ช็อกโกแลตซอส

โครงการ Thai Delicious  เตรียมส่งผ่านความอร่อยจากครัวไทยสู่ครัวโลก
Thai Delicious /  อาหารไทย

สนช. เปิดตัวเครื่องวัดความอร่อย พร้อม 11 สูตรอาหารไทย เตรียมส่งผ่านความอร่อยจากครัวไทยสู่ครัวโลก จากซ้าย: นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์, นายมรุต ชโลธร, นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล กรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สนช., เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็ก, นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สนช.,ดร.กฤษณ์ จงสฤษดิ์ ,และนายกษิดิ์เดช ธีรนิตยาธาร สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จัดกิจกรรมส่งเสริมความสำเร็จของโครงการ Thai Delicious สู่ตลาดโลก เพื่อประชาสัมพันธ์ความสำเร็จของโครงการ Thai Delicious สู่สาธารณชนและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และให้เกิดการรับรู้และเข้าถึงรสชาติอาหารไทยตำรับดั้งเดิม อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสและช่องทางต่อการขยายผลองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการ Thai Delicious สู่กลุ่มเป้าหมายในตลาดโลก นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล กรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า “สนช. ได้ดำเนินโครงการ Thai Delicious” ภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารไทยให้มีการพัฒนานวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพื่อให้สามารถกำหนดมาตรฐานด้านรสชาติอาหารไทยให้ได้คุณภาพที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากตำรับดั้งเดิมของไทย ภายใต้แนวคิด “อาหารไทยไม่ว่าครัวที่ไหน ก็ต้องมีรสชาติไทยเดียวกัน” เพื่อตอบสนองความต้องการของรสชาติอาหารไทยในตลาดต่างประเทศ โดยการนำองค์ความรู้ด้านคหกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร และการทดสอบทางประสาทสัมผัสมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน” นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สนช. เปิดเผยถึงความสำเร็จของโครงการฯ ว่า “จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สนช. ได้พัฒนาและให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรมภายใต้โครงการ Thai Delicious จำนวนทั้งสิ้น 14 โครงการ วงเงินสนับสนุนกว่า 23.5 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลการลงทุนรวมกว่า 130.6 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย โครงการระบบบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบอาหารไทยครบวงจร นำร่องในพืชวัตถุดิบอาหารไทย ได้แก่ พริก และกะเพรา โครงการเครื่องมือตรวจวัดมาตรฐานรสชาติอาหารไทย จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ e-delicious และ ESenS ซึ่งสามารถวัดค่ารสสัมผัสพื้นฐานที่มนุษย์จะได้รับจากลิ้นสัมผัส ได้แก่ ความเปรี้ยว ความหวาน ความเค็ม ความเผ็ด หรือตัวแปรอื่นๆ ที่จำเป็น พร้อมทั้งวัดกลิ่นที่มีองค์ประกอบทางเคมีที่สามารถกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารได้ เพื่อนำไปใช้ทดสอบและประเมินรสชาติอาหารไทย โดยการจำลองกระบวนการรับรู้ความอร่อยของมนุษย์ โดยอาศัยการรับรู้จากเซนเซอร์ทางเคมีไฟฟ้า นำไปประมวลผลในระบบคอมพิวเตอร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligent; AI) โครงข่ายประสาทเทียม (neural network) และการบูรณาการร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านรสชาติอาหาร เพื่อฝึกสอนเครื่องมือตรวจวัดให้สามารถเข้าใจถึงรูปแบบของความอร่อยของอาหารไทยแต่ละชนิด โครงการพัฒนาสูตรมาตรฐานอาหารไทยและผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง จำนวน 11 ตำรับ ได้แก่ ต้มยำกุ้งน้ำใส ต้มยำกุ้งน้ำข้น ผัดไทย แกงมัสมั่น แกงเขียวหวาน ข้าวซอย ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง แกงเหลือง และซอสไก่กอและ ซึ่งสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ www.nia.or.th/thaidelicious หรือดาวน์โหลดผ่านแอพลิเคชั่นในระบบปฏิบัติการไอโอเอส รวมถึงการต่อยอดนำสูตรมาตรฐานที่ได้ไปเผยแพร่ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยจะนำร่องจัดตั้งต้นแบบร้านอาหารไทยสไตล์บริสโทรชื่อ “กะทิ (KATI)” ที่สุขุมวิท 49 ซึ่งจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโครงการ Thai Delicious ทั้งหมด ทั้งนี้ จะดำเนินการในลักษณะธุรกิจแฟรนไชส์ คาดว่าจะเปิดสาขาแรกที่ประเทศญี่ปุ่น และขยายต่อไปยังเกาหลีและสวีเดนต่อไป” “สำหรับกิจกรรม “Thai Delicious Gala Dinner” ที่จัดขึ้นในวันนี้ สนช. มุ่งหวังในเกิดการสร้างโอกาสและช่องทางในการขยายผลองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มเป้าหมายในตลาดโลก รวมถึงเป็นแสดงให้เห็นถึงการนำเสนออาหารไทยในรูปแบบสากลที่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติและความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทย โดยใช้ผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการ Thai Delicious ที่สะดวกและง่ายต่อการปรุง ซึ่งจะช่วยควบคุมมาตรฐานด้านรสชาติของอาหารไม่ให้เกิดการผิดเพี้ยน ซึ่งจะก่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์ สู่ภาคเอกชนไทยและต่างชาติต่อไป” นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติม บรรยากาศภายในงาน สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจกับเครื่องมือวัดความอร่อยอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังมีจัดนิทรรศการระบบบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบอาหารไทยครบวงจร นำร่องในพืชวัตถุดิบอาหารไทย ได้แก่ พริก และกะเพรา และมุมของตัวผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงอาหารของ Thai Delicious ไว้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบของบรรจุภัณฑ์สำหรับการนำจำหน่าย ทั้งนี้ยังจำลองต้นแบบร้านอาหารไทยสไตล์บริสโทรชื่อ “กะทิ (KATI)” ซึ่งจะเปิดกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่ดูสร้างความครื้นเครงภายในงาน คือ คานาเป้ ประกอบไปด้วย เครปผัดไทย ไส้อั่ว และปอเปี๊ยะน้ำพริกอ่อง โดยมีเชฟมาปรุงให้ชมกันสดๆโดยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Thai Delicious พร้อมกับทดสอบค่าความอร่อยกับเครื่องให้สื่อมวลชน และแขกที่มาร่วมงานได้ร่วมชมไปพร้อมๆกัน จากนั้นเข้าสู่งาน Thai Delicious Gala Dinner เปิดด้วยโชว์พิเศษ ต้อนรับแขกที่มาร่วมงานด้วยคณะหุ่นละครเล็กโจ-หลุยส์ ก่อนที่จะเริ่มเสิร์ฟอาหาร ทั้งหมด 5 คอร์ส สร้างสรรค์จากผลิตภัณฑ์ “Thai Delicious” โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร สุดยอดเชฟอาหารไทย พร้อมไวน์ Chateau Des Brumes เริ่มต้นที่ อาหารเรียกน้ำย่อยด้วยเซ็ทอาหารเหนือ ที่มีทั้ง ข้าวซอยไก่บ้าน แกงเหลืองปู และกุ้งกอและ ตามด้วยต้มยำกุ้งครีมน้ำข้นมาพร้อมกับเจลลี่ต้มยำบนข้าวตังกรอบ คั่นด้วยส้มซ่า-ไอศกรีมซอร์เบที่ให้รสหวานเปรี้ยวชื่นใจ ก่อนจะเริ่มเมนคอร์สที่แสนอร่อย ด้วยแกงเขียวหวานปลากะพงขาวเสิร์ฟกับสปองข้าวหอมมะลิ และแกงมัสมั่นบ้านเสิร์ฟกับน้ำพริกหนุ่มบนมันอบและโรตีกรอบ appetizer ปิดท้ายด้วย ขนมหวานที่มีทั้งขนมหม้อแกงถั่วทองน้ำตาลโตนด และมะม่วงตาร์แตงที่เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมกล้วยตาก ซึ่งสร้างความประทับใจให้แขกที่ร่วมงานประทับใจในฝีมือของเชฟกันถ้วนหน้า ข้อมูลเพิ่มเติม: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาศยา ศิริเอาทารย์ โทรศัพท์ 0-2644-6000 ต่อ 204 อีเมล์: asaya@nia.or.th

ช็อกโกแลตนม ช็อกโกแลตขาว และช็อกโกแลตดำ ต่างกันตรงไหน
chocolate /  ช็อกโกแลต

ตำนานของช็อกโกแลต ได้เคยเล่ากันไปแล้วนะจ๊ะในเนื้อหานี้ http://teen.mthai.com/variety/24418.html ความแตกต่าง ของ White Chocolate, Dark Chocolate และ Milk Chocolate ทีนี้มาเคลียร์กันจะๆ ว่า ช็อกโกแลตสามชนิดต่างกันอย่างไร สิ่งแรกที่ต้องรู้ก่อนคือ ต้นโกโก้ Cacao นี่ปลูกได้ในแถบร้อนชื้นในแอฟริกา อเมริกาใต้และเกาะสุมาตรา (แหล่งผลิตโกโก้จากทั่วโลก) และผลโกโก้มีเนื้อสีขาวเป็นยวง เมล็ดของโกโก้นี่แหละหัวใจเลย เพราะว่า มีส่วนที่เป็นไขมันของเมล็ดเรียกว่า Cacao butter (ไขมันโกโก้) และ ส่วนที่เหลือเมล็ดดำๆหอมๆคือ Cacao (หรือที่บดละเอียดต่อไปเป็น Cacao powder) (ผลโกโก้) (ยวงในผลโกโก้ ซึ่งเป็นเนื้อสีขาว ข้างในเมล็ดสีดำ) (ไขมันโกโก้) การทำช็อกโกแลต จะมีส่วนผสมของ นม วานิลลา ไขมันโกโก้ และผงโกโก้ที่แตกต่างกัน ช็อกโกแลตขาว(white chocolate) จึงเป็นช็อกโกแลตที่ไม่มีผงโกโก้เลย (จึงเป็นสีขาว) มีไขมันโกโก้ไม่ต่ำกว่า 20% ช็อกโกแลตนม (milk chocolate) เป็นช็อกโกแลตสีดำรสหวานที่เราคุ้นเคยมากที่สุด (สีน้ำตาล) มีไขมันโกโก้ไม่ต่ำกว่า 20% มีผงโกโก้ไม่ต่ำกว่า 25% (ส่วนใหญ่ก็เรียกรวมว่า มีโกโก้ ไม่ต่ำกว่า 45%) ช็อกโกแลตดำ หรือ ช็อกโกแลตขม (dark chocolate or bitter chocolate) เป็นช็อกโกแลตสีน้ำตาลเข้มถึงดำ มีไขมันโกโก้ไม่ต่ำกว่า 20% และมีผงโกโก้ไม่ต่ำกว่า 50% (ส่วนใหญ่ระบุรวมว่า มีโกโก้ ไม่ต่ำกว่า 70%) และลดน้ำตาลลงไปอีก รวมทั้งไม่ สัดส่วนของช็อกโกแลตแต่ละชนิดแตกต่างกันตามสูตรและข้อกำหนดของการผลิต ส่วนผงโกโก้ที่ชงดื่มนั้น เป็นแบบผงโกโก้ล้วนๆ ไม่ได้ผสมนมหรือวานิลลาเลย ในขณะที่ ช็อกโกแลตสำหรับดื่มนั้น มีส่วนผสมที่ว่านั้นแล้ว ที่น่าแปลกคือ แม้โกโก้จะผลิตในประเทศร้อนชื้นแต่ช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อกลับเป็น เบลเยี่ยม และสวิส ซึ่งคนทั่วไปเชื่อว่า การใช้ส่วนผสมอื่นๆคือ นม และอุณหภูมิที่ใช้ระหว่างผลิต มีผลทำให้ช็อกโกแล็ตมีความหอมมากกว่าผลิตในที่อื่น ซึ่งในขณะที่ประเทศผู้ผลิตช็อกโกแลตก็รวยเอาๆ ประเทศที่ปลูกต้นโกโก้ก็อับจนแสนเข็ญจนต้องมีการระดมกำลังช่วยเหลือ เพื่อให้มีการเพาะปลูกโกโก้ให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืน รวมทั้งมีการตั้งนโยบาย Fair Trade เพื่อขจัดคนกลาง และมีการผลิตและใช้วัตถุดิบอื่นๆ เพื่อให้ประเทศผู้ผลิตได้รายได้เพิ่มจากการแปรรูป และลดปัญหาค้าทาสทางอ้อมด้วย เรียบเรียงโดยทีมงาน MThai (กรุณาให้เครดิต ถ้านำไปใช้) อ้างอิง http://en.wikipedia.org/wiki/Types_of_chocolate http://www.thestoryofchocolate.com/Savor/content.cfm?ItemNumber=3454&navItemNumber=3376 http://www.candyusa.com/ http://organiccacaobutter.com/

