ฉันเป็นแฟนเธอแล้ว เธอเป็นแฟนใคร

นิยายต่างประเทศน่าอ่าน And Then There Were None
นิยาย /  นิยายต่างประเทศ / 

นิยายต่างประเทศน่าอ่าน And Then There Were None นี้แต่งโดย  เจ้าแม่นวนิยายสืบสวนสอบสวนชื่อดังอย่าง Agatha Christie ผู้ซึ่งได้เป็นแรงบัลดาลใจให้หลายๆ คนในการแต่งเรื่องแนวนี้ อย่างเช่น เรื่องคินดะอิจิ กับ คดีฆาตรกรรมปริศนา ก็ได้กลิ่นอายมาเช่นกัน (คนที่เป็น สาวก คินดะอิจิ กับ โคนัน เนี้ยห้ามพลาดเลย อิอิ ) โดยเล่มแปลภาษาไทยออกมาด้วนคะ ชื่อเรื่องว่า "ตายยกเกาะ" หลายต่อหลายคนนกให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ต้องอ่าน! เรพาะมันสนุกมากทีเดียว ส่วนเรื่องราวจะเป็ฯอย่างไร ติดตามกัน .. นิยายต่างประเทศน่าอ่าน And Then There Were None Agatha Christie (อกาทา คริสตี) ได้รับสมญานามว่า "ราชินีแห่งนวนิยายอาชญากรรม" และเป็นผู้ที่ได้รับการบันทึกจากกินเนสต์บุ๊คว่า เป็นนักเขียน ที่มียอดขายหนังสือมากที่สุดในโลก ตัวละครนักสืบที่โด่งดังของเธอ อาทิเช่น แอร์กูล ปัวโร, เจน มาร์เปิ้ล นอกจากนี้ องค์การยูเนสโก ยังได้ระบุว่า คริสตี เป็นนักเขียนที่มีผลงานแปลมากที่สุดในโลก เป็นรองแต่เพียงงานของวอลต์ ดิสนี่ย์ โปรดักชั่น เท่านั้น คริสตียังมีผลงานนวนิยายโรแมนติกในนามปากกาว่า Mary Westmacott อีกด้วย โดยนิยายต่างประเทศน่าอ่าน And Then There Were None นี้มียอดขายมากกว่า 100,000,000 เล่ม เรื่องราวของคน 10 คนที่จู่ๆก็มีคนลึกลับนามว่า โอเว่น ได้ชักชวนให้ไปพักยังเกาะอินเดียนกลางทะเล  และเผชิญกับเรื่องราวไม่คาดฝัน หลังจากนั้นคนทั้งหมดก็ทยอยตายไปทีละคนจนหมด

เผยรายชื่อทีมงานและนักพากย์ Hanayamata พร้อมฉายฤดูร้อนปีนี้
Hanayamata

หลังจากข่าวประกาศได้ทำเป็นอนิเมะของมังงะ Hanayamata หรือชื่อไทยว่า “บุษบาภาษาศิลป์” ก็นานพอควร ล่าสุดตอนนี้เว็บไซต์หลักของอนิเมะเอง ก็ได้ประกาศทีมงานและนักพากย์ออกมาแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รวมถึงยังบอกอีกว่าตัวอนิเมะนั้นมีกำหนดฉายอยู่ในช่วงฤดูร้อนปีนี้จ้า Sekiya Naru พากย์โดย Ueda Reina เด็กสาวธรรมดาในทุกๆ ด้านอยากเปลี่ยนแปลงตนเอง ได้พบเข้ากับสาวผมทองกำลังร่ายรำ “Yosakoi”ทำให้เธอหลงใหลจนตั้งชมรม Yosakoi ขึ้นมา Hannah N. Fontanstand พากย์โดย Tanaka Minami เด็กสาวชาวต่างชาติ อยู่ชั้นมัธยมต้นปีที่ 2 เหมือนกับ Naru อีกทั้งยังเป็นสาวคนเดียวกับที่ Naru ได้พบกันคืนนั้นอีกด้วย และร่วมตั้งชมรม Yosakoi ขึ้นมากับ Naru Sasame Yaya พากย์โดย Okuno Kaya เพื่อนสนิทของ Naru ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นประถม สนุกกับชีวิตวัยรุ่น เคยเป็นมือกลองมาแล้ว เข้าร่วมชมรม Yosakoi แต่แค่เพียงในนามเท่านั้น ที่บ้านเป็นร้านโซบะ Nishigomon Tami พากย์โดย Ootsubo Yuka อยู่ ม.ต้นปี 3 เพื่อนสมัยเด็กของ Naru อีกทั้งยังเป็นรองประธานนักเรียนอีกด้วย เธอชื่นชม Naru มากในวัยเด็ก เป็นคนเงียบๆ เข้าชมรม Yosakoi จากการชวนของ Naru Tokiwaza Machi พากย์โดย Numakura Manami ประธานนักเรียนที่ไม่อนุญาตให้ Hana กับคนในชมรมใช้ดาดฟ้าเป็นสถานที่ทำกิจกรรมถึงเธอจะเข้มงวดกับกฏระเบียบแต่ก็ อ่อนโยนและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันกับ Tami ทีมงานสร้าง Director : Atsuko Ishizuka Series Composition: Reiko Yoshida Script: Reiko Yoshida Music: monaca Original creator : Sou Hamayumiba Character Design: Atsuko Watanabe Hanayamata เป็นเรื่องราวของ Sekiya Naru เด็กสาวธรรมดาในทุกๆ ด้าน ผู้หลงใหลในเทพนิยายและกำลังอยากเปลี่ยนแปลงตนเอง จนวันหนึ่งเธอได้พบเข้ากับสาวผมทองกำลังร่ายรำ “Yosakoi” ใต้แสดงจันทร์และเกิดหลงใหล จนร่วมกันตั้งชมรม Yosakoi ขึ้นมา แต่การตั้งชมรมนั้นจำเป็นต้องมีสมาชิก 4 คนขึ้นไป พวกเธอจะสามารถตั้งชมรมสำเร็จหรือไม่!? อาจารย์ Hamayumiba Sou เขียนเรื่องนี้ลงอยู่ในในนิตยสาร Manga Time Kirara Forward ตั้งแต่ปี 2011 ฉบับรวมเล่มเล่มที่ 4 ออกมาเมื่อมกราคม 2014 ส่วนของไทยเรื่องนี้ลิขสิทธิ์โดยรักพิมพ์สามารถหามาอ่านกันได้นะ credit : akibatan

The Heirs หยุดหัวใจ...นายไฮโซ  [พากย์ไทย] E1-2
The /  Heirs

เรื่องราวของเหล่าทายาทผู้ครอบครองวงการธุรกิจเกาหลี นักเรียนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะบงการทุกอย่างในชีวิตได้ เว้นก็แต่เรื่องของความรัก คิม ทัน (ลี มินโฮ) เป็นทายาทของเอ็มไพร์กรุ๊ป ซึ่งไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในความจริงแล้วมันกลับเหมือนกับการถูกไล่ไปมากกว่า เมื่อ คิม วอน (ชเว จินฮยอก) พี่ชายของเขากลับมาที่บ้านจะกลับมาเพื่อแย่งชิงธุรกิจของที่บ้านไป ขณะที่เขาอยู่ที่อเมริกา คิม ทัน ผู้หยิ่งยโส เอาใจตัวเองเป็นใหญ่ ได้เจอกับ ชา อึนซอง (ปาร์ค ชินฮเย) ซึ่งเธอมาตามหาพี่สาวของเธอ เขารู้สึกว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็นลูกของแม่บ้านของที่บ้านเขานั่นเอง และเขายังต้องมาเจอคู่แข่งความรักกับ ชเว ยองโด (คิม วูบิน) ที่ตกหลุมรักอึนซองเหมือนกัน เขาเป็นทายาทรีสอร์ทยักษ์ใหญ่ ที่มีไอคิวเป็นเลิศแต่กลับใช้ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ ผู้เป็นพี่ชายของคู่หมั้น ยูราเชล (คิม จีวอน) ที่ตามกลับมาเกาหลี สาวสวยผู้นำแฟชั่นและคิดว่าไม่มีอะไรที่เธออยากได้แล้วไม่ได้

ควงออกสื่อครั้งแรก! หนาม หอบดอกไม้ยินดี จุ๋ย
จุ๋ย วรัทยา /  หนาม รวิ / 

หวานชื่นจริงๆ สำหรับคู่ของสาวหน้าคม จุ๋ย วรัทยา ที่ยอมควงแฟนนักธุรกิจหนุ่ม หนาม รวิ ธนดล เปิดตัวออกสื่อครั้งแรก ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 12 Complex ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของเธอเอง กับการลงทุนสูงถึง 7 หลักและยังได้หวานใจมาช่วยออกแบบแพ็คเกจสินค้าให้ด้วย และในงานนี้ หนุ่มหนาม หอบดอกไม้ช่อโตมาร่วมแสดงความยินดี พร้อมยืนจับมือกระหนุงกระหนิงให้สื่อถ่ายรูปแบบไม่มีเขินอาย!! จุ๋ย "เปิดตัวธุรกิจตัวใหม่ 12 Complex ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักนั่นเอง เดี๋ยวจะเห็นในการเปิดตัวกล่องซึ่งพี่หนามเป็นคนออกแบบให้จุ๋ยเอง" หนาม "ภูมิใจครับ ก็เลยมาแสดงความยินดีด้วยครับ ไม่ใช่ธุรกิจร่วมกัน เป็นของจุ๋ยและพาร์ทเนอร์ล้วนๆ ครับ ผมแค่ช่วยดูไดเรคชั่นนิดหน่อย ไม่ได้เยอะอะไร" จุ๋ย "ช่วยออกแบบหน้ากล่อง เป็นสีขาว มีรูปตัวจุ๋ย มีสัญลักษณ์ของสิ่งที่จะลดน้ำหนัก หน้ากล่องพี่หนามเป็นคนออกแบบให้ค่ะ แกมบังคับ" หนาม "เต็มใจอยู่แล้วครับ ผมยังไงก็ช่วยเค้าอยู่แล้วครับ มันไม่ได้เยอะอะไรมากมาย ไม่ได้ใช้เวลาอะไรเยอะ โปรดักซ์มันดีออกแบบยังไงก็ดีอยู่แล้วครับ" จุ๋ย "ให้พี่หนามลองทานแล้วค่ะ" หนาม "ทานแล้วดีครับ น้ำหนักลดลงมานิดหนึ่ง เพิ่งเริ่มทานครับ" จุ๋ย "ลงทุนไป 7 หลัก ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้บุ่มบ่ามอะไร พอตัวคอลลาเจนไปได้ดี เราก็เอาเงินส่วนนั้นมาลงทุนต่อ แต่จริงๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดไว้อยู่แล้ว แต่มันต้องใช้เวลานานเนื่องจากต้องใช้กับผู้ที่ใช้จริง 100 คน มีการปรับสูตรให้เหมาะกับคนไทยด้วย และงานวิจัยต่างๆ ต้องเอามาซับพอร์ทด้วย งานนี้มีพาร์ทเนอร์ค่ะ แต่จุ๋ยเป็นหุ้นใหญ่อยู่แล้ว โชคดีที่มีเพื่อนสนิท คนดูแพ็คเกจอย่างพี่หนามช่วยเราด้วยค่ะ กับพี่หนามไม่กล้าเก็บตังค์ค่ะ ให้ฟรีเลย" หนาม "เป็นหนูทดลองให้เค้าครับ" จุ๋ย "ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมาก็บรรยากาศดี อากาศดีค่ะ ไปเจอพี่อ้อม ไม่โรแมนติกหรอกค่ะ รีบๆ หาแต่ของฝาก ไม่ใช่ทริปแรก แต่เราไปเวลาแปปเดียว เวลาไม่เยอะที่จะพักผ่อน เป็นคนไม่สวีทอยู่แล้ว ชอบไปเที่ยวกันเยอะๆ ชอบมีทุกคนร่วมทริปด้วยค่ะ" หนาม "ไม่ได้ทำอะไรเซอร์ไพร้ส์จุ๋ยเลยครับ จริงๆ แล้วผมมีเพื่อนอยู่ญี่ปุ่นเยอะเหมือนกัน ก็ไปเจอเพื่อนครับ" จุ๋ย "ถือโอกาสขอแต่งงานเลยมั้ยที่ญี่ปุ่น ก็ยังค่ะ อีกไกลค่ะ" หนาม "ยังครับ ตอนนี้จุ๋ยยังหมกมุ่นกับธุรกิจ" จุ๋ย "บอกว่าหมกมุ่นคือเอาเวลาไปทำงานซะเยอะ เป็นการว่าออกสื่อเล็กน้อย" หนาม "ไม่น้อยใจหรอกครับ ผมภูมิใจที่เค้าชอบทำงาน คือเค้ายุ่งมากอยู่แล้ว และยังมีงานอื่นเพิ่มมาก็ดีใจกับเค้าด้วยครับ เรื่องแต่งก็น่าจะอีกสักพักเลยครับ มันไม่มีเวลาที่พร้อมหรือไม่พร้อม มันแค่จังหวะที่ใช่" จุ๋ย "ยังไม่เจอผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเลยค่ะ ยังไม่มีเวลาเลย แต่คือทั้งหมดคุณพ่อคุณแม่รับรู้ทั้งสองฝ่าย แต่จะเจอพี่ๆ พี่หนามเจอพี่ชายจุ๋ยแล้ว จุ๋ยก็เจอพี่สาวพี่หนามแล้วค่ะ คุณพ่อคุณแม่จุ๋ยเจอยากนิดนึงเพราะอยู่ต่างจังหวัด เลยไม่ค่อยได้มากทม.เท่าไหร่ ตัวพี่หนามเองก็ยุ่งมาก จุ๋ยเองก็ยุ่งมาก เลยไม่มีเวลาเจอกันค่ะ เวลาว่างของจุ๋ยคือต้องรู้ใกล้ๆ งานมันกระชั้นเข้ามา ไม่ได้ไปตามแพลน เลยต้องเอางานก่อน แล้วค่อยวางแผนเที่ยวเมื่อมีวันหยุดจริงๆ" หนาม "ผมก็โอเคครับ ผมไม่ได้เน้นพักผ่อนอะไรมาก เจอเค้าบ่อยขึ้นก็ดีครับ ไปญี่ปุ่นเค้าก็ซื้อของเยอะ เป็นของจำเป็นครับอยู่วงการนี้ ไม่ได้เป็นเสี่ยควักกระเป๋าครับ นิดหน่อย จุ๋ยเค้าดูแลตัวเองได้ ไม่ได้เหมือนสายน้ำผึ้ง คนละเรื่องเลยครับ ตอนนี้ก็แฮปปี้ดี ข่าวที่ว่าหวงจุ๋ยชอบลงรูปคู่พระเอก อันนี้ก็ลงได้ แต่รูปเราบ้างก็ดี ไม่ได้น้อยใจ แค่แซวๆ นิดหน่อย" จุ๋ย "มีรูปคู่แต่ไม่ค่อยได้ลงไง เขินด้วย และเราก็ไม่รู้ว่ามันจะหวานไปหรือเปล่า ก็เหมือนเกรงใจคนที่ตาม IG เราด้วย เอาให้เป็นเรื่องงาน เรื่องเพื่อนด้วยดีกว่า มีหลากหลาย รูปคู่พี่หนามก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้บังคับ ตามเหตุการณ์ค่ะ เค้าก็เข้าใจว่าถ้าลงเยอะไปเดี๋ยวจะเลี่ยน เป็นคนแบบนี้อยู่แล้วค่ะ" จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม

10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์
10 อันดับ /  ประวัติศาสตร์ / 

สิ่งของ มนุษย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ล้วนก็มีที่มา จุดกำเนิดด้วยกันทั้งสิ้น .. นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา หรือคนหลายกลุ่มต่างก็ค้นคว้าหาข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันมากมาย ไม่ว่าจะผ่านไปนานเป็นสิบ ร้อย พัน หรือหมื่นปี ผู้คนก็ยังคงให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์กันเรื่อยมา แต่! เรื่องราวในประวัติศาสตร์บางเรื่องที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆอ่านกันนี้ เป็น 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ จะมีเรื่องอะไรบ้างตามมาเลยคะ ^^ 10 ข้อเท็จจริงที่หายไปในประวัติศาสตร์ 10.โทมัส อัลวา เอดิสัน ไม่ใช่คนประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ในความเป็นจริงแล้ว โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับเอดิสันอีกว่า  สิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาและจดสิทธิบัตรเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม 9. เธอคือโป๊บ ? เพื่อนๆเคยดูภาพยนตร์เรื่อง เธอคือโป๊บ (Pope Joan) ที่สร้างจากเค้าโครงในตำนาน (โดยเนื้อเรื่องเอามาจากนิยาย) กันบ้างรึเปล่าคะ เป็นเรื่องราวในตำนานของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นพระชายและไปกรุงโรมเพื่อศึกษา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นพระสันตะปาปา แต่เธอคลอดบุตรในขณะกำลังขึ้นม้า ภาพยนตร์เรื่องนี้โดนแบนหลายประเทศมาก (ยกเว้นไทย) เพราะว่าเนื้อหาค่องข้างหมิ่นศาสนามา หนังพยายามบอกว่าเรื่องพระสันตะปาปาเป็นเรื่องจริง หากแต่ปัจจุบันเรื่องราวของพระสันตะปาปาหญิงโจน (Pope Joan หรือ Popess Joan) ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า มีตัวตนจริงๆหรือไม่  โดยตำนานกล่าวว่าพระสันตะปาปาหญิงโจนมี ชื่อเดิมคือโจฮานนา แองลิกัส (Johanna Anglicus) โดยใช้ชื่อผู้ชายว่าจอห์น (John) เกิดที่ไมนส์ (Mainz) เป็นผู้เชียวชาญศิลปวิทยาหลากหลายแขนง จนไม่มีผู้ทัดเทียม และภายหลังเธอเดินทางไปโรม ก็เปิดสอนวิชาศิลปศาสตร์จนที่เคารพรักแก่บรรดาศิษย์  จากนั้นก็เล่นการเมืองและถูกเลือกโดยพระสันตะปาปา ในขณะที่เธอเป็นพระสันตะปาปา เธอตั้งครรภ์โดยคนรักของเธอ โดยไม่รู้ว่า เมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด เธอให้กำเนิดทารกเพศชาย และโดนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมของกรุงโรม เธอต้องโดนลงโทษ โดยการผูกติดกับขาม้าแล้วก็ถูกลากไป และโดนโยนก้อนหินโดยประชาชนครึ่งหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานว่าที่ที่ฝังเธอเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเนื่องมากจากเหตุผลที่ว่า เธอเป็นผู้หญิง หรือมาจากความโง่ของหลักฐานก็ตาม และเรื่องราวของเธอถูกเขียนโดย(Martin of Opava) ใน Chronicon Pontificum et Imperatum แต่กระนั้นนักประวัติศาสตร์ และผู้เคร่งศาสนา ต่างไม่เชื่อว่า มีพระสันตะปาปาหญิงโจนมีตัวตนจริงๆ เป็นเพียงเรื่องโกหกและเป็นตำนานลอย ๆ เท่านั้น สาเหตุเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ถูกพบในเอกสารที่เชื่อถือได้ 8.รูปร่างที่แท้จริงของเทวรูปโคโลสซูสเป็นอย่างไรกันแน่ ? นี้คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ขาดหายไปในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ  เทวรูปโคโลสซูสเป็นที่เกาะโรดส์ ประเทศกรีก หล่อด้วยทองบรอนซ์ ในท่ายืน สูง 100 ฟุตโดยเฉพาะฐานที่รองรับรูปหล่อนั้นสูงกว่าตึก 5 ชั้น พระหัตถ์ขวาถือดวงประทีป ตั้งอยู่หน้าเมืองโรดส์ประเทศกรีก สร้างโดยกษัตริย์แชรัสแห่งลินดัส เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่คอยกั้นอ่าวของเกาะแห่งนี้ของกรีกในทะเลเอเจียน สร้างเสร็จหลังจากใช้เวลา 12 ปี แล้วเสร็จเมื่อประมาณ 280 ปีก่อนคริสตกาล และต้องพังทลายลง เพราะแผ่นดินไหว ถูกทอดทิ้งเป็นเวลา 900 ปี จนถูกขายเป็นเศษเหล็ก ให้แก่ชาวเมืองซาราเซน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสงคราม จนเราไม่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์นี้เลยแม้แต่ซาก ส่วนภาพที่เห็นเป็นเพียงจินตนการของคนวาดเท่านั้น แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเอกสารหลายชิ้นพรรณารูปปั้นนี้ไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่ารูปปั้นอ้าขาจนเรือรอดได้ บ้างก็บอกว่ารูปปั้นไม่ได้อ้าขา 7. แรงงานสร้างพีระมิดไม่ใช้ทาส ? จากที่เราอ่านประวัติศาสตร์เรามักเห็นฉากแรงงานสร้างพีระมิด โดยหนังสือบอกว่าพวกเขาเป็นทาสและมีคนโบยแส้ที่ด้านหลังใช่รึเปล่า หากแต่ปัจจุบันความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อนักโบราณคดีค้นพบสุสานในอียิปต์ ซึ่งช่วยพิสูจน์ว่าแรงงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิดนั้นไม่ใช่ทาสอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการจ่ายค่าแรงรวมถึงมีการจัดอาหารให้รับประทาน 3 มื้อต่อวันเป็นอย่างดี อีกทั้งการสร้างสุสานใกล้กับที่ฝังศพของกษัตริย์  แสงให้เห็นว่าแรงงานเหล่านี้ไม่ใช่ทาสแต่อย่างใด โดยคาดว่าแรงงานเหล่านั้นน่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่ตนกำลังทำนั้น มีส่วนช่วยให้องค์ฟาโรห์ได้ไปจุติบนสวรรค์ และเมื่อถึงเวลาที่ตนจะจากโลกนี้ไปบ้าง เทพฟาโรห์ก็จะได้พิทักษ์ปกป้องตนต่อไป 6. ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไวกิ้ง ไวกิ้งที่เราได้เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น ส่วนใหญ่มักตัวใหญ่น่ากลัวสวมหมวกขนสัตว์ โหดร้ายป่าเถื่อนชอบปล้นทรัพย์ฆ่าและข่มขื่นหญิงชาวบ้าน อีกทั้งตัวสกปรก ไร้สมอง เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของยุโรปอย่างแท้จริง แหละนี่คือความรู้ที่ผิด! จากการศึกษาประวัติศาสตร์พบว่าไวกิ้งไม่โหดร้ายอย่างที่คุณคิด ไวกิ้งไม่ใช่นักรบอย่างเดียว หากแต่เป็นพ่อค้าและนักตั้งถิ่นฐานที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนายุโรปกลาง พวกเขาอาบน้ำสัปดาห์ละครั้ง ในวันเสาร์เท่านั้น(อย่าลืมว่าอากาศยุโรปมันหนาว) ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่พวกเขาสูงแค่ 170 ซม. ซึ่งไม่สูงอย่างที่เราเข้าใจกัน ผมและหนวดสีทองที่เราเห็นในภาพยนตร์เป็นเพียงอุดมคติความเชื่อในวัฒนธรรมไวกิ้งที่ใช้สบู่พิเศษในการแต่งไม่ใช้เป็นมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งพวกเขาไม่ได้อาศัยเฉพาะสแกนดิเนเวีย พวกเขาอพยพไปหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย, แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาเหนือ ส่วนพฤติกรรมที่ฆ่าและข่มขืนปล้มทรัพย์นั้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น แต่สิ่งที่เชื่อถือได้คือพวกนักบวชในยุโรปไม่ชอบพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากครั้งหนึ่งพวกไวกิ้งเคยทำลายวัดและฆ่าพวกพระบาทหลวงหลายคน(ภายหลังไวกิ้งก็เข้ารีตเป็นคริสต์ศาสนิกชน) 5. ครีโอพัตราไม่ใช่คนอียิปต์ คลีโอพัตรา ที่ 7 ฟิโลปา หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คลีโอพัตรา) เป็นราชินีแห่งอียิปต์โบราณ และเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของราชวงศ์ปโตเลมีแห่งมาเซโดเนีย แต่จนบัดนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเธอเป็นคนอียิปต์(อย่างน้อยก็การ์ตูนญี่ปุ่นล่ะ) เพราะว่าเธอเป็นชาวกรีกแท้ๆ บิดาของพระนางคือปโตเลมีที่ 12 โอเลเตส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอ พระนางทรงมีความเฉลียวฉลาดมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ภาษาฮิบรู ภาษาละติน ภาษามาซิโดเนีย ภาษาเอธิโอเปียน ภาษาซีเรีย ภาษาเปอร์เซีย ภาษาอียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ก็น้อยคนนักที่จะแตกฉานในภาษานี้ และเธอเป็นผู้ปกครองอียิปต์คนสุดท้ายที่มีเชื้อสายกรีก 4. คิงอาเธอร์มีตัวตนในประวัติศาสตร์จริงเหรอ กษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) เป็นกษัตริย์อังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในตำนานเล่าขานในฐานะวีรบุรุษในยุคกลาง ซึ่งได้ปกป้องเกาะบริเตนจากการรุกรานของชาวแซ็กซอนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6 รายละเอียดส่วนใหญ่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าขาน ตำนานพื้นบ้าน และวรรณกรรมที่แต่งขึ้นโดยส่วนมากมักเกินจริงไปหน่อย เช่น มีพ่อมดเมอร์ลินเป็นผู้ช่วยทำสงคราม, อาเธอร์สามารถต่อสู้ตามลำพังด้วยมือเปล่า และสังหารศัตรูไปถึง 960 คน และแน่นอนเรื่องราวภูมิหลังที่แท้จริงทางประวัติศาสตร์ของตำนานกษัตริย์อาเธอร์เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักวิชาการมาเป็นเวลานานแล้ว หลายคนเชื่อว่าอาเธอร์เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 6  แต่กระนั้นก็ยังขาดหลักฐานสนับสนุนที่หนักแน่นเพียงพอ(ปละหลักฐานส่วนใหญ่เป็นของปลอม) นักประวัติศาสตร์ในยุคหลังโดยมากจึงไม่นับว่าอาเธอร์เป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่มีตัวตนจริง นักประวัติศาสตร์ จนมีนักประวัติศาสตร์ออกมาบอกว่า "ไม่มีบุคคลใดในกรอบประวัติศาสตร์และตำนานที่จะทำให้นักประวัติศาสตร์เสียเวลามากเท่านี้” 3. เลดี้โกไดวา มีตัวตนอยู่จริงเหรอ เลดี้โกไดวา (Lady Godiva) เป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเวนทรี (ประเทศอังกฤษมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 997-1067 เธอเป็นภรรยาของลีโอฟริก เอิร์ลแห่งเมอร์เซียและลอร์ดแห่งเมืองโคเวนทรี ผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินอังกฤษ เป็นคนละโมบและกดขี่ชอบเก็บภาษีประชาชนอย่างบ้าเลือด แม้เลดี้โกไดวาเฝ้าขอร้องสามีให้ลดภาษี แต่เขาไม่เคยยอม จนกระทั้งวันหนึ่ง ลีโอฟริกได้คิดสนุกเลยบอกเลี้โกไดวาว่าถ้าเธอกล้าเปลือยกายขี่ม้ารอบเมือง เขาจะยอมลดภาษีให้ตามที่ขอ ซึ่งการการกระทำดังกล่าวสำหรับผู้หญิงอังกฤษสมัยกลางย่อมถือเป็นเรื่องต่ำช้าอย่างยิ่ง แต่เลดี้โกไดวาก็ตัดสินที่จะยอมทำตามดังกล่าว โดยเธอได้กระจายข่าวบอกชาวเมืองให้พวกเขาร่วมมือด้วยการปิด ประตูหน้าต่างหลบอยู่ในที่พักอาศัยขณะเธอขี่ม้าผ่านเปลือยกาย ซึ่งชาวบ้านก็ร่วมมือเป็นอย่างดี(ความจริงมีชายคนหนึ่งแอบดูนาง หากแต่เขาถูกสวรรค์ลงโทษด้วยการทำให้ตาบอดในเวลาต่อมา และชายคนนั้นชื่อทอม จนเกิดสำนวนว่า “ทอมนักถ้ำมอง” Peeping Tom ในเวลาต่อมา)  จนนางสามารถทำสิ่งที่สามีบอกได้สำเร็จ และส่งผลให้สามีของเธอยกเลิกภาษาตามสัญญาที่ว่าไว้ อีกทั้งเธอก็ไม่ถูกประณามซ้ำยังชกลายเป็นวีรสตรีของชาวเมืองไปในทันที ทุกวันนี้ที่จัตุรัสกลางเมืองโคเวนทรีมีอนุสาวรีย์เลดี้โกไดวาตั้งอยู่อย่าง โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ ในวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1678 สภาเมืองโคเวนทรีได้เริ่มจัดให้มีขบวนแห่ "เลดี้โกไดวา" บันทึกไว้เป็นครั้งแรก โดยจัดหาผู้หญิงมาสวมผ้าสีเนื้อรัดกายให้ดูคล้ายเปลือยเปล่า นั่งบนหลังม้าแห่ไปรอบเมืองเพื่อรำลึกการกระทำอันงดงามของโกไดวา ในขณะเดียวกัน นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยหลายคนไม่คิดว่าเรื่องของโกไดวาได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหลักฐานระบุไว้เพียงว่าเธอเป็นภรรยาของเอิร์ลลีโอฟริก และข้อมูลยังบ่งชี้ว่าทั้งคู่ต่างก็มีน้ำใจงามและเคร่งศาสนา เช่นในปี 1043 ท่านเอิร์ลและเลดี้ได้บริจาคเงินพร้อมที่ดินเพื่อสร้างวัดในนิกายเบเนดิกทีนที่โคเวนทรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์โคเวนทรีที่ถูกระเบิดทำลายไปบางส่วนในสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดแห่งนี้ประดับด้วยพลอยล้ำค่างดงามอย่างที่ไม่มีวัดใดในอังกฤษยุคนั้นเทียบได้ และในช่วงทศวรรษ1050 ทั้งสองยังบริจาคที่ดินและเงินมหาศาลเพื่อสร้างวัดและโบสถ์อีกหลายแห่ง เช่นที่ลินคอล์นเชียร์ ลีโอมินสเตอร์ และอีฟแชม นักประวัติศาสตร์หลายคนจึงไม่คิดว่าท่านเอิร์ลจะโหดหินจนโกไดวาต้องเปลือยร่างขี่ม้าขอความเป็นธรรมให้ประชาชน ส่วนผู้ที่เชื่อว่าตำนานนี้เป็นเรื่องจริงก็จะอิงบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์อังกฤษฉบับภาษาละตินที่ชื่อ Flores Historiarum (Flowers of History) ของโรเจอร์แห่งเวนโดเวอร์ (Roger of Wendover) ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่ระบุเรื่องราวของเลดี้โกไดวาไว้ตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนแย้งว่าเวนโดเวอร์เป็นเพียงผู้บันทึกตำนานและเกร็ดประวัติศาสตร์ แต่ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนบันทึกนี้ขึ้นเมื่อ 2 ศตวรรษหลังการตายของโกไดวา ข้อความดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือ แม้จะมีบันทึกระบุว่าครั้งหนึ่งลีโอฟริกได้ยกเลิกภาษีให้ประชาชนจริง และประทับตราด้วยตราประจำตัวของเขาเองเลยก็ตาม ส่วนคนอื่นก็เสริมว่าบางทีเลดี้โกไดวาอาจไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า หากแต่ปลดเชิงสัญลักษณ์ คือปลดทั้งเครื่องประดับกายและผม เพราะเมื่อสตรีสูงศักดิ์ปราศจากเครื่องประดับก็เท่ากับลดเกียรติของตนลงเทียบเท่าสตรีสามัญ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโกไดวาจะเป็นเพียงตำนานหรือความจริงย่อมยากที่จะพิสูจน์ไม่ต่างจากทุกตำนานในโลก หากเหนือข้อเท็จจริงย่อมเป็นคุณค่าของตำนานที่ถูกส่งผ่านมากับกาลเวลา เฉกเช่นเรื่องของเลดี้โกไดวาที่เนื้อหาแท้จริงได้แทรกตัวอยู่ทั้งในบทกวี รูปปั้น ภาพเขียนของจิตรกรหลายยุคสมัย หรือกระทั่งในกระดาษห่อช็อกโกแลตยี่ห้อโกไดวา 2.สวนอีเดนอยู่ที่ไหนกันแน่ สวนอีเด็น หรือ สวนเอเดน (Garden of Eden) เป็นสถานที่บรรยายไว้ในพระธรรมปฐมกาลว่าเป็นสถานที่มนุษย์สองคนแรกที่พระเจ้าสร้างอาดัม และ อีฟ  โดยสวนนั้นบรรยายไว้ว่าสวยงามราวกับสวรรค์ มีพืชพรรณอาหารอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่า แม่น้ำใสสะอาด แต่ปัญหาคือถ้าสถานที่นี้มีจริง มันจะอยู่จุดไหนของโลกกันแน่ โดยหลายคนเชื่อว่าสวนอีเดนนี้อยู่ในโมโสโปเตเนีย ทางภาคกลาง เนื่องจากบันทึกการสร้างโลกในพระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงที่ตั้งของสวนอีเด็นว่าอยู่ในบริเวณแม่น้ำสำคัญสี่สาย : แม่น้ำพิชอน แม่น้ำกิฮอน แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำยูเฟรติสซึ่งอยู่ในบริเวณอาร์เมเนีย, ยอดเขาอาระรัต, เยเรวาน หรือที่ราบสูงอาร์เมเนีย)  (พระธรรมปฐมกาล บทที่ 2 ข้อที่ 10-14) ซึ่งอยู่ในบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณคอเคซัสโบราณโดยเฉพาะบริเวณใกล้กับอาร์เมเนีย แต่ที่ตั้งของแม่น้ำทั้งสี่ยังเป็นที่ถกเถียงกันและยังไม่มีหลักฐานเป็นที่แน่นอนที่สนับสนุนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของแม่น้ำนอกจากที่กล่าวในพระธรรมปฐมกาลเอง และ วรรณกรรมยิว-คริสเตียนเช่น “จูบิลี” สมมุติฐานอื่นก็ว่าตั้งอยู่ที่เมโสโปเตเมีย ทวีปแอฟริกา หรือ อ่าวเปอร์เซีย สมมุติฐานหลังมาจากหลักฐานของลุ่มแม่น้ำสี่สายที่มาพบกันที่เป็นที่ผลิตทองคำ และยางไม้หอม ซึ่งตรงกับการพรรณนาการสร้างโลกดังกล่าว 1. Prester John  เพรสเตอร์ จอห์น เป็นชื่อของกษัตริย์ในตำนานยุคกลางของยุโรป โดยเชื่อว่ากษัตริย์องค์นี้อยู่ในดินแดนหนึ่งในเอเชีย หรืออาจเป็นแอฟริกา โดยดินแดนแห่งนั้นเป็นเดินแดนแห่งความเพียบพร้อม ไม่มีคนจน ไม่มีโจร ไม่มีคนพูดโกหกหรือมุ่งร้ายต่อกัน นอกจากจะเป็นกษัตริย์แล้วเพรสเตอร์ จอห์นยังเป็นประมุขศาสนาอีกด้วย ทำให้ดินแดนแห่งนี้มีคนนับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัด กล่าวกันว่าเขาสืบเชื้อสายจากมากี 3 ท่านที่เดินไปให้พรแก่พระเยซูเมื่อครั้งประสูติบนโลกอีกด้วย เรื่องราวของเพรสเตอร์ จอห์นและอาณาจักรอันสมบูรณ์นั้นได้ถูกกล่าวถึงในบันทึกของบาทหลวงชาวเยอรมันท่านหนึ่ง ในสมัยเกิดสงครามครูเสดหลังชาวคริสต์ยึดดินแดนศักดิ์สิทธิจากชาวมุสลิม พวกเขาพยายามค้นหาอาณาจักรแห่งนี้ หากแต่ไม่พบ แต่เชื่อกันว่าดินแดนแห่งที่ว่าน่าจะเป็น อินเดีย หรือไม่ก็เอธิโอเปีย หรือจะอยู่ในอบิสซิเนีย ข้อมูลโดย Cammy,.unigang.com/Article/11833

The Heirs หยุดหัวใจ...นายไฮโซ  [พากย์ไทย] E2-3
The /  Heirs

เรื่องราวของเหล่าทายาทผู้ครอบครองวงการธุรกิจเกาหลี นักเรียนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะบงการทุกอย่างในชีวิตได้ เว้นก็แต่เรื่องของความรัก คิม ทัน (ลี มินโฮ) เป็นทายาทของเอ็มไพร์กรุ๊ป ซึ่งไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในความจริงแล้วมันกลับเหมือนกับการถูกไล่ไปมากกว่า เมื่อ คิม วอน (ชเว จินฮยอก) พี่ชายของเขากลับมาที่บ้านจะกลับมาเพื่อแย่งชิงธุรกิจของที่บ้านไป ขณะที่เขาอยู่ที่อเมริกา คิม ทัน ผู้หยิ่งยโส เอาใจตัวเองเป็นใหญ่ ได้เจอกับ ชา อึนซอง (ปาร์ค ชินฮเย) ซึ่งเธอมาตามหาพี่สาวของเธอ เขารู้สึกว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็นลูกของแม่บ้านของที่บ้านเขานั่นเอง และเขายังต้องมาเจอคู่แข่งความรักกับ ชเว ยองโด (คิม วูบิน) ที่ตกหลุมรักอึนซองเหมือนกัน เขาเป็นทายาทรีสอร์ทยักษ์ใหญ่ ที่มีไอคิวเป็นเลิศแต่กลับใช้ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ ผู้เป็นพี่ชายของคู่หมั้น ยูราเชล (คิม จีวอน) ที่ตามกลับมาเกาหลี สาวสวยผู้นำแฟชั่นและคิดว่าไม่มีอะไรที่เธออยากได้แล้วไม่ได้

แฟนหล่อเกิ๊น...จุ๋ย ระวังพลาด สายน้ำผึ้ง นอกจอ รอฉก
จุ๋ย วรัทยา /  หนาม รวิ

เป็นช่วงขาขึ้นของเธอจริงๆ สำหรับนางเอกสาว จุ๋ย วรัทยา ที่เหมือนได้เกิดใหม่ในวงการอีกครั้งกับบท สายน้ำผึ้ง ในละครเรื่อง สามีตีตรา ทางช่อง 3 ที่เรื่องนี้เธอต้องร้ายสุดขั้วชั่วสุดขีด ทำทุกวิถีทางที่จะแย่งสามีของคนอื่นมาครอบครองให้ได้ จนมโนภาพเพ้อพกไปไกลเป็นที่น่าสมเพชเวทนา จนคนดูละครอินจัดถึงกับเกลียดตัวละครตัวนี้ไปเลย นอกจากนี้ ชีวิตจริงของสาวจุ๋ยก็ยังแอบน่าหมั่นไส้สุดๆ เพราะแฟนตัวจริงของเธอย่าง ไฮโซหนาม ระวิ หน้าตาดี๊...ดีเกินเหตุ จนเป็นที่อิจฉาตาร้อนของบรรดาสาวแท้ สาวเทียม และสาวโสด จนหลายคนอยากจะแปลงร่างกลายเป็น สายน้ำผึ้ง ฉกหนุ่มหนามออกมาจากชีวิตสาวจุ๋ย ซึ่งเรื่องนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงมากๆ หากสาวจุ๋ยไม่ระวังตัว เพราะสมัยที่หนุ่มหนามยังไม่ได้มาคบหากับสาวจุ๋ย เจ้าตัวก็เนื้อหอมไม่ใช่เล่น เพราะมีสาวๆ ในวงการ นอกวงการ ไฮโซ เซเลบ ที่เคยคุยๆ และเกือบจะได้ดูใจไว้อยู่หลายคน โดยเฉพาะบรรดาเพื่อนๆ ผู้หญิงที่แบบเป็นกันเอ๊ง...กันเองของหนุ่มหนามเนี่ยละ ต้องระวังไว้ให้ดีนะจ๊ะ อิอิอิ!!! จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม จุ๋ย-หนาม

สุดทน ปู ประกาศ!! ไม่ร่วมงานค่ายดีด้า
ปู ไปรยา /  ค่ายดีด้า / 

ช็อก! วงการละครไทย เมื่อนางเอกสาว ปู ไปรยา ปรี๊ดแตกไม่พอใจการทำงานของทีมละครเรื่อง สะใภ้หัวแดง ของ ค่ายดีด้า ที่กำลังออนแอร์อยู่ขณะนี้ โดยเธอบ่นอุบตอนเดินทางไปถ่ายที่ประเทศรัสเซียบู๊เหนื่อยโฮกขนาดน้ำยังไม่มีให้กิน ตอนถ่ายที่เมืองไทยก็นัดเช้าตรู่แต่มาถ่ายเอาตอนบ่าย 3 แถมมีการรื้อถ่ายซ่อมถึง 400 ฉาก ค่าเดินทางก็ได้ไม่คุ้มเสีย ลั่นเบ็ดเสร็จค่าตัวเหลือ 2 แสน แต่เหนื่อยจนท้อ ทำงาน 10 ปีไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้กับค่ายไหน พอมาร่วมงานกันเป็นครั้งแรกกับ ดีด้า เจอเช่นนี้ถึงกับเงิบ เข็ดประกาศไม่ขอร่วมงานกันอีกในอนาคตเลยทีเดียว... ปู ประกาศไม่ร่วมงาน ดีด้า ปู ประกาศไม่ร่วมงาน ดีด้า ปู ประกาศไม่ร่วมงาน ดีด้า ปู ประกาศไม่ร่วมงาน ดีด้า ปู ประกาศไม่ร่วมงาน ดีด้า ปู ประกาศไม่ร่วมงาน ดีด้า

Pasta อร่อยรัก รสพาสต้า [พากย์ไทย] E1-1
Pasta

อร่อยรัก รสพาสต้า เรื่องย่อ ตัวละคร ซีรีย์ Pasta Drama เรื่องราวของ ชอยูคยอง หญิงสาวผู้มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นเชฟอาหารอิตาลีมือหนึ่ง ทำให้เธอต้องรับหน้าที่มัคเน่หรือเด็กครัว ทำทุกอย่างตั้งแต่เลือกวัตถุดิบใน การทำอาหารจนถึงเอาขยะไปทิ้งโดยยกเว้นการทำอาหาร เธออดทนทำหน้าที่นี้อยู่ถึง 3 ปีและเธอก็ได้รับโอกาสในการทำอาหาร แต่ทว่าทันทีที่เริ่มทำอาหารในวันแรก มีการเปลี่ยนตัวเชฟผู้ มีอำนาจคุมครัว La Sfera อย่าง ชอยฮยอนวุค ผู้มีกฏในการทำงานว่า"ครัวนี้ปลอดผู้หญิง"ซึ่งชอยูคยองก็ไม่ยอมแพ้กับอุปสรรคแค่นี้ เธอจะพิสูจน์ให้ดูว่าเธอสามารถผ่านด่านต่างๆและความท้าทายได้อย่างแน่นอนแล้วเธอจะทำสำเร็จหรือไม่โปรดติดตามชมได้ใน อร่อยรัก รสพาสต้า

สุดทน! เปิ้ล ไอริณ งัดหลักฐานแฉ แมน-ใบเตย
เปิ้ล ไอริณ /  เปิ้ล ไอริณ ดีเจแมน / 

เรียกว่าสุดทนจริงๆ สำหรับดาราสาวเซ็กซี่ เปิ้ล ไอริณ ถึงขั้นออกโรงพร้อมพยาน โกโก้ อารยะ รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 นักแสดงร่วมในหนังเรื่อง บุญเพ็งหีบเหล็ก งัดหลักฐานแฉคู่กรณีอย่าง ดีเจแมน พัฒนพล กับแฟนสาว ใบเตย อาร์สยาม โดยมีหลักฐานเป็นภาพการคุยไลน์กับ ผกก.พยุง พยกุล ว่าทาง ดีเจแมน ทะเลาะกับแฟนสาวจริงและสั่งให้ตัดฉากเลิฟซีนนั้นทิ้ง แถมยังท้าจุดธูปสาบานว่า ดีเจแมน เคยบอกชอบเธอเมื่อ 10 ปีที่แล้วและขอนอนด้วย แต่ตนเองปฏิเสธ จนมาขอนอนด้วยอีกในหนังเรื่องนี้รวมทั้งหมด 3 ครั้ง ลั่นไม่เอาคนแบบนี้แน่นอน!! ด้านพยานอย่าง สาวโกโก้ ร่วมแฉว่า ดีเจแมน ไลน์มาคุยตลอด เคยจับมือในกองถ่าย หยอดเรียกแม่ของลูกและชวนกินข้าว สาวเปิ้ล ทิ้งท้ายไม่อยากสร้างกระแส แต่โดนรังแกก่อนจึงสุดจะทนจริงๆ และที่ออกมาพูดทั้งหมดคือความจริงล้วนๆ !! "ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนที่มานะคะ จริงๆ แล้วนักข่าวเพิ่งมาถามเปิ้ลว่าจะจบยังไง เปิ้ลไม่คิดว่ามันจะต้องต่อเนื่องและทำให้พี่ๆ เดือดร้อน แต่ว่าเปิ้ลพูดไปแล้วว่าคนไทยด้วยกัน วงการเล็กๆ ขอโทษคำเดียวจบ แต่ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นเค้าไม่จบ เค้าออกมาแถลงความเท็จ มันทำให้เปิ้ลต้องออกมาในวันนี้ค่ะ อันดับแรกเปิ้ลไม่อยากให้เราหลงประเด็นกันนะคะ ใจความสำคัญที่สุดคือว่า เค้าได้สั่งให้มาตัดฉากออกหรือเปล่า วันนี้เปิ้ลมีหลักฐาน ทีมงานไม่ได้มา แต่อนุญาตให้เปิ้ลเอาไลน์ที่คุยกับลูกชายของอาพยุงมาในวันนี้ นี่คือสาเหตุใหญ่เลยที่เกิดชนวนทั้งหมดขึ้น" "ตอนแรกที่มีภาพแพร่ออกไปโดยที่ทางพีอาร์ได้ส่งข่าวไปให้นักข่าว นักข่าวโทรมาถามเปิ้ลว่ามีภาพอื่นอีกหรือไม่ เปิ้ลได้โทรไปขอทีมงานขอลูกชายคุณอาพยุง แต่เค้าไม่ให้เปิ้ล ที่เมสเสจนี่ค่ะ บอกว่าพี่บอกอาแล้วค่ะ แต่อาบอกว่าแมนขอร้อง ตอนนี้ทะเลาะกับใบเตย ขอร้องให้อาหยุดไว้ก่อน อาก็รับปากเค้าไว้ไม่อยากเสียผู้ใหญ่ รอให้อาพิจารณาดูว่าดำเนินการอย่างไรต่อไป ที่ทำได้ก็มีแค่นี้จริงๆ เพราะวัตถุดิบอยู่กับอา ยังไงปรึกษาอาดูมั้ยคะ และอาบอกว่า แมนขอร้องคุณอาให้ตัดฉากนี้ออกไปทั้งหมดด้วย ไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วต้องทำอย่างไร" "นี่เป็นเมสเสจที่เปิ้ลพูด ในอารมณ์นั้นเปิ้ลพูดด้วยความโมโหด้วยนะคะ เปิ้ลบอกไปว่า ถ้าตัดหนูก็ไม่ยอมเหมือนกันค่ะ ฉากนี้หนูนอนรอตั้งแต่เช้าถึงบ่าย 3 ตั้งใจทำงานชิ้นนี้สุดความสามารถ แต่ต้องตัดทิ้งไปเพราะเมียพระเอกงอน ไร้สาระมาก นี่คือครั้งแรกที่เปิ้ลได้รับข่าวสารจากกองถ่าย จากลูกชายคุณอาพยุงที่ทำหน้าที่เป็นพีอาร์กอง ไม่อนุญาตในการให้ภาพใดๆ กับเปิ้ลทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นย้ำแล้วย้ำอีกที่บอกว่าเปิ้ลปล่อยภาพ ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น และเค้าทะเลาะกันจริงๆ นี่คือความรู้สึกครั้งแรกว่ามาก้าวก่ายงานเราทำไม ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย" "เชื่อมั้ยคะว่าแม่เปิ้ล ยายเปิ้ล น้องเปิ้ลร้องไห้ คือเปิ้ลเป็นคนเข้มแข็งมาก เปิ้ลไม่ร้องไห้สักหยดเลย แต่คืนนั้นเปิ้ลร้องไห้ เพราะเปิ้ลรู้สึกว่าเวลาเราจะประสบความสำเร็จ ทำไมต้องมีคนนี้มาวุ่นวายกับงานเราตลอดเวลา เรารับไม่ได้ คือไม่เข้าใจว่าถ้าจะตัดฉากเพราะเปิ้ลความสามารถไม่ถึง มันอนาจารหรืออะไรก็ตัดได้ แต่ถ้าตัดเพราะเมียพระเอกงอนโทรมาสั่งให้ตัดฉากนี้ หลังจากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น เปิ้ลเปิดเรื่องเล่าเช้านี้ดู เปิ้ลเห็นข่าวภาพเปิ้ลแล้วน้องผู้หญิงคนนี้ให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยก้าวก่าย ให้เกียรติงานมาก ไม่มีจริงๆ แล้วเบะปากบอกว่ามโนหรือเปล่า" "ตอนนั้นเปิ้ลนั่งกินนมอยู่ที่โซฟา เปิ้ลอยากจะเอานมเขวี้ยงจอมากเลย เห้ย...เมื่อคืนเพิ่งสั่งตัดงานเรา พอตอนเช้ามาด่าเรามโน สร้างภาพว่าตัวเองเป็นนางเอก แต่ทำให้เราเป็นนางร้าย หาว่าเราคิดไปเอง มันเป็นความรู้สึกที่เราทำอะไรไม่ได้ เปิ้ลก็น้อยใจว่า เราผู้หญิงคนเดียว หัวเดียวกระเทียมลีบ ทำไมทำแบบนี้ พอวันรุ่งขึ้นอีก เป็นวันที่ 3 ผู้จัดการของพระเอกคนนี้โทรมาหาเปิ้ล 9 โมงเช้า บอกว่าแฟนพระเอกไม่พอใจนะ ให้ถามว่าไปปล่อยภาพเค้าจูบกับเราทำไม" "ความรู้สึกมันก็เลยแบบ...เข้าใจมั้ยคะ 3 วันติดๆ เลย เปิ้ลทนไม่ไหวแล้ว ให้คนโทรมาตัดงานเรา ตัดจริงๆ ไม่ได้โกหก ขนาดคุณอายังลำบากใจเลย แล้วก็มาออกหน้าฉากพูดว่าตัวเองไม่ยุ่ง ไม่ก้าวก่าย แต่ตัวเองมาว่าเปิ้ลอีกว่าเปิ้ลมโน ครั้งที่ 3 ก็ให้ผู้ใหญ่โทรมา น้ำเสียงไม่ดีเลยนะคะ บอกว่าไปปล่อยภาพทำไม ทำให้เค้าทะเลาะกัน อยากให้เค้าเลิกกันเหรอ คือเราก็ไม่ไหวแล้ว ล่าสุดที่เราได้คุยกับนักข่าว เราพูดไปแล้วว่าเค้าให้เกียรติเราทุกอย่าง ไม่ได้มีนอกรอบอะไร พูดสิ่งที่จะไม่ทำให้มีปัญหาที่สุดแล้ว แต่เค้าระรานไม่สิ้นสุดเอง" "และอีกเรื่องนึงนะคะ ที่เค้าออกมาล่าสุดพูดจีบปากจีบคอ ขออนุญาตทำเสียงแบบเค้านิดนึงนะคะ "ไม่เคยก้าวก่ายค่ะ ไม่เคยเลยนะคะ ไม่เคยตอบโต้" คือถ้ามาพูดใกล้ๆ เปิ้ลตบคว่ำจริงๆ นะคะ นี่คือหลักฐานจากอินสตาแกรมของเค้าชัดเจนเลย มีแฟนคลับมาพูดก่อนว่า "สร้างกระแส 555 สู้ๆ ลูก" คือเป็นการยุยงนะคะ หลังจากนั้นพูดว่า "เข้าไปด่าพวกแอนตี้กันเยอะๆ เลยใน IG เปิ้ล ไอริณน่ะ เป็นพวกที่มาแอนตี้ทั้งนั้น 555" เปิ้ลไม่เคยพาดพิงนะพี่ นี่ยิ่งกว่าเอาขาพาดคออีก เกินไปหรือเปล่า" "และที่สำคัญเค้าไม่ได้พูดกับคนนี้คนเดียวนะคะ เค้ายังแท็กไปยัง 3 เว็บไซต์แฟนคลับของเค้า เพื่อให้เข้ามาด่าเปิ้ล แล้วหลังจากนั้น 3 เว็บนี้ก็เข้ามาด่าเปิ้ลอย่างดุเดือดมาก มีเว็บนึงเข้ามาด่าเปิ้ลว่า "555 นมบูดหมดอายุ" ซึ่งเป็นคำพูดของแฟนเค้าที่มาด่าเปิ้ล ไม่เคยตอบโต้ ไม่เคยพาดพิง ไม่เคยยุ่งอะไรเลยแล้วนี่อะไรคะ ตอนนี้เปิ้ลได้ให้ผู้ที่มีส่วนในด้านกฏหมายไอที จับตามอง IG เค้าแล้ว ถือว่าเค้าเป็นฝ่ายยุยงส่งเสริมให้คนอื่นเข้ามาละเมิดสิทธิ์และทำลายชื่อเสียงเรา ถ้าเค้ายังไม่หยุด ไม่ออกมาขอโทษเปิ้ล ได้ไปนอนหนุนแอร์เมสในตารางแน่นอนค่ะ ฝากไปบอกด้วยนะคะ" "อีกเรื่องสำคัญที่เปิ้ลไม่เคยพูดกับใคร ไม่เคยเล่าให้นักข่าวที่ไหนเลย สาบานว่าสิ่งที่เปิ้ลจะพูดต่อไปเป็นเรื่องจริง 100% จูงเค้า จูงเปิ้ลไปจุดธูปหน้าวัดพระแก้วมรกตเลยก็ได้นะคะ เค้าไม่ได้ขอนอนกับเปิ้ลครั้งเดียว เค้าขอนอนทั้งหมด 3 ครั้ง ต้องบอกว่าครั้งแรกเมื่อเค้าอายุ 22 คือเมื่อ 10 ปีก่อน ที่พี่ๆ บอกว่าฉากจูบแล้วเค้าอารมณ์ค้างหรือเปล่า จริงๆ แล้วเค้าอารมณ์ค้างมา 10 ปีแล้วค่ะ คือตอนนั้นเปิ้ลไปงานแกรนโอเพนนิ่งร้านอาหารร้านนึงที่ RCA เค้าให้เพื่อนดาราผู้หญิงคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนเปิ้ลด้วยและเป็นอดีตของเค้าด้วยมาคุยกับเปิ้ลว่าแมนชอบ กลับกับแมนมั้ยคืนนี้ เปิ้ลปฏิเสธไป บอกว่าไม่เป็นไรกลับเองได้ แล้วเราก็ไม่ได้เจออีกเลย" "จนกระทั่งมาอัดรายการนึง เจอกันแว๊บๆ เจอในรายการก็ไม่ได้คุยอะไรกัน พอครั้งที่ 3 เรามาเจอกันในกองถ่าย เค้าก็ตกใจว่าเรามา แล้วประโยคที่บอกว่าพูดลอยๆ เดี๋ยวไปนอนที่โรงแรมนี้นะ คือมันไม่ใช่ สิ่งที่เค้าพูดแบบไม่มีแต่งเติมเลยนะคะ หลังจากฉากเลิฟซีนแล้วนะคะ พูดขึ้นมาว่าคืนนี้ไปนอนไหน เปิ้ลก็บอกว่าไปนอนที่โรงแรมเปิดไว้ตรงสนามกอล์ฟ เค้าบอกว่าไปนอนด้วยดิ เปิ้ลก็บอกว่า เอาสิ โรงแรมนี้ยังไม่เต็มหรอก ห้องข้างๆ ก็เห็นยังว่างอยู่ แล้วเค้าก็ทำตากระริ้มกระเรี่ยบอกว่า ไม่เอา...อยากนอนห้องเดียวกับเธอ อันนี้คือครั้งที่ 2" "พอครั้งที่ 3 คือตอกย้ำตอนฉากสุดท้ายอาพยุงบอกให้ไปพูดกับเค้าหน่อย พูดยังไงก็ได้ให้เค้าร้องไห้ เราก็ต้องร้องไห้ด้วย เปิ้ลก็เดินไปบอกเค้าว่าเดี๋ยวต้องร้องไห้นะ อ่านประโยคให้เค้าฟังว่าต้องพูดแบบนี้ เค้าบอกว่าไม่ร้องหรอก มันหลอนมากกว่า เปิ้ลเลยถามเค้าว่าแล้วต้องการได้ยินอะไรล่ะ เค้าบอกว่าอยากได้ยินที่สุดเลยว่าคืนนี้นอนห้องเดียวกันมั้ย มีนางเอกอีกคนอยู่ข้างๆ ด้วย เค้าพูด 3 ครั้งในชีวิตเปิ้ล คิดดูความแมนของเปิ้ลว่าเค้าแหย่เปิ้ลแบบนี้ 3 ครั้ง ความที่เราไม่อยากจะเป็นกระแส เราพูดต่อหน้านักข่าวว่าเค้าให้เกียรติเรา ไม่มีอะไรนอกรอบ เราเป็นเพื่อนกัน แต่เพราะเปิ้ลโดนรังแกก่อน เลยต้องออกมาพูดค่ะ" "เปิ้ลว่าถ้ามีคนไปแหย่เมียเค้าแบบนี้สัก 3 ครั้ง เค้าก็คงไม่ยอมเหมือนกันแหละค่ะ เพราะขนาดเปิ้ลเองลง IG ว่าเกิดอะไรขึ้น เค้ายังลงกับแฟนคลับเลยว่า "แย่ค่ะพี่ เจอคนแบบนี้ร้ายมาก ถ้าเค้าเป็นผู้ชาย ผมคงทำอะไรได้มากกว่านี้ อึดอัด" เปิ้ลลงแค่อันเดียวเค้ายังจะต่อยเปิ้ลเลย แล้วถ้ามีคนพูดแบบนี้กับเมียเค้า 3 ครั้งคงโดนยิงแล้วล่ะค่ะ เปิ้ลตอบปฏิเสธชัดเจนมองหน้าแล้วบอกว่าไม่ ผู้หญิงที่เป็นกิ๊กเก่าเค้ายังมากระซิบกับเปิ้ลเลยว่า เห้ย...เด็ดนะเว้ย ใหญ่นะเว้ย คือถ้าเปิ้ลเป็นคนรักสนุกก็คงกลับด้วยตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่เปิ้ลไม่อยากจะยุ่งกับคนในวงการจริงๆ" "ในส่วนของหนัง เปิ้ลถามคุณอาล่าสุด ก็ยังไม่ได้ตอบเคลียร์ชัดว่าจะตัดฉากมั้ย แต่คุณอาพูดเพียงว่าอยู่ในดุลยพินิจของคุณอา แต่ไม่อยากจะตัด เพราะจะเสียอรรถรสของหนังไป เลิฟซีนมันต้องมี เพราะเป็นการสื่อตัวละคร มันแรงอะไร เสื้อผ้าก็อยู่ครบ เปิ้ลมองว่ามันเป็นศิลปะมากกว่า อีกอย่างเราเป็นเด็ก อาพยุงท่านกำกับหนังมาเป็น 100 เรื่องแล้วท่านต้องทราบว่าอะไรแรงเกินไปหรือเปล่า การที่เค้าออกมาพูดว่าหนังเป็นอนาจารมากกว่า มันลบมากสำหรับหนัง" "คุณอาเมสเสจมาบอกว่าให้ระวังตัวนะ เป็นห่วงความปลอดภัยของเรา เราเป็นคนตรงไปก็ไม่ดีนะ เปิ้ลเป็นเด็กไทยวิจิตรศิลป์ เป็นเด็กอาร์ตๆ ตรงๆ คิดอะไรก็พูดเลย วันแรกที่เปิ้ลก้าวเข้ามาวงการก็เป็นคนกวนๆ ปากหมาแบบนี้ วันนี้เปิ้ลก็ยังปากหมาแบบนี้ อภัยให้เปิ้ลด้วยแล้วกัน ก็พูดอย่างคิดค่ะ คุณอาปลดเค้าจากการเป็นพระเอกเรื่องที่ 2 ที่วางไว้ และวางไว้คู่เปิ้ลอีกเรื่องนึง คุณอาบอกว่าถ้าให้เลือกก็เลือกเปิ้ล อยู่ในวงการนี้มาหลาย 10 ปีกำกับมา 100 เรื่องไม่เคยโดนดูหมิ่นและรู้สึกแบบนี้เลย ที่เค้าพูดว่ากองถ่ายให้นอนม่านรูดเอย หนังเรื่องนี้คิดผิดที่รับเอย อนาจารเอย ล้วนเป็นการป้ายความผิดให้หนังค่ะ" "เปิ้ลคิดว่าคราวนี้จบ เปิ้ลเชื่อว่าตรงนี้จบแล้ว เพราะทุกอย่างกระจ่างแล้ว สังเกตทุกครั้งที่เค้าออกมาพูดต้องมีคนเสื่อมเสีย ต้องมีแพะ เค้าออกมาพูดว่างานนี้เค้าผิดเอง รับงานผิดเอง เปิ้ลคุยกับอาพยุง อาพยุงบอกว่าผมคิดว่าผมเลือกพระเอกผิดมากกว่า การที่เค้ายุยงคนอื่นไม่เลิก เมื่อวานก็ยังมีการยุยงอยู่ ทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง ให้คนอื่นรังเกียจเรา จริงๆ คงไม่ฝากบอกหรอกค่ะ เพราะฝากไปเดี๋ยวก็พูดชื่อซิงเกิ้ลเค้าอีก เปิ้ลไม่ฝาก แต่พูดลอยๆ ให้ไปถึงเค้าแล้วกัน" "เปิ้ลขอบอกว่าการที่ผู้หญิงคนนี้ออกมาพูดครั้งล่าสุดว่าเปิ้ลสร้างกระแส อยากพูดลอยๆ ไปถึงเค้าว่าอย่าคิดว่าตัวเองเป็นบรรทัดฐาน อย่าคิดว่าคนอื่นจะคิดเหมือนตัวเอง เปิ้ลไม่ใช่คนที่จะต้องจูบ ฟัด หรือมีเรื่องคาวกับผู้ชายเพื่อสร้างกระแส เปิ้ลสูงกว่านั้นค่ะ ถ้าเปิ้ลจะเอาจริง เปิ้ลเอาเมื่อ 10 ปีที่แล้วไม่ดีกว่าเหรอ ทั้งเด็ก ทั้งเอ๊าะ เค้าดูดีกว่านี้ และเมื่อ 10 ปีก่อนน้องผู้หญิงคนนี้นมยังไม่ตั้งเต้าเลยค่ะ ประจำเดือนยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ เปิ้ลยังไม่คิดอะไรเลย ผ่านมา 10 ปีแล้วยิ่งไม่คิด แถมโทรทัศน์สี แถมตู้เย็นอีกเปิ้ลก็ไม่เอา บอกเลยว่าไม่เอาจริงๆ" "หลังจากนี้ถ้าออกมาตอบโต้ก็คงไม่พูดแล้วค่ะ เหนื่อย ขอโทษคำเดียวเปิ้ลจบ เพราะเปิ้ลรู้สึกว่าสิ่งที่เราโดนกระทำเยอะมาก เราอยู่ของเราดีๆ ตอนนี้มันเลยคำว่าขอโทษไปแล้ว เพียงแต่ถ้าเปิ้ลเห็นว่าเค้าลง IG ในเชิงยุยงส่งเสริมให้คนอื่นเกลียดเราอีก เปิ้ลดำเนินการทางกฏหมายแน่นอนค่ะ คือถ้าเปิ้ลไม่ออกมาพูด เค้าก็ยังไม่หยุดค่ะ" เปิ้ล กล่าว ด้าน โกโก้ อารยะ กล่าวต่อว่า "วันนั้นนะคะพี่เค้าเพิ่งถ่ายฉากเสร็จ โก้ก็ถ่ายเสร็จแล้วกำลังจะเดินมาทานข้าวกับพี่ผู้หญิงคนนึงที่เป็นนางเอก พี่แมนก็เดินมาจับมือโก้แล้วบอกว่า ทานข้าวกันมั้ย ซึ่งประโยคที่เค้าพูด ทุกคนในกองก็ได้ยินหมด พี่เปิ้ลก็ได้ยินเค้าพูดว่า "มาทานข้าวกันแม่ของลูก" หนูว่าเค้าอาจจะพูดเล่นก็ไม่ได้สนใจ พอมานั่งทานข้าวกัน เค้าก็ขอแลกไลน์ แต่ในข่าวเค้าบอกว่า เค้าขอไลน์มาเพื่อปรึกษาเรื่องงาน แต่ในไลน์ไม่มีเรื่องงานเลย มีแต่เรื่องอื่นมากกว่า" "ถามว่าเค้าจีบหรือเปล่าก็ให้พี่ๆ คิดเอาเองนะคะ ถ้าหนูตอบไปมันจะน่าเกลียด เพราะหนูเป็นผู้หญิง มันน่าจะเสียหาย แล้วอีกประเด็นที่เค้าออกมาพูดว่า โกโก้ เป็นเพื่อนกับแฟนเค้าจะเรียกเป็นเพื่อนได้ไง เพราะเราไม่ได้ติดต่อกัน เคยเจอกันแค่แว๊บๆ 1-2 ครั้ง ไม่ได้นัดทานข้าว ไม่ได้ฟอลโล่ว ไม่ได้ไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกัน ที่จับมือก็ไม่ได้ยอมให้จับค่ะ เค้าเข้ามาจับเล่นๆ หนูก็บอกให้ปล่อย หนูขอแจงเรื่องที่เค้ามาขอเบอร์นิดนึงที่บอกว่าขอเบอร์หนูเพื่อจะโทรคุยเรื่องพี่เปิ้ล ไม่เป็นความจริงค่ะ พอเค้าโทรมา เค้าบอกว่าพี่ทะเลาะกับแฟนเพราะเรื่องภาพที่หลุดออกไป ส่วนไลน์ที่เค้าทักมา เค้าอาจจะว่างหรืออาจจะไม่ได้อยู่กับแฟนเค้า ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เค้าเคยบอกว่าโสดเฉพาะคืนนี้ด้วย" เปิ้ล ไอริณ-โกโก้ อารยะ เปิ้ล ไอริณ-โกโก้ อารยะ เปิ้ล ไอริณ เปิ้ล ไอริณ-โกโก้ อารยะ หลักฐานคุยไลน์ ผกก. โกโก้ อารยะ เปิ้ล ไอริณ ดีเจแมน-ใบเตย

10 กลยุทธ์สู้ เมียน้อย
ชีวิตคู่ /  เมียน้อย

10 กลยุทธ์สู้ เมียน้อย     ปัญหาเล็กปัญหาน้อยที่เคยว่ากันมา ยังไงเสียก็ไม่มีเรื่องไหนใหญ่หลวงเท่ากับเรื่องนี้ ก็จริงนะครับ ในชีวิตครอบครัว ไม่มีเรื่องไหนที่จะใหญ่ไปกว่า...เมื่อรู้ว่าสามีมีเมียน้อย! รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นอื่น เรื่องนี้ อย่างน้อยคนที่เราแต่งงานอยู่กินกันมา เราก็คงรู้จักนิสัย กิจวัตรของเขาค่อนข้างดี ยิ่งถ้าอยู่บ้านเดียวกัน ต้องอยู่ด้วยกันทุกวัน ยิ่งจับได้ไม่ยาก หากอยู่กันคนละบ้าน ทำงานต่างจังหวัด นานๆ กลับบ้านที อย่างนี้ก็ลำบากหน่อย...แต่ความลับก็ไม่มีในโลก สักวันก็คงเผลอพิรุธออกมาเจอจนได้แหละครับ โดยผ่านสิ่งต่างๆ เหล่านี้ มีช่วงเวลาที่หายไป หายไปโดยไม่มีใครรู้ไม่ได้ไปทำงาน ไม่ได้กลับบ้าน แล้วก็อธิบายไม่ได้ว่าไปไหน...คุณแม่บ้านบางคนเคยเล่าให้ฟังว่า ทุกคืนต้องแอบไปจดเลขไมล์บนหน้าปัดรถ แล้วมาจับได้เมื่อตอนสามีบอกว่าไปทำงานไม่ได้ไปไหนเล้ย..ที่ไหนได้เลขไมล์ ขึ้นแค่ระยะหน้าปากซอยนี่เอง เริ่มมีความลับ คนที่แต่งงานอยู่กินกันมาโดยมาก ไม่ค่อยมีเรื่องต้องปิดบังอะไรกันหรอกครับ แต่หากมีอาการลับๆ ล่อๆ แอบโทรศัพท์ไม่ให้เรารู้ แอบซื้อของมาแต่ไม่ให้เราเห็น แอบมีพวงกุญแจแปลกๆ ที่ไม่ใช่กุญแจที่ใช้ในบ้าน หรือแอบทำอะไรโดยที่ไม่อยากให้เราเห็น...อาการอย่างนี้ก็ต้องจับตาดูให้ดี หัดโกหก คนบางคนพอพูดโกหก สายตาและสีหน้าจะบอกว่ากำลังโกหกอยู่ ยกเว้นบางคนที่แสดงละครได้แนบเนียนอาจจะรอดตัว...หากจับได้ว่าสามีพูดโกหก ลองติดตามเรื่องต่อไปได้ว่าโกหกเรื่องอะไร เพราะอะไร เดี๋ยวเจอดีเอง ความรักจืดจาง ในเมื่อเขาต้องแบ่งปันความรักไปให้คน อื่นด้วย ใจเขาก็ไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว ตัวอยู่กับเรา ใจอาจไปไหนๆ แล้วก็ได้ การดูแลครอบครัวจะน้อยลง ความรับผิดชอบจะลดลง บางทีบางคนอาจจะเห็นอะไรในบ้านมันน่าเบื่อไปหมด...น้ำพริกถ้วยเก่ามันก็เซ็ง เป็นธรรมดา จะไปสดเหมือนน้ำพริกถ้วยใหม่ได้ยังไงล่ะครับ แต่อาการทั้งหมดนี้เป็นแค่ลางเฉยๆ นะครับ จะไปสรุปเหมารวมเลยคงไม่ได้ เดี๋ยวเขาจะว่าอ่านคอลัมน์หมออานนท์แล้วระแวงกันไปเกินกว่าเหตุ...ต้องจับ ได้คาหนังคาเขาถึงจะชัวร์ มีเมียน้อยแน่แท้ สามีฉัน พอสรุปได้ดังนี้..อันดับแรกก็ต้องใจเย็นๆ ไว้ก่อน แล้วลองทำตามนี้ก็แล้วกัน 1.ทำใจกับข่าวร้าย ตื่นเช้ามาก็ยังดีๆ อยู่ ใครจะไปรู้ว่าวันนี้จะได้ข่าวใหญ่ในชีวิต มันก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกันนะครับ เมื่อได้ข่าวร้าย ต้องมั่นใจก่อนว่าไม่ใช่ข่าวปล่อยของผู้ไม่หวังดี บางทีอารมณ์ชั่ววูบก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงกว่าเก่า ขอเวลาให้ตัวเองสักครู่ ทบทวนทางเลือกของชีวิตให้ดี เรื่องนี้กระทบอะไร กับใครบ้าง ต้องคิดให้ดี ยิ่งมีลูก ยิ่งต้องคิดเผื่ออนาคตลูกไว้ด้วย เรื่องแบ่งสมบัติเอาไว้คิดทีหลัง ที่บอกว่าต้องใจเย็นๆ เพราะผู้หญิงบางคนอารมณ์ร้อน ใจร้อน เอะอะ โวยวาย ชวนทะเลาะเสียงดัง บางครั้งถึงลงไม้ลงมือ ถ้าถึงขั้นนี้ บางครั้งมันก็ไม่สามารถแก้ไขกลับมาให้ดีได้เหมือนเก่า หากใจเย็น ตั้งสติไว้ แล้วท่องคาถาไว้แค่ว่า "อย่าให้อะไรมันเลวร้ายลงมากกว่านี้" ค่อยๆ พูดกัน หาทางแก้ไขปัญหาโดยวิธีสันติ ดีกว่าการประกาศสงคราม หากอยากจะร้องไห้ อยากจะระบายก็ต้องให้คุณสามีตัวดีรับรู้ด้วยว่าเราไม่ได้อ่อนแอ เพียงแค่เสียใจที่คนที่เรารักทำอย่างนี้กับเราเท่านั้นเอง 2. สำรวจตัวเอง จากนั้นต้องดูตัวเองเป็นอันดับแรกแหละครับ เราจะไปรู้จักคนอื่นได้ดีได้อย่างไร หากไม่รู้จักตัวเองให้ดีเสียก่อน ดูว่าเราเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเดิมบ้าง คนที่สามีเรารักและแต่งงานด้วยกับตอนนี้มีอะไรที่ต่างกันหรือเปล่า เราเป็นฝ่ายเปลี่ยนไป ซึ่งทำให้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป หรือว่าเรายังคงเหมือนเดิม แต่เขาเป็นคนเปลี่ยนไปเอง ที่ให้สำรวจตัวเองก่อน เพราะบางครั้งเราไม่เคยรู้จักตัวเองเลยว่า ขี้โมโห เอาแต่ใจตัวเองยังไง จนกระทั่งวันที่เขาไปมีคนอื่น...ถึงตอนนี้ต้องหันกลับมาดูตัวเองแล้วว่ามี อะไรดี ไม่ดี มีอะไรเปลี่ยนไปจากคนที่เขาเคยรักบ้าง ทำตัวให้เหมือนผู้หญิงที่เขาเคยรัก เคยขอแต่งงาน...ดีกว่าไปนั่งพูดเสียดสี กระแนะกระแหนให้ต้องทะเลาะกันเป็นไหนๆ 3.ทำความรู้จักสามีของตัวเองให้ดีขึ้น ผู้หญิงบางคนแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับงานการของสามีเลย เพื่อนฝูงของสามีก็ไม่รู้จัก บอกเอาไว้ก่อนว่ากรณีอย่างนี้เพื่อนฝูงตัวดีนี่แหละที่จะหาเมียน้อยมาให้ สามีเรา การที่เราไปสังคมกับเพื่อนๆ ของสามีบ้าง เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง อย่างน้อยเห็นหน้ากันบ่อยๆ จะได้เกรงใจกันบ้าง หรือบางทีหากสามีเราว่อกแว่กไปปิ๊งสาวคนไหน เพื่อนของสามีอาจจะรีบส่งข่าวให้เรา จะได้รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลมสบายใจไป 4.หลายหัวดีกว่าหัวเดียว เรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้ บางครั้งการได้คุยได้ปรึกษากับคนใกล้ชิดที่ไว้ใจ อาจจะช่วยอะไรได้มาก หลายคนอาจมีประสบการณ์อย่างนี้มาก่อน ในช่วงเวลาอย่างนี้ การปลอบโยน การให้กำลังใจ การช่วยเหลือจากคนรอบข้างจะทำให้เรารู้สึกอบอุ่นขึ้นได้ ดีกว่าต้องนั่งอมทุกข์อยู่คนเดียว หลายๆ คนอาจจะอายที่ต้องบอกเรื่องนี้กับคนอื่น ถึงตอนนี้แล้วคำแนะนำจากใครสักคนน่าจะดีกว่า 5.คิดให้ดี จะทำอะไรต้องคิดก่อนล่ะครับ ความดีของเขาที่เคยดูแล ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาแต่กาลก่อน ก็เยอะเหมือนกัน ความผิดพลาดแค่ครั้งเดียว ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ บางครั้งการแก้ปัญหาโดยการให้อภัยจะเป็นผลดีต่อครอบครัวมากกว่า...แต่ต้อง กำชับให้มั่นใจนะว่า "ต้องไม่มีครั้งต่อไปอีก" หากมีปัญหาในชีวิตครอบครัว ให้นึกถึงคำพระที่ท่านให้ไว้ตอนแต่งงานว่า "ให้ร่วมทุกข์ ร่วมสุข อดทน และให้อภัย" ไว้ การคิดแก้ปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ต้องคิดในแง่ดีไว้ก่อนเสมอ นั่นคือ "ทำอย่างไรให้ครอบครัวกลับมาอบอุ่นมีความสุขเหมือนเดิม" ลองเอาคำนี้เป็นจุดตั้งต้น แล้วค่อยๆ หาแนวทางที่จะทำให้เป็นไปได้ ที่จริงก็ยากนะ ที่จะประสานแก้วที่มันร้าวให้กลับเป็นแก้วสวยสดใสดังเดิม แต่ก็ควรพยายามเชื่อมประสานแก้วให้ไร้ร้อยให้มากที่สุด เพื่อความสุขของตัวเองและลูก นอกจากมันจะสุดปลายมือจริงๆ ที่จะรักษาแก้วนี้ไว้...มันก็จะตกแตกกระจาย..ไร้ค่าแปดเปื้อนธุลีดิน 6.ใช้ชีวิตร่วมกันให้มากขึ้น บางครั้งถ้าไม่เกิดปัญหา คนเราก็ไม่เคยหันมามองตัวเองหรอกครับ บางคู่อยู่บ้านเดียวกัน เจอหน้ากันแต่ไม่เคยได้คุยกันจริงๆ จังๆ เลยก็มี ยิ่งเดี๋ยวนี้ผู้หญิงทำงานนอกบ้านกันมากขึ้นยิ่งทำให้รู้สึกห่างเหินห่างไกล กันไปใหญ่ บางคู่ไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันมา 4-5 ปีแล้วก็มี พอสามีไปมีบ้านเล็ก บางคนอาจจะสมน้ำหน้าตัวเองก็ได้ การได้มีเวลาอยู่ร่วมกันก็จะทำให้เราเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น ได้พูดกัน คุยกัน ทำความเข้าใจกัน ประสานร้อยร้าว ความขัดแย้งที่มีต่อกันได้ ถึงตอนนี้คงต้องเลือกเอาครอบครัวเป็น หลักมากกว่าเรื่องงานแล้วล่ะครับ พยายามกลับบ้านให้เร็วขึ้น ทำกับข้าวตั้งโต๊ะกินพร้อมกัน พออิ่มแล้วก็นั่งเล่นเปิดเพลงฟัง คุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ที่ทำให้มีความสุข อย่าได้มีการพูดประชดประชัน หรือขุดเรื่องร้ายๆ เก่าๆ มาตอกย้ำเป็นอันขาด ไม่ว่าจะคันปากสักเพียงไหน ต้องยึดหลักง่ายๆ ไว้อย่างเดียวว่า "อย่าให้อะไรมันเลวร้ายลงมากกว่านี้" ลองเอารูปเก่าๆ รูปวันแต่งงาน รูปที่เคยไปเที่ยวด้วยกันอย่างมีความสุขมาดูทำไมตอนนี้ถึงกลับไปมีความสุขอย่างนั้นไม่ได้ล่ะ 7.หาแนวร่วม ตอนนี้ตัวเราคนเดียวอาจไม่มีพลังความสามารถพอที่จะประสานรอยร้าวนี้ได้ ลองชวนกันไปเยี่ยมพ่อตาแม่ยายของเขา ไปเยี่ยมพ่อแม่สามีสักทีก็ยังดี ยังไงผู้ใหญ่เหล่านี้ก็เป็นคนเจิมหน้าผากรดน้ำให้ อาจช่วยเราได้บ้าง กลยุทธ์นี้บางทีก็เป็นไม้เด็ด...คุณสามีหัวหด กลายเป็นเด็กดีเลยเชียวล่ะ เพื่อนฝูงของครอบครัว เพื่อนของสามีคบไว้เหอะดี เพราะบางคนพอมีปัญหาอาจจะคุยกับเพื่อนมากกว่าคุยกับเมียตัวเองเสีย อีก...หลักง่ายๆ ของข้อนี้ก็คือ สร้างสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขาให้อยู่ข้างเรา 8.ประเมินคู่ต่อสู้ รู้จักศัตรูย่อมมีชัยเหนือศัตรู แต่บางทีก็ยากเหมือนกันนะที่จะสืบเสาะหาข้อมูลของคู่ต่อสู้ แต่ถึงยากยังไงก็ต้องทำ จะได้รู้ว่าในสายตาของสามี เราเป็นนางเอกหรือเป็นนางร้าย หากฝ่ายโน้นเป็นนางเอก เอาอกเอาใจ เวลาสามีมีปัญหาไปอยู่ด้วยแล้วสบายใจ กลับบ้านทีไรก็เจอนางร้ายคอยบ่นคอยว่าอย่างนี้เห็นจะลำบาก บางครั้งฝ่ายโน้นอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ผู้ชายที่อยู่ด้วยมีลูกมีเมียมาก่อนแล้ว อย่างนี้ถ้าได้ลองคุยกัน เจรจาด้วยสันติดูก่อน หัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน คงคุยกันได้บ้างเป็นบางราย แต่บางคนทั้งที่รู้ว่ามีลูกมีเมียก็ยังเอา บางทีโทร.มาว่าเมียหลวงถึงบ้านก็มี เมื่อเรารู้จักคู่ต่อสู้ดีแล้ว ต้องสร้างบทให้เราเป็นนางเอกของเรื่องให้ได้ เพราะนางร้ายมักตายตอนจบทุกที! 9.สนใจเรื่องบนเตียงบ้าง บางครั้งเหตุที่สามีไปมีเมียน้อย ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไปมีรักใหม่หรอกนะครับ ส่วนมากมักจะเป็นเรื่องอย่างว่าเสียมากกว่า บางครั้งอยู่กับเมียหลวงเหมือนนอนกับท่อนไม้ ไม่มีจริตมารยา ไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกที่ดี พอไปได้ลองเจอสาวๆ ที่มีดีกว่า ก็ติดใจในกามรส ทั้งๆ ที่ไม่ได้รักมากมายไปกว่าเราหรอกครับ ดังนั้น นางเอกของเรื่องนี้ก็ต้องปรับปรุงตัวเอง ลดน้ำหนักให้เอวเล็กเอวบางลงหน่อย เมื่ออยู่กับคุณสามีต้องดูดึงดูดบ้าง ไม่ใช่เจอแต่ม้วนโรลอยู่เต็มหัว แถมพอกหน้าก่อนนอน ดูแล้วหมดอารมณ์ 10.สร้างพื้นฐานของครอบครัวที่ดี ครอบครัวที่มีความสุขย่อมเป็นภูมิคุ้มกันปัญหาเหล่านี้ แม้มีปัญหา ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะสามารถเหนี่ยวรั้งเขากลับมาได้ เราต้องพยายามสร้างครอบครัวที่มีความรักระหว่างกันอย่างสมบูรณ์ คือมีทั้ง พ่อรักแม่ แม่รักพ่อ พ่อรักลูก ลูกรักพ่อ แม่รักลูก และลูกรักแม่ เส้นใยความรักในครอบครัว มีพลังมหาศาลที่จะช่วยทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ขออวยพรให้ทุกครอบครัวมีความสุข ปราศจากส่วนเกินในชีวิต...ส่วนคนที่หลงผิด ขอให้คิดดูอีกทีว่า ไม่มีใครรักเราไปมากกว่าลูกกับเมียหรอกครับ ขอบคุณเนื้อหาดีดีจาก....momypedia.com

สวีทไม่เปลี่ยน!! บี ควง กร ตะลุยแดนซากุระ
บี มาติกา /  กร กรกฤช / 

เป็นอีกคู่รักหนึ่งที่มักจะปล่อยให้มดเรียกพี่ได้ตลอดเว! สำหรับคู่รักของสาว บี มาติกา และแฟนหนุ่มนอกวงการ กร กรกฤช ที่หมั่นเติมดีกรีความหวานให้กันและกันไม่เว้นแต่ละวัน หลังช่วยกันปลูกต้นรักมานานกว่า 3 ปี และล่าสุดทั้งคู่ก็ควงแขนกันไปเที่ยวพักผ่อนไกลถึงประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นี้ และเช่นเคยเธอไม่ลืมแชะรูปอวดบรรยากาศอันงามสวยของดอกซากุระและวิวทิวทัศน์ที่มีหิมะปกคลุมอยู่ไปทั่วเมือง รวมไปถึงภาพสวี้ทสวีท..ของทั้งคู่ด้วยอ่ะ!!! บี มาติกา-กร กรกฤช บี มาติกา บี มาติกา บี มาติกา กร กรกฤช กร กรกฤช

หวิว (เวลาที่เรานึกถึง...) - Portrait
Portrait /  พอร์ทเทรต / 

ดูมิวสิควีดีโอ หวิว (เวลาที่เรานึกถึง...) - Portrait หวิว (เวลาที่เรานึกถึง...) ซิงเกิ้ลล่าสุดจาก portrait (พอร์ทเทรต) เจ้าพ่อเพลงอกหัก สำหรับเรื่องราวในมิวสิควิดิโอเป็นเรื่องของผู้หญิงคนนึงที่จมอยู่กับความรักในอดีต และเรื่องราวความทรงจำครั้งเก่านั้น ทำให้เธอไม่เคยลืมภาพคนรักเก่าได้ หวิว (เวลาเราที่นึกถึง...) เนื้อร้อง ตรัย ภูมิรัตน ทำนอง ตรัย ภูมิรัตน เรียบเรียง Portrait ------------------------------------------------------------------- เจ็บอีกแล้ว กับบาดแผลที่ฉันเคยคิดว่าไม่เป็นไร กับร่องรอยความหลังที่ฉันหลบเอาไว้ข้างในใจ ไม่รู้นานเท่าไร จนวันนี้ หลีกตัวเอง ยอมเดินออกมาจากโลกใบเก่า ซ่อนหัวใจที่มันเคยเต็มไปด้วยเรื่องที่เศร้าเศร้า หลงคิดว่าแผลเก่า สักวันคงหายดี * แต่กาลเวลาได้ทำให้ฉันได้รู้ รู้ตัวสักที ต้องยอมรับบาดแผลที่เกิดกับใจนี้ ยังเจ็บเบาเบา เวลาที่เรานึกถึงความรัก เจ็บเป็นพักพัก ไม่ถึงกับมีน้ำตา เจ็บเพียงหวิวหวิว ให้หัวใจดวงเดิมได้รู้ว่า มันยังคงรู้สึกอยู่ แต่มันก็เต้นได้อยู่ ไม่ว่านานเท่าไร เจ็บจนเป็นเรื่องธรรมดา เจ็บอีกแล้ว เจ็บที่ใจมันยังคงจำเรื่องของเรา ยิ่งจะลืมทำไมยิ่งจำ มันเลยทำให้ยิ่งเหงา เจ็บแผลตรงที่เก่าทุกทีที่เห็นเธอ แต่กาลเวลาได้ทำให้ฉันได้รู้ รู้ตัวสักที ต้องยอมรับบาดแผลที่เกิดกับใจนี้ ยังเจ็บเบาเบา เวลาที่เรานึกถึงความรัก เจ็บเป็นพักพัก ไม่ถึงกับมีน้ำตา เจ็บเพียงหวิวหวิว ให้หัวใจดวงเดิมได้รู้ว่า มันยังคงรู้สึกอยู่ แต่มันก็เต้นได้อยู่ ไม่ว่านานเท่าไร ก็ยังเจ็บเบาเบา เวลาที่เรานึกถึงความรัก เจ็บเป็นพักพัก บางครั้งก็มีน้ำตา เจ็บเพียงหวิวหวิว ให้หัวใจดวงเดิมได้รู้ว่า มันยังคงรู้สึกอยู่ แต่มันก็เต้นได้อยู่ ไม่ว่านานเท่าไร เจ็บจนแผลนี้มันด้านชา มันยังคงรู้สึกอยู่ แต่มันก็เต้นได้อยู่ ไม่ว่านานเท่าไร เจ็บจนเป็นเรื่องธรรมดา ========================================­==== ทำยังไงให้ลืม ทำอย่างไรความเจ็บช้ำในวันนั้นจึงจะหายไป แท้จริงแล้ว ไม่เคยมีใครลืมใครได้ เราทำได้แค่ กดความเจ็บช้ำลงไป เก็บมันลงกล่องแล้วมัดเชือกให้แน่นหนา เก็บมันไว้ในซอกความทรงจำที่ลึกที่สุด และก็คิดซะว่ากล่องนั้นหายไปแล้ว เราทำได้แค่นั้นเอง ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน ปล่อยให้ตัวเราเปลี่ยนไปตามวัฎจักรของโลก และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อเราเปลี่ยนไปมากพอ เพลงที่เคยฟังแล้วร้องไห้ คนที่เคยทำเราเสียใจ จะไม่มีผลอะไรกับเราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่ใช่เพราะเราลืม ไม่ใช่เพราะกาลเวลาทำให้แผลมันจางลง แต่เพราะเราต่างหากที่เปลี่ยนไปแล้ว "ไม่เคยมีใครสามารถข้ามสายน้ำสายเดิมได้ถึง2ครั้ง เพราะเวลาผ่านไป สายน้ำได้เปลี่ยนไปแล้ว และคนคนนั้นก็ได้เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน" หากในค่ำคืนหนึ่ง ความทรงจำเก่าๆที่เคยทำร้ายผุดขึ้นมา จงยิ้มรับมันอย่างเข้าใจ และถ้าเราเปลี่ยนไปมากพอ เราจะเอื้อมมือไปสัมผัสมันได้ โดยไม่เจ็บปวดอีกแล้ว แล้วเราจะรู้สึกภูมิใจ ที่ผ่านวันเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าเรายังเปลี่ยนไปไม่มากพอ ขอให้เปิดเพลงนี้ฟัง... Portrait

อื้มหืม!! เกรทสกี้ แฟนสาวโปรกอล์ฟดังถ่ายแบบโชว์อึ๋ม
กอล์ฟ /  กอล์ฟไดเจสต์ / 

เกรทสกี้ พอลิน่า เกรทสกี้ หวานใจของ ดัสติน จอห์นสัน นักกอล์ฟชื่อดังชาวอเมริกัน ได้ฤกษ์โชว์ของดีหุ่นสุดเซ็กซี่ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร "กอล์ฟไดเจสต์" ซึ่งภาพที่ถูกปล่อยออกมานั้นเป็นเพียงภาพและคลิปตัวอย่างเพื่อเรียกน้ำย่อยเท่านั้น :) ทั้งนี้ พอลิน่า เกรทสกี้ มีดีกรีเป็นอดีตนางแบบก่อนที่หยุดพักเพื่อไปทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดี โดยภาพแฟชั่นชุดล่าสุดของเธอมาในชุดสปอร์ตบาร์โชว์ความเซ็กซี่และเเข็งแรง โชว์เนินอกที่อวบอิ่ม พร้อมกับกล้ามท้องสุดเซ็กซี่ และมีไม้กอล์ฟเป็นพร็อป

Love Story In Harvard กฎหมายรักฉบับฮาร์วาร์ด [พากย์ไทย] -15
Love /  Story / 

สัมผัสปรากฏการณ์รักครั้งใหม่ที่ก่อตัวขึ้น ระหว่างหนุ่มนักศึกษาวิชากฎหมายที่ทุกห้องหัวใจเต็มไปด้วยพลังแห่งความรัก กับสาวนักศึกษาแพทย์ที่มีอุดมการณ์แกร่งกล้า ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามและมนต์เสน่ห์ของ ฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ในภาพยนตร์ซีรีส์แนวรักโรแมนติกเข้มข้นที่เคยสร้างความประทับใจสูงสุดมาแล้ว ในประเทศเกาหลี “กฎหมายรักฉบับฮาร์วาร์ด ( LOVE STORY IN HARVARD )” คิมฮอนวู ตัดสินใจเรียนต่อทางด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด วันแรกที่เขาเดินทางมาถึงอเมริกาและเข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ขณะที่เขากำลังอาบน้ำ ลีซูอิน ก็ปรากฏตัวขึ้นภายในห้องพร้อมทักทาย ฮอนวู ด้าน ซูอิน เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเธอเข้าห้องผิดจึงรีบเดินหนีไป ด้าน ฮอนวู คิดว่า ซูอิน เป็นนางทางโทรศัพท์ที่มาเสนอขายบริการให้เขาถึงห้องพัก ฮอนวู ได้พบกับ ซูอิน อีกครั้งในมหาวิทยาลัย เขารู้สึกแปลกใจว่าทำไม ซูอิน ถึงกล้าเข้ามาขายบริการในสถานที่แบบนี้ ฮอนวู รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่งที่มีผู้หญิงเกาหลีข้ามน้ำข้ามทะเลมายึด อาชีพนี้ในอเมริกา ก่อนที่ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ฮอนวู ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพักนักศึกษา ซึ่งอาศัยรวมกัน 5 คน โดยหนึ่งในนั้นมี จองมิน ( อเล็กซ์ ) เพื่อนร่วมชั้นชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีรวมอยู่ด้วย ในชั้นเรียน ฮอนวู ได้รับแรงกดดันและถูกดูหมิ่นจากอาจารย์ผู้สอนเป็นอย่างมาก ขณะที่ จองมิน กลับได้รับการยอมรับจากอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ในงานเลี้ยงนักศึกษาใหม่ ฮอนวู ได้พบกับ ซูอิน อีกครั้ง การพบกันครั้งนี้ทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้ว ซูอิน คือนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเช่นกัน แต่เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีเธอจึงต้องทำงานพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระของ ครอบครัว โดยการมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ซูอิน มาในฐานะผู้ดูแลสุขภาพของแขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายคนนี้เกิดอาการหัวใจวาย ซูอิน ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทัน ทำให้ ฮอนวู และจองมิน เกิดความประทับใจในตัวเธอนับตั้งแต่นั้นมา ซูอิน รับเป็นที่ปรึกษาด้านภาษาอังกฤษ และศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ให้กับ ฮอนวู เพื่อใช้ว่าความในศาลจำลอง ทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากขึ้น ต่อมาไม่นาน ซูอิน มีเหตุต้องย้ายออกจากหอพักอย่างกะทันหัน จองมิน จึงชวนเธอมาอยู่ที่ห้องว่างในบ้านพักนักศึกษา แลกกับการรับหน้าที่ดูแลเรื่องอาหาร และทำความสะอาดบ้านให้กับเพื่อนๆ ทุกคน ทั้ง ฮอนวู และจองมิน พยายามใกล้ชิดและสานสัมพันธ์กับ ซูอิน เพื่อให้ได้หัวใจเธอมาครอง ที่ร้านอาหาร ซูอิน พยายามช่วยชีวิตชายคนหนึ่งที่หมดสติโดยไม่รู้สาเหตุ เขาหยุดหายใจไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง การยื่นมือเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้กลับเป็นปัญหาที่ทำให้เธอต้องถูกขอให้ลา ออกจากการเป็นนักศึกษาแพทย์ เมื่อ ฮอนวู รู้ข่าว เขาจึงพยายามใช้หลักการทางกฎหมายที่ศึกษามาช่วย ซูอิน ให้ได้เรียนต่อ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น ในเวลาต่อมา ซูอิน ได้รับทุนให้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ใน ทวีปอเมริกาใต้ เธอตัดสินใจรับทุนดังกล่าวโดยทันที เพราะเป็นเจตนารมณ์ของการสมัครเข้าศึกษาในสาขานี้มาตั้งแต่แรก เธอยอมทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งชายผู้เป็นที่รัก สร้างความปวดร้าวใจให้กับ ฮอนวู เป็นอย่างมาก เวลาผ่านไปหลายปี ฮอนวู เรียนจบในสาขาวิชากฎหมายตามที่ตั้งใจ เขาตัดสินใจเดินทางกลับเกาหลี และเปิดสำนักงานกฎหมายที่กรุงโซล ส่วนเรื่องหัวใจนั้นนับตั้งแต่ที่ ซูอิน จากไป เขาไม่เคยเปิดใจให้กับผู้หญิงคนไหนเลย ด้าน จองมิน ซึ่งได้หมั้นหมายกับ ยูจินอา ลูกสาวเจ้าของสำนักงานกฎหมายชื่อดังของอเมริกา เดินทางกลับมาเป็นทนายให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ส่วน ซูอิน ได้รับคำสั่งให้กลับมาเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่กรุงโซลเช่นกัน ฮอนวู และจองมิน ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้งในคดีความครั้งใหญ่ ส่วนความรักระหว่าง ฮอนวู กับซูอิน จะดำเนินต่อไปอย่างไร หาคำตอบได้ใน กฎหมายรักฉบับฮาร์วาร์ด

สาวทวิตรอพ่อกลับMH370 ได้เสื้อหงส์พร้อมลายเซ็น
MH370 /  มาเลเซียแอร์ไลน์ / 

แฟนหงส์มาเลย์ทำซึ้ง หลังล่าลายเซ็นกุนซือและนักเตะลิเวอร์พูล มอบให้ลูกสาวสจวร์ตผู้สาบสูญไปเครื่องบินมรณะ MH370 ไมรา อลิซาเบ็ธ ลูกสาวของ แอนดรูว์ นารี ที่ได้ทวิตข้อความถึงคุณพ่อ ที่เป็นหัวหน้าสจวร์ตผู้สาบสูญไปพร้อมกับเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 และได้รับทวิตให้กำลังใจตอบกลับจากทวิตเตอร์ทางการของลิเวอร์พูล ในเกมระหว่างลิเวอร์พูล และ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ช่วงปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา เดอะค็อป 3 ชีวิตได้เดินทางไปยังแอนฟิลด์เพื่อล่าลายเซ็นของนักเตะและผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล เพื่อมอบเป็นกำลังใจให้กับเธอ และคุณพ่อที่เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลตัวยง หลังจากที่ ไมรา ได้รับเสื้อพร้อมลายเซ็นตัวดังกล่าว เจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อม ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า "ถึงลิเวอร์พูล, ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันได้รับของขวัญจากพวกคุณแล้ว ต้องขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ แฟนบอลลิเวอร์พูลทั้ง 3 คนที่ฝ่าฟันเพียงเพื่อให้ได้เสื้อพร้อมลายเซ็นนักเตะ และผู้จัดการทีมตัวนี้มา นี่คือแฟนลิเวอร์พูล 3 คนที่ไปถึงอังกฤษในแมตช์ที่พบกับสเปอร์ส และได้ลายเซ็นมา เสื้อตัวนี้บินตรงมาจากแอนฟิลด์เลย ฉันรู้สึกมีความสุขมาก ฉันไม่รู้จะว่าขอบคุณพวกคุณทุกคนอย่างไร และนี่แหละคือความงดงามและเป็นเรื่องจริงที่เราพูดกันว่า "คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย" ขอบคุณมากๆสำหรับของขวัญอันล้ำค่าเช่นนี้ ฉันจะนำเสื้อตัวนี้ไปใส่กรอบเลย สำหรับคุณพ่อ, นี่คือเสื้อของพ่อนะ พนันได้เลยว่าพ่อจะต้องเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดบนโลกในตอนนี้ ลิเวอร์พูลอาจจะก้าวขึ้นไปอยู่บนหัวตาราง และหวังว่าเราจะประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้เพื่อพ่อ เพื่อพวกเรา และเพื่อแฟนๆทุกคน ขอให้พระเจ้าอวยพร และขอบคุณมากๆ หนูคงขออะไรดีกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ"

The Heirs หยุดหัวใจ...นายไฮโซ  [พากย์ไทย] E2-1
The /  Heirs

เรื่องราวของเหล่าทายาทผู้ครอบครองวงการธุรกิจเกาหลี นักเรียนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะบงการทุกอย่างในชีวิตได้ เว้นก็แต่เรื่องของความรัก คิม ทัน (ลี มินโฮ) เป็นทายาทของเอ็มไพร์กรุ๊ป ซึ่งไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในความจริงแล้วมันกลับเหมือนกับการถูกไล่ไปมากกว่า เมื่อ คิม วอน (ชเว จินฮยอก) พี่ชายของเขากลับมาที่บ้านจะกลับมาเพื่อแย่งชิงธุรกิจของที่บ้านไป ขณะที่เขาอยู่ที่อเมริกา คิม ทัน ผู้หยิ่งยโส เอาใจตัวเองเป็นใหญ่ ได้เจอกับ ชา อึนซอง (ปาร์ค ชินฮเย) ซึ่งเธอมาตามหาพี่สาวของเธอ เขารู้สึกว่าเขาตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็นลูกของแม่บ้านของที่บ้านเขานั่นเอง และเขายังต้องมาเจอคู่แข่งความรักกับ ชเว ยองโด (คิม วูบิน) ที่ตกหลุมรักอึนซองเหมือนกัน เขาเป็นทายาทรีสอร์ทยักษ์ใหญ่ ที่มีไอคิวเป็นเลิศแต่กลับใช้ในทางที่ไม่สร้างสรรค์ ผู้เป็นพี่ชายของคู่หมั้น ยูราเชล (คิม จีวอน) ที่ตามกลับมาเกาหลี สาวสวยผู้นำแฟชั่นและคิดว่าไม่มีอะไรที่เธออยากได้แล้วไม่ได้

วงดนตรี งานแต่งงาน Kathi Noddles (รักเธอคนเดียวเท่านั้น Cover.)
วงดนตรี /  วงดนตรีงานแต่งงาน / 

วงดนตรีงานแต่งงาน วงดนตรีงานเลี้ยง วงดนตรีงานอีเว้นท์ #หาวงดนตรีงานแต่ง #วงดนตรีอคูสติก รับงานแสดงในโอกาสพิเศษต่างๆทุกรูปแบบ kkpumz by Kathi Noddles Band รายละเอียด : รูปแบบวง Kathi Tri O เยี่ยมชม Website ของวงหัวกะทิได้ที่ http://kathiband.com/ เยี่ยมชม Website KK Pumz ได้ที่ https://www.facebook.com/KKPumz รับแสดงงานในโอกาสพิเศษต่างๆ สนใจติดต่อ 080-807-7194 Line ID : pumzper หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ http://www.facebook.com/kathiband Credit.Original Song : Yes'sir Days -รักเธอคนเดียวเท่านั้น

17-4-57 ขอนอนด้วย3ครั้ง! เปิ้ลแฉแมน Full
เปิ้ล /  ไอริณ / 

17เมษายน2557 เปิ้ลงัดหลักฐานเด็ดดีเจแมนไลน์ข้อความหาพีอาร์กองสั่งตัดฉาก ยันตนไม่ได้ปล่อยภาพหลุดในกอง เดือดโดนด่าว่ามโนไปเอง ย้ำดีเจแมนกับใบเตยทะเลาะกันจริงๆ แจ้งฝ่ายกฏหมายดำเนินการจับตาดูไอจีใบเตยหลังถูกกระหน่ำด่า. กลายเป็นเรื่องเป็นราวหลายวัน เหตุเพราะเอาเรื่องงานมาปะกับเรื่องส่วนตัว ระหว่าง “เปิ้ล ไอริณ ศรีแกล้ว” กับ “ใบเตย อาร์สยาม” และ “ดีเจแมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา” เหตุจากที่ เปิ้ล ไอริณ และ ดีเจแมน ร่วมฉากเลิฟซีนในภาพยนตร์ “บุญเพ็ง หีบเหล็ก” เป็นเหตุให้สาวใบเตย ที่ได้เห็นภาพของทั้งคู่ ถึงกับควันออกหู สั่งแฟนหนุ่มโทรมาเคลียร์กับบริษัทผู้ผลิตเพื่อตัดฉากเลิฟซีนออก ขณะที่ เปิ้ล ไอริณ ที่ลงทุนกับฉากนี้ก็เลยฉุน ฉะผ่านอินสตาแกรม ว่าทั้งคู่แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานกันไม่ออก จากนั้นก็มีข่าวกระพือว่า ดีเจแมน ดอดไปขอนอนห้อง เปิ้ล ไอริณ แถมยังมีการแชตไลน์ไปจีบ รองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2011 “โกโก้ อารยะ ศุภฤกษ์” พ่วงกระแสอีก ล่าสุดวันนี้ ดาราสาวเซ็กซี่ “เปิ้ล ไอริณ” ถึงขั้นออกโรงพร้อมพยาน “โกโก้ อารยะ” นักแสดงร่วมในหนังเรื่อง “บุญเพ็ง หีบเหล็ก” โดยทั้งคู่งัดหลักฐานเด็ดแฉคู่กรณีอย่าง ดีเจแมน กับแฟนสาว ใบเตย อาร์สยาม โดยมีหลักฐานเป็นภาพการคุยไลน์กับ ผกก.พยุง พยกุล ว่าทางดีเจแมน ทะเลาะกับแฟนสาวจริง และสั่งให้ตัดฉากเลิฟซีนนั้นทิ้ง นอกจากนี้ “เปิ้ล ไอริณ” ยังท้าจุดธูปสาบานว่า ดีเจแมน เคยบอกชอบเธอเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และขอนอนด้วย แต่ตนเองปฏิเสธ จนมาขอนอนด้วยอีกในหนังเรื่องนี้ รวมทั้งหมด 3 ครั้ง และบอกไว้เลยว่า ไม่เอาคนแบบนี้แน่นอน ทั้งนี้ ไม่อยากสร้างกระแส แต่โดนรังแกก่อนจึงสุดจะทนจริงๆ และที่ออกมาพูดทั้งหมดคือความจริงล้วนๆ ด้านพยานอย่าง สาวโกโก้ ร่วมแฉว่า ดีเจแมน ไลน์มาคุยตลอด เคยจับมือในกองถ่าย หยอดเรียกแม่ของลูก และชวนกินข้าวอีกด้วย

เพื่อนอิจฉา!! พลอย-จอห์น หวานคาเกาะพีพี
พลอย จอห์น /  พลอย จอห์น สวีทเกาะพีพี / 

ถือว่าเป็นซัมเมอร์ที่หวานเวอร์ๆ สำหรับนางเอกสาว พลอย เฌอมาลย์ เพราะเธอเบรกงานในช่วงสงกรานต์นี้ควงแฟนหนุ่มลูกครึ่ง จอห์น เซลฟี ไปสวีทกันแบบ full option ที่เกาะพีพี จนเพื่อนๆ ในแก็งค์ที่ไปด้วยเห็นแล้วพากันตาร้อนผ่าวเสียยิ่งกว่าอากาศเมืองไทยช่วงนี้ นาทีนี้บอกเลยคู่ไหนก็หวานไม่ได้ครึ่ง! ด้านสาวพลอยเองก็หน้าตาสดใสฟรุ้งฟริ้ง นุ่งทูพีชสุดจี๊ดลงเล่นน้ำ เรียกว่าคนกำลังอินเลิฟอะไรๆ ก็ดูสวยงสยไปหมดละจ้า.... อิอิ พลอย-จอห์น สวีทเกาะพีพี พลอย-จอห์น สวีทเกาะพีพี พลอย-จอห์น สวีทเกาะพีพี พลอย-จอห์น สวีทเกาะพีพี พลอย-จอห์น สวีทเกาะพีพี พลอย-จอห์น สวีทเกาะพีพี พลอย-จอห์น สวีทเกาะพีพี