ชักเย่อ

มารู้จัก น้องคาร์บิว ในหนังดรีมทีมกันจ้า
gallery หนัง รูปภาพหนังใหม่ Movie /  คาร์บิว / 

น้องหัวแก้ว รับบทโดย ด.ช. กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข (น้องคาร์บิว) เด็กชายอนุบาล 3 ขี้โรควัย 5 ขวบ รูปร่างผอม ดูอ่อนแอ ประกอบกับตัวเล็ก หน้าตาใสซื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีคุณพ่อเป็นหนุ่มยุคใหม่ ทำงานเลี้ยงลูกเพียงลำพัง อยากให้ หัวแก้ว สุขภาพแข็งแรง และมีสังคมกับเพื่อน จึงหนุนสุดตัว ให้หัวแก้วได้เล่นกีฬาด.ช. กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข (น้องคาร์บิว) รับบท หัวแก้ววันเกิด 3 พ.ค. 2545อายุ 5 ขวบ การศึกษา อนุบาล 3 ชื่นชอบ : หุ่นยนต์ / การ์ตูน ความสามารถพิเศษ : ชอบเต้น อาหารโปรด ข้าวผัด, ไข่เจียว กีฬาโปรด ฟุตบอล ตี๋เล็ก น้องคนสุดท้องของบ้าน นิสัยขี้น้อยใจ อารมณ์ติสต์นิดๆ ชอบปลีกวิเวก มีโลกส่วนตัว วาดรูป ระบายสีอยู่เงียบๆ ไม้เด็ดอยู่ที่ทำตาเศร้านิ่งๆ หงอยๆ ดูน่าสงสารเป็นที่สุด ยามว่างชอบขี่จักรยาน ฮีโร่สุดโปรด คือ เบน 10 แต่หนูน้อย คาร์บิว ใส่วิญญาณนักแสดงได้เมื่อได้ยินเสียงสั่งแอ็คชั่นของผู้กำกับฯ ปัญหาเดียว คือ อย่าให้คาร์บิวต้องนั่งตำแหน่ง ที่โหล่ สุดท้ายของทีม เพราะคาร์บิวพาลจะไม่ยอมแสดง ทำคอตก ทิ้งตัวนิ่ง ออกอารมณ์เศร้าจริงๆ จนต้องป่วนไปทั้งกองถ่าย ทีมงานต้องหาทางอธิบายให้คาร์บิวเข้าใจ คาร์บิว เป็นเด็กอ้อนแม่ ติดแม่มาก พลังการแสดงแต่ละวันขึ้นอยู่กับว่า แม่มากองถ่ายหรือเปล่า?? และพลังการแสดงจะเพิ่มเป็นพิเศษ ถ้าวันนั้น นอกจาก แม่มาแล้วยังมี เหลาอี้ อาม่า มาเชียร์ด้วย (555)เตรียมพบกับน้องคาร์บิวและความน่ารักได้ในหนังดรีมทีม 3 เมษา นี้ครับน้องคาร์บิวแหะแหะ ยิ้มไร คาร์บิวน้องคาร์บิววอร์มก่อน ฮึบ ฮึบมีไรป่าวเพ่โห ท่าทางกวนมากหงอยเชียวเย่เย่ คาร์บิวอย่าบอกใครนะว่าแอบอยู่นี่ คาร์บิวคาร์บิวนั่งจ๋องน้องคาร์บิว กับคุณพ่ออ่ำ ในหนังฮับทั้งกลุ่ม ผมหล่อสุดป่าวคับเรียว กิตติกร ผู้กำกับ ก่อนสติจะแตกอ๊ายยย ไม่ไหวแล้วนะ คาร์บิวน้องคาร์บิว เตรียมชักเย่อกับคุณพ่ออ่ำอีกแล้วคับน้องคาร์บิวแหะแหะ ยิ้มไร คาร์บิว อุ๊ย ซ้ำเดี๋ยวต่อไป จะเป็นของน้องเซนต์1นะครับฟ

กีฬาน่ารู้ : 10 กีฬาแปลกๆที่เคยมีในโอลิมปิก
10 กีฬาแปลกๆที่เคยมีในโอลิมปิก /  กีฬาน่ารู้ / 

โอลิมปิก เป็นการแข่งขันกีฬาหลายชนิด จากหลายประเทศทั่วโลก โดยจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี แต่โอลิมปิก ก็เคยจัดการแข่งขันกีฬาสุดแปลกมาแล้ว และไม่คิดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันของ โอลิมปิก จะคิดได้! วันนี้ SportMthai จะขอนำเสนอกีฬาแปลกๆ 10 ชนิดที่เคยจัดขึ้นมาในโอลิมปิกมาให้ทราบกัน อันดับ 10 Swimming Obstacle Race แข่งว่ายน้ำอุปสรรค(Swimming Obstacle Race) มันอาจเป็นกีฬาแปลกๆ ผิดปกติสักหน่อยแต่ความสนุกนั้นมีมากเหลือเกิน เริ่มจากว่ายน้ำกว่า 200 เมตร สิ่งแรกที่นักว่ายน้ำที่ต้องเจอ คือการข้ามรั้วเสาทั้งปีนและขึ้นต่อด้วยพ่ายเรือ และว่ายน้ำเข้าเส้นชัย กีฬาชนิดนี้เคยถูกบรรจุครั้งหนึ่งในโอลิมปิก 1900 โดยคนได้เหรียญทองคือ เฟรเดอริค เลน (Frederick Lane) จากออสเตรเลีย อันดับ 9 Distance Plunging “พุ่งหลาวระยะ” “พุ่งหลาวระยะ” กีฬาแปลกๆ ที่ไม่รู้จะแข่งไปทำไม จัดขึ้นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1904 โดยจะแข่งกันโดยกระโจมลงสระและห้ามกระดุกกระดิกในน้ำภายใน 60 วินาที โดยแรงส่งจะไปได้ไกลแค่ไหน จนกระทั้งหัวโผล่ออกมา และตัดสินจากระยะทางจากตรงนั้น(ผมก็ งง เหมือนกันมันเล่นยังไงเนี้ย) ผู้ชนะเป็นคนอเมริกา วิลเลียม(William Dickey) ซึ่งเขาภูมิใจมาก แต่กระนั้นก็ไม่มีภาพกีฬาที่ว่าได้เห็น ภาพข้างบนคือผู้หญิงโดดน้ำธรรมดาในสระเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิกแต่ อย่างใด อันดับ 8 Jeu de Paume เจอเดอปูม เจอเดอปูม เป็นกีฬาต้นกำเนิดของเทนนิส มีที่มาจากฝรั่งเศส ประมาณศตวรรษที่ 13 มีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Game of the Palm (เกมส์ของฝ่ามือ) เป็นกีฬาของชนชั้นสูงที่เล่นในร่มโดยใช้ฝ่ามือตีลูกบอลทรงกลม หลังจากนั้นจึงมีการใช้ไม้พายเรือขนาดเล็กแทนมือ(ก่อนพัฒนาเป็นไม้ตีเทนนิส ในที่สุด ในตอนต้นศตวรรษที่ 17 มีการ สร้างคอร์ทนับร้อยในกรุงปารีสและกีฬานี้เป็นที่นิยมมาก จนกระทั่งนำไปสู่การพนัน ทำให้กีฬานี้ถูกห้ามเล่นในที่สาธารณะแต่อนุญาตให้เล่นได้ในกลุ่มสังคมชั้น สูง และหลังจากการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศส Le Jeu Du Paume ก็สูญหายไปพร้อมกับกลุ่มชนชั้นสูง แต่ในประเทศอังกฤษยังคงมีการเล่นกีฬานี้อยู่ จนกระทั่งในปี 1900 กีฬานี้ก็ได้เริ่มต้นในการจัดแสดง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาโอลิมปิกในปี 1908 และยกเลิกในปี 1924 อันดับ 7 Rogue โรัค โรัค เป็นกีฬาของชาวอเมริกันคล้ายๆ Croquet ที่ เล่นในช่วงโอลิมปิก 1904 ที่เซนต์หลุยส์ เนื่องจากกีฬานี้เป็นกีฬาของชาวอเมริกัน ดังนั้นคู่แข่งจริงเป็นชาวอเมริกันเล่นกันเองได้เหรียญกันเอง จุดประสงค์การมีกีฬานี้ขึ้นคือมันช่วยให้อเมริกาได้เหรียญเท่านั้น สนามจะคล้ายๆ เปตองที่พื้นผิวเรียบ แล้วใช้ไม้ตีที่เหมือนค้อนตีลูกบิลเลียนผ่านห่วง ซึ่งมันจืดชืดอย่างมาก อันดับ 6 Tug of War ชักเย่อ ชักเย่อเป็นกีฬาที่มีอยู่จริงใน โปรแกรมโอลิมปิกในระหว่าง1900,1904,1908,1912 และ 1920 โดยประเทศที่ได้เหรียญมากที่สุดคืออังกฤษ(ถึง 1908) โดยตัวแทนที่เข้าร่วมเล่นกีฬาชนิดนี้มีอาชีพเป็นตำรวจลอนดอน(ในปัจจุบันนี้ ชักเย่อได้พัฒนาเป็นการแข่งขันในระดับนานาชาติ มีกติกาที่แน่นอน มีการจัด แข่งขันชิงชนะเลิศของทวีปเอเชีย และในระดับโลก แล้ว) อันดับ 5 Standing Triple Jump ยืนกระโดดสูง ยืนกระโดดสูงเป็นสิ่งตรงข้ามกับ ตรรกะของการกระโดดไกล วิธีเล่นแค่ยืนแล้วกระโดดด้วยขาข้างเดียงไปข้างเดียวไปข้างหน้า แล้วลงด้วยขาข้างเดิม แล้ววัดระยะโดดจากเริ่มถึงจบ แข่งในโอลิมปิกระหว่าง 1900-1912 โดยชายที่ชื่อ Ray Ewey เป็นคนชนะกระโดด สูงถึง 4 สมัย 1900(เขาถูกบันทึกสถิตโลก),1904,1906 และ 1908 ซึ่งที่น่าทึ่งคือเขาเป็นอัมพาตบางส่วนโดยโปลิโอ อันดับ 4 Rope Climb ไต่เชือก ไต่เชือก มันเป็นกีฬาที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของพลศึกษาไม่ก็ลูกเสือมากกว่า แต่มันเคยมีในโปรแกรมโอลิมปิกมาแล้วในระหว่างปี 1896 และ1932 โดยนักกีฬาที่น่าจับตาในขณะนั้นคือ George Eyser ชาวอเมริกาที่ กวาดเหรียญกีฬาชนิดนี้และยังไปได้อีกห้าเหรียญยิมนาสติก อันดับ 3 Dueling pistols ผู้เล่นจะต้องแต่งกายสมัยยุคโบราณประมาณในช่วง 1906 ใช้ปืนโบราณ(กระสุนปลอม) ยืน 20-30 เมตรและยิงหน้าอก ใครโดนจุดตายกว่าก็ชนะ มันเคยจัดในโอลิมปิกในช่วง 1912 ก่อนที่จะถูกระงับ(อย่างถวาร) อันดับ 2 Solo Synchronized Swimming “ว่ายน้ำตามจังหวะเพลงเดี่ยว” “ว่ายน้ำตามจังหวะเพลงเดี่ยว” มันก็เป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างเข้าใจยาก เมื่อหญิงสาวคนเดียวพยายามว่ายน้ำแล้วพยายามประสานกับเพลงที่กำลังเล่น ซึ่งจริงๆ แล้วเราแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเมื่อน้ำเข้าหู แต่มันมีในกีฬาโอลิมปิกเรื่องในปี 1984, 1988 และ 1992 อันดับ 1 Live Pigeon Shooting เคยถูกบรรจุในโปรแกรมกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1900 กติกาก็โครตง่ายปล่อยฝูงนกและเอาปืนยาวสำหรับล่าสัตว์ยิงแล้วนับจำนวนนกที่ โดนกระสุน ใครมากกว่าก็ชนะ มีสถิตบันทึกไว้ว่ามีนก พิราบตายถึง 300 ตัว จากการแข่งขันนี้เริ่มต้นเพียงไม่กี่วัน โดยฝีมือของ Leon de Lunden มือปืนจากเบลเยี่ยม

