ชายแก้ผ้า

ละครคุณนายสายลับ , เรื่องย่อคุณนายสายลับ
ละครคุณนายสายลับ /  เรื่องย่อ ละครคุณนายสายลับ / 

คุณนายสายลับ บทประพันธ์ : ชลาลัยบทโทรทัศน์ : สายลมเดียวดายผลิตโดย : บริษัท ปภัสรา โปรดักชั่น จำกัดออกอากาศ : ทุกวันวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทาช่อง 7 เรื่องย่อ ละคร คุณนายสายลับ ณ โรงแรมดังในลำพูน วิชัย เจ้าของโรงแรมกำลังต้อนรับคณะทัวร์กลุ่มใหญ่จากกรุงเทพฯ โดยมี ลิซ่า ภรรยาสาวแต่งหน้าจัดแต่งกายสีฉูดฉาดอยู่เคียงข้าง ทุกสายตาต่างจับจ้อง โดยเฉพาะ สินธพ รุจิกรณ์ (พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์) ทายาทเจ้าของรีสอร์ต ธุรกิจแปรรูปองุ่นและไร่องุ่น วรพงษ์ ที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกหลังจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจเขากับวินธัย ลูกชายวิชัยเป็นเพื่อนรักกัน สินธพจึงมาเที่ยวตามคำเชิญของเพื่อนและคิดจะทำงานที่นี่ เพราะอยากได้ประสบการณ์ก่อนกลับบ้าน ลิซ่าหาจังหวะแยกตัวไปที่ห้องทำงานวิชัย เพื่อเซฟข้อมูลลูกค้ายาเสพติดของเขาเป็นหลักฐาน สินธพซึ่งไม่เคยไว้ใจสาวสวยที่แต่งงานกับชายแก่คราวพ่ออยู่แล้วเลยตามมา และหาทางก่อกวน ลิซ่า หรือ ร้อยตำรวจโทหญิงเรขาคณิต รวิปรียา (รัญดาภา มันตะลัมพะ) จึงต้องถ่วงเวลาจนเซฟข้อมูลเสร็จ แต่ดูเหมือนสินธพจะไม่ยอมจบ ลิซ่าจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจาก สารวัตรเพิก (ธีรภัทร์ แย้มศรี) ที่ปะปนอยู่ในงาน เพิกจึงส่ง จ่าชู (ต๋อง ชวนชื่น) ลูกน้องคนสนิทไปช่วย แต่ก็เกือบเสียแผน เพราะความซุ่มซ่ามของจ่า ด้านเพิกเข้าจับกุมวิชัย จนเกิดการปะทะภายในงาน แต่ทั้งวินธัยและวิชัยก็ถูกจับ สินธพเป็นห่วงลิซ่าแต่ก็แปลกใจที่เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย ละครคุณนายสายลับ ที่กรุงเทพฯ เรขาคณิตกลับมาบ้านพร้อมเพิกซึ่งอยู่บ้านติดกัน อดีตรัฐมนตรีคำนวณ (วันชัย เผ่าวิบูล) กับ คุณหญิงรพีภัสร์ (ปภัสรา เตชะไพบูลย์) พ่อแม่ของเธอเริ่มจะชินกับการหายตัวไปนาน ๆ ของลูกสาวจึงไม่ซักถามเรื่องงานที่เรขาคณิตเป็นสายลับของหน่วยเฉพาะกิจแห่งกองปราบ จะมีก็แต่ ยายสม ญาติห่างๆ ของคุณหญิงรพีภัสร์ที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กคอยถามสารทุกข์สุขดิบ และแซวว่าเมื่อไหร่คุณหนูของตนจะแต่งงานกับเพิก เพราะหมั้นกันมาหลายปีแล้ว แต่เรขาคณิตไม่ตอบอะไร ส่วนเพิกก็เรียกเรขาคณิตไปคุยเรื่องงานที่เกือบมีปัญหาเพราะสินธพ เรขาคณิตขอให้ไม่พบเขาอีก เพิกถึงกับยิ้มแห้งและบอกว่า มีงานด่วนที่เกี่ยวข้องกับคนนามสกุล “รุจิกรณ์” เรขาคณิตถึงกับอึ้งไป หนึ่งเดือนต่อมา วรพงษ์โทรหาสินธพเพื่อให้มาแต่งงานกับหญิงที่ท่านหาให้ แต่สินธพปฏิเสธเพราะเกลียดการคลุมถุงชน วรพงษ์โกรธมากถึงกับจะตัดสินธพออกจากกองมรดก ดีที่ได้ มาติกา (พิมพาภรณ์ เสริมพาณิชยกิจ) หลานสาวบุญธรรมที่ท่านขอมาเลี้ยงช่วยพูด วรพงษ์จึงบอกว่า สะใภ้ของท่านจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ มิรันตี หรือ มีมี่ (แพร เอมเมอรี่) นางแบบสาวที่เขาควงอยู่ เพราะเธอคือลูกสาว เสี่ยมีโชค (ภูธฤทธ์ พรหมบันดาล) คู่แข่งซึ่งอยู่ไร่ติดกับ ไร่ของวรพงษ์นั่นเอง สินธพนั้นคิดกับมิรันตีแค่เพื่อน แต่พอได้ยินพ่อพูดอย่างนั้น จึงประชดว่าเขาจะแต่งงานกับมิรันตีทันทีที่กลับไป วรพงษ์โกรธจัดจน แม่ทิพย์ (นริสา พรหมสุภา) แม่บ้านต้องเอายาดมมาให้ วรพงษ์ตัดพ้อลูกชายกับแม่ทิพย์ และเลยไปถึง นพนารี (ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร) ลูกสาวที่เอาแต่หลง อเนก (พงษธัช รัตนเศรณี) คนรักจนไม่ยอมกลับมาช่วยงาน ก่อนจะประกาศว่า ในเมื่อลูกชายไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงดีๆ อย่างเรขา ท่านก็จะแต่งเองข่าวใหญ่ของวรพงษ์และสินธพถูกกระจายไปทั่วไร่ลามไปถึงไร่ข้างๆ ทำให้มิรันตีถึงกับเนื้อเต้นที่จะได้แต่งงาน ขณะที่ มาติกาเสียใจเพราะแอบรักสินธพอยู่ แต่เรื่องวรพงษ์จะแต่งงานดูเป็นเรื่องใหญ่กว่าเธอจึงรีบโทรบอกสินธพ สินธพตัดสินใจกลับไร่ทันที ความรีบร้อน ทำให้สินธพลืมเติมน้ำมันจนรถดับกลางทาง มิหนำซ้ำ ยังเจอพวกมิจฉาชีพกลุ่มใหญ่อีกด้วย แต่โชคก็ไม่ใจร้ายเกินไป เมื่อเรขาขับรถผ่านมาและโชว์ฝีมือจัดการคนร้ายจนหมด สินธพทั้งทึ่งในความสามารถ อึ้งในความสวย และแปลกใจที่เธอรู้จักเขาเป็นอย่างดี เรขาพาสินธพไปถึง รีสอร์ตโดยไม่แนะนำตัวเองและเดินจากไปทันที ทำให้สินธพคิดว่าเธอเป็นนักท่องเที่ยว ละคร คุณนายสายลับ สินธพมองรอบไร่ที่เปลี่ยนไป และต้องหงุดหงิด เมื่อเห็นป้ายไร่เปลี่ยนเป็น “ไร่เรขา” เขาจึงไปหาพ่อทันที แต่ก็ได้คำตอบที่ทำให้ตกใจกว่าว่าพ่อจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว เขาขอพบคุณเรขา แต่วรพงษ์ทำเฉย บอกเพียงเย็นพรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงภายใน สินธพจึงไปหามาติกา จนรู้ว่า เรขาเพิ่งมาสมัครเป็นเลขาของวรพงษ์เมื่อเดือนก่อน แล้วท่านก็รับทันทีโดยไม่ต้องฝึกงาน แถมยังให้เธอมาร่วมโต๊ะด้วยทุกวัน โดยห้ามใครเข้าไปกวน แต่แม่ทิพย์แอบมาเล่าว่า วรพงษ์หัวเราะอารมณ์ดี และสุขภาพดีขึ้นทุกวันตั้งแต่เรขามาอยู่ด้วย และเรขาเองก็เป็นคนอัธยาศัยดีไม่ถือเนื้อถือตัว สินธพไม่พอใจ เพราะคิดว่าที่พ่อทำเป็นจะบังคับให้เขาแต่งงานเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นเรื่องพ่อยังไม่ทันจะแก้ไข สินธพก็ได้รับโทรศัพท์จากนพนารีที่โทรมาร้องห่มร้องไห้บอกว่า ธุรกิจที่อเนกทำร่วมกับเพื่อนขาดทุนย่อยยับ สินธพเลยแนะนำให้นพนารีพาอเนกกลับมาทำงานที่ไร่ ตอนแรกนพนารีจะไม่ยอมจนเมื่อรู้เรื่องภรรยาใหม่ของพ่อ เธอก็ชวนอเนกกลับมาทันที อเนกนั้นอ้างตัวเป็นนักธุรกิจ และเป็นสุภาพบุรุษต่อหน้านพนารี ทำให้เธอหลงเขามากถึงขั้นจะแต่งงานกัน แต่วรพงษ์ก็ขวางไว้สุดตัว นพนารีไม่รู้ว่า อเนกเป็นนักพนันตัวยง และตนกำลังนำตัวอันตรายไปอยู่ที่บ้าน สินธพแอบคิดถึงผู้หญิงที่ช่วยเหลือเขา แต่ก็ไม่ได้พบอีก จนงานเลี้ยงที่พ่อจัดขึ้น เขาจึงได้รู้ว่า หญิงสาวที่ช่วยเขาไว้ก็คือ เรขา ภรรยาใหม่ของพ่อนั่นเอง นพนารีโวยวายไม่ยอมรับและบอกจะแต่งงานกับอเนกบ้าง ส่วนมิรันตี แขกไม่ได้รับเชิญก็เข้ามาในงานพร้อมเสี่ยมีโชค ผู้เป็นพ่อ เธอประกาศว่าพร้อมจะแต่งงานตามที่สินธพลั่นวาจาไว้ วรพงษ์โกรธจนความดันขึ้น แต่เขาแข็งใจประกาศว่า ถ้าทั้งสองแต่งงาน เขาจะยกทุกอย่างให้เรขา จากนั้น วรพงษ์ก็เรียกเรขากับมาติกาพยุงเขากลับห้อง งานเลี้ยงจบลงท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด สินธพสังเกตเห็นว่าเรขามองทุกคนอย่างสำรวจจึงสงสัย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เรขาผูกมิตรกับคนงานในไร่จนเป็นที่รักของทุกคน ทั้งแม่ทิพย์ ผอง (วรพรต ชะเอม) หัวหน้างาน และ น้อย (ณธษา เวชประสิทธ์) สาวใช้คนใหม่ แต่นั่นยิ่งขัดใจสินธพ วรพงษ์เรียกทุกคนมาประชุมแบ่งงาน โดยให้สินธพเป็นผู้จัดการใหญ่ดูแลในภาพรวม เรขาดูแลการเงินมีมาติกาคอยช่วย ส่วนอเนกกับนพนารีให้เริ่มต้นที่พนักงานต้อนรับ อเนกไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่นพนารีก็จำต้องยอม เพราะวรพงษ์ยึดบัตรเครดิตทั้งหมดไว้ ด้านมิรันตียังมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้สินธพ แต่เขาไม่สนใจเธอ เพราะมัวแต่จับผิดเรขา มีเพียงอเนกที่ส่งสายตาหวานไม่หยุด และมิรันตีก็เล่นด้วย ทั้งคู่จึงแอบนัดกันโดยไม่ให้นพนารีรู้สินธพแอบตามเรขาไปทุกที่แต่ก็ถูกจับได้ทุกครั้ง เรขาแกล้งพาเขาเดินทั่วไร่หวังให้เหนื่อยเล่นและให้เขาเรียนรู้งานไปในตัว สินธพแปลกใจที่เรขาทำได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่งานกรรมกร กลางคืนเมื่อมีเวลา เธอก็จะไปร้องรำทำเพลงกับพวกคนงาน โดยมีน้อยกับผองเป็นลูกคู่ หากเรขาเห็นสินธพก็จะแกล้งดึงเขาเข้าไปในวงจนคล้ายเป็นตัวตลกของคนงาน แต่สินธพกลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หรือหากวันไหน เรขาเข้าไปขี่ม้าและสินธพตามไป เธอก็จะทิ้งระยะห่างจนเขาตามไม่เคยทัน เขาสังเกตว่าเธอชอบแวะเวียนไปเขตไร่ของตนกับเสี่ยมีโชค จึงสงสัยว่าเธอเป็นใครกันแน่ ละคร คุณนายสายลับ วันหนึ่ง มีคนงานป่วยเพราะเพิ่งคลอดลูก เรขาก็ไปช่วยเหลือแถมยังมีความรู้ด้านแพทย์แผนไทย ทำให้สินธพเผลอมองเธออย่างชื่นชม แต่พอเธอจับได้ สินธพก็ทำเป็นโวยวาย ค่อนแคะดูถูกเรขาว่าเธอหวังสมบัติ เพราะหากไม่จริง เธอคงไม่แต่งงานกับคนแก่คราวพ่อเด็ดขาด ทั้งคู่เลยกลายเป็นคู่กัด และทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลา แต่ดูเหมือนสินธพจะพ่ายแพ้ทุกครั้ง มิรันตีก็แอบนินทาเรขากับมาติกาหวังหาพวก