ช็อกโกแลตซอส

กินอาหารชาติไหน แล้ว ช่วยยืดอายุ ชะลอความแก่ !
กินอาหาร /  ชะลอความแก่ / 

ปัจจุบันหนุ่มสาวหลายคนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น นอกจากการออกกำลังกายแล้วการกินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ไม่ใช่แค่กินจนอิ่มท้องเท่านั้นแต่จะต้องนึกถึงสุขภาพด้วย ซึ่งในครั้งนี้เรามีหลักการและเคล็ดลับในการกินอาหารจากนานาชาติที่จะช่วยยืดอายุ ชะลอความแก่ ว่าแต่ละประเทศมีเคล็ดลับอย่างไร และสามารถประยุกต์ให้เข้ากับการกินของเราได้อย่างไรบ้าง อาหารยุโรป การกินแบบสแกนดิเนเวีย สแกนดิเนเวีย หรือยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน นอร์เวย์ นิยมกินปลาทะเล คาเวียร์ มันเทศ ธัญพืชต่างๆ น้ำมันคาโนลา น้ำมันตับปลา ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม รวมทั้งขนมปังที่มีไฟเบอร์สูง และอาจมีการกินเนื้อสัตว์ชนิดอื่นบ้างเล็กน้อยส่วนผลไม้จะนิยมเป็น ผลไม้ป่า เช่น ลินกอนเบอร์รี โดยส่วนใหญ่จะนำมาทำเป็นซอสเพื่อกินร่วมกับอาหาร การกินแบบเมดิเตอร์เรเนียน หรือยุโรปใต้ เช่น อิตาลี สเปน กรีซ และสโลวีเนีย วัตถุดิบในการปรุงอาหาร ส่วนใหญ่มาจากแหล่งโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เช่น ปลาทะเล ขนมปังโฮลวีท ธัญพืชไม่ขัดสี น้ำมันมะกอก ผักผลไม้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนมและ เนื้อแดงเล็กน้อย อาหารแบบสแกนดิเนเวียและแบบเมดิเตอร์เรเนียน ไม่ใช่แค่เพียงอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ยังมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย หากใครอยากลองปรับเปลี่ยนวิธีการกินให้คล้ายกับแบบยุโรป แล้วล่ะก็ เรามีเทคนิคง่าย ๆ มาฝาก คือ กินข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีทแทนข้าวขาว กินเนื้อสัตว์ใหญ่ เพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และหันมากินอาหารทะเลที่มี โอเมก้า 3 นอกจากนี้ควรเลือกกินโปรตีนจากพืชบ้าง เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ และถั่วชนิดต่าง ๆ ให้มากขึ้น รวมถึงการกิน น้ำมันตับปลาในปริมาณที่เหมาะสม อาหารเอเชีย “อายุรเวท” ศาสตร์ของอินเดีย (เอเชียใต้) อายุรเวทเป็นศาสตร์ของอินเดียที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ โดยมีหลักการกินตามอายุรเวท คือ กินอาหารร้อนเพื่อกระตุ้นการย่อย กินแบบไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป ไม่ควรกินอาหารเมื่อมีอารมณ์โกรธ เศร้า หรือมีความเครียด เพราะจะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักขึ้น จนทำให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยมากกว่าปกติ ก่อให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารที่กินเข้าไปถูกย่อยไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน หยินหยาง ศาสตร์แห่ง ความสมดุลของจีน (เอเชียตะวันออก) หยินหยาง คือ การสร้างสมดุลที่ถูกนำมาปรับใช้ในเรื่องของอาหารการกิน เป็นการเลือกกินอาหารในปริมาณที่สมดุลกันทั้งสอง ด้านหากร่างกายเรามีความเป็นหยินมากเกินไป ก็ควรจะเลือกกินอาหาร ประเภทหยางเพื่อให้ร่างกายสมดุล อาหารหยิน คือ อาหารที่มีรสเย็น เค็ม เปรี้ยว และขม เช่น แตงโม สับปะรด ขึ้นฉ่าย หอยนางรม เป็นต้น รวมทั้งอาหารที่ทำด้วยวิธีการตุ๋น ต้ม นึ่ง อาหารหยาง คือ อาหารที่มีรสเผ็ดร้อนและหวาน เช่น ขิง ข่า เนื้อวัว เนื้อไก่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารที่ ทอด ย่าง และรมควัน แต่หากเรากินอาหารจำพวกใด จำพวกหนึ่งมากเกินไป จะทำให้ร่างกายไม่สมดุลและก่อ ให้เกิดโรคต่างๆ ได้ อาหารญี่ปุ่นกับการกินแบบ โอกินาวา (เอเชียตะวันออก) อาหารญี่ปุ่นเป็นอาหารที่เน้นรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ โดยเมนูอาหารส่วนใหญ่จะทำมาจากปลา สาหร่าย ธัญพืช ซึ่งเป็นอาหาร ที่มีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วยโปรตีนและกรดไขมันจำเป็น ชาวโอกินาวาเน้นการกินมันหวาน เนื่องจากมีวิตามิน A,C, E โพแทสเซียม และ แคลเซียมสูงรวมถึงการกินเส้นโซบะ เพราะว่ามีสารอาหารมากกว่าเส้นชนิดอื่น สรรพคุณทางยาของสมุนไพรในอาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พืชสมุนไพรถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทย ซึ่งนอกจากจะใช้ในการแต่งกลิ่น รส และเพิ่มสีสันของอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณในทางยาไม่เพียงแต่ประเทศไทยแต่ประเทศเพื่อนบ้านของเราก็มีการนำพืชสมุนไพรมาใช้ในการปรุงอาหารเช่นเดียวกันยกตัวอย่าง เช่น เฝอ อาหารเวียดนาม มีลักษณะคล้ายก๋วยเตี๋ยว โดยน้ำซุปจะเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิดที่มีสารต้าน อนุมูลอิสระ กาโด กาโด อาหารของประเทศอินโดนีเซีย ประกอบไปด้วยผักนานาชนิด เต้าหู้ และไข่ต้มสุก โดยจะกินคู่กับซอสถั่ว ซึ่งในซอสจะมีส่วนประกอบของพริกแดงและกระเทียมอยู่ด้วย แกงหัวปลา อาหารของมาเลเซีย ที่มีเครื่องเทศ และสมุนไพรต่างๆ ทั้งหอมแดง กระเทียม ที่ช่วยชูรสชาติ อาหารและทำให้อร่อยมากขึ้น โดยสรรพคุณของพืชสมุนไพรก็มีมากมาย หลากหลาย ชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระเทียม ที่มีฤทธิ์อย่างอ่อนในการลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือดและสามารถยับยั้งการเกิด โรคหัวใจ พริกสด ช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยในการสลายลิ่มเลือด ตะไคร้ บรรเทาอาการหวัด ช่วยในการขับปัสสาวะ และรักษาโรคนิ่ว ข่า สรรพคุณช่วยยับยั้งแผลในกระเพาะอาหาร ทำลายสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่มาบทความจาก นิตยสารแม่บ้าน

