ช็อกโกแลตซอส

สีรองเท้าสั่งได้ ! ร้านรองเท้าอังกฤษสมองใส เอาใจสาวเยอะ
รองเท้า /  รองเท้าสวย / 

เคยมั้ยจ๊ะสาวๆที่เวลาไปร้านรองเท้าแล้วอยากได้สีเนี้ย สีที่เราต้องการ แต่ก็ดันผิดโทนสีไป ไม่ตรงตามที่ใจต้องการสักที หรืออยากได้รองเท้าสีนี้มาจับเข้าคู่กับเสื้อผ้าสีนั้น หรือ ให้ตรงกับสิปสติกที่เราทา บางทีมันก็ย๊ากกกกแสนยาก บางทีก็ต้องจำใจใส่สีที่ใกล้เคียงๆไป  แต่วันนี้ ร้านรองเท้าในอังกฤษไม่ต้องให้คุณรอเพื่อหาแล้วล่ะค่ะ เพราะ สีรองเท้าสั่งได้ !  บริษัท Rainbow Club ร้านรองเท้าสมองใสในประเทศอังกฤษ ผลิตรองเท้าผ้าซาตินในสีทุกสี ทุกเฉดที่คุณต้องการ (อันนี้คอนเฟิร์มว่าทุกเฉดจริงๆนะ) โดยวิธีการสั่งซื้อผ่านเวปไซต์ ด้วยการเลือกแพ็คเกจรองเท้า เลือกเฉดสีที่ต้องการในเวปไซต์ รอเพียง 10 วันก็สามารถรอรับรองเท้าได้เลย  ยิ่งไปกว่านั้นสามารถเลือกของตกแต่งรองเท้าและกระเป๋าจากทางร้านที่แมชกับรองเท้าที่คุณเลือกสีไว้ได้ด้วย  สีเหลืองเดียวกับถุงกระดาษ  หรือจะเป็นรองเท้าสีชมพู ลูกกวาด ของจริง สีส้มซอสถั่ว สีเขียวแบบสีเทียน เราก็ทำได้  สีแดงที่หายาก ในยาทาเล็บ มันจะไม่ยากอีกต่อไป  สีเหลืองอ่อนโพสท์อิท ถึงแม้จะไม่สำคัญอะไรสำหรับคนทั่วไป แต่สาวๆที่หลงรักรองเท้าหรือหลงใหลในความ "เป๊ะ" ก็ต้องบอกว่ายอมจ่ายเพื่อสิ่งนี้ เพราะ หัวหน้าของบริษัท Diane Hassall กล่าวว่า ยอดขายนั้นเป็นสี่เท่าเลยทีเดียว ถ้าเป็นช่วงแต่งงานหรือช่วงที่มีเทศกาลสำคัญๆ  "เราได้รับห่อกระดาษลูกกวาด หรือ สีลิปสติกสุดเลิฟ หรือ อัญมณีที่สาวๆหลงรัก มาทำสีรองเท้าอยู่เสมอ " สำหรับราคาก็อยู่ที่ราวๆ25 เหรียญ หรือประมาณ 1,300 บาทไทย น่าสนใจอยู่ไม่น้อยจริงๆมั้ยล่ะจ๊ะ สาวๆ  ที่มา metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

11 อาหารที่ต้อง กินเป็นคู่ แล้ว ดีต่อสุขภาพ คอนเฟิร์ม!
กินเป็นคู่ /  ดีต่อสุขภาพ / 

วันนี้ Health Mthai ชวนเหล่าคนรักสุขภาพ มากินอาหารเพื่อสุขภาพชั้นดีกันค่ะ แต่นอกเหนือจากการกินอาหารปกติแล้ว วันนี้จะชวนมากินอาหาร ที่ กินเป็นคู่ แล้วจะยิ่งช่วยส่งเสริมให้สารอาหารและคุณประโยชน์จากอาหารที่เรากินเข้าไป ออกฤทธิ์ที่ดีต่อร่างกายได้ดียิ่งขึ้น และเหล่านี้ผ่านการยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว ว่ามันมีประโยชน์ และดีต่อสุขภาพจริงๆ เมื่อ กินเป็นคู่ มาดูกันเลยค่ะ ว่าต้องกินอะไรคู่กับอะไรบ้าง ถั่วดำ กับ พริกหวานสีแดง ถั่วดำ เป็นแหล่งธาตุเหล็กชั้นดี และ พริกหวานแดงอุดมไปด้วย วิตามิน C และยังช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น เมื่อรับประทานคู่กัน กระเทียม  หัวหอมแดง และ ธัญพืช มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า การรัปประทานอาหารที่อุดมธาตุเหล็กและสังกะสี อย่าง กระเทียม และหัวหอม จะถูกดูดซึมได้ดีขึ้น เมื่อรับประทานคู่กับธัญพืช นอกจากนั้นยังทำให้ธัญพืชมีคุณค่าทางสารอาหารมากขึ้น น้ำมันมะกอก และ มะเขือเทศ น้ำมันมะกอกนั้น เป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะหัวใจ ช่วยลดคอเลสเตอรอล ที่อาจเกิดอุดตันในเส้นเลือดแดง และเมื่อทานคู่กับ มะเขือเทศ จะยิ่งทำให้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้นอีก คือ น้ำมันมะกอกจะช่วยให้ ไลโคปีนจากมะเขือเทศ ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้มากขึ้นกว่าเท่าตัว แซลมอน และ ผักกาดใบเขียว ปลาแซลมอนอุดมไปด้วยวิตามินดี ส่วนผักใบเขียวนั้นจะอุดมไปด้วยแคลเซียม เมื่อรับประทานคู่กัน จะช่วยให้วิตามินดี ดูดซับแคลเซียมจากทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือดและช่วยรักษาระดับแคลเซียมในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ บล็อคโคลี่ และ มะเขือเทศ มีการวิจัยในปี 2007 จากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่า เมื่ออาหารทั้งสองถูกรวมตัวกัน มันจะมีพลังต้านมะเร็งได้อย่างน่าประทับใจ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ร้ายได้อย่างดี โดยผลการทดลอง ปลูกถ่ายเนื้องอกต่อมลูกหมากกับหนูเลี้ยง โดยให้อาหารที่มีมะเขือเทศ 10% และ บล็อคโคลี่อีก 10 % ทำให้ได้ผลดีกว่า 50 % เมื่อเทียบกับการกินเพียงมะเขือเทศเพียงอย่างเดียว ชาเขียว และ พริกไทยดำ ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระพิเศษที่เรียกกว่า EGCG ซึ่งช่วยในเรื่องการเผาผลาญและป้องกันมะเร็ง ส่วนพริกไทยดำนั้น มี Piperine มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ที่จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของ EGCG เพิ่มการดูซึมเข้าสู่ร่างกาย ได้มีประสิทธ์ภาพได้ยิ่งขึ้น ขมิ้น + พริกไทยดำ ขมิ้นชันมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ในร่างกาย ศูนย์การแพทย์ในนิวยอร์กซิตี้ เคยให้คำแนะนำว่า ขมิ้นชันนั้นจะได้รับการเผาผลาญอย่างรวมเร็วเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ก่อนที่ร่างกายจะสามารถดูดซึมได้อย่างเต็มที่ แต่หากจับคู่กับ พริกไทยดำ มันจะช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการดูดซึมได้อย่างเต็มที่ กระหล่ำปลี กับ น้ำมันมะกอก กะหล่ำปลีมีวิตามินK ช่วยควบคุมการแข็งตัวของเลือดในร่างกาย ช่วยละลายไขมันในร่างกายเมื่อถูกดูดซึมแล้ว และวิตามิน K จะถูกดูดซึมได้ดีที่สุดเมื่อรับประทานคู่กับอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ คะน้า และ อัลมอนด์ ผักคะน้าจัดเป็นสุดยอดผักเพื่อสุขภาพอีกชนิด เพราะมีวิตามินEและK สูง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจ แต่วิตามินEและK เป็นสารอาหารละลายในไขมัน คุณจึงต้องทานคู่กับอาหารที่มีไขมันชนิดดี อย่าง อัลมอนด์ที่มีไขมันไม่อิ่มตัว เมื่อจับคู่กันแล้วก็จะได้รับวิตามินEและไขมันที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย ดาร์กช็อกโกแลต และ แอปเปิ้ล เมื่อทานคู่กัน จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการบำรุงหลอดเลือดหัวใจ แอปเปิ้ลสีแดงโดยเฉพาะเปลือกของมันมีสารอาหารที่ต้านการอักเสบ และ ดาร์กช็อกโกแลต ก็อุดมไปด้วย สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดหัวใจ เมื่อทานคู่กันมันจะช่วยสลายลิ่มเลือดได้ จำไว้ว่า ต้องเป็นดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้นถึงจะได้ผล แซลมอล และ กระเทียม นอกจากกระเทียมจะช่วยให้รสชาติของปลาแซลมอนอร่อยขึ้นแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อมันมาอยู่คู่กัน เพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ไม่ให้เกิดการอุดตันหลอดเลือด และยังทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น  เรียบเรียงโดย Health Mthai Team ที่มาเนื้อหาจากwww.health.com

เห็นแล้วหลอน นอนไม่หลับ สะดุ้งไปกับตัวอย่างแรกสุดสะพรึงจาก Sinister 2
Citadel /  horror / 

หลังจากได้ปล่อยทีเซอร์เรียกน้ำย่อยออกไป ตอนนี้ก็ได้เวลาของตัวอย่างแรก พร้อมกับใบปิดสุดสยองกันแล้ว สำหรับหนังสยองขวัญภาคต่ออย่าง Sinister 2 หรือ เห็นแล้วต้องตาย ที่คราวนี้กลับมาพร้อมกับเรื่องราวในสถานที่แห่งใหม่ ที่ผีลึกลับตนนี้จะกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง และครั้งนี้มันจะไม่ได้อยู่แค่ในบ้านอีกต่อไปแล้ว โดย สก็อตต์ เดอริคสัน จากภาคแรกจะลดตัวลงไปอยู่แค่หน้าที่มือเขียนบทแทน ในขณะที่ผกก.คนใหม่ตกเป็นของ เซียแรน ฟอย จาก Citadel มากำกับแทนครับ โดยในภาคนี้จะติดตามคุณแม่ ลูกฝาแฝด ที่ต้องเดินทางไปอยู่อาศัยในชนบทเพราะเนื่องจากหลังจากผ่านเรื่องร้ายๆมา เธออยากให้ครอบครัวได้อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงที่วุ่นวายบ้าง แต่ก็ยังไม่วายดันมาพบว่าในทุ่งนี่ มันมีเครื่องหมายของปีศาจตัวเดิมคอยสิงสถิตอยู่อีกด้วย โดยหนังมี แชนนิน ซอสซามอน รับบทนำ พร้อมกำหนดฉายไทย 20 สิงหาคมนี้

โปรโมชั่น Gateaux House เบอเกอรี่ กาโตว์ เฮาส์ ซื้อ 1 แถม 1ฟรี
cake /  Gateaux House / 

Gateaux House (กาโต้ว เฮ้าส์) ร้านเบอเกอรี่แสนอร่อย ขอจัดโปรโมชั่นเอาใจคุณลูกค้าที่น่ารัก แค่ซื้อสินค้า ครบทุก 125 บาท ก็สามารถรับ 1 สิทธิ์แลก ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับเมนูที่ร่วมรายการ ถึงมี 7 เมนู ดังนี้ - เค้กช็อกหน้านิ่ม - เค้กนมสดช็อกโกแลต - อัลมอนด์สแควร์ - ปังหมูแดง - ปังเนยสด - บอลลูนเผือก - โอคาชิบลูเบอรี่   มาลิ้มรสความอร่อยกันได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ - 19 เมษายน 58 ที่ Gateaux House - มาบุญครอง - ดิโอลด์สยาม - สยามสแควร์ - เดอะมอลล์บางกะปิ - แฟชั่นไอส์แอนด์ - เดอะมอลล์งามวงศ์วาน - เดอะมอลล์บางแค - เซ็นทรัลพระราม2 - บิ๊กซีสะพานควาย -โลตัสพระราม1 - เซ็นทรัลพระราม3 - โลตัสรามอินทรา - ปตท.นครชัยศรี - จามจุรีสแควร์ - เซ็นทรัลศาลายา

ฉลอง ชิงช้าชาลี โฉมใหม่ เน้นรสไทยตำรับโบราณขนานแท้
อาหารไทย

ฉลอง ชิงช้าชาลี โฉมใหม่ เน้นรสไทยตำรับโบราณขนานแท้...สำหรับทุกคนในครอบครัว อาหารไทยเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อถึงความอร่อยไม่แพ้ชาติใดในโลกแต่หากให้นึกถึงรสชาติอาหารไทย ต้นตำรับขนานแท้ เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง เพราะการหาร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นที่ทราบดีว่าอาหารไทยนั้นต้องอาศัยความปราณีต พิถีพิถันในการปรุง ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของอาหารไทยดั้งเดิม ร้าน “ชิงช้าชาลี” (Chingcha Charlee) ภายใต้การบริหารของ คุณกอล์ฟ-ณ ชนก รัตนทารส ผู้คว่ำหวอดในธุรกิจร้านอาหารเกือบ 2 ทศวรรษ มีเจตนารมณ์ที่จะสืบสานและสืบทอดอาหารไทยโบราณสูตรต้นตำรับ จึงปรับโฉมร้าน “ชิงช้าชาลี” ครั้งใหญ่ให้เป็นร้านอาหารไทย คุณภาพระดับพรีเมี่ยม แต่ราคาย่อมเยา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “๓ ฤดู ๓ สี ณ ชิงช้าชาลี” โดยได้จัดงานฉลองปรับโฉมร้าน “ชิงช้าชาลี” อย่างเป็นทางการ ณ ร้านชิงช้าชาลี ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2558 คุณกอล์ฟ - ณ ชนก รัตนทารส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จี เอ็นเตอร์ไพร์ส แอนด์ โค จำกัด เผยว่า จากประสบการณ์ชิมอาหารร้านเก่าแก่ดั้งเดิมทั้งไทยและต่างประเทศ จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการปรับโฉมร้านชิงช้าชาลี ให้กลายเป็นร้านอาหารไทยต้นตำรับ เนื่องจากอาหารไทยมีความอร่อย มีเสน่ห์ไม่แพ้อาหารชาติอื่น จึงอยากสืบสานอาหารไทยตำรับโบราณแท้ๆ ซึ่งหาทานได้ยากในยุคนี้ให้กลับมาอีกครั้ง โดยอัดแน่นไปด้วยเมนูอาหารไทยโบราณที่หารับประทานได้ยาก อาทิ ขนมถ้วยจีน, น้ำพริกกุ้งสดหมูทอด, สตูว์ลิ้นวัว, ยำเป็ดกรอบแอปเปิ้ลเขียว และพะแนงเนื้อออสเตรเลีย เป็นต้น “ ชิงช้าชาลี จะเป็นร้านอาหารไทยต้นตำรับโบราณ สำหรับทุกคนในครอบครัว จึงเน้นตกแต่งด้วยโทนสีขาว เรียบหรู อบอุ่น เปรียบเสมือนครัวเล็กๆ ในบ้านที่อัดแน่นไปด้วยเมนูอาหารไทยที่หารับประทานได้ยาก และเพิ่มความพิเศษภายใต้แนวคิด ๓ฤดู ๓สี คือ เมนูอาหารพิเศษที่มีตามฤดูกาลโดยหมุนเวียนทุกๆ 4 เดือน จากเชฟทั้ง 3 ท่าน และยังมีเมนูอาหารนานาชาติ ที่เน้นรสชาติต้นตำรับ” นอกจากความอร่อยของอาหารไทยต้นตำรับแล้ว คุณกอล์ฟ - ณ ชนก ได้เพิ่มความพิเศษด้วยการจัดสรรเมนูพิเศษตามฤดูกาลที่จะหมุนเวียนทุกๆ 4 เดือน จากเชฟทั้ง 3 ท่าน เริ่มต้นโดย “ผศ.กอบแก้ว นาจพินิจ” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ผู้เชี่ยวชาญอาหารไทยโบราณตัวจริง ซึ่งมาพร้อมเมนูอาหารไทยโบราณกว่า 20 เมนู อาทิ เผือกกรอบ, ปลาโฉมงาม, สเต๊ะลือ, แสร้งว่าปลาฟู, ข้าวผัดเนื้อเค็ม, ใบเหลียงผัดไข่, ต้มโคล้งกุ้งย่าง และ ยำหัวปลี เป็นต้น เชฟ “ปรีดาพล พลางกูร” หรือ “เชฟภูมิ” เชฟหนุ่มไฟแรงจากโรงเรียนสอนทำอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต (Le Cordon Bleu Dusit Culinary School) กับเมนูพิเศษ อาทิ หมูผัดกะปิตะไคร้หอม, ปลาดุกย่างทอดกรอบมะระน้ำปลาหวาน, หลนแหนม, ข้าวคลุกหมูแดงทรงเครื่อง, คอหมูทอดกระเทียมคั่วเกลือพริกสมุนไพร จากนั้นเป็นเมนูสุดพิเศษจากเชฟ “เอฟ – อภินันต์ เศวตวรรณกุล” เชฟหนุ่มจากโรงเรียนวิชาการโรงแรมแห่งโอเรียลเต็ลการันตีความสามารถ พร้อมนำเสนอเมนูแสนอร่อย ได้แก่ น้ำพริกลูกระฆังทอง, มะระตุ๋นหมูย่าง, ยำเนื้อปูซอสมะม่วง, ผัดปลาหมึกหมึกดำ ถั่วลันเตาหวาน, ต้มเป็ดย่างน้ำมะพร้าวอ่อน และ ส้มฉุน เป็นต้น นอกจากเมนูพิเศษที่จะหมุนเวียนทุกๆ 4 เดือน จากเชฟทั้ง 3 ท่าน แล้ว คุณกอล์ฟ - ณ ชนก ขอสลัดมาดนักธุรกิจ สวมบทบาทเชฟครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “Pirate G” โดยนำประสบการณ์ที่สั่งสมกว่า 2 ทศวรรษ มาสร้างสรรค์เป็นเมนูสูตรลับเฉพาะตัวคุณกอล์ฟ พร้อมเสิร์ฟให้ท่านได้ลิ้มลองทุกๆเดือน ได้แก่ หมี่กรอบ, ข้าวแช่, ข้าวยำ, ขนมจีนน้ำยาปูใต้, แกงเนื้อตุ๋นพริกขี้หนู เป็นต้น ร่วมลิ้มรสไทยแบบต้นตำรับโบราณ ณ “ชิงช้าชาลี” (ChingCha Charlee) ร้านอาหารไทย คุณภาพพรีเมี่ยม ท่ามกลางบรรยากาศเรียบหรู แต่อบอุ่นแบบครอบครัว ณ ร้านชิงช้าชาลี ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ ชั้น 4 ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม เวลาเปิด – ปิด ตามเวลาห้าง สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-652-0680-2

7 ร้านเด็ด รอบองค์พระปฐมเจดีย์ นครปฐม
นครปฐม /  องค์พระปฐมเจดีย์

"ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า" คำขวัญประจำจังหวัด นครปฐม ถ้าพูดถึงเรื่องเด่นๆ ในจังหวัดนั้นๆ ก็จะถูกมาอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัดนั่นแหละค่ะ อย่างจังนครปฐม จังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากกรุงเทพ 56 กิโลเมตร เมืองแห่งร่องรอยอารยธรรมพุทธศาสนา และอุดมสมบูรณ์ด้วยผลไม้นานาชนิด และขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย วันหยุดพักผ่อนย่อนใจแวะเวียนไปไหวขอพรที่องค์พระปฐมเจดีย์ อย่าลืมแวะทานอาหารอร่อยๆ นะคะ ร้านอาหารรอบองค์พระปฐมเจดีย์ นครปฐม เมืองแห่งสวรรค์  ร้านครัวอภิรัตต์ จุดเด่นของที่นี่คือหมูทุบแสนอร่อย ที่ทำจากเนื้อสะโพกนำไปแช่แข็งแล้วเอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปบดจนเหนียว พอนำมาลวกน้ำร้อนแล้วรสสัมผัสเหมือนลูกชิ้นที่ไม่มีส่วนผสมของแป้งเลยค่ะ นอกจากนั้นยังมีหมูสามชั้นชุบแป้งทอด ด้วยเครื่องปรุงในการหมักหมูสูตรพิเศษไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังมีลูกชิ้นปลา ฮื่ก๊วย เกี๊ยวทอด พิกัด ถนนราชดำริห์ ริมคลองเจดีย์บูชา ตราข้ามกับวัดพระงาม ร้านเปิด 10:00 - 17:00 น. เบอร์โทรศัพท์ 0-3425-2550 ข้าวหลามแม่ลูกจันทร์ ที่นครปฐมก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ขายข้าวหลามอร่อยๆ และร้านนี้ ข้าวหลามแม่ลูกจันทร์ยังใช้วิธีการเผาข้าวหลามในวิธีแบบเดิมโดยเผาด้วยถ่านแลเปลือกไม้ไผ เป็นการเผาด้วยไฟรุมๆ ทำให้ความสุกของข้าวอยู่ในระดับที่พอดีๆ จุดเด่นของร้านแม่ลูกจันทร์คือมีหลายไส้ ตั้งแต่หน้าออริจินัล ข้าวเหนียวดำและข้าวเหนียวขาว และแบบพิเศษคือ ข้าวหลามอัญชันสีฟ้า , ข้าวหลามหน้าสังขยา มีทั้งข้าวเหนียวดำและข้าวเหนียวขาวเช่นกัน และข้าวหลามเบญพรรณ ที่ใส่ ถั่วแดง ชาเขียว ใบเตย แห้วและข้าวบาร์เลย์ และที่พิเศษที่สุดไม่มีใครเหมือนคือ ข้าวหลามบ๊ะจ่าง ที่ประกอบไปด้วยเนื้อหมูติดมัน ไข่แดงเค็ม กุ้งแห้ง เห็ดหอม ถั่วลิสง กระเทียม พริกไทย พิกัด หลังสถานีรถไฟนครปฐม และ ร้านทองจินดา 5 ถนนซ้านพระ ข้างพระปฐมเจดีย์ ร้านเปิด 8:00 - 14:00 (หากขายหมดก็จะปิดเลย กรุณาโทรไปสอบถามก่อน) เบอร์โทรศัพท์ 08-1572- 4262 , 08-9920-5116 , 08-0433-9779 ร้านหงษ์หยก ร้านข้าวหมูแดงเจ้าดังที่นครปฐม ที่เรียกกันติกปากว่าข้าวหมูแดงไข่แข็งนั้นเองค่ะ ทำไมถึงเรียกว่าไข่แข็ง เพราะว่าไข่ร้านนี้จะมีลักษะณะที่แข็งแต่อร่อย เพราะเขาต้มเหมือนไข่พะโล้ แล้วเด็ดตรงที่น้ำซอสสูตรประจำร้านที่ไม่เหมือนใคร ซอสที่นี่จะเป็นสีน้ำตาลผสมเมล็ดงาด้วย ราดบนเนื้อหมูแดงและหมูกรอบ พิกัด ตั้งอยู่บริเวณริมคลองซอย 1 ตรงข้ามกับอำเภอเมืองเก่า เปิดทุกวัน 8:00-15:00 น. เบอร์โทรศัพท์ 034-212-261 วุ้นคุณอุ๊ ต้นตำรับจากวุ้นคุณอุ๊ชื่อดัง ต้นตออยู่ที่นครปฐมนี้เองค่ะ สร้างชื่อเสียงและคงความอร่อยมาหลายสิบปี จนปรับปรุงพัฒนะให้มีหลากหลายรสชาติจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นรวดลาย สีสีสดใส รสชาติที่แปลกใหม่ เช่น วุ้นมะพร้าวใสไม่ใส่กะทิ วุ้นกะทิ วุ้นกาแฟ วุ้นใบเตย วุ้นสังขยา วุ้นขนุน เป็นรูปหัวใจ รูปเป็ด ต่างๆ สาขาที่ 1 ถ.เทศา ซอย 4 ตรงข้ามศาลจังหวัดนครปฐม สาขาที่ 2 ถ.เทศา ซอย 6 ตรงข้ามสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม สาขาที่ 3 ถนนเพชรเกษม ก่อนวัดศรีษะทอง ติดปั๊มบางจาก สาขาที่ 4 เยื้องห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ติดถนนสิรินธร เวลาเปิด 7.30 - 20.30 น. สาขาที่ 1 โทรศัพท์ : 034-257348 สาขาที่ 2 โทรศัพท์ : 034-241560 สาขาที่ 4 โทรศัพท์ : 02-8811760 ร้านหมูย่างผู้ใหญ่มุ่ย หมูย่างเนื้อนุ่มหนังกรอบ ที่ผ่านการย่างจากเตาที่มีทรงสูง ไฟด้านล่าง ซึ่งต้องเผาจากไม้โกงกางหรือไม้สนทะเล เผาจนไม้มอดถึงจะนำหมูลงไปย่างได้ ใช้เวลาย่าง 3 ชั่วโมง ถึงจะได้หนังที่กรอบ นอกจากนี้ยังมีต้มซุปเปอร์แซ่บซดให้คร่องคอ เห็นวิธีทำที่ใส่ใจพิถีพิถันขนาดนี้ต้องไปลองดูสักครั้ง บริเวณตลาดล่างหน้า ซอย 7 ทางไปองค์พระปฐมเจดีย์ ทุกวัน 07.30 -15.00 น. เบอร์โทรศัพท์ 034-305-926 ,034-289-790 ,081-942-6792 ,081-763-5785 ร้านติ๊กโภชนา ที่ตลาดนครชัยศรีในตัวเมืองใกล้กับริมน้ำ ร้านเก่าแก่ที่สืบทอดมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ยังคงเป้นร้านอร่อยที่อยู่คู่กับนครปฐม เมนูที่นี่มีมากมายหลายอย่างเช่น ปลาช่อนแช่น้ำปลาทอด ห่อหมกปลาช่อน กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียมพริกไทย ต้มยำกุ้ง ไข่เจียวหมูสับ และลูกชิ้นปลาฉลาดผัดเผ็ด ผัดผักกาดขาวใส่ก้ามกุ้ง เป็นต้น แต่เมนูที่คนเรียกร้องและต้องสั่งกันทุกคนคือ ไข่เจียวหมูสับ เมนูที่ธรรมดาแต่ดูไม่ธรรมดา โดยวิธีการทอดของเขาจะทอดให้ฟู หนานุ่ม และที่ไม่เหมือนใครคือใส่กระเทียมดอง ตลาดนครชัยศรี(ท่านา) 10.00 – 17.00 น.อังคาร - อาทิตย์  หยุด จันทร์ เบอร์โทรศัพท์ 034-331-753 ,034-333-576 ร้าน กุ้งอบภูเขาไฟ ร้านเด็ดที่คนพูดถึงกันบ่อยๆ กับเมนูกุ้งอบภูเขาไฟเหมือนกับชื่อร้าน ร้านอยู่ตรงข้าม โรงพยาบาลสนามจันทร์ ร้านนี้ถือเป็นไฮไลท์ของจังหวัดนครปฐม และยังมีเมนูซีฟู้ดมากมายหลายอย่างให้เลือกสั่ง อย่างเช่นหอยนางรมสดๆ ปูนิ่มทอดกระเทียม หอยแครงลวก จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยเหาะ พิกัด อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลสนามจันทร์) ถ.เพชรเกษม ต.สนามจันทร์ ทุกวัน : 10:00 - 22:00 เบอร์โทรศัพท์  034-255-041, 034-241-109 ร้านอาหารในจังหวัดเล็กๆ อย่างนครปฐม ยังมีร้านอาหารอีกเยอะ ร้านอาหารเด็ดๆ ของสดๆ เยอะแยะมากมาย ซึ่งเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ในเรื่องของอาหารการกินเป็นอย่างมาก ใครที่วันหยุดอยากพาครอบครัวมาเที่ยวและหาอะไรกินอร่อยๆ แนะนำจังหวัดนครปฐมเลยค่ะ *หมายเหตุ รวมร้านอาหารแนะนำในจังหวัด นครปฐมแค่บางส่วนเท่านั้น ยังมีร้านเด็ดอีกหลายร้านค่ะ ^^ เรียบเรียงโดย Food MThai ร้านเด็ดจาก อิ๊งค์ eat all around

