ค่ายลพบุรี

ละครเหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน , เรื่องย่อเหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน
ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน /  ซีรี่ส์ ภารกิจรัก เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน / 

เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน บทประพันธ์โดย: อักษราบทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์ กำกับการแสดงโดย: สยาม น่วมเศรษฐี ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ จำกัด ออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ -เสาร์- อาทิตย์ เวลา 20.30 น. เรื่องย่อละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ณ โรงแรมหรูริมทะเลแห่งหนึ่งที่เกาะภูเก็ต เหล่าผู้แทนการค้า นักการธนาคารและนักลงทุนระดับนานาชาติ เดินทางมาร่วมพบปะเจรจาการลงทุนการค้าที่คาดว่ามีมูลค่ามหาศาล ริกเตอร์ นายทหารรับจ้างผู้ต่อต้านทุนนิยมสุดโต่ง ผ่านสนามสงครามมาทั้งอิรัก อัฟกานิสถาน ลิเบีย ฯลฯ ได้แฝงตัวมากับหน่วยบอดี้การ์ดของเหล่าผู้แทนการค้าพร้อมลูกน้องร่วม 10 คน เมื่อการประชุมเริ่มขึ้น ริกเตอร์กับลูกน้องก็เผยโฉมผู้ก่อการร้าย จับเหล่าผู้แทนการค้าและนักการธนาคารไว้เป็นตัวประกัน โดยเหล่าบอดี้การ์ดถูกสังหารไปแทบหมด ริกเตอร์ยื่นข้อเสนอให้เหล่าผู้แทนการค้า นักธนาคาร และนักลงทุนซื้อชีวิตตัวเองเพื่อไม่ให้ถูกฆ่า ด้วยการโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีขององค์กร Black Shark องค์การก่อการร้ายสากล ที่มีเครือข่ายไปทั่วโลก โดยมีหัวหน้าใหญ่คือมิสเตอร์เจสัน ซึ่งไม่เคยมีใครรู้จักโฉมหน้าที่แท้จริงมาก่อน และริกเตอร์ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกร่วมอุดมการณ์องค์กร Black Shark แต่ข่าวการจับทุกคนในโรงแรมรั่วไหลมาถึงกลาโหม เพราะหนึ่งในคนที่ถูกจับอยู่ในโรงแรม มีรัฐมนตรีพาณิชย์ของไทยรวมอยู่ด้วย ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน รมต.แอบส่งความช่วยเหลือทางมือถือออกมา กลาโหมถือว่าเป็นภัยความมั่นคงของชาติ จึงสั่งการให้กองทัพไทยส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าช่วยเหลือตัวประกันและจัดการจับผู้ก่อการให้ได้ ร้อยเอกภูริช สัตตกมลพันธ์ แห่งหน่วยรบพิเศษ สังกัดกองทัพบก, เรือเอก จิรวัติ สุกปลั่ง สังกัดกองทัพเรือ , ร.ต.อ.คณินทร์ ตำรวจสังกัดหน่วย ปปส. และเรืออากาศเอกกรัณย์ สังกัดหน่วยคอมมานโดอากาศโยธิน 4 นายทหารเพื่อนรักและหัวกะทิของกองทัพไทย ถูกเรียกตัวมารับภารกิจพิเศษร่วมกันในทันที ทั้ง 4 สามารถช่วยตัวประกันรอดตาย สมุนของริกเตอร์เสียชีวิตทั้งหมดในปฏิบัติการช่วยตัวประกัน และตัวริกเตอร์ก็ระเบิดพลีชีพตัวเองเมื่อจนมุม หลังภารกิจลับเสร็จสิ้นลง ทั้ง 4 ได้รับคำชื่นชมจากทั้งกองทัพมาก ที่ช่วยรักษาชื่อเสียงให้กับประเทศ รักษาความมั่นคงสร้างความมั่นใจให้กับนานาประเทศ หลังรายงานตัว 4 หนุ่มได้หยุดพักร้อนฉลองกันที่ชายหาด รื้อฟื้นความหลังสมัยเรียนเตรียมทหารร่วมกัน อัพเดตชีวิตและความโสดกันอย่างสุดเหวี่ยง และแล้วภูริชก็ถูกเรียกตัวกลับหน่วย เพื่อไปรับภารกิจที่ชายแดน ในฐานะหัวหน้าหน่วย กระทิง หน่วยรบพิเศษกล้าตายที่มีลูกน้อง 9 ชีวิต ความเก่งกาจพิเศษของภูริชคือยิงปืนแม่นไม่ต่างจากพลซุ่มยิง-สไนเปอร์ ภูริชจูบรูปแม่ขึ้นเครื่องบินลำเลียงพล เหินฟ้ามุ่งสู่ชายแดนไทย-พม่า ทางภาคเหนือ ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ณ ค่ายทหารที่ชายแดนห่างไกลทุรกันดาร หน่วยกระทิงของภูริชร่วมปฏิบัติการผสมกับกองกำลังหลายฝ่ายในการดูแลความสงบในพื้นที่เกิดมีปัญหาหลายอย่างรุมล้อมขึ้นพร้อมๆกันทั้งการตัดไม้ทำลายป่า ลับลอบผลิตและขนยาเสพติดข้ามชายแดน ลักลอบขนแรงงานเถื่อนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายของพวกมีอิทธิพล ทำให้ประชาชนในพื้นที่อยู่อย่างหวาดกลัว ภูริชกับเหล่าทหารเลยต้องทั้งทำภารกิจทางด้านทหาร และภารกิจช่วยเหลือบำรุงขวัญชาวบ้านไปด้วย ประกอบกับหน้าหนาวมาเยือน...ทำให้ชาวบ้านรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารเอง ก็มีอาการป่วยด้วยสารพัดโรค บางคนมีอาการหนัก การเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลลำบากด้วยเป็นพื้นที่ห่างไกลมาก และแล้วภูริชได้เจอกับ นภัสชล อายุรแพทย์และศัลยแพทย์ที่มากับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยรักษาชาวบ้านฟรี ภูริชเห็นถึงความทุ่มเทในการช่วยชีวิตชาวบ้านของนภัสชล ซึ่งบางครั้งก็มากเกินไป ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน จนเข้ามาก้าวก่ายหน้าที่ทหารของภูริช ทำให้ทั้ง 2 มีปากเสียงกัน ผิดกับ วริสา หมอร่วมทีมที่ปลาบปลื้มภูริชมาก วริสากับนภัสชลไม่ค่อยกินเส้นกัน ด้วยเหตุที่วริสาแอบอิจฉาริษยาและพยายามเอาชนะนภัสชลที่ได้ชื่อว่าเป็นหมอที่เก่งของรุ่นตลอดเวลา แต่วริสาก็ไม่สามารถเก่งเกินนภัสชลได้ แม้จะเป็นหมอ แต่นภัสชลก็มีความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญจนกระทั่งสามารถผูกตัวเองกับเชือกลงไปช่วยชาวบ้านที่ตกหน้าผาสูง จนทำเอาภูริช เหล่าทหารและชาวบ้านทึ่งพากันชื่นชมนภัสชล จนกลายเป็นหมอคนดังขวัญใจชาวบ้าน ความอิจฉาของวริสากลายเป็นความแค้นอยากกำจัดนภัสชลให้พ้นทาง วางแผนให้นภัสชลเกือบเอาชีวิตมาทิ้งที่ชายแดนหลายครั้ง แต่ภูริชก็มาช่วยไว้ได้ทุกครั้ง แต่ไม่มีใครเอะใจว่าเป็นแผนการของวริสา ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ภารกิจสุดท้ายในพื้นที่...คือการแกะรอยหาโรงงานผลิตยาบ้าที่คาดว่าอยู่ที่ไหนสักแห่งในป่าลึกติดชายแดน คณินทร์ถูกส่งตัวมาช่วยเพราะมีเบาะแสเครือข่ายของยาเสพติดที่ลักลอบส่งไปจากพื้นที่จนกระทั่งสามารถช่วยหน่วยกระทิงของภูริชแกะรอยจนพบโรงงานผลิตยาบ้าของชนกลุ่มน้อยกลางป่าลึกได้ นำไปสู่ปฏิบัติการทลายโรงงานผลิตยา แต่เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ทหารไทยบาดเจ็บไปหลายนาย และ จ่ามี หนึ่งในทหารร่วมหน่วยกระทิงถูกจับตัวไป ภูริชต้องบุกเดี่ยวตามไปช่วย หลังเก็บชนกลุ่มน้อยไปหลายคน...ภูริช ต้องออกมาดวลปืนนัดต่อนัดวัดใจกับหัวหน้าแก๊งยาว้าแดงเพื่อช่วยชีวิตลูกน้องเอาไว้ ภูริชเก็บหัวหน้าชนกลุ่มน้อยได้แต่ตัวเองถูกยิงอาการสาหัส กระสุนฝังอยู่อกซ้าย ห่างจากหัวใจไม่ถึง2เซ็นต์ ภูริชถูกหามออกจากป่าอย่างทุลักทุเลมายังหมู่บ้าน ขณะนั้นหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เคลื่อนขบวนออกไปจากพื้นที่แล้ว ห ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ลังภารกิจช่วยชาวบ้านเสร็จสิ้น คณินทร์ต้องยืมม้าของชาวบ้านห้อไล่ตามรถไปขวางขบวนแพทย์เคลื่อนที่สำเร็จ ขอให้ช่วยรักษาภูริช เพราะขืนรอฮ.ทหารมารับภูริชไปส่งโรงพยาบาลในตัวจังหวัด ภูริชอาจไม่รอด วริสาออกตัวแรงอาสาผ่าตัดให้ภูริชเอง แต่กลับทำพลาด เกือบทำให้ภูริชตายคามือ นภัสชลโผล่เข้ามาแก้สถานการณ์ช่วยผ่าตัดเอากระสุนออกจากอกภูริชได้สำเร็จ โดยระหว่างผ่าตัด คณินทร์ใช้มือถือภูริชถ่ายคลิปการช่วยชีวิตไว้ตลอด เมื่อจัดการส่งภูริชขึ้น ฮ. ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลแล้ว นภัสชลก็จากไปพร้อมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ภูริชฟื้นขึ้นในโรงพยาบาลที่กรุงเทพโดยมีแม่ปีย์และภีรชา...น้องสาวดูแล แถมมี พิมพ์รวีย์ ลูกสาวของ นายพลอนุชิต ผู้บังคับการหน่วยของภูริชมาคอยทำหน้าที่เหมือนเป็นพยาบาลคอยเอาใจ คณินทร์มาเยี่ยมพร้อมคืนมือถือและเปิดคลิปที่นภัสชลผ่าตัดช่วยชีวิตภูริชให้ดู ทำให้ภูริชซาบซึ้งใจและพบว่านภัสชลได้ผ่าตัดเอาหัวใจของเขาติดไปด้วย จนกระทั่งภูริชหายดีและกลับไปปฏิบัติภารกิจที่ชายแดนตามปรกติ เกิดเหตุร้ายเกี่ยวกับความมั่นคงขึ้นในพื้นที่ เมื่อภูริชอยู่ในพื้นที่...เขาจึงถูกเรียกตัวไปรับภารกิจนั้นทันที นั่นคือการช่วยเหลือนภัสชลและวริสา สองแพทย์ไทยที่ถูกชนกลุ่มน้อยลักพาตัวไปจากชายแดนไทย ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน สถานการณ์ที่ชายแดน...ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน มีการสู้รบกันที่เมืองเผ่ารัฐลาซะ โดยกองกำลังของชนกลุ่มน้อยของ นายพลอาเช และ นายพลลอซู นายพลลอซูกับ ลียอ ลูกชายพยายามจะแย่งรัฐลาซะมาให้ได้ แต่นายพลเอาเชมี ผู้กองชยิน ลูกชายคนโตที่และ เตโช ลูกชายคนรองที่ เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้รักษาฐานที่มั่นไว้ได้อย่างเหนียวแน่น นายพลลอซูก็เลยวางแผนสั่งซื้อพิมพ์เขียวประกอบระเบิดนำวิถีชนิดร้ายแรง สามารถยิงจากปืน RPG ไปทำลายเป้าหมายได้เป็นกิโลจากนายวาริส...นายหน้าค้าอาวุธคนไทยด้วยการแอบลักลอบนำจากไทยผ่านชายแดนเข้ามา โดยอาศัยเส้นสายวริสาลูกสาวที่เป็นหมออยู่ชายแดน ข่าวรั่วไหลรู้ถึงหูนายพลอาเช เลยมีคำสั่งให้ผู้กองชยินไปลักพาตัวลูกสาวของนายวาริสมา เพื่อใช้เป็นตัวประกันต่อรองกับนายวาริส ขัดขวางไม่ให้ส่งอาวุธถึงมือกองทัพนายพลลอซู ชยินกับซาเยร์...นายทหารหนุ่มคู่ใจ จึงนำกำลังคนปลอมตัวแอบลักลอบข้ามชายแดนไทยเข้ามาลักพาตัวที่บ้านพักหมอ แต่เจอทั้งวริสาและนภัสชลอยู่ด้วยกัน ทำให้ชยินและซาเยร์ไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เป็นลูกสาวนายหน้าค้าอาวุธ เลยถามหาลูกสาวนายวาริส ด้วยความรักตัวกลัวตาย วริสาเลยชี้โบ้ยไปที่นภัสชลว่าเป็นลูกสาวนายวาริส นภัสชลเลยเถียงว่าวริสาต่างที่เป็นลูกสาวนายวาริส ทั้ง 2 เถียงโยนกันไปมา ชยินเลยจำเป็นต้องจับตัวทั้ง 2 สาวไปทั้งคู่ ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน จากเอกสารลับเปิดเผยว่า หนึ่งในแพทย์หญิงเป็นบุตรีของเอกอัคราชทูตไทยประจำนอร์เวย์ ทางกองทัพมีคำสั่งให้ส่งทหารฝีมือดี ออกติดตามช่วยชีวิตหมอทั้ง 2 กลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้ เป็นครั้งแรกที่ภูริชรับภารกิจด้วยความตื่นเต้น เพราะรูปลูกสาวทูตที่ภูริชได้รับมา คือนภัสชล เรืองโรจนทรัพย์ หมอผ่าตัดที่ขโมยหัวใจเขาไปนั่นเอง และผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเฉพาะกิจ เป็นนักบินพาภูริชไปส่งยังพื้นที่เป้าหมายก็คือเรืออากาศเอกกรัณย์ เพื่อนรักของภูริช กรัณย์ให้ภูริชสัญญาว่าภูริชต้องช่วยพานภัสกลับมาส่งถึงมือเขาอย่างไร้รอยขีดข่วน เพราะนภัสชลมีความสำคัญกับครอบครัวเขามาก ทำให้ภูริชเข้าใจว่านภัสชลคือคนรักของกรัณย์ ภูริชปวดใจจุกเกินบรรยาย หมอคนสวยที่เป็นรักแรกที่เขาเฝ้าฝันถึงดันมาเป็นคนรักของเพื่อนรักภูริชปลอมตัวเป็น มองเทร์ สายลับของหน่วยเหนือในกองกำลังนายพลอาเชที่ข่าวว่า กำลังจะเดินทางมารับอาวุธจากชยินเพื่อส่งไปยังพื้นที่สู้รบอื่น ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน โดยมีจาโปและกีซา 2 ชาวพื้นเมืองที่ทำงานให้กับทางการไทยนำทางเดินเท้าไปในป่า ไปหา ร้อยโทฐิติ อดีตนายตำรวจผู้โชกโชน ที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นสายลับหาข่าวมาขายให้ทุกฝ่ายที่จ่ายหนัก โดยฝังตัวหาข่าวอยู่แถบชายแดน ฐิติมารอรับภูริชพร้อม เล่าซาง ลูกน้องคนสนิท ทำหน้าที่นำทางพาภูริช จาโป กีซาไปยังฐานที่มั่นของกองกำลังชยิน ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิประเทศซับซ้อน หากไม่ใช่คนในหมู่บ้าน ก็ยากที่จะหาทางไปถึง ภูริชได้เจอกับนภัสชล นภัสชลจำเขาได้ในทันทีว่าเป็นทหารไทย แต่ต้องเล่นละคร ทำเป็นจำไม่ได้ แต่วริสาเกือบปากโป้งให้พวกชยินจับได้หลายครั้งเพราะริษยาที่เห็นภูริชสนใจแต่นภัสชลจนมองข้ามความสำคัญของตัวเอง จนนภัสชลต้องขอร้องให้วริสาช่วยให้ความร่วมมือปิดปากให้สนิท นภัสชลเลยใช้เรื่องนี้มาขู่บังคับนภัสชลให้ยอมรับใช้และยอมตัวเองในทุกๆทางขณะที่ถูกขังเป็นเชลยอยู่ด้วยกัน ภูริชหาโอกาสพูดคุยกับนภัสชล เพื่อตระเตรียมแผนการหนีให้พร้อมเมื่อถึงเวลา จนถึงวันที่ นายวาริสตัดสินใจที่จะนำพิมพ์เขียวอาวุธไปแลกกับวริสา ยกเลิกที่จะขายพิมพ์เขียวให้นายพลลอซู ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน แต่วันนัดแลกตัวประกัน...นายพลลอซูและลียอพากองกำลังเข้าซุ่มโจมตีหวังแย่งทั้งอาวุธและตัวประกัน ภูริชช่วยนภัสชลหนีไปได้พร้อมกับกระเป๋าใส่พิมพ์เขียวอาวุธ ส่วนวริสาถูกนายวาริสและสมุนพาหนีไปได้อีกทาง ฐานะของมองเทร์จึงถูกเปิดเผย ว่าแท้จริงแล้วเป็นภูริชนายทหารไทยปลอมตัวมา ภูริชจึงถูกตามไล่ล่าทั้งฝ่ายนายพลลอซูและฝ่ายของชยิน โดยที่ฝ่ายของนายพลลอซู...ปรากฏกองกำลังต่างชาติ ท่าทางเป็นนักรบปีศาจกลุ่มใหญ่พร้อมอาวุธครบมือเข้าร่วมไล่ล่าภูริชเพื่อแย่งชิงพิมพ์เขียวมาให้ได้ ภูริชต้องพานภัสชลหนีไปในป่าเพื่อไปให้ถึงเขตชายแดนไทยโดยเร็วที่สุด ซึ่งกองทัพไทยรอรับและเตรียมพร้อมช่วยเหลืออยู่ แต่ด้วยระยะทางที่ไกลมาก ภูริชพานภัสชลหนีรอนแรมไปในป่าหลายวันหลายคืน ทั้งหนทางที่ลำบาก และต้องต่อสู่กับกองกำลังปีศาจที่ตามล่าอย่างโหดเหี้ยมแทบเอาชีวิตไม่รอด ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิด เห็นอกเห็นใจกัน จนกลายเป็นความรัก ภูริชพานภัสชลหนีไปขออาศัยซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านชนกลุ่มน้อยแห่งหนึ่ง ทั้ง 2 มีโอกาสได้ช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการตอบแทนที่ช่วยเหลือให้ที่พักพิง ก่อนออกเดินทางไปยังชายแดนไทยที่อยู่ไม่ไกลแล้ว ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน แต่เมื่อภูริชพานภัสชลมาถึงใกล้เขตชายแดนไทยที่กองทัพกำลังมารอรับ กลุ่มนักรบปีศาจและกองกำลังของชยินตามมาทัน เกิดการต่อสู้กันขึ้น ต่างฝ่ายต่างพยายามจะแย่งชิงกระเป๋าใส่พิมพ์เขียวอาวุธจากภูริชให้ได้ ภูริชต้องยิงต่อสู้ และพานภัสชลหนีตายเข้าสู่เขตชายแดนไทย กลุ่มนักรบปีศาจและกองกำลังชยินทั้งยิงปะทะเข้ามาในฝั่งไทย และทั้งส่งกำลังตามไล่ล่าภูริชกับนภัสชลเข้ามาประชิดชายแดนไทยอย่างไม่เกรงกลัว แม้ทางกองทัพจะส่งสัญญาณเตือนแล้วก็ตาม กองกำลังฝ่ายไทยเลยต้องยิงตอบโต้ใส่ ขณะเดียวกันก็ส่งหน่วยกระทิงของภูริชขึ้นฮ.ไปรับภูริชกับนภัสชล แต่ถูกลียอนำกองกำลังตามมาประชิด จ่ามีช่วยภูริชกับนภัสชลขึ้น ฮ.ได้ แต่ตัวเองถูกกองกำลังนักรบปีศาจรุมยิง รุมเชือดอย่างสาหัส บนฮ.นภัสชลพยายามช่วยชีวิตจ่ามี แต่ก็ไร้ผล เมื่อแย่งชิงพิมพ์เขียวกลับมาไม่สำเร็จ กลุ่มนักรบปีศาจก็หันมาฆ่ากองกำลังของชยินอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะพากันหายเข้าป่าไปอย่างไร้ร่องรอย ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน เมื่อ ฮ.นำทุกคนร่อนลงจอดที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง นภัสวิ่งโผเข้าไปกอดกรัณย์ร้องไห้ ภูริชได้แต่มองและแบกร่างที่ไร้ชีวิตของจ่ามีผู้ใต้บังคับบัญชาขึ้นรถไปด้วยความเข้าใจที่ยังคิดว่านภัสชลเป็นคนรักของกรัณย์ จ่ามีเสียชีวิตท่ามกลางความเสียใจของทุกคน โดยเฉพาะภูริชที่สนิทสนมกับจ่ามีมาก ภูริชเอาแต่แค้นนักรบปีศาจที่ปรากฏตัวขึ้น ว่ามันเป็นพวกไหนที่ส่งมาช่วยนายพลลอซูตามไล่ล่าเขากับ นภัสชลและฆ่าจ่ามีอย่างโหดเหี้ยม กรัณย์บินพานภัสกลับสู้อ้อมอก ท่านทูตอนันต์ และ คุณหญิงวลัยพรรณ ที่แท้นภัสมีศักดิ์เป็นน้องสาวกรัณย์ เพราะคุณหญิงวลัยพรรณเป็นน้องสาวของแม่กรัณย์ งานศพของจ่ามีจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ กรัณย์พานภัสชลไปเคารพศพจ่ามี นภัสชลเดินเข้าไปแสดงความเสียใจกับภูริช ขอบคุณเขาที่เสี่ยงตายไปช่วยชีวิตเธอ แต่ภูริชกลับทำไม่สน ไล่นภัสกลับไป ไม่อยากให้เพื่อนเข้าใจผิด นภัสเสียใจเดินออกไป กรัณย์ ต้นกล้า คณินทร์เข้ามาเซ็งกับภูริช ผู้หญิงอุตส่าห์มาหาดันไล่ไปเหมือนหมูเหมือนหมา ภูริชบอกเขาไม่อยากแย่งแฟนเพื่อน ทุกคนงง แฟนใคร ภูริชบอกแฟนกรัณย์ไง 3 เพื่อนซี้สุดเซ็ง ด่าภูริชว่าฉลาดเรื่องรบ แต่โง่เรื่องรัก นภัสชลมีศักดิ์เป็นน้องสาวกรัณย์ไม่ใช่แฟน ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน แต่แม้จะมีโอกาสเจอกันในภารกิจหลายครั้ง แต่ภูริชกับนภัสชลก็ตั้งกำแพงใส่กัน แม้จะรักกันมาก เพราะความตายของจ่ามีและเพื่อนทหาร ทำให้ภูริชไม่กล้าจะผูกพันกับใคร ยิ่ง ณ เวลานี้ ภูริชเอาแต่หมกมุ่นเรื่องสืบหาที่มาของนักรบปีศาจที่ฆ่าจ่ามี จนผู้บังคัญบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาพากันเป็นห่วง ฝ่ายนภัสชลเองก็มีทิฐิที่ภูริชทำไม่สนใจไล่เธอในวันนั้น เวลาเจอกันทั้งคู่จะปะทะคารม เอาชนะกัน เสแสร้งว่าไม่มีใจให้กัน แต่ยิ่งเสแสร้งทั้งคู่ก็ยิ่งรักกันมาก มีพิมพ์รวีย์ คอยเข้ามาสร้างความร้าวฉาน และนักธุรกิจหนุ่ม นายชนะ...อดีตคนรักของนภัสชล เข้ามาเป็นอุปสรรคอีกคน โดยที่วริสานั่นเองที่เอาเรื่องนภัสชลไปบอกไปเสี้ยมนายชนะ ปัจจุบันชนะเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ในอดีตเขาขอเลิกกับนภัสชลเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน วริสาเข้ามาทำตัวเหมือนหวังดี ส่งข่าวบอกพิกัดความเคลื่อนไหวของนภัสชลให้ ชนะซึ่งตอนนี้หัวใจยังว่างหลัง ได้เจอนภัสชลอีกครั้ง ถ่านไฟเก่าจึงคุ ขอโอกาสนภัสชลกลับมาคืนดีอีกครั้ง แต่ตอนนี้ในหัวใจของนภัสชลมีภูริชเสียแล้ว ซึ่งชนะก็ดูออก พยายามที่จะเอาชนะภูริชเพื่อแย่งนภัสชลกลับมาให้ได้ ภูริชกับชนะเลยกลายเป็นคู่แข่งในความรัก ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ขณะที่สถานการณ์ที่ชายแดนหลังปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันของภูริช...เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กองทัพฝ่ายรัฐบาลถือโอกาสเข้าโจมตีฐานที่มั่นของนายพลอาเช เกิดการอพยพของชนกลุ่มน้อยเมืองเผ่า หนีภัยสงครามทะลักเข้าเขตชายแดนไทย ทั้งชยิน เตโช นายพลอาเช และซาเยร์หายสาบสูญไป ที่แท้ทั้งหมดปลอมตัวปะปนกับผู้อพยพหนีการตามไล่ล่าของกองทัพรัฐบาลข้ามชายแดนเข้ามาในไทย และฐานที่มั่นของนายพลลอซูกับลียอกลับกลายเป็นฐานร้าง นายพลลอซูกับลียอแอบมาตั้งฐานที่มั่นใหม่ในพื้นที่ตีนเขาห่างไกลในเขตชายแดนไทย โดยมีกลุ่มนักรบปีศาจปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มีจำนวนที่มากเป็นกองทัพ ซึ่งเหล่านักรบทั้งหมด ถูกส่งมาโดยองค์กร Black Shark ซึ่งแอบสนับสนุนกองกำลังนายพลลอซูมาตั้งแต่ต้นนั่นเอง เพราะเป็นฐานกำลังผลิตยาบ้าให้องค์กรได้ค้ายาไปทั่วโลกในการหาเงินเข้าองค์กร และครั้งนี้เมื่อกองทัพไทยโดยเฉพาะผู้กองภูริชเข้ามามีส่วนทำให้กองกำลังของนายพลลอซูแตกทัพ ความแค้นจึงเกิดขึ้น ด้วยแผนก่อการร้ายในไทยและตั้งค่าหัวภูริชเพื่อล้างแค้น เช่นเดียวกับฝ่ายชยินที่อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆกบดานอยู่แถบชายแดนไทย นายพลอาเชล้มป่วยลง แต่สิ่งที่เขาใฝ่ฝันไม่เคยเปลี่ยน คือได้กลับไปแบ่งแยกรัฐลาซะปกครองตนเองอีกครั้ง ซึ่งชยินสัญญาว่าจะทำให้ได้ แม้เตโชจะบอกว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้วก็ตาม ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน เมื่อมีข่าวชนกลุ่มน้อยจากฐานที่มั่นของกองกำลังชยินอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาที่ศูนย์พักพิงจำนวนมากที่เขตชายแดนไทย นภัสชลก็อาสากลับไปเป็นหมอที่นั่นอีกครั้ง ขณะที่เริ่มเกิดสถานการณ์ไม่สงบขึ้นที่แถบชายแดน โดยฝีมือของนายพลลอซูและลียอ ที่ใช้แผนก่อการต่างๆนานา เริ่มจากชิงทรัพย์ชาวบ้านธรรมดาๆ ก็หนักข้อขึ้นเริ่มมีปล้นฆ่าชาวไร่...ลอบยิง...ลอบวางระเบิด ...มีการขนยาเสพติดข้ามชายแดนเข้ามาจำนวนมาก โดยมีโทฐิติให้ความร่วมมืออย่างลับๆ จนพื้นที่ห่างไกลที่เคยเงียบสงบกลายเป็นพื้นที่อันตราย ภูริชรู้ข่าวและติดตามจนมั่นใจว่าต้องเป็นพวกเดียวกับนักรบปีศาจที่ฆ่าจ่ามีแน่ เลยปรึกษากับกรัณย์เข้าไปคุยกับทางกองทัพเพื่อขอรับหน้าที่ไปปราบปรามแต่ไม่ได้รับอนุมัติ แต่ต่อมาเมื่อสถานการณ์เลวร้าย กลาโหมสั่งให้กองทัพเร่งจัดการควานหาตัวผู้ก่อการและปราบปรามให้เด็ดขาด ภูริชกับกรัณย์เลยถูกเรียกตัวให้ไปรับภารกิจ ภูริชนำหน่วย กระทิง เข้ามาร่วมปฏิบัติการในพื้นที่ร่วมกับหน่วย ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน คอมมานโดของกรัณย์ ภูริชได้เจอนภัสชลอีกครั้ง ทั้งสองได้ร่วมกันช่วยเหลือประชาชน แต่ในคนละหน้าที่ ในความยากลำบากและอันตรายไม่ต่างจากภาวะสงคราม ช่วยทำให้ทั้งคู่เข้าอกเข้าใจกัน ฝ่ายชยินเมื่อรู้ว่าภูริชเข้ามาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ การแก้แค้นจึงเกิดขึ้น ชยินลอบฆ่าภูริชทั้งต่อหน้าและซุ่มฆ่าหลายครั้ง จนปะทะกัน แต่ก็ไม่สำเร็จ แต่สามารถจับตัวนภัสชลไปช่วยรักษาอาการป่วยของนายพลอาเช แต่นั่นทำให้ชยินกลับทำให้ตัวเองตกเป็นเป้าของฝ่ายลียอ ลียอแอบสะกดรอยตามไปจนเจอที่กบดาน พาคนเข้าถล่ม นภัสชลโทรบอกให้ภูริชกับกรัณย์นำกำลังมาช่วย แต่ช่วยได้แค่ชยินเท่านั้น นายพลอาเช เตโช ซาเยร์ถูกสังหาร ลียอพาพวกหนีไปชายแดนกลับไปยังฐานที่มั่น ภูริชตามไล่ล่าไปแต่คลาดกับหน่วยและกรัณย์ หลุดตามลียอไปคนเดียว แต่มาเจอกับฐิติเข้าใกล้ฐานที่มั่นของนายพลลอซู เข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกัน เลยพลาดท่าถูกทิฐิยิงได้รับบาดเจ็บ และจับตัวไปให้นายพลลอซู ด้วยความแค้น นายพลลอซูกับลียอไม่ฆ่าภูริชในทันที แต่ทรมานภูริชอย่างแสนสาหัส ชยินแอบมาช่วยภูริชและส่งพิกัดให้กรัณย์ จนนำกองกำลัง รถถัง เครื่องบินมาถล่มฐานที่มั่นของนายพลลอซู กองทัพนักรบปีศาจรับมือด้วยอาวุธร้ายแรงมากมาย ด้วยยุทธวิธีการต่อสู้แบบในสนามรบโซมาเลียที่นักรบปีศาจเคยไปปฏิบัติการมา ทำให้ทางกองทัพไทยต้องส่งกำลังเข้าต่อสู้ ดุเดือดทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน กว่าจะจัดการกับนักรบปีศาจที่สู้จนตัวตายได้ นักรบปีศาจคนไหนถูกจับตัวได้ก็จะฆ่าตัวตายทันทีตามที่ฝึกฝนมา นายพลลอซูไม่ยอมมอบตัวหรือวางอาวุธ สู้จนตัวตายคาฐานที่มั่นที่ระเบิด ชยินสู้กับลียอ สังหารลียอสำเร็จ แต่ตัวเองก็ไม่รอด หมดโอกาสที่จะได้กลับกอบกู้แผ่นดินลาซะ ภูริชแม้บาดเจ็บก็ร่วมรบจนยึดฐานที่มั่นได้สำเร็จ บาดเจ็บหนักที่ศีรษะ อาจเป็นเจ้าชายนิทรา นภัสรีบเดินทางไปเยี่ยมภูริชที่โรงพยาบาล เห็นภูริชในสภาพนอนไม่รับรู้อะไร นภัสจับมือภูริชร้องไห้ ขอให้เขาฟื้นลืมตาขึ้นมา เธอจะยกโทษให้เขาทุกอย่าง แล้วภูริชก็ลืมตาฟื้นขึ้นมา เปิดรอยแผลเป็นถูกยิงที่อกซ้าย ทวงกระสุนนัดนั้นที่นภัสเก็บไว้คืน นภัสกอดภูริชร้องไห้อย่างดีใจ กว่าความรักจะลงเอย เธอเกือบเสียเขาไป ในฐานะทหารด้วยกัน...ภูริชทำหน้าที่ยืนตะเบะส่งร่างชยิน เตโช ซาเยร์และนายพลอาเชทั้ง 4 คนขึ้นเครื่องกลับบ้านจากประเทศไทยอย่างสมเกียรติ ณ เมืองหลวงของรัฐลาซะ ชยิน เตโช ซาเยร์และนายพลอาเชได้กลับบ้านอีกครั้ง แต่ด้วยร่างที่ไร้ชีวิต สงครามและการเข่นฆ่าไม่เคยได้มาซึ่งความสุขและสมหวัง มันมีแต่ความสูญเสียและพลัดพรากจากคนที่รักหลังจากที่หายดี...ภูริชได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับฐิติที่ได้ยินมาจากในฐานที่มั่นของนายพลลอซู ตอนที่ถูกจับไปทรมานกับคณินทร์ ว่าฐิติอาจอยู่ร่วมในขบวนการค้ายาระดับชาติ รายชื่อนักแสดงละครเหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศพีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริหลุยส์ เฮสดาร์ซันไอซ์ อธิชนัน ศรีเสวกปาแปง พรหมพิริยะ ทองพุทธรักษ์มิ้น บารมิตา สาครจันทร์โย ปราณวรินทร์ ปามีแดน ดนัย สมุทรโคจรทูน หิรัญทรัพย์หมู ดิลก ทองวัฒนา ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ละคร เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน

ฮาไปอีกกก! เมื่อ ดีเจเผือก ส่งรูปคู่ ออกแบบ ให้ภรรยาแต่โดนตอกกลับมาว่า เมียขอหรอ?
ข่าว เผือก พงศธร /  ข่าวบันเทิง

  อ๊ะๆๆ ดูท่าทางงานจะเข้าดีเจหนุ่มฝีปากกล้าอย่าง ดีเจเผือก พงศธร แล้วล่ะค้าาา หลังจากที่มีรูปแชทไลน์หลุดที่หนุ่มเผือกคุยกับภรรยามาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และคนโพสต์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นคือ พี่โต้ง บรรจง ผู้กำกับหนังชื่อดังจากค่าย GDH นั่นเอง  ซึ่งงานนี้บอกเลยว่ามีฮา! เมื่อหนุ่มเผือกนั้นได้ถ่ายรูปคู่กับนักแสดงสาวที่กำลังมาแรงอยู่ตอนนี้อย่าง ออกแบบ ชุติมณฑน์ นักแสดงนำจากเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง และหนุ่มเผือกนั้นก็ได้ส่งรูปที่ถ่ายไปให้ภรรยาสาวอย่าง ลูกจ๋า ดู แต่งานนี้หนุ่มเผือกถึงต้องกับทรุด เมื่อสาวลูกจ๋าตอบกลับมาว่า 'เมียขอหรอ?' เอ้าาาา ภรรยาตอบกลับมาแบบนี้สงสารหนุ่มเผือกจับใจเลยทีเดียวเชียวค้าาาา  ขอบคุณรูปภาพจากทวิตเตอร์และไอจี: @Banjong_P,@lollipop_pimp,@lj_spookyfluffy        

