แอนด์ เดลูก้า นำคุณออกเดินทางบนถนนสาย 66 สู่ความอร่อยหลากหลายสไตล์อเมริกัน ดีน แอนด์ เดลูก้า ประเทศไทย รังสรรค์หลากเมนูสไตล์อเมริกัน ด้วยแรงบันดาลใจจากถนนสาย 66 ลิ้มลองความอร่อยเริ่มต้นเพียง 160 บาท ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ ดีน แอนด์ เดลูก้า ประเทศไทย นำคุณออกเดินทางสู่ความอร่อยไม่รู้จบสไตล์อเมริกัน บนถนนสาย 66 หรือ ROUTE 66 อันเป็นถนนสายหลักของเมริกา บนเส้นทางตลอด 2,448 ไมล์ ที่พาดผ่าน 9 รัฐ จากเมืองชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ไปจนถึง ซานต้า โมนิก้า รัฐแคลิฟอร์เนีย ถนนสายนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวของความอร่อยที่ถูกเล่าขานจากเมืองต่างๆ โดยตลอดเส้นทางมีร้านรวงและคาเฟ่มากมาย ที่ต่างคัดสรรเมนูมาดึงดูดนักเดินทางให้ได้ลิ้มลอง ดีน แอนด์ เดลูก้า จึงนำแรงบันดาลใจที่ทอดยาวตลอด ROUTE 66 มาสู่อาหารจานเด็ดสไตล์พื้นเมืองอเมริกันดั้งเดิม ส่งตรงถึงเมืองไทยแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 160 บาท (จากซ้าย) St. Louis BBQ Pork Steak สเต็กสูตรเด็ดจานนี้ที่มีต้นกำเนิดมาจาก St. Louis รัฐ Missouri เนื้อหมูนุ่มๆที่นำไปย่างแล้วราดด้วยบาร์บีคิวซอสสูตรต้นตำรับ Pastrami & Rye แซนด์วิชขนมปังข้าวไรย์เพื่อสุขภาพ ทานกับเนื้อรมควัน Pastrami ปรุงรสด้วยเครื่องเทศ สลัดกะหล่ำม่วง และชีสจากสวิสเซอร์แลนด์ The Chicago Dog เอาใจคนชอบฮ็อทด็อกกับ The Chicago Dog สูตรพิเศษจากเมืองชายทะเลอย่างชิคาโก้ ฮอทด็อกไส้กรอกเนื้อและป๊อปปี้ซี้ดบัน พร้อมด้วยผักนานาชนิด อิ่มอร่อยและได้ประโยชน์ครบครัน (จากซ้าย) Chicken Fried Beef Steak สเต็กจานโตจาก Oklahoma ทำจากเนื้อวัวแล่บางทุบให้นุ่มที่นำไปชุบแป้ง ปรุงรสด้วยเครื่องเทศแบบอเมริกาตอนใต้ก่อนทอดในน้ำมัน ทานกับน้ำเกรวี่ขาวสูตรเข้มข้นหอมพริกไทยดำ Texas Chili Con Carne สตูว์เนื้อรสเผ็ดจากรัฐ Texas สีแดงจัดจ้านบอกถึงความเผ็ดร้อน ถูกปากคนไทยไม่น้อยเลยทีเดียว Grilled Chicken Quesadilla แซนด์วิชแป้งตอร์ติย่าแผ่นบางที่นำไปย่างจนกรอบ ข้างในอัดแน่นด้วยเนื้อไก่และชีส อาบกลิ่นอายความเป็นเม็กซิกันไว้อย่างเต็มเปี่ยม เสิร์ฟคู่กับซัลซ่ารสจัดจ้าน Roasted Chicken Enchilada แป้งตอร์ติย่าโรลสอดไส้ไก่อบเครื่องเทศพื้นเมืองจากตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา และชีสสัญชาติสเปนอย่าง Manchego ราดด้วยซอส Enchilada สูตรเด็ดก่อนตบท้ายด้วยครีมเปรี้ยวและซัลซ่า ออกเดินทางสู่ความอร่อยแบบอเมริกันแท้ๆ บนถนนสาย 66 ได้แล้ววันนี้ – 30 มิถุนายน 2557 ที่ ดีน แอนด์ เดลูก้า ประเทศไทย ทั้ง 3 สาขา - สาขาอาคารพาร์คเวนเจอร์ อีโคเพล็กซ์ บีทีเอส เพลินจิต ทางออก 2 - สาขาอาคารสาทรสแควร์ ออฟฟิศทาวเวอร์ บีทีเอส ช่องนนทรี ทางออก 1 - สาขามหานคร คิวบ์ บีทีเอส ช่องนนทรี ทางออก 3 - สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสสซี ชั้น 2 ติดทางเชื่อมเซ็นทรัลชิดลม ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-234-1434 หรือ www.facebook.com/ddbkk

FamilyMart เปิดตัวเมนู แซนด์วิชครัวซองค์ 5 รสชาติ
Family Mart /  ครัวซองค์ / 

FamilyMart ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านคุณที่มีสินค้าให้เลือกมากมายในสาขาประเทศไทยในตอนนี้มีมากกว่า 1,000สาขา ล่าสุดมี Slogan ใหม่มาให้ WoW กันอีกแล้วนั่นก็คือ "อร่อยด้วยกันทุกเวลา" มาติดตามกันดีกว่าว่าของอร่อยที่มีให้ทานทุกเวลาของ FamilyMart มีอะไรเด็ดๆที่ต้องลองบ้าง   ภายในร้านกว้างขวาง เดินเลือกกันตามใจชอบ ล่าสุด ทาง FamilyMart เปิดตัวสินค้าใหม่ “แซนด์วิชครัวซองค์ 5 รสชาติ” รับรองว่าแต่ละรสชาตินั้น ทั้งแปลกทั้งใหม่ไม่เหมือนใครแน่นอน ด้วยรูปแบบของเนื้อแป้งแซนด์วิชที่ทำมาจากแป้งครัวซองค์ ชั้นเลิศ ทั้งกรอบ หอม หนา นุ่ม  แถมเนื้อแป้งยังเป็นเนื้อแป้งที่คัดพิเศษสุดๆ ตรงที่เนื้อแป้งนั้นจะมีเลเยอร์เป็นชั้นๆ เหมือนครัวซองค์เลยทีเดียว เนื้อแป้งและไส้ต่างๆที่ทาง FamilyMart ให้มานั้น ก็อัดแน่นเต็มแผ่น หากเรายังทานไม่หมด ก็ยังสามารถเก็บไว้ได้ โดยที่เนื้อแป้งของตัวแซนด์วิชนั้นจะไม่แข็ง  เมื่อนำกลับมารับประทานใหม่ ก็ยังให้ความรู้สึกกรอบนุ่มเหมือนกับเพิ่งออกมาจากเตาอบเลยทีเดียว รับรองเลยว่าแซนด์วิชของ FamilyMart มีขนาดใหญ่มากๆ อิ่ม อร่อยคุ้มสุดๆ แซนด์วิชครัวซองค์ มีทั้งหมด 5 รสชาติ คือ ทูน่าซอสขาว,มะพร้าวอ่อน,คาโบนาร่า,แฮมชีสและไส้กรอกชีส ทำด้วยเครื่องอบแซนด์วิช รอแค่ 3 นาทีเท่านั้น แซนด์วิชครัวซองค์ รสชาติแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครที่อยากจะแนะนำมีอยู่ 3 รสชาติ คือ ทูน่าซอสขาว,มะพร้าวอ่อน,คาโบนาร่า ซึ่งมีที่ Familymart ที่เดียวเท่านั้น  และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป ทั้งเด็ก  ทั้งผู้ใหญ่  สามารถนำมาทานเป็นอาหารมื้อเช้า ทานคู่กับกาแฟหอมๆ  หรือชาร้อนๆ ก็ดี แถมได้คุณค่าสารอาหารครบถ้วน  หรือหากจะนำมาทานเล่นเป็นของว่างก็ดีมีประโยชน์  และทาง Familymart ยังมีรสชาติแปลกใหม่ และอร่อยสุดๆ ที่อยากแนะนำให้ทุกท่านได้ลองชิม คือ  แซนด์วิชมะพร้าวอ่อน  ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ลองไปดูรสชาติของแต่ละรสกันเลยดีกว่า แซนด์วิชครัวซองค์มะพร้าวอ่อน แซนด์วิชร้อนๆ ที่สอดไส้ด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนหวานหอม เมื่อได้อบแล้วมีกลิ่นหอมฟุ้งออกมาทันที ตัวเนื้อมะพร้าวอ่อนได้ผ่านการปรุงแต่งให้มีรสชาติหวานละมุนและนุ่มลิ้นกำลังดี ลองได้ทานรวมๆ จะให้ความรู้สึกกรอบนอกและก็นุ่มหวานตามมา หากนำมาทานเป็นอาหารเช้าก็จะทำให้สดชื่นมีแรงทำงานเลยทีเดียว แซนด์วิชครัวซองค์คาโบนาร่า แซนด์วิชอบร้อนๆ คาโบนาร่าอุ่นๆ ที่หอมชีสและเครื่องเทศ สอดไส้ด้วยแฮมหั่นเต๋าเป็นชิ้นๆ เต็มคำ เข้มข้นด้วยน้ำซอสคาโบนาร่าที่ชุ่มนุ่มลิ้น ด้วยรสชาติที่เข้ากันกับตัวครัวซองค์ที่กรอบนอกนุ่มในเมื่อกัดคำแรกก็จะเจอไส้ที่ไหลเยิ้มออกมา ทานคู่กับกาแฟร้อนๆเข้ากันอย่างลงตัว แซนด์วิชครัวซองค์ทูน่าซอสขาว แซนด์วิชสอดไส้ทูน่าไวท์ซอส แน่นด้วยเนื้อทูน่ารสชาติหอมหวานกลมกล่อมบวกด้วยน้ำไวทซอสที่ขาวนวล เมื่อได้ทานก็จะรู้สึกถึงวัตถุดิบที่ลงตัวกับครัวซองค์ที่กรอบนอกนุ่มใน ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำซอส กรอบๆนุ่มๆ อร่อยเต็มคำ แซนด์วิชครัวซองค์ 3 รสชาติ นอกจากเมนูแซนด์วิชครัวซองใน FamilyMart ยังมีอาหารและขนมมากมายให้เลือกซื้อกันตามใจชอบ อย่างเชลที่จะแนะนำต่อมาคือ FamilyMart collection FamilyMart Collection เป็นกลุ่มขนมที่เป็น Signature ของ FamilyMart ทุกประเทศทั่วโลก สําหรับ FamilyMart ที่ประเทศไทย มี 2 ประเภท คือ สินค้า FamilyMart Collection ที่ Import สั่งตรงมาจากญี่ปุ่น และ FamilyMart Collection ที่ผลิตในประเทศไทย แต่คุณภาพและมาตรฐานญี่ปุ่นที่สําคัญเป็นราคาสําหรับคนไทยจริงๆ ลองแวะไปดูที่มุมสินค้า FamilyMart Collection ก็จะพบกับขนมอร่อยๆมากมายใน Packaging ที่ดูดี เช่น ขนมโมจิ, ไดฟุกุ, คุ้กกี้ ขนมปังอบกรอบหรือผลไม้อบแห้ง ทราบมาว่า สินค้าใหม่ภายใต้ชื่อ FamilyMart Collection จะทยอยออกมาอีกเรื่อยๆ จะอิ่มมื้อไหน มื้อหนัก มื้อเบา FamilyMart เอาอยู่จริงๆ FamilyMart collection FamilyMart collection สามารถติดตามความอร่อยใหม่ๆได้ทุกวันที่  http://www.familymart.co.th/  หรือติดตามอัพเดทข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/FamilyMartThailand “ แฟมิลี่มาร์ท เติมความสดใสให้คุณทุกวัน “ บรรยากาศภายในร้าน

สูตร ราเม็งเบอร์เกอร์ จากโตเกียวสู่นิวยอร์ค
ramen /  ราเม็ง / 

เบื่อกันแล้วการกินเบอร์เกอร์แบบเดิมๆ และการต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบธรรมดา เมนูนี้สำหรับแม่บ้าน หรือ พ่อบ้านที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำอาหารให้ดูแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ด้วยเมนูนี้เลย ราเม็งเบอร์เกอร์ นำเส้นมาม่ามาแทนขนมปัง ดูเก๋ไปอีกแบบ ไปดูวิธีทำเลย ราเม็งเบอร์เกอร์ วัตถุดิบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือราเม็ง 1 ซอง (ซองใหญ่) ไข่ไก่ 2 ฟอง ฟิล์มยืดห่ออาหาร ผักกวางตุ้งฮ่องเต้ (หรือผักอะไรก็ได้ตามใจชอบ) หมูบด 2 ขีด ต้นหอมซอย ซอสปรุงรส ชีสแผ่น 2 แผ่น น้ำมันสำหรับทอด ซอสมะเขือเทศ วิธีทำ ต้มเส้นราเม็ง ให้พอสุกแต่อย่าปล่อยให้สุดมากจนเละ ถ้านำไปทอดอาจจะแตกตัว เมื่อต้มเสร็จนำน้ำออกให้หมด ตีไข่ 1 ฟองลงไปในชามผสม นำเส้นราเม็งลงไปในไข่ที่ตีไว้ คลุกเคล้าในชามผสมให้เข้ากัน นำฟิล์มยืดห่ออาหาร มาลองที่กระทะที่มีรูปทรงกลมแบนขนาดเล็กเพื่อเป็นแม่พิมพ์ หรือถ้าบ้านใครไม่มีก็ใช้ชามหรือวัสดุอะไรก็ที่เป็นทรงกลม นำเส้นราเม็งในชามผสมครึ่งเดียวเทลงแม่พิมพ์ ทำแบบนี้สองอันเพื่อจะนำมาประกบหัวและท้ายของเบอร์เกอร์ นำฟิล์มลองแม่พิมพ์ห่อเส้นราเม็ง คลุมเส้นราเม็งให้ทั่ว นำแม่พิมพ์ที่มีขนาดเท่ากันมากดทับ เพื่อให้ราเม็งจับตัวไม่แตกออกจากกัน พักในตู้เย็น 3 นาที นำหมูบดมาหมักกับซอสปรุงรส และต้นหอมซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำหมูที่หมักมาใส่แม่พิมพ์กดให้ทั่วจนแน่น ทำแบบนี้ 2 ก้อน ตั้งกระทะใช้ไฟกลางและใส่น้ำมันพืชประมาณ 4 ช้อนชา นำหมูลงทอดผลิกด้านกลับไปมาจนสุกทั่วกันดี นำเส้นราเม็งออกมาจากตู้เย็น ลงทอดใช้ไฟอ่อนๆผลิกกลับไปมาระวังอย่าให้ไหม้หรือใครชอบเกรียมก็ตามใจชอบเลย นำผักกวางตุ้งล้างน้ำให้สะอาด ลงไปลวกกับน้ำเดือดให้พอสุก ทอดไข่ดาว อันนี้แล้วแต่ความชอบเลย ใครอยากกินแบบเยิ้ม หรือ สุกมาก ก็ได้ค่ะ ของสดทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว ทีนี่เรามาเริ่มประกอบร่างเบอร์เกอร์กันเลย ใครอยากจะจัดเรียงแบบไหนตามใจชอบไม่ต้องทำตามรูปด้านล่างนี้ก็ได้ค่ะ ราเม็งเบอร์เกอร์ ราเม็งเบอร์เกอร์ ramen burger ราเม็งเบอร์เกอร์   ramen burger ramen burger คลิป ราเม็งเบอร์เกอร์ ที่ของรูป SORTED Food

