ชกกัน

ว่าที่แชมป์โลกไทยคนที่48! ยอดมงคล เดินทางไปล้มแชมป์WBA
wba /  กรุงบัวโนสไอเรส / 

"เจ้ากิ๊ก" ยอดมงคล ซีพีเฟรชมาร์ท พร้อมทีมงาน ลัดฟ้าไปล้มแชมป์โลกกับ ฮวน คาร์ลอส เรเบโค่ ที่ประเทศอาร์เจนตินา แล้ว ลั่นน็อกเอาแชมป์จริงกลับเมืองไทย ความคืบหน้าการชกล้มแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท (112ปอนด์) สมาคมมวยโลก (ดับเบิ้ลยูบีเอ) ระหว่าง ยอดมงคล ซีพีเฟรชมาร์ท แชมป์เฉพาะกาลชาวไทย กับ ฮวน คาร์ลอส เรเบโค่ แชมป์ตัวจริงชาวอาร์เจนไต ซึ่งจะมีขึ้นวันเสาร์ที่ 20 ธ.ค.นี้ ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า ช่อง 7สีถ่ายทอดสดเวลา 11.00 น. ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.57 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ คณะของนักชกไทย นำทีมโดย "เสี่ยตังค์" ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์, ฉัตรชัย สาสะกุล เทรนเนอร์, ปัญญา ประชากร ฝ่ายต่างประเทศ และ ยอดมงคล ซึพีเฟรชมาร์ท ออกเดินทางไปประเทศอาร์เจนติน่า เรียบร้อย ซึ่งจะใช้เวลาบินประมาณ 36 ชั่วโมง โดยมี คุณพ่อไพศาล คุณแม่ เสนาะ พ่อแม่ยอดมงคล และชาว อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งเป็น บ้านเกิดของยอดมงคล เดินทางมาส่ง 20 กว่าคน ด้าน เสี่ยตังค์ กล่าวว่า เรารอการชกครั้งนี้มานานพอควร เพราะเขาเลื่อนมา 3 ครั้ง หนนี้ได้เจอกันเสียที การฟิตซ้อมความพร้อม ยอดมงคล ถือว่าดีที่สุดในชีวิต ยอมรับว่า เป็นรองแน่ แต่ไม่มาก โอกาสที่ชนะก็มีเช่นกัน เพราะ ยอดมงคล หนุ่มแน่นกว่า ซึ่งเราก็หวังว่าจะใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ก้าวไปสู่ชัยชนะได้ แฟนมวยช่วยกันเชียร์ ขณะที่ ยอดมงคล นักชกวัย 23 ปีจาก สระบุรี กล่าวว่า ครั้งนี้มีความพร้อมมาก แม้จะเลื่อนชกมา 3 ครั้ง แต่ไม่ได้หยุดซ้อม ถึงตอนนี้ สรุปการลงนวมประมาณ 250 ยก โดย ลงนวมกับ นกน้อย ซีพีเฟรชมาร์ท, น็อกเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท, พลังพล ซีพีเฟรชมาร์ท แบบ 3 คนผลัด ร่างกายแข็งแกร่งมาก น้ำหนักเกิน 5 ปอนด์ไม่มีปัญหา เพราะยังไม่ได้คุมอย่างจริงจัง และอากาศที่นั่นไม่เย็นมากประมาณ 19 องศาเซนเซียส ลดได้สบาย "ผมดูเทปเขาหลายครั้ง ตอนชกกับ เนตร ศศิประภายิม ก็ดูเป็นมวยต่อยได้ทั้งรุก และรับ ถือว่าต่อยยาก แต่ไม่หวั่นใจอะไร เพราะร่างกายเราหนุ่มแน่นกว่า 8 ปี ส่วนแผนการชกทาง โค้ชหนึ่ง ได้วางไว้แล้ว คงต้องเน้นเกมบุกมากกว่าเกมรับ และต้องน็อกเอาท์ให้ได้ สิ่งที่ต้องระวังคือหมัดตัดลำตัวและฮุคขวา ซึ่งเป็นจุดเด่นของเขา และหากว่าการชกครั้งนี้ประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์จริงกลับมาได้ ผมจะวิ่งจากสนามบินสุวรรณภูมิไป โรงพยาบาลศิริราช และจะบวชที่วัดมวกเหล็กนอก เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติอีกด้วย"

เกรียนเรียกพี่! หนุ่มแสบอยู่ไม่สุข ต่อยภาพศิลปะราคา 300ล้านขาดกระจุย
งานศิลปะมูลค่า 300 ล้านบาท /  หอศิลป์แห่งชาติไอร์แลนด์ / 

