ชลลี่

ร้อนนี้ มาลอง 10 สูตรน้ำผักผลไม้ สมูทตี้ ต้านมะเร็ง อร่อยปลอดโรค
ต้านมะเร็ง /  น้ำผลไม้ / 

ผักตระกูลกระหล่ำ ไม่ว่าจะเป็น กระหล่ำปลี ผักกาด บร็อคโคลี่ จัดเป็นอาหาร ต้านมะเร็งชั้นดี เพราะเต็มไปด้วยสารอาหารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นยังมี แคโรทีนอยด์ ที่ว่ากันว่าคือสารที่ ต้านมะเร็ง ชั้นเยี่ยม รวมถึงสารอาหารวิตามินอื่นๆอีกเพียบ ซึ่งเหล่านี้ ถูกวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่า สารเหล่านี้ช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ ลำใส้ใหญ่ ตับ เต้านม และ ปอด ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทีมงาน Health Mthai เลยนำสูตรการทำน้ำสมูทตี้ ที่นำผักตระกูลกระหล่ำมาเป็นส่วนผสม สำหรับคนรักสุขภาพ ให้ได้อร่อยปลอดโรคไปพร้อมๆกันค่ะ สูตรที่ 1 ผักคะน้า 2 ถ้วย แอปเปิ้ล 1 ถ้วย เลม่อนนิดหน่อย ขิง ครึ่งนิ้ว ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ , มีสารต้านอนุมูลอิสระ , มีวิตามิน A และ C , ได้รับ แคลเซียม ,ธาตเหล็ก และคอลโรฟิล สูตรที่ 2 แตงกวาขนาดกลางๆ 1 ลูก เมล่อนหวาน 1 ถ้วย ผักกาดคอส 4 ใบ ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ, สารต้านอนุมูลอิสระมีวิตามิน B, C , คลอโรฟิล, เบต้าแคโรทีน โพแทสเซียม สูตรที่ 3 มะม่วงสุก 1 ลูก สัปปะรด ครึ่งถ้วย ผักโขม 2 ถ้วย ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ, สารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน A, C, D, K, คลอโรฟิล ธาตุเหล็ก โฟเลต สูตรที่ 4 แตงโม 1 ถ้วย ต้นอ่อนของถั่วลันเตา 2 ถ้วย ขิง ความยาวครึ่งนิ้ว ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระ จาก ไลโคปีน, คลอโรฟิล, วิตามิน (A, C), กรดโฟลิค สูตรที่ 5 มะละกอ 1 ถ้วย สตอรเบอรี่ 1 ถ้วย กล้วยหอม 1 ลูก น้ำมะพร้าว 1-ครึ่ง ถ้วย เกษรผึ้ง 1หยิบมือ(นิดหน่อย) ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน B, C , โฟเลต, กรดลอริ โพแทสเซียม สูตรที่ 6 บลูเบอร์รี่ 1 ถ้วย โยเกิร์ตอัลมอนด์ ครึ่งถ้วย นมอัลมอนด์ 1ถ้วย เมล็ดเจี่ย (chia seeds) 2 ชต. ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ, สารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน B, C, โอเมก้า 3s สูตรที่ 7 ก้านผักชีฝรั่ง 3 ก้าน กีวี 1 ลูก ผักกาดคอส 4 ใบ ขิง ครึ่งนิ้ว ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ, สารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน A, B, C, คลอโรฟิล แคลเซียม โพแทสเซียม, เหล็ก, กรดโฟลิค, แมกนีเซียม สูตรที่ 8 สมูทตี้ ผักคะน้า 2 กำ สตอรเบอรี่ 1 ถ้วย น้ำมะพร้าว 1 ถ้วย เมล็ดเจี่ย (chia seeds) 2 ชต. ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ, สารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน A, C, K, คลอโรฟิล, โอเมก้า 3s โพแทสเซียม สูตรที่ 9 บล็อกโคลี่ 2 กำมือ กล้วยหอม 1 ลูก แอปเปิ้ล 1 ลูก น้ำด่าง ครึ่งถ้วย ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ, สารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน A, C, คลอโรฟิล, โพแทสเซียม สูตรที่ 10 ส้ม 1 ลูกใหญ่ สัปปะรด 1 ถ้วย ผักโขม 1 ถ้วย ผงชาเขียวแบบพร้อมชง 1-ครึ่งถ้วย ประโยชน์ : ต้านการอักเสบ, สารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน A, C, แคลเซียม, กรดโฟลิก, เหล็ก เรียบเรียงโดย Health Mthai Team ที่มาจาก http://blogs.naturalnews.com/

มาแล้ว เอ็มวี แร้ง! อั้ม-ตอง-กันต์ ปะทะเดือด-เลือดกลบปาก!!
กัน กันตถาวร /  ดัง พันกร / 

เปิดตัวเวอร์ชั่นเต็มกันแล้ว กับมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ล่าสุด แร้ง ของหนุ่ม ดัง พันกร บุญจินดา ที่ผลงานครั้งนี้ ได้เหล่านักแสดงตัวแม่ อย่าง อั้ม พัชราภา และ ตอง ภัครมัย ร่วมด้วยพระเอกหนุ่ม กันต์ กันตถาวร มาร่วมถ่ายทอดบทบาทของเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ที่เรียกว่าเฉือดเชือนกันสุดฤทธิ์ ทุกคำพูด ทุกการกระทำ รับรองว่าสะใจสาวแรงแน่นอน แร้ง - ดัง พันกร บุณยะจินดา (Dunk Phunkorn) 【OFFICIAL MV】 youtube channel : Dunk Phunkorn ซึ่ง MV เพลงแร้ง นี้ หนุ่มดัง พันกร ก็ได้เผยว่า "เพลงแร้ง นี้ มาจากคำว่า นกแร้ง ก็เป็นMV ดราม่าอีกแล้วนะครับ หลังจากเพลง คนละเบอร์ ที่ได้การตอบรับที่ดีเช่นกัน เพลงนี้ก็มาแนวสายแข็งอีกแล้ว งานนี้ก็ได้ พี่อั้ม พัชราภา เป็นตัวเดินเรื่อง เป็นนางเอกของเรื่อง ได้น้องกัน กันตภาวร แล้วก็ได้ตอง ภัครมัย มาร่วมแสดงนะครับ ตองก็จะเล่นเป็นตัวแร้ง แย่งเหยื่อเวลาเจ้าของตายใจ ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเรื่องราวของเพื่อนรัก เพื่อนสนิท เรียกว่าเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดดีกว่า ยังไงก็อย่าลืมติดตามนะครับว่าจะเป็นยังไง รับรองว่าแซบแน่นอน" มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2559
วันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2559 /  ศึกจารุเมือง / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2559 ศึกจารุเมือง เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. หยกเพชร ส.กิตติชัย  Vs  คมเพชร ว.วิวัฒนานนท์ 2. เพชรศิวะ ส.กิตติชัย  Vs  หาญศึก อั๋นสุขุมวิท 3. ชลธาร เกียรติพูลผล  Vs  ปลุกเสก ส.ธนพล 4. นิเชาว์ สุวิทย์ยิมส์  Vs  ชลสิทธิ์ เกียรติพูลผล 5. วีระชัย ศิษย์ก้องสยาม  Vs  เพชรเชียงขวัญ นายกสมเดช 6. หยกดำ เกียรติไพสนธ์  Vs  เคน ม.อันดามัน 7. เพชรวสรณ์ อั๋นสุขุมวิท  Vs  ศรนารายณ์ ส.สมหมาย 8. แดนชัย ลูกดาวทอง  Vs  แสนคม อ.สกาวรัตน์ 9. น้ำเต้าทอง ส.พรทิพย์  Vs  เพชรเล็ก อ.สกาวรัตน์ ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

