ชักเย่อ

วัดกันตัวต่อตัว ทหารอเมริกาVSทหารแคนาดา ใครเจ๋งกว่ากัน
วัดกันตัวต่อตัว /  ทหารอเมริกาVSทหารแคนาดา / 

วัดกันตัวต่อตัว ใครเจ๋งกว่ากัน กับการคลายเครียดพักรบของ ทหารอเมริกา และ ทหารแคนาดา ที่ส่งตัวแทนกันมาฝั่งละคนแล้วทำการ แข่งชักเย่อมนุษย์ โดยมีเชือกยึดติดหลังของทั้งสองคนเอาไว้ ลองมาดูกันซิว่า ศึกครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ชนะ

เด็กไทยเจ๋ง กวาดเหรียญแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติที่จีน
จีน /  รางวัล / 

เจ้าภาพจีนอึ้ง นักเรียนไทยสุดเก่ง คว้ารางวัลแข่งขันหุ่นยนต์ได้เพียบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชินภัทร  ภูมิรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานข่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า  ตามที่ สพฐ.ได้รับเชิญให้คัดเลือกและส่งทีมนักเรียนไทยเข้าร่วมแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ China Liuzhou  International  Robotic Olympiad 2011 ระหว่างวันที่ 12 – 17 สิงหาคม 2554  ณ เมืองหลิวโจว มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงได้คัดเลือกทีมหุ่นยนต์ซึ่งชนะเลิศจากการแข่งขันในระดับประเทศเข้าร่วมการแข่งขันโดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากนายทศพล  วชิรเดชา ผู้บริหารบริษัท เซียร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) จำนวน 3 ทีม ได้แก่ ทีมหุ่นยนต์โรงเรียนอนุบาลชุมพวงวิทยา  จ.นครราชสีมา  ทีมหุ่นยนต์โรงเรียนบ้านอินทร์แปลง จ.สกลนคร และทีมหุ่นยนต์โรงเรียนโนนสูงศรีธานี จ.นครราชสีมาและทีมอิสระจากโรงเรียนต่างๆ ที่ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนรวม 35 ทีม ลงแข่งขัน  2 ระดับคือระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา จำนวน 16 ประเภทสามารถคว้ารางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 23 รางวัลดังนี้ รางวัลแชมป์เปี้ยน  6 ประเภทได้แก่ ระดับประถมศึกษา 2 รางวัล คือโรงเรียนอนุบาลชุมพวง ได้ประเภทหุ่นยนต์วิ่งเร็ว 2 ขาปั่นไฟฟ้าด้วยมือและประเภทหุ่นยนต์ชักเย่อ  ระดับมัธยมศึกษา  4 รางวัล ได้แก่โรงเรียนบ้านอินทร์แปลง ได้ 2 รางวัล คือประเภทหุ่นยนต์วิ่งเร็ว 2 ขาปั่นไฟฟ้าด้วยมือ และหุ่นยนต์ไตรกีฬา  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ประเภทหุ่นยนต์ชักเย่อ และโรงเรียนโนนสูงศรีธานี ประเภทหุ่นยนต์สำรวจดาวนพเคราะห์  รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน  5 รางวัล ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา  3 รางวัล ได้แก่โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก ได้ 2 รางวัล ประเภทหุ่นยนต์วิ่งผลัด และประเภทหุ่นยนต์ต่อสู้ ส่วน โรงเรียนอนุบาลชุมพวง ประเภทหุ่นยนต์ว่ายน้ำฟรีสไตล์ ระดับมัธยมศึกษา  2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ 2 ประเภทหุ่นยนต์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ประเภทหุ่นยนต์ปลาหลบหลีกสิ่งกีดขวาง  รางวัลชนะเลิศอันดับสอง จำนวน 9 รางวัล ระดับประถมศึกษาซึ่งโรงเรียนอนุบาลพิษณุโลกคว้า  3 รางวัล ประเภทหุ่นยนต์ว่ายน้ำฟรีสไตล์ ผีเสื้อ และกรรเชียง   ระดับมัธยมศึกษา   6 รางวัล ได้แก่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี   ประเภทหุ่นยนต์โปโลน้ำ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ได้ 2 รางวัล ประเภทหุ่นยนต์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกและหุ่นยนต์ไตรกีฬา  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ประเภทหุ่นยนต์วิ่งผลัด โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ประเภทหุ่นยนต์อุบัติภัยทางทะเล และทีมผสมโรงเรียนอัสสัมชัญ ลำนารายณ์  และโรงเรียนเมืองใหม่  (ชลอราษฎร์รังสฤษฎิ์) รางวัลชนะเลิศอันดับสาม 3 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ได้ 2 รางวัล ประเภทหุ่นยนต์ว่ายน้ำผีเสื้อ และหุ่นยนต์ปลาว่ายน้ำ และโรงเรียนเมืองใหม่(ชะลอราษฎร์รังสฤษฎิ์ ) ประเภทหุ่นยนต์ม้าวิ่งเร็ว ขณะที่ การแข่งขันในครั้งนี้มีทีมนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง  มาเก๊า เซี่ยงไฮ กุ้ยหลิน และไทย จำนวน  660 คน จาก 250 ทีม   โดยประเทศไทยได้รางวัลเป็นอันดับ 2 รองจากเซี่ยงไฮ ซึ่งคว้ารางวัลแชมป์เปี้ยนไปครองถึง 29 รางวัล นอกจากนี้คณะกรรมการยังชื่นชมและทึ่งในความสามารถของทีมโรงเรียนบ้านอินทร์แปลง และทีมโรงเรียนอนุบาลชุมพวงเด็กไทยที่สร้างหุ่นยนต์ทำมือได้ในระดับดีมาก ยกให้เป็นสุดยอดหุ่นยนต์บังคับมือ ก็ขอแสดงความยินดีกับเด็กทุกคนที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่ง สพฐ.จะได้มีการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในด้านนี้ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป Mthai news เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

'ดรีมทีม' ทำ 'เรียว' อ่วม ฉากชักเย่อยากสุดในชีวิต
ชักเย่อ

ฉากใหญ่อย่างการแข่งขัน ชักเย่อ กีฬาระดับชาติของเด็กอนุบาลในภาพยนตร์ ดรีมทีม นั้น เป็นฉากที่ต้องรวมนักแสดงทุกคนในเรื่องเอาไว้ในฉากเดียว พร้อมทั้งตัวประกอบเป็นน้องหนูจากโรงเรียนอนุบาล 9 โรงเรียน กว่า 1,200 ชีวิต ผู้กำกับ เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล เลยต้องใช้ผู้กำกับถึง 5 คน ร่วมกับตากล้องอีก 6 คน เพื่อเก็บภาพบรรยากาศของการแข่งขันและกองเชียร์เอาไว้อย่างครบถ้วนสมจริง ฉากนี้ถือเป็นฉากที่ยากที่สุดในชีวิตการทำหนังของผู้กำกับเรียวด้วย เพราะแค่นักแสดงเยอะ ตัวประกอบเป็นพันยังไม่เท่าไหร่ แต่นี่นักแสดงดันรุ่นจิ๋ววัยแค่ 5 ขวบ มารวมกันอยู่ในสนามกีฬา โดยผู้กำกับยึดเอาศูนย์กีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต เป็นสถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้ โดยต้องวางแผนกันอย่างดี เก็บภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด ห้ามเกิดความผิดพลาด ถ่ายทำแต่ละครั้งไม่มีการเทค การแข่งขันทุก อย่างเด็ก ๆ จะ ต้องแข่งขันกันจริง ๆ เด็ก ๆ ก็อินเอามาก ๆ ดึงกันเอาเป็นเอาตาย ไม่มีใครยอมใครผู้กำกับเรียว เปิดเผยถึงฉากนี้ว่า ผมกังวลมากกับฉากนี้ ถึงขั้นนอนไม่หลับเป็นอาทิตย์ว่าจะทำอย่างไรกับการรับผิดชอบเด็กเป็นพันคน ทั้งกองเชียร์ นักแสดง นักกีฬา แต่ละคนก็ยังเล็กมาก 5-6 ขวบ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอย่างสะดุดล้ม แขนหัก หรือเด็กหายตัวไปสักคน เราจะทำยังไง ในวันนั้นผมใช้ผู้กำกับ 5 คน ได้แก่ มณฑล อารยางค์กูร, สราวุธ วิเชียรสาร, เหมันต์ เชตมี, ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์, สุทธิพร ทับทิม และใช้ตากล้อง 6 คน เลยทำให้ได้ภาพออกมาครบถ้วน แต่ก็ยังถือว่ายากอยู่ดี เพราะเราจะเทคไม่ได้ เนื่องจากอารมณ์ของเด็ก ๆ คือถ้าแพ้ก็แพ้จริง ๆ ชนะก็คือชนะห้ามเทคให้เขาแข่งใหม่ เด็กจะไม่ยอม ขนาดวางบทไว้ว่าทีมไหนชนะยังไม่เป็นไปตามนั้น มันเลยเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่โชคดีที่การถ่ายทำในวันนั้นผ่านไปด้วยดี โดยได้รับความร่วมมือจากครูและพี่เลี้ยงทุกคน.ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ดรีมทีม หนังสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทยอร่อยลงตัว เสพได้ทั้งครอบครัว
การเมือง /  ชักเย่อ / 

