คุมอาหาร

รักชัยการค้า ร้าน

ผู้ขายอาหารสัตว์ จำหน่ายอาหารสัตว์เบทาโกร วัว หมู เป็ด ไก่ สุนัข แมว จำหน่ายเป็ด- ไก่ จำหน่ายถังแก๊ส อุปกรณ์แก๊ส รับเปลี่ยนก๊าซหุ่งต้ม รับซ่อม-ติดตั้ง ก๊าซหุ้งต้มในครัวเรือน

ได้แม่มาเต็ม! เป่าเปา ได้ยินเสียงตื๊ด ของขึ้นแบบนี้เลย..
กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ /  บี้ KPN / 

           ดูคลิปแล้วบอกเลยจ้าว่าสายเลือด พ่อบี้ มาเต็ม! เพราะได้ยินเสียงเพลงไม่ได้ น้องเป่าเปา ก็จะออกลีลาการเต้นทันที แถมยังโยกเข้าจังหวะอีกด้วย แต่ดูท่า น้องเป่าเปา เต้นมันส์ไปหน่อยเลยทำให้เสียการทรงตัวเล็กน้อยจนหงายหลัง ทำเอา แม่กุ๊บกิ๊บ ยังอดขำไม่ได้ เห็นลีลาการเต้นแบบนี้ของ เจ๊เปาบางพลี แล้ว อนาคตสายย่อมาแน่ๆ5555   IG @gggubgib36 *dancing queen นี่มันลูกซาลาเปาโดยแท้!!!! #ไปกินอาหารใต้ร้านวันจันทร์#อร่อยมากกกกกก#ที่ภูเก็ต#กินแถมเต้นโชว์ 5555555555555555 . . .#ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ *dancing queen นี่มันลูกซาลาเปาโดยแท้!!!! #ไปกินอาหารใต้ร้านวันจันทร์#อร่อยมากกกกกก#ที่ภูเก็ต#กินแถมเต้นโชว์ 5555555555555555 . . .#ggbbpp #งดฝากร้านเจ๊เปาบางพลีค่ะ          

ตาล ลีโอเกิร์ล เปิดใจทั้งน้ำตาอโหสิฯให้ ชาคริต!! ตัดพ้อถูกด่ามโนไปเองยันมีหลักฐานชัดเจน!!
ชาคริต แย้มนาม /  ข่าว ชาคริต แย้มนาม / 

  ยังคงเป็นกระแสให้ติดตามกันได้ตลอดๆ สำหรับพระเอกหนุ่มไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม กับอดีตนางแบบสาวเซ็กซี่ ตาล ลีโอเกิร์ล หรือ ตาล สรัญญา หลังจากที่ฝ่ายหญิงออกมาแฉเชิงปรึกษาผ่านรายการวิทยุชื่อดังว่าเคยคบกับ พระเอก K แต่พอมีข่าวขึ้นมากลับถูกพระเอกดังเทซะงั้น แถมยังมีไลน์หลุดออกมายืนยันความสัมพันธ์ให้ฝ่ายชายดิ้นไม่หลุดอีก ซึ่งทำให้ ชาคริต แย้มนาม ต้องยกเลิกงานกะทันหันโดยอ้างว่าคุณแม่ป่วย โดยในขณะเดียวกัน ด้าน ตาล สรัญญา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทีวียอมรับว่าผู้ชายที่ตนกล่าวถึงนั้นคือ ชาคริต จริง ซึ่งฝ่ายชายทำให้ตนรู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มโนไปเอง และขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาทำร้ายฝ่ายชายใดๆ ทั้งสิ้น   หลังจากผ่านมาร่วมเดือนด้าน ชาคริต ก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกถึงประเด็นดังกล่าว ยอมรับรู้จักกันจริงเพราะเจอกันตามงานต่างๆ ซึ่งฝ่ายหญิงได้เข้ามาให้กำลังใจตน และตนก็ให้คำปรึกษาถามสารทุกข์สุกดิบกลับโดยไม่ได้ให้ความหวังอะไร ย้ำคุยแบบเพื่อนแบบน้องแค่เดือนเดียว ยันไม่ได้คบเพราะโสดมาตลอดตั้งแต่เลิกกับภรรยา พร้อมกับอโหสิกรรมให้ในเรื่องที่เกิดขึ้น ต่อไปนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเจอกันอีก   ล่าสุดวันนี้ (8ส.ค.60) ด้าน ตาล สรัญญา หรือ ตาล ลีโอเกิร์ล ได้เดินทางมาอัดรายการยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ พร้อมกับเปิดใจทั้งน้ำตาย้ำชัดตนไม่ได้มโนไปเอง เพราะมีหลักฐานทุกอย่าง ทั้งข้อความ แชทไลน์ และคลิปเสียง แต่เหตุที่ออกมาพูดอีกครั้งเพื่อต้องการให้แง่คิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ รับตนได้ส่งข้อความขอบคุณเชิงประชดประชันและตัดพ้อไปหาฝ่ายชายจริง หลังได้ฟังฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับอะไรกลับมา แจงเหตุที่ตนโพตส์ข้อความ "พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยวะ" เพราะตอนนั้นรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ที่คนมารุมด่าตน ตอนนี้ตนไม่ได้ติดต่อกับฝ่ายชายเพราะไม่รู้จะติดต่อกันไปอีกทำไม และคงอโหสิกรรมกลับไปเช่นกัน ซึ่งคำว่า "อโหสิ" ส่วนตัวแล้วไม่ใช่คำแรง แต่รู้สึกเหมือนกับเป็นการอภัยให้กันมากกว่า!!   "จริงๆ วันนี้ก็พูดถึงเรื่องของเราเองซะส่วนใหญ่ ไม่ได้พูดถึงใครมาก (ถ้าย้อนไปที่โพสต์ครั้งล่าสุดหมายถึงพี่เขาเป็นความรู้สึกอย่างไร?) เป็นความรู้สึก ณ ตอนนั้นที่เราอ่านข่าวอ่ะค่ะ ก็เลยโพสต์ไปอย่างนั้น ตอนนั้นก็รู้สึกเสียใจนะคะ แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดี เราก็เลยโพสต์ไปแบบนั้น คือไม่คิดว่าพี่เขาจะใช้คำบางคำกับเราอย่างนี้ค่ะ ก็เลยรอให้ชัวร์ก่อน หลอนอ่ะค่ะ คำนี้รู้สึกแบบว่าหลอนอะไรเรา"   "(ย้อนไปกลับถึงความสัมพันธ์กับชาคริต มันมากกว่าคำว่าพี่น้องหรือผู้ร่วมธุรกิจกันหรือเปล่า?) ถ้าเกิดในมุมของตาล ตาลคิดว่าก็พิเศษนะคะ สนิทในระดับหนึ่ง ใช้คำนี้ดีกว่า (ปรึกษาเรื่องธุรกิจ) เรื่องนี้ก็มีค่ะ ช่วงแรกๆ แล้วมีเรื่องอื่นทั่วๆ ไปด้วยในระยะเวลาที่คุยกันมา นอกจากธุรกิจก็เริ่มมีเรื่องส่วนตัวของเรา ชีวิตประจำวันของทุกๆ วัน ก็เรื่องทั่วไปด้วย มันก็มากกว่าคำว่าธุรกิจอยู่แล้ว"   "(บางตอนเขาบอกว่าเราส่งสังฆทานไปแค่อนุโมทนาสาธุแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเกินกว่านั้น?) อันนั้นเป็นรายละเอียดยิบย่อยในการคุยอยู่แล้ว