 21 ไอเดียทำอาหารเช้า จากขนมปังปิ้ง
21 ไอเดียทำอาหารเช้า /  ขนมปัง / 

อาหารเช้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องทานก่อนออกไปใช้พลังงานกันทั้งวัน จึงสำคัญมากๆที่ต้องทานสิ่งที่มีประโยชน์แถมอิ่มและให้คุณค่าทางสารอาหารอย่างมากที่สุด เมนูอาหารเช้าก็ต้องหนีไม่พ้นเมนูขนมปัง ซึ่งทำง่ายเหมาะกับเวลาเร่งรีบในตอนเช้า วันนี้เราจะมานำเสนอ  21 ไอเดียทำอาหารเช้า จากขนมปังปิ้ง กันค่ะ เบื่อกันแล้วหรือยังค่ะ การที่จะทาแย้ม เนย บนขนมปังปิ้ง เรามาดัดแปลงของที่อยู่ในตู้เย็นมาทำอาหารเช้ากันด้วย  21 ไอเดียทำอาหารเช้า จากขนมปังปิ้ง 1. ขนมปังปิ้งหน้าเฟต้าชีส อะโวคาโด และเม็ดทับทิม 2. ขนมปังปิ้งหน้ามิกซ์เบอร์รี ใบโหระพาและครีมชีส 3. ขนมปังปิ้งหน้าแคนตาลูป วอลนัท และชีสนมแพะ 4. ขนมปังปิ้งหน้ากล้วยหอม เนยถั่วอัลมอนด์ และเม็ดเชีย 5. ขนมปังปิ้งหน้าเนยถั่ว เซเลอรี และลูกเกด 6. ขนมปังปิ้งสไตล์เม็กซิกัน 7. ขนมปังปิ้งหน้าสตรอว์เบอร์รีเชื่อม 8. ขนมปังปิ้งหน้าชีส สับปะรด และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 9. ขนมปังหน้าผัดกะหล่ำเขียว ไข่เจียว และชีส 10. ขนมปังหน้าริคอตต้าชีสและมะเดื่ออบแห้ง 11. ขนมปังปิ้งหน้ามอสซาเลร่าชีสสด และมะม่วงสุก 12. ขนมปังปิ้งหน้าสลัดผักสีเขียว 13. ขนมปังปิ้งหน้าลูกแพร์ และริคอตต้าชีส 14. ขนมปังปิ้งหน้าฮัมมูส วอลนัท และเม็ดทับทิม 15. ขนมปังปิ้งหน้าถั่วชิกพี มะเขือเทศ และไข่ดาว 16. ขนมปังปิ้งหน้าเฟต้าชีส อินทผลัมแห้ง และอัลมอนด์ 17. ขนมปังปิ้งหน้าเนยเมล็ดทานตะวัน ลูกพลัม และเมล็ดแฟลกซ์ 18. ขนมปังปิ้งหน้าบลูชีส น้ำผึ้ง และแอปเปิ้ล 19. ขนมปังปิ้งหน้าซอสมารินารา ไข่ดาวน้ำ และชีส 20. ขนมปังปิ้งหน้ากิมจิ และไข่ต้ม 21. ขนมปังปิ้งหน้าแซลมอนรมควัน แตงกวา และครีมชีส เป็งไงกันบ้างค่ะ อยากได้หน้าขนมปังแบบไหนกันบ้าง หรือเพื่อนๆ จะเอาไปดัดแปลงไอเดียนอกเหนือจากนี้ก็ได้ ลองเอาไปทำทานกันนะคะ Cr.http://www.buzzfeed.com/

IBUSHI อิบูชิ-กินจิโร ร้านอาหารญี่ปุ่นจากเมืองโอกินาวา
ibushi /  ร้านอาหารญี่ปุ่น / 

อิบูชิ-กินจิโร เป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่นจากเมืองโอกินาวา ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น อาหารจานเด่นของอิบูชิฯ ประกอบไปด้วยอาหารจากนานาภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น การออกแบบของร้านได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการกินของชาวประมงญี่ปุ่นทางตอนเหนือของประเทศ ผสมผสานการกินแบบที่เรียกว่า “โรบาทายากิ” (นั่นคือการปรุงอาหาร โดยย่างอย่างช้าๆด้วยถ่าน ต่อหน้าลูกค้า พร้อมยื่นเสิร์ฟให้ลูกค้าโดยไม้พาย) ร้านอิบูชิ มีอาหารไว้บริการหลากหลายประเภทให้เลือกสรรพ์ อาทิเช่น ยากิโทริ (อาหารทะเล และเนื้อต่างๆ ย่างบนเตาถ่าน) เทปันยากิ, ซูชิ, ซาชิมิ, เทมปุระ และชาบู ซึ่งล้วนรสชาติดี โดยอาหารจานเด่นของร้านอิบูชิ รวมถึง “ซีฟู้ดนาเบะ” ชาชิมิกุ้งมังกรเป็นๆจากแคนาดาพร้อมซุปหัวกุ้งมังกร เสิร์ฟกับซอสพื้นบ้านพิเศษของญี่ปุ่น “มิยาซากิ” เนื้อวัวย่างสุกบนหินร้อนภูเขาไฟ IBUSHI อิบูชิ-กินจิโร ร้านอาหารญี่ปุ่นจากเมืองโอกินาวา อิบูชิ-กินจิโร ร้านแรกในเมืองไทย ตั้งอยู่ที่โกดัง 10 ศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เวลาเปิดปิดร้าน: ทุกวัน 17:00 – 24:00 Tel: (02) 117-9355, (094) 497-9214 ที่อยู่: โกดัง 10 ศูนย์การค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพ 10120 www.facebook.com/ibushiasiatique เมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจ ที่ IBUSHI IBUSHI อิบูชิ-กินจิโร ร้านอาหารญี่ปุ่นจากเมืองโอกินาวา

กุ้งล็อปสเตอร์สดๆ หอยนางรมระดับพรีเมี่ยม ที่ the DOCK สยามพารากอน
ล็อปสเตอร์ /  ออยสเตอร์ / 

แนะนำความอร่อย สำหรับวันนี้ ผมจะพาเพื่อนๆ ไปชิมอาหารทะเลสดๆ เรียกว่าสดมากๆ จาก ธรรมชาติซีฟู้ด ซึ่งได้เปิดบริการใหม่ในชื่อ The Dock แต่ยังคงบริการอาหารทะเลสดเช่นเคย และในช่วงนี้ - สิ้นเดือนกรกฎาคม 2557 มีกุ้งล็อปเสตอร์ Import มาเป็นไฮไลท์ พลาดแล้วจะเสียใจ ลองมาดูกันเลยครับว่า อาหารของ The Dock สดจริงแท้แน่นอนแค่ไหน The Dock เป็นร้านอาหารทะเลแนวใหม่ ในแบบบาร์นั่งทานอาหารรอบๆ ร้าน ซึ่งอยู่ในบริเวณ Gourmet Market ของห้าง สยามพารากอน ชั้น G ร้านมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ถูกออกแบบให้รองรับลูกค้าได้รอบๆ ร้าน นั่งทานอาหารพร้อมชมการทำอาหารแบบครัวเปิด ได้อรรถรสในการทานอาหารมากทีเดียว เมนูอาหารแนะนำ Lobster sashimi ราคา 1,890 บาท ล็อปสเตอร์สดๆ ทานดิบๆ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมีวาซาบิดับคาวด้วย หาทานยากมากๆ สำหรับเมนูนี้ รีบหน่อยครับ เมนู ออยสเตอร์ (Oyster) ระดับพรีเมี่ยมมีให้เลือกหลายระดับราคา แยกตามความอร่อย และหายาก Gillardeau oyster 189 บาท/ตัว Tsarskaya oyster 189 บาท/ตัว Loch fyne rock oyster 159 บาท/ตัว Marennes-oleron oyster 189 บาท/ตัว Fine de Claire oyster 99 บาท/ตัว TAPAS DE LA MER 790 บาท(Catch of the month) *แถมไวน์ 1 แก้ว สลัดหมึกยักษ์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เนื้อปลาแซลมอนกลาวาแลกซ์, หอยนางรมแทสมาเนี่ยน, หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์, ทูน่าทาร์ทาร์, กุ้งกุลาดำอบเกลือ, หอยเวลค์สก็อตแลนด์ เสิร์ฟพร้อมเวียนโต้ เดล เซอ ชาร์ดอนเน่ SIGNATURE “TSAR OF KING SALMON A LA MINUTE” 495 บาท เดอะดอกซิกเนเจอร์ดิช เนื้อปลาคิงแซลมอนนิวซีแลนด์บริเวณเซ็นเตอร์คัท อบจนหนังกรอบ แล้วรมควันอ่อน ๆ ด้วยกลิ่นโอ๊ค ซอสบัลซามิก และโหระพา รับประกันความสดของอาหารทุกชิ้น ด้วยตู้สำหรับเก็บ Oyster, Lobster ที่ Import มาจากต่างประเทศ เชฟอารมณ์ดี ทำอาหารให้ทาน พร้อมมุขขำๆ อ่ะ เข้าท่าทีแฮะ สนใจแวะชิมกันได้ครับ ที่ The Dock Bar& Bistro ชั้น G ในบริเวณ Gourmet Market ของห้างสยามพารากอน

