จุงเบย

ระวัง !เสียงกระซิบ ขนลุกจนต้องคลั่ง ใน The Possession of Michael King
The Haunting in Connecticut /  The Possession of Michael King / 

เตรียมตัวให้พร้อม กับประสบการณ์กระชากหลอนจนต้องคลั่ง กับภาพยนตร์ The Possession of Michael King เรื่องราวของ ไมเคิล คิง (เชน จอห์นสัน) ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียคนที่รักของเขาไป ในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังไปได้สวย ซึ่งพบว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ภรรยาต้องจากไปเป็นเพราะความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติของเธอ เขาจึงต้องออกมาพิสูจน์ว่ามันไม่มีจริงด้วยตัวเอง แต่มันกลับทำให้ตัวเขาถลำเข้าไปสู่หุบเหวอันโหดร้ายของปีศาจเสียเอง! The Possession of Michael King สร้างบรรยากาศลึกลับได้อย่างน่าหลอกหลอน และมีลูกเล่นชวนขนลุกอยู่ตลอดเวลา โดยที่มีเครดิตดีอย่างไม่ต้องสงสัยจาก สก็อต นีเมเยอร์ ผู้อำนวยการสร้าง The Haunting in Connecticut มาช่วยขยี้ความช็อคให้น่ากลัวยิ่งขึ้น และผู้กำกับไฟแรงอย่าง เดวิด จุง ก็ถูกรับเลือกให้มากระซิบความหลอนในครั้งนี้ "คนเราต่างสงสัยในเรื่องราวเหนือธรรมชาติเสมอ จะเชื่อดี หรือไม่เชื่อดี ถึงจะเชื่อเราก็ไม่ได้จะเชื่อมันเสียทั้งหมด มันยังคงมีอะไรค้างคาใจอยู่ตลอด ด้วยความสงสัยนั้นจะทำให้คนดูสามารถเข้าถึงตัวละครได้เป็นอย่างดี และพร้อมติดตามชีวิตของตัวละครที่ดำเนินไปอย่างสมจริง" เดวิด จุง เล่าถึงที่มาที่ทำให้เขาเลือกเล่าเรื่องให้ดูสมจริงมากๆ และใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบสารคดี ที่ยังไม่ทิ้งรายละเอียดที่ดีในด้านภาพแบบสไตล์หนังสยองขวัญ ถ้าคุณเคยเชื่อว่าเรื่องภูติ ผี ปีศาจ หรือเรื่องเหนือธรรมชาติต่างๆ นานา เป็นเรื่องงมงาย เราขอท้าให้มาขจัดความสงสัยด้วยสายตาคุณเอง กับ The Possession of Michael King ในวันที่ 18 ธ.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างภาพยนตร์ The Possession of Michael King ได้ที่นี่เลย ----------------------------------

ทำไมฉันถึง กิน ไม่หยุด ?
กิน /  กินเยอะ / 

กิน พิซซ่าร้อนๆ ตามด้วยสลัดสักจาน, ไก่ทอด, สปาเก็ตตี้ ตบท้ายด้วยไอศกรีม แต่อาหารไทยก็น่าอร่อย เลยต่อด้วยแกงเขียวหวาน, หมี่กรอบ, ข้าวเหนียวมะม่วง อืมม์อร่อยจัง แต่ เอ..ทำไม่ยังไม่อิ่มเสียทีละ ?...ถ้าคุณเป็นอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ควรรีบเก็บของ กิน ที่อยู่ในมือ แล้วหันมาใส่ใจบริโภคข้อมูลเรื่องนี้กันสักหน่อย ก่อนที่อาการกระเพาะคราก, ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ,  อ้วน และอีกสารพัดโรคภัยจะถามหา สาเหตุจากโรคทางกาย เบาหวาน เกิดจาก ฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่นำน้ำตาลมาสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน มีปริมาณที่ไม่สมดุล หรือบางกรณีไม่มีฮอร์โมนนี้เลย ทำให้ดึงน้ำตาลมาใช้พลังงานในเซลล์ได้น้อย ทั้งที่ปริมาณน้ำตาลในเลือดมีสูง ทำให้ร่างกายรู้สึกขาดพลังงานอยู่ตลอดเวลา ผู้ป่วยจึงรู้สึกหิว การรักษา หากคุณยังตรวจไม่พบว่าเป็น เบาหวาน แต่เริ่มมีพฤติกรรมที่ส่อแวว และคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ ควรรีบปรับพฤติกรรมการ กิน ให้น้อยลง ลดอาหารที่มีรสหวาน และควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ถ้าตรวจพบว่าเป็นเบาหวานแล้ว นอกจากคุณจะต้องจัดระเบียบชีวิตเหมือนข้างต้นแล้ว ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาควบคู่กันไป โรคต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ ( Graves's disease ) เชื่อว่าโรคนี้เป็นผลจากพันธุกรรม หรือเกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยเมื่อภูมิคุ้มกันทำลายเนื้อเยื่อของตัวเอง แอนติบอดี้ในโลหิตจะเกิดการกระตุ้นให้ผลิตฮอร์โมนธัยรอยด์เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหาร และพลังงานมากขึ้นตามไปด้วย ผู้ป่วยจึงไม่ค่อยนิ่ง อยู่เฉยไม่ได้ และรู้สึกหิวบ่อย กิน เยอะ แต่กลับไม่อ้วน การรักษา การรักษาด้วยการ กิน ยาลดฮอร์โมนธัยรอยด์ การผ่าตัดต่อมธัยรอยด์ การ กิน น้ำแร่ (ไอโอดีน) กลุ่มอาการคุชชิ่ง(Cushing's Syndrome) จากความผิดปกติของร่างกาย มีสาเหตุจากฮอร์โมนสเตียรอยด์ในร่างกายถูกหลั่งออกมาผิดปกติ เนื่องจากต่อมใต้สมอง และต่อมหมวกไตชั้นนอกเกิดเนื้องอก หรือได้รับความกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ  หรือมีการทำลายเซลล์ประสาทบริเวณนั้น  ซึ่งฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในปริมาณที่ผิดปกติจะทำให้ผู้ป่วยหิวบ่อย ผู้ป่วยโรคนี้จะมีลักษณะอ้วนกลางลำตัว แต่แขนขาลีบ และหน้ากลมเป็นพระจันทร์ การรักษา กิน ยาต้านเชื้อราชื่อ คีโตโคนาโซล ที่มีฤทธิ์ลด และทำลาย ฮอร์โมนคอติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนสเตียรอยด์ที่ต่อมทั้งสองหลั่งออกมามากเกินไป ตรวจหา และผ่าตัดเนื้องอกที่เกิดขึ้น ความผิดปกติของสมองส่วนไฮโปธาลามัส เป็นสมองส่วนที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง ควบคุมความหิว อิ่ม และกระหายน้ำโดยตรง  ความผิดปกติของสมองส่วนนี้ เกิดขึ้นจากการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ หรือเป็นเนื้องอก การรักษา ทำการฉายแสง หรือผ่าตัดเนื้องอกที่เกิดขึ้น ถ้ามีสาเหตุจากการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ จะทำการรักษาไม่ได้ แต่อาจใส่ใจเรื่องการจัดสัดส่วนและประเภทอาหารที่รับประทาน และออกกำลังกายแทน โรค บูลีเมีย (Bulimia nervosa) เป็นโรค กิน ไม่หยุด โดยมีลักษณะการ กิน ที่เรียกว่า Binge eating คือ ลักษณะการ กิน อาหารต่อเนื่องในปริมาณมากๆ ในคราวเดียว เมื่อเทียบปริมาณอาหาร และเวลาที่ใช้รับประทานกับคนปกติ เป็นลักษณะอาการทางจิตอย่างหนึ่ง ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมตัวเองในเรื่อง กิน ได้  ลักษณะของคนเป็นโรคนี้จะชอบแอบไป กิน คนเดียว เพื่อไม่ให้ใครพบเห็น สมาคมจิตแพทย์อเมริกันแบ่ง ผู้ป่วยบูลีเมีย ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ป่วยที่ขับอาหารที่ กิน ออกมาหลัง กิน เสร็จ เช่น กระตุ้นให้ตัวเองอาเจียน กิน ยาถ่าย สวนอุจจาระออก พวกนี้จะไม่อ้วน บางคนกลับผอม 2.ผู้ป่วยที่หาทางออกอื่น เช่น กิน สลับกับอด หรือออกกำลังกายอย่างหักโหม ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติทั่วไป ถึงน้ำหนักจะลดบ้างแต่ก็ไม่มาก 3.กลุ่มที่ไม่ทำอะไรเลย กลุ่มนี้ค่อนข้างเป็นกันน้อย ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะไม่ทำอะไรเลย กิน อย่างเดียว กลายเป็นคนอ้วนในที่สุด สาเหตุของโรคนี้ คือ ปัจจัยทางชีวะภาพ เช่น พันธุกรรม ปัจจัยด้านจิตใจ เช่น ขาดความอบอุ่นในครอบครัว การเลี้ยงดูในวัยเด็ก ปัจจัยด้านสังคม และวัฒนธรรม เช่น ค่านิยมต่างๆ ผลกระทบต่อร่างกายของการ กิน ไม่หยุดในผู้ป่วย Bulimia กระทบต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้กระเพาะคราก และทำงานผิดปกติ ต่อมน้ำลายอักเสบ จากการล้นของกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้หัวใจเต้นช้าลง , เกิดภาวะโปแตสเซียมต่ำ (จากการอาเจียนอาหาร) , ความดันโลหิตให้ต่ำลง ถ้าเป็นนานๆ ก็อาจจะทำให้ระบบเลือดในร่างกายผิดปกติ ซีด ไขมันในเลือดผิดปกติ กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกจาง ผิวหนังแห้งแตก สูญเสียกรดในกระเพาะอาหารในขณะอาเจียน กรดซึ่งทะลักจากกระเพาะผ่านหลอดอาหาร ทำให้หลอดอาหารส่วนปลาย และฟันถูกกัดกร่อน เกิดฟันผุ และอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมะเร็งหลอดอาหารได้ พวกที่ใช้ยาถ่าย ยาสวนทวาร หรือยาขับปัสสาวะ จะทำให้เสียเกลือแร่ ปอดอักเสบติดเชื้อ จากการลำลักอาหารในเวลาอาเจียน กระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง และคลื่นสมองผิดปกติ ประจำเดือนมาน้อยลง แต่ไม่ถึงกับขาดประจำเดือน กรณีผู้ป่วยที่ออกกำลังกายอย่างหักโหมก็จะทำให้ร่างกายสึกหรอ ข้อ เข่าเสื่อม การรักษา 1.ใช้วิธีจิตบำบัด ซึ่งทำได้ยากพอควรประกอบกับผู้ป่วยไม่ยอมเข้ารับการรักษา 2.ทำโดยพฤติกรรมบำบัด (CBT) เริ่มจาก บันทึกเหตุการณ์ของการ กิน ไม่หยุด ว่าอะไรคือตัวกระตุ้น และถ้าหยุดพฤติกรรมจะเกิดความไม่สบายใจอย่างไร สอนให้ผู้ป่วยรู้จักผ่อนคลาย เพื่อจัดการกับความเครียดจะได้ไม่ต้องไป กิน ไม่หยุด สอนผู้ป่วยให้เรียนรู้กับการเผชิญปัญหา ให้ต่อสู้กับปัญหาของตนเองใช้เวลาในการเก็บข้อมูลประมาณ 3 - 6 เดือน 3.อาจต้องรักษาอาการต่าง ๆ ทางร่างกาย ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นผลกระทบควบคู่ไปด้วย กิน ได้เยอะเพราะผลจากยา ยาที่ทำให้คุณรู้สึกหิว และกินได้จุคือ ยาคุมกำเนิด และยาสเตียรอยด์ การรักษา หยุดยาที่ กิน อยู่ ส่วนการ กิน จุบจิบในชีวิตประจำวัน หรือ กิน เพื่อคลายเครียดนั้น จิตแพทย์บอกว่า อาจเพราะคุณต้องการหาทางออกในเวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้น หรือคุณอาจขาดการฝึกวินัยให้กับตัวเองในเรื่องการ กิน อาหาร ก็เลยชอบ กิน จุบจิบ ไม่เป็นเวลา แนวทางการรักษาอาการนี้ก็คือ คุณต้องรู้จักที่จะเผชิญ และแก้ปัญหาให้ถูกจุด รวมถึงการฝึกวินัยให้กับตัวคุณเอง เพียงเท่านี้คุณก็จะละนิสัยเสียเรื่องการ กิน ได้แล้วละครับ ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine มิถุนายน, Issue 53

ข้อควรรู้ ว่าด้วยเรื่องพระยศและคำนำหน้านาม 'ท่านผู้หญิง'
ข่าววันนี้ /  ท่านผู้หญิง / 

ข้อควรรู้ ว่าด้วยเรื่องพระยศและคำนำหน้านาม 'ท่านผู้หญิง' ศรีรัศมิ์ สุวะดี  ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ ได้แชร์บันทึกข้อความพร้อมกับยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง ว่าด้วยเรื่องของพระยศ คำนำหน้านาม จากกรณีเจ้านายฯ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ซึ่งเขียนโดยสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Champ Vijitakula โดยบทควมดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากผู้เขียน ได้รับทราบเรื่องราวจากหลายๆสื่อ ทั้งหนังสือพิมพ์ เวปไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับเจ้านายฯ ผู้ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์ โดยสื่อเหล่านั้นนำมาจากไลน์ ซึ่งเขียนขึ้นอย่างขาดความรู้ และไม่ตรงกับความเป็นจริงตามธรรมเนียมราชสำนักไทย จึงขอเขียนอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1.เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาขึ้นเพื่อพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท โดยสำหรับฝ่ายใน มีทั้งหมด ๕ ตรา คือ ปฐมจุลจอมเกล้า ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ทุติยจุลจอมเกล้า ตติยจุลจอมเกล้า และจตุถจุลจอมเกล้า โดยมีการกำหนดคำนำหน้านามสตรีไว้ดังนี้ (แบบหลังการยกเลิกพระราชทานบรรดาศักดิ) - สตรีสามัญชนที่สมรสหรือเคยสมรส ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ชั้นจตุถจุลจอมเกล้า ขึ้นไปถึง ทุติยจุลจอมเกล้า มีคำนำหน้านามว่า "คุณหญิง" เช่น คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นต้น - สตรีสามัญชนที่สมรส หรือเคยสมรส ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ถึงปฐมจุลจอมเกล้า มีคำนำหน้านามว่า "ท่านผู้หญิง" เช่น ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย เป็นต้น - สตรีสามัญชนที่มิได้สมรส หากได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นใดก็ตาม ก็จะมีคำหน้านามว่า "คุณ" เช่น คุณจันทนี ธนรักษ์ คุณทวี มณีนุช เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การเป็นคุณหญิง หรือ ท่านผู้หญิง ต้องแต่งงาน หรือเคยแต่งงานมาก่อน - พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นใดก็ตาม หากสมรสก็ไม่ต้องเปลี่ยนเป็น คุณหญิง ท่านผู้หญิง เช่น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร หม่อมเจ้าประสงค์สม บริพัตร เป็นต้น - สตรีที่เป็นราชนิกุล ชั้นหม่อมหลวง หม่อมราชวงศ์ ที่สมรสแล้วหรือเคยสมรส ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ ชั้นจตุถจุลจอมเกล้าถึงทุติยจุลจอมเกล้า (เป็นคุณหญิง) ไม่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต หม่อมราชวงศ์ ดัจฉราพิมล ตุงคนาค เป็นต้น - สตรีที่เป็นราชนิกุล ชั้นหม่อมหลวง หม่อมราชวงศ์ ที่สมรสแล้วหรือเคยสมรส ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ตั้งแต่ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ถึงชั้นปฐมจุลจอมเกล้า (เป็นท่านผู้หญิง) เปลียนคำนำหน้านามเป็น ท่านผู้หญิง เช่น ท่านผู้หญิงเหมือนจิต ภิรมย์ภักดี (หม่อมราชวงส์เหมือนจิต ประวิตร ภิรมย์ภักดี) ท่านผู้หญิงสารภี มิ่งเมือง (หม่อมหลวงสารภี สนิทวงศ์ มิ่งเมือง) - สตรีที่เป็นหม่อมห้ามพระราชวงศ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นใด ไม่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา เป็นต้น - พระราชวงศ์ฝ่ายใน ที่กราบบังคมทูลพระกรุณา ลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรส ให้ใช้คำนำหน้านามว่า นาง เช่น นางปัทมนรังสี เสนาณรงค์ (หม่อมเจ้าปัทมนรังสี เสนาณรงค์) หากได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นใด ก็ให้ใช้คำนำหน้านามเหมือนสามัญชน เช่น คุณหญิงรังษีนภดล สนิทวงศ์ (หม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล) ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร (หม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล - นางพันธุ์สวลี กิติยากร - คุณหญิงพันธุ์สวลี กิติยากร) 2.หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.) เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ในโอกาสวันฉัตรมงคล http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/0B/00141571.PDF - ต่อมาเมื่อหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา มีครรภ์พระกุมารในสมเด็จพระบรมฯ ขณะนั้น มีพระราชดำริ พระราชทานอิสริยยศ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า แก่พระกุมารที่ประสูติมานั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา หม่อมศรีรัศมิ มหิดล ณ อยุธยา ป.จ. ขึ้นเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00166795.PDF มีลำดับโปเจียมเป็นที่หนึ่ง ของบรรดาพระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าทุกพระองค์ และได้รับพระราชทานพระยศทหารเป็นพลตรีหญิง ในเวลาต่อมา http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2556/B/025/1.PDF - ต่อมา เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ พระวรชายาฯ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ คือทรงหย่า ดังนั้นถือเป็นสามัญชน มีชื่อว่า พลตรีหญิง (นาง) ศรีรัศมิ์ สุวะดี (อันเป็นนามสกุลเดิมก่อนจะใช้นามสกุลพระราชทาน) แต่ด้วยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า จึงมีคำหน้านามว่า "ท่านผู้หญิง" โดยอัตโนมัติ - อีกประการหนึ่ง มีผู้ถามว่า ต้องใช้ราชาศัพท์เป็นการถวายพระเกียรติท่านผู้หญิงหรือไม่ ก็อาจจะตอบได้ว่า หากเป็นผู้ที่มี"สกุลยศ"(ยศแต่กำเนิด) เดิมเป็นเจ้า ก็นิยมใข้ราชาศัพท์ เช่น ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี เป็นหม่อมเจ้าหญิงมาก่อน เวลาทูลอะไรก็นิยมใช้ราชาศัพท์ ถวายพระเกียรติแด่พระชาติกำเนิดก่อนทรงลาออกเป็นต้น แต่สำหรับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ นั้น พระชาติกำเนิดเดิมเป็นสามัญชน ดังนั้น จึงไม่ต้องใช้ราชาศัพท์ในการพูดคุย  - เพิ่มเติม การที่สตรีผู้มีบรรดาศักดิ์ จะแจ้งแก่นายทะเบียนว่าจะให้ตนเองมีคำนำหน้านามอย่างไร สุดแต่ความประสงค์ของสตรีผู้นั้น เช่น เป็นคุณหญิง แต่ประสงค์ที่จะแจ้งแก่นายทะเบียนผู้ทำบัตรประชาชนว่า "นาง" ย่อมทำได้ เป็นต้น - ส่วนสำหรับการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องมีพระบรมราชโองการให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา อันไม่เกี่ยวข้องกับการลาออกจากฐานันดรศักดิ์ ซึ่งหากจะมีพระบรมราชโองการดังกล่าว ก็สุดแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ... - ในกรณีสตรีผู้สมรสแล้ว หรือ เลิกการสมรสแล้ว จะมีความประสงค์จะใช้คำนำหน้านามว่า นางสาว หรือนาง ก็แล้วแต่ความประสงค์ ตามพระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง ปี ๒๕๕๑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/A/028/72.PDF บทความโดยสมาชิกเฟซบุ๊ค คุณ Champ Vijitakula

5 เหตุผลที่ ทีมชาติไทย ชุดนี้จะทวงคืนบัลลังก์จ้าวอาเซียน
aff suzuki cup 2014 /  ชนาธิป สรงกระสินธ์ / 

เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศเรียบรอยแล้ว บทสุปเป็นอันว่า ทีมชาติไทยของเรา จะต้องเจอกับ  มาเลเซีย ที่พลิกล็อคบุกไปเอาชนะ เวียดนามได้แบบเหลือเชื่อ 4-2 ผ่านเข้ามาล้างตากับไทยอีกครั้งหลังจากที่เคยอยู่ร่วมสายกันมาก่อนในรอบแรก และเป็นทีม “ช้างศึก” ที่เอาชนะมาได้ก่อน 3-2 แต่เชื่อว่าการเล่นนัดชิงแบบเหย้าเยือนมันจะเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน แต่มีหลายเหตุผลที่จะเชื่อว่าทีมลูกหนังไทยจะปีนขึ้นมาเขย่าบัลลงก์อาเซียนอีกครั้ง หลังจากที่อกหักมาตลอดการเข้าชิง 3 ครั้งหลังสุด ความสดใหม่ของนักเตะสายเลือดใหม่ ทีมชาติไทยชุดนี้มีผู้เล่นหลงเหลือจากชุดรองแชมป์เมื่อสองปีก่อนเพียงแค่ 6 คนเท่านั้น และ 1 ในนั้นมีเพียงคนเดียวที่เป็นตัวหลักจนถึงชุดนี้คือ “เมสซี่เจ” เท่านั้น เรียกได้ว่า ทีมชาติชุดนี้คือสายเลือดใหม่ ความหวังใหม่ของคนไทยทั้งประเทศ จุดแข็งของทีมชาติชุดนี้คืออายุเฉลี่ยที่ค่อนข้างน้อย โดยมีเพียงคนเดียวที่อายุ 31 ปี คือชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา หรืออนุชา ในชื่อเดิมเท่านั้น ส่วนใหญ่เกินครึ่งเป็นผู้เล่นที่ต่อยอดมาจากชุดเอเชี่ยนส์เกมส์เมื่อไม่กี่เดือนก่อนทั้งนั้นซึ่งส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 23 ปีทั้งนั้น ถือว่าความสดของผู้เล่นกินขาด แถมยังมีไฟกระหายในความสำเร็จ ไม่ยึดติดกับตัวผู้เล่น ตลอด 5 นัดที่ผ่านมาตั้งแต่รอบแรกจนผ่านรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทยใช้ผู้เล่น 11 ตัวจริงไม่ซ้ำกันแม้แต่นัดเดียว แม้แต่ กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายทวารมือหนึ่งยังได้ลงสนามไม่ครบทุกนัด โดยได้พักในนัดที่พบกับเมียนมาร์ โดย 22 ผู้เล่นที่เรียกมาได้มีโอกาสลงสนามไปรับใช้ชาติกันถ้วนหน้าทั้งๆที่การแข่งขันไม่จบทันจะจบด้วยซ้ำ หมายความว่าทุกๆคนสามารถเรียกใช้งานได้ตามแท็คติกที่เหมาะสม แม้แต่ตอนที่กองหน้าสองคนที่ใช้งานประจำอย่าง กีรติ และ อดิศักดิ์ ลงสนามไม่ได้ ก็ยังปรับเปลี่ยนตำแหน่ง โดยดันให้ ชนาธิป ขึ้นไปยืนเป็นหน้าเป้ามาแล้วแถมผลงานเยี่ยมอีกด้วย แฟนฟุตบอลหนุนหลัง ของการแข่งขันรายการนี้ คือการลงเล่นแบบเหย้าเยือนในรอบรองชนะเลิศไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศทำให้ทุกนัดที่เล่นในบ้าน ฝ่ายที่เป็นเจ้าบ้านจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกุมความได้เปรียบให้ได้มากที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าทีมชาติชุดนี้จะสามารถปลุกกระแสของฟุตบอลทีมชาติไทยที่หลับใหลให้ลุกขึ้นมาผงาดได้อีกครั้ง โดยในการเล่นในบ้านในรอบรองชนะเลิศกับ ฟิลิปปินส์  ซึ่งคนไทยได้เห็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยคือ แฟนบอลเข้าไปชมเกมส์เต็มความจุ ของสนามราชมังคลากีฬาสถาน จนมาถึงนัดชิงชนะเลิศ ตั๋วกว่า 5 หมื่นใบจากทุกช่องทางการจัดจำหน่ายถูกซื้อหมดไปโดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเศษๆเท่านั้น เป็นเครื่องการันตีอย่างดีว่า นัดชิงชนะเลิศกับมาเลเซีย นัดแรก ขุนพลแข้งไทยจะได้รับกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดิม ผู้ชายที่ชื่อ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง การดันอดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกาขึ้นมารับบททีมชาติไทยชุดนี้ น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกใจแฟนๆครั้งหนึ่งในรอบหลายปีของสมาคมฟุตบอล หลังจากพิสูจน์ฝีมือในการพาทีมทวงเหรียญทองซีเกมส์คืนกลับมา และพาทีมคว้าที่ 4 เอเชี่ยนส์แกมส์แบบประทับใจ โค้ชซิโก้ เดินหน้าสร้างทีมของตัวเองขึ้นมาใหม่ด้วยการใช้ผู้เล่นการชุดเอเชี่ยนส์เกมส์ที่รู้มือกันดีเป็นแกนหลัก และให้โอกาสกับนักเตะที่ กุนซือทีมชาติคนก่อนๆไม่เหลียวแลอย่าง ประกิต ดีพร้อม ได้ลงสนามและสามารถตอบแทนด้วยการทำสถิติจ่ายบอลให้เพื่อนทำสูงสุดในการแข่งครั้งนี้ และไม่ใช่แค่การวางหมากในสนาม แต่การวางตัวนอกสนามของ กุนซือวัย 41 ปีก็อยู่ในขั้นยอดเยี่ยม เพราะสัมภาษณ์แต่ละครั้งนอกจากจะได้ใจทั้งลูกทีม และคนไทยทั้งประเทศ แม้แต่คู่แข่งยังให้ความเคารพ ตรงนี้ช่วยคลายความกดดันของของทีมไปได้อีกเยอะ ทีเดียว เกมส์รับที่เหนียวแน่น มาถึงตรงนี้แล้ว ทีมชาติไทยของเราเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ โดยโดนเจาะตาข่ายไปแค่ 3 ลูกเท่านั้น โดยสองลูกมาจากคู่แข่งในนัดชิงของเราเอง เชื่อว่างานนี้ทีมงานสต๊าฟต้องทำการบ้านแก้หมากกันอย่างดี สำหรับแนวรับชุดนี้ 4 คนไล่เรียงตั้งแต่ผู้รักษาประตู กวิน ธรรมสัจจานันท์ แบ็กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา แต่เซนเตอร์ฮาร์ฟ ธนบูรณ์ เกศารัตน์ เล่นร่วมกันมาตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์แล้ว และ 3 คนในแผงหลังอยู่ในสังกัด บีอีซี เทโรด้วยกันแม้ “เจ้าต้น” นฤบรดินทร์ จะย้ายไปอยู่กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดก็ตาม การเล่นด้วยกันมานานทำให้มีความเข้าขาและเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง บวกกับเซนเตอร์ประสบการณ์สูงในระดับสโมสรอย่าง สุทธินันท์ พุกหอม ลงไปประคอง ยิ่งมีตัวสกรีนข้างหน้าที่วิ่งไม่มีหมดแบบ สารัช อยู่เย็น ที่เล่นดีจนเบียดตัวเก๋าอย่าง อดุล หสะโสะ ไปนั่งสำรองน่าจะทำให้แนวรับแข็งแกร่งขึ้น บอลแบบนี้ถ้าไม่เสียประตูซะอย่างโอกาสแพ้ยาก ยิ่งใช้กฏยิงประตูทีมเยือนหากรักษาคลีนชีตในบ้านได้งานอีกนัดจะง่ายขึ้นอีกเป็นกอง แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามา ทีมไทยยังเหลือบันไดอีกสองขั้นให้ ก้าวขึ้นไปหยิบถ้วยที่ไม่เคยได้สัมผัสมา 12 ปี โดยมาเลเซีย จะเป็นผู้ตอบคำถาม ในวันที่ 17 ธันวาคม และ 20 ธันวาคมนี้

ซูเปอร์โซนิค เครื่องบินเจ็ท เร็ว แรงทะลุโลก!!
ความเร็วสูง /  เครื่องบิน / 

เครื่องบินเจ็ท ซูเปอร์โซนิค ที่ว่านี้ ดูเหมือนจะตีตลาดเครื่องบินส่วนตัวของคนชั้นสูง คือจะต้องรวยมากๆ ถึงจะยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อร่นระยะเวลาเดินทางให้น้อยลง โดยกลุ่มนักลงทุนใช้เงินไปทั้งสิ้น 110 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,630 ล้านบาท) จุผู้โดยสาร 12 ที่นั่ง คาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการครั้งแรกในปี 2022 ซูเปอร์โซนิค เครื่องบินเจ็ท เร็ว แรงทะลุโลก!! เครื่องบินสุดแรงลำดังกล่าว ถลาลมด้วยความเร็วประมาณ 1,200 ไมล์/ชั่วโมง (1,931 กิโลเมตร/ชั่วโมง) สามารถใช้เวลาบินจาก มหานครนิวยอร์ก มายังลอสแองเจลีส ในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงครึ่ง แถมยังร่นระยะเวลาในการบิน ระหว่างนิวยอร์กและลอนดอน จากเดิม 7 ชม. เหลือเพียง 4 ชม. เท่านั้น โดยคุณ เจฟฟ์ มิลเลอร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร ของ Aerion หนึ่งในกลุ่มนักลงทุน กล่าวว่า "ในเรื่องของการเจรจาทางธุรกิจ สิ่งนี้มันจำเป็นนะ และแน่นอนว่าผู้คน ต่างอยากไปถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว" ขอบคุณที่มาและรูปภาพจาก www.money.cnn.com  ,  เรียบเรียงโดย :Travel MThai

กรมการบินพลเรือน ออกประกาศ ห้ามนำPower Bank โหลดใต้เครื่อง
กรมการบินพลเรือน /  นำแบตเตอรี่สำรองขึ้นเครื่องบิน / 

กรมการบินพลเรือน ออกประกาศ ห้ามนำPower Bank โหลดใต้เครื่องบิน วันนี้(26พ.ย.) มีรายงานข่าวว่า กรมการบินพลเรือนได้ทำหนังสือถึงกรรมการผู้อำนวนการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเมื่อตรวจพบแบตเตอรี่สำรอง โดยเผยว่าไม่อนุญาตให้นำแบตเตอรี่สำรองในรูปแบบ Power Bank ทุกชนิดใส่ในกระเป๋านำไปเช็คอิน ผู้โดยสารและลูกเรือสามารถนำแบตเตอรี่สำรองขึ้นไปบนเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวนแต่ต้องมีค่าความจุไฟฟ้าไม่เกิน 100Wh หรือ20,000 mAh ผู้โดยสารและลูกเรือ1ท่านสามารถนำแบตเตอรี่สำรองไปกับอากาศยานหรือพกใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องมีค่าประจุระหว่าง 100-160 Wh หรือ 20,000-32,000 mAh คนละไม่เกิน2ชิ้น  สุดท้ายไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำแบตเตอรี่สำรองมากกว่า 160Wh หรือ 32,000 mAh ขึ้นเครื่อง MThai News