จุงเบย

สังเกตไว้! 10 สัญญาณ อาการของผู้หญิง วัยใกล้หมดเมนส์
วัยก่อนหมดประจำเดือน /  วัยทอง / 

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนแปลงทางร่างกายช่วงอายุ 40-50 ปี หรือช่วงวัยทอง แต่ร่างกายของคนเราไม่เหมือนกัน และมีการเปลี่ยนแปลงไปได้บ่อยครั้ง สำหรับผู้หญิงแล้วด้วยนั้นทุกวันคือการเปลี่ยนแปลง ลองสังเกตช่วงที่คุณมีประจำเดือนดูสิ ร่างกายแทบจะต่างจากวันที่ปกติสุขอย่างชัดเจน เอาล่ะ ไม่ต้องตกใจหากคุณมีอาการเหล่านี้ คุณคือผู้หญิงที่มีฮอร์โมนไม่คงที่เท่านั้นเอง! มาสังเกตกันเถอะ 1.ปวดหัวมาก หรือ ไมเกรน ฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือ ฮอร์โมนเพศหญิงนั้นมีความสัมพันธ์กับอาการปวดหัวไมเกรนโดยตรง ฮอร์โมนนี้จะควบคุมเคมีในสมอง ที่ทำให้เกิดหรือบรรเทาอาการเจ็บปวด ยิ่งถ้าในช่วงที่เอสโตรเจนน้อย คุณสาวๆจะมีโอกาสปวดหัวหนักมากด้วย ตามข้อมูลจากเวปไซต์ WomensHealth.gov 2 ใน 3 ของผู้หญิงที่มีอาการไมเกรนนั้น จะมีอาการปวดหัวลดลงไป เมื่อใกล้หมดประจำเดือน 2.นอนไม่ค่อยจะหลับ ไม่ว่าจะก่อนมีประจำเดือน หรือ ช่วงหมดประจำเดือน รังไข่ของผู้หญิงจะหยุดผลิตฮอร์โมน โพรเจสเตอโรน ซึ่งเป็น ฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับ โดยข้อมูลจาก National Sleep Foundation เผยว่า ความไม่คงที่ของฮอร์โมนนี้สามารถส่งผลถึงอาการนอนไม่หลับได้  ยิ่งไปกว่านั้น ระดับเอสโตรเจนยังมีแนวโน้มให้ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งแวดล้อมได้ง่าย จึงทำให้คุณหลับได้ยาก 3.หงุดหงิดง่ายมากกกกก... ระหว่างระดับของช่วงหมดประจำเดือน ฮอร์โมนที่ขึ้นๆลงๆ จะส่งผลโดยตรง และส่งผลกับสมองที่จะเตรียมรับมือกับอารมณ์ความรู้สึก 4.เหงื่อออกเยอะผิดปกติ อาการเหงื่ออกเยอะผิดปกติ เป็นอาการสำคัญของผู้หญิงที่ใกล้จะหมดประจำเดือน โดยส่วนมากจะมีอาการเหงื่อออกในตอนกลางคืน ตามข้อมูลจากเวปไซต์ ผู้หญิงกว่า 75% มีอาการเหงื่อออกระหว่างวันทั้งกลางวันและกลางคืน ในช่วงก่อนหมดประจำเดือน 5.เหนื่อยสม่ำเสมอ มีหลายระดับของความเหนื่อยค่ะ  โดยเริ่มจาก ความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ เหนื่อย หมดแรง ง่วงง่าย ถ้ารู้สึกว่าอาการเหล่านี้มันบ่อยมาก จนทำให้คุณไม่สบายใจ ก็ไปพบแพทย์ด่วนค่ะ  เพราะคุณอาจจะเป็นอาการล้าเรื้อรัง หรือ chronic fatigue syndrome ที่ไม่สามารถรักษาให้หายด้วยการพักผ่อนได้ 6.อารมณ์แปรปรวน แหม่ สาวๆหลายคนอาจจะเคยชินกับสิ่งเหล่านี้แล้วใช่ไหมคะ นั่นก็เป็นเพราะ ความสัมพันธ์ที่คงมั่นของระดับฮอร์โมนขึ้นๆลงๆกับอารมณ์ โดยฮอร์โมนที่ช่วยในการตกไข่ และ ผลิตประจำเดือนนั้นจะช่วยปล่อยฮอร์โมนซีโรโทนิน อันเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการควบคุมอารมณ์ของคุณ เพราะฉะนั้นถ้าคุณใกล้จะหมดประจำเดือนแล้วล่ะก็ ... อารมณ์ของคุณจะไม่คงที่เลยนั่นเอง 7.อาหารไม่ย่อย ฮอร์โมนไม่คงที่ก็สามารุส่งผลกับปัญหาอาหารไม่ย่อยได้เช่นกันนะ เมื่อระดับเอสโตรเจนต่ำลง ก็จะทำให้ระดับคอร์ทิซอลไม่คงที่ เมื่อเอสโตรเจนต่ำ สารอะดรีนาลีนจะถูกกระตุ้นได้โดยง่าย การส่งผลต่อการไม่ย่อยอาหารนั้นก็ประกอบด้วย การที่มีแก๊สในกระเพาะมากขึ้น ท้องอืด ท้องผูก 8.หิวแรง! ในขณะที่ประจำเดือนหมด ฮอร์โมนหลักของร่างกาย เช่นอินซูลิน อะดรีนาลีน คอร์ติซอล จะสับสนอลหม่านเลยล่ะ ในขณะที่ อะดรีนาลีน คอร์ติซอล ควบคุมระดับความเครียด อินซูลิน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด มันจะสูงขึ้นเมื่อเรากินอาหารหวานมากเกินไป เมื่อเราอยู่ในสภาวะที่ฮอร์โมนไม่คงที่ ร่างกายจะไม่มีแหล่งอื่นๆในการสร้าวฮอร์โมนแหล่งที่สอง เพราะฉะนั้นเมื่อฮอร์โมนนั้นทำงานเป็นระบบ เมื่อระบบมันรวน อย่างแปลกใจที่คุณจะกลายเป็นสาวกินจุ กินได้เรื่อยๆ เห็นอะไรก็เลิฟ อยากกินไปหมด ที่สำคัญหากเราตามฮอร์โมนไม่ทัน คุณจะน้ำหนักเพิ่มรุนแรง! 9.ความจำสั้น โดยหลักคือ การทำหน้าที่ผิดปกติของไทรอยด์ ผลกระทบคือ เหนื่อยง่าย เครียด นอนไม่หลับ ฮอร์โมนไม่คงที่ คิดอะไรไม่ค่อยออก ความจำสั้น 10.หน้าอกหย่อนคล้อย ผิวหนังแห้ง เมื่อเอสโตรเจนต่ำลง ก็จะส่งผลกับความแข็งแรงของผิวหนังทันที ผิวของคุณจะแห้งกร้านและไม่ยืดหยุ่นอีกต่ไป จากหน้าอกที่เคยเต่งตึงก็จะเริ่มหย่อนคล้อยและเริ่มที่จะต้องเปลี่ยนคัพไป ยิ่งไปกว่านั้น ฮอร์โมนยังส่งผลกับเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของหน้าอกอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจไปนะ มันเป็นเรื่องที่ฮอร์โมนในร่างกายเราทั้งนั้น ที่มา elitedaily เรียบเรียงโดย Womem Mthai Team 

เกาะติดภัยแล้ง: วอนภาคเหนือใช้น้ำประหยัด เหตุผลิตได้ถึง พ.ค.นี้
กรมชลประทาน /  ปริมาณน้ำ / 

เกาะติดภัยแล้ง : กรมชลฯ เผยสถานการณ์แล้งทางภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง ชี้มีปริมาณเหลือผลิตใช้ได้ถึงเดือน พ.ค.นี้ เมื่อวัน 4 ก.พ. ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ออกมาประกาศให้ทุกภาคส่วนใน จ.เชียงใหม่ ร่วมใจกันประหยัดน้ำอย่างจริงจัง และให้การใช้น้ำเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้ผลิตน้ำประปา ในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย เตือนหากมีการนำน้ำจากเขื่อนไปใช้ในกิจกรรมอื่นๆ มีโอกาสเสี่ยงขาดน้ำสูง  ทั้งนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ อยู่ในเกณฑ์น้อยมาก เนื่องจากในช่วงฤดูฝนปี 2558 ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือค่อนข้างน้อย ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนต่างๆอยู่ในเกณฑ์น้อยตามไปด้วย โดยเฉพาะเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล วันวานนี้ (4 ก.พ. 59) มีปริมาณน้ำเหลืออยู่เพียง 63 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 24 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำที่นำมาใช้การได้เพียง 41 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในภาคการเกษตรได้ และจำเป็นต้องควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด เฉพาะการใช้น้ำเพื่อผลิตน้ำประปาของเมืองเชียงใหม่ และจ.ลำพูน เท่านั้น คาดว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ จะใช้ได้จนถึงเดือน พ.ค.นี้ จึงขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย ในส่วนของสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก ในวันนี้ (5ก.พ.) มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 961 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.34 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 5 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 192 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 1,666 ล้าน ลบ.ม. หรือ 25 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 3.83 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 10 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 167 วัน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 316 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35% ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.38 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 1.04 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 304 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 439 ล้าน ลบ.ม. หรือ 46 % ปริมาณน้ำระบาย 1.75 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 251 วัน ที่มา กรมชลประทาน _________________________________________________________________________________________________ เกาะติดภัยแล้ง : กรมชลฯ เผยสถานการณ์แล้งยังน่าเป็นห่วง ชี้ปริมาณน้ำที่เหลือใช้น้อยกว่าปี 58 วันนี้ 1 ก.พ. กรมชลประทานราชงานสถานณ์น้ำประจำวัน โดยมีข้อมูลภาพรวมในแต่ละอ่างเก็บน้ำ ซึ่งสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 40,452 ลIาน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 16,649 ลIาน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 33) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2558 (46,001 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62) น้อยกว่าปี 2558 จํานวน 5,549 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จํานวน 18.83 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จํานวน 59.42ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 34,336 ล้าน ลบ.ม. สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 38,095 ลIาน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 (ปริมาตรน้ำใช้การได้ 14,592 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 31) ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2558 (43,158 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61) น้อยกว่าปี 2558 จํานวน 5,063 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จํานวน 14.23 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายจํานวน 50.15 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 32,275 ล้าน ลบ.ม. ในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 ถึง ปัจจุบัน ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯสะสม จํานวน 2,793 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายสะสม จํานวน 4,926 ลIาน ลบ.ม. ในส่วนของสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 986 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 2.77 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 5 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 197 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 1,705 ล้าน ลบ.ม. หรือ 26 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 5.30 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 10 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 170 วัน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 319 ล้าน ลบ.ม. หรือ 36% ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.85 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 1.04 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 306 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 455 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48 % ปริมาณน้ำระบาย 1.74 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 261 วัน ที่มา กรมชลประทาน __________________________________________________________________________________________________ เกาะติดภัยแล้ง : กรมชลฯ สรุปสถานการณ์น้ำ 5 ปี ปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่อง รับ ปีนี้แล้งรุนแรงสุดในรอบ 20 ปี วันที่ 29 ม.ค.59 นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน แถลงถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาระหว่างปี 2553 - 2558 ว่า ในระหว่างปี 53 - 54 มีปริมาณฝนมากพอสมควร โดยมีน้ำต้นทุน 11,340 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการระบายน้ำออก 8,570 ล้านลูกบาศก์เมตร ปี 54 - 55 เกิดภาวะน้ำท่วมหนักโดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีน้ำต้นทุนมากถึง 18,153 ล้านลูกบาศก์เมตร และด้วยความตื่นตระหนกและต้องการสร้างความเชื่อมั่นทางภาคอุตสาหกรรม จึงทำให้มีการระบายน้ำออกไปถึง 14,861 ล้านลูกบาศก์เมตร ปี 55 - 56 มีปริมาณฝนพอสมควร มีน้ำต้นทุน 10,075 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายน้ำออก 8,363 ล้านลูกบาศก์เมตร และเมื่อปี 56 - 57 น้ำต้นทุนเริ่มมีปริมาณลดลงไปมาก เหลือเพียง 8,153 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำออก 6,371 ล้านลูกบาศก์เมตร สืบเนื่องมาจากการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวเพิ่มขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าว ที่มีการปลูกนาปรังทั้งในและนอกเขตชลประทาน รวม 11 ล้านไร่ ส่วนปี 57 - 58 มีปริมาณน้ำต้นทุนเพียง 6,777 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำออก 4,147 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะเห็นว่าปริมารน้ำลดลงมาจนถึงปัจจุบันในปี 58 - 59 ที่มีน้ำต้นทุนเหลือ 4,247 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายน้ำออก 2,900 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในปีนี้ถือว่ามีความแห้งแล้งรุนแรงมากที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับสถานการณ์ภัยแล้งเมื่อปี 2537 ในส่วนของสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 986 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 2.77 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 5 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 197 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 1,705 ล้าน ลบ.ม. หรือ 26 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 3.53 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 10.09 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 170 วัน เขื่อนอุบลรัตน์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 319 ล้าน ลบ.ม. หรือ 36% ปริมาณน้ำระบาย 1.04 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 306 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 455 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48 % ปริมาณน้ำระบาย 1.74 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 263 วัน ที่มา กรมชลประทาน  ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News เกาะติดภัยแล้ง : สถานการณ์ยังน่าเป็นหวัง เขื่อนในภาคเหนือเหลือน้ำใช้เพียง 18 % ภาคอีสานเหลือใช้ 34 % วันนี้ 28 ม.ค. ทางกรมชลประทานเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำในแต่ละเขื่อนทั่วประเทศ ซึ่งจากสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน พบว่าเขื่อนในภาคเหนือ มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 3,334 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 18 % จาก 77 แห่ง ขณะที่เขื่อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 2,890 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 34 % จาก 277 แห่ง ส่วนของเขื่อนภาคกลาง มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 580 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 40 % จาก 18 แห่ง ส่วนทางด้านเขื่อนในภาพตะวันตก มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 4,368 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 32 % ทางด้านเขื่อนในภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 1,003 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 58 % จาก 56 แห่ง และเขื่อนในภาคใต้ มีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 4,643 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 66 % อย่างไรก็ตามหากดูในภาพรวมเขื่อนทั้งประเทศ จะมีปริมาณน้ำเหลือใช้รวมกัน 16,818 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณ 33 % ในส่วนของสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 988 ล้าน ลบ.ม. หรือ 10 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 1.32 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 5 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 198 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 1,711 ล้าน ลบ.ม. หรือ 26 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 3.53 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำระบาย 10.09 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 170 วัน เขื่อนอุบลรัตน์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 109 ล้าน ลบ.ม. หรือ 6 % ปริมาณน้ำระบาย 0.50 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 218 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำใช้การได้จริง 457 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48 % ปริมาณน้ำระบาย 1.74 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลือใช้ได้อีก 263 วัน ______________________________________________________________________________________________ สถานการณ์ภัยแล้งยังน่าเป็นห่วงหลังปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักยังลดลงต่อเนื่อง หากไม่มีน้ำมาสะสมเพิ่มเติม คาดว่าจะเหลือน้ำใช้เพียง 20 วัน วันนี้ 14 ก.ค. มีการรายงาน ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยข้อมูลถึงปริมาณน้ำในเขื่อนหลักทั่วประเทศ ซึ่งต้องเฝ้าติดตามสถานณ์อย่างใกล้ชิด ทางทีมข่าว MThai News จึงได้จัดทำภาพ Infographics ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักที่ยังคงน่าเป็นห่วงมาให้ชาว MThai ได้รับชมกัน โดย สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก ในวันที่ 14 ก.ค. 58 มีปริมาณน้ำ ดังนี้ โดยที่เขื่อนภูมิพล ปริมาณใช้การได้จริง 152 ล้าน ลบ.ม. หรือ 2 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.98 ล้าน ลบ.ม./วัน น้ำระบาย 8 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลืออยู่ 19 วัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณใช้การได้จริง 318 ล้าน ลบ.ม. หรือ 5 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 5.79 ล้าน ลบ.ม./วัน น้ำระบาย 17.03 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลืออยู่ 18 วัน เขื่อนแควน้อยฯ ปริมาณใช้การได้จริง 56 ล้าน ลบ.ม. หรือ 6 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.76 ล้าน ลบ.ม./วัน น้ำระบาย 1.73 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลืออยู่ 32 วัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณใช้การได้จริง 40 ล้าน ลบ.ม. หรือ 4 % ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 0.52 ล้าน ลบ.ม./วัน น้ำระบาย 1.28 ล้าน ลบ.ม./วัน จำนวนวันที่เหลืออยู่ 31 วัน ปริมาณน้ำรวมกันทั้ง 4 เขื่อน 566 ล้าน ลบ.ม. การระบายน้ำรวม 28.04 ล้าน ลบ.ม./วัน คาดว่าจากปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก หากไม่มีปริมาณน้ำมาเพิ่มเติม จะเหลือใช้ประมาณเพียง 20-30 วัน ...................................................................................................................................................... 13 ก.ค. 58 เขื่อนหลักยังวิกฤต อุตุฯชี้ต้องลุ้นฝนถึง 20 ก.ค. 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยายังคงวิกฤต เหลือน้ำใช้ 20-30 วัน ทางด้านเขื่อนแถบอีสานก็ยังคงน่าเป็นห่วง เร่งขุดบ่อบาดาลเพิ่มเติม บรรเทาภัยแล้ง อ่านต่อ... ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการ์น้ำ กรมชลประทาน ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ส่องมือถือ-แท็ปเล็ตสุดฮอตกว่า 70 รุ่น ในงาน Thailand Mobile Expo 2016
Thailand Mobile Expo 2016 /  TME 2016 / 

