งูใหญ่

กลัวชะนีละอ่อนตีท้ายครัว บุ๋ม แอ๊บแบ๊ว มัดใจแฟนเด็ก
บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม เอก เอกริน / 

ชิชะ!! รู้สึกว่าตั้งแต่คบหาดูใจกับแฟนเด็กหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง เอก เอกริน สาวใหญ่หุ่นอึ๋มชั่วโมงบินสูงอย่าง บุ๋ม ปนัดดา ดูจะสวยขึ้นกว่าเดิมเยอะ ที่สำคัญขยันแอ๊บเด็กเอาใจแฟนหนุ่มสุดๆ หลังจากที่ประกาศว่าจะแต่งงานกันในปีหน้า ดูคู่นี้จะหวานขึ้นทุกวันตัวติดกันอย่างกะปาท่องโก๋ ควงกันไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ แม้หลายคนจะมองว่าอายุที่ห่างกันของทั้งคู่จะเป็นอุปสรรค แต่สำหรับสาวใหญ่อย่างบุ๋มดูจะไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิดส์ ดูจากช่วงหลังๆ ที่นางแต่งตัวสิจ๊ะเด็กวัยรุ่นยังอาย นอกจากนางจะหมั่นดูแลทรวดทรงองค์เอวและหนังหน้าให้ดูสวยเต่งตึงฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอแล้ว เรื่องการแต่งตัวของนางช่วงนี้ก็ดูจะแอ๊บแบ๊วลดอายุลงไปเยอะ ทั้งมัดผมแกละ ใส่เสื้อผ้าอย่างกะเด็กวัยรุ่น เห็นแล้วก็แซบเหลือหลาย มิน่าหนุ่มเอกถึงเอาอกเอาใจกระดิกตัวไปทางไหนก็คอยเป็นมือเป็นเท้าให้ตลอด ลงทุนแอ๊บแบ๊วมัดใจแฟนหนุ่ม ออดอ้อนฉอเลาะบ้างในบางครั้งแบบนี้ ไม่รู้เพราะกลัวชะนีหน้าใสวัยทีนจะมาตีท้ายครัวหรือเปล่าน้า... บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก

รวบโจรแสบ แกล้งขาดสติ หลังถูกจับได้ขโมยโน๊ตบุ๊ค
ข่าวจังหวัดชุมพร /  ข่าววันนี้ / 

ตร.ชุมพร ช่วยกันจับกุม โจรขโมย Notebook แกล้งทำตัวขาดสติจับสุนัขเป็นตัวประกัน รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ต.ค. 57) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนกำลังทำร้ายตัวเอง ที่สถานีรถไฟชุมพร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบกับชายหนุ่มรูปร่างอ้วนใหญ่ อายุประมาณ 35 ปี กำลังโดนชาวบ้านยื้อยุดอยู่พร้อมกับกอดสุนัขตัวนึงไว้แน่น พูดจาฟังไม่รู้เรื่องเหมือนคนสติไม่ดี สอบถามจึงได้ความว่า หนุ่มอ้วนรายนี้ได้เข้าไปในร้านขายโน๊ตบุ๊คร้านนึงทำทีเอาโน๊ตบุ๊คไปซ่อม พอเจ้าของเผลอ ก็ได้ขโมยโน๊ตบุ๊คในร้านแล้วหนีออกไป เจ้าของร้านจึงรีบตามออกมาจนไปเจอตัวที่สถานีรถไฟชุมพร จึงได้ขอให้ชาวบ้านช่วยกับจับเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงร่วมเข้าจับกุม แต่ก็เป็นไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องด้วยผู้ต้องหาตัวอ้วนใหญ่และขัดขืนไม่ยอมให้จับกุมขณะเดียวกันก็ได้กอดสุนัขตัวนึงไว้แน่น แล้วพูดซ้ำๆว่า หมาของผมอย่าเอาหมาผมไป แต่ชาวบ้านบอกว่าสุนัขอยู่ที่สถานีอยู่แล้ว หลังจากยื้อกันอยู่นานโจรอ้วนก็สิ้นฤทธิ์ยอมให้จับ เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อและรายละเอียดของผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ต้องหาพยายามพูดจาวกวนเหมือนคนสติไม่ดี ข้อมูลข่าวจาก morning-news.bectero.com MThai news

กฏหมายเกี่ยวกับการทารุณสัตว์ที่ควรรู้
กฏหมายการทารุณสัตว์ /  กฏหมายสัตว์ / 

ประเทศไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณสัตว์ ดังเช่นนานาอารยประเทศ เช่นกัน แต่ปัจจุบันกฎหมายที่มีอยู่ช่วยสัตว์ได้น้อยมากและยังขาดความศักดิ์สิทธิ์อยู่มาก อันเนื่อง มาจากการบังคับใช้ไม่ได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือผู้รักษากฎหมายเอง ไม่เห็นความสำคัญของชีวิตสัตว์และการทารุณสัตว์ ผู้คนจำนวนมากยังขาดความรู้ หรือ ไม่ทราบเกี่ยวกับกฎหมายเหล่านี้ ด้วยสาเหตุดังกล่าว สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (Thai Society for the Prevention of Cruelty to Animals - TSPCA) จึงมีเจตนารมย์มุ่งเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบเกี่ยวกับกฎหมายเหล่านี้ และช่วยกัน สอดส่องป้องกันมิให้เกิดการทารุณสัตว์ อีกทั้งยังช่วยรณรงค์ให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ขึ้น 1. ในประเทศไทย ผู้ใดกระทำทารุณสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นทำร้ายร่างกายจนถึง การฆ่าอย่างทารุณ มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์หรือไม่? มีกฎหมายมาตรา 381 ผู้ใดกระทำทารุณต่อสัตว์ หรือฆ่าสัตว์โดยได้รับทุกขเวทนา อันไม่จำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรานี้มีข้อความทำนองเดียวกับมาตร 335(16) แห่งกฎหมายลักษณะอาญาเดิม 2. คำว่า "การทารุณ" ควรจะตีความหมายอย่างไร? ตามหัวข้อที่ 1461 การทารุณ คือ การแสดงความโหดร้าย ให้ดูมาตรา 289(5) หัวข้อที่ 1008 มาตรา 340 วรรค 4 หัวข้อที่ 1296 ซึ่งวินิจฉัยตามความรู้สึกของคนทั่วไป ในพฤติการณ์เช่นนั้น "ทุกขเวทนา" คือความลำบากการฆ่าสัตว์ (เช่น ฆ่าสัตว์เป็นอาหาร) ทำได้ตามวิธีธรรมดา แม้จะทำให้สัตว์ได้รับความลำบาก ถ้าเป็นวิธีจำเป็นตามพฤติกรรม อันควรใช้วิธีฆ่าเช่นนั้น ก็ไม่เป็นความผิดฐานนี้ (๑) การกระทำตามนี้ แสดงว่าผู้กระทำ ต้องมีเจตนา 3. การทารุณสัตว์ตามกฎหมายนั้นจำกัดความใหญ่ เล็ก ของสัตว์หรือไม่? การพิจารณาว่าจะเข้าเกณฑ์ทารุณสัตว์หรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆ ไป กฎหมาย ไม่ได้จำกัดสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ สัตว์ทุกขนาดตั้งแต่แมลงจนถึงช้าง ย่อมได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมายมาตรานี้ (381) เท่าเทียมกันทั้งสิ้น 4. การใช้แรงงานสัตว์อย่างทารุณ ถือว่าทารุณสัตว์ หรือ ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง แรงงานสัตว์หรือไม่? ตามกฎหมาย มาตรา 382 ผู้ใดใช้ให้สัตว์ทำงานจนเกินสมควร หรือ ใช้ให้ทำงาน อันไม่สมควร เพราะเหตุที่สัตว์นั้นป่วย เจ็บ ชรา หรืออ่อนอายุ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรานี้มีความทำนองเดียวกับมาตรา 335(17) แห่งกฎหมายลักษณะอาญาเดิม แต่ไม่ต้องมีผลทำให้สัตว์ถึงตายหรือบาดเจ็บเช่นเดิม ตามหัวข้อที่ 1462 สัตว์ที่ใช้งานตามมาตราจะเป็นงานใด ๆ ที่ใช้สัตว์นั้นทำ เช่น ไถนา ลากรถ ขับขี่ ลากไม้ แสดงละคร เป็นต้น สัตว์นั้นป่วย เจ็บ แก่ หรืออ่อนอายุเกินสมควรกว่างานที่ไม่สมควรสำหรับสัตว์ในสภาวะเช่นนั้น ที่มาจาก สมาคมป้องกันการทารุณสตว์แห่งประเทศไทย  MThai News

ปุ๊กลุก ยก อั้ม ขึ้นหิ้ง ตามรอย คุณนาย ขึ้นแท่นซุป’ตาร์
ปุ๊กลุ๊ค ฝนทิพย์ /  อั้ม พัชราภา / 

ยังคงดีกรีความฮอตไม่ตกอันดับเลยจริงๆ สำหรับผู้หญิงคนนี้ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ นางเอกสาวคิวแน่นแห่งวิกหมอชิต ที่มีประเด็นข่าวออกมาให้ชี้แจงเป็นระลอก เพราะไม่ว่าคุณเธอจะทำอะไรก็ถูกโยงประเด็นเกาเหลาไปซะหมด แต่ทุกครั้งสาวปุ๊กลุกเธอก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ ตอบชัดเจนทุกคำถามสมกับเป็นนางงามฝุดๆ แหมๆๆ เป็นสาวสาวมั่นอย่างนี้นี่เองแฟนคลับถึงได้รัก ได้หลงเช่นนี้ เอ้า!!! พูดแล้วจะหาว่ามโนไปเองรึเปล่า แต่มันคือเรื่องจริงค้า...วันก่อนเจอสาวปุ๊กลุกออกงานโชว์ตัว เดินแบบพร้อมมงกุฎประจำตำแหน่ง ขุ่นพระ!!! เพียงแค่คุณเธอย่างก้าวออกมาเท่านั้นละค่ะ บรรดาแฟนคลับก็พากันกรี๊ดๆๆ คอแทบแตก ฮอตจริงอะไรจริงนะคะเนี่ยคุณน้อง จุดนี้สงสัยว่าสาวปุ๊กลุกเธอกำลังเจริญรอยตามนางเอกรุ่นพี่อย่าง อั้ม พัชราภา แน่ๆ เพราะตั้งแต่เข้าวงการคุณเธอก็พยายามตีซี้กับนางเอกรุ่นพี่หลายต่อหลายคน จนพวกขาเม้าท์พากันเม้าท์มอยไปว่า She เกาะกระแสดัง แต่ถึงยังไงเธอไม่สนใจกับเสียงนกเสียงกา และช่วงนี้เธอดูจะสนิทสนมกับสาวอั้มเป็นพิเศษ ส่องในไอจีรูปส่วนใหญ่ก็มีแต่รูปคู่ ไปไหนมาไหนก็จะเห็นสองพี่น้องเดินเล่นช็อปปิ้งด้วยกันบ่อยๆ ไม่รู้ว่าสนินสนมกันอย่างนี้ สาวปุ๊กลุกมีแอบถามเคล็ดลับจากซุป’ตาร์อั้มบ้างอ๊ะเปล่า “พี่อั้มคือไอดอลของปุ๊กลุกเลยค่ะ เราชื่นชอบผลงาน ติดตามดูผลงานพี่อั้มมาตลอด พี่อั้มเป็นคนน่ารักมาก จริงๆ กับพี่อั้มก็คุยๆ กันเรื่องละคร เรื่องผลงานอะไรอย่างนี้ เพราะปุ๊กลุกชื่นชอบผลงานพี่อั้มอยู่แล้ว ส่วนใหญ่พี่อั้มจะแนะนำว่าเวลาเล่นละครให้เราเล่นออกมาตามความรู้สึกของตัวละคร เราต้องเข้าให้ถึงตัวละคร คือต้องรู้สึกออกมาจริงๆ ไม่ใช่ว่าเมคขึ้นมาเอง ส่วนเรื่องที่จะไปโกอินเตอร์ร่วมเล่นหนังบอลลีวูด ที่ติดปัญหาอยู่ตอนนี้จริงๆ คือเรายังไม่สามารถให้คิวได้ ก็จะเริ่มให้คิวได้ช่วงปลายปีหน้าเลย” แหม...มีคุณนายอั้มเป็นไอดอลอย่างนี้ สงสัยจะได้เป็นซุป’ตาร์ดังในต่างแดน สมใจอยากแน่นอนจ้า.. ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ปุ๊กลุก ฝนทิพย์

ข่าวหน้า 1 (2529) 2/2 จบ
หนังไทย

บริษัท เอ เค เค กรุ๊ป โดย จิรเดช หาญศิริการ อํานวยการสร้าง พระเอก "ตี๋ใหญ่" ฉัตรชัย หันมายึดอาชีพนักข่าวอาชญากรรม ปัญญา นิรันทร์กุล เมายาเสพติดในหนัง "ท่านมุ้ย" ทรงถ่ายฉากใต้นํ้า ในภาพยนต์"ข่าวหน้าหนึ่ง" ฉัตรชัย เปล่งพานิช-ปัญญา นิรัญดร์กุล-จริยา สรณะคม-กิ่งดาว ดารณี : นําแสดง โรม อิศรา-เอกพงษ์ วงศ์ชาตรี-ชุมพร เทพพิทักษ์ : ร่วมแสดง ไผ่สีทอง : กํากับการแสดง เรื่องย่อ : ครอบครัวของเรืองเกล้าทนายสาว นั่งรถไปทําธุระโดยมีพ่อแม่เละเธอ พี่ชายเป็นคนขับรถไปเถี่ยวชนรถไฟตายทั้งครอบครัว แต่เธอรอดเพียงคนเดียว อุบัติเหตุครั้งนี้เพราะพี่ชายติดยาเสพติด เธอจึงเกลียดยาเสพติด และเธอไปฝึกการต่อสู้ทุกรูปแบบ เรืองเกล้าได้ว่าความช่วยนักร้องสาวชาวฮ่องกงที่ถูกยัดเยียดข้อหายาเสพติด ทําให้คนร้ายลอบทําร้ายเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด เรืองเกล้าได้รู้จักนักข่าวชื่อทรนงและวีระ และโสธิดาเลขาสาวของเธอที่ช่วยกันสืบหาคนร้ายแก๊งค์นี้ โสธิดาและวีระถูกทําร้ายบาดเจ็บ ทรนงและเธอได้สืบรู้ว่าไชยยันต์(เจ้าของบาร์)เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ และกําลังจะส่งยาเสพติดจํานวนมากออกทางทะเล ทรนงและเรืองเกล้าเข้าไปขัดขวาง ในที่สุดไชยยันต์และสมุนถูกฆ่าตาย ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/10/2529-1-vcd.html

Mono29 เปิดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปลายปี
mono29 /  Mono29 Big Entertainment / 

"MONO29 Big Entertainment" กับกิจกรรม Roadshow เมื่อเหล่าตัวละครจาก "หนังดี ซีรีส์ดัง" จะทะลุจอออกมาส่งความสุขครั้งใหญ่ ส่งตรงถึงบ้านทั่วไทย ตลอดเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ คอนเสิร์ตสุดมันส์ และของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,500,000 บาท เพียงร่วมสนุกกับกิจกรรม "แชะ แล้ว แชร์" ลุ้นรับ iPad mini 2 กติกาการร่วมสนุก - ถ่ายรูปกับบอร์ดประชาสัมพันธ์สวมหัว Mock up แปลงร่างเป็นตัวละครสุดฮิต - ถ่ายรูปกับ Mr.MONO หรือ ตัวละคร ในขบวนความบันเทิงครั้งใหญ่ MONO29 Big Entertainment - ติด Hash Tag #MONO29BigEnt - อัพโหลดลงยัง Facebook,Twitter,Instagram - ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2558 ที่ *Facebook Fanpage: Facebook.com/MONO29TV *Twitter: MONO29TV *Instagram: MONO29TV http://www.mono29.com วันที่สองของโรดโชว์ ตรงกับฮาโลวีน ผีจากหนังดี ซีรีส์ดัง ของช่อง โมโน29 เลยมากันเพียบเลยจ้า บรื๋อออออ ปกติแอร์ก็หนาวอยู่แล้ว มัมมี่จ้า วอล์กกิ้งเด้ด ซาดาโกะป่าว ของเมื่อวันพฤหัส เป็นทีมฮีโร่ต่างๆ เดอะแฟลช สไปเดอร์แมน ---------------------------- Instagram Hashtag #mono29bigent‬ Twitter Hashtag #mono29bigent‬ Tweets about "mono29bigent‬" // --------------------------------

ปิดตำนานรัก 7 ปี!! เต๋อ - พีค
พีค เต๋อ เลิก /  อาถรรพ์เลข 7 / 

ทำเอาแฟนคลับผิดหวังไปตามๆ กัน เมื่อ คู่รักมาราธอน 7 ปี เต๋อ ฉันทวิชช์ ปิดฉากรักลงพร้อมความเศร้ากับแฟนสาว พีค ภัทรศยา ด้วยเหตุผลหลักคือ ต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกันหลายเรื่อง!! หลังจากทราบข่าวว่าคู่รักสุดหวานประกาศยุติความสัมพันธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสาเหตุที่ทั้งคู่ต้องปิดตำนานรักมาราธอน 7 ปีลงนั้น มาจากความคิดบางอย่างไม่ลงรอยกัน ซึ่งสะสมมาเป็นระยะเวลานาน แม้ก่อนหน้านี่ทั้งคู่จะหันหน้าปรับจูนกันมาพักใหญ่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถประคับประคองความรักให้ไปถึงฝั่งตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ได้ เป็นเหตุให้ เต๋อ-พีค ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ลง และล้มเลิกแพลนงานแต่งที่จะเกิดขึ้นปีหน้าลงทันที ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนฝูง คนรอบข้าง และเหล่าแฟนคลับ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นฤทธิ์อาถรรพ์เลข 7 ที่แรงจริงอะไรแรงหรือเปล่า?!!! จุดนี้ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจและขอย้อนวันวานอันแสนหวานของทั้งคู่ด้วยภาพน่ารักๆ เหล่านี้กันอีกรอบจ้า!!! พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ

ตำราดูลักษณะแมวมงคล
ตำราดูลักษณะแมวมงคล /  ลักษณะแมว / 

ตำราดูลักษณะ แมวมงคล แมวที่ควรเลี้ยงไว้เพื่อให้เกิดมงคลภายในครอบครัว ควรมีลักษณะอย่างไร Horoscope.Mthai.com นำสาระดีๆมาฝากกันอีกแล้ว อนึ่ง แมวไทยเป็นแมวที่นิยมเลี้ยงกันมาก แม้แต่ชาวต่างประเทศเพราะเป็นแมวที่มีกิริยาสุภาพชอบคลอเคลียเอาใจเจ้าของ แต่แมวที่ควรเลี้ยง ท่านให้เลี้ยงเอาตามลักษณะสีกายที่ปรากฏกับตัวแมวนั้น มีอย่างนี้ 1 แมวลายเสือ ท่านว่า เลี้ยงไว้จะปราบนกหนูงูเงี้ยวภายในบ้านดีนัก 2 แมวด่าง ท่านว่า แมวให้คุณ ต้องด่างและดูสะอาดตา ไม่ด่างเปรอะเปื้อน ไปทั่วตัวจึงจะดี 3 แม่สีดำ ท่านว่า ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะเป็นแมวคราว มีผีสิงให้เร่งเอา ไปปล่อยตามวัดวาอารามเสีย เพราะจะทำให้เจ้าของและครอบครัวบริวารมีความเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ดีแล 4 แมวสีทอง ท่านว่า เป็นแมวเจ้าสำราญ เลี้ยงไว้ในบ้านจะมีเสน่ห์ แต่ขาดลาภ แมวเองก็เกียจคร้าน ไม่ควรเลี้ยง เอาไว้ในบ้านเลย 5 แมวสีทองแดง ท่านว่า เป็นแมวเจ้าเสน่ห์ ไม่ควรเลี้ยงไว้เกินกว่า 2 ตัวในเรือนเดียวกัน เพราะนอกจากจะไม่ให้คุณแล้วยังให้โทษแก่เจ้าของมันเอง ในทางพนันขันต่อด้วย 6 แมวสีเทา ท่านวา เป็นแมวนักปราชญ์ ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือนจะทำให้ลูกหลานเรียนวิชาการก้าวหน้า เป็นบัณฑิตนักวิชาการท่านว่าดีนักแล 7 แมวสีขาวด่างเหลืองหรือดำ ท่านว่าเป็นแมวเจ้าชู้ ไม่ชอบทำการงาน ไม่จับหนู เอาแต่เที่ยว ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือนจะทำให้เจ้าของเกียจคร้าน และอัปโชค ไม่ดีเลย 8 แมวปากมอมข้อเท้าดำ ท่านว่า เป็นแมวขโมย ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะจะทำให้เจ้าของเสียทรัพย์สินเงินทองของรัก ไม่ค้ำคูณเลย 9 แมวสีขาวปลอด ท่านว่าเป็นแมวเทพเจ้า ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือน จะค้ำคูณ เจ้าของและจะนำลาภมาให้ดีนักแล 10 แมวสีสวาท ท่านว่า เป็นแมวมหาเศรษฐี ควรเลี้ยงไว้ในบ้านจะทำให้เจ้าของประสบโชคดีมีลาภ และค้าขายหรือทำกิจการใด ๆ เจริญก้าวหน้าหาโรคพยาธิไม่ได้เลยดีนักแล 11 แมวสีเก้าแต้ม จะมีสีอะไรก็ตาม แต่มีแต้มตามร่างกายครบ 9 แห่ง ท่านว่า เป็นแมว 9ชีวิต จะนำความเจริญวัฒนาสถาพรมาให้เจ้าของดีนักแล 12 แมวทางขอดและสั้น ท่านว่า เป็นแมวหาเช้ากินค่ำ ไม่ควรเลี้ยงเลย เพราะจะทำให้เจ้าของอาภัพทรัพย์สินและเสียลาภผล 13 แมวหางขอด แต่มีหางยาว ท่านว่า เป็นแมวมหาอำนาจ เจ้าของจะได้เป็นใหญ่กว่าใคร ๆ จะมีวาสนาชะตาดี บริวารมากดีแล 14 แมวหูดำตาดำ สันหลังดำ ท่านว่าเป็นแมวยมทูต ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเกินกว่า 2 ตัว ถ้ามีตัวเดียวดี ถ้ามีมากท่านว่า จะทำให้เจ้าของ มีแต่ความทุกข์ยากลำบากใจ ไม่สู้ดีเลย 15 แมวสีเทานัยน์ตาหรี่เล็ก ท่านว่า เป็นแมวปัญจมหาเศรษฐี เวลากลางวันจะออกทำมาหากิน จะไม่ยอมเงยหน้า เว้นแต่เวลาจับอาหารในกลางคืน จะมีขี้ตาอยู่เสมอ ๆ ท่านกล่าวว่า เป็นแมวมีนัยน์ตาเป็นแก้วค่าควรเมือง หรือที่เรียกว่า “คดตาแมว” หากมันจ้องมองจิ้งจกหรือนกบนที่สูง สัตว์มันอาจมองจะตกลงมาให้มันกิน ใครมีไว้ในบ้านเรือน พึงทะนุถนอมเลี้ยงไว้เถิด มีแต่ให้คุณอย่างเดียว พันหรือหมื่นตัวจึงจะมีให้ปรากฏสักตัวหนึ่ง หาค่ามิได้เลย ดีที่สุดแล

นัท รับหนีบ อั้ม สวีทญี่ปุ่น ยังไร้แววมีลูก!
นัท มีเรีย /  อั้ม อธิชาติ / 

เป็นคู่รักหนึ่งที่หลายคนลุ้นตัวโก่งว่าเมื่อไหร่จะมีทายาทคนแรกมาให้ชมเชยสักที ล่าสุดนักร้องสาว นัท มีเรีย เผยจัดทริปสวีทหวานกับคุณสามีสุดเลิฟ อั้ม อธิชาติ ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ก่อนเปรยแบบขำๆ ว่าแอบนโมกับฝ่ายชายว่ากำลังตั้งท้องอยากกินนู้นกินนี่เป็นพิเศษ(อิอิ) บอกยังไร้แวววี่จะมีเจ้าตัวน้อยอยู่เลยจ้าาา!! "ก็เพิ่งกลับมาจากทริปญี่ปุ่นก็สนุกดีค่ะ ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เดี๋ยวเดินเดี๋ยวกินอยู่ตลอด ทริปนี้เราไปกันกลุ่มใหญ่ประมาณ 8-9 คน มีครอบครัวน้องสาวของคุณอั้มก็ไปด้วย พอไปเที่ยวกันหลายคนเหมือนมีเรื่องคุยโจ๊กๆ สนุกดีค่ะ ส่วนซีนสวีทหวานของอั้ม-นัท ก็ปกติค่ะ เหมือนเราคุยเล่นเดินกัน อาจจะมีบ้างที่สวีทด้วยบรรยากาศของดอกไม้เปลี่ยนสีที่ยังเหลืออยู่บ้าง ถ่ายรูปตรงนั้นเป็นชั่วโมงเลยค่ะ" "ทริปนี้ก็ถือเป็นทริปพักผ่อนค่ะ แต่ก็มีบางช่วงที่เราอยากกินนู้นกินนี่ เปรี้ยวปากอยากกินอะไรๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่ากำลังจะท้อง แต่ถือว่าทริปสนุกดีน่ะ นัทจะทำแบบขำๆ ว่าคันไม้คันมืออยากจะกินนู้นนี่ หรือว่าจะเป็น?!! ก็ทำให้ลุ้นกันไปทำแบบเฮฮา ก็ไม่รู้เป็นอย่างไรไปเที่ยวต่างประเทศทีไร ไม่สำเร็จเรื่องนี้เลย คงปล่อยให้ลุ้นกันต่อไปค่ะ" นัท มีเรีย กล่าว นัท มีเรีย นัท มีเรีย นัท มีเรีย นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ นัท มีเรีย - อั้ม อธิชาติ

ทางการไต้หวันสั่งห้ามข้าราชการระดับสูงศึกษาต่อที่จีน
ความสัมพันธ์ไต้หวันจีน /  จีน / 

ความสัมพันธ์ตึงเครียด เมื่อล่าสุดทางการไต้หวันประกาศห้ามข้าราชการระดับสูงศึกษาต่อในจีนแผ่นดินใหญ่อ้างเหตุผล "ความมั่นคงของชาติ"  สำนักข่าว บีบีซี รายงานข่าว ทางการไต้หวันประกาศห้ามข้าราชกาลระดับสูงเดินทางไปศึกษาต่อในจีนแผ่นดินใหญ่ และมีผลบังคับใช้วานนี้ (30ต.ค.) โดยจะบังคับใช้กับเจ้าหน้าที่ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลลับ อาธิเช่น ผู้พิพากษา รัฐมนตรี และนายกเทศมนตรี ทั้งนี้ ซินดี้ ซุย ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงานว่า ทางการไต้หวันมีความกังวลว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงเหล่านี้อาจจะเปิดเผยข้อมูลลับระดับประเทศโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ก่อนหน้านี้ เฉินเหว่ย เซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในวันพุธที่ผ่านมา ว่าการ ได้ทบทวนเรื่องนี้หลายครั้งจนกระทั่งถูกตีพิมพ์เป็นกฎระเบียบที่ถูกปรับปรุงขึ้นใหม่ และคำนึงถึงด้านความมั่นคงของชาติเป็นหลัก ภายหลังจากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในไต้หวัน มักจะเลือกศึกษาต่อที่ประเทศจีน เนื่องด้วยเหตุผลในการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อต่อยอดโอกาศทางการค้าและการลงทุน โดยส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ จะเลือกศึกษาที่มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน ในมณฑลฝูเจี้ยน โดยความสัมพันธ์ระหว่าง จีนแผ่นดินใหญ่ และ ไต้หวัน เริ่มสั่นคลอนลง เมื่อกลุ่มนักศึกษาและประชาชนชาวไต้หวันรวมตัวกัน ณ อาคารรัฐสภา ใจกลางกรุงไทเป เพื่อประท้วงการทำสัญญาการค้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ของรัฐบาล  ด้วยสาเหตุมาจาก “ข้อตกลงทางการค้าและบริการ” ซึ่งพวกเขาหวั่นเกรงว่าจะเป็นช่องโหว่ให้จีนเข้ามามีอิทธิพลเหนือเศรษฐกิจไต้หวัน รวมไปถึงกุมอำนาจแห่งสภากฎหมายนี้ นอกจากนี้ในด้านการขยายอิทธิพลของจีนที่ประชาชนชาวไต้หวันกำลังหวั่นใจว่าจะมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นในอดีต จีนและไต้หวัน ได้แบ่งแยกแยกการปกครองออกจากกัน นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 2492 โดยผู้นำเจียง ไคเช็ค ที่แพ้สงคราม และลี้ภัยทางการเมืองมายังไต้หวัน ต่อจากนั้น เขาได้ตั้งรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐจีน และหวังจะกลับไปยึดคืนแผ่นดินใหญ่ MThai New

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

เมโกะ ชนนิกานต์ เผยทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ กับการเห็นผีสุดสะพรึงใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล / 

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเก๋ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย กัลผลงานล่าสุดสุดสะพรึง The Eyes Diary คนเห็นผี หลังจากสาว เมโกะ เคยฝากผลงานไว้ในหนังอินดี้เมื่อปีกลายกับ Marry is happy, Marry is happy และ ตั้งวง ไปแล้ว การกลับมาปล่อยของใน The Eyes Diary ก็โรแมนติคสยองขวัญ ชวนขนลุกจนผู้กำกับ มะเดี่ยว ยังต้องยกนิ้วให้ และในวันนี้ เราจะมารู้จัก เมโกะ หรือ มดตะ ในหนังเรื่องล่าสุดนี้กัน เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ก่อนอื่นแนะนำตัวกันก่อนเลย? "สวัสดีค่ะ เมโกะ ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ ถ้าถามถึงความฝันจริงๆ เมอยากเป็นแอร์โฮสเตสคะ ฟังๆดูแล้วมันดูขัดๆกันนะ จริงๆก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงด้วย ตอนเด็กๆก็ชอบแสดงออกนะคะ เป็นงานเวทีที่โรงเรียนประมาณนี้มากกว่า ผลงานที่ผ่านมาก็มีโฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ก็สก็อตเพรียวเร่ค่ะ แล้วก็มี MV บ้าง ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องตั้งวง และ marry is happy ที่คนจะจดจำได้เยอะสุด" เมโกะคิดอย่างไรกับการแสดงครับ? "เมว่าเมชอบการแสดงนะ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของการแสดงค่ะ หลังๆ มานี่ก็จะมีผลงานเยอะขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนเห็นผลงานเราเยอะขึ้นและชื่นชอบในตัวละครที่เราได้รับบทให้เล่นมากกว่า ล่าสุดตอนนี้ก็กำลังจะมีหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งเมแสดงเป็น มดตะ ค่ะ" เป็นมาอย่างไรถึงได้เข้ามารับบทเป็น 1 ตัวละครสำคัญในหนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับ มะเดี่ยว? "เมไม่รู้ว่าพี่มะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวเมรึเปล่า หรืออะไรเขาถึงไว้วางใจให้เมมารับบทเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่หนังผีทั่วไปธรรมดาๆ ค่ะ มันเป็นหนังผีที่มีความโรแมนติคเข้าไปด้วย ซึ่งมันหายากมากเลยนะในประเทศไทยเราตอนนี้ โดยปกติแล้วหนังผีทั่วไปก็จะเป็นผีออกมาหลอกแบร้ แต่เรื่องนี้มีการผสมผสานเรื่องโรแมนติคเข้าไปทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวให้พี่โปรดิวเซอร์ติดต่อมาค่ะ" พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "เมชอบผลงานเรื่อง Home ของพี่มะเดี่ยวมาก แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ความไว้วางใจในการรับเลือกมาเล่นหนังของพี่เขา เพราะว่าเมอยู่ในสายอินดี้มาตลอด คนก็จะมองว่าเมเล่นหนังแบบปกติทั่วไปไม่ได้ พอได้มาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวแล้วเรารู้เลยว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนตั้งใจทำงานค่ะ เขาเป็นคนดุนะ แต่เราเข้าใจเขาว่าที่เขาดุเพราะอยากให้ทั้งตัวเราและทั้งตัวหนังเป็นอะไรที่ออกมาแล้วเฟอร์เฟ็คที่สุด ซึ่งเมชอบการทำงานของเขา มีวันหนึ่งที่พี่มะเดี่ยวไม่สบาย ก็ยังต้องมีการถ่ายทำ ถึงแม้จะมีการถ่ายแบบเฟสไทม์มา แล้วก็สั่งคิว เราเห็นสปีริทความตั้งใจในการทำหนังของพี่มะเดี่ยว มันเลยทำให้หนังแสดงมีสปิริทที่อยากจะทำงานกับเขาค่ะ คือพี่มะเดี่ยวเป็นหนัก แต่ยังมีสปิริทในการเป็นผู้กำกับ เมว่าพี่มะเดี่ยวเป็นคนที่มีวิชชั่นที่แปลกแต่ดี มันจะไม่ค่อยเหมือนผู้กำกับทั่วไปในประเทศเราค่ะ คือเขาจะมีมุมกล้องแปลกๆ ของเล่นแปลกๆ และอะไรที่มันน่าตื่นเต้นในการเสนอดำเนินเรื่อง ในบทในคำพูดเล็กๆ น้อยๆ มันเป็นอะไรที่มีความใหม่ มีความสด และน่าสนใจ พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำหนังที่เมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวกับคนค่ะ หนังมันคือการถ่ายทอดความรู้สึกของผู้กำกับ ทุกๆ เรื่อง ทุกๆ ผู้กำกับเลย มันคือการถ่ายทอดในสิ่งที่เขาได้ไปเจอะเจอมา สิ่งจากคนรอบข้างเขา ประสบการณ์ต่างๆ คือเมรู้สึกว่าหนังพี่มะเดี่ยวล้วนสร้างมาจากพื้นฐานความเป็นจริงค่ะ" ตอนที่ได้มีโอกาสอ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตั้งแต่เห็นบทครั้งแรกตื่นเต้นค่ะ ไม่เคยเล่นหนังผี ไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่าผีเป็นยังไง ต้องกลัวผียังไง คือเมว่าการเล่นหนังผีเป็นอะไรที่ท้าทายมากเลยนะ เราไม่เคยสัมผัสว่าผีเขาเป็นยังไงแต่เราต้องแสดงความรู้สึก สิ่งที่เรามโนขึ้นมาว่ามันเป็นรูปร่างยังไง เมดูหนังผีเยอะมาก จริงๆ เป็นคนชอบดูหนังผีอยู่แล้วค่ะ แล้วก็พยายามสังเกตตัวละครที่เขาเล่นหนังผีว่าเขากลัวยังไง เวลาเจอเขาแสดงออกยังไง คือหนังเรื่องนี้เป็นการรวบรวมความรู้สึกของตัวละครต่างๆ เข้ามา ทำให้มันเกิดเรื่องราวขึ้น คือตัวละครแต่ละตัวจะมีอารมณ์ มีออฟเจ็คต์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วมันทำให้เกิดเป็นเรื่องราวซึ่งมีทั้งแอคชั่น ฮอร์โรร์ และก็โรแมนติก ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหนังเรื่อง The Eyes Diary ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ" ตัวละคร มดตะ ที่ได้รับ มีบทบาทและคาแร็คเตอร์แบบไหนครับ? "มดตะ เป็นเด็กสาววัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีชอบไปเที่ยวกับเพื่อน สังสรรค์กับเพื่อน  เพียงแต่ที่ผ่านมามด ตะอาจจะเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิตมาเยอะพอสมควร ทำให้เขามีปมลึกๆ ในจิตใจ แต่เป็นคนเลือกที่จะปิดความรู้สึกนั้นไว้ อาจจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือเป็นการพยายามสร้างความสุขให้ตัวเองในการใช้ชีวิต โดยไม่เอาปมของตัวเองไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน และปมที่ว่านี้ มันดันไปคอนเน็กกับน็อต ซึ่งเราสองคนมีปมคล้ายๆ กัน เป็นเรื่องความรัก เป็นเรื่องคนใกล้ตัวเนี้ยแหละค่ะ" การรับบทใน The Eyes Diary เรื่องนี้ มีความท้ายทายอะไรบ้างไหมครับ? "มันยากเลยแหละ มันไม่ใช่แค่คำว่าท้าทายหรอก จริงๆ มันท้าทาย มันน่าสนใจค่ะ แต่ว่ามันก็ยากนะ เพราะเราไม่เคยเจอผี ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นรูปร่างแบบนี้นะ เราต้องกลัวเขาอย่างนี้นะ ต้องแสดงออกกับเขาแบบนี้นะ คือเมรู้สึกนะว่าถ้าในชีวิตประจำวันเจอผี อยากคุยกับเขาด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเป็นผี" (หัวเราะ) อะไรคือเสน่ห์ของ The Eyes Diary? "เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือโลกคนเป็นกับโลกคนตายมันเชื่อมต่อกัน เชื่อมโยงกัน ซึ่งเมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันยังมีอยู่ในชีวิตจริง แม้แต่กระทั่งไม่ใช่ในหนังนะค่ะ ในชีวิตจริงคนเรามันยังมีความเชื่อที่จะไปวัด ไปทำบุญโลงศพ เพื่อที่จะคอนเน็กกับเขารึเปล่า เมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้เพื่ออะไร มีพิธีบูชาโน้นนี้ มันทำให้รู้สึกว่า หนังเรื่องนี้แหละมันคือการถ่ายทอดเรื่องราวอารมณ์ของคนเหล่านั้น ว่าเราเองรึเปล่าที่เป็นคนเปิดรับเขาเข้ามา เราเป็นคนเลือกที่จะให้สิ่งพวกนี้เข้ามาวนเวียนอยู่รอบกายเรา และเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือเราได้เห็นอีกโลกของวิญญาณ ได้เห็นอีกโลกหนึ่งของคนตายที่เขาตายไปแล้วเขารู้สึกยังไง เขาอยากจะคอนเน็กกับเราเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ความต้องการของคนตาย หนังเรื่องนี้มีความใหม่ค่ะ คืออย่างที่บอกไม่เคยมีใครเห็นผีตัวเป็นๆ มันต้องใช้ความพยายามซึ่งยากมากในการครีเอทมันขึ้นมา ว่ามันต้องมีรูปร่างแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ เสียงแบบนี้ เมรู้สึกว่าพี่มะเดี่ยวดีไซน์มันออกมาได้เพอร์เฟ็คค่ะ แล้วทุกตัวละครล้วนมีเสน่ห์ในตัวเองคือทุกตัวละครจะมีความต้องการแตกต่างกัน เมรู้สึกว่าทุกคนมีปมในใจ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในใจแตกต่างกัน แต่ว่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทุกตัวเลย อันนี้คือเสน่ห์ของตัวละครในเรื่องนี้ แล้วทุกคนคอนเน็กกันจริงๆ ค่ะ มีเรื่องราวที่ผสมผสานกันจนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกันได้" ลองเล่าถึงความหลอนสยองของ The Eyes Diary ให้คุณผู้ชมฟังหน่อย? "คือเรื่องนี้เป็นหนังผีที่เหนื่อยค่ะ เมรู้สึกว่าคนดูก็จะเหนื่อยตามเมไปด้วย เมรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้ตัวละครของเราเจอผีกันไม่หยุดไม่หย่อน ผีมีหลายตัวมาก ซึ่งผีแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยค่ะ บางทีผีวิ่งตาม เราพยายามหนีจนเหนื่อย จนล้า คือไม่เอาแล้วค่ะ มันก็ยังตามมา แล้วด้วยมุมกล้องนะคะ ทำให้ไอเดียนี้เป็นอะไรที่ใหม่ และคนดูน่าจะกลัวตามๆ นักแสดงไปด้วย มันมีซีนหนึ่งที่ผีต้องเดินตามเม คือเราก็คิดว่าแค่เดินตามธรรมดา พอถ่ายจริงคือมันน่ากลัวมาก มากๆ ด้วยสถานที่ ด้วยมุมกล้อง พอเมไปดูในมอนิเตอร์แล้วขนลุกมาก คือมันเดินตามจริงๆ แล้วชิดมากแบบหายใจรดต้นคอ แล้วเราก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าเขาจะมาทำร้ายเรารึเปล่า หรือเขาต้องการอะไรจากเรา คือเมใช้คำว่าหนีไม่พ้น หนีไม่รอด หนีไม่ได้ จนมุมเลยดีกว่าค่ะ ผีตามไม่เลิกลาเลยจริงๆ เขาเป็นผีเขาคงไม่เหนื่อยหรอกนะ คือมันหนีจนไม่มีทางหนีแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวต้องไปดูในหนังว่าเราจะสามารถหนีมันพ้นรึเปล่า" ได้ข่าวว่ามีการเพิ่มดีกรีความหลอน จากะสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำด้วย จริงหรือเปล่าครับ? "สถานที่ทุกสถานที่ที่ไปถ่ายเป็นสถานที่ร้างจริงๆ ไม่ได้เซ็ตอัพขึ้นมา หนังเรื่องอื่นอาจจะเซ็ตอัพขึ้นมา แต่เรื่องนี้ใช้สถานที่จริงๆ แล้วก็พร็อพบางชิ้นที่อยู่ในหนัง เมคิดว่ามันเป็นของจริงที่อยู่กับสถานที่นี้ด้วยซ้ำ เมนั่งมอเตอร์ไซต์พี่ปั้นจั่นแล้วเมยังคุยกับพี่ปั้นดูซิ เห็นเปล่า เหมือนเชือกผูกคอตาย พี่ปั้นก็บ้าเหรอ ไม่มีหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่เขาเซ็ตขึ้นมาค่ะ แล้วมันเหมือนจนทำให้เมหลอนมาก อยากจะหยาบคายออกมาว่า หลอนโคตรโคตร แล้วเวลาเดินไปไหน อย่างพื้นที่โรงพยาบาลร้างที่เวชปัญญามันมีหลุม มีอะไรเหมือว่าเป็นสถานที่ที่มีอันตรายอยู่รอบตัวเลยค่ะ  แล้วทีมงานทุกคนก็เหมือนแบบ เดี๋ยวเจอโน้น เดี๋ยวเจอนี้ แล้วเมก็ชอบทีมเมคอัพเอฟเฟกต์มาก (แต่งโดย คิว กิตติชนม์ กุลรัตน์ชล - Special Effect make up) จากคิวเอฟเฟกต์เวิร์คช็อพQ FX workshop ผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการสร้างสรรค์งานเมคอัพเอฟเฟกต์ในโลกภาพยนตร์มือ 1 ของไทยที่มีความสามารถโดดเด่นในระดับโลกอยู่เบื้องหลังความยับเยินปางตายของไรอัน กอสลิงใน Only God Forgives ,แปลงโฉมหน้าของ โจวเหวินฟะให้กลายเป็นขงจื้อตอนแก่ใน Confucius ,ดอนนี่ เยน ใน ICEMAN3D, Hang over , WUXIAเดชไอ้ด้วนเวอร์ชั่นดอนนี่ เยน-ปีเตอร์ ชาน  ฯลฯ) คือเขาแต่งตัวผีออกมาได้เหมือนมาก ตัวแผล หรือว่าตัวผีต่างๆ เขามีความครีเอทีฟมากๆ ว่ามันจะต้องออกมาอย่างนี้นะ เลือดมันควรจะไหลไปทางนี้นะ คือจริงๆ ทุกคนมีพื้นฐานของความตั้งใจทำงานมาก มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาหลอน ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างแน่นอน" ถ่ายหนังผีอย่างนี้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเห็นผีบ้างรึเปล่า? "เมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีเซ้นส์ มันเป็นความรู้สึกว่าเราคิดไปเองรึเปล่า เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เรามโนจิตไปเอง แต่ว่าแจ๊คค่ะ แจ๊คจะเจอหนักมาก คือตื่นมาแล้วมีรอยมือที่ท้อง เป็นรอยมือซึ่งครบ 5 นิ้วเลย ถ้ามันเกิดด้วยตัวแจ๊คเองนะ คนเรามันตื่นมาสักพักแล้วรอยพวกนั้นมันต้องหายไปแล้วค่ะ แต่นี่รอยมันยังอยู่ แล้วแจ็คก็เจอกดคาง ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วไปทำอะไรใครมารึเปล่าไม่รู้" ที่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์การทำงานที่มีครบทุกรสชาติที่ไม่มีวันลืม จริงหรือเปล่า? "ได้ทำอะไรเยอะมากค่ะ ไม่เคยถ่ายอะไรที่แบบ 6 โมงเย็น ถึง 6 โมงเช้าของอีกวันค่ะ เราเคยแต่ทำงานที่ ม. หรือทำงานหนักๆ แต่ว่านี่เราต้องอยู่เช็ตตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึง 6 โมงเช้า แล้วฝนก็ตก อากาศก็มืด ยุงก็กัด คืออะไรๆ มันก็เอื้ออำนวยเรา ด้วยความที่เรามาอยู่เชียงใหม่ แต่ว่าเมรู้สึกว่ามันสนุกและอยากจะทำมัน ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับหรืออะไรเลย อย่างต้องวิ่งกันจนปวดขาเลยทีเดียว คือตัวละครที่เป็นคนนี้ เราก็ต้องหนีผีคะ เราคงไม่ไปนั่งคุยกับผีหรอก ในฉากมีเมกับพี่ปั้น แล้วพี่ปั้นเขาตัวใหญ่แรงเยอะมาก เวลาถ่ายเขาต้องลากหนูค่ะ แล้วมันเจ็บมาก เขาเป็นคนวิ่งเร็วคะ หนูวิ่งตามเขาไม่ทัน จนแบบต้องใส่เกียร์หมาวิ่ง แต่ยังวิ่งตามไม่ทันเลยอ่ะ ที่สำคัญเมรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเองค่ะ แม้วันที่เมไม่มีคิว เมยังอยากที่จะมากองเพื่อที่จะมาให้กำลังใจนักแสดงคนอื่น ฮาๆๆ แต่จริงๆ แล้วเมว่าเป็นเพราะความหลอนไม่อยากอยู่โรงแรมคนเดียวมากกว่า" (หัวเราะ) พอรู้ว่าจะต้องมาเล่นหนังผี คนรอบข้างมีใครให้คำแนะนำอะไรบ้างไหมครับ? "เมเป็นคนซนค่ะ ทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าเมเป็นคนซนมาก จะชอบพูดโน้นพูดนี้ แหย่โน้นแหย่นี้ แต่ถ้าถามว่ากลัวมั๊ย เมเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่ว่าไม่เคยลบหลู่ คือก่อนนอน คุณพ่อก็จะให้สวดมนต์ แต่เมเชื่อเองว่าเมไม่ได้ไปล้ำเส้นของเขา เขาก็จะไม่มาล้ำเส้นของเม" ทราบมาว่ามีการคิดค้นมุมภาพใหม่ๆแปลกๆ เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นหนังผีโรแมนติคสยองขวัญเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษด้วย เล่าให้ฟังหน่อย? "คือทางพี่มะเดี่ยว และผู้กำกับภาพมีการนำเอาเจ้าDRONE มาใช้ในการถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเมชอบอุปกรณ์เครื่องนี้มาก เป็นเครื่องที่มีใบพัด 4 ใบหมุนติ้วๆ คล้ายๆเครื่องบังคับวิทยุโดยมีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ติดอยู่ ชอบมากค่ะ อยากขโมยกลับ อยากเห็นภาพที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย สำหรับในภาพยนตร์เราจะได้เห็นในฉากที่น็อตกับมดตะเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง ซึ่ง Drone จะถ่ายตอนที่เราขับมอเตอร์ไซด์เข้าไปภาพจะเห็นเป็นมุมกว้าง เมพูดกับพี่ปั้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเมชอบมาก อยากได้กลับไปเล่นที่บ้านมาก มันเป็นเครื่องที่มีมาสักพักแล้วล่ะคะ แล้วต่างชาติเขาก็ใช้กัน เมยังไม่ค่อยเห็นหนังไทยเรื่องไหนใช้เลยนะ วันแรกที่เมลงมาจากโรงแรมแล้วมาเจอเครื่องนี้ เมโทร.ไปบอกเพื่อนว่าอยากได้มาก เมคุยกับพี่ที่เป็นคนบังคับว่าเดี๋ยวหนูขอเล่นนะคะ เมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ยุโรปมากเลยค่ะ รู้สึกเป็นอะไรที่มันใหม่แล้วก็สวยงามมาก เมนั่งคุยกับพี่ปั้นว่าถ้ามุมกล้องมันเป็นแบบนี้มันต้องออกมาสวยแน่เลย คือมันอำนวยความสะดวกเราด้วยแหละ กล้องแฮนดี้แคมมันจะไม่สามารถถ่ายได้มุมสวยขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนี้เราจะได้เห็นว่ามดตะเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นเล็กๆ นะคะ เขาพยายามโหยหาความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับ จากเหตุการณ์ จากปมในใจของเขา จนเขาเลือกน็อตเป็นตัวแทนในการแชร์ความรู้สึกหรือว่าในการเอาอารมณ์ความรู้สึกของน็อตเข้ามาร่วมกับตัวมดตะ แล้วก็ในฉากนี้มันคือการเริ่มต้นของการผจญภัยของทั้งคู่ในหนังผีเรื่องนี้ แล้วภาพที่ออกมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ดูในมอนิเตอร์ แต่ได้เห็นตอนมันขึ้น หรือว่ามันถ่าย มันต้องออกมาสวยมากๆ แน่เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นความดาร์ก ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ค่ะ" สุดท้ายครับ อยากฝากบอกอะไรกับแฟนๆของเมโกะเกี่ยวกับ The Eyes Diary หนังเรื่องล่าสุดของเราบ้างไหม "ฝากผลงานหนังเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเมด้วยนะคะ กับ The Eyes Diary ค่ะ ก็หนังผี หนังโรแมนติก แอคชั่น เป็นอะไรที่ครบรสมากๆ ก็อยากให้ทุกคนติดตามกันในมุมมองการแสดงใหม่ๆ ของเมด้วยค่ะ" ติดตามผลงานของ เมโกะ ที่จะมาทำให้ทุกคนต้องสะพรึงจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่เลย ------------------------------

สุดทึ่ง! ภาพดวงตาไซคลอป บนดาวพฤหัส
ข่าววันนี้ /  ดวงตาดาวพฤหัส / 

ภาพดวงตาไซคลอป บนดาวพฤหัส หลังดวงจันทร์บริวารพาดผ่านจุดพายุหมุนขนาดยักษ์พอดิบพอดี เว็บไซต์ดิสคัฟเวอรี่ ได้มีการเผยแพร่สุดทึ่งปรากฎการณ์ดวงตาไซคลอปบนดาวพฤหัส โดยได้เผยให้เห็นจังหวะที่ดวงจันทร์แกนิมีด ดวงจันทร์บริวารที่ใหญ่ที่สุดของดาวพฤหัส โคจรอยู่เหนือจุดแดงใหญ่ ซึ่งเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์บนดาวพฤหัสพอดี จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นดวงตาขนาดยักษ์กำลังจ้องมองอยู่ ทั้งนี้รายงานระบุว่า ภาพดังกล่าวถูกบันทึกได้โดยกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐฯ (นาซา) ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา MThai news

5 อันดับ สถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี /  เที่ยวญี่ปุ่น / 

ช่วงนี้ เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน สนใจที่จะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วโลกแน่ๆ แต่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือญี่ปุ่นนั่นเอง พอพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะนึกถึง ดอกซากุระ ซึ่งก็ต้องรอดูช่วงเดือน เมษายนโน่น แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ก็ต้องอยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้ไปชมดอกซากุระเลย เอาล่ะ ถ้าใครจะไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองโตเกียว มาดูกันว่า จะไปชมใบไม้เปลี่ยนได้ที่ไหนกันบ้าง 5 อันดับ สถานที่แนะนำสำหรับชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น อันดับ 1 สวนริคุงิเอน (Rikugien) สวนริคุงิเอน เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Komagome (JR Yamanote Line) หรือรถไฟใต้ดินนัมโบคุ เดินจากสถานีโคมาโกเมะเพียง 5-10นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยค่าเข้าจะอยู่ที่ 300 เยน สวนริคุงิเอน นั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว อันดับ 2 สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen) สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดู ใบ้ไม้ร่วงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีก ด้วย สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่น เอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วย ครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว การเดินทางมายังสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองนั้น ควรลงที่สถานี Iidabashi ออกทางประตู C3 แล้วเดินต่อมาอีกประมาน 5-7นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองจะมีค่าเข้าที่ 300 เยน เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00น. ถึง 17.00น. เข้าประตูได้ไม่เกิน16.30น. ครับ อันดับ 3 มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai) ที่ โทได หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว นั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มี สีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น ให้นั่งรถไฟ Tokyo Metro Namboku Line ลงที่สถานี Todaimae ก็จะเจอกับกำแพงสีแดงเลือดหมูริมถนน เดินมาเรื่อยๆจะเจอประตูแดงทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าอะกะมง นั้นแหละครับเป้าหมายของเรา มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือโทไดนั่นเอง อันดับ 4 โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park) โชวะ คิเนน เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว โชวะ คิเนน นั้นจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกและไกลจากตัวเมืองสักเล็กน้อย แต่ก็เดินทางมาไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาประมาน 30นาทีจากสถานีรถไฟชิจูกุ เดินทางโดยรถไฟ JR Chou Line มุ่งสู่สถานี Tachikawa โดยที่นี่มีค่าเข้าชม 400 เยน ครับ อันดับ 5 โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson) เราจะขอขั้นสีเหลือด้วยสีแดงส้มกันสักเล็กน้อย คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้สถานที่เที่ยวที่อื่นๆเลยครับ ก่อนอื่นเลย ผมจะขอนำเสนอความพิเศษของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่ นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควรครับ การเดินทางก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Todoroki สาย Oimachi เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะเจอสะพานแล้วเดินลงทางลงเล็กๆครับ ระวังเลยนะครับ เพราะทางลงนั้นไม่ได้มีจุดเด่นจุดสังเกตสักเท่าไร สำหรับหลายๆ ท่านที่ไปญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้องการหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบไม่ต้องกลัวผิดหวัง ให้ไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลยครับ นอกจากที่แนะนำ 5 สถานที่นี้แล้ว ยังสามารถชมที่อื่นๆ ได้อีกนะครับ เช่น ที่ ฮาโกเน่, ทะเลสาบอชิ เป็นต้น เครดิต : http://www.j-reco.com เรียบเรียงโดย : travel mthai

รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน
ดอยภูคา /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

หน้าหนาวที่จะถึงนี้ ใครที่ไม่อยากท่องเที่ยวจังหวัดใหญ่ๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนไปเยือนจำนวนมาก อยากหลีกหนีไปในที่ที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก Travel.mthai.com ขอแนะนำให้มา รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่านสิครับ ภูมิทัศน์สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ พร้อมชมดอกของต้นชมพูภูคา สวยงามจนคุณต้องประทับใจแน่นอน รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน ดอยภูคา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยครอบคลุมพื้นที่ใน 8 อำเภอ คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม และอำเภอบ่อเกลือ มีพื้นที่ประมาณ 1,065,000 ไร่ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาล ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน ต้นชมพูภูคา เป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยพบเพียงที่เดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต้นชมพูภูคา เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบ สีเทาอ่อน ออกดอกเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม การเดินทางไปดอยภูคา จากจังหวัดน่าน เดินทางโดนรถยนต์ ทางหลวงหมายเลข 1080 สู่ อ.ปัว ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ระยะทาง 25 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา แผนที่โดยรอบ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่มา : www.oceansmile.com  ,  เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai  ขอบคุณรูปภาพจาก : hamanan.com , thetrippacker.com , pantip.com (คุณฟูบิ -(ฟูบีราย)-) ลิ้งที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวบ่อเกลือ บนภูเขาที่จังหวัดน่าน , อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน , พิชิต! ภูพยัคฆ์ จ.น่าน

ข่าวหน้า 1 (2529) 1/2
หนังไทย

บริษัท เอ เค เค กรุ๊ป โดย จิรเดช หาญศิริการ อํานวยการสร้าง พระเอก "ตี๋ใหญ่" ฉัตรชัย หันมายึดอาชีพนักข่าวอาชญากรรม ปัญญา นิรันทร์กุล เมายาเสพติดในหนัง "ท่านมุ้ย" ทรงถ่ายฉากใต้นํ้า ในภาพยนต์"ข่าวหน้าหนึ่ง" ฉัตรชัย เปล่งพานิช-ปัญญา นิรัญดร์กุล-จริยา สรณะคม-กิ่งดาว ดารณี : นําแสดง โรม อิศรา-เอกพงษ์ วงศ์ชาตรี-ชุมพร เทพพิทักษ์ : ร่วมแสดง ไผ่สีทอง : กํากับการแสดง เรื่องย่อ : ครอบครัวของเรืองเกล้าทนายสาว นั่งรถไปทําธุระโดยมีพ่อแม่เละเธอ พี่ชายเป็นคนขับรถไปเถี่ยวชนรถไฟตายทั้งครอบครัว แต่เธอรอดเพียงคนเดียว อุบัติเหตุครั้งนี้เพราะพี่ชายติดยาเสพติด เธอจึงเกลียดยาเสพติด และเธอไปฝึกการต่อสู้ทุกรูปแบบ เรืองเกล้าได้ว่าความช่วยนักร้องสาวชาวฮ่องกงที่ถูกยัดเยียดข้อหายาเสพติด ทําให้คนร้ายลอบทําร้ายเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด เรืองเกล้าได้รู้จักนักข่าวชื่อทรนงและวีระ และโสธิดาเลขาสาวของเธอที่ช่วยกันสืบหาคนร้ายแก๊งค์นี้ โสธิดาและวีระถูกทําร้ายบาดเจ็บ ทรนงและเธอได้สืบรู้ว่าไชยยันต์(เจ้าของบาร์)เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ และกําลังจะส่งยาเสพติดจํานวนมากออกทางทะเล ทรนงและเรืองเกล้าเข้าไปขัดขวาง ในที่สุดไชยยันต์และสมุนถูกฆ่าตาย ที่มา : http://rabbit-1963.blogspot.com/2014/10/2529-1-vcd.html 1/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414685474.html 2/2 - http://video.mthai.com/trailer/player/1414684828.html

วิวาห์ล่ม! เต๋อ น้ำตาซึม เลิก!! พีค
พีค ภัทรศยา /  เต๋อ ฉันทวิชช์ / 

ช็อก! กันถ้วนหน้า พระเอกหนุ่ม เต๋อ ฉันทวิชช์ เผยงานวิวาห์ล่ม!! โดยออกมายอมรับกับสื่อด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่าได้เลิกรากับทางสาว พีค ภัทรศยา ลงแล้ว หลังทั้งคู่ใช้เวลาดูใจกันมาได้ 7 ปีซึ่งถือเป็นเลขอาถรรพ์ สำหรับสถานะตอนนี้เหลือแค่พี่น้องแม้ในเรื่องของความรู้สึกจะยังรักกันมากก็ตาม เผยสาเหตุเกิดจากหลายๆ เรื่องสะสมมานานจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ และไปกันไม่ได้ ดังนั้นจึงคุยกันด้วยดีและเลือกทางออกได้ว่าควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เบรกงานแต่งที่แพลนกันไว้คร่าวๆ ว่าจะเป็นในปีหน้าเอาไว้ก่อน ดีกว่าถ้าแต่งกันไปแล้วต้องเลิกกันในอนาคตนั่นเอง... ซึ่งถ้าหากมีความคืบหน้าอย่างไรทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com จะติดตามรายละเอียดมารายงานให้ทราบกันต่อไป พีค-ภัทรศยา เลิก เต๋อ ฉันทวิชช์ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ พีค - เต๋อ

ข้อควรรู้ก่อนไป เที่ยวลาว
ข้อมูลเที่ยวลาว /  คู่มือเที่ยว / 

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือเรียกสั้นๆ แบบคุ้นปากว่า ลาว ประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมไม่น้อยในหมู่คนไทยอย่างพวกเรา แม้ภาษาและวัฒนธรรมบ้านเราบ้านเขาจะใกล้เคียงกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถเดินเข้าออกประเทศเขาได้อย่างย่ามใจ บางอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจได้เข้าไปนอนเล่นในคุกลาวแบบฟรีๆ ศึกษาไว้บ้างก็ดี ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว ข้อควรรู้ก่อนไป เที่ยวลาว ประเทศไทยเราสามารถเดินทางเข้า สปป.ลาว ได้ที่ด่านพรมแดน 5 จังหวัด ดังนี้ 1. จังหวัดเชียงราย (เชียงของ – ห้วยทราย) 2. จังหวัดหนองคาย (สะพานมิตรภาพไทย-ลาว – นครหลวงเวียงจันทน์) 3. จังหวัดนครพนม – ท่าแขก 4. จังหวัดมุกดาหาร – สะหวันนะเขต 5. จังหวัดอุบลราชธานี (ด่านช่องเม็ก – วังเต่า) ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว บุคคลที่ถือสัญชาติไทย สามารถเดินทางไป สปป.ลาว ได้โดย 1. หนังสือเดินทาง (Passport) สามารถเดินทางเข้า- ออก สปป.ลาว ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และอยู่ในสปป.ลาว ได้ 30 วัน 2. บัตรผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border pass) สามารถเดินทางเข้าสปป.ลาว เฉพาะในเขตนครหลวงเวียงจันทน์เท่านั้น และ อยู่ได้ครั้งละ 3 วัน 2 คืน เอกสารที่ใช้ทำบัตรผ่านแดน - สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการอย่างใดอย่างหนึ่ง จำนวน 1 ใบ - เด็ก ใช้สำเนาสูติบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้าน - รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ การนำรถยนต์เข้าไป สปป.ลาว สามารถนำรถยนต์ข้ามพรมแดนไปยัง สปป.ลาวได้ โดยต้องมีเอกสารที่ใช้ในการเดินทางดังนี้ 1. หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) และเครื่องหมายแสดงประเทศ (T) 2. กรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) มีจำหน่าย ณ จุดชาย 3. ใบอนุญาตขับรถที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ (สำหรับผู้ขับรถ) ขั้นตอนการนำรถยนต์เข้าไปใน สปป.ลาว ขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) ต้องเตรียมหลักฐานต่อไปนี้ - สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียน หรือใบคู่มือการจดทะเบียนรถที่ไม่ค้างชำระภาษีประจำปี - สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล - หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตัวเอง) *** สามารถยื่นขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศและขอรับการแปลใบอนุญาตขับรถเป็นภาษาอังกฤษ ได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย โทร. 0-4242-1473 *** หมายเหตุ 1.การนำรถเข้าไปใน สปป.ลาวนั้น จะอยู่ในประเทศลาวไม่เกินกำหนดที่พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาต 2.การเดินทางข้ามพรมแดนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและกฎหมายศุลกากร 3.การนำรถเข้าไปยัง สปป.ลาว จะต้องทำกรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย โทร.0-4242-0242 จุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ขาเข้า โทร. 0-4242-0243 จุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ขาออก โทร. 0-4242-0244 จุดตรวจท่าเสด็จ โทร. 0-4241-1154 หมวดงานบริการ โทร. 0-4241-2089 ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ สกุลเงิน สกุลเงินลาว เรียกว่า “กีบ” ธนบัตรที่พิมพ์ออกใช้ในปัจจุบันนี้มีฉบับละ 500 กีบ, 1,000 กีบ, 2,000 กีบ, 5,000 กีบ, 10,000 กีบ, 20,000 กีบ, และ 50,000 กีบ ปกติแล้วรัฐบาลห้ามใช้เงินสกุลอื่นในการซื้อขายสินค้าและบริการ แต่โดยทั่วไป บริษัทห้างร้านต่างๆ ทั้งหลาย ยินดีรับเงินเหรียญสหรัฐ และเงินบาทของไทยเรา แต่รับเป็นแบงค์เท่านั้นนะ เหรียญเก็บไว้ยอดกระปุกได้เลย เพราะประเทศลาวยกเลิกการใช้เหรียญไปแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินกีบได้ที่ธนาคาร หรือตามร้านค้าทั่วไป ในกรณีที่ท่านต้องการใช้บัตรเครดิต สามารถใช้ได้ตามโรงแรมใหญ่ๆ ทั้งในเวียงจันทน์และหลวงพระบาง ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ การเดินทางท่องเที่ยว ทางบก สถานีรถโดยสารมีศูนย์กลางอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ใกล้กับตลาดเช้า และสายเหนืออยู่ที่ ถนนเต้สอง สายใต้ อยู่หลัก6 ถนนหมายเลข 13 ใต้ ทางเรือ แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางสัญจรที่สำคัญทางหนึ่งของ ประเทศลาว นอกจากจะใช้ขนส่งสินค้าแล้วยังมี เรือโดยสาร ไว้บริการตามหัวเมืองสำคัญต่างๆ ตั้งแต่เหนือสุดที่ห้วยทราย หลวงพระบาง เวียงจันทน์ สะหวันนะเขต ปากเซ จำปาสัก ทางอากาศ ลาวมีเที่ยวบินภายในประเทศ ในหัวเมืองใหญ่ ๆ ติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท การบินลาว 02 PANGKHAM STREET, P.O BOX 6441 TEL : ( 856- 21 ) 212057 FAX : ( 856 21 ) 212065 URL : www.laoairlines.com ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ แหล่งชอปปิ้ง ตลาดเช้า เปิดขายตั้งแต่ 07.00 น. – 16.00 น. ที่ชื่อตลาดเช้าเพราะเมื่อก่อนเปิดขายเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายชนิด ทั้งสินค้าพื้นเมือง และจากต่างประเทศ อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าซิ่น เครื่องเงิน ไม้แกะสลัก เครื่องจักสาน งานฝีมือต่างๆ ตลาดจีน หรือ ตลาดแลง ตลาดหนองด้วงก็นิยมเรียกกัน เป็นจำหน่ายสินค้าจากประเทศจีน อาทิ กระเป๋าแบนด์เนม ของดียี่ห้อดัง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของที่ระลึก เสื้อผ้าสำเร็จรูป รวมไปทั้งอาหารและเครื่องเทศที่นำเข้าจาก ประเทศจีนโดยตรง ตลาดขัวดิน เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าของสดที่ใหญ่ที่สุดในนครหลวงเวียงจันทน์ เช่นเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ กุ้งหอย ปู ปลา และสินค้าอื่น ๆ ที่ชาวบ้านสามารถสรรหาได้ มาวางจำหน่าย ........................  ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว  ........................ ข้อควรทราบและปฏิบัติเกี่ยวกับ สปป.ลาว 1. ควรระมัดระวังหัวข้อสนทนา ควรหลีกเลี่ยงหัวข้อที่เกี่ยวกับการหมิ่นเหม่ต่อการกระทบกระเทือนความรู้สึกของผู้ฟัง เช่น การนำความแตกต่างทางภาษา วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมมาเปรียบเทียบหรือล้อเลียนในเชิงตลกขบขัน (มีหลายกรณีที่คนได้ได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดจากสื่อบันเทิงเกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาลาวหรือชื่อภาพยนตร์) รวมทั้งงดเว้นการแสดงความคิดเห็นแบบชาตินิยมที่อาจนำไปสู่การโต้เถียงในประเด็นละเอียดอ่อน เช่น ประวัติศาสตร์ การเมือง การปกครอง 2. ควรเข้าใจว่า สปป.ลาว มีมาตรฐานการดำเนินชีวิต วัฒนธรรมประเพณีในแบบฉบับของชาวลาว การได้มาเยือนถือเป็นโอกาสอันดี จึงควรทราบและปฏิบัติตามกฏหมายและวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวลาว เช่น ควรแต่งกายให้เหมาะกับกาลเทศะ โดยเฉพาะเมื่อไปสถานที่ทางศาสนาและสถานที่ราชการ ควรแสดงความเคารพและกล่าวถึงบุคคลสำคัญของลาวที่ชาวลาวเคารพยกย่องอย่างเหมาะสม 3. ห้ามพักค้างคืนที่บ้านคนลาวโดยไม่แจ้งต่อนายบ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) ก่อน และการมีเพศสัมพันธ์กับคนลาวที่ไม่ใช่คู่สมรสเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากละเมิดจะถูกกักตัวจนกว่าจะนำเงินมาจ่ายค่าปรับขั้นต่ำ ๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ และถูกส่งกลับประเทศ จึงต้องระวังและหลีกเลี่ยงหากมีการชักชวนให้ไปท่องเที่ยวและซื้อบริการที่ผิดกฏหมายและศีลธรรมอันดี 4. กิจกรรมที่ห้ามทำ ได้แก่ ห้ามถ่ายภาพสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น ค่ายทหาร สถานีเรดาร์ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีโดยมีโทษทั้งจำและปรับ คนไทยมักถูกจับกรณีถ่ายรูปสถานที่ที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐบาลลาวมาแล้ว ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ..................................................... ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวลาว ที่มา : http://www.laos-discovery.com / http://www.mfa.go.th เรียนรู้ศัพท์ ภาษาลาว

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !