คู่นอน

พาไปฟิน! ริมทะเลจันทบุรีที่ Sand Dunes Chaolao Beach
Sand Dunes Chaolao BeachSand Dunes Chaolao Beach /  ที่พักจันทบุรี / 

ชื่อเลยว่าเมื่อไหร่ที่เอ่ยถึงทะเลทุกคนต้องนึกภาพของหัวหิน พัทยามาก่อนเพื่อน เพราะว่านอกจากไปกลับสะดวกแล้วยังติดกับกรุงเทพอีกด้วย แต่วันนี้แพร ขอขับรถเลยพัทยาเลยระยองไปอีกนิดมุ่งสู่จุดหมายของเรานั่นก็คือ จันทบุรีนั่งเอง เป็นการมาเที่ยวพักผ่อนที่จันทบุรีเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ เราจะไปพักผ่อนที่ Sand Dunes Chaolao Beach Resort ถ้าพร้อมแล้วไปเที่ยวกันเลย พาไปฟิน! ริมทะเลจันทบุรีที่ Sand Dunes Chaolao Beach Sand Dunes Chaolao Beach Resort เป็นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมหาดจ้าวหลาว จังหวัดจันทบุรี เพิ่งเปิดได้ไม่นาน มีห้องพักหลาย Type มากเพียงพอบริเวณภายในกว้างมากๆและเหมาะไม่ว่าจะมาเป็นคู่รักหรือครอบครัว ใหญ่ๆ โปรแกรมของเราก็ไม่มีอะไรมากเลยนอกจากไปกินและพักผ่อนกันที่นี่ให้ชุ่มฉ่ำสบายใจกันในวันหยุด การเดินทางแพรเดินทางจากบางนา-ตราด ขับตรงตามที่เส้นสุขุมวิทมาเรื่อยๆจนเข้าเขตจัทบุรี เลี้ยวขวาเข้าแยกหนองสีงา และเลี้ยวซ้ายอีกสองวงเวียนไปตามเส้นถนนเฉลิมบูรพาชลทิต แลวก็จะเจอ Sand Dunes Chaolao Beach Resort อยู่ขวามือเลี้ยวเข้าไปเลย มาถึงแล้วขนกระเป๋าลงแล้วไปเช็คอินกันเลย รูปหน้ารีสอร์ท ล๊อบบี้ที่นี่ใหญ่โตอลังการมากค่ะตกแต่งด้วยกระจกรอบด้าน โล่งโปร่งกว้างมากมาย แต่อาจจะมีร่องรอยฝุ่นบ้างเล็กน้อยในส่วนของตึกนี้เพราะช่วงที่แพรไปยังไม่เปิดให้บริการเข้าพักที่ตึกนี้เลยจ้า เมื่อเช็คอินแล้ว เราไปสำรวจแต่ละตึกแต่ละห้องที่ Sand Dunes กันกันเลยว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เริ่มจากตึกแรก นั่นคือตึก A หรือตึกที่เราเช็คอินกันนั่นเอง ซึ่งตึกนี้นอกจากจะเป็นล็อบบี้แล้วก็ยังมีห้องพักบนนี้ด้วยนะ แต่อย่างที่แพรบอกคือ ตอนแพรไปตึกนี้ยังไม่เปิดให้เข้าพักเลยเนื่องจากการต่อเติมหรือทำความสะอาดยังไม่พร้อม ^^ ส่วนตึกถัดมาจะเป็นส่วนของห้องประชุมต่างๆ ที่นี่สามารถรองรับการประชุมสัมนาที่มาเป็นหมู่คณะ ย้ายเข้ามาในส่วนของห้องนอนกันดีกว่า ห้องพักของที่นี่มีด้วยกันถึง 6 type คือ Superior, Superior Corner, Deluxe, Deluxe Corner, Pool Access และ Premier Pool Access คือดีอะมีให้เลือกเยอะตามความชอบของผู้เข้าพัก เลือกได้ตามแบบที่เราชอบเลยเหมาะแก่การมาเป็นครอบครัวมากๆ โดย ห้องแบบ Superior และ Superior Corner จะอยู่ที่ตึก A นั่นก็คือตึกล็อบบี้ที่เราช็คอินกันนั่นแหละ ไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละรูปแบบห้องหน้าตาเป็นยังไงกัน ห้องแรก Superior Room ภายในห้องของที่นี่จะใช้สีที่ดูเบาสบายตารู้สึกโล่ง มีขนาดไม่กว้างมากกะทัดรัดแต่ไม่อึดอัดเลยค่ะ ภายในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบมากๆ  วิวที่ด้านนอกของห้อง Superior จะมีทั้งวิวตึกและวิวการ์เด้นมองออกไปเป็นสีเขียวและไกลๆจะเห็นทะเลด้วยนะ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 2,100 - 2,400 บาท ห้องแบบต่อมาเราก็ยังคงอยู่กันที่ตึก A เหมือนเดิม เพียงแต่เขยิบห้องพักไปทางด้านหน้าของตึกหันออกหาวิวทะเล ห้องนี้มีชื่อว่า Superior Corner ความพิเศษของห้องนี้ก็คือขนาดของเตียงและห้องก็จะใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึงและมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น และอย่างที่บอกไปคือระเบียงห้องก็จะหันหน้าออกไปที่ทะเล แต่อาจจะไกลนิดหน่อยแต่ก็ยังเจ๋งอยู่น๊า ราคาของห้อง Superior Cornerราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 4,200 -4,500 บาท หรือแล้วแต่ช่วงและโปรโมชั่นจ้า ห้องแบบต่อมาจะอยู่ที่ ตึก B และ C ซึ่งทั้งสองตึกนี้จะอยู่ในโซนที่จะเดินไปยังริมทะเล รูปแบบห้องจะเหมือนกันแต่แตกต่างกันที่อยู่คนละตึกเท่านั้นเอง Deluxe ห้องนี้เป็นห้องของแพรเอง วันนี้เราจะนอนกันที่ห้องนี้ ใน Type นี้มีทีวีให้ดูขณะอยู่ในห้องน้ำอีกด้วย สบายสุดๆไม่ต้องแย่งกับคนที่ไปด้วย อิอิ นอกระเบียงของห้องDeluxeจะเป็นวิวสระว่ายน้ำของ Pool access ที่ด้านล่าง หันข้างๆให้ทะเลแต่ชิวมากๆ รูประเบียง ตึก B รูประเบียง ตึก C  ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 2,700 - 3,000 บาท Deluxe Corner ส่วนตัวแล้วแพรชอบห้องนี้ที่สุดเลย รูปแบบห้องจะคล้ายๆกับห้องแบบอื่นๆแตกต่างกันที่ความกว้าง และรูปวาดทางด้านหัวเตียง และที่สำคัญห้องนี้จะเป็นห้องที่ริมระเบียงที่หันหน้าออกวิวาระว่ายน้ำรวม และวิวทะเลอีกด้วย ไม่มีอะไรมาบังเลย ภาย ในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ ในส่วนของห้องน้ำของห้องนี้มีอ่างอาบน้ำอีกด้วย แช่น้ำไปดูวิว หรือว่าจะดูทีวีในห้องน้ำก็ได้นะ สบายมากๆ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 4,800 –5,100 บาท Pool Access ใน Type นี้เราจะลงมาที่ชั้นล่างของตึก B และ C อย่างที่บอกไปแล้วจะเหมือนกันทั้งสองตึก ส่วนของระเบียงห้อง ชื่อก็บอกแล้วว่า Pool Access เราเดินลงน้ำได้เลยที่ระเบียงห้อง เล่นตอนไหนก็ได้สระเป็นของเรา อิอิ ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekend ประมาณ 4,200 – 4,500บาท มาที่ห้องแบบสุดท้าย คือ Premier Pool Access ห้อง Premier Pool Access นี้ มีแค่สองห้องเท่านั้นนั้นคือด้านล่างและเป็นห้องมุมของตึก B และ C ซึ่งห้องจะมีขนาดใหญ่กว่า Pool Access ห้องนี้สามารถนอนใกล้ชิดได้ถึงสองวิวเลยนั่นคือวิวสระริมระเบียงและวิวทะเลด้านหน้าของห้องนอน สารมารถเดินลงสะว่ายน้ำจากห้องของเราได้เลย ราคาของห้องนี้ราคาช่วง Week day และ Weekendประมาณ 6,000-6,300บาท นอกจากห้องพักที่มีให้เลือกเยอะมากๆ ที่ Sand Dunes ยังมีบริการห้องประชุมอีกด้วย จะมาสัมนาเป็นหมู่คณะ หรือจัดงานต่างๆจะไซต์เล็กไซต์ใหญ่รับได้หมดจ้า ในส่วนของราคาต้องลองสอบถามกับที่รีสอร์ทโดยตรงโดยบอกรายละเอียดการเข้าประชุมจะได้ราคาที่แน่นอนชัวร์ค่ะ มาถึงอาหารเช้ากันบ้าง ว่าทานที่ตรงไหนอะไรยังไง อาหารเช้าเราสามารถมาทานได้ที่นี่เลย ห้องอาหาร Rice Berry จะตั้งอยู่ที่ตึกระหว่าง wink B และ C ค่ะ อาหารเช้าที่นี่จะเริ่มที่เวลา 06.00 - 10.00 น.  แพรชอบมาเช้าๆค่ะเพราะไม่ค่อยมีคนแถมบรรยากาศตอนเช้ายังดีมากๆอีกด้วยนะ ส่วนต่อมาถือได้ว่าเป็นโซนที่แพรชอบที่สุดเลยของ Sand Dunes นั่นก็คือส่วนนี้เลยจ้า สระว่ายน้ำนั่นเอง ทางเดินไปสระว่ายน้ำจะอยู่ระหว่าง Wink B และ C ซึ่งจะมีสะพานเล็กๆน่ารักข้ามผ่านสระว่ายน้ำของห้อง Pool Access ไปที่สระว่ายน้ำติดกับหน้าหาดเลย  เกาะขอบสระไปดูทะเลไปมันดีอะ อิอิ และนอกจากสระว่ายน้ำติดทะเลแล้ว ริมสระว่ายน้ำก็ยังมีห้องอาหารบรยากาศดีๆอีก 1 ห้องมีชื่อว่าห้องอาหารThe Shore เป็นห้องอาหารที่ชิวมากๆเพราะอยู่ริมสระว่ายน้ำและติดทะเล มีทั้งส่วนด้านในแอร์และด้านนอก ไม่ว่าจะมาทานอาหารเย็นริมทะเล หรือมานั่งจิบ Cocktail ชิลๆริมสระก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ หลังจากที่แพรได้ไปพักผ่อนที่ Sand Dunes Chaolao Beach Resort ก็ประทับใจหลายอย่างมากๆ เพราะถือว่าครั้งแรกของแพร กับการได้มาพักผ่อนที่รีสอร์ทริมทะเลจันทบุรี ไม่วุ่ยวายเหมือนในเมืองอื่นๆ สถานที่กว้างขวาง บรรยากาศดี ห้องนอนน่ารัก เตียงนุ่มมากมายอันนี้ชอบสุดๆ สระว่ายน้ำกว้างมากๆอันนี้ถ่ายรูปสวยแพรคอนเฟิร์ม ^^ สุดท้ายแล้วจริงๆกับใครที่ต้องการหาที่พักเปิดใหม่ใกล้กรุงเทพ Sand Dunes Chaolao Beach Resort เป็นหนึ่งทางเลือกที่แจ่มอีกที่นึงเลย เพราะนอกจากจะไม่ไกลแล้ว ที่พักยังติดกับทะเลให้เราเลือกที่จะเล่นน้ำสระว่ายน้ำชิลๆหรือจะไปวิ่งเล่นกันที่ชายหาดก็มันส์ได้ไม่แพ้กัน หากใครสนใจของเข้าไปสอบถามข้อมูลและโปรโมชั่นได้ที่ เว็บไซต์ http://sandduneschaolao.com/ หรือสอบถามข้อมูลที่ Fanpage https://www.facebook.com/sandduneschaolaobeach กันได้เลยจ้า ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล https://www.facebook.com/whereistrip ติดตามอัพเดททริปกับรูปสวย ๆ และพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ที่ https://www.facebook.com/whereistrip

เซอร์ไพร้ส์!! วู้ดดี้ เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่มแล้ว ที่นิวยอร์ก
วู้ดดี้ มิลินทจินดา /  วู้ดดี้ แต่งงาน

     ชาวโซเชียล และบรรดาเพื่อนสนิทแห่แสดงความยินดีกับพิธีกรชื่อดัง วู้ดดี้ มิลินทจินดา หลังเจ้าตัวโพสต์ภาพคู่กับหนุ่มคนหนึ่งพร้อมแท็กไปยังไอจี otechab กับแคปชั่นโดนใจ “Love is Patient . Love is Kind.” สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของเจ้าตัวในนิตยสาร Time Out Bangkok ฉบับล่าสุดที่หนุ่มวู้ดดี้ขึ้นปกและได้เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ตนได้แต่งงานแบบเงียบๆ กับแฟนหนุ่มไปเมื่อวันวาเลนไทน์ปีที่ผ่านมา ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยไม่มีภาพถ่าย และมีเพียงเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนไปร่วมงาน หลังคบหาดูใจกันมานานถึง 9 ปี    “ผมอยากที่จะรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าการแต่งงาน เวลาเราไปเห็นคนอื่นแต่งงาน เราก็ชอบ ‘โอเค เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้’ เราไม่จำเป็นต้องผูกตัวเองกับกฎหมาย มันเป็นเพียงพิธีกรรมทั้งหมด มันเป็นเพียงพิธี ดังนั้นสำหรับผมแล้วการแต่งงานเป็นเพียงพิธีที่มีคนเข้ามาและสนุก เกี่ยวกับการพูดคุย เกี่ยวกับการถ่ายภาพ และเพียงแค่เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่เรากำลังเฉลิมฉลอง ความรัก นั่นเป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในงานแต่งงาน  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของการเฉลิมฉลองและตอนนี้ผมสามารถพูดได้ว่าผมแต่งงาน แล้ว ดังนั้นก่อนที่ผมจะตายผมต้องการที่จะสามารถที่จะบอกว่าผมได้ทำสิ่งเหล่านี้ ทั้งหมด  แต่ในระดับที่มากขึ้นผมคิดว่าเราสามารถพูดได้ว่าผมพิจารณาอย่างจริงจัง ถึงความรักและความเสน่หาที่บุคคลอื่นให้ผมมา” วู้ดดี้ กล่าวในนิตยสาร Time Out Bangkok ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @woodytalk และข้อมูลจากนิตยสาร Time Out Bangkok วู้ดดี้ - แฟนหนุ่ม   วู้ดดี้ - แฟนหนุ่ม   โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา   โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา   โพสต์ในไอจีของ วู้ดดี้ ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา  

ท็อป เปิดใจ! ฐานะอดีตหุ้นส่วน ศึกดราม่าฟิตเนส เจนี่-บุ๋ม เชื่อมีทางแก้!!
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  บุ๋ม ปนัดดา / 

จากปมดราม่าที่จอดรถฟิตเนสที่ยังเคลียร์กันไม่ได้ สำหรับสองสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และ บุ๋ม ปนัดดา ล่าสุด หนุ่มท็อป ณฐกร อดีตหุ้นส่วนคนสำคัญของ 911 by JT เปิดใจผ่าน คมชัดลึก ไว้ว่า ตนทราบข่าวนี้พร้อมทุกคน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้คุยกับ สาวบุ๋ม แต่ไม่ได้คุยกับ สาวเจนี่ เลยได้คุยกับทางผู้ช่วยเจนี่แทน ส่วนตัวมองว่าที่จอดรถมันไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่แล้ว และเป็นปัญหาที่ห้างใหญ่ๆ ก็ต้องเจอเช่นเดียวกัน แต่เชื่อว่าระดับทั้งคู่เคลียร์กันได้ไม่ยาก แค่ไม่มีเวลาจึงต้องประสานงานผ่านตัวแทน ซึ่งมันมีทางออก แค่ตอนนี้ยังไม่ได้จัดระบบให้ลงตัวเท่านั้น สำหรับตนเองที่เคยเป็นหุ้นส่วนนั้น สาวเจนี่ ได้ซื้อหุ้นไปเป็นของเธอคนเดียว และให้ สาวบุ๋ม เช่าพื้นที่ smash gym ส่วนเหตุผลที่ตนขอถอนหุ้นไปเพราะมีปัญหาขัดแย้งภายในนิดหน่อย แต่เคลียร์กันจบไปนานแล้ว และออกมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ขอบคุณภาพจาก IG @topzaru, janienineeleven, boompanadda และข้อมูลจาก คมชัดลึก บุ๋ม-เจนี่ ท็อป ณฐกร ท็อป ณฐกร เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม-เอก ศึกดราม่าที่จอดรถ

เซอร์ไพรส์!! ซุปตาร์สาวฟินแค่ไหน เมื่อคนรักขอแต่งงาน!!
ขอแต่งงาน /  เซอร์ไพรส์ / 

ว้าวๆๆๆ อยากมีแบบนี้ อยากได้แบบนี้ อยากเจอแบบนี้กับเขาบ้างจริงๆ เลย เรียกว่าสาวๆ หลายคนอยากมีโมเม้นต์โดนขอแต่งงานกันไม่น้อยเลยล่ะเจ้าค่ะ ยิ่งเป็นการเซอร์ไพรส์ตามแบบฉบับคนบันเทิงสมัยนี้ด้วยแล้วยิ่งน่าตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ ซึ่งช่วงหลังๆ ดูเหมือนจะเป็นกระแสที่คอนข้างอินเทรนด์สำหรับคนในวงการเหลือเกิน เพราะคู่รักดาราหลากหลายคู่จัดหนักให้เห็นอยู่กันบ่อยๆ ล่าสุดหนุ่มหล่อรวยอารมณ์ขัน เป๊ก เปรมณัช ก็ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแฟนสาวอย่าง นิว นภัสสร กลางเวทีคอนเสิร์ตไปหมาดๆ ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งยินดีทั้งอิจฉาไปในคราวเดียว จุดนี้ลองมาย้อนๆ ดูแล้วนับว่ามีคู่รักคนบันเทิงไม่น้อยเลยที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวด้วยการเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน วันนี้ขอรวบรวมความน่ายินดีของแต่ละคู่กันอีกสักครั้ง อยากรู้จังว่าซุปตาร์สาวแต่ละคนที่ถูกแฟนหนุ่มขอแต่งงานนั้นแต่ละนางมีความฟินระดับไหน ซึ่งนอกจากการเซอร์ไพรส์ของหนุ่มเป๊กที่ทำเอาสาวนิวน้ำตาร่วงด้วยความปลื้มปริ่มกลางเวทีคอนเสิร์ตแล้ว ย้อนไปที่คู่สินสอดและพิธีแต่งอลังการงานสร้างสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นนางเอกสุดฮอตอย่าง ชมพู่ อารยา รายนี้คบหากับไฮโซหน้าตี๋ น็อต วิศรุต มานานหลายปี สุดท้ายพ่อคุณก็ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ต้องบอกเลยว่าอิจฉาหนักมากกกก นางร้ายสุดแซบอย่าง เอมมี่ มรกต ก็ฟินไม่น้อยหน้าเพื่อนซี๊อย่างชมพู่เพราะ ไฮโซเจมส์ จิรายุทธ โชว์หรูขอแต่งงานไกลถึงประเทศฝรั่งเศส แหมๆๆ โรแมนติกอะไรเยี่ยงนั้น และที่โรแมนติกไม่แพ้กันก็คงเป็นพระเอกมาดกวนอย่าง ซี ศิวัฒน์ ที่ขอแฟนสาว เอมี่ กลิ่นประทุม แต่งงานด้วยแหวนของคุณแม่กลางร้านอาหารหรูหลังจากคบหาดูใจกันมานานถึง 8 ปี เรียกว่าหวานหยดติ๋งไปเลยแหละ ด้านนางงามคนสวยอย่าง ชาม ไอยวริญท์ และนักแสดงมากความสามารถอย่าง น้ำฝน กุลณัฐ แม้จะอินเลิฟกับหนุ่มตาน้ำข้าวด้วยกันทั้งคู่ แต่บอกเลยว่าฝรั่งยุคนี้โรแมนติกไม่น้อยหน้าใคร เซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน 2 สาวชนิดหวานสุดติ่ง ถึงจะคนละเวลาคนละสถานที่ก็เถอะแต่ความโรแมนติกนั้นไม่ต่างกันสักนิด ต่อกันที่หนุ่มหล่ออย่าง แมน การิน คบหาดูใจกับนักแสดงสาว เกล เวธกา มานานโข พอถึงคราวจะขอแต่งงานทั้งทีก็ต้องมีเซอร์ไพรส์กันบ้าง โดยคู่นี้เลือกบรรยากาศคลาสสิกแต่โรแมนติกระดับ 10 อย่างทะเลมัลดีฟส์มาเป็นสักขีพยาน ซึ่งอบอุ่นและหวานจนทะเลไม่เหลือความเค็มเลยทีเดียว เด็กวัดร้อยล้านอย่าง เอก ศุภากร ก็สรรหาสถานที่ขอแต่งงานแฟนสาวอย่าง โบว์ ธัญญะสุภางค์ ได้ยอดเยี่ยมเหมือนกัน เรียกว่าอาจจะแปลกกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาที่เลือกขอแต่งงานกลางสะพานพระราม 8 แต่ก็ทำให้สุดที่เลิฟอย่างสาวโบว์ปลื้มปริ่มจนน้ำตาเล็ดได้เหมือนกัน ปิดท้ายกันที่ว่าที่เจ้าสาวอย่าง เนย โชติกา ณ ตอนนี้แม้จะยังไม่ได้เข้าประตูวิวาห์เหมือนคู่อื่นๆ เขา แต่เจ้าหล่อนก็มีโมเม้นต์โดนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานกลางปาร์ตี้วันเกิดจากแฟนหนุ่มอย่าง ไฮโซอาร์ม ไปแล้วนะเออ แหมๆๆ แต่ละคู่แต่ละนางท่าทางจะฟินกันสุดๆ กับการโดนเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ เอ้า!! เอาเป็นว่าหวานแบบนี้ไปนานๆ ก็แล้วกันนะจ๊ะๆ นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก นิว - เป๊ก ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต ชมพู่ - น็อต เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมมี่ - เจมส์ เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี เอมี่ - ซี ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ ชาม - เจมส์ น้ำฝน - จอร์แดน น้ำฝน - จอร์แดน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน เกล - แมน โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก โบว์ - เอก เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม เนย - อาร์ม ขอบคุณรูปภาพจาก IG @chomismaterialgirl @brandnew_nj @peackprem @noeychotika @siwat_c @amy_klinpratoom @charm.th @namfonkullanut @man_karin @bothunyasupan @akejiradt @aimeemorakot

อดีตดาราเด็ก จีโน่ ชูทส์ เล่าชีวิตที่เดินทางผิด ติดยา!! จนเกือบตาย
จีโน่ ชูทส์ /  จีโน่ ชูทส์ ติดยา

อึ้ง!! อดีตดาราเด็กชื่อดัง จีโน่ ชูทส์ โพสต์เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อ Jino Schutz เล่าชิวีตตัวเองหลังหลงผิดไปใช้ยาเสพติดหลายชนิด!! จนเกือบจะทำให้หัวใจวายตายมาแล้ว โดยปัจจุบันหนุ่มจีโน่ วัย 25 ปี ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเจ้าตัวได้กลับใจแล้ว ขณะนี้กำลังเข้ารับการบำบัด และอยากจะให้เคสของตนเป็นอุทาหรณ์กับคนทั่วไปนั่นเอง "บางทีคนเรานะ เกิดมา มีร่างกายพร้อม แต่เลือกที่จะทำร้ายตัวเอง โดยการเล่นยา กินเหล้าจนไม่ได้สติ ผมเข้าใจว่าบางทีมันเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เราเลือกเดินไปในทางที่ผิด อย่างตัวผม ผมโตมาตอนเด็กๆ โดยการเป็นดารา ผมไม่รู้จักคำว่าวัยเด็ก ผมไม่รู้จักคำว่าการอยู่ร่วมกับสังคมตอนเด็กๆ ผมไม่มีพ่ออยู่กับผม ผมเป็นเด็กอ้วนๆ ที่แสดงละคร ที่ถูกคนตราหน้าว่าแม่ตัวเองโดนฝรั่งทำท้องและทิ้งไป(ซึ่งแม่งไม่จริงเลย) ทุกๆ วันที่ผมเดินออกจากบ้าน ผมต้องถูกถามว่าพ่อไปไหน ทำไมถึงอ้วน เป็นดารานี่ดีเนอะ มีนู่นมีนี่(แม่งก็ไม่จริงอีก)" "พอผมเริ่มจะออกจากวงการ เพราะตอนที่ผม 14-15 เป็นช่วงเวลาที่หาบทยาก เพราะจะเด็กก็ไม่ใช่จะวัยรุ่นก็ไม่ใช่ ผมเริ่มดื่มกับเริ่มดูดกัญชา ตอนอายุสิบห้า ผมไม่รู้ว่าหลังจากการเป็นดาราผมควรเป็นอะไรผมควรเดินไปทางไหน" "พอผมอายุ 16-17 ผมมาอยู่สวิส ผมรู้สึกว่าผมอาจจะได้เริ่มชีวิตใหม่ ผมลดความอ้วน(ด้วยใจไม่พึ่งอะไร) ผมลดน้ำหนักไป 65 โล ผมคิดว่านี่แหละ คือชีวิตใหม่ผม พอผมเริ่มผอม แทนที่ผมจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมกับเดินไปในทางที่ผิด ผมเริ่มที่จะเที่ยว เริ่มที่จะติดผู้หญิง(เพราะผมอ้วนตอนเด็กไม่มีใครเอา) ผมเริ่มที่จะใช้ยา เช่นโคเคน และ แอมเฟสตามีน และดื่มหนักมาก" "มันเหมือนกับคนๆ นึงทวงหาความสุขที่ไม่เคยตอนเด็กๆ ในทางที่ผิด.. ผมเริ่มกลายเป็นคนโกหก กับแม่ตัวเองกับแฟนตัวเอง แต่ในความผิดพลาดของผมตอนนั้นผมยังสามารถพยุงตัวเองให้เรียนจบได้ ผมมีความโชคดีอย่างนึง คือผมมีเพื่อนดีๆ คนดีๆ รอบตัวมาทั้งชีวิต มีแค่คนไม่กี่คนที่ผมตราหน้าว่ามันแย่..." "ผมเริ่มติดหนักขึ้นมาเรื่อยๆ ผมรักผู้หญิงคนนึง ผมรักเค้ามาก ผมเคยขอเค้าแต่งงาน แต่ตัวผมตอนนั้นมันไม่ดีเลย ผมติดทั้งเหล้าติดทั้งยา มีผู้หญิงคนอื่น ทำเค้าเสียใจจนเราไม่สามารถแต่งงานกันได้แล้ว... พอเริ่มห่างกัน แทนที่ผมจะดีขึ้น ผมกับเสพหนักกว่าเดิม" "ทุกๆ วันที่ผมตื่นไปทำงานผมเริ่มดื่ม ระหว่างพักงานผมเสพเพื่อให้ตัวเองตื่น เลิกงานผมดื่มเพราะผมเครียด ดื่มจนไม่ได้สติ ทุกๆ วันจะเป็นวังเวียนแบบนี้..." "..แต่พอมาถึงวันนึงที่ผมรู้สึกว่าผมเริ่มคิดลำบากแล้ว เพื่อนที่เคยให้ยาผมตลอด ก็เริ่มไม่ให้ผมแล้วเพราะพวกนี้มันก็รักผม และรู้ว่าผมไม่ไหวแล้ว... ผมมาถึงจุดที่ว่าคิดเริ่มลำบาก พูดไม่รู้เรื่อง อารมณ์รุนแรง.." "แม่เริ่มร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ" "สุดท้ายผมมานั่งคิดว่าผมโทษอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว ผมกลับไปแก้ไม่ได้(วัยเด็กผม)" "ผมเริ่มคิดแล้วว่า อายุเราก็ 25 แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อนาคตผมไม่เป็นขอทานผมคงหัวใจวายตาย(ผมเคยหัวใจวายรอบนึงเพราะโคเคน) ผมรู้จักพี่ชายที่แสนดีคนนึง เพราะยาก็เป็นส่วนนึงทำให้เค้าต้องจบชีวิตลง ทิ้งลูกทิ้งครอบครัวไว้ ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น..." "ปัจจุบันนี้ผมเข้าสถานบำบัด ผ่านมาจะอาทิตย์นึงแล้ว ผมเหงื่อออก นอนไม่หลับ เห็นภาพหลอน แต่ผมเชื่อว่าผมจะผ่านมันไปได้..." "ที่ผมมาเขียนวันนี้เพราะผมอยากจะกลับมาอ่านในอีกสิบปีข้างหน้าว่าผมผ่านมันได้และถ้าผมมีลูก ผมอยากให้ลูกผมอ่าน ผมเป็นคนมีความฝัน ผมไม่อยากให้ความฝันผมมาหยุดอยู่แค่นี้..." "ผมอยากระบาย... ผมจะไม่กลับไปทำร้ายตัวเองอีก ผมเขียนมาขนาดนี้แล้ว ในเฟสผมมีทั้งครู ทั้งเพื่อนแม่ ทั้งญาติ ถ้าผมกลับมาทำผมก็หมาตัวนึง ตอนนี้ผมมีกำลังใจที่ดี จากครอบครัว จากแฟนคนปัจจุบัน จากเพื่อนๆ ผมไม่ได้สู้ตัวคนเดียว" "สิ่งที่อยากจะฝากบอกไว้คือ คนที่คุณเห็นทุกๆ วันว่าเค้าอาจจะดูไม่มีปัญหา หรือ เค้าอาจจะยิ้มกับคุณเสมอ แต่ข้างในเค้าอาจจะต้องการความช่วยเหลือมากกว่าคนที่โดนรถชนหรือแขนขาขาด" "แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าตัวเค้าเองคิดไม่ได้ มันก็ไม่มีใครช่วยเค้าได้.. สมองน่ะถ้าถูกทำลายแล้ว เอากลับมาไม่ได้แล้วนะครับ ขอบคุณนะครับที่อ่าน อยากให้แชร์กันเยอะๆ เพื่อคนที่เป็นแบบผมจะได้อ่าน เราอย่าอายถ้าเรามีปัญหา อย่าดัดจริตว่าชีวิตดี" จีโน่ ชูทส์ #คนไม่ดีที่คิดได้ #เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากเฟสบุ๊ค Jino Schutz จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์ จีโน่ ชูทส์

กุ๊บกิ๊บ - บี้ อุ้มลูกสาวโชว์ เผยเจ็บสุดคลอด น้องเป่าเปา ธรรมชาติ ไม่ใช่ในน้ำ!!
กุ๊บกิ๊บ คลอด /  ข่าว บี้ กุ๊บกิ๊บ / 

ขุ่นพ่อและขุ่นแม่ป้ายแดงอีกคู่ของวงการ บี้ KPN และ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ออกมาเปิดใจหลังคลอด น้องเป่าเปา ลูกสาวด้วยวิธีธรรมชาติ(ไม่ใช่คลอดใต้น้ำ) ไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับชื่อ เป่าเปา เป็นภาษาจีน แปลว่า สมบัติ หรือแปลว่า เบบี้น้อยๆ เผยตั้งใจจะเลี้ยงเอง ด้านหนุ่มบี้บอกมีลูกแล้วทำให้รักกุ๊บกิ๊บมากขึ้น ด้านสาวกุ๊บเองก็เอ่ยขอบคุณสามีที่ดูแลเธอดีมากๆ บอกเลือกคนไม่ผิด ส่วนรายละเอียดต่างๆ มีดังนี้ กุ๊บกิ๊บ “วินาทีแรกที่เห็นลูกคือเจ็บมาก เจ็บที่สุด เพราะตอนที่คุณหมอดึงออกมามันเจ็บที่สุด เนื่องจากกิ๊บไม่ได้มีการกรีดการอะไรก่อนเลย พยายามกับคุณหมอเก่งมากค่ะ เพราะทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติมากจริงๆ ส่วนบี้เขาก็เป็นคนตัดสายสะดือให้ลูก” บี้ “ช่วงที่ปากมดลูกเปิดประมาณ 7-10 เซนติเมตร คือเจ็บที่สุด เพราะเขาเบ่งมา 3 ชั่วโมง จนเขาเกือบจะหมดแรง ตอนนั้นคุณหมอเขาก็เลยเอามือของกิ๊บไปจับหัวลูก กิ๊บเขาก็เลยเร่งเบ่งเฮือกสุดท้ายและหมอก็ช่วยดึงลูกออกมา” บี้ “มีแต่งหน้าด้วยนะหลังคลอดเสร็จ คือเจ็บก็จริงแต่ต้องมีแรง เพราะตอนแรกกิ๊บแต่งหน้ามาแล้ว แต่ระหว่างคลอดมันร้องมันอะไรก็เลอะไปหมด” กุ๊บกิ๊บ “เราคลอดธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์เพราะไม่อยากให้เขาเป็นภูมิแพ้ รวมถึงคลอดแบบนี้ส่งผลดีต่อเด็กด้วย อะไรที่ดีต่อลูกกิ๊บก็อยากให้เขาได้ไป ยิ่งพอออกมาแล้วเขาแข็งแรงมากเลยนะ กินก็เก่ง ห่อลิ้นเองได้ด้วย” กุ๊บกิ๊บ “อธิบายก่อนนะคะกิ๊บไม่ได้คลอดในน้ำเลย แต่กิ๊บใช้อุปกรณ์ในห้องทั้งหมด คืออ่างน้ำ เชือกโหน ลูกบอล เก้าอี้ ยืนกอดสามี ซึ่งน้องก็ไม่ออกมานะ สุดท้ายไปจบที่โถส้วม เพราะช่วงโถส้วมทำให้น้องหัวเริ่มโผล่ จากนั้นจึงได้เอาตัวไปคลอดบนเตียงค่ะ" กุ๊บกิ๊บ “เราเองก็ประทับใจเหมือนกันนะที่ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ เพราะมีช่วงหนึ่งที่เกือบถอดใจแล้วเหมือนกัน แต่ก็โชคดีได้คุณหมอช่วยให้กำลังใจ คุณหมอคอยบอกอยู่เสมอว่า อีกนิด อีกนิด และที่ผ่านมาก็มีคนคอยบอกกิ๊บอยู่เสมอว่ากิ๊บตัวคลอดไม่ได้หรอก แต่กิ๊บก็ทำได้ และกิ๊บก็อยากสนับสนุนให้คุณแม่คลอดแบบนี้ด้วยนะ” บี้ “เขาเจ็บจนบี้ต้องร้องไห้ตามเขา กิ๊บเขาเก่งมากจริงๆ ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน ผมนับถือเขามากครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตาเหมือนพ่อ แต่เล่นกล้องเก่งมากและก็หน้าตาทะเล้นน่าจะเหมือนแม่ เวลามีคนมาเยี่ยมเขาก็ไม่งอแง ให้ลืมตามองกล้องเขาก็มอง เขาดูชินกับคนนะ” บี้ “ตั้งใจจะเลี้ยงเองครับ แต่ก็คงต้องให้คุณย่าคุณยายมาช่วยมาให้คำแนะนำด้วยเหมือนกัน” กุ๊บกิ๊บ “แต่กิ๊บอยากชมบี้นะ เขาเก่งมากเขาอยู่ด้วยทุกช่วงเวลาจริงๆ เขาคอยช่วยดูแลลูกตลอด เหมือนเขาอยากที่จะเป็นคุณพ่อที่ทำได้หมด” บี้ “ติดลูกครับ(หัวเราะ) ไม่หรอก 50/50 แชร์ๆ กันไป บี้รักกิ๊บมากขึ้นนะ รักเขาที่เขาทำได้ขนาดนี้ เขาเจ๋งมากครับ” กุ๊บกิ๊บ “เรายังนั่งคุยกันอยู่เลยนะว่าเราดีใจที่เรามีลูกเร็ว และเขาทำให้เราได้มีโอกาสลองประสบการณ์หลายๆ อย่าง เพราะถ้าเอาจริงๆ หากเราอายุมากกว่านี้ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้ค่ะ” บี้ “ชื่อเล่น "เป่าเปา" แปลว่า "สมบัติ" หรือ "เบเบี๋น้อย" ก็หมายความว่าเขาคือสมบัติของเราสองคน ส่วนชื่อจริงตอนนี้ก็เลือกๆ คิดๆ ไว้อยู่ว่าชื่อไหนเหมาะกับน้อง ถ้าชัวร์เมื่อไหร่จะบอกอีกที” กุ๊บกิ๊บ “อาการของกิ๊บหลังคลอดลูกประมาณ 20 นาที กิ๊บก็เดินไปเข้าห้องน้ำได้เลย เดินได้ปกติ สั่งไก่ทอดมากินทันที(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ของรับขวัญหลานมีพี่ๆ ในวงการส่งมาให้เยอะมากค่ะ แต่ใครให้ทองให้เงินเดินเข้ามาก่อนเลย ส่วนใครให้ดอกไม้หรือตุ๊กตารอก่อน(หัวเราะ) ตลกมากค่ะ คือมีพี่ๆ ผู้ใหญ่หลายคน” บี้ “คนที่สองเราอยากได้ชายหนึ่งหญิงหนึ่งครับ แต่คงต้องพักก่อนสัก 2-3 ปี ให้เขาเป็นพี่สาวที่ดูแลน้องได้ครับ” บี้ “รางวัลเหรอ เอาไว้อีกสัก 2-3 เดือน ค่อยว่ากันอีกทีนะเรื่องของรางวัล(หัวเราะ)” กุ๊บกิ๊บ “ความเป็นแม่ สัญชาติญาณมันมาเอง เพราะเอาจริงๆ เราก็ไม่ได้ไปเรียนรู้อะไรมาก คือกิ๊บไม่อยากให้ชีวิตของเราเปลี่ยน แต่เราต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้นเอง เลี้ยงเขาให้เป็นปกติ เพราะโลกมันไม่ได้สวยมากขนาดนั้น ไม่ต้องประคบประหงมมากหรอกค่ะ” บี้ “ผมรักกิ๊บมากขึ้นครับ” กุ๊บกิ๊บ “ตอนที่แต่งงานก็คิดว่าตัวเองโชคดีแล้วนะที่ได้เขาเป็นสามี แต่ตอนที่กิ๊บท้องกิ๊บได้รู้อีกว่าเขาน่ารัก เขาเป็นสามีที่ดูแลกิ๊บดูแลได้ดีจริงๆ เขาใส่กางเกงในให้ในวันที่เราใส่เองไม่ได้ เขานวดเท้าให้ ยิ่งในวันคลอดเขาก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนกลัวเลือดจนเป็นลม ก่อนคลอดเขานั่งดูคลิปคลอดลูกเพื่อที่เขาจะได้ไม่กลัวเลือดตอนอยู่ในห้องคลอดกับกิ๊บ บี้คือคนที่ทำให้กิ๊บรู้ว่าอีกนิดเดียวมันจะผ่านไป ให้กิ๊บทนอีกนิดหนึ่งเพื่อลูกในเวลาที่กิ๊บเกือบจะยอมแพ้ กิ๊บเลือกไม่ผิดที่แต่งงานกับบี้ค่ะ” กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา กุ๊บกิ๊บ - บี้ แถลงคลอด น้องเป่าเปา

ชีวิตแต่งงานแสนสุข เจน-พอล ลุยปั๊มเบบี๋
เจน เจนสุดา /  พอล สิริสันต์

         แต่งงานกับสามีไฮโซ พอล สิริสันต์ ไปเมื่อต้นปี ชีวิตหลังแต่งงานของ เจน เจนสุดา ดี๊ดี สามีนางไม่ได้เซอร์อย่างเดียว แต่ He เอาอกเอาใจเก่งด้วยนะจ๊ะ เรียกว่าดูแลกันดีแบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเชียวแหละ มีโปรเจกต์อะไรที่อยากทำ ไฮโซพอลก็สนับสนุนเป็นกำลังใจให้อย่างดี         ชีวิตช่วงนี้ของสาวเจนจึงถือว่าพีคสุดๆ รักก็รุ่ง งานก็กำลังไปได้สวย ทั้งงานในวงการและงานแบรนด์เสื้อผ้า Janesuda ที่เจ้าตัวตั้งอกตั้งใจทำขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เหมือนชีวิตจะสุขสันต์ทุกอย่างจะลงตัว เหลือเพียงแต่เบบี๋โซ่ทองคล้องใจที่ทั้งเจนและไฮโซพอลเฝ้ารอทุกเดือนว่าเมื่อไหร่เบบี๋จะมาเกิด ว่างแป๊บๆ ก็ควงกันไปเที่ยวกระชับรักตลอดๆ นอกจากจะกระเตงกันไปสร้างบรรยากาศโรแมนติกสวีทกันบ่อยๆ แล้ว แว่วว่าทั้งคู่ยังหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรง อะไรที่ว่าดีก็หามาบำรุงกันและกัน เตรียมพร้อมเต็มที่กับการมีทายาท ในเมื่อทรัพย์สินเงินทองก็พร้อมแล้ว ขาดเพียงแต่เจ้าตัวเล็กที่จะมาเติมความสุขของชีวิตครอบครัวให้สุขยิ่งๆ ขึ้น เชื่อว่าหากทายาทคนแรกมาเมื่อไหร่ คงได้เฮกันทั้งตระกูล เจนสุดา-ไฮโซพอล   เจนสุดา-ไฮโซพอล   เจนสุดา-ไฮโซพอล   เจนสุดา-ไฮโซพอล  

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู”
กฤษดา สุโกศล แคลปป์ /  ก้องเกียรติ โขมศิริ / 

ทุ่มกายและดวงจิตสู่ความคงกระพันอันแสนโหดเหี้ยม เมื่อ “น้อย วงพรู” เป็น “อัลฮาวียะลู” “โอกาสที่จะได้บท ได้เล่น ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าโอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ นักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มาถึงมือ ยูอย่าพลาด พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไง อย่าปล่อยมัน”  น้อย วงพรู กล่าว แม้การสวมบทบาทเป็นมือปราบสายเวทย์อย่าง ขุนพันธรักษ์ราชเดช จะเป็นเรื่องยาก แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ ของผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ยากระดับปราบเซียน และก็ไม่ใช่ว่าจะให้ใครมารับบทนี้ได้ง่าย ๆ นั่นก็คือบทบาทของมหาโจรผู้เหี้ยมโหด ชั่วร้ายแต่ก็มีมุมรักพวกพ้อง อัลฮาวียะลู คือชื่อตัวละครดังกล่าวนั้นก่อนที่หัวโขนของบทบาทนี้จะถูกสวมลงที่ศีรษะของ กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือ น้อย วงพรู และวันนี้ เราจะไปฟังกันว่าดาวร้ายผู้นี้มีอะไรอยากจะเล่าให้ท่านผู้ชมได้ฟังก่อนที่จะไปเต็มอิ่มกับการแสดงของเขาในโรงภาพยนตร์  เมื่อได้ยินชื่อโปรเจกต์ครั้งแรก และถูกทาบทามให้มาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง ขุนพันธ์ หลายคนทราบว่าผมก็เล่นอันธพาลกับโขมมาก่อน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากสำหรับผม ตอนที่โขมโทรมาชวนรับทันทีเลยครับ พอได้คุยกันปั๊บ ก็ยิ่งอยากเล่น มันเป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้นะครับ ตอนแรกที่พอได้อ่านบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมากเลย จะทำได้เปล่า จะทำถึงเปล่า มันยากนะ จำได้ว่ามีซีนหนึ่ง ไม่ใช่ซีนแอคชั่น ส่วนมากน้อยจะเริ่มเครียด และเริ่มคิดว่าจะทำได้เปล่า เป็นซีนที่ต้องพูดเยอะมาก เป็นซีนที่น้อยเผชิญหน้ากับอนันดาครั้งที่ 2 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งเป็นซีนที่หลายคนได้เห็นในทีเซอร์ที่กินลูกกระสุน สิ่งที่ผมต้องพูดกับอนันดานี่เยอะมากเลย เกือบหน้าหนึ่งนะครับ ซึ่งคำที่ใช้ ศัพท์ที่ใช้ เป็นภาษาไทยสมัยก่อนด้วยผมก็เหนื่อย ผมก็ โอ้โห (หัวเราะ)  ทราบว่าขุนพันธ์เป็นภาพยนตร์แอคชั่นเต็มรูปแบบ ทั้งส่วนของเอฟเฟกต์ ระเบิดกระสุน ไปจนถึงการแสดงที่ต้องเชือดเฉือนกันแบบมันส์หยดเลยทีเดียว โดยเฉพาะน้อย-กฤษดา กับ อนันดา ใช่ครับอย่างตอนเราอ่านบท ซีนนี้แอคชั่นมันส์แน่เราอยากเล่น แต่นี่เป็นซีนที่เผชิญหน้ากันระหว่าง2ตัวละครสำคัญซึ่งเป็นคู่ปรับกัน แล้วคำที่เราพูดมันลึกเหลือเกิน คือว่าไดอะล็อคมันดีมาก โมโนล็อคมันดีมาก แล้วมันแรงเหลือเกิน มันขึ้นมาจากข้างใน แต่เรานิ่งนะครับ มันเหมือนเปรียบเป็นแอคชั่นในตัวของเรา เพียงแต่เวลาเราพูดจะนิ่งหน่อย สำหรับนักแสดงมันท้าทายมากนะ ทั้งน่ากลัวแล้วก็ทั้งมันส์ ก็เลยตื่นเต้นกับซีนนี้มากเป็นพิเศษเลยครับ  คาแรคเตอร์ “อัลฮาวียะลู” มหาโจรผู้เหี้ยมโหด ที่ถ่ายทอดการแสดงแบบเกินร้อยของน้อย กฤษดา เป็นอย่างไร อัลฮาวียะลู ก็คือคู่ปรับของขุนพันธ์ เป็นโจรทางภาคใต้ เขาจะปกครองดูแล และคุ้มครองผู้คนในเขตพื้นที่ของเขานะครับ ในอดีตที่ผ่านมาตัวเขาเอง ครอบครัวได้ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ชีวิตเขาเองจะค่อนข้างโดดเดี่ยว หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจใครสักเท่าไหร่ สำหรับเขาแล้วรู้เพียงอย่างเดียวว่านี่คือพื้นที่ของเขา คนพวกนี้เป็นชาวบ้านของเขา เป็นคนของเขา ที่เขาต้องคุ้มครอง และในพื้นที่ของเขาใครจะเข้ามาเขาไม่สน แต่เขาพร้อมจะลุกขึ้นปกป้อง และป้องกัน โดยจะทำทุกอย่างครับ เขาเป็นคนที่มองทุกอย่างเป็นแค่ขาว-ดำเท่านั้น เวลาผมอ่านบทก็จะรู้สึกได้ว่าทุกสิ่งที่เขาพูดมันจะเป็นแบบเหมือนกับการออกคำสั่ง อืม อืม อืม แรงเสมอ   ถ้าให้คำจำกัดความของอัลฮาวียะลู อัลฮาวียะลู มหาโจรที่ฆ่าไม่ได้ ตายไม่เป็น ขุนพันธ์อาจจะล่าเราได้ แต่ฆ่าเราไม่ได้ เพราะตัวอัลฮาวียะลูเอง มีทั้งความโหดเหี้ยม โหดร้าย คือเป็นโจรที่ฉลาดด้วยนะครับ สามารถฆ่าคนโดยที่ไม่คิดอะไร แต่จะมีอุดมการณ์ของตัวเอง ถ้าเกิดนี่คือที่ของเขาคุณก็จะตายทันที ชื่อของเขาอัลฮาวียะลู แปลว่าหลุมที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งตัวขุนพันธ์ (อนันดา) จะต้องเข้าไปในหลุมนี้ที่ลึกเหลือเกิน เพื่อที่จะดึงความเป็นปมบางอย่างของอัลฮาวียะลู เพื่อที่จะปราบอัลฮาวียะลู เราจะได้เห็นกันว่าขุนพันธ์ทำได้หรือไม่ เป็นตัวละครที่ไม่ธรรมดา มีทั้งความสามารถพิเศษเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องยิงไม่เข้า คงกระพันและมีอาวุธที่ใช้ประจำตัว อัลฮาวียะลู เขาก็จะมีอาวุธในหลายรูปแบบ นอกเหนือจากการที่เล่นของอยู่แล้ว จะมีกริช มีรอยสักซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันเขาได้ จริงๆโขมก็เป็นคนบอกมาเองนะครับว่า เวลาเปรียบเทียบพี่น้อยจริงๆแล้วมันไม่ต่างจาก ลอร์ดเวเดอร์นะ ซึ่งจะต้องมีไลท์เซเบอร์ การใช้บังคับคนด้วยจิตได้อะไรอย่างนี้ มีอาวุธ มีอาคม คงกระพัน จริงๆเขาจะค่อนข้างมีทุกอย่างครบถ้วนในคาแรคเตอร์ของเขา และในสุดท้ายเขาจะรู้สึกอย่างนั้นว่าเขาอาจจะไม่ได้เป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วคิดว่าตัวขุนพันธ์ไม่น่ามาปะทะกับโจรคนไหนที่มีครบทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ อย่างอัลฮาวียะลู เพราะเขาตายไม่เป็น เวลาเราเล่นบทอัลฮาวียะลูนี่รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นทั้งวิญญาณ เป็นมนุษย์ ซึ่งผมว่าขุนพันธ์เองก็น่าจะไม่เคยเจอมาก่อนนะครับ ในการที่ต้องถ่ายทอดตัว “อัลฮาวียะลู” หัวหน้าโจรผู้โหดเหี้ยม ที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับตัวตนของ น้อย กฤษดา เลย ต้องมีการเตรียมตัวหรือทำอะไรเป็นพิเศษบ้าง การเตรียมพร้อมก็จะเริ่มตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง  แล้วพอมาถึงในช่วงของการถ่ายทำ ในแต่ละฉากก่อนเล่น ก็ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมพร้อมอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบท อัลฮาวียะลู ซึ่งเป็นตัวละครที่ค่อนข้างห่างไกลจากคาแรคเตอร์เรามาก การที่บทภาพยนตร์เรื่องนี้มันมีมิติเหลือเกิน แล้วอัลฮาวียะลูเอง อาจไม่ได้เป็นคาแรคเตอร์จริงอย่างขุนพันธ์ แต่ว่าก็ยังมีโจรอีกหลายต่อหลายคน ที่ในชีวิตจริงขุนพันธ์เคยปราบมาแล้วนะครับ   เราก็พยายามเบสคาแรคเตอร์ของเรา กับโจรที่เป็นจริงเหล่านั้นครับ เลยเกิดการตีความ 2 อย่างเราก็พยายามทั้งศึกษาว่า โจรสมัยโน้นเขาเชื่อมั่นในสิ่งอะไร จุดยืนเขาอยู่ที่ไหน เขาเกิดมาเป็นอย่างไรถึงคิดกลายเป็นโจรอย่างนั้น อีกอย่างหนึ่งเราก็พยายามใช้จินตนาการ การตีความ อย่างการที่คาแรคเตอร์เราก็ไม่ได้เป็นจริงด้วย เราก็สามารถใช้อิมเมจิเนชั่นมาสร้าง มันสามารถสร้างสีสันได้ เพราะอย่างในเรื่องก็มีคาแรคเตอร์ของอัลฮาวียะลู ที่คล้ายๆของขุนพันธ์ด้วยใช่ไหมครับ  ผมก็แบบแอบดูว่าอนันดาเขาเดินยังไง  ขาเขาจะเป็นยังนี่ ไม่รู้ว่าภาษาไทยเขาจะเรียกยังไงฮะ ขาเขาจะเขย่งครับ น้อยก็จะเริ่มเดินเหมือนอนันดานิดหน่อยแล้วกัน ให้มีอะไรใกล้เคียงกันในการมูฟเม้นท์นิดหน่อยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าเปรียบเป็นมวยก็ถือได้ว่าถูกคู่และสมศักดิ์ศรี อนันดา กับน้อย-กฤษดาจับคู่ทางด้านการแสดงรวมไปถึงบู๊แอคชั่น อยากให้พูดถึงการทำงานกับอนันดา ผมจะอายุมากกว่าอนันดา ห่างกันเกือบเจนเนอเรชั่นหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เหมือนอนันดาเข้ามาในวงการก่อนน้อย ก่อนเป็นน้อยวงพรูผมก็จะเห็นอนันดาอยู่แล้ว แล้วเราก็ยังติดภาพมองเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์นะครับ แต่ผมก็พอรู้ว่านิสัยเขาเป็นยังไงอยู่แล้ว เขาเป็นคนที่ติดดินมากครับ แต่ผมจะตื่นเต้นเสมอนะครับ ไม่ว่าจะแสดงกับใครก็ตาม แต่ถ้าเกิดเป็นพวกดาราแบบใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอนันดา หรือว่าชาคริต ผมจะตื่นเต้นเสมอ ผมยังมองเขาเป็นสตาร์ครับ จนกว่ามาเล่นซีนด้วยกันซึ่งอันนั้นผมก็ต้องเริ่มมีสมาธิจริงแล้ว เวลาที่ผมเล่นในขณะนั้นข้างในผมหัวใจกำลังเต้นไวอยู่นะ มันตื่นเต้น โดยเฉพาะซีนแรกครับ สิ่งที่ผมชื่นชม ผมอิจฉานิดหน่อยกับอนันดา เขาเป็นนักแสดงที่รีแลกซ์มากครับ ตั้งใจ เป็นคนที่คอนเซนเทรตได้ทันทีนะครับ การแสดงมันก็สนุกตรงนี้ การรับบทต่อกันแล้วเราก็จะเริ่มเรียนรู้คนนี้แสดงดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอนันดา ซึ่งสิ่งที่เขาทำได้ดี มันเหมือนกับว่าเราเองก็รู้ว่านี่เป็นอนันดาที่เล่นอยู่ใช่ไหมครับ เราจะเชื่อว่าเขาเป็นคาแรคเตอร์นั้น เวลาเขาเล่นบทเป็นขุนพันธ์ เราก็เชื่อว่าเขาเป็นขุนพันธ์ ถึงแม้เราจะรู้ว่านั่นคืออนันดานะ นั่นคือสัญลักษณ์ของนักแสดงที่ดี ที่มีพรสวรรค์ ความสามารถที่พิเศษ ซึ่งบางทีอนันดาอาจจะนิ่งไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้ มันก็เป็นสิ่งที่ผมสังเกตเวลาเล่นกับอนันดานะครับ พลังเขาออกมา แม้เขาจะนิ่งๆ แล้วพอเราแสดงด้วยกันเราก็เริ่มรู้แล้วว่า จะจ้องตากัน สบตากัน หรือจะชกต่อยกัน จะรับกันยังไง เพราะคาแรคเตอร์ผมก็จะแรงเสมอ อนันดาก็จะรับ เล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังของการทำงานในฉากยากๆ ว่าเหนื่อยขนาดไหน สาหัสอย่างไร จริงๆ มันก็มี 2 ฉากนะครับ ก็คือฉากไคล์แมกซ์ของภาพยนตร์ที่ต้องสู้กัน ที่ 2 คนต้องมาแรงใส่กัน แล้วมันก็เหนื่อยจริงๆ ฉากแรกที่ผมเจอเขา เขายังปลอมตัวอยู่ ฉากที่ 2 นี่รู้แล้วว่ามึงเป็นใคร แล้วผมเตรียมตัวแบบ รู้ว่า โอเค ยูตื่นเต้นไม่ได้ ยูต้องโฟกัสนะ ตอนนั้นเราก็ถ่ายที่กุยบุรี มันเหมือนเวลาจะขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ที่อิมแพ็คอะไรอย่างนี้ บางทีมันก็ซ้อมก็คิดมาเยอะแล้ว พอถึงจุดนั้นอย่าตื่นเต้น อย่าไปคิดมากเกินไปให้มันรีแลกซ์ เราก็แสดงได้ดีขึ้น ซีนนั้น ผมก็บอกทุกคนว่าผมขอขับรถผมไปได้ไหม ขอขับรถดูวิวของกุยบุรีที่มันมีภูเขา เริ่มต้องเตรียมพร้อมต้องอินแล้วกับซีนนี้ แล้วผมก็เปิดเพลงของเดอะคิลเลอร์ เพลงแร็ป เหมือนกับมันเป็นเพลงสกอร์ภาพยนตร์ให้กับคาแรคเตอร์ผมครับ แล้วเพลงก็แบบแรง ผมก็กำลังมา แล้วผมก็บอกทีมงานว่า เวลาพร้อมก็โทรมาหาน้อยนะ น้อยรีบขับกลับมาเลย ผมก็แต่งตัวอย่างนี้ในชุดอัลฮาวียะลู ผมก็อินกับคาแรคเตอร์แล้ว มาแล้วเว้ย แล้วพอไปถึงฉากมันต้องโฟกัสมากเลยฮะ นั่นก็เลยเป็นฉากที่มันส์ดีแต่ก็เหนื่อยมาก ประมาณ 2-3 เทคฮะ เริ่มไม่พร้อม เหนื่อยแล้วๆ แต่พอเสร็จแล้วอนันดาก็บอก เฮ้ยทุกคน..เป็นไง (หัวเราะ) ในภาพยนตร์ขุนพันธ์แล้ว ยังมีอีกตัวละครที่มีความสำคัญมากๆ ที่จะต้องเกี่ยวพันกับตัวอัลฮาวียะลู นั่นคือหลวงโอฬาร ซึ่งรับบทโดย แฟรงค์ ภคชนม์ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันครั้งที่ 2 แล้วหลังจากอันธพาล กับแฟรงค์นี่เป็นนักแสดงที่ผมให้ความนับถือมากๆ ครับ ถ้าเกิดที่เมืองนอกเขาจะเรียกว่าคาแรคเตอร์แอคเตอร์ เขาอาจจะไม่ได้เป็นแบรด พิตต์ แต่ละคนที่มีฝีมือเยอะเหลือเกินมีโอกาสให้เขาได้โชว์ฝีมือที่เขาเล่นอย่างนี้ครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นกับแฟรงค์มาก่อนในอันธพาล แล้วพอมาในเรื่องนี้บทก็ไม่เหมือนกันเลย แล้วเวลาผมแสดงกับเขา ผมก็รู้สึกได้เลยว่านี่เป็นนักแสดงที่แท้จริง เขาเหมือนเป็นนักแสดงแล้วพอเขาเปลี่ยนมาเล่นบทอะไรก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง สามารถพลิกบทบาทได้ ให้ตัวละครตัวนั้นโดดเด่น อย่างเรื่องอันธพาลแฟรงค์ก็เป็นตัวไม่ดี อันนี้ก็อีกคาแรคเตอร์หนึ่ง แล้วเขาทำได้ดีมากครับ ผมก็อยากร่วมงานกับแฟรงค์อีกนะครับ จากการทำงานที่ผ่านมาในภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์คิดว่าฉากไหนยากที่สุด สำหรับฉากที่ยากมันก็จะมี 2 สไตล์ มันจะมีทั้งฉากที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวเลย แค่พูดกันแล้วส่งบทกัน ต้องมีสมาธิมากๆ ซึ่งฉากพวกนั้นจะยากมากอยู่แล้ว อีกฉากหนึ่งก็น่าจะเป็นฉากที่มันเหนื่อยครับ แล้วผมก็ไม่เคยเลยจริงๆนะครับ แสดงอยู่บนเซต ไม่ใช่แค่ 24 ชั่วโมงนะ 36 ชั่วโมง ผมจำได้ถ่ายตั้งแต่เจอกัน 6 โมงเช้า เป็นฉากแอคชั่นสุดท้ายนะครับ6 โมงเช้า ผมก็นึกว่าจะเสร็จภายใน 6 โมงเย็นอย่างนั้น แล้วก็ไปเรื่อยๆอีก จนถึงเที่ยงคืนแล้ว ผมก็เริ่มเหนื่อยแล้ว จนบางที ซีนหนึ่งนี่แสดงๆกันไป แล้วพอคัท เทค 1 เสร็จแล้วก็รอเทค 2 ใหม่ นั่งรอแล้วก็นั่งหลับ เทค 2 โอเค อีกทีหนึ่ง จนต่อถึงเที่ยงวันต่อไป จริงๆนะครับไม่ใช่แค่น้อยคนเดียวนะครับแต่คนอื่นด้วย แต่มันต้องทำให้เสร็จครับ วันนั้นเหนื่อยมากเลย ผมไม่เคยเล่นหนังที่เหนื่อยขนาดนี้มาก่อน มันก็สมควรเหนื่อยนะครับกับฉากนี้ เพราะว่าตอนถ่ายวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายด้วย แล้วก็ซีนแอคชั่นสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย และการที่ต้องมาชกต่อยกัน ยิง แทงกันครับ ก็เหมือนกับเป็นฉากแอคชั่นที่เหนือจริงที่มโหฬาร แล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนการที่นอกเหนือจากการยิงกัน แทงกัน ชกๆๆ แล้วมันก็มีการที่ต้องยกมอเตอร์ไซค์ให้มันลอย ผมเริ่มรู้สึกเหมือนอเวนเจอร์อย่างนี้ (ขำ) เวลาที่เขาไปโพสต์โปรดักชั่นของเขา เราก็ตื่นเต้นนะครับ อยากดูจริงๆว่ามันจะออกมาเป็นยังไง รอบตัวเรามองไปทางไหนก็มีแต่คนเสียชีวิต ที่แบบเลือดไหลอะไรอย่างนี้ แล้วการที่ต้องถ่ายทำกันไปแบบ 16 ชั่วโมง 20 ชั่วโมง มันเหนื่อยแต่มันคุ้มครับแล้วมันคุ้มค่าจริงๆ ฟังๆ ดูแล้วเป็นฉากแอ็คชั่นที่นอกจากยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ยังมีรายละอียดค่อนข้างเยอะมากในฉากนี้ ก็คือในซีนนั้นที่เราถ่ายทำไปใน36 ชั่วโมง ถึงแม้ว่ามันก็เหมือนกับเป็นการถ่ายหนังซีนหนึ่ง แต่พอมันคือ1ซีนในสไตล์ของโขมนี่ มันจะยิ่งมีดราม่าในแอคชั่นนะครับ และมันต้องทำทั้ง 2 อย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นดราม่าการแสดง แม้แต่แค่รับบทระหว่างกันและกัน กับการชกต่อยกัน คือการถ่ายทอด 2 อย่างในซีนเดียวกัน ซึ่งสำหรับโขมนี่มันต้องได้ เราต้องเข้าใจว่าเวลาเราเล่นหนังมันมีโอกาสครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นมันก็จะอยู่ในจอ มันจะอยู่ตลอดชีวิตนั่นคือผลงานของเรานะครับ เลยต้องทำให้ถึงทำให้ได้ครับ หลายครั้งถึงเราจะเหนื่อย บางทีเราแสดงก็จะรู้สึกว่าผมอินมาก แต่กลายเป็นไฟดันไม่ได้ บางทีการจะอินแบบ 3-4 เทคก็ยาก ทุกคนไม่ว่าจะเป็นไฟ ทีมงาน นักแสดงทั้ง 2 คน มันต้องลงล็อคพอดีเลยครับ ยิ่งสำหรับโขมอย่างพวกเราทุกคนนี่ ฉากแอคชั่นมันก็อาจจะยากกว่าด้วยซ้ำ ทั้งรถไฟ มอเตอร์ไซค์ มันต้องมาชนกันในจุดนั้นพอดี มันก็เลยเหนื่อยนะครับ แต่ว่าเวลาทำถึงแล้วเราก็รู้สึกดีจริงๆครับ มันก็คุ้มค่ากับการที่เราตั้งใจหรือทุ่มเททำกัน เลยทำให้เวลาเราอิน แล้วปรากฎว่ามีการสั่งคัท เราก็แบบคัททำไม (หัวเราะ) เวลาเล่นผมก็จะคอยสังเกต ซึ่งผมไม่ได้เป็นนักแสดงระดับโลก อย่างคริสเตียน เบล หรือว่า แดเนี่ยล เดย์ ลูอิส ที่ผมได้ข่าวว่าเขาจะอินทั้งวันเลย แต่ผมจะอินแค่ช่วงเวลาถ่ายซีนนั้นนะ แบบเวลาคัท ผมก็อาจจะบางทีผมก็ยังเป็นคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูตอบโขมอยู่ (เสียงใหญ่) อะไรนะ อยากให้ทำอะไรอีกนะ โอเคๆ ได้ๆ ซึ่งกลายเป็นว่าผมยังอยู่ในคาแรคเตอร์นั้นนะฮะ (หัวเราะ) ความประทับใจที่เกิดขึ้นกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ มันก็มีฉากประทับใจหลายรูปแบบนะครับ เพราะว่าสิ่งที่โขมเขาทำให้มันดีมากๆ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือเขาสามารถผสมผสานแอคชั่นกับดราม่าได้อย่างดี และลงตัวทีเดียว เวลาเราไปเล่นหนังเขานี่ เราจะสามารถรู้หรือสัมผัส ได้รับรสชาติในการแสดงที่หลากหลายทีเดียว ฉากแอคชั่นที่มันส์นี่ มันไม่ใช่แค่ผมสู้กับอนันดาเท่านั้นนะครับ อย่างมันเป็นเพียงแค่ฉากที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้ขี่ม้า จริงๆผมเองก็เหมือนกับนักแสดง เหมือนผู้ชายทุกคน เด็กๆฝันขี่ม้า อยากยิงปืน การเป็นนักแสดงเราโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสเล่นขี่ม้า ยิงปืน เป็นโจรอย่างนี้ครับ ข้างในเราก็มีความเป็นเด็ก ก่อนที่จะแสดงก็ไปหัดขี่ม้ากัน แล้วเป็นฉากแรกของการถ่ายทำในหนังที่ผมได้ขี่ม้ามาลุย มาปราบพวกตำรวจ แล้วก็ยิงๆ แล้วเราเองไม่ใช่แค่เริ่มมีความสัมพันธ์กับนักแสดงคนอื่นๆ แต่เราก็เริ่มมีกับม้าของเราด้วยนะครับ ม้าของเราตัวไหน อยากได้ตัวเดิมนะ มันก็มีความเป็นเด็กของเรานะครับที่แบบขี่แล้วจะเท่ ยิงปืน ผมก็เลยประทับใจกับความรู้สึกตรงนี้ด้วยนะครับ ในภาพยนตร์จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอัลฮาวียะลู และเป็นอีกฉากที่ผู้ชมจะได้เห็นการแสดงของน้อย กฤษดาที่เข้มข้นมากๆ ก็มีฉากหนึ่งซึ่งรู้สึกว่าเป็นฉากเปิดเผยคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูนะครับ ซึ่งคนที่เล่นของ เขาจะทำยังไงก็ได้เพื่อที่จะมีอำนาจ เขาจะเป็นคนที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะมีพลังมากขึ้นนะครับ ซึ่งเป็นซีนที่เขามาเผชิญหน้ากับพระรูปหนึ่ง แต่พระรูปนี้ก็มีของ ของอันนั้นก็คือฟันที่งอกขึ้นอยู่ในเพดานของปาก ซึ่งถ้าเกิดรวมกับอีก 2-3 อย่างนี่ มันสามารถให้เขาเพิ่มพลังได้อย่างสูงทีเดียวครับ ซึ่งต้องรอไปดู ผมก็ไม่เคยแสดงฉากนี้มาก่อน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่คนดูอาจจะได้พบกับพลังของอัลฮาวียะลูครับ ในเบื้องหลังในการเตรียมตัวทำงานก่อนจะเล่นซีนนี้ ผมก็เริ่มฟังเพลง แต่ผมไม่ได้ฟังเพลงน้อย วงพรูนะ แต่ละซีนผมจะมีซาวน์แทรค ครั้งนี้ผมจะฟัง M&M ครับ เพลงแร็พครับเขาจะเหมือนว่าคนนี้กำลังโกรธอยู่ ฟังแล้วก่อนจะเล่นผมก็แบบเตรียมพร้อมมาละ แอคชั่น เวลาที่เราแสดงมันไม่ใช่แค่คิดเกี่ยวกับว่า ได้รับฟันจากเพดานปากนั้นมานะ ผมก็กำลังคิดถึง M&M กับพลังกับเสียงอันแรงของเพลง มันก็บิ้วท์ในสไตล์นี้ครับ สนุกดีครับ ขุนพันธ์คือโปรเจกต์แห่งความเป็นที่สุด ในหนังของโขมนะครับ เขาจะมีบทที่นักแสดงทุกคนอยาก หรือตื่นเต้นที่จะเล่น มีบทที่น่าสนใจเยอะครับ แล้วมันจะสนุก เวลาเราได้เห็นพัฒนาของนักแสดงแต่ละคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างอ้อม (กานต์พิสชา เกตุมณี) อย่างนี้นะครับ ซึ่งเธอก็เล่นขุนพันธ์ก่อนมาแสดงแม่เบี้ยด้วยซ้ำ การที่เป็นหนังเรื่องแรกของอ้อมนี่ ตอนนี้เธอก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้น เราก็ได้เห็นเธอเดินออกไปเรื่อยๆ มันเหมือนกับสมัยก่อนที่ผมเคยเล่น 13 เกมสยองกับมะเดี่ยว หลังจากถ่ายกันเสร็จก็เจอมาริโอ้ มะเดี่ยวบอกกำลังมีรักแห่งสยาม เด็กคนนี้ก็มีแวว ตอนนี้แบบ โห เป็นซุปเปอร์สตาร์ เวลาเราเห็น เราก็จะติดภาพอนันดาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เวลาเรามาแสดงกับอนันดา มัน โอ้โฮ คนนี้มันเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ผมก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ผมก็เคลื่อนไหวเก่งนะ ผมน้อย วงพรูนะเว้ย ผมเต้นเก่งนะ(หัวเราะ) ผมเคลื่อนไหวได้เยอะนะ แต่มันจะอีกแบบหนึ่งครับ แล้วก็อย่างแฟรงค์ที่ผมก็รักมากอยู่แล้วนี่ สำหรับเขาอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย แต่ถ้าเกิดผมได้เล่นบทเป็นนักการเมืองนี่ มันท้าทายมากกว่าสำหรับเขาอย่างนั้นนะครับ คือทุกคนสามารถมีโอกาสได้พลิก (ล็อค) บทได้ในหนังของโขมนะครับ แล้วผมก็สนุกมากกับการแสดงกับทุกคนนะครับ ได้เห็นสไตล์ใหม่ของแต่ละคน แม้แต่อนันดาก็อาจจะดูเท่มากเวลาชกต่อยแต่ว่ามันก็เป็นการแสดง ส่วนเดี่ยวเขาก็มาทางแอคชั่นอยู่แล้วนะครับ ก่อนที่เราจะเปิดกล้องถ่ายทำหนังเรื่องขุนพันธ์นี้ ผม อนันดา เดี่ยว กบ ก็ไปฝึกขี่ม้ากัน ฝึกชกมวยกันด้วย แต่สำหรับเดี่ยว คือเขาเกิดมาเพื่อเดินสายนี้โดยตรงเขาธรรมชาติ แล้วเราก็ได้เรียนรู้จากเขาเยอะมากทีเดียวด้วย ผมว่าเดี่ยวเขาก็มักจะได้เป็นคนดีในหนังแอคชั่นของเขา แต่คราวนี้ขอโทษนะ เดี่ยวก็เป็นมือขวาของน้อยนะครับ ที่มาปะทะกับอนันดา และการแสดงด้วยกันกับเดี่ยวส่วนมากก็จะสื่อสารผ่านสายตา ก็แบบเคลียร์ๆ “ฆ่ามัน” เราจะได้เห็นอินเนอร์และการทุ่มเทการแสดงแบบสุดตัว ของนักแสดงทุกๆคน รวมทั้ง น้อย กฤษดา ที่ถึงขนาดว่าติดคาแรคเตอร์ความเกรี้ยวกราดของอัลฮาวียะลูกลับบ้านด้วย ในการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเฉพาะกับบทบาทนี้ บางทีเราเองก็เริ่มลืมไปแล้วว่า ตอนนั้นเราอินไปกับบทมากขนาดไหน ผมก็ไม่นึกว่าผมจะเป็นนักแสดงที่เอาบทกลับมาบ้าน เอาคาแรคเตอร์อัลฮาวียะลูบทนี้ติดกลับมาด้วยนะครับ จนมาวันหนึ่งในขณะที่ผมอยู่ที่บ้าน แล้วก็ทะเลาะกับภรรรยาเล็กน้อย แล้วผมก็เริ่มแบบ ชี้หน้า น่าเกลียดมากเลยครับ ผมก็ไม่จริง แล้วภรรยาผมก็ เฮ้ย ยูไม่เคยชี้หน้าไออย่างนี้มาก่อนนะ นี่มันแรงมากเลยนะ ผมลืมไปๆเพราะว่าบทอัลฮาวียะลูเป็นคนที่ชี้บ่อยมาก เป็นคนที่พูดอะไรมักจะออกมาเป็นคำสั่งเสมอ อาจแค่ส่งสายตาอยากให้เบิ้ลความแรงก็จะชี้ ผมก็ขอโทษภรรยา ไอผิด มันไม่ใช่น้อย มันเป็นอัลฮาวียะลู บางทีมันก็เอากลับมาบ้านด้วย ผมไม่นึกว่ามันจะเป็นถึงขนาดนั้นครับ มันเหมือนกับแค่เวลาพูดมันก็เหนื่อยแล้ว เวลาเล่นคาแรคเตอร์นี้ มันก็เป็นความกลัวนิดหน่อยด้วย เวลาแสดงจนไม่กล้าไปดูมอนิเตอร์ รู้สึกแบบมองตัวเองแรง รู้สึกมันไม่ใช่เราอย่างนั้นนะครับ ผมก็รู้สึกว่าหนังไทยบ้านเราช่วงนี้ก็จะเน้นหนังวัยรุ่นเยอะนะครับ ผมก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นแล้วโอกาสที่จะได้เล่นบท ได้เปลี่ยนคาแรคเตอร์อย่างนี้ โอกาสมันจะมีอีกเมื่อไหร่ มันอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ จนกว่าโขมทำหนังอีกเรื่องหนึ่ง จนกว่าสหมงคลฟิล์ม บาแรมยูชวนผมมาเล่นครับ เรารู้ว่าเวลานักแสดงรู้ว่าเวลาบทอย่างนี้มา พลาดไม่ได้นะ ไม่ว่ายูจะล้มหรือจะยืนขึ้น ยูจะพลาดไม่ได้อย่างนี้ครับ เราก็เลยต้องเต็มที่ แล้วก็จับมัน อย่าปล่อยมัน ท้ายนี้ น้อย อยากฝากอะไรกับ “ขุนพันธ์” เราก็รู้สึกว่าเราเป็นนักแสดงที่โชคดีจริงๆนะครับ ที่โขมเขามาให้โอกาสเราเล่นบทนี้ เหมือนกับพวกหนังตลกผมก็เคยลองแสดงมาบ้าง หนังโรแมนติกก็เคยมาบ้าง นักแสดงหลายๆคนก็อยากมีโอกาสได้เล่นบทร้ายสักเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าบทร้ายนี่ เราจะได้เล่นอย่างไร ออกมาเป็นอย่างไร นั่นมันเป็นสิ่งที่ท้าทายมากครับ บทร้ายนี่จะ...(ร้ายอย่างไร) ซึ่งมันก็เป็นความสนุกของการแสดงนะครับ เสียงน้อยก็เสียงนิ่มๆอยู่แล้วด้วย แต่เวลาอ่านบทแล้วก็ไปทิศทางนั้นไม่ได้นะครับ มันก็ต้องลองเสี่ยงละกัน ลองเสี่ยงแบบให้เอาแรงที่สุดที่จะแรงให้ได้แล้วกัน ซึ่งลึกๆแล้วผมก็รู้ว่าโขมอยากให้ผมรุนแรง ก็ต้องหัดพูดให้มันแรงกว่านี้ ผมก็ต้องเริ่มแบบดัดเสียงให้ได้ ซึ่งมันก็ยากนะครับ บางวันก็ เอ๊ะ ทำไมวันนี้เสียงมันไม่มา ผมก็ต้องไปฝึกให้ได้ แต่นี่ผมก็เป็นนักร้องนะแต่มันก็ยากครับ สำหรับบทอัลฮาวียะลูครั้งนี้เป็นการพลิก และเปลี่ยนคาแรคเตอร์ที่สุดที่ผมเคยทำมาครับ

ละคร บุษบาหน้าตลาด , เรื่องย่อ บุษบาหน้าตลาด
ละคร บุษบาหน้าตลาด /  ละคร บุษบาหน้าตลาด / 

บุษบาหน้าตลาด บทประพันธ์ : อรุณรตีบทโทรทัศน์ : ฐา-นวดีสถิตยุทธการกำกับการแสดง : บัณฑิต ทองดีออกอากาศ : ทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ทางช่อง 3 เรื่องย่อ เรื่องราวของสาวน้อยลูกมหาเศรษฐีณีที่โดนแย่งสมบัติไปตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่ชะตาเจ้ากรรมที่ส่งเด็กน้อยอย่างดอกไม้ให้ไปเติบโตในร้านดอกไม้แถวปากคลองตลาดอย่างอบอุ่น แล้วก็ขีดเส้นทางให้เธอได้เดินกลับมาเพื่อช่วยแม่แท้ๆที่เสียสติไปทวงสมบัติของเธอคืน ดอกไม้ข้างถนนต้องปรับตัวให้เป็นดอกไม้ชั้นสูงให้ได้เพื่อทวงสิทธิ์ที่เป็นของเธอและแม่แท้ๆคืนมา ตลาดดอกไม้... ฝนเทลงมาหนาเม็ดจนแทบมองไม่เห็น ในเงามืดมีร่างของใครบางคนกำลังวางทารกตัวน้อยกำลังร้องไห้เสียงดังสนั่นหน้าร้านดอกไม้ในตลาด เสียงร้องของเด็กน้อยทำให้ประตูร้านถูกเปิดออก ละมุนอุ้มเด็กขึ้นมา จ่าผุยที่กำลังเข้าเวรขี่จักรยานตรวจชุมชนทำหน้าสงสัยว่า เด็กที่ไหนมาร้องอยู่ เขาเป็นพยานเพียงคนเดียวในคืนนั้นที่เห็นเหตุการณ์ ! 18 ปี ผ่านไป ร้านดอกไม้บุษบาเป็นที่รู้จักของคนในตลาดทั้งเรื่องฝีมือการจัดดอกไม้ที่ไม่เป็นรองร้านดอกไม้ใหญ่ๆมีชื่อโด่งดังในแถบนั้นเพราะแม่ละมุนเจ้าของร้านมักจะหาวิธีจัดดอกไม้ใหม่ๆมาอยู่เสมอ และดอกไม้ลูกสาวคนสวยที่อายุอานามพึ่งย่างเข้าสู่วัย 18 กับลูกสมุนปากกรรไกรอย่างไอ้ดุ้งเองก็เป็นที่รู้จักกันทั่ว แต่ถึงแม้สองคนนี้จะแสบยังไง ดอกไม้ก็ยังเป็นที่รักของชาวตลาดด้วยความมีน้ำใจคอยช่วยเหลือแม่ค้าด้วยกันแถบนั้นอยู่เสมอเช้าตรู่วันหนึ่ง ขณะที่ดอกไม้กำลังไปส่งดอกไม้ให้ละมุนเหมือนปกติ เสน่ห์หรือตาเหน่คนขับรถตู้ของคฑาลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด เกือบจะขับรถชนกรรณิกาแก้ว พอดีดอกไม้เห็นเข้าเสียก่อนจึงเข้าช่วยไว้ได้ทัน แต่ดอกไม้ไม่รู้ว่าบ้านของแก้วอยู่ที่ไหน จึงพาแก้ว กลับไปที่บ้านของตน คฑาซึ่งนั่งอยู่ในรถเสน่ห์ เลยลงจากรถมาดูเหตุการณ์ พวกแม่ค้าเห็นคฑาก็จำได้ทันทีว่าเป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิงช้องนางเจ้าของตลาด คฑากลับมาบ้านพบช้องนางผู้เป็นแม่ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความดีใจ เขาเล่าเหตุการณ์เรื่องที่เสน่ห์ขับรถเกือบชนดอกไม้ให้แม่ฟัง แต่สืบสงวน พี่สาวกับไม่ใยดี เกรงดอกไม้จะมาหาประโยชน์จากคฑา ละคร บุษบาหน้าตลาด พนัสให้กรจีบตามหาแก้ว เพราะหากเธอหายสาบสูญ กว่าพนัสและกรจีบจะมีสิทธิจัดการกับมรดกของแก้ว ต้องรอถึง 5 ปี แต่หากหลอกให้แก้วเซ็นต์มอบมรดกให้ยังดีกว่า สุดท้าย กรจีบจึงรีบออกตามหาแก้ว พนัสเป็นสามีใหม่ของกรจีบ แต่พอลับตาคน เขาก็ชอบลวนลามกรกนกอยู่บ่อยครั้ง รุ่งขึ้นประมุขพากรจีบ กรกนก ถนอมศรีมาแจ้งความเรื่องแก้วหาย พอดีกับที่ดอกไม้กับจ่าผุย พาแก้วมาที่โรงพัก ทำให้แก้วได้พบกับทุกคน คฑาไปเริ่มงานที่บริษัทของช้องนาง โดยมีสืบสงวนเป็นพี่เลี้ยงให้ สืบสงวนเหมือนไม่เต็มใจให้คฑาเข้าไปรู้ความลับที่บริษัทนัก อ้างกับช้องนางให้เปิดบริษัทใหม่ให้ แต่คฑาไม่เห็นด้วย สืบสงวนพาคฑาไปเดินดูกิจการที่ตลาด จนคฑาสังเกตเห็นได้ว่า พ่อค้าแม่ค้า ไม่ชอบสืบสงวนนัก ถมเงิน เพื่อนของคฑา ซึ่งเป็นทนายความ เปิดบริษัทสำนักงานทนายความถมทองและบุตร อยู่ที่เดียวกับบริษัทของอังกาบ ทำให้เขาได้พบกับดรุณพิมพ์ ลูกของอังกาบ ทั้งคู่บังเอิญติดอยู่ในลิฟท์ที่กำลังค้างอยู่ด้วยกัน ทำให้ถมเงินรู้สึกประทับใจในตัวดรุณพิมพ์ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งดรุณพิมพ์เองก็เป็นเพื่อนรักกับดอกไม้ แถมเล่าเรื่องที่สืบสงวนพาน้องชายคือคฑา มาดูกิจการที่ตลาดให้ดอกไม้ฟังด้วย ดรุณพิมพ์ไม่ชอบใจที่อังกาบผู้เป็นแม่จะให้เธอ หรือดรุณา พี่สาว คนใดคนหนึ่ง แต่งงานกับคฑาอีกด้วย สำหรับดรุณพิมพ์แล้ว เขาสนิทกับคฑามาตั้งแต่เด็ก คิดเพียงว่าคฑาเป็นพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น ด้านกรกนกก็ไม่อยากอยู่บ้านกับกรจีบและพนัส จึงมาของานทำกับพอลล่า พอลล่าจึงส่งกรกนก ไปคัดตัวเป็นนางแบบเสื้อผ้าให้กับเครือกิจไพบูลย์ของอังกาบ ทำให้กรกนกได้พบกับดรุณา ทั้งคู่ไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรก ช้องนางจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของคฑาขึ้นที่บ้าน สืบสงวนแอบอิจฉา อังกาบพาดรุณามางานด้วย ส่วนดรุณพิมพ์ไปช่วยดอกไม้จัดดอกไม้ในงาน กรจีบก็พากรกนกมาแนะนำให้คฑารู้จักด้วย สืบสงวนได้พบกับพนัส รู้สึกพอใจในตัวพนัสตั้งแต่แรกเห็น ช้องนางกับแก้ว ก็พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก ประมุขมาหาแก้วที่บ้าน จึงรู้ว่าไปงานเลี้ยง นึกถึงอดีตที่แก้วร้องไห้กับช้องนาง เรื่องที่ท้องกับเอก ประมุขยินดีแต่งงานกับแก้ว เพื่อรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่แก้วปฎิเสธ ทำให้เขาเสียใจมากดรุณพิมพ์ พาดอกไม้ กับดุ้ง มากินข้าวในงานเลี้ยง ดอกไม้จึงได้พบกับคฑา ส่วนดรุณพิมพ์ก็ได้พบกับถมเงิน ถมเงินจึงรู้ว่าดรุณพิมพ์ เป็นลูกคุณอังกาบ ส่วนคฑาก็รู้ว่า ดอกไม้เป็นเพื่อนกับดรุณพิมพ์ แก้วดีใจมากที่ได้พบกับดอกไม้ แก้วพูดอวดว่าดอกไม้จบมัณฑนศิลป์มา ช้องนางเองก็ชื่นชมดอกไม้ คฑาได้ที รีบชวนให้ดอกไม้มาทำงานตกแต่งคนโด กับโฮมออฟฟิศของบริษัทด้วย ดอกไม้อยากช่วยงานแม่ที่ร้าน คฑาจึงเสนอให้มาทำงานกับเขาอาทิตย์ละ 3 วัน ละมุน จึงเห็นดีด้วย พนัสถูกเจ้าหนี้ซ้อมปางตายแล้วยึดรถไป สืบสงวนไปพบเข้าพอดี จึงนำส่งโรงพยาบาล กรจีบรีบมาเยี่ยมทันที จนพนัสพ้นขีดอันตราย รุ่งขึ้น สืบสงวนเอากระเช้าไปเยี่ยม พนัสรีบจับมือสืบสงวน ทั้งสองมีใจตรงกัน โดยที่กรจีบยังไม่ทันระแวงสงสัย คฑาพาดอกไม้มาส่งที่บ้าน ทั้งคู่ตัวเปียกปอน เพราะก๊อกน้ำรั่ว แล้วน้ำก็กระเด็นใส่ ละมุนจึงให้ดอกไม้พาคฑาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วคฑาก็เผลอหลับไปที่บ้านของดอกไม้นั่นเอง จ่าผุยมาเจอคฑาอยู่ที่บ้าน นึกหึงละมุนคิดว่าคฑามาเฝ้าละมุน จนดอกไม้ต้องไล่คฑากลับไป คฑาสงสัยเรื่องก๊อกน้ำรั่ว จึงถามดอกไม้ รุ่งขึ้นดอกไม้จึงให้คฑาเอาแบบ และเสปคของผลิตภัณฑ์ที่สั่งมา ดอกไม้จึงบอกกับคฑาว่ามันผิดเสปค ถ้าผู้รับเหมาไม่ชุ่ย ก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้รับเหมากับสืบสงวน คฑาเริ่มเครียด ผู้รับเหมา รีบโทรบอกสืบสงวน สืบสงวนจึงจะหาทางกำจัดดอกไม้ กรจีบเป็นคนสั่งให้คนร้าย ไปทำร้ายดอกไม้ แต่เมื่อลูกน้องโทรมารายงาน แล้วบอกว่า มีชายหน้าบากคนหนึ่งมาช่วยดอกไม้ไว้ กรจีบแทบล้มทั้งยืน รู้ว่าต้องเป็นเสงี่ยม คนสวนเก่าแก่ในบ้าน แน่นอน ยิ่งเสงี่ยมปกป้องดอกไม้มากเท่าไหร่ กรจีบก็แน่ใจว่าดอกไม้เป็นลูกของแก้ว กรจีบเครียดจัด ไปเล่าเรื่องให้ชมัยฟัง เสงี่ยมตั้งปฎิญาณต่อหน้าพระประธาน ว่าจะแก้ไขเรื่องราวที่ตนเคยทำเลวร้ายไว้กับดอกไม้ และจะปกป้องดอกไม้ให้ถึงที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด ดรุณาหาทางเข้าใกล้คฑา ด้วยการไปเสนองานเรื่องคอมเพล็กซ์ให้ช้องนางฟัง และชวนเข้าร่วมหุ้นด้วยกัน เพราะนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังได้ใกล้ชิดคฑาอีกด้วย สืบสงวนส่งคนร้ายไปเผาบ้านดอกไม้ แต่เสงี่ยมช่วยไว้ได้ทัน ด้านดรุณพิพม์ก็ไปทำงานที่บริษัทของถมเงินอีกด้วย คฑาให้ถมเงินเป็นทนายความส่วนตัวให้ ดูและเรื่องสัญญาคอมเพล็กซ์ เพราะไม่ไว้ใจคนของสืบสงวนอีกต่อไปกรจีบส่งคนร้ายไปยิงดอกไม้จนได้รับบาดเจ็บ คฑาพาส่งโรงพยาบาล และชวนถมเงินไปแจ้งความ จ่าผุยรู้เรื่อง รีบให้ตำรวจเข้ามาดูแล้ว แก้วรู้ข่าวว่าดอกไม้ถูกยิง ก็รีบมาเยี่ยมทันที แก้วทำพินัยกรรม ยกมรดกให้กับดอกไม้ พร้อมทั้งรับเป็นลูกบุญธรรมอีกด้วย ดอกไม้ไม่รับ แต่แก้วให้ช้องนางไปช่วยพูดให้ดอกไม้มาอยู่เป็นเพื่อนแก้วที่บ้าน ละมุนมีข้อแม้ ว่าจะยอมให้ดอกไม้ไปอยู่ด้วย จนกว่าแก้วจะหาลูกที่แท้จริงพบ สุดท้าย ดอกไม้กับดุ้ง จึงไปอยู่ที่บ้านแก้ว โดยมีคฑา และดรุณพิมพ์ คอยไปดูแลอยู่ไม่ห่าง กรกนกไปถ่ายแบบ ให้แฟชั่นคอมเพล็กซ์ โดยมีอังกาบ ดรุณา มาดูการถ่ายแบบด้วย คฑาก็พาดอกไม้มาด้วยเช่นกัน เพราะดอกไม้เคยรับปากไว้กับช้องนางไว้ว่า จะช่วยงานให้ถึงที่สุด กรกนกทำทีแกล้งเป็นลม เพื่อได้ใกล้ชิดกับคฑา ซ้ำยังหาทางแกล้งดอกไม้ด้วย แต่คฑาไม่สนใจกรกนก อีกทั้งยังตามดอกไม้ไม่ห่าง ทั้งกรกนก อังกาบ ดรุณา ไม่พอใจที่ดอกไม้ได้ใจของคฑาไปครอง ข่าวเรื่องที่แก้วรับดอกไม้เป็นลูกบุญธรรม ถูกลงหนังสือพิมพ์จนทั่ว สุดท้ายแก้วตัดสินใจพาดอกไม้ ไปเปิดตัวที่งานการกุศลงานหนึ่ง วาริศ ซึ่งเป็นเจ้าของแกลลอรี่ ก็นำภาพวาดมาประมูลด้วย เขาได้เห็นดอกไม้และรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบเลยทีเดียว กรจีบยังไม่ละความพยายามที่จะเขี่ยให้ดอกไม้พ้นจากแก้วไปให้ได้ เธอให้บริษัทที่จัดงานไปจ้างละมุนมาจัดดอกไม้ ละมุนมางานโดยที่ไม่รู้ว่า ดอกไม้อยู่ที่นั่นด้วย ดอกไม้ดีใจที่ได้พบกับละมุน แต่กลับถูกสาวสังคมต่อว่าเรื่องที่มีชาติกำเนิดเป็นลูกสาวร้านขายดอกไม้ ดอกไม้ไม่สนใจคำครหา กลับตรงเข้าไปหาละมุน และพูดปกป้องศักดิ์ศรีของแม่ตนเอง วาริศยิ่งทึ่งในความดีในตัวดอกไม้ แก้วเสียใจที่ทำให้ดอกไม้ต้องพบกับเรื่องไม่ดี และสัญญาจะไม่พาเธอออกงานสังคมอีก ดอกไม้มาส่งแม่ที่บ้าน ละมุนพูดเตือนสติด้วยความเป็นห่วง ว่าสังคมชั้นสูง จะทำให้ลูกสาวเธอเจ็บปวด โดยเฉพาะคฑา ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี กลัวดอกไม้จะต้องพบกับความเจ็บปวด เพราะด้วยความที่ต่างชนชั้น ทำให้ดอกไม้ได้คิด และเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่เข้าใกล้คฑาอีก เพราะกลัวใจตนเองจะหวั่นไหว ทำให้คฑาเสียใจมาก อีกทั้งสืบสงวน ยังคงพูดใส่ไฟให้ช้องนางฟัง ว่าดอกไม้ลืมกำพืดตนเอง ตีตัวออกห่างคฑา แล้วไปคบหากับวาริศ ทำให้ช้องนางเข้าใจในตัวดอกไม้ผิดไปคฑาพาดอกไม้มาทำบุญที่วัด และได้พบกับเสงี่ยม ดอกไม้จำได้ว่าเสงี่ยมเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ตอนที่บ้านถูกไฟไหม้ เสงี่ยมบอกว่า ในอดีตตนเอง เป็นคนสวนบ้านของแก้ว อยากจะพบ และพูดคุยเรื่องสำคัญกับแก้วสักครั้ง เมื่อกรจีบรู้เรื่อง จึงให้คนไปดักทำร้ายเสงี่ยม แต่สืบสงวนและพนัสรู้เข้าเสียก่อน เลยมาชิงตัวเสงี่ยมไป แล้วทำทีว่าเป็นคนดี โดยที่เสงี่ยมไม่รู้เท่าทัน พนัสกับสืบสงวน หวังจะให้เสงี่ยมบอกความลับเรื่องลูกของแก้วออกมาให้ได้ ดอกไม้ตกลงรับปากไปเป็นนางแบบให้กับวาริศ ยิ่งสร้างความหึงหวงให้กับคฑา วาริศยอมรับกับคฑาว่าชอบดอกไม้ด้วยใจจริง ยิ่งทำให้คฑาเครียดหนัก อังกาบไปตามให้ดรุณพิมพ์กลับมาอยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งไปอาละวาดกับถมเงิน ถมเงินปฎิเสธว่าดรุณพิมพ์ไม่ได้อยู่กับตน สุดท้าย อังกาบจึงรู้ว่าลูกสาวไปอยู่กับละมุนนั่นเอง ละคร บุษบาหน้าตลาด แก้วขอร่วมหุ้น ลงทุนเรื่องคอมเพล็กซ์กับช้องนาง โดยคฑานั้นเป็นผู้ดูแลกิจการแทนช้องนาง ส่วนแก้วให้ดอกไม้เป็นผู้ดูแลเรื่องงานตกแต่งภายในทั้งหมด อังกาบไม่พอใจที่ดอกไม้เข้ามามีสิทธิ์เสมอตน กรจีบกับสืบสงวนเองก็นิ่งเฉยไม่ได้ สืบสงวนหลอกให้ดอกไม้ ใช้ผู้รับเหมาที่เธอรู้กันมารับทำช่วงต่อจากดอกไม้ หวังจะกลั่นแกล้งดอกไม้จนถึงที่สุด ในงานเปิดตัวคอมเพล็กซ์ กรกนก ได้เป็นนางแบบหลัก เดินแบบพร้อมเครื่องเพชรราคาแพง สืบสงวนได้ทีใส่ร้ายดอกไม้จึงวางแผนอย่างแยบยล ให้พนัสปลอมตัวเป็นพนักงาน แล้วสลับเครื่องเพชรตัวจริงเอาไปเสียเอง ส่วนดอกไม้กลับรับเคราะห์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย พนัสขโมยเพชรตัวจริงไป สารวัตรดนัยนพ เข้ามาสืบเรื่องราวด้วยตนเอง ดรุณาได้ที จะหาเรื่องดอกไม้ จึงขอให้ดนัยนพ จับคนร้ายให้ได้ ซึ่งดนัยนพเองนั้นรับปาก แต่ก็เชื่อมั่นว่าดอกไม้ไม่ใช่คนร้าย คฑาเป็นห่วงดอกไม้มากที่ถูกใส่ร้าย แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตอนนี้ดอกไม้ตีตัวออกห่างเขาเหลือเกิน ช้องนางเองก็เสียใจที่ดอกไม้ทอดทิ้งคฑา จึงบอกให้สืบสงวน ยกเลิกการสั่งดอกไม้จากร้านละมุน ทำให้ดอกไม้และละมุนเสียใจมาก ดรุณาตัดต่อคลิปเสียงว่าดอกไม้รักทั้งคฑาและวาริศในเวลาเดียวกัน ทำให้คฑาเสียใจมาก แต่ดรุณพิมพ์พบความจริงเข้าเสียก่อน จึงบอกกับดอกไม้ ว่าจะบอกความจริงกับคฑาให้ได้ ดรุณพิมพ์ต่อว่าดรุณา ที่ใช้วิธีสกปรก เพื่อที่จะได้หัวใจของคฑามา ซ้ำเธอยังรู้อีกว่าแม่ให้คนไปสืบประวัติของถมเงิน ยิ่งทำให้ดรุณพิมพ์เสียใจที่ทั้งแม่และพี่สาวไม่เข้าใจในตัวเธอ คฑารู้ความจริงในที่สุด มาหาดอกไม้เพื่อปรับความเข้าใจกันดอกไม้ถูกใส่ร้ายเรื่องที่ไม่โปร่งใสด้านการบริหารงาน สุดท้ายเรื่องราวใหญ่โต สืบสงวนรีบฆ่าปิดปากคนที่เกี่ยวข้อง จนดอกไม้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปอีก ละมุนห่วงลูกสาวมาก กรจีบหาทางขับไล่ดอกไม้ ให้ออกจากบ้านแก้วได้ในที่สุด ดอกไม้จึงกลับมาอยู่กับแม่ กรจีบยังไม่หยุดแค่นั้น ส่งคนร้ายไปทำร้ายแก้วปางตาย คฑารีบพาแก้วไปเยี่ยมในวันรุ่งขึ้น แต่พนัสกับกรจีบไม่ให้เยี่ยม ดอกไม้เสียใจ ซบหน้าร้องไห้กับคฑา แก้วต้องผ่าตัดด่วน และต้องการเลือด แต่กรจีบไม่ยอมบริจาคให้ ดอกไม้อาสาบริจาคเลือดให้ โชคดีที่เป็นกรุ๊ปเดียวกัน หมอประมุขจึงขอให้ดอกไม้พาละมุน มาบริจาคเลือดอีกคน เผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินกับแก้ว แต่กลายเป็นว่าดอกไม้กับละมุน มีกรุ๊ปเลือดคนละกรุ๊ปกัน หมอประมุขเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง อังกาบรู้ความจริงเรื่องที่ถมเงินมีฐานะ และเป็นเศรษฐีคนหนึ่งเลยทีเดียว จึงไม่ขัดขวางความรักระหว่างดรุณพิมพ์และถมเงิน อีกต่อไป ซ้ำยังจะบังคับให้ดรุณพิมพ์หมั้นกับถมเงินอีกด้วย แต่ดรุณพิมพ์ไม่ยอม เพราะเป็นการบังคับถมเงินเกินไป แก้วกลายเป็นอัมพาต สมใจกรจีบ ซ้ำกรจีบยังไล่ถนอมศรี พยาบาลประจำตัวออกไปอีกด้วย ถึงแม้คฑา จะหาทางไปเยี่ยมแก้ว แต่กรจีบก็กีดกันทุกทาง กรกนกเห็นความร้ายกาจของแม่มากขึ้นทุกวัน เริ่มสงสารและเห็นใจแก้ว กรกนกเริ่มกลับใจ พยายามหาทางให้ดอกไม้กับวาริศ มานำตัวแก้วไป แต่ถูกแม่จับได้เสียก่อน เสงี่ยมเห็นข่าวการป่วยของแก้ว เป็นห่วง เพราะทุกอย่างเกิดจากความผิดของตนเอง ยิ่งได้ฟังเรื่องที่สืบสงวนกับพนัสคุยกัน เรื่องที่จะกำจัดแก้วกับดอกไม้เสงี่ยมจึงตัดสินใจหนีไปจากห้องที่พนัสขังตัวเองได้ในที่สุด แล้วรีบไปหาดอกไม้ที่บ้านละมุน พบคฑาอยู่ด้วยกัน เสงี่ยมเล่าความจริงเมื่อยี่สิบปีที่แล้วให้ทุกคนฟัง ละคร บุษบาหน้าตลาด เสงี่ยมบอกถึงเหตุการณ์วันที่แก้วคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิง แล้วกรจีบให้ชมัย นำเด็กไปกำจัดทิ้งเพราะเป็นลูกไม่มีพ่อ กลัวครอบครัวจะอับอาย ชมัยจึงนำเด็กมาให้ตน เสงี่ยมไม่อยากฆ่าเด็ก จึงนำมาวางไว้ที่หน้าบ้านละมุน ละมุนกับจ่าผุยมาเจอเข้า ละมุนจึงเก็บเด็กมาเลี้ยง ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือดอกไม้นั่นเอง ละมุนน้ำตาไหลพราก เมื่อความจริงเปิดเผยกลัวดอกไม้จะไม่รักตนแล้ว แต่ดอกไม้กลับก้มลงกราบแทบเท้าที่ละมุนเลี้ยงดูเธอจนเติบใหญ่ เสงี่ยมกราบขอโทษละมุนและดอกไม้ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น คฑาก็พลอยร้องไห้ไปกับดอกไม้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่ดุ้งที่นั่งฟังอยู่ก็ร้องไห้ไปด้วยทั้งดรุณพิมพ์ ถมเงิน วาริศ ดนัยนพ ต่างได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด คฑาแนะนำให้ดอกไม้ไปตรวจดีเอ็นเอ ที่สำคัญ ต้องช่วยแก้ว แม่แท้ ๆ ของดอกไม้ มาจากกรจีบให้ได้เสียก่อน คฑาวราริศ ดอกไม้ ได้รับความช่วยเหลือจากการกนก พาแก้วออกมาได้ในที่สุด แก้วดีใจมากที่รู้ความจริงเรื่องที่ดอกไม้เป็นลูกที่แท้จริงของเธอ แก้วพูดขอบใจที่ละมุนเลี้ยงดูแก้วมาเป็นอย่างดี ช้องนางเองก็พลอยดีใจไปกับดอกไม้ด้วยที่ได้พบแม่ที่แท้จริงเสียที ผลตรวจดีเอ็นเอออกมา ปรากฏว่าดอกไม้กับแก้ว เป็นแม่ลูกกันจริง ๆ กรจีบรับไม่ได้ที่ดอกไม้จะมาแย่งทุกอย่างไป เธอกลายเป็นคนที่ไม่ได้อะไรเลย พนัสเห็นว่ากรจีบหมดตัว จึงตีตัวออกห่าง หนีไปอยู่กับสืบสงวน กรจีบคุ้มคลั่ง สะกดรอยตามมา จึงรู้ว่าทั้งคู่ ลักลอบคบหากัน ความแค้น จึงทำให้กรจีบนำปืนไปยิงสืบสงวน แต่พนัสกลับรับเคราะห์แทน แล้วรีบให้สืบสงวนหนีไป เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พนัสก็เสียชีวิต กรจีบ จึงถูกตำรวจจับ ไปชดใช้กรรมในคุก กรกนกเสียใจมาก ทั้งแก้วและดอกไม้ ต่างปลอบโยน ว่ายังมีคนที่รักและหวังดีต่อกรกนกอยู่ แก้ว ดอกไม้ คฑา ช้องนาง ดรุณพิมพ์ ถมเงิน ทุกคนต่างเป็นธุระจัดงานศพให้พนัส สืบสงวนแอบมายืนร้องไห้อยู่ในงานสวดศพ กรกนกเห็นสืบสงวน จึงตามไปคุยเรื่องที่พนัสกับสืบสงวนแอบคบหากัน จนเกิดเรื่องราวร้าย ๆ ขึ้น ช้องนางเดินเข้าไปได้ยินพอดี จึงรู้ว่า สืบสงวนเป็นชู้กับพนัส ช้องนางเสียใจมาก ซ้ำร้าย เธอยังพบเพชรที่หายไปอยู่ในกระเป๋าของสืบสงวน ช้องนางจึงมั่นใจว่าลูกสาวตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเลวร้ายทั้งหลายด้วย เมื่อช้องนางรู้ความลับทุกอย่าง สืบสงวนจึงต้องจำใจปิดปากช้องนาง เธอแกล้งผลักให้แม่ตกบันไดมา แต่โชคดีคฑากับดอกไม้มาช่วยไว้ทัน นำส่งโรงพยาบาล สืบสงวน จึงถูกตำรวจจับในที่สุด ละคร บุษบาหน้าตลาด อังกาบกับดรุณพิมพ์ ปรับความเข้าใจกันได้ ถมเงินพาดรุณพิมพ์กลับไปส่งที่บ้าน และมีงานหมั้นหมายระหว่างดรุณพิมพ์กับถมเงินในเวลาต่อมา ดรุณาอดน้อยใจไม่ได้ ที่น้องสาวมีคนรักไปแล้ว แต่ก็ไม่นาน สารวัตรดนัยนพก็มาสานสัมพันธ์ ปลูกต้นรัก และคบหากับดรุณาอีกด้วย คฑายังคงน้อยใจที่วาริศ ยังเฝ้าตามติดดอกไม้ไม่ห่าง ช้องนางก็นึกสงสารคฑา จึงอยากให้ลูกชายแต่งงาน ความน้อยใจ คฑาจึงพูดไปว่าจะแต่งงานกับกรกนก ดอกไม้เองก็เสียใจ ละมุนไม่อาจทนเห็นดอกไม้ไม่มีความสุข จึงไปสารภาพกับช้องนาง ว่าตนเป็นคนขอร้องให้ดอกไม้ ตีตัวออกห่างคฑา เพราะกลัวว่าดอกไม้จะต้องเสียใจ ไม่นึกว่า จะทำให้คฑาและดอกไม้ต้องเจ็บปวด ช้องนางจึงเข้าใจทุกอย่าง วาริศเองก็ยอมรับกับดอกไม้ว่า รักเธอจริง ๆ แต่เขาก็ยอมรับว่าดอกไม้นั้นมีคฑาอยู่เต็มหัวใจ เช่นเดียวกับกรกนก ที่รู้ชัดว่าคฑาเองก็รักดอกไม้เช่นเดียวกัน สุดท้ายทุกคน ทั้งช้องนาง วาริศ กรกนก คฑา แก้ว ละมุน จึงทำที จัดงานแต่งงานระหว่างคฑาและกรกนกขึ้น แล้วเชิญดอกไม้เข้ามาในงาน กรกนก เอ่ยปากขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมา และจะยินดีมาก หากคนที่เธอรักมีความสุข นั่นก็คือดอกไม้ คฑาขอดอกไม้แต่งงานท่ามกลางสักขีพยานมากมาย ดอกไม้กับคฑาจึงได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข หมดเรื่องราวร้าย ๆ เสียที รายชื่อนักแสดงสรวิชญ์ สุบุญ รับบท คฑาชีรณัฐ ยูสานนท์ รับบท ดอกไม้ปวิช เวียงนนท์ รับบท ถมเงินนันท์ปภัทร ปิ่นโรจน์กีรติ รับบท ดรุณพิมพ์ณิชาวรินทร์ เบิกอรุณรุ่ง รับบท กรกนกเปรมณัช สุวรรณานนท์ รับบท วาริศอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท สืบสงวนธนิดา กาญจนวัฒน์ รับบท ดรุณาจินตหรา สุขพัฒน์ รับบท กรรณิกาแก้วเกรียงไกร อุณหะนันทน์ รับบท หมอประมุขอภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท กรจีบวรรณษา ทองวิเศษ รับบท ละมุน

มิชลินชวนอร่อยริมทาง กับสุดยอด 5 ร้านสตรีทฟู้ดในฮ่องกง
ฮ่องกง

มิชลินชวนอร่อยริมทาง กับสุดยอด 5 ร้านสตรีทฟู้ดในฮ่องกง (พร้อมรับข้อเสนอโดนใจจากคาเธย์แปซิฟิกพาคุณไปตะลอนชิมไกลถึงฮ่องกง) สตรีทฟู้ดหรืออาหารริมทาง เปรียบเสมือนประตูที่จะพาคุณไปสัมผัสความเป็นฮ่องกงขนานแท้และนับเป็นครั้งแรกที่มิชลินไกด์ฮ่องกงได้รวบรวมเอาร้านสตรีทฟู้ดมาไว้ในคู่มือนำเที่ยวฮ่องกงฉบับปี 2016 นี้ช่วยให้เรารับรู้ถึงบรรยากาศอันหลากหลายของแวดวงอาหารฮ่องกงที่แวดล้อมไปด้วยอาหารมากมายที่รอให้คุณมาชิมรสชาติกันถึงที่ และไม่เฉพาะคนพื้นที่และคนต่างถิ่นที่มาอยู่ฮ่องกงเท่านั้นที่พากันมาร้านเหล่านี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกก็ชักชวนกันมาลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นของฮ่องกงอย่างเพลิดเพลินด้วยเช่นกัน การท่องเที่ยวฮ่องกงอยากแบ่งปันข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับร้านสตรีทฟู้ดชวนน้ำลายสอทั้ง 5 ร้านพร้อมคัดสรรเมนูเด็ดที่นักกินตัวยงไม่ควรพลาด! KeeTsui Cake Shop ลองหาจังหวะเหมาะๆ แวะมาชิมแพนเค้กถั่วแดงหอมกรุ่นที่ออกจากเตาอบใหม่ๆ ยั่วน้ำลายด้วยแป้งชั้นนอกที่อบจนกรอบและเนื้อแป้งชั้นในที่เหนียวนุ่ม ร้านขนมอบแบบดั้งเดิมแห่งนี้ยังมีขนมหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น “ไวฟ์เค้ก” ทาร์ตไข่ และ “เค้กลูกเจี๊ยบ” ชื่อดัง เคล็ดลับของร้านนี้อยู่ที่ขนมทุกชิ้นทำด้วยมืออย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ขนมสดใหม่ทุกวันนั่นเอง 135 Fa Yuen Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุด Mongkok ------------------------------------------- Mammy Pancake ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อร้านนี้เขาทำวาฟเฟิลออกมาได้แหวกแนวกว่าใครในฮ่องกง! วาฟเฟิลที่ว่านี้มีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นว่า gaidaantsaiรูปร่างเหมือนไข่สีทองอร่ามติดกันเป็นแพ เวลาทานต้องทานตอนร้อนๆ แล้วคุณจะรู้สึกฟินไปกับความนุ่มหนุบหนับที่ซ่อนอยู่ข้างในและผิวด้านนอกกรุบกรอบ พร้อมท็อปปิ้งที่มีให้เลือกทั้งน้ำตาล นมข้นหวาน และเนยถั่ว 8-12 Carnarvon Road สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุด Tsim Sha Tsui -------------------------------------------   Fat Boy หากคุณอยากลิ้มลองของว่างคลาสสิคสไตล์ฮ่องกงที่มิชลินรับรองความอร่อยไว้เรียบร้อยแล้ว เราขอแนะนำให้คุณไปที่ร้านแฟทบอย แล้วสั่งปลาหมึกเย็นเสียบไม้มาเคี้ยวเพลินๆ ซีฟู้ดสดใหม่ส่งตรงจากท้องทะเล ทานคู่กับน้ำจิ้มมัสตาร์ดและน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรพิเศษที่ช่วยชูรสให้เมนูนี้เด็ดสะระตี่กว่าใคร! 3 Hau Fook Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดTsim Sha Tsui ------------------------------------------- Three Potato จะมีใครบ้างที่ไม่ชอบมันฝรั่ง ร้านเล็กๆ ร้านนี้รู้ดีว่าใครๆ ก็อดใจไม่ไหวกับเมนูมันฝรั่งที่เลือกอร่อยได้ทั้งทอด อบ หรือทำเป็นแฮชบราวน์ก็น่ากิน ลองสั่งมันฝรั่งอบชีสเบคอนที่อบซ้ำถึงสองครั้งหรือจะเป็นแฮชบราวน์โรยหน้าหัวหอมทอดกับเบคอน และมันฝรั่งอบไข่ อีกหนึ่งเมนูกระตุกต่อมน้ำลายที่เราอยากให้คุณลองชิมคือมันฝรั่งบดราดซอสเกรวี่เห็ด เราแนะนำให้คุณยกแก๊งกันไปชิม จะได้ลองหลากหลายสารพัดเมนูเด็ดของร้านกันอย่างจุใจ! 30-32A Nullah Road สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดMongKok ------------------------------------------- Hop Yik Tai ก๋วยเตี๋ยวหลอดจากร้านHop Yik Tai เป็นเมนูสุดคลาสสิคตัวจริงที่เราไม่สงสัยเลยว่าทำไมมิชลินถึงเลือกให้อยู่ในลิสต์ร้านอาหารแนะนำ เมนูเด็ดของร้านนี้ทำจากแผ่นแป้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อนุ่มที่ค่อยๆ เอามาม้วนห่อเครื่องอย่างพิถีพิถัน แล้วตัดเป็นชิ้นพอดีคำ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มสูตรลับทำจากถั่วเหลือง ซอสถั่วหวานและซอสพริก แล้วโรยหน้าด้วยงาขาวเพิ่มสีสันที่รับรองว่าอร่อยลืม! 121 Kweilin Street สถานี MTR ที่ใกล้ที่สุดSham Shui Po ------------------------------------------- ห้ามพลาด! ข้อเสนอดี ๆ จากสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค (www.cathaypacific.com) เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยชั้นประหยัดเริ่มต้นที่ 4,700 บาทและชั้นธุรกิจเริ่มที่ 12,950 บาท ราคานี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษี

เบนซ์ ปลื้มคลอด น้องปริม ขุ่นพ่อ มิค หวงลูกสาวหนักมว๊าก
เบนซ์ มิค /  น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ มิค / 

คุณแม่ป้ายแดง เบนซ์ พรชิตา ออกมาเปิดใจบอกปลื้มสุดๆ หลังคลอด น้องปริม ลูกสาวคนแรก สำหรับชื่อจริงยังไม่ได้ตั้ง เปรยเล็งมีคนที่ 2 อยากได้ลูกชาย ทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเห่อหลานมาก ส่วนพ่อมือใหม่ มิค บรมวุฒิ รับหวงลูกสาวหนักมว๊าก บอกจากนี้ต้องทำงานมากขึ้น ส่วนสาวเบนซ์ขอพักงานไปก่อน เพราะอยากเลี้ยงลูกเอง จุดนี้ยังไม่คิดให้ลูกสาวเข้าวงการบันเทิง แต่โตมาถ้าลูกชอบก็ค่อยว่ากันอีกที งานนี้ขุ่นพ่อมิคยิ้มหน้าบานฟุ้งลูกสาวเหมือนไปทางตนมากกว่า โดยทั้งคู่ได้เปิดใจมาดังนี้ มิค “ดีใจครับ ตื่นเต้นตลอดเลยเนอะ มิคอ่ะจะเป็นเวอร์ชั่นตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่เบนซ์เค้าจะกังวลกลัวไปหมดทุกอย่าง กลัวจะเลี้ยงดีมั้ย กลัวจะมีน้ำนมมั้ย” เบนซ์ “คนละอารมณ์เนอะ ผู้ชายเค้าอาจจะไม่ได้อยู่กับลูก ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในท้อง ก็อยากจะเห็นหน้าว่าออกมาแล้วจะเป็นยังไง แต่ว่าเราจะอีกอารมณ์นึง กังวลว่าออกมาแล้วจะครบมั้ย หายใจได้มั้ย เป็นอะไรรึเปล่า แล้วตอนที่ใกล้จะคลอดก็นอยด์จัด ส่วนมิคเค้าจะตื่นเต้น แต่เราจะกังวลมากกว่า” มิค “วินาทีแรก มันบอกไม่ถูกจริงๆ ครับ พอเข้าห้องคลอดเสร็จ คุณหมอผู้หญิงที่อยู่หน้าห้องเค้าก็บอกให้เรานั่งนิ่งๆ เค้ากลัวเราเป็นลม พอถึงเวลาคีบออกมาแค่หัว ก็ร้องลั่นห้องเลย แต่ตัวยังอยู่ในตัว สิ่งแรกคือน้ำตาคลอกันอยู่สองคน ก็รีบหันไปดูว่าครบมั้ย พอครบทุกอย่างก็ดีใจ” เบนซ์ “กังวลแค่ว่าเค้าจะร้องมั้ย พอออกมาร้องเสียงดัง ก็โอเคแล้ว” มิค “เติมเต็มครอบครัว แน่นอนเนอะ ลูกมาอีกคนยังไงก็ต้องเติมเต็ม แต่ว่ามันก็เร็วเกินไปที่เราจะบอกว่าเราเป็นพ่อแม่ที่ดีมั้ย แต่เราก็พยายามจะเป็นที่ดีที่สุดในรูปแบบของเรา เพราะเราก็ไม่อยากให้ใครมาด่าลูกเราในอนาคตได้ เราจะพยายามเลี้ยงเค้าให้ได้ดีที่สุด โดยไม่อยากจะสปอย” เบนซ์ “มันก็เหมือนกับว่า ท้องมา 9 เดือน ความผูกพันมันก็ยิ่งจะเพิ่มไป พอได้เลี้ยงเค้าก็จะมีความเหนื่อยของแม่ของพ่อ เบนซ์ว่าความผูกพันมันทำให้เรายิ่งรักครอบครัวมากขึ้น” มิค “ใช่ เดี๋ยวมันจะต้องเหนื่อยด้วยกัน สุขไปด้วยกันอีกเยอะ” เบนซ์ “หน้าเหมือนใครไม่รู้ แต่ไม่เหมือนเบนซ์เลยอ่ะ(หัวเราะ) เหมือนพี่มิค แล้วบางคนบอกว่าเหมือนพ่อเบนซ์ แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าหน้าเหมือนบ้านพี่มิค” มิค “ใช่ ลูกสาวหน้าเหมือนพ่อล่ะดีแล้ว” มิค “เตรียมไว้หนวด ไว้ครับ ตอนแรกเตรียมไว้รอแล้ว กะจะถือปืนฉีดน้ำรอเลย แต่สุดท้ายก็ต้องโกน เพิ่งโกนก่อนคลอด เพราะกลัวว่าถ้าหอมแล้วลูกจะไม่จั๊กจี๋เหรอ งั้นโกนก่อน ไว้โตแล้วค่อยไว้หนวดใหม่ หวงตั้งแต่อยู่ในท้องเลย” เบนซ์ “ชื่อ ปริม เพราะว่าเบนซ์ชอบชื่อนี้ สมัยนางแบบจะมีพี่นางแบบชื่อพี่ปริมค่ะ เบนซ์ชอบชื่อเค้า และก็อยู่ในใจตลอด ถ้ามีลูกอยากตั้งชื่อนี้ อันนี้ยังเป็นชื่อเล่นอยู่นะคะ ส่วนชื่อจริงต้องรอพี่มิคกับที่บ้านเค้าไปดูก่อนนะคะ” มิค “ก็ไม่แน่นะครับ เดี๋ยวอาจจะต้องตกลงกันอีกทีนึง เพราะว่าจริงๆ แล้ว ปริม มาจาก ไพรมารี่ ก็คือที่หนึ่งไง ไพรม์ แปลว่า อันดับหนึ่ง ไม่แน่อาจจะชื่อจริงไปเลย ถ้าที่บ้านไปหาพระแล้วชื่อล้าสมัย ก็อาจจะใช้ชื่อนี้ เพราะไม่อยากให้ลูกโดนล้อ” เบนซ์ “และไม่อยากให้เขียนยากด้วย ไม่อยากให้เห็นแล้วต้องถามว่าอ่านว่าอะไร ให้เห็นละอ่านได้เลย” มิค “เพราะมิคโดนมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าชื่อจริงและนามสกุลยังอ่านผิดอยู่เลย” เบนซ์ “มิคช่วยเลี้ยงลูก ให้เค้าเรียนใช้มั้ย แล้วก็ให้เค้าอาบเอง พี่พยาบาลชมว่าคุณพ่อเก่งมาก เบนซ์ยังไม่ได้จับลูกเลยนะ ไม่ได้จับลูกอาบน้ำเลยนะ พี่มิคจับอาบก่อน” มิค “ตอนแรกกลัวครับ แล้วแม่มิคโทรมาเมื่อคืน บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้อาบเองใช่มั้ยลูก จับให้แน่น มั่นใจ อย่าไปกลัว เราก็เลยจับให้แน่น ก็ไม่รู้ว่าร้องเพราะอะไร เค้าร้องอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าร้องเพราะเราจับแน่น หรือร้องเพราะแก้ผ้า แต่ก็เอาแน่นๆ ไว้ก่อน” มิค “คุณปู่คุณย่าเห่อหลาน โห ทุกคนเลย แย่งกันเลยดีกว่า ศึกชิงหลานระหว่างสองบ้าน” เบนซ์ “ตอนนี้ก็จะเป็นแบบเดี๋ยวใครจะมา ใครจะมาช่วยเลี้ยง แม่ๆ ก็สลับวันกัน เริ่มจะมีศึกแย่งกัน แต่น่าจะโอเค เพราะอย่างน้อยทุกคนรัก เราก็แฮปปี้เนอะ จะได้ไม่เหนื่อยมาก” มิค “เพราะเราไม่มีพี่เลี้ยง เราจะเลี้ยงกันเองครับ” มิค “พี่ชายมาทุกวัน อย่างเมื่อคืนถ่ายละครเสร็จสามทุ่มก็มานั่งเฝ้ารอว่าเบบี๋มารึยัง เค้าก็รออุ้ม เราก็ให้อุ้ม จะได้มีลูกอิจฉาตามมาเร็วๆ น้องปริมจะได้มีเพื่อน” มิค “เค้ากำลังพยายามกันอยู่ตอนนี้ ก็หวังว่าจะติด” เบนซ์ “แพลนจากนี้ อยู่เลี้ยงน้องก่อน งานพิธีกรถ้าสามารถกลับไปเร็วได้ก็จะกลับไปเนอะ แต่ละครอาจจะหยุดพักยาวเลย รอให้มีอีกคนนึงก่อนทีเดียวเลย อาจจะพัก 3-4 ปี เดี๋ยวรอดูอีกที แต่พิธีกรยังอยากทำอยู่ ถ้าใช้เวลาเดือนนึงสองวัน เราก็โอเค รอดูว่าจะผอมตอนไหน” มิค “ส่วนมิคทำงานทุกวันเลย ต้องทำเพิ่ม ไม่ได้พัก” เบนซ์ “มีอีกคน ใช่ค่ะ” มิค “อยากมีต่อเลย แต่อาจจะต้องรออีกเกือบปี รอให้แผลหายก่อน คราวนี้อยากได้ผู้ชาย อยากมีอย่างละหนึ่งคน แต่อยากมีหลายคน เพราะบ้านเบนซ์พี่น้อง 4 คน และบ้านมิคพี่น้อง 4 คน ไม่เคยเหงาไง” เบนซ์ “โชคดีที่ตอนท้องเบนซ์ไม่แพ้ ความกลัวตรงการท้องมันหายไปแล้ว แต่มาอึดอัดตอนคลอดเฉยๆ เลยไม่ได้กลัวการท้อง แต่ตอนนี้จะเป็นแนวกังวลเรื่องให้นม พอให้นมละเจ็บ เบนซ์โชคดีที่สามารถให้น้ำนมได้เลย แต่ว่าก็ยังเจ็บนะ” เบนซ์ “เพื่อนจะแนะนำเยอะค่ะ” มิค “ผ่าคลอดตามฤกษ์ ใช่ครับ ช่วง 06.00 น. - 06.29 น. ครับ” เบนซ์ “หนัก 3,314 ค่ะ ผิวดีค่ะ แฮปปี้ ผมเยอะมาก" มิค “เข้าวงการ ก็ได้ ถ้าเบบี๋อย่างนี้ได้ แต่ตอนที่เค้าจะต้องเรียนคือเรียนก่อน แต่ถ้าโตไปแล้วเลยอยากเข้าก็โอเค แต่ถ้าตอนเด็กมีโฆษณาก็น่าจะโอเค” มิค “เรื่องโรงเรียน คุยกันก่อนแล้ว เพราะบางโรงเรียนต้องหาไว้ตั้งแต่เกิด บางทีสามปีกว่าจะคุยรู้เรื่อง ยังคิดอยู่ว่าจะไปเรียนไหน เดี๋ยวขอดูสภาพเงินในกระเป๋าก่อนนะคะ เพราะครอบครัวเราจะเป็นตัวเอง ไม่วิ่งตามกระแส” เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม เบนซ์ - มิค เปิดใจหลังคลอด น้องปริม น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค น้องปริม ลูกสาว เบนซ์ - มิค เบนซ์ - มิค - น้องปริม เบนซ์ - น้องปริม มิค - น้องปริม

แพท ขอบคุณ โตโน่ ป้อง! หลังซัดเกรียน หาว่าหมกเม็ดคบ เบนซ์
แพท โตโน่ /  จิ้น แพทโน่ / 

เล่นเอานางเอกสาว แพท ณปภา ถึงกับต้องออกโรงโต้ตอบกับเกรียนในโซเชียลซะเองเลยทีเดียว หลังประกาศปิดคู่จิ้น #แพทโน่ #โน่แพท #ณปภาคิน ไปไม่นานก็มีกระแสดราม่าตามมาหนักมว๊าก โดยมีเกรียนคีย์บอร์ดเข้ามาป่วนคอมเม้นท์ต่อว่าสาวแพทในไอจี อ้างสาวแพทหมกเม็ดเรื่องคบหนุ่มบิ๊กไบค์ เบนซ์ เรซซิ่ง แล้วโบ้ยว่าทางฝั่ง โตโน่ ภาคิน มีสาวคุย และทันทีที่เป็นข่าว ทางฝั่งนักร้องและนักแสดงหนุ่ม โตโน่ ภาคิน ก็แมนสุดๆ ออกมาป้องสาวแพทอีกครั้ง ด้วยการโทรมาปลอบใจและให้กำลังใจ ซึ่งสาวแพทเธอได้โพสต์ขอบคุณอีกฝ่ายมาดังนี้ “ขอบคุณพี่โน่ มากนะคะ ที่วันนี้โทรมาให้กำลังใจเรื่องคุณพ่อ และ โทรมา เคลียทุกเรื่องที่เกิดขึ้น มันดีมากคะ มันทำให้ความรู้สึกของแพท ดีขึ้นมากเลยคะ ขอบคุณจิงๆ ไม่ต้องขอโทษแพท เพราะ แพทไม่เคยโกรธพี่โน่เลย แพทแค่อยากให้เรา 2 คนชัดเจน และยืนหยัดบนความจิง เราจะเป็นคู่จิ้นเพื่อน คู่จิ้นพี่น้อง ที่คลาสสิค ที่สุด สิ่งที่เรา 2 คนคุยกันคือ เราอยากให้แฟนคลับ เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน จิ้นที่ผลงาน จิ้นที่ตัวตน ของเรา เรา 2 คน เป็นคู่จิ้น แต่ คงไม่ได้เป็นคู่จิง แต่เรา จะ น่ารัก ต่อกัน แบบนี้ ตลอดไป ดีใจนะ ที่วันนี้ โทรมา” เอาเป็นว่าตามนั้นนะจ๊ะทุกคน จิ้นกันที่ผลงาน จิ้นกันต่อที่ตัวตน!! จบปิ๊ง ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจากอินสตาแกรม @pat_napapa ดราม่า แพท เลิกจิ้น โตโน่ ดราม่า แพท เลิกจิ้น โตโน่ ดราม่า แพท เลิกจิ้น โตโน่ ดราม่า แพท เลิกจิ้น โตโน่ ดราม่า แพท เลิกจิ้น โตโน่ แพท ณปภา

รักมากไม่อยากให้จบ! ดาราตบเท้า แก้เคล็ด ชีวิตคู่
ชีวิตคู่ /  ดารา / 

ช่วงนี้กระแสรักๆ เลิกๆ ของดาราหลายคู่ โผล่มาเต็มหน้าอินเตอร์เน็ตไปหมด หากจะพูดจริงๆ ก็คงเป็นเรื่องธรรมชาติของคนทั่วไป ที่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของความรัก ก็มีอันต้องโบกมือลากันไป แต่ก็มีหลายคู่ที่เลือกจะเดินหน้าต่อไป เพราะยังคงมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน จึงเลือกที่จะอาศัยความเชื่อโบราณ วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai เลยขออนุญาตยกตัวอย่างคู่รักดารา ที่ถือเคล็ดตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ที่เคารพ ส่วนจะมีใครบ้างนั้น ห้ามพลาดค่ะ :) ป๋อ ณัฐวุฒิ-เอ๋ พรทิพย์ ที่หย่าแก้เคล็ดตามคำแนะนำของหลวงพี่อุเทน เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร ซึ่งจากนั้นมา ก็ลดปัญหาทะเลาะเบาะแว้งลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ !!!!! และกลับไปจดทะเบียนสมรสกันใหม่อีกครั้ง ชีวิตคู่หวานชื่นกันมากกว่าเดิม เมย์ เฟื่องอารมย์ กับ หนุ่ม กรรชัย ที่ก่อนหน้านี้ได้จัดพิธีแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันไปอย่างเงียบๆ ปี 2555 แต่หมอดูทุกคนบอกว่าถ้าจะแต่งปีนี้ห้ามประกาศเด็ดขาด จึงทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้ อั้ม อภิชาติ กับ นัท มีเรีย ที่ถึงแม้ว่าคู่นี้จะหวานกันขนาดไหน แต่ก็ถูกหมอดูทักว่าห้ามจัดงานแต่งงานใหญ่โตเด็ดขาด ทั้งคู่เลยเลือกจัดงานแต่งแบบเล็กๆแต่อบอุ่นไปด้วยคนสนิท ที่ Benedict studio " แนะนำวิธี แก้เคล็ด ปัญหาคู่ครอง เพื่อเป็นแนวทางให้กับทุกคนจ้า " 1. แยกห้องนอนกัน แยกที่นอนกัน หางานที่ต้องเดินทางไปๆมาๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันทำงานคนละช่วงเวลา 2. ให้อยู่กันแบบ ไม่ต้องจดทะเบียน จดทะเบียนก็ไม่ต้องจัดพิธี 3. หากจดทะเบียนกัน เพื่อให้มีผลทางกฎหมายนิติกรรมอื่น ๆ แก้เคล็ด โดยให้ฝ่ายหญิงเลือกใช้นามสกุลเดิม 4. ถ้าจดทะเบียนสมรสแล้ว เปลี่ยนนามสกุลแล้ว ให้จดทะเบียนหย่าไปก่อน แล้วค่อยมองหาฤกษ์มงคลจดทะเบียนสมรสกันอีกครั้ง หรือจะอยู่แบบไม่จดทะเบียนสมรสก็ได้ ............................................................................................................................................... ภาพจาก : FB : Jakawin Photography ,IG : @mayfuang, IG : @aey_pornthip เรียบเรียงโดย  Horoscope.Mthai.com

ผลบอล : หวิดดวลเป้า! กวาเรสม่า ฮีโร่โขกต่อเวลา โปรตุเกส ดับ โครเอเชีย ลิ่ว8ทีม ยูโร2016
ทีมชาติโครเอเชีย /  ทีมชาติโปรตุเกส / 

ผลบอล ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 โครเอเชีย 0-1 โปรตุเกส ผู้ทำประตู : 0-1 ริคาร์โด้ กวาเรสม่า น.117 เวลา : 2.00 น. สนาม : สต๊าด โบลลาร์ ถ่ายทอดสด : ช่อง 3 HD (ช่อง33) ศึกฟุตบอล ยูโร 2016 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นการพบกันระหว่าง โครเอเชีย ที่เข้ารอบมาในฐานะอันดับ 1 ของกลุ่ม D พบกับ โปรตุเกส ที่ตบเท้าเข้ามาในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุดของกลุ่ม F เริ่มเกม เปิดฉากมาทั้งสองทีมเล่นกันค่อนข้างอึดอัด และเล่นแบบระวังตัวด้วยกันทั้งคู่ ทำให้โอกาสทำประตูยังมีให้เห็นค่อนข้างน้อย เริ่มเกม เปิดฉากมาทั้งสองทีมเล่นกันค่อนข้างอึดอัด และเล่นแบบระวังตัวด้วยกันทั้งคู่ ทำให้โอกาสทำประตูยังมีให้เห็นค่อนข้างน้อย / นาที 25 โอกาสทองที่น่าจะเป็นประตูที่สุดของ โปรตุเกส มาจากจังหวะเปิดฟรีคิกบริเวณฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษ โยนยาวเข้ามาถึง เปเป้ โขกข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงท้ายครึ่งแรก รูปเกมแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผ่านมา โดยวันนี้ทั้งสองทีมเล่นค่อนข้างรัดกุม จะได้ลุ้นเล็กๆก็จังหวะลูกตั้งเตะ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีฝั่งไหนทำประตูกันได้ตลอด 45 นาทีที่ผ่านมาทำให้จบครึ่งแรก โครเอเชีย ปะทะ โปรตุเกส ยังเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 เปิดฉากครึ่งหลังมา ถือว่าการครองบอลเป็นทาง โครเอเชีย ที่เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่า โปรตุเกส ค่อนข้างชัดเจน โดยทาง "ฝอยทอง" เริ่มปรับหมากไปรอดักจังหวะสวนกลับใช้ความเร็วจากบรรดาตัวรุกที่มีความเร็วสูงมาสร้างความอันตราย แต่เวลาเดินทางผ่านมาถึงนาที 70 ทั้งสองทีมก็ยังคงทำอะไรกันไม่ได้ / เกมเดินทางผ่านมาถึงนาที 80 น่าเหลือเชื่อว่าทั้งสองทีมยังยิงกันไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว / 10 นาทีที่เหลือด้วยรูปเกมที่เล่นกันค่อนข้างระวังตัว ทำให้สุดท้ายจบ 90 นาที โครเอเชีย ปะทะ โปรตุเกส ก็ยังคงเจ๊ากันอยู่ที่ 0-0 ต้องไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ ช่วงต่อเวลาพิเศษ รูปเกมเป็นทาง โครเอเชีย ที่ยังคงเป็นฝ่ายครองบอลได้ดีกว่า โปรตุเกส พอสมควร จนกระทั่งอีก 3 นาทีจะต้องไปดวลจุดโทษ(นาที 117) กองทัพ "ฝอยทอง" ปล่อยพลังเฮือกสุดท้าย เรนาโต้ ซานเชส ใช้ความเร็วลากบอลเข้ามา ก่อนจะจ่ายให้ นานี่ กึ่งยิงกึ่งผ่านมาให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดไปติดเซฟ ดาเนี่ยล ซูบาซิช หลังจากนั้นบอลไม่กระดอนไปไกลทำให้ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ที่ลงมาเป็นตัวสำรองตามมาโขกจ่อๆเข้าไปช่วยให้ โปรตุเกส เป็นฝ่ายกำชัยพร้อมกับตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากลูกยิงของ โรนัลโด้ จังหวะดังกล่าวเป็นการซัดตรงกรอบครั้งแรกของ "ฝอยทอง" อีกด้วย รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม โครเอเชีย : ดาเนี่ยล ซูบาซิช(GK), ดาริโอ เซอร์น่า, เวดราน ชอร์ลูก้า, โดมากอย วิด้า, อีวาน สตรินิช, ลูก้า โมดริช, มิลาน บาเดลย์, มาร์เชโล่ โบรโซวิช, อีวาน ราคิติช, อีวาน เปริซิช, มาริโอ มานด์ซูคิช โปรตุเกส : รุย ปาทริซิโอ(GK), เซดริก ซัวเรส, เปเป้, โชเซ่ ฟอนเต้, ราฟาเอล เกร์เรโร่, อันเดร โกเมส, วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่, อาเดรียน ซิลวา, เจา มาริโอ, นานี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ละครคลื่นชีวิต , เรื่องย่อคลื่นชีวิต
คลื่นชีวิต /  ละครคลื่นชีวิต / 

ละครคลื่นชีวิต ละครช่อง3 คลื่นชีวิต บทประพันธ์โดย : กรุง ญ ฉัตรกำกับการแสดงโดย : อำไพพร จิตต์ไม่งงผลิตโดย : บริษัท ละครไท จำกัดควบคุมการผลิตโดย : หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ออกอากาศ เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครคลื่นชีวิต ช่อง3 เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต ความสุขในวัยเด็ก คือสิ่งชโลมใจยามเรามีความทุกข์ เพราะเราจะได้รู้สึกว่า เราเคยผ่านความผาสุกในชีวิตมาแล้ว จีราวัจน์ (อุรัสยา เสปอร์บันต์) ดาราสาวที่เข้าวงการและมีชื่อเสียงด้วยฝีมือการแสดงและข่าวฉาวกับหนุ่มทั้งนอกและในวงการ รวมทั้งนิสัยพูดตรง ถ้าไม่ผิด ก็พร้อมกล้าท้าชนโดยไม่สนใจหน้าไหน จนโดนใครต่อใครตราหน้าว่าจีราวัจน์เป็นผู้หญิงแรง กร้านโลก และง่าย! แต่ใครจะกล่าวว่าเธอยังไง ไม่ทำให้จีราวัจน์เจ็บเท่ากับถูก คุณหญิงจริยา แม่แท้ ๆ ที่ไม่เคยดูแลเธอปล่อยเธอเติบโตตามมีตามเกิด เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก! แต่นั่นยังไม่ทำให้เธอหมดศรัทธากับคำว่า แม่ ของจริยา เท่ากับคืนที่จีราวัจน์โดน สิทธา (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) เจ้าของบริษัททอสังหาริมทรัพย์ สามีคนใหม่ของจริยา ผู้กระหายอำนาจ เงินทองและโลกีย์ สั่งลูกน้องวางยานอนหลับเพื่อหมายข่มขืนจีราวัจน์ แต่จีราวัจน์ก็หนีมาได้ และเมื่อจีราวัจน์บอกเรื่องนี้กับจริยาแทนที่จริยาจะเข้าข้างและปกป้องเธอ แต่จริยากลับเข้าข้างสิทธา จริยานั้นรู้สันดานของสิทธาดี แต่เธอยังทำอะไรสิทธาไมได้ เพราะสิทธาคือคนที่ให้เงิน และอำนาจกับเธอ สิทธาคือคนที่ทำให้ผู้หญิงไร้การศึกษา มีชีวิตอยู่ในสลัม ที่มีแค่ความสวยติดตัว จึงเร่ขายความสวยให้ความสำราญผู้ชาย เธอจึงได้โลดแล่นขึ้นมาเป็นคุณหญิงใจบุญเบอร์หนึ่งของสังคม ที่ใคร ๆ ต่อใครนับหน้าถือตา จริยารู้ดีว่าจีราวัจน์มองเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว ทะเยอทะยาน หน้าเงิน แต่ที่จริยาดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมาถึงตรงนี้ ก็เพื่อให้ชีวิตเธอ และจีราวัจน์สบาย แม้วันนี้จีราวัจน์เกลียดเธอ ...แต่จริยาเชื่อว่าวันหนึ่ง... จีราวัจน์ต้องเข้าใจ ละครคลื่นชีวิต ญาญ่า หมากปริญ สำหรับจีราวัจน์ ...สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ใช่ชีวิตดีงามบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างที่จริยาต้องการ แต่สิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ปมเดียวในหัวใจของจีราวัจน์ที่เธอโหยหาย แต่เธอไม่เคยได้ โดยเฉพาะวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น ถึงแม้จีราวัจน์จะหนีจากเงื้อมมือสิทธามาได้ แต่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ทำให้ระหว่างที่จีราวัจน์ขับรถหนีอย่างสุดชีวิต ต้องกลายเป็นฆาตกรโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อรถของจีราวัจน์ชนร่าง ติวดี (พริมา พันธ์เจริย) เต็ม ๆ จนติวดีไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา!! แต่เพราะฤทธิ์ยานนอนหลับทำให้จีราวัจน์หลับและเบลอจนไม่รู้เรื่องติวดี ภายใต้การดูแลของ ดารากา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) เพื่อนสินทตั้งแต่มัธยม ซึ่งเป็นคนเดียวที่จีราวัจน์ติดต่อพูดคุยด้วยตลอด พอจีราวัจน์กลับจากเมืองนอก จีราวัจน์จึงขอให้ดารากามาอยู่ด้วยกัน ดารากาเต็มใจอยู่กับ จีราวัจน์ เพราะความรัก และความสนิทที่ทั้งสองมีด้วยกันมาเกือบ 20 ปี ทำให้ดาราการู้ดีว่า จีราวัจน์หว้าเหว่ แสนเหงา ต้องการใครสักคนเป็นเพื่อน และกว่าจีราวัจน์จะรู้ว่าติวดีเสียชีวิต ก็หลังจากที่ฤทธิ์ยานอนหลับสร่าง เมื่อจีราวัจน์รู้สึกตัว คนกล้าทำกล้ารับอย่างเธอ พร้อมไปรับความผิดกับตำรวจ แต่มันสายเกินไป เพราะ สุกี้ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ) นักปั้นดารามือทอง ผู้เป็นทั้งคนชักนำเธอเข้าวงการและเป็นผู้จัดการดูแลเธอ ได้จัดการส่งสเตฟาน คนขับรถคนสนิทประจำตัว รับสารภาพผิดกับตำรวจว่าเป็นคนขับรถชนติวดีแทนเธอ โดยสุกี้ยอมเสี่ยงโกหกกับสังคมเพื่อแลกกับอนาคตทางการแสดงของจีราวัจน์ที่กำลังรุ่งเรือง ละครคลื่นชีวิต สุกี้คิดว่าการให้สเตฟานรับผิดแทนจีราวัจน์ จะทำให้เรื่องทุกอย่างจบง่าย ๆ แต่สุกี้คิดผิด เมื่อระหว่างที่ติวดีโดนจีราวัจน์ขับรถชน ติวดีกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับ สาธิต (ปริญ สุภารัตน์) แฟนหนุ่มผู้เป็นทนายตงฉิน เชื่อว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษ นั่นแหละความยุติธรรม! โดยสาธิตเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของจีราวัจน์พูดขอโทษติวดี นั่นทำให้เขาปักใจว่าคนที่ขับรถชนคนรัก ไม่ใช่สเตฟานแต่เป็นจีราวัจน์! สาธิตทำทุกวิถีทางพิสูจน์ให้คนทั้งสังคมเห็นว่าฆ่าตกรตัวจริงเป็นใคร โดยมี พ.ต.ต.พิเชษ เพื่อนตำรวจที่รู้จักในระหว่างร่วมงาน เป็นคนช่วยเหลือดูแลคดี โดยสาธิตมั่นใจว่าเขาสามารถลากตัวจีราวัจน์รับโทษอย่างที่เขาเคยส่งคนผิดเข้าคุกมาตลอดอาชีพทนาย แต่ครั้งนี้! สาธิตกลับเจอว่าความจริง พ่ายแพ้อำนาจเงิน! เมื่อหลักฐานทุกอย่างที่จะมัดตัวจีราวัจน์ได้ มันหายไปหมด! สาธิตไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางลงโทษจีราวัจน์ แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงเมื่อ นวดี (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของติวดี แม่ครูของเหล่าเด็กกำพร้า เป็นคนขอร้องให้สาธิตหยุดอาฆาตแค้น นวดีไม่อยากให้สาธิตต้องจมอยู่กับความทุกข์ ที่เกิดจากความโกรธแค้นอีก รวมทั้ง พัฒนะ (สันติสุข พรหมศิริ) เจ้าของบริษัทผลิตละคร ที่จีราวัจน์กำลังแสดงละครอยู่ พัฒนะเป็นเพื่อนของพ่อของสาธิต และเปรียบเหมือนเป็นพ่อบุญธรรมของสาธิต เพราะหลังจากที่พ่อแม่ของสาธิตประสบอุบัติเสีย ชีวิตทั้งคู่ พัฒนะคือคนที่ส่งเสียและดูแลสาธิตจนเรียนจบเนติบัณฑิต! ฉะนั้นเมื่อพัฒนะขอให้สาธิตทำอะไร สาธิตพร้อมจะทำ รวมทั้งคำขอร้องที่แสนเฉือนหัวใจ ที่พัฒนะขอร้องให้สาธิตหยุดสืบหาหลักฐานเอาเรื่องจีราวัจน์ เพราะละครที่จีราวัจน์แสดงกำลังทำเงิน ถ้าจีราวัจน์ติดคุกจะมีผลทำให้บริษัทของพัฒนะเสียหาย จนกระทบกับหนี้สินของบริษัทด้วย ละครคลื่นชีวิต ในเมื่อผู้ใหญ่สองคนที่เขารักขอร้องให้เขาหยุด ละครคลื่นชีวิต แม้สาธิตไม่ต้องการหยุดฉีกหน้ากากของจีราวัจน์ แต่เขาต้องหยุด แต่ใครจะรู้ แม้สาธิตจะหยุดดำเนินคดีทางกฎหมายกับจีราวัจน์ แต่เขาไม่หยุดตามจองล้างจองผลาญจีราวัจน์ โดยสาธิตประกาศ ในเมื่อกฎหมายทำโทษจีราวัจน์ไม่ได้ เขาจะใช้กฎแห่งกรรมทำโทษจีราวัจน์เอง ด้านจีราวัจน์นั่นอยากเหลือเกินที่จะบอกสาธิตว่าเธอพร้อมรับผิด แต่เธอทำไม่ได้เพราะเธอต้องแบกความเป็นความตายของคนที่รวมโกหกช่วยเธออยู่ เธอเลือกไถ่โทษด้วยการดูแลนวดี แทนติวดีห่าง ๆ โดยมี ชยันต์ (หลุยส์ สก๊อต) ผู้กำกับฯ หนุ่มติสต์ชื่อดัง ซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยมัธยมของจีราวัจน์ ผู้รักและหวังดีกับจีราวัจน์เสมอมา เพราะชยันต์รู้ว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้างภายนอก แต่ภายในช่างแสนอ่อนแอ เขาจึงคอยช่วยเหลือส่งข่าวเรื่องนวดี เพราะชยันต์เป็นเพื่อนกับสาธิต ทำให้ชยันต์รับรู้เรื่องราวของนวดีจากสาธิตโดยตรง แต่ความช่วยเหลือของชยันต์ กลับยิ่งสร้างปัญหาให้จีราวัจน์ เมื่อ ปียากุล (จรินทร์พร จุนเกียรติ) ลูกสาวคนเดียวของพัฒนะ ผู้ควบคุมดูแลงานถ่ายละครภายในบริษัทของพัฒนะ และเป็นภรรยาซุปเปอร์โคตรขี้หึงของชยันต์ ได้ยินข่าวว่าเธอสนิทกับชยันต์มาก ทำให้ปียากุลใช้อำนาจหน้าที่การงานในมือเธอกลั่นแกล้งจีราวัจน์ แต่เพราะจีราวัจน์กำลังเป็นดาราทำเงินของพัฒนะ ทำให้พัฒนะออกตัวปกป้องจีราวัจน์ ทำให้ปียากุลไม่พอใจมาก ทำให้ปียากุลพาลระบายอารมณ์กับสาธิต ซึ่งเธอนับถือเหมือนพี่ชาย ทำให้สาธิตรับรู้ว่า นอกจากจีราวัจน์จะเป็นคนตลบแตลงสังคมว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกรแล้ว จีราวัจน์ยังเป็นผู้หญิงรักสนุกคั่วผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แย่งผัวชาวบ้านไปกกได้อย่างหน้าไม่อาย!! ละครคลื่นชีวิต ยิ่งวันทีสาธิตพบจีราวัจน์สนิทสนมกับ เจตต์ (มาสุ จรรยางค์กุลดี) วิศวกรปิโตเลียมผู้มีชีวิตยู่กลางทะเล แต่เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน เขากลับขับรถชนจีราวัจน์ จนทำให้เขาหลงรักนางเอกสาว ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่สาธิตจะเอามาเป็นข้อเกลียดชังจีราวัจน์ ถ้าสาธิตไม่บังเอิญรู้เรื่องว่าดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์นั้นแอบชอบเจตต์อยู่จาก เจนจิรา (วันศิริ อ่องอำไพ) น้องสาวของเจตต์เจ้าของโรงเรียนที่ดารากาเป็นครูสอน ซึ่งสาธิตได้รู้จักกับเจจิราโดยบังเอิญ และเพราะเจนจิราเป็นคนคุยสนุก มองโลกในแง่ดี เหมือนติวดี ทำให้สาธิตสนุกที่ได้อยู่ร่วมกับเจนจิราโดยสาธิตไม่รู้ว่าความใกล้ชิดที่เขามอบให้เจนจิรานั้น ทำให้เจนจิราแอบชอบสาธิต ชีวิตของจีราวัจน์เจอปัญหาจากสาธิต ปียากุล สิทธา ยังไม่พอ ในเส้นทางสายงานบันเทิง เธอยังต้องเจอ พิม (โชติกา วงศ์วิลาศ) นางเอกจอมสร้างภาพว่าเป็นนางเอกแสนชื่อ แต่แท้จริงปากตลาด ทะเยอทะยาน ใฝ่สูง เคยเป็นอดีตดาราที่สุกี้ปั้นมากับมือ แต่พอดังแล้วก็แยกตัวออกจากสุกี้ ทำให้สุกี้ไม่พอใจพิมมาก หาว่าพิมเนรคุณ แต่พิมไม่แคร์ พิมคิดว่าสุกี้ได้เงินจากค่าตัวเธอเยอะแล้ว ไม่ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน โดยตอนพิมออก พิมเอา ลูกน้ำ (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) อดีตเลขาลงสุกี้มาด้วย โดยพิมคิดว่าลูกน้ำทำงานกับสุกี้มานาน จะมี Connection กับเอเจนชี่จะผลักดันให้ความฝันก้าวสู่ การทำงานร่วมกับต่างชาติของเธอสมหวัง แต่เปล่าเลย ลูกน้ำไม่มีรู้จักใครเลย เป็นแค่คนปากกล้า อวดฉลาด แต่สมองกลวง ทำให้พิมเลี้ยงลูกน้ำไว้เป็นกันชนเวลาปะทะกับสุกี้ และเป็นคนหิ้วสัมภาระ รองมือรองเท้าตัวเองเท่านั้น! เรื่องย่อละครคลื่นชีวิต และการโด่งดังของจีราวัจน์ ทำให้ชื่อเสียงที่กำลังลดฮวบของพิม ยิ่งลดลงไปอีก จากนางเอกเบอร์หนึ่งแทบจะเล่นเป็นนางรอง คนทะเยอทะยานอย่างพิมไม่ยอมรับสภาพอย่างนั้นง่าย ๆ เธอจึงยอมทำทุกอย่าง เพื่อกำจัดจีราวัจน์ไปจากเส้นทางของเธอ เพื่อให้เธอกลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง รวมทั้งหาลู่ทางเพื่อโกอินเตอร์ แม้แต่ยอมเอาตัวเข้าไปเป็นเมียน้อยของสิทธา เพื่อใช้อำนาจและเงินของสิทธา ปูทางโกอินเตอร์ให้ได้ หลายครั้งที่จีราวัจน์เหนื่อยกับการสู้รบกับความเกลียดชังที่ประเดประดังเข้ามาเหมือนคลื่นกระทบหาดทราย ละครคลื่นชีวิต แต่เธอก็ยังพอมีหลักให้ยึดอีกคน นั่นคือ ครูอารี ครูสอนร้องเพลงตั้งแต่ สมัยจีราวัจน์เรียนมัธยม ครูอารีคือคนที่เอื้ออารีข้าวและขนม เวลาที่จริยาออกไปขายตัว ปล่อยให้จีราวัจน์อยู่กับ ยายจัน ยายข้างบ้านที่มีอาชีพขายขนมจีน สมองไม่ค่อยดี ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่เคยเลี้ยงดูจีราวัจน์ พอยายจันออกไปตลาด จีราวัจน์ก็มาวิ่งเล่นบ้านครู ที่นี่เหมือนอีกโลกของจีราวัจน์ เป็นโลกที่สงบ ไม่ใช่โลกมายาที่เธอต้องยิ้มแม้ว่าในหัวใจร้องไห้ และการมาบ้านครูอารีครั้งนี้ ทำให้เธอรู้ว่าบ้านสวนถัดไปเป็นบ้านของนวดี จีราวัจน์หวังจะแอบไปดูความเป็นอยู่ของนวดีเพื่อจะช่วยเหลือ นั่นทำให้เธอเจอสาธิต จีราวัจน์ไม่อยากสู้รบกับสาธิตเพราะเธอรู้ตัวดีว่าผิด แต่สาธิตเหมือนเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาหา มีหรือที่เขาจะปล่อย สาธิตจงใจพูดจาแดกดันว่าเธอเป็นคนขี้ขลาด ทำผิดแล้วไม่กล้ารับผิด สาธิตเดินต้อนจีราวัจน์จนไปถึงริมคลอง นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธิตเห็นความกลัวในแววตาของจีราวัจน์ ทำให้สาธิตรู้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่แทนที่สาธิตจะปราณีปล่อยเธอไป สาธิตกลับเดินกดดันจนจีราวัจน์ตกน้ำ แม้ว่าจีราวัจน์ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอไม่แม้แต่ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่สาธิตที่ยืนมองเธอตะเกียกตะกายในน้ำอยู่ โดยสาธิตยื่นข้อเสนอให้เธออ้อนวอนร้องขอชีวิต แล้วเขาจะยอมช่วย แต่จีราวัจน์ไม่ยอมเอ่ยปาก จนกระทั่ง สีดา ลูกศิษย์สาวจอมก๋ากั่นของครูอารีมาช่วยไว้ทัน นั่นทำให้สาธิตได้เห็นอีกมุมนึงว่าจีราวัจน์เป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ยอมอ่อนให้ใครง่าย ๆ เหมือนกัน สีดาพาจีราวัจน์กลับมาบ้านครูอารี พร้อมถามว่าใครเป็นคนทำจีราวัจน์ตกน้ำ จีราวัจน์ไม่อยากเอ่ยถึง เธอคิดแต่ว่ามันเป็นการชดใช้กรรมกับสิ่งที่เธอทำกับติวดี อย่างน้อยการที่สาธิตเห็นเธอเกือบตาย อาจทำให้สาธิตลดความโกรธ และเลิกยุ่งกับเธออีกก็ได้ แต่จีราวัจน์คิดผิด ละครคลื่นชีวิต เมื่อละครการกุศลของสมาคมคุณหญิงจริยามีอันต้องสะดุดลง เพราะนางเอกที่วางไว้เสียชีวิตลง ซึ่งก็คือติวดี ทำให้ต้องหานางเอกใหม่ซึ่งทุกคนลงความเห็นที่จีราวัจน์ แต่ก็เหมือนจะเป็นความจงใจของพระพรหม เมื่อผู้รับบทเป็นพระเอกคือสาธิต สาธิตไม่รักษามารยาทในการดูถูกและเหยียดหยามจีราวัจน์ต่าง ๆ นานา ด้านจีราวัจน์นั้น พยายามอดทนไม่อยากตอบโต้ แต่ชยันต์ไม่อาจทนเห็นสาธิตพูดจาดูถูกจีราวัจน์ได้ จึงเป็นคนออกโรงปกป้องแทนเธอ ทำให้สาธิตยิ่งตราหน้าว่าจีราวัจน์กำลังแย่งผัวคนอื่น แต่ดึกรีแรงแค้นของสาธิตต้องสะดุด เมื่อเขาได้เป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ ที่จีราวัจน์ใส่ใจ ในความเป็นความตายของยายจัน หากเขาก็ยิ่งย้ำใจให้แข็งขึ้นอีก เพราะถึงอย่างไรจีราวัจน์ ก็คือมือที่สามที่ทำให้ครอบครัวของชยันต์ต้องมีปัญหา ในงานศพยายจัน จีราวัจน์ถูกลอบยิง แต่เจตต์รับเคราะห์แทน แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ในที่สุดชยันต์ก็ได้รู้ว่าเป็นฝีมือของปียากุล ชยันต์และปียากุลทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อย ๆ ชยันต์เห็นใจลูกจึงพยายามอดทนเสมอ แต่ครั้งนี้ปียากุลทำเกินไป ทำให้ชยันต์คิดว่าต้องทำอะไรตัดนิสัยเอาแต่ใจของปียากุลบ้าง จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอยู่กับปียากุล ปียากุลนั้นรักชื่อเสียงมาก เมื่อชยันต์ขอแยกกันอยู่ และมีข่าวออกหน้าบันเทิง ทำให้ปียากุลเครียด จนต้องไปฟูมฟายระบายกับสาธิต กล่าวหาว่าชยันต์ย้ายออกไป เพื่อไปอยู่กับจีราวัจน์ นักแสดงละครคลื่นชีวิต จีราวัจน์คือต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของปียากุลพังพินาศ สาธิตมาจัดการจีราวัจน์แทนปียากุล แล้วเห็นจีราวัจน์ก็คอยดูแลเจตต์ เพราะต้องเจ็บตัวเพื่อตัวเอง ความสนิทสนมของจีราวัจน์กับเจตต์ทำให้ดารากาไม่พอใจ คิดว่าเพื่อนทรยศทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเธอแอบหลงรักเจตต์ จนกระทั่งทะเลาะกันใหญ่โต ถึงขั้นดารากาย้ายออกจากบ้านเพื่อน สาธิตตามมาสมน้ำหน้าจีราวัจน์ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก แม้แต่แฟนเพื่อนก็ไม่เว้น จนสุดท้ายจีราวัจน์ก็ไม่เหลือใคร ชยันต์เข้ามาปลอบใจจีราวัจน์ว่าเธอยังมีเขา ชยันต์คอยเข้ามาประคับปคะคองจีราวัจน์ แต่ชีวิตที่เคยเป็นเด็กบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้จีราวัจน์ไม่อยากเป็นคนทำลายครอบครัวของชยันต์ แต่ชยันต์ปลอบจีราวัจน์ว่า ที่ครอบครัวของเขาจะพัง ไม่ใช่เพราะจีราวัจน์ แต่เป็นเพราะปียากุลกับเขาหมดความเข้าใจต่อกัน ในเมื่อชยันต์ไปกับปียากุลไม่รอด เขาก็อยากหยุดและเริ่มต้นใหม่กับจีราวัจน์ เรื่องย่อคลื่นชีวิต จีราวัจน์เคยผ่านชีวิตบอบซ้ำมา ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าความหวังดีที่ชยันต์มีให้กับเธอ มันไม่ใช่ความรักอย่างที่ชยันต์พร่ำบอก มันเป็นแค่ความรู้สึกเห็นใจ เพราะแท้จริงในหัวใจของชยันต์รักปียากุลและเจ็บซ้ำกับสิ่งที่ปียากุลไม่ไว้ใจเขา ดังนั้นคนมีปัญหาอย่างชยันต์ มาเจอกับผู้หญิงที่เจอปัญหามาทั้งชีวิตอย่างเธอ มันจึงเกิดการคลิกกัน จีราวัจน์ขอให้ชยันต์ เป็นเพื่อนที่ดีอย่างเดิม อย่าให้มากกว่านั้นเลย แล้วกลับไปซ่อมแซมครอบครัวของชยันต์ ให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิมดีกว่า แต่เคราะห์ของจีราวัจน์ที่จะทำให้สาธิตยิ่งเกลียดเธอ ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เมื่อจีราวัจน์รู้ว่าบ้านที่อาศัยอยู่นี้กำลังจะถูกธนาคารยึด จีราวัจน์สั่งสุกี้ให้จัดการเรื่องบ้าน จนเรื่องเข้าหูจริยา จริยาสั่งห้ามจีราวัจน์ไปยุ่งกับนวดีอีก เพราะตอนนี้รูปคดีออกมาว่าไม่มีหลักฐานมัดว่าจีราวัจน์ขับรถชน แต่ถ้าจีราวัจน์ดูแลนวดีมาก ๆ เพราะมันอาจทำให้สาธิตหาช่องโหว่เล่นงานจับจีราวัจน์เข้าคุกได้ จีราวัจน์เสียใจที่แม่เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองจนลืมคำว่ามนุษยธรรม ถ้าลูกของแม่โดนรถชน แม่จะอยู่เฉยไหม จริยาได้แต่ยืนนิ่งไม่ได้ตอบ การทะเลาะกันเสียงดังของจีราวัจน์กับจริยา ทำให้ ศิริลักษณ์ หัวหน้าแม่บ้านประจำบ้านของสิทธา ผู้มีนิสัยประจบสอพลอสิทธา และลึก ๆ หวังสบายเป็นเมียของสิทธา แต่สิทธาไม่เอา ทำให้ศิริลักษณ์อิจฉาและจงเกลียดจงชังจริยาและจีราวัจน์ เมื่อการทะเลาะของจริยากับจีราวัจน์รู้ถึงหูศิริลักษณ์ ศิริลักษณ์จึงไปบอกสิทธาว่าจีราวัจน์ต้องการเงิน ทำให้สิทธาเสนอเงินเธอโดยมีข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งจีราวัจน์รู้ดีว่าคืออะไร จีราวัจน์ตกลงเพราะเห็นถึงวิธีที่จะแก้เผ็ดอีกฝ่าย ในวันนัดจีราวัจน์แอบมอมยาสิทธา พร้อมเอาปืนจ่อหน้าสิทธาและข่มขู่ให้สิทธาเลิกยุ่งกับตัวเองอีกไม่อย่างนั้นเธอฆ่าสิทธาให้ตายตามกันแน่ แล้วจีราวัจน์ก็หนีออกมาจากโรงแรม โดยหวังว่าเรื่องราวยุ่ง ๆ จะจบลงสักที แต่เปล่าเลย เมื่อจีราวัจน์พบสาธิตที่ดักรออยู่ จากการแอบส่งข่าวของพิม ที่รู้ว่าสาธิตจ้องทำลายจีราวัจน์อยู่ พิมจึงเข้ามาตีสนิทกับสาธิต หวังจะยืมมือสาธิตทำลายจีราวัจน์ให้สิ้นซาก ละครคลื่นชีวิต แล้วภาพที่สาธิตเห็นจีราวัจน์เข้าโรงแรมกับสิทธาที่มีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของจีราวัจน์ ยิ่งทำให้สาธิตขยะแขยงจีราวัจน์ โดยคิดว่าจีราวัจน์มั่ว เห็นแก่เงิน จนไร้ศีลธรรมใช้ผัวร่วมกับแม่ แต่แล้วความเชื่อที่สาธิตมีต่อจีราวัจน์ต้องเจอจุดเปลี่ยน เมื่อสาธิตจำต้องมาพัวพันกับความเลวของสิทธาจนได้ เพราะ เวทิต นักข่าวที่แอบส่งหลักฐานเอาผิดสิทธามาให้เขาก่อนตาย ทำให้สาธิตเริ่มตามสืบพฤติกรรมของสิทธา แล้วนั่นทำให้สาธิตได้เห็นว่าสิทธาชั่วร้ายขนาดไหน แล้วคนที่ตกเป็นเหยื่อของสิทธาไม่ใช่แค่เวทิต แต่เป็นจีราวัจน์ด้วย รวมทั้งจีราวัจน์ได้เข้ามาดูแลนวดี และดูแลเด็ก ๆ กำพร้าที่นวดีสอนหนังสือ และชยันต์ยังมาปรับความเข้าใจกับสาธิตว่าจีราวัจน์ไม่ยอมรับความรักของชยันต์ แต่จีราวัจน์กลับเป็นคนเตือนสติให้ชยันต์กลับไปง้อปียากุล ทำให้สาธิตได้เห็นว่าจีราวัจน์ ได้มีแค่ด้านร้าย แต่เธอยังมีมุมความดี และมีหัวใจที่บอบซ้ำ ไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่นวดีและเขาดูแลเลย ทำให้ความแค้นในใจของสาธิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสาร เข้าไปยุ่งกับชีวิตจีราวัจน์โดยไม่รู้ตัว นักแสดงละครคลื่นชีวิต ด้านจีราวัจน์ก็ได้รับรู้มุมอบอุ่นที่เกิดจากความเอาใจใส่ ดูแลด้วยความละเอียดอ่อนของสาธิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร เป็นความรู้สึกที่เธอโหยหา จนทำให้จีราวัจน์แอบเผลอใจให้สาธิตโดยไม่รู้ตัว สองคนต่างมีความห่วงใยที่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน ละครคลื่นชีวิต จนกระทั่งสิทธามายุ่งเกี่ยวกับจีราวัจน์อีกครั้ง สาธิตออกตัวช่วยจีราวัจน์ให้รอดพ้นเงื้อมมือสิทธา และยังใช้หลักฐานที่ตัวเองได้จากเวทิตข่มขู่สิทธา เพื่อให้สิทธาเลิกยุ่งกับจีราวัจน์ จีราวัจน์อึ้งเมื่อเห็นว่าสาธิตช่วยเหลือตัวเอง โดยสับสนว่าสาธิตช่วยตัวเองทำไม สาธิตรู้สึกอะไรกันแน่ แต่สิทธามองอาการสาธิตออก สิทธารู้ว่าสาธิตกำลังตกบ่วงเสน่หาของจีราวัจน์ และดูเหมือนจีราวัจน์ก็มีใจให้สาธิตเช่นกัน ทำให้สิทธาคิดชั่ว ในเมื่อตัวเองไมได้จีราวัจน์มาครอบครอง ก็อย่าหวังว่าใครจะได้มีความสุขทั้งจีรัวัจน์และสาธิต ดังนั้นสิทธาจึงไปหาสาธิตที่สำนักงาน แล้วมอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เขาเคยส่งคนไปเก็บ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าจีราวัจน์คือคนขับรถชนติวดี เมื่อสาธิตเห็นหลักฐาน ความเจ็บปวดในอดีตจึงย้อนคืนกลับมา สาธิตได้แต่นั่งมองกองหลักฐานอย่างสับสนว่าเขาจะฟ้องเอาจีราวัจน์เข้าคุกหรือไม่ เรื่องสิทธาเอาหลักฐานไปให้สาธิตรู้ถึงหูจริยา จริยารีบไปหาสาธิตเพื่อเจรจาพร้อมเสนอเงินให้ ความเจ็บปวดในใจของสาธิต ทำให้สาธิตบอกจริยาไปว่า เขาจะยอมทำลายหลักฐาน ก็ต่อเมื่อจีราวัจน์เอาตัวมาแลก ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ความชั่วของสิทธายังไม่หยุดเท่านี้ มันเหมือนเสือที่คลั่ง จริงอยู่ที่จีราวัจน์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา แต่คนอย่างสิทธาไม่เคยยอมให้ใครลูบคมได้ ถ้าประกาศว่าได้ มันต้องได้ สิทธาสั่งพิมให้หลอกล่อจีราวัจน์มาที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา สิทธาวาดหวังจะข่มขืนจีราวัจน์บนเครื่องบิน เพราะไม่มีทางที่จีราวัจน์จะหนีรอดกรงเล็บเสือไปได้ จริยารู้เรื่องแผนการชั่วของสิทธา แม้จะรักเกียรติยศชื่อเสียง แต่หัวใจความเป็นแม่ไม่อาจปล่อยให้ชีวิตลูกตกนรกได้ เมื่อพิมหลอกจีราวัจน์ไปถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของสิทธาได้ จีราวัจน์ดิ้นรนหนีจนไปเจอปืนของสิทธา สิทธาแย่งปืนกับจีราวัจน์ ทันใดนั้น กระสุนจากปากกระบอกปืนในมือของคุณหญิงจริยา ก็ยุติเรื่องเลวร้ายทั้งหมดลงในวินาทีนั้น เป็นครั้งแรกที่จีราวัจน์เข้าไปกอดแม่ จริยาเข้าไปกอดลูกพร้อมพร่ำบอกขอโทษ เป็นเพราะความโลภของตัวเอง ทำให้ชีวิตของจีราวัจน์ต้องเป็นอย่างนี้ เธอขอติดคุกเพื่อชดใช้กับความผิดที่เธอทำ แต่สิ่งหนึ่งที่จริยาอยากให้จีราวัจน์รู้ไว้ ว่าต่อให้เงินสำคัญสำหรับแม่ยังไง แต่เลือดเนื้อและหัวใจของลูกสำคัญกว่า นั่นทำให้หัวใจที่เย็นชาไร้ความรู้สึกของจีราวัจน์ได้รับรู้ความในใจของแม่ ละครคลื่นชีวิต คลื่นชีวิตของจีราวัจน์เหมือนจะกำลังสงบ แต่ยังมีพายุอีกหนึ่งลูก ที่กำลังรอพัดพาชีวิตของจีราวัจน์ให้ล้มลง เมื่อจริยาเอาเรื่องข้อเสนอของสาธิตไปบอกกับจีราวัจน์ เมื่อจีราวัจน์รู้เรื่องข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตแล้ว เธอจะทำเช่นไร จะยอมทำตามข้อแลกเปลี่ยนของสาธิตหรือไม่ ชยันต์และปียากุลจะกลับมาคืนดีกันไหม เจตต์กับดารากาจะสมหวังกันหรือเปล่า และหัวใจรักของแม่ที่จริยากดเก็บไว้ ไม่เคยแสดงออกให้ลูกเห็น จริยาจะเลือกปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตัวเองหรือปกป้องลูก สุดท้ายเส้นทางความรักระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ที่มีความแค้นขวางกั้นจะมีวันเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องติดตามชมกันต่อได้ใน ละครคลื่นชีวิต ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ช่อง3 ละครคลื่นชีวิต ละครคลื่นชีวิต รายชื่อนักแสดงนำใน ละครคลื่นชีวิต ปริญ สุภารัตน์ รับบท สาธิต อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท จีราวัจน์ หลุยส์ สก๊อต รับบท ชยันต์ จรินทร์พร จุนเกียรติ รับบท ปียากุล ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ รับบท ดารากา มาสุ จรรยางค์กุลดี รับบท เจตต์ วันสิริ อ่องอำไพ รับบท เจนจิรา ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ รับบท สิทธา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท พิม เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ รับบท สุกี้ ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ รับบท ลูกน้ำ พริมา พันธ์เจริญ รับบท ติวดี สันติสุข พรหมศิริ รับบท พัฒนะ ขวัญฤดี กลมกล่อม รับบท นวดี