ชายแก้ผ้า

จับกระแส! เพจคนการเมืองยุค คสช.
คสช. /  สกู๊ปข่าว / 

จับกระแส! เพจคนการเมืองยุค คสช. หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้าควบคุมอำนาจ และประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องประเทศให้อยู่ในความสงบสุขเรียบร้อยนั้น หลายเหตุการณ์ความขัดแย้ง อาทิ การชุมนุมประท้วงต่อต้านนิรโทษกรรมของกลุ่มกปปส. และชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มนปช. รวมถึงกลุ่มคนที่ออกมาเดินขบวนต่อต้านการทำรัฐประหาร และความวุ่นวายในบ้านเมืองได้คลายลง สามารถลดความตึงเครียด สร้างความสงบสุขให้ประชาชน ได้เป็นอย่างดี แต่อีกหนึ่งปัญหาหลักของประเทศ คือ เรื่องการเมือง ที่ขณะนี้ยังไม่นิ่งสงบซะทีเดียว สังเกตได้จากบทสัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ที่ยอมรับว่า “ยังมีคลื่นใต้น้ำกระเพื่อมอยู่ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกก็ตามที” อย่างไรก็ตาม กฎอัยการศึก จึงส่งผลให้ คนการเมืองหรือคอการเมือง รวมถึงนักเคลื่อนไหวทั้งหลาย ถูกตีกรอบและจำกัดสิทธิ ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามปกติ หันไปติดตามสถานการณ์บ้านเมือง และแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโลกโซเชียลมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากยอดเพจคนดังในแวดวงการเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะเพจและเฟซบุ๊คส่วนตัวของบุคคลสำคัญทางการเมือง และนักวิชาการ ที่ต่างตั้งขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนตัวในการแสดงความคิดเห็นและบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง อาทิ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ยังมี นายนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. หรืออีกฟากฝั่ง คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือ พระสุเทพ รวมถึงหลวงปู่พุทธะอิสระ และอีกหนึ่งสีสันของการเมืองที่ไม่เคยตกกระแสเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ นักการเมืองจอมแฉอย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย หรือแม้แต่กลุ่มนักวิชาต่างๆที่ชอบออกมาแสดงความคิดเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้อาจารย์วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระได้ตั้งข้อสังเกตว่า “เพิ่งสังเกตว่ายอดกด like เพจนักการเมืองเปลี่ยนไปเร็ว เพจ 'ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' 3.4 ล้าน เพจ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' 2.3 ล้าน จำได้คร่าวๆ ว่าเมื่อปีกว่าที่แล้ว เพจ 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' ยังนำอยู่พอสมควร น่าสนใจว่า การรัฐประหารและการจำกัดพื้นที่ข่าวสารในสื่อกระแสหลัก ได้มีผลต่อจำนวนผู้ติดตามเพจนักการเมืองหรือไม่ ?” และเมื่อลองสังเกตจากแฟนเพจของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามที่อาจารย์วีรพัฒน์ ได้ตั้งข้อสังเกตนั้นพบว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคมของปี 2556 ยอดแฟนเพจของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ 1,001,706 likes แต่ ณ ปัจจุบันเรตติ้งพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 3,491,600 likes ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 ล้านคน แสดงว่าให้เห็นมีประชาชนชาวโซเชียลจำนวนไม่น้อย ที่คอยสนับสนุนและติดตามความเคลื่อนไหวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในขณะเดียวกันนี้ปีที่แล้ว แฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ นั้นอยู่ที่ประมาณ 1,300,000 likes ซึ่งนำหน้านางสาวยิ่งลักษณ์อยู่ไม่มาก และปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,360,000 like แต่ก็ยังทิ้งห่างจากนางสาวยิ่งลักษณ์มากกว่า 1 ล้าน นอกจากนี้แฟนเพจของนายอภิสิทธิ์ ก็ยังมีจำนวนน้อยกว่าแฟนเพจของนายสุเทพ เทือกสุบรรรณ ที่มีถึง 2,870,000 likes ด้วย และที่น่าจับตาคือ แฟนเพจของนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่มีถึง 2,480,000 likes สูสีกับนายอภิสิทธิ์เห็นๆ ถึงแม้นายพานทองแท้จะไม่ใช่นักการเมืองก็ตาม แต่ก็มีแฟนเพจไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน ซึ่งอาจมองได้ว่าการทำรัฐประหารและประกาศกฎอัยการศึกนั้น อาจมีส่วนในการจำกัดพื้นที่ และตีกรอบการนำเสนอข่าวสารในสื่อกระแสหลัก ส่งผลทำให้ยอดผู้ติดตามของเพจคนดังเหล่านี้ มีผู้เข้ามาติดตามมากขึ้น และเป็นช่องทางหนึ่งที่คอการเมือง สามารถรับข่าวสารได้โดยตรงนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามกันต่อว่าเมื่อหมดยุคของคสช. สื่อในโลกโซเชียลจะยังมีอิทธิพลอยู่หรือไม่ หรือมากน้อยเพียงใด คนการเมืองจะเคลื่อนไหวในรูปแบบไหน และประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้..... MThai News

ทำไปได้! หนุ่มมาซิโดเนียตัดจู๋ทิ้ง เหตุซ้ำใจแฟนตีจาก
ข่าววันนี้ /  ตัดจู๋ / 

หนุ่มมาซิโดเนียน้อยใจแฟนตีจาก หยามเรื่องขนาด ตัดสินใจเฉือนอวัยวะเพศตัวเองทิ้ง แต่โชคดีแพทย์ต่อติดให้ได้ สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานว่า ที่มาซิโดเนียได้เกิดเรื่องราวสุดช็อคขึ้น เมื่อหนุ่มวัย 22 ปีรายหนึ่งตัดสินใจเฉือนเจ้าโลกตัวเองทิ้ง เหตุซ้ำใจอย่างหนักหลังแฟนสาวบอกเลิก แถมยังเหยียดหยามเรื่องขนาดอวัยวะเพศ และไม่เก่งเรื่องบนเตียง โดยรายงายระบุว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเมืองโคคานี ของมาซิโดเนียได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งให้เข้าช่วยเหลือเขาเป็นการด่วน เนื่องจากเขามีอาการเลือดออกไม่หยุด ซึ่งเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบว่าบริเวณเป้ากางเกงของเขาเต็มไปด้วยเลือด ก่อนจะทราบว่าเขาได้ตัดอวัยวะเพสของตัวเองทิ้ง ทางเจ้าหน้าที่จึงรีบช่วยกันห้ามเลือด ก่อนจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเร็วที่สุด ทั้งนี้นับว่าโชคดีมากที่แพทย์สามารถต่ออวัยวะเพศให้เขากลับมาได้ แม้ว่าจะถูกส่งตัวไปถึง 2 โรงพยาบาลก็ตาม สำหรับเหตุการณ์เฉือนอวัยวะเพศตัวเองทิ้งจากเหตุแฟนทิ้ง เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นทางแแพทย์ไม่สามารถต่อกลับคืนให้ได้เพราะเขาตัดลงโถส้วมและได้กดชักโครกทิ้งไปด้วยนั่นเอง MThai news

