ชายแก้ผ้า

ดับสยอง! หนุ่มนอนใต้โรงนาโดนฟ้าผ่าไหม้เป็นแผลฉกรรจ์
ฟ้าผ่า /  ฟ้าผ่าตาย / 

หนุ่มใหญ่ นอนเฝ้าเครื่องสูบน้ำใต้โรงนา โดนฟ้าผ่าตาย ไหม้เป็นแผลฉกรรจ์แถบทั้งตัว ที่ จ.เชียงราย วันนี้ (28 เม.ย. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งมีคนเสียชีวิตกลางทุ่งนา บ้านสบคำ หมู่ 5 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบศพ นายศักดา จันทร์นวล อายุ 45 ปี นอนเสียชีวิตใต้โรงนา มีรอยฉีดขาดปนกับรอยไฟไหม้ที่ผิวหน้าและเสื้อผ้าหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกและสะโพกเป็นแผลฉกรรจ์ จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ออกไปนอนเฝ้าเครื่องสูบน้ำที่ยืมมาจากเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากมีฝนตกหนักและฟ้าคะนอง จึงทำให้เกิดฟ้าผ่าลงบริเวณโรงนาที่ผู้ตายนอนอยู่ โดยกระแสไฟฟ้าแรงสูงพุ่งสู่ผู้ตายจนทำให้เสียชีวิตคาที่ กระทั่งช่วงเช้า ญาติไม่เห็นกลับมาบ้านจึงพากันออกตามหา ก่อนพบเป็นศพดังกล่าว ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12
คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 /  คมชัดลึกอวอร์ด 2015

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงาน คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 เรียกได้ว่าคนบังเทิงต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ขนแฟชั่นเสื้อผ้าสุดหรู บวกกับความสวยและความหล่อกันมาแบบกินกันไม่ลงเลยทีเดียว!! โดยผลรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด 2015 มีดังนี้ รางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ประเภทละครโทรทัศน์ - สาขาบทละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ นายนุกูล (เขียนบทโดย ปาจรีย์ ณ นคร) จากเรื่อง รักนี้เจ้จัดให้ - สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ สินจัย เปล่งพานิช จากละคร อีสา-รวีช่วงโชติ - สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ได้แก่ เสนาหอย เกียรติศักดิ์ จากละคร พราว - สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ โดนัท มนัสนันท์ จากละคร เวียงร้อยดาว - สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ โอ๊ต วรวุฒิ จากละคร มาลีเริงระบำ - สาขาผู้กำกับละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ อำไพพร จิตต์ไมงง จากละครเรื่อง สามีตีตรา - สาขาละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ได้แก่ สามีตีตรา โดยบริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด รางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ประเภทป๊อปปูลาร์โหวต (Popular Vote) - สาขานักแสดงชายยอดนิยม ได้แก่ ณเดชน์ คูกิมิยะ - สาขายอดนิยมขวัญใจมหาชนฝ่ายหญิง ได้แก่ ญาญ่า อุรัสยา - สาขานักแสดงหญิงยอดนิยม ได้แก่ เบลล่า ราณี - สาขายอดนิยมขวัญใจมหาชนฝ่ายชาย ได้แก่ กัน นภัทร - สาขานักร้องเพลงไทยสากลยอดนิยม ได้แก่ เอม สาธิดา หรือ เอม เอเอฟ 11 - สาขาละครไทยยอดนิยม ได้แก่ อย่าลืมฉัน - สาขาภาพยนตร์ยอดนิยม ได้แก่ Timeline จดหมาย ความทรงจำ สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12 สุดปริ่ม!! ผลรางวัล คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 12

ประยุทธ์ ขออย่ากังวลที่มานายกฯ ลั่นไม่คิดสืบทอดอำนาจ
ที่มานายกฯ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ประยุทธ์ ขออย่ากังวลที่มานายกฯ ลั่นไม่คิดสืบทอดอำนาจ รอดูสรุป ชงแก้รธน. เสียใจเหตุดินไหวเนปาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้กล่าวช่วงหนึ่งภายหลังได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ภายหลังการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 26 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-28 เมษายน ถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ได้มีการติดตามเรื่องการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าทั้งหมดให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยทางคณะรัฐมนตรี คสช. และสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ก็จะมีการสรุปความเห็นก่อนส่งไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางคณะรัฐมนตรี และ คสช. จะมีการเสนอความเห็นแยกส่วนกัน และเป็นอำนาจของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะมีการปรับแก้หรือไม่ โดยขออย่ากังวลในเรื่องของที่มาของนายกรัฐมนตรี และไม่ได้คิดสืบทอดอำนาจ ทั้งนี้ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญส่วนตัวต้องการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้กล่าวถึงเหตุแผ่นดินไหวที่เนปาลด้วยว่า ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในเบื้องต้นได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งให้ความช่วยเหลือคนไทย พร้อมขอให้สถานกงสุลและสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ เป็นตัวกลางในการติดต่อให้กับคนไทยและญาติ ส่วนความช่วยเหลืออื่นๆ นั้น เมื่อช่วงเช้าในวันนี้ กองทัพอากาศได้นำเครื่องบินซี 130 นำแพทย์ 7 คน เพื่อช่วยจัดตั้งโรงพยาบาลสนามและศูนย์ประสานงานทางด้านการแพทย์ ขณะเดียวกันรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนเปิดรับการบริจาคจากประชาชนในทุกช่องทาง โดยขณะนี้ยอดการบริจาคอยู่ที่ 127 ล้านบาท ทั้งนี้อยากเชิญชวนประชาชนให้ร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่องทุกช่องทาง MThai News

แชร์นับล้าน ปาฏิหาริย์บังเกิดเมื่อหนูน้อยรอดชีวิตหลังติดใต้ซากตึกถล่ม
ซีเรีย /  รอดปาฏิหาริย์ / 

โลกออนไลน์แห่ชม คลิปวีดีโอเด็กน้อยในซีเรีย ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง หลังไฟสงครามปะทุขึ้นกลางเมือง รอดชีวิตปาฏิหาริย์ หลังจากมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอการกู้ร่างเด็กวัยหัดเดินรายหนึ่ง ออกมาจากซากตึกถล่ม ได้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางท่าน เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เหตุการณ์ในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล แต่แท้ที่จริงแล้ว เรื่องราวดังกล่าว ถูกเผยแพร่ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2557 แต่คลิปดังกล่าวก็ยังคงหลั่งไหลภายในสื่อสังคมออนไลน์ จนกระทั่งเกิดความเข้าใจผิดขึ้น กระนั้น เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2557 ได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอเรื่องราวสุดตราตรึงใจ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากเฟซบุ๊คชื่อ 'Karim Metwaly' ซึ่งแสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง กำลังเร่งมือขุดซากตึกถล่ม จากพิษสงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่ไฟสงครามยังคงโชติช่วงไม่มอดดับ กระนั้นไม่นาน พวกเขาได้พบกับร่างของเด็กน้อยที่ติดอยู่เบื้องล่าง แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายนาที กว่าพวกเขาจะสามารถดึงตัวเด็กขึ้นมาปฐมพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตได้ และหลังจากนั้น ปาฏิหาริย์ได้บังเกิดขึ้นในพื้นที่เล็กๆ ท่ามกลางความรุนแรงในซีเรีย โดยคลิปวีดีโอดังกล่าว แสดงให้เห็นเหตุการณ์กลุ่มชาย 6 ราย กำลังช่วยกันคุ้ยซากซีเมนต์ ที่ถูกทำลายเป็นจุล อยู่นานราว 2 นาที จนกระทั่งเจอร่างเด็กน้อย อายุราว 2-4 ขวบ และเริ่มได้รับการปฐมพยาบาลในนาทีที่ 3 ซึ่งขณะนั้นเด็กอยู่ในสภาพ อิดโรย ในหน้าแดงก่ำ และแทบไม่มีใครคิดว่าเด็กจะรอดชีวิตได้ แต่พวกเขายังมีความหวัง และพยายามช่วยเหลือเด็กต่อไป และเมื่อเข้าสู่นาทีที่ 4 เด็กเริ่มมีปฏิกริยาตอบสนอง โดยการขยับร่างกาย และลืมตาขึ้นในที่สุด แต่จากนั้น ปฏิบัติการการกู้ร่างเด็กน้อยยังคงดำเนินต่อไปจนถึงนาทีที่ 8 ซึ่งพวกเขาทำสำเร็จในที่สุด อย่างไรก็ตาม คลิปวีดีโอดังกล่าว เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของชีวิต ซึ่งผู้ที่ประสบภัยอยู่ท่ามกลางสงคราม ต้องพบเจอกับความสูญเสียทั้งชีวิต บ้านเกิด และที่อยู่ จากภัยสงคราม และกลุ่มก่อการร้ายที่ก้าวขึ้นมามีบทบาทอย่างมากในซีเรีย ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งยังเข้ายึดพื้นที่ในประเทศหลายจุด พร้อมทั้งเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพียงเพราะเป็นบุคคลต่างศาสนา หรือนิกาย ความรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป จนประเทศซีเรีย กลายเป็นแดนอันตรายในสายตานานาประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ทั้งนั้น คลิปวีดีโอดังกล่าว ถูกเผยแพร่ออกไปกว่า 1 ล้านครั้ง ทั้งยังมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงประหลาดใจ พร้อมทั้งแสดงความเห็นว่า หนูน้อยรายนี้ รอดชีวิต ท่ามกลางปัจจัยที่แสดงให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของชีวิต ที่ฮึดสู้ต่อและพร้อมที่จะดำรงชีวิตต่อไป แม้จะเกิดมาบนแผ่นดินที่ลุกเป็นไฟก็ตาม MThai News ที่มา FB User : Karim Metwaly