พรีวิว: บาร์ซ่า ยังไร้ เนย์มาร์ บุกเยือน แอธฯ บิลเบา ที่ฟอร์มไม่เข้าที่ ศึก ลา ลีกา
บาร์ซ่า /  บาร์เซโลน่า / 

บาร์เซโลน่า ซึ่งกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม มีโปรแกรมออกไปเยือน แอธเลติก บิลเบา ในศึก ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค. นี้ สำหรับความพร้อมของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรกันบ้าง เรามาดูกันเลย... ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2559 แอธเลติก บิลเบา - บาร์เซโลน่า เวลา: 01.15 น. สนาม: ซาน มาเมส ถ่ายทอดสด: beIN Sports 2 แอธเลติก บิลเบา ทีมจากแคว้นบาสก์พลาดท่าบุกพ่าย สปอร์ติ้ง กิฆอน 1-2 ในเกมแรกของฤดูกาล แถมยังได้รับข่าวร้ายเมื่อมิดฟิลด์ตัวรับอย่าง มิเกล ซาน โฆเซ่ ที่เจ็บจากเกมดังกล่าวอาจหายไม่ทันลงเล่นในเกมนี้ ทำให้ผู้จัดการทีม เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ มีเรื่องให้ต้องปวดหัวเล็กน้อย โดยเจ้าตัวยอมรับว่าในเกมที่ผ่านมาลูกทีมก่อความผิดพลาดบ่อยครั้ง แต่ก็จะพยายามทำให้ดีขึ้นในการเปิดบ้านรับมือกับ บาร์ซ่า ในครั้งนี้ บาร์เซโลน่า ทีมแชมป์เก่าของ หลุยส์ เอ็นริเก้ เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเปิดบ้านถล่ม เรอัล เบติส 6-2 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน โดย เดนิส ซัวเรซ ที่ลงเล่นแทนตำแหน่งของ อันเดรส อิเนียสต้า นั้นโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ซึ่งในเกมนี้เขาก็น่าจะได้ลงสนามอีกครั้ง ขณะที่ตำแหน่งผู้รักษาประตูจะใช้งาน มาร์ก-อันเดร แทร์ สเตเก้น ลงเฝ้าเสาแทนที่ เคลาดิโอ บราโว่ ที่ย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วนในแนวรุกนั้นแม้จะไม่มี เนย์มาร์ ที่ยังได้พักจาก โอลิมปิก แต่ก็ยังมี ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และ อาร์ดา ตูราน พร้อมลุย เฮดทูเฮด การพบกัน 4 ครั้งหลังรวมทุกรายการเป็น บาร์เซโลน่า ที่สามารถคว้าชัยชนะไปได้ทั้งหมด ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม แอธเลติก บิลเบา: กอร์คา อิไรซอส; ออสการ์ เด มาร์กอส, เอเนโก้ โบเวด้า, อายเมริก ลาปอร์เต้, มิเกล บาเลนเซียก้า; มิเกล ซาน โฆเซ่, เบญัต; อิญากี้ วิลเลียมส์, ราอูล การ์เซีย, มาร์เกล ซูซาเอต้า; อาริตซ์ อาดูริตซ์ บาร์เซโลน่า: มาร์ก-อันเดร แทร์ สเตเก้น, เซร์กี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปิเก้, ซามูเอล อุมติตี้, ฆอร์ดี้ อัลบา; อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เดนิส ซัวเรซ; ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อาร์ดา ตูราน รูปเกมที่คาด เจ้าถิ่น แอธเลติก บิลเบา ดูเหมือนว่าจะยังไม่เข้าที่เข้าทางสักเท่าไหร่นัก เกมนี้แม้ว่าจะได้เล่นในบ้านเป็นนัดแรกต่อหน้าแฟนๆ แต่คู่แข่งคือของแข็งอย่าง บาร์เซโลน่า ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรู วัดกันแล้วรูปเกมน่าจะตกเป็นของทีมเยือนเป็นส่วนใหญ่ และถ้าหากว่าสกอร์แรกมาเร็ว เชื่อว่าจะไหลไปถึง 2-3 ลูกเป็นอย่างน้อยแน่นอน ฟันธง แอธเลติก บิลเบา แพ้ บาร์เซโลน่า 0-3

14 เทคนิค กินบุฟเฟ่ต์ อิ่มได้ ไม่เสียสุขภาพ
กินบุฟเฟ่ต์ /  บุฟเฟ่ต์ / 

อาหารบุฟเฟ่ต์ ปัจจุบันมีราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน มีกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นจนบางร้านต้องรอคิวกว่าชั่วโมงเพื่อเข้ารับประทาน เหตุนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า บุฟเฟ่ต์ ได้เข้ามาเป็นวัฒนธรรมการบริโภคของสัมคมไทยไปแล้ว ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายสามารถกินได้แบบไม่อั้น “อาหารบุฟเฟ่ต์” จึงกลายเป็นอาหารยอดนิยมของกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษา โดยการกินบุฟเฟ่ต์ส่วนใหญ่มักจะคิดถึงความคุ้มทุนโดยจะพยายามกินอาหารปริมาณมาก หรือเลือกกินอาหารราคาแพง เพื่อจะให้คุ้มค่ากับราคาทั้งนี้ ร่างกายนำพลังงานจากอาหาร มาใช้กิจกรรมต่าง ๆ เช่น นั่ง นอน ยืน เดิน ทำงาน ออกกำลังกาย ถ้าได้รับพลังงานมากเกิน ความต้องการร่างกายจะนำพลังงานส่วนเกินนั้นไปเก็บสะสมในรูปไขมันเพื่อเป็นพลังงานสำรอง ถ้ามีการสะสมของไขมันมากขึ้นก็จะนำไปสู่โรคอ้วน และนำไปสู่โรคต่างๆ วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ที่จะทำให้ทุกครั้งที่ กินบุฟเฟ่ต์ “อิ่ม คุ้มค่า ไม่เสียสุขภาพ” 1. กินน้อย