งานกาชาด

ผบ.ตร. สั่งเอาผิด 'เจ้าของเพจดัง' กุข่าวแพะคดีเกาะเต่า
คดีเกาะเต่า /  ตรวจดีเอ็นเอ / 

ผู้ใหญ่วอ นำ ลูกชาย ตรวจดีเอ็นเอกับทีมแพทย์ 4 สถาบันต่อหน้าสื่อ แสดงความบริสุทธิ์ คดีเกาะเต่า ด้าน ผบ.ตร. สั่ง ปอท.เอาผิด เจ้าของเพจผู้โพสต์ข้อความพร้อม เตือนผู้ที่ส่งต่อมีความผิดเท่ากับผู้โพสต์ วันนี้(30 ต.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจตำรวจแห่งชาต พร้อมด้วย นายวรพันธุ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ และ นายวรท ตู้วิเชียร บุตรชาย ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายทางสังคมออนไลน์ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ร่วมแถลงข่าว พื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงกับสังคม เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบกับครอบครัว รวมถึงส่งผลต่อภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่าในวันนี้มีทีมแพทย์จาก 4 สถาบัน ประกอบด้วยสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลรามาธิบดี มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอโดยมีการเจาะเลือดและเก็บเนื้อเยื่อในกระพุ้งแก้ม เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบดีเอ็นเอกับวัตถุพยาน เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนการสอบสวนเนื่องจากสำนวนอยู่ในชั้นอัยการ คาดว่าจะทราบผลภายใน24ชั่วโมง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอนายวรท เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุจึงไม่ได้สอบสวนและตรวจพิสูจน์ ด้านนายวรพันธ์ กล่าวว่าที่ผ่านมาบางเพจลงข้อมูลเกินความเป็นจริงทำให้ครอบครัวได้รับผลกระทบ รวมถึงการท่องเที่ยวในเกาะเต่ารวมถึงประเทศชาติ หากต้องการความจริงมีขั้นตอนในการตรวจสอบอยู่หรือสามารถโทรสอบถามที่ตนเองได้ ที่ผ่านมาให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอด ไม่ทราบเจตนาของผู้ที่พยายามโจมตี ส่วนการฟ้องร้องได้มอบหมายให้ทีมทนายความไปดำเนินการ ขณะที่ นายวรท บอกว่า รู้สึกเสียใจที่คนไทยไปเชื่อบุคคลที่ไม่มีตัวตน ไม่มีใครเข้ามาถามความจริงกับตน มีเพียงแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น และขณะนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้สั่งให้ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือบก. ปอท. ไปดำเนินการตรวจสอบเจ้าของเพจผู้โพสต์ข้อความและผู้ที่ส่งต่อข้อความ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบถึงเป้าหมายของผู้กระทำว่ามีเจตนาเพื่อมุ่งให้มีกาลดความน่าเชื่อถือ ของการทำงานของตำรวจ ผบ.ตร.,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงรัฐบาล โดยเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าของเพจ ซึ่งทางตำรวจทราบแล้วว่าใครเป็นเจ้าของ พร้อมเตือนผู้ที่ส่งต่อข้อความว่ามีความผิดเท่ากับผู้โพสต์ ทั้งยังได้ฝากไปถึงประชาชน องค์กร หรือ สถาบันต่างๆที่นิยมเอากระแสจากสื่อสังคมออนไลน์มาใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ ควรคำนึงถึงสิทธิของผู้อื่นภายใต้ขอบเขตของกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่สองผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ได้ร้องขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอซ้ำอีกครั้งเป็นดุลยพินิจของอัยการพร้อมยืนยันกับสื่อว่าไม่มีการจับแพะและซ้อมทรมานผู้ต้องหา MThai News

เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ 2014
คณะหุ่น /  หุ่นเชิด / 

เตรียมตัวพบกับ "เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพฯ ครั้งแรก ท่ามกลางสถานที่สุดอลังการ บน เกาะรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร ณ โรงละคร 12 แห่ง กับคณะหุ่นกว่า 70 ประเทศ และกว่าอีก 150 คณะหุ่นทั่วโลก พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลหุ่นที่ใหญ่ที่สุด “ HARMONY WORLD PUPPET CARNIVAL in BANGKOK, THAILAND ” เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ 2014 คณะหุ่นสายโรงเรียนนารีนุกูล ยินดีต้อนรับศิลปินนักชักเชิดหุ่นจากทั่วทุกมุมโลก เข้าสู่ เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ ณ กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลอง เผยแผ่ แบ่งปัน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและประสบการณ์ในเทศกาลแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน “ เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ ” วันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2557 ณ บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พื้นที่ใกล้เคียง และศูนย์การค้าสยามพารากอน ประเทศไทยของเรา เป็นเจ้าภาพในการจัดงานเทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพฯ 2014 ชมการแสดงหุ่นนานาชาติ 116 คณะ จาก 79 ประเทศทั่วโลก ร่วมกับคณะหุ่นรูปแบบต่างๆ ของไทยอีก 50 คณะ รวมแล้วมากกว่า 160 คณะ ซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยจัดเทศกาลหุ่นมา โดยมีการแสดงที่เป็นภาพยนตร์และวิดีโอเกี่ยวกับหุ่นอีกกว่า 22 เรื่อง จัดฉายตลอดเทศกาล ร่วมฟังสัมมนาและอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยงานจะจัดขึ้นบนพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ได้แก่ ท้องสนามหลวง, โรงละครแห่งชาติ โรงเล็กและโรงใหญ่, โรงละครวังหน้า สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, หอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป พระนคร, ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์, โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และศูนย์การค้าสยามพารากอน ทั้งนี้ ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 57  จะมีขบวนพาเหรดของคณะหุ่นจากประเทศต่าง ๆ และยุวทูตจากเครือข่ายหุ่นเยาวชนร่วมเดินจากหอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน ไปร่วมทำพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามหลวง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ส่วนพิธีเปิดนิทรรศการ ศิลปะหุ่นไทยและหุ่นไทยร่วมสมัยในรัชกาลที่ 9 จะจัดในวันที่ 2 ที่หอศิลป์ร่วมสมัย และพิธีปิดซึ่งจะมีการมอบรางวัลต่าง ๆ ด้วยนั้น ททท. จะเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงให้ในช่วงค่ำวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่โรงละครแห่งชาติ http://www.youtube.com/watch?v=FuiIE9Bfox0 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงวัฒนธรรม โทร.1765 หรือ www.harmonyworldpuppet.com ข้อมูลข่าวจาก >> http://thai.tourismthailand.org/ เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ 2014 เทศกาลหุ่นโลกกรุงเทพ 2014 หุ่นเชิด จากลุ่มเยาวชน-จังหวัดตราด หุ่นเชิด จากต่างประเทศ หุ่นไทย หุ่นสายบ้านยิ้มจอมทอง หุ่นสายเสมา หุ่นเชิด ต่างประเทศ

ตำราดูลักษณะแมวมงคล
ตำราดูลักษณะแมวมงคล /  ลักษณะแมว / 

ตำราดูลักษณะ แมวมงคล แมวที่ควรเลี้ยงไว้เพื่อให้เกิดมงคลภายในครอบครัว ควรมีลักษณะอย่างไร Horoscope.Mthai.com นำสาระดีๆมาฝากกันอีกแล้ว อนึ่ง แมวไทยเป็นแมวที่นิยมเลี้ยงกันมาก แม้แต่ชาวต่างประเทศเพราะเป็นแมวที่มีกิริยาสุภาพชอบคลอเคลียเอาใจเจ้าของ แต่แมวที่ควรเลี้ยง ท่านให้เลี้ยงเอาตามลักษณะสีกายที่ปรากฏกับตัวแมวนั้น มีอย่างนี้ 1 แมวลายเสือ ท่านว่า เลี้ยงไว้จะปราบนกหนูงูเงี้ยวภายในบ้านดีนัก 2 แมวด่าง ท่านว่า แมวให้คุณ ต้องด่างและดูสะอาดตา ไม่ด่างเปรอะเปื้อน ไปทั่วตัวจึงจะดี 3 แม่สีดำ ท่านว่า ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะเป็นแมวคราว มีผีสิงให้เร่งเอา ไปปล่อยตามวัดวาอารามเสีย เพราะจะทำให้เจ้าของและครอบครัวบริวารมีความเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ดีแล 4 แมวสีทอง ท่านว่า เป็นแมวเจ้าสำราญ เลี้ยงไว้ในบ้านจะมีเสน่ห์ แต่ขาดลาภ แมวเองก็เกียจคร้าน ไม่ควรเลี้ยง เอาไว้ในบ้านเลย 5 แมวสีทองแดง ท่านว่า เป็นแมวเจ้าเสน่ห์ ไม่ควรเลี้ยงไว้เกินกว่า 2 ตัวในเรือนเดียวกัน เพราะนอกจากจะไม่ให้คุณแล้วยังให้โทษแก่เจ้าของมันเอง ในทางพนันขันต่อด้วย 6 แมวสีเทา ท่านวา เป็นแมวนักปราชญ์ ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือนจะทำให้ลูกหลานเรียนวิชาการก้าวหน้า เป็นบัณฑิตนักวิชาการท่านว่าดีนักแล 7 แมวสีขาวด่างเหลืองหรือดำ ท่านว่าเป็นแมวเจ้าชู้ ไม่ชอบทำการงาน ไม่จับหนู เอาแต่เที่ยว ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือนจะทำให้เจ้าของเกียจคร้าน และอัปโชค ไม่ดีเลย 8 แมวปากมอมข้อเท้าดำ ท่านว่า เป็นแมวขโมย ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะจะทำให้เจ้าของเสียทรัพย์สินเงินทองของรัก ไม่ค้ำคูณเลย 9 แมวสีขาวปลอด ท่านว่าเป็นแมวเทพเจ้า ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือน จะค้ำคูณ เจ้าของและจะนำลาภมาให้ดีนักแล 10 แมวสีสวาท ท่านว่า เป็นแมวมหาเศรษฐี ควรเลี้ยงไว้ในบ้านจะทำให้เจ้าของประสบโชคดีมีลาภ และค้าขายหรือทำกิจการใด ๆ เจริญก้าวหน้าหาโรคพยาธิไม่ได้เลยดีนักแล 11 แมวสีเก้าแต้ม จะมีสีอะไรก็ตาม แต่มีแต้มตามร่างกายครบ 9 แห่ง ท่านว่า เป็นแมว 9ชีวิต จะนำความเจริญวัฒนาสถาพรมาให้เจ้าของดีนักแล 12 แมวทางขอดและสั้น ท่านว่า เป็นแมวหาเช้ากินค่ำ ไม่ควรเลี้ยงเลย เพราะจะทำให้เจ้าของอาภัพทรัพย์สินและเสียลาภผล 13 แมวหางขอด แต่มีหางยาว ท่านว่า เป็นแมวมหาอำนาจ เจ้าของจะได้เป็นใหญ่กว่าใคร ๆ จะมีวาสนาชะตาดี บริวารมากดีแล 14 แมวหูดำตาดำ สันหลังดำ ท่านว่าเป็นแมวยมทูต ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเกินกว่า 2 ตัว ถ้ามีตัวเดียวดี ถ้ามีมากท่านว่า จะทำให้เจ้าของ มีแต่ความทุกข์ยากลำบากใจ ไม่สู้ดีเลย 15 แมวสีเทานัยน์ตาหรี่เล็ก ท่านว่า เป็นแมวปัญจมหาเศรษฐี เวลากลางวันจะออกทำมาหากิน จะไม่ยอมเงยหน้า เว้นแต่เวลาจับอาหารในกลางคืน จะมีขี้ตาอยู่เสมอ ๆ ท่านกล่าวว่า เป็นแมวมีนัยน์ตาเป็นแก้วค่าควรเมือง หรือที่เรียกว่า “คดตาแมว” หากมันจ้องมองจิ้งจกหรือนกบนที่สูง สัตว์มันอาจมองจะตกลงมาให้มันกิน ใครมีไว้ในบ้านเรือน พึงทะนุถนอมเลี้ยงไว้เถิด มีแต่ให้คุณอย่างเดียว พันหรือหมื่นตัวจึงจะมีให้ปรากฏสักตัวหนึ่ง หาค่ามิได้เลย ดีที่สุดแล

งานเข้า! ส่งโทรศัพท์ทางไปรษณีย์ เปิดมาเหลือแต่??
โทรศัพท์ / 

งานเข้า! ส่งโทรศัพท์ทางไปรษณีย์ เปิดมาเหลือแต่??

กรณ์ จวกรัฐทำงานล้มเหลว เหตุเอาผิดกิตติรัตน์ ไม่ได้
กรณ์ จาติกวณิช /  กิตติรัตน์ ณ ระนอง / 

อดีตรัฐมนตรีคลัง กรณ์ จาติกวณิช โพสต์ซัดรัฐบาลทำงานล้มเหลว หลังไม่ดำเนินคดีกับ กิตติรัตน์ ปมไม่จัดตั้ง กองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายผ่านสภา แนะ คสช. ปรับปรุงกฎหมายใหม่หากมาตราใดมาตราหนึ่งเอาผิดผู้กระทำไม่ได้ วันนี้ (30 ต.ค. 57) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Korn Chatikavanij วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว โดยเฉพาะการเอาผิดกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ได้ ภายหลังไม่ยอมดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทั้งๆ เป็นกฎหมายที่ผ่านสภาออกมาแล้ว ขณะเดียวกันได้ฝากถึง คสช. ว่า หากมาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรมีการแก้ไขให้ใช้ได้เสีย ระบบรัฐล้มเหลว นิติบัญญัติออกกฎหมาย - ฝ่ายบริหารไม่ทำตาม - องค์กรอิสระไม่มีทางไป เรื่องนี่ยาวนิดนึง แต่มีผลต่อเราทุกคนครับ 1. ข้อเท็จจริง “รัฐสภา” สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ออกกฎหมาย “กองทุนการออมแห่งชาติ” (กอช.) เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการส่งเสริมการออมให้กับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญประมาณ 25 ล้านคน กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยผู้รักษาการกฎหมายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลางปี 2554 เปลี่ยนรัฐบาลเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีคุณธีระชัยและคุณกิตติรัตน์ มาเป็นรัฐมนตรีคลังตามลำดับ คุณธีระชัยอยู่ในตำแหน่งไม่นาน พอคุณกิตติรัตน์เข้ามาสานต่อก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการจัดตั้ง กอช. ตามที่กฎหมายกำหนด การละเว้นโดยเจตนานี้พิสูจน์ได้จากบทสัมภาษณ์ จากการรายงานโดยข้าราชการ และจากการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้จัดสรรงบประมาณตามกำหนดเพื่อจัดตั้งกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมเงินออมของคนไทย 25 ล้านคนจึงเกิดไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือความจงใจของฝ่ายบริหาร ที่จะไม่ทำตามกฎหมายของบ้านเมือง กฎหมายที่มาจากการลงคะแนนสนับสนุนโดยนักการเมืองจากทุกพรรค รวมไปถึงวุฒิสภา 2. คำถามสามข้อ คำถามข้อที่หนึ่ง ผมขอถามว่า ฝ่ายบริหารควรมีสิทธิ์หรือไม่ ในการที่จะเลือกว่าจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายฉบับที่ผ่านสภามาแล้ว ผมมั่นใจว่าทุก ๆ คนก็ต้องตอบว่า "ไม่มีสิทธิ์ !” รัฐบาลรวมถึงรัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกฉบับ มิเช่นนั้นยุ่งแน่ครับ หากละเลยก็จะกลายเป็นว่าฝ่ายบริหารเปรียบเป็นพระเจ้า นิติบัญญัติร่างกฎหมายไป ก็โดนปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยการนิ่งเฉย กฎหมายไม่สามารถคุ้มครองสิทธิให้ใคร คำถามที่สอง ผมขอถามต่อว่า “เอาผิดเขาได้ไหม” เดิมทีผมก็คิดว่าน่าจะได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ” คำถามที่สาม สรุปว่าเอาผิดอดีตรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ “ยกคำร้อง” โดยให้เหตุผลว่าคุณกิตติรัตน์ "ไม่มีเจตนาทำผิดทางอาญา และไม่ส่อไปในทางทุจริต หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" (จากคำแถลงผลการประชุมกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 21 ตุลาคม) 3. ทางออก ที่ผมและพวกยื่นฟ้องคุณกิตติรัตน์ ไม่ใช่เพราะเราหวังร้ายต่อท่าน เราเพียงหวังว่าเราจะสามารถกระตุ้นให้ผู้เป็นรัฐมนตรีทำตามหน้าที่เท่านั้น ผมขอไม่เถียงกับ ป.ป.ช. ที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่วันนี้ประชาชน 25 ล้านคนเสียโอกาสที่จะได้รับจากการสมทบเงินออมของเขาจากรัฐบาล คนหาเช้ากินคํ่านับสิบล้านคนมีแต่หนี้ ไม่มีเงินออม ไม่มีหลักประกันชีวิตในวัยชรา ส.ส. จากทุกพรรคได้ช่วยกันออกกฎหมายนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหา ประเด็นสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้กองทุนตามกฎหมายนี้กลับมาเดินหน้าได้ และเราจะทำอย่างไรไม่ให้ฝ่ายบริหารเลือกใช้อำนาจตามใจชอบแบบนี้อีก ผมไม่ขอพูดถึงเหตุผลของคุณกิตติรัตน์ที่ไม่ยอมทำตามหน้าที่ แต่ขอพูดเพียงว่า “กฎหมายคือกฎหมาย” ถ้าฝ่ายบริหารคิดว่ากฎหมายไม่ดี ก็ควรเสนอแก้กฎหมายในสภา ตอนนั้นคุณก็มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว แต่เมื่อ ป.ป.ช. บอกว่าเราไม่สามารถเอาผิดฝ่ายบริหารที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้ ผมว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการบริหารบ้านเมือง และถ้าเป็นเช่นนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเราจะมานั่งเสียเวลาออกกฎหมายใหม่กันทำไม ถ้ารัฐบาลในอนาคตไม่ต้องทำตาม และ ป.ป.ช. ก็ยืนยันว่าเอาผิดเขาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช. ตีความกฎหมายอย่างนี้ เราจึงต้องขอฝากให้ คสช. และสภาปฏิรูปช่วยพิจารณาปัญหานี้ด้วยครับ ถ้ามาตรา 157 ใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ ก็ควรแก้ให้ใช้ได้เสีย เพราะหากกฎหมายที่ผ่านสภาไร้ความหมาย หากอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดว่าประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง เมื่อนั้น... ประเทศไทยคงไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่ MThai news

สุดดราม่า!! เมียไล่ หอบลูกออกจากบ้านมีเงินติดตัวแค่ 17 บาท
ข่าวล่าสุด /  ชายอุ้มลูกหนี / 

สุดดราม่า!! ชีวิตหนุ่ม เมียไล่หอบลูกออกจากบ้านมีเงินติดตัวแค่ 17 บาท เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างฯได้โพสต์ภาพชายวัยกลางคนท่านหึ่งกับลูกน้อย 2 คน นอนอยู่ในเต๊นท์ของโรงเจของสมาคมพุทธสมาคมสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี หรือ โรงเจสระบุรี พร้อมมีการระบุข้อความว่า ชายที่อยู่ในภาพทะเลาะกับภรรยาและถูกไล่ออกจากบ้านจึงอุ้มลูกเดินเร่ร่อนเนื่องจากไม่มีที่พักอาศัย ทางเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรีท่านหนึ่งเปิดเผยว่า พบชายคนดังกล่าวนำลูกน้อย 2 คน ใส่รถเข็นซาเล้งมีข้าวของมาด้วย ทราบว่าเป็นอุปกรณ์ทำน้ำเต้าหู้ 3คนพ่อลูกกำลังเดินเร่ร่อนจึงรับมานอนที่โรงเจสระบุรี จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับชายที่อยู่ในภาพ ทราบชื่อคือ นายสุทิน (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เป็นชาว จ.สระบุรี เผยว่า ก่อนหน้านี้เคยทำอาชีพทำก่อสร้าง ต่อมาได้มาทำปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ขาย อาศัยอยู่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในตัวเมืองสระบุรี ซึ่งตนได้ทะเลาะกับภรรยาและถูกไล่ออกจากบ้าน จึงเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจพาลลูกสาวคนโตวัย 1 ขวบเศษ และคนเล็กวัย 7 เดือนใส่รถเข็นเดินออกมา ไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งที่ตัวมีเงินติดตัวเพียง 17 บาทเท่านั้น เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกสังคมออนไลน์ ผู้คนต่างนำข้าวของมาบริจาคให้ 3คนพ่อลูก ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำหนูน้อยทั้ง 2 คนไปดูแล ส่วนคุณลุงหลังได้รับเงินจากการบริจาคก็ได้นำไปเป็นทุนในการขายปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ขายต่อไป MThai News

กทม.จัดงานลอยกระทง ใต้สะพานพระราม 8
กทม. /  วันลอยกระทง / 

กทม. จัดงานลอยกระทง ใต้สะพานพระราม 8 ในวันที่  6 พ.ย. 57 ตั้งแต่เวลา 17.30 - 24.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลลอยกระทง โดย กทม.กำหนดจัดงานในวันที่  6 พ.ย. 57 ณ บริเวณสะพานพระราม 8 โดย มีกิจกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงาม การประกวดกระทงประเภทสวยงามและประเภทความคิดสร้างสรรค์ และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน 50 เขต ตั้งแต่เวลา 17.30 - 24.00 น. MThai News

เผยชีวิตมนุษย์เงินเดือน ชีวิตหน้าจอคอมทำไมต้องมีประกัน ?
ชีวิตมนุษย์เงินเดือน /  ประกัน / 

เผยชีวิตมนุษย์เงินเดือน ชีวิตหน้าจอคอมทำไมต้องมีประกัน ? วันนี้(30 ต.ค.) Zocial,Inc.ได้เผยผลสำรวจจากการทำแบบสอบถามจำนวน 520 ชุด จากคนอายุ 25-35 ปี เพื่อสอบถามถึง Life Style และปัญหาที่พบในชีวิตประจำวัน โดยผลสรุปข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของกลุ่มสำรวจดังนี้ จะเห็นได้ว่าการใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไปปกติ ที่เดินทางไปทำงานด้วยรถยนต์และใช้เวลาทำงานทั้งวันอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปคือ “การกินอาหารสุขภาพ และ ออกกำลังกาย บ่อยขึ้น” ซึ่งอาจจะมาจากกระแสรักสุขภาพ อาหาร Clean Food และออกกำลังกาย (เช่น T25, ปั่นจักรยาน) ปัญหาสุขภาพที่เคยเจอ 12% เคยเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้วกว่า 1 ครั้งในปีนี้ กว่า 79% พวกเขามักเกิดอาการ Office Syndrome มีเพียงแค่ 7% ที่ไม่เคยเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆ เช่น เป็นหวัด ไอ หรือปวดหัว กว่า 79% มักเกิดอาการ Office Syndrome  ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของหนุ่มสาว พนักงานเงินเดือนที่มักมองข้ามแต่มันอาจเป็นเรื้อรังและนำพาไปสู่โรคสุ่ม เสี่ยงในอนาคตได้ เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว คุณเริ่มมองเห็นภัยเงียบที่กำลังก่อตัวขึ้นหรือเปล่า? และมันถึงเวลาที่คุณควรจะได้รับ ‘การคุ้มครอง’ แล้วหรือยัง? พวกเขาคิดว่าอยากจะเริ่มทำประกันตอนช่วงอายุเท่าไร? กว่า 84% อยากทำประกันก่อนอายุ 35 ปี เบี้ยประกันที่ยินดีจ่ายคือ ไม่เกิน 1,000 บาท ต่อประกันต่อเดือน  ถ้าจะต้องทำประกัน พวกเขา ‘เลือก’ ที่จะทำประกันประเภทไหน 16% บอกว่า ประกันคุ้มครองค่ารักษาโรงพยาบาล 15% บอกว่า ประกันคุ้มครองอุบัติเหตุ 12% บอกว่า ประกันคุ้มครองสุขภาพพ่อแม่ 10% บอกว่า ประกันชดเชยรายได้ 9% บอกว่า ประกันออมทรัพย์เพื่อสร้างในในอนาคต อีก 38% บอกว่าประกันอื่นๆ จะเห็นได้ว่าการทำประกันที่กลุ่มสำรวจนึกถึง ไม่ได้มีเพียงการทำประกันเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขายังวางแผนการซื้อประกันคุ้มครองสุขภาพพ่อแม่อีกด้วย  ถ้าจะต้องทำประกัน พวกเขา ‘เลือก’ ที่จะคุ้มครองโรคใดบ้าง จริงๆแล้วการซื้อประกันก็คือการออมเงินรูปแบบหนึ่งและเป็นการคุ้มครองชีวิตที่มนุษย์เงินเดือนควรจะมีติดตัวเพื่ออนาคตที่มั่นคงกว่า จากข้อมูลการใช้ชีวิตและปัญหาที่พบ ประเภทประกันที่คนวัยทำงานต้องมีติดตัวไว้คือ    แบบประกันเพื่อเป็นหลักประกันครอบครัว  แบบประกันเพื่อการออมในอนาคต    แบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Zocial.inc MThai News

6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

6/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

4/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ยอดเยี่ยมไปเลย! ตีนเปล่าไทย คว้าที่3บอลชายหาดชิงจ้าวอาเซียน
AFF Beach Soccer Championship /  กฤติน หล่อจันอัด / 

ความเคลื่อนไหวของกองทัพ ตีนเปล่าไทย นักฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย ที่ลงสู้ศึกเอเอฟเอฟ ฟุตบอลชายหาด แชมเปี้ยนชิป ครั้งที่ 1 หรือ AFF Beach Soccer Championship 1st 2014 ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ต.ค.57 ตีนเปล่าไทย มีคิวลงสนามนัดชิงอันดับที่ 3 พบกับ ทีมชาติลาว ปรากฏว่า ทัพนักเตะฟุตบอลชายหาดทีมชาติไทย เป็นฝ่ายเอาชนะ ทีมชาติลาว ไปได้ 4-1 คว้าอันดับที่ 3 ไปครอง โดยรายชื่อผู้เล่นชุดดังกล่าวประกอบด้วย ชูเกียรติ ฉิมวงศ์, ปริญญา ปั้นดี, ประกิต ด่านขุนทด, พงษ์ศักดิ์ คงแก้ว (กัปตันทีม), นที จีปน, กฤติน หล่อจันอัด, มนัส มัดตอฮา, ปิยะพงษ์ สองผิว, กีรติ จงสถิตเสถียร, ฐานันดร ประราชะ, คมกริช ณ น่าน, ฉัตรฐานันท์ รักโคตร, วิฑูรย์ ถาพินนา และอนุพงศ์ พรามณี ส่วนทีมงาน ประกอบด้วย ณัฐพล ทรัพย์มนู (ประธานพัฒนาฟุตบอลชายหาดแห่งประเทศไทย), ถิรนันท์ แก่นจันทร์หอม (ผู้จัดการทีม), มร.อาโบลฟาเซิล โคดาบันเดห์ลู (หัวหน้าผู้ฝึกสอน), สิทธิชัย ศกุนตานุรักษ์ (ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู), รวิกร พาสว่าง (Therapist), สมปอง คงมายู (Official), วุฒิพร สุววณกูล (Fitness), ธันวา นิลรุ่งรัตนา (Doctor), ศิวกร อภิบาลชัยศรี (Media) ขอบคุณภาพจาก : Thailand Sport 365

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

9/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน
การศึกษา /  เยาวชนไทย / 

สุดยอด! เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทยกันอีกแล้วจ๊ะ...ขอปรบมือให้ดังๆ เลย เยาวชนไทยเจ๋ง คว้า 7 เหรียญทอง แข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน โดยน้องๆ คณะเยาวชนไทย จำนวน 41 คน ได้เดินทางไปเข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 23-28 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้ ไทยได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมทำการแข่งขันใน 21 สาขาจากทั้งหมด 25 สาขา และสามารถทำผลงานได้อย่างดี คว้าเหรียญรางวัลมาทั้งสิ้น 21 รางวัล แยกเป็น 7 เหรียญทอง ใน 6 สาขา ประกอบด้วย 1. นายธวัชชัย เมืองมูล และ นายจักรพงษ์ หมื่นแสน จากสาขา แมคคาทรอนิกส์  มทร.ล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ 2. น.ส.ยุวะดี สนิทพจน์ จากสาขาแต่งผม  โรงเรียนเสริมสวยเกศศิริ พัทยา นานาชาติ 3. นายธงไชย งามสมสุข จากสาขาปูกระเบื้อง วิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร 4. นายดนัยกานต์ ศรีสุข จากสาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม  ม.ศิลปกร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี 5. นายศุภรัตน์ รัตนพันธ์ จากสาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 นครราชสีมา 6. นายสุระพงศ์ ดวงลีลา จากสาขาเขียนแบบและออกแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ มทร.ล้านนา ลำปาง สำหรับเหรียญเงิน 1 เหรียญ คือ นายศิริศักดิ์ สวิหนิ สาขาเทคโนโลยีสายเครือข่าย เหรียญทองแดง 5 เหรียญจาก 4 สาขา ได้แก่ 1. นายทัตพงศ์ พรมพิงค์ สาขาบริการอาหารและเครื่องดื่ม 2. น.ส.สุนิสา ชัยฤทธิ์ สาขากราฟิกดีไซน์ 3. นายชัยพร สมบูรณ์ชัย และ นายมงคล เทพวรรณ สาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ชนิดเคลื่อนที่ 4. นายจักรกริช เนียมอาภา สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม และประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม (รางวัลชมเชย) 12 ใบ ได้แก่ น.ส.วัชรพร ศุภผลา สาขาแต่งผม, นายสุรชัย บุญส่ง สาขาเทคโนโลยียานยนต์, นายอภิวัฒน์ ทาคำห่อ สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี, นายณัฐวุฒิ ผลทำมา สาขาท่อและสุขภัณฑ์, นายชาญณรงค์ พรพันธุ์สกุล สาขาก่ออิฐ, นายรักษิต บานใจ สาขาก่ออิฐ, นายชวิน อิงชาติเจริญพร สาขาเว็บดีไซน์, นายณัฐภณ นพวรรณ สาขากราฟิกดีไซน์, นายปณชัย ศรีพิมาน สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น, นายหัสพงศ์ เมธีวัชระนาภรณ์ สาขาประกอบอาหาร, นายธีรชัย นันธิษา สาขาประกอบอาหาร, นายธงชัย ดอนจันทร์เขียว สาขาการออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยมีผู้เข้าแข่งขันในอาเซียนรวม 10 ประเทศ 283 คน ลำดับที่ 1 คือ ประเทศเวียดนาม รองลงมา อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของการแข่งขัน  นอกจากนี้เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 41 คน จะได้ไปอบรมพัฒนาฝีมือเพิ่ม ก่อนคัดเลือกให้เหลือ 20 คน เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (WorldSkills) ครั้งที่ 43 ที่ประเทศบราซิลในปี 2559  ทั้งนี้ ทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมมอบเงินรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจโดย เหรียญทองจะได้รับ 150,000บาท เหรียญเงิน 75,000บาท เหรียญทองแดง 40,000 บาทและประกาศนียบัตรฝีมือยอดเยี่ยม 20,000 บาทอีกด้วย Cr. thairath, nationtv

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

กทม.เปิด 29 สวนสาธารณะ ให้ปชช. ลอยกระทง
กทม. /  กรุงเทพมหานคร / 

กทม.เปิด 29 สวนสาธารณะ ให้ประชาชนลอยกระทง เข้มกฎเหล็กห้ามแอลกอฮอล์ พลุ ดอกไม้ไฟเด็ดขาด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า นอกจากกทม.จะจัดงานเทศกาลลอยกระทงบริเวณสะพานพระราม 8 แล้ว ในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพฯ ยังมีการจัดงานรื่นเริงโดยสำนักงานเขตพื้นที่ และหน่วยงานต่างๆ และกทม.ได้เปิดสวนสาธารณะ 29 แห่งทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนพาครอบครัวเข้าไปลอยกระทง ตั้งแต่เวลา 15.00–24.00 น. ประกอบด้วย 1.สวนลุมพินี 2.สวนจตุจักร 3.สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 4.สวนพระนคร 5.สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 6.สวนสราญรมย์ 7.สวนรมณีนาถ 8.สวนสันติชัยปราการ 9.สวนนาคราภิรมย์ 10.สวนธนบุรีรมย์ 11.สวนเสรีไทย (บึงกุ่ม) 12.สวนนวมินทร์ภิรมย์ 13.สวนหนองจอก 14.อุทยานเบญจสิริ 15.สวนน้ำบึงกระเทียม 16.สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) 17.สวนสันติภาพ 18.สวนกีฬารามอินทรา 19.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน 20.สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร 21.สวนวนธรรม 22.สวนทวีวนารมย์ 23.สวนเบญจกิติ 24.สวนหลวงพระราม 8 25.สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 26.สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ 27.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (บางกอกน้อย) 28.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สาทร) และ 29.สวนวารีภิรมย์ (บึงสะแกงามสามเดือน) MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เตือน!! 21ท่าเรืออันตราย ห้ามลอยกระทงเด็ดขาด

'ซัมซุง' กำไรหด 49% เหลือ 1.2 แสนลบ. ต่ำสุดรอบ 3 ปี
กำไร /  ข่าว / 

'ซัมซุง' กำไรหด 49% เหลือ 1.2 แสนลบ. ต่ำสุดรอบ 3 ปี หลังตลาดสมาร์ทโฟนแข่งเดือด เสียแชร์ในจีน ธุรกิจจอภาพฟุบ เว็บไซท์ 'บลูมเบิร์ก' ดอทคอม รายงานข่าวว่า ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ ลดลง 49% มาอยู่ที่ 4.14 ล้านล้านวอน หรือราว 1.2 แสนล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 3 ปีนับแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 54 รวมถึงผลกำไรดังกล่าวต่กว่าำที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 4.27 ล้านล้านวอน หรือราว 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิของซัมซุงลดลงอย่างมาก และมีนัยสำคัญดังกล่าว เป็นผลมาจากการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนที่รุนแรงขึ้น และถูกเสี่ยวมี่คอร์ป และลีโนโวกรุ๊ปของจีนแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในจีน และรวมถึงยังได้รับผลกระทบจากผลการดำเนินงานที่ตกต่ำลงในธุรกิจจอภาพ และชิพประมวลผล MThai News

8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง
8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ /  120 / 

8/9งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) งานแถลงข่าวงานเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี รัชกาลที่ 7 “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" ในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!