เที่ยวเกาหลี เรื่องน่ารู้ ก่อนไปเกาหลีใต้
Everland /  korea / 

ปีนี้วันหยุดยาวๆ ติดต่อกันหลายวันหลายเดือนจริงๆ วันลาพักร้อนยังเหลือครบ จะไป เที่ยวเกาหลี สักทีดีไหมนะ? .. ถ้าใครเพิ่งจะมีแพลน เริ่มคิดอยากไปเที่ยวเกาหลี ลองมานั่งอ่านข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเกาหลีใต้ เตรียมพร้อมก่อนเดินทางกันหน่อยค่ะ เรื่องน่ารู้ก่อนไป เที่ยวเกาหลี เตรียมตัวเที่ยว นาทีนี้คงไม่ต้องเอ่ยถึง เที่ยวเกาหลี เพราะการไปเที่ยวเกาหลี (เกาหลีใต้) คืออีก ประเทศและสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต ที่คนไทยหลายๆ คน ต้องการไปให้ได้สักครั้ง (หรือหลายๆ ครั้ง) สำหรับมือใหม่อยากไปเกาหลี นี่คือ กิจกรรมสุดฮิต เมื่อไปเกาหลีแล้วต้องทำสัก 4-5 อย่างนี้  .. เช่น ไปชมหมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศส La Provence Village , เล่นสกี SKI , ตามรอยซี่รีย์ เกาหลี WINTER LOVE SONG ที่เกาะนามิ , เที่ยวสวนสนุก Everland , คล้องกุญแจคู่รักและชมวิว 360 องศา กลางกรุงโซลทาวเวอร์ , ชมพระราชวังเก่าเคียงบ๊อกคุงกว่า 600 ปี, ช็อปปิ้ง 2 ตลาดดังเมียนดง + ทงแดมุน , ทดสอบทำกิมจิ และใส่ชุดฮันบก ถ่ายรูป , ชมโชว์สุดดังแดนเกาหลี FANTA STICK หรือ DRUM CAT SHOW, ชิมสตรอเบอร์รี่ สดจากไร่, ถ่ายภาพสนุกสนานกับภาพสามมิติ TRICK EYE MUSEUM 3D GALLERY ฯลฯ แต่ถ้าทำได้มากกว่า 4-5 อย่างก็ถือว่าไม่ผิดแต่อย่างใด ก่อนจะไป เที่ยวเกาหลี เราต้องเตรียมตัวกันเสียก่อน เริ่มต้นที่.... สภาพอากาศ ที่ เกาหลี อุณภูมิโดยเฉลี่ยของเกาหลี ที่เกาหลีจะแบ่งออกเป็น 4 ฤดูกาล - ใบไม้ผลิ ของเกาหลี ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิเกาหลีโดยเฉลี่ยช่วงนี้ 6 ถึง 16 องศา ช่วงนี้จะมีดอกไม้ค่อนข้างเยอะและสวยงาม ดอกไม้จะเริ่มผลิใบและแสงแดดกำลังสวยงาม เดินทางไปช่วงนี้ก็อากาศสบายๆ ใส่เสื้อผ้าสบายๆได้ - หน้าร้อน ของเกาหลี ช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิเกาหลีโดยเฉลี่ย 22 ถึง 38 องศา ขอบอกว่าช่วงนี้อากาศร้อนเหมือนบ้านเราเลย แต่อาจจะมีฝนตกบางวัน และช่วงนี้ต้นไม้จะเป็นสีเขียว ต้นหญ้าสีเขียว เดินทางช่วงนี้สำคัญเลยคือการพกร่มติดตัวไปด้วย แต่โดยเฉลี่ยส่วนมาราคาห้องพักตั๋วเดินทางต่างจะราคาถูกก็ช่วงนี้แหละ - ฤดูใบไม้ร่วง – ใบไม้เปลี่ยนสีของเกาหลี ช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ย ของเกาหลี 5 ถึง 25 องศา ขอบอกว่าเกาหลีช่วงนี้อากาศสดชื่นมากๆ ท้องฟ้าแจ่มใส ใบไม้เปลี่ยนสี อย่างสวยงาม สำคัญคือช่วงนี้เป็นช่วงที่ผู้คนชอบในการเดินทางเที่ยวเป็นอย่างมากอะไรอะไรก็แพ๊งแพงแต่ก็คุ้มค่ากับราคา การแต่งกายนั้นจัดเต็มได้เลย เสื้อผ้าสีสันสวยงามถ่ายรูปกับธรรมชาติหลากสี - ฤดูหนาว ของเกาหลี ช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของเกาหลี -5 ถึง -20 องศา อากาศของเกาหลีช่วงนี้จะแห้งและหนาวมาก เกาหลีหนาวจัด เกาหลีหนาวเวอร์ เกาหลีหนาวเหน็บ หรืออาจจะมีหิมะตกด้วยบางวัน สำคัญเลย การแต่งกายช่วงนี้เตรียมเสื้อผ้าที่สามารถทำความอุ่นให้ร่างกายได้มากที่สุด และอย่าลืมเตรียมแผ่นร้อนไปด้วยก็จะดี เดินทางช่วงนี้ห้ามพลาดกับการเล่นสกีล่ะ เด็ดมากๆ สำหรับฤดูกาลนี้ของเกาหลี ถ้าเพื่อนถามว่า "ไปเที่ยวเกาหลีช่วงไหนดี ?" ยกคำตอบด้านบนนี้ให้เพื่อนดูได้เลย เพราะเที่ยวได้ทุกฤดูซะขนาดนี้ เลือกได้ตามความชอบ และเงินในกระเป๋ากันเลยค่า การจัดกระเป๋าเดินทาง เสื้อผ้า ไปเกาหลี การแต่งกาย ไปเกาหลี เสื้อผ้าที่เตรียมสำหรับเดินทาง ควรเหมาะกับสภาพอุณหภูมิ ควรเตรียมเสื้อคลุมกันหนาว และรองเท้าที่สวมใส่สบาย ถุงเท้า ถุงมือ (ถุงมือ หรือเสื้อคลุมกันหนาวนี่เอาไปเผื่อสักคู่ สักตัวก็พอได้นะคะ แล้วค่อยไปหาซื้อใหม่สวยๆ ที่นู่นก็ได้) แนะนำเลกกิ้งตัวหนาๆ กันหนาว ไม่ใช่เลกกิ้งบางๆ ของไทยเรานะ จัดกระเป๋าเดินทาง ไปเกาหลี น้ำหนักของกระเป๋าเดินทางไม่ควรเกิน 20 กิโลกรัม ต่อ 1 ท่าน หากน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดไว้ ทางสายการบินจะเรียกเก็บค่าน้ำหนักเพิ่ม ประมาณกิโลกรัมละ 400–500 บาทโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่นของทางสายการบินด้วย และสำคัญมากๆ เลยควรตรวจป้ายชื่อทุกครั้ง เนื่องจากการส่งประเป๋าไปตามห้องพัก จะดูป้ายผูกกระเป๋าเป็นหลัก (ภาษาที่ใช้ในป้ายติดกระเป๋า ควรเป็นภาษาอังกฤษด้วย) และควรเลือกกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่แบบแข็งแรง และมีล้อเนื่องจาก บริกรที่ประเทศเกาหลีมีค่อนข้างน้อย ดังนั้นการใช้บริการพนักงานยกกระเป๋าหรือเบลล์บอย จึงต้องจ่ายค่าบริการตามมารยาทอย่างน้อย 5,000-6,000 วอน / ใบนะจ๊ะ เรื่องเงินทอง บัตรเครดิต ใช้ที่เกาหลี สามรถใช้ได้ตามโรงแรมภัตตาคารร้านอาหารใหญ่ๆ และห้างสรรพสินค้าในเมืองสำคัญๆ ยกเว้นในส่วนของตลาดพื้นเมือง ในกรณีที่ต้องการซื้อสินค้า ท่านควรจะอนุมัติวงเงินจากบัตรเครดิตธนาคารต้นสังกัด เพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย สำคัญคือ ควรเตรียมเงิน วอน หรือ เงินดอลล่าร์สหรัฐ ไปด้วยจะสะดวกในการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ตามร้านขายของทั่วไปจะดีกว่า เพราะสินค้าพื้นเมืองบางอย่างนั้น ร้านพื้นเมืองจะมีราคาถูกกว่าร้านใหญ่ที่รับบัตรเครดิต เครื่องบริการ ATM ที่เกาหลี นักท่องเที่ยวที่มีบัตรเครดิต ซึ่งได้รับการยอมรับกันทั่วโลก สามารถถอนเงินสดจากบัญชีของท่าน หรือเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าจากเครื่องบริการเงินด่วน (ATM) ที่ตั้งอยู่ตามโรงแรมใหญ่ ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องมีการดูแลและระวังในความปลอดภัยของตนเองด้วย หากไม่จำเป็นจริงๆ เตรียมเงินสดไปให้พร้อมจะดีกว่า หรือหากต้องการแลกเงิน สามารถติดต่อแลกที่หัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นได้เลยจ้า ของมีค่า สู่เกาหลี ของมีค่าไม่ควรนำติดตัวไปด้วย เพราะอาจมีการสูญหายหรือถูกขโมย ควรระมัดระวัง แต่หากนำติดตัวไปด้วยระหว่างการเดินทางควรเอาไว้กับตัวเองตลอด ห้ามวางไว้บนรถหรือวางไว้ตามโต๊ะอาหารเพราะอาจเกิดการสูญหายได้ เรื่องอื่นๆ ที่น่ารู้ กระแสไฟฟ้าในเกาหลี กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศเกาหลี 110, 220 โวลต์ บางโรงแรมที่เกาหลีใช้ระบบเดียวกับไทย ควรเตรียมตัวแปลงปลั๊กเต้าเสียบแบบสามขาไปด้วย เนื่องจากที่เกาหลีส่วนใหญ่จะใช้เต้าเสียบแบบหัวกลม แต่ประเทศไทยใช้แบบหัวเหลี่ยม เตรียมพร้อมไปด้วยจะดีกว่านะ ทั้งโทรศัพท์เอย กล้องเอย ไอเพดเอยสารพัดอย่าง เตรียมไปน่าจะพร้อมกว่าจ้า ความปลอดภัยในการเดินทางไปเกาหลี ระบบการรักษาความปลอดภัยของสนามบินทุกแห่ง ไม่อนุญาตให้นำมีดพับของมีคมหรือวัสดุอื่นใด ที่อาจใช้ในการก่อเหตุการณ์ร้ายขึ้นเครื่อง และประเทศเกาหลีไม่อนุญาตให้นำวัตถุเหลวขึ้นเครื่อง ออกจากประเทศควรจัดเก็บไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ และหากทางสายการบินตรวจพบ บางแห่งอาจทำการยึดโดยไม่คืนให้ สำคัญคือ ควรมีการจัดการเตรียมความพร้อมตั้งแต่แรก จะได้ไม่ยุ่งยากและสะดวกสบายระหว่างการเดินทาง ยาประจำตัวในเกาหลี ส่วนใครที่มีโรคประจำตัวควรนำยาติดตัวไปด้วย สำหรับยาสามัญหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ เขาจะจะเตรียมไปให้บริการแต่ส่วนโรคที่เป็นโรคประจำตัวของเรานั้นจัดการกันเองนะค่ะ สกุลเงินเกาหลี สกุลเงินที่ใช้ในเกาหลี คือ สกุลเงินวอน / 1,000 วอน แลกเงินไทยได้ประมาณ 28-30 บาท ตรวจสอบ อัตราแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ ได้ที่ http://www.bangkokbank.com/BangkokBankThai/WebServices/Rates/Pages/FX_Rates.aspx ภาษาเกาหลี ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเกาหลี หรือ ฮันกึล และโดยส่วนมากคนเกาหลีพูดภาษาจีนได้ หากใครที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้สบายใจได้หายห่วงในส่วนภาษาอังกฤษใช้ได้ตามสถานที่ท่องเที่ยว และส่วนมากป้ายแนะนำสถานที่ต่างๆก็จะมีภาษาอังกฤษเขียนบอกเอาไว้ด้วย บางสถาที่มีป้ายภาษาไทยนะด้วยจะบอกให้ เวลา ประเทศเกาหลี เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง หากเดินทางไปถึงแล้ว อย่าลืมปรับนาฬิกา เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย กับหัวหน้าทัวร์ / ไกด์ หรือเดินทางขึ้นเครื่องกลับด้วยนะจ๊ะ เพื่อไม่ให้พลาดในสิ่งสำคัญต่างๆ ระหว่างการเดินทาง การให้ทิปที่ เกาหลี สถานที่ต่างอาทิ เช่น ภัตตาคาร โรงแรม คนขับรถ พนักงานและบริกรเหล่านี้ต่างมุ่งหวังที่จะได้ค่าทิปเป็นการตอบแทนจากผู้ใช้บริการ ส่วนธรรมเนียมการให้ทิปที่เกาหลีนั้น โดยส่วนมากคนขับรถและไกด์ท้องถิ่น 20,000 วอนต่อทริปเดินทาง / ท่าน นอกเหนือจากนั้นจะมีหนุ่มน้อยเกาหลีหน้าตาละม้ายคล้ายดาราเกาหลีที่คอยมาบริการยกกระเป๋า บริการเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารนั้นแล้วแต่น้ำใจที่จะมีให้ อาหารเกาหลี โดยส่วนมากอาหารทัวร์เป็นอาหารท้องถิ่น เช่น หมูย่างเกาหลี ไก่ตุ๋นโสมเกาหลี เกาหลีมีวัฒนธรรมในการรับประทานอาหาร ซึ่งจะนิยมอาหารชนิดเดียว แต่จะมีเครื่องเคียงเป็นผักต่าง ๆ มาด้วย ท่านสามารถเตรียมอาหารที่ท่านชอบติดตัวไปรับประทานได้หรือใช้บริการจากอาหารที่ไกด์จัดเตรียมให้ เช่น ซอสต่าง ๆ ส่วนหากเป็นอาหารสั่งเองตามร้านทั่วไปก็จะมีหลากหลายพันอย่างลองแวะชิมๆดูแล้วมาแบ่งกัน แต่แนะนำทั้งที่ไปกับทัวร์และไม่กับทัวร์เลยก็เห็นจะเป็นขาปูยักษ์แบบบุฟเฟต์และไวน์ไม่อั้นตามภัตตาคารหรูหลายแห่งที่คอยให้บริการ เครื่องดื่มที่เกาหลี ในประเทศเกาหลี การนำเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์เข้าไปในร้านค้า หรือภัตตาคารโดยปกติ หากสั่งที่ร้านจะเรียกเก็บค่าบริการและค่ามินิบาร์จะมีราคาสูง แต่ท่านสามารถซื้อสินค้าจากข้างนอก แล้วนำไปรับประทานในโรงแรมหรือร้านอาหารได้เลย น้ำประปาในเกาหลี ในการเข้าพักในโรงแรมที่เกาหลีน้ำดื่มอยู่ในห้องพักจะมี 2 ขวด (ถ้ามีบริการน้ำดื่มฟรี) ส่วนน้ำแร่และมินิบาร์ในโรงแรมราคาจะสูงกว่าปกติ หรือสูงกว่าร้านค้าด้านนอกโรงแรม ในห้องพักมีกาต้มน้ำชาบริการฟรี น้ำประปาสะอาดสามารถดื่มได้โดยตรง ของเขาดีจริง ห้องน้ำในเกาหลี ห้องน้ำในเกาหลีโดยทั่วไป จะให้บริการฟรี สามารถเข้าใช้ตามสถานที่สาธารณะร้านค้าใกล้ลานจอดรถ โรงแรม และทั่วไปได้ เรื่องความสะอาดนั้นรับประกันได้เท่ากับบ้านเรานี้แหละ ที่จอดรถในเกาหลี บางครั้งรถนำเที่ยวจะจอดบริเวณที่ให้จอดรถ หรืออาจจะต้องนัดหมายเวลาให้มารับ ซึ่งต้องเช็คเวลากับไกด์ให้ดีหรือผู้นำทัวร์ให้ดีและควรตั้งใจฟังรายละเอียดก่อน เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้หลงกันได้ รถแท็กซี่ที่เกาหลี โดยที่เกาหลีนั้นรถแท็กซี่ธรรมดาระบบค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง และเวลาที่ได้ใช้บริการไป แต่ที่เกาหลีจะต้องเสียค่าโดยสาร 1,900 วอน สำหรับ 2 กิโลเมตรแรก และเสียอีก 100 วอน ทุกระยะ 168 เมตร ที่เพิ่มขึ้น ถ้าจราจรติดขัดแท็กซี่วิ่งได้น้อยกว่า 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 1,000 วอน ทุกระยะเวลา 41 วินาที ค่าโดยสาร ระหว่างสนามบินอินชอนและย่านศูนย์การค้าของโซล ปกติประมาณ 42,000 วอน (รวมค่าผ่านทาง) แต่อาจจะสูงกว่าถ้าจราจรติดขัด ค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้นระหว่างช่วงเวลา เที่ยงคืนถึงตีสี่ 20 % ซึ่งหากแนะนำแล้วการเดินทางในเกาหลีหากไม่จำเป็นไม่ควรนั่งแท๊กซี่ เพราะราคาสูงมากอย่างที่เขาพูดกัน การติดต่อสื่อสาร โทรศัพท์ภายในเกาหลี เกาหลีการโทรศัพท์ภายในพื้นที่โทรในเขตพื้นที่หรือเมืองเดียวกัน ก็เพียงแค่กดหมายเลข แต่หากต้องการโทรไปต่างพื้นที่หรือต่างเมืองให้กดรหัสของเขตก่อนแล้วตามด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการติดต่อ เช่น หากต้องการโทรไปที่แทกู (หมายเลยโทรศัพท์ 123-4567) ให้กด 053-123-4567 สะดวกอย่างมากมาย รหัสโทรศัพท์ภายในเกาหลี รหัสโทรศัพท์เขตพื้นที่ต่างๆในเกาหลี ดังนี้ - โซล 02 - อินชอน 032 - แทจอน 053 - พูซาน 051 - แทกู 053 - อุลซาน 052 - ควางจู 062 - เคียงกีโด 031 - คังวอนโด 033 - ชุงชองนัมโด 041 - ชุนชองบุกโด 043 - เคียงซางบุกโด 054 - เคียงซางนัมโด 055 - ชลลานัมโด 061 - ชลลาบุกโด 063 - เชจูโด 064 โทรศัพท์ต่างประเทศ จากเกาหลีสู่ประเทศอื่นๆ จากเกาหลีสามารถใช้โทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อโทรสายตรงออกจากประเทศเกาหลี ให้กดรหัสโทรออกต่างประเทศ 001, 002 หรือ 008 ก่อนตามด้วยรหัสประเทศ, รหัสพื้นที่ และหมายเลยโทรศัพท์ปลายทาง เช่น 001-662-9334180 (กรุงเทพฯ) การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในเกาหลี สามารถขอรายละเอียดการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละระบบการสื่อสารได้ ที่เจ้าหน้าที่ผู้ให้ บริการแต่ละเครือข่าย ณ สนามบินสุวรรณภูมิหรือตามชอปของเครื่องข่ายนั้นๆ ซึ่งอาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ก่อนนำไปใช้งานที่ประเทศเกาหลี โดยต้องเตรียมพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินตัวจริงประกอบการขอใช้บริการ รวมสถานที่ท่องเที่ยว น่าสนใจใน เกาหลี พระราชวังเคียงบ๊ก (Gyeongbokgung Palace) พิธีเปลี่ยนเวรยามทหารหน้าประตูกวงฮวามุน พระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace) สวนลับพีวอน (Bewon Secret Garden) คลองชองเกชอน (Cheonggyecheon Stream) อนุสาวรีย์นายพลอีซุนซิน (Yi Soon Shin) อนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงมหาราช พิพิธภัณธ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี (National Folk Museum of Korea) หมู่บ้านบุกชน ฮันอก (Bukchon Hanok) วิวหมู่บ้านโบราณงามๆ เดินชิลๆ นัมซาน โซลทาวเวอร์ (N Seoul Tower) Teddy Bear Museum เมื่อน้องหมีบอกเล่าวิถีชีวิตชาวเกาหลีตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน หมู่บ้านวัฒนธรรมนัมซานฮันอก (Namsangol Hanok Village) เกาะยออิโด (Yeouido) พาขี่จักรยานชมซากุระบานทีเกาะยออิโด Wax Museum พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งชื่อดังแห่งตึก 63 City Sea World Aquarium @ 63 City Coex Aquarium อควาเรี่ยมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโซล Kimchi Museum กิมจินั้น สำคัญไฉน Everland หนึ่งในสวนสนุกที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก น่าเล่น ไม่แพ้ชาติใดในเอเชีย ซอรัคซาน (Seoraksan) สวิสเซอร์แลนด์เกาหลี วิวสวยมาก หาดแฮอึนเด (Haeundae Beach) หาดดังแห่งเมืองท่าปูซาน Busan Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งเมืองปูซาน Nurimaru Apex House & Gwangan Bridge สุดยอดมุมสวยที่ต้องมาถ่ายรูป หาดควันกัลลิ (Gwangalli Beach) อีกหาดสวย กับวิวสะพานแขวนยามค่ำคืน Busan Tower และสวนยงดูซาน (Yongdusan Park) World Model Ship Exhibition พิพิธภัณฑ์เรือนานาชาติ สวนสนุก Lotte World สวนสนุกในเมืองในมันส์ไม่แพ้ Everland Trick Eye Museum พิพิธภัณฑ์ภาพลวงตา ใครชอบถ่ายรูปห้ามพลาด รายชื่อถนนคนเดินและตลาดเกาหลี อินซาดง (Insa-Dong) ถนนคนเดิน ย่านวัฒนธรรมเกาหลี ซัมซีกิล (SSamziegil) ตึกฮิปๆ ขาโจ๋เพียบ ตลาดปลานอร์ยางจิน (Noryangjin Fish Market) ตลาดปลาอันดับ 1 ในโซล ตลาดโสมและสมุนไพรเคียงดง (Gyeongdong Market) ราชาแห่งสมุนไพร ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) ย่านฮงแด (Hongdae) หรือ ม.ฮงอิก (Hongik Univ.) ย่านอีแด (Edae) หรือ ย่าน ม.สตรีอีฮวา (Ehwa Woman Univ.) ตลาดปลาแฮอึนเด (Haeundae Fish Market) ตลาดปลาจากัลจิ (Jagalchi Fish Market) ข้อมูลจาก เที่ยวเกาหลี ด้วยตัวเอง http://korea-guides.blogspot.com/ ที่มา www.tourtooktee.com, ภาพจาก tumblr.com ส่วนใหญ่มีคนถามกันว่า ไปกับทัวร์ หรือ ไปเที่ยวกันเอง จะดีกว่า.. สำหรับคนที่มีคำถามแบบนี้ เราขอตอบว่า ถ้าไปครั้งแรก ไปกับทัวร์ก็สะดวกดีนะคะ ไปให้รู้ ให้เห็น จากนั้นถ้าประทับใจ อยากเก็บตก ก็ค่อยไปลุยกันเอง เพราะถ้าเรามีประสบการณ์แล้ว ครั้งต่อไปอะไรๆ ก็คงไม่ยากเลย ทัวร์เกาหลี มีมากมาย แต่จะให้บอกว่าทัวร์ไหนดีที่สุด ก็คงแล้วแต่ความชอบส่วนตัวละกันค่ะ คู่มือ เที่ยวเกาหลี เตรียมตัวเที่ยวเกาหลี 10 อันดับ ข้อห้ามในเกาหลี , สวนสนุก เอเวอร์แลนด์ ดิสนีย์แลนด์เกาหลี , 10 อันดับเรื่องแปลกๆ ของคนเกาหลี , ฮอกไกโด เที่ยวฤดูไหนได้บ้าง? Hokkaido, Japan เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวเกาหลีช่วงไหนดี ? ฤดูกาลต่างๆ ของเกาหลีใต้