?ดรีมทีม? เปิดปฐมฤกษ์จับปูใส่กระด้ง พร้อมฉาย 3 เมษายนนี้
ชักเย่อ

แม้จะเป็นภาพยนตร์จับปูใส่กระด้ง แต่ในที่สุดภาพยนตร์ ดรีมทีมผลงานการกำกับโดย เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล ค่าย อาวอง ก็ได้ฤกษ์ฉายรอบปฐมทัศน์ให้กับบรรดาสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติได้ชมกันไปแล้วเมื่อวันก่อนนี้ ที่โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ โดยมีนักแสดงคุณภาพ อาทิ กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ, โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร, อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน, จิ๊ก- เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์, คมสัน นันทจิต, เอกราช เก่งทุกทาง ร่วมด้วยนักแสดงเด็ก หัวแก้ว (น้องคาบิว-ด.ช.กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข), เป๊ะ (น้องเป๊ะ-ด.ช.ธนทัต ขวัญไสวธรรม), เซน1 (น้องเซนเซน-ด.ช.สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์), ภูมิ (น้องภูมิ-ด.ช.ภูริ สรีระศาสตร์), เซน2 (น้องเซนต์-ด.ช.ธนกร เมธาวุฒิกีรติ), อะตอม (น้องตี่ตี๋-ด.ช.ธนพล บุญเจริญสุข), ริชชี่ (น้องริชชี่-ด.ช.ศุภโชติ รัชวรพงศ์), เจ็ส (น้องเจ็ส-ด.ช.เจษฎาพร บุญสอน), จุ้ย (น้องจุ้ย-ด.ช.พชธกร ธนพัฒนากุล) และ สตางค์ (น้องสตางค์-ด.ช.อัจฉริยะ อุปการดี) มาร่วมพูดคุยถึงความสนุกสนานในการทำงานถ่ายทำภาพยนตร์บนเวที โดยมีขบวนพาเหรดกลองแต๊กสุดน่ารักของเด็กอนุบาล ได้เดินชักแถวนำทีมนักกีฬาเด็กขึ้นมาโชว์ตัวบนเวที ซึ่งภายในงานเปิดตัวภาพยนตร์ครั้งนี้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล พร้อม คุณหญิงกมลา ยุคล ณ อยุธยา และ มรว. ศรีคำรุ้ง ยุคล ยังได้ให้เกียรติมาร่วมงานด้วยพบกับความน่ารักของน้องๆได้ทุกโรงภาพยนตร์แล้วจ้า

ออกพรรษานี้ ไปลากพระที่ตรัง
OTOP ตรัง /  กีฬาพื้นบ้าน ตรัง / 

งานประเพณีลากพระและมหกรรมวัฒนธรรมสัมพันธ์จังหวัดตรัง ประจำปี2553 องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดตรัง จัดงานประเพณีลากพระและมหกรรมวัฒนธรรมสัมพันธ์จังหวัดตรัง ประจำปี2553 ระหว่างวันที่24-28 ตุลาคม 2553ณ ลานเรือพระ สนามกีฬาทุ่งแจ้ง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยชุมชนต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดตรังร่วมแรงร่วมใจกันจัดประดับตกแต่งเรือพระอย่างสวยงาม และพร้อมใจกันลากเรือพระในนามของวัดเข้าร่วมงานประเพณี ณ สนามกีฬาทุ่งแจ้ง และมีกิจกรรมอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส อาทิ - สัมผัสความสวยงามทั้งในบรรยากาศกลางวันและยามค่ำคืนของเรือพระกว่า60 เรือพระ - ร่วมลากพระ และ ทำบุญเรือพระ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและสะสมบุญ - ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้ การแสดงดนตรี ของนักเรียนนักศึกษา การแสดงมหรสพ - เลือกซื้อสินค้าOTOP และ ของดีของฝากเมืองตรัง - เชียร์การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน กว่า10 ชนิด เช่น ซัดต้ม กินต้ม เตะปี๊บไกล วิ่งกระสอบชาย-หญิง วิ่งสามขา ชักเย่อ ขูดมะพร้าว งานประเพณี"ลากพระ งานชักพระ หรืองานแห่พระ" เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคใต้ ที่สืบทอดมายาวนานแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดตรังนั้น ในปีหนึ่งๆ จะจัดขึ้นถึง2 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันแรม1 ค่ำ เดือน5 ซึ่งจะเป็นการลากพระบก นิยมจัดกันตามชุมชนตรังนาหรือบริเวณท้องทุ่งกว้างๆ ใกล้วัด สำหรับประเพณีลากพระครั้งที่2 ของจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นหลังวันออกพรรษา1 วัน หรือวันแรม1 ค่ำ เดือน11 ซึ่งมีการเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนานว่า เนื่องจากวันนี้ จะเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จกลับสู่มนุษย์โลกทางบันไดทิพย์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปมาแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์ จนสืบทอดมาเป็นประเพณีลากพระในท้องถิ่นทางภาคใต้ สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับการลากพระก็คือ การทำต้ม หรือการนำข้าวเหนียวที่ผัดด้วยกะทิมาห่อด้วยใบพ้อ ซึ่งเป็นใบไม้ที่มีเฉพาะทางภาคใต้ จากนั้นจะทำเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วนึ่งให้สุกนำมาผูกรวมเป็นพวง พวงละ3-5 ลูก เพื่อเอามาไว้ใส่บาตร และใช้ประดับเรือพระ หรือเป็นอาหารระหว่างการละเล่นในประเพณีลากพระ ทั้งนี้ 'การลากพระ' จะมีการอาราธนาพระพุทธรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ หรือปางอุ้มบาตร ขึ้นมาประดิษฐานบนบุษบก หรือเรือพระ ที่แต่ละวัดก็จะหาช่างฝีมือที่มีความชำนาญ ช่วยกันตกแต่งให้สวยงาม เพื่อนำเข้าร่วมประกวดแข่งขัน ปัจจุบันเรือพระได้มีการดัดแปลงเป็นรถหรือล้อเลื่อน เพื่อความสะดวกในการชักลากมาตามถนนหนทาง แล้วนิมนต์พระภิกษุในวัดนั้นๆ ขึ้นนั่งประจำเรือพระ จากนั้นก็จะมีการลากพระเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ชาวพุทธได้ออกมาร่วมกันทำบุญและถวายต้ม โดยจะมีพุทธศาสนิกชนและศิษย์วัดเดินตามมาด้วย พร้อมกับบรรเลงเครื่องดนตรี ประโคมไปตลอดทาง มีทั้งทับโพน กลอง ฆ้อง โหม่ง ฉิ่ง และฉาบ *ใครสนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่: ททท. สำนักงานตรัง 199/2 ถ.วิเศษกล ตำบลทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง92000 07-5215867, 07-5211058 . ที่มา: travel.sanook

สะเก็ดข่าว - แข่งขันกีฬาวัน อสม. ต.นาแว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
สะเก็ดข่าว /  แข่งขันกีฬา / 

สะเก็ดข่าว 22 มีนาคม 2557 - สะเก็ดข่าวแรกมาจากคุณศศิธร บุษบรรณ แฟนคลับขาประจำของสะเก็ดข่าวเลยครับ เป็นภาพการแข่งขันกีฬาในวัน อสม. จัดขึ้นที่โรงเรียนบ้านใสโคกเกาะ ต.นาแว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ครับ หลังทำพิธีเปิดแล้วก็เป็นการแข่งขันกีฬากันครับ แข่งชักเย่อ ก็เย่อกันนานทีเดียวครับกว่าจะได้ทีมชนะ  ส่วนแข่งวิ่งเรือบกทีมทางขวามือเข้าถึงเส้นชัยก่อนครับแต่ไม่ชนะ เพราะลูกทีมที่รั้งท้ายล้มไปก่อน กรรมการให้ที...

ดรีมทีม ?กิ๊ก? แพ้เด็ก ล้มไม่เป็นท่า ส่วนน้องโฟร์ก็โดนแกล้ง
ชักเย่อ

การจะจับเด็กอนุบาล 3 อายุแค่ 5-6 ขวบ มาแข่งขันชักเย่อกันในกีฬาอนุบาลแห่งชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่ผู้กำกับ เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล ก็สามารถจับปูใส่กระด้งได้สำเร็จ จนกลายเป็นที่มาของเรื่องราวในภาพยนตร์ ดรีมทีม ซึ่งฉากเด็ดของเรื่องนี้ก็คือการแข่งขันกีฬาชักเย่อนั่นเอง ฉากนี้เป็นฉากที่ โค้ชเบิร์ด (กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ) ทำการฝึกซ้อมเทคนิคการดึงเชือกให้กับเด็ก ๆ ดรีมทีม 10 คน ซึ่งนำทีมโดย หัวแก้ว (น้องคาร์บิว-ด.ช.กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข), เป๊ะ (น้องเป๊ะ-ด.ช.ธนทัต ขวัญไสวธรรม), เซน1 (น้องเซนเซน-ด.ช.สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์), ภูมิ (น้องภูมิ-ด.ช.ภูริ สรีระศาสตร์), เซน2 (น้องเซนต์-ด.ช.ธนกร เมธาวุฒิกีรติ), อะตอม (น้องตี่ตี๋-ด.ช.ธนพล บุญเจริญสุข), ริชชี่ (น้องริชชี่-ด.ช.ศุภโชติ รัชวรพงศ์), เจ็ส (น้องเจ็ส-ด.ช.เจษฎาพร บุญสอน), จุ้ย (น้องจุ้ย-ด.ช.พชธกร ธนพัฒนากุล) และ สตางค์ (น้องสตางค์-ด.ช.อัจฉริยะ อุปการดี) เพื่อซ้อมชักเย่อให้กับเด็กๆ โดยใช้ตัวเองเป็นคู่ซ้อม และให้ ครูหนูเล็ก (โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร) มาช่วยเป็นกรรมการให้ ก่อนที่จะถึงการแข่งขันจริง ในกีฬาอนุบาลแห่งชาติครั้งที่ 18หลังจากที่ผู้กำกับอธิบายให้ทุกคนฟังถึงเหตุการณ์ในฉากเสร็จเรียบร้อย ทุกคนเข้าประจำที่ ก็ดำเนินการถ่ายทำทันที โดยมีโฟร์ยืนเหยียบเชือกรอเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน พอนกหวีดดังขึ้น ทั้งกิ๊กและเด็กๆ 10 คน ต่างก็ออกแรงดึงเชือกกันอย่างเต็มที่ งานนี้ โค้ชกิ๊ก เล่าถึงผลการแข่งว่า ตอนแรกคิดว่าจะออมแรงให้ แต่พอหยั่งๆ ดูแล้ว น้องเขาดูเอาจริงเอาจังกันมาก เราเลยต้องเอาจริงเอาจังไปด้วย ก็คิดๆ อยู่เหมือนกันนะว่าจะแพ้เด็กไหม สรุปว่าแพ้จริงๆ ถ่ายเสร็จเด็ก ๆ ดีใจกระโดดโลดเต้นกันยกใหญ่ เราก็ยิ่งอาย ทั้งที่คิดว่ายังไงก็ต้องชนะ เพราะดรีมทีมเนี่ยมีแต่ตัวเล็กๆ ทั้งนั้น สุดท้ายก็พลิกโผ เด็กๆ ชนะใส ติดตามชมภาพความไร้เดียงสาของเด็กๆ ได้ในโรงภาพยนตร์ 3 เม.ย. นี้ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ตามด้วยคลิปน้องโฟร์โดนแกล้งอ่ะครับน้องโฟร์ ชักเย่อ เอวแทบหลุด - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

ที่สุดของหนังเด่น-หนังโดนแห่งปี
ที่สุดของหนังเด่น /  หนังโดนแห่งปี / 

วงการหนังไทยปี 2551 ดูจะซบเซาพอสมควร ถึงแม้จะมีจำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายมากถึง 50 เรื่อง แต่ว่าที่ทำเงินถึงจุดคุ้มทุนจริง ๆ มีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น แถมหนังบางเรื่องก็มีอายุในการเข้าฉายสั้นมากซะจนผู้ชมตามดูไม่ทัน หรือบางเรื่องกระแสก็ไม่แรง เนื้อหาไม่โดนใจ กลายเป็นหนังไทยที่ถูกลืมก็มี แต่ก็มีหนังไทยที่คงความโดดเด่นเป็นที่สุดแห่งปีอยู่หลายเรื่องเช่นกัน บันเทิงเดลินิวส์ นำมารวบรวมเอาไว้สรุปส่งท้ายปีหนูทองกันที่สุดของที่สุดแห่งปี ต้องยกให้ องค์บาก 2 ที่มีพระเอก นักบู๊ จา-พนม ยีรัมย์ ยึดหัวหาดเป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับในเวลาเดียว แถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งโปรดิวเซอร์อีกด้วย ตำแหน่งแรกของความเป็นที่สุดที่ต้องยกให้คือ ทุนสร้างสูงที่สุด เพราะใช้ไปกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งทุนวางไว้ตอนแรกไม่ใช่เท่านี้ แต่เพราะทางสหมงคลฟิล์ม โดย เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ต้องการผลักดันให้หนังมีคุณภาพเทียบเคียงหนังต่างประเทศ หวังบุกตลาดโลก เลยใจปาทุ่มทุนให้ลูกรัก จา-พนม เพิ่มเข้าไปอีก ก็เลยรั้งตำแหน่ง บานปลายที่สุด ไปอีกตำแหน่งหนึ่ง และด้วยความที่เป็น หนังบู๊ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทุกคนรอคอย ตามที่ยิงโฆษณาออกมา ก็เลยหนีไม่พ้นตำแหน่ง รอนานที่สุด เพราะหนังดันเกิดปัญหาระหว่างการถ่ายทำ เพราะผู้กำกับดันเกิดอารมณ์อยากปลีกวิเวก หลบไปนั่งสมาธินานไปหน่อย จนชะงักการถ่ายทำไปหลายเดือน แถมก่อนนี้ยังเป็นบุคคลลึกลับที่ ติดต่อยากที่สุด แม้แต่ต้นสังกัดก็ยังติดต่อไม่ได้ ทำอะไรต้องมีทนายความเป็นคนกลางในการติดต่อและเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ มากมาย เลยได้ครองตำแหน่ง ปัญหาเยอะที่สุด ไปอีกตำแหน่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใช่ว่า องค์บาก 2 จะมีแต่เรื่อง แย่ ๆ เรื่องดี ๆ น่าพูดถึงก็ยังคงความเป็นที่สุดด้วย กับตำแหน่ง รายได้สูงที่สุดแห่งปี ปิดที่รายได้ 117,440,397.80 บาท แซงหน้าหนังไทยทุกเรื่องที่ออกฉายในปีนี้ และยังทำสถิติรายได้เปิดตัวสูงที่สุดของหนังไทย ชนะแชมป์เก่าอย่าง ต้ม ยำกุ้ง อย่างขาดลอย สุดท้ายที่ต้องยกให้คือ บู๊มันส์ที่สุด เพราะเป็นการรวบรวมศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง เอาไว้ที่ตัวคนคน เดียว นั่นคือ จา- พนม เรียกว่ากว่า จะออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ก็สมกับฉายา องค์ลำบาก เพราะ ลำบากที่สุด จริง ๆ เล็กพริกขี้หนูที่สุด หนีไม่พ้น หนังแอ็คชั่นต้นปีอย่าง ช็อคโกแลต ของผู้กำกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว หนังเรื่องนี้แจ้งเกิดให้ ดารานักบู๊หญิง จีจ้า-ญาณิน วิสมิตะนันทน์ ได้อย่างเต็มตัว และมีความเป็นที่สุดอยู่หลายเรื่อง จีจ้าเป็นนักบู๊หญิงคนแรกที่ใช้เวลาฝึก คิวบู๊นานถึง 4 ปี บ่มเพาะจนได้ที่จนออกมาสร้างความฮือฮาให้วงการหนังไทย จนหลาย ๆ คนต้องยกนิ้วให้ เพราะถึงเธอจะตัวเล็ก แต่ใจไม่เล็กจริง ๆ ดองนานที่สุด ตำแหน่งนี้เป็นของใครไปไม่ได้ นอกจาก รักสยามเท่าฟ้า ของผู้กำกับ ธนิตย์ จิตนุกูล ที่เริ่มแรกเดิมทีใช้ชื่อหนังว่า แรกบิน เปิดกล้อง แถลงข่าวสู่สื่อมวลชนกันมาตั้งแต่ปี 2547 พอเสร็จหนังก็ถูกเลื่อนไปเลื่อนมาหลายครั้ง พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่ ซึ่งตอนเปิดกล้องนางเอกของเรื่อง วิมุตติพร ทองมาก ขณะนั้นเธออยู่แค่ปี 1 คิดดูกว่าหนังจะได้ฉาย นางเอกของเราก็กลายเป็นบัณฑิตไปเรียบร้อยแล้วโดนใจวัยรุ่นที่สุด ยกให้ไปเลยกับหนังรัก 4 เรื่อง หลากคู่หลายวัยอย่าง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ของผู้กำกับ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ รวบรวมเอาเด็กสร้างของค่าย จีทีเอช มาร่วมแสดง ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของคน 4 วัย จนครองใจวัยรุ่นได้ทั้งเมือง และสร้างปรากฏการณ์เปิดตัววันแรกด้วยรายได้ 10 ล้านบาท ทำลายสถิติหนังจีทีเอช ทุกเรื่อง พร้อมทั้งไปประกาศศักดาคว้ารางวัล The Juries Special Prize (รางวัลพิเศษขวัญใจ กรรมการ) ในงานเทศกาล Asian Marine Film Festival in Makuhari (AMFFM) จากประเทศญี่ปุ่นมาครองด้วย และที่สำคัญหนังได้สร้าง ความฮือฮาที่สุด เพราะมีดารารับเชิญในหนังเป็น โซระ อาโออิ ดาราหนังเอวีชื่อดังของญี่ปุ่น แต่ทางผู้กำกับและผู้สร้างก็ยืนยันว่า ไม่สนใจประวัติของดาราญี่ปุ่นผู้นี้แม้จะมีเสียงวิจารณ์มากมาย เพราะถือเป็นการทำงานและอยากให้โอกาส เศร้าที่สุด เรื่องแรกต้องยกให้ รัก/สาม/เศร้า ของผู้กำกับ ยุทธเลิศ สิปปภาค ที่นำเสนอเรื่องราวของเพื่อนรักสามคน ภายใต้คอนเซปต์ เมื่อคนที่เรารักกลายเป็นคนรักของเพื่อนที่เรารักที่สุด ได้ เรื่องนี้ ลุคเซอร์ของนางเอกเจ่อมหาเสน่ห์ พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ต้องใจใครหลาย ๆ คน พร้อมกับการมาประชันบทบาทกันครั้งแรกของคู่รักนอกจอ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ และ ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ด้วยกระแสปากต่อปากทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้วิ่งไปถึง 60 ล้านบาท และส่งผลให้ 3 ดารานำ เป้-ก้อย-พีค กลายเป็นดาราที่งานชุก โดยเฉพาะอีเวนต์หลายงานเลือกที่จะจ้าง เป้-ก้อย ออกงานคู่กันเป็นว่าเล่นอีกเรื่องที่เศร้าไม่แพ้ กัน จนต้องมอบตำแหน่ง เศร้า ที่สุด ให้มาตีเสมอกัน ก็คือเรื่อง แฮปปี้เบิร์ธเดย์ หนังรักลำดับที่สอง ของ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เป็นหนังรักที่หลายคนรอคอย เพราะกว่าจะหาพระนางได้ลงตัวนั้นใช้เวลาอยู่นานพอควร แต่สุดท้ายส้มก็มาหล่นที่นักแสดงคู่บุญอย่าง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ แอม-ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ ซึ่งสาวแอมยอมลงทุนโกนหัวเข้าฉากจริงแบบไม่ห่วงสวย และความลงตัวของวิวสวย ๆ บทดี ๆ และการแสดงที่ล้ำเลิศ ก็สามารถเรียกน้ำตาจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี แถมยังสร้างสถิติหนังรักของพงษ์พัฒน์ด้วยการเปิดตัวแรง 4 วัน 30 ล้านบาท เรียกว่าเป็นหนังรักที่ลงตัวของปีนี้อีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ สยองที่สุด สยองจนจะเป็นลมที่สุด คงไม่มีใครเกิน ลองของ 2 โดยกลุ่มโรนินทีม เป็นหนังภาคต่อที่ยังคงความสยองได้อย่างไม่มีใครเกิน แถมนักแสดงนำของเรื่องอย่าง มะหมี่-นภคปภา นาคประสิทธิ์ ยังแสดงได้ดีสมกับตำแหน่ง เจ้าแม่หนังสยอง ทำรายได้ไปไม่น้อย แถมยังไปบุกตลาดโลกเป็นหนังไทยที่ขายดีอีกเรื่อง จนขณะนี้ยังเดินสายขายอยู่ตามเทศกาลต่าง ๆ ไม่หยุดหย่อน เรียกว่าทำกำไรให้กับ ไฟว์สตาร์ ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ กลัวที่สุด ปีนี้หนังผีไทยมีหลายเรื่อง ต่างระดับความกลัวกันไป แต่หนังที่รวบรวมความกลัวเอาไว้ได้มากที่สุดก็เห็นจะเป็น สี่แพร่ง หนังผี 4 เรื่อง 4 รส ของ 4 ผู้กำกับ ยงยุทธ ทองกองทุน, ปวีณ ภูริจิตปัญญา, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ และ บรรจง ปิสัญธนะกุล ซึ่งการนำเสนอของหนังเรื่องนี้เพิ่มระดับความกลัวให้กับคนดูขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เรื่องแรกไปจนถึงเรื่องสุดท้าย โดยเฉพาะกับตอน Last Fright หรือ เที่ยวบิน 224 นั้นทำเอาหลายคนผวากันไม่น้อย แถมนางเอก พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ก็เล่นกลัวจนสติแตกได้สมจริงเอามาก ๆ และจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ส่งผลให้ ปี 2552 นี้ จีทีเอช ผุดโปรเจคท์ ห้าแพร่ง ขึ้นมาอีกด้วยน่ารักใสสะอาดที่สุด หลายคนโหวตให้กับ ดรีมทีม หนังเด็กอนุบาลที่ฝีมือไม่อนุบาลของผู้กำกับ เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล ความโกลาหลอาจจะเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำมากมาย เพราะมีนักแสดงหลักเป็นเด็กอนุบาล 3 ถึง 10 คน นี่ยังไม่นับนักแสดงประกอบอีกนับพันในฉากการแข่งขัน ชักเย่อ ซึ่งถือเป็นฉากไฮไลต์สำคัญของเรื่อง หนังเรื่องนี้สามารถเป็นหนังที่ดูได้ทั้งครอบครัว ความใสซื่อของเหล่า นักแสดงเด็ก ๆ นั้นสร้างความน่าเอ็นดูให้กับผู้พบเห็น บทไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมาย หนังก็กลมกล่อมด้วยความเป็นธรรมชาติของพวกเขาเอง และที่บอกว่าเป็นหนังสะอาดก็เพราะเป็นหนังที่ปลอดคำหยาบ ดูแล้ว สบายตา สบายใจ แถม ดรีมทีม ยังได้รับเลือกจาก การบินไทย ให้เป็นภาพยนตร์ที่ถูกฉายบนเครื่องบินด้วย ธรรมะธัมโมที่สุด ถ้าให้เลือกเอาธรรมะที่ดูดีมีสาระไม่เน้นฮา ก็คงต้องยกให้ อรหันต์ซัมเมอร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวการบวชเรียนภาคฤดูร้อนของเหล่าสามเณรตัวจิ๋ว ได้ธรรมะมาสอนใจอยู่หลายข้อ หลายคนยังคงติดใจติดตากับคาแรกเตอร์ที่สุขุมของ หลวงพี่ใบบุญ ได้ไม่ลืม แย่งกันที่สุด ที่ต้องเรียกว่า แย่งกันที่สุด ก็เพราะ มีการแย่งตัว เท่ง เถิดเทิง ให้กลับมาร่วมแสดง ใน หลวงพี่เท่ง ภาค 2 รุ่นฮาร่ำรวย เกิดเป็นปมในใจระหว่าง โน้ต เชิญยิ้ม กับ เสี่ยตา-ปัญญา นิรันดร์กุล ต้นสังกัดของเท่ง ที่ไม่ยอมปล่อยคิวมาให้ร่วมแสดง ถึงแม้จะไม่ขัดแย้งกันออกหน้า แต่ ก็เรียกว่า หลวงพี่เท่ง เป็นหนังแห่งศักดิ์ศรีที่ โน้ต เชิญยิ้ม ต้องทำให้ได้ จนสรุปสุดท้าย แย่ง ได้ไม่สำเร็จ แต่หนังต้องเดินหน้า โน้ต จึงตัดสินใจเรียกใช้บริการ โจอี้ บอย ให้มาสวมบทเป็น หลวงพี่โจอี้ ผู้ศรัทธาใน หลวงพี่เท่ง จนทำรายได้สวนกระแสในยามที่หนังไทยซบเซา สร้างมิตรภาพที่สุดเห็นจะเป็นหนังเชื่อมรักสองฝั่งโขงอย่าง สะบายดี หลวงพะบาง หนังร่วมทุนสร้าง ไทย-ลาว โดยมีพระเอกลูกครึ่งลาว-ออสเตรเลีย แต่ หัวใจไทย อย่าง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ประกบคู่กับ นางเอกสัญชาติลาว อย่าง คำลี่ พิลาวง หนังเรื่องนี้เป็นหนังในรอบ 40 ปีของการสร้างภาพยนตร์ในลาวเลย เป็นการผนึกกำลังกันระหว่างสองผู้กำกับ คือ ศักดิ์ชาย ดีนาน จากฝั่งไทย และ อนุสอน สิริสักดา จากฝั่งลาว จนได้ออกมาเป็นหนังรักที่กลมกล่อมอย่างที่เห็น ประทับใจที่สุด หนึ่งใจ...เดียวกัน ภาพยนตร์ในทูลกระ หม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สร้างจากบทพระนิพนธ์ เรื่องสั้นที่ฉันคิด นอกจากเนื้อหาและบทภาพยนตร์จัดเป็นหนังน้ำดีแล้ว ภาพและภาษาในหนังนั้นสวยงามไม่น้อย แถมยังให้ข้อคิดที่ดีอีกด้วย และประชาชนชาวไทยยังได้เห็นพระปรีชาสามารถในการแสดงของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่พระองค์ทรงทุ่มเทและฝึกซ้อมการแสดงอย่างหนัก ยาวที่สุด ไม่ใช่ความยาวในภาพยนตร์ที่ยาวที่สุด แต่อย่างใด แต่เป็นภาพยนตร์ภาคต่อ ที่มีการสร้างกันออกมาได้ยาวและต่อเนื่องที่สุด สำหรับ บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู ฝีมือกำกับของผู้กำกับรุ่นเก๋า บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ซึ่งภาคนี้ทำออกมาเป็นภาคที่ 9 แล้ว และมีแผนจะทำต่อเนื่องไปภาคที่ 10 อีก โดยภาคแรกของบุญชูนั้นออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 2531 และทำต่อเนื่องมาจนถึงภาค 8 เมื่อปี 2538 จบด้วยการแต่งงานของ บุญชู กับ โมลี พอให้หลังไป 13 ปี บุญชูและผองเพื่อน ก็กลับมาอีกครั้งใน บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู ที่คราวนี้เป็นเรื่องราวของรุ่นลูกคือ บุญโชค ซะส่วนใหญ่ อลังการที่สุดต้องหนัง ปืนใหญ่จอมสลัด ของ ผู้กำกับ นนทรีย์ นิมิบุตร ที่ใช้ทุนไปกว่า 200 ล้าน กับระยะเวลาการสร้างเกือบ 5 ปี ไม่ว่าจะเป็นการใช้นักแสดงดัง ๆ ระดับแถวหน้าของเมืองไทยมารวมกันเยอะที่สุด ฉาก เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ฉากบู๊ ฉากรบ ล้วนแล้วแต่อลังการทั้งสิ้น แถมหนังยังได้รับการตอบรับที่ดีจากต่างชาติ ให้เข้าร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์สำคัญทั่วโลก ถือเป็นผลงานที่สุดแห่งงานกำกับใน 1 ทศวรรษ ของนนทรีย์ แต่น่าเสียดายที่รายได้ในไทยนั้นกลับไม่เข้าเป้าตามที่คาดการณ์ไว้ ผู้สร้างหนังเลยต้องหวังพึ่งพาตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ถึงแม้หนังไทยปีนี้จะเงียบเหงา ไม่ฟู่ฟ่า เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ บวกกับสถานการณ์แผ่นผีที่ระบาดหนัก แต่ผู้สร้างก็ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์หนังคุณภาพกันต่อไป ด้วยหัวใจ คนรักหนังไทย ปีหน้าฟ้าใหม่คงต้องมาลุ้นกันอีกที ว่าหนังเรื่องใดจะเด่นจะโดน ต้องตาต้องใจผู้ชมกันบ้าง ที่แน่ ๆ หนังไทยยังคงเดินไกลในตลาดโลกได้อย่างแน่นอน.รายชื่อภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี 2551เรียงตามวันฉาย/ชื่อหนัง/วันฉาย/ค่ายหนัง/รายได้ (หากไม่มีเลข คือนับรายได้ ไม่ได้)1. หม่ำเดียว หัวเหลี่ยมหัวแหลม 10 ม.ค. เวิร์คพอยท์-สหมงคลฟิล์ม 33.7 ล้าน 2. สวย สิงห์ กระทิง แซ่บ 24 ม.ค. พระนครฟิลม์ 5.5 ล้าน3. รักสยามเท่าฟ้า 31 ม.ค. อาวอง 5 ล้าน4. สียามา 31 ม.ค. โมโน ฟิล์ม 4.6 ล้าน5. ช็อคโกแลต 6 ก.พ. สหมงคลฟิล์ม 78.5 ล้าน6. คริตกะจ๋า บ้าสุดสุด 14 ก.พ. เอ็นจีอาร์ 20 ล้าน 7. สะใภ้บรื๋อ..อ์อ์ 14 ก.พ. หนังสนุก 24 ล้าน 8. กอด 21 ก.พ. จีทีเอช 10 ล้าน9. ผีตาหวานกับอาจารย์ตาโบ๋ 28 ก.พ. พระนครฟิลม์ 17 ล้าน10. ถอดรหัส...วิญญาณ 28 ก.พ. อลังการสตูดิโอ 11 ล้าน 11. แปดวันแปลกคน 28 ก.พ. เอเอ็นเอ ฟิล์ม 3.5 แสน12. สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตา 6 มี.ค. สหมงคลฟิล์ม 3.4 ล้าน 13. ปิดเทอมใหญ่ ...หัวใจว้าวุ่น 20 มี.ค. จีทีเอช 80 ล้าน14. บ้านผีเปิบ 27 มี.ค. สหมงคลฟิล์ม 14 ล้าน 15. ลองของ 2 3 เม.ย. ไฟว์สตาร์ 70 ล้าน16. ดรีมทีม 3 เม.ย. อาวอง 35 ล้าน17. นาค 3 เม.ย. สหมงคลฟิล์ม 10 ล้าน 18 คู่ก๊วนป่วนเมษา 10 เม.ย. พระนครฟิลม์ 6 ล้าน19 เพื่อนกันเฉพาะวันพระ 10 เม.ย. โมโนฟิล์ม 2.1 ล้าน20. อรหันต์ซัมเมอร์ 10 เม.ย. เอจี 37 ล้าน21. แสงศตวรรษ 10 เม.ย. อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล22. สี่แพร่ง 24 เม.ย. จีทีเอช 70 ล้าน 23. เทวดาท่าจะเท่ง 1 พ.ค. สหมงคลฟิล์ม 32.5 ล้าน24. Wonderful Town 15 พ.ค. เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น 25. เมมโมรี่...รักหลอน 15 พ.ค. เอจี 30 ล้าน26. ส้มตำ 5 มิ.ย. สหมงคลฟิล์ม 8.9 ล้าน 27. สะบายดี หลวงพะบาง 5 มิ.ย. สปาต้า/ลาวอาร์ต 11 ล้าน28. รัก/สาม/เศร้า 19 มิ.ย. จีทีเอช 60 ล้าน 29. ฮะเก๋า 19 มิ.ย. ฟิล์ม เอเชีย 13 ล้าน30. เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน 3 ก.ค. ไรท์ บิยอนด์ 15.6 ล้าน 31. ว้อ...หมาบ้ามหาสนุก 17 ก.ค. สหมงคลฟิล์ม 27 ล้าน 32. หนึ่งใจ...เดียวกัน 7 ส.ค. โอเรียนทัล อายส์ 50 ล้าน33. หนุมานคลุกฝุ่น 12 ส.ค. พระนครฟิลม์ 10 ล้าน34. อาข่าผู้น่ารัก 21 ส.ค. สหมงคลฟิล์ม 5.4 แสน 35. โลงต่อตาย 21 ส.ค. เอ็นจีอาร์ 31 ล้าน 36. บุญชู ไอ - เลิฟ - สระ - อู 28 ส.ค. ไฟว์สตาร์ 50 ล้าน 37. เทวดาตกมันส์ 4 ก.ย. อาวอง 22 ล้าน38. คนไฟลุก 11 ก.ย. สหมงคลฟิล์ม 4.4 ล้าน 39. บ้านผีปอบ 2008 18 ก.ย. โกลเด้น เอ 10 ล้าน 40. หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย 2 ต.ค. พระนครฟิลม์ 85 ล้าน41. อีติ๋มตายแน่ 9 ต.ค. สหมงคลฟิล์ม 29 ล้าน 42. ปืนใหญ่จอมสลัด 23 ต.ค. สหมงคลฟิล์ม 74.8 ล้าน43. โปรแกรมหน้า...วิญญาณอาฆาต 30 ต.ค. จีทีเอช 50 ล้าน44. ห้าแถว 20 พ.ย. 5-4-3-2-1 แอ็คชั่น 6 ล้าน45. หัวหลุดแฟมิลี่ 20 พ.ย. พระนครฟิลม์ 5.4 ล้าน46. องค์บาก 2 5 ธ.ค. สหมงคลฟิล์ม 117 ล้าน47. แฮปปี้เบิร์ธเดย์* 18 ธ.ค. โมโน ฟิล์ม 30 ล้าน48. ฝัน-หวาน-อาย-จูบ* 25 ธ.ค. สหมงคลฟิล์ม49. Super แหบ-แสบ-สะบัด* 25 ธ.ค. อาวอง50. ปาฏิหาริย์รักต่างพันธุ์* 31 ธ.ค. พระนครฟิลม์*หมายเหตุ ยังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์/รายได้ทั้งหมดเป็นรายได้โดยประมาณมยุรี อำนวยพร รายงานที่มาจากหนังสือพิมพ์

