ฉันเป็นแฟนเธอแล้ว เธอเป็นแฟนใคร

เปิดคอนโด จ๊ะจ๋า แม๊กซิม สาวสวยสุดเซ็กซี่
จ๊ะจ๋า

วันนี้ Decor.MThai จะพาเพื่อนๆ ไป เปิดคอนโด จ๊ะจ๋า แม๊กซิม สาวสวยสุดเซ็กซี่ กันค่ะ ถ้าพูดถึงจ๊ะจ๋า แม๊กซิม เพื่อนๆ หลายท่านคงจะนึกถึง คลิปต่อว่าทัวร์คนจีนที่มาแซงคิวเธอ และเป็นคลิปที่คนกำลังสนใจ และโด่งดังกันในตอนนี้อย่างแน่นอนค่ะ แต่วันนี้เราไม่ได้ไปเก็บภาพตอนที่เธออัดคลิปนะคะ เราไปอนุญาติไปส่องบ้านของเธอว่าจะตกแต่งยังไง เพื่อนำมาให้เพื่อนๆ ชมกันค่ะ เปิดคอนโด จ๊ะจ๋า แม๊กซิม สาวสวยสุดเซ็กซี่ ส่องบ้านจ๊ะจ๋า แม๊กซิม เปิดประตูเข้ามาส่วนแรกที่พบจะเป็นห้องครัว เดินเข้ามาหน่อยจะเป็นห้องรับแขก และห้องนอนอีกสองห้องอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของตัวห้อง เริ่มด้วยห้องรับแขก ห้องรับแขกตกแต่งด้วยโซฟาสีน้ำตาลอ่อนๆ ประดับผนังด้วยรูปภาพอาร์ตๆ สีโทนขาวดำ เพิ่มบรรยากาศให้ห้องดูชิคขึ้น ห้องนอน ห้องนอนตกแต่งคุมโทนด้วยสีน้ำตาลแก่ๆ ทำให้ห้องดูแกรน หรูหราขึ้น ห้องครัว ห้องครัวเหมาะกับการทำอาหารเบาๆ ตกแต่งด้วยไม้สีบีช ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ Build in บรรยากาศทางเข้า เป็นไงค่ะเพื่อนๆ เห็นไอเดียแต่งคอนโดของสาวจ๊ะจ๋า กันไปแล้ว ถ้าเพื่อนๆ ชอบก็นำมาดัดแปลง ตกแต่งบ้านของเพื่อนๆ กันได้นะคะ ติดตามผลงานเพิ่มเติมของจ๊ะจ๋าได้ที่ : Duangjai Phichitamphon ,พิธีกรส้มจี๊ด IG :zom_jeedza “เนื้อหานี้เผยแพร่โดย http://decor.mthai.com — หากเนื้อหาไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ”

บริจาคที่ดินวังสามเสน สร้าง รพ.-สถานศึกษา
วังสามเสน

คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จัดพิธีลงนามในสัญญารับมอบอสังหาริมทรัพย์จากหม่อมราชวงศ์ เกษมสโมสร เกษมศรี เพื่อก่อสร้างสถานพยาบาลและสถานศึกษาทางการแพทย์ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 เม.ย. 2558 ดร.พิจิตต รัตตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (นมร.) ร่วมลงนาม (MOU) รับมอบอสังหาริมทรัพย์เพื่อก่อสร้างสถานพยาบาลและสถานศึกษา จากหม่อมราชวงศ์ เกษมสโมสร เกษมศรี เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินวังสามเสน โดยมีหม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามครั้งนี้ด้วย ดร.พิจิตต รัตตกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า ด้วยคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ประสบปัญหาพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอ ต่อการให้บริการทางการแพทย์ และสาธารณสุข และจะต้องจัดพื้นที่เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนในหมวดวิชาศึกษาทั่วไปของนักศึกษาในทุกหลักสูตร และการศึกษาในหมวดวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน ที่จะย้ายมาจากมหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงปัญหาที่พักสำหรับบุคลากรและนักศึกษาแพทย์มีไม่เพียงพอ จึงได้มีการดำเนินการจัดหาที่ดินเพิ่มเติม เพื่อจะได้ทำการก่อสร้างอาคารสำหรับภารกิจต่างๆ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วง ทางคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้สำรวจพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณโดยรอบหลายแห่ง พร้อมกับขออนุญาตเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีหม่อมราชวงศ์ ปรีดิยาธร เทวกุล ซึ่งท่านเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินให้กับหม่อมราชวงศ์ เกษมสโมสร เกษมศรี เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินวังสามเสนเนื้อที่ 5ไร่ 2 งาน 24.3 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือ วังพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อขอรับบริจาคที่ดินแปลงดังกล่าว จากการได้หารือเบื้องต้น หม่อมราชวงศ์ เกษมสโมสร เกษมศรี มีความประสงค์ที่จะอุทิศที่ดินพร้อมกับสิ่งปลูกสร้าง ให้แก่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยประสงค์ให้จัดแบ่งที่ดินออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ได้แก่ พื้นที่อนุรักษ์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ให้ทำการบูรณะก่อสร้างวังของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ ขึ้นมาใหม่ เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติและราชสกุลเกษมศรี และใช้เป็นสถานที่รับรอง ห้องประชุม สำนักงานต่าง ๆ ของคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ส่วนที่ 2 ได้แก่ พื้นที่ที่ติดกับถนนขาว เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ 2 งาน ให้ก่อสร้างเป็นสถานพยาบาลและสถานศึกษา เพื่อให้บริการวิชาการทางการแพทย์ การศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ โดยต้องก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 7 ปี นับแต่วันทำสัญญาให้อสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม หากการก่อสร้างดำเนินการแล้วเสร็จ จะยังประโยชน์มหาศาลให้กับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการจัดการเรียนการสอน และยังประโยชน์ให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาลในการให้บริการทางการแพทย์เป็นอย่างมาก MThai News

เส้นทางชีวิต เจ้าสาวบัลลังก์ทอง จากสามัญชน สู่ราชวงศ์บรูไน
พระโอรสคนสุดท้องกษัตริย์บรูไน /  พีธีอภิเษกสมรส / 

เส้นทางชีวิต ดายังกู ราอับ อาตูล อดาวิยาห์ เป็งงิรัน ฮาจิ โบลเกียห์  เจ้าสาวบัลลังก์ทอง เจ้าหญิงผู้ทรงสิริโฉม จากสามัญชน สู่ราชวงศ์บรูไน  ภายหลังจาก สำนักข่าวทั่วโลกได้เผยแพร่ภาพพิธีอภิเษกสมรสสุดยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ที่เกิดขึ้นในราชวงศ์บรูไน ระหว่าง เจ้าชายอับดุล มาลิก พระชนม์ 31 พรรษา พระราชโอรสองค์สุดท้องในสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัสซานัล โบลเกียห์ สุลต่านแห่งบรูไนดารุสซาลาม กับ น.ส. ดายังกู ราอับ อาตูล อดาวิยาห์ เป็งงิรัน ฮาจิ โบลเกียห์ หญิงสาวสามัญชน ที่ในอดีตประกอบอาชีพเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ระบบข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที วัย 22 ปี ที่พระราชวังนูรูล อิมาน ในกรุงบันดาร์ เสรี เบกาวัน เมืองหลวงของประเทศบรูไน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน โดยในพระราชพิธียิ่งใหญ่อลังการ สวยงาม ข้าวของเครื่องใช้ในพิธีสีทองเหลืองอร่าม ขณะที่เครื่องทรงของเจ้าชายอับดุล มาลิก และเจ้าสาว ก็เป็นสีทอง ประดับประดาด้วยทองคำ และเพชรนิลจินดา ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสมาชิกราชวงศ์ต่างชาติที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวกว่า 5,000 คน ซึ่งพระราชพิธีอภิเษก กินเวลายาวนานกว่า 11 วัน พร้อมกันนี้หลายๆท่านอาจจะอยากทราบว่า สตรีสามัญชน ที่ย่างก้าวเข้าสู่ 'ราชวงศ์บรูไน' ที่มีสิริโฉมงดงาม นอกจากความสวย สง่างามภายนอกแล้ว ทรงมีพระปรีชาสามารถ และเคยเป็นถึง นักกอรีอะห์ หรือ นักอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งนักอ่านกอรี จะเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องอย่างมากในประเทศของชาวมุสลิม ทั้งยังเป็นผู้ประกวดที่เข้ารอบสุดท้าย ในเวทีมุสลิมมะห์เวิลด์ หรือ มิสมุสลิม (World Muslimah) เมื่อปี 2556 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย อีกด้วย ซึ่งเวทีดังกล่าวจะมาจากทั่วโลก ผู้ที่เข้าประกวดจะต้องเป็นหญิงมุสลิมที่เคร่งครัด เป็นแบบอย่างที่ดี และแสดงให้คณะกรรมการเห็นว่า พวกเธอมีวิธีสร้างสมดุลระหว่างจิตวิญญาณกับโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความทันสมัยอย่างไร ผู้ชนะจะได้เป็นผู้หญิงต้นแบบของหญิงสาวชาวมุสลิมทั่วโลก กระนั้น เจ้าหญิงองค์ใหม่วัยแรกรุ่น เคร่งครัดกันการศึกษาศาสนาอย่างจริงจัง เธอตั้งมั่นอยู่บนศีลธรรม เธอมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางสังคม ที่โดดเด่นทางด้านศาสนาเป็นหลัก เธอเป็นนักคว้ารางวัลตัวยง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการเรียนในระดับมัธยม ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่เธอจะสามารถคว้ารางวัลมาได้เสมอ เธอมีบทบาทอย่างมากในกิจกรรมการกุศล ที่มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของสตรีชาวมุสลิมโดยเฉพาะ พร้อมทั้งรณรงค์ให้สตรีชาวมุสลิมปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ความสามารถ และ การอุทิศตนเพื่อสังคม เข้าตากรรมการ ก้าวเข้าสู่รอบสุดท้ายของเวทีการประกวด 'มิสมุสลิม' ในที่สุด เธอได้รับการกล่าวขานว่าว่ามีอุปนิสัย สุภาพเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน และปฏิสัมพันธ์กับผู้คนทุกระดับ เธอชื่นชอบการเล่นกีฬาและฟันดนตรี ด้วยคุณสมบัติอันพรั่งพร้อม เธอจึงเป็นแรงบรรดาลใจในการก้าวสู่ความสำเร็จ ของผู้หญิงทั้งประเทศ MThai News ที่มา ohmedia

MThai ข่าวภาคซ่าส์ บุญ! ทำน้อยได้น้อย ทำมากได้มาก จริงหรือ?
Mthaiข่าวภาคซ่าส์ /  ทำบุญ / 

หากว่าด้วยบาปบุญคุณโทษ คำๆ นี้เป็นสิ่งที่เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย หากใครนับถือศาสนาพุทธ พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะพาเข้าวัดทำบุญ เพื่อปลูกฝังหวังให้ลูกหลานได้อยู่ใกล้วัด และเชื่อว่าการเข้าวัดทำบุญจะทำให้เรามีจิตใจร่มเย็นและดับทุกข์ได้ MThai ข่าวภาคซ่าส์วันนี้จะนำเอาประเด็นเรื่องเกี่ยวการทำบุญมาพูดคุยกัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านได้มีสมาชิกพันทิปท่านหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้เพื่อบอกเล่าว่า องค์กรที่เขาทำงานอยู่มีการบังคับ ให้ใส่ซองผ้าป่าขั้นต่ำ 100 บาท หากใครเป็นหัวหน้าต้องใส่มากถึง 500 บาท ไม่ใส่ก็ไม่ได้เพราะ ทางองค์กรบอกว่า ได้จ่ายเงินให้ไปก่อนแล้ว จึงมาเก็บกับพนักงานที่หลัง ซึ่งทางผู้โพสต์มองว่า นี่คือการบีบบังคับให้ทำบุญ ผู้คนต่างพากันสงสัยว่า ทางวัดได้รับเงินบริจาคมาก แต่เงินที่ได้ไปไม่ได้เกิดจากความศรัทธาเป็นการบังคับให้คนทำบุญ หากเป็นเช่นนี้ผู้ที่ทำบุญจะได้บุญจริงหรือ? เพราะสิ่งที่พุทธศาสนิกชนต่างรู้ก็ดีก็คือ การทำบุญควรทำตามใจศรัทธา หรือฐานะการเงินของเรา ทำบุญ หรือทำทาน แบบไหนได้บุญเยอะที่สุด หรือ ทำแบบไหนได้ผลบุญมากที่สุด จริงๆแล้ว เราควรทำบุญ ทำทานทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ควรเลือกว่าทำอะไร ทำกับใคร ทำกับพระ-เณร รูปไหน องค์ไหน เพราะจิตจะเกิดกิเลส( ความอยาก ) กลายเป็นความโลภไป ทำให้ได้อานิสงส์ ผลบุญไม่เต็มที่ กรณีตัวอย่างบุคคลที่ตกเป็นข่าวทำบุญแบบหนักๆ คือ “นางสุนันทา ลีเลิศพันธุ์” หรือ “ซ้อนันท์” เจ้าของบริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ที่เคยออกมายอมรับว่า เป็นผู้จัดซื้อครื่องบินเจ็ท เฮลิคอปเตอร์ และรถหรู ให้กับหลวงปู่เณรคำ รวมถึงการทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินของดอกบัวคู่ ในฐานะโยมอุปัฏฐากหลวงปู่เณรคำ จากนั้น “นายปิติ ลีเลิศพันธุ์” กรรมการผู้จัดการบริษัทดอกบัวคู่ ลูกชายตัวจริง ของนางสุนันทา ต้องรีบออกมาแถลงข่าวแก้ข้อกล่าวหาทันที ซึ่งนายปิติ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ว่า ทางดอกบัวคู่ ไม่เคยซื้อเครื่องบินเจ็ท และเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงรถหรู ให้กับหลวงปูเณรคำ มีเพียงแค่พี่สาวที่ซื้อรองเท้าหลุยส์ให้กับพระทุกองค์ที่เดินทางไปฝรั่งเศส รวมทั้งพระเณรคำ พร้อมย้ำชัดเจนว่า เรื่องเงินบริจาค พระเป็นผู้เก็บเงินไปเอง ส่วนเงินที่ดอกบัวคู่ได้บริจาคให้พระเณรคำตั้งแต่เริ่มศรัทธา รวมเป็นเงิน เกือบ 10 ล้านบาท หากเราคิดจะทำบุญ พุทธศาสนิกชนหลายๆ ท่านก็เลือกที่จะตักบาตร ถวายปัจจัย แล้วสิ่งของที่เราถวายไปไหนบ้าง ? หากพระฉัน ฉันไม่หมดให้เด็กวัด เด็กวัดกินไม่หมด ให้สุนัขหรือสัตว์ที่ทางวัดเลี้ยงไว้ ยิ่งช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญทางพุทธสาสนา สังฆทาน อาหาร จะมากเป็นพิเศษ หากเป็นของแห้ง พระท่านก็สามารถเก็บไว้ได้ แต่ถ้าเป็นอาหารที่ต้องฉันทันทีท่านก็คงฉันไม่ทัน จึงต้องแจกจ่ายทานให้ชาวบ้านหรือเด็กวัด บางคนเลือกที่จะถวายสังฆทาน แต่สังฆทานสำเร็จรูปทุกวันนี้แกะออกมามีของที่ใช้ได้จริงกี่อย่าง บางคนถวายสังฆทานไปก็ไม่สบายใจ คิดว่าทางวัดอาจมีการนำไปให้แม่ค้าวนขายซ้ำอีก การคิดเช่นนั้นอาจไม่ได้บุญ ช่องทางการทำบุญ ในทางพุทธศาสนาไม่ได้มีเพียงการให้ทานหรือทำบุญกับพระและวัดเท่านั้น บุญที่ทำกันเป็นส่วนใหญ่มักจะเป็นการบริจาคเงินหรือปัจจัยในโอกาสต่างๆ เช่น ทำบุญกับบ้านเด็กอ่อน เด็กกำพร้า บ้านคนชรา ช่วยไถ่ชีวิตโค-กระบือ ซื้อโลงศพ ช่วยบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม สร้างห้องส้วมให้โรงเรียน MThai News

วิธีถักผมเปีย สไตล์สาวฝรั่งเศส สวยหวาน น่ารักอ่ะ!
ผมเปีย /  ฝรั่งเศส / 

    อากาศร้อนๆ แบบนี้ สาวๆ women mthai ที่ไว้ผมยาวคงรู้สึกรำคาญ มัดผมก็ดูธรรมดาเกินไป ลองมาหัดถักผมเปียข้างเก๋ๆ สำหรับวันสบายๆ ที่เปลี่ยนลุคให้คุณดูหวานขึ้นในทันทีเลยล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า... ทรงนี้เป็น วิธีถักผมเปีย สไตล์ฝรั่งเศส ถ้าแซมด้วยดอกไม้ก็ยิ่งดูสวยหวาน เป็นทรงผมสำหรับไปงานแต่งงานได้เลยล่ะ ลองหัดทำบ่อยๆ รับรองว่าไม่ยากอย่างที่คิด ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ ไฟท์ติ้ง!     เคล็ดลับอยู่ตรงที่เมื่อถักผมเปียเสร็จแล้ว ดึงผมเปียทีละช่อให้ผมหลวมๆเป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับเส้นผม แล้วฉีดสเปรย์อีกครั้งเพื่อที่ผมจะได้อยู่ทรงตลอดวัน แค่นี่ก็สวยหวานจนหนุ่มๆใจละลายแล้วล่ะเธอ... ที่มาจาก www.oncewed.com

