ชักเย่อ

'ดรีมทีม' ทำ 'เรียว' อ่วม ฉากชักเย่อยากสุดในชีวิต
ชักเย่อ

ฉากใหญ่อย่างการแข่งขัน ชักเย่อ กีฬาระดับชาติของเด็กอนุบาลในภาพยนตร์ ดรีมทีม นั้น เป็นฉากที่ต้องรวมนักแสดงทุกคนในเรื่องเอาไว้ในฉากเดียว พร้อมทั้งตัวประกอบเป็นน้องหนูจากโรงเรียนอนุบาล 9 โรงเรียน กว่า 1,200 ชีวิต ผู้กำกับ เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล เลยต้องใช้ผู้กำกับถึง 5 คน ร่วมกับตากล้องอีก 6 คน เพื่อเก็บภาพบรรยากาศของการแข่งขันและกองเชียร์เอาไว้อย่างครบถ้วนสมจริง ฉากนี้ถือเป็นฉากที่ยากที่สุดในชีวิตการทำหนังของผู้กำกับเรียวด้วย เพราะแค่นักแสดงเยอะ ตัวประกอบเป็นพันยังไม่เท่าไหร่ แต่นี่นักแสดงดันรุ่นจิ๋ววัยแค่ 5 ขวบ มารวมกันอยู่ในสนามกีฬา โดยผู้กำกับยึดเอาศูนย์กีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต เป็นสถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้ โดยต้องวางแผนกันอย่างดี เก็บภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด ห้ามเกิดความผิดพลาด ถ่ายทำแต่ละครั้งไม่มีการเทค การแข่งขันทุก อย่างเด็ก ๆ จะ ต้องแข่งขันกันจริง ๆ เด็ก ๆ ก็อินเอามาก ๆ ดึงกันเอาเป็นเอาตาย ไม่มีใครยอมใครผู้กำกับเรียว เปิดเผยถึงฉากนี้ว่า ผมกังวลมากกับฉากนี้ ถึงขั้นนอนไม่หลับเป็นอาทิตย์ว่าจะทำอย่างไรกับการรับผิดชอบเด็กเป็นพันคน ทั้งกองเชียร์ นักแสดง นักกีฬา แต่ละคนก็ยังเล็กมาก 5-6 ขวบ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอย่างสะดุดล้ม แขนหัก หรือเด็กหายตัวไปสักคน เราจะทำยังไง ในวันนั้นผมใช้ผู้กำกับ 5 คน ได้แก่ มณฑล อารยางค์กูร, สราวุธ วิเชียรสาร, เหมันต์ เชตมี, ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์, สุทธิพร ทับทิม และใช้ตากล้อง 6 คน เลยทำให้ได้ภาพออกมาครบถ้วน แต่ก็ยังถือว่ายากอยู่ดี เพราะเราจะเทคไม่ได้ เนื่องจากอารมณ์ของเด็ก ๆ คือถ้าแพ้ก็แพ้จริง ๆ ชนะก็คือชนะห้ามเทคให้เขาแข่งใหม่ เด็กจะไม่ยอม ขนาดวางบทไว้ว่าทีมไหนชนะยังไม่เป็นไปตามนั้น มันเลยเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่โชคดีที่การถ่ายทำในวันนั้นผ่านไปด้วยดี โดยได้รับความร่วมมือจากครูและพี่เลี้ยงทุกคน.ที่มาจากหนังสือพิมพ์

สะเก็ดข่าว - ผู้หญิงแข่งกีฬากับผู้ชาย
สะเก็ดข่าว /  ผู้หญิงแข่งกีฬากับผู้ชาย

สะเก็ดข่าว 18 มีนาคม 2557 - ไปที่สนามกีฬาธูปเตมีย์กันค่ะ สมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชน จังหวัดปทุมธานี จัดกีฬาเชื่อมความสามัคคีในกลุ่มสตรีของจังหวัดจาก 7 อำเภอร่วมแข่งขัน ช่วงแรกกีฬาชาวบ้าน เน้นสนุกเฮฮาอย่าง วิ่งกระสอบ, ปิดตาตีหม้อ หรือเรือบก พอมาถึงช่วงหลังเป็นช่วงของการรวมพลังสตรีแข่งกับสุภาพบุรุษ ดวลกันในกีฬาชักเย่อ  กติกาผู้หญิงจะแข่งกันกี่คนก็ได้ สุดท้ายใครชนะไปชม ต่อกันที่การแข่งขันฟุตบอ...

ทำไมต้อง ตรวจภายใน
ช่องคลอด /  ตรวจภายใน / 

เมื่อเอ่ยถึง “ ตรวจภายใน ”  มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยละเลย บ่ายเบี่ยง หรืออายที่จะตรวจ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการ ตรวจภายใน สามารถบอกได้ว่าบริเวณอวัยวะเพศของคุณมีอะไรผิดปกติหรือไม่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภัยร้ายของผู้หญิง... มะเร็งปากมดลูก ซักประวัติ ก่อนที่หมอจะบอกได้ว่า โรคหรือปัญหาที่อวัยวะเพศของคุณเป็นอะไร จำเป็นจะต้องซักถามประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้นเสียก่อน จึงจะบอกได้ว่าเป็นโรคอะไร บางรายซักก็แล้วตรวจก็แล้ว ยังบอกไม่ได้ ต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการตรวจถึงจะได้คำตอบก็มี การซักประวัติ ส่วนมากหมอจะถามว่าเป็นอะไรมา เป็นมาอย่างไร ตอนนี้อายุเท่าไรแล้ว มีลูกกี่คน คุมกำเนิดอย่างไร บางรายอาจต้องถามละเอียดมากกว่านี้ จนคนไข้บางคนคิดว่าหมอจะมาล้วงความลับก็มี เช่น ถามว่าเวลามีเพศสัมพันธ์แล้วเจ็บไหม มีเพศสัมพันธ์บ่อยแค่ไหน การที่ต้องถามเช่นนี้ก็เพื่อจะได้ข้อมูลมากพอที่จะช่วยให้วินิจฉัยโรคได้ถูกต้องมากขึ้น การตรวจภายใน ภายหลังการซักประวัติคนไข้  สิ่งจำเป็นที่หมอจะต้องทำต่อคือ ” ตรวจภายใน ” คุณผู้หญิงบางคน  พอหมอบอกว่า”ต้องตรวจภายในครับ” ก็อิดออดต่อรองขอตรวจด้วยวิธีอื่นแทนได้ไหม เช่น ตรวจด้วยเอ็กซเรย์ หรือ อัลตราซาวน์แทนไม่ได้เหรอ จากนั้นจะมีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้น ตั้งแต่กลัวจนตัวสั่น เสียงสั่น บางคนเหงื่อแตกเลยก็มี  หรือไม่ก็อิดออดขอกลับบ้านไปทำใจก่อน อาจเพราะอาย ตั้งแต่เป็นสาวมาจนวัยกลางคน  ยังไม่เคยให้ใครมากล้ำกลายอวัยวะเพศเลย ซ้ำร้ายบางคนสัญญากับตัวเองเลยว่า “ยังไงเสียก็จะไม่ตรวจภายใน ตายเป็นตาย” แต่เอาเข้าจริงๆ ส่วนมากไม่ค่อยยอมตายหรอก แต่กว่าจะตรวจได้ก็ปล่อยให้โรคเป็นไปมากจนเจ็บปวดทนไม่ไหวจึงยอมตรวจ จากการสังเกตของหมอพบว่า เดี๋ยวนี้แทนที่สาว ๆ จะอาย กลับเป็นคนที่ค่อนข้างสูงอายุที่อายมากและอิดออดไม่ยอมตรวจ ยิ่งเป็นคุณย่าคุณยายยิ่งอายหนักเข้าไปอีก ส่วนสาว ๆ พอบอกว่าต้องตรวจภายใน หลายคนรีบขึ้นเตียงตรวจเลยก็มี บางคนหมอซักประวัติดูแล้ว คิดว่ายังไม่น่าจะต้องตรวจหรอกก็กลับเซ้าซี้ให้หมอตรวจก็มีเหมือนกัน ตรวจภายใน บอกอะไร โรคของอวัยวะเพศหญิง มีลักษณะของแต่ละโรคที่ไม่เหมือนกัน โรคบางโรค เช่น เนื้องอกมดลูกหรือเนื้องอกรังไข่ เวลาใช้เครื่องอัลตราซาวน์ตรวจ อาจสามารถมองเห็นเป็นภาพก้อนเนื้องอกได้ แต่บอกไม่ได้ว่าก้อนดังกล่าวกดเจ็บหรือไม่ ก้อนมีผิวเรียบหรือไม่ ขยับหรือเคลื่อนไหวได้หรือไม่ เป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาหรือร้ายแรง จะรู้ได้ก็ต้องใช้การคลำด้วยมือเท่านั้น โดยการ “ตรวจภายใน” นั่นเอง  ซึ่งผลที่ได้จากการตรวจภายในร่วมกับการตรวจด้วยวิธีอื่น จะทำให้คุณหมอสามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น ตรวจภายใน ทำอย่างไร เมื่อจะต้องรับการตรวจภายใน คุณผู้หญิงจะต้องขึ้นนอนบนเตียงที่ออกแบบมาเพื่อตรวจภายในโดยเฉพาะ โดยจะมีที่รองขาหรือที่เรียก”ขาหยั่ง” เพื่อแยกขาให้ออกจากกัน ทำให้เห็นอวัยวะสืบพันธุ์ได้ชัดเจน  นึกภาพตามไปเรื่อยๆ นะครับ หมอจะใช้น้ำยาทำความสะอาดบริเวณปากช่องคลอด แล้วใช้ผ้าสะอาดคลุมบริเวณขาทั้ง 2 ข้างและหน้าท้องส่วนล่าง เหลือเปิดไว้เฉพาะบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ เริ่มจากการตรวจดูบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ และอาจต้องใช้มือคลำว่ามีก้อนเนื้องอกบริเวณปากช่องคลอดด้วยหรือไม่ จากนั้นใช้เครื่องมือถ่างขยายปากช่องคลอด ซึ่งทำด้วยเหล็กใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อตรวจดูภายในว่ามีแผล มูกเลือดที่ปากมดลูกหรือช่องคลอดหรือไม่ รวมทั้งจะได้เช็คมะเร็งปากมดลูกไปด้วย และปิดท้ายด้วยการสอดนิ้วมือของมือข้างหนึ่งเข้าไปในช่องคลอด และใช้นิ้วของมืออีกข้างหนึ่งกดที่หน้าท้องโดยเฉพาะบริเวณท้องน้อย แล้วใช้มือทั้ง 2 ข้างร่วมกันในการคลำอวัยวะในช่องท้อง ไม่ว่าจะเป็นมดลูกหรือรังไข่ว่าโตผิดปกติไหม กดเจ็บไหม มีถุงน้ำหรือเนื้องอกหรือเปล่า ร่วมมือดี ตรวจได้ราบรื่น การตรวจภายในจะเป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าคุณผู้หญิงให้ความร่วมมือกับหมอซึ่งก็เพียงแค่นอนแยกขา แล้วปล่อยตัวตามสบาย ไม่เกร็งหน้าท้อง ทั้งนี้เพื่อให้หมอตรวจดูปัญหาในช่องคลอดได้ง่าย เห็นชัดเจน  เพราะถ้าเกร็งแล้ว จะคลำอะไรไม่ได้เลย คุณผู้หญิงหลายคน เมื่อหมออธิบายการตรวจภายในจนเข้าใจดีแล้ว แต่พอถึงเวลาตรวจเข้าจริงก็อดไม่ได้ที่จะมีสารพัดอาการ บางคนเอามือมาคอยปิดเวลาหมอจะตรวจ พอหมอหยุดตรวจก็หยุดปิด พอจะตรวจใหม่ก็ปิดใหม่ ทำเหมือนเล่นชักเย่อ บางคนก็นอนตัวแข็งเกร็งเหมือนหุ่นยนต์ บางคนก็บิดก้นหนีเวลาหมอจะตรวจ เหมือนเล่นเกมตำรวจจับขโมย บางคนก็ส่ายก้นไปมา หรือเลื่อนก้นขึ้นลงเหมือนนั่งม้าโยก ซึ่งทำให้การตรวจภายในยุ่งยาก และอาจทำให้ตรวจผิดหรือตรวจไม่ได้เลย ต้องบอกตรงๆ ว่าเสียเวลาทั้งคนไข้และหมอครับ ทั้งนี้การตรวจภายใน หากพบความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องก็สามารถช่วยได้ครับ. ขอบคุณที่มาจาก : รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ สูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ที่สุดของหนังเด่น-หนังโดนแห่งปี
ที่สุดของหนังเด่น /  หนังโดนแห่งปี / 