มันต้องยิ่งใหญ่!ไทยทุ่ม20ล.จัดชักกะเย่ออช.
ชักกะเย่อชิงแชมป์เอเชีย /  ทีมชาติไทย / 

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทยฯ ร่วมประชุมกับ นายนริส สิงห์วังชา นายกสมาคม และ นายวริภาส กล่ำทวี เลขาธิการสมาคม ในฐานะประธานแห่งสหพันธ์กีฬาชักเย่อแห่งทวีปเอเชีย ในการวางแนวทางพัฒนากีฬาชักกะเย่อในประเทศไทย และเตรียมจัดการแข่งชักกะเย่อชิงแชมป์เอเชียอย่างยิ่งใหญ่ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในปลายปีนี้ วันที่ 1-4 ธ.ค.56 โดยทางสมาคมเพิ่งได้ตัวแทนทีมชาติไทย จาการการแข่งขันชักเย่อในร่มชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2556 ชิงเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท ที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ชั้น 3 เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่การจัดงานชักกะเย่อชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ นายนริส กล่าวว่า เราจะจจัดงานอย่างยิ่งใหญ่โดยต้องใช้งบลงทุน 20 ล้านบาท ซึ่งมี 17 ชาติ เข้าร่วมทำการแข่งขัน แบ่งเป็น 9 รุ่น ทีมละ 8 คน มีทั้งประเภทชาย หญิง และผสม หากมีการเรียนรู้ที่ถูกต้อง เทคนิคที่ดี ร่างกายเล้ก ๆ ก็สามารถเอาชนะคู่แข่งที่ตัวใหญ่กว่าได้เช่นกัน ซึ่งสมาคมฯในฐานะผู้จัดร่วม จะเร่งประสานเรื่องงบประมาณกับหน่วยงานหลัก ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขณะที่นายกร แนะนำให้ทางสมาคมฯ ผลักดันกีฬาชักกะเย่อ ผ่านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด เพื่อเพิ่มจำนวนนักกีฬาให้เป็นที่นิยมทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว สำหรับประเทศไทย สมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทยฯ ได้จดทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เป็นต้นมา โดยมีสมาชิกจาก 66 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเองเป็นสมาชิกในลำดับที่ 59 มีการแข่งขันทั้งระดับเอเชีย, ยุโรป และชิงแชมป์โลก ซึ่งในอนาคตอีกประมาณ 4-5 ปีข้างหน้า จะมีการผลักดัน กีฬาชักเย่อเข้าบรรจุในโอลิมปิกเกมส์ อันเป็นกีฬาสากล ดังนั้นเป้าหมายแรกของสมาคมชักเย่อไทย คือ ผลักดันเข้าบรรจุในกีฬาซีเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์ นอกจากนี้ไทยยังเตรียมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด ชักเย่อชิงแชมป์โลก ในปี ค.ศ.2018 อีกด้วย

สะเก็ดข่าว - ผู้หญิงแข่งกีฬากับผู้ชาย
สะเก็ดข่าว /  ผู้หญิงแข่งกีฬากับผู้ชาย

สะเก็ดข่าว 18 มีนาคม 2557 - ไปที่สนามกีฬาธูปเตมีย์กันค่ะ สมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชน จังหวัดปทุมธานี จัดกีฬาเชื่อมความสามัคคีในกลุ่มสตรีของจังหวัดจาก 7 อำเภอร่วมแข่งขัน ช่วงแรกกีฬาชาวบ้าน เน้นสนุกเฮฮาอย่าง วิ่งกระสอบ, ปิดตาตีหม้อ หรือเรือบก พอมาถึงช่วงหลังเป็นช่วงของการรวมพลังสตรีแข่งกับสุภาพบุรุษ ดวลกันในกีฬาชักเย่อ  กติกาผู้หญิงจะแข่งกันกี่คนก็ได้ สุดท้ายใครชนะไปชม ต่อกันที่การแข่งขันฟุตบอ...

มารู้จักครอบครัวใน
คาร์บิว /  เซน

น้องหัวแก้ว รับบทโดย ด.ช. กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข (น้องคาร์บิว) เด็กชายอนุบาล 3 ขี้โรควัย 5 ขวบ รูปร่างผอม ดูอ่อนแอ ประกอบกับตัวเล็ก หน้าตาใสซื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีคุณพ่อเป็นหนุ่มยุคใหม่ ทำงานเลี้ยงลูกเพียงลำพัง อยากให้ หัวแก้ว สุขภาพแข็งแรง และมีสังคมกับเพื่อน จึงหนุนสุดตัว ให้หัวแก้วได้เล่นกีฬา อัมรินทร์ นิติพน (อ่ำ) รับบท ขวด พ่อน้องหัวแก้ว อนุบาลก็เคยเรียน : อนุบาลสารินันทน์ศึกษา เป็นพ่อยุคใหม่ ที่ต้องทำงานและดูแลลูกชายเอง แต่ลูกชายก็ไม่ค่อยแข็งแรง เราก็เลยทั้งผลักทั้งดัน สนับสนุนเต็มที่อยากให้ลูกเล่นกีฬา ลูกชายผม หน้าเหมือนอาแปะ ออกจีนๆ หน่อย ในเรื่องชื่อ หัวแก้ว แต่ตัวจริงชื่อ คาร์บิว เจอกันวันแรกก็แปลกใจ น้องคาร์บิวเป็นเด็ก 5 ขวบที่เก่งนะ เล่นได้ขนาดนี้ รู้จักการพูด ทำตามผู้กำกับฯ ทั้งๆที่เด็กวัยนี้ น่าจะเอาแต่เล่น เด็กๆ ดรีมทีมน่ะครับ เก่งกันทุกคนเลย หลังจากทำงานกับเด็ก ดรีมทีม อ่ำอยากบอกอะไร? อยากบอกว่า มีลูกสาวดีกว่าครับ (หัวเราะ) เด็กผู้ชายซนมากครับด.ช. กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข (น้องคาร์บิว) รับบท หัวแก้ววันเกิด 3 พ.ค. 2545 อายุ 5 ขวบ การศึกษา อนุบาล 3 ชื่นชอบ : หุ่นยนต์ / การ์ตูน ความสามารถพิเศษ : ชอบเต้น อาหารโปรด ข้าวผัด, ไข่เจียว กีฬาโปรด ฟุตบอล ตี๋เล็ก น้องคนสุดท้องของบ้าน นิสัยขี้น้อยใจ อารมณ์ติสต์นิดๆ ชอบปลีกวิเวก มีโลกส่วนตัว วาดรูป ระบายสีอยู่เงียบๆ ไม้เด็ดอยู่ที่ทำตาเศร้านิ่งๆ หงอยๆ ดูน่าสงสารเป็นที่สุด ยามว่างชอบขี่จักรยาน ฮีโร่สุดโปรด คือ เบน 10แต่หนูน้อย คาร์บิว ใส่วิญญาณนักแสดงได้เมื่อได้ยินเสียงสั่งแอ็คชั่นของผู้กำกับฯ ปัญหาเดียว คือ อย่าให้คาร์บิวต้องนั่งตำแหน่ง ที่โหล่ สุดท้ายของทีม เพราะคาร์บิวพาลจะไม่ยอมแสดง ทำคอตก ทิ้งตัวนิ่ง ออกอารมณ์เศร้าจริงๆ จนต้องป่วนไปทั้งกองถ่าย ทีมงานต้องหาทางอธิบายให้คาร์บิวเข้าใจ คาร์บิว เป็นเด็กอ้อนแม่ ติดแม่มาก พลังการแสดงแต่ละวันขึ้นอยู่กับว่า แม่มากองถ่ายหรือเปล่า?? และพลังการแสดงจะเพิ่มเป็นพิเศษ ถ้าวันนั้น นอกจาก แม่มาแล้วยังมี เหลาอี้ อาม่า มาเชียร์ด้วย (555)เป๊ะ รับบทโดย ด.ช. ธนทัต ขวัญไสวธรรม (น้องเป๊ะ) เด็กชายอนุบาล 3 วัย 5 ขวบ เป็นตัวของตัวเองสูง ติดทีวี ดูเผินๆ เป็นเด็กแสบจอมซน แต่เพราะ เป๊ะอยู่กับคุณแม่ที่ทำงานยุ่ง และต้องดูแลเป๊ะเพียงลำพัง แม่จึงไม่ค่อยมีเวลาให้ จริงๆ แล้ว ในขณะที่ทุกคนลุ้นผลแพ้ชนะ แต่เป๊ะกลับลุ้นสุดใจว่า แม่จะว่าง มาดู เป๊ะแข่งชักเย่อบ้างมั้ยนะ??? ภัทรวรินทร์ ทิมกุล (เม) รับบท แม่น้องเป๊ะ เป็นคุณแม่ทำงานน่ะค่ะ Working Woman ผู้หญิงทั่วไป ไม่มีสามีมาคอยดูแลแล้วก็เลยต้องตั้งใจทำงาน เพื่อลูกเป๊ะเค้าเป็นเด็กที่แสดงได้เป็นธรรมชาติมาก คือเค้าจะไม่ห่วงกล้อง เป็นธรรมชาติมากๆ แล้วเราเล่นกับเค้าจะมีความสุข เค้ามีเกร็งๆ บ้าง ลืมบ้าง แต่ช่วยกัน เด็กเค้าเล่นด้วยความรู้สึกและเค้าคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงมีซีนหนักๆ เป๊ะจะกลัวไปเลย เพราะไปดุเค้า ซึ่งเรื่องนี้เราผิดเอง เพราะว่าตอนที่ซ้อมเราไม่ได้เล่นจริง แต่พอ 5 4 3 2 แล้วเล่นจริง เค้าก็ตกใจร้องไห้ไปเลย ลืมคิดไปว่าเค้ายังเป็นเด็ก เราชินกับการเล่นกับผู้ใหญ่ แต่นี่เด็ก แล้วยังไม่เคยเล่นหนังมาก่อนด้วย น้องเค้าก็ตกใจร้องไห้เลยเมโชคดีที่ทำงานเรื่องนี้เจอกับเป๊ะแค่คนเดียว แต่ถ้าต้องเจอ เป๊ะ 10 คนนี่คงไม่ไหว คือถ้าเจอเด็ก 2 คน คนหนึ่งซน คนนึงไม่ซนน่ะ โอเค แต่ถ้ามา 10 คน ซนพร้อมกันน่ะ ตาย...ด.ช. ธนทัต ขวัญไสวธรรม (น้องเป๊ะ) รับบท เป๊ะวันเกิด 12 มิ.ย. 2545 อายุ 5 ขวบ การศึกษา : อนุบาล 3 ส่วนสูง 110 ซม. น้ำหนัก 19 กก.ชื่นชอบ: การ์ตูน / ฟุตบอล อาหารโปรด : ผัดสะตอ แรกเห็น ใครๆ ก็ยอมแพ้ความซน แต่หลังถ่ายทำไปไม่กี่คิว เป๊ะเป็นนักแสดงที่แก๊งส์ผู้ใหญ่ ต่างยกนิ้วให้ พร้อมตั้งฉายาว่า เป๊ะเทคเดียว เพราะเล่นได้แนบเนียนมาก ของโปรดคือ ลูกอมฮอลล์รสน้ำผึ้ง (ไม่ต้องแปลกใจที่ฟันหลอ) ชอบที่สุดคือ เล่นเกมส์ เป๊ะยังเป็นเด็ก 5 ขวบที่ทีมงานและนักแสดงร่วมต่างยกนิ้วให้กับความอึด เพราะไม่ว่าจะดึกดื่น เที่ยงคืน ถ่ายคิวดึกแค่ไหน เป๊ะก็ไม่เคยบ่นว่า ง่วงนอน เพราะนั่งตาใสอยู่หน้าจอคอมฯ เล่นเกมส์ รอเข้าฉากต่อไป แถมเล่นจริง ร้องไห้จริง เพราะกลัวแม่ (ในหนัง) จริงๆ เป๊ะยังเป็นเจ้าของเพลงฮิต ประจำกองถ่าย เพลง เด็กมีปัญหา ของโฟร์-มด ที่เป๊ะจะวิ่งมาร้องเพลงนี้ เต้นยั่ว โฟร์ ศกลรัตน์ เจ้าของเพลงตัวจริงฟังให้ฟังเสมอๆ เป๊ะเคยถามแม่ว่า ขอเป๊ะลาออกจากโรงเรียนอนุบาลเดิมมาเรียนโรงเรียนอนุบาลRSได้ไหม??เซน 1 รับบทโดย ด.ช. สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์ (น้องเซน 1) เด็กชายอนุบาล 3 ตัวอ้วนสุด ตัวตันตัน หน้าตาเป็นเสือยิ้มยาก สีหน้าไม่บอกอารมณ์ บ้าพลัง เป็นลูกชายเจ้ร้านทอง พลังที่มีในตัวอยู่มาก จึงมีความมุ่งมั่นที่จะแข่งขันกีฬาเต็มเปี่ยม มีความน่ารักที่มาพร้อมกับความกลมกลึงของรูปร่าง แถมคุณแม่ผลักดันสุดฤทธิ์ ให้เซน 1 เป็นหัวหน้าทีม จิ๊ก - เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบท คุณแม่น้องเซน 1 อนุบาลเรียนที่ : อนุบาลอดุลวาดเป็นคุณแม่น้องเซน 1 ลูกพี่อ้วน น่ารักสุดๆ ค่ะ เค้าเป็นเด็กแปลกมาก คือหน้าตาเนี่ยไม่บอกอารมณ์เลย หน้าเดียวหมด อารมณ์เดียวหมด อย่างวันหนึ่งเล่นๆ อยู่ ขี้ราดยังไม่มีใครรู้เลย ไม่บอกใคร แต่เค้าเป็นสไตล์น่ารักๆ นะ แต่ละคนจะน่ารักไม่เหมือนกัน ลูกเซน 1 ของพี่เนี้ย น่ารักสุดๆ เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของแม่อย่างพี่ คือจะดันให้ลูกเกิดตลอดเวลา อยากให้ลูกได้ดี มีความปรารถนาดีกับลูก อยากให้ลูกอยู่โรงเรียนแล้วเด่นๆ น่ะ อยากให้เป็นดาว แล้วลูกก็น่ารักสุดๆ ด้วยพี่ก็คอยประจบครูบาอาจารย์บ่อยๆ ว่า เอ๊!!... ลูกเราเก่งขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ให้อยู่ข้างหน้า ทำไมไม่ให้เป็นหัวหน้าทีม แถมต้องสู้รบปรบมือกับผู้ปกครองคนอื่นๆหน่อยหนึ่ง ชิงดีชิงเด่นกันน่ะ เพราะพ่อ-แม่ทุกคนก็รักลูกตัวเอง อยากให้ลูกของตัวเองเด่นน่ะ อยากโชว์ออฟว่าลูกเราเก่ง ลูกเราน่ารักน่ะ เลี้ยงง่าย พอกินข้าวเสร็จแล้วก็ยืนอิ่มแบบว่าจะหลับ ตื่นมากองถ่ายแต่เช้า 6 โมง เด็กอ้วน แบตฯในตัวก็จะหมด ขนาดกางเกงหลุดยังยืนจับไว้มือหนึ่ง ขำมาก ด.ช. สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์ (น้องเซน1) รับบท เซน 1 อายุ 5 ขวบ การศึกษา อนุบาล 3 ส่วนสูง 137 ซม. น้ำหนัก 32 กก.!!