จุงเบย

ก่อนชม 'ดาวคะนอง' ย้อนดู ‘เจ้านกกระจอก’ บทบันทึกเชิงสัญลักษณ์ในหนังไทยของ ใหม่-อโนชา
ดาวคะนอง /  อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล / 

ในวาระที่ 'ดาวคะนอง' ผลงานหนังยาวเรื่องที่สองของผู้กำกับ ใหม่-อโนชา สุวิชากรณ์พงศ์ จะเข้าฉายในบ้านเราอย่างเป็นทางการวันแรก (8 ธ.ค. 2559) ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน อโนชานำหนังเรื่องแรกของเธอเข้าฉายในบ้านเรา และ ‘เจ้านกกระจอก’ ก็กลายเป็นหนังไทยที่ถูกพูดถึงอย่างมาก ในแง่ของการใช้สัญลักษณ์เพื่อเล่าเรื่อง ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่อโนชานำใช้ในหนังเรื่องล่าสุดของเธอเช่นกัน เราจึงขอหยิบเอาบทความจากคอลัมน์คลาสสิคในนิตยสาร BIOSCOPE "symbolic corner อ่านหนังระหว่างบรรทัด" ที่ ไกรวุฒิ จุลพงศธร ได้เขียนถึง ‘เจ้านกกระจอก’ ถึงการเล่าเรื่องเชิงสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารกับผู้ชม ก่อนที่จะไปชมผลงานล่าสุดของเธอกันในสัปดาห์นี้ **เช็ครอบฉายและข่าวสารของหนัง 'ดาวคะนอง' ได้ที่ www.facebook.com/daokhanongmovie ‘เจ้านกกระจอก’ กับขบวนการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในหนังไทย (แบบไม่ได้นัดหมาย) โดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร **ตีพิมพ์ครั้งแรกใน "symbolic corner อ่านหนังระหว่างบรรทัด" นิตยสาร BIOSCOPE ฉบับ 105 / สิงหาคม 2553 ช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาช่างแตกต่างราวกับฟ้าและเหวกับช่วงที่ผมเริ่มต้นเขียนคอลัมน์นี้ เมื่อ 8 ปีก่อนผมเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบโฆษณาแต่ดันชื่นชอบการตีความสัญลักษณ์ใน หนังที่เรียนรู้จากพ็อคเกตบุ๊ครวมบทวิจารณ์ของ สิทธิรักษ์ ตุลาพิทักษ์, มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ และ ประชา สุวีรานนท์ ซึ่งได้กลายเป็นครูอย่างไม่เป็นทางการของผม ในโลกของผม ณ ช่วงเวลาดังกล่าว "สัญลักษณ์มีแต่ในหนังเท่านั้น" (แน่นอนครับว่ามันมีที่อื่นๆ ด้วย แต่ผมเลือกที่จะไม่สนใจมันเอง) 8 ปีผ่านไปมีอะไรเกิดขึ้นมากมายกับชีวิต และสัญลักษณ์ไม่ได้อยู่แค่ในหนังอีกต่อไป แต่สัญลักษณ์อยู่กลางถนน และมิใช่ผม คนเดียวที่ตระหนัก เพราะดูเหมือนสังคม ‘ทุกฝ่าย’ ค่อยๆ เรียนรู้ว่าการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เป็นการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดในวินาทีนี้ (ดูอย่างกรณีที่คนเสื้อแดงพยายามจะไปพันผ้าสีแดงที่ป้ายถนนราชประสงค์, ต่อมาก็มีกำลังตำรวจจำนวนมากมาเฝ้าป้ายดังกล่าว, และหนักข้อขึ้นไปอีกเมื่อป้ายดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ถอดทิ้งไปเลย, ลงท้ายด้วยเอาป้ายมาติดตั้งใหม่พร้อมคำอธิบายว่านำป้ายไปทำความสะอาดเนื่องจากมีคนมาฉีดสีพ่นทับตัวอักษร) สังคมค่อยๆ เรียนรู้ (ผมหวังอย่างนั้น) ว่าการต่อสู้ด้วยพละกำลังหรือการต่อสู้แบบ ถอนรากถอนโคนซึ่งมักมากับกระบวนทัศน์ ‘สงครามครั้งสุดท้าย’ นั้นไม่มีอยู่จริง สงครามไม่มีวันจบลงง่ายๆ ยุทธศาสตร์ต่อไปคือการต่อสู้อย่างต่อเนื่องและยืดยาว การช่วงชิงความหมายเชิงสัญลักษณ์จึงกลายเป็นสมรภูมิอย่าง ไม่เป็นทางการ นักสัญศาสตร์จึงกลายเป็นบุคคลสำคัญของสังคม เพราะพวกเขามีหน้าที่คุ้ยเขี่ย กัดเซาะ สร้าง และตีความสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อ ‘ทำลาย’ หรือ ‘ตอกย้ำ’ วาทกรรมที่แต่ละฝ่ายผลิตขึ้นมา คนทำหนังอิสระทั้งหมดมิได้จงใจทำหนังการเมืองล้วนๆ แต่มันเป็น ‘หนังส่วนตัว’ ที่มีประเด็นการเมืองหลอมรวมอยู่กับประเด็นส่วนตัวอื่นๆ สิ่งที่พัวพันกับการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ในขณะนี้ก็คือการช่วงชิง ‘พื้นที่’ ‘เวลา’ และ ‘ความทรงจำ’ ดูตัวอย่างจากการพันผ้าแดงที่ป้ายราชประสงค์ แม้จะเป็นพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร แต่ก็มีความหมายเชิงสัญลักษณ์สุดทรงพลัง เพราะมันเป็นการแย่งชิงพื้นที่ ความทรงจำและการรับรู้ของสังคม ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งพยายามจะ ‘ลบเลือน’ ความทรงจำนี้ทิ้งไป อีกฝ่ายก็พยายามจะ ‘ย้ำเตือน’ มิให้ความทรงจำจางหาย แน่นอนว่าการต่อสู้นี้ขึ้นอยู่กับบริบทเวลา หากมิได้ต่อสู้อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายความทรงจำดังกล่าวก็จะบิดเบือน และหลุดหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ และกลายเป็น "ความทรงจำส่วนบุคคล" หรือของคนกลุ่มย่อยๆ ไปแทน นอกจาก พื้นที่ เวลา และความทรงจำ จะเป็นองค์ประกอบสำคัญของการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ในขณะนี้แล้ว มันยังเป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานของศิลปะภาพยนตร์อีกด้วย หากเมื่อ 8 ปีก่อนผมตื่นเต้นกับงานของคนทำหนังอย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, นนทรีย์ นิมิบุตร และ เป็นเอก รัตนเรือง ที่ทำให้เกิดการบูมของหนังไทยร่วมสมัยในช่วงเวลานี้ผมก็ตื่นเต้นกับกลุ่มคนทำหนังบนดินและใต้ดิน –ไม่ว่าจะมีแนวคิดทางการเมืองแบบใดก็ตาม- แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาพยายามโต้ตอบกับสังคมด้วยการสร้างงานที่เล่นกับพื้นที่ เวลา และ ความทรงจำ ผ่านระบบสัญลักษณ์ที่งัดข้อก่อกวนกับวาทกรรมหลัก ผมกำลังหมายถึงหนังอิสระอย่าง ‘ลุงบุญมีระลึกชาติ’ ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, ‘บริเวณนี้อยู่ภายใต้การกักกัน’ และ ‘จุติ’ ของ ธัญสก พันสิทธิวรกุล, ‘เจ้านกกระจอก’ ของ อโนชา สุวิชากรณ์พงศ์ ไปจนถึงหนังสั้นของ ปราปต์ บุนปาน, เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง หรืองานในอนาคต (แน่นอนว่าผมยังไม่ได้ดู แต่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเล่นกับการเปรียบเปรยเชิงการเมือง) ทั้ง ‘เชคสเปียร์ต้องตาย’ ของ สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์, ‘The Dog ชิงหมาเกิด’ ของ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง และ ‘14’ ของ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล แน่นอนว่าคนเหล่านี้ไม่ได้นัดกัน และไม่ได้มีอุดมการณ์ การเมืองเดียวกัน แต่การปรากฏของผลงานเหล่านี้ใน ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก็เป็นขบวนการหนังสัญลักษณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง (**อัพเดต จนถึงปัจจุบัน ‘14’ ยังไม่ได้ถูกผลิตขึ้น ส่วนอย่างที่ทราบกันคือ ‘เชคสเปียร์ต้องตาย’ กลายเป็นหนังที่โดนแบนในบ้านเราไป) หน้าที่หนักของนักวิจารณ์ ก็คือการเขียนตีความสิ่งเหล่านี้โดยแย้มพรายความหมายระหว่างบรรทัดออกมาเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่นักวิจารณ์ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ สุดท้ายแล้วระบบสัญลักษณ์ที่เนรมิตกันมาก็จะ ‘ฝ่อ’ ไป เพราะขาดการขยายความ คนทำหนังรุ่น เพิ่มพล เชยอรุณ หรืองานยุครุ่งเรืองของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มุ่งสะท้อนสังคมด้วยการตีแผ่อย่างตรงไปตรงมาหรือมีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเห็นชัด แต่ขบวนการหนังบนดินและใต้ดินยุคปัจจุบัน (แบบไม่ได้นัดหมาย) มิได้เดินบนเส้นทางนั้น หากไม่นับงานของพงษ์พัฒน์และชูเกียรติ (ซึ่งผมยังไม่ได้ดู) คนทำหนังที่เหลือซึ่งเป็น คนทำหนังอิสระทั้งหมดมิได้จงใจทำหนังการเมืองล้วนๆ แต่มันเป็น ‘หนังส่วนตัว’ ที่มีประเด็นการเมืองหลอมรวมอยู่กับประเด็นส่วนตัวอื่นๆ นำเสนอผ่านสุนทรียะเฉพาะตัวและระบบสัญลักษณ์ที่แนบเนียนและแพรวพราวเกินกว่ายุคของเพิ่มพลไปแล้ว ซึ่งต้องอาศัยพื้นฐานความ เข้าใจและการสั่งสมสุนทรียะของภาพยนตร์โลกร่วมสมัยในระดับหนึ่ง มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่คนทำหนังกลุ่มนี้จะถูกป้ายข้อหาจากคนดูว่า “ดูไม่รู้เรื่อง” หรือ “เข้าใจยาก” แต่ขณะเดียวกัน ภายใต้สังคมไทยอันแสนเคร่งครัดในยุคสมัยของการจำกัดจำเขี่ยทางความคิดเห็น การ ‘ดูไม่รู้เรื่อง’ และ ‘เข้าใจยาก’ ก็กลับกลายเป็นเกราะป้องกันตัวผู้สร้างเอง พวกเขาจึงสามารถสร้างงานที่ ‘เตะเฉียด’ ประเด็นอ่อนไหวต่างๆ ผ่านเนื้องานและสัญลักษณ์ที่แนบเนียนหรือแปลกพิศวงได้ เช่น หากอภิชาติพงศ์สร้างหนังเกี่ยวกับวันเสียงปืนแตกโดยตรงก็คงโดนแบน แต่การสร้างโดยผสมสุนทรียะของหนังส่วนตัวและเนื้อหาการเมืองเชิงสัญลักษณ์แยบยลก็ทำให้หนังออกสู่สังคมได้ (ในกรณีของอภิชาติพงศ์และอโนชานั้น ความพิศวงของสัญลักษณ์ยังกลายเป็น ‘ปริศนา’ และ ‘ความลึกลับ’ ที่ทำให้คอหนังศิลปะในต่างชาติอ่านงานของพวกเขาในความหมายอื่นๆ ได้อีกด้วย) กลายเป็นว่าในพื้นที่เล็กๆ อย่างหนังอิสระ กลับมีระดับเพดานการแสดงความคิดเห็นที่สูงกว่าปกติ ทว่าพื้นที่ดังกล่าวก็เล็ก เล็กมาก หรือเล็กที่สุดจนแทบจะไม่มีเสียงเล็ดรอดออกไปให้เกิดการพูดคุยในวงกว้าง นักวิจารณ์และนักดูภาพยนตร์ (cinephile) คือฟันเฟืองที่เข้ามามีบทบาทในจุดนี้ แต่ลำพังนักวิจารณ์เองก็ทำงานได้ไม่มีประสิทธิผล ตั้งแต่ติดอยู่ในระบบ มีพื้นความรู้ที่ทำให้อ่านงานเหล่านี้ไม่ขาดพอ รวมถึงต่อให้อ่านได้แต่จะเขียนได้ชัดเจนมากขนาดไหน หน้าที่หนักของนักวิจารณ์ ก็คือการเขียนตีความสิ่งเหล่านี้โดยแย้มพรายความหมายระหว่างบรรทัดออกมาเท่าที่จะทำได้ นี่คือสิ่งที่นักวิจารณ์ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ สุดท้ายแล้วระบบสัญลักษณ์ที่เนรมิตกันมาก็จะ ‘ฝ่อ’ ไป เพราะขาดการขยายความ ‘เจ้านกกระจอก’ เป็นตัวอย่างชั้นดีของสิ่งที่ผมได้พูดไป อโนชาและ ลี ชาตะเมธีกุล (มือตัดต่อ) จงใจก่อกวนพื้นที่ เวลา และ ความทรงจำด้วยการเล่าหนังโดยไม่เรียงลำดับเวลา (เหมือนหนังเรื่อง 21 Grams) เมื่อผนวกกับชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ (Mundane History) ก็คลับคล้ายท่วงท่าปรัชญาแบบพังค์ๆ ที่โจมตีประวัติศาสตร์ทางการที่เล่าเรื่องแบบเรียงตามลำดับเวลา (หรืออำนาจแนวดิ่ง) และให้คุณค่ากับประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลที่มาในรูปแบบของความทรงจำที่ย่อมวูบวาบ ไม่เรียงลำดับก่อนหลัง (หรืออำนาจแนวระนาบ) ‘เจ้านกกระจอก’ เป็นการบันทึก ‘ห้วงอารมณ์’ ของพ.ศ.นี้อย่างทันท่วงทีก่อนที่ห้วงอารมณ์นี้จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น หนังมิได้เปรียบเปรยอย่างงดงามเท่านั้น แต่ยังล้ำลึกด้วย เมื่อพ่วงเอาเรื่องของอารยธรรม ธรรมมะ และวิทยาศาสตร์มาอธิบาย เราอ่านหนังได้อย่างน้อยสองระดับ ระดับแรกคือเชื่อไปตามเรื่องว่ามันเป็นเรื่องของบุรุษพยาบาลที่ต้องเข้ามาดูแลเด็กหนุ่มพิการ ลูกผู้ดีเก่าที่ไม่ลงรอยกับพ่อผู้แสนดี เขาถูกแวดล้อมไปด้วยแม่บ้านและคนใช้ แล้วความสัมพันธ์ของบุรุษพยาบาลและเด็กหนุ่มจากที่ตึงเครียด ก็ค่อยๆ อ่อนลงและกลายเป็นความอ่อนโยนระหว่างสองมนุษย์ ระดับที่สองคือการตั้งคำถามว่า ทั้งหมดนี้คืออุปลักษณ์ (metaphor) ของสังคมไทยในยุคพ.ศ.นี้ นี่คือสังคมไทยที่ในอดีตเคยรุ่งเรืองและงามงด (จากสภาพบ้านที่เป็นผู้ดีเก่า, คำอธิบายว่าคุณพ่อเป็นคนแสนดี) แต่ปัจจุบันกลับเป็นสังคมที่รุนแรง เปลี่ยนแปลง และไร้อนาคต (เด็กหนุ่มพิการ, เอาแต่ใจ, อารมณ์เกรี้ยวกราด, รักษาไปก็เปล่าประโยชน์, ไม่สามารถสืบพันธุ์ได้) และมันก็ยังเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยชนชั้น (มีการแบ่งการกินข้าวอย่างชัดเจน เจ้านายกินชั้นบน บ่าวไพร่กินชั้นล่าง แถมยังมีบ่าวไพร่ที่ทำตัวประหนึ่งเจ้านาย หรืออาจมีอะไรกับเจ้านายด้วยซ้ำ) ผมไม่ได้บอกว่าสังคมไทยไร้ความหวัง หรือคนทำหนังเรื่องนี้จะบอกว่า สังคมไทยสิ้นหวัง แต่หนังเรื่องนี้เป็นการบันทึก ‘ห้วงอารมณ์’ ของพ.ศ.นี้ อย่างทันท่วงทีก่อนที่ห้วงอารมณ์นี้จะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น หนังมิได้เปรียบเปรยอย่างงดงามเท่านั้น แต่ยังล้ำลึกด้วยเมื่อพ่วงเอาเรื่องของอารยธรรม ธรรมะ และวิทยาศาสตร์มาอธิบาย หนังพูด ถึงอารยธรรมในฉากเดินดูรูปจำลองของอารยธรรมต่างๆ (ซึ่งรุ่งโรจน์และ มอดม้วยไปแล้ว) ในท้องฟ้าจำลอง และยังพูดถึงพุทธธรรมผ่านตัวคนใช้ที่สบถขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ในแง่วิทยาศาสตร์มีการอธิบายเรื่องจุดจบของดาว อโนชาลากให้ทุกอย่างมารวมกัน เหมือนกับภาพโปสเตอร์หนังที่เหมือนรูปปริศนา มันเป็นทั้งดวงตา ของเด็กหนุ่มผู้พิการไร้ความหวัง เป็นทั้งดาวฤกษ์สุกสว่างที่กำลังจะแตกดับ และเป็นทั้งดวงตาของคนทำหนังที่จับจ้องความล่มสลายของยุคสมัย อารยธรรมมีวันสิ้นสุด เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องสามัญ และหากดาวอันใหญ่ยักษ์ยังมีวันดับได้ นับประสาอะไรกับอารยธรรม, ประเทศชาติ, คนรุ่นหนึ่ง, มนุษย์ที่ยิ่งใหญ่หรือต่ำต้อยเพียงใด หรือแม้กระทั่งเซลล์อณูหนึ่ง ก็ต้องมีวันดับสิ้นไปทั้งนั้น แต่เมื่อมีวันดับสิ้น ก็มีวันกำเนิดใหม่ และหลังจากประวัติศาสตร์ของโลก / อารยธรรม / ประเทศ / ครอบครัว ที่ผ่านมาถูกเดินหน้าด้วยบุรุษเพศ ผู้กำกับเพศหญิงที่เล่าสงครามระหว่างเพศชายมาเกือบ 80 นาทีได้แย้มนัยว่า บทใหม่ของประวัติศาสตร์จะเริ่มด้วยสตรีเพศเสียที ... ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