แต่พอเรขามาได้ยินและตอกกลับมิรันตีอย่างเจ็บแสบ เหมือนรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเธอดี มาติกาก็แอบเชียร์เพราะไม่อยากให้สินธพกับมิรันตีแต่งงานกัน เรขาเริ่มรู้จุดอ่อนของมาติกาเลตีสนิทด้วยการสนับสนุนให้เธอสมหวังในรักกับสินธพสินธพที่มักชวนเรขาทะเลาะ เริ่มรู้ตัวว่าแอบชอบแม่เลี้ยง เขาจึงต้องพยายามบังคับใจไม่ให้คิดเกินเลยกว่าฐานะลูกเลี้ยงที่เป็นอยู่ ด้านเรขาก็ชอบพูดจายั่วและชอบเรียกสินธพว่า “นายม้าพยศ” โดยไม่สนใจว่าสินธพจะโกรธมากแค่ไหน วันหนึ่ง มิรันตีมาตื๊อชวนสินธพไปขี่ม้า เขาปฏิเสธไม่ได้ แต่พอไปถึงคอกม้าจึงได้เห็นเรขากำลังขี่ม้าเล่นอยู่กับชายแปลกหน้า มิรันตีคิดแกล้งเรขาด้วยการทำให้ม้าในคอกตื่นและหลุดออกไป สินธพเป็นห่วงเรขามากแต่ก็พบว่าเธอควบคุมสถานการณ์ได้ดี เรขาแนะนำให้สินธพรู้จักเพิก เจ้าของร้านกาแฟที่อยู่เชิงดอยไม่ไกลจากไร่คนใหม่ สินธพแปลกใจเพราะจำได้ว่า เป็นร้านประจำของตน เรขาไม่ให้ความกระจ่างอะไร แถมยังคุยสนิทสนมกับเพิก จนสินธพหึงแทนพ่อและทำให้มิรันตีหงุดหงิดทุกวัน เรขาจะออกไปนั่งร้านกาแฟของเพิก แต่วรพงษ์ก็ไม่เคยว่า จนสินธพอดค่อนขอดไม่ได้ วรพงษ์รำคาญลูกชายจึงหนีไปยังบ้านพักที่สร้างไม่เสร็จท้ายรีสอร์ต สินธพยังคงหงุดหงิด แต่ไม่กล้าไปร้านกาแฟคนเดียว เลยชวนมาติกาไปเป็นเพื่อน มาติกาแอบดีใจคิดว่า สินธพอาจใจตรงกัน แต่เธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อเขาเอาแต่ตอแยเรขาหาว่ามีชู้ ปล่อยให้มาติกานั่งอยู่คนเดียว เพิกสงสารเลยมาชวนคุย แต่มาติกาไม่ไว้ใจเพิกเพราะดูท่าทางเจ้าชู้ ด้านอเนกขยันทำงานขึ้นจนแม้แต่นพนารีก็แปลกใจ แต่เขาก็เฉไฉบอกว่าจะเก็บเงินขอเธอแต่งงาน ทำให้นพนารียิ่งหลงอเนก ผองคอยรายงานวรพงษ์ทุกระยะเกี่ยวกับอเนก วรพงษ์ซึ่งชอบให้โอกาสคนจึงเลื่อนตำแหน่งอเนกให้มาดูแลงานด้านจัดซื้อโดยมีนพนารีเป็นผู้ช่วย ทำให้อเนกพอใจมาก และทุกครั้งที่มีโอกาส เขามักจะคอยแทะโลมมาติกาเสมอ จนเธอกลัว ดีที่ได้เรขาคอยเป็นก้างขวางคอ ยกเรื่องเงินเดือนมาอ้าง จนนพนารีทั้งหึงมาติกาและเกลียดเรขาเพิ่มมากขึ้นทุกคืน เรขาจะเข้าไปนวดหลังให้วรพงษ์จนท่านหลับ ก่อนที่จะหายตัวไป หรือบางครั้ง เธอก็ไปขลุกอยู่กับคนงานเพื่อหาข้อมูลในอดีตของวรพงษ์ โดยไม่ให้ผิดสังเกต ทุกคนจึงรักเธอมากกว่ามิรันตีที่มาทีไรก็เอาแต่วางอำนาจ ทุกคนเรียกเรขาว่าคุณนาย ทำให้สินธพหมั่นไส้ วรพงษ์เฝ้าดูเรขาอยู่ห่าง ๆ ทุกครั้งที่มองหน้าเธอ เขาก็คิดถึงอดีตคนรักที่หน้าตาเหมือนเรขาไม่ผิดเพี้ยนพอรู้ประวัติว่าเรขาเป็นกำพร้า แต่ขยันขันแข็ง และดูฉลาดเฉลียว เขาจึงอยากอุปการะเธอและชดเชยความรู้สึกผิดที่มีต่อคนรักเก่า ท่านคิดจะให้สินธพแต่งงานกับเรขา แต่สินธพกลับไม่สนใจแถมยังประชดจะไปคบกับมิรันตี ท่านจึงแต่งงานประชดลูกชายบ้าง ด้านมาติกาเห็นมิรันตีเกาะติดสินธพไม่ห่างก็ไประบายกับเรขา เรขาจึงยุให้เธอบอกรักสินธพ มาติกาตัดสินใจรวบรวมความกล้าเปิดเผยความในใจ แต่ได้รับการปฏิเสธ ทำให้มาติกาวิ่งหนีไปพร้อมน้ำตา เพิกที่บังเอิญแวะมาจึงตามไปปลอบโยน ทำให้ทั้งสองสนิทกันขึ้น ละคร คุณนายสายลับ เพิกได้รับข้อความจากหัวหน้าหน่วยให้สืบหาข้อมูลที่ไร่มิรันตี โดยเฉพาะในโรงเก็บไวน์ เพราะมีสิ่งไม่ชอบมาพากล เพิกรีบติดต่อเรขาและหาทางส่งจ่าชูเข้าไปเป็นคนงาน กลางดึกคืนนั้น เรขาลอบเข้าไปที่ไร่มิรันตี แต่เกือบถูก กำจร (สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) ผู้จัดการไร่จับได้ เพราะสินธพที่ตามมาข้างหลัง แต่ได้จ่าชูมาช่วย เธอรีบพาสินธพกลับทันที ส่วนกำจรรีบไปรายงานเสี่ยมีโชค เสี่ยมีโชคให้มิรันตีรีบเผด็จศึกสินธพ เพื่อเข้าเป็นใหญ่ในบ้านสินธพและหาคนที่เป็นสายตำรวจ กำจรเก็บความขมขื่นไว้ เพราะเขาแอบรักมิรันตีอยู่ ด้านสินธพไม่ยอมให้เรื่องจบตามคาดคั้นความจริงจากเรขา แต่เพราะเป็นกลางคืน ทำให้เขาเกือบถูกงูกัด ดีที่เรขาใช้ความชำนาญจัดการงูตัวนั้นซะก่อน จนสินธพอึ้งที่ต้องเป็นหนี้บุญคุณเธออีก เพิกมาหามาติกาบ่อยครั้ง แต่สินธพเข้าใจผิดว่าเขามาหาเรขาจึงหึงมาก แต่พยายามบอกตัวเองว่าไม่ใช่ สินธพเริ่มสงสัยพฤติกรรมเรขาว่าวางยาบิดาตัวเองเพื่อหวังอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถจับผิดเรขาได้ สินธพจึงขอยาสมุนไพรที่เรขาให้วรพงษ์กินไปตรวจแต่ก็พบว่าเป็นเพียงยาบำรุง เขารู้สึกผิดเลยหาโอกาสขอโทษเธอด้วยการทำอาหารให้ทาน จนเรขามีความสุข แต่ต้องบอกตัวเองว่าเธอมีงานต้องทำและเขาอาจรู้เห็นกับว่าที่พ่อตาอย่างเสี่ยมีโชคทำเรื่องผิดกฎหมาย เพิกไม่ให้เรขาอคติ และอย่าเพิ่งมองข้ามวรพงษ์ไปด้วยอดีตที่เขาเคยค้ายา เพิกพอมองออกว่าเรขาชอบสินธพจึงทั้งเตือนตัวเองและเรขาว่าพวกเขาเป็นคู่หมั้นกัน เรขานิ่งไปทันที ด้านนายวรพงษ์เห็นความสามารถของเรขาจึงมอบอำนาจให้เธอเรื่องการเงินมากขึ้น ไม่ว่าใครจะเบิกอะไร จะต้องผ่านการอนุมัติของเรขา โดยเฉพาะนพนารี แต่อเนกเห็นว่าไม่ใช่ปัญหา และเพราะงานใหญ่ที่กำลังจะถูกจัดขึ้น ทำให้เรขาต้องขลุกอยู่กับสินธพ จนมิรันตีหึงหวง เพิกเองก็กลัวงานจะเสีย เลยหาเรื่องเข้ามาที่ไร่ ทำให้ได้พบมาติกาเป็นประจำ เขาชอบในความเรียบร้อยขี้อายของเธอจึงมักจะแกล้งเย้าแหย่ จนมาติกาเริ่มเป็นกันเองมากขึ้นและเพราะต้องการตัดใจจากสินธพ เธอจึงขอไปทำงานที่ร้านกาแฟของเพิกด้วย เพิกตกลง ก่อนจะรีบไปบอกเจ้าของร้านตัวจริง ซึ่งเป็นเพื่อนของเขาเองให้รับมาติกาเข้าทำงาน จนโดนเพื่อนแซวว่าระวังจะลืมคู่หมั้น เพิกถึงกับอึ้งไปเพราะลืมไปจริงๆ เรขาเห็นเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปที่ไร่มิรันตี จึงแนะนำให้สินธพร่วมมือกับมิรันตีจัดงานเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปีให้ใหญ่ขึ้น สินธพสงสัย แต่เรขาก็หาข้ออ้างจนได้ ในที่สุด สองไร่จึงได้ร่วมมือกัน โดยมีเรขาเป็นคนกลาง เรขาคุยงานกับเสี่ยมีโชคโดยตรง แม้เขาจะดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี แต่เรขาก็ไม่ประมาท ขณะเดียวกัน เธอสังเกตเห็นวรพงษ์ไปที่บ้านพักท้ายรีสอร์ตบ่อยขึ้น จึงแอบตามไปและได้รู้ความจริงว่า วรพงษ์เป็นสายของตำรวจ เรขายังไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ ขณะที่ วรพงษ์ไว้ใจเรขาแล้ว จึงยอมเล่าความจริง ที่ตนเคยค้ายาเสพติด จนทำให้ต้องเลิกรากับคนรักไป ดีที่ทางการไม่มีหลักฐานเอาผิดเขาได้ แต่ความรู้สึกผิดในใจ ทำให้วรพงษ์ตัดสินใจช่วยงานราชการเพื่อลบล้างความรู้สึกนั้น เรขาจึงเข้าใจ วรพงษ์และนับถือเขามากขึ้น แต่เธอต้องตกใจ เมื่อวรพงษ์เอาภาพคนรักเก่ามาให้ดู เพราะนั่นคือภาพ แม่ของเรขานั่นเอง วรพงษ์ไม่รู้ว่าเรขาเกี่ยวข้องกับคนรักเก่าหรือไม่ แต่เขาก็อยากจะทำอะไรเพื่อชดเชยให้เธอ ทำให้เรขายิ่งซาบซึ้งแทนผู้เป็นแม่ ละคร คุณนายสายลับ แม้เรขาจะคิดถึงพ่อกับแม่ แต่เธอก็อยู่ช่วยงานเก็บเกี่ยวองุ่นจนเสร็จสิ้น งานถูกจัดขึ้นที่รอยต่อไร่ของวรพงษ์และเสี่ยมีโชค เพิกกับจ่าชูลอบเข้าไปในโรงเก็บไวน์เสี่ยมีโชค แต่ไม่พบอะไรผิดปกติ เพิกถึงกับงง ขณะที่ อเนกอาศัยจังหวะที่ทุกคนวุ่นวายสั่งเบิกจ่ายปุ๋ยปลอม และลอบเข้าไปที่โรงเก็บไวน์ของวรพงษ์บ่อยครั้ง โดยอ้างกับผองว่าเข้าไปเรียนรู้งาน ผองสงสัยแต่ยังไม่มีโอกาสบอกเจ้านายในงานเก็บเกี่ยวองุ่น มิรันตีพยายามทำตัวโดดเด่นและควงสินธพเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ เรขาแอบเขม่นเลยชวนมาติกาทำเรื่องสนุกระหว่างงาน เธอหาเรื่องแยกมิรันตีจากสินธพ และแกล้งให้มิรันตีขายหน้า แต่กำจรก็ช่วยกู้สถานการณ์ให้นายสาว เมื่อผ่านงานใหญ่ไป เรขาก็ขออนุญาตวรพงษ์เข้ากรุงเทพฯ อ้างว่านัดเพื่อนไว้ สินธพระแวงแทนพ่อแต่ก็ไม่กล้าแสดงออก เขาอยากตามเรขาไป แต่ผองมาบอกเรื่ององุ่นในไร่ไม่เติบโตเต็มที่ สินธพสงสัยเกี่ยวกับปุ๋ยล็อตใหม่ที่อเนกสั่งจึงให้ผองแยกแปลงองุ่นแปลงนี้ทดลองกับปุ๋ยใหม่ ส่วนแปลงอื่นใช้ปุ๋ยตัวเดิม ช่วงนี้ มิรันตีหายไป ทำให้สินธพโล่งอก โดยไม่รู้ว่าคนที่ร้อนใจกลายเป็นนพนารีแทน เพราะอเนกก็หายตัวไปบ่อย ๆ นพนารีหงุดหงิดถึงกับลงที่มาติกาบ่อยครั้ง จนเพิกต้องออกโรงปกป้อง ด้านเรขากลับถึงบ้านก็กอดแม่ไว้ด้วยความคิดถึง และเป็นครั้งแรกที่เธอยอมพูดเรื่องงานแล้วก็ต้องอึ้งที่แม่กับพ่อรู้การเคลื่อนไหวของเธอตลอด และอยากให้เธอเลิกอาชีพนี้ แต่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เรขาพูดถึงเรื่องคนรักเก่าของแม่ แม่ยอมรับว่าเคยมีคนรัก แต่ก็เป็นเพียงอดีต เพราะท่านกับคนรักเลือกทางเดินต่างกัน แล้วตอนนี้ แม่ก็รักพ่อของเรขามาก เรขาอบอุ่นใจและหวังว่าเธอจะได้เจอคนที่ใช่บ้าง แม่เลยงงว่าเรขามีคู่หมั้นแล้ว ทำไมถึงพูดแบบนี้ แต่เรขาไม่ตอบอะไร และในใจเธอก็นึกถึงเพียงสินธพเมื่อเรขากลับถึงไร่ เธอก็เริ่มตรวจสอบบัญชีอย่างจริงจัง เพื่อตอบแทนบุญคุณวรพงษ์ และพบว่าอเนกเบิกจ่ายเงินมากผิดปกติ ทำให้เธอมีปากเสียงกับอเนกบ่อยขึ้น ส่วนเพิกก็มาพบเรขาบ่อย เพราะหาของกลางที่ไร่เสี่ยมีโชคไม่พบ เรขาสงสัยว่าในไร่วรพงษ์มีบางอย่างผิดปกติ เธอจึงบอกเรื่องที่ วรพงษ์เป็นสายให้ตำรวจอาจจะมีข้อมูลบางอย่าง เพิกไปคุยกับวรพงษ์แบบจริงจัง ทำให้สินธพเข้าใจผิดว่าเพิกข่มขู่พ่อของเขาแล้วคิดจะไปเสวยสุขกับเรขา เขาจึงเข้ามาขัดจังหวะ เพิกเลยไม่ได้ข้อมูลอะไรนอกจากแนะนำตัวกันเฉย ๆ เรขากุมขมับกับความดื้อรั้นของสินธพ จึงต่อว่าเขาอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ทำให้สินธพน้อยใจขณะที่ ภายในไร่เริ่มมีเรื่องคนงานเล่นการพนันและติดยา สินธพที่ยังน้อยใจเลยหาว่าเป็นเพราะเรขา เรขาเลยเอาหลักฐานการซื้อปุ๋ยปลอม และภาพถ่ายที่อเนกเข้าบ่อนบ่อยครั้งมาให้สินธพ สินธพอึ้งไปที่เรขาก็มีข้อมูล ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบฟังอยู่ ละคร คุณนายสายลับ วันหนึ่ง เรขาว่ายน้ำเล่นที่สระในบ้านคลายเครียด และเพราะความประมาท ทำให้เธอโดนไฟช็อตจมน้ำ โชคดีที่สินธพผ่านมาและช่วยไว้ได้ทัน เพิกรู้เรื่องก็มาคุยกับเรขาให้ถอนตัว ด้วยเธอกำลังอ่อนแอเพราะความรัก แต่เรขาไม่ยอม เธอยืนยันที่จะทำงานต่อนพนารีทะเลาะกับเรขาบ่อยขึ้น เพราะถูกอเนกเป่าหู โดยเฉพาะเรื่องที่เรขาทำให้เธอกับเขาไม่ได้แต่งงานกัน ถึงขั้นนพนารีประกาศจะทำทุกทางเพื่อกำจัดเรขา ทำให้สินธพเป็นห่วงมาก ขณะเดียวกันก็ไม่ไว้ใจเพิก ที่ช่วงหลังชอบมาตีสนิทกับพ่อของเขาแบบแปลกๆ เขาจึงให้มาติกาช่วย จับตามอง โดยไม่รู้ว่าน้องสาวเริ่มมีใจให้เพิกแล้ว นพนารีหงุดหงิดทั้งเรื่องที่อเนกหายตัวไป เงินที่เธอควรจะเอาไปช้อปปิ้งก็ไม่มี เธอเลยเข้าไปขอเบิกเงินกับเรขา แต่เรขาปฏิเสธ ทำให้นพนารีโมโหถึงกับขว้างแฟ้มใส่เรขาที่ไม่ทันระวังตัว จนเรขาบาดเจ็บ สินธพรีบเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง จนเรขาหวั่นไหว แต่พอสินธพนึกได้ เขาก็ต่อว่าเธอที่ชอบหาเรื่องเจ็บตัว จนเรขาหมดอารมณ์ซึ้ง วรพงษ์เห็นสินธพกับเรขาสนิทกันก็พอใจ แต่บางครั้งก็อยากแกล้งลูกชาย เลยเรียกมาตักเตือนไม่ให้วุ่นวายกับเมียพ่อ สินธพจึงรู้สึกตัว ขณะที่เรขาได้ยินโดยบังเอิญว่าคนที่ทำไฟช้อตในสระน้ำคือ อเนก แต่เธอก็ไม่ได้บอกใครและจับตามองอเนกมากขึ้น สินธพรวบรวมหลักฐานเรื่องปุ๋ยปลอม แต่ยังไม่บอกวรพงษ์ เพราะเห็นแก่น้องสาว จึงไปคุยกับนพนารีและอเนก อเนกว่าถูกใส่ความ ผองได้ยินก็ทนไม่ไหว เลยไปบอกวรพงษ์ ทำให้วรพงษ์โกรธมาก เรียกลูกสาวและคนรักมาต่อว่า แต่นพนารียังเข้าข้างอเนก ถึงกับบอกจะพาอเนกหนี หากพ่อจับอเนกเข้าคุก วรพงษ์เครียดจัดจนเป็นลม เรขารีบพาท่านส่งโรงพยาบาลพร้อมสินธพ สินธพเศร้าใจคิดว่าเรขาคงรักพ่อเขามาก เมื่อวรพงษ์ฟื้นขึ้นก็สั่งยุติการสอบเรื่องปุ๋ยปลอม แต่เรียกใส่ปะปนไปกับไวน์จากไร่วรพงษ์ที่ติดคำว่า วีไอพี เพิกจึงเร่งให้เรขาหาข้อมูลและออกจากพื้นที่ทันทีเรขายังกังวลและเป็นห่วงวรพงษ์กับคนในไร่ แต่เพิกย้ำว่าหน้าที่ต้องมาก่อนเรื่องหัวใจ เรขาจึงรับคำ สินธพยังไม่วางมือเรื่องอเนก จึงสืบหาข้อมูลจากคนงาน แต่ก็เกิดเรื่องอีก เมื่อเรขาไปนั่งที่ร้านกาแฟของเพิก และถูกคนร้ายลอบยิง แต่สินธพที่ตามมาเอาตัวเข้าบังกระสุนจนได้รับบาดเจ็บ เรขาเป็นห่วงสินธพมากและเริ่มยอมรับใจตัวเองว่ารักเขา เพิกกลัวเรขาเป็นอันตรายถึงชีวิตจึงตัดสินใจแจ้งหน่วยงาน และนำคำสั่งที่ให้เรขาถอนตัวมาบอก แต่เรขาไม่ยอม เธอต้องการทำภารกิจให้เสร็จสิ้นเหมือนทุกครั้ง เรขาเข้าไปดูสินธพ เพราะเป็นห่วงเรื่องอาการบาดเจ็บ บรรยากาศที่เป็นใจ ทำให้ทั้งคู่เผลอจูบกัน อเนกผ่านมาเห็นเลยถ่ายภาพไว้แล้วนำไปขู่สินธพให้เลิกวุ่นวายกับเรื่องตน สินธพอึ้งไปเพราะกลัวพ่ออาการกำเริบอีก ด้านนพนารีรู้ว่าอเนกขู่สินธพก็ไม่สบายใจ เพราะถึงอย่างไรก็รักพี่ชาย วรพงษ์ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จึงไม่ได้ส่งข่าวให้ ผู้กำกับวัชระ ตำรวจในพื้นที่ ที่ตามคดีนี้อยู่ ผู้กำกับวัชระได้รับคำสั่งให้ประสานงานกับผู้การทรงยศ (เป็นหนึ่ง ไชยชิต) หัวหน้าของเรขาเข้าตรวจ โรงเก็บไวน์ของไร่วรพงษ์ แต่ก่อนจะเข้าตรวจ ก็เกิดเหตุไฟไหม้โรงเก็บไวน์ ขณะที่เรขาไม่อยู่ มิรันตีเป่าหูสินธพว่าเป็นฝีมือเรขา ทำให้สินธพเครียดมาก เขาไม่เชื่อมิรันตี แต่ก็ไม่มีหลักฐานไรยืนยันว่าเรขาไปไหน ยังไม่ทันที่สินธพจะแจ้งวรพงษ์ เรขาซึ่งลอบเข้าไปเก็บข้อมูลที่ไร่เสี่ยมีโชคอีกครั้ง และได้หลักฐานภาพถ่ายออกมา เธอก็ถูกไล่ล่าและถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส สินธพเครียดกว่าเดิมไม่กล้าบอกวรพงษ์ แต่อเนกก็คาบข่าวไปบอกพร้อมภาพที่สินธพจูบเรขา วรพงษ์ไม่ได้ตกใจเรื่องนี้ แต่ช็อกเรื่องไฟไหม้ และอาการเรขาที่เป็นตายเท่ากัน เหตุการณ์นี้ ทำให้อาการวรพงษ์ทรุดหนัก เขาเรียกสินธพเข้าไปคุยเป็นครั้งสุดท้ายและบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องเรขา พร้อมทั้งฝากให้สินธพดูแลเรขาตลอดไป วรพงษ์จากไปอย่างสงบ สินธพ นพนารีและมาติกาเสียใจมาก มีแต่อเนกที่ไปมีความสุขกับมิรันตี เพราะความจริง อเนกรับจ้างเสี่ยมีโชคเข้าตีสนิทกับนพนารีและสร้างสถานการณ์ทั้งหมด เพื่อทำให้รีสอร์ต วรพงษ์ต้องปิดตัวลง และตอนนี้เสี่ยมีโชคก็กำลังจะสมหวัง ละคร คุณนายสายลับ และแล้วเรขาก็ฟื้นขึ้นมาแต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้ นอกจากบอกว่า สินธพเป็นสามีเธอและเธอรักเขามาก ด้วยตอนที่เธอหลับอยู่ เธอฝันเห็นแต่หน้าเขา อาการของเรขาดีขึ้น จนออกจากโรงพยาบาลได้ สินธพสั่งไม่ให้ทุกคนพูดเรื่องวรพงษ์ แต่นพนารียังแค้นใจจึงเล่าทุกอย่างให้ฟัง และ เยาะเย้ยว่าเธอจะไม่มีที่สูบเงินแล้ว เรขาอึ้งไป และยิ่งสับสนหนักขึ้นกับคำบอกเล่าของเพิกที่ว่า เธอ คือ ร้อยตำรวจโทหญิงเรขาคณิต รวิปรียา สายลับแห่งหน่วยเฉพาะกิจ รหัสคือ คุณนายสายลับ 009 เรขาไม่เชื่อจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่มีคนร้ายมาประชิดตัวด้านหลัง เธอใช้ความสามารถด้านการต่อสู้อย่างคล่องแคล่ว เรขาสับสนมากจึงปบอกสินธพ สินธพไม่ต้องการเสียเธอไป จึงไปขอร้องเพิกไม่ให้พูดถึงอดีตอีก เพิกไม่พูดเรื่องเรขาแต่นำรูปถ่ายระหว่างอเนกกับมิรันตีมาให้สินธพ บังเอิญนพนารีมาเห็นเข้าอีกคน เลยตามไปหาความจริงกับอเนกที่ไร่มิรันตี อเนกไม่ยี่หระอะไร จนกระทั่ง เพิกกับตำรวจชุดหนึ่งมาที่บ้านเสี่ยมีโชคเพื่อจับเขาและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และมีเจตนาฆ่าเรขา อเนกแสดงความเห็นแก่ตัววิ่งหนีไป ขณะที่ กำจรปกป้องเสี่ยมีโชคกับมิรันตีจนตัวเองเจ็บหนัก เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมิรันตีกับเสี่ยมีโชคไปดำเนินคดี อเนกหนีไปเจอเรขาอยู่คนเดียวจึงจับเป็นตัวประกัน แต่ด้วยสัญชาตญาณ เธอจึงป้องกันตัวเองและจับอเนกไว้ได้ อเนกแค้นใจเลยควักมีดพกมาแทงเรขาจนล้มหัวกระแทกพื้น เพิกรีบเข้ามาจับอเนก ส่วนสินธพรีบพาเรขาส่งโรงพยาบาล ละคร เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างจบลง นพนารีเข้มแข็งขึ้นและช่วยงานสินธพอย่างเต็มที่ ด้าน เรขาฟื้นขึ้นมาก็จำทุกอย่างได้ และพ่อแม่ก็มารับตัวเธอกลับไป ส่วนมาติกาเสียใจมากที่รู้ว่าเพิกเป็นคู่หมั้นของเรขา เพิกกลับกรุงเทพฯ พร้อมยกเลิกการหมั้นกับเรขา ซึ่งเรขาก็เข้าใจดีและไม่ขัดขวาง เพิกจึงกลับไปสารภาพรักกับมาติกาและขอเธอแต่งงาน มาติกาเขินอายแต่ก็ตกลงโดยดี สินธพดีใจกับน้องสาว แต่เขาก็อยู่อย่างซังกะตาย เพราะไม่กล้าไปตามง้อเรขา จนวันหนึ่ง เพิกมาบอกสินธพให้ไปห้ามเรขาที่จะกลับไปทำงานสายลับ โดยคราวนี้ เรขาจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ นักค้ายารายใหญ่ สินธพอึ้งไป จนเพิกย้ำว่า เรขาก็รักสินธพมาก เธอไม่เคยมีความสุขเลยที่ต้องจากสินธพไป สินธพจึงตัดสินใจบุกไปชิงตัวเรขาที่งาน ก่อนจะพบว่าทุกอย่างเป็นแผนที่เรขาคิดขึ้นเพื่อพิสูจน์ใจเขา สินธพยืนยันว่ารักเรขามาก เขาขอเธอแต่งงานและขอให้เธออยู่เป็นคุณนายเรขาแห่งไร่เรขาตลอดไป หญิงสาวรับคำอย่างเต็มใจและยอมเลิกเป็นคุณนายสายลับตลอดกาล นักแสดง ละครคุณนายสายลับ รัญดาภา มันตะลัมพะ รับบท เรขาคณิต รวิปรียา (เรขา)พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท สินธพ รุจิกรณ์ธีรภัทร์ แย้มศรี รับบท สารวัตรเพิกพิมพาภรณ์ เสริมพาณิชยกิจ รับบท มาติกาแพร เอมเมอรี่ รับบท มิรันตี หรือ มีมี่ตฤณ เศรษฐโชค รับบทวรพงษ์ รุจิกรณ์ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร รับบท นพนารี รุจิกรณ์พงษธัช รัตนเศรณี รับบท อเนก ภูธฤทธ์ พรหมบันดาล รับบท เสี่ยมีโชค

