ชกต่อย

นิวเคลียร์ ป้อง! อุ้ม บอกสั่งตื้บคน ไม่ใช่นิสัยพี่สาว
นิวเคลียร์ หรรษา /  อุ้ม ลักขณา

    หลัง อุ้ม ลักขณา พี่สาวโดนพาดพิงมีรายชื่อเอี่ยวในข่าวการ์ดดาราตื้บลูกชายนายพลในผับที่ จ.เชียงใหม่ ด้านน้องสาวอย่าง นิวเคลียร์ หรรษา ออกมาโพสต์ป้อง โดยวอนให้เสพข่าวอย่างมีสติ บอกพี่สาวเป็นคนขี้สงสารคนไม่ทำเช่นนั้นแน่ ดังนี้    “สู้ๆ นะเธอ คนที่เข้ามาถล่มด่าพี่อุ้ม ก็อยากให้เสพข่าวอย่างมีสติก่อนนะคะ อย่าพึ่งฟังความข้างเดียว นิวคนนึงที่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นไง แต่ รอพี่เค้าแถลงเองดีกว่า และลองคิดดู คนแบบพี่อุ้มเนี่ยนะจะสั่งกระทืบคน... นึกภาพตามสิ แกไปจัดการคนนั้นให้ชั้นเดี๋ยวนี้!!... มันไม่ใช่อะ คือแค่นางดูคลิปโดนต่อยอะไรนิดหน่อยนางก็ร้องไห้แล้ว ขี้สงสารคนจะตาย นิวเป็นไรนิดน่อยก็ร้องไห้ก่อนนิวซะอีก เป็นกำลังใจให้พี่สาวน้า รักเธอ #ตอนนี้นางก็ยังงงๆ กับข่าวไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเท่าไหร่เบอะๆ เกอะๆ จะตาย”    โดยทางดาราสาว อุ้ม ลักขณา และ บอล กฤษนะ แฟนหนุ่ม พร้อมด้วยเพื่อนนักแสดงที่อยู่ในเหตุการณ์การ์ดของร้าน Malin Sky ทำร้ายลูกชาย ผบ. มทบ 38 จะตั้งโต๊ะแถลงข่าวในวันนี้(27 พ.ย.) เวลา 17.00 น. ณ ชั้นดาดฟ้า The core chiangmai hotelขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @newclear_hansa, @aummy นิวเคลียร์ โพสต์ป้อง อุ้ม   อุ้ม - บอล - นิวเคลียร์ - เพชรจ้า   นิวเคลียร์ - อุ้ม   นิวเคลียร์ - อุ้ม  

บอย ถกลเกียรติ โต้ขายหุ้น! เคลียร์แล้ว ไนกี้-แป้ง ร่วมงานช่อง 8
บอย ถกลเกียรติ /  ไนกี้ ธนดล / 

    หลังจากมีข่าวว่า  กลุ่มปราสาททองโอสถ เจ้าของช่องทีวีดิจิตอล PPTV เข้ามาซื้อหุ้นของช่อง ONE ทีวีดิจิตอล ถึง 50% กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยแกรมมี่ ถือหุ้น 25.50% จากเดิม 51% และ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ถือหุ้น 24.50% จากเดิม 49% ล่าสุดทาง บอย ถกลเกียรติ ได้ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจง เผยไม่ได้ขายหุ้น แต่เป็นการเพิ่มทุนให้แข็งแรง ร่วมกับ บ.ประนันท์ภรณ์ ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจหลังเรตติ้งดีติด Top 5      ส่วนกรณีที่นักแสดงอย่าง ไนกี้ นิธิดล กับ แป้ง อรจิรา ดอดไปร่วมงานละครกับทางช่อง 8 บอกเป็นการเอื้อเฟื้อ ซึ่งมีการพูดคุยกับทางนักแสดงบ้างแล้ว...    "อย่างที่มีข่าวออกมาเมื่อวานนี้ ผมขออธิบายจริงๆ มันเป็นการเพิ่มทุน คือเรามีความคิดว่าเราอยากจะเพิ่มทุนมาสักพักนึงแล้ว เพราะว่ากิจการมันดีขึ้นๆ เรตติ้งก็ติดอับดับ top 5 อยู่ แต่จะทำยังไงให้มันแข็งแรงขึ้น เราเลยมีความคิดว่าเราอยากเพิ่มทุนประกอบเราไปกับเจอ บริษัท ประนันท์ภรณ์ ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่มีความคิดที่จะลงทุนธุรกิจต่างๆ ที่เขาเห็นว่ามันจะมีกำไรและอนาคต พอมาเจอกันก็เลยลงตัว เราไม่ได้ขายหุ้น เราเพิ่มทุน ผมขอยืนยันตรงนี้นะครับว่าไม่ได้ขายหุ้น นี่เป็นการเพิ่มทุนเพื่อที่จะทำให้ช่องของเราแข็งแรงขึ้นเพราะมันคือการต่อยอดธุรกิจ บริษัทนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่คือลูกสาวซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ pptv ครับ"    "ผลกระทบ ไม่มีครับ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านบริหารอะไร เพราะเขาเชื่อมั่นในทีมบริหารเดิม การทำงานยังเหมือนเดิม ปีหน้างานเราจะแข็งแรงขึ้น ถามว่าเกี่ยวหรือเปล่ากับการละครพิษสวาทเรตติ้งดีเลยทำให้ผู้ร่วมทุนอยากมาลงทุนด้วย เรามองภาพรวมครับ แต่แน่นอน ละครพิษสวาท เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ทำให้ละครช่องเราได้รับความนิยมมากขึ้น ในขนาดละครเรื่องอื่นๆ ก็เพิ่มขึ้นมาด้วย มันหลายๆ สิ่งรวมกัน ปีนี้โดยรวมก็ถือว่าแฮปปี้ครับ"    "ไนกี้ นิธิดล กับ แป้ง อรจิรา ไปร่วมงานละครกับช่อง 8 ช่องคู่แข่ง ผมมองว่าถ้าตอนนี้อะไรที่มันเป็นโอกาสเราก็เอื้อเฟื้อได้ เราก็ได้มีการพูดคุยกับนักแสดงบ้าง" บอย ถกลเกียรติ กล่าว บอย ถกลเกียรติ   บอย ถกลเกียรติ   บอย ถกลเกียรติ   บอย ถกลเกียรติ   บอย ถกลเกียรติ  

ละคร แสงสุดท้าย , เรื่องย่อ แสงสุดท้าย
ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย /  ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ช่อง 7

ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย เรื่อง น้ำผึ้งเดือน 8บทโทรทัศน์ ดรีมทีมกำกับการแสดง อัษฎาวุธ เหลืองสุนทรออกอากาศ วันพุธที่ 7 ธันวาคม 2559 เวลา 20.20 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรื่องย่อละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย แสงเทียน เด็กหนุ่มวัย 17 ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะเป็นอย่างมาก ประทีป พ่อของเทียนก็มีฝีมือทางด้านศิลปะ มากอยู่เหมือนกัน เขาเคยใฝ่ฝันจะเป็นศิลปิน เพียงแต่ตอนนี้ดวงตาทั้ง 2 ข้างของประทีปไม่สามารถใช้การได้เหมือนเดิม ที่พอจะมองเห็นได้ มีเพียงแสงมัวๆ ประทีปตั้งความหวังเอาไว้ ว่าเทียนจะสานฝันของเค้าได้ และเทียนก็ทำได้จริงๆ เทียนสอบเข้าเรียนที่ อาชีวะปลูกศิลป์ ได้สำเร็จด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง ทำให้เขาได้เป็นนักเรียนทุนของสถาบัน ประทีปปลื้มใจมาก ชีวิตชายพิการยากจน ต้องอาศัยวัดอยู่ ดูมีความหวังเรืองรองขึ้นมา ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ผลการเรียนของเทียนออกมาดีมาก ฝีมือวาดภาพและปฏิมากรรมอันเก่งฉกาจของเทียนทำให้ อ. สัญญา พอใจ และมักจะหางานพิเศษมาให้เทียนทำ เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทั้ง อ.สัญญา และประทีปกังวล ก็คือ กลุ่มเพื่อนของเทียน ซึ่งประกอบไปด้วย วิณ ลูกชายนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้มั่งคั่งซึ่งมีนิสัยรักพวกพ้องมาก บิ๊ก ลูกชายร้านซ่อม มอเตอร์ไซค์ ผู้มีนิสัยเกเรและชอบหาเรื่องมาให้เพื่อนๆ ไม่เว้นแต่ละวัน ส่วน โจ๊ก ลูกแม่ค้าในตลาด และ ภูมิ ลูกครูก็ทำตัว เป็นลูกสมุนของบิ๊ก ผู้ที่พร้อมจะลุยเสมอเพียงแต่บิ๊กเอ่ยปาก กลุ่มของบิ๊ก คือ ตัวปัญหาของสถาบัน เมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้น บิ๊กจะกระพือไฟให้ลุกลาม ยุยงเพื่อนร่วมสถาบันให้ลุกขึ้นมาต่อยตีกับคู่อริต่างสถาบัน เทียนก็มักจะ ติดร่างแหไปกับเค้าด้วยทุกครั้ง มันทำให้ประทีปเจ็บปวดหัวใ เหตุผลที่เทียนต้องเข้าไปยุ่งกับการทะเลาะวิวาททุกครั้ง ก็เพราะเขาห่วงวิณ วิณเป็นเพื่อนสนิทของเทียน ถึงแม้ว่า วิณจะเป็นลูกคนรวย แต่ก็ไม่เคยรังเกียจเด็กวัดจนๆ อย่างเทียน เวลาที่เทียนลำบาก วิณจะช่วยเหลือทุกครั้งไป อ.สัญญา และ หลวงพ่อ รู้ดีว่าเทียนไม่ใช่เด็กที่ชอบมีเรื่อง เทียนเป็นเด็กดีและมีน้ำใจ ว่างๆ เทียนมักจะจับเด็กเล็กๆ แถววัดมาสอนวาดรูป โดยไม่ได้คิดมูลค่าใดๆ เลย เพื่อให้เด็กๆ มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในวันหยุด ดีกว่าไปเกกมะเหรกเกเร ทุกอย่างอยู่ในสายตา หลวงพ่อเสมอ ทุกครั้งที่เทียนไปมีเรื่องมา ประทีปมักจะใส่อารมณ์กับลูกเสมอ แม้เทียนจะอธิบายเหตุผลก็ตาม นี่เองที่เป็นสาเหตุ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น พ่อลูกจะพูดคุยกันเท่าที่จำเป็นเท่านั้น วันหนึ่งๆ ประทีปจะขลุกอยู่กับการปั้นพระประธาน เขาค่อยๆ คลำปั้นไปทีละเล็กละน้อยจนเป็นที่เวทนาของชาวบ้าน เพราะดูแล้วก็ไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ ประทีบมีลูกมือตัวน้อย คือ น้ำขิง คอยเล่นซนช่วยหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ใกล้ๆ น้ำขิงทำให้ประทีปคิดถึง แสงทอง ลูกสาวที่ภรรยาของเขาพาหนีไปตอนที่ตัวเท่าๆ กับน้ำขิง จึงทำให้ประทีปเอ็นดูน้ำขิงเป็นพิเศษ ป้านิ่ม ย่าของน้ำขิงเป็นคนพูดมาก แม้จะมีน้ำใจหาข้าวปลามาให้กินทุกวัน แต่ก็อดบ่นโน่นบ่นนี่ ค่อนแคะถึงความล่าช้าในการสร้างพระประธานของประทีปไม่ได้ แกเคยเปรยๆ กับหลวงพ่อว่า ให้ไปสั่งซื้อแถวเสาชิงช้าน่าจะง่ายกว่า แต่หลวงพ่อก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ถึงแม้จะโดนค่อนแคะทุกวัน แต่ประทีปก็ยังคงยึดมั่น ในความเพียร อย่างที่ในหลวงทรงสอนเอาไว้ ผ่านพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก เทียนเองก็อยากจะช่วยพ่อทำ แต่เข้าใกล้กันทีไร ก็มักจะมีเรื่องให้ทะเลาะกันเสมอ จึงทำให้เทียนต้องคอยเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้พ่อ อีกสิ่งหนึ่งที่ประทีปทำเป็นประจำ ก็คือ การไปเฝ้ารอรับเสด็จองค์พระบาทพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่โรงพยาบาลสิริราช ยิ่งช่วงหลังๆ ที่มีข่าวพระอาการประชวรของพระองค์ออกมาถี่เหลือเกิน ยิ่งทำให้ประทีปไม่สบายใจ ต้องไปเฝ้ารอฟังข่าวพระอาการของพระองค์บ่อยขึ้น ถึงแม้การเดินทางไปแต่ละครั้งจะยากลำบากแค่ไหน ประทีปก็จะไป เทียนเป็นห่วงพ่อ แต่ทักท้วงเท่าไหร่พ่อก็ไม่ฟัง ทำให้เทียนเหนื่อยใจ คนที่รู้ทุกเรื่องและเป็นที่ปรึกษาให้เทียน คือ เพลงชนก เพลงมีความรู้สึกดีๆ ให้เทียน เทียนเองก็หลงรักเด็กสาว หน้าตาน่ารัก จิตใจดี ฝีมือเขียนรูปฉกาจอย่างเพลง เพียงแต่เทียน รู้สึกเจียมตน จึงไม่เผยความรู้สึกใดๆ ออกมาและอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ เทียนรู้ว่าวิณชอบเพลง ถ้าเพื่อวิณแล้ว เทียนยอมได้ ทุกอย่าง แม้ตัวเองจะต้องเจ็บปวดหัวใจก็ตาม ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย วันหนึ่งนักเรียนอาชีวะยกพวกตีกันครั้งใหญ่ จนทำให้ หมี เพื่อนสนิทในชั้นเรียนคนนึงของเทียนต้องตาย หมีเป็นคนหงอๆ ขี้กลัว มักจะคอยบอกเทียนให้เลิกยุ่งกับบิ๊ก แต่เทียนไม่เชื่อ การตายของหมี ทำให้เทียนเสียใจมาก อ.สัญญาเรียกกลุ่มหัวโจกมาตักเตือน ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน อ. สัญญาบันดาลโทสะไปตบหน้าวิณเข้า เรื่องไปถึงพ่อวิณ ผอ.รำไพ ต้องเข้ามาช่วยเคลียร์ปัญหาด้วยความลำบากใจ เพราะพ่อวิณบริจาคเงินสร้างห้องภาพพิมพ์ ห้องคอมพิวเตอร์ และอีกสารพัดอย่างในโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งมันมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนมาก ผอ.รำไพ ขอให้ อ.สัญญาขอขมาพ่อวิณ เพื่อให้ทุกปัญหาเบาลง อ.สัญญาน้อยใจมาก จะขอลาออก ผอ.รำไพขอร้องให้พิจารณาให้ดี เพราะโรงเรียนยังต้องการครูดีๆ อย่าง อ.สัญญา ให้อยู่ช่วยอบรมสั่งสอน และคอยกันพวกเด็กๆ ออกจากพวกรุ่นพี่นักเลงหัวไม้ ที่แม้จะจบไปแล้ว แต่ก็ยังวนเวียนคอยยุงให้น้องรักสถาบันแบบผิดๆ อย่าง แบงค์ อ.สัญญาท้อใจบอกกับ ผอ.รำไพว่าไม่มีใครมาเปลี่ยนวิถีชีวิต ของเด็กพวกนี้ได้ แต่ ผอ.แย้งว่า ถ้าพวกเขามีแบบอย่างที่ดี มีคนอบรมสั่งสอนที่ดี วันหนึ่งพวกเขาจะเปลี่ยนได้ อ.สัญญาฟัง ก็ใจอ่อน ตั้งหน้าตั้งตารอปาฏิหาริย์ ส่วนประทีปเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ 2 พ่อลูกถึงจุดแตกหัก ประทีปโกรธเทียนมากถึงขั้นลงไม้ลงมือ ทำให้เทียน เสียใจมาก เทียนน้อยใจที่ประทีปไม่เคยมั่นใจในตัวเขาเลย ถ้าพ่อมีเหตุผลพอและรับฟังเขาอย่างตั้งใจ พ่อจะรู้ว่าเขาไม่ผิด และไม่ได้ตั้งใจที่จะมีเรื่องต่อยตี หลังจากวันนั้น พ่อลูกก็แทบไม่ได้คุยกันเลยพ่อของบิ๊กเป็นเพียงเจ้าของร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์เล็กๆ แต่เขากลับมีเงินให้ลูกผลาญเล่นอย่างเหลือเฟือ แท้จริงแล้ว เขาแอบขายยาไอซ์ให้กลุ่มวัยรุ่นละแวกนั้นและยังมีแผนขยายเข้าไปสู่สถาบันการศึกษาอีกต่างหาก บิ๊กไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะพ่อไม่อยากให้บิ๊กรู้ คนเป็นพ่อย่อมอยากจะดูดีเสมอในสายตาลูก แต่โจ๊กและภูมิรู้ดี นั่นเป็นเหตุผลที่ 2 คน อยากเป็น ลูกไล่บิ๊ก เพราะจะได้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ จากพ่อของบิ๊กอยู่เสมอ คนที่สงสัยในตัวพ่อบิ๊กอีกคนหนึ่งคือ เทียน นั่นเป็นเหตุผล ที่เขาพยายามดึงวิณออกจากกลุ่มของบิ๊ก แต่วิณไม่ยอม การมีบิ๊กและกลุ่มนักเรียนนักเลงคุ้มหัว การได้ออกไปต่อยไปตี ทำให้วิณรู้สึกได้ถึงพลังและอำนาจบางอย่างที่เขาไม่เคยมี วันหนึ่งวิณถูกเพลงปฏิเสธ เพลงให้เหตุผลว่าเธอมีคนอื่นในใจแล้ว วิณถามเพลงว่าใช่เทียนหรือเปล่า เพลงไม่ปฏิเสธ ทำให้วิณเสียใจมากเหมือนถูกหักหลัง เขาโกรธเทียนมาก เทียนเองก็เสียใจ ตั้งแต่นั้นมาวิณก็เลิกคบเทียน ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย เก้า และ ไม้ เป็นคู่อริต่างสถาบัน ไม่ชอบขี้หน้าเทียนมากๆ เพราะเพลงชนกเธอดังข้ามสถาบัน เป็นขวัญใจหนุ่มๆ คนที่ได้ใกล้ชิดเธออย่างเทียนย่อมถูกหมั่นไส้ เท่ากับเทียนกำลังตกที่นั่งลำบาก ต้องเจอทั้งศึกนอกศึกใน ไหนจะเรื่องพ่ออีก ในเวลานี้มีเพียง อ.สัญญาเท่านั้นที่คอยเป็นกำลังใจให้คำชี้นำที่ดีแก่เทียน และพยายามชี้นำให้เทียนเข้าอกเข้าใจพ่อของเขา ประทีปได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงที่เขาไม่อยากได้ยินตลอดทั้งวัน เขาไม่สบายใจแม้ใครๆ จะบอกว่าให้รอฟัง ประกาศจากรัฐบาล ประทีปก็แทบจะรอไม่ไหว แม้จะป่วยหนักประทีปก็มุ่งมั่นที่จะไปรอฟังข่าวที่ศิริราชให้ได้ ทำให้เทียน ทนไม่ไหวต้องขออาสาพาพ่อไปเอง ครั้งนี้เองทำให้ 2 พ่อลูกตื้นตันใจที่ได้กลับมาคุยกัน เทียนและประทีปเกือบจะเดินพ้นวัด ออกไปอยู่แล้ว ภูมิก็วิ่งเข้ามาส่งข่าวว่ากลุ่มของบิ๊กกับวิณกำลังจะมีเรื่อง ตอนนี้ถูกนักเรียนต่างสถาบันกลุ่มใหญ่ล้อมไว้อยู่ เทียนไม่ฟังคำทัดทานของพ่อ เขารีบรุดไปที่เกิดเหตุทันทีเพื่อไปช่วยวิณ เมื่อไปถึง เหตุการณ์บานปลายไปมากแล้ว เทียนลุยเข้าไปจนถึงตัววิณ ช่วยวิณเอาไว้ได้ แต่ฝ่าวงล้อมกลับออกไปไม่ได้ เทียนกับวิณคิดว่าต้องตายแน่ แต่ประทีปก็เข้ามา ช่วยได้พอดี ประทีปโดนลูกหลงเข้าอย่างจังจนเขาล้มลง เหตุการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤติ แต่ทุกอย่างต้องชะงักลง เมื่อโทรทัศน์ ออกประกาศแถลงการณ์การเสด็จสวรรคตขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทุกอย่างหยุดนิ่งเหมือนต้องมนต์ สิ้นสุดการประกาศ เสียงร้องไห้ระงมของชาวบ้านก็ดังขึ้น ประทีปหัวใจสลายที่ไปไม่ทัน!!! เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ อ.สัญญาเสียใจและท้อใจที่จะสอนเด็กๆ อีกต่อไป เขารู้แล้วว่าไม่มีอะไรที่จะมาเปลี่ยนใจเด็ก พวกนี้ได้ เขาประกาศลาออกหน้าเสาธงในเช้าวันรุ่งขึ้น เทียนรู้สึกว่าเขาสูญเสียทุกอย่างแล้ว เขาจะเสียครูดีๆ ไปไม่ได้ เขาจึงขึ้นไปพูดโน้มน้าวเพื่อนๆ ร่วมสถาบัน พ่อไม่ได้สอนให้เรารักพ่อ แต่พ่อสอนให้เรารักกัน และเทียนขอปฏิญาณตน เลิกทะเลาะวิวาท เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเพื่อนๆ ร่วมสถาบันทุกคนก็เห็นดีเห็นงามด้วย ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทุกสถาบัน นำมาซึ่งการนัดรวมตัวกันถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะเลิกทะเลาะวิวาทกัน อ.สัญญาดีใจมาก ผอ.รำไพว่านี่แหละ คือ ปาฏิหาริย์ ในงานศพของประทีปที่จัดแบบเรียบง่าย หลวงพ่อได้เล่าภูมิหลังของประทีปให้เทียนฟังว่า ประทีปเป็นคนมีฝีมืิ ทางด้านศิลปะ เขาได้รับแรงบันดาลใจเมื่อครั้งได้เห็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ จึงฝึกฝนวาดรูปจนเก่ง ได้รับทุนเรียนดี แต่ด้วยความใจร้อน ประทีปมักมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่นเป็นประจำ จนวันหนึ่งพลาดท่าถูกคู่อริทำร้าย ด้วยระเบิดทำให้ตาทั้งสองข้างถูกทำลาย เพราะไม่มีเงินจึงรักษาได้ไม่ดีพอ ทำให้ตาทั้ง 2 ของประทีปพิการตั้งแต่นั้นมา ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ประทีปฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเทียน อยากเห็นเทียนเป็นตัวแทนของตน อยากให้เทียนเก่งศิลปะเหมือนในหลวง และอยากให้เทียนนำความสามารถของตนไปรับใช้สังคมและประเทศชาติ เทียนได้ฟังแล้วก็เข้าใจ เขาเสียใจที่ได้รู้ความจริง ในวันที่สายไปเสียแล้ว เทียนจึงขอบวชให้พ่อและตั้งใจว่าจะไม่สึก จนกว่าจะสานต่องานปั้นพระประธานต่อจากพ่อ ได้สำเร็จลุล่วง ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตของเทียนเลยทีเดียว แต่ อ.สัญญาและเพื่อนๆ ก็ไม่ทอดทิ้งเทียน ทุกคนที่รู้ข่าวต่างมาช่วยเทียนปั้นพระ พ่อของวิณก็สนับสนุนในเรื่องทุนทรัพย์ในขั้นตอนของการหล่อโลหะ อย่างเต็มที่ เทียนซาบซึ้งใจมากและขอบคุณทุกๆ คน วิณว่าเค้าต้องรีบช่วยเทียนปั้นพระให้เสร็จ ไม่งั้นเพลงได้ขึ้นคานแน่ๆ ด้วยพระบารมีล้นเกล้าของในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงบันดาลให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ นับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งเหตุการณ์ถวายสัตย์ของนักเรียนอาชีวะกรุงเก่าในครั้งนี้ โดยหวังว่านี่จะเป็นแบบอย่างให้นักเรียน อาชีวะทั่วประเทศ เกิดสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี...อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นักแสดง ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ รับบท เทียน (แสงเทียน สว่างพร) รมิดา ธีรพัฒน์ รับบท เพลงชนก (เพลงชนก ศรีจันทร์) ธนากร ศรีบรรจง รับบท บิ๊ก (ยิ่งใหญ่ ประสงค์ทรัพย์) วรพล จินตโกศล รับบท วิณ (มาวิณ ทรัพย์มั่นคง) กษิดิ์เดช หงส์ลดารมย์ รับบท ภูมิ (ภูมิใจ ทองมาก) ศุภกิจ อมรฐิติพงศ์ รับบท โจ๊ก (ยงยุทธ เสียงใส) เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ รับบท หมี (นฤบดินทร์ วิเศษดี) วัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท อ. สัญญา วงศ์อร่ามอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร รับบท ทีป (ประทีป สว่างพร)ภรัณญู โรจนวุฒิธรรม รับบท แบงค์ (มนูญ ท่องจำ) ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย ละครเทิดพระเกียรติ แสงสุดท้าย

รีวิว Bleed for This คนระห่ำหมัดหยุดโลก
Ben Younger /  Bleed for This / 

วินนี ปาเซียนซา (Vinny Pazienza) ชื่อของนักมวยคนดังที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ได้ยินหนาหูในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่อง Bleed For This คนระห่ำหมัดหยุดโลก กำลังฉายในบ้านเรา ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดังที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางอาชีพที่เขารัก แต่ดันโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิต แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะกลับขึ้นสังเวียนอีกครั้ง แต่อะไรทำให้เขาฝืนชะตาลิขิตจากสวรรค์ อะไรที่ทำให้เขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า ทันทีที่ผมดูตัวอย่างภาพยนตร์จบลง ผมไม่รอช้าที่จะตีตั๋วเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ Bleed For This คนระห่ำ หมัดหยุดโลก ว่าด้วยเรื่องราวที่สร้างจากเรื่องจริงสุดช็อคของแชมป์มวยโลก วินนี ปาเซียนซา รับบทโดย ไมลส์ เทลเลอร์ (Miles Teller) ที่เกือบเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ หมอได้วินิจฉัยว่าเขาอาจจะไม่สามารถเดินได้อีก แต่เขาเลือกที่จะต่อสู้กับโชคชะตาแล้วทุ่มแรงกาย หวนกลับมาซ้อมเพื่อเข้าสู่สังเวียนเดือดอีกครั้ง ภาพยนตร์ได้เล่าเรื่องในช่วงจังหวะชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดัง วินนี ปาเซียนซา การดำเนินเรื่องนั้นไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป ไม่มีแฟลชแบ็กย้อนกลับไปกลับมาถึงอดีตให้สับสน ภาพยนตร์เผยให้เห็นแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตนักมวยคนนี้ในไฟท์ที่เขาจะได้รู้จักกับความพ่ายแพ้ กระทั่งฟิตซ้อมร่างกายจนขึ้นเวทีออกหมัดได้อย่างไม่อายใคร ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องนั้น