ชกต่อย

เบื้องหลังไซอิ๋ว 2 ทุ่มสุดตัว! งานสเปเชียลเอฟเฟกต์และคิวบู๊ระดับฮอลลีวูด
Aaron Kwok /  Donnie Yen / 

ต่อยอดความมันส์ของสุดยอดมหากาพย์ในตำนานจีน "ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร" โดยผู้กำกับ “เจิ้งป๋อไช่” ที่เคยผ่านงานแอ๊คชั่นร่วมกับดาราดัง ๆ มาแล้วจาก SPL2 และไซอิ๋วภาคแรก ครั้งนี้เขากลับมาพร้อมกับความอลังการมากกว่าเดิมด้วยทีมสร้างสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่เคยฝากผลงานมาแล้วใน The Lord of the Rings และ The Hobbit รวมทั้งยังได้ “หงจินเป่า” ดาราแอคชั่นระดับตำนานมากำกับคิวบู๊ในเรื่องนี้ด้วย พร้อมทีมนักแสดงชั้นนำอาทิ  กัวฟู่เฉิง, กงลี่, เฝิงเส้าเฟิง ฯลฯ โดย เจิ้งป๋อไช่ ผู้กำกับเผยว่า “ภาพยนตร์ ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร เริ่มถ่ายทำในเดือนธันวาคม 2014 ในสตูดิโอที่จีน และย้ายไปถ่ายทำเพิ่มเติมที่ประเทศนิวซีแลนด์ และได้ทีมสเปเชียลเอฟเฟกต์จากทีมผู้สร้าง The Lord of the Rings และ The Hobbit มาร่วมงาน ที่สำคัญฉากบู๊แอคชั่นสุดมันในภาคนี้เราได้ หงจินเป่า มากำกับการต่อสู้ รวมถึงตัวนักแสดงนำที่จะมาบทเป็น "ซุนหงอคง" มันไม่ง่ายเลยที่หาใครก็ได้มารับบทนี้ เพราะในเรื่องซุนหงอคงต้องพิสูจน์ตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องเรียนรู้ที่จะเติบโตและต่อสู้แบบเป็นทีมให้ได้ และเมื่อ กัวฟู่เฉิง รับปากว่าจะกลับมาเล่นภาคนี้ให้ ต้องยอมรับว่าเขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม เขาเป็นคนที่มีทักษะในการแสดงสูง เขาสามารถปรับตัวและเรียนรู้ได้อย่างยอดเยี่ยม ที่สำคัญผมยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับเขาอีกครั้ง และเรายังได้ กงลี่ ที่มาร่วมแสดงในบทปีศาจกระดูกขาว เพิ่มความเข้มข้น สนุก มันส์ไม่แพ้ภาคแรกแน่นอน” ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจาก "พระถังซัมจั๋ง" ได้ปลดปล่อย "ซุนหงอคง" จากการจองจำมากว่า 500 ปี พร้อมภารกิจสำคัญในการเดินทางเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎก ณ ชมพูทวีป ร่วมกับ "ตือโป๊ยก่าย" และ "ซัวเจ๋ง" แต่ระหว่างทางพวกเขายังต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ด้วยการต่อกรกับศัตรูตัวฉกาจอย่าง “ปีศาจกระดูกขาว” พบความมันส์เต็มพิกัดกับภาพยนตร์สุดยอดสเปเชี่ยลตระการตา ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร วันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์ทั้งในระบบ 2D และ 3D

อีกมุมจากหมอโอ๋! ปมโทษประหาร อาชญากรตัวน้อย
ประหาร /  หมอโอ๋ / 

หมอโอ๋ จาก‬แฟนเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน เขียนบทความอีกมุมมอง! ปมโทษประหาร สำหรับอาชญากรตัวน้อย วันนี้ (5ก.พ.) จากกรณีข่าวสะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น จากนั้นผู้คนบนโลกออนไลน์ก็ได้มีการโพสต์ภาพเขียนข้อความ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้กฎหมาย “ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน” ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นเพียงเยาวชน ล่าสุดผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวของ หมอโอ๋ จาก‬แฟนเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน ที่ได้มีการเขียนบทความเกี่ยวกับชีวิตของ เยาวชนชายคนหนึ่งที่ทำผิดขณะที่อายุยังน้อย ซึ่งบทความดังกล่าวได้เขียนถึงชีวิตก่อนที่เด็กคนนี้จะกลายเป็นอาชญากร เพื่อให้ผู้คนในสังคมได้มองอีกมุมหนึ่งเกี่ยวกับการเพิ่มโทษประหารเยาวชน ในแววตาแห่งอาชญากร‬ หมอมีเรื่องชีวิตของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อยากเอามาเล่าให้ฟังค่ะ อ๊อด เป็นวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ยายเล่าว่า แม่ของอ๊อดเป็นเด็กวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ตอนแรกแม่ของอ๊อดและยายตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ เพราะพ่อของอ๊อดก็ทิ้งไป และยายมีฐานะยากจน ไม่มีใครจะเลี้ยงดูได้ ไปปรึกษาหมอ หมอไม่ให้ยุติการตั้งครรภ์บอกว่ามันจะมีบาปติดตัว แม่จึงตั้งครรภ์ไปจนคลอด ต่อมาแม่มีสามีใหม่ พ่อเลี้ยงของอ๊อดเป็นคนอารมณ์รุนแรง ทำร้ายร่างกายอ๊อดอยู่เป็นประจำ แม่กลัวสามีทำร้ายจึงไม่ได้ปกป้องลูก อ๊อดถูกทำทารุณจนชาวบ้านแจ้งตำรวจ อ๊อดจึงถูกส่งไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็กตั้งแต่อายุ 3 ปี ยายเล่าว่า เวลาไปเยี่ยม มักจะเห็นอ๊อดเกาะเตียงเอาศีรษะโขกเตียงเป็นประจำ ต่อมามีคนมารับอ๊อดไปอยู่เป็นลูกบุญธรรมแต่อ๊อดก็ถูกลวนลามโดยพ่อบุญธรรม จึงต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวสงเคราะห์อีกบ้านหนึ่ง อ๊อดมีปัญหา ซน อยู่ไม่นิ่ง ฉุนเฉียวง่าย เคยถูกพาไปพบแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นสมาธิสั้น แพทย์ให้ยามาทาน แต่พอเอายาไปทานที่โรงเรียนก็โดนเพื่อนล้อว่าเป็น "ไอ้โรคจิต" ครูบอกว่าจะกินยาไปทำไมไม่ได้บ้า อ๊อดเลิกกินยาและไม่ยอมมาติดตามการรักษา เวลาอ๊อดทำการบ้านไม่ได้ พ่อบุญธรรมใช้วิธีตี บางครั้งตบศีรษะ เตะ ดุด่า อ๊อดต่อต้าน และมีอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงขึ้น อ๊อดเรียนไม่ดี อ่านหนังสือไม่ค่อยได้ ไม่ทำงานส่ง สุดท้ายถูกโรงเรียนไล่ออก จากการมีปัญหาชกต่อยกับเพื่อนและสูบบุหรี่ "เธอมันเหลือขอกว่าที่โรงเรียนเราจะรับไหว" คำพูดสุดท้ายของครูที่อ๊อดจำได้ อ๊อดได้กลับมาอยู่กับยายตอนอายุ 14 แต่ก็ไม่สนิทใจเพราะไม่เคยได้เลี้ยงดูกัน เหมือนอยู่กับคนแปลกหน้า ยายน่าเบื่อ ด่าทั้งวัน ชอบพูดกับผมว่า รู้งี้ให้แม่มันเอาออกไปก็ดีแล้ว" ส่วนใหญ่อ๊อดเลยใช้เวลาไปกับการเล่นเกมส์ ไปเข้าแก๊งค์กับเพื่อนตอนเย็น "ผมชอบเวลาอยู่กับเพื่อน มันรู้สึกดี ตัวผมมีความสำคัญกับเพื่อน มันถูกใครเล่นงานก็มาหาผม ผมก็ไปช่วยมัน" อ๊อดเคยถูกดักทำร้ายโดนมีดฟันที่กลางหลัง ไปแจ้งความ คนร้ายถูกจับได้แต่ไม่เป็นผล จนสุดท้ายอ๊อดและเพื่อนดักใช้มีดฟันคู่อริเพื่อแก้แค้นจนเสียชีวิต อ๊อดอาจไม่ได้เป็นตัวแทนเรื่องราวของเยาวชนที่กระทำผิดทุกคน แต่หมอเอาเรื่องนี้มาเล่าเพราะแค่อยากบอกว่า บางทีอาชญากรเหล่านี้ก็มีที่มา เราจึงควรตั้งคำถามให้มากกว่า "ประหารมันได้ไหม?" แต่เราควรมีคำถาม ว่าอะไรที่ทำให้เด็ก ๆ ที่เคยมีแววตาไร้เดียงสา กลับกลายเป็นแววตาแห่ง "อาชญากร" อะไรที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาแบบขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ขาดความเห็นใจในความสูญเสียของชีวิตอื่น เขาไม่เข้าใจความหมายของความเห็นอกเห็นใจ เป็นไปได้ไหมว่าเพราะไม่เคยได้รับ? อะไรที่อาจมีส่วน "ร่วมลงมือฆ่า" พ่อแม่ที่ไม่ได้ตั้งใจเลี้ยงลูก? ความยากจน? การเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กขาดรัก? ความรุนแรงในบ้าน? ครูที่ไม่เข้าใจที่มาของปัญหาเด็ก? โรงเรียนที่เน้นวิชาการแต่ไม่เน้นทักษะการใช้ชีวิต? การแก้ปัญหาของโรงเรียนที่แค่ไล่ออกไปให้พ้นตัว? การล้อ แกล้ง รังแก ในหมู่เพื่อน? โรคสมาธิสั้น โรคที่ฉันก็ไม่ได้อยากเป็น? สื่อ เกมส์ ที่มีความรุนแรง? สังคมที่อาวุธช่างหาง่าย? กระบวนการยุติธรรมที่ล้มเหลว? ไปจนถึงการปฏิเสธการยุติการตั้งครรภ์ให้กับคนที่ไม่พร้อมมีลูก? เพราะถ้าเราไม่ตั้งคำถาม เราก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง และเราก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมผลิต "อาชญากรตัวน้อย" ให้เพิ่มเข้ามาในสังคม เพื่อให้สังคมถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "เราจะประหารมันได้ไหม?" ‎หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน‬ ผู้เข้าใจความสูญเสียและไม่ได้ต่อต้านโทษประหาร แต่อยากให้เรามองอะไรที่มากไปกว่าการแก้แค่ปลายเหตุ ป.ล.บทความไม่ได้เขียนขึ้นให้เห็นใจใคร คนกระทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฏหมายเพราะเหยื่อควรได้รับการเยียวยา แต่อยากให้เราลองมองหาที่มา เพื่อจะได้ป้องกันปัญหาที่ทำได้ในส่วนของเรา MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก ‬แฟนเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน

เลสเตอร์ บุกอีสานเปิดคลีนิกฟุตบอลสนาม 5 ณ บุรีรัมย์
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง /  เลสเตอร์ ซิตี้ / 

สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จัดกิจกรรม “Leicester City Football Clinic ปลุกพลังฝัน จิ้งจอกพันธุ์สยาม” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศที่มีอายุระหว่าง 12-15 ปี ได้ฝึกทักษะและเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังกับทีมงาน โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แบรนด์แอมบาสเดอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อะคาเดมี่ ประเทศไทย และมูลนิธิซิโก้ โดยสนามที่ 5 จัดขึ้น ณ โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีน้องๆเยาวชนกว่า 206 คนเข้าร่วมกิจกรรมกิจกรรม Leicester City Football Clinic เป็นโครงการที่ต่อยอดความรู้ทางด้านฟุตบอลให้กับเยาวชนไทย เพื่อปูรากฐานการเล่นฟุตบอลอาชีพให้กับน้องๆ ในระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ทั้ง 5 ภาค โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างทีมโค้ช เลสเตอร์ซิตี้ อะคาเดมี่ ประเทศอังกฤษ และคุณซิโก้ – เกียรติศักดิ์ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ อะคาเดมี่ ประเทศไทย พร้อมทีมสตาฟโค้ชจากมูลนิธิซิโก้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ สําหรับสนามที่ 5 มีเยาวชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมถึง 20 โรงเรียน โดยมี ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ สต๊าฟฟ์ โค้ชทีมชาติไทย นําทีมโค้ชจากมูลนิธิซิโก้ เข้ามาให้ความรู้กับน้องๆในฐานต่างๆ ส่วนโปรแกรมกิจกรรม Leicester City Football Clinic ในภาคอื่นๆ มีดังนี้ สนามที่ 6 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ณ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย จังหวัดภูเก็ต สนามที่ 7 วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ณ โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ จังหวัดสงขลา สนามที่ 8 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ณ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สนามที่ 9 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ณ โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี (สงวนสิทธิ์สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 092-8358003 , 092-8358248 วันจันทร์ - วันศุกร์ ระหว่างเวลาทำการ 10.00 - 18.00 น)

เจาะลึก การศึกษาเมืองแขก เด็กไทยเรียน โท-เอก ที่อินเดีย พร้อมขั้นตอนการ 'ขอทุนฟรี'
ICCR /  ทุนปริญญาเอก / 

