ชกกัน

10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ
10 อันดับ /  ตำนาน / 

บ่อยครั้งที่ทีนเอ็มไทยนำเสนอให้เพื่อนๆ รู้จักกับ ปีศาจหรือสัตว์ในตำนานกรีก, ญี่ปุ่น, จีน ซึ่งเราก็พอจะรู้จักกันมาเยอะพอสมควรแล้ว เช่นองค์เทพ, เมดูซ่า, มังกร เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาพูดถึง ปีศาจในตำนานของชาวไอริชหรือชาวเซลติค ที่เขาพูดถึงสืบต่อกันมาดูบ้าง ขอบอกเลยว่ารูปร่างหน้าตาแปลกสุดๆ แถมร้ายกาจไม่แพ้ของชาติอื่นๆ เลย ^^ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ 10 ปีศาจในตำนานชาวไอริช โหดไม่แพ้ของกรีกเลยอ่ะ อันดับที่ 10 : Questing Beast  สัตว์ปีศาจตัวนี้มีชื่อว่า Questing Beast ซึ่งมีลักษณะเหมือนงู แต่ตามจริงแล้ว มันก็ไม่เชิงงูซะทีเดียว เพราะตัวมันมีสัตว์หลายชนิดประกอบรวมร่างกัน คือ มีหัวเป็นงู ตัวเป็นเสือดาว ตูดเป็นสิงโต กีบเท้าเป็นกวาง แถมเสียงร้องของมันดังพอๆกับหมา 30 ตัวเห่า! OMG แต่ปีศาจตัวนี้ค่อนข้างซวยกว่าปีศาจตัวอื่น เพราะว่ามันถูกอัศวินตามล่าตลอดหลังจากได้ยินข่าวเกี่ยวกับมันแพร่สะพัดออกไป นอกจากนี้ เจ้าตัว Questing Beast ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำนานเซลติคเท่านั้น แต่ยังไปโผล่ในเรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย  อันดับที่ 9 : Leanan Sidhe เธอคือ แวมไพร์ไฮโซ Leanan Sidhe เป็นทั้งเทพทางด้านบทกวีและปีศาจในตัวเดียวกัน อีกทั้งยังถูกจัดเป็น 1 ในแวมไพร์อีกตัวหนึ่งในตำนานของเซลติคอีกด้วย ซึ่งตามตำนานของนางนั้น เป็นหญิงที่มีความสวยงาม และจะมองหาคนรัก(เหยื่อนั่นแหละ) ที่เป็นนักดนตรีหรือนักกวีโดยเฉพาะ! โดยในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้น เธอก็จะแชร์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทเพลง กวี หรือเวทมนต์ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คนรักของเธอค่อยๆ รักหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเมื่อถึงเวลา Leanan Sidhe ก็จะจากคนรักไป ปล่อยให้คนรักค่อยๆ ทรมาน หมดกำลังใจ สิ้นหวังไปเรื่อยๆ จนตรอมใจตาย นางใจร้ายจัง >,< หลังจากนั้น เธอจะปรากฏตัวอีกครั้งก่อนจะนำร่างที่ไร้วิญญาณของคนรักไปยังที่ซ่อน แต่แทนที่เธอจะดูดเลือดจากเหยื่อแบบแวมไพร์ทั่วไป เธอกลับเอาเลือดของคนรักที่ตายนั้น เทลงใส่ในหม้อสีแดงขนาดใหญ่แล้วค่อยตักมาดื่ม (จะดื่มเลือดทั้งทียุ่งยากจัง) ซึ่งหม้อนี่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เธอสวยเป๊ะ! และมีความสามารถทางด้านบทกวีตลอดเวลา ส่วนวิธีป้องกันนั้น ก่อนอื่นก็ต้องหาที่ซ่อนของ Leanan Sidhe ให้ได้ก่อน จากนั้นให้นำแผ่นหินมาปิดทางเข้าไว้ (แค่นี้กันนางได้แล้วหรอ?) อันดับที่ 8 : Caorthannachปีศาจเลื้อยคลานพ่นไฟแห่งเซลติค เรื่องราวของ Caorthannach เริ่มขึ้นในยุคสมัยของนักบุญแพทริก(St. Patrick) ซึ่งขณะนั้นเขาได้ขึ้นไปที่ยอดเขา Croagh Patrick เพื่อสวดขับไล่งูและปีศาจออกจากเกาะไอร์แลนด์ให้จมลงไปยังใต้ทะเล แต่ว่ามีปีศาจอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า Caorthannach ซึ่งมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่สามารถพ่นไฟได้ กำลังเลื้อยหนีลงไปจากภูเขา นักบุญแพทริกก็ดันไปเห็นพอดี พร้อมกับไล่ตาม Caorthannach ไปด้วยม้าที่เร็วที่สุดบนเกาะไอร์แลนด์ ซึ่งการไล่ล่านี้กินเวลานานพอสมควร Caorthannach รู้ว่า นักบุญแพทริกจะต้องกระหายน้ำแน่ๆ จึงได้ทำการพ่นไฟและคายพิษลงในทุกๆบ่อน้ำที่เลื้อยผ่าน แต่ทางนักบุญแพทริกก็เหมือนจะรู้ทัน เลยไม่ยอมดื่มน้ำซักหยด พร้อมกับสวดมนต์อ้อนวอนขอคำแนะนำจากพระเจ้า