อินโดฯส่งโลงศพ-ใกล้ประหารนักโทษยาเสพติด9คน
นักโทษคดียาเสพติด /  ประหารชีวิต / 

อินโดนีเซีย ส่งโลงศพไปยังเกาะที่เป็นสถานที่ประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติดทั้ง 9  แม้จะถูกประท้วงคัดค้านจากหลายฝ่าย วันที่ 28 เม.ย. 58 ทางการอินโดนีเซียไม่ยอมเปิดเผยเวลาประหาร เพียงแต่บอกว่าจะประหารพร้อมกันทั้ง 9 คน มารดาของนักโทษชาวออสเตรเลียคนหนึ่งเผยว่า บุตรชายจะถูกยิงเป้าหลังเที่ยงคืนวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่นบนเกาะนูซากัมบางัน หลายฝ่ายคาดว่าจะมีการประหารเช้ามืดวันพุธ เนื่องจากนักโทษได้รับแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ตามกฎหมายเมื่อวันเสาร์ ปกติอินโดนีเซียจะประหารนักโทษหลังเที่ยงคืนโดยเพชรฆาต 12 คน อัยการสูงสุดอินโดนีเซียย้ำจุดยืนของรัฐบาลวันนี้ว่า ไม่ได้อยากทำแต่จำเป็นเพื่อปกป้องประเทศจากภัยยาเสพติด นอกจากนี้ ทางการอินโดนีเซีย ได้เพิ่มมาตราการความปลอดภัยบริเวณเรือนจำบนเกาะชวาอย่างหนาแน่น โดยมีแพทย์ ที่ปรึกษาด้านศาสนา และเจ้าหน้าที่ยิงเป้าคอยเตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ไว้แล้ว ขณะที่ญาติของนักโทษประหารชีวิตชาวออสเตรเลีย 2 คนได้เดินทางมาเยี่ยมนักโทษเป็นครั้งสุดท้าย คำสั่งประหารชีวิตในอินโดนีเซียครั้งนี้ ทำให้วันเดียวกันนี้มีชาวฟิลิปปินส์และแรงงานชาวอินโดนีเซียออกมารวมตัวกันประท้วงหน้าสถานกงสุลอินโดนีเซียบนเกาะฮ่องกง ขอบคุณข้อมูล/ภาพ  tnamcot / Reuters MThai News

กอดอำมหิต !! เพชรฆาตไอเอสเข้ากอดหนุ่มเกย์ ก่อนรุมปาหินจนตาย
กลุ่มไอเอส /  กอด / 

เหี้ยม !! ไอเอสแพร่ฉากสังหาร เพชรฆาตเข้าสวมกอดเหยื่อ ก่อนลงมือรุมปาหินจนตาย โทษฐานเป็นกลุ่มรักร่วมเพศ เมื่อวันที่ 24 เม.ย. เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เดลิ เมล์' รายงานข่าวสุดสะเทือนใจ เมื่อกลุ่มรัฐอิสลามในซีเรีย หรือ ไอเอส ก่อเหตุรุมปาหินใส่ผู้ต้องสงสัย ว่าเป็นผู้รักร่วมเพศ 2 ราย อย่างไร้ความปราณี จนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในทะเลทราย ของจังหวัดฮอมส์ เมืองที่ตั้งอยู่ ทางตะวันตกของประเทศซีเรีย ทั้งนี้ ภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นเหตุการณ์ก่อนเพชรฆาตจากกลุ่มญิฮาด กลุ่มสุดโต่ง ที่มีวีรกรรมความโหดร้ายออกมาสู่สายตาชาวโลกอย่างไม่ขาดสาย เข้าสวมกอดเหยื่อ คล้ายกับการแสดงความรัก และให้อภัย ทำให้เหยื่อเข้าใจผิด คิดว่าได้รับการอภัยโทษ แต่หลังจากนั้นได้แสดงในสิ่งที่ตรงกันข้าม เมื่อสมาชิกไอเอสอย่างน้อย 4 ราย ช่วยกันใช้หินก้อนใหญ่เท่ากำปั้นหลายร้อยก้อน ปาใส่ร่างเหยื่อทั้งสองรายจนแน่นิ่ง เสียชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่นาที ภาพเหตุการณ์สังหารโหด ถูกเผยแพร่ผ่านสื่องสังคมออนไลน์ โดยฝีมือเครื่องข่ายโซเชี่ยวญิฮาด ที่เผยให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจชายทั้งสอง พร้อมให้อภัยต่อบาปที่ทั้งคู่กระทำ ตามคำอ้างของกลุ่มไอเอส จากนั้นก็ลงมือสังหารอย่างไม่ปราณี ท่ามกลางกลุ่มฝูงชนที่ยืนดูอยู่รอบๆ ซึ่งมีเด็กรวมอยู่ในนั้นด้วย MThai News ที่มา dailymail

แฟชั่นพรมแดง งานคมชัดลึก อวอร์ด 2015
คมชัดลึกอวอร์ด 2015

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับงาน คมชัดลึก อวอร์ด 2015 เรียกได้ว่าคนบังเทิงต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ขนแฟชั่นเสื้อผ้าสุดหรู บวกกับความสวยและความหล่อกันมาแบบกินกันไม่ลงเลยทีเดียว!! คม ชัด ลึก อวอร์ด2015

สมศักดิ์ เจียม แนะ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ บอยคอตเลือกตั้ง
ประชาธิปัตย์ /  สมศักดิ์ เจียม / 