รีวิว :: ผอม อย่างไรให้ ปลอดภัย ต่อ สุขภาพ
Sye S /  ท้องผูก / 

วันนี้เรามีวิธีการ ลดน้ำหนัก ในแบบของเรามาฝากเพื่อนๆ กันด้วยซึ่งเราจะเน้นในเรื่องระบบขับถ่ายมากกว่าเพราะเชื่อว่าการกินแล้วขับถ่ายตรงเวลาจะช่วยให้ร่างกายไม่เกิดการสะสม ให้เกิดการถ่ายของเสียไปบ้างก็คงจะดี (สังเกตได้เลยทุกครั้งเวลาที่เราถ่าย ท้องน้อยจะยุบลง ไม่ป่อง เคยแบบท้องผูกอยู่สัปดาห์นึง ท้องนี่โย้จนนึกว่าท้องเลยอ่ะ แหะๆ) พอดีมีพี่ที่รู้จักแนะนำให้ทาน Sye S ซายเอส อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก ของเชียร์ ฑิฆัมพรน่ะ ตอนหมดกล่องแรกกะจะ รีวิว แต่มาคิดแล้วเอาให้หมด 3 กล่องก่อนดีกว่า แล้วค่อยรีวิวทีเดียว กล่องนึงจะมี 10 ซองน่ะ มาดูก่อนเริ่มก่อนละกันเนอะ น้ำหนักก่อนเริ่ม 51 ก.ก. จากรูปเราจะเห็นได้ว่ามีปัญหาของเรามันอยู่ที่ขาและแขนไม่กระชับ ย้วยจนนึกว่าใหญ่อะ ลำพังตัวก็ไม่ได้ใหญ่อะไรขนาดนั้น ผลจากการทานซายเอสมาได้ประมาณ 1 เดือน เป็นอย่างงี้ ตอนนี้น้ำหนักเหลือ 45 ก.ก. (เราสูง 168 ) มาเทียบดีกว่า คนรอบข้างหลายคนมากทักว่าไปทำไรมา (แอบปลื้ม) ส่วนตัวเราคิดว่าขากับแขนกระชับมาก ดูไม่ย้วยเหมือนเก่า ปล.เดี๋ยวจะมาบอกนะว่าเราเข้าโปรแกรมทานอะไรบ้าง อาการเป็นยังไงบ้าง เพื่อนๆ ว่าดูเปลี่ยนแปลงมั้ย?? มาดูที่ตัวช่วยก่อนนะตัวเอง 1.Sye S อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก ของเชียร์ มันจะเป็นซองๆ เล็กๆ แบบในรูปเลย เราทานก่อนอาหารมื้อเช้าวันละ 1 ซอง แค่เทใส่ปากแล้วก็ดื่มน้ำตาม ปล.จริงๆ เค้าเขียนไว้ว่าวันละ 1 ซอง แต่ก็มีบางวันที่เรากินก่อนนอนด้วยนะ เพราะตั้งแต่ทานแล้วเรารู้สึกว่าเราขับถ่ายดีมากขึ้น คือจากเดิมที่ถ่ายไปเป็นเวลา บางครั้งก็ท้องผูกเลยล่ะ ตอนนี้คือถ้ากินก่อนนอน ตอนเช้ามาตื่น 7.00 น. ก็จะเริ่มอยากขับถ่ายแล้วล่ะ หรือเพราะช่วงหลังๆ เราทานพวกสลัดเป็นมื้อเย็นรึเปล่านะ เลยทำให้มีกากใยไฟเบอร์สูง ช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น 2.นี่เป็นตัวที่เราใช้หลอกท้องเวลาหิว ปล.เคยอ่านมานะ เขาบอกว่า ถ้าเวลาหิวกลิ่นของวนิลากับกล้วยหอมจะสามารถหลอกร่างกายให้ระงับความหิวได้ ไม่รู้จริงเปล่า ก็ลองทำตามดู 5555 3.ยาสมุนไพรส้มแขก อันนี้เราไม่ได้ทานทุกวัน แต่ถ้าท้องผูกจะทาน ปล.เคยอ่านเจอในเน็ตเค้าบอกว่า หากเราไม่ถ่ายของเสีย ก็จะกลายเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ปฎิบัติการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ขอบอกก่อนว่าเราไม่ออกกำลังกายเลยอาจจะมีแค่เดินช้อปอย่างเดียว 1>>วิธีที่เราลดจะใช้คาดคะเนแคลอรี่เอานะ ( เพราะเราวันๆ นั่งทำงานหน้าคอมพ์ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานมาก ) 2>>ก่อนลดควรรู้ด้วยว่าตัวเองทานอะไรแล้วอ้วนทานอะไรผอม เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราเป็นคนทานเต้าหู้แผ่นแล้ว ท้องอืดอาหารไม่ย่อย ลูกชิ้นปลานี่หนักเลยทานแล้วท้องอืดไม่ย่อยบางทีอาเจียนท้อง เสีย เลย (ทานทีไรน้ำหนักขึ้น ถึงแม้ว่าวันนั้นจะทานน้อย) เพราะฉะนั้นเราตัดออกไปเลยที่จะทานโปรตีนถั่วแทนโปรตีนจากสัตว์ (แปลกสุดๆ) เป็นคนเผาผลาญพวกนม/เนย/ชีสเร็ว /ขนมปัง ได้ดีเลยทีเดียว 3>>ส่วนมากเราจะทำอาหารทานเองมั่งซื้อทานมั่ง ถ้าทำเองได้จะยิ่งเซฟแคลอรี่ได้มากขึ้น 4>>ก่อนทานอาหารน้ำ 2 แก้วขั้นต่ำ หลังอาหารก็น้ำ 2 แก้วขั้นต่ำ 5>>ห้ามอดอาหารเช้าเด็ดขาด ยังไงก็ต้องหาอะไรลงท้องให้ได้ (มื้อเช้าคือโบนัสของการเผาผลาญเลยนะจ๊ะ) อันนี้เราบันทึกการทานอาหารสัปดาห์แรกไว้จ้า เอามาให้ดูเป็นตัวอย่าง เช้าวันแรก ชั่งน้ำหนักอยู่ที่ 51 ก.ก. มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว แล้วทานอาหารตามเลย วันนี้ทานข้าวราดกะเพราหมูสับใส่เห็ดกับใบกะเพราเยอะๆ ราดไข่ดาว ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: เราทานแซนวิชไก่ชีสเซเว่น 1 คู่กับไส้กรอกวุ้นเส้น 1 อัน(วันนี้อยากกินแซนวิชชีส^^) มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว ตามด้วยปลากรอบชุบงา 1 กล่อง(ที่ขายตามร้านข้าวเหนียวหมูอ่ะ)แล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว สรุป: ทานอาหารเสริมไปไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น ปกติดี ไม่หิวมาก เช้าวันที่ 2 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว จากนั้นทานอาหารตามเลย วันนี้เราทานไก่ผัดขิง เราทานเนื้อไก่ไม่เยอะประมาณ 3 ชิ้น(เพราะไม่ชอบ)ทานขิงเกลี้ยงเลย^^จิ๊กไข่แดงคุณแฟนมาทานอีก ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้ทำซุปผักพริกไทยดำทาน (เพราะเจ็บคอ) ทานไป 1 ชาม (ขนาดชามก๋วยเตี๋ยว) ทานคู่กับขนมปังกระเทียม 2 แผ่นเล็กๆ ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเย็น: วันนี้ทานสลัดผัก น้ำสลัดแบบใส ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว แล้วก่อนนอนจัด Sye-S ไป 1 ซอง สรุป: ทานอาหารเสริมไปไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น ปกติดี ไม่หิวเลยละ แถมเช้ามาคือถ่ายดีมาก ตื่นนอนปุ๊บก็ปวดตุ่ยๆ ละ ขับถ่ายปกติไม่ได้เกิดอาการท้องเสียแต่อย่างใด วันที่3 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป1ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้ทานสุกี้น้ำหมูเน้นผักใส่น้ำราดสุกี้ที่ร้านให้มานิดเดียวพอมีรสชาติหมูแทบไม่แตะเพราะไม่ชอบเคี้ยวหมูชิ้น (ถ้าหมูสับละชอบ) ตบท้ายด้วยขนมปังไส้กรอกราดมายองเนสทานไปครึ่งชิ้นพอหายอยาก ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้เที่ยงไม่ได้แตะข้าวเพราะออกไปธุระนอกบ้านกะหากินบนห้างไปจบลงที่ไอศกรีม Mango Sundae @ Swensens ตามด้วยลูกชิ้นหมูปิ้ง 2 ไม้ (ไม้ละ 5 บ.) คุณแฟนดันอยากกินทำให้เราอยากด้วย มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว ตามด้วยซุปผักพริกไทยดำ 1 ชาม (ซุปทำเอง) ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว สรุป: วันนี้ไม่มีอาการอ่อนเพลีย อาหารเสริมไปไม่มีอาการข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น ปกติดี ก่อนจะนอนเหมือนมีมารจะทำให้เราตะบะแตก TV ดันโฆษณาMK ตอนเทผักลงหม้อ จากนั้นตามด้วยน้ำซุปราดเฮ้อ........คนกำลังหิวเลยอะY_Y วันที่4 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้ทานข้าวราดกะเพราหมูสับใส่เห็ดกับใบกะเพราเยอะๆ ราดไข่ดาว ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้ทำซุปผักทานแต่ใส่มันฝรั่งเพิ่มมานิดนึง^^ทานไป 1 ชาม (เหมือนเดิม) ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเย็น: จัด Sye S ก่อนนอน 1 ซองค่ะ หลังจากนั้นดื่มน้ำเปล่าตามไป 2 แก้ว สรุป:วันนี้แอบทานคุ๊กกี้ข้าวโอ๊ตระหว่างวันแฮ่ๆ ตามใจปากเซ็งตัวเองสุดๆ วันนี้ไม่มีอาการอะไร ไม่ปวดหัว ไม่เพลียและยังขับถ่ายดีเหมือนเดิมในทุกวันนะ ขนาดเมื่อวานไม่ได้ทานซายเอสก่อนนอนก็ยังถ่ายปกติอยู่นะ วันที่5 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้ทานข้าวราดกะเพราหมูสับใส่เห็ดกับใบกะเพราเยอะๆ ราดไข่ดาว(อีกละไม่เคยคิดเมนูอื่นไง) ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก2แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้ออกไปทานนอกบ้านเมนูสารพัดเลยY_Y (เลี่ยงไม่ได้) แต่ทานอย่างละนิดละหน่อย มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ววันนี้มื้อย็นได้แค่ถั่วลิสงเพราะกลางวันหลายเมนูทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว(ท้องอืดเลย) ทานซายเอส ก่อนนอนไป 1 ซองเพราะรู้สึกว่าฉันต้องการเอาที่กินวันนี้ออกมาให้หมด กรี้ดดดด สรุป:รู้ว่าวันนี้ทานมากเลยพรุ่งนี้จะไม่ทำอีกแล้วY_Yอาเมน ทานถั่วละท้องอืดด้วยเซ็งไปอีก แต่ยังดีนะขับถ่ายปกติ แต่แบบเหมือนมันอืดๆ อึนๆ นะ วันที่6 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้ทานขนมขาไก่โรยงา (เป็นขนมปังกรอบยาวๆ เหมือนขาไก่) ไปถุงนึง ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: วันนี้ทานน้ำพริกกะปิทานกับข้าวไม่ขัดสี 1 ทัพพี (แฟนบอกข้าวแมวกิน) +แตงกวาเยอะมาก ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว วันนี้ตอนเย็นน้ำพริกกะปิ+แตงกวา(อีกละ) และก็กิน Sye S ไปอีกซองก่อนนอน ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว สรุป:ไม่มีอาการใดๆทั้งสิ้น สบายๆไม่ปวดหัว ไม่มึน ไม่หิวมาก ขับถ่ายเริ่มเป็นเวลามายิ่งขึ้นนะ วันที่7 มื้อเช้า : ทาน Sye S ไป 1 ซองแล้วดื่มน้ำตาม 2 แก้ว วันนี้เราทาน ต้มจืดกระดูกหมูดอกไม้จีน+สาหร่ายใส่เส้นมาม่าครึ่งก้อน(ทำเอง)ทานเสร็จดื่มน้ำตามอีก 2 แก้ว มื้อเที่ยง: ทานโยเกิร์ต รสธรรมชาติ 1 ถ้วย+ขนมปังไส้ข้าวโพด 1 ก้อน ดื่มน้ำตาม 2 แก้ว มื้อเย็น: ดื่มน้ำก่อนอาหาร 2 แก้ว ทานโยเกิร์ต รสธรรมชาติ 1 ถ้วย ดื่มน้ำตาม 2 แก้ว สรุป:วันนี้ไม่มีอาการใดๆ ไม่ปวดหัว ไม่มึน ไม่หิว ง่วงนอนอย่างเดียว(เกี่ยวมั้ยเนี๊ยยยยย) และอาทิตย์ต่อมาเน้นซุปผักหรือบุกผัดทูน่าซอสพริกไทยดำมื้อเย็นส่วนมากในมื้อเย็น มาดูสูตรกันดีกว่า สูตรซุปผัก(ทานได้ 2 มื้อเลยนะสูตรนี้) CR: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=easyfashion&month=06-2009&date=10&group=5&gblog=3 ส่วนประกอบ มันฝรั่ง 1 หัว(อันนี้ให้ตัดออกวันที่ทานอาหารเยอะ) หัวหอมใหญ่ 1 หัว แครอท 1 หัว เกลือตามใจชอบ พริกไทยตามใจชอบ ใส่มากๆเผาผลาญดี วิธีทำ หั่นทุกอย่างเป็นลูกเต๋า นำไปต้มให้นิ่ม ปรุงรสตามใจชอบ สูตรบุกผัดทูน่าซอสพริกไทยดำทานได้ 1 มื้อ บุกเส้น 1 ห่อ (สูตรสาหร่าย) ทูน่าในน้ำเกลือ 1กระป๋อง ซอสพริกไทยดำสำเร็จรูปโรยตามใจชอบยิ่งใส่เยอะยิ่งเพิ่มพลังงานท่องไว้ วิธีทำ ลวกบุกให้นิ่ม นำมาผัดกับทูน่าในน้ำเกลือ 1 กระป๋อง ใส่ซอสพริกไทยดำตามใจชอบ (อร่อยนะเมนูนี้) ปล.เขียนซะยาวเลย อ่านๆกันหน่อยนะคะ สาวๆ สูตรนี้ได้ผลจริงๆ วิธีดีๆ ก็อยากมาแชร์ต่อกันนะคะ ^^