ศาลไอซ์แลนด์ตัดสินจำคุกหนุ่มอุตริ5ปี หลังก่อเหตุชกทำลายภาพงานศิลปะมูลค่ากว่า 300 ล้านบาทเสียหาย เมื่อวันเสาร์ ที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวเมโทร รายงานข่าวนาย แอนดรู แชนนอน วัย 49 ปีลงมือทำลายภาพวาด ซึ่งเป็นชิ้นงานศิลปะที่มีมูลค่ากว่า 8,000,000 ยูโร หรือราว 300ล้านบาท ที่จัดแสดงอยู่ในหอศิลป์แห่งชาติไอร์แลนด์ ด้วยการชกเข้าอย่างแรงจนเกิดความเสียหาย ท่ามกลางสายตาผู้ชมนิทรรศการรายอื่นๆ สร้างความตกตะลึงให้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในแกลเลอรี่รายอื่นๆอย่างมาก โดยแชนนอนในขณะขึ้นศาลว่าการกระทำอันป่าเถื่อนดังกล่าวเป็นเพียงอุบัติเหตุ และสร้างเรื่องว่าเหมือนมีแรงดึงดูด ทำให้มือพุ่งเข้าไปที่ภาพวาด ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านของนาย แชนนอน ก็พบว่ามีผลงานศิลปะที่มีคุณค่ามหาศาล ได้แก่หนังสือและโบราณวัตถุที่ถูกขโมยไปกว่า 50 รายการ อย่างไรก็ตาม แชนนอน ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี และไม่อนุญาตให้เข้าชมแกลเลอรีใดๆเป็นเวลา 15 เดือนหลังจากพ้นโทษ MThai News

 ประเทศไทย 'ถอยหลัง' หรือ 'เดินหน้า' เลือกนายกฯโดยตรง ?!
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ /  ประยุทธ์ / 

กำลังเป็นที่ถกเถียงในสังคม โดยเฉพาะคอการเมืองใน ประเด็น ข้อเสนอให้มีการ เลือกนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง ของคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติที่มี นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ ประธาน ล่าสุด นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เขียนข้อความแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวผ่าน เฟซบุ๊ก ส.ส.นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โดยมีหัวข้อพร้อมเนื้อหาระบุว่า จะคงระบบรัฐสภาแต่เลือกนายกฯโดยตรงหรือครับ? -ถ้าเราเอาระบบนี้มาใช้ เราต้องยอมรับว่าระบบนี้ให้นายกฯมีอำนาจมากขึ้นกว่านายกฯที่มาจากรัฐสภา และจะเอานายกฯออกจากตำแหน่งโดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้ เพราะนายกฯอาจไม่มีเสียงสนับสนุนในรัฐสภา เช่น 1.สมมุติว่า พลเอกประยุทธ์ ลงเลือกตั้งโดยไม่สังกัดพรรคการเมือง และชนะได้เป็นนายกฯแต่ไม่มีส.ส.ในสังกัดเลย ก็จะอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านไม่ได้ เพราะหากยอมให้อภิปราย รบ.ท่านก็ล้มไม่เกิน 3 เดือน หรือ 2.หากให้สังกัดพรรค ท่านชนะเลือกตั้งได้เป็นนายกฯจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่ท่านมีส.ส.เพียง 50 คน หากให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านก็ต้องล้มใน3 เดือนเหมือนกัน -ระบบเลือกตั้งตรง ฝ่ายค้านและการตรวจสอบเกือบไม่มีความหมาย ระบบเลือกตั้งตรงเขาใช้กับระบบประธานาธิบดี มีนักวิชาการบอกว่าอย่าสนใจชื่อได้ไหมว่าจะเรียกว่าระบบอะไร เราคิดระบบของเราเองมาใช้เอง ก็ได้ครับ แต่เราก็ต้องยอมรับต่อไปว่าเราจะเป็นประเทศเดียวในโลกในระบบรัฐสภาที่นายกฯมาจากการเลือกตั้งตรง แต่ถ้าเอาระบบนี้มาใช้แม้เราจะไม่เรียกว่าระบบประธานาธิบดี แต่เนื้อหาก็เหมือนระบบประธานาธิบดีครับ ระบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จะไม่ใช้ระบบประธานาธิบดีครับ ขณะดียวกัน ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ได้รวบรวมหลากความเห็นจากนักการเมือง นักวิชาการ และนักกฎหมาย ถึงข้อดี- ข้อเสีย กรณีเลือกนายกฯ-ครม.โดยตรง ให้เห็นเป็นข้อๆดังนี้ ข้อดี 1.ประชาชนจะได้รู้ตัวนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งเสนอชื่อโดยพรรคการเมืองต่างๆ ล่วงหน้า ตั้งแต่ก่อนลงคะแนนเสียง 2.แก้ปัญหานายกฯ เลือกรัฐมนตรีที่เป็นผู้มีอิทธิพล นายทุน และเครือข่ายตน 3. แก้คอร์รัปชั่น สายสัมพันธ์ ส.