ชายแก้ผ้า

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

เกมนี้ เล่นแล้วห้ามเลิก ในตัวอย่างสุดสยอง หลอน เฮี้ยน Ghost Coins เกมปลุกผี
Ghost Coins /  ตำนานลี้ลับ / 

ในที่สุดก็ปล่อยตัวอย่างออกมาแล้ว สำหรับหนังสยองขวัญส่งท้ายปีจากค่าย 5 ดาวอย่าง เกมปลุกผี หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Ghost Coins เรื่องราวของ ต้น (ธามไท แพลงศิลป์) กับแจ็ค (ปอร์เช่ ศิวกร อดุลสุทธิกุล) เป็น 2 นักเรียนสุดแสบที่โด่งดังมาจากการทำคลิปลบหลู่สิ่งต่างๆ และยิ่งพวกเขาได้รับการยอมรับมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งทำคลิปที่รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ความสนุกและความคะนองทำให้ทั้งคู่คิดที่จะจับตัวของต่อ (ฟลุท ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร) ซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของต้นเข้าไปในป่าช้า เพราะต้องการล้างแค้นในสิ่งที่ต่อทำไว้กับบี (พิม หทัยชัช เอื้อกิตติโรจน์) หญิงสาวที่แจ็คแอบหลงรักต่อโดนต้นและแจ็คจับตัวไป พวกเขาต้องการแกล้งต่อโดยการล็อคกุญแจมือต่อให้ติดกับศพในป่าช้า แต่เมื่อขุดจนพบศพที่แห้งกรัง ต้นเห็นเหรียญประหลาดวาบวับที่อยู่ในปากของศพ ด้วยความโลภทำให้ต้นดึงเหรียญนั้นออกจากปากของศพ และทันใดนั้นศพที่แห้งกรังนั้นกลับเหมือนมีชีวิต ต้นผวาจนเกิดอาการขาพลิก ขณะที่ต่อกำลังจะหนี ต้นก็คว้ากุญแจมือของต่อมาล็อคกับข้อมือของตนเอง ทำให้ทั้งคู่ต้องหนีผีไปด้วยกัน ทั้งหมดวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนกไร้ทิศทางจนพลัดหลงกับแจ๊ค เหลือเพียง ต้น ต่อ และบี ที่หนีจนพบกับ ผา เมฆ และบัว ความน่ากลัวที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!! อยากเล่น ต้องแลก!! 24 ธันวาคมนี้

แสบจริง! โจรบุกคลินิกความงามฉกเงิน300-น้ำยาดับช่องคลอด
ขโมยน้ำตาดับช่องคลอด /  ข่าวจังหวัดขอนแก่น / 

โจรบุกคลินิกความงาม ที่ขอนแก่น ก่อนฉกเงิน300-น้ำยาดับช่องคลอด หนีลอยนวล ตำรวจเร่งล่าหลังวงจรปิดมัดภาพชัด เกิดเหตุคนร้ายรูปร่างอ้วน งัดคลินิกสูตินรีเวช กลางเมืองขอนแก่น ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ ประกอบด้วย เงินสดรวมกว่า 300 บาท น้ำยาทำความสะอาดช่องคลอด น้ำยากำจัดกลิ่น เครื่องสวนล้างช่องคลอดและเวขภัณฑ์ยาที่เกี่ยวข้องกับสูติ-นรีเวช อีกหลายรายการ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นใบหน้าอย่างชัดเจน ภาพจากกล้องวงจรปิด ปรากฎคนร้ายเป็นชายรูปร่างอ้วน อายุประมาณ 30 - 35 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมสั้น สวมเสื้อแจ๊คเกตแขนยาวกางเกงขายาว เข้าไปรื้อค้นตามลิ้นชักหลังเคาท์เตอร์ ลงมือก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว โดยใช้แชลงงัดเข้ามาจากประตูด้านหลังของตัวอาคารซึ่งติดกับถนน พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บลายนิ้วมือและหลักฐานติดตามจับกุมคนร้ายแล้ว เนื่องจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของคนร้ายโดยเฉพาะรูปพรรณสันฐานและใบหน้าได้อย่างชัดเจน ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "โจรปล้น" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

หญิงแกร่ง ชาวปากี ไม่สิ้นหวัง ชีวิตเปลี่ยน หลังถูก สาดน้ำกรด
ปากีสถาน /  ผู้หญิงต้นแบบ / 

Musarat Misbah เจ้าของร้านทำผมชื่อดัง ชาวปากีสถาน นอกจากรังสรรค์ความงามให้แก่ลูกค้ามามากมายนับไม่ถ้วน เธอยังเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศล " Smile Again" เพื่อชุบชีวิตให้กับเหยื่อที่ถูกทำร้ายจากการ สาดน้ำกรด ให้กลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง และ เธอก็ทำสำเร็จ เธอได้เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากพวกหล่อนกลับมาได้จริงๆ ณ ร้านทำผมของ Musarat Misbah ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พูดคุยสนุกสนาน สลับกับเสียงดังสนั่นของไดร์เป่าผมที่กำลังทำงาน Bushra Shafi ช่างทำผมมือหนึ่ง คือ จุดเริ่มต้นกำเนิดของโครงการนี้ Musarat Misbah เล่าว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีหญิงผู้เคราะห์ร้ายได้เข้ามาหาเธอในร้านด้วยผ้าคลุมหน้า แต่เมื่อเธอเปิดผ้าคลุมหน้าออก ทำให้เจ้าของร้านผู้ใจบุญถึงกับแทบไม่มีแรงยืน " ฉันเห็นผู้หญิงที่ไม่มีหน้า เมื่อส่วนตาและจมูกหลอมรวมเป็นส่วนเดียวกัน ลำคอและใบหน้าติดกันเป็นหนึ่งเดียว เธอไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย" ...เจ้าของร้านผู้ใจบุญได้พาเธอไปรักษา และ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ องค์กรการกุศล " Smile Again" Musarat Misbah ได้ช่วยชุบชีวิตใหม่ให้ผู้เคราะห์ร้ายนับร้อยๆ คนมาตลอดด้วยการบริจาคเงินเข้าองค์กร เพื่อใช้สำหรับเยียวยารักษาให้หายดี และ ฝึกอาชีพให้แก่พวกเธอ ซึ่งบ้างก็มาทำงานในร้านซาลอนของ Musarat Misbah Bushra Shafi คือหนึ่งในหญิง(เคย)งามที่สุด เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากความช่วยเหลือของเจ้าของซาลอนแห่งนี้ เธอถูกสามีและครอบครัวของสามีจับล็อคและราดน้ำกรดใส่เนื่องจากเธอไม่จ่ายค่าสินสอดให้ฝ่ายสามีได้ครบตามจำนวน และยังถูกแม่สามีล่ามเธอทิ้งไว้อย่างนั้นเป็นเวลา 10 วัน โดยไม่มีใครสนใจพาเธอไปรักษา จนหน้าเธอละลาย ตา และจมูกได้รวมกันเป็นก้อนเดียว หูบางส่วนได้ละลายไปแล้ว เธอรอดมาได้เพราะความช่วยเหลือจาก Musarat เธอใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อผ่าตัดศัลยกรรมนับ 150 ครั้ง กว่าเธอจะได้เริ่มชีวิตใหม่ " ฉันดีใจมากที่ฉันสามารถมองเห็นและได้ยินเสียงได้อีกครั้ง หมอได้สร้างจมูกให้ฉันได้หายใจ และจัดแต่งลิ้นฉันใหม่เพื่อให้ฉันสามารถพูดได้อีกครั้ง " เธอกล่าวทั้งๆ ที่ ยังมีแผลเป็นอยู่บนใบหน้า แต่นั่นไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มในวันนี้ของเธอได้ องค์กรการกุศลของ Musarat เป็นหนึ่งในไม่กี่องค์กรในปากีสถานที่ออกมาช่วยเหลือสตรีที่ถูกทำร้ายจนเสียโฉมแบบนี้ เธอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาให้ความช่วยเหลือสตรีเหล่านี้ให้มากขึ้น " นั่นเป็นเพราะว่า สำหรับรัฐบาลแล้ว ประเด็นเรื่องสิทธิสตรีถูกจัดให้เป็นเรื่องระดับล่าง คดีอย่างนี้เป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศที่ไม่ควรให้เป็นข่าว นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมปัญหาเรื่องนี้จึงถูกปัดซุกเอาไว้ใต้พรม" สถิติเหยื่อผู้ถูกทำร้ายด้วยการสาดน้ำกรดจากมูลนิธิแห่งนี้ในปี 2014 เพียงแค่ปีเดียว พบอย่างต่ำ 160 ราย ซึ่งไม่ได้ใกล้เคียงกับจำนวนเหยื่อที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย เหยื่อหลายรายมักเลือกที่จะอยู่อย่างเงียบๆ เก็บเนื้อเก็บตัว เนื่องจากกลัวว่าจะถูกทำร้ายซ้ำ และถึงแม้ว่าเหยื่อจะแจ้งความแต่ผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ก็ยังลอยนวล Saad Rasool ทนายความผู้รับตัดสินคดี สาดน้ำกรด ตามกฎหมายใหม่กล่าวว่า "บรรทัดฐานทางสังคมจะกดดันเหยื่อและครอบครัว ยังไม่เคยมีโจทก์คดีไหนเลยที่ชนะคดีแบบนี้ " Huma Shahid เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนวันแต่งงานของเธอเพียง 10 วัน ที่หน้าบ้านเธอนั่นเอง ผู้ร้ายได้ สาดน้ำกรด ใส่เธอแล้วขับจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล และนั่นเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล Huma ใช้เวลาเป็นเดือนๆ ในโรงพยาบาล และเธอยังต้องผ่าตัดอีกหลายครั้ง ทุกวันนี้เธอยังต้องเคลือบปกป้องเนื้อเยื่อผิวหน้าด้วยมาส์คแล้วค่อยใช้ผ้าคลุมศีรษะอีกครั้ง ทุกวันนี้เธอยังไม่กล้าแม้กระทั่งจะมองหน้าตัวเองในกระจก "ฉันต่อต้านอาชญากรรมที่แสนโหดร้ายเยี่ยงนี้ ใครๆ เรียกฉันว่า หญิงแกร่ง แต่เปล่าเลย ฉันยังเจ็บปวดมากกับเรื่องแบบนี้ ฉันไม่กล้าแม้แต่จะมองตัวเองด้วยซ้ำ" Huma Shahid กล่าว และยังกล่าวต่ออีกว่า เธอไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ ปัญหาของคดีการสาดน้ำกรดน่าจะมาจาก ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ชนชั้นล่างไม่ได้รับการศึกษาเพียงพอเนื่องจากความยากจน " ฉันคิดว่า เป็นเพราะ ผู้คนเชื่อว่าการทำร้ายผู้หญิงด้วยวิธีนี้คือกระบวนการทางสังคมที่ทำได้โดยยุติธรรม ไม่ผิดกฎหมาย และเหยื่อโดยมากคือผู้หญิง ซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า " คดีของ Huma เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แม้เธอเองจะไม่ได้อยู่ในฐานะที่ยากลำบาก แต่เธอต้องการชีวิตและหน้าที่การงานของเธอคืน ซึ่งเรื่องมันก็ไม่ง่ายดายขนาดนั้น "ฉันท้อแท้ที่จนป่านนี้ยังตามจับคนร้ายไม่ได้ จนบางครั้งฉันก็รู้สึกเหมือนจนปัญญากับมันแล้ว" และทุกวันนี้แม้เธอจะยังต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกหลายครั้ง นั่นก็ด้วยความหวังที่ว่า สักวันเธอจะกล้ากลับมาส่องกระจกอีกครั้งนั่นเอง เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ที่มาจาก BBC 