ก่อนกินมาก จำไว้ให้ขึ้นใจเลยว่า ‘การอดอาหารเพื่อกะไปกินบุฟเฟต์กับเพื่อนๆ ให้คุ้มนั้นไม่คุ้มอย่างที่คิด’ เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายลดการเผาผลาญพลังงานลงแล้ว เรายังอาจรู้สึกหิวมากเกินไปตอนไปกินบุฟเฟต์ ดังนั้นควรเลือกกินอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลงก่อนไปกินบุฟเฟต์สัก 1 วัน หรือ 1-2 มื้อ (ถ้าหิวมากจนอดใจไม่ไหว ก็ควรกินผลไม้หรือดื่มนมไขมันต่ำ และตามด้วยน้ำเปล่ารองท้อง) แต่ถ้ามีเหตุให้ต้องไปกินแบบไม่ทันได้เตรียมตัว ก็ควรลดอาหารในวันหลังจากนั้นให้น้อยลง 2. ‘ลุกเดิน’ วอร์มอัพ ก่อนหรือหลังกินบุฟเฟต์ ‘การเดิน’ เป็นกิจกรรมทางกายที่ง่ายสุดๆ ฉะนั้นจะลุกขึ้นมาเดินเพิ่มขึ้น 20-30 นาที ประมาณ 5-7 วัน ก่อนหรือหลังไปกินบุฟเฟต์ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินความสามารถ 3. เสื้อผ้าก็สำคัญ ควรใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัว ไม่ควรใส่ชุดหลวมๆ เพราะเราอาจเพลิดเพลินกับอาหารจนกินเกินอิ่มได้ง่ายๆ 4. ไกลไว้ดีกว่าใกล้ การเลือกที่นั่งไกลจากซุ้มอาหาร ช่วยให้เราได้เพิ่มการใช้พลังงานทุกครั้งที่เดินมาตัก 5. สำรวจร้านเตรียมรับมือ ชิงเดินสำรวจอาหารทั้งหมดให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้วางแผนการรบกับกองทัพอาหารได้ถูกว่าควรเลือกเอาอะไรใส่ปากบ้าง และไม่ต้องเจอกับสถานการณ์ประเภท ‘อิ่มแล้ว แต่เพิ่งเดินมาเห็น’ แถมยังได้เดินเพิ่มก้าวอีกเล็กน้อยด้วย 6. จานเล็กช่วยได้ การหยิบจานเล็กใส่อาหารเหมือนไม่น่าจะช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้มีการศึกษามาแล้วและพบว่าการลดขนาดจานลง 2 นิ้ว ช่วยให้เรากินอาหารลดลงถึงร้อยละ 22 7. สลัดมาจานแรก ควรเลือกตักสลัด (น้ำสลัดน้อยๆ) เป็นจานแรก 8. ไม่ติดมัน ไม่เอาน้ำผัด ควรเลือกกินเนื้อสัตว์ประเภทต้มหรือนึ่ง ถ้าปิ้งย่างก็ไม่เอาแบบไหม้เกรียม ส่วนพวกเนื้อติดมัน น้ำผัด และชุบแป้งชุบไข่ทอดนี่อยู่ให้ห่างไว้ 9. ตักเผื่อล้นโต๊ะ การมีน้ำใจถือเป็นสิ่งดี แต่การตักเผื่อคนอื่นเวลากินบุฟเฟต์นั้น อาจทำให้มีอาหารล้นโต๊ะ ควรตักอาหารแต่ละชนิดไม่เกิน 1-2 ช้อน และตักทีละจานก็พอแล้ว 10. ผ้าเช็ดปากเตือนสติ แค่เอาผ้าเช็ดปากมาวางไว้บนตัก เราก็สามารถรู้ตัวทุกครั้งเวลาที่ลุกไปตักอาหาร และจะได้บังคับตัวเองไม่ให้ลุกจนเพลิน 11. สนทนาละความสนใจ มากินบุฟเฟต์ทั้งทีจะเน้นกินอย่างเดียวก็คงกระไรอยู่ ควรหันไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะให้มากขึ้นจะได้ช่วยดึงความสนใจของเราออกจากอาหารและกินอาหารได้น้อยลง 12. น้ำเปล่าดีที่สุด น้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลมก็ล้วนเป็นเครื่องดื่มเพิ่มแคลอรีทั้งนั้น เพราะฉะนั้นหันมาดื่มน้ำเปล่าดีกว่า 13. ตัดทิ้งแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์นอกจากจะทำให้เรามีภาวะขาดน้ำแล้ว ยังกระตุ้นให้เราดื่มน้ำหรือกินอาหารเพิ่มขึ้นฉะนั้นเมินได้ก็เมินเถอะ 14. โปรดระวังไขมันแอบแฝง หลีกเลี่ยงไขมันแอบแฝงซึ่งซุกซ่อนอยู่ใน เนย น้ำสลัด (ไม่ว่าจะเป็น น้ำใสหรือน้ำข้น) รวมถึงเกลือแอบแฝงที่อยู่ในบรรดาซอสต่างๆ (ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ) หรือกระทั่งครีมทาร์ทาร์ และน้ำจิ้มเอง ก็ควรจิ้มให้น้อยที่สุด การกินอาหารที่ดี จะต้องใส่ใจว่าเรากินเข้าไปมากน้อยเพียงใด รู้จักการควบคุม “แคลอรี่” หรือปริมาณ พลังงานของอาหารที่กิน โดยผู้ชายควรได้รับพลังงานประมาณวันละ 2,000 กิโลแคลอรี และผู้หญิง วันละ 1,600 กิโลแคลอรี ปริมาณที่ว่านี้ รวมทั้งอาหารคาวและหวาน อาหาร 1 มื้อควรได้แคลอรี่ประมาณ 400-700 กิโลแคลอรี่ โดยอาหารเย็นเป็นมื้อที่มีแคลอรีต่ำกว่ามื้ออื่นๆ อาหารว่าง ต้องจำกัดให้น้อยกว่า 200 กิโลแคลอรีในแต่ละครั้ง และเมื่อรวมกับ อาหารมื้อหลักทั้งวันแล้วต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนด ลด หรืองดอาหารที่ให้พลังงานสูง อาหารรสจัด และเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ หรืออาหารทั่วไปก็ตามหากกินมากเกินไป ก็สามารถทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มากมาย ความคุ้มค่าของราคาและปริมาณ อาจเทียบไม่ได้กับค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น กินอย่างพอดี เสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อสุขภาพที่ดีกันนะคะ เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th ข้อมูลและภาพประกอบจาก : หนังสือ“คิดเอง ทำได้ ห่างไกลโรค”เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และ หนังสือ “ เดินศาสตร์” โครงการรักเดิน สสส. ร่วมกับ นิตยสารหมอชาวบ้าน

เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก
ที่เที่ยวตาก /  ที่เที่ยวพบพระ / 

