จุงเบย

แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1)
ที่พักเวียดนาม /  ที่เที่ยวเวียดนาม

เพจเก็บกระเป๋า ได้แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปต่างประเทศครั้งแรก ตื่นเต้นสิ ไปกันสามคน สามสาว สามโสด 4 - 8 มีนาคม 2558 4 คืน 5 วัน แบกเป้เร่ร่อน โฮจิมินห์ - ถิ่นลุงโฮ ||| ดาลัด - ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดี๊ดี ||| มุยเน่ - เมืองทะเลทรายชายทะเล ทั้งเดิน วิ่ง แว๊น แท็กซี่ รถเมล์ รถบัส มินิบัส รถจิ๊บ เจอหลากสภาพอากาศ ทั้งร้อน ร้อนโคตร เย็น เย็นโคตรๆ ที่สำคัญ จดจำเหตุการณ์นี้ไปตลอดชีวิต กับการตกเครื่องครั้งแรก ความเงิบจึงบังเกิด แต่ก็ทำให้เราได้อยู่ต่ออีก 1 วัน หุหุ แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 1) ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คนละ = 8,700 บาท ตั๋วเครื่องบินไปกลับ + ค่าอาหาร + ของฝาก + ที่พัก (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินที่ซื้อใหม่นะ) ปล.ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสมาชิกพันทิปท่านนึง ถ่ายรูปสวยมาก เวลา 5 ทุ่ม เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนเราไลน์ชวนไปเที่ยวเวียดนาม เราก็ตอบตกลงไป คำเดียวแบบไม่คิด และจองตั๋วไปกลับ ดอนเมือง-ไซง่อน(โฮจิมินห์) ในคืนนั้นเลย 3,000 บาท คือก็ไม่ได้เห่อนะ แต่อารมณ์อยากเที่ยวมันพาไป กิกิ >\\<  จนเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาที่เราสองสามคนเฝ้ารอก็มาถึง ตื่นเต้นสิคะ ตปท.ครั้งแรกน้าาา เราได้ Flight FD 650 DMK-SGN 07.45 น. ก่อนเดินทางเราได้ศึกษาข้อมูลมาพอสมควร และแลกเงินที่ซุปเปอร์ริชทั้งเงิน USD และ VND  พวกทศนิยมเล็กๆ น้อยๆ อย่าไปคิดมากค่ะ แลกให้พอมีติดตัว เน้นความสะดวก เพราะถ้าหาร้านรับแลกที่โน่นไม่เจอก็แย่ เราใช้เวลาเดินทาง 1.30  ชม. ก็มาถึงสนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต ไซง่อนหรือนครโฮจิมินห์นั่นเองค่ะ โฮจิมินห์อดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอีกด้วยค่ะ ถึงสนามบินแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ซื้อซิมค่ะ เดี๋ยวลงแดง !! ที่นี่จะมี vinaphone กับ mobifone (แบรนด์นี้ พนง.ไม่ให้เราถ่ายรูป) เราเลือก vinaphone แพ็คเกจกะมีให้เลือกเยอะกว่า และถูกกว่า เราเลือกแพ็คเกจ unlimited 1.2 GB เล่นเน็ตได้อย่างเดียว ราคา 1่15.000 ดอง (จะใช้ . แทน ,) พอดีใช้ซิม Standard เลยได้ลดอีก 18.000 ดอง เก๋ๆ วิธีคิดค่าเงินง่ายๆ คือ ตัดศูนย์ข้างหลังทศนิยมออก x 1.5 เช่น 115.000 ดอง เป็นเงินไทย 115 x 1.5 = 172.5 บาท เราเดินออกจากสนามบินมาทางขวามือ มอง 45 องศาอีกฝั่ง ประมาณ 500 เมตร จะเจอรถเมล์สาย 152 (เฮ้ยยยย ข้อมูลที่หามา เป๊ะอ๊ะะะ !!) เราขึ้นไปนั่งรอบนรถ สุดท้ายหน้าแตกจ้ะ รถที่ออกคือคันหลัง - - ได้ย้ายกันทั้งคัน ค่าโดยสารเข้าเมือง ราคา 5.000 ดอง ใครมีเป้ ข้าวของ เอาวางไว้ที่ตักนะคะ เด๋วจะโดนเรียกเก็บเป็น 10.000 ดอง แต่บางทีถ้าเราเอามาวางไว้ที่ตักแต่กระเป๋าเรามันใหญ่มากๆ เขาก็คิดเพิ่มนะคะ นั่งรถเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่ะ รถจะผ่านวงเวียนใหญ่ ตรงตลาดเบนถัน(ตามรูป) และรถจะจอดให้ลง ที่นี่สมคำร่ำลือจริงๆ เมืองแห่งมอไซค์ค่ะ คือรถโคตรเยอะ แซ้บบอยสก๊อยเกิลก็เถอะ เจอพี่เวียดเข้าไป เป็นต้องหลบให้เลยค่ะ ที่นี่ใส่หมวกกันน็อคกันทุกคนนะคะ ชอบมาก อยากให้คนไทยเป็นแบบนี้ เวียดนามจะมีรถสามล้อที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เราไม่นั่งค่ะ ได้เห็น ได้ถ่ายรูปพอละ เสี่ยงโดนโกง และเปลืองตัง ห้าาา ขณะนี้เวลา 11.45 น. เรารีบกางแผนที่ ตามหาเวียตซีค่ะ (Vietsea Tourist) เราจะจองทริปครึ่งบ่ายไปอุโมงค์กู๋จี ตอนแรกมึนมาก เดินมาผิดทาง เพราะมองแผนที่กลับหัว เอิ้กๆ วิธีมา >> ต้องเดินตามถนน PhanNgu Lao เส้นสวนสาธารณะนะคะ จะเจอเวียตซีอยู่ซ้ายมือชั้นล่าง ใต้โรงแรม KIM KHOI HOTEL ค่ะ ค่าทัวร์ 5 USD/คน พนง.จะนัดเวลา มาให้ตรงเวลานะคะ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ จากนั้นเราเดินหา บริษัท Phuong Trang ค่ะ เป็นบริษัทรถที่เราจะจองไปดาลัดคืนนี้ >> จากเวียตซี เดินต่อไปนิดเดียวจะเจอแยกถนน De Tham  เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 100 เมตร จะเจอที่ขายตั๋วค่ะ เราจองรถนอนไปดาลัด รอบประมาณ 23.45 น.  ราคา 230.000 ดอง ซึ่งรถจะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงค่ะ ถ้าซื้อเวียตซีจะโดนชาร์จนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ลำบากอะไร ไปซื้อเองดีกว่าค่ะ ใกล้กันมากๆ ระหว่างรอขึ้นรถไปอุโมงค์กู๋จีเราก็เดินๆ หาอะไรกินกันค่ะ ปรากฏว่าเพลิน ลืมกิน เวลาก็จวนจ่ำ เลยต้องรีบเดินกลับค่ะ หลังๆ ดูเวลา เดินไม่ได้แล้วค่ะ วิ่งสิคะ โห...ผมนี่ติดสปีชเลย แต่เชื่อมั้ยว่าไม่ทัน ช้าไป 5 นาที ร้องไห้แปรบบบ เหงือนี่แตกพราก หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ พนง.ที่เวียตซีน่ารักมากค่ะ พาเราเดินไปรอรถอีกฝั่ง น่าจะให้วนมารับอีกรอบ ตอนขึ้นรถนี่พูดได้เต็มปากว่า "โคตรอาย"  ดังนั้นเพื่อนๆ อย่าเผลอนะคะ กะเวลาเวลาดีๆ ไม่งั้นหมี่เหลืองแน่ เรานั่งรถบัสที่ทางเวียตซีจัดให้ไปอุโมงค์กู๋จี ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติเกือบทั้งคัน มีไกด์ชื่อ คุณแจ็ค ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง พอถึงอุโมงค์กู๋จี ไกด์จะเก็บเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการเข้าชมคนละ 110.000 ดอง และจะพาเราไปปรับพื้นฐานเบื้องต้นก่อนไปสถานที่ต่างๆ ไกด์พามาดูกับดักค่ะ ด้านล่างจะมีเหล็กแหลมคอยดักศัตรูให้ติดกับ อุโมงคกู๋จี ห่างจากโฮจิมินห์ 40 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์ของชาวเวียดกงที่ขุดขึ้นขนาดพอดีกับตัวในสมัยที่ทำสงครามกับกองทัพอเมริกา รวมถึงกองทหารพันธมิตรจากนานาประเทศ ใช้ซุ่มโจมตีกองกำลังทหาร ทำให้ทหารเวียดนามได้รับชัยชนะในการรบกับทหารอเมริกา ถึงขั้นที่อเมริกาคิดที่จะมาทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ แต่พันธมิตรยับยั้งไว้ก่อน โดยอุโมงค์นี้มความยาวกว่า 200 กิโลเมตร อยู่ได้ถึง 80,000 คน ใช้เป็นที่บัญชาการทางทหาร เป็นหลุมหลบภัย และอุโมงค์นี้ยังสามารถทะลุออกแม่น้ำไซ่ง่อนได้อีกด้วย มีทั้งให้ลองลอดอุโมงค์ บางอุโมงค์ต้องคลานเท่านั้น คืออิชั้นขอบายค่ะ คุณลุงทหารกำลังทำรองเท้าอยู่ค่ะ รองเท้าทำมาจากยาง สมัยก่อนทหารเวียดนามจะใส่รองเท้าสลับหัวท้าย เพื่อเป็นกลอุบาย หลอกล่อศัตรู ให้เดินมาติดกับดัก อารมณ์เดียวกับ กัณหา ชาลี เลย คือทหารเวียดนามฉลาดมากอ่า ก่อนกลับไกด์พามาที่โรงอาหารของทหารเวียดนาม เป็นโต๊ะไม้ยาวๆ มีของกินด้วยนะคะ "มันเผา" แบบฉบับทหารเวียดนาม จิ้มกับพริกเกลือ แต่ที่นี่จะใส่ถั่วลิสง รสชาติอร่อยดีนะ หอมๆ แปลกดี ทุกจุดที่ไกด์พากรุ๊ปทัวร์ไป เราจะเป็นสามคนสุดท้ายที่ไปช้าเสมอ และไกด์ก็มักเรียกเราด้วยประโยคนี้เสมอ เฮ้ มายกรุ๊ป คัมเฮีย !! เราใช้เวลาอยู่ที่อุโมงค์กู๋จี 1.45 ชั่วโมง กลับเวลา 16.30 น. ใช้เวลาเดินทางอีก 2 ชั่วโมงเหมือนเดิมค่ะ ช่วงว่างๆ นี่ นอนเอาแรงเหอะ ^^ Zzz. กว่าจะถึงโฮจิมินห์ก็ 18.30 น. ละค่ะ เราลงจากรถมองหาของกินอันดับแรกเลย เจอร้านน้ำผลไม้ปั่น น่ากินดี ราคา 15.000 ดองเอง เลยสั่งมาสามแก้ว น้ำส้ม น้ำมะม่วง น้ำสับปะรด รสชาติโอเคเลยถ้าเทียบกับราคา เราขอฝากกระเป๋าไว้ที่เวียตซี แล้วบอกเขาว่าจะมาเอาตอน 3 ทุ่ม เพราะถ้าเดินแบกไปเรื่อยๆ อาจมีหลังทรุด เราเดินไปตามสวนสาธารณะ จุดหมายอยู่ที่ Night Market แถวตลาดเบนถัน หาของกิน หาของกิน หาของกิน โฮจิมินห์ เป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะเยอะมาก และคนเวียดนามก็ชอบมาออกกำลังกายที่นี่ และตอนกลางคืนก็มีหลายคู่ที่มานั่งจู่จี๋ตามสวนสาธารณะ บ้างก็มาเล่นกีฬาเตะลูกขนไก่ค่ะ  เรานั่งดูเพลินเลย ลูกขนไก่เล็กขนาดนั้นเตะกันได้ลูกเด้งดึ๋ง ปริงได้ดีมาก แล้วก็มีแบบเป็นแก๊งด้วยนะ มากระโดด โลดโผน ตีลังกา อารมณ์ศิษย์วัดเส้าหลินอ่ะ ตื่นตาตื่นใจมาก โหะๆ เราข้ามถนนตรงวงเวียนมาฝั่งตลาด วิธีการข้ามถนนที่นี่ คือ ข้ามตรงทางม้าลายปลอดภัยสุด ถ้าตรงไหนไม่มีทางม้าลาย หายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบข้ามค่ะ ส่วนใหญ่รถจะหลีกทางให้เราเองนะ คหสต.เชื่อว่าหลับตาข้ามคงไม่โดนชนแน่นอน (แต่อย่าทำนะ) มาที่นี่ตอนแรกไม่ชินค่ะ เสียงแตรรถบีบกันถี่และดังมาก สะดุ้งทุกๆ สามวิก็ว่าได้ แต่อยากจะบอกว่า เรายังไม่เห็นอุบัติเหตุเลยนะ สงสัยเขาขับรถเชี่ยวกันมาก ที่ Night Market จะเหมือนถนนคนเดินเล็กๆ ไม่ใช่คนเท่านั้นที่เดินนะคะ รถมอไซค์ก็ขับผ่านไปมาพรุกพร่าน ระวังโดนซอยตูดกันด้วยค่ะ เสียว เราเดินเซอร์เวย์มาเรื่อยๆ มีร้านอาหารไม่กี่ร้านนะ แต่เราสะดุดร้านนี้ค่ะ ร้านหาบเร่เล็กๆ ขายบุ๋นเรียว ลักษณะคล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำใสใส่ลูกชิ้นปลาสไลด์ ราคา 20.000 ดอง (ราว 30 บาท) เลยจัดไปถ้วยนึง อยากชิมของข้างทางแบบคนไซง่อนเขากินกัน คำแรกที่ซดน้ำซุป โห...น้ำตาจะไหล อร่อยอ่ะ มันเด็ดมาก ไม่ต้องปรุงเลย รสชาติเปรี้ยวมะนาว เค็มๆ หวานๆ เผ็ดพริกซอยเล็กๆ จัดว่าเด็ด !!!! บุ๋นเรียว 1 ถ้วย กินกัน 3 คน มันจะไปอิ่มอะไร เราไม่รีรอค่ะ เดินเข้าร้านสั่งอาหารเลย เราสั่งข้าวผัดทะเล ปอเปี๊ยะสด ผัดผัก ต้มปลาใส่ผัก(เรียกอะไรไม่รู้แต่เป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่) ข้าวผัดจะใส่อะไรไม่รู้ กรอบๆ แข็งๆ เป็นเอกลักษณ์ แต่ความรู้สึกเราเหมือนข้าวหุงไม่สุก ข้าวก้นหม้อ ประมาณนั้น แต่คือหิว สั่งอะไรมาก็หมด ห้าาา ผลไม้ที่ซื้อมารูปร่างเหมือนละมุดยักษ์ แต่รสชาติเหมือนมะพร้าว อร่อยมาก ชอบ หวานนวลๆ มื้อนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 270.000 ดอง ค่ะ เสร็จจากมื้อนี้ เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ยังไม่ได้ซื้อของนะ เพราะขี้เกียจถือ แค่นี่ก็หลายสิ่งแล้ว เราลองถามราคาเสื้อผา ของที่ระลึกต่างๆ ปรากฏว่าแพงนะ เลยไม่เอา แต่หลังจากไม่เอานี่แหละ สงครามประสาทก็เกิดขึ้น คนขายจะมาง้อเรา พร้อมเครื่องคิดเลข 1 เครื่อง ให้เรากดเสนอราคาที่เราพอใจ แหมะ ธัมโม สังโฆ คือไม่ค่อยชอบวิธีการ แต่ก็เอาวะ ลองดู ประเด็นอยากได้เสื้อยืดรูปธงเวียดนามไง ราคาประมาณ 120.000 ดอง เราเลยลองต่อครึ่งนึง นังบอก "โนววววววววว" ให้เสนอราคามาใหม่ คราวนี้เราเลยต่อไป เหลือ 80.000 ดอง (120 บาท) คนขายบอกโอเค เมื่อพอใจในราคาทั้งสองฝ่าย การซื้อขายจึงสิ้นสุดลง และเราก็ได้เสื้อยืดสีแดง รูปดาวมาสมใจ กิกิ มองดูเวลาสมควรแก่การอาบน้ำ เราเดินกลับไปเอากระเป๋าที่เวียตซี ห้องน้ำที่นั่นมีห้องเดียวเล็กๆ แถมกรุ๊ปทัวร์เยอะด้วย เราเลยหอบกระเป๋าไปห้องน้ำที่สวนสาธารณะ  ซึ่งเป็นห้องน้ำระดับสี่ห้าดาวของเวียดนามเลย เราจัดแจงแตรียมของไปอาบน้ำ พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ ห้องน้ำปิด เอิ่ม....ความพยายามทั้งหมดที่ทำมา ไม่เป็นไร เราตัดสินใจเดินไปขึ้นรถที่ Phuong Trang โชคดีมาก ที่นั่นมีห้องน้ำ ไม่มีใครเข้าด้วย เพราะมันอยู่ด้านใน เสร็จเราสองสามคนจ้าาา เลยได้ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เอาน้ำลูบๆ ทาแป้งเย็นให้สบายเนื้อสบายตัวก่อนขึ้นรถไปดาลัด รถนอนที่นี่ นอนกันจริงจังมาก นั่งแทบไม่ได้ ก่อนขึ้นรถเขาจะให้ถอดรองเท้าเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วเก็บไว้ที่ใต้เบาะนอนด้านบนนะคะ ฝรั่งบางคนขายาวมาก น่าสงสารอ่ะ เอาเท้าสอดเข้าช่องไม่ได้ เลยต้องนอนชันเข่าทั้งคืน ต่อจากนี้อีก 6 ชั่วโมง ก็จะถึงดาลัดแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ. **เพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายวันที่ 1 รวม 1793.000 VND + 15 USD / 3 คน ค่ะ เฉลี่ยใช้จ่ายคนละประมาณ 1,000*** บาทค่ะ สำหรับวันที่ 2 ณ เมืองดาลัด ปารีสตะวันออก เมืองไม้ดอก อากาศดีดี๊ ^^ เราถึงดาลัดประมาณ 05.30 น. อยากจะบอกว่า ดาลัดหนาวมากกกกก เราแคปเจอร์หน้าจอไว้เป็นหลักฐานมาด้วย ถึงแล้วให้บอกคนขับรถตู้ของ Phuong Trang (บริการฟรี) ว่าไปที่ไหน....เอ่อแล้วไปที่ไหนล่ะ ไม่ได้จองโรงแรมไว้ เรากะ walk in เลย ที่หาข้อมูลไว้คือ เกสเฮาส์แถวๆ โรงแรมทิวลิป ตอนแรกคนขับรถไม่สนใจเรา โคตรเซง เลยต้องนั่งเสริจหารูปภาพโรงแรมและที่อยู่ให้เขาดู ถึงยอมไปส่งเรา ระหว่างทางเพื่อนเราก็ถ่ายรูปไป พนง.ก็ไล่ส่งคนจนเหลือแค่เราสามคน เขาบอกให้เราไปนั่งหน้า จะได้ถ่ายรูปได้สะดวกๆ ใจดีจุง กว่าจะถึงหน้าโรงแรมทิวลิปก็ 06.30 แล้ว แนะนำว่าเมื่อถึงหน้าโรงแรมทิวลิปให้ทันหน้าเข้าหาโรงแรม แล้วเดินไปทางด้านซ้ายมือ จะเจอเกสเฮาส์เพียบบบ ควรเลือกเกสเฮ้าที่มีรถมอไซค์ให้เช่า และมี พนง.ที่สื่อสารกับเราได้ ไม่งั้นปัญหาอาจจะเกิดขึ้นเหมือนเรา (ไว้จะเล่าอีกที) เราพักที่  NHA NGHI Guesthouse ด้านล่างจะเป็นร้านกาแฟ ชื่อ Coffee Dau Tay 2 ราคา 300.000 ดอง/คืน ถือว่าโอเคเลย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อ่า แล้วเราก็ให้ทางร้านจองรถไปมุยเน่พรุ่งนี้เช้า ราคา 150.000 ดอง/คน พร้อมเช่ามอไซค์ ได้ร้านข้างๆ ติดกับที่พักนี่เอง ค่าเช่ามอไซค์ 2 คัน เราต่อได้คันละ 100.000 ดอง กิกิ แล้วจะช้าอยู่ใย ไปแว๊นกันเถอะ ถนนที่นี่ขับเลนส์ขวา แซงเลนส์ซ้ายนะคะ ต้องจูนสมองพักนึงเลย เราซื้อแผนที่มาจากร้านเช่ามอไซค์ 15.000 ดอง ไปเติมน้ำมันด้วย สองคัน 80.000 ดอง ที่แรกที่เราแวะเที่ยวคือ  Vuon Hoa Thanh Pho Da Lat หรือ The flowers garden เป็นสวนดอกไม้นานาชนิด สวยดีค่ะ เอารถจอดไว้ด้านหน้า เสียค่าจอด 6.000 ดอง ส่วนตั๋วซื้อได้ที่ด้านหน้า ราคา 30.000/คน ไปชมภาพบรรยากาศกันค่ะ ^^ โหมดสาระ : สวนพฤกษศาสตร์ดาลัด (Dalat Flower Gardens) อยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบซวนฮวาง บนถนนฟูดงเตียนหวุง (Phu Dong Thien Vuong) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2409 เพื่อให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรภาคใต้ ดาลัดได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งดอกไม้ ที่นี่จะมีดอกไม้บานสะพรั่งตลอดทั้งปี รวบรวมพรรณไม้ไว้อย่างมากมาย ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ต้น และกล้วยไม้ ที่มีทั้งกล้วยไม้สายพันธุ์แท้และลูกผสม ซึ่งกล้วยไม้ตัดดอกทั้งหมดที่อยู่ในเวียดนามมาจากที่นี่ค่ะ มีพวกผักเมืองหนาวด้วย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพืชผักผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเวียดนามเลยทีเดียว ที่แรกผ่านไป ต่อด้วยแว๊นมอเตอร์ไซค์ไปที่ที่สอง หุบเขาแห่งความรักค่ะ (Valley of Love) ที่นี่อยู่ทางเหนือของทะเลสาบซวนฮวางประมาณ 5 กิโลเมตร หุบเขาแห่งความรัก คนเวียดนามเรียก "ทุงหลุงติงห์เอียว" เป็นหุบเขาที่มีวิวทะเลสาบ ล้อมรอบไปด้วยเนินเขาเตี้ยๆ ปกคลุมด้วยไม้สนค่ะ คืออากาศดีมากกกก ชอบมากกก ระหว่างขับรถด้านข้างจะเป็นทะเลสาบซวนฮวาง ถ้าใครแว๊นมากะแฟนนี่โคตรฟิน พูดเลยยยย >\\< แต่ละที่ระยะทางไม่ห่างกันมากค่ะ แต่ควรกะเวลาให้พอดีนะคะ เพราะเราเที่ยวแบบต๊ะต่อนยอนมาก ห้าา Valley of Love เขามีตำนานนะคะ เอามาจากคุณ *Pacharawalai ว่ากันว่า "เมื่อก่อนที่นี่เป็นสถานที่นัดพบระหว่างนายทหารชาวดาลัดนายหนึ่งกับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก โดยเหตุการณ์นี้เกิดในช่วง ศตวรรษที่ 17  ซึ่งเป็นช่วงที่นายทหารผู้นี้ต้องไปทำการรบกับข้าศึกชาวจีนมองโกเลียที่มารุกรานเวียดนาม โดยสองคนนี้ได้สัญญาว่าเมื่อชายหนุ่มกลับมาพบกันตามเวลาที่นัดหมาย ก็จะแต่งงานกัน เมื่อถึงเวลานัด ฝ่ายหญิงก็ไปรอนายทหารหนุ่มคู่รักที่หุบเขาแห่งนี้ แต่เผอิญอีตาทหารหนุ่มเกิดไม่ได้มาตามนัดซะงั้น สาวเจ้าก็เศร้าโศกเสียใจ คิดว่าคนรักตายในสนามรบซะแล้ว เลยโดดหุบเขาฆ่าตัวตายที่นี่ สุดท้ายเมื่อนายทหารหนุ่มกลับมาและได้ข่าวว่าคนรักตัวเองโดดเขาตาย เขาจึงฆ่าตัวตายตามไปในที่สุด ว่ากันว่าชาวดาลัดเรียกหุบเขาแห่งความรักนี้ว่า ดอยสองศพค่ะ เนื่องจากชาวบ้านได้นำเอาร่างของคนทั้งคู่มาฝังร่วมกันที่นี่" และทั้งหมกก็คือตำนาน จบ. มาต่อกันดีกว่า เมื่อมาถึง Valley of Love แล้วต้องเอารถไปจอดด้านในนะคะค่าฝาก 6.000 ดอง/คัน แล้วเดินออกมาซื้อตั๋วด้านนอก ราคา 30.000 ดอง/คน ค่ะ ที่นี่จะมีให้เราเลือกแพคเกจเที่ยวโดยรถไฟ รถจิ๊บ เดิน บลาๆๆ ซึ่งราคาแอบแพง เราเลยเลือกเดิน เข้าไปแล้วจะเจอสวนดอกไม้ มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เยอะเลยค่ะ แนะนำว่าให้มาก่อนเที่ยงนะคะ ไม่งั้นตะวันตรงหัวเวลาถ่ายรูปแล้วเงาจะตกลงมาที่หน้าค่ะ จะมิงามมมม ^^ เข้าไปด้านในจะเจอร้านอาหาร เครื่องเล่น รถถีบด้วยค่ะ(ภาษาอะไรเนี้ย แอร๊ยยย) เราแวะกินข้าวกลางวันที่นี่หมดไป 230.000 ดอง แนะนำว่าเวลาไปตามสถานที่ท่องเที่ยว แล้วอยากกินก๋วยเตี๋ยวให้อ่านเมนูดีๆ นะคะ มาไกลถึงเวียดนามไม่อยากให้สั่งมาแล้วเงิบ เจอเส้นมาม่าเหมือนเรา ห้าา เพิ่มพลังกันแล้ว เดินต่อค่ะ จะได้ย่อย  ^^ เดินเข้าไปด้านในเรื่อยๆ ไม่นานก็จะเจอภาพนี้ค่ะ ครั้งแรกที่เห็น ต้องอุทานออกมาดังๆ ว่า "เห้ยยยยยยยยยยยยยยย" วิวดีอ่า สวยมาก ด้านล่างจะเป็นทะเลสาบล้อมไปด้วยหุบเขา อยากให้มาเห็นด้วยตังเองจังค่ะ มีก๊อกน้ำลอยได้ด้วยนะ เก๋ๆ มาถึงแล้วขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึกซักหน่อยค่ะ ด้านล่างเขาจะทำเป็นสวนผีเสื้อ ไม่ใช่ผีเสื้อธรรมดานะคะ แต่เป็นผีเสื้อยักษ์ !! ถ้าลงบันไดไปด้านล่างอีกก็จะมีเรือให้ปั่นเล่นที่ทะเลสาบค่ะ แต่เราไม่ได้ลง กลัวเวลาไม่พอ ต้องไปแล้วสิ ไปเอารถที่ฝากไว้ค่ะ เตรียมแว๊นไปที่ XQ Đà Lạt Sử Quán  อยู่ใกล้ๆ Valley of Love ทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ ติดตามโพสต่อไปนะคะ ที่นี่เด็ดไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย  ขอลาไปด้วยภาพนี้ที่พี่เป็นสก๊อยเวียดนาม โหะ โหะ โหะ.... ^O^ สถานีต่อไป XQ Đà Lạt Sử Quán ขับรถไปนิดเดียวก็จะเจอ อย่างที่บอกว่าทีนี่เป็นศูนย์แสดงหัตถกรรมผ้าปักเวียดนามและเป็นแกลอรี่แสดงงานศิลปะ  ดูข้างนอกว่าสวยแล้ว  ข้างในสิสวยกว่า ปล.กล้องเราแบตหมด เซงมากกก ดีนะมีกล้องเพื่อนกะกล้องมือถือ ไม่งั้นร้องไห้ค่ะ ดังนั้นเพื่อนๆ เตรียมแบตสำรอง ชาร์จมาให้พร้อมนะคะ ตอนนี้ 16.00 น. ต้องรีบละค่ะ เรากลัวเก็บไม่หมด มาถึงก็ฝากรถไว้ 10.000 ดอง แล้วขึ้นไปด้านบนค่ะ จะเจอวิวเมืองดาลัดสวยๆ แบบนี้ ^^ เราเข้าไปซื้อตั๋ว cable car ให้บริการเวลา 07:00-11:30 และ 13:30-17:00 มีหยุดพักเที่ยวด้วยนะคะ ไปอย่างเดียว 50.000 ดอง ไป-กลับ 70.000 ดอง ขากลับเรากะนั่งแท็กซี่ลงมา เพราะใช้เวลานั่ง cable car ไปกลับ 30 นาที นานเกิน มาชมกันค่ะ ชมภาพทิวสนสีเขียวนวลตา ระหว่างนั่ง cable car ข้ามไปวัด Truc Lam ฟินลืมมม แต่คนที่กลัวความสูงนี่อดนะคะ >< 15 นาทีผ่านไป ลงจาก cable car เข้าสู่วัด Truc Lam ข้อมูลจาก Mr.hotsia บอกว่าวัดนี้เป็นวัดพุทธนิกายเซน ซึ่งเป็นพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี) พระอารามห่างจากใจกลางเมืองของดาลัด 5 กม. ตั้งอยู่บนภูเขาฟินิกซ์เหนือมีทะเลสาบ Tuyen Lam Lake วัดนี้ไม่เพียงเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลัมดอง (Lam Dong) เมืองดาลัดอยู่ภายใต้จังหวัดลัมดองค่ะ ลืมบอกเลย สิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาเที่ยววัดนี้คือการเดินออกไปชมวิวทะเลสาบตังแลม(Tuyen Lam Lake) หลังวัดซึ่งเราพลาด เหมือนตอนที่ไป เขามีป้ายซึ่งเราเข้าใจว่าห้ามเข้านะ อด ขากลับเรานั่งแท็กซี่กลับค่ะ ตอนแรกแอบกลัวโดนโกง จากข้อมูลที่หามาบอกว่า ให้นั่งของ Vina sun กับ Mai Linh เท่านั้น ซึ่งเราเลือกนั่งของ Vina sun ผู้หญิงขับด้วยค่ะ เค้าบอกว่าคิดราคาตามมิเตอร์ เราก็โอเค สรุปหมดไป 80.000 ดอง ค่ะ เก๋ๆ อิชั้นไม่โดนโกงนะค้าาาา เชื่อมั้ยกว่าจะถึง Crazy House ก็ปาไปเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว ชีวิต....สิ้นนนนนน !!! คงได้เก็บสถานที่นี้เป็นที่สุดท้าย ณ ดาลัด เศร้าแปรบบบ  ขอย้ำ ขอซ้ำ ขอให้จำว่า "มาดาลัดต้องอยู่ 2 วัน ถึงจะเก็บหมดแบบชิวๆ" อิชั้นผิดเองที่ต๊ะต่อนยอน ขอสุมาเต๊อะ อดไปพระราชวัง Bao Dai พิพิธภัณฑ์รถไฟ โบสถ์สีชมพูโดเมนเดมารี นั่ง sliding car ไปน้ำตกดาตันลา เจดีย์มังกรเอย TT  จบบบบ สิ้นนนน ถือเป็นบทเรียนค่ะ (ขอโทษที่ข้อมูลไม่ครบนะคะ) ถ้าอยากครบต้องมีซ้ำ แต่ไม่เป็นไรเป้าหมายเราอยู่ที่วันพรุ่งนี้ คือ มุยเน่ เมืองทะเลทรายชายทะเล ตามรอยเราสองสามคน มโนรมณ์ว่าเป็นสุนทรีย์ แอร๊ยยย >\\< ต่อค่ะๆๆ ไปถึง Crazy House จอดรถไว้ด้านข้างนะคะ ค่าฝากรถ 4.000 ดอง ค่าเข้า 40.000 ดอง เวลานี้โพ้เพ้มาก เริ่มมืด ตื่นเต้น และน่ากลัวไม่น้อย หึหึ (คนอวดผีป่ะเนี้ยย) ไปดูภาพบรรยากาศกันค่ะ Crazy House เป็น 1 ใน 10 Houses to See Before You Die คนออกแบบคือ มาดาม Hang Nga ซึ่งเป็นลูกสาวของอดีตรองประธานาธิบดีที่ 2 ของเวียดนามค่ะ เรียนจบสถาปัตกรรมจากฝรั่งเศส จุดเด่นของ Crazy House คือจะคล้ายๆ ถ้ำของมนุษย์ยุคหิน ข้างในจะตกแต่งด้วยของหน้าตาประหลาดๆ เราอยากบอกว่าด้านบนบางจุดอันตรายนะ ถ้าไปตอนเย็นๆ ทางเดินจะมืด บางจุดยังสร้างไม่เสร็จ สะพานข้ามเปราะๆ ดูแล้วไม่ค่อยแข็งแรง เห็นโครงเหล็กฉาบปูนอยู่เลย ตรงไหนรู้สึกเสี่ยง ก็เลี่ยงนะคะ (เอ๊ะ !! หรือว่าเขาตั้งใจทำ - -) เดิน วิ่ง กระโดด โลดโผน ปีน ป่าย เสร็จ ก็ได้เวลากลับที่พักค่ะ เวลา 1 ทุ่ม เราถึงที่พัก สิ่งที่ทำอย่างแรกคือ ชาร์จแบตกล้อง เด๋วคงต้องใช้กล้องมือถือถ่ายแล้วแหละ เราไม่รีรอที่จะออกหากิน แว๊นมอไซค์ไปจอดข้างถนน แล้วเดินข้ามไปอีกฝั่งซึ่งเป็น Night Market ค่ะ โหหห คนเยอะและของกินแยะเรียงรายตามบันได เห็นแล้วแทบจะเกลือกกลิ้ง อากาศก็เย้นเย็นนน อยากกินไรอะไรร้อนๆ มาก คือเราหิวมากต่อจากนี้ไป เราจะกิน กิน กิน และกิน มาเริ่มกันเลยค่ะ หมายเลข 1 เป็นต้นอาร์ติโชค เอาไว้ทำชาร้อนๆ จิบตอนอากาศเย็นๆ ฟินน หมายเลข 2 ไม่ใช่ของกิน ห้าา แต่เป็นปูนปาสเตอร์ก้อนกลมๆ แบนๆ ร้อยใส่เชือกเทียน ยังไม่เคยเห็นที่ไทยนะ น่ารักดี หมายเลข 3 เป็นขนม คล้ายขนมขี้หนูม้วน ข้างในสอดใส้ถั่วหวานๆ หอมๆ หมายเลข 4 ของปิ้งย่าง ลูกชิ้น ฮอทดอก ไส้กรอก หมู เนื้อ ปิ้ง ที่ชอบคืออะไรไม่รู้คล้ายๆ หมูห่อใบชะพลู รสชาติแปลกดี หมายเลข 5 เต้าฮวย ต่างจากไทยตรงที่เต้าฮวยที่นี่นุ่มนิ่มเด้งดึ๋งมาก ราดน้ำเชื่อมและกะทิด้านบน หมายเลข 6 แพนเค้ก จะมีแม่พิมพ์ใช้ทำอยู่ เลือกใส่ไส้ได้ตามใจชอบ มีทั้งชอก สตอ บลูเบอรี่ รสชาติก็งั้นๆ นะ เราทำอร่อยอีก (ดู๊วว) หมายเลข 7 บุ๋นเรียว ของขึ้นชื่อของดาลัดเลยนะ อร่อยมาก ก้อนๆ นั่นทำจากไข่ไก่ผสมไข่ปลา (เห็นเขาว่ามาอย่างงั้น) ยัง ยังไม่หมด อย่าลืมว่าเรามากันสองสามคน เวลาซื้อของกินเราจะซื้อทีละนิดทีละหน่อย พอให้กระเพาะได้มีพื้นที่ไว้ยัดของกินอย่างอื่นอีก ห้าาา หมายเลข 1,2 ร้านนี้ขายหลายอย่าง เราสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่น้ำใสมา(ตั้งชื่อเอง) ข้าวต้มหมู(อร่อยมาก) และต้มไก่ ร้านนี้ใช้เตาถ่านนะ กลิ่นเลยเฉพาะ น้ำซุปห๊อมหอม หมายเลข 3 บุ๋นเรียวต้องใส่กะปิด้วยนะลืมบอกเลย เหมือนข้าวปุ้นน้ำแจ่วที่เชียงคาน หมายเลข 4 เต้าฮวยนุ่มนิ่ม ต่อค่ะๆ อย่าให้ขาดช่วง หมายเลข 1 ผลไม้แช่อิ่ม ขายที่ตลาดด้านล่างคล้ายๆ ที่กาดหลวง กาดต้นพยามเชียงใหม่ เราโหวตมะม่วงอร่อยสุด แม่ค้านี่กวักมือรัวๆ เรียกเราให้เข้าไปชิม ไอเราก็ใจง่าย ไปเฉยเลย เจอเอาของกินเข้าล่อก็เงี้ยะ แม่ค้าขนของออกมาให้ลองแทบจะหมดร้านละค่ะ ทั้งชา กาแฟ โห...รู้ตัวอีกทีคือตรูแหลกของเค้าไปเยอะเลย ถ้าไม่ซื้อก็ไม่ได้ เลยเอามะม่วง พลับ กับบ๊วย ตอนจ่ายตังมีเงิบ 450.000 ดอง ธัมโม สังโฆ (แต่มารู้ทีหลังว่าถูกกว่าตลาดเบนถันอีกนะ) อ่อ เราซื้อกาแฟที่นี่ด้วย กาแฟ G7 กับกาแฟบด ขี้ชมดก็มี หมายเลข 2,4 น้ำเต้าหู้ของดาลัดเก๋มาก ทำจากถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิงสง รสชาติและกลิ่นแตกต่างกันไป เราโหวตถั่วเขียว อร่อยดี กินคู่กับซาลาเปาทอด หรือขนมปังที่ร้านมีไว้ให้(แต่อย่ากินเลย เหนียว แข็ง และไม่อร่อย) หมายเลข 3 พิซซ่าเวียดนาม แป้งกรอบ อร่ยยยยยมาก จัดว่าเด็ด ปกติจะเป็นแผ่นกลมๆ อันนี้แม่ค้าตัดมาให้เราพอดีคำ ใครจะไปต้องลองนะคะ ข้อสังเกต : คนดาลัดให้ความสำคัญกับอาหารมาก ทุกอย่างมีประโยชน์ ก๋วยเตี๋ยว เฝอ บุ๋นเรียว มีผักฟรีให้กินเยอะมาก น้ำเต้าหู้จากถั่วชนิดต่างๆเอย เต้าฮวยเอย คือเป็นเมืองที่คนใส่ใจดูแลสุขภาพมาก หุ่นแต่ละคนเป๊ะอ่า ไม่มีใครอ้วนเลย เห็นแล้วรู้สึกว่าควรหันมาใส่ใจตัวเองด่วน ! สรุปค่าใช้จ่าย วันที่ 2 รวมค่าใช้จ่าย 2840.000 VND = 4,260 บาท เฉลี่ยคนละ 4,260/3 = 1,420 บาท ค่ะ ^^ ปล.ค่าอาหาร พวกก๋วยเตี๋ยวราคา เฉลี่ยอยู่ที่ 20.000 ดอง หรือ 30 บาทค่ะ ถูก อร่อย ดี ต้องที่ "ด่าหลัด" อ่านเพิ่มเติม : แบกเป้ลุยเวียดนามใต้ โฮจิมินห์ ดาลัด มุยเน่ 4 คืน 5 วัน มันส์โคตร! (ตอนที่ 2) ขอบคุณข้อมูลการเดินทางและภาพสวยๆ เพจเฟสบุ๊ค เก็บกระเป๋า ติดตามภาพสวยๆ ได้ที่ Page : http://www.facebook.com/kepkrapao Facebook : https://www.facebook.com/supaporn.jainoon IG : http://www.instagram.com/kepkrapao

รู้หรือไม่? คนเราควร ปัสสาวะ วันละ 7-11 ครั้งต่อวัน หรือโดยเฉลี่ย 2-4 ครั้งต่อชั่วโมง
กระเพาะปัสสาวะ /  บอกโรค / 

รู้หรือไม่? คนเราควร ปัสสาวะ วันละ 7-11 ครั้งต่อวัน หรือโดยเฉลี่ย 2-4 ครั้งต่อชั่วโมง และความจุของกระเพราะปัสสาวะคนทั่วไป รองรับน้ำได้ 300-500 ML รูปภาพ เปรียบเทียบ ความจุของกระเพราะ ปัสสาวะ โดยสีของปัสสาวะที่ปกติ จะมีสีเหลืองอ่อน แต่หากดื่มมากน้อย ก็อาจทำให้สีเข้ม หรือในทางกลับกัน หากดื่มน้ำมาก สีก็อาจอ่อนจนเกือบใสไม่มีสีเหลืองเลย นั่นก็ถือว่าเป็นลักษณะที่ปกติดี ส่วนสีของ ปัสสาวะ ที่อาจเกิดโรค คือ สีเหลืองออกไปทางแดง อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับเม็ดเลือกแดง หรือเส้นเลือดแตก ทำให้เกิดสีของยูโรบิลิน ถูกขับออกมาทางปัสสาวะ สีน้ำตาลหรือออกไปทางเขียว หรือมีฟองออกมาแล้วเป็นสีเดียวกับน้ำปัสสาวะด้วย นั่นเป็นอาการที่แสดงถึงความมีปัญหาของระบบการทำงานของตับ หรือท่อน้ำดี ควรพบแพทย์อย่างเร่งด่วน สีแดง อาจเกิดจากมีแผลในทางเดินปัสสาวะ หรือมีโรคนิ่วที่เกิดจากการอักเสบ สีขาวขุ่น อาจเกิดจาก การอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะ(เป็นหนอง) หรืออาจเป็นสีของไขมันที่อุดตันท่อน้ำเหลืองเลยถูกขับออกมา ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจสอบเช่นกัน เรื่องโดย Health Mthai Team ที่มาภาพจาก http://www.buzzfeed.com

กระหึ่มอีกระลอก! สภาเมืองไฟเขียว หงส์ เพิ่มความจุอัฒจันทร์ฝั่ง แอนฟิลด์ โร้ด
นิว เมน สแตนด์ /  ลิเวอร์พูล ขยายสนาม / 

เรียกได้ว่าเพิ่มดีกรีความกระหึ่มให้กับ แอนฟิลด์ กันอย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว!! สำหรับกลุ่ม เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล เมื่อล่าสุด The Express ประโคมข่าว สภาเมือง(ลิเวอร์พูล)อนุมัติให้มีการขยายอัฒจันทร์(แอนฟิลด์)ฝั่ง แอนฟิลด์ โร้ด หลังจากประสบความสำเร็จในการเพิ่มความจุของ เมน สแตนด์ มาแล้ว โดยรายงานระบุว่า หลังจากที่ นิว เมน สแตนด์ สามารถเพิ่มความจุให้สาวก "เดอะค็อป" เข้ามาสัมผัสบรรยากาศในสนามได้อีกถึงประมาณ 8,500 ที่นั่ง รวมของเดิมปัจจุบันจะเท่ากับ 54,000 ที่นั่ง และอนาคตหากอัฒจันทร์ฝั่ง แอนฟิลด์ โร้ด ต่อเติมขึ้นมาสำเร็จ เท่ากับว่าสนาม แอนฟิลด์ ของ ลิเวอร์พูล จะมีขนาดความจุมากถึง 60,000 ที่นั่ง เลยทีเดียว ทั้งนี้ นิว เมน สแตนด์ แห่งใหม่ของ "หงส์แดง" พร้อมเปิดใช้บริการครั้งแรกในเกมที่ ลิเวอร์พูล จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันเสาร์นี้ เวลา 23.30 เป็นต้นไป

ประเดิม นิวเมนสแตนด์!! สื่อคาด11ตัวจริง คล็อปป์ เทหน้าตักจัดหงส์ชุดใหญ่ฟัด จิ้งจอกสยาม
คาดการณ์ 11 ตัวจริง /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

งานนี้ไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วจะออกหัวหรือก้อย! สำหรับแมตช์ประเดิมสนาม แอนฟิลด์ พร้อมกับอัฒจันทร์ฝั่ง เมน สแตนด์ แห่งใหม่ของ ลิเวอร์พูล ที่เพิ่มความจุขึ้นราวๆ 8,500 ที่นั่ง โดยแมตช์นี้ "หงส์แดง" จะได้เฝ้ารังปะทะแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ โดยที่หลายคนให้ความสนใจว่านัดนี้ เจอร์เกน คล็อปป์ และ เคลาดิโอ รานิเอรี่ จะวางหมากมารับมือกันยังไง ซึ่งทาง HITC จัดวางคาดการณ์ขุมกำลัง 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมมาในวันนี้ ส่วนจะมีใครกันบ้างไปเช็คได้เลย!! คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล vs เลสเตอร์ ซิตี้ ลิเวอร์พูล ระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตู : ซิมง มินโญเลต์ แบ็คขวา : นาธานเนี่ยล ไคลน์ เซ็นเตอร์แบ็ค : โจเอล มาติป เซ็นเตอร์แบ็ค : เดยัน ลอฟเรน แบ็คซ้าย : เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์(ตัวรับ) : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์ : จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์(ตัวรุก) : อดัม ลัลลาน่า ปีกซ้าย : ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ปีกขวา : ซาดิโอ มาเน่ ศูนย์หน้า : โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ เลสเตอร์ ซิตี้ ระบบ 4-4-1-1 ผู้รักษาประตู : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แบ็คขวา : แดนนี่ ซิมป์สัน เซ็นเตอร์แบ็ค : เวส มอร์แกน เซ็นเตอร์แบ็ค : โรเบิร์ต ฮูธ แบ็คซ้าย : คริสเตียน ฟุคส์ มิดฟิลด์(ตัวรับ) : ดาเนี่ยล อมาร์ตีย์ มิดฟิลด์ : แดเนี่ยล ดริงค์วอเตอร์ มิดฟิลด์(ตัวรุก) : อาเหม็ด มูซ่า ปีกซ้าย : มาร์ค อัลไบรท์ตัน ปีกขวา : ริยาด มาห์เรซ ศูนย์หน้า : เจมี่ วาร์ดี้

SanDisk เปิดตัวการ์ดความจำ Micro SD ความจุ 256 GB ความเร็วสูงที่สุดในโลก
Microsd /  Sandisk / 

SanDisk เปิดตัวการ์ดความจำ MicroSD ความจุขนาด 256 GB ซึ่งรวมไปถึง SanDisk Extreme microSDXC UHS-I ความจุขนาด 256 GB การ์ดความจำรุ่นใหม่นี้มอบความเร็วและประสิทธิภาพอันทรงพลังในรูปแบบการ์ดขนาดจิ๋ว เพื่อให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟน โดรน และกล้อง Action Camera สามารถถ่ายภาพ และเก็บภาพวิดีโอให้มีคุณภาพดั่งมืออาชีพ โดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่จัดเก็บบนอุปกรณ์เหล่านั้นจะเต็ม การ์ดความจำ SanDisk Extreme microSDXC UHS-I ความจุขนาด 256 GB สามารถเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลได้ถึง 100 MB ต่อวินาที เช่นเดียวกับความเร็วในการเขียนข้อมูลที่สูงถึง 90 MB ต่อวินาที โดยผู้ใช้งานสามารถบันทึกวิดีโอ 4K UHD ได้นานถึง 14 ชั่วโมง

ทำบุญ เสริมมงคล ตามรอยเจ้าสัวที่ซัวเถา กับ อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ทำบุญ / 

ตามรอยเจ้าสัวที่ซัวเถา เข้าสู่เดือนแปด กิจกรรมเดินสายทำบุญเสริมดวงกับ อ.คฑา ชินบัญชร อ.เป็นหนึ่ง เอื้ออาทร มดดำ คชาภาและบุ๊คโก๊ะครั้งนี้ จะพาไปย้อนรอยเส้นทางมหาเศรษฐีระดับเจ้าสัว  ในดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีพลังฮวงจุ้ยที่ดีที่สุด มีเทพเจ้าและความเชื่อมากที่สุด จุดหมายปลายทางทริปนี้จึงอยู่ที่เมืองแต้จิ๋ว เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย บินคุ้มคุณภาพครบกับแอร์เอเชีย  บินตรงสู่จีนมากที่สุด  บินตรงสู่ซัวเถาทุกวัน จากสนามบินดอนเมืองสู่สนามบินเจียหยาง เส้นทางตามรอยเจ้าสัวที่ซัวเถาทริปนี้เราเดินทางต่อด้วยรถยนต์ในระยะทางไม่ต่ำกว่า 20 กม. ในการเดินทางไปแต่ละเมืองที่เจ้าสัวทั้งหลายนิยมมาไหว้เจ้าขอพรกัน เช่น วัดไคหยวน วัดหลวงอายุกว่า 1,300 ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง  แชเล่งเอี๊ย เทพเจ้ามังกรเขียว ศาลเจ้าที่พ่อค้า นักธุรกิจเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ไฮตั่งม่า เจ้าแม่แห่งสายน้ำ เทพผู้คุ้มครองดูแลให้เดินทางปลอดภัย วัดแปะฮวยเจียม วัดที่มีเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์มากมาย อาทิ องค์เจ้าแม่ทับทิม องค์เต่าบ้อ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ และองค์เทพเจ้าเห้งเจีย  เฮียงบู่ซัว ศาลเจ้าพ่อเสือ ต้นกำเนิดศาลเจ้าพ่อเสือในเมืองไทยที่คนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนนับถือเป็นอย่างมาก และศาลเจ้าไต่ฮ่งกง เทพแห่งสุขภาพ และมีจิตเมตตาช่วยผู้ยากไร้เสมอ วัดไคหยวน วัดหลวงอายุกว่า 1,300 ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง จุดขอพรที่แนะนำคือ องค์เจ้าแม่กวนอิมหยกขาวปางทะเลใต้ขี่ปลาหลีฮื้อปลาสิงโตและปลามังกร และ องค์เจ้าแม่กวนอิมปางพันเนตรพันกร ทั้งสององค์นี้ชาวจีนมีความเชื่อและศรัทธาอย่างมาก โดยเฉพาะการมาขอพรเรื่องค้าขายคล่อง  ปลดหนี้สินได้รวดเร็ว  เดินทางราบรื่นปลอดภัย  สุขภาพแข็งแรง  และมีบริวารที่ดี จุดสำคัญที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือจุด “ทีกง” ที่ตั้งกระถางธูปยักษ์สามขา ขนาบข้างด้วยต้นโพธิ์ใหญ่สองต้น แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงรุ่งเรื่อง ชาวจีนเชื่อว่าเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างฟ้ากับดินที่มีพลังฮวงจุ้ยมากที่สุด เหมาะกับการอธิษฐานจิตเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อในอดีตเคยเป็นจุดที่มีหินอุกกาบาตตกลงมา จึงนำหินนั้นมาแกะสลักเป็นกระถางธูปและตั้งไว้ ในทุกๆ ปี เจ้าสัวแต่ละคนจะนิยมเดินทางมาไหว้เจ้าขอพร และได้รับพลังแห่งความโชคดีกลับไปเสมอๆ หากนึกถึงวัดจีนในประเทศไทยก็มีจุดรับพลังที่ชื่อว่าจุด“ทีกง” เช่นกัน ตั้งอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่หรือวัดมังกรกมลาวาสนั่นเอง แชเล่งเอี๊ย  เทพเจ้ามังกรเขียว ผู้รักษาบ่อน้ำทิพย์ พ่อค้า นักธุรกิจเล็กใหญ่หรือแม้แต่ระดับเจ้าสัว นิยมมาขอพรเทพเจ้ามังกรเขียว เพราะชาวจีนมีความเชื่อและศรัทธาอย่างมากในการมาขอพรเรื่องความอุดมสมบูรณ์ การค้าขาย หากนึกถึงเทพเจ้ามังกรเขียวในประเทศไทย ต้องที่วัดทิพยวารี ตลอดทั้งปีจะมีคนไทย และคนจีนแต้จิ๋วมาไหว้ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย เป็นอีกวัดจีนในประเทศไทยที่มีความเชื่อความศรัทธานี้เช่นกัน ไฮตั่งม่า เจ้าแม่แห่งสายน้ำ เจ้าแม่ทับทิม เป็นเทพเจ้าอีกหนึ่งหนึ่งที่มีคนนับถืออยู่มากมาย โดยเฉพาะที่ศาลเจ้าแห่งนี้ มีทั้งองค์แม่ทับทิม และองค์เจ้าแม่กวนอิม สถานที่แห่งนี้มีพลังที่ไม่ธรรมดา ตั้งอยู่ปากอ่าวเมือซัวเถา มีแม่น้ำสามสายไหลมารวมกัน  บริเวณโดยรอบก็มีหินทะเลก้อนใหญ่วางประดับ ทำให้มีพลังของธรรมชาติรายล้อมไว้ และยังเป็นจุดที่มีลม น้ำ ภูเขา ท้องฟ้า ครบทั้งหมด จึงเป็นแหล่งรวมพลัง ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่ครบสมบูรณ์ ใครที่มาไหว้ขอพรจะได้รับพลังฮวงจุ้ยที่ดีกลับไปอย่างแน่นอน และก่อนกลับต้องมาลูบหินก้อนใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นลง เพื่อเป็นการเรียกทรัพย์เข้าตัว วัดแปะฮวยเจียม หรือวัดดอกไม้ขาว ความร่ำรวย ความมั่นคงราบรื่น และสุขภาพดี เป็นเสียงคำขอพร ที่มีคนขอมากที่สุดเมื่อมาถึงวัดแห่งนี้ ภายในวัดมีองค์เจ้าแม่ทับทิม องค์เต่าบ้อ  เง็กเซียนฮ่องเต้ และองค์เทพเจ้าเห้งเจียที่ดูมีพลังมาก จึงเป็นไฮไลท์เด็ดของการเดินทางมาวัดแห่งนี้ เชื่อกันว่าใครที่ได้มาไหว้เทพเจ้าเห้งเจียองค์นี้แล้ว จะช่วยส่งเสริมไหวพริบปฏิพาน  มีอำนาจบารมีและความกล้าหาญ ศัตรูหรือผู้คิดปองร้ายจะเกรงกลัว  สุขภาพจะดีมีแต่ความร่าเริง วัดแปะฮวยเจียง จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยม เพราะการมาไหว้เทพเจ้าที่วัดแห่งนี้ ถือว่าครบทุกด้าน จะขอเรื่องครอบครัว ลูกหลาน อำนาจบารมี  ให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี เฮียงบู่ซัว  ศาลเจ้าพ่อเสือ จุดแนะนำในทริปนี้อีกจุดหนึ่งคือ ศาลเจ้าพ่อเสือ หรือเรียกกันอีกชื่อว่า เหี่ยบู่ซัว  และยังเป็นจุต้นกำเนิดของศาลเจ้าพ่อเสือในเมืองไทย ในวันที่เดินทางไปเป็นช่วงการบูรณะองค์เจ้าพ่อเสือ จุดที่เคยเห็นจึงเป็นเพียงกระถางธูปและฉากที่บังเอาไว้  แต่องค์จริงตั้งอยู่ด้านใน หลังจากไหว้เจ้าพ่อเสือเสร็จแล้ว เดินต่อไปยังด้านทางขึ้นเจดีย์ จะมีสัญลักษณ์ปลาและมังกรที่กำแพง  เป็นจุดขอพรอำนาจบารมี ใครที่มาขอพรด้วยการลูบที่ตัวปลาและมังกรแล้วจะได้พรที่ยิ่งใหญ่ สำเร็จ ไร้อุปสรรคขัดขวาง ทุกสิ่งสมปรารถนา ศาลเจ้าไต่ฮ่งกง เทพแห่งสุขภาพ อีกจุดหนึ่งที่คนไทยน่าจะรู้จักกันทั้งประเทศ คือองค์ปู่ไต่ฮงก่ง  หลายคนอาจมีคำถามทำไมต้องมาไหว้ถึงเมืองซัวเถา  ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้เป็นต้นกำเนิดองค์ไต่ฮงกงหรืออากง ที่เรียกกันในประเทศไทย ในอดีตองค์ไต่ฮงกงเป็นผู้เชี่ยวชายเรื่องยา การรักษา และยังมีจิตที่ดีช่วยจัดการเรื่องพิธีศพจนเป็นที่กล่าวขายยกย่องไปทั่ว  เมื่ออากงเสียชีวิต จึงมีการสร้างสุสานไว้ที่นี่ เป็นสถานที่มีพลังมาก ด้านหลังมีภูเขา มังกรโอบล้อม ข้างหน้ามีบ่อน้ำใหญ่ จึงเป็นสถานที่มีพลังสมดุล มีความโดดเด่นในเรื่องสุขภาพและบริวาร เคล็ดลับสำคัญของการมาไหว้ขอพรอากงที่สุสานแห่งนี้ คือ การทำทานกับผู้ยากไร้  เพื่อทำให้เรามีทานบารมีที่ดี ก่อนกลับก็อย่าลืมไปรับยันต์ไต่ฮงกง  แล้วนำมาติดไว้ที่บ้านหรือพกติดตัว  โดยเฉพาะในจุดของคนที่เจ็บป่วย  ซึ่งมีความเชื่อกันว่าบารมีขององค์ไต่ฮงกงจะช่วยดูแลรักษา ให้ผู้ป่วยนั้นหายโดยเร็ว    

ลดแหลก!! iPhone 6s และ 6s Plus ของ 3 ค่ายมือถือหลัง Apple ประกาศลดราคา
ais /  dtac / 

ก่อนหน้านี้หลังการเปิดตัวของ iPhone 7 ทางเว็บทางการของ Apple ได้ทำการลดราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus กันไปแล้ว แต่ที่ตื่นตาไม่แพ้กัน เมื่อ 3 ค่ายมือถือบ้านเราทั้ง AIS, Dtac และ True เองก็ได้ทำการลดราคากันแบบว่าถูกกว่าใน Online Store อีกด้วย ที่สำคัญในรุ่นความจุ 32GB ใน Online Store นั้นหมดไปแล้วด้วย  และนอกจากทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวแล้ว สำหรับบางค่ายยังลดแหลก iPhone 6, iPhone 6 Plus และ iPhone SE กันแบบที่เลือกไม่ถูกกันเลย ลองไปดูกันครับ AIS iPhone 6s เริ่มต้นที่ 16,500 บาท iPhone 6s Plus เริ่มต้นที่ 18,900 บาท ส่วนราคาของรุ่นอื่นๆ เป็นไปตามนี้ครับ iPhone 6 เริ่มต้นที่ 13,900 บาท iPhone 6 Plus เริ่มต้นที่ 17,000 บาท iPhone SE เริ่มต้นที่ 9,800 บาท True iPhone 6s เริ่มต้นที่ 21,900 บาท iPhone 6s Plus เริ่มต้นที่ 20,900 บาท iPhone 6 เริ่มต้นที่ 15,800 บาท iPhone 6 Plus เริ่มต้นที่ 17,000 บาท   Dtac iPhone 6s เริ่มต้นที่ 15,500 บาท iPhone 6s Plus เริ่มต้นที่ 20,900 บาท iPhone 6 เริ่มต้นที่ 14,500 บาท iPhone 6 Plus เริ่มต้นที่ 18,000 บาท iPhone SE เริ่มต้นที่ 9,900 บาท ใครที่จะรอ iPhone 7 นั้นคงต้องกันไปอีกซักพักนะครับ ส่วนใครที่เห็นเจ้า Jet Black แล้วไม่รู้สึก Wow นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากๆ เลยทีเดียวครับ

หลุดเอกสาร iPhone 7 Plus จะมาพร้อมความจุ 256 GB และลาก่อนแจ็ค 3.5 มม.
EarPods /  iphone / 

ยิ่งใกล้วันเปิดตัวเข้าไปทุกขณะก็ยิ่งตื่นเต้นนะครับ สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ ล่าสุดมีภาพหลุดเอกสารของ iPhone 7 Plus ที่ยืนยันถึงความจุ 256 GB แน่นอน อีกทั้งในเอกสารฉบับนี้ยังบอกด้วยอีกว่า iPhone 7 Plus จะมาพร้อมหูฟัง EarPods แบบ Lightninng ซึ่งแน่นอนว่ารูเสียบแจ็ค 3.5 มม. นั้นจะหายไป แม้อดีตผู้ก่อตั้ง Apple อย่าง Steve Wozniak จะออกมาเตือนก่อนหน้านี้ก็ตาม สุดท้ายแล้วเดี๋ยววันที่ 7 กันยายนนี้ เราคงจะได้รู้กันแล้วนะครับ

ประกาศผล : ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ Storks บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี่
Storks /  นิโคลัส สโตลเลอร์ / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิว Storks บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี่ Storks บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี่ ว่าด้วยเรื่องราวของนกกระแสที่เคยส่งมอบเด็กทารก ได้เปลี่ยนงานมาส่งพัสดุให้กับ cornerstore.com บริษัทระดับโลกบนอินเทอร์เน็ต และ จูเนียร์ ให้เสียงพากย์โดย แอนดี้ แซมเบิร์ก (Andy Samberg) นกกระแสตัวทอปที่กำลังจะได้เลื่อนขั้นดันไปรับงานส่งเจ้าเด็กน้อยเข้า จูเนียร์จึงต้องแก้ไขสถานการณ์ที่ผิดพลาดด้วยการไปส่งเด็กคนนี้ให้ได้ ของรางวัล บัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ในวันพุธที่ 21 กันยายน 2559 ที่ โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต รอบเวลา 20.00 น. (ลงทะเบียนรับบัตรเวลา 19.00-19.50 น.) ***ทางต้นสังกัดขอเปลี่ยนแปลงโรงภาพยนตร์จากเดิม โรงภาพยนตร์ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก เปลี่ยนเป็น โรงภาพยนตร์ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์*** สนับสนุนของรางวัลโดย  ประกาศรายชื่อผู้โชคดี รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับบัตรชมภาพยนตร์เรื่อง Storks บริการนกกระสา เบบี๋เดลิเวอรี่ ทั้งหมด 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง มีรายชื่อดังต่อไปนี้ โมเรศ ศรีบ้านไผ่ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ศรัณย์ชัย เรืองมณี (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) นิรันดร์กุล บุญธรรม (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สุรีรัตน์ จันทร์จุงจิตต์ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) วรรณวิไล กวีญาณ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ธนรัฐ บุญประกอบ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ณัฐธิดา เวชกามา (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) โสภณ คู่มงคล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) เอกมงคล ทนใจ (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) สาลินี เชี่ยวไพบูลย์สกุล (ยืนยันสิทธิ์แล้ว) ผู้โชคดีต้องเช็คอีเมลและตอบกลับเพื่อยืนยันสิทธิ์ ภายในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 ก่อนเวลา 18.00 น. มิเช่นนั้นจะถือว่า “สละสิทธิ์” กรณีที่มีผู้สละสิทธิ์จะนำบัตรไปสุ่มแจกให้กับผู้ที่เข้ามาสำรองรายชื่อในหน้าเพจ facebook.com/movie.mthai การรับของรางวัล แสดงบัตรประชาชนตัวจริง (ที่ยังไม่หมดอายุ) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับบัตร เจ้าหน้าที่จากบริษัทจะเป็นผู้แจกบัตรให้ โดยผู้โชคดีต้องมารับบัตรชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากมารับได้ เริ่มแจกบัตรตั้งแต่เวลา 19.00-20.00 น. หากมาช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะถือว่าสละสิทธิ์ทันที ผู้ที่ได้รับรางวัลในกิจกรรมรอบนี้ หากมีรายชื่อได้รับรางวัลซ้ำกับสื่ออื่น ๆ เกิน 1 รายชื่อ ทางเจ้าหน้าที่ขอสงวนสิทธิ์ให้เหลือชื่อเพียง 1 ชื่อเท่านั้น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ กรณีที่ต้องฝากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์อื่น ๆ รางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ รวมทั้งซื้อ-ขาย สงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 รางวัล ขอสงวนสิทธิ์ตัดสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ทำตามกติกาข้างต้นทุกกรณี การตัดสินของเจ้าหน้าที่ถือเป็นที่สิ้นสุด

Lenovo Ideacentre 200 มินิ พีซี ไซส์จิ๋วพกพาไปได้ทุกที่
Ideacentre 200 /  Lenovo / 

เลอโนโว ขอแนะนำ Lenovo Ideacentre 200 มินิ พีซี เพื่อการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ ให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้ทุกที่ ด้วยประสิทธิภาพเกินขนาด ในราคาสบายกระเป๋า Lenovo Ideacentre 200 มินิพีซี ดีไซน์โฉบเฉี่ยว แต่สเปคจัดเต็ม ด้วยขุมพลัง Intel Core i3-5005U Processor ความเร็วในการทำงานถึง 2.0 GHz มาพร้อมชิปกราฟิก Intel HD Graphics 5500 ตอบสนองความต้องการการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยรูปทรงกะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่จำกัด ด้วยความพิเศษของมินิพีซี Lenovo Ideacentre 200 ที่มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อ VGA, HDMI และ Display Port ที่สามารถเชื่อมต่อระบบการทำงานเข้ากับจอทีวี หรือจอมอนิเตอร์ทั่วไป เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปลี่ยนจอทีวีหรือจอมอนิเตอร์ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์จอยักษ์ได้ทันที Lenovo Ideacentre 200 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Window 10 รวมถึงเม้าท์และคีย์บอร์ดไร้สาย เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB พร้อมฮาร์ดดิสก์ความจุ 1 TB ที่คุณสามารถอัพเกรดการทำงานได้ โดยสามารถเพิ่มเติมได้ภายหลัง และช่อง USB 3.0 ที่รองรับการเชื่อมต่อสูงสุดถึง 4 ช่อง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบเสาสัญญาณไร้สาย Wi-Fi 802.11AC และ Bluetooth 4.0 รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างครอบคลุม โดย Lenovo Ideacentre 200 ราคาเริ่มต้นที่อยู่ 11,490 บาท 

Vivo X7 สีใหม่ Obsidian Black เตรียมวางขายปลายเดือนกันยายนนี้
iPhone7 /  ObsidianBlack / 

ไม่ต้องปล่อยให้รอกันนานสำหรับ Vivo X7 สีใหม่กับสีดำ Obsidian Black ที่กำลังมาฮิตอีกครั้งหลงจาก iPhone 7 เปิดตัวแล้วก็วางขายไปแล้วก่อนหน้านี้ โดย Vivo X7 Obsidian Black นี้มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว Full HD Super AMOLED ใช้ RAM 4GB ความจุภายในมีให้เลือก 64GB และ 128GB กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าถือว่าใกล้เคียงกันที่ 13 ล้านพิกเซล จะวางจำหน่ายวันที่ 26 กันยายนนี้ ที่ราคา 2,798 หยวน (หรือประมาณ 14,700 บาท) ที่มา : vivo

เกิดอะไรขึ้น?? จีน่า ภรรยา โอ๊ต วรวุฒิ โพสต์จอดำ
โอ๊ต วรวุฒิ /  จีน่า อันนา / 

ทำเอาแฟนๆ แอบเป็นห่วงและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อแม่ลูกอ่อนอย่าง จีน่า อันนา ภรรยาคนสวยของนักแสดงหนุ่ม โอ๊ต วรวุฒิ ที่เพิ่งผ่าคลอดลูกชายตัวน้อย น้องโอลาฟ ไปได้ไม่ถึงเดือน โพสต์ภาพจอดำลงอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมแคปชั่นว่า "แม่สัญญาว่าแม่จะเข้มแข็งนะครับ" แฟนๆ จึงเข้ามาคอมเม้นท์ส่งกำลังใจให้ สาวจีน่า มากมาย บางคนคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นภาวะเครียดและซึมเศร้าของคุณแม่หลังคลอด ด้าน หนุ่มโอ๊ต ก็โพสต์ภาพลูกน้อยบนตักภรรยาที่กำลังนอนหลับไปด้วยกัน พร้อมแคปชั่นว่า "เวลาของแม่คือเวลาของโอลาฟเช่นกัน สงสารแม่จุง" ช่วงนี้อาจต้องเหนื่อย อดหลับอดนอน และต้องเสียสละเพื่อลูกมากๆ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่สู้ๆ นะคะ ขอบคุณภาพจาก IG @oat_voravudh, jenaanna จีน่า-น้องโอลาฟ โอ๊ต-น้องโอลาฟ โอ๊ต-น้องโอลาฟ จีน่า-น้องโอลาฟ น้องโอลาฟ ลูกชาย โอ๊ต-จีน่า น้องโอลาฟ ลูกชาย โอ๊ต-จีน่า

กระหึ่มแอนฟิลด์!! คลิปวินาที เดอะค็อป ร้องเพลง YNWA + นิวเมนสแตนด์ ก่อนหงส์ปะทะจิ้งจอก
You'll Never Walk /  นิว เมน สแตนด์ / 

ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของศึกการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาพอสมควรเลยทีเดียว!! สำหรับบรรยากาศก่อนลงสนามของ ลิเวอร์พูล ที่มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ แมตช์แรกของฤดูกาล 2016/17 ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งตามธรรมเนียมเหล่าพลพรรคสาวก "เดอะค็อป" จะพร้อมใจร้องเพลงเชียร์ You'll Never Walk Alone ก่อนลงสนาม ซึ่งวันนี้ได้มีการเปิดใช้งาน "นิว เมนด์ สแตนด์" ที่เพิ่งขยายความจุใหม่ และได้มีแฟนบอล "หงส์แดง" ถ่ายคลิปวินาทีประวัติศาสตร์ดังกล่าวเอาไว้.. ส่วนบรรยากาศจะเป็นอย่างไร ไปชมกันเลย!! คลิปวินาที เดอะค็อป ร้องเพลง YNWA ก่อน ลิเวอร์พูล vs เลสเตอร์ ซิตี้ คลิปบรรยากาศ เดอะค็อป ร้องเพลง YNWA บนอัฒจันทร์ฝั่ง นิว เมน สแตนด์ >>ชมไฮไลท์ทุกประตู ลิเวอร์พูล vs เลสเตอร์ ซิตี้ คลิก!<<

Asus เปิดตัว ZenFone 3 Series สมาร์ทโฟนและโน๊ตบุ๊คยกทัพมาครบ
asus /  ASUS Transformer 3 Pro / 

Asus จัดงาน Zenvolution Thailand ยกทัพ ZenFone 3 Series มาเปิดตัวกันทุกลุ้นเลยทีเดียว ตั้งแต่ ASUS ZenFone 3, ASUS ZenFone 3 Ultra, ASUS ZenFone 3 Deluxe, ZenFone 3 Laser และ ASUS ZenFone 3 Max อีกทั้งในงานยังทำการเปิดตัว ASUS ZenBook 3 และ ASUS Transformer 3 Pro โน๊ตบุ๊คและแท็บเลตรุ่นอีกด้วย เรียกว่ายกขบวนกันมาอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียว มีอะไรใหม่บ้างเราลองไปดูกันเลย สำหรับกลุ่มสมาร์ทโฟน ภายใต้ตระกูล ZenFone 3 แบ่งออกเป็น ASUS ZenFone 3 สมาร์ทโฟนที่ได้รับรางวัลจาก Computex 2016 และ d&I Award ในด้านการออกแบบที่มีความพรีเมียม ควบคู่กับการมอบประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว Full HD เลือกใช้พาเนล Super IPS+ คุณภาพสูง ให้แสงสว่างสูงสุดถึง 500cd/m2 และมีหน่วยความจำแรม 4GB ให้ประสิทธิภาพการทำงานในระดับคอมพิวเตอร์พีซี ขณะที่กล้องหลังมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ใช้เทคโนโลยีออโต้โฟกัส ASUS TriTech และ ZenFone 3 รุ่น 5.5 นิ้ว มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษคือ หูฟัง Marshall เพื่อการสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือกว่า (จำนวนจำกัด) ราคารุ่น 5.2 นิ้ว /3GB/32GB = 11,990 บาท, ราคารุ่น 5.5 นิ้ว /4GB/64GB = 14,990 บาท ASUS ZenFone 3 Ultra ได้รับรางวัล Best Choice Golden Award จากงาน Computex 2016 เป็นสมาร์ทโฟนที่ขึ้นรูปด้วยอลูมิเนียม ไม่มีเส้นรับสัญญาณด้านหลัง ออกแบบมาสำหรับผู้รักความบันเทิง กับจอแสดงผลขนาด 6.8 นิ้ว Full HD และเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้ชิปประมวลผลภาพระดับ 4K UHD TV ขณะที่ระบบเสียง ให้ความคมชัดและมีพลังด้วยชิป NXP Smart Amplifier และรองรับระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio (HRA) ทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับการจำลองเสียง 7.1 ทิศทางผ่านเทคโนโลยี DTS Headphone:X ส่วนกล้องถ่ายภาพ ให้ความละเอียดสูงถึง 23 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยเทคโนโลยีโฟกัสภาพ ASUS TriTech และจุใจกับแรมสูงสุด 4GB มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4600 mAh รองรับการชาร์จเร็ว ทั้งยังใช้เป็นแบตเตอรี่สำรองเพื่อชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่นได้อีกด้วย ราคา 24,990 บาท ASUS ZenFone 3 Deluxe สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมโครงสร้างวัสดุอลูมิเนียมระดับพรีเมี่ยม ไร้เส้นเสาอากาศภายนอก ทำให้ได้ทั้งความบางเบาและความแข็งแกร่ง ทั้งยังรวบรวมเทคโนโลยีชั้นยอด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD กล้องถ่ายภาพมีเซ็นเซอร์รับภาพชั้นยอด ให้ความละเอียดสูงสุด 23 ล้านพิกเซล และมีเทคโนโลยีโฟกัส ASUS TriTech ครอบคลุมทั้งเลเซอร์ออโต้โฟกัส ระบบโฟกัส Phase Detection และโฟกัสแบบต่อเนื่อง ส่วนระบบเสียงให้ความคมชัด มีพลังด้วยชิป NXP Smart Amplifier และระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio (HRA) ทั้งยังมี เทคโนโลยี Quick Charge 3.0 ทำให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็ว นอกจากนี้มีหน่วยความจำแรม 6GB ให้ประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างลื่นไหล ZenFone 3 Deluxe 64GB ราคา 22,990 บาท และ ZenFone 3 Deluxe 256GB ราคา 28,990 บาท ASUS ZenFone 3 Laser ตัวเครื่องเป็นเมทัลลิก หน้าจอ Full HD ขนาด 5.5 นิ้ว และมีระบบโฟกัสอัตโนมัติที่เร็วเพียง 0.03 วินาที และมีโหมดแบ็กไลท์ (HDR) ที่ล้ำสมัยเพื่อให้ถ่ายภาพได้สวยยิ่งขึ้น มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์ Sony IMX214 พร้อมระบบปรับสีเพื่อให้ภาพดูเป็นธรรมชาติแม้ในที่ที่แสงน้อยหรืออยู่ในที่ ร่ม มีระบบป้องกันการเคลื่อนไหว Electronic Image Stabilization (EIS) แบบ 3 แกน (yaw, pitch และ roll) และมีการชดเชยการเคลื่อนไหวเพื่อให้ถ่ายวิดีโอได้นิ่งกว่าเดิม ราคา 8,990 บาท ASUS ZenFone 3 Max ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น ด้วยแบตเตอรี่ 4100mAh ที่สามารถสแตนด์บายได้ถึง 30 วัน เพื่อการใช้งานที่ยาวนานขึ้น สามารถใช้โทรศัพท์บน 3G ได้ถึง 20 ชั่วโมง เข้าเว็บด้วย Wi-Fi ได้นานถึง 18 ชั่วโมง ฟังเพลงได้ 87 ชั่วโมง และเล่นวิดีโอได้นานถึง 15 ชั่วโมง ZenFone 3 Max สามารถใช้เป็นพาวเวอร์แบงก์เพื่อชาร์จอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อีกด้วย และหน้าจอขนาด 5.2 นิ้วของ ZenFone 3 Max เป็นแบบ IPS และเคลือบแก้ว พร้อมขอบ 2.5D ที่เรียบสนิทไปกับตัวเครื่องเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ราคา 5,990 บาท ASUS ZenBook 3 ล่าสุดยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ของ ZenBook ที่เน้นเรื่อง ความบาง เบา แต่ประสิทธิภาพสูง โดยโฉมใหม่นี้ ชูจุดเด่นด้วยความเพรียวบางเพียง 11.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 910 กรัม ใช้วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยเกรดระดับเดียวกับที่ใช้ในยานอวกาศเพื่อเพิ่มความ ทนทานถึง 50% จอแสดงผลขนาด 12.5 นิ้ว มาพร้อมกับ Intel Core i7 Processor แรม 16GB ความเร็ว 2133MHz หน่วยความจำ SSD แบบ PCIe Gen 3 x4 มากสุด 1TB ลำโพงและระบบเสียงจาก Harman Kardon ร่วมกับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสุด 9 ชั่วโมง ผสานกับลวดลายการออกแบบในแบบฉบับของ ZenBook มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ สีน้ำเงิน Royal Blue, สีชมพู Rose Gold และสีเงิน Quartz Grey ราคา 69,990 บาท ASUS Transformer 3 Pro พีซี 2-in-1 รุ่นแรกและรุ่นเดียวในโลกที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในรูปแบบแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก เครื่องดนตรี และพีซีประสิทธิภาพสูง ผิวสัมผัสอันยอดเยี่ยมจากอลูมิเนียม มีความบางเพียง 8.35 มิลลิเมตร พร้อมจอแสดงผล 12.6 นิ้ว ความละเอียดสูง เพื่อภาพคมชัด และหนึ่งในขุมพลังที่เลือกใช้ก็คือ Intel Core i7 Processor, โดยมีตัวเลือกหน่วยความจำ SSD แบบ PCIe x4 สูงสุดถึง 1TB และแรมความเร็ว 2133MHz ความจุสูงสุด 16GB ส่วนขาตั้งถูกออกแบบด้วยโลหะคุณภาพสูง และผู้ใช้งานสามารถปรับองศาได้ตามที่ต้องการ โดยมีมุมกว้างสุดถึง 170° สามารถทำงานร่วมกับคีย์บอร์ด ASUS Transformer Cover Keyboard และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้ เช่นปากกา ASUS Pen, แท่น ASUS Universal Dock สำหรับเป็นฮับเชื่อมต่อ ASUS Transformer 3 Pro 4GB ราคา 42,990 บาท และ ASUS Transformer 3 Pro 16GB ราคา 59,990 บาท

แนวทางเดียวกัน! ส.บอลเตรียมนำทีมสตาฟฟ์ช้างศึกทุกชุดบินดูงานที่ญี่ปุ่น
ทีมชาติไทย /  บิ๊กเจี๊ยบ / 

สมาคมฟุตบอลฯ เผยมีเเผนเตรียมนำสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยทุกชุดเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้า “บิ๊กเจี๊ยบ” พ.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เผยถึงเเผนงานสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยเผยภายในสัปดาห์ 8 ส.ค.นี้ ทางท่านนายกสมาคมฟุตบอลมีเเผนจะนำคณะผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยทุกชุดเดินทางเพื่อไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวว่า “ก่อนหน้าหนีทางท่านนายกฯได้มีการพูดคุยกับทางประธานฟุตบอลจีลีก ซึ่งก็ได้ขอความร่วมมือในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย เช่นเรื่องผู้ตัดสินเเละทีมชาติไทย เเละในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ทางท่านนายกฯ (บิ๊กอ๊อด) ก็จะเป็นคนนำพาสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยทุกชุดไม่ว่าจะเยาวชนหรือฟุตบอลหญิง พร้อมด้วย “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล เดินทางไปศึกษางานตามคำเชิญของนายกสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น” “บิ๊กเจี๊ยบ” เผย ทั้งนี้ในวันที่ 5 สิงหาคม เวลา 13.00 น. อาคาร์พงษ์สุภี ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ นายกสมาคมฯ เตรียมมีประชุมหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยทุกชุด เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางไปศึกษางานดูงานที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 7-12 สิงหาคมนี้

เเฟนรอต้อนรับ! ชบาแก้วหอบเเชมป์ถึงไทย,ยอดอัดฉีดทะลุ4ล้าน
ชบาแก้ว /  นวลพรรณ ล่ำซำ / 

ทีมฮีโร่สาวเดินทางถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเเชมป์อาเซียนสมัยที่ 3 โดยยอดอัดฉีดพุ่งกว่า 4 ล้านบาท เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559 นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดแชมป์ AFF Women’s Championship 2016 เดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมี พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับ ทัพชบาแก้วทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังสร้างประวัติศาสตร์ป้องกันแชมป์อาเซียน ด้วยการชนะจุดโทษฟุตบอลหญิงทีมชาติเวียดนาม 7-6 ในรอบชิงชนะเลิศ หลังเดินทางมาถึง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย กล่าวว่า “วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เราภาคภูมิใจหลังสามารถรักษาแชมป์อาเซียน แม้เราจะไม่สามารถชนะใน 90 นาทีได้ก็ตาม หลายท่านอาจจะมีคำถามเรื่องการดวลจุดโทษ ซึ่งก็ได้ดูเทปแล้ว ลูกฟุตบอลลูกนั้นยังเข้าไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามก็ต้องเคารพไลน์แมนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ต้องขอบคุณน้องนักกีฬาและสต๊าฟฟ์โค้ชทุกคน ก่อนที่จะไปแม้เราจะเป็นแชมป์เก่า แต่เรากดดันเพราะมีเวลาเก็บตัวแค่สองเดือนเท่านั้น ถ้าเทียบกับเวียดนามหรือเมียนมา ที่เก็บตัวมานาน อย่างไรก็ตามทุกคนก็สู้อย่างเต็มที่ เราทำการบ้านมาตลอดก็ได้อ่านความเห็นของหลายคน เราสัญญาว่าจะพยายามทำให้ทีมพัฒนามากขึ้น ต้องขอบคุณกำลังใจของทุกคนที่ส่งมาให้พวกเรา หลังจากวันนี้ก็จะให้ทุกคนได้พัก 1 สัปดาห์ และเข้าเก็บตัวต่อที่หนองจอกตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมนี้” “อีกสิ่งคือต้องขอบคุณสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทีได้หาเกมอุ่นเครื่องที่สหรัฐอเมริกา เราก็จะพยายามเก็บประสบการณ์ให้ได้มากที่สุดจากทีมเบอร์หนึ่งของโลก น้องทุกคนก็ต้องการสิ่งเหล่านี้ ตอนนี้เราขอเก็บตัวยาวเพื่อไปเล่นซีเกมส์ในปีหน้า ก็ยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะกีฬาชนิดนี้ในการแข่งขันหรือไม่ แต่ก็หวังว่าจะได้แข่งในซีเกมส์"  ขณะที่ยอดเงินอัดฉีดทีมฟุตบอลหญิง ชุดแชมป์อาเซียน 2016 รวมเป็นเงิน 4 ล้านบาท ประกอบด้วย คุณนวลพรรณ ล่ำซำ และบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 2,000,000 บาท, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย คุณสาระ ล่ำซำ จำนวน 500,000 บาท, บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด จำนวน 500,000 บาท, ธนาคารออมสิน จำกัด (มหาชน) จำนวน 300,000 บาท, ผลิตภัณฑ์ Snail white จำนวน 300,000 บาท, บริษัท ไทยเร้นท์อะคาร์ จำกัด จำนวน 200,000 บาท, บริษัทเอกชนไม่ประสงค์ออกนาม จำนวน 200,000 บาท ทั้งนี้โปรแกรมต่อไปของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย คือการเดินทางไปอุ่นเครื่องกับฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ เมือง โคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

งานผม งานออแกนิคต้องมา กับ Must Have 6 สุดยอดผลิตภัณฑ์ จากธรรมชาติ เพื่อผมหนานุ่มสลวยสุขภาพดี
บำรุงผม /  ผมยาวช้า / 

สวัสดีค่ะ สาวๆ MThai วันนี้ จะมาเสนอวิธีดูแลเส้นผม ในรูปแบบต่าง เพราะหลายๆคนคงเคยมีปัญหาผมมาบ้างไม่มากก็น้อย เช่น ผมเสีย ผมแตกปลาย ผมยาวช้า ผมร่วง เป็นต้น วันนี้ MThai เลยจะมาแนะนําผลิตภัณฑ์ที่ลองใช้แล้วแบบ เฮ้ย มันเวิร์คมากๆ สําหรับคนรักผม ต้องห้ามพลาดกันเลยค่ะ .... 1. สาวผมร่วง เอามือสางผมทีไรติดมาเป็นกําๆ มีปัญหาผมบาง จะทําผมทรงไหนก็ไม่สวย ดูแก่ แนะนําตัวนี้ เลย MThai ลองใช้แล้ว ลดผมร่วงได้ไวมาก ใช้ไปซัก 2 อาทิตย์ เริ่มมีผมงอกขึ้นใหม่เต็มเลย แล้วก็เวลาสางผมก็ไม่ค่อยมีหลุดติดมือละค่ะ คือดีงามจริงๆ AloEx hair regrowth shampoo and Serum จะเป็นแชมพูกับเซรั่มที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ ที่เน้นการรักษาและฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะ โดย เสริมสร้างการไหลเวียนของเลือดภายใต้หนังศีรษะ ให้รากผมได้รับสารอาหารเต็มที่ใช้ได้ทั้งในผู้ชาย ผู้หญิง รวมถึงคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย มั่นใจว่าไม่มีสารเคมีใดๆ ตกค้างบนศีรษะอย่างแน่นอน นอกจากนี้ คนที่มีพันธุกรรมผมบาง ใช้ตัวนี้แล้วผมงอกขึ้นด้วยนะ คอนเฟิ ร์ม! ใช้ไปเรื่อยๆ หนังศีรษะจะสุขภาพแข็งแรงขึ้น หัวไม่มัน ไม่คัน และพวกสะเก็ด รังแคต่างๆก็หายไปด้วยนะ คือดีงามสุดๆ www.aloexhair.com 2. สาวผมแห้งแตกปลาย ต้องนี่เลย L’occitane Aromachology Repairing Mask มาร์สหมักผมแนวอโรม่าที่ช่วยฟื้นฟู และบํารุงผมเสียแบบขั้นสุด สูตรนี้เน้นการฟื้นฟูผมเสียแตกปลายได้ดีมากๆ ไม่ว่าผมจะแห้งแข็ง เหมือนไม้กวาดขนาดไหน ใช้ตัวนี้แล้วผมจะนุ่ม ลื่น มี moisturizer สูงมากที่สามารถเคลือบเส้นผมและเกล็ดผมได้ดี แล้วที่สําคัญจุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้คือกลิ่นหอมมากๆ ใช้แล้วได้ฟิลลิ่งเหมือนอยู่ในสปา ผ่อนคลายสุดๆ เดินไปไหน ก็มีแต่กลิ่นผมหอมๆติดตัว โอ้ยเริ่ด! ตัวนี้สารสกัดหลักก็มาจากธรรมชาติ และมี sweet almond oil เชียร์บัตเตอร์และสารสกัดจากธรรมชาติอื่นๆ ที่ช่วยให้ผมลื่น สุขภาพดี ไม่ผสมซิลิโคนและพาราเบนจ้ะ รับรองว่าได้ผมหอมๆสวยๆ แล้วยังปลอดภัยอีกด้วย http://th.loccitane.com/ 3. สาวผมทําสี สาวผมทําสีมักจะอยากให้สีที่ย้อม ติดทน เงางาม ต้องนี่เลย EverPure Sulfate-Free Color Care System Moisture Conditioner by L'oreal Paris Hair Expertise นั้นเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ที่ไม่มีส่วนผสมของสารอันตรายจําพวก Sulfates ที่จะยิ่งทําให้ผมของเราหมอง ไม่เงางาม แล้วก็แห้งกระด้างไม่ชุ่มชื่นค่ะ แล้วตัวนี้ก็ไม่มีสารกันเสีย มีเทคโนโลยี Anti-Fade Complex เทคโนโลยีเพื่อการคงประกายสีผมให้ไม่หมอง หยุดยั้งการซีดจางของสีผม เพิ่มความเงางาม เหมือนเพิ่งทําสีผมมาใหม่ นอกจากนี้ยังป้องกันสีผมไม่ให้เพี้ยน บํารุงปลายผมไม่ให้แห้ง หลอดนี้ มีกลิ่น Rosemary Juniper หอมสมุนไพรสุดๆ สาวทําสีผมห้ามพลาดนะคะ http://www.lorealparisusa.com/ 4. สาวผมลีบแบน อันนี้เคยเป็นเหมือนกันค่ะ ผมไม่รู้จะลีบไปไหน ลีบจนหูโผล่ตลอด อยากได้ผมสวยมี volume เด้งๆ ต้องนี่เลยค่ะ Aveda thickening tonic เป็นแบรนด์ที่ดังมากๆในอเมริกา และมีความเป็นออแกนิคสูงมาก ขวดนี้ใช้ฉีดตรงโคนผม ช่วยยกโคนให้ผมดูพองหนา ดูผมเยอะ เซ็ตผมทรงไหนก็สวย ผมดูหนาตั้งแต่รากจรดปลายผมทันทีที่ใช้ ให้ฉีดเข้าที่โคนผมหลังจากเป่าผมแห้งแล้ว และหวีผมตามปกติ ก็ได้ผม volume สวยๆ ตัวนี้ส่วนผสมหลัก 97% ก็มาจากพืชธรรมชาติ และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำมันหอมระเหยสกัด ไม่มีสารเคมีด้วยนะ เลิฟสุดๆ http://www.aveda.com 5. สาวผมยาวช้า เคยอยากตัดผมบ๊อบน่ารักแบบเกาหลี แต่ช่างตัดผมดันเนรมิตรทรงคุณป้า อาจุมม่ามาให้ บางครั้งก็ตัดจนสั้นเด๋อ มันเครียด ส่องกระจกเมื่อไหร่ผมจะยาวซักที ต้องใช้ตัวนี้เลยค่ะ sunsilk co-creations ขวดสีเขียว สูตรนี้จะมีวิตามิน และไบโอติน ซึ่งก็คือวิตามินชนิดหนึ่ง รู้จักในอีกชื่อของวิตามินบี 7 หรือวิตามินเอช สามารถเจอได้ในอาหารจําพวกไข่แดง นม แป้งถั่วเหลือง เนย ถั่วลิสง บริเวอร์ยีสต์ และข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี คุณสมบัติหลักของมันช่วยบํารุงเส้นผมให้ไม่หงอก เพิ่มความชุ่มชื่น ทําให้รากผมแข็งแรงขึ้น ป้องกันผมร่วง พอมาอยู่ในซันซิลขวดสีเขียว เลยทําให้ผมสาวๆ ยาวไวขึ้น เห็นผลได้ชัดเจน มากๆเลยจ้า http://www.sunsilkthailand.com/ 6. สาวที่ขี้เกียจสระผม งานนี้บอกเลยว่าต้องพึ่ง dry shampoo เท่านั้นจ้ะ Mthai ลองมาแล้ว และชอบตัวนี้มากๆ คือ Living proof Perfect hair Day (PhD) ที่ ช่วยดูดซับความมัน เหงื่อ และกลิ่นไม่พึงประสงค์บนหนังศีรษะ โดยไม่ทําให้ผมเสียทรงหรือสูญเสียความชุ่มชื้น มีส่วนผสมหลักของ patented molecule, OFPMA ที่มีใน fast absorbing powder โดยไม่ทิ้งคราบผงแป้งบนหนังศีรษะ ทําความสะอาดเส้นผมได้ในเวลาอันรวดเร็ว ฉีดแล้วจะมีกลิ่นสดชื่นๆ เหมือนเพิ่งสระผมเสร็จใหม่ๆเลย ขวดนี้ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ผมทําสี หรือ ผิวบอบบางแพ้ง่าย ก็ใช้ได้นะคะ เพราะไม่มีส่วนผสมของพาราเบนจ้า http://www.livingproof.com/