งานกาชาด

5เหตุผลที่คุณควร แบกเป้เที่ยวกับแฟน สักครั้งในชีวิต !
ท่องเที่ยว /  เดินทางท่องเที่ยว / 

     เบื่อกันหรือยัง ? กับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเข้างานให้ทัน และความกดดันจากการทำงานอีกมากมายหลายอย่าง บางคู่มัวแต่ก้มหน้าทำงานจนแทบไม่มีเวลาได้สวีทกันเลยด้วยซ้ำ ปล่อยไว้อย่างนี้ดูท่าจะไม่ดีนะคะ หลังจากอ่านจบ อย่าลืมจูงมือแฟนไปเก็บกระเป๋าเตรียมวางแพลนเที่ยวกันนะคะ :) 1. ผจญภัยไปด้วยกัน แน่นอนว่าการเก็บกระเป๋าไปเที่ยวในครั้งนี้ อาจจะไม่ได้สะดวกสบายมากนัก แต่นั่นคือความท้าทายที่ชวนให้คุณกับแฟนออกไปผจญภัยด้วยกัน ไม่ว่าจะขึ้นเหนือล่องใต้ ปีนเขา เดินป่า หรือจะแบคแพคตะลุยต่างแดน ลองเลือกจัดมาสักทริปดูสิคะ ไม่แน่คุณอาจจะติดใจและมีทริปต่อไปอีกเรื่อยๆ ก็ได้นะคะ 2. รู้จักตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน เพราะว่าระหว่างการเดินทาง คุณสองคนจะต้องเจอกับปัญหามากมาย ที่ต้องช่วยแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ผ่านพ้นกันไปได้ คุณจะได้เห็นความมีน้ำใจและความห่วงใยจากแฟนคุณ คุณผู้หญิงอาจจะไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวสวยๆ หรือสวมรองเท้าส้นสูง แต่เชื่อเถอะค่ะ รอยยิ้มของคุณที่มีให้แฟนตอนที่กำลังเที่ยวด้วยกัน จะทำให้คุณดูสวยไม่แพ้ตอนแต่งหน้าเลยล่ะค่ะ 3. สร้างความทรงจำร่วมกัน นอกจากวงจรชีวิตการทำงานและปาร์ตี้สังสรรค์ กลับบ้านมานอนสลบ คุณกับแฟนลองเปิดโลกใบใหม่ด้วยการท่องเที่ยวดูสิคะ รับรองได้เลยว่าจะช่วยสร้างสีสันและความทรงจำร่วมกันได้ดีมากๆ และความทรงจำที่ดีที่สุด ก็คือเรื่องราวทั้งทุกข์และสุขที่คุณสองคนกับแฟนได้สร้างไว้ในระหว่างการเดินทาง เมื่อนึกถึงทีไรก็ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้ง :) 4. เปลี่ยนบรรยากาศให้เรื่องบนเตียงสักหน่อย เรื่องของ Sex นี่มองข้ามไม่ได้นะจ๊ะ ยิ่งหากคู่ไหนที่คบกันมานาน อาจจะมีเบื่อลืมกันไปบ้าง แนะนำให้ลองไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันดูนะคะ ความสุขจากการได้ผ่อนคลายไม่ต้องกังวลเรื่องงาน จะช่วยให้ Sex ในค่ำคืนนั้นพิเศษกว่าทุกคืนเลยน๊าาา 5. สร้างความสัมพันธ์ที่ยืนยาวขึ้น จากการสำรวจคู่รัก 1,000 คู่ พบว่า การเที่ยวนั้นสำคัญมากนะ เพราะส่งผลกับความสัมพันธ์ในด้านบวก สองในสามหรือ 63% บอกว่าการเที่ยวกับแฟน ทำให้คบกันได้ยาวนานขึ้น ด้วยเหตุผลร้อยแปดประการ ที่คุณกับแฟนจะได้รับกลับมาหลังจากออกเดินทางด้วยกันบ่อยๆ แล้วอย่างนี้จะรออะไรคะ ไปเก็บกระเป๋ากันเล้ยยยย :) รูปประกอบและเรียบเรียงโดย Women Mthai Team

บุ๋ม โวย!! ละครไม่ใช่ต้นตอคดีฆ่าข่มขืน
ข่าว บุ๋ม ปนัดดา /  บุ๋ม ล่ารายชื่อ / 

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ขอออกมาเถียงแทนสื่อและนักแสดงทุกคน กรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสังคมกับคดีฆ่าข่มขืนนั้น มาจากสื่ออย่างละครทีวี ที่นำเสนอแต่ความรุนแรง และฉากพระเอกข่มขืนนางเอก แต่กลับยกย่องเป็นฮีโร่ ซึ่งงานนี้ สาวบุ๋ม ในฐานะนักแสดง และประธานองค์กรทำดี ที่ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อการขอยกเลิกการอภัยโทษคดีฆ่าข่มขื่นทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน เลยต้องออกมาโพสต์แสดงความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวบ้างว่า "สำหรับคำถามนี้ขอตอบเป็นสองข้อนะคะ 1. ละครทำให้เยาชนมีความรุนแรง? แสดงว่าคนในยุคปัจจุบันถึงขั้นแยกแยะไม่ออกแล้วเหรอว่าอันไหนชีวิตจริง อันไหนละคร? ละครฉากบู๊ฉากตบฉากข่มขืนมันก็มีมาตั้งแต่สมัยไหนก่อน ก็ไม่เห็นว่าพฤติกรรมจะรุนแรงเหมือนยุคปัจจุบัน มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ศีลธรรม จริยธรรมในแต่ละคนมากกว่า ว่าแยกแยะและยับยั้งชั่งใจได้ไหม? มันขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนค่ะ อย่าโทษนั่นโทษนี่เวลาทำผิดเลย มันแค่ข้ออ้างและข้อแก้ตัวค่ะ ที่สำคัญ เราดูละครเพราะมันไม่ใช่เราในชีวิตจริง ไม่มีคุณชายตามตื้อ ไม่มีคฤหาสน์ให้เดิน ส่วนตัวบุ๋มเองเล่นละครเป็นตัวร้าย กะหรี่ มาเฟีย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจริงต้องเป็นแบบนั้นสักหน่อย เงื้อมมือตบยังไม่มีเลย! ละครก็คือละคร ไม่จำเป็นทึ่จะต้องมาทำให้เป็นชีวิตจริงใช่ไหมคะ และขอถามกลับบ้างนะคะว่า คุณคิดว่าไอ้สี่ตัวนั้นที่มันทำขนาดนี้เพราะมันดูละครเหรอคะ? ถ้ามันดูจริงมันจะรู้ว่า ตัวร้ายตายตอนจบเสมอ! จริงไหม?" ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @boompanadda บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

มาร์กี้-ป๊อก รักนี้หวานไม่แคร์ใคร!!
ป๊อก ภัสสรกรณ์ /  มาร์กี้ ราศรี / 

ยังคงเร่งเครื่องเดินหน้าเติมความหวาน แถมยังไม่แคร์ว่าบรรดาติ่งหรือแฟนคลับบางกลุ่มจะออกมาเตือนให้นางเอกสาวอย่าง มาร์กี้ ราศรี เผื่อใจเรื่องรักกับหวานใจไฮโซทายาทห้างเซ็นทรัลอย่างหนุ่ม ป๊อก ภัสสรกรณ์ เพราะที่ผ่านมาสาวมาร์กี้นั้นไม่ค่อยจะเปิดเผยเรื่องรักสักเท่าไหร่ แต่พอมาคบกับหนุ่มป๊อกเท่านั้นแหละ นางก็เปิดชนิดไม่มีปิดบัง แถมพักหลังๆ สาวมาร์กี้ยังทำตัวติดหรู ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อน บวกกับก่อนหน้านี้มีข่าวว่านางติดแฟนจนทำให้เสียงานเสียการ แต่พอละครของสาวมาร์กี้นั้นลงจอพร้อมๆ กันเกือบทั้งอาทิตย์เท่านั้นแหละคร้า...ข่าวคราวที่คอยโจมตีนางถึงได้จบไปตามระเบียบ จะว่าไปความรักของสาวมาร์กี้กับหนุ่มป๊อกนั้นก็อยู่ในสายตาของคนทั่วไป เพราะต่างก็ลุ้นกันว่าสาวมาร์กี้คนนี้แหละ ที่จะเป็นตัวจริงของหนุ่มป๊อกทายาทห้างเซ็นทรัล เพราะทั้งคู่นั้นสวีทหวานกันชนิดที่ไม่แคร์ใครจริงๆ มาร์กี้-ป๊อก มาร์กี้-ป๊อก มาร์กี้-ป๊อก

“แซ็ค เอฟรอน” เกือบโป๊ โชว์หุ่นแซ่บ!!! ใน 'DIRTY GRANDPA เอ๊า!!! จริงป๊ะปู่'
Dirty Grandpa /  I Give It a Yea / 

แซค เอฟรอน พระเอกหนุ่มหุ่นปังเวอร์ที่สาว และ หนุ่ม?!? ทั่วโลกต่างชื่นชมและยกนิ้วให้ แถมยังมีรางวัลการันตีพ่วงท้ายที่ได้จาก เอ็มทีวีมูฟวีอวอดส์ (MTV Movie Awards) สาขา Best Shirtless Performance ถึง 2 ปีซ้อน (ปี 2014 และ 2015) ล่าสุดเขามีผลงานภาพยนตร์ประกบกับดาราเจ้าของรางวัลออสการ์รุ่นเก๋า โรเบิร์ต เดอ นีโร ในผลงานเรื่อง “DIRTY GRANDPA เอ๊า!!! จริงป๊ะปู่” เรื่องราวของ เจสัน เคลลี่ (แซค เอฟรอน) ทนายหนุ่มไฟแรงกำลังจะแต่งงานกับลูกสาวของเจ้านายในไม่ช้า แต่แล้ววันหนึ่ง ดิ๊ก (โรเบิร์ต เดอ นีโร) คุณปู่ของเขาก็โผล่มาพร้อมบอกข่าวว่าพึ่งเสียคุณย่าไป และวานให้ เจสัน ขับรถพาไปงานศพคุณย่า หลังจากนั้นก็และหลอกล่อให้เขาเดินทางพาปู่ไปตะลุยปาร์ตี้ชายหาดเพื่อเติมเต็มให้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยงและสานต่อเจตนารมณ์ของคุณย่า ก่อนที่เจสันจะเข้าพิธีวิวาห์เพียงไม่กี่วัน  ซึ่งในเรื่องนี้ แซค ก็ได้อวดหุ่นทรมานใจสาว ๆ หนุ่ม ๆ อีกครั้ง เรียกได้ว่า โชว์หุ่นแบบคืนกำไรให้ผู้ชมกันเต็มที่เลยทีเดียว ซึ่งในฉากนี้ ทีมงาน-นักแสดง ต่างยกกองไปถ่ายทำกันที่ เกาะไทบี ในรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้แซคโชว์หุ่นที่ฟิตพร้อมมาอย่างเต็มที่ คอยพบความผูกพันสุดห่าม ป่วนกระจาย ฮาวายวอด ระหว่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร คุณปู่ซ่า กับ แซค เอฟรอน หลานชายหล่อแสบ และหุ่นแซ่บล่ำปังเวอร์ของเขาได้แล้วใน “DIRTY GRANDPA เอ๊า!!! จริงป๊ะปู่”  วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

รู้เท่าทัน 'โรคซิกา'
ซิกา /  เจาะลึก / 

ขณะนี้ ไวรัสซิกา ได้ระบาดในหลายประเทศ ในแถบอเมริกากลางและใต้ ซึ่งองค์กรอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณะสุขระหว่างประเทศ หลังจากที่ไวรัสดังกล่าว ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเชื้อที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค และสามารถแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางทีมข่าว MThai ได้มีโอกาสพูดคุยกับว่าที่ 'คุณหมอหิมะ' เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว ว่าขณะนี้ไวรัสซิกา กำลังระบาดในบราซิลอย่างหนัก และความร้ายแรงของเชื้อชนิดนี้คือทำให้เด็กที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ มีภาวะ microcephaly ในเด็กแรกเกิดคือเด็กจะมีรอบหัวน้อยกว่าเด็กทั่วไป ไม่เพียงเท่านั้น เชื้อดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสมองทำให้สมองบางส่วนผิดปกติได้ โดยขณะนี้มีงานวิจัยบ่งชี้ถึง ความเกี่ยวข้องของการระบาดของเชื้อไวรัสซิกา กับภาวะ microcephaly ทั้งนี้ในประเทศไทยเคยมีผู้ป่วยโรคไวรัสซิกา เป็น นักท่องเที่ยวหญิงชาวแคนาดา ในปี 2556 ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้มีอาการคล้ายกับโรคกลุ่มไข้เลือดออก Dengue และ chikungunya ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่ม flavi virus เช่นกัน โดยทั้งสามโรคนี้มีพาหะเป็น ยุงลายเช่นกันค่ะ เมื่อถามถึงสถานการณ์ในไทยมีความน่ากังวลแค่ไหน โรคไวรัสซิกา เป็นโรคที่ระบาดมากในแถบอเมริกาใต้ เกิดจากไวรัสกลุ่ม Flavivirus และ มีพาหะสำคัญคือ ยุงลาย (Aedes species) เช่นเดียวกับ ไข้เลือดออกเด็งกี่ และ ไข้ Chikungunya เรื่องความร้ายแรงของโรคนั้น โรคไวรัสซิกา นั้นสำหรับบุคคลทั่วไป จากผู้ติดเชื้อจำนวน 5 คน จะมีคนป่วยเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น อาการของโรคจะเริ่มแสดงขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปไม่เกิน 1 สัปดาห์ โดยอาการของโรคมีดังนี้ เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามข้อ ร่วมกับมีผื่น และ เยื่อตาอักเสบ อาจจะมีปวดศีรษะและอาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อร่วมด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้จะคล้ายกับ ไข้เลือดออกเด็งกี่ และ ไข้ Chikungunya ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย การจะแยก 3 โรคนี้ได้อย่างชัดเจนนั้นจะต้องอาศัยการสังเกตอาการอย่างละเอียด และ มีผลทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วย โรคไวรัสซิกา แม้ไม่มียารักษาโดยตรง แต่โดยทั่วไปสามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ มีน้อยมากที่จะรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต สาเหตุที่เชื้อไวรัสซิกา เป็นไวรัสที่ทั่วโลกจับตามองไม่ใช่เพราะเป็นโรคที่รุนแรงถึงแก่ความตาย แต่เพราะว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสตัวนี้ จะก่อให้เกิดภาวะ Microcephaly ต่อเด็กในครรภ์ ซึ่งเป็นภาวะเด็กทารกมีรอบหัวเล็กกว่ากำหนดอย่างมีนัยยะสำคัญ อาจมีอาการร่วมกับความพิการทางสมอง เช่น สติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์ อาการชัก เป็นต้น ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งเคยมีประวัติพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2556 แล้ว แต่ยังสามารถควบคุมการระบาดได้ รวมถึงปัจจุบันนี้ทางกรมควบคุมโรคก็ยังคงให้ความสำคัญกับการระบาดของโรคนี้ เพราะประเทศไทยมียุงลายซึ่งเป็นพาหะสำคัญของโรคไวรัสซิกา ทำให้ต้องระวังมากขึ้น ส่วนผลกระทบจากโรคดังกล่าวที่มีต่อสังคมไทย ในด้านอื่น ๆนั้น หากมีการควบคุมการระบาดได้คงไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเท่าใดนัก พร้อมกันนี้การรับมือต่อปัญหาดังกล่าว กรมควบคุมโรค ประกาศให้โรคซิกาเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2523 หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทันที รวมทั้งยังมีการคัดกรอง ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในสหรัฐฯ มีการติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนวิธีการรับมือ หรือป้องกันอย่างไร และมีความเหมือน หรือแตกต่างกับการ ติดต่อผ่านยุงเป็นพาหะอย่างไรคือ หากยุงเป็นพาหะเราสามารถเลี่ยงด้วยการไม่ให้ถูกยุงกัดและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือ งดการมีเพศสัมพันธ์ แต่ถ้าหากจะมีเพศสัมพันธ์ต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

จากหนังสือชุด 'คนขุดสุสาน' สู่หนังฟอร์มยักษ์ ในตย.ซับไทย Mojin - The Lost Legend
Mojin: The Lost Legend /  Painted Skin : The Resurrection / 

ในที่สุดก็มีคิวเข้าฉายในไทยกันด้วย สำหรับ Mojin-The Lost Legend ล่าขุมทรัพย์ ลึกใต้โลก ที่ตอนนี้ก็ได้ปล่อยตัวอย่างซับไทยออกมาแล้ว กับหนังที่สร้างจากซีรีส์นิยายออนไลน์ที่เข­ียนโดย จางมู่เหยี่ย ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนธันวา­คม ปี 2005 ซีรีส์นี้ประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืนเมื­่อผู้อ่านกว่าสิบล้านคนได้อ่านมัน ภายในเวลาเพียงปีเดียว หนังสือเล่มแรกจากแปดเล่มก็ได้รับการตีพิม­พ์เป็นรูปเล่ม และนับตั้งแต่นั้นมา หนังสือชุดนี้ก็ทำยอดขายได้กว่าหกล้านเล่ม­ในจีน และถูกแปลเป็นภาษาต่างๆในอีกหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยในชื่อ “คนขุดสุสาน” เรื่องราวของ หูป๊าอิ และ หวังไข่เฉวียนสองเพื่อนซี้อดีตนักขุดสุสาน­คนดัง ทั้งสองสหายเป็นนักศึกษาที่ถูกส่งไปยังชนบ­ทในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ที่นั่นพวกเขาได้สานสายสัมพันธ์มิตรภาพยั่­งยืนหลังจากได้เห็นการเสียชีวิตของเพื่อนน­ักศึกษาในนิวยอร์ก พวกเขาถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไล่ตามจับ ได้รับการช่วยเหลือจากเชอร์รี่ หยางอดีตคู่หูในการผจญภัยของพวกเขา เมื่อการรวมตัวของทั้งสามคน การผจญภัยล่าขุมทรัพย์ที่ลึกสุดใต้โลกจึงเ­กิดขึ้น Mojin-The Lost Legend ล่าขุมทรัพย์ ลึกใต้โลก ได้เหล่านักแสดงที่คุ้นหน้ากันดี ทั้ง ซูฉี (จาก The Assassin ประกาศิตหงส์สังหาร), เฉินคุน (จากZhongkui: Snow Girl and the Dark Crystal จงขุย ศึกเทพฤทธิ์พิชิตมาร), แองเจลาเบบี้ (จาก Rise of the Legend หวงเฟยหง พยัคฆ์ผงาดวีรบุรุษกังฟู) และ หวงเป่า (นักแสดงตลกจาก Lost in Thailand) ผลงานจากผู้กำกับ อู๋เอ่อซัน จาก Painted Skin: The Resurrection (โปเยโปโลเย ศึกรักหน้ากากทอง) ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เตรียมโปรแกรมสุดมันส์ให้คอหนังได้ชมกัน 18 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์

  เปิดม่านความสำเร็จ  เวที Miss Gossip Girls  แจ้งเกิดสาวสวยประดับวงการ
กิ๊ก กรกมล /  น้ำเพชร สุกัณณิการ์ / 

ถือเป็นเวทีแจ้งเกิดดาราน้องใหม่หลายคนเลยทีเดียวสำหรับเวทีการประกวด Gossip Girls แต่ละปีมีสาวสวยพกพาความมั่นใจมาร่วมประชันความสามารถกันอย่างคับคั่ง ไปส่องดูว่าแต่ละปีที่ผ่านมามีดาราคนไหนที่เคยผ่านการประกวดจากเวที Gossip Girls มาแล้วบ้างไปติดตามดูกันเลย กิ๊ก กรกมล 1. กิ๊ก กรกมล เจริญชัย สาวสวยจากจังหวัดขอนแก่นที่ตัดสินใจลองขึ้นประกวดเป็นเวที Miss Gossip Girls 2010 เป็นครั้งแรก และสามารถชนะใจกรรมการ จนคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองสำหรับ กิ๊ก กรกมล เจริญชัย ที่มีผลงานเด่นๆ อาทิ ภาพยนตร์ Art Idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์, หอแต๋วแตกแหกนะคะ และซีรีส์ ตี๋ใหญ่ ดับ ดาว โจร ทางช่อง MONO29 วิว ณัฐริกา 2.วิว ณัฐริกา เฝ้าด่าน พอได้ตำแหน่ง Miss Gossip Girls 2013 ก็ได้ขึ้นแท่นเป็นนางเอกซีรีส์เรื่อง อรุณสวัสดิ์ ของทางช่อง MONO29 สำหรับ วิว ณัฐริกา เฝ้าด่าน สาวสวยจากโคราช ล่าสุดก็เพิ่งจะฟิตติ้งละครเรื่องใหม่ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเดอะซีรีส์ ในบท เลอขิ่น งานนี้ได้ยิงธนู บู๊กระจาย แบบไม่เหลือเค้าความเป็น Miss Gossip Girls ถุงแป้ง ภัทรวดี 3.ถุงแป้ง ภัทรวดี เหลาสา ใกล้จะได้อำลาตำแหน่งสำหรับ Miss Gossip Girls 2014 อย่าง ถุงแป้ง ภัทรวดี เหลาสา ที่กำลังจะมีผลงานละครเรื่องแรกอย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรเดอะซีรีส์ ทางช่อง MONO29 ในบท วิไลกัลยา ที่เพิ่งจะผ่านการฟิตติ้งไป ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เธอก็ฟิตซ้อมเรียนการแสดงอย่างหนักสำหรับผลงานประวัติศาสตร์เรื่องนี้ มิ้นท์ บารมิตา ซูกัส อรวีณ์ 4.มิ้นท์ บารมิตา-ซูกัส อรวีณ์ G20 สองสาวศิลปินจากวง G20 มิ้นท์ บารมิตา สาครจันทร์ และ ซูกัส อรวีณ์ เหลืองวิบูลย์พร ก็ติดเป็น 1 ใน 20 สาวสวย บนเวที Miss Gossip Girls 2010 ซึ่งสาวมิ้นท์สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ไปครอง ส่วนสาวซูกัสแม้จะไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลย แต่เพื่อนๆ ทุกคนที่ร่วมประกวด ก็ยกให้เธอเป็นตัวแม่ในเรื่องการแดนซ์ จนทำให้ค่าย MONO MUSIC ดึงทั้ง 2 สาวเข้าร่วมวง G20 หญิงแย้ นนทพร 5.หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข เน็ตไอดอลรั่วตัวแม่ของวงการอย่าง หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข ก็เคยมาประกวดบนเวที Miss Gossip Girls 2008 รุ่นเดียวกับสาวดาร์ลิ่ง และสามารถเข้ารอบ 1 ใน 20 คนสุดท้าย แต่ถึงสุดท้ายเธอจะไม่ได้ตำแหน่งอะไรติดไม้ติดมือก็ตาม แต่ทุกวันนี้หญิงแย้ก็แจ้งเกิดสุดๆ กับการเป็นเจ้าแม่รีวิว เน็ตไอดอล พิธีกร นักแสดง รวมไปถึงกูรูด้านศัลยกรรม เบญ เรวิญานันท์ 6.เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด เปรี้ยงปร้างสุดๆ กับบทนางงามร้ายลึก ลูกโซ่ ในละครเรื่อง สงครามนางงาม ทำให้สาวสวยจาก จ.ลำพูน แจ้งเกิดเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของวงการทันที สำหรับ เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด นักแสดงในสังกัดค่ายเอ็กแซ็กท์ ที่ครั้งหนึ่งเธอก็เคยมาประกวดเวที Miss Gossip Girls 2011 และคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวทีนี้ไปครอง ดาร์ลิ่ง อารดา 7. ดาร์ลิ่ง อารดา อารยวุฒิ เน็ตไอดอลสายแบ๊ว และอดีตศิลปินสมาชิกวง ชูการ์ อายส์ อย่าง ดาร์ลิ่ง อารดา อารยวุฒิ ที่เวลานี้กำลังได้ดิบได้ดีกับการเป็นนักแสดงของทางช่อง 3 ซึ่งเมื่อปี 2008 เวที Miss Gossip Girls ก็เลือกให้เธอเข้ารอบเป็น 1 ใน 20 สาวสวยสุดมั่น ซึ่งสาวดาร์ลิ่งก็โชว์ความสามารถในการร้องเพลงสากลที่เธอถนัด และแม้ว่าเธอจะไม่ได้ตำแหน่งอะไรก็ตาม แต่ปัจจุบันผลงานของเธอทุกชิ้นก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เฟิร์น ฐิตินันท์ 8.เฟิร์น ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร นักแสดงสาวสวยจากวิกหมอชิตอย่าง เฟิร์น ฐิตินันท์ สุวรรณถาวร ก็เคยแจ้งเกิดด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศจากการประกวดบนเวที Miss Gossip Girls 2005 จากนั้นเธอก็ได้มีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงกับทางช่อง 7 จนมีผลงานละครที่โดดเด่นออกมากมาย และทุกวันนี้สาวเฟิร์นก็ยังคงมีผลงานกับทางช่อง 7 ออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิหวา ปรียากานต์ 9.ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ กำลังจะเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ของทางช่อง 3 สำหรับ ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ ที่เคยมาคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจากเวที Miss Gossip Girls 2012 และเร็วๆ นี้ เธอกำลังจะมีผลงานละครเรื่อง ประทีปรักแห่งใจ ละครชุด แม่ของแผ่นดิน ในฐานะนางเอกเต็มตัวประกบคู่กับพระเอกดาวรุ่งอย่าง อาโป ณัฐวิญญ์ ที่แจ้งเกิดจากบท ธนา ในละครเรื่อง สุดแค้น แสนรัก น้ำเพชร สุณัณณิการ์ 10.น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ มาแรงแซงทางโค้งคนอื่นๆ สำหรับนางงามสุดแซบ น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ ก็เคยมาโชว์ความสามารถรำไทยบนเวที Miss Gossip Girls 2012 ซึ่งเธอก็ติดเข้ารอบ 1 ใน 20 สาวสวย และร่วมเก็บตัวจนเสร็จสิ้นภารกิจแบบไร้ปัญหา และมีชื่อเดิมในการประกวดว่า เอมี่ เอมิกานต์ รัชตะจิราโชติ์

ว่าด้วยเรื่องอารมณ์! จาก 'พุทธะอิสระ' ฝากถึง 'นายกฯ'
นายกฯ /  นายกฯโมโห / 

"พุทธะอิสระ" โพสต์ถึง "นายกฯ" เตือน เรื่องของอารมณ์ หวั่น ติดกับดัก ชี้ เร่งคืนความสุขให้ตนเอง และ จะคืนความสุขให้ชาติได้สง่างาม  จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวขณะสื่อมวลชนสัมภาษณ์กรณีเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และ การแต่งตั้งทหาร ต่อมา จนฝ่ายการเมืองต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์หลายทิศทาง ต่อมา นายกฯ ได้ขอโทษสื่อฯและประชาชนผ่านการแถลงของ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมรับปากจะพยายามปรับปรุงตัวในเรื่องของอารมณ์ ขณะเดียวกัน หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)" ระบุถึงกรณีดังกล่าว โดยการแสดงความเข้าใจถึงภาวะอารมณ์ในการต้องแบกรับหน้าที่ในการปฏิรูปประเทศ ของ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมแสดงความห่วงใย หวั่น อาจติดกับดับเรื่องของอารมณ์ ข้อความระบุว่า ... หรือท่านผู้นำกำลังจะติดกับดักอารมณ์ พวกเราพอจะเข้าใจนะ กับการที่ท่านผู้นำมีอารมณ์หลุดโลกฉุนเฉียว ทำให้คนรอบข้างต่างพากันเสียวตามๆ กันทั่วหน้า ด้วยเพราะต้องแบกรับภาระให้กับคนทั้งประเทศโดยมิได้ตั้งใจและคาดคิดมาก่อน คล้ายๆ กับคนที่ใจไม่รัก ไม่อยากทำ พอจำเป็นต้องมาทำ ทั้งที่พยายามทุ่มเททำงานเสียสละเพื่อชาติเพื่อประชาชนทั้งชีวิตในครั้งนี้ แต่ยังมีคนคอยตำหนิติด่า ทำให้ท่านต้องมาเสียอารมณ์ เสียความตั้งใจอารมณ์เหมือนว่าท่านทำดีแทบตาย แต่ใครๆ ทำไมไม่เห็นดีของท่านเลยหรืออารมณ์เช่นนี้ มันเกิดขึ้นมาได้เพราะท่านตั้งใจมาก พยายามมาก หวังดีอย่างยิ่งมากๆ แต่เหมือนโยนหินลงทะเล ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ในมุมมองของคนที่ด่าท่านยังไงๆ ก็อยากจะบอกท่านผู้นำว่าอย่าไปคาดหวังให้คนทั้งประเทศยอมรับท่านเลย ขอแค่ท่านยอมรับตัวเองให้ได้ ไหว้ตัวเองให้สนิทไม่ต้องไปคิดว่าใครจะยอมรับหรือไม่ขอแค่ท่านผู้นำทำทุกอย่างด้วยวิธีอันเลิศ ผลที่ประเสริฐจักเกิดตามมาเองงานระดับชาติเช่นนี้ ท่านคงทำคนเดียวไม่ได้ สิ่งสำคัญต้องหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ร่วมงานที่รู้ใจ รู้ฝีไม้ลายมือ มีเป้าหมายตรงกัน พร้อมที่จะร่วมกันลุยไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นหวาดสะดุ้งผวา ใช้สติปัญญาค้นหาวิธี บุคลากร และทรัพยากรที่สามารถสนับสนุนให้งานเพื่อชาติประชาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างรวดเร็วรวบรัด สิ่งที่ท่านผู้นำกำลังเผชิญอยู่นี้มันไม่ใช่งานของคนธรรมดาที่จะทำได้ หากท่านผู้นำรู้จักทำความเข้าใจ ท่านผู้นำก็ต้องเตรียมใจรับแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ตัวท่านทั่วทุกสารทิศ หากท่านผู้นำรู้จักพัฒนาแรงกดดันเหล่านั้นให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนส่งให้ตัวท่านมีแรงพลังเพิ่มพูนทั้งกายใจในการทำงานให้มากขึ้น คำตำหนิติว่าของผู้คนทั้งหลายจะกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ สามารถที่จะฝ่าฟันต่อปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายได้โดยไม่นำพาตัวอารมณ์และกิริยาของผู้ติด่ามาบั่นทอนกำลังตนมีความพากเพียรมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่ย่อท้อ ชนิดที่ไม่ต้องต่อรองร้องขอความเห็นใจหรือกำลังใจจากใคร ขอเพียงเชื่อมั่นศรัทธาในปัญญาและความดีที่กำลังกระทำ หากท่านผู้นำทำตัวได้เช่นนี้ ท่านจักกลายเป็นวีรบุรุษสุดสง่า องอาจ มีสติปัญญา สามารถเอาชนะได้ทั้งปัญหาภายในและปัญหาภายนอก ยังไงๆ พวกเราก็ยังหวังว่าท่านผู้นำคงจะสามารถเอาชนะปัญหาภายในของตัวท่านเองได้อย่างสง่างาม ไหนๆ ท่านปฏิญาณว่าจะคืนความสุขให้แก่คนทั้งประเทศ แต่หากตัวท่านผู้นำยังทำงานอย่างไม่มีความสุข แล้วท่านจะคืนความสุขให้แก่คนไทยทั้งชาติได้กระนั้นหรือ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

หล่อใจบุญ โทนี่ บริจาคสเต็มเซลล์ช่วย ลาร่า ผู้ป่วยลูคิเมีย
โทนี่ รากแแก่น /  ข่าว โทนี่ รากแก่น

ร่วมเป็นหนุ่มใจบุญอีกราย กับนักแสดงหนุ่มมาดเซอร์ โทนี่ รากแก่น ที่วันนี้ (5 ก.พ.) ใจบุญร่วมบริจาคเลือด และแสดงความจำนงบริจาคสเต็มเซลล์เพื่อช่วยลาร่า และผู้ป่วยลูคิเมีย ณ ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ซึ่งหนุ่มโทนี่ เผยว่าตนเพิ่งเคยมาบริจาคเลือดเป็นครั้งแรก ยอมรับว่าเป็นคนกลัวเข็ม แต่พอได้ทราบข่าวจาก พี่ปู จิรัฏฐ์ (บก. Cheeze) ก็รีบมาบริจาคเลย ส่วนเรื่องภาพยนตร์ "พี่ชาย My Hero" ที่เจ้าตัวแสดงนำ ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ด้วย และหากมีโอกาส ตนก็อยากร่วมเดินพรมแดง แย้มภายในปีนี้มีภาพยนตร์กับค่าย M39 แต่ขออุบเรื่องรายละเอียดไว้ก่อน วอนแฟนๆ ติดตามผลงาน เพราะไม่เคยเล่นบทนี้มาก่อน ถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับตนมาก แหม...ทั้งหล่อ ทั้งใจบุญแบบนี้ ก็ขอให้มีผลงานให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ นะจ๊ะ โทนี่ รากแก่น โทนี่ รากแก่น โทนี่ รากแก่น โทนี่ รากแก่น โทนี่ รากแก่น

ตร.เผยพบผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน
ฆ่าหั่นศพ /  เจ้าพระยา / 

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยข้อมูลล่าสุดพบชายชาวสเปน ต้องสงสัยเอี่ยวขบวนการฆ่าหั่นศพชาวสเปน วันนี้ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 1 ในขบวนการฆ่าหั่นศพ นายเดวิด เบอร์นาร์ด นักธุรกิจชาวสเปน ชื่อนายอาเธอร์ เป็นชาวสเปน โดยตำรวจ ยืนยันยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และ เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย น่าจะเป็นชาวสเปน ส่วนคนไทย ที่เกี่ยวข้องอาจจะทำหน้าที่ ในการขับรถให้ทีมคนร้ายฆ่าหั่นศพ ที่เอาศพไปทิ้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทางด้าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ ยืนยันว่า จะสามารถจับมือฆ่าหั่นศพได้ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่ร่วมขบวนการ เร็วๆนี้ เพราะจากข้อมูลหลักฐานการนั้นค่อนข้างชัดเจน และดำเนินการได้ โดยเฉพาะข้อมูล จากเพื่อนของนายเดวิด ที่ระบุว่า การติดต่อทางข้อความไลน์ กับนายเดวิด ครั้งสุดท้าย 1 สัปดาห์ก่อนพบศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ข้อความสนทนามีพิรุธ เพราะการใช้คำพูดไม่คุ้นเคย และเป็นคำสนทนาที่นายเดวิดไม่เคยใช้มาก่อน นอกจากนี้เบาะแสสำคัญ มีพยานยืนยันว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. เห็นนายเดวิด ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ออกไปจากคอนโด กับชายชาวต่างชาติ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งข้อมูลนี้ชุดสืบกำลังเร่งติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งจับตัวมาร่วมขบวนการ ขอบคุณ Voice Tv _________________________________________________________________________________________________ พล.ต.อ.ปัญญา เผย คดีฆ่าหั่นศพ คืบ 80% เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ มั่นใจจับตัวคนร้ายได้ ชี้ ยังไม่พบประวัติก่อเหตุในไทย พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าหั่นศพ นายดาบิด แบร์นาด อายุ 39 ปี ทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว ทำให้สามารถขมวดปมและรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาว่าเป็นกลุ่มใด เบื้องต้นยังให้น้ำหนักไปที่ฝีมือกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการทรัพย์สินจากผู้ตาย ก่อนจะฆ่าปิดปากและอำพรางศพด้วยการหั่นเป็นชิ้น ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล ทำให้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 80 โดยขณะนี้ในส่วนของแนวทางการสอบสวน ได้เร่งรัดให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ส่วนในแนวทางการสืบสวนได้กำชับให้ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามตัวละครต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย เพื่อหาจุดที่คนร้ายจับตัวผู้เสียชีวิตไป ตลอดจน สถานที่กักขัง จุดฆาตกรรมชำแหละและจุดทิ้งศพลงแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ ยังไม่พบประวัติคนร้ายกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุในไทย แต่ได้ประสานให้ทางสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย และกรมการกงสุส กระทรวงการต่างแประเทศ ดำเนินการตรวจสอบให้อีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการรอผล ----------------------------------------------------------------------------- ข้อมูลล่าสุดคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ทั้งหมด อาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งความไว้ว่าหายไป ที่ สน.ลุมพินี วันนี้ 4 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกพบน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวสเปนที่ญาติได้แจ้งหายไว้ที่สน.ลุมพินี ทั้งนี้สำหรับนักท่องเที่ยวรายนี้ครบกำหนดเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวในประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เดินทางกลับแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกจากประเทศไทย ทางด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนตายได้แน่ชัดอยู่ระหว่างการประสานกับญาติชาวสเปนรายนี้ เพื่อเปรียบเทียบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ทีมสืบสวนตำรวจนครบาลได้ลงพื้นที่ ภายในซอยสุขุมวิทซอย 8 ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มีพยานพบเห็นนักท่องเที่ยวรายนี้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 19 ม.ค.59ที่ผ่านมา ขอบคุณข้อมูล TNN24 ................................................... พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 เรียกประชุมชุดสืบสวนติดตามความคืบหน้า คดีฆ่าหั่นศพลอยเจ้าพระยา นัดแรกบ่ายนี้ วันนี้ 4 ก.พ. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.10 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ปทุมธานี และนนทบุรี ตลอดจนหน่วยสนับสนุน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมประชุมในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าในทางคดี และวางแนวทางการทำงานให้กับชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวคนร้าย ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อคลี่คลายคดีครั้งแรก หลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ จะมีการแถลงความคืบหน้าในทางคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบทั้ง 6 ชิ้นว่า จากการตรวจดีเอ็นเอ และรอยต่อเปรียบเทียบกัน พบว่าเป็นชิ้นส่วนจากบุคคลเดียวกัน ซึ่งมีลักษณะเป็นชาย ยังไม่ทราบเชื้อชาติที่แน่ชัด อายุประมาณ 40 ปี สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมดำ มีหนวดเครา มีขนตามตัวค่อนข้างมาก มีรอยผ่าตัดไส้ติ่ง ฟันสะอาด ค่อนข้างเป็นผู้มีสุขภาพดี แต่จากการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับบิดาของบุคคลสูญหายที่ จ.ระยอง ไม่ตรงกัน ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีกชิ้นส่วนขามนุษย์ ขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง ในถุงดำ ลอยติดแม่น้ำเจ้าพระยาท่าน้ำรง.ปทุมธานีฯ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียวกันกับที่พบมาหลายวันนี้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งชาวบ้านพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดที่พบอยู่บริเวณท่าน้ำ ภายในโรงงานปทุมธานีแห่งหนึ่ง จ.ปทุมธานี ลักษณะชิ้นส่วนที่พบคือขาซ้ายท่อนบนช่วงกลาง และท่อนล่างช่วงกลาง มีขนาดประมาณ 46 เซ็นติเมตร เบื้องต้นชาวบ้านผู้พบเห็นได้ให้ข้อมูลว่ามาจอดเจออยู่ใกล้ฝั่งโรงงานดังกล่าว จากนั้นเห็นถุงดำที่มีส่วนชิ้นเนื้อโผล่ออกมาลอยอยู่ในน้ำจึงแจ้งทาง สภ.ปากเกร็ด ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามายังจุดเกิดเหตุและอยู่ระหว่างตรวจสอบและเก็บหลักฐาน คาดเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้ น.1เผยDNAหั่นศพเป็นชายไทยจี้ดูCCTV พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ นางสาวกาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ผบช.ภ.1รอผลนิติเวชก่อนคลี่ปมคดีฆ่าหั่นศพ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีพบชิ้นส่วนศพลอยในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า จะต้องรอผลตรวจทางนิติเวชก่อนว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ พร้อมทั้งต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอของ นายศรี ขันติเนตร บิดา นายเกียรติศักดิ์ ขันติเนตร ที่แจ้งว่า ลูกชายหายตัวไป เมื่อวันที่ 22 มกราคม ในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง ซึ่งขณะนี้ผลตรวจยังไม่ออก และหากรู้ชื่อผู้ตาย ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งประเด็นในการสืบสวนสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ยังไม่มีการแจ้งบุคคลสูญหาย แม้แต่พื้นที่เดียว และจากประวัติคดีอาชญากรรมในพื้นที่ ยังไม่เคยพบเห็นคดีที่มีความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว ส่วนตัวคาดว่า คนร้ายน่าจะมีความพยายามในการอำพรางศพ แต่น่าจะไม่มีความรู้ดีพอ จึงไม่มีการนำชิ้นส่วนใส่ในถุง ด้าน พลตำรวจตรี นายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้ผลตรวจ สามารถยืนยันได้ว่า ชิ้นส่วนที่พบเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจาก สามารถนำชิ้นส่วนมาต่อประกอบกันได้ ขณะที่ ผลตรวจดีเอ็นเอ ที่จะยืนยันว่า เป็นบุคคลใด หรือ เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร และเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ต้องทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน ในการประสานข้อมูลหลักฐานอื่น ๆ ร่วมด้วย ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก INN ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผบช.น. เผย ชิ้นส่วนศพลอยแม่น้ำเป็นคนเดียวกัน คาดเป็นชายไทยอายุ 40 - 50 ปี พร้อมสั่งโรงพักริมน้ำตรวจสอบ CCTV จุดที่น่าสงสัย วันนี้ 3 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีการพบชิ้นส่วนศพในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ของตำรวจนครบาล 7 ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดให้แพทย์นิติวิทยาตรวจสอบ ซึ่งผลชันสูตร พบว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลคนเดียวกัน และคาดว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี โดยจากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่าเคยต้องโทษ หรือคดีความใด ๆ นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ประสานงานกับแพทย์นิติเวชด้วยตนเอง เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนจุดทิ้งคาดว่าคนร้ายน่าจะนำศพไปทิ้ง วิเคราะห์ตามกระแสน้ำ และทิศทางการไหลของน้ำ เบื้องต้นคาดว่าจุดทิ้งเป็นช่วงบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าฯ ซึ่งได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวแล้ว รวมถึงให้กองบังคับการตำรวจนครบาล ที่มีพื้นที่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จุดที่น่าสงสัย เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม พร้อมกันนี้เชื่อว่า การทำคดีนี้ไม่ยากแน่นอน สำหรับกรณีที่ น.ส.กาญจนา อ่อนสา ชาวจังหวัดระยอง ที่สงสัยว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นสามีของตนที่หายไป ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ ระบุว่า จะทราบผลภายในวันนี้ว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ขอบคุณ INN ....................................................... ความคืบหน้าคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ สถาบันนิติเวชวิทยา ตรวจสอบ ชิ้นส่วนมนุษย์ 4 ชิ้น ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 5 ชี้เป็นคนเดียวกันกับที่พบในพื้นที่ ฝั่งธน และอำเภอเมืองจ.นนทบุรี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลือ ส่งไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นร่างกายของผู้ใดต่อไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ครอบครัวของชายที่หายตัวไปจาก จ.ระยอง ลงพื้นที่ท่าน้ำพระราม 5 เพื่อตรวจสอบชิ้นส่วนขาขวาของมนุษย์ มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจ ผู้เชี้ยวชาญระบุว่า ชิ้นส่วนดังกล่าว เป็นขาของชาวเอเชีย ขณะนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ เพื่อหาความจริงต่อไป ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ พบชิ้นส่วนมุนษย์เพิ่ม บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เป็นแข้ง ขาขวา ขณะที่ ขาซ้าย ลอยติดท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ลงพื้นนำชันสูตรเชื่อมโยงชิ้นส่วนที่พบก่อนหน้าที่ วันนี้ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วินมอเตอร์ไซค์พบชิ้นส่วนมุนษย์ส่วนแข้ง ขาด้านขวา ลอยอยู่บริเวณกรมเจ้าท่า ใกล้สะพานพระราม 5 เขตบางสีเมือง สภาพชิ้นส่วนยังปกติไม่เน่าเปื่อย สีขาวซีด และได้ผูกมัดไว้เพื่อป้องกันการลอยไปตามกระแสน้ำ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และกำลังนำชิ้นส่วนของมนุษย์ไปชันสูตรว่า มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะเดียวกันที่ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นขาด้านซ้าย ลอยอยู่บริเวณ ท่าน้ำวัดเกริน ต.บางกระดี จ.ปทุมธานี สภาพชิ้นส่วนยังปกติ สีขาวซีด เบื้องต้น เจ้าหน้าตำรวจ ลงพื้นที่และได้นำชิ้นส่วนของมนุษย์ ขึ้นมาจากน้ำแล้ว โดยกำลังรอเจ้าหน้าที่นิติเวช มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ชิ้นส่วนขาซ้ายที่พบนั้น มีความเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ที่พบก่อนหน้านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าชิ้นส่วนที่พบนั้นเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาติ ขอบคุณ INN ....................................................... "พล.ต.ท.ศานิตย์" ส่ง 4 ชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ให้แพทย์ชันสูตรเป็นเคสเร่งด่วน คาดว่าเป็นชายชาวเอเชีย  วันนี้ 1 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้ากรณีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา โดยขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนทั้งหมด 4 ชิ้น คือ ส่วนศีรษะ แขนขวา ขาขวา และลำตัว ส่งให้แพทย์ชันสูตรอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเคสพิเศษเพื่อพิสูจน์ DNA และตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่จะทราบผลชัดเจนได้ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นชายชาวเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องรอผลจากแพทย์ชันสูตรศพก่อน จึงจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป ศานิตย์คาดผลชันสูตรชิ้นส่วนศพจะชัดเจนพรุ่งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ที่ลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเปิดเผยว่า ระหว่างนี้อยู่ระหว่างนำชิ้นส่วนที่พบทั้งหมด ส่งให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ว่าเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ และผู้ตายเป็นชนชาติใด ซึ่งจากที่ได้รับรายงาน คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแขกขาว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเร่งหาสถานที่เกิดเหตุในการฆาตกรรมว่าอยู่จุดใด แต่จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีการฆ่าหั่นศพจากบริเวณอื่น ก่อนนำร่างของผู้ตายมาทิ้งเหนือสะพานพระนั่งเกล้า ส่วนผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คาดว่าน่าจะมีผลสรุปได้ภายในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนทุกคน หากเชื่อว่าผู้ตายเป็นญาติพี่น้อง หรือบุคคลใดที่คาดว่าจะรู้จักผู้ตาย ให้ติดต่อเพื่อขอดูศพ หรือตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก! ชิ้นส่วนศีรษะมนุษย์ ถูกเทปพันรอบยัดถุงดำ ลอยใต้ถุนบ้านประชาชนย่านบางศรีเมือง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คาดเป็นคนเดียว เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้รับแจ้งจากประชาชนย่านบางศรีเมือง จ.นนทบุรี ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ส่งกลิ่นเหม็นอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงรุดไปตรวจสอบพบ เป็นชิ้นส่วนศีรษะเพศชาย ถูกคุมด้วยถุงดำ มีเทปสีใสพันรอบศีรษะ มีหนวดเครา ผมสั้น และศีรษะล้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมานานกว่า 4 วัน เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศีรษะมายังวัดตำหนักใต้ พื้นที่ สภ.นนทบุรี และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คาดว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน และยังเหลือชิ้นส่วนแขนซ้ายและขาซ้ายที่ยังไม่พบ ขอบคุณ INN ....................................................... พบอีก ชิ้นส่วนลำตัวมนุษย์ ลอยเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำนนทบุรี จนท.เร่งตรวจสอบนำมารวมกับที่พบก่อนหน้านี้ วันนี้ (31ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชิ้นส่วนมนุษย์เพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจุดที่พบคือ ท่าน้ำวัดโพธิ์ทองบน อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยเป็นชิ้นส่วนช่วงลำตัวของเพศชาย ซึ่งขณะนี้ จนท.ตร. และกู้ภัยได้นำเอาชิ้นส่วนมาบนฝั่ง และสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นชิ้นส่วนของคนเดียวกันกับที่พบก่อนหน้านี้ 2 ชิ้นคือ ช่วงแขน และพบช่วงขา ก่อนหน้านี้ ซึ่งทาง จนท.ตร.สภ.เมืองนนทบุรี และ จนท.กู้ภัย จะได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชต่อไปว่าใช่คนเดียวกันกับที่เจอก่อนหน้านี้หรือไม่ ....................................................... พบชิ้นส่วนแขนมนุษย์ มีรอยถูกของมีคมตัด ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ตำรวจเร่งตรวจสอบ หวั่นฆาตกรรมหั่นศพ ได้รับแจ้งจากอาสามัครกู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู พบชิ้นส่วนมนุษย์ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณข้างอู่ต่อเรือวัดคหบดี ซ.จรัญสนิทวงศ์ 44 โดยชิ้นส่วนที่พบแขนขวา ตั้งแต่ไหล่ลงมา สภาพซีดขาว และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็น เพศชายหรือหญิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีร่อยรอย คล้ายถูกของมีคมตัดค่อนข้างชัดเจนโดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นการฆาตกรรมหั่นศพ ซึ่งขณะนี้ร้อยเวร สน.บวรมงคล เข้าตรวจสอบแล้ว และอยู่ระหว่างรอแพทย์ชันสูตรหาสาเหตุที่ชัดเจน MThai News

หุ้นไทยปิดพุ่งกว่า 9จุด! ด้านโบรกฯ ชู MONO น่าลงทุน
MONO /  ตลาดหุ้น / 

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่  1,306.29 จุด เพิ่มขึ้น 9.18 จุด หรือ (+0.71%) มูลค่าการซื้อขายรวม 38,527.91 ล้านบาท สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ ADVANC ปิดที่ 165.50 -0.50 เปลี่ยนแปลง (-0.30%) SCB ปิดที่ 132.50 +2.00 เปลี่ยนแปลง (+1.53%) CPALL ปิดที่ 42.75 +0.25 เปลี่ยนแปลง (+0.59%) KBANK ปิดที่ 169.00 +4.00 เปลี่ยนแปลง (+2.42%) PTT ปิดที่ 242.00 +4.00 เปลี่ยนแปลง (+1.68%) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า MONO เป็นหุ้นที่ซื้อเก็งกำไรได้ เนื่องจากได้ผลบวกจากการที่ผลการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาทีวีดิจิทัลในวันที่ 3 ก.พ. 58 ที่ผ่านมา ได้เสนอมาตรการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลหลายมาตรการ รวมถึงสนับสนุนแนวทางการการเปิดโอกาสให้คืนใบอนุญาตโดยไม่ต้องจ่ายงวดที่เหลือ ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากบอร์ด กสทช. และ คสช. จะส่งผลบวกอย่างมากต่ออุตสาหกรรมในระยะยาวด้วยการที่จะมีผู้แข่งขันน้อยลง ทั้งนี้ จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจต่อไปทั้งด้านรายได้และต้นทุนซึ่งรวมถึง MONO จึงทำให้วานนี้ราคาหุ้นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล อาทิ WORK, RS, GRAMMY รวมถึง BEC ปรับตัวขึ้น 6.2% 3.2% 3.8% และ 2.5% ตามลำดับ ขณะราคาหุ้น MONO แม้เป็น 2.4 เท่า ของ BVS ณ สิ้นงวด 3Q58 แต่ราคาหุ้น MONO ยัง Laggard หุ้นสื่อทีวีอื่นๆ ดังกล่าวจึงแนะนำซื้อเก็งกำไร และเชื่อว่า MONO พร้อมจ่ายเงินค่าใบอนุญาตงวด 3 ดังที่บริษัทเปิดเผย เนื่องจาก MONO มีฐานะการเงินระยะยาวมั่นคงด้วยสัดส่วนหนี้สินรวมต่อทุน (D/E) เพียง 0.88 เท่า ขณะที่ ธุรกิจสื่อทีวีช่อง MONO (30% ของรายได้) มีเรตติ้งอยู่ในอันดับที่ 5 และมีส่วนแบ่งผู้ชม 5% ในเดือน ธ.ค. 58 เผย! หุ้นไทย ดัชนีปรับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก แนะ เก็งหุ้นงบปี 58 เด่น นักวิเคราะห์ เผย ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก ชี้ เป็นผลจากรัฐบาลไทยมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง บล.โกลเบล็ก คาดหุ้นไทยจะมีแรงซื้อดักงบและปันผลปี 58 ที่จะประกาศออกมาช่วยพยุงไม่ให้ดัชนีทรุดตัวแรง แนะกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น เลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุน เช่น กลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 4 ดี แนะนำ EPG, QTC, FSMART, KCE, TVT, GL, BEAUTY, EA, SYNEX, SMPC, SPALI, ORI, UBIS ช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันปรับตัวลง แนะ AOT, BA, AAV ขณะที่กลุ่มจ่ายปันผลสูง คือ INTUCH, ADVANC และ KTB ด้าน นาย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้ ระบุว่า หุ้นไทยตั้งแต่ต้นปี มีการปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีปลายปี 58 ซึ่งปรับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตลาดตุรกี โดยตลาดหุ้นทั่วโลกปีนี้ที่ปรับตัวขึ้นมีเพียง 3 ประเทศ คือ ตลาดหุ้นตุรกี ไทย และเม็กซิโก ทั้งนี้ หุ้นไทยที่ปรับขึ้นเป็นผลจากการที่รัฐบาลไทยมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังเป็นผลจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะเปิดรับฟังความเห็นและปรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าส่งผลดีต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้าหุ้นไทยได้ก็ต่อเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจไทยดีขึ้น และแบงก์ชาติปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากปรับลดลงอีก 0.25% มองว่าเป็นระดับที่เหมาะสม สำหรับระยะนี้ตลาดหุ้นไทยที่ทรงตัวถือเป็นจังหวะในการทยอยเลือกซื้อหุ้นที่จ่ายปันผลสูง ซึ่งที่ผ่านมาราคาหุ้นหลายบริษัทปรับตัวลง เช่น กลุ่มสื่อสาร ทำให้บางบริษัทมีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 10% ขอบคุณข้อมูล  อินเด็กซ์ 51 ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

ลักเซมเบิร์ก เอาบ้าง ผุดไอเดีย! ลุยทำ เหมืองแร่ในอวกาศ
avatar /  ลักเซมเบิร์ก / 

ทางการ ลักเซมเบิร์ก เตรียมลุยโครงการ เหมืองในอวกาศ คล้ายภาพยนตร์ดัง Avatar หวังนำแร่หายากกลับมาใช้ยังโลก เพจเฟซบุ๊ก @บีบีซี ไทย ได้รายงานว่า ขณะนี้ทางการของประเทศลักเซมเบิร์ก เตรียมขยับดำเนินโครงการทำเหมืองบนดาวเคราะห์น้อย เพียงลำเลียงแร่ธาตุหายากกลับมายังโลก โดยมาตรการดังกล่าวทาง ฌอง-ฌาคส์ ดอร์แดง อดีตผู้อำนวยการสำนักงานอวกาศแห่งยุโรปซึ่งเป็นที่ปรึกษาโครงการนี้กล่าวว่าโครงการนี้จะไม่ใช่นิยายแนววิทยาศาสตร์ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายประเทศทำให้แล้วว่าการเดินทางไปยังอวกาศและนำแร่ธาตุต่างๆ จากดาวเคราะห์กลับมายังโลกนั้นทำได้ ซึ่งทางลักเซมเบิร์กคิดว่าแนวคิดนี้เป็นการใช้ดาวเคราะห์น้อยที่โคจรอยู่รอบโลกจำนวนประมาณ 13,500 ดวงให้ได้ประโยชน์มากที่สุด แม้ว่าลักเซมเบิร์กจะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ แต่มีบทบาทสำคัญในกิจกรรมอวกาศของโลกตลอดมา และหากมาตรการนี้สำเร็จจะทำให้โลกมีแร่ธาตุหายาก อาทิ แร่กลุ่มแพลตินัม อิริเดียม และพัลลาเดียม ไว้ใช้จำนวนมาก เนื่องจากดาวเคราะห์น้อยบางดวงยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ สำหรับแนวคิดทำเหมืองแร่ในอวกาศนั้น เคยเป็นข่าวโด่งดังมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปลายปี 2557 เมื่อบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ หลายบริษัท ได้ยื่นเรื่องร้องขอให้รัฐบาลอนุญาต ให้มีการทำเหมืองในดาวเคราะห์น้อยได้ แต่โครงการดังกล่าว ก็ต้องมีอันต้องระงับไป เพราะรัฐบาลสหรัฐไม่เห็นด้วย เนื่องจากหวั่นเกรงจะถูกนานาชาติคัดค้าน  เพราะหลายคนมองว่าไม่ควรมีใครครอบครองสิ่งที่อยู่บนดาวเคราะห์ที่ไม่ใช่ของเรา และถ้าเอกชนสามารถครอบครองทรัพยากรนอกโลกได้ ก็จะยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ประเพณีแปลก! ฆ่าคนแก่ ลดภาระครอบครัว
ข่าวอินเดีย /  ฆ่าคนแก่ / 

ประเพณีแปลกชวนสลดที่อินเดีย! สังหารคนแก่ หวังลดภาระครอบครัว สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่ รัฐทมิฬนาฑู ดินแดนทางตอนใต้ของอินเดีย ได้มีประเพณีสุดแปลกชวนให้สลด เมื่อลูกหลานสามารถใช้วิธีการฆ่าผู้สูงอายุในครอบครัวได้ เพื่อเป็นการลดภาระครอบครัว โดยชาวบ้านรายหนึ่งอ้างว่า สาเหตุที่พวกเขาต้องกระทำการดังกล่าวลงไปนั้น ไม่ใช่ไม่รักบรรพบุรุษแต่มันเป็นทางเลือกเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่เพื่อที่จะให้ชีวิตดีขึ้นกว่าที่เป็น เพราะส่วนใหญ่แล้วประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวมีฐานะยากจน หาเลี้ยงตัวเองจากการทำนา หรือไม่ก็ไปค้าแรงงาน ซึ่งไม่มีเวลาดูแลคนชราในบ้านให้ดีได้ อีกทั้งการฆ่าดังกล่าวไม่ใช่การฆ่าเพราะเคียดแค้นรุนแรง แต่เต็มไปด้วยความปรารถนาดี ที่จะให้คนชราเหล่านั้นจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอีก ส่วนวิธีการฆ่าคนชรา หรือ Thalaikoothal นั้น จะทำโดยการให้อาหารที่ผสมยาพิษ จนไปทำลายระบบการทำงานของหัวใจจนเสียชีวิตในที่สุด อย่างไรก็ดีแม้ประเพณีดังกล่าวจะกระทำไปด้วยความหวังดี แต่ก็มีทั้งคนเต็มใจและไม่เต็มใจ จนนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในปี 2010 ด้วย ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

อุจอาจ! เหตุยิงกัน ในมธ.รังสิต ตร.เร่งล่ามือปืน(คลิป)
ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต /  มือปิน / 

อุจอาจ! เหตุยิงกัน ใน ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เจ็บสาหัส 1 ราย มือปินหลบหนี ตร.เร่งล่าตัว  วันที่ 5 ก.พ.59 เวลา 08.45น. เกิดเหตุบุคคลยิงกันภายในใต้อาคารสำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยผู้บาดเจ็บคือ นายอำนาจ นิยมศักดิ์ อายุ 58ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่งานบริการนักศึกษาพิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บาดเจ็บถูกยิงเข้าหน้าอกด้านขวาอาการสาหัส ถูกนำส่ง รพ.แล้ว ส่วนมือปืนคือ ส่วนมือปืนคือนายสมนึก แก้วธรรม อายุ55ปี อยู่บ้านเลขที่27/2 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นคนงานสวนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อก่อเหตุได้หลบหนีไป โดยนายเทพฤทธิ์ มอระนงษ์ อายุ 45ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้ก่อเหตุและคนเจ็บ เป็นเพื่อนกัน และมีปากเสียงกันเถียงกันไปมาพูดจาถากถาง คนเจ็บซึ่งมีอายุมากกว่าจึงท้าผู้ก่อเหตุต่อย โดยท้าให้ออกมาจากตัวอาคารไปต่อยบริเวณสนามหญ้า ไม่ทันสิ้นเสียงพูดผู้ก่อเหตุได้ควักอาวุธปืนลูกโม่ไม่ทราบขนาดขึ้นมาจากเอว พร้อมพูดว่าไม่ต้องไปด้านนอกเอาตรงนี้เลยจากนั้น ได้ยิงปืนใส่ผู้บาดเจ็บจนล้มลงก่อนที่จะขึ้นจยย.หลบหนีไปอย่ารวดเร็ว ด้านพ.ต.อ.สุนทร หิมารัตน์ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี เผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าหลังก่อเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บได้ขับจยย.แบบหญิงสีแดง ขับหลบหนีออกไปทางบริเวณประตู2 ถนนบางขัน-เชียงราก ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ออกติดตามตัวอย่างกระชั้นชิดและได้เชิญผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

The Face 3… ปังแน่ ลุ้น! แพนเค้ก ติดโผเมนเทอร์
แพนเค้ก เขมนิจ /  ข่าวบันเทิงวันนี้

ดุเด็ดเผ็ดสตรองมากๆ สำหรับ รายการ The Face ซีซั่น 2 ที่ฉะปะทะกันทุกๆ วีค ทั้งตัวเมนเทอร์ และผู้เข้าแข่งขัน จนรายการเป็นที่พูดถึงแบบปากต่อปาก ทั้งตัวคน ทั้งในโลกโซเชียลฯ จนรายการโด่งดังไปทั่วประเทศ งานนี้คนที่เป็นปลื้มสุดๆ คงจะเป็นหัวเรือใหญ่ของรายการอย่าง เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ที่ล่าสุดลั่นวาจาออกมาแล้วว่า The Face ซีซั่น 3 ตุลาคมนี้มาแน่นอน แถมยังมีเซอร์ไพรส์หนักกว่าทุกซีซั่นที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมนเทอร์ของซีซั่น 3 ที่เม้าท์มอยให้แซดกันอย่างหนักว่าอาจจะมีนางเอกดีกรีนางแบบระดับโลกอย่าง แพนเค้ก เขมนิจ ร่วมเป็นเมนเทอร์ในรายการ ใครเป็นแฟนรายการ The Face ตัวจริง ห้ามพลาด แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ แพนเค้ก เขมนิจ

คืบหน้า คดีหมอฟันหนีทุน ดลฤดี อ่วมล้มละลาย เป็นหนี้ 48 ล้าน
ค้ำประกัน /  ปวิน / 

มีความคืบหน้า ในขั้นตอนการดำเนินคดีกับ ดลฤดี หมอฟันหนีทุน สำนักข่าว 'เนชั่น' เผยความคืบหน้า กรณีที่ทันตแพทย์หญิงดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีประเด็นเรื่องการหนีทุนรัฐบาล พร้อมกันนี้ กรณีเรื่องการฟ้องล้มละลาย ขณะนี้มีการฟ้องล้มละลายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยในรายละเอียดมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้ทุน ของ ทพญ. ดลฤดี ไม่ใช่ตัวเลข 30 ล้านแล้ว แต่ตัวเลขขยับขึ้นไปสูงถึง 48 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นหนี้ตามคำพิพากษา ที่ ทพญ. ดลฤดี จะต้องชำระ ให้กับ ม.มหิดล นั้นเป็นเงินจำนวนกว่า 4 ล้าน 5 แสนบาท และที่ต้องชำระให้กับ สกอ. เป็นจำนวนเงินอีกกว่า 43 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายได้นัดพิจารณาคดีในวันที่ 14 มีนาคม 2559 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' เผยแหล่งข่าวจากสหรัฐอเมริกาบอก 'ฮาร์วาร์ด' เรียกสอบ 'หมอฟันหนีทุน' แล้ว หลังโดนกดดัน จากกรณีปม 'หมอฟันหนีทุน' ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ. 59) เฟซบุ๊กของ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แหล่งข่าวของตนจากสหรัฐอเมริกาแจ้งข่าวส่งมาว่า ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้มีการเรียกสอบ ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว คาดอาจถูกลบชื่อจาก leadership ของ HSDM ขอบคุณข้อมูล/ภาพ เผด็จ พูลวิทยกิจ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เห็นต่าง! ปวิน เทียบข่าวล่าแม่มด "หมอฟันหนีทุน" กับ ทุจริตราชภักดิ์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์ นักวิชาการชื่อดังได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ หมอฟันที่ขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วหนีทุนปล่อยให้ผู้ค้ำประกันต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายมากกว่า 2 ล้านบาท จนชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์และกดดันให้ น.ส.ดลฤดี จ่ายเงินค่าเสียหายทั้งหมด โดย ดร.ปวิน มองว่า เรื่องหมอฟันหนีทุนนั้น คนไทยที่เป็นคนดีทั่วราชอาณาจักร ต่างรุมกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง ทางโซเชียลมีเดีย ผ่านเฟซบุ๊ก ผ่านเว็ปไซต์ของฮาร์วาร์ด ไปขุดประวัติโคตรเหง้าศักราชไปค้นเจอที่อยู่ บ้านพัก ทรัพย์สินเธอในอเมริกา เอามาแฉ เปิดโปง เรียกร้องให้ฮาร์วาร์ดไล่เธอออก บุกไปถล่มเพจที่ทำงานเธอ ด่าให้อายเพื่อลูกค้าทำฟันจะได้แขยง แต่คนดีเหล่านี้มองการคอร์รัปชั่นผ่านเลนดัดจริตของตัวเอง เลือกที่จะจัดการกับคอร์รัปชั่นบางประเภท แต่ยอมรับคอร์รัปชั่นประเภทอื่นๆ นางดลฤดี ตอนนี้กลายมาเป็นทักษิณสาขา 2 ที่ถูกไล่ล่าอย่างหนัก ทั้งๆ ที่รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจทุกวันนี้ก็คอร์รัปชั่นไม่แพ้กัน โดยตนไม่มีปัญหากับการ tackle คอร์รัปชั่น แต่มันต้องมีมาตรฐานครับ กองทัพโกงหลายร้อยล้านในกรณี "ราชภักดิ์" ก็เลวร้ายไม่แพ้กับหมอฟันโกงทุน 8 ล้าน ถ้าจะเล่นเกมศีลธรรมนำสังคม คนที่ไล่ล่าดลฤดี-ทักษิณ ต้องออกมาไล่ล่ากองทัพด้วยครับ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็เป็นแค่พวก hypocrites เท่านั้น 'ดลฤดี' หมอฟันหนีทุน ส่งจดหมายแจงยิบถึง 'เนชั่น' น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล ส่งจดหมายถึงสำนักข่าว 'เนชั่น' เพื่อชี้แจงถึงกรณีที่มีการแชร์เรื่องราวการหลบหนีทุนการศึกษา เป็นผลให้ผู้เซ็นค้ำประกันชดใช้หนี้แทนกว่า 10 ล้านบาท โดยมีการระบุว่า ข้อเท็จจริงทุกประการในเรื่อง มีความซับซ้อนอย่างมาก ทำให้มีการด่วนสรุปกรณีที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นดังกล่าว เป็นประเด็นส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ วิทยาลัยทันตแพทย์ศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด พร้อมกันนี้ ดลฤดี ชี้แจงว่ามีเจตจำนงที่จะชำระคืนทุนที่ได้รับมาจาก ม.มหิดล โดยตลอด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องทางการชำระคืน ตัวอย่างเช่น (ได้เสนอยื่น)แผนการชำระคืนในระยะที่ยาวกว่าเดิม แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนโตภายใน 30 วัน แต่ก็ถูกปฏิเสธ แต่ด้วยปัญหาเรื่องเงิน และเรื่องส่วนตัวที่ยาวนาน จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จึงสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้แสดงถึงความต้องการใช้ทุนคืนในทุกทางกับ ผู้ร่วมลงชื่อมาโดยตลอด รวมถึงได้ดำเนินการชำระคืนบ้างแล้วบางส่วน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่เธอได้พยายามหลบหนีการชำระทุน จึงไม่เป็นความจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ม.มหิดล ได้ขีดเส้นตายให้ผู้ร่วมลงนาม (ค้ำประกัน) โดยที่ ดลฤดีอ้างว่า ไม่รับรู้ อย่างกระทันหัน ซึ่งเธอได้รับเงินสินเชื่อส่วนตัว 5 หมื่นดอลลาร์ จึงส่งมอบให้ผู้ร่วมลงนาม จากนั้น ม. มหิดล ได้เลื่อนเส้นตายออกไปโดยปราศจากการผ่อนผัน อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่ http://www.nationtv.tv/main/content/crime/378488192/ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผู้ค้ำประกันรายที่ 3 อดีตอาจารย์ ม.มหิดล หนีทุน เดือดร้อนหนัก ต้องยืมเงินกลุ่มเพื่อนช่วยใช้หนี้กว่า 2 ล้าน สำนักข่าว 'อิศรา' รายงาน 'ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ลีลาทวีวุฒิ' รองหัวหน้าภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล ปรากฎรายชื่อเป็นหนึ่งในบุคคลที่เซ็นค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ของ น.ส.ดลฤดี จำลองราษฎร์ อดีตอดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ ม.มหิดล และได้หนีทุนไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย ทำให้ผศ.ทพญ.ภัทรวดี และผู้ค้ำประกันอีก 3 ราย ต้องร่วมกันชดใช้หนี้ค้ำประกันทุนเรียน เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ผศ.ทพญ.ภัทรวดี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ว่า ขณะนี้กำลังเดือนร้อนเรื่องการเงินเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา เพิ่งหาเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท ไปชดใช้ให้กับม.มหิดล จากปัญหาการค้ำประกันการเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศของน.ส.ดลฤดี ได้ครบถ้วน แต่ตนเองก็ยังคงเป็นหนี้เหมือนเดิม เพราะเงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาทที่นำไปใช้หนี้ ได้รับมาจากกลุ่มเพื่อนเตรียมอุดมศึกษาที่รวบรวมเงินมาให้เพราะเห็นใจ ผศ.ทพญ.ภัทรวดี กล่าวว่า 'เหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจเซ็นค้ำประกันให้กับน.ส.ดลฤดีไป เพราะต้องการให้ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีบุคคลากร ที่ประสบการศึกษาขั้นสูงสุด กลับมาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ซึ่งสมัยนั้น ยังขาดแคลนอยู่ โดยไม่คาดคิดว่าการที่ตนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม จะทำให้เดือนร้อนภายหลังแบบนี้' โดยหลังจากนั้น ผู้เซ็นต์ค้ำประกันรายนี้ ได้พยายามติดต่อกับดลฤดีหลายครั้ง เพื่อขอให้รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเรื่องโด่งดังขึ้น ทางนั้นได้ส่งอีเมลตอบกลับมาว่า จะพยายามหาเงินมาช่วยในที่สุด ขอบคุณข้อมูลจาก isranews --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'หมอเผด็จ' 1 ในผู้ค้ำประกัน 'หมอฟันหนีทุน' เผยเจ้าตัวร่อนจดหมายพร้อมใช้เงินคืนแต่ขอเวลาสักนิด จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (3 ก.พ. 59) มีรายงานว่า ทพญ. ดลฤดี จำลองราษฎร์ ส่งข้อความถึงเพื่อนที่เป็นผู้ค้ำประกัน โดย 'หมอเผด็จ' ได้นำมาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ "อย่างที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งกับพี่ปุ้ย พี่เผด็จ และอาจารย์อารยาว่า ฉันจะจ่ายเงินกู้คืนให้ทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย ฉันกำลังหาทางเอาเงินมาจ่ายคืนพวกคุณอยู่ ซึ่งบางทีจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณฟังจากฉันโดยตรงเพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามสัญญาฉันเพิ่งคุยกับพี่ปุ้ย และเธอรับรู้ถึงเจตนาและความจริงใจของฉัน ช่วยบอกหมายเลขโทรศัพท์และเวลาที่สะดวกให้ฉันติดต่อได้" ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 หมอดลฤดีก็ได้ส่งข้อความข้อมาทางมือถือของเพื่อนที่เป็นคนค้ำประกัน โดยเอ่ยชื่อถึง 2 คน ในข้อความนี้ว่า เว้นแต่ว่า มหิดลจะขยายเส้นตายต่อไปอีก ฉันกำลังเข้าตาจน พยายามหาเงินมาใช้หนี้ที่เหลือ ถ้าคุณมีเงินมาจ่าย ที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน ฉันจะจ่ายคืนให้พร้อมดอกเบี้ย ฉันจะพยายามหาเงินมาเพิ่มอีกในช่วงซัมเมอร์ ตอนนี้ฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกู้เงินเพิ่ม ที่มา : nationtv MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทพ.เผด็จ พูลวิทยกิจ ทันตแพทย์ 1 ใน 4 ผู้ค้ำประกัน ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฏร์ อดีตอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งกำลังเป็นประเด็นพูดถึง เกี่ยวกับการหนีทุน พร้อมให้ผู้ค้ำประกันที่ 4 ชดใช้แทนเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยหลังจากที่ ทพ.เผด็จ ได้รับฟังคำแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกว่าจะไม่มีเรื่องใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ทางมหาวิทยาลัยนำมาชี้แจงนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สังคมรู้อยู่แล้ว และเมื่อดูถึงแนวทางในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหา ทำเพียงตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น 'ในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยน่าจะทำอะไรได้มากกว่าที่บอกว่าส่งหนังสือติดต่อ หรืออย่างที่มหาวิทยาลัยบอกว่า อ.ดลฤดี สามารถลาออกได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน และไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ยับยั้ง ถ้ามหาวิทยาลัยจะไม่ให้ อ.ดลฤดี ลาออกย่อมทำได้ เพราะหากในองค์กรมีคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่ยอมใช้ทุน ใช้เงินคืนควรจะมีวิธีการหรือแนวทางไม่ให้ลาออก' ตนมองว่ามหาวิทยาลัยควรดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการแล้วสิ่งที่มหาวิทยาลัยออกมาพูด ผมมองว่าเป็นการ 'ปัดความรับผิดชอบ' ไม่ได้ทำในเรื่องที่ควรจะทำ ทั้งที่น่าจะมีอำนาจในการตัดสินใจ ทำอะไรให้ดีกว่านี้ ช่วยเหลือเยียวยาได้มากกว่านี้ ไม่ใช่บอกเพียงว่าทำเต็มที่แล้วทั้งที่เหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังคงปกป้องคนผิด ส่วนประเด็นที่ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมกับสกอ.ยื่นฟ้องล้มละลายอ.ดลฤดีนั้น คงทำได้แต่มันช้าไปหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ทั้งตอนนี้คดีความใกล้จะจบสิ้นในวันที่ 14 ก.พ.นี้ หากคดีความจบมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ก็คงต้องเป็นหน้าที่ผู้ค้ำประกันอย่างพวกผมที่ต้องยื่นฟ้องข้ามประเทศเพื่อขอเงินคืน กล่าวอย่างไรก็ตาม การจะฟ้องอ.ดลฤดี หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการเช่นใดได้บ้าง ส่วน มม. พวกตนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ นอกจากต้องรอให้มหาวิทยาลัยอยากเข้ามาช่วยเหลือมากกว่านี้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ โจ นูโว โพสต์ข้อความถามจิตสำนึกสามี ทันตแพทย์หนีทุน ชี้ "เงินชาติยังไม่ซื่อสัตย์ แล้วจะซื่อสัตย์กับท่านไหม ??" วันนี้ (2 ก.พ. 59) นายจิรายุส วรรธนะสิน หรือ โจ นูโว ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงประเด็นข่าวดังกรณีทันตแพทย์สาวหนีใช้ทุน จนทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาใช้หนี้แทน โดยนักร้องหนุ่มได้ฝากข้อความถึงสามีของทันตแพทย์สาวคนดังกล่าว หากยังมีสติก็ควรเตือนภรรยาให้คืนเงินทุนที่นำไปเล่าเรียนด้วย ว่า "อยากจะบอกไปยังสามีของทันตแพทย์สาวว่า ภรรยาของท่านไม่มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ แล้วกับท่านล่ะจะซื่อสัตย์ไหม และหากท่านรับรู้เรื่องราวแล้วยังคงเฉย ๆ ก็ถือว่า ท่านเป็น "คนเห็นแก่ตัว" และน่าจะส่งเงินมาช่วยผู้เซ็นค้ำประกันที่กำลังเดือดร้อนขณะนี้ด้วย" ภาพจาก IG@joejirayut คณะผู้บริหารมหิดล แถลงกรณี 'หมอฟันหนีทุน' ยันพยายามเต็มที่ เผยเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ วันนี้ (2 ก.พ. 59) ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี ม.มหิดล และ รศ.ทพ.พาสน์ศิริท นิสาลักษณ์ แถลงข่าวกรณี หมอฟันหนีทุน ว่า ทางมหิดลได้พยายามติดตามมาโดยตลอด แต่เมื่อไม่ได้มาชดใช้ตามกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลปกครอง มีคำสั่งให้ผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกัน ชดใช้เงินให้กับทางราชการ มหาวิทยาลัยจึงมีหนังสือถึงผู้ใช้ทุน และ ผู้ค้ำประกันทั้ง 4 คน ให้นำเงินมาใช้ตามคำพิพากษาโดยได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันทั้งหมด และทำหนังสือขอพิจารณาผ่อนผัน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติให้ลดหย่อนภาระหนี้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนี้ ม.มหิดล ยืนยันพยายามช่วยเหลือผู้ค้ำประกันอย่างเต็มที่ และจะเร่งติดตามทวงถามหนี้คืน พร้อมเตรียมฟ้องล้มละลาย ทพญ. ดลฤดี ก่อนวันที่ 14 ก.พ. 59 กันคดีหมดอายุความ สำหรับกรณีนี้ เป็นคดีแพ่งบังคับในประเทศไทย จึงไม่สามารถติดตามนอกราชอาณาจักรไทยได้ สำหรับทุนดังกล่าว เป็นทุนที่ทาง สกอ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งรัดผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพในสาขาที่จำเป็นต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพัฒนาเศษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ 16 สาขา ซึ่งตามสัญญาจะต้องกลับมาชดใช้ทุน โดยต้องกลับมารับราชการในส่วนราชการตามที่กำหนดให้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุนรัฐบาล แต่เมื่อไม่กลับมาชดใช้ทุนทาง ม.มหิดล จึงได้รับมอบอำนาจจาก สกอ. ทวงถามตามขั้นตอน MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจดัง เผยนักเรียนไทยติดป้ายประจาน 'หมอฟันหนีทุน' ทั่วทั้ง 'ฮาร์วาร์ด' วันนี้ (2 ก.พ. 59) มีรายงานว่า โลกออนไลน์ กำลังแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ถึงกรณีข่าวหมอฟันหนีทุน ซึ่งเป็นภาพจากบุคคลที่ไป ม.ฮาร์วาร์ด มาว่า "วันนี้ไปมหาลัย Harvard มาค่ะ เห็นมีใบปลิวแปะตามบอร์ดแถว Havard yard หลายบอร์ดเลยค่ะ อันนี้เป็นฝั่งมหาวิทยลัย ไม่ใช่ฝั่ง Medical school แต่คิดว่าน่าจะมีคนติดไปทั่วเเล้วค่ะ" ซึ่งทางเพจอย่าง CSI LA ได้ระบุว่า "กลุ่มนักเรียนไทยที่มหาลัย Harvard เริ่มติดป้ายประจานคุณหมอหนีทุนเเล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ใน campus ของมหาลัย Havard รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คนที่เอาป้ายไปติดใช้ข้อความที่ผมเขียนใน CSI LA ไปใช้ ขอบคุณมากครับ CSI Harvard" ขอบคุณข้อมูล/ภาพ CSI LA MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมแถลงข่าว ปมอาจารย์ทันตกรรมหนีทุน ทำคนค้ำเดือดร้อน ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ก.พ.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ กรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความระบุว่า มีผู้เสียหายจากการเซ็นค้ำประกัน ให้กับอาจารย์ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ มหาลัยวิทยาลัยมหิดล โดยไม่ใช้ทุนกู้เรียนต่อในต่างประเทศ ทำให้มีการจ่ายค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ................................................................ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผย 'ม.ฮาร์วาร์ด' ปัดเคลียร์ปม 'หมอฟันหนีทุน' ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีของ หมอฟันหนีทุน ว่า อดีตอาจารย์คนดังกล่าวรับทุนของรัฐบาลไม่ใช่ทุนมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการประสานและเสนอชื่อผู้ค้ำประกันให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตามหลักเกณฑ์ ในฐานะต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการเพื่อส่งสริมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ขณะที่ มม. เองที่ผ่านมาให้ทุนอาจารย์ไปเรียนต่อต่างประเทศปีหนึ่งเกือบร้อยทุน เฉพาะทุนด้านสาธารณสุขในกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล ฯลฯ ประมาณ 50-60 ทุน และมีบ้างที่ไม่ยอมกลับมาทำงานตามกำหนด และเลือกจะใช้ทุนคืนเป็นเงิน แต่ไม่เคยมีกรณีไม่ใช้เงินคืน มีเพียงรายนี้ที่หนีไป ไม่ใช้หนี้และไม่กลับมา การที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ทุนคืน 3 เท่า เพราะอยากให้คนเหล่านี้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้อยากได้เงินคืน ทั้งนี้ มม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามประสานไปยัง ม.ฮาร์วาร์ด แต่คำตอบที่ได้รับจาก ม.ฮาร์วาร์ด คือบอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องประสานไปยังเจ้าตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกผิดหวังมากที่ ม.ฮาร์วาร์ด ไม่แสดงท่าทีอะไรกับเราเลย เรื่องนี้ทำเสียชื่อไปหมด ทั้ง มม.เองไปจนถึงโรงเรียนเก่าที่จบออกมา อีกทั้งยังส่งผลกระทบกับผู้ที่รับทุนในรุ่นต่อไป ทำให้หาคนมาค้ำประกันยากขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ มติชนออนไลน์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉยับ! 'หมอฟันหนีทุน' อยู่บ้านหรูแถมขับรถสปอร์ต มีรายได้มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย จากกรณีข่าว 'หมอฟันหนีทุน' ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้นั้น ล่าสุด (1 ก.พ. 59) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กชื่อ Weerachai Phutdhawong ได้ออกมาโพสต์แฉข้อมูลต่าง ๆ ของหมอฟันหญิงรายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านและรถยนต์ หรือแม้แต่รายได้ที่มากพอชดใช้หนี้ที่หนีไปได้อย่างสบาย ๆ ขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กของทันตแพทย์ เผด็จ พูลวิทยกิจ ได้มีกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาโพสต์ข้อความให้กำลังใจและเล่าว่า คนไทยในอเมริกาหลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางเคลื่อนไหวกดดันหน่วยงานต้นสังกัด และทันตแพทย์คนดังกล่าวแล้ว เพราะไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ ด้าน ครูเป็ด มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ครูเพลงชื่อดัง ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ครูเป็ด moncheep โดยระบุว่า... ผมว่าคนหนีทุนพยายามพูดให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน...เงื่อนไขปกติคือ คุณรับทุนไปเรียนแล้ว คุณต้องกลับมาทำงานกับต้นสังกัด เป็นเวลากี่ปีก็ว่าไป...มีเงินเดือนนะครับ...ครบสัญญาแล้วคุณก็เป็นอิสระ ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ...เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ทำงานกับต้นสังกัดที่ให้ทุน...คุณถึงจะต้องชดใช้เงิน 3 เท่าของทุนที่ใช้ไป... ...วัตถุประสงค์ของทุนประเภทนี้ คือ อยากส่งเสริม คนที่มีศักยภาพ ไปเพิ่มพูนความรู้ แล้วกลับมาทำประโยชน์กับประเทศ...ไม่ใช่อยากค้ากำไร 3เท่า... ...ผมเองมีเพื่อนพี่น้อง รับทุนแบบนี้ ทำตามเงื่อนไข...ชีวิตก็รุ่งเรืองมีความสุขมากมาย... ...หนีทุนแบบนี้มีผลกระทบถึงคนรุ่นต่อๆไป...หาคนค้ำประกันยากขึ้น... ...คุณก่อกรรมไว้แบบนี้...แล้วชีวิตจะมีความสุขหรือ... ขอบคุณภาพ Weerachai Phutdhawong / ครูเป็ด moncheep MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แฉปัญหาสมองไหล! นักเรียนนอก หนีทุน คนค้ำเดือดร้อน กับมุมที่หลายคนไม่เคยรู้ รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ (อ.อ๊อด) ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเผยว่า  เรื่อง "นักเรียนทุน หนีทุน ทิ้งทุน" มีเยอะในอดีต กรณีที่โด่งดังช่วงนี้พบว่า เธอเรียนจบ ป. เอก ปี 2003 ซึ่งเธอไปเรียนก่อนหน้านี้สัก 3-4 ปีครับ(1999) ในช่วงนั้น ระเบียบเรื่องการค้ำประกันยังไม่บังคับให้ใช้เฉพาะพ่อแม่ญาติพี่น้องค้ำ จึงมีเพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ที่อยากเห็นนักเรียนทุนเหล่านั้น ได้ไปเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ และกลับมารับใช้ทุนที่บ้านเกิด มาค้ำประกันให้ ซึ่งอาจช่วยกันค้ำประกันหลายๆ คนก็ได้คิดว่า เธอคงยื้อเรื่องไปพอสมควร เลยทำให้ผู้ค้ำประกันต้องมาจ่ายเงินในปีนี้ (2016) แทน และอย่าลืมว่า ผู้ค้ำไม่ได้จ่ายเงินแทนเธอแค่สองล้านกว่าแต่คงจ่ายรายเดือนมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าเธอหนีทุน การใช้ทุนหากเบี้ยวทุนจะต้องใช้ 3 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ทาง กพ. ก็มีกฏให้นักเรียนทุน ต้องใช้ พ่อ แม่ หรือ ญาติพี่น้องเท่านั้น ค้ำประกันแทนครับ ภรรยา  เรียน ป.โท-เอก 6 ปี ที่ออสเตรเลียก็ใช้พ่อแม่ค้ำประกันแต่นักเรียนทุนบางคน ก็ยังหนีทุนอยู่ที่ว่าจะใช้มุขไหน จ่ายคืนหรือไม่ บางคนใช้พ่อแม่ที่แก่ชรามากมาค้ำประกัน และเมื่อท่านเสียชีวิต ก็หนีอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช้ทุนเลย บางคนก็กลับมาทำงานชดใช้ทุนก่อน พอเหลือไม่มากก็ลาออกหนีไปดื้อๆ ให้คนค้ำจ่ายน้อยๆ หรือบางคนก็มาทำงานก่อนเพื่อให้เหลือเงินชดใช้น้อย ก่อนจะจ่ายและไปทำงานต่างประเทศแทน หรือ บางคนก็หาเงินกลับมาใช้ทุนที่ต้นสังกัดก้อนเดียวเลย และสมองไหลไปทำงานที่ต่างประเทศ บางคนมีเทคนิค เช่น กรณีหนีไปเรียน ป.เอก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเผอิญบริษัทยักษ์ระดับโลกเอาเข้าทำงานในระหว่างที่เรียน ป.เอก เงินเดือนรายได้เยอะแต่ก็ยังไม่ทำเรื่องจบ ป.เอก ยื้อไปเรื่อยๆ ต้นสังกัดก็งงว่าเรียนเก่งแต่ทำไมเรียนไม่จบเสียที จนสามารถเก็บเงินได้ประมาณ 6 ล้านบาทก็ทำเรื่องจบ และกลับมาลาออกจากทุนและใช้เงินกับต้นสังกัด ก่อนจะบินกลับ USA ไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่นั้น สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล เหตุ สาวนักเรียนนอก เบี้ยวใช้ทุน ทำผู้ค้ำชดใช้แทน อ้างระบบขอทุนในไทยเอาเปรียบจึงรับไม่ได้ วานนี้ (28 ม.ค. 59) สำนักข่าว isranews ได้มีการออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่สาวนักเรียนทุนหนีไม่ยอมจ่านเงินจนเป็นเหตุทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ต้องใช้เงินก้อนโตแทนนั้นเป็นเงินรวมหลายล้านบาทนั้น ว่า หลังจากได้สัมภาษณ์ผู้ค้ำประกันคนดังกล่าว ทำให้ทราบว่าสาเหตุที่สาวนักเรียนนอกคนดังกล่าวไม่ยอมใช้เงินทุนคืนนั้นเป็นเพราะ เธออ้างว่า ได้ไปแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีลูก 1 คน และก็บอกว่า ระบบขอทุนประเทศเราเอาเปรียบเขา ต้องให้ชดใช้เงิน 3 เท่า เขารับไม่ได้ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงไม่ยอมจ่ายเงินทุนจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว "ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรนะ แต่ขอถามหน่อยว่า ก่อนที่จะตัดสินใจขอทุนไป เขาต้องรู้อยู่แล้วว่า ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปซิ แต่นี่มาบอกว่ารับไม่ได้ ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจาก isranews.org อาจารย์ ม.ดัง ตั้งทนายสู้คดี หลังซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุน ปล่อยให้คนค้ำประกันใช้หนี้แทน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคนได้โพสต์ข้อความเตือนสติผ่านเฟซบุีกส่วนตัว ว่าได้เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนไปเมืองนอก แต่พอศึกษาจบเธอกลับชิ่งไปชดใช้ทุน จนเป็นเหตุให้ผู้โพสต์และเพื่อนอีกหลายคนตามใช้หนี้แทนนั้น ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า สาวนักเรียนทุนคนดังกล่าวได้ตั้งทีมทนายมาสู้คดี หลังจากที่เจ้าทุกข์ได้รวมตัวกันฟ้องร้องดำเนินคดี โดย เพจเฟซบุ๊ก "ทพ.เผด็จ หมอทอม" ผู้ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวได้ระบุว่า "เรื่องอาจารย์ ม.ดัง ซิ่งหนีไม่ยอมใช้ทุนว่า ขณะนี้ได้ตั้งทนาย พร้อมส่งจดหมายแจ้งเรื่องดังกล่าวไปถึงอาจารย์ที่เป็นคู่กรณีและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า อาจารย์คนดังกล่าวก็ได้ตั้งทนายสู้คดี ทั้งยังมีการข่มขู่ทนายของตนด้วย ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีจดหมายตอบกลับมาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่สามารถเข้ามาช่วยจัดการได้" เรื่องราวเตือนสติ! ค้ำประกันให้สาวได้ทุนไปเรียนต่ออเมริกา แต่ต้องมานั่งใช้หนี้แทนหลักล้าน กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งที่เซ็นค้ำประกันให้สาวเรียนทุนเมืองนอก แต่ถูกชิ่งต้องใช้หนี้เองซะงั้น ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์ ระบุว่า "สิ้นสุดกันทีกับกรรมเก่า ผมได้ชดใช้ให้แล้ว รวมยอดกับที่ต้องชำระให้อีกร่วมล้าน กับการค้ำประกัน xxxx อดีตอาจารย์ภาควิชา xxxx คณะ xxxx มหาวิทยาลัย xxxx ผู้ซึ่งรับทุนศึกษาต่อที่อเมริกา โดยมีผมที่เข้าเรียน...ในฐานะคนรู้จัก แต่ด้วยความที่เห็นแก่คณะและวิชาชีพจึงยอมค้ำประกันร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมงาน และเพื่อนอีกคนของดลฤดี หวังว่าเค้าจะกลับมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่สิ่งที่ผมและทุกคนได้รับคือบอกว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เขาทำงานวิจัยที่ ม.ฮาร์วาร์ด รับเงินเดือนสูง อยู่อพาร์ทเม้นท์หรูหราในอเมริกา เขาทำได้แม้อาจารย์ผู้สั่งสอนและสนับสนุนให้เขาได้เรียน ผู้ร่วมงาน เพื่อน อย่างไม่ละอายแก่ใจ พ่อของเขาและญาติพี่น้องก็ไม่สนใจ เขาเคยโทรมาหาผมครั้งเดียวว่าจะไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมยังต้องส่งเสียลูกอีก 4 คน แต่ผมต้องนำเงินมาชำระแทน เลยขอให้เรื่องนี้เตือนสติแก่ผู้ที่จะค้ำประกันใคร การศึกษาและชาติตระกูลไม่ได้ช่วยอะไร เขาวางแผนล่วงหน้าแล้วให้พ่อเขารับผิดชอบน้อยที่สุด และมาชดใช้ให้หมด แต่ไม่ยอมชดใช้ให้คนอื่น ช่วยแชร์กันนะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมกับคนในครอบครัวนี้หรือบุคคลอื่น แม้ท่านจะปรารถนาดีก็ตาม" หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมบอกเล่าประสบการณ์คล้ายกับกรณีนี้อีกด้วย ซึ่งเรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ สำหรับคนคิดจะค้ำประกันได้ดีเลยทีเดียว MThai News

ลือ! ก.ท่องเที่ยวใช้งบถึง 2 ล้าน จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา /  กระทรวงท่องเที่ยว / 

นักข่าวเป็นงง!! หลังลือสะพัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ก.ท่องเที่ยวใช้งบถึง 2 ล้านบาทจัดงาน ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการฯ บอกยังไม่ทราบเรื่องคงต้องรอตรวจสอบ เว็บไซต์มติชนออนไลน์ ได้รายงานว่า การจัดงานประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพในวันนี้ (5 ก.พ.) ได้มีข่าวลือออกมาสะพัดว่า มีการใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านบาท ในการจ้างออร์แกไนเซอร์จัดงานประชุมในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากประชุมแล้วเสร็จนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เรื่องนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ว่างบประมาณที่จัดงานต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการวงเงินเท่าไหร่ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบก่อน เพราะส่วนตัวยอมรับไม่เห็นเอกสารการเซ็นงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง เป็นงานที่ผู้บริหารในส่วนราชการเป็นคนจัดการ แต่ยืนยันจะตรวจสอบในเรื่องนี้แน่นอน ขณะที่นายพงษ์ภาณุ เศวตรุณทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เมื่อได้ยินคำถามเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว ก็มีน้ำเสียงไม่พอใจ ตอบเพียงว่ายังไม่ได้รับรายงาน แต่งบประมาณในการจัดงานต้อนรับไม่น่าจะสูงอย่างที่พูดกัน จากนั้นได้เดินหนีผู้สื่อข่าวออกไปทันที สำหรับการจัดงานดังกล่าวมีเพียงการจัดดอกไม้ และฉากหลังที่สะท้อนประเพณีของไทยเท่านั้น จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการประชุมเพียงแค่ 4 ชั่วโมงคุ้มค่ากับงบประมาณจำนวนมากที่ลืออกมาในครั้งนี้หรือไม่ ? เบื้องต้นคงต้องรอให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาไขข้อสงสัยให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป ขอบคุณข้อมูลข่าว และภาพจาก matichon.co.th ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

โอ๊ต วรวุฒิ ไม่สน!! คนเม้าท์เมียเด็ก ท้องก่อนแต่ง
โอ๊ต จีน่า แต่งงาน /  โอ๊ต วรวุฒิ หมั้น / 

นักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่ โอ๊ต วรวุฒิ เปิดใจแฟนเด็กวัย 24 ปี จีน่า อันนา ขณะนี้ตั้งท้องได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว เจ้าตัวบอกไม่ใช่เป็นการท้องก่อนแต่ง!! เพราะอย่างที่ทราบว่าทั้งคู่ได้เข้าพิธีหมั้นหมายกันไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สำหรับเรื่องอายุที่ห่างกันถึง 21 ปีนั้นก็มั่นใจว่าไม่เป็นปัญหา เปรยมีแพลนแต่งงานกันตอนลูกอายุ 2 ขวบ โดยตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นที่ตนกำลังจะมีลูกแล้ว เผยอยากได้ลูกผู้หญิง สำหรับแฟนสาวจะให้หยุดทำงานเพื่อมาเป็นแม่บ้าน ส่วนใครที่มองว่ามีลูกเร็วหลังคบหาดูใจกับแฟนสาวมาแค่ 9 เดือนนั้นตนไม่แคร์ และขอกำลังใจให้กับทั้งคู่ด้วย บอกส่วนตัวอยากมีลูกมานานแล้ว ตั้งแต่คบกันก็ไปบอกพ่อแม่ฝ่ายหญิงเลยว่าอยากมีลูกนั่นเอง..... โอ๊ต วรวุฒิ โอ๊ต วรวุฒิ โอ๊ต วรวุฒิ โอ๊ต - จีน่า โอ๊ต - จีน่า