สำหรับบัณทิต หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังคิดอยากจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และกำลังมองหาประเทศที่จะไปศึกษาต่อ หลายคนคงนึกถึงประเทศที่สวยงาม เป็นเมืองท่องเที่ยว และโด่งดังทางฝั่งยุโรป หรือ แถบตะวันตกเป็นอันดับแรก แต่แท้จริงแล้ว ยังมีหลายประเทศในแถบเอเชียที่น่าสนใจ และได้ประสบการณ์อันน่าตื่นใจไม่แพ้กัน วันนี้ MThai News จะพูดถึงการเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศ 'อินเดีย' ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียใต้ เพราะนอกจากจะฝึกใช้ภาษาอังกฤษสำเนียงใหม่ ๆ แล้ว ยังอาจจะได้เรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ อย่างภาษาฮินดี รวมถึงภาษาอื่น ๆ ที่ใช้กันถึงหลักร้อยภาษา อินเดียถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุด เป็นอันดับ 2 ของโลก ราว 1 พันล้านคน หากตัดสินใจจะเดินทางไปเรียนต่อที่นั่น อาจจะได้เห็นวิถีชีวิตที่มีความเอกลักษณ์ อย่างเช่น ระบบวรรณะ เนื่องจากอินเดียเป็นถิ่นกำเนิดของศาสนาและศาสดาหลายศาสนาสำคัญๆ ในอินเดีย คือ ฮินดู อิสลาม พุทธ คริสต์ แต่ศาสนาที่มีอิทธิพลในอินเดียมากที่สุดคือ 'ศาสนาฮินดู' ส่วนภาษาหลักที่ใช้กันทั่วไป คือ ภาษาอังกฤษและภาษาฮินดี ส่วนสาเหตุที่ชาวอินเดียสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีนั้น เนื่องจากเคยยึดครองอินเดียเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ทำให้ชาวอินเดียในยุคนั้น ต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษทุกคน ทางทีมงาน MThai News ได้มีโอกาส พูดคุยกับคุณหนุ่ย คุณากร เกษมภักดี บัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ที่ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาโท  คณะ ความสัมพันธ์และการเมืองระหว่างประเทศ ( School of International Studies-International Politics) ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยจาวาฮาร์ลาล เนห์รู (Jawaharlal Nehru University) ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ประเทศอินเดียเข้าปีที่ 2 แล้ว ทำไมถึงเลือกมาเรียนที่อินเดีย ? คุณหนุ่ยเล่าว่า เริ่มต้นจากที่บ้าน เพราะ พ่อเป็นคนหนึ่งที่เคยมาเรียนที่อินเดีย และมีการพูดถึงอินเดียในหลาย ๆ แง่ทั้งดีทั้งร้าย หลังจากนั้นพอจบปริญญาตรี ได้เริ่มทำงานในด้านภาษาอยู่ราว 1 ปีครึ่งทำให้ได้พบปะชาวต่างชาติมากขึ้น เจอผู้คนมากขึ้น ทำให้อยากเพิ่มพูนความรู้ความสามารถตัวเอง แต่ไม่อยากไปยุโรปหรืออเมริกา เนื่องจากระหว่างที่จบปริญญาตรีจบในสาขาความสัมพันธ์ประเทศ ทำให้เราเห็นว่าโลกความรู้ส่วนใหญ่กำลังถูกครอบไว้ด้วยชุดฐานความรู้จากตะวันตก ทำให้เราเริ่มมองหาวิถีคิดที่แตกต่างออกไป ด้วยความที่เคยคุ้นชินกับการพูดถึงอินเดียจากครอบครัวทำให้เราไม่กลัวที่จะคิดมาลองสัมผัสอินเดียที่ถูกจัดว่าเป็น โลกที่สาม แต่กลับมีฐานะในประเทศที่มีศักยภาพในการก้าวขึ้นสู่มหาอำนาจต่อไปในอนาคต รวมถึง การมีCEO มากมายในบริษัทชั้นนำของโลก หลังจากเลือกประเทศได้ ก็ได้ลองไปปรึกษา อาจารย์ ดร.มาโนช อารี อดีตอาจารย์ที่เคารพในสมัยเรียนป.ตรี เพราะ ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้จบการศึกษาชั้นป.เอกในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอินเดีย จึงได้รู้ว่าอินเดียเหมาะแก่การมาศึกษาต่ออย่างยิ่ง ทัศนะ ที่มีต่อระบบการศึกษาของอินเดีย... ? คุณหนุ่ยให้ความเห็นว่า ในระบบการศึกษาของอินเดีย ลักษณะของมหาลัยส่วนใหญ่ ระบบการศึกษาของอินเดีย นักเรียนจะอยู่ในลักษณะเป็นศูนย์กลางของห้องเรียน นักศึกษาจะสามารถถามตอบข้อสงสัยได้ตลอดเวลา ส่วนห้องสมุดมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอาจารย์จะไม่ได้ให้เอกสารทั้งหมด แต่จะกระตุ้นให้นักเรียนพยายามค้นหาเพิ่มเติมตลอดเวลา จะมีการอัพเดตข้อมูลเนื้อหาใหม่ๆตลอดทุกๆปี ยิ่งในระดับการเรียนที่สูงขึ้น นักเรียนต้องกระตือรือร้นในการค้นหาข้อมูลและอ่านตลอด เพราะอาจารย์จะมีบทความ หนังสือใหม่มาอัพเดตเนื้อหาตลอด และอย่างที่กล่าว นักเรียนในห้องเรียนก็พร้อมจะถามในข้อสงสัยต่ออาจารย์ผู้สอนรวมถึงมีการจัดสัมมนา เสวนา วิชาการ และ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบโลกตลอด การศึกษา ยกระดับฐานะทางสังคมในประเทศอินเดีย ... ? ความกระตือรือร้นดังกล่าวทั้งผู้เรียนและผู้สอน เท่าที่ทราบจากเพื่อนๆอินเดีย มันคือเหตุผลง่ายแต่ลึกซึ้ง (ถ้าผิดพลาดประการใดขอโทษไว้ที่นี้ด้วย เพราะเป็น ประสบการณ์จากการคุยกับเพื่อนๆของผู้เขียน) ในสังคมอินเดียยังมีระบบชนชั้นวรรณะที่ได้รับสืบทอดมาจากศาสนาฮินดูอย่างเข้มแข็ง แต่เนื่องด้วยลักษณะการเดินทางของโลกเริ่มเปลี่ยนไป ความสำเร็จของมนุษย์มิใช่เพียงมีจากสถานะที่ได้รับมาจากอดีตเท่านั้น แต่รวมถึงความสามารถและความรู้อีกด้วย ดังนั้นชาวอินเดียหลายๆคนจึงมีความพยายามในการเรียน และ ต้องการเรียนสูงๆเพื่อ หลังจากเรียนจบไปจะได้ทำงานดีๆหรือลบเหลื่อมความแตกต่างทางชนชั้นลงได้ ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ ดร. เอ็มเบ็ดการ์ หนึ่งในบิดาและผู้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ที่ถูกเรียกว่าเป็น หนึ่งในรัฐธรรมนูญที่รองรับประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ท่านมีวรรณะเป็นชนชั้นต่ำสุดในระบบวรรณะของอินเดีย แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ร่วมสร้างประเทศหลังประกาศเอกราชของอินเดียได้เพราะการศึกษา และกลายเป็นที่เคารพของผู้คนทุกชนชั้น ดังนั้นผู้ที่มีการศึกษาในอินเดียมักจะได้รับการยอมรับพอ ๆ กับผู้มีฐานะดีในบ้านเรา ด้วยเหตุผลเหล่านี้เราจะเห็น อาจารย์ระดับ ศาสตราจารย์มากมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นอินเดียก็ยังได้รับมรดกในระบบการศึกษาจากอังกฤษมาอย่างสูง เช่น อินเดียใช้ระบบคิดคะแนนแบบ 9 เกรด ไล่จาก A,A-,B+,B B- C+ C C- D แบ่ง ป.ตรี 3 ปี ป.โท(M.A) 2ปี M.phil(อนุปริญญาเอก) 2ปี ปเอก(Ph.D) 3ปี "อินเดียเป็นประเทศที่มีมนต์ขลัง...เมื่ออยู่อาจจะต้องทรหด...เมื่อกลับอาจจะโหยหาเพื่อจะกลับมาอีก" 'คุณากร เกษมภักดี' ไปเรียนอินเดีย ควรปรับตัวอย่างไร ... ? ผู้ที่ตัดสินใจจะมาเรียนที่นี่ต้องเจอ คือ ภาษา เพราะในการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยของอินเดียส่วนใหญ่เป็นการเรียนด้วยภาษาอังกฤษ 'เด็กอินเดียส่วนใหญ่มีพื้นฐานและศึกษาภาษาอังกฤษได้ในระดับที่ดีมาก ดังนั้นเด็กไทยเราที่ส่วนใหญ่ทั้งที่มีพื้นฐานและไม่มีพื้นฐาน แต่ขาดการใช้งาน ทำให้เมื่อมาถึงสิ่งแรกที่ต้องทำคือการปรับตัวทางด้านภาษาอังกฤษในทุกด้าน โดยเฉพาะการฟังในเริ่มต้นอาจจะไม่ชินหู จากสำเนียงการพูดที่เป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นการเขียนและอ่านจึงเป็นทักษะที่เด็กไทยที่มาเรียนจะถูกพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ถ้าเปรียบเทียบการศึกษาของเด็กไทยและอินเดีย ในส่วนตัวคิดว่า เด็กไทยจะติดการรอคอยการให้จากผู้รู้มากกว่าการขวนขวายด้วยตนเอง แต่อินเดีย เวลานอกห้องเรียนเป็นช่วงเวลาสำคัญในการค้นหาเพิ่มเติมที่สำคัญของเขา นักศึกษาในอินเดียจะมีปฏิสัมพันธ์กับอาจารย์ตลอดทั้งในและนอกห้อง ไม่ใช่เพียงเรียนอย่างเดียว ในด้านกิจกรรม นักศึกษาอินเดียก็ทุ่มเทเช่นกัน ทำให้พลังของนักศึกษามีความเข้มแข็งทั้งในมหาลัยและนอกมหาลัยเช่นกัน'  โดยคุณหนุ่ยเล่าว่า นักเรียน-นักศึกษา มักจะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมนอกห้องเรียน ไปจนถึงกิจกรรมทางการเมืองเช่นกัน ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างกับบ้านเรา เพราะ การกินของที่นี้จะเน้นแกงและผัก คนอินเดียที่เป็นฮินดูโดยมากเป็นมังสวิรัต แต่ก็มีเนื้อสัตว์ให้กินเช่นกัน ยกเว้น เนื้อวัว เพราะ วัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู อยากฝากอะไรถึงน้อง ๆ ที่อยากมาเรียนที่อินเดียเหมือนกัน ... ? อย่างไรก็ตาม คุณหนุ่ย กล่าวทิ้งท้าย ฝากถึงนักเรียนไทยที่กำลังมองหาที่เรียนต่ออยู่ โดยแนะนำอย่างยิ่งต่อการมาศึกษาต่อในอินเดีย เพราะ ที่อินเดียเป็นแหล่งการศึกษาที่จ่ายในราคาถูก จ่ายต่อเทอมที่ราว 20,000บาท ในระดับป.โท ค่าหอ ซึ่งเป็นหอในอยู่ที่ราว 600-800 บาท ต่อเทอมแต่คุณภาพที่ได้รับเกินคุ้มกับที่จ่ายแน่นอน มากไปกว่านั้น สำหรับนักศึกษาที่จะมาเรียนและต้องการท่องเที่ยวด้วยนั้นอินเดียคือหนึ่งในสวรรค์ของนักท่องเที่ยว เนื่องด้วยความหลากหลายในภูมิประเทศ ความหลากหลายในศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวได้ว่าอินเดียนับเป็นอู่อารยธรรมอันสำคัญของโลกตั้งแต่โบราณจนถึงยุคปัจจุบันก็ว่าได้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------- แต่ถ้าใคร สนใจเกี่ยวกับทุนการศึกษาแบบให้เปล่าที่ประเทศอินเดียแล้ว วันนี้ ทางทีมข่าว MThai News ได้รับเกียรติจากคนเก่งอีกหนึ่งคน นั่นก็คือ คุณหนุ่ม ปิยณัฐ สร้อยคำ อดีตนักเรียนทุนให้เปล่าของรัฐบาลอินเดีย ปัจจุบันเป็นผู้พิชิตทุนรัฐบาลไทย เป็นนักศึกษาปริญญาเอก สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ เส้นทางการศึกษา จาก มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย สู่นักศึกษาปริญญาเอกที่อินเดีย ? คุณหนุ่มเล่าว่า ได้สำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรีจากภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่สาเหตุที่ตัดสินใจไปท่องแดนภารตะนั้น เพราะเพื่อน ๆ และคนรอบข้างส่วนใหญ่ เลือกที่จะไปเรียน ในประเทศแถบยุโรป ไม่ก็ อเมริกา จีน ญี่ปุ่น เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีใครนึกถึงประเทศในแถบเอเชียใต้ หรือ อินเดียเลย ทั้งที่เป็นประเทศที่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมกับเรา จากนั้น คุณหนุ่มเลยตัดสินใจลงเรียนวิชานโยบายต่างประเทศอินเดีย จากการสนับสนุนจาก ผศ.สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำแนะนำ ไปสอบทุนรัฐบาลอินเดียเพื่อไปศึกษาในเชิงลึกและสัมผัสกับประสบการณ์จริง จนกระทั่ง ได้รับทุนรัฐบาลอินเดีย หรือ ICCR ไปเรียนต่อในระดับปริญญาโท ด้านรัฐศาสตร์และการต่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยออสมาเนีย เมืองไฮเดอราบาด ครับ คุณหนุ่มเล่าว่า ในช่วงเดือน พ.ย.- ธ.ค. ของทุกปี จะมีการประชาสัมพันธ์การรับสมัครทุน ซี่งทุนนี้ให้ตั้งแต่ไปเรียน ปริญญาตรี ถึงปริญญาเอก ดังนั้นน้องๆที่กำลังจะจบม. 6 ก็สมัครได้เช่นกัน โดยไม่จำกัดสาขาวิชา (ยกเว้นแพทยศาสตร์) ผู้ที่สนใจ ทุนรัฐบาลอินเดีย หรือ ICCR  จะต้องเตรียมหลักฐานทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจะประกอบไปด้วย 1.หลักฐานการสำเร็จการศึกษา ทรานสคริปต์ รายละเอียดหลักสูตรที่เราสำเร็จการศึกษา 2.ใบสมัครทุน 3.รูปถ่ายสองนิ้ว 4.ใบรับรองการตรวจสุขภาพ 5.พาสปอร์ต CV 6.จดหมาย Recommendation ด่านการพิชิตทุน รัฐบาลอินเดีย หรือ ICCR  ขั้นตอนแรก ส่งใบสมัครได้ที่สถานทูตอินเดีย ซี่งตั้งอยู่ซอสุขุมวิท 23 หรือประสานทางอีเมล์ โดยจะมีการคัดกรองชั้นที่ 1 จากหลักฐานที่ส่งไป ขั้นตอนที่ 2 หากผ่านก็จะมีการประกาศให้เข้าสอบความรู้ความสามารถส่วนในตอนสมัคร เราอาจจะต้องเตรียมข้อมูลด้วยสักนิดว่าเราอยากไปเรียนวิชาอะไร สาขาไหน ที่มหาวิทยาลัยอะไร ทางรัฐบาลอินเดียจะให้เราใส่ตัวเลือกได้ 3 อันดับ ขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนการสอบ ในการสอบจะเป็นการสอบภาษาอังกฤษ โดยข้อสอบของสถานทูต ซี่งประกอบด้วยสองส่วนคือ ทักษะด้านภาษาอังกฤษ และ เรียงความ (ซี่งโดยมากจะเป็นเกี่ยวกับความคาดหวัง หรือ ความตั้งใจในการไปศึกษาต่อที่อินเดีย)หากผ่านรอบนี้ไปได้ ขั้นตอนที่ 4 การสอบสัมภาษณ์กับคณะกรรมการ ซี่งโดยมากเป็นข้าราชการหรือนักการทูตของอินเดีย ก็จะเป็นการถามตอบ ประเมินทัศนคติ หากเราผ่านการคัดเลือกทุกขั้นตอนแล้ว เอกสารของเราก็จะส่งไปให้มหาวิทยาลัยในอินเดียพิจารณารับเข้าศึกษา หากมหาวิทยาลัยตอบรับ ก็จะแจ้งการตอบรับมายังสถานทูต เพื่อประกาศให้นักเรียนทราบและตัดสินใจรับทุน จุดประสงค์ของการให้ทุน  รัฐบาลอินเดีย หรือ ICCR  โดยทุนดังกล่าว มีจุดประสงค์ เพื่อสนับสนุนนโยบายต่างประเทศอินเดีย ที่สร้างเครือข่ายนักเรียนจากทั่วโลกให้ได้เจอกัน และสร้างสัมพันธ์อันดี ซี่งการที่มีนักเรียนได้ไปเรียนที่อินเดีย ก็เท่ากับอินเดียได้ประชาสัมพันธ์สังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจตนเองไปพร้อมๆกัน เนื่องจาก เมื่อคนเหล่านี้สำเร็จการศึกษา ย่อมที่จะยึดโยงกับอินเดียไม่ทางใดก็ทางหนี่งครับ คุณหนุ่ม เล่าให้เราฟังด้วยว่า 'ชีวิตที่อินเดียสนุกดีนะครับ เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะเมืองที่ผมไปอยู่มีทั้งชาวมุสลิมและฮินดูอาศัยอยู่รวมกัน ทำให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรม ในการไปอยู่ที่นั่นก็อยู่ในบ้านที่เป็นชุมชนชาวอินเดียจริงๆ ในเรื่องการกินอยู่นั้น หากไม่อยากกินอาหารอินเดียทุกวัน ก็สามารถไปเดินตลาดหาซื้อวัตถุดิบ ซี่งราคาถูกมากๆถูกกว่าบ้านเราเยอะครับ มีทั้งผักหลายประเภท เช่น ปลา ไก่ เนื้อ หรือแม้กระทั่งหมู แต่ละวันก็จะขับรถมอเตอร์ไซต์จากบ้านไปมหาวิทยาลัย เข้าห้องสมุดบ้าง ออกกำลังกายบ้าง และบางทีก็ไปดูหนังอินเดีย ซี่งเวลาไปดูในโรงสนุกมากครับ เหมือนกับไปดูคอนเสิร์ต ซี่งผู้ชมจะมีอารมณ์ร่วมปรบมือ บางทีหากเพลงขึ้นก็จะลุกขึ้นเต้นเลยทีเดียว ..นอกจากนี้หากอยากได้หนังสือก็สามารถสั่งออนไลน์หรือไปร้านหนังสือ ซี่งราคาหนังสือที่นั่นถูกมากเลยครับ นอกจากหนังสือแล้วยังสามารถสั่งสินค้าออนไลน์ได้ทุกอย่างให้มาส่งที่บ้านตัดผ่านบัตรได้เลยครับ' เมื่อถามถึงชีวิตในมหาวิทยาลัย .. ? 'ตอนแรกผมไม่รู้จักมหาวิทยาลัยออสมาเนียที่ผมเรียนเลยครับ ผมเหมือนถูกรัฐบาลส่งตัวมาที่นี่ (เพราะตอนเลือกอันดับผมเลือกมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงทั้งหมด เพราะตอนนั้นก็ยังรู้จักอินเดียไม่กว้างนัก) แต่การได้มาที่เมืองไฮเดอราบาด ทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่างครับ มหาวิทยาลัยที่ผมเรียนเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของรัฐ ตั้งโดยนิซามแห่งรัฐไฮเดอราบาด ซี่งเดิมเป็นรัฐที่มีเจ้าผู้ปกครองนคร ก่อนที่จะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนี่งของอินเดียหลังได้รับเอกราช ในหลักสูตรที่ผมเข้าเรียนมีเพื่อนต่างชาติประมาณ 5 คน ที่เหลือเป็นเพื่อนชาวอินเดียซี่งเป็นคนท้องถิ่น สิ่งที่น่าสนใจคือนักเรียนชาวอินเดียที่นี่ส่วนใหญ่จะมาจากวรรณะล่างของสังคม บางคนเป็นดาลิต (จัณฑาล) ซี่งถูกกดขี่จากระบบวรรณะในสังคมอินเดีย แต่พวกเขาก็ยืนหยัดที่จะต่อสู้ให้ได้มาซี่งความยุติธรรม ฉะนั้นเพื่อนอินเดียเหล่านี้หลายคนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ซี่งพอมารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยพวกเขามักจะเป็นแกนนำประท้วง เดินรณรงค์ อดอาหาร อยู่บ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมได้เห็นแนวคิด เห็นการต่อสู้ เห็นขบวนการเคลื่อนไหวของสังคมอินเดีย ที่สำคัญคือในช่วงที่ผมเข้าเรียนนั้นมีการประท้วงเพื่อขอตั้งรัฐใหม่ในอินเดีย ซี่งทำสำเร็จในช่วงที่ผมเรียนจบ กลายเป็นว่า ตอนเข้าเรียนผมเข้าเรียนที่รัฐอันธรประเทศ แต่ตอนเรียนจบผมกลับจบจากรัฐเตลังกาน่าครับ ... ในด้านการเรียนจริงๆ ป.โทจะเน้นการอ่านหนังสือด้วยตนเอง ฟังสัมมนา การเขียนสารนิพนธ์และการสอบ ไขข้อสงสัย เรื่อง มาตรฐานการเรียนที่อินเดีย ? จริงๆแล้วผมอยากเรียนปริญญาเอกที่อินเดียต่อ แต่ อ.ที่ปรึกษาที่อินเดีย ท่านอยากให้ผมนำความรู้พื้นฐานจากเมืองไทย บวกกับประสบการณ์ที่ได้รับจากอินเดีย ไปต่อยอดมุมมองและทฤษฏีจากโลกตะวันตก ท่านจึงสนับสนุนและผลักดันให้ผมหาโอกาส หาทุนอื่นๆ เพื่อศึกษาในระดับปริญญาเอก .... และจากการที่ได้เรียนระดับปริญญาโทในอินเดียซี่งเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ทำให้ผมได้รับการยกเว้นการใช้คะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS) ในการสมัครเข้าเรียนต่อ และได้รับการตอบรับเข้าเรียนปริญญาเอก ด้านนโยบายต่างประเทศอินเดีย ที่คณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ สหราชอาณาจักร และได้มีโอกาสบรรยายและช่วยสอนในรายวิชานโยบายการต่างประเทศอินเดียสำหรับนักศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยดังกล่าวด้วยครับ ทั้งนี้ด้วยทุนที่ผมได้รับในปัจจุบันเป็นทุนรัฐบาลไทย (สกอ.) มีเงื่อนไขที่จะต้องกลับไปใช้ทุนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แม้จะเป็นจังหวัดที่อยู่ชายแดนตะวันออกสุดของประเทศไทย แตผมก็ยินดีเพราะที่นั่นเป็นบ้านเกิดของผมเองครับ MThai News ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com รายงานโดย ศิลัญชญา ปานมงคล

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2559! โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงการเงิน /  ดูดวง / 

ดวงการเงิน 12ราศี ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) เงินทองจ่ายออกตลอด มีทั้งค่าซ่อมแซม ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ดูแลสุขภาพเอาไว้หน่อย จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินเยอะ มีลาภปาก แต่การงานเงินยังแกว่งไปแกว่งมา ยิ่งถ้าคุณชอบเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ช่วงนี้บอกได้เลยว่าไม่คุ้มแน่นอน ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การเงินใช้จ่ายเก่งสุดๆ ทั้งเสื้อผ้า ของใช้ ยังมีรายจ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะด้วย กลางเดือนดวงการเงินโดดเด่นกว่าเรื่องอื่น ได้ผลตอบแทนมากกว่าที่คิด เล่นหุ้นเสี่ยงลุ้นมีความสำเร็จ ช่วงนี้หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง ไม่ขัดสน ปลายเดือนมีลาภฟลุ๊คๆ สิ้นเดือนใช้เงินเก่ง แต่ยังดีที่หาเงินคล่องไม่แพ้กัน หนักไปทางเที่ยวเตร่ ซื้อของ แต่มีวิธีการหาเงินที่ฉลาดเช่นกัน โชคดีที่มีลาภปาก ทำให้ประหยัดไปไดเยอะ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) โชคลาภไม่มี ต้องได้มาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองเท่านั้น เงินทองช่วงกลางเดือนไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง เป็นผลประโยชน์ที่ดี ยังไงช่วงนี้ต้องเร่งทำมาหากินกันหน่อย โบราณว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) เงินทองมีทั้งได้และเสีย จะเสียเงินเสียทองเยอะ ทำของหายบ้าง เสียรู้บ้าง ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งใจร้อนควักกระเป๋า เงินทองในช่วงนี้จะหมดไปกับค่าซ่อมแซมรถยนต์ ค่าเดินทาง ช่วงนี้ดวงเสียเงินเยอะ แต่ไม่ต้องน้อยใจโชคชะตา เพราะคุณจะได้รับข้อมูลเด็ดๆ ส่งผลให้มีโชคลาภ เงินทองกำลังมาเยือน การเงินเป็นคนใจอ่อนง่าย แถมมีแต่เรื่องน่าสงสาร คงอดไม่ได้ที่จะควักกระเป๋าช่วยเหลือ หมดไปกับการทำบุญ ทำทาน แต่หายห่วงไม่ขัดสนอยู่แล้ว มีลาภปากลาภท้อง ช่วยเพิ่มน้ำหนักได้ดีทีเดียว ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การเงินไม่ถึงกับช้อต แต่ก็ไม่เข้าขั้นดีนัก อะไรที่ประหยัดได้ก็ประหยัดไปก่อน มีลาภจากคนอายุน้อย คุณจะมีความทะเยอะทะยานสุดๆ คิดถึงแต่ความร่ำรวย โชคลาภ เงินทอง ได้ไพ่พระลักษมี ช่วยส่งเสริม ได้ข้อมูลดีๆ มาช่วยให้มีแผนการทำกำไร ช่วงนี้เงินหมุนเวียนคล่อง แต่คุณก็ไม่ค่อยหยุดนิ่ง เอาเงินไปลงทุนทำนู้นทำนี่ ให้ต้องลุ้นตลอด มีลาภฟลุ้คๆ ช่วงปลายเดือนนี้การเงินใช้จ่ายได้อย่างคล่องแคล่ว ช่วงนี้มีคนนี้คนนั้นคอยเอาใจ ซื้อของมาให้อยู่เสมอ เรื่องกินเที่ยวก็มีเจ้ามือเลี้ยงไม่ขัดสน ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การเงิน จับจ่ายใช้สอยคล่องมือ ช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะมีรายจ่ายเยอะก็ไม่หวั่น ดวงกำลังดี หาเงินง่าย แถมยังมีลาภฟลุ้คๆ ให้ชื่นใจอีก คุณเป้นคนใช้เงินเก่ง หมดไปกับความสุขความสำราญ แต่ก็เป็นคนที่หาเงินเก่ง หาตัวจับได้ยาก ทำให้หมุนเงินคล่อง มีรายรับเสริม ปลายเดือนวางแผนการใช้จ่ายให้ดี มีแววจะถูกชักดาบ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การเงินไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หมดไปกับการดูแลสุขภาพตัวเองและค่าซ่อมแซมรถยนต์ บ้านช่องจิปาถะ ดวงการเงินใช้จ่ายสนุกสนาน อยากได้นั่นอยากได้นี่ หมดไปกับการเฮฮาปาร์ตี้ แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะขัดสน เพราะมีเงินไหลเข้ามาให้ได้หมุนตลอด มีรายรับหลายช่องทาง ยิ่งคุณมีอาชีพเสริม ยิ่งสบายใจ เป็นช่วงของการเก็บเกี่ยว แต่ช่วงปลายเดือนหมดไปกับของโปรด ของอยากได้ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดวงเหมาะในการเสี่ยงลงทุน หรือจะทำธุรกิจส่วนตัวก็ราบรื่น มีโชคลาภจากงานเสริม ช่วยเป็นนายหน้าขายที่ ขายของได้เป็นกอบเป็นกำ การเงินเฟื่องฟู มีลาภฟลุ้คๆ ไม่ขัดสน อยากได้อะไรจะได้มาง่ายๆ กลางเดือนเงินมีทั้งเข้าและออกพอๆ กัน เดินทางมีโชคลาภ แต่หมดไปกับการท่องเที่ยว เฮฮาปาร์ตี้ ช่วงนี้ถ้ารู้จักเก็บออม จะมีโอกาสได้ของถูกใจ สิ้นเดือนมือเติบ เดี๋ยวจ่ายเดี๋ยวควัก เงินไหลออกตลอดเวลา แต่ด้วยความดวงดี มีเสน่หาทำให้มีเงินเข้าต่อยอดไม่ขาดสาย ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การเงินหน้าชื่นตาบาน เงินทองไหลเข้ามากกว่าออก ได้ลาภจากผู้ใหญ่ทำตัวนอบน้อมเข้าไว้ไม่ผิดหวัง จะหมดเงินไปกับอาหารการกิน ท่องเที่ยว คงต้องรู้จักเก็บออมไว้บ้าง แต่พอมีโชคลาภจากเพศตรงข้ามที่อายุมากกว่า ปลายเดือนการเงินหมุนเวียนคล่อง มักมีโชคลาภฟลุ้คๆ เข้ามา คนที่เคยยืมไปก็เอามาคืนแบบไม่คาดคิด มีเสียเงินจุกจิกบ้างเรื่องค่าซ่อม ค่ารักษา ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การเงินใช้จ่ายได้สบายใจ ช่วงนี้เงินไหลเข้ามารับทรัพย์ตลอด ถ้ากำลังคิดเป็นนายหน้าขายที่ หรือนายหน้าติดต่อเรื่องต่างๆ สำเร็จได้เงินมาง่ายๆ แต่ระวังพลาดพลั้งเสียรู้ ทำให้ต้องเสียเงิน กลางเดือนการเงินคล่องตัว รับทรัพย์เต็มที่ มีงานนั้นงานนี้มาให้ได้ฟันเงินสบายๆ ใช้จ่ายเงินอย่างมีความสุข ไม่ต้องคิดหน้าพะวงหลัง ช่วงนี้โชคเข้าข้าง หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง มีผลตอบแทนที่น่าพอใจ เหมาะกับการเล่นหุ้น เสี่ยงลุ้น ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การเงินมือเติบ เดี๋ยวหยิบเดี๋ยวจ่าย แต่คุณก็มีช่องทางหามาได้เรื่อยๆ ช่วงนี้ถ้าทำตัวน่ารัก มีโอกาสได้ลาภจากความเสน่หา ในหัวคุณตอนนี้มีแต่เรื่องเงิน ช่วงนี้ทั้งเข้าและออก  แต่จะหนักไปทางไหลออก มีเรื่องจ่ายตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ ถ้าไม่วางแผนออมบ้างอาจจะแย่ แต่ด้วยอิทธิพลของไพ่วงล้อแห่งโชค ทำให้มีโชคลาภ การเงินหมุนเวียนคล่องขึ้นมาทันที งานนายหน้าขายที่ อสังหาริมทรัพย์ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มีงานเสริม แต่เงินก็ไม่หยุดนิ่ง หาเรื่องลงทุนตลอด แต่เสียเปรียบ ไม่ว่าจะลงทุนกับใคร เป็นต้องออกไปก่อน และตามใช้คืนทีหลังทุกที ช่วงนี้อยู่เฉยๆ ดีทีสุด ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การเงินใช้จ่ายเยอะเหมือนเดิม เพราะต้องพบปะเจอเพื่อนฝูง คนรัก แต่สภาพคล่องยังสบายอยู่ ช่วงนี้ได้ลาภปาก กินฟรี !! การเงินหมุนเวียนคล่อง ช่วงนี้จัดสรรปันส่วนดี มีรายรับเข้ามาเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยแรง ยิ่งพบปะเจรจายิ่งได้ข้อเสนอดี รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