3 ขั้นตอน สูตร ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ พร้อมเปิดร้านขาย
ก๋วยเตี๋ยว

ก๋วยเตี่ยวสีชมพูสีสันสดใสอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ที่ใครเห็นเป็นต้องน้ำลายสอ แต่หารู้ไม่ว่า สีแดงชมูสดที่ใช้ใส่ในก๋วยเตี๋ยวนั้นเปลี่ยนแปลงจากสูตรโบราณ เพราะปัจจุบันจะมีซอสเย็นตาโฟสำเร็จ ไม่คงเหลือความหอมเหมือนเย็นตาโฟโบราณ ที่ใช้เต้าหูยี้ เรามีสูตร ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ จากแฟนเพจ กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา ทำแจกสำหรับคนที่ต้องการจะสร้างอาชีพ ได้สูตรที่ถูกต้องแล้วแถมสร้างรายได้ ได้อีกด้วย ตามสูตรและขั้นตอนการทำดังนี้ค่ะ 1. ขั้นตอนการทำซอสเย็นตาโฟ ซอสแดง 2 ถ้วยตวง ซอสพริก 1/2 ถ้วยตวง น้ำเต้าหู้ยี้ 1/3 ถ้วยตวง เนื้อเต้าหู้ยี้ 6 ก้อน ซอสมะเขือเทศ 1/4 ถ้วยตวง พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ น้ำต้มสุก 1/4 ถ้วยตวง พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด ล้างสะอาด คั่วในกระทะให้สุกหอม และเกรียมเล็กน้อย ได้ที่แล้วตักขึ้นมาพักไว้ เทซอสแดง น้ำเต้าหู้ยี้ ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ เนื้อเต้าหู้ยี้ น้ำตาลทราย น้ำต้มสุก และ พริกขี้หนูแดงคั่ว ใส่ลงไปในเครื่องปั่น ปั่นจนส่วนผสมละเอียดจนเข้ากันดี นำส่วนผสมทั้งหมดไปตั้งไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ จนเดือด และคนต่อสัก 3-5 นาที จากนั้นก็ยกออกจากเตาและตั้งทิ้งไว้ให้เย็น  -------------------------------------------- 2. ขั้นตอนการทำน้ำก๋วยเตี่ยว  กระดูกคาตั๊ง 1 กิโลกรัม หัวไชเท้าปอกเปลือกตัด 4 ท่อน 1 หัว หัวหอมใหญ่ปอกเปลือกออก 1 หัว รากผักชีตีพอแตก 30 กรัม พริกไทยเม็ดบุบพอแตก 5 กรัม  เก๋ากี้ 5 กรัม ฮวยซัว 10 กรัม เก๋ากี๋ 5 กรัม เง็กเต็ก 5 กรัม เครื่องต้มก๋วยเตี๋ยวน้ำใส 1 ห่อ (หาซื้อได้ตามร้านขายเครื่องก๋วยเตี่ยว) กระเทียมดอง 7 หัว น้ำกระเทียมดอง 1 ถ้วยตวง เกลือปรุงทิพย์ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าวแท้ 150 กรัม ซอสแม็กกี้ 3 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาวสูตร 5 จำนวน 10 ช.ต. น้ำเปล่า 10 ลิตร ใส่น้ำสะอาดลงไปในหม้อ (ใช้หม้อสำหรับทำก๋วยเตี่ยว) ตั้งไฟให้เดือด เติมเกลือลงไปเล็กน้อย พร้อมใส่เครื่องโดยมี รากผักชี พริกไทยเม็ด หัวไชเท้า หัวหอมใหญ่ (ใส่ทั้งหัวไม่ต้องหั่น) ตามด้วย เก๋ากี้ เง็กเต็ง ฮวยซัว หัวกระเทียมดอง น้ำกระเทียมดอง และห่อเครื่องต้มก๋วยเตี่ยวน้ำใส พอเดือดได้ที่แล้วใส่กระดูกหมูคาตั๊งลงไป พร้อมหรี่ไฟอ่อน ปิดฝาหม้อต้มทิ้งไว้ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ขึ้นไป และคอยช้อนฟองที่ลอยอยู่เหนือน้ำซุปออก ปรุงรสด้วยซีอิ๋วขาว ซอสแม็กกี้่ และน้ำตาลมะพร้าว คนให้เข้ากัน ชิมและเพิ่มรสตามที่ต้องการ  -------------------------------------------- 3. มาเริ่มขั้นตอนการลวกก่วยเตี่ยว โดยเตรียมวัตถุดิบดังนี้ เส้นก๋วยเตี๋ยว ผักบุ้ง เลือดหมูต้มสุก เต้าหู้แผ่นสีขาวทอด หั่นเป็นชิ้นบางๆ ฮือก้วยหรือปลาเส้นทอดหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ หมึกกรอบหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ กระเทียมเจียวกากหมู >> วิธีทำ ลูกชิ้นปลา เกี๊ยวทอด ซอสเย็นตาโฟ พริกไทยป่น ลวกผักบุ้งใส่ชาม แล้วลวกเส้นใส่ตามลงไป และลวกเลือดหมู หมึกกรอบ และลูกชิ้นต่างๆ ใส่ตามลงไป ใส่เต้าหูทอด ปลาเส้นใส่ชาม ตักกระเทียมเจียวพอประมาณ แล้วตักซอสเย็นตาโฟใส่ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ แล้วราดด้วยน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวร้อนจัดๆประมาณ 1 ถ้วยตวงโรยพริกไทยและวางเกี๊ยวทอดไว้ข้างๆ แพร้อมเสิร์ฟ ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากแฟนเพจ กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา

Sendai Ramen Mokkori ทองหล่อ ราเมนสูตรเด็ดจากเมืองเซนได
ญี่ปุ่น /  ราเมน / 

วันนี้มากันที่ใจกลางเมืองทองหล่อ สถานที่นี้มักจะมีร้านอาหารๆ มากมายหลายร้าน และถ้าเป็นอาหารญี่ปุ่นนั้น ย่านนี้ก้มีหลายร้านอีกเช่นกัน และหนึ่งร้านนั้นที่อยากจะแนำนให้สมาชิก MThai รู้จักเลย นั่นก็คือร้าน Sendai Ramen Mokkori  ที่ว่าเด็ดเรื่องราเมน ร้านจะตั้งอยู่ตรงไหนและอาหารในร้านจะหน้าตาเป็นอย่างไร ไปดูกันเลย ร้าน Sendai Ramen Mokkori ตั้งอยู่ต้นซอยทองหล่อ 2 หรือสุขุมวิท 55 หากเดินมาจาก BTS เดินเข้ามาในซอย 10 นาทีก็จะเจอร้านนี้อยู่ข้างธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ ตรงข้ามกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด Sendai Ramen เป็นร้านเล็กๆ 1 คูหาเท่านั้น แต่คุณภาพวัตถุดิบนี่ยอดเยี่ยม ร้านต้นตำรับความอร่อยแท้มาจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าของร้านก็เป็นคนญี่ปุ่น เดินเข้าไปภายในร้านเล็กๆ แห่งนี้ ทำให้เหมือนได้นั่งทานอาหารอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ  ที่มาของชื่อร้าน "Sendai" ที่เป็นชื่อเมืองทางเหนือของประเทศญี่ปุ่น และ "Mokkori" แปลว่าแข็งแรง ราเมนที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นราเมนรสเผ็ด ซึ่งแตกต่างจากราเมนที่อื่นๆ จุดเด่นของร้านนี้คือราเมนจะทำเองจากเจ้าของร้านที่เป็นชาวญี่ปุ่น และสัมผัสความแตกต่างของน้ำซุปที่ไม่เหมือนใคร ราเมนสไตล์เผ็ดนี้ไม่เลี่ยนแน่นอน ส่วนวัตถุดิบบางอย่างก็นำเข้าจากเมืองเซนได จังหวัดมิยะงิ ประเทศญี่ปุ่น Gyutan Yaki / ลิ้นวัวย่าง 189 บาท ลิ้นวัวที่นำเข้าจากอาร์เจนติน่า ใช้เป็นวิธีผัดกับกระทะ ผัดกับกระเทียมและเกลือ จิ้มกับซอสมิโซะเผ็ดช่วยกันชูรสชาติให้ดียิ่งขึ้น Sendai Karamiso Chashu Men / บะหมี่น้ำเต้าเจี้ยวหน้าหมู189 บาท ราเมนมีรสเผ็ดจาก ซอสมิโซะ หมูชิ้นใหญ่ ชามนี้มีทั้งหมด 6 ชิ้นด้วยกัน Hiyashi Chuka / บะหมี่เย็นทรงเครื่อง 189 บาท บะหมี่เย็นประกอบไปด้วย มัสตาร์ด แตงกวา หม้อไม้ ซอสโชยุ และ ที่ขาดไม่ได้คือ มิโซะเผ็ด คลุกเคล้าให้เข้ากัน ความเย็นของบะหมี่เกิดมาจากซีอิ๊วเย็น ให้ความชุ่มฉ่ำของบะหมี่ และรสชาติที่กลมกล่อม Shoyu Ramen / บะหมี่ซุปซีอิ้วญี่ปุ่น 149 บาท ราเมนไม่เผ็ดเหมาะสำหรับทางเลือกของคนที่ไม่ทานเผ็ด หมูชิ้นใหญ่ และน้ำซุปโชยุสูตรเฉพาะตัว Katsu Curry Rice / ข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูทอด  189 บาท หมูทอดชุบแป้งทอดกรอบๆ ทานคู่กับแกงกะหรี่รสชาติจัดจ้าน Gyoza / เกี๊ยวซ่า 89 บาท สดใหม่ทุกวันเพราะทำวันต่อ ปั้นแล้วทอดเสริฟเลย เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน Hiyayakko / เต้าหู้เย็น 79 บาท เต้าหู้เย็นเด้งดึงเหมือนเยลลี่ โรยด้านบนด้วยต้นหอม ทานคู่กับซอสโชยุรสชาติจะดีมาก ใครที่กำลังมองหาร้านราเมนดีๆ และจากต้นตำรับฝีมือคนญี่ปุ่นแบบนี้ แนะนำที่ Sendai ทองหล่อ 2 ได้ และยังไม่เคยทานราเมนแบบเผ็ดอย่างนี้ต้องมาลองกันเลยค่ะ พิเศษสำหรับสมาชิก MThai แค่บอกว่ารู้จักร้าน Sendai Ramen จาก เว็บไซต์ MThai รับส่วนลด 10% ไปเลยทุกเมนู *หมดเขตถึง 30 มิถุนายน 2558