วงการหนังไทยปี 2551 ดูจะซบเซาพอสมควร ถึงแม้จะมีจำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายมากถึง 50 เรื่อง แต่ว่าที่ทำเงินถึงจุดคุ้มทุนจริง ๆ มีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น แถมหนังบางเรื่องก็มีอายุในการเข้าฉายสั้นมากซะจนผู้ชมตามดูไม่ทัน หรือบางเรื่องกระแสก็ไม่แรง เนื้อหาไม่โดนใจ กลายเป็นหนังไทยที่ถูกลืมก็มี แต่ก็มีหนังไทยที่คงความโดดเด่นเป็นที่สุดแห่งปีอยู่หลายเรื่องเช่นกัน บันเทิงเดลินิวส์ นำมารวบรวมเอาไว้สรุปส่งท้ายปีหนูทองกันที่สุดของที่สุดแห่งปี ต้องยกให้ องค์บาก 2 ที่มีพระเอก นักบู๊ จา-พนม ยีรัมย์ ยึดหัวหาดเป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับในเวลาเดียว แถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งโปรดิวเซอร์อีกด้วย ตำแหน่งแรกของความเป็นที่สุดที่ต้องยกให้คือ ทุนสร้างสูงที่สุด เพราะใช้ไปกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งทุนวางไว้ตอนแรกไม่ใช่เท่านี้ แต่เพราะทางสหมงคลฟิล์ม โดย เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ต้องการผลักดันให้หนังมีคุณภาพเทียบเคียงหนังต่างประเทศ หวังบุกตลาดโลก เลยใจปาทุ่มทุนให้ลูกรัก จา-พนม เพิ่มเข้าไปอีก ก็เลยรั้งตำแหน่ง บานปลายที่สุด ไปอีกตำแหน่งหนึ่ง และด้วยความที่เป็น หนังบู๊ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทุกคนรอคอย ตามที่ยิงโฆษณาออกมา ก็เลยหนีไม่พ้นตำแหน่ง รอนานที่สุด เพราะหนังดันเกิดปัญหาระหว่างการถ่ายทำ เพราะผู้กำกับดันเกิดอารมณ์อยากปลีกวิเวก หลบไปนั่งสมาธินานไปหน่อย จนชะงักการถ่ายทำไปหลายเดือน แถมก่อนนี้ยังเป็นบุคคลลึกลับที่ ติดต่อยากที่สุด แม้แต่ต้นสังกัดก็ยังติดต่อไม่ได้ ทำอะไรต้องมีทนายความเป็นคนกลางในการติดต่อและเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ มากมาย เลยได้ครองตำแหน่ง ปัญหาเยอะที่สุด ไปอีกตำแหน่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใช่ว่า องค์บาก 2 จะมีแต่เรื่อง แย่ ๆ เรื่องดี ๆ น่าพูดถึงก็ยังคงความเป็นที่สุดด้วย กับตำแหน่ง รายได้สูงที่สุดแห่งปี ปิดที่รายได้ 117,440,397.80 บาท แซงหน้าหนังไทยทุกเรื่องที่ออกฉายในปีนี้ และยังทำสถิติรายได้เปิดตัวสูงที่สุดของหนังไทย ชนะแชมป์เก่าอย่าง ต้ม ยำกุ้ง อย่างขาดลอย สุดท้ายที่ต้องยกให้คือ บู๊มันส์ที่สุด เพราะเป็นการรวบรวมศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง เอาไว้ที่ตัวคนคน เดียว นั่นคือ จา- พนม เรียกว่ากว่า จะออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ก็สมกับฉายา องค์ลำบาก เพราะ ลำบากที่สุด จริง ๆ เล็กพริกขี้หนูที่สุด หนีไม่พ้น หนังแอ็คชั่นต้นปีอย่าง ช็อคโกแลต ของผู้กำกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว หนังเรื่องนี้แจ้งเกิดให้ ดารานักบู๊หญิง จีจ้า-ญาณิน วิสมิตะนันทน์ ได้อย่างเต็มตัว และมีความเป็นที่สุดอยู่หลายเรื่อง จีจ้าเป็นนักบู๊หญิงคนแรกที่ใช้เวลาฝึก คิวบู๊นานถึง 4 ปี บ่มเพาะจนได้ที่จนออกมาสร้างความฮือฮาให้วงการหนังไทย จนหลาย ๆ คนต้องยกนิ้วให้ เพราะถึงเธอจะตัวเล็ก แต่ใจไม่เล็กจริง ๆ ดองนานที่สุด ตำแหน่งนี้เป็นของใครไปไม่ได้ นอกจาก รักสยามเท่าฟ้า ของผู้กำกับ ธนิตย์ จิตนุกูล ที่เริ่มแรกเดิมทีใช้ชื่อหนังว่า แรกบิน เปิดกล้อง แถลงข่าวสู่สื่อมวลชนกันมาตั้งแต่ปี 2547 พอเสร็จหนังก็ถูกเลื่อนไปเลื่อนมาหลายครั้ง พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่ ซึ่งตอนเปิดกล้องนางเอกของเรื่อง วิมุตติพร ทองมาก ขณะนั้นเธออยู่แค่ปี 1 คิดดูกว่าหนังจะได้ฉาย นางเอกของเราก็กลายเป็นบัณฑิตไปเรียบร้อยแล้วโดนใจวัยรุ่นที่สุด ยกให้ไปเลยกับหนังรัก 4 เรื่อง หลากคู่หลายวัยอย่าง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ของผู้กำกับ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ รวบรวมเอาเด็กสร้างของค่าย จีทีเอช มาร่วมแสดง ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของคน 4 วัย จนครองใจวัยรุ่นได้ทั้งเมือง และสร้างปรากฏการณ์เปิดตัววันแรกด้วยรายได้ 10 ล้านบาท ทำลายสถิติหนังจีทีเอช ทุกเรื่อง พร้อมทั้งไปประกาศศักดาคว้ารางวัล The Juries Special Prize (รางวัลพิเศษขวัญใจ กรรมการ) ในงานเทศกาล Asian Marine Film Festival in Makuhari (AMFFM) จากประเทศญี่ปุ่นมาครองด้วย และที่สำคัญหนังได้สร้าง ความฮือฮาที่สุด เพราะมีดารารับเชิญในหนังเป็น โซระ อาโออิ ดาราหนังเอวีชื่อดังของญี่ปุ่น แต่ทางผู้กำกับและผู้สร้างก็ยืนยันว่า ไม่สนใจประวัติของดาราญี่ปุ่นผู้นี้แม้จะมีเสียงวิจารณ์มากมาย เพราะถือเป็นการทำงานและอยากให้โอกาส เศร้าที่สุด เรื่องแรกต้องยกให้ รัก/สาม/เศร้า ของผู้กำกับ ยุทธเลิศ สิปปภาค ที่นำเสนอเรื่องราวของเพื่อนรักสามคน ภายใต้คอนเซปต์ เมื่อคนที่เรารักกลายเป็นคนรักของเพื่อนที่เรารักที่สุด ได้ เรื่องนี้ ลุคเซอร์ของนางเอกเจ่อมหาเสน่ห์ พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ต้องใจใครหลาย ๆ คน พร้อมกับการมาประชันบทบาทกันครั้งแรกของคู่รักนอกจอ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ และ ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ด้วยกระแสปากต่อปากทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้วิ่งไปถึง 60 ล้านบาท และส่งผลให้ 3 ดารานำ เป้-ก้อย-พีค กลายเป็นดาราที่งานชุก โดยเฉพาะอีเวนต์หลายงานเลือกที่จะจ้าง เป้-ก้อย ออกงานคู่กันเป็นว่าเล่นอีกเรื่องที่เศร้าไม่แพ้ กัน จนต้องมอบตำแหน่ง เศร้า ที่สุด ให้มาตีเสมอกัน ก็คือเรื่อง แฮปปี้เบิร์ธเดย์ หนังรักลำดับที่สอง ของ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เป็นหนังรักที่หลายคนรอคอย เพราะกว่าจะหาพระนางได้ลงตัวนั้นใช้เวลาอยู่นานพอควร แต่สุดท้ายส้มก็มาหล่นที่นักแสดงคู่บุญอย่าง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ แอม-ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ ซึ่งสาวแอมยอมลงทุนโกนหัวเข้าฉากจริงแบบไม่ห่วงสวย และความลงตัวของวิวสวย ๆ บทดี ๆ และการแสดงที่ล้ำเลิศ ก็สามารถเรียกน้ำตาจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี แถมยังสร้างสถิติหนังรักของพงษ์พัฒน์ด้วยการเปิดตัวแรง 4 วัน 30 ล้านบาท เรียกว่าเป็นหนังรักที่ลงตัวของปีนี้อีกเรื่องหนึ่งก็ว่าได้ สยองที่สุด สยองจนจะเป็นลมที่สุด คงไม่มีใครเกิน ลองของ 2 โดยกลุ่มโรนินทีม เป็นหนังภาคต่อที่ยังคงความสยองได้อย่างไม่มีใครเกิน แถมนักแสดงนำของเรื่องอย่าง มะหมี่-นภคปภา นาคประสิทธิ์ ยังแสดงได้ดีสมกับตำแหน่ง เจ้าแม่หนังสยอง ทำรายได้ไปไม่น้อย แถมยังไปบุกตลาดโลกเป็นหนังไทยที่ขายดีอีกเรื่อง จนขณะนี้ยังเดินสายขายอยู่ตามเทศกาลต่าง ๆ ไม่หยุดหย่อน เรียกว่าทำกำไรให้กับ ไฟว์สตาร์ ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ กลัวที่สุด ปีนี้หนังผีไทยมีหลายเรื่อง ต่างระดับความกลัวกันไป แต่หนังที่รวบรวมความกลัวเอาไว้ได้มากที่สุดก็เห็นจะเป็น สี่แพร่ง หนังผี 4 เรื่อง 4 รส ของ 4 ผู้กำกับ ยงยุทธ ทองกองทุน, ปวีณ ภูริจิตปัญญา, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ และ บรรจง ปิสัญธนะกุล ซึ่งการนำเสนอของหนังเรื่องนี้เพิ่มระดับความกลัวให้กับคนดูขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เรื่องแรกไปจนถึงเรื่องสุดท้าย โดยเฉพาะกับตอน Last Fright หรือ เที่ยวบิน 224 นั้นทำเอาหลายคนผวากันไม่น้อย แถมนางเอก พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ก็เล่นกลัวจนสติแตกได้สมจริงเอามาก ๆ และจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ส่งผลให้ ปี 2552 นี้ จีทีเอช ผุดโปรเจคท์ ห้าแพร่ง ขึ้นมาอีกด้วยน่ารักใสสะอาดที่สุด หลายคนโหวตให้กับ ดรีมทีม หนังเด็กอนุบาลที่ฝีมือไม่อนุบาลของผู้กำกับ เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล ความโกลาหลอาจจะเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำมากมาย เพราะมีนักแสดงหลักเป็นเด็กอนุบาล 3 ถึง 10 คน นี่ยังไม่นับนักแสดงประกอบอีกนับพันในฉากการแข่งขัน ชักเย่อ ซึ่งถือเป็นฉากไฮไลต์สำคัญของเรื่อง หนังเรื่องนี้สามารถเป็นหนังที่ดูได้ทั้งครอบครัว ความใสซื่อของเหล่า นักแสดงเด็ก ๆ นั้นสร้างความน่าเอ็นดูให้กับผู้พบเห็น บทไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมาย หนังก็กลมกล่อมด้วยความเป็นธรรมชาติของพวกเขาเอง และที่บอกว่าเป็นหนังสะอาดก็เพราะเป็นหนังที่ปลอดคำหยาบ ดูแล้ว สบายตา สบายใจ แถม ดรีมทีม ยังได้รับเลือกจาก การบินไทย ให้เป็นภาพยนตร์ที่ถูกฉายบนเครื่องบินด้วย ธรรมะธัมโมที่สุด ถ้าให้เลือกเอาธรรมะที่ดูดีมีสาระไม่เน้นฮา ก็คงต้องยกให้ อรหันต์ซัมเมอร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวการบวชเรียนภาคฤดูร้อนของเหล่าสามเณรตัวจิ๋ว ได้ธรรมะมาสอนใจอยู่หลายข้อ หลายคนยังคงติดใจติดตากับคาแรกเตอร์ที่สุขุมของ หลวงพี่ใบบุญ ได้ไม่ลืม แย่งกันที่สุด ที่ต้องเรียกว่า แย่งกันที่สุด ก็เพราะ มีการแย่งตัว เท่ง เถิดเทิง ให้กลับมาร่วมแสดง ใน หลวงพี่เท่ง ภาค 2 รุ่นฮาร่ำรวย เกิดเป็นปมในใจระหว่าง โน้ต เชิญยิ้ม กับ เสี่ยตา-ปัญญา นิรันดร์กุล ต้นสังกัดของเท่ง ที่ไม่ยอมปล่อยคิวมาให้ร่วมแสดง ถึงแม้จะไม่ขัดแย้งกันออกหน้า แต่ ก็เรียกว่า หลวงพี่เท่ง เป็นหนังแห่งศักดิ์ศรีที่ โน้ต เชิญยิ้ม ต้องทำให้ได้ จนสรุปสุดท้าย แย่ง ได้ไม่สำเร็จ แต่หนังต้องเดินหน้า โน้ต จึงตัดสินใจเรียกใช้บริการ โจอี้ บอย ให้มาสวมบทเป็น หลวงพี่โจอี้ ผู้ศรัทธาใน หลวงพี่เท่ง จนทำรายได้สวนกระแสในยามที่หนังไทยซบเซา สร้างมิตรภาพที่สุดเห็นจะเป็นหนังเชื่อมรักสองฝั่งโขงอย่าง สะบายดี หลวงพะบาง หนังร่วมทุนสร้าง ไทย-ลาว โดยมีพระเอกลูกครึ่งลาว-ออสเตรเลีย แต่ หัวใจไทย อย่าง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ประกบคู่กับ นางเอกสัญชาติลาว อย่าง คำลี่ พิลาวง หนังเรื่องนี้เป็นหนังในรอบ 40 ปีของการสร้างภาพยนตร์ในลาวเลย เป็นการผนึกกำลังกันระหว่างสองผู้กำกับ คือ ศักดิ์ชาย ดีนาน จากฝั่งไทย และ อนุสอน สิริสักดา จากฝั่งลาว จนได้ออกมาเป็นหนังรักที่กลมกล่อมอย่างที่เห็น ประทับใจที่สุด หนึ่งใจ...เดียวกัน ภาพยนตร์ในทูลกระ หม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สร้างจากบทพระนิพนธ์ เรื่องสั้นที่ฉันคิด นอกจากเนื้อหาและบทภาพยนตร์จัดเป็นหนังน้ำดีแล้ว ภาพและภาษาในหนังนั้นสวยงามไม่น้อย แถมยังให้ข้อคิดที่ดีอีกด้วย และประชาชนชาวไทยยังได้เห็นพระปรีชาสามารถในการแสดงของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่พระองค์ทรงทุ่มเทและฝึกซ้อมการแสดงอย่างหนัก ยาวที่สุด ไม่ใช่ความยาวในภาพยนตร์ที่ยาวที่สุด แต่อย่างใด แต่เป็นภาพยนตร์ภาคต่อ ที่มีการสร้างกันออกมาได้ยาวและต่อเนื่องที่สุด สำหรับ บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู ฝีมือกำกับของผู้กำกับรุ่นเก๋า บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ซึ่งภาคนี้ทำออกมาเป็นภาคที่ 9 แล้ว และมีแผนจะทำต่อเนื่องไปภาคที่ 10 อีก โดยภาคแรกของบุญชูนั้นออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 2531 และทำต่อเนื่องมาจนถึงภาค 8 เมื่อปี 2538 จบด้วยการแต่งงานของ บุญชู กับ โมลี พอให้หลังไป 13 ปี บุญชูและผองเพื่อน ก็กลับมาอีกครั้งใน บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู ที่คราวนี้เป็นเรื่องราวของรุ่นลูกคือ บุญโชค ซะส่วนใหญ่ อลังการที่สุดต้องหนัง ปืนใหญ่จอมสลัด ของ ผู้กำกับ นนทรีย์ นิมิบุตร ที่ใช้ทุนไปกว่า 200 ล้าน กับระยะเวลาการสร้างเกือบ 5 ปี ไม่ว่าจะเป็นการใช้นักแสดงดัง ๆ ระดับแถวหน้าของเมืองไทยมารวมกันเยอะที่สุด ฉาก เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ฉากบู๊ ฉากรบ ล้วนแล้วแต่อลังการทั้งสิ้น แถมหนังยังได้รับการตอบรับที่ดีจากต่างชาติ ให้เข้าร่วมฉายในเทศกาลภาพยนตร์สำคัญทั่วโลก ถือเป็นผลงานที่สุดแห่งงานกำกับใน 1 ทศวรรษ ของนนทรีย์ แต่น่าเสียดายที่รายได้ในไทยนั้นกลับไม่เข้าเป้าตามที่คาดการณ์ไว้ ผู้สร้างหนังเลยต้องหวังพึ่งพาตลาดต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ถึงแม้หนังไทยปีนี้จะเงียบเหงา ไม่ฟู่ฟ่า เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ บวกกับสถานการณ์แผ่นผีที่ระบาดหนัก แต่ผู้สร้างก็ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์หนังคุณภาพกันต่อไป ด้วยหัวใจ คนรักหนังไทย ปีหน้าฟ้าใหม่คงต้องมาลุ้นกันอีกที ว่าหนังเรื่องใดจะเด่นจะโดน ต้องตาต้องใจผู้ชมกันบ้าง ที่แน่ ๆ หนังไทยยังคงเดินไกลในตลาดโลกได้อย่างแน่นอน.รายชื่อภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี 2551เรียงตามวันฉาย/ชื่อหนัง/วันฉาย/ค่ายหนัง/รายได้ (หากไม่มีเลข คือนับรายได้ ไม่ได้)1. หม่ำเดียว หัวเหลี่ยมหัวแหลม 10 ม.ค. เวิร์คพอยท์-สหมงคลฟิล์ม 33.7 ล้าน 2. สวย สิงห์ กระทิง แซ่บ 24 ม.ค. พระนครฟิลม์ 5.5 ล้าน3. รักสยามเท่าฟ้า 31 ม.ค. อาวอง 5 ล้าน4. สียามา 31 ม.ค. โมโน ฟิล์ม 4.6 ล้าน5. ช็อคโกแลต 6 ก.พ. สหมงคลฟิล์ม 78.5 ล้าน6. คริตกะจ๋า บ้าสุดสุด 14 ก.พ. เอ็นจีอาร์ 20 ล้าน 7. สะใภ้บรื๋อ..อ์อ์ 14 ก.พ. หนังสนุก 24 ล้าน 8. กอด 21 ก.พ. จีทีเอช 10 ล้าน9. ผีตาหวานกับอาจารย์ตาโบ๋ 28 ก.พ. พระนครฟิลม์ 17 ล้าน10. ถอดรหัส...วิญญาณ 28 ก.พ. อลังการสตูดิโอ 11 ล้าน 11. แปดวันแปลกคน 28 ก.พ. เอเอ็นเอ ฟิล์ม 3.5 แสน12. สลัดตาเดียวกับเด็ก 200 ตา 6 มี.ค. สหมงคลฟิล์ม 3.4 ล้าน 13. ปิดเทอมใหญ่ ...หัวใจว้าวุ่น 20 มี.ค. จีทีเอช 80 ล้าน14. บ้านผีเปิบ 27 มี.ค. สหมงคลฟิล์ม 14 ล้าน 15. ลองของ 2 3 เม.ย. ไฟว์สตาร์ 70 ล้าน16. ดรีมทีม 3 เม.ย. อาวอง 35 ล้าน17. นาค 3 เม.ย. สหมงคลฟิล์ม 10 ล้าน 18 คู่ก๊วนป่วนเมษา 10 เม.ย. พระนครฟิลม์ 6 ล้าน19 เพื่อนกันเฉพาะวันพระ 10 เม.ย. โมโนฟิล์ม 2.1 ล้าน20. อรหันต์ซัมเมอร์ 10 เม.ย. เอจี 37 ล้าน21. แสงศตวรรษ 10 เม.ย. อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล22. สี่แพร่ง 24 เม.ย. จีทีเอช 70 ล้าน 23. เทวดาท่าจะเท่ง 1 พ.ค. สหมงคลฟิล์ม 32.5 ล้าน24. Wonderful Town 15 พ.ค. เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น 25. เมมโมรี่...รักหลอน 15 พ.ค. เอจี 30 ล้าน26. ส้มตำ 5 มิ.ย. สหมงคลฟิล์ม 8.9 ล้าน 27. สะบายดี หลวงพะบาง 5 มิ.ย. สปาต้า/ลาวอาร์ต 11 ล้าน28. รัก/สาม/เศร้า 19 มิ.ย. จีทีเอช 60 ล้าน 29. ฮะเก๋า 19 มิ.ย. ฟิล์ม เอเชีย 13 ล้าน30. เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน 3 ก.ค. ไรท์ บิยอนด์ 15.6 ล้าน 31. ว้อ...หมาบ้ามหาสนุก 17 ก.ค. สหมงคลฟิล์ม 27 ล้าน 32. หนึ่งใจ...เดียวกัน 7 ส.ค. โอเรียนทัล อายส์ 50 ล้าน33. หนุมานคลุกฝุ่น 12 ส.ค. พระนครฟิลม์ 10 ล้าน34. อาข่าผู้น่ารัก 21 ส.ค. สหมงคลฟิล์ม 5.4 แสน 35. โลงต่อตาย 21 ส.ค. เอ็นจีอาร์ 31 ล้าน 36. บุญชู ไอ - เลิฟ - สระ - อู 28 ส.ค. ไฟว์สตาร์ 50 ล้าน 37. เทวดาตกมันส์ 4 ก.ย. อาวอง 22 ล้าน38. คนไฟลุก 11 ก.ย. สหมงคลฟิล์ม 4.4 ล้าน 39. บ้านผีปอบ 2008 18 ก.ย. โกลเด้น เอ 10 ล้าน 40. หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย 2 ต.ค. พระนครฟิลม์ 85 ล้าน41. อีติ๋มตายแน่ 9 ต.ค. สหมงคลฟิล์ม 29 ล้าน 42. ปืนใหญ่จอมสลัด 23 ต.ค. สหมงคลฟิล์ม 74.8 ล้าน43. โปรแกรมหน้า...วิญญาณอาฆาต 30 ต.ค. จีทีเอช 50 ล้าน44. ห้าแถว 20 พ.ย. 5-4-3-2-1 แอ็คชั่น 6 ล้าน45. หัวหลุดแฟมิลี่ 20 พ.ย. พระนครฟิลม์ 5.4 ล้าน46. องค์บาก 2 5 ธ.ค. สหมงคลฟิล์ม 117 ล้าน47. แฮปปี้เบิร์ธเดย์* 18 ธ.ค. โมโน ฟิล์ม 30 ล้าน48. ฝัน-หวาน-อาย-จูบ* 25 ธ.ค. สหมงคลฟิล์ม49. Super แหบ-แสบ-สะบัด* 25 ธ.ค. อาวอง50. ปาฏิหาริย์รักต่างพันธุ์* 31 ธ.ค. พระนครฟิลม์*หมายเหตุ ยังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์/รายได้ทั้งหมดเป็นรายได้โดยประมาณมยุรี อำนวยพร รายงานที่มาจากหนังสือพิมพ์

งานมหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี ปี 2553
การเกษตร /  งานมหกรรมทุเรียนโลก / 

งานมหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี ปี 2553 วันที่ 1-9 พฤษภาคม 2553 ณ บริเวณรอบสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ทะเลสาบทุ่งนาเชย) อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี พิธีเปิดงานวันที่ 2 พฤษภาคม 2553 ณ เวทีหน้าศาลากลางเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถนนเทศบาล 3 อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ภายในงานมีกิจกรรมดังนี้ 1. การประกวดผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และการแข่งขันทางการเกษตร บริเวณถนนผลไม้ (ถนนเทศบาล 3) 2. การประกวดแพประดับผลไม้ บริเวณทะเลสาบทุ่งนาเชยฝั่งหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า เริ่มตั้งแต่สี่แยกสำนักงานที่ดินจังหวัดจันทบุรีถึงสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย จัดแสดงให้ชมตลอดงาน 3. กิจกรรมด้านวัฒนธรรมไทย จีน เวียดนาม ประกอบด้วยการแสดงถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่และอาหารของทั้ง 3 ชนชาติที่เข้ามาอยู่ในจังหวัดจันทบุรีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 4. การจัดนิทรรศการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชม ชิม ผลไม้ การสาธิตการกวนทุเรียน การจำหน่ายส้มตำทุเรียน ก๋วยเตี๋ยวผัดปู การแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร 5. การประกวดธิดาชาวสวนปี 2553 ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 6. การจัดกิจกรรมถนนผลไม้ อันประกอบด้วยการออกร้านของกลุ่มแม่บ้านและเกษตรกร การจัดแสดงและจำหน่ายทุเรียนคุณภาพส่งออก 7. ออกร้าน "ยืนซด Road Side" บริเวณริมทะเลสาบทุ่งนาเชย ตรงข้ามสนามบาสเก็ตบอลสนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย จัดให้มีการจำหน่ายอาหารสะอาด รสชาติอร่อย ราคาย่อมเยา เป็นประจำทุกวัน 8. การแข่งขันกิจกรรมกีฬาทางน้ำ บริเวณทะเลสาบทุ่งนาเชยได้แก่ การแข่งขันพายเรือ ชักเย่อเรือ พายกะทะ มวยทะเล เรือคายัค เรือล่องแก่ง หัวใบ้ท้ายบอด แย้ลงน้ำ และกล่อมซุง 9. สนามซ้อมกัดปลาเข็ม บริเวณสนามหญ้าตรงข้ามสนามบาสเก็ตบอล (ริมทะเลสาบทุ่งนาเชย) โดยจัดให้มีการซ้อมกัดปลาเข็มโดยไม่เล่นการพนัน 10. คาราวานสินค้า มหรสพ และการแสดงที่หลากหลายภายในงานเป็นประจำทุกวัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chanthaburi.go.th ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย www.chanthaburi.go.th

ดรีมทีม หนังสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยอร่อยลงตัว เสพได้ทั้งครอบครัว
การเมือง /  ชักเย่อ / 

หนึ่ง ธนาธรประสบความสำเร็จแบบเกินคาดหมายจากผลงาน เมล์นรกหมวยยกล้อ เรียว กิตติกร สานต่อ ความสำเร็จในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยผลงานเรื่อง ดรีมทีม ที่ส่งลงจอในโปรแกรมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เหมือน เมล์นรกฯ พร้อมด้วยทีมนักแสดงหลักที่ร่วมงานกันมาจาก เมล์นรกฯ คือ เกียรติ กิจเจริญ,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,คมสัน นันทจิต,ศรีพรรณ บุนนาค,ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ ไม่ทราบว่าจะให้ผลลัพธ์เป็น รายได้ ที่มากมายเท่า เมล์นรกฯ ได้หรือไม่ แต่ที่จะได้มากกว่าแน่นอนก็คือ เสียงชื่นชมในฐานะ ภาพยนตร์เจตนาดีที่มุ่งสร้างสรรค์สังคมไทย โดยเฉพาะการ สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทย ที่บ่มเพาะหัวใจเด็กไทย เรียนรู้ถึงการ รู้แพ้ รู้ชนะ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ไม่มุ่งมั่นที่จะ เอาชนะ จนมองข้ามคุณธรรมประจำใจ ซึ่งดูเหมือน สิ่งเหล่านี้จะเจือจางไปจาก ผู้ใหญ่ ในบ้านเรา โดยเฉพาะสายพันธ์ที่เรียกกันว่า นักการเมือง จะว่าไปแล้ว ทั้ง เมล์นรกฯ และ ดรีมทีม ก็คือ หนังเสียดสีการเมือง ที่มาในรูปแบบของ หนังตลก ในแบบที่ ใครที่ ดูแล้วคิด ก็จะได้ สารนั้นไป แต่ถ้าขี้เกียจคิด หนังก็มี มุกตลก ที่จะชวนคุณฮาได้อย่างคุ้มราคาค่าตัว ด้วยทีมนักแสดงส่วนใหญ่)เป็นชุดเดิม ผมไม่ทราบว่า เรียว กิตติกร จะตั้งใจทำเป็น หนังแฝงมิติการเมืองแบบ ไตรภาคหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมเห็นว่า นี่เป็นเจตนาที่น่าชื่นชมของผู้กำกับ ในการที่จะทำหนังที่ตั้งใจผสาน สาระ กับ บันเทิง ให้ออกมา อร่อยลงตัวในแบบ เสพกันได้ทั้งครอบครัวใน เมล์นรกฯ ผู้กำกับ จำลองสภาพการเมืองไทยไว้ใน รถเมล์คันหนึ่งที่บรรจุผู้คนหลากหลายอาชีพ ที่ถูกใช้แทนกลุ่มคนหลายหลาก ที่มีส่วนสำคัญในการเมืองของไทยยุคปัจจุบัน มีทั้ง ทหาร,คนขับรถเมล์,กระเป๋ารถเมล์,พ่อค้าแม่ค้า.ประชาชนทั่วไป ฯลฯ สะท้อนภาพ การปะทะกันทางความคิดที่แตกต่าง ที่จบลงอย่าง ให้ความหวังมาครั้งนี้ใน ดรีมทีม เรียว กิตติกร ยัง คงคอนเซ็ปต์เดิมในการมุ่งแสดง เจตนาดี เพื่อการ กล่อมเกลาสังคมไทย ให้เลือกเดินไปบนเส้นทางสมานฉันท์ ผ่อนปรน เอื้ออารีมีน้ำใจต่อกัน พร้อมกันนี้ก็ได้ บ่มเพาะ ความคิดดีๆให้ เด็กไทย รุ่นลูกหลานต่อไปโค้ชเบิร์ด(เกียรติ กิจเจริญ) โค้ชฟุตบอลทีมชาติ จู่ๆ ก็ทีมขอร้องแกมบังคับ (หนักไปทางอย่างหลังมากกว่า) จาก ครูหนูเล็ก (โฟร์ ศกลรัตน์) ครูสอนเด็กอนุบาล ให้มาช่วยเป็น โค้ช ฝึกนักเรียนให้ลงแข่ง กีฬาอนุบาลแห่งชาติ ครั้งที่18 ด้วยกีฬาชักเย่อเด็กนักเรียนวัยซนต่างพร้อมที่จะลงแข่งกันเต็มที่ แต่เมื่อถึงเวลาจะลงแข่งจริง รายที่วุ่นวายมากกว่ากลับเป็น บรรดาพ่อๆ แม่ๆ ของลูกๆ มากกว่า ที่ทำให้เรื่องง่ายๆ กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมา ประกอบด้วย พ่อแม่สายพันธ์ต่างๆ ดังนี้คุณพ่อ (อ่ำ อัมรินทร์)ของ น้องหัวแก้ว (ด.ช.กฤษฏา ชนะภัยเจริญสุข) ที่ลูกชายเป็นคนเริ่มต้นไอเดียลงแข่ง ทั้งที่เป็นโรคหอบหืด แต่คุณพ่อ ก็อยากจะให้ลูกชายลงแข่งด้วยหวังว่า จะช่วยให้ลูกชายมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น แต่ น้องหัวแก้ว ดันเป็นได้แค่ ตัวสำรองที่ทำให้ คุณพ่อไม่ปลื้มน้องเป๊ะ(ด.ช.ธนทัต ขวัญไสวธรรม) เพื่อนซี้ของ หัวแก้ว ที่ใจสู้เต็มร้อย แต่ขาด กำลังใจ เพราะแม่(เมย์ ภันทรวรินทร์) เป็นแม่ประเภทที่เอาแต่งาน จนไม่มีเวลามารับส่งลูก จนลูกชายต้องหันไปคาดหวังจาก โค้ช ซะงั้นน้องเซน1 (ด.ช.สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์) ร่างตุ้ยนุ้ย ที่ หม่าม้าเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) เป็นแม่ประเภทที่ อยากเห็นลูกเป็นผู้นำเท่านั้น ประมาณว่า ต่ำกว่า หัวหน้า กรูไม่ยอม ประมาณนั้นน้องเซน2 (ด.ช.ธนกร เมธาวุฒิกีรติ) ลูกชายของ ด็อกเตอร์ความรู้เยอะ (คมสัน นันทจิต) ที่รู้เยอะ ก็เลยคิดเยอะ คิดอะไรเป็นหลักการไปหมด และคิดอย่างเดียว ลูกกรูต้องชนะ น้องภูมิ(ด.ช.ภูริ สรีระศาสตร์) เด็กชายท่าทางขี้โรค ของคุณพ่อ กับคุณแม่ (ซ้ง ธรธร กับ อ้น ศรีพรรณ) ที่วันๆ เอาแต่ทะเลาะกัน จนแทบไม่มีเวลาสนใจลูก ทั้งยังอกอแนว จอมบงการ จนลูกไม่เป็นตัวของตัวเอง ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมดน้องอะตอม(ด.ช.ธนพล บุญเจริญสุข) หล่อใส เรี่ยวแรงดี แต่ดันออกแรงมากทีไรขี้แตกทุกที ความหวังของ คุณพ่อ(เอกราช เก่งทุกราช) ผู้ประกาศข่าวกีฬาคาแรคเตอร์ของพ่อแม่ในเรื่อง ก็คือ ภาพตัวอย่าง ของ พ่อแม่ ประเภทที่มี ลักษณะด้อย ในสังคมไทย ซึ่งถือเป็น จุดอ่อนที่ต้องกำจัด เพื่อที่ลูกหลานจะได้เติบโตขึ้นมาเป็น คนคุณภาพ ของสังคมไทย และทั้งนี้คุณผู้ชม ต้องไม่ลืม มาม๊าของโค้ชเบิร์ด ด้วยที่เป็นประเภท จอมเผด็จการ ลูกต้อง ทำตามสั่ง อย่างไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ทำให้เด็กที่ถูกเผด็จการครอบงำ อย่าง โค้ชเบิร์ด ถึงได้เติบโตมาเป็น โค้ช ซึ่งเป็น อาชีพที่จะได้ สั่ง คนอื่นบ้าง เหมือนที่เขาโดนมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง หนังสรุปด้วยคำพูดของโค้ชที่บอกว่า คนที่ชนะไม่จะเป็นต้องเป็น ผู้นำ เสมอไป ซึ่งความหมายนี้ น่าจะทำให้ ใครๆ หลายคนในแวดวงการเมือง ได้คิดขึ้นมาบ้างหลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้จบ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดได้ก็คือ ในยุคก่อนหน้าผมเกิดมา คงไม่มีหนังแบบนี้แน่ๆ ผู้ใหญ่รุ่นก่อนหน้าผม ถึงได้เติบโตขึ้นมาเป็น นักการเมือง ที่จ้องแต่จะโกงกินบ้านเมือง ฮุบแผ่นดินไปเป็นของตัวเอง คอรัปชั่นกันมันปาก และอีกสารพัดนิสัยเสียที่น่ารังเกียจ ในคนกลุ่มหนึ่งผมจะดีใจมาก ถ้าหากว่า มีเด็กไทยวันนี้ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แล้วเติบโตขึ้นเป็น ผู้ใหญ่ที่ดี มีความคิดดีๆ เหมือนที่หนังเรื่องนี้ตั้งใจจะบอก ไม่ขอมากหรอกครับ ขอแค่สักกลุ่มเดียว จำนวนเท่าที่จะสามารถมาเป็น คณะรัฐบาล ได้ในอนาคต แค่นี้ผมก็ปลื้มแล้ว การเมืองไทยมันคงจะ ทุเลาความวุ่นวาย ลงกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ครั้งก่อนใน เมล์นรกฯ ตัวละคร ทหาร ที่ เกียรติ กิจเจริญ เล่น ผมเห็นว่า น่าจะเหมาะกับ โน๊ต เชิญยิ้ม มากกว่า พอมาเรื่องนี้ ตัวละคร โค้ชเบิร์ด ของ เกียรติ กิจเจริญ ผมกลับนึกถึง หม่ำ จ๊กมก มากกว่า ไม่ได้ขุนเคือง หรือ ชิงชัง คุณกิ๊ก แต่อย่างใด แต่ว่าไปตามเนื้อผ้า แต่เมื่อดูหนังจนจบแล้ว ก็เห็น เกียรติ กิจเจริญ ทำหน้าที่ในเรื่องได้ลงตัวมากกว่าเรื่องที่แล้ว แม้ว่ารูปร่างของเขา ดูน่าจะไปเป็น หัวหน้ากุ๊ก มากกว่า โค้ชฟุตบอล นักแสดงรุ่นใหญ่ ทำหน้าที่ได้ดีกันทุกคน เหมาะเหม็งลงตัวสุดๆ นักแสดงเด็กก็น่ารักกันทุกคน น่าจะ แจ้งเกิด ได้ไม่แพ้ ทีมนักแสดงเด็กจากเรื่อง แฟนฉันขอบคุณ เรียว กิตติกร ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆ อย่างนี้ออกมาให้ คอหนังไทย ได้ดูกัน หนังสร้างเสริมภูมิปัญญาไทย ในสไตล์เฮฮาอย่างนี้แหละครับ ที่วงการหนังไทยกำลังต้องการอย่างมากมายเรื่องหน้าขออีก. ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

จีนพิสดาร จัดชักเย่อกับเสือ ชาวเน็ตวิจารณ์แซตทารุณสัตว์
จีน /  ชักเย่อกับเสือ / 

วันนี้(1 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ที่สวนสัตว์แห่งหนึ่งในมณฑลหหนาน ประเทศจีน ได้เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเล่นชักเย่อกับเสือ โดยคิดค่าบริการ 45 หยวน/ครั้ง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเปิดให้นักท่องเที่ยวให้อาการเสือด้วยการเอาไก่ตัวเป็นๆยัดใส่ถุงก่อนที่จะผูกเชือกและยื้อแย่งกัน โดยกิจกรรมดังกล่าวกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ของจีนเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าเป็นการทารุณสัตว์และการที่ฟันมันถูกดึงโดยมนุษย์อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเสือเองได้ ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่า ทางการจีนจะได้มีการสั่งห้ามนำสัตว์มาใช้เพื่อความบันเทิงหวังดูดเงินนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นมาตรการลดการทารุณต่อสัตว์ MThai News

ดรีมทีม ?กิ๊ก? แพ้เด็ก ล้มไม่เป็นท่า ส่วนน้องโฟร์ก็โดนแกล้ง
ชักเย่อ

การจะจับเด็กอนุบาล 3 อายุแค่ 5-6 ขวบ มาแข่งขันชักเย่อกันในกีฬาอนุบาลแห่งชาตินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่ผู้กำกับ เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล ก็สามารถจับปูใส่กระด้งได้สำเร็จ จนกลายเป็นที่มาของเรื่องราวในภาพยนตร์ ดรีมทีม ซึ่งฉากเด็ดของเรื่องนี้ก็คือการแข่งขันกีฬาชักเย่อนั่นเอง ฉากนี้เป็นฉากที่ โค้ชเบิร์ด (กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ) ทำการฝึกซ้อมเทคนิคการดึงเชือกให้กับเด็ก ๆ ดรีมทีม 10 คน ซึ่งนำทีมโดย หัวแก้ว (น้องคาร์บิว-ด.ช.กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข), เป๊ะ (น้องเป๊ะ-ด.ช.ธนทัต ขวัญไสวธรรม), เซน1 (น้องเซนเซน-ด.ช.สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์), ภูมิ (น้องภูมิ-ด.ช.ภูริ สรีระศาสตร์), เซน2 (น้องเซนต์-ด.ช.ธนกร เมธาวุฒิกีรติ), อะตอม (น้องตี่ตี๋-ด.ช.ธนพล บุญเจริญสุข), ริชชี่ (น้องริชชี่-ด.ช.ศุภโชติ รัชวรพงศ์), เจ็ส (น้องเจ็ส-ด.ช.เจษฎาพร บุญสอน), จุ้ย (น้องจุ้ย-ด.ช.พชธกร ธนพัฒนากุล) และ สตางค์ (น้องสตางค์-ด.ช.อัจฉริยะ อุปการดี) เพื่อซ้อมชักเย่อให้กับเด็กๆ โดยใช้ตัวเองเป็นคู่ซ้อม และให้ ครูหนูเล็ก (โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร) มาช่วยเป็นกรรมการให้ ก่อนที่จะถึงการแข่งขันจริง ในกีฬาอนุบาลแห่งชาติครั้งที่ 18หลังจากที่ผู้กำกับอธิบายให้ทุกคนฟังถึงเหตุการณ์ในฉากเสร็จเรียบร้อย ทุกคนเข้าประจำที่ ก็ดำเนินการถ่ายทำทันที โดยมีโฟร์ยืนเหยียบเชือกรอเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน พอนกหวีดดังขึ้น ทั้งกิ๊กและเด็กๆ 10 คน ต่างก็ออกแรงดึงเชือกกันอย่างเต็มที่ งานนี้ โค้ชกิ๊ก เล่าถึงผลการแข่งว่า ตอนแรกคิดว่าจะออมแรงให้ แต่พอหยั่งๆ ดูแล้ว น้องเขาดูเอาจริงเอาจังกันมาก เราเลยต้องเอาจริงเอาจังไปด้วย ก็คิดๆ อยู่เหมือนกันนะว่าจะแพ้เด็กไหม สรุปว่าแพ้จริงๆ ถ่ายเสร็จเด็ก ๆ ดีใจกระโดดโลดเต้นกันยกใหญ่ เราก็ยิ่งอาย ทั้งที่คิดว่ายังไงก็ต้องชนะ เพราะดรีมทีมเนี่ยมีแต่ตัวเล็กๆ ทั้งนั้น สุดท้ายก็พลิกโผ เด็กๆ ชนะใส ติดตามชมภาพความไร้เดียงสาของเด็กๆ ได้ในโรงภาพยนตร์ 3 เม.ย. นี้ที่มาจากหนังสือพิมพ์ ตามด้วยคลิปน้องโฟร์โดนแกล้งอ่ะครับน้องโฟร์ ชักเย่อ เอวแทบหลุด - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