Extra Virgin Olive Oil น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ของดี สเปน อิตาลี
สลัด /  อาหารสเปน / 

แด่คนที่สนใจเที่ยวยุโรป ต้องรู้เรื่องอาหารการกินเอาไว้ เกี่ยวกับ EVO หรือ Extra Virgin Olive Oil หรือ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ ซึ่งมักจะวางคู่กับ น้ำส้มสายชูดำ Balsamic Vinegar (รสชาติคล้ายจิ๊กโฉ่ ของจีน) สำหรับใส่น้ำสลัด หรือใส่อาหารเย็น ทานคู่กับ ขนมปัง ชีส หรือ แฮม (Jamon Iberico แฮม แพงที่สุดในโลก สเปน) น้ำมันมะกอก ขึ้นชื่อเรื่องของ คุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายด้วย กรดโอเลอิก และบำรุงผิวและผม สิ่งที่เรียกว่า Virgin Olive Oil คือ กรรมวิธีการสกัด ใช้การสกัดเย็น และเครื่องมือกลไกแบบดั้งเดิม ภาพจาก http://www.internationaloliveoil.org/ ภาพจาก "How to make Extra Virgin Olive Oil" http://www.youtube.com/watch?v=PBX2Uv0HLqY (ซึ่งถ้าเป็นแบบสมัยใหม่จะใช้ การสกัดด้วยสารละลาย จากนั้น ก็จะใช้ความร้อน ทำให้สารละลายระเหยไป เหลือแต่น้ำมัน ซึ่งเป็นวิธีการสกัดน้ำมัน จากน้ำหอมดอกไม้ต่างๆ ที่น้องๆน่าจะเคยเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์กันมาบ้าง) การสกัดแบบดั้งเดิม เชื่อว่าทำให้กลิ่นและรสชาติคงเดิมมากที่สุด ส่วนที่ใส่คำว่า Extra เข้าไปอีก ก็เพราะว่าผ่านขั้นตอนการตรวจว่า ไร้สารเคมีเจือปน และรสชาติ กลิ่น ทดสอบแล้วได้มาตรฐาน ตามที่องค์กรเกี่ยวกับมาตรฐานน้ำมันมะกอกรองรับ ซึ่งมีสถาบันดังกล่าว ใน ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน (สามประเทศหลักๆที่ชู EVO เป็นสินค้าเด่นประจำชาติ เพราะมันเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงหลักๆเลยของ อาหารฝรั่งเศส อาหารอิตาลี และ อาหารสเปน นั่นเอง) แต่ที่ดู จะจริงจัง ถึงขนาดพูดว่า น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ นี้มันเยี่ยมยอด แค่จิ้มกินกับขนมปังก็ขึ้นสวรรค์แล้ว คือ อิตาลี และสเปน จ้า (อะไรจะขนาดนั้น) วิธีใช้ วิธีปรุงอาหาร Extra Virgin Olive Oil ตามที่บอกไปแล้ว ว่ามักใช้กับอาหารเย็น สลัด เนื้อเย็น ผสมเป็นซอสราด เสียมากกว่า เนื่องจากจุดเดือดต่ำจะทำให้น้ำมันไหม้ก่อนอาหารจะสุก และเนื่องจากการสกัดที่เรียกว่า พิเศษ ดั้งเดิม เพื่อกลิ่นและรสมาเสียขนาดนี้แล้ว การปรุงด้วยความร้อน ทำให้เสียรสเสียกลิ่นไปด้วย (หมดกัน ของราคาแพง) ดังนั้น ถ้าจะปรุงอาหาร ด้วยความร้อน ก็ใช้ น้ำมันมะกอก แบบ pure olive oil ดีกว่า การกิน คู่กับ Balsamic Vinegar ไม่มีสูตรตายตัว แต่เนื่องจากมันเข้ากันดี คนก็เลยนิยม แต่บางคนอาจจะชอบแค่ Balsamic แต่ไม่ใส่น้ำมันมะกอก ก็ตามแต่ชอบ เพียงแต่บางครั้งเราจะได้แบบที่ผสมมาแล้ว (แต่น้ำมันมะกอกจะลอยอยู่ข้างบน แยกชั้นกัน) ดังนั้น เขย่าพองามได้ แต่ถ้าไม่ชอบ Balsamic ก็ไม่ต้องเขย่าเท่านั้นเอง เวลาเทก็จะมีแต่น้ำมันมะกอกจ้า การเก็บรักษา น้ำมันมะกอก หลายยี่ห้อ จะมาในขวดเข้ม สีดำ หรือสีชา เพื่อป้องกันแสงแดดทำปฏิกิริยาใดๆกับน้ำมันมะกอก แต่ก็มีหลายยี่ห้อ ซึ่งทำเป็นขวดใส ให้เห็นความใสบริสุทธิ์ของน้ำมัน สีเขียวอมเหลือง (แล้วแต่วิจารณญานนะครับ) การเก็บให้เก็บที่อุณหภูมิห้อง อย่าแช่ตู้เย็น เพราะว่าจะทำให้กลิ่นหอมหายไป ระยะเวลาในการใช้หลังจากเปิดขวดแล้ว อยู่ได้ 1-2 ปี เพียงแต่สังเกตว่า กลิ่นจะหดหายไป (เพราะเปิดขวด มีการสัมผัสกับอากาศ) และหากน้ำมันบูด จะมีกลินเหมือนถั่วเน่าสังเกตได้ง่าย และน้ำมันจะเปลี่ยนสี และนี่ก็เป็นของดีอีกชิ้นที่ หลายคนที่ไป อิตาลี และสเปน อาจจะอยากซื้อมาลองเหยาะใส่สลัด เพื่อเน้นสุขภาพมากขึ้น คำเตือน: ภาพประกอบในเนื้อหานี้ บางส่วน MThai ซื้อลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องเพื่อใช้ประกอบเนื้อหาบน MThai.com เท่านั้น ที่มา: สถาบันดูแลน้ำมันมะกอกนานาชาติ http://www.internationaloliveoil.org/ วิธีการเก็บรักษาน้ำมันมะกอกโดย ยี่ห้ออพอลโล http://www.apollooliveoil.com/organic-extra-virgin/index.php/faqs/

แฮร์รี่ วัย 7ปี ปิ๊งไอเดียเขียนจดหมาย ขอออกแบบฉลากซอสใหม่
harry deverill /  ออกแบบ / 

แฮร์รี่ วัย 7ปี ปิ๊งไอเดีย เขียนจดหมายขอออกแบบฉลากซอสใหม่ กับทางซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยระบุไว้ในจดหมายว่า "ผมไม่เข้าใจภาพที่ปรากฏอยู่บนบรรจุภณฑ์ของบราวน์ซอสว่ามันคืออะไร ช่วยตอบคำถามผมที" ว้าววว นี้คือจุดเล็กๆ ที่ผู้ใหญ่อย่างเรามักมองข้าม แต่มันคือความสงสัยของเด็กวัย 7 ขวบที่น่าสนใจและต้องการคำตอบ จนผลักดันให้เค้าทำสิ่งใหม่ๆ ได้ งั้นวันนี้เราไปติดตามเรื่องราวของเขาพร้อมๆ กันเลยค่ะ...  แฮร์รี่ วัย 7ปี ปิ๊งไอเดีย เขียนจดหมายขอออกแบบฉลากซอสใหม่ โดยเรื่องราวเกิดจากความไม่เข้าใจของ เด็กหนุ่มชาวอังกฤษชื่อ แฮร์รี่ หรือ harry deverill วัย 7 ปี ในฉลากของบราวน์ซอส ที่เป็นรูปมะเขือเทศกับส่วนผสมต่างๆ จึงทำให้เขาเกิดปิ๊งไอเดีย เขียนจดหมายไปสอบถามเจ้าหน้าที่ของซุปเปอร์มาร์เก็ต ใจความว่า "Mr. Mark Price ผมเขียนจดหมายนี้ถึงคุณ เพราะเมื่อเช้าระหว่างที่ผมทานแซนวิชเบคอน พร้อมกับบราวน์ซอสของ Waitrose ผมได้ถามพ่อว่า รูปที่อยู่บนฉลากคืออะไร หมายความว่ายังไง พ่อของผมดูแล้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน โปรดบอกผมหน่อยได้หรือไม่ ว่ามันคืออะไร แม่ของผมบอกว่าผมวาดรูปเก่ง ดังนั้นหากคุรต้องการให้ผมช่วยวาดรูป ออกแบบฉลากบนบราวนืซอสใหม่ ผมยินดีที่จะช่วย จาก harry deverill วัย 7 ปี" หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ของซุปเปอร์มาร์เก็ตได้มีการตอบสนอง โดยพวกเขาตัดสินใจที่จะใช้การออกแบบของแฮร์รี่ บนบรรจุภัณฑ์ของบราวน์ซอสใหม่ และได้ขึ้นชั้นขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ เริ่ดอ่ะ โดยที่เจ้าตัวแฮร์รี่เอง ก็ไม่เคยคลาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับการตอบสนอง และสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมากๆ การออกแบบฉลากบนซอสใหม่นี้ เขามองว่าภาพที่จะอยู่บนซอสควรวาดให้ทราบถึงสิ่งที่ชัดเจนว่าบราวน์ซอสนี้เหมาะที่จะทานกับอะไรมากกว่า ที่จะเป็นภาพส่วนประกอบในซอสแบบเก่า ตามภาพใหม่ที่เขาวาดก็คือ ภาพแซนวิช ไส้กรอก ไข่ดาว หรือภาพรวมก็คืออาหารมื้อเช้านั่นเอง ข้อมูลและภาพ liekr.com, metro.co.uk, Caters News Agency