ถุงยางอนามัย บอกอะไรได้บ้าง...?
ดูดวง /  ถุงยาง / 

ถุงยางอนามัย บอกอะไรได้บ้าง...? ต้องดูข้อนี้เลย สำหรับหนุ่มๆ รักสนุกทั้งหลาย คุณรู้หรือไม่ว่า ถุงยางอนามัย ที่คุณใช่อยู่เป็นประจำนั้น มันสามารถบ่งบอกถึงนิสัยใจคอของคุณได้เป็นอย่างดี (สาวคนไหนอยากจะเข้ามาดูเพื่อเก็บข้อมูลไว้ก็ได้นะครับ) ทายนิสัยจากการใช้ ถุงยางอนามัย วิธีทำนาย ให้เลือกประเภทของ ถุงยางอนามัย ที่หนุ่มๆชอบนำมาใช้บ่อยที่สุด แล้วนำมาทำนายนิสัยของหนุ่มๆกัน 1. ผิวไม่เรียบ 2. ผิวบางกว่ามาตรฐาน 15% 3. รสสตรอเบอรี่ 4.รสทุเรียน 5.รสช็อกโกแลต 6.รุ่นสียีนส์ 7.รุ่นไซซ์ใหญ่พิเศษ เลือกเสร็จแล้ว มาอ่านคำทำนายกันเลย 1. ผิวไม่เรียบ เคลือบสารฆ่าเชื้อ เขาเป็นต้นแบบของชายหนุ่มขี้เล่น ช่างพลิกแพลงในเรื่องเซ็กซ์ ที่สำคัญสาวใน ฝันของเขาคือ สาวน้อยขี้เล่นและพร้อมที่จะลุยไปกับเขาทุก หนทุกแห่ง 2. ผิวบางกว่ามาตรฐาน 15% เขาเป็นชายหนุ่มขี้เหงา ชอบมีเพื่อนเยอะ ๆ มักให้ความสำคัญกับสังคม และเพื่อนฝูงไม่ชอบไปไหนคนเดียว เพราะฉะนั้นคุณจะต้องให้ความอบอุ่น แก่เขาเป็นพิเศษ รับรองไม่หลุดมือแน่ ๆ 3. รสสตรอเบอรี่ เขาเป็นผู้ชายที่ไม่สำคัญตัวเองว่าเด่นกว่าใคร ถ้าเมื่อใดก็ตามที่คุณอยู่กับเขา คุณจะรู้สึกสบายใจสุด ๆ เพราะเขาเป็นคนอารมณ์เย็น พูดน้อย แต่ลึกซึ้ง อ่อนโยน และน่ารัก ชายหนุ่มของใครเป็นแบบนี้ละก็ น่าอิจฉาสุด ๆ เลย 4. รสทุเรียน เขาเป็นชายหนุ่มที่รักธรรมชาติ อบอุ่น ดูแล สาว ๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ เขาเป็นคนอ่อนโยน และโรแมนติกสุด ๆ จนคุณแทบจะละลายได้เลย 5. รสช็อกโกแลต เขาเป็นหนุ่มที่ค่อนข้างเก่งในเรื่องเทคแคร์ ผู้หญิง แต่เป็นคนเจ้าชู้พอตัวเชียวล่ะ เพราะถ้าไม่เจ้าชู้คงไม่รู้ซึ้งถึงความต้องการของผู้หญิงจริงมั้ย ผลการวิเคราะห์จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ก็บอกว่าช็อกโกแลตน่ะถ้ากินแล้ว สามารถผ่อนคลายความตึง เครียด อารมณ์เบิกบานได้ ก็แสดงว่าหนุ่มคนไหน ที่ชอบถุงยางรสนี้ก็ต้องเป็นคนอารมณ์ขัน ช่าง เอาอกเอาใจเป็นที่สุด 6. รุ่นสียีนส์ สีสะท้อนแสง หรือสีสันแปลกๆ เขาเป็นแบบฉบับของชายอิสระ สบาย ๆ ไร้กฎเกณฑ์ เขาชอบใช้ชีวิตง่าย ๆ ไม่เคร่งกติกา บางครั้งก็มีอารมณ์ติสสุด ๆ แบบหนุ่มศิลปินที่ชอบทำงานตามอารมณ์ ไม่ชอบทำงานโดยมีข้อบังหคับหรือถูกจำกัดด้วยเวลา 7. รุ่นไซซ์ใหญ่พิเศษ เขาคือชายแข็งแกร่ง ติดดิน เขาชอบการบุกป่า ฝ่าดง อาจจะแข็ง ๆ ห้าว ๆ ไปบ้าง แต่ก็จริงใจเป็นที่หนึ่งนะ จะบอกให้ ขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail

8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน แห่งเชียงใหม่
นิมมาน /  ร้านอาหารเชียงใหม่ / 

ใครที่ได้โอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่ ก็เป็นที่ตื่นตาตื่นใจกับ ร้านอาหารเชียงใหม่ ที่มีต้อนรับนักท่องเที่ยวและชาวพื้นเมืองอย่างหนาแน่นกันเลยทีเดียว ให้แนะนำทั้งจังหวัดคงต้องใช้เวลา เราจึงขอรวบรวมร้านบนสถานที่ชื่อดังในตัวเชียงใหม่ คือ ถนนนิมมานเหมินทร์ รวบรวม  8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน มาให้เพื่อนๆ ได้ชม หรือเป็นไกด์เล็กๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารอร่อยๆ ที่ นิมมาน กันอยู่ค่ะ   8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน แห่งเชียงใหม่ 1. ร้าน ขนมจีนไหหลำ กู่เด่เด๊ เชียงใหม่ ร้าน ขนมจีนไหหลำ กู่เด่เด๊ เชียงใหม่ ร้านขนมจีนที่มีสูตรจากจีนโดนตรง เป็นร้านที่เรียบง่าย มนูอาหารที่นี่ก็จะมี ขนมจีนไหหลำแห้ง น้ำ ทั้งเนื้อและหมู ไหหลำเกาเหลา โบ๊กเกี๊ย ถั่วแผ่น สับปะรดจิ๋วภูแล ส่วนเครื่องดื่มจะมีน้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร ถือว่าเป็นร้านที่อยากจะแนะนำอีกร้านนึงที่มาเที่ยวเชียงใหม่ไม่ควรพลาด เวลาทำการ : 10.00-15.00 น. ที่ตั้ง : โรมแรมชมดอยเฮาส์ 13 ถ.ชมดอย ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 ติดต่อสอบถาม : 087-678-9815 / 053-210-111 Facebook : hainannoodle / ร้านอาหารเชียงใหม่ ขนมจีนไหหลำ ร้านอาหารแนะนำเชียงใหม่ พิกัด : 18.800738,98.96204   8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน 2. ร้าน ซาฮาร่า เชียงใหม่ เป็นร้านอาหาร 2 ชั้น มีหลายมุมให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นบาร์ มุมส่วนตัว ทั้งห้องแอร์ และ ด้านนอก รวมทั้งความหลากหลายของอาหารหลายประเภท เช่น อาหารไทย อาหารต่างชาติ ผสมผสานอย่างลงตัว มีทั้ง พิซซ่า สลัด เสต็ก ไปถึง ส้มตำ ยำ ทอด เลยทีเดียว มีเครื่องดื่่มให้จิบกันเบาๆ เปิดเพลงคลอๆ ได้บรรยากาศไปอีกแบบค่ะ สำหรับเมนูแนะนำ ปูนิ่มทอด, ปลาหมึกคั่วเกลือ, ส้มตำทอด , กะบับไก่ เวลาทำการ : 10.30-24.00 น. ทีตั้ง : 59/9 ถ.นิมมานเหมินทร์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ติดต่อสอบถาม : 053-022-088 Website : www.saharathai.com Facebook : sahara cm thai / Sahara พิกัด : 18.795169,98.965566   8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน 3. ร้าน คั่วไก่ นิมมาน เชียงใหม่ ร้านสวยน่านั่ง สีสันสดใส พร้อมด้วยเมนูหลากหลายให้เลือกสั่งตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี่ยวคั่วไก่อบไข่ ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล ราดหน้าเส้นกรอบหมูนุ่ม ผัดซีอิ้วทะเล สุกี้แห้ง ข้าวคลุกกะปิ ข้าวหมูเกาหลี ข้าวคอหมูย่าง แกงเขียวหวานไก่ แกงฮังเลซี่โครงหมูอ่อน ข้าวซอยเนื้อลายตุ๋น  และยังมีหลายอย่างให้เลือกอีกเยอะเลยค่ะ ใครผ่านไปแถวนั้นรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน เมนูแนะนำ : ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ขบไข่กระทะร้อน, ข้าวคลุกกะปิ, หมูสะเต๊ะ, ปีกไก่ทอดน้ำปลา, สุกี้แห้ง, ราดหน้าเส้นกรอบหมูนุ่ม, ข้าวซอยเนื้อลายตุ๋น ฯลฯ เวลาทำการ : 09.00-21.00 น. ที่ตั้ง : 9 ซ.สายน้ำผึ้ง ถ.ศิริมังคลาจารย์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ติดต่อสอบถาม : 082-180-1177 / 053-218-278 Facebook : คั่วไก่ นิมมาน พิกัด : 18.794327,98.969347   8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน 4. ร้าน คาบูกิ กริลล์ Kabuki Grilli ร้านบุฟเฟต์ ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นในราคาสุดคุ้ม มีโต๊ะทั้งด้านในร้านและนอกร้าน ร้านอาหารปิ้งย่างแบบนี้ยังมีลานเบียร์มีดนตรีตรีสดให้ฟังกันด้วย เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ประยุกต์ให้เข้ากับนิสัยคนไทยได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ค่ะ โดยรวมแล้วภายในร้านตกแต่งสวย สะอาด พนักงานบริการดีครับ เมนูมีให้เลือกเยอะมาก น้ำซุป น้ำจิ้ม อาหารอื่นๆ อร่อยครับ เค้ามีเนื้อย่างมากกว่า 13 ชนิดเลยนะ ส่วนราคาก็ธรรมดาปานกลางทั่วไปเลย สำหรับใครที่ชอบแนวปิ้งย่างแล้วยังไม่เคยมาต้องมาลองดู… ที่ตั้ง : 30 ห้อง 6,8 โครงการปันนาเพลส ถ.นิมมานฯ ซ.6 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ติดต่อสอบถาม : 053-289-144 / 095-4165055 Facebook : kabukigrill พิกัด : 18.797923,98.96483   8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน 5. ร้าน Tichaa Tearoom by HARNN เชียงใหม่ ร้านนี้ตกแต่งในแต่ละส่วนสวยมากเลยครับ มี 2 โซนสำหรับลูกค้า ด้านหน้าจะเป็นส่วนของ Detail Shop ขายสินค้า Harnn, Tichaa, Vuudh, แบนด์ดีของคนไทย แต่มีหลายสาขาทั้วโลก ส่วนด้านในจะเป็น Restaurant เป็นอาหาร Fustion Foods ผสมผสานอาหารเหนือกับอาหารตะวันตก เช่น ไส้อั่วคัวซอง, ฮังเลไก่พอทพาย, สปาเก็ตตี้น้ำพริกอ่อง ฯลฯ เครื่องดื่มก็จะมีทั้ง กาแฟ ชา น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เบียร์ ไวน์ ประมาณนี้ ร้านมี Wifi เป็นร้านอาหารเชียงใหม่ที่น่าสนใจนะ เวลาเปิด-ปิด : ศ-ส 11.00-24.00 / อ-พฤ 11.00-21.00 ทุกวัน ที่ตั้ง : 16/1 ซ.นิมมานเหมินทร์ 17 แยกจำปี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ติดต่อสอบถาม : 092-269-2776 Website : www.tichaa.com Facebook : Tichaa Tearoom by HARNN พิกัด : 18.79495,98.966589   8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน 6. ร้าน ไก่ย่างเชิงดอย เชียงใหม่ มีหลายมุมๆให่เลือกนั่งกันตามใจชอบ ใครที่ชอบบรรยากาศร่มรื่น ที่มีมุมสบายๆ หน้าร้านที่มีประดับด้วยต้นไม้คอยให้ความเย็นอยู่เสมอๆ ส่วนเรื่องของเมนูอาหารต้องไม่ผิดหวังแน่นอน จะมีทั้ง ไก่ย่างหนังกรอบ คอหมูโหระพากรอบ ต้มยำเห็ด ซุปหน่อไม้ ตำไทย ตำปูปลาร้า ส้มตำทอด ลาบไก่ ฯลฯ เชื่อว่าต้องถูกปากใครหลายๆคนแน่นอนเลยเจ้าอาหารแนวนี้ลองแวะมาทานกันได้ ที่ตั้ง : 2/8 ถ.สุขเกษม ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ติดต่อสอบถาม : 084-040-6464 Facebook : ไก่ย่างเชิงดอย Kai Yang Cherg Doi พิกัด : 18.79918,98.966099   8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน 7. ร้าน เมมโมไรซ์ บุฟเฟต์ เชียงใหม่ บรรยากาศร้านแสนอบอุ่นโทนสีเขียวทั้งร้านที่เข้ากับชื่อที่สร้างความทรงจำได้อย่างดี และเป็นร้านที่มีเมนูเยอะอีกร้านหนึ่ง มี่ทั้งแบบบุฟเฟต์และไม่บุฟเฟต์  เมนูพาสต้า ซอสมะเขือเทศกุ้งสด ครีมซอสเห็ด แกงเขียวหวานไก่ เมนูบุฟเฟ่ต์ ข้าวผัดเบคอน พิซซ่าแฮมโฮลวีท สเต็กไก่ ซุปเห็ด สลัดผักรวม ขาหมูเยอรมัน บราวนี่ เค้กช็อคโกแลต เวลาทำการ : 2 ช่วงเวลา คือ 11.00-15.00 และ 17.00-22.00 ที่ตั้ง : ปากทางเข้า ถ.นิมมานเหมินทร์ ซอย 12 ติดต่อสอบถาม : 085-865-2323 / 053-400-746 Facebook : memorizenimman พิกัด : 18.795488,98.9656   8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน 8. ร้าน Mix Restaurant & Bar เชียงใหม่ ร้านนี้เป็นอีกร้านที่มีหลายมุมที่สวย มีทั้งห้องแอร์และชั้นลอย และลานด้านหน้า ได้ข่าวว่าร้านนี้ไม่ธรรมดาได้รางวัล Thailand Best Restauran ติดกันสามปีซ้อน ส่วนอาหารมีหลากหลายเมนูหลากหลายสัญชาติ ทั้งไทย ยุโรป จีน ญี่ปุ่น เมนูนูเยอะมากจริงๆ ต้องลองแวะไปดูรับรองติดใจ ที่ตั้ง : 36 ซ.1 ถ.นิมมานเหมินทร์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ติดต่อสอบถาม : 089-433-2332 / 089-757-7778 Website : www.mixrestaurantandbar.com Facebook : Mix Restaurant & Bar at Chiang Mai พิกัด : 18.799611,98.968958    8 ร้านอาหารสุดยอดในนิมมาน ยังเหลืออีกหลายร้านที่น่านั่งในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ขอรีวิวแต่ 8 ร้านก่อน ตามไปทานกันได้นะคะ เครดิตข้อมูลและรูปภาพจาก gooloochiangmai กูรูเชียงใหม่ เรียบเรียงโดย food.mthai.com

