จ๊ะ

โอ๊ต แย้ม จีน่า แฟนวัย 23 ท้องแล้ว!!
โอ๊ต จีน่า /  โอ๊ต วรวุฒิ / 

เซอร์ไพร้ส์เข้าไปอีก!!! หลังจากควงแฟนสาว จีน่า อันนา หรือ อุไรรัตน์ มานัตนันท์ วัย 23 ปี ซึ่งคบหาดูใจกันมา 9 เดือน เข้าพิธีหมั้นไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ล่าสุด โอ๊ต วรวุฒิ นิยมทรัพย์ นักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่ได้เผยกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่ากำลังจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ เพราะ น้องจีน่า อันนา แฟนสาววัย 23 ซึ่งอายุห่างกัน 21 ปีนั้น ได้ตั้งครรภ์แล้ว และหนุ่มโอ๊ตยังเผยอีกว่า ตนตั้งใจอยากจัดพิธีมงคลสมรสโดยมีลูกอยู่ร่วมแสดงความยินดีด้วยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนตอนนี้ยังไม่ทราบเพศของลูก ถึงอายุจะห่างกันเกือบ 2 รอบแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคู่นี้นะจ๊ะ ทีม ข่าว gossipstar.mthai.com ขอร่วมแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณภาพจาก IG : @oat_voravudh, @jenaanna โอ๊ต - จีน่า โอ๊ต - จีน่า โอ๊ต - จีน่า โอ๊ต - จีน่า โอ๊ต - จีน่า โอ๊ต - จีน่า

แพท ถ่ายแซ่บคู่หนุ่มฝรั่ง! ชาวจิ้นอยากฟินรีเควส โน่-แพท..??
แพท ณปภา /  โตโน่ ภาคิน / 

ผ่านมรสุมข่าวฉาว ประกาศตัวเป็นโสดแล้วฮอตมาก!! สำหรับสาว แพท ณปภา ทั้งเรื่องหนุ่มๆ และเรื่องงานที่มีเข้ามาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นงานแสดง งานอีเว้นท์ งานโฆษณา ล่าสุดไปถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร VOLUME ประกบคู่นายแบบฝรั่งเปลือยหุ่นล่ำ แซ่บยิ่งกว่าพริก 100 เม็ด ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่น้ำลายหกไปตามๆ กัน แต่งานนี้แฟนคลับคู่จิ้น #ณปภาคิน ขอเสนอ ถ้า สาวแพท ถ่ายแนวนี้คู่กับ หนุ่มโตโน่ จะยิ่งฟินเข้าไปอีก!! ถึงขนาดเอาภาพมาตัดต่อ #โน่แพท เองซะเลย... ยอมใจพลังจิ้นมหาศาลขนาดนี้ ไม่แน่อาจจะมีงานคู่ออกมาเร็วๆ นี้ก็ได้นะจ๊ะ!! ขอบคุณภาพจาก FB :: VOLUME และ IG @jin_fin_mano, np_pantip, janesudawwwww, _napapakin_nopat_, aanniiee_zaa, tory_hair แพท-นายแบบฝรั่ง นิตยสาร VOLUME แพท-นายแบบฝรั่ง นิตยสาร VOLUME แพท-นายแบบฝรั่ง นิตยสาร VOLUME แพท-นายแบบฝรั่ง นิตยสาร VOLUME แพท นิตยสาร VOLUME FC คอมเม้นท์อยากเห็น โน่-แพท ชาวจิ้นตัดต่อภาพ โน่-แพท ชาวจิ้นตัดต่อภาพ โน่-แพท ชาวจิ้นตัดต่อภาพ โน่-แพท ชาวจิ้นตัดต่อภาพ โน่-แพท

ท้องก็เซ็กซี่ได้!!! กระแต ศุภักษร ใส่ทูพีซโชว์ครรภ์ 6 เดือน
กระแต ศุภักษร /  กระแต ท้อง / 

สวยจริงๆ สำหรับว่าที่คุณแม่ กระแต ศุภักษร ล่าสุดได้โพสต์ภาพใส่ทูพีซสวยหวานและเซ็กซี่ โชว์ลูกน้อยในภรรค์ ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว จนแฟนคลับแห่เข้ามาชื่นชมความงามของเธออย่างล้นหลาม แม้อายุครรภ์จะ 6 เดือนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายความเซ็กซี่!!! สำหรับสาวมั่น กระแต ศุภักษร หลังอุ้มท้องไปท่องเที่ยวตามประสาสามี-ภรรยากับ หลุยส์ อาทิตย์ คุณสามีสุดเลิฟที่ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี สาวกระแตก็ยังแอบเซ็กซี่เบาๆ ด้วยการใส่ชุดว่ายน้ำทูพีซน่ารักๆ แถมยังโพสต์ท่าอวดลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ 6 เดือน ซึ่งยิ่งมองก็ยิ่งเห็นความงดงามแบบธรรมชาติของความเป็นแม่-ลูก แหม...ขนาดตั้งครรภ์ท้องโย้ขนาดนี้ก็ยังไม่ทิ้งแนวเซ็กซี่นะจ๊ะ!!! ขอบคุณภาพจาก IG iamkratae กระแต ศุภักษร กระแต ศุภักษร กระแต ศุภักษร กระแต ศุภักษร กระแต ศุภักษร กระแต ศุภักษร กระแต ศุภักษร กระแต ศุภักษร

รู้แล้วทำไมผมมัน! สาเหตุของอาการ ผมมัน ปัญหากวนใจของสาวๆ
ผมมัน /  สระผม / 

"ผมไม่มันไม่รู้หรอก" คำพูดนี้คงเป็นคำติดปากของสาวที่มี ผมมัน เป็นชีวิตจิตใจ ปัญหาต่อมาคุณต้องสระผมแทบจะทุกวัน เพียงเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่า โคนผมของคุณนั้นมันแว๊บ เงาวับ ราวกับมีใครมาราดน้ำมันไว้ เบื่อหรือยัง? อยากจะหยุดปัญหาผมมันไว้หรือยัง? เอาล่ะนี่คือ 8 อย่างที่คุณควรเลิกทำตั้งแต่วันนี้ นาทีนี้เป็นต้นไป เพื่อลดอาการผมมันให้อยู่หมัด 1.เลิก! จับผมเป็นประจำ ก่อนคุณจะจับผมนั้น คุณจับหน้า จับสิ่งของต่างๆ อันมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ และทันทีที่คุณเริ่มจับผม ก็จะทำให้ผมของคุณเริ่มมันโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นหยุดก่อนที่ผมจะมันเยิ้ม! 2.เลิก! สระผมบ่อยเกินไป ใช่ค่ะ สาวผมมันทุกคน คุณอาจจะสงสัยว่า เอ้าแล้วไม่ให้สระผมจะให้ทำไงล่ะ ผมก็มัน ก็ยังไม่ควรสระผมอีก ใจเย็นก่อนค่ะ การสระผมทุกวันนั้นจะทำให้ หนังศีรษะไม่ได้ผลิตน้ำมันในแบบธรรมชาติปกติ ดังนั้นมันจึงผลิตน้ำมันออกมาแทนที่ ทางที่ดี ลดการสระผมทุกวัน มาสระ 2-3 ครั้ง ต่ออาทิตย์ ผมของคุณจะดีขึ้นในระยะยาว 3.เลิก! ใช้ครีมนวดผมมากไป โปรดระวัง คอนดิชั่นเนอร์ ครีมนวดผมให้ดี  บางครั้งคุณอาจจะชโลมครีมนวดมากไป ที่อาจจะทำให้ผมของคุณทิ้งตัวลง หรือบางวันคุณอาจจะล้างออกไม่หมดด้วยซ้ำ ทางที่ดีลดการใช้ครีมนวดไปเลยได้ยิ่งดี  4.หยุด! การแปรงผมบ่อยเกินไป ยิ่งแปรงเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมามากเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้การหวีผมทำให้ผมของคุณดูเงางามแต่ไม่นานมันจะกลายเป็น มันเยิ้มค่ะ เพราะฉะนั้นแปรงอย่างพอสมควร อย่าติดการแปรงผมจนเป็นนิสัย 5. หยุด!ใช้แปรงหวีผมสกปรก หมั่นทำความสะอาดแปรงหวีผม คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า หวีมีเชื้อโรค หรือสิ่งไม่พึงประสงค์มากมายติดตามซอกต่างๆ เมื่อสิ่งเหล่านี้เข้าไปอยู่ในเส้นผมของคุณ ผมของคุณก็จะสกปรก อันเป็นเหตุให้ผมมันและมีกลิ่นได้ 6. หยุด! ใช้แปรงหวีผมมีผมติดอยู่เยอะเกินไป เช่นเดียวกับ แปรงที่สกปรกนั่นล่ะค่ะ แต่การที่มีผมติดอยู่เยอะนั้น จะทำให้น้ำมันที่อยู่ในผมเส้นเก่าๆ เข้ามาติดผมของเราได้ เพราะฉะนั้นหมั่นทำความสะอาดนะจ๊ะ 7.เลิก! ใช้ผลิตภัณฑ์ผิดๆ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความ "ชุ่มชื้น" "ความเงางาม" อะไรที่ทำให้ผมคุณหนักขึ้น หลีกเลี่ยงค่ะ แต่จงใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผมเบาสบาย 8.ดีท็อกซ์ผมด้วย แชมพูใสบ้าง การใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผม เป็นสาเหตุทำให้ผมของคุณมันได้ ยิ่งเพื่อนรักของสาวผมมัน "แชมพูแบบสเปรย์" (dry shampoo) ถ้าใช้บ่อยๆล่ะก็ คุณต้องหมั่นทำความสะอาดเส้นผมด้วยแชมพูใส 2-4 ครั้งต่อเดือน เท่านี้ผมก็จะได้ดีท็อกซ์และทำให้ผมสุขภาพดีได้ ที่มา seventeen เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ไหว้พระเสริมดวง 9 วัดดัง ณ ประเทศสิงคโปร์
สิงคโปร์ /  เสริมดวง / 