ละครมัสยา , เรื่องย่อมัสยา
มัสยา /  มัสยา ตอนแรก / 

ผลิตโดยบริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัดบทประพันธ์โดย พนมเทียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มัสยา เป็นละครโทรทัศน์แนว ดราม่า โรแมนติก นำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2560 โดยค่าย พอดีคำ เขียนบทโทรทัศน์โดย ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ กำกับการแสดงโดย วลีทิพย์ นันทเอกพงศ์ นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า, มุกดา นรินทร์รักษ์, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์, สุภาพร มะลิซ้อน ลักษณ์&มัสยา เรื่องย่อมัสยา ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้ทราบข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เข้ามาพบ เพื่อสั่งให้ไปนำตัวมัสยา ลูกสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ ทันทีที่ข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี ลูกสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะเธอเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้เธออโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อนสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ ลูกสาวคนที่สอง เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา ลูกสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า ลูกสาวคนที่หก ที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อเอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากแค่ไหน กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้คุณแม่เสียใจจนล้มเจ็บ ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อนข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้คิดถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าเธอจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากแค่ไหน เธอกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังยืนยันว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน ร้อยโท ลักษณ์ ละครมัสยา ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ ชนัฎพาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเรื่องกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด แล้วก็รีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์ ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็ตกใจที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือลูกสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของเธอ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!! มัสยาเข้ามาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ กลายเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของเธอ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อชดใช้ในความผิดที่เธอทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา” เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม เธอไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะเธอรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่เธอออกจากบ้าน แต่ว่าคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!! ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ เธอคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟเท่านั้น มัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!) คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ที่นั่นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเข้ามาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำเธอไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก มัสยา ช่อง7 มัสยาวางแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อขับไล่ลักษณ์ให้กลับไป เธอทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอได้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วเธอค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอได้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาตกใจมากและแปลกใจเพราะบริเวณนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร เธอใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก เธอจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกครั้ง ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า ทันทีที่มัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล ท่านผู้หญิงตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่ทำร้ายมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง กลายเป็นนกน้อยในกรงทอง เธออึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกครั้งจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะถูกอกถูกใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน แล้วก็เป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำรุนแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์) เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยารู้สึกว่าเธอเหมือนตัวประหลาดในบ้าน วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่นอน จึงรอดูความหายนะพร้อมกับลูกสาวทั้งสองของเธอ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เข้ามาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อนเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศลูกสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าเธอต้องทำพังแน่นอน!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าเธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือไม่ แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองเธอเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูราวกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากเธอได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมถึงสามีของเธอด้วย!!! งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะเธอดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน เธอไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าเธอเป็นเด็ก ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้เธอต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น แต่หนทางไม่ได้สวยงามราวกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้เธอไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องวางแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงสนับสนุน พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ เธอตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดเธอ!! แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา เธอเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้ท่านผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาสอบสวน แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าเธอเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกใส่ร้าย ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าเธอมาบอกความจริง ลักษณ์ไปบอกคุณย่าเรื่องที่มัสยาโดนใส่ร้าย เค้ารู้ว่ามัสยาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ไม่สามารถบอกย่าได้ว่าเป็นฝีมือใคร หากว่าท่านผู้หญิงก็พอจะรู้…. มัสยาเดินไปตามถนนเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย มัสยาร้องไห้อย่างหนัก จนแทบหมดแรง เธอคิดถึงบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งมา เพราะความมืดของถนน ทำให้เจ้าของรถเพิ่งเห็นมัสยาตอนใกล้จะถึงตัว มัสยาตกใจ เจ้าของรถหักหลบจนเกือบชนต้นไม้ มัสยารีบเข้ามาดูอาการ เห็นเค้าบาดเจ็บก็รู้สึกผิดมาก จึงอาสาขับรถพาเค้าไปส่งที่บ้าน มัสยามาถึงที่วังมยุรฤทธิ์ ผู้ชายที่เธอมาส่งคือท่านชายสดายุ แต่มัสยาไม่รู้จัก ท่านชายสดายุชวน มัสยาเข้ามาในบ้าน และดูแลอย่างดี มัสยาละอายใจเพราะเธอทำให้เค้าบาดเจ็บ แต่เค้าก็ไม่โกรธ ด้านลักษณ์ยังคงตามหามัสยามาตามทางอย่างไม่ลดละ เค้าเป็นห่วงมัสยาอย่างมาก ท่านชายสดายุเลี้ยงอาหารมัสยาจนทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นก่อนพูดคุยถามไถ่ว่ามัสยามาจากไหนและเป็นใคร มัสยาจึงบอกว่าเธอมาหาบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์กลับมาบ้านด้วยความสิ้นหวัง ท่านผู้หญิงลมแทบจับนึกว่าต้องเสียหลานสาวไปแล้วจริงๆ ลักษณ์เป็นห่วงคุณย่าอย่างมาก จนกระทั่งมีโทรศัพท์มาหาลักษณ์ ลักษณ์รีบมาที่วังมยุรฤทธิ์ ทำให้รู้ว่าลักษณ์กับท่านชายสดายุมีความสนิทสนมกันมาก ลักษณ์เห็นท่านชายสดายุบาดเจ็บ ก็โกรธมัสยามากที่เป็นต้นเหตุ ลักษณ์ต่อว่ามัสยาอย่างรุนแรง มัสยาเสียใจมาก ท่านชายสดายุรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย และเรียกลักษณ์ไปคุยเป็นการส่วนตัว ท่านชายสดายุจึงรู้เรื่องราวของมัสยาทุกอย่าง พร้อมทั้งแนะนำว่าเด็กอย่างมัสยา จะใช้ไม้แข็งสั่งสอนไม่ได้ ตอนนี้คงจะเสียใจมากแล้ว ลักษณ์ออกมาหามัสยาเห็นว่าหลับคาโซฟาไปแล้ว จึงอุ้มมัสยาพากลับบ้าน และเข้ามาส่งถึงในห้อง มัสยาเพ้อหาพ่อกับแม่แล้วน้ำตาก็ไหล ลักษณ์มองด้วยความสงสาร ท่านผู้หญิงไม่สบาย เพราะเครียดที่มัสยาหนีออกไป มัสยาเข้ามาขอโทษคุณย่า เธอรู้สึกผิดอย่างมาก ท่านผู้หญิงขอให้มัสยาสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก มัสยาสัญญา หลังจากเหตุการณ์วันนั้น มัสยาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเคร่งขรึมมากขึ้น ไม่ทำตัวนอกกรอบ อยู่ในโอวาทของท่านผู้หญิงจนทำให้ท่านพึงพอใจ ศจีแค้นใจที่ทำอะไรมัสยาไม่ได้ ลักษณ์เป็นห่วงที่มัสยาไม่มีชีวิตชีวา เค้าไม่อยากให้มัสยาเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น ลักษณ์ไปเที่ยวกับเพ็ญโฉมก็จริง แต่ในใจกลับคิดถึงแต่มัสยา เพ็ญโฉมทนไม่ไหว ถามไปตรงๆว่าลักษณ์ชอบมัสยารึเปล่า ลักษณ์ถึงกับหัวเราะออกมา และย้ำว่าเค้าชอบมัสยาไม่ได้ เพราะมีศักดิ์เป็นพี่น้องกัน เพ็ญโฉมจึงย้อนถาม แล้วถ้าไม่ใช่พี่น้อง ทำเอาลักษณ์อึ้งไปนิดนึงก่อนจะยืนยันว่าไม่มีวัน เพราะเค้ารักเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอดน้อยใจไม่ได้ ปากบอกรัก แต่ไม่เคยทำเหมือนเธอเป็นคนรักซักนิด การแข่งเทนนิสประจำปีของตระกูลซึ่งจัดขึ้นทุกปีมาถึง แต่ปีนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นคือมัสยา มัสยาอยากลงแข่งด้วย นพพรจึงอาสาเป็นครูช่วยสอน โดยใช้สนามเทนนิสหน้าบ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์เห็นนพพรใกล้ชิดกับมัสยาก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะนพพรกับมัสยาไม่ได้เป็นอะไรกัน ลักษณ์จึงไปขออนุญาตคุณย่าว่าเค้าจะสอนเทนนิสมัสยาเอง มัสยารอนพพรมาสอนเหมือนทุกวัน แต่นพพรถูกลักษณ์สั่งห้ามไว้แล้ว ทำให้ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ ลักษณ์เป็นครูสอนเทนนิสให้มัสยา ทั้งสองคนใกล้ชิดกันจนดูเหมือนคู่รัก ทุกอย่างอยู่ในสายตาของพงศ์เทพที่คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ วันแข่งขันมาถึง มัสยาคู่กับลักษณ์ลงแข่งกับพงศ์เทพและพิณทิพย์ พี่น้องเล่นแรงมาก อัดมัสยาคนเดียว จนลักษณ์รู้สึกได้ ลักษณ์พยายามปกป้อง เพ็ญโฉมเห็นทุกอย่าง พงศ์เทพจงใจตีลูกให้มัสยารับไม่ได้ มัสยาหกล้ม ลักษณ์ตกใจมาก เค้าระเบิดอารมณ์ต่อว่าพงศ์เทพที่แกล้งมัสยา แต่พงศ์เทพเล่นบทดราม่าว่าไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนตกใจกับความเกรี้ยวกราดของลักษณ์ ลักษณ์อุ้มมัสยาพาออกไปทำแผล เพ็ญโฉมอึ้งกับท่าทางของลักษณ์ที่ห่วงมัสยามากเกินไป ลักษณ์ทำแผลให้มัสยา แสดงความเป็นห่วงมากจนมัสยาเริ่มหวั่นไหวมากขึ้น พงศ์เทพบอกเพ็ญโฉมเรื่องลักษณ์กับมัสยาคิดว่าคู่นี้มีบางอย่างต่อกัน เพ็ญโฉมทำเป็นไม่เชื่อ ทั้งๆที่ลึกๆก็แอบกลัว เพ็ญโฉมนัดมัสยาให้ออกมาพบกันข้างนอกบ้าน ทำเป็นว่าอยากเลี้ยงอาหารต้อนรับมัสยาเพราะยังไม่เคยทำ แต่ความจริงเพ็ญโฉมนัดลักษณ์ออกมาด้วย ลักษณ์อึ้งที่เห็นมัสยา เพ็ญโฉมแสดงออกว่าเป็นคนรักของลักษณ์ ลักษณ์พยายามเลี่ยงไม่ให้เพ็ญโฉมดูแล ยิ่งทำให้เพ็ญโฉมมั่นใจว่าสิ่งที่พงศ์เทพบอกจะเป็นความจริง มัสยาขอตัวกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จ ลักษณ์ขอตัวจากเพ็ญโฉมไปส่งมัสยา ทำให้เพ็ญโฉมรู้สึกน้อยใจ ลักษณ์ไม่ได้พามัสยากลับบ้าน แต่พาเธอไปชอปปิ้งที่ห้างฯ ลักษณ์จำได้ว่าเคยบอกจะซื้อของขวัญให้ มัสยา ตอนที่มัสยาย้ายเข้าบ้านรัตนมหาศาลใหม่ๆ เค้าไม่มีเวลาไปซื้อ จึงให้มัสยามาเลือกด้วยตัวเอง มัสยาสนุกสนานกับการเลือกชุด และขอใส่ชุดใหม่ทันที มัสยาออกมาในเสื้อผ้าตัวใหม่ ลักษณ์ถึงกับตะลึง เค้าเพิ่งเห็นวันนี้ว่ามัสยาโตเป็นสาวแล้วจริงๆ มัสยาเดินเคียงคู่กับลักษณ์ ความสวยและหล่อของชายหนุ่มหญิงสาวทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความชื่นชม หนึ่งในนั้นมีทักษิณ เทพอำนวย ช่างภาพนิตยสาร Modern Fashion และ นิเทศ บุญมาก นักข่าวสังคมนิตยสารเพลินภาพ ทั้งสองคนจำลักษณ์ได้ว่าเป็นใคร และคิดว่ามัสยาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของร้อยเอกลักษณ์ ทักษิณจึงแอบถ่ายรูปทั้งคู่เอาไว้โดยที่เธอกับลักษณ์ไม่รู้ตัว ลักษณ์พามัสยาไปส่งที่บ้าน ส่วนตัวเค้าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนต่อ แต่มัสยาไม่ยอมกลับ เธออยากไปกับลักษณ์ อยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรดี ถึงทำให้ลักษณ์ไปเที่ยวได้ทุกคืน ในเมื่อมัสยากล้าขอ เค้าก็กล้าที่จะพาไป ทันทีที่พามัสยาเข้าไปในผับ มัสยาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ลักษณ์พามัสยามาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก เริ่มจาก นพ.พจน์ พ.ต.เสถียร และ ประจวบ เจ้าของกิจการ สามหนุ่มมีทีท่าสนใจมัสยาจนลักษณ์ต้องร้องห้ามว่านี่เป็นน้องสาวของเค้า ห้ามยุ่ง!! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงใจมัสยาอย่างมาก เธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างลักษณ์ มัสยาเห็นสาวๆล้อมหน้าล้อมหลังลักษณ์มากมาย บางคนถึงขั้นเสนอตัวให้ บางคนดึงลักษณ์ออกไปเต้นรำ มัสยาทนดูไม่ไหว จึงออกไปรอที่หน้าผับ ลักษณ์ตามออกมาเห็นมัสยานั่งอยู่ลำพัง ไม่ยอมพูดกับเค้า ลักษณ์จับอาการได้ว่ามัสยางอน จึงเดินไปซื้อมาลัยพวงน้อยที่ขายด้านหน้าส่งให้มัสยา ลักษณ์ไม่รู้เลยว่ามาลัยพวงนี้เปลี่ยนความรู้สึกของมัสยาไปตลอดกาล เธอเก็บมันไว้ใต้หมอน เก็บไว้ด้วยหัวใจบูชา วันเกิดท่านชายสดายุ….ท่านชายเชิญทุกคนในตระกูลรัตนมหาศาลให้มาฉลองด้วยกันที่วังมยุรฤทธิ์ งานที่จัดขึ้นเป็นงานภายใน ไม่ได้ใหญ่โต พิณทิพย์ พัณทิพา ฝึกขี่ม้ามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ศจีรีบอวดลูกสาวให้โชว์ท่านชาย พิณทิพย์กับพัณทิพาทำได้ดี ลักษณ์รู้ว่ามัสยาขี่ม้าเป็นจึงยุให้ออกไป แต่มัสยาไม่ทำ พิณทิพย์ ศจีดูถูก มัสยาด้วยถ้อยคำที่ไม่น่าให้อภัย ลักษณ์โมโหแทน สั่งให้มัสยาขี่ม้าเดี๋ยวนี้ เพ็ญโฉมแปลกใจกับท่าทางของลักษณ์ ลักษณ์มั่นใจว่ามัสยาทำได้จึงประกาศต่อหน้าทุกคน มัสยาขึ้นม้า แต่กลับพลาดตกลงมา ทุกคนตกใจ นพพรรีบเข้ามาดูมัสยา ลักษณ์อึ้งมาก ท่านชายสดายุจับสังเกตลักษณ์กับมัสยาก็รู้สึกสงสัยบางอย่าง นพพรเป็นห่วงมัสยา และไม่พอใจที่ลักษณ์บังคับให้มัสยาขึ้นม้าทั้งๆที่มัสยาขี่ไม่เป็น แล้วทั้งมัสยากับ นพพรก็ได้ยินที่พิณทิพย์ ศจี พงศ์เทพเม้าท์มัสยาลับหลัง มัสยาโกรธมาก เพ็ญโฉมไม่เข้าใจว่าลักษณ์แกล้งมัสยาทำไม ลักษณ์บอกว่าเค้าไม่ได้แกล้ง แต่เค้าอยากให้มัสยาสู้คนเหมือนเมื่อก่อน ไม่นานมัสยาออกมาพร้อมนพพร ได้ยินท่านชายสดายุคุยว่ามีม้าตัวนึงพยศมาก ไม่มีใครปราบอยู่ มัสยาอาสาจะปราบพยศม้าให้ท่านชาย ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ศจี พิณทิพย์หัวเราะร่วนมั่นใจว่ามัสยาทำไม่ได้ มีแต่ลักษณ์คนเดียวที่รู้ว่ามัสยาทำได้แน่นอน แล้วมัสยาก็ทำได้จริงๆ เธอจัดการปราบม้าพยศจนมันยอมอยู่ในโอวาท ท่านชายสดายุพอใจมาก และมีความสุขที่สุดจึงยกม้าตัวนี้ให้มัสยา ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพได้แต่อ้าปากค้าง ศจีรีบไปฟ้องท่านผู้หญิงว่ามัสยาทำตัวห้าวหาญเกินงาม ไปอาสาปราบม้าพยศ ถ้าหากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำให้ท่านผู้หญิงเดือดร้อน ท่านผู้หญิงเรียกมัสยามาตักเตือน และสั่งไม่ให้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนสามวัน ลักษณ์รู้ข่าว มาดักรอเจอมัสยา มัสยาโมโหมาก เธอโทษว่าเป็นเพราะลักษณ์ทำให้เธอโดนคุณย่าดุ ถ้าลักษณ์ไม่คะยั้นคะยอให้เธอขี่ม้าตั้งแต่แรก ลักษณ์บอกมัสยาว่า “เค้าชอบมัสยาคนนั้นในวันแรกที่เจอมากกว่ามัสยาคนนี้” ทำเอามัสยาพูดไม่ออก หลังจากเหตุกาณ์นั้น มัสยาสนิทกับท่านชายสดายุมากขึ้น ท่านชายไปมาหาสู่ที่บ้านรัตนมหาศาลบ่อยๆ และชวนมัสยาไปออกงานบ้าง ซึ่งคุณย่าก็อนุญาต มีแต่ลักษณ์ที่สงสัยว่าท่านชายสดายุกับมัสยาชอบพอกัน ลักษณ์ทนเก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียวไม่ไหว จึงถามท่านชายสดายุออกไป ท่านชายสดายุหัวเราะร่วน เค้าเอ็นดูมัสยาเหมือนน้องสาวเท่านั้น ทำให้ลักษณ์โล่งใจ ท่านผู้หญิงหลงหลานสาวมาก ศจีหวั่นใจกลัวสมบัติถูกแบ่ง หลวงราชบริรักษ์ ระอาใจกับศจีอย่างมาก ที่วันๆเอาแต่อิจฉามัสยา พัณทิพาเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันก็รู้สึกเสียใจ ไปนั่งร้องไห้เงียบๆ มัสยาผ่านมาเห็น และเข้ามาปลอบใจ ทำให้พัณทิพารู้สึกดีขึ้น มัสยากับพัณทิพายิ้มให้กันเป็นครั้งแรก ละคร มัสยา ช่อง7 พิณทิพย์เห็นรูปมัสยากับลักษณ์ในนิตยสาร พร้อมข้อความว่าลักษณ์มีหญิงสาวคนใหม่แทนเพ็ญโฉม ศจีเอามาให้ท่านผู้หญิงดู ท่านผู้หญิงใจไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มาวันนึงท่านผู้หญิงได้เห็นลักษณ์กับมัสยาใกล้ชิดกัน ทำให้ท่านเริ่มกลัวว่าสองคนจะทำผิดจารีตประเพณี จึงเฝ้าดูพฤติกรรมจนแน่ใจว่าลักษณ์กับมัสยาน่าจะมีใจให้กัน แต่ยังไม่รู้ตัว ท่านผู้หญิงจึงตัดสินใจไปคุยกับเจ้าคุณมหศักดิ์ฯ อยากให้นารถระพีพี่สาวนพพรที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศหมั้นหมายกับลักษณ์ ทันทีที่ลักษณ์รู้ ลักษณ์ค้านหัวชนฝา เค้าจะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่เค้าไม่ได้รัก คุณย่าสวนกลับทันควันว่าจะไม่มีวันนั้น ลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้เท่านั้น ลักษณ์กับท่านผู้หญิงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ลักษณ์ขับรถออกจากบ้าน ท่านผู้หญิงโกรธมาก คนทั้งบ้านรู้เรื่องลักษณ์กับท่านผู้หญิง พงศ์เทพโทรบอกเพ็ญโฉมว่าลักษณ์ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าเลือก ทำให้เพ็ญโฉมอึ้ง ด้านมัสยารู้ข่าว เป็นห่วงลักษณ์ จึงตามหาลักษณ์ว่าไปไหน จนนึกได้ว่าลักษณ์น่าจะไปที่ผับประจำ ทันทีที่ไปถึง มัสยาเห็นเพ็ญโฉมอยู่กับลักษณ์ เพ็ญโฉมกำลังปลอบโยนลักษณ์อย่างใกล้ชิด และบอกว่าเธอจะแต่งงานกับลักษณ์เอง มัสยายังไม่ทันฟังที่ลักษณ์ตอบ ก็ทนดูไม่ได้ จึงกลับออกไป ลักษณ์ปฏิเสธเพ็ญโฉม เพ็ญโฉมอึ้ง ทำให้รู้ว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอซักนิด ตอนนี้เค้าไม่อยากเจอใคร จึงไปหาท่านชายสดายุที่วัง และเล่าทุกอย่างให้ฟัง ลักษณ์ถามว่าความรักคืออะไร แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเรารักใคร คำถามนี้ทำให้ท่านชายสดายุแน่ใจว่าสิ่งที่ลักษณ์มีให้เพ็ญโฉมไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง การที่เรารักใครซักคน ในหัวใจจะมีแค่เค้าเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็จะคิดถึงแต่เค้า ลักษณ์คิดตามที่ท่านชายสดายุพูด จนรู้ใจตัวเองว่าเค้ารักใคร ท่านชายสดายุเดาใจลักษณ์ออกว่า “ลักษณ์รักมัสยา” ลักษณ์อึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับ เค้าขอไม่กลับบ้าน ท่านชายเตือนว่าลักษณ์กำลังหนีปัญหา เพ็ญโฉมดื่มตามลำพังในผับ ก่อนหน้านั้นเธอเรียกพงศ์เทพออกมา พงศ์เทพมาหา เพ็ญโฉมระบายว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอเลย พงศ์เทพกอดเพ็ญโฉมปลอบใจ และขอโอกาสให้เค้าได้ดูแลเพ็ญโฉม ลักษณ์กลับมาบ้าน เค้าไม่กล้าสู้หน้ามัสยาจึงหลบหน้าหลบตา ลักษณ์เข้าไปหาคุณย่าเพื่อขอโทษที่เค้าทำตัวไม่ดี ท่านผู้หญิงเตือนสติลักษณ์ ให้หักห้ามใจจากมัสยา อย่าให้ความหวัง เพราะมัสยายังเป็นเด็กที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้าลักษณ์หวังดีกับมัสยาจริง ลักษณ์ต้องทำเพื่อมัสยา นั่นคือแต่งงานกับนารถระพี และระหว่างนี้ลักษณ์ห้ามเจอมัสยาเด็ดขาด หมายความว่าตราบใดที่มัสยาอยู่บ้านรัตนมหาศาล ลักษณ์ก็ต้องเป็นฝ่ายไปอยู่ที่อื่น ลักษณ์ทำตามที่ท่านผู้หญิงบอก แต่มัสยามาดักเจอเค้าที่รถ ลักษณ์ต้องทำตัวไม่ดีเพื่อให้มัสยาเกลียดเค้า แล้วมันก็ได้ผล มัสยาทั้งโมโหทั้งน้อยใจจนวิ่งหนีไป ลักษณ์เจ็บปวดมาก ท่านผู้หญิงเครียดเรื่องมัสยากับลักษณ์มากจนล้มป่วยอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนักกว่าเดิม หลวงเวชฯตรวจอาการแล้วบอกว่าท่านผู้หญิงควรจะได้ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ท่านผู้หญิงจึงชวนมัสยาไปเป็นเพื่อน โดยมีนมผัน หม่อมช้อยไปด้วย นารถระพีรู้เรื่องที่ตนถูกหมั้นหมายให้ร้อยเอกลักษณ์จากเจ้าคุณมหศักดิ์ก็ไม่พอใจมาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่ไม่ชอบเรื่องคลุมถุงชน แต่ที่สำคัญ ตอนนี้นารถระพีกำลังคบหาอยู่กับ สมาน วราฤทธิ์ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ มัสยาอยู่บางแสนด้วยความเหงาจนได้มาเจอกับฉันท์ วิเชียรชัย นักวาดภาพ ฉันท์จำมัสยาได้จากรูปในนิตยสาร เค้าสนใจอยากได้มัสยาเป็นแบบวาดรูป มัสยาตกลงรับปากจึงต้องแวะมาให้ฉันท์วาดรูปทุกวัน ความน่ารักสดใสของมัสยาทำให้ฉันท์หลงรัก ด้านนพพรคิดถึงมัสยามาก แต่เจ้าคุณมหศักดิ์ไม่ให้ไปไหน เพราะนพพรต้องเตรียมตัวไปศึกษาต่อต่างประเทศ นพพรจึงขอให้พ่อไปสู่ขอมัสยาให้เค้าก่อน เจ้าคุณมหศักดิ์รับปาก ทันทีที่ท่านผู้หญิงกลับมา ท่านจะไปเจรจาให้ นารถระพีรู้เรื่องนี้จึงถามนพพรว่ามัสยาเคยบอกรักนพพรเหรอยัง แต่นพพรไม่สน ขอแค่เค้ารักมัสยามันก็เพียงพอแล้ว นารถระพีเตือนน้อง ว่ากำลังจะทำให้มัสยาไม่มีความสุขเหมือนกับเธอ นพพรถึงกับอึ้ง พิณทิพย์รู้เรื่องที่นพพรจะขอหมั้นมัสยาก็ไม่พอใจมาก พิณทิพย์มาอาละวาดใส่นพพร หาว่านพพรนอกใจเธอไปหามัสยา แต่นพพรว่าเค้าไม่เคยรักพิณทิพย์ พิณทิพย์คิดไปเอง พิณทิพย์เสียใจมาก จึงทำตัวเป็นผู้หญิงไม่ดี ออกเที่ยวทุกคืน ถึงแม้มัสยาจะมีเพื่อนใหม่อย่างฉันท์ แต่เธอไม่เคยลืมลักษณ์ได้เลยซักวัน ท่านผู้หญิงเห็นมัสยาร่าเริงปกติก็เข้าใจว่าคงลืมลักษณ์ไปแล้ว มัสยากลับมา เจอนมผันบอกว่าท่านชายสดายุมาเยี่ยมท่านผู้หญิงและเพิ่งกลับออกไป มัสยาดีใจมากรีบตามไปจนเจอท่านชายสดายุ เธอขอตามท่านชายสดายุไปที่บ้านพัก ที่นั่นมัสยาได้พบลักษณ์ที่กำลังหลับโดยบังเอิญ ท่านชายสดายุเล่าว่าลักษณ์เหมือนคนไม่มีวิญญาณ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้าวปลาไม่กิน ท่านชายจึงชวนลักษณ์มาพักผ่อนที่บางแสน แต่ที่ไหนได้ลักษณ์กลับล้มป่วย มัสยาเป็นห่วงลักษณ์จับใจ ไม่นานลักษณ์ตื่นขึ้นมาเพราะฤทธิ์ยาที่หมด ลักษณ์นึกว่าฝันไปที่เห็นมัสยา แต่มัสยาบอกว่านี่เป็นความจริง ลักษณ์พยายามจะหนีมัสยาอีกครั้ง แต่ลักษณ์อ่อนแรงเกินกว่าจะไปไหว มัสยากอดลักษณ์เอาไว้ เธอจะไม่ยอมให้ลักษณ์จากไปอีกแล้ว เธอพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่างถึงแม้จะร้ายแรงที่สุด ขอแค่ให้ได้เห็นหน้าลักษณ์ก็พอ หัวใจของลักษณ์อ่อนลง เค้าแพ้ใจให้มัสยา มัสยา ช่อง7 มัสยาโกหกท่านผู้หญิงว่ามาหาท่านสดายุที่บ้านทุกวัน แต่จริงๆเธอมาดูแลลักษณ์ จนลักษณ์มีอาการดีวันดีคืน ท่านชายสดายุเห็นสองหนุ่มสาวเข้ากันได้ ก็สบายใจ ท่านจึงกลับกรุงเทพ ทิ้งหนุ่มสาวไว้ที่นี่ ลักษณ์กับมัสยาได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกัน จนหัวใจของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันมากขึ้น เพ็ญโฉมอกหักจากลักษณ์จึงหนีมาเที่ยวบางแสน พงศ์เทพรู้ข่าวจึงตามมาปลอบโยน แล้วทั้งคู่ก็บังเอิญได้เจอลักษณ์กับมัสยา ภาพที่เห็นทำให้เพ็ญโฉมรู้ทันทีว่าลักษณ์กับมัสยารักกัน จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธ เพ็ญโฉมอิจฉามัสยาที่ได้หัวใจลักษณ์ไปครอง พงศ์เทพอยากที่จะทำลายลักษณ์อยู่แล้ว จึงยุเพ็ญโฉมให้ไปฟ้องคุณย่า ซึ่งมาที่นี่พอดี ลักษณ์ยังคงเห็นมัสยาเป็นเด็ก จนมัสยาต้องบอกว่าเธอเป็นสาวแล้ว และความจริงเธอก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของลักษณ์ด้วย เพราะศัลย์เป็นแค่ลูกบุญธรรมคุณย่า ลักษณ์เข้าใจว่ามัสยาต้องการจะบอกว่าอะไร ถ้าเค้ากับเธอจะรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ลักษณ์มองมัสยาแววตาเต็มไปด้วยความรัก เค้ารักผู้หญิงมากเหลือเกิน ลักษณ์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ นั่นคือ..จูบมัสยา คนที่เห็นภาพบาดตานั้นคือ ท่านผู้หญิง รัตนมหาศาลกับหม่อมช้อยที่มาตามคำบอกของเพ็ญโฉมกับพงศ์เทพ ลักษณ์กับมัสยาตกใจมาก ท่านผู้หญิงเจ็บปวดและโกรธ เข้ามากระชากมัสยาให้ออกจากลักษณ์ และตบหน้าลักษณ์เต็มแรง!!! ก่อนจะไล่ลักษณ์ให้ออกไปจากรัตนมหาศาล ไม่ต้องมานับย่าหลานกันอีก!!! มัสยาช็อคมาก คุกเข่าอ้อนวอนย่า อย่าทำร้ายลักษณ์ และโพล่งไปว่าเธอรักผู้ชายคนนี้ ท่านผู้หญิงเสียใจอย่างที่สุด จะตบหน้ามัสยาแต่ลักษณ์เข้ามาปกป้อง และขอร้องย่าให้เค้ากับเธอรักกัน ท่านผู้หญิงไม่ยอม!!! และมันจะไม่มีวันนั้น!! มัสยาไม่ยอมกลับไปกับท่านผู้หญิง ลักษณ์ต้องเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งบอกว่าเค้าจะหาทางมาพบเธอ ขอให้เธอรอ มัสยาจึงยอมกลับไป ข่าวเรื่องมัสยากับลักษณ์รู้ไปถึงบ้านรัตนมหาศาล ศจีสาแก่ใจมาก มัสยาไม่ต่างจากพ่อ ทำแต่เรื่องอื้อฉาวให้คาวตระกูล คุณหญิงอัครราชเสวีเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก ท่านผู้หญิง หม่อมช้อย มัสยากลับมาที่บ้าน ท่านผู้หญิงสั่งไม่ให้มัสยาออกไปไหน ประจวบเหมาะกับที่เจ้าคุณมหศักดิ์มาทาบทามมัสยาให้นพพร ท่านผู้หญิงตกลงรับปากทันที และขอให้จัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุด เพ็ญโฉมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้ลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน แต่พงศ์เทพบอกว่าลักษณ์ทำผิด สมควรแล้วที่โดนลงโทษจากคุณย่า พงศ์เทพบอกให้เพ็ญโฉมตัดใจจากลักษณ์!! ละคร มัสยา ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลักษณ์หายสาบสูญ ท่านชายสดายุทราบข่าว ก็รีบสั่งให้คนออกตามหาลักษณ์โดยด่วน ด้านมัสยาเตรียมตัวแต่งงานกับนพพร นพพรมีความสุขมาก แต่พอเห็นสีหน้าของมัสยา เค้าก็นึกถึงคำพูดของ นารถระพี ด้านพิณทิพย์โกรธแค้นที่มัสยาได้แต่งงานกับนพพร จึงหาทางวางแผนชั่ว ประจวบเหมาะกับที่พิณทิพย์เห็นฉันท์แอบมาหามัสยา เค้าสืบจนรู้ว่ามัสยาอยู่ที่ไหน ฉันท์รู้เรื่องทั้งหมด เค้าสงสารมัสยามาก ฉันท์จึงเล่าให้มัสยาฟังว่ารูปที่เค้าวาดมัสยาที่ริมหาด เป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของห้องศิลป์ในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ฉันท์เป็นตัวแทนให้ห้องศิลป์นี้ ฉันชวนให้มัสยาเซนต์สัญญาเป็นนางแบบปฏิทินที่จะออกโดยห้องศิลป์นี้ แต่มัสยาต้องไปที่มาเลเซีย พิณทิพย์สืบจนรู้ว่าฉันท์เป็นใคร ก็รีบไปฟ้องคุณย่าว่ามัสยาไปคบกับศิลปินไส้แห้ง ทั้งๆที่กำลังจะแต่งงานกับนพพร คุณย่าเรียกมัสยามาต่อว่าที่ทำตัวใฝ่ต่ำ!!! มัสยาเสียใจมาก จนอยากจะกลับไปหาตา แต่เธอรู้สึกว่าถ้าทำแบบนั้น เธอจะเป็นผู้แพ้ เธอจะสู้เพื่อให้ได้อยู่กับลักษณ์ มัสยาขังตัวเองในห้อง เพราะต้องการเอาชนะท่านผู้หญิง และรอลักษณ์มาหาด้วยความหวังทั้งหมดที่มี ท่านชายสดายุตามหาลักษณ์จนเจอว่าลักษณ์ขอย้ายตัวเองมาประจำที่ชายแดน ท่านชายสดายุตกใจมากที่เห็นสภาพของลักษณ์ ลักษณ์ป่วยเป็นไข้ป่า อาการไม่ดี ท่านชายสดายุรีบย้ายลักษณ์มารักษาตัวในกรุงเทพทันที และรีบให้คนแจ้งเรื่องนี้ให้ทางบ้านรัตนมหาศาลรู้ เริงใจรีบมาบอกมัสยาเรื่องลักษณ์ มัสยาเป็นห่วงมาก แต่เธอไม่กล้าไปเยี่ยมเค้า เพราะกลัวลักษณ์จะเดือดร้อนอีก ท่านผู้หญิงห่วงหลานชายจับใจ รีบไปที่โรงพยาบาลกับคุณหญิงอัครราชเสวี ไม่นานลักษณ์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่านผู้หญิงขอให้ลักษณ์กลับมาบ้าน เริงใจสงสารมัสยามาก จึงแอบพามัสยาไปหาลักษณ์ โดยโกหกแม่กับคุณย่าว่าพามัสยาไปซื้อหนังสือ เริงใจกับมัสยามาถึงโรงพยาบาล เธอให้มัสยาเข้าไปหาลักษณ์ มัสยาดีใจมากที่ได้เจอลักษณ์อีกครั้ง ผิดกับลักษณ์ที่นิ่งมาก ลักษณ์รู้ว่ามัสยาจะหมั้นกับนพพร เค้าแสดงความยินดีกับมัสยา มัสยาเสียใจที่ลักษณ์ผลักไสเธอให้คนอื่น ไหนบอกให้เธอรอ เธอก็รอออยู่ทุกวินาที แต่ลักษณ์กลับมาพังความหวังของเธอ ลักษณ์เองเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านั้น คุณย่ามาขอร้องให้ลักษณ์พูดกับมัสยาให้ยอมหมั้นกับนพพร มัสยาร้องไห้กับเริงใจบอกว่าลักษณ์ไม่ได้รักเธอ เธอจะยอมแต่งงานกับนพพรตามที่คุณย่าบอก!! ลักษณ์กลับมาบ้าน ในวันที่ท่านผู้หญิงเรียกนักข่าวจากทุกหนังสือพิมพ์มาเพื่อรับฟังการประกาศหมั้นระหว่างร้อยเอกลักษณ์ กับนางสาวนารถระพี (ที่ถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน) และ นพพร กับ มัสยา ทั้งสองคู่ถูกจัดให้นั่งตรงหน้านักข่าว โดยมีท่านผู้หญิงเป็นคนจัดการทุกอย่าง ลักษณ์กับมัสยากระอักกระอ่วนอย่างมาก พิณทิพย์เสียใจที่ทำลายงานหมั้นนพพรกับมัสยาไม่ได้ จึงเตลิดเปิดเปิง จนศจีกลุ้มใจ มัสยาสิ้นหวังทุกอย่าง เธอทนอยู่ในขนบธรรมเนียม และสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มัสยาต้องกลับบ้าน กลับไปหาตาของเธอ ก่อนกลับมัสยาไปหาลักษณ์ที่ห้อง ลักษณ์แปลกใจที่มัสยามาหาเค้าดึกดื่น มัสยาถือวิสาสะเข้ามา เธอถามลักษณ์ว่าเคยรักเธอบ้างมั๊ย ลักษณ์ตอบไปว่ารักในฐานะน้องสาว มัสยาเสียใจอย่างมาก แต่มันทำให้เธอตัดใจที่จะไปจากที่นี่ได้เร็วมากขึ้น มัสยาออกไปจากห้อง เจอท่านผู้หญิงยืนอยู่กับศจี ศจีเห็นลักษณ์กับมัสยาจากหน้าต่างห้อง จึงรีบมาฟ้องท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงสุดทนคิดว่ามัสยาดื้อด้านไม่ฟัง แถมยังมาหาผู้ชายถึงในห้อง จึงด่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ดูถูก เสียดแทง พาลด่าไปถึงแม่และครอบครัวของเธอทางใต้ ทำให้มัสยาโกรธและเสียใจ จึงวิ่งหนีออกไปขึ้นรถ ลักษณ์รีบตามขึ้นไป ส่วนท่านผู้หญิงหมดสติ ศจีต้องรีบช่วย มัสยาขับรถโดยไม่สนใจคำทัดทานของลักษณ์ เธอคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน รถมัสยาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางถนน มัสยากับลักษณ์ถูกพาส่งโรงพยาบาล ลักษณ์บาดเจ็บสาหัส แต่มัสยาบาดเจ็บไม่มาก มัสยาร้องไห้ โทษตัวเองไม่หยุด ลักษณ์ต้องเข้าห้องผ่าตัด ท่านผู้หญิง คุณหญิงอัครราชเสวี เริงใจมาถึงไม่เจอมัสยาเพราะเธอแอบหลบอยู่ ไม่นานหมอออกมาบอกอาการลักษณ์ปลอดภัย มัสยาโล่งอก และนับจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเจอมัสยาอีก เมื่อสอบถามไปทางเจ้าเมืองยะหริ่ง ท่านก็ไม่มีคำตอบให้ ท่านผู้หญิงรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นที่ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากลักษณ์ออกจากโรงพยาบาล ลักษณ์ตัดสินใจบวช งานหมั้นระหว่างเค้ากับนารถระพียกเลิก เพราะนารถระพีขู่พ่อว่าถ้ายังให้เธอหมั้น เธอจะไม่กลับบ้านตลอดชีวิต!! มัสยา ช่อง7 ส่วนท่านผู้หญิงมีแต่ทรุดกับทรุดลง จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ลักษณ์สึกออกมา และใช้ชีวิตตามปกติ เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายสดายุนัดลักษณ์ออกมากินข้าว ที่นั่นเค้าเจอนักร้องชาวมาเลเซียที่ชื่อลิลลี่ ลีลาท่าทางของเธอทำให้เค้าคิดถึงมัสยา แล้วมิสลิลลี่ก็คือมัสยาจริงๆ ลักษณ์ดีใจมากที่ได้พบกับมัสยาอีกครั้ง จึงได้รู้ว่ามัสยาไปมาเลเซียกับฉันท์ (ความจริงเป็นแผนของท่านชายสดายุที่ทำให้ลักษณ์กับมัสยาได้พบกัน) ลักษณ์บอกมัสยาว่าอาการของคุณย่าไม่ดีนัก มัสยาตกใจ มัสยากลับมา พบว่าบ้านเงียบเหงามากกว่าเดิม เริงใจ พัณทิพาไปเรียนเมืองนอกกับนพพร พิณทิพย์กลายเป็นคาสโนวี่ออกเที่ยวทุกคืน พงศ์เทพกับเพ็ญโฉมแต่งงานกัน มัสยาเข้ามากราบคุณย่า ท่านผู้หญิงดีใจจนร้องไห้ ท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ถึงกล่าวขอโทษและขออโหสิกับมัสยาในเรื่องที่ผ่านมา เธอไม่ห้ามมัสยากับลักษณ์อีกแล้ว ถ้าหากจะรักกัน แล้วท่านผู้หญิงก็จากไปอย่างสงบ วันเปิดพินัยกรรม ท่านแบ่งสมบัติให้ทุกคนเท่าเทียม แต่มีข้อพิเศษนั่นคือ สมบัติของศัลย์ให้โอนไปให้มัสยาทั้งหมด แต่ทรัพย์สมบัติจะตกเป็นของมัสยาโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมัสยาแต่งงานกับลักษณ์แล้วเท่านั้น ท่านชายสดายุเขียนจดหมายมาแสดงความยินดีที่ลักษณ์กับมัสยาได้แต่งงานกันในที่สุด ไม่เท่านั้นท่านชายยังเร่งให้ลักษณ์กับมัสยามีหลานมาให้ท่านเล่นโดยเร็วอีกด้วย ตราบใดที่พี่ยังมีลมหายใจ พี่จะติดตามมัสยาไปจนสุดหล้า ชีวิตนี้พี่คงไม่อาจอยู่ได้โดยปราศจากมัสยา ผู้เป็นหัวใจของพี่ — จบบริบูรณ์ — คุณลักษณ์ - มัสยา ช่อง7 รายชื่อนักแสดงมัสยา มิกค์ ทองระย้า รับบท ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล (ลักษณ์)มุกดา นรินทร์รักษ์ รับบท มัสยาอานัส ฬาพานิช รับบท ท่านชายสดายุ มยุรฤทธิ์พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ รับบท ร้อยตรีพงศ์เทพ (พงศ์)สุภาพร มะลิซ้อน รับบท เพ็ญโฉม (เพ็ญ)ชนกันต์ พูลศิริวงศ์ รับบท นพพรริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท พิณทิพย์บุศรินทร์ วงศ์ลีลนนท์ รับบท หม่อมราชวงศ์หญิงชลธิชา มยุรฤทธิ์ดวงตา ตุงคะมณี รับบท ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล

ส่องชีวิต เคน ธีรเดช ทายาทคนบันเทิงสู่พระเอกฮอตตลอดกาล
เคน ธีรเดช /  พระเอกนัมเบอร์วัน / 

               ยังครองใจแฟนคลับได้อย่างเหนียวแน่น แม้ดาวรุ่งดวงใหม่ๆ จะแจ้งเกิดล้นหลาม สำหรับพระเอกตลอดกาล เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ หลายคนบอกว่าหมดยุคทองเขาคนนี้ไปแล้ว แต่ฝีมือด้านการแสดงและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ก็ทำให้หนุ่มเจ้าสามารถยึดตำแหน่งพระเอกตลอดกาลไว้ได้แบบไม่ค้านสายตาใคร ล่าสุดก็ยังส่งผลงานละครออกมาให้ชื่นชมเรื่อยๆ ไม่หายหน้าไปไหน เขาคนนี้เข้ามาโลดแล่นในเส้นทางสายบันเทิงได้อย่างไร วันนี้เราจะไปย้อนรอยเส้นทางมายาของพระเอกรูปหล่อที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นนัมเบอร์วันคนนี้กันทายาทคนบันเทิง               ไม่ค่อยมีคนรู้มากนักว่าแท้จริงแล้ว เคน ธีรเดช ก็เป็นทายาทของคนในแวดวงบันเทิง เคนเป็นลูกชายคนเล็กของ วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ กับ กาญจนา วงศ์พัวพันธ์ คุณพ่อของเคนเป็นผู้กำกับ ส่วนคุณแม่เป็นคนเขียนบทละครโทรทัศน์ เคนจึงจัดว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น พ่อกำกับ แม่เขียนบท ลูกเป็นพระเอก อีกทั้งพี่สาวคนโตยังเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์อีกด้วย เคนเกิดวันที่ 3 ธันวาคม 2520 ปลายปีนี้เขาจะอายุครบ 40 ปีเต็มแล้ว แต่ความหล่อไม่เคยสร่างซา เส้นทางสายบันเทิง               เคน ธีรเดช เขาสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยคุณพ่อของเขาเป็นคนแนะนำ ฝากผลงานละครไว้ 2 เรื่องแล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กทั่วไป ก่อนจะเดินทางไปศึกษาที่อเมริกา เคนกลับเมืองไทยอีกครั้งในอีก 2 ปีหลังจากนั้น เขาถูกทาบทามให้เข้ามามีผลงานในวงการบันเทิงอีกหน ซึ่งผลงานช่วงแรกๆ เป็นการถ่ายมิวสิกวิดีโอ ถ่ายแบบ และถ่ายโฆษณาพระเอกช่อง 7               แม้เราจะคุ้นเคยกับ เคน ธีรเดช ในบทบาทของพระเอกวิก 3 แต่รู้กันไหมว่าเคนเริ่มต้นบทพระเอกจากละครเรื่องแรกที่ออกอากาศทาง ช่อง 7 สี โดยเขารับบทเป็น ไกรสร ในละคร ราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ปี 2542 และต่อด้วยผลงานภาพยนตร์จอเงินอย่าง โกซิกซ์ : โกหก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล ผลงานการกำกับของ พจน์ อานนท์ ในปี 2543 ก่อนจะกลายมาเป็นพระเอกช่อง 3 ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในทุกวันนี้ ซุปตาร์ช่อง 3                หลังจากชิมลางบทบาทพระเอกทางช่อง 7 และภาพยนตร์จอเงินมาแล้ว เคน ธีรเดช ได้กลายมาเป็นนักแสดงเลือดใหม่ของช่อง 3 และเป็นอย่างถาวร โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นเขาเป็นลูกหม้อ ค่ายยูม่า มีละครให้แฟนๆ ชื่นชมหลายเรื่องซึ่งเป็นละครแนวบู๊ซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เสือ 11 ตัว, ไอ้ม้าเหล็ก และอีกมากมายพระเอกนัมเบอร์วัน               เคน ธีรเดช สั่งสมประสบการณ์ด้านการแสดงมามากมาย ส่งผลงานให้แฟนๆ ได้ชื่นชมต่อเนื่อง ในเวลาต่อมาเคนกลายเป็นพระเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิงไปโดยปริยาย ด้วยความหล่อบวกความสามารถ ออร่าความเป็นพระเอกส่งให้เจ้าตัวขึ้นแท่นเป็น นัมเบอร์วัน ในยุคนั้น ผลงานภาพยนตร์อย่าง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เคนฮอตปังดังเปรี้ยง แม้เสียงแว่วๆ เรื่องความเยอะ ความเป็นพระเอกเทวดาจะมีให้ได้ยินอยู่บ้างเมื่อครั้งที่เจ้าตัวขึ้นไปยืนในจุดสูงสุด แต่ก็เป็นเสียงเม้าท์มอยซะมากกว่า เคนยังคงเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการและเป็นที่หนึ่งในใจแฟนคลับหลายต่อหลายคนคู่ขวัญเจ้าหญิง               ช่วงเวลาของความฮอตความพีคไม่ได้มีแค่ เคน ธีรเดช เพียงคนเดียว เพราะพระเอกต้องมีนางเอกเคียงคู่กันไป ซึ่งเคนนั้นจูงมือเจ้าหญิงในวงการบันเทิงอย่าง แอน ทองประสม ฮอตไปพร้อมๆ กันในละครหลากหลายเรื่อง แรงเงา ในปี 2544 เป็นละครเรื่องแรกที่เขาทั้งคู่ร่วมงานกัน ดราม่าจัดหนักจนคนดูติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง จากนั้นมาทั้ง 2 ก็มีละครร่วมกันอีกหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น อุ้มรัก, สวรรค์เบี่ยง, 365 วันแห่งรัก, สูตรเสน่หา กลายเป็นคู่ขวัญที่สร้างสรรค์ความฟินให้กับคอละครรัวๆตกหลุมรักรุ่นพี่               ลักกี้อินเกมแล้วก็ขอลักกี้อินเลิฟด้วย แม้หลายๆ คนจะกรี๊ดกร๊าดปลื้มปริ่ม เคน ธีรเดช มากมาย แต่ก็ได้แค่ปลื้มอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เพราะเคนมีเจ้าของแล้ว พระเอกฮอตที่ไม่โสดคนนี้พบรักกับนักแสดงรุ่นพี่ที่หลายคนรู้จักดีนั่นคือ หน่อย บุษกร เมื่อครั้งร่วมงานกับค่ายยูม่า นอกจากเคนจะได้ประสบการณ์ในการทำงานแล้ว ยังได้พบรักแท้อีกต่างหาก เคน-หน่อย เป็นคู่รักคนบันเทิงที่น่าอิจฉาไม่แพ้คู่ใคร ทั้ง 2 จูงมือเข้าประตูวิวาห์ไปเมื่อปี 2550 และเวลานี้ก็มีลูกชายเป็นโซ่ทองคล้องใจแล้วถึง 2 คน โตเป็นหนุ่มหล่อทันคุณพ่อแล้วด้วย พระเอกตลอดกาล               ในวันนี้ เคน ธีรเดช ยังคงเป็นพระเอกฮอตตลอดกาล เป็นพระเอกแถวหน้าในวงการบันเทิงที่หลายคนอยากยกตำแหน่ง สามีแห่งชาติ ให้ เป็นผู้ชายอบอุ่น รักครอบครัวม้าก…มาก ผลงานมากมาย รางวัลหลากหลายที่เคนได้รับ การันตีตำแหน่งพระเอกคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตพิเศษเพื่อเยาวชนขององค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันด้วย แหมมม...เป็นพระเอก เป็นพ่อพระ เป็นหัวหน้าครอบครัว นี่แหละซุปเปอร์สตาร์ตัวจริงเสียงจริงขอบคุณรูปภาพประกอบบางส่วนจาก Ch7, Ch3, Pantip     เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช (คนที่ 2 จากซ้าย)   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน - แอน   แอน - เคน   เคน - แอน   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน ธีรเดช   เคน - หน่อย เคน - หน่อย   หน่อย - เคน   หน่อย - เคน   หน่อย - เคน   เคน - ลูก   เคน - ลูก - หน่อย   เคน ธีรเดช    

เติ้ล ธนพล ลั่น!! ยังไม่ได้ค่าตัวละครนางฟ้าไร้ปีกสักบาท!!!
เติ้ล ธนพล /  นางฟ้าไร้ปีก / 

  ยังเป็นเรื่องให้ติดตามกันไม่หยุดไม่หย่อน สำหรับประเด็นดราม่าเบี้ยวค่าตัวของนักแสดง รวมถึงทีมงานละครนางฟ้าไร้ปีก ซึ่งได้มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดโดยให้ แม่หน่อย นวลนง คุณแม่ของสาวแพนเค้ก เขมนิจ มาทำหน้าที่ผู้จัดฯแทน ล่าสุดเจอตัวพระเอกหนุ่ม เติ้ล ธนพล ที่มาร่วมงานแถลงข่าว โตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต 2017 เจ้าตัวก็เผยถึงกรณีดัวกล่าวว่า ตนไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก เรื่องค่าตัวก็เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เหมือนกัน ด้านการถ่ายทำตอนนี้คงต้องหยุดยาวไปเลย เนื่องจากละครนางฟ้าไร้ปีกได้หยุดถ่ายทำมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ส่วนจะมีการเคลียร์กับผู้จัดหรือไม่นั้นก็ต้องแล้วแต่ต้นสังกัด พร้อมกันนั้น หนุ่มเติ้ล ยังได้เคลียร์ประเด็นเรื่องผลงานที่ออกมาน้อยอีกว่า ขึ้นอยู่กับยุค และเมื่อคลื่นลูกใหม่มา คลื่นลูกเก่าก็ต้องไป ไม่ซีเรียสหากได้รับบทพ่อ รับมีท้อบ้างแต่ก็ยังรับงานละครอยู่   "ตอนนี้ก็หยุดการถ่ายทำไปก่อน เป็นเหมือนกับที่สื่อออกไป น่าจะมีปัญหาภายในของเรื่องทางผู้จัด มีส่วนกระทบไหม ก็คือเราขาดการถ่ายทำไป เหมือนกับว่าเราอาจจะไปเริ่มต้นใหม่ จะยุบหรือไม่นั้นอันนี้ไม่ทราบครับ มันมีหลายกระแส บางกระแสก็บอกว่าทำต่อ บางกระแสก็บอกว่าจะหยุด เรื่องค่าตัวกระทบทุกคนครับ ทุกคนต้องใช้แรงงาน ทำไปอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณนั้น ของผมยังครับ ยังไม่ได้ค่าตัว น่าจะเหมือนกันทุกคน น่าจะยังไม่ได้ ติดใจอะไรไหม อันนี้ก็ต้องรอทางค่ายแล้วก็ทางผู้จัดตกลงกันครับว่าจะเป็นยังไงต่อไป ก็ยังไม่มีชี้แจง เผื่อใจไว้ไหม ก็ต้องแล้วแต่ต้นสังกัด"   "ที่ผ่านมายังไม่มีมาชี้แจงครับ คือเงียบไปเลย การถ่ายทำก็หยุดไปตั้งแต่ตอนกลับจากฮ่องกงครับ ตั้งแต่ต้นปี เขาให้้หตุผลว่าอาจจะต้องปรับเปลี่ยนบท อาจจะต้องปรับเปลี่ยนทีมงาน แต่ไม่ได้บอกเหตุผลเรื่องเงิน หวั่นใจเรื่องไม่ได้เงินไหม เอาจริงๆ ก็มีหวั่นบ้าง ก็มีพูดคุยกับน้องๆ ที่ไลน์มาถาม โทรมาถาม แต่ผมก็ให้คำตอบอะไรไม่ได้มาก เพราะว่าผมก็ไม่รู้เรื่องอะไร"   "มีแชทหลุดออกมามันเป็นบางช่วงบางตอนครับ จริงๆ ถ้าดูในไลน์ทั้งหมดมันเหมือนกับว่าผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมจะคอยถามว่าแล้วเป็นไง ยังไงต่อมากกว่า พอดีว่าเราไม่ได้ยินกระแสอะไรมาเลย น้องก็มาถามว่าเป็นยังไงบ้างพี่เติ้ล ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"   "ก็แล้วแต่ต้นสังกัดครับ ตอนนี้ต้นสังกัดก็ยังไม่พูดถึงครับ ก็ต้องรอให้ทางค่ายกับทางผู้จัดไปตกลงกันก่อน จะต้องไปอีกเท่าไหร่ นั่นสิ อันนี้ผมก็ไม่มีคำตอบเหมือนกัน กระทบกับเรื่องอื่นไหม ก็ตอนนี้ถ้ามีละครเรื่องอื่นก็ต้องรับไปก่อน เพราะว่าดรื่องนี้น่าจะพักยาวๆ นี่ก็เรียกว่าครั้งแรกในชีวิตนักแสดงเลยที่เจอเรื่องแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาถ่ายไปออนไปตลอด หลังจากนี้ก็คงต้องรัดกุมมากขึ้น"   "(ได้ทำสัญญาเรื่องค่าตัวไหม) อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าได้เซ็นไว้หรือเปล่า ต้องดูทางต้นสังกัดอีกที ยังร่วมงานได้ไหม ได้ครับ ได้ทุกค่าย ทุกช่องเลยครับ ได้คุยกับแพนไหม ยังไม่ได้คุยครับ แต่ตอนที่ไปถ่ายทำที่ต่างประเทศคุณแม่หน่อยดูแลดีมากครับ ก็อาจจะมีมาตรการป้องกันเพิ่มขึ้นนิดหน่อย อาจจะต้องเคลียร์กันให้ลงตัวก่อน มีคุยกับแสดงคนอื่นไหม ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับใครครับ เพราะมีข่าวผู้จัดไปแจ้งความ เราก็ได้รับข่าวสารแค่นั้น ส่วนของผมก็ยังไม่มีการเำเนินการอะไร"   "ใช่ มีพี่ๆ ถามผมทำมไม่รับละคร จริงๆ ผมรับนะครับ แต่บางทีก็อาจจะด้วยปัญหาหลายๆ อย่างด้วย ก็เป็นยุคๆ นึงครับ อาจจะมีคลื่นลูกใหม่มา คลื่นลูกเก่าก็ต้องออกไป ไม่เคยเลือกรับบทเลย รับทุกงานเลยครับ ท้อไหม ก็มีท้อๆ นิดนึง แต่ก็ยังทำงานได้เต็มที่อยู่ ยังรับงาน รับละครอยู่นะครับ"   "(คลื่นลูกใหม่มีผลไหม) มีผลกับทุกๆ คนครับ ยังคุยกับนักแสดงรุ่นเดียวกันอยู่เลยว่า ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เพราะเดินเข้าช่องเข้าค่ายไปก็ไม่รู้จักเด็กใหม่ๆ แล้ว ตอนนี้ยังมีสังกัดอยู่ จะหมดปลายปีนี้ครับ มีคิดเปลี่ยนไหม ยังๆ รอให้หมดก่อน ก็อาจจะเป็นนักแสดงอิสระประมาณนั้น (เห็นรุ่นพี่เติ้ลหันไปรับบทพ่อแล้ว) ได้แล้วหรอ (หัวเราะ) ลองดูๆ ครับ ยังไหวอยู่ ยังบู๊ได้อยู่"   "เรื่องแต่งงานยังครับ ตอนนี้ยังสนุกกับงานอยู่ สนุกกับการทำธุรกิจอยู่ ตอนนี้ไม่มีแพลนครับ ขอลุยงานก่อน"   เติ้ล ธนพล    เติ้ล ธนพล   เติ้ล ธนพล   เติ้ล ธนพล  

ฉาวจนได้เรื่อง!! เป็ด เชิญยิ้ม ปลด จียอน ฟ้าผ่า เหตุดูถูกตลก-ไร้วินัย ยันไม่ใช่ผู้ใหญ่รังแกเด็ก!!
จียอน /  ข่าว จียอน / 

  ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวเกาหลีหัวใจไทย ซอ จียอน หลังจากที่มีกระแสข่าวกับ พชร์ อานนท์ จนอีกฝ่ายออกมาแฉยับกับพฤติกรรมเรื่องมากไม่ยอมเล่นตลกร่วมกับ กอล์ฟ เบญจพล เพราะกลัวติดภาพเป็นตลกคาเฟ่ และเบี้ยวคิวถ่ายทำจนทำให้กองถ่ายวุ่นวายป่วนไปหมด   เพราะความเรื่องเยอะและกระแสข่าวที่มีออกมาเข้าหูตลอดๆ ทำให้มีกระแสข่าวลือออกมาอีกระลอกว่า เป็ด เชิญยิ้ม ได้ปลด สาวจียอน ออกจากการเป็นพิธีกรรายการถึง 2 รายการแบบสายฟ้าแลบด้วยเช่นกัน ล่าสุดด้าน เป็ด เชิญยิ้ม ได้ออกมายืนยันแล้วว่าตนได้ปลด จียอน ออกจากรายการจริงทั้งรายการก่อนบ่ายคลายเครียด และ ยุทธการสะท้านตับ ด้วยเหตุผลมาจากพฤติกรรมของสาวจียอนเอง โดย จียอน ยังมีปัญหาเรื่องคิวการทำงาน แถมยังขอคิวไปทำรายการอื่นซึ่งส่วนนี้ทำให้ตนรู้สึกไม่พอใจบวกกับการที่ตนได้ยินกระแสข่าวมากมายเรื่อง จียอน มาโดยตลอด ถ้าสมมติว่าอีกฝ่ายพูดดูถูกตลกจริงก็คงอยู่วงการตลกไม่ได้คงต้องกลับไปเล่นที่เกาหลี ยันไม่ได้เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก ไม่คิดโกรธแต่เพียงอยากจะอบรมสั่งสอนเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง ในเรื่องการวางตัวในวงการบันเทิง หากอีกฝ่ายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ตนก็ยินดีที่จะยกโทษให้และให้โอกาสกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ขอบคุณภาพจาก IG queengyeon อ่านข่าว จียอน แฉ!! ค่ายหนังเบี้ยวค่าตัวนับแสน ยันถอนตัวเองไม่ได้ถูกถอด!!อ่านข่าว ชมพู่ ก่อนบ่าย เผย จียอน เครียดจนชัก รับลำบากใจเป็นคนกลาง แนะให้สงบปากอยู่นิ่งๆ!!   เป็ด เชิญยิ้ม   เป็ด เชิญยิ้ม   จียอน   จียอน   จียอน   จียอน   จียอน  

จั๊กจั่น โฮหนัก!! เผยไม่ต่อสัญญาช่อง 7 เพราะความจำเป็น...
จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

ดาราสาว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ ปล่อยโฮ! แถลงยกเลิกสัญญาวิก 7 เผยจำเป็นต้องออกไปเป็นนักแสดงอิสระ เนื่องธุรกิจที่ทำอยู่ไม่สามารถโปรโมทช่องอื่นได้ ขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่องที่เข้าใจ ยืนยันไม่ได้มีปัญหา จากกันด้วยดี เพราะถ้ามีปัญหาคงจะไม่มานั่งสัมภาษณ์ที่ช่อง ยังไม่ออกจากวงการ ยินดีรับงานแสดงของทุกที่ แต่จะไม่เซ็นสัญญากับที่ไหน โดยเธอได้เปิดใจมาดังนี้ "จั่นมีสัญญากับทางช่อง 7 ถึงสิ้นปีนี้ แต่ทางช่องยุติให้ก่อน เรื่องไม่ต่อสัญญาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแล้วมันค่อนข้างจะส่งผลกับทางสถานี กับทางผู้ใหญ่ได้ถ้าเราไม่เข้าใจตรงกัน ก็เลยไม่อยากจะคุยผ่านไลน์กลับจากเมืองนอกมา อยากจะพูดพร้อมๆ กันทีเดียว เหตุผลของการไม่ต่อสัญญาคือจะไปทำธุรกิจ คือ 2-3 ปีที่ผ่านมาจั่นเริ่มไปทำธุรกิจ start up ซึ่งตอนนี้สื่อออนไลน์มีเข้ามาเยอะมาก ก็คือการทำการตลาดนี่แหละ ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก ก็ขายของนั่นแหละ แล้วจะต้องไปออกทางช่องทางต่างๆ มีการไทอินสินค้า ซึ่งแน่นอนว่าต้องไปออกช่องอื่นด้วย จั่นก็ไม่อยากให้มีปัญหาว่าทำไมพี่จั่นไปได้ คนอื่นทำไมไปไม่ได้(เสียงเครือ) ไม่อยากให้มีข้อเปรียบเทียบ แล้วมาถึงจุดนึงเรารู้ว่าอาชีพนักแสดงมันเป็นอาชีพที่ไม่แน่นอน เราก็ต้องหาอาชีพอื่นควบคู่กันไปด้วย จั่นเลยตัดสินใจเลือกที่จะทำธุรกิจควบคู่ดีกว่า" "ยอมรับว่าการที่เราเป็นนักแสดงในสังกัดช่องมันเป็นภาพที่ติดตาคนเวลาที่เราจะไปโปรโมทสินค้าว่า อ๋อ...เราเป็นนักแสดงช่อง 7 ก็เลยมาปรึกษากับทางช่อง ทางช่องก็ใจดีออกจดหมายให้ จั่นต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะเพราะมันเป็นผลดีกับจั่น คนจะได้รู้ว่าจั่นเป็นอิสระแล้ว สามารถที่จะไปออกงานต่างๆเพื่อธุรกิจของจั่นได้" "ส่งสัญญาณกับทางช่องก่อนแล้วว่าจะไม่ต่อสัญญา ไม่ค่ะ จั่นเข้ามาปรึกษากับทางช่อง พอดีว่าจะมีงานใหญ่ของจั่น มันมีความจำเป็นที่จะต้องไปโปรโมทตามรายการต่างๆ เลยมาคุยกับทางช่อง เพราะช่องที่จะไปออกเขาค่อนข้างที่จะสคริปท์ ด้วยเราเป็นนักแสดงต่างค่ายด้วย" "ตัดสินใจ นานค่ะ ทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วอาชีพนักแสดงมันไม่แน่นอน แต่จั่นก็ไม่ได้คิดจะทิ้งนะคะ จั่นยังต้องเล่นละครต่อไปเพราะจั่นรักในการแสดง ประทับใจเวลาที่ไปไหนมาไหน คนจำเราได้ว่าเราเป็นละครตัวนั้น หมั่นไส้บ้างไรบ้าง คือไม่ทิ้งแน่นอน รับรองว่ายังได้เห็นหน้าจั่น แต่จั่นแต่เอาชื่อเสียงในวงการบันเทิงไปเพื่อต่อยอดธุรกิจของตัวเอง" "รั้งมั้ย ผู้ใหญ่บอกว่าคิดดีแล้วเหรอ แต่คือจั่นเข้าใจว่าถ้ามีเคสของจั่นที่ได้ ก็ต้องมีเคสของคนอื่นตามมาอีก ก็เป็นที่เข้าใจได้ ก็เลยตัดสินใจมาเป็นนักแสดงอิสระ" "อนาคตทางการแสดง เราวางมาตรฐานไว้ชัดเจนว่าเราจะเป็นนักแสดง เราไม่จำเป็นต้องเป็นนางเอก จั่นไม่ยึดติด ก็ยังอยู่ในวงการเพราะเป็นอาชีพที่รัก จั่นไม่เซ็นกับที่ไหนแล้วนอกจากช่อง 7 แต่ผู้จัดแต่ละช่องสามารถเรียกใช้จั่นได้ ตอนอยู่ญี่ปุ่นพอผู้จัดบางท่านรู้ว่าจั่นเป็นอิสระก็ยื่นบทส่งมาให้ดูว่าสนใจเล่นเรื่องไหนมั้ย" "จากบ้านหลังนี้ มันหวิวอยู่แล้ว จะ 10 ปีที่จั่นอยู่บ้านหลังนี้(ร้องไห้) อายุงานในวงการบันเทิงมากกว่าครึ่งนึงของเราก็อยู่ที่ช่อง 7 เรามีชื่อเสียงขึ้นมาได้ก็เพราะช่อง 7 เป็นที่รู้จักก็เพราะช่อง 7 ต้องยอมรับตรงนี้ แต่เมื่อมาถึงจุดๆ นึงเราก็ต้องยอมรับว่าเราจะวางอนาคตของเรายังไง คนเราต้องเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ก็บอกกับทางช่องว่าถ้ามีอะไรสามารถเรียกกลับมาเรียกใช้ได้ตลอด เพื่อนๆ ไม่ค่อยรู้กันเพราะไม่ได้บอกใครมาก จะมีเกรซ นก ที่สนิทๆ กันบอกไว้" "กระแส มันเป็นธรรมดาค่ะ จั่นทำใจไว้แล้ว พอมีข่าวออกมาคนที่เข้าใจก็มี ไม่เข้าใจก็มี เราจะไปหวังให้ใครเข้าใจเราหมดก็ไม่ได้ เราก็พูดตามความรู้สึกเราจริงๆ ว่าตอนนี้ถ้าเรายึดแต่อาชีพนักแสดงอย่างเดียวมันไม่ได้ อายุเรามากขึ้น แน่นอนมีเด็กใหม่ๆ เกิดออกมามากขึ้น เราต้องทำต้องสร้างอะไรของเราเพื่อความมั่นคงของตัวเอง จั่นว่าจั่นก็ไม่ได้ผิดอะไรที่อยากจะทำให้อนาคตตัวเองดีขึ้น จั่นไม่ได้โกรธกับช่อง 7 ไม่ได้ฉีกสัญญา ยังใช้ชีวิตตามขั้นตอนปกติ เข้า-ออกตามทำนองคลองธรรม ไม่อยากให้โฟกัสว่ามีปัญหากัน ถ้ามีปัญหาหรือทะเลาะกันจริงจั่นคงไม่มานั่งสัมภาษณ์อยู่ที่ช่อง7 ตอนนี้" "บ้านหลังนี้ อยู่อบอุ่นดี ไม่มีอะไรเลยค่ะ แค่เรามีความจำเป็นทางธุรกิจที่ต้องไปออกสื่อหลายช่องทาง ถ้าเขามายกเว้นให้จั่นคนเดียว ในอนาคตน้องๆ คนอื่นเขาอยากทำขึ้นมาบ้างล่ะ มันต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว" "ทำไมเราถึงทำธุรกิจควบคู่กันไปไม่ได้ เพราะว่าธุรกิจของจั่นต้องอาศัยการโปรโมทจากหลายๆ สื่อ หลายๆ ช่องทางในการโปรโมทสินค้าไงค่ะ ซึ่งทางช่องยุติสัญญาให้ก่อนเพราะจั่นจะต้องไปโปรโมทสินค้าในธุรกิจของจั่น แล้วตัวจั่นเองยังรับงานในวงการตามปกติ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจรับงานกับทางช่องไหนทั้งนั้น ทุกคนรู้พร้อมกันหมด ตัวจั่นตอนนี่ยินดีร่วมงานกับทุกค่ายค่ะ ก็ขอบคุณทุกท่านด้วยที่ส่งงาน ยื่นบทมาให้" "กับทางช่อง 7ถ้าเขาให้มาเล่นก็ยังเล่นได้ แน่นอนค่ะ จั่นยินดีมากๆ วันนี้สบายใจที่ได้พูด ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดว่าเราไปทำอะไรถึงมีประกาศออกมาแบบนี้ หลายคนตกใจ เราเลยออกมาชี้แจงพร้อมกัน" "บอกอะไรแฟนๆ ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ คนไหนเข้าใจก็ขอบคุณมากๆ คนไหนไม่เข้าใจก็มาชี้แจงให้ฟังแล้ว(ร้องไห้) ก็พูดทุกอย่างจากความรู้สึก ไม่มีสคริป อยากให้ทุกคนเข้าใจจั่นบ้างว่าชีวิตผู้หญิงคนนึงที่ต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว เราก็ต้องเดินหน้าชีวิตเราต่อไป ไม่ได้โกรธอะไรกับที่ช่องนะคะ" จั๊กจั่น กล่าว จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ

ฟินจิกหมอนขาด!! ตามส่องช็อตคู่จิ้น โป๊ป-มิว น่ารักเฟร่อ
มิว นิษฐา /  พ่อยุ่ง ลุงไม่ว่าง / 

  อุต๊ะ!! งานนี้แฟนคลับของคู่จิ้นสุดฮอตอย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ กับนางเอกสาว มิว นิษฐา ได้จิกหมอนขาดฟินแตกกันอีกแล้ว...เมื่อทั้งคู่นั้นได้โคจรกลับมาป๊ะกันในละครเรื่อง พ่อยุ่ง ลุงไม่ว่าง จากทางค่ายทีวีซีน ที่เราจะได้ชมกันเร็วๆ นี้ ซึ่งเมื่อวาน (2 พ.ค 60) ในงานบวงสรวงละครก็แอบเห็นโมเม้นต์น่ารักๆ ของทั้งหนุ่มโป๊ปและสาวมิว บอกเลยว่าเห็นแล้วก็เขินตามไม่เบา และมีหรือที่เราจะยอมพลาด เลยแอบแชะซ็อตฟินของทั้งคู่มาให้ได้ชมกันด้วย เอ้า!! ยังไงก็อย่าลืมติดตามความฟินของทั้งคู่ในละครด้วยนะจ๊ะๆ                    

ละครนักรบตาปิศาจ , เรื่องย่อนักรบตาปิศาจ
ละคร นักรบตาปิศาจ /  เรื่องย่อละคร นักรบตาปิศาจ / 

นักรบตาปิศาจ บทประพันธ์โดย: ศานต์ ศรุติ บทโทรทัศน์โดย: วรพันธ์ รวีออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง7ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด เรื่องย่อละคร นักรบตาปิศาจ ประเทศไทย เกิดการลักพาตัวดารา นางงาม นางแบบ นายแบบ และหนุ่มสาวหน้าตาดี อายุ ระหว่าง 16-25 ปี หายตัวลึกลับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้หญิงสาวๆสวยๆจนตื่นตระหนกกันทั่วไปตำรวจพยายามตามสืบหาตัวคนร้ายแต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่มากพอในช่วงเวลาเดียวกัน ในกรมทหารแห่งหนึ่งมีการประชุมสัมมนาลับ ในโครงการระดับชาติ ชื่อ การสัมมนาลับตามข้อตกลงระหว่างไทย-ฝรั่งเศส เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของกองทัพและประสิทธิภาพของอาวุธที่ใช้สูรบในภูมิประเทศแถบเอเชีย การประชุมครั้งนี้ มีนายทหารผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคและยุทธวิธีมาร่วมประชุมหลายนาย รวมทั้ง พันตรี อัคคีและ พันตรี บันดาลเพื่อนสนิทมีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสมาร่วมประชุมด้วย นอกจากอาวุธอื่นๆแล้วยังมีอาวุธลับชื่อ Evil eyes หรือ ตาปีศาจ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ค้นคว้าประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ค้นหาฝ่ายตรงข้ามได้ ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิประเทศใดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน มีหลักการทำงานด้วยการอาศัยอุณหภูมิความร้อนของร่างกายที่เปล่งออกมา โดยจะปรากฏภาพบนจอเครื่องรับ มีทั้งขนาดใหญ่ที่ใช้ในกองทัพ และมีขนาดเล็กที่ใช้ในหน่วยจู่โจม ละคร นักรบตาปิศาจ ที่สำคัญสามารถใช้แทนดวงตามนุษย์ได้โดยผ่าตัดเชื่อมกับระบบการมองเห็นของมนุษย์ แม้จะไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นภาพสีได้เหมือนคนปกติ แต่อุปกรณ์พิเศษที่เชื่อมกับระบบประสาทการมองเห็นทำให้สามารถแปลภาพออกมาให้สมองรับรู้ได้ว่าเป็นภาพอะไร นอกจากนี้มีเซลล์พิเศษที่สะสมแสงอินฟาเรดแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานที่มีอำนาจการทำลายล้างศัตรูที่ตรวจพบเห็นได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก เป็นผลงานของ พันโท ดร.ยังส์เขามีความตั้งใจที่ประดิษฐ์ดวงตาวิทยาศาสตร์นี้ขึ้นมา เพื่อผ่าตัดให้กับทหารที่ต้องตาบอดจากการสู้รบ ทั้งเพื่อชดเชยการสูญเสียการมองเห็นและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสู้รบอีกด้วย อุปกรณ์นี้ใช้สารสังเคราะห์พิเศษ พีพี 71 ซึ่งทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ การมาสัมมนาที่กรุงเทพฯครั้งนี้ พันโท ดร.ยังส์ และ พันโท เดอโกลได้นำอุปกรณ์ต้นแบบมาสาธิตด้วยขาด แต่ Evil eyesชุดที่ประดิษฐ์สำหรับคนนั้นยังไม่สามารถนำมาสาธิตได้ เนื่องจากอุปกรณ์นี้ต้องใช้กับผู้ที่ตาบอดใหม่ๆ เส้นประสาทไม่บอบช้ำจึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งยังหาคนที่มีคุณสมบัติพร้อมไม่ได้ อัคคีสนใจมากถึงขนาดขอเป็นอาสาสมัครในการทดลองครั้งนี้ แต่ ดร.ยังส์ และ พลโท พิชัย ผู้บังคับบัญชาของเขาไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอม ละคร นักรบตาปิศาจ เมื่อการสัมมนาสิ้นสุดลงอัคคีเดินคุยกับบันดาลเรื่อง Evil eyesอีกครู่หนึ่งก่อนแยกไปออกกำลังกายที่โรงยิมในหน่วย เขาชอบออกกำลังกายมาก ต้องทำทุกวันทั้งเพื่อสุขภาพ และความคล่องแคล่วในการทำงาน อัคคีเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีโครงสร้างกล้ามเนื้อสวยงาม ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนั่นเอง เขาออกกำลังกายอยู่พักใหญ่แล้วจึงกลับบ้านพักในกรม อัคคีแต่งงานแล้วกับ วิชชุดาเธอกำลังตั้งครรภ์ซึ่งเป็นลูกคนแรกของทั้งคู่ ลูกที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์มากขึ้น อัคคีทั้งรักและทะนุถนอมวิชชุดามาก เย็นวันนั้นเขาพาภรรยาออก ไปรับประทานอาหารเย็นและแวะซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หนุ่มสาวทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง อัคคีหล่อและสมารท์ ขณะที่วิชชุดาสวยสะดุดตา ทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเฝ้ามอง และสะกดรอยตลอดทาง อัคคีไม่ได้ระวังตัวมากนักเพราะอยู่ในเมืองหลวงไม่ใช่พื้นที่การรบ อีกประการหนึ่งเขามัวระวังวิชชุดา ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจึงไม่สังเกตอะไรมากนัก พลบค่ำพอดีเมื่อทั้งสองเดินออกมาจากห้างถึงลานจอดรถ จู่ๆชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นตรงเข้าจับทั้งอัคคีและวิชชุดาขึ้นรถตู้คันหนึ่งที่สตาร์ทรออยู่แล้ว เสียงร้องอย่างตกใจของของวิชชุดาทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง เขาเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ต้องปล่อยให้พวกมันจับมัดอย่างน่าสมเพท ละคร นักรบตาปิศาจ ระหว่างทางพวกมันคุยกันถึงอัคคีและวิชชุดา ว่าเป็นผลงานที่ดีมากทั้งคู่เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยที่สมบูรณ์แบบมาก น่าจะเป็นพ่อพันธุ์และ แม่พันธุ์ที่ดี และ เลขาน่าจะพอใจในผลงานครั้งนี้ อัคคีพยายามหาทางหนีทั้งที่ดูจะยากเต็มที เขาห่วงวิชชุดากับลูกเหลือเกิน ระหว่างทางพวกมันมองวิชชุดาอย่างพอใจ การที่เธอท้องกลับทำให้พวกมันมีอารมณ์หื่นกามมากขึ้น อัคคีแค้นใจจนแทบกระอักเมื่อพวกมันหยุดรถข้างทาง และฉุดเธอลงจากรถ บริเวณนั้นเปลี่ยวมืด เสียงร้องขอความเมตตาของภรรยาและเสียงเฮฮาของพวกมันทำให้อัคคีอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด แต่เขาทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในรถเท่านั้น เวลาผ่านไปนานเหมือนชั่วกัปกัลป์ในความรู้สึกของเขา กว่าพวกมันจะพาวิชชุดากลับขึ้นมาอีกครั้ง สภาพของเธอเหมือนตุ๊กตาที่โดนฉีกทึ้งอย่างน่าสงสาร เธอผวาเข้ามากอดเขาร้องไห้อย่างน่าเวทนา ใจของเขายิ่งโมโหพลุ่งพล่าน ในใจคิดเพียงอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด ละคร นักรบตาปิศาจ เวลาผ่านไปครู่ใหญ่รถตู้ก็จอด พวกมันพาอัคคีและวิชชุดา ไปที่ห้องโถงในอาคารหลังหนึ่ง ชายร่างเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อม ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ เสียงพวกมันเรียกว่าท่านเลขา อย่างพินอบพิเทา เขาเดินมาดูอัคคีและวิชชุดาอย่างพอใจ แต่เมื่อรู้ว่าวิชชุดากำลังท้อง เลขาสั่งกำจัดทันที อัคคีแทบคลั่ง เมื่อชายกลุ่มที่จับเขามากรูเข้าจับวิชชุดาล็อคแขน ล็อคคอ มีดคมกริบปาดคอเธอสิ้นใจต่อหน้าเขานั่นเอง ส่วนอัคคีเลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวาในคืนนี้ และข้างซ้ายในวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มถูกลากไปขังไว้ในห้องที่ถูกกั้นลูกกรงไว้เป็นแถวราวห้องขัง เขาสังเกตว่ามีคนถูกขังไว้ห้องละคนทุกห้อง ทั้งหมดล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่หน้าตาดีทั้งสิ้นระหว่างถูกขัง อัคคีเศร้าใจกับชะตากรรมของวิชชุดา ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสงสัยว่าพวกมันจับคนเหล่านี้มาทำไม กลางดึกคืนนั้นอัคคีถูกพาตัวไปที่ตึกนั้นอีกครั้ง พวกมันลากเขาไปที่ห้องๆหนึ่งเหมือนห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลสนาม ชายหนุ่มหนาวเยือกในใจเมื่อเดาได้ว่า งานที่เลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวานั้นคือ การควักลูกตาเขานั่นเอง อัคคีพยายามสู้แต่พวกมันมีมากกว่า เขาจึงโดนจับมัดไว้ที่เตียงผ่าตัดอย่างหมดทางสู้ อัคคีถูกวางยาหมดสติไป เวลาผ่านไป อัคคีรู้สึกตัวอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บปวดที่ตาขวา เขายกมือขึ้นจับก็พบกับ ผ้าก๊อซชุ่มเลือดที่ปิดตาอยู่ แค้นใจที่สุดเขาเริ่มวางแผนหนีทันที เขาไม่ยอมให้พวกมันมาควักตาซ้ายเขาไปอีกแน่ ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นหมดสติ หมดเรี่ยวแรง เหมือนคนป่วยหนัก จนพวกมันต้องรีบมาดูแลเพราะกลัวสินค้าคุณภาพอย่างเขาจะตาย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน อัคคีหนีออกไปจากสถานกักกันนั้นในสภาพที่บอบช้ำเต็มที เขากลับไปที่ กรมทหารและไปที่บ้านของบันดาลทันที ละคร นักรบตาปิศาจ บันดาลพาเขาไปส่งโรงพยาบาลในหน่วย เขาคิดถึงหาทางช่วยเพื่อน เรื่อง Evil eyes หรือตาปิศาจ ผุดเข้ามาในสมอง เขารีบติดต่อพลโทพิชัย ให้มาเยี่ยมอัคคี และเสนอเรื่องการผ่าตัดใส่ Evil eyes ให้เขา อัคคีเต็มใจอย่างยิ่ง พันโท ดร.ยังส์ และพันโท เดอโกล ถูกตามตัวมาเพื่อดำเนินการผ่าตัดให้ชายหนุ่มทันที การผ่าตัดใช้เวลานาน แต่สำเร็จเรียบร้อยดี อัคคีต้องพักฟื้นอีกหลายสัปดาห์จึงจะเริ่มหัดใช้ Evil eyes พิชัยถามเขาถึงสาเหตุที่ต้องสูญเสียดวงตา แต่อัคคีไม่บอกอะไรมากไปกว่าเขาประสบอุบัติเหตุ ระหว่างที่เขาพักฟื้น บันดาลให้ ประกายดาว ลูกสาววัยรุ่นคอยส่งอาหารให้ เธอเป็นเด็กสาวที่สวยมาก และเป็นหลานสาวที่น่ารักของอัคคีเสมอมา ชายหนุ่มพยายามฝึกการใช้ Evil eyes ทุกวันในใจร้อนรุ่มกับการออกไปตามแก้แค้นเลขากับลูกน้องวิปริตที่ฆ่าภรรยากับลูก และทำให้เขาต้องเป็นอย่างนี้เวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ข่าวประกายดาวที่หายตัวไปลึกลับทำให้อัคคีเป็นห่วงมาก เขาเดาได้ว่าต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่จับเขานั่นเอง ชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับแต่ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ความโกรธแค้นอัดแน่นจนแทบคลั่ง อัคคีรู้สึกปวดที่ตาขวา แสงบางๆสีแดงพุ่งออกจากตาเผาหนังสือพิมพ์ตรงหน้าเป็นรูกลวง ชายหนุ่มทิ้งหนังสือพิมพ์อย่างตกใจ รีบดับไฟก่อนจะเผาบ้านพักให้วอดไปทั้งหลัง คำอธิบายของพันโท ดร.ยังส์ ผุดขึ้นในสมองทันทีอานุภาพของมันร้ายแรงจริงๆ เขาจะใช้ Evil eyes หรือตาปีศาจนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ละคร นักรบตาปิศาจ ข่าวของประกายดาวทำให้อัคคีร้อนใจมาก เขาต้องช่วยเธอให้ได้ ชายหนุ่มไปหา พันตรีสมุทร เพื่อนสนิทที่ลพบุรี เพื่อหาอาวุธเหมาะมือ มันต้องมีอานุภาพร้ายแรงเพื่อจัดการพวกมันให้สิ้นซาก เมื่ออัคคีได้ของที่ต้องการจึงย้อนกลับมากรุงเทพอีกครั้ง ดึกมากแล้วเมื่อเขามาถึงมีนบุรี เขาคลำทางไปจนพบสถานกักกันนรก จนได้ Evil eyes ช่วยให้เขามองเห็นความเป็นไปในนั้น รู้ว่าศัตรูอยู่ไหน อัคคีจึงจัดการพวกมันตายทุกคน รวมทั้งเลขาใจเหี้ยมนั้นด้วย เขาย้อนกลับเข้าไปค้นในตึกที่ทำการพวกมัน ปล่อยคนที่ถูกขังทั้งหมด หลายคนต้องสูญเสียดวงตาเหมือนเขา อัคคีรีบเข้าไปค้นเอกสาร จนพบว่ามีรายการส่งสินค้าให้คลินิกศัลยกรรม สยุมพร ชายหนุ่มได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วจึงระเบิดทำลายตึกนั้นทั้งหมดสองสามวันต่อมา อัคคีแฝงตัวเป็นคนไข้ขอรับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา โดยเขาระบุว่าต้องเป็น หมอสยุมพร เท่านั้น อัคคีได้พบหมอสยุมพรตามต้องการ เธอไม่ใช่คนสวย ดุไม่น่าจะเป็นหมอเก่งๆเลย เธอพูดอย่างภูมิใจว่าเธอสามารถหาดวงตาของคนจริงๆมาเปลี่ยนให้เขาได้ เมื่ออัคคีทำท่างง เธอจึงอธิบายต่อว่า วิทยาการทางการแพทย์ล้ำหน้าไปมากจนเปลี่ยนอวัยวะได้ทุกส่วนโดยใช้อวัยวะของคนจริงๆ สยุมพรบอกว่าได้มาจากคนที่บริจาคและส่วนหนึ่งมาจากคนที่เต็มใจขายให้ อัคคีรู้ทันทีว่ามาจากคนที่พวกมันจับมาต่างหาก ความแค้นทำให้เขาจับตัวหมอสยุมพรเพื่อถามหาแหล่งส่งอวัยวะเหล่านั้น แต่ลูกน้องสยุมพรมีมากเกินไป อัคคีหนีไปได้แต่สยุมพรก็หลุดมือเช่นกัน ระหว่างทางกลับที่พักเขารู้สึกตัวว่าถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งสะกดรอยจึงดักรอและจับตัวได้ เขาดึงหมวกที่สวมหลุบหน้าออกไปเขาต้องแปลกใจที่ เห็นสาวสวย ผมสั้น นัยน์ตาสวยแทน เธอปฏิเสธเรื่องการสะกดรอยแถมยังบอกว่าถ้าเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโวยวายว่าโดนเขาทำอนาจาร อัคคีไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ งานของเขาเป็นความลับและสำคัญเกินกว่าจะเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้ ละคร นักรบตาปิศาจ คืนนั้น อัคคีย้อนมาที่คลินิกสยุมพรอีกครั้ง สำรวจที่นั่นด้วย Evil eyes เขาพบว่ามีการวางกำลังคนหนาแน่นมากกว่าคลินิกทั่วไป เขาพบตู้โลหะใบใหญ่ถูกเก็บไว้อย่างดี อัคคีสงสัยว่าจะเป็นตู้เก็บอวัยวะสดๆที่ถูกตัดมา เขาแฝงตัวเข้าไปในตึก ค่อยๆเก็บพวกมันทีละคนจนเหลือคนสุดท้ายที่เฝ้าตู้ เขาบังคับถามจนรู้ว่าใครเอาตู้มาส่ง และจะส่งในวันไหน อัคคีปิดปากยามคนสุดท้ายแล้วพยายามเปิดตู้แต่ไม่สำเร็จ ชายหนุ่มจัดการวางระเบิดจนอาคารคลินิกหมอสยุมพร พังราบในเวลาเพียงไม่กี่นาที ขณะที่อัคคีกำลังหนีโดยเดินปะปนไปกับผู้คนที่มามุงดู รถเก๋งสีแดงเพลิงขับมาประชิดตัว กระจกหน้าต่างเปิดออก เสียงใสๆบอกให้เขาขึ้นรถมากับเธอก่อนจะหนีไม่ทัน อัคคีจำได้ทันทีว่า เป็นสาวสวยคนที่สะกดรอยตามเขานั่นเอง เขายอมไปกับเธอเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าเธอเป็นใคร หญิงสาวขับรถอย่างคล่องแคล่วพาเขาไปที่ริมสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เธอจอดรถและหันมาบอกเขาว่า เธออยากร่วมงานกับเขา อัคคีปฏิเสธไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเธอเรียกเขาว่าผู้พันอัคคี แถมยังบอกได้อีกว่าเขาต้องสูญเสียภรรยากับลูกไปเมื่อไม่นานมานี้ อัคคีก็ลังเล เธอจึงบอกอีกว่าเธอรู้ว่าเขาระเบิดคลินิกหมอสยุมพรทิ้ง ถ้าเขาไม่ยอมให้เธอร่วมงาน เธอจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ และอาจรายงานกับผู้บังคับบัญชาของเขาด้วย อัคคีจึงจำยอม ชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อเธอไม่ยอมบอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง นอกจากบอกว่าชื่อ วิชชุดา และเป็นอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติเหรียญทอง อัคคีหันขวับอย่างไม่พอใจเมื่อเธอบอกว่าเธอชื่อวิชชุดา เหมือนกับภรรยาของเขา แต่หญิงสาวพูดอ่อนโยนว่าเธอชื่อนี้จริงๆไม่ได้มีเจตนาจะเปลี่ยนชื่อให้เหมือนภรรยาเขาเลยสักนิด อัคคีนัดพบเธอในคืนต่อมา โดยย้ำให้แต่งตัวสวยๆ ละคร นักรบตาปิศาจ อัคคีมาตามเวลานัด แต่ก็พบว่าวิชชุดามารออยู่ก่อนแล้ว เธอแต่งตัวสวยน่ารักราวกับเป็นคนละคนกับสาวทอมบอยคนเมื่อวาน งานชิ้นแรกของทั้งคู่คือหาตัวคนคุมสินค้าในตู้โลหะมาส่งให้หมอสยุมพร และเส้นทางการส่งของ ข้อมูลที่ได้จาก พระเอกลิเก ลูกค้าที่กลายมาเป็นลูกน้องสยุมพรทำให้อัคคีและวิชชุดาพูดไม่ออก พวกมันค้าขายอวัยวะสดๆของคนจริงๆ ทั้งสองคนตั้งใจจะสืบหาตัวการใหญ่ให้ได้ แล้วจะทำลายให้หมด อัคคีและวิชชุดาทำงานร่วมกันด้วยดี ชายหนุ่มใช้ Evil eyesได้ชำนาญมากขึ้น มองเห็นได้ในความมืดและมองทะลุกำแพงได้ราวมีตาเอ็กซเรย์ เพราะคลื่นความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายนั่นเองอัคคีสามารถควบคุมพลังงาน อินฟาเรดได้ตามต้องการ เหล่าร้ายหลายคนต้องตายเพราะโดนพลังงานแสงอินฟาเรดนี้ รวมทั้งหมอสยุมพรด้วย วิชชุดานั้นสงสัยมากว่าทำไมอัคคีจึงมองเห็นอะไร และคาดการณ์ได้ราวมีตาทิพย์ และมีเรื่องความสามารถพิเศษแปลกๆหลายอย่างที่เธอเคยถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบ ละคร นักรบตาปิศาจ ในขณะที่อัคคี และวิชชุดาออกล่าพวกเหล่าร้าย ทั้งคู่ก็ถูกตามล่าเช่นกัน คนที่รับเคราะห์คือ แม่กับน้องสาว ของวิชชุดาที่ถูกพวกมันฆ่าตายอย่างทารุณ การสูญเสียบุคคลที่รักในครอบครัวทำให้วิชชุดาเข้าใจอัคคีว่าเจ็บแค้นเพียงใด อัคคีเองก็เข้าใจความรู้สึกของวิชชุดาเช่นกัน ทั้งสองคนทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันสูญเสียคล้ายๆกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอัคคีและวิชชุดา เปลี่ยนไป จากเพื่อนร่วมงานมาเป็นคนรักกัน เมื่อบ้านถูกระเบิดทิ้ง วิชชุดาถูกตามฆ่าจนอัคคีต้องพาตัวเธอมาอยู่ด้วยกันที่บ้านในกรมทหาร เพื่อคุ้มครองดูแลเธอได้เต็มที่ เขาไม่ยอมสูญเสียเธอไปเหมือนอดีตภรรยาเขาอีกแล้วทั้งคู่ขยายผลการสืบสวนต่อไปจนรู้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องโหดเหี้ยมพวกนี่คือ หมอชูเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมี หมออรุณ เป็นเลขาใหญ่ เป็นหัวหน้าสายส่งสินค้า ระหว่างตามหาตัวการใหญ่ทั้งสองคน อัคคีถูกสั่งให้ไปพบ พันโท ดร.ยังส์ เพื่อทดสอบและประเมินผล Evil eyesที่นั่นอัคคีแปลกใจที่พบเด็กไทยอายุประมาณ 2-3 ขวบทั้งหญิงและชาย หน้าตาน่ารักเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวเพื่อนหมอยังส์หลายคน เด็กเหล่านั้นน่ารักเหมือนลูกครึ่ง เฉลียวฉลาด ที่น่าสงสัยคือ หน้าตาคล้ายๆกันทั้งที่ไม่ใช่พี่น้อง อัคคีค่อยๆสอบถามจนรู้ว่า เด็กเหล่านี้ รับมาจากโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมีที่มาคล้ายๆกันคือ พ่อ แม่มีปัญหาเลี้ยงไม่ได้ ครอบครัวที่ต้องการมีลูกต้องเสียค่าใช้จ่ายนับล้านบาทเพื่อให้ได้พวกแกมา และพวกแกก็น่ารักสมกับที่พวกเขาต้องการ ละคร นักรบตาปิศาจ อัคคีกลับเมืองไทย ทันทีที่เสร็จภารกิจ เขาเล่าให้วิชชุดาฟังเรื่องเด็กๆ เขาเข้าใจว่าขบวนการนี้ลักพาตัวเด็กส่งขายต่างประเทศ หญิงสาวรับปากจะตรวจสอบให้ ทว่าข้อมูลเด็กหายก็ไม่สอดคล้องกับเรื่องที่อัคคีสืบได้อีกทางหนึ่ง ไม่นานนัก อัคคีถูกส่งตัวไปช่วยงานปราบปรามกองโจรที่ตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่นั่นเขาได้พบพันโท ดร.ยังส์ อีกครั้งพร้อมกับนักรบ Evil eyes ชาวมาเลเซียอีกสามคน ซึ่งยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างชำนาญเหมือนอัคคี ทำให้พวกเขาเสียชีวิต ที่น่าเสียดายคือ ดร.ยังส์เสียชีวิตด้วย อัคคีจับหัวหน้าขบวนการที่นั่นได้ จึงรู้ข้อมูลที่น่าตกใจมากขึ้นว่า พวกคนร้ายไม่ได้ ลักพาเด็ก แต่ผลิตเองและเพาะเลี้ยงในฟาร์ม ส่งขายทั่วโลก ข้อมูลต่างๆโยงไปที่ หมอชูเกียรติ หมออรุณ และ พรทิพา น้องสาวของ หมอชูเกียรติเมื่อกลับมาจากมาเลเซีย อัคคีจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ กองทัพจึงตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจขึ้นเพื่อกวาดล้างขบวนการนี้ ส่วนประกายดาว ลุกสาวบันดาลรอดจากการถูกเฉือนอวัยวะขายไปได้เพราะเธอมีคุณสมบัติในการเป็นแม่พันธุ์ที่ดี หมอชูเกียรติ จะทำเด็กหลอดแก้ว โดยใช้ไข่จากแม่พันธุ์ที่ดี แล้วไปผสมกับเชื้อจากพ่อพันธุ์ ละคร นักรบตาปิศาจ ซึ่งก็คือชายหนุ่มหน้าตาดี บุคลิกดีที่จับมาแล้วนำตัวอ่อนที่ได้ ไปฝังไว้ในท้องผู้หญิงอีกคนที่สุขภาพแข็งแรง เพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้ดี จนกระทั่งเด็กคลอดจึงถูกส่งไปเลี้ยงในฟาร์มก่อนส่งขาย อัคคี กับ วิชชุดาและทีมเฉพาะกิจต้องทำงานเสี่ยงอันตรายอย่างทุ่มเทจึงจัดการ หมออรุณ กับ พรทิพาได้ ส่วนชูเกียรตินั้นประกายดาวใช้ความฉลาดไหวพริบส่งข่าว จนอัคคีและวิชชุดานำทีมมาช่วยเธอและคนอื่นๆได้ และช่วยให้ข้อมูลเรื่องหมอชูเกียรติตัวจริงจนอัคคีและวิชชุดาตามไปจับได้ถูกคน หมอชูเกียรติตายไปพร้อมกับความฝันที่จะพัฒนาสายพันธุ์มนุษย์ให้สวย ฉลาด สมบูรณ์แบบอย่างผิดธรรมชาติ เมื่อเรื่องร้ายจบไป พันตรีอัคคี จึงได้รู้ว่าวิชชุดา ว่าที่ภรรยาคนใหม่ของเขาเป็นร้อยตำรวจโทหญิง นักแม่นปืน ที่ถูกส่งเข้ามาร่วมงานกับเขาโดยเฉพาะ ส่วนวิชชุดาเองก็ได้ รู้ข้อมูล Evil eyes หรือตาปีศาจจากอัคคี แต่ที่เหนือกว่าอะไรทั้งหมดคือ เขาและเธอรักกันและจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันอย่างมีความสุข รายชื่อนักแสดง ละครนักรบตาปีศาจ กฤตฤทธิ์ บุตรพรม รับบท พันตรีอัคคีปภาดา กลิ่นสุมาลย์ รับบท วิชชุดาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท พรทิพาสิริลภัส กองตระการ รับบท ริกกี้กัญญารัตน์ พงศ์กัมปนาท รับบท แนนซี่รัตติกร ขุนโสม รับบท ซาร่าจิรกิตติ์ สุวรรณภาพ รับบท อร่ามสุรวุฑ ไหมกัน รับบท พันตรีบันดาล ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