ชกต่อย

ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2557
mono29 /  บุญบั้งไฟยโสธร / 

งานประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นประมาณต้นเดือน พฤษภาคม เป็นประเพณีที่จัดทำขึ้นตามความเชื่อในการดำรงชีวิต เพื่อเป็นการบูชา บวงสรวง พญาแถเทพเจ้าแห่งฝนของชาวอีสาน ให้ปล่อยฝนตกลงมาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในการทำเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนาและเพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ซึ่งในงานประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัด ยโสธรนี้ จะมีกิจกรรมประกวดกองเชียร์ในงานประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งมีความสนุกสนานชนิดที่ว่าสนุกกันข้ามวันข้ามคืนเลยทีเดียวและก็ยังมีการแห่บุญบั้งไฟประเภทสวยงาม หรือทีเรียกกันอีกอย่างว่า บั้งไฟเอ้ ที่มีความยิ่งใหญ่ งดงามตระการตา ส่วนไฮไลท์ที่ยิ่งใหญ่ ของงานประเพณีบุญบั้งไฟนี้ ก็คือ การจุดบั้งไฟ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่สำคัญมากทีสุดของประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธรแห่งนี้ก็ว่าได้ ซึ่งในภายหลังต่อมาจัดงานเป็นการประกวดแข่งขันกัน เพื่อความสนุกสาน ตื่นเต้นควบคู่ไปกับความเชื่อในงานบุญประเพณีเดิมของการจุดบั้งไฟ ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2557 งานประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นงานประเพณีท้องถิ่นของชาวอีสาน ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต และ ความเชื่อทางศาสนาของชาวอีสานมาช้านาน โดยเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนา จะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนบนฟากฟ้า เพื่อขอให้พญาแถน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งฝน ได้ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้สรรพสิ่งบนผืนโลกได้ดำเนินวีถีชีวิตไปตามครรลองที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะผู้คนบนผืนดินอีสาน ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำใร่ทำนามาช้านาน ต้องอาศัยข้าวและพืชผลทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยง ดำรงชีวิตมาโดยตลอด น้ำฝนจากฟ้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ คืองานประเพณีแห่ และจุดบั้งไฟจึงถูก สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นความหวัง และกำลังใจ ของชาวอีสานมาโดยตลอด ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2557 ประเพณีบุญบั้งไฟตามตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้ง พญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง ๗ เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่แข็งแรงก็รอดตายและได้พากันมารวมกลุ่มใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคางคก สรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกันเพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถน ที่ประชุมได้ตกลงกันให้พญานาคียกทัพไปรบกับพญาแถน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ จากนั้นจึงให้พญาต่อแตนยกทัพไปปราบแต่ก็ต้องพ่ายแพ้อีกเช่นกัน ทำให้พวกสรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดความท้อถอย หมดกำลังใจและสิ้นหวัง ได้แต่รอวันตาย ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2557 ในที่สุด พญาคางคกจึงขออาสาที่จะไปรบกับพญาแถน จึงได้วางแผนในการรบโดยปลวกทั้งหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถน เพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน ซึ่งมีมอด แมลงป่อง ตะขาบ สำหรับมอดได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่วนแมลงป่องและตะขาบให้ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถนทำหน้าที่กัดต่อย หลังจากวางแผนเรียบร้อย กองทัพพญาคางคกก็เดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่การรบ มอดทำหน้าที่กัดเจาะด้ามอาวุธ แมลงป่องและตะขาบกัดต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวด ร้องระงมจนกองทัพระส่ำระสาย ในที่สุดพญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคางคก ดังนี้ 1. ถ้ามวลมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใด ให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกในโลกมนุษย์ 2. ถ้าได้ยินเสียงกบ เขียดร้อง ให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว 3. ถ้าได้ยินเสียงสนู (เสียงธนูหวายของว่าว) หรือเสียงโหวด ให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว หลังจากที่ได้สัญญากันแล้ว พญาแถนจึงได้ถูกปล่อยตัวไปและได้ปฏิบัติตามสัญญามาจนบัดนี้ ดูคลิปรายการ ไทยท้าทาย ข้อมูลและภาพ suvarnabhumiairport.com / wikipedia.org /  yasofocus.com

เกาะติด อินชอนเกมส์ ตอน ต้องน็อกอย่างเดียว
กีฬาฟุตบอล /  คาซัคสถาน / 

เวลาก็ล่วงเลยมาถึงวันที่ 8 ของการแข่งขันกันแล้วนะครับ เกาะติด อินชอนเกมส์ ก็ยังนำเสนอข่าวสารการเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาไทยกันอย่างอยู่อย่างต่อเนื่อง วันนี้นักกีฬาไทยก็ยังคงคว้า เหรียญทองแดงมาได้อีก 2 เหรียญ จากนักแม่นเป้าบินของไทย ทั้งประเภททีมหญิง และประเภทหญิงเดียว ส่วนวอลเลย์บอลหญิงก็ยังทำผลงานได้อย่างเหนือชั้นเอาชนะ คาซัคสถาน ไปได้แบบขาดลอด 3-0 เซต รอไปพบกับ จีน ต่อไป คราวนี้อาจจะไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมาแต่ก็ขอเชียร์และเป็นกำลังใจกันต่อไป  เรื่องหมัดมวย เราก็ยังโดนจับแพ้อย่างค้านสายตาอีกเช่นเคย คราวนี้เป็น นักชกเสื้อกล้ามหญิงทั้ง 2 คน ซึ่งดูแล้ว ยังไงก็ไม่น่าจะแพ้ได้ แต่เราก็แพ้ มันจึงเป็นเหมือนการดับความฝันของนักกีฬาที่ทุ่มเทฝึกซ้อมกันมาเป็นปีๆ แต่ต้องมากลับบ้านมือเปล่าเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นอย่างค้านสายตา แต่อย่างน้อยเราก็ได้ อภิเชษฐ์ แสนสิทธิ์ กู้หน้าเข้ารอบมาได้หนึ่งคน จากการไล่ต่อยนักชกจาก ติมอร์ เลสเต จนลงไปกองในยกที่ 2 ดูแล้วถ้าไม่น็อกนี่ เราก็คงไม่มีทางที่จะชนะแบบแจ่มแจ้งได้เลยทีเดียว มาช่วง ซอกแซกอินชอน คราวนี้น่าจะถูกใจเหล่าสาวกที่ชอบเสี่ยงดวงกับกีฬาฟุตบอล และ ล็อตโต้ เพราะที่เกาหลีใต้นั้น ถือว่าการเสียงดวงแบบนี้ถูกกฎหมายครับ

อุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้หญิงที่เลือกคนรักผิด
อุทาหรณ์เตือนใจผู้หญิง /  เลือกคนรักผิด / 

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์อีกประเด็นหนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีสมาชิกเฟซบุ๊คสาวท่านหนึ่งโพสต์ภาพใบหน้าและร่างกายตัวเองถูกทำร้ายพร้อมข้อความระบุว่าอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้หญิงที่เลือกคนรักผิด โดยเธอเผยว่าก่อนหน้าวันเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวมาขอโอกาสกลับไปเป็นเหมือนเดิม ซึ่งเธอก็ให้โอกาสให้เขากลับมาอยู่ที่ห้อง ซึ่งเธอสงสารเพราะฝ่ายชายบอกว่าไม่มีที่ไปจริงๆ หลังจากนั้นไม่นานฝ่ายชายก็เริ่มชวนทะเลาะและแสดงนิสัยแย่ๆเดิมๆ ตนจึงทนไม่ไหวไปอยู่กับเพื่อน วันเกิดเหตุฝ่ายชายเห็นว่าเธอเช็คอินอยู่ที่ตลาดพลูจึงตามมา แต่ตนไม่คุยด้วย ฝ่ายชายก็บอกว่าให้กลับมาด้วยกันหลังจากขึ้นรถก็มีปากเสียงกัน จนกระทั่งกลับมาที่ห้องก็ทะเลาะมีปากเสียงและตกลงที่จะเลิกกัน ฝ่ายชายก็ต่อยเข้าที่ใบหน้าและเตะซ้ำจนลุกไม่ขึ้นซึ่งเตะซ้ำ3รอบจนเธอสลบและฝ่ายชายก็หนีไป เบื้องต้นเธอได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิงในการเลือกคนรักและมีการเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงกับผู้หญิงด้วย โดยหลายคนที่รับรู้เรื่องนี้ต่างเข้าไปให้กำลังใจสาวคนดังกล่าวให้สู้ต่อไป MThai News  

โจ๋ฉุนเพื่อนไม่ล้างหม้อข้าวแทงราวนมดับ
เพื่อนไม่ล้างหม้อข้าวแทงตาย /  แทงราวนมดับ / 

โจ๋ใจร้อน ฉุนเพื่อนไม่ยอมล้างหม้อหุงข้าว คว้ามีดปลายแหลม แทงราวนมเสียชีวิตคาที่ ร.ต.ท.ณัฎฐ์ ครุฑนุ้ย ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต อ.ลำลูกกา ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงและเสียชีวิต ภายในหมู่บ้านอู่ทองเพสล 2 ที่บ้านเลขที่ 95/99-100 หมู่ที่ 18 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.คูคต แพทย์เวรจากโรงพยาบาลภูมิพลฯ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณชั้นที่ 3 ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่พบกองเลือด ใกล้กันพบศพ นายฟลุ๊ค ไม่ทราบนามสกุล อายุ 15 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดปลายแหลม เข้าที่บริเวณหน้าอกซ้าย 1 แห่ง และที่บริเวณแขนซ้าย 1 แห่ง นอนจมกองเลือด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ ด.ช.กรณ์ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับอาวุธมีด 1 เล่มอยู่ด้านล่างของบ้าน ทางด้าน ร.ต.ท.ณัฎฐ์ ครุฑนุ้ย ร้อยเวรสอบสวน ได้นำตัวพยานที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนถึงสาเหตุการตายทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยงกันล้างหม้อข้าว จนเป็นเหตุให้ทั้ง 2 ฝ่ายชกต่อยกัน และผู้ต้องหาสู้ไม่ได้ เลยนำมีดแทงสวนไป 2 ครั้ง จากการตรวจสอบบาดแผลของแพทย์พบว่าถูกแทงที่หน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ด.ช.กรณ์ ผู้ก่อเหตุมาสอบสวน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป

แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว สร้างชุดสวยด้วยกระดาษ
กิจกรรมวัยรุ่น /  ความคิดสร้างสรรค์ / 