สำหรับตัวละครหลัก ๆ แล้วมีไม่มากนัก และแต่ละคนก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน สร้างการจดจำได้ง่าย แม้จะมีตัวละครอื่น ๆ บ้าง แต่ถ้าดูแล้วนึกไม่ออกว่าเป็นใครก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อเนื้อเรื่องแต่อย่างใด ซึ่งนักแสดงที่รับบทนำอย่าง ไมลส์ เทลเลอร์ ก็ถ่ายทอดความรู้สึกและสร้างคาแรกเตอร์ให้เชื่อได้ว่าเขาเป็นนักมวยจริง ๆ และเขาเป็นเสาหลักของเรื่องเพียงคนเดียวที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูแล้วไม่น่าเบื่อ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงช่วงชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดัง ซึ่งผู้กำกับ เบ็น ยังเกอร์ (Ben Younger) ก็ไม่ได้ยัดเยียดฉากชกมวยให้ดูจนต้องเบือนหน้าหนีอย่างแน่นอน ซึ่งฉากที่ ไมลส์ เทลเลอร์ ได้ขึ้นสังเวียนนั้นมีน้อยมาก นอกจากนี้กติกาหรือเรื่องราวยาก ๆ ที่เกี่ยวกับการชกมวยก็ไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับคนดูต้องมานั่งทำความเข้าใจอะไรเลย หน้าที่ของคนดูคือรู้แค่ว่าเขากำลังขึ้นเวทีและชกกับใครแค่นั้นก็พอแล้ว ฉากที่พีคที่สุดคงต้องยกให้ฉากเอาที่ครอบศีรษะออกหลังจากใส่มาแล้ว 6 เดือนเต็ม ซึ่งการเอาออกนี้โดยปกติแล้วผู้ป่วยจะต้องเข้าห้องผ่าตัดดมยาสลบ แต่เจ้าตัวกลับบอกหมอว่า ขันน็อตเอาออกสด ๆ ได้เลย ไม่ต้องฉีดยาชาหรือดมยาสลบใด ๆ ฉากนี้นอกจากจะลุ้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะซีดปากตาม ประหนึ่งว่าโดนหมอเอาออกเอง แค่เห็นความใจสู้ของผู้ชายคนนี้ในการใช้ชีวิตร่วมกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็นับว่าน่ายกย่องแล้ว แต่การเอาออกแบบสด ๆ ก็ต้องบอกเลยว่านับถือใจนักมวยคนนี้จริง ๆ ที่สุดแล้ว ชีวิตคนเรามันไม่มีอะไรแน่นอน คนบางคนกำลังมาถึงจุดที่ช่วงชีวิตกำลังออกตัวพุ่งทะยานไปสู่จุดที่สูงขึ้น แต่โชคชะตาอาจไม่เป็นใจ และพระเจ้าอาจไม่เห็นด้วย ชีวิตอาจถึงขั้นพลิกผันจนต้องเลือกเส้นทางเดินให้กับชีวิตใหม่ แต่สำหรับ วินนี ปาเซียนซา จิตวิญญาณของเขายังอยู่กับนวมและสังเวียน เขาพยายามฝืนสังขารตัวเองเพื่อกลับมายืนบนผืนผ้าใบอีกครั้ง จิตใจของเขาสร้างปาฏิหาริย์จากคนที่หมอวินิจฉัยว่าแค่เดินยังลำบาก แต่ไม่ถึงปีผู้ป่วยรายนี้กลับได้ไปยืนแลกหมัดกับคู่ต่อสู้ได้อย่างถึงใจถึงอารมณ์ เมื่อใจเป็นประธานและกายเป็นบ่าวแล้ว ขอเพียงใจสู้เท่านั้น มนุษย์ก็สร้างปาฏิหาริย์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลานุภาพที่มองไม่เห็น ป.ล. ตอนท้ายของภาพยนตร์มีภาพของ วินนี ปาเซียนซา ตัวจริง พร้อมประโยคเด็ด ๆ ที่เจ้าตัวเคยพูดไว้ในภาพยนตร์ และบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา ซึ่งตัวละครแต่ละตัวในเรื่องถอดแบบมาค่อนข้างเหมือนทีเดียว