ชุดนักศึกษา

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

เกิดอะไรขึ้น ? ผู้โดยสารช่วยกันเข็นเครื่องบินขณะอุณหภูมิ-52 องศา (ชมคลิป)
ผู้โดยสารเข็นเครื่องบิน /  เครื่องบินค้าง / 

ผู้โดยสารจากสายการบินกาเตกาเวียของรัสเซีย ช่วยกันเข็นเครื่องบินกลางอากาศติดลบ 52 องศาเซลเซียส เพราะล้อของเครื่องบินไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ในไซบีเรีย วานนี้ (26พ.ย.) หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของรัสเซีย รายข่าว หลังจากการเผยแพร่ภาพวิดีโอเหตุการณ์ผ่านเว็บไซต์ยูทูบ ที่แสดงให้เห็นผู้โดยสารหลายสิบคน ในชุดเสื้อคลุมหนาท่ามกลางลานที่เต็มไปด้วยหิมะ โดยทุกคนกำลังช่วยกันเข็นเครื่องบินโดยสารที่บริเวณปีกเครื่องบินทั้ง 2 ข้างอย่างแข็งขัน เพื่อให้เครื่องสามารถเคลื่อนตัวไปได้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สนามบิน 'อิการ์กา' ในไซบีเรีย ซึ่งขณะนั้นมีอุณหภูมิติดลบถึง 50 องศาเซลเซียส โดยเจ้าหน้าที่ลืมปลดเบรคสำหรับจอดของเครื่องบินโดยสาร 'ตูโปเลฟ ตู-134' ซึ่งจอดไว้นานถึง 24 ชั่วโมง ทำให้ผ้าเบรคจับเป็นน้ำแข็งคารันเวย์ ขณะที่รถลากก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเครื่องบินไปยังแท็กซี่เวย์ได้ด้วยอุณหภูมิติดลบ 52 องศาเซลเซียส และการที่นักบินลืมปลดเบรคสำหรับจอด ส่งผลให้ระบบเบรคที่อยู่ในอุณหภูมิเช่นนั้นมา 24 ชม. ถูกน้ำแข็งจับจนล้อไม่สามารถเคลื่อนที่ได้แม้จะใช้รถลากก็ตาม จากนั้นผู้โดยสาร 74 คน ของเครื่องบินแบบตูโปลอฟ ทู-134 ของสายการบินคาเตคาเวีย สายการบินในเครือยูทีแอร์ ต้องลงมาช่วยกันเข็นเครื่องดังภาพ จนกระทั่งเครื่องสามารถเคลื่อนตัวไปได้ในที่สุด จึงส่งหน้าที่ต่อให้กับรถลากจูง จากนั้นเครื่องจึงขึ้นบินได้ตามปกติ เดินทาง 2,800 กม. มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่เมืองคราโนยาร์สก์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมอสโก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านการคมนาคมของไซบีเรียไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจ แต่กลับแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากอาจเกิดความเสียหายบริเวณปีกเครื่องบิน โดยเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นดังกล่าว MThai News

ข่าวดี!มงคล-พีระพัฒน์ ฟื้นช่วยเสริมแกร่ง ช้างศึก
ชนาธิป สรงกระสินธ์ /  ชาริล ชัปปุยส์ / 

ความเคลื่อนไหวของกองทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย ที่ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 เป็นที่แน่นอนแล้ว หลังจากคว้าชัยชนะได้ 2 นัดรวด ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 พ.ย.57 ณ โรงแรมเอ็มโฮเทล “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง นำลูกทีมแบ่งเป็น 2 ชุด ซึ่งชุดแรกเป็นเหล่าแข้งที่ไม่ได้ลงสนาม ลงมาวิ่งสเต็ป เบาๆ ที่ด้านล่างของโรงแรม ส่วนชุดตัวจริงที่ลงครบ 90 นาที อาทิ ชาริล ชัปปุยส์, อดิศักดิ์ ไกรษร, เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงสระว่ายน้ำคลายกล้ามเนื้อประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้นโปรแกรมฝึกซ้อม โดย ซิโก้ เปิดเผยว่า แม้จะผ่านเข้ารอบไปแล้ว แต่ยังเหลือเกมอีก 1 นัด ตนกำชับทีมว่า ต้องสู้เต็มที่ เพราะเมียร์มาร์ ก็มีดี ส่วนนักเตะที่บาดเจ็บ มงคล ทศไกร กับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา หายสนิทแล้ว พร้อมลงช่วยทีม ซึ่งตนคงจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงยึดชุดตัวหลักๆ ไว้ด้วย สำหรับในช่วงเย็น ซิโก้ ไม่ได้จัดโปรแกรมการฝึกซ้อม โดยจะปล่อยให้ นักเตะ พักผ่อน อย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมความสดไว้ลงเล่นในวันที่ 29 พ.ย.57 กับ หม่อง เมียนมาร์

ทนกระแสสังคมไม่ไหว!! หงส์เล็งสอย กาสึยาส ทดแทนมินนี่ 4 ลป.
ซิมง มินโญเลต์ /  ปินใหญ่ / 

The Express สื่อจอมแฉแห่งเมืองผู้ดี รายงานว่า ลิเวอร์พูล จะไม่ฝืนไว้ใจใช้งาน ซิมง มินโญเลต์ นายประตูถุงมือรั่วให้เป็นเบอร์ 1 ในรัง แอนฟิลด์ อีกต่อไป โดยเล็งสอย อิเกร์ กาซิยาส มือกาววัยเก๋าของ เรอัล มาดริด มาเฝ้าเสาแทนในช่วง ปีใหม่ ด้วยราคาสบายกระเป๋า 4 ล้านปอนด์ นายทวารดีกรีกัปตันทีมชาติสเปนวัย 33 ปี ตกเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆสำหรับการเสริมผู้รักษาประตูคนใหม่ในช่วงเดือน มกราคม นี้ของ "หงส์แดง" โดนมี "ปินใหญ่" อาร์เซน่อล ที่เตรียมแย่งตัดหน้าไปใช้งานด้วยเหมือนกัน ทั้งนี้ อิเกร์ กาซิยาส มีสถิติลงสนามรับใช้ "ราชันชุดขาว" ไปแล้วทั้งหมดรวมทุกรายการ 695 นัด ตั้งแต่ถูกดันขึ้นมาเฝ้าเสาในปี 1999 ถึงปัจจุบัน

17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง
คนโสด /  ความรัก

เอาใจคนโสดกันบ้าง หลังจากทำร้ายคนโสดมาเยอะ อิอิ กับ 17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง เชื่อว่าถ้าคนโสดแท้ๆ จะชายหรือหญิงก็แล้วแต่ ถ้าได้มาอ่านเนี่ย รับรองจะรู้เลยว่ามันเป๊ะเว่อร์ เนี่ยแหละฉัน เพราะฉันโสด ฉันทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ไม่ต้องแคร์ใคร ถูกม่ะ 17 กิจกรรมของคนโสด มันดีอย่างนี้นี่เอง 1. คุณจะอยากใส่เสื้อผ้าแค่ชิ้นเดียวเดินร่อนไปทั่วบ้าน (เฉพาะชิ้นที่อยู่สูงกว่าเอวเท่านั้นด้วยนะ) 2. ที่ไหนๆก็เป็นห้องครัวได้ 3. โยนเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้ตรงไหนก็ได้แล้วแต่อารมณ์ (จะงีบซักหน่อยก็แค่เขยิบเสื้อผ้าไปข้างๆ) 4. อยากจะเปิดเพลงแปลกๆแล้วเต้นแร้งเต้นกาตอนไหนก็ทำได้ 5. ชอบจะเปิดหนังดูเงียบๆ คนเดียวมากกว่าจะออกไปคุยกับคนอื่น 6. เวลาอาบน้ำก็หลอนตลอดว่าจะมีใครแอบเข้ามาฆาตกรรมรึเปล่า (ก็เป็นลูกผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียว ดูแลตัวเองคนเดียว ก็ต้องระแวงบ้างเป้นธรรมดา) 7. หันไปมองอ่างล้างจานทีไรตกใจทุกที (มีของต้องล้างเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อหร่ายยย) 8. ไม่ต้องอั้นตด อยากจะตดตอนไหนก็ปลดปล่อยมันออกไปเลยยย (ตดเองดมเองอีก จาอ้วกกกก) 9. จะเข้าห้องน้ำจะทำอะไร ก็เปิดประตูไว้อาซ่าอย่างนั้นแหละ (ก็คนมันอยู่คนเดียวเนอะ) 10. ไม่ต้องกลัวว่าจะทำเสียงดังๆปลุกคนตื่นในตอนกลางคืน 11. เปิดหนังผู้ใหญ่เสียงดังได้แบบสบายใจเฉิบ 12. พาสาวมาห้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรูมเมต 13. บางทีก็เหงาขนาดพูดคนเดียว (แล้วมาคิดที่หลังว่านี่เราบ้าเปล่าวะ) 14. หาทางมาหยิบเอาแมลงน่ากลัวๆ ออกไปจากบ้านได้แบบครีเอทสุดๆ 15. ใส่ชุดเดิมซ้ำกันสามวันก็ไม่มีใครรู้ อิอิ (แต่ต้องอัดน้ำหอมแน่น นิสนึง) 16. เวลาคุยโทรศัพท์ทีไรก็เดินมันไปทั่วบ้านนั่นแหละ 17. ดูรายการทีวีแบบปัญญาอ่อนโดยที่ไม่ต้องแคร์ว่าภาพพจน์จะเสีย ข้อมูล kumarnthongclub

ค้นบ้านพงศ์พัฒน์ เมืองทอง ยึดไม้แปรรูปค่า7ล.
ข่าวล่าสุด /  ตำรวจฆ่าตัวตาย / 

ทหารและตำรวจสนธิกำลังตรวจค้นโกดัง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์  ย่านเมืองทองธานี พบไม้แปรรูป มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ ยินดีอารมณ์ ผบก.จ.นนทบุรี นายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.ป้องกันรักษาป่าและป้องกันไฟป่า กรมป่าไม้ นำหมายศาล จ.นนทบุรี พร้อมกำลังเข้าตรวจค้นโกดัง เลขที่ 16/21 หมู่ 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เก็บซุกซ่อนไม้แปรรูป ของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ที่นำมาเก็บไว้จำนวนมาก จากการตรวจค้นพบ ไม้สัก ไม้ประดู่และไม้มะค่า จำนวน 4,500 แผ่น รวมมูลค่า 7,700,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในโกดังและอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์ จำนวน 3 ตู้ นอกจากนี้ยังมีไม้แกะสลักเป็นเทวรูปถูกฝังดินอีกหลายชิ้น โดยพล.ต.ศรีวราห์ เปิดเผยว่าได้ตรวจยึดไม้ทั้งหมดไว้ตรวจสอบเพื่อหาแหล่งที่มาว่าได้มาอย่าง ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากไม้ทั้งหมดเป็นไม้แปรรูปแผ่นใหญ่หายากและมีราคาแพง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเป็นผู้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะ เดียวกันเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังทีมสอบส่วนกลางตามคำสั่งผบ.ตร.ร่วมกับเจ้า หน้าที่ทหาร ร.1พัน2 จำนวน 30นายเข้าค้นอาคารพาณิยช์สูง 3 ชั้น 3คูหาเลขที่ 172/7-9 ตรงข้ามกรมที่ดินนนทบุรี ถนนป๊อบปูล่า ซึ้งด้านหน้าตัวตึกกำลังขึ้นโครงเหล็กตีปิดเพื่อจะปรกปิดตัวอาคารด้านหน้า คล้ายซ่อมแซมปรับปรุง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกำลังเข้าตรวจค้นภายในอาคาร พบเป็นที่เก็บตู้ไม้สำหรับใส่พระบูชาจำนวนมาก รวมถึงบานพับประตูไม้สัก เสาไม้ นาฬิกาตู้ไม้ เสาหินอ่อนโรมัน ประตูไม้แกะสลักโบราณมีทั้งของเก่าและของนำเข้าจากต่างประเทศกว่า 50ชิ้น และที่บริเวณชั้น 2 เป็นที่เก็บเก้าอี้เฟอร์นิเจอร์หลุย เรือใบสำเภาแกะสลักไม้สัก พร้อมทั้งเป็นห้องที่อยู่อาศัยของคนงาน ส่วนชั้น 3พบเป็นที่เก็บภาพเก่าโบราณทั้งของไทยและของนำเข้าจากต่างประเทศปะปนกันอยู่ จำนวนมากกว่า 200 ชิ้น จากการตรวจสอบโดยทั้ง 3 คูหาเป็นที่เก็บเฟอร์นิเจอร์ไม้สักและโซฟา หรูหลายชุดพบว่ามีผู้อยู่อาศัยภายในอาคารจำนวน 5คน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้อยู่อาศัยเท่านั้น  ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดเจ้าหน้าจะนำไปเก็บรักษาไว้ที่ ร1พัน2 ถนนแจ้งวัฒนะตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

