งานกาชาด

รวมพระนาง...ฮีโร่ละครไทย
ฮีโร่ /  ฮีโร่สายพันธุ์ไทย / 

มีให้ดูกันทุกๆ ปีสำหรับละครไทยแนวฮีโร่ แฟนตาซี ที่กลายเป็นขวัญใจของเด็กๆ และผู้ใหญ่บางคน หลายเรื่องทำออกมาประสบความสำเร็จ แต่หลายเรื่องกลับแป้กสนิท แต่นั่นก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าพวกเขาและเธอคือตำนานฮีโร่ในละคร ส่วนจะมีใครรับบทเป็นฮีโร่ตัวไหน ชื่ออะไรบ้างนั้น ลองไปเช็กดูดีกว่าว่าคุณรู้จักเหล่า ฮีโร่ส่ายพันธุ์ไทย มากน้อยแค่ไหน ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ฮีโร่คนใหม่ที่กลายเป็นขวัญใจเก้งกวางอย่าง มิกค์ ทองระย้า หลังจากที่โชว์หุ่นแซบๆ ในนิตยสารชาวเกย์ ช่อง 7 ทีวีเพื่อคุณก็ผลักดันขึ้นแท่นให้เป็นพระเอก ด้วยการให้สวมชุดวีรบุรุษรัดติ้ว โชว์แหนมฝรั่งในละครเรื่อง ลูกผู้ชายพันธุ์ดี ละครน้ำดีสายพันธุ์ฮีโร่ของ ค่ายพอดีคำ เรื่องนี้จุดเด่นอยู่ที่คอสตูม ที่โดนจับผิดว่าไปก๊อบปี้ชุดของฮีโร่ระดับโลก กัปตัน อเมริกา แต่ถึงจะก๊อบปี้หรือไม่ ชุดนี้ก็โดนใจเก้งกวางสุดๆ เพราะเป้าของพระเอกมิกค์เด้งนูนยิ่งกว่าดูหนัง 3D ซะอีก ป่านางเสือ นางเอกมากความสามารถอย่าง ยุ้ย จีรนันท์ ก็เคยสวมบทฮีโร่สาวชุดหนังมันแผล็บ พร้อมกับหน้ากากเสือในละครเรื่อง ป่านางเสือ ของ ค่ายกันตนา ทางช่อง 7 เรื่องนี้เรตติ้งพุ่งกระฉูดในภาคแรก แต่ภาคสองดันมาโดนกระแสละคร แรงเงา ของช่อง 3 กลบมิด จนกลายเป็นนางเสือสิ้นลาย ก็เอาเป็นว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของสาวยุ้ย เธอเคยสวมหน้ากากเสือเป็นฮีโร่เกิร์ลพันธุ์ไทยขวัญใจเด็กๆ มาแล้วก็แล้วกัน ป่านางเสือ ป่านางเสือ ธิดาพญายม ธิดาพญายม ธิดาพญายม กลายเป็นละครที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ยับในเรื่องสเปเชียลเอฟเฟกต์สำหรับ ธิดาพญายม ที่เรื่องนี้ได้นางเอกหัวแถวของวิกหมอชิตอย่าง ขวัญ อุษามณี มารับบทบู๊เป็นครั้งแรก ในเรื่องเธอรับบทเป็น องค์หญิงณัชชา แต่เป็นองค์หญิงที่มีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจ จนเด็กๆ ที่ได้ดูละครหลังข่าวต้องยกให้เธอเป็นฮีโร่สาวสวยเซ็กซี่ที่มีอาวุธคู่ใจเป็นดาบสายฟ้าแบบภาพยนตร์เรื่อง สตาร์วอร์ เป๊ะเลยอ่ะ!!! อินทรีแดง อินทรีแดง อินทรีแดง เป็นหนึ่งในตำนานวีรบุรุษฮีโร่ของคนไทยอย่างแท้จริงกับหน้ากากนกสีแดงอย่าง อินทรีแดง ที่รีเมคดัดแปลงเป็นงานภาพยนตร์และงานละคร พร้อมกับเป็นการปิดตำนานพระเอกดังในอดีต มิตร ชัยบัญชา ล่าสุดคนที่มารับบทนี้คือเจ้าพ่อหนังแห่งยุค อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับภาพยนตร์ไทยเรื่อง อินทรีแดง ในปี 2553 ของ ค่ายไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ร่วมด้วย กันตนา เงาะแท้แซ่ฮีโร่ เงาะแท้แซ่ฮีโร่ เงาะแท้แซ่ฮีโร่ พระเอกหุ่นฟินสีผิวคมเข้ม ป๊อบ ฐากูร ก็เคยรับบทเป็นฮีโร่สุดหล่อตามแบบฉบับชื่อละครอย่าง เงาะแท้แซ่ฮีโร่ ทางช่อง 3 เรื่องนี้หนุ่มป๊อบจะต้องแสดงเป็นคน 2 บุคลิก ทั้งเจ้าเงาะป่าและซุปเปอร์ฮีโร่ที่มาพร้อมกับหน้ากากทองรูปหอยสังข์และเปิดโชว์บอดี้แซบๆ กับซิกซ์แพ็คแน่นๆ ทำเอาสาวแท้สาวเทียม ต้องรีบกลับมาดูละครเย็นเรื่องนี้เป็นทิวแถว นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เอาใจคนอีสานสุดๆ กับละครฮีโร่ไทยที่ได้รับพลังพิเศษจาก ข้าวทิพย์ (ข้าวเหนียว) จนกลายเป็นฮีโร่นามว่า นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว รับบทโดยพระเอกหนุ่ม นิว วงศกร กับคอสตูมที่โดดเด่นเป็นของไทยอย่างแท้จริงกับผ้าขาวม้า ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยและชาวอีสาน จนทำให้ละครเรื่องนี้เรตติ้งพุ่งแบบที่ใครๆ ไม่คาดคิดมาก่อน

คิดถึงเค้าป่าว? เบนิเตซ อยากกลับหงส์ช่วยกู้วิกฤต
กุนซือ /  นาโปลี / 

ออกมาสะกิดติ่งแฟนบอล ลิเวอร์พูล ซะหน่อยสำหรับ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือสมองเพชรของ "อัซซูร่า" นาโปลี ตกเป็นข่าวเตรียมหวนกลับมารับงานคุมทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อีกครั้ง โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล กำลังหมายตาหากุนซือคนใหม่มาแทนที่ เบรนแดน รอดเจอร์ส ในช่วงปีใหม่นี้หากผลงานยังไม่กระเตื้อง และล่าสุด ราฟาเอล เบนิเตซ ออกก็มาฝากความคิดถึงสโมสร ลิเวอร์พูล ว่าเป็นเหมือนครอบครัวและจะไม่ปฏิเสธเลยหากมีคำเชิญชวนจากผู้บริหารลิเวอร์พูล ืทั้งนี้ ราฟาเอล เบนิเตซ  ในวัย 54 ปี เคยพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เอฟเอ คัพ มาแล้วระหว่างปี 2004-2010

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

กรี๊ดสลบ!! 5 อันดับแข้งสุดหล่อ ทีมชาติไทย
ชนาธิป สรงกระสินธ์ /  ชาริล ชัปปุยส์ / 

หากถามเรื่องฮ็อตที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้นผลงานการแข่งขันฟุตบอลของเหล่า "ช้างศึก" ทีมชาติไทยในศึกซูซูกิคัพ 2014 แน่นอนที่ล่าสุดเพิ่งโชว์ฟอร์มสุดเทพไล่สอนเชิง "เสือเหลือง" มาเลเซีย ไปเบาะๆ 2-0 กุมความได้เปรียบในการคว้าแชมป์รายการนี้ ซึ่งนอกจากผลงานที่น่าประทับใจแล้วรูปร่างและหน้าตาของเหล่าแข้งช้างศึกไทยชุดนี้ก็หล่อเหลาจนสาวไทยหันมาดูและติดตามฟุตบอลไทยกันให้เพียบ!  :) กรี๊ดสลบ!! 5 อันดับแข้งสุดหล่อ ทีมชาติไทย

XSHOT ปี 2015 เน้นแข่งเกมส์ ทุ่มของรางวัล-ไอเทมกว่า 10 ล้านบาท
eSport /  XShot / 

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2557 - Winner Online แถลงข่าวแผนจัดการแข่งขันและการให้บริการเกมส์ออนไลน์ XShot (xshot.in.th) ในปี 2558 ประเดิม นำทีมไทยแข่งขันเกมส์ XShot Matic 2015 ที่ประเทศจีน และเน้นการแข่งขันเป็นหลักเช่นเดิม เกมส์ Xshot ได้เปิดให้บริการสู่ปีที่ 6 นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อปี 2552 นำเสนอเกมส์ FPS ที่มีความหลากหลาย และมีโหมดมัมมี่ ซึ่งเป็นจุดต่างของเกมส์ FPS ในตลาดช่วงนั้นและได้รับการตอบรับจนทำให้ Xshot เป็น FPS อันดับต้นๆ ของประเทศ ทั้งนี้เกมส์ดังกล่าวมีการอัพเดทและการปรับปรุงเกมให้โดนใจผู้เล่นไทย ทิศทางการให้บริการเกมส์ XShot ปี 2558 ชูสโลแกน "XSHOT FPS สดใสเบิกบาน" เน้นความเป็นวาไรตี้เป็นหลัก มอบความสนุกการเล่นเกมส์เป็นอันดับแรก แนวทางการดำเนินงาน - เน้นออนไลน์ จะเน้นการการแข่งขันและความสนุกกิจกรรมในรูปแบบของออนไลน์ เพราะสามารถที่จะเข้าถึงคนได้มากและตรงจุด รวมถึงการอัพเดทความสนุกแบบแตกต่างสไตล์ XSHOT อย่างต่อเนื่อง - ถึงเนื้อถึงตัว โดยเราจะให้ความสำคัญกับลูกร้านอินเตอร์เน็ต พวกเค้าจะได้ใกล้ชิดกับทีมงานตัวเป็น เพื่อสร้างความลึกซึ้งให้เกิดขึ้น - ควานหาช้างศึก ช้างศึกในทีนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงหานักกีฬา E-sport หน้าใหม่ แต่เราจะหาทีมงานหน้าใหม่จากคนเล่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ดูแลเกม XSHOT รูปแบบการแข่งขันปี 2015 เน้นออนไลน์ 70 % 1. XSHOT PROFESSIONAL LEAGUE 2015 การแข่งขันระดับมืออาชีพที่มุ่งเน้นไปทางความเป็น E-sport เต็มรูปแบบเช่นโหมด Team Death Match / Bomb Match / Duel เป็นต้น โดยในแต่ละเดือนจะมีทีมที่อยู่ในรุ่น PRO LEAGUE ทั้งหมด 20 ทีมทั้งเซิร์ฟเวอร์ First Blood และ Double Kull และการแข่งขันครั้งแรกในเดือนมกราคม 2558 จะเป็นการแข่งของทั้ง 20 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกมาจากต้นปี โดยจะทำการแข่งขันแบบพบกันหมด เพื่อเก็บคะแนน หลังจากทำการแข่งขันทั้ง 2 เซิร์ฟเวอร์จบแล้ว จะทำการรวมคะแนนเพื่อจัดอันดับ โดย 8 ทีม ที่มีอันคะแนนสูงสุดในแต่ละเซิร์ฟเวอร์ จะได้อยู่ในรุ่น PRO LEAGUE ต่อไป ส่วนทีมไหนที่มีอันดับคะแนนต่ำที่สุด 2 อันดับสุดท้าย (ในแต่ละเซิร์ฟ) จะตกรอบไปรุ่น Newbie League 2015 2. XSHOT NEWBIE LEAGUE 2015 การแข่งขันของมือสมัครเล่นหน้าใหม่ที่เปิดรับสมัครไม่จำกัดจำนวนทีม แต่ละทีมแข่งขันจะต้องมาขับเขี้ยวกันในการแข่งขัน เพื่อหาทีมที่สุดยอดที่สุดอันดับ 1 และ อันดับ 2 เพื่อเลื่อนขั้นเข้าสู่รุ่น Pro League ในรายการต่อไป 3.การแข่งขัน Match ใหญ่ๆ ในรูปแบบงาน Event ตามห้างสรรพสินค้า จะจัด 4 ครั้ง ซึ่งในการจัดแข่งแต่ละครั้งจะนำ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของรุ่น Pro League จะได้สิทธิ์เข้าร่วมการในการแข่งขันหาตัวแทนระดับประเทศในเดือนตุลาคม 4.ในแมทช์ระหว่างประเทศในปี 2558 จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แมทช์ใหญ่ - การแข่งขัน Warm Up Tournament ระหว่างประเทศไทย จีน อินโดนิเซีย ไต้หวัน ซึ่งจะทำการแข่งขันที่ประเทศอินโดนิเซีย ในเดือนกันยายน - การแข่งขันระดับโลก XSHOT MATIC 2016 ที่จะจัดในเดือนมกราคม 2559 โดยมีประเทศอินโดนิเซียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 5. ถึงเนื้อถึงตัวกับร้านอินเตอร์เน็ต ในปี 2558 ทางทีมงานได้แบ่งโซนศูนย์กลางจัดการแข่งขัน เป็นแต่ละภูมิภาคโดยจะมีจังหวัดใหญ่ตามแต่ละภาคเป็นศูนย์กลางจัดการแข่งขัน โดยจะมีการแข่งขันตามต่างจังหวัดทุกเดือน 6. การควานหาช้างศึก สร้างนักกีฬา E-sport และหาทีมงานจากผู้เล่น นี่เป็นตัวอย่างจาก 4 ผู้เล่นที่ได้มาเป็นส่วนร่วมในทีมงาน XSHOT และจะเป็นดาวรุ่งทีมคนหน้าใหม่ที่เข้ามารับผิดชอบงาน XSHOT ในปี 2558 มูลค่ารวมของรางวัลและไอเทมตลอดปี 25585 ของเกม XSHOT คือ 11,000,000 บาท

10 ไลฟ์สไตล์ห่างไกล โรคมะเร็ง
มะเร็ง /  มะเร็งกระเพาะอาหาร / 

โรคมะเร็ง เป็นอีกหนึ่งที่โรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ล้วนมีส่วนที่ทำให้เกิด โรคมะเร็ง ได้ด้วย แล้วพฤติกรรมต่างๆที่เราความหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้าง วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาฝากค่ะ 1. งดสูบบุหรี่ เพราะในบุหรี่มีสารน้ำมันดิน (ทาร์) ซึ่งประกอบด้วยสารในกลุ่มพอลิไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนชื่อเบนซ์ไพรีน (Benzpyrene) ทำให้เกิดมะเร็งปอดมะเร็งช่องปาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับอ่อน 2. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ตับแข็งและสูญเสียหน้าที่ในการทำลายสารพิษ ทำให้เกิดความผิดปกติในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดประสิทธิภาพลง 3. อย่าดื่มของที่ร้อนจัด เพราะทำให้หลอดอาหารระคายเคืองและกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ 4. เซย์โนอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ เพราะอาจมีไข่พยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ในท่อน้ำดีหรือพยาธิใบไม้ในตับ รวมถึง ถั่ว พริก หอมกระเทียม ที่ขึ้นราเพราะมีสารอะฟลาทอกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง 5. ยกเลิกอาหารหมักจากเนื้อสัตว์ เช่น แหนม ปลาส้ม ไส้กรอกอีสาน ฯลฯ เพราะสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) ที่เกิดจากการหมักเนื้อสัตว์กับเกลือหรือจากดินประสิวที่ใส่ลงไป ทำให้เกิดมะเร็งที่ตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก 6. เปลี่ยนจากผักดองของเปรี้ยวมากินผลไม้สดตามธรรมชาติแทน เพื่อรับวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ 7. ไม่กินขนมที่สีเข้มจัด อาจมีสารปรอท สารหนู หรือตะกั่ว ในปริมาณที่ก่อให้เกิดอันตรายและเป็นโทษต่อสุขภาพ 8. อาหารทอด ของไม่ดีต่อสุขภาพนะจำไว้ เพราะถ้าใช้น้ำมันเก่าที่ทอดซ้ำและดำก็จะได้รับสารก่อมะเร็งด้วย 9. นอนให้พอ อย่าลืมออกกำลังกาย และดูแลการขับถ่ายให้ปกติ การนอนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกลไกต่าง ๆ ของร่างกาย การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน ส่วนการขับถ่ายจะช่วยลดสารพิษในร่างกาย 10. อย่าอ้วน! เพราะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ ไขมันไปพอกตามอวัยวะที่สำคัญต่างๆ จนลดประสิทธิภาพในการทำงานหรือเสียหน้าที่ไป ทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกาย เช่น เกิดการอุดตัน ทำให้การไหลเวียนต่าง ๆ หรือระบบการถ่ายเทของเสียทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการสะสมของเสียหรือสิ่งที่ก่อพิษแก่ร่างกายนั่นเอง ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine กันยายน, Issue 152

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล - อาร์เซน่อล
พรีวิว /  ลิเวอร์พูล / 

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล - อาร์เซน่อล วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 ประจำวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2557 ลิเวอร์พูล - อาร์เซน่อล สนาม : แอนฟิลด์ แข่งขันเวลา 23.00 น. ผู้ตัดสิน : ไมเคิล โอลิเวอร์ เริ่มกันที่ความพร้อมของเจ้าบ้าน ลิเวอร์พูลกันก่อนมีฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่มากในพรีเมียร์ลีกนัดที่แล้วพ่ายแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเจ็บปวดแต่นัดล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์บุกไปชนะบอร์นมัธมาได้ 3-1 ในศึกแคปิตัลวันคัพ ด้านตัวผู้เล่นเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เกล็น จอห์นสัน และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ แน่นอนเพราะยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ทั้งคู่ ข้ามมาดูผู้มาเยือน อาร์เซน่อล ฟอร์มในลีกไม่สม่ำเสมอชนะสลับแพ้ แต่เช็คจากฟอร์มนัดล่าสุด อาร์เซน่อล เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ไปได้ 4-1 เมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านตัวผู้เล่นเกมนี้ เวนเกอร์ จะหมดสิทธิ์ใช้นักเตะเพียบไล่เรียงตั้งแต่ กอสเชียนี่ แรมซี่ย์ โอซิล วิลเชียร์ อาร์เตต้า วัลคอตต์ รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ลิเวอร์พูล : โจนส์, สเคอร์เทล, ลอฟเรน, โคโล่ ตูเร่, โมเรโน่, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน, อัลเลน, คูตินโญ่, ลัลลน่า, สเตอร์ลิ่ง อาร์เซน่อล : เชสนี่, เบเยริน, เดอบูชี่, แมร์เตซัคเกอร์, กิ๊บบ์ส, ฟลามินี่, อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ซานติอาโก้ กาซอร์ล่า, ซานเชซ, เวลเบ็ค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แฟนหงส์ท่านหนึ่ง ฟันธง : เด็กหงส์ลุ้นเหนื่อยโอกาสเสมอสูง

 ธอส.ชูสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยสุดต่ำ ในงานThailand Smart Money
Thailand Smart Money /  ธอส. / 

ธอส. เตรียมจัดหนัก  ชูสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยสุดต่ำ ในงาน Thailand Smart Money   หลังรับสุดยอดธนาคารแห่งปี นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่างาน “Thailand Smart Money กรุงเทพฯ ครั้งที่ 5” โดยจัดโปรโมชั่น “สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษปีแรก 1.125% ต่อปี” ปีที่ 2 คิดอัตราดอกเบี้ย เท่ากับ 4.975% ต่อปี และปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส.เท่ากับ 6.975% ต่อปี) ให้กู้เพื่อซื้อ ไถ่ถอนจำนอง ปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร และซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยพร้อมกับกู้เพื่อที่อยู่อาศัย พิเศษ!! ยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ และคิดค่าประเมินราคาหลักประกันเพียง 1,500 บาท ทุกวงเงินกู้ สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ภายในงานฯ ยื่นคำขอกู้ และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 มกราคม 2558 เท่านั้น สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ยื่นกู้ และทำนิติกรรมภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ผู้ที่มีวงเงินทำนิติกรรมสูงสุด อันดับที่ 1 จะได้รับฟรี!! แพคเกจที่พักสุดหรู “อัญชนา รีสอร์ท แอนด์ สปา” ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มูลค่า 6,000 บาท และวงเงินทำนิติกรรมสูงสุดอันดับ 2 รับฟรี!! พัดลมปรับอากาศและเป่ายุง รุ่น MODEL FK-12 จาก “บริษัท เมโทรพลัส จำกัด” มูลค่า 2,900 บาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการ ฉลอง 2 รางวัลเกียรติยศ ที่นิตยสารดอกเบี้ย และหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ ประกาศยกย่องให้ ธอส. เป็น“สุดยอดธนาคารแห่งปี 2557 หรือ Bank of the Year 2014” และ“สุดยอดนักการธนาคารแห่งปี 2557 หรือ Banker of the Year 2014” รวมถึงดำเนินงานตามพันธกิจหลักของธนาคาร ทั้งนี้ งาน “Thailand Smart Money กรุงเทพฯ ครั้งที่ 5” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2557 ณ บริเวณลาน Sky Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว จ.กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th MThai news

เอเจนซี่ แนะICTคิดให้ดี ทุ่ม 7ล้านทำสติกเกอร์ไลน์
กระทรวงไอซีที /  ข่าววันนี้ / 

เอเจนซี่ เตือน ไอซีที หลังทุ่มงบกว่า 7ล้าน ทำสติกเกอร์ไลน์ ค่านิยม 12 ประการ ด้านชาวเน็ตต่างรุมสับได้ไม่คุ้มเสีย หลังจากเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงกรณีที่กระทรวงไอซีที หรือชื่อใหม่กระทรวงดิจิตอลฯ ได้มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 7ล้านบาทเพื่อจัดทำสติกเกอร์ไลน์ค่านิยม 12 ประการหวังจะปลุกจิตสำนึกให้คนไทยรักและสามัคคี จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการใช้งบสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุใช่หรือไม่นั้น ล่าสุดวานนี้ (17 ธ.ค. 57) เอเจนซี่รายหนึ่งที่เคยติดต่อธุรกิจกับบริษัท ไลน์ คอเปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายะลเอียดราคาจ้างทำสติกเกอร์ไลน์ผ่านผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ ว่า สติกเกอร์ 1 เชต จะมี 16 แอคชั่น สามารถอยู่บนสติกเกอร์ช็อปได้นาน 1 เดือน มีอายุการใช้งาน 90 วัน ซึ่งราคาออกแบบสติกเกอร์แบบธรรมดาจะอยู่ที่ระหว่าง 80,000-120,000 บาท ส่วนสติกเกอร์ที่สามารถขยับหรือดิ้นได้จะอยู่ระหว่าง 150,000-300,00 บาท อีกทั้งยังต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับไลน์อีกด้วย จึงอยากให้กระทรวงไอซีทีพิจารณาและตรวจสอบรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมดอย่างละเอียด ขณะที่บริษัท ไลน์ คอเปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่าทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกด้านตัวเลขได้ เพราะเป็นเรื่องผลกระทบทางธุรกิจ แต่การกำหนดราคากลางตามที่เอกสารระบุกว่า 7 ล้านบาทนั้น เป็นการจ่ายต่อหนึ่งโปรเจกต์ ซึ่งหากกระทรวงไอซีทีต้องการจัดทำสติกเกอร์ไลน์ก็ต้องมีการจ่ายเงินในจำนวนนี้ ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "สติ๊กเกอร์ไลน์" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>> MThai news

นายกฯ ย้ำปฏิรูปใช้เวลาขอลดแรงกดดัน
ข่าววันนี้ /  ท้องฟ้าจำลอง / 

นายกรัฐมนตรี ย้ำให้ความสำคัญกับเยาวชน ยันปฏิรูปประเทศต้องใช้ระยะเวลา ขอช่วยลดแรงกดดัน พร้อมใช้อำนาจให้ชาติสงบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน "คืนความสุขให้เธอ...เยาวชน" ที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลอง ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะผู้บริหารระดับสูง ตลอดจนคณะครูนักเรียนให้การต้อนรับ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการตรวจสอบบุคคลรวมถึงสิ่งของที่จะเดินทางเข้าพื้นที่อย่างละเอียด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องพัฒนาในวันนี้คือเรื่องความรู้และการศึกษา ซึ่งประเทศเดินหน้าได้ช้าเพราะขาดแคลนบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งวิทยาศาตร์มีความสำคัญที่จะนำมาใช้ในการพัฒนา และสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างจะต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน ทั้งวิทยาศาสตร์และการรักษาสิ่งแวดล้อม และยืนยันว่าส่วนตัวให้ความสำคัญกับเยาวชน ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า การปฏิรูปประเทศต้องใช้ระยะเวลา จึงขอให้ช่วยกันลดแรงกดดัน ซึ่งรัฐบาลกำลังแก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่ทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามกระบวนการ ทั้งนี้ พร้อมใช้อำนาจเพื่อทำให้ประเทศชาติมีความปลอดภัย ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>  

แจ้งจับ!! กันต์ กันตถาวร ตบหน้า-ยึดกุญแจรถ
กันต์ กันตถาวร /  พระเอก / 

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายกานต์ ไตรอัมพวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทเอกชนชื่อดัง ได้เข้าไปแจ้งความที่ สน.โชคชัย อ้างถูกพระเอกชื่อดัง กันต์ กันตถาวร ทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้าหลายครั้ง พร้อมกับยึดกุญแจรถยนต์ของตนไป หลังกล่าวหาว่าตนชนแล้วหนี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหากับหนุ่มกันต์ถึง 3 ข้อหาด้วยกัน คือ ทำร้ายร่างกาย ,ดูหมิ่น และลักทรัพย์ ซึ่งจะมีการเรียกตัวดาราดังมาสอบปากคำและรับทราบข้อหากันต่อไป แจ้งจับ กันต์ กันตถาวร แจ้งจับ กันต์ กันตถาวร แจ้งจับ กันต์ กันตถาวร แจ้งจับ กันต์ กันตถาวร ผลงานปัจจุบัน กันต์ กันตถาวร กำลังถ่ายทำละคร นางชฎา

เตรียมใจเอาไว้!สิ่งที่ ทีมชาติไทย ต้องเจอแน่นัดบุกถ้ำเสือเหลือง
กรุงกัวลาลัมเปอร์ /  ช้างศึก / 

เหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ นัดเดียวเท่านั้น ก็จะรู้แล้วว่า ทีมชาติไทย สายเลือดใหม่ที่นำทัพโดย “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะสามารถมทวงความยิ่งใหญ่ในอาเซียนกลับมาให้คนไทยทั้งประเทศได้หรือไม่ ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพนัดชิงชนะเลิศนัดที่สองกับ มาเลเซีย ที่สนาม บูกิตจาลิล สังเวียนขนาดใหญ่ยักษ์ที่จุผู้ชมได้เหยียบแสนชีวิต โดยที่ทีมช้างศึกของเรามีความได้เปรียบที่เหนือกว่าคือการตุนสกอร์ 2-0 ไว้ก่อนในบ้าน ขอแค่เพียงไม่แพ้เกิน 3 ลูกอย่างไรซะแชมป์ก็อยู่ในมือของเรา แต่เชื่อว่ามันไม่ง่ายดายอย่างนั้นแน่นอน วันนี้ทีมงาน SportMThai จะมาวิเคราะห์สิ่งที่ ทีมชาติไทยต้องเจอแน่ๆในวันเสาร์นี้ และเตรียมตัวรับมือไว้ได้เลย กองเชียร์จอมโหด อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่า เจ้าบ้านในนัดที่สองได้ทำเรื่องโยกสนามแข่งขันไปใช้สนามบูกิต จาลิล ที่จุผู้ชมได้ถึง 90,000 หมื่นคนมากกว่าสนามราชมังคลากีฬาสถานของเราในวันที่เต็มความจุเกือบๆหนึ่งเท่า สำหรับคนที่ได้ไปยลบรรยากาศในสนามในวันนั้น คงจำได้ดีกว่าคนเยอะขนาดนั้นสร้างเปล่งเสียงเชียร์สะท้านโสตปราสาทได้มากขนาดไหน ก็เอาสองคูณเข้าไป นี่คือสิ่งที่นักเตะไทยจะต้องเตรียมตัวไปรับมือให้ดี แล้วยิ่งผลงานในนัดแรกที่ทำให้เจ้าบ้านต้องเป็นรองค่อนข้างเยอะเสียงเชียร์จากแฟนบอลเท่านั้นที่จะปลุกเร้านักเตะของตัวเองได้เชื่อว่า งานนี้กองเชียร์เสือเหลืองยัดกันเข้าไปล้นความจุแน่นอน ความกดดันจากฝั่งตัวเอง ทีมชาติชุดนี้ปลุกกระแสฟุตบอลไทยฟีเวอร์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยค่อยๆไล่บันได ความคลั้งไคล้ของแฟนฟุตบอลในประเทศ มากตั้งแต่ช่วงเอเชี่ยนส์เกมส์ จนมาถึงรายการนี้ก็ค่อยๆ ไล่มาตั้งแต่รอบแรก เชื่อเลยว่าหลายคนเมื่อเห็นรายชื่อของนักเตะชุดนี้ที่ยังขาดนักเตะดีๆอีกหลายคน แม้แต่ทีมงานสต๊าฟยังไม่กล้ามองถึงแชมป์ ทำให้เล่นสบายๆไม่ค่อยกดดันจนมาถึงตอนนี้ ใครก็คงไม่คิดไม่ฝันว่าจะผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศได้สง่างามขนาดนี้  นอกจากนี้ส่วนตัวนักเตะเองเริ่มเป็นที่สนใจ ทุกคนกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์มีแฟนๆมารุมล้อมตั้งแต่ตอนฝึกซ้อม มีคนมารับมาส่งตอนขึ้นรถบัสมาสนาม มีคนสนใจถึงขนาดว่าใช้อะไรเซ็ตผมตอนลงไปแข่ง การขุดคุ้ยเล่นข่าวบนโลกโซเชียลทั้งการอวยต่างๆนาๆ แม้แต่ดาราบางคนยังมาขอโหนกระแสฟุตบอลไทยกับเค้าด้วย (หรืออ.บางคนสวนกระแสด้วยการด่าแบบไม่ค่อยมีเหตุผลซักเท่าไร) เหล่านี้คือแรงกดดันที่มาจากภายใน และความคาดหวังว่าทีมไทยต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น  เกมส์เตะติดดาบจากฝ่ายตรงข้าม เป็นเรื่องน่าดีใจที่อายุเฉลี่ยของนักเตะชุดนี้ของเราอยู่ที่ประมาณ 24 ปีเท่านั้น เพราะแกนหลักมาจากชุดเอเชี่ยนส์เกมส์ที่อายุไม่เกิน 23 ปี ส่วนคู่แข่งของเราอย่างมาเลเซีย เป็นประเภทเสือเฒ่าอายุเฉลี่ยเหยียบๆ 30 ปี ถือว่าห่างกันเยอะพอสมควร นั้นทำให้พวกเขาได้เปรียบเรื่องความเก๋าเกมส์และประสบการณ์ที่มากกว่า ด้วยการใช้เกมส์หนักเตะติดดาบข่มขวัญนักเตะอายุและประสบการณ์น้อยของเรา อย่างที่เราเห็นในนัดแรก ขนาดเล่นในบ้านของเราเอง นักเตะตัวคล่องๆของเรายังกลิ้งเป็นลูกขนุน ขนาดนี้แล้วถ้าไปเยือนต่อหน้าแฟนบอลเกือบแสนชีวิต นักเตะไทยของเรายังต้องเจอบททดสอบอีกไม่น้อย การโหมบุกแบบพายุ แน่นอนว่าการตุนสกอร์ที่ได้เปรียบไว้ก่อนถึง 2 ลูกนั้นเป็นการกดดันให้ มาเลเซีย ต้องเล่นเกมส์รุกตั้งแต่นาทีแรกเพื่อทวงคืนประตูกลับมาให้ได้ ซึ่งเงื่อนไขคือต้องยิงประตูในบ้านให้ได้ก่อนอย่างน้อยสองประตูใน 90 นาทีหากหวังพลิกสถานการณ์เผด็จศึกไทย  เพราะฉะนั้นทางเดียวที่เจ้าบ้านมีคือการลุยเปิดเกมส์รุกใส่ตั้งแต่เสียงนกหวีดดัง และหากจะดูจากนัดแรกที่พบกัน พวกเขาค่อนข้างมั่นใจในแนวรุกของตัวเองพอสมควรด้วยการเปิดหน้าแลกเกมส์บุกกับไทยในครึ่งแรก หรือการที่บุกไปยิงเวียดนามถึงถิ่น 4 ประตูในรอบรองฯนัดที่ 2  เชื่อเลยว่า แนวรุกมาเลเซีย ภายใต้การนำทีมของ ดอลลาร์ ซาเล่ห์ ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตกองหน้าดาวดังของเสือเหลือง ที่เคยนำพวกมาคว่ำไทยในซีเกมส์เมื่อปี 1988 จนนักเตะชุดนั้นต้องยกพลไปสาบานกันที่วัดพระแก้วมาแล้ว จะทำให้แนวรับของไทยเจองานที่ยากที่สุดและจะประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี
มารยาท /  เที่ยวเยอรมนี

เยอรมนี (Germany : คนไทยชอบเรียก ประเทศเยอรมัน) เป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่คนไปยุโรปมักจะไปเยือน ที่มักจะพ่วงด้วย สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ตามที่กรุ๊ปทัวร์จัดไว้ให้ แต่เยอรมนีก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็ยังเป็นที่นิยมของคนไทยไม่แพ้ออสเตรเลีย อังกฤษ รวมถึงเป็นประเทศที่สาวไทยแต่งงานกับหนุ่มเยอรมันเยอะสุดๆ อีกเช่นกัน ดังนั้น เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เยอรมนีมาฝาก ว่าด้วยเรื่องมารยาทต่างๆ ที่ควรรู้ ดังนี้ 20 มารยาทที่ควรรู้ สำหรับการใช้ชีวิตที่เยอรมนี 1. นัดก่อนเสมอ คนเยอรมันเคร่งครัดเรื่องเวลาและความเป็นส่วนตัว ก่อนที่จะไปหาใครไม่ว่าที่ทำงานหรือที่บ้าน ให้ส่งเมลไปนัดก่อนเสมอ เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายหนึ่งมีเวลาตั้งตัว อย่าจู่ๆ โผล่พรวดเข้าไปเพราะจะทำให้เกิดความตกใจ โกลาหล อลหม่าน และจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ดี 2. อย่าทำให้ใครหยุดชะงักกลางทาง เมื่อคนเยอรมันเริ่มออกจากอาคารแล้วกำลังมุ่งหน้าไปที่ใดสักแห่งอย่าได้พยายามทักเพื่อให้เขาหยุดเดินแล้วมาสนใจเรา เพราะก่อนออกจากอาคารเขาได้เช็คตารางการเดินรถเมล์หรือรถไฟไว้แล้ว และเขากะแล้วว่าเมื่อเริ่มออกจากอาคารเวลานี้จะต้องไปทันรถแน่ๆ หากเราทำให้เขาชะงัก เขาจะเสียเวลาไปไม่ทันรถ เขาจะโกรธเอาได้ ทางที่ดีควรเดินไปคุยกันไป หรือรอให้ไปถึงสถานีรถไฟฟ้าก่อนแล้วค่อยคุย หรืออาจจะคุยกันในรถไฟฟ้าก็จะดีกว่า เพราะเขาจะมีเวลาคุยด้วยเต็มที่หลังจากขึ้นรถแล้ว 3. อย่าเรียกชื่อหน้า คนไทยนิยมเรียกชื่อหน้า เช่น คมสัน แต่เราจะเรียกชื่อหน้าของชาวเยอรมันไม่ได้ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทกัน เช่น ดร. กุนเธ่อร์ มันสเก้ เราจะต้องเรียกว่า ดร. มันสเก้ ไม่ใช่ ดร. กุนเธ่อร์ 4. ให้จับมือด้วยทุกครั้ง ชาวเยอรมันถือเรื่องการจับมือ อย่างน้อยในการทักทายควรยื่นมือขวาให้อีกฝ่ายหนึ่งจับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ต้องคิดว่าจะเป็นการแต๊ะอั๋ง เพราะไม่มีใครคิดอย่างนั้นกัน ถ้าไม่ยอมจับมือจะเป็นการแสดงความรังเกียจอีกฝ่าย เวลาจับมือให้บีบแรงพอสมควร อย่าเกรงใจจนไม่ออกแรงบีบมือเลย เพราะคนเยอรมันจะถือว่าเหมือนกับเราไม่พอใจจะจับมือเขา แต่ก็อย่าบีบแรงเกินไปจนอีกฝ่ายหนึ่งเจ็บ 5. อย่าใส่หมวกเข้าไปในอาคาร ให้ถอดหมวกทุกครั้งที่เข้าไปในอาคาร และหากพบกับใครนอกอาคาร ก็ควรถอดหมวกออกก่อนในเวลาที่กล่าวทักทายกันแล้วใส่กลับไปใหม่ 6. ชายหญิงเท่าเทียมกัน อย่าพยายามมองว่าหญิงชาวเยอรมันจะทำอะไรสู้ผู้ชายไม่ได้ บางทีเมื่อเราอยู่บนรถเมล์แล้วเห็นผู้หญิงยืนอยู่แล้วเราลุกให้เขานั่ง ถือว่าเป็นการสบประมาท เพราะเขาจะมองว่าเราดูถูกความสามารถของเขา เนื่องจากเขาถือว่าชายหญิงแข็งแรงเท่ากัน หญิงเยอรมันสร้างชาติกลับคืนมาหลังจากความพินาศย่อยยับหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และนายกรัฐมนตรีก็เป็นหญิง (นางอังเกล่า แมเกิ้ล) 7. อย่าลัดคิวเด็ดขาด คนเยอรมันถือเรื่องคิวมากๆ ใครบังอาจลัดคิวมีเรื่องถึงเรียกตำรวจมาตักเตือน หรือไม่ทุกคนก็จะมองอย่างรังเกียจ 8. การแยกขยะถือเป็นมารยาทสำคัญ ถังขยะที่เยอรมันจะมีหลายสีสำหรับขยะหลายประเภท เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว และเศษขยะ การทิ้งขยะในถังขยะไม่ถูกประเภทจะถูกมองว่าเป็นคนไร้การศึกษา เพราะชาวเยอรมันได้รับการสอนเรื่องการแยกขยะมาตั้งแต่เด็ก 9. คนเยอรมันรักความสะอาด อย่าพยายามทำให้ห้องรกรุงรัง ทั้งห้องทำงานและห้องที่บ้านพัก เพราะถ้าเพื่อนๆ เข้ามาเห็นสภาพความรกรุงรังแล้วจะรับไม่ได้ เพราะคนเยอรมันชอบความสะอาด ชาวเยอรมันจะชอบให้ทุกอย่างสะอาดแบบหมดจดทั้งในที่สาธารณะและที่ส่วนตัว ดังนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดห้องต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเราอยู่เสมอ 10. อย่าข้ามถนนในที่ ๆ ไม่ได้จัดไว้ให้ข้าม คนจะข้ามถนนได้ก็ต่อเมื่อมีทางม้าลายและมีสัญญาณไฟให้ข้ามได้เท่านั้น ก่อนข้ามเราต้องกดขอสัญญาณก่อน จากนั้นรอสักพักจะมีไฟเขียวให้เราข้ามได้ หากยังเป็นไฟแดงแม้ว่าไม่มีรถก็อย่าข้าม เพราะหนึ่ง อาจจะมีรถมาอย่างเร็วมากและชนเราได้ เขาจะไม่ผิดด้วย เพราะสัญญาณบอกให้เขาไปได้ และสอง อาจมีตำรวจดักปรับเราอยู่อีกฝั่งหนึ่ง 11. ก่อนเข้าไปซื้อของ ถ้ามีกระเป๋า ให้ฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ก่อน สังเกตว่าซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งจะมีล็อคเกอร์จัดไว้ให้ลูกค้า เราต้องมีเหรียญ 1 ยูโรติดตัวไว้ เพื่อที่จะเอาไว้เช่าล็อคเกอร์ (จะได้คืนเมื่อกลับมาเอาของ) หากไม่ยอมฝากของไว้ก่อน ตอนออกมาจ่ายเงินจะถูกค้นกระเป๋า ทำให้เสียเวลามาก และเกิดความหงุดหงิดทั้งเราและทั้งฝ่ายผู้ขาย นอกเสียจากบางห้างที่มีระบบกันขโมยอยู่แล้วจะไม่ต้องฝากกระเป๋า เพราะถ้าใครหยิบอะไรติดออกมาโดยไม่จ่ายเงินรับรองมีเสียงดังเกิดขึ้นแน่นอน 12. เวลาทักคนเยอรมัน ควรเริ่มทักเป็นภาษาเยอรมัน อย่าคิดว่าคนเยอรมันจะรู้ภาษาอังกฤษ เขาอาจจะรู้บ้างแต่ไม่รู้มาก เมื่อเขาเห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติเขาจะไม่เข้ามาทักเราก่อนค่อนข้างแน่นอน เพราะกลัวว่าจะพูดอังกฤษไม่ถูก ดังนั้น เราจึงควรแสดงความเป็นมิตรก่อนโดยการพูดภาษาเยอรมันสักคำ เช่น กู๊ด-เท่น-ท๊าค แปลว่า สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ อย่างน้อยเขาเห็นว่า เรามาแบบเป็นมิตร คนเยอรมันก็จะพยายามช่วยเรา โดยปกติคนเยอรมันจะใจดี แต่เขากลัวว่าจะสื่อสารกับเราไม่รู้เรื่องเพราะเป็นเขาเองที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ 13. เวลาพูดกับคนเยอรมันอย่าเยิ่นเย้อ ให้ตรงประเด็นไปเลย คนเยอรมันเป็นคนตรง ๆ ไม่ชอบเวลาใครพูดอะไรเยิ่นเย้อ ถ้าเราอยากจะขออะไรจากคนเยอรมันก็ขอตรง ๆ ถ้าเขาทำได้ก็จะบอกว่าได้ ถ้าไม่ได้ก็จะบอกว่าไม่ได้ ไม่มีคำตอบแบบห้าสิบห้าสิบชนิดที่ต้องมาตีความกันว่าตกลงเขาจะให้หรือไม่ให้ อะไรอย่างนี้คนเยอรมันไม่มี ภาษาอังกฤษแบบสุภาพและวกไปวนมากว่าจะเข้าเรื่องนั้นอาจจะดีหากใช้กับคนอังกฤษ แต่สำหรับคนเยอรมันแล้วจะคิดว่า "นี่เขาต้องการอะไรกันแน่ เห็นฉันเป็นตัวตลกหรือมีเวลาว่างมากนักหรืออย่างไร ถึงได้พูดเสียอ้อมค้อมอย่างนั้น" สรุปแล้วตรงไปตรงมากับคนเยอรมันจะดีที่สุด 14. ต้องมีเหตุผล ถึงคนเยอรมันจะเป็นคนตรง ๆ ขออะไรก็ขอได้ตรงๆ แต่ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ มาขอโดยไม่มีเหตุผล เขาจะไม่ยอมให้แน่ คนเยอรมันต้องการเหตุผลที่เป็นความจริง (Fact) มากกว่าเหตุผลที่เป็นความรู้สึก เราจึงต้องบอกว่า เพราะอย่างนี้มันถึงต้องมาขอ ไม่ใช่บอกว่า ขอเถ๊อะ ขอเถ๊อะ ขอช่วยเราหน่อยเถ๊อะ แบบนี้คนเยอรมันจะว่าท่าจะบ้า ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย แบบนี้คงช่วยไม่ได้ 15. ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด คนเยอรมันเวลาจะทำอะไรนั้นจะประชุมกันก่อน เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็จะลงมือปฏิบัติตามนั้นแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีการนอกคอก หากใครเกิดนอกคอกคนอื่นจะงงทันทีว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ไหนพูดกันไว้แล้วทำไมถึงไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ จะเกิดความสับสนทันที ดังนั้นหากต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรควรต้องกลับมาประชุมกันอีกครั้งก่อนเพื่อตกลงกันใหม่ ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ทำตามใจตัวเองทันที 16. อย่าพูดเล่นถ้าไม่สนิท คนเยอรมันถือว่าความจริงจังเป็นมารยาททางสังคม หากไม่ใช่เพื่อนสนิทกันอย่าพยายามพูดเรื่องตลก โจ๊ก หรือเรื่องล้อเล่นใด ๆ อย่างเด็ดขาด เขาจะมองว่าเราเป็นคนต่ำชั้นกว่าทันที ในการนำเสนออะไรให้คนเยอรมันฟังต้องเคร่งครัดเรื่องโครงสร้างการนำเสนอ ใช้คำพูด ท่าทาง และน้ำเสียงที่จริงจัง นำเสนอแต่ข้อมูลที่เป็นความจริง (Fact) อะไรที่คาดเดาเอาเองไม่ให้นำเสนอ และอะไรที่เป็นมุขตลกอย่าได้นำเสนอ แต่ถ้าเมื่อไรสนิทกันแล้วคนเยอรมันจะกลายเป็นคนที่สนุกสนานและเอาแต่คุยเรื่องตลก ก็แปลกดี 17. คนเยอรมันตัดสินใจด้วยข้อมูลรอบด้าน อย่าได้ให้ข้อมูลด้านเดียว จงให้ข้อมูลทุกเรื่องและทั้งด้านดีและด้านไม่ดี เช่น หากมีคนสมัครเข้าทำงานอยู่ 10 คน อย่ากระโจนบอกว่าคนที่ดีคือคนที่ 1 3 และ 5 แต่จงไล่มาทีละคนว่าคนแรกเป็นใคร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ต่อมาคนที่สองเป็นอย่างไร ดีอย่างไร ไม่ดีอย่างไร ทำอย่างนี้จนครบทุกคน จากนั้นให้สร้างเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินขึ้นมา แล้วตัดสินไปตามเกณฑ์ ทำอย่างนี้อาจจะใช้เวลามากสักหน่อย แต่คนเยอรมันอดทนที่จะฟังข้อมูลให้ครบทุกด้านได้อย่างน่าประหลาดใจ เขาจะไม่พยายามตัดสินใจถ้าไม่ได้ฟังครบทุกด้านก่อน 18. รักษาตำแหน่งของตัวเอง เมื่อคนเยอรมันได้รับมอบหมายให้ทำอะไรในตำแหน่งไหนแล้ว เขาจะรับผิดชอบในตำแหน่งนั้นอย่างถึงที่สุด ไม่ทิ้งตำแหน่งของตัวเอง นั่นคือการทำงานแบบเป็นกลไก (mechanism) สไตล์เยอรมันขนานแท้ เมื่อกลไกส่วนอื่นส่งงานมาให้เขา ทุกคนจะคาดหวังได้ว่าเขาจะต้องสานต่อได้ เหมือนสายพานการผลิต ไม่มีใครที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากตำแหน่งของตัวเอง วิธีคิดเช่นนี้สังเกตได้ในการเล่นฟุตบอลของทีมชาติเยอรมัน อาจจะดูแข็ง ๆ และไร้จินตนาการ แต่ทุกคนรักษาตำแหน่งอย่างแข็งขันและเป็นระเบียบ แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็คือหากมีใครหายไปสักตำแหน่งก็รวนกันทั้งระบบ ดูอย่างตอนที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สองก็เพราะบางตำแหน่งโดนโจมตีพังไป ทำให้ต่อเกมส์กันไม่ติด ไม่มีการรวมศูนย์การตัดสินใจที่สามารถปรับเปลี่ยนระบบได้อย่างยืดหยุ่นพอ เมื่อต่างคนต่างคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปก็ไม่ทันเสียแล้ว 19. งานมาก่อน ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาทีหลัง เวลาทำงานกับคนเยอรมัน เริ่มต้นมาก็ให้แนะนำตัวแค่บอกชื่อตัวเองก็พอ อย่าเสียเวลาคุยเรื่องส่วนตัวนาน ให้เข้าเรื่องงานเลยว่าตกลงพวกเราต้องทำอะไรกันบ้าง แล้วก็ตกลงว่าเราควรจะทำอย่างไร จากนั้นก็ทำไปตามที่ตกลงกัน เพื่อนเยอรมันคนหนึ่งเคยไปสิงคโปร์บอกว่ากว่าจะเริ่มงานได้ ชาวสิงคโปร์พูดคุยทำความรู้จักกันนานมาก จนเขารำคาญ ผมก็ว่ามันไม่เหมือนกัน ที่เอเชีย ความสัมพันธ์มาก่อน งานมาทีหลัง ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดีงานจะไม่เดิน เพื่อนเยอรมันก็บอกว่าที่เยอรมันงานมาก่อน ความสัมพันธ์มาทีหลัง ถ้างานสำเร็จเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนเยอรมันจะแสดงความเป็นมิตร เช่น พูดชวนไปทานกาแฟ เป็นต้น นั่นแสดงว่าเขาเปิดใจมาให้เราเป็นมิตรกับเขาแล้ว 20. ไม่ต้องกังวลถ้าคนเยอรมันไม่พูดชมซึ่งหน้า แต่เขาจะช่วยเราในเวลาคับขัน คนเยอรมันเวลาชื่นชมผลงานของใครจะไม่พูดออกมาตรงๆ ว่าชอบ แต่จะแสดงออกว่าชอบคนๆ นี้โดยการหยิบยื่นช่วยเหลือให้ในยามคับขัน ดังนั้นไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้คำพูดหวาน ๆ จากคนเยอรมัน แต่พวกเขากลับสามารถพึ่งพาได้อย่างดียิ่งเมื่อเกิดเรื่องร้ายแรงที่เราจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าอยากรู้จากปากของเขาว่าเขาชอบงานของเราไหม ให้เอ่ยชมงานของเขาก่อน แล้วเขาจะเปิดใจพูดถึงงานเราบ้าง ที่มา http://tourismlogistics.com/ ภาพจาก : แนะนำเส้นทางท่องเที่ยว www.raileuropeconnexion.com เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ที่จะไปใช้ชีวิตที่เยอรมนี (ระยะยาว)

10 ที่พักสุดโรแมนติก ที่ฆ่าคนโสดแบบไม่รู้ตัว
10 รีสอร์ทสวย /  10 อันดับ ที่พัก / 

ลมหนาวโชยมาขนาดนี้ คาดว่าหลายคนคงอยากไปพักผ่อนต่างจังหวัดเป็นแน่ ลองจินตนาการดูว่าถ้าได้ไปจู๋จี๋กับคนรู้ใจ ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ จะฟินกันขนาดไหน  travel.mthai.com จึงรวบรวม 10 ที่พักสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับคนมีคู่ งานนี้คนโสดมาเห็นอาจช้ำใจ ยังไงก็ไม่โกรธกันนะ ไม่มีแฟน ก็ไปสนุกกับเพื่อนได้อยู่แล้ว จริงมั้ย ? 10 ที่พักสุดโรแมนติก ที่ฆ่าคนโสดแบบไม่รู้ตัว 1. ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท (X2 Kui Buri Resort)    อยากจู๋จี๋แบบส่วนตั๊วส่วนตัว ก็ต้องที่นี่เลย ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท (X2 Kui Buri Resort) หัวหิน รีสอร์ทสไตล์วิลล่าสุดโมเดิร์น บนหาดทรายขาวแสนสงบ ที่ที่คุณและคนรู้ใจจะได้พักผ่อนในบรรยากาศสุดโรแมนติกจนลืมโลกภายนอก ได้นอนแช่ตัวในสระว่ายน้ำกว้างๆ ชมวิวท้องฟ้าและทะเลสวยๆ ตบท้ายด้วยดินเนอร์มื้อค่ำเคล้าเสียงคลื่นที่ ห้องอาหาร 4K (4K Restaurant) ยิ่งได้อยู่กับคนรู้ใจสองต่อสองด้วยแล้ว คงเป็นคืนที่แฮปปี้สุดๆไปเลย 2. คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa)    หลบความวุ่นวายในเมือง มาสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Kirimaya Golf Resort & Spa) เขาใหญ่ เพียงระยะทางสั้นๆจากกรุงเทพฯ ก็ได้สัมผัสบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้และทุ่งหญ้ากว้างไกล ห้องพักเรียบง่ายมีสไตล์ เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ ได้เห็นทั้งวิวทะเลสาบและสนามกอล์ฟแบบพาโนรามาอีกด้วย ใครที่อยากถ่ายภาพให้ได้ฟีลโรแมนติกหน่อย ให้รอตอนพระอาทิตย์ตกดิน รับรองว่าสวยจนใครเห็นก็อิจฉา 3. เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort)    เพียงแรกเห็นก็ตกหลุมรัก เก๊าไม้ ล้านนา รีสอร์ท (Kaomai Lanna Resort) จ.เชียงใหม่ เข้าอย่างจัง ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารที่เด่นสะดุดตาด้วยใบไม้สีเขียวสดที่ขึ้นปกคลุมทั้งหลัง ให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย ห้องพักก็สวยแปลกตาในสไตล์โคโลเนียล พร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโบราณชั้นดี ส่วนด้านนอกยังเป็นสวนเขตร้อน ให้เกี่ยวก้อยเดินเล่นดูดอกไม้ หรือจะพากันไปขี่จักรยานชิลๆรอบรีสอร์ท ก็ได้อารมณ์กุ๊กกิ๊กไปอีกแบบ 4. เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท (The FloatHouse River Kwai Resort)     ชวนคนข้างๆไปล่องแพสไตล์รีสอร์ทกันที่ เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท (The FloatHouse River Kwai Resort) จ.กาญจนบุรี แพวิลล่าลอยน้ำที่ทำจากไม้ทั้งหลัง มีหลังคาทรงโปร่งให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย และเมื่อออกสู่ระเบียงก็จะเจอกับความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ที่ขนาบข้างด้วยภูเขาและแม่น้ำทั้งซ้ายและขวา ใครที่อยากกินบรรยากาศชิลๆ ก็นั่งแช่ขาในน้ำชมวิวให้เพลินใจ ส่วนใครอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย แนะนำให้เล่นแพเปียก หรือเดินเที่ยวถ้ำละว้า ก็สนุกไม่แพ้กัน คู่ไหนชอบเที่ยวแบบกินลมชมธรรมชาติ จัดไป! 5. ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La A Natu Bed & Bakery)    รีสอร์ทขนาดเล็ก แต่เสน่ห์เกินตัว ต้องยกให้ ลาเอนาตู เบด แอนด์ เบเกอรี่ (La A Natu Bed & Bakery) บนชายหาดปราณบุรี-สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้านหน้าเป็นหาดส่วนตัว ส่วนด้านหลังเป็นแปลงนาข้าวขั้นบันได ที่พักตกแต่งสไตล์พื้นถิ่นผสมโมเดิร์น เน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติ แถมชื่อบ้านพักแต่ละหลังก็แปลกไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็น บ้านข้าวเหนียว บ้านข้าวฟ่าง บ้านข้าวตอก บ้านต้นหอม บ้านตะไคร้ และบ้านใบมะกรูด ส่วนสิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ เบเกอรี่โฮมเมดสูตรเฉพาะ หอมอร่อยละมุนลิ้น ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ 6. โม รูมส์ (Mo Rooms)     อีกหนึ่งที่พักยอดฮิตติดหูของเชียงใหม่ในขณะนี้ โม รูมส์ (Mo Rooms) โรงแรมขนาดกะทัดรัด ที่ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมดีไซน์แปลกแหวกแนว ตั้งแต่รูปทรงอาคารด้านนอกที่เหมือนกล่องสี่เหลี่ยมวางซ้อนทับกันไปมาเป็นชั้นๆ เผยให้เห็นผนังปูนเปลือยที่ดูเรียบง่ายแต่เท่ห์ ตลอดจนห้องพักด้านในที่เรียกว่า “ห้อง 12 นักษัตร” ซึ่งมีดีไซน์แตกต่างกันไปทั้ง 12 ราศี เป็นการผสานความเชื่อและศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และแม้จะดูเป็นโรงแรมเล็กๆ แต่ก็มีพื้นที่สำหรับสระในร่มให้ว่ายน้ำรีแล็กซ์กันด้วยนะ... โม รูมส์ เค้าจิ๋วแต่แจ๋วใช่ไหมล่ะ 7. ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท-นอติคัล-กะตะ บีช (Sugar Marina Resort-Nautical-Kata Beach)      ชูการ์ มาริน่า รีสอร์ท-นอติคัล-กะตะ บีช (Sugar Marina Resort-Nautical-Kata Beach) จ.ภูเก็ต รีสอร์ทเท่ๆ สไตล์กะลาสี ที่จะทำให้คุณหยิบกล้องมารัวชัตเตอร์กันจนมือหงิก เพราะทั่วทั้งรีสอร์ทตกแต่งโดยใช้ธีมสีฟ้า-ขาว เพื่อเน้นความสดใส ตามผนังยังประดับด้วยภาพวาดเรือและท้องทะเล บวกกับของตกแต่งน่ารักๆอีกหลายชิ้นที่ให้อารมณ์ทะเล๊ทะเล แต่งานนี้อย่ามัวถ่ายรูปอัพไอจีกันเพลิน จนลืมเอาเวลาไปสวีทกับคนข้างๆล่ะ เดี๋ยวจะว่าไม่เตือน 8. แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club)      หากกำลังฝันถึงรีสอร์ทสไตล์ยูโรเปี้ยนคันทรี และสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ที่มีหญ้าเขียวขจี ต้องมาที่ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club) เขาใหญ่ ด้วยชื่อ “Rancho” ที่แปลว่าคอกม้า ที่นี่จึงมี “ม้า” เป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ท ภายนอกตกแต่งในสไตล์ยุโรป ประดับด้วยรูปปั้นสุดคลาสสิก ส่วนภายในห้องพักก็ตกแต่งไม่ซ้ำกัน ด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ สีหวานแหวว เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ราวกับอยู่ในคฤหาสน์ผู้ดีอังกฤษ ยิ่งพาคนรู้ใจไปเที่ยวสองต่อสองแล้วล่ะก็ อั๊ย! สวรรค์ชัดๆ 9. มาราเกซ หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa)      อีกหนึ่งที่พักยอดนิยมตลอดกาล พูดชื่อแล้วหลายคนคงร้องอ๋อ... มาราเกช หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Marrakesh Hua Hin Resort & Spa) รีสอร์ทติดทะเลสไตล์โมร็อกโกแห่งเดียวในหัวหิน ที่คุณจะตะลึงในความสวยตั้งแต่ประตูทางเข้า เสมือนกำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนอาหรับ ตัวอาคารประดับด้วยกระเบื้องโมเสก มีประตูทรงโค้งมนรับกับหลังคาโดมสูง ไม่ว่าจะมองทางไหนก็สวยไปซะหมด แถมยังมีดาดฟ้าส่วนตัวให้ออกมานอนดูดาวรับลมเย็นๆตอนกลางคืนได้ด้วย คอนเฟิร์มว่าบรรยากาศเป็นใจให้สละโสดจริงๆ 10. โฟโต้ โฮเทล (Foto Hotel)     “เท่ห์แบบมีสไตล์ ถ่ายภาพได้ทุกมุม” คงบอกความเป็น โฟโต้ โฮเทล (Foto Hotel) จ.ภูเก็ต ได้ดีที่สุด เรื่องดีไซน์ก็เก๋ไม่ซ้ำใคร ตกแต่งเน้นโทนสีขาว-ดำ มีกล้องฟิล์มสมัยโบราณตั้งโชว์ตามจุดต่างๆ และที่ผนังห้องยังเต็มไปด้วยภาพวิถีชีวิตชาวบ้านเรียงรายให้เดินดูกันจนเพลิน เหมือนได้ชมงานศิลปะอยู่ในแกเลอรี่เลยทีเดียว คู่รักคู่ไหนที่ชอบความทันสมัยและหลงใหลการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ จะต้องร้องว่า...ฟินเฟ่อออร์! ขอบคุณที่มา : www.hotelsthailand.com/travel-guide

จวกยับ หนุ่มไซต์บิ๊ก บุกขี่ลาถ่ายรูป จนป่วยตายใน 2 วัน
ขี่ลา /  ลาตาย / 

ชาวสเปนรุมประนาม หนุ่มไซต์ใหญ่ บุกข้ามรั้วขี่ลา เพื่อถ่ายรูป จนกระทั่งล้มป่วย และตายใน 2 วัน ต่อมา วานนี้ (17 ธ.ค.) สำนักข่าวเดลี่ เมล์รายงานข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในระหว่างการสืบสวน กรณีหนุ่มรูปร่างอ้วนสุดแผลง กระโดดข้ามรั้วคอกลา ขึ้นขี่ เจ้า พลาทิโล่ ลูกลาน้อยอายุเพียง 5 เดือน เพื่อถ่ายภาพ ในงานเทศกาลวันคริสมาสต์ ที่เมืองกอร์โดบา ประเทศสเปน จนเป็นเหตุให้พลาทิโล่ ล้มป่วย และเสียชีวิตในเวลาหลังจากนั้นเพียง 2 วัน จากรายงานระบุว่า หลังจากนั้น 2 วัน เจ้า พลาทิโล่ ถูกส่งตัวไปรักษาในคลินิกรักษาสัตว์แห่งหนึ่ง หลังจากมีอาการป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะตรวจพบว่าลาน้อยตัวนี้ มีอาการบาดเจ็บรุนแรง จากอวัยวะภายใน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากภาพของชายหนุ่มที่ก่อเหตุ และเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทั่วโลกออนไลน์ และสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวสเปนเป็นอย่างมาก และหากเจ้าหน้าที่สอบสวนพบว่าเจ้าลาน้อยเสียชีวิตจากวีรกรรมสุดแผลงจริง จะเร่งตามตัวหนุ่มคนดังกล่าวมาดำเนินคดี MThai News ที่มา เดลี่ เมล์

The Hobbit: The Battle of the Five Armies เปิดศึกมหาสงครามแล้วมาคุยกัน
3D /  5 กองทัพ / 

เข้าฉายกันเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ไม่ต้องมีภาค 1-2 แยกให้วุ่นวาย สำหรับอภิมหาสงครามตำนานการตามทวงบ้านเกิดของเหล่าคนแคระใน The Hobbit: The Battle of the Five Armies ที่ภาคนี้ยังกลับมาพร้อมกับเทคนิค และ นักแสดงชุดเดิมเช่นเคยครับ ภาคจบของหนังชุด นี้เป็นการนำเสนอบทสรุปการผจญภัยของบิลโบ แบ๊กกินส์, ธอริน โอเคนชีลด์และคณะคนแคระที่ทวงคืนบ้านเกิดของตนจากมังกรสมอว์ก ซึ่งเหล่าคณะได้ปลุกพลังอันชั่วร้ายขึ้นมา­โดยไม่ตั้งใจ สมอว์กโกรธแค้นและได้พ่นไฟทำร้ายมนุษย์ทั้­งหญิงชายและเด็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ในเมืองทะเลสาบด้วยความเดือ­ดแค้น ด้วยความต้องการที่อยากจะไปทวงคืนทรัพย์สมบัติ ธอรินยอมเสียสละมิตรภาพและเกียรติยศ แต่กลับมีอันตรายที่โหดร้ายกว่ารออยู่เบื้­องหน้า ซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากพ่อมดแกนดัล์­ฟ ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่อย่าซอรอนได้เคลื่อนทัพไป­พร้อมกับกองทัพออร์คเพื่อแอบซุ่มโจมตีที่ห­ุบเขา การต่อสู้ของพวกเขาทวีความรุนแรงมากขึ้นเร­ื่อยๆ คณะคนแคระ พวกเอล์ฟและมนุษญ์ต้องเลือกว่าจะร่วมมือ หรือยอมถูกทำร้าย หนังยังคงกำกับโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน ผู้ให้กำเนิด The Lord of the Rings และ The Hobbit จาก 2 ภาคแรก ซึ่งเอาเข้าจริงๆเลยต้องขอออกตัวก่อนว่า เป็นคนนึงที่ชื่นชอบ Lord of the Rings มาก แต่กลับไม่ชอบ The Hobbit เลยสักภาค ตั้งแต่ภาคแรก และ ภาค 2 ที่ค่อนข้างเห็นว่ามันเป็นหนังที่ค่อนข้างยืดเยื้อจากการแปลงหนังสือ 1 เล่ม ให้กลายเป็นหนัง 3 ภาคมากเกินไปเสียหน่อยนัก ซึ่งสำหรับในภาค 3 ที่เห็นเป็นภาคจบนี่ ก่อนดูก็ได้แต่ภาวนาว่ามันจะข้ามเนื้อเรื่องที่เหลือเพียงหางอึ่งของมันไป เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่ฉากสงครามที่เป็นฉากขายของมันให้เร็วที่สุด และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเอาเข้าจริงๆเลยใครที่เป็นแฟนของ เดอะ ฮอบบิท หรือเป็นขาจรที่หวังจะเข้ามาดู The Hobbit แบบภาคก่อนๆ อาจจะต้องสาปแช่งให้ภาคนี้จมดินไปเลยก็ได้ เพราะในด้านของตัวบทในภาคนี้จัดได้ว่าเป็นภาคที่แย่ที่สุด ด้วยการที่เนื้อเรื่องของมันนั่นแทบไม่เหลือเนื้อเรื่องให้เล่าจนสามารถแยกออกมาได้เป็นอีกภาคแล้ว แต่ก็ยังจะดื้อดึงตามออกมา จนทำให้หลายคนคงบ่นอุบอิบว่า แบบนี้สร้างรวมให้เหลือแค่ 2 ภาค และตัดความเวิ่นเว้อออกไปหน่อยก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันสำหรับตัวผมแล้ว ในฐานะที่ไม่ค่อยเชื่อถือ และ ชื่นชอบ ในเนื้อเรื่องของ The Hobbit เป็นทุนเดิม การมาของภาค 3 ที่มุ่งเน้นขายฉากแอ็คชั่นแบบบ้าคลั่ง นับได้ว่าเป็น ข้อดี ที่เต็มไปด้วยข้อเสียอย่างแท้จริง เพราะเอาเข้าจริงๆถึงแม้หลายองค์ประกอบมันจะแย่จนไม่สามารถเรียกว่าเป็นหนังภาคนึงได้ (ด้วยการที่เนื้อเรื่องมันเปรียบเสมือนภาคเสริมเสียมากกว่า) แต่ในขณะเดียวกัน ด้านงานของฉากแอ็คชั่นในภาคนี้ก็ต้องขอชมว่าดีกว่า 2 ภาคแรกจริงๆเสียอีก โดยเฉพาะในงานตัดต่อสลับหลายเหตุการณ์ ในขณะสงคราม 5 ทัพ ที่ทำออกมาได้น่าตื่นเต้น และ ยิ่งใหญ่ ดีกว่าการเผชิญมังกร และ ตัดสลับฉากในเมืองภาค 2 อย่างไม่เห็นฝุ่น ซึ่งถึงแม้มันอาจจะไม่สามารถเอาไปเทียบกับฉากสงครามใน The Lord of the Rings 3 ได้ แต่ผมก็กล้าพูดว่า The Hobbit 3 เป็นภาคที่ทำออกมาตอบสนองความบันเทิงได้ดีที่สุด สำหรับใครต้องการดูแอ็คชั่นเพียวๆ โดยที่ไม่คิดอะไรมาก (ที่ต้องขอย้ำว่า เพียวจริงๆ) ในขณะเดียวกัน ระบบ IMAX 3D ซึ่งคือระบบที่ผมได้ไปชม ก็นับว่าเป็นความดีงามอีกภาคที่ช่วยส่งเสริมให้เหล่าฉากตระการตาดูยิ่งใหญ่ ด้วยระบบภาพ และ เสียงที่ดีมากกว่าในระบบปกติครับ เรื่องนี้ผมให้ 8/10 ครับ

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง
ประชุม /  สุดยอดผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 5 19-20 ธ.ค. ถกแผนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม สุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 5 ประกอบด้วย ผู้แทนจากประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา เวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานหลักประสานความร่วมมือ แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจใน GMS เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งการประชุมฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2557 ณ โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ดังกล่าว ผู้นำ 6 ประเทศ จะให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการตามกรอบการลงทุนภูมิภาค ซึ่งเป็นแผน การนำกรอบการลงทุน ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมระดับรัฐมนตรีแผนงาน GMS เมื่อเดือนธันวาคม 2556 สู่การปฏิบัติ และจะรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานที่สำคัญของแผนงาน GMS ในช่วงที่ผ่านมา เช่น การจัดตั้งสมาคมการรถไฟของประเทศลุ่มน้ำโขง MThai News

ดูหนังใหม่ รอบพิเศษ The Rewrite เขียนยังไงให้คนรักกัน (20ที่นั่ง)
The Rewrite /  คอมเมดี้ / 

เอ็มไทยมูฟวี่พรีวิวครั้งที่ 720 เจ้าพ่อหนังรอมคอมมา พลาดได้ไง "The Rewrite เขียนยังไงให้คนรักกัน" เอ็มพิคเจอร์, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ เว็บเอ็มไทย ผลงานภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้โดยผู้กำกับ มาร์ค ลอว์เรนซ์ จาก Music & Lyrics และอีกสารพัดเรื่อง ที่กลับมาร่วมงานกับพระเอกรอม-คอมตลอดกาล ฮิวจ์ แกรนต์ อีกครั้ง โอ๊ยยย อากาศดีดีแบบนี้ เหมาะไปดูมากจ้า มีมาให้ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ฉายวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2557 รอบ 20.00 น. (*รับบัตรเวลา 19.00 -19.50 น.) ที่โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน สมาชิกท่านใดสนใจไปดู ร่วมสนุกกับกิจกรรมนี้เลย ดูหนังตัวอย่างกันก่อน เรื่องของนักเขียนบทรางวัลออสการ์ตกอับ ที่ต้องไปรับจ๊อบเป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัย แต่แทนที่มันจะเป็นเพียงงานคั่นเวลา เขากลับได้รับบทเรียนจากนักเรียนแบบไม่คาดฝัน และก็ทำให้เขาตัดสินใจแก้ไขบทในชีวิตของตัวเอง คำถาม 1. น่าจะเคยชมผลงานที่ ผู้กำกับ มาร์ค ลอว์เรนซ์ และ ฮิวจ์ แกรนต์ เคยร่วมงานกันมาก่อน คุณชอบเรื่องไหนครับ 2. ที่ผ่านมา จุดสูงสุดในชีวิตของคุณคืออะไร (ถามดูมีสาระเนอะ) ทีแรกจะถามว่า จงนับรอยย่นบนหน้าพระเอก แต่เดี๋ยวโดนแฟนคลับตบ อิอิ * อ่านหน่อยครับ ล๊อกอินกันก่อน แล้วโพสคำตอบลงกระทู้นี้ได้เลย สำหรับสมาชิกที่กรอกข้อมูลครบถ้วนเท่านั้น ก่อนจะตอบคำถาม แน่ใจหรือยังเอ่ย ว่าได้กรอกชื่อจริงนามสกุลที่อยู่เบอร์โทรไปครบแล้ว ยังงงว่ากรอกตรงไหนหล่ะซี่ ดูมุมขวาบนของจอ ตรงสวัสดีชื่อเรา คลิกเข้าไปเพิ่มเติมนะครับ กรอกให้ครบ จะได้ไม่เสียสิทธิ์ของตนเอง ขอบคุณครับผม คลิกไปดูหน่อย แล้วก็ตอบในหน้านี้เท่านั้น ประกาศผล อาทิตย์ 21 ธันวาคม เวลา 10.00 น. เล่นแล้วอย่าลืมว่าเล่นไว้ คอนเฟิร์มได้จนถึง 10.30 น. จันทร์ 22 ธันวาคม โทรสำรองวันจันทร์ เวลา 11.00 - 12.00 น. โดยเข้ามาเช๊คในกระทู้ ว่ามีที่ว่างไหม . สนับสนุนกิจกรรมโดย เอ็มพิคเจอร์ส และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์