งานแต่งปีเตอร์ คอร์ป

บุ๋ม ฉะ! กองประกวดนางสาวไทย เวทีให้กำเนิด
บุ๋ม ปนัดดา /  กองประกวด / 

สมฉายานางงามขาลุยจริงๆ สำหรับสาวมั่นมากความสามารถ บุ๋ม ปนัดดา ที่ล่าสุดโพสต์ไอจีฉะทีมงานกองประกวดนางสาวไทย ปี 2557 ที่เพิ่งประกวดกันไปหมาดๆ โดย สาวบุ๋ม เผยนางงามรุ่นพี่ไม่ได้รับการดูแลอย่างให้เกียรติจากทีมงาน แค่ต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาขอโทษ บอกไม่อยากมีปัญหากับเวทีให้กำเนิด แต่ติเพื่อให้เกิดการพัฒนา เมินคนมองเป็นผู้หญิงขี้เหวี่ยงแค่ระบายในพื้นที่ส่วนตัว และไม่หวั่นคนไม่กล้าจ้างงาน!! "ล่าสุดโพสต์ไอจีเรื่องกองประกวดนางสาวไทย ต้องเข้าใจก่อนว่าคณะจัดงานเป็นช่องเดิมก็จริง แต่คณะทำงานก็เปลี่ยนกันไปบ้าง โปรเจคแต่ละปีของการประกวดนางงามก็เปลี่ยนไป ทุกปีจะมีปัญหาเล็กน้อยอยู่แล้ว การที่เราติหรือถามถึงอะไรบางอย่างก็เพื่อปีหน้าควรจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข ไม่ใช่อยากจะมีปัญหาหรอกค่ะ เพราะเวทีนี้เป็นเวทีที่ให้กำเนิดบุ๋ม เพียงแต่ว่าพี่ๆ น้องๆ ทุกคนบอกบุ๋มว่ามันเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ ทุกคนมาขอให้บุ๋มเป็นขาลุย จะเรียกว่านางงามขาลุยก็ได้ ทุกคนจะมาบอกว่าไม่มีข้าวเลย เรียกเรามาตั้งแต่บ่ายโมง ซ้อมขึ้นเวทีบ่าย 2 บางคนมาจากต่างจังหวัด เดินอยู่บนเวที 2 นาทีครึ่งรวมทั้ง 8 คนมันน้อยไปมั้ยกับการที่บอกว่าเป็นตำนาน 80 ปีที่คุณเอาชื่อพวกเรามาทำ ซึ่งเราก็เต็มใจอยู่แล้วถือว่าเวทีนี้ให้กำเนิด" "เพียงแต่ว่าไม่ให้เกียรติกันและกัน ข้าวก็ไม่มีให้ เค้ามีข้าวกล่องของทีมงาน แต่ในส่วนของนางงามไม่มีไง น้ำขวดแรกเพิ่งได้กินตอน 6 โมงเย็น หลังลงไอจีไปแล้วก็ไม่มีฟีดแบกจากทางผู้จัดงานเลย เงียบหมด ไม่มีใครรับเลย โบ้ยกันไปโบ้ยกันมา ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่ดูแลพี่ๆ ของเรา คือตัวบุ๋มเองเปิดห้องพักต่างหากเลยไม่ได้ไปอยู่หลังเวทีด้วย เลยไม่ทราบว่าหลังเวทีตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งนึงที่เป็นห่วงคืออยากให้ดูแลกันนิดนึง เพราะการทำงานของนางสาวไทยเราเป็นตำนาน เราไม่ได้ไปประกวดที่ต่างประเทศ แต่เราเป็นตำนาน นี่คือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากเวทีอื่น ใช้คำว่าตำนานนั่นคือส่วนสำคัญของงาน" "เราในฐานะผู้ร่วมงาน อย่างน้อยข้าวสักจานมั้ย นั่นคือสิ่งที่เราควรจะบ่นได้มั้งคะ คือบุ๋มไม่ได้ไปดิสเครดิตเวทีให้ล่มสลาย เพราะถ้ามีใครมาทำลายเวทีนางสาวไทย บุ๋มก็สู้แหลกเหมือนกัน ดังนั้นทุกปีที่เค้าเรียกบุ๋มไปงาน ไม่ว่าจะให้บุ๋มไปอยู่ในจุดไหน หน้าเวที หลังเวที ข้างเวที ดิฉันก็อยู่ได้ จะให้เกียรติหรือไม่ให้เกียรติก็ช่าง แต่อย่างน้อยควรดูแลคนอื่นบ้าง คนเลยมองว่าเราเป็นคนขี้เหวี่ยง มีปัญหาอะไรก็โพสต์ไอจี เหวี่ยงกับใครล่ะ บุ๋มเหวี่ยงในไอจีตัวเองนะ ทุกคนมาอ่านกันเอาเองนะ เราเขียนระบายอยู่ในไดอารี่ของเรา เราไม่รู้ว่าคนไหนเป็นคนรับผิดชอบงานแต่เราก็ต้องพูด อยากให้ปีหน้าดีขึ้น การทำงานของคนคุณภาพน่ะค่ะ" "ถ้าเราคือคนทำงานเหมือนกัน คุณต้องยอมรับคำติชมได้ ในเมื่อทำผิดก็ขอโทษกันไป จะโกรธบุ๋มก็โกรธได้ แต่ช่วยโทรไปขอโทษพวกพี่ๆ เค้าด้วย และสัญญากับเค้าหน่อยว่าปีหน้าจะดูแลเค้าดีกว่านี้ ที่ผ่านมาเค้าขอให้บุ๋มไปช่วยเทรนนิ่งน้องๆ ทุกปีในเรื่องของการตอบคำถาม มีการเข้าห้องเคลียร์ส่วนตัวแต่ละคนประมาณ 3-4 นาทีด้วย บุ๋มทำให้ขนาดนี้แล้ว อย่างน้อยบุ๋มก็ขอพูดบ้าง เราทำงานทุกปีเห็นปัญหาทุกปีแต่ปีนี้มันเกินไปนิดนึง จริงๆ มันมีอีกหลายเรื่องมาก นอกเหนือจากเรื่องไม่มีข้าวกินซึ่งอยากจะคุยเป็นการส่วนตัวมากกว่า ที่โพสต์แบบไม่กลัวคนไม่กล้าจ้างงานหรอกค่ะ ใครจะกล้าไม่จ้างล่ะถ้าเราทำงานดี ณ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าคู่กรณีเป็นใคร มันแค่เป็นประเด็น แต่อย่างน้อยก็เป็นการบอกกล่าวกัน" บุ๋ม กล่าว บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา IG บุ๋ม ปนัดดา

ซิโก้ ติงกองหลังความสัมพันธ์ยังไม่ดีเกมช้างศึก อัด ลอดช่อง
ชาริล ชัปปุยส์ /  ช้างศึก / 

ความเคลื่อนไหวหลังจบเกมนักแรก กลุ่มบี ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 ที่ ช้างศึก ทีมชาติไทย อัด เจ้าภาพ สิงคโปร์ 2-1 จากการซัลโวของ “ลุงเย็น” มงคล ทศไกร และ“หน้าหล่อ” ชาริล ชัปปุยส์ หลังเกม ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ช้างศึก เปิดเผยว่า เกมนี้เราจะเห็นได้ว่ามีปัญหาเล็กน้อยในเรื่องของเกมรับ ในเรื่องความสัมพันธ์ ครึ่งแรกอาจจะตื่นเต้นไปบ้าง ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวกัน “เกมนี้ผมวางหมากให้นักเตะเล่นเกมรับแล้วโต้กลับ เพื่อป้องกันไม่ให้ สิงคโปร์ ได้ใช้ลูกถนัดคือความเร็ว ซึ่งทุกคนทำได้ดี และถือว่าประสบความสำเร็จกับการเก็บชัยชนะ นัดต่อไปต้องดูก่อนว่ามีผู้เล่นบาดเจ็บหรือไม่ แน่นอนว่าเราต้องทำงานหนักขึ้นในอีก 2 เกมที่เหลือ” ซิโก้ กล่าวปิดท้าย โปรแกรมนัดที่ 2 ของกลุ่มบี วันที่ 26 พ.ย.57 คู่แรก ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเชีย ณ สนามจาลัน เบซาร์ เวลา 16.00 น. และคู่ที่ 2 ทีมชาติสิงคโปร์ พบ ทีมชาติเมียน์มาร์ ณ สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ เวลา 19.00 น.

คสช.คะแนนลด หลังคนประเมินทำงาน ผ่าน 6เดือน
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

โพลเผยคนให้คะแนน คสช. ลด หลังประเมินจากผลงาน 6 เดือน แต่มั่นใจคุมสถานการณ์ต่อไปได้แม้มีกลุ่มต้าน ด้าน มท. 1 ย้ำเดินหน้าลุยงานต่อ เชื่อคนส่วนใหญ่เข้าใจ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ผลการดำเนินงาน 6 เดือน ของ คสช.” จากจำนวนประชาชน 1,689 ตัวอย่าง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พบว่า 83.30% เชื่อว่า คสช. และรัฐบาลจะยังคงคุมสถานการณ์ต่อไปได้ แม้จะมีกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านก็ตาม 79.46% คสช. มีผลงานโดดเด่นในเรื่องการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามการทุจริตและผู้มีอิทธิพล 61.87% เห็นว่า คสชง ทำงานเด้ดขาด เน้นแก้ปัญหาให้ประชาชน เมื่อถาม “จุดเด่น” ของ คสช. ที่บริหารประเทศ ครบ 6 เดือน มีอะไรบ้างนั้น 39.35% การจัดระเบียบสังคม ทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น 32.75% ทำงานได้เด็ดขาด แตกต่างจากการบริหารของรัฐบาลที่มาจากนักการเมือง 27.90% มีแนวทางการทำงานชัดเจน เป็นระบบ แก้ปัญหาได้รวดเร็ว ส่วน อะไรที่เป็น“ปัญหา/อุปสรรค” ในการดำเนินงานของ คสช. 40.14% การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ มากขึ้น มีกระแสโจมตีการทางานของ คสช. 34.32% ความสัมพันธ์ระหว่าง คสช. กับ สื่อมวลชนที่มีปัญหาออกมาเป็นระยะ 25.54% ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองมานาน ต้องอาศัยเวลาในการแก้ปัญหา สำหรับสิ่งที่อยากฝากบอก คสช. เกี่ยวกับการบริหารประเทศ 42.01% คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เน้นความยุติธรรมและเสมอภาค 36.06% อยากให้บริหารประเทศต่อไป ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ อดทน 21.93% เร่งสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทยโดยเร็ว ทั้งนี้เมื่อถามความพึงพอใจของประชาชน ต่อ คสช. ในการบริหารประเทศ ครบ 6 เดือน พบว่า 54.46% ค่อนข้างพึงพอใจ เพราะ ให้ความสำคัญในการดูแลและช่วยเหลือประชาชน ลดค่าครองชีพ มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร ฯลฯ 29.85% พึงพอใจมาก เพราะ ทำงานเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ มีการจัดระเบียบสังคมด้านต่างๆ บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ฯลฯ 10.93% ไม่ค่อยพึงพอใจ เพราะ การแก้ไขปัญหาต่างๆ ยังล่าช้า เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น การชี้แจงที่ยังไม่ชัดเจน เข้าใจยาก ฯลฯ 4.76% ไม่พึงพอใจเลย เพราะ ประชาชนควรมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ฯลฯ เมื่อมีการเปรียบเทียบคะแนนที่ประชาชนให้ คสช. ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมา 6 เดือนพบว่า ประชาชนให้คะแนนลดลงตามลำดับ คือ 1 เดือน 8.82 คะแนน, 2 เดือน 8.87 คะแนน, 3 เดือน 8.80 คะแนน, 4 เดือน 8.57 คะแนน, 5 เดือน 8.52 คะแนน, และ 6 เดือน ได้ 8.49 คะแนน ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผย หลังประชาชนให้คะแนนผลการทำงานลดน้อยลง ว่า ไม่น่าวิตก เพราะตนประเมินว่ายังดีอยู่ สังคมคงให้โอกาสรัฐบาลและ คสช.ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ เราก็ตั้งใจทำงานกันต่อไป ประชาชนส่วนใหญ่คงทราบกันดีว่าเราเร่งที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วง ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

อุทาหรณ์! แอบซิ่งบิ๊กไบค์ขึ้นคู่ขนานลอยฟ้า เสยท้ายกระบะดับ
ข่าวล่าสุด /  คู่ขนานลอยฟ้า / 

หนุ่มซิ่งจักรยานยนต์บิ๊กไบค์  ขึ้นคู่ขนานลอยฟ้า เสยท้ายปิกอัพจอดเสียดับอนาถ วันนี้(24พ.ย.)เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คู่ขนานลอยฟ้า ได้รับแจ้งเหตุว่า มีผู้เสียชีวิต บนทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้า ฝั่งขาออก แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. เมื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า เป็นถนนสามเลน พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์  สีแดง  ล้มคว่ำ ด้านหน้ารถพังยับเยิน ใกล้กันพบศพ  นายศักดิพงษ์ วิมลพันธุ์ อายุ 33 ปี ห่างไปเล็กน้อยพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นทีเอฟอาร์ จอดเปิดสัญญาณไฟผ่าหมากอยู่ในเลนซ้ายสุด สภาพรถกระบะด้านท้ายฝั่งขวารถถูกชนจนยุบ จากการสอบปากคำ นางมาลา ตุ้มทอง อายุ 52 ปี คนขับรถกระบะ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ได้ขับรถมาถึง ทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้า แต่เครื่องยนต์เกิดขัดข้อง จึงจอดชิดซ้าย และตัดสินใจเปิดไฟผ่าหมากแล้วเปิดฝากระโปรงรถด้านหน้าไว้ และโบกรถแท็กซี่ลงไปด้านล่างเพื่อหาเติมเงินโทรศัพท์มือถือ  เพื่อโทรไปหาญาติให้นำรถมาลากรถของตนกลับ แต่หลังจากกลับขึ้นมาบนจุดเกิดเหตุก็เห็นมีรถจักรยานยนต์ขับมาชนท้ายรถแล้ว ด้านญาติผู้ตายให้การว่า ผู้ตายเป็นคนที่ชอบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาก ก่อนเกิดเหตุได้ไปร่วมงานกับก๊วนคนรักรถบิ๊กไบค์ที่ซอยลาดพร้าว 80 และกำลังจะเดินทางกลับบ้านที่ย่านบางแค แต่สุดท้ายก็มามาประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต พ.ต.ท.ณัฐนันท์ ม่วงงาม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ เผยว่า สำหรับถนนคู่ขนานลอยฟ้านั้น ห้ามไม่ให้รถจักรยานยนต์ขึ้นมาวิ่ง แต่ผู้ตายฝ่าฝืนขึ้นมาแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ความเร็วสูง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีรถกระบะจอดเสียอยู่ จึงชนท้ายเข้าอย่างจัง ขอบคุณข้อมูลจาก เรารักด่านตรวจ,ข่าวสดออนไลน์ ,Kim Gawinwat Supawatnarasiri MThai News

จงซอก ชีวาน ยองกวาง 3 ดาราเกาหลีที่หน้าใสจนผู้หญิงต้องอาย
ดาราเกาหลี

จงซอก ชีวาน ยองกวาง 3 ดาราเกาหลีที่หน้าใสจนผู้หญิงต้องอาย และต่างก็กำลังได้รับความนิยมจากแฟนคลับกลุ่มผู้หญิงได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยรูปร่างที่ดูดี หน้าตาอันหล่อเหลา และรอยยิ้มกระชากใจ แต่หนึ่งสิ่งที่ถือได้ว่าดึงดูดกันได้แบบสุดๆ เห็นทีจะหนีไม่พ้น ผิวที่ใสขาวเนียนของพวกเขา กับการออกตามรายการทีวี หรือในซีรีย์ต่างๆ เราจะเห็นได้ว่าทั้งสามหนุ่มนั้น มีผิวที่ใสเนียนเรียกได้ว่า ดาราผู้หญิงต้องมีอายกันไปบ้างเลยทีเดียวล่ะ จงซอก ชีวาน ยองกวาง 3 ดาราเกาหลีที่หน้าใสจนผู้หญิงต้องอาย อีจงซอก นักแสดงนำชาย จากผลงานซีรีย์สุดฮิตทาง SBS เรื่อง Pinocchio เป็นนักแสดงชายที่ขึ้นชื่อในเรื่องของคนที่มีผิวที่กระจ่างใส ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ นั้น ถ้าเกิดว่าคนเราอยากที่จะผิวที่ดูกระจ่างใส อย่างแรกที่เราต้องทำก็คือการมีอุปนิสัยการล้างหน้าอย่างระมัดระวัง ผู้เชี่ยวชาญยังได้แนะทำให้ปกป้องผิวด้วย ซีซีครีม ที่มีสีสว่างกว่าที่คนใช้กันปกติ อิมชีวาน ที่กำลังมีผลงานซีรีย์เรื่อง Misaeng ทาง tvN ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีผิวใสเด็กๆ เหมาะกับลุคของเขาเป็นอย่างมาก การที่มีผิวหน้าที่ดูอ่อนนุ่มแบบเขา เรื่องขอองความชุ่มชื้นถือเป็นสิ่งที่จำเป็น ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ใช้ตัว มาส์กหน้า 30 นาที สัก 2-3 วันต่ออาทิตย์ก็จะช่วยได้ดีทีเดียว คนสุดท้าย คิมยองกวาง นักแสดงนำชายอีกคนจากเรื่อง Pinocchio ที่หน้าแทบจะไร้ตำหนิติเตียนอะไรเลย การมีผิวเนียนๆแบบนี้ สิ่งที่สำคัญก็คือการดูแลรูขุมขน และการหลุดลอกเป็นสะเก็ด อีกหนึ่งเคล็ดลับก็คือการใช้แปรงขัดหน้า แปลงดีๆจะ ช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้ ข้อมูลจาก popcornfor2.com

ทัพบก โต้ สมศักดิ์ เจียมฯ หลังวิจารณ์ดุพาดพิง ทหาร
ข่าววันนี้ /  ทหารโง่ / 

โฆษกกองทัพบก เตือน สมศักดิ์ เจียมฯ ระวังคำพูด หากไม่อยากให้กระทบวิชาชีพครู หลังวิจารณ์ ทหาร แรง   ย้ำระบบการศึกษาทหารไม่ล้าหลัง เน้นปกป้องสถาบัน ช่วยประชาชน จากกรณีที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 ในบุคคลที่ยังหลบหนีคำสั่ง คสช. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นเชิงปรามาศ ว่า หากอยากปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ควรมีการปฏิรูปกองทัพขนานใหญ่ ยกเลิกระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนทหารที่มีอยู่หมด เพราะมันล้มเหลวมากๆ จากทหารกลุ่มนี้ ที่ไม่ฉลาด แถมเป็นคนโง่มีปืน ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมากนั้น วันนี้ (24 พ.ย. 57) พ.อ. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า การออกมาแสดงความเห็นของอ.สมศักดิ์ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือทางด้านวิชาชีพได้ เพราะเป็นถึงครูบาอาจารย์ สถาบันที่มีชื่อ แต่กลับใช้คำว่า 'โง่' ในลักษณะเชิงลบหลู่ดูหมิ่นดูแคลน ไม่ใช่วิสัยของบุคคลากรระดับอาจารย์ หรือใช้เพียงความรู้สึกความเข้าใจเฉพาะในมุมมองของตัวเอง ไปพาดพิงบุคคล และองค์กรอื่นๆ ดังนั้นจึงอยากให้ได้ระมัดระวังด้วย พร้อมกันนี้ โฆษกกองทักบกยังได้กล่าวถึงเรื่องระบบการศึกษาในโรงเรียนทหารทุกแห่งในประเทศไทย ด้วยว่า มีพัฒนาการมาตามกาลสมัย มีมาตรฐานในระดับสากลเป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ นำไปสู่เมื่อบุคคลากรสำเร็จออกปฏิบัติราชการ จะมีผลงานให้เห็นสามารถจับต้องได้จริง ตั้งแต่การป้องกันประเทศ การรักษาความสงบภายใน การพิทักษ์ปกป้องสถาบัน และการช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช้ล้มเหลวอย่างที่กล่าวอ้าง ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ทหาร" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

แดนจิงโจ้พบทารกถูกทิ้งท่อน้ำ 5 วันรอดปาฏิหาริย์
ออสเตรเลีย /  เด็กถูกทิ้งท่อรอดปาฏิหาริย์ / 

แดนจิงโจ้ พบเด็กทารกวัย 1 สัปดาห์ ถูกทิ้งไว้ในท่อระบายน้ำ  รอดปาฏิหาริย์ขณะกู้ภัยนำตัวส่งโรงบาล อาการโคม่า วานนี้ (23 พ.ย.)สำนักข่าวเดอะมิรเรอร์รานงานข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ เมืองแบล็คทาวน์ ประเทศออสเตรเลีย ได้รับแจ้งเหตุพบเด็กทารก ถูกวางทิ้งไว้ในท่อระบายน้ำ โดยนักปั่นจักยานได้ยินเสียงร้องไห้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า เฮย์เลย์ อ็อทเต้  ปั่นจักรยานได้ยินเสียงเด็กร้องเสียงดังจากท่อระบายน้ำในรัฐนิวเซาท์เวลส์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เร่งสำรวจพื้นที่ดังกล่าว พบเด็กถูกทิ้งในท่อระบายน้ำลึกลงไปราว 2.5 เมตร โดยขณะนี้ทารกได้รับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เมืองซิดนีย์ อาการค่อนข้างสาหัส ขณะเดียวกัน ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้ตั้งข้อหาพยายามฆ่า แก่หญิงวัย 30 ปี ที่นำทารกมาทิ้งไว้ พร้อมสั่งห้ามประกัน และจะถูกนำตัวขึ้นศาลภายในวันนี้ จากการตรวจสอบ พบว่า เด็กทารกมีอายุเพียง 1 สัปดาห์ ล่าสุด นักปั่นสาว ที่ได้ยินเสียงร้อง ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ ได้เดินทางไปเยี่ยมเด็กชายทารก พร้อมกันบิดาของเธอและนำเสื้อผ้าเด็กไปด้วยความเป็นห่วง พร้อมกล่าวว่าพวกเขาจะช่วยเหลือเด้กเท่าที่จะช่วยได้ MThai News

นักแข่งเกมส์ ทวิต ขอมีเซ็กส์ กับเกมเมอร์สาว ขณะแข่งขัน
eSport /  Starcraft 2 / 

เว็บไซต์เกมส์ต่างประเทศรายงานข่าวกรณีโปรเกมเมอร์ StarCraft 2 นาม Mykhailo Gaida จากสัญชาติยูเครน ทวิตข้อความขอมีเซ็กส์กับโปรเกมเมอร์สาว ระหว่างการแข่งขันเกมส์รอบคัดเลือก ล่าสุด ผู้เล่นคนดังกล่าวถูกตัดสิทธิ์การแข่งอย่างเป็นทางการแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันเกมส์ StarCraft 2 ในรอบคัดเลือกของรายการ" Fragbite Masters Season Three" โดย Gaida ได้เจอกับผู้เล่นเกมส์หญิงนาม Madeleine Leander โดยช่วงที่เกมส์ถูกหยุดชั่วคราวนั้น Gaida ได้พิมพ์ข้อความส่วนตัวผ่านทวิตเตอร์ว่า [Going to rape some girl soon #fragbitemasters] ซึ่งเจตนาของผู้พิมพ์นั้น อาจสื่อถึง เขาจะพยายามอ้อมหลังยกทัพยูนิตออกโจมตี แต่บุคคลทั่วไปมองว่า ผู้เล่นคนกล่าวจะพยายามไปขอมีเซ็กส์หรือจะไปข่มขืนกับเกมเมอร์สาวที่แข่งขันในอีกไม่นาน Madeleine Leander เกมเมอร์สาวเกมส์ Starcraft 2 หลังจากที่ข้อความถูกเผยแพร่บนออนไลน์ เกมเมอร์สาว Madeleine Leander ออกมาแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ตนไม่รู้จะพูดอะไรดี ตนรู้สึกตกใจและกลัวที่ได้ยินจากนักเล่นเกมส์มืออาชีพ และผู้จัดงานได้ร้องขอให้เกมเมอร์หนุ่มออกมาขอโทษ และ Leander กล่าวต่อว่า ตนได้รับเชิญการแข่งขันเกมส์ Starcraft 2 ตนยอมรับว่าเล่นเกมส์ไม่เก่งและเป็นเบี้ยล่างในการแข่งขันครั้งนี้ แต่ตนมองว่ามันคือโอกาสและประสบการณ์มากกว่า และหลังจากที่ได้แข่งขันและแพ้ไป 0 ต่อ 2 ตนก็เห็นข้อความดังกล่าวและรู้สึกตกใจที่ไม่ได้เกียรติกับคนเล่นเกมส์เลย ล่าสุด ทางผู้จัดงานประกาศถึงการตัดสิทธิ์เกมเมอร์หนุ่มออกจากการแข่งขันหลังทวิตข้อความ"เชิงลวนลามทางเพศ" และภายหลัง เกมเมอร์หนุ่มออกมาขอโทษผ่านทางทวิตเตอร์และขอหยุดพิมพ์เป็นการชั่วคราว

สธ.เตือนระวังตัวไรอ่อนหลังเที่ยวป่าพาหะนำโรค
ข่าววันนี้ /  เตือนระวังตัวไรอ่อน / 

ปลัด สธ. เผย เที่ยวป่าระวังตัวไรอ่อนติดมากับเสื้อผ้า นำมาสู่โรคติดต่อหลายโรค บางโรคถึงแก่ชีวิตได้ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาว ประชาชนมักนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในป่า เนื่องจากมีอากาศหนาวเย็น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ แนะนำประชาชนให้ระมัดระวังคือโรคสครับไทฟัส (Scrub typhus) หรือไข้รากสาดใหญ่ โรคนี้เกิดจากการถูกตัวไรอ่อนกัด ส่วนใหญ่จะถูกกัดบริเวณในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ปวดกระบอกตา ผู้ป่วยประมาณ ร้อยละ 50 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้บริเวณที่ถูกไรอ่อนกัด ลักษณะมีสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ พบประมาณ 1 ใน 5 เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้ ด้าน นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคนี้พบผู้ป่วยได้ตลอดปี มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์นักท่องป่า ทหาร และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า จะพบมากในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว โดยตัวไรแก่จะชอบอาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน เมื่อฟักเป็นตัวอ่อน ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์ เช่น หนู กระแต กระจ้อน หรือคนที่เดินผ่านไปมา เพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคสครับไทฟัส โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 - 16 พฤศจิกายน 2557 ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วย 8,000 ราย เสียชีวิต 5 ราย ภาคเหนือมีผู้ป่วยมากที่สุด 3,013 รายรองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,461 ราย ผู้ป่วยเกือบ ร้อยละ 90 อาศัยในเขตชนบทและป่าเขา โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่มียารักษาให้หายได้ ในการป้องกันโรคนี้ ขอให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแคมป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ แต่งกายให้มิดชิด ควรสวมรองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา หลังออกจากป่าให้รีบอาบน้ำให้สะอาด และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้

ปาร์ตี้!! แก๊งนางฟ้า เลี้ยงส่ง พอลล่า บินคลอด
พอลล่า บัทเทอรี่ /  พอลล่า เทเลอร์ / 

ถึงกับยกก๊วนจัดปาร์ตี้อย่างสนุกสนานกันเลยทีเดียว! สำหรับสมาชิกแก๊งนางฟ้าทั้ง 7 สาว ที่งานนี้เปลี่ยนบรรยากาศมาพักผ่อนพร้อมฉลองปาร์ตี้กันในสวนสาธารณะแบบชิลๆ เพื่อเลี้ยงส่งคุณแม่คนสวยอย่าง พอลล่า บัทเทอรี่ ที่เตรียมบินคลอดลูกชาย ณ ประเทศอังกฤษ และงานนี้สาวสวยทั้ง 7 ก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพงานปาร์ตี้ครั้งนี้ รวมไปถึงภาพน่ารักๆ ของ น้องไลลา-น้องบีน่า และ น้องบรู๊คลิน โดยมีพ่อ เวย์ ไทเทเนียม และ พ่อเอ็ดเวิร์ด บัทเทอรี่ มาร่วมแจมและช่วยดูแลบรรดาลูกๆ ให้ด้วย แหม..ช่างเป็นงานปาร์ตี้ที่ดูอบอุ่นจริงอะไรจริง!! ขอบคุณภาพจาก IG : crishorwang , paulataylorbuttery , janesuda , janienineeleven , nanarybena , ann_laisuthruklai แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า แก๊งนางฟ้า จัดปาร์ตี้เลี้ยงส่ง พอลล่า

ทายนิสัยจากเวลาเกิดทั้ง 12 ราศี แม่นจริง!
ความรักวัยรุ่น /  ทายนิสัย / 

ก่อนที่เราจะไปดูการ ทายนิสัยจากเวลาเกิดทั้ง 12 ราศี นั้น เพื่อนๆ จะต้องรู้ก่อนว่า เราเกิดอยู่ในช่วงเวลาใด ลองไปรื้อใบเกิดดูกันเร็วๆ แล้วมาเริ่มทายนิสัยกันเลย แม่นไม่แม่นไม่รู้ แต่มีหลายคนบอก ตรงเป๊ะ! ^^ ทายนิสัยจากเวลาเกิดทั้ง 12 ราศี แม่นจริง!  ทายนิสัยจากเวลาเกิดทั้ง 12 ราศี แม่นจริง! ผู้ที่เกิดเวลาตี 5 ถึง 7 โมงเช้า ช่วงเวลานี้เป็นเวลากระต่าย จะทำให้คุณเป็นคนรักสวยรักงาม ทำอะไรละเอียดอ่อน สะอาดสะอ้าน ชอบแต่งตัวให้ดูดีเสมอ บุคลิกของคุณจะค่อนข้างสุภาพดูอ่อนโยน พูดจาหวานและนอบน้อมถ่อมตัว มีมารยาทเป็นเลิศ ดูแล้วผู้ดี๊ผู้ดี สงบเงียบเรียบร้อยเป็นผู้ใหญ่ ด้านนิสัยใจคอแม้จะดูเงียบนุ่มปานนั้น ลึก ๆ มั่นใจและทะเยอทะยานไม่น้อย เป็นคนเข้มแข็งข้างใน รู้จักระมัดระวังรอบคอบ เป็นนักการทูต จิตวิทยาสูง มีความเข้าอกเข้าใจคนอื่นดี ใจกว้าง โกรธง่ายหายไว จิตใจดี ใจอ่อน ชอบทำบุญ ชอบช่วยเหลือ รสนิยมดี ผู้ที่เกิดเวลา 7 โมงเช้าถึง 9 โมงเช้า เวลานี้เป็นเวลามังกร บุคลิกของคุณจะดูหยิ่งทะนงมาก ท่าทางสง่าผ่าเผย ดูหัวสูง ติดหรู ความทะเยอทะยานจะเห็นได้ชัด คุณดูน่าเกรงใจ เข้าถึงยาก มีความเป็นผู้นำสูง นิสัยของคุณจริง ๆ แล้วเป็นคนใจกว้างและเด็ดเดี่ยว รักศักดิ์ศรี โมโหร้าย บุ่มบ่าม มุทะลุ ทำอะไรต้องตรงไปตรงมา ไม่ชอบเรื่องเล่ห์เหลี่ยม ในด้านดีอยู่ที่เป็นหลักพึ่งพิงได้ รับผิดชอบสูงและขี้สงสาร เป็นคนที่มีประสิทธิภาพสูงทีเดียวนะ อนาคตของคุณค่อนข้างแจ่มแจ๋วด้วยความมุ่งมั่นบากบั่นของคุณนั่นแหล่ะ ผู้ที่เกิดเวลา 9 โมงเช้าถึง 11 โมงเช้า คนที่เกิดสาย ๆ เวลานี้ซึ่งเป็นเวลางู โดยมากจะหน้าตาดี แต่งตัวดีเสมอ ด้วยของหรูหราราคาแพงหรือมียี่ห้อ ภาพพจน์ของคุณต้องมาก่อนเสมอบุคลิกของคุณดูเงียบขรึม เรียบร้อยสุภาพนุ่มนวล มายาทดี พูดจาหวานหูชื่นใจ นิสัยข้างในค่อนข้างฉลาด เก็บความรู้สึกและความต้องการได้นิ่งลึกมาก คุณรักการแข่งขันชิงดีชิงเด่น มีความทะเยอทะยานสูง ชอบทำตัวเด่น อยากมีชื่อเสียง เป็นนักวางแผนผู้ชาญฉลาดใจแข็งไม่หวั่นไหวอ่อนข้อให้ใครง่าย ๆ ถ้าจะล้วงความลับจากตัวคุณคงไม่ง่ายนักหรอก ผู้ที่เกิดเวลา 11 โมงเช้าถึงบ่ายโมง เวลาเกิดช่วงนี้เป็นเวลาม้า ทำให้คุณมีบุคลิกของนักกีฬา แข็งแรงอดทน ร่าเริงคึกคัก ชอบสนุกสนาน เรื่องตลกโปกฮาล่ะชอบนัก ความที่รักอิสระเสรีกับการเป็นนักผจญภัย ถือเป็นจุดเด่นในตัวคุณ มีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบแหกกฎ นิสัยของคุณเป็นคนใจกว้าง กระตือรือร้นมากแต่รอบคอบไม่เป็น ใจร้อน ชอบทำก่อนคิด กล้าลุยไปข้างหน้า จิตใจเข้มแข็ง มานะบากบั่น มีความจริงใจสูง รักเพื่อนและครอบครัว เวลามีทิฐิจะเป็นคนหัวแข็ง ดื้อรั้นสุด ๆ เวลาน่ารักจะมีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้น เจอมรสุมก็ยังลุกขึ้นสู้ได้ ยิ้มได้ทั้งน้ำตาเลยนะคุณน่ะ ผู้ที่เกิดเวลาบ่ายโมงถึงบ่าย 3 โมง คุณที่เกิดเวลานี้เป็นเวลาแพะ จะเป็นคนใจดีอ่อนโยนจนถึงขั้นขลาดเขิน บุคลิกท่าทางของคุณจะสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวลมีมารยาท ดูสุขุมใจเย็น ไม่มีพิษไม่มีภัย ขี้อายแต่มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างฝัน มีไอเดียมัน ๆ กับเรื่องตลกจี้เส้น ที่ทำให้หัวเราน้ำหูน้ำตาไหล บางเวลาดูเศร้าซึมเพราะชอบคิดมากเกินเหตุ จิตใจดีทำร้ายใครไม่เป็น ถ้าถูกรังแกจะสู้ยิบตา มีความมั่นใจซ่อนไว้ใต้ท่าทางอ่อนโลกติ่ม ๆ คุณเป็นคนซื่อตรงรักสงบ เกลียดความรุนแรง อะไร ๆ ก็ดีหมด ยกเว้นเรื่องดื้อรั้นของคุณ ครองแชมป์ตลอดกาลเลย ผู้ที่เกิดเวลาบ่าย 3 โมงถึง 5 โมงเย็น คุณที่เกิดเวลาบ่าย ๆซึ่งเป็นเวลาของลิง จะมีอิทธิพลทำให้คุณค่อนข้างแอ็กทีฟไม่อยู่เฉย บุคลิกของคุณดูเปิดเผย ใจร้อนและซุ่มซ่ามนิสัยของคุณเหมือนเด็ก ๆ ชอบเล่นพิสดาร คุณเป็นคนฉลาดหัวไว มีไหวพริบกล้าพูดกล้าทำ ตรงไปตรงมา เป็นนักวางแผนและรู้จักเอาตัวรอด มีเล่ห์กลแต่ไม่ทำร้ายใครลับหลัง มีความสามารถรอบตัว ปรับตัวเข้ากับคนได้ทุกระดับ ทุ่มเทกับการงานมาก งานดีเชื่อมือได้ เสน่ห์ในตัวอยู่ที่ความขี้เล่นมีชีวิตชีวาเฮฮา แม้ท่าทางจะดูคล้ายกะล่อนเล็ก ๆ แต่ก็หนักแน่นจริงใจ ผู้ที่เกิดเวลา 5 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม ช่วงหัวค่ำเป็นเวลาไก่ ส่งผลให้คุณเป็นคนเข้มแข็ง หยิ่งยโส หัวรุนแรง ขวางโลก และหัวโบราณ คุณเป็นคนที่ชอบ แต่งตัวใช้แต่ของดีมีราคา บุคลิกขี้อวดไม่ใช่เล่น ว่าฉันเนี่ยรสนิยมดีนะ ในส่วนลึกของจิตใจคุณเป็นนักอนุรักษ์นิยม เจ้าระเบียบ จู้จี้ ขี้บ่นเก่ง หงุดหงิดง่ายดาย ไม่ยอมเสียเงินแบบไร้ค่า ยกเว้นเรื่องภาพพจน์ล่ะก็โอ.เค. คุณมีหัวในการบริหารควบคุม มีความเด็ดขาดละเอียดถี่ถ้วน ต่อสู้กับอุปสรรคไม่มีถอย ยามอารมณ์ดีจะเป็นคนสนุก ชอบล้อเล่น ใจกว้าง มีน้ำใจนักกีฬา ไม่ชอบการใช้อำนาจ เกลียดคนอวดเบ่งที่สุด ผู้ที่เกิดเวลา 1 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม คุณทีเกิดช่วงเวลานี้เป็นเวลาของสุนัข ทำให้คุณเป็นคนรักคุณธรรม ความถูกต้องซื้อสัตย์จริงใจมาก จนถึงขั้นยึดมั่น ถือมั่นทีเดียว ยืดหยุ่นไม่ค่อยเป็น คิดและทำอะไรก็ตามตรง ทื่อไปหมด ไม่กล้าแหกกฎระบบระเบียบจนเกินไป ชีวิตถึงไม่ค่อย มีอะไรแปลกใหม่ บางครั้งจึงดูน่าเบื่อและแสนเซ็ง มีความขยัน ฉลาด แต่พลิกแพลงไม่เป็น เอาตัวไม่ค่อยรอด คุณเกิดมาเป็นนักปกป้องคุ้มครองคนอื่นมองโลกแบบตรงไปตรงมา ไม่เพ้อฝัน ขาดอารมณ์โรมานซ์ แต่ก็เป็นคนตลกจี้เส้นเพราะมองโลกในแง่ดี เรื่องเสียสละเพื่อคนอื่น คุณเป็นเจ้าชาย-เจ้าหญิงในเรื่องนี้เลยล่ะ ซื่อไปนิดเซ็งไปหน่อยแต่จริงใจไม่มีใครเทียบได้เลย ผู้ที่เกิดเวลา 3 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม คุณที่เกิดเวลาหมู อันเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ทำให้คุณขี้เกียจนิด ๆ เฉื่อยหน่อย ๆ คุณรักความเรียบง่ายไม่มากเรื่อง สุภาพอ่อนโยน ใจดี และอบอุ่น บุคลิกออกจะนุ่ม ๆ คุณมีจิตใจดี จริงใจ มีอารมณ์สุนทรีย์ รักดนตรี ศิลปะสวยงาม มีความโรมานซ์ในหัวใจ แม้จะพูดน้อย แต่เอาอกเอาใจเป็นเลิศ คุณชอบแต่งตัวแบบผู้ดี๊ผู้ดี รสนิยมดี ชอบทำอาหารและชอบกินด้วย รูปร่างจึงออกจะแข็งแรงและสมบูรณ์ คุณเป็นคนใจกว้างและชอบให้อภัย หากถูกทำร้ายจะกลายเป็นหมูป่า สู้ถวายชีวิต ความคิด และการกระทำจะเป็นแบบค่อยๆเป็นค่อย ๆ ไป รอบคอบใจเย็นจนกว่าจะมั่นใจนั่นแหล่ะถึงจะลุย ไม่ว่าคุณจะหญิงหรือชาย คุณจะเป็นแม่บ้านพ่อเรือน และรักครอบครัวมาก ผู้ที่เกิดเวลา 5 ทุ่มถึงตี 1 เป็นเวลาของหนู คุณที่เกิดเวลานี้จะมีบุคลิกกระตือรือร้น ร่าเริงปราดเปรียวสดใส แต่มีความระแวดระวัง ฉลาดหัวไวไหวพริบดี ตรงไปตรงมาไม่มีเล่ห์เหลี่ยม บุคลิกท่าทางดูขรึม พูดน้อย เฉยชาแต่มีมารยาท รักเพื่อน มีความสุขในหมู่เพื่อน ๆชอบช่วยเหลือและมีน้ำใจ จุดเด่นคือความขยัน และสะสมเก่งคุณมักมีเงินสำรองช่อนไว้ไม่มีใครรู้หรอก ชอบวางแผนการเงิน ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือย เป็นคนมีระเบียบ บากบั่นมุ่งมั่นสูง ปรับตัวเก่ง มีความรักแบบผู้ให้ รักบ้านรักครอบครัว แต่ก็รักอิสระ ไม่อยากถูกผูกมัด กว่าจะลงเอยกับใครสักคน คิดนาน คิดลึก จนผมหงอกเลยเชียวล่ะ ผู้ที่เกิดเวลาตี 1 ถึงตี 3 เวลานี้เป็นเวลาของวัว ทำให้คุณทำอะไรช้ากว่าชาวบ้าน บุคลิกท่าทางแข็งแรงบึกบึน และอึดเป็นบ้าเลย เป็นคนเฉื่อยแบบใจเย็น ๆ โกรธยากแต่โกรธทีเหมือนระเบิดลง ข้อดีอยู่ที่มีความบากบั่นมีระเบียบ ขยันอดทนหนักแน่น อยู่ในจำพวกสมบูรณ์แบบนิยม ทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่รู้จักปรับตัว ไม่มีเล่ห์เพทุบายกับใครเค้าหรอก คุณน่ะทื่อตรง จนไม่ค่อยทันใคร ขาดอารมณ์ขัน ตลกก็ตลกแบบฝืดๆ โดยปกติเป็นคนอดทนมาก ไม่ชอบความรุนแรง การทะเลาะวิวาท เลี่ยงได้จะเลี่ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้คุณจะเปลี่ยนร่างเป็นวัวกระทิงขวิดสุดฤทธิ์ทีเดียว ผู้ที่เกิดเวลาตี 3 ถึงตี 5 คุณที่เกิดเวลานี้จะเป็นคนดวงแข็ง เพราะนี่เป็นเวลาเสือ ส่งผลให้คุณหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าวเข้มแข็งและดูมีอำนาจ คุณมีจิตใจที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว มั่นใจในตัวเองสูง แต่ขาดความรอบคอบ เพราะอารมณ์อยู่เหนือหัวใจ แต่ก็เป็นคนใจดี ชอบ เสียสละ ใจกว้างไม่จุกจิกกับเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ มีความรับผิดชอบ ชอบฉายเดี่ยวไม่อยู่ติดที่ คุณมักจะมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ขี้โม้โอ้อวด หลงใหลเรื่องรักใคร่โรแมนติก ชอบเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปชั่ววูบ มีความเซ็กซี่เป็นเสน่ห์ส่วนตัวที่น่าดึงดูดใจ ข้อเสียมีแค่ไม่รู้จักยอมออมชอมบ้างขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ จะหาสีเทาจากคุณน่ะยากเหลือ ที่มา: ทางแพทย์สายพุทธ

แซ่บเว่อร์ เชียร์ลีดเดอร์ 4 โรงเรียนชายล้วน งานจตุรมิตร ครั้งที่ 27
จตุรมิตร 27 /  สุดฮอต / 

ใครที่ได้ไปดูงาน การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 27 มานั้นคงยังไม่หายตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจกับหนุ่มๆ หน้าใสจากทั้ง 4 โรงเรียนกันแน่ๆ โดยเฉพาะสาวๆ ไปดูบอล แปลอักษร หรือไปดูหนุ่มๆ กันแน่จ๊ะ ^^ วันนี้ทีนเอ็มไทยมีภาพเก็บตกของหนุ่มหล่อหน้าใส เชียร์ลีดเดอร์ 4 โรงเรียนชายล้วน, ผู้นำเชียร์ รวมถึงศิษย์เก่า มาฝากกันคะ รับรองว่าเด็ดน้ำลายไหลไปกันอีกหลายวันแน่ๆ ^^ แซ่บเว่อร์ เชียร์ลีดเดอร์ 4 โรงเรียนชายล้วน จตุรมิตร ครั้งที่ 27  แซ่บเว่อร์ เชียร์ลีดเดอร์ 4 โรงเรียนชายล้วน จตุรมิตร ครั้งที่ 27 การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคี นี้เป็นการแข่งขันฟุตบอลประเพณีระดับมัธยมศึกษาระหว่างโรงเรียนชายล้วนเก่าแก่สี่โรง ประกอบด้วยโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี ณ สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ โดยปี 2557 นี้ การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคีจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 27 แล้วซึ่งมี โรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นเจ้าภาพ ของบอกเลยว่าแต่ละโรงเรียนนั้นไม่ธรรมดา จัดเต็มทั้งด้านการกีฬา รวมถึงไฮไลท์เด็ดอย่าง การแปลอักษร ด้วย และในปีนี้ ผู้ชนะได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญ ร่วมกับ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซึ่งปีนี้บอกได้เลยว่า โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย  เขามาแรงจริงๆ! และถึงแม้โรงเรียนสวนกุกลาบวิทยาลัยจะไม่ได้แชมป์ไปครอง แต่ก็ยังเป็นโรงเรียน ที่ชนะเลิศมากที่สุด ^^ เอาหล่ะไปดูภาพหล่อๆ ของหนุ่มเชียร์ลีดเดอร์ทั้ง 4 โรงเรียนกันเลย เริ่มกันที่ เจ้าภาพ เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนอัสสัมชัญ จตุรมิตร ครั้งที่ 27 เขาก็แซ่บไม่เบาเลยนะ มีดาวหล่ออย่าง น้องไอซ์ เมธากร หรือ ดิน ฮอร์โมน #1 หวัง อรรถวุฒิ โภคะธนวัฒน์ ผู้นำเชียร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ บอส คุมสแตน  โรงเรียนอัสสัมชัญ  โฉมหน้า มาสคอตอินทรีย์ โรงเรียนอัสสัมชัญ พอได้ไหมสาวๆ มาต่อกันที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กัน ..  เชียร์ลีดเดอร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จตุรมิตร ครั้งที่ 27  องค์ ธนวัชร์ วรรณฤดี, เกียร์ อศิน ศิริชัยเอกวัฒน์, นน ณัฐชนน พิชาดุลย์ และ ณัทน์ธัญ อธิศธันยวัศ  เชียร์ลีดเดอร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และ เชียร์ลีดเดอร์ รุ่นพี่ เชียร์ลีดเดอร์ (รุ่นพี่) โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย #25 มาต่อกันที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนเทพศิรินทร์ จตุรมิตร ครั้งที่ 27   เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนเทพศิรินทร์ จตุรมิตร ครั้งที่ 27  กัส ชัชวัฏ อริยพงษ์โสภณ (ม.4)  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนเทพศิรินทร์ มาถึงโรงเรียนที่สาวแท้ สาวเทียม กรี๊ดกันสนั่นเมือง โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จตุรมิตร ครั้งที่ 27 (วันเปิดงาน)  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จตุรมิตร ครั้งที่ 27 (วันปิดงาน)  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย  อิงค์ ชยาวุฒิ เลิศศิริสัมพันธ์ ผู้นำเชียร์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน อู๋ พชร ปัญญาบารมี  เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ฟลุ๊ก เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นพ เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นิว เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จา เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ปลื้ม เชียร์ลีดเดอร์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เก็บตกภาพเพิ่มเติม งานจตุรมิตร ครั้งที่ 27 อีกหนึ่งหนุ่มฮอตที่เรียกน้ำลายสาวๆ ได้เยอะทีเดียว เรียบเรียงเขียน-ภาพบางส่วน โดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม-รูปภาพ http://www.jaturamitr.com/, facebook BCC Jaturamitr 27,  facebook Jaturamitr Cuteboy, ikeangstudio

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

พระตรีมูรติ เทพแห่งความรัก
ขอความรัก /  ความรัก / 

พระตรีมูรติ เทพแห่งความรัก สำหรับคนที่อยากจะขอความรักหรืออยากมีความรักดีๆ มีใครสักคนที่ค่อยดูแลเรา วันนี้ Horoscope.Mthai.com นำ สาระดีๆมาบอกกันครับ จากประสบการณ์จริงของผู้เขียนเอง ต้องบอกว่าผมนั้นเป็นคนที่ตามหาความรักมาตลอด จนวันหนึ่งผมก็ได้เจอกับความรักของผม เหตุการณ์วันนั้นผมจำได้แม่นเลย ผมได้ยินมาว่า  พระตรีมูรติ สามารถประทานพรแห่งความรักให้ผมได้ และคนส่วนใหญ่ก็เชื่อกันว่าหากบูชา พระตรีมูรติ จะมีความหมายที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน แต่ในปัจจุบัน ได้รับการเทิดทูนจนกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ ของการประทานความรัก ผมจึงเดินทางไป ห้างเซ็นทรัลเวิลด์(เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เก่า) โดยมี เทวรูป พระตรีมูรติ ตั้งอยู่ที่นั่น ผมได้สักการะ พระตรีมูรติ และขอความรัก ซึ่งทำตามขั้นตอนที่เค้าเขียนไว้ ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ปี 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งครับ ผมขอให้เจอกับความรักสักที เชื่อไหมครับหลังจากการขอครั้งนั้น ไม่ถึง 1 เดือน ผมก็เจอกับความรักจนได้ ตอนนี้ก็คบกันมา 5 ปีกว่าแล้วครับ จากเหตุการณ์วันนั้นที่เกิดขึ้น จึงทำให้ผมเดินทางกลับไปที่นั่นเพื่อขอบคุณ ท่านอีกครั้ง ที่ทำให้สิ่งที่ผมขอประสบความสำเร็จ และเมื่อมีเวลาหรือมีโอกาสผมก็จะเดินทางไปสักการะที่นั่นบ่อยๆครับ พระตรีมูรติ เป็นถึงเทพเจ้าที่ ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมีศักดิ์สูงสุดในศาสนาพราหมณ์ เนื่องจากเป็นการรวมกันของมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ถึง 3 พระองค์ด้วยกัน คือ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ ลำพังมหาเทพทั้ง 3 นี้ แต่ละพระองค์ ก็ประทานพรแก่ผู้ทำความดีได้ ทุกประการ อยู่แล้ว การที่ทั้ง 3 ท่านได้มารวมพระวรกายกันเป็นหนึ่งเดียว ก็ยิ่งมีอานุภาพประทานพรได้กว้างและลึกยิ่งขึ้น ความเชื่อเกี่ยวกับ พระตรีมูรติ คนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า พระตรีมูรติ เป็นเทพที่ประทานพรแห่งความรักให้สุขสมหวัง จึงมักจะมีหนุ่มสาวจำนวนมากนิยมไปสักการบูชาเพื่อขอพรเกี่ยวกับความรัก สำหรับสถานที่ ที่นิยมไปสักการบูชามากที่สุด คือ บริเวณหัวมุมด้านซ้ายของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ตรงข้ามกับพระพรหมที่โรงแรมเอราวัณ การสักการบูชา เตรียมบูชา ดอกกุหลาบสีแดง 9 ดอก พวงมาลัยดอกกุหลาบ 1 พวง ธูปสีแดง 9 ดอก เทียนสีแดง 1 เล่ม ( คนโสด ) เทียน 1 คู่ ( สำหรับคนที่มีคู่อยู่แล้ว และจะถือเคล็ดด้วยการต้องประกบให้เทียนทั้ง 2 เล่ม แนบชิดกัน เพื่อความแนบแน่นในชีวิตรัก แต่หากใครยังไม่มีคู่ อาจสื่อความหมายไปที่ว่า เพื่อไม่ให้ชีวิตรักโดดเดี่ยว มีคู่โดยเร็วไว ) ผลไม้ อาจนำสิ่งของไปบูชาเพิ่มเติมได้ แต่ควรเป็นสีแดง จะดีมาก ควรไหว้วันพฤหัสบดี ตอนเช้าเวลา 09.30 น. และ ตอนกลางคืน เวลา 21.30 น. บทสวดขอพร พระตรีมูรติ สาธุ สาธุ สาธุ อุกาสะ ข้าแต่องค์พระตรีมูรติที่ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้า นาย,นาง............ ( บอกชื่อ นามสกุลและที่อยู่ )  กราบเบื้องบาทแด่องค์ท่านแล้ว พระองค์เคยประทานพรแด่ทวยเทพทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติดี ผู้ปฏิบัติชอบทั้งหลาย บัดนี้ข้าพเจ้ามากราบเบื้องบาทแด่พระองค์ท่านแล้ว จึงขอพรจากพระองค์ซึ่งประทานไว้ ณ. บัดนี้  (.....ขอพร....) เตสัง อัมหากัง พรใดอันประเสริฐจงมาบังเกิดแด่ข้าพเจ้า ตุมหากัง และจงบังเกิดแด่ผู้คุ้มครองข้าพเจ้า ทีฆายุกา มหาเดชา มหาปัญญา มหาโภคา มหายะสา มหาลาภา ปัญจวีสติ ภยันตะ ทวัตติงสะ ฉันนะวุฒิติโรคัญจะ โสระสะ อุบัติอันตรายยัญจะ อัยยัญติกะ อันตรายยัญจะ พาหิระ อันตรายยัญจะ วิระหิตะวา โหตุ ยาวะชีวัง พระวิสตีติ (พระตรีมูรติ) ขอ....ให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้นอยู่ตลอดกาล... ขอ...ให้ความรักที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นรักนิรันดร์ (ขอบคุณข้อมูลจาก siamganesh.com) (ขอบคุณภาพจาก atcloud.com,bloggang.com,news.voicetv.co.th)

ประวิตรปัดคนโจมตีคสช.เพิ่ม เชื่อมีชักใยนศ.ชู 3นิ้ว
ข่าววันนี้ /  ชู3นิ้ว / 

"พล.อ.ประวิตร" ปัดมีกระแสโจมตี คสช. เพิ่ม เชื่อมีชักใยนักศึกษา ชู 3 นิ้ว ขณะคดี "พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์" ยึด กฎหมาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสต่อต้าน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในขณะนี้ว่า กระแสต่อต้านไม่ได้มากขึ้นอย่างที่เข้าใจ และผลโพลออกมาชัดเจนว่า ประชาชนยังให้การสนับสนุนรัฐบาล และ คสช. พร้อมตั้งข้อสังเกตคนโปรยใบปลิวต่อต้านว่าอาจทำคนเดียว ซึ่งความเห็นต่างนั้นมีได้แต่ไม่ควรกระทำ เพราะขณะนี้ต้องสร้างความปรองดอง ส่วนการจุดกระแสต่อต้านกับนักศึกษา เชื่อว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง แต่รัฐบาลยืนยันแล้ว ขอเวลาในการทำงาน 1 ปี ส่วนการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ถูกตั้งข้อหาเรียกรับผลประโยชน์จากการค้าน้ำมันเถื่อนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น พล.อ.ประวิตร บอก ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ซึ่งทุกอย่างก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย และให้สอบถามความชัดเจนจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ประวิตร วงษ์สุวรรณ" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

สายป่าน-บัว สุดอิน แต่งงานเลิฟซีน ประกบปากโชว์ ใน 1448 รักเรา..ของใคร
1448 รักเรา..ของใคร /  จูบ / 

ภาพยนตร์รักโรแมนติก ดราม่า ที่พาหัวใจคุณชัดเจนในความรักมากขึ้น กับเรื่อง 1448 รักเรา..ของใคร นำเสนอความรักของ หญิง กับ หญิง ผลงานกำกับโดย อรุณศักดิ์ อ่องลออ ที่แม้จะดูเป็นหนังรักโรแมนติกทั่วไป แต่ความต่างของหนังเรื่องนี้ ได้หยิบยกประเด็นในมาตรากฎหมาย 1448 ที่ว่าด้วย "การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อ ชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรส ก่อนนั้นได้" เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นการเล่าเรื่องความรักในรูปแบบที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมแห่งโลกความเป็นจริง ซึ่งปัจจุบันการแต่งงานกับเพศเดียวกัน ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายบ้านเรานั่นเอง 1448 รักเรา..ของใคร นำแสดงโดย สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข และ บัว อิสซาเบล่า เลเต้ ที่มาประกบคู่กันครั้งแรก แถมเรายังจะได้เห็นสาวสวยทั้งคู่ ใส่ชุดเจ้าสาวเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกันในเรื่องนี้อีกด้วย ด้านสาว บัว อิสซาเบล่า ถึงกับเอ่ยปากทั้งปลื้มทั้งชอบ และประทับใจฉากแต่งงานมาก ซึ่งเล่าถึงที่มาฉากรักยิ่งใหญ่ครั้งนี้ว่า "เมื่อความรักสุกงอม เราจึงแต่งงานกัน แพทรักกับพิมมาก ถ้าคนที่รักกันก็อยากจะทำอะไรให้ถูกต้องตามประเพณี ถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้ชายกับผู้หญิง แต่เราก็ให้เกียรติแฟนของเรา" บัว อิสซาเบล่า เผยอีกว่า"เป็นวันที่มีความสุขที่ได้แต่งงาน แต่ก็มีความทุกข์ที่พ่อแม่เราไม่มา คือต้องเล่นหลายอารมณ์ คือหน้าระหว่างเดินก็ต้องมีความสุขที่ฝันเราเป็นจริง ผู้หญิงที่เรารักเขาก็รักเรา แต่งงานกับเราด้วย แต่พอมองไปไม่มีญาติเรามาเลย ต้องเล่นด้วยสายตาทั้งหมด ต้องชื่นชมสายป่าน ส่งอารมณ์มาถึงเราได้อย่างดีเยี่ยม น้ำตาไหลออกมา พอเราเห็นเราก็ยิ่งร้องไห้ การแสดงมันไหลไปหมดเลย ตอนนั้นเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของแพทจริงๆ มันอินมาก" ด้าน สายป่าน อภิญญา ก็อินกับคาแรคเตอร์ของ "พิม" ไม่แพ้สาวบัวเช่นกัน ขอเปิดใจเล่าถึงเลิฟซีนจุ๊บปากที่มาจากความรู้สึกของการแสดงจริงๆในครั้งนี้ว่า "ฉากแต่งงานค่อนข้างเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่มากประมาณหนึ่ง เพราะว่าใส่ชุดแต่งงานแล้วทั้งสองคนเป็นเจ้าสาวทั้งคู่ แล้วเพื่อนร่วมงานเยอะมาก เป็นฉากที่เราตื้นตันที่สุด เพราะว่าสิ่งที่เราต่อสู้มาทั้งหมดก็เพื่อสิ่งนี้ เพื่อให้ได้อยู่กับคนที่เรารักจริงๆ โดยไม่ได้เกี่ยงว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งเป็นฉากที่ใหญ่มาสำหรับป่าน ด้วยชุดเจ้าสาวที่มันอีรุงตุงนัง สถานที่จัดเป็นสวนสาธารณะที่มีแต่หญ้า มีรองเท้าส้นสูง และชุดที่มีหางปลาลากยาว มันก็ยากแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลายคนก็ให้กำลังใจ คนดูที่มาเข้าฉากส่วนใหญ่ก็เป็นคนรู้จัก เป็นคนในกองถ่าย ก็มาช่วยๆ กัน เขาก็ปลาบปลื้มกับฉากนี้ รวมถึงตัวป่านเองด้วย เป็นฉากที่ตั้งใจเต็มที่ แล้วก็ผ่านมาได้ด้วยดี เป็นฉากหนึ่งในความทรงจำด้วยค่ะ" "ฉากนี้ถ้าพูดถึงการจูบกัน น่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายเลยที่ป่านนึกถึง เพราะว่ามันมาตามความรู้สึก ความรู้สึกจริงๆ คือความตื้นตันที่เราทำสำเร็จแล้ว เพราะมาถึงจุดนี้ที่ได้แต่งงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นการจูบมันคือท้ายเทคเลยด้วย ความรู้สึกการแสดงในตอนนั้น เรารักกันมาก เราอยากจูบกับคนคนนี้ อยากอยู่กับคนคนนี้ไปตลอดชีวิต เราก็ไม่ได้รู้สึกเขินอาย เพราะว่าเป็นความรู้สึกที่อยากทำจริงๆ พี่ตั๊ก ผู้กำกับ ก็ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องจูบกัน ถ้าจูบได้ก็ดี แต่ถ้าเกิดความรู้สึกไม่ได้อยากจูบอยากร้องไห้ คือเลือกทางใดทางหนึ่ง สรุปแล้วสุดท้ายความรู้สึกของป่านมาทั้งสองแบบ อยากจูบแล้วร้องไห้ไปด้วย หรืออยากร้องไห้แล้วจูบไปด้วย อย่างที่บอกว่าป่านไม่ได้ฟิกการแสดงว่าต้องทำอะไรบ้างในฉากนี้ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถ่ายแล้วป่านจับความรู้สึกขึ้นระหว่างเทคจริงๆ เราอยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ทำ เพราะว่าพี่ตั๊กเขาเปิดอยู่แล้ว เราแชร์กัน แล้วมันเป็นความรู้สึกที่มาจากอินเนอร์จริงๆ เขาไม่ได้บังคับว่าต้องทำอะไร" สายป่าน อภิญญา ปิดท้าย ดื่มด่ำกับความรักของ เธอ กับ เธอ เรียนรู้ความรัก ที่ไม่ต้องการเหตุผล และจะพาหัวใจของคุณชัดเจนในรักแท้ ไปกับ 1448 รักเรา..ของใคร ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ 1448 รักเรา..ของใคร ได้ที่นี่เลย ----------------------------

Beauty and The Beast /  บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ / 

สร้างความฮือฮาสำหรับภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่อง “Beauty and the Beast” หรือ “บิวตี้ แอนด์ เดอะ บีสต์ ปาฏิหาริย์รักเทพบุตรอสูร” ผลงานของผู้กำกับ คริสโตฟ์ แกนส์ ที่เปิดฉายที่ญี่ปุ่นไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเปิดตัวสัปดาห์แรกที่อันดับ3โดยมีหนังญี่ปุ่นอย่าง Clover อยู่อันดับ 2  และDracula Untold มาเป็นอันดับ 4 ของหนังเปิดใหม่ และพลิกปรากฏการณ์เกินความคาดหมายไต่ทะยานสู่อันดับ 1  บ็อกซ์ออฟฟิศแดนปลาดิบได้ในสัปดาห์ที่ 2 จนทำให้หนังใหม่ๆ เปิดตัวในสัปดาห์นั้นต้องมองค้อน ด้วยความอลังการงานสร้างสุดวิจิตรตระการตาที่ได้ 2 นักแสดงนำอย่าง ลีอา เซย์ดูซ์ จากหนังรางวัลปาล์มทองคำ Blue is the Warmest Colour และ วินเซนต์  คาสเซล จาก Black Swan มาร่วมสร้างตำนานรัก โดยดัดแปลงจากนิยายอมตะที่คนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับคอหนังชาวไทย ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จัดให้ชมกันแบบพิเศษสุด 9-14 มกราคม 2558  ที่โรงภาพยนตร์ เครือเอเพ็กซ์ เท่านั้น บัตรราคาใบละ 150 บาท รับ Pop Corn  Free 1 กล่อง หรือซื้อบัตร 2 ใบ รับฟรี! DVD Beauty and the Beast ส่งตรงถึงบ้าน (ในช่วงระยะเวลาที่หนังเรื่องนี้ออก  DVD และลูกค้าสามารถเลือกรับสิทธิ์อย่างใดเพียงอย่างหนึ่งเท่านั้น) พิเศษสุดจองบัตรล่วงหน้าเฉพาะวันที่ 8 มกราคม 2558 โรงภาพยนตร์สกาลา เวลา 11.00-20.00 น. รับส่วนลดเพิ่ม 10 %   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2503-4477 ต่อ 214 และ 215 หรือที่ www.facebook.com/UnitedHome ----------------------------

สุขาอยู่หนใด - 25Hours
25Hours /  สุขาอยู่หนใด

25Hours กลับมาแล้ว หลังจากห่างหายจากอัลบั้มล่าสุดไปนาน 1 ปีกว่า ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับความรู้สึกสดใหม่ และประเดิมบ้านหลังใหม่ genie records ด้วยซิงเกิ้ลเปิดตัว ชื่อสะดุดหูอย่าง สุขาอยู่หนใด สุขาอยู่หนใด เพลงที่บอกเล่าด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย เชิญชวนให้ทุกคนฉุกคิด ตั้งคำถามกับตัวเองถึงความสุข กับสิ่งที่มากเกินไป สิ่งที่เราเอาใจตัวเองไปผูกติด กับความไม่แน่นอนต่างๆ ถ่ายทอดผ่านมุมมองชีวิตที่โตขึ้นของแหลมในช่วง 30 ต้นๆ ที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ในทุกคำที่สะท้อนอยู่ในเนื้อเพลงเพลงนี้เกิดขึ้นตอนที่แหลมขับรถอยู่ และทำนองเพลงท่อนฮุคก็ผุดขึ้นมา หลังจากแหลมจดบันทึก แล้วนำมาคิดต่อเผอิญคำว่า สุขาอยู่หนใด มันก็ลอยขึ้นมา ซึ่งเข้ากับทำนองพอดี จากนั้นจึงลองเอามาทำในโปรแกรม Garage band ในไอโฟนดู ด้วยFormatt ที่ใช้งานง่าย ประกอบกับสามารถดีไซน์ ใส่เสียงเครื่องดนตรีต่างๆ รวมถึงเสียง Sync จึงเรียกได้ว่าเพลงนี้มีจุดเริ่มจากมือถือเครื่องเดียว ณ ที่แนวดนตรีที่ยังความเป็น 25Hoursไว้อย่างครบถ้วน แต่เติมลูกเล่นด้วยการเพิ่มเสียง Synthesizerเข้าไป ร่วมด้วยเจ มณฑลที่มารับหน้าที่ช่วยบันทึกเสียง เติมเลเยอร์ต่างๆ ให้เพลงมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นแถมซิงเกิ้ลนี้ยังส่งไปมิกซ์ไกลถึงลอสแองเจลิส เพลงที่อยากให้คุณฟัง และลองตั้งคำถามถึงความสุขว่าจริงๆแล้วอยู่ที่ใดกัน? เนื้อเพลง สุขาอยู่หนใด ------------------------------------------- ใครบางคนเคยบอกว่ารักฉันมากมาย แต่พอนานไปทำไมจากรักกลายเป็นเกลียด ก็เป็นคนดีก็เป็นคนมีความฝัน แล้วทำไมคนอย่างฉันถึงไม่มีใครสนใจ ก็มีเงินทองก็มีรถเก๋งคันใหญ่ใหญ่ แต่ภายในใจทำไมไม่เห็นมีคำตอบ oh why whywhywhy? ความสุขมันหายไปตั้งแต่ตอนไหน ** สุขา อยู่หนใด ความงดงามอยู่ที่ใด มันซ่อนอยู่ที่ใคร ซ่อนอยู่ที่ใคร ชีวิตที่ต้องการ สิ่งที่ใจเราต้องการ มันซ่อนอยู่ที่ใด ซ่อนอยู่ที่ใด....ซ่อนอยู่ที่ใด ใครบางคนเคยบอกว่าฉันต้องรุ่นใหญ่ ต้องเดินนำใครต้องไปเป็นคนที่เหนือกว่า ต้องเป็นคนดังต้องเป็นคนมีความหมาย แล้วต้องลงทุนเท่าไรถึงจะมีใครหันมอง ต้องออกเดินทาง ต้องออกไปพบโลกกว้างไกล ต้องเดินทางไปเท่าไรจึงพบเจอคำตอบ oh why whywhywhy? ความสุขมันหายไปตั้งแต่ตอนไหน สุขา อยู่หนใด ความงดงามอยู่ที่ใด มันซ่อนอยู่ที่ใคร ซ่อนอยู่ที่ใคร ชีวิตที่ต้องการ สิ่งที่ใจเราต้องการ มันซ่อนอยู่ที่ใด ซ่อนอยู่ที่ใด....ซ่อนอยู่ที่ใด สุขที่ตามหาอยู่ที่ใด ซ่อนอยู่ที่ใคร ------------------------------------------- Lyrics by สมพล รุ่งพาณิชย์ Composed by สมพล รุ่งพาณิชย์ Music Arranged by 25hours Produced by Montonn Jira & 25hours Recorded at Samutprakarn sound happy hippo studio Engineered ,Sound designed and Digital edited by Montonn Jira Mixed by Alonzo vargas ,NYC Mastered by Joe Laporta at Sterling Sound, NYC

เฮ้ย อินอ่ะ ภาพรักลึกซึ้ง งานแต่ง เพศเดียวกัน
คู่เกย์ /  งานแต่ง / 

ความรัก งดงามอยู่ในตัวของมันเสมอ รักไม่เคยกีดกั้น พรมแดน เชื้อชาติ ศาสนา หรือว่า เพศ แต่ใครเลยจะเชื่อว่า ในประเทศเสรีอย่าง อเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับอนุมัติกฎหมายผ่านการรับรอง อนุญาตให้เพศเดียวกันสามารถสมรสได้แล้วที่รัฐนี้ แต่ยังคงมีความคิดเห็นต่างจากบางองค์กร ที่ถึงขั้นปฏิเสธไม่รับงานถ่ายภาพ งานแต่งงาน ของ เพศเดียวกัน เด็ดขาด จนทำให้เกิดกระแสการคอมเม้นต์ครั้งใหญ่บน Fanpage ของ urloved เมื่อ นาย ซาน ราฟาเอล หนึ่งในทีมช่างภาพ บริษัท urloved ได้ออกมาประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของ urloved เองว่า "ทางเราไม่รับงานถ่ายภาพคู่รักที่มีทัศนคติ ความเชื่อ ที่ต่างจากเรา เนื่องจากเป็นการยากที่เราจะทำงานร่วมกันให้ออกมาดีได้ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นช่างภาพให้กับคู่รักที่มีความเชื่อ และทัศนคติในทิศทางเดียวกันกับเรา ซึ่งนั่นจะเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกค้าของเราได้รับบริการที่ดีที่สุดสำหรับวันพิเศษของท่าน และนี่คือมาตรฐานที่เราขอมอบให้แด่ลูกค้าของเรา" อย่างไรก็ตาม หลังจาก ทางบริษัท urloved ได้แถลงออกมาบนเว็บไซต์ ทางอดีตว่าที่คุณลูกค้า คู่กรณีของบริษัทนี้ก็ไม่ได้ออกมาโต้ตอบ หรือ แสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ กับการที่ คู่รักสักคู่ จะตกลงปลงใจมาใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศเดียวกันหรือไม่ แต่พวกเขาต่างก็ต้องผ่าน จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา เหมือนกับคู่รักคู่อื่นๆ และพวกเขาต้องต่อสู้กันมาตั้งกี่ปี กว่าจะได้รับกฏหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันมาได้ The Huffington Post ได้ติดต่อขอภาพงานแต่งงาน คู่รัก เพศเดียวกัน จากตากล้องบริษัทอื่นๆ มาให้ได้ชมกัน ไหนลองมาดูสิว่า บริษัท urloved ได้พลาดอะไรไปบ้าง แมรี่ และ ไดอาน่า ช่างภาพ แอนนา คัพเปอร์เบิร์กบอกกับเราว่า " นี่คือคู่เพื่อนรักของฉันเอง แมรี่ และ ไดอาน่า เราเก็บภาพนี้ ตอนทั้งคู่ไปจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อวันที่ 28 ก.ค.เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันแรกที่กฏหมายนี้ผ่านการรับรองในซานฟรานซิสโก โดยที่ทั้งคู่ได้เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเดือนโดยไม่รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าศาลจะอนุญาตในวันนั้น เหตุผลที่ทั้งคู่เลือกวันนี้เป็นวันแต่งงานเป็นเพราะว่าเป็นวันครบรอบ 6 ปีที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน และ ทั้งคู่ต้องการให้วันนี้เป็นอีกปีของความทรงจำในวันที่ 28 ก.ค. คู่แต่งงานคู่นี้ ซิ่งออกมาจากงานฉลองแต่งงานทันทีที่ทราบข่าวว่าศาลอนุญาตแล้วในวันนั้น เพื่อมาจดทะเบียนสมรสในทันที มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากที่ความรักของทั้งคู่จะมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์" อิริคและดอม " เมื่อฉันเริ่มถ่ายภาพงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันครั้งแรก ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่าจะทำยังไงกับทักซิโด้ทั้ง 2 ชุดดี " ช่างภาพ ทาร่า แอโรวู้ดบอก "มันไม่ใช่เพราะต้องถ่ายภาพผู้ชาย 2 คน แต่มันยากตรงที่การที่จะถ่ายออกมาให้เห็นถึงความผูกพันของทั้งคู่แบบไม่โจ่งแจ้งเกินไป แต่ท้ายที่สุด ฉันก็พบว่ามันง่ายกว่าที่คิด และน่าซาบซึ้งมาก ทั้งอิริคและดอมเป็นคู่ที่น่ารักมาก " เอลิซ่า และ เจนนี่ " รักคือรักเพื่อรัก และ รักจะพาคุณไปพบหนทางเอง " ช่างภาพ ซูซี่ เคลมองต์ กล่าวถึงนิยามสำหรับคู่ เอลิซ่า และ เจนนี่ " การแต่งงานครั้งนั้นคือ เวทมนต์ชัดๆ ฉันไม่สามารถลืมได้เลย ทั้ง เอลิซ่า และ เจนนี่ คือคู่ที่เข้มแข็งมาก และพวกเธอก็ช่างเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงให้กล้าที่จะแตกต่างโดยแท้ ฉันนับถือเส้นทางความรักของทั้งคู่ที่ต้องฝ่าฟันช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายต่อหลายครั้ง กว่าจะได้พบและรักกัน ก็เหมือนๆ กับพวกเราทุกคนนั่นแหละ การได้เป็นสักขีพยานเพื่อเฉลิมฉลองชีวิตรักที่ยังต้องฝ่าฟันของพวกเขาต่อจากนี้ เป็นประสบการณ์ที่ช่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งของชาย - หญิง หรือ คู่รักเพศเดียวกัน ก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยนะ แค่ "รัก" นั่นก็มีเวทมนต์ เพียงพอแล้วล่ะ " ลิซ่า และ มิเชล "ลิซ่า และ มิเชล พบรักกันโดยลูกชายของทั้งคู่ เนื่องจากเด็กๆ เป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน และ ลูกๆ คือแก้วตาดวงใจของทั้งคู่ งานแต่งครั้งนั้น จึงได้เชิญเด็กๆ มาเป็นแขกผู้มีเกียรติในงานถึง 27 คน" แอนนา คัพเปอร์เบิร์กกล่าว แจ็ค และ ไรอัน " ทั้งคู่เป็นแรงหนุนความฝันและเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน งานแต่งครั้งนั้นมันสนุกสุดยอด มองไปทางไหนก็ไม่มีที่ติเลยล่ะ " ช่างภาพ ดาน่า ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงทั้งคู่ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ "ไม่มีอะไรที่แตกต่างเลยนะ เมื่อฉันมองที่ทั้งคู่กำลังมีความสุขกับงานแต่งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น คู่เกย์ เลสเบี้ยน หรือ ชาย - หญิง ทุกคู่ก็น่าซาบซึ้งเหมือนกันนั่นแหละ ฉันเห็นอารมณ์รัก และเรื่องราวดีๆ ฉันถึงรับที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บภาพช่วงเวลาดีๆ แบบนี้เสมอๆ ซาร่าห์ และ แจ็คกี้ เป็นคู่ที่มีพลังล้นเหลือ การได้ร่วมงานกับเธอเป็นอะไรที่สนุกที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา แขกที่มาร่วมงานต่างรักและชื่นชมในตัวของทั้งคู่ จนฉันอยากเก็บภาพเหล่านี้ไว้ให้หมด ไม่อยากที่จะหลุดรอดไปเลยแม้แต่ภาพเดียว ทุกๆ ตางรางนิ้วภายในงาน มีแต่รอยยิ้ม กอด และ จูบ ก็นี่คือการแสดงความรักสำหรับครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้นนี่นา " สเตซี่ย์ และ และ ลอร่า ช่างภาพ ฮาร์กิธี่ กล่าวถึงงานแต่งที่เธอประทับใจที่สุดว่า " เป็นครอบครัวที่รักกันมาก เป็นวันที่ลูกสาวของทั้งคู่มีความสุขที่สุดในชีวิตที่เห็นแม่ๆ ของพวกได้แต่งงานกัน" ไรอัน และ ดาร์เรน " ภาพนี้ถ่ายเพื่อบอกกับตัวเองว่านี่คือเรื่องจริง รัก คือ รัก และมันควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง โดยไร้มุมมองเรื่องเพศมาข้องเกี่ยว " ช่างภาพ ลาริสซ่า เคลฟแลนด์ กล่าวต่อว่า " การถ่ายถาพแต่งงานของทั้งคู่ ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นน้อยกว่าคู่รักอื่นๆ ที่ฉันเคยถ่ายมาเลย เคมีของทั้งคู่เข้ากันมาก และนั่นทำให้ฉันทำงานง่ายขึ้น ที่จะเก็บภาพให้เห็นถึงความรักของทั้งคู่ได้อย่างงดงามและชัดเจน " เควิน และโทนี่ " เควิน และโทนี่ คือคู่เกย์ คู่แรกที่เรารับงานมา ตอนที่ทั้งคู่เข้ามาติดต่อจ้างเรา ทั้งคู่ก็ไม่ได้แตกต่างจากลูกค้าคนก่อนๆ ของเราแต่อย่างใด ทั้งคู่ก็แค่ ตกหลุมรัก และ ตัดสินใจแต่งงาน มันแตกต่างจากคู่อื่นๆ ไหมล่ะ " แทมมี่และ มาร์ค ตุง ตากล้องงานแต่งงานกล่าว " เราเห็นความรักและการเสียสละเพื่อกันและกันของทั้งคู่ พวกเขาคือครอบครัว พวกเขาคือเพื่อน และนั่นทำให้เราเห็นจริงๆ ว่ารักไม่มีพรมแดน" โรเบิร์ต และ อัลวิน " อัลวิน บูม วัย 83 เป็นคนใจบุญสุนทาน และใช้ชีวิตเป็นนักกิจกรรมตัวยงมาตลอดชีวิตใน ซานฟรานซิสโก และเพิ่งเข้าพิธีแต่งงาน กับ โรเบิร์ต ฮอลเกตต์ เมื่อ 17 พฤษภาคม 2014 นี้เอง" แอนนา คัพเปอร์เบิร์ก เล่า อีว่าและ ลาร่า " ฉันอยากถ่ายภาพงานแต่งของคู่รักเพศเดียวกันมานานแล้ว" ช่างภาพ แมรี่ แมคเฮนรี่กล่าว " อีว่าและ ลาร่า เป็นคู่ที่รักกันมาก และ เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่มีอะไรดีไปกว่า การสนับสนุนและร่วมยินดีไปพวกเธอ ช่วงเวลาที่น่าตื้นตันที่สุด คือ ตอนที่ พ่อของ ลาร่า ขึ้นกล่าวอวยพร และ บอกว่า เขาดีใจมากแค่ไหนที่ลูกสาวได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก " เรียบเรียงเนื้อหาโดย Women Mthai Team ที่มาจาก huffingtonpost

ยิ่งกว่าละคร !! แฝดผู้พลัดพรากกลับมาเจอกันผ่านเฟซบุ๊ก ?
ฝาแฝด /  เฟซบุ๊ก

ฝาแฝดผู้พลัดพรากเชื้อสายเกาหลี กลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังพบกันโดยบังเอิญผ่านโลกสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก วานนี้ (23พ.ย.)รายการ Around the world By CNN ทางช่อง MONO29 เผยแพร่เรื่องราวของ “Anaïs และ Samantha” สองสาวฝาแฝดเชื้อชาติเกาหลีใต้ที่ต่างไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเองมีพี่น้อง โดยทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้าที่อยู่กับครอบครัวอุปถัมป์ และวันหนึ่งโชคชะตาได้นำพาให้เธอทั้งคู่มาพบกันอีกครั้ง ผ่านเว็บไซต์สังคมออนไลน์ 'เฟซบุ๊ค' และ 'ยูทูป' อย่างไรก็ตามพ่อแม่อุปถัมป์ของทั้งคู่ ต่างไม่รู้ว่าเธอมีฝาแฝดเช่นกัน พวกเธอถูกทิ้งและถูกเก็บมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม โดยมีหลักฐานเพียงรูปถ่ายตอนเด็กๆของทั้งสองเท่านั้น เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อเพื่อนคนหนึ่ง Anaïs ได้โพสท์รูปภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในคลิป Youtube และรูปของ Anaïs ซึ่งทำให้ Anaïs รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก และหลังจากนั้น เธอก็ทราบว่าผู้หญิงที่อยู่ในคลิป มีชื่อว่า Samantha Futerman ประกอบอาชีพนักแสดง และปรากฏตัวในหนังเรื่อง “21 & Over” แต่ที่ทำให้เธอมั่นใจในที่สุดคือ ทั้งคู่มีวันเกิดวันเดียวกัน ทั้งนี้เป็นเรื่องที่แปลกมากคือทั้งคู่ต่างถูกนำไปเลี้ยงในประเทศและบริบททางสังคมที่ต่างกัน แต่กลับมีนิสัย และงานอดิเรกคล้ายๆกัน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกิน หรือการไว้ผมทรงเดียวในตอนเด็ก ทั้งที่อยู่ห่างกันคนละซีกโลก Anaïs เป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ ถูกรับไปเลี้ยงที่ฝรั่งเศส ในขณะที่ Samantha เป็นนักแสดง และถูกรับไปเลี้ยงที่สหรัฐฯ งานอดิเรกคือการดูหนังและเล่นโยคะ  แถมหนังสือเล่มโปรดของทั้งคู่คือ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เหมือนกันอีกด้วย ต่อมาทั้งคู่ได้ระดมเงินทุนผ่านเว็บไซต์ Kickstarter เพื่อเป็นทุนในการสร้างหนังสารคดี  และได้บินไปเจอกันเป็นครั้งแรกที่ลอนดอน พวกเธอได้เดินทางไปเที่ยวในหลายประเทศรอบโลกด้วยกัน เพื่อเป็นการชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไป รวมถึงเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอทั้งคู่ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย MThai News ขอบคุณ รายการ Around the world By CNN ทางช่อง MONO29