Buffet Cake Sweety Secret อร่อยไม่อั้นแค่ 195.-
Sweety Secret /  บุฟเฟ่ต์เค้ก / 

เห็นโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์เค้กของร้าน Sweety Secret (สวีทตี้ ซีเครท) แล้วอดอุทานให้กับความดีงามไม่ได้ เรียนเชิญทุกท่านที่รักขนมเค้กและของหวานมาร่วมอุทานและกรี๊ดกร๊าดโดยพร้อมเพรียงกัน สวีทตี้ ซีเครท ร้านขนมฝรั่งสัญชาติไทยใจกลางสามย่านต้อนรับคนรักขนมหวานสู่เดือนพฤศจิกายนด้วยโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์เค้ก (และขนมหวานอื่นๆ) ราคาพิเศษ ให้คุณลูกค้าเอร็ดอร่อยกับของหวานกว่า 40 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นทรัยเฟิล บานอฟฟี่ มาการอง มองบลังก์ หรือฮันนี่โทสต์ และที่ขาดไม่ได้เลยคือประดาเค้กนานาชนิด อาทิ เครปเค้ก เค้กช็อกโกแลตลาวา เค้กส้ม เค้กชาเขียว เค้กชาเย็น เค้กสตรอเบอร์รี่ครีมสด ฯลฯ โดยไม่จำกัดจำนวน ทั้งหมดทั้งมวลที่ร่ายมานี้มีค่าเสียหายแค่คนละ 195 บาท (จากราคาปกติ 259 บาท) ไม่รวมเครื่องดื่ม ไปกินบุฟเฟ่ต์เค้กราคาพิเศษนี้ได้ที่ร้านสวีทตี้ ซีเครท ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2557 ระหว่างเวลา 12.00 – 20.00 น. สำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 087-677-5030 หรือ 086-907-2729

เบอร์เกอร์ ราคา 58,000 บาท มันแพงเพราะอะไรนะ?
เบอร์เกอร์

มาพบกับความอลังการของราคาอาหารที่แพงที่สุดในโลกกันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแตงโมหลักที่แพงที่สุดในโลก หรือไข่ไก่ที่แพงที่สุด แต่นี้ทำให้ Junk food ที่แสนจะธรรมดา เนรมิตรให้มีราคาแพงและมีคุณค่าขึ้นมาทันที่ เบอร์เกอร์ เมนูใหม่ร้านนี้ราคาถึง 1,700 $ หรือ 58,000 บาท โอ้โห้ แค่ได้ยินราคาก็อยากจะรู้แล้วว่าเบอร์เกอร์ชิ้นนี้ทำมาจากอะไร ทำไมมันถึงแพงขนาดนี้ ภัตตาคาร Honky Tonk ในลอนดอนได้ออกเมนูเบอร์เกอร์ที่ชื่อว่า Glamburger โดยเบอร์เกอร์นี้จะประกอบไปด้วยเนื้อโกเบ วากิวขนาด 220 กรัม อีกทั้งยังมีเนื้อกวางชั้นดีจากนิวซีแลนด์ที่คัดส่วนที่มีไขมันแบบพอดีๆ อีก 70 กรัม และตามด้วยวัตถุดิบต่างๆ ที่มีราคาแพงอย่าง เห็ดทรัฟเฟิลสีดำ โรยด้วยเกลือจากเทือกเขาหิมาลัย ตามด้วยกุ้งล็อบเตอร์จากแคนาดาที่เคี่ยวกับหญ้าฝรั่น และยังไม่สะใจ เชฟ Chiris Larfe ยังเพิ่มเบคอนที่อบด้วยไซรับจากใบเมเปิ้ล ไข่ปลาคาเวียร์ และเป็นรมควันจากไม้ตระกูลวอลนัทที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ แล้วปิดด้วยทองเปลวที่สำหรับทำอาหาร และขนมปังที่ใช้ยังทาด้วยชาเขียวและครีมมายองเนสจากญี่ปุ่น ตกแต่งจากโดยซอสมะม่วงสุกและเห็ดทรัฟเฟิลสีขาว เบอร์เกอร์ที่ทำจากวัตถุดิบอลังการแบบนี้ ถึงราคาเป็นหลักหมื่นก็ต้องยกให้เขาแล้วหล่ะ คุ้มค่าคุ้มราคาทุกคำเลยทีเดียว ข้อมูลจาก aplus

แฟนหนุ่มฉลาด จ้างลดน้ำหนัก ลดได้1ปอนด์ได้เงิน10ปอนด์ ได้ผล หุ่นสวยเช้ง!
คู่รัก /  จ้างลดน้ำหนัก / 

Kylie Barton อดีตสาวร่างใหญ่คว้าเงินกว่า 1,000 เหรียญ หลังแฟนหนุ่ม จ้างลดน้ำหนัก 1 ปอนด์ ต่อเงิน 10 ปอนด์ ..   แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้คุณแม่ลูกสี่ อย่างไคลลี่ กลับมาผอมได้ง่ายๆ ไรอันแฟนหนุ่มจึงจัดการ จ้างลดน้ำหนัก ด้วยวิธี ลดได้ 1 ปอนด์ เอาเงินไป 10 ปอนด์ซะ!  ซึ่งแน่นอนว่า ไคลลี่ก็สร้างความแปลกใจให้สามีด้วยการ ยอมรับคำท้า แล้วจัดการเลิกกินอาหาร Junk food อย่างเด็ดขาด เพื่อลดไซส์เสื้อผ้าให้เล็กลงอีก 7 ไซส์ จากการจ้างลดความอ้วนสนุกๆ แต่หลังจากผ่านไป 1 ปี ไคลลี่สาวที่มีความสูง 158 ซม. ทำได้ตามเป้าหมาย คือ ลดน้ำหนักไปถึง 64 กิโลกรัม ซึ่งทำให้สามีต้องเสียเงินราวๆ 1000 ปอนด์ (52,000 ไทย )  สุดยอดมั้ยล่ะ !!  " ตอนที่ไรอันเสนอจะให้เงิน  มันยิ่งกระตุ้นฉันขึ้นไปอีก มันคุ้มค่าในทุกๆเพนนี เพราะสิ่งที่ได้มันมากกว่าเงิน ฉันรู้สึกรวยมาก เพราะน้ำหนักฉันลงไปเยอะเลยจริงๆ "  โดยไคล์ลี่เล่าให้ฟังว่า เธอมีเป็นสาวอ้วนมาตั้งแต่จำความได้ อาหารหลักของเธอคือขนมกรุบกรอบ บิสกิต และ น้ำหวาน  และความอ้วนก็มาเยือนเธอรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อเธอได้ให้กำเนิดลูกคนแรก ที่ทำให้เธอทะยานไปถึงไซส์ 20  และเมื่อเธอให้กำเนิดลูกคนที่สอง ทั้งไรอันและไคล์ลี่ ก็กินเก่ง ทั้งคู่บอกว่า เขากินพิซซา เบอร์เกอร์ และขนมกรอบทั้งวัน หรือแทบจะทุกมื้อกลางวันและเย็นเลยทีเดียว อันเป็นเหตุให้น้ำหนักของทั้งคู่ทะยานขึ้นไปอีก จนทั้งคู่เริ่มสังเกตว่า เงินของพวกเราร่อยหรอให้กับอาหารขยะ และร่างกายอันไม่แข็งแรง นี้ จึงเริ่มปฏิบัติการ ลดอาหารขยะและลดน้ำหนัก โดยวิธีการของไคล์ลี่นั่นก็ง่ายแสนง่าย โดยเธอเปลี่ยนมาทานอาหารที่ทำเอง เช่น สลัดมันฝรั่ง หรือ สลัดผัก เป็นอาหารกลางวัน และผักกับเนื้อไก่อบในมื้อเย็น ส่วนอาหารจุกจิก ไคล์ลี่เปลี่ยนจากชอคโกแลตหรือขนม เป็น ผลไม้และ โยเกิร์ต นอกจากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทั้งคู่ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงของเงินในกระเป๋าด้วย " เราใช้เงินกับการกินน้อยลงมาก และได้ใช้เงินไปกับการซื้อของให้ลูก ซื้อเสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆด้วย "  มาดูแผนการกินของเธอกันค่ะ ว่า 50 กิโลของเธอ ลดลงไปได้อย่างไร  ก่อน น้ำหนัก: 18st 2lbs   (114 กิโลกรัม) ไซส์เสื้อผ้า : 24 อาหารเช้า : ไม่กิน สาย: น้ำอัดลมและชอคโก้บาร์ มื้อกลางวัน : เคบับ (แป้งและเนื้อสัตว์ผักใส่ซอส) + น้ำอัดลม บ่าย : ขนมขบเคี้ยว ชาหลายๆแก้ว มื้อเย็น : สตู เกี๊ยวซ่า เนื้อสัตว์ สเต็กมันๆ ขนมคบเคี้ยวตอนดึก: เบอร์เกอร์ไก่ พิซซ่า ขนมปังกระเทียม หลัง น้ำหนัก: 10st 9lbs   (63 กิโลกรัม) ไซส์เสื้อผ้า : 10 อาหารเช้า : ซีเรียลใส่นม ซีเรียลบาร์ และกล้วยหั่น สาย: ผลไม้ โยเกิร์ต มื้อกลางวัน : สลัดมันฝรั่ง ถั่วอบ สลัด บ่าย : ไม่กิน มื้อเย็น : ไก่อบ สลัด สาวๆคนไหนที่มีแฟน ก็ลองบอกให้แฟนจ้างเราลดน้ำหนักมั้ยคะ เผื่อจะลงเร็วยิ่งขึ้น อิอิ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  ที่มา mirror.co.uk

Crispy Cream Mini Doughnut
Crispy Cream /  doughnut / 

Promotion Crispy Cream Mini Doughnut  โปรโมชั่น คริสปี้ ครีม มินิ โดนัท 16 รส 16 ความอร่อยที่มาแบบพอดีคำ เสนอความอร่อยในแบบ มินิ มินิ ที่มาพร้อมรสชาติและสีสันสุดประทับใจ ที่ย่อขนาดให้พอดีคำ มาท้าให้คุณลองแล้วจะติดใจ กับ มินิ พิงค์ ดริซเซิล / มินิ เอ็ม แอนด์ เอ็ม บลู / มินิ ออเรนจ์ สตริป / มินิ เรด สปริงเคิล มินิ ช็อกโกแลต / มินิ พิงค์ สตริป / มินิ พีนัทบัทเตอร์ สตริป / มินิ แบล็ค แอนด์ ไวท์ มินิ คุกกี้ แอนด์ ครีม / มินิ บลูเบอร์รี่ มิลค์ / มินิ เอ็ม แอนด์ เอ็ม ดาร์ค / มินิ บลู / มินิ เอ็ม แอนด์ เอ็ม ไวท์ มินิ อัลมอนต์ / มินิ เยลโล่ และมินิ สตรอเบอร์รี่ มิลค์ มาเริ่มต้นความอร่อยแบบมินิ แล้วส่งต่อให้คนที่คุณรัก กับ คริสปี้ ครีม มินิ โดนัท ในราคากล่องละ 315 บาท จำนวน 20 ชิ้น ตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2557 ที่ คริสปี้ ครีม ทุกสาขา (ราคาดังกล่าวยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง)