อดีตดาราเด็ก จีโน่ ชูทส์ เล่าชีวิตที่เดินทางผิด ติดยา!! จนเกือบตาย
จีโน่ ชูทส์ /  จีโน่ ชูทส์ ติดยา

อึ้ง!! อดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ โพสต์เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อ Jino Schutz เล่าชิวีตตัวเองหลังหลงผิดไปใช้ยาเสพติดหลายชนิด!! จนเกือบจะทำให้หัวใจวายตายมาแล้ว โดยปัจจุบันหนุ่มจีโน่ วัย 25 ปี ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเจ้าตัวได้กลับใจแล้ว ขณะนี้กำลังเข้ารับการบำบัด และอยากจะให้เคสของตนเป็นอุทาหรณ์กับคนทั่วไปนั่นเอง "บางทีคนเรานะ เกิดมา มีร่างกายพร้อม แต่เลือกที่จะทำร้ายตัวเอง โดยการเล่นยา กินเหล้าจนไม่ได้สติ ผมเข้าใจว่าบางทีมันเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราเลือกเดินไปในทางที่ผิด อย่างตัวผม ผมโตมาตอนเด็กๆ โดยการเป็นดารา ผมไม่รู้จักคำว่าวัยเด็ก ผมไม่รู้จักคำว่าการอยู่ร่วมกับสังคมตอนเด็กๆ ผมไม่มีพ่ออยู่กับผม ผมเป็นเด็กอ้วนๆ ที่แสดงละคร ที่ถูกคนตราหน้าว่าแม่ตัวเองโดนฝรั่งทำท้องและทิ้งไป(ซึ่งแม่งไม่จริงเลย) ทุกๆ วันที่ผมเดินออกจากบ้าน ผมต้องถูกถามว่าพ่อไปไหน ทำไมถึงอ้วน เป็นดารานี่ดีเนอะ มีนู่นมีนี่(แม่งก็ไม่จริงอีก)" "พอผมเริ่มจะออกจากวงการ เพราะตอนที่ผม 14-15 เป็นช่วงเวลาที่หาบทยาก เพราะจะเด็กก็ไม่ใช่จะวัยรุ่นก็ไม่ใช่ ผมเริ่มดื่มกับเริ่มดูดกัญชา ตอนอายุสิบห้า ผมไม่รู้ว่าหลังจากการเป็นดาราผมควรเป็นอะไรผมควรเดินไปทางไหน" "พอผมอายุ 16-17 ผมมาอยู่สวิส ผมรู้สึกว่าผมอาจจะได้เริ่มชีวิตใหม่ ผมลดความอ้วน(ด้วยใจไม่พึ่งอะไร) ผมลดน้ำหนักไป 65 โล ผมคิดว่านี่แหละ คือชีวิตใหม่ผม พอผมเริ่มผอม แทนที่ผมจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมกับเดินไปในทางที่ผิด ผมเริ่มที่จะเที่ยว เริ่มที่จะติดผู้หญิง(เพราะผมอ้วนตอนเด็กไม่มีใครเอา) ผมเริ่มที่จะใช้ยา เช่นโคเคน และ แอมเฟสตามีน และดื่มหนักมาก" "มันเหมือนกับคนๆ นึงทวงหาความสุขที่ไม่เคยตอนเด็กๆ ในทางที่ผิด.. ผมเริ่มกลายเป็นคนโกหก กับแม่ตัวเองกับแฟนตัวเอง แต่ในความผิดพลาดของผมตอนนั้นผมยังสามารถพยุงตัวเองให้เรียนจบได้ ผมมีความโชคดีอย่างนึง คือผมมีเพื่อนดีๆ คนดีๆ รอบตัวมาทั้งชีวิต มีแค่คนไม่กี่คนที่ผมตราหน้าว่ามันแย่..." "ผมเริ่มติดหนักขึ้นมาเรื่อยๆ ผมรักผู้หญิงคนนึง ผมรักเค้ามาก ผมเคยขอเค้าแต่งงาน แต่ตัวผมตอนนั้นมันไม่ดีเลย ผมติดทั้งเหล้าติดทั้งยา มีผู้หญิงคนอื่น ทำเค้าเสียใจจนเราไม่สามารถแต่งงานกันได้แล้ว... พอเริ่มห่างกัน แทนที่ผมจะดีขึ้น ผมกับเสพหนักกว่าเดิม" "ทุกๆ วันที่ผมตื่นไปทำงานผมเริ่มดื่ม ระหว่างพักงานผมเสพเพื่อให้ตัวเองตื่น เลิกงานผมดื่มเพราะผมเครียด ดื่มจนไม่ได้สติ ทุกๆ วันจะเป็นวังเวียนแบบนี้..." "..แต่พอมาถึงวันนึงที่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มคิดลำบากแล้ว เพื่อนที่เคยให้ยาผมตลอด ก็เริ่มไม่ให้ผมแล้วเพราะพวกนี้มันก็รักผม และรู้ว่าผมไม่ไหวแล้ว... ผมมาถึงจุดที่ว่าคิดเริ่มลำบาก พูดไม่รู้เรื่อง อารมณ์รุนแรง.." "แม่เริ่มร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ" "สุดท้ายผมมานั่งคิดว่าผมโทษอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ผมกลับไปแก้ไม่ได้(วัยเด็กผม)" "ผมเริ่มคิดแล้วว่า อายุเราก็ 25 แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อนาคตผมไม่เป็นขอทานผมคงหัวใจวายตาย(ผมเคยหัวใจวายรอบนึงเพราะโคเคน) ผมรู้จักพี่ชายที่แสนดีคนนึง เพราะยาก็เป็นส่วนนึงทำให้เค้าต้องจบชีวิตลง ทิ้งลูกทิ้งครอบครัวไว้ ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น..." "ปัจจุบันนี้ผมเข้าสถานบำบัด ผ่านมาจะอาทิตย์นึงแล้ว ผมเหงื่อออก นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน แต่ผมเชื่อว่าผมจะผ่านมันไปได้..." "ที่ผมมาเขียนวันนี้เพราะผมอยากจะกลับมาอ่านในอีกสิบปีข้างหน้าว่าผมผ่านมันได้และถ้าผมมีลูก ผมอยากให้ลูกผมอ่าน ผมเป็นคนมีความฝัน ผมไม่อยากให้ความฝันผมมาหยุดอยู่แค่นี้..." "ผมอยากระบาย... ผมจะไม่กลับไปทำร้ายตัวเองอีก ผมเขียนมาขนาดนี้แล้ว ในเฟสผมมีทั้งครู ทั้งเพื่อนแม่ ทั้งญาติ ถ้าผมกลับมาทำผมก็หมาตัวนึง ตอนนี้ผมมีกำลังใจที่ดี จากครอบครัว จากแฟนคนปัจจุบัน จากเพื่อนๆ ผมไม่ได้สู้ตัวคนเดียว" "สิ่งที่อยากจะฝากบอกไว้คือ คนที่คุณเห็นทุกๆ วันว่าเค้าอาจจะดูไม่มีปัญหา หรือ เค้าอาจจะยิ้มกับคุณเสมอ แต่ข้างในเค้าอาจจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โดนรถชนหรือแขนขาขาด" "แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าตัวเค้าเองคิดไม่ได้ มันก็ไม่มีใครช่วยเค้าได้.. สมองน่ะถ้าถูกทำลายแล้ว เอากลับมาไม่ได้แล้วนะครับ ขอบคุณนะครับที่อ่าน อยากให้แชร์กันเยอะๆ เพื่อคนที่เป็นแบบผมจะได้อ่าน เราอย่าอายถ้าเรามีปัญหา อย่าดัดจริตว่าชีวิตดี" จีโน่ ชูทส์ #คนไม่ดีที่คิดได้ #เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Jino Schutz จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์

สาวๆ ห้ามพลาด! เคล็ดลับ เสริมความงาม ตามธาตุเกิด
ธาตุเกิด /  เคล็ดลับความงาม / 

ธาตุเกิดสามารถบอกนิสัยหรือบุคลิกของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้เราจะเน้นไปทาง เรื่องความสวยความงาม การแต่งกายให้เหมาะกับบุคลิกและตรงกับธาตุเกิดของตัวเอง หากสาวคนไหนที่อ่านเนื้อหานี้แล้วนำไปทำตาม รับรองว่าจะต้องเป็นสาวสวย สาวมั่นอย่างแน่นอนจ้า คนธาตุดิน (ราศีมังกร, ราศีพฤษภ และราศีกันย์) บุคลิกของคนธาตุดิน จะเป็นคนหนักแน่น แต่มีความนุ่มนวล แฝงด้วยความอบอุ่น และเอื้ออาทร คนธาตุดินจะเป็นคนที่มีอารมณ์มั่นคง ฉะนั้นสาวธาตุดินควร เสริมความงาม โดยแต่งกายด้วยสีโทนร้อนเช่น เฉดสีแดง ส้ม โอโรสสีเหลืองไพร เป็นต้น เป็นการเสริมให้ดินอุ่น มีพลัง และน่าเสน่หา ส่วนการแต่งหน้าให้เน้นโทนสีส้ม อมชมพู ดูอบอุ่น มีมนต์ขลัง ดวงตาควรเป็นสีสว่าง และริมฝีปากเป็นโทนสีอบอุ่น เพื่อเพิ่มพลังชีวิต คนธาตุน้ำ (ราศีมีน, ราศีกรกฎ, ราศีพิจิก) บุคลิกของคนธาตุน้ำ จะเป็นคนอ่อนหวาน ชวนฝัน มีจินตนาการมีความนุ่มละมุน ช่างคิด มีน้ำใจและเอื้ออารี และขี้สงสาร มักจะแสดงออกทางรอยยิ้ม สาวธาตุน้ำจึงควร เสริมความงาม โดยแต่งกายด้วยโทนสีของทองเป็นการเพิ่มความสง่างาม มีคุณค่าและสูงส่ง เพื่อเสริมบุคลิกให้งามสง่า และมีความมั่นใจ ได้ทั้งแนวสีเหลืองสว่าง สีฟ้าอ่อน เทา ตองอ่อน น้ำเงิน ประกายเหลืองมุกสีบรอนช์ตะกั่ว ส่วนการแต่งหน้าควรเน้นโทนสีสดใส ประกายทอง เช่น โทนสีฟ้าอม เขียว สีม่วง-คราม และน้ำเงิน เติมริมฝีปากและแก้มด้วยสีสดใส คนธาตุลม (ราศีกุมภ์, ราศีเมถุน, ราศีตุลย์) บุคลิกของคนธาตุตุลม จะเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนไหว บอบบาง อารมณ์ผันแปรได้โดยง่าย ดังนั้นสาวธาตุลมควร เสริมความงาม โดยแต่งกายด้วยโทนสีสว่าง ดูสดใสเป็นการแสดงให้เห็นความหนักแน่น ดูมั่นคง เช่น สีชมพู สีเขียวสดใส สีฟ้าน้ำทะเล และสีสันของธรรมชาติ ควรแต่งหน้าด้วยโทนสีสว่าง เช่น แดง ชมพู สีสันของธรรมชาติและดอกไม้ จะทำให้ดวงตาดูสดใสและคมเข้มเป็นพิเศษ ทั้งยังช่วยเสริมให้ดูเป็นคนหนักแน่นมั่นคง และควรแต่งริมฝีปากสีแดงสด สีรูธ และสีสดใส คนธาตุไฟ (ราศีเมษ, ราศีสิงห์, ราศีธนู) บุคลิกของคนธาตุไฟเป็นผู้ที่มีพลังในตัวตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง ชอบคิดค้น มีความมุ่งมั่นสูง มั่นใจในตัวเอง และ รสนิยมไม่เหมือนใคร จึงควร เสริมความงาม โดยแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีเขียวของพรรณไม้ เพื่อเสริมพลังในตัวให้มีเสน่ห์น่าค้นหา สีเอิร์ทโทน ช่วยจุดประกายแห่งความคิด อีกทั้งการแต่งหน้าที่จะเสริมพลังและเสน่ห์ควรใช้สีเอิร์ทโทน ริมฝีปากใช้สีน้ำตาลเข้ม สีน้ำตาล สีเบจ เพื่อให้ดูมีมนต์ขลัง ดวงตาเป็นประกายสีสว่างเป็นการเพิ่มไฟในตัว สรุปคือ ใช้เอิร์ทโทนเป็นหลักแล้วก็เสริมด้วยสีเข้มสดขอธาตุไฟก็จะดี   รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

เบนซ์ ปลื้มคลอด น้องปริม ขุ่นพ่อ มิค หวงลูกสาวหนักมว๊าก
เบนซ์ มิค /  น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ มิค / 

คุณแม่ป้ายแดง เบนซ์ พรชิตา ออกมาเปิดใจบอกปลื้มสุดๆ หลังคลอด น้องปริม ลูกสาวคนแรก สำหรับชื่อจริงยังไม่ได้ตั้ง เปรยเล็งมีคนที่ 2 อยากได้ลูกชาย ทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเห่อหลานมาก ส่วนพ่อมือใหม่ มิค บรมวุฒิ รับหวงลูกสาวหนักมว๊าก บอกจากนี้ต้องทำงานมากขึ้น ส่วนสาวเบนซ์ขอพักงานไปก่อน เพราะอยากเลี้ยงลูกเอง จุดนี้ยังไม่คิดให้ลูกสาวเข้าวงการบันเทิง แต่โตมาถ้าลูกชอบก็ค่อยว่ากันอีกที งานนี้ขุ่นพ่อมิคยิ้มหน้าบานฟุ้งลูกสาวเหมือนไปทางตนมากกว่า โดยทั้งคู่ได้เปิดใจมาดังนี้ มิค “ดีใจครับ ตื่นเต้นตลอดเลยเนอะ มิคอ่ะจะเป็นเวอร์ชั่นตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่เบนซ์เค้าจะกังวลกลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวจะเลี้ยงดีมั้ย กลัวจะมีน้ำนมมั้ย” เบนซ์ “คนละอารมณ์เนอะ ผู้ชายเค้าอาจจะไม่ได้อยู่กับลูก ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในท้อง ก็อยากจะเห็นหน้าว่าออกมาแล้วจะเป็นยังไง แต่ว่าเราจะอีกอารมณ์นึง กังวลว่าออกมาแล้วจะครบมั้ย หายใจได้มั้ย เป็นอะไรรึเปล่า แล้วตอนที่ใกล้จะคลอดก็นอยด์จัด ส่วนมิคเค้าจะตื่นเต้น แต่เราจะกังวลมากกว่า” มิค “วินาทีแรก มันบอกไม่ถูกจริงๆ ครับ พอเข้าห้องคลอดเสร็จ คุณหมอผู้หญิงที่อยู่หน้าห้องเค้าก็บอกให้เรานั่งนิ่งๆ เค้ากลัวเราเป็นลม พอถึงเวลาคีบออกมาแค่หัว ก็ร้องลั่นห้องเลย แต่ตัวยังอยู่ในตัว สิ่งแรกคือน้ำตาคลอกันอยู่สองคน ก็รีบหันไปดูว่าครบมั้ย พอครบทุกอย่างก็ดีใจ” เบนซ์ “กังวลแค่ว่าเค้าจะร้องมั้ย พอออกมาร้องเสียงดัง ก็โอเคแล้ว” มิค “เติมเต็มครอบครัว แน่นอนเนอะ ลูกมาอีกคนยังไงก็ต้องเติมเต็ม แต่ว่ามันก็เร็วเกินไปที่เราจะบอกว่าเราเป็นพ่อแม่ที่ดีมั้ย แต่เราก็พยายามจะเป็นที่ดีที่สุดในรูปแบบของเรา เพราะเราก็ไม่อยากให้ใครมาด่าลูกเราในอนาคตได้ เราจะพยายามเลี้ยงเค้าให้ได้ดีที่สุด โดยไม่อยากจะสปอย” เบนซ์ “มันก็เหมือนกับว่า ท้องมา 9 เดือน ความผูกพันมันก็ยิ่งจะเพิ่มไป พอได้เลี้ยงเค้าก็จะมีความเหนื่อยของแม่ของพ่อ เบนซ์ว่าความผูกพันมันทำให้เรายิ่งรักครอบครัวมากขึ้น” มิค “ใช่ เดี๋ยวมันจะต้องเหนื่อยด้วยกัน สุขไปด้วยกันอีกเยอะ” เบนซ์ “หน้าเหมือนใครไม่รู้ แต่ไม่เหมือนเบนซ์เลยอ่ะ(หัวเราะ) เหมือนพี่มิค แล้วบางคนบอกว่าเหมือนพ่อเบนซ์ แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าหน้าเหมือนบ้านพี่มิค” มิค “ใช่ ลูกสาวหน้าเหมือนพ่อล่ะดีแล้ว” มิค “เตรียมไว้หนวด ไว้ครับ ตอนแรกเตรียมไว้รอแล้ว กะจะถือปืนฉีดน้ำรอเลย แต่สุดท้ายก็ต้องโกน เพิ่งโกนก่อนคลอด เพราะกลัวว่าถ้าหอมแล้วลูกจะไม่จั๊กจี๋เหรอ งั้นโกนก่อน ไว้โตแล้วค่อยไว้หนวดใหม่ หวงตั้งแต่อยู่ในท้องเลย” เบนซ์ “ชื่อ ปริม เพราะว่าเบนซ์ชอบชื่อนี้ สมัยนางแบบจะมีพี่นางแบบชื่อพี่ปริมค่ะ เบนซ์ชอบชื่อเค้า และก็อยู่ในใจตลอด ถ้ามีลูกอยากตั้งชื่อนี้ อันนี้ยังเป็นชื่อเล่นอยู่นะคะ ส่วนชื่อจริงต้องรอพี่มิคกับที่บ้านเค้าไปดูก่อนนะคะ” มิค “ก็ไม่แน่นะครับ เดี๋ยวอาจจะต้องตกลงกันอีกทีนึง เพราะว่าจริงๆ แล้ว ปริม มาจาก ไพรมารี่ ก็คือที่หนึ่งไง ไพรม์ แปลว่า อันดับหนึ่ง ไม่แน่อาจจะชื่อจริงไปเลย ถ้าที่บ้านไปหาพระแล้วชื่อล้าสมัย ก็อาจจะใช้ชื่อนี้ เพราะไม่อยากให้ลูกโดนล้อ” เบนซ์ “และไม่อยากให้เขียนยากด้วย ไม่อยากให้เห็นแล้วต้องถามว่าอ่านว่าอะไร ให้เห็นละอ่านได้เลย” มิค “เพราะมิคโดนมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าชื่อจริงและนามสกุลยังอ่านผิดอยู่เลย” เบนซ์ “มิคช่วยเลี้ยงลูก ให้เค้าเรียนใช้มั้ย แล้วก็ให้เค้าอาบเอง พี่พยาบาลชมว่าคุณพ่อเก่งมาก เบนซ์ยังไม่ได้จับลูกเลยนะ ไม่ได้จับลูกอาบน้ำเลยนะ พี่มิคจับอาบก่อน” มิค “ตอนแรกกลัวครับ แล้วแม่มิคโทรมาเมื่อคืน บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้อาบเองใช่มั้ยลูก จับให้แน่น มั่นใจ อย่าไปกลัว เราก็เลยจับให้แน่น ก็ไม่รู้ว่าร้องเพราะอะไร เค้าร้องอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าร้องเพราะเราจับแน่น หรือร้องเพราะแก้ผ้า แต่ก็เอาแน่นๆ ไว้ก่อน” มิค “คุณปู่คุณย่าเห่อหลาน โห ทุกคนเลย แย่งกันเลยดีกว่า ศึกชิงหลานระหว่างสองบ้าน” เบนซ์ “ตอนนี้ก็จะเป็นแบบเดี๋ยวใครจะมา ใครจะมาช่วยเลี้ยง แม่ๆ ก็สลับวันกัน เริ่มจะมีศึกแย่งกัน แต่น่าจะโอเค เพราะอย่างน้อยทุกคนรัก เราก็แฮปปี้เนอะ จะได้ไม่เหนื่อยมาก” มิค “เพราะเราไม่มีพี่เลี้ยง เราจะเลี้ยงกันเองครับ” มิค “พี่ชายมาทุกวัน อย่างเมื่อคืนถ่ายละครเสร็จสามทุ่มก็มานั่งเฝ้ารอว่าเบบี๋มารึยัง เค้าก็รออุ้ม เราก็ให้อุ้ม จะได้มีลูกอิจฉาตามมาเร็วๆ น้องปริมจะได้มีเพื่อน” มิค “เค้ากำลังพยายามกันอยู่ตอนนี้ ก็หวังว่าจะติด” เบนซ์ “แพลนจากนี้ อยู่เลี้ยงน้องก่อน งานพิธีกรถ้าสามารถกลับไปเร็วได้ก็จะกลับไปเนอะ แต่ละครอาจจะหยุดพักยาวเลย รอให้มีอีกคนนึงก่อนทีเดียวเลย อาจจะพัก 3-4 ปี เดี๋ยวรอดูอีกที แต่พิธีกรยังอยากทำอยู่ ถ้าใช้เวลาเดือนนึงสองวัน เราก็โอเค รอดูว่าจะผอมตอนไหน” มิค “ส่วนมิคทำงานทุกวันเลย ต้องทำเพิ่ม ไม่ได้พัก” เบนซ์ “มีอีกคน ใช่ค่ะ” มิค “อยากมีต่อเลย แต่อาจจะต้องรออีกเกือบปี รอให้แผลหายก่อน คราวนี้อยากได้ผู้ชาย อยากมีอย่างละหนึ่งคน แต่อยากมีหลายคน เพราะบ้านเบนซ์พี่น้อง 4 คน และบ้านมิคพี่น้อง 4 คน ไม่เคยเหงาไง” เบนซ์ “โชคดีที่ตอนท้องเบนซ์ไม่แพ้ ความกลัวตรงการท้องมันหายไปแล้ว แต่มาอึดอัดตอนคลอดเฉยๆ เลยไม่ได้กลัวการท้อง แต่ตอนนี้จะเป็นแนวกังวลเรื่องให้นม พอให้นมละเจ็บ เบนซ์โชคดีที่สามารถให้น้ำนมได้เลย แต่ว่าก็ยังเจ็บนะ” เบนซ์ “เพื่อนจะแนะนำเยอะค่ะ” มิค “ผ่าคลอดตามฤกษ์ ใช่ครับ ช่วง 06.00 น. - 06.29 น. ครับ” เบนซ์ “หนัก 3,314 ค่ะ ผิวดีค่ะ แฮปปี้ ผมเยอะมาก" มิค “เข้าวงการ ก็ได้ ถ้าเบบี๋อย่างนี้ได้ แต่ตอนที่เค้าจะต้องเรียนคือเรียนก่อน แต่ถ้าโตไปแล้วเลยอยากเข้าก็โอเค แต่ถ้าตอนเด็กมีโฆษณาก็น่าจะโอเค” มิค “เรื่องโรงเรียน คุยกันก่อนแล้ว เพราะบางโรงเรียนต้องหาไว้ตั้งแต่เกิด บางทีสามปีกว่าจะคุยรู้เรื่อง ยังคิดอยู่ว่าจะไปเรียนไหน เดี๋ยวขอดูสภาพเงินในกระเป๋าก่อนนะคะ เพราะครอบครัวเราจะเป็นตัวเอง ไม่วิ่งตามกระแส” เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - น้องปริม มิค - น้องปริม