การไปเที่ยว จังหวัดตาก ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรก(อีกแล้ว) สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบเรา 555 หลายคนตั้งคำถามว่า ที่ตากมีอะไร? ที่ไหนน่าเที่ยว? เราบอกเลยว่ามีหลายที่เลยค่ะ ยิ่งถ้าใครชอบธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา จังหวัดตากนี่แหละอุดมสมบูรณ์สุดๆ ตามมาๆ เราจะพาไปเที่ยวตากแบบชิลๆ สโลว์ไลฟ์ กัน เที่ยวเมืองป่าฝน ชมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตก ดูพระอาทิตย์ตกดิน จ.ตาก เป็นครั้งแรกอีกแล้วของเราที่ได้มาเที่ยวเมืองป่าฝน ใครที่ชอบความเงียบสงบแบบสโลว์ไลฟ์ เราแนะนำที่นี่แหละมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่ง ได้ฟีลธรรมชาติของจริง อีกทั้งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยอีกด้วย ก่อนอื่นเพลนของเราคือเที่ยว 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก, อำเภอพบพระ และอำเภอแม่สอด ค่ะ ไปดูกันว่า 4 วัน 3 คืน เที่ยวแบบชิลๆ เราจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ^^ การเดินทางของเรานั้นไปกับแก๊งค์สาวๆ ค่ะ นั่งรถตู้ไปกัน 1 คัน โดยล้อหมุนออกจากกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า พอขึ้นรถปุ๊บปุ่ม sleep ก็ทำงานปั๊บ ตื่นมาอีกที โอ้วว! ถึงตัวเมืองพอดีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก่อนลุยเที่ยวขอแวะหาข้าวกินก่อน (เรื่องกินที่ 1 นะบอกเลย) ที่ "ร้านอาหารปิงวิว" ร้านอาหารใหญ่ กว้างขวางมากค่ะ แถมนั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำด้วย วิวดีไปอี๊กกกก !! อาหารที่สั่งมาก็มี กุ้งผัดซอสมะขาม, ผัดฉ่าปลา, ผัดต้นอ่อนทานตะวัน, กุ้งกระเบื้องสาหร่าย, เปาะเปี้ยทอด อาหารอร่อยค่ะ ถ้าถามว่าอิ่มไหม .. เอาเป็นว่าหายใจแทบไม่ออก 555 หลังจากท้องตึง หนังตาหย่อนไม่ได้!! เดินทางไปสักการะ "ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน" กันค่ะ กลางวันแสกๆ ถามว่าร้อนไหม ยิ้มสวยๆ แล้วบอกว่า ร้อนมาก! แต่ยังดีที่มีลมเย็นตลอด >,< ศาลนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเมืองไทยด้วย บริเวณรอบๆ เป็นลานกว้าง มีต้นไม้สวยงาม เมื่อมองไปทางด้านหลังของ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็จะเห็นเป็นลานกว้างที่มีคนนำหุ่นปั้นรูปทหาร สัตว์ต่างๆ มาถวาย สักการะเพื่อเป็นศิริมลคลแล้ว เราก็เดินทางไป "หมู่บ้านหัตถกรรม บ้านปากร้องห้วยจี้" ที่ขึ้นชื่อของ จ.ตาก กันค่ะ เมื่อไปถึงเราก็ได้เจอกับ ป้าทองคำ เป็นอดีตสมาชิก อบต. และอดีตผู้ใหญ่บ้าน ป้าเป็นคนดูแลและต่อยอดกิจการ OTOP ทำหมวกสานจากใบลาน ซึ่งหมู่บ้านหัตถกรรมบ้านปากร้องห้วยจี้ ได้ไปออกงานใหญ่ๆ ระดับประเทศทุกปี แถมการันตีคุณภาพ 3-4 ดาวเชียวนะ คนนี้ไง.. ป้าทองคำ และนี่คือใบลานที่ตากแห้งแล้ว เราก็ไปนั่งฟัง นั่งคุยกับป้า ดูป็นป้าสอนวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่เก็บใบลาน เอาใบลานไปตากแดดอย่างน้อย 3 แดดจนแห้ง รีดใบออก นำมาถักเป็นเปีย ก่อนนำไปเย็บทำเป็นหมวกหรือของที่ระลึก สุดยอดไปเลยค่ะ หลังจากบ้ายบายคุณป้า คุณยาย เราก็ออกเดินทางไปไหว้พระที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” กันต่อค่ะ เป็นวัดขึ้นชื่อของเมืองตากอีกที่นึง เป็นเจดีย์ใหญ่สีทอง ล้อมรอบไปด้วยเจดีย์เล็ก คล้ายเจดีย์ขเวดากอง บรรจุพระเกษาธาตุและพระบนมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียค่ะ พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม อีกทั้งยังมี "หลวงพ่อทันใจ" ที่สร้างเสร็จภายในวันเดียว มีผู้คนมากราบไว้กันเยอะมากๆ (สาระล้วนๆ อิอิ) ไหว้พระกันเสร็จแล้ว เดินมาฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์วัดพระบรมธาตุ ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยก่อนไว้พอสมควรค่ะ เส้นทาง อำเภอบ้านตาก-สามเงา นี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายที่เลยค่ะ อาทิ วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ที่มีความยาวสูงที่สุดในโลก, ผาสามเงา หน้าผาเจาะเป็นช่องลึกพร้อมพระพุทธรูปสามองค์เรียงกัน, วัดชลประทานรังสรรค์ เป็นต้น สายบุญผ่านไป สายเที่ยวกันต่อ! เรามุ่งหน้าไปยัง "เขื่อนภูมิพล" ตั้งอยู่อำเภอสามเงา ที่นี่เป็นเขื่อนแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่เป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง และสูงเป็นอันดับ 27 ของโลก เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธยให้เป็นชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เมื่อมาถึง สิ่งแรกคือดีใจ! เพราะคนไม่เยอะ 5555 ไม่ใช่ละ >,< คือวิวสวยมากๆ มองจากตัวเขื่อนออกไปก็เจอภูเขาและทะเลล้อมรอบ วิวไกลสุดลูกหูลูกตา อากาศเย็นสบาย ลมเย็น เดินเล่นชมวิวได้ชิลๆ เลย ประทับใจสุดๆ ^^ ระหว่างทางออกจากเขื่อนภูมิพล ก็ผ่านร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านนึง แวะสิคะ .. รออะไร! ร้านชื่อ "Bed Bar Caffe" ร้านกาแฟสด&เบเกอรี่ แถมด้านหลังร้านยังเป็นที่พักเปิดให้บริการด้วยค่ะ เขาใจดีให้เก็บภาพได้ เลยเอามาฝาก ^^ เบอร์ติดต่อทางร้านค่ะ 091-551-1451 ภายในร้าน ร้านน่ารัก มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะเหมือนกันนะ ภาพห้องพักค่ะ ตอนแรกเราตัดสินใจที่จะชมพระอาทิตย์ตกที่เขื่อนภูมิพล แต่เปลี่ยนใจมาชมวิวที่ "สะพานแขวน" แทน ชื่อเต็มๆ ก็คือ "สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200" แลนด์มาร์กของเมืองตากก็ว่าได้ค่ะ เป็นจุดโรแมนติกยามเย็นของคนเมืองตากด้วย ใกล้ๆ กันก็มีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ สนามกีฬา และตลาดนัด ผู้คนขวักไขว่ มีทั้งวัยรุ่น เล่นสเก็ต นั่งเม้ามอย มีวัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่ ออกมาเดินเล่นกันเต็มไปหมด .. แอบเห็นไล่จับมม่อน ปาบอลกันใหญ่เลย 555555 เอาล่ะๆ ไฮไลท์ของเราก็คือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน คืออยากจะบอกว่าสวยมากๆๆ ฟีลลิ่งมาเต็ม วิวภูเขา ท้องฟ้าสีส้มๆ ฟ้าๆ ก้อนเมฆ (วันนี้เมฆแอบแน่นไป บังพระอาทิตย์ตกไปอีก!) สะพานแขวนทอดยาวข้ามแม่น้ำปิง (เฮ้ย! นี่มันซานฟรานเมืองไทยนิหน่า) ชมพระอาทิตย์ตก ระฆังดังกริีง! ได้เวลากินอีกแล้ว .. รีบวิ่งขึ้นรถเดินทางมา "ร้านไอยราวดี" ร้านอาหารสไตล์ล้านนา เรือนไม้ ติดริมแม่น้ำปิง อยู่ไม่ห่างจากสะพานแขวนและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมากนัก มื้อนี้ก็อร่อยเหมือนเดิม มีทั้ง ไส้กรอกถั่ว เมนูนี้เป็นออเดิร์ฟทีเจ้าของร้านเอามาให้เรากินกันก่อนที่จะวางขาย รสชาติก็.. ถั่วนั่นแหละ 55 หวานๆ หอมกลิ่นสมุนไพร ยัดในไส้หมู เหมือนไส้กรอกปลาแนมหรือไส้อั่ว (เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักล่ะสิ >,<) ย่างเตาถ่าน ไส้กรอกถั่ว และ ยำข้าวเกรียบ นอกจากนี้ก็มีเมนู ยำข้าวเกรียบ แกงคั่วหอยขม เห็ดหอมทอดเกลือ ขาหมู โอ้ยยย! อิ่มแปร้ ที่อยู่ร้าน : 4/4 หมู่ 7 ต.ป่ามะม่วง อ.เมือง จ.ตาก โทร. 096-636-4542, 094-242-6441 คืนนี้เรามาเอนกายนอนกันที่ "Soho Boutique Hotel" อยู่ในซอยมหาดไทยบำรุง อ.เมืองตาก ค่ะห้องพักเรียบง่าย กว้างขวาง เตียงนุ่มนอนสบาย ^^ วันนี้แอบเสียดายไม่ได้เดินชม "ตรอกบ้านจีน" ไฮไลท์เมืองตากอีกที่หนึ่งเป็นชุมชนโบราณ อายุกว่า 100 ปี ลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงไทยปั้นหยา มีลวดลายแกะสลัก แต่ไม่เป็นไรคราวหน้าเราจะกลับมาแน่นอน คืนนี้ราตรีสวัสดิ์ .. ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เตรียมมุ่งหน้าไปอำเภอแม่สอดกัน จะมีอะไรให้ดู อะไรน่าเที่ยว ต้องติดตาม! แต่เดี๋ยวก่อน .. กองทัพเดินด้วยท้อง มากินอาหารเช้าที่โรงแรมกันก่อน มีให้เลือกหลายอย่างค่ะ เราก็กินรองท้องเบาๆ ^^ กินเสร็จก็ยังเหลือเวลาอยู่นิดหน่อย เจ้าของโรงแรมใจดี พาเราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดของตึก ข้างบนเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเมืองตากแบบ 360 องศาเลย! คือล้อมรอบไปด้วยภูเขา เจ้าของบอกว่าถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ขึ้น วิวจะสวยมากๆ เสียดายจัง >,< หลังจากเก็บกระเป่าขึ้นรถเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ผ่านแยกรมณี ถ.ตากสิน รถก็สต็อป! หันไปทางขวามือ มีร้านเล็กๆ อยู่ร้านนึงคนมุงกันใหญ่ เพื่อนๆ ลงรถเราก็ลงด้วยสิค่ะ ร้านนั้นคือ "ร้านขนมถั่วแปบแป้งสดหนูนาง" เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่อร่อยที่สุดในเมืองตาก อร่อยถึงขั้นคนสั่งวันนึงเป็นสิบกล่องร้อยกล่อง เปิดขายตอนเช้าหมดตอนเที่ยง แม่ค้ามือแทบหงิกเลยเอาจริง มี 3 สีด้วยกัน คือ สีเหลือง-ฟักทอง, สีม่วง-อัญชัน, สีเขียว-ใบเตย ค่ะ ไอ้เราก็ชอบของหวานๆ อยู่แล้วจะพลาดได้ไง พี่ค่ะ! จัดใส่จานให้ด้วยค่ะ ^^ แม่ค้าบอกว่าขนมถั่วแปบของเขาสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นทานได้ 2-3 วัน โดยที่แป้งยังนุ่มอร่อยอยู่ เราก็เลยลองซื้อมาชุดนึงเอาไว้กินเล่นตอนเย็น เดี๋ยวมาบอกจะจริงสมคำร่ำลือหรือไม่! 55 ร้านอยู่ติดกับทางเข้าวัดโบสถ์มณีศรีบุญเรืองค่ะ กินพอหวานปากได้แป๊บนึง ก็เลยเดินมาชมความงามของ วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ซะหน่อย เป็นเจดีย์ทรงมอญ บนยอดฉัตรบรรจุพระธาตุเอาไว้ค่ะ สวยงามตามท้องเรื่อง ขับไปสักพักรถหยุดอีกแล้ว! แวะ "ร้านเมี่ยงจอมพล" (เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก) เจอป้าแป้วเจ้าของร้าน ป้าบอกว่าเปิดขายมานาน ตัวป้าเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โอ้วมายก็อซ! เมี่ยงมี 2 แบบคือ ใช้ใบเมี่ยง กับ ข้าวแคบ (สีขาวขุ่น แป้งแข็งๆ เหนียวๆ หน่อย) เครื่องเคียงก็ทั่วไป แต่สูตรเด็ดของร้านป้าคือ เต้าเจี้ยว ใส่แทนน้ำเมี่ยงหวานๆ อร่อยไปอีกแบบ ^^ ร้านตั้งอยู่ตรง 3 แยก ถ.รามคำแหง ทางไปสำนักงานเทศบบาลตำบลไม้งาม คราวนี้เดินทางยาวๆ ละ เราเดินทางมา "วัดโพธิคุณ" วัดป่าสายอรัญวาสี มีจุดเด่นตรงพระอุโบสถ ฐานแอ่นโค้งแบบฐานสำเภาค่ะ ร่มเย็น เงียบสงบมากๆ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขาเขียวขจี ด้านในอุโบสถ มี 2 ชั้นค่ะ ชั้นบนขึ้นไปถึงกับร้องว้าว! ทั้งอุโบสถเป็นสีทองอร่ามทั้งหมด สวยงามมากๆ ค่ะ บริเวณรอบๆ ก็จะมี ศาลาการเปรียญ, หอระฆัง, ลานธรรมจักร มีที่พักสำหรับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ มองนาฬิกา เอ๊ะ.. บ่ายแล้ว! ต้องทำอะไรก็ต้องกินสิค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยว ส้มตำไก่ย่าง เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ สถานีต่อไปคือ ฮักนะแม่กาษา "หมู่บ้านโพธิ์ทอง" ต.