ฉันเป็นแฟนเธอแล้ว เธอเป็นแฟนใคร

รอบปฐมทัศน์ O.T. ผี Overtime ทั้งน่ากลัว และรัวเสียงหัวเราะไปกับพนักงานสุดเพี้ยน
O.T. ผี Overtime /  รอบปฐมทัศน์ / 

ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จัดฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ O.T. ผี Overtime โดยผู้กำกับคนเดิม อิสรา นาดี มาพร้อมกับนักแสดงนำของเรื่องนำทีมโดย เร แม๊คโดแนลด์ และ อนันดา เอเวอริงแฮม ร่วมด้วย อัค อัครัฐ นิมิตรชัย, ตูน พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์, เตยหอม กันยรินทร์ นิธินพรัศม์, ฝน นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล, กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์, แม็กกี้ ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์, แพ็ตตี้ เพตี้อิ โฮการิ, ส้วม สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์ และ มิลาน เกตุสุวรรณ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้บริหาร บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด นำโดย คุณเธียร พรวาณิชย์ ประธานกรรมการบริษัท, คุณอภิรดี เอี่ยมพึ่งพร กรรมการผู้จัดการ, คุณทิพวรินทร์ นิลดำ ผู้ช่วยประธานกรรมการ, คุณดวงนภารัตน์ ศรีสุข ตำแหน่ง ผู้จัดการอาวุโส ส่วนสื่อสารมวลชน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ คุณพรศีล บุทกัสกา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานมีเหล่าดารา ศิลปิน มาร่วมให้กำลังใจ และชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันอย่างคับคั่ง อาทิ แกรนด์ พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า, โม มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ, เต็งหนึ่ง คณิศ ปิยะปภากรกูล, บิ๊ก ทองภูมิ, ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ ฯลฯ ก่อนที่เข้าไปชมภาพยนตร์มีการเรียกน้ำย่อยให้ผู้ชมได้คึกคักไปกับเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช่เธอ Overtime โดยวง มาเจนต้า (MAGENTA) มาเขย่าสเต็ปให้ได้สดชื่นกันก่อนเข้าไปชมภาพยนตร์ งานนี้ยังมีเซอร์ไพรส์พิเศษ สำหรับผู้กำกับคนเก่ง พี่ทอม อิสรา นาดี ที่โดนทีมงานและเหล่านักแสดงนำเค้กวันเกิดมาให้เป่ากันกลางเวทีเลยทีเดียวทำเอาผู้กำกับเป็นปลื้มสุดๆ ซึ่งครั้งนี้ O.T. ผี Overtime ยังคงยึดแนวทางที่สร้างความลุ้นระทึก และในขณะเดียวกันก็ต้องตะลึงไปกับความเพี้ยนของเหล่าพนักงานที่จะมาสร้างความกวนแบบสุด ๆ จะเป็นหนังที่สร้างทั้งความกลัว และเรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมได้อย่างแน่นอน โดยผู้กำกับคนเดิม อิสรา นาดี เตรียมพบกับประสบการณ์การหลอกผีครั้งใหม่ที่ อัพเกรดความแรงมากขึ้น ซับซ้อนมากกว่าเดิม ระวังให้ดีจะเจอผี...หรือจะเจอแผน รู้อะไรก่อนอย่าบอกใคร อย่าเดาอะไรก่อนดู วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ ---------------------------------

รวมเด็ด...ดารา-คนดังสาวมั่นตัวแม่!!! แซบสะท้านวงการ
สะท้านวงการ /  ดาราสาวมั่น / 

ถ้าจะพูดถึงสาวสุดมั่น ลุกส์แรง วงการบันเทิงบ้านเรามีให้เห็นมากมายไม่ใช่น้อยๆ เลยเจ้าค่ะ เรียกว่าแต่ละคนมีบุคลิกชัดเจน เตะตาโดนใจประชาชีฝุดๆ บ้างปากร้ายพูดตรง บ้างบุคลิกมั่นไม่มีแคร์สื่อ แซบจนหลายคนยกให้เป็นไอดอลในดวงใจหรือเป็นแรงบันดาลใจการเปลี่ยนแปลงชีวิตก็ยังมี อ๊ะๆๆ งานนี้รอช้าไม่ได้ ตามไปดูกันหน่อยดีกว่าว่าซุปตาร์คนไหน เป็น สาวมั่นตัวแม่ ที่ แซบสะท้านวงการ จนโดนใจแฟนคลับกันบ้าง บุ๋ม ปนัดดา สาวสวยสุดมั่นดีกรีนางสาวไทยอย่าง บุ๋ม ปนัดดา จัดว่าเป็นสาวเก่ง สาวมั่นตัวแม่อีกหนึ่งคนของวงการบันเทิง เห็นสวยหวานยิ้มหยาดเยิ้มตามแบบฉบับนางงามเยี่ยงนี้ แต่ถ้าใครแหยมมาพูดจาไม่ดีเข้าหูนางล่ะก็ เป็นอันได้เรื่องนะฮ๊าาา…สาวเจ้าสวนกลับแบบชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีแอ๊บกันเลยทีเดียว เมย์ พิชญ์นาฏ สวยแซบเว่อร์เป็นสาวมั่นอีกคน สำหรับนางร้ายตาเฉี่ยว เมย์ พิชญ์นาฎ ก่อนหน้านี้ดีกรีความมั่นหน้าและความแรงมีมากแค่ไหนไม่รู้ แต่หลังจากอกหักรักคุด เจอผู้ชายห่วยๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตเข้าหน่อย ความมั่นความแรงดูเหมือนจะมากขึ้นเป็นทวีคูณ ใครกล่าวหาเจ้าหล่อนไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรแบบสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะก็ เตรียมตัวโดนฉะกลับได้เลย แหมมม…แอ๊บนางเอกไม่เป็นแบบนี้ เรียกว่าสวยพิฆาตได้ป่ะ หุหุ โอปอล์ ปาณิสรา ถ้าพูดถึงสาวผิวคล้ำดำสวยที่ชื่อ โอปอล์ ปาณิสรา เชื่อว่าหลายๆ คนคงยกให้เธอผู้นี้เป็นไอดอลไม่มากก็น้อยล่ะค้าาา เพราะความสวยแบบไม่แคร์โลก ความมั่นใจในตัวเองแบบไม่แคร์สื่อ เธอผู้นี้มีเหลือล้น การพูดจา ความคิดความอ่าน สไตล์การแต่งตัวบ่งบอกถึงความมั่นอกมั่นใจเกินร้อย เรียกว่าเป็นแรงบันดาลให้ผู้หญิง (ไม่สวย) ได้ลุกขึ้นมาสลัดความกลัว แล้วสะบัดบ๊อบแบบเก๋ๆ ให้โลกได้ตะลึงไปเลยล่ะ กาละแมร์ พัชรศรี เป็นพิธีกรสาวสุดมั่นของวงการอีกหนึ่งคน สำหรับ กาละแมร์ พัชรศรี ความโดดเด่นในเรื่องของความสามารถและฝีปากของเธอคนนี้ว่าไม่ธรรมดาแล้วนะ มาเจอสำนวนการเขียนพ็อคเก็ตบุคชนิดตำหนิติเตียนบรรดาคุณผู้ชายห่วยๆ ทั้งหลายแล้ว ทำเอาหงายเงิบไปเลย เพราะดุเด็ดเผ็ดมันส์ โดนใจชะนีฝุดๆ งานนี้ถ้าไม่ใช่สาวมั่นอย่าง กาละแมร์ ทำไม่ได้นะคะ…ขอบอก!!! ทาทา ยัง นี่ก็สุดแสนจะเป็นผู้หญิงมั่นมาตั้งแต่วัยละอ่อน สำหรับ ทาทา ยัง เวลานี้แต่งงานแต่งการไปแล้ว ความมั่นใจ ความแซบตามแบบฉบับทาทาก็ยังคงมีอยู่ เรียกว่าเป็นศิลปินคนเก่งที่ฉะฉาน ตรงไปตรงมา อดีตมีเอกลักษณ์ที่ติดตายังไง ปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็นอยู่อย่างนั้น เอ้า!!! อ้าแขนรับตำแหน่งสาวมั่นตัวแม่แซบสะท้านวงการไปได้เลยจ้า(อดีต)สาวน้อยมหัศจรรย์ เจนนิเฟอร์ คิ้ม หลายคนอ้วน หลายคนไม่สวย มักท้อแท้ไม่กล้าแสดงออก แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เลยสักกะนิ๊ด...เพราะเธอคนนี้เป็นสาวมากความสามารถที่มีความมั่นใจและไม่แคร์ปากหอยปากปูที่ไหนเลยจริงๆ เรียกว่าเป็นไอดอลให้กับใครหลายคนที่ขาดความมั่นใจได้เป็นอย่างดี เพราะความเก่งความสามารถที่มีอยู่ในตัว ไม่ควรถูกบดบังด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แหมๆๆ จุดนี้ขอปรบมือให้สาวมั่นเสียงอย่างเจ๊คิ้มแบบรัวๆ ไปเลยจ้า เมญ่า นนธวรรณ สร้างความฮือฮาให้กับเวทีนางงามได้มากโข สำหรับ เมญ่า นนธวรรณ ผู้ฉีกกฎตำแหน่งนางงามแบบเดิมๆ ที่มักต้องมีผิวขาวใสสวยฟรุ้งฟริ้งเท่านั้นถึงจะสวมมงกุฎได้ เพราะเธอคนนี้เอาความเก่ง ความมั่นใจ ความสามารถ กระแทกใจกรรมการจนคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ไปครองได้แบบเก๋ๆ ซึ่งทุกคนลงความเห็นตรงกันว่า She นี่แหละเหมาะสมสุด ก็เล่นสวยเก่งไม่เหมือนใคร แถมความมั่นใจเป็นเริ่ดอีกต่างหาก คริๆ