ดรีมทีม : หนัง(เด็ก)เล็ก หัวใจ(ผู้)ใหญ่
ดรีมทีม /  วิจารณ์หนัง

ถ้ามองกันแบบไม่ลึกซึ้ง "ดรีมทีม" ผลงานล่าสุดของ "กิตติกร เรียวศิริกุล" อาจจะเป็นหนังที่มีแค่เด็กตัวเล็กวิ่งเล่นไปมาในจอเงินธรรมดาเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อดูไปถึงโครงเรื่องที่ดึงให้ผู้ใหญ่อย่างพ่อแม่ ครู โค้ช เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และทำให้คนที่เรียกตัวเองว่า "ผู้ใหญ่" ต้องค่อยๆ ย่อตัวและใช้สายตาเด็กเพื่อมองโลกให้ง่ายขึ้น"ดรีมทีม" เล่าเรื่องของ "โค้ชเบิร์ด" (เกียรติ กิจเจริญ) กับ "ครูหนูเล็ก" (ศกลรัตน์ วรอุไร) ที่ต้องมาปวดหัวกับเหล่าเด็กแสบชั้นอนุบาล 3 จำนวน 10 คน ที่มุ่งมั่นที่จะลงแข่งชักเย่อ ในชื่อดรีมทีม เพียงแต่งานนี้นอกจากจะไม่หมู เพราะเด็กแสบแล้ว ยังต้องมาปวดหัวกับเหล่าผู้ปกครองที่ค้นเหตุผลผู้ใหญ่ๆ มาอ้างกันอีกด้วยหนังไม่ได้ขายแค่เสียงฮา แต่พยายามบอกถึงเรื่องบางเรื่องที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจเผลอลืมไป อย่างฉากที่ "หัวแก้ว" (ด.ช.กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข) ขอร้องให้พ่อของเขาไปขอโทษที่พูดจาไม่ดีกับโค้ช ซึ่งทำให้ผู้ใหญ่อย่างพ่อต้องลดทิฐิในตัวเองเอาการ หรือฉากที่โค้ชและคุณครูต้องพูดเพื่อให้บรรดาพ่อแม่เข้าใจว่า อย่าเอาแต่กดดันให้เด็กสนใจแต่ชนะ เพราะหากแพ้ เราก็สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยสายตาของผู้แพ้ที่ดีได้ และแม้ว่าดรีมทีมจะไม่ใช่หนังฟอร์มใหญ่ แต่ก็เน้นเรื่องใจล้วนๆ"เผลอๆ พ่อแม่ที่จูงลูกไปดู อาจจะโดนบางมุข (ในหนัง) ทิ่มใจดำก็เป็นได้"ที่มาจากหนังสือพิมพ์

?โฟร์? เตรียมพร้อมเชียร์เด็กแข่งชักเย่อ ซ้อมตีกลองจนมือระบม ใน ?ดรีมทีม?
ศกลรัตน์

นอกจากจะต้องเจอกับความป่วนของเด็กอนุบาล3 สุดแสบพร้อมกันทีเดียวถึง 10 คน ในภาพยนตร์แฟมิลี่ คอมเมเอดี้ เฮฮาน่ารักสนุกสนาน ดรีมทีม ผลงานการกำกับโดย เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล ค่าย อาวอง แล้ว... โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร ยังต้องมือระบม บวมเป่ง เพราะฝึกซ้อมตีกลองทุกวัน เพื่อเตรียมตัวใช้ในการถ่ายทำฉากสำคัญของเรื่อง นั่นก็คือฉากแข่งขันชักเย่อของเด็กๆ ในงานกีฬาอนุบาลแห่งชาติครั้งที่18 ซึ่งงานนี้ โฟร์ บอกว่า...ใช่ค่ะ ก่อนที่จะถ่ายทำฉากนี้ โฟร์ต้องไปซ้อมตีกลองที่อาวองทุกวันเลย วันละประมาณ1-2 ชั่วโมง ทำเอาโฟร์มือบวมแดงไปหมดเลย เพราะต้องกำมือที่จับไม้กลองให้แน่น พอซ้อมที่อาวองเสร็จก็ต้องเอาไม้กลองกลับไปซ้อมต่อเองที่บ้านด้วย เพราะโฟร์ไม่มีพื้นฐานเรื่องการตีกลองมาก่อนเลย ช่วงแรกๆ ยังจับจังหวะไม่ค่อยถูก พี่ๆ ทีมงานเลยบอกวิธีที่จะช่วยให้จำได้เร็วขึ้น ก็คือลองซ้อมตีตามเพลง เค้าเลยหาเพลงที่เป็นจังหวะสามช่ามาให้ โฟร์ก็ฝึกไปเรื่อยๆ ฝึกหนักจริงๆ ช่วง 2 อาทิตย์ได้ เพลงที่พี่เรียว (ผู้กำกับ) ให้ซ้อมก็เป็นพวกเพลงเชียร์ทั่วไป ชื่อเพลง รถตุ๊กตุ๊ก ที่ร้องว่า... รถตุ๊กตุ๊ก รถตุ๊กตุ๊กวิ่งไปวิ่งมา โฟร์ก็ซ้อมจนคล่องเลยนะคะเพลงนี้ แต่ปรากฎพอถึงวันถ่ายทำจริง พี่เรียวบอกให้เปลี่ยนเพลงเป็น เซ็กซี่ ซู่ซ่า ตอนนั้นโฟร์อึ้งไปเลยค่ะ งงมาก!?! ถามพี่ๆ ทีมงานว่าเพลงอะไรนะ ไม่ใช่เพลงที่ซ้อมมาเหรอ แล้วทีนี้จังหวะจบจะตียังไงล่ะ โฟร์ต้องตีส่งเข้าอีกเพลงด้วยนะ เพลงอะไรก็ไม่รู้ เซ็กซี่ ซู่ซ่า มาชักย่า มาชักเย่อ!?!(หัวเราะ) สรุปว่าพี่เอี๋ยม (ผู้ช่วยผู้กำกับ) ต้องเข้ามาช่วย บอกโฟร์ตีอย่างนี้นะ ส่งแบบนี้ โฟร์ก็อืมๆ ลองดู สรุปว่ามันก็ตีคล้ายเดิมนั่นแหละค่ะ ต่างกันตรงช่วงต่อระหว่างเพลง ตีไปสักพักเริ่มคุ้น ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย ไม่อย่างนั้นแย่แน่ เพราะน้องๆ เชียร์ลีดเดอร์เค้าก็ยืนมองหน้าเรา รอที่จะเต้นกันอยู่น่ะค่ะติดตามชมฉากแห่งความพยายามของ โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร กับการตีกลองร้องเพลงเชียร์สนุกๆ ในภาพยนตร์แฟมิลี่ คอมเมอดี้ เฮฮาน่ารักสำหรับครอบครัว ดรีมทีม ในวันที่ 3 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพายนตร์ ทั่วประเทศแต่เดี๋ยวก่อน เอ็มไทย ร่วมกับ อาวอง ชวนคุณชมภาพยนตร์ เรื่อง "ดรีมทีม" รอบพิเศษก่อนใคร ใน เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวิ ครั้งที่ 73 คลิกร่วมสนุกชิงตั๋วชมแข่งชักเย่อ เฮ้ย ชมภาพยนตร์ได้แล้ว คลิกที่นี่เพื่อร่วมสนุก

พัคชินฮเย ปาร์ตี้วันเกิดร่วมกับแฟนคลับ
Park Shin Hye /  the heirs / 

พัคชินฮเย (Park Shin Hye) จัดงานปาร์ตี้วันเกิดอย่างมีความสุขร่วมกับแฟนคลับ Official Fanclub 'Starlight Angel' ล่วงหน้าก่อนถึงวันเกิดในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ .. พัคชินฮเย ปาร์ตี้วันเกิดร่วมกับแฟนคลับ พัคชินฮเย ปาร์ตี้วันเกิดร่วมกับแฟนคลับ สำหรับงานปาร์ตี้ วันเกิดของพัคชินฮเย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ Naru Art Center แขวงจายัง เขตควางจิน กรุงโซล ดำเนินงานโดยดาราตลก โจอูยง โดยมีแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศกว่า 300 คน เข้าร่วมงาน ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว พัคชินฮเยเคยลงแข่งขันชักเย่อและหลบลูกกับแฟนคลับ และในปีนี้เธอก็เผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขในงานปาร์ตี้วันเกิดที่พิเศษที่สุด ที่สำคัญ ในวีดีโออวยพรวันเกิดที่แฟนคลับส่งมาให้พัคชินฮเยก็เผยภาพข้อความอวยพรจากแฟนคลับคู่รักที่เจอกันในฐานะแฟนคลับของพัคชินฮเย จนกระทั่งได้แต่งงานเป็นสามีภรรยาและมีทายาทชื่อมีนัม ข้อความอวยพรจากพ่อแม่ของพัคชินฮเย และข้อความอวยพรจากแฟนคลับชาวต่างชาติ ซึ่งก็ทำเอาพัคชินฮเยถึงกับหลั่งน้ำตา ต่อจากนั้น พัคชินฮเยก็ได้เล่นเกม OX Quiz, เกมทายใจ โชว์ความสามารถพิเศษที่แฟนคลับได้เตรียมมาเอง รวมถึง Q&A สนทนาเกี่ยวกับชีวิตปัจจุบันของเธอด้วย อีกทั้งพัคชินฮเยยังรู้สึกประทับใจกับวีดีโอเซอร์ไพรส์ที่เผยให้เห็นภาพของเด็กๆ ในอุปถัมภ์ที่เคยเจอกันที่กานา แอฟริกา ด้วย พัคชินฮเยเปิดเผยว่า "ฉันได้รับพลังที่ทำให้ฉันสามารถก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่งจากช่วงเวลาที่มีความสุขร่วมกับทุกคนในวันนี้ ฉันจะเป็นนักแสดงที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กับทุกคน เราจะจับมือกันก้าวเดินต่อไปด้วยกันนะคะ"  พัคชินฮเยเลือกรับงานภาพยนตร์เรื่อง 'Royal Tailor' เป็นผลงานเรื่องถัดไป โดยเธอจะสวมบทเป็นพระราชินีผู้งดงามที่เก็บความเศร้าเอาไว้ ข้อมูลจาก  popcornfor2.com

