ชุดนักเรียน

'ศรีสุวรรณ' ร้อง! ปปช.สอบ'พรเพชร-สนช.'ตั้งเครือญาติ ทำงาน
ตั้งคนใกล้ชิด /  ตั้งลูกเมีย / 

'ศรีสุวรรณ' ยื่นหนังสือ ป.ป.ช.สอบสวน 'พรเพชร-เลขาฯวุฒิสภา-สนช.' 'ตั้ง“ลูก-เมีย' ช่วยงาน หากผิด คืนเงินตำแหน่งแก่แผ่นดิน ส่วนลาออกหรือไม่ อยู่ที่ "จิตสำนึก" วันที่ 3 มี.ค.58 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือถึง คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ สมาชิก สนช. กว่า 50 คน เลขาธิการวุฒิสภา และรองเลขาธิเลขาธิการวุฒิสภา จากกรณีที่ สมาชิก สนช.ทำการแต่งตั้งภริยา บุตร และเครือญาติมาช่วยงานในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต และผิดระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง และเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่ง หากดำเนินการไต่สวนแล้วพบว่ามีความผิดจริง ให้ดำเนินการคืนเงินประจำตำแหน่งทั้งหมดแก่แผ่นดิน และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สนช.ชุดนี้ควรเป็นแบบอย่างที่ดีกับสังคมไทย โดยนำสิ่งที่สมาคมฯร้องเรียนไปปรับแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก เพื่อความความโปร่งใส สนช.ควรตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และจริยธรรมโดยเร็ว โดยสรุปรายงานแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ส่วนสมาชิก สนช.ที่เกี่ยวข้องจะแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการลาออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่จิตสำนึกของแต่ละคน เพราะต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ที่เข้ามาทำงาน ไม่ใช่อ้างแต่เรื่องความไว้วางใจ MThai News

'ธรรมทูตไทยในจีน' จี้ นายกฯ ยุบคณะกก.ปฏิรูปศาสนาฯ
กลุ่มชาวพุทธ /  คณะกรรมการปฏิรูปศาสนา / 

เครือข่ายพระธรรมทูตไทย-จีน-กลุ่มชาวพุทธในยุโรป-สหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ จี้ นายกฯ ยุบคณะกก.ปฏิรูปศาสนาฯสปช. และยุติจาบจ้วงปฏิบัติหน้าที่ฯพระสังฆราชและมส. จากกรณีประเด็น พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย รับโอนเงินบริจาคจากการยักยอกทรัพย์จากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น บานปลายสู่การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพระพุทธศาสนา โดยคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ขณะที่คณะสงฆ์ฝ่ายต่างๆ ออกมาต่อต้านแนวความคิดของคณะฯดังกล่าว โดยเห็นว่าการปฏิรูปพระพุทธศาสนาต้องดำเนินการโดยคณะสงฆ์เป็นแกนหลัก ไม่ใช่ ฆราวาส เมื่อวันที่ 1 มี.ค.58 พระมหาธวัชชัย ธัมมชโย ประธานพระธรรมทูตไทยในประเทศจีน เผยว่า ได้ทำหนังสือในนามของพระธรรมทูตไทยในประเทศจีนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้หยุดก้าวล่วงมหาเถรสมาคม และให้ยุบคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หากเพิกเฉย จะร่วมกับพระธรรมทูตที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ทั่วโลกแสดงพลังคัดค้าน ซึ่งขณะนี้ก็ได้เริ่มสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองแล้ว ส่วนประเด็นการปฏิรูปศาสนานั้น ไม่ได้ขัดข้องกับการปฏิรูปศาสนา แต่ต้องไม่ใช่คณะบุคคลมาสั่งคณะสงฆ์ โดยให้คณะสงฆ์เป็นเจ้าภาพหลักในการปฏิรูป แล้วจะดึงฆราวาสมาร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้ และต้องไม่ใช่คนที่มีความเห็นสุดโต่งทางการเมืองเหมือนกับคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางฯชุดปัจจุบัน ขอบคุณข้อมูล  มติชน/ ภาพ จ.ส.100 MThai News

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Everly ดี-ออก สาวปืนโหด (30ที่นั่ง)
Everly /  ชิงรางวัล / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 748 จัดให้ซักดอก "Everly ดี-ออก สาวปืนโหด" มงคลเมเจอร์, เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ และ เว็บเอ็มไทย ชวนดูหนังบ๊าบ้า จากผลงานภาพยนตร์แอคชั่นที่ดูเหมือนจะธรรมดาเรื่องหนึ่ง สู่การเป็นภาพยนตร์โคตรบ้า ที่นักวิจารณ์ต่างการันตีว่าดุเดือดและพลาดไม่ได้ที่สุดแห่งปี ‘Everly’ คือผลงานการแสดงนำเพื่อโชว์พลังหญิงแกร่งแบบฉายเดี่ยวของ ซัลมา ฮาเย็ค นักแสดงหญิงมากความสามารถที่ฮอตที่สุดคนหนึ่งแห่งวงการ มามะ มาดูเลย มีบัตรให้ จำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2558 รอบ 20.00 น. (รับบัตรเวลา 19.00 -19.50 น.) ที่โรงภาพยนตร์ เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ มาบุญครอง ชั้น7 สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย คริสมาสต์ ช่วงเวลาแห่งความสุขสันต์ของทุกคน.. แต่ไม่ใช่สำหรับ เอเวอร์ลี (ซัลมา ฮาเย็ค) เมื่อเธอตัดสินใจหักหลังแฟนเก่าอย่าง ไทโกะ (ฮิโรยูกิ วาตานาเบะ) บอสใหญ่ผู้เป็นถึงหัวหน้าแกงค์อันพาลสุดโฉด และเปิดเผยข้อมูลอาชญากรรมทุกอย่างให้กับฝั่งตำรวจ.. ทันทีที่เรื่องนี้ถึงหูเหล่าวายร้าย เอเวอร์ลีต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการใช้สัญชาตญาณและไหวพริบทุกอย่างที่เธอมี เพื่อเอาตัวรอดออกจากอพาร์ทเมนต์ที่ปิดตาย โดยเหล่าอาชญากรจอมซาดิสต์ที่หมายหัวและพร้อมจะเอาชีวิตเธอให้ได้ ร่วมสนุก ขอฉายา 3 คำ ให้ Everly ชิงบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษ Everly ดี-ออก สาวปืนโหด จำนวน 15 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2558 รอบเวลา 20.00 น. ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ นักเรียน นักศึกษา ดูหนังสุดคุ้ม เริ่มต้น 80บาท ทุกเรื่อง ตลอดวัน กับ Student card คำถาม 1. ดูหนังตัวอย่างจบแล้ว เราขอ3 คำ ตั้งฉายาให้ Everly 2. แฮ่ http://www.mthai.com/ เอ็มไทยเพิ่งปรับหน้าแรกใหม่ เป็นแบบหน้ายาว ดูบน PC นะ ช่วยเป็นคอมเม้นเตเตอร์หน่อย ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร แล้วปกติเข้าเว็บบนคอมตั้งโต๊ะ+โน๊ตบุ๊ค หรือบน มือถือ+แท็บเลต บ่อยกว่ากัน * ประกาศผลอาทิตย์ สรุปจันทร์เที่ยง และดูหนังวันอังคาร คุยกันดีดีก็ด้ายยยย * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล อาทิตย์ 8 มีนาคม 2558 เวลา 13.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. จันทร์ 9 มี.ค. โทรสำรองวันจันทร์เวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย มงคลเมเจอร์ และ เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉม The new CLA Shooting Brake
Benz /  car / 

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด “The new CLA Shooting Brake” รถยนต์สปอร์ตคอมแพ็ค 5 ประตู ในกลุ่ม NGCC (New Generation Compact Car) โดย CLA 250 Shooting Brake AMG Sport พร้อมเปิดให้จองได้ในราคา 2,890,000 บาท ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น สำหรับ ดีไซน์ภายใน ด้วยดีไซน์ของความแตกต่างที่ผสานกันได้อย่างลงตัว กับเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำคลาสสิก ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แผงประตูบุด้วย DINAMICA microfibre สีดำ รวมถึงประโยชน์การใช้สอยที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 จอแสดงผลใหม่ในชุดควบคุมระบบมัลติมีเดียหน้าจอขนาด 8 นิ้วพร้อมรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-card navigation), ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่มีให้เลือกถึง 12 สี ด้วยหลอดไฟแบบ LED เป็นต้น นอกจากนี้ห้องโดยสารภายในได้ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวางทั้งยังประกอบ ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย โดย The new CLA Shooting Brake มาพร้อมกับอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐานชุด EASY-PACK tailgate ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติ ซึ่งทำงานในระบบกลไกกึ่งไฟฟ้า สามารถเปิดได้จากปุ่มควบคุมเบาะนั่งผู้ขับขี่, บานประตูท้าย หรือจากกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์ และยังสามารถปิดลงอีกครั้งด้วยปุ่มควบคุมที่บานประตูท้าย พร้อมทั้งการที่สามารถปรับที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังออกเป็น 1/3 : 2/3 ตอน ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีพื้นที่เก็บบรรทุกสัมภาระด้านหลังที่มีความจุถึง 495-1,354 ลิตร นับเป็นความจุสูงสุดของรถยนต์หรูในเซ็กเมนต์นี้ ซึ่งพื้นที่นี้สามารถรองรับทุกอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์ทำงานคู่ใจ ซึ่งตอบโจทย์ ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับได้เป็นอย่างดี The new CLA Shooting Brake ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,200-4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 17.5-18.2 กม./ลิตร ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-DCT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles) CLA 250 Shooting Brake AMG Sport ราคา 2,890,000 บาท ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2558 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

หมอดูเป็นยาก จริงอ่ะ? อยากเป็นหมอดูอย่างมืออาชีพ ต้องทำไง!!!
ดูดวง /  ดูดวงหมอดูอย่างมืออาชีพ / 

บางคนอาจเคยมีปัญหาว่าอยาก ดูดวง หมอดู แต่ไม่รู้ต้องทำอย่างไร ต้องเตรียมตัวหรือเปล่า ต้องถามอะไรบ้าง เรื่องอย่างนี้อาจเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับนักดูดวงมืออาชีพ แต่สำหรับมือใหม่หัดดูเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว เรามีข้อแนะนำมาบอกครับ สำหรับแนวทางสำหรับการดูดวงอย่างมืออาชีพ ขั้นที่หนึ่ง วันเดือนปีเกิด และเวลาเกิด ในกรณีที่เราไม่รู้วันและเวลาเกิดเลย ก็คงต้องเลือกดูประเภทไพ่ยิบซี ลายมือ โหว้งเฮ้ง เพราะสามารถพยากรณ์ได้โดยไม่ต้องใช้วันและเวลาเกิดเลย (อย่างไรก็ตามถ้าเรารู้วันเดือนปีเกิด หรืออย่างน้อยอายุของเรา นักพยากรณ์ศาสตร์ประเภทนี้ก็สามารถพยากรณ์ได้แม่นยำมากขึ้น) ซึ่งผมแนะนำว่าให้แปลงวันและเวลาเกิดเข้ามาอยู่ในระบบสากลเสียก่อน และก็ต้องบอกหมอดูว่าเราอ้างอิงตามหลักสากลนะ เพื่อป้องกันการสับสนทั้งเราและหมอดู เพราะโหราศาสตร์มีหลายแขนง ซึ่งใช้ปฏิทินแบบสุริยคติ (เช่นเดียวกับปฏิทินที่เราใช้ในปัจจุบัน) และจันทรคติ (เช่น ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 4 ปีขาล) หาเวลาเกิดที่ใกล้เคียงที่สุด พร้อมระบุแหล่งที่มา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบสำหรับหมอดูว่ามีความน่าเชื่อถือได้แค่ไหน ขอย้ำว่าให้แปลงเป็นเวลาสากลเสียก่อนนะครับ เพราะหมอดูบางคนอาจจะไม่ทราบข้อมูล หรือวิธีการแปลง เช่น เวลาเป็น “โมงยาม” ของไทย หรือเวลาเป็น “ซี่” ของจีน รวมถึงเวลาที่ครอบครัวเท่านั้นที่รู้ เช่น ตอนรถไฟกำลังผ่านหน้าบ้านพอดี พ่อพาวัวไปกินหญ้า หรือ แม่กำลังนั่งเล่นไพ่แล้วปวดท้องขึ้นมา ฯลฯ ขั้นที่สอง การเลือกหมอดู หลังจากทดลอง ทดสอบมาหลายศาสตร์ พบปะพูดคุยกับ หมอดู มาก็มาก ตั้งแต่ระดับสุดยอด โหราจารย์ ยันนักเรียนใหม่หัดทาย สุดท้ายผมก็พบว่าจริงๆแล้วศาสตร์การพยากรณ์ทุกแขนงให้ความแม่นยำเที่ยงตรงในการพยากรณ์แทบทั้งสิ้น ความแม่นยำนั้นขึ้นอยู่กับหมอดู ว่าจะเก่งและเชี่ยวชาญเพียงไหน ดังนั้นเราไม่ต้องไปเชื่อคำโฆษณาว่า ศาสตร์นี้แม่นที่สุด แบบนั้นไม่แม่น แบบนี้แม่นกว่า เราเลือกหมอดู ศาสตร์ไหนก็ได้ ให้ถูกกับจริตเรา คือ เราชอบ เท่านั้นพอ ในปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลสถานที่ติดต่อ และเบอร์โทรศัพท์ของหมอดูได้ไม่ยาก ทั้งจากเวปไซต์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร สถานที่ประจำที่เรารู้จักกันทั่วไป เช่น ท่าพระจันทร์ วัด สมาคมที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ทั่วไป รวมถึง AudioText 1900 แต่วิธีการที่ผมแนะนำมากที่สุด คือการให้ลองสอบถามจากเพื่อน หรือคนรู้จักว่าประทับใจ หมอดู ท่านไหนบ้าง เพื่อเราสามารถตรวจสอบลักษณะเบื้องต้นของ หมอดู ได้ ว่าเราถูกใจหรือไม่ ผมพอจะสรุปลักษณะของ หมอดู ที่ดี ได้ดังนี้ ใช้หลักในพยากรณ์ทำนายจริงๆ ไม่ใช่เป็นอวดอ้างอิทธิฤทธิ์หรือปาฏิหาริย์ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการพยากรณ์ มากน้อยขึ้นอยู่กับระดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องการปรึกษา การใช้ภาษาทั่วไปที่เข้าใจง่าย ไม่พูดศัพท์เทคนิคจนเราฟังไม่รู้เรื่อง งง และสับสน ไม่เป็นคนตัดสินหรือกำหนดชะตาชีวิต หรือทางเลือกให้เรา แต่เป็นผู้ให้ข้อมูลเหตุการณ์ หรือแนวโน้มของเหตุการณ์ในอนาคตที่เราจะเผชิญพร้อมให้เราสอบถามเพิ่มเติมได้ตามสมควร ไม่เรื่องมาก หรือหงุดหงิดใส่เรา และสุดท้าย อัตราค่าบริการสมเหตุสมผล เหมาะสมกับฐานะ และความพึงพอใจของเรา ขั้นที่สาม ถามอะไรดี ผมรวบรวมคำถามทั่วไปยอดฮิตในการ ดูดวง มาให้ เพื่อเป็นแนวทางในการถามของไว้ตามหมวดหมู่ดังนี้ ธุรกิจ และการเงิน จะรวยไหม สามารถขอกู้ หรือหาหุ้นส่วนได้ไหม ธุรกิจจะมีปัญหาการเงินหรือไม่ ช่วงไหนเหมาะสมในการขยายธุรกิจ ธุรกิจไหนเหมาะสมกับดวงชะตา ลูกหนี้จะเบี้ยวไหม เก็บหนี้ได้หรือเปล่า ซื้อ/ขาย ที่ดิน หรือสินทรัพย์ได้ไหม การงานและอาชีพ ทำอะไรรวย งานที่เหมาะสมกับดวงชะตา เปลี่ยนงานได้ไหม เปลี่ยนแล้วดีไหม ได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อไร การศึกษา เข้าเรียนต่อได้ไหม เรียนคณะไหนดี มีเกณฑ์เรียนต่างประเทศไหม ได้ทุนเรียนหรือเปล่า ครอบครัว เมื่อไรมีลูกหรือความสามารถในการมีลูก ปัญหาภายในครอบครัวหรือในเครือญาติ ทรัพย์สมบัติหรือมรดก ความรัก และการแต่งงาน เมื่อไรจะมีแฟน เมื่อไรแต่งงาน แนวโน้มความรักในปัจจุบัน ลักษณะแฟน หรือเนื้อคู่ ปัญหาหรือประเด็นสำคัญในชีวิตคู่ สุขภาพ สุขภาพทั่วไป ต้องระวังอะไรบ้าง มีเกณฑ์การผ่าตัด หรืออุบัติเหตุ ทั่วไป เกณฑ์ท่องเที่ยว หรือการเดินทางไกล ขั้นที่สี่ การให้ข้อมูล และสอบถามระหว่างการพยากรณ์ ในการพยากรณ์ หมอดู มักจะเริ่มต้นจากการทำนายพื้นดวงชะตาของเรา พร้อมทั้งสอบถามข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่ เราควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ หมอดู เมื่อถูกสอบถาม ไม่ตอบแบบอ้อม หรือไม่ตรงประเด็น เพราะ หมอดู จะสอบเทียบดูปัจจัยในดวงชะตา กับการดำเนินชีวิตของเรา ว่าปัจจัยอะไรส่งผลสำคัญต่อเจ้าชะตา ดังนั้นข้อมูลที่ถูกต้องมีความสำคัญมาก ทำให้การพยากรณ์นั้นแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากความหมายในการพยากรณ์นั้น จะอยู่ในภาษาของสัญลักษณ์ หรือ ปรัชญา ซึ่งสามารถตีความ หรือสื่อความหมายได้หลายรูปแบบ ดังนั้นเมื่อ หมอดู ออกคำพยากรณ์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราก็ควรให้ข้อมูลตามสถานการณ์จริงในปัจจุบันประกอบ หมอดู จะสามารถถอดความหมายในการพยากรณ์นั้นให้สอดคล้องกับเหตุการณ์จริงในปัจจุบันมากขึ้น และเราควรสอบถามกับ หมอดู เพิ่มเติมว่านอกจากเรื่องที่บอกมาแล้วนั้นสามารถเป็นเรื่องใด หรือเหตุการณ์ลักษณะใดได้อีก ขั้นที่ห้า การจดบันทึก หรือการบันทึกเทป การจดบันทึกสามารถทำได้อยู่แล้ว ปัจจุบันกลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว เพราะเห็นบางที่มีบริการทั้งกระดาษ ปากกา ดินสอ ลูกค้าแทบไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลย การบันทึกให้แบ่งเป็นหัวเรื่องไว้ให้เข้าใจง่าย เช่น พื้นดวง คำทำนาย 3 เดือน คำทำนายในปีนี้ คำทำนายในปีหน้า เป็นต้น ควรจดบันทึกเฉพาะประเด็นสำคัญ พร้อมรายละเอียดหลักพอประมาณ ไม่จำเป็นต้องจดทุกคำก็ได้ เพราะเมื่อ หมอดู เริ่มพยากรณ์ ผมไม่แนะนำให้ขัดจังหวะ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมก็ควรรอให้จบประเด็นนั้นเสียก่อน ส่วนเรื่องการบันทึกเทป ปกติไม่ได้มีกฎกติกาหรือข้อห้ามแต่ประการใด แต่เพื่อป้องกันปัญหา หรือข้อพิพาทใดๆ ที่อาจจะเกิดได้ เราควรสอบถามกับหมอดูเสียก่อนว่าสามารถบันทึกเทปได้หรือไม่ ขั้นที่หก เราคือผู้ตัดสินใจ สุดท้าย ผมขอย้ำว่าหมอดูไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะสามารถล่วงรู้ทุกเรื่อง สิ่งที่หมอดูทำ คือ ให้การปรึกษาแก่เราเรื่องแนวโน้มชีวิตในอนาคตของเรา จากการแปลภาษาของดาว หรือสัญลักษณ์ที่ใช้ในการพยากรณ์ ตามช่วงเวลาที่เราประสงค์หรือสนใจ ให้อยู่ในรูปแบบภาษามนุษย์

เจนี่ ไม่แคร์!! โดนเม้าท์ โป๊ลดเกรดตัวเอง
เจนี่ เทียนโพธ์สุวรรณ /  เมย์ พิชญ์นาฎ / 

ขึ้นแท่นเจ้าแม่เซ็กซี่!! นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ฟินสุดติ่ง ฟีดแบคถ่ายชุดว่ายน้ำแร๊งส์ ทุบสถิติขาย 2 วันเกลี้ยงแผง!! เมินคนมองถ่ายโป๊เกินลดเกรดตัวเอง ปัดออกมาแข่งกับ วุ้นเส้น วิริฒิพา เพื่อนซี้ใน แก๊งค์นางฟ้า ยันไม่มีปัญหากัน และงดพูดถึงทางด้านสาว เมย์ พิชญ์นาฏ หลังอีกฝ่ายโพสต์เชียร์สาววุ้น กรณีโพสต์ IG โต้ข่าวขึ้นคอนโดไฮโซ กึ้ง เฉลิมชัย เผยเป็นการเข้าใจผิด และได้มีการเคลียร์กับสื่อดังกล่าวแล้ว เรื่องหัวใจเฉยๆ หมอดูทักปีหน้าเจอเนื้อคู่ ตอนนี้ยังไม่มีคุยกับใคร รับเข็ดจากคราวที่แล้วไม่หาย!! "ฟีดแบคแฟชั่นชุดว่ายน้ำ ก็วันที่ 2 ก็หมดเลย เกลี้ยงเลยค่ะ จริงๆ เจนี่ก็อยากจะให้เห็นว่าความแข็งแรง อย่างงานนี้ค่ะอั้ม(อั้ม อธิชาติ) เขาก็เสนอความแข็งแรง เจนี่ก็อยากจะเสนอความแข็งแรง จริงๆ เจนี่เป็นคนที่ดูแลตัวเองแล้วก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็เป็นหนังสือที่เจนี่บอกเองน่ะค่ะ ว่าอยากจะถ่ายแบบไม่มีรีทัช อยากจะให้เห็นแต่กล้ามจริงๆ ชอบมากค่ะ" "เซ็กซี่ที่สุดแล้วค่ะ ทำลายสถิติค่ะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว 3 วันหมดแผง คราวนี้ 2 วันหมดแผง ท่าฉีกขาคนมองแรงเกิน จริงๆ เวลาพี่ใหญ่ถ่ายชุดว่ายน้ำเขาอยากจะให้เรารู้สึกว่า เวลาผู้หญิงออกกำลังกายน่ะค่ะมันจะมีกล้ามเนื้อเล็กๆ หรืออะไรพวกนี้ค่ะ ก็คืออยากจะให้มองว่ามันคือความแข็งแรงจริงๆ" "มีคนเปรียบเทียบกับวุ้นเส้น จริงๆ แล้วตอนแรกคือแบบต่างคนต่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะถ่ายชุดว่ายน้ำ พอถ่ายออกมาเสร็จแล้วเหมือนกับแบบเพิ่งรู้กันน่ะค่ะว่าถ่ายชุดว่ายน้ำ จริงๆ แล้วมันคนละแบบนะ คือวุ้นเขาจะแบบขาว เซ็กซี่ แต่เจนี่ก็จะแทน คือแบบเวลาคนซื้อเจนี่ก็อยากจะให้คนมองว่าแบบอย่าเอามาเปรียบเทียบกันว่าคนนั้นสวยกว่า หรือคนนี้สวยกว่า ซื้อเพราะว่าเจนี่จะออกอีกแนวนึง จริงๆ มันเห็นค่อนข้างได้ชัดน่ะค่ะเพราะเจนี่จะทำตัวแทน วุ้นก็จะเป็นแนวเซ็กซี่ ขาวค่ะ" "วางแผงชนกัน ไม่ได้ทะเลาะค่ะ ดี ขายหมดทั้งคู่ คนโยงไปกรณี เมย์ พิชญ์ฯ โพสต์เชียร์วุ้นว่าไม่ได้เล่นคุณไสย เจนี่ไม่พูดถึงคนอื่นเนอะ ไม่ได้มีปัญหากับใครค่ะ คนเม้าท์ว่าลดเกรดตัวเอง แล้วแต่คนจะคิดน่ะค่ะ จริงๆ มันก็คือชุดว่ายน้ำน่ะค่ะ ขายหมดเจนี่ก็โอเคแล้ว" "กรณีโพสต์ IG แก้ข่าวขึ้นคอนโดกึ้ง(กึ้ง เฉลิมชัย) ก็เหมือนกับที่ชี้แจงไปคราวที่แล้วน่ะเนอะ ว่าแบบบ้านเจนี่ก็น่าอยู่นะ เจนี่ก็ไม่สบายใจถึงได้ขึ้น IG ไม่ได้คุยกับทางโน้น แต่ก็รู้สึกว่าแบบเจนี่ว่ามันเป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมมากกว่า เจนี่ได้คุยกับพี่นิด(นิด อรพรรณ) เพราะตอนนั้นพี่นิดเขาก็ไม่ทราบเพราะอยู่อังกฤษ แต่ก็เขาก็เอาออกให้แล้วค่ะ ก็กลายเป็นการเข้าใจผิดกัน ไม่ติดใจค่ะ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป" "ไปทำบุญกับกึ้ง ก็ไปกันเยอะ ตอนนี้จะเป็นช่วงแบบทำบุญเยอะมาก สนิทมากขึ้นไหมจริงๆ เวลาไปก็ไปกันเยอะค่ะ คนจับตาไปด้วยกันอีกแล้ว ไปกันหลายคนค่ะ ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ค่ะ มีข่าวว่าไปทำพิธีเบิกเนตร ก็ไหว้ธรรมดาค่ะ เบิกเนตรคืออะไร ไม่รู้จัก" "หมอช้างบอกว่ากลางปีหน้ามีดวงจะพบเนื้อคู่ เชื่อไหม จริงๆ ก็ชอบดูนะ แต่ก็เชื่อตัวเอง ตั้งตารองานมากกว่า เข็ดเรื่องเก่าๆ ใช่ค่ะ เข็ดค่ะ ไม่มองค่ะ ขอเอางานก่อนดีกว่า ปิดกั้น เพราะว่ารู้สึกว่าถ้าความรักมันไม่ดี เจนี่ก็ต้องเลือกจะรักตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้ค่ะ คนเข้ามาคุย ยังค่ะ จริงๆ เจนี่ว่ามันยังไม่พร้อม ด้วยเวลา ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง เวลาเจ็บมันเจ็บจริงๆ เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า" เจนี่ กล่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

แฟชั่นชุดว่ายน้ำ มิ้น มิณฑิตา ครั้งแรกในชีวิต หน้าหมวยแต่หุ่นแซ่บนะเนี่ย
ชุดว่ายน้ำ /  ชุดว่ายน้ำ มิ้น / 

มิ้น มิณฑิตา แฟชั่นชุดว่ายน้ำ Summer Aura , let's see now  ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร เปรียว สาวหมวยมากความสามารถอย่าง มิ้น มิณฑิตา ที่ยอมสลัดผ้ารับร้อน มาถ่าย แฟชั่นชุดว่ายน้ำ มิ้น มิณฑิตา เป็นครั้งแรก แต่ก็ออกมาสวยเซ็กซี่ไม่แพ้รุ่นพี่เลย ไม่เชื่อก็ดูเอา ภาพแฟชั่นจาก นิตยสาร เปรียว และที่มาภาพจาก magazinedee

ซาร่า เซ็กซี่อีกแล้ว! โชว์อึ๋มในIG
ซาร่า มาลากุล /  โชว์เซ็กซี่ / 

ขยันปล่อยของดีให้หนุ่มๆ นั่งน้ำลายหกกันเป็นแถว สำหรับดาราลูกครึ่ง ซาร่า มาลากุล เลน ที่ล่าสุดเธอได้โพสต์ภาพเซ็กซี่ในไอจีส่วนตัว ในขณะสวมชุดในชั้นอวดเรือนร่างสุดเย้ายวนและอึ๋มไซส์บิ๊กบนเตียงนอน พูดเลยว่า..แซ่บถูกอกถูกใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เป็นที่สุด จริงมั๊ย สาวซาร่า !! ขอบคุณภาพประกอบจาก IG : @saramalakul ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล ซาร่า มาลากุล

โปรโมชั่น AKA จัดชุดพิเศษ “อิ่มจุก” เพียง 399 บาท
aka /  AKA Japanese Restaurant / 

AKA Japanese Restaurant ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่จะทำให้คุณและชาวแกงค์ได้มา “อิ่มจุก” แค่สั่ง ชุดรวมพิเศษเนื้อหมู 399 บาท รับฟรีไปเล๊ยย!!! ข้าวยำเกาหลี เนื้อ/ หมู สลัดสาหร่ายน้ำมันงา ซุปมิโซะ  ยำผักรวมสไตล์เกาหลี ห มา "อิ่มจุก" กันได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2558 ที่ AKA ทุกสาขา หก AKA Lifestyle Yakiniku อากะ สวรรค์ของคนคลั่งเนื้อ ห ห ห ห ที่มา:AKA Japanese Restaurant