ส. กับ นายกฯ 4.แก้ระบบการตรวจสอบโดยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ไม่เป็นผล หากรัฐบาลมีเสียงข้างมากแบบเด็ดขาด 5.การเลือกนายกฯโดยตรง ทำให้การซื้อเสียงจะทำได้ยาก เพราะต้องซื้อทั่วประเทศ และต้องซื้อถึงสองครั้ง 6.วิธีนี้จะทำให้การทำงานของนายกฯ ไม่สามารถละเลยรัฐสภา ต้องคัดเลือกนโยบาย ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วย 7.เห็นว่ารูปแบบนี้ยังเปิดช่องให้ฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ ผ่านกระบวนการถอดถอนนายกฯ ออกจากตำแหน่ง ข้อเสีย 1.นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะมีอำนาจมากกว่าเดิม 2.ใช้งบประมาณในการเลือกตั้งมากขึ้น 3. เปิดโอกาสให้กับทุนใหญ่ได้รับชัยชนะ เพราะการสมัครเป็นนายกฯ และ ครม. ใช้เม็ดเงินในการหาเสียงสูง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งระดับประเทศ ยากสำหรับประชาชนทั่วไปจะลงสมัครได้ 4.ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตซื้อขายเสียงได้ 5.อำนาจของผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในแต่ละพื้นที่ลดลง 6.นายกฯ และ ครม. ไม่ได้มาจากรัฐสภาและไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน 7.คณะบริหารกับนิติบัญญัติแยกกันโดยเด็ดขาด 8. สภาผู้แทนราษฎรกับรัฐบาลไม่มีเสียงถ่วงดุลและไม่ยึดโยงกันได้ หากนายกฯ มาจากการเลือกตั้งทางตรง จะไม่ให้ความสำคัญกับสภา เพราะต่อไปกระบวนการตรวจสอบ การตั้งญัตติ และตั้งกระทู้จะไม่เป็นอาวุธนำไปสู่การถ่วงดุล 9.ประเทศมีการปกครองในรูปแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คุ้นเคยกับการเมืองในระบบรัฐสภามาโดยตลอด ควรเป็นไปตามหลักการและที่มาเดิม 10. เป็นเรื่องใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองและระบบการปกครองในไทย กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนที่ยังไม่มีความคุ้นเคย คล้ายกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี 11.หาก ส.ส. หรือ ส.ว. ส่วนใหญ่ เป็นพรรคฝ่ายค้าน การประสานงานระหว่างนายกรัฐมนตรีกับรัฐสภาจะยากขึ้น สุดท้ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนจะตัดสินเลือกตัดสินใจอย่างไรต่อไปเนื่องเพราะในไม่ช้านี้จะมีโพลสำรวจความคิดเห็น ในประเด็นคำถาม ได้แก่ 1.เลือกนายกฯมาจากการเลือกของ ส.ส.ซึ่งเป็นระบบเดิม 2.เลือกนายกฯโดย ส.ส.และ ส.ว.ในรัฐสภา และ 3.เลือกนายกฯจากประชาชนโดยตรง พร้อมกับการเลือก ส.ส. กรุณาเตรียมตัวกันไว้ให้ดีอย่าให้ถูก 'มัดมือชก' เหมือนอดีตที่ผ่านมาก็แล้วกัน ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ MThai News

ใกล้แชมป์!ช้างศึก สอนเชิง เสือเหลือง2-0 ชิงดำซูซูกิคัพ
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ /  กีรติ เขียวสมบัติ / 

ผลฟุตบอลสด เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมแรก วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2557 ทีมชาติไทย 2-0 ทีมชาติมาเลเซีย ประตู : 1-0 ชาริล ชัปปุยส์ (จุดโทษ) น.70, 2-0 เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ น.85 สนาม : ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา : 19.00 น. การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 รอบชิงชนะเลิศ เกมแรก ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ช้างศึก ทีมชาติไทย อดีตแชมป์ 3 สมัย รับการมาเยือนของ เสือเหลือง มาเลเซีย อดีตแชมป์ 1 สมัย ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันมาแล้วในการแข่งขันครั้งนี้ ในรอบแรก ช้างศึก ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายไล่แซงเอาชนะ เสือเหลือง มาเลเซีย ไปได้ 3-2 โดยเกมนี้ ทีมชาติไทย จะไม่มี กีรติ เขียวสมบัติ ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อฉีก และเจ้าเก่ง อดิศร พรหมรักษ์ ที่ได้รับบาดเจ็บหัวเข่า แต่จะได้ เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร ผู้ทำ 2 ประตูในเกมแรกที่ 2 ทีมนี้พบกัน พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกในแดนหน้า เวลาประมาณ 16.00 น. กองทัพ ช้างศึก ทีมชาติไทย ได้เดินทางมาถึงสนามราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนจะจอดรถตรงประตูทางเข้าสนาม เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทามกลางแฟนบอลชาวไทย ให้การต้อนรับอย่างหนาตา ส่งเสียงเชียร์กันอย่างน่าชื่นใจ เริ่มครึ่งเวลาแรก ช้างศึก ทีมชาติไทย ต่อเกมกันได้อย่างน่ากลัวทางริมเส้นฝั่งซ้าย นาทีที่ 3 กลายเป็น เสือเหลือง มาเลเซีย ที่ได้ลุ้นประตูก่อนจากการโขกของ อัมรี่ ยาห์ยาห์ แต่ทว่าไปตรงตัว กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จากนั้นนาทีที่ 4 เป็นคราของ ช้างศึก บ้างเมื่อ ชาริล ชัปปุยส์ ไหลบอลไปทางริมเส้นฝั่งขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม หักเรียดเข้าไปถึง มงคล ทศไกร ได้ง้างเท้ายิงในกรอบเขตโทษ แต่ยิงไม่ดีบอลลอยข้ามคานไป นาทีที่ 6 มาเลเซีย มาได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ นอร์ชาห์รุล ตาลาฮา ได้ส้มหล่นยิงวอลเลย์หน้ากรอบเขตโทษ โชคดียังเป็นของ ช้างศึก ที่ เจ้าตอง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยืนอยู่ตรงนั้นชกบอลออกมาได้ จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็เปิดเกมแลกกันอย่างสนุกตื่นเต้น นาทีที่ 30 เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนจะจ่ายให้ สารัช อยู่เย็น วิ่งขึ้นมาใส่เต็มแข้งแต่ ฟารีซาล มาร์เลียส นายด่านเสือเหลือง ล้มตัวรับบอลไว้ได้ นาทีที่ 33 เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร โดนทำฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษ ทำให้ ช้างศึก ได้ฟรีคิก ชาริล ชัปปุยส์ วิ่งข้ามบอล เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ วิ่งเข้าไปปั่นโค้งด้วยเท้าซ้ายบอลจะเสียบเสา แต่ ฟารีซาล มาร์เลียส วิ่งไปรับบอลไว้ได้ นาทีที่ 43 ช้างศึก เกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ สุทธินันท์ พุกหอม สาดสกัดบอลไปแดนหน้า เจ้ากอล์ฟ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ขึ้นเบียดแย่งบอลกับกองหลังก่อนจะได้ส้มหล่น กระชากบอลไปในกรอบเขตโทษ และได้ชิพอย่างเหนือชั้นทว่ากองหลังแหย่เท้าได้ทันทำให้บอลลอยออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0 เริ่มครึ่งเวลาหลังกองทัพ ช้างศึก พยายามที่จะเปิดเกมเข้าใส่อย่างหนัก หวังที่จะเอาประตูออกนำให้ได้ก่อนโดยเร็ว นาทีที่ 51 ช้างศึก มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย ชาริล ชัปปุยส์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษทางเสาสอง นักเตะไทยพยายามเข้าเล่นบอลแต่โดนดันล้ม ผูตัดสินให้เล่นต่อทำให้ ช้างศึก ไม่ได้ลุ้นประตู นาทีที่ 54 นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม ได้บอลหลุดไปทางฝั่งขวาก่อนจะจ่ายกลับมาให้ มงคล ทศไกร ได้วอลเลย์บอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว จากนั้น ช้างศึก ก็โหมบุกได้ชุดใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะเจาะประตู เสือเหลือง มาเลเซียได้ เกมผ่านหนึ่งชั่วโมง มาเลเซีย แสดงอาการหมดแรงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ ช้างศึก ทีมชาติไทย เปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง นาทีที่ 67 มงคล ทศไกร ไล่บอลให้ อดิศักดิ์ ไกรษร ได้ยิงเต็มแข้งบอลพุ่งไปตรงตัว ฟารีซาล มาร์เลียส นาทีที่ 70 ช้างศึก ก็มาได้จุดโทษเมื่อ อดิศักดิ์ ไกรษร โดนเกี่ยวล้มลงในกรอบเขตโทษ ชาริล ชัปปุยส์ รับหน้าที่สังหารเสียบเสาซ้ายมือตัวเองเข้าประตูไป ช้างศึก ทะยานออกนำ 1-0 นาทีที่ 85 สกอร์บอร์ดในสนามก็ขยับอีกครั้งเมื่อ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้บอลกระชากหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะบรรจงจ่ายให้ เจ้าก้อง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ซัดบอลหายเข้าประตูไป ช้างศึก หนี เสือเหลือง 2-0 จากนั้น ช้างศึก ก็เปิดเกมบุกตามเสียงเชียร์แฟนบอลชาวไทย แต่ทว่าสุดท้ายก็ไม่อาจจะเจาะประตูเพิ่มได้ ทำให้จบเกม ช้างศึก ทีมชาติไทย เอาชนะ เสือเหลือง มาเลเซีย ไปได้ 2-0 ครองความได้เปรียบในเกมแรกไปก่อน โดยเกมที่ 2 ช้างศึก จะไปเยือนถิ่น บูกิต จาริล ของเสือเหลือง ในวันที่ 20 ธ.ค.57 เวลา 19.00 น. ซึ่งทีมงานนักเตะจะเดินทางในวันที่ 18 ธ.ค.57 เวลา 12.00 น. ที่สนามบินดอนเมือง รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้ง 2 ทีม ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) (C), นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, สุทธินันท์ พุกหอม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา, สารัช อยู่เย็น (อดุล หละโสะ น.90+3), ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, มงคล ทศไกร (ประกิต ดีพร้อม น.68), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, อดิศักดิ์ ไกรษร ทีมชาติมาเลเซีย :  ฟารีซาล มาร์เลียส (ผู้รักษาประตู), คุนานลาน ซุบรามาเนียม, ชูกอร์ อาดาน (C), ฟาดลี่ ชาส, ซูบีร์ อัซมี่, อาซามมุดดิน อากิล, บาดรี่ ราดซี่ (บาดโดรล บัคเตียร์), อัมรี่ ยาห์ยาห์ (ซาฟี ซาลี่), ซาฟิก รอฮิม, ปุตรา มหายุดดิน, นอร์ชาห์รุล ตาลาฮา

ลงตัว!อำนาจ-ซูซิหมิงฟาดปาก8มี.ค.58
IBF /  ซูซิหมิง / 

สื่อมวลชนในฮ่องกงและมาเก๊ารายงานว่า ซู ซิ หมิง ซูเปอร์สตาร์มวยโลกชาวจีน วัย 33 กำหนดขึ้นชิงแชมป์โลกมวยอาชีพแน่นอนแล้ว ด้วยการมีคิวท้าชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต สหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ) จาก อำนาจ รื่นเริง แชมป์โลกชาวไทย วัย 34 ที่โคไต๋ อารีน่า ของเวเนเซียน รีสอร์ต แอนด์ คาสิโน บนเกาะมาเก๊า วันที่ 8 มีนาคม 2558 แน่นอนแล้ว ทั้งนี้ มีการยืนยันจากผู้บริหารของเวเนเซียน รีสอร์ตฯ แล้วว่า บ็อบ อารัม บอสใหญ่ของท็อปแรงค์ โปรโมชั่น และผู้จัดการของ ซู ซิ หมิง เป็นผู้จองสถานที่ในวันดังกล่าว ด้วยการแจ้งว่า