คู่นอน

เสื้อกล้าม คลายร้อน กับ 5 อันดับหนุ่ม ดูสิสาวๆจะฟินกล้ามใคร!!!
Snap Signature /  street fashion / 

เมษาเดือนแห่งความร้อน ที่การเลือกเสื้อผ้าใส่ในแต่ละวันเราต้องหาอะไรที่ใส่แล้วสบายตัว ไม่ทำให้อึดอัดหรือว่าใส่แล้วร้อนตามสภาพอากาศ ซึ่งสำหรับหนุ่มๆ “เสื้อกล้าม” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าหยิบมาใส่คลายร้อน แต่ว่าจะมิกซ์แอนด์แมทซ์กับอะไรก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละหนุ่ม หรือว่าจะใส่ เสื้อกล้าม ตัวเดียวก็ชิลล์ดี วันนี้เราเลยรวม 5 หนุ่มที่หยิบเสื้อกล้ามมาใส่โชว์กล้ามให้สาวๆ ได้ฟินกัน ไมค์ พิรัชต์ 1.ไมค์ พิรัชต์ มากับ เสื้อกล้าม สีเหลือง เข้ากับสีผม มีสกรีนลายเป็นภาษาอังกฤษ ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ และเลือกรองเท้าบูทหนังสีดำมาใส่ช่วยเบรคความชิลล์ของเสื้อกล้ามเอาไว้ เวียร์ ศุกลวัฒน์ 2. เวียร์ ศุกลวัฒน์ พระเอกหุ่นล่ำกล้ามแน่นแห่งช่อง 7 ก็เลือกหยิบ เสื้อกล้าม สีขาว มีลายภาษาอังกฤษเช่นกัน ใส่กับกางเกงยีนส์ขาดนิดๆ รองเท้าก็เป็นผ้าใบ เป็นชิลล์แบบเซอร์ๆ สไตล์พระเอกเขาละ อาร์ต พศุตม์ 3. อาร์ต พศุตม์ นี่ก็หนุ่มกล้ามล่ำอีกคนที่เลือกเสื้อกล้ามสีขาวเรียบ มาใส่กับกางเกงยีนส์ แต่ด้วยความเรียบของเสื้อกล้ามเราควรหาอะไรมาเพิ่มให้การแต่งตัวมีสีสันอย่างเช่นเสื้อกั๊กสีสดๆ แบบหนุ่มอาร์ตก็เท่ดี บิ๊กเอ็ม ลิขิต 4. บิ๊กเอ็ม ลิขิต คนนี้มากับเสื้อกล้ามสีขาวเรียบๆ แบบไม่ต้องจับอะไรมามิกซ์แอนด์แมทซ์ให้ยุ่งยาก คือแบบว่าโชว์กล้ามอย่างเดียวไปเลยจบๆ เต้ นันทศัย 5. เต้ นันทศัย เลือกหยิบเสื้อกล้ามสีขาวเรียบ ไซต์ฟิตพอดีตัวโชว์กล้ามแน่นๆ ใส่คู่กับกางเกงยีนส์สีเข้มขึ้นมานิด ส่วนรองเท้าก็เลือกเป็นบูทหนังสีดำช่วยให้ลุคส์ไม่ดูชิลล์จนเกินไป เห็นกล้ามหนุ่มๆ 5 คนนี้แล้ว สาวๆ เลือกฟินกล้ามใครกันคร้า อิอิ ติดตามเรื่องราวแฟชั่นได้ที่ https://www.facebook.com/SnapSignature และอ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.mbookstore.com/book-details/6614//Snap-Magazine-issue-12-:-Mar-2015

จริงสุดๆ ! 18 ข้อ แตกต่างระหว่าง ช่วงจีบใหม่ กับตอนเป็นแฟนแล้ว
ความแตกต่างตอนจีบกับเป็นแฟนแล้ว /  คู่รัก / 

คู่รักนี่เวลาคบกันช่วงแรกๆ หรือช่วงดูใจเนี่ยนะ อะไรๆก็ดีไปหมด ฃี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ แต่พอนานวันไป น้ำผักที่เคยหวานมันก็ดันขมแบบไร้เหตุผลขึ้นมาเสียอย่างนั้น เรามาดูข้อแตกต่างดีกว่าว่า คนเราเวลาจีบกันใหม่ๆ กับ คบไปนานๆแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง 1.โทรศัพท์ ช่วงจีบ: สองชั่วโมงหรอ .. จิ๊บๆย่ะ  คุยได้ยาวๆ บางทีมีนอนพร้อมกันด้วยนะ ไม่กดวาง ตื่นมาตอนเช้าจะได้คุยเป็นคนแรก เป็นแฟนแล้ว : มีอะไรว่ามา พอยัง นอนมั้ย ง่วง 2.กินข้าว ช่วงจีบ : ร้านต้องดี งานถ่ายรูปสวยต้องมา ดินเนอร์แสงไฟน่ารัก พากินของแพงตล๊อด เป็นแฟนแล้ว : ทำกินเอง ไม่ก็กินแถวบ้าน ร้านตามสั่งแล้วกันแก 3.ชื่อเรียก ช่วงจีบ : เรียกชื่อดีๆอยู่หรอก เสียงหวานอ่อนโยน เป็นแฟนแล้ว : อีอ้วน , อีหมู , ชื่อที่ตั้งให้โดยที่ชั้นยังไม่ได้ยอมรับเลยนะยะ! 4.เจอเพื่อนแฟน ช่วงจีบ : เก้ๆกังๆคุยอะไรดี เขินจัง จะวางมือไม้ที่ไหนดี เป็นแฟนแล้ว : สนิทกว่าเพื่อนตัวเองอีก เม้าท์ยาวไปสิ 5.แต่งตัว ช่วงจีบ : ทุกระเบียดนิ้วต้องเป๊ะ ห้ามให้ใครว่าได้เด็ดขาดว่า ไม่เป๊ะ โทรม เป็นแฟนแล้ว : หยิบชุดไหนได้ ก็ไปเถอะ 6.กินอาหาร ช่วงจีบ : เรียบร้อยผิดปกติมนุษย์ ห้ามกระเด็น จัดอาหารเข้าช้อนแล้วเข้าช้อนอีก กว่าจะเข้าปากต้องเรียบร้อยห้ามหก เป็นแฟนแล้ว : กินที่บ้านยังไง กินต่อหน้าแฟนอย่างนั้น 7.รอ ช่วงจีบ : นานแค่ไหนก็ได้ค่ะ รอได้ เพื่อคนสำคัญน่ะรอได้อยู่แล้ว เป็นแฟนแล้ว : นี่อีกนานป่ะ จะได้กลับบ้านไปรอ 8.เวลาในการคุยกับเพื่อน ช่วงจีบ : แกๆๆ มีผู้ชายเข้าหาว่ะ นู่นนี่นั่น เม้าท์ยาวเป็นชั่วโมง เป็นแฟนแล้ว : แก แค่นี้นะ อยู่กับแฟนว่ะ 9.เมื่อต้องไปเจอครอบครัวอีกฝ่าย ช่วงจีบ : หิ้วของฝากให้เยอะที่สุด แม่จะได้รักจะได้หลง เป็นแฟนแล้ว : ไปหาพ่อแม่ให้บ่อยก็พอ 10. ความสุขในชีวิต ช่วงจีบ : กินข้าวนอกบ้าน ช็อปปิ้ง ใช้เงิน หรูหราฮาวายไปให้สุด วู้ว เป็นแฟนแล้ว : นอนเล่นด้วยกัน มุ้งมิ้ง ดูหนังในห้องนอนกันสองคนก็แฮปปี้สุดๆแล้ว 11. รถคุณผู้ชาย ช่วงจีบ : สะอาดอ่อง ล้างเป็นประจำ เป็นแฟนแล้ว : นั่งได้ป่ะ นั่งได้ งั้นไม่ล้างนะ 12. กลับบ้าน ช่วงจีบ : ไม่อยากจากกันเลย ลงจากรถปุ๊บโทรหาทันที ขับรถดีๆนะคะ เป็นแฟนแล้ว : ไปละ บาย 13. เที่ยวกลางคืน ช่วงจีบ : ไปด้วยได้ป่าวครับ จะตามไปดูแลให้ถึงที่เลย ส่งถึงบ้านแน่นอน เป็นแฟนแล้ว : จะไปทำไมที่แบบนั้น มันดีที่ไหน ไม่ต้องไป อยู่บ้านนี่แหละ 14. วาเลนไทน์ ช่วงจีบ : ดอกที่ใหญ่ที่สุดในร้านจัดไป งานดินเนอร์หรูก็ต้องมี เป็นแฟนแล้ว : วันนี้วาเลนไทน์หรอ? 15.น้ำหนัก ช่วงจีบ : ไม่อ้วน เพราะฉันรักษาหุ่นอย่างดี เป็นแฟนแล้ว : คุณแฟนพากิน ตอนนี้เปลี่ยนจากคนเป็นตุ่ม 16. พูดจา ช่วงจีบ : หวานเป็นประจำ ถนอมน้ำใจสุดๆ  เธอคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต เป็นแฟนแล้ว : จิก กัด ประชด เหน็บแนม  (นี่อ้วนไปป่ะเนี่ย , พูดอยู่นั่นล่ะจะลดความอ้วนก็เห็นกินจัง , สิวขึ้นเยอะเชีย , ถ้าจะมาช้าขนาดนี้ไม่ต้องมาแล้วมั้ง) 17.เวลาพูดถึงผู้ชายคนนี้ให้เพื่อนฟัง ช่วงจีบ : เขิน ม้วน บ้าแก เขาไม่ได้เป็นแฟนฉัน แค่ดูๆอยู่ อย่าแซวสิ เป็นแฟนแล้ว : ก็ดีแก ไม่ต้องถามมาก ไม่หวือหวาและ 18. กิจกรรมที่ทำร่วมกัน ช่วงจีบ : ดูหนัง เที่ยวกลางคืน ช็อปปิ้ง เดินเล่นห้าง เป็นแฟนกัน : ขัดห้องน้ำ แปรงฟัน ออกกำลังกาย กินข้าวข้างทาง ทำทุกอย่างได้ ไม่ห่วงภาพลักษณ์แล้ว   สาวๆ Women Mthai ว่าไงคะ ตรงกันบ้างหรือเปล่า ? ภาพจาก Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

โฟร์ ขอฉายเดี่ยวเซ็กซี่ ทิ้งน้องมด อยู่กองละคร
โฟร์ ศกลรัตน์ /  มด ณปภัช / 

เป็นเน็ตไอดอลรุ่นแรกสมัยที่ประเทศไทยเริ่มมีอินเทอร์เน็ตใช้ สำหรับอดีตสาวน้อยสายแบ๊วฟันเหล็ก โฟร์ ศกลรัตน์ ที่มา พ.ศ. นี้เธอโตเป็นสาวสะพรั่ง และขอสลัดภาพสาวแบ๊วๆ กลายเป็นสาวแรงๆ มั่นๆ ที่ทำเอาหนุ่มๆ ช็อคกับคำหยาบๆ ที่เธอเคยโพสต์ด่าใครก็ไม่รู้ลงในอินสตาแกรมมาแล้ว ล่าสุดเธอก็ขอลุกขึ้นมาฉายเดี่ยวถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ต้อนรับซัมเมอร์เรียกเรตติ้งอีกครั้ง หลังจากที่เคยถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่คู่กับดูโอ้อย่าง มด ณปภัช มาแล้ว ซึ่งงานนี้กระแสตอบรับจากหนุ่มๆ หลายๆ คน ก็ยังฟินกับแฟชั่นเดี่ยวๆ ของสาวโฟร์ ส่วนสาวมดเธอก็หันมาเอาดีทางด้านงานละคร จนขึ้นแท่นเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของทางช่อง 8 ไปแล้ว ส่วนผลงานเพลงที่หลายๆ คนเฝ้ารอ อาจจะต้องรอกันอีกสักพักใหญ่ๆ กับโปรเจกต์พิเศษ 10 ปี โฟร์-มด ภาพจากนิตยสาร สุดสัปดาห์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์ โฟร์ ศกลรัตน์

หวานอ่ะ!! อาเล็ก ควง จอย เที่ยวทะเลตรัง
จอย รินลณี /  อาเล็ก ธีรเดช / 

ทำเอาแฟนๆ มโนอินเลิฟกันเป็นแถวๆ เพราะล่าสุดคู่จิ้นต่างวัยอย่างพระเอกหนุ่ม อาเล็ก ธีรเดช เกี่ยวก้อยนักแสดงสาวรุ่นพี่ จอย รินลณี ไปเที่ยวพักผ่อนแบบชิลล์ๆ ที่ทะเลตรัง พร้อมครอบครัวทั้งสองฝ่าย ดูท่าทริปเที่ยวจะแฮปปี้สุดฤทธิ์ ยิ่งเห็นมุมน่ารักๆ ของ จอย-อาเล็ก ที่เซลฟี่แชะภาพคู่มาอวดแฟนๆ ให้ฟินกันผ่านอินสตาแกรมให้ได้กดไลค์ ว่าแล้วไม่รอช้าไปชมภาพหวานกันเลยดีกว่าจ้าาา!! ขอบคุณภาพจาก IG : @lekteeradetch ,@joy_rinlanee จอย - อาเล็ก และครอบครัว จอย - อาเล็ก และครอบครัว สาวจอย กับ คุณแม่ ครอบครัวของหนุ่ม อาเล็ก จอย รินลณี อาเล็ก ธีรเดช ครอบครัวของหนุ่ม อาเล็ก จอย รินลณี จอย รินลณี อาเล็ก ธีรเดช

ไม่มีทางเลือก! สาวจีน ขายกอด นาทีละ 10 หยวน แลกค่าผ่าตัด ช่วยชีวิตคนรัก
กอด /  ขายกอด / 

ถ้าคนรักของเรา จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา เนื่องจากอาการป่วย ขาดก็แต่ปัจจัยเรื่องเงิน คุณจะแก้ปัญหานี้อย่างไรคะ มาแชร์ไอเดียกันหน่อยสิ สาวจีนในเหอเป่ย ประเทศจีน ชื่อ หยวนหยวน (นามสมมติ) คนนี้ เธอเลือกประกาศ ขายกอด นาทีละ 10 หยวน ( 50 กว่าบาทไทย) เพื่อระดมทุนเป็นค่าผ่าตัด ปลูกถ่ายไขกระดูก แฟนหนุ่มของเธอ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สาวน้อย หยวนหยวน เธอประกาศขายกอด กลางถนนแห่งหนึ่งในเมืองซานเหอ พร้อมป้ายกระดาษแข็งขนาดใหญ่ เขียนข้อความภาษาจีนว่า " เพื่อเป็นค่ารักษาแฟนของฉัน ฉัน ขายกอด นาทีละ 10 หยวน" หยวนหยวน กล่าวว่า แฟนหนุ่มเธอ แซ่เจีย ต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายก่อนเข้ารับการรักษา สูงถึง 250,000 หยวน (ประมาณ 1,350,000 บาทไทย) แต่นายเจีย แฟนของเธอยังไม่สามารถหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นมาจ่ายได้ จึงได้ขอเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน แต่พวกเขาก็กลัวว่า หากรอนานเกินไป อาจจะไม่มีผู้บริจาคไขกระดูกให้เสียแล้ว หยวนหยวน จำได้ว่า เมื่อไม่นานมานี้มี คุณพ่อชาวปักกิ่ง ได้รับเงินบริจาคถึง 800,000 หยวน (ประมาณ 4,320,000 บาทไทย) จากการยอมเป็นกระสอบทราย เพื่อเป็นค่ารักษาลูกชายที่กำลังป่วยด้วยโรคลูคีเมีย เธอจึงตัดสินใจทำแบบนี้เพื่อช่วยแฟนของเธอ เมื่อนายเจีย ได้ทราบข่าว จึงเดินทางมาขอร้องให้เธอหยุดการกระทำนี้เสีย ทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหนักทั้งคู่ สำหรับเรื่องนี้ หากมองในมุมกลับ สมมติตัวเราเป็นนายเจีย ก็คงไม่ต้องการให้ แฟนสาว ต้องมาเปลืองเนื้อเปลืองตัวอย่างนี้เป็นแน่เช่นกันเนอะ เห้อ ... ไม่ว่าผลสรุปในเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร แต่นี่คือ 1 ในอีกหลายๆ ความรัก ที่พร้อมจะทำทุกทางเพื่อคนที่เรารัก และกำลังกลายเป็นที่ถกเถียงกันเรื่องสวัสดิการสาธารณสุขของจีนที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างที่ควรจะเป็น... สำหรับคุณล่ะคะ หากคุณอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันกับหยวนหยวน คุณจะเลือกทางไหน? ที่จะช่วยคนรักของคุณ บอกเรามาหน่อยจิ่ เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ ที่มา shanghaiist เรียบเรียงโดย Women MThai  Team

วัดพลัง เฟลไลนี่ กับ เชส ก่อนบิ๊กแมตช์สุดสัปดาห์นี้
ฟาเบรกาส /  มารูยาน เฟลไลนี่ / 

สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้มีบิ๊กแมตช์ใน พรีเมียร์ ลีก รอคอยอยู่ โดยจะเป็นเกมที่ เชลซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือว่าฟอร์มกำลังร้อนแรงด้วยกันทั้งคู่ ทีมงาน Inside United จึงขอนำเอานักเตะที่น่าจะเป็นคีย์แมนในเกมนี้ของทั้งคู่อย่าง เชส ฟาเบรกาส ของ เชลซี และ มารูยาน เฟลไลนี่ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาวัดพลังกันดูหน่อย วิเคราะห์จากตรงนี้คงทำให้แฟนๆ พอเห็นภาพกันได้บ้าง แต่ผลงานจริงๆ ในสนามจะออกมาเป็นเช่นไรคงต้องรอชมกันเอาเองในวันเสาร์ที่ 18 เม.ย. นี้ เวลา 23.30 น. ติดตามเรื่องราววงในของทีมปีศาจแดงได้ที่นิตยสาร Inside United Thai Edition

บวชชีพราหมณ์  อยู่บ้านก็ทำได้ แบบฉบับคนไม่สะดวกไปวัด
ทำบุญ /  นุ่งขาวห่มขาว / 

บวชชีพราหมณ์ อยู่ที่ไหนก็ได้บุญ หากพูดถึงการ บวชชีพราหมณ์ แม่หมอเชื่อว่าหลายท่านคงนึกถึงวัดหรือสถานปฏิบัติธรรม แต่วันนี้แม่หมออยากมาแนะนำ การบวชชีพราหมณ์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปที่วัด เพราะความจริงแล้ว การที่เรานุ่งขาวห่มขาวนั้น สามารถทำได้ที่บ้าน หากว่าเรามีความตั้งใจจริงและปฏิบัติศีล 8 ได้อย่างเคร่งครัด ก็ถือว่าได้บุญเหมือนกัน การ บวชชีพราหมณ์ที่วัด ส่วนใหญ่จะมีแม่ชีคอยแนะนำให้อยู่แล้ว ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง และข้อได้เปรียบที่สำคัญคือ บรรยากาศสิ่งแวดล้อมรอบข้างสงบ ทำให้เราสามารถถือศีลได้อย่างสบายใจ แต่หากว่าท่านใดที่มีความต้องการจะ ถือศีล 8 อยู่บ้าน ด้วยเหตุผลต่างๆที่ละเว้นไม่ได้นั้น ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องผิด สิ่งสำคัญที่ควรจะต้องใช้มากกว่าการบวชชีพราหมณ์ที่วัด คือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เราต้องมีสติ สมาธิต้องนิ่ง การถือศีล 8 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าตั้งใจจริง การเตรียมตัวสำหรับการ บวชชีพรามหมณ์ ที่บ้านนั้น ไม่ได้แตกต่างจากที่วัดมากนัก ชุดที่ใส่หากไม่มีสีขาวจริงๆก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะความขาวสะอาดที่แท้จริงอยู่ที่ใจเราค่ะ ข้อคิดที่ต้องสวมใส่ชุดสีขาวนั้น เพื่อเป็นการเตือนสติ ให้เราระมัดระวังจากสิ่งต่างๆ ที่จะมาเลอะชุดขาวของเราได้ เพราะสีขาวเปื้อนง่าย นอกจากนี้เป็นเรื่องของการเตรียมใจให้พร้อม เพราะการอยู่บ้านนั้น ไม่เหมือนกับอยู่วัด สิ่งยั่วยุมีมาก ควรงดให้เหมือนกับกำลังปฏิบัติธรรมจริงๆ ความเคร่งครัดในเรื่องนี้จะเป็นการแสดงถึงภาวะจิตใจของคุณได้เป็นอย่างดี ว่ามั่นคงแน่วแน่ หรือว้าวุ่นไม่สงบ ถึงแม้ว่าอยู่บ้าน แต่ก็ควระมีการวางแผนตั้งโปรแกรมการปฏิบัติธรรมให้พร้อม ด้วยการเตรียมพานดอกไม้เครื่องสักการะ ให้เรียบร้อย ซึ่งสิ่งของสำหรับเครื่องสักการะที่จำเป็น เช่น ดอกไม้สด ธูป 3 ดอก เทียนเหลือง 2 เล่ม สำหรับไว้บูชา ถ้าบ้านไหนมีห้องพระ ก็ถือปฏิบัติในห้องนั้นเลยยิ่งดี แล้วตามด้วยการอาราธนาศีล 8 อาราธนาศีล 8  (ถ้าคนเดียวเปลี่ยนจากคำว่า “มะยัง” เป็น “อะหัง” และ “ยาจามะ” เป็น “ยาจามิ”) มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ (ว่า 3 ครั้ง) ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอสมาทานศีล 8 พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษา เป็นข้อ ๆ ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองและไม่ใช่ให้ผู้อื่นฆ่า) อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการลัก ,ฉ้อ ของผู้อื่นด้วยตนเอง และไม่ใช่ให้ผู้อื่นลัก ฉ้อ) อพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากอสัทธรรม กรรมอันเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์) มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดเท็จ คำไม่เป็นจริง และคำล่อลวง อำพรางผู้อื่น) สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุรา เมรัย เครื่องดองของทำใจให้คลั่งไคล้ต่าง ๆ ) วิกาลโภชนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล) นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากพูด ฟัง ฟ้อนรำ ขับรอ้งและประโคมเครื่องดนตรีต่าง ๆ และดูการเล่นที่เป็นข้าศึกแก่กุศล และทัดทรงตกแต่งร่างกายด้วยเครื่องประดับและดอกไม้ของหอม เครื่องย้อมเครื่องทา) อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากนั่ง นอน เหนือเตียง ตั่ง มีเท้าสูงเกินประมาณ และที่นั่ง ที่นอนอันสูงใหญ่ ภายในใส่นุ่นและสำลี ) อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (ว่า 3 ครั้ง) ข้อปฏิบัติ สำหรับการถือศีล 8 1. เว้นจากทำลายชีวิต 2. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้ 3. เว้นจากประพฤติผิดพรหมจรรย์ คือเว้นจากร่วมประเวณี 4. เว้นจากพูดเท็จ 5. เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 6. เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเที่ยงแล้วไป 7. เว้นจากฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การทัดทรงดอกไม้ ของหอม และเคลื่องลูบไล้ซึ่งใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง 8. เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ หรูหราฟุ่มเฟือย ระหว่างวันนอกจากการสวดมนต์แล้ว การฟังเทศฟังรรม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรใส่ไว้ในโปรแกรมการ บวชชีพรารมณ์ ที่บ้าน อาจจะไม่ต้องฟังมากทั้งวันทั้งคืนก็ได้ ขอเพียงแค่เข้าใจ และสามารถนำปรับใช้ได้จริงกับชีวิตจะดีที่สุด สำหรับจำนวนวัน ให้เป็นไปตามที่เราสะดวก อย่าให้ต้องเดือดร้อนตัวเองเป็นพอ เพราะนอกจากจะไม่ได้บุญแล้ว จะเป็นการรวกวนสมาธิระหว่างปฏิบัติธรรมอีกด้วยค่ะ  เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

แก้บน ว่าด้วยเรื่องของความเชื่อ ศรัทธา และปาฏิหาริย์
ความเชื่อ /  ลืมแก้บน / 

แก้บน ที่ถูกต้อง ควรทำอย่างไร ? กลายเป็นเรื่องฮือฮาและพูดถึงเป็นจำนวนมากในตอนนี้ กับข่าวที่มีแม่ค้านำหัวหมู จำนวนกว่า 300 หัว มาแก้บนกับ "หลวงพ่อสมหวัง "วัดกลางบางพระ จ.นครปฐม หลังจากที่เคยบนบานเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนว่าต้องการให้ลูกหนี้ที่ติดไว้กว่าล้านบาท นำเงินมาคืน และเมื่อได้ผลสำเร็จตามที่ได้ขอเอาไว้ จึงนำหัวหมูมาถวายเพื่อ แก้บน ความจริงแล้วการ แก้บน มีมานานและอยู่คู่กับคนไทยมาตลอด ซึ่งสิ่งของที่จะนำมาแก้บนนั้น กขึ้นอยู่กับผู้ขอ หรือบางทีก็ขึ้นอยู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราไปขอว่ามีชื่อเสียงและตำนานในด้านใดบ้าง ก็ปรับแก้กันให้เหมาะสม ส่วนใหญ่ที่เห็นบ่อย จะเป็นหัวหมู ไข่ต้ม ดอกไม้ เครื่องเซ่น หรือแม้กระทั่งการรำแก้บน แต่ก็ไม่ใช่ว่าบนบานขอพรไปแล้วจะไม่ต้องทำอะไร รอผลสำเร็จเพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะก่อนที่เราจะได้ผลดี เราจะต้องทำกรรมดีเสียก่อน และไม่ใช่ว่าทุกวัด ทุกพระ จะรับคำบนบานของเราทุกเรื่อง ตัวอย่างเช่นวัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ที่โด่งดังในด้านการขอพรแล้วสำเร็จไปเกือบทุกราย แต่ก็ยกเว้นคำขอเรื่อง ขอยกเว้นการเกณฑ์ทหาร มีความเชื่อว่าหากใครไปขอเรื่องนี้จะได้เป็นทหารเกณฑ์ทุกรายไป ในปัจจุบันเราสามารถเลือกวันแก้บนได้ตามฤกษ์สะดวก แต่ความจริงหลักการ แก้บน อย่างถูกต้องนั้น จะต้องไม่แก้บนวันพระ เพราะในวันพระนั้นจะเป็นวันที่เทพทั้งหลายบำเบ็ญศีล การแก้บนที่ให้หลุดต้องแก้วันอังคาร์ วันเสาร์ ก่อนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ หรือถ้าทางพุทธศานามีความหมายเป็นนัยยะแฝงไว้ว่า  ที่พระท่านไม่รับแก้ในวันพระ เพราะท่านต้องประกอบกิจของสงฆ์ ไม่ควรไปเบียดเบียนในการบำเพ็ญบุญของท่านค่ะ  หากท่านได้บนบานไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องนึกถึงไว้ตลอดคือ 1. ถ้าบนแล้วสำเร็จ ต้องรีบกลับไปแก้บนอย่างรวดเร็วที่สุด และทำตามที่บนบอกไว้ทุกอย่างค่ะ จะตัดทอน ขอลดโน่นลดนี่ไม่ได้ 2. สัญญากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ยังไง ต้องทำให้ได้อย่างงั้น มิฉะนั้น จะต้องธรณีศาล คือชีวิตหาความเจริญก้าวหน้าไม่ได้ ไปอธิษฐานบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นก็ไร้ผล 3. เมื่อบนเรื่องใดก็ตามไว้ที่ศาลใดศาลหนึ่ง หรือวัดใดวัดหนึ่งแล้ว อย่าเอาเรื่องเดียวกันไปบนไว้ที่อื่นอีก บางคนหมกมุ่นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก เที่ยวตระเวนบนไว้เป็นสิบเป็นร้อยศาล พอสำเร็จขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของเจ้าองค์ไหน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าไปบนไว้ที่ใดบ้าง เป็นเหตุให้ไปแก้บนไม่ครบ แบบนี้ต้องธรณีสารเช่นกันค่ะ 4.เจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชอบการบนบาน คือ ผี เช่น เจ้าพ่อเจ้าแม่ตามต้นไม้หรือวัตถุโบราณต่างๆ รวมทั้งเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่เคยเป็นอดีตกษัตริย์หรือบุคคลสำคัญมาก่อน ในเรื่องของการบนบานศาลกล่าวนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนติดนิสัยไปที่ไหนก็บนเอาไว้ไปทั่ว ซึ่งแม่หมอมองว่าไม่ค่อยดีนัก เราควรจะตั้งใจทำสิ่งที่เราต้องการและอาจจะบนบานขอพรเพื่อเสริมกำลังใจ มากกว่า บางครั้งอาจมีการหลงลืมกับสิ่งที่เคยได้ขอเอาไว้ จะเกิดผลร้ายตามมาได้ บางความเชื่อก็ว่าจะเกิดเหตุการณ์ประหลาดหรืออุบัติเหตุกับตัวเราและครอบ ครัว ของอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ สำหรับคนที่ไม่มั่นใจ หรือจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยไปบนบานอะไรไว้ที่ไหนบ้าง แม่หมอมีวิธีการ แก้บน ที่จำไม่ได้มาฝาก การเตรียมของสำหรับแก้บนที่จำไม่ได้ 1. โต๊ะปูผ้าขาวแล้วตั้งไว้กลางแจ้ง 1 ตัว 2. พานครูมีดอกไม้ ธูป เทียน หมากพลู เงิน 100 บาท ( เงิน 100 บาทต้องนำไปถวายเป็นสังฆทาน ) 3. บายศรีปากชาม 1 คู่ มีไข่ต้มเสียบยอดบายศรีด้วย 4. มะพร้าวอ่อน 4 ลูก เปิดฝา 5. กล้วยน้ำว้าสุก 4 หวี 6. ไก่ต้มสุก 1 ตัว วางไก่ไปทางทิศเหนือ 7. หัวหมู 1 หัวพร้อมน้ำจิ้มด้วย 8. ปลาช่อนนึ่ง (แปะซะ) 1 ตัว และน้ำจิ้ม 9.  ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว อย่างละ 1 ถ้วย ( ใช้ขนมถ้วยฟูแทนได้ ) 10. ข้าวสวย 1 จาน พร้อมช้อนส้อม   1 คู่ 11. แกงสามถ้วย ของหวานสามถ้วย 12. น้ำเปล่า 1 แก้ว มีน้ำชาด้วยยิ่งดี วิธีทำ จุดเทียนขวา ซ้าย และธูป 16 ดอก ปักในกระถางธูป ส่วนจานอื่นๆ ให้ปักที่ละดอก วิธีพูด สิ่งของใดๆ ที่ได้บน ที่จำได้ก็ดี และจำไม่ได้ก็ดี ขอถวายแก้บนทั้งหมด ณ บัดนี้ โปรดรับ โปรดโมทนา โปรดอโหสิกรรม และโปรดสงเคราะห์ข้าพเจ้า จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ในชาตินี้เทอญ วิธีลา ขออนุญาต ลาของบูชาทั้งหลายเหล่านี้ เพื่อเป็นสิริมงคลเจ้าข้า ให้ตัดแบ่งเป็น 2 กระทง คือ 1. วางข้างล่างใกล้ๆ โต๊ะบวงสรวง 1 กระทง แล้วพูดว่า ขอเชิญบริวารทั้งหลายรับประทานได้แล้วเจ้าข้า และเมตตาช่วยด้วย 2. วางไว้นอกรั้วบ้านหรือนอกบ้าน 1 กระทง แล้วพูดว่า ขอเชิญสรรพวิญญาณทั้งหลาย รับประทานได้แล้ว ณ บัดนี้ และเมตตาช่วยสงเคราะห์ด้วย เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com  ที่มาจาก : http://atcloud.com

จริงเหรอ!?! เบลล่า สั่งห้าม เวียร์-แพนเค้ก ลงละครคู่กัน
เบลล่า ราณี /  เวียร์ ศกลวัฒน์ / 

มีข่าวออกมาตลอดว่าทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ พยายามทาบทามอดีตคู่จิ้นคนเคยรักอย่าง เวียร์ ศุกลวัฒน์ และ แพนเค้ก เขมนิจ ให้ลงละครคู่กัน แต่งานนี้ก็ยังไร้เสียงตอบรับจากทั้งสองฝั่งว่าจะโอเคเซย์เยสหรือเปล่า ถึงขนาดที่ว่าช่องพยายามกดดันด้วยการเอาละครเรื่อง นางฟ้ากับมาเฟีย มาฉายรีรันกันอีกรอบให้แฟนๆ ได้ชมกันในยามบ่าย ซึ่งหลายๆ คนก็พอจะเข้าใจเหตุผลว่าทำไมสองคนนี้ถึงยังไม่ออกมารับงานละครคู่กัน โดยเฉพาะฝั่งของหนุ่มเวียร์ ที่ว่ากันว่าหวานใจของพระเอกหนุ่มอย่างนางเอก เบลล่า ราณี ไม่อยากให้หนุ่มเวียร์ลงละครคู่กับอดีตหวานใจ ส่วนเหตุผลก็คงจะเหมือนกับคู่รักทั่วไป ที่ไม่อยากให้แฟนตัวเองไปข้องเกี่ยวกับแฟนเก่า ส่วนเรื่องนี้จะจริงเท็จประการใด ยังไงก็อยากให้สาวเบลล่าออกมาเคลียร์เรื่องนี้ให้ชัดเจนไปเลย เบลล่า ราณี เบลล่า ราณี เวียร์ ศุกลวัฒน์ - แพนเค้ก

ซึ้ง! สาวเร่ขายกอด หาเงินรักษาแฟนหนุ่มป่วยหนัก
ขายกอด /  ป่วยหนัก / 

ซึ้งในรักแท้ สาวจีนเร่ขายกอดกลางถนน เพื่อหาเงินรักษาแฟนหนุ่มที่ป่วยหนัก แฟนรู้เข้ามาห้ามหวังให้เลิกทำ ก่อนจะปล่อยโฮกันทั้งคู่ เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานเรื่องราวของ "หยวน หยวน" สาวชาวจีนที่ต้องมานั่งขายกอดในราคา 10 หยวน (ราว 50 บาท) กลางถนนในมณฑลเหอเป่ย์ เพื่อเรี่ยไรเงินไปเป็นค่าผ่าตัดให้ "เจีย" แฟนหนุ่มที่กำลังป่วยหนัก "เจีย"มีความจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนไขกระดูกโดยด่วน ซึ่งทางโรงพยาบาลขอให้วางเงินมัดจำไว้ 250,000 หยวน (ราว 1,300,000 บาท) เพราะไม่มีเงินมากพอจึงต้องเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน ทางด้านหยวนหยวนหยวน ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเขียนป้ายไปวางกลางถนนว่า "ฉันจะกอดคุณนาทีละ 10 หยวน เพื่อช่วยชีวิตแฟนของฉัน"  หลังจากนั้นเจียรู้เรื่องดังกล่าว ก็รีบมาหยุดเธอในทันที คนในเหตุการณ์บอกว่า ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่สักพัก ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะลงเอยด้วยการร้องไห้โฮ ขอบคุณ tnn MThai News

ส่อง รายได้หนังในไทย วันที่ 9 - 15 เม.ย. 58 ใครรอดใครร่วง มาดูกัน
box office /  Cinderella / 

ครบรอบสัปดาห์ เราก็มาตามนัด กับการส่อง รายได้หนังในไทย ว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่งในวันที่ 9 - 15 เม.ย. นี้ เปิดศึกยักษ์ชนยักษ์ สายแข็งฟอร์มใหญ่ทั้งคู่ ส่วนเรื่องอื่นๆ ใครจะรอดหรือใครจะร่วงบ้าง มาชมกันเลย นาทีนี้ ต้องยกให้ครอบครัวซิ่ง Fast & Furious 7 ที่เร็วแรงทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศ แบบใครก็คว่ำไม่ลง คว้าแชมป์ไปอีกรอบ ตามมาด้วยหน้าสุดท้ายของ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ที่กวาดไปถล่มสมใจหนังแห่งชาติ ตามมาด้วยขวัญใจคลายร้อน The SpongeBob Movie: Spong Out of Water 3D ที่ออกตัวแรงใช่เล่น ทำให้ The Divergent Series: Insurgent ไปไม่ถึงไหน ส่วนเจ้าบูฟแห่ง Home ก็ต้องจอดกลับดาวซะละมั้ง ฝั่ง Cinderella ก็ยังเก็บได้เรื่อยๆ Citizenfour ก็แฉกระฉ่อนจนได้ใจไปเยอะ ต่อด้วยบรรยากาศบ้านทุ่งแบบเจแปนนิสสไตล์ กับ Little Forest: Summer & Autumn หมีเปรูมุ่งสู่อังกฤษ Paddington และปิดท้ายแบบซึ้งน้ำตานอง กับ Ode to My Father สัปดาห์หน้าหลังสงกรานต์ มีหนังชุดใหญ่เข้าโรง แต่ถ้าจะมีลุ้นให้เรื่องไหนล้ม 2 ยักษ์ใหญ่ล่ะก็ บอกได้เลยว่า ยากครับท่าน! ข้อมูลจาก: Bioscope ---------------------------

ลุ้น!! ชัยชนะแห่งน้ำตา สัปดาห์ที่ 3 The Winner IS Season 2
The Winner Is /  The Winner IS Season 2 / 

สนุก ตื่นเต้น ซึ้ง!! ครบทุกรสชาติจริงๆ สัปดาห์ที่ 3 กับการค้นหา 1 ใน 8 สู่รอบแกรนด์ ฟินาเล่ ในรายการ เดอะวินเนอร์ อีส ซีซั่น 2 พรีเซนเต็ด บาย ลิสเตอรีน ผู้เข้าแข่งขัน ต่างขนพลังความสามารถการร้องเพลง การเต้น ลีลาแพรวพราว พร้อมกับความซึ้งใจบนเวทีนี้กันสุดๆ สร้างความลำบากใจให้กับตัวแทน 101 เสียงบนตัว W สัปดาห์นี้มีทั้ง ข้าราชการ นักร้อง ครูสอนร้องเพลง คู่แฟน  ซึ่งล้วนมีดีกรีที่เท่ากัน เพื่อเป้าหมาย เงินรางวัล 10 ล้านบาท ขนาด อ้น-สราวุธ มาตรทอง พิธีกรรายการยังเอ่ยว่า “เป็นอีกวีคที่ผมลุ้น จนทรุดลงไปกับพื้น” เมื่อผู้เข้าแข่งขันพกพาพลังชนิดที่ห้ามกระพริบตา ดวลกันเพลงต่อเพลง อาทิ เจมส์บอน-ชานนท์ บุตรพุ่ม ลูกทุ่งจอมลีลา, สาวเสียงห้าว ณัฐฐ์-ธัญญธร สุขเสถียร และคู่เดวิล-ดีว่าส์ ทีม Meal6 สุดท้าย ใคร?? จะเลือกหยิบเงินที่อยู่ตรงหน้า แล้วเดินกลับบ้านไป หรือว่า ใคร?? ที่เลือกจะสู้ต่อ เพื่อเดินตามความฝัน คว้า 10 ล้านบาท ต้องติดตาม เกาะติดหน้าจอ รอดู เดอะวินเนอร์ อีส ซีซั่น 2 พรีเซนเต็ด บาย ลิสเตอรีน ได้ ในวันอาทิตย์ที่ 19 เม.ย. 58 นี้ เวลา 17.30 -19.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และ สำหรับผู้ที่พลาดชม สามารถติดตามย้อนหลังได้ทางช่อง True4U ทุกวันพุธเวลา 21.15 น. รับรอง มันส์หยด ครบรส ปาดน้ำตาแน่นอน!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

ฟินหนักมาก! บี้-กุ๊บกิ๊บ โมเม้นท์ขยี้หัวใจ!!
บี้ KPN /  กุ๊บกิ๊บ / 

ฟินให้ตายกันไปข้าง!! เพราะตั้งแต่นักร้องตี๋ล่ำ บี้ KPN ออกมายอมรับว่ากำลังขายขนมจีบสาวไซส์มินิสุดแซ่บ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ทั้งคู่ก็ถูกจับตาความสัมพันธ์มาตลอด แม้พักหลังจะเห็นรูปคู่และข้อความหวานถึงกันบ่อยๆ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนกับสถานะหัวใจสักที โดย หนุ่มบี้ โพสต์ภาพกอด สาวกุ๊บกิ๊บ พร้อมประโยคที่ทำเอาหลายคนเขินไปด้วยว่า... "สถานะไม่สำคัญ รู้แค่อยู่ข้างๆ กัน ไม่ว่าเจออะไรวันข้างหน้า ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไร จะมีซึ่งกันและกัน" ด้านฝ่ายหญิงก็ไม่น้อยหน้าโพสต์ตอบกลับไปว่า... "เน่ๆ น้องๆ ที่หน้าตี๋ๆ อะแอบชอบเพ่หร๋าาา #หน้าเกาเดาไม่ยาก #ตัลล๊ากกก #อิอิ #ตอนนี้แฟนยังไม่ใช่ #แต่หุ่นน้องอะเอาไปสิบเต็ม!!! ขอบคุณนะคะที่ให้ใจมาก่อนโดยไม่หวังอะไร ตอนแรกว่าจะใจแข็งไม่ค่อยสนใจ แต่พอเห็นรูปเมื่อคืนเข้าไป อร๊ายยย อิแม่ใจบ่ดี!!! เอาไงดีน๊า" จากนั้นก็ตามมาด้วยโพสต์หวานขยี้หัวใจอย่างต่อเนื่อง!! ขอบคุณภาพจาก IG @bie_kpn, gggubgib36 บี้-กุ๊บกิ๊บ โพสต์หวาน บี้-กุ๊บกิ๊บ โพสต์หวาน บี้-กุ๊บกิ๊บ โพสต์หวาน บี้-กุ๊บกิ๊บ โพสต์หวาน

ทวงหนี้โหด บุกเข้าบ้านทำร้ายพ่อลูกเจ็บสาหัส
ทวงหนี้ /  ทารุณ / 

สองพี่น้องทวงหนี้โหด บุกเข้าบ้านพักเพื่อทำร้ายพ่อกับลูกจนอาการบาดเจ็บสาหัส เหตุเพราะต้องการเงินใช้หนี้  วันนี้ (17 เม.ย. 58) ตำรวจศรีสะเกษรับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายที่บ้าน โดยผู้เสียหายคือ นายอำนาจ โพธิ์ขาว เจ้าของบ้าน มีบาดแผลถูกของมีคมฟันเข้าที่ศีรษะและลำตัวหลายแผล และนายพรประเสริฐ  โพธิ์ขาว อายุ 16 ปี ลูกชาย ถูกฟันที่ศีรษะหลายแผล ถูกแทงกลางหลัง 1 แผล  ทั้งคู่อาการสาหัส นอกจากนี้ยังพบปืนไทยประดิษฐ์อยู่ในห้องน้ำ  1 กระบอก ทางด้าน นางวาสนา คำศรี อายุ 39 ปี ภรรยาผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนได้ไปกู้เงินมา 50,000 บาท โดยเอาที่นาไปจำนองไว้ คนร้ายลูกเจ้าหนี้มาทวงหนี้แต่ตนบอกว่าเก็บเงินพอจะนำไปคืน แต่คนร้ายไม่ยอม นำอาวุธทั้งปืนและมีดเข้าทำร้ายลูกชาย แล้วถีบประตูเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำร้ายสามี โดยผู้ก่อเหตุมี 2 คน ทราบชื่อเล่นคือนายนานและนายยุทธ์ เป็นพี่น้องกัน ด้านตำรวจเร่งติดตามตัวทั้งคู่มาดำเนินคดีแล้ว ขอบคุณ สำนักข่าวไทย MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

รักแท้ยังมีอยู่จริง! บทพิสูจน์ความรัก หลุยส์ ซัวเรซ และภรรยา
ซัวเรซ /  บาร์เซโลน่า / 

ใครจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มวัย 15 ปี นามว่า หลุยส์ ซัวเรซ ที่มีความฝันสูงคือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพจะมีเรื่องราวสุดประทับใจในมุมมองความรักดั่งนิยามขายดีตามร้ายหนังสื่อ หลุยส์ ซัวเรซ เติบโตในเมือง มอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย ตามประสาวัยรุ่นหนุ่มสาว ซัวเรซ พบรักแรกของเขาสาวน้อยน่ารักนามว่า โซเฟีย วัย 13 ปี ทั้งคู่ตกหลุมรักกันและเรื่องราวหลังจากนี้ถูกขีดเขียนราวกับนิยามขายดีที่จะทำคุณต้องชื่นชมในความรักของทั้งคู่ รักแรกของทั้งคู่ต้องเริ่มด้วยความยากลำบากหลังจากเริ่มศึกษาใจคอกันได้เพียง 1 ปี โซเฟีย ต้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ บาร์เซโลน่า ประเทศสเปนตามครอบครัวของพ่อแม่เธอ หลุยส์ ซัวเรซ ตัดสินใจทำเรื่องสำคัญสุดในชีวิต เพื่อขอให้ได้พบหน้า โซเฟีย แฟนสาวที่เขารักสุดหัวใจ ซัวเรซ ตัดสินใจยืมเงิน 70 ดอลลาร์ จากพี่ชาย เพื่อออกเดินทางไปยังเมือง บาร์เซโลน่า เพียงลำพัง จุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียวคือการได้พบหน้าแฟนสาว โซเฟีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเครื่องบินลงจอดที่แคว้นกาตาลัน เมืองบาร์เซโลน่าพร้อมเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซัวเรซ โดนกักตัวที่ศุลกากรนานถึง 2 ชั่วโมง เพราะเจ้าหน้าที่ที่สันนิษฐานว่า ซัวเรซ อาจลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฏหมาย ซัวเรซ ได้แต่พร่ำบอกเจ้าหน้าที่ว่าเขาเดินทางมาเพื่อพบแฟนสาวที่รอเขาอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่เชื่อคำพูดจากปากเขาแต่อย่างไร ความรักที่บริสุทธิ์ของเขาเริ่มทำร้ายตัวเขาเอง ซัวเรซ มีอาการเครียดจัดจนมีเลือดออกที่จมูก เลอะเสื้อสีขาวตัวโปรดที่ที่ใส่มา เจ้าหน้าที่จัดการค้นกระเป๋าเดินทางของเขา ก่อนพบกระดาษที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ที่ป้าของ โซเฟีย แอบยัดมาให้และนั่นคือสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาถูกปล่อยตัว และได้พบแฟนสาวที่ยืนรอคอยอยู่ที่สนามบินนาน 3 ชั่วโมงเต็ม พร้อมกับคาบเลือดเต็มหน้าอกเสื้อตัวโปรดของเขา และนั่นคือบทพิสูจน์ความรักแท้ของทั้งคู่ที่ทำให้ครอบครัวของของ โซเฟีย มั่นใจในเด็กหนุ่มคนนี้และกำลังใจจากครอบครัว รวมถึงคนรักทำให้ ซัวเรซ กลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลกปัจจุบัน วันนี้ เขามาเมืองแห่งความรักนี้อีกครั้ง แต่มาในฐานะนักเตะของบาร์เซโลน่า และได้อยู่ใกล้รักแท้ของตัวเอง ปัจจุบันทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อปี 2009 มีโซ่ทองคล้องใจ 2 คน ลูกสาว เดลฟิน่า และลูกชาย เบนจามิน เครดิต : football vintage, 101greatgoals.com

เบสท์ รักษ์วนีย์ ลูกสาวสมรักษ์ คำสิงห์ น่ารัก ไม่ได้โม้!
ดาวโรงเรียน /  ลูกนักมวย

หลายคนคงจะรู้จักกันดีกับ สมรักษ์ คำสิงห์ นักมวยเหรียญทองโอลิมปิก หรือเจ้าของฉายา ไม่ได้โม้ ที่เราคุ้นหูกัน แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยจะไม่พูดถึงตัวเขา แต่ขอนำเสนอลูกสาวของเขานั่นก็คือ เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ สาวน้อยวัย 15 ปี บอกเลยว่า หน้าตาน่ารัก สูงยาวเข่าดี ยิ้มหวานมากก .. ไม่ได้โม้จริงๆนะ >,< เบสท์ รักษ์วนีย์ ลูกสาวสมรักษ์ คำสิงห์ น่ารัก ไม่ได้โม้! เบสท์ รักษ์วนีย์ ลูกสาวสมรักษ์ คำสิงห์ น่ารัก ไม่ได้โม้! น้องเบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ อายุ 15 ปี อยู่ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 นอกจากนี้ สมรักษ์ คำสิงห์ และน้องเบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ก็ยังจัดรายการคู่กันซะด้วย เพื่อนๆ คนไหนอยากชมก็ตามดูได้เลยที่ รายการมวยไทย ไม่ได้โม้ ทางช่อง ทีสปอร์ต นะคะ นอกจากนี้ยังเล่นเอ็มวีเพลง ”เขา 30 วันฉัน 3 ปี” ของนักร้องคุณภาพจากเวทีชิงช้าสวรรค์ ตุ้มจ่านกร้อง ดีกรีแชมป์ลูกทุ่งมัธยม ชิงช้าสวรรค์ 2 ปีซ้อน ขอบคุณรูปภาพ https://www.facebook.com/S.Kamsing

ดต.เมากร่าง ล็อกคอจ่อหัวสาวเสิร์ฟ3นัดดับอนาถ
ดต.เมากร่าง /  ยิงหัวสาวเสิร์ฟ / 

ดาบตำรวจ สภ.คอหงส์เมากร่าง ฉุนร้านอาหารไม่เปิดให้นั่งดื่มเหล้าต่อ คว้าปืนล็อกคอจ่อยิงศีรษะเด็กเสิร์ฟ 3 นัดซ้อนดับอนาจ ขณะยืนรอมอบตัว ด้านผบก.ภ.จ.สงขลา สั่งออกราชการ ตั้งคกก.สอบวินัย เมื่อเวลา 00.05 น.วันนี้(17 เม.ย.) ตำรวจ สภ.คอหงส์ รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่บริเวณหน้าร้านอาหารเฟอรารี่ผับ ถนนกาญจนวณิชย์ หมู่ 4 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.สุริยา ฝาหล๊ะ อายุ 34 ปี เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. 3 นัด เข้าบริเวณศีรษะ นอนหงายจมกองเลือดเสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.ณชาตรี นันธิโย ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คอหงส์ ซึ่งยังอยู่ในอาการเมาสุรา และไม่ได้หลบหนีไปไหนหลังเกิดเหตุได้เข้ามอบตัวต่อตำรวจ จึงได้ควบคุมตัวไว้พร้อมอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุ จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.ณชาตรี ซึ่งเมาสุรามาจากที่อื่น ได้เข้ามาในร้านอาหารดังกล่าว พร้อมสั่งเหล้า เพื่อจะนั่งดื่มต่อ และมีความคุ้นเคยกับร้านอาหารเป็นอย่างดี โดยเจ้าของร้านระบุว่าจะปิดร้านแล้ว ทำให้ ด.ต.ณชาตรี ไม่พอใจเดินกลับไปที่รถยนต์หยิบอาวุธปืนออกมา พร้อมกับพูดว่าจะเอาปืนไปยิงปีศาจ หลังจากนั้นได้เดินปรี่เข้าไปสวมกอดผู้ตาย ซึ่งเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้าน ใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะผู้ตาย 3 นัดซ้อน ล้มทรุดลงจมกองเลือดเสียชีวิตคาที่ จากนั้นเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คอหงส์ ดังกล่าว ด้านพล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ดงต.ณชาตรี ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมกับแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และคุมตัวเข้าห้องขัง เพื่อรอตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญาต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News