หนึ่ง ธนาธรประสบความสำเร็จแบบเกินคาดหมายจากผลงาน เมล์นรกหมวยยกล้อ เรียว กิตติกร สานต่อ ความสำเร็จในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยผลงานเรื่อง ดรีมทีม ที่ส่งลงจอในโปรแกรมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เหมือน เมล์นรกฯ พร้อมด้วยทีมนักแสดงหลักที่ร่วมงานกันมาจาก เมล์นรกฯ คือ เกียรติ กิจเจริญ,เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์,คมสัน นันทจิต,ศรีพรรณ บุนนาค,ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ ไม่ทราบว่าจะให้ผลลัพธ์เป็น รายได้ ที่มากมายเท่า เมล์นรกฯ ได้หรือไม่ แต่ที่จะได้มากกว่าแน่นอนก็คือ เสียงชื่นชมในฐานะ ภาพยนตร์เจตนาดีที่มุ่งสร้างสรรค์สังคมไทย โดยเฉพาะการ สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กไทย ที่บ่มเพาะหัวใจเด็กไทย เรียนรู้ถึงการ รู้แพ้ รู้ชนะ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ไม่มุ่งมั่นที่จะ เอาชนะ จนมองข้ามคุณธรรมประจำใจ ซึ่งดูเหมือน สิ่งเหล่านี้จะเจือจางไปจาก ผู้ใหญ่ ในบ้านเรา โดยเฉพาะสายพันธ์ที่เรียกกันว่า นักการเมือง จะว่าไปแล้ว ทั้ง เมล์นรกฯ และ ดรีมทีม ก็คือ หนังเสียดสีการเมือง ที่มาในรูปแบบของ หนังตลก ในแบบที่ ใครที่ ดูแล้วคิด ก็จะได้ สารนั้นไป แต่ถ้าขี้เกียจคิด หนังก็มี มุกตลก ที่จะชวนคุณฮาได้อย่างคุ้มราคาค่าตัว ด้วยทีมนักแสดงส่วนใหญ่)เป็นชุดเดิม ผมไม่ทราบว่า เรียว กิตติกร จะตั้งใจทำเป็น หนังแฝงมิติการเมืองแบบ ไตรภาคหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมเห็นว่า นี่เป็นเจตนาที่น่าชื่นชมของผู้กำกับ ในการที่จะทำหนังที่ตั้งใจผสาน สาระ กับ บันเทิง ให้ออกมา อร่อยลงตัวในแบบ เสพกันได้ทั้งครอบครัวใน เมล์นรกฯ ผู้กำกับ จำลองสภาพการเมืองไทยไว้ใน รถเมล์คันหนึ่งที่บรรจุผู้คนหลากหลายอาชีพ ที่ถูกใช้แทนกลุ่มคนหลายหลาก ที่มีส่วนสำคัญในการเมืองของไทยยุคปัจจุบัน มีทั้ง ทหาร,คนขับรถเมล์,กระเป๋ารถเมล์,พ่อค้าแม่ค้า.ประชาชนทั่วไป ฯลฯ สะท้อนภาพ การปะทะกันทางความคิดที่แตกต่าง ที่จบลงอย่าง ให้ความหวังมาครั้งนี้ใน ดรีมทีม เรียว กิตติกร ยัง คงคอนเซ็ปต์เดิมในการมุ่งแสดง เจตนาดี เพื่อการ กล่อมเกลาสังคมไทย ให้เลือกเดินไปบนเส้นทางสมานฉันท์ ผ่อนปรน เอื้ออารีมีน้ำใจต่อกัน พร้อมกันนี้ก็ได้ บ่มเพาะ ความคิดดีๆให้ เด็กไทย รุ่นลูกหลานต่อไปโค้ชเบิร์ด(เกียรติ กิจเจริญ) โค้ชฟุตบอลทีมชาติ จู่ๆ ก็ทีมขอร้องแกมบังคับ (หนักไปทางอย่างหลังมากกว่า) จาก ครูหนูเล็ก (โฟร์ ศกลรัตน์) ครูสอนเด็กอนุบาล ให้มาช่วยเป็น โค้ช ฝึกนักเรียนให้ลงแข่ง กีฬาอนุบาลแห่งชาติ ครั้งที่18 ด้วยกีฬาชักเย่อเด็กนักเรียนวัยซนต่างพร้อมที่จะลงแข่งกันเต็มที่ แต่เมื่อถึงเวลาจะลงแข่งจริง รายที่วุ่นวายมากกว่ากลับเป็น บรรดาพ่อๆ แม่ๆ ของลูกๆ มากกว่า ที่ทำให้เรื่องง่ายๆ กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมา ประกอบด้วย พ่อแม่สายพันธ์ต่างๆ ดังนี้คุณพ่อ (อ่ำ อัมรินทร์)ของ น้องหัวแก้ว (ด.ช.กฤษฏา ชนะภัยเจริญสุข) ที่ลูกชายเป็นคนเริ่มต้นไอเดียลงแข่ง ทั้งที่เป็นโรคหอบหืด แต่คุณพ่อ ก็อยากจะให้ลูกชายลงแข่งด้วยหวังว่า จะช่วยให้ลูกชายมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น แต่ น้องหัวแก้ว ดันเป็นได้แค่ ตัวสำรองที่ทำให้ คุณพ่อไม่ปลื้มน้องเป๊ะ(ด.ช.ธนทัต ขวัญไสวธรรม) เพื่อนซี้ของ หัวแก้ว ที่ใจสู้เต็มร้อย แต่ขาด กำลังใจ เพราะแม่(เมย์ ภันทรวรินทร์) เป็นแม่ประเภทที่เอาแต่งาน จนไม่มีเวลามารับส่งลูก จนลูกชายต้องหันไปคาดหวังจาก โค้ช ซะงั้นน้องเซน1 (ด.ช.สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์) ร่างตุ้ยนุ้ย ที่ หม่าม้าเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) เป็นแม่ประเภทที่ อยากเห็นลูกเป็นผู้นำเท่านั้น ประมาณว่า ต่ำกว่า หัวหน้า กรูไม่ยอม ประมาณนั้นน้องเซน2 (ด.ช.ธนกร เมธาวุฒิกีรติ) ลูกชายของ ด็อกเตอร์ความรู้เยอะ (คมสัน นันทจิต) ที่รู้เยอะ ก็เลยคิดเยอะ คิดอะไรเป็นหลักการไปหมด และคิดอย่างเดียว ลูกกรูต้องชนะ น้องภูมิ(ด.ช.ภูริ สรีระศาสตร์) เด็กชายท่าทางขี้โรค ของคุณพ่อ กับคุณแม่ (ซ้ง ธรธร กับ อ้น ศรีพรรณ) ที่วันๆ เอาแต่ทะเลาะกัน จนแทบไม่มีเวลาสนใจลูก ทั้งยังอกอแนว จอมบงการ จนลูกไม่เป็นตัวของตัวเอง ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมดน้องอะตอม(ด.ช.ธนพล บุญเจริญสุข) หล่อใส เรี่ยวแรงดี แต่ดันออกแรงมากทีไรขี้แตกทุกที ความหวังของ คุณพ่อ(เอกราช เก่งทุกราช) ผู้ประกาศข่าวกีฬาคาแรคเตอร์ของพ่อแม่ในเรื่อง ก็คือ ภาพตัวอย่าง ของ พ่อแม่ ประเภทที่มี ลักษณะด้อย ในสังคมไทย ซึ่งถือเป็น จุดอ่อนที่ต้องกำจัด เพื่อที่ลูกหลานจะได้เติบโตขึ้นมาเป็น คนคุณภาพ ของสังคมไทย และทั้งนี้คุณผู้ชม ต้องไม่ลืม มาม๊าของโค้ชเบิร์ด ด้วยที่เป็นประเภท จอมเผด็จการ ลูกต้อง ทำตามสั่ง อย่างไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ทำให้เด็กที่ถูกเผด็จการครอบงำ อย่าง โค้ชเบิร์ด ถึงได้เติบโตมาเป็น โค้ช ซึ่งเป็น อาชีพที่จะได้ สั่ง คนอื่นบ้าง เหมือนที่เขาโดนมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง หนังสรุปด้วยคำพูดของโค้ชที่บอกว่า คนที่ชนะไม่จะเป็นต้องเป็น ผู้นำ เสมอไป ซึ่งความหมายนี้ น่าจะทำให้ ใครๆ หลายคนในแวดวงการเมือง ได้คิดขึ้นมาบ้างหลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้จบ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดได้ก็คือ ในยุคก่อนหน้าผมเกิดมา คงไม่มีหนังแบบนี้แน่ๆ ผู้ใหญ่รุ่นก่อนหน้าผม ถึงได้เติบโตขึ้นมาเป็น นักการเมือง ที่จ้องแต่จะโกงกินบ้านเมือง ฮุบแผ่นดินไปเป็นของตัวเอง คอรัปชั่นกันมันปาก และอีกสารพัดนิสัยเสียที่น่ารังเกียจ ในคนกลุ่มหนึ่งผมจะดีใจมาก ถ้าหากว่า มีเด็กไทยวันนี้ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แล้วเติบโตขึ้นเป็น ผู้ใหญ่ที่ดี มีความคิดดีๆ เหมือนที่หนังเรื่องนี้ตั้งใจจะบอก ไม่ขอมากหรอกครับ ขอแค่สักกลุ่มเดียว จำนวนเท่าที่จะสามารถมาเป็น คณะรัฐบาล ได้ในอนาคต แค่นี้ผมก็ปลื้มแล้ว การเมืองไทยมันคงจะ ทุเลาความวุ่นวาย ลงกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ครั้งก่อนใน เมล์นรกฯ ตัวละคร ทหาร ที่ เกียรติ กิจเจริญ เล่น ผมเห็นว่า น่าจะเหมาะกับ โน๊ต เชิญยิ้ม มากกว่า พอมาเรื่องนี้ ตัวละคร โค้ชเบิร์ด ของ เกียรติ กิจเจริญ ผมกลับนึกถึง หม่ำ จ๊กมก มากกว่า ไม่ได้ขุนเคือง หรือ ชิงชัง คุณกิ๊ก แต่อย่างใด แต่ว่าไปตามเนื้อผ้า แต่เมื่อดูหนังจนจบแล้ว ก็เห็น เกียรติ กิจเจริญ ทำหน้าที่ในเรื่องได้ลงตัวมากกว่าเรื่องที่แล้ว แม้ว่ารูปร่างของเขา ดูน่าจะไปเป็น หัวหน้ากุ๊ก มากกว่า โค้ชฟุตบอล นักแสดงรุ่นใหญ่ ทำหน้าที่ได้ดีกันทุกคน เหมาะเหม็งลงตัวสุดๆ นักแสดงเด็กก็น่ารักกันทุกคน น่าจะ แจ้งเกิด ได้ไม่แพ้ ทีมนักแสดงเด็กจากเรื่อง แฟนฉันขอบคุณ เรียว กิตติกร ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆ อย่างนี้ออกมาให้ คอหนังไทย ได้ดูกัน หนังสร้างเสริมภูมิปัญญาไทย ในสไตล์เฮฮาอย่างนี้แหละครับ ที่วงการหนังไทยกำลังต้องการอย่างมากมายเรื่องหน้าขออีก. ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ดรีมทีม : หนัง(เด็ก)เล็ก หัวใจ(ผู้)ใหญ่
ดรีมทีม /  วิจารณ์หนัง

ถ้ามองกันแบบไม่ลึกซึ้ง "ดรีมทีม" ผลงานล่าสุดของ "กิตติกร เรียวศิริกุล" อาจจะเป็นหนังที่มีแค่เด็กตัวเล็กวิ่งเล่นไปมาในจอเงินธรรมดาเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อดูไปถึงโครงเรื่องที่ดึงให้ผู้ใหญ่อย่างพ่อแม่ ครู โค้ช เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง และทำให้คนที่เรียกตัวเองว่า "ผู้ใหญ่" ต้องค่อยๆ ย่อตัวและใช้สายตาเด็กเพื่อมองโลกให้ง่ายขึ้น"ดรีมทีม" เล่าเรื่องของ "โค้ชเบิร์ด" (เกียรติ กิจเจริญ) กับ "ครูหนูเล็ก" (ศกลรัตน์ วรอุไร) ที่ต้องมาปวดหัวกับเหล่าเด็กแสบชั้นอนุบาล 3 จำนวน 10 คน ที่มุ่งมั่นที่จะลงแข่งชักเย่อ ในชื่อดรีมทีม เพียงแต่งานนี้นอกจากจะไม่หมู เพราะเด็กแสบแล้ว ยังต้องมาปวดหัวกับเหล่าผู้ปกครองที่ค้นเหตุผลผู้ใหญ่ๆ มาอ้างกันอีกด้วยหนังไม่ได้ขายแค่เสียงฮา แต่พยายามบอกถึงเรื่องบางเรื่องที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจเผลอลืมไป อย่างฉากที่ "หัวแก้ว" (ด.ช.กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข) ขอร้องให้พ่อของเขาไปขอโทษที่พูดจาไม่ดีกับโค้ช ซึ่งทำให้ผู้ใหญ่อย่างพ่อต้องลดทิฐิในตัวเองเอาการ หรือฉากที่โค้ชและคุณครูต้องพูดเพื่อให้บรรดาพ่อแม่เข้าใจว่า อย่าเอาแต่กดดันให้เด็กสนใจแต่ชนะ เพราะหากแพ้ เราก็สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยสายตาของผู้แพ้ที่ดีได้ และแม้ว่าดรีมทีมจะไม่ใช่หนังฟอร์มใหญ่ แต่ก็เน้นเรื่องใจล้วนๆ"เผลอๆ พ่อแม่ที่จูงลูกไปดู อาจจะโดนบางมุข (ในหนัง) ทิ่มใจดำก็เป็นได้"ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ดรีมทีม
กีฬา /  ซูโม่กิ๊ก / 

หนังตัวอย่าง ดรีมทีม - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่เป็นโค้ชทีมฟุตบอล กีฬาสุดเท่ห์อยู่แท้ๆ โค้ชเบิร์ด (กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ) กลับถูก ครูหนูเล็ก (โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร) ชักชวน แกม (แม่) บังคับ ให้ช่วยมาเป็นโค้ชชักเย่อเด็กอนุบาล ลงแข่งกีฬาอนุบาลแห่งชาติครั้งที่ 18 หัวแก้ว (ด.ช. กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข - คาร์บิว) รวมเพื่อน ๆ ตั้งทีม ดรีมทีม เพื่อแข่งชักเย่อ คุณพ่อของหัวแก้ว (อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน) คุณพ่อรุ่นใหม่ งานต้องทำ แต่อยากให้ลูกชายแข็งแรง จึงผลักดันให้เล่นกีฬาเต็มที่ เป๊ะ (ด.ช. ธนทัต ขวัญไสวธรรม - น้องเป๊ะ) กับคุณแม่ยุคใหม่ (เมย์ ภัทรวรินทร์) ทำงานเลี้ยงลูกลำพัง แม่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเป๊ะมากนัก ความหวังของเป๊ะคือ อยากให้แม่มาดูตัวเองแข่งชักเย่อ เซน 1 (ด.ช. สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์ - น้องเซน) ร่างตุ้ยนุ้ย หน้าตาน่าหยิก มีหม่าม้า (จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ผลักดันสุดฤทธิ์ ให้เซน 1 เป็นหัวหน้าทีม จ้ำม่ำแรงดีแบบนี้ ทำไม๊ ทำไม ไม่ได้เป็นหัวหน้าทีม เซน2 (ด.ช. ธนกร เมธาวุฒิกีรติ น้องเซนต์) คุณพ่อเป็นด็อกเตอร์ความรู้เยอะ (คมสัน นันทจิต) นักวิทยาศาสตร์ไอคิวสูง พกเอาความเป็นเลิศทุกด้านมาให้ เซน 2 ไม่เว้นแม้กระทั่งแข่งชักเย่อ ก็ห้ามแพ้ ภูมิ (ด.ช. ภูริ สรีระศาสตร์ น้องภูมิ) รูปร่างผอมบาง หน้าตาดูขี้โรค ลูกของคู่ผัว-เมียพูดมาก (ศรีพรรณ บุนนาค / ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์) ภูมิ เป็นเด็ก หัวอ่อน ว่าง่าย ใครบอกให้เป็นอะไรก็เป็น แม่บอกเป็นอีสุกอีใส ภูมิก็เป็น แต่พอเพื่อนบอกเป็นเอดส์ ภูมิก็ว่า ภูมิเป็น !!! อะตอม (ด.ช. ธนพล บุญเจริญสุข น้องตี่ตี๋) หล่อใสหัวหยิก เรี่ยวแรงดี แต่ตื่นเต้นเป็นไม่ได้ ขี้แตกทุกที คุณพ่อของอะตอม (เอกราช เก่งทุกทาง) ต้องเตรียมกางเกงไว้ให้เปลี่ยนเสมอ เสียอย่างเดียว มักเป็นกางเกงสีแดง สะดุดตาตัวเก่ง แก๊งส์ ดรีมทีม กองหลังร่วมด้วยหัวหน้าทีม ริชชี่ (ด.ช. ศุภโชติ รัชวรพงศ์ น้องริชชี่) เจ็ส (ด.ช. เจษฎาพร บุญสอน น้องเจ็ส) จุ้ย (ด.ช. พชธกร ธนพัฒนากุล - น้องจุ้ย) และสตางค์ (ด.ช.อัจฉริยะ อุปการดี น้องสตางค์)แต่แล้วเส้นบาง ๆ คั่นระหว่าง ฮีโร่ กับ ตัวสำรอง เกิดขึ้น เพราะกติกาแข่งขันกำหนดนักกีฬาไว้เพียง 9 คน หมายถึง 1 ใน 10 ของ ดรีมทีม ต้องนั่งเก้าอี้สำรอง ! พ่อแม่ของเด็ก ๆ ต่างก็ลุ้นสุดโก่ง โค้ชเบิร์ด จะตัดสินใจอย่างไร?? ครูหนูเล็ก จะตอบคำถามเหล่าผู้ปกครองอย่างไร?ทั้งโค้ช ครู พ่อแม่ กองเชียร์ฝากคาดหวังกันซะเต็มเหนี่ยว เชียร์กันเต็มสตรีม ไว้กับ 2แขนเล็กๆ ของ ดรีมทีม อายุ 5 ขวบเนี้ยนะ!ใคร (ฟ่ะ) ว่ากีฬามีแพ้ มีชนะ... ทุกโรงภาพยนตร์ 3 เมษายน 2551 ดรีมทีม เกมส์นี้มีลุ้น ฟันธง!! หนังดรีมทีม มีรอบพิเศษอยู่นะ พุธ 2 มีนา ที่เมเจอร์ฮอลลีวูดราม มารู้จักน้องเซน1 แห่งดรีมทีมกันจ้า และรูปอีกมากมาย จริงๆนะ มารู้จักน้องคาร์บิวกันจ้า และรูปภาพอีกมากมาย มารู้จักครอบครัวใน ดรีมทีม โปสเตอร์อีกสองแบบของหนังดรีมทีม หนังตัวอย่างดรีมทีมแบบใหม่ มาแล้วจ้า กิ๊ก ชักเย่อแพ้เด็ก แถมคลิปน้องโฟร์โดนแกล้ง เซตแฟชั่น น้องโฟร์ถ่ายแบบริมทะเล จาก เธอกับฉัน โฟร์รับศึกหนัก เจอเด็กสุดป่วนใน ดรีมทีม โฉมแรกโปสเตอร์ดรีมทีมสองแบบ ดาราจิ๋ว ซนแต่เจ๋ง เรียวยอมจับปูใส่กระด้งใน ดรีมทีม หนังเรื่องแรกของโฟร์ ดรีมทีม ปะทะเด็กซน

?โฟร์? เตรียมพร้อมเชียร์เด็กแข่งชักเย่อ ซ้อมตีกลองจนมือระบม ใน ?ดรีมทีม?
ศกลรัตน์

นอกจากจะต้องเจอกับความป่วนของเด็กอนุบาล3 สุดแสบพร้อมกันทีเดียวถึง 10 คน ในภาพยนตร์แฟมิลี่ คอมเมเอดี้ เฮฮาน่ารักสนุกสนาน ดรีมทีม ผลงานการกำกับโดย เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล ค่าย อาวอง แล้ว... โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร ยังต้องมือระบม บวมเป่ง เพราะฝึกซ้อมตีกลองทุกวัน เพื่อเตรียมตัวใช้ในการถ่ายทำฉากสำคัญของเรื่อง นั่นก็คือฉากแข่งขันชักเย่อของเด็กๆ ในงานกีฬาอนุบาลแห่งชาติครั้งที่18 ซึ่งงานนี้ โฟร์ บอกว่า...ใช่ค่ะ ก่อนที่จะถ่ายทำฉากนี้ โฟร์ต้องไปซ้อมตีกลองที่อาวองทุกวันเลย วันละประมาณ1-2 ชั่วโมง ทำเอาโฟร์มือบวมแดงไปหมดเลย เพราะต้องกำมือที่จับไม้กลองให้แน่น พอซ้อมที่อาวองเสร็จก็ต้องเอาไม้กลองกลับไปซ้อมต่อเองที่บ้านด้วย เพราะโฟร์ไม่มีพื้นฐานเรื่องการตีกลองมาก่อนเลย ช่วงแรกๆ ยังจับจังหวะไม่ค่อยถูก พี่ๆ ทีมงานเลยบอกวิธีที่จะช่วยให้จำได้เร็วขึ้น ก็คือลองซ้อมตีตามเพลง เค้าเลยหาเพลงที่เป็นจังหวะสามช่ามาให้ โฟร์ก็ฝึกไปเรื่อยๆ ฝึกหนักจริงๆ ช่วง 2 อาทิตย์ได้ เพลงที่พี่เรียว (ผู้กำกับ) ให้ซ้อมก็เป็นพวกเพลงเชียร์ทั่วไป ชื่อเพลง รถตุ๊กตุ๊ก ที่ร้องว่า... รถตุ๊กตุ๊ก รถตุ๊กตุ๊กวิ่งไปวิ่งมา โฟร์ก็ซ้อมจนคล่องเลยนะคะเพลงนี้ แต่ปรากฎพอถึงวันถ่ายทำจริง พี่เรียวบอกให้เปลี่ยนเพลงเป็น เซ็กซี่ ซู่ซ่า ตอนนั้นโฟร์อึ้งไปเลยค่ะ งงมาก!?! ถามพี่ๆ ทีมงานว่าเพลงอะไรนะ ไม่ใช่เพลงที่ซ้อมมาเหรอ แล้วทีนี้จังหวะจบจะตียังไงล่ะ โฟร์ต้องตีส่งเข้าอีกเพลงด้วยนะ เพลงอะไรก็ไม่รู้ เซ็กซี่ ซู่ซ่า มาชักย่า มาชักเย่อ!?!(หัวเราะ) สรุปว่าพี่เอี๋ยม (ผู้ช่วยผู้กำกับ) ต้องเข้ามาช่วย บอกโฟร์ตีอย่างนี้นะ ส่งแบบนี้ โฟร์ก็อืมๆ ลองดู สรุปว่ามันก็ตีคล้ายเดิมนั่นแหละค่ะ ต่างกันตรงช่วงต่อระหว่างเพลง ตีไปสักพักเริ่มคุ้น ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย ไม่อย่างนั้นแย่แน่ เพราะน้องๆ เชียร์ลีดเดอร์เค้าก็ยืนมองหน้าเรา รอที่จะเต้นกันอยู่น่ะค่ะติดตามชมฉากแห่งความพยายามของ โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร กับการตีกลองร้องเพลงเชียร์สนุกๆ ในภาพยนตร์แฟมิลี่ คอมเมอดี้ เฮฮาน่ารักสำหรับครอบครัว ดรีมทีม ในวันที่ 3 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพายนตร์ ทั่วประเทศแต่เดี๋ยวก่อน เอ็มไทย ร่วมกับ อาวอง ชวนคุณชมภาพยนตร์ เรื่อง "ดรีมทีม" รอบพิเศษก่อนใคร ใน เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวิ ครั้งที่ 73 คลิกร่วมสนุกชิงตั๋วชมแข่งชักเย่อ เฮ้ย ชมภาพยนตร์ได้แล้ว คลิกที่นี่เพื่อร่วมสนุก

ออกพรรษานี้ ไปลากพระที่ตรัง
OTOP ตรัง /  กีฬาพื้นบ้าน ตรัง / 

งานประเพณีลากพระและมหกรรมวัฒนธรรมสัมพันธ์จังหวัดตรัง ประจำปี2553 องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดตรัง จัดงานประเพณีลากพระและมหกรรมวัฒนธรรมสัมพันธ์จังหวัดตรัง ประจำปี2553 ระหว่างวันที่24-28 ตุลาคม 2553ณ ลานเรือพระ สนามกีฬาทุ่งแจ้ง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยชุมชนต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดตรังร่วมแรงร่วมใจกันจัดประดับตกแต่งเรือพระอย่างสวยงาม และพร้อมใจกันลากเรือพระในนามของวัดเข้าร่วมงานประเพณี ณ สนามกีฬาทุ่งแจ้ง และมีกิจกรรมอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส อาทิ - สัมผัสความสวยงามทั้งในบรรยากาศกลางวันและยามค่ำคืนของเรือพระกว่า60 เรือพระ - ร่วมลากพระ และ ทำบุญเรือพระ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและสะสมบุญ - ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้ การแสดงดนตรี ของนักเรียนนักศึกษา การแสดงมหรสพ - เลือกซื้อสินค้าOTOP และ ของดีของฝากเมืองตรัง - เชียร์การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน กว่า10 ชนิด เช่น ซัดต้ม กินต้ม เตะปี๊บไกล วิ่งกระสอบชาย-หญิง วิ่งสามขา ชักเย่อ ขูดมะพร้าว งานประเพณี"ลากพระ งานชักพระ หรืองานแห่พระ" เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคใต้ ที่สืบทอดมายาวนานแล้ว โดยเฉพาะจังหวัดตรังนั้น ในปีหนึ่งๆ จะจัดขึ้นถึง2 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันแรม1 ค่ำ เดือน5 ซึ่งจะเป็นการลากพระบก นิยมจัดกันตามชุมชนตรังนาหรือบริเวณท้องทุ่งกว้างๆ ใกล้วัด สำหรับประเพณีลากพระครั้งที่2 ของจังหวัดตรัง จะจัดขึ้นหลังวันออกพรรษา1 วัน หรือวันแรม1 ค่ำ เดือน11 ซึ่งมีการเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนานว่า เนื่องจากวันนี้ จะเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จกลับสู่มนุษย์โลกทางบันไดทิพย์ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปมาแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์ จนสืบทอดมาเป็นประเพณีลากพระในท้องถิ่นทางภาคใต้ สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับการลากพระก็คือ การทำต้ม หรือการนำข้าวเหนียวที่ผัดด้วยกะทิมาห่อด้วยใบพ้อ ซึ่งเป็นใบไม้ที่มีเฉพาะทางภาคใต้ จากนั้นจะทำเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วนึ่งให้สุกนำมาผูกรวมเป็นพวง พวงละ3-5 ลูก เพื่อเอามาไว้ใส่บาตร และใช้ประดับเรือพระ หรือเป็นอาหารระหว่างการละเล่นในประเพณีลากพระ ทั้งนี้ 'การลากพระ' จะมีการอาราธนาพระพุทธรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ หรือปางอุ้มบาตร ขึ้นมาประดิษฐานบนบุษบก หรือเรือพระ ที่แต่ละวัดก็จะหาช่างฝีมือที่มีความชำนาญ ช่วยกันตกแต่งให้สวยงาม เพื่อนำเข้าร่วมประกวดแข่งขัน ปัจจุบันเรือพระได้มีการดัดแปลงเป็นรถหรือล้อเลื่อน เพื่อความสะดวกในการชักลากมาตามถนนหนทาง แล้วนิมนต์พระภิกษุในวัดนั้นๆ ขึ้นนั่งประจำเรือพระ จากนั้นก็จะมีการลากพระเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ชาวพุทธได้ออกมาร่วมกันทำบุญและถวายต้ม โดยจะมีพุทธศาสนิกชนและศิษย์วัดเดินตามมาด้วย พร้อมกับบรรเลงเครื่องดนตรี ประโคมไปตลอดทาง มีทั้งทับโพน กลอง ฆ้อง โหม่ง ฉิ่ง และฉาบ *ใครสนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่: ททท. สำนักงานตรัง 199/2 ถ.วิเศษกล ตำบลทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง92000 07-5215867, 07-5211058 . ที่มา: travel.sanook

สะเก็ดข่าว - แข่งขันกีฬาวัน อสม. ต.นาแว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
สะเก็ดข่าว /  แข่งขันกีฬา / 

สะเก็ดข่าว 22 มีนาคม 2557 - สะเก็ดข่าวแรกมาจากคุณศศิธร บุษบรรณ แฟนคลับขาประจำของสะเก็ดข่าวเลยครับ เป็นภาพการแข่งขันกีฬาในวัน อสม. จัดขึ้นที่โรงเรียนบ้านใสโคกเกาะ ต.นาแว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ครับ หลังทำพิธีเปิดแล้วก็เป็นการแข่งขันกีฬากันครับ แข่งชักเย่อ ก็เย่อกันนานทีเดียวครับกว่าจะได้ทีมชนะ  ส่วนแข่งวิ่งเรือบกทีมทางขวามือเข้าถึงเส้นชัยก่อนครับแต่ไม่ชนะ เพราะลูกทีมที่รั้งท้ายล้มไปก่อน กรรมการให้ที...

ทหารอเมริกา VS ทหารแคนาดา ใครเจ๋งกว่ากัน
ทหารอเมริกา /  VS / 

ทหารอเมริกา VS ทหารแคนาดา ใครเจ๋งกว่ากัน คลิปน่ารักๆ ชิ้นนี้เป็นดารคลายเครียดพักรบของ ทหารอเมริกา และ ทหารแคนาดา ที่ส่งตัวแทนกันมาฝั่งละคนแล้วทำการ แข่งชักเย่อมนุษย์ โดยมีเชือกยึดติดหลังของทั้งสองคนเอาไว้ Credit:goldden