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล แนะ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ บอยคอตเลือกตั้ง แก้รัฐธรรมนูญ คสช. ให้เป็นประชาธิปไตย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ลงวันที่ 27 เม.ย. 58 แสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับ คสช. โดยแนะนำให้ 2 พรรคการเมืองใหญ่ทั้งประธิปัตย์ และเพื่อไทย บอยคอตการเลือกตั้ง เพื่อแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ผมเสนอว่าประเด็นหรือเป้าหมายทางยุทธวิธีเฉพาะหน้าของผู้ที่ต้องการผลักดันการเมืองในทิศทางประชาธิปไตยคือ พยายามเรียกร้อง กดดัน ผลักดัน ให้ พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ บอยคอต ไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ คสช. ที่จะออกมา (ผม "ข้าม" ประเด็นเรื่องการผลักดันให้แก้รัฐธรรมนูญ และประเด็นเรื่องลงประชามติไป เรื่องแรก ผมไม่คิดว่าจะมีทางเกิดขึ้นได้ เพราะ คสช. บวรศักดิ์ คงไม่มีทางเขียน รธน. ที่ต่างออกไปจากนี้โดยพื้นฐาน คือ รธน. ที่จะประกันไม่ให้มีพรรคการเมืองเลือกตั้ง ได้คุมสภา ยังไงก็จะมีทั้งวุฒิสภาลากตั้งและองค์กรอื่น ๆ สารพัดอยู่ใน รธน. ใหม่ บวกนายกฯ คนนอกได้ มาคอยควบคุม ส่วนประเด็นเรื่องประชามติ ผมก็ "ข้าม" ไป เพราะไม่คิดว่าจะมี แต่ถ้าสมมุติว่าเกิดมีการให้ลงประชามติจริง ๆ ความเห็นเรื่องบอยคอตเลือกตั้ง ก็สามารถใช้กับกรณีลงประชามติได้ คือผมคิดว่าถ้ามีประชามติ เพื่อไทย-ปชป. ก็ควรต้องตกลงที่จะลงมติคว่ำ รธน. หรือกระทั่งบอยคอตไม่เข้าร่วมด้วย ด้วยเหตุผลเดียวกับที่จะเสนอเรื่องบอยคอตเลือกตั้งนี้) สำหรับคนที่ตามการเมืองไทย โดยเฉพาะเสื้อแดง คงคิดว่า ในกรณี ปชป. นั้น เป็นการยากที่พวกเขาจะบอยคอตเลือกตั้ง คสช. (เมื่อเช้าผมเห็นคุณ "จอม ไฟเย็น" Nithiwat Wannasiri เพิ่งอ้าง "มิตรสหายท่านหนึ่ง "โพสต์ประชดทำนองว่า ครั้งนี้ ปชป. คงทำตรงข้ามกับครั้งก่อน คือไม่บอยคอต มิหนำซ้ำ คงขนคนไปลงคะแนน) เรื่องนี้ก็เป็นที่เข้าใจได้ที่จะคิดแบบนั้น และผมก็ว่า มีความยากลำบากจริงในการชักชวน เรียกร้อง กดดัน ให้ ปชป. บอยคอตเลือกตั้ง คสช. แต่ที่อยากจะบอกเป็นปริบทคือ ณ เวลานี้ เท่าที่ผมทราบ เพื่อไทยเอง ก็มีความตั้งใจจะลงเลือกตั้งภายใต้ รธน. คสช. เช่นกัน ดังนั้น ความยากลำบากที่จะให้เกิดการบอยคอตเลือกตั้งภายใต้ รธน. คสช. จึงพอ ๆ กันในแง่ของทั้ง ๒ พรรคใหญ่ เพื่อไทย-ปชป. บอยคอตแล้วจะเกิดอะไร? ถ้า เพื่อไทย-ปชป. บอยคอตเลือกตั้ง คสช. คือไม่ส่งผู้สมัครเลย และเรียกร้องให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคทั้งหมด ไม่ไปลงคะแนนด้วย -ในกรณีที่ คสช. เดินหน้าให้เลือกตั้ง ก็จะหมายความว่า การเลือกตั้งภายใต้ รธน. คสช. จะเป็นการเลือกตั้งที่มีคนเข้าร่วมน้อย น่าจะไม่ถึงครึ่งของผู้มีสิทธิ์ (อาจจะน้อยกว่านั้นเยอะ) และหมายความว่า "สภา" และรัฐบาลที่ได้มา ก็จะเป็นสภาที่ขาดความชอบธรรมชัดเจน ต่อให้พรรคอย่างบรรหาร หรือเนวิน ยอมเข้าร่วมด้วย หรือกระทั่งว่า คสช. ยอมให้คนของพรรคแบบนี้ขึ้นเป็นตัวชูโรงออกหน้ามาเป็น นายกฯ ก็จะกลายเป็น "ตัวตลก" ที่ไม่มีความชอบธรรมอะไร ยิ่งถ้าขุนศึก คสช. คนใดคนหนึ่งขึ้นเป็นนายกฯ ในสภาที่ได้มาจากการเลือกตั้งที่ถูกบอยคอตโดย เพื่อไทย-ปชป ก็จะยิ่งเห็นความไม่ชอบธรรมสูงขึ้นอีก -สมมุติ คสช. เห็นว่า เพื่อไทย-ปชป. บอยคอต จึงไม่ให้มีการเลือกตั้ง และปกครองแบบนี้ต่อไป? รัฐบาล คสช. เป็นรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมสิ้นเชิงในเวทีโลก (และมีปัญหาในแง่ตลาดโลก การส่งออก การลงทุน ฯลฯ) และไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงานด้วย ถ้าเกิดการบอยคอต แล้วพวกเขาตัดสินใจเป็นรัฐบาลต่อ คือไม่ให้มีเลือกตั้งเลย ก็ให้พวกเขาทำไป มีแต่ทำให้ระบอบปกครองของพวกเขาลำบากยิ่งขึ้น แน่นอนปัญหาอยู่ที่ว่า จะทำให้ทั้งเพื่อไทย และ ปชป. ประกาศบอยคอตการเลือกตั้งภายใต้ รธน. นี้ได้อย่างไร? ในส่วน ปชป. นั้น ดังที่กล่าวข้างต้นว่า มีความเป็นไปได้ที่ ปชป. จะยอมทำตัวเป็นลูกไล่ให้ คสช. ด้วยการเลือกตั้งเข้าสภา แล้วไปเป็นหนึ่งในพรรครัฐบาลผสมให้ (ทำนองเดียวกับสมัยเปรม) แต่หากดูจากท่าทีอภิสิทธิ์และหลายคนใน ปชป. (รวมไปถึงพวกนักวิชาการที่เชียร์ ปชป. อย่างสมบัติ) การบอยคอตไม่ใช่อะไรที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง ‪#‎ยิ่งถ้าภายใต้สถานการณ์ที่เพื่อไทยเองตกลงว่าจะบอยคอตด้วย สิ่งที่ต้องพยายามเรียกร้อง กดดัน ผลักดัน ปชป. (และเพื่อไทยด้วย) คือ ต้องให้พวกเขาตระหนักว่า เลือกตั้งเข้าไปภายใน รธน. แบบนี้ ก็มีแต่จะไปเป็นลูกไล่หรือหนังหน้าไฟ (สำหรับรับการด่า) ให้กับ คสช เท่านั้น และที่สำคัญ ภายใต้ รธน. ที่ คสช.-บวรศักดิ์ เขียน เข้าไปในสภาก็ไม่มีทางแก้ รธน. ได้ คือไม่มีทางที่จะทำให้ รธน. นี้กลับมาใช้ระบบสภาที่พรรคการเมืองจะเติบโตได้ เรื่องนี้ท่าทีของฝั่งเพื่อไทยเอง จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในขณะนี้ตามที่ผมรู้ เพื่อไทยคงเข้าเลือกตั้ง (ดูจากท่าทีจตุพรที่ออกมาด่าคนในพรรค นอกจากนี้ ผมได้สอบถามคนที่ทำงานในพรรค ก็ได้รับเสียงยืนยันว่าคงลงเลือกตั้ง) ความจริงเรื่องนี้ควรถือเป็นอะไรที่แปลกด้วยซ้ำ เพราะการ รปห. ครั้งนี้และ รธน. ที่ คสช. ทำขึ้น เป้าหมายสำคัญก็เพื่อบล็อกพรรคเพื่อไทย ผมเข้าใจว่า สาเหตุที่เพื่อไทยยังคิดจะลงเลือกตั้ง นอกจากเหตุผลที่เดากันได้ในแง่ของความไม่เอาไหนของนักการเมืองไทยแทบทุกคนไม่ว่าพรรคไหน (คือยังไง ได้เลือกตั้งไปเข้าสภาก็ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ ยังมีผลประโยชน์หรืออะไรบ้าง) ก็คงเพราะคิดในแง่ว่า กลัวว่า ถ้าไม่ร่วมเลือกตั้งแล้ว ปชป. เข้าไป ก็จะทำให้ยิ่งเสียเปรียบ (ในส่วน ปชป. ถ้าจะไม่บอยคอต ก็มีเหตุผลเดียวกันนี้อยู่ด้วยข้อหนึ่งดังกล่าวข้างต้น คือ ถ้าเพื่อไทย ไม่บอยคอต ปชป. ก็คงกลัวเสียเปรียบเช่นกัน) ปมเงื่อนของผู้ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยจึงอยู่ที่ต้องพยายามเรียกร้องกดดัน ให้ทั้ง ๒ พรรคประกาศบอยคอตการเลือกตั้งภายใต้ รธน. คสช. (คงต้องให้มีการทำเป็นสัตยาบรรณเลย) โดยชี้ให้ทั้งคู่ตระหนักความจริงที่ว่า เข้าไปภายใต้ รธน. แบบนี้ ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จะยังต้องอยู่ใต้การควบคุมของ คสช. และอำนาจนอกการเลือกตั้งทั้งหลายอย่างไม่มีโอกาสเติบโต ทหารอาศัยอำนาจปืนบังคับให้ใครต่อใคร และพรรคการเมืองไม่ว่าพรรคไหน ไม่ให้เคลื่อนไหวโน่นนี่ได้ แต่เขาบังคับ ให้ลงเลือกตั้ง หรือไม่บอยคอตไม่ได้ นี่เป็นอาวุธสำคัญที่ทหารไม่สามารถบังคับได้ และถ้ามีการ บอยคอตของทั้ง ๒ พรรค ความชอบธรรมของ คสช. และการเลือกตั้งที่พวกเขาปรุงขึ้น ก็จะแทบไม่มีเหลืออยู่เลย ปัญหาอยู่ที่ว่า พรรคการเมืองทั้งคู่จะพอมีกระดูกเหมือนกับมีปาก ซึ่งทั้่งคู่ไปพูดในที่ประชุม "ปรองดอง" วันก่อน อย่างเป็นเอกฉันท์กันหรือไม่ (ว่า รธน. นี้ รับไม่ได้) หรือจะในที่สุดแล้ว ก็ยอมให้กับทหารอย่างเชื่อง ๆ เข้าไปเป็นไม้ประดับให้ทหาร ภายใต้กติกาที่ทหารร่างขึ้นอย่างไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนแปลง? สำหรับผู้อ่านที่เป็นเสื้อแดงจำนวนไม่น้อย คงเกิดคำถามในใจว่า หาก ปชป. ไม่ยอม "เล่นด้วย" ละ? คือไม่ยอมบอยคอต - เพื่อไทยควรเข้าเลือกตั้งหรือไม่? อย่างที่ผมชี้ให้เห็นข้างต้น ตอนนี้ แม้แต่เพื่อไทยเอง ก็ไม่ใช่ว่าจะบอยคอต คือ ณ จุดนี้ เพื่อไทยเองก็ไม่คิดจะบอยคอตเช่นกัน ดังนั้น เรื่องนี้เฉพาะหน้า อยู่ที่ควรพยายามเคลื่อนไหวกดดัน เรียกร้องให้ทั้งคู่บอยคอต แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Somsak Jeamteerasakul MThai News

แฟชั่นคนอ้วน สิ่งที่เราเห็น VS ความเป็นจริงที่เป็น เมื่อเราสั่งเสื้อผ้าออนไลน์...
คนอ้วน /  เสื้อผ้า / 

    สองสาวร่างอวบ แม้พวกเธอจะอ้วนแต่มันก็ไม่ใช่อุปสรรคในการแต่งตัวเเลย ทั้งสองต่างหลงรักการแต่งตัวเหมือนกัน พวกเธอจึงตัดสินใจสั่งเสื้อผ้าออนไลน์จาก 4 ร้าน เพื่อโชว์ให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการสั่งเสื้อผ้าออนไลน์ สิ่งที่เราเห็นนางแบบใส่ กับความเป็นจริงที่เราใส่เอง จะเหมือนหรือแตกต่างกันแค่ไหนมาชม.... Kristin ส่วนสูง 158 เซนติเมตร และ Sheridan ส่วนสูง 178 เซนติเมตร  แฟชั่นคนอ้วน เริ่มจากชุดแรก ชุดบอดี้คอนเข้ารูป จาก Forever 21 ไซด์ 2X แล้วถ้าเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นเป็น ไซด์ 3X ล่ะ พอเราใส่ปุ๊บกลายเป็นแฟชั่นคนท้องไปในทันที เสื้อลายดอกไม้สีชมพูสวยหวาน จาก ASOS Kristin ใส่ไซด์ 14 และ Sheridan ใส่ไซด์ 16 ชุดจั๊มสูทสีดำ จาก ASOS  Kristin ใส่ไซด์ 16 ส่วน Sheridan ใส่ไซด์ 18 โอ๊ย...สั่งมาแล้วเครียดจริงๆเลย กระโปรงยีนส์ซิปข้าง ทรงดินสอ จาก Fashion to Figure ซึ่งทั้งสองสาวใส่ไซด์ 3X เอ๊ะ! ว่าแต่รูปท้ายสุด ซิปหายไปไหนหว๊า? กางเกงเอวสูงซิปหน้าสีดำ จาก Fashion to Figure ทั้งสองสาวใส่ไซด์ 3X เหมือนกัน หน้าท้องเป็นลอนคลื่นสวยงามมาก กางเกงยีนส์ขาสั้น จาก Acid Wash from Torrid  นางแบบใส่เป๊ะมาก เราใส่อาจจะเข้าวินนิดนึง!!    สาวๆ women ที่คิดจะสั่งซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อควรเช็คก่อนว่าทางร้านรับเปลี่ยนสินค้าหรือไม่ เพราะถ้าร้านไม่รับเปลี่ยนหรือคืน ก็เท่ากับเสียเงินไปฟรีๆ แถมยังเสียอารมIณ์อีกต่างหาก การซื้อเสื้อผ้าที่ดีที่สุดคือการได้ทดลองสวมใส่ก่อนซื้อทุกครั้งจะได้ไม่เซ็งนะจ๊ะ ที่มาจาก www.buzzfeed.com เรียบเรียงโดย Women mthai team

เปิดคำ!'ถวิล เปลี่ยนศรี' สั่งสลายม็อบปี53 หรือไม่?
ถวิล เปลี่ยนศรี /  ป.ป.ช. / 

"ถวิล เปลี่ยนศรี" ให้ถ้อยคำ ป.ป.ช.ฐานะพยาน "มาร์ค-พระสุเทพ" ยัน ไม่มีการสั่งสลายการชุมนุม แค่กระชับพื้นที่ วันที่ 28 เม.ย.58 นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าให้ถ้อยคำต่อ องค์คณะไต่สวน ป.ป.ช. ในฐานะพยานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีถูกกล่าวหาสั่งการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 พร้ัอมเปิดเผย ก่อนเข้าให้ถ้อยคำว่า ป.ป.ช. จะชี้แจงถึงการควบคุมสถานการณ์ในขณะนั้น เพราะมีการกล่าวหาว่ามีการใช้กำลังจนทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต โดยจะให้เหตุผลว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง พร้อมกับมีกลุ่มที่ใช้อาวุธ หรือกลุ่มชายชุดดำใช้อาวุธกระทำต่อสถานที่ และเจ้าหน้าที่ในหลายเหตุการณ์ ซึ่งเรื่องของการสลายการชุมนุมนั้น ไม่เคยมีการสั่งสลายการชุมนุมในช่วงเหตุการณ์ชุมนุม เม.ย.-พ.ย.53 และเหตุวุ่นวายในปี 52 เพราะไม่มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต ส่วนในปี 53 ช่วงเดือน มี.ค. 53 จนถึงวันที่ 19 พ.ค. 53 ก็ไม่มีการใช้กำลังเข้าไปสลายการชุมนุม ซึ่งเหตุการณ์ที่ถูกผู้ชุมนุมเรียกว่าเป็นการสลายการชุมนุมมี 2 เหตุการณ์ คือเหตุการณ์ในวันที่ 10 เม.ย. 53 บริเวณแยกคอกวัว ซึ่งเป็นการขอคืนพื้นที่ ส่วนอีกเหตุการณ์ช่วงวันที่ 11-19 พ.ค. ไม่ได้เป็นการสลายชุมนุม แค่กระชับวงล้อม จากนั้นแกนนำประกาศยุติการชุมนุมเอง รวมถึงเหตุจลาจลในกรุงเทพรวม 37 จุด ก็ไม่มีการสลายการชุมนุม ส่วนที่มีการระบุว่า พบการใช้กระสุนจริงในพื้นที่แยกราชประสงค์ หลังจากการชุมนุมยุติลง ในวันที่ 20 พ.ค.53 ตรวจสอบพื้นที่ชุมนุม พบอาวุธในพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ สวนลุมพินี รวมทั้งในวัดปทุมวนาราม เป็นอาวุธสงคราม M79 ลูกระเบิดเพลิง ระเบิดขว้า และอาวุธที่พบจะเป็นของเจาหน้าที่หรือไม่ ไม่แน่ใจ เพราะก่อนหน้านั้น ได้รับการกำชับว่าให้เจ้าหน้าที่ใช้กระบองและโล่ ห้ามใช้อาวุธกับผู้ชุมนุมเป็นอันขาด กระทั่งวันที่ 10 เม.ย. มีความสูญเสียเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทหาร อาทิ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และยังมีประชาชนสูญเสียรวม 26 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรู้ว่ามีการใช้อาวุธจากผู้ชุมนุม และในวันดังกล่าวก็เป็นครั้งแรกที่มีการปรากฏตัวของชายชุดดำ จนมีการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธซึ่งก็ต้องใช้ให้เป็นไปตามกฎ 7 ขั้นตอน ส่วนกรณีที่ศาลอาญา เคยมีคำวินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมเกิดจากการใช้อาวุธนั้น เป็นเรื่องการพิสูจน์การตาย ซึ่งมีหลายกรณี และในกรณีดังกล่าวศาลอาญาก็ได้ยกฟ้องไปแล้ว โดยระบุว่าเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ในการวินิจฉัยต่อไป ขอบคุณข้อมูล มติชน  MThai News 

13 เรื่องที่อยากให้รู้ไว้ อินไซด์ก่อนของจริง Avengers: Age of Ultron
Avengers: Age of Ultron /  fun fact / 

หลังจากรอคอยมานาน ในที่สุดก็ได้เวลาร่วมสงครามซูเปอร์ฮีโร่กันแล้ว กับภาพยนตร์ Avengers: Age of Ultron อเวนเจอร์ส 2: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก ส่งตรงจากจักรวาล มาร์เวล สตูดิโอ และนี่คือ 13 เรื่องสุดอินไซต์ ที่ไม่รู้ก็ได้ แต่รู้ไว้รับรองดูหนังสนุกขึ้นอีกหลายระดับแน่นอน 1. เห็นในครั้งก่อนๆ บรูซ แบนเนอร์ กลายร่างตัวเขียวเป็น ฮัลค์ ทีไร เป็นได้เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แต่ใน Avengers: Age of Ultron ชุดของฮัลค์ได้รับการอัพเกรดขึ้นแล้ว ด้วยการเพิ่มกางเกงยืดทำจากเส้นใยไมโครไฟเบอร์ไฮเทค ซึ่งจะสวมไว้ข้างใน ทีนี้พี่ ฮัลค์ ก็สบายใจไม่โป๊แน่นอน 2. ไม่ใช่แค่ ฮัลค์ ที่มีของใหม่ไฉไล ด้วยความสามารถด้านวิศวกรรมของ โทนี่ สตาร์ค ที่จัดให้ทีมซูเปอร์ฮีโร่ ทำให้อาวุธของ ฮอว์คอายได้รับการอัพเกรด มีหัวลูกศรใหม่ๆ หลายแบบ ที่ใช้ตามวัตถุประสงค์ต่างกันไป กระบอกธนูไฮเทคขึ้น โหลดลูกธนูได้เร็วขึ้นและเก็บลูกธนูได้ถึงเก้าดอก นอกจากนี้ ธนูของฮอว์คอาย ยังได้รับการแปลงโฉมจากสีดำคลาสสิกเป็นสีแดงเข้ม และเพิ่มเครื่องมือมองอินฟาเรด และเครื่องมือจับสัญญาณโซนิคแถมเข้าไปด้วยอีกต่างหาก 3. ฝั่งพี่บึ้ก กัปตันอเมริกา ก็ไม่น้อยหน้า มีเรื่องตื่นเต้นกับเขาเหมือนกัน เพราะหลังจากต้องตามเก็บ หรือเล็งดีๆ ตอนขว้าง ตอนนี้ก็สามารถเรียกโล่มันกลับมาหาได้แล้ว แทนที่จะมีมือจับสองอันที่ด้านหลัง โล่ของกัปตัน จะมีแถบแม่เหล็กที่สามารถยึดติดกับถุงมือได้อัตโนมัติ 4. ยัง! ยังไม่หมด เฮีย โทนี่ สตาร์ค ยังเอาใจสาวสวย ด้วยการจัดกระบองต่อสู้อันใหม่ให้ แบล็ควิโดว์ ซึ่งมีเค้าโครงจากแท่งเอสครีมา โดยมีกระแสไฟฟ้าชาร์จอยู่ ดังนั้น เมื่อเธอฟาดกระบองลงกบาลใคร ไม่เพียงแต่เป็นการฟาดคู่ต่อสู้เท่านั้น แต่เธอยังช็อตพวกเขาด้วยกระแสไฟฟ้าด้วย 5. ใน Avengers: Age of Ultron ผู้ออกแบบงานสร้าง ชาร์ลส์วู้ด และทีมงาน ได้สร้างหอคอยใหม่สำหรับพวก อเวนเจอร์ส ซึ่งเป็นฉากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างขึ้นสำหรับภาพยนตร์มาร์เวล เรื่องราวส่วนมากในเรื่องนี้เกิดขึ้นที่นั่นในหลายๆ ระดับชั้น ผนังกระจกเผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของนครนิวยอร์ก และสามารถมองเห็นโรงจอดควินเจ็ทได้ นอกจากนี้ สถานที่หลายแห่งยังเชื่อมต่อกัน และมันสามารถขยับจากด้านล่างไปด้านบน หรือจากด้านบนไปด้านล่างได้ด้วย 6. ฉากอเวนเจอร์ส ทาวเวอร์ นับว่าสารพัดประโยชน์ โดยหอคอยนี้ถูกออกแบบและสร้างโดย โทนี่ สตาร์ค เจ้าเก่าใช้รวมตัวสำหรับเหล่าอเวนเจอร์ส สำหรับการวางแผน ปฏิบัติการ ผ่อนคลายหรือศึกษาหาความรู้ ภายในมีพื้นที่เลานจ์ ห้องแล็บสามห้อง บวกกับห้องเครื่องยนต์ ฟิตเนส พื้นที่พักผ่อนและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า นอกจากนี้ หอคอยแห่งนี้ยังถูกออกแบบมาให้มีทุกอย่างพร้อมสรรพตามที่โทนี่ สตาร์คต้องการสำหรับการทำงานและการค้นคว้าของเขาอีกด้วย 7. ตัวละครใหม่ในโลกภาพยนตร์มาร์เวลที่มาจากหนังสือการ์ตูนคือวันดา (สการ์เล็ตวิทช์) และปิเอโทร แม็กซิมอฟ (ควิกซิลเวอร์) ผู้มีพลังในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนบนหน้าจอ ปิเอโทรมีความเร็วปานสายฟ้าแลบ ส่วนวันดาก็มีพลังเทเลคิเนซิส แล้เธอก็สามารถช็อตเส้นประสาทในสมองของคนอื่นด้วยพลังของเธอ ซึ่งส่งผลให้เธอสามารถควบคุมจิตใจพวกเขาได้ด้วย 8. อีกหนึ่งตัวละครใหม่ในทีมอเวนเจอร์สคือ วิชัน ที่รับบทโดย พอล เบตตานีย์ ผู้ก่อนหน้านี้เคยพากย์เสียงจาร์วิสใน Iron Man มาก่อน เขาเป็นสิ่งมีชีวิตประดิษฐ์ ที่มีลุคโดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังมีพลังน่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นตัวแทนของพลังใหม่ๆ สำหรับทีมอเวนเจอร์สด้วย 9. ชุดเกราะ ฮัลค์บัสเตอร์ เกิดจากเทคโนโลยีสำคัญของไอรอนแมน มันเป็นชุดสุดยอดที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับฮัลค์ ยามเบรกแตกโดยเฉพาะ พัฒนาขึ้นโดย โทนี่ สตาร์ค และ บรูซ แบนเนอร์ หลังจากที่พวกเขาศึกษาการเคลื่อนไหวและระดับพลังของฮัลค์ เพื่อหาวิธีกักขังและลดความเสียหายที่เกิดจากความคลั่งของเขา จะมีดาวเทียมที่โคจรต่ำวนเวียนรอบตัวแบนเนอร์เสมอ และภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ โทนี่ สตาร์ค ก็สามารถเรียกชุดเกราะฮัลค์บัสเตอร์ สวมชุด และสกัดฮัลค์เอาไว้ได้ ถ้ามันเป็นไปตามทฤษฎีน่ะนะ... 10. เครื่องบิน ควินเจ็ท ถูกออกแบบใหม่จะมีลุคทางทหารมากขึ้น และนักบินก็จะสามารถมองสิ่งแวดล้อมรอบด้านขณะบินได้ด้วย แบบดีไซน์ของทางเดินมีเค้าโครงจากค็อกพิทของเฮลิคอปเตอร์ ที่มีกระจกอยู่ตรงด้านหน้าและด้านล่าง ซึ่งจะทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความเร็ว ในตอนที่ควินเจ็ทบินผ่านน่านฟ้าในเมือง การตกแต่งภายในถูกลดทอนรายละเอียด ให้เหลือพื้นที่ที่ดูโล่งกว้าง เพรียวลม โดยมีการถอดของประดับเลิศหรูบางอย่างออกไปเพื่อสร้างลุคที่ปราดเปรียวกว่า 11. ใน Avengers: Age of Ultron  มีการใช้โลเคชันจริงทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างความสมจริงให้กับเรื่องและสนับสนุนแนวคิดที่ว่า อเวนเจอร์สเป็นกลุ่มที่ขจัดภัยของโลกอย่างแท้จริง ตั้งแต่อังกฤษ ไปจนถึงเซาธ์แอฟริกา อิตาลีและเกาหลี ทีมงานได้ถ่ายทำในสถานที่จริงๆ ที่ช่วยเพิ่มมิติและความซับซ้อนให้กับลุคของภาพยนตร์ฉบับสมบูรณ์ 12. การถ่ายทำที่เกาหลีมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับนักแสดงหญิงชาวเกาหลี คลอเดีย คิม ผู้เติบโตในกรุงโซล และรับบท ดร.เฮเลน โช ในเรื่องนี้ เธอภูมิใจมากที่บางฉากของภาพยนตร์มาร์เวล Avengers: Age of Ultron ถ่ายทำในเกาหลี โดยมีอุปกรณ์โดดเด่นในการถ่ายทำคือ โดรนและรถบังคับรีโมท เพื่อให้ได้มุมกล้องที่ไม่มีทางได้จากตากล้องหรือเฮลิคอปเตอร์ ทีมงานได้อาศัยฝีมือของสองพี่น้องเมนสตรู ปา ผู้เป็นแชมป์การบังคับโดรนของเกาหลี และปัคมินคิว ผู้เป็นแชมป์รถบังคับของเกาหลีอีกด้วย 13. การจัดหาชุดสำหรับซูเปอร์ฮีโรในฉากงานปาร์ตี้สำคัญ เป็นหน้าที่ของผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายมากประสบการณ์ อเล็กซานดรา ไบรน์ ด้วยความที่เป็นครั้งแรกที่ ธอร์ ได้สวมชุดเหมือนมนุษย์มนาร่วมงานปาร์ตี้ ไบรน์เลยปรึกษาหารือกับ คริส เฮมส์เวิร์ธ เพื่อหาส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างกางเกงยีนส์ แจ็คเก็ตและเสื้อเชิ้ตที่จะเน้นรูปร่างของเขา แต่ต้องไม่ดูเหมือนชุดตามธีม หรือชุดแฟนซี ในขณะที่การหาชุด ให้โทนี่ สตาร์ค เป็นเรื่องง่ายกว่า เพราะ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ต้องการลุคที่เลิศหรู ท้ายที่สุด ชุดของเขาก็ถูกส่งไปตัดที่ซาวิลโรว์ ที่โด่งดังในกรุงลอนดอน หลังจากการลองชุดห้ารอบ ป๋าไอรอนแมนก็ปรากฏตัวอย่างสง่างามทีเดียว ระเบิดสงคราม มหกรรมรวลพลซูเปอร์ฮีโร่ ไปกับ Avengers: Age of Ultron อเวนเจอร์ส 2: มหาศึกอัลตรอนถล่มโลก ในวันที่ 30 เม.ย. นี้ และเปิดรอบพิเศษ 29 เม.ย. นี้ รอบเวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ Avengers: Age of Ultron ได้ที่นี่เลย --------------------------------