หลังจากเมื่ออาทิตย์ก่อน ทีนเอ็มไทยได้นำเสนอเรื่องราวของ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าวัยเพียง 12 ปีสร้างรายได้นับล้าน ก็ทึ่งในความสามารถกันไปแล้ว คราวนี้เรามีแฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว สร้างชุดสวยด้วยกระดาษ วัยเพียง 4 ขวบ มานำเสนอกันต่อเริ่ดไหมละ? เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว งั้นอย่ารอช้า ไปทำความรู้จักเธอกันเลย...ใครพลาดเอ้าท์แน่ๆ แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว สร้างชุดสวยด้วยกระดาษ น่ารักมากๆ กับแฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋วคนนี้ เธอก็คือ สาวน้อย “เมแฮม” วัย 4 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในเมือง ซินซิเนติ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา กับคุณแม่ แองจี้ ไคเซอร์ ที่เป็นผู้ดูแลและคอยสนับสนุน โดย เมแฮม เด็กสาวที่มีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์คนนี้ ได้ใช้กระดาษนานาชนิด เช่น กระดาษแข็ง กระดาษทิซชู กระดาษห่อของขวัญ ถุงกระดาษ นิตยสาร และกระดาษฟอยล์ นำมาออกแบบ และตัดเย็บเป็นชุดสุดเก๋พร้อมกับที่ตัวเมแฮมเองเป็นผู้สวมใส่ และเป็นนางแบบโพสท่าสวยลงอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า @2sisters_angie และบล็อกแฟชั่น www.fashionbymayhem.com ที่ขณะนี้มีคนติดตามกว่า 4 แสนคน โดยเเรงบันดาลใจนี้เกิดขึ้นจาก แองจี้ แม่ของ เมแฮม ได้โพสต์รูปของเธอกับลูกในอินสตาแกรมปกติ จนวันหนึ่งเมแฮมเริ่มสนใจแฟชั่นมากขึ้น เห็นได้จากการที่เธอชอบแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง และนำผ้าต่างๆ มาพันรอบร่างกายพร้อมตกแต่งใหม่ในแบบฉบับของเธอเอง จนวันหนึ่งที่แองจี้ หาผ้ามาให้ลูกเล่นสนุกไม่ได้ จึงขอเปลี่ยนเป็นกระดาษสีต่าง ๆ แทน ซึ่งทำให้สองแม่ลูกสนุกกับการตัดกระดาษ ดีไซน์ ชุดสวย ๆ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งชุดเหล่านี้มีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์, หนังสือ, การเดินทาง รวมไปถึงชุดบนรันเวย์ หรือบนพรมแดงที่ดาราฮอลลีวูดคนโปรดใส่ออกงาน ฯลฯ เช่น ชุดแม่มด จากการ์ตูนเรื่องดังมาลิฟิเซนต์, ชุดเจ้าหญิงเอลซ่า จากการ์ตูนเรื่องโฟรเซ่น, ชุดที่ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดอย่าง เทเลอร์ สวิฟท์, เคที่ เพอร์รี่, ลูปิตา เอ็นยองโง ใส่เดินพรมแดงตามงานต่างๆ และที่เริ่ดไปกว่านั้นก็คือ ผลงานของ “เมแฮม” แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋วคนนี้ยังเข้าตากรรมการ จนถูกเชิญไปแสดงในงาน นิวยอร์ก แฟชั่น วีค ครั้งล่าสุดอีกด้วย พร้อมผลงานออกแบบของเธอ คือ ชุดเดรสสีฟ้า-ดำ ลายเสือ และชุดเดรสสี ชมพู-ทอง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานของแบรนด์แฟชั่นดังระดับโลก “รีม อะครา” ที่เมแฮมเห็นบนรันเวย์ก่อนหน้านี้ ส่วนตัวเองก็สวมใส่เสื้อขาวดำ ที่มีการแต่งเอวด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆ และกระโปรงสีดำที่ทำจากกระดาษทั้งหมดเช่นกัน เจ๋งจริงๆ เมแฮม ได้บอกว่า ชุดแต่ละชุดของเธอ ใช้เวลาตัดเย็บประมาณ 1 ชั่วโมง แต่คุณแม่แองจี้เปรียบเทียบให้ฟังว่า เวลา 4 นาทีของเมแฮม เปรียบเทียบได้กับเวลาหลายชั่วโมงที่ยาวนาน เพราะฉะนั้นหนึ่งชุดที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมง อาจจะหมายถึงเวลา 2-3 วันของเด็กวัยเดียวกันกับลูกของเธอก็ได้ ว้าววว เก่งจริงๆ เลยนะ ตัวแค่นี้ ที่สามารถทำในสิ่งที่ตัวเองรักและชื่นชอบจนได้รับโอกาสแสดงผลงานในรันเวย์กันเลยทีเดียว นี่ถ้าเป็นสมัยวัยกระเตาะของเรา คงกำลังนั่งเล่นตุ๊กตากระดาษเปลี่ยนชุดเดิมๆ สลับไปมาอยู่เท่านั้น แต่สำหรับ เมแฮม แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว กลับสามารถต่อยอดจินตนาการ และไอเดียแปลกใหม่ ให้เกิดเสื้อผ้ากระดาษที่สวมใส่ได้จริง เจ๋งป่ะละ เห็นแบบนี้แล้ว ผู้ใหญ่อย่างเราก็ต้องคอยสนับสนุนและอย่าปิดกั้นโอกาสหรือให้เด็กๆ เขาได้แสดงความสามารถนะคะ เพราะสิ่งเล็กๆ เหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้และดี ไม่แพ้เมแฮม สาวน้อยคนนี้ได้เลยทีเดียว เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ dailynews, COOL J CJ, fashionbymayhem