มารู้จักครอบครัวใน
คาร์บิว /  เซน

น้องหัวแก้ว รับบทโดย ด.ช. กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข (น้องคาร์บิว) เด็กชายอนุบาล 3 ขี้โรควัย 5 ขวบ รูปร่างผอม ดูอ่อนแอ ประกอบกับตัวเล็ก หน้าตาใสซื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีคุณพ่อเป็นหนุ่มยุคใหม่ ทำงานเลี้ยงลูกเพียงลำพัง อยากให้ หัวแก้ว สุขภาพแข็งแรง และมีสังคมกับเพื่อน จึงหนุนสุดตัว ให้หัวแก้วได้เล่นกีฬา อัมรินทร์ นิติพน (อ่ำ) รับบท ขวด พ่อน้องหัวแก้ว อนุบาลก็เคยเรียน : อนุบาลสารินันทน์ศึกษา เป็นพ่อยุคใหม่ ที่ต้องทำงานและดูแลลูกชายเอง แต่ลูกชายก็ไม่ค่อยแข็งแรง เราก็เลยทั้งผลักทั้งดัน สนับสนุนเต็มที่อยากให้ลูกเล่นกีฬา ลูกชายผม หน้าเหมือนอาแปะ ออกจีนๆ หน่อย ในเรื่องชื่อ หัวแก้ว แต่ตัวจริงชื่อ คาร์บิว เจอกันวันแรกก็แปลกใจ น้องคาร์บิวเป็นเด็ก 5 ขวบที่เก่งนะ เล่นได้ขนาดนี้ รู้จักการพูด ทำตามผู้กำกับฯ ทั้งๆที่เด็กวัยนี้ น่าจะเอาแต่เล่น เด็กๆ ดรีมทีมน่ะครับ เก่งกันทุกคนเลย หลังจากทำงานกับเด็ก ดรีมทีม อ่ำอยากบอกอะไร? อยากบอกว่า มีลูกสาวดีกว่าครับ (หัวเราะ) เด็กผู้ชายซนมากครับด.ช. กฤษฎา ชนะภัยเจริญสุข (น้องคาร์บิว) รับบท หัวแก้ววันเกิด 3 พ.ค. 2545 อายุ 5 ขวบ การศึกษา อนุบาล 3 ชื่นชอบ : หุ่นยนต์ / การ์ตูน ความสามารถพิเศษ : ชอบเต้น อาหารโปรด ข้าวผัด, ไข่เจียว กีฬาโปรด ฟุตบอล ตี๋เล็ก น้องคนสุดท้องของบ้าน นิสัยขี้น้อยใจ อารมณ์ติสต์นิดๆ ชอบปลีกวิเวก มีโลกส่วนตัว วาดรูป ระบายสีอยู่เงียบๆ ไม้เด็ดอยู่ที่ทำตาเศร้านิ่งๆ หงอยๆ ดูน่าสงสารเป็นที่สุด ยามว่างชอบขี่จักรยาน ฮีโร่สุดโปรด คือ เบน 10แต่หนูน้อย คาร์บิว ใส่วิญญาณนักแสดงได้เมื่อได้ยินเสียงสั่งแอ็คชั่นของผู้กำกับฯ ปัญหาเดียว คือ อย่าให้คาร์บิวต้องนั่งตำแหน่ง ที่โหล่ สุดท้ายของทีม เพราะคาร์บิวพาลจะไม่ยอมแสดง ทำคอตก ทิ้งตัวนิ่ง ออกอารมณ์เศร้าจริงๆ จนต้องป่วนไปทั้งกองถ่าย ทีมงานต้องหาทางอธิบายให้คาร์บิวเข้าใจ คาร์บิว เป็นเด็กอ้อนแม่ ติดแม่มาก พลังการแสดงแต่ละวันขึ้นอยู่กับว่า แม่มากองถ่ายหรือเปล่า?? และพลังการแสดงจะเพิ่มเป็นพิเศษ ถ้าวันนั้น นอกจาก แม่มาแล้วยังมี เหลาอี้ อาม่า มาเชียร์ด้วย (555)เป๊ะ รับบทโดย ด.ช. ธนทัต ขวัญไสวธรรม (น้องเป๊ะ) เด็กชายอนุบาล 3 วัย 5 ขวบ เป็นตัวของตัวเองสูง ติดทีวี ดูเผินๆ เป็นเด็กแสบจอมซน แต่เพราะ เป๊ะอยู่กับคุณแม่ที่ทำงานยุ่ง และต้องดูแลเป๊ะเพียงลำพัง แม่จึงไม่ค่อยมีเวลาให้ จริงๆ แล้ว ในขณะที่ทุกคนลุ้นผลแพ้ชนะ แต่เป๊ะกลับลุ้นสุดใจว่า แม่จะว่าง มาดู เป๊ะแข่งชักเย่อบ้างมั้ยนะ??? ภัทรวรินทร์ ทิมกุล (เม) รับบท แม่น้องเป๊ะ เป็นคุณแม่ทำงานน่ะค่ะ Working Woman ผู้หญิงทั่วไป ไม่มีสามีมาคอยดูแลแล้วก็เลยต้องตั้งใจทำงาน เพื่อลูกเป๊ะเค้าเป็นเด็กที่แสดงได้เป็นธรรมชาติมาก คือเค้าจะไม่ห่วงกล้อง เป็นธรรมชาติมากๆ แล้วเราเล่นกับเค้าจะมีความสุข เค้ามีเกร็งๆ บ้าง ลืมบ้าง แต่ช่วยกัน เด็กเค้าเล่นด้วยความรู้สึกและเค้าคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงมีซีนหนักๆ เป๊ะจะกลัวไปเลย เพราะไปดุเค้า ซึ่งเรื่องนี้เราผิดเอง เพราะว่าตอนที่ซ้อมเราไม่ได้เล่นจริง แต่พอ 5 4 3 2 แล้วเล่นจริง เค้าก็ตกใจร้องไห้ไปเลย ลืมคิดไปว่าเค้ายังเป็นเด็ก เราชินกับการเล่นกับผู้ใหญ่ แต่นี่เด็ก แล้วยังไม่เคยเล่นหนังมาก่อนด้วย น้องเค้าก็ตกใจร้องไห้เลยเมโชคดีที่ทำงานเรื่องนี้เจอกับเป๊ะแค่คนเดียว แต่ถ้าต้องเจอ เป๊ะ 10 คนนี่คงไม่ไหว คือถ้าเจอเด็ก 2 คน คนหนึ่งซน คนนึงไม่ซนน่ะ โอเค แต่ถ้ามา 10 คน ซนพร้อมกันน่ะ ตาย...ด.ช. ธนทัต ขวัญไสวธรรม (น้องเป๊ะ) รับบท เป๊ะวันเกิด 12 มิ.ย. 2545 อายุ 5 ขวบ การศึกษา : อนุบาล 3 ส่วนสูง 110 ซม. น้ำหนัก 19 กก.ชื่นชอบ: การ์ตูน / ฟุตบอล อาหารโปรด : ผัดสะตอ แรกเห็น ใครๆ ก็ยอมแพ้ความซน แต่หลังถ่ายทำไปไม่กี่คิว เป๊ะเป็นนักแสดงที่แก๊งส์ผู้ใหญ่ ต่างยกนิ้วให้ พร้อมตั้งฉายาว่า เป๊ะเทคเดียว เพราะเล่นได้แนบเนียนมาก ของโปรดคือ ลูกอมฮอลล์รสน้ำผึ้ง (ไม่ต้องแปลกใจที่ฟันหลอ) ชอบที่สุดคือ เล่นเกมส์ เป๊ะยังเป็นเด็ก 5 ขวบที่ทีมงานและนักแสดงร่วมต่างยกนิ้วให้กับความอึด เพราะไม่ว่าจะดึกดื่น เที่ยงคืน ถ่ายคิวดึกแค่ไหน เป๊ะก็ไม่เคยบ่นว่า ง่วงนอน เพราะนั่งตาใสอยู่หน้าจอคอมฯ เล่นเกมส์ รอเข้าฉากต่อไป แถมเล่นจริง ร้องไห้จริง เพราะกลัวแม่ (ในหนัง) จริงๆ เป๊ะยังเป็นเจ้าของเพลงฮิต ประจำกองถ่าย เพลง เด็กมีปัญหา ของโฟร์-มด ที่เป๊ะจะวิ่งมาร้องเพลงนี้ เต้นยั่ว โฟร์ ศกลรัตน์ เจ้าของเพลงตัวจริงฟังให้ฟังเสมอๆ เป๊ะเคยถามแม่ว่า ขอเป๊ะลาออกจากโรงเรียนอนุบาลเดิมมาเรียนโรงเรียนอนุบาลRSได้ไหม??เซน 1 รับบทโดย ด.ช. สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์ (น้องเซน 1) เด็กชายอนุบาล 3 ตัวอ้วนสุด ตัวตันตัน หน้าตาเป็นเสือยิ้มยาก สีหน้าไม่บอกอารมณ์ บ้าพลัง เป็นลูกชายเจ้ร้านทอง พลังที่มีในตัวอยู่มาก จึงมีความมุ่งมั่นที่จะแข่งขันกีฬาเต็มเปี่ยม มีความน่ารักที่มาพร้อมกับความกลมกลึงของรูปร่าง แถมคุณแม่ผลักดันสุดฤทธิ์ ให้เซน 1 เป็นหัวหน้าทีม จิ๊ก - เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ รับบท คุณแม่น้องเซน 1 อนุบาลเรียนที่ : อนุบาลอดุลวาดเป็นคุณแม่น้องเซน 1 ลูกพี่อ้วน น่ารักสุดๆ ค่ะ เค้าเป็นเด็กแปลกมาก คือหน้าตาเนี่ยไม่บอกอารมณ์เลย หน้าเดียวหมด อารมณ์เดียวหมด อย่างวันหนึ่งเล่นๆ อยู่ ขี้ราดยังไม่มีใครรู้เลย ไม่บอกใคร แต่เค้าเป็นสไตล์น่ารักๆ นะ แต่ละคนจะน่ารักไม่เหมือนกัน ลูกเซน 1 ของพี่เนี้ย น่ารักสุดๆ เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของแม่อย่างพี่ คือจะดันให้ลูกเกิดตลอดเวลา อยากให้ลูกได้ดี มีความปรารถนาดีกับลูก อยากให้ลูกอยู่โรงเรียนแล้วเด่นๆ น่ะ อยากให้เป็นดาว แล้วลูกก็น่ารักสุดๆ ด้วยพี่ก็คอยประจบครูบาอาจารย์บ่อยๆ ว่า เอ๊!!... ลูกเราเก่งขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ให้อยู่ข้างหน้า ทำไมไม่ให้เป็นหัวหน้าทีม แถมต้องสู้รบปรบมือกับผู้ปกครองคนอื่นๆหน่อยหนึ่ง ชิงดีชิงเด่นกันน่ะ เพราะพ่อ-แม่ทุกคนก็รักลูกตัวเอง อยากให้ลูกของตัวเองเด่นน่ะ อยากโชว์ออฟว่าลูกเราเก่ง ลูกเราน่ารักน่ะ เลี้ยงง่าย พอกินข้าวเสร็จแล้วก็ยืนอิ่มแบบว่าจะหลับ ตื่นมากองถ่ายแต่เช้า 6 โมง เด็กอ้วน แบตฯในตัวก็จะหมด ขนาดกางเกงหลุดยังยืนจับไว้มือหนึ่ง ขำมาก ด.ช. สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์ (น้องเซน1) รับบท เซน 1 อายุ 5 ขวบ การศึกษา อนุบาล 3 ส่วนสูง 137 ซม. น้ำหนัก 32 กก.!!ชื่นชอบ : ไรเดอร์บูล งานอดิเรก : ว่ายน้ำ / เป่าเมโลเดี้ยน อาหารโปรด ข้าวเหนียวหมูปิ้ง คนนี้เด็ดสุด อ้วนจ้ำม่ำ น่ารักน่าหยิก แต่เป็นหนุ่มยิ้มยากประจำกองถ่าย ยิ่งถ้าใครไม่สนิทอย่าหวังว่า จะคุยด้วยง่ายๆ แต่ถ้าสนิทก็มีสิทธิ์ได้เห็นรอยยิ้ม ที่ชวนให้งงว่า ลืมตา หรือ หลับตาอยู่คิวแรกที่มาถ่ายทำ เซน 1 เรียก เรียว ผู้กำกับฯว่า ลุงเรอ อย่างไม่มีเหตุผล ทำให้เด็กๆดรีมทีม พากันเรียก ลุงเรอ ตามเซน 1 กันหมด (นิสัยเรียกชื่อคนเพี้ยนๆนี้ อาจจะเป็นกรรมพันธุ์จากหม่าม้าในเรื่องเพราะพี่จิ๊กก็เรียก เรียวแบบเบี้ยวๆตามใจฉันว่า อาเดียว)เซน 1 ได้ตำแหน่งมนุษย์เจ้าปัญหาไปครอง เพราะไม่ว่าจะถ่ายอะไร ต้องเล่นแบบไหน มีคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่จะไม่ยอมให้ความสงสัยวนเวียนอยู่ในหัว จะต้องซักจนกว่าจะรู้เรื่อง แต่เมื่อมีไดอาล็อกให้คุย นักแสดงหุ่นอวบคนนี้ จะท่องบทจนขึ้นใจ และเล่นตามบทได้อย่างน่ารักเป๊ะ!! เมื่อถามถึงความประทับใจ เซน 1 ตอบอย่าง น่ารัก สมตัว ว่า หมูก้อนทอด กับพะโล้น่องไก่ กองถ่ายอร่อยมากครับ ภูมิ รับบทโดย ด.ช. ภูริ สรีระศาสตร์ (น้องภูมิ) รูปร่างผอมบาง และบุคลิกช่างคิด หน้าตาเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ภูมิเป็นอีสุกอีใส จนกระทั่งมีเพื่อนมาบอกว่า ภูมิเป็นเอดส์ ภูมิก็เชื่อเพื่อนเสียสนิทใจ ภูมิมีพ่อ-แม่ที่ชอบเถียงกันตลอดเวลา ศรีพรรณ บุนนาค รับบท แม่น้องภูมิอนุบาลเรียนที่ : อนุบาลจุไรรัตน์ เรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่า น้องภูมิเป็นลูกที่อ้นเคยอุ้มท้องไว้ ในหนังเรื่อง เมล์นรก หมวยยกล้อ คลอดออกมาเลยเป็น น้องภูมิ (ฮ่า) ลูกชาย เรียบร้อย น่ารักมาก แต่พ่อแม่ก็ยังทะเลาะกันตลอด กับสามี (ในจอ) พี่ซ้งธ์ คนเดิมนี่ล่ะ ถ่ายหนังเรื่องนี้ ปวดหัวมาก ต้องกินพาราเซตามอลตลอดเวลา เพราะมันต้องตะโกนๆ ตลอด แต่ชอบมาก มองไปทางไหนมีแต่เด็กๆๆ รักเด็กคะ (ฮา) ซ้งธ์ ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ รับบท พ่อน้องภูมิอนุบาลเรียนที่ : อนุบาลศรีอรัญโยทัย อ.อรัญประเทศ ลูกชายเป็นอีสุกอีใส แต่เพื่อนหาว่าเป็นเอดส์ ลูกไม่น่ามีพ่อแม่อย่างนี้เลย (หัวเราะ) ลูกเขาดีชั้นหนึ่ง พอดีวันนั้น เมียไม่มา ผัวเลยต้องไปทะเลาะที่โรงเรียน มาเห็นเรื่องราวในหนัง ดรีมทีม เรายังคิด เออ... คิดได้ไง จริงๆ เรายังอยากทำหนังเด็ก พอเห็นเพื่อนได้ทำเราดีใจมากเลย แต่เขาคงทำเรื่องนี้เรื่องเดียวแล้วไม่ทำอีกแล้วล่ะหนังเด็ก (ฮา) เด็ก สัตว์ สลิง มันผจญภัยกับเด็ก เจอมันทุกวัน โดนเด็กรุมทุกวันด.ช. ภูริ สรีระศาสตร์ (น้องภูมิ) รับบท ภูมิวันเกิด 19 มิ.ย. 2544 อนุบาล 3 ส่วนสูง 122 ซม. น้ำหนัก 19 กก.ผลงาน ช่วงดันดารา ตีสิบ โปรดปราน : อุลตร้าแมน/ไอ้มดแดง อาหารโปรด ต้มหน่อไม้/ผัดเห็ด ความสามารถพิเศษ : จำป้ายจราจร/ธงชาติ/นับเลขภาษาอังกฤษ6 ขวบฉลาดเกินตัวระดับ อนุบาล 3 แต่ภูมิท่องสูตรคูณได้ครบทุกแม่ บวกลบเลขได้เกิน 3 หลัก พูดจาเข้าใจ เรียบร้อยมาก ภูมิเป็นคนคอยควบคุมเพื่อนๆ ให้อยู่ในความสงบ แต่อยู่ที่ว่า ใครจะเชื่อหรือเปล่า(ฮ่า) ภูมิ อินกับบทบาทหายห่วง แค่ทีมงานแต่งเอฟเฟ็คท์ให้เป็นอีสุกอีใส ภูมิก็อินจนเสียน้ำตา น้อยอกน้อยใจในโชคชะตา ที่ตัวเองหล่อน้อยกว่าเพื่อน แต่ภูมิก็อดกลั้นน้ำตาได้ พร้อมกับบอกเพื่อนๆ ทุกคนที่มาปลอบว่า ไม่ต้องปลอบเขามาก เพราะ เราร้องไห้แค่นิดเดียว ไม่เป็นอะไรมาก ภูมิ เป็นคนที่ทำให้ อ้น ศรีพรรณ ซึ้งกับคำว่า แม่ เพราะ ภูมิเรียกอ้น ศรีพรรณ ว่า แม่อ้น ทุกคำ เซน 2 (ด.ช. ธนกร เมธาวุฒิกีรติ - น้องเซนต์ 2) หน้าตาน่ารัก อินเทรน แนวพระเอกเกาหลี คุณพ่อด็อกเตอร์ พยายามสอนว่า เซน2 ต้องเก่งเป็นที่หนึ่ง แพ้ไม่ได้ คมสัน นันทจิต รับบท ด็อกเตอร์ (คุณพ่อ น้องเซน 2)อนุบาลเรียนที่ : อนุบาลสุวรรณินวิทยา เล่นเป็นพ่อของเซน 2 ครับ เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็น ดร. เป็นคนมีฐานะ เรียนเก่ง ปริญญาเอก ลูกแพ้ไม่ได้ เล่นกีฬามีแต่ชนะห้ามแพ้ เพราะเราคำนวณมาแล้วว่า มันชนะได้ ตอนเห็นหน้าลูกก็ตกใจ น่ารัก หน้าเหมือนกันมาก เซนต์ 2 น้องเขาเป็นคนว่าง่าย เป็นเด็กฉลาด วันแรกที่เข้าฉากด้วยกัน เขาท่องบทมาหมดแล้ว ท่องได้จริงๆ นี่ เซนต์ 2 ครับ อย่าไปเปรียบกับลูกพี่จิ๊กครับ คนละทาง (หัวเราะหึๆ) ลูกผมมันน่ารัก ส่วนตัวผม ไม่ชอบเด็กครับ สิ่งมีชีวิตที่คาดเดาไม่ได้ ไม่ชอบเลยครับ ผมแพ้คลื่นเสียงความถี่สูง เด็กอยู่กันเยอะๆ มันจะเป็นการกระจายเสียงที่ไร้ทิศทาง จอแจ ผมชอบแต่สิ่งไม่มีชีวิต ยกเว้นผู้หญิง (หัวเราะกิ๊กกั๊ก)ด.ช.ธนกร เมธาวุฒิกีรติ (น้องเซนต์ 2) รับบท เซน 2วันเกิด 15 มี.ค. 2545 ส่วนสูง 111 ซม. น้ำหนัก 19 กก. อาหารโปรด ไข่เจียว โปรดปราน ไอ้มดแดง งานอดิเรก เล่นเปียโน สัตว์เลี้ยง : สุนัข ไม่ว่าใครจะสั่งอะไร เซนต์ 2 ก็จะเข้าใจง่ายจนทำให้ทีมงานเบาใจ ยกเว้นเฉพาะเวลาที่มีเพื่อนๆ นำขบวน เซนต์ 2 ก็มีเผลอไผลบ้าง ไม้ตายที่เซนต์ 2 ยอมแพ้คือ คุณแม่ เพราะคุณแม่ฝากฝังทีมงานไว้เลยว่า ตีได้เลย เซนต์ 2 เป็นเด็กกระตือรือร้น พูดเก่ง แต่พูดเป็นประโยคบอกเล่าล้วนๆ ไม่มีคำถาม และไม่ต้องการคำตอบ เซนต์ 2 ต้องการแค่ให้คนยอมฟัง หรือ ดูเขาเล่นกลไปเรื่อยๆ กระซิบให้ว่า เซนต์ 2 เล่นกลเก่งมากอย่างไม่น่าเชื่อ เซนต์ 2 ชอบมาถ่ายหนังมาก วันไหนมากองถ่ายเซนต์ 2 จะตื่นเองได้แต่เช้า แต่เวลาใครถาม มากองถ่ายเล่นอะไรจะ เซนต์ 2 จะบอกว่า มาเล่นชักเย่อ ส่วนของโปรด ใช้หลอกล่อเซนต์ 2 คือ ข้าวเหนียวหมูฝอย เจ้าประจำอะตอม (ด.ช. ธนพล บุญเจริญสุข - น้องตี่ตี๋)หนุ่มน้อย หล่อน่ารัก แต่ตื่นเต้นทีไรเป็นปวดอึ ต้องพกกางเกงสำรองติดตัวไว้เสมอ คุณพ่อเสียงหล่อของอะตอม ก็ชอบเตรียมกางเกงแดงไว้ให้อยู่เรื่อย เอกราช เก่งทุกทาง รับบท คุณพ่อน้องอะตอม โรงเรียนอนุบาลไม่รู้ รู้แต่เชียร์ลิเวอร์พูล รับเล่น ก็เป็นเพราะได้เล่นกับเด็กๆ เป็นคนรักเด็ก (หัวเราะ) คิดว่าเรียวเค้าคงจะทำหนังที่แบบว่ามีสาระๆ ครับ (หัวเราะ) คือมีอารมณ์ขัน แต่ก็มีธีมของความมีคุณค่าของชีวิต คุณค่าของชัยชนะว่าชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะเสมอไป แล้วก็มันเป็นเรื่องของครอบครัว น้องตี่ตี๋หรือน้องอะตอมในเรื่องเนี่ย ซนมาก!! (หัวเราะ) คือธรรมดาของเด็กเนี่ยเค้าก็คือจะไม่ค่อยอยู่นิ่ง แป๊ปๆ ก็ไปโน่นไปนี่แล้ว เวลาสั่งคัทก็ไปเล่นดินเล่นทราย เป็นเด็กที่ Alert มาก แต่ตี่ตี๋เนี่ยเค้าก็มีความตั้งใจอยู่นะ ซึ่งดูแล้วเป็นธรรมชาติดี ตี่ตี๋เค้าเป็นอะไรที่น่ารักชอบทุกคนนะน่ารักทุกคนแหละ แต่ผมว่าเด็กดรีมทีมกลุ่มนี้เนี่ยซนนะ แล้วก็มีความเป็นตัวของตัวเองทุกคนเลย มากองถ่ายแล้ว ปวดหัวแทนผู้กำกับฯ คือเด็กมันซน!! พอมาเล่นหนังเรื่องนี้แล้วอยากมีลูกเลย (หัวเราะ)ด.ช. ธนพล บุญเจริญสุข (น้องตี่ตี๋) รับบท อะตอม วันเกิด 11 มิ.ย. 2545 อนุบาล 3 ส่วนสูง 110 ซม. น้ำหนัก 22 กก.อาหารโปรด ข้าวมันไก่ นิสัย ร่าเริงมาก ช่างพูด ชอบอ่านหนังสือหนูน้อยอารมณ์ดี ซน แก่น ไปวันๆ แต่ต้องมารับบทหนัก (หนักอย่างเดียว ไม่เบา) เพราะตามบท ตี่ตี๋ต้องอึราดกลางสนามซ้อม ต้องโดนเพื่อนล้อ แซว เรื่องอึราด จนได้ฉายาว่าอะตอมขี้แตก แต่ตัวจริง ตี่ตี๋กลับเฉยชากับเสียงล้อเลียนมาก ทำหน้านิ่งๆ ไม่สะท้านกับการโดนแซว เช่นเดียวกับ ฉากแก้ผ้าให้คุณพ่อเอกราชใส่กางเกงให้ ตี่ตี๋ก็ยังสงบเชิดหน้าไม่สะทกสะท้าน แต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่า แก้มตี่ตี๋แดงแจ้ด เพราะความเขิน งานนี้ทุกคนเลยลงความเห็นว่า จริงๆ ตี่ตี๋น่ะ อาย แต่ฟอร์มจัด วันแรกที่ตี่ตี๋ รู้ว่า ตัวเองรับบทเด็กอึราด ตี่ตี๋ร้องไห้ไม่ยอมแสดง เกิดเป็นปมปัญหาที่ต้องยอมพักกองถ่าย เพื่อปรับความเข้าใจ และให้ตี่ตี๋ทำใจได้ ถึงจะถ่ายทำต่อได้