โอ้โห! ทองคำก้อนเท่ามันสำปะหลัง
ทองคำ /  ทองคำก้อนเท่ามันสำปะหลัง / 

ทองคำในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีขนาดเท่ามันสำปะหลังน้ำหนัก 2.3 กก. ราคากว่า 10 ล้าน  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ว่านายเดวิด แมคคารค์ธี เจ้าหน้าที่อาวุโสแห่งบริษัทคากินส์ จำกัด เผยว่าทองคำที่มีรูปทรงเหมือนกับมันสำปะหลัง น้ำหนัก 2. 3กก. จะถูกนำมาจัดแสดงในงานซานฟรานซิสโก ฟอล แอนทีกส์ โชว์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่23ต.ค.-26ต.ค.นี้ ขณะที่บริษัทสะสมเหรียญที่มีสำนักงานอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังทำการเสนอขายทองคำชิ้นนี้ซึ่งมีชื่อว่า “บิวท์นักเก็ต” เนื่องจากถูกขุดพบที่เคาน์ตีบิวท์ ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยชายคนหนึ่งซึ่งเป็นนักขุดทองตามที่สาธารณะเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่ได้ระบุเจาะจงสถานที่ที่ขุดพบว่าอยู่บริเวณใด ด้านนายโดนัลด์ คากิน ประธานบริษัทคากินส์เผยว่า มีทองคำที่ใหญ่กว่านี้แต่ถูกจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ขณะที่ทองคำรูปมันสำปะหลังชิ้นนี้เชื่อว่าเป็นทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่อยู่ในมือของเอกชน ซึ่งหากมีคนตกลงยอมจ่ายเงินราคา 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 12 ล้านบาท เพื่อซื้อทองคำชิ้นนี้ MThai News

นักท่องเที่ยวเล่นแรง แชร์ว่อนภาพเซ็กซ์ทอย ในถ้ำที่กระบี่
ข่าวจังหวัดกระบี่ /  ข่าววันนี้ / 

นักท่องเที่ยวเล่นแรง แชร์ว่อนภาพ เซ็กซ์ทอย ใน ถ้ำที่กระบี่ เหน็บอิตาลีในอิตาลีโยนเหรียญลงน้ำพุเทรวี่ แต่ไทยโยนศิวลึงค์และเซ็กซ์ทอยในถ้ำที่กระบี่ วันนี้ (24 ต.ค. 57) เว็บไซต์ thaiinfonet.com ได้รายงานว่าขณะนี้ชาวต่างชาติต่างพากันโพสต์ภาพเซ็กซ์ทอย ในถ้ำที่กระบี่ แถมโพสต์ข้อความจิกกัดอย่างสนุกปากว่า ในอิตาลีเราจะโยนเหรียญลงไปในน้ำพุเทรวี่ ในประเทศไทยเราโยนศิวลึงค์และเซ็กซ์ทอยในถ้ำที่กระบี่ โดยภาพดังกล่าวเชื่อว่าถ่ายมาจาก ถ้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีการวาง ศิวลึงค์ ในบ่อน้ำจำนวนมากเพื่อทำการสักการะบูชา หรือทำการแก้บน สุดแล้วแต่ใครจะกระทำ แต่ในภาพดังกล่าว กลับมีชิ้นส่วนของอวัยวะเพศปลอม ที่ทำจากยางซิลิโคน ซึ่งเรียกกันว่า เซ็กซ์ทอย อันมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากความเห็นของทีมงานไทยอินโฟเน็ต เชื่อว่า เซ็กซ์ทอย ในภาพดังกล่าว ถูกจัดวางไว้ปะปนกับศิวลึงค์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อถ่ายภาพสร้างกระแสตลกขบขัน หรืออาจจะเกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมือบอน ความคิดพิเรนท์บางคน ทิ้งไว้ เพื่อสร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็น โดยเฉพาะในโลกยุคโซเชียลเน็ตเวอร์กแพร่หลาย มักจะมีคนยอมลงทุนทำอะไรประหลาดๆ เพื่อให้ได้เป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์กันในโลกอินเตอร์เน็ต เหตุที่ทีมงานเชื่อว่าเป็นฝีมือของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น เพราะหลายๆชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงระยะเวลาหลังๆมานี้จนถึงปัจจุบัน เป็นนักท่องเที่ยวที่ไร้คุณภาพ โดยพื้นฐานแล้ว มีความเหยียดหยามความเชื่อในทางไสยศาสตร์ที่พิสูจน์ไม่ได้อยู่เป็นทุนเดิท ไม่ได้มีความชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทย หรือความเชื่อทางจิตวิญญาณแต่อย่างใด แต่มาเที่ยวเพราะธรรมชาติหาดทรายที่สวยงาม ค่าครองชีพที่ถูกกว่า มีเที่ยวหลากหลาย มาหาความสนุกตื่นเต้นทางเพศ ทั้งกับคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยวด้วยกัน นอกจากนั้นยาเสพติดที่หาง่ายราคาถูก ก็เป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวประเภทที่ไร้คุณภาพเข้ามาในประเทศไทย ภาพแท่งหินคล้ายศิวลึงค์ ที่คนไทยจำนวนมากให้ความเคารพในฐานความคิดที่ว่า เป็นสัญลักษณ์ของเทพในศาสนาพรามหม์ แต่ฝรั่งเห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน ในขณะที่เจ้าบ้านยินดีต้อนรับ อย่างไรก็ดี ศิวลึงค์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาสนาพราหมณ์ (ลึงค์ = อวัยวะเพศชาย, ศิวะ = เทพในศาสนาพราหมณ์ คือ พระศิวะ) ซึ่งเป็นภาพที่คุณตาชาวไทย และชาติในเอเชียที่มีการนับถือศาสนาพราหมณ์ เป็นเรื่องปกติ แม้กระทั่งในร้านอาหาร ก็มีการวางบูชา ศิวลึงค์ (เรียกอีกอย่างว่า ปลัดขิก) เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายดี ในส่วนของการท่องเที่ยวไทย หากได้เห็นปัญหานี้ ควรได้นำไปพิจรณา ป้องกันแก้ไข ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวด้วย ก่อนที่ความสร้างความเข้าใจผิดจนฝังรากลึกเกินแก้ไข หลักฐานความเชื่อโบราณ ภาพศิวลึงค์ ในประสาทหินพนมรุ้ง ศิวลึงค์ประดิษฐานภายในห้องครรภคฤหะปราสาทประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุน ก่อด้วยหินทรายสีชมพูมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ด้านหน้าทำเป็นมณฑปโดยมีอันตราละหรือฉนวนเชื่อมปราสาทประธานนี้ สร้างโดย นเรนทราทิตย์ ซึ่งเป็นผู้นำปกครองชุมชนที่มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง ราว พุทธศตวรรษที่ 17 ที่มา thaiinfonet.com MThai news

ไม่กลัว เอพริล เข้าใจผิด! แอล ควง ชิน แค่เพื่อน!!
แอล ลูกสาว กรุง ศรีวิไล /  ชิน ชินวุฒ ควง แอล ลูกสาว กุรง / 