จะเป็นยังไงเมื่อ 9 ทารกบังเอิญหน้าเหมือนคนดัง
คนดัง /  ต่างประเทศ / 

จะเป็นยังไงเมื่อ 9 ทารกบังเอิญหน้าเหมือนคนดัง และไม่ต้องจิตนาการจนเครียดนะคะ เพราะวันนี้ทีนเอ็มไทย มีภาพเทียบให้เห็นจะๆ ว่าเหมือนกันขนาดไหน ขอแอบเม้าส์ว่า เป๊ะซะจนนึกว่าพ่อลูกกันเลยแหละ เกริ่นมาซะขนาดนี้ งั้นอย่ารอไปดูภาพพร้อมๆ กันเลยค่ะ (คลายเครียดขำๆ นะคะ อย่าซีเรียจ) จะเป็นยังไงเมื่อ 9 ทารกบังเอิญหน้าเหมือนคนดัง ผู้ใช้ twitted @_rahellla บอกว่าหลานของเธอบังเอิญหน้าเหมือน John Legend มาก นี่มันเด็กหน้าเหมือนผู้ใหญ่ หรือผู้ใหญ่หน้าเหมือนเด็กกันแน่คะเนี่ย ภาพนี้ฮาปนน่ารัก เหมือนเป๊ะ "ฮี่ๆ" "ว่างาย ผมเหมือน ลุง Wallace Shawn มั๊ยละครับ" แค่ทรงผมก็เป๊ะกินขาดแล้วอ่ะ นึกว่าพ่อลูกกัน เหมือนยังกับแกะไม่ออก มาทั้งผมมาทั้งชุดขนาดนี้ ว้าวววว ทำนายได้แต่เด็ก โตขึ้นอาจได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีนะเนี่ยเจ้าหนู นี่ก็อีกคู่ เหมือนทั้งแววตา การยิ้ม พ่อลูกกันป่ะคะ ชักสงสัย 555 ยังไงก็ฝึกตีกอล์ฟไว้เลยละกัน อุ้ยตายว้ายกรี๊ด! ไม่รู้ตอนท้องคุณแม่ชอบฟังเพลงของ นักร้องแนวแร็ป Jay-Z บ่อยหรือเปล่า คุณลูกถึงออกมาเหมือนขนาดนี้ เพิ่งรู้ความจริงก็วันนี้ Gandalf ใน The Lord of the Rings มีลูกกับเค้าด้วย เหมือนเลยอ่ะ (แซวขำๆ) เรียบเรียง teen.mthai.com ภาพ oddee, catdumb

เจ๋ง! เด็กไทยติด Top 5 แข่งเกมส์การ์ด Hearthstone ในเอเซีย
Hearthstone /  เกมส์การ์ด / 

เว็บไซต์แข่งขันเกมส์จากต่างประเทศ เปิดเผยถึงเกมเมอร์ชาวไทยชื่อนามแฝง crunchyboy นักศึกษาแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ชนะเลิศการแข่งขันเกมส์การ์ด Hearthstone จาก Blizzard ในรายการระดับเอเซีย Gosucup#3 และติด 5 อันดับผู้เล่นในเอเซีย เขาเปิดเผยว่า ตนเล่นเกมส์ Hearthstone มาตั้งแต่กลางปี 2014 และไม่นึกไม่ฝันว่าจะไปแข่งขันและคว้าชัยชนะการแข่งขันนี้ไปได้ ก่อนเริ่มการแข่งขัน ตนใช้เวลาการเตรียมตัวเป็นสัปดาห์ เริ่มต้นจัดกองการ์ดเกมส์แนวทางที่ถนัด พยายามดูรายการถ่ายทอดสดการแข่งขัน ส่วนความคิดที่จะเป็นนักแข่งเกมส์มืออาชีพหรือไม่นั้น เขาตอบว่า อยากเล่นเป็นงานอดิเรกมากกว่า เพราะตนกำลังศึกษามหาวิทยาลัยอยู่ ส่วนกองการ์ดที่ใช้แข่งขันคือการ์ดของอาชีพ Handlock, Hunter และ Shaman ด้านอันดับการแข่งขันเกมส์ Hearthstone ปรากฏว่าผู้เล่น crunchyboy ติดอันดับ 5 ผู้เล่นในเอเซีย และอันดับ 71 ของโลก (อัพเดต 27 พฤศจิกายน 2014)

ภาพบรรยากาศ สยามพารากอน ดิ อีพิค คริสต์มาส พาเหรด 2014
กินเนสบุ๊ค /  สถิติโลก / 

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ลานพาร์ค พารากอน ห้างสรรพสินค้า สยาม พารากอน ได้จัดงาน ดิ อีพิค คริสต์มาส พาเหรด 2014 ภายใต้ชื่อกิจกรรมระดับโลก “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส : เดอะ ลาจเจสท์ แกทเธอริ่ง ออฟ ซานต้า เอลฟ์ส” การรวมตัวของมนุษย์เอลฟ์ มากที่สุดในโลก เป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับการทำลายสถิติโลกครั้งนี้ ทาง Travel.mthai.com ไม่รอช้าที่จะตามไปเก็บภาพมาฝากทุกท่านครับ สยามพารากอน ดิ อีพิค คริสต์มาส พาเหรด 2014 การรวมตัวของมนุษย์เอลฟ์ในครั้งนี้ เป็นการเกณฑ์หนูน้อยเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ มาสวมชุดซานต้าเอลฟ์สุดน่ารัก เป็นการร่วมมือกันระหว่าง ห้างสรรพสินค้า Siam Paragon กับ Guinness World Records โดยสามารถทุบสถิติโลกได้สำเร็จ ที่จำนวน 1,769 คน ทำลายสถิติเดิมที่ประเทศอังกฤษทำไว้ จำนวน 1,110 คน เมื่อปีก่อนลงอย่างราบคาบ  เมื่อเสร็จงาน ตัวแทนฝ่ายบริหารของ Siam Paragon กับ Guinness World Records ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณ

4 ใบปิดตัวละคร มาดกวน จาก Kingsman: The Secret Service และตัวอย่างใหม่
Kingsman: The Secret Service /  poster / 

หลังจากที่ปล่อยตัวอย่างออกมาก่อนหน้านี้ กับภาพยนตร์หลักสูตรฝึกไอ้หนุ่มไม่เอาอ่าว ให้เป็นสายลับมือฉมัง Kingsman: The Secret Service คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์ ที่สร้างมาจากการ์ตูนยอดฮิต ผลงานของผู้กำกับ แมธธิว วอห์น เจ้าของเดียวกับ Kick-Ass และยังได้ โคลิน เฟิร์ธ มาเป็นสายลับรุ่นใหญ่ใจนิ่งสุดคูล และครั้งนี้ Kingsman: The Secret Service ได้ปล่อยใบปิดใหม่มาอีกหนึ่งชุด กับภาพตัวละครมาดกวนประสาท ประจันหน้ากับแม่สาวขาคมดาบ ในมุมสุดจั๊กจี้   ตัวละครทั้ง 4 จะเกี่ยวข้องกันอย่างไร โปรแกรมฝึกเด็กเหลือขอ ให้เป็นสายลับครั้งนี้ จะสำเร็จหรือไม่ ติดตามได้ใน Kingsman: The Secret Service คิงส์แมน โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์ ในวันที่ 12 ก.พ. ปี 2015 อดใจรอกันอีกนิดเดียว คลิกชมตัวอย่างและรื่องย่อภาพยนตร์ Kingsman: The Secret Service ได้ที่นี่เลย -----------------------------

เริ่มคลี่คลาย! โรโฮ คัมแบ็คซ้อมกับผีคาดคืนสนามนัดบุกเยือนนักบุญ
จอนนี่ อีแวนส์ /  พรีเมียร์ลีก / 

มาร์กอส โรโฮ กองหลัง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามรรถกลับมาซ้อมแบบเต็มรูปแบบกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่จากศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา กองหลังทีมชาติอาร์เจนติน่า ต้องโดนหามออกจากสนามเพราะเจ็บที่หัวไหล่ ในนัดที่บุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อริร่วมเมือง และคาดว่าอาจจะต้องพักถึง 3 เดือนหากทำการผ่าตัด แต่ล่าสุดสามารถกลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แบบปกติแล้ว แต่คาดว่าน่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมส์กับ ฮัลล์ ซิตี้ ในโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเสาร์นี้ และจะสามารถกลับมาได้ในนัดที่จะบุกไปเยือน เซาแธมป์ตัน รองจ่าฝูงในสัปดาห์ถัดไป นอกจากนี้แล้ว หลุยส์ ฟานกัล ยังจะได้ ราดาเมล ฟัลเกา และ จอนนี่ อีแวนส์ กลับมาฟิตสมบรูณ์อีกครั้ง หลังจากเจ็บไปนาน โดยรายหลังเพิ่งจะลงสนามกับทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปีเมื่อกลางสัปดาห์

6 บุคคลที่ถูกลืม หายไปอย่างไร้ร่องรอยในประวัติศาสตร์โลก
ความรู้รอบโลก /  ต่างประเทศ / 