Honda Civic Type R 2015 เปิดตัวสายพันธุ์แรงคันใหม่
car /  civic / 

หลังจากรอคอยมาอย่างยาวนาน Honda Civic Type R ได้เปิดตัวใหม่แล้วในปี 2015 โดยมีการยกชุดกำหนดมาตรฐานใหม่ ให้ที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ซึ่งใน Type R 2015 ใหม่คันนี้ ได้รวบรวมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาไว้ โดยหัวใจของ Civic Type R ใหม่ทั้งหมด Direct-injected Turbocharged 2.0 litre VTEC แรงม้า 310 ที่ 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที นับว่าสูงกว่า Type R ทุกรุ่นที่เคยมีมา การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอีกเรื่องคือการออกแบบ ที่ยังเป็นเอกลักษณ์ของ Civic Type R ทำให้รถดุดันมากขึ้น แต่เกือบทั้งหมดมีจุดประสงค์การทำงานที่เพรียวบางและมีประสิทธิภาพของ Aerodynamically สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนารถเพื่อความเร็ว มุ่งเน้นไปที่อากาศพลศาสตร์ได้มั่นใจเสถียรภาพความเร็วสูง และภายในห้องโดยสารคงตอกย้ำตัวอักษร R ที่เป็นเอกลักษณ์อันชัดเจนของ Honda Civic Type R 2015 สำหรับกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมโชว์ตัวเป็นๆที่งาน Geneva Motor Show ครั้งที่ 85 เริ่มต้นวันที่ 5 มีนาคมนี้แล้ว

เผยเบื้องหลัง และความมันส์ฉบับคนกบฏโลก ในภาพและคลิปชุดใหม่ จาก Insurgent
Insurgent /  The Divergent Series: Insurgent / 

เตรียมลุกขึ้นสู่หยุดโลก ด้วยพลังแห่งความแตกต่างไปกับ The Divergent Series : Insurgent คนกบฏโลก มหากาพย์แยกโลกสุดมันส์อลังการ ผลงานของผู้กำกับ โรเบิร์ต ชเวนท์เก ที่ล่าสุดนี้ ได้ปล่อยของมาอุ่นเครื่องกันอีกครั้งด้วย ภาพชุดใหม่ และคลิปพิเศษสัมภาษณ์นักแสดง ในรายการ Entertainment Tonight พร้อมทั้งยังเผยให้เห็นถึงเบื้องหลังงานสร้าง และเทคนิคพิเศษสุดยิ่งใหญ่ตระการตาจากภาพยนตร์ภาคต่อแห่งปรากฏการณ์แอ็คชั่นไซไฟเรื่องเยี่ยมแห่งปี 2015 เตรียมตัวนับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์แยกโลก ไปกับ  The Divergent Series : Insurgent คนกบฏโลก ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ทั้งในระบบปกติ สามมิติ, ไอแมกซ์, 4DX และ แอทมอส ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Divergent Series : Insurgent ได้ที่นี่เลย ------------------------------------------

ตำรวจขอนแก่น รวบพ่อลูกอ่อนค้ายาบ้าอ้างตกงาน
ตำรวจขอนแก่น /  รวบพ่อลูกอ่อนค้ายาบ้า / 

ตำรวจขอนแก่น รวบพ่อลูกอ่อนค้ายาบ้าได้พร้อมของกลาง อ้างตกงานและต้องเลี้ยงดูลูก พ.ต.อ. สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น แถลงข่าวผลการจับกุม นายสุทธิพงษ์ พร้อมของกลางยาบ้า 2,400 เม็ด หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ขณะเตรียมส่งมอบยาบ้าให้กับลูกค้า บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ทางเข้าวัดท่าประทาย อ.เมือง จ.ขอนแก่น จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวทั้งหมดรับมาจากพ่อค้าชาวต่างชาติ ก่อนนำมาจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน และนักศึกษาในพื้นที่ โดยมีการนัดมอบส่งของกันในจุดดังกล่าว โดยซุกซ่อนไว้ในกล่องแบตเตอรี่รถยนต์ ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำเพราะต้องการเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากตกงานและต้องเลี้ยงดูลูกซึ่งคลอดได้เพียง 3 เดือน จึงตัดสินใจร่วมขบวนการค้ายาบ้าดังกล่าว MThai News

จุดชมซากุระ บนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่ง เกียวโต
Full Bloom /  Ginkakuji / 

