ฉันเป็นแฟนเธอแล้ว เธอเป็นแฟนใคร

พ่อแม่หนูขายออกแล้ว!! เมย์ พิชญ์นาฏ ให้เวลา เจ 2 ปี นับถอยหลังวันแต่งงาน!!
ข่าว เมย์ พิชญ์นาฏ /  เมย์ พิชญ์นาฏ / 

  หวานจนน้ำตาลขึ้นจริงจริ๊ง สำหรับคู่รักที่ทำให้คนโสดอิจฉาหนักมากอย่าง เมย์ พิชญ์นาฏ กับหนุ่มนักกีฬา เจ ชนาธิป ที่เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมามีเซอร์ไพรส์มอบแหวนแทนใจบนดาดฟ้าสุดหรู งานนี้ใครๆ ก็เชื่อว่าเป็นการขอแต่งงานแน่นอน แต่ล่าสุดเจอ สาวเมย์ ที่งานเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของเครื่องประดับนำเข้าแบรนด์ Shurapakuno ณ ร้าน DUKEAT ศูนย์การค้าเกสรพลาซ่า เจ้าตัวเผยฝ่ายชายไม่ได้ขอแต่งงาน แค่ หนุ่มเจ ขอจองไว้ก่อน เพราะช่วงนี้กำลังเก็บเงินอยู่ แต่ตนก็ไม่ได้ซีเรียสรอได้ แพลนหาบ้านในอนาคตแล้วจ้า!! จากข่าวมีการหมั้นหมาย ขอแต่งงานจริงหรือเปล่า   "ไม่ได้ขอแต่งงาน เขาบอกว่าขอจองไว้ก่อน เมย์ไม่รู้ว่าหมั้นกับจองมันต่างกันยังไง แต่เราก็คงไม่ไปหาใครแล้วแหละ วันนั้นเขาก็ใส่แหวนให้ แต่ว่าหมั้นแบบมีพิธีการ ที่มีผู้ใหญ่ อันนั้นเอาไว้ใกล้ๆ แต่งอีกซักพักใหญ่ๆ" บรรยากาศวันนั้นเป็นยังไงบ้าง   "ก็เซอร์ไพรส์นะ มันไม่ได้ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น แต่เซอร์ไพรส์ที่ว่ามีอย่างนี้ด้วย แค่เขาพาไปทานดินเนอร์บนดาดฟ้าก็เซอร์ไพรส์แล้ว ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้น เพราะปกติเขาจะไม่ชอบอะไรแบบนี้ แล้วเขาก็ใส่สูทมา เราก็คิดว่า อ๋อ อันนี้แหละคือเซอร์ไพรส์แล้ว แต่ไม่ได้คิดว่าจะมีอีก เพราะเขาพูดอยู่ตลอดว่าเขาเก็บเงินอยู่ ยังไม่มีเงิน ก็มีแหวนด้วย ก็ดีใจ ตอนสวมแหวนไม่ได้ร้องไห้ แต่จะคิดว่าล้อเล่นหรือของจริงอะไรแบบนี้มากกว่า ตอนนั้นมีคำพูดหวานๆ ไหม มันดีใจจนจำไม่ได้ แต่ว่ารู้แค่ว่าเขาบอกว่าขอจองไว้ก่อน เราก็บอกล้อเล่นป่ะเนี่ย เขาก็พูดซ้ำ ขอจองไว้ก่อน" ได้บอกที่บ้านไหม   "คืนนั้นก็พิมพ์แมสเสจเข้ากรุ๊ปครอบครัวตอนเที่ยงคืนว่า พ่อแม่หนูขายออกแล้ว เสร็จแล้วก็ไม่มีใครอ่านเพราะมันดึกมาก พอตอนเช้าเรารู้สึกว่าเหมือนทุกคนยังอึ้งอยู่ เราก็เลยพิมพ์ตอบไปว่ายังไม่ได้ขายออกหรอก เขาบอกว่าจองไว้ก่อน" ที่บ้านว่าไงบ้าง   "พี่ชาย พี่สะใภ้เขาก็ดูดีใจ แต่ว่าคุณพ่อคุณก็มานั่งเล่าให้เขาฟัง เขาอยากรู้รายละเอียดก็เล่าไป ก็โทรไปถามคุณพ่อ เพราะคุณพ่อไปทำงานแต่เช้า ไม่ค่อยอ่านไลน์ ก็ถามว่าโอเคไหมที่เราจะรอคนนี้ จะจริงจังกัน เขาก็พูดสั้นๆ ว่าถ้าหนูมีความสุข พ่อแม่ก็ดีใจ ดีใจด้วยนะลูก" แล้วครอบครัวเจล่ะ   "ครอบครัวเจก็วันนี้ไปทานข้าวด้วยกันมา เขาก็โอเค เขาน่ารักกับเมย์ตลอด ได้บอกไหมว่าลูกเขาจองเรา พ่อเขาลงรูปในไอจีก่อนเราอีก แล้วพ่อเขาก็ถามไหนๆ วงไหนที่เจให้ ทุกคนก็แฮปปี้ ได้บอกไหมว่าจองไว้ก็ปี เออ ก็น่าคิดนะ ถ้าเกิดว่าเขาจองแล้วอยู่ดีๆ เขาเทเราทำไงดี รอไปเรื่อยๆ แล้วไข่ที่ฝากไว้ไม่ได้ใช้ จริงๆ เรื่องแต่งงานเราก็คุยกันตลอด เขากลับจากญี่ปุ่นก็น่าจะปีครึ่ง ปีสองปี เมย์ก็รอได้นะ สามปีก็ยังไหว แต่ถ้าสี่ห้าปีขอคิดดูก่อน ไม่เกินสองปีไหม ก็ไม่รู้ คือสองปีชิลล์ๆ อยู่แล้ว แล้วแต่เขา เอาที่เขาสบาย เราไม่อยากกดดัน เมย์ก็เตรียมความพร้อมไปเรื่อยๆ คิดวาดฝันเรื่องแต่งงานไว้ไหม ตอนนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานเท่าไหร่ งานง่ายๆ หรืออะไรก็ได้ ตอนนี้เริ่มคิดจากเดิมที่ไม่เคยคิดแล้ว เริ่มแล้วว่าต้องหาบ้านหรืออะไรไหม ในอนาคตต้องเก็บเงินแล้ว ไม่ใช่ไปเที่ยวเล่นอย่างเดียว" หลังจากวันที่จองเขาพูดอะไรเพิ่มเติมไหม   "วันแรกเราไม่กล้าบอกใคร เพราะเขาก็มีเพื่อนสนิทไปคนนึง เมย์มีเพื่อนสนิทอีกสองคนที่เดินตามกันขึ้นไปบนดาดฟ้า เขาไม่ให้ใครขึ้นมาเลย เขารู้จักกับเจ้าของตึก เขาก็จะคอนโทรลได้ แล้วก็ไม่ให้ใครถ่ายอะไรเลย ก็มีเพื่อนเมย์ที่ถ่ายมา ที่เห็นมีคนเดินตัดหน้ากล้อง ทุกวันนี้ก็ยังเสียดาย ไม่มีกล้องอะไรให้ถ่าย เราก็เลยไม่กล้าบอกใคร อีกวันนึงที่มีอีเว้นท์ก็ไม่ได้บอกใคร เพราะเราไม่รู้ว่าเขาอยากให้เป็นความลับหรืออะไรหรือเปล่า เราก็เลยถามว่าบอกพ่อแม่ได้ไหม ได้ดิ แล้วบอกเพื่อนได้ไหม เราจะบอกว่าอะไรดี เขาก็บอกเพื่อนรู้หมดแล้ว เราก็เลยโอเค งั้นแปลว่าบอกได้ ก็มีคนจองแล้วค่ะ" เราก็เลยแพ้พนันเพื่อนๆ ในกลุ่มเลย   "ยังๆ พี่อั้มมาเป็นชุดเลย ก็เหมือนแกล้งค่ะ พี่หนิงน่ะ เป็นน้องทำไมไปก่อนพี่ ทำไมนู่นนี้ เอาตังค์มาเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะเอาไปช้อปปิ้ง เราเคยพนันกันเล่นๆ กันน่ะค่ะว่าถ้าใครไปก่อนก็ต้องจ่ายหนึ่งแสนบาทให้กับอีกคนนึง แต่อันนี้ก็ยังไม่ได้เรียกว่าลงคาน มันลงไปแค่ครึ่งตัว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็มาเอาวันกั้นประตูก็แล้วกัน (หัวเราะ) ตอนนี้ยังไม่แพ้ ยังไม่ต้องจ่าย แต่ว่าถ้าไปเมื่อไหร่ เมย์จะจ่ายด้วยความยินดี พี่หนิงก็มาสมทบเนียน เอาด้วย ก็โอเค เป็นเรื่องที่มีความสุข เพื่อนๆ โอเคไหม เมย์รู้สึกว่าทุกคนดูเงียบ เมย์ก็บอกทุกคนนะ แล้วทุกคนดูเหมือนไม่เชื่อ ไม่ดีใจกันหน่อยเหรอ ปกติคือฮากัน เขาก็บอกเอาชัวร์ๆ จริงๆ นะ เพราะเราก็ขี้เล่นกันทั้งคู่ แต่ตอนนี้ทุกคนก็แฮปปี้มากค่ะ" อ่านข่าว จุดพลุปังๆ!! เจ ชนาธิป เซอร์ไพรส์วาเลนไทน์คุกเข่าขอหมั้น เมย์ พิชญ์นาฏ แล้วจ้า! (มีคลิป) เมย์ เจ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ เมย์ พิชญ์นาฏ

ฌอห์ณ ยันร่วมงาน เอสเธอร์-เคน ได้ ย้ำชัด
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา / 

  กลายเป็นมหากาพย์ไปซะแล้ว สำหรับกระแสดราม่าความขัดแย้งระหว่างพระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ กับนางเอกสาว เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ล่าสุด หนุ่มฌอห์ณ ได้มีโอกาสเปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดในงาน "สุดสัปดาห์คนหล่อขอทำดีปี10" ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "คนหล่อพอเพียง" เจ้าตัวได้บอกว่าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าไม่อยากมีปัญหากับใคร คนวงการเดียวกับน่าจะเข้าไปไม่ช้าก็เร็วต้องเจอเหมือนกันประเด็นดราม่า ในมุมของฌอห์ณ เป็นยังไงบ้าง   "ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเพราะว่าทางผู้จัดการและทางผู้ใหญ่ของผมได้พูดไปหมดแล้ว ปัญหาทั้งหมด มันเป็นการคุยติดต่องานที่ไม่ตรงกัน ตั้งแต่แรก แล้วตอนท้ายก็ต้องถามผู้ว่าจ้างว่าอยากได้งานแบบไหนอยากได้งานคู่ งานเดี่ยวก็ต้องถามลูกค้าว่า เขาจะเลือกคนไหน ส่วนตัวผมไม่เคยมีปัญหา ในการทำงานอีเว้นท์ เรื่องที่มีปัญหาอาจจะมีการบอกต่อที่ไม่ตรงกันในเรื่องของเวลา และตัวเราเองก็ได้คุยกับทางลูกค้าแล้ว ว่าปัญหามันคืออะไร เข้าใจตรงกันไหม พอเรื่องมันเล่าปากต่อปาก มีทางอารมณ์ คำพูด เข้ามา ปัญหามันก็ เลยบานปลาย ส่วนหน้าที่ผมตอนนี้ก็คือชี้แจง ในส่วนของการทำงานที่มีปัญหา"เราไม่ได้ออกปากว่าไม่อยากร่วมงาน   "ไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นอยู่แล้วเพราะว่า ก็อย่างที่บอกไป ทั้งคู่ก็ต้องคุยกันใหม่ คุยเรื่องของ นักแสดงต้องทราบอยู่แล้ว ว่ามีเงื่อนไข หรือ อะไร ที่ไม่เหมือนกัน"ส่วนตัวตอนนั้นเรารู้ไหมว่ามาจากเอสเธอร์   "เรารู้เองครับก็รับงานปกติอย่างที่ ผู้จัดการเป็นคนแจ้ง และหลังจากนั้น 3 วันเราก็รู้จักการโพสต์ ig ของคนอื่น และผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มีปัญหาเรื่องบุคคล มันมีปัญหาเรื่องของการคุยงาน ที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ บอกตรงๆก็ได้ ยังไงก็ได้ เพียงแค่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแค่นั้นเอง รู้สึกโกรธมั้ยที่เค้าออกมาแฉเราขนาดนั้น   "ไม่ครับที่บ้านผมไม่มีใครโกรธเลย"และอย่างที่เขาให้รายละเอียดว่าเราไม่สามารถร่วมงานกับเอสเธอร์ได้   "ก็อย่างที่บอกครับความจริงก็คือความจริง คือผมไม่ได้มาดูโพยตีพายโชคดีที่มีผู้ใหญ่หลายท่านที่ อยู่ในเหตุการณ์ เข้ามาช่วย ก็ขอบคุณ พี่เอกกี้ด้วย ถ้าไม่ได้ท่านก็คงแย่ ได้ไปเคลียร์กันบ้างไหมไม่ได้เคลียครับ ไม่มีใครติดต่อมาก็เลยไม่ได้ติดต่อกัน เพราะเรารู้ว่า ทุกคนได้บอกเหตุผลของตัวเอง ที่เข้าใจไปกันหมดแล้ว ต่อไปคือถ้าจะทำงานกันใหม่ก็ดีงานกัน แค่นั้น"ในเรื่องของวินัยที่บอกว่าเรามาสาย เขาบอกณอห์ณว่าอย่างไร   "ประมาณบ่าย 2 นะครับ และผมก็มาบ่าย 2 งานเริ่มบ่าย 3 14.15น. ผมยังขอเขาไปเข้าห้องน้ำอยู่เลย พี่เอกกี้มา 14:15 ผมก็ยังยืนคุยกับแกอยู่เลย เข้าจริงๆนะครับ ในฐานะนักแสดงผมว่า เรียงวินัยเป็นสิ่งที่สำคัญ มาก และยิ่งทำงานชั่วโมงนึงคุณมาเลทมันก็แย่ แล้วครับ และผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าผิดพลาดและตัวผมก็รู้ ว่าเรามากี่โมงถ้าสมมุติ ผมมาสาย จริง ผมเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของงานตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนั้นพี่นักข่าวก็อยู่ ตัวผมรู้ว่าเป็นยังไงและทางผู้ใหญ่เองก็เห็นเขาก็เลยไม่โกรธ"งงไหมว่าทำไมมาถึงจุดนี้   "ไม่งง หรอกครับคนเราก็มีหลายแบบมี เหตุผล หลายประเภท"ถือว่ายังร่วมงานกันได้อยู่ไหม   "จ้างมาคุยให้ตรง และผมจะไป"และอย่างที่มีกระแสดราม่ามีการแบ่ง แยก คิดว่ายังไง   "คือผมไม่เห็นด้วยนะที่มีการแบ่งแยก คือเราเป็นพี่น้องในวงการเดียวกัน นะครับ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องเจอ ยังไงก็แล้วแต่ผมก็ยังอยากมองหน้าได้ปกติ และก็รู้สึกว่า มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับการไปแจกผลไม้ มันไม่ใช่เทศกาลนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่ารัก คือการแสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าไปทำร้ายกัน"ทางนู้น ก็ออก มาบอกว่า เรา ไม่สามารถร่วมงานกับทางนู้นได้ เราจะมีการไปเคลียร์บ้างไหม   "สักวันหนึ่งเขาก็คงเข้าใจเพราะผมก็บอกไปแล้วว่า ไม่มีปัญหา" มีการคุยนอกรอบเลยเหรอคะ   "ไม่มีครับ ไม่มีใครติดต่อมาเท่าที่พวกพี่บอกผมรู้จักการดูรูปก็รู้สึกว่า ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก" ไม่อยากอธิบายบ้างหรอ เพราะฝ่ายนู้นก็เข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง   "ยิ่งพูดเรื่องมันยิ่งไม่จบผมเป็นห่วงครอบครัวและแคร์คนรอบข้างและงานที่ ผม ต้องทำ ก็มีเยอะ จะมาทะเลาะกัน แค่ event งานเดียว มันก็ไม่ใช่ตัวเราผิดแล้วก็ออกมาชี้แจงว่าผิดเรื่องอะไรแต่เรื่องที่เราพูด มันคือ process ของการทำงาน ก็จบแล้ว"ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเรากับ เอสเธอร์ แตกหักกันไปเลย เพราะว่าเลือกแบ่ง ฝ่ายกันไปแล้ว   "คือผมไม่ได้แบ่ง ทีม ละครสร้างมาก็ตาย event สร้างมาถูกต้องตาม process บอกให้ทราบล่วงหน้าว่าคุณต้องการอะไร ผมว่าในฐานะนักแสดงในอาชีพวงการนี้มันแคบ แค่พูดมาบางทีเราทำให้มากกว่าที่ขอด้วย ซ้ำ ครับ"ระหว่างเรากับเอสเธอร์ ในความรู้สึกเรายังเหมือนเดิมไหม   "ผมก็เรื่อยๆ นะอาจมีจุกๆบ้างแต่ก็รู้สึกว่าเขาแค่เข้าใจผิดแต่วันหนึ่งเขาจะเข้าใจถูก คนมองต่างมุม เขาก็มองอีกมุมหนึ่งเราก็มองในมุมเขา ก็เข้าใจแหละ ว่าเขาอาจจะไม่ได้ฟังทั้งหมด ก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยววันนึงก็ทุกอย่างมันก็จะคลี่คลาย"กลัวเรื่องมันจะบานปลายไหม   "ไม่เลยครับจบแค่วันนี้ครับ และผมจะไม่พูดแล้ว ผมไปทำงานจนจะเป็นเดือนแล้ว เรื่องจะไม่จบถ้าอีกคนคิดจะพูด ถ้าเรื่องมันจะจบคือคนที่คิดจะเงียบ ทางผู้ใหญ่ก็เรียกผมไปคุยแล้ว เรื่องละครว่าจะมีแพลน อะไรอยากให้ร่วมงานกับใครบ้าง"จะมีละครร่วมกันหรือเปล่าคะ   "ผู้ใหญ่ เขามีแพลนกันไว้แล้ว น้องเค้าอาจยังไม่ทราบ แต่ผู้ใหญ่ก็บอกว่าณอน ยังอยากให้ร่วมงานกับน้องเค้าเพราะ มันมีเคมีที่ดีตรงกัน และเหมาะสม เดี๋ยวไฟนอล เมื่อไหร่ผู้ใหญ่เขาจะเป็นคนโทรไป บอกอีกที"อยากเล่นคู่กันได้ไหมเพราะว่ามีเหตุการณ์แบบนี้แล้ว   "ผมไม่มีปัญหาครับ พูดมาให้ตรงผมยังต้องทำงานหาเงินจะมาใช้ทัศนคติว่าไม่รับงานกับคนนู้นคนนี้ ไม่ได้ครับ บ้านผมลำบาก"เราถือว่ายังสนิทใจอยู่ไหม   "สนิทใจครับเพราะว่า เรื่องมันไม่ได้เป็นปัญหาของน้องมันเป็นปัญหาที่คนกลางแล้วอย่างเคนคิดว่ายังไงคะ   "ผมไม่พูดดีกว่าครับเพราะว่าพี่เขาคงมีเหตุผลของเขา แต่ตัวผมเองได้รับสารมาแค่นี้ครับ"แล้วอย่างที่เคนเขาโพสต์ คนอาจมองว่าเขาสนับสนุนกัน   "เขาตอบแล้วนี่ว่าไม่ได้โพสต์หมายถึงใครมันเป็นคำสอนดีๆ ผมก็ ok เป็นคำสอนดีๆ ผู้ชายเค้าคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาคุยกับผมตรงๆมากกว่า"แล้วเราร่วมงานกับเคนได้ไหม   "ได้ผมอยากร่วมงานกับช่อง 3 อยู่แล้ว ผมไม่เคยทะเลาะกับใคร และก็ไม่ชอบทะเลาะกับใครสุดท้ายวงการบันเทิง ปีหน้าเราอาจจะเจอกันก็ได้ทำงานด้วยกันอีกดีกว่า   ผมบอกตรงๆ เวลาแบ่งฝ่ายมันไม่มีผลดีกับใครสักคนเพราะมันจะสร้างบาดแผลให้แก่กันสุดท้ายอยากจะบอกว่าคุณชอบใครก็สนับสนุนเขา ไม่ชอบใครอย่าไปติดเขาเพราะว่าคนที่คุณชอบกับคนที่คุณไม่ชอบอาจจะเป็น เพื่อนสนิทกันก็ได้" เห็นว่ามีการจัดสร้างโบสถ์เกิดขึ้น คือทางครอบครัวจินดาโชติ กำลังจะสร้างอุโบสถ ที่อำเภอนางรอง วัดหัวตะพาน   "ตอนนี้ก็เรี่ยไรเงินมาได้ส่วนหนึ่งแล้วแต่ยังขาดอีกเยอะ คือทางผมก็เปิดบัญชีอยากให้ทุกคนมาช่วยร่วมอนุโมทนา บุญ ก็จะละลายไปถึงเดือน 5 เดือน 6 ในไอจีผมเข้าไปดูได้นะครับ ก็อยากให้เข้ามาร่วมบุญกันเยอะๆ แล้วจะมีโครงการมูลนิธิต่างๆอยากให้ช่วยสนับสนุนกันครับ" ฌอห์ณ กล่าว ซึ่งด้าน เคน ภูภูมิ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับกรณีที่ต้องร่วมงานกับ หนุ่มฌอห์ณ ว่ายินดีร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตามคลิปด้านล่างนี้!! ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ เอสเธอร์ เอสเธอร์

ละครอกธรณี (ละครเย็น) , เรื่องย่ออกธรณี (ละครเย็น)
ละคร อกธรณี /  เรื่องย่อละคร อกธรณี / 

อกธรณี ผู้ประพันธ์โดย : ธม ธาตรี (เชิด ทรงศรี)บทโทรทัศน์โดย : วรพันธ์ รวีกำกับการแสดงโดย : ประทุม มิตรภักดีออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละคร อกธรณี รถสามล้อถีบที่ชายหนุ่มชาวกรุง ลอย(เขตต์ ฐานทัพ) นั่ง กำลังผ่านโบสถ์พราหมณ์และหอพระอิศวรมาถึงตลาดท่าม้าและเบรกหยุดลงทันทีทันใดนั้น กำไล(ทับทิมอัญรินทร์) ที่กำลังรำนำหัวขบวนได้เจอกับลอย ด้วยความดีใจเธอทิ้งขบวนมาหาเขา และบอกว่าลอยมาได้เวลาดอกนุ่นบานพอดี คำพูดนั้นดึงให้ภาพในอดีตหวนกลับมาสู่ลอย คืนดอกนุ่นบานมีความหมายกับเขายิ่งนัก ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ลอย บุญลือ เด็กชายผู้ไม่มีพ่อแม่อาศัยอยู่กับ ย่าจันทร์(เมตตา รุ่งรัตน์) ลอยเป็นคนขี้เกียจเรียน แต่ย่าก็ไม่ได้ให้เลิกเรียน ในชีวิตรั้วโรงเรียนลอยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหัวโจกลูกนายอำเภอ ถวิล วิทยพันธุ์ (อู-ภาณุ สุวรรณโณ) และลูกไล่ 2 คนชื่อ สมพงษ์(วรพรต ชะเอม) กับ เอียด (ฉัตรมงคล บำเพ็ญ) ตลอดเวลา วันหนึ่ง โฉม (ปิยะดา เพ็ญจินดา) แม่ของลอยจะมารับไปอยู่ด้วย ย่าจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของพ่อแม่ให้ลอยฟัง ว่าลอยเป็นลูกนายอำเภอพ่อเดียวกับถวิลทำให้ลอยรู้สึกตกใจมาก ละคร อกธรณี ด้านชีวิตการเรียนลอยโชคดีที่มี สารภี (ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก) พี่สาวของกำไลคอยช่วยติวหนังสือให้ ความสนิทสนมของทั้งคู่กลายเป็นความรักเมื่อทั้งคู่โตเป็นหนุ่มสาว ชีวิตของลอยกำลังดำเนินไปด้วยดี จนวันหนึ่งลอยได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิตว่าย่าจันทร์ตาย ลอยจึงต้องใช้ความรู้ในการทำขนมจากย่าจันทร์ทำขนมขาย โดยมีสารภีและกำไลเป็นผู้ช่วย ลอยส่งเสียตัวเองจนเรียนจบมัธยม 6 เขาบอกสารภีว่าจะไปเรียนต่อที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย กรุงเทพฯ เพื่อให้มีความรู้สูง ๆ จะได้กลับมาสร้างเนื้อสร้างตัวเป็นหน้าเป็นตาแก่สารภี ตลอดเวลาที่อยู่กรุงเทพฯ ลอยและสารภีเขียนจดหมายรักถึงกันเสมอ ณ วันนี้ ลอยกลับมาบ้านเกิด ลอยให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอสารภีจาก ผู้ใหญ่คล้อย (วันชัย เผ่าวิบูล) พ่อของสารภีและกำไล แม้ผู้ใหญ่คล้อยจะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่ขัดขวางความรักของลูกสาว ก่อนถึงวันแต่งงาน ครูสมพงษ์ ผู้ที่แอบรักสารภีก็ยังไม่เลิกหาทางช่วงชิงสารภีจากลอยทุกวิถีทาง วันหนึ่งคล้อยมีธุระไม่อยู่บ้านแต่ด้วยความเป็นห่วงภรรยา นางผ่อง(วรารัตน์ เทพโสธร) แม่ของสารภีกับกำไล เพราะเป็นโรคหัวใจเจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่ นายคล้อยจึงย้ำให้สารภีดูแลแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น สารภีกีดกันไม่ให้กำไลดูแลแม่ กำไลร้องไห้หนักมากจนเผลอหลับไป กำไลตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องเธอจึงเดินไปห้องสารภี เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในความมืด เมื่อลอยเข้าใจผิดคิดว่ากำไลเป็นสารภีจึงกอดจูบ ซึ่งด้วยความรักที่ฝังลึกในใจทำให้กำไลยินยอมมอบความสาวให้แก่ชายที่เธอรักโดยมิหวังผลตอบแทนใด ๆ และจะไม่มีวันที่ใครจะรู้ นอกจากเธอคนเดียว ละคร อกธรณี แต่เมื่อรุ่งสางทันทีที่สารภีเปิดประตูกลับเข้าห้องนอนตนเองภาพที่เห็น คือ ลอยนอนกอดกำไลอยู่บนเตียงของเธอ ! เธอถอดแหวนหมั้นปาใส่หน้าลอย ประกาศตัดขาดลอย ทำให้นางผ่องโรคหัวใจกำเริบเสียชีวิต คล้อยและสารภีโกรธกำไลและลอยมาก ถึงกับประกาศไล่กำไลออกจากบ้านและห้ามมาร่วมงานศพผู้เป็นแม่ กำไลร้องไห้ซบลงกับผืนดินกราบศพแม่ น้าแม้น (ครูมืด ประสาท ทองอร่าม) มาชวนกำไลให้ไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน ลอยรู้สึกผิดขอโอกาสชดใช้สิ่งที่เขาทำด้วยการขอกำไลแต่งงาน กำไลไม่ตกลงและหนีไปโดยทิ้งจดหมายบอกว่าเธอไม่มีวันแต่งงานกับลอยเด็ดขากำไลไปอยู่บ้าน เมี้ยน น้องสาวของแม้นอีกหมู่บ้านหนึ่ง วันหนึ่งสารภีรู้สึกตัวว่าท้องจึงต้องยอมแต่งงานกับลอยทั้งที่ความรักกลายเป็นความเกลียดไปแล้ว เป็นช่วงเดียวกับลอยได้งานที่กรุงเทพฯ คล้อยจึงขายที่นาตามลอยและสารภีไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ที่กรุงเทพฯ ชีวิตคู่ของลอยกับสารภีไม่สู้ดีนัก เพราะความฟุ้งเฟ้อของสารภี เงินเดือนลอยไม่พอให้เธอใช้ สารภีจึงต้องไปทำงานเป็นพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า ทำให้ได้เจอกับ ถวิล วิทยพันธุ์ หุ้นส่วนใหญ่ของห้างฯ สารภีฟุ้งเฟ้อเผลอใจไปกับถวิล เมื่อสารภีคลอดลูกสาวเธอไม่สนใจลูกเลย ลอยรู้สึกผิดหวังมากเขาขอให้สารภีเลี้ยงดูลูกบ้างเพื่อต่อไปลูกจะได้รัก สารภีหัวเราะเยาะ สารภีบอกจะให้เงินซื้อนมแลกกับใบหย่า และบอกว่าลอยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารจะอยู่ได้อีกไม่เกินสองปี ลอยโกรธทำร้ายสารภี แต่เมื่อได้ยินเสียงลูกร้องลอยจึงได้สติ ลอยตัดสินใจหย่าเพื่อลูก สารภีแถมเงินให้หนึ่งหมื่นบาทสำหรับใบหย่า ละคร อกธรณี ขณะที่กำไลอธิษฐานขอพรให้ลอยที่พระประธาน เมื่ออธิษฐานเสร็จกำไลได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่ด้านหลังพระประธาน แล้วลอยก็ปรากฏตัว ลอยเล่าเรื่องสารภีให้กำไลฟัง ลอยบอกกำไลว่าเขาเป็นมะเร็งจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานกำไลตกใจแทบสิ้นสติ เธอบอกว่าชีวิตลอยมีค่าสำหรับเธอ เธอขอให้ลอยแต่งงานกับเธอ แม้ลอยจะมีชีวิตอยู่ได้แม้อีกเพียงวันเดียวก็มีค่ายิ่งสำหรับเธอ ลอยกอดกำไลร้องไห้ซาบซึ้งในความดีอันเสมอต้นเสมอปลายของเธอ ลูกของลอย หลวงพ่อที่วัดป่าขอมตั้งชื่อให้ว่า ฬุริยา ชื่อเล่น ไผ่ (ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส) กำไลเป็นคนทำงานหาเงินเข้าบ้าน วันหนึ่งในขณะกำไลและลูกหลับ ลอยตัดสินใจออกจากบ้านเพราะทนให้กำไลต้องหาเลี้ยงตนเองต่อไปไม่ได้ เขาเขียนจดหมายขอให้กำไลเลี้ยงลูกให้ด้วย การจากไปของคนที่เธอรักทำให้กำไลทุกข์อย่างที่สุด ทุกวันกำไลจะเฝ้าอธิษฐานกับพระประธานที่โบสถ์ และที่รองรับทุกข์อีกแห่งของกำไล คือ ผืนแผ่นดิน กำไลได้แต่ซบหน้าร้องไห้กับแผ่นดิน เหมือนซบหน้ากับอกแม่ แต่นี่คือ อกแม่ธรณี….อกธรณี…ที่คอยซับน้ำตาให้กำไล กำไลเลี้ยงไผ่ด้วยความหวังว่าสักวันลอยจะกลับมา เมื่อไผ่โตเป็นสาว ไผ่มีความแก่นแก้วห้าวเฮี้ยว มีคู่หูเป็นชายรุ่นโตกว่าชื่อ ลออ (เติมมงคล หวังในธรรม) พลตรีมหศักดิ์สุนทร (ตฤณ เศรษฐโชค) และ คุณหญิง (รัตนา ข้องตระกูล) ต่อว่า วิมาน (บิว-วรพล จินตโกศล) ลูกชายที่ไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กและจบเกษตรกลับมา แต่ยังทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไม่ยอมทำงาน คุณหญิงต้องการให้วิมานแต่งงานกับ โลมตา (ฟิลม์-ฉัตรดาว สิทธิผล) สาวนักเรียนนอกลูกสาว ถวิล วิทยพันธุ์ ละคร อกธรณี วิมานไม่เต็มใจและหนีงานแต่งงานโดยเขียนจดหมายบอกสาเหตุที่หนีพิธีแต่งงานว่า เพราะเขาได้ยินโลมตาพูดกับเพื่อนว่าเธอแต่งงานกับวิมานเพื่อเงิน เพราะตอนนี้บ้านเธอกำลังล้มละลาย วิมานบอกพ่อว่าเขาขอใช้ชีวิตอย่างคนจนอย่างไม่เป็นลูกพลตรี เพื่อจะพบผู้หญิงที่รักตัวเขาไม่ใช่รักเงิน วิมานไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ จ.นครศรีธรรมราช เพราะ นพ.สินสิริ (นคินธร ภาษยวรรณ์) เพื่อนสนิทเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่นั่น ที่นี่วิมานได้พบกับ ฬุริยา หรือ ไผ่ เพียงครั้งแรกที่เจอกันวิมานก็คิดถึงเธออย่างฝังใจ เมื่อกำไลได้เจอกับวิมานกำไลรู้สึกทันทีว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรกับลูกสาวของตนแน่ กำไลได้พูดคุยถามประวัติวิมานว่าเป็นใคร พักที่ไหน วิมานตอบข้อซักถามของกำไลว่าเขาชื่อ ธง มีฐานะยากจนจึงมาขออาศัยอยู่กับพระที่วัดป่าขอม แต่แล้วความจริงของวิมานถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อวิมานถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสต้องเข้ามารักษาตัวที่กรุงเทพฯ ไผ่เป็นห่วงวิมาน จึงหาทางไปเยี่ยมไผ่ที่กรุงเทพฯ ทันทีที่ไปถึงห้องพักของวิมานไผ่พบกับโลมตา โลมตาไม่ยอมให้ไผ่เยี่ยมวิมาน ไผ่จึงบอกว่าเธอเป็นคนรักของเขา โลมตาเหยียดเย้ยไผ่ว่าวิมานไม่มีวันมีคนรักเป็นสาวบ้านนอกเป็นอันขาด ไผ่และกำไลช็อกเมื่อรู้ว่า ธง เด็กวัดคนนั้นแท้จริงเป็นหนุ่มนักเรียนนอกลูกมหาเศรษฐี โลมตาบอกว่าวิมานกับเธอกำลังจะแต่งงานกัน ไผ่ร้องไห้ชวนกำไลกลับ โลมตาเล่าเรื่องไผ่ให้ถวิลและสารภีฟัง สารภีคิดว่าสาวบ้านนอกนั้นเป็นลูกสาวของกำไลน้องสาวของเธอ โดยที่เธอไม่ได้คิดว่าแท้จริงแล้วไผ่คือลูกสาวของเธอที่เกิดกับลอย สารภีจึงช่วยโลมตาลูกเลี้ยงอย่างเต็มที่ โดยให้เอียดคนที่ทำร้ายวิมานไปทำร้ายไผ่และกำไลขั้นรุนแรง กำไลได้งานทำที่บ้านฝรั่ง เอียดลอบวางยาไผ่และกำไลจนหมดสติแล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้าน แต่ฝนตกลงมาอย่างหนักดับไฟก่อนที่จะไหม้สองแม่ลูก ละคร อกธรณี ทนายของ โฉม (ปิยะดา เพ็ญจินดา) แจ้งสารภีว่าโฉมได้ทำพินัยกรรมยกเงินจำนวนมากให้ลอย สารภีดีใจมากบอกว่าลอยตายแล้ว ทนายบอกว่าสารภีไม่มีสิทธิ์รับเพราะแต่งงานใหม่ ผู้ได้รับมรดกคือ ลูกของลอยเท่านั้น สารภีบอกว่าลอยไม่มีลูก แต่ทนายบอกว่าสืบมาแล้วว่าลอยมีลูกสาวกับสารภีชื่อไผ่ และให้สารภีตามไผ่มายืนยัน สารภีอ้อนวอนขอไผ่คืนจากกำไล แต่กำไลปฏิเสธและด่าอย่างเจ็บแสบ สารภีหว่านล้อมให้เห็นแก่อนาคตของไผ่ กำไลขอสารภีพบพ่อ อยากกราบเท้าขออภัยพ่อ แต่สารภีโกหกว่าพ่อไม่เคยอยากพบกำไล พ่อไม่ยกโทษให้กำไล ทั้ง ๆ ที่นายคล้อยพูดตลอดเวลาที่มาอยู่กรุงเทพฯ ว่าอยากพบกำไล และไม่ถือโทษกำไลแล้ว กำไลตัดสินใจจากไผ่ไปทิ้งจดหมายเขียนด้วยถ้อยคำที่ไร้เยื่อใย และให้นามบัตรของสารภีสั่งให้ไผ่ไปอยู่กับสารภี กำไลเดินทางโดยทางเรือ พายุฝนฟ้าคะนองหนักมาก จนเรือที่กำไลโดยสารถูกพายุพัดจมทะเลเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ไผ่ร้องไห้ปิ้มว่าจะขาดใจ สารภีปลอบใจไผ่ ทนายของโฉมบอกไผ่ว่า ไผ่คือลูกของลอยกับสารภีจะเป็นผู้ได้รับเงินมรดกห้าล้านบาท ไผ่ไม่ต้องการเงินทองใด ๆ มากไปกว่าแม่กำไล จึงไม่ยอมรับสารภีว่าเป็นแม่ ทำให้สารภีไม่ได้มรดก สารภีโกรธมากจึงใช้งานหนักสารพัดเพื่อให้ไผ่ทนไม่ได้ และยอมรับว่าเธอเป็นแม่จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก แต่ไผ่ขอก้มหน้าทำงานโดยไม่ปริปากบ่นเลย เหตุการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อโลมตา สารภี และถวิลไล่ยิงไผ่ สารภีห้ามแต่โลมตาไม่ฟัง สารภีจึงยิงโลมตาโดยไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า แต่โลมตาตาย ถวิลจึงยิงสารภี วิมานและถวิลต่อสู้กันถวิลสู้วิมานไม่ได้ ทันใดนั้นลอยปรากฏตัวขึ้น สารภีสำนึกผิดขอให้ลอยบอกว่าไผ่คือลูกของเธอ ลอยบอกว่าไม่ใช่ ไผ่เป็นลูกของกำไล สารภีตายไปทั้งที่ยังพร่ำหาลูก ส่วนถวิลถูกตำรวจจับ ลอยบอกกำไลว่าหลังจากหนีกำไลไป เขาเจอกับพ่อค้าจีนพาไปรักษาตัวที่ไต้หวันและรับเป็นลูกบุญธรรม เมื่อพ่อค้าจีนตายได้ยกมรดกให้ เขาจึงกลับมาหากำไล กำไลแนะนำให้ไผ่รู้จักลอย พ่อลูกโผเข้าหากัน ลอยโอบไผ่ไว้ข้างหนึ่ง โอบกำไลอีกข้างหนึ่ง ครอบครัวมีความครบบริบูรณ์ พ่อ-แม่-ลูก ติดตามชมความเข้มข้นของละคร อกธรณี ได้ทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง 7 สี ละคร อกธรณี เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 รายชื่อนักแสดง ละคร อกธรณี เขตต์ ฐานทัพ รับบท ลอยอัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท กำไล ศรีเสวก รับบท สารภี วรพล จินตโกศล รับบท วิมาน คริษฐา สังสะโอภาส รับบท ไผ่ภาณุ สุวรรณโณ รับบท ถวิลฉัตรดาว สิทธิผล รับบท โลมตา สมิท ธนโชติ รับบท นายอำเภอบุญสมเมตตา รุ่งรัตน์ รับบท ย่าจันทร์วันชัย เผ่าวิบูล รับบท ผู้ใหญ่คล้อยวรารัตน์ เทพโสธร รับบท นางผ่องตฤณ เศรษฐโชค รับบท พลตรีมหศักดิ์สุนทร สุรัตนา ข้องตระกูล รับบท คุณหญิงนคินธร ภาษยวรรณ์ รับบท นายแพทย์ สินธรศรุฒ สุวรรณภักดี รับบท เย็น ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ละคร อกธรณี ขอบคุณภาพจาก :IG #อกธรณี

ละครเขี้ยวราชสีห์ (ละครเย็น) , เรื่องย่อเขี้ยวราชสีห์ (ละครเย็น)
ละคร เขี้ยวราชสีห์ /  เรื่องย่อละคร เขี้ยวราชสีห์ / 

เขี้ยวราชสีห์ บทประพันธ์ : ตรีเพชรบทโทรทัศน์ : สิงหราณีทุกวันจันทร์ - วันพฤหัสบดี เวลา 19.05 –19.50น. และวันศุกร์ เวลา 18.45–19.30 ทางช่อง 3 เรื่องย่อละคร เขี้ยวราชสีห์ แดนไทย สุริยัน(พศุตม์ บานแย้ม) เป็นสายลับของรัฐบาลที่อยู่ในคราบของนักเลงชื่อดังมีฝีมือในการต่อสู้ทุกรูปแบบ ซึ่งเขาหากินทางการค้าอาวุธให้กับชนกลุ่มน้อยทางฝั่งพม่า การทำงานของเขาทำให้เขาเข้าไปพัวพันกับการถูกลอบฆ่าเจ้าคำภู ผู้นำรัฐบาลในพม่าอย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามกับเจ้าคำภูต้องการให้เขาตกเป็นแพะรับบาป และเพื่อให้ ไหมฟ้า(ซูซี่ สุษิรา) ตามล่าเขาเพื่อล้างแค้นให้แก่บิดา โดยครั้งหนึ่งไหมฟ้าได้เจอกับแดนไทยโดยบังเอิญและเกิดการต่อสู้กัน แต่แดนไทยไม่ต้องการปะทะกับไหมฟ้าจึงหนีเข้าไปในป่า ไหมฟ้าจึงติดตามไล่ล่าไป แต่แล้วลูกน้องของไหมฟ้ากลับถูกแดนไทยเล่นงานซะก่อน ไหมฟ้าตามมาทันพอดีจึงยิงปืนเข้าใส่แดนไทยเข้าอย่างจัง แต่แดนไทยกลับลุกขึ้นวิ่งหนีไปได้อย่างไร้อาการบาดเจ็บ ไหมฟ้าจึงไปพบกับแม่หมอ (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) ประจำเผ่ากลับได้คำตอบที่กำกวมว่าแดนไทยเป็นคนดี ไม่ใช่คนร้ายและเขาจะเป็นคนที่ช่วยไหมฟ้ากำจัดคนชั่วได้ แต่ไหมฟ้าไม่เข้าใจคำตอบจึงพยายามพูดให้แม่หมอบอกความจริง แต่แม่หมอได้เพียงแต่ยืนยันคำเดิม อีกด้านหนึ่งไหมฟ้าก็ต้องการรบกับสมุนของพ่อเลี้ยง กัมปนาท(อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของเจ้าคำภู พ่อเลี้ยงได้ใช้โจรกะเหรี่ยงดำ ซึ่งมีหัวหน้าชื่อซาปาที่มีความรู้เรื่องคาถาอาคม และสามารถสร้างอสูรร้ายขึ้นมาในการฆ่าเอาชีวิตกับผู้เป็นศัตรูของตนได้ พ่อเลี้ยงใช้กองโจรกะเหรี่ยงดำในการหักหลังการทำธุรกิจกับเจ้าคำภู เพราะต้องการครอบครองแคว้นรัฐฉาน เพื่อหวังที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ในอนาคต ส่วนแดนไทยได้สืบหาคนที่ปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเขา โดยมีนักร้องสาวโรส (พลอยพัชรา ศรีดารา) และแม่เลี้ยงดาหวัน (พัชรินทร์ ศรีวสุภิรมย์) ที่ไม่กินเส้นกับพ่อเลี้ยงคอยหาข่าวให้ นอกจากนี้แดนไทยยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยของผู้กองชาตรี (ปวิช เวียงนนท์) นายตำรวจตงฉินมือดีที่เป็นคู่ปรับของพ่อเลี้ยงอีกด้วย ทั้งที่แดนไทยเคยช่วยผู้กองให้พ้นจากการเอาชีวิตของพวกมือปืน โดยมีพ่อเลี้ยงบงการอยู่ เนื่องจากพ่อเลี้ยงแค้นผู้กองที่ทำตัวเป็นศัตรูกับพ่อเลี้ยงอย่างเปิดเผย โดยการเข้าปราบปรามธุรกิจมืดของพ่อเลี้ยง จนเสียหายนับสิบล้าน ละคร เขี้ยวราชสีห์ ในการถูกรอบทำร้ายในครั้งนั้นผู้กองปักใจเชื่อว่าแดนไทย ทำงานให้กับพ่อเลี้ยง ผู้กองจึงพยายามหาหลักฐานเพื่อเล่นงานพ่อเลี้ยงให้อยู่หมัด โดยหาทางให้แดนไทยยอมรับว่าร่วมมือกับพ่อเลี้ยงทำเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวพ่อเลี้ยง แต่แดนไทยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพ่อเลี้ยงแต่อย่างใดเมื่อที่ตั้งของไหมฟ้าถูกพวกกองโจรกะเหรี่ยงดำทำลาย ลูกน้องมือดีของไหมฟ้าสองคนยอมพลีชีวิตเพื่อให้ไหมฟ้าหนี้เอาชีวิตรอด ไหมฟ้าได้รู้ความจริงจากแม่หมอก่อนหล่อนจะสิ้นใจ เพราะความบอบช้ำจากการต่อสู้กับเสือ เข้ม ว่าไหมฟ้าไม่ใช่ลูกสาวของเจ้าคำภู แต่เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงเพราะพ่อแม่ของเธอถูกฆ่าตาย ไหมฟ้าจึงรู้ว่าตนเองเป็นคนไทย ไม่ใช่คนรัฐฉาน แต่ก็ยังนึกถึงพระคุณของเจ้าคำภูจึงต้องการล้างแค้นกับคนที่ทำเจ้าคำภูให้ได้ ไหมฟ้าได้พาลูกน้องมาขอให้แม่เลี้ยงดาหวันส่งตัวแดนไทยให้ แต่กลับได้รับการปฏิเสธ หลังจากนั้นคนของแม่เลี้ยงได้ถูกลอบทำร้ายเป็นจำนวนมาก แม่เลี้ยงจึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือของไหมฟ้า เมื่อแดนไทยทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ไปพบไหมฟ้าด้วยตัวเอง เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่รู้เห็นกับการตายของเจ้าคำภู แต่แดนไทยกลับพบไหมฟ้ากำลังถูกศัตรูเล่นงาน จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือและพาไหมฟ้าหนีมาพักอยู่กับแม่เลี้ยงดาหวัน แม่เลี้ยงดูแลไหมฟ้าเป็นอย่างดี จนทำให้ไหมฟ้ารู้สึกผิดที่คิดไม่ดีต่อแม่เลี้ยง ในที่สุดไหมฟ้าเชื่อว่าแดนไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้าคำภู ละคร เขี้ยวราชสีห์ เมื่อรู้ความจริงทั้งหมด แดนไทย ไหมฟ้า แม่เลี้ยง และผู้กอง จึงร่วมมือกันกำจัดพ่อเลี้ยง แต่การกำจัดพ่อเลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพ่อเลี้ยงมีลูกน้องจำนวนมาก มีจอมอาคมที่มีพลังเร้นลับ มีเสือเข้มจอมขมังเวทย์ที่มีความโหดเหี้ยมอำมหิตและเป็นผู้ที่กำลังหาวิธีให้ร่างกายตนเองเป็นอมตะด้วยการขโมยพระพุทธรูปในวัดหนึ่งที่ศักดิ์มากมาทำพิธี แต่ก็ถูกแดนไทยขัดขวางจนทำให้เสือเข้มต้องกลับมาด้วยความบอบช้ำ เสือเข้มโกรธมากเนื่องจากจะไม่สามารถทำพิธีได้อีก ต้องรออีกร้อยกว่าปีครั้งหนึ่งในอดีตแดนไทยเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำต่อเสือเข้มจนเกือบสิ้นชื่อ แต่ด้วยที่แดนไทยยึดมั่นในความดีจึงทำให้เขารอดตายราวปาฏิหารย์จากการช่วยเหลือของเทพฤาษี และแดนไทยยังได้รับของวิเศษจากเทพฤาษี นั่นคือ เขี้ยวราชสีห์ ซึ่งมีพลังอำนาจต้านพลังความชั่วร้ายทั้งปวงได้ จึงทำให้กลายเป็นผู้ที่อยู่ยงคงกระพัน เมื่อเสือเข้มและพ่อเลี้ยงรู้เข้า ต่างก็หวังจะแย่งชิงมาเป็นของตนเอง การต่อสู้เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แดนไทย ไหมฟ้า แม่เลี้ยงและผู้กอง ได้ต่อสู้กับพลังลึกลับหลายรูปแบบจากเสือเข้มและอสูรร้ายของซาปา แต่แดนไทยได้พลังจากฤาษีหน้าสิงห์จนสามารถรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกับท่านได้ จึงทำให้ใบหน้าของเขากลายเป็นสิงโตและมีพละกำลังที่แข็งแกร่ง สุดท้ายการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรมจะดุเดือดแค่ไหน ความดีจะชนะความชั่วได้หรือไม่ และความรักระหว่างแดนไทยกับไหมฟ้าจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ในละครเรื่อง เขี้ยวราชสีห์ ได้ทุกวันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 19.05 –19.50 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45 –19.30 ทางช่อง 3 (ออริจินัล) และ ช่อง 33 ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์ ละคร เขี้ยวราชสีห์