และแล้วการไล่ล่าก็มาถึงตอนจบ นักบุญแพทริกได้มาดักรอ Caorthannach ที่เนินหิน Hawks Rock และเมื่อ Caorthannach มาถึง นักบุญแพทริกก็ออกจากที่ซ่อนพร้อมกับสวดขับไล่เพียงคำพูดเดียว Caorthannach ก็หนีจากเกาะไอร์แลนด์ก่อนจะจมน้ำตายลงในทะเล อันดับที่ 7 : Kelpie ม้าน้ำปีศาจ  เคลพีเป็นปีศาจจำพวกพรายน้ำในนิทานพื้นบ้านของสกอตแลนด์ มีลักษณะเป็นม้าสีขาวหรือกึ่งคนกึ่งม้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับเซนทอร์, ลิมนาเดส และสคิลลา ในเทพปกรณัมกรีก และม้าบ้อง สิงสถิตย์อยู่ยังแม่น้ำ, ทะเลสาบหรือ หนองน้ำ แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เคลพี ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น นักเกิล (Nuggle) ชูพิลที (Shoopiltee) โยเกิล (Njogel) แทงกี (Tangi) ในตำนานสแกนดิเนเวียเรียกว่า Bäckahästen (แปลว่า ม้าลำธาร) ในนอร์เวย์เรียก nøkken (หมายถึง พรายน้ำ) ลักษณะผิวจะเรียบแต่เย็นเหมือนผิวคนตายหากได้สัมผัส เคลพี จะล่อลวงคนที่หยุดพักที่ริมน้ำที่มันอาศัยอยู่ ขณะที่หยุดพักดื่มน้ำ มันจะปรากฏตัวเป็นม้าสีขาวที่สงบเสงี่ยม แต่เมื่อขึ้นขี่หลังมัน มันจะพาดำดิ่งสู่ก้นน้ำทันที จนบุคคลนั้นจมน้ำตาย ซึ่งเคลพีจะกินซากศพจนเหลือเพียงหัวใจหรือตับไว้ บางครั้ง นอกจาก Kelpie จะแปลงเป็นม้าแล้ว มันยังสามารถแปลงเป็นหนุ่มหล่อหรือหญิงสาวแสนสวยเพื่อล่อเหยื่อให้มาติดกับได้ด้วย! มีเรื่องของเคลพีที่แปลงร่างเป็นมนุษย์เพื่อแต่งงานกับหญิงสาว ก็มี ส่วนวิธีดูว่าเป็น Kelpie แปลงมาหรือไม่ ให้ดูที่หัว หากบนหัวมีสาหร่ายปกคลุมอยู่ นั่นก็หมายความว่าเป็น Kelpie แน่นอน แต่วิธีนี้ ใช้ดูได้เฉพาะเวลาที่ Kelpie แปลงเป็นผู้ชายเท่านั้น ส่วนถ้าแปลงเป็นผู้หญิง ก็วัดตามความซวยแล้วกันนะคะ >,< มีนิทานของชาวสก๊อต กล่าวถึงเรื่องของเจ้าปีศาจม้าน้ำนี้เหมือนกัน เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็ก 9 คนถูก Kelpie ล่อให้ขี่ไปบนหลัง (ขี่กันยังไงฟระตั้ง 9 คน) เหลือเด็กคนที่ 10 เท่านั้นที่กำลังวิ่งหนี ขณะที่เจ้าม้าน้ำกำลังวิ่งไล่กวด เด็กคนที่ 10 ก็ใช้หมัดต่อยสวนไปที่จมูก แต่ดันลืมไปว่าผิวม้าน้ำปีศาจนั้นเหนียวอย่างกับกาวตราช้างทำให้ดึงมือออกไม่ได้ เด็กคนนี้เลยตัดสินใจควักมีดออกมาตัดมือของตัวเองที่ติดอยู่กับม้าน้ำปีศาจ และหนีออกมาได้ ส่วนเด็ก 9 คนที่เหลือก็ถูกพาลงไปใต้น้ำพร้อมกับ Kelpie อันดับที่ 6 :  Carman ราชินีจอมเวทย์มนต์ดำ Carman เป็นเทพนักรบหญิงของเซลติคและเป็นคนที่ใช้เวทมนต์ดำในการเข้ารุกรานแผ่นดินไอร์แลนด์ในยุคของมนุษย์ พร้อมกับลูกๆทั้ง 3 คน ได้แก่ "Dub (ความมืด)", "Dother (ปีศาจ)" และ "Dian (ความรุนแรง)" Carman ได้ใช้เวทมนต์ดำของเธอทำลายพืชไร่ต่างๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ขวางทางเธอและลูกๆ แต่แล้วก็มีผู้กล้าทั้ง 4 ได้ต่อกรกับ Carman และลูกๆทั้ง 3 ซึ่งมี Crichinbel, Lugh, B Chuille และ Aoi การต่อสู้ครั้งนี้ ลูกๆทั้ง 3 ถูกขับไล่ออกไปจากเกาะไอร์แลนด์ ส่วน Carman ถูกจับขังคุกก่อนจะตายภายในคุกนั่น ศพของ Carman ว่ากันว่า ถูกฝังไว้ที่เมือง Wexford ในกลุ่มของต้นไม้โอ๊ค ซึ่งขุดโดยกษัตริย์ Eochaid Bres และหลังจากฝั่งศพแล้ว ก็มีการเรียกชื่อหลุมศพนี้ว่า Carman ตามชื่อของเธอและต่อมาก็ได้มีการจัดเทศกาล Carman ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี อันดับที่ 5 : Sluagh วิญญาณคนบาปจากตะวันตก Sluagh เป็นดวงวิญญาณของคนที่ตายแล้วไม่ได้ไปสู่สุคติ ซึ่งดวงวิญญาณเหล่านี้ครั้งนึงในอดีตเคยทำบาปมหันต์เอาไว้ หรือเป็นดวงวิญญาณที่สุดเกินจะบรรยาย