จะเป็นการชิงแชมป์โลกของซูเปอร์สตาร์ชาวจีนแน่นอนแล้ว หลังจากตรวจสอบอาการบาดเจ็บที่ตาซ้ายของซู จากการชกครั้งล่าสุดที่ผ่านมา แพทย์ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นปกติดี และสามารถซ้อมและขึ้นชกได้ตามปกติแล้ว รายงานข่าวแจ้งว่า การชกของ ซู ซิ หมิงVSอำนาจ รื่นเริง ครั้งนี้ จะมีการระดมมวยโลกรุ่นเล็กเข้าร่วมรายการให้มากที่สุด โดยคาดว่า จะมีการชิงแชมป์โลกในรายการนี้ ทั้งหมดไม่น้อยกว่า 3-4 รุ่น โดยมีซูซิหมิงกับอำนาจเป็นคู่นำรายการ

รวมดาราคนเก่ง ดีกรีด็อกเตอร์!!
ต้าร์ นาวิน /  นาวิน ต้าร์ / 

สำหรับคนทั่วไปถือเป็นเรื่องยากและต้องใช้ความพยายามความรับผิดชอบสูงมาก กับการเรียนในระดับปริญญาเอกที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างที่สุดถึงจะประสบความสำเร็จในการเรียน แต่สำหรับดาราคนบันเทิงที่คิวงานรัดตัวยิ่งต้องพยายามจัดสรรเวลาและรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีใครบ้างที่นอกจากจะสวย-หล่อแล้ว ยังเก่งดีกรีด็อกเตอร์อีกด้วย!! นาวิน ต้าร์ เริ่มกันที่ด็อกเตอร์สุดหล่อขวัญใจสาวๆ อย่าง นาวิน ต้าร์ หรือ ดร.นาวิน เยาวพลกุล กว่าจะประสบความสำเร็จก็ทรหดพอควร เริ่มจากมัธยมเป็นวัยรุ่นใจร้อนมีเรื่องชกต่อยไปทั่วจนถูกไล่ออกจากโรงเรียน 2 ครั้ง จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองสอบเข้าเรียน กศน.เทียบวุฒิ ม.6 และเอ็นทรานซ์ติดคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง เกรดเฉลี่ย 3.82 จากนั้นได้รับทุนอานันทมหิดลไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยออริกอนสเตต และจบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบัน หนุ่มต้าร์ เป็นอาจารย์อยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังคงรับงานบันเทิงควบคู่ไปด้วย หมวย อริสรา คนต่อมาเป็นสาวเก่ง หมวย อริสรา กำธรเจริญ พิธีกรและผู้ประกาศข่าวช่อง 3 และอดีตนักแสดง มีดีกรีจบการศึกษาระดับมัธยมจาก โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ จบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์ ปริญญาโทสาขาบริหารสื่อสารมวลชน และปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาวหมวย เชื่อเสมอว่า "การศึกษาคือการลงทุน เราอาจไม่เห็นผลกำไรในปีเดียว แต่รู้ไว้เถอะว่ามันเปลี่ยนชีวิตคนได้ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ ขวนขวายและไขว่คว้าหาโอกาสในการศึกษา ยิ่งถ้าคุณได้เรียนสูงๆ มีโอกาสมากกว่าคนอีกหลายเปอร์เซ็นต์ที่ไม่ได้เรียน ต้องไม่หยุดไม่ท้อทำต่อให้จบ แค่จบ ป.3 กับ ป.6 ก็ต่างกันแล้ว การศึกษาทำให้เราได้ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมที่ดี การงานดีๆ แล้วชีวิตก็ดี หมวยว่าการศึกษาทำให้คนองอาจขึ้น" ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ถึงคิวของพิธีกรไฮโซหนุ่มอย่าง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะ British And American Studies มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ส่วนปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบการศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์อินเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งเก่งขนาดนี้สาวๆ รุมกรี๊ดไม่เบา แต่ก็ต้องเสียดายเพราะ หนุ่มท็อป มีภรรยาคนสวยอย่าง แพม อรอาภา อยู่แล้วทั้งคน!! เปปเปอร์ รัฐศาสตร์ ด็อกเตอร์หนุ่มรูปหล่ออีกคน สำหรับ ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต หรือ เปปเปอร์ UHT อดีตสมาชิกบอยแบรนด์ที่จบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์จากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาโท คณะระบบข้อมูล สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ที่มหาวิทยาลัยเดอพอล เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา แถมยังคว้าเกียรตินิยมด้านไอทีพ่วงมาอีกใบ และปริญญาเอกดุษฎีบัญฑิตสาขาหลักสูตรและการสอน จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 ซึ่งต่อมาได้ทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเข้าสู่วงการไอทีด้วยการทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และงานปัจจุบันคือ General Manager (GM) ที่ LINE Thailand นั่นเอง บุ๋ม ปนัดดา ต่อมาเป็นนางสาวไทยดีกรีด็อกเตอร์อย่าง บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยวอลองกอง ประเทศออสเตรเลีย และปริญญาโทใบที่ 2 Master of Business Philosophy South Australia University และปัจจุบันจบการศึกษาระดับปริญญาเอกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในสาขาวิชาด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต กับความตั้งใจเรียนมา 6 ปีเต็ม รอรับปริญญาในเดือนก.พ.ปีหน้า โดย สาวบุ๋ม เปิดเผยว่า "การเป็นนางสาวไทยคือการทำตามความฝันของแม่ ส่วนการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกถือเป็นความฝันของพ่อ" อาต้อย เศรษฐา ดาราอาวุโสมากความสามารถเจ้าของรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาสาขาศิลปะการแสดง ประเภทดนตรีไทยสากล-ขับร้อง และยังมีดีกรีด็อกเตอร์ในวัย 70 ยังแจ๋วอย่าง อาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ หลักสูตรโครงการพิเศษ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง, จบการศึกษาระดับปริญญาโท (มหาบัณฑิต) คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และจบการศึกษาระดับปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี แสดงให้เห็นว่า...ไม่มีใครแก่เกินเรียนจริงๆ เป็ด เชิญยิ้ม และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของตลกตัวพ่อ เป็ด เชิญยิ้ม หรือ ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร นักแสดงตลกคนแรกของประเทศไทยที่มีดีกรีเป็นด็อกเตอร์ จบปริญญาเอกจากสาขาการจัดการกีฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งนี้ เป็ด เชิญยิ้ม เคยกล่าวไว้ว่า "ผมสามารถเชิดหน้าชูตาได้ว่าในประเทศไทยมีตลกหนึ่งคนที่เรียนจบปริญญาเอก ไม่ใช่ขอมา ในประเทศไทยเป็นตลกคาเฟ่ คนเดียวที่จบปริญญาเอก ผมได้ประโยชน์ทั้งทางตรงทางอ้อม ทางตรงผมได้ใช้ในการจัดการบริหารองค์กรเพราะผมเรียนการบริหารจัดการ ทางอ้อมผมได้ชื่อเสียงทุกสิ่งทุกอย่าง ผมได้ภาพลักษณ์ ผมได้ทั้งแบรนด์อิมเมจมันสร้างมูลค่าให้ผมกลายเป็นจุดแข็ง สังคมมองผม ดร.