2 เมนู เต้าหู้ไข่ ทำง่าย แถมสุขภาพดี
เต้าหู้ /  เต้าหู้ไข่ / 

หยิบ เต้าหู้ไข่ แล้วไปเข้าครัวกันเถอะ 2 เมนูทำง่าย แถมสุขภาพดี จากเต้าหู้ไข่ทอดพร้อมปรุงสุด Healthy             มื้อนี้ทำกับข้าวอะไรทานดีนะ? หากคุณเคยได้ยินว่าเต้าหู้ไข่มีประโยชน์อย่างไรมาบ้าง ก็คงจะทราบได้ว่า เต้าหู้ไข่ ไม่ใช่เพียงเป็นวัตถุดิบที่ทานง่ายและปรุงได้หลากหลายเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโปรตีนที่มีมากกว่าเนื้อสัตว์บางชนิดถึง 2 เท่า โดยเฉพาะโปรตีนเลซิธิน (lecithin) ที่มีผลในการลดไขมัน ลดความเครียดและส่งเสริมระบบประสาทที่ช่วยให้ความจำดี รวมถึงยังมีวิตามิน A B1 B2 D แคลเซียมและธาตุเหล็กในเต้าหู้ไข่ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการ นอกจากนั้นยังมีไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับไขมันปลาทะเล นอกจากนี้เต้าหู้ไข่ยังช่วยเรื่องการทำงานของสมองและเนื้อเยื่อตาเนื่องจากมีกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดโอเมก้า 6 และกรดอะราคิโดนิก (ARA) สูงอีกด้วย        ด้วยคุณสมบัติและประโยชน์ขนาดนี้ เราจึงอยากชวนคุณสาวๆ มาลองทำเมนูเพื่อสุขภาพจากเต้าหู้ไข่กันดูค่ะ เริ่มต้นง่ายๆด้วยเมนูสำหรับมือใหม่อย่าง สลัดเต้าหู้ไข่สไตล์ญี่ปุ่น โดยมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก เริ่มจากการเลือกผักต่างๆเช่น ผักสลัด แครอท กะหล่ำม่วงหรือผักอื่นๆตามชอบมาล้างให้สะอาด และหั่นหรือซอยเป็นเส้นบ้างๆเพื่อให้รับประทานได้ง่าย จากนั้นจัดใส่จานให้สวยงาม ตักเต้าหู้ไข่ทอดพร้อมทาน วางลงบนผักสลัดเป็นคำๆ ปิดท้ายด้วยการราดน้ำสลัดญี่ปุ่นแบบสำเร็จรูปหรือจะทำเองก็ได้ โดยผสมซอสญี่ปุ่น น้ำมันงา น้ำส้มสายชูและงาขาว ปริมาณตามชอบ เพียงเท่านี้ ก็ได้เมนูสลัดเต้าหู้ไข่สไตล์ญี่ปุ่น ที่ทำง่ายและให้แคลอรี่ต่ำไว้ทานเล่นๆ หรือเป็นมื้อหลักแล้วค่ะ        เมนูต่อมาย้ายไปฝั่งแผ่นดินใหญ่และเพิ่มรสชาติเผ็ดนิดๆกันบ้างค่ะ กับเมนู เต้าหู้ไข่เสฉวน  วิธีทำมีดังนี้ค่ะ เริ่มจากโขลกเครื่องผัด อันได้แก่ พริกเสฉวน  เกลือ  พริกชี้ฟ้าแดง เต้าซี่โดยโขลกให้ละเอียดเข้ากัน จากนั้นจึงตั้งกระทะ ใส่น้ำมันงา (ไฟปานกลาง) ต้นกระเทียมสับ ขิงสับ ผัดพอสุกแล้ว ใสเครื่องที่โขลกไว้ ผัดให้สุก จากนั้นเติมน้ำเล็กน้อย รอให้น้ำเดือดจึง ปรุงรสด้วย เหล้าจีน ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พอเดือดอีกครั้งให้ ใส่ แป้งมันผสมน้ำ เทใส่ พร้อมคนเพื่อไม่ให้แป้งจับเป็นก้อน แล้วจึงใส่เต้าหู้ไข่ลงไปเคี่ยวให้รสชาติพอเข้าเนื้อจึงตักใส่จาน เท่านี้ก็พร้อมยกเสิร์ฟแล้วค่ะ         เห็นไหมคะว่า เมนูจาก เต้าหู้ไข่ พร้อมทานนี่สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบมากมายให้ยุ่งยากเลย เท่านี้คุณสาวๆก็จะได้อิ่มท้อง แถมยังสบายตัวด้วยพลังงานเบาๆ แล้วยังมีเวลาเหลือไปดูแลสุขภาพและรูปร่างได้อีกเยอะเลยค่ะ  เรียบเรียงและสนับสนุนข้อมูลโดย เต้าหู้ไข่ทอดพร้อมปรุงตราลูกสาว Website : www.daughterbrand.com  Facebook : www.facebook.com/Daughterbrand  YouTube : www.youtube.com/Daughterbrand   

แก้โรค ช็อกโกแลตซีส ด้วยการ แต่งงาน จริงไหม??
ช็อกโกแลตซีส /  แต่งงาน

   ซีส (Cyst) คือ ถุงน้ำ " ช็อกโกแลตซีส " หมายถึงถุงน้ำของรังไข่แบบหนึ่ง ที่มีของเหลวอยู่ภายในและมีลักษณะเหมือนช็อคโกแลตเหลว ซึ่งความจริงก็คือ ถุงเลือดนั่นเอง        สาเหตุของการเกิดช็อคโกแลตซีสนั้น ในทางการแพทย์เชื่อว่าเกิดจากเลือดระดูหรือเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับอธิบายกันง่ายๆ ก็คือ แทนที่เลือดจะออกมาทางช่องคลอดของผู้หญิงตามปกติ อาจจะมีเลือดระดูส่วนหนึ่ง มีการไหลย้อนกลับเข้าไปผ่านทางหลอดมดลูก แล้วก็เข้าไปในช่องท้องไปฝังตัวที่รังไข่จนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำขึ้น        และเนื่องจากลักษณะเซลล์ของถุงน้ำในเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกอันหนึ่ง เมื่อผู้หญิงมีประจำเดือนเยื่อบุโพรงมดลูกก็จะลอกตัวออกมา ถุงน้ำดังกล่าวก็จะมีเลือดออกในถุงด้วย เมื่อเลือดหยุดหรือหมดประจำเดือนในแต่ละเดือนแล้วนั้น ระบบร่างกายก็จะทำการดูดซึมน้ำกลับมาที่ถุงทำให้เลือดในถุงเข้มข้น และเมื่อเลือดค้างอยู่ในถุงน้ำนานๆ จะกลายเป็นสีน้ำตาล มีลักษณะเหมือนช็อคโกแลต จึงเรียกว่า "ถุงน้ำช็อกโกแลต" ดังนั้น ในแต่ละเดือนที่ผ่านไป ถุงน้ำก็จะมีเลือดออกเพิ่มขึ้นๆ นั่นหมายถึง ถุงน้ำก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่จะใหญ่เร็วมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนคนนั้นว่าจะดูดน้ำกลับได้เร็วเท่าไหร่ ถ้าร่างกายดูดน้ำกลับได้เร็ว ถุงน้ำนั้นก็จะโตขึ้นแบบช้าๆ             นอกจากจะเรียกว่า ช็อกโกแลตซีสหรือถุงน้ำช็อกโกแลตแล้วทางการแพทย์ยังเรียกว่า "เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่" (Endometriosis) ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นก็ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไปว่ามันเป็นโรคดียวกันหรือเปล่า         สำหรับอาการเจ็บปวดหรืออาการอย่างไรที่ทำให้สงสัยว่าจะเป็นนั้นเป็นอีกประเด็นที่หลายคนยังสงสัยอยู่ เนื่องจากหลายคนอาจไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่าการปวดท้องนั้นมาจากการปวดประจำเดือนแบบปกติ หรือปวดเพราะเป็นโรคนี้กันแน่ ทางการแพทย์กล่าวว่า ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาคืออายุหากอายุไม่มากแล้วปวดท้อง ส่วนใหญ่จะเป็นการปวดท้องแบบธรรมดา แต่กรณีที่ไม่เคยปวดประจำเดือนมาก่อน พออายุ 30 ปีขึ้นไปก็มีอาการปวดประจำเดือนขึ้นมาและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละเดือนที่ผ่านไป ก็มีโอกาสที่จะเป็นข้อบ่งชี้ที่ชวนให้สงสัยว่าอาจเป็นถุงน้ำช็อกโกแลตได้เช่นกัน        เอาล่ะ...มาถึงคำตอบที่ว่า หากเป็นช็อกโกแลตซีส เมื่อแต่งงานแล้วทำไมจึงหาย ก็เพราะว่าเมื่อผู้หญิงแต่งงานและมีการตั้งครรภ์ ช่วงเวลาที่ตั้งครรภ์ 9 เดือนจนถึงหลังคลอดอีก 3-6 เดือน จะเป็นช่วงที่ไม่มีประจำเดือน การที่ไม่มีประจำเดือนนี้เองที่ทางการแพทย์ถือว่าเป็นการรักษาได้ทางหนึ่ง เพราะถุงน้ำจะฝ่อตัวไปเอง       เรื่องของการผ่าตัดนั้นแพทย์จะทำการพิจารณาถึงความมากน้อยของอาการเช่น ถุงน้ำใหญ่มากจนเกิดอาการปวดรุนแรงหรือไปกดอวัยวะข้างเคียง ส่งผลไปถึงส่วนอื่นๆ ก็อาจจะตัดสินใจให้ผ่าตัด        เอาเป็นว่าหากมีช็อกโกแลตซีสในตัวคุณเมื่อไหร่ก็ขออย่าได้ไว้วางใจเป็นอันขาด ควรเข้ารับการตรวจภายในกันบ้าง   ที่มานิตยสารผู้หญิง

7 หมื่นตามล่าฝัน 17 วันทำได้ไง ไปล่าแสงเหนือ ตอนที่ 2
เที่ยวไอซ์แลนด์ /  ไปล่าแสงเหนือ