Chic เมนู : วิธีทำ หมูผัดซอสพิซซ่า ด้วยไมโครเวฟ
Chic เมนู /  หมูผัดซอสพิซซ่า / 

Chic Menu เมนูสุดชิค วันนี้ขอเสนอ วิธีทำ หมูผัดซอสพิซซ่า ด้วยไมโครเวฟ เราตามไปดูวิธีทำกันเลย

 BANGKOK BANK FREE SUNDAE
atm /  BANGKOK BANK / 

ความสุขเกิดได้ทุกวัน รับฟรีไอศกรีมช็อกโกแลต หรือสตรอว์เบอร์รี ซันเด 1 ถ้วย ราคา 29 บาท ที่ร้าน แมคโดนัลด์ เพียงสะสมสลิปพิเศษครบ 2 สลิป จากการโอนเงินข้ามเขตที่มีการชำระค่าธรรมเนียม โอนเงินต่างธนาคาร หรือจ่ายบิลผ่านเครื่องเอทีเอ็ม  ธนาคารกรุงเทพ Bangkok bank  วันนี้ – 31 ธ.ค. 57 *ยกเว้นการชำระค่าบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ  Bangkok bank  และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1333 หรือ คลิก http://bit.ly/bblfreesundae

สุขภาพน่ารู้ : ออกกำลังกายเวลาไหนดีกว่ากัน
ช่วงเวลาการออกกำลัง /  สุขภาพน่ารู้ / 

สุขภาพน่ารู้ : ออกกำลังกายเวลาไหนดีกว่ากัน มีทฤษดีมากมายที่ออกมาและเป็นที่ถกเถียงกันว่า การออกกำลังกายช่วงเวลาไหนที่เหมาะสม เเละได้ผลมากกว่ากัน เพราะแต่ละคนมีความชอบในการเลือกออกกำลังกายตามแต่ละช่วงเวลาที่ ‘เหมาะสม’ ต่างกันไป บ้างรักที่จะตื่นแต่เช้าตรู่และออกกำลังกายให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และอีกมากที่เลือกจะออกกำลังกายยามบ่ายหรือตอนเย็น ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย หรือเย็นล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อร่างกายทั้งสิ้น อย่างน้อยๆ คุณก็อยู่ห่างไกลจากโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ อย่างแน่นอน โดยพอจะสรุปความแตกต่างของการออกกำลังกายในตอนเช้าและตอนเย็นได้ ดังนี้ การออกกำลังกายในตอนเช้า​ การออกกำลังกายในตอนเช้านั้นจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายกว่า การออกกำลังกายช่วงเย็นอาจทำให้ร่างกาย หัวใจทำงานหนัก จึงอาจส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวและหลับได้ยากกว่านอกจากนี้การออกกำลังกายช่วง เย็น อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับในบางราย ซึ่งจะส่งผลไปถึงความอยากอาหารด้วย เพราะถ้าคนเรานอนน้อย จะหิวบ่อยกว่า ทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ยากกว่า ดังนั้น คนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายตอนเช้าจะให้ผลลัพธ์ที่ถูกใจกว่า เพราะฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นจะสัมพันธ์กับ Biological Clock หรือนาฬิกาชีวิตของสมองในการสร้างฮอร์โมน ที่สำคัญ เชื่อกันว่าการสร้างนิสัยออกกำลังกายตอนเช้านั้นสามารถฝึกได้อย่างสม่ำเสมอ กว่าการออกกำลังกายตอนเย็น ที่คนเรามักมีภารกิจอื่นๆ มาแทรก ทำให้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะไปออกกำลังกาย การออกกำลังกายในตอนเย็น​ ส่วนการออกกำลังกายในตอนเย็นนั้น เชื่อกันว่าช่วงเวลา 4-5 โมงเย็นจะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การออกกำลังกายมากที่สุด เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะสูงสุด ณ เวลานั้น ทำให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้เกิดการบาดเจ็บน้อยกว่า เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้กล้ามเนื้ออบอุ่นและมีความยืดหยุ่นมากกว่า และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็จะดีกว่าในช่วงบ่าย โดยจะทำงานได้ดีขึ้นประมาณ 5-10% รวมถึงความทนทานของร่างกาย หรือความอึดในการออกกำลังกายโดยเฉพาะการออกกำลังแบบแอโรบิก จะเพิ่มขึ้นถึง 4% และถ้าจะให้ดีควรเว้นช่วงระยะห่างของเวลาออกกำลังกายกับเวลานอนออกประมาณ 4-6 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายยังมีความตื่นอยู่จากฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในขณะออกกำลังกาย สำหรับคนไม่มีเวลา สำหรับ คนที่หาเวลาออกกำลังกายได้ยากเย็นเกินกว่าจะเลือกว่าออกกำลังกายตอนเช้าหรือ ตอนเย็นดีกว่ากัน แนะนำให้จัดเวลาที่คุณสะดวกเมื่อไรก็ได้ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สามารถแบ่งออกเป็นหลายครั้ง อย่างน้อยครั้งละ 30 นาทีก็เกิดประโยชน์ไม่แพ้กัน ลองจัดตารางการออกกำลังกายหลายๆ แบบ อาทิ การสร้างกล้ามเนื้อด้วยการยกน้ำหนักสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ท้อง หลัง และต้นขา เพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะช่วยในการเผาผลาญของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น และจัดเวลาสำหรับการยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่บ้าน เพื่อป้องกันการปวดหลังปวดกล้ามเนื้อจากการทำงานหรือการใช้คอมพิวเตอร์นานๆ สำหรับมือใหม่ เป็นมือใหม่อาจจะเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการไม่ต้องบังคับตัวเองให้ฟิตร่างกายจนคร่ำเคร่งเกินไป อาศัยบรรยากาศดีๆ ในชีวิตประจำวันช่วยบ่มเพาะนิสัยรักการออกกำลังกายไปทีละน้อย เช่น ลองหัดตื่นเช้ากว่าเวลาที่เคยตื่นสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้มีเวลาทานข้าวเช้า หรือชงเครื่องดื่มอุ่น อาทิ โกโก้ ช็อกโกแลต ไขมันต่ำ มีใยอาหาร ทานรองท้องกับแซนด์วิชสักชิ้น แล้วออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเดินออกกำลังกายในหมู่บ้าน หรือเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า เท่านี้ก็ช่วยให้คุณเริ่มต้นออกกำลังกายในช่วงเริ่มต้นของวันได้เป็นประจำ ทุกวัน และหากจัดสรรเวลาออกกำลังกายเพิ่มเติมในตอนเย็นได้ เท่ากับคุณได้กำไรเป็นเท่าตัว ที่มา : Lovefitt

อร่อยจัดเต็มกันเน้นๆ กับชุดเมนู บาร์บีกอนท่องโลก
BarBQ

รีวิวอร่อยจัดเต็มกันเน้นๆ กับชุดเมนู บาร์บีกอนท่องโลก สวัสดีคะ เพื่อนๆชาว Food MThai วันนี้จะมารีวิวอาหารเซตใหม่ล่าสุดของ บาร์บีคิวพลาซ่า 4 เซตเมนูด้วยกัน ได้แก่ เซตซามูไร, เซตสโมกกี้, คาวบอย และบาร์บีกอนชาวเกาะ ราคาก็จะแตกต่างกันไม่มากเริ่มต้นที่ 159 – 279 บาท (แพงสุดจะเป็นชุดบาร์บีกอนชาวเกาะคะ เพราะเป็นทะเลเน้นๆ) ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช่เมนูใหม่ซะทีเดียว เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงเคยน่าจะลองทานกันแล้ว ทางทีมงานก็เลยจัดชุดใหญ่กันมาเน้นๆเต็มๆไปเลยทั้ง 4 ชุด แต่ละชุดจะมีอะไรบ้างไปดูกัน ก่อนจะเริ่มจัดเต็มกับเมนูชุดบาร์บีกอนท่องโลกกันแบบจัดหนักแล้ว เราขอเริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย กับเมนูเบค่อนทอดกรอบ ทานเล่นๆกับครีสซอส กรอบอร่อยอย่าบอกใคร อ๊ะๆ ยังไม่หมดค่า ตามมาด้วยเมนูเกี้ยวซ่าทอด เห็นธรรมดาแบบนี้เนื้อหมูนุ่มกำลังดีเข้ากันได้ดีกับน้ำจิ้มทีเดียวคะ เรียกได้ว่า มารอบไหนเป็นต้องสั่งทานเล่นเป็นประจำทุกทีเชียว เริ่มกันทีเซทแรกเลย ชุดบาร์บีกอนชาวเกาะ ซีฟู้ดและทะเลเน้นๆ ประกอบด้วยกุ้งสด ปลาแซลมอน และหอยแมงภู่นิวซีแลนด์ เหมาะสำหรับคนชอบทานทะเล ชุดนี้ทานได้ 1-2 ท่านนะคะ สดไม่สดดูกันเอาเองเลย แต่บอกได้ว่าตัวใหญ่มากกก ถ้าเทียบกับเซตนี้และราคาก็ถือว่าคุ้มค่าคะ ชุดไฮไลท์พระเอกของวันนี้อยู่ตรงนี้ค่า กับชุดซามูไรบาร์บีกอน ประกอบไปด้วย เนื้อหมู, เบคอน และพิเศษกับเนื้อหมูคุโรบูตะการันตีคุณภาพด้วยเนื้อหมูจาก CP คะ แฟนบาร์บีกอนตัวจริงต้องพลาดชุดหมูซามูไรชุดนี้ไปไม่ได้แน่นอน อิอิ ข้าวผัดกระเทียมพร้อม ซอสบาร์บีคิว พริกและกระเทียมพร้อม ถึงเวลาลุยกันเลย ต่อด้วยชุดคาวบอยบาร์บีกอน (อันนี้เราชอบเป็นพิเศษ Beef lover) ประกอบไปด้วย เนื้อติดมัน, เนื้อสไลด์ และเบคอนสไปซี่ ถูกใจคนชอบเนื้ออย่างเรานักแล (><”) โปรดสังเกตความสีและความสด ชั้นไขมันแน่นแน่นที่อยู่ในเนื้อ ซูมเจ้าตัวเนื้อติดมันกันให้เห็นชัดๆ สวยงามจริงๆ ว่าแล้วก็ลุยสิครัช ลวกพี่! ยังไม่หมดค่า ชุดสุดท้ายดูจะถูกใจกับน้องๆที่มาด้วยเป็นพิเศษกับชุด สโมกกี้เบคอน ประกอบไปด้วย เบคอน, หมูสามชั้นรมควัน (มันหอมอร่อยจริงๆนะตอนทาน) และที่พิเศษสุดจร้า อกเป็นรมควันสไลด์ กระซิบบอกนิดนึง โปรโมชั่นดีดีแบบนี้ มีถึงวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้เท่านั้นนะคะ เริ่มหิวกันแล้วใช่มั้ยละ ยังไม่หมดจร้า นอกจากชุดบาร์บีกอนท่องโลก ไหนๆมาถึงบาร์บีคิวพลาซ่าทั้งที จะลืมชุดนี้ไม่ได้เลย ชุดครอบครัวสุขสันต์ กิกิ มากันเป็นครอบครัวใหญ่ อิ่มอร่อยทั้งชุดเมนูใหม่และไม่ลืมชุดพี่ใหญ่เมนูเก่า ทั้งอุด้ง ครอบครัวหมู และทะเลเน้นๆ พุงกางกันไปเป็นแทบๆ ระหว่างทานเสร็จ พี่ๆจากทางบาร์บีกอน แจ้งว่าทานครบทุก 500 บาททางบาร์บีกอนมีแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้า ลุ้นไปเที่ยวรอบโลก ไอเราก็งงว่ายังไง อ๋อมันเป็นคูปองชิงโชคแบบนี้จร้า ไม่เพียงเฉพาะคนที่ทานครบ 500 บาทแล้วได้ร่วมสนุกลุ้นชิงโชคกับบาร์บีกอนเที่ยวเลือกได้ มูลค่าสูงสุดถึง 1 ล้านบาท แต่ถ้าสั่งชุดบาร์บีกอนท่องโลก 1 เซตได้วอยเชอร์ฟรี อีก 1 ใบ/เซต พิเศษสุดๆกันไปเลย (รายละเอียดโปรโมชั่น : http://promotion.mthai.com/eat/3664.html) สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด กับโปสการ์ดสวยๆจาก Bar-B-Q Plaza ไว้ชวนเพื่อนไปเที่ยวรอบโลก ประกาศรายชื่อผู้โชคดี เตชินี พลายเดช สุรเชษฐ์ เมฆมาลัย พัฒน์นรี พุทธาโภคาทรัพย์ วรรณภรณ์ แซ่โง้ว ขนิษฐา บุตรอำคา ยุทธนา กาวิละเลส วรางคณา กิจบุญ จารุวรรณ สุขสงวน พิพัฒน์ ด่านกลาง วรวิทย์ จิรังคสกุลเดช