เที่ยวเกาะแสมสาร สัมผัสทะเลงาม ใกล้กรุงเทพฯ
สัตหีบ /  เกาะแสมสาร / 

เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่มีทัศนีภาพและทรัพยากรที่สวยงามและสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลตะวันออก ด้วยความที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ จึงสะดวกต่อการเดินทางมาท่องเที่ยว เกาะแสมสารอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือร่วมกับเกาะขาม โดยจะมีเรือให้บริการข้ามเกาะที่ท่าเทียบเรือ พบกับกิจกรรมมากมาย ทั้งดำน้ำ ปั่นจักยาน พายเรือคายัค ฯลฯ เที่ยวเกาะแสมสาร สัมผัสทะเลงาม ใกล้กรุงเทพฯ บนเกาะแสมสาร ไม่มีที่พักให้ เพราะเป็นเกาะที่ได้รับการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ โดยการดูแลของทหาร แต่บนฝั่งมีที่พักเยอะแยะมากมาย ระหว่างที่ท่านขับรถมาก็สามารถเลือกเอาไว้ก่อนได้เลย มีให้เลือกเยอะตรงเส้นทางแสมสาร และบริเวณใกล้กับท่าเรือ หรือจะเป็นแถว ๆ ศูนย์อนุรักษ์การดำน้ำ ก็มีที่พักให้เลือกครับ รายละเอียดการท่องเที่ยวบนเกาะแสมสาร ค่าเรือบริการ ไป-กลับ คนไทย 250 บาท ต่างชาติ 500 บาท เด็กตั้งแต่ 3 ปี ไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์ ค่าตั๋ว 200 บาท เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่เสียค่าบริการครับ (เกาะนี้จะไม่มีการแยกตั๋วค่าเรือกับค่าอุปกรณ์ดำน้ำ ไม่ว่าจะดำน้ำหรือไม่ดำ ก็เสีย 250 บาท โดยจะจำกัดนักท่องเที่ยว 300 คนต่อวัน เรือมี 3 รอบ รอบละ 100 คน และตั๋วสามารถใช้ได้วันต่อวัน) ค่ารถรับส่งบนเกาะ - ฟรี เพราะเกาะแสมสารมีชายหาดให้พักผ่อน 2 แห่ง ค่าอุปกรณ์ดำน้ำ - ฟรี (ดำได้ทั้ง 2 หาด หาดเทียน และหาดลูกลม) ค่านั่งเรือท้องกระจกดูประการัง - ฟรี ค่าเช่าปั่นจักรยาน ชมเส้นทางธรรมชาติ - 10 บาท ค่าเตียงผ้าใบ - 20 บาท ค่าห้องน้ำอาบ และ สุขา - ฟรี * ถ้าไปในฤดูที่มีแมงกระพรุนเยอะ จะมีโลชั่นแก้คันให้ แต่ถ้าเยอะมาก ทางการเขาจะไม่ให้ลงดำน้ำครับ ตารางเที่ยวเรือขาไป เที่ยวที่ 1  9.00 เที่ยวที่ 2  11.00 เที่ยวที่ 3  13.00 ตารางเที่ยวเรือขากลับ เที่ยวที่ 1  10.30 เที่ยวที่ 2  12.00 เที่ยวที่ 3  15.00 เที่ยวที่ 4  16.30 กฏข้อห้าม ห้ามนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลข้ามไปที่เกาะ ห้ามใส่บีกินนี่บนเกาะ ห้ามต่างชาติข้ามไปที่เกาะโดยไม่มีคนไทยไปด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : 038-439-444, 038-437-927  , 08-7004-8512  (ในเวลาราชการ) ขอบคุณข้อมูลจาก : pantip.com/topic/33177773   ,   เรียบเรียงโดย : Travel MThai ภาพจากคุณ : Little Potchara -  www.facebook.com/baagklong

มะกันเดือด !! ประกาศเคอร์ฟิวแมริแลนด์ คุมม็อบผิวสี
บัลติมอร์ /  ประท้วง / 

ปะทะเดือด !! แผ่นดินสหรัฐลุกเป็นไฟ หลังเหตุจราจลจากกลุ่มผู้ประท้วงผิวสี ในเมืองมัลติมอร์ วันนี้ (28 เม.ย.) สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานจาก กรณีที่นายแลร์รี โลแกน ผู้ว่าการรัฐแมริแลนด์ ลงนามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมระดมกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ลงพื้นที่ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ จากการปล้นสะดม ทั้งยังมีการเผาทำลายทรัพย์สินเพื่อสร้างสถานการณ์ ซึ่งความวุ่นวายเริ่มขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น และการปะทะกับตำรวจท้องถิ่น จนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 15 นาย ขณะที่มีการจับกุมผู้ประท้วงแล้วร่วม 30 คน นอกจากการปะทะกันอย่างดุเดือดแล้ว ยังมีการปล้นร้านค้า เผาทำลายร้ายขายยา ควันสีดำปกคลุมหาทั่วพื้นที่ถนนในบริเวณที่เกิดเหตุ ส่วนทางด้านนางสเตฟานี รอว์ลิงส์-เบลค นายกเทศมนตรีหญิงเมืองบัลติมอร์ ประกาศใช้เคอร์ฟิวระหว่างเวลา 22.00-05.00 น. โดยคำสั่งมีผลบังคับใช้ทันทีอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ชนวนเหตุของการลุกฮือครั้งใหญ่ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 19 เม.ย. จากกรณีการเสียชีวิตของ นายเฟรดดี เกรย์ วัย 25 ปี ชายผิวสี ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ฐานพกมีด จากนั้นพยานหลายปาก ได้ออกมายืนยันว่า เกรย์ได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา แม้สาเหตุการตายจะยังไม่ชัดเจน แต่การสูญเสียในครั้งนี้ จุดชนวนความโกรธแค้นให้กับกลุ่มคนผิวสี หลังจากเกิดกระแสความไม่เท่าเทียม จากความแตกต่างทางเชื้อชาติ ซึ่งคนผิวสีมักจะไม่ได้รับการปฏิบัติ อย่างเท่าเทียมกับคนผิวขาว แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากเกรย์เสียชีวิตลง สำนักงานตำรวจบัลติมอร์ ได้สั่งลงดาบพักงานเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจับกุมเหยื่อจนนำไปสู่การเสียชีวิตดังกล่าวแล้ว MThai News ที่มา CNN