เป็นทริปที่ในฝันที่ไกลจากบ้านที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป็นทริปที่ใช้ชีวิตอยู่บนรถทั้งวันทั้งคืนเป็นครั้งแรกของชีวิต เป็นทริปที่เมื่อได้มองขึ้นไปสุดขอบฟ้าแล้ว มันไม่ใช่ขอบฟ้าเดิมที่คุ้นเคย "5 นาที กับอีก 22 วินาที” วินกับโจ้ เอา 17 วันเต็ม บรรจุใส่ไว้ให้ชมอย่างประณีต ถ้า ภาพหนึ่งภาพ แทนคำได้ ล้านคำพูด งั้น คลิปหนึ่งคลิป คงแทนคำ ได้ไม่รู้จบ หมอๆตะลุยโลก ขอนำเสนอ “Be Inspired By Iceland” แล้วคุณจะรู้เลยว่า “โลกใบนี้ สวยงามขนาดไหน" -------------------------------------------- คำเตือนก่อนรับชม 1.มือไม้สั่น ขาแข้งสั่น ถือเป็นเรื่องปกติ 2.อยู่ดีๆ น้ำตามันก็ไหลออกมา ถือเป็นเรื่องปกติ 3.รีบไปจองตั๋ว บินไปไอซ์แลนด์มันเดวนี้ ถือเป็นเรื่องปกติ 4.รีบไปหาเพื่อนร่วมทริป บอกว่า ทริปนี้โคตรเจ๋งสุดยอด ไปด้วยกันเหอะ ถือเป็นเรื่องปกติ ถือว่า เราได้เตือนคุณแล้วนะครับ... #หมอๆตะลุยโลก http://www.facebook.com/worldwantswandering 4.4 การเช่ารถและการทำใบขับขี่สากล ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับพระเอกของเราในการเดินทางครั้งนี้ครับ เจ้าสิ่งนี้เป็นตัวที่ทำให้การเดินทางทั้งหมดของเราราบจนลื่น รวมทั้งเป็นหมัดเด็ดในการคุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ให้บานปลาย เจ้าสิ่งนี้คือ “Kuku” นั่นเองครับ บอกไปงงยิ่งกว่าเดิม อาไรวะ กูกู้ ไม่ได้จะให้ไปกู้อะไรที่ไหนหรอกครับ มันคือยานพาหนะของเราเอง แต่เจ้าของเขาเรียกแบบนี้ มันคือรถ Camper van ชนิดหนึ่งครับ เดี๋ยวมาว่ากันต่อ เพราะว่าคนไทยเกือบทั้งประเทศรวมทั้งตัวผมด้วยไม่รู้ว่ามันคืออะไรจนได้ไป สัมผัสมันมาจริงๆ ถึงได้รู้ว่าของเขาแรงจริงครับ มีคำศัพท์ 2 คำที่อยากให้เข้าใจก่อนจะอ่านอะไรด้านล่างนะครับเพราะว่าเวลา search คำเหล่านี้ใน google เป็นต้องขึ้นมาพร้อมๆกันให้เราเวียนหัว ว่าตกลงมันคืออะไรกันแน่ ระหว่างคำว่า “Camper van”กับ “Motor home”ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับ ว่ามันไม่เหมือนกัน อันหนึ่งเหมือนกับเต็นท์เคลื่อนที่ อีกอันหมายถึงบ้านที่วิ่งได้ Motor home คืออันนี้ครับ มันคือบ้านเคลื่อนที่ดีๆนี่เอง รถคันจะใหญ่มากกก มักเห็นในหนังฝรั่งประจำ มีทั้งห้องนอน ห้องน้ำ แยกสัดส่วนชัดเจน อันนี้ค่าเช่าแพงหูฉี่ครับ ส่วน Kuku ที่เรากำลังบ่นอยู่มันคือ Camper van หน้าตาจะเป็นแบบนี้ครับ ชนิดของรถ Camper Van รถของ Kuku มีหลายชนิดให้เลือกตามจำนวนสมาชิกที่ไปนะครับ ไปหลายคนก็เอาคันใหญ่ ไปแค่สองคนก็เอาคันเล็กๆก็พอ ถ้าคิดจะประหยัดไปห้าคนเอาคันเล็ก รับรองได้นอนทับกันทุกคืนแน่ครับ เพราะมันเล็กจริงๆ 555+ อย่างผมไป 5 คนก็เลือก Category C ครับ จุได้ 5 คนบายๆ ถ้าไป 2 คนก็เลือกแบบ A หรือ D ก็ได้ครับ แต่ 2 คนนี้ต่างกันตรงที่แบบ D เป็นแบบ 4WD เท่านั้นเองครับ สำหรับราคาค่างวดคิดเป็นหน่วย Euro ทั้งหมดนะครับ ตัวอักษรทางฝั่งซ้ายคือชนิด Category ที่เราเลือกมาจากภาพด้านบนเมื่อตะกี้ จะสังเกตเห็นได้ว่า ราคาจะผันแปรไปตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไป ฤดูร้อนช่วงเดือน มิถุนายนจนถึงสิงหาคมของทุกปีจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของที่นู่นค่าเช่าจึงแพงที่สุดครับ แต่ถ้าใครบ้าไปหน้าหนาวที่คนเขาไม่เที่ยวกันก็ถูกหน่อย หรือถ้าเช่าหลายวันหน่อยก็จะได้ราคาที่ถูกลงไปอีกครับ ของผมเป็น Category C แถมเลือกไปช่วง Crazy season ตามเขาว่าเลยได้ไปที่เรทวันละ 119 ยูโรต่อวัน แผนผังภายในรถ จะเห็นได้ว่าแบ่งได้ 2 ส่วนคือ ส่วนคนขับ กับ ส่วนด้านหลังครับ ด้านหน้าก็มีเบาะคนขับกับเบาะคนนั่งอีกคน ส่วนด้านหลังมีอ่างน้ำกับเตาแก๊สอยู่ และส่วนที่เป็นเบาะไว้นอนและที่นั่งพับเป็นเตียงได้อยู่ด้านล่างครับ นอกจากรถที่มีให้เช่าแล้ว ทาง Kuku ยังมีอุปกรณ์เพิ่มความสนุกสุดเหวี่ยงงให้เช่าอีกด้วย จ่ายทีเดียวใช้ได้ตลอดทริปครับ ที่แนะนำก็จะมี Power inverter ที่ใช้สำหรับแปลงไฟในรถให้ใช้สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าของพวกเราเช่น มือถือ กล้อง คอมพิวเตอร์ไรแบบนี้ครับจะซื้อจากเมืองไทยไปก็ได้ครับ แต่เกิดเอาไปใช้ไม่ได้ก็ต้องเช่าอยู่ดี อันนี้แล้วแต่ ใครที่เคยดู Walter Mitty แล้วเกิดอยากควบสเก็ตบอร์ดลู่ลมละก็ โอกาสของท่านมาถึงแล้วครับ ขนาดจักรยาน ลูกรักบี้ เบ็ดตกปลา มันก็ยังมีให้เช่าเลย เอากับมันสิครับ เอาละโม้น้ำจิ้มไปพอกลมกล่อม มาดูวิธีการจองกันดีกว่า นอกจากรถที่มีให้เช่าแล้ว ทาง Kuku ยังมีอุปกรณ์เพิ่มความสนุกสุดเหวี่ยงงให้เช่าอีกด้วย จ่ายทีเดียวใช้ได้ตลอดทริปครับ ที่แนะนำก็จะมี Power inverter ที่ใช้สำหรับแปลงไฟในรถให้ใช้สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าของพวกเราเช่น มือถือ กล้อง คอมพิวเตอร์ไรแบบนี้ครับจะซื้อจากเมืองไทยไปก็ได้ครับ แต่เกิดเอาไปใช้ไม่ได้ก็ต้องเช่าอยู่ดี อันนี้แล้วแต่ ใครที่เคยดู Walter Mitty แล้วเกิดอยากควบสเก็ตบอร์ดลู่ลมละก็ โอกาสของท่านมาถึงแล้วครับ ขนาดจักรยาน ลูกรักบี้ เบ็ดตกปลา มันก็ยังมีให้เช่าเลย เอากับมันสิครับ เอาละโม้น้ำจิ้มไปพอกลมกล่อม มาดูวิธีการจองกันดีกว่า วิธีการจองรถ เราก็แค่เลือกชนิดของรถ และเมนูรายละเอียดการจองจะอยู่ทางด้านขวามือนะครับ 1.)เราสามารถเลือกจุดรับรถ-จุดส่งรถได้ โดยถ้าให้เขามาส่งที่สนามบินต้องเสียเพิ่ม 50 ยูโรเช่นเดียวกันถ้าจะส่งรถที่สนามบินก็ต้องเสียเพิ่มอีก 50 ยูโรเช่นเดียวกันครับ แต่ถ้าจะไปรับรถในเมืองเลยก็ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (สนามบินที่เราไปลงจะอยู่ห่างจากเมืองหลวงเรคยาวิคประมาณ 40 กิโลเมตร ดังนั้น 50 ยูโร ไม่แพงหรอก เพราะค่ารถ shuttle bus ไปสนามบินต่อคนขาเดียวจากตัวเมืองก็ปาเข้าไป 7xx บ. แล้วครับ ส่วนขากลับก็แล้วแต่ สำหรับพวกเรา เลือกคืนรถในเมือง เพราะต้องนอนพักในเมืองเรคยาวิค 1 คืน) 2.)เราเลือกวันที่จะรับรถ-ส่งรถได้ โดยต้องลงวันที่แบบเป๊ะๆ และเวลาที่จะรับรถแบบเป๊ะๆนะครับ เขาจะคิดเป็น 24 ชั่วโมงต่อ 1 วัน เพราะฉะนั้นถ้ามาเอารถตอน 12.00 น ก็ต้องมาคืนรถตอน 12.00 น เช่นกัน ไม่งั้นถือว่าบวกเพิ่มอีก 1 วันนะครับ 3.)อายุของคนขับ จำเป็นเพราะว่ากฎหมายของที่อนุญาตให้คนที่อายุมากกว่า 20 ปีเท่านั้นถึงจะขับรถได้ครับ หน้าจอถัดไปก็จะเป็นการเลือกอุปกรณ์เพิ่มเติมต่างๆ แต่ที่วงไว้ให้ดู 2 อันหลักคือ 1.)Power inverter ตัวแปลงไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์ให้กลายเป็นไฟสำหรับใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าของเราได้ครับ 2.)SCDW Insurance โดยปกติค่าเช่ารถที่เราจ่ายไปจะรวมค่าประกันของรถที่เจ้าของเดิมถืออยู่แล้ว นะครับ แต่ว่าถ้าเกิดเราไปทำอุบัติเหตุในวงเงินที่ไม่เกิน 2000 ยูโรเนี่ย ก็ไม่มีอะไร ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม แต่ถ้าเกิน 2000 ยูโร นี่งานเข้าเลยครับ ต้องจ่ายส่วนต่างนั้นเอง แต่ถ้าเราซื้อประกันในส่วนนี้เพิ่มคือ วันละ 10 ยูโรเนี่ย เจ้าของรถเขาจะรับประกันให้เต็มวงเงินค่าซ่อมครับ สรุปคือซื้อไว้เถอะครับ อุบัติเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ 3.)อีกหนึ่งอันที่เห็นแล้วงงว่ามันคืออะไร Cleaning fee 50 euro??? มันคือค่าทำความสะอาดรถหลังจากที่เราเอารถมาคืน วิธีวัดความสะอาดก็คือก่อนไปเป็นยังไง กลับมาก็ต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าเราทำกันเองในวันส่งรถ เราก็ไม่ต้องเลือกส่วนนี้ครับ ส่วนด้านล่างสุดก็จะแสดงให้เห็นยอดเงินรวมที่เราต้องเสียทั้งหมด คำเตือน จากประสบการณ์การใช้งานจริง และการสอบถามคนที่เคยใช้บริการเจ้านี้ ขอสรุป ข้อดีและข้อเสีย ดังนี้ ข้อดี 1.เป็นเจ้าเดียวที่มีเกียร์ออโต้ สำหรับ campervan นอกนั้นเกียร์กระปุกทั้งหมด 2. ในรถคันใหญ่สามารถจุคนได้ 5 คน ขณะที่เจ้าอื่นให้ 4 คน เทียบกันแล้วก็ทำให้ลดค่าใช้จ่ายจากรถหนึ่งคันหาร 4 เป็นหาร 5 คนแทน แถมค่าเช่าต่อวันก็ราคาถูกกว่าเจ้าอื่นๆเล็กน้อย ข้อเสีย 1.ระบบการจัดการดูลูกทุ่งๆครับ ไม่ค่อยมืออาชีพอย่างบริษัทเช่ารถทั่วไป 2.รถไม่ค่อยดี มีปัญหาจุกจิกให้แก้ทุกวันครับ เช่นกระจกไฟฟ้าด้านข้างคนขับเสีย มันเลื่อนลงมาเองอัตโนมัติแล้วกดปิดเองไม่ได้ ต้องมาหาร้านซ่อม เสียเวลาเที่ยว เหมือนกับรถไม่ได้ถูกเช็คสภาพให้สมบูรณ์มาก่อนที่จะให้ลูกค้าเช่า หรือแม้แต่ขนาดของล้อ เมื่อเทียบกับขนาดของรถ เราลงความเห็นกันว่า ยังไงล้อมันก็เล็กเกินไป ทำให้การขับทรงตัวได้ยากลำบาก โดยเฉพาะถนนที่ลื่นเวลามีหิมะตก เป็นอันตรายอย่างมากต่อผู้ใช้รถ และด้วยเหตุผลเหล่านี้ เราจึงอยากให้อ่านบทความของพี่พี พิริยะ ผู้มีประสบการณ์กับรถ 2 บริษัทมาแล้ว เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจได้ที่  http://www.piriyaphoto.com/camper-van-in-iceland/ การทำใบขับขี่สากล จำเป็นต้องมีนะครับ วิธีการทำก็ไม่มีอะไรยาก ไปที่กรมการขนส่งทางบก จ่ายเงินก็ได้มาเลยครับ ข้อมูลจาก http://www.dlt.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=3658:2012-12-06-07-52-23&catid=131:2011-09-08-02-09-23&Itemid=88 นะครับ 4.5 การจองที่พัก (booking.com/hostelworld.com) ทริปนี้ทั้งทริปจองผ่าน booking.com และ hostelworld.com ครับ -http://www.booking.com จองแล้วยกเลิกได้ ไม่เสียค่าธรรมเนียม มีประโยชน์ในการยื่นวีซ่า แล้ววีซ่าดันไม่ผ่าน ขอยกเลิกไม่เสียเงิน มีกลุ่ม hostel ไม่มากให้เลือก -http://www.hostelworld.com จองกลุ่ม hostel ได้ มีตัวเลือกมากมาย แต่ต้องจ่ายเงิน 10%ของราคาห้องไปก่อน ปล. การจองทั้งสองที่ ต้องใช้บัตรเครดิตในการจองนะครับ ส่วนใครจะจองที่พักอื่นๆ เช่น agoda,hostelbooker ฯลฯ ก็ทำได้เช่นกันครับ 4.6 การทำวีซ่า ขอกล่าวจากประสบการณ์ตรงแล้วกันนะครับ คือ 1.การขอวีซ่า ไปขอได้เลยไม่ต้องโทรนัดอะไรทั้งสิ้นครับ 2.ต้องไปขอด้วยตัวเองครับ ฝากใครไปขอให้ไม่ได้ 3.ระยะเวลาการได้วีซ่า แตกต่างกันไป ของผมขอแล้วได้ภายใน 3 วัน ให้ส่งเอกสารไปที่บ้านเลย ไม่มีการเรียกไปสัมภาษณ์ หรือ ขอเอกสารอะไรเพิ่มเติม ถ้าเอาชัวร์ ก็ควรไปขอก่อนวันเดินทางจริง 1 เดือนครับ โดยขอได้ที่ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าเดนมาร์ก, ชั้น 12 อาคารอัลมาลิงค์ ซอยชิดลม แขวงลุมพินี, เขตปทุมวัน, กรุงเทพฯ 10330 เวลาให้บริการยื่นใบคำร้องขอวีซ่า: 8.00 น. – 12.00 น. และ 13.00 น. – 15.00 น. (จันทร์-ศุกร์) ยกเว้นวันหยุด เวลารับหนังสือเดินทาง : 13.00 น. – 16.00 น. (จันทร์-ศุกร์) ยกเว้นวันหยุด ค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว 2700 บาท (ปรับราคาขึ้นมา 100 บาทจากเดิม 2,600 บาท) ค่าบริการ 810 บาท อัตรานี้จะถูกเรียกเก็บต่อการยื่นคำร้องแต่ละครั้ง นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมในการสมัครวีซ่า ค่าส่งไปรษณีย์ 200 บาท ค่าSMS 60 บาท รวม 3,770 บาท (ปรับขึ้นมา 100 บาทจากเดิม 3,670 บาท) หมายเหตุ ค่าธรรมเนียมวีซ่าบังคับใช้กับอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ณ ปัจจุบัน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ค่าธรรมเนียมไม่สามารถเรียกคืนเงินได้ ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า มีบริการเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกให้ท่าน ด้วยราคาที่เพิ่มมาเล็กน้อยเท่านั้น บริการถ่ายเอกสาร บริการถ่ายรูป บริการจัดส่งเอกสาร บริการอำนวยความสะดวกส่งเอสเอ็มเอสเพื่อตรวจสอบสถานะการยื่นคำร้อง บริการอินเตอร์เน็ตสำหรับปรินท์เอกสาร ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ค่าธรรมเนียมวีซ่า, ค่าบริการวีเอฟเอสและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ) จะต้องจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น ในสกุลเงินไทยบาท รายละเอียดการยื่นขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/iceland_tourist.html รายละเอียดเอกสารเป็น Checklist ที่ต้องใช้การขอวีซ่า http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/pdf/checklist_tourist__21.08.13.pdf 4.7 การเลือกกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าที่ควรเอาไปในกรณีที่ใช้รถ Camper Van ในการขับเที่ยว จะเป็นกระเป๋าลากล้อ หรือ กระเป๋าเป้ก็ได้ครับ แต่จากประสบการณ์โดยตรง น่าจะมีทั้งกระเป๋าล้อ และ กระเป๋าเป้ เพราะกระเป๋าล้อจะจุอาหารแห้ง อาหารกระป๋องไปได้เยอะกว่า ขณะที่กระเป๋าเป้จะมีพื้นที่น้อยในการวางในรถครับ ถ้าเอากระเป๋าล้อไปหมด พื้นที่จะแคบมาก ถ้าเอากระเป๋าเป้ไปหมดอาหารแห้งจะพกไปได้น้อยลง ต้องไปซื้อวัตถุดิบเพิ่มที่นั่น ซึ่งก็จะเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้น 5 คน เราตกลงกันว่าเอากระเป๋าล้อ 2 ใบ กระเป๋าเป้ 3 ใบ ข้อดีอีกข้อที่นึกออกคือ เราแชร์น้ำหนักกันได้ ถ้าคนใดคนนึงจุน้ำหนักเกินไป เรื่องน้ำหนักของกระเป๋า เป็นสิ่งที่พึงระวังครับ ต้องตรวจสอบให้ดี ว่าสายการบินแต่ละที่ ให้เท่าไหร่ ยกตัวอย่าง เราบิน Finnair ให้ 23 kg โหลดขึ้น 7 kg แบกขึ้นได้ แชร์น้ำหนักได้ ขณะที่ Norwegian Air ให้ 20 kg โหลดขึ้น 10 kg แบกขึ้นได้ แต่ห้ามแชร์น้ำหนักกัน ของใครของมัน ทำให้เราต้องเทของมาจัดกันใหม่ที่สนามบินออสโลครับ ซึ่งก็ผ่านได้อย่างเรียบร้อย ไม่ต้องเสียตังค์เพิ่ม หรือ ทิ้งของอะไรลงถังขยะ 4.8 การเตรียมเสบียง มาในส่วนของอาหาร อันนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการลดค่าใช้จ่าย เพราะเรากินกันตกมื้อละ 40-50 บาท เมื่อนำอาหารมากินกันเองจากไทย จากที่ต้องจ่ายเมื่อต้องกินฮอทดอกที่คนละ 150 บาท หรือ ร้านอาหารที่ราคาเริ่มที่หลัก 500-3,500 ต่อคนต่อมื้อครับ ฟังไม่ผิดหรอกครับ ราคาเท่านี้จริงๆ ควรเอาอะไรไปบ้าง เนื่องจากอาหารสำหรับผม เป็นสิ่งที่กินกันตายครับ ที่ต้องกิน ก็เพื่อกันตาย กินอะไรก็ได้ครับ ให้มันมีแรงพาร่างกายของเราไปทำตามฝันได้ เอามาเถอะครับ มาม่าซอง,ข้าวมือถือ,อาหารซองโรซ่า,อาหารกระป๋องซีเล็คทูน่า,ข้าวสาร,สปา เก็ตตี้,หมูหยอง,หมูแผ่น,หมูทุบ,ข้าวสวยกระป๋องพร้อมกิน ฯลฯ ลองไปเลือกดูครับ ที่ Makro,Lotus,Tops,Gourmet ฯลฯ คำแนะนำ 1.ให้จัดกระเป๋าใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วดูว่าน้ำหนักเหลืออีกเท่าไหร่ แล้วจัดอาหารไปให้เกือบเต็มโควต้าน้ำหนักของสายการบินนั้นๆ ถ้าน้ำหนักเหลือน้อย ให้เอากางเกงในกับชุดชั้นในออกครับ 555+ จริงๆ เสื้อผ้าไม่ต้องเอาไปเยอะหรอกครับ เอาไปอย่างละชุดก็พอ จะมีสำรองก็พวกลองจอนหรือกางเกงในแบบ 3-4 วันเปลี่ยนชุดนึงก็ได้ 2. หลีกเลี่ยงอาหาร ที่เป็นอาหารสด แบบหมูหยอง ไส้กรอกไรแบบนี้ ไม่ต้องเอาไปนะครับ เค้าไม่ให้เข้าประเทศ แล้วน้ำหนักสำหรับการเอาอาหารแห้งทุกชนิดรวมกันประเทศไอซ์แลนด์จำกัดอยู่ที่ 3 กก.ครับ แต่พวกผมก็เอาไปเยอะกว่านั้นพอสมควรครับ เสียวมากตอนเดินออกจากช่อง Arrivals ถ้าตรวจจริง เปิดกระเป๋าออกมาชั่งน้ำหนัก ยังไงก็เกิน 3. การเลือกซื้อ พยายามซื้ออาหารที่ภาชนะกระป๋องหรือซองใส่มันไม่ใหญ่โตนัก เอาไปแพ็คใส่กระเป๋าได้เยอะๆ น้ำหนักของมันควรจะน้อยๆ แต่กินได้มากๆ 4. พกขวดน้ำพลาสติกเปล่าๆจากเมืองไทยไปเลยครับ พอไปถึงที่นั่น ก็เอามากรอกน้ำจาก “ส้วม” นั่นแหละกินเอา ไปเจอราคานำ้เปล่าขวดเล็กขายกันในสนามบินขวดละ 150-200 บาท นี่ช็อคแทบหงายหลัง น้ำบ้าอะไรวะ แพงขนาดนี้ 5.หลีกเลี่ยงการซื้ออาหารแห้งที่มันมีอยู่ที่นู้นอยู่แล้วครับ เช่น สปาเก็ตตี้ พาสต้า ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก อาจซื้อได้ครับ แต่ไม่ต้องไปจัดเต็มมาก ที่นั่นซุปเปอร์มีขายครับ แพงกว่ากันนิดหน่อย 4.9 เสื้อผ้า เครื่องป้องกันความหนาวที่ต้องเตรียม ชื่อประเทศก็บอกอยู่แล้วครับว่าไอซ์แลนด์ ดินแดนน้ำแข็ง มันหนาวอยู่แล้วครับ ไม่ต้องลุ้น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยระหว่างวันจะอยู่ราวๆ -5 ถึง 10 องศา ยังไม่นับบางที่ที่มีลมนะครับ ลมที่นั่นแรงมาก ผมตั้งขาตั้งกล้อง ภายในไม่ถึงวิ แมร่งล้มแล้วคร้าบบบบ ตัวแทบปลิวเลย ฉะนั้นเตรียมตัวให้พร้อม 1.ลองจอน(เสื้อและกางเกง) 1 ชั้น 2.สเวตเตอร์ 1 ชั้น 3.แจ็คเก็ตแบบกันลม 1 ชั้น เน้นครับ ขอเป็นกันลมเลยครับ ใครคิดว่ากลัวหนาวทนไม่ไหวก็จัด Coat ไปอีกตัว เป็นหมีเลยคราวนี้ 555 ในทริปนี้มีแค่ Gullfoss ที่เดียวครับ ที่ผมต้องใส่ 4 ชั้น คือ ลองจอน สเวตเตอร์ แจ็คเก็ต Thermoball Hoodie with Hood ของ North face กับเสื้อกันลมอีกตัว เพราะลมมันทะลุเข้าไปถึงเนื้อในจริงๆ นอกนั้นก็ 3 ชั้นตลอดครับ 4.กางเกงกันหนาวกันลม 1 ชั้น ถามว่ายีนส์ดีมั้ย จากประสบการณ์ มันก็ดีนะครับ แต่มันหนักครับ ไม่ชอบแบกและไม่ชอบใส่ เลยขอเป็นกางเกงที่มีน้ำหนักเบา กระชับ ไม่ซับน้ำแทนจะดีกว่า 5.หมวกที่ปิดถึงหูได้ 1 อัน 6.ปลอกคอที่คลุมปิดมาถึงจมูกได้ยิ่งดี 7.ถุงมือกันลม 1 คู่ 8.ถุงเท้าหนากันหนาว จะเอาไป 1 คู่ก็ได้ ถ้าไม่เกรงใจเพื่อนในทีมครับ 9.รองเท้าหิมะ 1 คู่ 4.10 กล้องและอุปกรณ์ สำหรับในส่วนนี้ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลครับว่าจะเลือกใช้อุปกรณ์แบบไหน จะเป็นกล้องมือถือ กล้องคอมแพ็ค กล้อง DSLR ฯลฯ ยังไงก็ได้ครับ เพียงแต่เตรียม Memory card, Batteries, ที่ชาร์จแบตให้พร้อม อันนี้หลักๆเลยที่คนเตรียมไปไม่พอ แบตอย่างน้อยๆ ก็ต้อง 2-3 ก้อนแล้วครับ เผื่อๆกันไว้ ดีกว่าขาด แล้วจะเสียดายโอกาสนะครับ ส่วนอุปกรณ์สำหรับคนถ่ายภาพก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพไฟล์ ความจริงจังของตัวบุคคล เช่น ขาตั้งกล้อง ฟิลเตอร์เลนส์ รีโมทหรือสายลั่นชัตเตอร์ ฯลฯ ก็อย่าลืมเตรียมกันไปครับ เดวจะขอกล่าวละเอียดเรื่องอุปกรณ์ที่ทางพวกเราใช้กันอีกครั้งครับ 4.11 ยา การไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ถ้ามียาที่เอามาจากบ้านเราเอง น่าจะเพิ่มความอุ่นใจมากกว่า ไปด้นสด ซื้อยาเหล่านี้ในบ้านเค้า เพราะอาจคุยกันไม่รู้เรื่อง หรือบางอย่าง เราอาจต้องไปพบแพทย์ที่นั่นก่อน เค้าถึงจะอนุญาตให้เราซื้อยาได้ เพราะมีใบสั่งยามาแล้ว เอาแบบปริ้นท์ไปให้ร้านขายยาจัดมาแบบนี้เลยครับ บอกเขาขอไปอย่างละสองแผง - Paracetamol ยาสามัญประจำตัว แก้ปวดทุกอย่างในร่างกาย - Cetirizine ถ้าคุณไม่อยากขี้มูกไหลเป็นทางยามล่าแสงเหนือละก็ยาตัวนี้พอจะช่วยคุณได้ แต่กินแล้วง่วง อาจล่าแสงเหนือไม่ได้แทน ถ้ายาแก้แพ้แบบไม่ง่วง ก็ Telfast  ครับ - Dimenhydrinate ถ้าคุณเป็นคนเมารถง่ายละก็ ยาตัวนี้ต้องติดตัวไว้เสมอ - Norfloxacin ใช้เวลายามที่คุณเผลอดไปทานอาหารไม่สะอาดแล้วขี้แตกกลางทาง ยาฆ่าเชื้อนี้ได้ผลชะงัก แต่ไอซ์แลนด์สะอาดมาก ไม่น่าเจอเรื่องนี้ - Diclofenac cream ครีมแก้ปวดเมื่อยใช้ชโลมตอนก่อนนอนหลังเหนื่อยมาทั้งวัน - แผ่น Thermoplast อันนี้ขอแนะนำเวลาอยู่ในเขตหนาวมากๆ จริงๆแล้วแผ่นนี้ไว้ปะแก้ปวดเนื่องจากพอปะติดกับร่างกายแล้วแผ่นจะปล่อยความ ร้อนออกมา แต่เราเอามาประยุกต์ปะไว้บนหน้าอกแก้กันหนาวได้ครับ - Domperidone ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน - Plaster แปะแผล เผื่อเดินซุ่มซ่าม ได้รับบาดเจ็บ 4.12 คอมพิวเตอร์ ปลั๊ก และอื่นๆ โน๊ตบุ๊กพกไว้สำหรับการโอนไฟล์ภาพจากกล้องลงเครื่องครับ ถ้าไปกันหลายคน ก็ตกลงกันก็ได้ว่าใครจะเอาไป แล้วหยิบ External Harddisk ไปขอแจมกับเค้า ปลั๊ก เนื่องด้วยทุกวันนี้ อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้ง มือถือ ไอแพด โน้ตบุ๊ค กล้อง ต้องใช้ไฟ เราจึงควรเอาปลั๊กพ่วงไป เต้าเสียบที่ไอซ์แลนด์จะเป็นหัวกลมสองขา ก็ไปซื้อตัวแปลงจากเมืองไทยเตรียมไว้ก่อนหละ 4.13 App สำคัญที่ควรมีติดตัว Apps สำคัญที่ไว้ใช้สำหรับ การล่าแสงเหนือ หรือ ท่องเที่ยวในไอซ์แลนด์ (iPhone) 1.Compass (free) : แอพเข็มทิศที่จะคอยบอกเราว่าพระอาทิตย์จะขึ้นจะตกที่ไหน ทำให้เรารู้ทิศว่าจะไปยังไงต่อได้ 2.SkyKey (free): แอพที่บอกตำแหน่งว่าทางช้างเผือกอยู่ทางทิศไหนของฟากฟ้า รูปร่างเป็นเช่นไร ณ ขณะนี้ และทำนายการขึ้นของทางช้างเผือก 3.Moon (free): แอพที่บอกข้างขึ้น ข้างแรม บอกการขึ้นลงของดวงจันทร์ในแต่ละวันล่วงหน้าได้ เหมาะสำหรับวางแผนว่าถ้าอยากได้คืนเดือนมืดจะไปช่วงวันไหนของเดือนดี 4.Aurora Forecast (free) : แอพที่เอาการพยากรณ์แสงเหนือ-แสงใต้ พารามิเตอร์ที่สำคัญมาไว้ในแอพเดียวกัน ดูการเกิดแสงเหนือ- แสงใต้ได้เป็นภาพรวมทั้งโลก ข้อเสียคือ ทำนายได้หยาบๆ ยึดมาเป็นสรณะไม่ได้ 5.Aurora (free): แอพที่พยากรณ์แสงเหนือแสงใต้เช่นกัน มีสเกลละเอียดแบ่งเป็นช่วงๆของวันทีละ 3 ชั่วโมง เช่น 6 pm, 9 pm เป็นต้น ละเอียดกว่า Aurora Forecast แลดูน่าเชื่อถือกว่าเล็กน้อย 6.MapsWithMe Pro : Google maps ดีจริงและสมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่มีโปรแกรมแผนที่ไหนเทียบได้ แต่ถ้าพื้นที่นั้นเราใช้ internet ไม่ได้ จุดเด่นทั้งหมดที่ว่ามาจะอันตรธารมลายหายไปตรงหน้าทันที ถึงแม้จะสามารถ save offline map เก็บไว้ได้ แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่มาก สำหรับคนที่มีเครื่อง GPS อยู่กับตัวเช่น Garmin Asus ไรแบบนี้ก็คงไม่เป็นปัญหา แต่สำหรับคนที่ไม่มีจะทำอย่างไร มีแต่ smartphone หรือ Tablet อยู่ในมือเครื่องเดียว จะทำอย่างไรดี ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่เราต้องไปเที่ยวทั้งเกาะ ซึ่งบางบริเวณสัก 5% ของพื้นที่ทั้งหมด สัญญาณโทรศัพท์จะหายไป ซึ่งหมายความว่าตอนนั้นเรามีโอกาสหลงทางได้ ดังนั้นเราต้องมีโปรแกรมที่สามารถโหลด Offline map ทั้งประเทศมาเก็บไว้แล้วใช้ระบบ GPS ในมือถือให้ทำหน้าที่ต่อไปครับ โปรแกรมที่ผมจะมาแนะนำคือ Map With Me ครับมีทั้งแบบให้ลองใช้ฟรี (Lite) และเสียเงินซื้อโปรแกรมตัวเต็ม (Pro) ครับ สำหรับราคา 189 บาทที่จ่ายไป ผมได้ลองใช้โปรแกรมนี้ตลอด 12 วัน พบว่าคุ้มค่า และเป็นการลงทุนที่ไม่เสียดายเลย ข้อดี 1.    สามารถโหลดแผนที่ offline ได้เกือบทุกประเทศในโลกใบนี้ 2.    รายละเอียดครบถ้วนทุกอย่าง ชื่อถนน ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมีครบถ้วนทุกอย่าง 3.    สามารถปักหมุดสถานที่ท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าได้ได้ครบถ้วน 4.    สถานที่บางแห่งอย่าง Brúarfoss ที่หาทางไปยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แถมอีกทั้งหาไม่เจอในโปรแกรมอื่นเช่น google map อีก แต่ในโปรแกรมนี้มีรายละเอียดครบถ้วนซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรักโปรแกรมนี้มาก ครับ 5.    และทุกๆสิ่งที่ว่าสามารถใช้งานในแบบ offline หมดได้ครับ ข้อเสีย 1.    ระยะทางระหว่างสถานที่มักจะผิดเป็นประจำ เช่น ในแผนที่บอกว่าอีก 50 กิโลเมตรถึง แต่จริงๆมันคือ 75 กิโลเมตรทำให้ช่วงแรกๆที่ใช้โปรแกรม ผมกะระยะทางและเวลาผิดไปพักหนึ่งถึงจะรู้ว่าเกิดจากปัญหานี้ 2.    แผนที่รายละเอียดเน้นเกี่ยวกับถนนหนทางจริง แต่พวกสภาพภูมิประเทศ โปรแกรมนี้แสดงผลไม่มีรายละเอียดแสดงมากเท่าที่ควร ขอบคุณบทความและภาพ คุณ cescassawin (หมออัศวิน) จาก http://pantip.com/topic/32164247 โปรดติดตาม 7 หมื่นตามล่าฝัน 17 วันทำได้ไง ไปล่าแสงเหนือ ตอนที่ 3

Mei Heong Yuen กินลอดช่องสิงคโปร์ (ไอศกรีม) และ พุดดิ้งนม ที่ไชน่าทาวน์ สิงคโปร์
cendol /  chendol / 

ประวัติของคำว่า ลอดช่องสิงคโปร์ (ใครรู้แล้วข้ามไป) สำหรับคนที่สงสัยในเรื่องของ ลอดช่องสิงคโปร์ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างก็ไร ก็ต้องขออธิบายตามหลักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมว่า ขนมไทย หลายชนิด มีขายกันในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว และสิงคโปร์ ในรูปลักษณ์ใกล้เคียงกันอยู่แล้ว ดังนั้น เราจึงเห็นหน้าตาขนมประเภท ลอดช่อง สาคูกะทิ ข้าวเหนียวเปียก ขนมกล้วย ขนมตาล ที่มีในแทบทุกประเทศข้างต้น แต่เรียกชื่อต่างกัน ส่วนผสมต่างกันเล็กน้อย ภาพจาก http://picpost.mthai.com/view/34034 ส่วน ลอดช่อง ชื่อมาจากกรรมวิธีทีจะบีบเป็นเส้นๆผ่านช่องของตะแกรงออกมา และ คำว่า สิงคโปร์  มาจากเดิมมีร้านลอดช่องชื่อดังขายอยู่หน้า โรงหนังสิงคโปร์ ครับ ประวัติลอดช่องสิงคโปร์ http://th.wikipedia.org/wiki/ลอดช่องสิงคโปร์ ลอดช่อง แบบสิงคโปร์ ส่วนลอดช่องแดนสิงคโปร์เนี่ย เรียกว่า Chendol (เชนด้อล เขียนอีกแบบว่า Cendol) หน้าตามันก็คือ ลอดช่อง เฉาก๊วย (ซึ่งภาษาอังกฤษบ้างก็เรียก Glass Jelly, Black Jelly หรือแม้กระทั่ง Herb Jelly) และถั่วแดง เสริ์ฟกับน้ำแข็งใสน้ำกะทิในถ้วยเดียวเลย ลอดช่องไอศกรีม สุดฟิน ร้าน Mei Heong Yuen ภาพจาก Google Street View ครับ เอาไว้ตามหาร้านไหนหว่า และแล้วก็เจอ มีทั้งคนแก่ คนสาว นั่งกันเต็มไปหมดเลย ทีนี้ ผมจะแนะนำร้านขนมหวานดั้งเดิมของสิงคโปร์ ที่คนกินกันแน่นตลอดวัน คือ Mei Heong Yuen ร้านนี้มีร้านดั้งเดิมที่ Chinatown (ลง MRT ที่ Chinatown ประตู exit A หาทางไปยัง Temple Street ให้ได้ครับ อยู่ต้นๆซอยเลย และมีสาขาอยู่ใน ห้างต่างๆอีกสองแห่ง คือ Ion (Orchard) ที่บริเวณ Food Zone และ Chinatown Point บรรยากาศในร้าน Mei Heong Yuen นั่งก็เต็มแทบจะ ต้องเล่นเกาอี้ดนตรีกันเลย เมนูหน้าร้าน ไว้เลือกก่อนเข้าไปสั่งก็ได้ ขนมดั้งเดิมที่คนที่นี่ชอบทานกัน คือ เฉาก๊วย ครีม(ซุป)งาดำ พุดดิ้งนม สด และ ไอศกรีม ซึ่งไอศกรีมแบบไสออกมาเป็นแผ่นบางๆทับไปมา ก็มีขายในบ้านเราเยอะอยู่ และก็เป็นของสมัยใหม่นี่หว่า ใช่ครับ เขาเอามาขายเพิ่ม ดึงดูดทั้งลูกค้ารุ่นใหญ่และรุ่นเล็กไว้ได้ดี โดยเฉพาะส่วนผสมใหม่คือ Chendol Snow Ice ที่ใช้ส่วนผสมของ Chendol เดิมมี ลอดช่อง ถั่วแดง เฉาก๊วย ใส่วุ้นมะพร้าว ลูกชิด ลาดบนไอศกรีมกระทิ และมีซอสมาให้ เป็น น้ำเชื่อมมะพร้าวน้ำตาลทรายแดง (รสชาติเหมือนที่เรากินกับ เมี่ยงคำ หรือที่ทำเป็นไส้ ขนมสอดไส้น่ะครับ) หอมมัน อร่อยมากๆครับ ในราคา $6.00 เมนูหน้าร้านตัวนี้ ที่ว่าเด็ด ภาพ Chendol Snow Ice จากในเว็บของร้าน แต่ความเป็นจริงคือ ... อากาศร้อน กว่าจะเดินทางเสริ์ฟถึงก็ละลายไปนิดนึง (แต่อร่อยมากอยู่ดี) แต่ถ้าต้องการกิน Chendol ดั้งเดิม ก็แนะนำให้ตามหาศูนย์อาหาร อย่างเช่น Kopitiam หรือ Food Republic ซึ่งกระจายในสิงคโปร์อยู่หลายที่และมีขายแทบจะทุกห้าง รับรองได้ทานแน่นอนในราคา $3.50 กลับมาที่ร้าน Mei Heong Yuen อีกทีครับ ร้านนี้มีสิ่งที่น่าทานอยู่ คือ ขนมประเภทซุปหวาน (งาดำ อัลมอนด์ วอลนัท) ซึ่งมีคนร่ำลือว่าอร่อยไม่แพ้ ฮ่องกง และพุดดิ้งนมอร่อยไม่แพ้ มาเก๊า ภาพจากในเว็บครับ เนื่องจากเวลาผมมีจำกัด จึงรีวิว พุดดิ้งนม (ร้อน) ในราคา $3.50 ได้ทานแล้ว อืม.....อร่อยมัน เข้มข้นนมมากๆ และกล้าพูดได้เช่นกันว่าอร่อยไม่แพ้ ที่มาเก๊าเลยครับ (ในภาพแหว่งไปหนึ่งคำ แหะๆ) อีกอย่างที่คนชอบกินกันในร้านนี้คือ ไอศกรีมสองสี อัลมอนด์และงาดำ รูปตามเมนูจาก เว็บไซท์ของร้านเลยครับ แผนที่สาขาหลัก ตามแผนที่เลยครับ (จุดแดงๆ พร้อมพิกัดครับ) Bonboy

ทายนิสัยจากรสชาติช็อกโกแลต
ทายนิสัย /  ทายใจ

ช็อกโกแลตรสชาติหอมหวาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และมิตรภาพ และที่พิเศษไปกว่านั้น ช็อกโกแลตยังสามารถบ่งบอกถึงนิสัยของคุณที่ซ่อนอยู่ภายในตัวอีกด้วย วันนี้เรามีคำทายนิสัยจากรสชาติช็อกโกแลต สนุกๆ มาฝากกันค่ะ ทายนิสัยจากรสชาติช็อกโกแลต 1. ช็อคโกแลตมิ้นต์ เป็นคนที่มองไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ชอบเก็บเอาอดีตมาใส่ใจ ไม่มีกฏระเบียบอันใดที่จะหยุดคุณได้ยกเว้นคุณจะเป็นคนสร้างกฏนั้นเสียเอง เป็นคนชัดเจนและเปิดเผย ตรงไปตรงมา และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และพยายามมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ข้อเสีย บางครั้งก็มุ่งมั่นมากเกินไป ควรจะปล่อยวางบ้าง 2. ช็อคโกแลตนม เป็นคนโรแมนติก และแสนจะอบอุ่นคนหนึ่งเชียวล่ะ ตัดสินใจรวดเร็ว คุยสนุกและยิ่งไปกว่านั้นคุณชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอในยามที่พวกเขาต้องการ ข้อเสีย ด้วยความที่คุณมักจะเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจของคนอื่นๆ อยู่เสมอ อาจจะทำให้คนคิดว่าคุณชอบทำตัวเด่นเกินไป และในบางเวลาคุณควรหันมาใส่ใจตัวเองให้มาก ค่อยช่วยเหลือคนอื่น 3. ช็อคโกแลตสอดไส้ เป็นหนุ่มสาวสังคมตัวยง มีงานปาร์ตี้ที่ไหนคุณก็ไม่เคยพลาด คุณเป็นคนชอบให้มีคนอยู่รอบข้างเสมอ และที่สำคัญคุณเป็นคนใจบุญ ข้อเสีย คุณเบื่อง่าย และมักจะเห็นดีเห็นงามกับความคิดของคนอื่นแบบง่ายๆไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม 4. ช็อคโกแลตเวเฟอร์ เป็นคนรักสนุก มีอารมณ์ขัน ช่างพูดช่างคุย ทำให้คนรอบข้างคุณมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ คุณมักจะชอบเล่าเรื่องตลก หรือมีกลเม็ดเด็ดพรายคอยทำให้คนอื่นหัวเราะอยู่เสมอ และใครที่ได้เป็นเพื่อนจะเป็นคนที่โชคดีมากเพราะคุณคือเพื่อนแท้แห่งชีวิตทีเดียว 5. ช็อคโกแลตขม เป็นคนไม่ชอบการรอคอยอะไรที่นานๆ และมักจะตกหลุมรักง่าย เป็นคนใจร้อน แต่ในขณะเดียวกันคุณก็เป็นคนช่างคิด ข้อเสีย เป็นคนที่ขาดความอดทน คุณเหมือนเป็นคนที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่ตัวเองกลับไม่ได้อะไรเลย ข้อมูลจาก Forward Mail

ฟองดองคัพเค้ก เค้กสุดฮิต ไม่ซ้ำใครแน่นอน
Primcess /  ฟองดองคัพเค้ก

เวลาถึงวันสำคัญ เรามักจะมองหาของขวัญแทนใจกัน เช่นวันเกิด วันรับปริญญา เป็นสัญลักณ์ของการร่วมยินดี วันนี้เราจะมาแนะนำร้านเค้ก Homemade ที่ทำ ฟองดองคัพเค้ก สุดน่ารัก ภายใต้ชื่อร้านว่า Primcess  ทำตามโจทย์ที่เราต้องการ  ฟองดองคัพเค้ก ที่ว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย ชุดเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ ชุดรวมหน้าทะเล้นๆ ของมินเนี่ยน   ชุดเค้กวันครบรอบแต่งงาน ชุดเค้กวันเกิด เจ้าของวันเกิดอาจชื่นชอบรถมากๆ     ฟองดองคัพเค้ก หน้าเค้กเป็นน้ำตาลและแป้งปั้นให้เป็นลวดลาย เนื้อเค้กมีหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น ช็อกโกแลต เรดเวลเว็ท ชาเขียว และ วานิลา ร้าน Primcess ไม่มีหน้าร้านนะคะ จะทำขายเองเป็น Homemade หากใครที่อยู่ใกล้ๆ ราษฎร์บูรณะ และ พระราม 2 ดาวคะนอง พระประแดง เจริญนคร วงเวียนใหญ่ ติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/iamprimcess