วิธีไล่แมลงวัน แบบง่ายๆ  ไม่ให้มากวนใจเรา
วิธีไล่แมลง /  วิธีไล่แมลงวัน

ถ้าบ้านเพื่อนๆ กำลังประสบปัญหาแมลงวันบินไปบินมา บินตรอมอาหารอยู่ล่ะก็… วันนี้ Decor.Mthai มี วิธีไล่แมลงวัน แบบง่ายๆ ไม่ให้มากวนใจเรามาเสนอเพื่อนๆ ถ้าอยากรู้แล้วว่าทำยังไงก็ตามมาดูวิธีกันเลยดีกว่าค่ะ แมลงวันถือเป็นสัตว์มีปีกตัวเล็กๆ แต่เป็นสัตว์มีปีกที่มีความน่ารำคาญไม่น้อยเลยนะคะ และยังเป็นตัวแพร่เชื่อโรคให้กับเราอีกด้วยค่ะ วิธีไล่แมลงวันด้วยสารเคมี น้ำยาล้างจานกันน้ำเปล่า : นำน้ำยาล้างจานมาผสมกับน้ำเปล่าลงในขวดสเปรย์ ในปริมาณเท่าๆ กัน เขย่าให้เข้ากัน แล้วฉีดไปที่แมลงวัน ละอองสเปรย์จะทำให้แมลงวันหายใจไม่ออกตายไปในที่สุดค่ะ น้ำส้มสายชู : นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับน้ำ ให้ปริมาณน้ำส้มสายชูเยอะกว่าน้ำนิดนึงนะคะ แล้วเอาไปฉีดตามบริเวณ ที่มีแมลงวันมาคอยกวนใจเรา แค่นี้ก็จะไม่มีเจ้าตัวป่วนมาป่วนเราได้อีกค่ะ วิธีไล่แมลงวันแบบธรรมชาติ เปลือกมะนาว และส้ม : ส้มและมะนาวเป็นผลไม้ที่ป้องกันแมลงต่างได้อยู่แล้วค่ะ นำเปลือกของผลไม้เหล่านี้ไปใส่ในผ้าขาวบางแล้วนำไปเช็ดที่ต่างๆ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ไล่แมลงวันได้ดี แบบไม่ต้องเสียเงินเยอะอีกหนึ่งวิธี ใบชา : นำใบชามาตากให้แห้ง และนำใบชามาเผาไฟตรงบริเวณที่มีแมลงวัน แมลงวันก็จะหนีหายออกจากบ้านเพื่อนๆ ไปเองค่ะ ใบกะเพรา : แมลงวันไม่ชอบกลิ่นของกะเพรา นำกะเพราไปตั้งไว้ที่ต่างๆ ในบ้าน จะช่วยป้องกันแมลงวันได้ ใบสะระแหน่ : มิ้นท์หรือสะระแหน่ช่วยขจัดสัตว์ที่ค่อยกวนใจเราได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น หมัด ไร มด แมลงวัน หรือยุง เพียงแค่นำใบสะระแหน่แห้งใส่ลงในถ้วย และนำไปวางบริเวณที่มีปัญหาแค่นี้ก็จะไม่มีแมลงวันมากวนใจแล้วค่ะ เป็นไงคะวิธีการแมลงวันไม่ให้มากวนใจเรา มีหลากหลายวิธีด้วยกัน แต่ละวิธีก็ง่ายมากเลยใช่ไหมคะ ถ้าบ้านเพื่อนๆ มีปัญหาเกี่ยวกับแมลงวันอยู่ล่ะก็ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กับบ้านเพื่อนๆ ดูนะคะ

พาไปฟิน! ริมทะเลจันทบุรีที่ Sand Dunes Chaolao Beach
Sand Dunes Chaolao BeachSand Dunes Chaolao Beach /  ที่พักจันทบุรี / 

ชื่อเลยว่าเมื่อไหร่ที่เอ่ยถึงทะเลทุกคนต้องนึกภาพของหัวหิน พัทยามาก่อนเพื่อน เพราะว่านอกจากไปกลับสะดวกแล้วยังติดกับกรุงเทพอีกด้วย แต่วันนี้แพร ขอขับรถเลยพัทยาเลยระยองไปอีกนิดมุ่งสู่จุดหมายของเรานั่นก็คือ จันทบุรีนั่งเอง เป็นการมาเที่ยวพักผ่อนที่จันทบุรีเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ เราจะไปพักผ่อนที่ Sand Dunes Chaolao Beach Resort ถ้าพร้อมแล้วไปเที่ยวกันเลย พาไปฟิน! ริมทะเลจันทบุรีที่ Sand Dunes Chaolao Beach Sand Dunes Chaolao Beach Resort เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมหาดจ้าวหลาว จังหวัดจันทบุรี เพิ่งเปิดได้ไม่นาน มีห้องพักหลาย Type มากเพียงพอบริเวณภายในกว้างมากๆและเหมาะไม่ว่าจะมาเป็นคู่รักหรือครอบครัว ใหญ่ๆ โปรแกรมของเราก็ไม่มีอะไรมากเลยนอกจากไปกินและพักผ่อนกันที่นี่ให้ชุ่มฉ่ำสบายใจกันในวันหยุด การเดินทางแพรเดินทางจากบางนา-ตราด ขับตรงตามที่เส้นสุขุมวิทมาเรื่อยๆจนเข้าเขตจัทบุรี เลี้ยวขวาเข้าแยกหนองสีงา และเลี้ยวซ้ายอีกสองวงเวียนไปตามเส้นถนนเฉลิมบูรพาชลทิต แลวก็จะเจอ Sand Dunes Chaolao Beach Resort อยู่ขวามือเลี้ยวเข้าไปเลย มาถึงแล้วขนกระเป๋าลงแล้วไปเช็คอินกันเลย รูปหน้ารีสอร์ท ล๊อบบี้ที่นี่ใหญ่โตอลังการมากค่ะตกแต่งด้วยกระจกรอบด้าน โล่งโปร่งกว้างมากมาย แต่อาจจะมีร่องรอยฝุ่นบ้างเล็กน้อยในส่วนของตึกนี้เพราะช่วงที่แพรไปยังไม่เปิดให้บริการเข้าพักที่ตึกนี้เลยจ้า เมื่อเช็คอินแล้ว เราไปสำรวจแต่ละตึกแต่ละห้องที่ Sand Dunes กันกันเลยว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เริ่มจากตึกแรก นั่นคือตึก A หรือตึกที่เราเช็คอินกันนั่นเอง ซึ่งตึกนี้นอกจากจะเป็นล็อบบี้แล้วก็ยังมีห้องพักบนนี้ด้วยนะ แต่อย่างที่แพรบอกคือ ตอนแพรไปตึกนี้ยังไม่เปิดให้เข้าพักเลยเนื่องจากการต่อเติมหรือทำความสะอาดยังไม่พร้อม ^^ ส่วนตึกถัดมาจะเป็นส่วนของห้องประชุมต่างๆ ที่นี่สามารถรองรับการประชุมสัมนาที่มาเป็นหมู่คณะ ย้ายเข้ามาในส่วนของห้องนอนกันดีกว่า ห้องพักของที่นี่มีด้วยกันถึง 6 type คือ Superior, Superior Corner, Deluxe, Deluxe Corner, Pool Access และ Premier Pool Access คือดีอะมีให้เลือกเยอะตามความชอบของผู้เข้าพัก เลือกได้ตามแบบที่เราชอบเลยเหมาะแก่การมาเป็นครอบครัวมากๆ โดย ห้องแบบ Superior และ Superior Corner จะอยู่ที่ตึก A นั่นก็คือตึกล็อบบี้ที่เราช็คอินกันนั่นแหละ ไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละรูปแบบห้องหน้าตาเป็นยังไงกัน ห้องแรก Superior Room ภายในห้องของที่นี่จะใช้สีที่ดูเบาสบายตารู้สึกโล่ง มีขนาดไม่กว้างมากกะทัดรัดแต่ไม่อึดอัดเลยค่ะ ภายในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบมากๆ  วิวที่ด้านนอกของห้อง Superior จะมีทั้งวิวตึกและวิวการ์เด้นมองออกไปเป็นสีเขียวและไกลๆจะเห็นทะเลด้วยนะ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 2,100 - 2,400 บาท ห้องแบบต่อมาเราก็ยังคงอยู่กันที่ตึก A เหมือนเดิม เพียงแต่เขยิบห้องพักไปทางด้านหน้าของตึกหันออกหาวิวทะเล ห้องนี้มีชื่อว่า Superior Corner ความพิเศษของห้องนี้ก็คือขนาดของเตียงและห้องก็จะใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึงและมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น และอย่างที่บอกไปคือระเบียงห้องก็จะหันหน้าออกไปที่ทะเล แต่อาจจะไกลนิดหน่อยแต่ก็ยังเจ๋งอยู่น๊า ราคาของห้อง Superior Cornerราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 4,200 -4,500 บาท หรือแล้วแต่ช่วงและโปรโมชั่นจ้า ห้องแบบต่อมาจะอยู่ที่ ตึก B และ C ซึ่งทั้งสองตึกนี้จะอยู่ในโซนที่จะเดินไปยังริมทะเล รูปแบบห้องจะเหมือนกันแต่แตกต่างกันที่อยู่คนละตึกเท่านั้นเอง Deluxe ห้องนี้เป็นห้องของแพรเอง วันนี้เราจะนอนกันที่ห้องนี้ ใน Type นี้มีทีวีให้ดูขณะอยู่ในห้องน้ำอีกด้วย สบายสุดๆไม่ต้องแย่งกับคนที่ไปด้วย อิอิ นอกระเบียงของห้องDeluxeจะเป็นวิวสระว่ายน้ำของ Pool access ที่ด้านล่าง หันข้างๆให้ทะเลแต่ชิวมากๆ รูประเบียง ตึก B รูประเบียง ตึก C  ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 2,700 - 3,000 บาท Deluxe Corner ส่วนตัวแล้วแพรชอบห้องนี้ที่สุดเลย รูปแบบห้องจะคล้ายๆกับห้องแบบอื่นๆแตกต่างกันที่ความกว้าง และรูปวาดทางด้านหัวเตียง และที่สำคัญห้องนี้จะเป็นห้องที่ริมระเบียงที่หันหน้าออกวิวาระว่ายน้ำรวม และวิวทะเลอีกด้วย ไม่มีอะไรมาบังเลย ภาย ในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ ในส่วนของห้องน้ำของห้องนี้มีอ่างอาบน้ำอีกด้วย แช่น้ำไปดูวิว หรือว่าจะดูทีวีในห้องน้ำก็ได้นะ สบายมากๆ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 4,800 –5,100 บาท Pool Access ใน Type นี้เราจะลงมาที่ชั้นล่างของตึก B และ C อย่างที่บอกไปแล้วจะเหมือนกันทั้งสองตึก ส่วนของระเบียงห้อง ชื่อก็บอกแล้วว่า Pool Access เราเดินลงน้ำได้เลยที่ระเบียงห้อง เล่นตอนไหนก็ได้สระเป็นของเรา อิอิ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekend ประมาณ 4,200 – 4,500บาท มาที่ห้องแบบสุดท้าย คือ Premier Pool Access ห้อง Premier Pool Access นี้ มีแค่สองห้องเท่านั้นนั้นคือด้านล่างและเป็นห้องมุมของตึก B และ C ซึ่งห้องจะมีขนาดใหญ่กว่า Pool Access ห้องนี้สามารถนอนใกล้ชิดได้ถึงสองวิวเลยนั่นคือวิวสระริมระเบียงและวิวทะเลด้านหน้าของห้องนอน สารมารถเดินลงสะว่ายน้ำจากห้องของเราได้เลย ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 6,000-6,300บาท นอกจากห้องพักที่มีให้เลือกเยอะมากๆ ที่ Sand Dunes ยังมีบริการห้องประชุมอีกด้วย จะมาสัมนาเป็นหมู่คณะ หรือจัดงานต่างๆจะไซต์เล็กไซต์ใหญ่รับได้หมดจ้า ในส่วนของราคาต้องลองสอบถามกับที่รีสอร์ทโดยตรงโดยบอกรายละเอียดการเข้าประชุมจะได้ราคาที่แน่นอนชัวร์ค่ะ มาถึงอาหารเช้ากันบ้าง ว่าทานที่ตรงไหนอะไรยังไง อาหารเช้าเราสามารถมาทานได้ที่นี่เลย ห้องอาหาร Rice Berry จะตั้งอยู่ที่ตึกระหว่าง wink B และ C ค่ะ อาหารเช้าที่นี่จะเริ่มที่เวลา 06.00 - 10.00 น.  แพรชอบมาเช้าๆค่ะเพราะไม่ค่อยมีคนแถมบรรยากาศตอนเช้ายังดีมากๆอีกด้วยนะ ส่วนต่อมาถือได้ว่าเป็นโซนที่แพรชอบที่สุดเลยของ Sand Dunes นั่นก็คือส่วนนี้เลยจ้า สระว่ายน้ำนั่นเอง ทางเดินไปสระว่ายน้ำจะอยู่ระหว่าง Wink B และ C ซึ่งจะมีสะพานเล็กๆน่ารักข้ามผ่านสระว่ายน้ำของห้อง Pool Access ไปที่สระว่ายน้ำติดกับหน้าหาดเลย  เกาะขอบสระไปดูทะเลไปมันดีอะ อิอิ และนอกจากสระว่ายน้ำติดทะเลแล้ว ริมสระว่ายน้ำก็ยังมีห้องอาหารบรยากาศดีๆอีก 1 ห้องมีชื่อว่าห้องอาหารThe Shore เป็นห้องอาหารที่ชิวมากๆเพราะอยู่ริมสระว่ายน้ำและติดทะเล มีทั้งส่วนด้านในแอร์และด้านนอก ไม่ว่าจะมาทานอาหารเย็นริมทะเล หรือมานั่งจิบ Cocktail ชิลๆริมสระก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ หลังจากที่แพรได้ไปพักผ่อนที่ Sand Dunes Chaolao Beach Resort ก็ประทับใจหลายอย่างมากๆ เพราะถือว่าครั้งแรกของแพร กับการได้มาพักผ่อนที่รีสอร์ทริมทะเลจันทบุรี ไม่วุ่ยวายเหมือนในเมืองอื่นๆ สถานที่กว้างขวาง บรรยากาศดี ห้องนอนน่ารัก เตียงนุ่มมากมายอันนี้ชอบสุดๆ สระว่ายน้ำกว้างมากๆอันนี้ถ่ายรูปสวยแพรคอนเฟิร์ม ^^ สุดท้ายแล้วจริงๆกับใครที่ต้องการหาที่พักเปิดใหม่ใกล้กรุงเทพ Sand Dunes Chaolao Beach Resort เป็นหนึ่งทางเลือกที่แจ่มอีกที่นึงเลย เพราะนอกจากจะไม่ไกลแล้ว ที่พักยังติดกับทะเลให้เราเลือกที่จะเล่นน้ำสระว่ายน้ำชิลๆหรือจะไปวิ่งเล่นกันที่ชายหาดก็มันส์ได้ไม่แพ้กัน หากใครสนใจของเข้าไปสอบถามข้อมูลและโปรโมชั่นได้ที่ เว็บไซต์ http://sandduneschaolao.com/ หรือสอบถามข้อมูลที่ Fanpage https://www.facebook.com/sandduneschaolaobeach กันได้เลยจ้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ https://www.facebook.com/whereistrip