ผลบอล ไร้ปัญหา!ฉลามชลบุกยำสำเภาผยองฉลุยรอบ32 ทีมลีกคัพ
ชลบุรี เอฟซี /  ผลบอล / 

 ศึกลูกหนังโตโยต้า ลีกคัพ 2016 รอบ 64 ทีมสุดท้าย วันเสาร์ที่ 9 เม.ย. 59 ที่สนาม อบจ.สมุทรสาคร “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมดังจากภาคตะวันออก แห่งศึก โตโยต้า ไทยลีก ยกทัพออกมาเยือน “สำเภาผยอง” สมุทรสาคร เอฟซี ทีมจากศึกลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซน กรุงเทพ และ ปริมณฑล เกมนี้ “โค้ชเทิด” เทิดศักดิ์ ใจมั่น กุนนซือใหญ่ จัดทัพด้วยการส่งผู้เล่นชุดผสมลงสนาม โดยผู้รักษาประตู เป็น ธนชัย หนูราช แผงหลัง แบ็คขวา-ซ้าย เป็น นพนนท์ คชพลายุกต์ และ อลงกรณ์ ประทุมวงศ์ แดนกลางมี วริชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ประสานงานร่วมกับ คิม ชุล โฮ ปีกสองข้าง เป็นหน้าที่ของ ภานุพงศ์ พลซา กับ เลอันโดร อัสซัมเซา แล้วให้ พิภพ อ่อนโม้ สวมปลอกแขนกัปตันทีม ยืนเป็นหน้าเป้า  ส่วนเจ้าบ้าน “สำเภาผยอง” จัดทัพผู้เล่นชุดใหญ่ มี ศุภวิชญ์ ทักขิณาบด เป็นผู้รักษาประตู พันตรี หมัดอาดัม, ทรงวุฒิ บัซเพชร, อนุสรณ์ ศรีชาหลวง และ สิทธิพันธ์ ชุ่มช่วย ฯลฯ เกมในครึ่งแรก “ฉลามชล” เป็นฝ่ายครองบอล ทำเกมบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นได้มากกว่า และ มาได้ประตูออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 8 จากจังหวะเล่นลูกเตะมุมฝั่งขวา ประกิต ดีพร้อม เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเลยมาที่เสาสอง และ เป็น เลอันโดร อัสซัมเซา ที่ได้โหม่งคนเดียวเน้นๆ ตุงตาข่าย ชลบุรี เอฟซี ออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 หลังเสียประตู เจ้าถิ่น สมุทรสาครฯ พยายามทำเกมบุกเข้าใส่ “ฉลามชล” หวังทวงประตูคืน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ส่วน ชลบุรีฯ เล่นเน้นครองบอลให้เหนียวแน่นในแดน แล้วคอยหาจังหวะสวนกลับเร็ว จากเกมรุกริมเส้นสร้างหวะเข้าทำประตูที่สอง ซึ่งก็มีโอกาสได้อยู่หลายครั้ง แต่ก็เป็นเพียงแค่จังหวะหวาดเสียว จบครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี บุกมานำ สมุทรสาคร เอฟซี 1-0 ครึ่งหลังเริ่มเกมมาได้ไม่ถึง 2 นาที กองเชียร์ “ฉลามชล” ได้เฮดังๆอีกครั้ง เมื่อ เลอันโดร อัสซัมเซา เปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้าย เข้ามาในกรอบเขตโทษ ศุภวิชญ์ ทักขิณาบด เป็นผู้รักษาประตู สมุทรสาครฯ ออกมาตัดบอลไม่ดี บอลมาเข้าทาง ภานุพงศ์ พลซา เก็บบอลได้ก่อนล็อคหลบแนวรับ “สำเภาผยอง” แล้วยิงด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าประตูไป เป็น 2-0 เจ้าถิ่น “สำเภาผยอง” ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นาทีที่ 50 อาลิว เซ็ค ได้ลองยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งทำท่าจะเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ ธนชัย หนูราช ผู้รักษาประตู “ฉลามชล” พุงปัดออกหลัง จากนั้น นาทีที่ 54 ฉัตรชัย เจียงกลาง ได้ยิงอีกครั้ง แต่ก็ไม่ผ่านมือของ ธนชัย หนูราช ที่ก็ยังเซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง นาทีที่ 62 ประกิต ดีพร้อม รับบอลจากจังหวะไหลคืน ของ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ก่อนตัดสินใจยิงด้วยขวา บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม “ฉลามชล” ทำประตูนำห่างออกไปเป็น 3-0 อีก 10 นาทีต่อมา ชลบุรี เอฟซี ได้ประตูหนีออกไปไกล เป็น 4-0 จากจังหวะลูกเตะมุม ฝั่งขวา ประกิต ดีพร้อม เปิดบอลเลยไปที่เสาสอง ทรงวุฒิ บัวเพชร แนวรับ เจ้าถิ่น โหม่งสกัดผิดเหลี่ยม บอลลอยย้อยผ่านมือ ศุภวิชญ์ ทักขิณาบด เข้าประตูไป แต่ทว่า “สำเภาผยอง” ก็ไม่ยอมง่ายๆ พยายามแก้เกม ปรับแท็คติก ด้วยการส่งผู้เล่นสำรองลงสนามหลายคน และ เป็น เบนจามิน เอเวอร์สัน ตัวสำรองที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาใน ที่ได้จังหวะยิงยัดเสาแรก บอลพุ่งมาโดน อาลิว เซ็ค เปลี่ยนทางเข้าประตูไป สุมทรสาครฯ ไล่มาห่างๆ 1-4 ช่วงเวลาที่เหลือ สมุทรสาครฯ พยายามเร่งทำเกมบุกเข้าใส่ “ฉลามชล” หวังทำประตูเพิ่ม แต่ทว่าก็ไม่สามารถเจาะแนวรับ ชลบุรีฯ ที่วันนี้เล่นได้อย่างแข็งแกร่งเข้าไปทำประตูเพิ่มได้ เช่นเดียวกันกับ ชลบุรีฯ ที่ก็มีจังหวะลุ้นหลายครั้ง แต่ก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้เช่นกัน จบเกม ชลบุรี เอฟซี บุกมาเอาชนะ สมุทรสาคร ไปได้แบบสนุก 4-1 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

น้ำฝน กุลณัฐ นำทีมนักแสดงบวงสรวง ละครบาปบรรพกาล และ บ่วงรักสลักแค้น
ละครบาปบรรพกาล /  ละครบ่วงรักสลักแค้น / 

ผู้จัดกุ้ง บุณฑณิก และ น้ำฝน กุลณัฐ ถือฤกษ์ดี 09.19 น. บวงสรวงละคร 2 เรื่อง 2 รส บาปบรรพกาล และ บ่วงรักสลักแค้น นำโดยดร.องอาจ สิงห์ลำพอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ดิจิตอลทีวี พร้อมด้วย นักแสดงมากฝีมือร่วมบวงสรวง ณ ลานพระพรหม บมจ.อาร์เอส ลาดพร้าว 15 บรรยากาศในงาน สื่อมวลชนคับคั่งนักแสดงมาในชุดสีขาว มาร่วมพิธีบวงสรวงประเดิมด้วยละครดราม่ารสเข้มอย่าง บ่วงรักสลักแค้น ที่ได้พระเอกลูกหม้ออย่าง หนุ่มเอี๊ยง สิทธา สภานุชาติ ประกบคู่กับนางเอกน้องใหม่ จูน ชลฤดี อมรลักษณ์ ครั้งแรกพร้อมนักแสดงมากฝีมืออาทิ นุสบา ปุณณกันต์,นิโคล เทริโอ,อั๋น โอลิเวอร์,แบงค์ อธิกิตติ์ , เบลล์ นันทิกานต์,บอส พุทธิพงษ์,แนน กฤตพร,จิ๊บ วสุ ,เมย์ อรวรรษา ฐานวิเศษ”เรียกว่ามาแบบจัดเต็ม เพราะเพียงแค่เห็นโฉมหน้านักแสดง ก็ทำเอาแฟนละครเตรียมชิดจอรอดูเลยทีเดียว มาถึงละครแนวดราม่าสยองขวัญ เรื่องบาปบรรพกาล นำทีมโดยพระเอก ฟลุค จิระ ด่านบวรเกียรติ โคจรมาพบกับนางเอก แซนดี้ ชลิดากล่ำปาน เป็นครั้งแรกพร้อมนักแสดงอาทิ ตอง ภัครมัย ที่รับบทเป็นผีแม้นมาศสุดหลอนประกบคู่กับเจมส์ เรืองศักดิ์ , เซลิน่า เพียซ,อ๋อม สกาวใจ,มิ้งค์ ฐรินดา,เอ็กซ์ จาตุรงค์ เชื่อว่าละครทั้งสองเรื่องสองรสนี้ คงเป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนละครช่อง 8 แน่นอน ติดตามชมละคร บ่วงรักสลักแค้น และ บาปบรรพกาล ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 ดิจิตอลทีวี

ปาร์ค จี ซองชี้กลุ่มเกาหลีก็ไม่ง่าย เจอหนักทั้งอุซเบฯ-อิหร่าน
ปาร์ค จี ซอง /  ฟุตบอลโลก / 

ปาร์ค จี ซอง อดีตแข้งดังชาวเกาหลีใต้ เผยหลังเห็นผลการแบ่งสาย ฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ12ทีมสุดท้าย ชี้ทีมโสมขาวอยู่ในกลุ่มที่หนักแต่ยังเชื่อว่าชาติของเขาจะทำผลงานได้ดีเหมือนเดิม ในการแบ่งสายฟุตบอลโลก เกาหลีใต้ อยู่ในสายเอร่วมกับ อิหร่าน, อุซเบกิสถาน, จีน, ซีเรีย โดยอดีตกองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความเห็นว่า "มันหนักเหมือนกันนะ เราเคยเจอกับ อิหร่าน และ อุซเบกิสถาน มาแล้วในรอบคัดเลือก(ฟุตบอลโลก 2014)และมันไม่ใช่กลุ่มที่ง่ายเลย แต่ในประวัติศาสตร์ เกาหลีใต้เล่นได้ดีเสมอในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกและหวังว่าครั้งนี้ก็คงเป็นเช่นนั้น ผู้จัดการทีม(อูลี่ สติลิเก้)ทำผลงานได้ดีตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม" ปาร์คยังพูดถึงนักเตะเอเชียที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นหลายคน "ผมคิดว่าสี่นักเตะที่ดีที่สุดในเอเชียคือ ซอง เฮือง มิน (สเปอร์ส), คี ซุง ยอง (สวอนซี), เคสุเกะ ฮอนดะ(เอซี มิลาน), ชินจิ คางาวะ (ดอร์ทมุนต์) ยากที่จะพูดว่าใครดีมากที่สุดแต่ทั้งสี่คนล้วนดีทั้งหมด"

ไม่รั้ง!คอนเต้ไฟเขียว ธิโบต์ กูร์ตัวส์ หาทีมใหม่ได้
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  ธิโบต์ กูร์ตัวส์ / 