ถึงขนาดสวรรค์ไม่กล้าเปิดรับและนรกยังต้องถีบส่งขึ้นมา โดย Sluagh นี้จะบินรวมกลุ่มกันมาเหมือนฝูงนกมาจากทิศตะวันตก(ทิศคนตาย) และจะไม่ลงมาเหยียบบนพื้นเลย อีกทั้งยังส่งเสียงกรีดร้องเป็นระยะ โดยมีเป้าหมายก็คือ บ้านที่มีคนตาย ซึ่งเจ้า Sluagh จะพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อเอาดวงวิญญาณไปอยู่ด้วย นั่นก็หมายความว่า ดวงวิญญาณนั้นจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด บางบ้านก็จะปิดหน้าต่างทางทิศตะวันตกเอาไว้ เพื่อกันไม่ให้ Sluagh เข้ามา บ้างก็บอกว่า Sluagh ยังสามารถลักพาตัวคนบริสุทธิ์ดวงซวยได้ ก่อนจะนำวิญญาณคนที่จับมาได้ไปอยู่ด้วยกันตลอดกาล อันดับที่ 4 : Balor ราชาแห่งเหล่าปีศาจ Balor ในตำนานของเซลติคนั้น กล่าวไว้ว่า เป็นราชาของเหล่า Fomorian ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยักษ์ (Fomorian ในภาษาไอริชจะมีความหมายตรงกับคำว่า demigod ซึ่งหมายถึง พวกกึ่งหรือมีพลังเกือบเทียบเท่าพระเจ้า) มีเมียชื่อว่า "Cethlenn" อาศัยอยู่บนเกาะ Tory (Tory island) มีดวงตาที่ด้านหน้า 1 ดวง และด้านหลังอีก 1 ดวง ทำให้สามารถมองได้เกือบรอบทิศและไม่มีใครสามารถลอบทำร้ายเค้าจากด้านหลังได้เลย อีกทั้งยังปล่อยแสงได้ด้วย ตามคำทำนายนั้นกล่าวไว้ว่า Balor จะถูกหลานชายตัวเองฆ่าตาย และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความซวยที่จะเกิดกับตัวเอง Balor ก็ได้เตรียมแผนการณ์เอาไว้ Balor ได้ทำการขัง "Ethlinn" ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไว้ในหอคอยคริสตัลเพื่อกันไม่ให้ใครไปซั่มนางท้อง >,< แต่ยังไงก็ตาม ความกำหนัดก็ยังมีอยู่บนทั่วโลกโดยเฉพาะมนุษย์ เมื่อชายนามว่า "Cian" ได้ทำการลอบเข้าไปช่วยลูกสาวนาง Ethlinn ที่ถูกขังอยู่โดยมี "Birog"คอยให้ความช่วยเหลือ หลังจากซั่มกันแล้ว Ethlinn ก็ได้คลอดเด็กออกมา 3 คน แต่ Balor รู้เรื่องนี้เข้าก็เลยจับเด็กทั้ง 3 โยนในมหาสมุทร โชคยังดี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ Birog สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ก่อนจะนำไปให้ "Manannan mac Lir" ซึ่งเป็นมนุษย์รับเลี้ยงไว้ และได้ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ว่า "Lugh Lamhfada" หลังจาก Lugh โตขึ้นแล้ว ก็ได้นำมนุษย์เข้าต่อสู้กับเหล่า Fomorian ซึ่งมี Balor เป็นคนนำทัพในสงคราม Mag Tuired ครั้งที่ 2 และผลก็เป็นตามคำทำนายเอาไว้ Lugh ได้ใช้หนังสติ๊กยิงก้อนหินเข้าเบ้าตาข้างหน้าของ Balor ทะลุออกไปยังด้านหลัง ทำให้ Balor เสียชีวิตทันที (บางตำนานกล่าวไว้ว่า Lugh ใช้หอกแทงไปที่เข้าตา หรือ Lugh ตัดหัวของ Balor แล้วใช้ดวงตาที่ปล่อยแสงได้ใส่ไปยังพวก Fomorian) ในตำนานหนึ่งบอกไว้ว่า หลังจากที่ Balor ถูกฆ่าตายแล้ว ดวงตายังไม่ปิดสนิท ทำให้ปล่อยลำแสงลงพื้นไปเรื่อยๆ และด้วยอนุภาพของมัน ทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างก่อนจะมีน้ำเข้ามาจนกลายเป็นทะเลสาปที่มีชื่อว่า "Loch na Sul" หรือ "ทะเลสาปแห่งดวงตา" ซึ่งอยู่ในประเทศ Sligo บนเกาะไอร์แลนด์ ส่วนพวก Fomorian ที่เหลือรอดจากสงครามก็ได้กลายเป็นปีศาจอาศัยอยู่ในทะเลพร้อมกับรอดักจับมนุษย์ที่หลงเข้ามาในบริเวณทะเลนั้นๆ อันดับที่ 3 : Banshee Banshee เป็นปีศาจอีกตัวหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้ตัวอื่นในตำนานของชาวไอริช โดย Banshee นี้มีชื่ออื่นๆอีกมากมาย เช่น Banshee, Banshi, Benshee, เทพธิดา(a female fairy), สตรีแห่งความสงบ(Woman of Peace), สตรีแห่งความตาย(Lady of Death), ยมฑูต(the Angel of Death), สตรีชุดขาวแห่งความโศกเศร้า(the