งานกาชาด

มีเหมือนกัน!เรือใบเช็กบิลโนลิโต้เข้ารังค่าตัว 13.8 ล้านปอนด์
ตลาดซื้อขายนักเตะ /  บาร์เซโลน่า / 

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสริมทัพอีกรายด้วยการซื้อตัว โนลิโต้ กองหน้าทีมชาติสเปนชุดยูโร 2016 จากเซลต้า บีโก้ เข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 13.8 ล้านปอนด์ก่อนหน้านี้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ตัวของ อิลคาย กุนโดกัน จากโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ แล้ว ล่าสุดก็ยังได้ โนลิโต้ จาก เซลต้า บีโก้ ทีมในลาลีก้ามาเสริมทีมอีกรายด้วยค่าตัวประมาณ 13.8 ล้านปอนด์ พร้อมกับสัญญา 4 ปี โดยที่ก่อนนี้ก็มีภาพหลุดว่า โนลิโต้ ได้เดินทางมาตรวจร่างกายกับทีมหลังจากที่ตกรอบ 16 ทีมศึกยูโรกับสเปน แชมป์เก่า และมีแฟนบอลได้เซลฟี่ด้วย สำหรับ โนลิโต้ เคยร่วมงานกับ เป๊ป มาแล้วสมัยที่ทั้งคู่ยังอยู่ในบาร์เซโลน่า แต่ โนลิโต้ ไม่ประสบความสำเร็จในการเบียดแย่งตำแหน่งเลยย้ายออกจากทีมไป และได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม

เบิร์ดกะฮาร์ท-ทีโบน ใจป๋า! ไฟเขียว
Byrd Heart /  T-Bone / 

ท่ามกลางกระแสความสับสนว่า 'การเปิดเพลงผ่านเวบไซต์ YouTube ให้ลูกค้าในร้านฟังนั้นมีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่?' เนื่องจากมีกรณีที่ผู้ประกอบการรายหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความเตือนให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ เฝ้าระวัง หลังเจ้าตัวถูกจับปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์จากการเปิดเพลงในเวบไซต์ YouTube ในร้าน จนทำให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมา ทีโบน เบิร์ดกะฮาร์ท อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง.... นักแต่งเพลงชื่อดัง เชื่อเปิดเพลงจาก Youtube ในร้าน ถือว่าผิดลิขสิทธิ อย่างไรก็ตาม สองศิลปินรุ่นใหญ่ อย่าง วง T-bone และ Byrd & Heart ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า พวกเขายินดีอย่างยิ่งหากผู้ประกอบการจะนำเพลงไปเปิดเพื่อจรรโลงบรรยากาศในร้านให้ดีขึ้น งานนี้จะกระตุ้นให้ 'เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง' รายอื่นๆ ออกมาแสดงจุดยืนของตนบ้างหรือไม่? ต้องรอติดตาม. ข้อมูลจาก https://www.facebook.com/tboneska.th และ https://www.facebook.com/BYRDANDHEART มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

โฟร์ ปลื้ม ร่วมงาน ดา อีกครั้งในหนังสั้น “เธอมีฉัน  ฉันมีใคร”
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  ดา เอ็นโดรฟิน / 

   เรียกว่าแจ้งเกิดกันมาทั้งคู่กับเพลงเพื่อนสนิท ผลงานแรกของนักร้องเสียงทรงพลัง ดา เอ็นโดรฟิน และนางเอกมิวสิก โฟร์ ศกลรัตน์ เมื่อ 12 ปีก่อน วันนี้เขาทั้งคู่ได้โคจรกลับมาพบกันอีกครั้งในหนังสั้นประกอบซิงเกิ้ลใหม่ของสาวดา “เธอมีฉัน ฉันมีใคร” ซิงเกิ้ลที่ทุกคนรอคอย โดยได้หนุ่มที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ ฌอห์ณ จินดาโชติ งานนี้เลยทำเอาสาวโฟร์ออกอาการเป็นปลื้มสุดๆ ที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง    ซึ่ง โฟร์ ได้เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้กลับมาร่วมงานกับดาอีกครั้งค่ะ เพลงเพื่อนสนิทของ ดา เอ็นโดรฟิน เป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักโฟร์ครั้งแรก เมื่อ 12 ปีก่อน และทำให้โฟร์มีผลงานต่อเนื่องกันมาเรื่อยๆเลย ต้องขอบคุณทุกคนที่เลือกโฟร์เป็นนางเอกมิวสิกฯ ในตอนนั้น ความรู้สึกมันเหมือนเราประสบความสำเร็จ มาด้วยกัน กับงานชิ้นแรกของเราทั้งคู่ แล้วก็มาวันนี้เขาก็มีบทเพลงหลากหลาย หลายอัลบั้มหลายชุด เราก็ติดตามผลงานเขามาตลอดอยู่แล้ว และมาวันนี้ดาก็เป็นคนเอ่ยปากชวนโฟร์เองด้วย ก็เซอร์ไพรส์มาก ดีใจ และทำให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ สำหรับครั้งนี้เป็นหนังสั้น ก็อยากทำให้เต็มที่ค่ะ    สำหรับบทบาทที่ได้รับในหนังสั้นนี้ โฟร์รับบทเป็น ออม ค่ะ คาแร็กเตอร์จะเป็นสาวห้าวๆ นิดนึง คู่กับฌอห์ณ ที่รับบทเป็น เต้ เขาก็จะเป็นเหมือนหนุ่มสถาปนิกนักออกแบบ ที่มีคาแร็กเตอร์เท่ๆ เซอร์ๆ เราทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่คบกันตั้งแต่สมัยเรียน จนเวลาผ่านไปท่ามกลางการชุมนุมเรียกร้องความสันติบางอย่าง เต้ก็ไปร่วมชุมนุมด้วย ไปบ่อยจนวันนึงเรารู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ทำให้เราสงสัยและตามไปดู และต้องเจอกับสาเหตุที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป ที่เป็นจุดเปลี่ยนของเราทั้งคู่ ซึ่งบรรยากาศถ่ายทำต้องบอกว่าสนุกมากๆ และโหดมากด้วย (หัวเราะ) เราถ่ายทำกันถึง 2 วัน โปรดักชั่นการถ่ายทำใหญ่มาก ทีมงานแกรนด์มิวสิคตั้งใจกันมากจริงๆ เอ็กตร้าก็มากันตรึมเลยกว่า 50 คน พร็อบแบบจัดเต็ม แถมมีควันที่ใช้ในการประท้วงก็เป็นควันสีด้วย ภาพสวยมาก ฉากที่ประทับใจและกินใจโฟร์จริงๆ ก็จะเป็นซีนที่เราไปตามหาพระเอกในพื้นที่ชุมนุม ท่ามกลางอากาศร้อน ที่มีเอ็กตร้าเต็มพื้นที่ และมีควันซึ่งตอนนั้นแสบตามาก แต่ภาพออกมาก็สวยมาก แสงสวยมาก อยากให้ติดตามหนังสั้นนี้กัน เชื่อว่าหลายคนที่เฝ้ารอคอยเพลงของ เอ็นโดรฟิน แบบออริจินัล โฟร์ว่าเพลงนี้น่าจะโดนใจหลายๆคนแน่นอนค่ะ”

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬  , เรื่องย่อบ่วงบรรจถรณ์‬
ละครบ่วงบรรจถรณ์ /  เรื่องย่อละครบ่วงบรรจถรณ์ / 

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬ ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัดกำกับการแสดง : ภวัต พนังคศิริควบคุมการดำเนินงาน : อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เรื่องยอ ละครบ่วงบรรจถรณ์ บ่วงบรรจถรณ์ เป็นเรื่องวราวของ แพรนวล บุตรสาวคหบดีชาวเชียงรายที่ตัดสินใจหลีกหนีจากสามีเจ้าชู้ ไปอยู่เชียงรายเพื่อรับมรดกบ้านโบราณของบิดา แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของมีความชอบใจจึงนำมาใช้นอน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแม่บ้าน การนอนคืนแรก แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ชอบและนอนหลับไปบนเตียง เมื่อตื่นเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง ด้วยเวลาที่ย้อนกลับมาห้าสิบสี่ปี และ ได้พบกับหลาวเปิง บุตรบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนครเชียงตุงและตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง ละครบ่วงบรรจถรณ์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท หลาวเปิงใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท แพรนวล ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์

ละครแม่อายสะอื้น , เรื่องย่อแม่อายสะอื้น
ละครแม่อายสะอื้น /  เรื่องย่อละครแม่อายสะอื้น / 