บางทีก็มีบ้างที่พี่เขาบอกไปทำบุญเหมือนกัน เราก็อนุโมทนาบุญให้เหมือนกัน มันก็เป็นชีวิตประจำวันของหลายๆ วันที่ต่างคนต่างไปทำบุญอ่ะค่ะ (คำพูดไหนที่เรารู้สึกว่าเขารู้สึกดีกับเรามีความเป็นพิเศษต่อกัน?) ก็มีการเป็นห่วงเป็นใยกัน ถ้าจะให้ระบุคำพูดเลย ถ้าบางทีเดี๋ยวเราพูดผิดเพี้ยนไป ก็ถามสารทุกข์สุกดิบ เจอกันบ้างอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็มีนะ ประมาณว่า เรามารู้จักกันก็อย่าหายไปจากชีวิตกันและกัน คือบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องบอกรักกันหรอก พูดอย่างนี้มันก็รู้สึกดีนะว่าอย่างน้อยไม่ว่าจะฐานะไหนก็อย่าเดินออกไปจากชีวิตกัน มันมาเจอเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องกันมันก็ดี ก็มีเยอะอ่ะค่ะ จริงๆ ก็สักพักนะคะ นอกจากจะมีเรื่องข่าวหรือภาพหลุดออกไปครั้งแรกเลยค่ะ แล้วก็ยังมีการทักทายกันอยู่บ้าง ยังไม่ได้เชิงแบบเลิกคุยเรื่องอื่นต่อกันไปเลย"   "(ตอนนี้มันกลายเป็นแบบว่าเราเกาะกระแส?) ทุกวันนี้ก็ยังทำงานเหมือนเดิมอยู่นะคะ ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ได้มีใครติดต่อมาให้ไปเล่นหนังหรือเล่นละคร แถมรายได้ยังจะหดด้วย โพสต์ขายของอะไรไม่ได้เลยตอนนี้ (แสดงว่ามันกระทบกับเรามาก?) จริงๆ มันก็ไม่ได้เชิงมากนะคะ แต่เราก็คิดว่าให้มันสักพักก่อนดีกว่า เพราะช่วงนั้นมันยังรุนแรงเหลือเกิน เวลาเราโพสต์อะไรก็มีคนมาว่า เลยคิดว่าไม่อยากให้มีเรื่องของงาน แต่ลูกค้าหรือออเดอร์ก็ยังปกติ"   "(รู้สึกว่าเราพลาดไหมที่เป็นคนเริ่มเรื่องจากการโทรไปปรึกษาในรายการ?) ก็มีความรู้สึกนึดๆ นะคะ รู้สึกเหมือนกัน แต่เราไม่ได้มีเจตนา ตั้งใจจะให้คนอื่นเขารู้ว่าเป็นใคร แต่เราอาจะผิดเองที่อาจจะบอกข้อมูลเยอะไปหน่อย (ความสัมพันธ์จบไปแล้ว ทำไมเราถึงยังไม่จบ?) จริงๆ ตัวเขาเองก็เหมือนจะไม่ได้พูดด้วยแหละค่ะ ว่าไม่คุยหรือไม่อะไร มันก็เลยเป็นอะไรที่ค้างคาใจเราด้วย ณ วันนี้เราก็ทราบแล้วแหละค่ะ ว่ามันคืออะไร (แสดงว่าตอนที่คุยกันก็ไม่ได้ตกลงว่าเป็นแฟนกันอย่างชัดเจน?) ตาลรู้สีกว่า พอเราเริ่มอายุมากขึ้น มันไม่มีใครหรอกว่าคุยกันอย่างนี้แบบเราเป็นแฟนกันนะ แล้วคำพูดพวกนี้หนูไม่ได้ใช้มานานมากแล้วค่ะ มันเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีไม่ว่าจะในฐานะไหน ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดที่จะไปบอกใคร คนรู้ก็แค่เพื่อนเราหรืออะไรอย่างนี้เฉยๆ แล้วทุกคนก็ไม่ได้พูด แล้วเราก็เป็นคนพูดกับเพื่อนๆ ด้วยซ้ำว่า ไม่ต้องไปบอกใครรู้กันแค่นี้"   "(รู้สึกยังไงพอเขาพูดว่า ผมถ่ายรูปกับใครคนนั้นต้องเป็นเมีย?) คำนี้หนูก็รู้สึกเหมือนกันว่า ไม่ว่าหนูจะไปออกรายไหนหรือว่าพูดกับใคร หนูก็ยังไม่เคยใช้คำว่าหนูเป็นเมียพี่เขาเลยนะคะ ไม่ได้ระบุสถานะค่ะ หรือจะเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรก็ได้ หนูฟังหนูก็คิดว่า หนูไม่ได้ออกตัวว่าหนูคบกับพี่เขาเป็นแฟนนะ แต่หนูก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของพี่เขา ณ ตอนนั้น คิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้นะคะ (เห็นว่าซื้อหมอนให้ด้วย?) ก็เขาทำงานหนักใช้ชีวิตบนรถซะส่วนใหญ่ ก็ไปเจอหมอนเกี่ยวกับสุขภาพ มันดีอ่ะค่ะเราเลยนึกถึง แต่เราก็ซื้อให้พ่อเราแล้วก็ให้พี่เขาด้วย แต่เราไม่รู้ว่าเขาเอาไปทิ้งหรืออะไร"   "(วันที่พาครอบครัวไปกินข้าวนี่คือ เพื่อจะเปิดตัวว่านี่เป็นคนที่เราคุยด้วย?) ก็ไม่ได้จะเปิดตัวนะคะ ไม่เชิงเปิดตัว เราเคยไปทานแล้ว แต่ไม่ได้มีครอบครัว คราวนี้เราก็รู้ว่าอาหารบ้านเขาอร่อย ก็ไปพูดกับน้องชายว่า เดี๋ยวไปกินข้าวร้านพี่เขากัน ก็เลยหาวันว่างไปกัน ไปกินข้าวที่ร้านพี่แล้วก็ ณ ตอนนั้นคือ คุณพ่อคุณแม่ เขาก็ชอบดูซิทคอมของพี่เขาอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ดี๊ด๊าก็ไปทานปกติ แล้วเราก็เป็นคนจ่ายตังค์เองด้วย ไม่ได้มีใครเลี้ยงเรา (แล้วเราแนะนำยังไง?) คือตัวพี่เขาเองทราบว่าเราจะไปทานข้าว มีการนัดกัน พอไปถึง พี่เขาก็เดินมาที่โต๊ะ ก็มีการนั่งคุยถ่ายรูป คุยกับคุณพ่อคุณแม่ (บอกไหมว่าพี่คนนี้พิเศษแค่ไหน?) ก็ไม่ได้แนะนำ ก็แค่บอกว่าอันนี้พ่อเรา อันนี้แม่เรา พี่เขาก็ให้มารยาทที่ดี ยกมือไหว้ ไม่ได้พูดชื่อเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ตาลเองก็ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านฟังเท่าไหร่ แต่ก็พอทราบว่าเรามีไปทานข้าวกัน รู้จักกัน (ณ วันนี้ที่บ้าน ถามไหมสรุปแล้ว วันนั้นคืออะไร?) ก็มีค่ะ ว่ามันอะไรค่ะ ใครมาด่า ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกช่างมันเถอะ พูดตรงๆ นะคะที่บ้านแทบไม่มีใครพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะว่าเราก็โตแล้ว ในเมื่อมันเกิดขึ้นเราก็ต้องจัดการเอง ให้มันจบๆ ไป"    "(ที่บอกว่าก่อนหน้านี้ค้างคาตอนนี้คือยังไง?) ไม่ค้างคานะคะ เคลียร์สุดๆ ค่ะตอนนี้ ถ้าจำไม่ผิดเขาบอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องเจอเรา (ตัวเราล่ะ เห็นบอกว่าส่งแมสเสจ?) ก็ขอบคุณเกี่ยวกับคำสัมภาษณ์ของเขาว่า ขอบคุณนะคะที่ตอบคำถามได้ดีมากๆ เลย หนูซึ้งมากๆ เลยค่ะ กับการตอบคำถาม (ไม่ได้ประชดใช่ไหม?) ก็มีบ้างนะคะ ต้องยอมรับว่ามีบ้างที่เราส่งไป (แล้วพี่เขาตอบกลับไหม?) ไม่ค่ะ ไม่ตอบ แต่เราก็แค่ให้เขารู้ว่าเรารู้สึกแบบนี้นะ (หลังจากนั้นเราก็โพสต์ว่า พี่แม่งโคตรไม่แมนเลยว่ะ?) ก็มีคนใช้เยอะเหมือนกันนะ เท่าที่เห็นนะคะ ตอนที่เราโพสต์ไปตอนนั้น มันเป็นความรู้สึกของเรา ณ ตอนนั้นว่าแบบคือคำบางคำที่เราได้ยิน พี่ไมตอบอย่างนี้วะ ก็เลยโพสต์ไป"   "(มีร้องไห้ในรายการ ที่มีคนมาด่า ด่าว่ายังไงบ้าง?) จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้อ่านเท่าไหร่นะคะ มีแว๊บๆบ้าง เราพอเดาออกอ่ะค่ะว่าเขาด่าเราว่าอะไรประมาณไหน แต่ตอนที่อยู่ในรายการอยู่ดีๆ มันก็ร้องออกมาเอง พอมันนึกถึง ทำไมเราต้องมาเป็นอย่างนี้ เราอยู่ดีๆ ของเราก็ดีอยู่แล้ว ทำไมมันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ก็นึกถึงความรู้สึกของตัวเรา ณ ตอนนั้น แล้วพอเรามารู้ว่า แบบนี้ก็เสียใจ (ถ้าย้อนเวลากลับไปอยากจะรู้จักกับเขาไหม?) จริงๆ ก็ได้นะคะ พี่เขาทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ทุกมุมที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ แล้วก็ให้ข้อคิดเราเยอะ (แสดงว่ามีเพื่อนเตือนเยอะเรื่องของเขา?) เพื่อนก็ไม่ยุ่งนะคะ เพื่อนสนิทมีเจอเขาแค่คนเดียวเอง แต่พอมีข่าวเพื่อนก็ให้กำลังใจไม่ต้องคิดมาก ไม่มีใครถามดีเทลลึกเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ไม่รู้จักเราที่พิมพ์ไปเยอะๆ"   "(หลังจากนี้คือจะไม่ติดต่อแล้วเลย?) หนูไม่รู้จะติดต่อกันไปทำไม ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเขาคิดยังไงกับเรา มันก็ไม่มีอะไรที่เราต้องถาม เขาบอกอโหสิกรรมให้เรากรรม คนอาจจะฟังว่ามันดูรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดูรุนแรงเลย หนูก็คงอโหสิกรรมให้เขาเหมือนกัน คำว่าอโหสิกรรม คือการให้อภัยกันมากกว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาทำแบบไหนมา หนูก็ทำแบบนั้นกลับ (สุดท้ายสิ่งที่หนูพูดไปยืนยันว่าไม่ได้มโนหรือว่าคิดไปเอง?) ไม่ได้มโนค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดไปเองทุกๆ เรื่องที่ตาลพูดไป (มีหลักฐานชัดเจน?) มีทุกอย่างแต่ว่าไม่จำเป็นต้องเอามาบอกหรอกเนาะ ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ทุกอย่าง"   "(อยากบอกอะไรกับเขาไหม?) ก็ขอบคุณในทุกๆ เรื่องอ่ะค่ะ อย่างที่บอกพี่เขาก็สอน ณ ตอนที่เราคุยกัน สอนเรื่องธรรมอะไรหลายๆ อย่าง ให้ความรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้และการใช้ชีวิตหลังจากนี้ไป แค่นั้นไม่มีอะไรมาก (เห็นบอกว่าไม่อยากออกสื่อทำไมวันนี้ตัดสินใจมา?) เป็นที่เดียวที่มา เพราะว่ารู้สึกว่าวันนี้ที่มาพูด ไม่ได้มาพูดพาดพิงหรือพูดถึงใคร จะพูดในมุมของเราแล้วก็อาจจะเป็นข้อคิดให้กับผู้หญิงหลายๆ คนที่แบบกำลังเจอแบบเราหรือโดนแบบเรา หรือไม่ต้องเจอต้องโดนอะไรก็ได้ ก็คือเป็นข้อคิด (กลัวมันไม่จบไหม?) คงไม่ยืดเยื้ออ่ะค่ะ เพราะว่าตาลก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว" ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ตาล สรัญญา ชาคริต แย้มนาม ชาคริต ตาล ชาคริต ตาล

ฌอห์ณ ขอโทษ! ไม่รู้โพสต์เหล้าเบียร์ผิดกฎหมาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
ฌอห์ณ จินดาโชติ /  ข่าวบันเทิง / 

งานเข้าพระเอกหนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ กันเลยทีเดียว หลังจากติดโผเป็น 1 ในรายชื่อศิลปินดาราที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับทราบข้อกล่าวหากรณีโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงอินสตาแกรมส่วนตัวในลักษณะโฆษณาเชิญชวนซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ล่าสุดมีโอกาสเจอ หนุ่มฌอห์ณ มาร่วมพิธีบวงสรวงละคร "ภารกิจลิขิตหัวใจ" เจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกตกใจ เพราะที่ผ่านมาไม่รู้กฎหมายข้อนี้ เมื่อ 3 ปีก่อนโพสต์ไปเพราะแค่ต้องการช่วยเพื่อน ขอยอมรับผิดและขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ตนในฐานะบุคคลสาธารณะได้เข้าใจและใส่ใจกฎหมายมากขึ้น ทั้งนี้ได้เดินทางเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการนัดอีกทีเพื่อเปรียบเทียบปรับต่อไป "เข้าไปพบเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้วครับผม ไปเมื่อวันก่อน เสร็จธุระแล้วทางผู้ใหญ่ก็ได้โทรมาเรียกไป โทรมาทางพี่เบิ้ลผู้จัดการก็ไปด้วยกัน ได้มีการเปรียบเทียบค่าปรับและแจ้งข้อผิดพลาดให้เราทราบ บางทีเราก็ต้องยอมรับว่า 3 ปีก่อนเราไม่ได้ทราบกฎหมายข้อนี้ อีกอย่างที่เราช่วยเหลือเพราะเป็นงานของเพื่อนหรือผู้ใหญ่ที่เรารู้จัก ผมก็ยอมรับผิดและขอโทษ เพราะส่วนตัวไม่ได้มีเจตนาอะไร ส่วนตัวไอจีผมไม่ค่อยมาโพสต์ทางนี้อยู่แล้ว นอกจากของเพื่อนจริงๆ เขาก็บอกเข้าใจๆ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบ ก็ยอมรับผิดและเดี๋ยวจะมีการเปรียบเทียบค่าปรับไป ค่าปรับก็น่าจะเท่ากับทุกคนนะครับ เพราะโดนมาด้วยกัน แต่ยังไม่ทราบว่าตัวเลขจริงๆ เท่าไหร่ ต้องรออีกรอบนึงครับ" "เรื่องการช่วยรณรงค์ ตั้งแต่ 2 ปีก่อนที่ไปพบคุณด็อกเตอร์ แกก็ให้ความร่วมมือ ขอความร่วมมืออยู่แล้ว เราก็ให้ความร่วมมือตลอดนะ หลังจากนั้นเราก็ค่อนข้างจะเคร่งคัดเรื่องการโพสต์เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ จริงๆ เจ้าหน้าที่ก็พูดประโยคเดิมซึ่งเราก็เข้าใจและโอเคอยู่แล้ว จริงๆ มันจะมีพบอีกรอบนึงคือการเปรียบเทียบค่าปรับ แต่อันนี้ไม่แน่ใจว่าต้องไปด้วยตัวเองหรือเปล่า แต่ก็ไม่เป็นไรต้องไปรับทราบอยู่แล้ว ตอนนี้ยังไม่กำหนดวัน จะค่อยๆ ไล่เจอพี่ๆ ศิลปินไปก่อน" "เอาจริงๆ ครั้งแรกคือตกใจ อีกแล้วเหรอ (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องเก่า แต่เราก็เข้าใจแหละ กฎหมายผิดอะไรก็ว่ากันไปตามผิดอ่ะเนอะ ที่บ้านก็บอกว่าไม่เป็นไรเพราะเราไม่ได้มีเจตนาอะไร ก็ไปรับทราบตามกฎหมาย กฎหมายเป็นสิ่งสำคัญนะครับ เป็นเครื่องบอกว่าผมต้องใส่ใจกฎหมายมากขึ้นนะ ยิ่งเราเป็นบุคคลสาธารณะ บางคำพิมพ์ผิดหรือตกหล่นไปก็อาจจะเป็นเรื่องได้ มันก็เป็นเรื่องสอนใจและเป็นเรื่องที่พวกเรานักแสดงต้องรับทราบ ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ" "เสียภาพลักษณ์เหรอ ไม่ครับ ผมก็เป็นของผมเหมือนเดิมไม่ได้อะไร ทุกคนรู้ ไปดูรูปที่ผมลงกับอาหารเช้ามันก็จะตลกอยู่แล้ว แต่เราช่วยเพราะเป็นเพื่อนเรา ผมว่าภาพลักษณ์คือสิ่งที่คนดูแล้วรู้อยู่แล้วว่าคนนั้นเขาคิดจะทำอะไร และเขากระทำแบบนี้มาต่อเนื่องหรือเปล่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผมก็ไม่ค่อยได้ดื่มอะไรมากอยู่แล้วครับ และไม่เคยปฏิเสธว่าไม่ดื่มเลยเพราะมันไม่จริง แต่ด้านอื่นเราก็ส่งเสริมให้คนออกไปทำดีนะเราก็บอก โครงการอะไรที่ส่งเสริมเยาวชนผมก็ไป อะไรที่ดีผมก็ทำ" "ไปทะเลกับยิปซีแต่ไม่มีรูปคู่ออกมา คือมันตั้งนานแล้วครับที่บอกว่าไปด้วยกัน ไม่ได้มีอะไร เหตุผลที่ไม่ได้ลงรูปเพราะผมไปแค่วันเดียวแล้วชุดเสื้อผ้าคือผมไม่ชอบ มันไม่ชอบที่ตัวเรา เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไปเรื่อยๆ พัฒนาเมื่อไหร่หรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็บอก ยังไงเราก็โตกันแล้ว และเราสองคนก็ไม่ชอบให้ใครมาสงสัยอะไรยังไง เขาเป็นผู้หญิงที่มีโลกของเขา ผมก็มีโลกของผม แค่พัฒนาจากความเป็นเพื่อนไปเรื่อยๆ ถ้ามันหยุดตรงไหนก็ตรงนั้น ตอนนี้ก็สนิทกันอยู่ ผมไม่ได้มาบอกหรือขีดเส้นว่าเป็นกำลังใจให้กันเหมือนคู่อื่นเขา เพราะทุกวันนี้มันก็ไม่ต่างจากวันนั้น เพียงแต่เรานับว่าเขาเป็นคนที่สนิทมาก (จะใช้คำนิยามว่ายังไง?) ความรักมันไม่ต้องมีคำนิยามหรอกครับ (สรุปว่าเป็นความรักแล้ว?) ไม่ใช่ครับ ก็เป็นเรื่องดีๆ ไม่มีนิยามครับ เดี๋ยวพี่คุยกับผมหลังไมค์นะ (ยิ้ม) ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ครับ เราก็คุยกันปกติไม่ได้ต่างจากเดิมนะ 1 เดือน 2 เดือน 1 อาทิตย์ 2 อาทิตย์ ก็เจอกันครับ" ฌอห์ณ กล่าว ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ฌอห์ณ จินดาโชติ ยิปซี คีรติ

ละครนักรบตาปิศาจ , เรื่องย่อนักรบตาปิศาจ
ช่อง 7 /  ละคร นักรบตาปิศาจ / 

นักรบตาปิศาจ บทประพันธ์โดย: ศานต์ ศรุติ บทโทรทัศน์โดย: วรพันธ์ รวีออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางช่อง7ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด เรื่องย่อละคร นักรบตาปิศาจ ประเทศไทย เกิดการลักพาตัวดารา นางงาม นางแบบ นายแบบ และหนุ่มสาวหน้าตาดี อายุ ระหว่าง 16-25 ปี หายตัวลึกลับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้หญิงสาวๆสวยๆจนตื่นตระหนกกันทั่วไปตำรวจพยายามตามสืบหาตัวคนร้ายแต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่มากพอในช่วงเวลาเดียวกัน ในกรมทหารแห่งหนึ่งมีการประชุมสัมมนาลับ ในโครงการระดับชาติ ชื่อ การสัมมนาลับตามข้อตกลงระหว่างไทย-ฝรั่งเศส เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของกองทัพและประสิทธิภาพของอาวุธที่ใช้สูรบในภูมิประเทศแถบเอเชีย การประชุมครั้งนี้ มีนายทหารผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคและยุทธวิธีมาร่วมประชุมหลายนาย รวมทั้ง พันตรี อัคคีและ พันตรี บันดาลเพื่อนสนิทมีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสมาร่วมประชุมด้วย นอกจากอาวุธอื่นๆแล้วยังมีอาวุธลับชื่อ Evil eyes หรือ ตาปีศาจ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ค้นคว้าประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ค้นหาฝ่ายตรงข้ามได้ ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิประเทศใดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน มีหลักการทำงานด้วยการอาศัยอุณหภูมิความร้อนของร่างกายที่เปล่งออกมา โดยจะปรากฏภาพบนจอเครื่องรับ มีทั้งขนาดใหญ่ที่ใช้ในกองทัพ และมีขนาดเล็กที่ใช้ในหน่วยจู่โจม ที่สำคัญสามารถใช้แทนดวงตามนุษย์ได้โดยผ่าตัดเชื่อมกับระบบการมองเห็นของมนุษย์ แม้จะไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นภาพสีได้เหมือนคนปกติ แต่อุปกรณ์พิเศษที่เชื่อมกับระบบประสาทการมองเห็นทำให้สามารถแปลภาพออกมาให้สมองรับรู้ได้ว่าเป็นภาพอะไร นอกจากนี้มีเซลล์พิเศษที่สะสมแสงอินฟาเรดแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานที่มีอำนาจการทำลายล้างศัตรูที่ตรวจพบเห็นได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก เป็นผลงานของ พันโท ดร.ยังส์เขามีความตั้งใจที่ประดิษฐ์ดวงตาวิทยาศาสตร์นี้ขึ้นมา เพื่อผ่าตัดให้กับทหารที่ต้องตาบอดจากการสู้รบ ทั้งเพื่อชดเชยการสูญเสียการมองเห็นและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสู้รบอีกด้วย อุปกรณ์นี้ใช้สารสังเคราะห์พิเศษ พีพี 71 ซึ่งทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ การมาสัมมนาที่กรุงเทพฯครั้งนี้ พันโท ดร.ยังส์ และ พันโท เดอโกลได้นำอุปกรณ์ต้นแบบมาสาธิตด้วยขาด แต่ Evil eyesชุดที่ประดิษฐ์สำหรับคนนั้นยังไม่สามารถนำมาสาธิตได้ เนื่องจากอุปกรณ์นี้ต้องใช้กับผู้ที่ตาบอดใหม่ๆ เส้นประสาทไม่บอบช้ำจึงจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งยังหาคนที่มีคุณสมบัติพร้อมไม่ได้ อัคคีสนใจมากถึงขนาดขอเป็นอาสาสมัครในการทดลองครั้งนี้ แต่ ดร.ยังส์ และ พลโท พิชัย ผู้บังคับบัญชาของเขาไม่เห็นด้วย และไม่ยินยอม เมื่อการสัมมนาสิ้นสุดลงอัคคีเดินคุยกับบันดาลเรื่อง Evil eyesอีกครู่หนึ่งก่อนแยกไปออกกำลังกายที่โรงยิมในหน่วย เขาชอบออกกำลังกายมาก ต้องทำทุกวันทั้งเพื่อสุขภาพ และความคล่องแคล่วในการทำงาน อัคคีเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ แต่มีโครงสร้างกล้ามเนื้อสวยงาม ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนั่นเอง เขาออกกำลังกายอยู่พักใหญ่แล้วจึงกลับบ้านพักในกรม อัคคีแต่งงานแล้วกับ วิชชุดาเธอกำลังตั้งครรภ์ซึ่งเป็นลูกคนแรกของทั้งคู่ ลูกที่จะเข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์มากขึ้น อัคคีทั้งรักและทะนุถนอมวิชชุดามาก เย็นวันนั้นเขาพาภรรยาออก ไปรับประทานอาหารเย็นและแวะซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หนุ่มสาวทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง อัคคีหล่อและสมารท์ ขณะที่วิชชุดาสวยสะดุดตา ทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเฝ้ามอง และสะกดรอยตลอดทาง อัคคีไม่ได้ระวังตัวมากนักเพราะอยู่ในเมืองหลวงไม่ใช่พื้นที่การรบ อีกประการหนึ่งเขามัวระวังวิชชุดา ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจึงไม่สังเกตอะไรมากนัก พลบค่ำพอดีเมื่อทั้งสองเดินออกมาจากห้างถึงลานจอดรถ จู่ๆชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นตรงเข้าจับทั้งอัคคีและวิชชุดาขึ้นรถตู้คันหนึ่งที่สตาร์ทรออยู่แล้ว เสียงร้องอย่างตกใจของของวิชชุดาทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง เขาเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ต้องปล่อยให้พวกมันจับมัดอย่างน่าสมเพท ระหว่างทางพวกมันคุยกันถึงอัคคีและวิชชุดา ว่าเป็นผลงานที่ดีมากทั้งคู่เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยที่สมบูรณ์แบบมาก น่าจะเป็นพ่อพันธุ์และ แม่พันธุ์ที่ดี และ เลขาน่าจะพอใจในผลงานครั้งนี้ อัคคีพยายามหาทางหนีทั้งที่ดูจะยากเต็มที เขาห่วงวิชชุดากับลูกเหลือเกิน ระหว่างทางพวกมันมองวิชชุดาอย่างพอใจ การที่เธอท้องกลับทำให้พวกมันมีอารมณ์หื่นกามมากขึ้น อัคคีแค้นใจจนแทบกระอักเมื่อพวกมันหยุดรถข้างทาง และฉุดเธอลงจากรถ บริเวณนั้นเปลี่ยวมืด เสียงร้องขอความเมตตาของภรรยาและเสียงเฮฮาของพวกมันทำให้อัคคีอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด แต่เขาทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในรถเท่านั้น เวลาผ่านไปนานเหมือนชั่วกัปกัลป์ในความรู้สึกของเขา กว่าพวกมันจะพาวิชชุดากลับขึ้นมาอีกครั้ง สภาพของเธอเหมือนตุ๊กตาที่โดนฉีกทึ้งอย่างน่าสงสาร เธอผวาเข้ามากอดเขาร้องไห้อย่างน่าเวทนา ใจของเขายิ่งโมโหพลุ่งพล่าน ในใจคิดเพียงอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด เวลาผ่านไปครู่ใหญ่รถตู้ก็จอด พวกมันพาอัคคีและวิชชุดา ไปที่ห้องโถงในอาคารหลังหนึ่ง ชายร่างเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อม ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ เสียงพวกมันเรียกว่าท่านเลขา อย่างพินอบพิเทา เขาเดินมาดูอัคคีและวิชชุดาอย่างพอใจ แต่เมื่อรู้ว่าวิชชุดากำลังท้อง เลขาสั่งกำจัดทันที อัคคีแทบคลั่ง เมื่อชายกลุ่มที่จับเขามากรูเข้าจับวิชชุดาล็อคแขน ล็อคคอ มีดคมกริบปาดคอเธอสิ้นใจต่อหน้าเขานั่นเอง ส่วนอัคคีเลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวาในคืนนี้ และข้างซ้ายในวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มถูกลากไปขังไว้ในห้องที่ถูกกั้นลูกกรงไว้เป็นแถวราวห้องขัง เขาสังเกตว่ามีคนถูกขังไว้ห้องละคนทุกห้อง ทั้งหมดล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่หน้าตาดีทั้งสิ้นระหว่างถูกขัง อัคคีเศร้าใจกับชะตากรรมของวิชชุดา ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มสงสัยว่าพวกมันจับคนเหล่านี้มาทำไม กลางดึกคืนนั้นอัคคีถูกพาตัวไปที่ตึกนั้นอีกครั้ง พวกมันลากเขาไปที่ห้องๆหนึ่งเหมือนห้องผ่าตัดในโรงพยาบาลสนาม ชายหนุ่มหนาวเยือกในใจเมื่อเดาได้ว่า งานที่เลขาสั่งให้ดับสปอร์ตไลท์ขวานั้นคือ การควักลูกตาเขานั่นเอง อัคคีพยายามสู้แต่พวกมันมีมากกว่า เขาจึงโดนจับมัดไว้ที่เตียงผ่าตัดอย่างหมดทางสู้ อัคคีถูกวางยาหมดสติไป เวลาผ่านไป อัคคีรู้สึกตัวอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บปวดที่ตาขวา เขายกมือขึ้นจับก็พบกับ ผ้าก๊อซชุ่มเลือดที่ปิดตาอยู่ แค้นใจที่สุดเขาเริ่มวางแผนหนีทันที เขาไม่ยอมให้พวกมันมาควักตาซ้ายเขาไปอีกแน่ ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นหมดสติ หมดเรี่ยวแรง เหมือนคนป่วยหนัก จนพวกมันต้องรีบมาดูแลเพราะกลัวสินค้าคุณภาพอย่างเขาจะตาย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน อัคคีหนีออกไปจากสถานกักกันนั้นในสภาพที่บอบช้ำเต็มที เขากลับไปที่ กรมทหารและไปที่บ้านของบันดาลทันที บันดาลพาเขาไปส่งโรงพยาบาลในหน่วย เขาคิดถึงหาทางช่วยเพื่อน เรื่อง Evil eyes หรือตาปิศาจ ผุดเข้ามาในสมอง เขารีบติดต่อพลโทพิชัย ให้มาเยี่ยมอัคคี และเสนอเรื่องการผ่าตัดใส่ Evil eyes ให้เขา อัคคีเต็มใจอย่างยิ่ง พันโท ดร.ยังส์ และพันโท เดอโกล ถูกตามตัวมาเพื่อดำเนินการผ่าตัดให้ชายหนุ่มทันที การผ่าตัดใช้เวลานาน แต่สำเร็จเรียบร้อยดี อัคคีต้องพักฟื้นอีกหลายสัปดาห์จึงจะเริ่มหัดใช้ Evil eyes พิชัยถามเขาถึงสาเหตุที่ต้องสูญเสียดวงตา แต่อัคคีไม่บอกอะไรมากไปกว่าเขาประสบอุบัติเหตุ ระหว่างที่เขาพักฟื้น บันดาลให้ ประกายดาว ลูกสาววัยรุ่นคอยส่งอาหารให้ เธอเป็นเด็กสาวที่สวยมาก และเป็นหลานสาวที่น่ารักของอัคคีเสมอมา ชายหนุ่มพยายามฝึกการใช้ Evil eyes ทุกวันในใจร้อนรุ่มกับการออกไปตามแก้แค้นเลขากับลูกน้องวิปริตที่ฆ่าภรรยากับลูก และทำให้เขาต้องเป็นอย่างนี้เวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ข่าวประกายดาวที่หายตัวไปลึกลับทำให้อัคคีเป็นห่วงมาก เขาเดาได้ว่าต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่จับเขานั่นเอง ชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับแต่ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ความโกรธแค้นอัดแน่นจนแทบคลั่ง อัคคีรู้สึกปวดที่ตาขวา แสงบางๆสีแดงพุ่งออกจากตาเผาหนังสือพิมพ์ตรงหน้าเป็นรูกลวง ชายหนุ่มทิ้งหนังสือพิมพ์อย่างตกใจ รีบดับไฟก่อนจะเผาบ้านพักให้วอดไปทั้งหลัง คำอธิบายของพันโท ดร.ยังส์ ผุดขึ้นในสมองทันทีอานุภาพของมันร้ายแรงจริงๆ เขาจะใช้ Evil eyes หรือตาปีศาจนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด ข่าวของประกายดาวทำให้อัคคีร้อนใจมาก เขาต้องช่วยเธอให้ได้ ชายหนุ่มไปหา พันตรีสมุทร เพื่อนสนิทที่ลพบุรี เพื่อหาอาวุธเหมาะมือ มันต้องมีอานุภาพร้ายแรงเพื่อจัดการพวกมันให้สิ้นซาก เมื่ออัคคีได้ของที่ต้องการจึงย้อนกลับมากรุงเทพอีกครั้ง ดึกมากแล้วเมื่อเขามาถึงมีนบุรี เขาคลำทางไปจนพบสถานกักกันนรก จนได้ Evil eyes ช่วยให้เขามองเห็นความเป็นไปในนั้น รู้ว่าศัตรูอยู่ไหน อัคคีจึงจัดการพวกมันตายทุกคน รวมทั้งเลขาใจเหี้ยมนั้นด้วย เขาย้อนกลับเข้าไปค้นในตึกที่ทำการพวกมัน ปล่อยคนที่ถูกขังทั้งหมด หลายคนต้องสูญเสียดวงตาเหมือนเขา อัคคีรีบเข้าไปค้นเอกสาร จนพบว่ามีรายการส่งสินค้าให้คลินิกศัลยกรรม สยุมพร ชายหนุ่มได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วจึงระเบิดทำลายตึกนั้นทั้งหมดสองสามวันต่อมา อัคคีแฝงตัวเป็นคนไข้ขอรับการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตา โดยเขาระบุว่าต้องเป็น หมอสยุมพร เท่านั้น อัคคีได้พบหมอสยุมพรตามต้องการ เธอไม่ใช่คนสวย ดุไม่น่าจะเป็นหมอเก่งๆเลย เธอพูดอย่างภูมิใจว่าเธอสามารถหาดวงตาของคนจริงๆมาเปลี่ยนให้เขาได้ เมื่ออัคคีทำท่างง เธอจึงอธิบายต่อว่า วิทยาการทางการแพทย์ล้ำหน้าไปมากจนเปลี่ยนอวัยวะได้ทุกส่วนโดยใช้อวัยวะของคนจริงๆ สยุมพรบอกว่าได้มาจากคนที่บริจาคและส่วนหนึ่งมาจากคนที่เต็มใจขายให้ อัคคีรู้ทันทีว่ามาจากคนที่พวกมันจับมาต่างหาก ความแค้นทำให้เขาจับตัวหมอสยุมพรเพื่อถามหาแหล่งส่งอวัยวะเหล่านั้น แต่ลูกน้องสยุมพรมีมากเกินไป อัคคีหนีไปได้แต่สยุมพรก็หลุดมือเช่นกัน ระหว่างทางกลับที่พักเขารู้สึกตัวว่าถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งสะกดรอยจึงดักรอและจับตัวได้ เขาดึงหมวกที่สวมหลุบหน้าออกไปเขาต้องแปลกใจที่ เห็นสาวสวย ผมสั้น นัยน์ตาสวยแทน เธอปฏิเสธเรื่องการสะกดรอยแถมยังบอกว่าถ้าเขาไม่ปล่อยเธอไป เธอจะโวยวายว่าโดนเขาทำอนาจาร อัคคีไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ งานของเขาเป็นความลับและสำคัญเกินกว่าจะเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้ คืนนั้น อัคคีย้อนมาที่คลินิกสยุมพรอีกครั้ง สำรวจที่นั่นด้วย Evil eyes เขาพบว่ามีการวางกำลังคนหนาแน่นมากกว่าคลินิกทั่วไป เขาพบตู้โลหะใบใหญ่ถูกเก็บไว้อย่างดี อัคคีสงสัยว่าจะเป็นตู้เก็บอวัยวะสดๆที่ถูกตัดมา เขาแฝงตัวเข้าไปในตึก ค่อยๆเก็บพวกมันทีละคนจนเหลือคนสุดท้ายที่เฝ้าตู้ เขาบังคับถามจนรู้ว่าใครเอาตู้มาส่ง และจะส่งในวันไหน อัคคีปิดปากยามคนสุดท้ายแล้วพยายามเปิดตู้แต่ไม่สำเร็จ ชายหนุ่มจัดการวางระเบิดจนอาคารคลินิกหมอสยุมพร พังราบในเวลาเพียงไม่กี่นาที ขณะที่อัคคีกำลังหนีโดยเดินปะปนไปกับผู้คนที่มามุงดู รถเก๋งสีแดงเพลิงขับมาประชิดตัว กระจกหน้าต่างเปิดออก เสียงใสๆบอกให้เขาขึ้นรถมากับเธอก่อนจะหนีไม่ทัน อัคคีจำได้ทันทีว่า เป็นสาวสวยคนที่สะกดรอยตามเขานั่นเอง เขายอมไปกับเธอเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าเธอเป็นใคร หญิงสาวขับรถอย่างคล่องแคล่วพาเขาไปที่ริมสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เธอจอดรถและหันมาบอกเขาว่า เธออยากร่วมงานกับเขา อัคคีปฏิเสธไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเธอเรียกเขาว่าผู้พันอัคคี แถมยังบอกได้อีกว่าเขาต้องสูญเสียภรรยากับลูกไปเมื่อไม่นานมานี้ อัคคีก็ลังเล เธอจึงบอกอีกว่าเธอรู้ว่าเขาระเบิดคลินิกหมอสยุมพรทิ้ง ถ้าเขาไม่ยอมให้เธอร่วมงาน เธอจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ และอาจรายงานกับผู้บังคับบัญชาของเขาด้วย อัคคีจึงจำยอม ชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อเธอไม่ยอมบอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง นอกจากบอกว่าชื่อ วิชชุดา และเป็นอดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติเหรียญทอง อัคคีหันขวับอย่างไม่พอใจเมื่อเธอบอกว่าเธอชื่อวิชชุดา เหมือนกับภรรยาของเขา แต่หญิงสาวพูดอ่อนโยนว่าเธอชื่อนี้จริงๆไม่ได้มีเจตนาจะเปลี่ยนชื่อให้เหมือนภรรยาเขาเลยสักนิด อัคคีนัดพบเธอในคืนต่อมา โดยย้ำให้แต่งตัวสวยๆ อัคคีมาตามเวลานัด แต่ก็พบว่าวิชชุดามารออยู่ก่อนแล้ว เธอแต่งตัวสวยน่ารักราวกับเป็นคนละคนกับสาวทอมบอยคนเมื่อวาน งานชิ้นแรกของทั้งคู่คือหาตัวคนคุมสินค้าในตู้โลหะมาส่งให้หมอสยุมพร และเส้นทางการส่งของ ข้อมูลที่ได้จาก พระเอกลิเก ลูกค้าที่กลายมาเป็นลูกน้องสยุมพรทำให้อัคคีและวิชชุดาพูดไม่ออก พวกมันค้าขายอวัยวะสดๆของคนจริงๆ ทั้งสองคนตั้งใจจะสืบหาตัวการใหญ่ให้ได้ แล้วจะทำลายให้หมด อัคคีและวิชชุดาทำงานร่วมกันด้วยดี ชายหนุ่มใช้ Evil eyesได้ชำนาญมากขึ้น มองเห็นได้ในความมืดและมองทะลุกำแพงได้ราวมีตาเอ็กซเรย์ เพราะคลื่นความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายนั่นเองอัคคีสามารถควบคุมพลังงาน อินฟาเรดได้ตามต้องการ เหล่าร้ายหลายคนต้องตายเพราะโดนพลังงานแสงอินฟาเรดนี้ รวมทั้งหมอสยุมพรด้วย วิชชุดานั้นสงสัยมากว่าทำไมอัคคีจึงมองเห็นอะไร และคาดการณ์ได้ราวมีตาทิพย์ และมีเรื่องความสามารถพิเศษแปลกๆหลายอย่างที่เธอเคยถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบ ในขณะที่อัคคี และวิชชุดาออกล่าพวกเหล่าร้าย ทั้งคู่ก็ถูกตามล่าเช่นกัน คนที่รับเคราะห์คือ แม่กับน้องสาว ของวิชชุดาที่ถูกพวกมันฆ่าตายอย่างทารุณ การสูญเสียบุคคลที่รักในครอบครัวทำให้วิชชุดาเข้าใจอัคคีว่าเจ็บแค้นเพียงใด อัคคีเองก็เข้าใจความรู้สึกของวิชชุดาเช่นกัน ทั้งสองคนทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันสูญเสียคล้ายๆกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอัคคีและวิชชุดา เปลี่ยนไป จากเพื่อนร่วมงานมาเป็นคนรักกัน เมื่อบ้านถูกระเบิดทิ้ง วิชชุดาถูกตามฆ่าจนอัคคีต้องพาตัวเธอมาอยู่ด้วยกันที่บ้านในกรมทหาร เพื่อคุ้มครองดูแลเธอได้เต็มที่ เขาไม่ยอมสูญเสียเธอไปเหมือนอดีตภรรยาเขาอีกแล้วทั้งคู่ขยายผลการสืบสวนต่อไปจนรู้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องโหดเหี้ยมพวกนี่คือ หมอชูเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมี หมออรุณ เป็นเลขาใหญ่ เป็นหัวหน้าสายส่งสินค้า ระหว่างตามหาตัวการใหญ่ทั้งสองคน อัคคีถูกสั่งให้ไปพบ พันโท ดร.ยังส์ เพื่อทดสอบและประเมินผล Evil eyesที่นั่นอัคคีแปลกใจที่พบเด็กไทยอายุประมาณ 2-3 ขวบทั้งหญิงและชาย หน้าตาน่ารักเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวเพื่อนหมอยังส์หลายคน เด็กเหล่านั้นน่ารักเหมือนลูกครึ่ง เฉลียวฉลาด ที่น่าสงสัยคือ หน้าตาคล้ายๆกันทั้งที่ไม่ใช่พี่น้อง อัคคีค่อยๆสอบถามจนรู้ว่า เด็กเหล่านี้ รับมาจากโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก โดยมีที่มาคล้ายๆกันคือ พ่อ แม่มีปัญหาเลี้ยงไม่ได้ ครอบครัวที่ต้องการมีลูกต้องเสียค่าใช้จ่ายนับล้านบาทเพื่อให้ได้พวกแกมา และพวกแกก็น่ารักสมกับที่พวกเขาต้องการ อัคคีกลับเมืองไทย ทันทีที่เสร็จภารกิจ เขาเล่าให้วิชชุดาฟังเรื่องเด็กๆ เขาเข้าใจว่าขบวนการนี้ลักพาตัวเด็กส่งขายต่างประเทศ หญิงสาวรับปากจะตรวจสอบให้ ทว่าข้อมูลเด็กหายก็ไม่สอดคล้องกับเรื่องที่อัคคีสืบได้อีกทางหนึ่ง ไม่นานนัก อัคคีถูกส่งตัวไปช่วยงานปราบปรามกองโจรที่ตะเข็บชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่นั่นเขาได้พบพันโท ดร.ยังส์ อีกครั้งพร้อมกับนักรบ Evil eyes ชาวมาเลเซียอีกสามคน ซึ่งยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างชำนาญเหมือนอัคคี ทำให้พวกเขาเสียชีวิต ที่น่าเสียดายคือ ดร.ยังส์เสียชีวิตด้วย อัคคีจับหัวหน้าขบวนการที่นั่นได้ จึงรู้ข้อมูลที่น่าตกใจมากขึ้นว่า พวกคนร้ายไม่ได้ ลักพาเด็ก แต่ผลิตเองและเพาะเลี้ยงในฟาร์ม ส่งขายทั่วโลก ข้อมูลต่างๆโยงไปที่ หมอชูเกียรติ หมออรุณ และ พรทิพา น้องสาวของ หมอชูเกียรติเมื่อกลับมาจากมาเลเซีย อัคคีจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ กองทัพจึงตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษเฉพาะกิจขึ้นเพื่อกวาดล้างขบวนการนี้ ส่วนประกายดาว ลุกสาวบันดาลรอดจากการถูกเฉือนอวัยวะขายไปได้เพราะเธอมีคุณสมบัติในการเป็นแม่พันธุ์ที่ดี หมอชูเกียรติ จะทำเด็กหลอดแก้ว โดยใช้ไข่จากแม่พันธุ์ที่ดี แล้วไปผสมกับเชื้อจากพ่อพันธุ์ ซึ่งก็คือชายหนุ่มหน้าตาดี บุคลิกดีที่จับมาแล้วนำตัวอ่อนที่ได้ ไปฝังไว้ในท้องผู้หญิงอีกคนที่สุขภาพแข็งแรง เพื่อให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้ดี จนกระทั่งเด็กคลอดจึงถูกส่งไปเลี้ยงในฟาร์มก่อนส่งขาย อัคคี กับ วิชชุดาและทีมเฉพาะกิจต้องทำงานเสี่ยงอันตรายอย่างทุ่มเทจึงจัดการ หมออรุณ กับ พรทิพาได้ ส่วนชูเกียรตินั้นประกายดาวใช้ความฉลาดไหวพริบส่งข่าว จนอัคคีและวิชชุดานำทีมมาช่วยเธอและคนอื่นๆได้ และช่วยให้ข้อมูลเรื่องหมอชูเกียรติตัวจริงจนอัคคีและวิชชุดาตามไปจับได้ถูกคน หมอชูเกียรติตายไปพร้อมกับความฝันที่จะพัฒนาสายพันธุ์มนุษย์ให้สวย ฉลาด สมบูรณ์แบบอย่างผิดธรรมชาติ เมื่อเรื่องร้ายจบไป พันตรีอัคคี จึงได้รู้ว่าวิชชุดา ว่าที่ภรรยาคนใหม่ของเขาเป็นร้อยตำรวจโทหญิง นักแม่นปืน ที่ถูกส่งเข้ามาร่วมงานกับเขาโดยเฉพาะ ส่วนวิชชุดาเองก็ได้ รู้ข้อมูล Evil eyes หรือตาปีศาจจากอัคคี แต่ที่เหนือกว่าอะไรทั้งหมดคือ เขาและเธอรักกันและจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันอย่างมีความสุข รายชื่อนักแสดง ละครนักรบตาปิศาจ กฤตฤทธิ์ บุตรพรม รับบท พันตรีอัคคีปภาดา กลิ่นสุมาลย์ รับบท วิชชุดาชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล รับบท พรทิพาสิริลภัส กองตระการ รับบท ริกกี้กัญญารัตน์ พงศ์กัมปนาท รับบท แนนซี่รัตติกร ขุนโสม รับบท ซาร่าจิรกิตติ์ สุวรรณภาพ รับบท อร่ามสุรวุฑ ไหมกัน รับบท พันตรีบันดาล ละคร นักรบตาปีศาจ ละคร นักรบตาปีศาจ ละคร นักรบตาปีศาจ ละคร นักรบตาปิศาจ

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬  , เรื่องย่อบ่วงบรรจถรณ์‬
ละครบ่วงบรรจถรณ์ /  เรื่องย่อละครบ่วงบรรจถรณ์ / 

ละครบ่วงบรรจถรณ์‬ ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัดกำกับการแสดง : ภวัต พนังคศิริควบคุมการดำเนินงาน : อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เรื่องย่อ ละครบ่วงบรรจถรณ์ บ่วงบรรจถรณ์ เป็นเรื่องวราวของ แพรนวล บุตรสาวคหบดีชาวเชียงรายที่ตัดสินใจหลีกหนีจากสามีเจ้าชู้ ไปอยู่เชียงรายเพื่อรับมรดกบ้านโบราณของบิดา แพรนวลพบเตียงไม้โบราณสมัยเชียงตุงในห้องเก็บของมีความชอบใจจึงนำมาใช้นอน โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแม่บ้าน การนอนคืนแรก แพรนวลนุ่งชุดไทเขินที่ชอบและนอนหลับไปบนเตียง เมื่อตื่นเธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ที่สวนลั่นทมของหอคำในเมืองเชียงตุง ด้วยเวลาที่ย้อนกลับมาห้าสิบสี่ปี และ ได้พบกับหลาวเปิง บุตรบุญธรรมของเจ้ากองไท อดีตผู้ครองนครเชียงตุงและตองริ้วน้องสาวต่างบิดาของหลาวเปิง ละครบ่วงบรรจถรณ์นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบท หลาวเปิงใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท แพรนวล ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์ ละครบ่วงบรรจถรณ์