ปอย ขยาดเปิดตัวแฟน เปิดปุ๊บ...ผู้ชายหายหัว
ปอย ตรีชฎา /  ข่าวบันเทิงวันนี

โดนเม้าท์ว่ามนม...มโน เรื่องผู้ชายไปเอง สำหรับ ปอย ตรีชฎา ที่มีกระแสข่าวหลุดออกมาว่า เธอกำลังคบหากับหนุ่มฮ่องกงได้ราวๆ 8 เดือนแล้ว ซึ่งอายุอานามของฝ่ายชายก็จะ 40 แล้วด้วย แต่งานนี้สาวปอยปิดปากเงียบ แถมยังอ้ำๆ อึ้งๆ พอจี้ถามว่าใช้พระเอก กู่เทียนเล่อ หรือไม่ ซึ่งงานนี้สาวปอยเผยว่า “ไม่เอา พอเปิดก่อนบอกก่อนแล้วเป็นยังไง ไปไม่รอดทุกที เปิดแล้วก็ไม่ได้คุยต่อ ปอยว่ารอให้เขาพูดเองดีกว่า แล้วเขาก็อยากให้ปิดไว้ก่อน คือสถานะเราตอนนี้ก็อยู่ในช่วงพูดคุยกัน ยังไม่ใช่แฟน ปอยก็ยังไม่พร้อมจะเปิดตัว ถ้าสมมติว่าไม่ได้คุยต่อ ก็ไม่น่าเกลียด เพราะเราก็ยังไม่เปิดตัว แต่ถ้าเราเปิดตัวแล้วมันไม่ใช่ ก็จะดูไม่ดี ไม่เปิดตัวคนอาจจะคิดว่าเรามโนไปเอง หรือสร้างกระแสรึเปล่า อันนี้ปอยคิดว่าเท่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยมโนนะคะ เอาเป็นว่าเป็นจะใช่คนในวงการหรือเปล่าคอยรอดูกันไป แต่เขาเป็นที่รู้จักค่ะ” ที่ไม่อยากเปิดตัวเป็นเพราะกลัวเรตติ้งจะตกหรือเปล่า เพราะเวลาสาวปอยมีแฟนเมื่อไหร่ ก็จะหวานสวีทเว่อร์ จนหนุ่มๆ หลายคนเขาหมั่นไส้แฟนเธอทุกที ปอย ตรีชฎา

โอ๊ย...ขนลุก! แต่งหน้ารับ วันฮาโลวีน เอาไปเลย 10 กะโหลก
วันฮาโลวีน /  ฮาโลวีน / 

ไอเดีย แต่งหน้ารับ วันฮาโลวีน น่ากลัวไปป่ะ!      คุณแม่ชาวอังกฤษ นิคกี้ เชลลีย์ วัย 33 ปี  ตอนนี้เธอกลายเป็นช่างเพ้นท์หน้าระดับมืออาชีพไปแล้ว เธอหัดเพ้นท์หน้าเมื่อหลายปีก่อน โดยเริ่มจากเพ้นท์หน้าให้ลูกของเธอเพื่อไปร่วมงานโรงเรียน แล้วเธอก็ค้นพบพรสวรรค์ของตัวเอง จากนั้นก็เริ่มหลงรักการเพ้นท์ ตั้งแต่เพ้นท์หน้า เพ้นท์ตัว และ Glitter Tattoo เพ้นท์ด้วยกลิตเตอร์เพิ่มความระยิบระยับให้เด่นสะดุดตา หลังจากนั้นเธอจึงเริ่มเพ้นท์หน้าให้เพื่อนๆและครอบครัวในงานเทศกาลต่างๆ เช่น วันฮาโลวีน งานวันเกิด งานแต่งงาน กิจกรรมการกุศล และงานอื่นๆอีกมายมาย  .  .         เธอแปลงโฉมหน้าตัวเองให้กลายเป็นปีศาจ ได้สารพัดรูปแบบทั้ง ซอมบี้ ผีหัวขาด มนุษย์หมาป่า มัมมี่ แวมไพร์ หรือแม้กระทั่ง เอเลี่ยน ในช่วงปีกว่าๆ เธอได้กระแสตอบรับดีมากจนเธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลย ตอนนี้เธอหวังว่าในอนาคตจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกับรายการทีวีและวงการภาพยนตร์ .      เธอบอกว่าการเพ้นท์มีวิธีทำความสะอาดทำได้ง่ายๆ เพียงใช้สบู่และน้ำเปล่าก็ล้างออกได้หมดจดแล้ว ส่วน Glitter Tattoo จะติดทนนานอยู่ได้ถึง 5-7 วัน หลังจากนั้นก็ค่อยเช็ดออกด้วย เบบี้ออยล์ หรือ กระดาษเปียกสำหรับเช็ดทำความสะอาดผิว ใครที่ชอบสไตล์การแต่งหน้าผีแบบนี้ไปติดตามเธอได้ที่ facebook : The Painting Lady - Face & Body Art, Rugby  Tooth Fairy ปีศาจฟันน้ำนม  เทอร์มิเนเตอร์ หรือ คนเหล็ก มัมมี่  ผีหัวขาด งานนี้ถ้าผีจริง กับ ผีปลอม มาเจอกันไม่รู้ว่าใครจะกลัวใครกันแน่ แต่ถ้าเจอตอนกลางคืนแบบนี้มีวิ่งป่าราบแน่นอน... เรียบเรียงโดย Women mthai team

ซูจี miss A พรีเซ็นเตอร์หน้าสวย เนสกาแฟแดนกิมจิ
Miss A /  ซูจี / 

ซูจี miss A พรีเซ็นเตอร์หน้าสวย เนสกาแฟแดนกิมจิ ล่าสุด มีการประกาศออกมาว่า ไอดอลสาว ซูจี จากวง miss A  ได้กลายมาเป็นพรีเซ็นเตอร์พิเศษให้กับทางผลิตภัณฑ์ใหม่ของเนสกาแฟที่เกาหลี ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซูจี miss A พรีเซ็นเตอร์หน้าสวย เนสกาแฟแดนกิมจิ โดยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางด้านตัวแทนจากทาง Lotte Nestle Korea ได้ออกมาเปิดเผยว่า ซูจีนั้นได้รับเลือกให้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์ Nescafé Fresh Mocha ทางด้านตัวแทนได้กล่าวอธิบายว่า “พวกเราได้เลือกซูจีให้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาเพราะว่า เธอนั้นเป็นอะไรที่เหมาะกับอิมเมจที่ดูสดชื่นของผลิตภัณฑ์” กับลุคที่ดูสดใสและไร้เดียงสา ได้เผยให้เห็นถึงภาพที่ดูแตกต่างไปจากความน่าเบื่อและกาแฟผสมแบบเดิมๆ และทำให้ผู้คนได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติที่คลีนและสดชื่นของผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวนี้ สมาชิกวง miss A ผู้นี้ จะมามีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางด้านการตลาดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Nescafé Fresh Mocha และสำหรับตัวโฆษณานั้น จะปล่อยออกมาให้ได้ชมกันในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ ข้อมูลจาก    http://www.popcornfor2.com

คิวปิด มาร์ค ยิงศรรักปักอก ใน MV ถ้าพระจันทร์
Mark Jenmana /  ถ้าพระจันทร์ / 

หลังจากปล่อยเพลง ถ้าพระจันทร์ ซิงเกิ้ลใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันจนอินไปเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด!! “มาร์ค-ธนสักก์ เจนมานะ” จากค่ายการ์เด้นมิวสิค ในเครืออาร์เอสฯ ก็รีบส่งต่อความฟินกันต่อในเอ็มวีเพื่อเอาใจแฟนๆ โดยเฉพาะกับเพลงรักที่มีความหมายดีๆ เปรียบตัวเองเหมือนกับพระจันทร์ ที่ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน จะสุขหรือเศร้าก็จะมีเขาคอยเคียงข้างเธอเสมอ โดยบรรยากาศในการถ่ายทำเป็นไปอย่างสนุกสนาน เป็นกันเอง ยกกองไปถ่ายทำกันที่อู่รถเมล์ ย่านรามคำแหง 2 โดยมีเสียงนุ่มๆ ของ “มาร์ค” คอยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวน่ารักๆ ของอาชีพกระเป๋ารถเมล์ บนรถเมล์สาย 503 ท่าพระจันทร์-รังสิต แต่ก็ต้องแข่งกับฟ้าฝนที่ดูทำท่าจะตกลงมาตลอดเวลา แต่แล้วอุปสรรคก็เกิดขึ้นกับฉากที่นางเอกจะต้องเซไปล้มทับพระเอก เพราะแรงเหวี่ยงของรถช่วงเลี้ยวโค้ง ด้วยความที่ทั้งคู่ต่างก็เขินกันยังไม่ถูกใจผู้กำกับซะที ทำให้จะต้องถ่ายฉากนี้อยู่นาน กว่าจะผ่านฉากนี้ไปได้เล่นเอาทีมงานที่คอยโยกรถอยู่ข้างล่างกล้ามขึ้นเลยทีเดียว “เอ็มวีเพลงนี้นำเสนอเรื่องราวความรักของหนุ่มกระเป๋ารถเมล์ที่เกิดขึ้นแบบไม่ได้คาดฝัน พอได้พระเอกได้มาเจอกับนางเอกที่เธอมักจะขึ้นรถเมล์สายนี้เป็นประจำเพื่อเดินทางไปทำงาน และหลังจากนั้นชีวิตของหนุ่มคนนี้ก็เปลี่ยนไป มีลูกศรมาปักที่กลางอกโดยที่ไม่รู้ตัว ไม่สามารถดึงออกได้ กลายเป็นคนที่มีแผลอยู่ในใจ ในทุกๆ วันก็เฝ้ารอเธอคนนั้นตลอดเวลา และใช้ชีวิตประจำวันแบบทุลัก ทุเล เพียงใด จะสามารถเอาศรออกได้หรือไม่ และความรักของพระเอกจะสมหวังหรือไม่ ต้องติดตามในเอ็มวีครับ” มาร์ค เจนมานะ เผย สามารถติดตามชมมิวสิควิดีโอ เพลง “ถ้าพระจันทร์” ศิลปิน “มาร์ค-ธนสักก์ เจนมานะ” จากค่ายการ์เด้นมิวสิค ในเครืออาร์เอสฯ กันได้แล้ววันนี้ทั่วประเทศ ที่ YouTube: Garden musicหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.rsfriends.com ดู MV ถ้าพระจันทร์ - Mark Jenmana ดูมิวสิควีดีโอ เพลง ถ้าพระจันทร์ - มาร์ค เจนมานะ ถ้าพระจันทร์ Single ล่าสุดจากหนุ่ม Mark Jenmana เพลง(แอบ)รักโรแมนติก มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ข้อดีของคน มีแฟนอ้วน ตุ้ยนุ้ย
คู่รัก /  สาวโสด / 

เทรนด์ลดความอ้วนก็ชอบมากันจัง สาวๆจะรู้ไหมนะ ว่า มีแฟนอ้วน น่ารักน่ะ มีข้อดีอยู่เหมือนกันนะ ใครที่มีแฟนผอมมาตลอดอาจจะต้องคิดใหม่นะเธ๊อ เพราะเทรนด์ มีแฟนอ้วน นี่มีหลายข้อเจ๋งๆทั้งนั้น สาวๆที่ มีแฟนอ้วน ช่วยตัดสินทีค่ะว่าจริงมั้ยนะ  1. หุ่นเหมือนหมีน่ารักจะตายเธอ หนุ่มร่างอวบระยะสุดท้าย ออกจะดูน่ารักเหมือนหมี มีแฟนอวบๆนั่งด้วย ก็เหมือนมีพี่หมีเป็นของตัวเอง เอาไว้พิงก็นุ่มนิ่มสบาย มีพุง มีเนื้อนิ่มๆไว้ให้เล่น แถมผู้ชายที่แก้มยุ้ยๆยังดูใจดี อบอุ่นอีกด้วย . 2. หน้าหนาว กอดอุ่นสุดๆ ใกล้หน้าหนาวแล้ว ใครที่มีแฟนอวบหมดห่วงเลย นอกจากจะกอดอุ่นแล้ว ยังเอาแฟนไว้บังลมได้อีกด้วย สรุปนี่จะเป็นได้ทุกอย่างเลยใช่ไหมเนี่ย 3.เดินด้วยแล้ว เราจะผอมเพรียวทันที ถ้ามีแฟนผอมหุ่นเฟิร์ม ก็ต้องมานั่งพะวงว่าหุ่นเราจะเป๊ะมั้ย เดินด้วยแล้วชั้นจะดูตัวบานมั้ยนะ แต่แต่ถ้าแฟนเราอ้วนกว่า ถึงแม้เราจะไม่ได้ผอมเพรียวมากนัก เดินด้วยกันเราก็ผอมอยู่ดีค่ะ ยิ่งถ้ายุคนี้ต้องเซลฟี่กันบ่อยๆ ไม่ต้องแย่งกันยืนไกลๆกล้องเลยค่ะ ยืนไหนเราก็ผอม ฟันธง ! . 4. กินของอร่อย ได้สบายใจ และมีความสุข คนอวบ ก็ย่อมจะเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารการกิน แถมยังให้ความสำคัญกับการกินด้วย เขาจะชวนเรากินอาหารอร่อยๆ ที่ร้านต่างๆ โดยไม่มัวไม่แคร์เรื่องน้ำหนัก ส่วนเราเหรอก็กินอย่างสบายใจ ถึงจะอ้วนขึ้นก็มีแฟนอ้วนกว่า สบายใจกว่าพวกหุ่นฟิตเห็นๆ 5. หมดปัญหาโดนสาวอื่นแย่ง  หนุ่มซิกซ์แพค ย่อมเป็นที่เป้าสายตาของสาวๆ ( และเหล่าหนุ่มๆอีกด้วย ) สาวหุ่นเป๊ะก็เช่นกัน ส่วนแฟนหุ่นหมีของเราจะไม่ค่อยตกเป็นเป้าสายตาเท่าไหร่ ปลอดภัยกว่าเยอะค่ะ เก็บไว้กอดคนเดียวได้สบายๆ 6. ไม่ขี้เก๊ก ให้เสียอารมณ์ หนุ่มอวบส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าตัวเองไม่หล่อ ก็เลยไม่เก๊ก ไม่ค่อยรักษาฟอร์มเท่าไหร่ แถมยังไม่ค่อยเรื่องเยอะ (เพราะไม่ได้คิดว่าหล่อเลือกได้) เวลาอยู่ด้วยก็ไม่ต้องเกร็ง แถมบางทียังมีมุมตลกๆน่ารัก ไว้เล่นกับเราแบบไม่ห่วงหล่อด้วยซ้ำ 7. คนอ้วนจะอารมณ์ดีกว่าคนผอม  ข้อนี้ไม่ได้มโนนะคะ เพราะมีผลวิจัยยืนยันว่า คนอ้วนจะมีพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘fat gene’ FTO หรือเรียกว่า “ยีนแห่งความสุข” ช่วยลดความเครียด ยีนนี้ทำให้คนอ้วนมีอารมณ์ ความรู้สึก ที่มีความสุขกว่าคนที่มีรูปร่างผอม คนอ้วนจึงมักอารมณ์ดี สนุกสนาน ทำให้อยู่ด้วยแล้วสบายใจนั่นเอง ขอบคุณที่มาจาก Girlfriendclub

ทำไมการ “เคารพ” ทุกคนในฐานะเพื่อนมนุษย์ จึงสำคัญ? ไปดูคลิป!
ข่าว

ทำไมการ “เคารพ” ทุกคนในฐานะเพื่อนมนุษย์ จึงสำคัญ? ไปดูคลิป! ในชีวิตคนเรา ไม่มีใครหรอก ที่จะสามารถอยู่ด้วยได้ตัวเอง และครอบครัวไปตลอดรอดฝั่ง บางครั้ง เราอาจจะต้องเจอกับปัญหาหรือเรื่องร้ายใดๆก็ตาม ที่ทำให้เราต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น และสังคมก็เป็นแบบนี้มาช้านานแล้ว ที่ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน เพื่อความอยู่รอด คลิปวิดีโอนี้คือบทเรียนที่สำคัญที่ทำให้เรารู้ว่า อย่าคิดว่าเราอยู่สูงกว่าคนอื่น การ “เคารพ” ทุกคนที่ผ่านมาในชีวิตของเรา คือสิ่งพื้นฐานที่สุดที่มนุษย์ทุกคนควรกระทำต่อกัน เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่า วันหนึ่งในอนาคต เราจะต้องการความช่วยเหลือจากคนคนนั้นหรือเปล่า… วิดีโอนี้ คือ วิดีโอรณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิว ชื่อ Tzafar โดย Nancy Spetsioti ซึ่งเธอพยายามสื่อออกมาว่า ทำไมการ “เคารพ” ทุกคนในฐานะเพื่อนมนุษย์ จึงสำคัญ?

Kyary Pamyu Pamyu เตรียมปิดฉากเวิล์ดทัวร์ ที่กรุงเทพ
KPP NANDA COLLECTION WORLD TOUR 2014 /  KPP NANDA COLLECTION WORLD TOUR 2014 in Bangkok / 

เป็นอีกหนึ่งก้าวแห่งความสำเร็จที่น่าประทับใจของสาวคาวาอี้สุดฮอตจากญี่ปุ่น Kyary Pamyu Pamyu (เคียริ ปามิว ปามิว) กับการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกครั้งที่ 2 ของเธอ “นันดะ คอลเล็คชั่น เวิลด์ ทัวร์ 2014” ที่เปิดการแสดงและสร้างความสุขให้กับเหล่าแฟนคลับทั่วโลกมาแล้ว ทั้ง อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย โดยจะเดินทางมาปิดฉากเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้กันที่บ้านเรา ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ที่เซ็นเตอร์พอยท์ สตูดิโอ ไทยแลนด์ สุขุมวิท 105 (ซอยลาซาล) ซึ่งความพิเศษของคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ อยู่ที่ความอลังการ จัดเต็ม ทั้งในเรื่องของชุดการแสดงที่สดใสน่ารัก รวมถึง แสง สี เสียง และพร็อพประกอบฉากบนเวทีที่มีสีสันฉูดฉาดบาดตา จะถูกยกมาเอาใจแฟนเพลงชาวไทยเป็นพิเศษ เพื่อปิดฉาก “นันดะ คอลเล็คชั่น เวิลด์ ทัวร์ 2014” อย่างยิ่งใหญ่ โดยสาวเคียริ ปามิว ปามิว ฝากข้อความมาถึงแฟนเพลงชาวไทยว่า “ขอโทษที่ทำให้ทุกคนรอนะคะ รู้สึกตื่นเต้นมากเลยที่จะได้พบกับทุกคน สำหรับคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ เราจะยกฉากและอุปกรณ์ต่างๆ มาจากญี่ปุ่นเลยค่ะ ดังนั้นทุกคนจะสามารถร่วมสนุกไปด้วยกันได้เหมือนในมิวสิควีดีโอเลยค่ะ นอกจากนี้ ทุกคนจะได้ฟังเพลงจากอัลบั้มใหม่ของฉันกันด้วย และเนื่องจากการแสดงที่ต้องเลื่อนออกไปเมื่อครั้งก่อนนั้น ครั้งนี้ทุกคนมั่นใจได้เลยค่ะว่าจะมีช่วงเวลาที่ดีและสนุกที่สุด ฉันจะแสดงให้ดีที่สุด แล้วพบกันที่กรุงเทพฯ นะคะ” เตรียมพบกับความสดใสน่ารักของไอคอนแฟชั่นตัวจริงจากญี่ปุ่น เคียริ ปามิว ปามิว กับคอนเสิร์ตใหญ่ “เคียริ ปามิว ปามิว นันดะ คอลเล็คชั่น เวิลด์ทัวร์ 2014 ไลฟ์ อิน แบงค็อก สนับสนุนโดย ซันสตาร์ ออร่า ทู” (KPP NANDA COLLECTION WORLD TOUR 2014 Live in Bangkok Supported by SUNSTAR Ora2) ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ที่เซ็นเตอร์พอยท์ สตูดิโอ ไทยแลนด์ สุขุมวิท 105 (ซอยลาซาล) บัตรราคา 2,800 และ 4,000 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่บูธ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 0-2262-3838 หรือ www.thaiticketmajor.com โปรโมชั่นพิเศษ!! ส่วนลดสำหรับนักเรียน นักศึกษา สามารถซื้อบัตรได้ในราคา 1,600 บาท เฉพาะโซนที่นั่ง B1 และ B2 แถว BS-BY เพียงแสดงบัตรประจำตัวนักเรียน หรือ นักศึกษา ณ บูธไทยทิคเก็ต ติดตามอัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ www.bectero.com และ www.facebook.com/bectero ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

หลอน!! ตร.สหรัฐจับกุมหนุ่มฆ่าเหยื่อให้แฟนมีเซ็กซ์กับศพ
ข่าววันนี้ /  ศพ / 

ตำรวจสหรัฐจับกุมแฟนหนุ่มฆ่าเหยื่อ เพื่อให้แฟนสาวมีเซ็กซ์กับศพ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจสหรัฐจับกุมผู้ต้องหาหญิงชายคู่หนึ่ง ในข้อหาฆาตกรรมวัยรุ่นชายชาวอิลลินอยส์ 2 ราย และมีการล่วงละเมิดทางเพศกับศพทั้ง 2 ราย ผู้ต้องหาทั้งสองคือ อลิซา มาซาโร สาววัย 18 ปี และโจชัวร์ ไมเนอร์ แฟนหนุ่มวัย 24 ปี แฟนหนุ่มได้ลงมือสังหาร สังหารอีริค โกลเวอร์ และเทอเรนซ์ แรนคินส์ อายุ 22 ปี โดยการฆ่ารัดคอหลังเหยื่อสิ้นใจ เพื่อให้อลิซามีเพศสัมพันธ์กับศพของเหยื่อ โดยมีอดัม แลนเดอแมน และเบธานี แม็คคี เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ทั้งนี้ผู้ต้องอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้เล่นวิดีโอเกมกับโกลเวอร์และแรนคินส์ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะลวนลามแม็คคี จนบานปลายกลายเป็นเหตุฆาตกรรม แต่จากการสอบปากคำ ไมเนอร์ได้ให้การว่า แฟนสาวบ่นอยากมีเพศสัมพันธ์กับศพมานานแล้ว ตนจึงช่วยให้ความฝันของเธอเป็นจริง ด้วยการสังหารหนุ่มทั้ง 2 รายเพื่อให้เธอมีเพศสัมพันธ์แบบหมู่กับศพเหยื่อทั้งสอง "เธอต้องการอย่างนั้น เธออยากมีเซ็กซ์แบบนี้ และผมก็ชอบเสียด้วยที่จะให้เธอมีเซ็กซ์กับศพ" ขณะที่มาซาโร หญิงสาวที่มีเซ็กส์กับศพได้กลับคำหลังขึ้นให้การต่อหน้าศาลว่า เธอไม่ได้ชื่นชอบการมีเซ็กส์กับศพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในรายงานอ้างว่า เธอเคยให้การว่าชื่นชอบการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับศพ แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินความผิดของผู้ต้องหาทั้ง 4 ยังคงไม่สิ้นสุด โดยอยู่ระหว่างการดำเนินคดี MThai News

ซาอุฯ เอาจริง กับกฏหมายหนึ่งเดียวในโลกที่ห้ามผู้หญิงขับรถ ?
กฏหมายตามหลักศาสนา /  กลุ่มต่อต้านกฏหมายห้ามผู้หญิงขับรถ / 

ซาอุดิอาระเบีย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกฏหมายห้ามผู้หญิงขับรถ ล่าสุดได้มีการประกาศผ่านสำนักข่าวซาอุฯ ว่าจะออกมาตรการจริงจังหลังการออกมาต่อต้านในโลกออนไลน์ วานนี้ (23ต.ค.) สำนักข่าว อัล อาราบีญา รายงานข่าว ทางการซาอุดิอาระเบีย ออกมาประกาศเตือนว่าจะใช้มาตราการจริงจังกับผู้ที่ออกมาต่อต้าน ฝ่าฝืน และสร้างความสงบ โดย กระทรวงมหาดไทย ของซาอุฯ กล่าวว่าจะ "ดำเนินการอย่างเคร่งครัด" กับผู้ที่ต่อต้านและมีส่วนช่วยในลักษณะใดหรือการกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนและบ่อนทำลายสังคมร่วมกัน"  ซึ่งในวัน อาทิตย์ ที่ 26 ต.ค. ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันที่เหล่าบรรดาหญิงสาวที่ต่อต้านมาตราการและกฏหมายดังกล่าวต้องการที่จะสามารถออกมาขับรถได้ตามปกติ โดยในปีที่แล้ว การรณรงค์เช่นนี้ ทำให้หญิงสาวชาวซาอุฯ 16 คนถูกจับกุมขณะขับรถ พวกเธอแต่ละคนถูกปรับเป็นเงิน 80 ดอลลาร์ รวมถึงให้ผู้ปกครองชายของพวกเธอ ต้องทำการปฏิญาณที่จะทำตามกฎหมายของซาอุฯ รวมถึงกิจกรรม ที่สาวๆ จะโพสต์ภาพของตนเองขับรถ และเผยแพร่ไปยังสังคมออนไลน์ พร้อมกับแท็ก ไปที่คำว่า #IWillDriveMyself เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อกฏหมายดังกล่าว โดยเคยมีการแท็กข้อความนี้ถึง 2,700 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ซาอุดิอาระเบีย ยังคงยึดหลักกฏหมายตามหลักศาสนานิกาย วะฮาบีย์ ในทางการดำรงชีวิต และนอกการขับรถเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้หญิงแล้ว ปัจจุบันผู้หญิงซาอุฯ ยังไม่มีสิทธิท่องเที่ยวต่างประเทศ เปิดบัญชีธนาคาร หรือทำงานโดยปราศจากความเห็นชอบของญาติที่เป็นชาย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เคยเกิดเหตุการณ์หญิงสัญชาติคูเวตถูกจับในซาอุดีอาระเบียขณะที่เธอขับรถกำลังพาพ่อที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานไปโรงพยาบาลมาแล้ว Mthai News

ชมพู่ ก่อนบ่าย เปิดตัวแฟนใหม่ ยันชายแท้ไม่ใช่ทอม!!
ชมพู่ ก่อนบ่าย /  ชมพู่ ก่อนบ่าย แฟนใหม่

กลับมาสดใสร่าเริงหัวใจสีชมพูอีกครั้ง!! สำหรับดาราสาวอารมณ์ดี ชมพู่ ก่อนบ่าย ที่ตอนนี้เธอกำลังอินเลิฟกับหนุ่มรุ่นน้องนอกวงการมาได้ 3 เดือนหลังรู้จักกันมากว่า 10 ปี แม้จะเคยลงภาพคู่แบบไม่เห็นหน้าจนหลายคนเฝ้าติดตามว่าเป็นใครกันแน่!! ล่าสุด สาวชมพู่ ยอมโพสต์ภาพหวานให้เห็นกันชัดๆ กับแฟนหนุ่มนอกวงการสุดเท่ลงอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความว่า "ยิ่งปิดคนก็ยิ่งอยากรู้ #ก็เปิดซะเลย #ผู้ชายนะจ๊ะไม่ใช่ทอม #จบข่าว" และหนุ่มคนนี้เองที่ตามติดไปเฝ้า สาวชมพู่ ถ่ายแบบเซ็กซี่ถึงริมทะเลภูเก็ต เปิดตัวซะหวานเจี๊ยบขนาดนี้...น่าอิจฉาซ๊าาา!! ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่ ชมพู่ ก่อนบ่าย-แฟนใหม่

8 เรื่องปาฏิหารย์ คู่ แม่ลูก ความรักที่คุณจะซาบซึ้ง
ปาฏิหารย์ /  เรื่องแปลก / 

ความรักของแม่นั้น ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิตของสาวๆทุกคน แต่เรื่องราวปาฏิหารย์ก็มากับสาวๆที่ได้กลายเป็นแม่เช่นกัน เรียกได้ว่าใครได้ก้าวเป็นแม่คนแล้วนั้น ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปในทันที วันนี้เรามีเรื่องปาฏิหารย์ของแม่ลูก ที่สาวๆจะต้องอึ้งและอยากลองเป็นแม่คนดูสักครั้ง 1.Jane Woodhead ผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติที่มี มดลูก 2 อัน และ คอมดลูก 2 อันในร่างกาย ที่เรียกว่า uterus didelphys  โดยคุณหมอบอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากหากเธอจะตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยเธอและสามีจึงตัดสินใจทดลองวิธี IVF (เด็กหลอดแก้ว)  แต่หลังจากหนึ่งอาทิตย์ที่เริ่มเก็บน้ำเชื้อ คุณแม่วัย 40 คนนี้ กลับได้รับข่าวดีจากคุณหมอ ว่าเธอตั้งครรภ์ได้แล้ว 7 สัปดาห์  หลังจากได้รับการตรวจสแกน ทั้งคู่ก็น้ำตาไหลอย่างมีความสุข เมื่อได้เห็นร่างน้อยๆในครรภ์ พร้อมตั้งชื่อ ลูกรักน่ารักคนนี้ที่แสนจะสร้างปาฏิหารย์ให้เธอว่า " เกรส" 2.Erica Nigrelli   คุณแม่ผู้เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ เกือบตายหลังจากให้กำเนิดลูกสาว โดย เอริก้ามีอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ และล้มลงในห้องเรียนในปี 2013 โดยสามีของเธอ ผู้เป็นครูเช่นกันบอกว่า เธอมีอาการน้ำลายฟูมปาก และตาค้าง เพื่อนร่วมงานช่วยเธอด้วยการทำ CPR และช่วยให้เธอกลับมาหายใจอีกครั้ง และนำส่งรพ. คุณหมอได้จัดการนำลูกในท้องออก ในขณะที่คุณแม่ได้หยุดหายใจไปแล้ว  โดยคุณหมอได้ช่วยให้เอริก้าฟื้น เนื่องจากเธอทรมานจากกล้ามเนื้อหัวใจหนา " โดย 9 ใน 10 ของคน จะเสียชีวิตทันทีที่เริ่มรู้ว่าป่วย ราวกับเป็นเหมือนระเบิดเวลาร่างกาย และการให้กำเนิดลูกสาวในตอนที่เธอไม่หายใจ และตัวฉันก็ฟื้นขึ้น ถือเป็นเรื่องดีที่ฉันรู้สึก ยิ่งกว่า ขอบคุณ "  3. ทารกจากการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกของโลก ทารกน้อย Vincent เด็กคนแรกของโลกที่เกิดจากการ ปลูกถ่ายมดลูก จากคุณแม่คนหนึ่งแห่งสวีเดน วัย 36 ปี  โดยเธอรู้ตัวในวัย 15 ปี ว่า เธอไม่มีมดลูก และไม่อาจเป็นแม่คนได้ และเธอจึงได้เข้ารับการทดลงปลูกถ่ายมดลูก จากญาติคนหนึ่งของเธอ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี และได้ตั้งชื่อลูกน้อยว่า Vincent ที่มาความหมายว่า " ชนะ" 4. Claire Diaz-Ortiz สาวผู้พัฒนาโปรแกรมบริษัทโซเชียลมีเดียชื่อดัง " twitter " ได้ทวิตข้อความบอกฟอลโล่วเวอร์ 300,000 คน ในระหว่างที่เธอน้ำคร่ำแตก เรียกได้ว่าแบบ Real Time กันนาทีต่อนาที โดยใช้แฮซแทคว่า #inlabor 5. Roxana Rodriguez แม่ชีนักบวชแห่งประเทศเอลซัลวาดอร์ วัย 31 ปี ให้กำเนิดลูกน้อยในเดือน ม.ค. 2014 ที่ประเทศอิตาลี โดยเธออ้างว่าเธอไม่รู้เลยว่าเธอตั้งครรภ์ และมีอาการปวดท้องในสำนักแม่ชี เธอจึงรีบไปที่โรงพยาบาล และได้ให้กำเนิดลูน้อยในวันนั้น และตั้งชื่อลูกตามพระสันตะปาปาว่า " Francis " และเธอก็ยอมรับในที่สุดว่า เธอท้องขณะที่เดินทางไปเที่ยวที่เมือง เพื่อทำพาสปอร์ตใหม่  โดยเพื่อนแม่ชี ต่างก็รู้สึกต่อต้าน เนื่องจากเธอไม่ขัดขืนสิ่งยั่วยุเหล่านี้ ทั้งที่เป็นแม่ชีอยู่ 6. George King  หนูน้อย จอร์จ ทารกอวบอ้วนแห่งเมืองอังกฤษ โดยมีน้ำหนักอลังการงานสร้างถึง 7 กิโลกรัม (ซึ่งพอๆกับเด็กทารกสองคนเลยทีเดียว) คุณแม่วัย 21 ปี ได้ทำการคลอดแบบวิธีธรรมชาติอีกด้วย! โดยไหล่ของพ่อหนุ่มน้อยจอร์จติดแหง่กอยู่ออกไม่ได้ แถมยังไม่หายใจอีกด้วย จอร์จมีโอกาสรอดเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่หนุ่มน้อยคนเก่งนี้ก็รอดมาอย่างปาฏิหารย์ ! 7. Sarah Thistlethwaite คุณแม่ที่รู้ว่า ลูกของเธอมีอาการปกติ เพราะเธอกำลังตั้งต้องลูกฝาแฝดร่วมถุงน้ำคร่ำ (Monoamniotic Twins หรือ Momo twins) ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น! โดยใช้วิธีผ่าคลอด และความน่ารักของฝาแฝดน้อยก็คือ ทั้งคู่จับมือกันเกิดเลยล่ะ ! โดยแฝดคู่นี้มีชื่อว่า Jenna และ Jillian นั่นเอง น่ารักซะไม่มี!  8. Trish Staine คุณแม่ผู้คิดว่าตัวเองมีอาการปวดหลัง เนื่องจากอาการเจ็บปวดของการวิ่ง Half Marathon เมื่อ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่แท้จริงแล้ว เธอกำลังตั้งท้องอย่างไม่คาดฝัน และได้ให้กำเนิดลูกในชั่วโมงต่อมา เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มาจาก Mirror.co.uk  

กาละแมร์ โร่แจ้งปอท.ล่าตัวบล็อกเกอร์หมิ่นฯ
กาละแมร์ พัชรศรี /  กาละแมร์ แจ้งความ / 

เดินทางเข้าแจ้งความแล้ว สำหรับผู้ประกาศข่าวและพิธีกรชื่อดัง กาละแมร์ พัชรศรี หลังจากถูกกล่าวหาพูดจาดูถูกประเทศเพื่อนบ้านกลางรายการ "กาละแมร์" ขณะกำลังสัมภาษณ์ดาราหนุ่ม กอล์ฟ เบญจพล โดยมีบล็อกเกอร์และชาวเน็ตต่างก็โพสต์ข้อความโจมตีเธออย่างรุนแรง จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลฯ ! ล่าสุดเมื่อช่วงสายๆ ของวันนี้(24ต.ค.57) ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง กาละแมร์ เข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันกับร้อยตำรวจโท พิภพ กลมกลืน พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีบล็อกเกอร์ดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมทั้งเปิดใจกับสื่อมวลชน ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า "จากในรายการกาละแมร์ที่พูดแซว กอล์ฟ เบญจพล ถูกกล่าวหาคำว่า เรา เป็นคำว่า ลาว ทำให้เสื่อมเสีย เข้าใจผิด มีคนนำไปโพสต์ในบล็อก OKnation แล้วยังเผยแพร่ต่อ เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนบุคคล มันกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนตัวเดินทางไปลาวบ่อย มีแฟนคลับจากลาวเยอะที่ดูทีวีไทยและอ่านหนังสือของเรา" "วันนี้มาเรียกร้องความเป็นธรรม ให้ความยุติธรรมกับตัวเอง ไม่ให้บานปลายเลยมาแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง กับบุคคลที่เขียนข้อความไม่จริงและเผยแพร่ ตอนนี้ใครแชร์มีความผิด อยู่ในขั้นตอนกฏหมายต่อไป หาคนเขียนบล็อกและคนแชร์ต่อไป" "เบื้องต้นไม่ทราบว่าคนเขียนบล็อกเป็นใคร แต่น่าจะมีการตามหาตัวได้ ตามวิธีของตำรวจ ยืนยันตัวเองไม่มีเจตนาพูดอย่างนั้น รายการนี้เป็นเทปไม่ใช่รายการสด ทางช่องต้องเซ็นเซอร์ตรวจสอบก่อนออนอยู่แล้วถ้าไม่สมควร" "หากตามเจอคนทำ จะเชิญมาคุยกันว่าทำแบบนั้นทำไมยังไง มีคนลาวมาคอมเม้นท์บางคนก็น่ารักและเข้าใจ แต่คนที่ไม่เข้าใจก็มี เลยมาแจ้งความเพื่อไม่ให้บานปลาย เชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามตัวได้ไม่ยาก" "ฝากให้คนเล่นโซเชียลฯ ใช้สติ วิจารณญาน ก่อนเขียน ก่อนแชร์ อย่างรับผิดชอบ ให้ครั้งนี้เป็นกรณีศึกษา ผู้ใหญ่ไม่ได้เรียกเข้าไปคุย ไม่กลัวมีผลกระทบต่อรายการ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด แค่รักษาความยุติธรรมให้ตัวเอง" กาละแมร์ กล่าว กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี กาละแมร์ พัชรศรี

โหดเหี้ยม นักข่าวเม็กซิกันถูกฆ่า โพสต์รูปศพลงทวิต ข่มขู่ผู้ติดตาม
ทวิตเตอร์ /  ผู้มีอิทธิพลในเม็กซิโก / 

แก๊งค้ายาผู้มีอิทธิพลในเม็กซิโก สังหารนักข่าวโพสต์ภาพศพเหยื่อลงทวิตเตอร์ ข่มขู่ผู้ติดตามให้เกรงกลัว วานนี้ (23ต.ค.) สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์รายงานข่าวของ มาเรีย เดโร ซาริโอฟูรูบิโอ นักข่าวชาวเม็กซิกัน ที่ถูกสังหารโหด และนำภาพศพมาเผยแพร่ลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวของเธอ ซึ่งสื่อนอกได้ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นฝีมือของแก๊งค้ายา ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น มาเรีย ทำงานให้กับ เว็บไซต์ข่าวพลเมืองที่ได้รับความนิยม ชื่อว่า 'ความกล้าหาญสำหรับตาเมาลีปัส' ซึ่งมีสื่อสังคมใหญ่ มีผู้ติดตามในเฟสบุ๊ค กว่า 510,000 คน และในทวิตเตอร์ กว่า 1 แสนคน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ มาเรีย ใช้นามแฝง ชื่อว่า เฟรินา ( Felina ) ในการเปิดโปงการก่ออาชญากรรม ในรัฐตาเมาลีปัส ในเม็กซิโก เพื่อเรียกร้องให้คนที่จะกล้าหาญและเข้ามาแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับแก๊งอาชญากรรม มาเรียเริ่มถูกคุมคามเมื่อต้นเดือนตุลาคม แต่เธอยังไม่หยุดยั้งอุดมการณ์ โดยเมื่อต้นเดือน บัญชีของเธอได้ดูเปลี่ยนไป และ นั่นเป็นจุดจบของเธอ เพราะมีการสวมรอยใช้บัญชีของเธอ โดยการโพสต์ภาพศพอันน่ากลัว เพื่อประกาศเตือนผู้ต่อต้านไปยังบัญชีของเธอ ซึ่งกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ มักจะก่อเหตุ สังหารโหด ลักพาตัว และการพัวพันกับยาเสพติด ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ไม่สามารถรายงานผ่านสื่อใดๆได้ นอกจากสื่อสังคมออนไลน์ เพราะเกรงกลัวต่ออำนาจมืด ทั้งนี้ประชาชนส่วนมาก จึงหันไปใช้สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ เป็นช่องทางในการเปิดโปงการก่ออาชญากรรมและการทำผิดของกลุ่มเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เม็กซิโกยังคงเป็นประเทศที่อันตรายมากสำหรับอาชีพนักข่าว ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวอิสระรายอื่นๆ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรวจสอบ และเร่งสืบหาผู้กระทำผิดโดยเร็ว Mthai News

ปริศนาที่แห่งนี้รอคุณมาพิสูจน์ Alcatraz 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ซีรีส์ดังช่อง โมโน29
302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ /  Alcatraz / 

ส่งซีรีส์หลากรสมาให้คนดูได้ลิ้มลอง และนี่ก็อีกหนึ่งซีรีส์แนวลึกลับ สืบสวน ที่ mono29 อยากให้คุณได้พิสูจน์กัน Alcatraz Season 1 : 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ที่จะได้ดูกันวันแรก ตอนแรก อาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557 นี้ เวลา 10.00 - 11.00 น. Alcatraz 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ Alcatraz Season 1 (อัลคาทราซ) 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ปี 1 "เมื่อ 302 ชีวิตบนอัลคาทราซหายไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขา 3 คนจึงต้องผนึกกำลังไขปริศนาล่าทะลุมิติ" คำจำกัดความ Alcatraz เรื่องราวเกี่ยวกับบรรดานักโทษตัวร้ายถูกที่จับกุมและอยู่รวมกันที่คุกอัลคาทราซ หรือ“เดอะ ร็อค” ที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุด ผสมกับการเรื่องราวเชิงวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางข้ามเวลาเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมดที่อยุ่ในซีรีส์เรื่องนี้ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม ปี 1963 วันที่คุกอัลคาทราซถูกสั่งให้ปิดตัวลงเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณและความทรุดโทรมของสถานที่ เป็นเหตุให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย และเป็นวันที่นักโทษทั้งหมดบนเกาะรวมไปถึงบรรดาผู้คุมจำนวนกว่า 302 ชีวิตต้องทำการย้ายออกจากคุกแห่งนี้เพื่อไปประจำการยังสถานที่และคุกอื่นๆ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่มีใครรู้เลยว่า ในวันนั้นไม่เคยมีใครได้ก้าวออกจากเกาะแห่งนี้เลย  วันนั้นนักโทษและผู้คุมทั้งหมดบนเกาะอัลคาทราซได้หายตัวไปจากเกาะโดยไม่มีคำอธิบายใดๆว่าพวกเขาทั้งหมดหายไปได้อย่างไร ? หรือเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบนเกาะแห่งนี้ ? ยังคงเป็นเงื่อนงำ และต้องหาข้อพิสูจน์ต่อไปจนถึงปัจจุบัน เวลาผ่านมาจนถึงปี 2012 เจ้าหน้าที่ตำรวจสาว Rebecca Madsen ได้พบกับคดีฆาตกรรมอดีตรองพัศดีของเกาะอัลคาทราซและได้พบรอยนิ้วมือของฆาตกรด้วย แต่ที่น่าสงสัยคือพบเบาะแสฆาตกรคือหนึ่งในนักโทษแห่งคุกอัลคาทราซที่ตามรายงานของรัฐบาลระบุว่าตายไปแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน นั้นคือในช่วงปี 1963 นั่นเอง โดยปริศนาทั้งหมดนำ Rebecca ไปพบกับ Emerson Hauser หัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษของ FBI ผู้ดูแลการสืบสวนคดีการหายตัวไปอย่างลึกลับที่เกิดขึ้นบนเกาะอัลคาทราซ พร้อมด้วย ดร.Diego Soto นักวาดการ์ตูนและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับคุกอัลคาทราซ ตอนนี้พวกเขาทั้ง 3 คนต้องผนึกกำลังกันเพื่อไขปริศนาให้ได้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นบนเกาะอัลคาทราซ , ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเดินทางข้ามเวลาครั้งนี้ และ มีวัตถุประสงค์ใดกันแน่ เหตุการณ์แปลกๆได้เกิดขึ้น เมื่อเธอยิ่งสืบลงลึกไปมากจนพบว่า นักโทษคนนี้ยังดูหนุ่มเหมือนเมื่อปี 1963  คำถามก็คือ เขาหายไปไหนมา ? และทำไมเขาดูไม่แก่เลย!  งานนี้พวกเขาทั้งสามต้องใช้ความสามารถอย่างหนักหน่วงในการร่วมไขปัญหา และร่วมตามหาคนจำนวน 302 คนที่หายไป ว่าพวกเขาหายไปไหนและใครพาพวกเขาไป ติดตามเรื่องราวลึกลับทั้งหมดนี้ได้ในAlcatraz (อัลคาทราซ) ติดตามชม Alcatraz Season 1 302 ปริศนาโฉดแดนทมิฬ ได้ทางช่อง MONO29 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา10.00-11.00 น.