กีฬาน่ารู้ : 10 กีฬาแปลกๆที่เคยมีในโอลิมปิก
10 กีฬาแปลกๆที่เคยมีในโอลิมปิก /  กีฬาน่ารู้ / 

โอลิมปิก เป็นการแข่งขันกีฬาหลายชนิด จากหลายประเทศทั่วโลก โดยจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี แต่โอลิมปิก ก็เคยจัดการแข่งขันกีฬาสุดแปลกมาแล้ว และไม่คิดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันของ โอลิมปิก จะคิดได้! วันนี้ SportMthai จะขอนำเสนอกีฬาแปลกๆ 10 ชนิดที่เคยจัดขึ้นมาในโอลิมปิกมาให้ทราบกัน อันดับ 10 Swimming Obstacle Race แข่งว่ายน้ำอุปสรรค(Swimming Obstacle Race) มันอาจเป็นกีฬาแปลกๆ ผิดปกติสักหน่อยแต่ความสนุกนั้นมีมากเหลือเกิน เริ่มจากว่ายน้ำกว่า 200 เมตร สิ่งแรกที่นักว่ายน้ำที่ต้องเจอ คือการข้ามรั้วเสาทั้งปีนและขึ้นต่อด้วยพ่ายเรือ และว่ายน้ำเข้าเส้นชัย กีฬาชนิดนี้เคยถูกบรรจุครั้งหนึ่งในโอลิมปิก 1900 โดยคนได้เหรียญทองคือ เฟรเดอริค เลน (Frederick Lane) จากออสเตรเลีย อันดับ 9 Distance Plunging “พุ่งหลาวระยะ” “พุ่งหลาวระยะ” กีฬาแปลกๆ ที่ไม่รู้จะแข่งไปทำไม จัดขึ้นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1904 โดยจะแข่งกันโดยกระโจมลงสระและห้ามกระดุกกระดิกในน้ำภายใน 60 วินาที โดยแรงส่งจะไปได้ไกลแค่ไหน จนกระทั้งหัวโผล่ออกมา และตัดสินจากระยะทางจากตรงนั้น(ผมก็ งง เหมือนกันมันเล่นยังไงเนี้ย) ผู้ชนะเป็นคนอเมริกา วิลเลียม(William Dickey) ซึ่งเขาภูมิใจมาก แต่กระนั้นก็ไม่มีภาพกีฬาที่ว่าได้เห็น ภาพข้างบนคือผู้หญิงโดดน้ำธรรมดาในสระเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิกแต่ อย่างใด อันดับ 8 Jeu de Paume เจอเดอปูม เจอเดอปูม เป็นกีฬาต้นกำเนิดของเทนนิส มีที่มาจากฝรั่งเศส ประมาณศตวรรษที่ 13 มีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Game of the Palm (เกมส์ของฝ่ามือ) เป็นกีฬาของชนชั้นสูงที่เล่นในร่มโดยใช้ฝ่ามือตีลูกบอลทรงกลม หลังจากนั้นจึงมีการใช้ไม้พายเรือขนาดเล็กแทนมือ(ก่อนพัฒนาเป็นไม้ตีเทนนิส ในที่สุด ในตอนต้นศตวรรษที่ 17 มีการ สร้างคอร์ทนับร้อยในกรุงปารีสและกีฬานี้เป็นที่นิยมมาก จนกระทั่งนำไปสู่การพนัน ทำให้กีฬานี้ถูกห้ามเล่นในที่สาธารณะแต่อนุญาตให้เล่นได้ในกลุ่มสังคมชั้น สูง และหลังจากการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศส Le Jeu Du Paume ก็สูญหายไปพร้อมกับกลุ่มชนชั้นสูง แต่ในประเทศอังกฤษยังคงมีการเล่นกีฬานี้อยู่ จนกระทั่งในปี 1900 กีฬานี้ก็ได้เริ่มต้นในการจัดแสดง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาโอลิมปิกในปี 1908 และยกเลิกในปี 1924 อันดับ 7 Rogue โรัค โรัค เป็นกีฬาของชาวอเมริกันคล้ายๆ Croquet ที่ เล่นในช่วงโอลิมปิก 1904 ที่เซนต์หลุยส์ เนื่องจากกีฬานี้เป็นกีฬาของชาวอเมริกัน ดังนั้นคู่แข่งจริงเป็นชาวอเมริกันเล่นกันเองได้เหรียญกันเอง จุดประสงค์การมีกีฬานี้ขึ้นคือมันช่วยให้อเมริกาได้เหรียญเท่านั้น สนามจะคล้ายๆ เปตองที่พื้นผิวเรียบ แล้วใช้ไม้ตีที่เหมือนค้อนตีลูกบิลเลียนผ่านห่วง ซึ่งมันจืดชืดอย่างมาก อันดับ 6 Tug of War ชักเย่อ ชักเย่อเป็นกีฬาที่มีอยู่จริงใน โปรแกรมโอลิมปิกในระหว่าง1900,1904,1908,1912 และ 1920 โดยประเทศที่ได้เหรียญมากที่สุดคืออังกฤษ(ถึง 1908) โดยตัวแทนที่เข้าร่วมเล่นกีฬาชนิดนี้มีอาชีพเป็นตำรวจลอนดอน(ในปัจจุบันนี้ ชักเย่อได้พัฒนาเป็นการแข่งขันในระดับนานาชาติ มีกติกาที่แน่นอน มีการจัด แข่งขันชิงชนะเลิศของทวีปเอเชีย และในระดับโลก แล้ว) อันดับ 5 Standing Triple Jump ยืนกระโดดสูง ยืนกระโดดสูงเป็นสิ่งตรงข้ามกับ ตรรกะของการกระโดดไกล วิธีเล่นแค่ยืนแล้วกระโดดด้วยขาข้างเดียงไปข้างเดียวไปข้างหน้า แล้วลงด้วยขาข้างเดิม แล้ววัดระยะโดดจากเริ่มถึงจบ แข่งในโอลิมปิกระหว่าง 1900-1912 โดยชายที่ชื่อ Ray Ewey เป็นคนชนะกระโดด สูงถึง 4 สมัย 1900(เขาถูกบันทึกสถิตโลก),1904,1906 และ 1908 ซึ่งที่น่าทึ่งคือเขาเป็นอัมพาตบางส่วนโดยโปลิโอ อันดับ 4 Rope Climb ไต่เชือก ไต่เชือก มันเป็นกีฬาที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของพลศึกษาไม่ก็ลูกเสือมากกว่า แต่มันเคยมีในโปรแกรมโอลิมปิกมาแล้วในระหว่างปี 1896 และ1932 โดยนักกีฬาที่น่าจับตาในขณะนั้นคือ George Eyser ชาวอเมริกาที่ กวาดเหรียญกีฬาชนิดนี้และยังไปได้อีกห้าเหรียญยิมนาสติก อันดับ 3 Dueling pistols ผู้เล่นจะต้องแต่งกายสมัยยุคโบราณประมาณในช่วง 1906 ใช้ปืนโบราณ(กระสุนปลอม) ยืน 20-30 เมตรและยิงหน้าอก ใครโดนจุดตายกว่าก็ชนะ มันเคยจัดในโอลิมปิกในช่วง 1912 ก่อนที่จะถูกระงับ(อย่างถวาร) อันดับ 2 Solo Synchronized Swimming “ว่ายน้ำตามจังหวะเพลงเดี่ยว” “ว่ายน้ำตามจังหวะเพลงเดี่ยว” มันก็เป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างเข้าใจยาก เมื่อหญิงสาวคนเดียวพยายามว่ายน้ำแล้วพยายามประสานกับเพลงที่กำลังเล่น ซึ่งจริงๆ แล้วเราแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเมื่อน้ำเข้าหู แต่มันมีในกีฬาโอลิมปิกเรื่องในปี 1984, 1988 และ 1992 อันดับ 1 Live Pigeon Shooting เคยถูกบรรจุในโปรแกรมกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1900 กติกาก็โครตง่ายปล่อยฝูงนกและเอาปืนยาวสำหรับล่าสัตว์ยิงแล้วนับจำนวนนกที่ โดนกระสุน ใครมากกว่าก็ชนะ มีสถิตบันทึกไว้ว่ามีนก พิราบตายถึง 300 ตัว จากการแข่งขันนี้เริ่มต้นเพียงไม่กี่วัน โดยฝีมือของ Leon de Lunden มือปืนจากเบลเยี่ยม