White Lady of Sorrow), ภูติแห่งอากาศ(the Nymph of the Air) หรือ วิญญาณแห่งอากาศ(the Spirit of the Air) Banshee ในความเชื่อของชาวไอริชเชื่อว่า เธอจะปรากฏกายในชุดสีเทาหรือไม่ก็สีขาว ผมยาวสีเทามีหวีสีเงินติดอยู่ โดยในตำนาน Banshee จะติดตามอยู่กับครอบครัวตระกูลเก่าแก่ของชาวไอริช ซึ่งจะรู้โดยจากการสังเกตที่นามสกุลของพวกเค้า หากหน้านามสกุลมีตัวโอ(O) หรือคำว่าแมค(Mac) แต่ Banshee จะตามคนในครอบครัวนี้แค่เฉพาะแผ่นดินไอร์แลนด์เท่านั้น หากคนออกไปนอกพื้นที่ไปยังประเทศอื่นก็จะไม่ตาม เพราะ Banshee รักแผ่นดินเกิดมาก นอกจากนี้ Banshee ยังสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท 1. Banshee ประเภทดี Banshee ประเภทนี้มีชื่อเรียกว่า Caspernia จะทำหน้าที่เฝ้าดูคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิดและเป็นห่วง จนกระทั่งเมื่อคนๆหนึ่งในครอบครัวกำลังจะถึงวาระสุดท้าย เธอก็จะปรากฏในรูปลักษณ์ผู้หญิงวัยสาว ใบหน้าซีด ผมยาวสีทองหรือสีดำ พร้อมกับเสื้อผ้าสีขาว ก่อนจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาโศกเศร้าเสียใจและแสดงถึงความรักต่อคนในครอบครัวที่กำลังจะเสียชีวิต 2. Banshee ประเภทร้าย Banshee อาฆาตนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนธรรมดา แต่ว่าในช่วงระหว่างที่ยังมีชีวิต กลับเจอเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ต้องเกลียดคนในครอบครัว และเมื่อหลังจากตายไป เธอก็กลายเป็น Banshee ก่อนจะมาเกาะติดกับครอบครัวที่มีความแค้น และเมื่อถึงวาระของคนในครอบครัวนั้นตาย Banshee ก็จะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวและน่าเกลียดพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอย่างสะใจเป็นเวลา 3 ครั้งที่ได้เห็นคนในครอบครัวนั้นตาย ปล. บางครั้งก็บอกว่า Banshee จับมือแท็กทีมกับ Dullahan เดินทางไปด้วยกันยามค่ำคืน โดย Banshee จะนั่งอยู่ในรถม้า ส่วน Dullahan ก็เป็นคนขับรถม้า อันดับที่ 2 : Dullahan ผีไร้หัว Dullahan ในตำนานของชาวไอริชกล่าวไว้ว่า เป็นชาย(หรือหญิงก็ได้) ในชุดสีดำ ไม่มีหัว ใช้มือซ้ายบังคับม้าเทียมโดยมีม้า 6 หรือ 8 ตัวไม่มีหัวคอยลากรถม้าที่ทำจากกระดูกคนตาย ส่วนหัวนั้นถูกมือข้างขวาคอยหิ้วเอาไว้ หรืออีกลักษณะนึงก็คือ เป็นร่างไร้หัวขี่ม้าสีดำตัวใหญ่ เช่นเดียวกันมือซ้ายจับบังเหียน ส่วนมือขวาก็หิ้วหัวตัวเอง ว่ากันว่า Dullahan นั้นเป็นเหมือนลางบอกเหตุของความตาย ซึ่งถ้า Dullahan ไปที่บ้านใครแล้ว บ้านนั้นจะต้องมีคนตาย แต่คนตายในที่นี้หมายถึง หมดอายุขัยจริงๆ ไม่ได้ไปฆ่าคนแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปรับวิญญาณนั้น เค้าก็จะควบม้าภายในความมืด โดยมีหัวที่ส่องแสงสีเขียวเป็นเหมือนกับตะเกียงยามค่ำคืน ดวงตาก็กลอกกลับไปมา ราวกับมองหาทุกสิ่งที่อยู่ละแวกนั้น ลักษณะพิเศษของหัวยังไม่หมดแค่นี้! ดวงตาของ Dullahan นั้นสามารถมองข้ามไปยังอีกเขตของประเทศ ต่อให้เหยื่อหนีไปยังไงก็ตามหาเจออยู่ดี(มองการณ์ไกลจริงๆ) หรือถ้าบ้านไหนปกปิดว่าไม่มีคนที่ Dullahan ตามไปเก็บวิญญาณอยู่ Dullahan ก็สามารถรู้ได้โดยมองทะลุจิตใจของคนๆนั้นที่ปกปิดอยู่ได้ (หลอนเกิ๊นน) ส่วนอาวุธของ Dullahan นั้น เป็นแส้ที่ทำมาจากกระดูกสันหลังของคน >,< หากใครที่คิดแอบดู Dullahan ระหว่างทำภารกิจ ก็จะถูกแส้ฟาดเข้าที่ดวงตาทำให้ตาบอดไปข้างกันเลยทีเดียว หลายคนอาจสงสัยว่า เฮ้ย! แล้วเอ็งไม่คิดจะส่งเสียงหรือกรีดร้องแบบผีตัวอื่นรึไง Dullahan ไม่ได้ใบ้รับประทาน เขาพูดได้แต่จะพูดแค่ชื่อของคนตายกับบ้านของคนตายที่กำลังจะไปเท่านั้น อันดับที่ 1 : Dearg Due แวมไพร์สาวอาภัพรัก  Dearg Due แปลในความเข้าใจของชาวบ้านก็คือ "แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด (red blood sucker)" ซึ่งเรื่องราวของ Dearg Due นี้มีที่มาจาก หญิงสาวชาวไอริชนามว่า "Orga" ตำนานกล่าวไว้ว่า Orga เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากสีแดง พร้อมกับผมสีทองที่ปลิวไสวยามต้องสายลม แน่นอนว่า เมื่อ Orga สวยแล้ว ย่อมมีชายหื่นจำนวนไม่น้อยที่หวังอยากได้เธอมาเป็นแฟน แต่ Orga นั้นไม่สนใจใครเลยจนไปตกหลุมรักชื่อ Grian เป็นคนยากจน คีบแตะช้างดาวไปไหนมาไหน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเลย แต่ด้วยความรักของบริสุทธิ์ของเค้าแล้ว ทำให้ Orga มองข้ามเรื่องฐานะไปเลย แต่ความรักของทั้งคู่ก็ต้องสะบั้นลง เมื่อพ่อของ Orga ไม่ให้เธอแต่งงานกับไอ้หนุ่มคนที่เธอรัก แต่จะยกให้เศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อแลกกับที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมากแทน และหลังจากผ่านการแต่งงานอันน่าขมขื่นไป Orga สาวน้อยผู้น่ารักก็ดวงตกทันที จากวันปกติที่เธอใช้เวลามีความสุขกับการตกปลาหรือวิ่งเล่นบนทุ่งหญ้า ก็กลายเป็นว่าเธอถูกสามีใหม่ผู้โหดร้ายกักขังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว แถมยังถูกซ้อมตบตีสารพัด Orga รู้สึกสิ้นหวังกับชีวิตภายในห้องขังมืดๆ กินอะไรก็ไม่ได้ นอนก็ไม่เคยจะหลับเต็มตื่น ไม่นานนักเธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษ (แต่บางแหล่งก็บอกว่า เธอตรอมใจตาย) ศพของเธอถูกฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีใหญ่โตอะไร และไม่มีใครเสียน้ำตาให้เธอเลย สามีจอมโฉดก็มีเมียใหม่ ส่วนพ่อสุดชั่วของเธอกับลูกพี่ลูกน้องก็ใช้ชีวิตหรูหราโดยลืมเรื่องราวของเธอไปซะสนิท มีแต่เพียงไอ้หนุ่มคนรักของเธอที่มาคร่ำครวญร้องไห้ที่หลุมศพทุกวันพร้อมกับภาวนาให้เธอฟื้นขึ้นมา และเหมือนคำขอนั้นจะเป็นจริง เวลาผ่านไปปีกว่าๆ ในคืนหนึ่ง Orga ก็ลุกขึ้นมาจากหลุมศพพร้อมกับความแค้นที่สะสมมานานนับปี ก่อนจะมุ่งตรงไปหาพ่ออันสุดที่รัก!!(กัดฟันพูด) เมื่อเห็นพ่อสุดที่รักนอนอยู่ เธอก็ค่อยๆ เอาริมฝีปากเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับดูดเอาพลังชีวิตมาจนหมด เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงพลังในร่างกาย หลังจากจัดการพ่อไปแล้ว เธอก็รีบไปหาอดีตสามีสุดชั่วทันที อดีตสามีของ Orga กำลังกินตับกับสาววัยเอ๊าะๆ นางหนึ่งในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอดีตเมียหลวงได้มาเยือนแล้ว ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน Orga รีบบึ่งเข้าไปล็อคตัวเอาไว้พร้อมกับฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอก่อนจะดูดเลือดมาจนหมด ณ วินาทีนั้นเอง ร่างกายของ Orga ก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง ความคิดถึงคนรักเก่าพลันหายไปพร้อมกับความอยากกระหายเลือดสดๆ ที่เข้ามาแทน โดยทุกๆ 1 คืนในแต่ละปี Orga จะลุกจากหลุมศพขึ้นมาหาเหยื่อเพื่อเติมความสวยงามของเธอ ก่อนจะกลับลงไปยังหลุมอีกครั้งก่อนแสงอาทิตย์จะขึ้น ว่ากันว่า หลุมศพของ Orga ถูกฝังไว้ในเมือง Waterford ทางใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้ Dearg Due ลุกขึ้นมาจากหลุมศพได้ เค้าจะใช้หินมากองทับไว้ที่บนหลุมศพครับเพื่อไม่ให้เธอลุกขึ้นมาได้นั่นเอง .. เรียบเรียง teen.mthai.com ของคุณข้อมูล http://www.soccersuck.com/boards/topic/890127,irishcentral,kittythedreamer,wikipedia

ชูวิทย์ เตือน พวกบังอาจ แอบอ้างเบื้องสูงระวังให้ดี !
ข่าวล่าสุด /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ชูวิทย์ เตือน พวกบังอาจ แอบอ้างเบื้องสูงระวังให้ดี ! วันนี้(24 พ.ย.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความสืบเนื่องจากกรณีที่มีการจับกุมตำรวจนายผู้ใหญ่ไปดำเนินคดีร้ายแรง โดยเผยว่า บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง บ่อนพระราม 9 หรือ บ่อนโคลอนเซ่ ที่ตั้งอยู่ในอาบอบนวดโคลอนเซ่ถนนพระราม 9 เคยเป็นบ่อนใหญ่ในอดีต เปิดอยู่เกือบปี มีเงินสะพัดหมุนเวียนเกือบหมื่นล้าน อำนาจของเงินบันดาลได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง ทำให้ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง จนเหิมเกริมคิดการใหญ่ขยายกิจการเพราะที่เก่าคับแคบ ไปเปิดอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก เรียกว่า "บ่อนรัชดา" ผมเป็นผู้นำไปอภิปรายในสภา ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยที่ใหม่เปิดได้ยี่สิบกว่าวัน ประจวบเหมาะกับผมเพิ่งเป็น ส.ส. จึงส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวแอบถ่ายเป็นคลิปออกมาเปิดเผย เพราะผมไม่เชื่อ จึงกล้านำมาพูด หากผมเชื่อ คงจะเงียบเหมือนคนอื่นๆ "แกงค์กิ๊ก-โก" มั่นใจในการแอบอ้างว่าไม่มีใครกล้าแตะต้อง เขารู้กันทั้งวงการแต่ไม่มีใครกล้ายุ่ง แม้แต่คนขายล็อตเตอรี่หน้าบ่อนยังรู้ว่าอ้างใคร? แต่คนบ้าอย่างผมเชื่อว่าไม่จริง จึงขอลองของเสียหน่อย "...ผมชกลมอยู่หลายปี ท้ายสุด สวรรค์มีตา เทวดาไม่ตกสำรวจ ความจริงปรากฏ แต่ขอบอกว่าไม่ใช่มีเท่านี้ ข้อมูลของผมยังเก็บงำเป็นปริศนาที่รอการสานต่อ ให้รู้เสียบ้างบ้านเมืองนี้ใครคุ้มครอง และอยู่ได้เพราะใคร ต่อไปไอ้พวกชอบอ้างระวังไว้ให้ดี...." MThai News

แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด
ความรักวัยรุ่น /  สมหวัง / 

หนุ่มๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า? ทำไมเราแห้วรับประทานอยู่บ่อยๆ จีบผู้หญิงคนไหนก็ไม่ติด บางทีเราลองย้อนกลับมาสำรวจตัวเองกันก่อนดีกว่าว่า เรามีสิ่งไหนใน 7 ข้อนี้ที่เราเป็นอยู่ ลองเริ่มต้นปรับตัวเองใหม่แล้วลุยจีบเธออีกครั้ง .. แต่ถ้าเริ่มอีกครั้งแล้วยังแห้วอีก คราวนี้ก็เป็นเรื่องของใจแล้วแหละ เคยได้ยินไหมว่า คนไม่ชอบทำยังไงก็ไม่ชอบ แต่บางคนยังไม่ทำอะไรเขาก็ชอบได้ แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด แห้วรับประทาน 7 เหตุผลทำไมผู้ชายมักจีบผู้หญิงไม่ติด อันดับ 1  เลือกมวยไม่ถูกคู่ ถ้าคุณน้ำหนักตัวไม่ถึง หรือโหมเพิ่มน้ำหนักตัวแบบไม่ถูกวิธี ซึ่งตัวคุณเองก็ย่อมจะรู้ดีในตัวคู่ชกอยู่เนิ่นๆ บ้างแล้ว จากผลวิจัยด้วยเหตุผลหนึ่ง ที่ฝ่ายชายล้มเหลวในการจีบสาว ก็คือ "จ้องแต่จะเด็ดดอกฟ้า และมองสาวที่แลดูธรรมดาว่าไม่น่าสนใจ" เพราะเพศชายมักถูกกระตุ้นทางเพศผ่านทางสายตา ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่า สาวสวยก็ย่อมมีหนุ่มจดๆ จ้องๆ และเป็นที่หมายปองของบรรดากระทาชายทั้งหลาย แต่ถ้าคุณลองส่องกระจกใหม่ และขึ้นชกกับคู่ชกที่น้ำหนักเท่ากัน คุณก็ย่อมมีโอกาสชนะมากกว่าการชกข้ามรุ่น แต่ถ้าเมื่อไหร่คุณโหยหา "ยุทธการเด็ดดอกฟ้า" หวังเป็นนักล่ารางวัล เพราะคิดว่ามันช่างคุ้มค่าและดูท้าทาย อันนี้ก็คงโทษใครไม่ได้ เพราะเปอร์เซ็นต์การพ่ายแพ้ก็ย่อมมีมากตามไปด้วย... อันดับ 2 เข้าหาผิดวิธี คุณจะเป็นคนรักในชีวิตของเธอ หรือเป็นแค่คนที่เธอพบเพื่อเพียงผ่าน