บอดี้สแลม-สิงโต นำโชค คว้ารางวัลเพลงไทยสากล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12
Monomania /  คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 / 

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อค่ำวานนี้ (27 เม.ย. 58) สำหรับงานประกาศรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 โดย หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ ณ ฮอลล์ 105 ไบเทค บางนา งานนี้ เหล่าบรรดาศิลปินจากหลากค่าย ตบเท้าเดินพรมแดง พร้อมลุ้นผลรางวัลกันอย่างคับคั่ง บอดี้สแลม คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 วง Monomania คว้า 2 รางวัล จาก คมชัดลึก โดยในปีนี้ สิงโต นำโชค คว้ารางวัล ศิลปินชายยอดเยี่ยม ตามมาติดๆด้วยวง บอดี้สแลม ที่พาอัลบั้ม ดัม-มะ-ชา-ติ (dharmajati) คว้ารางวัล ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมไปครอง และอีกหนึ่งศิลปินที่น่าจับตามองใน คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 นี้ เห็นจะเป็นวง Monomania ที่คว้าไปถึง 2 รางวัล ซึ่งก็ได้แก่ ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และ อัลบั้มยอดเยี่ยม จากอัลบั้ม Another Side Of Human โชว์จาก 4 ผู้ชนะจากเวที AF-The Star-KPN-The Voice และจาก ไทยแลนด์ก็อตทาเลนท์ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม : Ep Moire (มอย) ศิลปิน Sugar Analog เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม : The Paradise Bangkok หมอลำ International Band ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม : Monomania ศิลปินชายยอดเยี่ยม : สิงโต นำโชค ศิลปินหญิงยอดเยี่ยม ไม่มีผู้ถูกชื่อเสนอเข้าชิง ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม : บอดี้แสลม อัลบั้มยอดเยี่ยม : อัลบั้ม Another Side Of Human ศิลปิน Monomania เพลงยอดเยี่ยม : เพลง สัตว์ประหลาด ศิลปิน แสตมป์ อภิวัชร์ มิวสิคเอ็มไทย ขอแสดงความยินดีกับทุกศิลปินที่ได้รับรางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 12 ด้วยนะครับ --- เรื่อง/ภาพ : Ryu Ryan (IG @ryuryan) มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

หนุ่มใหญ่หายออกจากบ้านนาน 2 วัน ก่อนพบเป็นศพอยู่ข้างถนน
ข้างถนน /  รถจักรยานยนต์ / 

หนุ่มใหญ่ ขี่รถจักรยานยนต์หายออกจากบ้านนาน 2 วัน ญาติเป็นห่วงออกตามหาแต่ไม่พบ เจอเป็นศพอยู่ข้างถนน เมื่อวานนี้ (27 เม.ย. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งพบศพชายนอนหงายเสียชีวิตข้างถนน ห่างออกไปมีรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ บริเวณริมถนนสายปราจีน ต.โนนห้อง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี จึงเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมแพทย์เวร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญ จากการตรวจสอบพบเป็นศพของ นายมังกร คู่คิด อายุ 51 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย ที่หายออกจากบ้านไปตั้งแต่ วันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา จนทางบ้านออกตามหากลัวจะเป็นอันตรายแต่หาไม่พบ ทั้งนี้ นายสมิง คู่คิด พี่ชายผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้บอกทางบ้านว่า จะไปหาเพื่อนจากนั้นก็ขาดการติดต่อกระทั่งมาพบเป็นศพอยู่ข้างถนน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้ตายอาจขับรถเสียหลักตกถนนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด หรืออาจถูกรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี เนื่องจากที่เกิดเหตุมืดไม่มีแสงสว่าง ด้านแพทย์จากการชันสูตรยืนยัน เสียชีวิตมาแล้วเกินกว่า 48 ชั่วโมง สาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงทางแพทย์จะผ่าพิสูจน์อีกครั้ง ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

ทรงผมอาคิระ เซ็ตผมหล่อสไตล์ เคน ภูภูมิ ใน กลกิโมโน
กลกิโมโน /  ทรงผมชาย / 

ทรงผมอาคิระ เซ็ตผมหล่อสไตล์ เคน ภูภูมิ ใน กลกิโมโน เรียกว่าเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากมายบนโซเชียลเราเลยก็ว่าได้ สำหรับละครกลกิโมโน ที่ฉายทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงจะเป็นเรื่องการกลับมาสูวงการจอแก้วอีกครั้งในรอบ 17 ปีสำหรับ พี่เบริด ธงไชย แมคอินไตย์ และอีกสิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็ก็คงจะเป็น ความหล่อของหนุ่ม เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ หรือ อาคิระ ที่ Men.MThai เราต้องบอกได้ว่าหยุดมองไม่ได้เลยสำหรับความหล่อและเท่ของเขา ซึ่งทาง เคน ภูภูมิ ได้เผยว่า "ฟีดแบ็กละครกลกิโมโนดีเลยทีเดียว คนชอบมากโดยเฉพาะทรงผมใหม่ที่ฟีดแบ็กดี คนชอบ" ซึ่งทางเราก็คงต้องเห็นด้วยกับหลายๆ เสียงจริงๆ ที่เขาว่าทรงผมทรงนี้เป็นอะไรที่เข้ากับหนุ่มเคนสุดๆ โดยทรงนี้เราจะเรียกว่าทรง เดอะ นิว ม็อด ก็ไม่ผิด โดยทรงนี้จะมีลักษณะสะอาดเนี้ยบ ผมจะไม่ตกลงมาบริเวณหูและปกเสื้อ บางกว่าบริเวณกระหม่อม และจะดูหนาและมีเลเยอร์มากกว่าแถวๆ ผมม้า ซึ่งจะปิดหน้าผากเกือบทั้งหมด วิธีเซ็ตผมให้หล่อเหมือน ทรงผมอาคิระ เคน ภูภูมิ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้แห้งพอหมาดก่อนจะเป่าด้วยดรายเป่าผมและแปรงผมด้วยแปรงแบนเพื่อให้ผมออกมาดูเรียบไม่ชี้ฟู ถูเจลเล็กน้อยกับฝ่ามือ และลูบให้ทั้วเส้นผม ใช้นิ้วมือสางเหมือนหวีเพื่อช่วยแยกผมและเพิ่มเท็กซ์เจอร์ ลุคนี้ต้องเล่นกับมูฟเมนท์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องให้ผมแข็งอยู่ทรงเกินไปจากการใช้ผลิตภัณฑ์ปริมาณมาก Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาต้นฉบับ ภาพประกอบจาก IG ken_phupoom

เจ้าของบ้านไฟไหม้ปริศนา นิมนต์พระ 9 รูป ทำพิธีปัดรังควานแก้เคล็ด
พระสงฆ์ /  ไฟไหม้ / 

เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุไฟไหม้ปริศนานานกว่า 1 เดือน นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป ทำพิธีปัดรังควานแก้เคล็ด เพื่อเป็นสิริมงคล จากกรณี บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ที่เกิดไฟปริศนาลุกไหม้บ้านต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือน นั้น ล่าสุด (28 เม.ย. 58) นายล้อม ศักดิหวาน อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน ได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป มาทำบุญถวายภัตตาหารที่บ้านหลังดังกล่าว โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาร่วมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จุดประสงค์การนิมนต์พระมานั้น เพื่อทำพิธีสวดปัดรังควานและแก้เคล็ดตามความเชื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งขณะที่ทำพิธีไฟก็ยังลุกไหม้ติดต่อกันถึง 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้นตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ไฟลุกไหม้แล้ว 213 ครั้ง นอกจากนี้ วันที่ 29 เม.ย. 58 มหาวิทยาลัยทิกษิณ วิทยาเขตพัทลุง จะร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ส่งผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านลงพื้นที่ ใช้อุปกรณ์ตรวจหาสาเหตุและติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกมุมบ้าน เพื่อเป็นข้อมูลในการค้นหาสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เดลินิวส์ MThai News