เป็ด ตลกคนเดียวที่สามารถเรียนปริญญาเอก และมีองค์กรแบบนี้มันไม่ธรรมดา มูลค่ามันเกิดแล้ว สังคมก็ตีราคา ให้เครดิตผม" วีเจจ๋า วรัลชญาน์ อีกหนึ่งคนที่กำลังเรียนและพยายามอย่างหนักสำหรับว่าที่ด็อกเตอร์ วีเจจ๋า วรัลชญาน์ จินดารักษ์วงศ์ ที่จบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และระดับปริญญาโท ยุโรปศึกษา (European Studies) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอก สาขารัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังไงแฟนๆ คงต้องเอาใจช่วยให้ สาวจ๋า ประสบความสำเร็จกับการเรียนเร็วๆ นะจ๊ะ ส่วนดาราคนบันเทิงที่ได้รับ ปริญญากิตติมศักดิ์ หมายถึง ปริญญาที่สถาบันอุดมศึกษามอบให้แก่บุคคลที่มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนด ซึ่งแต่ละแห่งไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวแน่ชัด แต่มักจะคำนึงถึงการแสดงออกความรู้ความสามารถในสาขาวิชานั้นๆ ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป หรืออาจพิจารณาถึงการกระทำที่เป็นคุณงามความดีอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และยังคำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ที่ได้รับ ดังนั้นการมอบปริญญากิตติมศักดิ์ให้แก่บุคคลใดจึงเป็นสิทธิและขอบเขตอำนาจของแต่ละมหาวิทยาลัยเอง อาทิเช่น... ติ๊ก เจษฎาภรณ์ พระเอกตลอดกาลขวัญใจมหาชนอย่าง ติ๊ก เจษเจษฎาภรณ์ ผลดี ล่าสุดเพิ่งเข้ารับพระราชทานปริญญาเอกวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติของ หนุ่มติ๊ก แล้วว่าเป็นผู้เหมาะสมที่จะรับปริญญากิตติมศักดิ์ในสาขาวิชาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จากผลงานการเป็นพิธีกรรายการ เนวิเกเตอร์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 ปีทำรายการให้สาระความรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และนอกจากจะทำรายการแล้วยังเป็นวิทยากรพิเศษให้กับทางองค์กรหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ เท่าที่มีโอกาสไปแชร์ประสบการณ์ตัวเอง บัวขาว บัญชาเมฆ ด้านนักมวยดังระดับโลก บัวขาว บัญชาเมฆ ก็เข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชายุทธศาสตร์ การพัฒนาภูมิภาค (กลุ่มการศึกษาและจัดการภูมิปัญญา) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พิจารณาจากเหตุผลที่ว่า บัวขาว เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงสูงสุดในวงการกีฬาทั้งในไทยและระดับโลก อีกทั้งยังเป็นทูตวัฒนธรรม โดยอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน คือ ศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีมาแต่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษ รวมถึงการเป็นครูวิชามวยไทยที่ดีแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่าง แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต แอ๊ด คาราบาว หรือ ยืนยง โอภากุล ก็เข้ารับพระราชทานปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาดนตรีไทยสมัยนิยม มหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือปริญญาเอกใบที่ 2 ของ พี่แอ๊ด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ปริญญาตรีสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีมาปัว ประเทศฟิลิปปินส์, ปริญญาโท-มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาราชภัฎนครสวรรค์ และปริญญาเอก-ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ขอบคุณภาพจาก IG @ boompanadda, vj_ja, topnathasedh และเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์, khaosod, tlcthai, siamdara, bangkokbiznews, prsociety, thaipost.net, FB:rmutt.klong6, FB:BanchamekGym