ชื่นชอบ : ไรเดอร์บูล งานอดิเรก : ว่ายน้ำ / เป่าเมโลเดี้ยน อาหารโปรด ข้าวเหนียวหมูปิ้ง คนนี้เด็ดสุด อ้วนจ้ำม่ำ น่ารักน่าหยิก แต่เป็นหนุ่มยิ้มยากประจำกองถ่าย ยิ่งถ้าใครไม่สนิทอย่าหวังว่า จะคุยด้วยง่ายๆ แต่ถ้าสนิทก็มีสิทธิ์ได้เห็นรอยยิ้ม ที่ชวนให้งงว่า ลืมตา หรือ หลับตาอยู่คิวแรกที่มาถ่ายทำ เซน 1 เรียก เรียว ผู้กำกับฯว่า ลุงเรอ อย่างไม่มีเหตุผล ทำให้เด็กๆดรีมทีม พากันเรียก ลุงเรอ ตามเซน 1 กันหมด (นิสัยเรียกชื่อคนเพี้ยนๆนี้ อาจจะเป็นกรรมพันธุ์จากหม่าม้าในเรื่องเพราะพี่จิ๊กก็เรียก เรียวแบบเบี้ยวๆตามใจฉันว่า อาเดียว)เซน 1 ได้ตำแหน่งมนุษย์เจ้าปัญหาไปครอง เพราะไม่ว่าจะถ่ายอะไร ต้องเล่นแบบไหน มีคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่จะไม่ยอมให้ความสงสัยวนเวียนอยู่ในหัว จะต้องซักจนกว่าจะรู้เรื่อง แต่เมื่อมีไดอาล็อกให้คุย นักแสดงหุ่นอวบคนนี้ จะท่องบทจนขึ้นใจ และเล่นตามบทได้อย่างน่ารักเป๊ะ!! เมื่อถามถึงความประทับใจ เซน 1 ตอบอย่าง น่ารัก สมตัว ว่า หมูก้อนทอด กับพะโล้น่องไก่ กองถ่ายอร่อยมากครับ ภูมิ รับบทโดย ด.ช. ภูริ สรีระศาสตร์ (น้องภูมิ) รูปร่างผอมบาง และบุคลิกช่างคิด หน้าตาเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ภูมิเป็นอีสุกอีใส จนกระทั่งมีเพื่อนมาบอกว่า ภูมิเป็นเอดส์ ภูมิก็เชื่อเพื่อนเสียสนิทใจ ภูมิมีพ่อ-แม่ที่ชอบเถียงกันตลอดเวลา ศรีพรรณ บุนนาค รับบท แม่น้องภูมิอนุบาลเรียนที่ : อนุบาลจุไรรัตน์ เรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่า น้องภูมิเป็นลูกที่อ้นเคยอุ้มท้องไว้ ในหนังเรื่อง เมล์นรก หมวยยกล้อ คลอดออกมาเลยเป็น น้องภูมิ (ฮ่า) ลูกชาย เรียบร้อย น่ารักมาก แต่พ่อแม่ก็ยังทะเลาะกันตลอด กับสามี (ในจอ) พี่ซ้งธ์ คนเดิมนี่ล่ะ ถ่ายหนังเรื่องนี้ ปวดหัวมาก ต้องกินพาราเซตามอลตลอดเวลา เพราะมันต้องตะโกนๆ ตลอด แต่ชอบมาก มองไปทางไหนมีแต่เด็กๆๆ รักเด็กคะ (ฮา) ซ้งธ์ ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ รับบท พ่อน้องภูมิอนุบาลเรียนที่ : อนุบาลศรีอรัญโยทัย อ.อรัญประเทศ ลูกชายเป็นอีสุกอีใส แต่เพื่อนหาว่าเป็นเอดส์ ลูกไม่น่ามีพ่อแม่อย่างนี้เลย (หัวเราะ) ลูกเขาดีชั้นหนึ่ง พอดีวันนั้น เมียไม่มา ผัวเลยต้องไปทะเลาะที่โรงเรียน มาเห็นเรื่องราวในหนัง ดรีมทีม เรายังคิด เออ... คิดได้ไง จริงๆ เรายังอยากทำหนังเด็ก พอเห็นเพื่อนได้ทำเราดีใจมากเลย แต่เขาคงทำเรื่องนี้เรื่องเดียวแล้วไม่ทำอีกแล้วล่ะหนังเด็ก (ฮา) เด็ก สัตว์ สลิง มันผจญภัยกับเด็ก เจอมันทุกวัน โดนเด็กรุมทุกวันด.ช. ภูริ สรีระศาสตร์ (น้องภูมิ) รับบท ภูมิวันเกิด 19 มิ.ย. 2544 อนุบาล 3 ส่วนสูง 122 ซม. น้ำหนัก 19 กก.ผลงาน ช่วงดันดารา ตีสิบ โปรดปราน : อุลตร้าแมน/ไอ้มดแดง อาหารโปรด ต้มหน่อไม้/ผัดเห็ด ความสามารถพิเศษ : จำป้ายจราจร/ธงชาติ/นับเลขภาษาอังกฤษ6 ขวบฉลาดเกินตัวระดับ อนุบาล 3 แต่ภูมิท่องสูตรคูณได้ครบทุกแม่ บวกลบเลขได้เกิน 3 หลัก พูดจาเข้าใจ เรียบร้อยมาก ภูมิเป็นคนคอยควบคุมเพื่อนๆ ให้อยู่ในความสงบ แต่อยู่ที่ว่า ใครจะเชื่อหรือเปล่า(ฮ่า) ภูมิ อินกับบทบาทหายห่วง แค่ทีมงานแต่งเอฟเฟ็คท์ให้เป็นอีสุกอีใส ภูมิก็อินจนเสียน้ำตา น้อยอกน้อยใจในโชคชะตา ที่ตัวเองหล่อน้อยกว่าเพื่อน แต่ภูมิก็อดกลั้นน้ำตาได้ พร้อมกับบอกเพื่อนๆ ทุกคนที่มาปลอบว่า ไม่ต้องปลอบเขามาก เพราะ เราร้องไห้แค่นิดเดียว ไม่เป็นอะไรมาก ภูมิ เป็นคนที่ทำให้ อ้น ศรีพรรณ ซึ้งกับคำว่า แม่ เพราะ ภูมิเรียกอ้น ศรีพรรณ ว่า แม่อ้น ทุกคำ เซน 2 (ด.ช. ธนกร เมธาวุฒิกีรติ - น้องเซนต์ 2) หน้าตาน่ารัก อินเทรน แนวพระเอกเกาหลี คุณพ่อด็อกเตอร์ พยายามสอนว่า เซน2 ต้องเก่งเป็นที่หนึ่ง แพ้ไม่ได้ คมสัน นันทจิต รับบท ด็อกเตอร์ (คุณพ่อ น้องเซน 2)อนุบาลเรียนที่ : อนุบาลสุวรรณินวิทยา เล่นเป็นพ่อของเซน 2 ครับ เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็น ดร. เป็นคนมีฐานะ เรียนเก่ง ปริญญาเอก ลูกแพ้ไม่ได้ เล่นกีฬามีแต่ชนะห้ามแพ้ เพราะเราคำนวณมาแล้วว่า มันชนะได้ ตอนเห็นหน้าลูกก็ตกใจ น่ารัก หน้าเหมือนกันมาก เซนต์ 2 น้องเขาเป็นคนว่าง่าย เป็นเด็กฉลาด วันแรกที่เข้าฉากด้วยกัน เขาท่องบทมาหมดแล้ว ท่องได้จริงๆ นี่ เซนต์ 2 ครับ อย่าไปเปรียบกับลูกพี่จิ๊กครับ คนละทาง (หัวเราะหึๆ) ลูกผมมันน่ารัก ส่วนตัวผม ไม่ชอบเด็กครับ สิ่งมีชีวิตที่คาดเดาไม่ได้ ไม่ชอบเลยครับ ผมแพ้คลื่นเสียงความถี่สูง เด็กอยู่กันเยอะๆ มันจะเป็นการกระจายเสียงที่ไร้ทิศทาง จอแจ ผมชอบแต่สิ่งไม่มีชีวิต ยกเว้นผู้หญิง (หัวเราะกิ๊กกั๊ก)ด.ช.ธนกร เมธาวุฒิกีรติ (น้องเซนต์ 2) รับบท เซน 2วันเกิด 15 มี.ค. 2545 ส่วนสูง 111 ซม. น้ำหนัก 19 กก. อาหารโปรด ไข่เจียว โปรดปราน ไอ้มดแดง งานอดิเรก เล่นเปียโน สัตว์เลี้ยง : สุนัข ไม่ว่าใครจะสั่งอะไร เซนต์ 2 ก็จะเข้าใจง่ายจนทำให้ทีมงานเบาใจ ยกเว้นเฉพาะเวลาที่มีเพื่อนๆ นำขบวน เซนต์ 2 ก็มีเผลอไผลบ้าง ไม้ตายที่เซนต์ 2 ยอมแพ้คือ คุณแม่ เพราะคุณแม่ฝากฝังทีมงานไว้เลยว่า ตีได้เลย เซนต์ 2 เป็นเด็กกระตือรือร้น พูดเก่ง แต่พูดเป็นประโยคบอกเล่าล้วนๆ ไม่มีคำถาม และไม่ต้องการคำตอบ เซนต์ 2 ต้องการแค่ให้คนยอมฟัง หรือ ดูเขาเล่นกลไปเรื่อยๆ กระซิบให้ว่า เซนต์ 2 เล่นกลเก่งมากอย่างไม่น่าเชื่อ เซนต์ 2 ชอบมาถ่ายหนังมาก วันไหนมากองถ่ายเซนต์ 2 จะตื่นเองได้แต่เช้า แต่เวลาใครถาม มากองถ่ายเล่นอะไรจะ เซนต์ 2 จะบอกว่า มาเล่นชักเย่อ ส่วนของโปรด ใช้หลอกล่อเซนต์ 2 คือ ข้าวเหนียวหมูฝอย เจ้าประจำอะตอม (ด.ช. ธนพล บุญเจริญสุข - น้องตี่ตี๋)หนุ่มน้อย หล่อน่ารัก แต่ตื่นเต้นทีไรเป็นปวดอึ ต้องพกกางเกงสำรองติดตัวไว้เสมอ คุณพ่อเสียงหล่อของอะตอม ก็ชอบเตรียมกางเกงแดงไว้ให้อยู่เรื่อย เอกราช เก่งทุกทาง รับบท คุณพ่อน้องอะตอม โรงเรียนอนุบาลไม่รู้ รู้แต่เชียร์ลิเวอร์พูล รับเล่น ก็เป็นเพราะได้เล่นกับเด็กๆ เป็นคนรักเด็ก (หัวเราะ) คิดว่าเรียวเค้าคงจะทำหนังที่แบบว่ามีสาระๆ ครับ (หัวเราะ) คือมีอารมณ์ขัน แต่ก็มีธีมของความมีคุณค่าของชีวิต คุณค่าของชัยชนะว่าชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะเสมอไป แล้วก็มันเป็นเรื่องของครอบครัว น้องตี่ตี๋หรือน้องอะตอมในเรื่องเนี่ย ซนมาก!! (หัวเราะ) คือธรรมดาของเด็กเนี่ยเค้าก็คือจะไม่ค่อยอยู่นิ่ง แป๊ปๆ ก็ไปโน่นไปนี่แล้ว เวลาสั่งคัทก็ไปเล่นดินเล่นทราย เป็นเด็กที่ Alert มาก แต่ตี่ตี๋เนี่ยเค้าก็มีความตั้งใจอยู่นะ ซึ่งดูแล้วเป็นธรรมชาติดี ตี่ตี๋เค้าเป็นอะไรที่น่ารักชอบทุกคนนะน่ารักทุกคนแหละ แต่ผมว่าเด็กดรีมทีมกลุ่มนี้เนี่ยซนนะ แล้วก็มีความเป็นตัวของตัวเองทุกคนเลย มากองถ่ายแล้ว ปวดหัวแทนผู้กำกับฯ คือเด็กมันซน!! พอมาเล่นหนังเรื่องนี้แล้วอยากมีลูกเลย (หัวเราะ)ด.ช. ธนพล บุญเจริญสุข (น้องตี่ตี๋) รับบท อะตอม วันเกิด 11 มิ.ย. 2545 อนุบาล 3 ส่วนสูง 110 ซม. น้ำหนัก 22 กก.อาหารโปรด ข้าวมันไก่ นิสัย ร่าเริงมาก ช่างพูด ชอบอ่านหนังสือหนูน้อยอารมณ์ดี ซน แก่น ไปวันๆ แต่ต้องมารับบทหนัก (หนักอย่างเดียว ไม่เบา) เพราะตามบท ตี่ตี๋ต้องอึราดกลางสนามซ้อม ต้องโดนเพื่อนล้อ แซว เรื่องอึราด จนได้ฉายาว่าอะตอมขี้แตก แต่ตัวจริง ตี่ตี๋กลับเฉยชากับเสียงล้อเลียนมาก ทำหน้านิ่งๆ ไม่สะท้านกับการโดนแซว เช่นเดียวกับ ฉากแก้ผ้าให้คุณพ่อเอกราชใส่กางเกงให้ ตี่ตี๋ก็ยังสงบเชิดหน้าไม่สะทกสะท้าน แต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่า แก้มตี่ตี๋แดงแจ้ด เพราะความเขิน งานนี้ทุกคนเลยลงความเห็นว่า จริงๆ ตี่ตี๋น่ะ อาย แต่ฟอร์มจัด วันแรกที่ตี่ตี๋ รู้ว่า ตัวเองรับบทเด็กอึราด ตี่ตี๋ร้องไห้ไม่ยอมแสดง เกิดเป็นปมปัญหาที่ต้องยอมพักกองถ่าย เพื่อปรับความเข้าใจ และให้ตี่ตี๋ทำใจได้ ถึงจะถ่ายทำต่อได้