ออกพรรษานี้ ไปลากพระที่ตรัง
OTOP ตรัง /  กีฬาพื้นบ้าน ตรัง / 

งานประเพณีลากพระและมหกรรมวัฒนธรรมสัมพันธ์จังหวัดตรัง ประจำปี2553 องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดตรัง จัดงานประเพณีลากพระและมหกรรมวัฒนธรรมสัมพันธ์จังหวัดตรัง ประจำปี2553 ระหว่างวันที่24-28 ตุลาคม 2553ณ ลานเรือพระ สนามกีฬาทุ่งแจ้ง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยชุมชนต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดตรังร่วมแรงร่วมใจกันจัดประดับตกแต่งเรือพระอย่างสวยงาม และพร้อมใจกันลากเรือพระในนามของวัดเข้าร่วมงานประเพณี ณ สนามกีฬาทุ่งแจ้ง และมีกิจกรรมอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส อาทิ - สัมผัสความสวยงามทั้งในบรรยากาศกลางวันและยามค่ำคืนของเรือพระกว่า60 เรือพระ - ร่วมลากพระ และ ทำบุญเรือพระ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและสะสมบุญ - ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้ การแสดงดนตรี ของนักเรียนนักศึกษา การแสดงมหรสพ - เลือกซื้อสินค้าOTOP และ ของดีของฝากเมืองตรัง - เชียร์การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน กว่า10 ชนิด เช่น ซัดต้ม กินต้ม เตะปี๊บไกล วิ่งกระสอบชาย-หญิง วิ่งสามขา ชักเย่อ ขูดมะพร้าว งานประเพณี"ลากพระ งานชักพระ หรืองานแห่พระ" เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคใต้ ที่สืบทอดมายาวนานแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดตรังนั้น ในปีหนึ่งๆ จะจัดขึ้นถึง2 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันแรม1 ค่ำ เดือน5 ซึ่งจะเป็นการลากพระบก นิยมจัดกันตามชุมชนตรังนาหรือบริเวณท้องทุ่งกว้างๆ ใกล้วัด สำหรับประเพณีลากพระครั้งที่2 ของจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นหลังวันออกพรรษา1 วัน หรือวันแรม1 ค่ำ เดือน11 ซึ่งมีการเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนานว่า เนื่องจากวันนี้ จะเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จกลับสู่มนุษย์โลกทางบันไดทิพย์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปมาแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์ จนสืบทอดมาเป็นประเพณีลากพระในท้องถิ่นทางภาคใต้ สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับการลากพระก็คือ การทำต้ม หรือการนำข้าวเหนียวที่ผัดด้วยกะทิมาห่อด้วยใบพ้อ ซึ่งเป็นใบไม้ที่มีเฉพาะทางภาคใต้ จากนั้นจะทำเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วนึ่งให้สุกนำมาผูกรวมเป็นพวง พวงละ3-5 ลูก เพื่อเอามาไว้ใส่บาตร และใช้ประดับเรือพระ หรือเป็นอาหารระหว่างการละเล่นในประเพณีลากพระ ทั้งนี้ 'การลากพระ' จะมีการอาราธนาพระพุทธรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ หรือปางอุ้มบาตร ขึ้นมาประดิษฐานบนบุษบก หรือเรือพระ ที่แต่ละวัดก็จะหาช่างฝีมือที่มีความชำนาญ ช่วยกันตกแต่งให้สวยงาม เพื่อนำเข้าร่วมประกวดแข่งขัน ปัจจุบันเรือพระได้มีการดัดแปลงเป็นรถหรือล้อเลื่อน เพื่อความสะดวกในการชักลากมาตามถนนหนทาง แล้วนิมนต์พระภิกษุในวัดนั้นๆ ขึ้นนั่งประจำเรือพระ จากนั้นก็จะมีการลากพระเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ชาวพุทธได้ออกมาร่วมกันทำบุญและถวายต้ม โดยจะมีพุทธศาสนิกชนและศิษย์วัดเดินตามมาด้วย พร้อมกับบรรเลงเครื่องดนตรี ประโคมไปตลอดทาง มีทั้งทับโพน กลอง ฆ้อง โหม่ง ฉิ่ง และฉาบ *ใครสนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่: ททท. สำนักงานตรัง 199/2 ถ.วิเศษกล ตำบลทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง92000 07-5215867, 07-5211058 . ที่มา: travel.sanook

โอโน่โชว์ ระอุ ต้อล-เดี่ยว ขับเคี่ยวลุ้น ชูการ์ อายส์ เทคะแนน
Sugar Eyes /  ชูการ์ อายส์ / 

โอโน่โชว์ ระอุ ต้อล-เดี่ยว ขับเคี่ยวลุ้น ชูการ์ อายส์ เทคะแนนขับเคี่ยวกันโหด มัน ฮา ท้าดวลกันจริงจังสุดๆ สำหรับ 2 แขกรับเชิญเบอร์ล่าสุดของรายการ “โอโน่โชว์” งานนี้เรียกว่า ต้อล AF.4 และ เดี่ยว โอไอซี พร้อมลูกทีมงัดสารพัดไม่เด็ดมาดวล ทั้งศิลปะการต่อสู้ พลังเสียงร้อง และลีลาการเต้น รวมถึงต้องชักเย่อโชว์ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ทำเอา 2 พิธีกรประจำรายการ “โอโน่โชว์” อย่าง นีโน่ และ ว่าน AF.2 ห้ามทัพกันเหนื่อย...! แถมขำจนเมื่อยกรามกับลีลาสุดโต่งของแต่ละคน เมื่อโจยท์คือ 5 สาวดาวเด่น แพรวา, นิต้า, ดาร์ลิ่ง, พิกเล็ท และ คุ้กกี้ จากเกิร์ลแก๊งค์ “SUGAR EYES” (ชูการ์ อายส์) ค่าย “โซนี่ มิวสิค” ที่สุดแสนน่ารักสดใสวัยไอเจนมาเป็นกรรมการรับเชิญในรายการ เกมนี้ทีมไหนจะแห้วชนิดกินไข่หรือชนะใจ 5 สาว “SUGAR EYES” (ชูการ์ อายส์) ติดตามชมการแข่งขันสุดขับเคี่ยว ระหว่าง ต้อล AF.4 และ เดี่ยว โอไอซี ในรายการ “โอโน่โชว์” วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายนนี้ เวลา 21.30-22.30 น. ทาง ททบ.5 ! ที่มาจาก ร่วมเป็นแฟน มิวสิคเอ็มไทย บน Facebook กันได้แล้ว คลิกที่นี่ แนะนำ - ติชม แจ้งปัญหาเรื่องการใช้งาน ส่งมาที่อีเมล์ music@mthai.com หรือส่งข่าว ประชาสัมพันธ์วงการเพลงลงเว็บไซต์ มิวสิคเอ็มไทย ที่ อีเมล์musicmthai@gmail.com

ดรีมทีม
กีฬา /  ซูโม่กิ๊ก / 

หนังตัวอย่าง ดรีมทีม - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่เป็นโค้ชทีมฟุตบอล กีฬาสุดเท่ห์อยู่แท้ๆ โค้ชเบิร์ด (กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ) กลับถูก ครูหนูเล็ก (โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร) ชักชวน แกม (แม่) บังคับ ให้ช่วยมาเป็นโค้ชชักเย่อเด็กอนุบาล ลงแข่งกีฬาอนุบาลแห่งชาติครั้งที่ 18 หัวแก้ว (ด.ช. กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข - คาร์บิว) รวมเพื่อน ๆ ตั้งทีม ดรีมทีม เพื่อแข่งชักเย่อ คุณพ่อของหัวแก้ว (อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน) คุณพ่อรุ่นใหม่ งานต้องทำ แต่อยากให้ลูกชายแข็งแรง จึงผลักดันให้เล่นกีฬาเต็มที่ เป๊ะ (ด.ช. ธนทัต ขวัญไสวธรรม - น้องเป๊ะ) กับคุณแม่ยุคใหม่ (เมย์ ภัทรวรินทร์) ทำงานเลี้ยงลูกลำพัง แม่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเป๊ะมากนัก ความหวังของเป๊ะคือ อยากให้แม่มาดูตัวเองแข่งชักเย่อ เซน 1 (ด.ช. สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์ - น้องเซน) ร่างตุ้ยนุ้ย หน้าตาน่าหยิก มีหม่าม้า (จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ผลักดันสุดฤทธิ์ ให้เซน 1 เป็นหัวหน้าทีม จ้ำม่ำแรงดีแบบนี้ ทำไม๊ ทำไม ไม่ได้เป็นหัวหน้าทีม เซน2 (ด.ช. ธนกร เมธาวุฒิกีรติ น้องเซนต์) คุณพ่อเป็นด็อกเตอร์ความรู้เยอะ (คมสัน นันทจิต) นักวิทยาศาสตร์ไอคิวสูง พกเอาความเป็นเลิศทุกด้านมาให้ เซน 2 ไม่เว้นแม้กระทั่งแข่งชักเย่อ ก็ห้ามแพ้ ภูมิ (ด.ช. ภูริ สรีระศาสตร์ น้องภูมิ) รูปร่างผอมบาง หน้าตาดูขี้โรค ลูกของคู่ผัว-เมียพูดมาก (ศรีพรรณ บุนนาค / ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์) ภูมิ เป็นเด็ก หัวอ่อน ว่าง่าย ใครบอกให้เป็นอะไรก็เป็น แม่บอกเป็นอีสุกอีใส ภูมิก็เป็น แต่พอเพื่อนบอกเป็นเอดส์ ภูมิก็ว่า ภูมิเป็น !!! อะตอม (ด.ช. ธนพล บุญเจริญสุข น้องตี่ตี๋) หล่อใสหัวหยิก เรี่ยวแรงดี แต่ตื่นเต้นเป็นไม่ได้ ขี้แตกทุกที คุณพ่อของอะตอม (เอกราช เก่งทุกทาง) ต้องเตรียมกางเกงไว้ให้เปลี่ยนเสมอ เสียอย่างเดียว มักเป็นกางเกงสีแดง สะดุดตาตัวเก่ง แก๊งส์ ดรีมทีม กองหลังร่วมด้วยหัวหน้าทีม ริชชี่ (ด.ช. ศุภโชติ รัชวรพงศ์ น้องริชชี่) เจ็ส (ด.ช. เจษฎาพร บุญสอน น้องเจ็ส) จุ้ย (ด.ช. พชธกร ธนพัฒนากุล - น้องจุ้ย) และสตางค์ (ด.ช.อัจฉริยะ อุปการดี น้องสตางค์)แต่แล้วเส้นบาง ๆ คั่นระหว่าง ฮีโร่ กับ ตัวสำรอง เกิดขึ้น เพราะกติกาแข่งขันกำหนดนักกีฬาไว้เพียง 9 คน หมายถึง 1 ใน 10 ของ ดรีมทีม ต้องนั่งเก้าอี้สำรอง ! พ่อแม่ของเด็ก ๆ ต่างก็ลุ้นสุดโก่ง โค้ชเบิร์ด จะตัดสินใจอย่างไร?? ครูหนูเล็ก จะตอบคำถามเหล่าผู้ปกครองอย่างไร?ทั้งโค้ช ครู พ่อแม่ กองเชียร์ฝากคาดหวังกันซะเต็มเหนี่ยว เชียร์กันเต็มสตรีม ไว้กับ 2แขนเล็กๆ ของ ดรีมทีม อายุ 5 ขวบเนี้ยนะ!ใคร (ฟ่ะ) ว่ากีฬามีแพ้ มีชนะ... ทุกโรงภาพยนตร์ 3 เมษายน 2551 ดรีมทีม เกมส์นี้มีลุ้น ฟันธง!! หนังดรีมทีม มีรอบพิเศษอยู่นะ พุธ 2 มีนา ที่เมเจอร์ฮอลลีวูดราม มารู้จักน้องเซน1 แห่งดรีมทีมกันจ้า และรูปอีกมากมาย จริงๆนะ มารู้จักน้องคาร์บิวกันจ้า และรูปภาพอีกมากมาย มารู้จักครอบครัวใน ดรีมทีม โปสเตอร์อีกสองแบบของหนังดรีมทีม หนังตัวอย่างดรีมทีมแบบใหม่ มาแล้วจ้า กิ๊ก ชักเย่อแพ้เด็ก แถมคลิปน้องโฟร์โดนแกล้ง เซตแฟชั่น น้องโฟร์ถ่ายแบบริมทะเล จาก เธอกับฉัน โฟร์รับศึกหนัก เจอเด็กสุดป่วนใน ดรีมทีม โฉมแรกโปสเตอร์ดรีมทีมสองแบบ ดาราจิ๋ว ซนแต่เจ๋ง เรียวยอมจับปูใส่กระด้งใน ดรีมทีม หนังเรื่องแรกของโฟร์ ดรีมทีม ปะทะเด็กซน