กระแสตอบรับแรง! แห่จอง Moto Z กับ Moto Z Play ในงาน Thailand Mobile Expo 2016
Mobile Expo 2016 /  moto / 

หลังจากสมาร์ทโฟนเรือธงระดับพรีเมี่ยม รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง Moto Z และ Moto Z Play เผยโฉมให้สาวกชาวไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก ก็ได้รับกระแสตอบรับดีเกินขาด ถึงขนาดที่สาวกโมโตมาเข้าคิวจับจองเตรียมเป็นเจ้าของกันอย่างคึกคัก ในงาน Thailand Mobile Expo 2016 ทำเอาบูธโมโตแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่มาต่อแถวกันอย่างไม่ขาดสาย Moto Z และ Moto Z Play คือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดดดย Moto Z มาพร้อมกับหน้าจอ 5.5 นิ้ว Quad HD ที่บางที่สุดในโลกเพียง 5.19 มม. หน่วยประมวลผลรุ่นบนสุด Qualcomm Snapdragon 820 ตัวเครื่องผลิตจากอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในการผลิตอากาศยาน กล้องประสิทธิภาพสูงถ่ายภาพได้สวยคมชัดแม้ในที่แสงน้อยด้วยระบบ Laser Auto Focus, OIS  และ f/1.8  รองรับ Moto Mods เทคโนโลยีโมดูลสุดล้ำที่ช่วยแปลงโฉมสมาร์ทโฟนให้สามารถทำงานได้อย่างเหนือชั้นเพียงแค่ One Snap นอกจากนี้ภายในงานโมโตยังเผยโฉม Moto Z Play อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากตระกูล Z series ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผล แบบ Full HD AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ระบบประมวลผล Qualcomm® Snapdragon 625 และ RAM ความจุ 3GB และหน่วยความจำขนาด 32GB อีกทั้งกล้องหลังความละเอียด 16 MP พร้อมรูรับแสงขนาด f/2.0 และกล้องหน้าความละเอียด 5 MP รองรับอุปกรณ์เสริม Moto Mods ที่ช่วยแปลงโฉมสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นสุดยอดอุปกรณ์เพื่อไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าเพียงแค่ One Snap   นอกจากนี้ Moto Z Play ยังมาพร้อมความจุแบตเตอรี่ถึง 3,000 mAh พร้อมระบบชาร์ตแบต TurboPower ที่จะช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมงในการชาร์ตเพียง 15 นาที

ลดแหลก!! iPhone 6s และ 6s Plus ของ 3 ค่ายมือถือหลัง Apple ประกาศลดราคา
ais /  dtac / 

ก่อนหน้านี้หลังการเปิดตัวของ iPhone 7 ทางเว็บทางการของ Apple ได้ทำการลดราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus กันไปแล้ว แต่ที่ตื่นตาไม่แพ้กัน เมื่อ 3 ค่ายมือถือบ้านเราทั้ง AIS, Dtac และ True เองก็ได้ทำการลดราคากันแบบว่าถูกกว่าใน Online Store อีกด้วย ที่สำคัญในรุ่นความจุ 32GB ใน Online Store นั้นหมดไปแล้วด้วย  และนอกจากทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวแล้ว สำหรับบางค่ายยังลดแหลก iPhone 6, iPhone 6 Plus และ iPhone SE กันแบบที่เลือกไม่ถูกกันเลย ลองไปดูกันครับ AIS iPhone 6s เริ่มต้นที่ 16,500 บาท iPhone 6s Plus เริ่มต้นที่ 18,900 บาท ส่วนราคาของรุ่นอื่นๆ เป็นไปตามนี้ครับ iPhone 6 เริ่มต้นที่ 13,900 บาท iPhone 6 Plus เริ่มต้นที่ 17,000 บาท iPhone SE เริ่มต้นที่ 9,800 บาท True iPhone 6s เริ่มต้นที่ 21,900 บาท iPhone 6s Plus เริ่มต้นที่ 20,900 บาท iPhone 6 เริ่มต้นที่ 15,800 บาท iPhone 6 Plus เริ่มต้นที่ 17,000 บาท   Dtac iPhone 6s เริ่มต้นที่ 15,500 บาท iPhone 6s Plus เริ่มต้นที่ 20,900 บาท iPhone 6 เริ่มต้นที่ 14,500 บาท iPhone 6 Plus เริ่มต้นที่ 18,000 บาท iPhone SE เริ่มต้นที่ 9,900 บาท ใครที่จะรอ iPhone 7 นั้นคงต้องกันไปอีกซักพักนะครับ ส่วนใครที่เห็นเจ้า Jet Black แล้วไม่รู้สึก Wow นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากๆ เลยทีเดียวครับ

ละครเกิดเป็นกา (ละครเย็น) , เรื่องย่อเกิดเป็นกา (ละครเย็น)
ละคร เกิดเป็นกา /  ละคร เกิดเป็นกา ช่อง7 / 

เกิดเป็นกา ผู้ประพันธ์: นันทนา วีระชนบทโทรทัศน์: ปลายปากกาผู้ผลิต: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัดออกอากาศทุกวัน เวลา 18.50 น. ทางช่อง7 เรื่องย่อ ละครเกิดเป็นกา บุญเพ็ญ (หลิน นุศรา )เป็นคนรับใช้คนสนิทของ คุณหญิงภูรี (จิ๋ม ปนัดดา) แอบลักลอบได้เสียกับชายชล (หนุ่ม สุรวุฑ ) คุณหญิงภูรีจับได้เลยจับให้ชายชลรีบแต่งงานกับ กานดา (เอ๋ รชยา ) หลังจากคืนแต่งงานทั้งสองได้เดินทางไปฮันนีมูนที่ต่างประเทศ คุณหญิงภูรีจึงไล่บุญเพ็ญออกจากบ้าน บุญเพ็ญโซซัดโซเซเดินไปตามทางเปลี่ยวแล้วเจอกับ หวัง(อ๋อง กษาปณ์) ที่กำลังเมามาย หวังพยายามข่มขืนบุญเพ็ญ บุญเพ็ญต่อสู้แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ไหวตกเป็นเมียหวัง บุญเพ็ญไปอาศัยอยู่กับ บุญพา (เดียร์ ปริษา )น้องสาวของตัวเองในสลัม โดยบุญเพ็ญไม่รู้มาก่อนว่าหวังเป็นสามีของน้องสาว บุญเพ็ญจำหวังได้แต่ไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีต ละครเกิดเป็นกา ตลอดเวลาบุญเพ็ญคอยติดตามความเคลื่อนไหวของชายชลและกานดา บุญเพ็ญตั้งท้อง ส่วนกานดาก็ตั้งท้องเช่นเดียวกัน วันที่กานดาเจ็บท้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล บุญเพ็ญที่กำลังท้องแก่ก็พยายามทุบท้องตัวเองเพื่อให้ลูกคลอดออกมาในคืนเดียวกับลูกของกานดา และเมื่อคลอดแล้วก็ลักลอบเปลี่ยนป้ายชื่อของเด็กทั้งสอง ทำให้ชายชลและกานดานำลูกของบุญเพ็ญไปเลี้ยง ส่วนบุญเพ็ญก็ทิ้งลูกของกานดาไว้ที่โรงพยาบาล แต่บุญพากลับไปรับมาเลี้ยงด้วยความสงสาร และตั้งชื่อให้หลานสาวว่ากระแต (พาย รมิดา) บุญเพ็ญเกลียดชังและทุบตีกระแตมาโดยตลอด กระแตโตมาในชุมชนสลัมโดยไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะบุญเพ็ญไม่ให้เรียน แต่ให้กระแตไปขายหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ยังเด็ก โชคดีที่ยังมีทม (ปาแปง กุมภ์ ) เป็นเพื่อนสนิทกับกระแตมาตั้งแต่เด็กๆ คอยหาหนังสือที่ไม่ได้ใช้แล้วมาให้กระแตอ่าน หาหนทางเพื่อให้กระแตได้เรียนหนังสือ ทมแอบหลงรักกระแตแต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าจะเสียเพื่อน วันหนึ่งบุญเพ็ญเล่นไพ่แล้วถูกตำรวจจับ ทำให้กระแตต้องหาเงินมาจ่ายค่าประกันตัว กระแตเลยใช้วิธีกระโดดตัดหน้ารถของ พงษ์วัฒน์ (บอส โตนนท์) เพื่อเรียกค่าทำขวัญ พงษ์วัฒน์เป็นหลานชายของกานดาและกานดาก็หมายมั่นจะให้แต่งงานกับเต็มดาว (กุ๊กกิ๊ก กชกร ) เต็มดาวมีนิสัยก้าวร้าว เย่อยิ่ง เพราะถูกชาดา (ครูอ้วน มณีนุช )พี่สาวของชายชลตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ กระแตบอกกับบุญเพ็ญว่าจะไปสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรม แต่บุญเพ็ญบอกว่าหางานเอาไว้ให้แล้ว จึงส่งกระแตไปสมัครเป็นสาวใช้ที่บ้านของชายชล บุญเพ็ญใช้ถ่านทาที่ใบหน้าและเนื้อตัวของกระแตให้ดำดูสกปรก ละครเกิดเป็นกา กระแตเข้าไปทำงานในบ้านของกานดาและชายชล ทั้งคู่รักและเมตตากระแตมาก กระแตเองก็เกิดความผูกพันต่อทั้งสองอยางแปลกประหลาด พงษ์วัฒน์สงสารกระแตเลยหางานในบริษัทให้ แต่กระแตปฏิเสธเพราะคิดว่าจะอยู่ตอบแทนกานดาที่อนุญาตให้กระแตไปเรียนหลังทำงานเสร็จได้ พงษ์วัฒน์จึงให้ความเมตตากระแต เลยทำให้เต็มดาวเกิดความริษยา หาทางกลั่นแกล้งกระแตอยู่แสมอ วันหนึ่งเต็มดาวตัดน้ำประปาที่บ้าน กระแตจึงไปตักน้ำที่บ่อน้ำหลังบ้าน เต็มดาวแอบเดินมาข้างหลังแล้วผลักกระแตตกลงไปในบ่อ พงษ์วัฒน์ช่วยกระแตออกมาได้ จึงพบว่าแท้จริงกระแตคือเด็กสาวที่พงษ์วัฒน์เคยช่วยเหลือไว้ และเป็นเด็กสาวที่มีใบหน้าสวยงามผุดผ่อง เพราะน้ำในบ่อล้างคราบถ่านดำที่ใบหน้าและเนื้อตัวของกระแต ทั้งสองเกิดความรักความผูกพัน พงษ์พัฒน์ออกหน้าปกป้องกระแต ยิ่งทำให้เต็มดาวเกลียดชังกระแตมากขึ้น เต็มดาวหลอกให้กระแตไปในที่เปลี่ยวเพื่อให้เชิดศักดิ์ (เขต-ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส) หนุ่มเพลย์บอยจัดการกับกระแต แต่กระแตหนีรอดออกมาได้ เต็มดาวกลับโดนเชิดศักดิ์รังแกเสียเอง เชิดศักดิ์บีบให้เต็มดาวเป็นหนอนบ่อนไส้ บอกที่ซ่อนและรหัสเปิดเซฟบรรจุเครื่องเพชร แล้วสร้างหลักฐานว่ากระแตเป็นคนร้าย หวังเข้าร่วมมือกับเชิดศักดิ์แล้วได้รับส่วนแบ่งเป็นกำไลเพชร หวังเมากลับมาพบบุญเพ็ญกลางสะพานข้ามแม่น้ำ บุญเพ็ญผลักหวังตกสะพานแล้วช่วงชิงกำไลเพชร เมื่อตำรวจเข้ามาค้นบ้านของบุญเพ็ญและบุญพา บุญเพ็ญเลยแกล้งสารภาพว่ากระแตเป็นคนร้ายขโมยเครื่องเพชรมาให้ กระแตถูกตำรวจจับและส่งฟ้องศาล พงษ์วัฒน์พยายามหาวิธีช่วยกระแตเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เต็มดาวเกิดอาการแพ้ท้องโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ เชิดศักดิ์เลยขู่เต็มดาวเพื่อที่จะให้เต็มดาวรับตนเป็นสามี เชิดศักดิ์จะได้เข้ามาครอบครองทรัพย์สมบัติในฐานะเขย คุณหญิงภูรีปฏิเสธก็ถูกเชิดศักดิ์ข่มขู่จนหัวใจวายตาย ละครเกิดเป็นกา บุญเพ็ญลวงเชิดศักดิ์ไปฆ่าเพราะต้องการช่วยลูก บุญเพ็ญสารภาพกับเต็มดาวว่าตัวเองเป็นแม่ ทำให้เต็มดาวโกรธมากและไม่ยอมรับบุญเพ็ญเป็นแม่ พงษ์วัฒน์หาทนายมาประกันตัวกระแตออกมา กระแตกลับมาอยู่ในสลัมคอยดูแลบุญเพ็ญที่เริ่มมีอาการเจ็บปวด โรคภัยประดังเข้ามา เพราะตรอมใจที่เต็มดาวไม่ยอมรับเป็นแม่ กระแตนำบุญเพ็ญส่งโรงพยาบาล และคอยเฝ้าดูแล บุญเพ็ญขอให้กระแตพาเต็มดาวมาพบ กระแตจึงไปอ้อนวอนเต็มดาวให้มาเยี่ยมบุญเพ็ญ แต่เต็มดาวมีข้อแลกเปลี่ยนไม่ให้กระแตพบกับพงษ์วัฒน์อีก กระแตยินยอม เต็มดาวจึงต้องจำใจมาโรงพยาบาล บุญเพ็ญขอจับมือเต็มดาว แต่เต็มดาวปฏิเสธด้วยความรังเกียจ ถึงแม้จะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตบุญเพ็ญก็ตาม ชายชลและกานดาตามมาที่โรงพยาบาลจึงรู้ความจริงทั้งหมดจากปากของบุญเพ็ญ แล้วเรื่องราวบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามชมในละครเรื่อง “เกิดเป็นกา” นักแสดงละคร เกิดเป็นกา โตนนท์ วงบุญ แสดงเป็น พงษ์วัฒน์รมิดา ธีรพัฒน์ แสดงเป็น กระแตกชกร ส่งแสงเติม แสดงเป็น เต็มดาวธาราเขต เพ็ชร์สุกใส แสดงเป็น เชิดศักดิ์ปริตา ไชยรักษ์ แสดงเป็น เมย์กุมภ์ ทองพุทธรักษ์ แสดงเป็น ทมนุศรา ประวันณา แสดงเป็น บุญเพ็ญสุรวุฑ ไหมกัน แสดงเป็น ชายชลรชยา รักกสิกรณ์ สดงเป็น กานดามณีนุช เสมรสุต แสดงเป็น ชาดาปริษา ทนาวิวัฒน์ แสดงเป็น บุญพากษาปณ์ จำปาดิบ แสดงเป็น หวัง ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ละครเกิดเป็นกา ขอบคุณภาพจากIG:#เกิดเป็นกา

Lim Chang Jung แห่ง ปิ๊ด ปี้ ปิ๊ดฯ จะแต่งงานกับแฟนสาวอายุน้อยกว่า 18 ปี!
Lim Chang Jung /  sex is zero / 

Lim Chang Jung (ลิมชางจุง) ราชาเพลงบัลลาดแห่งวงการเพลงเกาหลี เตรียมแต่งงานกับแฟนสาวนอกวงการที่กำลังตั้งครรภ์! แหล่งข่าวจากต้นสังกัด NH Media เผยว่า Lim Chang Jung นักร้อง-นักแสดงชื่อดัง วัย 44 ปี วางแผนจะจัดพิธีวิวาห์กับแฟนสาวนอกวงการ ซึ่งมีอายุน้อยกว่าเขาถึง 18 ปี ในวันที่ 6 มกราคม ปีหน้า แฟนสาวของ Lim Chang Jung กำลังตั้งครรภ์และมีกำหนดคลอดประมาณกลางเดือนพฤษภาคมปีหน้า โดยความสัมพันธ์ของนักร้องหนุ่มใหญ่และแฟนสาวซึ่งประกอบอาชีพเป็นครูสอนโยคะนั้นเพิ่งถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 ที่ผ่านมานี่เอง แฟนๆ ชาวไทยจะคุ้นหน้าคุ้นตา Lim Chang Jung จากบทบาทการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง sex is zero (ขบวนการปิ๊ด ปี้ ปิ๊ด) นอกจากนั้นก็ยังคุ้นหูเพลง The Love I Committed ผลงานเพลงฮิตล่าสุดของ Lim Chang Jung ซึ่งแฟนสาวของเขาปรากฏอยู่ในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ด้วย 임창정 정규 13집 [I'M] '내가 저지른 사랑' official M/V youtube channel : NH MEDIA อนึ่ง Lim Chang Jung เคยผ่านชีวิตสมรสมาแล้ว เขาหย่าขาดกับภรรยาเมื่อเดือนเมษายน ปี 2013 และมีลูกชาย 3 คน. ข้อมูลจาก heraldcorp มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

กระหึ่มแอนฟิลด์!! คลิปวินาที เดอะค็อป ร้องเพลง YNWA + นิวเมนสแตนด์ ก่อนหงส์ปะทะจิ้งจอก
You'll Never Walk /  นิว เมน สแตนด์ / 

ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของศึกการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาพอสมควรเลยทีเดียว!! สำหรับบรรยากาศก่อนลงสนามของ ลิเวอร์พูล ที่มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ แมตช์แรกของฤดูกาล 2016/17 ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งตามธรรมเนียมเหล่าพลพรรคสาวก "เดอะค็อป" จะพร้อมใจร้องเพลงเชียร์ You'll Never Walk Alone ก่อนลงสนาม ซึ่งวันนี้ได้มีการเปิดใช้งาน "นิว เมนด์ สแตนด์" ที่เพิ่งขยายความจุใหม่ และได้มีแฟนบอล "หงส์แดง" ถ่ายคลิปวินาทีประวัติศาสตร์ดังกล่าวเอาไว้.. ส่วนบรรยากาศจะเป็นอย่างไร ไปชมกันเลย!! คลิปวินาที เดอะค็อป ร้องเพลง YNWA ก่อน ลิเวอร์พูล vs เลสเตอร์ ซิตี้ คลิปบรรยากาศ เดอะค็อป ร้องเพลง YNWA บนอัฒจันทร์ฝั่ง นิว เมน สแตนด์ >>ชมไฮไลท์ทุกประตู ลิเวอร์พูล vs เลสเตอร์ ซิตี้ คลิก!<<

ข่าวล่าสุดทาง HTC เตรียมเปิดตัว Sailfish Nexus ในเดือนกันยายนนี้
Android /  htc / 

มีภาพหลุดของ HTC Sailfish Nexus ออกมายั่วกันอีกแล้ว โดยทางสื่อหลายสำนักคาดว่าจะเปิดตัวภายในเดือนกันยายนนี้ สเป็คคร่าวๆ ของ HTC Sailfish Nexus จอแสดงผล 5 นิ้ว 1080p ระบบปฎิบัติการ Android 7.0 Nougat แบตเตอร์รี่ 2270mAh พร้อม RAM 4GB ความจุในเครื่อง 32GB พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมื้ออีกด้วย ที่มา : androidpure

ไฉไลกว่าเดิม!! คลิปมุมมองบรรยากาศภายในและนอก นิว เมน สแตนด์ ของ ลิเวอร์พูล
คลิปที่นั่งใหม่หงส์ /  นิว เมน สแตนด์ / 

กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญในเกมการแข่งขันศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ ไปซะแล้ว! สำหรับ "นิว เมน สแตนด์" อัฒจันทร์ที่นั่งใหม่ของเหล่าสาวก "เดอะค็อป" ที่เพิ่มความจุมากถึง 8,500 ที่นั่ง รวมของเก่าเพิ่มขึ้นเป็นราวๆ 54,000 ที่นั่ง ส่วนบรรยากาศทั้งภายในและภายนอก สแตนด์ แห่งใหม่ของ "หงส์แดง" จะเป็นอย่างไร..ไปชมกันเลย!! คลิปมุมมองบรรยากาศภายในและนอก นิว เมน สแตนด์ ของ ลิเวอร์พูล

Liquid Z6, Z6 Plus และ Iconia Talk S สมาร์ทโฟน 3 รุ่นใหม่จาก Acer
acer /  Android / 

ปล่อยมาทีเดียว 3 รุ่นด้วยกัน สำหรับสมาร์ทโฟนตัวใหมล่าสุดของ Acer คือ Liquid Z6, Z6 Plus และ Iconia Talk S โดยจะเปิดตัวในงาน IFA 2016 นี้ Liquid Z6 มากับระบบปฎิบัติการ Android Marshmallow 6.0 จอ 5.0 นิ้ว HD กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล RAM 1 GB ความจุภายใน 8GB จะวางขายเดือนพฤศจิกายนราคาอยู่ที่ 130$ (ประมาณ 4,500 บาท) ส่วน Z6 Plus จอขนาด 5.5 นิ้ว IPS 1080p RAM 3GB ความจุภายใน 32GB ใช้ quad-core 1.3GHz Cortex-A53 CPU กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล จะวางจำหน่ายเดือนธันวาคม ที่ราคา 280$ (ประมาณ 9,800 บาท) Iconia Talk S แท็ปเล็ตหน้าจอ 7 นิ้ว 720p ใช้ quad-core Cortex-A53 CPU ส่วน RAM 2GB ความจุในเครื่องมี 2 รุ่น คือ 16GB และ 32GB กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล ระบบปฎิบัติการ Android Marshmallow 6.0 จะวางจำหน่ายเดือนกันยายนนี้ ที่ราคา 190$ (ประมาณ 6,600) ที่มา : gsmarena

Google เปิดตัว Pixel และ Pixel XL สมาร์ทโฟนที่ได้คะแนนกล้องดีที่สุดในโลก!!
google /  Pixel / 

หลังจากที่มีทั้งภาพและสเปคหลุดมาก่อนหน้านี้ ล่าสุดทาง Google ได้ทำการเปิดตัว Pixel และ Pixel XL สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาเรียบร้อย โดนในงานเปิดตัวนั้นเป็นไปด้วยความเรียบง่าย แต่ตื่นตาเอาเรื่องเลยทีเดียวเพราะในงานได้ทำการเปิดผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ใหม่เพียบ แต่เราจะไปดูกับไฮไลท์เจ้า Pixel เครื่องนี้กันก่อนเลยดีกว่าว่ามีอะไรใหม่บ้าง Pixel เครื่องนี้จะมาพร้อมระบบ Android 7.0 Nougat และโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Automatic Update ที่จะทำการดาวน์โหลดพร้อมทั้งติดตั้งซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ให้เองโดยอัตโนมัติ โดยเจ้า Pixel เครื่องนี้จะมาพร้อม Google Assistant ที่สามารถถามคำถามและสั่งงานต่างๆ ได้เหมือนมี Google พร้อมให้ความช่วยเหลืออยู่ข้างๆ เพียงกดปุ่มโฮมข้างไว้ หรือพูดว่า Google OK ส่วนกล้องของ Pixel นั้นเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของ Google มากเพราะได้รับเรตติ้งจาก DxOMark ถึง 89 เป็นเรตที่สูงสุดของสมาร์ทโฟน และยังสูงที่สุดเมื่อเทียบกับสมาร์โฟนรุ่นอื่น กล้องของ Pixel นั้นมาพร้อม f 2.0 ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ที่มีโหลด Smartburst ที่จะถ่ายภาพติดต่อกันหลายๆ ภาพ ด้วยการกดปุ่มชัตเตอร์ค้างและจะเลือกภาพที่ดีที่สุดให้ ส่วนในโหมดวีดีโอก็มาพร้อมฟีเจอร์กันสั่นสะเทือนที่ค่อนข้างโดดเด่นมาก และด้วยพื้นที่เก็บข้อมูลที่ Google มีให้อย่างไม่จำกัดบน Google Photo สำหรับรูปภาพและวิดีโอนั้นจึงไม่ต้องลบความทรงจำเก่าทิ้งเลย เรื่องของแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้ชาร์จไฟแบบเร่งด่วน ที่ชาร์จ USB Type-C จะชาร์จไฟแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ถึง 7 ชั่วโมงในเวลาเพียง 15 นาที สเปคของ Google Pixel ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat  ขนาดหน้าจอ 5.0 นิ้ว แสดงผล AMOLED Full HD (1920x1080) สำหรับ Pixel และ 5.5 นิ้ว แสดงผล AMOLED QHD (2560 x 1440) สำหรับ Pixel XL กล้องหลัง 12.3 ล้านพิกเซล F 2.0 กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล CUP ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 821 หน่วยประมวลผล Quad-Core 64 บิต 2.15 Ghz + 1.6 Ghz RAM 4 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 32 GB และ 128 GB ความจุแบตเตอรี่ 2,770 mAh สำหรับ Pixel และ 3,450 mAh สำหรับ Pixel XL พอร์ต USB-C เสียบได้ 2 ด้าน สำหรับ Pixel และ Pixel XL จะมาพร้อมกัน 3 สี คือ สีดำ Quite Black สีเงิน Very Silver และสีน้ำเงิน Really Blue โดยราคาเปิดมาที่ 649 เหรียญ หรือประมาณ 22,700 บาท

อบอุ่นเหลือเกิน!! บี้ KPN โพสต์ถึง กุ๊บกิ๊บ-น้องเป่าเปา หลังกลับจากทำงานแบบนี้
กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ /  บี้ KPN / 

  ช่างเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบซะจริงๆ สำหรับครอบครัวสุขสันต์ของ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ และ บี้ KPN หรือ บี้ ธรรศภาคย์ ที่ล่าสุด หนุ่มบี้ ได้โพสต์ภาพสุดประทับใจในอินสตาแกรมพร้อมระบุข้อความสุดซึ้งถึง สาวกุ๊บกิ๊บ ศรีภรรยา และ น้องเป่าเปา ลูกสาวสุดที่รัก หลังกลับจากทำงานว่า   “นี้คือภาพที่กลับมาจากทำงานทุกๆครั้ง...เป็นภาพที่ทำให้ผมยิ้มจากใจ ไม่ว่าจะเจออะไรในชีวิตมาก็ตาม...อย่างน้อย ผมรู้ว่า นอกจากคุณแม่ที่รักผมเหลือเกิน ยังมี2สาวนี้ที่รักผม และคงจะรักผมตลอดไป ผมเชื่ออย่างนั้นนะ เพราะผมก็รักเค้าสุดหัวใจเช่นกัน...” ด้าน กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ได้เข้าไปคอมเม้นต์บอกรักสามีใต้ภาพด้วยว่า   "ที่รักปีนหลังคาถ่ายเหรอสูงจุง5555555 รักนะคะ”   โอ๊ย!! หวานกันซะขนาดนี้ มีน้องให้ น้องเป่าเปา อีกคนดีมั้ย!! ขอบคุณภาพจาก IG bie_kpn บี้ KPN กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ บี้ น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ น้องเป่าเปา

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Storks บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี่
Storks /  นิโคลัส สโตลเลอร์ / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว Storks บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี่ Storks บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี่ ว่าด้วยเรื่องราวของนกกระแสที่เคยส่งมอบเด็กทารก ได้เปลี่ยนงานมาส่งพัสดุให้กับ cornerstore.com บริษัทระดับโลกบนอินเทอร์เน็ต และ จูเนียร์ ให้เสียงพากย์โดย แอนดี้ แซมเบิร์ก (Andy Samberg) นกกระแสตัวทอปที่กำลังจะได้เลื่อนขั้นดันไปรับงานส่งเจ้าเด็กน้อยเข้า จูเนียร์จึงต้องแก้ไขสถานการณ์ที่ผิดพลาดด้วยการไปส่งเด็กคนนี้ให้ได้ ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันพุธที่ 21 กันยายน 2559 ที่ โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-19.50 น.) ***ทางต้นสังกัดขอเปลี่ยนแปลงโรงภาพยนตร์จากเดิม โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก เปลี่ยนเป็น โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์*** สนับสนุนของรางวัลโดย  ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง Storks บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี่ ทั้งหมด 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ โมเรศ ศรีบ้านไผ่ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ศรัณย์ชัย เรืองมณี (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) นิรันดร์กุล บุญธรรม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุรีรัตน์ จันทร์จุงจิตต์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) วรรณวิไล กวีญาณ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธนรัฐ บุญประกอบ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ณัฐธิดา เวชกามา (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) โสภณ คู่มงคล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) เอกมงคล ทนใจ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สาลินี เชี่ยวไพบูลย์สกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

“เบสท์ กัญจน์” อวดซิกแพคโชว์ความแซ่บ ใน “BOYFRIEND แฟนผมเป็นผู้ชาย“
BOYFRIEND แฟนผมเป็นผู้ชาย /  กัญจน์ ศรีวรรณวัฒน์ / 

“เบสท์ กัญจน์” อวดซิกแพค โชว์ความแซ่บ ใน “BOYFRIEND แฟนผมเป็นผู้ชาย“ สาว ๆ เตรียมกรี๊ดเมื่อหนุ่มหน้าตี๋สุดเซ็กซี่ เบสท์ กัญจน์ ศรีวรรณวัฒน์ จะขอโชว์หุ่นสุดแซ่บในภาพยนตร์ BOYFRIEND แฟนผมเป็นผู้ชาย ที่เป็นเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นระหว่างชายกับชายที่เป็นเพื่อนสนิทกันแต่ถูกจับตาว่าเป็นคู่จิ้น โดยมีเพื่อนชอบแกล้งและคอยปั่นกระแสจนกลายเป็นเรื่องโด่งดังในโลกโซเชียลขึ้นมา ซึ่งในเรื่องนี้ เบสท์ รับบทเป็นนักเรียนมัธยมที่มีนิสัยชอบแกล้งเพื่อน ออกแนวกวน ๆ ชอบแหย่และสร้างเรื่องราวให้เกิดความวุ่นวายด้วยความสนุกของตัวเอง เป็นนักกีฬาว่ายน้ำและอยู่ในชมรมนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียน แน่นอนงานนี้สาว ๆ จะได้เห็นหนุ่มเบสท์ใส่ชุดว่ายน้ำ พร้อมลีลาการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาด้วย โดยเบสท์เล่าถึงผลงานล่าสุดนี้ว่า... “ตื่นเต้นและรู้สึกดีใจ ตอนที่พี่โน๊ต ผู้กำกับ ติดต่อมาให้ไปแสดงภาพยนตร์ ก่อนหน้านี้เบสท์แสดงเลิฟซิคเดอะซีรีส์ฯ และแสดงโฆษณามาบ้าง แต่ยังไม่เคยแสดงภาพยนตร์มาก่อน ก็ดีใจครับที่ได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรก ในเรื่อง BOYFRIEND แฟนผมเป็นผู้ชาย เบสท์รับบทเป็น ไมค์ จะเป็นคนชอบแกล้ง ชอบแหย่เพื่อน โชคดีที่คาแรคเตอร์มีความตรงกับตัวเบสท์เอง ก็เลยไม่เกร็ง แสดงเป็นตัวเองได้เลยเต็มที่ครับ ในเรื่องเบสท์จะมีเพื่อนอีก 2 คน คือ เต้ย รับบทโดย โบอิ้ง สิปปวิศว์ และ เอก รับบทโดย แม็ก ณัชพล ซึ่งทั้งสองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกัน เราเองด้วยนิสัยชอบแกล้งเพื่อนอยู่แล้ว จึงแซวว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน แล้วก็ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ครับ สำหรับการเตรียมตัวก่อนเข้าฉาก เบสท์ก็อ่านบททำการบ้านมาบ้าง ส่วนพี่โน๊ต ผู้กำกับ เขาก็เอาการ์ตูนเรื่องนี้มาให้ผมอ่านก่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น แม้ในภาพยนตร์กับการ์ตูนจะมีปรับเปลี่ยนบ้างเพื่อให้เข้ากับยุคโซเชียลปัจจุบันมากขึ้น ส่วนฉากที่ชอบมากที่สุด เป็นฉากชมรมว่ายน้ำที่โรงเรียนครับ ฉากนั้นเบสท์ต้องประกาศรายชื่อว่ามีใครบ้างที่ถูกคัดเลือกได้เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ มันตื่นเต้นดี เหมือนเราได้ลุ้นจริง ๆ ว่าจะมีใครบ้างครับ สุดท้ายขอฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเบสท์ด้วยนะครับ BOYFRIEND แฟนผมเป็นผู้ชาย เข้าฉาย 13 ตุลาคมนี้แล้ว ภาพยนตร์วัยรุ่น คู่จิ้น แม้จะเป็นความรักของเพื่อนชาย แต่แฝงแง่คิดดี ๆ ในภาพยนตร์นี้ วัยรุ่นต้องชอบแน่ครับ” BOYFRIEND แฟนผมเป็นผู้ชาย จากการ์ตูน Y ฝีมือคนไทย ที่ดังสุดจากเว็บ PANTIP สู่ภาพยนตร์จอเงิน 13 ตุลาคมนี้ ฉายเฉพาะเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์

คิม แจจุง เตรียมรีเทิร์น! จัดคอนเสิร์ตทันทีที่ออกจากกรม
JYJ /  Kim Jae Joong / 

คิม แจจุง นักร้อง-นักแสดงหนุ่มชื่อดัง จะกลับมาทำกิจกรรมในวงการบันเทิงทันที หลังปลดประจำการจากการเป็นทหาร หลังจากเข้ากรมตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2015 และทำหน้าที่ประจำการในวงดุริยางค์ทหารกว่าสองปี ในที่สุด คิม แจจุง นักแสดงชื่อดังและนักร้องหนุ่มสมาชิกของวง JYJ (เจวายเจ) ก็กำลังจะกลับมาเจอแฟนๆ ของเขาแล้ว คิม แจจุง มีกำหนดจะปลดประจำการในวันที่ 30 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งทาง C-JeS Entertainment ต้นสังกัดของเขาเปิดเผยว่า คิม แจจุง เตรียมทำกิจกรรมในวงการบันเทิงทันทีที่ออกจากกรม โดยจะจัดคอนเสิร์ตราวกลางเดือนมกราคม ปี 2017 เปิดฉากที่ กรุงโซล เกาหลีใต้ ก่อนจะทัวร์คอนเสิร์ตในเมืองอื่นๆ ในเกาหลี และมีแผนที่จะเดินสายในต่างประเทศด้วย แฟนคลับ คิม แจจุง อดใจรออีกนิดเดียว. 김재중 (Kim Jaejoong) Just Another Girl M/V youtube channel : CJESJYJ 김재중_KIM JAEJOONG_MINE_MV youtube channel : CJESJYJ

มาแล้ว!! HTC One A9s สมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุดของค่าย
Android /  htc / 

เตรียมเปิดตัวแล้วสำหรับ HTC One A9s สมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุดของค่าย มาพร้อมจอแสดงผล 5 นิ้ว 720p HD ขนาดเครื่อง 146.49 x 71.5. x 7.99 มิลลิเมตร น้ำหนัก 149.8 กรัม RAM 2GB/3GB ความจำ 16GB/32GB แต่ถ้ายังไม่จุใจสามารถเพิ่มได้ถึง 2TB ผ่าน microSD ความจุแบตเตอรี่ 2300 mAh กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล แถมยังมีระบบสแกนลายนิ้วมืออีกด้วย ที่มา : htc