แม่กาษา ที่นี่มีคนแก่คนเฒ่า (แต่แข็งแรงเว่อร์!) รวมตัวกันอยู่ ทอผ้า ส่งออกขาย คุณป้าก็เล่าให้ฟังถึงวิธีการตั้งแต่ปลูกฝ้าย ปั่นเอาเม็ดออก กกด้าย จนมาถึงการทอให้เป็นผืนสวยงามอย่างที่เห็นนี่เลย สายตาเหลือบไปเห็น ไม้กวาดรูปร่างประหลาด เหมือนไม้กวาดแม่มดเด๊ะอ่ะ! ก็เลยถามคุณป้ามันคืออะไรคะ? คุณป้าบอกว่ามันคือไม่กวาดสมัยโบราณที่เขาใช้กัน เอ้อ..กิ๊บเก๋ยูเรก้า เดินทางเที่ยวต่อ "อาบน้ำแร่ โป่งคำราม" กันค่ะ ที่นี่เป็นน้ำแร่จากน้ำพุร้อนแม่กาษา ไหลตลอดทั้งปี ซึ่งเจ้าของบอกว่าค่าบริการอาบน้ำแร่ แล้วแต่ความพอใจของลูกค้า จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ โอ้โห.. ดีไปอี๊กก! บริการอาบน้ำแร่ของที่นี่มีแบบ แช่ทั้งตัวกับแช่เท้า ถ้าจะแช่น้ำร้อนให้ได้ผลดี ครั้งนึงไม่ควรเกิน 20 นาที นะจ๊ะ ที่นี่คนจะเยอะช่วงเสาร์-อาทิตย์  และหน้าหนาว ดูวิวสิ นอนแช่น้ำแร่ มองวิวทุ่งนา มันได้ฟีลจริงๆ (แต่เราไม่ได้แช่นะ เขิล 5555) มีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกซื้อกันด้วย เช่น สบู่โคลนธรรมชาติ, สบู่ข้าวน้ำแร่ เรามาสามารถใช้ได้ขณะแช่น้ำแร่นะ ใกล้ๆ กัน ก็จะมีทางเดินไปดู กาน้ำผุด ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตากาน้ำผุดนี่แหละ ไม่ไกลกันมากก็จะมาถึง "บ่อนำพุร้อนแม่กาษา" ได้นั่งแช่เท้าพอคลายเมื่อย ต้มไข่กันไหมจ๊ะ? เวลาเย็นแล้ว เราเดินทางเข้าที่พัก เก็บกระเป๋ากันก่อน แล้วออกเดินทางไป กิน กิน กิน! กัน ร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแม่สอด ใครมาแล้สไม่กินร้านนี้ พลาดมากบอกเลย! "ร้านข้าวเม่า ข้าวฟาง" ร้านตกแต่งเหมือนเราอยู่ในป่าแบบนั้นเลยค่ะ เต็มไปด้วยต้นไม้ น้ำตก ธรรมชาติสุดๆ บรรยากาศดีเว่อร์ ชอบมาก!! เดินถ่ายรูปร้านเพลินเลย ^^ เมนูของเราเย็นนี้ คือ ยำดอกสลิดกุ้งสด, ซูกินี่ผัดไข่, แกงคั่วเห้ดเผาะ, ฉู่ฉี่ปลาดุกฟู, ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม รสชาติอาหารให้มี 10 ให้ 100 รสชาติอร่อย ไม่จัดมากแต่เข้มข้น ส่วนของหวานนำเสนอ กล้วยหอมทอด แป้งไม่หนากรอบ หอมกลิ่นงาขาว กล้วยนิ่มรสหวานค่ะ และ ข้าวเม่าเสวย เป็นสาคูน้ำกะทิ ใส่ผลไม้แคนตาลูป ลำไยข้างในด้วย รสชาติอร่อย ^^ พอกินเสร็จ อ.พนัส รามสูต หนึ่งในหุ้นส่วนร้านก็นั่งเล่าความเป็นมาของร้านนี้ให้ฟัง แล้วก็เล่าเรื่องการเดินป่าให้ฟังด้วย สนุกมากกกก ฟังเพลินจนดึกดื่นเลยทีเดียว เอาไว้เดี๋ยวเขียนรีวิวเสร็จจะเอามาเปะให้อ่านกันนะคะ ^^ คืนนี้เรามาพักกันที่ โรงแรม J2 Hotel ห้องที่เราพักแบบนอน 3 คนค่ะ กว้างขวาง ห้องอาบน้ำใหญ่ แต่เสียดายปลั๊กไฟน้อยไปหน่อย ^^ ชาร์ตไม่พอ 555 ตืนมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง อิ่มแล้วก็เตรียมพร้อมร่างกาย สัมภาระออกเดินทางไป อำเภอพบพระ กันค่ะ ที่แรกที่ไปคือ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" เราไปถึงก็สายๆ บรรยากาศดี อากาศเย็นสบายมากๆๆๆ น้ำตกที่นี่มีชั้นน้ำตกลดหลั่น 97 ชั้น ระหว่างทางเดินไปน้ำตก ก็ได้ชมความงามของ ดอกกระเจียวสีส้ม (พันธุ์ฉัตรทอง) จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่กว่า 10 ไร่เลย เราไปเป็นช่วงฤดูฝน มิ.ย.-ก.ย. ของทุกปี ก็จะเห็นความสวยงามแบบนี้ ^^ ขับรถถัดมาอีกสักระยะก็มาถึง "น้ำตกป่าวหวาย" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ น้ำตก แต่ตอนที่เราไปนั้นทางยังเป็นผืนป่า-ธรรมชาติล้วนๆ อยู่เลย มีน้ำไหลตลอดทั้งปีไปลุยๆ ตามสไตล์สาวถึกและบึกบึนแบบเรา 555 ที่ได้ชื่อว่า น้ำตกป่าวหวาย ก็เพราะ เป็นน้ำตกกลางป่าใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยไม้หวายจำนวนมาก ทางเข้าจากถนนหลักจะอยู่ตรงหลักกิโลเมตร 43 เส้นทางสาย แม่สอด-อุ้มผาง อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมธรรมชาติตอนเช้าเสร็จแล้ว ไปไร่ส้มกันเถอะ! "สวนร่มเกล้า" ที่นี่เน้นปลูกส้มหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงปลูกอะโวคาโด ที่ตอนนี้มีกว่า 40 สายพันธุ์เลยทีเดียว แล้วก็ปลูกต้นแมคคาเดเมียด้วย ของชอบเก๊าเลย! >,< กะว่าจะมาเก็บส้มที่นี่ซะหน่อย ฝนดันกระหน่ำตกลงมาซะนี่! ลูกอะโวคาโดจากต้น ออกลูกเยอะยิ่งกว่าต้นมะม่วงซะอีก 55 อันนี้ของโปรด.. แมคคาเดเมีย เป็นลูกสดๆ จากต้น แต่กว่าจะกินได้ของผ่านการทุบ!! ทุบประมาณสองชั้น ต้องออกแรงพอควรเพราะเปลือกหนามาก พอกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ คล้ายๆ มะพร้าวรสชาติมันๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำผลไม้แปรรูป สดๆ จากไร่ มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำมัลเบอร์รี่, น้ำนมแมคคาเดเมีย, น้ำอะโวคาโดน้ำเสาวรส เป็นต้น ส่วนตัวเราชอบทุกรสเลยรสชาติเข้มข้น ทานแล้วสดชื่นมากๆ ค่ะ ใครสนใจสั่งซื้อได้ที่เบอร์ 088-699-6978 ค่ะ หรืออยากสั่งอะโวคาโดก็มีนะ Facebook : อะโวคาโด จากสวน ปลีก- ส่ง Avocado Retail - Wholesale  กก.