เดลี่ มิเรอร์ รายงานว่า อันโตนีโอ คอนเต้ ว่าที่กุนซือคนใหม่ของ เชลซี เปิดโอกาสให้ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ นายทวารชาวเบลเยียมสามารถย้ายออกจากทีมได้ทันทีในช่วงซัมเมอร์นี้หากเจ้าตัวต้องการโดยนายทวารชาวเบลเยียมีปัญหากับ คริสโตเฟอร์ โคลิคชอน โค้ชผู้รักษาประตูในทีม และประเด็นที่สำคัญคือการหลุดโควต้าไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปทั้ง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้าลีก ซึ่งอันโตนีโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีมชาวอิตาลี ที่จะเข้ามารับหน้าที่ หลังจบศึกยูโรได้อนุญาตให้นักเตะย้ายทีมได้ตามต้องการ และ ทีมได้เล็งที่จะดึงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ผู้รักษาประตูจากเซาแธมป์ตันเข้ามาแทนที่

กินกันไม่ลง! ฉลามชลฝืดไล่เจ๊าอาร์มี่จับมือเเบ่งเเต้ม
ชลบุรี เอฟซี /  อาร์มี่ ยูไนเต็ด / 

กินกันไม่ลง "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านไล่ตามเจ๊า อาร์มี่ ยูไนเต็ด ไปอย่างสนุกเเบ่งกันไปฝั่งละ 1 เเต้มในศึกโตโยต้า ไทยลีก เกมกลางสัปดาห์ เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา   ผลบอล โตโตยต้า ไทยลีก 2016 วันพุธที่ 27 เมษายน 2559 ชลบุรี เอฟซี 1-1 อาร์มี่ ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู: เวลา:18.00 น. สนาม: ชลบุรี สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต HD2 เริ่มเกม นาทีที่ 6 ทีมเยือนได้ทักทายก่อนเมื่อ โชซิมาร์ โรดริเกวส เก็บบอลได้ทางด้านขวา แล้วเปิดข้ามฝั่ง มาให้ นิพนธ์ คำทอง เกี่ยวบอลลงแล้ว ยิงยัดเสาแรก แต่ ชนินทร์ ยังปิดมุมดีและทุบทิ้งออกมาได้ นาที 8 ยังเป็นอาร์มี่ ที่ได้ลุ้นต่อ เมื่อ ศนุกรานต์ ถิ่นจอม เก็บบอลได้ที่แถวสองแล้วยิงด้วยขวาบอลไม่ตรงกรอบ นาที 14 ยังคงเป็นทีมเยือนที่หาโอกาสจบสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็น โชซิมาร์ โรดริเกวส ที่วิ่งเบียดเอา ชลทิตย์ จันทคาม ก่อนได้ล้มตัวยิงแต่ไม่ถนัด บอลติดเซฟ ชนินทร์ แซ่เอี๋ยะ นาที 16 โอกาสครั้งแรกของเจ้าบ้านเดินทางมาถึงเมื่อ พิภพ อ่อนโม้ กองหน้าตัวเก๋า จ่ายบอลให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง แต่หอกชาวบราซิลยิงข้ามคานออกไปอย่างน่าผิดหวัง นาทีที่ 26 แอนเดอสัน ดอส ซานโตส กองหลังแซมบ้าฉฃลามชล สกัดบอลไม่ดีมา เข้าทาง ธัชนนท์ นคราวงศ์ ได้ยิงสวน แต่บอลไมาตรงกรอบ นาที 29 นพนนท์ คชพลายุกต์ แบ็กขวาทุ่มบอลให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ หลอกพลิกบอลเข้าซ้ายแล้วกดเต็มข้อ แต่ ฮัสซัน ซันนี่ นายทวารชาวสิงคโปร์ โชว์ซุปเปอร์เซฟพุ่งปัดทิ้งออกไปได้ นาที 37 อาร์มี่ ขึ้นบอลมาทางซ้าย นิพนธ์ คำทอง วิงแบ็กซ้ายบรรจงเปิดไปให้ มงคล ทศไกร ได้โหม่งโล่งๆคนเดียว แต่คุมทิศทางไม่ดีพอบอลตรงตัว ชนินทร์ รับไว้ได้ไม่ยาก นาที 38 ทีมเยือนมาได้ประตูออกนำไปก่อนจนได้ จากจังหวะที่ โชซิมาร์ โรดริเกวส ทำชิ่งกับ นิพนธ์ คำทอง แล้วหอกชาวบราซิลได้ยิงไกลที่นอกกรอบเขตโทษด้วยซ้าย บอลพุ่งเรียดผ่านมือ ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ เข้าประตูไป ให้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด บุกนำ 0-1 นาที 42 เทิดศักดิ์ ใจมั่น กุนซือ ชลบุรี เอฟซี แก้เกมเร็วทันทีด้วยการถอดเอา ณรงค์ จันทร์เสวก และ พิภพ อ่อนโม้ ออกแล้วส่ง ประกิต ดีพร้อม และ วรชิต กษิตศรีบำเพ็ญ ลงมาเล่นแทน ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าบ้านลุยหนักหวังเอาประตูคืนก่อนหมดเวลา และ ประกิต เก็บบอลที่อาร์มี่สกัดไม่ขาดได้ตรงหัวกระโหลกแล้วยิงแบบใบไม้ร่วง บอลหลุดกรอบออกไปแบบได้ลุ้น จบครึ่งแรก อาร์มี่ ยูไนเต็ด บุกมาขึ้นนำ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ครึ่งหลังนาที 47 ประกิต ดีพร้อม พยายามจ่ายบอลให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ แต่บอลติดกองหลังอาร์มี่ ไปเข้าทาง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ได้แต่งบอลแล้วลองยิงไกลแต่บอลหลุดกรอบออกไปไม่ได้ลุ้น นาที 56 เป็นเจ้าบ้านที่โหมบุกอย่างหนัก ตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังได้ลุ้นอีก เมื่อ ประกิต ดีพร้อม ลุยมาตรงกลางแล้วดีดบอลให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ได้กดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งหลุดกรอบออกไป นาที 59 ฉลามชลมาตามเอาคืนจนได้หลังจากที่บดอยู่นาน จากการขึ้นบอลทางซ้าย เลอันโดร อัสซัมเซา วางบอลยาวไปเสาไกล แล้ว นูรูล ศรียานเก็ม ดีดบอลย้อนมาให้ ประกิต ดีพร้อม สอดมาโขกโล่งๆ เป็นประตูให้ ชลบุรี เอฟซี ตามตีเสมอ 1-1 นาที 65 อาร์มี่ ยูไนเต็ด ขึ้นมาทางซ้าย ไค ฮิราโนะ เปิดบอลเข้ากลางมาให้ มงคล ทศไกร ได้จับบอลในกรอบเขตโทษแต่แต่งบอลช้าไปทำให้ ชนินทร์ แซ่เอียะ ปราดออกมาบล็อกได้ทัน นาที 69 นูรูล ศรียานเก็ม เปิดลูกเตะมุมยาวไปเสาไกลให้ โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ ได้ยิงแต่ก็ยังไปติดเซฟของ ฮัสซัน ซันนี่ นาที 74 ทีมเยือนขึ้นมาทางขวา ตระกูลฉัตร ทองใบ จ่ายบอลยัดไปให้ โชชิมาร์ ที่อยู่หน้าประตู ก่อนหอกแซมบ้าจะพลิกเข้าซ้ายแล้วยิงบอลข้ามคานออกไปเยอะ ช่วงท้ายเกม ชลบุรี เอฟซี พยายามจะเร่งเครื่องเพื่อเอาประตูขึ้นนำ แต่ยังขาดความแม่นยำ และเร่งจังหวะจนรวนไปหมด ส่วน อาร์มี่ ยูไนเต็ด ได้โอกาสโต้กลับแต่ทำได้ไม่ดี จบเกมส์ ชลบุรี เอฟซี เปิดบ้านเสมอกับ อาร์มี่ ยูไนเต้ด ไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละคะแนน สำหรับโปรแกรมในนัดต่อไป ชลบุรี เอฟซี จะบุกไปเยือน เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม ส่วน อาร์มี่ ยูไนเต็ด จะเล่นในบ้านพบกับ เชียงราย ยูไนเต็ด ในวันเดียวกัน รายชื่อ 11 ตัวเเรกทั้งสองทีม ชลบุรี เอฟซี: ชนินทร์ แซ่เอี๊ยะ(GK)-นพนนท์ คชพลายุกต์,แอนเดอสัน ดอส ซานโตส,ชลทิตย์ จัทคาม,กรกช วิริยอุดมศิริ-คิม ซอล-โฮ,ณรงค์ จันทร์เสวก(ประกิต ดีพร้อม น.42),นูรูล ศรียานเก็ม,เลอันโดร อัสซัมเซา-พิภพ อ่อนโม้(วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ น.42), โรดริโก้ เวอร์จิลิโอ้ อาร์มี่ ยูไนต็ด: ฮัสซัน ซันนี่(GK)-ดาวุฒิ ดินเขต,ซเดนโก้ คาปราลิค,ชัยวัฒน์ นาคเอี่ยม-ธรรมรัตน์ แว่นมณี, ธัชนนท์ นคราวงศ์,ศนุกรานต์ ถิ่นจอม,นิพนธ์ คำทอง,มงคล ทศไกร,-ไค ฮิราโนะ,โชซิมาร์ โรดริเกวส