แม่อายสะอื้น บทประพันธ์ อนัญจนาบทโทรทัศน์ สาวิตาออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆ นี้ เรื่องย่อ ละครแม่อายสะอื้น ดาวนิล หญิงสาวที่สวยที่สุดของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอแม่อาย เป็นลูกสาว คำปัน ซึ่งเป็นครูด้านการแสดงศิลปะล้านนา ดาวนิลเป็นคนที่มีฝีมือในการรำดาบได้สวยไม่แพ้ใคร ทุกครั้งที่เธอฝึกซ้อมที่ลานกลางหมู่บ้าน จะมีชาวบ้านมานั่งดูและชื่นชมในฝีมือรำดาบของเธอเสมอ คำปันภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ผิดกับ ช่อเอื้อง ลูกสาวคนเล็กที่พ่อหัดให้ตีกลองสะบัดชัย แต่ฝีมือการตีไม่เคยได้ดั่งใจผู้เป็นพ่อ ช่อเอื้องมักถูกตำหนิเสมอถึงเรื่องการไม่ตั้งใจฝึกซ้อม คณะละครของคำปันมีคณะละครคู่แข่งคือคณะของ หนานเมือง แต่เพราะคณะของหนานเมืองไม่มีนักแสดงที่เก่งอย่างดาวนิล ทำให้คณะละครของหนานเมืองมีงานน้อยกว่าคณะของคำปันมาก ทำให้หนานเมืองไม่ค่อยพอใจในตัวคำปันและหาทางแกล้งคณะของคำปันเสมอ หนานเมืองมีลูกสาวชื่อ รินคำ เป็นเด็กสาวที่รักสวยรักงามและไม่ชอบศิลปะการแสดงเลย รินคำมักมีเรื่องทะเลาะกับช่อเอื้องเสมอเวลาที่ทั้งสองคณะต้องมาเจอหน้ากัน ทอน ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบดาวนิลอยู่แล้วมาชวนดาวนิลให้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ทใหม่ในตัวเมือง ดาวนิลดีใจที่คณะของพ่อจะได้งาน รินคำที่แอบมาได้ยินเห็นดาวนิลทำท่าดีใจและเห็นสายตาทอนที่มองดาวนิลก็ยิ่งไม่พอใจ ในคืนที่ดาวนิลได้ไปแสดงในงานเปิดรีสอร์ท รินคำกับหนานเมืองตามไปแกล้งคณะของคำปันจนถึงงาน รินคำหลอกดาวนิลไปขังไว้ในห้องเก็บของ โชคดีที่ ทรงพล ผ่านมาพอดีเลยช่วยเอาไว้ได้ ดาวนิลยังไม่ทันได้ขอบคุณ ทรงพลก็เดินออกไปก่อน ดาวนิลได้พบทรงพลอีกทีเมื่อเริ่มการแสดง เธอได้รู้ว่าที่แท้เขาคือนักธุรกิจที่มาจากกรุงเทพ ดาวนิลทำการแสดงได้ประทับใจจนแขกในงานต่างปรบมือให้ แต่สิ่งที่ดาวนิลดีใจที่สุดคือคำชมของทรงพลที่ฝากเพื่อนมาชม ด้วยความที่ถูกกลั่นแกล้งบ่อยๆจากหนานเมืองและรินคำ ทำให้งานแสดงของคณะคำปันเริ่มน้อยลงจนดาวนิลพยายามหางานเพิ่ม แต่สุดท้ายก็โดน อ้ายศักดิ์ นายหน้าหางานฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำ ดาวนิลไม่ยอมและทำร้ายอ้ายศักดิ์เพื่อป้องกันตัว หนานเมืองจึงฉวยโอกาสรวมหัวกับอ้ายศักดิ์ จนคณะคำปันไม่มีงานแสดงอีก เมือไม่มีงานแสดง ฐานะของบ้านและคณะละครของคำปันก็ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิม หนำซ้ำดวงตาของคำปันยังเริ่มมองเห็นได้เลือนลาง ดาวนิลกลุ้มใจและเป็นห่วงพ่อ วิไลที่กลับมาเยี่ยมป้าบัว ผู้เป็นแม่ รู้เรื่องดาวนิลต้องการเงิน ก็ชวนดาวนิลเข้าไปทำงานกับตนที่กรุงเทพ แม้ว่าตอนแรกดาวนิลจะปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ แต่เมื่อวิไลหลอกว่ามีงานให้ดาวนิลไปแสดงที่กรุงเทพ ดาวนิลจึงตัดสินใจไป แม้ว่าคำปันกับช่อเอื้องจะไม่เห็นด้วย แต่ดาวนิลสัญญาว่าจะรีบทำงานเก็บเงินแล้วจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ทรงพลคบหาดูใจอยู่กับ จิดาภา สาวไฮโซที่เอาแต่ใจตัวเอง ทรงพลขอจิดาภาแต่งงาน แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องการจัดงานแต่งจนจิดาภาบอกเลิกทรงพล แม้ว่า เทวัญ พี่ชายทรงพลกับ ทรงวุฒิ น้องชาย พยายามช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันแต่ก็ไม่เป็นผล สาวน้อย แม่นมเก่าแก่ที่ไม่เคยชอบจิดาภาขัดขวางความรักของทรงพลทุกทาง เมื่อดาวนิลมาถึงกรุงเทพก็พบว่าสิ่งที่วิไลบอกไม่มีอะไรเป็นความจริง เธอถูกหลอกให้มาทำงานขายบริการ ดาวนิลถูกบังคับให้บริการแขกที่ใช้กำลังข่มขืนเธอ คนในร้านคนหนึ่งสงสารเธอ และพยายามช่วยโดยโน้มน้าวให้เฮียเจ้าของร้านยอมขายดาวนิลให้กับร้านใหม่ที่เป็นแค่สถานที่เที่ยวสำหรับผู้ชาย แม้ว่าที่ใหม่ดาวนิลจะไม่ต้องขายบริการ แต่ก็โดนบังคับให้มานั่งกินเหล้ากับแขก ดาวนิลต้องจำใจทำงานที่นี่เพื่อชดใช้ค่าตัวที่วิไลขายเธอให้กับเฮียเจ้าของร้าน ทรงพลเห็นข่าวสังคมลงข่าวเรื่องจิดาภามีข่าวกับผู้ชายคนใหม่ก็เสียใจมาก ทรงวุฒิพาพี่ชายไปเที่ยวปลอบใจ ดาวนิลได้เจอทรงพลอีกครั้ง ดาวนิลแม้จะดีใจ แต่ก็อายในสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ ผู้จัดการร้านสั่งให้ดาวนิลมาดูแลทรงพล ทรงพลเมามายและจำดาวนิลไม่ได้ คืนนั้นดาวนิลยอมเป็นของทรงพลด้วยความเต็มใจ ตื่นเช้ามาทรงพลออกไปโดยไม่แม้แต่จะพูดอะไรกับดาวนิล เขาทิ้งเงินไว้ก้อนใหญ่ด้วยความรู้สึกไม่ดี ดาวนิลได้แต่เก็บเงินไว้และสัญญากับตัวเองว่าถ้าเธอได้เจอทรงพลอีก เธอต้องอยู่ในฐานะที่ดีกว่านี้ ไม่ยอมให้เขามาดูถูกเธอได้ คำปันนึกถึงแต่ดาวนิลว่าเมื่อไหร่จะกลับ หลังๆดาวนิลไม่ค่อยรับโทรศัพท์ เพราะอายและต้องปิดบังความจริงเรื่องงานที่ทำอยู่ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ดูจะคิดถึงแต่พี่และห่วงเรื่องพี่ลำบาก จนไม่มีกระจิตกระใจจะไปหาหมอรักษาตาทอนเองสืบรู้มาว่าดาวนิลไปทำงานขายบริการที่กรุงเทพ ก็เข้าใจผิดคิดว่าดาวนิลเต็มใจ ประกอบกับรับไม่ได้ที่หญิงสาวที่ตนรักเป็นแบบนี้ เลยจงใจหลบหน้าครอบครัวดาวนิล ทำให้ทอนไม่ได้พาคำปันไปหาหมออีกดาวนิลยอมทำงานจนสามารถใช้คืนค่าตัวได้ครบ เธอวางแผนจะกลับบ้านแต่เกิดแพ้ท้อง วิไลพาดาวนิลไปทำแท้ง ดาวนิลไม่ยอมเพราะรู้ว่าลูกที่เกิดน่าจะเป็นลูกของทรงพล แต่วิไลก็ให้คนพาดาวนิลไปจนได้ ตำรวจทลายคลีนิคเถื่อนขณะที่ดาวนิลเพิ่งถูกบังคับไปที่นั่นพอดี ดาวนิลถูกพาส่งโรงพยาบาล หมอเทวัญช่วยชีวิตและเตือนสติดาวนิล ดาวนิลพรั่งพรูว่าไม่ต้องการทำลายชีวิตลูกที่เกิดจากความรัก เทวัญเห็นใจดาวนิล จึงพามาอาศัยอยู่กับ คุณนายติ๊ด เจ้าของร้านเสื้อผู้มีนิสัยเค็มจนขม คุณนายติ๊ดคิดว่า ดาวนิลอาจจะเป็นเมียลับของเทวัญ จึงรับไว้ทำงาน หวังเอาหน้าแต่พอรู้ความจริงว่าดาวนิลเป็นแค่คนที่เทวัญช่วยไว้ ก็ร่วมมือกับ ผึ้ง ลูกน้องในร้าน ใช้ดาวนิลให้ทำงานมากมาย ดาวนิลที่โดนใช้ให้ทำงานหนักจนทำให้คลอดลูกก่อนกำหนด และเด็กออกมาพิการ ดาวนิลโทษว่าเป็นความผิดตัวเองที่กินเหล้าตอนทำงานในช่วงที่ตั้งท้อง และเคยโดนหลอกให้กินยาทำแท้ง ทำให้ลูกออกมาพิการ แต่เทวัญก็ปลอบว่าดาวนิลสามารถเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้ ดาวนิลพาลูกมาอยู่ที่ร้าน สร้างความไม่พอใจให้คุณนายติ๊ดที่ยื่นคำขาดให้ดาวนิลเอาลูกไปเลี้ยงที่อื่น ดาวนิลถูกคุณนายติ๊ดยึดเงินบางส่วนไว้บอกเป็นค่าทำให้ร้านเสียหายรายได้ตกเพราะดาวนิลมัวเอาแต่เวลาไปเลี้ยงลูก ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง จึงตัดสินใจพาลูกกลับบ้าน ดาวนิลกลับมาแม่อายท่ามกลางความประหลาดใจและเสียงซุบซิบนินทาของทุกคนที่มีเด็กมาด้วย ช่อเอื้องเถียงแทนทันทีว่าไม่ใช่ลูกดาวนิล ดาวนิลกดดันมากที่พ่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยาม จึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าเป็นลูกของเพื่อนที่ตายไป คำปันดีใจที่ลูกกลับบ้าน ช่อเอื้องไม่อยากให้พี่กลับไปกรุงเทพอีก เทวัญกลับมาเยี่ยมดาวนิลที่ร้านแต่พบว่าดาวนิลไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณนายติ๊ดโกหกว่าดาวนิลกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่ด้วยความกลัวว่าเทวัญจะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายไล่ดาวนิลไป เลยพยายามติดต่อดาวนิลและพูดจาหว่านล้อมให้ดาวนิลกลับมาทำงาน คำปันไม่อยากให้ดาวนิลกลับไปทำงานกรุงเทพอีก แต่ดาวนิลรู้สึกผิดหวังที่ทอนมองเธอเปลี่ยนไปเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไปทำอะไรที่กรุงเทพ เมื่อคุณนายติ๊ดเสนอให้เงินเพิ่ม ดาวนิลจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพ ดาวนิลยืนยันกับคำปันว่าที่กรุงเทพเธอมีลู่ทางเรื่องงาน ดาวนิลเอาเงินที่คุณนายติ๊ดโอนมาให้ช่อเอื้องไว้ แล้วฝาก กลอง ลูกชายไว้ที่แม่อาย ดาวนิลสัญญาว่าทำงานใช้หนี้ครบและเก็บเงินได้ซักก้อนเมื่อไหร่จะรีบกลับมาแม่อายและมาหาพ่อไปหาหมอด้วยตัวเองดาวนิลก้มหน้าก้มตาทำงาน ความสวยของดาวนิลสะดุดตา หลิวหลิว สไตลิสท์ จนชักนำไปถ่ายแบบและเล่นหนัง โดยมีหลิวหลิวเป็นผู้จัดการส่วนตัว หลิวหลิวสร้างประวัติของดาวนิลขึ้นมาใหม่และเริ่มปั้นดาวนิลจนเริ่มมีงานมากขึ้น ดาวนิลอดทนและตั้งใจทำงาน และได้งานถ่ายแบบสปาของโรงแรมทรงพลที่กระบี่ ดาวนิลดีใจที่ได้เจอทรงพลในฐานะใหม่ ทรงพลประทับใจความขยันและความอ่อนโยนของดาวนิล จนเกิดเป็นความรัก จิดาภาพอรู้ว่าทรงพลมีข่าวมาคบกับดาวนิลก็พยายามจะกลับมาหาเขา ดาวนิลทำทุกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่กลับมาคบกันอีก ด้วยความช่วยเหลือของหลิวหลิว ดาวนิลเริ่มมีงานในวงการมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมประวัติใหม่ที่ไม่มีใครสงสัย ดาวนิลหลงในความสุขสบาย และความรักที่มีกับทรงพล จนลืมอีกสามชีวิตที่แม่อาย คำปันเฝ้ารอคอยลูกด้วยความหวัง แต่สุดท้ายลูกสาวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง ตาของคำปันเริ่มมืดลง คำปันไม่ยอมผ่าตัด เฝ้าแต่รอคอยดาวนิลมาพาไปหาหมอตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ช่อเอื้องน้อยใจพ่อที่ห่วงแต่พี่สาวจนลืมห่วงตัวเอง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ดิ้นรนดูแลพ่อทุกทาง ช่อเอื้องพยายามติดต่อพี่สาวทุกทางแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอได้แต่เลี้ยงดูกลองและพ่อที่สายตาไม่ดี เธอจำใจขายของที่มีอยู่และปิดคณะการแสดงเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ทรงพลพาดาวนิลไปที่บ้านเพื่อรู้จักกับสาวน้อย แต่คนที่ดาวนิลได้เจอก่อนกลับเป็นเทวัญ เทวัญทำเป็นไม่รู้จักดาวนิลทั้งที่เสียใจว่าผู้หญิงที่ตัวเองแอบรักกลายมาเป็นแฟนของน้องชาย ช่อเอื้องที่วันๆเห็นพ่อที่เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ บ่นเป็นห่วงลูกสาวคนโตที่หายไปเพราะไม่เชื่อว่าดาวนิลจะลืมตัว แต่คงเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเลยไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ ทอนที่เห็นดาวนิลในทีวีแอบมาบอกช่อเอื้อง ช่อเอื้องยังไม่มั่นใจว่านั่นคือพี่สาวของตัวเอง ช่อเอื้องไม่บอกเรื่องนี้กับพ่อแล้วตัดสินใจมาตามดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องมาถึงกรุงเทพ ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลย ช่อเอื้องมาดักรอพบดาวนิลที่สถานีโทรทัศน์ เพราะมีนักข่าวมากมาย แม้จะเห็นช่อเอื้องแต่ดาวนิลก็ทำเป็นไม่รู้จักและรีบขึ้นรถขับออกไป ช่อเอื้องมองตามรถพี่ไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทั้งผิดหวังและเสียใจ เพราะถึงดาวนิลจะดูสวยผิดตาไปมาก แต่เธอแน่ใจแล้วว่าใช่พี่ดาวนิลของเธอแน่ๆ เธอเดินข้ามถนนอย่างไม่ระวังและถูกรถของเทวัญชนเข้า ที่โรงพยาบาลช่อเอื้องรู้ว่าดาวนิลเป็นคนรักของทรงพลน้องชายเทวัญ ช่อเอื้องตัดสินใจกลับแม่อายและไม่บอกความจริงกับพ่อ ช่อเอื้องโกหกพ่อว่าพบดาวนิลแล้วและเธอสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง ที่ไม่ติดต่อมาเพราะงานยุ่งมาก คำปันฟังแล้วค่อยคลายกังวล ช่อเอื้องได้แต่เก็บความช้ำใจไว้คนเดียว คำปันที่ตอนนี้ตาแทบจะบอดสนิทบังคับช่อเอื้องให้พาไปหาดาวนิลที่กรุงเทพ ช่อเอื้องไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อ คำปันเลยแอบไปกับกลอง โดยนัดให้คนรู้จักที่กรุงเทพให้มารับที่ท่ารถ แต่ด้วยความที่ติดต่อผิดพลาดทำให้คลาดกันที่สถานีขนส่ง คำปันที่ไม่มีเงินและติดต่อใครไม่ได้ต้องพาหลานไปนอนรอที่ศาลาริมทาง ช่อเอื้องตามคำปันมาและตามหาจนเจอ นักเลงติดยาแถวนั้นพยายามมาหาเรื่องและรีดเอาเงิน ระหว่างนั้นเอง วรรณา ที่เป็นคนแถวนั้นเข้ามาช่วยช่อเอื้องไว้ได้ เธอพาช่อเอื้อง คำปันและหลานไปอยู่ที่บ้านของเธอที่ชุมชนแออัดแถวนั้น คำปันเล่าให้วรรณาฟังเรื่องมาตามหาลูกสาวชื่อดาวนิล ช่อเอื้องแอบเล่าความจริงให้วรรณาฟัง วรรณาบอกช่อเอื้องว่าจะหาทางพาช่อเอื้องไปพบกับดาวนิลให้ได้ ช่อเอื้องตามไปเจอพี่สาวที่งานแถลงข่าวสินค้างานหนึ่ง แต่เหมือนเดิมที่ดาวนิลไม่คิดจะฟังเรื่องพ่อเพราะกลัวว่าทรงพลที่ยืนอยู่ตรงนั้นจะได้ยิน ช่อเอื้องผิดหวังมากที่พี่สาวพูดแบบนี้ ช่อเอื้องตัดสินใจโทรหาเทวัญดาวนิลตกใจมากที่เห็นช่อเอื้องที่บ้าน เทวัญบอกว่าช่อเอื้องขอมาอาศัยอยู่ด้วย ช่อเอื้องบอกดาวนิลว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าดาวนิลจะยอมรับกับทุกคนว่า เธอคือน้องที่มาจากแม่อาย ดาวนิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสาวน้อยเอ็นดูช่อเอื้องที่เป็นเพียงคนงานในบ้าน สาวน้อยเห็นความผิดปกติของดาวนิลกับช่อเอื้อง แต่สองพี่น้องก็ไม่ยอมพูด ในที่สุดช่อเอื้องตัดสินใจบอกความจริงกับเทวัญ เทวัญปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เทวัญเตือนให้ดาวนิลบอกความจริง แต่ดาวนิลกลัวจะเสียทรงพลไป สาวน้อยจับผิดว่าดาวนิลกับเทวัญดูมีความสนิทสนมกัน จึงบอกกับทรงพล ทรงพลเริ่มระแวง ช่อเอื้องเมื่ออยู่ไปเริ่มรู้สึกว่าดาวนิลเปลี่ยนไปมาก ยิ่งคุยกับวรรณาแล้วรู้ว่าพ่อเองก็เริ่มอยู่ที่กรุงเทพไม่ไหว เธอจึงเริ่มคิดจะยอมแพ้และกลับบ้าน สาวน้อยสงสารจึงแอบให้ไปรับพ่อกับหลานมาอยู่ด้วย ดาวนิลยิ่งเครียดหนักเมื่อ เจอพ่อที่ตาบอดและลูกชายที่ขาพิการพร้อมหน้า ดาวนิลทุกข์ทรมานกับความผิดที่ทิ้งพ่อกับลูกจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลิวหลิวมาช่วยดาวนิลไว้ได้ทัน ดาวนิลไม่ยอมบอกทรงพลว่าอยากตายเพราะเรื่องอะไร เทวัญโกรธที่ดาวนิลไม่ยอมรับความจริง ทรงพลมองความผิดปกติของพี่ชายกับคนรักด้วยความสงสัยมากขึ้นทุกที คำปันได้ยินทุกคนเรียกชื่อ ดาวนิล ก็ดีใจว่าอาจจะเป็นลูกสาวของตัว แต่ช่อเอื้องกลัวพ่อเสียใจ ก็จำต้องโกหกพ่อไปว่า ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา ทรงวุฒิสนใจช่อเอื้อง แต่ช่อเอื้องไม่เล่นด้วย ทรงวุฒิจึงออกอุบายจะพาช่อเอื้องลงไปโรงแรมที่กระบี่ ทรงพลตามลงไปเรื่องงานและพาดาวนิลไปด้วย โดยไม่รู้ว่าเทวัญพักผ่อนอยู่ที่นั่นแล้วในงานเลี้ยงของโรงแรม ช่อเอื้องขึ้นรำฟ้อนผางเพื่อให้กระทบใจดาวนิลที่เคยรำชุดนี้ด้วยกัน ดาวนิลกดดันอย่างหนัก วิ่งลงทะเลหวังให้จมน้ำตาย แต่เทวัญมาช่วยไว้ ทรงพลขอดาวนิลหมั้นคืนนั้น ดาวนิลที่กำลังจะพูดความจริงเรื่องพ่อ ก็ต้องเงียบไปอีกพอหนังสือพิมพ์ลงข่าว คุณนายติ๊ดริษยาดาวนิลจึงหาทางติดต่อจิดาภาและบอกว่าทรงพลกำลังโดนดาวนิลหลอก คุณนายติ๊ดมาแฉความจริงเรื่องดาวนิลมีลูกโดยอ้างถึงเทวัญ เทวัญปฏิเสธเพื่อช่วยดาวนิล คุณนายติ๊ดกับจิดาภาต้องถอยกลับไปตั้งหลัก สาวน้อยพยายามเตือนให้ทรงพลฟังหูไว้หู แต่ทรงพลตัดปัญหาด้วยการประกาศจะแต่งงานกับดาวนิลช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลปิดบังความจริงเรื่องลูกอีกเรื่อง ดาวนิลอับจนหนทาง เมื่อเรื่องมัดตัวแน่นขึ้นและทางออกตีบตัน จึงทำได้แค่แอบมาหาพ่อบ่อยๆ คำปันพูดคุย ปลอบโยนดาวนิล โดยไม่รู้เลยว่าเป็นลูกสาวที่ตัวเองเฝ้ารอคอย ช่อเอื้องแม้จะโกรธพี่แต่ใจก็สงสารพี่และพ่อ ช่อเอื้องแอบมาคุบกับดาวนิลทำให้จิดาภาเริ่มเอะใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จิดาภาให้คุณนายติ๊ดไปสืบเรื่องนี้ คุณนายติ๊ดหาหลักฐานมาจนรู้ว่าดาวนิลเป็นพี่น้องกับช่อเอื้อง จิดาภานำเรื่องนี้ไปบอกต่อหน้าทรงพลและทุกคน ดาวนิลคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้น แต่ช่อเอื้องปฏิเสธต่อหน้าทุกคนว่าผู้หญิงสกปรกอย่างดาวนิลไม่ใช่พี่ดาวนิลผู้งดงามของเธอ ดาวนิลปวดร้าวที่น้องพูดแบบนั้นแต่ก็พูดอะไรไม่ได้ ดาวนิลไม่รู้จะทำยังไง อยากจะบอกความจริงกับพ่อแต่ก็กลัวว่าจะเสียทรงพลไป ช่อเอื้องพยายามชวนพ่อและหลานกลับบ้าน แต่คำปันกลับดื้อไม่ยอมกลับเพราะยังอยากตามหาดาวนิลให้เจอ ทรงพลที่เริ่มไม่เชื่อใจดาวนิลหาทางคาดคั้นประวัติดาวนิลจากหลิวหลิว หลิวหลิวที่เห็นแก่เงินและเริ่มรู้สึกว่าหลังๆดาวนิลมีปัญหาชีวิตมากมายจนงานก็เริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจบอกว่าประวัติดาวนิลทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่อเอื้องเจอกับวิไลด้วยความบังเอิญ วิไลบอกความจริงเรื่องสุดท้ายว่ากลองเป็นลูกที่เกิดจากการขายตัวของดาวนิล ช่อเอื้องแทบล้ม ดาวนิลร้องไห้ ขอร้องน้องว่าอย่าบอกพ่อเพราะกลัวพ่อจะเสียใจ วิไลถูกซื้อตัวจากคุณนายติ๊ด เพื่อแฉดาวนิล แต่วิไลกลับตัวในนาทีสุดท้าย ดาวนิลจึงรอดพ้นจากการถูกประจานกลางกองถ่าย แต่ทรงพลได้ยินที่วิไลคุยกับช่อเอื้องเรื่องลูก ก็เข้าใจว่าดาวนิลเคยท้องกับพี่ชายตัวเองมาก่อน ทรงพลเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราวกับสิ่งที่หลิวหลิวพูด ยังไม่ทันที่ดาวนิลที่ตั้งใจมาบอกความจริงจะได้พูดอะไร ทรงพลก็พูดทุกอย่างขึ้นมา และต่อว่าดาวนิลว่าเป็นผู้หญิงใจแตกที่ปิดบังว่าตัวเองมีลูก ดาวนิลเสียใจมากที่ถูกทรงพลพูดจาดูถูก จึงบอกความจริงทั้งน้ำตาว่า กลองคือลูกของทรงพล ทุกคนตกตะลึง ทรงพลรับไม่ได้ หนีไปทันที สาวน้อยเป็นลม ช่อเอื้องทั้งสงสารทั้งเกลียดชังพี่ตัวเองที่ปิดบังทุกอย่าง ดาวนิลบอกว่าการเป็นแค่ดาวนิล ลูกพ่อครูคำปันในคณะรำไม่มีค่า มีความหมายสำหรับชีวิตที่นี่เพราะเธอโดนดูถูก โดนเหยียดหยามมาตลอด สองพี่น้องโต้เถียงกันโดยไม่รู้เลยว่า คำปันแอบได้ยินทุกคำพูดด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อรู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนโกหกตนมาตลอดเวลา คำปันหนีออกไปกับกลองด้วยใจที่เจ็บช้ำ ดาวนิลช็อคนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่โรงพยาบาล ช่อเอื้องกับทรงวุฒิพยายามตามหาคำปัน แต่ไม่พบ เทวัญมาเตือนสติทรงพล คำปันถูกพากลับมาแม่อายในสภาพจิตใจบอบช้ำ และเพ้อถึงดาวนิล จนตายในอ้อมกอดช่อเอื้อง ดาวนิลฟื้นขึ้นมาเจอทรงพล แต่ทรงพลยังทำใจให้อภัยกับความผิดของดาวนิลไม่ได้ เขาบอกดาวนิลว่า ความรักของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรวยจน แต่ผู้หญิงที่ขาดคุณธรรมทำลายพ่อทำลายครอบครัวของตัวเองเช่นนี้ เขารับไม่ได้ ดาวนิลเสียใจมาก ที่อดทนมาทุกอย่าง แต่ทรงพลกลับไม่ยอมรับ ดาวนิลหมดสติไปอีกครั้ง ดาวนิลฟื้นมาในวันสวดศพพ่อวันสุดท้าย หลิวหลิวตัดสินใจบอกเรื่องคำปัน ดาวนิลไม่เชื่อว่าพ่อจะตาย แต่พอมาถึงแม่อาย ภาพโลงศพของพ่อทำให้ดาวนิลร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดดาวนิลแหวกฝูงชนเข้าไปรถขนศพ ทุกคนรังเกียจ พากันสาปแช่งขบวนแห่ศพเคลื่อนไปโดยไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ดาวนิลทรุดลงสะอื้นอยู่ตามลำพังจนกลองที่บวชเป็นเณรเป็นคนเดินพาแม่เข้าไปที่งาน ที่หน้าเมรุ ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ดาวนิลเดินมาพร้อมดาบสิบสองเล่มในมือ ดาวนิลกราบหน้ารูปพ่อ ขอให้พ่ออภัย ก่อนจะฟ้อนดาบอย่างงดงามชดช้อยที่สุดหาใครเหมือน ทรงพลมองดาวนิลแล้วหยิบแหวนหมั้นออกมามอง คิดให้อภัยและหวังจะสร้างครอบครัวกับดาวนิล ดาวนิลรำมาจนถึงท่าสีไคล ก่อนจะใช้ดาบปาดคอตัวเองตายลงต่อหน้ารูปพ่อ ทุกคนตกตะลึง ช่อเอื้องร้องไห้ กอดพี่ว่าอย่าทิ้งเธอไปอีก ดาวนิลสิ้นใจตายในอ้อมกอดของน้อง สามเณรกลองน้ำตาไหล บอกกับทรงพลว่า โยมพ่อช่วยปิดตาโยมแม่ด้วย ทรงพลเอื้อมมือไปปิดตาดาวนิลอย่างสุดสะเทือนใจ นักแสดงนำ ละครแม่อายสะอื้น ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบท ดาวนิลอรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบท ทรงพลพรชดา เครือคช รับบท ช่อเอื้องสรพงษ์ ชาตรี รับบท ตำคำปันพีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท เทวัญฌาน์รัชต์ มณฑากูล รับบท ทรงวุฒิดช.ปราการ จันรัมย์ รับบท กลอง

วู้ดดี้ พูดเลยเบาตัว! จุดยืนชัดเจนไม่ต้องปิดแล้ว คนยินดีแต่งแฟนหนุ่ม!!
Woody วู้ดดี้ /  วู้ดดี้ วุฒิธร / 

เป็นที่ฮือฮาสร้างความเซอร์ไพร้ส์ให้กับแฟนๆ เมื่อพิธีกรฝีปากกล้า วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสาร Time Out Bangkok ว่า ตนได้เข้าพิธีแต่งงานแบบเงียบๆ กับแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมานานถึง 9 ปีในวันวาเลนไทน์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีเพียงเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่ไปร่วมงานวันนั้น ล่าสุด วู้ดดี้ เปิดใจถึงความรู้สึกหลังมีข่าวแต่งงานออกไปว่า... "หลังมีข่าวออกมาก็มีแต่คนมาแสดงความยินดีด้วย ก็ต้องขอบคุณครับ ไปไหนก็มีแต่คนมาแสดงความยินดีด้วย เรารู้สึกเขินด้วยซ้ำไป คือมันเกิดขึ้นมา 2 ปีกว่าแล้ว เรายังบอกกับแฟนและเพื่อนๆ อยู่เลยว่า เหมือนงานแต่งมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ตื่นมาก็กอดกัน วู้ดดี้ว่าข่าวนี้มันเป็นเรื่องดีทำให้ความรักของเรามันแน่นขึ้นอีก ทำให้เราสามารถจับมือกันได้ในที่สาธารณะโดยที่เราไม่ต้องรู้สึกงง และที่เจ๋งคือทำให้ผู้หญิงหลายคนที่เป็นแม่เข้ามากอดวู้ดดี้ ตอนแรกก็งงว่าเข้ามากอดทำไม เค้าบอกว่าลูกพี่ก็เป็นเกย์ แต่เราไม่เคยคุยกันเลย พอเห็นข่าววู้ดดี้ในเช้าวันนั้น พี่ก็เข้าไปกอดลูกชาย แล้วบอกว่าแม่โอเคกับลูกนะ ลูกเค้าร้องไห้โฮเลย เราก็เลยคิดว่าอย่างน้อยสิ่งที่เราออกมาพูดมันน่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายครอบครัว ต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวของหลายบ้าน และก็อยากจะให้มันเป็นไปทางนั้นด้วย" "ตอนแรกที่ไม่ออกสื่อ คือตอนนั้นแค่มองว่ามันเป็นสิ่งที่คนไทยอาจจะไม่เก็ท ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราพร้อมมาก ทำไมเราสองคนจะต้องมานั่งรอว่าสังคมจะเก็ทหรือไม่เก็ท เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเรามากกว่า เพื่อนๆ ก็เจ๋งมากเลย ทั้งกาละแมร์, จ๋า ยศสินี และอีกประมาณ 10 กว่าคน ทุกคนปิดเป็นความลับ มันเป็นช่วง 2-3 วันที่เรามีความสุขที่สุด ทุกวันวาเลนไทน์เราก็จะกลับไปฉลองกันใหม่ ภาพที่เห็นว่าไปภูเก็ตคือเราไปฉลองความรักด้วยกัน หลายๆ คนที่อาจจะมีคู่หรือไม่มีคู่ก็ไปฉลองด้วยกัน เพราะวันวาเลนไทน์เป็นวันที่สำคัญมากในหมู่เพื่อน จัดงานแต่งที่ศรีพันวา จังหวัดภูเก็ตครับ จัดขึ้นในวันวาเลนไทน์เมื่อ 2 ปีกว่าแล้ว" "วันนี้พอได้เปิดเผยแล้ววู้ดดี้รู้สึกเบาตัว เหมือนไปไหนชีวิตมันไม่มีอะไรต้องคิดอีกแล้วครับ ส่วนความรู้สึกของแฟนตั้งแต่มีข่าวมา เราว่าเค้ารู้สึกมีจุดยืนในสังคมที่มันชัดมากขึ้น สมัยก่อนเวลาเราแนะนำว่านี่คือเพื่อน คนอื่นก็จะมองว่า ห๊ะ...ใช่หรือเปล่าอะไรยังไง แต่เดี๋ยวนี้แค่มองหน้าก็รู้ว่าเป็นคนที่เราคบกัน ส่วนอนาคตยังไม่วางแผนอะไรเลยครับ เอาปัจจุบันให้รอดก่อน พูดตรงๆ ทุกวันนี้ตื่นมายังไม่รู้ว่าวันต่อไปจะเป็นพรุ่งนี้หรือชาติหน้า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องจดทะเบียนแต่งงานที่ต่างประเทศ ยังครับ วันนี้แฮปปี้มาก และขอบคุณทุกคนที่ส่งความรักมาให้ บอกได้เลยว่าตั้งแต่อยู่วงการมาไม่เคยสัมผัสความรักอะไรมากเท่านี้" "ขอพูดอีกนิดนึงนะครับ เราเห็นเพื่อนชาวต่างชาติที่ส่งข้อความมาเป็นกังวลกับเรามาก บอกว่าข่าวมันออกมาค่อนข้างจะหนัก เหมือนกับว่าโดนสังคมในโซเชียลรุมด่า ก็อยากบอกว่าใครที่แปลข่าวเป็นภาษาอังกฤษนะครับ พยายามแปลให้มันตรงด้วย วู้ดดี้ได้รับแต่ความรักจากพี่น้องชาวไทย คอมเม้นท์ต่างๆ ที่มันเป็นลบก็มองข้ามผ่านไปเถอะครับ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่อยากให้เพื่อนต่างชาติมากังวลว่าประเทศเราไม่ยอมรับ ปิดกั้น หรือล้าหลังขนาดนั้นเชียวเหรอ มันไม่ใช่ ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเราต้องเคลียร์กับเพื่อนชาวต่างชาติว่าเราโอเคนะ สังคมเราโอเคมาก นิยามความรักคือการให้เท่านั้นเอง ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามและความรักคือการให้ ให้กับครอบครัว ให้กับคนที่อยู่กับคุณ เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะเป็นพรุ่งนี้หรือชาติหน้า" วู้ดดี้ กล่าว ขอบคุณภาพจาก IG @woodytalk และ รายการตื่นมาคุย วู้ดดี้-แฟนหนุ่ม วู้ดดี้-แฟนหนุ่ม วู้ดดี้ แต่ง แฟนหนุ่ม แหวนแต่งงานวู้ดดี้ วู้ดดี้-แฟนหนุ่ม วู้ดดี้-แฟนหนุ่ม

ซี้ซั้วฟันธง! ปลากัดทายผล ยูโร 2016 เวลส์ ปะทะ เบลเยียม (1 ก.ค.)
ซี้ซั้วฟันธง /  ปลากัด / 

ยูโร 2016 ครั้งนี้ ทีมงาน ซี้ซั้วเอามาเล่า ขอทายผลบอลแบบบ้านๆ ด้วยการใช้ ปลากัด… มาต่อกันที่คู่ที่ 2 ของรอบ 8 ทีมสุดท้าย วันนี้เป็นการพบกันระหว่าง เวลส์ กับ เบลเยียม มาดูกันว่าเจ้าปลากัดของเราจะให้ฝั่งไหนได้ไปต่อกันแน่

ลูกค้า Makro ฟังทางนี้!? ดู MONOMAXXX ฟรี 30 วัน!
Makro /  MONOMAXXX

ลูกค้า Makro ฟังทางนี้! ดู MONOMAXXX ฟรี 30 วัน! สำหรับคอภาพยนตร์ห้ามพลาด เมื่อ Makro ร่วมกับ MONOMAXXX (โมโนแมกซ์) มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกแม็คโคร เพียงซื้อทีวีในบูธที่ร่วมรายการวันนี้ รับสิทธิ์ดูหนังฟรีนาน 30 วัน งานนี้ยกคลังหนังดีดูกันฟรี ๆ ได้ทุกเรื่องไม่จำกัดตลอด 24 ชั่วโมง กับหนัง ซีรีส์ การ์ตูน และทีวีโชว์กว่า 10,000 ชั่วโมง รองรับทุกอุปกรณ์ทั้ง Smart TV, Smart Phone, Smart Device (iOS, Android), PC  และ Android Box ดูอย่างจุใจไม่อั้นกับการเปิดให้ใช้งานถึง 3 อุปกรณ์พร้อมกันไปเลย  ลงทะเบียนรับสิทธิ์ดูหนังฟรีได้ที่ www.makroclick.com/public/monomaxxx รับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. ศกนี้

ได้เวลา ซลาตัน! แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศเซ็น อิบราฮิโมวิช ล่าตาข่าย
ซลาตัน /  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช / 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศเซ็นสัญญา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ศูนย์หน้าชาวสวีดิชมาล่าตาข่ายในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.ค. หลังจากตกเป็นข่าวอย่างหนักมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สำหรับ อิบราฮิโมวิช วัย 34 ปี ได้หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง เมื่อช่วงซัมเมอร์ โดยที่ผ่านมาเจ้าตัวได้ร่วมทีมชาติ สวีเดน ไปทำศึก ยูโร 2016 ก่อนที่จะประกาศอำลาทีมชาติหลังเสร็จสิ้นภารกิจในทัวร์นาเม้นท์ดังกล่าว ซึ่งรวมแล้วเขาได้ลงเล่นให้กับทัพไวกิ้งไปทั้งหมด 116 เกม ทำประตูไป 62 ลูก สำหรับการย้ายทีมในครั้งนี้ อิบราฮิโมวิช ได้กล่าวว่า "ผมรู้สึกปลื้มมากที่ได้ย้ายมาเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมกำลังรอคอยที่จะได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ ลีก แล้ว ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมอยากกลับมาร่วมงานกับ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกครั้ง เขาคือผู้จัดการทีมที่น่ามหัศจรรย์ ผมพร้อมแล้วสำหรับความท้าทายครั้งใหม่" "ที่ผ่านมาผมมีความทรงจำที่ดีมาตลอดอาชีพค้าแข้ง ตอนนี้ผมก็พร้อมที่จะสร้างความทรงจำสุดพิเศษเพิ่มเติมอีกกับการค้าแข้งในอังกฤษ" ดาวเตะชาวสวีดิชทิ้งท้าย ขอบคุณภาพจาก ManUtd.com

รีวิว Huawei P9 พิสูจน์พลังกล้องคู่เลนส์ Leica จากการใช้งานจริง
huawei /  Huawei P9 / 

หลังจากคราวที่แล้วเราทำการแกะกล่อง Huawei P9 ให้เห็นกันชัดๆ ไปแล้ว มาคราวนี้เราจะมาทดสอบการใช้งานจริงๆ ถึงความสามารถที่อัดแน่นมาของ P9 เครื่องนี้กัน บอกเลยว่าตื่นเต้นตั้งแต่ได้เครื่องมาแล้ว เพราะจะได้พิสูจน์พลังที่ใครต่อใครก็อยากรู้กัน ว่าเจ้ากล้องคู่ Leica ที่เป็นจุดเด่นของเขานั้น มันเจ๋งแค่ไหนลองไปดูกันเลย มาเริ่มจากรูปลักษณ์กันก่อนเลย Huawei P9 เครื่องนี้มาพร้อมกระจกด้านหน้าขอบโค้งนิดๆ ดูแปลกตาดี ตัวเครื่องด้านหลังเป็นสีบรอนด์เทารับกับด้านหน้าที่เป็นสีขาวให้ความรู้สึกหรูหรามากๆ (ที่ขายในไทยมีทั้งหมด 3 สี) ตัวเครื่องขึ้นรูปด้วยเหล็กชิ้นเดียวตอบรับกับกระจกขอบโค้งด้านหน้าให้ความรู้สึกกระชับมือดีจริงๆ และด้านหลังมาพร้อมเซ็นเซอร์ที่ใช้สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งใช้สั่งงานฟังก์ชั่นหลากหลาย ทั้งปลดล็อกเครื่อง, ถ่ายภาพ, รับสาย เป็นต้น อีกส่วนที่โดดเด่นมากจากด้านหลังก็เห็นจะเป็นเจ้าเลนส์ 2 ตัวจากกล้องคู่ พร้อมตัวหนังสือ Leica Summarit H 1.2.2/27 ASPH ที่ดูน่าสนใจมากใช้ได้เลยครับ Huawei P9 มาพร้อม Android เวอร์ชั่น 6.0, CPU HiSilicon Kirin 955 8-core 2.5 GHz และ 1.8 GHz, Ram 3 GB, เนื้อที่เก็บข้อมูล 32 GB รองรับการทำงานแบบ 2 ซิม แต่เครื่องนี้ไม่สามารถใช้งาน 3G หรือ 4G LTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม จะใช้งานได้ทีละซิม ส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานนั้นทำออกมาได้ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว ดูสะดวกและเข้าใจง่ายไม่ว่าจะเป็นปุ่มโฮมหรือปุ่มย้อนกลับ หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว แบบ IPS ความละเอียด Full HD 1080p ให้ความรู้ที่คมชัดสวยและให้สีที่ค่อนข้างตรงมาก และอีกจุดนึงที่อยากจะเน้นนะครับ สายชาร์ตเป็นพอร์ต USB-C ซึ่งค่อนข้างแปลกและไม่เหมือนใครในตลาดปัจจุบันนี้ เพราะงั้นจะไปบ้านเพื่อนก็ควรจะพกสายชาร์ตไปด้วยเป็นการดีครับ ทีนี้ก็มาว่ากันด้วยเรื่องกล้องที่หลายๆ คนสนใจกัน บอกเลยครับว่าผมและบรรดาช่างภาพที่รู้จักก็ตื่นตากันสุดๆ เพราะมันเป็นเลนส์ Leica นั้นเอง งั้นจะขอเริ่มจากกล้องคู่ด้านหลังก่อนเลย ที่มาพร้อมความละเอียด 12 ล้านพิเซล โดยเลนส์ตัวหนึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายภาพขาว-ดำ ส่วนอีกตัวถ่ายภาพสีตามปกติ ภาพจากกล้องหลัง ส่วนจุดเด่นที่ประทับใจมากๆ นั้นก็เห็นจะเป็นตรงที่สามารถปรับรูรับแสงได้ถึง F 0.95 ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ Huawei ผสมกับพลังของเลนส์ Leica ทำให้ภาพที่ได้นั้นอย่างกับมืออาชีพมาถ่ายเองเลยทีเดียวครับ ตรงนี้ชอบมากๆ ส่วนโหมดถ่ายภาพอื่นๆ นั้นมีให้เล่นมากมายเรียกว่าเลือกเล่นได้ไม่มีเบื่อเลยทีเดียว ภาพจากกล้องหน้า สองรูปนี้ไม่ได้ปรับหน้าสวยเลยด้วยซ้ำ ใสดีจริงๆ ส่วนกล้องหน้านั้นมาพร้อมความละเอียด 8 ล้านพิเซล และโหมดหน้าสวยที่สามารถปรับได้ 10 ระดับ แบบที่ถูกใจนักเซลฟี่ทั้งหลายรับประกันว่าภาพที่ได้นั้นออกมาสวยสะใจแน่นอน ส่วนที่ผมชอบมากๆ ในกล้องหน้าของ Huawei P9 เครื่องนี้ นอกจากเซนเซอร์ด้านหลังที่ใช้กดถ่ายภาพได้สะดวกแล้ว ก็เป็นเห็นจะเป็นโหมด จับภาพรอยยิ้ม ตรงนี้บันเทิงมากครับ โดยมันจะกดชัตเตอร์เมื่อเรายิ้ม ทำเอาผมและเพื่อนยิ้มกันหน้าบานหัวเราะกันไม่หยุดเลยทีเดียว ฮ่าๆ ไปเดินเล่นงาน EDM มาพอดี ถ่ายภาพกลางคืนก็ออกมาค่อนข้างใช้ได้เลย สุดท้ายอยากบอกเลยครับว่า Huawei P9 เครื่องนี้เป็นสมาร์ทโฟนอีกเครื่องที่ประทับใจมาก จนอยากจะเสียตังซื้อเลยทีเดียว จากพลังของกล้อง Leica ที่ได้ลองทดสอบและสัมผัสกับมันบอกเลยว่าประทับใจมากๆ ร่วมไปถึงพลังของ CPU นั้นก็ทำออกมาได้ดีมาก หน้าจอคมชัดสวยจนไม่อยากจะละสายตาเลยทีเดียวครับ และด้วยราคา 16,990 บาท แค่กล้อง Leica นั้นก็คุ้มแล้วครับ เป็นสมาร์ทโฟนอีกเครื่องที่คุ้มค่าน่าเสียตังให้จริงๆ

รื้อหิ้งหนังเก่า : You are the Apple of My Eye (2011)
You are the Apple of My Eye /  กิดเดนส์ โค / 

"นึกถึงหนังไทยเรื่อง ‘แฟนฉัน’ (2003)” เป็นคําที่ Hollywood Reporter ใช้บรรยายถึงหนังไต้หวันเรื่องนี้ เพราะมันเล่าเหตุการณ์ของชายหนุ่มซึ่งใส่สูทผูกไทผู้เตรียมไปงานแต่งของหญิงคนรักเมื่อครั้งมัธยมปลายเช่นกัน... ประหนึ่งไทม์แมชชีนพาเราย้อนกลับสู่อดีตของผู้กํากับ กิดเดนส์ โค ในช่วงกลางยุค 90 ณ โรงเรียนแถบชนบท ...เกอจิ่งเถิง (เกอเจิ้นตง) หนุ่มหัวโจกต้องมานั่งหน้า เฉินเจียอี๋ (เฉินหยาน ซือ) เด็กสาวเรียนดีจนค่อยๆ สนิทสนมกันผ่านคืนวันเหล่านั้น พร้อมพฤติกรรมฮาๆ ของผองเพื่อนที่ขี้เกียจทําการบ้าน แอบงีบหลับ หรือทําตัวบ้าๆ บอๆ ทว่าทุกคนต่างไม่ประสากับความรักครั้งแรกที่เกิดขึ้นขณะก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ กิดเดนส์ โค ผู้กำกับของเรื่อง ซึ่งโด่งดังมาจากนักเขียนที่ใช้นามปากกาว่า มีด 9 เล่ม (Juibadao) ความสำเร็จของโคกําลังขับเคลื่อนวงการนิยายไต้หวัน ตั้งแต่เริ่มพิมพ์ผลงานเล่มแรกทางอินเตอร์เน็ตและมีงานตามมาอีกกว่า 50 เล่มในหลาก สไตล์ตั้งแต่สยองขวัญ ไซ-ไฟ ไปจนถึง โรแมนติกนิยายของเขาถูกดัดแปลงเป็นหนังนักเรียน เกมส์ออนไลน์และสื่ออื่นๆ อีกมาก ก่อนจะนำประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งเล่าสิ่งที่โคไม่เคยมีได้ก่อเกิดบาดแผลในใจ แล้วถ่ายทอดเป็นเรื่องโรแมนติกที่เล่าในมุมผู้ชายอย่างสัตย์ซื่อ จนกลายเป็น The Girl We Chased Together in Those Years ต้นแบบของหนังเรื่องนี้ “ผมทําหนังเรื่องนี้โดยหวังว่าสาวๆ จะมองชายคนรักในมุมใหม่ๆ ไม่ว่าพวกเขาจะงี่เง่า เฉื่อยชา อ่อนต่อโลกหรือขาดความกล้าจะพูดใน สิ่งที่ใจคิดแค่ไหน โปรดให้เวลาพวกเขาอีกสักนิด”  https://www.youtube.com/watch?v=FyRysi1Vovs ลายเซ็นของโคแจ่มชัดด้วยมุขตลกล้อเลียนฮอร์โมนวัยรุ่น ทั้งพระเอกที่ชอบแก้ผ้าเวลาอยู่บ้าน เพื่อนพระเอกที่อวัยวะเพศแข็งตัวตลอดเวลา หรือมิตรภาพผ่านฉากแข่งกันช่วยตัวเองหมู่! อย่างไรก็ดี ความรู้สึกโหยหาวัยเยาว์ได้เชื่อมโยงเข้ากับประสบการณ์ของผู้ชมจนทําให้หนัง โกยรายได้ถึง 400 ล้านเหรียญไต้หวัน (ประมาณ 13.3 ล้านเหรียญสหรัฐ) และขึ้นครองอันดับ 2 ของสถิติหนังไต้หวันที่ทํารายได้มากที่สุดตลอดกาลในประเทศในปี 2011 แถมเมื่อเปิดตัวในฮ่องกงก็แรงแบบฉุด ไม่อยู่โดยทุบสถิติหนังที่มีรายได้รวม สูงสุดในฮ่องกงอย่าง Infernal Affairs II (2003) และแซง Lust, Caution (2007) ขึ้นแท่นเป็นหนังไต้หวันที่ทํารายได้มากที่สุดในถิ่นเพื่อนบ้าน (ปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับที่ 4) น่าสังเกตว่าหลังยุค 80 ที่ เต็มไปด้วยผู้กํากับนิวอย่าง โหวเซียวเชียน, เอ็ดเวิร์ด หยาง, ไฉ้หมิงเลี่ยง และ หลี่อัน ไต้หวันก็เริ่ม เปลี่ยนสไตล์การเล่าเรื่องจากผู้คนอ่อนไหวในบรรยากาศอาร์ตๆ มาเป็นการจับประเด็นบ้านๆ แล้วทําให้ป๊อปมากขึ้น ตั้งแต่จุดประกายด้วย Cape No.7 (2008) ของ เว่ยเต๋อเซิ่ง (หนังไต้หวันที่ทำเงินอันดับที่ ตลอดกาลจนถึงปัจจุบัน) ก่อนจะส่งไม้ต่อมายัง You are the Apple of My Eye และ Seediq Bale Part I: Sun Flag (ผลงานชิ้นที่ 2 ของเว่ยเต๋อเซิ่งเอง ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าชิงออสการ์ อีกทั้งยังทำเงินแซง You are the Apple of My Eye อีกด้วย) ต่างกวาดรายได้ถล่มทลายและเรียกชาวไต้หวันให้ กลับมาสนใจหนังชาติตัวเองได้สําเร็จ ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

หน้าต่างมีหู..ประตูมีช่อง มาริโอ้-จันจิ แอบสวีท!! แก๊งแอนตี้ ดิ้นทุรนทุราย!
มาริโอ้ -จันจิ /  มาริโอ้ เมาเร่อ / 

          พร้อมใจกันปากแข็งอย่างต่อเนื่อง สำหรับคู่รักไม่ลับของวงการ ระหว่างพระเอกสุดฮอต มาริโอ้ เมาเร่อ กับนักร้องสาว จันจิ จันจิรา จากวงไกอา ที่ทั้งคู่ซุ่มคบหาดูใจกันมาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ดันมีมารผจญจากแฟนคลับบางกลุ่มที่เกลียดขี้หน้าสาวจันจิ ถึงขั้นสร้างอินสตาแกรม-เฟซบุ๊กแอนตี้ออกมาโจมตีสาวจันจิ ด้วยการขุดรูปเก่าๆ สมัยหน้าตาขี้เหร่ ยันบรรดาแฟนคนเก่าของสาวจันจิ งานนี้ทำเอาสาวจันจิและหนุ่มมาริโอ้ถึงกับเพลียจิต เพราะวิงวอนออกสื่อไปขนาดไหน แต่แฟนคลับกลุ่มแอนตี้ก็ยังไม่เลิกโจมตี ทำให้ทุกวันนี้ทั้งคู่ยังคงไม่กล้ายอมรับว่ากำลังคบหากันในสถานะอะไร เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้ว สาวจันจิอาจจะโดนโจมตีหนักขึ้นกว่าเดิม           แต่ถึงทั้งคู่จะไม่ยอมรับว่าคบหากันแบบไหน แต่หลายๆ คนที่เคยเห็นหนุ่มมาริโอ้กับสาวจันจิไปไหนมาไหนด้วยกันก็พอจะเข้าใจว่าคู่นี้ต้องเป็นแฟนกันอย่างแน่นอน แถมงานนี้ปาปารัซซี่ตาดีของเราก็สอยหลักฐานเด็ดๆ ว่าทั้งคู่เริ่มเปิดเผยสถานะมากขึ้นด้วยการไปไหนมาไหนด้วยกันในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ ทั้งคู่ก็อาจจะออกมายอมรับเปิดปากว่าเป็นแฟนกัน ส่วนคนที่จะดิ้นพล่านตายคงเป็นเหล่าบรรดาแฟนคลับกลุ่มแอนตี้ ที่ถึงจะออกมาแฉเปิดโปงยังไง ก็ไม่ได้ทำให้ความรักของทั้งคู่บั่นทอนลงไปเลย มาริโอ้ - จันจิ   มาริโอ้ -จันจิ   มาริโอ้ -จันจิ  

Triumphs Kingdom คัมแบ็ค! เสิร์ฟเพลง ตบจูบ ส่งแรงเชียร์เวิลด์กรังด์ปรีซ์
TK โบ จ๊อยซ์ /  บอย โกสิยพงษ์ / 

กลับมามีผลงานคู่กันอีกครั้ง สำหรับ โบ จ๊อยซ์ Triumphs Kingdom ที่เอาใจแฟนคลับในโปรเจคพิเศษ เพลงเชียร์วอลเลย์บอลหญิง สู้ศึก เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016 ในเพลง ตบจูบ การันตีงานเพลงโดย บอย โกสิยพงษ์ ซึ่งในวันนี้ (1 กรกฎาคม) ได้มีการปล่อยเพลง ตบจูบ ให้ได้ฟังและรับชมกันแล้วทางชาแนลของ loveis... และหากใครอยากเจอตัวเป็นๆของ โบ จ๊อยซ์ Triumphs Kingdom ก็เตรียมตัวซื้อบัตรรับชมการแข่งขัน วอลเลย์บอล เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016 พร้อมทั้งโชว์จาก TK ในเพลง ตบจูบ กันได้ที่ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ และไปให้กำลังใจนักตบสาวไทยสู้ศึกครั้งนี้กันด้วยนะ ห้ามพลาด!! เนื้อเพลง ตบจูบ - Triumphs Kingdom Verse 1 จิตใจพร้อม ของฉันก็พร้อม ร่างกายพร้อม ของฉันก็พร้อม ที่จะไปให้ถึงที่สุด ในตอนนี้ ชีวิตของเรา จะรวมกัน กับฝันของเรา เพื่อข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ Pre ฉันจะเสริฟ์ลูกบอลด้วยพลังของเธอ และส่งมันออกไปด้วยหัวใจของเธอ เพื่อให้โลกได้รู้ซึ้งถึงคนไทย ประเทศเล็กๆ แต่เจ็บ รู้ไหม Chorus. ตบจูบ ตบรักแล้วก็ส่งจูบ ให้เขาเดาทางไม่ถูก ตบจนเต็มรักพักแล้วเสริฟ์ใหม่ เสิรฟ์จูบ แทนรักของประเทศไทย ตบรักที่เต็มล้นให้ ตบจนหัวใจเต็มไปด้วยจูบ Verse 2 ไม่ได้เป็นของใคร แต่ว่าเป็นของไทย ไม่ได้สู้เพื่อใคร แต่ว่าสู้ขาดใจ กว่าจะมาวันนี้เจ็บมาตั้งกี่ที? กว่าจะยืนตรงนี้เหนื่อยมาสักกี่ปี? ไหนใครเชียร์ทีมไทยช่วยแสดงตัวหน่อยได้ไม๊ค๊า? (เฮ) ไหนใครรักทีมไทยช่วยตะโกนให้ดังอีกนิดน้า (เฮ) ใครอยากให้ทีมไทยชนะเกมนี้แบบว่าไม่มีใบแดงบ้างอ๊ะ? รักกันแล้วต้องเชียร์กันนะ (เฮ) รักน้อยๆแต่นานๆนะ (เฮ)

นุ่น ไม่ซีคนมองเสียบละครแทน ชมพู่ ยิ้มรับแทนคนอื่นมาหลายเรื่องแล้ว!!
นุ่น วรนุช /  ต๊อด ปิติ / 

หลังจากซุปตาร์สาว ชมพู่ อารยา ขอถอนตัวละคร ระเริงไฟ ของ ผู้จัดหน่อย บุษกร ไปแบบกะทันหันเพื่อเตรียมตัวมีทายาท ซึ่งได้นางเอกสาว นุ่น วรนุช มารับบทแทนและเริ่มเดินหน้าถ่ายทำทันที ล่าสุด ผู้จัดหน่อย ได้ฤกษ์บวงสรวงละครเช้าวันนี้ ณ ช่อง 3 หนองแขม สาวนุ่น เผยความรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมงานกับ เคน-หน่อย เป็นครั้งแรก ไม่ซีเรียสที่หลายคนมองว่ามาเสียบละครแทน สาวชม ถือเป็นเรื่องปกติของการผลิตละคร และที่ผ่านมาเธอก็เคยรับบทแทนคนอื่นมาหลายเรื่องแล้ว!! "สำหรับละครเรื่องนี้จริงๆ นุ่นคุยกับป้าโอ๋ค่ะเป็นคนแรกที่โทรมาคุย ก็อยากร่วมงานกับพี่เคน พี่หน่อยอยู่แล้ว ป้าโอ๋เป็นผู้กำกับที่นุ่นรักและเคารพ เคยร่วมงานกันมา 2 เรื่องแล้ว สุดท้ายเค้าก็อธิบายเล่าให้ฟังแล้วน่าสนใจ ก็ขออ่านเรื่องอีกนิดนึงว่าเป็นยังไง เพราะถ้านุ่นอยากจะเล่นก็ต้องอ่านแล้วเราอยากเล่น ไม่ใช่ใครบอกแล้วต้องเล่น เรื่องมันสนุก ถ้าเรามีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่เคน พี่หน่อย และป้าโอ๋มันก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนุ่น และเป็นเรื่องแรกคู่กับพี่เคนด้วย เป็นการร่วมงานที่ไม่ผิดหวังค่ะ เคยติดตามผลงานพี่เค้ามาอยู่แล้ว พี่เค้าเก่งค่ะ อาทิตย์แรกถ่ายไปก็ค่อยๆ ปรับ แต่มันดราม่าเลยตั้งแต่ต้นเรื่อง ก็ต้องใช้ความคิด ใช้ข้างในเยอะมาก พอหลังจากอาทิตย์แรกนุ่นก็ไปหาหนังสือมาอ่านว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง มันอาจจะไม่ได้เหมือนบทในปัจจุบัน แต่เราก็ได้โครงเรื่อง" "ไม่ซีเรียสที่คนมองว่าเสียบแทนชมพู่ จริงๆ นุ่นก็มาแทนหลายเรื่องแล้ว ไม่ใช่เรื่องแรกค่ะ (หัวเราะ) เพราะในการผลิตละครแต่ละครั้งมันอาจจะมีเรื่องราวต่างๆ ว่าคนนี้อาจจะไม่สะดวกแล้ว หรือคนนี้ถ่ายไปแล้วก็ยังมีเปลี่ยนได้ มันเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ ณ วันนี้นุ่นมีโอกาสได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ก็จะทำให้เต็มที่ค่ะ ความคาดหวัง คือนุ่นเล่นละครรีเมคมาหลายเรื่อง มีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งคนชอบและไม่ชอบก็เป็นเรื่องปกติค่ะ เรื่องนี้พี่หน่อยเต็มที่มาก พี่เคนเองก็เข้ามาช่วยในเรื่องของหลังบ้านเยอะ มันร่วมสมัยทั้งภาพ แสง บท ชมพู่ก็ไม่ได้แสดงความยินดีอะไร ไม่ได้คุยกันค่ะ เรื่องคิวโชคดีที่ถ่ายจันทร์ อังคาร พุธ ไม่ได้ติดอะไร เพราะนุ่นเพิ่งปิดละครไปได้ 2 อาทิตย์ คือนุ่นรับละครทีละเรื่อง ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่รับละครครึ่งปีหลังด้วยซ้ำ ตั้งใจว่าปีหน้าค่อยรับ ก็อยากพักทำนู่นทำนี่ พอมีจังหวะพอดี มันเป็นโอกาสที่เข้ามา" "พี่ต๊อดก็ไม่ได้ว่าอะไรที่รับงานต่อเนื่อง แค่บอกให้เค้าฟังว่าเดี๋ยวจะมีเล่นละครนะ ก็คุยว่ามีเข้ามากะทันหันเริ่มถ่ายเลย เพราะปกติจะมีรอเป็นเดือน ไม่ได้ขออนุญาต เป็นการแจ้งให้ทราบค่ะ (หัวเราะ) ชมพู่เค้าหยุดไปมีน้อง ของเราก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมีตอนนี้ ชีวิตตอนนี้ก็แฮปปี้ดีค่ะ ไม่ได้แพลนมีน้อง ตอนแรกที่จะพักก็มีทริปไปเชียร์เค้าแข่งรถ ตอนนี้เค้าก็อยู่ที่ญี่ปุ่น เราก็ไม่ได้ไป แต่ก็เข้าใจค่ะ ส่งกำลังใจไปโทรคุยกันทุกวัน โดนถามเรื่องมีน้องบ่อยๆ ก็ไม่เบื่อหรอกค่ะ ขอบคุณที่ทุกคนช่วยลุ้น พักหลังลงรูปกับพี่ต๊อดบ่อยขึ้นไม่ได้สยบข่าวอะไร ล่าสุดถ่ายรูปครอบครัววันเกิดคุณพ่อ คือเค้าไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ ขนาดนักข่าวยังถ่ายรูปเค้าไม่ค่อยได้เลย (หัวเราะ) ทำทั้งงานแสดง ทั้งธุรกิจ สำหรับนุ่นรู้ว่าอาชีพนักแสดงมันไม่ได้ยาว อย่างมากก็คงทำอีกสัก 2 ปีมั้ง ไม่รู้จะมีคนจ้างต่อหรือเปล่า การทำธุรกิจก็คงเป็นการมองอนาคตต่อยอดในการทำงานบันเทิงที่ไม่ได้มีอยู่ตลอดไป" "ส่วนเรื่องพี่ต๊อดบริจาครถป้ายแดงให้กับแท็กซี่ ก็ได้ทราบเรื่องค่ะ จริงๆ เค้าบริจาคมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว เค้ามีมูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดีอยู่แล้ว เค้าก็บริจาคตามโรงเรียนทุกเดือนอยู่แล้ว นุ่นว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีที่น่าชื่นชม และมันก็ไม่ใช่เคสแรก เพราะคุณพ่อเองก็บริจาครถให้กับพี่ท็อปไว้ช่วยเหลือคน ก็ดีค่ะ จะได้เป็นการช่วยกระตุ้นให้คนที่มีมากกว่าคนอื่นได้มาช่วยเหลือกันค่ะ ก็ภูมิใจแทนสามีค่ะ บริจาคมาทางนี้บ้าง (หัวเราะ) จริงๆ เค้าก็ดูแลทุกคนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนุ่น เพื่อนนุ่น เพื่อนเค้า ช่วยกันทำงาน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ส่วนที่คนมองว่าทำดีสร้างกระแสข่าวลบๆ ที่ผ่านมา ก็แล้วแต่คนจะคิดมากกว่าค่ะ ถ้าเราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นก็ไม่ต้องกลัวใคร สำหรับคนที่ว่าได้มีโอกาสทำแบบนี้บ้างหรือเปล่า คือมันไม่จำเป็นต้องทำเยอะ แค่นิดหน่อยร่วมกันก็ช่วยคนอื่นได้ ภาพที่เห็นว่าเค้าเป็นคนแรง เค้าก็เป็นคนแบบนี้มานานแล้วค่ะ เพื่อนๆ ทุกคนก็เข้าใจ คือเค้าไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดี ไม่ได้ไปก่ออาชญากรรม นุ่นว่ามันก็เป็นตัวเค้า และเค้าก็จะบอกเสมอว่าเค้าไม่ใช่ดารา เค้าเป็นคนธรรมดาคนนึงค่ะ" นุ่น กล่าว นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช นุ่น วรนุช เคน-นุ่น ระเริงไฟ2016 ต๊อด บริจาครถป้ายแดงให้โชเฟอร์แท็กซี่