ก็ขึ้นอยู่กับว่าวิธีทำความรู้จักที่คุณเลือกใช้นั้น ได้ผลกับหญิงสาวคนนั้นไหม เพราะเธอก็ต่างนิสัย ต่างรสนิยม ต่างพื้นฐานด้านครอบครัว ไม่ว่าคุณจะชอบเซ็ตผมปิดหน้าผาก แบบหนุ่มเกาหลี หรือชื่นชอบรอยสัก แต่หากผู้หญิงที่คุณชอบ แอนตี้ในสิ่งเหล่านี้อยู่เป็นทุน ด้วยเธออาจมีอคติ หรือตั้งธงไว้ในใจอยู่ก่อนแล้ว ก็คงต้องทำใจ หรือคุณอาจเลือกส่งเพลงรักให้เธอฟังก่อนนอนทุกคืน หรือพร้อมคำทักทายเธอว่า "สบายดีไหม ทำอะไรอยู่" คุณอาจรู้สึกดีว่าทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ดีแล้ว แต่นั่นมันก็อาจเป็นเรื่องเดิมๆ หรือสิ่งที่เธอเจออยู่ซ้ำๆ หรือเธออาจให้น้ำหนักคนที่กล้าคุยกับเธอตรงๆ มากกว่าคุยผ่านสื่อออนไลน์ก็ได้ เป็นต้น อันดับ 3  ยังโทษตัวเองไม่เลิก "คนไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่" หรือไม่ หนุ่มหลายคนก็ยังโทษความรวย ความจนกันอยู่เลย ถือเป็นในข้ออ้างยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ทำนองว่า "ก็เพราะว่าเราจน เขาถึงไม่สนใจ" หรือ "เราอ้วน เขาคงไม่มองหรอก" ถ้าคุณเป็นอย่างนั้นจริง ก็แค่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในวันนี้และในอนาคต แต่ถ้ายังขืนทำตัวในแบบเดิม ติดอยู่กับอดีต แล้วผลลัพธ์จะหนีไปจากเดิมได้อย่างไร สมมุติว่า คุณมองเธอเป็นหนึ่ง แต่ให้คะแนนตัวคุณเองเป็นศูนย์ เมื่อ 1+0 ก็ย่อมเท่ากับ 1 อยู่วันยังค่ำ อันดับ 4  เยอะ ข้อนี้แทบไม่ต้องอธิบายอะไร ไว้ให้ "บุคคลที่สาม" บอกคุณเองจะเข้าใจได้ง่ายกว่าคำปฏิเสธจากเธอ เอาเป็นว่าชายในข่ายนี้ มักเรื่องมาก อาจแต่งตัวเก่ง วิจารณ์ขาด ปากแมว แนวมีเรื่องเยอะ ขี้นินทา เวิ่นเว้อ พูดเยอะกว่าทำ ฟังคนอื่นไม่เป็น ไม่นิ่งในจังหวะที่ควรนิ่ง ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ดูไม่แมน ขอให้จำไว้ว่า ผู้หญิงอยากได้แฟนเป็นผู้ชาย ไม่ใช่อยากได้เพื่อนสาว อันดับ 5 อยู่กับที่ ผู้หญิงอาจเข้ามาส่องดูเฟซบุ๊กคุณอยู่เรื่อยๆ โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว แต่ในความเคลื่อนไหวนั้น กลับมีอะไรบางอย่างที่ "หยุดนิ่ง" เช่นว่า คุณยังติดเหล้าเหมือนเดิม คุณยังด่าเพื่อนร่วมงานลับหลังเหมือนเดิม คุณยังเจ้าชู้เหมือนเดิม จะหยอดหรือแหย่ก็แค่พอเป็นกระษัย คล้ายจะจีบแต่เหมือนมาแค่ครึ่งใบ และไม่ได้คิดพัฒนาความสัมพันธ์ไปไหน แค่พอทำให้ตัวเองรู้สึกดี เน้นการหว่านแห แต่ไม่เน้นพัฒนาความสัมพันธ์ อันดับ 6  มีโลกส่วนตัวสูง การมีความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี การทุ่มเท ตั้งใจ และมีสมาธิเป็นสิ่งที่ดี แต่การมีโลกส่วนตัวสูง คงไม่ดีกับชีวิตคู่แน่ๆ เพราะคุณย่อมต้องแชร์ความรู้สึก หรือสิ่งที่คุณคิดว่ามันสร้างสรรค์ออกมาให้คนที่คุณชอบได้รับรู้ด้วย เพราะความรักยังไงๆ ก็ต้องการการแสดงออก แม้คุณจะชอบเธอเต็มร้อย แต่พูดและแสดงออกได้แค่สี่สิบเปอร์เซนต์ นี่ก็เท่ากับว่าสอบตก และถ้าคุณยิ่งคิดเองเออเองคนเดียว แล้วจะต่างอะไรกับการพูดคุยกับตุ๊กตาในโลกของเด็กที่อยู่ในวัยจินตนาการ ความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องอาศัย "การสื่อสาร" กับบุคคลภายนอก ไม่ใช่สื่อสารภายในตัวเอง อันดับ 7 เริ่มต้นตะกุกตะกัก และมักคิดว่าผู้หญิงชอบคนเลว เพราะเท่าที่เคยเห็นก็มีแต่ บิวตี้แอนด์เดอะบีสต์ หรือ “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” จนเป็นภาพติดตา ว่าผู้หญิงสวยชอบผู้ชายแย่ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความประทับใจแรกก็มีส่วนสำคัญ ลองยกตัวอย่างง่ายๆ มีชายหนุ่มเนิร์ด เสพติดเทคโนโลยีสักคน พูดจาสับสน ตะกุกตะกัก แลดูไม่มั่นใจ กับอีกหนึ่งหนุ่มพกมั่นใจ บุคลิกภายนอกไม่เท่าไหร่ แต่พูดจาลื่นไหล ฟังดูเข้าทีในตอนที่เข้ามาจีบเธอแรกๆ ลองสมมุติว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิง คุณจะเลือกใคร? แน่นอนความสัมพันธ์ก็ต้องวัดกันยาวๆ แต่รางวัลของการเข้าหาในตอนเริ่มต้น ก็มักเป็นรางวัลใหญ่เสมอ ขอบคุณข้อมูล http://pantip.com/,fhm.in.th

เจ้าขาว ถิรชัย คู่ซ้อม ปาเกียว ถลุงโดมินิกันจนพี่เลี้ยงขอยอมแพ้
PABA /  wba / 

เจ้าขาว ถิรชัย กระทิงแดงยิม นักชกวัย 22 ปี เจ้าของอันดับ 5 สมาคมมวยโลก WBA และแชมป์ PABA โชว์ฟอร์มหวาดเสียวเหมือนกัน แต่สมราคาการได้ไปเก็บตัวกับ แพ็คแมน แมนนี่ ปาเกียว ที่ประเทศฟิลิปปินส์ มาร่วมเดือน ไล่ถลุง อับราฮัม เปรัลต้า รองแชมป์อันดับ 3 ผู้ท้าชิงอันตราย จากสาธารณรัฐโดมินิกัน จนพี่เลี้ยงขึ้นมาบนเวทีขอยอมแพ้ในช่วงกลางยกที่ 8 ทำให้ ถิรชัย เอาชนะทีเคโอ ป้องกันแชมป์ PABA ไปอย่างสนุกตื่นเต้น พร้อมกันนี้ เจ้าขาว ถิรชัย ยังได้รับเงินอัดฉีดจาก ฯพณฯ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด อีกรายละ 100,000 บาท อีกด้วย ขณะที่ผลคู่มวยประกอบรายการ อามิน กระทิงแดงยิม ชนะน็อค มาคลิส ว.สาทร (ฝรั่งเศษ) ยกที่ 2, อินทนนท์ กระทิงแดงยิม ชนะน็อค เดชอนันต์ ส.วิเศษกิจ ยกที่ 2, พนัญเชิง ศิษย์ครูพัฒน์ แพ้น็อค สิงห์พรชัย ศิษย์ประกายฟ้า ยกที่ 4 และเดชพิชิต เกียรตินิวัฒน์ ชนะน็อคยกที่ 2 ยอดพิชัย ส.วิเศษกิจ

คลิป ปาหี่ชัดๆ มิคกี้ รู้ค ขึ้นต่อยโชว์ชนะน็อคมวยรุ่นลูก
iron man /  กีฬา / 

มิคกี้ รู้ค ดาราหนังฮอลลีวู้ดในวัย 62 ปีทำฮือฮาด้วยการขึ้นเวทีมวยดวลกำปั้นกับ เอลเลี่ยต เซมัวร์ นักมวยรุ่นลูกวัย 29 ปี ทีมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย รู้ค โด่งดังจากการแสดงหนังหลายเรื่อง อาทิ Iron Man 2, 9 ½ weeks และ The Wrestler ในอดีตเขาเคยเป็นนักมวยอาชีพมาก่อนและการชกครั้งนี้ถือเป็นขึ้นสังเวียนมวยครั้งแรกในรอบ 20 ปีของเขา อย่างไรก็ตามหลายคนมองว่ามวยไฟต์นี้เป็น “ปาหี่การแสดง” หรือ “งานโชว์ตัว” มากกว่าจะชกกันจริงจังโดยผลจบลงด้วยชัยชนะแบบน็อคเอ้าท์ของ รู้ค ในยกที่สอง

ปั่นประสาท!ฟลอยด์ เปิดสงครามโพสคลิป ปาเกียว โดนน็อกลงไอจี
ปาเกียว /  พริตตี้บอย / 

สร้างเรื่องปั่นประสาทกันอีกแล้วสำหรับคู่มวยที่แฟนมวยอยากดูทั่วโลก ระหว่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กับ แมนนี่ ปาเกียว ซึ่งล่าสุดกำปั้นไร้พ่ายชาวอเมริกัน ได้โพสต์วีดีโอที่ แมนนี่ ปาเกียว กำลังโดน ฮวน มานูเอล มาร์เกวซ ไล่ถลุงจนน็อก ขึ้นทาง อินสตาแกรมส่วนตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทำให้หลายฝ่ายต่างคิดกันไปแล้วว่า ไฟต์หยุดโลกของ 2 นักมวยที่มีชื่อก้องโลกจะได้ฟาดปากกันเสียที หลังจากเล่นสงครามประสาทกันมาเป็นเวลาน่น ซึ่งก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายเริ่มเจรจากันไปบ้างแล้ว ทั้งนี้คาดการกันว่าไฟต์หยุดโลก ระหว่าง “พริตตี้บอย” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักชกไร้พ่าย กับ “แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว นักชกเลือดตากาล็อก จะมีขึ้นในช่างกลางปี 2015