งาน Thailand Mobile Expo 2016 เชื่อว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สำหรับใครที่ได้โบนัส อยากได้มือถือใหม่ แต่ยังไม่มีรุ่นโดนๆ ที่น่าสนใจเลย อยากได้รุ่นใหม่ๆ โอกาสมาถึงคุณแล้วครับ เพราะในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ จะมีงานมือถืองานใหญ่ของประเทศนั่นก็คือ Thailand Mobile Expo 2016 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2559 โดยในงานนี้จะมีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้วในต่างประเทศ เริ่มเข้ามาจำหน่ายในงานนี้ รวมถึงมือถือรุ่นก่อนหน้า ก็จะมีการปรับราคาลดลง หรือมีโปร ลดแลกแจกแถม ปล่อยกันในงาน วันนี้เรามีบทความดีๆ จาก Thailand Mobile Expo แนะนำสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจในงานกว่า 70 รุ่น เรามาดูกันครับว่าในงานนี้จะมีสมาร์ทโฟน และแก็ตเจ็ตอะไรที่จะมาทำให้เงินในกระเป๋าของเพื่อนๆ สั่นได้บ้าง Samsung Galaxy J2 รุ่นระดับเริ่มต้นของ Samsung เครื่องเล็กกะทัดรัดแต่มีครบทุกอย่าง ด้วยราคาประมาณ 4,xxx บาท มาพร้อมกับหน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 4.7 นิ้ว (qHD) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้านใช้ได้ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส TouchWiz อย่างที่คุ้นเคยกันดี รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด กล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ HD และสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง เป็นอีกรุ่นของ Samsung ที่ค่อนข้างสมราคาทีเดียว Galaxy J7 มีงบประมาณสัก 8-9 พันบาท เลือกมือถือหน้าจอขนาดใหญ่แจ่มๆ Galaxy J7 เป็นตัวเลือกที่ดีครับ แสดงผลคมชัดด้วยหน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (HD) ใช้ดู YouTube เล่นเกมดีนักแล เร็วแรงด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 7580) RAM 1.5 GB  รันบน Android 5.1 ทำงานรวดเร็วทันใจ ลงแอพพลิเคชั่นเสริมหลากหลาย กล้อง 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายภาพ Selfie ผ่านกล้อง 5 เมกะพิกเซล  รองรับ 4G LTE และมีโปรโมชั่นร่วมกับ Operator ด้วย ลองหาข้อมูลได้เลย Galaxy A5 (2016) ภาคต่อของสมาร์ทโฟนบอดี้โลหะ Galaxy A5 คาดว่าจะเปิดตัวช่วงงาน Mobile Expo รุ่นนี้อัพเกรดคุณสมบัติสเปค – ดีไซน์จากของเดิมพอสมควร หน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลดีเยี่ยม บอดี้โลหะบางเฉียบ ฝาหลังแบบกระจก กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบกันสั่นไหว (OIS) บันทึกวิดีโอ Full HD รองรับ 4G LTE และเพิ่ม microSD สูงสุด 128 GB ตรงนี้ต้องรอดูตัวจริงครับ ซึ่งจะมีรุ่น Galaxy A7 และ Galaxy A9 ในซีรี่ส์ด้วย Galaxy A7 (2016) สำหรับ Galaxy A7 (2016) เป็นรุ่นระดับกลางของ A-Series หน้าจอขยายใหญ่เป็น 5.5 นิ้ว ชนิดหน้าจอ Super-AMOLED ความละเอียด FHD เท่ากับ Galaxy A5 ชิพประมวลผล Octa-Core + RAM 3 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 (อัพเดทเป็น Android 6.0 ได้) ด้านกล้องใส่มา 13 เมกะพิกเซล  + OIS ถ่ายกลางคืนดีเยี่ยม นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังเพิ่มเป็น 3,300 mAh เชื่อว่าจะเป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมครับ รอติดตามได้ Galaxy A8 ถึงจะเปิดตัววางจำหน่ายมาหลายเดือน แต่เรื่องหน้าตา คุณสมบัติภาพรวมถือว่าทันสมัยอยู่กับ Galaxy A8 เอาใจคนชอบหน้าจอใหญ่ๆ Super-AMOLED ขนาด 5.7 นิ้ว ขอบหน้าจอแคบเป็นพิเศษ เพิ่มพื้นที่การแสดงผล / ตัวเครื่องขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป บอดี้บางเฉียบเพียง 5.9 มิลลิเมตร ถือว่าบางที่สุดเท่าที่ Samsung เคยผลิตมาครับ ชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 5433) + RAM 2 GB จัดว่าแรงเอาเรื่องอยู่ กล้อง 16 เมกะพิกเซล  และแบตเตอรี่ 3,050 mAh เห็นเครื่องบางๆ แบบนี้ใส่ microSD เพิ่มได้นะเออ Galaxy A9 (2016) รุ่นใหญ่ใหม่ล่าสุดของตระกูล Galaxy A คิดว่าเป็นการนำ Galaxy Mega กลับมารีเมคใหม่ ปังกว่าเดิม ! หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 6.0 นิ้ว (FHD) เหมาะกับใช้ดูวิดีโอ – YouTube เล่นเกมกราฟฟิคสูงได้ดี แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Snapdragon 652 (Octa-Core) + RAM 3 GB เทียบชั้นไฮเอนด์หลายรุ่น บอดี้โลหะ ฝาหลังกระจกสุดหรู กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  พร้อม OIS, กล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล  (F/1.9) เอาใจคนชอบ Selfie เต็มอัตรา เมโมรี่ภายใน 32 GB และแบตเตอรี่ 4,000 mAh  จัดเต็มกว่ารุ่นเรือธงซะอีก ! Galaxy S6 / Galaxy S6 Edge เรือธงแห่งปี 2015 ที่กลายเป็นต้นแบบดีไซน์ของ Samsung หลายรุ่นตอนนี้ หน้าตายังคงสวยงามครับ โดยเฉพาะ Galaxy S6 Edge หน้าจอโค้งขอบทั้ง 2 ด้าน ดีไซน์หรูหรา ขอบบอดี้โลหะ ฝาหลังกระจกเงางาม ติดกล้อง 16 เมกะพิกเซล พร้อม OIS ถ่ายภาพกลางคืนได้ดี แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Exynos 7420 รุ่นท๊อป รองรับวิดีโอความละเอียด 4K, เกมกราฟฟิคสูง เปิดแอพพลิเคชั่นพร้อมกันแบบไม่หน่วง สามารถอัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้เร็วๆ นี้ และหาอุปกรณ์เสริมง่ายมาก คาดว่าในงาน #Mobileexpo จะมีโปรโมชั่นราคาสุดโดนใจ จับจองกันได้ราคาไม่ถึง 20,000 บาท Galaxy Note 5 รุ่นระดับท๊อปของ Samsung ที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยคุณสมบัติครอบจักรวาล พร้อมปากกา S-Pen ใช้งานจดบันทึก วาดภาพ ครอบตัดคอนเทนท์ ส่งผ่าน Social – Cloud ได้ทันที สะดวกมากครับ หน้าจอ Super-AMOLED ขนาดใหญ่ 5.7 นิ้ว (2560 x 1440) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน, กล้องหลัก 16 เมกะพิกเซล  (F/1.9) พร้อม OIS ถ่ายกลางคืนได้ดี ไม่สั่น ระบบสแกนลายนิ้วมือปุ่ม Home ดีไซน์หรูหรา ฝาหลังกระจกเงาแบบเดียวกับ Galaxy S6 สวยงามโดยเฉพาะสีทอง – สีดำแซฟไฟร์ แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Exynos 7420 + RAM 4 GB ขอบอกลื่นมากจริงๆ เสียดายไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้ จึงมีข้อจำกัดความจุที่ 32-64 GB เท่านั้น Galaxy S6 Edge Plus รุ่นใหญ่และราคาแพงที่สุดของ Samsung ณ เวลานี้เลยกับ Galaxy S6 Edge Plus คุณสมบัติภาพรวมเทียบเท่า Galaxy Note 5 โดยเฉพาะสเปคภายใน ชิพประมวลผล Exynos 7420 + RAM 4 GB, เมโมรี่ภายใน 32-64 GB ฯลฯ ส่วนที่แตกต่างกันคือหน้าจอครับ Galaxy S6 Edge Plus มาพร้อมกับหน้าจอโค้ง 2 ด้านขนาด 5.7 นิ้ว (ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล) ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งนี้ การใช้งานอาจจะแตกต่างจาก Galaxy Note 5 นิดหน่อย ต้องลองเล่นของจริงก่อนตัดสินใจ และแน่นอนว่ามีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงาน #Mobileexpo ต้องไม่พลาด ! Galaxy Tab A ช่วงนี้ Tablet จาก Samsung อาจจะออกมาไม่มากนัก แต่ถ้ามองแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ ราคากลางๆ ไว้ใช้งานทั่วไป จดบันทึก คุณสมบัติสเปคไม่ต้องแรงมาก แนะนำ Galaxy Tab A ครับ มีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอคือ 8.0 และ 9.7 นิ้ว แสดงผลรูปแบบ 4:3 เหมาะกับการอ่านหน้าเว็บไซต์ / ใช้งานแอพพลิเคชั่นแนวตั้ง รองรับการเขียนด้วยปากกา S-Pen ผ่านแอพพลิเคชั่น S Note เช่นเดียวกับ Galaxy Note ทุกอย่าง ติดกล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE และโทรออกได้ด้วย ส่วนราคาต้องรอดูในงานครับ น่าจะมีโปรโมชั่นลดเยอะพอสมควร Galaxy Tab S2 รุ่นระดับท็อปของตระกูล Galaxy Tab คุณสมบัติสเปคแรงเร็ว หน้าจอคมชัดต้อง Galaxy Tab S2 ครับ มีให้เลือก 2 ขนาดหน้าจอคือ 8.0 และ 9.7 นิ้ว (ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซล) ใช้หน้าจอชนิด Super-AMOLED แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้านสะใจ แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Exynos 5433) + RAM 3 GB ลื่นหัวแตกเลยทีเดียว รันบน Android 5.1.1 ตรงนี้อินเตอร์เฟสทาง Samsung ไม่ได้ปรับปรุงอะไรมากนัก เลยไม่แตกต่างจากบนสมาร์ทโฟนเท่าไหร่ ติดกล้อง 8 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอความละเอียด 2K และเมโมรี่ภายใน 32 GB เหลือเฟือเลย แถมเพิ่ม microSD ภายนอกได้อีกด้วย Sony Xperia E4G Dual รุ่นเล็กของ Sony เปิดตัววางจำหน่ายมาหลายเดือน เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ตัวเครื่องกะทัดรัด สำหรับ Xperia E4 Dual หน้าจอใหญ่ 4.7 นิ้ว (qHD) พื้นที่แสดงผลค่อนข้างมาก ชิพประมวลผล Quad-Core + RAM 1 GB รันบน Android 4.4.4 ทำงานรวดเร็วดีครับ ด้านกล้องใส่มาให้ 5 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ FHD  ลงแอพพลิเคชั่นเสริมผ่าน Play Store และใช้งาน 2 ซิมการ์ด อย่างไรก็ดี รุ่นนี้ไม่รองรับ 4G LTE นะครับ ดังนั้นราคาขายอาจจะถูกลงพอสมควร คาดว่าจะอยู่ที่ราว 4-5 พันบาทเท่านั้น Xperia M4 Aqua งบประมาณไม่ถึงหมื่นบาท แต่อยากได้มือถือสมาร์ทโฟน Android กันน้ำได้ สามารถจัด Sony Xperia M4 Aqua ได้เลยครับ ออกแบบมาสำหรับกันน้ำเช่นเดียวกับเรือธงของ Sony อื่นๆ พร้อมคุณสมบัติสเปคครบเครื่อง หน้าจอ IPS HD ขนาด 5.0 นิ้ว ขนาดบอดี้พอดีๆ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็ว รองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่น เกม วิดีโอ FHD ได้เป็นอย่างดี รันบน Android 5.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้) ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  และแบตเตอรี่ค่อนข้างอึด แต่มีข้อจำกัดนิดหน่อยคือเมโมรีภายในเพียง 8 GB Xperia C5 Ultra พี่ใหญ่จอยักษ์ของ Sony ที่น่าสนใจมากๆ อีกรุ่นนึงเลยกับ Xperia C5 Ultra โดดเด่นหน้าจอ IPS ขนาด 6.0 นิ้ว (FHD) ขอบหน้าจอแทบไม่เหลือ พื้นที่แสดงผลสูงสุด ทำให้ขนาดบอดี้ไม่ใหญ่มากนัก แม้จะมีขนาดหน้าจอใหญ่ก็ตาม แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core 1.7GHz (Mediatek MT6752) รันบน Android 5.1.1 ติดกล้องหลัก – กล้องหน้าเท่ากันคือ 13 เมกะพิกเซล  เอาใจขา Selfie เต็มที่ เพราะกล้องหน้ามีไฟ LED แถมออโต้โฟกัสได้อีก ! ราคาไม่แพงครับเพียง 12,990 บาท และคาดว่าจะมีโปรโมชั่นลดราคาในงานด้วย Xperia M5 โมเดลระดับกลางที่ Sony นำเทคโนโลยีกล้องใหม่ (แบบเดียวกับ Xperia Z5) มาใช้ ความละเอียด 21.2 เมกะพิกเซล  โฟกัสเร็วสุดเพียง 0.2 วินาที พร้อมโหมดการใช้งานมากมาย เช่นเดียวกับกล้องหน้า จัดเต็ม 13 เมกะพิกเซล  มีออโต้โฟกัสด้วย สาย Selfie ไม่ควรพลาด บอดี้กะทัดรัดพกพาง่าย ขอบโลหะสวยงาม โดยเฉพาะตัวเครื่องสีทองแบบอลังการสุดๆ หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD), ชิพประมวลผล Octa-Core 2.2 GHz (Mediatek Helio X10) + RAM 3 GB แรงไม่แพ้รุ่นใหญ่ๆ, รันบน Android 5.1.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0) ออฟชั่นครบ สามารถกันน้ำได้ แต่ราคาก็สูงขึ้นมาพอสมควรครับ หากเทียบกับ Xperia M4 รุ่นก่อน Xperia Z5 Compact รอบนี้ Sony เปิดตัว Xperia Z5 ถึง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน วางจำหน่ายช่วงหลังงาน #mobileexpo ครั้งก่อน ตอนนี้ถึงเวลาจับจองได้ในราคาย่อมเยามากขึ้น สำหรับ Xperia Z5 Compact มีจุดขายคือความแรงเร็ว ประสิทธิภาพสูง ภายใต้บอดี้ขนาดเล็ก หน้าจอ HD ขนาด 4.8 นิ้ว ทำให้ตัวเครื่องพกพาสะดวก, ชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB สะใจมาก รันบน Android 5.1.1 กล้องความละเอียด 23 เมกะพิกเซล  ฟีเจอร์การใช้งานเหมือนบน Xperia Z5 / Z5 Premium ทุกอย่าง ทั้งนี้ราคาอาจจะสูงสักหน่อย แม้ตัวเครื่องจะเล็กจิ๋ว ^^ รอดูโปรโมชั่นได้ครับ Xperia Z5 รุ่นมาตรฐานของตระกูล Xperia Z5 คุณสมบัติอะไรเหมือนกันหมด ความแรงไม่ต้องพูดถึง บอดี้ขอบโลหะ ฝาหลังกระจกผิวด้าน สวยงามแบบเรียบง่าย หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี คมชัด สว่างเป็นพิเศษ ตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้ (ใช้งานตามปกติในชีวิตประจำวัน) ลำโพงดัง ฟังเพลงผ่านแอพฯ Walkman ปรับเสียงได้หลายแบบ เมโมรีภายใน 32 GB เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 128 GB น่าจะเป็นรุ่นที่ขายดีสุดในบรรดา 3 รุ่นแล้ว ลองเล่นของจริงที่บูธแล้วตัดสินใจสอยซะ 😀 Xperia Z5 Premium แพงสุดเท่าที่ Sony เคยวางจำหน่ายมาเลยกับ Xperia Z5 Premium เป็นรุ่นแรกของโลกที่ใส่หน้าจอความละเอียด 4K (3840 x 2160) บนสมาร์ทโฟน ทั้งนี้ การแสดงผลจริงทำได้เฉพาะตอนดูรูปภาพ วิดีโอ และบางแอพฯ ของ Sony เท่านั้นครับ (ใช้งานปกติแสดงผลเพียง Full HD) ด้านดีไซน์เด่นตรงฝาหลังเป็นแบบกระจกเงามาเลย สวยงามมาก ! ขอบโลหะเงา อาจจะเป็นรอยง่ายหน่อย สเปคอื่นๆ เหมือนกับ Xperia Z5 Compact, Xperia Z5 ทุกประการ ทั้งชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB, Android 5.1.1, กล้อง 23 เมกะพิกเซล  ฯลฯ ส่วนราคาวางจำหน่าย 27,990 บาท อาจจะสูงไปบ้าง แต่ในงาน #mobileexpo คุณจ่ายถูกลงแน่นอน รอติดตาม : ) i-mobile i-mobile IQ Z PRO ห้ามพลาดสำหรับ i-mobile IQZ PRO รุ่นแรกของทางค่ายที่มาพร้อมกับกล้องคู่ และนอกจากนั้นมาพร้อมสเปคแบบเรือธง ทั้งหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 × 1080 พิกเซล Full HD Super AMOLED ที่ให้ความสว่างคมชัด ไม่เพียงเท่านั้นยังรองรับดิจิตอลทีวีโดยการเชื่อมต่อกับเสาภายนอกที่แถมมาให้ภายในกล่อง สะดวกกับการใช้งาน 4G รองรับ 2 ซิม แบบไฮบริด รองรับหน่วยความจำภายนอกสูงสุด 64 GB และใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นกับแบตเตอรี่ขนาด 3,500 mAh ด้วยหน่วยประมวลผลแบบ Quad-core RAM 3 GB และ ROM 32 GB ราคาเปิดตัว 11,900 บาท i-mobile IQ X PRO 2 นอกจากเรื่องของกล้องที่มีความละเอียดถึง 30 ล้านพิกเซล ยังมีฟีเจอร์ของดิจิตอลทีวีอีกด้วย เพียงเสียบเสารับสัญญาณที่ช่อง 3.5 มม. ก็สามารถรับชมได้ทุกที่ โดยไม่ต้องต่อเน็ต บนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว Full HD IPS OGS ไม่เพียงเท่านั้นกับการใช้งานทั้ง 3G และ 4G แบบ 2100/1800 MHz ส่วนสเปคอื่นๆ อาทิ ซีพียู Snapdragon 615 Octa-core 1.5 GHz 64 bit, ROM 32 GB, RAM 3 GB รองรับหน่วยความจำภายนอก 64 GB มาพร้อมระบบปฎิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop i-mobile IQ II IQ II สมาร์ทโฟนรุ่นแรกในโครงการ android ONE ที่การันตีการบริการหลังการขายยาวนาน 2 ปี ทั้งการอัพเดทเฟิร์มแวร์จากทาง Google ก่อนใคร และตัวเครื่องจาก i-mobile สัมผัสการใช้งานแบบ Pure Google ที่ใช้งานลื่นไหลในราคาประหยัด ด้วยสเปค Snapdragon 410 Quad-core 1.2 GHz, ROM 16 GB, RAM 1 GB รองรับหน่วยความจำภายนอกสูงสุด 32 GB รองรับ 4G 2100/1800 MHz หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล HD กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล BSI AF และแฟลช ส่วนกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลแบตเตอรี่ 2,500 mAh OPPO Mirror 5 Lite รุ่นระดับราคาเบาๆ ประมาณ 5,xxx บาท แต่ดีไซน์เกินราคากับ Mirror 5 Lite ขอบเมทัลลิคสวยงาม พร้อมฝาหลังแบบกระจก (พลาสติก) กล้องหน้าความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  เอาใจขา Selfie ด้วยฟีเจอร์กล้องหน้าของ OPPO หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (qHD) แสดงผลพอใช้, ชิพประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz + RAM 1 GB รันบน Android 5.1 ครอบบน Color OS 2.1 ทำงานรวดเร็ว ออฟชั่นเสริมเยอะ ทั้งนี้รุ่นดังกล่าวไม่รองรับ 4G LTE นะจ๊ะ Mirror 5 อัพเกรดขึ้นมานิดหน่อยคุณจะได้ OPPO Mirror 5 เป็นรุ่นพี่ของ Mirror 5 Lite นั่นเองครับ การดีไซน์เหมือนกันทุกอย่าง ยกเว้นวัสดุภายใน โครงสร้างบอดี้อัลลอยด์ ทนทานกว่าเดิม พร้อมฝาหลังลวดลายแบบ Diamond-Cut อลังการไปอีก โดยเฉพาะสีน้ำเงินเข้ม หน้าจอยังคงใช้ขนาด 5.0 นิ้ว (qHD), ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลมาก, กล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  ถ่ายภาพเร็ว สวย กลางคืนพอใช้ได้ (F/2.0) + กล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 2,420 mAh, เมโมรี่ภายใน 16 GB R7 Lite รุ่นระดับกลางของตระกูล R7 Series เน้นดีไซน์บางเฉียบเพียง 6.3 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา แต่ทนทานด้วยวัสดุอลูมิเนียม Unibody, หน้าจอ IPS ขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลค่อนข้างดี ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รองรับการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ลื่นไหล ไม่มีปัญหา, กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมโหมดถ่ายภาพหลากหลาย รวมถึง Ultra-HD ถ่ายภาพ 50 เมกะพิกเซล  ด้วยเทคนิคพิเศษ รองรับระบการชาร์จ VOOC ชาร์จเร็วกว่าปกติ 4 เท่าตัว R7s เพิ่มงบอีก 4 พันบาทจะได้สัมผัส OPPO R7s สมาร์ทโฟน Android RAM 4 GB รุ่นแรกของแบรนด์ มาพร้อมกับหน้าจอ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัดเป็นพิเศษ ขนาดพอดีมือ บอดี้โลหะบางเฉียบเพียง 7 มิลลิเมตร สามารถพกพาได้ไม่ยาก ชิพประมวลผล Snapdragon 615 ดูวิดีโอ Full HD เล่นเกมกราฟฟิคสูงได้ดี ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล  เช่นเดียวกับ OPPO R7 , รองรับการชาร์จ VOOC เพียง 30 นาที ก็ใช้งานได้เกือบเต็มวันแล้ว รุ่นนี้ต้องลองเล่นครับ เป็นอะไรที่ลงตัวมากจริงๆ มีสี Rose Gold ให้เลือกอีกด้วย R7 Plus รุ่นท๊อปของ R7 Series พิเศษสุดสำหรับคนชอบจอใหญ่ 6.0 นิ้ว (FHD) ตัวเครื่องขนาดค่อนข้างใหญ่หน่อย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง คุณสมบัติสเปคไม่ต่างจาก R7s มากนัก ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เหมือนกัน ส่วน RAM เหลือ 3 GB, รันบน Android 5.1 กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่จัดเต็ม 4,100 mAh ส่วนราคาจะแพงกว่า OPPO R7s เล็กน้อยคือ 15,990 บาท HTC HTC One E9 ก่อนหน้านี้ HTC ได้วางจำหน่าย One E9+ รุ่นระดับกลางไปพักนึง แต่ราคาก็แอบสูงนิดหน่อย อย่างไรก็ดี ทาง HTC เตรียมนำรุ่น One E9 มาวางจำหน่ายในราคาโดนใจสุดๆ ไม่ถึงหมื่นบาท แต่ได้สเปคคุ้มค่าทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) บางเฉียบแค่ 7.5 มิลลิเมตร กล้องหน้า UltraPixel มุมกว้าง ถ่ายกลางคืนพอไหวแบบไม่ต้องมีไฟ LED, ชิพประมวลผล Octa-Core 2GHz (Mediatek Helio X10) แรงเร็วกำลังดี รุ่นนี้รองรับ 4G LTE และใช้งาน 2 ซิมการ์ด ส่วนราคาจะเคาะเป๊ะๆ เท่าไหร่ต้องรอติดตามช่วงใกล้วันงานครับ HTC One Me เป็นอีกรุ่นที่คาดว่า HTC จะนำมาจำหน่ายในงาน #mobileexpo กับ HTC One Me ใช่ครับมันคือ One M9+ ลดสเปคนั่นเอง เนื่องจากหน้าตาเหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ต่างกันแค่บอดี้ปรับมาใช้ Polycarbonate แทนโลหะเท่านั้น หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว (2560 x 1440) แสดงผลคมชัดแม้ที่กลางแจ้ง ชิพประมวลผล  Octa-Core 2.2GHz (Mediatek Helio X10) + RAM 3 GB ลื่นสะใจ รันบนระบบ Android 5.1 สามารถอัพเกรดเป็น Android 6.0 ได้ ติดกล้องความละเอียด 20 เมกะพิกเซล  กล้องหน้า UltraPixel เลนส์ไวด์เหมาะกับการ Selfie ด้านราคาได้ข่าวว่าหมื่นกลางๆ เอื้อมไม่ยากแน่นอน : ) HTC One A9 รุ่น(เกือบ)เรือธงจาก HTC เปิดตัวช่วงปลายปีก่อน พร้อมกระแสตอบรับค่อนข้างดีในฝั่ง US สำหรับ HTC One A9 โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่าย บางเฉียบ ใช้วัสดุโลหะ Unibody ด้านหน้ามีปุ่ม Home สามารถสแกนลายนิ้วมือ ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมกล้องหน้า UltraPixel แบบ One E9+ ชิพประมวลผล Snapdragon 617 เร็วพอใช้ได้ ใช้งานพื้นฐาน ดูวิดีโอ FHD ถ่ายภาพ เล่นเกมไม่มีปัญหา นอกจากนี้ HTC One A9 ยังเป็นรุ่นแรกๆ ที่รัน Android 6.0 จากโรงงานเลย หวังว่าคงจะได้เล่นตัวจริงในงานนะ Huawei Huawei Y6 รุ่นระดับล่างจาก Huawei ดีไซน์เรียบง่าย น้ำหนักเพียง 125 กรัม พกพาสะดวกสบาย Huawei Y6 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) ขนาดพอดีๆ รองรับการใช้งาน 3G + 2 ซิมการ์ด รันบน Android 5.1 (ครอบด้วย Emotion UI) ออฟชั่นการใช้งานเยอะพอตัว ชิพประมวลผล Quad-Core 1.1GHz  เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปทั้งฟังเพลง ดูหนัง HD เล่นเกมกราฟฟิคกลางๆ ถ่ายภาพผ่านกล้อง 8 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ HD ภาพรวมเป็นรุ่นเล็กของ Huawei ที่สมราคาอยู่เหมือนกัน Huawei P8 Lite จะบอกว่าเป็นอีกโมเดลของ Huawei ที่ได้รับความนิยมข้ามปีกับ P8 Lite รุ่นสเปคสุดคุ้มราคาแค่ 7,xxx บาท กับหน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว ขนาดบอดี้พอดีมือ, แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Octa-Core (Kirin 620) + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส Emotion UI 3.x ใช้งานไม่ยาก กล้องหลักความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอ Full HD, เมโมรี่ภายใน 16 GB สามารถเพิ่ม microSD ภายนอกสูงสุด 64 GB ทั้งนี้แบตเตอรี่อาจจะน้อยไปบ้าง (2,200 mAh) แต่เชื่อว่าหลายคนคงมีแบตเตอรี่สำรองติดตัวอยู่แล้วล่ะ Huawei G7 Plus รุ่นเกือบไฮเอนด์จาก Huawei ที่วางจำหน่ายช่วงปลายปีที่ผ่านมา อัพเกรดสเปคภายในพร้อมปรับดีไซน์บางส่วนจาก Huawei G7 พอสมควรครับ ดูดีขึ้นมาก ขนาดบอดี้เล็กลง หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลเกือบเต็มขอบทั้งหมด บอดี้โลหะ Unibody สวยงามเป็นพิเศษโดยเฉพาะสีทอง มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง ติดกล้อง 13 เมกะพิกเซล  มีโหมดถ่ายภาพแปลกๆ เยอะเหมือนกัน รันบน Android 5.1 ชิพประมวลผล Octa-Core 1.5 GHz (Kirin 930) วางใจในความแรงได้ ด้านราคาสนนที่ 12,990 บาท แต่ยังไงก็มีโปรโมชั่นเด็ดๆ แน่นอนครับ Huawei P8 ลืมไม่ได้เลยกับเรือธงปี 2015 ของเค้าดีจริงกับ Huawei P8 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบเพียง 6.4 มิลลิเมตร บอดี้โลหะขัดผิวทราย สวยงามทนทาน หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี กล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล  ว่ากันว่าเป็นรุ่นที่ถ่าย Selfie ดีมากเลยทีเดียว ชิพประมวลผล Octa-Core 1.5 GHz (Kirin 930) เล่นเกม รันแอพพลิเคชั่นต่างๆ ลื่นไหล บน Android 5.1 ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบ OIS (ป้องกันเลนส์สั่นไหว) ลดการสั่นของภาพหากถ่ายแสงน้อย – ถ่ายวิดีโอ รุ่นนี้มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่นคือ RAM 2 GB+เมภายใน 16 GB และ RAM 3 GB + เมโมรี่ภายใน 32 GB ตัวหลังจะแพงกว่าและมีเฉพาะสีทองเท่านั้น Huawei P8 Max ขยายให้ใหญ่ขึ้นสุดๆ กับสมาร์ทโฟนเรือธงของ Huawei อัพเกรดขึ้นอีกขั้น ‘P8 Max’ ไซส์บิ๊กเบิ้มด้วยหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว (FHD) แสดงผลเต็มตาสะใจ เล่นเกม ดูหนังแบบสุดๆ บอดี้โลหะแบบ Unibody ให้สัมผัสทนทานกว่าที่เคย สำหรับฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ + ความแรงไม่ต่างจาก Huawei P8 ครับ เพราะใช้ชิพประมวลผล, ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นเดียวกัน ตรงนี้หลายคนที่ชอบเล่นอะไรบนจอใหญ่ๆ แต่ไม่อยากพก Tablet คงได้คำตอบแล้ว : ) Huawei Mate 8 เพิ่งเปิดตัวล่าสุดต้นเดือนมกราคม 2016 กับเรือธงรุ่นใหม่ ‘Huawei Mate 8’ ภาคต่อของ Ascend Mate 7 ยอดฮิต ยังคงหน้าจอขนาดใหญ่เท่าเดิม 6.0 นิ้ว แสดงผลดีขึ้นเล็กน้อย พกพาใส่กระเป๋ากางเกงได้อยู่ มีการปรับดีไซน์นิดหน่อย ดูเรียบง่ายทันสมัยกว่าเดิม ชิพประมวลผลอัพเป็น Kirin 950 + RAM 3 GB (หรือ 4 GB) เหลือเฟือกับการใช้งานทั่วไปครับ เล่นวิดีโอระดับ 4K พร้อมบันทึกผ่านกล้องหลัก ความละเอียด 16 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 4,000 mAh จัดเต็ม มีระบบ Fast-Charging อีกด้วย ที่เหลือมารอลุ้นว่าราคาจะเปิดตัวบ้านเราเท่าไหร่ Huawei Mediapad M2 10 เปิดตัวพร้อมกับ Huawei Mate 8 แต่เป็นแท็บเล็ตหน้าจอ 10 นิ้วสำหรับ ‘Mediapad M2 10’ หน้าตาเรียบง่าย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลาง รองรับปากกา Stylus (เฉพาะรุ่น RAM 3 GB) สำหรับเขียนหน้าจอคล้ายกลุ่ม Microsoft Surface  สเปคแรงพอใช้ได้ครับ ชิพประมวลผล Octa-Core (Kirin 930) รันบน Android 5.1 บนอินเตอร์เฟส Emotion UI ล่าสุด ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE ได้ แปะกล้องด้านหลัง 13 เมกะพิกเซล  แบตเตอรี่ 6,660 mAh เพียงพอกับการใช้งานได้อย่างน้อย 1-2 วัน vivo vivo Y21 น้องเล็กล่าสุดของ vivo เพิ่งวางจำหน่ายสดๆ ก่อนสิ้นปีพอดี เป็นอีกรุ่นที่หลายคนชมว่าซอฟท์แวร์ลื่นมาก แม้จะเป็นรุ่นประหยัด สเปคไม่แรงเร็วเท่าไหร่ กับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว (854 x 480) เครื่องเล็กพกพาง่าย ใช้งานมือเดียวสบาย รันบน Android 5.1 ครอบด้วย Funtouch OS 2.1 ทำงานรวดเร็วครับ รองรับ 3G + 2 ซิมการ์ด ชิพประมวลผล Quad-Core 1GHz + RAM 1 GB พอใช้งานพื้นฐานทั่วไปได้ดี กล้อง 5 เมกะพิกเซล และมีบอดี้สีทองด้วย รุ่นนี้ 3,990 บาทครับ vivo Y31 อัพราคาอีก 1,000 บาท จะได้รุ่น vivo Y31 หน้าจอขยายขึ้นมานิดนึง 4.7 นิ้ว (HD) แสดงผลดีทีเดียว บอดี้ออกแบบเรียบๆ ฝาหลังเงางาม แต่สีดำจะเป็นรอยง่ายหน่อย ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz เช่นเดียวกับ Y21 รวมถึงซอฟท์แวร์รัน Android 5.1 ลื่นมากบอกเลย ลงแอพพลิเคชั่นเสริมพื้นฐาน โซเชี่ยล ฟังเพลงดูหนังครบ ด้านกล้องอัพเป็น 8 เมกะพิกเซล  กล้องหน้าเลนส์ไวด์ 2 เมกะพิกเซล  รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แต่ไม่รองรับ 4G LTE เลยเป็นข้อจำกัดอย่างนึง ตรงนี้ถ้าต้องการ 4G LTE แนะนำรุ่นถัดไปเลย vivo Y51 เพิ่งวางจำหน่ายก่อนสิ้นปีเช่นกันสำหรับ vivo Y51 ดีไซน์ยังคงเรียบๆ ตามสไตล์แบรนด์นี้ ฝาหลังแบบเงางาม ขอบบอดี้โลหะมีลายเส้นตัดตรง หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (qHD) การแสดงผลพอใช้ได้ ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB รันบน Android 5.1 ยอมรับว่า vivo ปรับแต่งรอมมาลื่นมากๆ ต้องลองเล่นแล้วจะชอบครับ ติดกล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  รองรับ 4G LTE + ใช้งาน 2 ซิมการ์ด กับราคา 6,990 บาท ก็พอสมราคาอยู่ ในงานมีของแถมเยอะ ลองติดตามได้ vivo Y37 กลายเป็นรุ่นยอดนิยมไปแล้ว เพราะอะไรๆ ก็ลงตัวไปหมดกับ vivo Y37 ทั้งความบางเฉียบเพียง 6.8 มิลลิเมตร บอดี้ฝาหลังโลหะ หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.5 นิว (HD) แสดงผลคมชัด ดูหนัง ดู YouTube เล่นเกมกำลังดี ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB เหมาะกับการใช้งานพื้นฐานทั่วไป รันบน Android Lollipop ทำงานลื่นสบายๆ นอกจากนี้ vivo Y37 ยังติดลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหลัง พร้อมชิพประมวลเสียงแยกอีกด้วย ใครชอบฟังเพลง มีหูฟังดีๆ มาลองได้ ทั้งหมดนี้ราคาเพียง 9,900 บาทเท่านั้นเอง ! vivo X5 Pro อดีตรุ่น(เกือบ)ไฮเอนด์ของ vivo เปิดตัวแรงกลางปีก่อน ล่าสุดลดราคาเหลือหมื่นต้นๆ กับดีไซน์งานประกอบอลังการ หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลดีมากๆ อีกรุ่นนึง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รองรับการใช้งานหลากหลาย เล่นกราฟฟิคสวยๆ ได้ดี เปิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่หน่วง ส่วนนึงต้องยอมรับว่า vivo ปรับแต่งซอฟท์แวร์มาดีด้วยครับ ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ถ่ายวิดีโอ Full HD รองรับ 4G LTE  เชื่อว่าหลายคนน่าจะรอสอยอยู่ เพราะราคาตอนนี้เพียง 10,990 บาท vivo X6 | X6 Plus เรือธงรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวก่อนสิ้นปีไม่นาน vivo X6 และ X6 Plus พลิกโฉมดีไซน์ใหม่ โดยเฉพาะด้านหลังคล้าย …แต่ก็ดูดีกว่ารุ่นเดิมครับ บอดี้โลหะแบบ Unibody รอบนี้มีสี Rose Gold ให้เลือกใช้ด้วย สำหรับ vivo X6 ใช้หน้าจอ Super-AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัด สีสันจัดจ้าน, ชิพประมวลผล Octa-Core 1.7 GHz (Mediatek MT6752) แรงพอตัว + RAM 4 GB ลื่นสะใจไปเลย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง ติดกล้อง 13 เมกะพิกเซล  และชิพประมวลผลเสียงแยก คาดว่าราคาเปิดตัวจะอยู่ในช่วง 13,000 บาท หากคุณคิดว่า vivo X6 ไม่พอก็มี X6 Plus ที่จัดสเปคสูงขึ้นอีกนิด อย่างหน้าจออัพขนาดเป็น 5.7 นิ้ว (FHD) แสดงผลได้เต็มตากว่าเดิม แบตเตอรี่เพิ่มเป็น 3,000 mAH ที่เหลือเหมือน X6 ทุกประการครับ Asus Zenfone Go Asus ปล่อยรุ่นเล็ก ‘Zenfone Go’ วางตลาดปลายปี สเปคอาจจะน่าผิดหวังไปหน่อย เพราะตัดออกจาก Zenfone Laser เยอะพอสมควร ทั้งชิพประมวลผลปรับมาใช้ Quad-Core 1GHz (Mediatek MT6580) ไม่รองรับ 4G LTE และรอมแค่ 8 GB ส่วนอื่นๆ ถือว่าพอได้อยู่ทั้งหน้าจอ IPS ขนาด 5.0 นิ้ว (HD), กล้อง 8 เมกะพิกเซล , รันบน Android 5.1 ออฟชั่นครบ เพิ่ม microSD ได้ ทั้งนี้ ราคาขายที่ 4,990 บาท ค่อนข้างสูงไปนิด แนะนำว่ามาดู Zenfone Laser กันดีกว่า : ) Zenfone Max เชื่อว่าหลายคนน่าจะรอรุ่นนี้อยู่แน่นอน เพราะเป็นอะไรที่ลงตัวมากทั้งดีไซน์รูปแบบใหม่ (ฝาหลังสวยมาก) คุณสมบัติสเปคระดับกลาง พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ! สำหรับ Zenfone Max หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว, ชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB รันบน Android 5.1 เช่นเดียวกับ Zenfone Laser ดังนั้นประสิทธิภาพการใช้งานจึงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ที่เพิ่มเข้ามาคือความจุแบตฯ มหาศาล แบบว่าไม่จำเป็นต้องพก Powerbank เลยหากคุณใช้งานไม่หนักเกินไป แต่ราคาเข้าไทยจะเป็นเท่าไหร่ ต้องรอลุ้นครับ Zenfone Laser 5.5 (ZE550KL) เป็นรุ่นขายดีจริงๆ ตอนนี้ Zenfone Laser 5.5 (ZE550KL) ออกมาทดแทน Zenfone 2 รุ่นเดิมนั่นเอง หน้าจอยังคงเดิมที่ 5.5 นิ้ว (HD) แสดงผลค่อนข้างดี ตัวเครื่องอาจจะใหญ่ไปนิดนึง แต่สามารถจับถือเข้ากับมือได้พอดี ฝาหลังเปลี่ยนเป็นผิวด้านเรียบ ดูแลรักษาไม่ยากครับ ด้านชิพประมวลผลใช้ Snapdragon 410 + RAM 2 GB แรงพอดีในระดับนึง ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมระบบโฟกัสด้วยเลเซอร์ ทำให้โฟกัสภาพได้เร็วขึ้นมาก แบตเตอรี่ 3,000 mAh และรองรับ 2 ซิมการ์ด + 4G LTE เหมือนเดิม Zenfone Selfie (ZD551KL) ขา Selfie ห้ามพลาดเลยทีเดียวกับ Zenfone Selfie เขามาเพื่อสิ่งนี้ ! กล้องหน้าความละเอียดสูง 13 เมกะพิกเซล  มีไฟ LED แถมออโต้โฟกัสอีก หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (FHD) เช่นเดียวกับ Zenfone 2, ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3 GB ถือว่าจัดของแรงเกินมาตรฐาน รันบน Android Lollipop กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  มีระบบ Laser-AF เหมือน Zenfone Laser ใช้งาน 2 ซิมการ์ด รองรับ 4G LTE ครบ ราคาได้ข่าวว่าโปรโมชั่นแรงในงาน #mobileexpo อยากได้เลยแบบนี้ ทั้งกล้องหน้าแจ่ม สเปคแรงสุดคุ้ม 😀 Zenfone 2 Deluxe รุ่นล่างของ Zenfone 2 ตอนนี้คงหาซื้อไม่ค่อยได้แล้ว จะมีก็แต่รุ่นบนๆ กับ Zenfone 2 Deluxe สเปคภาพรวมเหมือนรุ่น RAM 4 GB เกือบทุกอย่าง ทั้งหน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว, ชิพประมวลผล Intel Z3590 + RAM 4 GB, กล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  (ไม่มี Laser-AF นะจ๊ะ) รองรับ 2 ซิมการ์ด / 4G LTE ฯลฯ ต่างกันแค่เมโมรีภายใน 128 GB ! เยอะมาก แถมเพิ่ม microSD สูงสุดอีก 128 GB และฝาหลังลวดลายพิเศษ (Polygon) แตกต่างจากเวอร์ชั่นปกติ ทั้งนี้ราคาก็สูงขึ้นเช่นกันคือ 11,990 บาท บางทีอาจมีลดราคานิดหน่อยในงาน ต้องลองสอบถามทางบูธอีกครั้ง Zenpad 7.0 (Z370CG) ยุคที่แท็บเล็ต Android ราคาประหยัดเริ่มมีน้อยลง ตอนนี้ Asus Zenpad 7.0 เลยขายดีเป็นพิเศษ กับคุณสมบัติครบเครื่อง ดีไซน์สวยงาม น้ำหนักเบา รุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอ IPS HD ขนาด 7.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด เหมาะกับใช้งานมัลติมีเดีย แอพพลิเคชั่น แผนที่ ฯลฯ , ชิพประมวลผล Intel Atom X3 + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็วพอใช้ รันบน Android Lollipop กล้องใส่มาให้ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  สามารถใส่ซิมการ์ดใช้งาน 3G + โทรออกเหมือนสมาร์ทโฟน หากคุณต้องการ ควักเงินสัก 5,xxx บาท ก็เป็นเจ้าของได้แล้ว Zenpad 8.0 (Z380KL) อัพราคาอีกนิดจะได้รุ่นที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้น ‘Zenpad 8.0’ ตามชื่อรุ่นเลยครับ หน้าจอ HD ขนาด 8.0 นิ้ว แสดงผลค่อนข้างดี ใหญ่กว่ารุ่น 7 นิ้วเล็กน้อย ด้านชิพประมวลผลเปลี่ยนมาใช้ Snapdragon 410 เพื่อให้รองรับ 4G LTE ได้ รันบน Android Lollipop ออฟชั่นครบ ฟังก์ชั่นการใช้งาน – อินเตอร์เฟสคล้ายกับบน Zenfone นั่นเอง ด้านกล้องใส่มาให้ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  เอาไว้ถ่ายแก้ขัดขำๆ ได้อยู่ ส่วนราคารุ่นนี้ไม่ถึง 8,000 บาท ลองหาเล่นตัวจริงก่อนตัดสินใจ : ) Lenovo True Lenovo 4G A2010 สงสัยว่าทำไมถึงมีชื่อ True เข้ามาด้วย รุ่นนี้เป็นโมเดลพิเศษที่ทำตลาดร่วมกับ True Move H นั่นเอง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว (854 x 480) ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ถือใช้งานมือเดียวได้ ขณะที่งานประกอบ วัสดุบอดี้ต่างๆ ถือว่าสมราคา ติดกล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  มีกล้องหน้าสำหรับ Selfie ด้วย แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Quad-Core (Mediatek MT6735M) + RAM 1 GB ทำงานยังลื่นอยู่ แต่อาจจะลงแอพพลิเคชั่นจำกัดนิดหน่อย เพราะเมโมรีภายในน้อยไปหน่อย True Lenovo 4G Vibe P1m เช่นเดียวกับ A2010 เป็นรุ่นที่ทำโปรโมชั่นร่วมกับ True Move H ค่าเครื่องถูกลงเมื่อสมัครแพ็คเกจรายเดือน รุ่นนี้ออกแบบเรียบง่าย มีปุ่ม Home ด้านล่าง รองรับ 4G LTE / ใช้งาน 2 ซิมการ์ด หน้าจอขนาดใหญ่ 5.0 นิ้ว (HD), ชิพประมวลผล Quad-Core (Mediatek MT6735M) + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 กล้องใส่มาให้ 8 เมกะพิกเซล  ที่สำคัญคือจุดขายแบตเตอรี่ 4,000 mAh ทำให้ Vibe P1 เหมาะกับคนชอบลุยแบบไม่อยากพก Power Bank ในราคาเบาๆ ด้านราคาสนนที่ 4,990 บาท Lenovo A7000 Plus หนึ่งในรุ่นฮิตติดชาร์ทช่วงกลางปี 2015 แม้จะขายผ่านช่องทางออนไลน์ แต่กระแสเค้าแรงจริงๆ จนต้องวางขายตาม Shop ด้วยกับ Lenovo A7000 Plus สเปคจัดเต็มสมราคา ชิพประมวลผล Octa-Core + RAM 2 GB หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) ใหญ่เหลือเฟือสำหรับเล่นเกม ดู YouTube รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด มีระบบเสียง Dolby Mobile เพิ่มอรรถรสเป็นอย่างดี ติดกล้อง 8 เมกะพิกเซล  รันบน Android 5.1 สามารถหาซื้อได้ในราคา 6,290 บาท ถูกมั้ยล่ะครับ Lenovo PHAP Plus อภิมหา Phablet หน้าจอขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว เจาะกลุ่มผู้ชอบเสพคอนเทนท์ ใช้งานแอพพลิเคชั่น เล่นเกมบนหน้าจอยักษ์ ‘Lenovo PhabPlus’ บอดี้โลหะแบบ Unibody เพิ่มความทนทาน สามารถถือด้วยมือเดียวได้ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB รันบน Android Lollipop ตอบสนองการใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหา ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  ใส่ซิมการ์ดใช้งาน 4G LTE, เพิ่ม microSD ภายนอกสูงสุด 128 GB  ราคา 9,900 บาทเท่านั้น Lenovo Vibe P1 ถึงจะเปิดตัวต่างประเทศมาพักนึงแล้ว แต่หน้าตาคุณสมบัติสเปคยังดูดีมาก Lenovo Vibe P1 มีจุดขายหลายอย่าง ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD) แสดงผลได้ดี บอดี้โลหะแบบ Unibody พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงปรื้ด 5,000 mAh ! ใช้งานเต็มวันแบบไม่ต้องง้อแบตสำรอง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3 GB ลื่นพอตัว รันบน Android 5.1 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงกลาง และกล้อง 13 เมกะพิกเซล  ทั้งหมดนี้เป็นเจ้าของได้ในราคา 9,900 บาท ได้ครบทุกอย่างจริงๆ Lenovo Vibe S1 เอาใจคนชอบถ่าย Selfie หนักๆ อีกรุ่นนึง งวดนี้ Lenovo จัดให้เลยกับกล้องหน้า 2 ตัว (8 + 2 เมกะพิกเซล ) นอกจากจะถ่ายภาพดีแล้ว ยังมีลูกเล่นหลากหลายทั้งตัดต่อภาพ Selfie, ปรับความชัดตื้น (DOF) ฯลฯ ขณะที่กล้องหลัก 13 เมกะพิกเซล  ด้านดีไซน์มาแบบหรูหราเลย ขอบบอดี้โลหะอลูมิเนียม ฝาหลังผิวกระจกแบบโค้ง สวยงามมาก ! โดยเฉพาะสีทอง ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เร็วพอตัว รันบน Android 5.1 รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ดตามมาตรฐาน Lenovo Vibe Shot รุ่นนี้เอาใจคนชอบถ่ายภาพผ่านกล้องหลัก Vibe Shot ดีไซน์คล้ายกล้อง Compact บางเฉียบ สวยงามทนทาน ขอบบอดี้อลูมิเนียม หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 3GB รันบน Android 5.1 ใช้งาน 2 ซิมการ์ด / 4G LTE เหมือนกับรุ่น Vibe S1, Vibe P1 ด้านกล้องหลักใส่มาให้ 16 เมกะพิกเซล พร้อมออโต้โฟกัส, ระบบ OIS กันสั่นไหว แฟลช 3 ดวง และโหมด Manual แบบมีปุ่มกดด้วย ตรงนี้จะชอบหรือไม่ต้องลองจับของจริงในงานก่อนได้เลย Lenovo Vibe X3 รุ่นท๊อปไฮเอนด์จาก Lenovo ที่วางจำหน่ายก่อนช่วงสิ้นปี Vibe X3 ดีไซน์รูปแบบใหม่ เน้นสายเอ็นเตอร์เทนต์เต็มที่ ทั้งลำโพงคู่สเตอริโอด้านหน้า ระบบเสียง Dolby Atmos, ชิพประมวลผลเสียงแยก หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว (FHD), ชิพประมวลผล Snapdragon 808 + RAM 3 GB แรงเอาเรื่อง รองรับวิดีโอ 4K เล่นเกมกราฟฟิคสูง สตรีมมิ่ง Full HD ลื่นไหล ติดกล้องความละเอียด 21 เมกะพิกเซล  ออฟชั่นเพียบ รองรับสแกนลายนิ้วมือ เมโมรีภายใน 32 GB และแบตเตอรี่ 3,500 mAh ทั้งหมดนี้ Lenovo จัดให้ราคา 15,990 บาท AIS LAVA IRIS 550 น้องเล็กสุดของซีรี่ส์ AIS LAVA 4G รองรับการใช้งาน 4G LTE ในราคาเบาๆ รุ่นนี้สามารถซื้อเครื่องเปล่าได้ครับ หรือถ้าใช้งาน AIS 2G เอามาแลกเครื่องใหม่ (พร้อมเติมเงินตามโปรโมชั่น) ได้ทันที ด้านสเปคหน้าจอ 4.0 นิ้ว, ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz + RAM 1 GB ทำงานลื่นไหลบน Android 5.1 กล้องความละเอียด 5 เมกะพิกเซล  พร้อมกล้องหน้า 2 เมกะพิกเซล  สนนราคา 2,490 บาท เอาไว้ใช้งานเป็นเครื่องสำรอง หรือซื้อให้น้องๆ ใช้ก็คุ้มค่าดีครับ LAVA IRIS 750 อัพสเปคขึ้นมานิดหน่อยจะได้ LAVA Iris 750 หน้าจอขยายใหญ่เป็น 4.5 นิ้ว รองรับ 4G LTE / ใช้งาน 2 ซิมการ์ด, กล้องคุณภาพสูงขึ้น ความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  + กล้องหน้า 2 เมกะพิกเซล , แบตเตอรี่ 2,000 mAh เพียงพอกับการใช้งานเต็มวัน อื่นๆ คล้ายกับ LAVA Iris 550 ทั้งชิพประมวลผล Quad-Core รันบน Android 5.1 และมีโปรโมชั่นให้เลือกทั้งแบบเติมเงิน – รายเดือน หรือจะซื้อเป็นเครื่องเปล่าก็ได้เช่นกัน LAVA 4G A1 งบประมาณราวๆ 4,xxx บาท คุณจะได้ LAVA 4G A1 รุ่นกลางคุณสมบัติเริ่ด หน้าจอ HD ขนาด 5.0 นิ้ว, ชิพประมวลผล Quad-Core 1 GHz + RAM 2 GB ทำงานลื่นไหลมากขึ้น เปิดใช้งานแอพฯ ไม่สะดุด พร้อม ROM 16 GB ลงอะไรได้มากกว่าเดิม รันบน Android 5.1 ติดกล้องความละเอียด 8 เมกะพิกเซล  แถมกล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล  ยังมีไฟ LED ช่วยถ่ายภาพ Selfie ในที่แสงน้อยอีกด้วย ส่วนแบตเตอรี่ความจุ 2,500 mAh สมเหตุสมผลครับ ราคาเพียง 4,590 บาท LAVA 4G A2 รุ่นเรือธงของ LAVA ณ ตอนนี้ ‘LAVA A2’ โดดเด่นทั้งดีไซน์หรู สเปคจัดเต็มมาก ชิพประมวลผล Octa-Core (Mediatek MT6753) + RAM 3 GB ไม่ลื่นหัวแตกให้รู้กันไป หน้าจอ FHD ขนาด 5.0 นิ้ว แสดงผลคมชัด รันบน Android 5.1 กล้อง 13 เมกะพิกเซล  บันทึกวิดีโอ Full HD บอดี้บางเพียง 7 มิลลิเมตร พกพาสะดวก คุณสมบัติโดนใจ เคาะราคาเป็นเจ้าของได้ที่ 7,290 บาท หากคุณใช้ระบบเติมเงิน มีค่าโทรฟรีสูงสุด 7,000 บาท หรือโปรรายเดือนเริ่มต้น 249 บาท ตามเงื่อนไข Acer Liquid Z530 รุ่นราคากลางๆ ชุดใหม่ล่าสุดจาก Acer ออกแบบโค้งมน เรียบง่าย ฝาหลังเป็นลวดลายแนวขวาง สามารถจับถือได้ไม่ยากนัก หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลระดับพอใช้ ชิพประมวลผล Quad-Core 1.3 GHz + RAM 2 GB ทำงานรวดเร็ว ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้ดีบน Android 5.1 กล้อง 8 เมกะพิกเซล  มีระบบเสียง DTS เสียบหูฟังแล้วจะได้อารมณ์ไปอีกแบบ รองรับ 4G LTE / 2 ซิมการ์ด รุ่นนี้ราคาไม่ถึง 6,000 บาทครับ Liquid Z630 ภาพรวมของ Acer Liquid Z630 คล้ายกับ Z530 ครับ โดยเฉพาะสเปครวมๆ ดีไซน์ก็แทบจะไม่ต่างกัน จ่ายเพิ่มจากรุ่นเดิม 1,000 บาท คุณจะได้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (จาก 5.0 นิ้ว) และแบตเตอรี่ 4,000 mAh อันนี้คุ้มค่าเพราะใช้งานได้ยาวนาน ไม่ง้อ Power bank รองรับ 4G LTE, 2 ซิมการ์ด เพิ่ม microSD ภายนอกได้ ตรงนี้ถ้าอยากลองตัวจริง เชิญที่บูธ Acer ในงานได้เลย Liquid X2 ชอบลองอะไรแปลกๆ จาก Acer ต้องรุ่นนี้เลยกับ ‘Liquid X2’ ชูจุดขายรองรับ 3 ซิมการ์ดในเครื่องเดียว (ไม่ผิดครับ ใช้งานได้ 3 ซิมจริง) แถมสลับใช้งาน 4G LTE ได้ทั้ง 3 ซิมอีกด้วย (ขณะที่ซิมอื่นสแตนด์บาย 2G), หน้าจอ HD ขนาด 5.5 นิ้ว แสดงผลเต็มตาสุดๆ ดีไซน์สวยแตกต่างจาก Z530, Z630 โดยเฉพาะสีทองค่อนข้างดูดีมาก ติดกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซล  พร้อมแบตเตอรี่ 4,000 mAh อึดเอาเรื่อง ทั้งหมดนี้ Acer จัดให้ที่ 9,900 บาท ถือว่าสมราคาทีเดียว ZTE Nubia Z9 Mini รุ่นนี้เป็นน้องเล็กของตระกูล Nubia ซึ่งเป็นกลุ่มระดับไฮเอนด์ของ ZTE หน้าตาสวยงามครับ บอดี้โลหะ ฝาหลังผิวกระจกเงา แบบว่าสวยจริงๆ โดยเฉพาะสีดำเงิน หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัด สีสันเป็นธรรมชาติ, ชิพประมวลผล Snapdragon 615 + RAM 2 GB แรงแบบมาตรฐาน ดูวิดีโอ Full HD เล่นเกมไม่สะดุด รันบน Android 5.1 กล้องหลัก 16 เมกะพิกเซล (F/2.0) คุณภาพสูง พร้อมกล้องหน้า 8 เมกะพิกเซล ขอบอกว่าโหมดการถ่ายภาพของ ZTE Nubia เค้าไม่ธรรมดา ! แบตเตอรี่อึดพอตัว 2,900 mAh ทั้งหมดนี้ราคาไม่ถึง 10,000 บาท Axon Mini เป็นรุ่นย่อส่วนของ ZTE Axon ตัวใหญ่แต่คุณสมบัติยังครบ ดีไซน์ออกแบบคลาสสิค ดูมีราคา บอดี้โลหะแบบ Unibody หน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว (FHD) ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เช่นเดียวกับ Nubia Z9 Mini แต่เพิ่ม RAM ให้เป็น 3 GB ใช้งานแอปพลิเคชั่นต่างๆ ลื่นไหลกว่าเดิม ด้านกล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล ออฟชั่นถ่ายภาพเยอะสะใจ รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด ทั้งหมดนี้เพียง 12,990 บาท Blade S7 เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นประเทศแรกๆ เลยที่ได้สัมผัสรุ่นนี้กับ ZTE Blade S7 บางเฉียบแค่ 7.2 มิลลิเมตร เฟรมบอดี้โลหะทนทาน มีสีสันแปลกๆ ให้เลือกอย่างสีเหลือง เด่นมากๆ หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี มีระบบปลดล็อคด้วยการสแกนสายตา ล้ำสุดๆ ชิพประมวลผล Snapdragon 615 เช่นเดียวกับ Nubia Z9 Mini, Axon Mini + RAM 3 GB พร้อมเมโมรีภายใน 32 GB ใส่ข้อมูลได้เยอะอยู่เหมือนกัน กล้องใส่มาให้ 13 เมกะพิกเซล เช่นเดียวกับกล้องหน้า จัดเต็มมากๆ สามารถลองเล่นพร้อมจับจองได้ภายในงานครับ Axon รุ่นเรือธงของ ZTE ที่วางจำหน่ายมาได้พักใหญ่กับ ZTE Axon ดีไซน์เรียบง่าย หรูหรา ทนทานด้วยวัสดุบอดี้โลหะ หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้่ว (FHD) แสดงผลค่อนข้างดี ลำโพงคุณภาพสูง รองรับไฟล์เสียงระดับ Hi-Fi, แรงเร็วด้วยชิพประมวลผล Snapdragon 810 + RAM 3 GB โหดเอาเรื่อง ด้านกล้องมาแบบเลนส์คู่ 13 + 2 ล้านเมกะพิกเซล มีลูกเล่นหลากหลายเช่น จำลองค่า F ในระดับต่างๆ, ถ่ายภาพซ้อน, เปิดชัตเตอร์นานสุดถึง 80 วินาที ฯลฯ รุ่นนี้ราคาจะสูงหน่อย แต่มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงานแน่นอน WIKO Sunset 2 รุ่นราคาถูกที่สุดของ Wiko สนนราคาไม่ถึง 2,000 บาท แต่ออฟชั่นครบตามมาตรฐาน หน้าจอขนาด 4.0 นิ้ว (800 x 480) บอดี้ขนาดเล็กพกพาสะดวก ชิพประมวลผล Quad-Core รันบน Android 4.4 ลงแอพพลิเคชั่นพื้นฐานได้สบายๆ กล้องความละเอียด 2 เมกะพิกเซล และใช้งาน 2 ซิมการ์ด คิดว่าน่าจะมีมาปล่อยในงาน เอาไว้ใช้เป็นเครื่องสำรองก็ดี Pulp น้องเล็กยอดนิยม ออฟชั่นครบมีให้เลือกมากถึง 5 สีสัน ฝาหลังสวยงามแบบลวดลายหนัง หน้าจอขนาด 5.0 นิ้ว (HD) แสดงผลพอใช้ได้ รองรับ 3G + 2 ซิมการ์ด ตามมาตรฐาน ชิพประมวลผล Octa-Core 1.4 GHz (Mediatek MT6592) + RAM 2GB การันตีทำงานรวดเร็ว บน Android 5.1 ตอบสนองการฟีเจอร์พื้นฐานครบ กล้อง 13 เมกะพิกเซล ถ่ายวิดีโอ FHD รู้มั้ยว่ารุ่นนี้ขายเพียง 3,xxx บาทเท่านั้น Pulp Fab 4G แน่นอนว่าหลายคนต้องการมือถือ 4G LTE ดังนั้น Wiko จัดให้เลยกับ Pulp Fab 4G พื้นฐานโดยรวมมาจากรุ่น Pulp (3G) นั่นเอง ทั้งดีไซน์การออกแบบ ฟีเจอร์พื้นฐานหน้าจอ 5.0 นิ้ว, กล้อง 13 เมกะพิกเซล รันบน Android 5.1 ฯลฯ ที่เปลี่ยนแปลงก็คือชิพประมวลผล Snapdragon 410 + RAM 2 GB, แบตเตอรี่ 2,820 mAh จ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาทจากรุ่น 3G ต้องลองเล่นตัวจริงในงานก่อนตัดสินใจซะแล้ว Fever รุ่นสุดคุ้มสเปคแรงกำลังดีจาก Wiko หน้าตาเรียบง่าย ออฟชั่นเพียบ หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว (FHD) แสดงผลคมชัดสีสันสวยงาม รองรับ 4G LTE ใช้งาน 2 ซิมการ์ด, ชิพประมวลผล Octa-Core (Mediatek MT6753) + RAM 3 GB ลื่นไหลสะใจ เปิดแอพฯ ไม่สะดุดบน Android 5.1 ลงแอพฯ เล่นเกมกราฟฟิคกลางๆ ถ่ายภาพผ่านกล้อง 13 เมกะพิกเซล พร้อมกล้องหน้า 5 เมกะพิกเซล ส่วนจะถูกใจหรือไม่ ต้องลองมาสัมผัสในงาน #mobileexpo ณ บูธ Wiko ได้เลย OTHERS LG G4 แม้ว่า LG Mobile (ประเทศไทย) จะยุติการทำตลาดในบ้านเราชั่วคราว แต่ด้านการให้บริการ / ศูนย์ซ่อมยังเปิดปกติครับ งานนี้จึงคาดว่า LG G4 จะปรับราคาทำโปรโมชั่นจาก 17,900 บาท ส่วนจะเหลือเท่าไหร่ แถมอะไรบางต้องรอติดตาม เทียบกับคุณสมบัติสเปคแล้วคุ้มจริงๆ ทั้งหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว (2560 x 1440), ชิพประมวลผล Snapdragon 808 + RAM 3 GB, Android 5.1 (อัพเกรดเป็น Android 6.0 เร็วๆ นี้), กล้องความละเอียด 16 เมกะพิกเซล  (F/1.8) พร้อม OIS แบบ Tri-Axis นิ่งมากๆ แม้ถ่ายกลางคืน ฝาหลังแบบหนังแท้ และแบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้ iPhone 6s | 6s Plus ไม่แนะนำคงไม่ได้ iPhone 6s และ iPhone 6s Plus เชื่อว่าต้องมีหลายคนถามมาว่าในงานมีโปรโมชั่นเด็ดๆ มั้ย คำตอบคือมีครับ จาก Operator ทั้ง 3 ค่าย นอกจากจะมีโปรโมชั่นแพ็คเกจ ลดค่าเครื่อง ลดค่าบริการแล้ว ยังมีโปรโมชั่นบัตรเครดิต / ผ่อน 0% ด้วย สามารถ Walk-in ซื้อได้ทันทีครับ ด้านคุณสมบัติคงไม่ต้องพูดถึงมากมาย คงทราบดีอยู่แล้ว ^^ ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องเปล่า หรือไม่ติดสัญญาก็มีจำหน่ายเช่นกัน แต่ซื้อกับโปรแพ็คเกจจะคุ้มกว่ามากครับ iPad Pro เช่นเดียวกับ iPhone อภิมหาแท็บเล็ตจอยักษ์อย่าง iPad Pro ก็มีวางจำหน่ายด้วย อาจจะขายเฉพาะผ่าน Operator 3 ค่าย กับโปรโมชั่นแพ็คเกจ เรื่องคุณสมบัติแบบว่าเริ่ด หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 12.9 นิ้ว รองรับการใช้งานปากกา Apple Pencil สำหรับงานด้านกราฟฟิค / วาดภาพ โดยเฉพาะ รองรับการตัดต่อ เรนเดอร์วิดีโอความละเอียดสูง จากประสิทธิภาพชิพประมวลผล Apple A9X เทพมากๆ ในระดับอุปกรณ์พกพาด้วยกัน ติดกล้อง iSight 8 เมกะพิกเซล , มีให้เลือกทั้งเวอร์ชั่น WiFi, Cellular ราคาเริ่มต้น 30,900 บาทครับ Microsoft Surface Pro 4 เท่าที่สังเกตหลายคนก็รอสอยแท็บเล็ต Windows 10 ดีไซน์สุดแนวจาก Microsoft ไม่น้อยเลยกับ ‘Surface Pro 4’ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติจัดเต็มแบบ Ultrabook ซีพียู Core M จนถึง Core i7, RAM 4-16 GB, SSD ความจุเริ่มต้น 128-512 GB, หน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเขียน – วาดภาพด้วย Surface Pen มีอุปกรณ์เสริมหลากหลาย เช่น Type Cover คีย์บอร์ดแม่เหล็ก ทำหน้าที่เป็น Flip Case ในตัว, เชื่อมต่อจอ Monitor หลักได้ ฯลฯ  ปกติทาง Microsoft + ดีลเลอร์จะมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ในงาน #mobileexpo ครับ รอติดตามได้ ขอบคุณบทความจาก ThailandMobileExpo

เปิดตัว Huawei Mate 8 และ GR5 สองรุ่น สองสไตล์ เกรดพรีเมี่ยม
huawei /  Huawei Mate 8 / 

เปิดประสบการณ์และสัมผัสประสิทธิภาพเหนือชั้นกับ Huawei Mate 8 นำเสนอเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่ล้ำหน้าที่สุดของโลกพร้อมเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิป 2 รุ่นเจาะกลุ่มนักธุรกิจและวัยรุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ปเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟล็กชิป 2 รุ่นล่าสุด Huawei Mate 8 และ Huawei GR5 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ห้องรอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานมากกว่า 500 คนจาก 11 ประเทศ และบรรดาสื่อมวลชนอีกคับคั่งผู้เข้าร่วมงานยังได้พบกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ของหัวเว่ย ได้แก่ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ นักแสดงชายดาวรุ่งของเมืองไทยและ วุต หม่อน ชเว ยี่ ดาราสาวชื่อดังของเมียนมาร์ ร่วมด้วย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ซึ่งมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีสุดล้ำระดับโลกจากสมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่นล่าสุดเพื่อตอบรับกิจกรรมไลฟ์สไตล์และเสริมคล่องตัวธุรกิจสไตส์ใหม่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หัวเว่ยเติบโตอย่างรวดเร็วและครองตำแหน่งแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มร.โทมัส หลิว ประธานบริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ในปี 2015 ที่ผ่านมา หัวเว่ยทุบสถิติด้วยอัตราการเติบโตทางธุรกิจที่สูงถึง 70% และพร้อมรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะในปี 2015 เรามีรายรับถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์และจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนได้มากกว่า 108 ล้านเครื่องทั่วโลก ทำให้หัวเว่ยก้าวสู่สถานะแบรนด์ชั้นนำอันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับโลกอย่างภาคภูมิ” จากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้หัวเว่ยสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพที่มีความโดดเด่นและถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของตลาดสมาร์ทโฟนทุกกลุ่มและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคระดับพรีเมี่ยมได้อย่างตรงจุด โดยHuawei Mate 8 ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนชั้นยอดที่มีการทำงานได้อย่างดีเยี่ยมพร้อมแบตเตอรี่ที่ยาวนาน ตอบสนองการทำงานแบบ “ธุรกิจแนวใหม่ (The New Style of Business)” ของนักธุรกิจมืออาชีพในปัจจุบันได้อย่างดี ส่วนHuawei GR5 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลG series ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือ กล้องความคมชัดสูง และจอแสดงผลที่ดีเยี่ยมซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Huawei Mate 8 สุดยอดแห่งการออกแบบเพื่อการทำงานและประสิทธิภาพระดับพรีเมี่ยม เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์อันทรงพลังHuawei Mate 8เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้ชิปรุ่นKirin 950 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลเพื่อเสริมศักยภาพการทำงานของสมาร์ทโฟนได้เร็วที่สุดในโลก โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลให้ทำงานได้เต็ม 100% และหน่วยประมวลผลกราฟฟิกได้ถึง 125% รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้มากถึง 70% เมื่อเปรียบเทียบกับชิปรุ่น Kirin 925 ซึ่ง Huawei Mate 8ใช้แกนประมวลผลแบบ 8แกน (Octacore)แบ่งเป็น A72 2.3 GHz processors 4 แกน และ A53 1.8 GHz processors อีก 4 แกน โดยแยกการทำงานของหน่วยประมวลผลแต่ละชุดอย่างสมดุลและสอดคล้องกับการใช้งาน ด้วยแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงความจุถึง 4,000 มิลลิแอมป์ ทำให้ Huawei Mate 8สามารถใช้งานได้นานถึง 2 วันเมื่อใช้งานตามปกติ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีการชาร์จไฟความเร็วสูง ทำให้ชาร์จไฟเพียง 30 นาทีก็ใช้งานสมาร์ทโฟนได้นานถึง 1 วัน และโดยปกติผู้ใช้งานHuawei Mate 8 สามารถใช้งานได้นานถึง 2.36 วัน และได้นาน 1.65 วัน เมื่อใช้งานอย่างหนักหน่วง ส่วนในเรื่องของความร้อนตัวเครื่อง Huawei Mate 8มีกลไกจัดการกับความร้อนถึง 6 ระดับ ทำให้สามารถกระจายความร้อนระหว่างการใช้งานได้ดีกว่า ผู้ใช้งานจึงมีประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่เปี่ยมประสิทธิภาพและสะดวกสบาย โดยใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยกว่าที่เคย ดีไซน์หรูหราสวยสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด Huawei Mate 8 มอบดีไซน์ที่สวยงามหรูหราในทุกมุมมอง พร้อมจอแสดงผลขนาด 6 นิ้ว ด้วยอัตราส่วนขนาดจอแสดงผลต่อขนาดตัวเครื่องที่83% ทำให้เป็นสมาร์ทโฟนทีดูทันสมัยและพกพาง่ายโดยยังคงมีพื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่แบบเต็มประสิทธิภาพ ตัวเครื่องประกอบด้วยวัสดุกระจกตัดขอบแบบ Diamond Cut 2.5D และอลูมิเนียมเกรดเดียวกับยานอวกาศ เพื่อผสานความงดงามแบบไร้ที่ติเข้ากับสัมผัสการใช้งานที่คล่องตัว ยกระดับประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมี่ยมได้ตามต้องการ Huawei Mate 8 นำเสนอเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือรุ่นใหม่และระบบปกป้องข้อมูลสำคัญที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยเซ็นเซอร์รุ่นใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการระบุลักษณะบนพื้นที่สแกนมากกว่าเดิม 10% นอกจากนี้ การแมตช์แรงเสียดทานจากลายนิ้วมือยังทำงานบนระบบรักษาความปลอดภัยถึง 3 ชั้น ผู้ใช้จึงมั่นใจในการรักษาข้อมูลได้มากกว่า อีกทั้งเซ็นเซอร์ยังสามารถปลดล็อคสำหรับผู้ใช้งานได้เร็วขึ้นถึง 100% ด้วยการทำงานบนอินเตอร์เฟซของหัวเว่ยรุ่น EMUI 4.0 บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ Marshmallow 6.0 ทำให้ผู้ใช้งาน Huawei Mate 8สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานและสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบจัดเรียงข้อมูลอัตโนมัติที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง ช่วยให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง Huawei Mate 8รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในช่องความถี่ที่มากกว่าสมาร์ทโฟนแบบสองซิมรุ่นอื่นๆ โดยรองรับคลื่นความถี่แบบ 2G 4 ช่วง คลื่นความถี่แบบ 3G 9 ช่วง และ คลื่นความถี่แบบ 4G 18 ช่วง ใน 217 ประเทศทั่วโลก โดยตั้งค่าผู้ให้บริการเครือข่ายได้ถึง 1,334 แบบ ทำให้ Huawei Mate 8 เป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกอย่างแท้จริง Huawei GR5 สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพสำหรับคนรุ่นใหม่ Huawei GR5 นำเสนอเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือรุ่นที่ 2 เพื่อการปลดล็อคที่รวดเร็วและควบคุมการทำงานขั้นสูงได้อย่างฉับไว ชาญฉลาด และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยสามารถสแกนได้ทั้งในขณะที่มือแห้งและเปียก ด้วยระบบการระบุลักษณะแบบ 360 องศา ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทุกฟังก์ชั่นของสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกรวดเร็วและง่ายดายในทุกสถานการณ์ Huawei GR5 สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นใหม่สำหรับวัยรุ่น หัวเว่ยปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์สู่การเป็นแบรนด์ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยม และแบ่งกลุ่มเป้าหมายของสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพที่แตกต่างกัน โดย Huawei Mate 8 คือสมาร์ทโฟนเพื่อเสริมความคล่องตัวสำหรับการทำงานตามแนวคิด “ธุรกิจแนวใหม่ (The New Style of Business)” ส่วน Huawei GR5 เป็นโมเดลแฟล็กชิพรุ่นใหม่สำหรับวัยรุ่นผู้หลงใหลในเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน ในการดำเนินงานตามกลยุทธ์การเลือกแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น (ซึ่งผู้บริโภคมีการรับรู้ถึงแบรนด์หัวเว่ยมากขึ้น 28% ในปี 2015) หัวเว่ยจึงยินดีต้อนรับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกหัวเว่ยประเทศไทยในฐานะ โปรดักท์แอมบาสเดอร์ Huawei Mate 8โดยจะทำงานร่วมกับ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ ต่อไป หัวเว่ยมอบหมายดาราหนุ่ม อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม นำเสนอสมาร์ทโฟน Huawei Mate 8 ผ่านการใช้งานตามแนวคิด “ธุรกิจแนวใหม่ (The New Style of Business)” ในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพรอบด้านของสมาร์ทโฟน พร้อมเปิดตัว Huawei Mate 8เป็นสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปพรีเมี่ยมรุ่นแรกของปี 2016 สำหรับตลาดเมืองไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้

F12 tdf สืบทอดตำนานความแรงจากอดีตของ Ferrari
F12 tdf /  Ferrari / 

F12 tdf สืบทอดตำนานความแรงจากอดีตของ Ferrari ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่ารถรุ่นนี้เป็นรถที่ผลิตออกมาในจำนวนที่จำกัด มันถูกสร้างออกมาเพียง 799 คัน เท่านั้น!!! ตัวรถมีการออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดท้าย โดยอิงพื้นฐานต่างๆ มาจากตัวแรงในสนามแข่ง และพิเศษขึ้นไปอีกเมื่อต้นสังกัดจับเอาเทคโนโลยีแบบนี้มาสู่ถนน มันไม่ใช่การออกแบบเพียงอย่างเดียว หากแต่ Ferrari ถือเป็นที่สุดแห่งการสร้างรถยนต์สปอร์ตในประเทศอิตาลี F12 tdf เป็นการสืบทอดตำนานความแรงจากอดีต โดยครั้งนั้นเป็นการแข่งขัน Endurance Race Road ในปี 1950 และรถที่การันตีระดับความแรงและศักดิ์ศรีแห่งตำนานสปอร์ตก็คือ 1956 Ferrari GT 250 Berlinetta โดยได้รับรางวัลต่อกันถึง 4 ครั้ง นับว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างสูง F12 tdf สืบทอดตำนานความแรงจากอดีตของ Ferrari Ferrari F12 tdf ถือเป็นการสร้างรถที่ระดมมันสมองในการสร้างมากที่สุดอีกรุ่น โดยใช้แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องอากาศพลศาสตร์มาผสานกับสมรรถนะกำลังจากเครื่องยนต์ ส่งผลให้รถมีดีกรีความแรงในระดับ “ที่สุด” การออกแบบดึงเอา DNA จากรถรุ่นพี่ GT 250 Berlinetta มาใช้ ช่วยให้รถมีความคล่องตัวและควบคุมได้ง่าย หากจะวัดระดับการคอลโทรลบังคับรถ F12 tdf ก็น่าจะเป็นรถที่ไม่เป็นสองรองใครในเรื่องนี้ ในการวางเครื่องของรถรุ่นนี้ ใช้การวางเครื่องด้านหน้าห้องโดยสาร ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการเกิด Oversteer (โอเวอร์สเตียร์) ซึ่งรถที่วางเครื่องแบบนี้จะมีโอกาสที่เกิดภาวะอย่างที่ว่า “น้อยมากๆ” ตัวเครื่องยนต์เล่นของหนักที่มาแบบจัดเต็มด้วยการสันดาปจากน้ำมันเบนซิน (ค่าออกเทน 95 ขึ้นไป) มันเป็นเครื่องยนต์แบบ V 12 และมีขนาดความจุ (สุทธิ) 6,262 ซีซี. ขนาดของกระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ 94 x 75.2 มม. ส่งผลให้รถมีกำลังอัดเครื่องยนต์สูงถึง 13.5 : 1 ควบคุมการกดหมุนขบวาล์วทั้งไอดีและไอเสียด้วยเพลาลูกเบี้ยวแบบคู่ด้านบนเหนือฝาสูบ DOHC แต่ถ้าจะถามว่ารถคันนี้ใช้แคมฯ บังคับกดวาล์วทั้งหมดกี่อัน? ขอตอบเลยนะครับว่า 4 อัน เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์แบบ V นั่นเอง ชุดเกียร์เป็นแบบ 7 สปีด ปรับเปลี่ยนง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว โดยจะติดตั้งชิฟเกียร์ไว้หลังพวงมาลัย หรือจะใช้โหมดอัตโนมัติก็ได้ ระบบคลัทช์แบบเปียกเป็นแบบ Dual-Clutch ลดเวลาลงไปได้เยอะกว่าการเหยียบคลัทช์แล้วเปลี่ยนเกียร์แบบรถทั่วๆ ไป หน้าที่การสตาร์ทเครื่องยนต์เป็นงานของระบบไฟฟ้าและมอเตอร์สตาร์ท Ferrari F12 tdf สามารถทำความเร็วจาก 0 – 200 กม./ชม. ด้วยเวลาเพียง 7.9 วินาที มีแรงม้าคะนองกำลังอยู่ราวๆ 700 ตัว แรงบิดสูงสุด 705 นิวตัน-เมตร ที่รอบการทำงานของเครื่องยนต์ 6,250 รอบ/นาที ถ้าอยากจะรู้ว่า F12 tdf ทำความเร็วจาก 0 – 100 กม./ชม. ด้วยเวลาเท่าไหร่? …ตอบเลยว่า…2.9 วินาที มีความเร็วสูงสุดที่มากกว่า 340 กม./ชม. โครงสร้างตัวถังห้องโดยสารจะเป็นอะไรไปเสียมิได้นอกจาก Carbon เท่านั้น ขนาดยางหน้ามาด้วยสัดส่วน 275 / 35 ZR 20 นิ้ว และยางหลังในขนาด 315 / 35 ZR 20 นิ้ว มิติตัวรถของรุ่นนี้ มีขนาดความกว้าง / ยาว / สูง เท่ากับ 1,961 / 4,656 / 1,273 มม. ระยะห่างฐานล้อหน้า – หลัง ขนาด 2,720 มม. ตัวรถมีการแบ่งน้ำหนักด้านหน้าและหลังในแบบการแบ่งเปอร์เซ็น ดังนี้ หน้า 46 % หลัง 54 % ถือว่าเป็นการแบ่งที่ดี ช่วยให้รถขับขี่ได้ง่ายมากๆ ขนาดความจุถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง 92 ลิตร ให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 15.4 ลิตร ต่อการเดินทาง 100 กิโลเมตร หรือทำความเข้าใจง่ายๆ ว่า น้ำมัน 1 ถัง สามารถทำให้รถเดินทางได้ถึง 600 กิโลเมตร (แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และสไตล์การขับขี่ รวมถึงความเร็วด้วยนะครับ) และนี่ก็คือรถสปอร์ตกำลังสูงสัญชาติอิตาเลี่ยนที่เหมาะกับคนบ้าพลังสุดๆ ภาพและข้อมูลจาก auto.ferrari.com ติดตามเพิ่มเติมใน A'Lure Magazine Vol.66

VISA ชวนช้อปปิ้งในโตเกียว ปี 2016
Visa /  ช้อปปิ้ง / 

วีซ่าขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวญี่ปุ่น กับแคมเปญที่จะจัดขึ้นในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ในปีนี้ เพื่อนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเยือนสถานที่ยอดฮิตในเมืองยอดนิยมของประเทศญี่ปุ่น อย่าง อยงอยงฮาราจุกุ /โอโมเทซังโด (ในเมืองโตเกียว) เมืองเกียวโต และเมืองซัปโปโร จุดมุ่งหมายแคมเปญนี้คือการมอบประสบการณ์อันแสนประทับใจทั้งการช้อปปิ้งและการลิ้มชิมรสอาหารพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรวีซ่า สัปดาห์แห่งการช้อปปิ้งในโตเกียว ปี 2016” ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม จนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2016 สำหรับปีนี้ถือเป็นปีที่สี่ของการจัดแคมเปญนี้ในฮาราจุกุ/โอโมเทซังโด วีซ่าขอต้อนรับท่านเข้าสู่ “สัปดาห์แห่งการ ช้อปปิ้งในโตเกียว ปี 2016” ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม จนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2016 แคมเปญขูดชิงรางวัลพิเศษนี้เปิดโอกาศให้ผู้เข้าร่วมแคมเปญได้ลุ้นเป็นหนึ่งในผู้ชนะรางวัลจำนวน 2,000 ท่านที่จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 เยน เพียงท่านชำระเงินด้วยบัตรวีซ่า*[1] ท่านจะได้ร่วมลุ้นโชคสองชั้นไปกับเรา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะได้รับการต้อนรับในแบบญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำที่ใดในโลกโดย “เจ้าหน้าที่ประจำตามถนน” ซึ่งจะสวมชุดประจำชาติญี่ปุ่นอย่างชุดกิโมโนและแนะนำท่านไปบริเวณรอบฮาราจุกุ/โอโมเทซังโดเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน นอกจากนี้ บางร้านค้ายังได้จัดงานลดราคาด้วยส่วนลดตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 90% อีกทั้ง ท่านยังสามารถหา “ถุงแฮปปี้” ซึ่งเป็นถุงจำเพาะที่หาได้จากฮาราจุกุและโอโมเทซังโดเท่านั้นจากงานนี้ได้ด้วย ที่เกียวโตเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น จะมีการจัด “แคมเปญเกียวโต x วีซ่า” ตั้งแต่วันที่ 1 ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ปี 2016 ตลอดระยะเวลาที่จัดแคมเปญนี้ เพียงท่านใช้จ่ายเป็นมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่า 3,000 เยนขึ้นไป ณ ร้านค้าปลอดภาษีในเมืองเกียวโตหรือร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญ “พิเศษในช่วงฤดูหนาวกับร้านอาหารในเกียวโต” ท่านจะได้รับสิทธิ์ร่วมลุ้นเป็นหนึ่งใน 100 ผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัลเป็นของที่ระลึกดั้งเดิมของเมืองเกียวโต* สำหรับแคมเปญ “พิเศษในช่วงฤดูหนาวกับร้านอาหารในเกียวโต” นี้เป็นงานพิเศษที่จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับข้างต้น ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับอาหารเกียวโตแสนอร่อยในราคาพิเศษ ณ ร้านอาหารกว่า 180 แห่งนอกจากนี้ ยังมี 3 ร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญ “พิเศษในช่วงฤดูหนาวกับร้านอาหารในเกียวโต” ที่จะเสริฟเหล้าสำหรับจิบก่อนรับประทานเพื่อเป็นสิ่งกำนัลแก่ลูกค้าที่แสดงบัตรวีซ่าของตนในการชำระเงินเมื่อสั่งอาหาร ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็ปไซต์ “พิเศษในช่วงฤดูหนาวกับร้านอาหารในเกียวโต” ที่ http://www.krws.jp/eng/ (ภาษาอังกฤษ) และสุดท้ายวีซ่าขอต้อนรับท่านด้วยแคมเปญในซัปโปโร สถานที่จัดงาน “เทศกาลหิมะซัปโปโร” ตั้งแต่วันที่ 5 ถึง 11 กุมภาพันธ์ 2016 ตลอดระยะเวลาการจัดแคมเปญนี้ ลูกค้าที่แสดงใบเสร็จรับเงินที่มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่า 2,000 เยนจากการชำระเงินด้วยบัตรวีซ่า จะมีสิทธิ์ร่วมลุ้นเป็นหนึ่งใน 35 ผู้ชนะรางวัลที่จะได้นำตุ๊กตาหิมะทำมือจากหิมะแท้ในฮอกไกโดกลับบ้าน* สำหรับท่านที่พลาดรางวัลดังกล่าว จะได้รับเครื่องดื่มร้อน เพื่อคลายความหนาวในเทศกาลฤดูหนาวอันหนาวเย็นนี้ของซัปโปโร * เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาดูได้จากเว็บวีซ่า: http://www.visa-news.jp/visitjapan/th/ (ภาษาไทย)

เผยข้อมูล iPhone 5se รุ่นใหม่ จอ 4 นิ้ว สเปคแรง
apple /  iphone / 

สงสัยจะเริ่มมีความเป็นไปได้แล้วล่ะครับ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากแอปเปิล ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดเล็ก 4 นิ้ว โดยใช้ชื่อว่า iPhone 5se รุ่นเล็กที่มาพร้อมสเปครุ่นใหญ่ iPhone 5se คาดว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนจากแอปเปิลอีกหนึ่งรุ่นที่จะเปิดตัวในปี 2016 นี้ โดยเมื่อรุ่นนี้เปิดตัวออกมาปั๊ป iPhone 5s ก็จะหยุดผลิตทันที จากข้อมูลล่าสุดบอกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมาพร้อมกับชิป A9 และ M9 ตัวแรง จากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าจะใช้ชิป A8 ส่วนทางด้านสเปค หน้าจอของรุ่นนี้จะมีขนาด 4 นิ้ว หน่วยความจำภายในจะเริ่มที่ 16GB และ 64GB แบตเตอรี่ความจุ 1624mAh RAM 1GB รองรับ Bluetooth 4.2, Apple Pay, VoLTE และ WiFi 802.11ac แต่ไม่มี 3D Touch หรือระบบสแกนลายนิ้วมือ ส่วนวันเปิดตัว iPhone 5se คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนมีนาคม - เมษายนที่จะถึงนี้ครับ ใครที่ไม่ชอบมือถือจอใหญ่รอติดตามชมให้ดีครับ source: macrumors

HARLEY DAVIDSON Fat Boy S Fat Custom เด็กอ้วนดำพันธุ์ดุ
big bike /  Harley Davidson / 

HARLEY DAVIDSON Fat Boy S Fat Custom ไม่บอกก็รู้ว่าในปี 2016 สีที่มาแรงคงไม่พ้นสีดำอย่างแน่นอน เพราะขนาดฮาร์เล่ย์ – เดวิดสัน ยังงัดเอารถในตำนานอย่าง Fat Boy มาสาดสีดำสนิท โดยส่วนใหญ่จะเป็นสีดำที่มีความเงางามสูง ผสมกับสีดำด้านบ้างในบางจุดและบางจังหวะ และการตกแต่งครั้งนี้ยังเป็นการตกแต่งพิเศษจากโรงงานโดยตรงกลายมาเป็น HARLEY DAVIDSON Fat Boy S Fat Custom  โดยส่วนตัวของทีมงานแล้ว หากคิดจะซื้อรถเก็บไว้ใช้งานหรือเพื่อเกรงกำไร รถที่สามารถจะตอบโจทย์ได้ก็คือ ฮาร์เล่ย์ – เดวิดสัน เพราะไม่ว่าจะเก่าแบบปีลึกขนาดไหน? มันก็ยังมีอะไหล่ให้ใช้ แถมรถเก่าๆ ยังมีราคาสูงจนดีไม่ดีรถปีใหม่ๆ ยังถูกกว่าเสียอีก และสำหรับ Fat Boy มันก็คืออีกหนึ่งตำนานที่นักนิยม ฮาร์เล่ย์ – เดวิดสัน มักจะมีสะสมเอาไว้ ครั้งนี้เป็นงานตกแต่งพิเศษที่มีชื่อรุ่นว่า Fat Boy S Fat Custom มันโดดเด่นด้วยงานสีดำมันวาว สะกดได้ทุกสายตา ยิ่งมาเจอกับการโชว์ชิ้นงานที่เป็นการชุบโครเมี่ยม ยิ่งทำให้รถน่ามองและน่าหลงใหลสุดๆ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ 2 ลูกสูบ V twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ พัฒนาไปใช้การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ มีขนาดความจุสุทธิ 1,801 ซีซี. เดี๋ยวก่อนนะครับ คนที่ไม่เคยขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์ใหญ่แบบนี้อาจจะยังคงนึกไม่ออกว่า “มันจะวิ่งขนาดไหน?” บอกเลยครับว่า 0 – 120 ไมล์/ชม. ผ่านไปไวราวกับเข็มวินาทีของนาฬิกาข้อมือ หรือคิดง่ายๆ ก็คือ “อย่างน้อยๆ 200 กม./ชม. มีอยู่ในมืออยู่แล้ว” ขนาดของกระบอกสูบ x ระยะชัก เท่ากับ 101.6 x 111.1 มม. กำลังอัดเครื่องยนต์ 9.5 : 1 ตัวเครื่องยนต์มีชื่อเรียกว่า Screamin Eagle เป็นเครื่องแบบ Twin Cam ให้อัตราเร่งที่จี๊ดสุดๆ ชุดเกียร์แบบแยกส่วน ส่งถ่ายกำลังด้วยสายพานมาชนที่เกียร์ โดยเป็นเกียร์ชนิดธรรมดา 6 สปีด ชุดคลัทช์แบบเปียกสั่งงานด้วยระบบไฮดรอลิค ขับเคลื่อนด้วยสายพาน สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า มิติตัวรถของรุ่นนี้มีขนาดความยาว / ความสูงจากพื้นถึงตัวรถ / ระยะห่างฐานล้อ / ความสูงของเบาะ เท่ากับ 2,390 / 120 / 1,630 / 616 – 660 มม. มีขนาดความจุถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง 18.9 ลิตร และน้ำหนักรวมตัวรถ 335 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักที่ตัวรถพร้อมใช้งาน ไม่ใช่น้ำหนักรถเปล่า จุดเด่นประจำตัวของ Fat Boy ก็คือ ชุดครอบแผงคอ, วงล้อ และท่อไอเสีย ตัวรถยังคงใช้ไฟหน้าแบบจอกลมเลนส์นูน ชุบกะโหลกไฟและชิ้นงานครอบแผงคอด้วยสีดำเงา ซึ่งมีชิ้นงานที่ยื่นออกไปครอบแกนช็อคอับหน้าอีกชิ้น จึงทำให้เราไม่สามารถมองเห็นแกนโช๊คอัพได้ แฮนด์บังคับทรงเตี้ยอารมณ์ลุยนิดๆ จับยึดกับแผงคอด้านลนด้วยตุ๊กตาแฮนด์ที่มีความสูงราวๆ 2 นิ้ว ตัวเรือนไมล์ประดับอยู่บนถังน้ำมันเชื้อเพลิง เบาะนั่งกดบุ๋มลึกลงไป โดยมีแนวรัศมีจากคอรถราวๆ 45 องศา เบาะผู้โดยสารยกสูงขึ้นมาเพราะที่นั่งของคนขี่ถูกกดลงไป บังโคลนหน้า/หลัง เป็นทรงปกติแต่แอบกระดกปลายแบบตูดเป็ดนิดๆ พักเท้าหน้ามาแบบเต็มไซส์ เสริมด้วยการรองสปริงลดแรงสะเทือน พักเท้าหลังเป็นพักเท้าเหล็กทรงกลมหุ้มด้วยยางอีกชั้น งานท่อไอเสียเป็นแบบ 2 – 1 – 2 ปลายตัดเฉียงขึ้นด้านบน วงล้อหน้า/หลังมาด้วยขนาด 17 นิ้ว เป็นวงล้ออลูมิเนียมที่มีการเจาะรูตามสไตล์ของ Fat Boy ยางหน้า/หลัง มาด้วยขนาด 140 / 75 – 17 นิ้ว / 200 / 55 – 17 นิ้ว โช๊คอัพหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิด ช็อคอับหลังเป็นแบบคู่ เพียงแต่ย้ายไปนอนขนานกับพื้น จึงทำให้มองไม่เห็น จานเบรคหน้ามาแบบเดี่ยว จานเบรคหลังเป็นแบบกึ่งให้ตัวได้ Fat Boy รุ่นนี้ใช้โลโก้ข้างถังน้ำมันเชื้อเพลิงรูปปีกที่มีวงกลมตรงกลางเป็นดาว และนี่ก็คือ Fat Boy S Fat Custom… totalmotorcycle

ละครหน้ากากนางเอก , เรื่องย่อหน้ากากนางเอก
ละคร หน้ากากนางเอก /  หน้ากากนางเอก เวิร์คพอยท์ ช่อง 23 / 

หน้ากากนางเอก บทประพันธ์ : ดัดแปลงจากเค้าโครงเรื่อง..มายารัญจวน บทโทรทัศน์ : อทิชา ตันธนวิกรัยสร้างสรรค์โดย : บริษัท มอนทาจ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ในเครือ บริษัท โมจิโต้ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กำกับการแสดงโดย : บรรจง สินธนมงคลกุล ออกอากาศ : ทุกวันจันทร์ -อังคาร เวลา 20.00 น. เวิร์คพอยท์ ช่อง 23 วงการบันเทิงเมืองไทยใครๆ ก็รู้จัก เอี๊ยม-อรัญภัทร (มารี เบิร์นเนอร์) นางเอกสาวสุดฮอต ลูกคนเดียวของ ท่านอานนท์ อัศวทินกร (ดอม เหตระกูล) นักการเมืองใหญ่อดีตรัฐมนตรี เอี๊ยมมีปัญหากับ พิมพิชชา (จอย-ชลธิชา นวมสุคนธ์) แม่เลี้ยงตัวแสบอดีตพยาบาลที่ดูแลแม่ของเธอ แต่ทะเยอทะยานตีท้ายครัวแย่งพ่อไปทำให้แม่ต้องตาย!! หนำซ้ำยังยุแยงให้พ่อตัดขาดความเป็นลูกกับเอี๊ยม..แค้นนี้จึงรอวันชำระ แต่ที่ทำให้เอี๊ยมตกเป็นข่าวแทบทุกวัน คือ มีปัญหากับเพื่อนร่วมค่ายอย่าง มะม่วง-เวฬุยา (บุศ-บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข) นักแสดงตัวรองรับบทหงิมๆ แต่ตัวจริงพูดขวานผ่าซาก แรง ไม่ยอมใคร มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง ต่างกับ เขม-เขมปัญฑา (จันจิ ไกอา-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย) นางร้ายสุดแซ่บที่ในจอแรงสุดติ่ง ผิดกับตัวจริงที่นุ่มนิ่มโลกสวยจนคนหาว่าแอ๊บแบ๊ว ข่าวฉาวของ 3 สาว ถูกใจ เจ๊เต่า-ตุลา จินดาวัฒนะ (เอ-สุรพันธ์ ชาวปากน้ำ) ผู้จัดการส่วนตัวมาก เพราะมันหมายถึงรายได้จากงานอีเว้นท์ ถ่ายแบบ และ ละคร จะวิ่งเข้าใส่โครมคราม ทุกคนพากันอิจฉาเอี๊ยมที่เป็นเซเลบ Some One มีแต่คนจับจ้อง พิมพิชชาคลั่งเอาชนะลูกเลี้ยงไม่ได้ทั้งที่ตะเกียกตะกายแย่งท่านอานนท์มาจาก สุวรีย์ แม่ของเอี๊ยมได้แล้ว จึงคว้า นังเบอรี่ (หลับปุ๋ย-พิมพ์รตา กิตติพัฒนาวัฒน์) เด็กในชุมชนที่บ้านเก่ามาเสริมทัพ เพราะเห็น วรรษชล แมคคินสัน (ต่าย-นัฐฐพนท์ ลียะวณิช) หนุ่มหล่อ ลูกบุญธรรมนักธุรกิจชาวต่างชาติ ทำรายการสารคดีเชิงอนุรักษ์ที่กำลังฮอต มีข่าวเป็นกุ๊กกิ๊กกับเอี๊ยม เอี๊ยมสืบรู้ว่าวรรษชลเคยเป็นแฟนเก่าของพิมพิชชา ที่ตอนนี้นังแม่เลี้ยงหน้าปลวกตามตื๊อจะสานสัมพันธ์ต่อ เอี๊ยมจึงหาโอกาสทำความรู้จักกับวรรษชลเพื่อขัดขวางพิมพิชชา วรรษชลดีใจที่ได้พบสาวน้อยที่เคยช่วยชีวิตเค้าตอนถูกพิมพิชชาหักอก ตอนนั้นวรรษชลเป็นแค่เด็กหนุ่มไร้อนาคต ถูกพิมพิชชาแฟนสาวพยาบาลทิ้งไม่ใยดี เค้าเมาจนเกือบถูกรถชนตาย ดีที่สาวน้อยเอี๊ยมมาช่วยไว้ทัน ความประทับใจจากวันนั้นจำมาถึงวันนี้ วรรษชลนับถือหัวใจอันแข็งแกร่งที่เอี๊ยมเคยปลอบเรื่อง แกสโทรทิช คือ สัตว์ที่มีวงจรชีวิตสั้นที่สุด แต่มันไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย คนเราดีกว่าเยอะ..เมื่อเกิดมามีวงจรชีวิตยาวกว่าก็ควรทำประโยชน์ให้มากที่สุด เมื่อมีโอกาสวรรษชลจึงเลือกทำรายการท่องเที่ยงเชิงสารคดี การเจอกันอีกครั้งของวรรษชลกับเอี๊ยมทำให้หัวใจทั้งคู่ใกล้ชิดกันโดยไม่รู้ตัว พิมพิชชาหาทางแก้เผ็ดลูกเลี้ยงด้วยการปล่อยข่าวมั่วให้ ป้าไก่ (เม้าท์ซี่-จันทร์สม กุลเทิดทูล) นักข่าวรุ่นเก๋าตามขุดคุ้ยทำลายเอี๊ยม ขณะที่พิมพิชชาจะแย่งหัวใจวรรษชลคืนในฐานะ แฟนเก่า!! เบอรี่ก็พยายามแทงข้างหลังเจ้านายเพื่อแย่งผู้ชายคนเดียวกัน เอี๊ยมทะเลาะกับแม่เลี้ยงแล้วหลุดปากว่าจะแย่งวรรษชลเพื่อแก้แค้น เขมอยู่ในเหตุการณ์บังเอิญถ่ายคลิปไว้ แต่เบอรี่แอบส่งคลิปนี้ให้วรรษชล เค้าเจ็บปวดมากที่ผู้หญิงที่รักเห็นเป็นแค่เหยื่อในการแก้แค้น วรรษชลตัดใจจากเอี๊ยมไปเงียบๆ พิมพิชชาเล่าเรื่องนี้ให้ คริสโตเฟอร์ (แมทธิว ดีน) หลานชายของ ดำรง (จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร) เจ้าของสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลน้องใหม่มาแรงฟัง เพราะดำรงจะดึงคริสโตเฟอร์มาเป็นพระเอกคู่กับเอี๊ยม เพื่อกอบกู้สถานการณ์ด้านละครของสถานีโทรทัศน์ตัวเอง ดำรงรุกหนักบังคับคริสโตเฟอร์ให้เป็นคู่จิ้นเอี๊ยมดังกระหึ่มวงการ วรรษชลแอบน้อยใจแฟนสาวอยู่เนืองๆ เพราะความเป็นตัวตนของเอี๊ยมทำให้คริสโตเฟอร์เชื่อใจยอมเผยกับเธอว่า “เค้าเป็นชายรักชาย” ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด ด้านเบอรี่ที่เริ่มไม่มีที่ยืนในวงการก็ยอมทำทุกทางเพื่ออัพตัวเองเป็นดาราแถวหน้าให้ได้ ถึงขั้นยอมเสียตัวให้ทั้งดำรง และผู้กำกับเพื่อจะโค่นเอี๊ยมให้ตกกระป๋อง งานแสดงของเอี๊ยมกลับมาเปรี้ยงอีกครั้ง แต่ความรักกับวรรษชลยังคลุมเครือ ต่างกับเขมที่หัวใจกำลังเบ่งบานพบรักกับ ปราชญ์ (โย่ง-อนุสรณ์ มณีเทศ) เจ้าของธุรกิจซุปเปอร์คาร์ หล่อ รวยไม่แพ้วรรษชล ตอนแรกปราชญ์คิดแกล้งเขมเพราะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นผู้หญิงของ ธาริช ผู้เป็นพ่อ จริงๆ ธาริชจะแต่งงานกับน้าสาวของเขมต่างหาก ด้านมะม่วงก็แฮปปี้ไม่แพ้กัน เมื่อ แทนไท (เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์) เจ้าของ “ไร่แทนรัก” รูปหล่อ มีเสน่ห์ตามจีบ ทั้งที่แรกๆ คู่นี้เกลียดขี้หน้ากันหนักมาก แทนคิดว่ามะม่วงไล่ล่าผู้ชายรวยๆ เลยตามสืบประวัติเธอ พอรู้จักตัวตนจริงๆ ไม่ใช่อย่างที่คิดจึงรุกจีบมะม่วง ทุกคนกำลังไปได้สวย..ทำให้พิมพิชชาสำนึกผิดที่ทำกับแม่ตัวเอง และแม่ของเอี๊ยม เมาประชดชีวิตหลุดปากพูดความจริงที่เป็นคนฆ่า! แม่เอี๊ยม อานนท์ไล่ออกจากบ้านทันที เค้าเสียใจที่ดูแลครอบครัวไม่ดีจนลูกสาวคนเดียวต้องออกไปอยู่นอกบ้าน ทุกอย่างพลิกผันเบอรี่ขึ้นแท่นเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ไม่เห็นหัวป้าไก่ และไม่จ่ายเงินส่วนแบ่งที่หางานให้ตามตกลง ทั้งคู่ผิดใจกันป้าไก่สาวไส้เบอรี่ออกมาแฉ - - เลยโดนเบอรี่กำจัดให้พ้นทาง ด้านเอี๊ยมก็ถูกช่องคุณแจ๊ดฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ฉีกสัญญา เดือดร้อนถึงละครของดำรงที่มีเอี๊ยมเป็นนางเอกก็ถ่ายทำต่อไม่ได้ เคราะห์ซ้ำ..พิมพิชชาถูกฆาตกรรม และเอี๊ยมเป็นผู้ต้องสงสัยคดีนี้ ทุกคนพยายามช่วยแต่ก็ต้องจนด้วยหลักฐานที่เบอรี่เอามาโชว์ว่าเอี๊ยมเป็นฆาตกร เรื่องราวความเข้มข้นจะไปต่อยังไง? ความรักของ วรรษชล จะช่วย เอี๊ยม ให้พ้นภัยได้รึเปล่า? ห้ามพลาด!! หน้ากากนางเอก ทุกคืนวันจันทร์-อังคาร 20.00 น. เวิร์คพอยท์ ช่อง 23 รายชื่อนักแสดง นัฐฐพนท์ ลียะวณิช รับบท วรรษ หรือ วรรษชลมารี เบิร์นเนอร์ รับบท เอี๊ยม หรือ อรัญภัทรอนุสรณ์ มณีเทศ รับบท ปราชญ์จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย รับบท เขม หรือ เขมปัญฑาทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์ รับบท แทน หรือ แทนไทบุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข รับบท มะม่วง หรือ เวฬุยาชลธิชา นวมสุคนธ์ รับบท พิม หรือ พิมพิชชาสุรพันธ์ ชาวปากน้ำ รับบท เจ๊เต่าพิมพ์รตา กิตติพัฒนาวัฒน์ รับบท เบอรี่แมทธิว ดีน รับบท คริส หรือ คริสโตเฟอร์จันทร์สม กุลเทิดทูล รับบท ป้าไก่ดอม เหตระกูล รับบท ท่านอานนท์จิราวัฒน์ วชิรศรันย์ภัทร รับบท ดำรงมยุริญ ผ่องผุดพันธ์ รับบท ช้องนางอู๊ด เป็นต่อ รับบท ผู้กำกับการแสดง

Asus Zenfone Max รุ่นใหม่ ราคาประหยัด แบต 5000mAh แถมชาร์จให้คนอื่นได้
asus /  Asus Zenfone Max / 

เอซุส ZenfoneMax รองรับวันที่ยาวนาน ด้วยแบตเตอรี่ถึง 5,000 mAh จากรูปแบบการใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานโซเชียลมีเดีย อ่านและตอบอีเมล เล่นเกม รับชมภาพยนตร์ ทำให้บางครั้ง แบตเตอรี่ในเครื่องไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานในหนึ่งวัน ส่งผลให้ต้องพกแบตเตอรี่สำรองและสายชาร์จ เพื่อเติมพลังให้กับสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้ไม่สะดวกในบางโอกาส โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการพกสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว สำหรับการใช้งานแบบสบายๆ เอซุสขอแนะนำ Zenfone Max สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh เพื่อตอบโจทย์การใช้งานแบบเต็มพิกัด ซึ่งนอกเหนือจากแบตเตอรี่ที่เป็นจุดเด่นแล้ว ยังมีด้านของดีไซน์ ประสิทธิภาพ และฟีเจอร์ที่ออกแบบมารองรับการใช้งานได้ในแทบทุกรูปแบบอีกด้วย มร. เจฟฟ์ โล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ด้วยปรัชญาของเราที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์อันยอดเยี่ยม ควบคู่ไปกับรูปลักษณ์อันหรูหรา ภายในราคาที่เป็นมิตร และตรงตามความต้องการให้กับลูกค้าของเราเสมอมา เอซุสจึงเชื่อว่า Zenfone Max น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ต้องการสมาร์ทโฟนที่สามารถใช้งานเป็นระยะเวลายาวนานได้เป็นอย่างดี ด้วยความโดดเด่นในหลายๆ ด้าน ซึ่งจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้ใช้งานในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน” Zenfone Max มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh นับเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ความจุแบตเตอรี่มากที่สุดในปัจจุบัน ทำให้คุณสามารถใช้งานจริงได้อย่างยาวนาน หรือจะสแตนด์บายก็สามารถอยู่ได้นานสุดถึง 38 วัน รองรับการทำงานได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการติดต่อสื่อสารตลอดทั้งวัน ผู้ที่ต้องการใช้เป็นอุปกรณ์ GPS ช่วยนำทาง รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ รวมถึงยังไม่จำเป็นต้องพกแบตเตอรี่สำรองอีกต่อไป นอกเหนือจากนั้น Zenfone Max ยังสามารถใช้เป็นแบตเตอรี่สำรองให้กับอุปกรณ์อื่นได้อีกต่างหาก ด้วยสาย USB on-the-go (OTG) ที่บรรจุมาให้ในกล่อง ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เสียบสาย USB OTG เข้ากับ Zenfone Max จากนั้นก็ใช้สายชาร์จทั่วไปมาเชื่อมต่อเข้ากับปลายสาย USB OTG แล้วเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ต้องการชาร์จ เพียงเท่านี้ก็สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จสมาร์ทโฟน กล้องดิจิตอล หรือจะเป็นอุปกรณ์แก็ดเจ็ตต่างๆ ก็ได้เช่นกัน ส่วนของรูปลักษณ์ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เอซุสตั้งใจนำเสนอใน Zenfone Max กับดีไซน์แบบฉบับใหม่ สื่อให้เห็นถึงความหรูหราพรีเมียมด้วยฝาหลังที่ได้รับการออกแบบให้มีสัมผัสดุจหนังแท้ นอกเหนือจากความสวยงามแล้ว ยังให้สัมผัสการใช้งานที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไป ขอบข้างมีการออกแบบและสร้างสรรค์ให้มีความคล้ายคลึงกับผิวโลหะ มอบความโดดเด่นอย่างมีสไตล์ให้กับ Zenfone Max ในมือของคุณ ให้สวยสง่าได้ในทุกสถานการณ์ ภายใต้ความบางสุดเพียง 5.2 มิลลิเมตรเท่านั้น เอซุส Zenfone Max มาพร้อมกับการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการใช้งานที่ยาวนาน กับประสิทธิภาพการทำงานอันยอดเยี่ยม ด้วยขุมพลังของชิปประมวลผลแบบควอดคอร์ Qualcomm Snapdragon 410 หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว HD IPS หน่วยความจำ 16GB รองรับการเพิ่มการ์ด MicroSD ได้ในตัว สามารถใช้งาน 4G LTE ได้ทั้ง2ซิม ในแบบ Dual SIM Dual Stand By ทำให้คุณไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยแบบโทรศัพท์ หรือจะเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็ตาม สำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพ Zenfone Max ก็สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีด้วยกล้องหลังความละเอียด 13ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมเทคโนโลยี PixelMaster ร่วมกับระบบเลเซอร์ออโต้โฟกัสและไฟแฟลชสองสีแบบ Dual color Real Tone เพื่อภาพที่มีสีสันเป็นธรรมชาติ ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี PixelMaster ที่มีการประมวลผลภาพชั้นยอด และมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย Zenfone Max เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ ณ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ในราคา 6,490 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ทับทิม มัลลิกา อดีตพิธีกรสาวสวย VRZO
Strawberry cheesecake /  ดาวมหาวิทยาลัย / 

ทับทิม มัลลิกา อดีตพิธีกรสาวสวย VRZO ที่เริ่มจากการเป็น 1 ในแก๊งค์พิธีกรสาวสวย ที่ใครๆ ก็รู้จัก Strawberry cheesecake รุ่นแรก เมื่อเกือบ 9 ปีก่อน และหลังจากนั้น เธอได้ออกมาเขียนพ็อกเกตบุ๊ก “แต่งเอง” เกี่ยวกับการแต่งหน้า และพัฒนาการความสวยของเธอก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้มาร่วมรายการสุดฮอตที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มวัยรุ่นกับการ "ขอสามคำ" VRZO และกลายเป็นคู่รักวัยรุ่นกับหนุ่ม ปลื้ม สุรบถ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักประวัติของสาวทับทิมกันค่ะ...(อัพเดทสถานะล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 59 หนุ่มปลื้มกับสาวทับทิมได้เลิกรากันแล้ว)  ทับทิม มัลลิกา อดีตพิธีกรสาวสวย VRZO ประวัติ ชื่อ : มัลลิกา  หลีกภัย (นามสกุลเดิม : จงวัฒนา) ชื่อเล่น : ทับทิม ชื่ออื่น : รูบี้ (Ruby) วันเกิด : 1 ธันวาคม 2531 อาหารโปรด : Dark Chocolate , มาม่า , ส้มตำ , แกงป่า สิ่งที่เกลียด : จิ้งจก การศึกษา :  - ประถมศึกษา โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ - มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ - คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ อาชีพ : ถ่ายแบบ / โฆษณา / พิธีกร ผลงานของ ทับทิม มัลลิกา : - พิธีกร รายการ Strawberry cheesecake - พิธีกร รายการ VRZO (วี-อาร์-โซ) - พิธีกร รายการ Lisa beauty guru - พ็อกเกตบุ๊ก “แต่งเอง” - Ambassador สถาบัน Netdesign - MV เพลง ยอมเจ็บไม่ยอมเหงา - เล้าโลม - MV เพลง เจ็บจุงเบย - VRZO - MV เพลง เปลี่ยนไปแล้ว - 123Soul - โฆษณา เครื่องดื่มไวตามิลค์ - โฆษณา ซันซแนค - เพลง หน้าแก่ - Doubletap - MV เพลง หน้าแก่ - Doubletap - MV เพลง OH BABY I - MIKE D. ANGELO - MV เพลง อกข้างซ้าย - หมอลาบลำซิ่ง (ประกอบโฆษณาซันสแนครสลาบ) IG : @tubtimofficial เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ : celebbeforeandafter, วิกิพีเดีย, @tubtimofficial

JAGUAR F – Type พยัคย์ร้ายหัวใจ V8
jaguar /  JAGUAR F – Type / 

JAGUAR  F – Type แม้จะทำแต้มได้น้อยกว่า PORSCHE 911 แต่สำหรับคนที่ได้ทดลองขับขี่ JAGUAR F – Type แล้วจะรู้ทันทีเลยว่ามันเหนือกว่าตรงที่ F Type เป็นรถที่มีสีสันและความสะใจมากกว่า ไม่ใช่ว่ายานยนต์เยอรมันนีอย่าง PORSCHE จะไม่ดีนะครับ เพียงแต่นักขับส่วนใหญ่ยังนิยมความผาดโผนมากกว่ารถที่จัดการกับทุกอุปสรรคได้ด้วยตัวเอง และรถรุ่น F Type จากค่าย JAGUAR ก็ได้คะแนนแบบนั้นไปค่อนข้างเต็มกราฟ ทั้งรูปทรงและเสียงคำราม มันชวนให้คนขับได้สนุกไปพร้อมกับรถ โดยใช้เครื่องยนต์แบบ V8 ที่พกความจุมาถึง 5 ลิตร (5,000 ซีซี.) มันส่งผลให้รถทำความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ได้ในเวลา 4.9 วินาที นอกจากนั้นยังกดแบบเต็มๆ ข้อชนิดลองกำลังตีนปลายได้ถึง 275 กิโลเมตร / ชั่วโมง ในส่วนของการออกแบบ F Type ใช้ไฟหน้าแบบ LED ซึ่งให้ความสว่างมากๆ แถมไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนจะมาทำลายหน้าเลนส์ไฟ เพราะ LED ให้ความสว่างโดยที่ไม่ค่อยก่อให้เกิดความร้อนสะสมมากนักเมื่อเทียบกับไฟหน้าแบบเดิมๆ บริเวณด้านหน้ารถมีการเซาะร่องเจอทางทางเดินอากาศแบบเต็มสกรีน ด้านหน้าสุดก็จะดักมวลลมไปเป่าระบายความร้อนเครื่องยนต์ และสองช่องด้านข้างก็จะผันอากาศไประบายความร้อนชุดเบรกและบังคับให้รถนิ่งเสถียรมากขึ้นเวลาอยู่บนความเร็วสูง มีลิ้นด้านหน้าใต้กันชนเอาไว้ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงโดยจะช่วยในส่วนของการเกาะถนน “แบบเดียวกับรถ F1 เลยก็ว่าได้” บนฝากระโปรงมีช่องเล็กๆ เอาไว้คลายไอร้อนจากเครื่องยนต์ และยังมีช่องเล็กๆ ข้างแก้มด้านหน้าเอาไว้ลดแรงดันป้องกันไม่ให้หน้ารถยกเสยขึ้นเวลาอยู่บนความเร็ว ในการออกแบบใช้หลักอากาศพลศาสตร์สุดๆ เรียกได้ว่ามีค่าเสียดทานอากาศน้อยมากๆ ทั้งนี้ก็เพื่อลดการแบกน้ำหนักของแรงม้าแต่ละตัวให้น้อยที่สุด ตัวรถขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ระบบกันสะเทือนเป็นแบบปีกนกอิสระทั้งหน้าและหลัง ส่งผลให้รถมีการถ่วงบาลานซ์น้ำหนักที่ดี โอกาสในการพลิกคว่ำถ้าจะวัดกันจริงๆ น้อยกว่า 1 % เมื่อเทียบจาก 100 เพราะฉะนั้นหากใครขับรถรุ่นนี้คว่ำ แนะนำให้ไปขับรถถังจะเหมาะกว่านะครับ “อิอิ” ในเรื่องของขนาดวงล้อรถรุ่นนี้จะใช้วงล้อขนาด 20 นิ้ว และมิติตัวรถของ F Type ก็จะมีความกว้าง / ยาว / สูง เท่ากับ 1,923 / 4,470 / 1,311 มม. มีระยะห่างฐานล้อ 2,622 มม. น้ำหนักรวมของตัวรถ 1,567 กิโลกรัม เรียบเรียงโดย A'Lure Magazine Photo Credit : net cars show ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A'Lure Magazine Vol.67

งานตัดต่อต้องมา รวมสุดยอดภาพตัดต่อ The Best แห่งปี 2015
งานตัดต่อต้องมา /  ตัดต่อรูป / 

รวมมาให้ดู The Best แล้วจริงๆ รวมสุดยอดภาพตัดต่อที่ฮามากๆ ที่พูดได้เต็มๆ ปากว่า ปี 2015 เป็นปีแห่ง งานตัดต่อต้องมา ปี 2015 ที่ผ่านมานี้เรียกว่าเป็นปีทองของขาตัดต่อรูปบนโลกอินเตอร์เน็ตเลยทีเดียวก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในสังคมก็ตาม ชาวเน็ตก็มักที่จะมีความคิดสร้างสรรค์หยิบรูปมาตัดต่อกันอย่างสนุกสนานทุกครั้งไป และไม่ใช่แค่เมืองนอกอย่างเดียวนะครับ ไทยเราก็มี ยกตัวอย่างเช่นรูปน้ำท่วมสยาม ถนนเป็นหลุม และอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า งานตัดต่อต้องมา สำหรับปี 2015 และวันนี้ Men.MThai เราก็เลยจะขอหยิบรูปภาพตัดต่อทีเรียกได้ว่าดีที่สุด The Best มาให้เราได้ดูกัน ภาพต้นฉบับ : เด็กน้อยลืมใส่น้ำลงไปในบะหมี่ก่อนเข้าเวฟ ภาพตัดต่อ : ฝีมือทำอาหารแบบนี้ต้องไปเจอเชฟ Gordon Ramsey ใน Hell Kitchen ภาพต้นฉบับ : กรรมการ Hockey ตกใจที่ผู้เล่นตีกัน ภาพตัดต่อ : ตกใจแบบนี้ต้องไปอยู่ในซีนบ้านผีสิงในสวนสนุก ภาพต้นฉบับ : Robert Mugabe ท่านประธานาธิบดี Zimbabwe ล้มสะดุดตกโพเดียม ภาพตัดต่อ : ท่านกำลังขี่ไดโนเสาร์เพื่อปกป้องประเทศ ภาพต้นฉบับ : แมวน้ำติดเครื่องบันทึกข้อมูล ภาพตัดต่อ : ภาพสำนักงานที่ออกแบบดีไซน์ใหม่ SeaWorld ภาพต้นฉบับ : Will Ferrell เขวี้ยงลูกบาสใส่หน้าเชียร์ลีดเดอร์ในหนัง ภาพตัดต่อ : เจอคอมโบเข้าไป ชนะเลย ภาพต้นฉบับ : ก่อนที่จะเขวี้ยงลูก ภาพตัดต่อ : เจอหมัดตรง TKO ภาพต้นฉบับ : ผู้ชนะแข่งกินจุกับสาวๆ Laker ภาพตัดต่อ : ส่งตัวโซโลกับวูกีมาให้ข้าซะดีๆ ภาพต้นฉบับ : ลูกหมาปั๊กกำลังวิ่ง ภาพตัดต่อ : ภาพนี้บอกเลยว่าใครตัดต่อนี่อย่างเมพ ภาพต้นฉบับ : ช่วยเหลือรักษาเจ้าหมาป่า ภาพตัดต่อ : เมื่อเราเดินอยู่ดีๆ แล้วคนข้างหน้าทะเลาะกันแบบไม่ได้ตั้งตัว ภาพต้นฉบับ : เจ้าหนูน้อยกับตัว Marmot ภาพตัดต่อ : EP7 ย้อนไปเมื่อ ฮัน โซโล และ ชิวแบคคา ยังเป็นเด็ก ภาพต้นฉบับ : ภาพเฮียอดัมส์กับโฆษณา Proactiv+ ภาพตัดต่อ : อันนี้เขาเรียกว่ากรรมตามสนองจริงๆ Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาต้นฉบับจา http://diply.com/tenashar/funny-photoshop-battles

ประมวลภาพ ความเคลื่อนไหว การเพิ่มความจุสนาม แอนฟิลด์!!
ความจุ /  ปรับปรุง / 

ใครที่เป็นแฟน ลิเวอร์พูล ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของสโมสรมาโดยตลอด คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าในตอนนี้ทีมหงส์แดงกำลังเร่งปรับปรุง อัฒจันทร์ แอนฟิลด์ สนามเหย้าของพวกเขาอยู่ เพื่อเพิ่มความจุของแฟนบอล โดยทุ่มงบประมาณกันสูงถึง 260 ล้านปอนด์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการกันมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2014 สำหรับการปรับปรุงอัฒจันทร์ฝั่ง เมน สแตนด์ ในครั้งนี้ จำนวนที่นั่งที่เพิ่มขึ้นราว 8,500 ที่นั่ง จะทำให้ความจุของสนามเพิ่มขึ้นเป็น 54,000 ที่นั่งโดยประมาณ ซึ่งผู้รับผิดชอบในการดำเนินการอย่าง เฟนเวย์ สปอร์ตส กรุ๊ป มีแนวคิดในการขยายอัฒจันทร์ว่า เพื่อคงไว้ซึ่งหัวใจและจิตวิญญาณของแอนฟิลด์และเมืองลิเวอร์พูล จนถึงวันนี้ ทุกอย่างคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าสนาม แอนฟิลด์ ฉบับปรับปรุงใหม่นี้ จะแล้วเสร็จก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2016/17 ตามที่ตั้งใจเอาไว้ได้อย่างแน่นอน ... และความรวดเร็วของโครงการนี้ก็ทำให้เกิดคำพูดตลกๆ ขึ้นมาคำหนึ่งว่า กรุงโรมคงจะสร้างเสร็จภายในวันเดียว หากว่าพวกเขาให้ เฟนเวย์ สปอร์ตส กรุ๊ป รับผิดชอบการก่อสร้าง! สามารถรับชมภาพสุดพิเศษนี้เพิ่มเติมได้ในนิตยสาร LIVERPOOL FC THAI EDITION ฉบับล่าสุด

เว็บดัง! จี้สอบสำนักเลขาฯ ซื้อรถเข็นน้ำแข็งแพงเกินจริง
ทำเนียบ /  รถเข็นน้ำแข็ง / 

สำนักเลขาฯนายก จัดซื้อรถเข็นน้ำแข็งใหม่ 2 คัน 8.1 หมื่น นำเข้าจากสหรัฐฯ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 59 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ isranews.org ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มีการประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลจัดซื้อรถเข็นน้ำแข็ง 2 คันเพื่อให้สำนักแบบพิธีรับรองนำไปใช้งาน เป็นเงินกว่า 80,000 บ. ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวทำให้เว็บไซต์ดังตั้งข้อสงสัยว่า ทำไม ? ทำเนียบถึงต้องการรถเข็นน้ำแข็งที่มีราคาสูงมาไว้ใช้บริการมากขนาดนี้ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงข้อสงสัย เพื่อไขความกระจ่างและแสดงความบริสุทธิ์ใจให้สังคมรู้ว่าการจัดซื้อมีที่มาที่ไป ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นแต่อย่างใด สำหรับรถเข็นน้ำแข็งทั้ง 2 คันรายงานระบุว่า ผลิตจากสหรัฐอเมริกา ตัวถังทำจาก Polyethylene ด้านในบุด้ายโฟมอย่างหนา สามารถเก็บรักษาความเย็นได้ตลอดทั้งวัน และยังช่วยป้องกันความร้อนจาก ด้านนอกได้เป็นอย่าดี มีวาว์ล สำหรับปล่อยน้ำทิ้ง จึงทำความสะอาดง่าย ขนาด กว้าง 585 x หนา 865 x สูง 1005 มิลลิเมตร ความจุ 91 กิโลกรัม สี น้ำตาลเข็ม รายละเอียดของล้อรถเข็น 2 ล้อเลื่อน, มี 1 ล้อ เบรค 2 ล้อหลังใหญ่ 254 มิลลิเมตร ตั้งราคาไว้ที่คันละ ราคา 63,500.00 บาท หากบวกเพิ่มอีก 1 คัน ก็จะเท่ากับราคากลาง คือ 127,000 บาท ข้อมูลข่าวจาก www.isranews.org ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

AUDI R8 V10 หล่อแรงเยอรมันสไตล์
audi /  AUDI R8 / 

AUDI R8 V10 แม้จะมีคนแอบแซวว่าเยอรมันนีออกแบบรถไม่ค่อยสวย แต่ถ้าจะวัดกันในเรื่องของแรงม้าและพลังแล้ว “คิดผิด คิดใหม่ ได้นะ” ครั้งนี้เป็นการจับเอารถแรงในแบบสปอร์ตจากผู้ผลิตที่มีชื่อว่า AUDI มาให้ได้รู้จักกัน แม้ว่าในประเทศไทยจะไม่ค่อยได้เห็นกันสักเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะว่านี่คือรถที่ดีและน่าขับที่สุดอีกรุ่น แม้ว่ารูปทรงจะดูธรรมดาไปนิดก็ตาม AUDI R8 V10 คือรหัสรถที่เรากำลังพูดถึง มันเป็นรถสองประตูแบบฮาร์ดท็อป (หลังคาแข็ง) ที่ใช้การวางเครื่องยนต์ด้านหลังคนขับ แบบเดียวกับรถอิตาลี่ เพียงแต่ว่าถ้าเป็น AUDI เขาจะลดระดับเสียงในห้องโดยสารและจัดการให้รถนิ่มนวลมากขึ้น นอกจากนั้นยังประเคนระบบอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ คอยอำนวยช่วยตลอดการขับขี่ ตัวเครื่องยนต์สันดาปด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิน 4 จังหวะ 10 ลูกสูบ V10 มีขนาดความจุสุทธิ 5,200 ซีซี. ระบบเกียร์มีทั้งแบบธรรมดาที่ควบคุมโดยคนขับและชนิดอัตโนมัติที่ปรับเปลี่ยนเกียร์ตามรอบของเครื่องยนต์ ทำความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ด้วยเวลา 3.2 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดถึง 330 กิโลเมตร / ชั่วโมง สำหรับเรื่องของแรงม้า R8 V10 มีแรงม้าอยู่ทั้งสิ้น 610 ตัว การออกแบบเน้นให้รถมีความโค้งมนมากที่สุดเพื่อหลีกหนีการเกิดสภาวะเสียดทานอากาศ ประตูแม้จะเป็นแบบ 2 ประตู แต่ก็ต้องเปิดด้านหลังด้วยถึงจะเข้าออกได้สะดวกง่ายขึ้น มีเกียร์มือแบบเกียร์กระปุกและสามารถปรับไปเป็นเกียร์อัตโนมัติได้ หน้าปัดวัดรอบเครื่องยนต์มีรอบให้ใช้งานถึง 10,000 รอบ / นาที ส่วนหน้าปัดวัดความเร็วจะรายงานทั้งแบบ กิโลเมตร / ชั่วโมง และ ไมล์ / ชั่วโมง ลักษณะหลังคามาแบบเตี้ยๆ และกดที่นั่งให้ต่ำลงไป เพื่อรับความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับรถแข่ง ไฟหน้าเป็น LED แบบเต็มระบบ ชุดไฟท้ายก็เช่นกัน ในการควบคุมต่างๆ ของรถจะสั่งงานง่ายๆ ด้วยปลายนิ้วโดยทั้งหมดจะถูกติดตั้งไว้บนพวงมาลัย เบาะนั่งให้อารมณ์สปอร์ต แต่ก็อนุโลมให้สามารถพับปรับได้เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ระบบห้ามล้อเป็นจานเบรกทั้งหมด และสั่งงานด้วยระบบไฮดรอลิค ชุดรับแรงสะเทือนเป็นแบบอิสระ มีการค้ำหัวโช๊คอัพเพื่อเพิ่มความเสถียรให้มากขึ้น นอกจากนั้นยังมีการติดสปอยเลอร์หลังเพื่อเสริมแรงกดด้านท้ายช่วยให้รถนิ่งมากขึ้นบนย่านความเร็วสูง ซึ่งลักษณะของการออกแบบมองทันทีก็รับรู้ได้เลยว่าเป็นรถสัญชาติเยอรมันนี เพราะการออกแบบนั้นมันฟ้องอย่างชัดเจน นี่ถ้าใครกำลังมองหารถสปอร์ตแรงๆ อยู่ล่ะก็ AUDI R8 V10 ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ไม่น้อยเลย เพราะนอกจากความแรงที่มีมาแล้ว มันยังมีความหรูติดปลายนวมมาอีกด้วย เรียบเรียงโดย A'Lure Magazine Photo Credit : net cars show ติดตามเพิ่มเติมได้ใน A'Lure Magazine Vol.67

Neffos C5 สมาร์ทโฟน 4G รุ่นแรกในไทย จาก TP-Link
Neffos C5 /  Neffos C5L / 

ทีพี-ลิงค์ เปิดตลาดมือถือ 4 G ส่ง Neffos C5 เข้าตีตลาดสมาร์ทโฟน ทีพี - ลิงค์ (TP-Link) ประกาศจุดยืนต้อนรับการเปิดเสรี AEC และเปิดศักราช 4G อย่างเป็นทางการในไทย ด้วยการเปิดตัวโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด Neffos C5 รุกตลาดสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก รายงานข่าวจากบริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุดที่ TP-LINK ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับระบบ 4G โดยเฉพาะ โดย Neffos ตระกูล C5 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้พัฒนาขึ้นและได้เปิดตัวบนเว็บไซต์ www.neffos.com นายจัสติน ทู รองประธานของ ทีพี – ลิงค์ กล่าวว่า คำกล่าวที่ว่า ‘สมาร์ทและเรียบง่าย’ นั้นสะท้อนอยู่ในสินค้าของเราทุกตัว ซึ่งมีเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตของผู้ใช้ง่ายขึ้น และ TP-LINK จะยังคงสร้างไลฟ์สไตล์แบบนี้ต่อไป” จุดเด่นของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่น Neffos ตระกูล C5 มีระบบประมวลผลความเร็วสูง ด้วยซีพียูแบบ quad-core 64-bit มี ROM 16GB และ RAM 2GB พร้อมด้วยกล้องถ่ายรูปแบบซูเปอร์คาเมร่า ที่มีโหมด “intelligent” และมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้มากถึง 30 ฟิลเตอร์ และมีความจุในการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ มีโปรแกรมพื้นหลังแบบ มัลติเธรด และกล้องอันทรงพลังที่จะให้ความสมดุลและประสบการณ์ดี ๆ กับผู้ใช้ได้ สำหรับรุ่น C5 Max ให้ภาพที่คมชัดคุณภาพแบบคริสตัลเคลียร์ ด้วยหน้าจอ FHD IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของภาพและสีได้อย่างคมชัด ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม ซึ่งกล้องหลังมีความละเอียดสูงถึง 13 MP และกล้องหน้ามีความละเอียดถึง 5 MP โดยรูรับแสงขนาดใหญ่ถึง F2.0 ในกล้องหน้าจะทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพสวย ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา ส่วนรุ่น C5L เปิดตัวมาด้วย RAM ขนาด 1GB และ ROM 8GB และยังรองรับหน่วยความจำเสริมอย่าง SD memory ได้มากถึง 32 GB โดยกล้องหลังมีความละเอียด 8 MP และกล้องหน้ามีความละเอียด 2 MP สำหรับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่น Neffos series รุ่นใหม่ล่าสุดจาก TP-LINK สามารถแสดงให้เห็นถึงความสวยงามของการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยเน้นให้เห็นถึงสีและพื้นผิวดั้งเดิมของวัสดุ ด้วยการใช้โพลีคาร์บอเนตมาประกอบเข้าด้วยกัน จับได้ถนัดมือด้วยส่วนโค้งด้านข้างที่พอเหมาะ และปุ่มด้านข้างก็มีพื้นผิวแบบ CD “Neffos นั้น ถือเป็นการเดินทางใหม่สำหรับ TP-LINK ในการสร้างไลฟ์สไลต์ที่มากยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ของเรา เราหวังว่า ความสำเร็จของ Neffos ในตลาดโลกจะช่วยให้เราได้เห็นภาพในการพัฒนาสินค้าให้มากขึ้นและดียิ่งขึ้นได้ในอนาคต”

กลุ่มไอเอส ก่อกวนอีก บุกเผาคลังน้ำมันขนาดใหญ่ในลิเบีย
กรุงปารีส /  กลุ่มไอเอส / 

กลุ่มไอเอส ก่อกวนอีก บุกเผาคลังน้ำมันขนาดใหญ่ในลิเบีย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงปฏิบัติหน้าที่ในคลังน้ำมันขนาดใหญ่ในเมือง ราส ลานูฟ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ กลุ่มไอเอส นำกำลังบุกเข้าโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยตั้งแต่เริ่มต้นปีที่ผ่านมา กลุ่มไอเอส ได้อ้างว่า ก่อเหตุโจมตีแหล่งน้ำมันที่อยู่ในแอ่งน้ำมัน เซอร์เต หลายครั้ง ปริมาณการผลิตน้ำมันในลิเบียปัจจุบันยังห่างไกลจากระดับการผลิตก่อนเกิดจลาจลในปี 2554 ซึ่งอยู่ที่กว่า 1 ล้าน 6 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะที่แกนนำกลุ่มบริษัทน้ำมันในลิเบีย ก็ออกมาเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า ลิเบียจะตกอยู่ในภาวะที่วุ่นวายกว่านี้ หากไม่รีบก่อตั้งรัฐบาลที่มีเอกภาพขึ้น ขอบคุณรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ยุโรปผวา กลุ่มไอเอสล้ำหน้า พัฒนากลยุทธ์การโจมตีในด้านต่าง ๆ ขยายอำนาจทั่วโลก รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เพจ 'บีบีซี ไทย' ระบุว่า นายรอบ เวนไรท์ ผู้อำนวยการตำรวจยุโรป ประกาศเตือนภัยร้ายอีกระลอก ของกลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ กลุ่มไอเอส กำลังพัฒนากองกำลังพิเศษเพื่อโจมตีประเทศในยุโรป และทางกลุ่มอาจกำลังวางแผนโจมตีในลักษณะที่คล้ายกับการโจมตีในเมืองมุมไบเมื่อปี 2551 รวมถึงเหตุวินาศกรรมกลางกรุงปารีสเมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 130 ศพ ขณะนี้ มีการสืบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างการก่อการร้ายกับกลุ่มอาชญากรรมอื่น โดยหลักฐานต่าง ๆ ชี้ว่ากลุ่มไอเอสได้ปรับกลยุทธ์ใหม่โดยพุ่งเป้าไปที่การก่อเหตุในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งล่าสุด ภัยคุกคามดังกล่าว ได้เดินทางมาถึงอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน พร้อมกันนี้ ข้อมูลยังระบุด้วยว่า กลุ่มไอเอส พัฒนาเทคนิคการใช้รหัสที่ล้ำหน้ามากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ รวมทั้งกว่าร้อยละ 80 มีประวัติอาชญากรรม รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุ ที่จัดเป็นภัยคุกคามร้ายแรง -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายภูมิภาคยุโรป เผย ไอเอส วางแผนโจมตียุโรปรอบใหม่ หลังจากเคยก่อเหตุมาแล้วในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายภูมิภาคยุโรป ในสังกัดสำนักงานตำรวจของกลุ่มสหภาพยุโรป ที่กรุงเฮก ได้มีการแถลงข่าวการของ นายร็อบ เวนไรท์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายภูมิภาคยุโรป กล่าวว่า กลุ่มไอเอส มีความต้องการและความสามารถเพียงพอที่จะโจมตีครั้งใหม่ในประเทศยุโรป จากการประเมินดังกล่าวพิจารณาจากการหารือในช่วง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา ของหน่วยงานความมั่นคงจากประเทศสมาชิกอียู และสรุปออกมาเป็นรายงานความยาว 8 หน้า ระบุอีกว่า การโจมตีของไอเอส อาจจะมีขึ้นในไม่ช้านี้ สนุบสนุนเนื้อหาจาก INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'กลุ่มไอเอส' เผยแพร่วิดีโอ ประวัติกลุ่มคนร้าย 9 คนที่ร่วมกันก่อวินาศกรรมกลางกรุงปารีส สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กลุ่มรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย หรือ 'กลุ่มไอเอส' เผยแพร่วิดีโอลงในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับประวัติกลุ่มคนร้าย 9 คนที่ร่วมกันก่อวินาศกรรมกลางกรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 130 ศพ ทั้งนี้เนื้อหาของคลิปวิดีโอดังกล่าว แสดงให้เห็นเรื่องราวของผู้ต้องสงสัย 9 รายที่เสียชีวิตในระหว่างก่อการร้าย ในช่วงก่อนที่พวกเขาจะก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีภาพของสถานที่ที่ทั้ง 9 คนจะลงมือก่อเหตุในกรุงปารีส และปิดท้ายที่ภาพของสมาชิกสภาอังกฤษ ที่ออกเสียงสนับสนุนให้ใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรีย หนึ่งในนั้นเป็นภาพของนายอับเดลฮามิด อบาอุด ชาวเบลเยียม ผู้บงการก่อเหตุ ที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญในขณะบุกจู่โจมที่พักในย่านแซงเดอนีส์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยอีกมากกว่า 2 คนอยู่ในระหว่างการหลบหนี อย่างไรก็ตาม กลุ่มเครือข่ายที่ติดตามความเคลื่อนไหวของไอเอสผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ระบุว่าสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำวิดีโอนี้คือเมืองรักกา เมืองยุทธศาสตร์ของกลุ่มไอเอส ก่อนการโจมตีกรุงปารีส สนับสนุนเนื้อหาโดย js100