เกาะติด อินชอนเกมส์ ตอน ค้านสายตา
จอมพลังสาวไทย /  ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล / 

เข้าสู่วันที่ 7 ของการแข่งขัน เชียนเกมส์ 2014 แล้ว เกาะติด อินชอนเกมส์ ก็ยังนำเสนอผลแต่ละวันมาอัพเดดกันทุกวันนะครับ วันนี้ทัพนักกีฬาไทยเก็บเหรียญทองแดง ได้เพิ่มอีก 1 เหรียญ จากจอมพลังสาวไทย ชิดชนก พูลทรัพย์สกุล ซึ่งก็เป็นเหรียญสุดท้ายของยกน้ำหนักไทยด้วย เนื่อจากเป็นการแข่งขันยกน้ำหนักวันสุดท้ายแล้วนั้นเอง อินชอนเกมส์ ครั้งนี้ ยกน้ำหนักไทยทำ เหรียญทองแดง มาได้ทั้งหมด 3 เหรียญไม่เลวเลยทีเดียว แต่เราก็ยังมีลุ้นจากกีฬาประเภทอื่นๆ อีกมากมายนะครับ ต้องคอยเชียร์กันต่อไป ส่วนฟุตบอลหญิง และแบดมินตัน เราต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านอย่างน่าเสียดาย แต่ที่น่าเสียดายที่สุดเห็นจะเป็น มวยสากลสมัครเล่น นี่หล่ะ ที่เราแพ้ไปอย่างค้านสายตาทั้ง 2 คู่ ทั้ง สายลม อาดี ที่แพ้เจ้าภาพ เกาหลีใต้ ไปแบบแพ้ยังไง และยังจะ อนวัช ถองกระโทก อีกคนที่แพ้นักชกจากอินเดียไป แบบเรียกเสียงโห่ได้ทั่วทั้งสนาม แต่ต้องขอชื่นชมนักกีฬาทั้งสองคนนี้ ที่ออกมาขอโทษพี่น้องชาวไทยที่มาได้เพียงเท่านี้ และจะขอสู่ต่อไป ซึ่งเป็นอะไรที่น่ายกย่องเอามากๆ เราก็ขอเชียร์พวกเขาต่อไปนะครับ สุดท้ายมาที่ช่วง ซอกแซกอินชอน วันนี้ เจดด้า จะพาเรามาพบกับเหล่าอาสาสมัครสาว.... เออไปดูกันเลยดีกว่านะ