อาหารเยอรมัน กับเมนูแห่งลุ่มน้ำไรน์ เมืองโคโลญ
ขาหมูเยอรมัน /  อาหารเยอรมัน / 

อาหารเยอรมัน กับเมนูแห่งลุ่มน้ำไรน์ เมืองโคโลญ โชคดีเป็นที่สุดที่ได้มีโอกาสได้ไปดูงานฝั่งยุโรปครั้งแรกในชีวิต และบังเอิญที่สุดก็คือประเทศเยอรมนี ที่ได้เคยเรียนเป็นภาษาต่างประเทศที่ 2 สมัยมัธยมปลาย แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้อีกเลย พอทราบว่าจะได้ใช้ภาษาเยอรมันจริงๆ ก็ฝึกพูดรื้อฟื้นความทรงจำกันยกใหญ่ แต่ที่ไม่ได้เตรียมใจไปเลยก็คือการรับประทานอาหารเยอรมัน ไม่รู้ว่ารสชาติจะถูกปากคนกินส้มตำแซ่บๆ อย่างเราหรือเปล่า แต่ไหนๆ ไปถึงถิ่นแล้วก็ต้องลองดูกันหน่อยว่า อาหารเยอรมันรสชาติต้นตำหรับจะเป็นอย่างไร ว่าแล้วก็พาเพื่อนๆ ชาว Food.mthai เดินทางไปตามร้านดังที่หนังสือไกด์บุคแนะนำไว้ อ้อ..! ลืมบอกไปว่าที่ไปนี่ไปเมืองโคโลญนะครับ ซึ่งก็เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมการดื่มกินที่น่าสนใจใช่ย่อย งานนี้มีเพื่อนท้องถิ่นแนะนำเพิ่มเติมยิ่งเป็นการการันตีว่าเรามาร้านดังจริงๆ นะ ร้านอาหารเยอรมันร้านหนึ่งซึ่งอยู่ในเมืองโคโลญเป็นร้านที่ขึ้นชื่อของที่นี่เลย คอนเฟิร์ม ชื่อร้าน อาหารเยอรมัน Pfaffen ออกเสียงว่า ฟัฟเฟ่น ตามประวัติ เขาว่าเป็นชื่อเจ้าของร้านนะ เปิดบริการโดย Max Päffgen ออกเสียงว่า มั๊ก แฟ้ฟเก้น ตั้งแต่ปี 1974 หรือ พ.ศ. 2517 ซึ่งต่อมาร้านนี้ก็ผลิตเบียร์เองด้วย เลยเปลี่ยนชื่อยาววววว..กว่าเดิมอีกว่า Ausschank Pfaffen Brauerei ออกเสียงภาษาไทยว่า เอ้าส์ชั้ง ฟัฟเฟ่น เบราเอรยไร ซึ่งสะท้อนตามความหมายว่า ผับเบียร์ ตรงคำว่า Ausschank นั่นเอง บรรยากาศในร้านก็สวยคลาสสิค ประดับประดาด้วยกระจกโมเสก และเรื่องราวที่เกี่ยวกับการผลิตเบียร์สังเกตได้ตามฝาผนัง เมนูแห่งลุ่มน้ำไรน์ Rheinischer Sauerbraten mit hausgemachten Kartoffelklößen, Apfelmus เรียกสั้นๆ ว่า เซาเอ้อบราเท้น แล้วกัน  ซึ่งเป็นเมนูแห่งลุ่มน้ำไรน์ ซึ่งเป็นเนื้อวัวหมักราดด้วยซอสแอ้ปเปิ้ล ถ้าใครชอบของหวานจะรู้สึกว่าเมนูนี้ไม่ใช่ของคาวแต่รู้สึกว่าเป็นของหวานมากกว่า เพราะรสชาติซอสที่ราดอมเปรี๊ยวนิดๆแต่หวานมาก และยังเสริฟคู่กับ ซอสแอปเปิ้ลอีกต่างหาก ตัดเลี่ยนด้วยมันบด 2 ก้อนใหญ่ๆ ไม่อิ่มให้รู้ไปซิ อร่อยถูกใจกันเลย แต่สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อก็คงน่าเสียดายน่าดู แต่ไม่เป็นไรคุณก็ยังมีเมนูถัดไปให้ลิ้มลอง นั่นก็คือ ขาหมูเยอรมัน เบสิคที่ทุกคนคิดไว้ นั่นแหละมาเยอรมัน ไม่กินขาหมู หรือไส้กรอกเยอรมันถือว่าไปไม่ถึง เรื่องหนึ่งที่ผมต้องอึ้ง หรือผมเป็นประเภทบ้านนอกก็ไม่รู้ที่ไม่รู้ทำเนียมการกินแบบต้นตำหรับมาก่อน  ถ้าเป็นบ้านเราสั่งขาหมูเยอรมันมาแกล้มเบียร์นั่นหมายความว่า เรามากัน 5 คนสั่งขาหมูมาจานเดียวกินกันได้ทั้งโต๊ะ แต่ที่เยอรมันจริงๆ การสั่งขาหมูเยอรมันนั่นหมายถึงคุณสั่งอาหารจานเดียว คุณต้องกินคนเดียว ห้ามแชร์กับเพื่อน จะเสียมารยาทมาก ที่นี่ไม่มีเยอรมันแชร์นะครับ 555 เหตุคือ เพื่อนในกลุ่มสั่งขาหมูเหมือนกัน ก็จะได้ขาหมูเยอรมันคนละขาใหญ่ๆ กับมันบดกินแทนข้าวได้เลย แค่จานตัวเองยังกินคนเดียวไม่หมด เพื่อนบอกว่าช่วยหน่อยนี่ตัวใครตัวมันเลยครับ อิ่มจริงอะไรจริง และที่สำคัญวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ ที่นี่แน่นอนแทบจะแทนน้ำ และเบียร์ของเมืองโคโลญก็คือเบียร์เคิล์ช Kölcsh ยี่ห้อ Pfaffen ที่ร้านผลิตเอง ดื่มได้ลืนปรื้ด ๆ จะมาในแก้วทรงสูง แล้วใส่ถาดหูหิ้วซึ่งเป็นวัฒนธรรมการเสริฟที่น่าสนใจดี พอเบียร์ใครพร่องจากแก้วก็จะถูกเติมอยู่เรื่อยๆ ทันที แต่ถ้าคุณอิ่มแล้วไม่อยากเติมแล้วก็ต้องเอาฝาปิดแก้วไว้ ตามธรรมเนียมของที่นี่ ก่อนที่จะอิ่มกันไปมากกว่านี้ เรามาหาของเบาๆ ใส่ท้องบ้างดีกว่า เน้นผักบ้างก็ดีนะ ส่วนใครที่รู้สึกว่าการกินเบียร์และขาหมูจะหนักไป ทางร้านก็มีสลัดมากมายหลากหลายให้สาวๆ ได้เลือกทาน แต่ขอบอกว่าชามใหญ่ทุกสิ่งอย่างนะครับ ชาว MThai ร้านฟัฟเฟ่น ตั้งอยู่ที่  Heumarkt 62 หากเดินย้อนมาจากพิภิธภัณฑ์ช็อกโกเลต เลาะตามริมแม่น้ำไรท์แล้ว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย Salzgasse ตรงไปจนถึงลาน Heumarkt ให้สังเกตร้านสีส้มตรงหัวมุม ยิ่งถ้าค่ำๆ จะมีคนต่อคิวเข้าร้านเยอะอยู่นะ คลิกดูรายละเอียด .............................................................................................................................................. หลงรัก คว้าก ที่เยอรมนี (และมันไม่ใช่โยเกิร์ต) อาหารที่ผมหลงรัก เมื่อไปเยือนเยอรมนี ในคราวนี้ ไม่ใช่ ไส้กรอกเยอรมัน ไม่ใช่ขาหมูเยอรมัน แต่เป็นคว้าก “Fall in love [ อ่านต่อ ] .............................................................................................................................................. เที่ยวโคโลญจน์ เมืองน่ารักของเยอรมนี Germany วันนี้จะพาไปเที่ยวไกลถึงนู้นนน โคโลญจน์ (Cologne หรือ ภาษาเยอรมันเขียนว่า Koln นั้นเอง) เมืองน่ารักๆ ที่เที่ยววันเดียวจบในประเทศเยอรมนี เเต่เพราะความเป็นเมืองเล็กๆ มันเลยทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์อยู่มาก

มิยาบิ บุฟเฟ่ มา 4 จ่าย 3 !!!
Miyabi /  มิยาบิ / 

โปรโมชั่น มิยาบิ บุฟเฟ่ มา 4 จ่าย 3 !!! อร๊ายย...! Miyabi (มิยาบิ) จัดโปรโมชั่น มิยาบิ มา 4 จ่าย 3 เอาใจคนรักปิ้งย่างอีกแล้วค่าา จะต้องยกพวกไปอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างที่ มิยาบิ ซะแล้วละค่า! มิยาบิ บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นให้คุณมาอร่อยกับสารพัดเมนูปิ้งย่างและอาหารญี่ปุ่น อาทิ เนื้อหมักมิโซะ หมูหมักซอสพริกไทยดำ ปลาแซลมอน ปลาไข่ เนื้อแกะนิวซีแลนด์ หอยแมลงภู่หมักซอสโคจูจัง ข้าวปั้นหน้าปลาแซลมอน ข้าวห่อสาหร่ายแคลิฟอร์เนีย ทาโกะยากิ ไข่ตุ๋น และ ฯลฯ ในราคาท่านละ 399 บาท และ 498 บาทสำหรับบุฟเฟ่ต์พรีเมี่ยม (ราคาสุทธิรวมเครื่องดื่มแล้ว)อร่อยไม่อั้นกับ มิยาบิ วันนี้ พิเศษสุดกับโปรโมชั่น มา 4 จ่าย 3 ทุกวัน ทั้งวัน หรือเลือกรับส่วนลด 15% สำหรับลูกค้าทั่วไป และส่วนลด 20% สำหรับสมาชิก สำหรับท่านที่ไปกันไม่ถึง 4 คน โปรโมชั่นชวนให้มือไม้สั่นอย่างนี้ มีตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2557 เท่านั้น ยกก๊วนกันไปฟินได้ที่ มิยาบิ สาขาที่ร่วมรายการ ได้แก่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ เซ็นทรัล บางนา เซ็นทรัล ขอนแก่น เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ MAYA เชียงใหม่ โลตัส ศรีนครินทร์ MBK Center สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/MiyabiGrill

วิธีทำ ช็อคโกแลต Royce ของฝากยอดฮิตจากประเทศญี่ปุ่น
Royce /  ช็อคโกแลต

ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูหนาวและยังเป็นเทศกาลท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ช่วงนี้ได้รับของฝากจากญี่ปุ่นจากเพื่อนเยอะแยะมากมาย มีอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ที่ต้องซื้อมาฝากอย่างช็อกโกแลตยี่ห้อ Royce จนต้องค้นหาสูตรการทำ ช็อคโกแลต Royce มาแนะนำเพื่อนๆ ชาว MThai ได้รู้ถึงวิธีทำเป็นอย่างไรบ้างค่ะ วิธีทำ ช็อคโกแลต Royce รูปภาพจาก www.love18.cc วัตถุดิบ ดาร์กช็อกโกแลต 400 กรัม วิปปิ้งครีม 200 มิลลิลิตร ผงโกโก้แบบ Dutch Processed วิธีทำ นำพิมพ์ที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมขนาด 8x8 นิ้ว กรุด้วยกระดาษไข ต้มครีมจนเดือดแล้วปิดเตาใส่ช็อคโกแลตลงไปในครีมคนให้ช็อกโกแลตละลายไม่เป็นก้อน หากใครอยากจะใส่ Alcohol เพื่อเพิ่มรสชาติของช็อคโกแลตก็ใส่ลงไปเลยในขั้นตอนนี้แต่ต้องรอให้ช็อคโกแลตอุ่นๆ ไม่ร้อนจนเกินไปแล้วเติมเหล้าตามลงไปเลยค่ะ เทช็อคโกแลตลงไปในพิมพ์ เคาะแม่พิมพ์เพื่อไล่อากาศและเกลี่ยให้หน้าช็อกโกแลตเรียบเนียน นำเข้าตู้เย็น 45 นาที นำออกจากแม่พิมพ์อย่างระมัดระวังเพราะประเทศเราอากาศร้อนอาจทำให้ช็อคโกแลตไม่เซ็ทตัวได้ เพื่อความสวยงามในการตัดให้วัดตารางในการตัดช็อคโกแลตโดยให้เป็นขนาด 1x0.6 นิ้ว ใช้ไม้บรรทัดวัดให้เท่ากัน นำผ้าชุบน้ำร้อนมาเช็ดที่ด้านคมของมีดเพื่อให้ตักช็อคโกแลตได้เรียบเนียนยิ่งขึ้น และจัดการตัดช็อคโกแลตตามตารางที่วัดไว้ ทุกครั้งที่ตัดให้เช็ดมีกเอาคราบช็อคโกแลตออก และก็นำผ้าร้อนเช็คมีด ทำแบบนี้จนเสร็จ เมื่อตัดช็อคโกแลตเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำเข้าตู้เย็น 15 นาที ระหว่างรอ ให้นำผงโกโก้มาโรยบนกระดาษไขให้ทั่ว เมื่อครบ 15 นาทีแล้วนำช็อคโกแลตออกมาจากตู้เย็น นำช็อกโกแลตวางทับลงบนผงโกโก้ โรยผงโกโก้ให้ทั่วชิ้นของตัวช็อกโกแลต เมื่อทำเสร็จแล้วแต่ยังไม่รับประทานเลย ให้นำไปแช่ตู้เย็น ช็อกโกแลตสดทำเองนี้จะอยู่ได้ 2- 3 วัน แค่นี้ก็ได้ช็อกโกแลตสดที่ทำเองอร่อยไม่แพ้กันกับช็อคโกแลตยี่ห้อดังจากยี่ปุ่นแล้วค่ะ ที่มาจาก mysousvidelife

ร้าน โฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) กาญจนาภิเษก บางแคเหนือ
Garden Kitchen /  mafiafood / 

Mthai ตามรอยนักชิม วันนี้ออกไปซอกแซกพาพี่น้องชาวสมาชิกไปเที่ยวชิมแนะนำร้านอาหารเมนูเด็ดๆ อีกเช่นเคยในสภาพอากาศที่ต้องบอกว่าร้อนอบอ้าวเลยทีเดียว ประเทศไทย ซึงวันนี้ทางทีมงานมาเฟียฟู้ดมาอยู่กันที่ โฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) คลิปวีดีโอ ตามรอยนักชิม ร้านโฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) ร้านอาหารบรรยากาศดีๆ แถวย่าน บางแค ที่ตกแต่งร้านในสไตล์สวนธรรมชาติ ประหนึ่งนั่งรับลมทานอาหารกันแบบชิลๆ ภายในสวนส่วนตัวเลยทีเดียว พร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูตำรับอาหารไทย,จีน รสชาติจัดจ้านถูกปาก ใครที่เบื่อร้านอาหารในเมืองอยากเปลี่ยนบรรยากาศแบบบ้านๆ สบายๆ ต้องที่ี่นี่เลยจ้า โดยร้าน โฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) ตั้งอยู่บน ถนน กาญจนาภิเษก ผ่านจากห้างเดอะมอลล์บางแค มาประมาณ 500 เมตร ก็จะเห็นร้านโฮมการ์เด้นคิทเช่น อยู่ตรงข้ามกับหมู่บ้านเอเวอร์กรีน อยู่ติดๆ กับเต็นท์ขายรถมือสอง "โชคดีคาร์" ครับ ซึ่งร้าน โฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) การันตีความอร่อยมาแล้วกว่า 11 ปี โดยมีคุณ เปิ้ล เจ้าของร้าน เป็นผู้ดูแลบริหารต้อนรับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง รวมถึงการคิดสูตรอาหารเมนูใหม่ๆ ชื่อเก๋ๆ ชวนให้ลูกค้าลิ้มลองกันอยู่เสมอๆ ด้วยครับ ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยต้นไม้นานาชนิดมากมาย รวมถึงการนำเอาเฟอนิเจอร์ไม้ที่ทางร้าน โฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) ออกแบบทำเองมาประดับตามมุมต่างๆ อาทิเช่น ชิงช้าเก้าอี้ไม้,ไม้ลื่น,สะพานไม้ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้ได้ธีมร้านอาหารที่ร่มรื่นลงตัวทีเดียวเชียว นอกจากทานอาหารอิ่มท้องกันแล้วภายในร้าน โฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย อาทิ บริการนวดสปา,คอร์สสอนเรียนดนตรี,สอนภาษาจีน,สอนเด็กๆ ทำอาหารกลางสวน Cooking mama,ศิลปะ เป็นการใช้เวลาครอบครัวร่วมกันในวันหยุดได้อีกด้วย มาเฟียฟู้ด แอบมาเป็นดาราหน้ากล้องถ่ายรูปคู่กับจระเข้อยู่ในสวนนี่เอง บรรยากาศร่มรื่น อากาศถ่ายเทสะดวกโปร่งโล่ง สบายตา สบายใจ ขนาดเมนูอาหารยังเป็นแนวกระดานดำเขียนด้วยชอล์ก ที่ดูแฮนด์เมดสบายตาดีจริงๆ ครับ เมนูแนะนำ ร้าน โฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) ชมบรรยากาศกันมาก็เยอะ มาชมเมนูอาหารเด็ดๆ กันบ้าง โดยขอเริ่มจาก ซี่โครงเสือร้องไห้ ราคา 150 บาท เสิร์ฟคู่มาพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสชาติจัดจ้านสมุนไพรแบบไทยๆ ขอบอกว่า เนื้อนุ่มนิ่มชุ่มลิ้น ไม่ติดกระดูกเลยสักนิด ตัวเนื้อมีรสชาติกลมกล่อมกำลังดี เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดีครับ ถัดมาเมนูที่ 2 ก็คือ ยำสันคอหมู-แอปเปิ้ล ราคา 250 บาท อีกเมนูสุขภาพที่พากันถูกปากทีมงาน ชนิดห้ามพลาด! สันคอหมูนุ่มกำลังดีที่ผ่านเครื่องปรุงการยำชนิดซึมเข้าเนื้อสูตรพิเศษ เผ็ดจิ๊ดจ๊าดกำลังดี ไม่โดดจนเกินไป ทานควบคู่กับผักและแอปเปิ้ลที่ประดับมาในจาน "เผ็ดหวานอมเปรี้ยว" ลงตัวในคำเดียว ต่อด้วย ปลากระพง 2 ใจ ราคา 400 บาท เรียกว่ามี 2 รสชาติในเมนูเดียวเลยครับ ฝั่งที่1เป็นเนื้อปลาทอดกระเทียม หอมกลิ่นกระเทียมรสชาติออกเค็มๆ มันๆ นิดๆ กรอบนอกนุ่มใน ส่วนฝั่งที่ 2 เป็นปลาทอดราดซอส 3 รส หวานอมเปรี้ยวเผ็ดซาบซ่านปลายลิ้นเล็กน้อย จัดว่าสั่งเมนูนี้เมนูเดียวสามารถลิ้มรสกันได้ถึง 2 รสชาติ 2 สไตล์เลยทีเดียว นอกจากนี้ปลากระพง 2 ใจยังเสิร์ฟควบคู่มาพร้อมกับ น้ำจิ้ม 3 ชนิด ได้แก่ น้ำจิ้มซีฟู้ดเผ็ด (สีเขียว),น้ำซีฟู้ดหวาน (สีเหลือง) ซึ่งไม่ค่อยมีให้เห็นที่อื่นนัก และสุดท้าย คือ ซอสพริก หลังจากทานเมนูแห้งๆ มาก็เยอะเห็นทีต้องจัดต้มยำร้อนๆ มาซดให้ชุ่มคอกันสักหน่อย นั้นก็คือต้มยำริมเขื่อน ราคา 250 บาท ต้มยำรสชาติหวานมันหอมกลิ่นกะทิละมุนนุ่มลิ้นคล่องคอ เผ็ดหวานเล็กน้อยกำลังดี จัดว่าถูกปากคนไทยเรานักเชียว พร้อมกุ้งตัวโตๆ เนื้อแน่นที่อุ้มน้ำต้มยำสอดแทรกภายในอยู่เต็มเปี่ยม ชนิดยิ่งซดยิ่งมัน! ส่วนใครที่ชอบรสชาติแบบเผ็ดร้อนชวนเหงื่อไหลต้องนี่เลยต้มยำเยอรมัน ราคา 200 บาท สีสันแซ่บแสบทรวงดีจริงๆ เปรี้ยวหวานเผ็ดลงตัวกำลังดี ภายในใช้เป็นขาหมูทอดเยอรมันที่อมชุ่มน้ำต้มยำแทนที่จะเป็นกุ้งอย่างร้านทั่วๆไป จัดว่าเป็นอีกเมนูที่ต้องลอง ต้องสั่งครับ! ขาหมูทอดชิ้นโตๆ กรอบนอกนุ่มในชุ่มฉ่ำน้ำต้มยำเผ็ดร้อนกำลังดี ครบแล้วครับสำหรับ 5 เมนูเด็ด แห่งร้าน โฮมการ์เด้นคิทเช่น (Garden Kitchen) ที่ทีมงานตามรอยนักชิมภูมิใจเสนอว่าถ้าพี่น้องชาวสมาชิกไปเยือนกันแล้วก็อย่าลืมที่จะต้องสั่ง มาลิ้มลองกันนะครับ (ทีมงานรับรองคุณภาพจ้า) ก่อนจากกันไปขอตบท้ายด้วยของหวานดับร้อนดับกระหาย กับทับทิมแก้ว ราคา 35 บาท ที่เมื่อสั่งมาแล้วทางร้านจะเสิร์ฟมาดั่งชุดภาพข้างต้นนี้เลยครับ (ถ้าพร้อมแล้วก็ใส่น้ำแข็งได้เลย) สีสันน่าทานเลยทีเดียว หอม หวานเย็น ชื่นใจ กับของหวานแบบไทยๆ มาเฟียจัดเต็มอีกเช่นเคย "อร่อยจริง เจอกัน!" จุดยืนชัดเจนจ้า และพิเศษสำหรับ สมาชิกชาวตามรอยนักชิมทุกท่าน เพียงบอกว่ามาจาก Mthai รับส่วนลดทันที 20%

กินอาหารตาม กรุ๊ปเลือด เพื่อสุขภาพ
กรุ๊ปบี /  กรุ๊ปเลือด / 

กินตาม กรุ๊ปเลือด กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมของ Dr.Perer J.D'Adammo ซึ่งได้รับรางวัลแพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยี่ยมจากอเมริกา ปี 1990 เขาใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี จนได้ข้อสรุป และเขียนเป็นหนังสือ Eat Right for your Type เขาอธิบายว่า เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน แต่จะมี Antigen เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียว และจับเกาะติดเลือดเรียกว่า "เล็คติน" ถ้าการกินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะสมกับเลือดเรา เล็คตินเหล่านั้นยังเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมน กรุ๊ป A นักมังสวิรัติดี ๆ นี่เอง คนเลือดกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่จะมีกรดในกระเพาะต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดี ระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่ดี มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และมะเร็ง กรุ๊ปเอจึงถูกจัดเป็นมังสวิรัติ อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด กินปลาอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งเพื่อเสริมโปรตีน หลีกเลี่ยงปลาเนื้อขาว เช่น ปลาตาเดียว หรือปลาจะละเม็ด เพราะมีเล็คตินรบกวนระบบการย่อย หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาจกินได้นิดหน่อย เลือกดื่มนมถั่วเหลือง นมแพะ หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ แทนนมวัว กินไข่ได้บ้างเป็นครั้งคราว บรรดาตระกูลถั่วต่าง ๆ อาทิ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสงที่มีเยื่อหุ้มบาง ๆ และถั่วเหลือง เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปนี้ สามารถกินข้าวกล้องหรือซีเรียลได้วันละ 1-2 ครั้ง ผักทั้งสด และสุกกินแล้วดีโดยเฉพาะหอมหัวใหญ่ และบร็อคโคลี มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง แครอท ฟักทอง ผักโขม และกระเทียม ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน กินผลไม้แทบทุกชนิด ยกเว้นแตงโม แคนตาลูป มะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะย่อยยาก พวกชาสมุนไพรจะไปเพิ่มกรดในกระเพาะ ไวน์แดงดื่มได้ แต่ควรเลี่ยงเบียร์ และน้ำอัดลม A เลือดกรุ๊ป เอ เธอเพียรพยายามกับการไดเอ็ทแบบ ATKINS ที่เน้นเฉพาะเนื้อสัตว์มานาน แต่ หารู้ไม่ว่าเลือดของเธอค่อนข้างเหนียวข้น เมื่อรับประทานเนื้อสัตว์และไขมันเข้าไปจะยิ่งเพิ่มความข้นของเลือดทำให้ เลือดไหลเวียนช้า หัวใจก็ทำงานหนักมากขึ้น และมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งและเบาหวาน นอกจากนี้กระเพาะของเธอยังมีกรดต่ำ รับประทานโปรตีนแล้วไม่ย่อย ถ้าจะให้ดีเธอควรเป็นนักมังสวิรัติเพื่อลดน้ำหนักและสร้างภูมิต้านทานให้ ร่างกายแข็งแรง อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : ห่าง ๆ จากเนื้อสัตว์ทุกชนิดไว้เป็นดี แต่ปลาทะเลบางชนิด เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลากะพงก็พออนุโลมได้ รับประทานเนื้อถั่วลิสง เมล็ดฟักทอง และเต้าหู้ เพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ ผัก : เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยบร็อคเคอลี่ แครอท กระเทียม หัวหอม ฟักทอง และผักโขม ผลไม้ : รับประทานได้เกือบทุกชนิด ยกเว้นมะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะทำให้ระคายเคืองกระเพาะ และเป็นตัวการขัดขวางการดูดซึมของวิตามิน เครื่องดื่ม : เธอสามารถดื่มกาแฟหรือไวน์แดงได้ (วันละหนึ่งแก้ว) เพื่อช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร แต่ไม่ควรดื่มนม เบียร์ และโซดา เคล็ดลับการไดเอ็ท : หากรับประทานอาหารตาม กรุ๊ปเลือด สม่ำเสมอ เธอจะน้ำหนักลดลงเองโดยอัตโนมัติ แถมยังได้ชาร์จภูมิต้านทานขนานใหม่ป้องกันโรคภัยโรคภัยต่าง ๆ ด้วย การออกกำลังกาย : ควรออกกำลังกายแบบเบา ๆ ไม่ออกแรงหักโหมเกินไป เช่น โยคะและไทชิ ส่วนอาการเครียดที่เธอเป็นบ่อย ๆ สามารถแก้ไขได้ด้วยการนั่งสมาธิเป็นประจำ กรุ๊ป B อ้วนง่าย คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ ส่วนใหญ่มีปัญหากับไวรัส และภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระบบประสาทไม่ค่อยดี ชอบปวดตามข้อ ซึ่งไม่ใช่อาการของเกาต์หรือรูมาตอยด์ มีโอกาสเกิดโรคแผลในสมอง (sclerosis) หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด เนื้อกระต่าย กวาง แกะ ไก่งวง ควรกินปลาน้ำลึก เช่น ปลาหิมะ และปลาเนื้อขาว อย่างปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว หลีกเลี่ยง เนื้อหมู ไก่ หอยเชลล์ กุ้ง ปู หอยแครง เพราะจะรบกวนระบบในร่างกาย สามารถกินนม เนย ไข่ ในปริมาณที่เหมาะสมได้ ข้าวโอ๊ต และข้าวกล้องดีต่อคนเลือดกรุ๊ปนี้ขณะที่แป้งสาลี ถั่วลิสง และโฮลวีท ไม่ดีต่อระบบเผาผลาญของร่างกายทำให้อ้วนและไม่ดีต่อเลือด อาจเป็นสาเหตุของโรคเส้นโลหิตแตกควรลองแป้งสเปลท์ (spelt) ซึ่งเป็นแป้งที่มีคุณค่าทางสารอาหาร และมีไฟเบอร์สูง ผักใบเขียวทุกชนิดกินดีหมด เพราะมีแมกนีเซียมช่วยป้องกันอาการผื่นคัน แต่ถ้าอยู่ระหว่างไดเอ็ทควรหลีกเลี่ยงมะเขือเทศ และข้าวโพด เพราะมีผลต่อการสร้างอินซูลิน และระบบเผาผลาญ กินผลไม้ได้แทบทุกชนิด ยกเว้น ลูกพลับ ทับทิม และลูกแพร์ ชาสมุนไพรที่ให้ประโยชน์คือ ขิง เปปเปอร์มิ้นต์ โสม ชาเขียว B เลือดกรุ๊ป บี เธอโชคดีกว่าใคร เพราะ กรุ๊ปเลือด บี มีความสมดุล คือไม่ข้นหรือเหลวเกินไป จึงเลือกรับประทานอาหารได้หลากหลายครอบครอบคลุมทุกหมู่ รวมทั้งสามารถดื่มนมได้ไม่มีปัญหา และไม่มีแนวโน้มจะเป็นโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจเหมือนกรุ๊ป เอ อย่างไรก็ดี เธอจำเป็นต้องเลิกกินข้าวโพดของโปรดเพราะเป็นตัวการทำให้เธอน้ำหนักขึ้น ง่ายกว่าอาหารอย่างอื่น อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : เนื้อแพะ แกะ กระต่าย แม้จะหายากสักหน่อยแต่ก็ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้มากควรหลีกเลี่ยง ไก่และไข่ เพราะมีเลคติคไปเกาะกับเซลล์เลือด ปลาทะเลน้ำลึกที่ดีต่อเธอคือ ปลาแซลมอนและปลาหิมะ ผัก : รับประทานผักใบเขียวมาก ๆ จะช่วยไม่ให้เธอเป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ เพราะมีเลคติคซึ่งไปก่อกวนระบบย่อย ขัดขวางระบบเผาผลาญแคลอรีและระดับน้ำตาลในเลือด ผลไม้ : สับปะรดมีเอนไซม์ช่วยให้ย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ควรรับประทานมะพร้าว มะเฟือง และทับทิม เครื่องดื่ม : ชาสมุนไพรที่ดีคือ ชาเขียว ขิง เปปเปอร์มิ้นต์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโสม จะช่วยบำรุงระบบประสาท เคล็ดลับการไดเอท : กุญแจสำคัญสำหรับเธอคือ มันฝรั่ง ข้าวโอ๊ต และสับปะรด เพราะมีไฟเบอร์สูงและช่วยระบบหมุนเวียนของน้ำตาลในเลือด แต่เธอไม่ควรรับประทานข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่ว และงา เพราะเป็นต้นเหตุให้ระบบเผาผลาญแคลอรีทำงานช้าและน้ำหนักขึ้นได้ง่าย การออกกำลังกาย : ควรออกกำลังกายแบบที่ไม่หักโหม แต่ก็ไม่เบาจนเกินไป เช่น เทนนิส ศิลปะป้องกันตัวและปีนเขา กรุ๊ป O High Protein ปัญหาของคนเลือดกรุ๊ปนี้คือ กระเพาะมีความเป็นกรดสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อได้ดีกว่าเลือดกรุ๊ปอื่น แต่ระบบการเผาผลาญไม่ค่อยดี ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ไม่ค่อยคงที่ จึงทำให้อ้วนง่าย ตามติดมาด้วยปัญหาเลือดแข็งตัวช้า อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด เลือก กินเนื้อได้ตามใจชอบ กินอาหารทะเลได้เป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคเลือดไม่แข็งตัว และไทรอยด์ แต่ระวังเรื่องไขมันและโคเรสเตอรอลด้วย กินนม เนย ไข่ในปริมาณที่พอเหมาะ ถ้าอยากผอมต้องเลี่ยงแป้งสาลี ข้าวโอ๊ต และบรรดาถั่วต่าง ๆ ผัก กินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะบร็อคโคลี ผักโขม มีวิตามินเคสูง ช่วยให้เลือดแข็งตัว ส่วนผักตระกูลกะหล่ำควรหลีกเลี่ยงเพราะมีผลต่อไทรอยด์ เห็ดหอมและมะกอกดองทำให้เกิดอาการแพ้ มะเขือยาว และมันฝรั่งทำให้ปวดข้อ ผลไม้กินได้แทบทุกชนิดโดยเฉพาะตระกูลเกรปฟรุต ตระกูลเบอร์รี่ (ยกเว้นแบล็คเบอร์รี่) ช่วยลดน้ำหนัก ควรเลี่ยงแคนตาลูป มะพร้าว ส้ม และสตรอเบอร์รี่ เพราะมีกรดสูงเกินไป ชา สมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ อาทิเปปเปอร์มินท์ Licorice Tea Parsley ฯลฯ ไม่ควรดื่มเบียร์ ชา กาแฟ เพราะจะเพิ่มกรดในกระเพาะให้หนักเข้าไปอีก O เลือดกรุ๊ป โอ เธอเข้าใจมาตลอดว่าผักเท่านั้นที่เป็นหนทางสู่การ เป็นเจ้าของรูปร่างที่ดี แต่แท้จริงแล้วคนเลือดกรุ๊ปโออย่างเธอเหมาะกับอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เป็น อย่างยิ่ง บุคคลเลือดกรุ๊ปโอนั้น จะมีระบบย่อยเนื้อแดงที่ดีมากเพราะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ย่อยเร็วและดูดซึมดี และสามารถให้ประโยชน์สูงสุดต่อส่วนต่างๆของร่างกาย ส่วนอาการเลือดไหลไม่หยุดซึ่งเธอมักประสบบ่อย ๆ เวลาเกิดแผลเป็นเพราะเลือดเธอค่อนข้างเหลว การรับประทานอาหารที่มีวิตามินเค เช่น ตับ ไข่แดง คะน้า สปินิช ผัก Swiss chard และควรหันมารับประทานแป้งสเปลท์แทนแป้งสาลี จะสามารถช่วยเธอได้ คนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า นอกจากนี้เธอยังมีปัญหาระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ซึ่งกระทบระบบเมแทบอลิซึมโดยตรงจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมน้ำหนักเธอถึงขึ้น ง่ายกว่าคนอื่น กรุ๊ปโอ เป็น กรุ๊ปเลือด ที่มีวิตามินมากพอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะมีปัญหาบ้างที่จะเกี่ยวกับระบบ metabolism (การเผาผลาญเพื่อนำพลังงานไปใช้ในระบบร่างกาย) จึงควรรับประทานอาหารที่มีไวตามินบี เช่น เนื้อ ตับ เซี่ยงจี๊ ไข่ 5ฟอง/อาทิตย์ ผลไม้ ผักใบเขียวและถั่ว ซึ่งเป็นชนิดที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอ หรือเสริมด้วย ไวตามิน บี-คอมเพล็กซ์ และระบบย่อยของคนเลือดกรุ๊ปโอ ไม่รับแคลเซียมจากผลิตภัณฑ์นม จึงต้องหาแคลเซียมจากที่อื่นแทนซึ่งนั่นก็ได้แก่ ปลาซาร์ดีน หรือ ปลาแซลมอนกระป๋องทั้งก้าง บร็อคโคลี่ และผักcollard green สำหรับเด็ก ที่อายุ 2-5 ขวบ และ 9-16 ขวบ รวมทั้งผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอาจต้องเพิ่มแคลเซียมเสริม 600-1,100 มิลลิกรัม และเพื่อเป็นการป้องกันการอักเสบในส่วนต่างๆของร่างกายด้วย อาหาร อีกชนิดที่คนเลือดกรุ๊ปจะต้องรับประทานคือ อาหารทะเล เพราะอาหารทะเลนั้นจะให้ไอโอดีน เป็นการเพิ่มผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งจะช่วยทำให้ควบคุมน้ำหนักของคนเลือด กรุ๊ปนี้ให้คงที่ เพราะถ้าหากไทรอยด์ไม่คงที่จะทำให้อ้วนได้ง่าย ผลไม้ที่รับประทานกับเลือดกรุ๊ปโอได้จะมีไม่กี่ชนิด เช่น พลับ พรุน และมะเดื่อ ผลไม้จำพวกนี้จะช่วยลดการละคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ น้ำ ผลไม้ที่ดี คือ นำสับปะรด จะช่วยอุ้มน้ำของเซลในร่างกาย หรือน้ำแบลคเชอรี่ จัดว่าเป็นน้ำที่ดีกับเลือดกรุ๊ปโอมาก เพราะเป็น High alkaline juice ทำให้ลดการระคายเคืองของกระเพาะ ส่วนถ้าเป็นการดื่มชาสมุนไพรนั้นก็ มีชาบางชนิดที่เสริมกับ กรุ๊ปเลือด ได้ดี เช่น Licoria ช่วยในเรื่องของกระเพาะ ,Peppermint,Parsley,Rosehips,Sarsaparilla ช่วยลดความเครียด เป็นต้น อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : รับประทานเนื้อได้แทบทุกชนิด ยกเว้น หมู ห่าน แฮมและเบคอน อย่าลืมรับประทานอาหารทะเล เช่น ปลาทูและเกลือไอโอดีนมาก ๆ เพื่อช่วยต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนให้คงที่ ผัก : ผักที่ดีต่อสุขภาพของเธอคือ ผักกาดคอส (ในซีซาร์สลัด) ปวยเล้ง บร็อคเคอลี หอมหัวใหญ่ และสาหร่ายทะเล ไม่ควรรับประทานกะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ เพราะไปก่อกวนการทำงานของไทรอยด์ ไม่ควรรับประทานมะเขือยาวและมันฝรั่งมากเกินไป เพราะทำให้เป็นโรคข้ออักเสบได้ ผลไม้ : รับประทานผลไม้ที่มีสีแดงเข้มหรือสีม่วงซึ่งมีความเป็นด่างสูง เช่น ลูกพรุน ลูกพลัม จะช่วยสร้างสมดุลให้ระดับกรดในกระเพาะอาหารได้ หลีกเลี่ยงส้มและเกรปฟรุต เพราะทำให้กระเพาะระคายเคือง เครื่องดื่ม : เธอควรเลิกดื่มกาแฟตอนเช้า ๆ ได้แล้ว เพราะจะยิ่งไปเพิ่มปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร เคล็ดลับการไดเอท : ระหว่างไดเอทควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกถัว ธัญพืช และขนมปัง ซึ่งจะทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายกว่าปกติ การออกกำลังกาย : เล่นกีฬาที่ออกแรงมาก ๆ เช่น วิ่ง ขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ จะช่วยเธอเผาผลาญแคลอรีได้ดี กรุ๊ป AB มังสวิรัติ และคาร์โบไฮเดรต กรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง กรุ๊ปเลือด A กับ B ดังนั้นวิธีการกินที่เหมาะสมกับคนกรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานการกินมังสวิรัติหน่อย ๆ กับการกินแบบกรุ๊ปบี นิด ๆ คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้มีจุดอ่อนเรื่องสุขภาพอยู่ที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และกรดในกระเพาะต่ำ อาหารที่เหมาะกับ กรุ๊ปเลือด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และเต้าหู้ สามารถกินเนื้อแกะ กวาง กระต่าย และไก่งวงได้นิดหน่อย ไม่ควรกินปลาเนื้อขาว และแซลมอนรมควัน เพราะย่อยยากและเป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหาร สามารถกิน นม เนย ไข่ และโยเกิร์ตไขมันต่ำได้ จำพวกข้าว ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ควรงดเว้นการกินถั่วแดง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด เพราะจะชะลอการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงเฉียบพลัน ผักสดกินได้แทบทุกชนิด ช่วยป้องกันมะเร็ง และโรคหัวใจ ผลไม้กินได้ดีเป็นบางอย่าง อาทิ องุ่น พลัม ตระกูลเบอร์รี่ สับปะรด ส้มโอ ฯลฯ เพราะช่วยสร้างความสมดุลของกรดในเนื้อเยื่อ ไม่ควรกินกล้วย มะม่วง ฝรั่ง ส้ม AB เลือดกรุ๊ป เอบี เลือดกรุ๊ปเอบีเป็นพวกลูกผสม เธอจึงคล้ายกับกรุ๊ปเอ ตรงที่มีกรดในกระเพาะต่ำ ต้องรับประทานผักมาก ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกรุ๊ป บี ตรงที่รับประทานเนื้อสัตว์ได้ ยกเว้นไก่แต่ต้องไม่บ่อยนัก ระหว่างไดเอ็ท เธอสามารถรับประทานข้าวและขนมปังได้บ้าง เพราะไม่ส่งผลให้น้ำหนักขึ้นง่ายเหมือนอย่าง กรุ๊ปโอ อาหารที่เหมาะกับเธอ เนื้อสัตว์ : ที่เธอรับประทานแล้วดีคือ เนื้อแกะ แพะ กระต่าย ไก่งวง ส่วนอาหารทะเล เช่น ปลาเทราต์ ปลาซาร์ดีน ปลาเก๋า ปลาทูน่า ผัก : ผักสด เช่น บร็อคเคอลี แตงกวา กระเทียม ดอกกะหล่ำ และผักใบเขียวต่างๆ ผลไม้ : หลีกเลี่ยงผลไม้เมืองร้อน เช่น มะม่วง กล้วย ฝรั่ง และมะพร้าว เพราะย่อยยาก ผลไม้ตระกูลส้มจะทำให้กระเพาะของเธอระคายเคือง แต่การรับประทานมะนาวกลับช่วยย่อยและล้างระบบลำไส้ได้ แนะนำว่าเธอควรจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำอุ่นที่บีบมะนาวสักครึ่ง ซีก เครื่องดื่ม : การดื่มไวน์แดงวันละแก้วจะช่วยเธอสร้างภูมิต้านทานโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ชาคาโมมายล์และชาเขียวช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน เคล็ดลับการไดเอท : ควรรับประทานผักใบเขียว มันฝรั่ง และข้าวโอ๊ต เพราะมีไฟเบอร์สูงและช่วยระบบหมุนเวียนของน้ำตาลในเลือด การออกกำลังกาย : เธอมักจะเครียดบ่อย ๆ เหมือนกรุ๊ป เอ วิธีแก้คือการออกกำลังกายเบา ๆ ด้วยการเดินช้า ๆ เล่นไทชิ หรือเล่นโยคะ ขอบคุณที่มาจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา