คู่นอน

โป้งเดียวจอด!! มหาเทพเวลเบ็ค ซูเปอร์ซับซัดชัยพา ปืน เชือด นอริช จมรองบ๊วย
นกขมิ้นเหลืองอ่อน /  นอริช ซิตี้ / 

ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล 1-0 นอริช  ผู้ทำประตู : 1-0 แดนนี่ เวลเบ็ค น.59 เวลา : 23.30 น. สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ถ่ายทอดสด : CTH Stadium 3 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ปิดท้ายรายการประจำค่ำคืนวันวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ ที่ก่อนแข่งต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น รั้งอันดับรองบ๊วยในตารางคะแนน [เริ่มเกม] ผ่านมาแค่นาทีที่ 6 โอกาสทักทายแรกเป็นทางผู้มาเยือนที่หวิดจะได้ประตูออกนำ จากจังหวะ นาธาน เร้ดมอนด์ จับบอลลงในกรอบเขตโทษ ก่อนจะสับเต็มข้อด้วยขวา แต่ยังโดน ปีเตอร์ เช็ก โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ผ่านมาถึงนาที 20 รูปเกมทั้งหมดเทมาเป็นทางฝั่ง อาร์เซนอล ที่เป็นฝ่ายครองบอลพร้อมกับเดินหน้าลุยแหลกใส่แผงหลัง "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ไม่ถนัด และหาโอกาสจบสกอร์ได้ค่อนข้างน้อย นาที 30 รูปเกมยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่ได้ครองบอล พร้อมกับเดินหน้าบุกใส่ นอริช มากกว่า แต่จังหวะลุ้นจบสกอร์ถือว่ายังมีค่อนข้างน้อย นาที 32 อาร์เซนอล หวิดจะได้ประตูออกนำจากจังหวะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ บรรจงยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน เซบาสเตียน บาสซง แหย่เท้าเข้าสกัด ก่อนที่บอลจะลอยโด่งย้อยออกหลังไปชนิดที่เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมยังคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากนัก โดยทางผู้มาเยือนมีโอกาสสวนกลับและได้ลุ้นประตูอยู่ 1-2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีฝั่งไหนเบิกสกอร์แรกได้ ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ยังคงเจ๊า นอริช อยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] ยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม GOAL! นาที 59 และแล้ว "ปืนใหญ่" ก็มาได้ประตูที่ต้องการ โดยมาได้จากตัวสำรองอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ที่ได้สับด้วยขวาข้างถนัดแบบเต็มข้อในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงผ่านมือ จอห์น รัดดี้ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ซึ่งนี่ถือเป็นการยิงเข้ากรอบครั้งแรกในเกมของ อาร์เซนอล อีกด้วย นาที 70 หลังจากที่เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ รูปเกมเปลี่ยนมาเปิดฉากบุกแลกกันแบบหมัดต่อหมัดในทันที โดยทาง นอริช ก็มีโอกาสทองที่จะได้ประตูตีเสมอเหมือนกันจากจังหวะเข้าชาร์จเหน่งๆของ ดิวเมอร์ซี่ เอ็มโบกานี่ แต่สุดท้ายก็โดน กาเบรียล เปาลิสต้า แหย่เท้าเข้าสะกัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด ช่วงท้ายเกม นอริช พยายามกัดฟันบุกใส่แนวรับ "ปืนใหญ่" อยู่หลายชุด และก็มีโอกาสได้ประตูตีเสมออยู่หลายครั้งเช่นกัน แต่สุดท้ายความเด็ดขาดยังมีไม่มากพอทำให้จบ 90 นาที อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านเฉือนชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ไปแบบหืดจับด้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), เอ็คตอร์ เบเญริน, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซีย์, อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นอริช ซิตี้ : จอห์น รัดดี้(GK), อิโว ปินโต้, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, มาร์ติน โอลส์สัน, โจนาธาน ฮาว์สัน, แกรี่ โอนีล, เวส ฮูลาแฮน, ร็อบบี้ เบรดี้, นาธาน เร้ดมอนด์, คาเมร่อน เจอโรม

4 เทคนิค ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอน ให้สวยน่าอยู่
เทคนิคตกแต่งภายใน /  เฟอร์นิเจอร์ห้องนอน / 

สำหรับใครที่รักการตกแต่งบ้าน ตกแต่งห้องต่างๆ ของบ้าน มีอีกห้องหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ห้องไหนๆ ในบ้านเลย ก็คือ ห้องนอนนั่นเอง ลองมาอ่าน เทคนิคตกแต่งภายใน ตกแต่งห้องนอน กันดูนะคะว่าเราตกแต่งจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในห้องนอนได้เหมาะสมหรือเปล่า เทคนิคตกแต่งภายใน ตกแต่งห้องนอน (Bed Room) ห้องนอน (Bed Room) 1.การจัดวาง ห้องนอนเป็นห้องที่ใช้ในการพักผ่อนและเป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด การจัดวางห้องนอนจึงควรจัดให้เป็นห้องที่มีความสบายและผ่อนคลาย โดยทั่วไปแล้วมักจะจัดไม่ให้เตียงนอนหันหัวในทางตรงข้ามกับประตูเข้าห้องนอน นอกจากจะเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่สามารถเลี่ยงไม่ให้วางเตียงตรงกับประตูได้ ในกรณีที่มีห้องนอนขนาดใหญ่สามารถจัดพื้นที่บางส่วนเป็นส่วนทำงานและเป็นเสมือนด่านหน้าก่อนจะเข้าถึงพื้นที่ส่วนเตียงได้อีกด้วย แต่การจัดห้องทำงานในห้องนอนนั้นก็ควรมีตู้หรือฉากกั้นเป็นสัดส่วน เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดหรือการรบกวนกันของการใช้งานทั้ง 2 ส่วน นอกจากนี้ ปัจจุบันยังนิยมกั้นพื้นที่บริเวณใกล้ห้องน้ำเป็นพื้นที่แต่งตัวอีกด้วย 2.การเลือกวัสดุและสีห้องนอน ห้องนอนเด็กควรตกแต่งห้องให้น่าสนใจด้วยจินตนาการของการเลือกสี เด็กเล็กมักจะให้ความสนใจต่อสี การเลือกเฟอร์นิเจอร์จึงมักเรียบง่ายแต่เน้นสี ให้สะดุดตาห้องนอนผู้ใหญ่จะตกแต่งไปตามสไตล์ความชอบส่วนบุคคล การเลือกโทนสีเนื้อนวล หรือสีโทนร้อนที่ไม่ร้อนแรงเกินไปเช่นสีเปลือกไข่ไก่ สีเหลืองอ่อนๆ จะช่วยทำให้ห้องมีความสว่างสดใสและอบอุ่น มีบรรยากาศพักผ่อนที่ดีอุปกรณ์เครื่องนอนควรเลือกผ้าฝ้ายธรรมชาติ ที่ไม่ผ่านการฟอกย้อม 3.เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและการตกแต่ง ในห้องนอนโดยมากไม่ควรปูพรมเพราะจะเป็นที่สะสมของไรฝุ่น ควรปูพื้นไม้ที่ให้ความเป็นธรรมชาติและทำความสะอาดง่าย แม้แต่ผ้าเช็ดเท้าหน้าเตียงก็ควรหลีกเลี่ยงพรมขนฟู ควรใช้ผ้าฝ้ายผืนพอเหมาะที่สามารถซักได้ และเลือกหมอนที่ซักล้างทำความสะอาดได้ง่าย หากต้องมีพรมให้ใช้พรมขนสัตว์แท้ หรือพรมจากวัสดุธรรมชาติอื่นๆ แทนพรมสังเคราะห์ ไม่ควรมีเฟอร์นิเจอร์กีดขวางทิศทางจากห้องนอนไปห้องอื่นที่สำคัญในบ้าน เช่น จากเตียงสู่ห้องน้ำเนื่องจากอาจมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืน เตียงนอนไม่ควรหันปลายเท้าทางประตูทางเข้าเพราะเมื่อมีผู้เข้าออกจะทำให้รบกวนผู้นอน ตู้เสื้อผ้า Built-in จะสร้างได้พอเหมาะกับที่ว่างที่มีอยู่ และใช้ปิดมุมเสาให้ห้องดูนุ่มนวลลงได้ ประตูตู้เป็นบานเปิดหรือบานเลื่อนขึ้นอยู่กับที่ว่างหน้าตู้ที่มีอยู่ ถ้าที่ว่างน้อยควรใช้ประตูเป็นบานเลื่อน 4.แสงและเสียงในห้องนอน ห้องนอนเป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดในบ้านการจัดวางทิศทางต้องคำนึงถึงช่องเปิดหรือหน้าต่างที่ จะรับลมได้ดีถ้าไม่มีเครื่องปรับอากาศสำหรับบ้านในกรุงเทพทิศทางลมจะมาจากทุกทิศทางควรทำช่องเปิดมากกว่าหนึ่งด้าน ผู้อยู่อาศัยที่ชื่นชอบแสงเวลาเช้าให้หันทิศทางห้องนอนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ คนส่วนมากที่ไม่ชอบตื่นเช้าให้หันทิศทางห้องและหัวนอนไปทางทิศเหนือ และไม่หันหัวเตียงไปทางหน้าต่าง แสงที่เข้ามาจะเป็น Indirect Light สะท้อนที่ผนังก่อนจะเข้าตา ช่วยไม่ให้แสงแยงเข้าตาเราสามารถแยกส่วนห้องนอนกับห้องแต่งตัวออกจากกันเพื่อให้ห้องนอนมีขนาดกว้างขวางขึ้นบริเวณแต่งตัวและโต๊ะเครื่องแป้ง ควรแยกเป็นสัดส่วนกับบริเวณนอน และต่อเนื่องกับห้องน้ำในกรณีที่มีห้องน้ำติดกับห้องนอน ไม่ควรอยู่ทางเข้าเนื่องจากจะทำให้เห็นความไม่เรียบร้อย ที่มา ww.homedecorthai.com/

กินอะไรดี ! สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจแต่ไม่สิ้นคิด
นิชชิน /  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป / 

สิ้นเดือนแล้ว ช่วงนี้หลายๆ คนก็ต้องพบเจอกับสภาวะเงินขาดมือกัน เมนูยอดฮิตประจำช่วงท้ายเดือนก็จะหนีไม่พ้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อต่างๆ แต่จะกินแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ดูจะขาดสารอาหารไปหน่อย เราจึงขอแนะนำเพจที่สร้างสรรค์เมนูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาได้อย่างน่าทึ่ง อย่างเพจ "มาม่าปลิดชีพ" ก็เป็นอีกช่องทางที่ให้ทุกคนมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนไอเดียเมนูมาม่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการใส่เนื้อสัตว์ต่างๆเช่น กุ้ง ปู หรือจะพลิกแพลงเป็นเมนูฟิวชั่นอย่างเช่น มาม่าคาโบนาร่าก็ย่อมได้ค่ะ ยกตัวอย่างเช่นเมนูแรกโดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Be' Squids ได้แชร์ไอเดียกับเรา โดยการใช้นิชชินรสต้มยำกุ้งมาดัดแปลง ใส่สาหร่าย ไข่ไก่ ผักต่างๆจนกลายเป็นชามที่คล้ายๆเมนูราเม็งนั่นเอง เมนูนี้จากคุณ Shiyavee Unkeaw นำเอานิชชินมาดัดแปลงเป็นอาหารญี่ปุ่นอย่างยากิโซบะ ซอสญี่ปุ่น พร้อมไข่ดาวไม่สุกแบบนุ่มๆ ใส่ผักลงไปเพื่อสารอาหารที่มากขึ้นค่ะ จานนี้มาแบบตะวันตกโดยคุณ Chanoknad Chanoknumpol ใช้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโชกุน ทำซอสสปาเก็ตตี้แบบโฮเมดกินคู่กับออมเลต ก็เป็นอะไรที่ลงตัวดีนะคะ  จานนี้สุดครีเอทีฟไปเลยค่ะ เพราะเป็นการนำเอานิชชินเส้นพริกมาผัดกับผักกาดขาวหมูสับ แถมยังปิดท้ายด้วยการโดรยกากหมูกรุบกรอบ เมนูนี้นำเสนอโดยคุณ Gittisak Bambat ค่ะ ถ้าหากใครถึงสิ้นเดือนแล้วจะเหมือนสิ้นใจ คิดเมนูไม่ออก เข้าไปติดตามกันได้ที่เพจ "มาม่าปลิดชีพ" ได้นะคะ ขอบคุณภาพจากเพจ facebook.com/foodmama

ผลบอล : อาถรรพ์อีเจี๊ยบ!! เรือดำน้ำ ซัดทดเจ็บเชือด หงส์ เข้าวิน ยูโรป้า เลกแรก
บียาร์เรอัล /  ผลบอล / 

ผลบอล ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ (นัดแรก) วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2559 บียาร์เรอัล 1-0 ลิเวอร์พูล ผู้ทำประตู : 1-0 อาเดรียน โลเปซ น.90+2 เวลา : 2.05 น. สนาม : เอล มาดริกาล ถ่ายทอดสด : True4U ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ (นัดแรก) บียาร์เรอัล เปิดสนาม เอล มาดริกาล ต้อนรับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล [เริ่มเกม] 5 นาทีแรก เป็นทางฝั่งผู้มาเยือนที่มีโอกาสทองจะได้ประตูขึ้นไปนำก่อน จากจังหวะ อดัม ลัลลาน่า เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ถึง โจ อัลเลน วิ่งเข้ามาซัดเน้นๆแต่บอลไม่ห่างตัว เซร์คิโอ อาเซนโฆ่ ล้มตัวเซฟไว้ได้แบบหวุดหวิด นาที 11 คราวนี้เป็นโอกาสทองของทางเจ้าถิ่นที่เล่นฟรีคิกสั้นๆ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ รับบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะยิงมุมแคบบริเวณฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเฉี่ยวเสาหลุดออกหลังไปแค่นิดเดียว ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม ถือว่าทั้งสองทีมยังสู้กันได้อย่างสูสี ผลัดกันชิงจิงหวะทำเกมรุกด้วยกันทั้งคู่ แต่ดูแล้วทางเจ้าบ้านดูจะมีรูปเกมที่เหนือกว่าอยู่เล็กน้อย ช่วงท้ายครึ่งแรก ยังคงเป็น บียาร์เรอัล ที่เป็นฝ่ายเอาบอลมาครองได้มากกว่า พร้อมกับค่อยๆเดินเกมรุกใส่แผงหลัง "หงส์แดง" แต่จังหวะจบสกอร์ถือว่ายังทำได้ค่อนข้างน้อย และไม่เฉียบขาดเท่าที่ควร ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังคงเสมอกันอยู่ที่ 0-0 [เริ่มครึ่งหลัง] เจอร์เกน คล็อปป์ แก้เกมด้วยการถอด คูตินโญ่ ออกไปพัก และส่ง จอร์ดอน ไอบ์ ลงมาทำหน้าที่แทน นาที 47 "เรือดำน้ำ" พลาดได้ประตูขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ จุดเริ่มต้นมาจากลูกเตะมุมเปิดเข้ามา เซดริก บากัมบู โฉบมาโขกที่เสาแรก บอลพุ่งไปชนเสาก่อนจะกระดอนออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ครบหนึ่งชั่วโมงแรก รูปเกมของทั้งสองทีมยังคงคล้ายๆกับช่วงครึ่งแรก หลังจากยังไม่มีฝั่งไหนเร่งเกม โดยค่อยๆต่อบอลเน้นความชัวร์ในการเข้าทำเป็นส่วนใหญ่ นาที 87 บียาร์เรอัล ไม่ได้ประตูขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะหลุดเดี่ยวไปเลือกมุมยิงของ เซดริก บากัมบู แต่สุดท้ายไปติดซูเปอร์เซฟของ ซิมง มินโญเลต์ บินปัดออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ นาที 88 คราวนี้เป็นโอกาสทองฝังเพชรที่จะไปประตูขึ้นนำของ ลิเวอร์พูล บ้าง เป็นทาง อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ตัดบอลได้ในแดนตัวเอง ก่อนจะเร่งสปีดหลุดเขาไปในกรอบเขตโทษพร้อมกับกระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัด แต่บอลดันลอยโด่งเหินข้ามคานออกไปแบบหวุดหวิด GOAL! นาที 90+2 และแล้วประตูตัดสินของเกมก็มาถึง จากจังหวะสวนกลับเร็วของ บียาร์เรอัล บอลหลุดมาถึง เดนิส ซัวเรส ใช้ความเร็วหนี โคโล ตูเร่ เข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายถวายพานมาให้ อาเดรียน โลเปซ ซัดโล่งๆเข้าไปไม่เหลือซาก ทำให้หมดเวลาการแข่งขัน "เรือดำน้ำ" เป็นฝ่ายเปิดรัง เอล มาดริกาล เฉือนชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ก้วยสกอร์ 1-0 รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม บียาร์เรอัล : เซร์คิโอ อาเซนโฆ่(GK), มาริโอ กัสปาร์, อีริค เบลลี่, บิคตอร์ รุยซ์, ฆัวเม่ คอสต้า, โทมัส ปิน่า, บรูโน่ โซเรียโน่, โจนาธาน ดอส ซานโตส, เดนิส ซัวเรส, โรแบร์โต้ โซลดาโด้, เซดริก บากัมบู ลิเวอร์พูล : ซิมง มินโญเลต์(GK), นาธาเนี่ยล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, โคโล ตูเร่, อัลแบร์โต้ โมเรโน่, ลูคัส เลว่า, เจมส์ มิลเนอร์, โจ อัลเลน, อดัม ลาลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙
ทุนการศึกษา /  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙ สานต่อการให้ไม่สิ้นสุด ก้าวสู่อนาคตการศึกษาอย่างมั่นคง นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นประธาน ในพิธีมอบทุนการศึกษา ให้แก่เด็กและเยาวชนบนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ณ ห้องประชุมเทเวศร์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มอบทุนการศึกษาให้เด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๕๙ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาและให้ความสำคัญกับการ ขยายโอกาสด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนบนพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ให้มีโอกาสได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ด้วยการมอบทุนการศึกษาเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนทุนการศึกษา ชุมชน และสำนักงานทรัพย์สินฯ อีกด้วย ซึ่งในปีนี้ มีนักเรียนทุนการศึกษาในส่วนกลาง จำนวน ๕๐๕ ราย ส่วนภูมิภาค จำนวน ๒๖๔ ราย และทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวน (Full Scholarship) จำนวน ๑๙ ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน ๗๘๘ ราย ทั้งนี้ สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้มีการจัดกิจกรรม “เปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ” (ค่ายนักเรียนทุน) ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ ๙ โดยเริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ ๑๘-๒๑ เมษายน ๒๕๕๙ ณ แหล่งเรียนรู้ ในสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร อันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนพระราชกรณียกิจ ต่างๆของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย อาทิ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ และพระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นต้น มีนักเรียนทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ และมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น ๒๕๘ ราย เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้เรียนรู้และ น้อมนำแนวคิด หลักการใช้ชีวิตตามรอยพระราชจริยวัตรและพระราชดำริ มาเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างเหมาะสม น.ส.ภัทราภรณ์ จตุรทิศ (ฟ้าใส) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เผยว่า “การเป็นเด็กทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำให้ชีวิตของหนูและครอบครัวเปลี่ยนไปมากค่ะ ทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นเยาวชนที่มีศักยภาพ มีความเป็นผู้นำ นอกจากนี้ทุนการศึกษาที่หนูได้รับ ได้สร้างโอกาสให้หนูได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศฮังการี ในโครงการเอเอฟเอส ซึ่งข้อสอบเป็นข้อเขียนภาษาอังกฤษทั้งหมด มีคำถามข้อหนึ่งถามว่า ทำไมทางโครงการต้องเลือกหนูเป็นนักเรียนทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ หนูตอบว่าเพราะหนูเป็นนักเรียนทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ การได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศครั้งนี้ จะทำให้หนูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นำมาพัฒนาประเทศไทยได้ ต่อจากนี้หนูจะตั้งใจเรียนให้สูงที่สุด ควบคู่ไปกับการเป็นคนดีของสังคม เพราะคนเก่งสามารถพัฒนาสังคมได้ แต่คนดีจะสามารถนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่สังคมได้ตลอดไปค่ะ” น.ส.จุฑามาศ สกุลไทย (มายด์) นักศึกษาชั้นปีที่ ๑ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า “หนูมีโอกาสคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ จากการทำโครงงานช่วยเหลือสังคม จากการประกวดโครงการเธอคือแรงบันดาลใจ ปีที่ ๔ ของมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ “โครงการจิตอาสาสร้างค่านิยมใหม่ ก้าวพ้นภัยยาเสพติด” เป็นผลงานและกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนูไม่เคยนึกถึงสิ่งตอบแทนใดๆ แต่จากความตั้งใจของหนูที่ผู้ใหญ่ทางสำนักงานทรัพย์สินฯ มองเห็น จึงได้หยิบยื่นโอกาสให้หนูได้รับทุนการศึกษา ดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหนูได้ทำโครงงานคุณธรรมช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง และได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์ ปี ๕๗ รางวัลเยาวชนคนเก่งสมเด็จพระเทพฯ และรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ปี ๕๘ ซึ่งโครงการเธอคือแรงบันดาลใจ เป็นเหมือนสะพานที่ทำให้หนูได้ต่อยอดโอกาสดีๆ ในหลายๆ ด้าน หนูรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและหนูจะตั้งใจเรียนนำทุนนี้ไว้ศึกษาต่อโดยไม่ต้องกู้เรียน ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่อีกทางหนึ่ง ซึ่งท่านต่างภาคภูมิใจที่หนูเป็นเด็กดีขยันเรียนและรู้จักช่วยเหลือคนอื่น ๆ อีกด้วย” น.ส.ณัฐกานต์ ศรีด้วง (มายด์) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จ.ลำปาง เผยว่า “คุณพ่อคุณแม่ประกอบอาชีพค้าขายอยู่บนตลาดสำนักงานทรัพย์สินฯ จ.ลำปาง ค่ะ จึงทำให้หนูได้มีโอกาสในการเข้ารับทุนการศึกษา รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ ค่ะ ที่ได้รับทุนการศึกษาสำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ หนูได้นำความสามารถพิเศษทางด้านกีฬาว่ายน้ำมาคัดเลือกค่ะ เพราะหนูคิดว่านอกเหนือจากการเรียนดี ประพฤติดี ความสามารถพิเศษจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้เราได้รับเลือกโอกาสดีๆ ซึ่งหนูจะนำเงินทุนที่ได้เก็บไว้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และส่วนหนึ่งแบ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว สำหรับกิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทำให้หนูได้รับความรู้ในหลายๆ ด้าน ที่สามารถนำมาพัฒนาตนเองและสังคมให้เกิดประโยชน์ได้ค่ะ” ด.ช.อิษฎา เกตทอง (อิท) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนกีฬาจังหวัดตรัง จ.ตรัง เผยว่า “ผมมีพี่น้อง ๓ คน ตัวผมเองเป็นคนที่ ๑ ครับ การได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ผมดีใจมาก เพราะผมมีความฝันว่าอยากจะพัฒนาประเทศของเราให้เจริญรุ่งเรือง คุณพ่อคุณแม่ท่านก็เป็นกำลังใจบอกให้ผมทำเต็มที่ และทุนที่ได้รับผมจะเก็บไว้สำหรับศึกษาเล่าเรียนต่อไปในอนาคต ส่วนความรู้ที่ได้ผมจะนำมาพัฒนาชุมชน เหมือนอย่างรุ่นพี่ตัวอย่างในชุมชนของผมเค้าตั้งใจเรียน เป็นนักกีฬาของจังหวัด และยังทำประโยชน์เพื่อชุมชนด้วยนอกจากนี้ผมจะเป็นตัวอย่างทีดีให้น้องๆ ได้เดินตามรอยทั้งในด้านการเรียนและเป็นคนดีของสังคมต่อไปครับ” น.ส.ทิตาวีร์ พันธุ์ศรีบัณฑิต (โจดี้) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เผยว่า “ครอบครัวหนูประกอบอาชีพค้าขายอยู่บนพื้นที่ของสำนักงานทรัพยิ์สินฯ จึงได้รับการติดต่อจากทางชุมชนว่ามีการสมัครสอบคัดเลือกทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ หนูจึงได้เข้ามาสอบ พอทราบว่าได้ทุนดีใจมากๆ ค่ะ เพราะฐานะทางบ้านหนูมีฐานะพอมีพอกิน การได้รับทุนการศึกษาในครั้งทำให้หนูสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้เป็นอย่างมาก และจะเก็บไว้เพื่อใช้ในการศึกษาต่อให้สูงที่สุด สำหรับกิจกรรมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้กับสำนักงานทรัพย์สินฯ ทำให้หนูได้รู้ถึงพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้สึกรักประเทศไทยและเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ไทยเพิ่มมากขึ้น อยากเป็นกำลังใจให้พี่ๆ น้องๆ ที่อยู่บนพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินฯ ทุกคน ขอให้ตั้งใจเรียนและเป็นคนดีของสังคม แล้วจะได้รับโอกาสดีๆ แบบหนูค่ะ” ทุนการศึกษาของสำนักงานทรัพย์สินฯ มีส่วนช่วยให้นักเรียนทุนการศึกษาได้ฝึกฝนตนเองในด้านความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม รู้จักเสียสละและแบ่งปันซึ่งกันและกัน รวมไปถึงการพัฒนาตนเองด้านสังคม สู่การสร้างเครือข่ายเยาวชนจากการร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ เพื่อสร้างคุณภาพขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาให้มั่นคง สู่การสร้างคนคุณภาพแก่สังคมโดยรวมต่อไป

ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ไปกับมาเฟียฟู้ด บุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี
ชลบุรี /  บ้านสุขาวดี / 

สวัสดีครับ วันนี้ Food MThai ได้รับภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกับมาเฟีย พูดถึงเรื่องกินแบบนี้ จะเป็นมาเฟียไหนไปได้นอกจาก พี่ มาเฟียฟู้ด ของเรานี่เอง ซึ่งวันนี้เราก็ได้รับภาระกิจตามติด มาเฟียฟู้ด ไปบุก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี กัน ถ้ามากันครบแล้วก็ไม่ต้องรออะไรแล้วล่ะครับ ออกเดินทางกันเลยดีกว่า  !!! First Trip with Mafia food in Chonburi การเดินทางในวันนี้ เราใช้ถนนบางนาตราด (ถนนสุขุมวิท) ไปยังชลบุรี วิ่งบนทางด่วนบูรพาวิถี จากบางนา ตรงไปยังจุดหมายแรกของเรา ตั้งพิกัดจีพีเอสไปที่ หาดบางแสน จาก กทม มาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เราก็มาถึงจุดหมายแรกของเรา และเริ่มภาระกิจแรก หาของอร่อย ๆ นั่งฟินริมหาดบางแสน แต่เหมือนธรรมชาติกลั่นแกล้ง วันที่เราไปเกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ต้อนบลูม ขึ้นที่หาดบางแสนพอดี ทำให้ไม่สามารถนั่งชิวริมหาดได้ หันไปมองหน้าพี่มาเฟียฟู้ด พี่มาเฟียบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวจัดให้ แล้วก็บึ่งรถหนีหาดบางแสนไปอย่างไว และแล้ว พี่มาเฟียฟู้ดก็ไม่เคยทำให้เราผิดหวังกับเรื่องกินจริงๆ เมื่อเรามาถึง ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี ร้านแรก กับร้าน ยำแม่ริ้ว ที่ย้ายมาจาก ริมหาดบางแสน (แต่วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนขัตฤกษ์ก็ยังมีออกไปตั้งร้านริมหาดบางแสนอยู่ ) มาเปิดเป็นร้านอาหาร ที่ถนนเทศบาลสาย 1 หลังโรงแรมเดอะ เซส ซึ่งบอกเลยว่า ร้านนี้ เปิดขายมาแล้วกว่า 40 ปี จนตอนนี้ เป็นรุ่นที่ 3 แล้วที่มาดูแลกิจการแต่ การันตี โดยพี่มาเฟียฟู้ดแล้วว่ารสชาติไม่มีเปลี่ยนแปลง อร่อยยังไงอย่างนั้นเลย  เมนูเด็ดของร้าน ยำแม่ริ้ว ก็จะเป็นเมนู อาหารทะเล พื้นบ้าน ที่บางอย่างหาทานได้ยาก แต่บอกได้เลยว่า ลองมากับตัวแล้ว ฟินทุกเมนู ถ้าอยากรู้ว่าเด็ดขนาดไหน ตามไปดูกันเลย เมนูแรก ยำสามไข่ ไข่ปลาเรียวเซียว ไข่ปู ไข่แมงดา ตักเข้าปากแต่ละคำ กรุปๆ ด้วยบรรดาไข่ ทั้งสามสหาย ที่รวมมาอยู่ในจานเดียว รสชาติเปรี้ยว เผ็ด ซี๊ดซ๊าด มีความกรุบๆ ของไข่แมงดา ไข่ปู และไข่ปลาเรียวเซียว มาเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งๆขึ้นไปอีก ใครชอบรสจัด ต้องไปลองครับ ยำปลากุแลดิบ จานต่อมากับอาหารที่หาทานยาก กับยำปลากุแล ดิบ น้ำยำรสชาติ ซี๊ดซ๊าดถึงใจ ยำมาอย่างเข้าเนื้อเข้ารสกับ ปลากุแลดิบ ตักเข้าปากทุกคำ ร้อนแรงทุกคำ ฟินจนหมดจาน ยำปูม้า ปูม้าสดมากๆ หวาน อร่อย เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้ามากับน้ำยำรสแซ่บ จนเข้าเนื้อ อร่อยลืม ดูดเนื้อปูกันหน้าฟินเลยทีเดียว กุ้งแช่น้ำปลาดิบ อีกหนึ่งเมนูรสแซ่บ กับกุ้งแช่น้ำปลา เนื้อกุ้งสดๆ  หวานกรอบ เสิร์ฟมาพร้อม มะระ กระเทียม ใบโหระพา คลุกเคล้ามาอย่างแซ่บ แถมยังมีผักเคียง และ หอมเจียว กรอบๆ กินคู่กันคำโตๆ หมดจานไปอย่างรวดเร็ว ต้มหมึกน้ำดำ เจอแต่เมนู ร้อนแรง จนต้องตบท้ายด้วยเมนู ประจำท้องถิ่น อย่าง ต้มหมึกน้ำดำ หมึกกะตอยสดๆ ต้มจนน้ำดำ หวานหอม เมนูนี้มาช่วยตัดรสเผ็ด ของ เมนูอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี อิ่มอร่อยสบายท้องกับมื้อแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บอกได้เลยว่า มาพี่เฟียฟู้ดไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ กับร้าน ยำแม่ริ้ว พี่มาเฟียฟู้ดบึ่งรถต่อไป ภาระกิจที่ สองทันทีกับการเยี่ยมชมความงดงามสุดอลังการของคฤหาสน์ ในพื้นที่ 85  ไร่ ในเมือง พัทยา กับ บ้านสุขาวดี ที่บอกเลยว่างดงาม ยิ่งใหญ่ อลังการ สุดๆ ซึ่ง ประวัติของบ้านสุขาวดี นั้น ก็เกิดมาจากสติปัญญาและการทำงานเป็นทีม ของผู้คนบนพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี จึงทำให้งานที่ออกมามีคุณค่า สง่างามและมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ประกอบด้วยอาคารหลัก ๆ ดังนี้ 1.อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy) 
                                                                    2.อาคารโดมพระ (Buddha tower) 
3.ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)                                     
4.ความลับสวรรค (Yin – Yang Zone) 
                                                                                                         5.อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall)  
                                                                          6.โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )                                    7.สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)                                                                                                   8.จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)                                                         9.อาคารสโมสร (Club House)                                                                                                                  10.อาคารสัจธรรม (Hall of Truth) ตลึงกับความงดงาม และ ยิ่งใหญ่แบบเดินทั้งวันยังไงก็ไม่ทั่ว เพราะตลอดสองข้างทาง มีทั้งศิลปะ และ ปริศนาธรรม ทิ้งแง่คิดไว้ให้คิดอยู่โดยตลอด FoodMThai กำลังเดิน ชมความงามเพลินๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า เอ้า จะค่ำแล้ว พอหลุดจากความเพลิดเพลินในบ้านสุขาวดี ท้องก็เริ่มหิวอีกแล้ว พี่มาเฟียฟู้ด ยืนยิ้มแล้วบอกให้ตามมา จะพาไปกินของอร่อยๆ เลยโดดขึ้นรถกอล์ฟ ตามพี่เค้าไปอย่างใจง่าย รถกอล์ฟแล่นมาได้ซักหน่อย เราก็ได้มาเจอกับ อาคารที่จัดไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีอาหารบุฟเฟต์ ให้บริการซึ่งเดินดูคร่าว ๆ บอกเลยว่าไลน์อาหาร มีแต่ของน่าทานทั้งนั้น กำลังเพลินกับการสำรวจไลน์อาหาร ก็หันไปเห็น บนเวที มีโชว์ สุดอลังการ ให้ชมระหว่างกินข้าวด้วย คิดในใจฟินแน่นอนครับมื้อนี้ !!! อาหารในไลน์ บุฟเฟต์นั้น ก็ไม่ใช่อื่นไกล ทุกอย่างมาจาก เครือ สหฟาร์ม นั่นเอง จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่า อาหาร สด สะอาดและ อร่อยทุกอย่างแน่นอน เมนูที่เป็นไฮไลท์ของ ที่นี่ ก็เห็นจะเป็น ปลาดุกทอดกรอบที่ กรอบนอกนุ่มในออกมากี่รอบๆ ก็มีคนต่อแถวรอกันตลอด ทานกันจนหนำใจ แล้วก็ เข้าที่พัก พักผ่อน เป็นอันจบ ภาระกิจของวันนี้ ซึ่งมากับ มาเฟียฟู้ด ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว กินแบบวีไอพีแล้ว ยัง นอนแบบวีไอพีสุด ๆ วันนี้ ทางบ้านสุขาวดี ได้ดูแลเรื่องที่พักให้ ที่ในบ้านเลย ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย ครับ เช้าวันที่สอง ของภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ตื่นเช้ามา พี่มาเฟียฟู้ด ยังติดใจไม่หาย ขอจัดหนักอีกรอบกับอาหาร บุฟเฟต์ ของบ้านสุขาวดี นั่ง กินไป พร้อมกับดูโชว์ฟินๆ ไปช่างเป็นเช้าที่มีความสุข อะไรอย่างนี้ เมื่อทานเสร็จ ภาระกิจต่อไปก็ยังอยู่ที่ การทัวร์บ้านสุขาวดีกันต่อ วันนี้ เราจะพาทุกท่านไปชม อาคารโดมพระ (Buddha tower) สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนกลับบ้าน กัน ชมความงดงามสุด อลังการ กันจนเพลิน มองดูนาฬิกา ก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาต้อง กลับกันแล้ว ระหว่างขับรถกลับ กทม พี่มาเฟียฟู้ดก็ ไม่พลาดที่จะพาแวะชิมอีก ร้านอาหารรสเด็ดเมืองชลบุรี อีกหนึ่งร้าน กับร้าน เกษมโภชนา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นยาจีนเจ้าแรก ลงรถปุ๊บ พี่มาเฟีย ก็จัดมาให้อีก 1 ชุดใหญ่ ทั้ง เนื้อเป็ดสับ และ สมองเป็ด เมนูสุดพิเศษ สมองเป็ด และ เนื้อเป็ด เป็นครั้งแรกของ ใครที่ชื่นชอบ เมนูที่ทำจากเป็ดจานนี้ ต้องมาลองชิมกันให้ได้ครับ ด้วยความหอมนุ่ม ถึงเครื่อง เนื้อเป็ดนุ่ม ๆ ฟินทุกชิ้นที่คีบเข้าปาก กินกับสมองเป็ด รสชาติดี ทำให้เสิร์ฟมาแป๊บเดียว เกลี้ยงจานอย่างไว เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน เกาเหลาเป็ดตุ๋นยาจีน สูตรต้นตำหรับ เก่าแก่ ที่ใครผ่านไปแถวนั้นก็ต้องแวะ อิ่มอร่อยกับ เมนูต้นตำหรับเมนูนี้ กับเนื้อเป็ดแน่น ๆ ชิ้นโตๆ ตุ๋นยาจีน จนเนื้อ นุ่มอร่อย หอมเครื่องยาจีน ใครชอบทานเป็ด แนะนำให้มาลองด่วนเลยครับ ขนมจีบ ตบท้ายความอร่อย ของทริปนี้ กับขนมจีบสูตรพิเศษของทางร้าน ที่แป้งบางห่อกับหมูนุ่มๆ หวานอร่อย ในขนาดพอดีคำ กินเพลิน ๆรู้ตัวอีกทีหมดจานอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่ออิ่มอร่อย กันเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว เป็นอันจบภาระกิจสุดเฮี้ยว ไปเที่ยวกะมาเฟีย ทริปแรก ก็ถึงเวลาที่เราต้อง กลับกันแล้ว น่าเสียดายที่เวลาจำกัด เพราะยังมีอีกหลายร้าน ที่น่าไปลอง เอาเป็นว่าต้องมีครั้งหน้าอีกแน่นอน ส่วนเราจะไปที่ไหน จะพาไปชิมร้านไหน ก็ต้องคอยติดตามกันให้ดีนะครับ สำหรับวันนี้ ขออนุญาติ ขับรถกลับ กรุงเทพก่อนนะครับ สวัสดีคร้าบบ !!!

ลองทุกทางลูกก็ยังไม่เกิด อั้ม-นัท ปลง! โหมงานเมคมันนี่
อั้ม อธิชาติ /  นัท มีเรีย

พยายามมีลูกกันมานานแต่คู่รักต่างวัย อั้ม อธิชาติ กับ นัท มีเรีย ก็ยังไม่สมหวัง ทั้งเคยทำกิ๊ฟท์ ลองทุกสูตรทุกท่วงท่า บำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรจีน เรียกว่าอะไรที่เขาว่าดี สามี-ภรรยาคู่นี้ก็ไม่ลังเลที่จะลอง แต่ด้วยความที่สาวนัทเป็นเนื้องอกรังไข่ ทำให้ตกอยู่ในภาวะมีลูกยาก การฉีดฮอร์โมนกระตุ้นให้ไข่ออกมาเยอะๆ จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะเท่ากับเป็นการไปกระตุ้นให้ก้อนเนื้องอกใหญ่ขึ้นตามไปด้วย เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมาทั้งสองโหมปั๊มลูกกันทุกวิถีทางแต่ก็ไร้ผล มาปีนี้ อั้ม-นัท ตัดสินใจที่จะปล่อยเรื่องลูกไปเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ แล้วหันมาทุ่มเททำงานหนักกับโปรเจกต์ละครใหญ่ยักษ์งบประมาณ 100 ล้านอย่างซีรีส์ “เจ้าเวหา” แทน ด้วยความที่นั่งแท่นเป็นผู้จัดละครครั้งแรก นัทก็ทุ่มเทเรียกว่าแทบจะไม่ได้หลับได้นอนเพื่อให้ละครออกมาดีและถูกใจคอละครมากที่สุด ฟากสามีสุดเลิฟอย่างหนุ่มอั้ม ก็เทคิวให้ละครอย่างเต็มที่ เวลาจู๋จี๋แม้จะน้อยลงแต่ทั้งคู่ก็ดูแฮปปี้กับชีวิตดีนะเจ้าคะ อั้ม-นัท อั้ม-นัท อั้ม-นัท

24 ประโยชน์จาก มะนาว
ดูฟุตบอล /  มะนาว / 

มะนาว เป็นสิ่งที่ทุกบ้านมักจะมีติดตู้เย็นไว้เสมอ เอาไว้ทำอาหาร ทำขนม หรือทำเครื่องดื่มต่างๆได้ด้วย นอกจาก มะนาว จะมีประโยชน์ในด้านโภชนาการแล้ว มะนาว ยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย วันนี้ health.mthai ของเราจะพาไปรู้จักกับประโยชน์มากมายของมะนาวกันค่ะ ไปดูกันเลย 1. แก้ไอและขับเสมหะ ใช้ผลสดคั้นเอาน้ำใส่เกลือเล็กน้อยหรือคั้นเอาน้ำผสมน้ำผึ้ง 1 ต่อ? 3 ส่วน จิบบ่อยๆหรือฝานบางๆจิ้มเกลืออม 2. แก้ไอ นำใบมะนาวหั่นเป็นฝอย ชงด้วยน้ำเดือด ดื่มแบบน้ำชา ช่วยลดไข้ และใช้อมกลั้วคอ ฆ่าเชื้อโรคได้ดี 3. เป็นยาขับเสมหะ รักษาอาการไอ ระคายคอจากเสมหะ บรรเทาอาการเจ็บคอ โดยใช้น้ำมะนาวจากผลที่โตเต็มที่ มีรสเปรี้ยวจัด เติมเกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ หรือจะทำน้ำมะนาวเติมเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย 4. แก้คอแห้ง คั้นมะนาวใส่ช้อนแล้วเทลงคอ 5. รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด เปลือกผล รสขม ช่วยขับลมได้ดี ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ นาที ดื่มแต่น้ำขณะมีอาการ หรือหลังอาหาร 3 เวลา 6. โรคกระเพาะ ใช้เปลือกผลมะนาว ชงน้ำร้อนดื่ม เป็นยาขับลมและแก้โรคกระเพาะได้ 7. แก้ท้องร่วง ใช้น้ำมะนาวผสมกับน้ำสะอาดดื่ม 8. ท้องผูก ใช้น้ำมะนาวค่อนแก้วกาแฟ ใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มทุกวันเป็นยาระบายได้ดี และเจริญอาหาร 9. แก้ฟกช้ำตามแขนขา หรือหัวโน ใช้น้ำมะนาวผสมดินสอพอง พอกบริเวณที่เป็น จะทำให้เย็นและยุบเร็ว 10. แก้ข้อศอก ส้นเท้าด้านดำ ใช้เปลือกมะนาวที่บีบน้ำออกหมดแล้ว นำมาขัดถูผิวส่วนที่ด้านแตก เช่น ข้อศอก หรือส้นเท้า จะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น รอยด้านหรือรอยแตกจะจางลง 11. ลบรอบด่างดำที่ขาหรือขาลาย มีจุดด่างดำเล็กๆ หรือรอยแผลเป็นให้ใช้น้ำมะนาวบีบลงในดินสอพอง พอหมาดๆ ทาบริเวณขาทุกคืน ก่อนนอนตื่นเช้าค่อยล้างออก รอยด่างดำจะค่อยๆจางหายไป 12. แก้ลิ้นเป็นฝ้า ใช้สำลีชุบน้ำมะนาวเช็ดลิ้นวันลละ 3 ครั้ง ฝ้าจะค่อยๆจางหายไป 13. แก้กลากเกลื้อน หิด ใช้น้ำมะนาวผสมผงกำมะถัน ทาก่อนนอน 14. แก้ปูนซีเมนต์กัด ใช้น้ำมะนาวทาบริเวณที่โดนปูนกัด 15. แก้น้ำกัดเท้า ใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง แล้วเอาแป้งทาตุ่มคัน 16. แก้ไฟลวก น้ำร้อนลวก ให้เอาน้ำมะนาวชโลมบริเวณที่ถูกจะช่วยดับพิษปวดแสบ ปวดร้อนได้ 17. แก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ใช้ใบมะนาวสด ต้มน้ำใส่น้ำตาลดื่ม 18. แก้ระดูขาว ใช้น้ำมะนาว 2 ช้อนชา เกลือ น้ำตาล นิดหน่อยผสมน้ำต้มสุก ใส่น้ำแข็งกิน แก้สตรีมีระดูขาวมาก 19. ฟอกโลหิต ใช้ใบมะนาว 7 ใบ ต้มน้ำกินครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 เวลา 20. แก้ไข้ทับฤดู ใช้ใบมะนาว 108 ใบ ต้มน้ำกิน 21. ยาแก้ฟกช้ำ ใช้รากสดต้มเอาน้ำกิน จากการถูกกระแทกหรือหกล้ม แก้ปวด และแก้พิษสุนัขกัด 22. รักษาโรคลักปิดลักเปิด ดื่มน้ำมะนาว หรืออาหารที่มีส่วผสมของมะนาว 23. แก้ซางในเด็ก นำเมล็ดมะนาวมาคั่ว แล้วบดให้เป้นผง ชงหรือต้มน้ำดื่ม 24. แก้ปวดฝี แก้พิษอักเสบ ใช้รากฝนกับเหล้าทาบริเวณที่เป็น เป็นอย่างไรกันบ้างคะ มะนาวลูกเล็กๆนี่กลับมีประโยชน์อย่างมหาศาลเลยดีเดียว หากใครเจ็บป่วยด้วยอาการดังทื่กล่าวมา ลองใช้มะนาวมารักษาอาการเบื้องต้นดูนะคะ ง่ายๆนิดเดียว

น่ารักน่ากอด หมอนคริสตัลสตาร์ เซเลอร์มูน
sailor moon /  การ์ตูน / 

น่ารักอะไรขนาดนี้ หมอนอเนกประสงค์ ไม่ว่าจะใช้นอน รองนั่ง พิงหลัง หรือเอามากอด ก็ยังได้ เห็นแบบนี้แพ้ทางเหล่าสาวกที่ชื่นชอบการ์ตูนเซเลอร์มูนกันเลยทีเดียว มีทั้งหมด 2 ลายให้สะสม ได้แก่ ลายคริสตัลสตาร์ และลายคอสมิคฮาร์ท ผลิตโดย Bandai สนนราคาใบละ 4,800 เยน (ไม่รวมภาษี) น่ารักน่ากอด หมอนคริสตัลสตาร์ เซเลอร์มูน ที่มาข้อมูลและภาพจาก Sailor Moon Thailand Fanclub

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี

แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด'
ที่เที่ยวประจวบคิรีขันธ์ /  ท่องเที่ยวประจวบฯ / 

บางครั้งการที่เราออกไปเที่ยวคนเดียวไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม สิ่งนั้นยิ่งทำให้เราได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น แต่ก่อนที่เราจะเก็ยกระเป๋าก้าวออกจากบ้าน สิ่งที่เราต้องมีก็คือ "ความกล้า" เช่นครั้งหนึ่งเพจ LIFE IS A JOURNEY แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามอยู่หลายที่เลย อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นี้เอง ตามไปดูกันเลย ^^ แบ็คแพ็คฉายเดี่ยว! ตะลุยเที่ยว 'อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด' การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณหกปีที่แล้ว ช่วงปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น ไม่มีอะไรทำ นอนดูทีวีอยู่หอ พอดีเปิดไปเจอรายการท่องเที่ยวของช่อง 5 รายการอะไรจำชื่อไม่ได้ล่ะ จำได้แค่ว่า เค้าพาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนยอดเขา เป็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเล!!! เห็นเท่านั้นล่ะ หัวใจเต้นแรง เลือดสูบฉีดขึ้นมาทันใด (รู้สึกเหมือนตอนต้องออกไปยืนพูดหน้าเสาธงเป็นครั้งแรก) ดูจนจบเลยรู้ว่าไม่ใช่ที่ไหนไกล เป็นจุดชมวิวเขาแดง อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้นเอง ด้วยความว้าวุ่น ว่าง เปลี่ยว และเหงา!!! ก็เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม แค่รู้ว่าอยู่ตรงไหน มีที่เที่ยวอะไร จะไปยังไงได้บ้าง ส่วนที่พักหน่ะหรอ ไม่ต้องจองล่วงหน้า Agoda ก็ยังไม่รู้จัก เพราะมีเต้นท์และถุงนอนส่วนตัวจะไปกลัวอะไร ไปตายเอาดาบหน้าละกัน จึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าในคืนนั้น แล้วออกเดินทางทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเอาของไปเท่าที่จำเป็น และของสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเดินทางเพียงลำพัง นั่นก็คือ "ความกล้า" "สูดหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน" แผนการผจญภัยคร่าวๆ ในระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ดังนี เดินทางด้วยรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปหัวหิน ต่อรถไฟฟรีไปลงสถานีสามร้อยยอด นั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเดินเล่นทุ่งสามร้อยยอด กางเต็นท์นอนค้างคืนริมชายหาดสามพระยา เดินขึ้นเขาตอนตีห้า พระอาทิตย์มาตอนหกโมง เดินข้ามเขา มุดเข้าถ้ำพระยานคร ยืนดูดาวตอนกลางวันในถ้ำแก้ว เพื่อนร่วมเดินทาง กระเป๋า 1 ใบ ข้างในมีเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว รองเท้าผ้าใบ อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ กระเป๋าคาดหน้าอก 1 ใบ เอาไว้ใส่เงิน โทรศัพท์ กล้อง ฯลฯ ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน ขวดน้ำดื่ม เต้นท์ ขนาด 2 คนนอน 1 หลัง และถุงนอน 1 ใบ กล้องคอมแพค 1 ตัว 07.00 AM : ออกจากหอไปขึ้นรถตู้ กรุงเทพ-หัวหิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินทางถึงหัวหินประมาณ 10 โมง แวะกินข้าวฟรีที่บ้านลุง กินอิ่มก็ไปรับตั๋วรถไฟฟรีที่สถานีหัวหิน ขบวนที่ 255 หรือใครอยากนั่งรถไฟฟรีมาจากกรุงเทพก็ได้นะ สถานีต้นทาง ธนบุรี ออกเวลา 07.30 สิ้นสุดที่สถานีหลังสวน 01.30 PM : รถไฟ รถไฟมา มาช้าหน่อยแต่ก็มา ตามประสารถไฟไทย รถไฟมาก็รีบกระโดดขึ้นไปหาที่นั่ง ขบวนนี้เบาะนุ่มสบายก้นมาก แนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ควรมีกระเป๋าคาดหน้าอกแบบในรูปไว้สักใบ เอาไว้ใส่เงิน ใส่โทรศัพท์ ใส่กล้อง ฯลฯ หยิบใช้ง่าย สะดวกมากๆ นั่งมาสักพักก็ได้พบกับนวัตกรรมที่น่าทึงของแม่ค้าไทย นั่นคืออุปกรณ์สำหรับแขวนของมาขายบนรถไฟ มีทั้งอาหารสด อาหารแห่ง และเครื่องดื่ม เวลาจะขายก็แค่เอาตะขอไปแขวนไว้กับชั้นวางของด้านบน 02.00 PM : รถไฟมาถึงสถานีสามร้อยยอด  ที่นี่สถานีสามร้อยยอด แดดร้อนมาก แผนที่จุดหมายของการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ 1) สถานีรถไฟสามร้อยยอด 2) ทุ่งสามร้อยยอด (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บึงบัว) 3) ที่ทำการ อช.เขาสามร้อยยอด (Khao Sam Roi Yot National park) 4) หาดสามพระยา (Sam Phraya Beach) 5) จุดชมวิวเขาแดง (Khao Daeng View Point 6) ถ้ำพระยานคร (Phraya Nakhon Cave) 7) ถ้ำแก้ว (Kaeo Cave) หลังจากลงจากรถไฟ ก็เดินหาของกินรองท้อง และเตรียมเผื่อสำหรับมือเย็นที่ตลาดใกล้ๆสถานีรถไฟ เดินเลือกหาของกินอยู่สักพัก ก็มีเสียงทักเบาๆมาจากข้างหลังว่า "ไอ้หนู สะพายกระเป๋าพะรุงพะรังจะไปไหนเนี่ย" หันไปดูก็เห็นเป็นคุณป้าร้านขายลูกชิ้นกับข้าวเหนียวมะม่วง ดูท่าทางใจดี ก็เลยบอกป้าว่าจะไปทุ่งสามร้อยยอด ป้าก็ถามว่าแล้วจะไปยังไงล่ะ ไม่มีรถเข้าไปมันไกลนะ จึงบอกป้าไปว่าจะเดินเข้าไป หรือไม่ก็หาโบกรถเข้าไป ป้าก็อมยิ้ม แล้วบอกว่าจะไปส่ง แต่เราก็เกรงใจเพราะเห็นป้ากำลังตั้งร้านยังไม่เสร็จ ก็เลยปฏิเสธป้าไป แล้วก็ได้ยืนคุยกันอยู่สักพักก่อนจะออกเดินทางต่อ ป้าใจดีให้ลูกชิ้นมา 4 ไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงมา 1 ถุง 03.00 PM : ออกเดินทางไปยังทุ่งสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดอยู่ห่างจากตลาดที่เราอยู่ประมาณ 8 กิโลเมตร ไม่มีรถประจำทาง ดังนั้น วิธีการที่เราเลือกใช้คือ "โบกรถ" ก็เลยเดินไปที่ปากทางเข้าเพื่อรอโบกรถ เดินไปสักระยะก็เจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน พร้อมมอเตอร์ไซด์กำลังจับกลุ่มคุยกัน กลุ่มวัยรุ่นเห็นเราเดินผ่านมาก็เลยตะโกนถามว่า "พี่จะไปไหนครับ" ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีหรือโดนปล้น ก็เลยบอกไปว่า "จะไปบ้านญาติที่อยู่ข้างใน" กลุ่มวัยรุ่นก็เลยบอกว่า "ให้ผมไปส่งไหมพี่" เราก็รีบปฏิเสธทันใดว่า "อยู่ใกล้ๆ เดินไปเดี๋ยวก็ถึง" จากนั้นก็รีบเดินห่างออกมาอย่างรวดเร็ว เดินมาได้สักพัก ก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซด์และเสียงพูดตามหลังว่า "มาๆ เดี๋ยวผมไปส่ง" เป็นเสียงของเด็กวัยรุ่นที่ขับมอเตอร์ไซด์มาคนเดียว ไอ้เราก็กลัวๆกล้าๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการขัดศรัทธา ก็เลยยอมนั่งไปด้วย และบอกว่าจะแวะไปที่ทุ่งสามร้อยยอดก่อน น้องเค้าก็มาส่งให้อย่างปลอดภัย แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่มองน้องเขาในทางไม่ดีในตอนแรก แต่การเดินทางเพียงลำพัง บางครั้งถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรคิดในแง่ร้ายเอาไว้ก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คิดหาวิธีการป้องกัน แต่ก็อย่าแสดงออกให้เค้ารู้ถึงความคิดนั้น เพราะผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมาอาจจะเป็นเรื่องดี 03.15 PM : ซ้อนรถมอเตอร์ไซด์มาลงที่หน้าทางเข้าทุ่งสามร้อยยอด บรรยากาศตรงหน้าคือทุ่งน้ำอันกว้างใหญ่ กลางแดดที่ไม่ร้อน เพราะมีสายลมแรงพัดมากระทบใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าไปเดินเล่น ได้แวะเข้าไปที่สำนักงาน เพื่อดูว่ามีใครอยู่รึเปล่า ขากลับจะได้ขอเค้าติดรถออกมาข้างนอกด้วย เพราะตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่ที่ทำการอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้ไปอีกประมาณ 34 กิโลเมตร และต้องอ้อมเขาที่เห็นในภาพไปอีกด้านหนึ่ง ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน แล้วจะออกมาข้างนอกตอน 4 โมงครึ่งหลังเลิกงาน ทุกอย่างเลยเป็นไปตามแผน ไม่งั้นต้องได้นอนอยู่ที่นี่แน่ๆ 04.30 PM : เดินสำรวจทุ่งกว้างบนเส้นทางที่ทอดยาว หลังจากสบายใจเรื่องการเดินทางกลับออกไปด้านนอก ก็ถึงเวลาเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินไปบนสะพานไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ผ่านทุ่งดอกบัวที่กำลังเก็บตัว เพื่อรอวันอวดโฉมความสวยงามในปีหน้า ผ่านทุ่งหญ้า(กก) ที่พลิ้วไหวเอนไปตามสายลมครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้ากำลังเต้นระบำ โดยมีสายลมเป็นเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนาน ระหว่างทางจะมีศาลาให้หลบแดดอยู่เป็นระยะ ให้เราได้นั่งพักชมบรรยากาศแบบพาโรนามา มีพื้นหลังของทุ่งหญ้าเป็นท้องฟ้าและภูเขาที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางสายแดดอ่อนๆ มีเวิ้งน้ำน้อยใหญ่ เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด เหมาะแก่การมาศึกษาเรื่องนกเป็นอย่างมาก มุมที่เราถ่ายออกมาอาจจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ถ่ายยังไง ถ่ายเท่าไหร่ ก็ถ่ายไม่เบื่อ อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความสงบท่ามกลางธรรมชาติเป็นเช่นไร 05.30 PM : ที่พักสุดหรูริมชายหาดสามพระยา ลาจากทุ่งสามร้อยยอดที่แสนสงบ แล้วออกเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของพี่เจ้าหน้าที่มาลงที่ปากทางริมถนนเพชรเกษม จากนั้นต่อรถทัวร์ขาลองใต้มาลงที่ปากทางเข้าที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 20 กว่ากิโล ดักรอโบกรถเข้าไปข้างในอีกประมาณ 14 กิโล โบกไปโบกมา ผ่านหน้าไปประมาณ 5 คัน ก็มีรถกระบะสีแดงจอดรับ เลยรีบวิ่งไปสวัสดี แล้วขอติดรถไปด้วยหนึ่งคน ซึ่งด้านหลังรถมีถังใส่กุ้งพร้อมออกซิเจน เราก็เลยได้นั่งหน้าข้างรถขับ แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน เพราะบ้านพี่เค้าถึงก่อนจุดหมายของเราประมาณครึ่งทางเห็นจะได้ เลยมายืนโบกต่อหน้าบ้านพี่เค้า ไม่ทันไรก็มีรถมอเตอร์ไซด์จอดรับ จึงรีบกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายยังไงยังงั้น นั่งมาใกล้จะถึงที่ทำการอุทยานเจอลิงเยอะมาก พี่คนขับเลยบอกว่าอย่านอนที่นี่เลย ลิงเยอะ เดี๋ยวลิงจะมารื้อของซะก่อน ก็เลยแนะนำให้เราไปนอนที่หาดสามพระยา ซึ่งอยู่เลยจากที่ทำการอุทยานไปอีกประมาณ 5 กิโลกว่าๆ ซึ่งเราก็เห็นด้วย เพราะลิงเยอะมากจริงๆ แล้วพี่เค้าก็ไปส่งเราจนถึงจุดหมาย หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่บริเวณป้อมด้านหน้าหาด เพื่อเข้าไปสอบถามว่าถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนเขาแดงตอนตีห้า จะไปยังไงได้บ้าง เพราะไม่มีรถประจำทาง พี่เค้าก็เลยอาสาจะช่วยไปส่งให้ตรงทางขึ้นเขา เจอกันตีห้าที่หน้าป้อม จากนั้นก็รีบไปหาที่ซุกหัวนอน ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งมาพักอยู่แถวนั้น 1 คน แต่สุดท้ายฝรั่งก็ออกไป หาดเลยตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว จนได้จุดยุทธศาสตร์ในการกางเต้นท์เป็นศาลาริมชายหาด เดินลงจากศาลาเท้าก็เหยียบหาดทรายพอดี หรูยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวริมทะเลอีกนะ หลังจากเตรียมที่หลับที่นอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงออกไปเดินเล่นริมชายหาดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า แสงยามเย็นตกมากระทบกับผืนโคลนปนทรายเป็นสีส้มอมทอง สำหรับเราแสงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เป็นแสงที่มีเสน่ห์ที่สุด เดินเล่นจนแสงใกล้จะหมด จึงรีบกลับมาอาบน้ำ ห้องอาบน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อาบน้ำเสร็จก็กลับมาที่เต้นท์ เต้นท์ปลิวครับท่านผู้ชม ปลิวไปติดอยู่มุมเสาของศาลา เพราะเวลาฟ้ามืดลมทะเลจะแรงมากๆ เราจึงไปหาก้อนหินมาทับมุมเต้นท์ไว้ทั้งสี่ด้านถึงเอาอยู่ 05.00 AM : ออกไปแตะขอบ(ทะเล)ฟ้า เสียงปุกของนาฬิกาบ่งบอกว่าได้เวลาออกไปตามหาพระอาทิตย์ที่ปลายขอบฟ้า ไม่ใช่สิ!!! ต้องบอกว่าขอบทะเลถึงจะถูก จึงไม่รอช้ารีบเก็บของ เก็บเต้นท์ น้ำไม่อาบ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปลง แล้วรีบวิ่งไปหาพี่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมตามที่นัดหมาย เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้น นั่งซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ผ่านความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากรถเป็นเครื่องนำทางมาลงที่ปากทางขึ้นจุดชมวิวเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 300 เมตร หลังจากแสงไฟจากรถค่อยๆหายลับไป แสงของไฟฉายดวงน้อยๆก็สว่างขึ้นมาแทน ทำให้เส้นทางข้างหน้าที่จะต้องก้าวต่อไป มีขนาดเพียงแค่ลำแสงของไฟฉายที่สามารถฉายไปถึงเท่านั้น จึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วออกเดินไปตามเส้นทางลูกรัง ฉายไฟไปเจอศาลหลังเล็กๆ บริเวณใกล้ๆตีนเขา ขนทุกเส้นที่มีบนร่างกาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใจหวิวๆยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ความกล้าที่มีในตอนแรกหายไปจนหมด เรายืนหยุดนิ่งพร้อมกับในใจก็ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีจะหันหลังกลับดีไหม แต่พอเริ่มมีสติก็คิดได้ว่าจริงๆแล้วความกลัวนั้นเกิดมาจากภายในจิตใจของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเองทั้งนั้น สิ่งที่เราเห็นภายนอก ไม่ได้มาทำอะไรเราเลย มีแค่เราเท่านั้นที่คิดไปเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะหยุดความกลัวนั้นจากข้างใน ไม่ใช่ให้ความกลัวมาหยุดสิ่งที่เราตั้งใจ จึงเริ่มเดินต่อไปจนถึงบริเวณตีนเขา พร้อมกับมองหาเส้นทางเดินขึ้นไป แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพราะเป็นภูเขาหินปูนที่ไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น หาอยู่สักพักก็ยังหาไม่เจอ เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังที่ทำการอุทยานเพื่อสอบถามเส้นทาง พอมาถึงก็พยายามมองหาเจ้าหน้าที่จนไปเจออยู่คนหนึ่งกำลังนอนอยู่ในเปล " พี่ครับๆ พี่ครับๆ" พี่เค้าตกใจตื่นเพราะเสียงและแสงไฟของเรา จึงรบกวนให้พี่เค้าช่วยแนะนำและชี้เส้นทางการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวเขาแดง พี่เค้าก็พาเราเดินกลับไปชี้จุดเริ่มต้นของทางเดินขึ้นเขา โดยตามเส้นทางจะมีป้ายไม้บอกทางเป็นลูกศรสีเหลืองพื้นหลังสีน้ำตาล ซึ่งเล็กมากๆ ฝังติดอยู่ตามก้อนหิน ซึ่งตอนแรกเราหาไม่เจอ หลังจากนั้นพี่เค้าก็กลับไปนอนต่อ และก็ถึงเวลาที่เราจะต้องไปต่อด้วยตัวเอง โดยระหว่างทางต้องพยายามคอยมองหาป้าย และหลบคมหนามของต้นกระบอกเพชรที่มีอยู่มากมายรายทาง สุดท้ายอุปสรรคก็ช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราไปจนถึงจุดหมายได้ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น รางวัลที่ได้รับคือวิวแบบพาโรนามา พร้อมกับสายลมเย็นๆที่สูดเข้าไปแล้วทำให้หายเหนื่อยได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของคำว่า "สามร้อยยอด" ก็เป็นได้ ด้านซ้ายและขวาเป็นบ่อเลี้ยงกุ้ง ส่วนด้านหน้าเป็นพระอาทิตย์และท้องทะเล และในที่สุดพระอาทิตย์ดวงกลมๆสีส้มก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากทะเลให้เราได้พิชิตด้วยสายตาของตนเองจนสำเร็จ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 08.00 AM : การขึ้นภูเขาไม่เหนื่อยเท่าลงจากภูเขา หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวจนแสงแดดอุ่นๆเริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อน ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป นั้นก็คือ "ถ้ำพระยานคร" และ "ถ้ำแก้ว" โดยปกติการเดินขึ้นภูเขามักจะเหนื่อยมากกว่าการลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สำหรับเราการเดินขึ้นภูเขาเหนื่อยน้อยกว่าการเดินลงจากภูเขา เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกถูกกำจัดหมดไปด้วยความตั้งใจที่แนวแน่และมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมาย ระหว่างทางที่กลับลงมาจากภูเขา ได้เจอกับค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาหากินในตอนเช้า ห้อยโหนอยู่ตามยอดไม้อยู่เป็นระยะ บ้างก็อยู่โดดเดียว บ้างก็อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หน้าตาน่ารักและช่างสงสัย ลักษณะของป้ายบอกทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งหากเป็นตอนกลางคืนจะยากต่อการมองเห็นสักหน่อย ระยะทางอาจจะดูไม่ไกล ถ้าหากไม่มั่นใจโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่านะ ภูเขาหินปูนจะไม่มีร่องรอยของทางเดินให้เห็น และเป็นหินที่มีความแหลมคม จึงควรใส่รองเท้าผ้าใบเดินขึ้นไปจะดีที่สุด จุดชมวิวเขาแดงอยู่บนยอดของภูเขา ซึ่งอยู่ด้านหลังของภูเขาลูกที่เห็นอยู่นี้ หลังจากลงมาถึงพื้นราบแล้ว ได้แวะเข้าไปหาข้าวเช้ากินเพื่อเติมพลัง ภายในที่ทำการอุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกล 09.00 AM : มุ่งหน้าไปยังถ้ำพระยานคร นั่งกินข้าวเช้าในที่ทำการอุทยาน พร้อมชมโชว์กายกรรมห้อยโหนไปมาของลิงแสมอย่างเพลิดเพลิน ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังถ้ำพระยานคร ซึ่งอยู่ห่างจากออกไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร วิธีการเดินทางที่เราเลือกใช้ก็ยังคงเป็นวิธีการเดิม นั่นก็คือ "การโบกรถ" โดยไปยืนดักรอโบกรถอยู่ข้างหน้าที่ทำการอุทยาน ซึ่งเวลานั้นไม่ค่อยมีรถผ่านไปมาซักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปกับรถของการไฟฟ้า ไม่รอช้ากระโดดขึ้นข้างหลังไปนั่งรวมอยู่กับเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ นั่งมาลงบริเวณสามแยกทางไปถ้ำพระยานคร เพราะพี่เค้าต้องตรงไป ส่วนเราต้องเลี้ยวไปทางขวา จากจุดที่ลงรถต้องเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโล จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของทางเดินไปยังถ้ำพระยานคร เราเดินเข้าไปได้สักระยะ ผ่านรถสิบล้อที่อยู่ไกลๆในรูป เจอชาวบ้านกำลังนั่งคัดแยกกุ้งกันอยู่ เห็นเราเดินตากแดดมาคนเดียว ก็เลยแซวและถามว่าจะไปไหน พร้อมกับชวนให้ไปกินน้ำเย็นๆในกระติก เดินต่อไปกลางแดดจ้า บนถนนราดยางที่เริ่มจะร้อนระอุ ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับมาจอดอยู่ข้างๆ แล้วเปิดกระจกออกมาถามว่าจะเดินไปไหน พอดีไปทางเดียวกันก็เลยชวนเราติดรถไปด้วย พี่ๆ บอกว่าเดินทางมาจากกรุงเทพ มากันสามคน เห็นเราแบกกระเป๋าเดินตากแดดคนเดียวแล้วรู้สึกสงสารเลยตัดสินใจแวะรับมาด้วย หลังจากมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก็ได้แยกกับพี่ๆทั้งสามคน เพราะการเดินทางไปยังถ้ำนั้น สามารถทำได้สองวิธี คือ นั่งเรืออ้อมภูเขาไปลงหน้าชายหาดทางเข้าถ้ำ กับเดินข้ามภูเขาไปอีกประมาณ 1 กิโลไปยังปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งวิธีนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะใช้แค่แรงกายและใจเท่านั้น เราเลือกที่จะเดินข้ามภูเขาไปตามทางเดินที่เป็นบันไดหินซึ่งไม่ราบเรียบเพียงลำพัง ส่วนพี่ๆ นั่งเรืออ้อมเขาไปลงที่หน้าหาดซึ่งเร็วกว่ามาก หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย  ระหว่างทางสามารถแวะชมวิวภูเขาและทะเลสีฟ้าใสได้ตลอดทาง ช่วยทำให้ความเหนื่อยลดลงไปได้เยอะ เดินขึ้นเขามาได้ประมาณครึ่งทางกว่าๆก็จะสามารถมองเห็นชายหาดขาวสะอาดที่เรือมาจอดส่งนักท่องเที่ยว ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการเดินทางข้ามภูเขา มีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น 11.00 AM : สำรวจถ้ำพระยานคร ลงจากเขามาล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่ และฝากกระเป๋าไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็ออกเดินทางต่อเพื่อเข้าไปข้างในถ้ำอีกประมาณ 500 เมตร ผ่านบ่อพระยานคร ซึ่งตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า "บ่อพระยานคร" เส้นทางเดินเป็นบันไดโขดหินตะปุ่มตะป่ำค่อนข้างเดินลำบากสักเล็กน้อย หลังจากเดินขึ้นมาได้สักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ และจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ภายในถ้ำจะมีลักษณะเป็นโถงขนาดใหญ่ มีปล่องอากาศขนาดเล็ก และใหญ่ที่มีแสงแดดส่องลงมาถึงด้านล่างอยู่หลายจุด " พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง   หลังจากเดินสำรวจภายในถ้ำจนครบถ้วนและหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย นั้นก็คือ "ถ้ำแก้ว" 01.00 PM : จุดหมายสุดท้าย เมื่อออกมาจากถ้ำพระยานครก็กลับไปเอาของที่ฝากไว้แล้วเดินกลับด้วยวิธีการเดิม และแวะกินข้าวเที่ยงบริเวณตีนเขา ล้างหน้าล้างตา นั่งพักสักครู่แล้วเดินทางต่อด้วยรถมอเตอร์ไซด์ของชาวบ้านมาลงที่ปากทางไปถ้ำแก้ว ซึ่งอยู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงถ้ำพระยานครในตอนแรก เดินต่อไปตามทางลูกรังสีแดงอีกประมาณ 1 กิโล ก็จะถึงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งจะมีชาวบ้านมาคอยให้บริการเช่าไฟฉาย เพราะข้างในไม่มีแสงสว่าง ต้องเตรียมไฟฉายเข้าไปด้วยทุกครั้ง แต่เราเตรียมไฟฉายมาเอง เลยไม่ต้องเสียตังค์เช่า ข้างในมีระยะทางประมาณ 128 เมตร ซึ่งตอนที่เราไปไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยสักคน เหงาเลยเรา ข้างในถ้ำมืดมากๆ มีหินงอกหินย้อยเล็กใหญ่สลับกันไปตลอดทาง บางจุดต้องก้ม ต้องมุดผ่านหินงอกขนาดใหญ่ บางจุดต้องเดินผ่านช่องหินเล็กๆ บางจุดต้องเดินขึ้นสะพาน ลงสะพาน ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึกๆมึดๆ ที่ส่องไฟไปได้ไม่สุด ดินสำรวจไปได้ครึ่งทาง ไฟฉายคู่ใจที่พกมาด้วยแสงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ฉายไปแทบจะไม่เห็นทางข้างหน้า เราพยายามเคาะขั้วถ่าน หมุนให้เน้นอยู่สักพักก็ไม่สำเร็จ ติดๆดับๆ สุดท้ายก็ดับสนิทนิ่งไปในทันใด เรายืนซ่อมไฟฉายท่ามกลางความมืดมิด ที่ไม่สามารถเดินขยับไปไหนได้เลย เพราะรอบตัวมีแต่หินงอกหินย้อย ยืนอยู่ที่เดิมประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็น 15 นาทีที่รู้สึกนานมากๆ กลัวว่าจะต้องติดอยู่ในถ้ำ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาเที่ยว แต่สุดท้ายก็มีแสงสว่างแห่งความหวังส่องเข้ามา ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูก เป็นแสงไฟฉายของนักท่องเที่ยวสองคนสามีภรรยา ที่ฉายมาเจอเรายืนอยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว เค้าก็ตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมายืนอยู่คนเดียวมืดๆ เราก็เลยเล่าให้เค้าฟังแล้วขอเดินตามเค้าออกไปด้วย เดินตามพี่เค้ามาเรื่อยๆก็มาเจอกับจุดที่ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของถ้ำนี้ ซึ่งเมื่อเราฉายไฟไปที่ผนังถ้ำ ก็จะมีแสงระยิบระยับสะท้อนกลับมาเป็นเหมือนเศษแก้วเล็กๆประดับอยู่อย่างสวยงาม ความรู้สึกเหมือนได้ยืนดูดาวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในถ้ำยังไงยังงั้น สุดท้ายเราก็ออกมาจากถ้ำจนได้ ต้องขอขอบคุณพี่ๆทั้งสองเป็นอย่างมาก ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้ได้มาเจอกัน เกือบปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนอนในถ้ำแก้วซะแล้วเชียว จริงๆมีอีกที่ที่อยากไปคือ "ถ้ำไทร" ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ตอนนั้นใกล้จะเย็นแล้วน่าจะไปไม่ทัน จึงตัดออกไปแล้วเดินทางกลับ เดินออกจากถ้ำไปสามแยกที่มาลงในตอนแรกอีกประมาณกิโลกว่าๆ เพื่อมายืนรอโบกรถกลับออกไปที่ถนนเพชรเกษม และได้ไปกับรถกระบะขนโต๊ะจีนเพื่อไปจัดงานแต่ง โดยยืนเกาะหลังคารถเอาหน้าโต้ลมสนุกมากๆ แต่ก็ไปไม่ถึงที่หมาย เพราะบ้านงานอยู่ถึงก่อน เลยโบกรถต่ออีกรอบ และไปได้กับรถกระบะของตายายใจดีไปลงถึงปากทางเข้าอุทยานริมถนนเพชรเกษม แล้วต่อรถทัวร์ไปยังอ.เมืองประจวบฯ ก็เป็นอันจบทริปอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดเพียงเท่านี้ การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราออกเดินทางเพียงลำพัง ซึ่งความจริงแล้วการตัดสินใจออกเดินทางคนเดียวครั้งแรกนั้นมันยากมาก เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จึงคิดและจินตนาการไปก่อนว่ามันน่าจะเหงา ลำบาก และอันตราย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเสมือนกำแพงที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเราให้ยังคงอยู่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย ทำให้เราไม่ได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างนอกกำแพงนั้นเสียที แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถทลายกำแพงนั้นก็ได้คือ "ความกล้า" กล้าที่จะตัดสินใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้ กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ถ้าเราสามารถทำและยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้มันจะคุ้มค่ามากๆ เพราะสิ่งรอเราอยู่หลังกำแพงนั้นคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน ได้มิตรภาพ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆรอบตัว ได้รู้จักและเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเราสามารถก้าวผ่านครั้งแรกไปได้แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน " A journey of a thousand miles must begin with a single step." – Lao Tzu " การเดินทางนับพันไมล์ต้องเริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ" ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก Facebook LIFE IS A JOURNEY ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  https://th.readme.me/id/lifeisajourney, https://www.facebook.com/LifeIsAJourneyThailand, https://www.instagram.com/lifeisajourneythailand/

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 /  ศึกจ้าวมวยไทย / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2559 ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวย สยามอ้อมน้อย เวลา 12:15 น. 1. เสือ พรัญชัย  Vs  สิงห์ขาว ช.พัชรพล 2. รักสมบัติ หมอเบสกมลา  Vs  ฤทธิ์เดช ร.ร.กีฬาโคราช 3. เก่งกาจ ป.เป็กโก้  Vs  ยอดศิลา แฟร์เท็กซ์ 4. ร็อกกี้ ว.วรรณทวี  Vs  เพชรรุ่งโรจน์ ศิษย์นกแก้ว ศึกยอดมวยไทย เวทีมวย รังสิต เวลา 14:00 น. 1. ยอดสุวิทย์ ว.ไพรอนันต์  Vs  เอกมงคล ศิษย์ทองปอนด์ 2. เพชรศักดา เพชรเจริญวิทย์  Vs  เข็มเพชร ว.ไพรอนันต์ 3. เพชรดำ เพชรยินดีอะคาเดมี่  Vs  โทมัส ส.ชัยเจริญ 4. เด่นคีรี ศักดิ์วิเชียร  Vs  สองทะเล ว.เหมธานนท์ ศึกไบร์ทีวี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 14:00 น. 1. เพชรสยาม พิทักษ์ทางหลวง  Vs  เดชฤทธิ์ ว.วรรณทวี 2. จ้าวเสือใหญ่ ส.เดชะพันธ์  Vs  ปานเพชร ศิษย์หนุ่มน้อย 3. กริชทองคำเล็ก ร.ร.กีฬาโคราช  Vs  ก้องปฐพี ศักดิ์นิรันรัตน์ 4. พยัคฆ์ ออซั่มวิลล่า  Vs  โอปอ ป.เรืองรัมย์ ศึกยอดมวย ไทยรัฐทีวี เวทีมวย มนตรี สตูดิโอ เวลา 15:00 น. 1. กล้ารบ โตโยต้าระยอง  Vs  เสกสิทธิ์ ท.แสงเทียนน้อย 2. เทพบุตร ช.ห้าพยัคฆ์  Vs  เรือนไทย นายกปาร์ควิว 3. ลำน้ำมูลเล็ก ต่อมีนบุรี  Vs  เพชรเกรียงไกร ต.ศิลาชัย 4. อุ้ยเสี่ยวป้อ ซูจีบ๊ะหมี่เกี้ยว  Vs  ไข่หวานเล็ก ต.หลักสอง ศึกมวยไทยลุมพีนี เวทีมวย ลุมพีนี เวลา 16:30 น. 1. เสือ พรัญชัย  Vs  สิงห์ขาว ช.พัชรพล 2. รักสมบัติ หมอเบสกมลา  Vs  ฤทธิ์เดช ร.ร.กีฬาโคราช 3. เก่งกาจ ป.เป็กโก้  Vs  ยอดศิลา แฟร์เท็กซ์ 4. ร็อกกี้ ว.วรรณทวี  VS  เพชรรุ่งโรจน์ ศิษย์นกแก้ว ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

เผยเหตุผลสุดฮา ทำ 'พรินซ์' โบกมือลา The Fifth Element
Fifth Element /  gallery หนัง รูปภาพหนังใหม่ Movie / 

ฌ็อง ปอล โกติเยร์ ดีไซเนอร์สุดดังยอมรับความเด๋อ ปากเป็นเหตุทำนักร้องดังหลุดมือ โดย ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ (BIOSCOPE) ก่อนที่หนังไซ-ไฟสุดคัลต์อย่าง  The Fifth Element (1997) จะออกมาเป็นเวทีฟื้นชีพของบรูซ วิลลิส และเวทีแจ้งเกิดของมิลลา โจโววิช กับคริส ทัคเกอร์ อย่างที่เราเคยเห็น เชื่อหรือไม่ว่า จุดกำเนิดของมันคัลต์ซะยิ่งกว่านี้อีก เพราะเดิมทีผู้กำกับลุค แบซง วางตัวเมล กิบสัน กับจูเลีย โรเบิร์ตส์ ไว้ในบทคู่พระนาง และบรรจงแคสติ้งนักร้องคนดังอย่าง พรินซ์ ให้มารับบท รูบี้ ร็อด อีกหนึ่งตัวเอกของหนัง ซึ่งต้องถือเป็นการคัดเลือกที่แจ่มมากๆ เพราะหากได้พรินซ์มาแสดงจริงๆ เขาจะต้องเป็นสีสันที่เพิ่มระดับความจัดจ้านและความคัลต์ขลังแก่หนังยิ่งกว่าที่คริส ทัคเกอร์แสดงไว้อีกหลายขุม แล้วเพราะอะไรพรินซ์ถึงไม่ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ในที่สุด ทั้งๆ ที่เขาสนใจถึงขั้นยอมเดินทางไปพบปะกับแบซงและฌ็อง ปอล โกลติเยร์ แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังผู้มาออกแบบเสื้อผ้าให้ตัวละครในเรื่องนี้แล้ว? โกลติเยร์เปิดเผยเหตุผลไว้เมื่อ 3 ปีก่อนตอนที่งานออกแบบของเขาได้ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์บรูคลินว่า "ผมเอาสเก็ตช์ภาพชุดที่เรากะจะให้เขาใส่ในหนังให้เขาดู พรินซ์ดูแล้วไม่พูดอะไรสักคำ แล้วผมก็พยายามอธิบายด้วยสำเนียงฝรั่งเศสจ๋า-ภาษาอังกฤษห่วยแตกของผมว่า ผมคิดขำๆ ให้ชุดนี้เป็นตาข่ายที่มีขนของคนใส่โผล่หรอมแหรมออกมาทั่วตัว แถมผมยังสเก็ตช์ทั้งด้านหน้าทั้งหลังแล้วด้วยนะ ผมเลยลุกขึ้น เอามือตบตูดตัวเองและพยายามจะบอกเขาว่า ‘ตรงนี้เป็น faux cul อันใหญ่ๆ นะ’ พรินซ์มองผมแล้วทำหน้าแปลกๆ จากนั้นก็บอกบอดี้การ์ดว่าเขาจะกลับ ผมล่ะงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พรินซ์ออกไปเจอลุค แล้วลุคถึงค่อยมาเล่าให้ผมฟังทีหลังว่า พรินซ์ขำกับความพยายามพรีเซนต์แบบของผมมาก แต่เขาไม่ชอบชุดบ้านี้ มันดู ‘หญิง’ เกินไป "แต่ที่หนักที่สุด เขาบอกว่าผมหยาบคายมาก อยู่ดีๆ ก็ลุกมาเอามือตบก้นแล้วพูด ‘F-ck you, f-ck you!’ ใส่เขาซะงั้น ...ทั้งที่จริงๆ แล้วผมพูดว่า faux cul, faux cul (แปลว่า fake ass - ก้นปลอม) ต่างหาก!” ...โธ่วววว

รีวิว เที่ยวเกาะช้าง จนต้องเอยปากว่า ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง!!
จันทบุรี /  ทะเล / 

เที่ยวเกาะช้าง (Shutter&Travel) เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 ในทะเลอ่าวไทย และเป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 2 ในรองเพียงเกาะภูเก็ต อยู่ในเขตจังหวัดตราด มีเกาะบริวารกว่า 52 เกาะ มองจากด้านบนเหมือนรูปโขลงช้าง จึงได้ชื่อว่า เกาะช้าง โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล… เสียง เพลงที่คุ้นหูดังขึ้นทุกครั้งที่ได้มีโอกาสมาใกล้ชิดทะเล และหวนนึกถึงทริปทะเลมากมายที่มีเคยไปเที่ยวมา ทั้งที่เมื่อนานมาแล้วและเมื่อไม่นานมานี้ เที่ยวเกาะช้าง เพื่อนๆ คงเคยไปเที่ยวทะเลแล้วออกไปดำน้ำกันใช่ไหมครับ? คือนั่งเรือออกไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นหรือที่เรียกว่าการดำแบบผิวน้ำ (Snorkeling) เรือจะไปจอดทอดสมอตามจุดดำน้ำ ตามเกาะ ตามอ่าวต่างๆ หรือโคดหินรอบๆ เกาะในทะเล เรียกว่าพอเรือจอดสนิท ก็รีบคว้าหน้ากาก (Mask) ท่อหายใจ (Snorkel) เสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงทะเลกันไป ดำน้ำดูปะการังกันทั้งวันจนตัวดำ ผมก็ไปแบบนี้ ต้องลงเรือร่วมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มันก็เป็นรูปแบบกิจกรรมหนึ่งสำหรับการท่องเที่ยวทางทะเล แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยสัมผัสกับการดำน้ำ มันถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมลองนึกย้อนกลับไปวัยเด็ก ผมมีโอกาสได้ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นการดำน้ำครั้งแรกในชีวิตที่ได้ไปกับครอบครัว ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและก็แฝงไปด้วยความกลัวเจือปนเข้ามาด้วย กลัวทุกอย่าง กลัวคลื่น กลัวการเดินทาง แล้วก็กลัวปลาฉลาม 555 นึกขึ้นแล้วก็ขำ มันน่าจะมาจากการได้ดูหนังเรื่อง JAW มากไปหน่อย แล้วการลงไปดำน้ำครั้งแรกของผมในวัยเด็กก็ไม่พลาดที่จะนึกถึงปลาฉลามจริงๆ พอดำลงไปแล้วจะหดขาขึ้นมาไม่กล้ายืดขาลงไป กลัวฉลามครับ ต้องคอยก้มดำน้ำไปดูว่ามีตัวอะไรใต้น้ำ แต่เพียงชั่วแว๊บเดียว พอลงน้ำได้ไม่นานก็เริ่มคุ้นเคย ความกลัวก็จะค่อยๆ หายไป อาจเป็นเพราะความสวยงามของโลกใต้ทะเลก็ว่าได้ และมันก็ทำให้เกิดความประทับใจสำหรับการได้เปิดประสบการณ์ดำน้ำครั้งแรกของผม ทั้งตื่นเต้น สวยงาม และน่ากลัว (ปลาฉลาม) 555 ... มาถึงตอนนี้ลูกชายผม 8 ขวบแล้ว สามารถดูแลตัวเองในน้ำได้ระดับหนึ่งจากการเรียนว่ายน้ำมาสักพัก และผมก็คิดว่ามันถึงเวลาที่จะเปิดประสบการณ์แปลกใหม่จากการดำน้ำให้เป็นของขวัญรับปิดเทมอใหญ่แล้วล่ะครับ ทริปนี้เราเลือก “เกาะช้าง” ครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อาจจะมีวันลายาวๆ ที่ไม่ตรงกันซะทีเดียว และการเดินทางที่ไม่ยากลำบากเหมือนลงไปทางภาคใต้ จากการได้หาข้อมูลก็พบว่าช่วง มี.ค.-เม.ย. น้ำทะเลที่เกาะช้างก็ยังใสอยู่ ว่าแล้วก็ล้อหมุนกันเลยดีกว่าคร๊าบบบบบ ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปดำน้ำดูปลาการ์ตูน           ชูวี๊ดูหว่า จะพาเธอไปโต้คลื่น เอาให้หมดแรง .... เราออกเดินทางจากรุงเทพฯ แต่เช้า แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เป้าหมายคือท่าเรือข้ามฝากที่อ่าวธรรมชาติ จังหวัดตราด แต่ก่อนจะข้ามฝากไป เราก็แวะเที่ยวโบสถ์คาทอลิกวัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ที่จันทบุรีกันก่อน “โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล” หรือที่เรียกว่า “โบสถ์คริสต์เมืองจันทร์” เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งเดียวในจันทบุรี อยู่ที่เดียวกับโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ยอดหลังคาเเหลมสูง ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส ด้านหน้าโบสถ์เป็นรูปปั้นพระแม่มารีสีหน้าสงบเปี่ยมประกายเมตตา ด้านในอาคารที่เป็นโถงโล่ง ตกแต่งด้วยโทนสีชมพู มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้งสองข้าง มีช่องแสงจากหน้าต่างกระจกสี ที่นี่ถือเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และมีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ เราได้ภาพจากด้านนอกโบสถ์เป็นหลักครับ เพราะจังหวะที่เราไปเป็นจังหวะที่มีงานแต่งงานภายในโบสถ์พอดี เราจึงไม่สะดวกนักที่จะเก็บภาพจากด้านในมาได้ แต่เราก็เพลิดเพลินกับความสวยงามของโบสถ์จากด้านนอกกันไม่น้อย และหลังจากที่โบสถ์เราก็มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติกันเลย การเดินทางมาเกาะช้างสะดวกสบาย เป็นเรือขนาดใหญ่สามารถนำรถข้ามฝากไปได้ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ปัจจุบันถนนหนทางบนเกาะช้างก็ราดยางหมดแล้ว มีบ้างที่บางช่วงก็ยังค่อนข้างเล็กอยู่ เราเลือกพักกันที่ “หาดบางเบ้า” อยู่ทางขวาสุดของเกาะครับ เพราะทริปนี้เราจะเน้นดำน้ำอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขึ้นเรือที่บางเบ้า ไม่อยากเดินทางไปมาให้วุ่นวาย หาดบางเบ้าอยู่ห่างจากท่าเรือมาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะช้าง ประมาณ 25 กิโลเมตร มีถนนลัดเลาะไปตามไหล่เขา ค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชันในบางช่วง อยู่ถัดไปจากหาดใบลาน หาดบางเบ้า เรียกกันคุ้นหูอีกชื่อหนึ่ง คือ "ชุมชนประมงบางเบ้า" นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงขนาดเล็ก จะเห็นการสร้างบ้านแบบปักเสาลงไปในทะเล แล้วมีสะพานเชื่อมต่อกันตลอดแนว ชาวประมงที่นี่นิยมจับปลาหมึกหอม แต่เมื่อความเจริญมีมากขึ้นการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย และที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกแห่งบนเกาะช้าง มีลักษณะเป็นหาดหินสลับกับหาดทรายในบางช่วง ด้วยลักษณะที่เป็นเหมือนหมู่เกาะโอบล้อมสองด้าน จึงเหมาะสำหรับการจอดเรือ วันแรกเราถึงที่พักประมาณ 4 โมงเย็น ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาตัวลงไปใกล้ชิดทะเล ใครจะเล่นน้ำก็เล่นไป ส่วนผมขอเก็บภาพบรรยากาศชายหาดบางเบ้ามาฝากกันก่อนที่จะนอนเอาแรง เพราะพรุ่งนี้จะต้องดำน้ำกันทั้งวัน ปัจจุบันสภาพแวดล้อมที่เกาะช้างแตกต่างจากสมัยก่อนมาก สมัยนี้รายการสารคดีเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลมีมากมาย รายการท่องเที่ยวที่พาไปดำน้ำก็มีให้เห็นเยอะแยะ มันเปรียบเสมือนการกระตุ้นความอยากไปดำน้ำให้กับคนที่ได้ชมมากขึ้นเป็นทวีคูณ ภาพที่เราเห็นในทีวีมันช่างสวยงามเรียกว่าสวรรค์ใต้น้ำเลยก็ว่าได้ นั่นก็เพราะคุณภาพของอุปกรณ์เก็บภาพใต้น้ำและอุปกรณ์กันน้ำที่ดีขึ้นมาก แต่ก็ราคาแสนสาหัสครับ รุ่งเช้าเรามาแวะรอถ่ายภาพกับแสงยามเช้ากันเล็กน้อยก่อนที่จะออกไปน้ำดำ ทริปนี้เราซื้อ package ดำน้ำมาจากกรุงเทพฯ ด้วยการโทรมาจองไว้ราคาท่านละ 550 บาท พอมาถึงก็มีการโทรยืนยันกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะมาถึงท่าเรือเวลา 9 โมงเช้า เพื่อลงเรือพร้อมๆ กัน เรือที่จะพาเราไปดำน้ำทริปนี้เป็นเรือไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 200 คน สบายๆ แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจึงมีเพียง 80 คน ได้ไปดำน้ำ 4 เกาะ เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย พอเรือออกได้สักพักเจ้าหน้าที่ก็จะแจกสน็อคเกิล พร้อมทั้งอธิบายการใช้งานคร่าวๆ แต่หลักๆ จะเน้นว่าถ้าหล่นน้ำ ให้รีบเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดำลงไปเก็บ และจะต้องดูแลและคืนตอนจบ หากสูญหายจะต้องชำระ 1,200 บาท นี่ล่ะสาระสำคัญ ^^ การมาดำน้ำในทริปนี้ค่อนข้างโชคดีที่ฟ้ายังเปิดและไม่มีเมฆฝนมาบังแสงเลย มีคนเคยบอกว่าการดำน้ำจะสวยหรือไม่สวยนั้น ขึ้นอยู่กับโชคด้วย หากลมแรง เมฆเยอะ ฟ้าไม่ใส โอกาสที่เราจะได้เจอความสวยงามใต้ทะเลก็ยาก ถึงแม้จะเดินทางมาถึงสิมิลันก็ตาม แต่หากฟ้าเปิด ลมไม่แรง ไม่มีขี้เมฆ มันจะทำให้การดำน้ำไม่ว่าที่ใดสวยขึ้นเป็นกองเลยครับ จึงพอสรุปได้ว่า นอกจากเราควรไปให้ถูกที่แล้ว เราควรจะไปให้ถูกเวลาด้วย นอกนั้นก็เป็นเรื่องของโชคแล้วว่าสภาพอากาศวันนั้นจะเป็นเช่นไร ทริปนี้เราได้เก็บภาพใต้น้ำมาไว้เป็นที่ระลึกด้วย เกาะยักษ์เล็ก เกาะรัง เกาะยักษ์ใหญ่ และเกาะหวาย แต่เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องมือถือที่เราใส่เคสกันน้ำลงไปถ่ายครับ Shutter Tips การถ่ายภาพแสงอาทิตย์ให้เป็นแฉก การถ่ายภาพพระอาทิตย์หรือภาพแสงไฟให้มีลักษณะเป็นประกายแฉกไฟ เปรียบเสมือนการเพิ่มเสน่ห์หรือลูกเล่นให้กับภาพถ่าย มีเทคนิคมากมายหลายวิธี ผู้เขียนมีเทคนิคส่วนตัวที่จะมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ลองไปใช้กันดู ดังนี้ 1. เลือกใช้โหมด M ในการถ่ายภาพ เราจะใช้ค่ารูรับแสงที่แคบ (f16-22 ขึ้นไป) โดยเราจะกำหนดค่าความเร็วม่านซัตเตอร์ (Speed Shutter) ด้วยตนเอง เพื่อจะได้ไล่แสงที่ถูกใจตามต้องการได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนตัวจึงคิดว่าโหมด M จะสะดวกที่สุดในการที่จะเพิ่มหรือลดค่า Speed Shutter 2. เลือกระบบวัดแสงเฉพาะจุด เนื่องด้วยการถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกจะมีสภาพแสงเปรียบต่างที่ค่อยข้างมาก ภาพที่ได้มีโอกาสที่จะสว่างหรือมืดจนเกินไป ส่วนตัวจึงเลือกใช้ระบบวัดแสดงเฉพาะจุดไปเลย โดยอาจจะเลือกวัดแสงบริเวณรอบๆ ดวงอาทิตย์ ซึ่งหากมืดหรือสว่างเกินไป เราก็ใช้วิธีปรับตั้งค่า Speed Shutter 3. การตั้ง ISO ให้ตั้งน้อยที่สุด โดยไล่ตั้งแต่ ISO100 หลักง่ายๆ คือ พยายามให้ Speed Shutter เร็วพอที่เราสามารถยืนถ่ายด้วยมือเปล่าได้ คือไม่ต่ำกว่า 1/50 หากช้ามากจะทำให้ภาพสั่น เราก็สามารถดัน ISO เพิ่มขึ้นไปได้ 4. เมื่อได้มุมที่จะถ่ายและตั้งค่าของกล้องเรียบร้อยแล้ว ผู้ถ่ายภาพควรสังเกตุจากในกล้องระหว่างถ่ายภาพว่า แสงแฉกที่ได้สวยงามเป็นที่พอใจรึยัง แนะนำให้ลองขยับมุมกล้องทีละนิด (ขอย้ำว่าขยับทีละนิด) เพื่อลองหามุมภาพที่จะรีดแสงแฉกออกมาสวยงามตามที่เราต้องการ *ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com