จีนพิสดาร จัดชักเย่อกับเสือ ชาวเน็ตวิจารณ์แซตทารุณสัตว์
จีน /  ชักเย่อกับเสือ / 

วันนี้(1 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ที่สวนสัตว์แห่งหนึ่งในมณฑลหหนาน ประเทศจีน ได้เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเล่นชักเย่อกับเสือ โดยคิดค่าบริการ 45 หยวน/ครั้ง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเปิดให้นักท่องเที่ยวให้อาการเสือด้วยการเอาไก่ตัวเป็นๆยัดใส่ถุงก่อนที่จะผูกเชือกและยื้อแย่งกัน โดยกิจกรรมดังกล่าวกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ของจีนเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าเป็นการทารุณสัตว์และการที่ฟันมันถูกดึงโดยมนุษย์อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเสือเองได้ ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่า ทางการจีนจะได้มีการสั่งห้ามนำสัตว์มาใช้เพื่อความบันเทิงหวังดูดเงินนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นมาตรการลดการทารุณต่อสัตว์ MThai News

เว็บนอกเผย 9 เทศกาล สุดมหัศจรรย์ของไทย
กินเจ /  สงกรานต์ / 

MThai News: เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นโก เผย 9 เทศกาลสุดมหัศจรรย์ในสายตาต่างชาติ ทางเว็บไซต์ได้ลงความเห็นไว้ว่า ประเทศไทยเป็นเมืองที่รักงานรื่นเริงและจัดงานได้อย่างสนุกสนาน 1 เทศกาลผีตาโขน จ.เลย จะจัดขึ้นทั่วอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยผู้ชายจะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจ สวมหน้ากากขนาดใหญ่ทำจากไม้หรือกาบมะพร้าวแกะสลัก มีการละเล่นตามแบบของภาคอีสาน 2 เทศกาลแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี มีการแกะสลักเทียนเป็นรูปต่างๆ ตามแต่จินตาการแล้วจัดขบวนแห่อย่างสวยงามนำมาประกวดชิงรางวัล 3 เทศกาลถือศีลกินผัก (กินเจ) จ.ภูเก็ต เป็นเทศกาลที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ตจะร่วมกันถือศีลกินเจ เป็นเวลา 10 วัน เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนาน นอกจากนี้ประเพณีกินเจของภูเก็ตยังมีพิธีกรรมต่างๆเช่น พิธีแห่พระรอบเมือง, พิธีลุยไฟ, พิธีขึ้นบันไดมีด, พิธีเดินสะพานตะปู, พิธีสะเดาะเคราะห์ หรือการใช้เหล็กแทงปาก เอาดาบแทงคอหรือเอาเหล็กแหลมแทงตามตัว 4 ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีเพื่อขอขมาพระแม่คงคาและลอยทุกข์โศกทิ้งไปกับสายน้ำ โดยใช้กระทงที่ทำจากต้นกล้วย จุดเทียน ธูป บ้างก็มีเศษเส้นผม เว็บไซต์ยังแนะนำด้วยว่าแม้ว่าประเพณีลอยกระทงจะจัดทั่ว ประเทศไทยแต่สถานที่ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ลอยกระทงน่าประทับใจก็คืออดีตราชธานีอย่างสุโขทัย 5 เทศกาลงานช้างสุรินทร์ คนจากทั่วประเทศนับแสนคนและช้างนับร้อยเชือก เข้าร่วมเทศกาลในครั้งนี้ ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆเช่น บุฟเฟต์ช้าง การแข่งขันช้าง ฟุตบอลช้าง เกมชักเย่อระหว่างคนกับช้าง 6 โต๊ะจีนลิง จ.ลพบุรี เทศกาลโต๊ะจีนลิงนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน บุฟเฟต์ลิงจะเต็มไปด้วยผักผลไม้ น้ำอัดลมและขนมให้ลิงกินอย่างจุใจ 7 เทศกาลสักยันต์ จะจัดขึ้นที่วัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เคยสักยันต์ได้แก่ แองเจลิน่า โจลี่ 8 เทศกาลสงกรานต์ เป็นเทศกาลที่โด่งดังมากในหมู่ชาวต่างชาติ เป็นวันปีใหม่ของชาวไทย ทุกคนในครอบครัวจะพากันเข้าวัดทำบุญ ก่อนจะเล่นสาดน้ำกัน สำหรับสถานที่ที่เว็บไซต์แนะนำให้ไปเล่นสงกรานต์คือ จังหวัดเชียงใหม่ 9 ประเพณีบุญบั้งไฟ จ.ยโสธร จัดขึ้นทุกเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยเป็นเทศกาลของไทยและลาวในช่วงเริ่มฤดูฝน แต่ที่จังหวัดยโสธรจะจัดอย่างิย่งใหญ่และมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก มีการตกแต่งบั้งไฟให้สวยงามเพื่อนำไปหล่อยที่วัด รวมทั้งมีคอนเสิร์ตการละเล่นต่างๆ Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

ดรีมทีม หนังสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยอร่อยลงตัว เสพได้ทั้งครอบครัว
การเมือง /  ชักเย่อ / 

หนึ่ง ธนาธรประสบความสำเร็จแบบเกินคาดหมายจากผลงาน เมล์นรกหมวยยกล้อ เรียว กิตติกร สานต่อ ความสำเร็จในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยผลงานเรื่อง ดรีมทีม ที่ส่งลงจอในโปรแกรมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เหมือน เมล์นรกฯ พร้อมด้วยทีมนักแสดงหลักที่ร่วมงานกันมาจาก เมล์นรกฯ คือ เกียรติ กิจเจริญ,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,คมสัน นันทจิต,ศรีพรรณ บุนนาค,ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ ไม่ทราบว่าจะให้ผลลัพธ์เป็น รายได้ ที่มากมายเท่า เมล์นรกฯ ได้หรือไม่ แต่ที่จะได้มากกว่าแน่นอนก็คือ เสียงชื่นชมในฐานะ ภาพยนตร์เจตนาดีที่มุ่งสร้างสรรค์สังคมไทย โดยเฉพาะการ สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทย ที่บ่มเพาะหัวใจเด็กไทย เรียนรู้ถึงการ รู้แพ้ รู้ชนะ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ไม่มุ่งมั่นที่จะ เอาชนะ จนมองข้ามคุณธรรมประจำใจ ซึ่งดูเหมือน สิ่งเหล่านี้จะเจือจางไปจาก ผู้ใหญ่ ในบ้านเรา โดยเฉพาะสายพันธ์ที่เรียกกันว่า นักการเมือง จะว่าไปแล้ว ทั้ง เมล์นรกฯ และ ดรีมทีม ก็คือ หนังเสียดสีการเมือง ที่มาในรูปแบบของ หนังตลก ในแบบที่ ใครที่ ดูแล้วคิด ก็จะได้ สารนั้นไป แต่ถ้าขี้เกียจคิด หนังก็มี มุกตลก ที่จะชวนคุณฮาได้อย่างคุ้มราคาค่าตัว ด้วยทีมนักแสดงส่วนใหญ่)เป็นชุดเดิม ผมไม่ทราบว่า เรียว กิตติกร จะตั้งใจทำเป็น หนังแฝงมิติการเมืองแบบ ไตรภาคหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมเห็นว่า นี่เป็นเจตนาที่น่าชื่นชมของผู้กำกับ ในการที่จะทำหนังที่ตั้งใจผสาน สาระ กับ บันเทิง ให้ออกมา อร่อยลงตัวในแบบ เสพกันได้ทั้งครอบครัวใน เมล์นรกฯ ผู้กำกับ จำลองสภาพการเมืองไทยไว้ใน รถเมล์คันหนึ่งที่บรรจุผู้คนหลากหลายอาชีพ ที่ถูกใช้แทนกลุ่มคนหลายหลาก ที่มีส่วนสำคัญในการเมืองของไทยยุคปัจจุบัน มีทั้ง ทหาร,คนขับรถเมล์,กระเป๋ารถเมล์,พ่อค้าแม่ค้า.ประชาชนทั่วไป ฯลฯ สะท้อนภาพ การปะทะกันทางความคิดที่แตกต่าง ที่จบลงอย่าง ให้ความหวังมาครั้งนี้ใน ดรีมทีม เรียว กิตติกร ยัง คงคอนเซ็ปต์เดิมในการมุ่งแสดง เจตนาดี เพื่อการ กล่อมเกลาสังคมไทย ให้เลือกเดินไปบนเส้นทางสมานฉันท์ ผ่อนปรน เอื้ออารีมีน้ำใจต่อกัน พร้อมกันนี้ก็ได้ บ่มเพาะ ความคิดดีๆให้ เด็กไทย รุ่นลูกหลานต่อไปโค้ชเบิร์ด(เกียรติ กิจเจริญ) โค้ชฟุตบอลทีมชาติ จู่ๆ ก็ทีมขอร้องแกมบังคับ (หนักไปทางอย่างหลังมากกว่า) จาก ครูหนูเล็ก (โฟร์ ศกลรัตน์) ครูสอนเด็กอนุบาล ให้มาช่วยเป็น โค้ช ฝึกนักเรียนให้ลงแข่ง กีฬาอนุบาลแห่งชาติ ครั้งที่18 ด้วยกีฬาชักเย่อเด็กนักเรียนวัยซนต่างพร้อมที่จะลงแข่งกันเต็มที่ แต่เมื่อถึงเวลาจะลงแข่งจริง รายที่วุ่นวายมากกว่ากลับเป็น บรรดาพ่อๆ แม่ๆ ของลูกๆ มากกว่า ที่ทำให้เรื่องง่ายๆ กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมา ประกอบด้วย พ่อแม่สายพันธ์ต่างๆ ดังนี้คุณพ่อ (อ่ำ อัมรินทร์)ของ น้องหัวแก้ว (ด.ช.กฤษฏา ชนะภัยเจริญสุข) ที่ลูกชายเป็นคนเริ่มต้นไอเดียลงแข่ง ทั้งที่เป็นโรคหอบหืด แต่คุณพ่อ ก็อยากจะให้ลูกชายลงแข่งด้วยหวังว่า จะช่วยให้ลูกชายมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น แต่ น้องหัวแก้ว ดันเป็นได้แค่ ตัวสำรองที่ทำให้ คุณพ่อไม่ปลื้มน้องเป๊ะ(ด.ช.ธนทัต ขวัญไสวธรรม) เพื่อนซี้ของ หัวแก้ว ที่ใจสู้เต็มร้อย แต่ขาด กำลังใจ เพราะแม่(เมย์ ภันทรวรินทร์) เป็นแม่ประเภทที่เอาแต่งาน จนไม่มีเวลามารับส่งลูก จนลูกชายต้องหันไปคาดหวังจาก โค้ช ซะงั้นน้องเซน1 (ด.ช.สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์) ร่างตุ้ยนุ้ย ที่ หม่าม้าเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) เป็นแม่ประเภทที่ อยากเห็นลูกเป็นผู้นำเท่านั้น ประมาณว่า ต่ำกว่า หัวหน้า กรูไม่ยอม ประมาณนั้นน้องเซน2 (ด.ช.ธนกร เมธาวุฒิกีรติ) ลูกชายของ ด็อกเตอร์ความรู้เยอะ (คมสัน นันทจิต) ที่รู้เยอะ ก็เลยคิดเยอะ คิดอะไรเป็นหลักการไปหมด และคิดอย่างเดียว ลูกกรูต้องชนะ น้องภูมิ(ด.ช.ภูริ สรีระศาสตร์) เด็กชายท่าทางขี้โรค ของคุณพ่อ กับคุณแม่ (ซ้ง ธรธร กับ อ้น ศรีพรรณ) ที่วันๆ เอาแต่ทะเลาะกัน จนแทบไม่มีเวลาสนใจลูก ทั้งยังอกอแนว จอมบงการ จนลูกไม่เป็นตัวของตัวเอง ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมดน้องอะตอม(ด.ช.ธนพล บุญเจริญสุข) หล่อใส เรี่ยวแรงดี แต่ดันออกแรงมากทีไรขี้แตกทุกที ความหวังของ คุณพ่อ(เอกราช เก่งทุกราช) ผู้ประกาศข่าวกีฬาคาแรคเตอร์ของพ่อแม่ในเรื่อง ก็คือ ภาพตัวอย่าง ของ พ่อแม่ ประเภทที่มี ลักษณะด้อย ในสังคมไทย ซึ่งถือเป็น จุดอ่อนที่ต้องกำจัด เพื่อที่ลูกหลานจะได้เติบโตขึ้นมาเป็น คนคุณภาพ ของสังคมไทย และทั้งนี้คุณผู้ชม ต้องไม่ลืม มาม๊าของโค้ชเบิร์ด ด้วยที่เป็นประเภท จอมเผด็จการ ลูกต้อง ทำตามสั่ง อย่างไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ทำให้เด็กที่ถูกเผด็จการครอบงำ อย่าง โค้ชเบิร์ด ถึงได้เติบโตมาเป็น โค้ช ซึ่งเป็น อาชีพที่จะได้ สั่ง คนอื่นบ้าง เหมือนที่เขาโดนมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง หนังสรุปด้วยคำพูดของโค้ชที่บอกว่า คนที่ชนะไม่จะเป็นต้องเป็น ผู้นำ เสมอไป ซึ่งความหมายนี้ น่าจะทำให้ ใครๆ หลายคนในแวดวงการเมือง ได้คิดขึ้นมาบ้างหลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้จบ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดได้ก็คือ ในยุคก่อนหน้าผมเกิดมา คงไม่มีหนังแบบนี้แน่ๆ ผู้ใหญ่รุ่นก่อนหน้าผม ถึงได้เติบโตขึ้นมาเป็น นักการเมือง ที่จ้องแต่จะโกงกินบ้านเมือง ฮุบแผ่นดินไปเป็นของตัวเอง คอรัปชั่นกันมันปาก และอีกสารพัดนิสัยเสียที่น่ารังเกียจ ในคนกลุ่มหนึ่งผมจะดีใจมาก ถ้าหากว่า มีเด็กไทยวันนี้ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แล้วเติบโตขึ้นเป็น ผู้ใหญ่ที่ดี มีความคิดดีๆ เหมือนที่หนังเรื่องนี้ตั้งใจจะบอก ไม่ขอมากหรอกครับ ขอแค่สักกลุ่มเดียว จำนวนเท่าที่จะสามารถมาเป็น คณะรัฐบาล ได้ในอนาคต แค่นี้ผมก็ปลื้มแล้ว การเมืองไทยมันคงจะ ทุเลาความวุ่นวาย ลงกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ครั้งก่อนใน เมล์นรกฯ ตัวละคร ทหาร ที่ เกียรติ กิจเจริญ เล่น ผมเห็นว่า น่าจะเหมาะกับ โน๊ต เชิญยิ้ม มากกว่า พอมาเรื่องนี้ ตัวละคร โค้ชเบิร์ด ของ เกียรติ กิจเจริญ ผมกลับนึกถึง หม่ำ จ๊กมก มากกว่า ไม่ได้ขุนเคือง หรือ ชิงชัง คุณกิ๊ก แต่อย่างใด แต่ว่าไปตามเนื้อผ้า แต่เมื่อดูหนังจนจบแล้ว ก็เห็น เกียรติ กิจเจริญ ทำหน้าที่ในเรื่องได้ลงตัวมากกว่าเรื่องที่แล้ว แม้ว่ารูปร่างของเขา ดูน่าจะไปเป็น หัวหน้ากุ๊ก มากกว่า โค้ชฟุตบอล นักแสดงรุ่นใหญ่ ทำหน้าที่ได้ดีกันทุกคน เหมาะเหม็งลงตัวสุดๆ นักแสดงเด็กก็น่ารักกันทุกคน น่าจะ แจ้งเกิด ได้ไม่แพ้ ทีมนักแสดงเด็กจากเรื่อง แฟนฉันขอบคุณ เรียว กิตติกร ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆ อย่างนี้ออกมาให้ คอหนังไทย ได้ดูกัน หนังสร้างเสริมภูมิปัญญาไทย ในสไตล์เฮฮาอย่างนี้แหละครับ ที่วงการหนังไทยกำลังต้องการอย่างมากมายเรื่องหน้าขออีก. ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

เด็กไทยเจ๋ง กวาดเหรียญแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติที่จีน
จีน /  รางวัล / 

เจ้าภาพจีนอึ้ง นักเรียนไทยสุดเก่ง คว้ารางวัลแข่งขันหุ่นยนต์ได้เพียบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชินภัทร  ภูมิรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานข่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า  ตามที่ สพฐ.ได้รับเชิญให้คัดเลือกและส่งทีมนักเรียนไทยเข้าร่วมแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ China Liuzhou  International  Robotic Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 12 – 17 สิงหาคม 2554  ณ เมืองหลิวโจว มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงได้คัดเลือกทีมหุ่นยนต์ซึ่งชนะเลิศจากการแข่งขันในระดับประเทศเข้าร่วมการแข่งขันโดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากนายทศพล  วชิรเดชา ผู้บริหารบริษัท เซียร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) จำนวน 3 ทีม ได้แก่ ทีมหุ่นยนต์โรงเรียนอนุบาลชุมพวงวิทยา  จ.นครราชสีมา  ทีมหุ่นยนต์โรงเรียนบ้านอินทร์แปลง จ.สกลนคร และทีมหุ่นยนต์โรงเรียนโนนสูงศรีธานี จ.นครราชสีมาและทีมอิสระจากโรงเรียนต่างๆ ที่ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนรวม 35 ทีม ลงแข่งขัน  2 ระดับคือระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา จำนวน 16 ประเภทสามารถคว้ารางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 23 รางวัลดังนี้ รางวัลแชมป์เปี้ยน  6 ประเภทได้แก่ ระดับประถมศึกษา 2 รางวัล คือโรงเรียนอนุบาลชุมพวง ได้ประเภทหุ่นยนต์วิ่งเร็ว 2 ขาปั่นไฟฟ้าด้วยมือและประเภทหุ่นยนต์ชักเย่อ  ระดับมัธยมศึกษา  4 รางวัล ได้แก่โรงเรียนบ้านอินทร์แปลง ได้ 2 รางวัล คือประเภทหุ่นยนต์วิ่งเร็ว 2 ขาปั่นไฟฟ้าด้วยมือ และหุ่นยนต์ไตรกีฬา  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ประเภทหุ่นยนต์ชักเย่อ และโรงเรียนโนนสูงศรีธานี ประเภทหุ่นยนต์สำรวจดาวนพเคราะห์  รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน  5 รางวัล ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา  3 รางวัล ได้แก่โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก ได้ 2 รางวัล ประเภทหุ่นยนต์วิ่งผลัด และประเภทหุ่นยนต์ต่อสู้ ส่วน โรงเรียนอนุบาลชุมพวง ประเภทหุ่นยนต์ว่ายน้ำฟรีสไตล์ ระดับมัธยมศึกษา  2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 ประเภทหุ่นยนต์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ประเภทหุ่นยนต์ปลาหลบหลีกสิ่งกีดขวาง  รางวัลชนะเลิศอันดับสอง จำนวน 9 รางวัล ระดับประถมศึกษาซึ่งโรงเรียนอนุบาลพิษณุโลกคว้า  3 รางวัล ประเภทหุ่นยนต์ว่ายน้ำฟรีสไตล์ ผีเสื้อ และกรรเชียง   ระดับมัธยมศึกษา   6 รางวัล ได้แก่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี   ประเภทหุ่นยนต์โปโลน้ำ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ได้ 2 รางวัล ประเภทหุ่นยนต์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกและหุ่นยนต์ไตรกีฬา  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ประเภทหุ่นยนต์วิ่งผลัด โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ประเภทหุ่นยนต์อุบัติภัยทางทะเล และทีมผสมโรงเรียนอัสสัมชัญ ลำนารายณ์  และโรงเรียนเมืองใหม่  (ชลอราษฎร์รังสฤษฎิ์) รางวัลชนะเลิศอันดับสาม 3 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ได้ 2 รางวัล ประเภทหุ่นยนต์ว่ายน้ำผีเสื้อ และหุ่นยนต์ปลาว่ายน้ำ และโรงเรียนเมืองใหม่(ชะลอราษฎร์รังสฤษฎิ์ ) ประเภทหุ่นยนต์ม้าวิ่งเร็ว ขณะที่ การแข่งขันในครั้งนี้มีทีมนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง  มาเก๊า เซี่ยงไฮ กุ้ยหลิน และไทย จำนวน  660 คน จาก 250 ทีม   โดยประเทศไทยได้รางวัลเป็นอันดับ 2 รองจากเซี่ยงไฮ ซึ่งคว้ารางวัลแชมป์เปี้ยนไปครองถึง 29 รางวัล นอกจากนี้คณะกรรมการยังชื่นชมและทึ่งในความสามารถของทีมโรงเรียนบ้านอินทร์แปลง และทีมโรงเรียนอนุบาลชุมพวงเด็กไทยที่สร้างหุ่นยนต์ทำมือได้ในระดับดีมาก ยกให้เป็นสุดยอดหุ่นยนต์บังคับมือ ก็ขอแสดงความยินดีกับเด็กทุกคนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่ง สพฐ.จะได้มีการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในด้านนี้ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป Mthai news เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

จตุพร ลั่นพาเสื้อแดงขวางประชุมครม.ทุกที่
จตุพร พรหมพันธุ์ /  นปช / 

"จตุพร"ลั่นตามขวางครม.ทุกที่ เล็งเคลื่อนไหวหน้าบ้าน"ป๋า" เผย"พัลลภ"เตรียมขึ้นเวที ชักเย่อกับคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (31 มี.ค.) ว่า? บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ภายนอกทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมายังเป็นไปด้วยความคึกคัก นอกจากสี้ นายสุพร อัตถาวงศ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวบนเวทีว่า ขอให้ผู้ชุมนุมระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีการสลายการชุมนุม ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าประขุม ครม. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช. กล่าวว่า หากย้ายการประชุม ครม. จากทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเสื้อแดงจะติดตามประท้วงต่อต้านทุกสถานที่ โดยมีเป้าหมายเคลื่อนไหวต่อไปที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเสื้อแดงอนุญาตให้ใช้ประตูเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาลโดยการเดินทางเข้า ประตู 8 ได้เพียงประตูเดียว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการส่งทหารจากกองทัพอากาศจำนวน 3 กองร้อยสมทบการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล ก่อนหน้านี้ ที่เวทีปราศรัยบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 30 มีนาคม? นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง? กล่าวว่า การวิดีโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี จะประมวลภาพเหตุการณ์ในวันนี้ทั้งวันในหลายๆ เรื่อง เป็นเหมือนกับการปราศรัยเพื่อสื่อสารไปยังพี่น้องที่ชุมนุมที่ศาลาว่าการตาม จังหวัดต่างๆ จะมีการปราศรัยยาวซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ ขณะนี้ชัดเจนมีตำรวจจำนวนมากถอดเสื้อเครื่องแบบออกและพร้อมจะใส่เสื้อแดง ปรากฏการณ์นี้จะยิ่งมากขึ้น ยังมีนายทหารตั้งแต่ชั้นประทวนจนถึงนายพลเข้ามาทักทายพูดคุย เพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรมของคนที่เป็นผู้นำในกองทัพในยุคปัจจุบันนี้ และคาดว่าในอีกไม่กี่วันนี้ พล.อ.พัลลภ? ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) จะมาขึ้นเวทีที่นี่ และในวันที่ 31 มีนาคม คาดว่าจะมีการชักเย่อกับคณะรัฐมนตรี ถ้าใช้มาตรการแบบเดิมเราขอเตือนว่าจะตามไปทุกที่ที่รัฐมนตรีชุดนี้ประชุม นายจตุพรกล่าวอีกว่า กลุ่มเสื้อแดงจะไม่ขยายวงการชุมนุม ขีดเส้นที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษลงมา จะไม่ขยายแนวการต่อสู้ โดยจะล็อคพื้นที่อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลกับบ้านสี่เสาเทเวศร์เท่านั้น จะไม่กระจายเป้าหมาย ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์