กีฬาน่ารู้ : 10 กีฬาแปลกๆที่เคยมีในโอลิมปิก
10 กีฬาแปลกๆที่เคยมีในโอลิมปิก /  กีฬาน่ารู้ / 

โอลิมปิก เป็นการแข่งขันกีฬาหลายชนิด จากหลายประเทศทั่วโลก โดยจะจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี แต่โอลิมปิก ก็เคยจัดการแข่งขันกีฬาสุดแปลกมาแล้ว และไม่คิดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันของ โอลิมปิก จะคิดได้! วันนี้ SportMthai จะขอนำเสนอกีฬาแปลกๆ 10 ชนิดที่เคยจัดขึ้นมาในโอลิมปิกมาให้ทราบกัน อันดับ 10 Swimming Obstacle Race แข่งว่ายน้ำอุปสรรค(Swimming Obstacle Race) มันอาจเป็นกีฬาแปลกๆ ผิดปกติสักหน่อยแต่ความสนุกนั้นมีมากเหลือเกิน เริ่มจากว่ายน้ำกว่า 200 เมตร สิ่งแรกที่นักว่ายน้ำที่ต้องเจอ คือการข้ามรั้วเสาทั้งปีนและขึ้นต่อด้วยพ่ายเรือ และว่ายน้ำเข้าเส้นชัย กีฬาชนิดนี้เคยถูกบรรจุครั้งหนึ่งในโอลิมปิก 1900 โดยคนได้เหรียญทองคือ เฟรเดอริค เลน (Frederick Lane) จากออสเตรเลีย อันดับ 9 Distance Plunging “พุ่งหลาวระยะ” “พุ่งหลาวระยะ” กีฬาแปลกๆ ที่ไม่รู้จะแข่งไปทำไม จัดขึ้นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1904 โดยจะแข่งกันโดยกระโจมลงสระและห้ามกระดุกกระดิกในน้ำภายใน 60 วินาที โดยแรงส่งจะไปได้ไกลแค่ไหน จนกระทั้งหัวโผล่ออกมา และตัดสินจากระยะทางจากตรงนั้น(ผมก็ งง เหมือนกันมันเล่นยังไงเนี้ย) ผู้ชนะเป็นคนอเมริกา วิลเลียม(William Dickey) ซึ่งเขาภูมิใจมาก แต่กระนั้นก็ไม่มีภาพกีฬาที่ว่าได้เห็น ภาพข้างบนคือผู้หญิงโดดน้ำธรรมดาในสระเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิกแต่ อย่างใด อันดับ 8 Jeu de Paume เจอเดอปูม เจอเดอปูม เป็นกีฬาต้นกำเนิดของเทนนิส มีที่มาจากฝรั่งเศส ประมาณศตวรรษที่ 13 มีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Game of the Palm (เกมส์ของฝ่ามือ) เป็นกีฬาของชนชั้นสูงที่เล่นในร่มโดยใช้ฝ่ามือตีลูกบอลทรงกลม หลังจากนั้นจึงมีการใช้ไม้พายเรือขนาดเล็กแทนมือ(ก่อนพัฒนาเป็นไม้ตีเทนนิส ในที่สุด ในตอนต้นศตวรรษที่ 17 มีการ สร้างคอร์ทนับร้อยในกรุงปารีสและกีฬานี้เป็นที่นิยมมาก จนกระทั่งนำไปสู่การพนัน ทำให้กีฬานี้ถูกห้ามเล่นในที่สาธารณะแต่อนุญาตให้เล่นได้ในกลุ่มสังคมชั้น สูง และหลังจากการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศส Le Jeu Du Paume ก็สูญหายไปพร้อมกับกลุ่มชนชั้นสูง แต่ในประเทศอังกฤษยังคงมีการเล่นกีฬานี้อยู่ จนกระทั่งในปี 1900 กีฬานี้ก็ได้เริ่มต้นในการจัดแสดง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาโอลิมปิกในปี 1908 และยกเลิกในปี 1924 อันดับ 7 Rogue โรัค โรัค เป็นกีฬาของชาวอเมริกันคล้ายๆ Croquet ที่ เล่นในช่วงโอลิมปิก 1904 ที่เซนต์หลุยส์ เนื่องจากกีฬานี้เป็นกีฬาของชาวอเมริกัน ดังนั้นคู่แข่งจริงเป็นชาวอเมริกันเล่นกันเองได้เหรียญกันเอง จุดประสงค์การมีกีฬานี้ขึ้นคือมันช่วยให้อเมริกาได้เหรียญเท่านั้น สนามจะคล้ายๆ เปตองที่พื้นผิวเรียบ แล้วใช้ไม้ตีที่เหมือนค้อนตีลูกบิลเลียนผ่านห่วง ซึ่งมันจืดชืดอย่างมาก อันดับ 6 Tug of War ชักเย่อ ชักเย่อเป็นกีฬาที่มีอยู่จริงใน โปรแกรมโอลิมปิกในระหว่าง1900,1904,1908,1912 และ 1920 โดยประเทศที่ได้เหรียญมากที่สุดคืออังกฤษ(ถึง 1908) โดยตัวแทนที่เข้าร่วมเล่นกีฬาชนิดนี้มีอาชีพเป็นตำรวจลอนดอน(ในปัจจุบันนี้ ชักเย่อได้พัฒนาเป็นการแข่งขันในระดับนานาชาติ มีกติกาที่แน่นอน มีการจัด แข่งขันชิงชนะเลิศของทวีปเอเชีย และในระดับโลก แล้ว) อันดับ 5 Standing Triple Jump ยืนกระโดดสูง ยืนกระโดดสูงเป็นสิ่งตรงข้ามกับ ตรรกะของการกระโดดไกล วิธีเล่นแค่ยืนแล้วกระโดดด้วยขาข้างเดียงไปข้างเดียวไปข้างหน้า แล้วลงด้วยขาข้างเดิม แล้ววัดระยะโดดจากเริ่มถึงจบ แข่งในโอลิมปิกระหว่าง 1900-1912 โดยชายที่ชื่อ Ray Ewey เป็นคนชนะกระโดด สูงถึง 4 สมัย 1900(เขาถูกบันทึกสถิตโลก),1904,1906 และ 1908 ซึ่งที่น่าทึ่งคือเขาเป็นอัมพาตบางส่วนโดยโปลิโอ อันดับ 4 Rope Climb ไต่เชือก ไต่เชือก มันเป็นกีฬาที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของพลศึกษาไม่ก็ลูกเสือมากกว่า แต่มันเคยมีในโปรแกรมโอลิมปิกมาแล้วในระหว่างปี 1896 และ1932 โดยนักกีฬาที่น่าจับตาในขณะนั้นคือ George Eyser ชาวอเมริกาที่ กวาดเหรียญกีฬาชนิดนี้และยังไปได้อีกห้าเหรียญยิมนาสติก อันดับ 3 Dueling pistols ผู้เล่นจะต้องแต่งกายสมัยยุคโบราณประมาณในช่วง 1906 ใช้ปืนโบราณ(กระสุนปลอม) ยืน 20-30 เมตรและยิงหน้าอก ใครโดนจุดตายกว่าก็ชนะ มันเคยจัดในโอลิมปิกในช่วง 1912 ก่อนที่จะถูกระงับ(อย่างถวาร) อันดับ 2 Solo Synchronized Swimming “ว่ายน้ำตามจังหวะเพลงเดี่ยว” “ว่ายน้ำตามจังหวะเพลงเดี่ยว” มันก็เป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างเข้าใจยาก เมื่อหญิงสาวคนเดียวพยายามว่ายน้ำแล้วพยายามประสานกับเพลงที่กำลังเล่น ซึ่งจริงๆ แล้วเราแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเมื่อน้ำเข้าหู แต่มันมีในกีฬาโอลิมปิกเรื่องในปี 1984, 1988 และ 1992 อันดับ 1 Live Pigeon Shooting เคยถูกบรรจุในโปรแกรมกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1900 กติกาก็โครตง่ายปล่อยฝูงนกและเอาปืนยาวสำหรับล่าสัตว์ยิงแล้วนับจำนวนนกที่ โดนกระสุน ใครมากกว่าก็ชนะ มีสถิตบันทึกไว้ว่ามีนก พิราบตายถึง 300 ตัว จากการแข่งขันนี้เริ่มต้นเพียงไม่กี่วัน โดยฝีมือของ Leon de Lunden มือปืนจากเบลเยี่ยม