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

หนังโลกที่เราอยากดู : A Hologram for the King (2016)
A Hologram for the King

ตามความฝันแบบอเมริกันชน...ในทะเลทราย เรียบเรียงจาก A Hologram for the King : American Dream (in Saudi Arabia) นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับที่ 172 (พ.ค. 2559) ตะะวันออกกลางอาจถูกมองด้วยความหวาดหวั่นจากโลกตะวันตก แต่ในสายตาของนักธุรกิจตกอับชาวอเมริกันอย่าง อลัน เคลย์ (ทอม แฮงค์ส)... หนึ่งในมหาอำนาจแห่งคาบสมุทรอาหรับอย่างประเทศซาอุดิอาระเบีย กลับหมายถึงโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้กอบกู้ชีวิตอันพังพาบลงไปกลับคืนมา อาจฟังดูพิลึก แต่ท่ามกลางทะเลทรายกับกฎหมาย ศาสนาอันเคร่งครัดนี่เอง ที่ความฝันอเมริกันชนของเขางอกงามขึ้นมาอีกครั้ง “เขาเป็นคนอเมริกันที่ชีวิตพลิกคว่ำลงมาทับตัวเอง” ทอม แฮงค์ส พูดถึงตัวละครของเขา เพียงเดินหมากทางธุรกิจพลาดไปก้าวเดียว อดีตเซลส์แมนอนาคตรุ่งผู้ผันตัวมาเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจอย่างอลัน เคลย์ ก็แทบจะเป็นบุคคลล้มละลายในทันที หนี้สินบานเบอะ ชีวิตแต่งงานวินาศ ค่าเทอมจะจ่ายให้ลูกสาวไม่มี แถมยังมีก้อนปริศนาที่เขาสงสัยว่าจะเป็นก้อนเนื้อมะเร็งผุดขึ้นมาตรงท้ายทอย ปัจจัยวายป่วงเหล่านี้ล้วนส่งผล(หรือถีบส่ง)ให้เขาตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าเมื่อเห็นโอกาสเรืองรองอย่างริบหรี่อยู่ที่ซาอุฯ "เขามีปัญหาท่วมหัวจนเขาไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดออกไปทางไหน เลยเดินทางเป็นพันๆ ไมล์ไปรอคำอนุมัติจากผู้ทรงอำนาจกลางทะเลทรายแปลกถิ่น... ผมชอบที่มันสะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจอเมริกาได้ดีเหลือเกิน เรามีปัญหายุ่งเหยิงแต่กลับมองหาทางแก้ไปที่อื่นหมดยกเว้นแต่ในกระจก” เดฟ เอ็กเกอร์ส ผู้เขียนฉบับหนังสือ พูดถึงตัวละคร อลัน เคลย์ มองเผินๆ เคลย์ก็ไม่ต่างชนชั้นกลางอเมริกันในช่วงวัยเดียวกันที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหานานาชนิด ยึดเกาะอยู่กับ ‘อเมริกัน ดรีม’ อย่างสิ้นหวัง และเสี่ยงจะโดนเขี่ยทิ้งจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาได้ทุกเมื่อ... คาแร็กเตอร์ของเขาและสารทำนองนี้เองที่เป็นจุดสนใจแรกเริ่มของ เดฟ เอ็กเกอร์ส ผู้เขียนฉบับนิยาย กระทั่งเขาได้ยินเรื่องเล่าจาก พี่เขยถึงความประหลาดโลกของ ‘นิคม- เศรษฐกิจกษัตริย์อับดุลเลาะห์ (King Abdullah Economic City)’ เรื่องราวที่เหลือจึงงอกเงยตามมา กลิ่นอายการเล่าแบบ ‘น้อยได้มาก’ อันถูกนำไปเทียบเคียงกับมือประพันธ์คลาสสิกอย่าง เออร์เนสต์ เฮ็มมิงเวย์, การบรรยายรายละเอียดอย่างไม่ประดิดประดอยอารมณ์ จนให้ผลคล้ายคลึงกับรายงานข่าวมากกว่าเรื่องแต่ง, การครุ่นคำนึงซึ่งสะท้อนมุมมองที่ตัวละครมีต่อวิกฤตชีวิต เศรษฐกิจ และ โลกาภิวัตน์ได้อย่างทรงพลังและ ‘ทันโลก’ จนน่าใจหาย... เหล่านี้คือจุดเด่นบนหน้ากระดาษซึ่งผู้กำกับชาวเยอรมันฝีมือดีอย่าง ทอม ทีคเวอร์ (ผู้กำกับชาวเยอรมันซึ่งเคยผ่านงานดัดแปลงหนังสือเป็นหนังมาแล้วทั้ง Perfume: The Story of a Murderer และ Cloud Atlas) มองเห็นศักยภาพที่จะเอาไปทำหนังได้ “ผมอ่านแล้วเห็นภาพทันทีว่าหน้าตา ของหนังจะเป็นยังไง ไม่ใช่แค่หนังดัดแปลง ดาดๆ แน่นอน แต่เป็นหนังที่มีเสียงเล่า โดดเด่นเป็นของตัวเอง” ทีคเวอร์ลงมือเขียนบทดัดแปลงเอง (เขาเล่าขำๆ ว่าเอ็กเกอร์สอนุมัติโดยมีข้อแม้สำคัญว่า ‘อย่าเป็นไอ้ตูดหมึก’) โดยมีนักแสดงเพียงคนเดียวที่เขาเล็งไว้ว่าเหมาะเจาะกับบทพระเอกชีวิตพังสุดๆ ... นั่นก็คือ ทอม แฮงค์ส และนี่จึงเป็นครั้งที่ 2 ที่ทีคเวอร์ได้กลับมาร่วมงานกับแฮงค์สหลังจาก Cloud Atlas “ตั้งแต่ตอนอ่านนิยายผมก็เห็นเป็นหน้าของเขาโผล่ขึ้นมาบนหน้ากระดาษเลยแหละ” ทีคเวอร์บอก Run Lola Run คือผลงานธริลเลอร์สุดเจ๋งที่สร้างชื่อให้ทีคเวอร์ในระดับนานาชาติให้ผู้กำกับวัย 50 คนนี้เมื่อปี 1998 เล่าถึงสาวผมแดง (ฟรังคา โพเทนเทอ) ที่ต้องวิ่งหาเงินก้อนโตมาช่วยชีวิตแฟนหนุ่ม โดยหนังให้เธอวิ่ง 3 รอบซึ่งแต่ละรอบเหตุการณ์ระหว่างทางผันผวนไปจนทำให้ผลลัพธ์ปลายทางไม่เหมือนกัน... แต่ใน A Hologram for the King นั้น การวิ่งตามความหวังล้มๆ แล้งๆ ของเคลย์กลับเป็นเหมือนการไล่คว้าภาพลวงตากลางทะเลทราย ภาพจำลองโฮโลแกรมสำหรับกษัตริย์จะต่างอะไรจากภาพฝันของเขา...ที่ต่อให้สมจริงแค่ไหนก็มิอาจจับต้องได้เลย https://www.youtube.com/watch?v=UW4OE1egbHs ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

เต้ย พงศกร ช็อก! ภาพควง ดาว พิมพ์ทอง โผล่
เต้ย พงศกร /  เต้ย พงศกร ดาว พิมพ์ทอง / 

ถึงกับช็อก! เลยทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่มหล่อล่ำ เต้ย พงศกร หลังได้เห็นภาพข่าวควงนักแสดงสาว ดาว พิมพ์ทอง ไปดูคอนเสิร์ต โดยเจ้าตัวได้เผยในงานแถลงข่าวเปิดตัว “เจอร์นี่ย์ เดอะ ซีรี่ส์” บอกไม่ได้ไปกันสองคน คาดโดนครอปภาพ ส่วนสถานะเป็นแค่เพื่อนกัน พร้อมแย้มจะบวชในปีหน้านี้ ช่วงนี้โฟกัสงานก่อนจ่ะ สำหรับรายละเอียดมีดังนี้ “อ่อครับ ผมเห็นข่าวผมก็ช็อกเหมือนกันครับ เราเเค่ไปดูซงจุงกิด้วยกันแค่นั้นครับ ไปครั้งเดียวครับ ไปหลายคนด้วย ไม่ได้ไปกันสองคนครับ เขาคงไปครอปรูปครับ เราไปกันหลายคนครับ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้าช่อง 3ใหม่ๆ เลยครับ เราเรียนแอ็คติ้งด้วยกัน เล่นเรื่องคุณชายรัชชานนท์ด้วยกัน เป็นเพื่อนกันครับ ไม่ได้จะพัฒนาอะไรอยู่แล้วครับ” “ใครบอกมีแฟน ตั้งใจทำงานขอโฟกัสทำงานก่อนครับ(ยิ้ม) ไม่ได้คุยครับ เรารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นเพื่อนกัน พ่อแม่ผมก็รู้ครับว่าไปดูซงจุงกิ น้องสาวผมก็รู้ครับ ไปหลายคนครับทุกคนรู้หมดครับว่าผมไปไหน เอาเรื่องผมสิมาสัมภาษณ์ผม(หัวเราะ)” “อยากทำงาน อยากบวชอะไรให้เสร็จก่อนดีกว่า เพราะเราจะเบญจเพสจะ 25 ปีแล้วครับ เราตั้งใจทำงานก่อน บวชก่อนครับ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน เดี๋ยวขอเปิดละครสองเรื่องก่อนแล้วค่อยบวชครับ เพราะพอดีปีหน้าผมก็ 25 ปีพอดีครับ ฤกษ์ยังครับเดี๋ยวปลายปีจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ครับ” “เราอยากโฟกัสเรื่องงานก่อนครับ ไม่กั๊กครับผมอยากตั้งใจทำงานครับ เราก็ต้องเข้าใจกันครับเราว่าเราให้กำลังใจกันเรื่องงานไปก่อนดีกว่า ไม่ครับแฟนคลับเขาชื่นชอบที่ตัวเรามากกว่า คุณแม่ก็หวงครับลูกชายคนโต แต่คุณแม่ก็ห่วงอีกคนหนึ่งเหมือนกัน ใครมีลูกใครก็ห่วงครับ เราตั้งใจทำงานครับ ยังไงก็ฝากติดตามเจอร์นี่ย์ เดอะซีรี่ส์ด้วยครับ จะออกอากาศวันที่ 7 กรกฎาคมนี้แล้วครับ” เต้ย กล่าว เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร เต้ย - ดาว