ไฟไหม้เหมืองถ่านจีนดับ24เจ็บกว่า50ราย
ข่าวจีน /  จีน / 

เกิดเหตุไฟไหม้เหมืองถ่านของจีน คนงานเจ็บ กว่า 50 ราย เสียชีวิต 24 ราย หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว สื่อท้องถิ่นรายงาน ไฟไหม้เหมืองถ่านในเมืองเหลียวหนิง ทางตอนเหนือของจีน เมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมา หลังเกิดแผ่นดินไหว 1.6 ตามมาตราริกเตอร์ ในพื้นที่กลางดึกคืนก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ให้มีผู้บาดเจ็บ 52 ราย และเสียชีวิตอีก 24 คน โดยสำนักข่าวซินหัว ระบุด้วยว่าเหมืองถ่านหินในจีนมีมาตรการความปลอดภัยที่ยังไม่ดีพอ ทั้งที่เป็นแหล่งผลิตถ่านหินแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเมืองเดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุในลักษณะเดียวกัน มีคนงานเสียชีวิตถึง 60 คน แสดงถึงความหละหลวมของการบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยอย่างชัดเจน จากสถิติเมื่อปีที่ผ่านมาพบว่าเกิดอุบัติเหตุในเหมืองถ่านมากถึง 589 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตและสูญหาย อย่างน้อย 1,049 คน แต่สถิติดังกล่าวพบว่าลดลงจากข้อมูลเมื่อปี 2012 ถึง 4% อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเตรียมปิดเหมืองขนาดเล็กราว 2,000 แห่ง เพื่อปรับปรุงเครื่องจักรและแก้ปัญหามาตรการความปลอดภัยในการทำงาน

ด่ายับ! คลิปคนแย่ๆในสังคมไทย ถอยมาชน..แต่ตู่ว่าโดนขับชน
คลิป /  คลิปในรถ / 

ด่ายับ! คนแย่ๆในสังคมไทย ถอยมาชน..แต่ตู่ว่าโดนขับชน วันนี้(25 พ.ย.)สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้โพสต์คลิปชื่อ คนแย่ๆในสังคมไทย ! ถอยมาชน..แต่ตู่ว่าโดนขับชน  โดยเป็นเหตุการณ์ที่สาวคนหนึ่งกำลังขับรถและจอดอยู่ในระหว่างที่ติดไฟแดงแต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อรถคันข้างหน้าอยู่ดีๆก็ถอยหลังมาชนจนสาวที่ขับรถต้องบีบแตรเตือน แต่รถคันข้างหน้าก็ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาวที่ขับรถก็ขับตามติดอย่างไม่ลดละ พร้อมกับบีบแตรให้จอดรถเพื่อมาเคลียร์กันจนสุดท้ายรถคันข้างหน้าก็จอดรถแล้วลงมาเคลียร์พร้อมกับบอกว่า "คุณขับรถมาชนท้ายผมทำไม ?" ในขณะที่ฝ่ายหญิงยืนยันว่า ฝ่ายชายนั่นแหละที่ถอยรถมาชน ซึ่งเหตุการณ์นี้โชคดีที่สาวคนดังกล่าวติดกล้องไว้ในรถสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด เจ้าของคลิปเผยว่า "...หากไม่มีกล้องติดรถติดตั้งไว้ และไม่มีหลักฐาน ทุกคนคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวผมคนนี้บ้างครับ อาจจะโดยปรักปรำว่าไปขับรถชนท้ายเค้าก็ได้ และสุดท้ายคนที่ทำผิดและโกหกเก่งก็จะเป็นฝ่ายถูก  เห็นคลิปนี้แล้วผมรู้สึก เหนื่อยใจกับสังคมและคนในปัจจุบันมากๆ แต่อย่างไงเราก็ยังต้องเป็นคนที่อยู่ในสังคมแบบนี้ เราไม่เอาเปรียบคนอื่นแต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบเราเช่นกันนะครับ ..." MThai News คลิปจากคุณ Yakumo SD

5 วิธีประยุกต์ ให้สวยจรดปลาย เล็บ
วิธีแก้เล็บเหลือง /  เล็บ / 

เกิดเป็นหญิง ต้องสวยจรดปลายเล็บ นะคะ จะมากรีดกราย ใช้มือ แล้วเล็บคุด เล็บเหลือง เล็บดำ ขายขี้หน้าประชาชีชะนีปลอมนะ  เราเลยขอนำเสนอ วิธีทำเล็บ สวย แบบ ง่ายๆ มาฝาก พร้อม วิธีแก้เล็บเหลือง มาเอาใจสาวรักการเพ้นท์เล็บ ทาเล็บมาฝาก จะให้มาทาเคลือบๆ เพื่อซ่อนเล็บเหลืองๆ ไปเรื่อยๆ ก็ไม่โอเคนะจ๊ะ ผู้หญิง MThai ต้องงามทั้งนอกและใน แบบล้างเครื่องสำอางมาก็ยังสวยเนียน ไม่ตกใจงี้ 1. เล็บ ลาย Polka Dot งามๆ ทำง๊าย...ง่าย นะตัว ภาพจาก Flickr: wonderfuldiy 2.เล็บเหลืองเหรอ โอ๊ย ง่าย ... มาดูวิธีนี้สิเธอ ภาพจาก beautytips4her.com 3. อยากได้ลายเล็บเจ๋งๆ แต่ไม่มีอุปกรณ์เหมือนร้านแต่งเล็บ .... ก็ลองมองรอบตัวดูสิคุณ มีชิ้นไหนมาประยุกต์ได้บ้าง จัดโลด ทั้งกิ๊บติด ผม ,ไม้ขีดไฟ ,ปากกา ,ไม้แคะหู สารพัดในห้องเราทั้งนั้น ภาพจาก instagram.com 4.เล็บสีไล่เฉด ทำเองง่ายๆ แค่มีฟองน้ำอันเดียว แต้มๆ กดๆ แป๊บเดียวอยู่ ภาพจาก thebeautythesis.com 5. เปลี่ยนสียาทาเล็บเป็นสีแมท ด้วยแป้งข้าวโพด ภาพจาก instagram.com เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women.MThai Team ที่มา Buzzfeed  ติดตาม ทิปส์สวย ง่ายๆ  ที่เราๆ คาดไม่ถึง เพิ่มเติม ได้ที่นี่

จันจิ โคตรอยากเปิดเผย มาริโอ้ หวั่นแฟนคลับแอนตี้
มาริโอ้ เมาเร่อ /  จันจิ ไกอา / 

พร้อมใจกันรูดซิปปาก สำหรับพระเอกพันล้าน มาริโอ้ เมาเร่อ กับนักร้องสาวขาแดนซ์ จันจิ จันจิรา จากวงไกอา ที่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดทีละหน่อย โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่อยากจะเปิดเผยความสัมพันธ์ครั้งนี้มากๆ ด้วยการพยายามอัพรูปในไอจีของตัวเองให้ชวนจับผิดอยู่หลายครั้ง แต่พอตกเป็นข่าวขึ้นมา ฝ่ายชายเองกลับให้ข่าวเบรกความสัมพันธ์กับสาวจันจิทุกครั้ง ว่าเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น งานนี้หลายๆ คนเลยมองว่า สาเหตุที่หนุ่มมาริโอ้ยังคงปากแข็ง ไม่กล้ายืนยันความสัมพันธ์ เพราะกลัวว่าทั้งตัวเองและจันจิอาจจะโดนโจมตีหรือแอนตี้จากบรรดาแฟนคลับทั้งสองฝ่าย ที่อาจจะไม่เห็นด้วยหากต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ว่ากำลังคบหากัน โดยเฉพาะหนุ่มมาริโอ้ที่มีแฟนคลับทั่วเอเชีย หากเรื่องแบบนี้หลุดออกไป ก็อาจจะกระทบต่อหน้าที่การงานของหนุ่มมาริโอ้ก็เป็นได้ เอาเป็นว่าถ้าคู่นี้เขาคบกันจริงๆ แล้วจำเป็นต้องปิดบัง พวกเราก็คงต้องละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า คนดังระดับเอเชียจะมีแฟนทั้งทีเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อชื่อเสียงมากๆ จันจิ จันจิรา มาริโอ้ เมาเร่อ

แปลกดี! ส.เทนนิสออสซี่ โชว์แนวคิดเล่น4เกมไม่มีเสิร์ฟใหม่
ส.เทนนิสออสซี่ /  สมาคมเทนนิสออสเตรเลีย / 

ก็น่าสนดีนะ! สมาคมเทนนิสออสเตรเลีย โชว์แนวคิดใหม่ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของเทนนิสให้ใช้เวลาสั้นขึ้น โดยแนวคิดที่ว่าจะใช้การแข่ง 3 ใน 5 เซ็ต ซึ่งมีการเปลี่ยนกฎ 4 ข้อ คือ ใครชนะ 4 เกมก่อนจะได้เซ็ตนั้น จากเดิมต้องเป็น 6 เกม และถ้าเสมอกัน 3-3 เกม ให้ตัดสินด้วยไทเบรก พร้อมกับจะไม่มีลูกเล็ต (เสิร์ฟโดนเน็ตให้เสิร์ฟใหม่) และจะไม่มีสกอร์แอดแวนเทจ (ดิวซ์แล้ว ใครได้แต้มต่อไปจะชนะเลย) โดยแนวคิดดังกล่าวของ ส.เทนนิสออสซี่ จะมีการจัดแมตช์ขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นการพบกันระหว่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เจ้าของ 17 แชมป์แกรนด์สแลม ชาวสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นแชมป์โลกเทนนิส ประเภททีมชาย เดวิส คัพ หนล่าสุด เจอกับ เลย์ตัน ฮิววิตต์ อดีตมือ 1 ของโลก ชาวออสเตรเลีย ซึ่งจะมีการระเบิดศึกวันที่ 12 มกราคม 2558 ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าว ส.เทนนิสออสซี่ ต้องการจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ ไลฟ์สไตล์ ของคนยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว โดยได้แนวคิดจาก ศึกทเวนตี้ 20 ของวงการคริคเกต ซึ่งจะใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวของการแข่งขันปกติ

อัยการฟ้อง'วีระ'ร่วมพธม.บุกทำเนียบฯ
ข่าวล่าสุด /  ต้านรัฐบาล สมชาย / 

อัยการฟ้อง 'วีระ สมความคิด' ร่วม พธม. มั่วสุมบุกทำเนียบ-ปิดสภา ต่อต้านรัฐบาล สมชาย ปี 51 ศาลนัดตรวจหลักฐาน 2 ก.พ. 2558 พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระ สมความคิด อายุ 57 ปี นักสิทธิมนุษยชน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกระทำการให้ปรากฏด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือประทุษร้าย หรือ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยมีอาวุธ กระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จากกรณี เมื่อวันที่ 5-11 ตุลาคม 51 จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ พธม. (เสื้อเหลือง) และพวกหลายพันคน มีอาวุธปืน มีด หนังสติ๊ก ไม้กระบอง ร่วมกันมั่วสุมและบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล โดยมีการนำรถบรรทุก 8 คัน เข้าไปตั้งเป็นเวทีปราศรัยปลุกระดม ยุยง ชักชวน ให้กลุ่มมวลชนทั่วประเทศ ปิดล้อมรัฐสภาไม่ให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และ ครม. และสมาชิกสภา ขณะนั้นมาต่อต้าน เพื่อไม่ให้ นายสมชาย แถลงนโยบายต่อที่ประชุมสภาได้ นอกจากนี้ จำเลยกับพวกยังนำกุญแจและโซ่ไปคล้องปิดประตูรั้วรัฐสภา เพื่อไม่ให้ นายสมชาย และครม. ขณะนั้นเข้าไปประชุมได้