มันต้องยิ่งใหญ่!ไทยทุ่ม20ล.จัดชักกะเย่ออช.
ชักกะเย่อชิงแชมป์เอเชีย /  ทีมชาติไทย / 

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทยฯ ร่วมประชุมกับ นายนริส สิงห์วังชา นายกสมาคม และ นายวริภาส กล่ำทวี เลขาธิการสมาคม ในฐานะประธานแห่งสหพันธ์กีฬาชักเย่อแห่งทวีปเอเชีย ในการวางแนวทางพัฒนากีฬาชักกะเย่อในประเทศไทย และเตรียมจัดการแข่งชักกะเย่อชิงแชมป์เอเชียอย่างยิ่งใหญ่ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในปลายปีนี้ วันที่ 1-4 ธ.ค.56 โดยทางสมาคมเพิ่งได้ตัวแทนทีมชาติไทย จาการการแข่งขันชักเย่อในร่มชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2556 ชิงเงินรางวัลกว่า 2 แสนบาท ที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ชั้น 3 เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่การจัดงานชักกะเย่อชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ นายนริส กล่าวว่า เราจะจจัดงานอย่างยิ่งใหญ่โดยต้องใช้งบลงทุน 20 ล้านบาท ซึ่งมี 17 ชาติ เข้าร่วมทำการแข่งขัน แบ่งเป็น 9 รุ่น ทีมละ 8 คน มีทั้งประเภทชาย หญิง และผสม หากมีการเรียนรู้ที่ถูกต้อง เทคนิคที่ดี ร่างกายเล้ก ๆ ก็สามารถเอาชนะคู่แข่งที่ตัวใหญ่กว่าได้เช่นกัน ซึ่งสมาคมฯในฐานะผู้จัดร่วม จะเร่งประสานเรื่องงบประมาณกับหน่วยงานหลัก ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขณะที่นายกร แนะนำให้ทางสมาคมฯ ผลักดันกีฬาชักกะเย่อ ผ่านการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด เพื่อเพิ่มจำนวนนักกีฬาให้เป็นที่นิยมทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว สำหรับประเทศไทย สมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทยฯ ได้จดทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เป็นต้นมา โดยมีสมาชิกจาก 66 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเองเป็นสมาชิกในลำดับที่ 59 มีการแข่งขันทั้งระดับเอเชีย, ยุโรป และชิงแชมป์โลก ซึ่งในอนาคตอีกประมาณ 4-5 ปีข้างหน้า จะมีการผลักดัน กีฬาชักเย่อเข้าบรรจุในโอลิมปิกเกมส์ อันเป็นกีฬาสากล ดังนั้นเป้าหมายแรกของสมาคมชักเย่อไทย คือ ผลักดันเข้าบรรจุในกีฬาซีเกมส์ และเอเชี่ยนเกมส์ นอกจากนี้ไทยยังเตรียมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด ชักเย่อชิงแชมป์โลก ในปี ค.ศ.2018 อีกด้วย

เว็บนอกเผย 9 เทศกาล สุดมหัศจรรย์ของไทย
กินเจ /  สงกรานต์ / 

MThai News: เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นโก เผย 9 เทศกาลสุดมหัศจรรย์ในสายตาต่างชาติ ทางเว็บไซต์ได้ลงความเห็นไว้ว่า ประเทศไทยเป็นเมืองที่รักงานรื่นเริงและจัดงานได้อย่างสนุกสนาน 1 เทศกาลผีตาโขน จ.เลย จะจัดขึ้นทั่วอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยผู้ชายจะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจ สวมหน้ากากขนาดใหญ่ทำจากไม้หรือกาบมะพร้าวแกะสลัก มีการละเล่นตามแบบของภาคอีสาน 2 เทศกาลแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี มีการแกะสลักเทียนเป็นรูปต่างๆ ตามแต่จินตาการแล้วจัดขบวนแห่อย่างสวยงามนำมาประกวดชิงรางวัล 3 เทศกาลถือศีลกินผัก (กินเจ) จ.ภูเก็ต เป็นเทศกาลที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ตจะร่วมกันถือศีลกินเจ เป็นเวลา 10 วัน เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนาน นอกจากนี้ประเพณีกินเจของภูเก็ตยังมีพิธีกรรมต่างๆเช่น พิธีแห่พระรอบเมือง, พิธีลุยไฟ, พิธีขึ้นบันไดมีด, พิธีเดินสะพานตะปู, พิธีสะเดาะเคราะห์ หรือการใช้เหล็กแทงปาก เอาดาบแทงคอหรือเอาเหล็กแหลมแทงตามตัว 4 ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีเพื่อขอขมาพระแม่คงคาและลอยทุกข์โศกทิ้งไปกับสายน้ำ โดยใช้กระทงที่ทำจากต้นกล้วย จุดเทียน ธูป บ้างก็มีเศษเส้นผม เว็บไซต์ยังแนะนำด้วยว่าแม้ว่าประเพณีลอยกระทงจะจัดทั่ว ประเทศไทยแต่สถานที่ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ลอยกระทงน่าประทับใจก็คืออดีตราชธานีอย่างสุโขทัย 5 เทศกาลงานช้างสุรินทร์ คนจากทั่วประเทศนับแสนคนและช้างนับร้อยเชือก เข้าร่วมเทศกาลในครั้งนี้ ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆเช่น บุฟเฟต์ช้าง การแข่งขันช้าง ฟุตบอลช้าง เกมชักเย่อระหว่างคนกับช้าง 6 โต๊ะจีนลิง จ.ลพบุรี เทศกาลโต๊ะจีนลิงนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน บุฟเฟต์ลิงจะเต็มไปด้วยผักผลไม้ น้ำอัดลมและขนมให้ลิงกินอย่างจุใจ 7 เทศกาลสักยันต์ จะจัดขึ้นที่วัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เคยสักยันต์ได้แก่ แองเจลิน่า โจลี่ 8 เทศกาลสงกรานต์ เป็นเทศกาลที่โด่งดังมากในหมู่ชาวต่างชาติ เป็นวันปีใหม่ของชาวไทย ทุกคนในครอบครัวจะพากันเข้าวัดทำบุญ ก่อนจะเล่นสาดน้ำกัน สำหรับสถานที่ที่เว็บไซต์แนะนำให้ไปเล่นสงกรานต์คือ จังหวัดเชียงใหม่ 9 ประเพณีบุญบั้งไฟ จ.ยโสธร จัดขึ้นทุกเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยเป็นเทศกาลของไทยและลาวในช่วงเริ่มฤดูฝน แต่ที่จังหวัดยโสธรจะจัดอย่างิย่งใหญ่และมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก มีการตกแต่งบั้งไฟให้สวยงามเพื่อนำไปหล่อยที่วัด รวมทั้งมีคอนเสิร์ตการละเล่นต่างๆ Mthai News เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย ติดต่อทีมข่าว MThai News : news@mthai.com

คืนนี้ ลอยกระทง ที่ไหนกันดี
กรุงเทพ /  ลอยกระทง

"วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง?......วันนี้วันลอยกระทง หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงานลอยกระทงรื่นเริงฉ่ำใจหลายที่ทั่วกรุงเทพฯ? และปริมณฑล เริ่มจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานยิ่งใหญ่ บริเวณสวนสาธารณะสวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด (บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี) ภายใต้คอนเซปต์ ?สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทงกรุงเทพมหานคร? มีกิจกรรม เช่น การจัดนิทรรศการลอยกระทงของภาคต่าง ๆ การออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ของดี กทม. ซุ้มสาธิตประดิษฐ์กระทง การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และการแสดงจากศิลปินดัง ทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุง และสตริง รวมทั้งเกมการละเล่น ลานสวนสนุก ชิงช้าม้าหมุน การประกวดนางนพมาศ และประกวดประดิษฐ์กระทง ไฮไลต์ในงาน มีประกวดเรือประดับตกแต่งไฟฟ้า โดย ททท. จัดขบวนเรือประดับไฟฟ้า 8 ลำ กทม. 1 ลำ สมาคมเรือไทยและผู้ประกอบการเรือภัตตาคารและหน่วยงานอื่น ๆ อีกรวม 14 ลำ เรือประดับตกแต่งไฟฟ้าทั้งหมดจะล่องลำน้ำเจ้าพระยาจากสะพานกรุงเทพฯ เวลา 18.00 น. แล่นผ่านบริเวณจัดงานไปจนถึงสะพานกรุงธน เวลา 20.00 น. แล้วนำเรือมาจอดบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ให้ประชาชนได้ชื่นชมความสวยงาม พร้อมเปิดสวนสาธารณะ 21 แห่งให้ลอยกระทง ได้แก่ สวนลุมพินี สวนจตุจักร สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สวนพระนคร สวนสราญรมย์ สวนรมณีนาถ สวนสันติชัยปราการ สวนธนบุรีรมย์ สวนเสรีไทย (บึงกุ่ม) สวนหนองจอก อุทยานเบญจสิริ สวนน้ำบึงกระเทียม สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ฝั่งพระนคร สวนสันติภาพ สวนกีฬารามอินทรา สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน สวนทวีวนารมย์ สวนเบญจกิติ สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร สวน 60 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และสวนวนธรรม เขตประเวศ ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. ส่วนสำนักงานเขตต่าง ๆ 50 เขต มีหลายเขตที่จัดงานร่วมกับประชา คมในพื้นที่ ได้แก่ เขตหนองแขม จัดที่ลานวัดหนองแขม มีประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดกระทงประดิษฐ์ เขตทุ่งครุ บริเวณท่าน้ำวัดพุทธบูชา ถนนพุทธบูชา มีประกวดหนูน้อยนพมาศ และประกวดกระทง เขตบางคอแหลม ที่วัดวรจรรยาวาส ซอยเจริญกรุง 72 ถนนเจริญกรุง ประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดกระทงประดิษฐ์ด้วยวัสดุธรรมชาติ ชมการแสดงของนักเรียน ดนตรีลูกทุ่ง ตลก สอนฝึกอาชีพ เลือกซื้อสินค้า สอยดาว จำหน่ายกระทงขนมปัง เขตบางบอน โรงเรียนพระยามนธาตุ มีประกวดกระทง ประกวดหนูน้อยลอยกระทง ดนตรีไทย เขตบางนา จัดที่ศูนย์เยาวชนบางนา และเวทีท่าน้ำ ถนนสรรพาวุธ มีกิจกรรมสาธิตประดิษฐ์กระทงลอย ประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดประดิษฐ์กระทงลอย พิธีปล่อยขบวนรถบุปผชาติ การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ การแสดงจากวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก เขตจอมทอง วัดบางขุนเทียนกลาง มีแข่งขันเรือพาย ตะกร้อลอดห่วง ดนตรีศิลปินนักร้อง การแสดงต่าง ๆ ของนักเรียน การออกร้านจำหน่ายอาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชน ประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดกระทง ตลอดจนการแสดงนิทรรศ การวัฒนธรรมประเพณีลอยกระทง เขตคันนายาว จัดที่ลานวัฒนธรรมเขตคันนายาว ริมคลองหลอแหลม ถนนเสรีไทย มีประกวดนางนพมาศ ประกวดกระทงประเภทความคิดสร้างสรรค์ ลด ภาวะโลกร้อน การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ของ นักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. เขตทวีวัฒนา บริเวณ สวนสุขภาพ คลองทวีวัฒนา มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย (โขน) การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยจากโรงเรียนต่าง ๆ การแสดงศิลปะป้องกันตัว การแสดงน้ำพุเต้นระบำ การแสดงดนตรี ตลก ลิเกลอยฟ้า การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน (ชักเย่อ ปิดตาตีหม้อ วิ่ง 3 ขา) การแข่งขันชกมวยไทย การประกวดนางนพมาศ ประกวดกระทง เขตสาทร จัดที่วัดยานนาวา เขตหนองจอก จัดที่สวนสาธารณะหนองจอก วัดสามง่าม วัดทรัพย์สโมรสร และวัดลำภะอง เขตดินแดง บริเวณสวนน้ำสถาบันราชานุกูล มีออกร้านผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงของนักเรียนในพื้นที่ และการแสดงให้ความบันเทิงจากศิลปินมากมาย เขตบางกอกใหญ่ จัดที่วัดอรุณ มีกิจกรรมมากมาย เขตบางขุนเทียน ร่วมกับเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 มีกระทงยักษ์สร้างจากบริคเลโก้ มากกว่า 10,000 ชิ้น จัดลอยกระทงในสวนน้ำ เขตบางแค จัดที่วัดบุณ เขตบางรัก จัดที่ลานไปรษณีย์กลางบางรักและ บมจ.โทรคมนาคม ไฮไลต์ของงานประกวดหนูน้อยนพมาศ เขตราษฎร์บูรณะ ศูนย์เยาวชนสะพานพระราม 9 (ด้านฝั่งธนบุรี) มีประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดกระทง และการแสดงศิลปวัฒน ธรรมของนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ เขตสวนหลวง บริเวณวัดปากบ่อ ซอยอ่อนนุช 35 มีประกวดหนูน้อยนพมาศ ประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งประชาชนทั่วไป ขบวนแห่กระทงและการแสดงต่าง ๆ ของนักเรียนในพื้นที่ เขตพระนคร จัด ?วิถีแห่งสายน้ำ วัฒนธรรมบางลำพู? ณ สวนสาธารณะสันติชัยปราการ มีแห่กระทง นิทรรศการประวัติศาสตร์บางลำพู ศิลปะและการประดิษฐ์ ดนตรีและการแสดงต่าง ๆ เขตมีนบุรี ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถนนสีหบุรานุกิจ มีจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ประกวดหนูน้อย-นางนพมาศ และกระทงประดิษฐ์ ชมการแสดงดนตรี เขตคลองสามวา จัดที่วัดพระยาสุเรนท์ และเขตป้อมปราบฯ ร่วมกับวัดสระเกศ จัดเทศกาล งานวัดภูเขาทองและลอยกระทงบริเวณคลองมหานาค มีกิจกรรมการละเล่นย้อนยุคมากมาย สำหรับหน่วยงานอื่น ๆ ก็จัดงานครึกครื้น ได้แก่ สวนสนุกดรีมเวิลด์ จัดลอยกระทงโต้รุ่ง จำหน่ายบัตรราคาเดียว 299 บาท? สนุกกับเครื่องเล่นกี่รอบก็ได้ตลอดทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็น สกายโคสเตอร์ เฮอริเคน ไวกิ้งส์ แกรนด์แคนยอน นอกจากนี้ ยังจัดคอนเสิร์ตจากหลายศิลปิน อาทิ สิงโต เดอะสตาร์ แคลอรี บลาบลา เตชินท์ ไมค์ ไอดอล?? ในบรรยากาศที่ประดับประดาด้วยแสง สี อาทิ ครอบครัวหงส์ยักษ์ประดับแสงไฟกลางทะเลสาบ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร มีทั้งตลาดนัด..วันวาน ตลาดโต้รุ่งริมน้ำ การประกวดหนูน้อยนพมาศและนางนพมาศ สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ มีการแสดงคอนเสิร์ตค่ายแกรมมี่ พร้อมลอยกระทงในคืนพิเศษนี้ ไม่คิดค่าบัตรผ่านประตู..... สวนสัตว์ดุสิต มีประกวดกระทงประเภทสร้างสรรค์และดอกไม้สด ชมกระทงยักษ์ขนาดใหญ่โชว์กลางสระน้ำ การแสดงแสงสีเสียง หลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การแสดงความสามารถของสุนัขแสนรู้? การแสดงความสามารถของช้างจากวังช้างอยุธยา แลเพนียดและอื่น ๆ?? ปิดท้ายที่บ้านบางแค จัดที่อาคารอเนกประสงค์ และบริเวณรอบสระน้ำของบ้านบางแค ภายในงานมีการประกวด คุณยาย-คุณตา นพมาศ?? ประกวดกระทงสวยงามโดยฝีมือผู้สูงอายุ สะดวกที่ไหนเลือกไปลอยกระทงกันได้ตามใจชอบ......อย่าลืมใช้กระทงจากวัสดุ ธรรมชาติ และร่วมลอยกระทงใบเดียวในครอบครัว? เซฟเงินในกระเป๋า ช่วยกันลดปริมาณขยะ ลดภาวะโลกร้อน. เว็บลอยกระทงออนไลน์ 2554

งานมหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี ปี 2553
การเกษตร /  งานมหกรรมทุเรียนโลก / 

งานมหกรรมทุเรียนโลกจันทบุรี ปี 2553 วันที่ 1-9 พฤษภาคม 2553 ณ บริเวณรอบสวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ทะเลสาบทุ่งนาเชย) อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี พิธีเปิดงานวันที่ 2 พฤษภาคม 2553 ณ เวทีหน้าศาลากลางเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถนนเทศบาล 3 อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ภายในงานมีกิจกรรมดังนี้ 1. การประกวดผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร และการแข่งขันทางการเกษตร บริเวณถนนผลไม้ (ถนนเทศบาล 3) 2. การประกวดแพประดับผลไม้ บริเวณทะเลสาบทุ่งนาเชยฝั่งหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า เริ่มตั้งแต่สี่แยกสำนักงานที่ดินจังหวัดจันทบุรีถึงสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย จัดแสดงให้ชมตลอดงาน 3. กิจกรรมด้านวัฒนธรรมไทย จีน เวียดนาม ประกอบด้วยการแสดงถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่และอาหารของทั้ง 3 ชนชาติที่เข้ามาอยู่ในจังหวัดจันทบุรีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 4. การจัดนิทรรศการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชม ชิม ผลไม้ การสาธิตการกวนทุเรียน การจำหน่ายส้มตำทุเรียน ก๋วยเตี๋ยวผัดปู การแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร 5. การประกวดธิดาชาวสวนปี 2553 ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 6. การจัดกิจกรรมถนนผลไม้ อันประกอบด้วยการออกร้านของกลุ่มแม่บ้านและเกษตรกร การจัดแสดงและจำหน่ายทุเรียนคุณภาพส่งออก 7. ออกร้าน "ยืนซด Road Side" บริเวณริมทะเลสาบทุ่งนาเชย ตรงข้ามสนามบาสเก็ตบอลสนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย จัดให้มีการจำหน่ายอาหารสะอาด รสชาติอร่อย ราคาย่อมเยา เป็นประจำทุกวัน 8. การแข่งขันกิจกรรมกีฬาทางน้ำ บริเวณทะเลสาบทุ่งนาเชยได้แก่ การแข่งขันพายเรือ ชักเย่อเรือ พายกะทะ มวยทะเล เรือคายัค เรือล่องแก่ง หัวใบ้ท้ายบอด แย้ลงน้ำ และกล่อมซุง 9. สนามซ้อมกัดปลาเข็ม บริเวณสนามหญ้าตรงข้ามสนามบาสเก็ตบอล (ริมทะเลสาบทุ่งนาเชย) โดยจัดให้มีการซ้อมกัดปลาเข็มโดยไม่เล่นการพนัน 10. คาราวานสินค้า มหรสพ และการแสดงที่หลากหลายภายในงานเป็นประจำทุกวัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chanthaburi.go.th ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย www.chanthaburi.go.th