6 บุคคลที่ถูกลืม หายไปอย่างไร้ร่องรอยในประวัติศาสตร์โลก ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในวันนี้ล้วนแต่เป็นคนที่มีความสำคัญของบุคคลที่มีอิทธิพลชื่อดังระดับโลกหลายคน แต่ถึงแม้พวกเขาจะทำงานรับใช้ ทำตามหน้าที่แล้ว แต่ก็ต้องมีเหตุให้พวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้กลายเป็นบุคคลที่ถูกลืมจากประวัติศาสตร์ไปซะงั้น จะมีใครบ้างและเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันเลยคะ 6 บุคคลที่ถูกลืม หายไปอย่างไร้ร่องรอยในประวัติศาสตร์โลก  6 บุคคลที่ถูกลืม หายไปอย่างไร้ร่องรอยในประวัติศาสตร์โลก 1. Jang Song-thaek : ลุงและที่ปรึกษาส่วนตัวของนายคิมจองอึน (ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน)  หลังจากที่มีข่าวว่านาย Jang Song-thaek  ถูกสั่งประหารชีวิตใน ทันที่ที่ข่าวถูกแพร่ออกไป สื่อของเกาหลีเหนือนั้นก็ได้ทำการลบ นาย Jang Song-thaek ออกจากหน้าของประวัติศาสตร์เกาหลีเหนือในทันที ไม่ว่าเป็นรูปเคยปรากฎในสื่อทางออนไลน์ หายไปหมด! ซึ่งสิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นการลบบุคคลออกจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด และถูกดำเนินการหน่วยงานสื่อของรัฐ KCNA และ หนังสือพิมพ์ The Rodong Sinmun แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำทางการเมืองพยายามที่จะลบบุคคลสำคัญบางคนออกจากหน้าประวัติศาตร์ของเขา .. (อ้างอิงจาก the Guardian) 2. Nikolai Yezhov : หัวหน้ากรมตำราจลับของ จอมเผด็จการ Joseph Stalin โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) เป็นผู้นำของสหภาพโซเวียต ตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1920 ถึง ค.ศ. 1953  และดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งมวลสหภาพ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เปรียบได้กับหัวหน้าพรรค สตาลินสืบทอดอำนาจจาก วลาดิมีร์ เลนิน และนำโซเวียตก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็เป็นหนึ่งในขั้วอำนาจในการทำสงครามเย็นกับสหรัฐอเมริกา เยช็อปได้ฉายาว่า หัวหน้าอันตธาน(สาปสูญ) รูปถ่ายของเขาไม่ปรากฎอีกเลยในปี 1940 (2483) หายหน้าไปจากประวัติศาสตร์หลังถูกประหารชีวิต เดิมเขาคือผู้จงรักภักดีต่อลัทธิสตาลินอย่างถึงที่สุด เป็นหัวหน้าตำรวจลับช่วงการกวาดล้างครั้งใหญ่ในยุคสตาลิน รับผิดชอบตรวจตราการจับกุมประชาชนจำนวนมาก และการประหารชีวิตบุคคลที่ถูกระบุว่าไม่จงรักภักดีต่อรัฐโซเวียต รวมทั้งการเนรเทศไปทำงานหนักที่แคว้นไซบีเรีย แต่ไม่นานเขากลับถูกจับกุมและลงโทษอย่างทารุณโหดร้าย ทำร้ายร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดถูกประหารชีวิตด้วยข้อหาไม่จงรักภักดี สตาลินมีประวัติเสียมากอยู่แล้วในเรื่องทำลายร่องรอย คนที่เขาไม่ชอบหรือคนที่ไร้ประโยชน์ไร้ค่าต่อไปอีกแล้ว คนที่ถูกสตาลินกำจัดจำนวนมากกว่าฮิตเลอร์ฆ่าชาวยิว ประมาณการว่าร่วมสี่สิบล้านคน เพราะการรบกับเยอรมันนีส่วนหนึ่ง ตายเพราะความอดหยากและหนาวเย็นเป็นจำนวนมากอีกส่วนหนึ่ง ถูกนับว่าเป็นคนทรยศต่อพระผู้เป็นเจ้าอีกคนหนึ่ง ตามนิยามของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 3. Joseph Goebbels (Adolf Hitler's propaganda minister) : โจเซฟ เกอะเบลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษณาชวนเชื่อ ของ อดอฟ ฮิตเลอร์ เกอะเบลส์เป็นลูกน้องมือทองของฮิตเลอร์ ในด้านความกระตือรือล้น ความคิดยอดเยี่ยม ความเกลียดชังชาวยิวอย่างรุนแรง ฮิตเลอร์ตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าทีมโฆษณาชวนเชื่อเผยแพร่แนวความคิดลัทธินาซีไปทั่วประเทศ ปลุกระดมและสร้างขวัญและกำลังใจชาวบ้านช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเป็นคนเพียงไม่กี่คนที่อยู่วงในที่ใกล้ชิดกับฮิตเลอร์มากที่สุดที่ไว้วางใจถึงขนาดให้เผาศพของฮิตเลอร์หลังยิงตัวตาย ฮิตเลอร์ไม่ต่างกับสตาลิน ในเรื่องชื่อเสียมาก ในการทำลายร่องรอยคนที่ไม่ชื่นชอบ แต่ไม่ทราบเหตุผลในเรื่องนี้ว่าทำไมเกอะเบลส์จึงถูกลบรูปออกจากภาพนี้ซึ่งเป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากในอดีตในปี 1937(2480) ฮิตเลอร์มีชื่อเสียมากในการสั่งฆ่าชาวยิว ยิปซี คนพิการ คนจรจัด ด้วยการยิงเป้าและรมแก๊สพิษตายประมาณห้าล้านคน ส่วนที่ตายมากที่สุดคือการบุกรัสเซียทำให้ทหารและประชาชนรัสเซียตายประมาณสิบล้านคน ส่วนมากตายเพราะความหิวโหย ถูกนับว่าเป็นคนทรยศต่อพระผู้เป็นเจ้าอีกคนหนึ่ง ตามนิยามของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 4. Leon Trotsky (Russian revolutionary) : ลีออน ทรอตสกี้ นักปฏิวัติชาวรัสเซีย ในช่วงแรก ๆ ของการตั้งสหภาพโซเวียต เป็นผู้มีอิทธิพลมากในด้านการปราศรัยและชี้นำทฤษฏีคอมมิวนิสต์ ทรอตสกี้เป็นผู้นำช่วงแรกในการปฏิวัติของกลุ่มบอลเชวิค แต่ต่อมาย้ายไปร่วมเป็นพันธมิตรกลุ่มแมนเชวิค กลายเป็นพวกฝ่ายซ้ายปฏิกิริยาที่ต่อต้านแนวทางเลนิน สตาลินประกาศว่าทรอตสกี้ คือ คนทรยศ ในปี  1917(2460) มีการลบรูปจำนวนมากของเขาออกจากภาพถ่ายเดิม ทรอตสกี้ถูกเนรเทศอย่างถาวรจากสหภาพโซเวียต แล้วถูกสายลับของสตาลินฆ่าตายในประเทศเม็กซิโก 5. Bo Gu (senior leader of the Chinese Communist Party) : เป่ากู้ ผู้นำอาวุโสพรรคคอมมิวนิสต์จีน ฉินปั้งเชียน หรือรู้จักกันดีในชื่อว่า เป่ากู้บุคคลที่มีความรับผิดชอบทั้งปวงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นคนที่เคยได้การไว้เนื้อเชื่อใจอย่างมากจากผู้นำเหมาเจ๋อตุ่ง อย่างไรก็ตาม ผลจากการสื่อสารข้อความที่ผิดพลาด ทางด้านยุทธศาสตร์ของกองทัพประชาชนในการอารักขา/คุ้มครอง การประชุมที่ซุนเย่  ช่วงการเดินทัพไกลของเหมาเจ๋อตุง เป่ากู้ถูกวิพากษ์ว่า ทำผิดทางการเมืองที่ร้ายแรงส่วนหนึ่ง และมีคำสั่งที่ตามหลังมาจาก จางเหวินเทียน ในปี 1935(2478) ความผิดพลาดในการสื่อสารข้อความที่ผิดพลาดอย่างชัดเจน แตกต่างกันอย่างมากกับความรับผิดชอบตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาหลายเรื่อง แต่น่าจะเพราะเขากลายเป็นคนที่เหมาเจ๋อตุงไม่ชื่นชอบอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นนั่นคือเหตุผลสำคัญที่มีการลบรูปของเขาออกจากภาพถ่าย กลุ่มนักเขียน/นักต่อต้านที่เกลียดชังเหมาเจ๋อตุง  ระบุว่าคนตายในช่วงเหมาเจ๋อตุงมากกว่าสตาลินกำจัดคนในชาติรัสเซีย ประมาณการว่ามีคนตายร่วมหกสิบกว่าล้านคน  นับรวมตั้งแต่ยุคแรกจนถึงวันตายเหมาเจ๋อตุง ตั้งแต่ยุคเริ่มต่อสู้กับญี่ปุ่นและจีนไต้หวัน จนถึงยุคครองราษฏร์ มีการฆ่าฝ่ายศัตรูและฝ่ายปฏิกิริยาจำนวนนับล้านคนตายเพราะความอดหยากช่วงก้าวกระโดดของจีน เร่งพัฒนาประเทศจากเกษตรเป็นอุตสาหกรรมหนักกับตายเพราะการทำงานหนักในยุคปฏิว้ติวัฒนธรรม ถูกนับว่าเป็นคนทรยศต่อพระผู้เป็นเจ้าอีกคนหนึ่ง ตามนิยามของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค เหมาเจ๋อตุง มีคนสรุปว่าเป็น  คนหลอกคนจน ปล้นคนรวย หลงเมียน้อย ปั่นหัวนักเรียนนักศึกษา(Red Guards) ขจัดฝ่ายตรงข้ามกับตนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นคนประเภทหน้าด้านใจดำ  ปากคาบคัมภีร์คอมมิวนิสต์ แต่ทางจีนยังคงไม่กล้าชำระประวัติศาสตร์เหมาเจ๋อตุง เพราะจะกระทบกระเทือนต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนและทำให้การเมืองการปกครองปั่นป่วนมาก 6. Grigoriy Nelyubov (Soviet cosmonaut) : เกกรอรี่ นีลยูโบว์ นักบินอวการโซเวียต ได้รับการคัดเลือกเป็นกลุ่มคนชุดแรกที่ขึ้นสู่อวกาศในปี 1960(2503) นิลยูโบว์เป็นคนดังที่ได้รับการคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศด้วยชื่อเสียง คนที่โดดเด่น นักบินที่เชี่ยวชาญ และนักกีฬา สมาชิกผู้ก่อตั้งทีมนักบินอวกาศที่สุดยอด หรือรู้จักกันว่า หกโซชิ นิลยูโบว์ได้รับการคัดเลือกเป็นคนลำดับที่สามหรือสี่ที่จะขึ้นไปสู่อวกาศ (แต่บางกระแสข่าวว่าเขาได้รับการคัดเลือกเป็นคนแรก) ต่อมาเขาถูกไล่ออกจากโครงการอวกาศของโซเวียตเพราะสาเหตุทำตัวไม่เหมาะสมไปยุ่งเกี่ยวกับเหล้า ทำให้เขาถูกไล่ออกจากโครงการและลบรายชื่อสมาชิก นิลยูโบว์เสียชีวิตเพราะถูกรถไฟชน ซึ่งการตายของเขาถูกรัฐชี้ขาดว่าเขาฆ่าตัวตาย ขอบคุณข้อมูล http://www.businessinsider.com/,http://th.wikipedia.org/wiki/หนึ่ง-เก้า-แปด-สี่,oknation.net,meekhao.com,

5อันดับสโมสรที่มีเสื้อแข่งมูลค่าสูงสุดใน พรีเมียร์ลีก
กีฬา /  ข่าวกีฬา / 

หนทางทำมาหากินของสโมสรฟุตบอลสมัยนี้ นอกจากค่าตั๋วกับเงินรางวัลจากการแข่งขันแล้ว เสื้อแข่งก็เป็นหนึ่งในรายได้หลักจากสโมสรทั้งสปอนเซอร์ที่มาลง รวมไปถึงการขายเสื้อแข่งให้แฟนบอล นี่แหละที่ทำให้ทีมใน พรีเมียร์ลีก รวยอู้ฟู่โดยเฉพาะทีมดังๆ ที่มีคนติดตามเยอะ เงินส่วนนี้ถ้านับเป็นรายปีก็เยอะอยู่และนี่คือ 5 อันดับสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่มีรายได้จากเสื้อแข่งสูงที่สุดโดยที่ไม่นับยอดขาย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบรนด์ – ไนกี้ 13 ปี 506 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – เชฟโรเล็ต 7 ปี 490 ล้านปอนด์ มูลค่า 108.9 ล้านปอนด์ต่อปี สัญญาการทำชุดแข่งกับเจ้าใหม่คืออาดิดาสจะกินระยะเวลายาวนานกว่าสิบฤดูกาลซึ่งจะเริ่มต้นในฤดูกาล 2015-16 โดยมีมูลค่ารวมราว 1,300 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการทำสัญญาที่มีผลตอบแทนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล อาร์เซนอล แบรนด์ – พูม่า 5 ปี 250 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – ฟลาย เอมิเรตส์ 5 ปี 250 ล้านปอนด์ มูลค่า 100 ล้านปอนด์ต่อปี สัญญาฉบับใหม่ที่ อาร์เซนอล เซ็น ทำให้ทีมต้องเปลี่ยนชุดแข่งทุกฤดูกาลแทนที่จะเป็นสองฤดูกาลครั้ง เชลซี แบรนด์ – อาดิดาส 10 ปี 550 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – ซัมซุง 1 ปี 30 ล้านปอนด์ มูลค่า 80 ล้านปอนด์ต่อปี ขายเสื้อได้ 910,000 ตัวในปี 2013 ลิเวอร์พูล แบรนด์ – วอร์ริเออร์ 6 ปี 250 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด 1 ปี 33.4 ล้านปอนด์ มูลค่า 75 ล้านปอนด์ต่อปี “ชุดแข่งตัวนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่เพื่อให้มั่นใจว่านักเตะ ลิเวอร์พูล ทุกคนจะสามารถทำให้ทีมกลับไปอยู่ในจุดที่ควรอยู่” วอร์ริเออร์ สปอร์ต แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบรนด์ – ไนกี้ 6 ปี 120 ล้านปอนด์ สปอนเซอร์ – เอติฮัด 1 ปี 33.4 ล้านปอนด์ มูลค่า 53.4 ล้านปอนด์ต่อปี เสื้อแต่ละตัวทำมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 18 ขวด