ผมเชื่อว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจของนักเดินทางส่วนใหญ่ ที่ฝันถึงเมื่ออยากไปสัมผัสในประเทศญี่ปุ่น นอกจาก ภูเขาไฟฟูจิ ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดแล้ว ต้องมีดอกไม้ที่สวยแต่บอบบางอย่าง ซากุระ อยู่ในใจแน่นอน การไปชมดอกซากุระบานนั้นต้องมีการวางแผนให้แม่นยำ ซึ่งใน เกียวโต นั้น ปกติซากุระจะบานเต็มที่ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนและมีเวลาให้พวกเราได้ยลโฉมเพียง 7 วัน ก่อนที่ใบสีเขียวจะผลิออกมาแทนที่ จุดชมซากุระบนเส้นทางสายนักปราชญ์เลียบคลองโบราณแห่งเกียวโต หนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่ได้รับการโหวตให้เป็นที่สุดคงหนีไม่พ้น เกียวโต เมืองหลวงเก่าที่มีวัดวาอาราม และบ้านเรือนแบบโบราณ ที่จะเป็นแบ็คกราวน์เสริมให้การชม ซากุระนั้นเพอร์เฟ็คท์ขึ้นไปอีก สถานที่หนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำสำหรับผู้อ่าน ที่จะได้เต็มอิ่มกับซากุระอย่างแน่นอน คือเส้นทางสายนักปราชญ์ หรือ Philosopher's Path ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Tetsugaku no michi โดยเส้นทางสายนี้ปูด้วยก้อนหินที่เลียบคลองน้ำใสๆ มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ผู้อ่านจะได้ยลโฉมซากุระที่บานสะพรั่งหลากพันธ์ุตลอดเส้นทาง เส้นทางนี้เริ่มต้นจากวัด Ginkakuji (Silver Pavilion) และไปสิ้นสุดที่วัด นันเซนจิ (Nanzenji) เราสามารถเริ่มต้นการเดินทางโดยนั่งรถเมล์ จากสถานีเกียวโต ด้วยสาย 5 , 17 หรือ 100 โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 35-40 นาที ด้วยค่ารถเที่ยวละ 230เยน มาลงที่ป้าย Ginkakuji เลย ซึ่งในรถจะมีป้ายบอก พร้อมเสียงประกาศว่ากำลังจะถึงป้ายไหนแล้ว เพราะฉนั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะลงผิดป้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายฮิตๆ อย่าง Ginkakuji มีนักท่องเที่ยวคนอื่นลงตามด้วยเยอะแน่นอน สิ่งแรกเห็นหลังจากลงรถเมล์ที่ป้ายแล้ว ก็จะเห็วทิวต้นซากุระผลิดอกรอต้อนรับอยู่ เราก็เดินมุ่งหน้าสู่วัด Ginkakuji เป็นที่แรกในการเริ่มชมซากุระในวันนี้ Ginkakuji Temple หรือ Silver Pavilion (วัดเงิน) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก World Cultural Heritage Sites โดย UNESCO เรียบร้อยแล้ว Ginkakuji เป็นวัดนิกายเซน ถูกสร้างขึ้นโดยโชกุน Ashikaga Yoshimasa หลานชายของท่านโชกุน ที่สร้างวัด Kinkakuji หรือ golden Pavilion (วัดทอง) ซึ่งอาคาร Silver Pavilion (Kannonden) สร้างขึ้นในรูปแบบเดียวกัน เพียงแต่จะไม่ได้มีสีทอง เป็นอาคาร 2 ชั้น และมีนกฟินิกซ์อยู่บนหลังคาอาคารเช่นเดียวกัน ภายในอาณาบริเวณของวัดนั้น จะมีเนินเขาที่ยังมีต้นไม้ใหญ่คงสภาพความเป็นป่าอย่างสมบูรณ์ ซึ่งสามารถเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้ สามารถมองเห็นวัดได้โดยรอบ รวมถึงทิวทัศน์ของเมืองเกียวโตที่สวยงานอีกด้วย ในวัดมีสระน้ำกว้างอยู่กลางวัดล้อมรอบด้วยสวนแบบญี่ปุ่น และอีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจ คือลานสวนหินทรายสีเงิน หรือที่เรียกว่า “Sea of Silver Sand” และกรวยหินทราย เรียกว่า “Moon Viewing Platform” ที่สร้างขึ้นเพื่อเมื่อแสงของดวงจันทร์กระทบกับลานหินทรายแสงที่ตกกระทบก็จะสว่างไปทั่วบริเวณหน้าอาคาร Silver Pavilion ทำให้เกิดแสงระยิยระยับสวยงาม แต่ผู้เขียนไม่ได้อยู่ชมในช่วงดึกจึงยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจะสวยงามอย่างที่คิดไว้ไหม       หลังจากนั้นก็เดินย้อนออกจากวัด เพื่อเข้าสู่จุดเริ่มต้นของเส้นทางสายนักปราชญ์ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าเส้นทางสายนี้เป็นเดินเท้าเล็กๆที่ปูพื้นด้วยหิน และเป็นทางเดินเลียบคลองบิวาโกะ ที่มีน้ำใสสะอาด ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต ที่มาของชื่อ “ถนนสายนักปราชญ์” นี้ได้มาจาก ในอดีตนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในช่วงศตวรรษที่ 20 ชื่อ Nishida Kitaro มักจะมาเดินสงบจิตใจที่นี่เพื่อให้เกิดสมาธิ ในวันอื่นๆที่ไม่มีซากุระ เส้นทางนี้จะเป็นเพียงทางเดินเลียบคลองอันแสนเงียบสงบที่ชาวบ้านละแวกนี้ใช้เป็นที่สัญจรและพักผ่อนหย่อนใจ แต่ในช่วงเดือนที่ดอกซากุระบาน ทางเดินเส้นนี้กลับเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่พร้อมใจมาชมความงามของซากุระกว่า 500 ต้นที่ปลูกเลียบไปตามริมคลอง ที่ปกคลุมเส้นทางเดินเส้นนี้ให้กลายเป็นอุโมงค์ซากุระอันแสนงดงาม ในขณะที่มีลมพัดผ่านมา กลีบดอกซากุระก็ปลิวไสวคล้ายกับหิมะ แล้วตกไปยังคลองด้านล่าง จนทำให้คลองกลายเป็นพรมซากุระสีขาวอมชมพู แค่นึกภาพตามก็สุดแสนจะโรแมนติคแล้ว แต่ถ้าใครได้อยู่ตรงนั้นล่ะก็แทบจะอยากให้มีคนจับมือควงแขนกันเดินเลยทีเดียว ตลอดสองข้างทางเดินยังเต็มไปด้วยร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ร้านน้ำชา คาเฟ่ ร้านขายของแฮนด์เมดเก๋ๆ ให้ได้แวะชมแวะดูกันเพลินๆ สวยโรแมนติคซะขนาดนี้ พลาดไม่ได้ที่จะมีศิลปินท้องถิ่นมานั่งวาดภาพวิวเพื่อรังสรรค์เป็นผลงานความทรงจำไว้ในผืนผ้าใบด้วย       เมื่อเพลิดเพลินกับซากุระตามเส้นทางมาจนถึงปลายทางก็จะไปบรรจบกับวัดนันเซนจิ (Nanzen-ji) วัดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดเซนที่มีความสวยงามและสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นวัดที่เป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซนสาย Rinzai ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นวังที่ประทับของจักพรรดิคาเมะยะมะ (Kameyama) ด้วยความเลื่อมไสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พระองค์จึงทรงยกวังแห่งนี้ให้ก่อตั้งเป็นวัดนันเซ็นจิ ในปีค.ศ. 1291 แม้ว่าชื่อวัดจะเป็นชื่อนันเซ็นจิ แต่ภายในมีวัดแห่งนี้ ยังมีวัดย่อยๆอยู่อีก 12 แห่ง (เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแค่เพียง 4 แห่ง)   เมื่อเราเดินทางมาถึงวัดแห่งนี้ สิ่งแรกที่จะพบก็คือ Sanmon Gate ประตูไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่ สูง 22 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามปราสาทโอซาก้า เมื่อปี ค.ศ. 1615 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของเกียวโตได้บนระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่ชั้นสองของประตู หลังจากลงมาจากประตู เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะได้พบกับจุดเด่นของวัดอีกอย่าง คือ สะพานส่งน้ำบิวะ (Lake Biwa Aquaduct) สะพานส่งน้ำนี้สร้างขึ้นในสมียเมจิ โดยการเจาะภูเขาเพื่อขนส่งน้ำ และ สินค้าทางน้ำ จากทะเลสาบบิวะมายังเกียวโต ปัจจุบันก็ยังมีน้ำส่งในท่อส่งน้ำอยู่ แต่คนในเมืองเกียวโตไม่ได้ใช้น้ำจากคลองส่งน้ำแห่งนี้แล้ว นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังมี วัดย่อย และ สวนเซนที่มีความสงบ เงียบ และสวยงามชวนให้เกิดสมาธิและสงบจิตใจอีกหลายแห่งให้ได้เข้าไปชมกัน   อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับการมาชมซากุระในเส้นทางนี้คือ Keage Incline หลายคน รวมทั้งผมด้วยเมื่อแรกเห็นเคยคิดว่าเป็นทางรถไฟสายเก่า แต่จริงๆแล้วคือทางรถรางเพื่อลากเรือบรรทุกสินค้าที่ล่องมาตามคลองส่งน้ำบิวะแล้วจะต้องลดระดับลงไปถึง 32 เมตร สู่แม่น้ำกะโมะกะวะ ในสมัยเมจิจึงได้มีการสร้างรางนี้ขึ้นมานั่นเอง โดยรางขนาดใหญ่นี้จะเป็นทางลาดชัน ที่ถูกขนาบข้างด้วยต้นซากุระขนาดใหญ่ ที่ผลิดอกเต็มต้นให้เราได้ใกล้ชิดตลอดสองข้าง จากการสังเกตุพบว่า คู่รักต่างนิยมมาถ่ายภาพพรีเว็ดดิ้ง ส่วนสาวๆก็นิยมใส่ชุดยูกะตะ มาถ่ายรูปคู่กับซากุระ ทำให้การชมซากุระนั้นได้บรรยากาศไปอีกระดับหนึ่ง   จากจุดเริ่มต้น จนมาถึงปลายทางที่ Keage incline เส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางชมซากุระ ที่สามารถใช้เวลาเดินชมแบบชิลๆได้อย่างต่ำครึ่งวันเลยทีเดียว ซึ่งสามารถเดินชมแบบคนเดียวโดยไม่เหงาเพราะความเพลินในการชมซากุระ แต่ถ้าใครมีคู่ก็มาสวีทกับคนรักได้แบบสุดโรแมนติค โดยนำข้าวกล่องมานั่งทานใต้ต้นซากุระด้วยก็ได้ หรือมากับเพื่อนๆก็ได้ความสนุกอีกแบบ ในเกียวโตยังมีสถานที่ชมซากุระขึ้นชื่ออีกหลายแห่ง ในครั้งต่อไปจะเป็นที่ไหนสามารถติดตามได้ต่อที่นี่นะครับ ค่าเข้าสถานที่ต่างๆในเส้นทางนี้ วัด Ginkakuji 500yen วัด Nanzenji และวัดย่อยภายใน ประตู Sanmon Gate 500yen วิหาร Hojo 500yen วัด Nanzenin 300yen วัด Konchi-in 400yen วัด Tenjuan 400yen ข้อมูลสถานที่ www.japan-guide.com เรื่อง/ภาพ Tonyken

ยงฮวา CNBLUE อ้อนแฟนคลับไทย
2015 JUNG YONG HWA LIVE One Fine Day IN BANGKOK /  2015 จองยงฮวา ไลฟ์ วัน ไฟน์ เดย์ อิน แบงคอก / 

ยงฮวา แห่ง CNBLUE อ้อนแฟนคลับไทย "หากรักกันจริง ต้องไม่ทิ้งกัน" กึ้ง-โฟร์ วัน วันฯ ชวนแสดงพลัง 4 มี.ค.นี้จองบัตรคอนเสิร์ต วัน ไฟน์ เดย์ ให้เกลี้ยง!! แม้จะเพิ่งขึ้นทะเบียนเป็นศิลปินเดี่ยวหน้าใหม่สดๆ ซิงๆ ด้วยการเสิร์ฟโซโล่อัลบั้มชุดแรก One Fine Day ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ด้วยประสบการณ์ในแวดวงดนตรีมากกว่า 5 ปีที่หนุ่มหล่อไอดอลนักดนตรี จองยงฮวา (Jung Yong Hwa) ซึ่งบ่มเพาะร่วมกับ ซีเอ็นบลู (CNBLUE) วงดนตรีซึ่งได้รับการยอมรับจากทั้งในและนอกประเทศเกาหลี ก็เป็นเครื่องรับประกันได้อย่างดีถึงฝีไม้ลายมือสุดเก๋าของเขา แถมขีดจำกัดความสามารถทางดนตรีของ ยงฮวา กลับไม่หยุดยั้งเพียงแค่นั้น! หนุ่มคนนี้ยังรุกก้าวต่อด้วยการเตรียมทำหน้าที่สุดท้าทาย ฉายเดี่ยวมอบโซโล่คอนเสิร์ตระดับเอเชียทัวร์เป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมปักหมุดจองคิววันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 ให้แฟนเพลงชาวไทยได้เจอให้หายคิดถึงแน่นอนกับ 2015 จองยงฮวา ไลฟ์ วัน ไฟน์ เดย์ อิน แบงคอก (2015 JUNG YONG HWA LIVE One Fine Day IN BANGKOK) ซึ่ง FNC Entertainment เลือกแล้วว่าต้องยกให้ กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ นำทีม บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้จัดคู่ใจเจ้าประจำมากำกับดูแลคอนเสิร์ตครั้งนี้ และสนับสนุนโดย เอส (est) แฟนคลับสายพันธุ์แท้ของ ยงฮวา รู้ใช่ไหมว่าไม่ควรพลาด!! งานนี้ จองยงฮวา เองก็กระตือรือร้นสุดขั้ว ไม่เชื่อต้องดูคลิปวิดีโอที่นักร้องนักดนตรีหนุ่มคนนี้ส่งตรงมาเชิญชวนแฟนเพลงชาวไทยไปชมคอนเสิร์ตด้วยอารมณ์สุดคึกคัก "สวัสดีครับแฟนชาวไทย(ภาษาไทย)... ผมศิลปินหน้าใหม่ จองยงฮวา ครับ! ตอนนี้โซโล่เดบิวต์อัลบั้มชุดแรกของผมที่มีชื่อว่า ‘어느 멋진 날’ (One Fine Day) ก็ออกวางจำหน่ายเรียบร้อยแล้วนะครับ(ปรบมือ) ไม่ทราบว่าทุกคนได้ลองฟังกันหรือยังครับ? หากว่าทุกคนฟังแล้วชอบก็คงจะดีมากๆ เลยล่ะครับ แล้วก็ได้โปรดรอพบกับ JUNG YONG HWA ‘One Fine Day’ IN BANGKOK โซโล่คอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ครั้งแรกของ ‘จองยงฮวา’ คนนี้ ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 4 เดือน 4 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอนเสิร์ตสามารถติดตามต่อได้ที่ www.411ent.com กันนะครับทุกคน... (โชว์ภาษาไทย)หากรักกันจริง ต้องไม่ทิ้งกันนะครับ... แล้วเจอกันวันคอนเสิร์ตครับ ขอบคุณมากครับ" ด้าน กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซีอีโอแห่ง โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เสริมท้าย หนุ่มย้ง ด้วยว่า "แฟนเพลงตัวจริงของยงฮวาที่ ‘ไม่มีวันทิ้งยงฮวาแน่!’ เตรียมตัวเป็นหนึ่งในแขกคนสำคัญของคอนเสิร์ตสเกลอบอุ่นและให้ความรู้สึกใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นได้เลยครับ จำไว้ให้แม่น 4 มีนาคมนี้ มีนัดแสดงพลังจองบัตรให้โลกรู้ว่าแฟนคลับชาวไทยก็ 'รัก ยงฮวา จริง' ไม่ยอมน้อยหน้าแฟนคลับเกาหลี ฮ่องกง และญี่ปุ่น ซึ่งทุบสถิติจองบัตรคอนเสิร์ตที่ โซล ฮ่องกง โตเกียว และโอซาก้า จน sold out ไปแล้วนะครับ" เอ้า!.. แฟนชาวไทยเริ่มจองบัตรตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. นี้เป็นต้นไป บัตรราคา 1,500 (นั่ง) / 2,500 (นั่ง) / 3,500 (นั่ง) / 4,000 (นั่ง) / 4,500 (ยืน) และบัตร VVIP 6,500 บาท (นั่ง) ** โดยบัตร VVIP ทุกที่นั่งจะได้รับสิทธิเข้าชมการซ้อมของศิลปิน พร้อมรับชุดของที่ระลึก (Official Goods) จำนวน 1 ชุด (2 ชิ้น) สิทธิพิเศษนี้มีจำนวนไม่มากบอกเลย ต้องรีบตรงไป ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือทางออนไลน์ www.thaiticketmajor.com โทร.02-262-3456 ** แล้วรอพบกับคอนเสิร์ต 2015 จองยงฮวา ไลฟ์ วัน ไฟน์ เดย์ อิน แบงคอก (2015 JUNG YONG HWA LIVE One Fine Day IN BANGKOK) แน่นอนในอีก 1 เดือนข้างหน้า วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 นี้ เวลา 18:00 น. ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ** ติดตามรายละเอียดผังที่นั่งได้ตามช่องทางการสื่อสารของ บริษัท โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด : เว็บไซต์หลัก www.411ent.com ออฟฟิศเชียลแฟนเพจ www.facebook.com/fouroneoneent ทวิตเตอร์ @411ent รวมทั้งอินสตาแกรมของซีอีโอกึ้ง IG @kueng_chalermchai http://instagram.com/kueng_chalermchai ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