'บิ๊กตู่'เล็งตั้งทหารนั่งปธ.บอร์ดกองสลากฯ
ขายหวย 80 บาท /  ทหาร / 

'บิ๊กตู่'เล็งตั้งทหารนั่งปธ.บอร์ดกองสลากฯ ระบุที่ผ่านมาพลเรือนแก้ปัญหาไม่ได้ คาดขายหวย 80 บาท  มิ.ย. นี้    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวภายหลัง จากเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอด ผู้นำอาเซียน ที่มาเลเซีย ถึงการแต่งตั้ง ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล คนใหม่ เพื่อแก้ปัญหาสลากกินแบ่งเกินราคา โดยมีเป้าหมายให้เห็นผลในงวด เดือน มิ.ย. ว่า จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวปี 57 ในการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล คนใหม่ เพื่อแก้ปัญหาสลากกินแบ่งเกินราคา โดยมีเป้าหมายให้เห็นผลในงวด เดือนมิ.ย. "โดยคาดว่าจะเป็นทหารมาดำเนินการในเรื่องนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ พลเรือนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เนื่องจากมีโครงสร้างปัญหาที่สะสมมานาน" "เขียนไว้ 80 ก็ต้อง 80 ทำให้ได้แล้วกัน เราตั้งคนไปก็เพื่อให้ เขาไปขับเคลื่อน ไปทำงานให้ได้ตามนี้ ไม่ได้ไปแสวงผลประโยชน์หรืออำนาจ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้กองสลากฯ คิดถึงต้นทุนของสลาก กินแบ่งฯว่า ควรมีราคาเท่าใด เพื่อให้คนขายสลากฯมีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งอย่างต่ำควรมีรายได้อยู่ที่ 10 บาท/ใบ และให้ไปดูว่าหากขายสลากฯไม่หมด ให้สามารถคืนสลากได้  รวมถึงการพิจารณาโควต้าสลากให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยต่างจังหวัดให้กระจาย ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนจะกระจายไปยังผู้ค้า ส่วนกรุงเทพฯให้อยู่ที่สำนักงานสลากฯ อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งประธานคณะกรรมการสลากกินฯ จะต้องเป็นซื่อสัตย์  โปร่งใส ยึดประโยชน์ของประชาชน ต้องเข้ามาขับเคลื่อนการทำงานของกองสลากฯ ให้เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ "ผมดูไว้หลายคน ผมไม่เคยคัดใครชื่อเดียว มีหลายชื่อ ผมดูว่าอดีตเขา ทำงานอย่างไร ไม่ใช่เอาแต่พวก ผมเอาคนทำงาน...มีทั้งพลตรี พลโท พลเอก ก็ดูอยู่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว MThai News ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย

12 เหตุผล ทำไมนักเดินทางถึงได้เป็นที่รักของผู้คน ?
การผจญภัย /  การเดินทาง / 

นักเดินทาง หรือ นักผจญภัย ทำไมพวกเขาเหล่านี้ ถึงได้เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน โดยเฉพาะเหล่าวัยรุ่น อาจเป็นเพราะพวกเขาได้มีอิสระในการใช้ชีวิต ได้เดินทางไปในที่มหัศจรรย์ หรืออะไรก็ตามแต่ travel.mthai.com จะพาท่านไปพบกับ 12 เหตุผล ว่า ... ทำไมนักเดินทางถึงได้เป็นที่รักของผู้คน ? แล้วคุณล่ะ เป็นเพียงแค่คนชื่นชอบนักเดินทาง หรือว่าเป็นนักเดินทางตัวยง ? 12 เหตุผล ทำไมนักเดินทางถึงได้เป็นที่รักของผู้คน ? 1. พวกเขามีความกล้าหาญ มันต้องใช้ความกล้าอย่างมาก ในการออกไปเผชิญโลกที่พวกเขาไม่เคยรู้จัก ไปบุกเบิกยังสถานที่สุดอันตราย เต็มไปด้วยความความไม่แน่นอน ไหนจะกล้าพบกับความยากลำบาก ทั้งในเรื่องปัจจัย 4 และการพบเจอผู้คนแปลกหน้า 2. พวกเขาเป็นคนใจกว้าง พวกเขายินดีเปิดรับสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม ประเพณีต่าง ๆ ที่ไม่เคยรู้จัก พวกเขาพร้อมจะเรียนรู้และเปิดใจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในสังคมที่พวกเขาไปเยือน 3. พวกเขาคือเพื่อนที่ดี  คงเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม หากมีพวกเขาเป็นเพื่อน เพราะจากการเป็นแค่เพื่อนร่วมทาง อาจนำพาไปสู่มิตรภาพตลอดไป พวกเขาดูแอคทีฟอยู่ตลอด แทบไม่มีความน่าเบื่อเมื่อได้ออกเดินทางไปกับพวกเขา 4. พวกเขาถือเป็นกูรูด้านอาหารเชียวล่ะ ด้วยประสบการณ์การเดินทาง ไม่ว่าคุณจะพบเจอกับอาหารมากมายหลายชาติ พวกเขารู้ดีว่า อาหารประเภทไหนที่คุณกินแล้วถูกปาก และจะเป็นที่โปรดปรานของคุณไปอีกนาน เช่นเดียวกับอาหารที่คุณไม่ควรกิน 5. พวกเขามีเรื่องราวที่ยอดเยี่ยม การได้นั่งฟังพวกเขาเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ทำให้เราได้รู้สึกถึงความหมายของชีวิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้พบเจอผู้คนที่แตกต่างกันทั่วโลก คืนอันหนาวเหน็บในเต๊นท์บนเชิงเขา หรือไปดำน้ำแล้วพบสัตว์โลกมหัศจรรย์ 6. พวกเขาเป็นผู้ฟังที่ดี ในทางกลับกัน นอกจากจะเป็นนักเล่าเรื่องแล้ว พวกเขาก็พร้อมจะเป็นผู้ฟังที่ดี ต้องให้ความสนใจด้านข้อมูลต่าง ๆ จากคำบอกกล่าวของผู้คนในดินแดนที่เขาไปเยือน สำคัญมากคือเรื่องกฏและข้อควรรู้ต่าง ๆ 7. พวกเขามีความเชื่อมั่นในตัวเอง พวกเขาเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น พยายามในการเรียนรู้ภาษาอื่น และเผชิญอุปสรรคต่าง ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ไม่สำเร็จเสียที กระทั่งทำมันจนได้ พวกเขาจึงเดินทางด้วยความภาคภูมิใจ เพราะการเดินทางได้พิสูจน์พวกเขาแล้ว 8. พวกเขาจะส่งโปสการ์ดหรือของที่ระลึกมาให้คุณ เมื่อพวกเขาเดินทางไปในที่ต่าง ๆ หากคุณสนิทกับเขามากพอ เขาจะส่งเรื่องราวดี ๆ กับสิ่งที่เขาพบเจอผ่านโปสการ์ดหรือของที่ระลึก ที่จะถูกส่งมาให้คุณ เป็นความพิเศษทางจิตใจ 9. พวกเขามีความสุขง่าย ๆ กับสิ่งธรรมดา พวกเขามักจะชื่นชม หลงใหลความงามของ "ธรรมชาติ" แค่ได้เห็นพระอาทิตย์ยามขึ้นและยามตก ยอดหญ้าที่ปลิวไสวตามสายลม อิ่มเอมกับเสียงน้ำทะเลกระทบฝั่ง หรือการจิบกาแฟนั่งมองสถาปัตยกรรม งานศิลป์ในเมืองเก่า 10. พวกเขาคือนักสำรวจและนักแก้ปัญหา ส่วนใหญ่ในการเดินทางของพวกเขา มักจะไร้แบบแผนตายตัว การเดินทางมีความยืดหยุ่น คุณอาจจะได้หลงทางไปพร้อมกับพวกเขา แต่ยังไงเสีย เหล่านักเดินทางก็สามารถพาคุณออกไปจากสถานการณ์อันคับขันได้ไม่ยาก 11. พวกเขามีทัศนคติที่ดี พวกเขามองโลกในมุมบวก สำหรับคนที่มีปัญหาในการเดินทาง พวกเขาพร้อมจะแชร์ข้อคิดดี ๆ ให้เสมอ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ปัญหาเข้ามาวุ่นวายในชีวิต พวกเขาเข้าใจโลกเป็นอย่างดี โดยมีครูที่ชื่อ "ธรรมชาติ" เป็นผู้สอน 12. พวกเขาจะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ พวกเขาสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิตคุณได้ สร้างพลังขับเคลื่อน ก่อเกิดความหวัง ให้คุณรู้สึกอยากจะออกเดินทางไปพบกับสิ่งใหม่ ๆ ก้าวสู่การผจญภัย ให้ได้มีโอกาสไปโอบกอดโลกใบนี้ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น Inspire By : www.lifehack.org  ,  แปลและเรียบเรียงโดย : MuzTong - Travel MThai