หลังมีภาพของนักร้องหนุ่ม ชิน ชินวุฒิ นั่งกินข้าวสองต่อสองอยู่กับสาวสวยคนหนึ่งที่่มองยังไงก็ไม่ใช่ น้องเอพริล แฟนของ หนุ่มชิน แต่กลายเป็น สาวแอล กมลวรรณ นางเอกเลือดใหม่วิก 7 สีและยังเป็นลูกสาวสุดเลิฟของดารารุ่นเก๋า กรุง ศรีวิไล งานนี้ สาวแอล ชี้แจงกลางงานเปิดร้าน Sister Sprink Clinic สาขาสะพานควาย เผยควง หนุ่มชิน ทานข้าวแค่เพื่อน เริ่มติดต่อเจอกันทางเฟสบุ้ค ยันฝ่ายชายไม่ได้จีบแค่ชวนหุ้นธุรกิจ โต้เป็นมือที่ 3 และไม่กลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิด!! "ภาพที่ไปกินข้าวกับชินก็เป็นเพื่อนกันค่ะ ไปคุยงานกันค่ะ ไม่มีอะไร ไปสองต่อสองก็ไม่กลัวคนเข้าใจผิดนะคะเพราะเป็นเพื่อนกัน ก็เพิ่งรู้จัก ไม่สนิทมากเท่าไหร่ แต่มีอะไรก็คุยได้ตลอดค่ะ เพราะเค้าก็เป็นคนที่มีความคิดที่ดีเป็นผู้ใหญ่ค่ะ เค้าจีบหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่ทราบเลยค่ะ ไม่ทราบด้วยว่าเค้ามีหวานใจอยู่แล้ว แอลไม่ได้เป็นคนเข้าหา เราแค่คุยงานกันเฉยๆ อีกฝ่ายก็คงจะเข้าใจ คือชินเค้าชวนคุยงานให้ทำธุรกิจร่วมกัน เห็นว่าเรามีคนรู้จักเยอะมีเพื่อนเยอะเค้าก็เลยชวนเราค่ะให้ลองมาคุยดู ธุรกิจของเค้าแอลก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกันค่ะ ก็งงมากที่เค้ามาชวน ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นชินตัวจริงด้วยซ้ำ เค้าติดต่อมาทางเฟสบุ้คค่ะ จริงๆ ก็เคยเจอกันตามงานแต่ไม่เคยคุยกันค่ะ" "ไม่กลัวข่าวมือที่ 3 ค่ะ เพราะเราไม่ได้คิดอะไรเกินไปกว่าตรงนั้น ตอนนี้เป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน มีอะไรก็ปรึกษากันค่ะ เราจริงใจเพราะเราไม่ได้คิดอะไรกับชิน เราเป็นเพื่อนกันค่ะ วันนี้งานเปิดร้านของแอลก็มีคุยไลน์เค้าก็แสดงความยินดีปกติค่ะ ตอนเจอก็คุยเรื่องธุรกิจ ถ้าคุยไลน์ก็ทักทำอะไรอยู่แค่นั้นค่ะ หนูไม่คิดว่าเค้าจะมาจีบนะ หนูไม่ได้ดีพอขนาดที่ชินจะมาจีบ เค้าไม่ได้ทักมาทุกวันแต่ก็คุยกันนิดๆ หน่อยๆ แอลว่าเค้าน่าจะเป็นสเป็กของผู้หญิงหลายๆ คนเลยค่ะ เค้าเต้นเก่ง แอลก็ชอบเต้นด้วย เค้าเท่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าไลฟ์สไตล์จะยังไง" "สำหรับแอลยังไม่มีอะไรที่พัฒนาค่ะ เป็นเพื่อนกันไปก่อนเพิ่งจะรู้จัก ต้องดูกันนานๆ เอาจริงๆ ถ้ามีคนมาจีบ แอลก็เปิดรับทุกคน เพราะแอลไม่ค่อยมีใครมาจีบ ตอนนี้แอลโสดค่ะ ส่วนมากที่คนไม่กล้าจีบเพราะกลัวคุณพ่อค่ะ คุณพ่อก็ไม่เคยยุ่งเรื่องความรักและไม่เคยห้ามไม่ให้คบใครค่ะ กับข่าวพี่ชินคุณพ่อก็ทราบแล้วค่ะ คุณพ่อก็ถามว่าใครคือชิน ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักแค่นึกไม่ออกว่าคนไหน คุณพ่อก็ถามว่าใคร เราก็บอกว่าเป็นเพื่อนค่ะ" แอล กล่าว แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล กมลวรรณ แอล-ชิน เอพริล

น้องเมย์ รัชนก คืนฟอร์มทะลุก่อนรองขนไก่เฟรนช์โอเพน
กรุงปารีส /  ต้นน้ำ / 

การแข่งขันแบดมินตัน “โยเน็กซ์ เฟรนช์ โอเพน ซูเปอร์ซีรีส์” ชิงเงินรางวัลรวม 275,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8.8 ล้านบาท) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแข่งรอบสองของทุกประเภท ปรากฏว่า หญิงเดี่ยว นองเมย์ รัชนก อินทนนท์ มือ 4 ของรายการ ต้อนเอาชนะ หยิน ยิบ ปุย (ไต้หวัน) 2 เกมรวด 21-15, 21-16 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะลิศพบ อากาเนะ ยามากูจิ (ญี่ปุ่น), น้องพีช พรทิพย์ บูรณะประเสริฐสุข แพ้ ไบเวน จาง (สหรัฐอเมริกา) 2 เกมรวด 16-21, 9-21 ส่วน ชายเดี่ยว เจ้าสอง ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข ชนะ ราจิฟ อูเซฟ (อังกฤษ) 2 เกมรวด 22-20, 21-16 ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายไปพบกับ เคนโตะ โมโมตะ (ญี่ปุ่น), ชายคู่ เอ มณีพงศ์ จงจิตร กับ ต้นน้ำ นิพิฐพนธ์ พวงพั่วเพชร แพ้ อันเดรีย อดิสเทีย กับ เฮนดร้า กูนาวาน (อินโดนีเซีย) 1-2 เกม 21-17, 12-21, 19-21 ด้านหญิงคู่ ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย กับ น้องเอิร์ธ พุธิตา สุภจิรกุล แพ้ เดียน ฟิเทียนี่ กับ นาดยา เมลาติ (อินโดนีเซีย) 2 เกมรวด 17-21, 18-21 และคู่ผสม เต่า สุดเขต ประภากมล กับ ส้ม สราลีย์ ทุ่งทองคำ พลาดท่าพ่าย ลู ไค กับ หวง ยาเกียง (จีน) 1-2 เกม 16-21, 21-17, 15-21

diy โคมไฟ ทำจากตะกร้าสานเหลือใช้
diy ของเหลือใช้ /  diy โคมไฟ

วันนี้ Decor.Mthai นำไอเดีย diy โคมไฟ ทำจากตะกร้าสานเหลือใช้ มากฝากเพื่อนๆ ค่ะ การนำตะกร้าสานเหลือใช้มาดัดแปลงเป็นโคมไฟ ถือว่าได้ประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำของเก่ามาทำให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง และยังได้ของแต่งบ้านเก๋ๆ ขึ้นมาอีกชิ้นด้วยค่ะ diy โคมไฟ ทำจากตะกร้าสานเหลือใช้ diy โคมไฟ ทำจากตะกร้าสานเหลือใช้ มีวิธีการทำที่ไม่ยาก และได้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม  ตระกร้าสานที่ไม่ใช้แล้ว, กรรไกร, ลวด, ชุดหลอดไฟ วิธีทำโคมไฟ 1. ตัดตูดตระกร้าเป็นสี่เหลียมพื้นผ้า 2. ใช้เลวดที่เตรียมกั้นระหว่างกลาง เพื่อจะนำบล๊อกหลอดไฟมาวางบนเหล็ก 3. นำบล๊อกหลอดไฟมาวางวัดให้พอดีกับช่องที่เราตัดไว้ 4. หยิบชุดหลอดไฟที่เตรียมไว้มาร้อยผ่านรู้ของตูดตระกร้า แล้วนำบล๊อกหลอดไฟมาวางติดกับลวดและทากาวยึดให้แน่น 5. ใส่หลอดไฟเข้าไปก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ  โคมไฟทำจากตะกร้าสาน เป็นไงคะ เห็นไอเดียการทำโคมไฟจากตระกร้าสานกันไปแล้ว ชอบมั้ยคะ ถ้าเพื่อนๆ ชอบก็ลองนำไปทำไว้ประดับตกแต่งบ้านเพื่อนๆ กันดูนะคะ วิธีทำก็ไม่ยากแถมยังนำของที่ไม่ใช้แล้ว กับมาทำให้มีคุณค่าได้อีกครั้งด้วยค่ะ ขอบคุณ : homedit.com

คลิปนาทีระเบิดลง กลางธงไอเอส ในโคบานี
ข่าวไอเอส /  ชายแดนตุรกี / 

การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เพื่อต้องการกวาดล้างกลุ่มรัฐอิสลามไอเอสยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  วานนี้ (23 ต.ค.) สำนักข่าว เดลี่ เมล์ ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอ การโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มรับอิสลาม ไอเอส โดยคลิปวิดีโอดังกล่าว แสดงให้เห็นบริเวญเทือกเขาโคบานี ซึ่งอยู่บริเวณชายแดน ตุรกี และ ซีเรีย โดยในขณะนั้น มีคนเฝ้ายามยืนอยู่ และไม่นานต่อจากนั้น ก็ได้เกิดระเบิดลูกใหญ่ลงกลางธงสัญลักษณ์ของกลุ่มไอเอสจนราบเป็นจุล โดยการต่อสู้อย่างเข้มข้นยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสได้เปิดฉากต่อสู้กับรัฐสตรีของชาวเคิร์ดอย่างดุเดือด นอกจากนี้ ชาติพันธมิตรจากตะวันตกยังคงโจมตีด้วยขีปนาวุธอากาศสู่พื้นผิว อย่างต่อเนื่อง ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง มะกันประเมินผิดนักรบไอเอส แข็งแกร่งกว่า ทหารอิรัก ? ไอเอสเสียท่า นักรบเคิร์ดยึดคืนพื้นที่สำคัญในโคบานีสำเร็จ 'สงครามโลกครั้งที่ 3' จะมา ถ้าไอเอสยึดโคบานีสำเร็จ ? Mthai News

20 เทคนิค ดูแลเสื้อผ้า ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัวของคุณผู้หญิง
ซักผ้า /  ดูแลเสื้อผ้า / 

วันนี้ Women Mthai มี เทคนิค และ การรับมือกับรอยเปื้อน หรือ ปัญหาที่เกี่ยวกับการ ดูแลเสื้อผ้า รวมถึงอุปกรณ์ แอคเซสเซอรี่ ทั้งหลาย ด้วยการนำอุปกรณ์ใกล้ตัวที่เรามีกันอยู่แล้วในบ้าน แค่ฉลาดที่จะนำมันมาใช้แก้ปัญหา ก็ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาเหล่านี้ และ ดูแลเสื้อผ้า ของเราให้อายุยืนขึ้นได้อย่างสบายใจหายห่วง 1. ก่อนจะนำเสื้อกันหนาว ที่ทำจากผ้าขนสัตว์ชนิดต่างๆ ที่เก็บไว้แรมปีออกมาใส่ใหม่อีกครั้ง ให้นำเสื้อกันหนาวมาแพคใส่ถุงพลาสติกที่มีซิบล็อค แล้วนำใส่ช่องแช่แข็ง1คืนก่อนนำมาใส่ จะช่วยทำให้ขนของเสื้อกันหนาวของคุณไม่หลุดล่วงฟุ้งกระจายในอากาศเพราะความเก่าอีกต่อไป 2. กำจัดกลิ่นเหม็นของ กางเกงยีนส์ ที่ไม่ค่อยได้ซัก ด้วยการห่อใส่ถุงพลาสติก แล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งในตู้เย็นค้างไว้ 1 คืน โดยความเย็นจัดจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและกลิ่นที่สะสม เป็นการแก้ปัญหาของการซักกางเกงยีนส์บ่อยไม่ได้ เพราะกลัวว่าสีของยีนส์ตัวโปรดจะซีดนั่นเอง 3. จัดการกับคราบ เหงื่อใต้รักแร้ที่ชอบติดตามเสื้อผ้าของคุณ ด้วยการนำ มะนาวผสมกับเบคกิ้งโซดา แล้วป้ายที่ รอยคราบเสื้อ ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออกก่อนนำลงซักตามปกติ จะช่วยให้กำจัดคราบออกได้ง่ายขึ้น 4. หลังจากใส่ รองเท้าผ้าใบ ไปทำกิจกรรเรียกเหงื่อมา เทเบคกิ้งโซดานิดนึงลงไปในรองเท้า จะช่วยดูกลิ่นเหม็นออกได้ 5. กำจัดกลิ่นเสื้อผ้าเก่าเก็บ ด้วยการทำสเปรย์ จาก วอสการ์ ด้วยการเท วอสการ์ใส่ในขวดสำหรับพ่นสเปรย์หรือขวดที่ฉีดผ้านี่ล่ะ แล้วพ่นใส่เสื้อผ้านิดหน่อย แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง แอลกอฮอล์จะช่วยกำจัดกลิ่นแบคทีเรียได้ดี 6. รับมือกับคราบ ครีมรองพื้น บนเสื้อผ้า ด้วย ครีมโกนหนวด เชื่อว่าสาวๆต้องพบเจอกับเหตุการณ์นี้แน่นอน เพราะเวลาเราสวมเสื้อผ้าโดยไม่ทันระวัง ดันไปถูกับครีมรองพื้นที่ใบหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ สามารถแก้ปัญหาด้วยการใช้ ครีมโกนหนวด แต้มบางๆที่รอยคราบนั้น จะทำให้รองพื้นแตกตัว ก่อนที่จะนำไปซักตามปกติ 7. ใช้แฮร์สเปรย์กำจัดรอยเปื้อน ลิปสติก ฉีดลงบนผ้าที่แห้ง แล้วทิ้งไว้สักครู่ แล้วตบเบาๆที่รอยเปื้อน เสร็จแล้วก็นำไปซักตามปกติโลด 8. ขาแว่นตาหลวม แต่ไม่มีไขควงอันเล็กมาไข ลองใช้ ยาทาเล็บ แบบใสๆแต้มตรงบริเวณที่หลวมดู 9. ประโยชน์อีกอย่างของยาทาเล็บแบบใส นั่นคือป้องกันกระดุมไม่ให้หลุดเพราะด้ายที่เย็บมันลุ่ย ด้วยการแต้มนิดหน่อยที่กระดุม 10. ทำความสะอาดรองเท้าที่เป็นกำมะหยี่ได้ง่ายๆ ด้วยการนำ ตะไบเล็บ มาถูเบาๆ 11. กำจัดรอยเปื้อนบนรองเท้าหนังออกได้ง่ายๆ ด้วยการนำแปรงสีฟันจุ่มน้ำส้มสายชูแล้วค่อยๆแปรงที่บริเวณที่เปื้อน 12. ลอยขีดข่วนบนรองเท้าหนังเทียม เช็ดออกง่ายๆ ด้วยวาสลีน 13.รองเท้าหนังหรือเก่าเก็บ จัดการให้มันกลับมามีชีวิตชีวาได้ง่ายๆ ถ้าคุณไม่มียาขัดรองเท้า แค่คว้าผ้าขนหนูและถูรองเท้าของคุณกับโลชั่นทาหน้าที่คุณมีอยู่ (อย่าทำบ่อย มันเปลือง) 14. รองเท้าหนังแก้ว ทำความสะอาดยังไงให้เงาวิ๊งน่าใส่ ก็น้ำยาเช็ดกระจกนี่ล่ะ เช็ดนิดเดียวก็สวยปิ๊งเหมือนใหม่ 15. เสื้อชั้นใน ที่โครงมันจิ้มกับผิวหน้าอกเรา แก้ไขง่ายๆด้วยการ นำเทปปิดแผลแบบผ้า แปะลงไป จบ 16. ขจัดคราบไวน์แดงที่เลอะเสื้อผ้า ด้วยการจุ่มจุดที่เลอะลงในไวน์ขาวแป๊บนึง ก่อนที่จะนำไปซัก 17. คราบน้ำมันที่เลอะเสื้อ ให้ใช้ น้ำยาล้างจานล้างคราบน้ำมันนั้นออกก่อน แล้วค่อยนำไปซัก 18. ด้ายที่รุ่ยออกมาจากผ้า ลองขยับดึงผ้าเข้าออก ให้รอบด้านที่ด้ายหลุดออกมา มันจะล่นกลับเข้าไปได้ 19. ถุงน่อง ขาด นำยาทาเล็บแบบใสมาแต้ม ช่วยหยุดไม่ให้มันขาดวิ่นเพิ่มขึ้นได้นะจ๊ะ 20. ซิปรูดยาก แค่ใช้คัดตันบัตจิ้มวาสลีน มาทาบางๆ ก็ช่วยให้ลื่นขึ้นแล้ว เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาภาพจาก cosmopolitan