สัมภาษณ์อินไซต์ เป้ อารักษ์ พี่เทรนตัวจี๊ด สาวกรี๊ดกระจาย ใน แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ
จอนนี่ แมวศุภลักษณ์ /  พระเอก / 

ในภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ นอกจากความน่ารักของน้องฝึกงาน เมโย ที่รับบทโดย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และกองถ่ายสุดป่วนกับ จอนนี่อาตแมวแล้ว น้องๆ ฝึกงานทุกคนอาจต้องมีหวั่นไหว เมื่อต้องพบกับ พี่มอร์ พี่เทรนผู้ช่วยผู้กำกับสุดหล่อ ที่รับบทโดย เป้ อารักษ์ ที่จะพาคุณไปลุ้นรักวุ่นๆ กลางกองถ่ายน้องเหมียว และครั้งนี้ เราจะพาสัมภาษณ์เจาะลึกหนุ่มสุดฮอตคนนี้กัน ใน แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ  นอกจากประกบกับนางเอกน่ารักๆอย่างน้อง ใบเฟิร์น แล้ว ยังต้องประกบกับจอนนี่ แมวเซเลปสุดฮอตในโซเชี่ยลด้วย เล่าให้ฟังหน่อยว่าเป็นไงมาไง ? "พอดีเราเคยร่วมงานกับบริษัท หัวฟิล์มท้ายฟิล์ม ซึ่งตอนนี้เป็น เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส นะครับ ดีมากพี่โอ๋ (พาณิชย์ สดสี) โปรดิวเซอร์รวมถึง พี่ต้อย (กาญจนา ไทยถานันดร์) ไลน์โปรดิวเซอร์น่ารักมาก แล้วก็สหมงคลฟิล์มด้วย เป็นทีมงานที่เราแฮปปี้ทั้งเรื่องการโปรโมทการดูแล ก็เรื่องของความตั้งใจในการทำงานครับผม นี่ไม่ได้อวยนะ นี่พูดจริงๆ แล้วก็มีโอกาสที่จะได้เล่นกับพี่เท่งพี่โหน่ง ซึ่งก็เป็นดาราตลกอยู่แล้ว ก็ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าอยากจะเล่นหนังตลกอีกครั้งหนึ่ง ยอมรับว่าไม่ได้เล่นหนังตลกมานานแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นโรแมนติก คอมมิดี้ แต่เรื่องนี้คอมมิดี้นำโรแมนติกมาหน่อยหนึ่ง แล้วก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับนักแสดงที่เรียกว่าเป็นยอดฝีมือ ของยุคนี้ น้องใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ครับผม ซึ่งพออ่านบทแล้วก็ไม่ได้เป็นบทที่ไกลตัวผมมาก หรือว่ายากเกินไปอะไรอย่างนี้นะครับก็น่ารักดีครับ ก็คิดว่าทุกคนที่กำลังจะได้ร่วมงานกันก็น่าจะร่วมกันทำออกมาแล้วแฮปปี้ไปพร้อมกับตัวละคร" แสดงว่าพออ่านบทแล้ว เรื่องราวต้องมีอะไรสะดุดใจ ที่ทำให้หนุ่มเป้รู้สึกอยากและตัดสินใจเล่น ? "ผมรับบทเป็น มอร์ ครับเป็นผู้ช่วยผู้กำกับโฆษณาในบริษัทสติ ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของโดย คุณชัยโดด หรือว่าพี่โดด (เท่ง เถิดเทิง) เป็นผู้กำกับมือรางวัล รุ่นใหญ่มีผีมือมาก แล้วก็จะมาพร้อมกับตากล้องคู่ใจ พี่เฟี๊ยต (โหน่ง ชะชะช่า) หนุ่มหนวดขาว ก็จะมีความกวนๆ แบบเพี้ยนๆ นิสัยบางอย่างก็อาจเกิดขึ้นจริงกับคนในกองโฆษณาครับผม แล้วก็จะมีคุณมอร์คนเดียวที่คอยเป็นทั้งมือขวา เท้าขวา มือซ้าย เท้าซ้าย ของคุณโดด คือสั่งอะไรก็ต้องทำ จะเห็นว่าเขาจะเป็นคนที่เสียงดังที่สุดในกองคอยจัดการทุกอย่าง พี่โดดอยากได้อะไรก็ต้องทำให้ได้นะครับ ทนอกจากเรื่องงานแล้วก็ยังมีเรื่องความรักของตัวมอร์ครับผม มอร์ก็เคยมีแฟนคนหนึ่ง ตอนนี้กลายเป็นคนโสด เขาก็เป็นคนที่สาวๆ ออฟฟิศก็ชอบมาเกี้ยวเขาเหมือนกันนะ จนวันหนึ่งมีน้องฝึกงานหน้าใสเข้ามาคนหนึ่ง ชื่อน้องเมโย มาฝึกงานในออฟฟิศสตินี้" "มอร์ก็เป็นพี่เทรนก็เป็นคนสอนน้องเขาว่า ทำอะไรยังไง แล้วด้วยความที่เป็นกองโฆษณา มันสอนธรรมดาก็ไม่ได้ ก็จะกวนๆ แกล้งๆ กันตลอด สั่งอะไรน้องก็ต้องทำ แต่น้องก็เหมือนจะติ๋มนะ แต่ความจริงก็ไม่ คือแบบกวนกลับมาตลอด ก็มีความกุ๊กกิ๊กกันเกิดขึ้นในกอง มาถึงวันหนึ่งที่มอร์ก็มีโอกาสที่จะได้ก้าวขึ้นเป็นผู้กำกับ เนื่องจากว่าโฆษณาชิ้นต่อไปที่เขากำลังจะทำกับบริษัทสตินี้ มีลูกค้าเป็นนักธุรกิจญี่ปุ่นอาจจะออกแนวยากูซ่านิดๆ มาจ้างให้กำกับโฆษณาโดยใช้แมวเป็นตัวเอก แล้วพอดีว่าพี่โดดนี่กลัวแมวครับ ก็เลยทำให้มอร์ได้กำกับหนังโฆษณาเป็นครั้งแรก เขาจะเอาแมวของเขาชื่อว่า จอนนี่ เป็นแมวศุภลักษณ์ตัวใหญ่ 10 กิโล ไม่ค่อยฟังใคร แล้วก็ถูกดูแลประคบประหงมอย่างลูกชายมาโดยตลอด มอร์ก็ต้องบังคับเจ้าจอนนี่ฟันดาบ กระโดดได้ กินบะหมี่ ยากมากครับ ซึ่งกลายเป็นว่าเรื่องราวความรักของมอร์ และเมโยจะเกิดขึ้นได้ราบรื่น ก็เพราะว่าแมวให้ความร่วมมือครับ" "โดยที่มอร์รับหน้าที่กำกับ เมโยเป็นคนที่ถูกกับสัตว์ ก็รับหน้าที่แคสติ้งดูแลแมวไป แล้วก็ถ้าเกิดว่ามันราบรื่น ความรักของเขาก็น่าจะสมหวังได้เร็วขึ้น แต่ก็มีปัญหามากมาย จนปัญหาสุดท้ายที่มันเกิดขึ้นก็คือแมวพระเอกหายไป มันมีเหตุการณ์ทำให้ได้เห็นใจกันมากขึ้น อย่างนี้จังหวะมันก็จะพาไปเป็นเรื่องของความรักมากขึ้น บวกกับความกวนของคนรอบข้าง ที่ไม่ใช่แค่พี่เท่ง-พี่โหน่ง ทั้งพี่โจ๊ก (อัครินทร์) ที่โผล่ออกมา น้องแอมป์แปรอะไรอย่างนี้ ซึ่งแมวแต่ละตัวก็ไม่ใช่ย่อยครับผม" ความรักแบบฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้ง ของน้องฝึกงานกับพี่เทรนที่น่าจะใกล้ตัวกับวัยรุ่นยุคนี้ แถมยังมีเรื่องราวของผู้คนรอบตัว แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ น่าจะเป็นหนังรักยิ้มๆ อารมณ์ดีหรือเปล่า ? "เราตั้งใจ จะเป็นการล้อเลียนกองโฆษณาซึ่งจะมีผู้กำกับที่ บางทีแล้วดุๆ แต่ความจริงแล้วก็คืออยากได้อะไรก็ต้องได้อย่างนั้น จะมีทีมอาร์ตที่ดูเพี้ยนๆ จะมีตากล้องที่เพี้ยนกว่าอะไรอย่างนี้ครับ ของจริงเรื่องงานมันนำไง แล้วความแปลกๆ ของสิ่งที่ทีมเขียนบทเขาได้เจอในกองโฆษณามา มาล้อเล่นอะไรอย่างนี้" ร่วมงานกับน้องใบเฟิร์นครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง ? "น้องเขาเก่งมากนะครับ ค่อนข้างจะซีเรียสจริงจัง มีความรู้เรื่องการแอคติ้งเยอะมากครับ เยอะกว่าผม เพราะว่าเขาเป็นนักเรียนทางการแสดงด้วยซ้ำ แต่ว่าตัวจริงนอกกองเขาตลกมากครับ เขาจะกวนไปทุกคน แกล้งทุกคน ดูมีความสุขที่อยู่ในกอง ทำให้บรรยากาศรอบข้างมันสดใสขึ้นครับ" ว่ากันว่าบทเมโย ที่ใบเฟิร์นถ่ายทอดออกมาจะทำให้คนดูโดยเฉพาะแฟนๆ มีกรี๊ดแน่ๆ ประมาณว่าใครที่รักน้ำในสิ่งเล็กเล็กฯ นั่นเลย รวมไปถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ในแบบมโนๆ ของน้องฝึกงานกับพี่เทรนด้วย ? "คือผมมองว่ามันเป็นรีแอ็คชั่นนะครับ ต่อการกระทำของตัวละครรอบข้าง น้องใบเฟิร์นทำได้ดีมากครับ ในเรื่องนี้ใครดูก็คงต้องชอบเขานะ เพราะน่ารักมากในเรื่อง  หน้าตาแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ โผล่มาในกองแล้วทำมาเป็นชอบเรา โดนหมดอ่ะ โดนชอบกลับหมดนะ" รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่มีโอกาสได้ทำงานกับ 2 ตลกซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยอย่างพี่เท่ง เถิดเทิง และพี่โหน่งชะช่า ? "ยอมรับก่อนว่า พอรู้ว่าหนังเรื่องนี้มีพี่เท่งพี่โหน่งเล่นด้วย ในใจเราก็คิดว่ามันต้องตลกแน่นอน โดยพาร์ทที่เราเล่นจะเป็นตัวที่นำเสนอในเรื่องราวของความรัก ที่ไปควบคู่กับความตลกของพี่เท่งโหน่ง ก็รู้สึกว่าน่าจะลองดู เราก็ไม่ได้เล่นหนังตลกแบบจริงๆ มานานนะ ยิ่งรู้ว่าเป็นหนังตลกโรแมนติก แล้วก็มีนางเอกที่เก่งกาจมากคนหนึ่งอย่างน้องใบเฟิร์น แล้วพี่เท่งพี่โหน่งก็อยากเจอด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่งคือผมชอบภาพยนตร์สาระแนที่ออกมา ที่เป็นพี่สตาร์บัคส์กับพี่หลังเลนส์เล่น ผมว่ามันคลาสสิคนะ เพราะหนังเรื่องนี้มีพี่เป้นฤบดีกับพี่เท่ง เถิดเทิงช่วยกันกำกับด้วย" พูดได้ว่าคงเป็นนักแสดงไม่กี่คนอย่าว่าแต่ในระดับประเทศเลย ระดับโลกเลยก็ว่าได้ที่จะได้ทำงานร่วมกับแมว ? "ตอนแรกที่อ่านบท เรื่องเล่นกับแมว แมวจะแสดงได้มั้ยนั้นผมไม่ติดลยครับ ผมนึกว่ามันฝึกได้ มารู้ทีหลังว่าแมวฝึกไม่ได้ แล้วยิ่งเป็นแมวเลี้ยงธรรมดายิ่งฝึกไม่ได้ แล้วซึ่งอันนี้มันเป็นเรื่องของผู้กำกับแล้วครับ เราก็อาศัยความอดทนเข้าไว้ ตอนที่ถ่ายจะติดที่มันช้าบ้าง ก็จะมีตอนแมวนี่ล่ะครับ แบบว่าทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีนะ เพราะว่าพี่เป้ นฤบดี เขาเป็นคนค่อนข้างเป๊ะ คมกับสิ่งที่เขาต้องการจะใช้ ก็อาจจะต้องช่วยๆ กัน ในหลายๆ ด้านครับทั้งนักแสดงเอง หรือเจ้าของแมวหรือทางด้าน CG อย่างนักแสดงก็ต้องรอจังหวะ พอสั่งแอ็คชั่นดังเกินแมวก็หนี แมวพวกนี้มันเป็นแมวคุณหนูไง มันกินมาอิ่มแล้ว จะมาป้อนในฉากมันไม่กิน เลือกยี่ห้อ ก็สนุกดีครับ ผมเองก็ไม่เคยเลี้ยงแมวด้วยไงครับ แถมในหนังเราไม่ได้มีแมวแค่ตัวเดียวนะครับ มีเป็นสิบ เวลาเราถ่ายหนังจริงๆ มันไม่ได้จบแค่ถ่ายในสตูดิโอนะครับ มันมีการตามหาแมวซึ่งมันค่อนข้างจะยากลำบาก มีการผจญภัยนิดหน่อยเข้ามาเกี่ยวด้วย มีการลุ้นระทึกตามจังหวะของตัวละครก็อยากจะบอกพี่ๆ ที่อยากจะทำหนังแมวนะครับว่า ไม่เขียน CG ก็เอาแมวที่มันฝึกได้มาแต่ผมว่ามันยากครับแต่ว่าตัวนี้มันก็พิเศษไง จอนนี่ หรือว่าตัวชาลีที่เข้าฉากมันน่ารักมาก" ทำงานกับจอนนี่แมวศุภลักษณ์สุดฮอต ที่มีคนกดไลก์ในแฟนเพจมากกว่า 400,000 ไลก์ เป็นยังไงบ้าง ? "จอนนี่ มันเป็นแมวที่จะมีจังหวะนิ่ง คือจับใส่อะไรมันก็ใส่ได้ นั่งท่านี้ไม่มีแมวตัวไหนนั่งได้ ดัวยความที่มันคงอ้วนมั่งครับ เลยเป็นแมวที่สเปเชียล แมวทุกตัวมันก็ไม่ค่อยฟังอยู่แล้วล่ะ ก็จะมีความดุออยู่บ้าง ก็จะเป็นเสน่ห์ของเขาครับ จริงๆ แล้วการที่ต้องแสดง หรือกำกับจอนนี่ นี่เป็นไปไม่ได้เลยดีกว่าครับผม แค่อยากทำให้เขานิ่งได้ ก็แค่เปิดเครื่องปั่นนะ จอนนี่จะกลัวเสียงเครื่องปั่น ชอบเดินเข้าบ้าน บ้านกระเป๋าเขา คือต้องบอกว่าโชคดีมากที่ จอนนี่กับชาลี (แมวสีขาว) จะนิ่งครับผม คือเขาสามารถนั่งอยู่ในเซทได้ครับ ทาโร่ หมดสิทธ์ครับหนีแบบกลัวตัวสั่นตลอด ส้มจี๊ด นี่ยังโอเคก็มีหนีมั่ง นิ่งบ้าง อ๋อ นอกจากนี้มันจะมีแมวอีกตัว เป็นแมวพันธุ์สฟิงซ์ครับ จะกลัวมากตัวสั่น แล้วมันก็โดดหนีครับ แล้วปีนแบล็คดร็อปกระดาษขาดหมดเลย" มีฉากไหนที่ต้องเข้าฉากกับแมวแล้วมีวีรกรรมเด็ดที่ต้องพูดถึงไหม ?   "ก็มีเยอะครับอย่างฉากที่ผมกับเฟิร์นต้องเข้าฉากร่วมกับแมวเยอะที่สุดเป็นสิบตัวครับ ซึ่งเป็นช่วงที่เมโยกับพี่มอร์ต้องช่วยกันแคสท์ติ้งแมวครับผมก็จะมีแมวหลายชนิดมากๆ มาให้ดู ก็ยากในการที่เราต้องจับเขาไว้ เพื่อให้เข้าฉาก เราก็ให้ใบเฟิร์นที่เล่นเป็นเมโยแนะนำตัวแมวว่า แมวตัวนี้เป็นตัวอะไร เพศอะไร นิสัยยังไง จะเอาไปเล่นบทไหน แต่ว่าจังหวะก็จะมีแบบเราก็ต้องอิมโพรไวส์ตามแมวที่เขาจะเดินทำอะไร ซึ่งก็เป็นคาแรคเตอร์ของตัวพี่มอร์ที่จะสั่งน้องฝึกงานแบบกวนๆ แกล้งๆ อะไรอย่างนี่ครับ แล้วก็มีเอาแมวไปอาบน้ำ ซึ่งแมวตัวนั้นก็คือจอนนี่ไปอาบน้ำ เจ้าของบอกว่าจอนนี่ชอบเล่นน้ำนะ พอแช่มันหนีตลอดเลย แมวมันควบคุมไม่ได้จริงๆ ครับก็ แฟนๆ จอนนี่น่าจะได้เห็นอะไรที่มันเยอะ" ต้องเข้าฉากกับแมวเยอะที่สุด แทบจะแค่สองคนกับใบเฟิร์น ตกลงมีรอยรักฝากเล็บจากจอนนี่บ้างไหม ? " มันโดนแต่ว่ามันไม่เจ็บครับ มันกัดผมวันแรกเลย มันหันมา แง่ม เราพยายามจับมันใส่เสื้อครับวันแรก ยังไม่ได้ถ่ายนะครับ เป็นการฟิตติ้ง ผมก็อุ้มไปก็ตะปบผ่านหน้าใบเฟิร์นหนึ่งที่ ใบเฟิร์นก็โดนแต่ว่ามันไม่ได้กางเล็บออกมาแค่ขู่ แล้วก็ตอนหลังผมคงจับมันแรงไปมั่ง มันงับเบาๆ ทีหนึ่ง ทักทาย อย่ามายุ่งอะไรอย่างเนี่ยะครับ ไม่ครับไม่ยุ่ง ใบเฟิร์นนี่กรี๊ดไหว้เลยครับ ไหว้แมว" พูดถึงผู้กำกับ กำกับแมวหน่อย ? "พี่เป้เป็นคนที่เขารู้ว่าเขาต้องการอะไรครับ แล้วก็รู้ว่าจะตัดแบบไหน ประสบการณ์เขาเยอะมาก แล้วเขาก็ไม่ถ่ายเยอะ เรื่องการถ่ายแมวเขาก็ค่อนข้างจะให้เวลากับมัน คือเขาจะเซ็ทเวลา คือถ้ามีแมวแล้วมันต้องนานแน่นอน แล้วเขาก็พยายามจะกำกับในแบบที่ จังหวะแมวเป็นแบบนี้เราก็ทำตามแบบนี้ ทำให้มันเป็นตามนั้นครับ แต่บางทีมันก็ยากอยู่ดี ไม่ใช่คนธรรมดากำกับไม่ได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาถึงจะกำกับแมวได้" ทำไม แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ เป็นหนังที่ต้องดู ? "ใครที่เข้าไปดูก็จะรักเมโยนะ ผมรู้สึกว่าตอนที่เล่นกับน้องแล้วรู้สึกว่าน่ารักจริงๆ พี่เท่ง-พี่โหน่งเขาไม่ยอมกันเลย ไม่ยอมหยุดในการปล่อยมุก ต้องฮาแน่นอนครับ แล้วก็คนที่ชอบแมว ก็คงได้ไปดูแมวในแอ็คชั่นต่างๆ ก็อยากจะให้ลองไปชมโรแมนติกคอมเมดี้แบบเมี้ยวๆ เรื่อง แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ นี้ 4 มีนาคมนะครับ รับรองว่า เรื่องนี้จะทำให้ทุกคนมีรอยยิ้มออกมาแล้วก็ สนุกสนานแน่นอน สำหรับคนที่เป็นแฟนแมวเรื่องนี้ไม่น่าจะพลาดนะครับ เพราะว่าเราได้นำแมวซุปเปอร์สตาร์ระดับหลากหลายตัวมาร่วมในฉากหนังเรื่องนี้ คือแมวนี่มันสั่งให้เดินยังยากเลยครับผม อยากจะให้ทุกคนลองมาชมกันดูนะครับว่าทำยังไงให้โรแมนติกคอมเมดี้แบบเมี้ยวๆ เรื่องนี้" ลุ้นรักวุ่นๆ ของพี่เทรนและน้องฝึกงาน กลางกองถ่ายเหมียวๆ ไปกับ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ในวันที่ 4 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ได้ที่นี่เลย ------------------------------