เมื่อพูดถึงสิงคโปร์ หลายคนอาจจะนึกถึงตึกสูงระฟ้า แหล่งช้อปปิ้งหรูหราสำหรับขาช้อป ร้านอาหารจากเหล่าเชฟชื่อดัง รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกนับไม่ถ้วน แต่อีกหนึ่งกิจกรรมที่อาจจะขาดไม่ได้สำหรับใครหลายคนเวลาไปสิงคโปร์ คือการเข้าวัด เพราะการเข้าวัดทำบุญถือได้ว่าเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจได้ทางหนึ่ง และนี่คือ 9 ตัวอย่างวัดดังในสิงคโปร์ สำหรับใครที่ต้องการจะขอพรเรื่องโชคลาภ ความรักดีๆ หรือแม้แต่เสริมดวงแก้ปีชง ก็สามารถเดินทางไปขอพรตามวัดเหล่านี้ให้สมหวังดังตั้งใจกันได้ทุกคน “Route for Wealth: เพื่อโชคลาภ” 1. วัดเซียน จู่ กง (Xian Zu Gong Temple) วัดจีนที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยพ่อค้าชาวจีนเพื่อถวายแด่เทพเจ้าตั่วแป๊ะกงซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ นอกเหนือจากการมากราบไหว้บูชาเพื่อโชคลาภและความเป็นสิริมงคลแล้ว คนสิงคโปร์ก็นิยมมาขอพรให้ท่านเทพเจ้าช่วยปกป้องให้แคล้วคลาดจากศัตรูหรือภัยอันตรายอีกด้วย การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Telok Ayer ทางออก A   2. วัดตันสิชงซู (Tan Si Chong Su Temple) วัดฮกเกี้ยนโบราณ ซึ่งสร้างอยู่ในบริเวณที่ถือว่าถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยมากที่สุดแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถมาชมความงดงามของวัดนี้ ที่มีความโดดเด่นด้านการตกแต่งด้วยรูปปั้นสัตว์มงคลต่างๆ รอบบริเวณวัด  จุดพิเศษอีกจุดหนึ่งของวัดนี้ ได้แก่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในบริเวณวัด ซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมแวะเวียนมาขอพรเกี่ยวกับโชคลาภกันที่บ่อน้ำแห่งนี้อีกด้วย การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Clarke Quay ทางออก B    3. วัดซัมบาวัง (Sembawang God of Wealth Temple) เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือในภาษาจีนเรียกว่า “ ไฉ่ ซิ้ง เอี้ย” นับว่าเป็นเทพเจ้าที่ชาวสิงคโปร์ให้ความเคารพบูชามากที่สุดองค์หนึ่ง ซึ่งที่วัดแห่งนี้เองก็มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน โดยองค์เทพเจ้านั้นจะตั้งอยู่บนหลังคา ตัวองค์เทพเจ้าเป็นสีทอง มีความสูงถึง 9.44 เมตร และหนักถึง 8 ตันเลยทีเดียว  ถ้าใครอยากทำธุรกิจรุ่งเรือง ทำการค้าขายคล่องตัว ก็ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะมาไหว้ขอพรที่วัดแห่งนี้ การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Sembawang ทางออก C   “Route for Love: เพื่อความรัก” 4. วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kuan Im Tng Temple, Joo Chiat )                                                                                                          ภายในวัดนี้ สิ่งที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างแรกคงหนีไม่พ้นรูปปั้นหล่อของพระจุณทีโพธิสัตว์ นอกเหนือจากความศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดผู้คนให้มาขอพรกันเรื่องความรักแล้ว วัดนี้ยังเป็นวัดที่มีความสวยงามจากภาพวาดแกะสลักแบบจีนที่มีสีสันลวดลายอันงดงามตระการตา นอกเหนือจากนั้น ผู้ที่ศรัทธาสามารถเข้าร่วมพิธีสวดที่จัดขึ้นได้ในทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป หรือหากใครไม่สะดวกก็สามารถเขียนชื่อ เพศ วันเดือนปี เกิด และอายุ ลงในกระดาษสีชมพู จากนั้นนำไปให้เจ้าหน้าที่ประกอบพิธีให้ในวันเสาร์ได้เช่นเดียวเช่นกัน การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Paya Lebar ทางออก  A   5. วัดเยี่ยไห่ชิง (Yueh Hai Ching Temple หรือ Wak Hai Cheng Bio) วัดลัทธิเต๋าที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ ใครที่อยากสมหวังเรื่องความรัก ก็ขอเชิญชวนให้ไปไหว้เทพเจ้า ‘Elder of Moon’ โดยให้นำด้ายสีแดงไปคล้องไว้ที่องค์เทพเจ้าและขอพรเรื่องความรัก ซึ่งผู้ที่มากราบไหว้ต่างสมหวังกันมากมายจนวัดได้รับการขนานนามว่าเป็น “The Love Temple” เลยทีเดียว นอกจากน ภายในวัดยังมีเทพเจ้าอื่นๆให้ได้ทำการอธิฐานขอพรอีก เช่น เทพเกี่ยวกับการขอบุตร และเทพเกี่ยวกับการขอเรื่องความสำเร็จในด้านการศึกษา การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Raffles Place ทางออก D       บริเวณด้านหน้าวัดเทียนฮกเก๋ง 6. วัดเทียนฮกเก๋ง (Thian Hock Keng Temple) อีกหนึ่งวัดจีนที่มีจุดประสงค์หลักในการสร้างเพื่อบูชาเจ้าแม่แห่งท้องทะเล หรืออีกชื่อหนึ่งว่าเจ้าแม่ทับทิม (Ma Zu) ซึ่งถือเป็นวัดที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ด้วยลวดลายและฝีมือการแกะสลักที่ประณีตบรรจง โดยเฉพาะรูปปั้นมังกรบนหลังคาที่เห็นโดดเด่นเป็นสง่า จุดเด่นอีกอย่างที่น่าสนใจคือ วัดนี้เป็นวัดเดียวในสิงคโปร์ที่ทำการก่อสร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ในส่วนของวัดนี้นั้นคนส่วนใหญ่จะเน้นขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความสงบสุข ชีวิตคู่ที่ยั่งยืนและราบรื่น  โดยเฉพาะใครที่ต้องการขอพรเรื่องบุตรหรือความรักนั้น ห้ามพลาดการไปขอพรต่อเจ้าแม่แห่งท้องทะเลเด็ดขาด การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Telok Ayer Exit  A  จากนั้นเดินจากวัดเยี่ยไห่ชิง ไปทางถนน Telok Ayer มุ่งหน้าไปทาง Chinatown ประมาณ 500 เมตร วัดจะอยู่ทางด้านขวา “Route for Luck: เพื่อเสริมดวง” บริเวณด้านหน้าวัดพระเขี้ยวแก้ว  7. วัดพระเขี้ยวแก้ว (The Buddha Tooth Relic Temple and Museum) วัดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางย่านไชน่าทาวน์ ถูกออกแบบตามแบบสถาปัตยกรรมจีนในสมัยราชวงศ์ถัง  โดยตัวอาคารจะเน้นสีแดงสด นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังมีพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นพระทนต์ของพระพุทธเจ้าถูกบรรจุอยู่ในสถูปทองคำตั้งอยู่ด้วย ส่วนชั้นดาดฟ้า ยังมีทั้งสวนดอกไม้สวยงาม รวมไปถึงระฆังยันต์ใบใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง บนตัวระฆังนั้นมีคำย่อสั้นๆ ของบทสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล  มีผู้คนมากมายเดินทางมาที่นี่เพื่อแก้ปีชง เสริมดวง และขอพรจากเทพเจ้าที่คุ้มครองปีเกิด การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Chinatown ทางออก A 8. วัดเจ้าแม่กวนอิมท้งฮุดโจ้ว  (Kwan Im Thong Hood Cho) วัดที่ชาวสิงคโปร์และนักท่องเที่ยวนับถือและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ในทุกๆ วันจะมีผู้คนมากราบไหว้ขอพรกันอย่างเนื่องแน่น ความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ในองค์เจ้าแม่กวนอิมนั้นก็มาจากคนที่มาไหว้ขอพรแล้วมักจะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ผู้คนยังนิยมมาขอพรเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาวอีกด้วย และสิ่งสำคัญที่พลาดไม่ได้ คือการเสี่ยงเซียมซี เพราะชาวสิงคโปร์เชื่อกันว่าเซียมซีที่นี่แม่นมากที่สุด อยากรู้ว่าแม่นแค่ไหน ต้องไปลองกันด้วยตัวเอง การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Bugis ทางออก C   9. วัดศรีมาริอัมมัน (Sri Mariamman Temple) วัด ฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์แห่งนี้  สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายให้แด่พระศรีมาริอัมมันหรือพระแม่อุมาเทวีผู้เป็น เทวีแห่งอำนาจและสันติสุข ซึ่งชาวฮินดูในประเทศสิงคโปร์เชื่อกันว่าสามารถช่วยปกปักษ์รักษาผู้คนให้พ้น จากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังได้ชื่นชมกับสถาปัตยกรรมที่งดงามโดดเด่น โดยเฉพาะซุ้มประตูที่ถูกประดับด้วยรูปเทวดาแกะสลักเป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่มาเยือนในเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายน ก็จะได้เห็นพิธีลุยไฟซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอีกด้วย การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน MRT สถานี Chinatown ทางออก A แนะนำกันขนาดนี้แล้ว ก็อย่ามัวรอช้า รีบเตรียมตัววางแผนแพ็คกระเป๋า แล้วไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์กันดีกว่า จะทริปยาวหรือทริปสั้นก็เดินทางได้สะดวกสบายไร้กังวล ถ้าใครที่นึกไม่ออกว่าจะขอพรเรื่องอะไร หรือจะไปวัดไหนดี จะลองไปหมดทุกวัดที่แนะนำมานี้ก็ไม่ว่ากัน ถ้าขอพรกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไรก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะจ๊ะ

เก๋กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ! ศิลปะ ย้อมสีผม ให้คล้ายสีภาพศิลปะของเหล่าศิลปินระดับโลก
ย้อมสีผม /  ศิลปะ / 

ในอดีตกาลเมื่อหลายร้อยปีก่อน ศิลปินใช้เส้นผมของพวกเขาเป็นพู่กัน วาดเขียน สะบัดแปรง สร้างภาพจากจินตนาการให้ทุกคนได้เห็นด้วยตาร่วมกัน แต่ไม่ใช่สำหรับ Ursula Goff แฮร์สไตลิสท์จาก แคนซัส ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการใช้สี เธอใช้วิธีย้อนกลับ ด้วยการย้อมสีผม ให้คล้ายสีภาพศิลปะของเหล่าศิลปินระดับโลก อย่าง แวน โก๊ะ, โมเน่ต์,และ แอนดี้ วอร์ฮอล์ เพื่อเป็นการแสดงผลงานวิจิตรศิลป์ชั้นเยี่ยมของเธอเอง หูย...ลึกล้ำ! ภาพ Starry Night โดย  Van Gogh ภาพ The Kiss โดย  Gustav Klimt ภาพ Girl With a Pearl Earring โดย Johannes Vermeer ภาพ Red Canna Lily โดย  Georgia O’Keeffe ภาพ  Drowning Girl โดย  Roy Lichtenstein ภาพ  The Scream โดย  Edvard Munch จากภาพ Water Lilies โดย Claude Monet ภาพ ป็อปอาร์ท Marilyn Monroe โดย Andy Warhol ภาพ Birth of Venus โดย Botticelli จะเรียกว่าเป็น ทั้ง พรสวรรค์และพรแสวง ของ Goff ก็คงไม่ผิด ที่เธอสามารถถ่ายทอดภาพเขียนระดับตำนาน มาเป็นเส้นสีลงบนเส้นผมได้คล้ายภาพเขียนจริงได้ขนาดนี้ โดยก่อนหน้านี้ เธอต้องไปเข้าคลาสการระบายสีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้เหมือนสไตล์ของ Vermeer, O’Keeffe และ ตามงานศิลปะร่วมสมัยต่างๆ ที่รับเปิดสอน ทำให้ตัวเองเธอเอง มีความรู้เรื่องข้อมูลเกี่ยวศิลปินแต่ละท่านเป็นอย่างดี และแน่นอน เมื่อเธอแชร์ภาพผลงานการย้อมสีผมของเธอนี้ลงใน Instagram เธอก็ได้อธิบายสอดแทรกลงไปในแคปชั่นใต้ภาพด้วย งานนี้เรียกได้ว่า เก่ง ดูดี และมีภูมิ นะจ๊ะเธอ ว่าแต่ นี่ต้องเอาตัวอย่างสีไปให้ช่างดูใช่ไหมเนี่ย แล้วถ้าเราย้อมออกมาจะได้ตามนี้ไหมล่ะ ? วัดใจกันมากค่ะคุณ ที่มาจาก www.mymodernmet.com ภาพจาก www.instagram.com/uggoff เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women MThai Team

จ๊ะ อาร์สยาม เปิดใจนาที 'สาดเบียร์ใส่คนดู' รับแพ้อารมณ์ชั่ววูบ!
จ๊ะ คันหู /  จ๊ะ อาร์สยาม / 

หลังจากเมื่อวันก่อน มีคลิป จ๊ะ อาร์สยาม สาดเบียร์ใส่คนดูหน้าเวทีคอนเสิร์ตจนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย บ้างก็ติเตียนในความใจร้อน บ้างก็ให้กำลังใจ ซึ่งล่าสุดลูกทุ่งสาวคนดังก็ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับรายการ ข่าวช่อง 2 บันเทิงภาคค่ำ ยอมรับว่าเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พร้อมน้อมรับคำติชม รวมทั้งขอบคุณคนที่เข้าใจและให้กำลังใจ "ไปงานงานหนึ่ง เป็นงานใหญ่มากเลยนะคะ แล้วใครที่จะเข้ามาดูหนูเนี่ยก็ต้องเสียตังค์เข้ามา แล้วทีนี้ก่อนหนูจะขึ้น จะเป็นช่วงเปิดวงซึ่งมีแดนเซอร์เต้น 6 คน ตอนที่แดนเซอร์หนูเต้นก็จะมีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งอยู่หน้าเวทีถือเบียร์คนละกระป๋อง เอาเบียร์สาดแดนเซอร์หนูตลอดแล้วก็พยายามปีนขึ้นมาจะอะไรแดนเซอร์หนู หนูก็ยืนมองอยู่ข้างเวทีก็ไม่ได้อะไร หนูขึ้นเพลงแรก ร้องเพลงคันหู ขึ้นปุ๊บเขาก็เอาเบียร์สาดหนู ครั้งแรกหนูก็ยิ้มให้เขา คิดว่าเขาอยากให้หนูสนใจเขาอยากให้หนูเห็นเขา ก็ยิ้มให้เขา พอครั้งที่ 2 สาดอีกหนูก็ยิ้มแล้วก็มองเขา แล้วก็คิดในใจว่าคงไม่มีครั้งที่ 3 แล้วละ หนูก็ร้องต่อ แต่พอใกล้จะจบเขาสาดอีก สาดเยอะมาก ทั้งขาทั้งตัว หนูก็เลยให้นักดนตรีหยุดแล้วบอกเพื่อนเขาว่าเอาเบียร์มา แล่วหนูก็สาดลงหัวเขา อารมณ์นั้นพอหนูสาดลงหัวเขา เขาก็สาดกลับมาอีก คนที่เป็นพิธีกรคือพี่เขยหนู คือถ้าคลิปยาวจะรู้เพราะว่าพี่เขยหนูพูดเตือนตั้งแต่แรกแล้วว่าอย่าสาดขึ้นมานะครับ บนเวทีเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า เขาก็ไม่ฟัง เราเตือนแล้ว พี่เขยก็เลยสาดลงหัวเขาอีกทีหนึ่งแล้วก็เอากระป๋องเบียร์ปาใส่เขา" ดูให้จบ กูว่าปีหน้าพี่เขาคงไม่มาแล้วแหละเพราะมีคนนแบบนี้ไง #แต่ถ้าใครอยู่ในงานจะรู้ว่ามันมีมากกว่านี้ #ทีมจ๊ะ Posted by For'flook Kii on 1 กุมภาพันธ์ 2016 "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่เชียงรายค่ะ เป็นงานพ่อขุนเม็งรายค่ะ... ปกติแล้วคนเชียงรายน่ารักมาก เพราะว่าถ้าดูในคลิปเขาจะเล่นกับหนูตลอดเลย หนูขึ้นไปหนูก็เอ็นเตอร์เทน เขาเล่นเขากรี๊ดตลอด แต่กลุ่มนี้เขาเมามาก" แล้วหลังจากกลุ่มนั้นโดนปากระป๋องเบียร์ใส่ เขาหนีไปเลยไหม? "ไม่ค่ะ เขายืนมองเหมือนจะมีเรื่อง หนูเรียกเจ้าหน้าที่มาดึงเขาไป แล้วเราก็แสดงต่อค่ะ" "พอมีเหตุการณ์แบบนี้คนที่อยู่ในงานมีแต่เข้ามาบอกว่าน้อยไป พี่จ๊ะทำน้อยไป เพราะว่าก่อนที่หนูจะขึ้น วงก่อนที่หนูจะขึ้นเขาก็ปีนตลอดเวลา เอาเบียร์สาดวงก่อนตลอดเวลา" "หนูไม่ได้ตกใจอะไร แต่เป็นอารมณ์ชั่ววูบที่รู้สึกว่าเขาไม่ให้เกียรติพวกเราเลย เราเล่นให้คุณดู แล้วคนเข้ามา 3-4 พันคน คุณยังไม่อายอีก เวลาเขาสาดหนูคน 3-4 พันคนก็มองไปที่เขานะ ไม่ได้มองที่หนู คนในงานจะเข้าใจหมดเลยว่า สาดตั้งแต่หนูยังไม่ได้ขึ้น ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดว่าหนูมีความอดทนมากแล้ว" "หลังจากแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ จาก 100 กว่าคอมเม้นท์มีคนมาให้กำลังหนู 90 กว่าเม้นท์ มีบางคอมเม้นท์นะคะที่ว่าคุณต้องทำใจนะคุณขายเซ็กซี่ คุณเกิดมาจากคันหู คุณก็รู้คันหูคืออะไร ที่แบบว่าเป็นคอมเม้นท์ที่พยายามดูถูก หนูอ่านทุกคอมเม้นท์เลยนะคะ หนูก็เลยไปตอบเขาว่า ใช่ค่ะหนูขายเซ็กซี่ แต่หนูไม่ได้ขายเซ็กซ์ ขายเซ็กซี่ต้องเอาเบียร์มาราดเหรอคะ หนูตอบเขาอย่างนี้ แล้วหนูก็บอกเขาว่าถ้าว่างมาดูคอนเสิร์ตหนูนะคะ... คอนเสิร์ตหนูเดี๋ยวนี้ไม่ได้เกาหูเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทุกวันนี้หนูเล่นขายฮา แล่วหนูก็ตอบเขาว่าถ้าหนูไม่ดีจริง หนูไม่มีงานทุกวันหรอก" ข้อมูลจาก ช่อง 2 บันเทิงมาเต็ม (หมายเลข 38) หรือติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ที่ www.facebook.com/thaich2 และชมคลิปเด็ดประเด็นร้อนในวงการนันเทิงที่ www.youtube.com/thaich2 ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

หล่อใจบุญ โทนี่ บริจาคสเต็มเซลล์ช่วย ลาร่า ผู้ป่วยลูคิเมีย
โทนี่ รากแแก่น /  ข่าว โทนี่ รากแก่น

ร่วมเป็นหนุ่มใจบุญอีกราย กับนักแสดงหนุ่มมาดเซอร์ โทนี่ รากแก่น ที่วันนี้ (5 ก.พ.) ใจบุญร่วมบริจาคเลือด และแสดงความจำนงบริจาคสเต็มเซลล์เพื่อช่วยลาร่า และผู้ป่วยลูคิเมีย ณ ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ซึ่งหนุ่มโทนี่ เผยว่าตนเพิ่งเคยมาบริจาคเลือดเป็นครั้งแรก ยอมรับว่าเป็นคนกลัวเข็ม แต่พอได้ทราบข่าวจาก พี่ปู จิรัฏฐ์ (บก. Cheeze) ก็รีบมาบริจาคเลย ส่วนเรื่องภาพยนตร์ "พี่ชาย My Hero" ที่เจ้าตัวแสดงนำ ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วย และหากมีโอกาส ตนก็อยากร่วมเดินพรมแดง แย้มภายในปีนี้มีภาพยนตร์กับค่าย M39 แต่ขออุบเรื่องรายละเอียดไว้ก่อน วอนแฟนๆ ติดตามผลงาน เพราะไม่เคยเล่นบทนี้มาก่อน ถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับตนมาก แหม...ทั้งหล่อ ทั้งใจบุญแบบนี้ ก็ขอให้มีผลงานให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ นะจ๊ะ โทนี่ รากแก่น โทนี่ รากแก่น โทนี่ รากแก่น โทนี่ รากแก่น โทนี่ รากแก่น

พอร์ช พักยาวสลายไขมัน เก็บตัวลดน้ำหนัก 1 เดือน
พอร์ช ศรัณย์ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ได้ฉายา พระเอกสามชั้น ไปครอง สำหรับพระเอกวิกหมอชิต พอร์ช ศรัณย์ ที่โดนวิพากษ์วิจารณ์หนักเรื่องความอ้วน ทำเอาพระเอกหนุ่มถึงกับนอยด์สุดๆ เพราะพยายามลดแล้วลดอีก แต่ไขมันก็ยังไม่กระจายตัวออกไปไหน ล่าสุดทางผู้จัดการส่วนตัวเลยตัดสินใจให้หนุ่มพอร์ชพักยาวเก็บตัว 1 เดือนเต็มๆ เพื่อจะได้มีเวลาดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าอีกไม่นานหนุ่มพอร์ชจะกลับมาหุ่นเป๊ะเหมือนเดิม “ตอนนี้ก็ลดๆ ลงไปหลายกิโลแล้วครับ ก็ให้น้องพักยาว หมายถึงให้ออกกำลังกายนะ อีเว้นต์ก็มีติดต่อเข้ามาบ้าง แต่ขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ก็อยากให้ทุกๆ คนให้กำลังใจน้องด้วย น้องทำได้แน่นอน ตอนนี้ก็ออกกำลังกายทุกวัน เน้นเบิร์นไปก่อน ส่วนเรื่องกล้ามอะไรค่อยว่ากัน น้องมีเทรนเนอร์ดูแลอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะน้องเขาก็พยายามเต็มที่” ใครอยากให้กำลังใจหนุ่มพอร์ช เชิญเข้าไปคอมเม้นต์ในไอจีได้เลยนะจ๊ะ ช่วงนี้เน้นอัพรูปออกกำลังกายล้วนๆ เอาให้รู้กันไปเลยว่าลดจริงอะไรจริง พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์ พอร์ช ศรัณย์

ส่องมือถือ-แท็ปเล็ตสุดฮอตกว่า 70 รุ่น ในงาน Thailand Mobile Expo 2016
Thailand Mobile Expo 2016 /  TME 2016 / 

ส่องมือถือ-แท็ปเล็ตสุดฮอตกว่า 70 รุ่น ในงาน Thailand Mobile Expo 2016 เชื่อว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สำหรับใครที่ได้โบนัส อยากได้มือถือใหม่ แต่ยังไม่มีรุ่นโดนๆ ที่น่าสนใจเลย อยากได้รุ่นใหม่ๆ โอกาสมาถึงคุณแล้วครับ เพราะในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะมีงานมือถืองานใหญ่ของประเทศนั่นก็คือ Thailand Mobile Expo 2016 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2559 โดยในงานนี้จะมีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้วในต่างประเทศ เริ่มเข้ามาจำหน่ายในงานนี้ รวมถึงมือถือรุ่นก่อนหน้า ก็จะมีการปรับราคาลดลง หรือมีโปร ลดแลกแจกแถม ปล่อยกันในงาน วันนี้เรามีบทความดีๆ จาก Thailand Mobile Expo แนะนำสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจในงานกว่า 70 รุ่น เรามาดูกันครับว่าในงานนี้จะมีสมาร์ทโฟน และแก็ตเจ็ตอะไรที่จะมาทำให้เงินในกระเป๋าของเพื่อนๆ สั่นได้บ้าง Samsung Galaxy J2 รุ่นระดับเริ่มต้นของ Samsung เครื่องเล็กกะทัดรัดแต่มีครบทุกอย่าง ด้วยราคาประมาณ 4,xxx บาท มาพร้อมกับหน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 4.7 นิ้ว (qHD) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้านใช้ได้ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส TouchWiz อย่างที่คุ้นเคยกันดี รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด กล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ HD และสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง เป็นอีกรุ่นของ Samsung ที่ค่อนข้างสมราคาทีเดียว Galaxy J7 มีงบประมาณสัก 8-9 พันบาท เลือกมือถือหน้าจอขนาดใหญ่แจ่มๆ Galaxy J7 เป็นตัวเลือกที่ดีครับ แสดงผลคมชัดด้วยหน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (HD) ใช้ดู YouTube เล่นเกมดีนักแล เร็วแรงด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 7580) RAM 1.5 GB  รันบน Android 5.1 ทำงานรวดเร็วทันใจ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลาย กล้อง 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายภาพ Selfie ผ่านกล้อง 5 เมกะพิกเซล  รองรับ 4G LTE และมีโปรโมชั่นร่วมกับ Operator ด้วย ลองหาข้อมูลได้เลย Galaxy A5 (2016) ภาคต่อของสมาร์ทโฟนบอดี้โลหะ Galaxy A5 คาดว่าจะเปิดตัวช่วงงาน Mobile Expo รุ่นนี้อัพเกรดคุณสมบัติสเปค – ดีไซน์จากของเดิมพอสมควร หน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลดีเยี่ยม บอดี้โลหะบางเฉียบ ฝาหลังแบบกระจก กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบกันสั่นไหว (OIS) บันทึกวิดีโอ Full HD รองรับ 4G LTE และเพิ่ม microSD สูงสุด 128 GB ตรงนี้ต้องรอดูตัวจริงครับ ซึ่งจะมีรุ่น Galaxy A7 และ Galaxy A9 ในซีรี่ส์ด้วย Galaxy A7 (2016) สำหรับ Galaxy A7 (2016) เป็นรุ่นระดับกลางของ A-Series หน้าจอขยายใหญ่เป็น 5.5 นิ้ว ชนิดหน้าจอ Super-AMOLED ความละเอียด FHD เท่ากับ Galaxy A5 ชิพประมวลผล Octa-Core + RAM 3 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 (อัพเดทเป็น Android 6.0 ได้) ด้านกล้องใส่มา 13 เมกะพิกเซล  + OIS ถ่ายกลางคืนดีเยี่ยม นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังเพิ่มเป็น 3,300 mAh เชื่อว่าจะเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมครับ รอติดตามได้ Galaxy A8 ถึงจะเปิดตัววางจำหน่ายมาหลายเดือน แต่เรื่องหน้าตา คุณสมบัติภาพรวมถือว่าทันสมัยอยู่กับ Galaxy A8 เอาใจคนชอบหน้าจอใหญ่ๆ Super-AMOLED ขนาด 5.7 นิ้ว ขอบหน้าจอแคบเป็นพิเศษ เพิ่มพื้นที่การแสดงผล / ตัวเครื่องขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป บอดี้บางเฉียบเพียง 5.9 มิลลิเมตร ถือว่าบางที่สุดเท่าที่ Samsung เคยผลิตมาครับ ชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 5433) + RAM 2 GB จัดว่าแรงเอาเรื่องอยู่ กล้อง 16 เมกะพิกเซล  และแบตเตอรี่ 3,050 mAh เห็นเครื่องบางๆ แบบนี้ใส่ microSD เพิ่มได้นะเออ Galaxy A9 (2016) รุ่นใหญ่ใหม่ล่าสุดของตระกูล Galaxy A คิดว่าเป็นการนำ Galaxy Mega กลับมารีเมคใหม่ ปังกว่าเดิม ! หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 6.0 นิ้ว (FHD) เหมาะกับใช้ดูวิดีโอ – YouTube เล่นเกมกราฟฟิคสูงได้ดี แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Snapdragon 652 (Octa-Core) + RAM 3 GB เทียบชั้นไฮเอนด์หลายรุ่น บอดี้โลหะ ฝาหลังกระจกสุดหรู กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  พร้อม OIS, กล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล  (F/1.9) เอาใจคนชอบ Selfie เต็มอัตรา เมโมรี่ภายใน 32 GB และแบตเตอรี่ 4,000 mAh  จัดเต็มกว่ารุ่นเรือธงซะอีก ! Galaxy S6 / Galaxy S6 Edge เรือธงแห่งปี 2015 ที่กลายเป็นต้นแบบดีไซน์ของ Samsung หลายรุ่นตอนนี้ หน้าตายังคงสวยงามครับ โดยเฉพาะ Galaxy S6 Edge หน้าจอโค้งขอบทั้ง 2 ด้าน ดีไซน์หรูหรา ขอบบอดี้โลหะ ฝาหลังกระจกเงางาม ติดกล้อง 16 เมกะพิกเซล พร้อม OIS ถ่ายภาพกลางคืนได้ดี แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Exynos 7420 รุ่นท๊อป รองรับวิดีโอความละเอียด 4K, เกมกราฟฟิคสูง เปิดแอพพลิเคชั่นพร้อมกันแบบไม่หน่วง สามารถอัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้เร็วๆ นี้ และหาอุปกรณ์เสริมง่ายมาก คาดว่าในงาน #Mobileexpo จะมีโปรโมชั่นราคาสุดโดนใจ จับจองกันได้ราคาไม่ถึง 20,000 บาท Galaxy Note 5 รุ่นระดับท๊อปของ Samsung ที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยคุณสมบัติครอบจักรวาล พร้อมปากกา S-Pen ใช้งานจดบันทึก วาดภาพ ครอบตัดคอนเทนท์ ส่งผ่าน Social – Cloud ได้ทันที สะดวกมากครับ หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 5.7 นิ้ว (2560 x 1440) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน, กล้องหลัก 16 เมกะพิกเซล  (F/1.9) พร้อม OIS ถ่ายกลางคืนได้ดี ไม่สั่น ระบบสแกนลายนิ้วมือปุ่ม Home ดีไซน์หรูหรา ฝาหลังกระจกเงาแบบเดียวกับ Galaxy S6 สวยงามโดยเฉพาะสีทอง – สีดำแซฟไฟร์ แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Exynos 7420 + RAM 4 GB ขอบอกลื่นมากจริงๆ เสียดายไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้ จึงมีข้อจำกัดความจุที่ 32-64 GB เท่านั้น Galaxy S6 Edge Plus รุ่นใหญ่และราคาแพงที่สุดของ Samsung ณ เวลานี้เลยกับ Galaxy S6 Edge Plus คุณสมบัติภาพรวมเทียบเท่า Galaxy Note 5 โดยเฉพาะสเปคภายใน ชิพประมวลผล Exynos 7420 + RAM 4 GB, เมโมรี่ภายใน 32-64 GB ฯลฯ ส่วนที่แตกต่างกันคือหน้าจอครับ Galaxy S6 Edge Plus มาพร้อมกับหน้าจอโค้ง 2 ด้านขนาด 5.7 นิ้ว (ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล) ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งนี้ การใช้งานอาจจะแตกต่างจาก Galaxy Note 5 นิดหน่อย ต้องลองเล่นของจริงก่อนตัดสินใจ และแน่นอนว่ามีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงาน #Mobileexpo ต้องไม่พลาด ! Galaxy Tab A ช่วงนี้ Tablet จาก Samsung อาจจะออกมาไม่มากนัก แต่ถ้ามองแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ ราคากลางๆ ไว้ใช้งานทั่วไป จดบันทึก คุณสมบัติสเปคไม่ต้องแรงมาก แนะนำ Galaxy Tab A ครับ มีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอคือ 8.0 และ 9.7 นิ้ว แสดงผลรูปแบบ 4:3 เหมาะกับการอ่านหน้าเว็บไซต์ / ใช้งานแอพพลิเคชั่นแนวตั้ง รองรับการเขียนด้วยปากกา S-Pen ผ่านแอพพลิเคชั่น S Note เช่นเดียวกับ Galaxy Note ทุกอย่าง ติดกล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE และโทรออกได้ด้วย ส่วนราคาต้องรอดูในงานครับ น่าจะมีโปรโมชั่นลดเยอะพอสมควร Galaxy Tab S2 รุ่นระดับท็อปของตระกูล Galaxy Tab คุณสมบัติสเปคแรงเร็ว หน้าจอคมชัดต้อง Galaxy Tab S2 ครับ มีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอคือ 8.0 และ 9.7 นิ้ว (ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล) ใช้หน้าจอชนิด Super-AMOLED แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้านสะใจ แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 5433) + RAM 3 GB ลื่นหัวแตกเลยทีเดียว รันบน Android 5.1.1 ตรงนี้อินเตอร์เฟสทาง Samsung ไม่ได้ปรับปรุงอะไรมากนัก เลยไม่แตกต่างจากบนสมาร์ทโฟนเท่าไหร่ ติดกล้อง 8 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอความละเอียด 2K และเมโมรี่ภายใน 32 GB เหลือเฟือเลย แถมเพิ่ม microSD ภายนอกได้อีกด้วย Sony Xperia E4G Dual รุ่นเล็กของ Sony เปิดตัววางจำหน่ายมาหลายเดือน เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ตัวเครื่องกะทัดรัด สำหรับ Xperia E4 Dual หน้าจอใหญ่ 4.7 นิ้ว (qHD) พื้นที่แสดงผลค่อนข้างมาก ชิพประมวลผล Quad-Core + RAM 1 GB รันบน Android 4.4.4 ทำงานรวดเร็วดีครับ ด้านกล้องใส่มาให้ 5 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ FHD  ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Play Store และใช้งาน 2 ซิมการ์ด อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ไม่รองรับ 4G LTE นะครับ ดังนั้นราคาขายอาจจะถูกลงพอสมควร คาดว่าจะอยู่ที่ราว 4-5 พันบาทเท่านั้น Xperia M4 Aqua งบประมาณไม่ถึงหมื่นบาท แต่อยากได้มือถือสมาร์ทโฟน Android กันน้ำได้ สามารถจัด Sony Xperia M4 Aqua ได้เลยครับ ออกแบบมาสำหรับกันน้ำเช่นเดียวกับเรือธงของ Sony อื่นๆ พร้อมคุณสมบัติสเปคครบเครื่อง หน้าจอ IPS HD ขนาด 5.0 นิ้ว ขนาดบอดี้พอดีๆ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็ว รองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่น เกม วิดีโอ FHD ได้เป็นอย่างดี รันบน Android 5.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้) ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  และแบตเตอรี่ค่อนข้างอึด แต่มีข้อจำกัดนิดหน่อยคือเมโมรีภายในเพียง 8 GB Xperia C5 Ultra พี่ใหญ่จอยักษ์ของ Sony ที่น่าสนใจมากๆ อีกรุ่นนึงเลยกับ Xperia C5 Ultra โดดเด่นหน้าจอ IPS ขนาด 6.0 นิ้ว (FHD) ขอบหน้าจอแทบไม่เหลือ พื้นที่แสดงผลสูงสุด ทำให้ขนาดบอดี้ไม่ใหญ่มากนัก แม้จะมีขนาดหน้าจอใหญ่ก็ตาม แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core 1.7GHz (Mediatek MT6752) รันบน Android 5.1.1 ติดกล้องหลัก – กล้องหน้าเท่ากันคือ 13 เมกะพิกเซล  เอาใจขา Selfie เต็มที่ เพราะกล้องหน้ามีไฟ LED แถมออโต้โฟกัสได้อีก ! ราคาไม่แพงครับเพียง 12,990 บาท และคาดว่าจะมีโปรโมชั่นลดราคาในงานด้วย Xperia M5 โมเดลระดับกลางที่ Sony นำเทคโนโลยีกล้องใหม่ (แบบเดียวกับ Xperia Z5) มาใช้ ความละเอียด 21.2 เมกะพิกเซล  โฟกัสเร็วสุดเพียง 0.2 วินาที พร้อมโหมดการใช้งานมากมาย เช่นเดียวกับกล้องหน้า จัดเต็ม 13 เมกะพิกเซล  มีออโต้โฟกัสด้วย สาย Selfie ไม่ควรพลาด บอดี้กะทัดรัดพกพาง่าย ขอบโลหะสวยงาม โดยเฉพาะตัวเครื่องสีทองแบบอลังการสุดๆ หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD), ชิพประมวลผล Octa-Core 2.2 GHz (Mediatek Helio X10) + RAM 3 GB แรงไม่แพ้รุ่นใหญ่ๆ, รันบน Android 5.1.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0) ออฟชั่นครบ สามารถกันน้ำได้ แต่ราคาก็สูงขึ้นมาพอสมควรครับ หากเทียบกับ Xperia M4 รุ่นก่อน Xperia Z5 Compact รอบนี้ Sony เปิดตัว Xperia Z5 ถึง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน วางจำหน่ายช่วงหลังงาน #mobileexpo ครั้งก่อน ตอนนี้ถึงเวลาจับจองได้ในราคาย่อมเยามากขึ้น สำหรับ Xperia Z5 Compact มีจุดขายคือความแรงเร็ว ประสิทธิภาพสูง ภายใต้บอดี้ขนาดเล็ก หน้าจอ HD ขนาด 4.8 นิ้ว ทำให้ตัวเครื่องพกพาสะดวก, ชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB สะใจมาก รันบน Android 5.1.1 กล้องความละเอียด 23 เมกะพิกเซล  ฟีเจอร์การใช้งานเหมือนบน Xperia Z5 / Z5 Premium ทุกอย่าง ทั้งนี้ราคาอาจจะสูงสักหน่อย แม้ตัวเครื่องจะเล็กจิ๋ว ^^ รอดูโปรโมชั่นได้ครับ Xperia Z5 รุ่นมาตรฐานของตระกูล Xperia Z5 คุณสมบัติอะไรเหมือนกันหมด ความแรงไม่ต้องพูดถึง บอดี้ขอบโลหะ ฝาหลังกระจกผิวด้าน สวยงามแบบเรียบง่าย หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี คมชัด สว่างเป็นพิเศษ ตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้ (ใช้งานตามปกติในชีวิตประจำวัน) ลำโพงดัง ฟังเพลงผ่านแอพฯ Walkman ปรับเสียงได้หลายแบบ เมโมรีภายใน 32 GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 128 GB น่าจะเป็นรุ่นที่ขายดีสุดในบรรดา 3 รุ่นแล้ว ลองเล่นของจริงที่บูธแล้วตัดสินใจสอยซะ 😀 Xperia Z5 Premium แพงสุดเท่าที่ Sony เคยวางจำหน่ายมาเลยกับ Xperia Z5 Premium เป็นรุ่นแรกของโลกที่ใส่หน้าจอความละเอียด 4K (3840 x 2160) บนสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ การแสดงผลจริงทำได้เฉพาะตอนดูรูปภาพ วิดีโอ และบางแอพฯ ของ Sony เท่านั้นครับ (ใช้งานปกติแสดงผลเพียง Full HD) ด้านดีไซน์เด่นตรงฝาหลังเป็นแบบกระจกเงามาเลย สวยงามมาก ! ขอบโลหะเงา อาจจะเป็นรอยง่ายหน่อย สเปคอื่นๆ เหมือนกับ Xperia Z5 Compact, Xperia Z5 ทุกประการ ทั้งชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB, Android 5.1.1, กล้อง 23 เมกะพิกเซล  ฯลฯ ส่วนราคาวางจำหน่าย 27,990 บาท อาจจะสูงไปบ้าง แต่ในงาน #mobileexpo คุณจ่ายถูกลงแน่นอน รอติดตาม : ) i-mobile i-mobile IQ Z PRO ห้ามพลาดสำหรับ i-mobile IQZ PRO รุ่นแรกของทางค่ายที่มาพร้อมกับกล้องคู่ และนอกจากนั้นมาพร้อมสเปคแบบเรือธง ทั้งหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 × 1080 พิกเซล Full HD Super AMOLED ที่ให้ความสว่างคมชัด ไม่เพียงเท่านั้นยังรองรับดิจิตอลทีวีโดยการเชื่อมต่อกับเสาภายนอกที่แถมมาให้ภายในกล่อง สะดวกกับการใช้งาน 4G รองรับ 2 ซิม แบบไฮบริด รองรับหน่วยความจำภายนอกสูงสุด 64 GB และใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นกับแบตเตอรี่ขนาด 3,500 mAh ด้วยหน่วยประมวลผลแบบ Quad-core RAM 3 GB และ ROM 32 GB ราคาเปิดตัว 11,900 บาท i-mobile IQ X PRO 2 นอกจากเรื่องของกล้องที่มีความละเอียดถึง 30 ล้านพิกเซล ยังมีฟีเจอร์ของดิจิตอลทีวีอีกด้วย เพียงเสียบเสารับสัญญาณที่ช่อง 3.5 มม. ก็สามารถรับชมได้ทุกที่ โดยไม่ต้องต่อเน็ต บนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว Full HD IPS OGS ไม่เพียงเท่านั้นกับการใช้งานทั้ง 3G และ 4G แบบ 2100/1800 MHz ส่วนสเปคอื่นๆ อาทิ ซีพียู Snapdragon 615 Octa-core 1.5 GHz 64 bit, ROM 32 GB, RAM 3 GB รองรับหน่วยความจำภายนอก 64 GB มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop i-mobile IQ II IQ II สมาร์ทโฟนรุ่นแรกในโครงการ android ONE ที่การันตีการบริการหลังการขายยาวนาน 2 ปี ทั้งการอัพเดทเฟิร์มแวร์จากทาง Google ก่อนใคร และตัวเครื่องจาก i-mobile สัมผัสการใช้งานแบบ Pure Google ที่ใช้งานลื่นไหลในราคาประหยัด ด้วยสเปค Snapdragon 410 Quad-core 1.2 GHz, ROM 16 GB, RAM 1 GB รองรับหน่วยความจำภายนอกสูงสุด 32 GB รองรับ 4G 2100/1800 MHz หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล HD กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล BSI AF และแฟลช ส่วนกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลแบตเตอรี่ 2,500 mAh OPPO Mirror 5 Lite รุ่นระดับราคาเบาๆ ประมาณ 5,xxx บาท แต่ดีไซน์เกินราคากับ Mirror 5 Lite ขอบเมทัลลิคสวยงาม พร้อมฝาหลังแบบกระจก (พลาสติก) กล้องหน้าความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  เอาใจขา Selfie ด้วยฟีเจอร์กล้องหน้าของ OPPO หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (qHD) แสดงผลพอใช้, ชิพประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz + RAM 1 GB รันบน Android 5.1 ครอบบน Color OS 2.1 ทำงานรวดเร็ว ออฟชั่นเสริมเยอะ ทั้งนี้รุ่นดังกล่าวไม่รองรับ 4G LTE นะจ๊ะ Mirror 5 อัพเกรดขึ้นมานิดหน่อยคุณจะได้ OPPO Mirror 5 เป็นรุ่นพี่ของ Mirror 5 Lite นั่นเองครับ การดีไซน์เหมือนกันทุกอย่าง ยกเว้นวัสดุภายใน โครงสร้างบอดี้อัลลอยด์ ทนทานกว่าเดิม พร้อมฝาหลังลวดลายแบบ Diamond-Cut อลังการไปอีก โดยเฉพาะสีน้ำเงินเข้ม หน้าจอยังคงใช้ขนาด 5.0 นิ้ว (qHD), ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลมาก, กล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  ถ่ายภาพเร็ว สวย กลางคืนพอใช้ได้ (F/2.0) + กล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 2,420 mAh, เมโมรี่ภายใน 16 GB R7 Lite รุ่นระดับกลางของตระกูล R7 Series เน้นดีไซน์บางเฉียบเพียง 6.3 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา แต่ทนทานด้วยวัสดุอลูมิเนียม Unibody, หน้าจอ IPS ขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลค่อนข้างดี ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รองรับการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ลื่นไหล ไม่มีปัญหา, กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมโหมดถ่ายภาพหลากหลาย รวมถึง Ultra-HD ถ่ายภาพ 50 เมกะพิกเซล  ด้วยเทคนิคพิเศษ รองรับระบการชาร์จ VOOC ชาร์จเร็วกว่าปกติ 4 เท่าตัว R7s เพิ่มงบอีก 4 พันบาทจะได้สัมผัส OPPO R7s สมาร์ทโฟน Android RAM 4 GB รุ่นแรกของแบรนด์ มาพร้อมกับหน้าจอ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัดเป็นพิเศษ ขนาดพอดีมือ บอดี้โลหะบางเฉียบเพียง 7 มิลลิเมตร สามารถพกพาได้ไม่ยาก ชิพประมวลผล Snapdragon 615 ดูวิดีโอ Full HD เล่นเกมกราฟฟิคสูงได้ดี ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล  เช่นเดียวกับ OPPO R7 , รองรับการชาร์จ VOOC เพียง 30 นาที ก็ใช้งานได้เกือบเต็มวันแล้ว รุ่นนี้ต้องลองเล่นครับ เป็นอะไรที่ลงตัวมากจริงๆ มีสี Rose Gold ให้เลือกอีกด้วย R7 Plus รุ่นท๊อปของ R7 Series พิเศษสุดสำหรับคนชอบจอใหญ่ 6.0 นิ้ว (FHD) ตัวเครื่องขนาดค่อนข้างใหญ่หน่อย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง คุณสมบัติสเปคไม่ต่างจาก R7s มากนัก ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เหมือนกัน ส่วน RAM เหลือ 3 GB, รันบน Android 5.1 กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่จัดเต็ม 4,100 mAh ส่วนราคาจะแพงกว่า OPPO R7s เล็กน้อยคือ 15,990 บาท HTC HTC One E9 ก่อนหน้านี้ HTC ได้วางจำหน่าย One E9+ รุ่นระดับกลางไปพักนึง แต่ราคาก็แอบสูงนิดหน่อย อย่างไรก็ดี ทาง HTC เตรียมนำรุ่น One E9 มาวางจำหน่ายในราคาโดนใจสุดๆ ไม่ถึงหมื่นบาท แต่ได้สเปคคุ้มค่าทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) บางเฉียบแค่ 7.5 มิลลิเมตร กล้องหน้า UltraPixel มุมกว้าง ถ่ายกลางคืนพอไหวแบบไม่ต้องมีไฟ LED, ชิพประมวลผล Octa-Core 2GHz (Mediatek Helio X10) แรงเร็วกำลังดี รุ่นนี้รองรับ 4G LTE และใช้งาน 2 ซิมการ์ด ส่วนราคาจะเคาะเป๊ะๆ เท่าไหร่ต้องรอติดตามช่วงใกล้วันงานครับ HTC One Me เป็นอีกรุ่นที่คาดว่า HTC จะนำมาจำหน่ายในงาน #mobileexpo กับ HTC One Me ใช่ครับมันคือ One M9+ ลดสเปคนั่นเอง เนื่องจากหน้าตาเหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ต่างกันแค่บอดี้ปรับมาใช้ Polycarbonate แทนโลหะเท่านั้น หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว (2560 x 1440) แสดงผลคมชัดแม้ที่กลางแจ้ง ชิพประมวลผล  Octa-Core 2.2GHz (Mediatek Helio X10) + RAM 3 GB ลื่นสะใจ รันบนระบบ Android 5.1 สามารถอัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้ ติดกล้องความละเอียด 20 เมกะพิกเซล  กล้องหน้า UltraPixel เลนส์ไวด์เหมาะกับการ Selfie ด้านราคาได้ข่าวว่าหมื่นกลางๆ เอื้อมไม่ยากแน่นอน : ) HTC One A9 รุ่น(เกือบ)เรือธงจาก HTC เปิดตัวช่วงปลายปีก่อน พร้อมกระแสตอบรับค่อนข้างดีในฝั่ง US สำหรับ HTC One A9 โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่าย บางเฉียบ ใช้วัสดุโลหะ Unibody ด้านหน้ามีปุ่ม Home สามารถสแกนลายนิ้วมือ ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมกล้องหน้า UltraPixel แบบ One E9+ ชิพประมวลผล Snapdragon 617 เร็วพอใช้ได้ ใช้งานพื้นฐาน ดูวิดีโอ FHD ถ่ายภาพ เล่นเกมไม่มีปัญหา นอกจากนี้ HTC One A9 ยังเป็นรุ่นแรกๆ ที่รัน Android 6.0 จากโรงงานเลย หวังว่าคงจะได้เล่นตัวจริงในงานนะ Huawei Huawei Y6 รุ่นระดับล่างจาก Huawei ดีไซน์เรียบง่าย น้ำหนักเพียง 125 กรัม พกพาสะดวกสบาย Huawei Y6 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) ขนาดพอดีๆ รองรับการใช้งาน 3G + 2 ซิมการ์ด รันบน Android 5.1 (ครอบด้วย Emotion UI) ออฟชั่นการใช้งานเยอะพอตัว ชิพประมวลผล Quad-Core 1.1GHz  เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปทั้งฟังเพลง ดูหนัง HD เล่นเกมกราฟฟิคกลางๆ ถ่ายภาพผ่านกล้อง 8 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ HD ภาพรวมเป็นรุ่นเล็กของ Huawei ที่สมราคาอยู่เหมือนกัน Huawei P8 Lite จะบอกว่าเป็นอีกโมเดลของ Huawei ที่ได้รับความนิยมข้ามปีกับ P8 Lite รุ่นสเปคสุดคุ้มราคาแค่ 7,xxx บาท กับหน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว ขนาดบอดี้พอดีมือ, แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Kirin 620) + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส Emotion UI 3.x ใช้งานไม่ยาก กล้องหลักความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอ Full HD, เมโมรี่ภายใน 16 GB สามารถเพิ่ม microSD ภายนอกสูงสุด 64 GB ทั้งนี้แบตเตอรี่อาจจะน้อยไปบ้าง (2,200 mAh) แต่เชื่อว่าหลายคนคงมีแบตเตอรี่สำรองติดตัวอยู่แล้วล่ะ Huawei G7 Plus รุ่นเกือบไฮเอนด์จาก Huawei ที่วางจำหน่ายช่วงปลายปีที่ผ่านมา อัพเกรดสเปคภายในพร้อมปรับดีไซน์บางส่วนจาก Huawei G7 พอสมควรครับ ดูดีขึ้นมาก ขนาดบอดี้เล็กลง หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลเกือบเต็มขอบทั้งหมด บอดี้โลหะ Unibody สวยงามเป็นพิเศษโดยเฉพาะสีทอง มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง ติดกล้อง 13 เมกะพิกเซล  มีโหมดถ่ายภาพแปลกๆ เยอะเหมือนกัน รันบน Android 5.1 ชิพประมวลผล Octa-Core 1.5 GHz (Kirin 930) วางใจในความแรงได้ ด้านราคาสนนที่ 12,990 บาท แต่ยังไงก็มีโปรโมชั่นเด็ดๆ แน่นอนครับ Huawei P8 ลืมไม่ได้เลยกับเรือธงปี 2015 ของเค้าดีจริงกับ Huawei P8 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบเพียง 6.4 มิลลิเมตร บอดี้โลหะขัดผิวทราย สวยงามทนทาน หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี กล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล  ว่ากันว่าเป็นรุ่นที่ถ่าย Selfie ดีมากเลยทีเดียว ชิพประมวลผล Octa-Core 1.5 GHz (Kirin 930) เล่นเกม รันแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลื่นไหล บน Android 5.1 ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบ OIS (ป้องกันเลนส์สั่นไหว) ลดการสั่นของภาพหากถ่ายแสงน้อย – ถ่ายวิดีโอ รุ่นนี้มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่นคือ RAM 2 GB+เมภายใน 16 GB และ RAM 3 GB + เมโมรี่ภายใน 32 GB ตัวหลังจะแพงกว่าและมีเฉพาะสีทองเท่านั้น Huawei P8 Max ขยายให้ใหญ่ขึ้นสุดๆ กับสมาร์ทโฟนเรือธงของ Huawei อัพเกรดขึ้นอีกขั้น ‘P8 Max’ ไซส์บิ๊กเบิ้มด้วยหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว (FHD) แสดงผลเต็มตาสะใจ เล่นเกม ดูหนังแบบสุดๆ บอดี้โลหะแบบ Unibody ให้สัมผัสทนทานกว่าที่เคย สำหรับฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ + ความแรงไม่ต่างจาก Huawei P8 ครับ เพราะใช้ชิพประมวลผล, ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นเดียวกัน ตรงนี้หลายคนที่ชอบเล่นอะไรบนจอใหญ่ๆ แต่ไม่อยากพก Tablet คงได้คำตอบแล้ว : ) Huawei Mate 8 เพิ่งเปิดตัวล่าสุดต้นเดือนมกราคม 2016 กับเรือธงรุ่นใหม่ ‘Huawei Mate 8’ ภาคต่อของ Ascend Mate 7 ยอดฮิต ยังคงหน้าจอขนาดใหญ่เท่าเดิม 6.0 นิ้ว แสดงผลดีขึ้นเล็กน้อย พกพาใส่กระเป๋ากางเกงได้อยู่ มีการปรับดีไซน์นิดหน่อย ดูเรียบง่ายทันสมัยกว่าเดิม ชิพประมวลผลอัพเป็น Kirin 950 + RAM 3 GB (หรือ 4 GB) เหลือเฟือกับการใช้งานทั่วไปครับ เล่นวิดีโอระดับ 4K พร้อมบันทึกผ่านกล้องหลัก ความละเอียด 16 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 4,000 mAh จัดเต็ม มีระบบ Fast-Charging อีกด้วย ที่เหลือมารอลุ้นว่าราคาจะเปิดตัวบ้านเราเท่าไหร่ Huawei Mediapad M2 10 เปิดตัวพร้อมกับ Huawei Mate 8 แต่เป็นแท็บเล็ตหน้าจอ 10 นิ้วสำหรับ ‘Mediapad M2 10’ หน้าตาเรียบง่าย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลาง รองรับปากกา Stylus (เฉพาะรุ่น RAM 3 GB) สำหรับเขียนหน้าจอคล้ายกลุ่ม Microsoft Surface  สเปคแรงพอใช้ได้ครับ ชิพประมวลผล Octa-Core (Kirin 930) รันบน Android 5.1 บนอินเตอร์เฟส Emotion UI ล่าสุด ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE ได้ แปะกล้องด้านหลัง 13 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 6,660 mAh เพียงพอกับการใช้งานได้อย่างน้อย 1-2 วัน vivo vivo Y21 น้องเล็กล่าสุดของ vivo เพิ่งวางจำหน่ายสดๆ ก่อนสิ้นปีพอดี เป็นอีกรุ่นที่หลายคนชมว่าซอฟท์แวร์ลื่นมาก แม้จะเป็นรุ่นประหยัด สเปคไม่แรงเร็วเท่าไหร่ กับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว (854 x 480) เครื่องเล็กพกพาง่าย ใช้งานมือเดียวสบาย รันบน Android 5.1 ครอบด้วย Funtouch OS 2.1 ทำงานรวดเร็วครับ รองรับ 3G + 2 ซิมการ์ด ชิพประมวลผล Quad-Core 1GHz + RAM 1 GB พอใช้งานพื้นฐานทั่วไปได้ดี กล้อง 5 เมกะพิกเซล และมีบอดี้สีทองด้วย รุ่นนี้ 3,990 บาทครับ vivo Y31 อัพราคาอีก 1,000 บาท จะได้รุ่น vivo Y31 หน้าจอขยายขึ้นมานิดนึง 4.7 นิ้ว (HD) แสดงผลดีทีเดียว บอดี้ออกแบบเรียบๆ ฝาหลังเงางาม แต่สีดำจะเป็นรอยง่ายหน่อย ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz เช่นเดียวกับ Y21 รวมถึงซอฟท์แวร์รัน Android 5.1 ลื่นมากบอกเลย ลงแอพพลิเคชั่นเสริมพื้นฐาน โซเชี่ยล ฟังเพลงดูหนังครบ ด้านกล้องอัพเป็น 8 เมกะพิกเซล  กล้องหน้าเลนส์ไวด์ 2 เมกะพิกเซล  รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แต่ไม่รองรับ 4G LTE เลยเป็นข้อจำกัดอย่างนึง ตรงนี้ถ้าต้องการ 4G LTE แนะนำรุ่นถัดไปเลย vivo Y51 เพิ่งวางจำหน่ายก่อนสิ้นปีเช่นกันสำหรับ vivo Y51 ดีไซน์ยังคงเรียบๆ ตามสไตล์แบรนด์นี้ ฝาหลังแบบเงางาม ขอบบอดี้โลหะมีลายเส้นตัดตรง หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (qHD) การแสดงผลพอใช้ได้ ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB รันบน Android 5.1 ยอมรับว่า vivo ปรับแต่งรอมมาลื่นมากๆ ต้องลองเล่นแล้วจะชอบครับ ติดกล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  รองรับ 4G LTE + ใช้งาน 2 ซิมการ์ด กับราคา 6,990 บาท ก็พอสมราคาอยู่ ในงานมีของแถมเยอะ ลองติดตามได้ vivo Y37 กลายเป็นรุ่นยอดนิยมไปแล้ว เพราะอะไรๆ ก็ลงตัวไปหมดกับ vivo Y37 ทั้งความบางเฉียบเพียง 6.8 มิลลิเมตร บอดี้ฝาหลังโลหะ หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.5 นิว (HD) แสดงผลคมชัด ดูหนัง ดู YouTube เล่นเกมกำลังดี ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB เหมาะกับการใช้งานพื้นฐานทั่วไป รันบน Android Lollipop ทำงานลื่นสบายๆ นอกจากนี้ vivo Y37 ยังติดลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหลัง พร้อมชิพประมวลเสียงแยกอีกด้วย ใครชอบฟังเพลง มีหูฟังดีๆ มาลองได้ ทั้งหมดนี้ราคาเพียง 9,900 บาทเท่านั้นเอง ! vivo X5 Pro อดีตรุ่น(เกือบ)ไฮเอนด์ของ vivo เปิดตัวแรงกลางปีก่อน ล่าสุดลดราคาเหลือหมื่นต้นๆ กับดีไซน์งานประกอบอลังการ หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลดีมากๆ อีกรุ่นนึง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รองรับการใช้งานหลากหลาย เล่นกราฟฟิคสวยๆ ได้ดี เปิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่หน่วง ส่วนนึงต้องยอมรับว่า vivo ปรับแต่งซอฟท์แวร์มาดีด้วยครับ ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอ Full HD รองรับ 4G LTE  เชื่อว่าหลายคนน่าจะรอสอยอยู่ เพราะราคาตอนนี้เพียง 10,990 บาท vivo X6 | X6 Plus เรือธงรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวก่อนสิ้นปีไม่นาน vivo X6 และ X6 Plus พลิกโฉมดีไซน์ใหม่ โดยเฉพาะด้านหลังคล้าย …แต่ก็ดูดีกว่ารุ่นเดิมครับ บอดี้โลหะแบบ Unibody รอบนี้มีสี Rose Gold ให้เลือกใช้ด้วย สำหรับ vivo X6 ใช้หน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน, ชิพประมวลผล Octa-Core 1.7 GHz (Mediatek MT6752) แรงพอตัว + RAM 4 GB ลื่นสะใจไปเลย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง ติดกล้อง 13 เมกะพิกเซล  และชิพประมวลผลเสียงแยก คาดว่าราคาเปิดตัวจะอยู่ในช่วง 13,000 บาท หากคุณคิดว่า vivo X6 ไม่พอก็มี X6 Plus ที่จัดสเปคสูงขึ้นอีกนิด อย่างหน้าจออัพขนาดเป็น 5.7 นิ้ว (FHD) แสดงผลได้เต็มตากว่าเดิม แบตเตอรี่เพิ่มเป็น 3,000 mAH ที่เหลือเหมือน X6 ทุกประการครับ Asus Zenfone Go Asus ปล่อยรุ่นเล็ก ‘Zenfone Go’ วางตลาดปลายปี สเปคอาจจะน่าผิดหวังไปหน่อย เพราะตัดออกจาก Zenfone Laser เยอะพอสมควร ทั้งชิพประมวลผลปรับมาใช้ Quad-Core 1GHz (Mediatek MT6580) ไม่รองรับ 4G LTE และรอมแค่ 8 GB ส่วนอื่นๆ ถือว่าพอได้อยู่ทั้งหน้าจอ IPS ขนาด 5.0 นิ้ว (HD), กล้อง 8 เมกะพิกเซล , รันบน Android 5.1 ออฟชั่นครบ เพิ่ม microSD ได้ ทั้งนี้ ราคาขายที่ 4,990 บาท ค่อนข้างสูงไปนิด แนะนำว่ามาดู Zenfone Laser กันดีกว่า : ) Zenfone Max เชื่อว่าหลายคนน่าจะรอรุ่นนี้อยู่แน่นอน เพราะเป็นอะไรที่ลงตัวมากทั้งดีไซน์รูปแบบใหม่ (ฝาหลังสวยมาก) คุณสมบัติสเปคระดับกลาง พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ! สำหรับ Zenfone Max หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว, ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB รันบน Android 5.1 เช่นเดียวกับ Zenfone Laser ดังนั้นประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ที่เพิ่มเข้ามาคือความจุแบตฯ มหาศาล แบบว่าไม่จำเป็นต้องพก Powerbank เลยหากคุณใช้งานไม่หนักเกินไป แต่ราคาเข้าไทยจะเป็นเท่าไหร่ ต้องรอลุ้นครับ Zenfone Laser 5.5 (ZE550KL) เป็นรุ่นขายดีจริงๆ ตอนนี้ Zenfone Laser 5.5 (ZE550KL) ออกมาทดแทน Zenfone 2 รุ่นเดิมนั่นเอง หน้าจอยังคงเดิมที่ 5.5 นิ้ว (HD) แสดงผลค่อนข้างดี ตัวเครื่องอาจจะใหญ่ไปนิดนึง แต่สามารถจับถือเข้ากับมือได้พอดี ฝาหลังเปลี่ยนเป็นผิวด้านเรียบ ดูแลรักษาไม่ยากครับ ด้านชิพประมวลผลใช้ Snapdragon 410 + RAM 2 GB แรงพอดีในระดับนึง ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบโฟกัสด้วยเลเซอร์ ทำให้โฟกัสภาพได้เร็วขึ้นมาก แบตเตอรี่ 3,000 mAh และรองรับ 2 ซิมการ์ด + 4G LTE เหมือนเดิม Zenfone Selfie (ZD551KL) ขา Selfie ห้ามพลาดเลยทีเดียวกับ Zenfone Selfie เขามาเพื่อสิ่งนี้ ! กล้องหน้าความละเอียดสูง 13 เมกะพิกเซล  มีไฟ LED แถมออโต้โฟกัสอีก หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (FHD) เช่นเดียวกับ Zenfone 2, ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3 GB ถือว่าจัดของแรงเกินมาตรฐาน รันบน Android Lollipop กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  มีระบบ Laser-AF เหมือน Zenfone Laser ใช้งาน 2 ซิมการ์ด รองรับ 4G LTE ครบ ราคาได้ข่าวว่าโปรโมชั่นแรงในงาน #mobileexpo อยากได้เลยแบบนี้ ทั้งกล้องหน้าแจ่ม สเปคแรงสุดคุ้ม 😀 Zenfone 2 Deluxe รุ่นล่างของ Zenfone 2 ตอนนี้คงหาซื้อไม่ค่อยได้แล้ว จะมีก็แต่รุ่นบนๆ กับ Zenfone 2 Deluxe สเปคภาพรวมเหมือนรุ่น RAM 4 GB เกือบทุกอย่าง ทั้งหน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว, ชิพประมวลผล Intel Z3590 + RAM 4 GB, กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  (ไม่มี Laser-AF นะจ๊ะ) รองรับ 2 ซิมการ์ด / 4G LTE ฯลฯ ต่างกันแค่เมโมรีภายใน 128 GB ! เยอะมาก แถมเพิ่ม microSD สูงสุดอีก 128 GB และฝาหลังลวดลายพิเศษ (Polygon) แตกต่างจากเวอร์ชั่นปกติ ทั้งนี้ราคาก็สูงขึ้นเช่นกันคือ 11,990 บาท บางทีอาจมีลดราคานิดหน่อยในงาน ต้องลองสอบถามทางบูธอีกครั้ง Zenpad 7.0 (Z370CG) ยุคที่แท็บเล็ต Android ราคาประหยัดเริ่มมีน้อยลง ตอนนี้ Asus Zenpad 7.0 เลยขายดีเป็นพิเศษ กับคุณสมบัติครบเครื่อง ดีไซน์สวยงาม น้ำหนักเบา รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ IPS HD ขนาด 7.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด เหมาะกับใช้งานมัลติมีเดีย แอพพลิเคชั่น แผนที่ ฯลฯ , ชิพประมวลผล Intel Atom X3 + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็วพอใช้ รันบน Android Lollipop กล้องใส่มาให้ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  สามารถใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G + โทรออกเหมือนสมาร์ทโฟน หากคุณต้องการ ควักเงินสัก 5,xxx บาท ก็เป็นเจ้าของได้แล้ว Zenpad 8.0 (Z380KL) อัพราคาอีกนิดจะได้รุ่นที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น ‘Zenpad 8.0’ ตามชื่อรุ่นเลยครับ หน้าจอ HD ขนาด 8.0 นิ้ว แสดงผลค่อนข้างดี ใหญ่กว่ารุ่น 7 นิ้วเล็กน้อย ด้านชิพประมวลผลเปลี่ยนมาใช้ Snapdragon 410 เพื่อให้รองรับ 4G LTE ได้ รันบน Android Lollipop ออฟชั่นครบ ฟังก์ชั่นการใช้งาน – อินเตอร์เฟสคล้ายกับบน Zenfone นั่นเอง ด้านกล้องใส่มาให้ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  เอาไว้ถ่ายแก้ขัดขำๆ ได้อยู่ ส่วนราคารุ่นนี้ไม่ถึง 8,000 บาท ลองหาเล่นตัวจริงก่อนตัดสินใจ : ) Lenovo True Lenovo 4G A2010 สงสัยว่าทำไมถึงมีชื่อ True เข้ามาด้วย รุ่นนี้เป็นโมเดลพิเศษที่ทำตลาดร่วมกับ True Move H นั่นเอง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว (854 x 480) ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ถือใช้งานมือเดียวได้ ขณะที่งานประกอบ วัสดุบอดี้ต่างๆ ถือว่าสมราคา ติดกล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  มีกล้องหน้าสำหรับ Selfie ด้วย แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Quad-Core (Mediatek MT6735M) + RAM 1 GB ทำงานยังลื่นอยู่ แต่อาจจะลงแอพพลิเคชั่นจำกัดนิดหน่อย เพราะเมโมรีภายในน้อยไปหน่อย True Lenovo 4G Vibe P1m เช่นเดียวกับ A2010 เป็นรุ่นที่ทำโปรโมชั่นร่วมกับ True Move H ค่าเครื่องถูกลงเมื่อสมัครแพ็คเกจรายเดือน รุ่นนี้ออกแบบเรียบง่าย มีปุ่ม Home ด้านล่าง รองรับ 4G LTE / ใช้งาน 2 ซิมการ์ด หน้าจอขนาดใหญ่ 5.0 นิ้ว (HD), ชิพประมวลผล Quad-Core (Mediatek MT6735M) + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 กล้องใส่มาให้ 8 เมกะพิกเซล  ที่สำคัญคือจุดขายแบตเตอรี่ 4,000 mAh ทำให้ Vibe P1 เหมาะกับคนชอบลุยแบบไม่อยากพก Power Bank ในราคาเบาๆ ด้านราคาสนนที่ 4,990 บาท Lenovo A7000 Plus หนึ่งในรุ่นฮิตติดชาร์ทช่วงกลางปี 2015 แม้จะขายผ่านช่องทางออนไลน์ แต่กระแสเค้าแรงจริงๆ จนต้องวางขายตาม Shop ด้วยกับ Lenovo A7000 Plus สเปคจัดเต็มสมราคา ชิพประมวลผล Octa-Core + RAM 2 GB หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) ใหญ่เหลือเฟือสำหรับเล่นเกม ดู YouTube รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด มีระบบเสียง Dolby Mobile เพิ่มอรรถรสเป็นอย่างดี ติดกล้อง 8 เมกะพิกเซล  รันบน Android 5.1 สามารถหาซื้อได้ในราคา 6,290 บาท ถูกมั้ยล่ะครับ Lenovo PHAP Plus อภิมหา Phablet หน้าจอขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว เจาะกลุ่มผู้ชอบเสพคอนเทนท์ ใช้งานแอพพลิเคชั่น เล่นเกมบนหน้าจอยักษ์ ‘Lenovo PhabPlus’ บอดี้โลหะแบบ Unibody เพิ่มความทนทาน สามารถถือด้วยมือเดียวได้ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รันบน Android Lollipop ตอบสนองการใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหา ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE, เพิ่ม microSD ภายนอกสูงสุด 128 GB  ราคา 9,900 บาทเท่านั้น Lenovo Vibe P1 ถึงจะเปิดตัวต่างประเทศมาพักนึงแล้ว แต่หน้าตาคุณสมบัติสเปคยังดูดีมาก Lenovo Vibe P1 มีจุดขายหลายอย่าง ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลได้ดี บอดี้โลหะแบบ Unibody พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงปรื้ด 5,000 mAh ! ใช้งานเต็มวันแบบไม่ต้องง้อแบตสำรอง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3 GB ลื่นพอตัว รันบน Android 5.1 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลาง และกล้อง 13 เมกะพิกเซล  ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 9,900 บาท ได้ครบทุกอย่างจริงๆ Lenovo Vibe S1 เอาใจคนชอบถ่าย Selfie หนักๆ อีกรุ่นนึง งวดนี้ Lenovo จัดให้เลยกับกล้องหน้า 2 ตัว (8 + 2 เมกะพิกเซล ) นอกจากจะถ่ายภาพดีแล้ว ยังมีลูกเล่นหลากหลายทั้งตัดต่อภาพ Selfie, ปรับความชัดตื้น (DOF) ฯลฯ ขณะที่กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  ด้านดีไซน์มาแบบหรูหราเลย ขอบบอดี้โลหะอลูมิเนียม ฝาหลังผิวกระจกแบบโค้ง สวยงามมาก ! โดยเฉพาะสีทอง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เร็วพอตัว รันบน Android 5.1 รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ดตามมาตรฐาน Lenovo Vibe Shot รุ่นนี้เอาใจคนชอบถ่ายภาพผ่านกล้องหลัก Vibe Shot ดีไซน์คล้ายกล้อง Compact บางเฉียบ สวยงามทนทาน ขอบบอดี้อลูมิเนียม หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3GB รันบน Android 5.1 ใช้งาน 2 ซิมการ์ด / 4G LTE เหมือนกับรุ่น Vibe S1, Vibe P1 ด้านกล้องหลักใส่มาให้ 16 เมกะพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัส, ระบบ OIS กันสั่นไหว แฟลช 3 ดวง และโหมด Manual แบบมีปุ่มกดด้วย ตรงนี้จะชอบหรือไม่ต้องลองจับของจริงในงานก่อนได้เลย Lenovo Vibe X3 รุ่นท๊อปไฮเอนด์จาก Lenovo ที่วางจำหน่ายก่อนช่วงสิ้นปี Vibe X3 ดีไซน์รูปแบบใหม่ เน้นสายเอ็นเตอร์เทนต์เต็มที่ ทั้งลำโพงคู่สเตอริโอด้านหน้า ระบบเสียง Dolby Atmos, ชิพประมวลผลเสียงแยก หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD), ชิพประมวลผล Snapdragon 808 + RAM 3 GB แรงเอาเรื่อง รองรับวิดีโอ 4K เล่นเกมกราฟฟิคสูง สตรีมมิ่ง Full HD ลื่นไหล ติดกล้องความละเอียด 21 เมกะพิกเซล  ออฟชั่นเพียบ รองรับสแกนลายนิ้วมือ เมโมรีภายใน 32 GB และแบตเตอรี่ 3,500 mAh ทั้งหมดนี้ Lenovo จัดให้ราคา 15,990 บาท AIS LAVA IRIS 550 น้องเล็กสุดของซีรี่ส์ AIS LAVA 4G รองรับการใช้งาน 4G LTE ในราคาเบาๆ รุ่นนี้สามารถซื้อเครื่องเปล่าได้ครับ หรือถ้าใช้งาน AIS 2G เอามาแลกเครื่องใหม่ (พร้อมเติมเงินตามโปรโมชั่น) ได้ทันที ด้านสเปคหน้าจอ 4.0 นิ้ว, ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz + RAM 1 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 กล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  พร้อมกล้องหน้า 2 เมกะพิกเซล  สนนราคา 2,490 บาท เอาไว้ใช้งานเป็นเครื่องสำรอง หรือซื้อให้น้องๆ ใช้ก็คุ้มค่าดีครับ LAVA IRIS 750 อัพสเปคขึ้นมานิดหน่อยจะได้ LAVA Iris 750 หน้าจอขยายใหญ่เป็น 4.5 นิ้ว รองรับ 4G LTE / ใช้งาน 2 ซิมการ์ด, กล้องคุณภาพสูงขึ้น ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  + กล้องหน้า 2 เมกะพิกเซล , แบตเตอรี่ 2,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน อื่นๆ คล้ายกับ LAVA Iris 550 ทั้งชิพประมวลผล Quad-Core รันบน Android 5.1 และมีโปรโมชั่นให้เลือกทั้งแบบเติมเงิน – รายเดือน หรือจะซื้อเป็นเครื่องเปล่าก็ได้เช่นกัน LAVA 4G A1 งบประมาณราวๆ 4,xxx บาท คุณจะได้ LAVA 4G A1 รุ่นกลางคุณสมบัติเริ่ด หน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลมากขึ้น เปิดใช้งานแอพฯ ไม่สะดุด พร้อม ROM 16 GB ลงอะไรได้มากกว่าเดิม รันบน Android 5.1 ติดกล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  แถมกล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล  ยังมีไฟ LED ช่วยถ่ายภาพ Selfie ในที่แสงน้อยอีกด้วย ส่วนแบตเตอรี่ความจุ 2,500 mAh สมเหตุสมผลครับ ราคาเพียง 4,590 บาท LAVA 4G A2 รุ่นเรือธงของ LAVA ณ ตอนนี้ ‘LAVA A2’ โดดเด่นทั้งดีไซน์หรู สเปคจัดเต็มมาก ชิพประมวลผล Octa-Core (Mediatek MT6753) + RAM 3 GB ไม่ลื่นหัวแตกให้รู้กันไป หน้าจอ FHD ขนาด 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด รันบน Android 5.1 กล้อง 13 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ Full HD บอดี้บางเพียง 7 มิลลิเมตร พกพาสะดวก คุณสมบัติโดนใจ เคาะราคาเป็นเจ้าของได้ที่ 7,290 บาท หากคุณใช้ระบบเติมเงิน มีค่าโทรฟรีสูงสุด 7,000 บาท หรือโปรรายเดือนเริ่มต้น 249 บาท ตามเงื่อนไข Acer Liquid Z530 รุ่นราคากลางๆ ชุดใหม่ล่าสุดจาก Acer ออกแบบโค้งมน เรียบง่าย ฝาหลังเป็นลวดลายแนวขวาง สามารถจับถือได้ไม่ยากนัก หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลระดับพอใช้ ชิพประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็ว ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้ดีบน Android 5.1 กล้อง 8 เมกะพิกเซล  มีระบบเสียง DTS เสียบหูฟังแล้วจะได้อารมณ์ไปอีกแบบ รองรับ 4G LTE / 2 ซิมการ์ด รุ่นนี้ราคาไม่ถึง 6,000 บาทครับ Liquid Z630 ภาพรวมของ Acer Liquid Z630 คล้ายกับ Z530 ครับ โดยเฉพาะสเปครวมๆ ดีไซน์ก็แทบจะไม่ต่างกัน จ่ายเพิ่มจากรุ่นเดิม 1,000 บาท คุณจะได้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (จาก 5.0 นิ้ว) และแบตเตอรี่ 4,000 mAh อันนี้คุ้มค่าเพราะใช้งานได้ยาวนาน ไม่ง้อ Power bank รองรับ 4G LTE, 2 ซิมการ์ด เพิ่ม microSD ภายนอกได้ ตรงนี้ถ้าอยากลองตัวจริง เชิญที่บูธ Acer ในงานได้เลย Liquid X2 ชอบลองอะไรแปลกๆ จาก Acer ต้องรุ่นนี้เลยกับ ‘Liquid X2’ ชูจุดขายรองรับ 3 ซิมการ์ดในเครื่องเดียว (ไม่ผิดครับ ใช้งานได้ 3 ซิมจริง) แถมสลับใช้งาน 4G LTE ได้ทั้ง 3 ซิมอีกด้วย (ขณะที่ซิมอื่นสแตนด์บาย 2G), หน้าจอ HD ขนาด 5.5 นิ้ว แสดงผลเต็มตาสุดๆ ดีไซน์สวยแตกต่างจาก Z530, Z630 โดยเฉพาะสีทองค่อนข้างดูดีมาก ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมแบตเตอรี่ 4,000 mAh อึดเอาเรื่อง ทั้งหมดนี้ Acer จัดให้ที่ 9,900 บาท ถือว่าสมราคาทีเดียว ZTE Nubia Z9 Mini รุ่นนี้เป็นน้องเล็กของตระกูล Nubia ซึ่งเป็นกลุ่มระดับไฮเอนด์ของ ZTE หน้าตาสวยงามครับ บอดี้โลหะ ฝาหลังผิวกระจกเงา แบบว่าสวยจริงๆ โดยเฉพาะสีดำเงิน หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัด สีสันเป็นธรรมชาติ, ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB แรงแบบมาตรฐาน ดูวิดีโอ Full HD เล่นเกมไม่สะดุด รันบน Android 5.1 กล้องหลัก 16 เมกะพิกเซล (F/2.0) คุณภาพสูง พร้อมกล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล ขอบอกว่าโหมดการถ่ายภาพของ ZTE Nubia เค้าไม่ธรรมดา ! แบตเตอรี่อึดพอตัว 2,900 mAh ทั้งหมดนี้ราคาไม่ถึง 10,000 บาท Axon Mini เป็นรุ่นย่อส่วนของ ZTE Axon ตัวใหญ่แต่คุณสมบัติยังครบ ดีไซน์ออกแบบคลาสสิค ดูมีราคา บอดี้โลหะแบบ Unibody หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เช่นเดียวกับ Nubia Z9 Mini แต่เพิ่ม RAM ให้เป็น 3 GB ใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ลื่นไหลกว่าเดิม ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล ออฟชั่นถ่ายภาพเยอะสะใจ รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด ทั้งหมดนี้เพียง 12,990 บาท Blade S7 เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นประเทศแรกๆ เลยที่ได้สัมผัสรุ่นนี้กับ ZTE Blade S7 บางเฉียบแค่ 7.2 มิลลิเมตร เฟรมบอดี้โลหะทนทาน มีสีสันแปลกๆ ให้เลือกอย่างสีเหลือง เด่นมากๆ หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี มีระบบปลดล็อคด้วยการสแกนสายตา ล้ำสุดๆ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เช่นเดียวกับ Nubia Z9 Mini, Axon Mini + RAM 3 GB พร้อมเมโมรีภายใน 32 GB ใส่ข้อมูลได้เยอะอยู่เหมือนกัน กล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล เช่นเดียวกับกล้องหน้า จัดเต็มมากๆ สามารถลองเล่นพร้อมจับจองได้ภายในงานครับ Axon รุ่นเรือธงของ ZTE ที่วางจำหน่ายมาได้พักใหญ่กับ ZTE Axon ดีไซน์เรียบง่าย หรูหรา ทนทานด้วยวัสดุบอดี้โลหะ หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้่ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี ลำโพงคุณภาพสูง รองรับไฟล์เสียงระดับ Hi-Fi, แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB โหดเอาเรื่อง ด้านกล้องมาแบบเลนส์คู่ 13 + 2 ล้านเมกะพิกเซล มีลูกเล่นหลากหลายเช่น จำลองค่า F ในระดับต่างๆ, ถ่ายภาพซ้อน, เปิดชัตเตอร์นานสุดถึง 80 วินาที ฯลฯ รุ่นนี้ราคาจะสูงหน่อย แต่มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงานแน่นอน WIKO Sunset 2 รุ่นราคาถูกที่สุดของ Wiko สนนราคาไม่ถึง 2,000 บาท แต่ออฟชั่นครบตามมาตรฐาน หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว (800 x 480) บอดี้ขนาดเล็กพกพาสะดวก ชิพประมวลผล Quad-Core รันบน Android 4.4 ลงแอพพลิเคชั่นพื้นฐานได้สบายๆ กล้องความละเอียด 2 เมกะพิกเซล และใช้งาน 2 ซิมการ์ด คิดว่าน่าจะมีมาปล่อยในงาน เอาไว้ใช้เป็นเครื่องสำรองก็ดี Pulp น้องเล็กยอดนิยม ออฟชั่นครบมีให้เลือกมากถึง 5 สีสัน ฝาหลังสวยงามแบบลวดลายหนัง หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลพอใช้ได้ รองรับ 3G + 2 ซิมการ์ด ตามมาตรฐาน ชิพประมวลผล Octa-Core 1.4 GHz (Mediatek MT6592) + RAM 2GB การันตีทำงานรวดเร็ว บน Android 5.1 ตอบสนองการฟีเจอร์พื้นฐานครบ กล้อง 13 เมกะพิกเซล ถ่ายวิดีโอ FHD รู้มั้ยว่ารุ่นนี้ขายเพียง 3,xxx บาทเท่านั้น Pulp Fab 4G แน่นอนว่าหลายคนต้องการมือถือ 4G LTE ดังนั้น Wiko จัดให้เลยกับ Pulp Fab 4G พื้นฐานโดยรวมมาจากรุ่น Pulp (3G) นั่นเอง ทั้งดีไซน์การออกแบบ ฟีเจอร์พื้นฐานหน้าจอ 5.0 นิ้ว, กล้อง 13 เมกะพิกเซล รันบน Android 5.1 ฯลฯ ที่เปลี่ยนแปลงก็คือชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB, แบตเตอรี่ 2,820 mAh จ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาทจากรุ่น 3G ต้องลองเล่นตัวจริงในงานก่อนตัดสินใจซะแล้ว Fever รุ่นสุดคุ้มสเปคแรงกำลังดีจาก Wiko หน้าตาเรียบง่าย ออฟชั่นเพียบ หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัดสีสันสวยงาม รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด, ชิพประมวลผล Octa-Core (Mediatek MT6753) + RAM 3 GB ลื่นไหลสะใจ เปิดแอพฯ ไม่สะดุดบน Android 5.1 ลงแอพฯ เล่นเกมกราฟฟิคกลางๆ ถ่ายภาพผ่านกล้อง 13 เมกะพิกเซล พร้อมกล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล ส่วนจะถูกใจหรือไม่ ต้องลองมาสัมผัสในงาน #mobileexpo ณ บูธ Wiko ได้เลย OTHERS LG G4 แม้ว่า LG Mobile (ประเทศไทย) จะยุติการทำตลาดในบ้านเราชั่วคราว แต่ด้านการให้บริการ / ศูนย์ซ่อมยังเปิดปกติครับ งานนี้จึงคาดว่า LG G4 จะปรับราคาทำโปรโมชั่นจาก 17,900 บาท ส่วนจะเหลือเท่าไหร่ แถมอะไรบางต้องรอติดตาม เทียบกับคุณสมบัติสเปคแล้วคุ้มจริงๆ ทั้งหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (2560 x 1440), ชิพประมวลผล Snapdragon 808 + RAM 3 GB, Android 5.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0 เร็วๆ นี้), กล้องความละเอียด 16 เมกะพิกเซล  (F/1.8) พร้อม OIS แบบ Tri-Axis นิ่งมากๆ แม้ถ่ายกลางคืน ฝาหลังแบบหนังแท้ และแบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้ iPhone 6s | 6s Plus ไม่แนะนำคงไม่ได้ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus เชื่อว่าต้องมีหลายคนถามมาว่าในงานมีโปรโมชั่นเด็ดๆ มั้ย คำตอบคือมีครับ จาก Operator ทั้ง 3 ค่าย นอกจากจะมีโปรโมชั่นแพ็คเกจ ลดค่าเครื่อง ลดค่าบริการแล้ว ยังมีโปรโมชั่นบัตรเครดิต / ผ่อน 0% ด้วย สามารถ Walk-in ซื้อได้ทันทีครับ ด้านคุณสมบัติคงไม่ต้องพูดถึงมากมาย คงทราบดีอยู่แล้ว ^^ ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องเปล่า หรือไม่ติดสัญญาก็มีจำหน่ายเช่นกัน แต่ซื้อกับโปรแพ็คเกจจะคุ้มกว่ามากครับ iPad Pro เช่นเดียวกับ iPhone อภิมหาแท็บเล็ตจอยักษ์อย่าง iPad Pro ก็มีวางจำหน่ายด้วย อาจจะขายเฉพาะผ่าน Operator 3 ค่าย กับโปรโมชั่นแพ็คเกจ เรื่องคุณสมบัติแบบว่าเริ่ด หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 12.9 นิ้ว รองรับการใช้งานปากกา Apple Pencil สำหรับงานด้านกราฟฟิค / วาดภาพ โดยเฉพาะ รองรับการตัดต่อ เรนเดอร์วิดีโอความละเอียดสูง จากประสิทธิภาพชิพประมวลผล Apple A9X เทพมากๆ ในระดับอุปกรณ์พกพาด้วยกัน ติดกล้อง iSight 8 เมกะพิกเซล , มีให้เลือกทั้งเวอร์ชั่น WiFi, Cellular ราคาเริ่มต้น 30,900 บาทครับ Microsoft Surface Pro 4 เท่าที่สังเกตหลายคนก็รอสอยแท็บเล็ต Windows 10 ดีไซน์สุดแนวจาก Microsoft ไม่น้อยเลยกับ ‘Surface Pro 4’ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติจัดเต็มแบบ Ultrabook ซีพียู Core M จนถึง Core i7, RAM 4-16 GB, SSD ความจุเริ่มต้น 128-512 GB, หน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเขียน – วาดภาพด้วย Surface Pen มีอุปกรณ์เสริมหลากหลาย เช่น Type Cover คีย์บอร์ดแม่เหล็ก ทำหน้าที่เป็น Flip Case ในตัว, เชื่อมต่อจอ Monitor หลักได้ ฯลฯ  ปกติทาง Microsoft + ดีลเลอร์จะมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงาน #mobileexpo ครับ รอติดตามได้ ขอบคุณบทความจาก ThailandMobileExpo

10 พฤติกรรมต้องห้าม หยุดซะ! ถ้าไม่อยาก ทะเลาะกับเพื่อน
ทะเลาะกับเพื่อน /  ผิดใจกับเพื่อน / 

1. นินทาลับหลัง เรื่องนี้สำคัญมาก ไม่ว่าคุณกับเพื่อนสนิทจะมีนิสัยชอบเมาท์มอยกันมากแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเอาเรื่องลับของเพื่อนไปซุบซิบนินทาให้คนอื่นฟัง เพราะนั่นหมายถึงความไม่จริงใจ และถ้าเพื่อนคุณรู้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องคบหาสมาคมกับคนประเภทนี้ 2. ยืมเงิน เรื่องเงินเรื่องทอง ไม่เข้าใครออกใคร แม้แต่พี่น้องยังทะเลาะแตกหักกันได้ นับประสาอะไรกับเพื่อนสนิท ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย ที่ผิดใจกันเรื่องเงิน ถึงแม้คุณจะบอกว่ายืมแล้วใช้คืนแน่นอนก็ตาม แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน อย่าให้เพื่อนของคุณต้องมารู้สึกอึดอัดที่จะปฏิเสธจะดีกว่าค่ะ 3. สนิทกับแฟนเพื่อนจนเกินงาม อย่าให้ถึงกับต้องไปตั้งกระทู้รักสามเศร้ากันเลยนะคะ ยิ่งกับเพื่อนสนิทด้วยแล้ว การวางตัวกับแฟนเพื่อนยิ่งต้องให้ความสำคัญ พูดคุยได้ แซวได้ ทุกอย่างอยู่ในความพอดี เรื่องแบบนี้ว่ากันไม่ได้ เกิดสปาร์คกันขึ้นมาจะทำยังไง ทางที่ดีอย่าสนิทกันจนเพื่อนคุณต้องไม่สบายใจเลยนะคะ 4. วิจารณ์แฟนเพื่อนในแง่ลบ ไม่ว่าแฟนเพื่อนคุณจะดูแย่แค่ไหน ก็ไม่สมควรที่จะออกความเห็นที่ไม่ชวนฟังเด็ดขาด แฟนใครใครก็รัก และที่สำคัญ เพื่อนคุณจะรู้สึกไม่ดีอย่างมาก ถ้าเพื่อนสนิทดันไม่ชอบหน้าแฟนตัวเองซะอย่างนั้น จงจำเอาไว้ แนะนำให้คำปรึกษาได้ แต่อย่าไปตัดสินใจทุกอย่างแทนเพื่อน รสนิยมและความชอบเป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกันนะจ๊ะ 5. ผิดนัด เบี้ยวนัด ไม่ตรงต่อเวลา ไม่ว่าคุณกับเพื่อนจะสนิทกันมากแค่ไหน ก็ไม่ควรผิดนัดกันบ่อยๆ นะคะ ถ้าจะเลื่อนขอที่เป็นธุระด่วนจริงๆ ไม่ใช่เลื่อนนัดเพราะเกิดเปลี่ยนใจ ขี้เกียจไปซะอย่างนั้น ไม่ควรนะคะ นานๆ เข้าอาจจะไม่มีเพื่อนคนไหนอยากมีนัดกับคุณเลยก็ได้ 6. ไม่ให้เกียรติพ่อกับแม่เพื่อน เรื่องผู้ใหญ่นี่ก็สำคัญ เวลาที่เจอหน้าคุณพ่อคุณแม่ของเพื่อน ต้องมีสัมมาคาราวะ ต้องรู้จักกาลเทศะ เพื่อนบางคนครอบครัวสมัยใหม่ ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากมาย แต่เพื่อนบางคนก็มีพ่อแม่ที่เคร่งครัดและหัวโบราณ ต้องวางตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยนะคะ และที่สำคัญ ไม่ว่าเวลาปกติคุณจะพูดคำหยาบคายกับเพื่อน แต่เวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็จะเว้นไว้สักหน่อยก็ดีนะจ๊ะ 7. ดูถูกหน้าที่การงานเพื่อน ต้นทุนและพื้นฐานแต่ละคนไม่เท่ากัน เพื่อนของคุณอาจจะทำงานตำแหน่งต่ำกว่าคุณหรืออาจจะเป็นสาวโรงงาน แม่ค้าตลาดนัด ขายตรง ขายประกัน หรืออะไรก็แล้วแต่ ทุกอาชีพมีคุณค่าของตัวเองหมด ไม่ว่าอยู่ในบริษัทคุณจะตำแหน่งใหญ่โตมากแค่ไหน เสร็จจากเลิกงานนัดเจอ นัดกินข้าว  สถานะคุณกับเพื่อนก็คือเพื่อนรักกันอยู่ดี 8. รุกร้ำเรื่องส่วนตัวมากเกินไป ข้อนี้ท่องไว้ให้ขึ้นใจเลยนะคะ "ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องเกรงใจกันมากเท่านั้น" เรื่องบางอย่างที่เพื่อนไม่สะดวกจะเล่าให้ฟัง ก็อย่าไปเซ้าซี้ถามเพื่อให้ได้คำตอบ เพื่อนที่ดีบางครั้งไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเยอะ แค่คอยอยู่ข้างๆ กันเวลาที่มีปัญหาก็เพียงพอแล้วจ้า 9. ยืมของแล้วไม่คืน ปัญหานี้เจอกันบ่อย หลายคนติดนิสัยยืมของแล้วเนียนไม่ยอมมาคืน แบบนี้ใช้ไม่ได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และบลาๆ ยืมก็คือยืม ได้อย่ายึดเป็นของตัวเองเด็ดขาด และของมีค่าบางอย่างก็ไม่สมควรแม้แต่จะเอ่ยปากถาม เช่น รถยนตร์ กล้องถ่ายรูป ชุดเครื่องเพชร เพราะของเหล่านี้มีราคาสูง เกิดทำเสียหล่นหาย หรือพัง จะเสียหายหลายแสนเอาได้นะคะ และอย่าลืมทุกครั้งที่ยืมของเพื่อนไปแล้ว รักษาให้ดีเสมือนว่าเราเป็นเจ้าของมันเลย ก็จะดีมากค่ะ 10. งี่เง่า เอาแต่ใจขั้นรุนแรง ข้อนี้อ่านผ่านๆ เหมือนปัญหาของคนเป็นแฟนกัน แต่จริงๆ แล้ว เรื่องงี่เง่าไร้เหตุผลนี่ใครๆ ก็เป็นกันได้ค่ะ ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนตัวเอง บางทีไปเที่ยวไหนกันเป็นหมู่คณะหลายคน ก็ต้องฟังเสียงส่วนมากกันด้วยนะคะ จะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งอยู่คนเดียวก็คงจะไม่ได้ เดี๋ยวเพื่อนจะพาลไม่ชวนไปเที่ยวครั้งหน้าอีกจะแย่เอานะ เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women MThai Team

5 ข้อดี! ถ้าคุณได้ ผู้หญิงชอบถ่ายรูป ไปเป็นแฟน
กล้องถ่ายรูป /  ช่างภาพ / 

         มีคนกล่าวไว้ว่า ผู้หญิงได้แฟนเป็นช่างภาพจะได้ถ่ายรูปสวยๆ ฟรีตลอดชีวิต แล้วถ้าคุณผู้ชายได้แฟนเป็นช่างภาพสาวคนสวย จะได้อะไรนอกจากถ่ายภาพฟรีบ้างน๊า ? 1. เธอมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร แน่นอนว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบถ่ายรูป แต่จะเน้นไปที่การเซลฟี่ตัวเองซะมากกว่า น้อยคนมากที่จะชอบถ่ายวิวหรือถ่ายคนอื่น เห็นได้จากกระทู้จากคุณผู้ชายที่ชอบบ่นเรื่องความเยอะของผู้หญิงในการถ่ายรูปแต่ละครั้ง เพราะฉะนั้นถ้าคุณผู้ชายที่ได้สาวแบบนี้ไปเป็นแฟน คุณจะหมดห่วงเรื่องที่คุณถ่ายรูปเธอแขนใหญ่ ขาใหญ่ หน้าบาน ไปได้ทันทีเลยค่ะ 2. เธอชอบการเดินทางและท่องเที่ยว เป็นเรื่องธรรมดาของคนรักการถ่ายภาพ ทีมักจะออกเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจและภาพสวยๆ มุมมองแปลกใหม่ และเป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะต้องชวนคุณออกไปท่องโลกกว้างนี้ด้วยกัน ช่วงเวลาไปเที่ยวก็สวีทกันตามอัธยาศัยได้เลยนะจ๊ะ :) 3. เธอใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว เคยสังเกตกันไหมคะ ว่าทำไมช่างภาพหลายคนถึงถ่ายรูปสถานที่ธรรมดาๆ ให้ดูมีอะไรได้อย่างไม่น่าเชื่อ และบางครั้งภาพสวยๆ ก็มาจากมุมเล็กๆ ในสถานที่ที่ไร้คนสนใจ ถ้าหากคุณได้เธอมาเป็นแฟน คุณจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ จากรูปถ่ายของเธอแน่นอน 4. เธอไม่ค่อยห่วงสวย สวยในที่นี้อาจไม่ได้หมายความว่าเธอจะปล่อยเซอร์ ไม่อาบน้ำสระผมอะไรขนาดนั้นนะคะ แต่เป็นเพราะเธอจะออกแนวสายลุยบุกป่าฝ่าดง เพื่อให้ได้ภาพที่สวยสมใจเธอต่างหาก เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะแดดร้อน หรือฝนตก เธอก็ไม่ถอยแน่นอน คุณผู้ชายเองก็อย่าลืมคอยดูแลสุขภาพให้เธอด้วยนะคะ ความรักจะได้หวานชื่นกันมากขึ้น 5.เธอจะถ่ายรูปแฟนเก็บไว้ในทุกๆ ที่ ที่ไปด้วยกัน คุณจะมีรูปสวยๆ จากฝีมือเธอ เพราะเธอไม่ชอบถ่ายรูปตัวเอง และคุณก็เป็นความทรงจำที่แสนพิเศษของเธอ มีหรือที่จะพลาด ไม่มีภาพแฟนอยู่ในกล้อง ต่อไปนี้ก็เตรียมท่าเผลอแบบเท่ๆ ไว้รอเลยก็ได้นะคะ ยังไงก็ต้องโดนเธอลั่นชัตเตอร์ใส่แน่นอน :) รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Women MThai Team  

5เหตุผลที่คุณควร แบกเป้เที่ยวกับแฟน สักครั้งในชีวิต !
ท่องเที่ยว /  เดินทางท่องเที่ยว / 

     เบื่อกันหรือยัง ? กับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเข้างานให้ทัน และความกดดันจากการทำงานอีกมากมายหลายอย่าง บางคู่มัวแต่ก้มหน้าทำงานจนแทบไม่มีเวลาได้สวีทกันเลยด้วยซ้ำ ปล่อยไว้อย่างนี้ดูท่าจะไม่ดีนะคะ หลังจากอ่านจบ อย่าลืมจูงมือแฟนไปเก็บกระเป๋าเตรียมวางแพลนเที่ยวกันนะคะ :) 1. ผจญภัยไปด้วยกัน แน่นอนว่าการเก็บกระเป๋าไปเที่ยวในครั้งนี้ อาจจะไม่ได้สะดวกสบายมากนัก แต่นั่นคือความท้าทายที่ชวนให้คุณกับแฟนออกไปผจญภัยด้วยกัน ไม่ว่าจะขึ้นเหนือล่องใต้ ปีนเขา เดินป่า หรือจะแบคแพคตะลุยต่างแดน ลองเลือกจัดมาสักทริปดูสิคะ ไม่แน่คุณอาจจะติดใจและมีทริปต่อไปอีกเรื่อยๆ ก็ได้นะคะ 2. รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน เพราะว่าระหว่างการเดินทาง คุณสองคนจะต้องเจอกับปัญหามากมาย ที่ต้องช่วยแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ผ่านพ้นกันไปได้ คุณจะได้เห็นความมีน้ำใจและความห่วงใยจากแฟนคุณ คุณผู้หญิงอาจจะไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ หรือสวมรองเท้าส้นสูง แต่เชื่อเถอะค่ะ รอยยิ้มของคุณที่มีให้แฟนตอนที่กำลังเที่ยวด้วยกัน จะทำให้คุณดูสวยไม่แพ้ตอนแต่งหน้าเลยล่ะค่ะ 3. สร้างความทรงจำร่วมกัน นอกจากวงจรชีวิตการทำงานและปาร์ตี้สังสรรค์ กลับบ้านมานอนสลบ คุณกับแฟนลองเปิดโลกใบใหม่ด้วยการท่องเที่ยวดูสิคะ รับรองได้เลยว่าจะช่วยสร้างสีสันและความทรงจำร่วมกันได้ดีมากๆ และความทรงจำที่ดีที่สุด ก็คือเรื่องราวทั้งทุกข์และสุขที่คุณสองคนกับแฟนได้สร้างไว้ในระหว่างการเดินทาง เมื่อนึกถึงทีไรก็ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้ง :) 4. เปลี่ยนบรรยากาศให้เรื่องบนเตียงสักหน่อย เรื่องของ Sex นี่มองข้ามไม่ได้นะจ๊ะ ยิ่งหากคู่ไหนที่คบกันมานาน อาจจะมีเบื่อลืมกันไปบ้าง แนะนำให้ลองไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันดูนะคะ ความสุขจากการได้ผ่อนคลายไม่ต้องกังวลเรื่องงาน จะช่วยให้ Sex ในค่ำคืนนั้นพิเศษกว่าทุกคืนเลยน๊าาา 5. สร้างความสัมพันธ์ที่ยืนยาวขึ้น จากการสำรวจคู่รัก 1,000 คู่ พบว่า การเที่ยวนั้นสำคัญมากนะ เพราะส่งผลกับความสัมพันธ์ในด้านบวก สองในสามหรือ 63% บอกว่าการเที่ยวกับแฟน ทำให้คบกันได้ยาวนานขึ้น ด้วยเหตุผลร้อยแปดประการ ที่คุณกับแฟนจะได้รับกลับมาหลังจากออกเดินทางด้วยกันบ่อยๆ แล้วอย่างนี้จะรออะไรคะ ไปเก็บกระเป๋ากันเล้ยยยย :) รูปประกอบและเรียบเรียงโดย Women Mthai Team

อิจฉาเบาๆ!!! ดา เอ็นโดรฟิน โพสต์ภาพซบแฟนฝรั่งคนใหม่โชว์
ดา เอ็นโดรฟิน /  อเล็กซ์ แฟน ดา เอ็นโดรฟิน / 

ทำเอาสาวๆ อิจฉากันค่อนข้างประเทศ สำหรับนักร้องสาวเสียงทรงพลัง ดา เอ็นโดรฟิน แม้จะเลิกรากับแฟนหนุ่มนักกีฬาชาวออสซี่ไปแล้วก็ตาม แต่หัวใจนางก็ไม่เคยว่างเว้นให้เห็นเลยนะจ๊ะ เพราะล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดเผยว่ามีหนุ่มคนใหม่คุยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังไม่ทิ้งแนวหนุ่มต่างชาติอีกเช่นเคย จะไม่ให้อิจฉาหนักได้อย่างไร แหม...ก็สาวดาเล่นโพสต์ภาพสวีทหวานซบหนุ่มนักดนตรีหวานใจคนใหม่หน้าตาหล่อไม่เบานามว่า อเล็กซ์ ลงใน IG พร้อมแคปชั่นชวนฝัน "Life is good #balitrip2016" เห็นอย่างนี้แล้วไม่ฟินก็ให้มันรู้ไป!!! ขอบคุณภาพจาก IG daendorphine, alexsypsomos ดา เอ็นโดรฟิน ดา เอ็นโดรฟิน ดา เอ็นโดรฟิน ดา เอ็นโดรฟิน อเล็กซ์ หวานใจ ดา เอ็นโดรฟิน ดา เอ็นโดรฟิน และ อเล็กซ์ ดา เอ็นโดรฟิน และ อเล็กซ์