คู่กิ๊กซ่าส์ สารพัดแสบ

รู้จัก สาวหล่อ หน้าหวาน บีบี ลูกสาวคนโต อ๊อฟ พงษ์พัฒน์
บีบี สาวหล่อ /  ลูกสาว / 

จัดเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่น่ารักอบอุ่นให้แฟนๆได้ชื่นชมอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าจะเป็นคุณแม่แดง ธัญญา หรือ คุณพ่ออ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ก็แทบจะกลายเป็นแบบอย่างการดูแลครอบครัวให้สามารถครองคู่กันมาอย่างยืนยาว เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้ว จนกระทั่งตอนนี้มีทายาทถึง 2 คนด้วยกัน แต่ด้วยสายตาทีมงาน Women Mthai แอบไปสะดุดตากับ สาวหล่อ สุดเท่ ที่มีชื่อว่า บีบี ซึ่งก็คือ ลูกสาวคนโต ทายาทของครอบครัว วชิรบรรจง เลยอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพ มาแอบให้สาวๆได้จิ้นกันบ้าง เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ดูดีมีสไตล์ หล่อน่ารักขนาดนี้ เอาหัวเป็นประกันว่า อีกไม่นาน สาวหล่อ คนนี้ จะต้องติดอันดับ สาวหล่อแห่งปีกับเค้ากันบ้างล่ะ ไม่เชื่อก็ลองชม ประวัติ เอกนรี (บีบี) เกิด 27 March 1994 High School Toorak college เรียนอยู่ RMIT คณะ Fine Art- Photography รวมภาพ สาวหล่อ หน้าหวาน บีบี ลูกสาวคนโต อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ และ แดง ธัญญา เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาภาพ Bewachi

SM. รับแล้ว! ซอลลี่ f(x) - ชเวจา Dynamic Duo เดทกันจริง!!
Choiza /  Dynamic Duo / 

ซอลลี่ f(x) และ ชเวจา Dynamic Duo ถูกสื่อแชะภาพการเดทสุดโรแมนติกครั้งใหม่ - ต้นสังกัด SM Entertainment ยอมรับแล้ว 'ทั้งคู่เดทกันจริง!' ท่ามกลางกระแสข่าวลือ 'คู่รักต่างวัย' ระหว่าง ซอลลี่ สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง f(x) และศิลปินรุ่นพี่ ชเวจา Dynamic Duo ที่ออกมาอย่างต่อเนื่องและหนาหู ในที่สุด SM Entertainment ต้นสังกัดของนักร้องสาว ก็ออกมายอมรับถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่แล้ว วันนี้(19 ส.ค.) SM Entertainment ออกมายืนยันข่าวลือว่า "ซอลลี่ และ ชเวจา ต่างกำลังดูและซึ่งกันและกันอยู่จริงครับ" ไม่เพียงแค่การเปิดเผยของ SM Entertainment เท่านั้น เพราะสื่อ Dispatch ก็ยังได้เปิดเผยภาพการเดทครั้งใหม่ของ ซอลลี่ และ ชเวจา ออกมาเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก โดย Dispatch ได้ปล่อยภาพชุดและให้รายละเอียดว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ซอลลี่ และ ชเวจา ไปชมปรากฏการณ์ซูเปอร์มูนด้วยกัน ก่อนขับรถไดร์ฟอินเพื่อไปชมภาพยนตร์เรื่อง Pirates ซึ่งซอลลี่แสดงนำ นอกจากนั้นยังมีภาพที่ทั้งคู่สวมชุดกีฬาสบายๆ และใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าเดินเล่นเคียงคู่กันบริเวณนัมซานทาวเวอร์ โดย ซอลลี่ และ ชเวจา ต่างแสดงความรักด้วยการจับมือและดูแลกันและกันตลอดการเดท ภาพมุมไกลการเดทของของซอลลี่และชเวจา ซึ่งขับรถไปชมภาพยนตร์เรื่อง Pirates หลังจากนั้นการเปิดเผยภาพชุดจาก Dispatch ตัวแทนของ SM. ก็ได้ออกมายืนยันเพียงสั้นๆ ว่า "พวกเขาเดทกันจริงครับ" อย่างไรก็ตาม ยังมีกระแสข่าวลือออกมาเพิ่มเติมอีกว่า ซอลลี่ และวง f(x) มีปัญหาขัดแย้งกัน และซอลลี่จะถอนตัวออกจากวง แต่ข่าวดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด. Dispatch ทำแผนภาพข่าวซอลลี่-ชเวจา... 130825 การเดทที่ป่าโซล 140624 ข่าวกระเป๋าสตางค์ของชเวจา 140813 รูปมะเขือเทศชเวลี่ใน kakao ของซอลลี่ และ 140810 เดทซูเปอร์มูน แผนภาพการเดทของซอลลี่และชเวจาในวันที่ 10 ส.ค... ขับรถผ่านถนนวงเวียนนัมซาน > เดินเล่นที่นัมซาน > ดูหนังไดร์ฟอิน [[ อ่านข่าวเก่าที่เกี่ยวข้อง ]] ซอลลี่ f(x) และ Choiza Dynamic Duo ถูกแชะคลิปคู่รักไอดอล! แฟนคลับเดือด! ชเวจา Dynamic Duo เม้าท์ ซอลลี่ f(x) สนุกปาก ซอลลี่ f(x) พักงานชั่วคราว! – SM. แจง นักร้องสาวบอบช้ำทั้งร่างกาย-จิตใจ! ชาวเน็ตเกาหลีสงสัย! ซอลลี่ f(x) พักงาน แต่ไปเดทกับ ชเวจา? ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย  มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

ละครคีตโลกา , เรื่องย่อคีตโลกา
นิว วงศกร /  กรีน อัษฏาพร / 

บทประพันธ์ : รอมแพงบทโทรทัศน์ : แกมบรรจงออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี อัญมา คุณหนูแสนสวย ไฮโซ ที่สมบูรณ์พร้อมไปทุกสิ่งในชีวิต ต้องมาพบความผิดหวังแสนสาหัสที่สุดจนทำให้เธอคิดสั้นไปชั่ววูบ แต่เมื่อเธอคิดได้จะล้มเลิกความตั้งใจกลับเกิดอุบัติเหตุที่นำพาเธอไปยังอีกโลกหนึ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ที่โลกใบนั้น เธอต้องกลายเป็น ไอ้อัญ เด็กติดยาในสลัมที่พัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตที่บิดเบี้ยวบนโลกคู่ขนานใบนี้!ร้อยตำรวจเอก ภควัต ตำรวจหนุ่มไฟแรงที่ได้รับมอบหมายให้ปราบปรามยาเสพติด เขาอาศัยอยู่กับลุงที่เป็นรัฐมนตรี และคุณหญิงวรจันทร์ ป้าแท้ๆ ของเขาซึ่งรับดูแลหลังเกิดเหตุการณ์โหดร้ายกับครอบครัวของภควัตตั้งแต่เขายังเล็ก จากแก๊งค้ายาที่มาล้างแค้นครอบครัวของเขาด้วยการตามฆ่ายกครัว ภควัตรอดมาได้เพราะมีชายหนุ่มพลเมืองดีเข้าช่วย แต่เขาคนนั้นกลับต้องมาถูกฆ่าตายเสียเอง คุณหนูอัญมา ลูกสาวคนเดียวของ คุณอรรณพ และ คุณภรณี เศรษฐีผู้ดีเก่าแถวสุขุมวิท กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องให้ดูสวยเด่นที่สุดในงานหมั้นของ สุคนธรส เพื่อนสาวคนสนิทที่เหมือนจะชิงดีชิงเด่นกันเสมอ แต่อัญมากลับไปค้นพบความจริงว่าเธอไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของบ้านนี้ แต่เป็นเด็กที่ถูกนำมาทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์แห่งนี้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เธอทั้งรู้สึกอดสูและโศกเศร้าจึงรีบไปหา จิรายุ แฟนหนุ่มที่บริษัท แต่กลับต้องรู้ความจริงว่าจิรายุ มีความสัมพันธ์กับ อนุรุท เลขาหนุ่ม และเขาหลอกลวงเธอมาตลอด อัญมาเสียใจในความโง่และหยิ่งผยองของตัวเอง ด้วยอารมณ์ชั่ววูบทำให้เธอเหนี่ยวตัวขึ้นไปบนราวสะพาน แต่เสี้ยวนาทีต่อมาเธอกลับคิดได้ แต่เหมือนโชคชะตาไม่เป็นใจ เกิดมีเหตุให้อัญมากลับเสียหลักลอยละลิ่วดำดิ่งลงสู่ผืนน้ำ แต่เมื่อฟื้นคืนสติ อัญมากลับต้องตกใจเมื่อร่างกายที่เคยสวยงามของเธอกลับกลายเป็นผอมเกร็งดูขี้โรค มือเรียวสวยกลายเป็นกระดำกระด่าง บางนิ้วคล้ายถูกไฟเผาเป็นรอยด้าน แต่ใบหน้านั้นมันคือเธอชัดๆ อัญมากรีดร้องเมื่อรับรู้ว่าเธอเปลี่ยนไปและชีวิตนี้ไม่สามารถรับตัวเองได้ อีกทั้งคนมากมายทั้ง จ่าเดช นางอุบล และจริยา ที่เหมือนรู้จักเธอในร่างนี้ดีกลับเรียกเธอว่า ไอ้อัญ เธอปฏิเสธหัวชนฝาว่าบ้านเธอคือคฤหาสน์ในซอยสุขุมวิท ไม่ใช่ในสลัมแห่งนี้ แต่ทุกคนกลับยืนยันว่าเธออยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด นางอุบล หญิงที่แสดงตัวว่าเป็นแม่ของเธอเอื้อมมือมาจับ แต่เธอกลับสะบัดออกอย่างไม่ใยดี จนอุบลชะงักเพราะไม่ว่าจะไปก่อเรื่องที่ไหนแต่ไอ้อัญก็ไม่เคยก้าวร้าวกับแม่ นอกจากนั้นเธอยังต้องเจอกับ สัญชัย พ่อเลี้ยงที่วันๆ เอาแต่เมาเหล้า จ้องมองเธอตาเป็นมันหวังทำมิดีมิร้าย แต่ที่เลวร้ายที่สุดคืออาการอยากบางอย่างที่เธอไม่รู้ว่าคืออะไร จริยา เห็นอาการนั้นรีบพาเธอเข้าไปในห้องน้ำเปิดฝักบัวรดตัวและกดบ่าไม่ให้ดิ้น อัญมา รับรู้ว่าเธอกลายเป็น ไอ้อัญ เด็กสลัมที่มีชีวิตรันทดทั้งยังติดยาขั้นรุนแรง ยิ่งทำให้ยากที่เธอจะรับสิ่งเลวร้ายมากมายหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาพร้อมๆ กันไหว อัญมามั่นใจว่าโลกนี้มีหลายอย่างเหมือนโลกที่เธอเคยอยู่ เธอมาได้ก็ต้องกลับได้ด้วยวิธีเดียวกันจึงกระโดดน้ำอีกครั้งแต่ไม่สำเร็จ เธอจึงพิสูจน์ให้ ภควัต นายตำรวจปราบปรามยาเสพติด ที่เป็นคนช่วยชีวิต ไอ้อัญ จากการจมน้ำ คนที่ดูเหมือนจะเป็นที่พึ่งพาให้เธอได้มากที่สุดในโลกใบนี้เชื่อว่าเธอไม่ใช่ ไอ้อัญ ด้วยการพูดภาษาอังกฤษไฟแล่บ ทั้งที่ไอ้อัญเรียนไม่จบ ม.3 ด้วยซ้ำ ภควัต จึงเริ่มเชื่อ เมื่อทำใจได้อัญมาจึงเริ่มเปลี่ยนตัวเอง พยายามเลิกยาเสพติดให้ได้ วางแผนชีวิตเรียนหนังสือเพื่อให้ได้คุณวุฒิเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากภควัตที่มักคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอและเธอยังพบความจริงว่า อุบล คือแม่แท้ๆ ที่เอาเธอไปทิ้งไว้หน้าบ้านเศรษฐีเพราะอยากให้มีชีวิตที่ดีและสุขสบาย แต่ในโลกคู่ขนานใบนี้อุบลเปลี่ยนใจและเอาเธอกลับมาเลี้ยงดูจนเติบโตเป็นไอ้อัญ ทำให้เธอซึ้งใจในความรักของแม่ และแปรเปลี่ยนความคิดชิงชังว่าถูกทอดทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง และโลกใบนี้เธอกลับมีแม่ที่เธอต้องเป็นห่วงและเลี้ยงดู ภควัต เสนอให้ อัญมา หรือ ไอ้อัญ เป็นสายให้ตำรวจเพื่อทลายแก๊งค้ายารายใหญ่ของ นายวินิจ หรือ พี่บัง กับ อธิคม ลูกชายที่เพิ่งออกจากคุก ไอ้อัญ ต้องแสดงความสามารถและไหวพริบต่างๆ เพื่อให้อธิคมเชื่อใจและรับเธอเป็นมือขวาเพื่อที่เธอจะเข้าถึงข้อมูลของพวกมันมากขึ้น อธิคมยอมรับในฝีมือไอ้อัญแถมยังเกิดความรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูกกับเธอ ทั้งที่รูปร่างของเธอทั้งผอมแห้งและไม่มีความสวยงามเลย ส่วนภควัตปลอมตัวเข้ามาเป็นพ่อค้าพระเครื่องแฟนของไอ้อัญ ทำให้อธิคมเกิดอาการหึงหวง ในเวลาเดียวกัน นายวินิจจัดงานเลี้ยงใหญ่ขึ้นเพื่อนัดหมายส่งยา ทำให้ไอ้อัญรู้ว่า เสี่ยใหญ่ ผู้ทรงอิทธิพล ฉากหน้าเป็นพ่อพระแต่เบื้องหลังเป็นหัวหน้าขบวนการทั้งหมด และรู้ดีว่าแค่เธอและภควัตไม่มีทางจัดการได้สำเร็จแน่นอน การขนยาล็อตใหญ่เกือบล้มเหลว อธิคมเริ่มสงสัยว่าเกลือเป็นหนอน แต่ไอ้อัญก็แก้ปัญหาจนรอดพ้นการเป็นผู้ต้องสงสัยไปได้ แต่นายวินิจไม่คิดอย่างนั้นจึงจับตาดูความเคลื่อนไหวของไอ้อัญทุกฝีก้าว ภควัต พาไอ้อัญมาหลบที่บ้านของตน ท่ามกลางความไม่ชอบใจของ ขวัญอนงค์ ลูกสาวของคุณหญิงวรจันทร์ผู้เป็นป้า ที่เห็นอาการอยากยาของไอ้อัญเข้า แต่ที่นี่ทำให้อัญมาค้นพบความจริงว่าพ่อของเธอคือพลเมืองดีที่เข้าช่วยภควัตให้รอดชีวิตจากการฆ่ายกครัวแต่กลับต้องมาตายซะเอง ขณะเดียวกันนั้น นายวินิจ และอธิคมแน่ใจว่า ไอ้อัญเป็นสายให้ตำรวจ ยิ่งรักมากยิ่งแค้นมากจึงแก้แค้นด้วยการสั่งเก็บอุบลพร้อมเผาชุมชนให้เกลี้ยง เธอเสียใจมากที่เป็นสาเหตุให้แม่แท้ๆ ต้องตาย พร้อมกับหนีสายตารังเกียจของคุณหญิงป้าจึงตัดสินใจหนีออกมาและทำแผนกลับเข้าไปหาอธิคมอีกครั้งเพื่อหวังแก้แค้นให้แม่ แต่ในระหว่างนั้นอธิคม และนายวินิจถูกตำรวจตามล่าจนวิ่งหนีมาจนมุมที่บ่อน้ำครำ นายวินิจสั่งให้ไอ้อัญกระโดดลงไปเพื่อหนี แต่จังหวะนั้นเธอกลับหันกระบอกปืนแล้วยิงเข้าใส่นายวินิจแบบไม่ยั้ง ก่อนจะหันปืนไปที่อธิคมแต่เขาหลบได้ เธอจึงวิ่งหนีกระโดดลงไปในแม่น้ำที่เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเธอกลับกลายเป็น อัญมา ที่มีคุณอรรณพ คุณภรณี พ่อแม่มหาเศรษฐีคนเดิมของเธอเฝ้ารอคอยเธอฟื้นกลับมาตั้งแต่วันที่เธอตกน้ำ เธอจะทำเช่นใดกับโชคชะตาที่เล่นตลกเช่นนี้ ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เธอไม่ใช่คุณหนูอัญมาคนเดิมที่มีนิสัยเย่อหยิ่ง ดูถูกคนอีกต่อไป และความรักของเธอกับภควัตที่ก่อตัวขึ้นในขณะที่เธอเป็นไอ้อัญจะดำเนินต่อไปได้หรือไม่ เช่นไร และจะไปพบจุดจบแบบไหน เธอจะทำอย่างไรกับทุกสิ่งที่เป็นไป และบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นเช่นไร ติดตามในละคร “คีตโลกา” ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดง วงศกร ปรมัตถากร (นิว) รับบท ร้อยตำรวจเอกภควัตอัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล (กรีน) รับบท อัญมา / ไอ้อัญลิขิต บุตรพรม (บิ๊กเอ็ม) รับบท อธิคมอรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ (กีฟ) รับบท สุคนธรสจินตัย อันติมานนท์ รับบท พันตำรวจโทกฤษณ์ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล รับบท นายวินิจ / พี่บังปิยะดา เพ็ญจินดา รับบท อุบลวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท อรรณพรัชนี ศิระเลิศ รับบท ภรณี ดวงดาว จารุจินดา รับบท คุณหญิงวรจันทร์วสันต์ โพธิพิมพานนท์ รับบท รัฐมนตรีอภิกานต์

Easy DIY ต่างหูสตรอเบอร์รี่ Loombands by TeenMthai Ep1
DIY /  Easy DIY / 

สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเพื่อนๆ กับคลิปแรกของ Easy DIY By Teenmthai (Diy ฟุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง ง่ายๆ ตามสไตล์วัยรุ่น) ซึ่งวันนี้ทีนเอ็มไทยจะมาขอตามเทรนด์การทำ Loombands หรือ ยางสีสุดฮิตกัน เพื่อนๆ อาจะเห็นเป็นสร้อยข้อมือ แหวน สร้อยกันมาเยอะและ แต่วันนี้เราจะขอแหวกแนวให้สาวๆ กันนิดนึง DIY ต่างหูสตรอเบอร์รี่ จาก Loombands ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้วไปติดตามกันเลย...Easy DIY ต่างหูสตรอเบอร์รี่ Loombands by TeenMthai Ep1  Easy DIY ต่างหูสตรอเบอร์รี่ Loombands by TeenMthai Ep1 เริ่มจากอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม ก็คือ 1. ยางสี (สีแดง,สีเขียว,สีชมพู หรือเพื่อนๆ จะเลือกตามความชอบก็ได้นะคะ) 2. แท่นถัก หนังยาง Loom Bands 3. ไม้ถัก 4. ตะขอต่างหู แค่นี้เพื่อนๆ ก็สามารถ DIY ได้อย่างง่ายดายแล้ว มาเริ่มที่วิธีทำกันเลยนะคะ 1. เริ่มจากตั้งแท่นถักที่เป็นรูเปิด หันออกนอกตัว 2. นำยางสีเขียว 2 เส้นมาทำเป็นส่วนบนของสตรอเบอร์รี่ ทั้ง 2 ข้าง (ตามคลิป) ดังนี้ 2.1 เริ่มจากครอบยางลงไปที่จุด 1 แถว 1 ไปหาจุด 2 และทำแบบเดียวกันคือ นำยางสีเขียวสองเส้นมาครอบบนจุดที่ 3 ไปหาจุดที่ 2 3. นำยางสีแดง หรือ ชมพูก็ได้ค่ะ สองเส้นเหมือนกันมาทำเป็นผลสตรอเบอร์รี่ โดยวางเรียงเป็นแถวยาวขึ้นไป ประมาณ 4 แถว 3.1 เริ่มจากนำยางสีแดง 2 เส้นครอบจากจุดที่ 1 แถว 1 ดึงมาจุดที่ 1 ของแถว 2 และทำเหมือนกันในจุดที่ 2 และ 3 แบบนี้นะคะ (ทำให้ดู) 3.2 หลังจากนั้นใช้ยางสีแดง 2 เส้นเหมือนเดิม ครอบลงจุดแรกของแถวที่สอง ดึงมาจุดแรก ของแถวที่ 3 ทำเหมือนกันในจุดที่ 2 แต่สำหรับจุดที่ 3 ให้ครอบยางและดึงโยงมาทับกับจุด 2 แถวที่สาม แทน 3.3 ใช้ยางสีแดง 2 เส้นจากจุดกลางของแถวสามไปจุดกลางของแถวสี่ และใช้ยางอีกคู่ครอบจุดแรกของแถวสามดึงไปจุดกลางของแถวสี่เช่นกัน 3.4 นำยางสีแดงอีกสองเส้น คลุมทั้งสามจุดของแถวที่สอง 3.5 นำยางอีกสองเส้นสีแดง มาพันสองรอบบนไม้ถักแล้วก็ไปใส่ครอบในจุดแรกของแถวที่สาม ดึงไปหาจุดที่สองของแถวเดียวกัน 3.6 คราวนี้ใช้ยางสีแดงเส้นเดียว พันกับไม้ถักอีก 3 รอบ ครอบลงไปในจุดกึ่งกลางหรือจุดที่สองของแถวที่ 4 3.7 เสร็จแล้วก็จะได้ลักษณะนี้ หันแท่นถักกลับเข้าหาตัว โดยให้ยางสีเขียวอยู่ด้านบนแทน 3.8 นำยางสีเขียว 1 เส้น มาพันกับไม้ถัก 2 รอบ และครอบลงบนจุดที่สาม แถวที่ 1 3.9 ทำแบบเดียวกัน กับจุดแรกแถวแรก 3.10 ถึงเวลาที่เราจะเริ่มควักยาง เพื่อให้เชื่อมโยงเป้นผลสตรอเบอร์รี่กันค่ะ เริ่มจากแถวที่ 4 ที่มีจุดเดียว ควักสองเส้นกลาง ไปหาจุดแรกของแถวที่ 3 และควัก 2 เส้นล่างไปหาจุดที่สองของแถวที่ 3 3.11 ต่อมาควักสองเส้นกลางของจุด 2 แถวที่ 3 ไปหาจุด 3 ของแถว 2 และควักสองเส้นล่างของจุดที่ 2 แถวที่สามเหมือนเดิมไปหาจุดสอง แถวที่สอง 3.12 ในส่วนของแถว 3 จุดแรกให้ควักสองเส้นล่างไปหาจุดที่ 1 ของแถวสอง ก็จะได้เป็นลักษณะนี้ค่ะ 3.13 ต่อด้วยการควักสองเส้นล่างของจุด 1 แถว 2 ขึ้นไปหาจุดที่ 1 ของแถว 1 ทำแบบนี้เหมือนกันกับจุดที่ 2 และ 3 ตามภาพ 3.14 ควักยางสีเขียว 2 เส้นล่างจุด 3 แถวที่ 1 มาหาจุด 2 ของแถว 1 ทำเช่นเดียวกันกับจุด 1 แถว 1 มาหาจุดที่ 2 แถว 1 อีกครั้ง 3.15 สุดท้าย นำไม้ถักเกี่ยวลงไปด้านล่างของจุดที่ 2 แถว 1 ยื่นไม้ออกมา นำยางสีเขียว 1 เส้นเกี่ยวไว้ และดึงกลับเข้าไปผูกเป็นจุกหรือขั้วสตรอเบอร์รี่ 3.16 หลังจากนั้นเพื่อนๆ พยายามดึงหนังยางที่เราถักไว้ออกจากแท่นทีละจุดนะคะ แต่ก็ต้องคอยจับตรงจุกหรือขั้วสตรอเบอร์รี่ไว้ด้วย กันหลุด 4. แท่นแท๊น.... แค่นี้เราก็จะได้สตรอเบอร์รี่ 1 ลูกแล้ว จากนั้นเราก็นำตะขอต่างหูมาใส่ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย วิธีการอาจซับซ้อนไปนิด แต่รับรองว่า ออกมาสวยน่าใช้ ถูกใจวัยทีนแน่นอนค่ะ ครั้งต่อไป Easy DIY By Teenmthai จะมา Diy ฟุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง อะไรนั้น อย่าลืมติดตามกันต่อนะคะ ^^ จัดทำและเรียบเรียงโดย Teen.mthai.com หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ

10 ตำนานคำสาปเลื่องชื่อรอบโลก
10 อันดับ /  ตำนานลี้ลับ / 

เพื่อนๆ คงจะเคยได้ยินหรือได้อ่านเรื่องราวของตำนานอาถรรพ์ต่างๆ กันมาบ้างแล้ว แต่ทีนเอ็มไทยก็ยังมีเรื่องราวตำนาน หรือเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกับตัวบุคคล ครอบครัว หรือราชวงศ์ในประวัติศาสตร์ของต่างประเทศ มาฝากให้เพื่อนๆ อ่านชวนพิศวงกันอีกซะหน่อยคะ กับ 10 ตำนานคำสาปเลื่องชื่อรอบโลก 10 ตำนานคำสาปเลื่องชื่อรอบโลก 1. คำสาปฟาโรห์ แห่งอียิปต์ พฤศจิกายน 1922 โฮวาร์ด คาร์เตอร์ นักโบราณคดีชาวอังกฤษได้ค้นพบสุสานสมัยยุค 1400 ปีก่อนคริสตกาลของฟาโรห์ตุตันคามุน ขุมสมบัติของกษัตริย์อียิปต์ที่ไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไปกว่าพันๆปี แต่ในช่วงเวลาไม่กี่เดือน กลุ่มคนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้นพบสุสานดังกล่าวก็ค่อยๆเสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา ไม่ว่าจะด้วยอาการไข้, โลหิตเป็นพิษ, ฆาตรกรรม และฆ่าตัวตาย มัมมี่กษัตริย์อียิปต์โบราณกลายเป็นเรื่องสยองขวัญ มีข่าวลือกันว่าพวกคนที่เสียชีวิตภายหลังการค้นพบสุสานล้วนต้องคำสาปของกษัตริย์ตุตันคามุน และมีแม้แต่ทฤษฎีที่ว่าจุดจบที่โหดร้ายทารุณของผู้ค้นพบสุสานเหล่านั้นเกิดจากการบงการของ Aleister Crowley ชาวอังกฤษที่ใครหลายๆคนเชื่อว่าเป็นพ่อมด เพื่อแก้แค้นต่อการไปรบกวนสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุน สรุปแล้วมันเป็นคำสาปลึกลับหรือว่าแค่กลุ่มคนโชคร้ายล่ะ? บันทึกได้เผยข้อมูลว่ามีคนจำนวน 58 คนที่เกี่ยวข้องเมื่อตอนเปิดสุสาน ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้มีรอยขีดข่วนจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด รวมไปถึง คาร์เตอร์ ผู้นำการค้นพบเองก็ตาม(เขาเสียชีวิตเมื่อผ่านไปถึง 17 ปี) แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร อาชีพนักโบราณคดีก็ดูกลายเป็นอาชีพหนึ่งที่ต้องเสี่ยงมากที่สุดในช่วงยุคต้นศตวรรษที่ 20 อย่างแน่นอน 2. คำสาปตีมูร์ มหาขุนศึกชาวเติร์ก ตีมูร์ ขุนศึกชาวเติร์กในช่วงศตวรรษที่ 14 ผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อการตายของผู้คนกว่า 17 ล้านชีวิต (หรือประมาณ 5% ของประชากรทั้งโลก) เขายังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สร้างพีระมิดจากกะโหลกมนุษย์ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เขาจึงเป็นคนที่เราไม่ควรเข้าไปยุ่มย่ามด้วยเด็ดขาด แม้เขาจะตายไปแล้วกว่า 500 ปีก็ตาม นี่ยังไม่ต้องพูดถึงสุสานของเขาที่สลักถ้อยคำหนึ่งไว้ว่า ''ทั้งโลกจักต้องสะเทือน เมื่อข้าฟื้นจากความตาย'' แต่ในเดือนมิถุนายน 1941 Mikhail Gerasimov นักมนุษยวิทยาชาวโซเวียต ได้ขุดเข้าไปในสุสานของขุนศึกผู้นี้ รวมไปถึงอาจหาญเอากะโหลกของตีมูร์มาด้วย สองวันต่อมา เยอรมนีก็โจมตีโซเวียต เป็นเหตุให้ประชาชนนับล้านต้องสังเวยชีวิต ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 1942 ตีมูร์ก็ถูกนำไปทำพิธีฝังอีกครั้งตามประเพณีของชาวอิสลามอย่างเต็มรูปแบบ แค่เพียงไม่นานก่อนที่โซเวียตจะคว้าชัยชนะได้ในสมรภูมิรบที่สตาลินกราด 3. คำสาปเตคัมเซ่ ผู้นำเผ่าอินเดียนแดง การเป็นประธานาธิบดีของประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาก็เป็นงานที่ยากเย็นแสนเข็ญพอแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคำสาปของชนพื้นเมืองแห่งแผ่นดินอเมริกาเดิมที่ว่ากันจะลงทัณฑ์ทุกๆ 20 ปี ในปี 1931 ''ริปลีย์ เชื่อหรือไม่'' ได้บันทึกเป็นครั้งแรกว่าประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกในช่วงปีที่ 20 หารลงตัว (หรือลงท้ายด้วยเลข 0 ) มักจะประสบเหตุร้ายแรงต้องเสียชีวิตในหน้าที่ เฉกเช่น อับราฮัม ลินคอล์น, เจมส์ เอ. การ์ฟีลด์ และ วิลเลียม แมกคินลีย์ ที่ล้วนถูกสังหาร วิลเลียม แฮร์ริสัน เสียชีวิตด้วยอาการปอดบวม วาร์เรน ฮาร์ดิง ก็ถูกหามออกจากออฟฟิศเพราะโรคหัวใจคร่าชีวิต แม้หลังจากที่ทำการบันทึกไปแล้ว อะไรๆก็ไม่ได้ดูดีขึ้นเลยเพราะทั้ง แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ และ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ต่างก็ถูกสังหาร เป็นการตอกย้ำถึงคำสาปลึกลับดังกล่าวเข้าไปอีก แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ? แน่นอนว่าเตคัมเซ่(ตามรูป) เป็นผู้นำของชนเผ่า Shawnee ที่ต่อสู้กับทหารของประธานาธิบดีแฮร์ริสัน ในสมรภูมิที่ Tippecanoe เมื่อปี 1811 พร้อมๆกับพี่น้องของเขาคนหนึ่ง ผู้เป็นที่รู้จักในชื่อของ ''ศาสดาพยากรณ์(The Prophet)'' ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้สาปแช่งแฮร์ริสัน และส่งผลถึงประธานาธิบดีคนต่อๆมาทุกคนที่เข้าดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาว' อ่านเพิ่มเติม .. คำสาปหมายเลข 0 คำสาปประธานาธิบดีสหรัฐ 4. คำสาปตระกูลเคนเนดี ตระกูลเคนเนดีเป็นอะไรที่ใกล้เคียงที่สุดกับความเป็นราชวงศ์ของชาวอเมริกัน และแม้ครอบครัวนี้จะมีทั้งความมั่งคั่ง อลังการ และเต็มไปด้วยภาพลักษณ์ของอเมริกันชนที่ดี แต่ตระกูลนี้ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวโศกนาฏกรรมเช่นเดียวกัน จอห์น เอฟ. เคนเนดี และน้องชายของเขา โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี ถูกสังหารทั้งคู่ โรสแมรี เคนเนดี ต้องทนทุกข์ทรมานกับการผ่าตัดสมองที่ล้มเหลว เทด เคนเนดี ต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เขาทำให้หญิงที่นั่งมาด้วยกันในรถเสียชีวิต และสมาชิกอีก 4 คนของตระกูลก็ต้องมาเสียชีวิตในอุบัติเหตุเครื่องบินตก โชคยังดีที่ในตอนนี้อะไรๆในตระกูลเคนเนดีดูเหมือนจะผ่อนคลายลงบ้างแล้ว 5. คำสาปเพลง มาย เวย์ ของแฟรงก์ ซินาตรา ในช่วงศตวรรษที่ 20 มีคนจำนวนไม่น้อยกว่า 6 คนถูกฆ่าตายขณะที่ร้องเพลง มาย เวย์ (My Way) ของแฟรงก์ ซินาตรา ในคาราโอเกะบาร์ที่ฟิลิปปินส์ จนต้องมีการนำเพลงนี้ออกจากลิสต์เพลงในโปรแกรมคาราโอเกะ อันที่จริงผับบาร์คาราโอเกะในฟิลิปปินส์มักจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นได้เป็นประจำ โดยมีสาเหตุเพียงเพราะใครซักคนร้องเพลงได้ย่ำแย่เท่านั้น แล้วทำมไต้องเป็นเพลงนี้ล่ะ? ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับร้อง Butch Albarracin กล่าวถึงสาเหตุผ่านนิตยสารนิวยอร์คไทมส์เมื่อปี 2010 ไว้ว่า ''เพลงนี้ฟังดูทะนงตนมาก เนื้อเพลงจะไปปลุกความรู้สึกหยิ่งยะโสของตัวผู้ร้อง ทำให้เหมือนเค้ารู้สึกว่าตัวเองเจ๋งทั้งๆที่จริงๆแล้วตัวเขาอาจจะไม่ได้มีอะไรเลย' 6. คำสาปราชวงศ์โรมานอฟ จักรพรรดิแห่งรัสเซีย เราสามารถพูดได้ว่า ราชวงศ์โรมานอฟ ตระกูลของจักรพรรดิผู้ปกครองรัสเซียมาตั้งแต่ปี 1613 ไปจนถึงการปฏิวัติในปี 1917 ต้องพบเจอกับเรื่องราวโศกนาฏกรรมและความโชคร้ายตลอด 3 ศตวรรษแห่งการปกครอง บ้างเชื่อว่ามีคำสาปที่ส่งผลให้กว่า 280 ชีวิตต้องตายก่อนวันอันควร ไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุหรือโรคร้ายประการใดก็ตาม ที่ล้วนสั่นคลอนความมั่นคงของราชวงศ์ โดยโศกนาฏกรรมที่เด่นชัดที่สุดก็คือการสังหารหมู่อย่างโหดร้ายของจักรพรรดิซาร์นีโคไลที่ 2 (ตามรูป) และครอบครัว โดยกลุ่มคอมมิวนิสต์ บอลเชวิก เมื่อปี 1818 นอกจากนี้ อเลกเซย์ นีโคลาเยวิช โอรสองค์เดียวของพระองค์ยังเป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด(ฮีโมฟีเลีย)มาแต่กำเนิด ทำให้เกิดการแพร่กระจายไปในเชื้อสายราชวงศ์ของยุโรปในช่วงนั้น และยังมีการถกเถียงกันอีกว่า ความใกล้ชิดของราชวงศ์ซาร์กับนักบวช เกรกอรี รัสปูติน หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ''นักบวชคลั่ง(The Mad Monk)'' ผู้มีส่วนให้เกิดความเสื่อมศรัทธาในราชวงศ์จนนำไปสู่การล่มสลายของระบอบจักรพรรดิในรัสเซีย 7. งานสมรสหายนะที่สุดของโลก สมเด็จพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 แห่งอิตาลี เป็นที่รู้จักในปัจจุบันจากอนุสรณ์สถานสุดอลังการใจกลางกรุงโรม แต่เมื่อย้อนกลับไปในสมัยช่วงยุคศตวรรษที่ 19 พระองค์ทรงเป็นพระราชบิดาของเจ้าบ่าวเจ้าของงานสมรสที่เป็นหายนะที่สุดในโลก พิธีสมรสของเจ้าชาย Amedeo of Savoy กับ Maria Vittoria dal Pozzo  เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 1863 ต้องเริ่มต้นด้วยการชนตอขนาดมโหฬาร ว่ากันว่าเพื่อนเจ้าบ่าวยิงตัวตาย ยามในปราสาทปาดคอตัวเอง ช่างเสื้อของเจ้าสาวแขวนคอตาย ทหารผู้ช่วยของพระราชาตกม้าตาย นายทหารผู้นำพิธีการสมรสหมดสติจากอาการลมแดด นายสถานีถูกล้อรถไฟฮันนีมูนบดทับจนถึงแก่ชีวิต เราไม่รู้เลยว่าจะต้องใช้อะไรถึงจะทำให้งานแต่งงานครั้งนั้นกลับมาเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขตามที่ควรจะเป็นได้ 8. รถสปอร์ตอาถรรพ์ของเจมส์ ดีน รถสปอร์ตยี่ห้อ Porsche รุ่น 550 Spyder ของ เจมส์ ดีน ที่มีชื่อเล่นออกจะหยาบคายว่า 'Little Bastard' มีตำนานยาวเหยียดที่เริ่มต้นด้วยเรื่องที่เจ้าของของมัน ดาราหนุ่ม เจมส์ ดีน ซึ่งเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 24 ปีเพราะรถคันนี้เมื่อตอนปี 1995 แล้วยังมีการบันทึกถึงอุบัติเหตุหลายๆครั้งที่มีเจ้ารถคันนี้เป็นสาเหตุหรือเข้าไปเกี่ยวข้องตลอดช่วงปี 1950-1960 ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บสาหัสของผู้มาเข้าชม หรือจะเป็นการเสียชีวิตของคนขับรถบรรทุกที่ขนรถอาถรรพ์คันนี้มา ไม่มีใครรู้ว่าทั้งหมดนั่นอาจเป็นแค่ความบังเอิญชวนขนลุกเฉยๆ หรือว่ารถคันนี้จะถูกใช้เป็นโอกาสแจ้งเกิดของช่างที่เอาซากรถคันนี้ไปซ่อมหลังเกิดอุบัติเหตุครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตามที 9. คำสาปซุปเปอร์แมน ตอนนี้ใครที่เคยแสดงเป็นซุปเปอร์แมนคงจะหวั่นๆกันบ้าง เพราะคำสาปซุปเปอร์แมนนั้นหมายถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับผลงานการดัดแปลงเรื่องราวของยอดมนุษย์ซุปเปอร์แมน ที่โด่งดังที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ คริสโตเฟอร์ รีฟ (ตามภาพ) ผู้กลายเป็นอัมพาตหลังเกิดอุบัติเหตุตกม้าในปี 1995 และเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากอาการอัมพาตของเขา และก็มีเรื่องของ จอร์จ รีฟส์ ผู้รับบทเป็นซุปเปอร์แมนที่ซีรีย์ทีวี Adventures of Superman ที่ถูกพบว่าเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายอย่างชัดเจน แต่บางทีทั้งสองกรณีนี้อาจไม่ใช่คำสาปของซุปเปอร์แมน แต่เป็นคำสาปของสองดารานามสกุลคล้ายอย่าง รีฟ และ รีฟส์ กันแน่นะ 10. คำสาปเพชรโฮป โคตรเพชรอาถรรพ์ เราไม่รู้ว่าพอเป็นคุณจะรู้สึกยังไง แต่ถ้าเป็นเราก็คงจะดีใจไม่น้อยถ้าได้โคตรเพชรขนาด 45.52 กะรัต มูลค่ากว่า 7,750 ล้านบาทมาไว้ในครอบครอง แม้ว่ามันจะต้องคำสาปที่ได้ลงทัณฑ์ด้วยชีวิตของผู้ที่เคยครอบครองมันอย่างพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อ็องตัวแน็ตมาแล้วก็ตาม เพชรโฮป เป็นโคตรเพชรสีฟ้าอายุกว่าพันล้านปีที่มีขนาดโตเท่าลูกวอลนัต ที่มีความเชื่อและบอกเล่าอาถรรพ์ของเจ้าสร้อยนี้มาเนิ่นนาน เชื่อกันว่ามันถูกค้นพบที่อินเดียเมื่อช่วงศตวรรษที่ 17 โดยตำนานได้กล่าวไว้ว่ามันถูกขโมยไปจากพระเนตรของเทวรูปฮินดูองค์หนึ่ง แล้วยังมีเรื่องเล่าอีกมากมายที่ว่ากันว่าโคตรเพชรดังกล่าวได้นำความวิบัติไปสู่ผู้ครอบครองและสวมใส่มัน เช่นเรื่องเล่าที่ว่าผู้ครอบครองคนแรกถูกฝูงสุนัขป่าฉีกเป็นชิ้นๆในคอนสแตนติโนเปิล หรือเรื่องที่นักแสดงสาวชาวฝรังเศสถูกฆาตรกรรมโดยคนรักของเธอเอง แต่ว่ากันตามจริงแล้ว เรื่องเล่าใดๆที่ถูกเล่าต่อๆกันมาแบบนี้ ก็คงถูกปรับแต่งเพิ่มสีสันให้กับความลึกลับของโคตรเพชรก้อนนี้แน่นอนล่ะ

ต๊ะ ส่อแววเลิกแฟน โพสต์IG ดราม่าขอคืนดี
ต๊ะ วริษฐ์ /  ต๊ะ เลิก แอน / 

เอ๊ะ...มันชักจะยังไงแล้ว!! เพราะพักหลังมานี้นักแสดงหนุ่มอย่าง ต๊ะ วริษฐ์ ถึงได้โพสต์ข้อความสุดดราม่าในอินสตาแกรม ทำเอาหลายคนเริ่มสงกะสัยว่าความรัก 3 ปีกว่าระหว่าง หนุ่มต๊ะ และแฟนสาวนอกวงการ แอน วริษฐา ส่อแววล่มแล้วรึเปล่า?!! โดยไม่กี่วันมานี้ในช่วงวันเกิดของดาราหนุ่ม(15 ส.ค.)ที่ผ่านมา เจ้าตัวก็ได้อัพรูป(วันวาน)คู่กับหวานใจคนสวย ขณะที่ไปโชว์สวีทกันต่างประเทศ พร้อมคอมเม้นท์ใต้รูปด้วยว่า "วันเกิดปีนี้ไม่ขออะไรมาก พรข้อเดียวที่อยากจะขอคือ ขอให้เราได้กลับมารักกันและเข้าใจกันเหมือนเดิม" ซึ่ง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้เจ้าตัวโพสต์ภาพข้อความลงไอจีระบุไว้ว่า "ปกติคนเราจะจดจำด้วยสมอง แต่จะมีคนพิเศษบางคนเท่านั้น ที่เราจดจำเขาด้วยหัวใจ และเมื่อเขาเข้ามาในใจเราแล้ว มันก็ยากและเจ็บปวดที่จะลืมเลือน" เช่นเดียวกับ สาวแอน ที่โพสต์รูปข้อความมาว่า "โสด นอกจากเป็นสถานะแล้ว ยังเป็นคำอธิบายได้ว่าคุณมีความแข็งแกร่งพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยไม่ขึ้นอยู่กับใคร" เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเหมือนกัน ต่อมาเธอก็ได้อัพรูปแบบดราม่าอีกว่า "ภาพนี้... บางคนดูแล้วอาจรู้สึกเหงา แต่บางคนกลับ"รู้สึกดี" พร้อมบรรยายใต้ภาพระบุไว้ว่า "now, i m alright ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ สำหรับกำลังใจ ขอโทษที่ไม่ได้ตอบไลน์ รู้ว่าทุกคนเป็นห่วง แค่อยากบอกว่า ตอนนี้แอนสบายดีฮับ" งานนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นการง้องอนตามประสาลิ้นกับฟันหรือมีมือที่สามมาแทรกกลางกันแน่??!! เพราะมีข่าวเม้าท์มอยว่าหนุ่ม หน่อง ธนา แอบมาขายขนมจีบแฟนสาวของ หนุ่มต๊ะ ด้วยอ่ะ!!! เอาว่าเรื่องจะเป็นจริงหรือเท็จแค่ไหนลองไปฟังจากปากเจ้าตัวเองดีกว่านะจ๊ะ!! ต๊ะ วริษฐ์ โพสต์ข้อความในIG ต๊ะ วริษฐ์ โพสต์ข้อความในIG ต๊ะ วริษฐ์ - แอน วริษฐา ต๊ะ วริษฐ์ - แอน วริษฐา แอน วริษฐา แอน วริษฐาโพสต์ข้อความในIG แอน วริษฐา โพสต์ข้อความในIG ต๊ะ วริษฐ์ - หน่อง ธนา

Bioscope ชวนมองสถานการณ์หนังไทยครึ่งปีแรก ที่ถึงกับเสียศูนย์ระเนระนาด?!!
BIOSCOPE /  Tearjerker Issue / 

ในช่วงเวลาที่หนังฮอลลีวูดฟอร์มใหญ่ยักษ์ ได้โหมเข้าโรงในประเทศไทยอย่างไม่มีหยุด ทำให้หนังไทยของเรา ต้องหาที่ยืนดีๆ ไม่ให้ลืมครืนเจ๊งสนิทไปเสียก่อน ซึ่งในวันนี้ นิตยสารเพื่อคนรักหนัง Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม ปกใหม่ ดาวิกา น้ำต้ำแตกนี้! จะขอพาคุณผู้ชมไปย้อนมองสถานการณ์หนังไทย ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ว่าจะรอดอยู่ได้แค่ไหน หรือร่วงระเนระนาดเพราะอะไร เราจะมาหาสาเหตุกัน สถานการณ์ของหนังไทยครึ่งปีแรก เรียกได้ง่ายๆว่า "ล้มครืน" หรือหากเทียบกับปีที่แล้วที่อยู่ในสภาวะป่วยเรื้อรัง ปีนี้ก็จองศาลาเผากันได้เลย แม้จะมีหนังร้อยล้านให้ชื่นใจกัน 2 เรื่องแต่ภาพรวมกลับพบศพตายเกลื่อนถนนแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน! ผู้สร้างเก่าเหือดหายผู้สร้างใหม่มาฆ่าตัวตายชัดๆ จากผลของการชุมนุมทางการเมืองช่วงครึ่งปีหลัง 2556 ผู้สร้างหนังหลายรายชะลอการสร้าง และมันก็ส่งผลให้ช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีหนังไทย (ที่คลอดจากสตูดิโอคุ้นเคย) น้อยจนน่าตกใจ แต่ที่ทดแทนกัน คือ ผู้สร้างรายย่อยและรายใหม่ ต่างรีบขนหนังในสต็อคมาเทกระจาดฉายไม่ยั้ง ฟังดูเหมือนน่าจะสวยงามที่มีผู้สร้างอิสระสร้างความคึกคัก แต่ในความเป็นจริงหนังเหล่านี้ล้มเหลวทั้งคำวิจารณ์และรายได้ จนบางรายเกือบโดดตึกฆ่าตัวตายอย่างที่เป็นข่าวเหตุผลหนึ่งเพราะผู้สร้างรายย่อยมักเป็นนักธุรกิจที่มองเห็นช่องว่างในอุตสาหกรรมหนังจึงหวังตะครุบเหยื่อหนังที่ทำออกฉายก็เป็นหนังทุนสร้างระดับกลางถึงน้อยและวนเวียนไม่กี่แนวตามรอยความสำเร็จของหนังเมื่อ 5-10 ปีที่แล้วจึงไม่น่าแปลกใจนักสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้น อีกหนึ่งสาเหตุใหญ่ ก็คงไม่พ้นทำนองที่ว่า "ตั๋วแพงค่าแรงถูกงั้นจูงลูกซื้อซีดีผีดูที่บ้านดีกว่า" ด้วยเพราะเศรษฐกิจที่พังจากสถานการณ์ในสังคม หลายคนจึงรัดเข็มขัด และเริ่มเห็นว่าโรงหนังราคาแพงเป็นสิ่งไม่จำเป็น ภาพครอบครัวจูงลูกหลานมาดูหนังเริ่มมีให้เห็นยากขึ้น แถมมีตัวแปรอย่างทีวียุคนี้ที่ภาพเสียงคมชัด ดังนั้นจะดูหนังทีก็ต้องเลือกให้คุ้มค่าที่สุดหนังไทย ถ้าไม่ใช่ค่ายที่คุ้นเคยไม่ใช่หนังที่ดูน่าสนใจก็ไม่ต้องคาดหวังว่าจะซื้อตั๋ว (ดังที่จิระมะลิกุลเคยให้สัมภาษณ์ใจความคร่าวๆว่าหนังไทยโกงคนดูมาตลอดเพราะถ้าเทียบกับหนังฮอลลีวูดกระทั่งทุนสร้างเรายังสู้ไม่ได้เลยแต่เรากลับขายตั๋วในราคาเดียวกับเขา) หรือบางทีนี่อาจเป็นสัญญาณบอกว่า หนังไทยบ้านๆอาจถึงกาลล่มสลาย เพราะนอกจากกลุ่มครอบครัวจะหายไปกลุ่มชาวบ้านที่เคยมองโรงหนังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจก็เลือกจะเปิดแอร์ดูแผ่นผีอยู่กับบ้านแทนและเมื่อคนที่ควักเงินจ่ายค่าตั๋วเป็นวัย-รุ่นจนถึงวัยทำงานตอนต้นเหมือนเดิมหนังที่คาดหวังว่าจะทำเงินจึงเจ๊งไม่เป็นท่า โดยยิ่งเมื่อเทียบกับรายได้หนังครึ่งปี 2556 แล้วจะยิ่งเห็นได้ชัดอย่างน่าผิดหวัง Top 5 หนังทำรายได้ครึ่งปีแรก2556 (นับเฉพาะรายได้ในกรุงเทพฯ) พี่มาก...พระโขนง (28 มีนาคม, GTH) 598.9 ล้านบาท คู่กรรม (4 เมษายน, M3๙) 47.52 ล้านบาท จันดาราปัจฉิมบท (7 กุมภาพันธ์, สหมงคล) 34.18 ล้านบาท ทองสุก 13 (31 มกราคม, WAVE) 33.87 ล้านบาท Last Summer ฤดูร้อนนั้น...ฉันตาย (27มิถุนายน, Talent 1) 29.38ล้านบาท Top 5 หนังทำรายได้ครึ่งปีแรก2557 (นับเฉพาะรายได้ในกรุงเทพฯ) ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ๕ ยุทธหัตถี (29 พฤษภาคม, สหมงคล) 201.27 ล้านบาท คิดถึงวิทยา (20 มีนาคม, GTH) 101 ล้านบาท Timeline จดหมายความทรงจำ (13กุมภาพันธ์, สหมงคล) 50.93ล้านบาท ม.6/5 ปากหมาท้าแม่นาค (10 เมษายน, พระนครฟิลม์) 30.29 ล้านบาท ตีสามคืนสาม 3D (16 มกราคม, ไฟว์สตาร์) 20.62 ล้านบาท เพียงแค่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยังสาหัสร่อแร่ขนาดนี้ แล้วครึ่งปีหลังที่เหลือ จะมีหนังไทยเรื่องไหน เป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมากอบกู้สถานการณ์นี้ได้หรือไม่ หรือจะต้องฟกช้ำให้น้ำเกลือไปจนจบปี ติดตามคำตอบของทิศทางหนังไทยครึ่งปีหลังนี้ ได้ทางนิตยสาร Bioscope ฉบับเดือนสิงหาคม หน้าปก ใหม่ ดาวิกา น้ำตาแตก ได้ที่คอลัมน์ ไทยทัศนา: โปรดตรวจสอบทรัพย์สินก่อนลุกออกจากโรงภาพยนตร์ โดย ป๊อปคอร์นำเข้าจากรัสเซีย ได้ทุกแผงหนังสือแล้ววันนี้ -----------------------------------

พัคฮยองซิกและนัมจีฮยอน พรีเซนเตอร์ใหม่แบรนด์แฟชั่น Bean Pole
ดาราวัยรุ่น /  ประเทศเกาหลี / 

พัคฮยองซิกและนัมจีฮยอน พรีเซนเตอร์ใหม่แบรนด์แฟชั่น Bean Pole โดยทั้งคู่ได้รับเลือกให้มาเป็นพรีเซนเตอร์ใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้า Bean Pole's 'Bike Repair Shop' 2014 ซึ่งภาพจะออกมาสวยหล่อขนาดไหน ไปติดตามกันค่ะ... พัคฮยองซิกและนัมจีฮยอน พรีเซนเตอร์ใหม่แบรนด์แฟชั่น Bean Pole  พัคฮยองซิกและนัมจีฮยอน ทั้งคู่นั้นได้ร่วมงานกันในผลงานละครเรื่อง 'What's With This Family?' ตัวแทนของทาง Bean Pole กล่าวว่า "พัคฮยองซิกไม่เพียงแต่จะมีภาพลักษณ์ที่ดีเท่านั้น แต่เขาก็ยังเป็นที่นิยมของคนทุกเพศทุกวัย ส่วนนัมจีฮยอนเป็นนักแสดงที่มีบุคลิกที่โดดเด่นจากพรสวรรค์และการแสดงออกของเธอ พวกเราจึงได้เลือกทั้งคู่ให้มาเป็นตัวแทนของหนุ่มสาวที่จะมาเปิดเผยเทรนด์ของคนในวัย 20 ปีครับ" ข้อมูลจาก http://www.popcornfor2.com

โรงน้ำแข็งเมืองระยองระเบิดเเอมโมเนียรั่ว
ข่าววันนี้ /  คลิปเด็ด / 

เกิดเหตุโรงงานผลิตน้ำแข็งกลางเมืองระยองระเบิด ส่งผลให้แอมโมเนียฟุ้งกระจาย ชาวบ้านถูกหามส่งโรงพยาบาลระยอง 6 คน วันที่ 20 สิงหาคม 2557 เมื่อเวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดอุบัติเหตุระบบการผลิตน้ำแข็งของห้างหุ้นส่วน จำกัด น้ำแข็งสุจิระพัฒนา เลขที่ 234/103 ม.5 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง ระเบิดเสียงดังสนั่น ส่งผลให้มีก๊าชแอมโมเนียรั่วไหล มีชาวบ้านได้รับผลกระทบ อาการระคายเคืองตา แสบจมูก ถูกนำส่งโรงพยาบาลระยอง 6 คน เทศบาลตำบลเชิงเนินได้ระดมรถดับเพลิงจำนวน 2 คัน ฉีดสเปย์น้ำไม่ให้แอมโมเนียฟุ้งกระจาย โดยมีนายเผชิญ เห่งยี้ นายกเทศบาลตำบลเชิงเนิน และนายปถินวิช ละอองแก้ว รักษาการ ปภ.จังหวัดระยอง มาติดตามสถานการณ์ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมสถานการณ์ได้ โดยกลิ่นได้เบาบางลง เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากขณะคนงานทั้ง 5 คน กำลังเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตน้ำแข็งได้เกิดอุบัติเหตุวาวล์เครื่องจักรระเบิด ทำให้ก๊าชแอมโมเนียฟุ้งกระจาย คนงานวิ่งหนีคนละทิศละทาง โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ นายเผชิญ เห่งยี้ นายกเทศบาลตำบลเชิงเนิน กล่าวว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข สำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบและเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ที่อยู่ศูนย์เด็กเล็กเนิร์สเซอรี่ นภาลัย ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของโรงน้ำแข็งดังกล่าวด้วย รวมทั้งได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เพื่อนำรวบรวมเสนอให้กับทางโรงน้ำแข็งหาทางเยียวยาด้วย นอกจากนี้ การตรวจสอบโรงงานได้ขอความร่วมมือจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ขอให้ส่งวิศวกรเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุการระเบิดดังกล่าว ที่มา สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์

ฟินนอกจอ!! หมาก-คิม ควงหม่ำมื้อดึก
หมาก ปริญ /  คิม คิมเบอร์ลี่ / 

อย่างที่ทราบกันดีว่าช่วงนี้คู่พระ-นางสุดจิ้น หมาก ปริญ กับนางเอกสาว คิมเบอร์ลี่ มีงานชวนจิ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง งานละคร, พรีเซ็นเตอร์คู่ และแฟชั่นสุดหวานนน แต่ อ๊ะๆ เท่านั้นยังฟินกันไม่พออ่ะจ้าาาาา สดๆ ร้อนๆ มีตาดีแอบเห็นทั้งคู่ควงไปหม่ำข้าวมือค่ำกันที่อเวนิวชื่อดังย่าน ถ.เกษตร-นวมินทร์ โดยตากล้องจำเป็นท่านนี้แอบแชะหลักฐานมาได้ตอนจะขึ้นรถกลับ เอาเป็นว่าถ้าพร้อมเปิดตัวเมื่อไหร่ก็รีบจัดมา จะได้เตรียมจิกหมอน!! อิอิ หมาก - คิม หมาก - คิม หมาก - คิม หมาก - คิม หมาก - คิม

เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ
ที่สุดในโลก /  ประวัติคนดัง / 

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) บุคคลดังในประวัติศาสตร์โลกคนนี้ เพื่อนๆ จะรู้จักในฐานะ ผู้นำเผด็จการของเยอรมันนีผู้โหดเหี้ยม! (ปกครองแบบสังคมนิยม) ผู้สั่งสังหารชาวยิวกว่า 1.6 ล้านคน ณ ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ ( Auschitz Concentration Camp ) บางคนบอกว่า เขาโหดเหี้ยม เผด็จการ ไร้ความปราณี เกินไป แต่บางคนก็ชอบในความรักชาติ ทำให้ประเทศของตนเองฟื้นฟูขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง และกว่าฮิตเลอร์จะก้าวเข้ามาเป็นผู้มีอำนาจ ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนั้น จุดเริ่มต้นมาจากเขาชอบอ่นาหนังสือตั้งแต่เด็กๆ แล้วมันเกี่ยวโยงกันยังไง .. ตามทีนเอ็มไทยไปดูกันเลยคะ เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ >,< เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2432 ที่เมืองเบรานา (Braunau) ประเทศออสเตรีย เขาเป็นบุตรคนที่สี่จากทั้งหมดหกคน แต่พี่ทั้งสามคนของฮิตเลอร์ กุสตาฟ ไอดา และออทโท เสียชีวิตตั้งแต่เป็นทารก ซึ่งในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร บิดาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย หาเงินมาไม่ค่อยพอใช้จ่ายในครอบครัว แม่ของฮิตเลอร์จึงค่อนขอดอยู่บ่อยๆ ว่า เป็นคนบ่จี๊  อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ >> ประวัติอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ << -  ฮิตเลอร์ได้ความฉลาดจากการอ่านหนังสือ ฮิตเลอร์เบื่อที่พ่อแม่ทะเลาะกันจึงหนีออกจากโลกแห่งความจริง ไปอยู่ในโลกจินตนาการผ่านการอ่านหนังสือ ทำให้ฮิตเลอร์เป็นหนอนหนังสือตัวยง โดยเฉพาะหนังสือที่เป็นวิชาการ และหนังสือเกี่ยวกับประวัติบุคคลสำคัญของโลกที่ส่งเสริมให้เกิดความรู้ความคิด จึงทำให้ฮิตเลอร์เป็นผู้ที่มีคารม คมคายเป็นนักพูดฝีปากกล้าคนหนึ่ง -  ช่วงฮิตเลอร์เติบโตเข้าวัยหนุ่ม ได้สมัครเป็นทหารไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้แสดงความห้าวหาญทำให้ได้รับเหรียญกล้าหาญถึง 2 ครั้ง ใคร ๆ เห็นฮิตเลอร์ต่างก็ไชโยโห่ร้องและยกย่องเยี่ยงวีระบุรุษ -  ฮิตเลอร์มีความักใหญ่ใฝ่สูง จากการที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะประวัติบุคคลสำคัญของโลก ทำให้ฮิตเลอร์ทนไม่ได้ที่จะต้องเป็นลูกน้องคนอื่น เขาจึงตั้งพรรคนาซีขึ้น แล้วก็ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินสมใจ แผ่นดินเยอรมันจึงอยู่ภายใต้การปกครองของฮิตเลอร์  -  คติที่สำคัญของฮิตเลอร์ คือ “ผู้นำตายได้ เปลี่ยนแปลงได้ แต่พรรคนาซีจะต้องอยู่คู่ประเทศเยอรมัน” ความสำคัญของคติฮิตเลอร์คือ อย่าเห็นบุคคลสำคัญกว่าระบบ ระบบสำคัญกว่าทุกสิ่งในโลก  - เยอรมันเป็นเจ้าโลก เพราะไม่มีใครมีความสำคัญกว่าใคร ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ สิ่งนี้จึงทำให้คนเยอรมันมีระเบียบวินัยสูงมาก ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ระบบมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด คนเราเกิดมาแล้วต้องตายไป แต่ถ้าสร้างระบบให้ดี แม้คนตายไป แต่ระบบก็ยังอยู่ มันยังเดินหน้าของมันไปได้คนนี้ตายไปคนใหม่ก็มาแทนงานไม่ได้เสียหายอะไร  -  การยึดถือระบบยังสำคัญอีกอย่างคือ ทำให้คนเคารพกติกาในการอยู่ร่วมกัน คนทุกคนล้วนมีความต้องการ และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เมื่อทุกคนมีความต้องการและทำอย่างนั้น คนเราก็ต้องขัดกัน จะต้องทะเลาะกัน เช่นนี้จึงต้องมีกฎหมายเพื่อให้คนมีกติกาเหมือนกัน ทำไปตามกติกาจึงไม่ขัดกัน ไม่ทะเลาะกัน อยู่รวมกันได้ ประเทศที่พลเมืองเคารพกฎหมาย ประเทศนั้นจึงเจริญ  -  ฮิตเลอร์ทำให้คนในชาติเห็นความสำคัญของระบบ จึงทำให้ประเทศเยอรมันในยามนั้นเข้มแข็ง ที่สุดท้ายฮิตเลอร์นำพาเยอรมันก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และนั่นคือจุดจบของฮิตเลอร์ เยอมันแพ้สงครามต่อพันธมิตร ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตาย แต่...เยอรมันก็ยังอยู่ต่อไป คนเยอรมันแม้พ่ายแพ้ สิ้นเนื้อประดาตัว แต่คนเยอรมันมีระเบียบวินัย ได้ระเบียบวินัยช่วยสร้างชาติขึ้นมาใหม่ ไม่กี่ปีผ่านไป เยอรมันก็กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม  อย่าไปรบในสมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ -  ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้ฮิตเลอร์แพ้สงครามโลกครั้งที่สองก็คือ ไปรบในสมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ โดยการเปิดแนวรบอีกด้านหนึ่งคือการรบกับโซเวียต ทำให้ฮิตเลอร์ต้องแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปรบกับโซเวียต ทำให้กำลังรบอีกด้านหนึ่งลดน้อยลง ฮิตเลอร์ไม่ยอมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ว่า การไปรบกับโซเวียตจะทำให้ฉิบหาย O,O!!  เพราะแผ่นดิน โซเวียตนั้นกว้างใหญ่ไพศาล อากาสก็หนาวเหน็บ และที่สำคัญคนโซเวียตเป็นคนที่สู้ยิบตา ไม่ยอมแพ้ ง่าย ๆ ทหารเยอรมันเกิดหนาวตายในสมรภูมิจึงมีมาก -  ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นแล้วคราวนโปเลียน นโปเลียนที่ล่มจมก็เพราะยกทัพไปรบกับโซเวียต ต้องผ่านอากาศหนาวทารุณของโซเวียต ทหารก็หนาวตายมาก การส่งกำลังเสบียงก็ทำไม่ได้เพราะติดหิมะ ผิดกับทหารโซเวียตที่รบอย่างสบายเพราะคุ้นเคยกับสภาพอากาศอันหนาวทารุณ จึงทำให้สุดท้ายทัพฝรั่งเศสต้องพ่ายแพ้ในที่สุด  -  การที่เราไปรบในสมรภูมิที่เราไม่มีวันชนะ จะทำให้เราเสียโอกาสไปรบสมรภูมิอื่น ที่สามารถเอาชนะได้ ทำให้เราได้รับความพ่ายแพ้แทนการได้รับชัยชนะ แถมยังอาจต้องเสียทุกสิ่งที่เรามี ทั้งเวลา ทั้งทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรวัตถุ และเสียกำลังใจ อย่างนี้เราจะทำไปทำไม  -  ดังนั้นเราต้องสู้ในสมรภูมิที่เราจะชนะได้ เมื่อชนะได้เราก็จะมีความมั่นใจ มีกำลังใจเพิ่มขึ้น ตัวเราจะมีสง่า เพราะผู้มีความมั่นใจในตัวเองมีความภาคภูมิใจในตัวเองจะเป็นผู้มีสง่าราศี  และการที่เราจะดูว่าสมรภูมิใดเราจะชนะได้หรือไม่ได้นั้น ก็ให้เราดูตัวเองให้ดี ให้เห็นความเป็นตัวที่เรามี ว่าเรามีดีอะไรบ้าง ขาดเหลืออะไรบ้าง แล้วดูน้ำหน้าศัตรูของเราว่ามันมีดีอะไรบ้าง ขาดเหลืออะไรบ้าง ดูสถานการณ์แวดล้อม ดูว่าเราจะมีแผนทำลายมันอย่างไรได้บ้าง แล้วมันจะทำลายเราอย่างไรได้บ้าง ถามว่า เราได้อะไรจากชีวิตฮิตเลอร์ และชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่ของโลก เราไม่ได้ต้องการรู้ถึงการสู้รับ หรือความรุนแรง แต่คำตอบคือ เราได้พื้นฐานชีวิตของพวกเขา ที่ทุกคนล้วนรักการอ่านหนังสือ ถ้าหากพ่อแม่อยากให้ลูกได้ดี ยิ่งใหญ่ จะต้องปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านหนังสือ .. เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล baanjomyut

เปล่าเพิ่งรู้ใจตัวเอง! มาร์กี้ สนิท บอย พี่น้องเหมือนเดิม!!
มาร์กี้ ราศรี /  บอย ปกรณ์ / 

ไม่ยอมแพ้แรงเชียร์เลยจริงๆ สำหรับนางเอกสาว มาร์กี้ ราศรี ที่ถูกเชียร์ให้จิ้นนอกจอกับพระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ มาตั้งแต่ละครเรื่องแรก ล่าสุดเมื่อต่างคนต่างโสดก็มีกระแสออกมาว่าทั้งคู่เพิ่งรู้ใจตัวเอง งานนี้ สาวมาร์กี้ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสถานะเป็นเพียงพี่น้องที่สนิทกันเหมือนเดิม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แถมเตรียมควงทำบุญวันเกิดของฝ่ายชายกับแฟนคลับเร็วๆ นี้ด้วย!! "วันเกิดพี่บอยได้แฮปปี้เบิร์ธเดย์ไปแล้วค่ะ ก็ให้ขวัญธรรมดาเป็นเสื้อบอลผู้ชาย เค้าไม่ได้ขอค่ะ คือเราไปสเปนแล้วเค้าก็ผู้ชายเนอะก็คงจะชอบฟุตบอล เราก็ไม่รู้เหมือนกันคิดเองก็เลยซื้อเป็นเสื้อบอลค่ะ ให้ไปแล้วเค้าก็ขอบคุณค่ะ ไม่ใช่ทีมที่พี่บอยชอบ แต่คือเราไปที่บาเซโลน่าแล้วก็เลยซื้อเสื้อของที่นั่นให้ ก็เป็นของฝากบวกกับวันเกิดไปด้วยเลยรวบทีเดียว ก็อวยพรขอให้เค้ามีความสุขมากๆ และคนรักเค้าเยอะๆ แบบนี้ตลอดไป" "เดี๋ยวมีจัดกิจกรรมกับแฟนคลับด้วย ก็คือวันที่ 23 ส.ค. ที่เดิม ก็ทำมาปีนี้ปีที่ 3 แล้วก็ได้มีแบบเสื้อออกมาให้แฟนได้เห็นแล้วค่ะ ก็ทำบุญร่วมกันกับแฟนคลับด้วยและเชิญพี่ๆ นักข่าวด้วยเลยแล้วกัน ถ้าว่างก็เชิญไปด้วยนะคะ เห็นบอกจะควงกันเปิดตัวไม่ใช่ค่ะ เปิดตัวเสื้อค่ะ เป็นเสื้อลายใหม่คือเราอยากจะตอบแทนแฟนคลับที่สนับสนุนเราด้วยดีเสมอมาและมีกิจกรรมดีๆ ที่ทำร่วมกันค่ะ เราก็เลยทำเป็นเสื้อแต่ละปีไม่เหมือนกันค่ะ" "มีคนอวยพรว่าปีนี้ขอให้บอยกับมาร์กี้เป็นแฟนกัน โอ๊ย...อย่าเลยดีกว่าค่ะ คงยากนะ มีนิตยสารเล่มหนึ่งเขียนว่ามาร์กี้กับบอยเพิ่งรู้ใจตัวเองกัน จริงๆ เราก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วค่ะ ไปไหนมาไหนด้วยกันมาตั้งแต่รู้จักกัน ก็คือสนิทกันแบบนี้ตั้งแต่เล่นละครด้วยกัน ก็เหมือนเดิมไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไป ไม่ได้มากขึ้น ไม่ได้น้อยลงค่ะ ก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วค่ะ ไม่ได้แบบรู้ใจตัวเองตอนนี้หรืออะไรยังไง จริงๆ เราเป็นแบบนี้เราก็สบายใจดี" "มีหมอดูทักว่าบอยจะได้แฟนเป็นลูกครึ่ง คนเลยมองมาที่เรา ลูกครึ่งในช่องก็เยอะ เรื่องดวงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งดีกว่า ก็ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วการงานดี เราก็ดีใจ แต่แบบเป็นเพื่อนแบบนี้ก็โอเคค่ะ รู้สึกมั้ยว่ามีคนเชียร์เยอะมาก จริงๆ เรื่องเชียร์ก็มีเรื่อยๆ ตั้งแต่ละครเรื่องแรก เรื่องต่อๆ มา มันมาเป็นระลอกมากกว่า จะเป็นคลื่นเป็นเวฟกันไป แต่ช่วงนี้คือต่างคนต่างโสดด้วย แฟนๆ เลยเชียร์ค่ะ" "มีหนุ่มๆ เข้ามาบ้างมั้ย ก็ไม่มีเลยค่ะ จริงๆ เพื่อนทุกคนก็ไม่อยากจะหาคนให้นะ เพราะว่าเกิดไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง และด้วยความที่เราอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ก็จะคิดเองอะไรเองได้มากกว่าค่ะ ตอนนี้เปิดใจมั้ย ก็ไม่ได้เปิดไม่ได้ปิดค่ะ ยังไงก็ได้ เหมือนเราและบอยโสดคนเลยไม่กล้าเข้ามาก็ลำบากทั้งคู่ค่ะ สาวๆ ก็ไม่กล้าเข้าหาเค้า หนุ่มๆ ก็ไม่กล้าเข้าหาเรา แสดงว่าต้องคบกันเองหรือเปล่า โอ๊ย...ไม่หรอก" มาร์กี้ กล่าว มาร์กี้ ราศรี มาร์กี้ ราศรี มาร์กี้ ราศรี มาร์กี้ ราศรี มาร์กี้ ราศรี มาร์กี้-บอย มาร์กี้-บอย มาร์กี้-บอย

หญ้าฮี๋ยุ่ม หรือ หญ้ารีแพร์ เผารมควัน กระชับช่องคลอด รพ.ดังการันตี
กระชับช่องคลอด /  ช่องคลอดฟิต / 

แพทย์แผนไทยเปิดตัวสมุนไพร “หญ้ารีแพร์” หรือ “หญ้าฮียุ่ม” สรรพคุณช่วย กระชับช่องคลอด หญิงที่ผ่านการมีบุตรให้กลับมามีความฟิตกระชับ แค่นำมาตากแห้งแล้วเผา นั่งรมแค่ 2-5 วัน รวมถึงต้มกินกระชับผิวพรรณ ระบุชาวบ้านใช้กันมานานกว่า 30 ปี เตรียมทำวิจัยต่อยอด ขณะเดียวกันก็จัดงาน “งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 11” เผยสารพัดตำรับในการดูแลสุขภาพสำหรับผู้หญิง เมื่อวันที่ 19 ส.ค. นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนา การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 11” ภายใต้แนวคิดการแพทย์แผนไทย หัวใจการดูแลสุขภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3-7 ก.ย.นี้ ที่ฮอลล์ 6-8 อิมแพค เมืองทองธานี ว่าภายในงานจะมีการจัดนิทรรศการต่างๆมากมาย โดยเฉพาะตำรับสำหรับผู้หญิง เช่น เปิดตำรับลับสุดยอด, ภูมิปัญญาไทย หญ้ารีแพร์ หรือ หญ้าฮียุ่ม คืนความสาวให้สาวทันใจ, จีผาแตก ไม่แปลกที่หงส์เหนือมังกร, แม่ฮ้าง 32 ผัว, พลังหญิงที่ชายกริ่งเกรง และการทำยาสมุนไพรดูแลแม่หญิง เป็นต้น  ทั้งนี้ หญ้าฮี๋ยุ่ม ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้กันมานาน สำหรับหญิงหลังคลอด ซึ่งได้ผลดีและมีการใช้สืบต่อมายาวนาน ทางด้าน ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ กล่าวว่า หญ้าฮี๋ยุ่ม เป็นภาษาชาวบ้าน พบได้ทุกภาค แต่เรียกง่ายๆ ว่า หญ้ารีแพร์ มีสรรพคุณช่วยในการ กระชับช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอดของหญิงหลังคลอด หรือในหญิงที่มีปัญหาช่องคลอดหย่อนยานไม่กระชับก็สามารถใช้หญ้าดังกล่าวช่วยคืนสภาพให้ช่องคลอด กลับมามีความกระชับเต่งตึง ลดการหย่อนของมดลูกได้ ทำให้กลับมาเหมือนวัยแรกสาวอีกครั้ง เนื่องจากหญ้าดังกล่าวจัดเป็นกลุ่มเดียวกับไผ่ มีสารซิลลิกา (Sillica) ช่วยในการยืดหยุ่น และยังช่วยกระชับผิวอีก ดังนั้น นอกจากจะนำมาใช้กระชับช่องคลอดด้วยการรมควันแล้ว ยังนำมาใช้ต้มกิน หรือต้มอาบอีกด้วย ผู้ชายก็ใช้ได้ โดยนำมาสมานผิวจากบาดแผลต่างๆ ก็ได้เช่นกัน โดยในการรมควันนั้นจะทำติดต่อกันประมาณ 2-5 วัน แล้วแต่กรณีไป หากนักวิจัยท่านใดสนใจก็สามารถมาศึกษาวิจัยต่อยอดได้  ด้านนางพุทธพร คูณสุข อายุ 56 ปี ผู้มีประสบการณ์ในการใช้ หญ้ารีแพร์ หรือ หญ้าฮียุ่ม กล่าวว่า ตนเคยใช้หญ้าดังกล่าวในการรักษาแผลและกระชับช่องคลอด เนื่องจากภายหลังจากคลอดลูกมาแล้วก็เกิดมีอาการแผลอักเสบปวดต้องไปหาหมอ รักษาแผล 2-3 ครั้งแต่ก็ไม่หาย ญาติผู้ใหญ่สังเกตเห็นว่านั่งให้นมบุตรไม่ได้เพราะมีอาการเจ็บ จึงไปเก็บหญ้าดังกล่าวมาให้ใช้ โดยในการรมควันนั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที และภายหลังจากรมควันเสร็จรู้สึกว่าช่องคลอดกระชับขึ้นแผลที่เคยปวดก็ดีขึ้น เมื่อนอนตอนกลางคืนก็ไม่มีอาการปวดแผลอีกเลย ซึ่งตนทำอยู่ 2 วัน อาการอักเสบของแผลก็หายดีและยังรู้สึกว่าช่องคลอดตึงขึ้น “อยากฝากถึงหญิงที่คลอดลูกหรือมีอาการมดลูกไม่กระชับหย่อนยาน ให้ลองไปหาหญ้าดังกล่าวมาใช้ เพราะใช้ดีจริงๆ แม้แต่แฟนยังบอกว่าตึงกระชับ และจริงๆแล้วแฟนชอบเรียกหญ้าดังกล่าวว่าหญ้ากระชับพื้นที่ และหญ้าดังกล่าวก็หาง่ายมีปลูกทั่วไปตามไร่ตามสวน จากการที่ได้คุยกับทางรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรยังทราบมาด้วยว่าอาจมีการนำหญ้าดังกล่าวมาพัฒนาใช้ในการรักษาแผลที่เกิดจากสะเก็ดระเบิดอีกด้วย” นางพุทธพรกล่าว

พิ้งกี้ ได้ฤกษ์ร่อนการ์ดงานแต่งแล้ว!!
พิ้งกี้ สาวิกา /  ร่อนการ์ดแต่งงาน / 

ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วยนะจ๊ะ! สำหรับนางเอกสาวตาเข้ม พิ้งกี้ สาวิกา ที่ใกล้จะจูงมือแฟนหนุ่ม ไฮโซเพชร อิทธิ เข้าสู่ประตูวิวาห์สุดยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 กันยายน ที่จะถึงนี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ล่าสุดว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาว พิ้งกี้-เพชร ก็ได้ควงแขนร่อนแจกการ์ดงานแต่งสีชมพูหวานแหว๋วเชิญแขกให้มาร่วมเป็นสักขีพยานรักของทั้งคู่แล้วจ้า! แหมๆ..พอเห็นการ์ดวิวาห์ของ พิ้งกี้-เพชร แล้วก็อดอิจฉาตาร้อนไม่ได้จริงๆๆ ขอบอก(อิ๊อิ๊)!!! พิ้งกี้-เพชร พิ้งกี้-เพชร พิ้งกี้-เพชร พิ้งกี้-เพชร พิ้งกี้-เพชร พิ้งกี้-เพชร การ์ดแต่งงานของพิ้งกี้-เพชร การ์ดแต่งงานของพิ้งกี้-เพชร

มาทำ สมุดอวยพร ในงานแต่งงานให้ชิคกันเถอะ
งานแต่งงาน /  มีไอเดีย / 

นอกจาก ของชำร่วย การ์ดเชิญ การตกแต่งภายในงานแล้ว มีสิ่งหนึ่งเจ้าสาวมือใหม่มักมองข้ามคือ  " สมุดอวยพร " เรามีไอเดียดีๆ ที่จะทำให้ สมุดอวยพร ไม่ใช่แค่สมุดกระดาษโล่งๆ ใช้ปากกาเซนต์แบบเดิมๆอีกต่อไป ซึ่งไอเดียที่เราเสนอวันนี้ ขอบอกเลยว่า ถ้าได้เอาไปใช้ในงาน แขกต้องร้องโอ้ว้าว ชอบใจกันเลยล่ะค่ะ จากที่อวยพรกันบนกระดาษโล่งๆ เปลี่ยนมาอวยพรบนลูกโลกแบบวินเทจก็สวยไปอีกแบบนะ คู่บ่าวสาวคู่ไหนที่ชอบเที่ยวรอบโลกล่ะก็ ไอเดียนี้เจ๋งสุดๆเลย ซึ่งลูกโลกวินเทจหาซื้อได้ตามร้านขายของเก่า หรือตลาดนัดมือสอง แต่ถ้าอยากได้มือหนึ่งก็หาซื้อได้ตามร้านขายแบบเรียน หรือร้านเครื่องเขียนได้เลยค่ะ ทำเป็น DIY Scrapbook เก็บภาพประทับใจแขกในงานด้วยกล้อง โพราลอยด์ แล้วเขียนคำอวยพรใส่ในซองจดหมายเล็กๆน่ารักควรค่าแก่การสะสม ไม่ใช้กระดาษ ใช้ผ้ากันเลยดีกว่า ให้แขกเขียนคำอวยพรกันบนผ้าคนละผืน แล้วเย็บเป็นผืนใหญ่ ยังใช้ประโยชน์เป็นของตกแต่งบ้านได้ด้วย อันนี้เก๋สุดๆเลย  (แต่ต้องใช้เวลาเตรียมนานนิสนึงนะ) นำภาพบ่าวสาวพิมพ์ลงแผ่นอะคลิลิค แล้วตัดเป็นชิ้น 4 เหลี่ยมเล็ก ให้แขกในงานอวยพรลงบนแผ่นอะคลิลิค แล้วทยอยกันต่อเป็นรูปตามตัวเลขที่สมบูรณ์ เริ่ดดดด เก๋ไม่แพ้กันก็นี่เลย อวยพรลงบน เกมตัวต่อไม้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวหลายคนคงอยากเก็บคำอวยพรไว้เป็นความทรงจำแบบแน่นหนา ก็นี่เลย อวยพรกันบนแผ่นไม้ เสร็จงานก็นำมาเป็นโต๊ะ หรือ ประดับผนังบ้าน ได้ด้วย หรือจะเปลี่ยนจากสมุดอวยพร กลายเป็นเกมส์สนุกๆให้แขกหาชื่อตัวเองไปก็สนุกดีนะ หลังจากแขก Make a wish ให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว  แขกยังสามารถ Take a wish ไปได้ด้วยอีกแหน่ะ ซึ่งข้อความก็อาจเป็นการอวยพร ในหน้าที่การงาน ความรัก ให้แขกเก็บเป็นที่ระลึกได้ด้วย ทำเป็นแผนที่ประเทศก็เก๋และสวยด้วยนะ โดยเราอาจพลิกแพลงเป็นประเทศไทย หรือ ประเทศของเจ้าบ่าว ถ้าเจ้าบ่าวเป็นชาวต่างประเทศ ก็เก๋และถูกใจ ญาติและเพื่อนๆของฝ่ายเจ้าบ่าวไปด้วย สมุดอวยพร  อาจเป็นแค่สิ่งหนึ่งธรรมดาๆที่อยู่หน้างานแต่งงาน แต่อย่าลืมว่า ข้อความต่างๆที่แขกของเราฝากไว้ให้ ล้วนมาจากความจริงใจ และความปรารถดีต่อคู่บ่าวสาว  ซึ่งนอกจากภาพถ่ายแล้ว สมุดอวยพรนี้ ก็อาจจะทำให้ความทรงจำดีๆในวันแต่งงาน ย้อนกลับมาให้เราชื่นใจได้เสมอนะคะ  :D