Siamese Kittenz ไอดอลสัญชาติไทย ขายความใสและฟรุ้งฟริ้ง!
Siamese Kittenz /  SMKT / 

หากใครกำลังเอียนกับเกิร์ลกรุ๊ปที่แข่งกันเปิดนิด-ปิดหน่อยและขายภาพลักษณ์เซ็กซี่สุดหวือหวา และอยากสบายสายตาด้วยเหล่าสาวน้อยวัยใสที่มาพร้อมความน่ารักสุดฟรุ้งฟริ้ง... เจ็ดสาว Siamese Kittenz คือคำตอบของคุณ!! Siamese Kittenz (ไซมิส คิทเท่นส์) หรือเรียกย่อๆ ว่า SMKT คือเจ็ดสาววัยใส วัย 13-14 ปี ประกอบไปด้วย พิม เฟย์ ไหม จุ๊ยส์ เฟท แพตตี้ และ หลิว พวกเธอคือไอดอลสายเลือดไทยแท้จาก Kelba Music ซึ่งเพิ่งเปิดตัวซิงเกิ้ลแรกที่มีชื่อว่า ซึนเดเระ สดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง ด้วยเพลง ซึนเดเระ ซึ่งโดดเด่นด้วยเนื้อเพลงและท่วงทำนองสุดสดใส บวกกับความน่ารักไร้เดียงสา สาวแว่น เหล็กดัดฟัน และมาพร้อมยูนิฟอร์มชุดนักเรียนของเหล่าสาวน้อยเหมียวสยาม Siamese Kittenz จะทำให้แฟนเพลง(โดยเฉพาะหนุ่มๆ โอตาคุ) ใจละลายอย่างแน่นอน!... ไม่เชื่อ? ลองฟังเพลงของพวกเธอดูสิ!! ปลุกความเป็นหมีในตัวคุณได้ทางแฟนเพจของ Siamese Kittenz ที่ https://www.facebook.com/SMKTclub ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เตือนภัย! ขึงเอ็นกลางถนน นักเรียนสาวหวิดดับ
ขึงเอ็นกลางถนน /  เด็กแว้น

เตือนภัย! ขึงเอ็นกลางถนน นักเรียนสาวหวิดดับ วันนี้(4 มี.ค.)บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพหญิงเคราะห์ร้ายคนหนึ่งถูกเส้นเอ็นบาดบริเวณลำคอเป็นรอยยาว โดยเจ้าของภาพระบุว่า“เส้นทางเข้าบ้านหนองโน อ.เมือง จ.มหาสารคาม มีผู้ไม่ประสงค์ดีขึงลวดดักเส้นทางสัญจรหวังผลอะไรไม่ทราบ แต่มีคนไข้มาที่โรงพยาบาล (ขออนุญาตผู้ป่วยแล้วค่ะ)‪ #‎สังคมไม่ปลอดภัย‬วอนผู้มีอำนาจป้องกันภัยให้ประชาชนค่ะ” ซึ่งต่อมามีรายงานข่าวจากเดลินิวส์ออนไลน์ เปิดเผยว่าสาวผู้เคราะห์ร้ายเป็นเด็กนักเรียนหญิงวัย16ปี เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงประมาณหกโมงเย็น โดยขณะที่นักเรียนหญิงกำลังขับรถกลับบ้านมาอย่างช้าๆเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรู้สึกเหมือนมีอะไรมาเกี่ยวที่คอ เมื่อก้มมองดูก็พบเส้นเอ็น3เส้น จึงประคองตัวลง จากนั้นก็ขับรถกลับไปแจ้งพ่อและมาหาหมอที่โรงพยาบาลโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ทั้งนี้จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า การขึงเส้นเอ็นน่าจะเป็นกลุ่มโจรมากกว่าเนื่องจากเส้นทางดังล่าวเคยมีเหตุดักทำร้ายชิงทรัพย์ ไม่น่าจะเป็นการขึงเอ็นเพื่อจัดการกลุ่มเด็กแว้นเนื่องจากสภาพถนนแถวนั้นไม่อำนวยต่อการประลองความเร็ว MThai News ที่มา เดลินิวส์ ออนไลน์

ไทยเสี่ยง หนี้ครัวเรือน สูงสุดในอาเซียน
หนี้ครัวเรือน /  เสี่ยง / 

มูลนิธิซิตี้ ร่วมกับสถาบันคีนันแห่งเอเชีย เผยผลวิจัย ปัญหา หนี้ครัวเรือน ไทย มีแนวโน้มสูงสุดในอาเซียน โดยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเสี่ยงต่อการเพิ่มหนี้ครัวเรือนสูงสุด นายปิยะบุตร ชลวิจารย์ ประธานสถาบันคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการวิจัยเชิงลึกโดยได้ประเมินนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับปัญหา หนี้ครัวเรือน โดยพบว่ากลุ่มที่มีพฤติการณ์ก่อหนี้สูงสุด และมีทักษะความรู้ทางการเงินน้อยที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ กลุ่มนักเรียน ซึ่งมีสัดส่วนประชากร 18 % กลุ่มเกษตรกร 24 % และกลุ่มแรงงานรับจ้างมีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของการเสี่ยงเป็นหนี้มีสัดส่วนประชากร 38 % ทั้งนี้สาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤติหนี้ครัวเรือนของไทย ได้ แก่ การไม่รู้พื้นฐานทางการเงิน, การเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่าย และทัศนคติต่อการใช้เงินไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้โดยปี 2557 ไทยมีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนถึง 84 % ต่อจีดีพีและมีแนวโน้มสูงถึง 85 % ได้ในปีนี้และอาจแตะระดับ 100 % ได้ในอนาคต และจะทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่จะมีหนี้ครัวเรือนสูงสุดในอาเซียน โดยต้องการให้ภาครัฐหาทางออกอย่างเร่งด่วน โดยได้พยายามเสนอข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เป็นหนี้มากที่สุด เพื่อให้ความรู้ด้านการเงินกับกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งผลักดันให้หันมาใช้การกู้ยืมในระบบมากกว่านอกระบบ ซึ่งผลวิจัยทั้งหมดนี้จะนำเสนอกับภาครัฐนำไปปรับใช้ต่อไป MThai News