สาวผวา ชายคลั่งบุกพังประตูห้อง แต่โดนปรับแค่200 ?
คอนโด /  ชายคลั่ง / 

โลกออนไลน์วิจารณ์ กรณีหญิงสาวถูก ชายบุกพังประตูห้อง แต่โดนปรับแค่200 ? วันนี้ (24เม.ย.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกพันทิปชื่อ Numwaan_S ได้มีการตั้งกระทู้ในหัวข้อเรื่อง "...อยากปรึกษาทุกท่านค่ะ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์น่ากลัวจากผู้ชายข้างห้อง..." เจ้าของกระทู้ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่สาวของเธอ หลังซื้อคอนคอนโดแห่งหนึ่งและย้ายเข้าอยู่ได้เพียงไม่นาน กลับต้องเจอเรื่องราวทำเอาขวัญผวา จนไม่สามารถอยู่คอนโดดังกล่าวได้อีก รายละเอียดเรื่องระบุไว้ดังนี้ พี่สาวเพิ่งซื้อคอนโดย้ายเข้าได้ไม่ถึงเดือน ซึ่งโครงการนี้ห้องเป็นแบบระเบียงติดกัน และห้องข้างๆ มีปัญหาเรื่องของหายเป็นประจำ ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อเค้าสงสัยว่าห้องที่ระเบียงติดกันเป็นคนขโมย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณตี 3 มีชายคนหนึ่งบุกถีบประตูห้อง และทุบห้อง พร้อมตะโกนขึ้นมาว่า "ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้ _จะคุยกับให้รู้เรื่อง ต้องออกมา" ตอนนั้นพี่สาวกลัวสุดขีด ไม่กล้าทำอะไร รีบโทรหา 191 จากนั้นพี่สาวก็ตะโกนออกไปถามว่า "คุณเป็นใคร มาผิดห้องหรือป่าว" จังหวะเดียวกันผู้ชายคนนั้นก็เอามีดปักที่ประตู คงกะจะพังประตูให้ได้จนมีดปัก พี่สาวกลัวมาก ก็เลยไปตะโกนขอความช่วยเหลือที่ระเบียง จากนั้นมีผู้ชายจากชั้น 3 ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ จึงไปตาม รปภ.มาช่วย เพราะไม่สามารถขึ้นมาดูเองได้ เนื่องจากคีย์การ์ดเป็นระบบชั้นใครชั้นมันฝั่งใครฝั่งมัน เมื่อ รปภ.ขึ้นมาที่เกิดเหตุปรากฎว่า ผู้ชายคนที่ถีบประตูหายไป จากนั้นทุกคนก็ลงไปรอตำรวจจาก สน.มักกะสัน ซึ่งตำรวจก็ขึ้นมาสำรวจบนห้อง และบอกแค่ว่า ให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ตอนเข้าไปพูดคุยกับผู้ชายคนนั้นว่าคุณเป็นผู้ต้องสงสัยนะ เค้าก็ทำหน้านิ่งๆ แล้วตอบแบบเฉยๆมากๆ ว่า "ผมนี่แหละทำ" จากนั้นทุกคนก็ไปที่ สน.พร้อมกัน  เค้าบอกตำรวจว่า ของเค้าหายบ่อยมาก เงินหาย ยาหาย กลับมาจากที่ทำงานก็เห็นข้าวของในห้องโดนรื้อ บางครั้งก็เปิดแอร์ในห้องทิ้งไว้ด้วย  เค้าเจอแบบนี้มาเกือบปี คิดว่ายังไงก็ต้องเป็นห้องพี่สาว ที่เข้ามาขโมย เพราะระเบียงติดกัน แต่พี่สาวเพิ่งซื้อและย้ายเข้ามาอยู่ยังไม่ถึงเดือน ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูด สุดท้ายก็จบตรงที่ตำรวจปรับ 200 บาท ข้อหาทำให้ตกใจ และให้ซ่อมประตูให้ โดยให้พี่สาวเอาใบเสร็จมาเรียกเก็บเงิน พอหลังจากนั้นไปขอดูกล้องวงจรปิดจากนิติฯ นิติแจ้งว่า ฮาร์ทดิสเสีย สรุปไม่มีหลักฐานอะไรเลย ซึ่งตอนนี้พี่สาวก็ย้ายออกมาแล้ว ไม่กล้ากลับไปอยู่ต่อ กลัวมาก ขวัญกระเจิง กลัวคนข้างห้องคนนั้นจะกลับมาทำร้ายอีก ซึ่งโครงการให้ความช่วยเหลือแค่เพียงให้ตำรวจมาคุยกับห้องข้างๆ ว่าอย่ามาทำร้ายห้องพี่สาวอีก และบอกให้พี่สาวกลับไปอยู่ได้แล้ว ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว MThai News ขอบคุณสมาชิกพันทิป Numwaan_S

Kris Jenner เธอทวีตการสนับสนุนอดีตสามี Bruce Jenner การแปลงเพศ
Kris Jenner /  Bruce Jenner

Kris Jenner เธอทวีตการสนับสนุนอดีตสามี Bruce Jenner การแปลงเพศ

7 สัญญาณ คุณ แค่อยากมีแฟน ไม่ได้ต้องการเขา!
คู่รัก /  ทะเลาะ / 

บางทีเวลามีแฟนนี่เราก็ไม่รู้เนอะว่าจริงๆแล้วเรารักเขาหรือแค่เหงา บางทีจะเช็คมันก็ยากเหลือเกิน ความรู้สึกมันคาบเกี่ยวมาก จนคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคุณรู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่นี่คือ 7 สัญญาณง่ายๆที่จะช่วยคุณเช็คว่าคุณ แค่อยากมีแฟน ไม่ได้ต้องการเขาแต่อย่างใด 1. คิดถึงแต่เรื่องเลิกกัน คุณคิดถึงแต่ว่า ถ้าคบกับคนอื่นจะเป็นยังไงนะ ในขณะที่เพื่อนของคุณใฝ่ฝันแต่เรื่องแต่งงาน แต่คุณกลับไม่เคยรู้สึกว่าจะหยุดกับคนคนนี้เลยสักครั้งเดียว แถมยังมีความคิดที่จะหาคนที่ดีกว่านี้อีก นั่นแสดงว่าคุณไม่ได้ต้องการคนรักหรอก คุณมันแค่เหงาเท่านั้นแหละ 2. คุยกันทีไรมีแต่เรื่องทะเลาะ ไม่ว่าจะคุยอะไรกัน ยังไงก็มีแต่เรื่องทะเลาะกัน ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ขัดอกขัดใจไปหมด หรือพูดอะไรไม่เข้าหู คุณก็ไม่ยอมความเขาสักอย่าง นั่นแสดงว่าคุณไม่ได้รักเขาหรอกค่ะ เพราะเรื่องเล็กๆแค่นี้ คุณยังไม่ยอมเขาเลย ประสาอะไรกับอนาคตล่ะ บอกเลยงานนี้เลิกเถอะค่ะ 3.ไม่ตื่นเต้นกับเรื่อง sex กับเขาเลย ไม่ว่าจะทำอะไรกันหรือเขาจะมีเซ็กซ์ที่หวือหวาขนาดไหน แต่คุณกลับไม่เคยรู้สึกหวือหวาไปกับเขาเลย  แบบนี้นี่มีปัญหาแน่นอน 4. คิดแต่เรื่องเงินของเขา เอะอะก็พาเขาไปเที่ยวประจำ ที่คิดอยู่ตลอดก็คือ จะได้กินข้าวฟรี ดูหนังฟรี โถ่ถ้าวันๆคุณคิดแค่นั้นกับเขาล่ะก็ ไม่ดีแล้วล่ะ ถ้าคุณต้องการเขาจริงๆ เรื่องเงินเรียกได้ว่าเป็นเรื่องรองลงมาเลยล่ะ มันจะไม่ใช่เรื่องหลักอีกต่อไปนะ 5. เวลามีคนถามว่ารักมากแค่ไหน คุณตอบเขาไม่ได้ เวลามีคนมาถามว่ารักมากแค่ไหน คุณกลับคิดถึงแต่ สิ่งที่คุณได้จากเขา ความรู้สึกดีๆที่คุณได้รับ แต่สิ่งที่เขาเป็น คุณกลับไม่เคยรู้สึกอะไรเลย แถมยังเฉยๆอีก หรือเวลาเพื่อนถามอะไร คุณกลับไม่เคยรู้สึกอินกับคุณผู้ชายเลยสักครั้ง 6. คุณห่วงลุคตัวเองเวลาอยู่กับเขา สิ่งที่คุณห่วงคือ สังคมจะมองคุณดีมาก เวลามีแฟนมารับ แต่ความรู้สึกเวลาคุณอยู่กับเขาสองคน คุณกลับรู้สึกเฉยๆ และไม่ชอบเท่าไหร่นัก นั่นแสดงให้เห็นว่า คุณแค่ต้องการมีแฟนที่จะดูแลคุณเท่านั้น แต่สำหรับผู้ชายคนนี้คุณกลับไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ 7.คุณมักล้อเล่นกับเพื่อนเรื่องเลิกกับเขา การล้อเล่นเรื่องเลิกกันเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องตลกนะเธอ แต่ถ้าคุณเห็นมันเป็นเรื่องตลกๆได้ล่ะก็ แสดงว่าคุณมีความคิดจะเลิกกับเขาเป็นประจำ อีกทั้งยังมองไม่เห็นอนาคตเมื่ออยู่กับเขาเลยสักครั้ง ในขณะที่คนอื่นคิดภาพงานแต่ง แต่คุณกลับคิดแต่ว่า ถ่ายรูปคู่ออกมาจะเป็นยังไงนะ อีกทั้งคุณยังไม่เคยอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเขาในเชิงลึกเลย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นแค่ผู้หญิงเหงาคนหนึ่งล่ะก็ อย่าหลอกเขาต่อไปเลยค่ะ เดินออกมาแล้วใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเอง สวยๆโสดๆดีกว่านะ ที่มา Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

ชั่วคราวหรือตลอดไป! 17 ความแตกต่างของผู้ชายที่จะอยู่นานหรือไปไว
ความรัก /  คู่รัก / 

" ชั่วคราวหรือตลอดไป " .. เป็นคำถามที่หลายคนอาจจะสงสัยอยู่เสมอในความสัมพันธ์ ผู้ชายนี่บางทีก็ไม่รู้ว่าไม้ไหนนะ บางทีก็ดี บางทีก็ร้าย บางคนเริ่มอย่างดีแต่กลับมาตกม้าตายตอนหลัง หรือบางคนเริ่มอาจไม่ดีแต่กลับอยู่ยืดจนมีลูกก็มี วันนี้เรามีข้อแตกต่างไว้สังเกตหนุ่มที่คบคุณแค่เล่นๆ หรือ คบยาวตลอดไปกันแน่ 1.เวลากินเหล้า ผู้ชายชั่วคราว : กินเหล้าไปกับคุณ เมาไปพร้อมๆกับคุณ ผู้ชายคบนาน : เขาจะพาคุณกลับบ้าน และ รอคอยดูอาการของคุณจนจบปาร์ตี้ 2. เอาชนะ ผู้ชายชั่วคราว : เขาจะไม่ยอมแพ้และจะอยากเอาชนะคุณตลอดเวลา ผู้ชายคบนาน : เขาไม่เคยสร้างปัญหาว่าเขาต้องชนะ เขาแค่อยากดูแลเท่านั้นเอง 3. ความรู้สึกต่อตัวคุณเอง ผู้ชายชั่วคราว : เมื่ออยู่กับเขา คุณไม่เป็นตัวเอง สร้างภาพว่าตัวเองดีตลอด ฉันสวยฉันเริ่ด ผู้ชายคบนาน : เมื่ออยู่กับเขา คุณเป็นตัวเอง กล้าหัวเราะเสียงดังได้ ไม่แคร์เวิลล์ แถมรักตัวเองเวลาอยู่กับเขาสุดๆเลย 4.ความฝัน ผู้ชายชั่วคราว : เขาไม่รู้ว่าคุณอยากทำอะไร มีความฝันอะไร ไม่สนใจด้วย ผู้ชายคบนาน: เขาจะช่วยหนุนหลังให้คุณไปถึงฝันนั้นโดยเร็ว 5.ออกไปเที่ยว ผู้ชายชั่วคราว : พาไปเที่ยวนอกบ้านประจำ ปาร์ตี้ไม่มีเลิก ผู้ชายคบนาน : พร้อมอยู่ในบ้านกับคุณ ทำกับข้าว นอนดูทีวีได้ 6. เซ็กซ์ ผู้ชายชั่วคราว : แค่อยาก "เอา" ผู้ชายคบนาน : เขาอยากมี "ลูก" 7. ส่งข้อความ ผู้ชายชั่วคราว : ส่งเมสเสชส่งเข้านอน ผู้ชายคบนาน : โทรปลุกคุณยามเช้า เพราะเขาอยากเป็นคนแรกที่คุณนึกถึง 8. ทะเลาะ ผู้ชายชั่วคราว : ทะเลาะด้วยเรื่องเล็กๆ ผู้ชายคบนาน : เป็นห่วงแม้แต่เรื่องเล็กๆ 9.วางแผนชีวิต ผู้ชายชั่วคราว : แค่คืนนี้ ผู้ชายคบนาน : อนาคตไปอีกหลายปี 10. แทนที่ ผู้ชายชั่วคราว : คุณหาใหม่ได้ ผู้ชายคบนาน : คุณคิดว่าคุณจะไม่ปล่อยให้หลุดมือ 11.ความรู้สึก ผู้ชายชั่วคราว : คุณแค่ชอบ หรือ คลั่งไคล้ ผู้ชายคบนาน : คุณจะรักและอยากใช้ชีวิตกับเขา พร้อมทั้งมองเห็นอนาคต 12. รู้จักตัวเอง ผู้ชายชั่วคราว : ไม่รู้จักตัวเอง ไม่เรียนรู้ ผู้ชายคบนาน: เขาเรียนรู้ตัวเองไปพร้อมๆกับคุณ 13. วันที่อยากเจอคุณ ผู้ชายชั่วคราว : รักคุณในวันหยุดสุดสัปดาห์ ปาร์ตี้ให้สุด ผู้ชายคบนาน : ให้เวลากับทุกเวลาที่เขาจะสามารถมาเจอคุณได้ 14. ไปปาร์ตี้ ผู้ชายชั่วคราว : ห่วงแต่เหล้า ผู้ชายคบนาน : ห่วงการพูดคุย การทำความรู้จักกับคุณ 15. ความพยายาม ผู้ชายชั่วคราว : คุณรู้สึกต้องใช้"ความพยายาม" อย่างมาก ในการทำความรู้จัก ผู้ชายคบนาน : คุณรู้สึกพอดี ในแบบที่คุณก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมถึงได้สนิทราวกับรู้จักกันมาก่อน 16.จับมือ ผู้ชายชั่วคราว : รู้สึกว่าเขาแค่จับมือ ผู้ชายรักจริง : รู้สึกว่าเขากุมไปทั้งหัวใจ เชื่อใจได้ เมื่อจับมือ 17. การมองหา ผู้ชายชั่วคราว : คุณยังมองหาคนที่ดีกว่านี้ ผู้ชายรักจริง : คุณพอแล้ว พอดีแล้วกับคนนี้ ไม่อยากหาใครใหม่อีกต่อไป ไงคะสาวๆ เป็นไงบ้าง  เช็คแล้ว สรุปว่าหนุ่มที่คบอยู่เนี่ย  ชั่วคราวหรือตลอดไป นะ ? ที่มา Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

แม่หลวงกุ้งเปลี่ยนใจ ไม่อำลาตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศ /  แม่หลวงกุ้ง

แม่หลวงกุ้ง เปลี่ยนใจไม่ลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน หลังได้รับกำลังใจท่วมท้นให้ทำงานต่อ ลั่นขอสานต่องานจนสำเร็จ จากกรณีที่ น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ อายุ 35 ปี หรือแม่หลวงกุ้ง ผู้ใหญ่บ้านที่สวยที่สุดในไทย ได้ยื่นหนังสือถึงนายอำเภอขอลาออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต. หนองหอย อ. เมือง จ. เชียงใหม่ เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนในการทำงาน แถมถูกการเมืองกดดันทางการเมือง จนเกิดเป็นกระแสทำให้คนเสียดาย ก่อนจะมีคนเข้าไปให้กำลังใจ และอยากให้แม่หลวงกุ้งทำหน้าที่ต่อ โดยเฉพาะนายอำเภอที่ได้ระงับใบลาออกไว้แล้วให้กลับไปคิดทบทวนอีกครั้งตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น ล่าสุดได้มีรายงานข่าวเผยว่าแม่หลวงกุ้งได้ประกาศเปลี่ยนใจ ไม่ลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว และจะขอสานต่องาน ทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านจนสำเร็จ โดยในวันที่ 25 เมษายน 2558 แม่หลวงกุ้งก็จะเข้าร่วมประชุมกับเทศบาลหนองหอย ก่อนเดินทางไปประชุมกับอำเภอเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้ก็คงต้องจับตาดูว่าการทำงานของแม่หลวงกุ้งจะเป็นอย่างไรต่อไป ราบรื่นดีหรือไม่ เพราะเธอให้เหตุผลของการลาออกว่า ถูกกดดันจากการเมืองท้องถิ่น ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง MThai News

ดราม่าลองวีคเอนท์ : พญานาคโผล่ให้จับ, อำลาผู้ใหญ่บ้านสวย ฯลฯ
ข่าวดราม่า /  พญานาค / 

ดราม่าลองวีคเอนท์ : พญานาคโผล่ให้จับ, รับน้องสยองโหด, อำลาผู้ใหญ่บ้านสวย, ซอมบี้เรียกพี่ ฝูงหนุ่มเวียดนามลวนลามสาว, คลิปหนุ่มโหดใช้ก้อนหินทุบหน้ายายนอนลำพังริมถนน ร้อนฉ่าเรียกดรามาตั้งแต่ต้นจนสุดสัปดาห์ในวีคที่ผ่านมา เพราะข่าวมากมายหลายอารมณ์ที่เข้ามามาขย่มจิตเขย่าใจ จนทำคนออนไลน์พากันแห่แชร์ แสดงความเห็นมากมาย วันนี้ MThai News จึงได้รวบรวมกระแสเหล่านั้นมาให้ได้ย้อนรำลึกคนไทยบนโลกโซเชียลชอบอ่านข่าว-แชร์คลิป และเรื่องราวเหตุการณ์อะไรบ้าง ? 1. พญานาคโผล่ร้อยเอ็ด ก่อนจะเงิบหลังรู้ความจริง เริ่มกันที่ข่าวแรกกับข่าวที่ทำเอาหลายๆ คนมีคำถามขึ้นบนหัว ว่ามันคือเรื่องจริงหรือมั่วนิ่ม หลังปรากฎภาพที่อ้างว่าเป็นสัตว์ในตำนานถูกจับได้ที่ร้อยเอ็ด อันที่จริงหากคิดให้ดี มองให้รอบคอบ แค่แว่บแรกก็น่ารู้ แต่เพราะมีคนเชื่อ พร้อมประโคมข่าว เรื่องดราม่าวุ่นวายนี้จึงเกิดขึ้น (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่นๆ -เฉลยแล้ว ! ‘พญานาค’ทอดแหร้อยเอ็ด ที่แท้คือ? 2. รับน้องสยองโหด สะบักสะบอมเขียวช้ำทั้งตัว เห็นแล้วอารมณ์ขึ้น คิดว่าจะหยุดหมดยุคไปแล้ว แต่กลับปรากกฎโผล่ขึ้นมาอีก กับพิธีกรรมรับน้องสุดโหด แม้งานนี้ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ก็สาหัสสะบักสะบอม จนผู้ปกครองต้องแจ้นร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าจัดการด่วน (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่นๆ -นศ. จี้ มช.แก้ปัญหารับน้องรุนแรง หลังดราม่าว่อนเน็ต 3. แม่หลวงกุ้ง ท้อแท้โบกมือบ๊ายบาย อำลาตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน สวยสง่าไม่แพ้ดารา จนได้รับขนานนามว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านงามเลิศสวยที่สุดในประเทศ สำหรับแม่หลวงกุ้ง น.ส.สุพัตรวี อยู่แพทย์ แต่กาลเวลาเลยผ่านไปไม่นาน สมญานามนี้ต้องถูกลบ เพราะเธอประกาศโบกมือขอบ๊ายบายอำลาจากตำแหน่ง แล้วอะไรละเป็นเหตุให้เธอจำตัดใจ ในหน้าที่อันเป็นที่รัก ก็ต้องไปตามต่ออ่านได้จากข่าวนี้ (อ่านต่อ . . .) บอกได้คำเดียวใจเธอสวยมากจนถึงวินาทีสุดท้ายจริงๆ อ่านข่าวอื่นๆ -ระงับใบลาออก! แม่หลวงกุ้ง นภอ.ให้เวลาทบทวน 7วัน 4. ซอมบี้เรียกพี่ ฝูงหนุ่มเวียดนามไล่ขย้ำลวนลามสาวในสวนน้ำ ขอพักข่าวในประเทศแป๊บ แล้วข้ามไปที่ต่างประเทศบ้าง เพราะที่เวียดนามกำลังเกิดเป็นวิพากษ์วิจารณ์กันขนานใหญ่ หลังมีผู้คนต่างพากันรุมประนามวัยรุ่นชายกลุ่มหนึ่งจำนวนกว่าหลายร้อยชีวิต ที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสวนน้ำสาธารณะ จนมีบางส่วนนำไปล้อเลียนเป็นเสมือนฝูงซอมบี้ไล่ล่าเหยื่ออย่างหิวโหย ทำไมพวกเขาถึงถูกเปรียบเช่นนั้น ก็ต้องไปตามอ่านจากข่าวนี้ (อ่านต่อ . . .) แล้วคุณจะเชื่อว่ามันเหมาะสม 5 คลิปหนุ่มโหดใช้หินทุบหน้ายาย ข่าวสุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุด เป็นข่าวที่ทำเอาใครต่อหลายคนต้องกุมขมับจับที่หัวใจ เพราะไม่เคยคิด เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นในไทยแลนด์ดินแดนแห่งความอารี งานนี้เหมือนจะเป็นคดีทำร้ายร่างกายธรรมดา แต่เมื่อเห็นภาพในคลิปกับตาขอบอกเลยว่าจิตใจคนทำช่างโหดร้ายจริงๆ (อ่านต่อ . . .) อ่านข่าวอื่นๆ -เพจตร. ชี้แจง กรณีแชร์ยายโดนทุบหัว แต่ไม่รับแจ้งความ แท้จริงคือ? เรื่องราวทั้งหมดเป็นข่าวเด่นประเด็นดัง ฮิตติดลมบนจนเป็นกระแสทอร์คออฟเดอะทาวน์ในช่วงสัปดาห์ แล้วคุณละชอบข่าวไหนมากกว่ากัน???

The Age of Adaline : สวยอมตะ
The Age of Adaline /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

เวลากับความรัก ของคู่กันที่มักถูกหยิบยกมาเป็นพล็อตหนังไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่เสมอ และสำหรับ The Age of Adaline เมื่อแรกเริ่มรู้จัก ก็เร้าความสนใจเราได้พอสมควร ถึงการมีชีวิตอมตะ การเกิดที่ไร้การดับ ในขณะที่คนที่รัก ต่างร่วงโรยไปตามธรรมชาติ สิ่งนี้นับเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่หนังตั้งต้นไว้ แต่ท้ายสุดแล้วจะแปรรูปออกมากลมกล่อมแค่ไหน เรามาว่ากัน The Age of Adaline ถ่ายทอดเรื่องราวของ อดาไลน์ โบว์แมน หญิงสาวชีวิตดี๊ดี ที่เกิดมาสวยสง่า มีสามีและลูกสาวสุดรักข้างกาย จนความซวยมาเยือนเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ มิหนำซ้ำฟ้ายังผ่าเปรี้ยงใส่อย่างจัง หากเป็นคนทั่วไปอาจเท่งทึงไปแล้ว แต่ อดาไลน์ กลับกลายมามีชีวิตอมตะ และร่างกายจะค้างอยู่ที่อายุ 29 ปี อย่างไม่มีวันแก่ชรา เธอต้องใช้ชีวิตอย่างนี้เรื่อยมา จนพบรักหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่กล้าผูกพัน จนถึงปัจจุบันและได้พบกับ เอลลิส ชายคนที่เปลี่ยนใจเธอให้ชุ่มชื่นอีกครั้ง อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่แรก The Age of Adaline มีวัตถุดิบชั้นดีรออยู่แล้ว โดยเฉพาะปมประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร การไม่อยากผูกพันกับใคร เพราะรู้ว่าในที่สุดจะนำมาซึ่งความรู้สึกเจ็บปวดเปลี่ยวเหงา ที่ต้องเห็นคนรอบข้างตายจากไปเรื่อยๆ ทั้งที่ตนเองยังอยู่ แต่ถึงกระนั้นหนังใช้ประเด็นนี้ในน้ำหนักพอๆ กับคำรำพึงรำพัน ผ่านฉากแฟลชแบ็คย้อนอดีต ที่ถูกใส่เข้ามาอยู่เนืองๆ เพื่อปูพื้นหลังและสอดรับกับการกระทำ ณ ขณะนั้นทันทีทันใด มิได้ปูมาตั้งแต่ต้นเรื่องให้เราซึบซับชะตากรรมของ อดาไลน์ แล้วปล่อยให้เราผูกเชื่อมโยงเอาเอง นัยหนึ่งการทำเช่นนี้ ก็ทำให้เข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่ต้องนึกย้อนอดีตให้มากความ แต่อีกนัยหนึ่งมันก็ขาดความกลมกล่อมทางอารมณ์ไปอย่างน่าเสียดาย . หนังเลือกแปะสติ๊กเกอร์สีชมพูของโรแมนติก แทนสีเทาหม่นหมองของดราม่า . เมื่อวัตถุดิบชั้นดีของชีวิตอมตะนั้น ถูกกรองจนเหลือใสแจ๋ว ผนวกกับความพยายามจะสมจริงด้วยหลักวิทยาศาสตร์ซึ่งมันออกจะรุงรังไม่น้อย มันจึงไม่เรียกร้องอารมณ์ร่วมของคนดูแต่ประการใด แต่หากหันมามองในแง่มุมของหนังโรแมนติก ที่ The Age of Adaline โน้มเอียงไปทางนั้นอย่างเห็นได้ชัด ผ่านภาพความรักของ อดาไลน์ และ เอลลิส ที่ต่างฝ่ายก็มีลูกล่อลูกชนให้ชวนยิ้มกันได้ไม่เบา อีกทั้งอารมณ์ขันเล็กๆ อันเกิดจากชีวิตที่ผ่านยุคสมัยหลายสิบปีของ อดาไลน์ (ฉากเล่มเกมทายปริศนา หรือพูดภาษาฝรั่งเศสคล่องปรื๋อ) ก็สร้างสีสันให้หนังสนุกขึ้นอีกไม่เบา แต่อย่างว่าแหละครับ กว่าหนังจะอร่อยได้ที่ขนาดนี้ ก็กินเวลาไปมากโข จนทำเอาเราเกือบหลงลืมความดราม่าชีวิตอมตะไปซะแล้ว แต่การที่หนังเลือกที่จะแปะสติ๊กเกอร์สีชมพูของโรแมนติก แทนสีเทาหม่นหมองของดราม่าเช่นนี้ อาจหนักข้อไปถึงความน้ำเน่าชวนเอียนไปแล้ว หากมิได้ตัวละคร เฟลมมิ่ง ลูกสาวของอดาไลน์ มาเป็นภาพสะท้อนในมุมกลับขอใอมตะ ความโรยราแก่หง่อม และเผยทัศนคติที่มีต่อความรักให้ผู้เป็นแม่ ทำให้ฉากสั้นๆ อย่างการโอบกอด และถ้อยคำ "สุขสันต์วันเกิดค่ะแม่" ออกจะประทับใจผู้เขียนอยู่ในที เพราะนี่แหละครับ คือภาพความผูกพันโดยมิได้คำนึงถึงเงื่อนไขของเวลาหรือรูปลักษณ์ภายนอก สาวสวยวัย 29 ก็ยังคงมีความเป็นแม่ และหญิงชราก็ยังมีความเป็นลูกไร้เดียงสาคนเดิมอยู่เสมอ เรื่องนี้ให้ 8 / 10 ครับ  Lecter. ป.ล. มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมากมายว่า หนังเรื่องนี้คือบทบันทึกแฟชั่นสุภาพสตรีในแต่ละยุคสมัย ผ่านแฟชั่นไอคอนตัวแม่ เบลค ไลฟ์ลี แต่โดยส่วนตัวของผู้เขียน ที่หาได้สนิทชิดเชื้อกับซีรีส์ Gossip Girl และมีความรู้เกี่ยวกับแฟชั่นสาวๆ เท่าหางอึ่งแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกอินจัดกับประเด็นนี้สักเท่าไหร่ เพราะภาพของยุคอดีตต่างๆ ถูกใส่มาเพียงชั่วครู่แว้บเดียว ให้ความรู้สึกเหมิือนดูนางแบบเดินเร็วๆ บนรันเวย์เสียมากกว่า ------------------------------

Rihanna โชว์การตกปลานของเธอวันหยุดในฮาวาย
rihanna /  ลีฮันน่า

Rihanna โชว์การตกปลานของเธอวันหยุดในฮาวาย

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ประวัติเกรซ เกวลิน หรือ เกรซ เดอะสตาร์ 11
ดาราในชุดนักเรียน /  วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ / 

หลายคนคงได้ทำความรู้จักกับ มาตัง ระดับดาว สาวน้อยจากเมืองอุดร ที่ได้รางรัลชนะเลิศจากการประกวด The Star ปี 11 ไปกันเรียบร้อยแล้ว แต่ทีนเอ็มไทยเชื่อว่า สาวน้อยอีกหนึ่งคนที่หลายคนให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย นั้นก็คือ เกรซ เกวลิน สาวสวยยิ้มหวานตัวแทนภาคกลางคนนี้ เธอทำให้ใครหลายๆ คนยอมรับในความสามารถ เสียงร้องที่ไพเราะ รวมถึงใบหน้าที่สดใสและยิ้มแย้มตลอดเวลา วันนี้ทีนเอ็มไทยมี ประวัติเกรซ เกวลิน หรือ เกรซ เดอะสตาร์ 11 มาให้เพือนๆ ทำความรู้จักับเธอมากขึ้นกันค่ะ ^^ ประวัติเกรซ เกวลิน หรือ เกรซ เดอะสตาร์ 11 ชื่อ-นามสกุล : เกวลิน พูลภีไกร ชื่อเล่น : เกรซ เกิด : 23 พฤษภาคม 2541 ภูมิลำเนา : จ. พิษณุโลก การศึกษา : อดีตเคยศึกษาที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ เอก Classical Voice มหาวิทยาลัยมหิดล สีโปรด : ชมพู ไอดอลในดวงใจ : ไอซ์ ศรัณยู ความสามารถ : เต้น, เล่นกีต้าร์, เล่นเปียโน, ว่ายน้ำ, บาสเก็ตบอล บอกถึงความเป็นตัวเอง : ร่าเริง, เฮฮา, ติ๊งต๊องนิดๆ, บางเวลาชอบอยู่คนเดียว ก่อนหน้าที่เกรซ เกวลิน จะเข้ามาประกวดเวที The Star ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 11 นี้ สาวน้อยเสียงสวยคนนี้เคยประกวดมาหลายเวทีแล้วไม่ว่าจะเป็น ประกวดร้องเพลงของ "To Be Number One" ได้รับรางวัลชนะเลิศรุ่นจูเนียร์ รางวลชนะเลิศ ประกวดร้องเพลงและวงสตริงชิงถ้วยประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประจำปี 2550 ประกวดนาฏศิลป์ไทยชิงถ้วยราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รายการกิ๊กดู๋ สงครามเพลง ประกวดร้องเพลง KPN Award ครั้งที่ 24 รายการมาสเตอร์คีย์ เวทีแจ้งเกิด นอกจากนี้สาว เกรซ เกวลิน ก็ยังเคยเข้าประกวดเวทีระดับประเทศอย่าง Miss teen Thailand มาแล้วด้วย >,<

เหมือนโดนฟ้าผ่า ถูกยกเลิกออเดอร์ ขนมปังรสกล้วย !!
ซีพี. /  สยามบานาน่า / 

คุณพลอย เจ้าของธุรกิจขนม สยาม บานาน่า เปิดใจรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าหลังโดนยกเลิกออเดอร์ แต่พร้อมเดินหน้าหาช่องทางขายอื่น ๆ จากกรณีที่ในโลกออนไลน์มีการแชร์บทความเกี่ยวกับสูตร ขนมปังไส้คัสตาร์ด กลิ่นกล้วย ซึ่งกลายเป็นประเด็นดราม่าว่อนเน็ต เนื่องจากมีการพาดพิงถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ ล่าสุด (24 เม.ย. 58) คุณพลอย เจ้าของธุรกิจขนม สยาม บานาน่า หรือที่เรียกว่า โตเกียว บานาน่า เมืองไทย ได้ออกมาเปิดใจถึงกรณีดังกล่าวว่า ช่วงแรกที่เข้าไปนำเสนอสินค้าได้รับการต้อนรับดีมาก แถมยังได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อสินค้าจากผู้ใหญ่อีกด้วย " ช่วงที่จ้างบริษัทอื่นผลิด ได้รับแจ้งว่า ต้องการสินค้าวันละ 6,000 - 10,000 ชิ้นต่อวัน ทำให้ต้องเปิดโรงงาน มีการกู้เงินลงทุน ซึ่งในการเจรจาสินค้าของตนจะได้วางจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 แต่พอเดือน มี.ค. ได้มีสินค้าแบบเดียวกันออกวางจำหน่ายและถูกยกเลิกออเดอร์ทั้งหมด รู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า " อย่างไรก็ตาม คุณพลอย ยังได้รับการติดต่อกลับมาหลังจากบทความได้ถูกเผยแพร่ แต่จะเดินหน้านำเสนอสินค้ากับศูนย์การค้าแทน ตั้งเป้าสร้างลูกค้าที่ชื่นชอบรสชาติสินค้าของเธอ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่ราคาแพงสำหรับเธอ ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News