'ไทยรักไทย'พ้นมลทินจ้างพรรคเล็ก-วิษณุแจงทำไมถึงรอด?
จ้างพรรคเล็ก /  ตัดสิทธิ์ทางการเมือง / 

"ไทยรักไทย" พ้นมลทินจ้างพรรคเล็กเลือกตั้ง ทวงความยุติธรรมหลังพรรคถูกแบน ขณะ "วิษณุ" แจง สาเหตุศาลยกฟ้อง? รองนายกรัฐมนตรี ระบุ ศาลฎีกายกฟ้องกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้งเมื่อปี 2549 เป็นคนละเรื่องกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย จากกรณีศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงสมัครเลือกตั้งปี 2549 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลายทิศทาง เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญพิพากษายุบพรรคไทยรักไทยก่อนหน้านี้ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นคนละเรื่องกัน ไม่สามารถจะพูดได้ว่าใครถูกหรือใครผิด และไม่รู้ด้วยว่า เรื่องนี้ใครถูกหรือใครผิด ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่ข้อหาเดียวทำความผิดกรณีเดียวกันฟ้องได้ทั้งอาญาและแพ่ง แต่ปรากฏว่าคดีอาญาผิดแต่คดีแพ่งไม่ผิด ส่วนเรื่องการยุบพรรคถือว่าจบไปแล้วแม้จะเป็นกรรมเดียว วาระเดียว แต่มูลเหตุและเหตุผลที่ใช้ในการพิจารณาคนละหลักกัน โดยกตัวอย่างว่า หากตนในฐานะรัฐมนตรีถูกชกหน้า ในทางอาญาสามารถฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกาย และสามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายที่ศาลแพ่ง เพราะทำให้ฟันหักปากฉีก แต่หากคนที่มาชกเป็นข้าราชการถือว่ามีความผิดทางวินัยสามารถไล่ออกได้โดยไม่สนใจสองศาลแรกว่าตัดสินอย่างไร และหากพิสูจน์ทราบได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีเหตุจูงใจที่จะล้มล้างรัฐบาล ก็สามารถเอาผิดอีกศาลหนึ่งได้ ดังนั้นไม่สามารถเอามาเทียบเคียงกันได้เป็นคนละเรื่องกัน ในขณะเดียวกันกัน หลังคำตัดสินของศาลในกรณีดังกล่าว นายภูมิธรรม เวชยชัยรักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า คำตัดสินยืนยันพรรคไทยรักไทยบริสุทธิ์ ไม่ได้กระทำตามข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคต้องถูกยุบและอดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คน ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองอย่างไม่ยุติธรรม 5 ปี ดังนั้น ขอถามไปถึงคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยว่าว่าจะแสดงความรับผิดชอบเรื่องอย่างไร พร้อมถามไปยังองค์กรอิสระยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมขององค์กรนี้อีกหรือไม่ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

หมดอนาคตแน่! คลิป เบนเตเก้ ลืมตัวต่อยคล็อปป์แว่นแตก
คริสติยอง เบนเตเก้ /  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน / 

คริสติยอง เบนเตเก้  ดีใจกับลูกยิงของ อดัม ลัลลาน่า ที่ซัดในช่วงทดเจ็บเป็นประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล บุกไปชนะ นอริช ซิตี้ สุดมันส์ 4-5 แบบลืมตัวไปหน่อยเลยไปต่อยเข้าเบ้าตาของ เจเก้น คล็อปป์ จนแว่นแตกซึ่งในช่วงท้ายเกมส์ กุนซือชาวเยอรมัน วิ่งมาดีใจแบบบ้าคลั่งกับลูกทีม หลัง ลัลลาน่า พังประตูได้ในช่วงทดเจ็บ เป็นช็อตดราม่า แบบสุดๆ ซึ่งจังหวะนั้น เบนเตเก้ ที่ลืมตัวไปหน่อย ได้เอามือไปฟาดหน้า คล็อปป์ แบบไม่ตั้งใจ จากการพยายามเข้าไปกอดแสดงความดีใจกับเพื่อน ทำให้ คล็อปป์ แว่นแตก ซึ่งหลังจบเกมส์ ผู้จัดการทีม เฮฟฟี่เมทัล กล่าวแบบขำๆ กับนักข่าวว่า พยายามหาแว่นสำรอง แต่หาไม่เจอเพราะไม่ได้สวมแว่น 

10 ดาราสาวสุดแซ่บ ฟิตออกกำลังกาย จนหุ่นเป๊ะเวอร์!!!
ลดความอ้วน /  ลดน้ำหนัก / 

         สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องลงมือทำ ประโยคโบราณที่เคยได้ยินกันมานาน แต่ก็ยังคงหยิบมาใช้ได้อยู่เรื่อยๆ ไม่มีตกกระแส โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เทรนด์สุขภาพกำลังมาอย่างในตอนนี้!! หันไปทางไหนก็มีแต่สาวหุ่นดี แต่ในทางกลับกัน ยังเห็นผู้หญิงบางคนก็ยังอวบอ้วน และน้ำหนักขึ้นรัวๆ จากการกินอาหารที่ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายจะถูกนำไปใช้เผาผลาญ รอช้าไม่ได้แล้วนะคะ เพราะนอกจากหุ่นจะย้วยไม่ชวนให้มองแล้วไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคไขมันอุดตัน และอีกหลายๆ โรค จะถามหาเอาได้นะคะ มาหาแรงบันดาลใจสร้างหุ่นสวยสุขภาพดี กันดีกว่าค่ะ :)   1. อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซุปตาร์ตัวแม่ที่ยังคงรักษาหุ่นแซ่บอยู่เสมอ แม้อายุจะเลข 3 ปลายๆ แล้วก็ตาม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกกำลังกายหนักหน่วง กล้ามท้องซิกแพค แต่ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับผู้หญิงที่ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ มีเวลาว่างก็เล่นโยคะ ตีแบต ดูซิ หุ่นสวยๆ จะหนีไปไหนได้ 2. ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เกต ไม่เขียนถึงไม่ได้จริงๆ สำหรับเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า แห่งเมืองไทย ที่ไม่ว่าจะแต่งตัวด้วยลุคไหน ก็ปัง ปัง ปัง อยู่ตลอด แต่ไม่ใช่ว่าจะสวยเพียงอย่างเดียว แต่สาวชมพู่ ยังคงออกกำลังกายอย่างหนัก ไปพร้อมๆ กับการควบคุมอาหาร จะเห็นได้จากในอินสตาแกรม ที่เธอมักลงรูปอาหารคลีน และกิจกรรมออกกำลังกายอยู่ตลอด จริงจังขนาดนี้ หุ่นไม่เป๊ะให้มันรู้ไปสิคะ 3. ปู ไปรยา สวนดอกไม้ สาวสวยที่มีหุ่นชวนฝันอีกหนึ่งคน ที่มีระเบียบวินัยในการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะยุ่งจนไม่มีเวลาขนาดไหนก็ตาม โดยจะออกกำลังกายทันทีเมื่อตื่นนอน เพราะอยากให้ร่างกายเผาผลาญ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แถมยังบอกอีกด้วยว่า "งานปาร์ตี้ก็ยังมีบ้างพอประมาณ แต่ยังไงสุขภาพก็ต้องมาก่อนค่ะ" เริ่ดไหมล่ะ ถามใจพวกเธอดู 4. เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ  สาวฮอตอีกหนึ่งคนที่ใครๆ ต่างก็ยอมรับในหุ่นที่สุดแสนจะสตรอง !! เพราะเข้าวงการมาด้วยลุคสาวหน้าหวาน ผิวขาวใส และหุ่นที่อวบอิ่มนิดๆ แต่หลังจากที่ได้รู้จักกับ พิลาทิส รูปร่างของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เห็นหุ่นเฟิร์มขนาดนี้ สาวเจนี่ไม่ได้อดอาหารเลยสักนิดค่ะ ตรงกันข้าม เธอยังกินข้าวเช้าและกลางวันแบบปกติ แต่ตอนเย็นจะเน้นไปที่สลัดผัก แล้วออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ใครอยากลองทำตามดู ก็ไม่หวงสูตรด้วยนะคะ :) 5. คิมเบอร์รี่ แอน เทียมศิริ  นางเอกสาวหน้าหวาน หุ่นบอบบางคนนี้ ใครจะรู้ว่าแต่ก่อนเคยหนักถึง 70 กิโลกรัม แต่หลังจากที่หันมาออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร ก็สามารถลดน้ำหนักลงมาได้เกือบ 20 กิโลกรัม !!! เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกรับประทานแอปเปิ้ลเขียววันละ 3 ลูก ร่วมกับอาหารไขมันต่ำ และดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำ แถมยังออกกำลังหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โยคะ ตีแบต และพิลาทิส จริงจังขนาดนี้ หุ่นไม่เปรี้ยะ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วค่าาาา 6. กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ พิธีกรมากความสามารถ ที่เมื่อตั้งใจทำอะไรแล้ว ต้องทำให้ถึงที่สุด !! การฟิตหุ่นของเธอก็เช่นกัน ใครตามในอินสตาแกรมจะเห็นกันบ่อย ว่านอกจากจะทำงานหนักแล้ว เรื่องการออกกำลังกายก็หนักไม่แพ้กัน การันตีได้จากกล้ามหน้าท้องซิกแพค ที่ให้ลุคสาวสุขภาพดีแบบสุดๆ แถมยังดูเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ แต่งชุดไหนก็สวยชวนมองไปซะหมด แล้วอย่างนี้จะรออะไรคะ ไปออกกำลังกายกันเถอะ 7. อุ้ม ลักขณา วัธนวงส์ศิริ ไม่เพียงแค่อกอึ๋มเท่านั้นที่ดึงดูดสายตา ตอนนี้สาวอุ้ม ลักขณา ก็ยังมีหุ่นที่เป๊ะ ปัง อวดกิจกรรมออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงลงอินสตาแกรม และมีเป้าหมายว่า "ปีนี้พี่จะหุ่นดีมีกล้าม" ใครที่อยากมีหุ่นดีอย่างสาวอุ้ม อย่ารอช้า เริ่มจากวันนี้ได้เลย ทำก่อน ได้สวยก่อนใครน๊าาา 8. ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ นักแสดงสาวคนสวย ที่หันมาจริงจังกับการออกกำลังกาย แถมยังออกแนวสายโหด เรียกเหงื่อด้วยกีฬามวย ออกลีลาทั้งเตะ ทั้งต่อย แถมยังพ่วงด้วยว่ายน้ำ และโยคะ แล้วหุ่นเฟิร์มจะหนีไปได้ไหนล่ะคะ เคล็ดลับหุ่นสวยสุขภาพดี อยู่ที่การออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้นเองจ้าาา 9. เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา เน็ตไอดอลรุ่นแรกของเมืองไทย ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก จากสาวน้อยวัยใสในวันนั้น กลายมาเป็นอาจารย์สาว แถมยังหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง สร้างกล้ามเนื้อให้ดูแข็งแรง สุขภาพดี ไม่ผอมบอบบางแบบแต่ก่อนแล้วนะจ๊ะ เคล็ดลับหุ่นดีอยู่ที่การตั้งใจฝึกอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกอาจท้อและหนื่อย แต่ถ้าทำจนร่างกายเกิดความเคยชิน รับรองได้เลยว่าถ้าวันไหนไม่ได้เหงื่อ อาจถึงขั้นหงุดหงิดได้เลยค่ะ ลองทำตามกันดูนะคะ 10. จอย ชลธิชา นวมสุคนธ์ นักแสดงสาวคนสวย ที่หน้าเด็กตลอดกาล ใครจะรู้บ้างคะว่าตอนนี้เธออายุเลข 3 แล้วนะ แต่ทำไมหน้ายังดูเป็นวัยรุ่นยี่สิบนิดๆ อยู่เลย แถมยิ่งช่วงหลังมานี้ หันมาออกกำลังกายอย่างหนัก หุ่นก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ทั้งฟิตทั้งเฟิร์ม แถมยังมีกล้ามหน้าท้องอีกต่างหาก เคล็ดลับไม่มีอะไรยุ่งยาก แค่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร และพักผ่อนให้เพียงพอ ใครอยากเด็ก หุ่นเด้ง ก็ลองทำตามกันดูนะคะ สาวจอยไม่หวงเทคนิคจ้า เรียบเรียงโดย Women mthai team   

H1Z1 ส่งสองเกมส์ภาคใหม่ สู่สองเครื่องเกมส์คอนโซล
H1Z1 /  H1Z1: Just Survive / 

หากจำกันได้กับเกมส์แอคชั่นซอมบี้อย่าง H1Z1 จาก Daybreak Games ที่ปล่อยดาวน์โหลดบนเวอร์ชั่น PC ผ่านแพลตฟอร์ม Steam ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ค่อนข้างพอใช้ได้จากแขนงสื่อและผู้เล่นเกมส์ ล่าสุดเกมส์นี้เตรียมต่อยอดสู่แพลตฟอร์มเครื่องเล่นเกมส์คอนโซล พร้อมพัฒนาเกมส์แนวใหม่ให้เล่นกันผ่าน Xbox One และ PlayStation 4 H1Z1: Just Survive คือเกมส์ภาคใหม่ที่มุ่งเน้นเอาตัวรอดบนผืนหลังโลกมลายสิ้นด้วยซอมบี้แบบ Open World อาศัยด้วยการยังชีพตัวเองจากปัจจัยสี่ ทั้งการผลิตสิ่งของและอาหาร รวมถึงสร้างแหล่งพำนักเพื่อป้องกันจากภัยต่างๆ นอกจากจะต้องระวังภัยจากซอมบี้มากมายแล้ว ผู้คนที่มีชีวิตรอดสวมบทบาทเป็นผู้เล่นเกมส์ออกตามล่าสังหารตัวผู้เล่น นอกจากนี้ ยังมีเกมส์ H1Z1: King of the Kill นำเสนอเกมส์ซูตติ้งแบบเดินเกมส์เร็ว ให้ผู้เล่นจำนวนมากเข่นฆ่ากันเองเพื่อหาผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว เริ่มต้นจัดอาวุธชุดเกราะ วางแผนพร้อมรบและจับมือพันธมิตรหลวมๆเพื่อชิงชัยผู้อยู่รอดคนสุดท้าย ทั้งนี้ ผู้เล่นที่มีเกมส์ H1Z1 อยู่แล้ว จะได้รับเกมส์ทั้งสองภาคและจะแบ่งเกมส์ออกเป็นสองภาคบน Steam ส่วนบรรดาไอเทมเกมส์จะถูกบันทึกลงในเกมส์ทั้งสองภาคเช่นกัน H1Z1: Just Survive และ H1Z1: King of the Kill วางขาย 17 กุมภาพันธ์ 2016 บน PC, Xbox One และ PlayStation 4

โจรดวงกุด! ย่องปล้นร้านเพชร เจอยิงสวนดับคาที่
คนร้าย /  ฆาตกรรม / 

เกิดเหตุโจรบุกปล้นร้านเพชร ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เจอเจ้าของร้านคว้าปืนยิงสวนเข้าร่าง 3 นัด ดับคาที่ วันนี้ 26 ม.ค. ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันตายภายในร้านจำหน่ายเพชรและเครื่องประดับชื่อ “ห้างเพชรวี.พี.จิวเวอรี่ (จ่าหมัด ปตท.) ตั้งอยู่เลขที่ 1120 ปากซอย 28 ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่เกิดเหตุพบศพนายสมศักดิ์ เพชรทอง อายุ 38 ปี คนร้ายถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณลำตัว 3 นัด เสียชีวิตคาที่ พร้อมเพชรและเครื่องประดับ ซึ่งเป็นของกลางที่ขโมยมาจากในร้านใส่ไว้ในถุงสีแดงตกอยู่ สอบสวนนายวิชัย วรรณวงศ์ อายุ 68 ปี อดีต ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา เจ้าของร้าน ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ได้มีคนร้ายงัดแงะปีนเข้ามาทางหลังบ้าน บริเวณชั้น 2 และเดินลงไปชั้นล่าง เพื่อรื้อค้นทรัพย์สินภายในตู้เซฟ ซึ่งไม่ได้ล็อก เนื่องจากไม่ได้เก็บอะไรไว้มาก โดยได้รื้อค้นตู้โชว์เก็บเครื่องเพชร ได้เครื่องประดับเพชรไปจำนวนหนึ่ง จากนั้นน้องชายของตนนอนอยู่ชั้น 2 ได้ยินเสียงดังผิดปกติมาจากชั้น 1 จึงได้ลงมาดู และพบกับคนร้าย จึงได้เกิดการชกต่อยกันขึ้น ส่วนตนนอนอยู่ชั้น 4 ได้ยินเสียงดังจึงลงมาดู พบคนร้ายได้วิ่งขึ้นมาทางบันไดชั้นที่ 2 พร้อมกับพยายามใช้ไขควงเป็นอาวุธจะเข้าทำร้าย ตนจึงได้ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่คนร้าย 3 นัด เสียชีวิตคาที่ สำหรับร้านเพชรแห่งนี้เพิ่งเปิดได้เพียง 3 วัน เบื้องต้นตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ขอบคุณ ข่าวสด ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก , เรื่องย่อคู่วุ่นลุ้นแผนรัก
ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก /  เรื่องย่อ ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก / 

ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก บทประพันธ์โดย : เล่าเต็งกำกับการแสดงโดย : ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์ผลิตโดย : บริษัท ปรากฎการณ์ดี จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ คู่วุ่นลุ้นแผนรัก เมื่อรักแรกในวัยเด็กของเธอ คือฝันร้ายเวลาผ่านไปจากเด็กหญิงขี้เหร่กลายเป็นสาวงามที่ทุกคนใฝ่ปอง เธอจะเลือกใครระหว่างชายในฝันผู้เป็นรักแรกของเธอ หรือเขา ผู้ที่จะเป็นรักสุดท้ายมิอาจลืม ขอจันทร์...เด็กหญิงวัยสิบสามปีที่มักจะถูกเพื่อน ๆ เรียกว่า ยายดอกหน้าวัว เป็นเพราะปานดำที่กินพื้นที่เกือบครึ่งใบหน้าของเธอนั่น เอง ขอจันทร์ถูกล้อและถูกแกล้งมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้เธอเป็นคนเก็บตัว พูดน้อยแต่ก็ใช่ว่าหัวใจเธอจะไม่มีรัก เมื่อเธอไปหลงรัก เด็กชาย นที ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตร ที่มีเค้าความหล่อและความเจ้าชู้ตั้งแต่เด็ก ขอจันทร์รวบรวมความกล้าที่สุดในชีวิตตัดสินใจสารภาพความในใจให้กับนทีรู้ ก่อนที่เธอจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาในฐานะนักเรียนทุน นทีถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าขอจันทร์ชอบเขา แต่ยังไม่ทันที่นทีจะตอบอะไร กลุ่มเพื่อนนทีก็เข้ามาพร้อมกับล้อนทีว่ามีแฟนเป็นดอกหน้าวัว ด้วยความอายทำให้นทีผลักขอจันทร์ล้มลง นทีบอกกับขอจันทร์ว่ายายดอกหน้าวัวอย่างเธออย่าคิดแม้แต่จะสบตามองเทพบุตรอย่างเขา ขอจันทร์โกรธและบอกกับตัวเองไว้ว่าเธอจะกลับมาแก้แค้นและทำให้นทีรักเธอให้ได้!!! ขอจันทร์แอบมาร้องไห้อยู่บนดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมักจะมาที่นี่อยู่บ่อย ๆ เพื่อแอบมองนที จังหวะที่ขอจันทร์ร้องไห้จนหน้ามืดจนเกือบพลัดตกลงไป ทันใดนั้นมือของชายคนหนึ่งได้เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ก่อนที่ร่างของเธอจะตกลงไปเบื้องล่าง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะรู้ว่าใครเป็นคนที่ช่วยเธอไว้ สติของเธอก็ดับวูบไปพร้อมกับความจำอันเลือนลางที่เหลือไว้เพียงความอบอุ่นจากมือคู่นั้นเท่าที่เธอจำได้ และเจ้าของมือคู่นั้นที่ช่วยเธอเอาไว้ก็คือ ศิลา พี่ชายคนโตของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง สิบปีผ่านไป ทุกคนลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกับขอจันทร์อย่างสิ้นเชิง ยกเว้น ศิลา บุตรชายคนโตและเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลธุรกิจด้านอาหาร อันเป็นธุรกิจหลักของตระกูลเชตวัตร ด้วยความที่เป็นความหวังของครอบครัวและเป็นบุตรชายคนโตทำให้ศิลาเป็นคนพูดน้อย และคิดทุกอย่างเป็นเม็ดเงินและผล ตอบแทนทุกลมหายใจ หรือจะเรียกว่าเป็นพวกบูชาเงินและความสำเร็จก็ย่อมได้ แตกต่างกับนที น้องชายคนรองของตระกูล ผู้มีความกะล่อนและลีลาแพรวพราวในการจีบสาวที่ลื่นไหลเหมือนชื่อของเขา คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนทีก็คือ เดือนวารี น้องสาวคนสุดท้องที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ความน่ารักของเธอทำให้หนุ่ม ๆ ทั้งหลายต่างรุมตอม แต่เดือนวารีก็ไม่เคยมีใจให้กับใครเพราะเธอคิดว่าผู้ชายเหล่านั้นก็เหมือนกับนทีพี่ชายของเธอ ที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่คนที่ซวยที่สุดเห็นจะเป็น ตะวันฉาย น้องชายของขอจันทร์ ผู้อาศัยอยู่ในตระกูลของเชตวัตร นั่นก็เพราะพ่อของเขา นายสาโรจน์ เป็นคนสวนเก่าแก่รุ่นบุกเบิกมาตั้งแต่ตอนที่ตระกูลเชตวัตรเริ่มตั้งตัวใหม่ ๆ จนกระทั่งมาถึงรุ่นลูก ตะวันฉายจึงได้รับช่วงต่อให้เป็นคนสวนไปโดยปริยาย เดือนวารีมักจะคอยกลั่นแกล้งตะวันฉายเพื่อระบายกับสิ่งที่เธอมีอคติกับผู้ชาย เพราะตะวันฉายเป็นคนเงียบ ๆ ไม่เคยมีปากมีเสียงกับเดือนวารีสักครั้ง ทำให้เดือนวารีได้ใจและคอยแกล้งตะวันฉายอยู่ตลอดเวลา ตะวันฉายจึงกลายเป็นคนเก็บกดและคิดจะแก้แค้นเดือนวารีกลับบ้าง ศิลาตั้งใจให้ตะวันฉายคอยดูแลเดือนวารีแทนเขา จึงออกทุนให้ตะวันฉายได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเดือนวารี โดยทั้งคู่ก็มีกลุ่มของตัวเองและกลุ่มของทั้งสองคนก็ไม่ถูกกันอย่างแรง ทำให้ทั้งเดือนวารีกับตะวันฉายนอกจากเปิดศึกที่บ้านยังไม่พอยังลามมาถึงในมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก แล้วก็เกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อธุรกิจของตระกูลเชตวัตรประสบกับปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งหมดเกิดจากแผนการของ ครรชิต คู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลเชตวัตร ครรชิตแอบติดต่อกับผู้ลงทุนในเชตวัตรฟู้ดเพื่อกล่อมให้ผู้ลงทุนเหล่านั้นเปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายตน ท่ามกลางความคัดค้านของ ณิชรันย์ น้องสาวผู้เพียบพร้อมและแตก ต่างกับครรชิต ณิชรันย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครรชิตทำ แต่ครรชิตกลับคิดว่าเป็นเพราะณิชรันย์รักศิลาจึงไม่เห็นด้วยกับเขา เมื่อผู้ถือหุ้นถอนหุ้นออกจากเชตวัตรฟู้ด ทำให้ศิลาผู้รับผิดชอบทุกอย่างในตระกูลจะต้องหาทางพลิกฟื้นและประคองให้ทุกอย่างผ่านไปให้ได้ ศิลาปรึกษากับ น้าทิพย์ ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เป็นจังหวะที่นํ้าทิพย์ได้เจอกับ รสริน ผู้เป็นทั้งศัตรูและมหามิตร แล้วยังเป็นภรรยาของ พล.อ.ประภพ...ผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยของรัฐมนตรี ผู้มีอิทธิพลเป็นที่กว้างขวางทั้งในวงทหารด้วยกันและรวมถึงในรัฐบาลตอนนี้ สมองของศิลาก็ปริ้นท์แผนงานในการทำให้บริษัทของเขาอยู่รอดออกมาทันที นั่นคือการวางแผนที่จะให้นทีแต่งงานกับ ลีนา ลูกสาวของรสรินและ พล.อ.ประภพ โดยหวังเอาหน้าตาและเส้นสายของ พล.อ.ประภพ เป็นใบเบิกทางเพื่อให้ตระกูลเชตวัตรผ่านพ้นมรสุมชีวิตนี้ไปได้ นทีกำลังเริงร่าและดื่มดํ่ากับบรรยากาศแห่งท้องทะเลกับสาวคู่ควงคนใหม่ แต่แล้วโลกของเขาได้เปลี่ยนไปทันทีเมื่อนทีได้พบกับ ขอจันทร์ ยายดอกหน้าวัวที่เขาเคยรังเกียจ แต่บัดนี้ขอจันทร์กลาย เป็นสาวงามที่ชายหนุ่มทุกคนใฝ่ปอง แต่ทั้งสองกลับจำกันไม่ได้และปิ๊งกันทันทีตั้งแต่แรกเห็น ขอจันทร์กลับมาถึงกรุงเทพฯ เร่งเปิดธุรกิจการนวดเพื่อบำบัดตามความสามารถที่เธอได้เรียนมา ด้วยความช่วยเหลือของ เอริค ช่างแต่งหน้าเอฟเฟคที่รู้จักกันที่อเมริกา เอริคแนะนำดาราและเซเลบหลายคนมารับการบำบัดด้วย Therapeutic Massage กับขอจันทร์ จนกระทั่งวันนึงขอจันทร์ได้พบกับศิลาจากการพามาของณิชรันย์ เพียงแค่แวบแรกที่ขอจันทร์เห็นศิลาเธอก็จำเขาได้ทันที แต่ศิลากลับจำขอจันทร์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ขณะที่ทางด้านตะวันฉายได้พบกับ เชน...เสือผู้หญิงในคราบหนุ่มหล่อที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน เชนต้องการให้ตะวันฉายเป็นพ่อสื่อระหว่างเขากับเดือนวารี แล้วทันใดนั้นแผนการเอาคืนเดือนวารีก็ผุดขึ้นในหัวของตะวันฉายทันที นั่นคือเขาต้องการให้เชนเอาชนะใจเดือนวารี เพื่อให้ทั้งสองเป็นแฟนกัน เพราะตะวันฉายรู้ว่าคนอย่างไอ้เชนนั่นจะไม่ยอมเป็นแฟนกับใครได้เกินสามเดือน และนี่ก็คือแผนการแก้แค้นที่จะทำให้คนอย่างเดือนวารีได้เจ็บบ้าง เมื่อนทีกลับมาที่กรุงเทพฯ ก็ได้รู้เรื่องข่าวการจัดงานหมั้นระหว่างเขากับลีนา คู่หมั้นที่ศิลาและนํ้าทิพย์เลือกให้ ขอจันทร์ได้ปรากฏตัวขึ้นในงานหมั้น นทีหัวใจพองโต เมื่อคิด(ไปเอง) ว่าขอจันทร์ตามหาเขาจนรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ขณะที่ขอจันทร์เองก็ตกใจเช่นกันเมื่อได้รู้ว่า ชายหนุ่มรูปงามคนนั้นคือ เด็กชายนที...ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง และทันใดนั้นแผนการแก้แค้นของเธอก็เริ่มต้นขึ้น คือการให้นทียกเลิกงานหมั้นระหว่างเขากับลีน่านั่นเอง นั่นทำให้จากงานหมั้นเลยกลายเป็นงานหมันไปในทันที ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อนทีประกาศยกเลิกงานหมั้น ขอจันทร์ตั้งสติได้ก่อนจะโกหกทุกคนว่าเธอชื่อ แองจี้ ลีนากลับไปด้วยความโกรธเพราะเสียหน้า ใครก็รู้ว่าลูกทหารอย่างเธอเรื่องศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รสรินและประภพพ่อของลีนาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนลูกสาวถึงกับประกาศจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดใดกับครอบครัวของศิลาอีก ถ้าชาตินี้ไม่เจอกันได้ก็ดี เดือดร้อนถึงศิลาผู้วางแผนทั้งหมดจำเป็นจะต้องไปขอโทษและให้คำมั่นกับครอบครัวของลีนาว่าจะให้นทีกลับมาแต่งงานกับลีนาให้ได้ แผนการแก้แค้นของขอจันทร์ดำเนินไปอย่างแนบเนียนโดยที่นทีไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะถูกขอจันทร์หักอกในไม่ช้า แต่แล้วขอจันทร์ก็ได้เปลี่ยนใจเมื่อรู้ว่าศิลาได้ให้ครอบครัวเธอทั้งหมดย้ายไปอยู่ที่อื่นพร้อมกับให้ทุนส่วนหนึ่งไปในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำให้ขอจันทร์เปลี่ยนความคิด เป็นความแค้นและคิดจะแต่งงานกับนทีจริงเพื่อต้องการให้ครอบครัวของศิลาและคุณหญิงเจ็บใจแต่ความลับไม่มีในโลก ศิลาจับได้ว่าที่แท้ขอจันทร์กับแองจี้ก็คือคนคนเดียวกัน ทุกคนตกใจและไม่เชื่อว่าจากยายดอกหน้าวัวจะกลายเป็นนางฟ้าได้ถึงเพียงนี้ ศิลาได้รู้ความต้องการของขอจันทร์ผ่านทางตะวันฉายผู้ที่เปรียบเสมือนน้องชายของเขาเช่นกัน ว่าขอจันทร์ต้องการจะแก้แค้นนทีในสิ่งที่เขาทำไว้กับเธอในตอนเด็ก ศิลาคิดหาทางที่จะต้องยับยั้งแผนการของขอจันทร์และต้องทำให้นทีแต่งงานกับลีน่าได้เร็วที่สุด ขอจันทร์ตกใจเมื่อจู่ ๆ ได้รู้ว่าสาโรจน์เป็นมะเร็งปอด ซึ่งจะต้องใช้เงินรักษา ศิลายื่นข้อเสนอที่ขอจันทร์ไม่อาจปฏิเสธได้นั่น ก็คือ ศิลาจะเป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับสาโรจน์ทั้งหมด รวมถึงการส่งเสียให้ตะวันฉายเรียนจนจบการ ศึกษา ขอจันทร์รู้ว่าที่ศิลาต้องการแต่งงานกับเธอนั่นก็เพราะศิลาหวังว่าจะให้ขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของนที นทีถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าถูกพี่ชายแท้ ๆ ของเขาแทงข้างหลัง เรื่องนี้ถึงกับที่นทีจะตัดพี่ตัดน้องกับศิลาแต่ยังดีที่ณิชรันย์พยายามพูดจาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย นทีและณิชรันย์ต่างรู้สึกแปลก ๆ กับคู่แต่งงานใหม่อย่างศิลากับขอจันทร์ที่ดูยังไงก็เหมือนคู่แค้นมากกว่าคู่รัก จนกระทั่งนทีได้รู้ความจริงที่ว่าที่ศิลาแต่งงานกับขอจันทร์ก็เพื่อต้องการแยกเธอออกจากเขา และต้องการให้นทีแต่งงานกับลีน่านั่นเอง นทีกับณิชรันย์ต่างดีใจที่ทั้งคู่ไม่ได้รักกันจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเพียงการเล่นละครเท่านั้น นทีสารภาพรักกับขอจันทร์ก่อนจะขอโทษในสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอไว้ในอดีต นทีประกาศก้องต่อหน้าทุกคนว่าจะแย่งขอจันทร์จากศิลาให้มารักกับเขาให้ได้ ศิลาพูดอะไรไม่ออกเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทำให้ต้องคิดหาทางที่จะเอาขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของเขาโดยเร็วที่สุด แล้วเวลาแห่งการแก้แค้นก็มาถึงเมื่อขอจันทร์สั่งให้มีการพักผ่อนโดยจะนำพนักงานทุกคนไปเที่ยวทะเล ศิลาจึงเริ่มต้นวางแผนและคิดจะใช้โอกาสนี้ทำให้ขอจันทร์ต้องเป็นฝ่ายเสียใจบ้าง แล้วทริปแห่งความปั่นป่วนก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อขอจันทร์กับศิลาต้องมีอันไปติดเกาะด้วยกัน พายุเข้า เรือไม่มีจะกลับฝั่ง ด้วยความยากลำบากทำให้ศิลาและขอจันทร์เริ่มจะพูดจาดี ๆ ต่อกัน จนขอจันทร์ได้รู้ว่าศิลาเป็นเจ้าของมืออันอบอุ่นที่ได้ช่วยเธอเอาไว้เมื่อสมัยเด็กตอนที่เธอเกือบจะพลัดตกจากดาดฟ้า ขอจันทร์ถึงกับอึ้งไปอีกเมื่อรู้ว่าศิลาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยล้อเธอเรื่องดอกหน้าวัวและพยายามห้ามนทีและเดือนวารีทุกครั้งที่รังแกเธอกับตะวันฉายสองพี่น้อง และศิลายังจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอได้ ทำไมเธอไม่รู้มาก่อนและการที่เธอเป็นที่จดจำของใครบางคนนั่นก็ทำให้ขอจันทร์ได้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นกับศิลา เช่นเดียวกับศิลาเมื่อได้อยู่กับขอจันทร์เพียงลำพังเขาจึงได้เห็นบางมุมของขอจันทร์ที่เธอไม่ใช่ยายตัวร้ายจอมวางแผนอย่างที่เขาเห็นมาก่อน สถานการณ์ยากลำบากต่าง ๆ ยิ่งทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความอบอุ่นในใจขึ้นอย่างประหลาด ณิชรันย์กับนทีร่วมมือกันออกตามหาทั้งสอง โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างวันและเวลาที่นทีและณิชรันย์ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองต่างก็รู้สึกดีและแปลกใจที่ต่างเข้าใจกันและกัน จนทำให้ทั้งสองเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ฝ่ายเดือนวารีก็ได้เป็นแฟนกับเชนตามแผนของตะวันฉาย และแล้วก็ถึงเวลาเดือนวารีจะได้รับความเจ็บปวดกลับบ้าง แต่ระหว่างนั้นสาโรจน์ผู้เป็นพ่อได้เข้ามาพูดเตือนสติกับตะวันฉาย และยังบอกถึงคำพูดของศิลาที่ต้องการให้ตะวันฉายดูแลเดือนวารี ตะวันฉายจึงต้องถามใจตัวเองอีกครั้ง ในที่สุดตะวันฉายก็ไปขอร้องให้เชนเลิกคบกับเดือนวารี แต่เชนกลับปฏิเสธเพราะว่าคืนนี้เขากำลังจะจัดการยัดเยียดความเป็นภรรยาให้กับเดือนวารี เมื่อตะวันฉายรู้จึงได้ออกตามหาทั้งคู่จนมาพบ ตะวันฉายก็ได้เข้ามาช่วยเดือนวารีให้รอดพ้นเงื้อมมือของเชนไปได้ และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างต่อกัน ศิลาและขอจันทร์ได้กลับมาถึงกรุงเทพโดยฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานา และมันยิ่งเพิ่มความรู้สึกอันอบอุ่นของทั้งคู่ นทีเมื่อเห็นขอจันทร์ก็ดีใจและตัดสินใจจะจัดงานแต่งงานขึ้นกับขอจันทร์ให้เร็วที่สุด แต่ขอจันทร์ปฏิเสธ ก่อนที่ขอจันทร์จะบอกกับนทีว่าตอนแรกที่เธอแต่งงานกับศิลาก็เพราะถูกบังคับ แต่ตอนนี้หัวใจของเธอได้รักศิลาจริง ๆ ซะแล้ว ทุกอย่างเหมือนทำท่าจะลงเอยด้วยดี ขอจันทร์กำลังดีใจที่จะได้สมหวังความรักกับศิลาแต่แล้วศิลากลับบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงแผนของศิลา ก็เพื่อจะทำให้ขอจันทร์หลงรักเขา เพื่อจะได้ให้เธอออกจากชีวิตของน้องชายเขาเสียที ไม่ว่าจะเป็นแผนการตั้งแต่เริ่มเดินทาง หรือการอยู่บนเกาะที่ขอจันทร์คิดว่าเป็นเกาะร้าง แต่ที่ไหนได้มันเป็นเพียงเกาะส่วนตัวเพียงเกาะหนึ่งที่มหาเศรษฐีอย่างศิลาซื้อเอาไว้ รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ศิลาได้จ้างมืออาชีพมาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ขอจันทร์หลงรักเขา หัวใจของขอจันทร์แตกสลายอีกครั้ง ขอจันทร์ไม่สามารถจะอยู่ที่บ้านเชตวัตรได้อีกต่อไป เธอและครอบครัวจึงได้หายไปจากบ้านเชตวัตรและศิลาก็กลับมาดูแลธุรกิจเหมือนเดิมอีกครั้ง เพียงแต่ว่าหัวใจของเขานั้นก็เจ็บปวดไม่แพ้ขอจันทร์ นทีเมื่อรู้เหตุการณ์ทั้งหมดก็ถึงกับฟิวส์ขาดจนชกศิลาด้วยความโกรธที่ศิลาทำทุกอย่างเพื่อธุรกิจ โดยไม่คิดเลยว่าขอจันทร์เป็นผู้หญิงที่ตัวเองรัก ถึงแม้เขาจะเป็นเพลย์บอยไม่เอาการเอางานนั่นก็เพราะเขาชอบความรัก และเขาเกลียดที่สุดก็คือคนที่มีรักแล้วไม่รู้จักรักษามันไว้ เช่นเดียวกับเดือนวารีเมื่อรู้เรื่องว่าตะวันฉายย้ายออกจากบ้านไปก็โกรธศิลาที่ทำอย่างนั้น ศิลาคิดหนักว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นถูกต้องแล้วเหรอ รวมถึงพนักงานในบริษัทที่พอรู้ข่าวว่าขอจันทร์ลาออกก็ได้รวมตัวกันประท้วงเพื่อต้องการให้ขอจันทร์กลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิม ศิลาถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่ามีคนที่รักขอจันทร์มากถึงขนาดนี้ แล้วตัวเขาละ เขารักเธอหรือเปล่า นทีบอกให้ศิลาทำตามหัวใจตัวเองเพราะเขาจะรับผิดชอบทุกอย่างจากที่ไม่เคยเหลียวแลหรือแม้แต่มาบริษัทด้วยซํ้า ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อจู่ ๆ ศิลารู้ว่าตอนนี้มีคนไล่ทยอยซื้อหุ้นของเชตวัตรฟู้ด ก่อนที่ศิลาจะรู้ความจริงว่าคนนั้นก็คือครรชิตที่หวังจะฮุบเชตวัตรกรุ๊ปของศิลา ทางเดียวที่ศิลาจะรักษาบริษัทนี้เอาไว้ได้ก็คือ ต้องได้หุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือจากมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่มีปาฏิหาริย์ เมื่อถึงวันที่ผู้ถือหุ้นต้องเลือกระหว่างศิลาหรือครรชิต ใครจะเป็นผู้บริหารเชตวัตรฟู้ดคนต่อไป ระหว่างที่ศิลากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับครรชิต จู่ ๆ ขอจันทร์ก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับบอกว่าเธอจะขายหุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้กับศิลา ศิลาถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วขอจันทร์คือลูกสาวเพียงคนเดียวของมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศคนนั้น ขอจันทร์เล่าความจริงให้ศิลาฟังว่า พ่อแท้ ๆ ของเธอคือ ยองแทฮี พันธมิตรและผู้ร่วมก่อตั้งเชตวัตรฟู้ดขึ้นมาพร้อมกับบิดาของศิลา ระหว่างที่แทฮีเข้ามาคุยเรื่องธุรกิจที่เมืองไทย บ่อย ๆ ก็ได้พบรักกับ จันทร์ดี แม่ของขอจันทร์นั่นเอง แต่โชคร้ายที่ทั้งคู่ได้ประสบอุบัติเหตุขณะที่กำลังจะเดินทางไปเกาหลี และสาโรจน์เองก็คือชายผู้หลงรักจันทร์ดีได้เก็บขอจันทร์มาเลี้ยง เพื่อยืนยันในรักแท้ของเขาที่มีให้ต่อจันทร์ดี ศิลาถึงกับอึ้งไปและไม่เข้าใจว่าทำไมขอจันทร์ต้องกลับมาช่วยคนที่ทำให้เธอเสียใจมากขนาดนี้ จนนทีกับณิชรันย์ได้บอกว่านั่นก็เพราะขอจันทร์ยังรักศิลานั่นเอง ศิลาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างและออกตามหาขอจันทร์เพื่อบอกความรู้สึกของเขาให้เธอได้รับรู้ จนกระทั่งศิลาได้พบกับขอจันทร์ในที่สุด แต่ว่าหัวใจของขอจันทร์ได้บอบชํ้าจนยากเกินจะกลับไป แล้วศิลาจะทำยังไงในเมื่อตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาได้ทำร้ายหัวใจตัวเอง ศิลาและขอจันทร์จะกลับมารักกันได้อีกหรือไม่ ทั้งสองคนจะได้รู้หัวใจตัวเองหรือเปล่า ความรู้สึกห่วงใยที่แอบก่อตัวขึ้นระหว่างนทีและณิชรันย์จะพัฒนาต่อไปได้แค่ไหนแล้วเรื่องราวรุ่นเล็กระหว่างเดือนวารีกับตะวันฉายจะลงเอยกันเช่นไร โปรดลุ้นและเอาใจช่วยไปกับคู่กัดคู่ใหม่ได้ใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ธาวิน เยาวพลกุล รับบท ศิลา อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ขอจันทร์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท นที ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท ณิชรันย์ ชยพล บุนนาค รับบท ตะวันฉาย อังคณา วรรัตนาชัย รับบท เดือนวารี ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ครรชิต คีตภัทร อันติมานนท์ รับบท ลีน่า พชรพล ศุขอร่าม รับบท รุจน์พงษธัช รัตนเศรณี รับบท เชนชนัญญา พงษ์นาค รับบท น้ำหนึ่งแจ๊ค ไรเดอร์ รับบท เอริค