ประสบการณ์พิเศษกับไอศกรีม Cold Stone Creamery
ไอติม /  ไอศกรีม / 

อากาศร้อนต้องหาอะไรเย็นๆ มาทานให้คลายร้อนกันหน่อย กับไอศกรีม Signature Creations ที่ขึ้นชื่อเรื่องไอศกรีมที่มีรสชาติเฉพาะตัวนั้นก็คือ Cold Stone Creamery กับความสร้างสรรคค์ของรสชาติไอศกรีมแบบไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ข้างนอกมันอากาศร้อน มาม๊ะ เข้ามากินไอศกรีมกันดีกว่า วันนี้เรามาที่ Cold Stone Creamery สาขา เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 6 ขึ้นบรรไดเลื่อนขึ้นมาก็จะเจอเลย ไอศกรีมระดับ ซูเปอร์พรีเมียม รายแรกของอเมริกา ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ของ Cold Stone Creamery คือการสร้างสรรค์ไอศกรีมที่มีรสชาติและรูปแบบเฉพาะตัว ให้รสชาติที่เข้มข้นไม่เหมือนใคร ที่มากับเมนูไอศกรีม Signature Creations กว่า 20 รายการได้รับความนิยมไปทั่วโลก และเพิ่มเติมไอเดียลงไปกับไอศกรีมให้มีความพิเศษเพิ่มขึ้นไปอีก ร้านบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองภายใต้ Concept ที่ว่า " The Ultimate Ice-Cream Experience " ที่แปลว่า ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ของไอศกรีมที่ดีที่สุด วันนี้ตามรอยนักชิมมาแนะนำเมนู Signature Creations ซึ่งเป็นเมนู Top 5 ของ Signature Creations เราเลือกตัวเด็ดๆ มา 4 เมนูของไอศกรีมมาแนะนำกัน Founder's Favorite เป็นไอศกรีมรสสวีทครีม มามิกซ์กับถั่วพีแคน บราวนีย์ ราดด้วยซอสคาราเมลและช็อกโกแลต Strawberry Banana Rendezvous ไอศกรีมรสสตรอเบอรี่ ที่มิกซ์กับ แคร็กเกอร์ ,ไวท์ช็อกโกแลตชิพ และมีรสเปรี้ยวด้วยสตรอเบอรี่สดๆ บวกกับความฉ่ำของกล้วย Cheese Cake Fantasy หลายคนยังไม่เคยลองชีสเค้กที่มาในรูปแบบไอศกรีมให้ลองสั่ง Cheese Cake Fantasy ความเป็นชีสจะไม่มีกลิ่นของชีสจนเกินไป หอมละมุนทานง่ายเพราะตัดกับผลไม้สดอย่างสตรอเบอรี่และบลูเบอรี่ มิกซ์กันให้ดูมีสีสรรสมกับชื่อว่า Cheese Cake Fantasy  Chocolate Devotion ใครที่ชื่นชอบช็อกโกแลตแนะนำให้สั่งตัวนี้เป็นตัวที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกมากที่สุด ส่วนผสมลงตัวระหว่างไอศกรีมกับช็อกโกแลต ที่มิกซ์กับช็อกโกแลตชิพและชื่นฉ่ำกับบราวนี่ย์แบบเต็มๆ คำ นอกจากไอศกรีมของ Cold Stone Creamery ยังมีให้ฟินต่อกับ Frappe มีทั้งหมด 5 รสชาติ อย่าง Banoffee , Cotton Candy , Strawberry Cheesecake ,Mocha Brownie และ Matcha ในราคา 135 บาท Matcha  ชาเขียวเข้มข้น ตกแต่งด้วยวิปปิ้งครีมโรยผงชาเขียวทานแล้วเย็นชื่นใจ เฟรปเป้ แก้วนี้มีความพิเศษจากที่อื่นคือจะปั่นไอศกรีมรสชาเขียวลงไปด้วย ความเย็นที่ได้จะไม่ได้จากน้ำแข็ง ความเย็นจะมาจากไอศกรีม เมื่อเฟรปเป้คลายความเย็นแล้วรสชาติก็ยังเหมือนเดิม Strawberry Cheesecake เฟรปเป้ อีก1 รสชาติยอดนิยม รับรองว่าคุณผู้หญิงจะต้องชื่นชอบ ด้วยความที่เป็นไอศกรีมชีสเค้ก ราดด้วยซอสสตรอเบอรี่ปั่นเป็นเฟรปเป้ ได้รสชาติเปรี้ยวอมหวานแบบเต็มๆ ใครได้ลองก็ต้องติดใจ (Matchaและ Strawberry Cheesecake) นอกจากนี้ Cold Stone Creamery ยังมี Ice Cream Cake Signatures มาให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชอบทานไอศกรีมเค้ก ให้คุณลูกค้าได้เลือกไอศกรีมเค้กไปเป็นของขวัญได้ในทุก ๆ เทศกาล Mango Indulgence  Coffeehouse Crunch

ข้าวผัด 10 ประเภท คุณเคยกินมาหมดหรือยัง?
ข้าวผัด

ข้าวผัด เกิดขึ้นโดยความบังเอิญโดยการไม่ได้ตั้งใจมาก่อน ซึ่งเมนูนี้เกิดขึ้นจากประเทศจีน ที่นำข้าวเย็นที่เหลือข้ามคืน มาผัดให้ร้อนแล้วก็จะกินได้อีกครั้ง และเพิ่มรสชาติในการปรุงรสด้วยส่วนผสมต่างๆ จากข้าวเย็นกลายเป็นอาหารที่พอกินได้อีกมื้อหนึ่ง จากนั้นนั่นเอง ข้าวผัดจึงแพร่หลายไปตามประเทศต่างๆ จนถึงทุกวันนี้ ถ่ายเทไปตามการอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวจีน ปัจจุบัน ชาวจีนก็อยู่เกือบทุกประเทศของโลก ไม่แปลกที่อาหารกินของคนจีนก็ถูกเผยแพร่ไปด้วย รสชาติและวัตถุดิบเพิ่มเติมก็จะขึ้นอยู่กับท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งข้าวผัดจะไม่มีเกณฑ์ที่ตายตัว สูตรนี้ไม่มีผิดมีถูก จะมีแต่จะถูกใจคนกินมากแค่ไหนนั่นเอง เรามาดูข้าวผัด 10 ประเภท นานาชนิด มีอะไรบ้างไปดูกันเลย ข้าวผัด 10 ประเภท คุณเคยกินมาหมดหรือยัง? ข้าวผัดหยางโจว ของประเทศจีน เป็นข้าวผัดตั้งแต่สมัยจีนโบราณ ที่แพร่หลายในเมืองหยางโจว หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ข้าวผัดทองคำ เพราะไข่ที่ลงไปผัดนั้นเคลือบข้าวไปทั่วจนเป็นสีเหลืองทอง เป็นอาหารของคนรวยในสมัยนั้น ข้าวผัดหยางโจวก็จะประกอบไปด้วย กุ้ง กุนเชียง หมูแดงหั่นเต๋า ใส่ไข่และปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว จุดเด่นของข้าวผัดหยางโจวก็คือหมูแดง ข้าวผัดกิมจิ เป็นข้าวผัดประเทศเกาหลี นำข้าวลงไปผัดกับกิมจิทีมีรสเปรี้ยว เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อและยอดฮิตทุกยุคทุกสมัย และเพิ่มเติมวัตถุดิบลงไปตามความชอบ เช่น หนื้อหมู เนื้อไก่ อาหารทะเล แฮม ไส้กรอก และโปะไข่ดาวลงบนข้าวผัด ข้าวผัดซีอิ้วดำ เป็นข้าวผัดที่เห็นกันบ่อยในบ้านเรา วิธีการผัดก็เหมือนข้าวผัดทั่วไป และใช้วัตถุดิบที่เรามีและหาได้ง่าย หากใช้น้ำหมูจากการเจียวกากหมูยิ่งทำให้หอมมากยิ่งขึ้น ผัดกับกระเทียม และใส่เนื้อสัตว์ลงไป ปรุงรสปกติ ตามด้วยไข่ ผัดให้ไข่เคลือบข้าวให้ทั่ว ใส่ซีอิ้วดำ ผักคะน้า มะเขือเทศ และหัวหอมใหญ่   Cr.choieka blongspot ข้าวผัดอเมริกัน เป็นข้าวผัดที่ผัดกับซอสมะเขือเทศ และใช้เนยผัดแทนน้ำมัน ในข้าวผัดก็จะประกอบด้วย ลูกเกด ถั่วลันเตา หัวหอม แฮม ผัดรวมให้เข้ากัน และมีเครื่องเคียงอย่าง ไกทอด ไส้กรอก แฮม ไข่ดาว แต่เรื่องข้าวผัดอเมริกันกำเนิดที่ประเทศไทย โดยประยุกต์จากอาหารเช้าอเมริกัน โดยเพิ่มไอเดียใส่ข้าวลงไปด้วยนั่นเอง ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ข้าวผัดสัญชาติไทยแท้ ที่เกิดจากการนำอาหารที่เหลือในสำรับ มาผัดกับข้าว และปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ทานคู่กับไข่เค็ม หมูผัดหวาน และผักสด ข้าวผัดสมุนไพร หรือข้าวผัดพม่า ที่มีชื่อเรียกว่า "Shat jam" เป็นข้าวผัดสมุนไพรที่มีอยู่ในรัฐกะฉิ่น เป็นข้าวผัดที่แตกต่างจากข้าวผัดที่อื่นคือ ไม่ใส่น้ำตาลและไข่ โดยจะใส่แต่สมุนไพรทั้งหมด เช่น หอมแดง และเนื้อสัตว์ รวมกับผัดพื้นบ้านอย่าง ใบแมงลัก ผักชีฝรั่ง และผักแพว ปรุงรสด้วยซีอิ้วดำและน้ำปลา ข้าวผัดกำปงธม เป็นข้าวผัดที่ผัดแบบแห้งๆ ของชาวกัมพูชา ภาษากัมพูชาเรียกว่า บายชา เครื่องปรุงและวัตถุดิบก็จะใส่ กุนเชียง ผักต่างๆ ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว และซีอิ้วดำ จะใช้เวลาผัดนาน ผัดจนแห้ง ทำให้ความร้อนเข้าไปอยู่ในเม็ดข้าวได้ดี เสิร์ฟพร้อมน้ำซุป ข้าวผัดเวียดนาม เป็นข้าวผัดไข่ธรรมดาๆ ที่ใส่กุนเชียง หมูสับ เห็ดหูหนู หัวหอมใหญ่ มะเขือเทศ และต้นหอม เป็นข้าวผัดที่ใส่เครื่องเยอะมากๆ แต่พอดูๆ ไปแล้วน่ากินเลยทีเดียว นาซิโกเร็ง คงไม่คุ้นหูกับข้าวผัดจานนี้กันแน่นอน นาซิโกเร็ง เป็นข้าวผัดจากอินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีเอกลักษณ์ที่ซอสหวาน ที่มีลักษณะที่ข้นและเหนียว ใส่ลงไปผัดกับข้าวให้ทั่ว เสิร์ฟพร้อมกับ ไก่ทอด ไข่ดาว ไก่สะเต๊ะ และข้าวเกรียบกุ้ง ข้าวผัดลาว ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเป็นข้าวผัดจากลาว โดยใช้คอหมูย่างผัดกับข้าว ปรุงด้วยน้ำจิ้มแจ่ว ที่มีข้าวคั่ว พริกป่น น้ำตาลปี๊บ ที่ชูรสให้ข้าวผัดนี้เด่นก็คือมะขามเปียก ผัดให้เข้า และใส่โหระพาให้ให้ข้าวผัดจานนี้หอมยิ่งขึ้น เรียบเรียง food Mthai

ตร.แถลงจับโจ๋วัย 16 ตระเวนจี้เซเว่นย่านรามฯ
จี้เซเว่น /  รามคำแหง / 

บช.น.แถลงจับโจ๋วัย 16 ตระเวนปล้นร้านสะดวกซื้อ 3 คืนรวด  พบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมเสพยา   วันนี้ 22 พ.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. แถลงผลการจับกุม นายเอ นามสมมติ เยาวชนชาย อายุ 16 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีนบุรี พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ 3 คัน หมวกกันน็อก 3 ใบ เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ อาวุธมีด และเงินติดตัว จำนวน 730 บาท หลังตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 สามารถยึดมาได้จากการเข้าจับกุมผู้ต้องหาในแฟลตแห่งหนึ่งย่านบางกะปิเมื่อวานที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหามีพฤติกรรมขับขี่จักรยานยนต์ตระเวนไปตามร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ที่ปลอดคน ก่อนลงมือโดยใช้อาวุธมีดเข้าขู่จี้บังคับให้ส่งเงินให้ รวมถึงสิ่งของทุกอย่างที่นำไปได้ อาทิ น้ำอัดลม บุหรี่ ช็อกโกแลต โดยจะใช้หมวกกันน็อกในการอำพรางใบหน้า โดยก่อเหตุหลายครั้งภายในวันเดียว ตั้งแต่ วันที่ 29 เม.ย. 20พ.ค. และวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่า รถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาเป็นรถที่ถูกยืมมาจากเพื่อนและมีปัญหาทางครอบครัว เพราะผู้ต้องหาไม่มีรถของตนเอง รวมถึงน้ำอัดลมก็นำไปผสมกับใบกระท่อมผสมเป็นยาเสพติดชนิด 4 คูณ 100 และเสพกันในหมู่เพื่อน ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธและใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป .................................................................................................................................................................. เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 4 รวบ เยาวชนชายวัย 16 ปี หลังออกตระเวนจี้ร้านสะดวกซื้อย่านรามคำแหงขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวน พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผกก.สน.บางชัน เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกเดี่ยวตระเวนจี้ร้านสะดวกย่านรามคำแหงและในหลายพื้นที่ ว่า ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว เป็นเยาวชนชาย อายุ 16 ปี ส่วนรายละเอียดหรือคำให้การตนยังไม่ทราบเนื่องจาก ขณะนี้ ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของฝ่ายสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 และในส่วนของตนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน ไปขออนุมัติศาลเด็กและเยาวชน ออกหมายจับผู้ต้องรายดังกล่าวแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา และมั่นใจว่าหลักฐานที่นำไปน่าจะเพียงพอที่ศาลจะพิจารณาอนุมัติหมายจับ ด้าน พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 4 กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำการตรวจค้นบ้านพัก ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก INN

14 ประเพณีแปลกมหาวิทยาลัย เขาเล่นกันแรงจัง!
ข่าวการศึกษา /  ต่างประเทศ / 

ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในบ้านเรานั้นก็จะมีกิจกรรม หรือพิธีต่างๆ ตามของแต่ละมหา'ลัยนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับน้อง ไหว้ครู หรือแม้แต่มีความเชื่อในเรืองต่างๆ เยอะแยะมากมาย เช่นเห็นนู้นแล้วจะสอบตก ห้ามข้ามนี่แล้วจะเรียนไปจบ ประมาณนั้น .. ในต่างประเทศก็มีเช่นกันแต่ของเขาแปลกกว่าบ้านเรามากๆ ถ้าถามว่าแรงไหม ตอบได้เลยว่าเมืองไทยออาจจะมองว่าแรง แต่ถ้าในบ้านเขาอาจจะเป็นเรืองธรรดา เห็นกันจนชินไปแล้วก็ได้ กับ 14 ประเพณีแปลกมหาวิทยาลัย เขาเล่นกันแรงจัง! แรงจริง!! >,< เพื่อนๆ คนไหนเคยเล่นประเพณีพวกนี้กันแล้ว อย่าลืมมาบอกต่อกันนะคะ  14 ประเพณีแปลกมหาวิทยาลัย เขาเล่นกันแรงจัง! 1. “Memorial Bell” ตีระฆังเมื่อพรหมจรรย์ขาด :  วิทยาลัยมาคาเลสเตอร์ (Macalester College) Ringing The Bell The First Time You Have Sex On Campus วิทยาลัยมาคาเลสเตอร์ เป็นวิทยาลัยเล็กๆ ในเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ณ ที่แห่งนี้มีระฆังเก่าแก่อยู่ใบหนึ่ง ที่สร้างไว้เพื่ออนุสรณ์มีชื่อเรียกว่า “Memorial Bell” และยังมีประเพณีปฎิบัติสืบต่อกันมาสำหรับนักศึกษาในวิทยาลัยแห่งนี้ว่า “ให้ขึ้นมาตีระฆังเมื่อคุณสูญเสียความบริสุทธิ์ครั้งแรก (ในวิทยาลัย)” นั่นคือ เมื่อใดก็ตามที่มีเสียงระฆังดังขึ้น เป็นอันรู้กันว่ามีการฟีชเชอริ่งกันเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใกล้ไม่ไกลก็ในมหาวิทยาลัยนี่แหละ เหล่าบรรดานักศึกษาที่พักอาศัยอยู่ในหอพักก็จะออกมายืนที่หน้าต่างพร้อมทั้งพากันปรบมือประหนึ่งว่าร่วมแสดงความยินดีกับการเสียความบริสุทธิ์ครั้งนี้ด้วย และสำหรับผู้ที่สูญเสียความบริสุทธิ์มาแล้ว ก็สามารถเข้าร่วมประเพณีการตีระฆังครั้งแรกนี้ได้เช่นกัน ถ้าตีแล้วก็จะถือว่าเซ็กซ์ที่เคยผ่านมาทั้งหมดนั้นเป็นโมฆะ!!! โดยเป้าหมายและความเชื่อของการตีระฆังอนุสรณ์ของวิทยาลัยมาคาเลสเตอร์แห่งนี้ เป็นเครื่องหมายแห่งการเฉลิมฉลอง สร้างเสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ ร่วมแสดงความยินดีกับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไปอีกขั้น อีกหนึ่งการเรียนรู้ชีวิตที่เกิดขึ้นในวิทยาลัยแห่งนี้ 2. "Sex in the Stacks" แอบฟีชเชอริ่งในห้องสมุด แล้วจะเรียนจบ : มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่าง “ฮาร์วาร์ด” ก็มีประเพณีแปลกๆ ในมหาวิทยาลัยให้ได้อึ้ง ทึ่ง เสียวกับเขาอยู่เหมือนกัน กับความเชื่อที่ว่า “ถ้าใครมีเซ็กซ์ที่ชั้นวางหนังสือ หรือกองหนังสือในห้องสมุดแล้วจะเรียนจบ” ซึ่งการมีเซ็กซ์ในห้องสมุดนี้เป็นเพียง 1 ใน 3 ความเชื่อว่า ถ้าใครทำสำเร็จก็จะเรียนจบอย่างแน่นอน มีนักศึกษาจำนวนมากที่พยายามจะทำตาม เข้าตำราไม่เชื่ออย่าลบหลู่ จนได้มีการทำการวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อเหล่านี้ว่ามันสำเร็จจริงหรือไม่? จากผลสำรวจในปี 2013 พบว่า มีนักศึกษา13% ที่จบการศึกษาเคยมีเพศสัมพันธ์ที่ห้องสมุด และอีกสองความเชื่อที่เหลือคือ ถ้าปัสสาวะรดเท้ารูปปั้น John Harvard แล้วจะเรียนจบ มีนักศักษาปีสุดท้ายพยายามทำตามข้อนี้ถึง 23% และมีนักศึกษามากถึง 32% ทำตามประเพณี 'Primal Scream' ในคืนสุดท้ายก่อนการสอบ เพราะเชื่อว่าจะทำให้การสอบครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้จะเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล แต่อย่างไรก็ตามความเชื่อเหล่านี้ก็ยังได้รับการปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น 3. "Primal Scream"  วิ่งเปลือยแล้วกรี๊ด : มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) อีกหนึ่งประเพณีและความเชื่อของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Havard University) ที่เรียกว่า 'Primal Scream' นั่นก็คือ ในตอนเที่ยงคืนสุดท้ายก่อนการสอบปลายภาค จะมีนักศึกษาจำนวนมากลงมาวิ่งรอบ “Harvard Yard” ลานสนามหญ้าที่ไม่กว้างนัก สถานที่ที่สำคัญมากของมหาวิทยาลัย ที่ล้อมรอบไปด้วยหอพักนักศึกษา ห้องสมุด และรูปปั้นของ “John Havard” ซึ่งมีความเชื่ออีกว่าถ้าใครได้จับเท้าของรูปปั้นแล้วจะมีโอกาสได้เรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในอนาคต ที่ลานสนาม “Harvard Yard” ทุกปี คืนก่อนการสอบปลายภาค ตอนเที่ยงคืนจะมีบรรดานักศึกษาลงมาวิ่งรอบสนามแห่งนี้พร้อมกับกรีดร้องตะโกน แบบเปลือยกายร่อนจ้อน บางคนสวมแค่เสื้อคลุม หรือหมวก ปิดบังใบหน้าไว้เพียงเท่านั้น เพราะเชื่อว่าการวิ่งเปลือยเปล่าแบบนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ มีประสิทธิภาพในการศึกษาภาคต่อไป และที่สำคัญสอบผ่านแน่นอน... 4. "Sex Under The Button" มีเซ็กซ์ใต้รูปปั้นกระดุม แก้คำสาป : มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) อีกหนึ่งเรื่องเล่าและตำนานความเชื่อของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่คล้ายคลึงกับความเชื่อในมหาวิทยาลัยไทย นั่นก็คือ “ถ้านักศึกษาคนไหนก้าวเท้าเข้าไปยัง 'เข็มทิศ' ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยจะสอบไม่ผ่านมิดเทอม” และวิธีแก้คำสาปอันน่าอัศจรรย์ใจในตำนานนั่นก็คือ “คุณจะต้องมีเซ็กซ์กับใครคนหนึ่งใต้รูปปั้นกระดุมหัก (Claes Oldenburg)" ที่ตั้งอยู่นอกห้องสมุดมหาวิทยาลัย เป็นห้องเล็ก และแคบมากสำหรับสองคนที่จะไปนอนอยู่ในนั้นได้ และแน่นอนกับความเชื่อนี้ต้องมีคนที่อยากลอง และต้องไปนอนแก้คำสาปในห้องแห่งนี้อย่างแน่นอ 5. "Senior Serenading" น้องร้องให้พี่ ขยี้ให้เละ อุ๊ปส์! : วิทยาลัยวาสซาร์ (Vassar College) วิทยาลัยวาสซาร์ (Vassar College) จะมีประเพณีที่จะต้องปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีที่เรียกว่า “Senior Serenading” เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเหล่าบรรดารุ่นน้องปี 1 และสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของรุ่นพี่และรุ่นน้อง โดยประเพณีนี้จะให้รุ่นพี่เดินไปตามหอพักต่างๆ ของรุ่นน้องปีหนึ่ง เพื่อให้น้องๆ ออกมาร้องเพลงให้พวกเขาฟัง และแม้ว่าเพลงที่ร้องออกมานั้นจะไพเราะสักเพียงใด แต่ก็ต้องโดน…อยู่ดี เพราะในที่สุดแล้วตอนจบน้องๆ ก็จะต้องพบกับพายุอาหารนานาชนิดที่รุ่นพี่ทั้งหลายกระหนำปาเข้ามา ทั้งอาหาร ช็อคโกแลต น้ำเชื่อม รวมถึงลูกโป่งที่ภายในบรรจุซอสมะเขือเทศ สภาพรุ่นน้องแต่ละคนเละเทะแต่ก็มีความสุข สร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานให้กับรุ่นพี่และรุ่นน้องได้เป็นอย่างดี คงจะคล้ายๆ กับประเพณีรับน้องในบ้านเรานั่นเอง 6. "The Shoe Tree"  ต้นไม้รองเท้า : มหาวิทยาลัยเมอร์เรย์สเตท (Murray State University) ใจกลางมหาวิทยาลัยเมอร์เรย์สเตท (Murray State University) รัฐเคนตั๊กกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา จะพบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเต็มไปด้วยรองเท้าอย่างน้อย 50 คู่ ถูกตอกตรึงไว้กับต้นไม้นั้น แม้ว่ามันจะทำให้ทิวทัศน์ภายในมหาวิทยาลัยไม่สวยงามนัก แต่ต้นไม้รองเท้านี้กลับมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจ แม้จะไม่มีใครทราบว่าประเพณีต้นไม้รองเท้านี้เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยเมอร์เรย์สเตทแห่งนี้ไปแล้ว และได้มีการปฏิบัติต่อเนื่องกันมาทุกปี เรื่องราวอันน่าประทับใจของต้นไม้รองเท้านี้เริ่มต้นมาจาก มีเรื่องเล่าว่ามีนักศึกษาสองคนได้พบรักและได้แต่งงานกัน ณ ที่แห่งนี้ ถ้าอยากโชคดีเหมือนพวกเขาให้ตอกรองเท้าไว้ที่ต้นไม้ต้นนี้ และนับตั้งแต่นั้นมาก็มักจะมีเหล่าบรรดาคู่รักทั้งหลายนำรองเท้ามาตอกตรึงไว้กับต้นไม้ และเขียนวันครบรอบของพวกเขาลงไปในรองเท้าด้วย เมื่อเวลาผ่านไปคู่รักที่ประสบความสำเร็จแต่งงานสร้างครอบครัวแล้ว ก็มักจะย้อนกลับมาเพื่อตอกตรึงรองเท้าของบรรดาลูกๆ ของเขาไว้กับต้นไม้นี้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้เรายิ้มได้ 7. "Full Moon On The Quad" จูบกัน วันพระจันทร์เต็มดวง : มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (Stanford University) อีกหนึ่งประเพณีรับน้องของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของสหรัฐอเมริกา อย่างมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (Stanford University) ก็มีประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี และเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ “Full Moon On The Quad” ในคืนพระจันทร์เต็กดวงครั้งแรกของปี จะมีการเฉลิมฉลองคืนวันพระจันทร์เต็มดวงที่ลานของมหาวิทยาลัย เพื่อให้น้องปี 1 ได้กลายเป็นคนสแตนฟอร์ดอย่างเต็มตัว ด้วยการจูบกับรุ่นพี่ที่อาวุโสกว่า (ใครก็ได้) ภายในค่ำคืนแห่งนี้ จนกลายเป็นเทศกาลประจำมหาวิทยาลัย มีการเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนานทุกปี ประเพณี Full Moon On The Quad (FMOTQ) เริ่มปรากฎขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 1900s มีตำนานเล่าว่า “พี่ชาย (หมายถึงตัวแทน senior boys) ต้องการที่จะมอบน้องสาว (ตัวแทนของน้องสาวคือ freshman girls) ให้กับดอกไม้ และก่อนที่จะให้พวกเขาไปก็ได้จุมพิตไปที่แก้ม เสมือนเป็นการมอบความกล้าหาญให้กับน้องๆ ในการดำเนินชีวิตต่อไปในฟาร์มดอกไม้” และหลายปีต่อมาประเพณี FMOTQ ก็ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา และมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยมาจนถึงปัจจุบัน 8. "Raisin Weekend" สัปดาห์ ปาลูกเกด : มหาวิทยาลัยเซนท์แอนดริว (St Andrews) ที่มหาวิทยาลัยเซนท์แอนดริว (St Andrews) ในสกอตแลนด์ ก็มีประเพณีกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องที่เรียกว่า “Raisin Weekend” จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี โดยการขว้างปาถั่วและโฟมไปที่น้องใหม่ของมหาวิทยาลัย คล้ายกับประเพณีรับน้องในบ้านเรา ตามประเพณีที่ก่อนหน้านี้จะใช้ลูกเกดตากแห้ง หรือที่เรียกว่าลูกเกด เป็นอุปกรณ์ ที่นักศึกษาปี 1 จะมอบให้รุ่นพี่เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ แต่ยุคนี้ใช้โฟมแทน ก็เลยกลายเป็นการเอาโฟมโปะกันและกันเป็นที่สนุกสนาน ไม่มีลูกเกดอย่างในอดีต แต่ก็ยังคงเรียกชื่องานนี้ว่า Raisin Weekend เหมือนเดิม 9. "Dragon Day"  วันมังกร : วิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) 'Dragon Day' หรือ วันมังกร ถือเป็นประเพณีประจำปีของวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จะจัดขึ้นในวันศุกร์ ก่อนที่วิทยาลัยจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ กลางเดือนมีนาคม ของทุกปี จะมีขบวนแห่มังกร (Dragon) ที่สร้างโดยนักศึกษาปีแรกของคณะสถาปัตยกรรม และแห่ข้าม Arts Quad ท่ามกลางเสียงตะโกน และการเต้นรำ ประเพณีวันมังกรนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1901 โดยเชื่อว่าน่าจะมีวันสถาปนาคณะสถาปัตยกรรมของวิทยาลัยแห่งนี้ โดยนักศึกษาสถาปัตยกรรมได้ร่วมกันสร้างมังกรยักษ์ขึ้นมา เป็นตัวแทนและสัญลักษณ์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานของ St Patrick ที่ได้เดินทางโดยการใช้งูเป็นพาหนะที่เกาะไอแลนด์ นั่นเอง 10. "Naked Quad Run" ประเพณีวิ่งเปลื้องผ้า : มหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) มหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) แห่งรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา มีประเพณีแปลกที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ 'Naked Quad Run' หรือประเพณีการวิ่งเปลื้องผ้าของเหล่าบรรดานักศึกษา จะทำกันในฤดูหนาวคืนการอ่านหนังสือสอบ โดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยทัฟส์จะวิ่งจากตึก West Hall ไปยังตึก Residential Quad ระหว่างทางที่กำลังวิ่งไปนั้นก็จะทำการถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นไปตลอดทาง ซึ่งต้นกำเนิดของประเพณีวิ่งเปลื้องผ้าของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1900 ในยุคนั้นมหาวิทยาลัยทัฟส์ยังเป็นมหาวิทยาลัยชายล้วน ได้ทำการประท้วงการรวมมหาวิทยาลัย กับวิทยาลัยหญิงล้วนที่ชื่อว่า “Jackson College” ด้วยการวิ่งเปลื้องผ้า และได้กลายเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา แต่ปัจจุบันนี้แว่วๆ ว่าได้มีการห้ามนักศึกษาปฏิบัติตามประเพณีนี้แล้ว 11. "Trashing" สอบเสร็จต้องเละ : มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด (Oxford Univeristy) นักศึกษาในมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด (Oxford Univeristy) เป็นเพียงมหาวิทยาลัยเดียวในฝั่งโลกตะวันตกที่ยังคงใส่เครื่องแบบนักศึกษาในการสอบ ซึ่งหลังจากสอบเสร็จครั้งสุดท้ายของปีแล้ว นักศึกษาเหล่านั้นจะต้องเข้าสู่ประเพณีประจำมหาวิทยาลัยที่เรียกว่า 'trashed' ซึ่งพวกเขาจะต้องถูกปาด้วย แป้ง, วิปครีม, เส้นสปาเกตตี้ และฉีดด้วยสายรุ้งเต็มไปหมด คล้ายกับการเฉลิมฉลองให้กับนักศึกษาหลังสอบเสร็จ 12. "Renn Fayre" งานเผาวิทยานิพนธ์ : วิทยาลัยรีด (Reed College) บ้านเราต้องเก็บไว้ดูต่างหน้า >,< ประเพณี 'Renn Fayre' เป็นประเพณีการเฉลิมฉลองของเหล่าบรรดานักศึกษาในวันในวันปิดภาคเรียน ของวิทยาลัยรีด (Reed College) ปัจจุบัน Renn Fayre ได้กลายเป็นประเพณีประจำมหาวิทยาลัยในเทศกาลสิ้นปี วันสุดท้ายของการเรียน สำหรับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้วจะมีการเฉลิมฉลองด้วยการเอาวิทยานิพนธ์ของพวกเขาที่ทำเสร็จแล้วมาเผา และร่วมกันเดินแห่ไปรอบวิทยาลัย มีทั้งอาหาร ดนตรี การแสดงศิลปะ กระดานลื่นยักษ์ ลานสเก๊ตบอร์ด และขบวนพาเรดเปลือยของนักศึกษาที่เพ้นท์ร่างกายด้วยสีน้ำเงิน ครึกครืนและสนุกกันไปทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องเลยทีเดียว 13. "Liquid Latex" บอร์ดี้เพ้นท์เต้นกระจาย : มหาวิทยาลัยแบรนดีส (Brandeis University) มหาวิทยาลัยแบรนดีส (Brandeis University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลชมเชยจากนิตยสารเพลย์บอย จากการจัดอันดับงานแสดงมหาวิทยาลัยประจำปี ในชุดการแสดงที่ชื่อว่า 'Liquid Latex' ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่จัดแสดงทุกปีของมหาวิทยาลัยแบรนดีส โดยนักศึกษาจะออกมาทำแสดงโชว์ด้วยร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงการเพ้นท์สีตามร่างกายเท่านั้น คล้ายกับภาพยนตร์เรื่องทิมเบอร์ตัน ที่ร่างกายปกคลุมด้วยสีเพ้นท์น้ำยางเหลวข้น และเต้นรำไปตามจังหวะเพลง ซึ่งประเพณีนี้ได้สืบทอดและปฏิบัติมาเป็นเวลา 13 ปีแล้ว อีกทั้งยังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในหมู่นักศึกษาของมหาวิทยาลัย 14. "Healy Howl" โหย..หวน..หอน : มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (Georgetown University) หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อภาพยนตร์สุดสยอง “The Exorcist” กันมาบ้าง กับภาพความสยองในภาพยนตร์ แต่น้อยคนนักจะทราบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำกันที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (Georgetown University) นี่เอง ดังนั้นในวันฮาโลวีนของทุกปีจะมีการจัดฉายภาพยนตร์เรื่องนี้บริเวณสนามหญ้าภายในมหาวิทยาลัย หลังจากภาพยนตร์จบจะเป็นเวลาช่วงเที่ยงคืน เหล่าบรรดานักศึกษาก็จะยังไม่ไปไหน แต่จะพากันไปยังสุสานใกล้กับตึก "Healy Hall" ของมหาวิทยาลัย เพื่อทำการ "หอน" ที่เรียกว่า "Healy Howl" ร่วมกัน นึกไม่ออกเลยว่าภาพบรรยากาศจริงจะสยองชวนขนลุกแค่ไหน!!! นอกจากนี้ก็ยังมีประเพณีแปลกๆ อีกหลายที่เลยคะ เช่น  "Naked Library Walk" เปลือยกายเดินในห้องสมุด : มหาวิทยาลัยแยล (Yale University), "Naked Jump in the Lake" แก้ผ้าลงเล่นนน้ำในทะเลสาป : Ohio State University, "Sex in the football Stadium" มีเซ็กส์ในสนามฟุบอล : University of Michigan แรงๆ ทั้งนั้น!! ขอบคุณ ที่มา : teen.allwomenstalk.com,studentbeans.com,mentalfloss.com.hercampus.com,buzzfeed.com,www.fiestafrog.com

มั่วแล้ว! อาหาร 22 อย่าง ที่บอกว่า ห้ามกินคู่กัน
กินคู่กัน /  ห้ามกินคู่กัน / 

ช่วงนี้เห็นบทความที่แชร์กันเยอะ เกี่ยวกับ อาหาร 22 อย่าง ที่บอกว่า ห้ามกินคู่กัน บ้างก็ว่าหากกินคู่กันจะมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต บางอย่างก็ทำให้เกิดโรคร้ายในร่างกายได้ ทั้งที่อาหารแต่ละอย่างนั้น ก็ไม่ได้ดูมีพิษภัยหรืออันตรายอะไรเลย ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ในชีวิตประจำวันเรื่อย วันนี้ Health Mthai มีคำตอบที่แท้จริง เกี่ยวกับเรื่อง อาหาร 22 อย่าง ที่ห้ามกินคู่กัน ว่าจริงหรือมั่ว โดย อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน ว่าทั้งหมดนี้ มั่วแหลกโดยสิ้นเชิง.. มาดูกันว่า อะไรบ้างที่เค้าบอกว่าห้ามกินคู่กัน 1. เหล้าขาวกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นพิษ ขอแนะนำ Choya Ume Plum Wine สาเกรสอร่อยดองลูกพลับ ถ้ากินแล้วเป็นพิษก็คงเพราะมันอร่อยมากเลยละครับ ฟันธง คนญี่ปุ่นและผู้เขียนยังไม่ได้ตาย4ตาย5จากการกิน Choya Ume แต่ประการใด 2. หัวไชเท้ากับเห็ดหูหนู ทั้งดำและขาว - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะเป็นโรคผิวหนัง โรคผิวหนัง เกิดได้จาก เชื้อโรค หรือ จากกรรมพันธุ์ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง หรืออาจเป็นอาการทางผิวหนัง ที่เกิดจากการแพ้ ไม่ใช่ว่ากินด้วยกันแล้วจะแพ้ อาการแพ้เป็นเฉพาะคนครับ 3. เต้าหู้กับน้ำผึ้ง – ห้ามรับประทานด้วยกันจะทำให้หูหนวก แนะนำอาหาร ผัดเต้าหู้ ซอสน้ำผึ้งมัสตาร์ด ต้องบอกมั๊ยว่าข้อนี้มั่วสาดดดด แล้วครับ http://allrecipes.com//Recipe/honey-mustard-tofu/Detail.aspx 4. มันฝรั่งกับกล้วยทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้หน้าเป็นฝ้า ฝ้า Melasma เกิดได้จากหลายปัจจัยเช่น แสงแดด ฮอร์โมน ยา เครื่องสำอาง พันธุกรรม ทุพโภชนาการ ส่วนปฏิกิริยาระหว่างมันฝรั่งและกล้วยนั้นไม่มีละครับ มั่วเด็ดๆเลยครับ http://www.doctorcosmetics.com/read_content.php?id=1608&pagetype=articles 5. กล้วยกับเผือก - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้ท้องอืด ท้องอืดเกิดจากอาหารไม่ย่อย ทั้งกล้วยและเผือกก็ใช้เวลาในการย่อยจริงครับ สำคัญคือกินแต่พอดีครับ กินน้ำมากๆคนก็อืดน้ำได้ครับ 6. ถั่วลิสงกับฟักทอง - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้ทำร้ายร่างกายและลำไส้อักเสบ แกงฟักทองใส่ถั่วลิสงก็เข้ากันนะครับ อร่อยดี ประโยชน์ของถั่วลิสงและฟักทอง ดูตามนี้ละกันครับ http://www.yourhealthyguide.com/article/an-6herb-health.html 7. มันเทศกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร คิดว่าคนเขียนคงมั่วเพลินครับ กระเพาะอาหารไม่มีนิ่วเพราะมีกรดอยู่ ทำให้ความสามารถในการละลายของแคลเซี่ยมสูงและโดยที่ทางกายภาพมันมีช่องใหญ่ต่อเนื่องไปสู่ลำไส้ ถ้ามีนิ่วขึ้นมา หรือกลืนเม็ดมะขามหรือเม็ดอะไรลงไป มันก็หลุดออกไปกับขี้ละนะครับ ถ้ามั่วว่ากระเพาะปัสสาวะยังจะดีกว่า 8. มันฝรั่งกับลูกพลับ - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เป็นนิ่วในท่อปัสสาวะ นิ่วเป็นก้อนผลึกของธาตุจำพวกแคลเซียม แมกนีเซียม กรดยูริค ปัจจัยการเกิดนิ่วมักมีร่วมกับการทานน้ำน้อย หรือเสียเหงื่อเยอะหรือการอักเสบครับ เผื่อไว้ด้วยเลยก็แล้วกัน การกินน้ำกระด้างก็ไม่ได้ทำให้เกิดนิ่ว ร่างกายคนเราต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูกเป็นปรกติอย่างไรของเหลวในร่างกายคนก็จะต้องมีสิ่งที่จะเกิดเป็นนิ่วอยู่แล้ว มันฝรั่งกับลูกพลับกินแล้วเกิดนิ่วเรียกว่าเพ้อกันเลยทีเดียว (ข้อมูลเพิ่มเติม http://en.wikipedia.org/wiki/Bladder_stone ) 9. หัวไชเท้ากับผลไม้ทุกชนิด - ห้ามรับประทานรวมกัน จะทำให้เกิดคอพอก โรคคอพอกหรือ Goiter เป็นการขาดไอโอดีนครับ คือร่างกายได้รับไอโอดีนน้อยเกินไปอย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่ใช่ว่ากินอะไรเข้าไปครับ ( ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.thaiclinic.com/goiter2.html ) 10. น้ำเต้าหู้ นมสด - ห้ามใส่ไข่ เพราะจะทำให้ท้องผูกและเส้นเลือดตีบ ถ้ากินแต่โปรตีนท้องก็ผูกละครับ ทานใยอาหารบ้าง คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเส้นเลือดตีบเกิดจากอะไร มันก็คำแนะนำทั่วไปของคนมีปัญหาภาวะคลอเรสเตอรอลสูง ไม่ใช่ว่ากินปุ๊บแล้วโอ๊ววววว ท้องผูกปั๊บ เส้นเลือดในสมองก็ตีบทันที 11. ผักป๋วยเล้ง - ห้ามรับประทานกับเต้าหู้ จะทำให้เป็นนิ่วที่ไขสันหลัง ไปดูว่า นิ่วคืออะไรซะนะครับ ข้อนี้ขนาดเขียนยังผิดเลย โรคที่ว่าเรียกให้ถูกต้องคือโรคหินปูนเกาะที่กระดูกสันหลัง Osteophyte ซึ่งเป็นอาการของการแก่ครับ มันคือความพยายามที่ร่างกายจะค้ำจุนเนื้อเยื่อโครงสร้างที่ฉีกขาดไป แต่ก็อาจก่อปัญหาได้ถ้าไปเกาะที่ตัวเส้นประสาท หาอ่านต่อที่ ( ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.thaispine.com/webboard/index.php?showtopic=493 ) 12. กล้วยมะละกอ แตงโม - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เป็นโรคไตกับโรคเบาหวาน โอย ปวดตับเว้ยครัฟ โรคเบาหวานเกิดจากกรรมพันธุ์ ส่วนโรคไต มั่วไว้กว้างมากไปหน่อยมั๊งครับ 13. ส้มกับมะนาว - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้กระเพาะทะลุ กระเพาะทะลุกันทีเดียว กรดในกระเพาะน่ะ pH = 1.6 – 2.5 เชียวนะ มะนาวน่ะ pH 2.4 เรื่องผสมแล้ว pH มากขึ้น ไปเรียนเคมีใหม่ได้เลยนะครับ 14. เหล้าขาวกับเบียร์ - ห้ามรับประทานด้วยกัน จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก ดูอันตรายของสุรา ไม่ว่าจะรับประทานด้วยกันหรือไม่มันไม่ได้มีผลส่งเพิ่มหรอกครับ แค่กินมากไปละไม่ว่า 15. ปลาทุกชนิด - ห้ามต้มกับ ผักกาดดอง จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง คนเกาหลีตาย5 หมดประเทศเพราะกินปลากับกิมจิ เรื่อง Carcinogen ในอาหารหมักดองก็มีอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกถั่วเหลือง แต่โดยรวมผมกลัวมะเร็งสังคมอย่างคนมั่วสร้าง FWD นี้ขึ้นมามากกว่า 16. ขิงดอง - ห้ามเข้าตู้เย็น กินแล้วจะเป็นโรค มะเร็ง จะให้ต้องบอกไหมว่า มะเร็งเกิดจากความผิดปรกติของเซลล์ ซึ่งกระตุ้นได้ด้วยสารที่มีการระคายเคือง หรือ การระคายเคืองด้วยความร้อนเสียดสีบ่อยๆหรือกินของร้อนบ่อยๆ ไปกลัวเรื่องการกินชาร้อนๆจะดีกว่านะครับ 17. น้ำเต้าหู้ - ห้ามใส่น้ำตาลแดง จะทำให้เสียวิตามิน วิตามินในเต้าหู้คือวิตามิน B น่ะครับ และยัด5กับน้ำตาลได้ครับ ไม่หายแน่ๆ คาราบาวแดงมันยังใส่กับน้ำตาลเลย แล้วน้ำตาลแดงมันก็น้ำตาลน่ะแหละ ไม่มีอะไรมาก แค่ไม่ได้สกัดเอาสีของวัตถุดิบออกหมดเท่านั้นเอง (ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.soya.be/nutritional-values-of-tofu.php ) 18. น้ำข้าว - ห้ามใส่กับนม จะทำให้เสียวิตามิน เด็กมันโตมาได้ไงถ้านมมีปฏิกิริยาทำลายวิตามิน B เด็กทารกได้สารอาหารทั้งหมดจากนมนะครับ 19. น้ำผึ้ง – ห้ามชงด้วยน้ำร้อน จะทำให้เสียวิตามิน อันนี้จริง วิตามินถูกทำลายได้ด้วยความร้อน อุแม่เจ้า มีตั้งข้อนึงที่ผมเห็นด้วยแน่ะ แต่ชงด้วยน้ำร้อนเร็วดี เสียนิดๆหน่อยๆก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะ 20. บวบ ซือกวย ไชเท้า - ห้ามรับประทานวันเดียวกัน จะทำให้เป็นเบาหวาน ทำให้เชื้ออสุจิอ่อนไม่แข็งแรง เบาหวานเกิดจาก กรรมพันธุ์ ส่วนเชื้ออสุจิไม่แข็งแรง หัวไชเท้านี่เป็นสมุนไพรช่วยโด๊ปด้วยซ้ำครับ ว่าแต่คนทำ FWD จะเอาลูกสาวมาให้ลองเชื้อไหม 21. มังคุดกับน้ำตาล- กินร่วมกันจะทำให้เสียชีวิต มันจะไม่อร่อย เพราะหวานเกิน แต่ในมังคุดก็มีน้ำตาลอยู่ละ ไล่เช็คดูน่าจะมาจาก FWD เก่าแก่ที่เชื่อว่ามันจะออกมาเป็นไซยาไนด์ เรื่องนี้ หมอแมง ยังเคยมาแกะมังคุดจิ้มน้ำตาลกินให้ดูจะๆเลยว่า ไม่ตาย ที่มาเรื่องจาก http://topicstock.pantip.com

(ประกาศรายชื่อผู้โชคดี) michelle gourmet ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ตลาดบองมาเช่
Michelle Gourmet /  อาหารฝรั่งเศส

สวัสดี ชาว MThai ทุกคน วันนี้มาเฟียฟู้ดและตามรอยนักชิม พามาเสาะหาร้านอาหารดีๆ กันอีกเช่นเคย กับร้านอาหารฝรั่งเศส แตไม่ใช่ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ธรรมดาทั่วไป มีความพิเศษที่ไม่เคยใคร จะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลยค่ะ มากันที่ร้าน michelle gourmet  ร้านอาหาร Europe ในสไตล์ ฝรั่งเศส และอิตาเลียน และผสมผสานความเป็นเอเชียเถบบ้านเราลงไปด้วย ระหว่างอาหารแนวยุโรปและเอเชีย ชื่อจึงกลายเป็น Eurasian ภายในตลาดใหญ่อย่างบองมาเช่ ยังมีร้านอาหารฝรั่งเศสดีๆ อร่อยๆ ราคาที่ทุกคนจับต้องได้ เมนูจากนักชิมที่มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี ที่เลือกสรรเมนูจากประสบการณ์ตรง ร้าน มิเชล กรูเมต์ จะอยู่ด้านหน้าของตลาดบองมาเช่ เดินเข้ามาทางด้านหน้า ก็จะเจอร้าน ตั้งเด่นอยู่ ด้วยดีไซน์สะดุดตา หาได้ไม่ยาก ที่จอดรถกว้างขวาง ร้านเล็ก แต่ดูอบอุ่นและเป็นกันเอง นั่งสบายๆ ไม่อึดอัด เมาะสำหรับนัดเดทหวานใจ โรแมนติกสุดๆ เป็นห้องแอร์เย็นสบาย หนีร้อนจากการเดินตลาดด้านนนอก เข้ามาสู่ภายในร้าน โดยการตกแต่ง ด้วยโทนสีที่ดูเย็นสบายตา เป็นร้านที่น่าแวะมาพักผ่อนจริงๆ มาเริ่มกันที่เมนูอาหาร เมนูที่นี่มีหลากหลายอย่างให้เลือกสั่ง มีทั้ง ปลา กุ้ง หอย หมู ซี่โครงแกะออสเตรเลีย เป็ด ไก่ วัตถุดิบชั้นยอดทั้งนั้น ที่รังสรรมาให้ลูกค้าได้ทาน นอกจากนี้ยังมีพิซซ่า หน้าต่างๆ อีกด้วย เมนูที่ทางร้านมาแนะนำกันในวันนี้ เริ่มด้วยเมนูเบาๆ อย่าง "ซุปลอบสเตอร์" หรือ Bisque de Crevettes  " Bisque de Crevettes "  ซุปลอบสเตอร์  "French Onion Soup" ซุปหอมใหญ่สไตล์ฝรั่งเศส ทานคู่กับขนมปัง "Rosini/ Filet with Goose Liver" เนื้อสันในชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่ม ราดซอสมะเขือเทศเข้มข้น ซ้อนด้วยตับห่านชิ้นโตอยู่ด้านบน "Snow fish Truffle"  ปลาหิมะ ราดด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิล "Duck in Orange Sauce" เป็ดในซอสส้ม เป็ดเนื้อนุ่มที่ถูกตุ๋นเป็นเวลานานจนเปื่อยนุ่ม ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ ตบด้วยของหวาน "Crepes Suzettes" เครปหวานสไตล์ฝรั่งเศส ทานคู่กับไอศครีมรสวนิลา ใครจะรู้ว่าร้านอาหารหรูสไตล์ฝรั่งเศสจะอยู่ท่ามกลางตลาดบองมาเช่ ตลาดดี ย่านประชาชื่นแห่งนี้ พิเศษ! สำหรับสมาชิก MThai ลุ้นรับรางวัลทานฟรี 500 จำนวน 4 รางวัล คำถาม ร้าน มิเชล กรูเมต์ ตั้งอยู่ที่ใด ? ประกาศรายชื่อผู้โชคดี  พิกุลทอง ทรัพย์สิน สุนันทา อุปพันธาภรณ์ ก้องเกียรติ โอสถ ทัศนีย์ แซ่ลิ้ม *วิธีรับรางวัลแสดงบัตรประชาชนให้ทาวร้านว่าเป็นผู้โชคดี แผนที่ ร้าน michelle gourmet

สาวฉุนได้ซอสซองเดียว ชี้หน้าด่าพนักงานยับ
ซอส /  ซอสซองเดียว / 

วิจารณ์สนั่น ลูกค้าโวย ได้ซอสซองเดียว จัดหนักพนักงาน วันนี้ (15มี.ค.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Kanokwan Poolkhum ภายในคลิปเผยให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังด่าพนักงงานร้านอาหารด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย เนื่องจากเธอไม่พอใจที่สั่งอาหารจากทางร้านกลับบ้าน แต่ได้ซอสเพียงซองเดียว เธอชี้หน้าด่าพนักงานหญิงที่เป็นคนจัดอาหารให้เธอ พร้อมระบุว่าพนักงานท่านนี้แสดงสีหน้าไม่ดีตั้งแต่เธอมาซื้ออาหารแล้ว แม้พนักงานสาวจะพยายามอธิบายว่าสามารถขอซอสเพิ่มได้หากลูกค้าต้องการ แต่เธอก็ยังคงด่าต่อ พร้อมท้าให้พนักงานสาวออกมาเจอ จากนั้นเธอได้เอาถ้วยเปล่าที่ถือติดมือมาด้วยบีบซอสเกือบเต็มถ้วยกลับ เมื่อคลิปถูกเผยแพร่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า หากพนักงงานให้ซอสน้อยเกินไป ลูกค้าก็ควรขอเพิ่มดีๆเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งหน้าที่ของพนักงานร้านก็ต้องบริการลูกค้าอยู่แล้ว แต่ตัวลูกค้าเองก็ต้องให้เกียรติพนักงงานเช่นกัน MThai News ขอบคุณคลิปจาก สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Kanokwan Poolkhum

โอวาคุดานิ แห่งฮาโกเนะ ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา
บ่อน้ำพุร้อน /  ภูเขาไฟ / 

โอวาคุดานิ (Owakudani) หุบเขาแร่กำมะถัน สถานที่ท่องเที่ยวแสนขึ้นชื่อของฮาโกเนะ อยู่บนความสูง 1,050 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่วันนี้ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนแล้ว ว่าเป็นจุดเสี่ยงภัยหลังจากเกิดแผ่นดินไหวที่ภูเขาไฟฮาโกเนะ อาจมีผลทำให้ภูเขาไฟระเบิดได้ โดยทางสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้สงสารมายังคนไทยที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ว่าควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด travel.mthai.com จึงอยากพาทุกท่านไปรู้จักกับหุบเขาแร่กำมะถันแห่งนี้ ว่ามีความสำคัญและน่าสนใจอย่างไรบ้าง เพราะถ้าเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจริง ๆ เราอาจไม่มีโอกาสเห็นมันอีกแล้ว โอวาคุดานิ แห่งฮาโกเนะ ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา โอวาคุดานิ (Owakudani) คือหุบเขาภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุของภูเขาคามิ ในช่วงที่ภูเขาไฟฮาโกเนะระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อน จนกระทั่งถึงในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ผู้คนเริ่มเรียกที่แห่งนี้ว่า Ochigoku หรือ “หุบเขานรก” ที่ฮาโกเนะ แม้จะไม่มีการระเบิดของภูเขาไฟมานานมากแล้ว แต่ใต้พื้นผิวยังคงมีความร้อนอยู่จึงทำให้น้ำที่อยู่ข้างใต้พวยพุ่งหรือระเหยกลายเป็นไอน้ำออกมาข้างบนตลอดเวลา ประกอบกับที่นี่มีแร่กำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก ทำให้ไอน้ำที่พวยพุ่งออกมานั้นมีกลิ่นกำมะถันปนอยู่ แม้ว่ากลิ่นกำมะถันจะแรงและไม่ถูกกับจมูกมนุษย์ซักเท่าไหร่ แต่กลับมีคุณค่าต่อสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งจะเห็นได้จากที่มีท่อส่งน้ำจากบ่อต่างๆออกไปยังออนเซนในบริเวณใกล้ๆนั้นอยู่หลายที่ เพื่อให้ลูกค้าของแต่ละสถานที่ใช้สำหรับแช่ตัวเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและรักษาโรคภัยต่าง ๆ จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวหลักๆคือ Kuro-Tamago หรือไข่ดำ ซึ่งเป็นไข่ต้มสุกในบ่อของหุบเขาโอวาคุดานิแห่งนี้ ว่ากันว่ากินไข่ดำหนึ่งฟอง จะอายุยืนขึ้นไปอีกเจ็ดปี โดยมีความเชื่อที่สืบทอดกันมาเล่าว่า “ในสมัยญี่ปุ่นโบราณ มีชายหนุ่มผู้กตัญญูคนหนึ่งอาศัยอยู่กับพ่อที่ป่วยหนัก หมอบอกว่าโรคร้ายของพ่อเขานั้นไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้และจะตายภายในไม่ช้า ชายหนุ่มคนนี้จึงพยายามเสาะหาหมอเก่งๆเพื่อที่จะให้มารักษาพ่อของเขา แต่ไม่ว่าไปที่ไหน เขาก็ไม่สามารถหาหมอที่จะสามารถรักษาพ่อของเขาได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนในตอนนั้นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อีกไม่นานพ่อของเขาจะตาย เขาจึงจนปัญญาที่จะหาคนมาช่วยพ่อของตน และแล้วก็มีชาวบ้านหลายคนบอกว่าที่โอวาคุดานินั้นมีของวิเศษที่จะสามารถช่วยพ่อของเขาได้ เขาจึงมุ่งหน้าไปที่นั่นทันที เมื่อไปถึงก็เห็นชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ปากบ่อน้ำแร่กำมะถัน เขาจึงเข้าไปหาเพื่อจะถามถึงของวิเศษที่สามารถรักษาพ่อเขาได้ ชายชราตกใจและทำของบางอย่างตกลงไปในบ่อ แล้วจึงชี้ลงไปในบ่อกำมะถันโดยไม่พูดอะไร เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายกตัญญูจึงกระโดดลงไปในบ่อกำมะถันเพื่อของวิเศษ และก็ได้ไข่ที่มีเปลือกสีดำขึ้นมา 1 ใบ จึงนำกลับไปให้พ่อที่ป่วยหนักกิน เมื่อพ่อของเขาได้กินแล้ว ทำให้สามารถมีชีวิตยืนยาวต่อไปได้อีก 7 ปี” ไข่ดำที่ต้มในบ่อโอวาคุดานินั้นดำแต่เปลือกนอกเท่านั้น เนื้อข้างในยังคงขาวเหมือนไข่ต้มทั่วไป สำหรับคนที่อยากทานไข่ดำเพื่อเพิ่มอายุขัยให้กับตนเองตามความเชื่อ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าทางด้านล่างในราคาถุงละ 500 เยน (มี 5 ฟอง) นอกจากนั้น ขนมต่างๆที่วางขายที่นี่ ก็เป็นขนมที่ไม่เหมือนทั่วๆไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกทำออกมาให้เป็นสีดำหรือเน้นไปที่ไข่ดำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นขนมโมจิ ขนมไข่ ช็อกโกแลต หรือแม้กระทั่งถั่วต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น ก็มีของที่ระลึกเช่น พวงกุญแจ ตู้ไขไข่ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่อิงกับเรื่องของไข่ดำวางขายด้วย ใครที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นในแถบนี้ แนะนำว่าควรระงับไว้ก่อน รอดูสถานการณ์ เพราะภัยธรรมชาติ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา พลางชมภาพสวย ๆ ไปก่อนแล้วกันนะครับ ขอบคุณข้อมูลจาก : www.japan-expert.com  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai