ฉันเป็นแฟนเธอแล้ว เธอเป็นแฟนใคร

น้องพิ้งค์ เด็กไทย ปฏิเสธ หักอก คิม คาร์เดเชียน
คิม คาร์เดเชียน /  น้องพิ้งค์ ลัดดาวรรณ / 

เป็นข่าวฮือฮา เมื่อสาว คิม คาร์เดเชียน ถูก น้องพิ้งค์ ลัดดาวรรณ ทองแก้ว เด็กสาวไทย วัย 13 ปีปฎิเสธการรับอุปการะจากเธอ คิม คาร์เดเชียน ต้องใจสลาย เมื่อเธอและครอบครัวเดินทางมาถ่ายทำรายการ reality show "Keeping Up With the Kardashians" ที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าในจังหวัดพังงา ประเทศไทย และเกิดความรู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมากกับ น้องพิ้งค์ ลัดดาวรรณ จึงทำเรื่องแจ้งสถานสงเคราะห์แห่งนี้ขอรับน้องพิ้งค์ไปอุปการะเลี้ยงดู แต่น้องพิ้งค์ตอบปฏิเสธด้วยคำตอบที่ว่า "หนูคิดว่าทุกคนล้วนอยากมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ค่ะ แต่หนูมีความฝันว่าอยากจะเรียนในไทยแล้วจบมาทำงานช่วยเหลือสถานสงเคราะห์ต่อไปค่ะ และเด็กในสถานสงเคราะห์ทุกคนเหมือนเป็นพี่น้องกันทุกคน หนูรู้สึกไม่ดีหากต้องเอาตัวรอดไปคนเดียวและทิ้งพี่น้องไว้ข้างหลังแบบนี้ค่ะ" น้องพิ้งค์ ลัดดาวรรณ ทองแก้ว ได้ย้ายเข้ามาอยู่สถานสงเคราะห์ ด้วยสาเหตุของ ภัยธรรมชาติ สึนามิ ถล่มภาคใต้ของไทยเมื่อหลายปีก่อน และ คุณแม่ของน้องพิ้งค์ไม่สามารถรับภาระเลี้ยงดูต่อไปได้ หลังจากทางคุณแม่ของน้องพิ้งค์ทราบเรื่องจากน้องพิ้งค์ ก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า หากน้องพิ้งค์จบการศึกษามัธยมปลายและสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว หากทางดาราสาวชื่อดังยังต้องการอุปการะอยู่ก็ยินดีอนุญาตให้น้องพิ้งค์ไปอยู่กับสาวคิมได้ เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women MThai Team ภาพและที่มาจาก buzzfeed

เจสสิก้า เตรียมออกงานอีเว้นท์ครั้งแรก หลังถอนตัวออกจากวง
SNSD /  นักร้องเกาหลี / 

เจสสิก้า เตรียมออกงานอีเว้นท์ครั้งแรก หลังถอนตัวออกจากวง Girls' Generation  เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน อ้างอิงจาก Dmako เอเจนซี่ประชาสัมพันธ์ ระบุว่า เจสสิก้ามีกำหนดการจะเข้าร่วมงานอีเว้นท์ Photowall ของแบรนด์แฟชั่น FENDI ฉลองการเปิดสาขาที่ห้าง Lotte Mall ชัมชิล ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ เจสสิก้า เตรียมออกงานอีเว้นท์ครั้งแรก หลังถอนตัวออกจากวง เจสสิก้า เตรียมออกงานอีเว้นท์ครั้งแรก Photowall ของแบรนด์แฟชั่น FENDI ฉลองการเปิดสาขาที่ห้าง Lotte Mall   โดยในงานอีเว้นท์ครั้งนี้ นอกจากเจสสิก้าแล้ว ยังมีนักแสดงสาว ซงจีฮโย (Song Ji Hyo) ที่จะมาร่วมงานด้วย หลังถอนตัวออกจากวง Girls' Generation เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา เจสสิก้าได้เข้าร่วมงานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นที่ประเทศจีน แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เธอจะเข้าร่วมงานอีเว้นท์ในเกาหลีในรอบ 2 เดือนหลังจากถอนตัวออกจากวง ซึ่งก็คาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างร้อนแรงจากแฟนคลับและผู้สื่อข่าว ทั้งยังสร้างการจับตามองด้วยว่า เจสสิก้าจะทำกิจกรรมในเกาหลีอย่างเป็นทางการหรือไม่ ข้อมูลจาก http://www.popcornfor2.com

รักแท้! หนุ่มจีนขอแต่งงาน เจ้าสาวป่วยเป็น มะเร็งระยะสุดท้าย
มะเร็ง /  มะเร็งระยะสุดท้าย / 

เจ้าสาวป่วยเป็น มะเร็งระยะสุดท้าย จัดพิธีแต่งงาน ในโรงพยาบาล            เจ้าสาวป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งเธอคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 1 เดือน แต่แล้วแฟนหนุ่มของเธอ ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน  เจ้าสาวชื่อว่า Fan Huixiang อายุเพียง 25 ปี และเจ้าบ่าว Yu Haining วัย 24 ปี พวกเขาคบหาดูใจกันมากว่า 5 ปีแล้ว ฝ่ายชายเมื่อรู้ว่าคนรักป่วยเขาก็ลาออกจากงานทันทีเพื่อมาดูแลเธอที่โรงพยาบาลทุกวัน      เจ้าสาวบอกว่า "ผู้หญิงทุกคนฝันว่าจะได้ แต่งงาน วันนี้ความฝันของฉันเป็นจริงแล้ว ฉันได้สวมชุดแต่งงานมันเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขมากที่สุด ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าไร แต่ฉันจะใช้เวลาเหลืออยู่กับคนที่ฉันรัก"      ฝ่ายเจ้าบ่าวกล่าวว่า " ผมไม่สนใจว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ผมจะขออยู่เคียงข้างเธอจนลมหายใจสุดท้าย และผมหวังว่าความรักจะทำให้พวกเราเข้มแข็งขึ้นและผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายไปได้ " บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยความสุข เจ้าสาวดูตื่นเต้นกับการแต่งงานมาก เจ้าสาวนั่งรถเข็นโดยมีคุณพ่อเป็นผู้พาเธอเข้ามาในงานแต่งงาน พิธีแต่งงานจัดขึ้นที่โรงพยาบาลเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน เจ้าสาวต้องทานยาก่อนที่จะเข้าพิธีแต่งงาน โดยมีคุณพ่อยืนถือน้ำอยู่ข้างๆ การแต่งหน้าเจ้าสาวก็ยังต้องแต่งบนเตียงผู้ป่วย เธอควงแขนคุณพ่อเดินลอดซุ้มดอกไม้ เพื่อเข้างานแต่งงาน Fan Huixiang สวมชุดเจ้าสาวสีขาว และเจ้าบ่าว Yu Haining ถือช่อดอกไม้สีชมพูเพื่อรอมอบให้เธอ เมื่อเธอปรากฏเข้ามาในงานเจ้าบ่าวก็ลงไปคุกเข่าเพื่อมอบดอกไม้ให้เจ้าสาว ทั้งสองได้แลกแหวนกันต่อหน้าสักขีพยานมากมาย ทั้งครอบครัวและเพื่อนคนสนิท แม้งาน แต่งงาน ของพวกเขาจะจัดขึ้นที่โรงพยาบาลแต่พวกเขาก็มีความสุขมากที่สุด เรียบเรียงโดย women mthai team ภาพประกอบจาก designyoutrust.com

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

งานไก่ต้องมา สาว ไต้หวัน ครวญเพลงสารพัดสัตว์ เป็นภาษาจีน
chick chick /  Pulcino Pio

งานเลียนเสียงสัตว์ต้องมา เมื่อแฟนเพจ Shanghaiist ได้โพสคลิปสาวไต้หวัน ครวญเพลงแปลก เลียนเสียงสารพัดสัตว์ ผ่านเพลง Pulcino Pio เพลงฮิตเมื่อปี 2012 ของศิลปินชาวอิตาลี ถูกนำมาเปลี่ยนเนื้อร้องใหม่เป็น ภาษาจีน โดยเธอคนนี้ ลองไปฟังกันเลย จะว่าไป ทำให้เรานึกถึงเพลง Chick Chick ของ Wang Rong Rollin ที่เพิ่งถูกพูดถึงอย่างมากมาย ในความแปลก แหวกแนว ทั้งเพลง และภาพในมิวสิควีดีโอ ลองไปฟังต้นฉบับ Pulcino Pio (chirping chick) เพลงฮิตที่อิตาลี เมื่อปี 2012 กันสักหน่อย เนื้อเพลง Pulcino Pio In radio c'è un pulcino, in radio c'è un pulcino... e il pulcino pio, e il pulcino pio, e il pulcino pio, e il pulcino pio, e il pulcino pio, e il pulcino pio... In radio c'è una gallina...in radio c'è una gallina... e la gallina cò, e il pulcino pio e il pulcino pio e il pulcino pio, e il pulcino pio, e il pulcino pio, e il pulcino pio... In radio c'è anche un gallo, in radio c'è anche un gallo e il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio.... In radio c'è un tacchino, in radio c'è un tacchino e il tacchino glu glu glu il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio,e il pulcino pio.... In radio c'è un piccione, in radio c'è un piccione e il piccione tru e il tacchino glu glu glu e il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio.... In radio c'è anche un gatto, in radio c'è anche un gatto e il gatto miao, il piccione tru e il tacchino glu glu glu e il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio.... In radio c'è anche un cane, in radio c'è anche un cane e il cane bau bau, il gatto miao, e il piccione tru e il tacchino glu glu glu e il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio.... In radio c'è una capra, in radio c'è una capra e la capra meee e il cane bau bau, e il gatto miao, e il piccione tru e il tacchino gulu gulu e il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio.... In radio c'è un agnello, in radio c'è un agnello e l'agnello bee e la capra meee e il cane bau bau, il gatto miao, e il piccione tru e il tacchino gulu gulu e il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio... In radio c'è una mucca, in radio c'è una mucca e la mucca moo, l'agnello bee e la capra meee e il cane bau bau, il gatto miao, e il piccione tru e il tacchino glu glu glu e il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio... In radio c'è anche un toro, in radio c'è anche un toro e il toro muu e la mucca moo l'agnello bee e la capra meee e il cane bau bau, il gatto miao, e il piccione tru e il tacchino glu glu glu e il gallo corococò e la gallina cò e il pulcino pio... In radio c'è un trattore, in radio c'è un trattore e il trattore bruum, il trattore bruum, il trattore bruum e il pulcino... (squeck) OH OH :)

ผัวทิ้ง เพลงลูกทุ่งสุดฮิต ประจำสัปดาห์
Intensive Watch /  Top 5 / 

มิวสิคเอ็มไทย Top 5 ประจำสัปดาห์นี้ เรามาติดตามความเคลื่อนไหว ในวงการ เพลงลูกทุ่ง กันบ้าง วันนี้ เราเลยขอนำชาร์ตจาก Intensive Watch บริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการข้อมูลการตลาดและ การวิจัย ได้จัดอันดับเพลงยอดนิยมจากการเปิดจริงของวิทยุและทีวียอดนิยมทุกช่อง เรามาดูกันว่า 5 เพลงลูกทุ่ง ที่ถูกเปิดมากที่สุด มีเพลงอะไรกันบ้าง (ชาร์ตประจำสัปดาห์ที่ 46/2014 -- 09.11.2014 - 15.11.2014) อันดับที่ 5 : ทนพิษความเศร้าไม่ไหว - หญิง ธิติกานต์ อาร์ สยาม อันดับที่ 4 : ขอโง่อีกสักครั้ง - แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม “ ควายบ้านอื่น กินฟางแล้วทำนา ควายบ้านนี้มองฟ้า กินน้ำตาแล้วทำใจ.....” ขอโง่อีกสักครั้ง เพลงลูกทุ่งหวานเศร้า เคล้าน้ำตาลูกผู้ชายที่ยอมเป็น “ควาย” ให้เธอหลอก เพลงใหม่จาก แจ๊ค ธนพล อาร์ สยาม อันดับที่ 3 : ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน - เอิ้นขวัญ วรัญญา เนื้อหาของเพลง ผีเสื้อใจร้ายกับดอกไม้ใจอ่อน นี้ สาวเอิ้นขวัญ บอกว่า ผีเสื้อ คือตัวแทนของผู้ชาย ดอกไม้ คือตัวแทนของผู้หญิง เป็นเหมือนการเปรียบถึงความรักของคนสองคน เมื่อคบกันจนเบื่อผู้ชายก็เป็นฝ่ายไป ปล่อยให้ผู้หญิงต้องเจ็บช้ำอยู่ฝ่ายเดียว อันดับที่ 2 : เมื่อไหร่จะพอ - เดือนเพ็ญ อำนวยพร อาร์ สยาม เมื่อไหร่จะพอ แนวเพลงลูกทุ่ง จังหวะกลางๆ ฟังง่าย ความหมายโดนใจทุกคำ ไพเราะด้วยเสน่ห์เสียงร้องที่คม ลึก ชัดเจน มีเสน่ห์เป็นธรรมชาติแบบฉบับตัวแม่ สมกับฉายา "หมอลำสาวเสียงเด่น" เดือนเพ็ญ อำนวยพร อันดับที่ 1 : ผัวทิ้ง - กล้วย คลองหอยโข่ง "ผัวทิ้งค่ะ หนูโดนผัวทิ้ง เจ็บจริงไรจริงพี่น่าจะรู้ น้ำตามันตกในท่วมหัวใจอยู่ พี่มาจีบหนู รักจริงหรือเปล่า " ผัวทิ้ง เพลง สำหรับผู้หญิงช้ำรัก ภาษาบ้านๆ ฟังง่ายๆ จากสาวปักษ์ใต้เสียงสวย กล้วย คลองหอยโข่ง สาวน้อย จาก อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เธอมาพร้อมกับความน่ารักน่าชัง และ "หรอยแรง” ตามสไตล์สาวปักษ์ใต้ จากอัลบั้ม สหภาพลูกทุ่ง ลองไปฟังกันดู และนี่ก็คือ 5 เพลงลูกทุ่ง ที่ถูกเปิดแอร์เพลย์ ทางคลื่นวิทยุมากที่สุด จากการจัดอันดับโดย Intensive Watch สัปดาห์หน้า มาติดตามกันต่อว่า เพลงไหน จะถูกจัดอันดับ 5 เพลงฮิตในรอบสัปดาห์ กับ มิวสิคเอ็มไทย Top 5

9 เรื่องห้ามที่ คู่รัก ห้ามทำ ในที่สาธารณะ !!!
คู่รัก /  ที่สาธารณะ / 

สาวๆหลายคน ที่มีแฟน อาจจะเคยพบปัญหา คู่รักตามที่สาธารณะที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมกันใช่มั้ยละคะ หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า นี่เหมาะหรือไม่เหมาะ ทำได้หรือไม่ได้ วันนี้เรามีคำแนะนำจากเวปไซต์ดีๆ จากต่างประเทศมาฝาก ที่แม้แต่ฝรั่งมังค่า เขาก็มองว่าไม่เหมาะสมด้วยนะเธอ ลองอ่านกันดู 1. ทะเลาะกันเสียงดัง อาจมีหลายครั้งที่คุณและแฟนต่างทำอะไรไม่ถูกใจกัน และเผลอทะเลาะกันเสียงดัง ยิ่งบางทีคุณสองคน ต่างก็มีอารมณ์กันทั้งคู่ นอกจากจะทำให้คนอื่นรู้สึกรำคาญ คุณยังทำให้ตัวเองและคุณแฟนอับอายกันเองด้วย ถ้าคุณอยากตะโกนด่าท่อกัน แนะนำว่าให้เป็นที่ส่วนตัวของคุณสองคนดีกว่า ให้บอกคุณแฟนไว้ว่า ใจเย็น อย่าเสียงดัง ไว้ค่อยคุย 2. ลูบ คลำ หอม จูบ เล้าโลม ลำพังการหอมแก้ม โอบ ระยะสั้นๆมันก็พอควรล่ะค่ะ สำหรับสังคมไทยเรา แต่ถ้าคุณจะทำอย่างครบรูปแบบล่ะก็ งานนี้ไม่ดีแล้วค่ะ ลองคิดดีๆว่า ถ้าคุณเห็นคู่รักนัวเนียกันตลอดเวลา คุณจะรู้สึกอย่างไรคะ แน่นอนค่ะว่ามีเม้าท์ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากโดนเม้าท์หรือเป็นขี้ปากคนอื่นก็ เก็บไว้ทำกันในที่ลับหรือบ้านดีกว่านะ 3. ทำร้ายความรู้สึกกันซึ่งๆหน้า เช่น การเรียกชื่อที่ไม่เหมาะสม หรือ ทำให้ คู่รัก ของคุณด้อยลงไป เช่น ทำไมเธอถึงจนแบบนี้ มีเงินหรือเปล่าเนี่ย หรืออะไรก็ตามที่ถ้าคุณคิดว่า ถ้าคุณฟังแล้วคุณจะรู้สึกไม่ดี ก็อย่าพูดในที่สาธารณะเลยค่ะ ทำร้ายกันเปล่าๆนะ อีกอย่าง คุณเองก็จะถูกมองไม่ดีด้วยนะ 4. บอกเลิก ไม่มีอะไรจะกระอักกระอ่วนไปกว่า การที่คุณต้องนั่งข้างๆคู่รักที่อยู่ในสถานการณ์มาคุ และพร้อมจะระเบิดตูม มันทำให้ทุกคนอึดอัดไปโดยปริยาย คู่รักขา คุณต้องเข้าใจนะคะว่า สถานที่สาธารณะ ไม่ใช่ของคุณคนเดียว โปรดสนใจความรู้สึกของคนอื่นด้วย ยิ่งการบอกเลิก ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับชีวิตคู่ของคุณ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการทะเลาะเสียงดัง หรือ ภาวะที่คู่รักอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้ อย่าได้ทำเด็ดขาด 5. มุ้งมิ้งเกินควร ทำเสียงเด็กน้อย คือถ้าไปทำเสียงมุ้งมิ้งในที่ที่ไม่ควร เช่น คุยโทรศัพท์กับแฟนในลิฟท์ .. " พี่หมู เค้าคิดถึงน้า เค้าอยากกอดตัวเอง บลาๆ " คุณขาาาาา มันไม่โอเคเลยค่ะ ถ้าคุณอยู่ในสภานที่ทีกว้างใหญ่ไพศาล คุณอาจจะทำมันได้ค่ะ ดูสถานที่ด้วยนะจ๊ะ 6. คุยทะลึ่ง ( Dirty Talk ) คุยทะลึ่งนี่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงเท่ากับการ สวนลามคุณแฟน ในที่สาธารณะเลยก็ว่าได้ ทางที่ดีเก็บไว้คุยตอนอยู่ที่บ้านเถอะจ้า ตอนเจอช่วยคุยเรื่องอื่นเถอะนะ 7. คุยกันถึงเรื่องส่วนตัวมากไป สาวๆเคยนั่งทานอาหารกับคนที่เขาคุยกันและเราไม่รู้เรื่องมั้ยคะ นั่นล่ะค่ะ มารยาทบนโต๊ะอาหาร หรือ เวลาคุณพาแฟนไปพบครอบครัว ถือว่าเป็นมารยาทเลยนะคะ คุณควรคุยเรื่องที่ครอบครัวของคุณรู้เรื่องด้วย การคุยเรื่องที่รู้กันเองสองคนนั้น "เสียมารยาท" มากนะจ๊ะ 8.อิจฉาออกนอกหน้า สาวๆเอ๋ย บางทีคุณก็อาจจะ หึงเรี่ยราดเกินไป เช่น เมื่อคุณไปซื้อของที่ร้านค้า แคชเชียร์ยิ้มให้แฟนคุณทีนึง คุณก็ออกปาก อิจฉา หรือ บ่นทันที การกระทำแบบนี้ จะทำให้ทั้งคุณและคุณแฟนมีอายแน่นอนค่ะ อย่าทำนะจ๊ะ  มีไรก็เก็บไว้ก่อน หรือ คุยกันเบาๆเป็นสัญญาณให้รู้ดีกว่า  และถ้าเกิดโมเม้นท์นี้บ่อยๆล่ะก็ รีบเปิดประเด็นคุยกันซะนะ 9.  อวดเรื่องของคนอื่น ต่อหน้าแฟน หลายครั้งที่เวลาคุณอวดเรื่องคนอื่น คนรอบข้างเขาได้ยินไงจ๊ะ ! เขาก็จะพากันตัดสินคุณทั้งคู่กันไปแล้ว ไม่ต้องอวดหรอกค่ะ การที่คุณมีแฟนอยู่เนี่ย มันก็ดีอยู่แล้วนะ อย่าเปรียบเทียบให้เสียเวลา หรือทำร้ายเขาอีกเลยนะ ที่มา allwomanstalk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

อันตราย! ผ้าอนามัยแบบสอด ทำสาวอังกฤษ โคม่า เกือบตาย
ผ้าอนามัย /  ผ้าอนามัยแบบสอด / 

คุณแม่ลูกสาม Joanna Cartwright ( โจแอนนา ) ในวัย 27 ปี สูญเสียความจำหลังจากฟื้นจากโคม่า เป็นเวลาถึง 8 วัน เธอถูกหามส่งโรงพยาบาลอย่างกระทันหัน เมื่ออยู่ๆ มีอาการชักและไม่สามารถหายใจได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เธอมีอาการ เป็นไข้ มือบวม และผิวหนังหลุดลอกเกิดขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ หลังจากโจแอนนา ถูกส่งตัวไปที่ห้องฉุกเฉิน หมอได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับอาการที่รุนแรงของเธอว่า เธอจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยประเภท Toxic Shock Syndrome นั่นคือ ภาวะการเกิดการช็อคอย่างเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากพิษของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึมเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้ระบบภายในร่างกายล้มเหลว และติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง เสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างมาก ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ เกิดจาก ผ้าอนามัยแบบสอด ที่อยู่ในร่างกายนานเกินไป ทำให้แบคทีเรียเติบโตและเข้าสู่ร่างกาย หลังจากที่ โจแอนนา ฟื้นคืนจากอาการโคม่าอย่างปาฎิหาร เมื่อเธอตื่นขึ้นมากลับจำอะไรไม่ได้เลย รวมถึงจำลูกๆของเธอไม่ได้ด้วย ต้องใช้เวลารักษาตัวอยู่พักใหญ่ เธอถึงค่อยๆได้ความจำกลับคืนมาบางส่วนเท่านั้น แต่นี่ก็นับเป็นปาฎิหารอย่างยิ่งที่เธอสามารถต่อสู้จากความตายได้ โดยปกติแล้ว การใช้ ผ้าอนามัยแบบสอด ไม่ควรทิ้งไว้ในร่างกายเกิน 4-6 ชั่วโมง เพราะอาจเกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ และทางที่ดี ให้เลือกแบบที่ซึมซับได้น้อยๆ เพื่อที่จะกระตุ้นให้เรารู้สึกต้องเปลี่ยนให้บ่อยขึ้น เพราะยิ่งทิ้งไว้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อไหร่ที่คุณผู้หญิงรู้สึกว่าป่วย หรือเป็นไข้ ในขณะที่ใช้ ผ้าอนามัยแบบสอด ให้รีบพบแพทย์ทันที และต้องแจ้งแพทย์ด้วยว่าคุณกำลังใช้ผ้าอนามัยแบบสอดอยู่ มีบทความเกี่ยวกับ แทมปอน หรือ ผ้าอนามัยแบบสอด เคยพูดถึงความเสี่ยงของการใช้ในสมัยก่อน สำหรับความกลัวแทมปอนมาจากอดีตอันไกลโพ้น คือเมื่อปี ค.ศ. 1980 หรือยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นมีการผลิตแทมปอนแบบพลังดูดซับสูงออกมาใหม่ๆแล้วมีหญิงสาวๆใช้แล้วมีไข้สูงทันทีทันใดเป็นจำนวนหลายร้อยคน และมีหลายสิบคนเสียชีวิต การสอบสวนโรคพบว่าการป่วยนั้นเกิดจากพิษของเชื้อบักเตรีชื่อสะแตฟฟิโลคอคคัส และเรียกชื่อโรคนั้นว่า toxic shock syndrome และพบว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นในช่องคลอดขณะใส่แทมปอนที่มีพลังดูดซับสูงและใส่ไว้นานเกิน 12 ชั่วโมงขึ้นไป บริษัทผู้ผลิตแทมปอนได้ถอนสินค้าออกไปจากตลาด เปลี่ยนวัสดุ ลดพลังดูดซับ และสอนผู้ใช้ให้รู้จักใช้อย่างถูกวิธี อุบัติการณ์ของ toxic shock syndrome ในหญิงมีประจำเดือนก็ลดลงจนเหลือต่ำกว่าหนึ่งต่อแสนในอเมริกาในปัจจุบัน (ข้อมูลเรื่อง ผ้าอนามัย จาก http://visitdrsant.blogspot.com) รู้อย่างนี้แล้ว ต่อไปนี้ สาวๆคงต้องหันมาให้ความสำคัญเรื่องสุขอนามัยเวลาเป็นประจำเดือนให้มากขึ้น เพราะมันไม่ใช่แค่ความสะอาดอีกต่อไป แต่มันอาจเกิด อันตรายถึงชีวิต ได้หากใช้อย่างไม่ถูกวิธี รายงานโดย Women Mthai Team ที่มาข่าวจาก http://www.mirror.co.uk วิธีใช้ผ้าอนามัย แบบสอด ผู้หญิงอยากใช้ แต่ใจไม่กล้า! วันนี้ Women Mthai รวบรวมประสบการณ์และวิธีการใช้ ผ้าอนามัยแบบสอด มานำเสนอแก่คุณสาวๆ วิธีใส่ผ้าอนามัย แบบใหม่ๆ กล้าใช้หรือเปล่า? (มีภาพประกอบ) ผ้าอนามัยแบบใหม่มีมากมายหลายรูปบบ บางคนก็อยากรู้อยากลองแต่ใช้ไม่เป็นนี่ซิจะทำยังไง เรามาเรียนรู้วิธีใช้ผ้าอนามัยกัน

แก๊งค์เสียงใสกลับมาแล้ว ในตัวอย่าง และ ใบปิดจาก Pitch Perfect 2
Glee /  Pitch Perfect / 

ภาคแรกทำเงินแบบเหนือความคาดหมาย เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกถ้าหากทางค่าย ยูนิเวอร์แซล จะเข็นภาคต่อออกมาอย่างรวดเร็ว สำหรับ Pitch Perfect 2 หนังที่ได้อารมณ์แบบ Step Up เวอร์ชั่นร้องเพลง นำทีมโดยนักแสดงสาวที่กลับมาจากภาคแรกอย่าง แอนนา เคนดริค ร่วมด้วยทีมนักแสดงชุดเก่าอย่าง สกายล่า แอชติน และ เรเบล วิลสัน รวมถึงนักร้องคนใหม่ที่จะเข้ามาในวงอย่าง เฮลี่ สเตนเฟล ที่เราเพิ่งได้ยินเสียงเธออย่างไพเราะไปใน Begin Again กับบทลูกสาวของพระเอกนั่นเองครับ ซึ่งภาคนี้หนังได้นักแสดงสาวอย่าง เอลิซาเบ็ธ แบงค์ มานั่งแท่นกำกับ โดยตัวอย่างแรก และ ใบปิดก็เป็นการเผยถึงน้ำจิ้มว่าภาคนี้ ทีมของ นางเอก ของเราจะไปแข่งร้องเพลงเป็นการประกวดระดับโลก ไม่ใช่เพียงระดับประเทศแบบภาคแรกอีกต่อไปแล้ว หนังยังมีเสียงเพลงที่เพราะ และ มุกตลกฮาๆ โดยเฉพาะมุกปิดท้ายในตัวอย่างเช่นเคย หนังมีคิวฉายไทย 14 พ.ค. ปีหน้า ใครชอบภาคแรกก็รอติดตามกันได้ครับ

ลักพาตัว ค้ามนุษย์ แบบมีใบเซอร์ มีอาการทางจิตยินดีเปลี่ยนคืน!!!
ค้ามนุษย์ /  ผู้หญิง / 

เรื่อง ลักพาตัว อาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไกลตัว จากเราๆ แต่ในหลายๆ ประเทศ มีคดีลักพาตัว และ คนหาย เกิดขึ้นทุกวัน  แล้ว ชีวิตของเหยื่อเหล่านั้น หลังจากถูกจับไปล่ะ จะเป็นอย่างไร และนี่คือ เรื่องจริง ข่าวสะเทือนขวัญล่าสุด จากประเทศจีน... (ภาพที่ใช้เป็นเพียงภาพประกอบ ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา) เมื่อกลางดึกวันที่ 21 พ.ย.  57 ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐบาลจีน ได้จู่โจมเข้าจับกุม ผู้ต้องสงสัยในคดี  ค้ามนุษย์ ทั้ง 8 คน พร้อมหัวหน้าแก๊งค์  หลังติดตามสืบคดีของ 2 แก๊งค์ค้ามนุษย์ มาพักใหญ่ ณ บ้านของนายหยาน มณฑลอานฮุย ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นที่กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืน และค้ามนุษย์  พบหลักฐาน คือ หญิงสาวผู้เป็นเหยื่อไม่ระบุจำนวน ที่ถูกนายกง นายจาง และ นายซู่ ลักพาตัวมาจากย่าน หนานจิง ซูโจว เหอเฝย เปียงปู้และจากเมืองใกล้เคียง ถูกกักขังอยู่ภายในห้องมืดในส่วนหลังบ้าน หญิงสาวทั้งหมดอาศัยอยู่รวมกันในห้อง 2 ห้องที่ไม่มีไฟ ไม่มีหน้าต่าง  เพื่อรอลูกค้ามาเลือกซื้อตามความพอใจ the China Youth Daily หนังสือพิมพ์แห่งพรรคคอมมิวนิสต์ยุวชน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เหยื่อผู้หญิงที่ถูก  ลักพาตัว มา จะถูกนำมาจำหน่ายต่อในราคา 10,000 หยวน - 20,000 หยวน ต่อคน (คิดเป็นเงินไทยราว 50,000 กว่าบาท - 100,000 กว่าบาทโดยประมาณ) ส่วนเงินที่ได้มา ก็จะนำมาแบ่งรายได้กันภายในแก๊งค์ โดย คนที่ทำหน้าที่ลักพาตัวจะได้ส่วนแบ่งเป็นจำนวนมากที่สุด และหากเหยื่อสาวคนใดมีอาการทางจิต ลูกค้าเหล่านั้นสามารถนำมาแลกเปลี่ยนคืนสินค้าได้ ตามสัญญาการขายจากแก๊งค์ค้ามนุษย์แก๊งค์นี้ จากการบุกเข้าค้นบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐบาลจีนพบหลักฐานมัดตัวผู้ต้องสงสัยอย่างแน่นหนา เช่น รายชื่อและเบอร์โทรลูกค้า สัญญาการซื้อ - ขาย ซึ่งได้ระบุเงื่อนไข ข้อมูลการลักพาตัวหญิงสาว และ ราคาค่าตัวเหยื่อ สำหรับการซื้อขายหญิงสาวบางรายถึงขั้นมีใบรับรองว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ผ่านการศัลยกรรมใดใดทั้งสิ้น ซึ่งทางผู้จำหน่ายไม่รับผิดชอบในกรณีอื่นๆ และตกลงซื้อขายกันในราคา 16,000 หยวน (คิดเป็นเงินไทยราว 86,000 บาท โดยประมาณ) ลงชื่อ นายหยาน หลังการเข้าช่วยเหลือ 1 ในเหยื่อแก๊งค์โหดได้ให้ปากคำว่า พวกเธอถูกทุบตีบังคับให้ค้าประเวณี อีกทั้งยัง ถูกข่มขืนและรุมโทรม โดยเหล่าสมาชิกของแก๊งค์ และ ชายผู้ที่มาใช้บริการ ทั้งนี้โดยมีกฎว่า ข่มขืนได้ แต่ห้ามทำให้พวกเธอตั้งท้อง มิฉะนั้นจะไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งจากการขายพวกเธอ เจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งได้กล่าวว่า เหตุที่ทำให้ใช้เวลานานในการสืบค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัย เนื่องจาก บ้านของนายหยานหลังนี้ซ่อนตัวอยู่ในทุ่งนา และ ฟาร์มเลี้ยงปลา อีกทั้งยังไกลจากที่พักอาศัยอื่นๆ ออกไปถึง 500 เมตร ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนี้บ้าง วิธี พลิกสถานการณ์ หากเกิดเหตุการณ์ ลักพาตัว ขึ้นกับเรา 1. สติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 2.ปลอดภัยไว้ก่อน ระแวดระวังตัวอยู่เสมอ ถึงแม้จะเป็นสถานที่ที่เราคุ้นเคย ก็ตาม 3. หัดสังเกตสถานการณ์ รอบๆ ข้าง ใครทำอะไรอยู่ ตรงไหนบ้าง ในสถานที่ที่เราอยู่ 4. หลีกเลี่ยงการเดินในที่เปลี่ยว  ยามวิกาล  หากจำเป็นควรมีเพื่อนร่วมทาง และ ไม่ควรใช้โทรศัพท์ขณะอยู่คนเดียว 5. หากเกิดเหตุ ควรส่งเสียงร้องให้ช่วยทันที หรือ หาวิธีที่สามารถเรียกความสนใจจากคนละแวกนั้น เพื่อขอความช่วยเหลือได้ 6. หาวิธีที่ทำให้ คนร้ายชะงัก แล้วรีบฉวยโอกาสหนีให้เร็วที่สุด โดยใช้ของใกล้ตัว อย่าง เป้หรือกระเป๋าถือของสาวๆ ทั้งหลาย 7. มองหาทางหนีที่ไล่ที่ใกล้ที่สุด และ เข้าไปอยู่ในที่ที่มีคนให้มากที่สุดเข้าไว้ เพื่อขอความช่วยเหลือได้ทัน เราลองมาดูคลิป สอนการป้องกันตัว จาก เหตุ ลักพาตัวกัน ที่มาจาก the China Youth Daily เรียบเรียงโดย Women MThai Team

10 อันดับคนดัง ที่ตัวตาย แต่สร้างรายได้มหาศาล
10 อันดับคนดัง /  ข่าว / 

MThai News รวบรวม 10 อันดับคนดัง คนเก่งหลากหลายวงการ ที่แม้เค้า และเธอเหล่านั้น จะไม่มีลมหายใจหลงเหลืออยู่ แต่ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลอยู่ในปัจจุบัน มหาเศรษฐีในโลกนี้ล้วนแล้วแต่จะต้องเป็นคนเก่ง คนดัง หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่มีบทบาทต่อสังคมเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ามูลค่า หรือรายได้ที่เค้าได้รับต่อปีนั้นมหาศาล แต่มหาเศรษฐีอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ที่ไม่ใช่คนดัง คนเก่ง หรือคนมีอิทธิพล แต่กลับเป็น 'คนตาย' ที่แม้ตัวตนจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ชื่อเสียง และความสามารถในขณะมีลมหายใจ ยังคงสร้างรายได้อย่างมหาศาลในปัจจุบัน เค้าและเธอเหล่านั้นจะเป็นใครกันบ้าง และแต่ละคนสร้างรายได้มหาศาลขนาดไหน ไปเริ่มกันเลยครับ อันดับที่ 10 บรู๊ซ ลี เสียชีวิตเมื่อ 7 กค. 2516 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 290 ล้านบาท บรูซ ลี หรือ หลี่ เสี่ยวหลง เกิดที่ซานฟรานซิสโก เป็นดาราจีนที่โด่งดังระดับฮอลลีวูด ด้วยความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แบบจีทคุนโด้ แถมยังสามารถสามารถพูดอังกฤษ จีน ญี่ปุ่นได้ และยังเป็นแชมเปี้ยนเต้นชะชะช่า ในปี 1997 โดยที่นิตยสารเอ็มไพร์จัดอันดับให้เขาเป็นหนึ่งใน 100 ดารานำตลอดกาล ซึ่งปัจจุบันเขายังคงสร้างรายได้จากภาพยนตร์ รวมถึงคาแรคเตอร์ในเกมส์อีกด้วย อันดับที่ 9 ธีโอดอร์ ซัส กีเซล เสียชีวิตเมื่อ24 กย. 2534 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท ด็อกเตอร์ ซุส หรือ ธีโอดอร์ ซัส กีเซล นับเป็นนักเขียนหนังสือเด็กชาวอเมริกันที่คนไทยหลายคนรู้จักกันดี เพราะมีผลงานดัง ๆ หลายเรื่อง เช่น Green Eggs and Ham, The Cat in the Hat และ How the Grinch Stole Christmas ผลงานของเขาได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับตัวเขาเอง ที่ถือเป็นแบบอย่างของนักอ่านนักเรียนรู้ที่ดีมาก ๆ ถึงขนาดที่สหรัฐอเมริกาได้จัดให้ทุกวันที่ 2 มีนาคม หรือวันเกิดของ ด็อกเตอร์ ซุส เป็นวันอ่านหนังสือของชาติเลยทีเดียว อันดับที่ 8 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมย. 2498 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 350 ล้านบาท อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิส และอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 โดยปัจจุบันเขายังสามารถสร้างรายได้จากผลงานวิทยาศาตร์ที่คิดค้นขึ้นมากว่า 300 ชิ้น อันดับที่ 7 จอห์น เลนนอน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ธค. 2523 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน หรือจอห์น เลนนอน ที่เราคุ้นเคย มือกีต้าร์แห่งวงสี่เต่าทอง เดอะบีทเทิลส์ ซึ่งเนื้อเพลงของเขาจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด เลนอนเกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ในปี พ.ศ. 2483 ได้แต่งงานครั้งแรกกับ ซินเทีย โพวเวลล์ 23 สค. พ.ศ. 2505 และแต่งงานครั้งที่สองกับนักร้องชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโน่ เมื่อวันที่ 20 มีค. พ.ศ. 2512 เลนนอนถูกฆาตกรรมในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่เขายังสามารถมร้างรายได้จากบทเพลงที่เขาแต่งขึ้นมากกว่า 100 เพลง อันดับที่ 6 มาริลิน มอนโร เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 สค. 2505 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 380 ล้านบาท มาริลิน มอนโร เดิมชื่อ นอร์มา จีน มอร์เทนสัน นักแสดง นักร้อง นางแบบชื่อดัง ชาวอเมริกัน โดยภาพยนตร์เรื่อง The Seven Year Itch (1955) มีฉากที่เป็นอมตะของเธอที่ถูกลมพัดจนกระโปรงขึ้นมา เธอเสียชีวิตที่ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยแม่บ้านเป็นผู้พบเธอนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงในห้องของเธอ เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด ซึ่งยังมีผู้พบเห็นวิญญาณของเธออยู่บ่อยครั้ง อันดับที่ 5 บ๊อบ มาร์เลย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พค. 2524 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 660 ล้านบาท โรเบิร์ต บ็อบ เนสตา มาร์เลย์ หรือบ๊อบ มาร์เลย์ นักร้องเร็กเก้ชาวจาเมกาที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงสูงสุดในโลกคนหนึ่ง เริ่มมีผลงานในปีค.ศ. 1963 กับกลุ่มเวลเลอร์ (The Wallers) และเขายังได้รับให้เป็นศิลปินที่ขายดีที่สุดทั้งอัลบั้ม และซิงเกิลกว่า 75 ล้านก๊อปปี้ และเป็นต้นตำหรับคำว่า Rastafari และการร้องผสมผสานดนตรีของเขากับที่มีความรู้สึกถึงจิตวิญญาณอย่างแท้จริง อันดับที่ 4 อลิซาเบธ เทย์เลอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มีค. 2554 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 725 ล้านบาท นักแสดงอังกฤษ-อเมริกัน ที่เกิดในอังกฤษ เป็นที่รู้จักในด้านบทบาทการแสดงอันจัดจ้าน และความงาม เช่นเดียวกับการใช้ชีวิตแบบฮอลลีวูด เธอแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง เธอได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม 2 ครั้ง รางวัลออสการ์เกียรติคุณ 1 ครั้ง รางวัลลูกโลกทองคำ 2 ครั้ง เธอเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อันดับที่ 3 ชาร์ล ชูลต์ส เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กพ. 2543 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,320 ล้านบาท นักเขียนการ์ตูนชื่อดังเรื่อง 'พีนัทส์' (Peanuts) หรือ สนู้ปปี้กับแก๊งเพื่อน โดยเขามีผลงานการ์ตูนที่ลงตีพิมพ์ไปยังประเทศต่างๆ 77 ประเทศ หนังสือพิมพ์อีก 2,600 ฉบับ ซึ่งการ์ตูนต้นฉบับของเขาตอนสุดท้ายก็ถูกเผยแพร่ออกมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปี 2000 ซึ่งออกมาหลังจากที่เขาเสียชีวิตแค่คืนเดียวเท่านั้นเอง อันดับที่ 2 เอลวิส เพรสลีย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 สค. 2520 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 1,800 ล้านบาท นักดนตรี และนักแสดงชาวอเมริกัน เขาถือเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ทั้งเป็นที่รู้จักในฉายา 'ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์' หรือเรียกสั้น ๆ ว่า 'เดอะคิง' เขาถือเป็นนักร้องแนวป๊อปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง โดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ 14 ครั้ง ซึ่งเขาได้รับ 3 ครั้ง และเขายังมีชื่ออยู่ในหอเกียรติยศ 4 ครั้ง อันดับที่ 1 ไมเคิล แจ๊กสัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มิย. 2552 ทำรายได้ในปีนี้ไปแล้วกว่า 4,620 ล้านบาท ราชาเพลงป็อป ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในระดับอาชีพด้านดนตรีตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเดอะแจ็กสันไฟฟ์ ในปี 1969 และเริ่มมีผลงานเดี่ยวในปี 1971 ในปี 1982 มีผลงานอัลบั้มที่ชื่อ Thriller ซึ่งถือเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล[4] และสี่อัลบั้มเดี่ยวที่เหลือก็ยังถือว่าเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดอัลบั้มหนึ่ง ติดตามอ่าน สกู๊ปข่าวทั้งหมด คลิ๊กเลย>>>>>>> MThai News

การ์เซีย ดึงอดีตมือ1เทนนิสโลกเป็นแคดดี้ศึกไทยแลนด์กอล์ฟ
การ์เซีย /  คาธาริน่า / 

เซอร์จิโอ การ์เซีย โปรกอล์ฟชื่อดังจากสเปน เตรียมควง ฮวน คาร์ลอส เฟอร์เรโร่ อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลกเพื่อนซี้ร่วมชาติมาเป็นแคดดี้แบกถุงให้ในการลงป้องกันแชมป์ ไทยแลนด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่สนามอมตะ สปริง คันทรี คลับ จังหวัดชลบุรี โดย เซอร์จิโอ การ์เซีย โปรกอล์ฟมือ 6 ของโลกชาวสเปนจะกลับมาแข่งขันที่สนามอมตะ สปริง คันทรี คลับ เป็นครั้งที่ 4 หลังจากคว้าแชมป์เมื่อปีก่อนด้วยการชนะคู่แข่ง 4 สโตรก ซึ่งครั้งที่ผ่านมา การ์เซีย มี คาธาริน่า เบอห์ม แฟนสาวชาวเยอรมันเป็นแคดดี้ให้ แต่ปีนี้เจ้าตัวสินใจจ้าง ฮวน คาร์ลอส เฟอร์เรโร่ เพื่อนซี้ซึ่งมีดีกรีเป็นอดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลก ที่แขวนแร็กเก็ตไปแล้วมาเป็นคนแบกถุงให้ การ์เซีย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ผมเคยลงเล่นกอล์ฟกับ ฮวน คาร์ลอส เฟอร์เรโร่ มาหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยเป็นแคดดี้ให้ผมมาก่อน เราเพิ่งคุยกันเรื่องนี้ และเราตัดสินใจร่วมงานกันเลย เขาตื่นเต้นมากที่จะได้มาแบกถุงให้ผม ส่วน คาธาริน่า ก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอยอมหลีกทางให้ และจะคอยให้กำลังใจผมข้างสนาม การมีเพื่อนมาช่วยแบกถุงให้ช่วยได้มาก ทำให้สนุกกับเกมกอล์ฟ และมีช่วงเวลาที่ดีกับเพื่อนสนิท สำหรับการแข่งขันไทยแลนด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกจากเป็นรายการก่อนทัวร์นาเมนต์สุดท้ายในโปรแกรมเอเชียน ทัวร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลุ้นอันดับทำเงินรางวัลสะสม หรือออร์เดอร์ ออฟ เมอริต รายการนี้ยังได้รับการบรรจุให้เป็นหนึ่งใน ดิ โอเพ่น ควอลิฟายอิง ซีรีส์ เพื่อชิงสิทธิ์เข้าไปเล่นในรายการเมเจอร์ ดิ โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ส ในปีหน้า โดยมีโควตาให้ 4 ที่จากรายการนี้