ผลบอล เม็ดเดียวรู้เรื่อง!เมสซี่เจซัดชัยกิเลนผยองเปิดรังดับฉลาม
คลีตัน ซิลวา /  ชนาธิป สรงกระสินธ์ / 

ผลบอล โตโยต้าไทยลีก 2016 วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-0 ชลบุรี เอฟซี ผู้ทำประตู:1-0 ชนาธิป สรงกระสินธ์  น.18 เวลา: 19.00 น. สนาม: เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสด: ทรูฟอร์ยู เริ่มต้นเกมเจ้าบ้าน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  เป็นฝ่ายเปิดฉากลุยใส่แนวรับของ ชลบุรี เอฟซี ทันที ด้วยการโจมตีจากริมเส้น แต่คู่เซนเตอร์ของทีมเยือนยังช่วยกันสกัดเอาไว้ได้หลายจังหวะ โดยที่ ชนินทร์ ยังไม่ต้องออกแรง นาที 18 กองเชียร์เจ้าบ้านได้เฮกันลั่น จากจังหวะการขึ้นเกมมาทางขวา ทริสตอง โด โยนบอลจากกราบขวา ทะลุมาถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกี่ยวบองลงแล้ว ล็อคเข้าขวาและยิงผ่านมือ ชนินทร์ เข้าไปให้ เจ้าบ้านออกนำ 1-0 นาที 21 อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าเจ้าถิ่นปะทะกับ แอนเดอสัน ดอส ซานโตส จนบาดเจ็บ เล่นต่อไม่ไหว ธชตวัน ศรีปาน กุนซือเจ้าบ้านจำใจส่ง มิคาเอล เอ็นดรี้ ลงมาเล่นแทน  นาที 24 ชลทิตย์ จันทคาม เติมขึ้นไปเปิดบอลจากทางขวา โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ พยายามเกี่ยวบอลไว้กับตัวแต่โดนสกัดมาเข้าทาง ประกิต ดีพร้อม ยิงสวนหลุดเป้าหมายออกไปเยอะ นาที 26 เจ้าบ้านลุยขึ้นมาได้น่ากลัว ชนาธิป สรงกระสินธ์ เล่นกับ คลีตัน ซิลวา และสุดท้าย ทริสตอง โด ได้เปิดบอลอีกครั้งคราวนี้ คลีตัน หาจังหวะขึ้นโขกได้แต่บอลหลุดกรอบ นาที 35 เจ้าบ้านทำเกมรุกได้สวย เริ่มต้นจาก สารัช อยู่เย็น ที่จ่ายบอลจากตรงกลางไปให้ คลีตัน ซิลวา พาบอลไปทำชิ่ง กับ ธีรศิลป์ แดงดา แล้วยิงหักข้อบอลพุ่งผ่านเสาแรกออกไปแบบได้ลุ้น นาที 40 ธีรศิลป์ แดงดา ได้บอลอยู่ตรงกลาง ก่อนที่จะมองหาช่องแต่ไม่มีเพื่อนว่างเลยตัดสินใจซัดเองบอลไม่ตรงกรอบ นาที 42 โอกาสลุ้นแบบตรงกรอบของชลบุรี เอฟซี ครั้งแรกในเกมนี้ มาจากจังหวะที่ กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดบอลยาวจากทางซ้ายมาให้ โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ โหม่งตรงตัว กวินทร์  ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ทีมเยือนมาได้ลุ้นอีกครั้ง จากการยิงไกลจากแถวสองของ ภานุพงศ์ พลซา แต่บอลไม่ตรงกรอบ จบครึ่งแรก เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ออกนำ ชลบุรี เอฟซีอยู่ 1-0 เริ่มครึ่งหลัง  นาที 52 โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้ โหม่งชงให้ ณรงค์ จันสเวก หลุดทะลุ เข้าไปทางขวาแต่ใจร้อนเกินไปเลยพยายามยิงบอลเบา กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ รับสบาย  นาที 58 เจ้าบ้านได้โอกาสที่จะหนีห่างออกไป จากจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไหลบอลต่อให้ ธีรศิลป์ แดงดา บรรจงเลือกมุมปั่นเน้นๆ แต่บอลข้ามคานออกไป นาที 64 ชลบุรี เอฟซี ได้ฟรีคืกทางขวา กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดเข้ามาตรงกลางประตู กวินทร์ ชกออกมาไม่พ้นอันตราย ชลทิตย์ หนุนบอลเข้าไปแล้ว คิม จอง พิว ขึ้นโหม่งไม่ตรงกรอบ นาที 70 ชลบุรี เอฟซี ยังหาโอกาสจบสกอร์ได้อีกครั้ง เมื่อ ภานุพงศ์ พลซา กระชากบอลขึ้นมาทางขวาแล้วเปิดให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ สอดมาโหม่ง บอลข้ามคานออกไป ช่วงท้ายเกมส์ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ผ่อนเกมของตัวเองลง ส่วนชลบุรี เอฟซี ได้ครองบอลกดดันแต่หาโอกาสจบสกอร์เพื่อลุ้นตีเสมอไม่ได้ จบเกมส์ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด  เปิดบ้านเอาชนะ ชลบุรี เอฟซีไป 1-0 จากประตูชัยของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ รายชื่อ เอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์(GK),พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา,มาริโอ้ อัลวาเรซ,นาโออากิ อาโอยามะ,ทริสตอง โด,สารัช อยู่เย็น,ธนบรูณ์ เกษารัตน์,ชนาธิป สรงกระสินธ์,อดิศักดิ์ ไกรษร,ธีรศิลป์ แดงดา,คลีตัน ซิลวา ชลบุรี เอฟซี:ชนินทร์ แซ่เอียะ(GK),ชลทิตย์ จันทคาม, แอนเดอสัน ดอส ซานโตส,กรกช วิริยอุดมศิริ,คิม จองพิล,คิม ซอลโฮ, ประกิต ดีพร้อม,เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์,ณรงค์ จันสเวก,ภานุพงศ์ พลซา,โรดริโก้ เวอร์จิลลิโอ้

คลิปรวมจังหวะติดดาบ! เกมสุดเดือดคู่ เชลซี ปะทะ สเปอร์ส
คอสต้า /  พรีเมียร์ลีก / 

ขึ้นชื่อว่าเกมลอนดอน ดาร์บี้ ย่อมนำมาซึ่งความดุเดือดอยู่แล้ว เราขอนำคลิปรวมจังหวะบู๊ดีเดือดในคู่ระหว่าง เชลซี กับ สเปอร์ส เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เกมดังกล่าว จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 กับใบเหลือง 12 ใบ โดยเป็นของฝั่งสเปอร์สถึง 9 ใบเลยทีเดียว และด้วยสกอร์นี้ ส่งผลให้ เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2015/16 ไปครองอีกด้วย แถมช่วงจบเกม กุส ฮิดดิ้งก์ กุนซือเชลซีโดนผลักล้มลงไป ก่อนจะเกิดเหตุชลมุนอีกครั้งเป็นการส่งท้าย

เอาใจแฟนคลับ!ฉลามชลเปิดรับสมาชิกตั๋วปีสิทธิพิเศษเพียบ
กรรชัย สุขสมกร /  ฉลามโต๊ะเล็ก / 

“ฉลามชลโต๊ะเล็ก" เปิดตัว ตั๋วปี (Season Ticket) ฤดูกาล 2016 เอาใจสาวกพันธุ์แท้ พร้อมรับสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆเพียบ ในราคาเพียง 849 บาท ส่วนสมาชิก เมมเบอร์การ์ด (Member Card) ราคาเพียง 199 บาท โดยจะเปิดรับสมัครวันแรก ที่สนาม บลูเวฟ อารีน่า จ.ชลบุรี ในวันเสาร์ที่ 30 เม.ย. นี้ เดินหน้าต่อยอดฐานแฟนคลับ ของ สโมสร อย่างต่อเนื่อง สำหรับทีม “ฉลามชลโต๊ะเล็ก” ชลบุรี บลูเวฟ ทีมดับเบิ้ลแชมป์แห่งวงการฟุตซอลไทย ปี 2015 ล่าสุดได้เตรียมทำการเปิดรับสมัคร สมาชิกตั๋วปี ฤดูกาล 2016 และ สมาชิก เมมเบอร์การ์ด ซึ่งถือเป็นปีแรก ของ สโมสร ออกมาให้แฟนคลับได้เตรียมตัวเป็นเจ้าของกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการเปิดเผย ของ “บิ๊กแป๋ม” ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสร ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า “เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ของ สโมสร ชลบุรี บลูเวฟ ในปีนี้ เราเองอยากที่จะจัดแคมเปญ พิเศษๆขึ้นมา เพื่อตอบแทนและมอบให้กับแฟนคลับทุกคนที่ให้การสนับสนุนเรา รวมไปถึงการต่อยอดขยายฐานแฟนคลับรุ่นใหม่ให้มีเพิ่มมากขึ้นด้วย อีกทั้งก็จะเป็นการสร้างครอบครัว “บลูเวฟ แฟมิลี่” พื้นที่ของคนที่รัก และ ชื่นชอบกีฬาฟุตซอล ชื่นชอบสโมสร ชลบุรี บลูเวฟ ได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย เราจึงได้ทำการเปิดรับสมัครสมาชิกตั๋วปี และ สมาชิกเมมเบอร์การ์ดขึ้น ซึ่งในส่วนของราคา และ สิทธิประโยชน์ ที่จะได้รับนั้นรอบรองได้เลยครับ ว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอน ครับ” สำหรับ ตั๋วปี (Season Ticket) ฤดูกาล2016 นั้น จะอยู่ที่ราคา 849 บาท สำหรับสิทธิประโยน์ที่จะได้รับ คือ สิทธิพิเศษในการเข้าชมเกมการแข่งขันนัดเหย้าตลอดฤดูกาล 2016 ในที่นั่งโซนตั๋วปี ฟรีครบทุกแมตช์, ส่วนลด 10% ในการซื้อสินค้าที่ระลึกออนไลน์กับสโมสร, รับหนังสือรวมรวมรูปประจำปีของสโมสร, รับบัตรเข้าชมการเเข่ง AFC CLUB FUTSAL 2016 ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพ, ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษกับกิจกรรมพิเศษต่างๆกับสโมสร, ร่วมลุ้นรับสิทธิประโยชน์ต่างๆจากผู้ร่วมสนับสนุนสโมสร และ เสื้อยืดที่ระลึก ที่จะมีเฉพาะสมาชิกตั๋วปีเท่านั้น มูลค่า 199 บาท ส่วน สมาชิกเมมเบอร์การ์ด นั้น จะอยู่ที่ ราคา 199 บาท สำหรับสิทธิประโยน์ที่จะได้รับ คือ ได้สิทธิในการซื้อบัตรเข้าการแข่งขัน ในที่นั่งโซนสมาชิกเมมเบอร์การ์ด, ส่วนลด 10% ในการซื้อสินค้าที่ระลึกออนไลน์กับสโมสร, ส่วนลด 10%, ส่วนลด 10 % บัตรเข้าชมการเเข่งขัน, ร่วมลุ้นรางวัลพิเศษกับกิจกรรมพิเศษต่างๆกับสโมสร สำหรับแฟนบอลที่สนใจเป็นครอบครัว “บลูเวฟ แฟมิลี่” กับเราก็สามารถเดินทางเข้ามาสมัครได้ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่จุดลงทะเบียน ของ สโมสร ชลบุรี บลูเวฟ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป หรือจะดาวโหลดใบสมัครทางออนไลน์กรอกข้อมูลแล้วส่งกลับมาที่ Bluewavechonburi@gmail.com จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ของสโมสรติดต่อกลับเพื่อดำเนินการอีกครั้ง ดาวโหลดใบสมัคร คลิก

ฉลามโต๊ะเล็กยืมกรรชัยแข้งทีมชาติอิตาลีลุยฟุตซอลลีก
กรรชัย สุขสมกร /  ฉลามโต๊ะเล็ก / 

แฟนคลับ “ฉลามชลโต๊ะเล็ก” ชลบุรี บลูเวฟ ได้เฮดังๆกันอีกครั้ง เมื่อประธานสโมสร ยืนยันบรรลุข้อตกลงคว้าตัว กรรชัย สุขสมกร แข้งดาวรุ่งดีกรีทีมชาติ อิตาลี ชุดยู 21 ปี มาร่วมทัพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี“บิ๊กแปม” ธัชพัทธ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานสโมสร คอนเฟิร์ม สโมสรบรรลุข้อตกลง คว้าตัว กรรชัย สุขสมกร แข้งดาวรุ่งดีกรีทีมชาติ อิตาลี ชุดยู 21 ปี ของ สโมสร อาร์ซิยาโน่ กริโฟ่ ทีมในลีก เซเรีย อา 2 ของประเทศ อิตาลี มาร่วมทัพแล้ว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี โดยจะเปิดตัวกับสโมสรอย่างเป็นทางการพร้อมกับนักเตะใหม่คนอื่นๆในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่สนาม บลูเวฟ อารีน่า จ.ชลบุรี สำหรับ กรรชัย ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้มีโอกาสย้ายมาร่วมทีม นครราชสีมา วีวัน ด้วยสัญญายืมตัว ในเลกที่ 2 ซึ่งภายหลังจากหมดสัญญายืมตัวกับ นครราชสีมา กรรชัย ได้เดินทางเข้ามาร่วมฝึกซ้อม ทดสอบฝีเท้าอยู่กับสโมสร ชลบุรี บลูเวฟ และ สามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นของทีมได้อย่างรวดเร็ว และ ทำผลงานในการฝึกซ้อม ได้เป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ กรรชัย ยังสามารถทำได้ 1 ประตู ในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด (6 เม.ย.) ที่ทีม “ฉลามชลโต๊ะเล็ก” เอาชนะ นนทบุรี ฟุตซอลคลับ ไปได้ 6-2 อีกด้วย โดย “บิ๊กแปม” กล่าวว่า “เป็นที่แน่นอนว่าสโมสร ชลบุรี บลูเวฟ ได้บรรลุข้อตกลงในการเจรจา กับ สโมสร อาร์ซิยาโน่ กริโฟ่ ทีมในลีก เซเรีย อา 2 ของประเทศ อิตาลี เพื่อคว้าตัว กรรชัย สุขสมกร มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมเพิ่มเติมอีกราย ซึ่งการย้ายมาร่วมร่วมทีม ของ กรรชัย สุขสมกร ในปีนี้นั้นจะเป็นในในรูปแบบของการยืมตัว 1 ปี” “โดยตอนนี้ตัวเขาเอง ก็ได้เดินทางเข้ามาร่วมทำการฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับ สโมสร ชลบุรี บลูเวฟ พร้อมกับนักเตะใหม่คนอื่น ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่สนาม บลูเวฟ อารีน่า จ.ชลบุรี อีกครั้งครับ”  

เจ๋งมานานแล้ว!10 ดาวดังเปแอสเช ก่อนยุคเศรษฐีน้ำมันเทคโอเวอร์
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช /  ปารีส แซงต์ แชร์กแมง / 

หลายคนอาจจะเคยคุ้นชื่อของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในยุคหลังๆ ที่พวกเขาถูกเทคโอเวอร์โดยกลุ่มทุนจากตะวันออกกลาง จนมีเงืนซื้อดาวดังมาร่วมทีมมากมายอาทิ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, อังเคล ดิมาเรีย, ดาวิด ลุยซ์ แต่จริงๆแล้วพวกเขามีนักเตะเจ๋งๆมาก่อนหน้านี้แล้ว และนี่คือโฉมหน้า 10 แข้งแจ่มของ เปแอสเช ยุคก่อน 1.โรนัลดินโญ่ สุดยอดดาวเตะชาวบราซิเลี่ยน เคยโด่งดังจาก เปแอสเช มาก่อน ที่บาร์เซโลน่า จะตัดสินใจทุ่มเงินปาดหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซื้อตัวไปร่วมทีมซะอีก 2. เจย์ เจย์ โอโคชา กองกลางทีมอินทรีมรกต ถูกซื้อมาร่วมทัพด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติของนักเตะแอฟริกันถึง 14 ล้านปอนด์ ซึ่งการที่ ปารีส ปล่อยดาวเตะรายนี้ไปร่วมทีม โบลตันถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่งของสโมสรเลยก็ว่าได้ 3.โคล้ด มาเกเลเล่ แม้จะย้ายไปอยู่กับเปแอสเชในช่วงปลายอาชีพการค้าแข้งในวัย 34 ปีแต่ห้องเครื่องร่างเล็กที่เล่นฟุตบอลด้วยมันสมอง ยังแจ่มพอที่จะช่วยทีมได้อีกเยอะ 4.กาเบรียล ไฮน์เซ่ แบ็กซ้ายผู้ยึดตำแหน่งในทีมชาติอาร์เจนติน่าได้ถึง 7 ปี เคยเล่นให้ ปารีส ถึง 3 ปีก่อนที่ฟอร์มจะเข้าตาเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แล้วซื้อตัวไปร่วมทีม 5.จอร์จ เวอาห์ ดาวเตะเลือดแอฟริกัน ถูกซื้อตัวมาจาก โมนาโก และได้รับการปั้นจาก อาร์เซน เวนเกอร์ แต่ช่วงที่โด่งดังที่สุดของเขาคือตอนที่เล่นให้เอซีมิลาน 6.ลูโดวิช ชูลี่ ดาวเตะร่างเล็ก สร้างชื่อกับโมนาโก และถูกบาร๋ซ่าดึงตัวไปร่วมทีม ก่อนจะย้ายมาอยู่กับเปแอสเช  7.เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือสเปอร์ส คนปัจจุบันที่กำลังพาทีมไก่เดือยทองลุ้นแชมป์ก็เคยเล่นในปี 2001-2003 และติดทีมชาติอาร์เจนติน่าไปบอลโลกปี 2002 ด้วย 8 .นิโคล่า อเนลเก้า ยอดศูนย์หน้า อาร์เซน่อล เคยเล่นให้ทั้ง เปแอสเช ตั้งแต่ตอนเป็นเยาวชน และก็กลับมาเล่นกับทีมอีกครั้งหลังจากล้มเหลวกับเรอัล มาดริด 9 .เปโดร เปาเลต้า กองหน้าชาวโปรตุเกส ที่ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในรอบ 40 ปีของสโมสร เอาชนะทั้ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แะ โรนัลดินโญ่ 10 ดาวิด ชิโนล่า ศิลปินลูกหนังชางฝรั่งเศสเล่นกับเปแอสเชก่อนที่จะย้ายไปโด่งดังกับนิวคาลเซิล และ สเปอร์ส

จางฮุ่ยเม่ย รวมพลังชาวสีรุ้งร้อนระอุ! ในคอนเสิร์ตที่เมืองไทย
A-MEI /  A-MEI | Amit UTOPIA 2016 World Tour / 

จางฮุ่ยเม่ย ดีว่าสาวแห่งเกาะไต้หวันโชว์พลังเสียงเต็มอิ่มกว่า 34 เพลง รวมพลัง 'ชาวสีรุ้ง' ร้อนระอุ! ร้อง-เต้น-แดนซ์กระจาย!!! พร้อมแขกรับเชิญสุดหล่อ หวงจิ่งอวี๋ พระเอกหนุ่มจากซีรี่ส์ Addicted & Heroin เปิดฉากลงอย่างสวยงามสำหรับงานคอนเสิร์ต จางฮุ่ยเม่ย A-MEI | Amit UTOPIA 2016 World Tour ของซุป’ตาร์ดีว่าสาวแห่งเกาะไต้หวัน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อค่ำคืนวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ในบรรยากาศส่งท้ายวันสงกรานต์... เพื่อให้สมกับการมาเปิดการแสดงครั้งแรกในเมืองไทย งานนี้ อาเม่ย เจ้าของฉายา 'มาดอนน่าแห่งเกาะไต้หวัน' เลยขนเพลงฮิตทั้งเก่าใหม่แถมเพลงพิเศษที่โชว์เฉพาะในคอนเสิร์ตที่เมืองไทยมาเอาใจแฟนๆ ด้วยการร้องสดถึง 34 เพลง! พร้อมยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยแขกรับเชิญสุดหล่อ หวงจิ่งอวี๋ จากเว็บซีรี่ส์ Addicted & Heroin ซึ่งถูกใจทั้งแฟนชาวไทย-ชาวจีน ทำเอานั่งไม่ติดเก้าอี้ทั้งเต้นทั้งกระโดดจนฮอลล์สะเทือน ร้อนระอุตลอด 3 ชั่วโมง!!! อาเม่ย เปิดตัวคอนเสิร์ตในมาดของ Amit ร็อคเกอร์สาวกับเพลงร็อคหนักๆ จ้านจือจี้(Fighting Ceremony) จากอัลบั้มใหม่ล่าสุด Amit 2015 ต่อด้วยเพลง ไคเหมินเจี้ยนซาน(Straightforward) และเพลงรักเจ็บๆ เอาคืนแบบตาต่อตา-ฟันต่อฟัน อย่างเพลง เฮยชือเฮย(Double Cross) ทั้งสองเพลงจากอัลบั้ม Amit 2009 ซึ่งก็ทำให้ผู้ชมที่งานนี้มีทั้งชายจริงหญิงแท้ และชาวสีรุ้งซึ่งมาร่วมชมมากกว่า 70% เครื่องร้อนกันขึ้นมาภายในพริบตา ทั้งร้องเต้นกันอย่างสุดเหวี่ยง ทำเอา อาเม่ย นักร้องเสียงดีคนนี้เอ่ยปากว่า "เพิ่งเริ่มคอนเสิร์ต แต่พวกคุณก็ High กันได้ขนาดนี้ พวกคุณนี่เกินไปจริงๆ นะ" เรียกเสียงฮาครืนเลยทีเดียว จากนั้น อาเม่ย ก็กล่าวทักทายกับผู้ชมครั้งแรกด้วยภาษาไทยว่า "สวัสดีค่ะ ฉันคืออาเม่ย... คอนเสิร์ตรอบนี้เป็นรอบที่ 40 ของ A-MEI | Amit UTOPIA 2016 World Tour ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนอาจจะเคยได้เห็นการแสดงจากที่อื่นๆ มาแล้ว แต่ทุกท่านคะ วันนี้เราอยู่ที่กรุงเทพฯ กันเชียวนะ!!!" อาเม่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ซึ่งเธอเคยเปิดใจก่อนมาแสดงคอนเสิร์ตว่า เธอชอบเมืองไทยมากเลยมาเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง และใฝ่ฝันว่าอยากมาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ แต่กระนั้นเธอก็อดสงสัยไม่ได้ถึงกับเอ่ยปากถามว่า "ฉันได้ยินมาว่ามีหลายคนมาจากต่างประเทศ เลยอยากรู้ว่าในนี้มีคนไทยบ้างไหมคะ? หรือคนจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยบ้างไหมคะ" ปรากฏว่าก็มีคนยกมือกันไม่น้อยทีเดียว เธอก็ยังถามย้ำต่อว่า "แน่ใจนะ จริงๆ นะ ขอบคุณมากๆเลย" อาเม่ย ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งของการแสดงเธอจึงบอกให้ผู้ชมทุกคนปลดปล่อยกันให้เต็มเหนี่ยวไม่ต้องเหนียมอาย "ฉันอยากให้คิดว่านี่เป็นคอนเสิร์ตของทุกคน เป็นปาร์ตี้ที่ทุกคนมาสังสรรค์กัน" แถมย้ำตลอดการแสดงว่า "คอนเสิร์ตเพิ่งเริ่มเองและยังมีอีกยาวมาก ทุกคนไหวกันหรือเปล่า?" ไม่ว่าจะร้องจะเต้นกี่เพลงก็ดูเหมือนคอนเสิร์ตจะเพิ่งเริ่มอยู่อย่างนั้น เพราะทุกคนทั้งร้องเต้นปล่อยของอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ด้าน อาเม่ย ก็คุยเล่นเฮฮากับแฟนๆ เหมือนกับรู้จักกันมาแสนนาน ด้วยความน่ารักและเป็นกันเองที่เป็นนิสัยส่วนตัวของเธอจนทำให้เธอลืมตัวบ่อยๆ "ซักเดี๋ยวพออาเม่ยออกมาค่อยมาคุยกับทุกคนอีกเยอะๆ นะ พวกคุณก็รู้ฉันเป็นคนหยุดคุยไม่ได้(หัวเราะขำ) แต่ตอนนี้ฉันต้องมาในมาด Amit ซึ่งจะต้องเข้มๆ หน่อย ถึงแม้ว่าอยากจะคุยกับทุกคน แต่กลัวว่าจะไปทำให้ทุกคนไปต่อที่อื่นกันไม่ได้ก็ขอเบรกโชว์ต่อนะ" หลังจากนั้นทั้งมาดดีว่าสาว 'อาเม่ย' และร็อกเกอร์มาดเข้ม 'Amit' ก็ผลัดกันออกมาสร้างความสนุกให้กับแฟนๆ ทั้งในเพลงรักซึ้ง เพลงเต้นมันๆ และเพลงร็อกหนักๆ ตั้งแต่ หนี่เสี่ยงก้านเสินเมอ(What D’ya Want?) ที่มีเสียงแฟนๆ ร้องรับส่งกันกับอาเม่ยตลอดเพลง ตามด้วยเพลง Jamaican Betel Nut ที่ทำให้แฟนลุกขึ้นมากระโดดด้วยท่อนฮุคมันๆ ว่า "Get up! stand up! Get up! stand up!" ตามติดด้วยเพลง เสี่ยซิงอ้ายฉิงกู้ซื่อ(A bloody love story) เพลงที่เปรียบเทียบความรักที่เจ็บปวดราวกับว่าคนรักได้กินเลือดกินเนื้อจากร่างกายที่บอบช้ำและเดียวดาย เธอเลยขอให้ได้เขียนนิยายสยองขวัญให้กับเขาบ้าง แล้วตามด้วยเพลงจังหวะสนุกๆ มันๆ อีกหลายเพลง อาทิ เที่ยวจิ้นหลาย(Jump in), หนี่ไจ้ค่านหว่อมะ(Are you watching me), A จี๋-อวี๋เล่อ(First class entertainment) และ Victoria's Secret ก่อนมาพักเบรคกับบทเพลงรักซึ้งๆ เพียนจื๋อเมี้ยน(Faces of Paranoia) ต่อด้วยเพลง เตี๊ยวเลอ(Disappear) เพลงรักเศร้าๆ จากอัลบั้มชุด Amit ซึ่งในเพลงนี้แฟนๆ ช่วยกันร้องตามกันดังสนั่นฮอลล์ เช่นเดียวกับเพลง หว่อจุ้ยชินอ้ายเตอ(My dearest) เพลงซึ้งๆ จังหวะช้าๆ ก็ร้องตามได้กระหึ่มไม่น้อยหน้าเช่นกัน แล้วก็มาถึงเพลงเมดเล่ย์ ที่ช่วงนี้ อาเม่ย จะนำบทเพลงที่สร้างชื่อและเพลงฮิตตั้งแต่เธอเข้าวงการมาจนถึงปัจจุบันมาร้อง "ต่อไปเราจะมาร้องเพลงที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว และถ้ากล้องไปจับที่ใครให้ทุกคนอ้าปากร้องกว้างๆ นะคะ ต่อให้ร้องไม่ได้ก็ให้อ้าปากร้องกว้างๆ เอาไว้ก่อน แต่ถ้าบังเอิญถ่ายแล้วไม่อ้าปากกันก็ต้องหันหน้าหลบนะคะ... เอาล่ะค่ะ ฉันไม่พูดแล้ว ไม่งั้นจะพูดไม่จบซักที ฉันไม่บอกว่าเพลงอะไรนะคะ ลองร้องตามกันดูนะคะ" เริ่มต้นด้วยเพลงซึ้งๆ หว่อเขออี่เป้าหนี่มะ(Could I hold you), เจี่ยนอ้าย(Cut love), ทิงไห่(Listen to the sea), เจี่ยทัว(Relief), หรูกั๋วหนี่เหย่ทิงซัว(Have you heard lately?), จี้เต๋อ(Remember), ฟาซาว(Fever), หย่งหย่วนเตอไคว้เลอ(Forever happiness), เพลงสนุกๆ ภาษาฮกเกี้ยน อย่าง ห่าวต่านหนี่จิ้วหลาย (Bold for my love), Bad boy เพลงแดนซ์มันๆ ชื่อเดียวกับอัลบั้มชุดที่สองในชีวิตของเธอที่เคยสร้างยอดขายทะลุ 1 ล้านก๊อบปี้เป็นปีที่สอง ก่อนจะเพิ่มอุณหภูมิความร้อนด้วยแดนเซอร์สาวในชุดบิกินี่สีชมพูสะท้อนแสงสุดเซ็กซี่ที่มาพร้อมกับเพลง ซานเทียนซานเย่(Three days, three nights) บทเพลงที่เคยถูกห้ามร้องในคอนเสิร์ตที่ไต้หวันเพราะเกรงว่าคนดูจะกระโดดกันแรงมากเกินไปจนเกิดแรงสั่นสะเทือน แต่มีหรือเมืองไทยจะกลัวเมื่อเสียงเพลงดังขึ้นทุกคนก็ทั้งรัองและกระโดดกันอย่างสุดเหวี่ยงทั้งฮออล์จนรู้สึกพื้นไหวสะเทือน แล้ว อาเม่ย และแดนเซอร์ก็ช่วยดับร้อนด้วยการเอาปืนฉีดน้ำมาฉีดใส่ผู้ชมถือเป็นการเล่นสงกรานต์ไปด้วยในตัว อีกช่วงหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮา เมื่อมีเซอร์ไพรส์พิเศษจากแขกรับเชิญ หวงจิ่งอวี๋ พระเอกหนุ่มหล่อจากซีรี่ส์จีนเรื่อง Addicted & Heroin ที่ขึ้นมาร้องคู่กับเจ้าของคอนเสิร์ตในเพลง หว่อจื่อไจ้หูหนี่(It’s you I only care about) เพลงซึ้งอมตะของนักร้องสาวชื่อก้องชาวไต้หวัน เติ้งลี่จวิน โดยอาเม่ยบอกว่านอกจากที่ไต้หวันแล้วก็มีที่เมืองไทยเป็นแห่งที่สองที่เขามาเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตให้ หลังจากร้องเพลงจบ หวงจิ่งอวี๋ ก็ทักทายกับแฟนๆ เป็นภาษาจีนว่า "สวัสดีครับแฟนๆ ชาวไทย ผมหวงจิ่งอวี๋ครับ และสวัสดีท่านผู้ชมชาวจีนด้วยนะครับ" เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมไปอย่างล้นหลาม เขาสารภาพว่าซ้อมแค่ครั้งเดียวเลยรู้สึกตื่นเต้นมาก อาเม่ยจึงปลอบใจว่าไม่มีปัญหานี่เพราะเธอก็เคยได้ยินเขาร้องเพลงมาแล้วและรู้ดีว่าเขาร้องได้ไม่เลวเลยจริงๆ แหมก็ทำเอาหนุ่มหล่อเรายิ้มโชว์เขี้ยวจนผู้ชมใจหวั่นไหวไปตามๆ กัน การได้พระเอกหนุ่มหล่อที่กำลังเป็นขวัญใจของสาววายและชาวสีรุ้งมาร่วมแจมในคอนเสิร์ต อาเม่ยก็เลยทำหน้าที่แทนแฟนๆ พูดคุยหยอกล้อเรียกเสียงฮาครืน "อุ๊ยท่าทางเขาตื่นเต้นจัง ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกนะ นี่ เดี๋ยวฉันจับเขาแทนพวกคุณ(แฟนๆ) นะ บึ่กมากๆ เลย" ฝ่าย หวงจิ่งอวี๋ ก็ยังย้ำเสมอว่าเขาตื่นเต้นมากๆ เพราะนานทีปีหนจึงจะได้มายืนข้างเจ้าแม่แห่งวงการเพลงจีน ระหว่างนั้นก็มีเสียงจากแฟนคลับผู้ชายตะโกนขึ้นมาว่า "ถอดเลยๆๆๆๆ" ทำเอา อาเม่ย ที่ได้ยินก็ตอบกลับไปว่า "ที่รักจ๊ะ เธอเห็นคอนเสิร์ตฉันเป็นที่แบบไหนกัน เอาล่ะ คุณถอดเลยเถอะ (หัวเราะเสียงดัง)" ทำเอาหนุ่มหล่อออกอาการเขิน ส่วนผู้ชมพออกพอใจส่งเสียงกรี๊ดดังลั่น อาเม่ย จึงถามว่าเขาร้องเพลงของเธอได้บ้างไหม หวงจิ่งอวี๋ บอกว่า "เลือกมาได้เลยครับ" แล้วเพลงซึ้งๆ อย่าง หว่อย้าวไคว่เลอ( Desire for happiness) ก็ดังขึ้น ซึ่งพระเอกหนุ่มร้องได้เพราะมากเสียด้วย ทำเอา อาเม่ย อดไม่ไหวต้องร้องคลอไปด้วย จึงเป็นที่มาของเพลงดูโอไพเราะน่าฟังจากความน่ารักมุ้งมิ้งของหนุ่มหล่อทำเอาผู้ชมกรี๊ดไม่หยุด จน อาเม่ย ถึงกับแซวว่า "แหม มีหนุ่มหล่อมาสายตาของทุกคนดูไม่เหมือนเดิมเลยนะคะ แววตาดูเหมือนมีอะไรพิเศษออกมา ฉันไม่อยากให้เขายืนอยู่ตรงนี้นานๆ เพราะฉันเริ่มอิจฉาเขาแล้ว เอาเป็นว่าให้เขากลับเข้าไปก่อนไว้ขึ้นมาใหม่ดีกว่ามั้ย ถ้าขึ้นมาอีกทีให้เขาถอดเสื้อด้วยนะ" มาถึงเพลงสำคัญอีกเพลง ไฉ่หง(Rainbow) เพลงรักที่มอบให้แก่ 'กลุ่มรักร่วมเพศ' ทั้งหลาย ซึ่ง อาเม่ย บอกว่าถ้าหากกล้องจับไปที่ใคร คนคนนั้นจะต้องแสดงความรักต่อคนข้างๆ ด้วยการ 'จูบ' แต่เอาคนที่รู้จักเท่านั้นเว้นแต่เขาจะอนุญาต ซึ่งก็เป็นดังนั้นจริงๆ เมื่อกล้องจับไปที่ใครไม่ว่าจะเป็นคู่ชายชายหรือชายหญิงก็จูบกันไปทุกคู่ แล้วกลุ่มชาวสีรุ้งก็พากันชูธงสีรุ้งกันทั่วฮอลล์ แสดงให้เห็นชัดว่า อาเม่ย เป็นขวัญใจของชาวสีรุ้งอย่างแท้จริง ช่วงพิเศษอีกช่วงที่ อาเม่ย บอกว่าเพลงต่อไปนี้เธอเพิ่งจะเพิ่มเข้าไปเพื่อคอนเสิร์ตรอบนี้โดยเฉพาะ นั่นก็คือเพลง ตานเยี่ยนผี หรือที่คนไทยรู้จักกันในเพลง หมวยนี่คะ เพลงฮิตติดหูของไชน่าดอลล์ในเวอร์ชั่นภาษาจีนกลางนั่นเอง ตามมาด้วยเพลง Club Broken Heart หรือเพลง คู่กัด ในเวอร์ชั่นภาษาจีนกลาง ซึ่งก็ถูกอกถูกใจทั้งแฟนเพลงชาวไทยและชาวจีนกันมากๆ ทีเดียว และมาถึงช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต อาเม่ย กล่าวขอบคุณผู้จัด บริษัท วัน ซีสเท็มส์ โปรดักชั่น, ทีมงาน และแฟนๆ ทุกคน จากนั้นก็ทิ้งท้ายคอนเสิร์ตด้วยท่อนเพลงฮิตตลอดกาลของเธอ อย่าง หยวนไหลนี่เสินเมอโตวปู้เสี่ยงย้าว "So You Actually Don't Want Anything At All" แล้ว อาเม่ย ก็กลับเข้าไปหลังเวที แต่ผู้ชมก็พร้อมใจตะโกน "แองโค่ๆๆๆๆ" กันดังลั่น จนในที่สุดไฟบนเวทีก็กลับมาสว่างอีกครั้ง อาเม่ย บอกว่าเธอจะไม่ร้องเพลงนี้ไม่ได้เพราะเป็นเพลงที่มีความสำคัญกับเธอมากๆ นั่นก็คือเพลง เจี่ยเม่ย(Sisters) เพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มแรกในชีวิตของเธอและเป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนได้เริ่มรู้จักเธอนั่นเอง แม้จะเป็นเพลงสุดท้ายจริงๆ แต่แฟนๆ ทุกคนก็เหมือนกับยังแรงไม่ตก พากันร้องเสียงดังกันจนจบเพลง เป็นการปิดฉากคอนสิร์ตในไทยของนักร้องสาวจีนคนดัง จางฮุ่ยเม่ย อย่างสวยงาม และร้อนแรงที่สุดส่งท้ายสงกรานต์. มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