เผยภาพเด็ดครั้งแรก!! บัวขาว หยอกเย้า น้ำเพชร
น้ำเพชร บัวขาว /  น้ำเพชร MUT2014 / 

แซ่บๆๆ ภาพเด็ดครั้งแรก!! ของ น้ำเพชร ขณะแชะรูปคู่ บัวขาว นักชกชื่อดังก้องโลก ด้วยท่าทางสนิทสนมเกินคนรู้จักกันธรรมดา! แถมมีกระแสเม้าท์ต่ออีกว่า ฝ่ายชายได้ยกทองคำให้ฝ่ายหญิงด้วย สำหรับประเด็นดังกล่าว น้ำเพชร ไม่ขอเปิดเผยว่าได้รับทองจริงหรือไม่? และมีน้ำหนักเท่าไร? เปิดเผยเพียงแค่ว่ารู้จักสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง มานานร่วม 4 ปีแล้ว เพราะมีโอกาสได้ไปเรียนชกมวยกับ บัวขาว ถึงค่ายมวยดังตามข่าว หลัง น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ กฤษณสุวรรณ อดีต รองอันดับ2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ออกมายอมรับว่าเคยไปเรียนมวยไทยที่ ค่ายบัญชาเมฆ จริง! ก่อนจะมีกระแสเม้าท์ทอล์คออฟเดอะทาวน์ว่า บัวขาว บัญชาเมฆ ได้ให้ทองคำฝ่ายหญิงจำนวนหนึ่ง และเหมือนทั้งคู่กำลังแอบคบหาดูใจกันอยู่ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงเปิดใจสั้นๆ ว่ารู้จักกับนักมวยชื่อดัง บัวขาว มานานร่วม 4 ปีแล้ว เพราะสมัยเรียนหนังสือ ตนเคยไปฝึกชกมวยที่ค่ายดังจริงๆ และมีโอกาสได้ฝึกชกกับ บัวขาว ด้วย ส่วนกรณีข่าวที่ฝ่ายชายให้ทองคำนั้น สาว น้ำเพชร โบ้ยให้ บัวขาว พูดเองดีกว่า ส่วนตนขอไม่ลงรายละเอียดอะไรมากไปกว่านี้... น้ำเพชร + บัวขาว น้ำเพชร + บัวขาว น้ำเพชร + บัวขาว น้ำเพชร + บัวขาว

ประท้วงวุ่น!! เหตุมวยหญิงไทยแพ้จีนแบบค้านสายตา
เอเชี่ยนเกมส์ /  ชกมวย / 

ประท้วงวุ่น!! เหตุมวยหญิงไทยแพ้แบบค้านสายตา Credit khaosod สุดมึน! มวยหญิงอชก. คะแนนสาวไทยชนะ 1 เสมอ 2 เสียง แต่กรรมการชูมือให้นักชกจีน!!?? เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่สนามมวยซอนฮัก ยิมเนเซียม ทัพนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ลงแข่งขันเป็นวันที่ 4 โดยก่อนหน้านี้นักชกไทยขึ้นชกทั้งสิ้น 4 คน ตกรอบทั้งหมด ประกอบด้วย ดอนชัย ทาธิ 56 ก.ก. ฉัตร์ชัย บุตรดี รุ่น 52 ก.ก. สายลม อาดี รุ่น 60 ก.ก.และ อนวัช ถองกระโทก รุ่น 81 ก.ก. โดยวันนี้นักชกไทยมีคิวขึ้นต่อยทั้งสิ้น 3 คน ประกอบด้วย “มุก”โสภิดา สะทุมรัมย์ รุ่น 51 ก.ก.หญิง ทัศมาลี ทองจันทร์ เหรียญเงินเอเชี่ยนเกมส์กว่างโจว ประเทศจีน ครั้งที่แล้ว รุ่น 60 ก.ก. และปิดท้ายด้วย อภิเชษฐ์ แสงสิทธิ์ โดยนักชกสาวไทยประเดิมขึ้นสังเวียนเป็นคนแรก โสภิดา มุมแดง ขึ้นต่อยกับ ซี ไห่ จวน นักชกจากจีน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ตลอดการชกทั้ง 4 ยก นักชกสาวไทยเดินหน้าไล่ต่อยเข้าเป้าอย่างจะแจ้งกว่าเกือบทุกยก ทำให้ทั้งสต๊าฟโค้ช รวมทั้งแฟนมวยชาวไทยที่ตามเชียร์ ต่างมั่นใจว่า โสภิดา จะผ่านนักชกจีนเข้ารอบต่อไป แต่เมื่อประกาศผลคะแนนการชก ปรากฏว่า กรรมการให้คะแนนชาวฟินแลนด์ ให้ โสภิดา ชนะ 39-37 กรรมการชาวตูนีเซีย ให้ นักชกไทยเสมอกับนักชกจีน 38-38 และ กรรมการชาวฟิลิปปินส์ให้เสมอกัน 38-38 โฆษกสนามประกาศให้นักชกจีนเป็นฝ่ายชนะ ท่ามกลางความสับสนมึนงงกับการตัดสินของทางเจ้าภาพครั้งนี้ หลังจากนี้สต๊าฟโค้ชต่างออกมาโวยกรรมการฝ่ายเทคนิค แต่กรรมการไม่สนใจพร้อมกับโบกมือไล่ให้ออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มสต๊าฟโค้ชอย่างมาก จากนั้นทั้งหมดเร่งดำเนินการยืนประท้วงผลการตัดสินดังกล่าว ซึ่งต้องทำภายในเวลา 30 นาที แต่ทางเจ้าภาพประสานงานไม่เป็นระบบ ต่างฝ่ายต่างไม่แสดงตนว่าต้องยืนประท้วงที่ใด “มุก” ให้สัมภาษณ์ภายหลังการชกว่า วันนี้ยอมรับว่าชกได้ตามที่โค้ชสั่ง ไม่มีอาการเหนื่อย เดินหน้าชกคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่า ยกหนึ่งและยกสองเต็มที่ต่อยถูกนักชกจีนหลายหมัด ส่วนยกสามและยกสี่ ผลัดกันโดน สูสี คิดว่าคะแนนที่ต่อยสะสมไว้ในช่วงสองยกแรกน่าจะเพียงพอที่จะคว้าชัยชนะ แต่เมื่อผลคะแนนออกมารู้สึกท้อมาก ไม่รู้ว่าใช้วิธีในการตัดสินอย่างไร ทั้งนี้ต้องขอโทษแฟนกีฬาชาวไทยที่ไม่สามารถเก็บชัยชนะนัดนี้ได้ ตอนนี้รู้สึกเสียใจ ทั้งที่มั่นในมากว่าจะชนะผ่านเข้ารอบต่อไป แก้ว พงษ์ประยูร ฮีโร่นักชกเหรียญเงินโอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ 2012ในฐานะฝ่ายเทคนิค เผยว่า เห็นได้ชัดว่านักชกเราต่อยได้เข้าเป้ามากกว่า เหนือชั้นกว่ามาก แต่ผลคะแนนออกมาต่างจากภาพความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่ากรรมการให้คะแนนครั้งนี้ใช้มาตรฐานอะไรในการให้คะแนน บางครั้งนักชกถูกนับผลคะแนนออกมากลับชนะในยกนั้น 10-9 ดูแล้วแปลกตากับคะแนนที่ตัดสินกันในครั้งนี้ ซึ่งคงต้องกำชับนักชกไทยให้ชกจะแจ้งให้มากที่สุด และชกแบบไฟต์เตอร์ เข้าชกให้ไว ออกหมัดให้เร็วแล้วหนัก และหลบหมัดคู่ชกให้พ้น แต่สุดท้ายก็ต้องมาลุ้นที่คะแนนของกรรมการ ออกได้ทุกหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้กฎการให้คะแนนของ สหพันมวยนานาชาติ(ไอบา) มีการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะการให้คะแนน ซึ่งสำหรับในส่วนของโสภิดานั้น กรรมการชาวฟินแลนด์ให้คะแนน นักชกไทยชนะนักชกจีน หนึ่งเสียง และกรรมการชาวตูนีเซีย และกรรมการชาวฟิลิปปินส์ ให้ทั้งคู่เสมอกัน กฎใหม่ให้ยึดเสียงข้างมาก ซึ่งต้องไปยึดเสียงที่เสมอกัน ทั้งให้ทั้งสองเสมอกัน แต่สุดท้ายให้ กรรมการผู้ห้ามบนเวทีเป็นผู้ตัดสินว่า จะยกยกมือให้ใครเป็นผู้ชนะ ซึ่งกรรมการชาวอุซเบกิสถาน จึงชูมือให้นักชกจีนเป็นฝ่ายชนะไทยในที่สุด