ละ 60 บาท (ขั้นต่ำ 3 กก. ส่งถึงบ้านทั่วประเทศ) เราเดินทางไปหาของกินกันดีกว่า ^^ ที่ "ร้านชาวหลังสวน" (Chao Langsuan) เป็นร้านไม้เรือนกระจกเล็กๆ น่ารักดีค่ะ เมนูเที่ยงนี้คือ ใบเหลียงผัดไข่, ยำตะไคร้, แกงเหลือง แล้วก็ไข่เจียว เครื่องดื่มของเรา น้ำแตงโมปั่น มาเป็นลูกเลยจ้า ... ร้านนี้เป็นฟาร์มออแกนิคด้วยนะ ใบเหลียงที่เราสั่งที่นี่ก็ปลูกเอง สะอาดปลอดภัย ร้านตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 15 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ โทรสอบถาม. 086-366-4067 Facebook : ไร่ชาวหลังสวน - CHAO Langsuan กินข้าวอิ่มก็ต้องตามด้วยของหวานถึงจะถูก >,< เราจึงเดินทางมุ่งหน้าไปยัง "ROCHA CAFE'" (โรชาคาเฟ่) โอ้ยแก .. บอกเลยว่าปริ่ม! ระหว่างทางขับรถเข้ามาก็เห็นวิวนี้ เป็นโรงนาแบบเมืองนอกตั้งอยู่บนยอดดอยท่ามกลางไร่ ธรรมชาติแบบนี้ มันเก๋กู๊ดมาก! เราเชื่อว่าใครมาที่นี่ต้องประทับใจ และได้รูปสวยๆ กลับบ้านเป็นร้อยเหมือนเรา 5555 พอเข้าไปข้างในก็เลิฟไปอีก ตกแต่งสไตล์วินเทจ โมเดิร์นหน่อยๆ เน้นใช้วัสดุไม้ มีที่นั่งสองชั้นค่ะ ที่นี่มีบริการกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ เปิดตั้งแต่ 09.00 - 19.00 น. มาดูหน้าตาของหวานที่เราสั่งกัน Lemon Tea และ Vanilla Coffeeeee ~ ที่อยู่ : 511 ตำบล ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก 63160 โทร. 091-8437173, 086-1998644 Line : rochacafe หรือ https://m.facebook.com/RochaCafe หลังจากกินของหวานชื่นใจ ตาแข็งกันไปแล้ว 555 ตกเย็นสาวๆ แบบเราไปนวดตัวกันหน่อยดีกว่า ผ่อนคลายจากการเดินทางมา 3 วัน ^^ ที่ "ธารา สปา แม่สอด" (Tara Spa) ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการนวดตัว ขัดตัว พอกตัว ทำสปาผิว เราก็จัดไปคอสนึง โดยคอสที่เราทำนั้น จะขัดตัวก่อนด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน นวดต่อด้วยน้ำมัน และขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิว หลังจากนวดเสร็จรู้สึกผิวเนียน ขาวใสขึ้นมาหน่อย แถมได้ผ่อนคลายจากการนวดด้วย ฟิน! ใครเดินทางเที่ยวแถวแม่สอด สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์นี้ค่ะ 089-434-9530, 080-121-5727 หรือ Facebook : Tara Spa Maesot ร้านอยู่เยื้องๆ กับร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฝ้าง ที่เรากินกันเมื่อคืนเลย ^^ และค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยร้านอาหารทะเล "บ.กุ้งเผาแม่สอด" กุ้งแม้น้ำมาจากฝั่งพม่านะฮะ เขาบอกมา >,< ใครมาแม่สอดถ้าอยากกินอาหารทะเลต้องร้านนี้ อ่ะๆ นี่เมนูของเรา ผัดฉ่าปลากะพง, หอยหวาน, กุ้งแม่น้ำเผา, หอยเชลล์อบกระเทียม, ต้มยำกุ้ง, ปลาหมึกผัดไข่เค็ม , กรรเชียงปู, ผัดผักยอดฟักแม้ว รสชาติเข้มข้น อร่อยค่ะ (อร่อยทุกอย่างอะแกร..) อิ่มท้องก็กลับที่พัก นอนค่ะ! ตื่นมาพรุ่งนี้ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว .. เช้านี้ตื่นเร็าว่าทุกๆ วัน เพราะเราเดินทางไปกิน "โรตีโอ่ง" เจ้าแรกของประเทศไทยกัน ตัวเราก็เพิ่งเคยเห็นโรตีโอ่งเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปสิ คุณลุงก็ตีแป้ง นวดแป้งไป ไอเราก็อยากจะถ่ายโรตีที่อยู่ในโอ่ง ร้อนใช้ได้ 55555 ผู้คนออกมาทานกันเยอะมากๆ ค่ะ อถมที่นี่ไม่มีสั่งกลับบ้านด้วยนะ ถ้าอยากกิน มากินที่ร้านเท่านั้นจ้า .. ครั้งแรกที่เคยกิน โรตีโอ่ง ส่วนเราชอบนะ ไม่เลี่ยนเหมือนแบบทอด กลิ่นหอม แต่ก็ต้องกินร้อนๆ ถึงจะอร่อย กรอบนุ่ม จิ้มกับนมข้นหวานหรือแกงถั่วของทางร้าน กินเล่นได้เรื่อยๆ เพลินไปสิ! ทานคู่กับชา กาแฟ โอวัลตินร้อนๆ รู้สึกดีมากๆ เราเดินทางออกจากแม่สอดกันแล้ว! ไป ตลาดริมเมย แวะซื้อของฝากกันนิดหน่อย ที่นี่มีของขายตั้งแต่ขนม เสื้อผ้า เครื่องปนะดับ บลาๆ เต็มไปหมด อีกทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าท้องถิ่นของเมียนม่าด้วย เส้นทางลงจากแม่สอด เราก็จะผ่าน "ศาลเจ้าพ่อพะวอ" ผู้คนที่ผ่านไปมาจะแวะกราบไหว้ขอให้เดินทางปลอดภัยกันค่ะ และระหว่างที่รถวิ่งผ่านไปมาก็จะบีบแตรกันตลอด ดังยาวๆ ไปเลยจ้า! บริเวณใกล้กันก็จะมี พระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางนาคปรก ตั้งอยู่อย่างสง่าด้วย บรรยากาศดีขนาดไหนคิดดู หมอกฟุ้งเชียว ... ที่สุดท้ายที่เราแวะก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ยาวๆ เส้นทางขาลงอำเภอแม่สอด ก็คือ "ตลาดมูเซอ" ตลาดเล็กขนาดสินค้าพื้นเมือง อาหาร ผัก ปลา ของฝาก หมอกมาอีกแล้ว!! อากาศเย็นสบาย จบทริปเที่ยวตากชิลๆ ของเรากันไปแล้ว วังว่ามีข้อมูลที่เป้นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างนะคะ (เม้ามอยซะเยอะเชียว >,<) เรายังมีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกหลายที่ที่อยกให้เพื่อนๆ ลองไปสัมผัสดูกันสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเที่ยวเมืองไทยมีดีกว่าที่คิดนะ ครั้งหน้าเราจะพาไปไหนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปก่อนแล้วบ้าย บาย ... ขอบคุณการเดินทางสนุกๆ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก

กินเจ แบบไหนถึงจะไม่อ้วน อิ่มบุญได้สุขภาพ และสัดส่วนผลไม้ที่ควรกิน ช่วงกินเจ
กินเจ /  กินเจเพื่อสุขภาพ / 

ปัจจุบันการกินเจได้รับความนิยมมากขึ้น คนส่วนใหญ่ก็มักจะฝากท้องไว้กับอาหารเจนอกบ้าน หรืออาหารเจสำเร็จรูป แต่ถึงแม้ว่าอาหารเจจะเป็นอาหารสุขภาพ แต่หากเราบริโภคไม่ได้สัดส่วน หรือไม่ถูกหลักโภชนาการแลัว ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เนื่องจากอาหารเจ มักทำมาจากแป้งเป็นหลัก และมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ดังนั้น การเลือกกินอาหารเจ จึงไม่ควรเลือกเพียงรสชาติอร่อยเท่านั้น หากยังต้องได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกินอาหารเจสูงสุด เรามีเทคนิคจาก คุณรุ่งฉัตร อำนวย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากดังนี้ค่ะ 1.อาหาร การกินเจครบ 5 หมู่ ควรเลือกใช้วัตถุดิบ และแหล่งโปรตีนที่หลากหลายในทุกมื้อ เช่น เต้าหู้ ข้าวกล้อง ถั่ว เห็ด งา เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน และหากในเมนูนั้นมีผักควบคู่ไปด้วยก็จะดีมาก เช่น ผัดหมี่ 1 จาน ควรเพิ่มผักในปริมาณมากขึ้น และลดปริมาณเส้นลงก็จะพอดีกับความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารทอด และเน้นกินอาหารนึ่ง ต้ม ตุ๋น และพยายามปรุงรสให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำมันหอยสูตรเจ น้ำตาล เกลือ และซอสชนิดต่างๆ ควรใส่ให้น้อยที่สุด หรือหากไม่ใส่เลยก็จะดีมาก เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดส่วนใหญ่จะมีโซเดียม น้ำตาล หรือไขมันผสมอยู่ และหากปรุงรสในอาหารเจมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะโซเดียมสูง เกิดอาการบวม และเสี่ยงต่อเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดัน ไต หรือเส้นเลือดในหัวใจตีบ เป็นต้น 2.ขนมเจ อาหารช่วงเทศการกินเจมักจะจืดชืดไม่ค่อยถูกปากเท่าไร บางคนจึงอาจกินอาหารคาวน้อย แล้วไปกินขนมหวานแทน ซึ่งขนมในเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมรสหวานจัด จึงควรลดปริมาณการกินลง ให้กินเป็นของตบท้าย หรือเป็นมื้อว่างระหว่างวันแทน สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคว่าเป็นเพียงแค่การชิมก็พอ หากอยากกินก็ให้ลดข้าวหรืออาหารคาวก่อนแล้วจึงค่อยกิน เพราะขนมหวานเหล่านี้จะทำให้น้ำหนักขึ้น ดังนั้นทางที่ดีควรกินในปริมาณพอเหมาะแล้วหันมากินผลไม้จะดีกว่า 3.เครื่องดื่มเจ เครื่องดื่มช่วงกินเจ โดยเฉพาะในน้ำเต้าหู้ จะมีน้ำตาลมากอยู่แล้ว ส่วนใหญ่น้ำเต้าหู้ที่ขายถุงละ 7-8 บาท มักจะมีปริมาณน้ำตาลทรายอยู่ 1.50 -2 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 4.5-6 ช้อนชา อาจจะลองซื้อแบบน้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่เลยได้ยิ่งดี และนมถั่วเหลืองแบบกล่องที่เป็นสูตรหวานน้อยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออาจจะพยายามจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ให้หวานพอดี แคลอรีต่ำ โดยมีน้ำตาลรวมไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม) 4.ผักและผลไม้ เทศกาลกินเจสามารถเพิ่มมื้อว่างเติมพลังระหว่างวัน ได้ด้วยผลไม้สดที่หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร แอปเปิ้ล สับปะรด กล้วย มะละกอ ซึ่งผลไม้ช่วงกินเจ เป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีปริมาณน้ำตาลสูงอยู่แล้ว ยกเว้นผลไม้หน้าร้อน ขึ้นอยู่กับปริมาณการกินมากกว่า โดยแนะนำให้กินเป็นอาหารว่างระหว่างวัน แต่ไม่ควรทานผลไม้แก้หิวแทนมื้ออาหารนั้นๆ นอกจากนี้ ควรกินผักให้ครบทั้ง 5 สี เช่น สีแดง ขาว เขียว ส้ม เหลือง ม่วง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนนำมากินในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน และไม่ควรเลือกเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตัวเองชอบ อีกทั้งควรกินผักสดมากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง สัดส่วนการกินผลไม้ ฝรั่ง = ½ ลูก  ส้ม = 1 ผล  มะละกอ = 7ชิ้นคำ  กล้วยน้ำว้า = 1ผล  แอปเปิล = 1 ผล ภัยของการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อต่างๆ มากมาย ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ซึ่ง สสส. เองก็ได้สร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นโทษภัยมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตาม กินเจปีนี้นอกจากได้อิ่มบุญและสุขภาพที่ดีกันแล้ว อย่าลืมขยับกายเคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงได้อยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ เรื่องโดย : เสาวลักษณ์ พิสิษฐ์ไพบูลย์ team content www.thaihealth.or.th