“ดิ เอ็ม ดิสทริค เวิลด์ ป๊อบอัพ บีช” ครั้งแรกกับการเนรมิตไลฟ์สุดชิคช่วงเทศกาลสงกรานต์
ดิ เอ็ม ดิสทริค เวิลด์ ป๊อบอัพ บีช /  สงกรานต์ 2559

 “ดิ เอ็ม ดิสทริค เวิลด์ ป๊อบอัพ บีช” ครั้งแรกกับการเนรมิตไลฟ์สุดชิคช่วงเทศกาลสงกรานต์               พิเศษสุดสำหรับชาวกรุงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อ “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ผุดไอเดียสุดเก๋จัดแคมเปญซัมเมอร์ยักษ์ใหญ่ “ดิ เอ็ม ดิสทริค เวิลด์ ป๊อบอัพ บีช” ครั้งแรกกับการเนรมิต 7 ชายหาดชื่อดังของโลก มาไว้ใจกลางกรุง พร้อมสัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์ของการฉายภาพแม็ปปิ้งคาแรคเตอร์ตัวแทนของคุณ บนตึก ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ และเนรมิตแคมป์แสนสนุกเสริมทักษะคู่การเรียนรู้สำหรับคุณหนูๆ เพื่อเปิดประสบการณ์สุดพิเศษให้ลูกค้า และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้สนุกกับบรรยากาศ ดนตรี อาหาร และกิจกรรมต่างๆ มากมาย  ตั้งแต่วันนี้ – 27 เมษายน ศกนี้ ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์   สำหรับกิจกรรมไฮไลท์สุดชิคที่ไม่ซ้ำใครและไม่มีใครเหมือน แถมยังได้ร่วมรณรงค์ลดการใช้น้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยยังคงสืบสานวัฒนธรรมไทย มีดังนี้ คือ ไฮไลท์แรกกับกิจกรรม “ดิ เอ็ม ดิสทริค เวิลด์ ป๊อบอัพ บีช”(The EM District Summer Beach Camp) ครั้งแรกกับการเนรมิต 7 ชายหาดชื่อดังของโลก ได้แก่ ริเวียร่า, อิปาเนมา, บอนได, ไมอามี่, ภูเก็ต,  พะงัน และ มิโคนอส มาไว้ใจกลางกรุง เดินทางผ่านหาดในฝันมาถึงสัปดาห์ที่ 5 ที่จะถึงนี้ โดย ดิ เอ็ม ดิสทริค ขอเอาใจคนที่หลงรักจังหวัดภูเก็ตโดยเนรมิตชายหาดสุดเก๋ขนาดใหญ่สถานที่ซึ่งคุณจะได้อาบแดดใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ มากมาย พร้อมด้วยเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างดีให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อย อาทิ จากร้านThe Never Ending Summer ร้านนิตยาไก่ย่าง ร้านแสนแซ่บ ร้านภูเก็ตทาวน์ ร้านแซ่บอีลี่ We Love Fruit และร้านขนมไทยจาก บรรจงภัทร์ สำรับไทย ท่ามกลางบรรยากาศการขับกล่อมเสียงเพลงอันไพเราะจากวงดนตรีชื่อดัง และDJ  จากStudio Lam ทั้งนี้ ยังมีเวิร์คชอปที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ด้วย อาทิ ร้าน Never ending summer ของคุณดวงฤทธิ์ บุนนาค จะมาสาธิตเวิร์คชอปทำกลิ่นน้ำอบอันแสนพราวเสน่ห์แบบไทย,คุณดวงฤทธิ์    แคล้วปลอดทุกข์ ฟู้ด สไตลิสต์ชื่อดังที่จะแชร์ประสบการณ์และแสดงความสามารถในการจัดแต่งอาหารไทย, คุณก๊อตจิ-ธีรดนย์ ดิสระ Mixologist  แนวหน้าของเมืองไทย ดีกรีรางวัลชนะเลิศการประกวดผสมเครื่องค็อกเทล จากรายการ Jamie Oliver ของประเทศอังกฤษจะมาโชว์ลีลาผสมเครื่องค็อกเทล, มีการแสดงดนตรีไทยร่วมสมัยโดย Chairman และ รวมถึงการแสดงสดจากรัศมี อีสานโซล, สาวอีสานที่เพิ่งได้รางวัลจาก คมชัดลึก ที่การันตีความสนุก อีกทั้งคอนเสิร์ตจากดีเจ มาฟไซ และ ดีเจเบน ดีเจชื่อดังจาก Studio Lam, และพลาดไม่ได้กับ วงหมอลำอินเตอร์ พาราไดซ์ บางกอก (Paradise Bangkok) วงดงตรีไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ผลงานอัลบั้มถูกเลือกให้เป็นอัลบั้มประจำสัปดาห์จากสถานีวิทยุในอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา และตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตในทวีปยุโรปกว่า 60 โชว์ ภายในเวลา 3 ปี พิเศษสุดสำหรับวันที่ 13 เมษายน วันแรกของสงกรานต์ คุณดวงกฤทธิ์ บุนนาค ได้คัดสรรวงดนตรีชื่อดัง อาทิ วง Gym and swim, Cyndi suei และ DCNXTR มาบรรเลงเพลงให้ฟังระยะประชิด เชิญร่วมสัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขและสนุกสนานกับชายหาดภูเก็ตสุดเก๋ขนาดใหญ่ สำหรับสัปดาห์ที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 เมษายน 2559 เวลา 10:30-22:00 น. ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ไฮไลท์ต่อมาพบกิจกรรม “ดิ เอ็ม ดิสทริค บีช แอร์ไลน์” (The EM District Beach Airline ) มอบประสบการณ์การเดินทางสู่  6 หาด ได้แก่ ริเวียร่า อิปาเนมา บอนได ไมอามี่ พะงัน และไมโกนอส โดยผสมผสานเทคโนโลยีการฉายภาพแม็ปปิ้ง (3D Mapping Projection) เข้ากับกิจกรรมการเดินทาง ให้นักเดินทางทุกท่านได้เข้าแถวเช็คอิน รับบอร์ดดิ้งพาส ก่อนชื่นชมความมหัศจรรย์ของการฉายแม็ปปิ้งภาพคาแรคเตอร์ตัวแทนของคุณขึ้นเครื่องออกเดินทางไปจนถึงที่หมายบนตึก ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ โดยผู้ที่สนใจร่วมเดินทางไปกับ ดิ เอ็ม ดิสทริค บีช แอร์ไลน์ สามารถแสดงใบเสร็จที่มีมูลค่าขั้นต่ำ 300 บาทจาก The Emporium หรือ EmQuartier เพื่อรับสิทธิ์ในการเลือกที่หมาย เช็คอินถ่ายรูป รับบอร์ดดิ้งพาส และรอชมภาพ 3D แม็ปปิ้งการเดินทางสุดอัศจรรย์  เชิญสนุกกับการเดินทางสู่หาดในฝันได้ ทุกคืน ตั้งแต่ 19:00-22:00 ณ บริเวณทางเชื่อมด้านหน้า ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส พร้อมพงษ์ ขอตบท้ายกับกิจกรรมไฮไลท์ “ ดิ เอ็ม ดิสทริค ซัมเมอร์ บีช แคมป์” (The EM District Summer Beach Camp) เนรมิตแคมป์แสนสนุกสำหรับคุณหนูตัวน้อยๆ ที่ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ากับกิจกรรมเสริมทักษะและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กๆ ได้มาสนุกสนานควบคู่การเรียนรู้ โดยแบ่งกิจกรรมเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ได้แก่ “Interactive Beach Camp” ที่ใช้เทคโนโลยีการฉายภาพล้ำสมัย ชุบชีวิตให้ทุกลายเส้นของเด็กๆ แหวกว่ายบนกำแพง “Summer Camp Workshop” ที่จะมีกิจกรรมบันเทิงเพื่อการเรียนรู้สลับสับเปลี่ยนมาให้น้องๆ สนุกทุกสัปดาห์ “Summer Camp Shop” ที่ให้นักช้อปตัวน้อยและคุณพ่อคุณแม่ ได้เลือกซื้อสินค้าเพื่อการเรียนรู้สร้างสรรค์ ที่คัดมาจากทั้ง BeTrend และ Kids’ Planet และสุดท้าย “Rope Course Adventure” ค่ายไต่เชือกที่ให้น้องๆ ได้ฝึกทั้งร่างกายและเสริมสร้างสมาธิ ในรูปแบบที่สนุกสนาน ท้าทาย ประทับใจไม่รู้ลืม เชิญคุณหนูๆ มาสัมผัสประสบการณ์อันแสนวิเศษนี้ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 27 เมษายน ศกนี้ ณ ควอเทียร์ วอเตอร์ การ์เด้น (Quartier Water Garden) ชั้น 5 ตึก ดิ ฮีลิกซ์ ควอเทียร์ (The Helix Quartier) ตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุข เชิญชวนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ชิลเอ้าท์กับกิจกรรมและนวัตกรรมทางไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ตอบทุกไลฟ์สไตล์คนเมืองที่จะมีแต่ช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน  ผ่านประสบการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ตั้งแต่วันนี้ – 27 เมษายน ศกนี้ ณ ศูนย์การค้า ดิ  เอ็มควอเทียร์