4 ปัญหาผมเสีย เมื่อเข้า หน้าหนาว
ปัญหาเส้นผม /  ผมมัน / 

รู้สึกถึงลมหนาวที่พัดมาในยามเช้ากันบ้างหรือเปล่า อากาศเริ่มเย็นขึ้นบ้างแล้ว เข้า หน้าหนาว ทีไร สภาพร่างกายของคนเรามักจะเปลี่ยนแปลง เพราะว่าลมหนาวที่พัดมา นำพาความเย็นและความชื้น มาปะทะร่างกาย ถ้าเกิดว่าใครที่ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดีละก็ อาจต้องมีป่วยเป็นไข้กันบ้าง แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดถึงอาการเจ็บป่วย แต่จะมาพูดถึงอีกหนึ่งปัญหา ที่หลายๆ คน มักเจอเมื่อเข้า หน้าหนาว นั้นก็คือปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ซึ่งถ้าดูเผินๆ หลายคนก็อาจจะไม่คิดว่า เพราะอากาศหนาวก็เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาเส้นผมเหล่านี้ได้เหมือนกัน 1. ปัญหาผมแห้งชี้ฟู ปัญหาผมแห้งชี้ฟูเป็นปัญหาที่พบกันได้ค่อยข้างบ่อย การที่ผมแห้งชีฟู ไม่มีน้ำหนัก ก็เกิดจากสาเหตุหลักๆ คือเกิดจากการที่ผมของคนเรามีความชื้นในอากาศอุณหภูมิต่ำ ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ยิ่งถ้าใครที่ชอบสระผมทุกวัน หรือใครที่ใช้น้ำร้อนสระผม แม้กระทั้งการตากแดดจัดเป็นเวลานานๆ ก็มีส่วนทำให้ผมแห้งและชี้ฟูได้เช่นกัน ทางแก้ไขปัญหาผมแห้งชี้ฟู : สำหรับคนที่ผมมันไม่มากลองเปลี่ยนเป็นสระผมวันเว้นวันก็พอ แต่ใครที่ผมมันสุดๆ และจำเป็นต้องสระผมทุกวันควรใช้คอนดิชันเนอร์ชโลมปลายผมด้วยค่ะ ส่วนใครที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง พี่เตยแนะนำว่าให้ใส่หมวกและกางร่มด้วยค่ะ ส่วนปัญหาผมชี้ฟูที่เกิดจากไฟฟ้าสถิตแนะนำให้สาวๆ ลองหวีผมตั้งแต่โคนผมไล่มาจนถึงปลายผมจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ 2. ปัญหา “รังแค” ตามรังควาน เมื่ออากาศเย็นลงจึงทำให้หนังศีรษะแห้ง แล้วปัญหาที่ตามมาคือ “ปัญหารังแค” ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งมีรังแคเราก็ยิ่งทำอะไรได้ไม่มั่นใจเท่าไรนัก สาวๆ หลายคนชอบอาบน้ำอุ่น อาบน้ำร้อน เพราะอากาศตอนเช้ามันเย็นใช่ไหมล่ะ แต่รู้หรือไม่ว่ายิ่งใช้น้ำร้อน ก็ยิ่งทำให้หนังศีรษะแห้งและเกิดรังแค และนอกจากนี้แล้วรังแคอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆอีก เช่น การหมักหมมไม่ยอมสระผม หรือแพ้ยาสระผมที่ใช้อยู่ ทางแก้ไขปัญหารังแค : ทางแก้ก็คือหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนสระผม เปลี่ยนยาสระผม หรือเลือกใช้แชมพูสูตรขจัดรังแค 4. ผมแตกปลาย เชื่อว่าปัญหานี้ต้องเป็นกันหลายคนแน่ๆ เพราะเมื่อพอเข้าฤดูหนาวแล้วผมจะทั้งแห้งและแตกปลาย อาจเป็นเพราะการละเลยการใช้คอนดิชันเนอร์รวมถึงการหนีบผม การใช้ไดร์เป่าผมเป็นประจำจึงทำให้ผมแตกปลาย แล้วไม่ได้แตกปลายแค่ หน้าหนาว นะ แต่ปลายไปทุกฤดูเลยจริงๆ ทางแก้ไขปัญหาผมแตกปลาย : ผมแตกปลายแบบนี้ วิธีที่ได้ผลมากที่สุดคือ “เล็มผม” ทิ้งค่ะ วิธีอื่นที่ช่วยได้คือการใช้คอนดิชันเนอร์ชโลมปลายผม รวมถึงต้องเลี่ยงการใช้ความร้อนทุกชนิดกับเส้นผมด้วย 4. ปัญหาผมลีบติดหนังศีรษะ ไม่รู้ว่าหลายๆ คนจะเจอปัญหานี้กันบ้างหรือเปล่า เพราะในขณะที่หลายคนมีปัญหาผมชี้ฟู จัดทรงยาก แต่บางคนกลับมีปัญหาผมลีบติดหนังศีรษะ โดยเฉพาะสาวผมมัน ซึ่งปัญหาผมลีบติดหนังศีรษะนี้เกิดจากการที่หนังศีรษะของเราแห้ง จึงทำให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมากเกินไป เพื่อมาเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม จึงทำให้เกิดมีน้ำมันที่เส้นผมมากเกินไป ผมก็เลยลีบนั่นเอง ทางแก้ไขปัญหาผมลีบ : ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาการมันๆ เพราะจะยิ่งทำให้หนังศีรษะมันมากยิ่งขึ้น รวมถึงไม่ควรใช้คอนดิชันเนอร์มากเกินไปในกลุ่มคนที่มีปัญหาผมลีบ เพราะจะทำให้ผมเหนียวหนึบเป็นมันเยิ้มมากขึ้นกว่าเดิมอีก และอีกวิธีนึงที่ดีมากสำหรับสาวที่มีปัญหาผมลีบคือ หลังจากอาบน้ำสระผม เป่าผมให้แห้งแล้ว ก็ลองเสริมสวยด้วยการม้วนผมดู ก็จะทำให้ผมดูมีน้ำหนัก มีวอลลุ่มมากขึ้น ได้รู้จักกับ 4 ปัญหา และ 4 วิธีแก้กันไปแล้ว ก็อย่าลืมนำเอาไปใช้กันนะ และหวังว่าผมของคุณจะมีสุขภาพดียาวนานไปทุกฤดู ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

มือหั่นศพ รับผลักสามีญี่ปุ่นพรชนก ตกบันได 11 ปีก่อน
คดีครูญี่ปุ่น /  คดีครูญี่ปุ่นหายตัว / 

สมชาย แก้วบางยาง ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ รับสารภาพเป็นคนผลักอดีตสามีญี่ปุ่นพรชนกให้ตกบันไดเมื่อ 11 ปีก่อน วันนี้(25 ต.ค.) ความคืบหน้าล่าสุดจากคดี นางพรชนก ไชยะปะ และ นายสมชาย แก้วบางยาง ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น หลังจากนำทั้งคู่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รรท.ผบช.ภ.1 เผยว่า นายสมชาย ได้ให้การรับสารภาพเพิ่มว่าได้ทำการฆ่านายโยชิโนริ โดยย่องเข้าไปตอนหลับแล้วเอาหมอนอุดจมูกจนขาดอากาศหายใจ แล้วลงมือหั่นศพและนำไปทิ้ง สำหรับเหตุจูงใจในการลงมือเพราะหึงหวงและต้องการทรัพย์สินโดยที่นางพรชนกก็มีส่วนรู้เห็น ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. ของคืนวันที่24 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร. ได้เดินทางไปสอบปากคำสองผู้ต้องหา ที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพิ่มเติม เกี่ยวกับคดีนายคาซิโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกของนางพรชนก ซึ่งเสียชีวิตจากการตกบันไดเมื่อปี 2546 ว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากลูกสาวของนายคาซิโตชิเข้าร้องเรียนให้รื้อคดีของบิดา เพราะเชื่อว่าอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ ในที่สุด นายสมชาย ได้ให้การรับสารภาพแล้วว่า ตนเองเป็นคนผลัก นายคาซิโตชิ จนตกบันไดเสียชีวิตจริง แต่ในครั้งนั้นตนเป็นคนทำเพียงผู้เดียว ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจึงบันทึกคำให้การของ นายสมชายเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย และเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำการอายัดตัว นายสมชาย เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป MThai News __________________________ ข่าวที่เกี่ยวข้อง อึ้ง! ปูมหลังสุดอื้อฉาว ‘นางพรชนก’ สาวใหญ่คดีฆ่าหั่นศพครูญี่ปุ่น

พ่อผู้ต้องหาเกาะเต่าอ้าง ลูกสารภาพเพราะถูกขู่เผานั่งยาง-ฆ่าหั่นศพ
ข่าวล่าสุด /  คดีเกาะเต่า / 

สื่ออังกฤษรายงาน พ่อผู้ต้องหาเกาะเต่าอ้าง ลูกสารภาพเพราะถูกขู่เผานั่งยาง-ฆ่าหั่นศพ วานนี้(24 ต.ค.) ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ ผู้สื่อข่าวของเดอะการ์เดี้ยน สื่ออังกฤษ รายงานข่าวความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าว่า บิดาของหนึ่งในชายพม่าที่ตกเป็นผู้ต้องหาได้ให้สัมภาษณ์ อ้างว่าผู้ต้องหาชาวพม่าทั้งสองคน ต้องยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำผิด เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยข่มขู่ว่าจะราดพวกเขาด้วยน้ำมันเบนซินแล้วจุดไฟเผา หรือไม่ก็จะฆ่าหั่นศพแล้วทิ้งร่างพวกเขาลงแม่น้ำ ทั้งนี้ นายตุน ตุน ไต พ่อของนายวิน ซอ ตุน หนึ่งในผู้ต้องหาคดีเกาะเต่าเปิดเผยกับ เดอะ เดโมเครติก วอยซ์ ออฟ เบอร์ม่า ว่า นอกจากลูกชายของเขา และนายซอ ลิน ผู้ต้องสงสัยเพื่อนร่วมชาติอีกคน จะไม่ได้ลงมือสังหารและข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวแล้ว ทั้งคู่ยังได้เล่าให้ฟังอีกว่า พวกเขาถูกทรมานร่างกายและข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ หลังถูกจับกุมตัวโดยก่อนหน้านี้ ทนายความของผู้ต้องสงสัยทั้งคู่ เพิ่งแจ้งว่า ลูกความของพวกตนได้ทำเรื่องขอถอนคำสารภาพอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ผู้สื่อข่าวเดอะ การ์เดี้ยน รายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสหราชอาณาจักรได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อร่วมสังเกตการณ์การทำคดีนี้ ตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย หลังจากผู้นำของทั้งสองประเทศมีโอกาสได้พบกันระหว่างการประชุมอาเซมที่ประเทศอิตาลี โดยกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรระบุว่า เจ้าหน้า 3 นาย ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมและผู้ประสานงานด้านนิติเวชศาสตร์ของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอังกฤษ และเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีฆาตกรรมจากมณฑลนอร์ฟอล์ก กระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักรระบุถึงขอบเขตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดนี้เอาไว้ว่า พวกเขาจะต้องพบปะหารือกับทีมสืบสวนสอบสวนคดีของไทย และต้องได้รับความกระจ่างแจ้งเกี่ยวกับขั้นตอนการสืบสวนคดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คณะเจ้าหน้าที่ของอังกฤษอาจจะเข้า ไปช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยได้ หากได้รับการร้องขอจากทางการของฝ่ายหลัง MThai News

กองทัพพม่ายิงดับนักข่าว
นักข่าวพม่า /  นักข่าวพม่าตาย / 

สำนักข่าวบีบีซีรายงานวันที่ 24 ต.ค. ว่านายออง ไน นักข่าวท้องถิ่นที่ถูกทางการพม่าจับกุมในรัฐมอญ ช่วงปลายเดือนกันยายน ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตแล้ว โดยกองทัพพม่าอ้างว่า นายออง ไน นักข่าวรายนี้พยายามหลบหนี แต่ครอบครัวและเพื่อนผู้ตายต่างปฏิเสธ และว่าความตายของออง ไน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทางกองทัพพม่าระบุว่า ออง ไน นายถูกจับกุมในฐานะทำงานกับกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ เป็นหัวหน้าฝ่ายสื่อสารของกลุ่มสาขากะเหรี่ยง ส่วนเหตุยิงดับเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายออง ไน พยายามหนีจากเรือนจำทหารโดยแย่งปืนจากทหารนายหนึ่งจึงถูกยิงเสียชีวิต ด้านครอบครัวและเพื่อนโต้แย้งว่านายออง ไน ไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นนักข่าวที่รายงานประเด็นชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงตามแนวชายแดนไทย-พม่า ส่งให้กับหนังสือพิมพ์หลายฉบับในนครย่างกุ้ง อีกทั้งทั้งเคยพบนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่าอยู่หลายครั้ง จอ เธ็ต ฮเวย์ นักเคลื่อนไหวเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงความเห็น กล่าวว่า ไม่ว่าคนตายจะเป็นนักข่าวหรือสมาชิกจากกลุ่มติดอาวุธแต่นี่เป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจนและจำเป็นต้องเปิดเผยความจริงออกมา MThai News

คุณเข้าข่ายคน หูตึง หรือเปล่า?
คนหูตึง /  หู / 

ตะโกนกันเข้าไปอีก ตะโกนอีก ตะโกนอีก แต่ก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง ใช่ว่าต้นเสียงจะกระซิบกระซาบ หรือสภาพแวดล้อมจะอึกทึกครึกโครม แต่เป็นเพราะปลายทาง “หูตึง” สำหรับวันนี้ เราขอชวนชาวอีแมกกาซีนมาทำความรู้จักกับโรค หูตึง ซึ่งเมื่อคนเราแก่ตัวการได้ยินอาจลดน้อยลง แต่ถ้าอายุยังน้อยแล้ว ทำไมยังไม่ค่อยจะได้ยินอีก เอาเป็นว่า เรื่องนี้ต้องขยาย หูตึง เมื่อเสียงจากภายนอกผ่านรูหูเข้ามา คลื่นเสียงจะทำให้แก้วหูสั่น จังหวะการสั่นของแก้วหูจะถูกส่งผ่านจากหูชั้นกลางเข้าสู่หูชั้นใน ภายในบริเวณหูชั้นในจะมีเซลล์ขน (Hair cell) ราว 30,000 เซลล์ ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วส่งต่อไปยังสมอง เพื่อแปลความหมายของสัญญาณที่ได้รับ การสูญเสียการได้ยินเนื่องจากประสาทหูเสื่อมนั้น คลื่นเสียงสามารถเดินทางไปถึงหูชั้นในได้ แต่เซลล์ขนในหูตายไปแล้ว ดังนั้นสัญญาณต่างๆ จึงไม่สามารถเดินทางไปสู่สมองได้ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการ หูตึง หูตึง หมายถึง ความสามารถในการรับฟังเสียงลดลง จะตึงมากตึงน้อยขึ้นอยู่กับสาเหตุ โดยคนปกติจะมีระดับการได้ยินที่ 25 เดซิเบล หรือน้อยกว่า ขณะที่คน หูตึง ระดับการได้ยินจะมีค่าสูงกว่านั้น สำหรับสาเหตุก็เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ส่วนใหญ่จะเนื่องมาจากปัญหาที่หูชั้นนอกหรือหูชั้นกลาง เช่น เกิดจากเป็นโรคหูน้ำหนวก หูชั้นกลางอักเสบ ขี้หูอุดตัน กระดูกภายในหู คือ กระดูกค้อน ทั่ง โกลน มีหินปูนมาเกาะหรือแยกหลุดออกจากกัน ที่ยูสเตเชี่ยน ซึ่งเป็นท่อที่ทำหน้าที่ปรับความดันในหูชั้นกลางเกิดการอุด ตัน และแก้วหูทะลุ เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถให้ยาหรือผ่าตัดรักษาได้ อาการ หูตึง อาการ หูตึง อาจเกิดขึ้นได้จากปัญหาที่หูชั้นใน คือที่ประสาทหู เช่น การติดเชื้อ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เวียนศีรษะบ้านหมุน มึนงง หรือมีเสียงดังในหู อาการ หูตึง ในลักษณะนี้ บางชนิดสามารถรักษาได้โดยการกินยา บางชนิดรักษาได้โดยการผ่าตัด อาการ หูตึง อาจเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานในที่ที่มีเสียงดังอยู่ตลอดเวลา หรือสัมผัสกับเสียงที่ดังเกินมาตรฐานความปลอดภัย 85 เดซิเบลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้สูงอายุก็มักจะมีอาการ หูตึง แบบค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน โดยเกิดจากประสาทหูเสื่อม หูตึง จากสาเหตุลักษณะนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยฟังได้โดยทั่วไป สำหรับปัญหาการได้ยินในเด็กจะมีระดับความรุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ สาเหตุของ หูตึง ในเด็กส่วนมากเกิดจากมารดาติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักน้อยกว่า 1,500 กรัม ทารกมีอาการตัวเหลืองต้องเข้าตู้อบ ขาดออกซิเจนชั่วคราวขณะคลอด หรือเกิดจากกรรมพันธุ์ ที่มีญาติพี่น้อง หูตึง หรือหูหนวก เด็กที่ หูตึง มาแต่กำเนิด ส่วนมากจะสูญเสียการได้ยินในระดับรุนแรง คือต้องใช้เสียงดังมากหรือตะโกนจึงจะได้ยิน แต่ถึงจะได้ยินก็จะได้ยินไม่ชัด เนื่องจากเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่แยกเสียงบกพร่อง เด็กที่ หูตึง จะพูดไม่ชัด เพราะจะพูดตามเสียงที่ได้ยิน และจะพูดได้น้อยหรือมีพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน เด็กต้องเรียนรู้การอ่านริมฝีปากประกอบกับเสียงที่ได้ยิน หรืออาจต้องใช้ท่าทางประกอบเพื่อความเข้าใจ เด็ก หูตึง มักจะซน หรือเล่นก้าวร้าวรุนแรง เนื่องจากมีปัญหาในการสื่อสาร พ่อแม่จึงควรสังเกตการรับฟังของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ถ้าสงสัยว่าลูกมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที แต่ปัจจุบันนี้ก็มีการตรวจการได้ยินในเด็กเล็ก และสามารถใส่เครื่องช่วยฟังได้ตั้งแต่แรกเกิด การกระตุ้นการได้ยินตั้งแต่เล็กนั้น จะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่ใกล้เคียงกับวัย นอกจากนี้ ควรให้เด็กเข้ารับการฝึกพูด โดยนักแก้ไขการพูด การฝึกอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เด็กสามารถพูดได้ การที่พ่อแม่ฝึกพูดให้เด็กด้วยตัวเอง อาจได้ผลไม่ดีเท่า เนื่องจากการฝึกพูดนั้นมีเทคนิคและขั้นตอนต่างๆ โดยเฉพาะ ส่วนการใส่ เครื่องช่วยฟัง ในเด็กโดยผู้ไม่ชำนาญหรือหาซื้อมาใส่เองตามคำโฆษณา เด็กอาจได้เครื่องช่วยฟังที่ไม่เหมาะสม เช่น เครื่องช่วยฟังที่เบาเกินไป เด็กจะไม่ยอมใช้เครื่องเพราะไม่ได้ประโยชน์จากการฟัง หรือเครื่องช่วยฟังที่ดังเกินไป เด็กก็จะไม่ยอมใช้เช่นกัน เนื่องจากฟังแล้วไม่สบายหูหรือปวดหู และที่สำคัญจะยิ่งทำให้สูญเสียการได้ยินมากขึ้นไปอีก การใช้เครื่องช่วยฟังในผู้ใหญ่ก็เช่นกัน ควรพาผู้ป่วยไปตรวจวัดระดับการได้ยินก่อนว่า หูตึง มากน้อยเพียงใด และจะได้ประโยชน์จากการใช้เครื่องช่วยฟังหรือไม่ แม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องช่วยฟังหลายแบบ ตั้งแต่ขนาดเล็กที่ซ่อนในช่องหูได้อย่างแนบเนียน แบบมีโปรแกรมแยกหลายช่องการทำงาน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการรับฟังเสียงได้ดีกว่าเครื่องในรุ่นก่อนๆ มาก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรด่วนตัดสินใจซื้อตามคำโฆษณา หูตึงในวัยชรา เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ทุกอย่างในร่างกายจะหย่อนยานลง ยกเว้นหูเท่านั้นที่ตึงขึ้น ปัญหาหูตึงในผู้สูงอายุมักจะค่อยๆ เกิดขึ้น โดยตัวผู้สูงอายุเองมักจะไม่ทราบว่าตัวเองหูตึง แต่คนรอบข้างจะรู้ได้เป็นอย่างดี เพราะในการสนทนาต้องใช้เสียงดังขึ้น เปิดทีวีดังขึ้น ในบางคนอาจจะมีปัญหาเสียงรบกวนในหู ซึ่งก่อให้เกิดความรำคาญจนต้องเข้าพบแพทย์ สาเหตุของปัญหาหูตึงในผู้สูงอายุมีอยู่มากมาย โดยสาเหตุเล็กๆ มักเกิดจากความเสื่อมของระบบประสาทการได้ยิน โดยมักจะเริ่มเสื่อมจากความถี่สูงก่อนแล้วค่อยๆ เป็นมากขึ้น ปัจจัยที่ส่งเสริมการเกิดหูตึงในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรคทางไตที่ต้องใช้ยาเรื้อรัง เหล่านี้เป็นปัญหาที่ทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาหูตึง ได้ทั้งสิ้น ปัญหาที่ตามมา คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุแย่ลง มีปัญหาในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นๆ รอบๆ ตัว อาจจะเกิดความรำคาญกับบุคคลรอบตัวได้ อาจเกิดอันตรายจากการที่ไม่ได้ยินเสียงเตือนต่างๆ เช่น ของตกใส่ อุบัติเหตุจราจร อาจจะเกิดปัญหาซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้ การดูแลรักษา ควรตรวจสมรรถภาพการได้ยินเป็นประจำทุกปี เมื่ออายุเกิน 60 ปี ควบคุมดูแลโรคประจำตัวต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนที่อาจทำให้หูตึงได้ ถ้าพบว่าประสาทหูเสื่อมถึงระดับปานกลาง การใช้เครื่องช่วยฟังก็เป็นวิธีที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้น ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com

โจ่งครึ้ม คู่รักจีนเมคเลิฟกลางแจ้ง ตำรวจห้ามยังไม่หยุด
ข่าวล่าสุด /  คลิปจีน / 

 คู่รักจีนเมคเลิฟกลางแจ้ง ตำรวจห้ามยังไม่หยุด สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ของจีนอย่างหนัก สำหรับคลิปเหตุการณ์คู่รักชายหญิงคล้ายกำลังมีเพศสัมพันธ์กันกลางที่สาธารณะใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง ในรายงานระบุว่า ภายในคลิปเป็นเห็นเหตุการณ์คู่รักชายหญิงคู่หนึ่งกำลังพลอดรักกันบนม้านั่งในที่สาธารณะ ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่เริ่มต้นจากการนั่งเกี้ยวพาราสีตามปกติ แต่ทั้งคู่ไม่หยุดเพียงแค่นั้นฝ่ายชายเริ่มบรรเลงจูบฝ่ายหญิงและโน้มตัวลงนอนที่ม้านั่ง หลังจากนั้นก็เริ่มกิจกรรมทางเพศอย่างไม่แคร์สายตาผู้คน ภายในคลิปยังเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ คล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น เดินเข้ามาห้ามปรามและสั่งให้ทั้งคู่หยุดทำพฤติกรรมอนาจารดังกล่าว แต่ดูเหมือนพวกเขาจะยังไม่สนใจ กระทั่งเจ้าหน้าที่เริ่มใช้ข้อกฎหมายมาขู่ ทั้งสองถึงเริ่มมีสติและยอมหยุดทำกิจกรรมอนาจารกลางที่สาธารณะลงในที่สุด MThai News

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ตำรวจอังกฤษซุ่มเงียบ ลงพื้นที่เกาะเต่า
คดีฆ่าสองนักท่องเที่ยว /  คดีเกาะเตา / 

ตำรวจจากประเทศอังกฤษ 5 นาย ลงพื้นที่เกาะเต่า อำเภอพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดูที่เกิดเหตุในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ.10 พร้อมตำรวจจากประเทศอังกฤษ 5 นาย ลงพื้นที่เกาะเต่า อำเภอพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดูที่เกิดเหตุในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาะพะงันได้มีการเข้มงวด ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกระทำการบันทึกภาพใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจุดแรกตำรวจจากประเทศอังกฤษไปดูจุดสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียชีวิต จากต่อด้วยจุดที่ผู้ต้องหาชาวพม่าเล่นกีต้าร์ และจุดที่พบจอบที่ใช้ฆาตกรรม และจุดที่พบโทรศัพท์มือถือของผู้นักท่องเที่ยวชายซึ่งเสียชีวิตที่ถูกนำไปทิ้ง โดยใช้เวลา 1ชั่วโมง จากนั้นทั้งตำรวจอังกฤษและตำรวจไทยไปประชุมร่วมกันที่เทศบาลตำบลเกาะเต่า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงได้เดินทางกลับทันที อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าหลังจากทีมตำรวจอังกฤษได้เข้าพบซักถามข้อสงสัยในคดีกับ พล.ต.อ.สมยศพุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทีมสืบสวบแล้ว รู้สึกพอใจในคดีและชื่นชมว่าทีมตำรวจไทยทำงานละเอียดรอบคอบ MThai News