4 องค์ประกอบในการ จัดฮวงจุ้ย ที่ถูกต้อง โดย ซินแสไฮเทค
คำทำนาย /  คำทำนายปี 2016 / 

องค์ประกอบฮวงจุ้ยทั้ง 4 ด้าน 1. ชัยภูมิ (รูปลักษณ์ที่มีผลต่อพลังปราณ) คือเรื่องคุณภาพของชัยภูมิที่เป็นสภาพแวดล้อมรอบๆตัว ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายกระแสพลัง ซึ่งเป็นปัจจัยในด้านที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ ซึ่งแบ่งเป็นภายนอกและภายใน ภายนอก • ทิศทางของรถที่วิ่งอยู่บนของถนน • ระดับความสูงต่ำของพื้นที่รอบๆอาคาร • ทิศทางของกระแสลมและน้ำ • อาคารที่อยู่รอบๆ • สภาพแวดล้อมอื่นๆที่อยู่รอบตัว เช่น จั่วแหลม ป้ายโฆษณา หม้อแปลง เสาไฟฟ้า และรวมไปถึงทุกๆสิ่งที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ ภายใน • ตำแหน่งของประตู หน้าต่าง ซึ่งเป็นจุดรับพลังเข้ามาในอาคาร • ห้องนอน ห้องทำงาน ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้อยู่อาศัยสะสมพลังวันละหลายๆชั่วโมง • ห้องครัว เตาไฟ เป็นบริเวณที่พลังงานความร้อนหรือธาตุไฟกระจายออกมามากที่สุด 2. องศาทิศทาง (สูตรการคำนวณพลังปราณ) องศาทิศทางของพลังสนามแม่เหล็กโลกที่ทำมุมส่งพลังดีหรือร้ายเข้ามาทางประตู หรือหน้าต่างของบ้าน โดยปัจจัยนี้ตาเปล่ามองไม่เห็น แต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยวัด ก็คือเข็มทิศหล่อแก และยังต้องมีสูตรลับที่ใช้ในการคำนวณทางพลังงาน ที่คิดค้นขึ้นมาโดยปรมาจารย์ในอดีต ที่จะบอกให้รู้ว่าชัยภูมิที่เรามองเห็นด้วยตานั้น ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับองศาทิศทางของพลังงาน จึงจะสามารถบอกให้รู้ได้ว่า สิ่งที่เห็นนั้นจะส่งผลดีหรือร้ายต่อผู้ที่อยู่อาศัยอย่างไร เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยปัจจัย 2 ด้าน เช่น มนุษย์เราก็มีด้านที่เป็นร่างกาย(มองเห็นสัมผัสได้) และด้านที่เป็นวิญญาณ(หรือพลังงาน) ซึ่งถ้ามีแต่ร่างกายที่ไร้วิญญาณ ก็จะเรียกว่าศพ คือไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้ เช่น แม้ว่าเราจะเอาอวัยวะทุกชิ้นส่วนมาเรียงต่อกันครบทุกชิ้นจนเป็นตัวคน ก็ไม่อาจจะมีชีวิตขึ้นมาได้ เพราะขาดในส่วนของวิญาณ ส่วนถ้าหากมีแต่วิญาณที่ไร้ร่างกายรองรับ เราก็จะเรียกว่าเป็นผี ที่ล่องลอยไร้แก่นสาร ซึ่งในแง่ของฮวงจุ้ยนั้น ก็จะพิจารณาว่าวัตถุรอบๆตัวแต่ละชนิดที่เรามองเห็นอยู่นั้น ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับพลังของในแต่ละทิศทาง จึงจะเกิดอิทธิพลส่งผลต่อคนที่อยู่ในบ้านขึ้นมาได้ เช่น จั่วแหลมที่พุ่งเข้ามาใส่หน้าต่างห้องนอนของเรา ก็ไม่ใช่จะทำให้เกิดเรื่องร้ายกับคนที่นอนในห้องนั้นทุกวัน แต่ต้องรอว่าเมื่อไหร่ที่พลังไม่ดีหมุนเคลื่อนตัวเข้ามาทับในทิศทางนั้น จึงจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นมาได้ การจัดหรือแก้ไขฮวงจุ้ยก็คือ ต้องอ่านให้ออกว่า ถ้าปัญหาอยู่ที่ชัยภูมิซึ่งไม่ยอมจ่ายกระแส ก็ต้องแก้ไขเอาสิ่งที่ขวางกระแสออก เช่น ตัดต้นไม้หน้าบ้าน ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางทางเข้าออก หรือวัตถุบางชนิดไปอยู่ในทิศทางที่พลังไม่ดี จึงทำปฏิกิริยาให้เกิดเรื่องร้ายกับคนที่อยู่ในบ้านนั้นๆ ก็จัดการเอาวัตถุนั้นออกเสีย ซึ่งปัญหาอย่างนี้เป็นสิ่งที่ซินแสที่มีประสบการณ์จะสามารถช่วยได้ แต่ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัย เช่น ถ้ายกห้างมาบุญครองไปเปิดในป่าช้าชลบุรี ซินแสคนไหนในโลกก็คงไม่อาจช่วยคุณขายดีหรือเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ นอกจากจะแนะนำให้ย้ายออก ซึ่งอย่างน้อยก็จะเป็นประโยชน์ในแง่ที่จะช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นใน อนาคต เหมือนอย่างกรณีที่ อ.มาศได้มีโอกาสไปดูฮวงจุ้ยให้ฝรั่งที่ตึกเวิร์ลเทรดที่อเมริกา ก็แนะนำให้เขาย้ายออกอย่างเดียว แก้อย่างอื่นไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้เช่ารายเล็กๆของตึกทั้งหมด ซึ่งก็ยังช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้ ส่วนถ้าเป็นปัญหาเรื่ององศาทิศทางของพลังไม่ดี ก็ต้องหาทางแก้ในเรื่องทิศทาง ไม่ใช่มาเปลี่ยนแปลงที่วัตถุหรือชัยภูมิ เช่น ถ้าบ้านหลังนั้นหันไปรับกับทิศทางที่พลังไม่ถูกยุคถูกสมัย เข้ามากระตุ้นให้คนในบ้านตัดสินใจลงทุนผิดพลาด จึงได้ทำให้เกิดความล้มเหลวเสียหาย ก็ต้องแก้ไขโดยการปรับองศาทิศทางของบ้านให้รับพลังที่ถูกยุคเข้ามาเสริมคน ให้คิดหรือวางแผนกลยุทธ์ได้เข้ากับยุคสมัยหรือโอกาสภายนอก 3. ดวงชะตา (พลังที่ประจุในตัว)           คือ พลังที่ประจุเข้าไปในตัวของเราตอนที่เกิด ซึ่งจะต้องคำนวณละเอียดไปถึงขั้นยามที่เกิด จึงจะใช้การได้จริง ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทำให้เราต้องการพลังที่ไม่เหมือนกัน เข้ามาเสริมพลังในตัว โดยจะใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ว่าทิศทางของบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง ให้คุณกับบุคคลมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งการจัดทิศหัวนอนและทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการเลือกรูปแบบการตกแต่งบ้าน กำหนดวิธีการปรับแก้ดวงชะตา 4. ฤกษ์ยาม (กาลเวลาที่สอดคล้อง) คือ วิธีการคำนวณช่วงระยะเวลาที่พลังจากจักรวาล จะส่งผลบวกต่อบุคคลและทิศทางของบ้าน เพื่อประสานปัจจัยพลังงานของฟ้า ดิน และคน ให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งมีเทคนิคในการคำนวณหาที่สลับซับซ้อน ไม่เหมือนกับที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน ถ้าหากการจัดฮวงจุ้ยไม่ได้กระทำครบทั้ง 4 องค์ประกอบ ก็ไม่อาจจะทำให้เกิดประสิทธิผลตามที่คาดหวังได้ เช่น ท่านอาจจะได้ชัยภูมิที่ดี องศาทิศทางที่นำกระแสพลังที่ถูกยุคเข้ามา แต่ถ้าท่านเริ่มต้นก่อสร้างในวันเวลาที่พลังงานจากฟ้าไม่ดี ทำให้บ้านของท่านประจุพลังร้ายเข้าไปในบ้าน เมื่อท่านเข้าไปอยู่ก็จะสะสมพลังร้ายเหล่านี้เข้าไปในตัว ย่อมทำให้ชีวิตค่อยๆผกผันไปในทางไม่ดี โดยที่ซินแสที่มาตรวจสอบฮวงจุ้ยให้ท่านในภายหลังจากที่ท่านเข้าอยู่แล้ว ก็อาจงงว่าชัยภูมิและองศาทิศทางดีแต่ทำไมไม่เจริญรุ่งเรือง แต่สูตรที่ถูกต้องในการสร้างสัมพันธ์ของทั้ง 4 ปัจจัยให้เป็นหนึ่งเดียวนั้น ถูกเก็บงำไว้เป็นความลับสุดยอด ที่เปิดเผยหรือสอนกันอยู่ตามสำนักต่างๆในปัจจุบัน จึงแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เช่น บางแห่งดูชัยภูมิใช้หลักวิชาหนึ่ง แต่คำนวณองศาทิศทางของพลังจะใช้อีกวิชาหนึ่ง ส่วนการจัดห้องให้เข้ากับบุคคลก็ไปใช้อีกวิชา พอหาฤกษ์ที่จะดำเนินการก็ไปใช้อีกระบบ เมื่อไม่ได้ใช้วิชาในระบบเดียวกัน จึงอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ได้ออกมาดังที่ประสงค์ไว้ ปัญหาของวงการวิชาฮวงจุ้ยในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องของการที่ไม่ได้มีการกำหนดมาตรฐานของวิชา เหมือนกับระบบการแพทย์ที่จะมีขั้นตอนชัดเจนว่า ถ้าผู้ป่วยมีอาการแบบไหนมา จะต้องเริ่มต้นรักษาด้วยขั้นตอนไหน เนื่องจากวิชาฮวงจุ้ยนั้น ถือกำเนิดมาในโลกตะวันออกที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากตะวันตกอย่างสิ้นเชิง เพราะในโลกตะวันตกนั้น เมื่อคุณค้นพบสิ่งใดแล้วนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชนทราบ คุณจะได้รับการยกย่องเชิดชู เมื่อใดที่มีการพูดถึงในเรื่องนี้ ก็จะต้องอ้างอิงชื่อของคุณ ถ้าหากจะนำผลงานของคุณไปใช้ก็จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ จึงทำให้หลักวิชามีมาตรฐาน ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงได้ ส่วนในโลกตะวันออกนั้น เมื่อคุณค้นพบสิ่งใดแล้วนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชนทราบ ทุกคนมีแต่รอคอยจะก็อปปี้ เมื่อนำไปใช้ก็อ้างว่าตนเองค้นพบเอง จึงไม่มีใครอยากที่จะเปิดเผยวิชาออกมา มีแต่จะสอนให้กับลูกหลานหรือลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเท่านั้น ส่วนถ้าจะมีการเขียนตำรา ก็จะไม่เปิดเผยเคล็ดวิชาที่แท้จริงลงไป จึงทำให้ไม่มีการกำหนดหลักมาตรฐานของวิชา ว่าจัดแบบนี้ถูก จัดแบบนั้นผิด ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือซินแสทุกคนจะมีความเชื่อว่า วิชาที่ตนเองเรียนมาเป็นวิชาที่ถูกต้อง จึงไม่ค่อยจะมาสังสรรค์สมาคมกัน และก็เป็นเรื่องของวาสนาของลูกค้าเองว่าจะพบซินแสคนไหน ใช้วิชาอะไร หรือชำนาญกับชัยภูมิแบบที่ตรงกับบ้านของคุณพอดี เรียกว่ารักษาถูกโรค ก็จะเห็นผลอย่างรวดเร็ว การจัดฮวงจุ้ยจึงไม่ใช่เรื่องของมือสมัครเล่นที่อ่านหนังสือที่ขายอยู่ใน ท้องตลาดไม่กี่เล่มจะมาตั้งตัวเป็นซินแสรับให้คำปรึกษาแก่บุคคลทั่วไป คือประเภทที่เรียนรู้มาไม่จริง แต่กลับมาเดินในเส้นทางนี้ เอาวัตถุมงคลมาหลอกขายชาวบ้าน เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งเจ้าที่ ฮกลกซิ่ว ตั้งวัตถุมงคล ของปลุกเสก หรือยันต์ต่างๆ เหล่านี้คงเป็นสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้ ซึ่งซินแสในปัจจุบันกว่า 90 % เป็นเช่นนี้ ทั้งๆที่ในคัมภีร์โบราณทางฮวงจุ้ยทั้งหมดไม่เคยมีการบัญญัติให้ใช้สิ่งเหล่า นี้ ซึ่งอาจจะเรียกว่า ซินมั่ว หลักการที่ถูกต้องของวิชาฮวงจุ้ย ก็คือ หาวิธีการช่วยให้คนนำความรู้ความสามารถและศักยภาพที่เขามี ไปจับกับความต้องการของตลาดหรือโอกาสภายนอก ลองยกตัวอย่างของคน2 คนที่เก่งเท่ากัน ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน ทุกๆวันที่ออกไปหาลูกค้าวันละ 10 ราย ถ้าคนแรกออกไปแต่ละวันก็บังเอิญได้เจอแต่ลูกค้าที่กำลังอยากได้สินค้าชนิด นั้นพอดี ก็คือ ความเจริญรุ่งเรืองร่ำรวย แต่อีกคนเมื่อออกไปทุกวัน ก็พบแต่ปัญหาอุปสรรค ลูกค้าทุกรายที่ไปพบ บังเอิญยังไม่ต้องการสินค้าตัวนี้ ถ้าเจอแบบนี้ตลอดก็เรียกว่า พบกับความล้มเหลว หมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินไปจ่ายเจ้าหนี้ นี่คือหลักของฮวงจุ้ย คือพยายามช่วยให้บ้านรับพลังที่ถูกยุคเข้าไปกระตุ้นคน ให้คิดและทำสิ่งต่างๆได้ถูกยุค ถูกสมัย ถูกจังหวะกับโอกาสภายนอก ฮวงจุ้ยจึงเหมือนกับตัวคูณ ที่ทำหน้าที่ขยายศักยภาพของคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น ถ้าคุณมีความสามารถในระดับ 80 คะแนน แล้วได้ฮวงจุ้ยระดับ 100 เป็นตัวคูณ ก็จะกลายเป็น 8,000 แต่ถ้าได้ได้ฮวงจุ้ยที่ดีระดับ 100,000 ก็จะขยายเป็นผลงานระดับ 8,000,000 ส่วนถ้าโชคร้ายพบกับฮวงจุ้ยติดลบ 1000 เมื่อคูณเข้าไปใส่กับความสามารถที่คุณมี สิ่งที่จะสูญเสียก็กลายเป็น -80,000 แต่ถ้าหากว่าคนๆนั้นมีความสามารถเป็น 0 เช่นเป็นคนปัญญาอ่อน ต่อให้ได้ฮวงจุ้ยระดับ 1,000,0000 คะแนน เมื่อคูณกับ 0 ก็กลายเป็นศูนย์ ข้อมูลโดย : อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก

ยุ้ย ปาป้า ออกโรงยัน อั้ม ไม่ได้เศร้า ถ้าร้องก็บอกร้องรุ่นนี้ไม่มีแอ๊บ!!
อั้ม พัชราภา /  ข่าวอั้ม พัชราภา / 

  หลังจากถูกจับตามองเรื่องสถานะของนางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา กับแฟนไฮโซสุดหล่อ แอมป์ พิธาน ที่พักหลังดูเหินห่างจนผิดปกติ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (23มิ.ย.59) อั้ม พัชราภา ได้เปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก รับ! ไม่ได้คุยกันมานานแล้ว โดยที่ฝ่ายชายก็ไม่ได้มาง้อ และไม่ได้บอกเลิกกัน แต่ไม่ได้คุยกันนานแล้วแค่นั้นเอง แถมงานนี้ยังมีการสังเกตเห็นว่าขณะที่ อั้ม พัชราภา ได้พูดเรื่องความสัมพันธ์กับ หนุ่มแอมป์ นั้น เธอถึงกับน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว!!   ด้าน ยุ้ย ปาป้า หัวหน้าข่าวสายบันเทิงแห่งช่อง 7 สี แถมยังมีดีกรีเป็นเพื่อนสาวคนสนิทกับ อั้ม พัชราภา มาเป็นเวลานานร่วม 20 ปี แถมยังเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ทั้งผู้ที่ใกล้ชิดสนิทสนมและกินนอนเป็นเพื่อนนางเอกซุปตาร์อยู่บ่อยๆ ได้ออกมายืนยันผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า อั้ม พัชราภา ยังสตรอง ไม่ได้เศร้าและไม่ได้ร้องไห้แต่อย่างใด แต่ที่เห็นในข่าวแค่ใส่คอนแทคเลนส์และเป็นคนมีน้ำในตาเท่านั้น   “ไม่ต้องดราม่ากันเนอะ!! เพื่อนไม่ได้ร้องไห้นะคะ แค่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วเป็นคนที่มีน้ำในตาอยู่แล้ว ชีวิตไม่ได้เศร้าขนาดนั้นนะ ...ขุ่นแม่ Strong ค่ะ #เชื่อปาป้า ไม่ดราม่าตามกระแสนะคะ # ร้องก็บอกร้องรุ่นนี้ไม่มีแอ๊บ”   แถมงานนี้บรรดาก๊วนเพื่อนสุดซี้ยังมารวมตัวปาร์ตี้เฉพาะกิจกันที่บ้านหรูของ อั้ม พัชราภา และโพสต์ให้กำลังใจไปตามๆ กัน มีเพื่อนดีอย่างนี้ ขุ่นแม่ อั้ม พัชราภา ก็เลยหายเหงาไม่เศร้าแถมยังสตรองอย่างที่เห็นนี่แหละค่า!! ขอบคุณภาพจาก IG aum_pacharapa, chai_anandadvip, aommmy, ja_chutimont, tun_chutidej, tom_siva, patzylovey, nknooknik, giggig9999, yui_papa   อั้ม พัชราภา   อั้ม พัชราภา              

รักมากไม่อยากให้จบ! ดาราตบเท้า แก้เคล็ด ชีวิตคู่
ชีวิตคู่ /  ดารา / 

ช่วงนี้กระแสรักๆ เลิกๆ ของดาราหลายคู่ โผล่มาเต็มหน้าอินเตอร์เน็ตไปหมด หากจะพูดจริงๆ ก็คงเป็นเรื่องธรรมชาติของคนทั่วไป ที่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของความรัก ก็มีอันต้องโบกมือลากันไป แต่ก็มีหลายคู่ที่เลือกจะเดินหน้าต่อไป เพราะยังคงมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน จึงเลือกที่จะอาศัยความเชื่อโบราณ วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai เลยขออนุญาตยกตัวอย่างคู่รักดารา ที่ถือเคล็ดตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ที่เคารพ ส่วนจะมีใครบ้างนั้น ห้ามพลาดค่ะ :) ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์ ที่หย่าแก้เคล็ดตามคำแนะนำของหลวงพี่อุเทน เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร ซึ่งจากนั้นมา ก็ลดปัญหาทะเลาะเบาะแว้งลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ !!!!! และกลับไปจดทะเบียนสมรสกันใหม่อีกครั้ง ชีวิตคู่หวานชื่นกันมากกว่าเดิม เมย์ เฟื่องอารมย์ กับ หนุ่ม กรรชัย ที่ก่อนหน้านี้ได้จัดพิธีแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันไปอย่างเงียบๆ ปี 2555 แต่หมอดูทุกคนบอกว่าถ้าจะแต่งปีนี้ห้ามประกาศเด็ดขาด จึงทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้ อั้ม อภิชาติ กับ นัท มีเรีย ที่ถึงแม้ว่าคู่นี้จะหวานกันขนาดไหน แต่ก็ถูกหมอดูทักว่าห้ามจัดงานแต่งงานใหญ่โตเด็ดขาด ทั้งคู่เลยเลือกจัดงานแต่งแบบเล็กๆแต่อบอุ่นไปด้วยคนสนิท ที่ Benedict studio " แนะนำวิธี แก้เคล็ด ปัญหาคู่ครอง เพื่อเป็นแนวทางให้กับทุกคนจ้า " 1. แยกห้องนอนกัน แยกที่นอนกัน หางานที่ต้องเดินทางไปๆมาๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันทำงานคนละช่วงเวลา 2. ให้อยู่กันแบบ ไม่ต้องจดทะเบียน จดทะเบียนก็ไม่ต้องจัดพิธี 3. หากจดทะเบียนกัน เพื่อให้มีผลทางกฎหมายนิติกรรมอื่น ๆ แก้เคล็ด โดยให้ฝ่ายหญิงเลือกใช้นามสกุลเดิม 4. ถ้าจดทะเบียนสมรสแล้ว เปลี่ยนนามสกุลแล้ว ให้จดทะเบียนหย่าไปก่อน แล้วค่อยมองหาฤกษ์มงคลจดทะเบียนสมรสกันอีกครั้ง หรือจะอยู่แบบไม่จดทะเบียนสมรสก็ได้ ............................................................................................................................................... ภาพจาก : FB : Jakawin Photography ,IG : @mayfuang, IG : @aey_pornthip เรียบเรียงโดย  Horoscope.Mthai.com

แอน มิตรชัย เนื้อหอม! ถูกจีบเป็นพรีเซ็นเตอร์แอพ.สุดฮิตในอินเดีย
Ann Mitchai /  คีรีรัก มิตรชัย / 

แอน มิตรชัย ถูกทาบทามเป็นพรีเซนเตอร์ให้ #fame แอพพลิเคชั่นสุดฮอตของประเทศอินเดีย ซึ่งถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่ถ่ายทอดสดไลฟ์สไตล์ของเหล่าคนดังของอินเดีย ทั้ง ชารุกข่าน รวมทั้งหลากหลายศิลปินชื่อดังทั่วโลก โดย #fame กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในอินเดียและหลายประเทศทั่วโลก... และแน่นอนว่าเมื่อเปิดตลาดอินเดีย หนึ่งในเซเลบบริตี้ที่ผู้บริหารแอพพลิเคชั่น #fame ต้องนึกถึง คือ สาวตาคม แอน มิตรชัย ที่เธอถูกทาบทามให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของทาง #fame ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแฟนๆ ทั่วโลกสามารถติดตามถ่ายทอดสดไลฟ์สไตล์ของ แอน มิตรชัย ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 19.30 น. นอกจากสาว แอน มิตรชัย แล้ว ด้านน้องชายดีกรีพระเอกลิเกรุ่นใหม่ไฟแรง มิตร มิตรชัย ที่เพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลเพลงลูกทุ่ง EDM คาถาปราบผี ให้แฟนเพลงได้แดนซ์กันทั่วไทยไปแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็โดดเด่นเข้าตาผู้บริหารแอพพลิเคชั่น #fame จึงถูกทาบทามให้เข้าร่วมโปรโมทแอปพลิเคชั่นระดับโลกอีกคน! แฟนๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวของ แอน มิตรชัย ผ่านแอพพลิเคชั่น #fame พิมพ์ AnnMitchai และ มิตร มิตรชัย พิมพ์ mitmitchai มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

แจกสูตร 3 เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หวานน้อยแต่อร่อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
กินไม่อ้วน /  ลดน้ำตาล / 

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหน ผู้คนก็จริงจังกับดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของการลดน้ำหนัก ที่มาจากภาวะน้ำหนักเกิน อันเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคได้ เช่น โรคหัวใจ ,โรคหลอดเลือดสมอง ,โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ทั้งนี้ 1 ในเรื่องที่สำคัญ และกำลังปัญหาสุขภาพของคนไทย คือ พฤติกรรมการบริโภคหวาน แม้ว่าความหวานจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้ในร่างกาย ซึ่งคนปกติทั่วไป ควรได้น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ใน 1 วัน แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ดังนั้น การบริโภคน้ำตาลมากๆ ส่งผลให้มีน้ำหนักเกิน อ้วน และทำให้เกิดโรคหรือปัญหาทางสุขภาพตามมาได้ วันนี้เราจึงรวบรวมวิธีทำ 3 เครื่องดื่มหวานน้อย ที่อร่อยสดชื่นแล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย มาฝากค่ะ 1. น้ำมะตูม มะตูมเป็นสมุนไพรที่ดีอย่างหนึ่ง ที่รู้จักกันแพร่หลาย สามารถหาซื้อลูกมะตูมอ่อนที่หั่นเป็นแว่นๆ ตากแห้งขายอยู่ตามร้านขายยาแผนโบราณ หรือตามตลาด โดยสรรพคุณทางยาของมะตูมนั้น สามารถขับลม บรรเทาอาการท้องผูก บรรเทาอาการอ่อนเพลีย และจุกเสียด วิธีการทำน้ำมะตูม 1. ใช้มะตูมอ่อนที่ฝานเป็นแผ่นตากแดดให้แห้ง ล้างน้ำให้สะอาด ใช้สันมีดทุบให้พอแตก เป็นรอยร้าวทั้งลูก 2. ต้มน้ำ 300 มิลลิลิตร ใช้มะตูมแผ่นล้างน้ำ ปิ้งไฟพอหอมหรือมะตูมลูกที่ทุบให้แตกร้าวใส่ลงหม้อต้ม ประมาณ 10-15 นาที โดยใช้ไฟปานกลาง 3. ใส่น้ำตาลปริมาณน้ำตาล 15 กรัม ต้มต่อไปจนน้ำตาลละลายดี ปิดไฟตั้งทิ้งไว้ให้เย็น เทใส่ขวดน้ำพลาสติกที่ล้างสะอาดแช่เย็นเก็บไว้ดื่มได้ เวลาดื่มใช้ผสมในน้ำแข็ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่มีอากาศร้อนจัด จะทำให้สดชื่น แก้ร้อนในกระหายน้ำได้ดี บางคนอาจชอบต้มกับน้ำเปล่าๆ โดยไม่ใส่น้ำตาล ก็เหมือนดื่มน้ำชาสมุนไพรนั้นเอง ซึ่งสามารถดื่มได้ทั้งขณะอุ่นๆ หรือผสมน้ำแข็งดื่มได้เช่นกัน 2. น้ำผลไม้รวม ส่วนประกอบ ได้แก่ แครอท เสาวรส มะม่วง และสับปะรด (สามารถดัดแปลงนำผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้) แครอท มีสรรพคุณมากมาย ช่วยบำรุงสายตา อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง ขับปัสสาวะ และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย เสาวรส อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุ วิตามิน และไฟเบอร์ ในขณะที่เสาวรส 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 97 แคลอรีเท่านั้น มีไฟเบอร์สูง จึงสามารถช่วยขจัดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ไปได้ในตัว รวมทั้งช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ด้วย มะม่วง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เริ่มจากวิตามินซีที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ช่วยป้องกันหวัด และเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งในผลดิบส่วนใหญ่จะมีวิตามินซีสูงกว่าผลสุก เบตาแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ จะพบมากในมะม่วงสุกช่วยบำรุงสายตา และป้องกันโรคตาบอดกลางคืน รวมทั้งวิตามินอีที่ไม่ค่อยพบในผลไม้ แต่มะม่วงก็เป็นหนึ่งในสิบอันดับผลไม้ที่มีวิตามินอีที่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย สับปะรด มีวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงช่วยในการย่อยอาหาร และควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด วิธีการทำน้ำผลไม้รวม (ไม่มีน้ำตาล ) 1. นำแครอท และสับปะรดมาปั่นละเอียด ส่วนมะม่วงให้แยกเนื้อ 2. ผสมผลไม้ ตามด้วยน้ำเสาวรส และน้ำเปล่า เคี่ยวด้วยความร้อนให้เข้ากัน เติมเกลือประมาณ 1 ช้อนชา ทั้งนี้ สามารถใส่น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสหวานและกลิ่นหอมได้ 3. น้ำตะไคร้ ตะไคร้ มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดี ลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย 1. นำตะไคร้ประมาณ 200 กรัม มาหั่นให้เป็นท่อนๆ 2. ต้มตะไคร้พร้อมกับน้ำ 250 มิลลิลิตร รอน้ำเดือดประมาณ 5-10 นาที แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อกันไม่ให้มีเศษตะกอนของใบตะไคร้ 3. ใส่น้ำตาลประมาณ 15 กรัม คนให้ละลายเข้า ถ้าชอบรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย ให้เติมกรดมะนาว เพื่อความชุ่มคอและชื่นใจ แล้วกรองอีกครั้ง ตั้งให้เดือด 1-2 นาที หากกรอกลงขวดพลาสติก ต้องลดให้อุณหภูมิ 68 องศาเซลเซียส ปิดฝาให้สนิท แล้วจึงแช่เย็น สำหรับชีวิตประจำวัน “น้ำเปล่า” ถือเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุด เพราะไม่มีพลังงาน ปราศจากน้ำตาล และสารปรุงแต่งต่างๆ โดยจะต้องเป็นน้ำที่สะอาด ซึ่งน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย ปรับระดับความดันโลหิต ช่วยลำเลียงอาหาร และออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ช่วยทำให้เซลล์กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างสมบูรณ์ สุขภาพดีสร้างได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ชีวิตให้มีความสมดุล กินหลากหลาย ลดหวาน มัน เค็ม ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้เราก็จะมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือเครื่องดื่มน้ำตาลน้อยทางเลือกเพื่อสุขภาพ สถาบันค้นคว้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แผนงานรณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน และศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร (Resource Center) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th http://www.thaihealth.or.th/