คุกเข่า

คอนเสิร์ต GIVE ME 5 สร้างปรากฏการณ์ ฟิน! จิ้น! จุใจ!!
Give Me 5 /  GIVE ME 5 : Concert Rate A / 

Give Me 5 สะกดแฟนนับหมื่น! สร้างปรากฏการณ์ ฟิน! จิ้น! จุใจ!! เรียกว่าสร้างปรากฎการณ์ฟินสุดติ่ง ต่อมจิ้นระเบิด!! สำหรับ GIVE ME 5 : CONCERT RATE A ที่ เอ-ไทม์ โชว์บิส จับสุดยอดพระเอกแถวหน้า ณเดชน์ คูกิมิยะ, มาริโอ้ เมาเร่อ, เวียร์ ศุกลวัฒน์, เคน ภูภูมิ, เจมส์ มาร์ มาให้ได้แซ่บซี๊ดปาก พร้อมโชว์ศักยภาพความเป็นหนึ่ง ด้วยการงัดสุดยอดเทคนิค แสง สี เสียง โปรดักชั่นสุดล้ำแน่น อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี งานนี้นอกจากทุกคนจะได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความฟินแล้วยังได้ร่วมทำบุญกันด้วย เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเด็กยากไร้ หัวใจพิการ แค่ซีนเปิดตัวก็ทำเอากรี๊ดกันสนั่นหวั่นไหว เมื่อ 5 หนุ่มหล่อออกมาในมาดเข้ม โหนสลิงทักทายคนดูทั่วฮอลล์กับเพลง 12345 I Love You เวอร์ชั่นใหม่ที่ทำขึ้นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ชนิดพูดได้เลยว่าเท่ห์มว๊าก! ก่อนทิ้งเวทีให้ตี๋น้อย เจมส์ มาร์ น้องเล็กสุดโชว์ลีลาออดอ้อนแฟนๆ ในเพลง คนไม่มีแฟน, I need somebody love ด้วยสเต็ปเป๊ะเว่อร์ พร้อมเปิดตัวแขกรับเชิญคนแรก บอย พีชเมคเกอร์ ที่มาฟีทเจอริ่งในเพลง เนื้อคู่, ลอง เท่านั้นไม่พอยังโชว์หวานเดี่ยวเปียโนเพลงประทับใจ ทำไมต้องเธอ ที่ไม่เคยร้องให้ใครฟังที่ไหนมาก่อน ถึงจะน้องเล็กแต่ความสามารถไม่เล็กเลย! ต่อด้วยซีนของหนุ่ม เคน ภูภูมิ ที่ไม่ยอมน้อยหน้า ออกมาด้วยสเต็ปเท่ห์ในเพลง คุณและคุณเท่านั้น ที่โดนสาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด แต่ไม่อินเท่าตอนคู่จิ้น น้ำตาล พิจักขณา โผล่มาอวดลีลาเร่าร้อนชวนหลงเรียกเสียงกรี๊ดดังลั่นฮอลล์! จากนั้นเสียงกรี๊ดยิ่งดังขึ้นไปอีกเมื่อพี่ใหญ่ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ซิ่งมอเตอร์ไซด์คู่ใจโชว์ความแมนทั้งแท่งขึ้นมาร่อนบนเวที ก่อนคว้าไมค์โชว์เพลงมันส์ อย่างน้อย และ คุกเข่า ระเบิดความมันสุดเหวี่ยงชนิดไม่น้อยหน้าน้องๆ! งานนี้พี่เวียร์ขอควงนางเอกสาวคู่จิ้นประจำตัว มิน พีชญา ขึ้นมาโชว์ความสดใสในเพลง ลมเปลี่ยนทิศ, ภูมิแพ้กรุงเทพ แถมรำลึกบ้านเกิดชวนกันเว่าอีสานเกทับบัฟแหลก หยอกล้อกันกลางเวทีอย่างน่ารักสุดๆ! จากนั้น 5 พระเอกขอพักยกขนโซฟามานั่งเล่นนอนเล่นเอกเขนกราวกับอยู่บ้าน แต่ที่เอ็กคลูซีฟสุด คือทั้ง 5 หนุ่มขอพาบุกบ้าน เอ ศุภชัย ดูการใช้ชีวิตร่วมกัน พร้อมขยี้วีรกรรมสุดเฮี้ยว เผากันไปมาพอแสบๆ คันๆ! มาถึงคิว มาริโอ้ ต้องโชว์เดี่ยวเลยขอกำลังเสริมแก๊งเพื่อนสนิท เผือก, ฟรอย, เชน, บอม จากภาพยนตร์เรื่องพี่มากพระโขนง ออกมาทำเนียนว่าตัวเองเป็นบอยแบนด์ของเกาหลี เสนอตัวสอนเทคนิคร้องเต้นขั้นสุดให้ มาริโอ้ ผลัดกันยิงมุก ไป-มา ทำเอาฮาตัวโยน ก่อนหยิบท่าเด็ดที่ซักซ้อมไว้มาโชว์ในเพลง ยุ่งน่า ตามด้วยพระเอกแห่งปี ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่แปลงกายเป็นแวมไพร์ขึ้นสลิงโชว์ห้อยหัวผาดโผน ในเพลง มนุษย์ค้างคาว อวดความเฟิร์มของพละกำลังที่มีอย่างล้นเหลือ ตามด้วย ไม่บอกเธอ, กระแซะเข้ามาสิ และ Crazy in Love ที่ได้สาวสวยคู่จิ้น ญาญ่า อุรัสยา มาร่วมสร้างความฟินให้อินเข้าไปลึกถึงขั้วหัวใจ งานนี้ ญาญ่า ถึงกับออกปากเองเลยว่า โชว์นี้เซ็กซี่ที่สุดแบบที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน จากนั้นเพิ่มความหวานต่อในเพลง พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรักกัน และเพลง ฉันรักเธอ ซึ่งทั้งคู่ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้ม ทำเอาสาวก NY ฟินจิกเก้าอี้กันเป็นแถว ไต่ระดับความสนุกให้สุดเหวี่ยงในโชว์สุดพิเศษที่ทั้ง 5 หนุ่มชวนศิลปินรุ่นพี่มาฟีเจอริ่ง เรียกว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขเพราะแต่ละคู่ขนเอาเพลงมันส์มาให้แดนซ์กระจาย เริ่มจากคู่แรกที่พกเอาความกวนของ เจมส์ มาร์ กับความแซ่บของ ทาทา ยัง มาแจมกันได้อย่างลงตัว, เคน ภูภูมิ และ มาช่า ทรงเสน่ห์ในลุคสุดเท่ห์, เวียร์ ขอแหวกแนวเชิญรุ่นใหญ่ระดับตำนาน อย่าง แอ๊ด คาราบาว และ บิลลี่ โอแกน ตามมาด้วยสเต็ปฮิพฮอพจาก มาริโอ้ ที่ควงฮิปสเตอร์ตัวพ่อ โจอี้ บอย มาเขย่าเวทีใน เพลง ยกมือขึ้น, สาละวัน และโยกยาวดึงดาวในเพลง คิดถึงจังหวะ งานนี้หนุ่มโอ้ตัวกวนเรียกเสียงกรี๊ดไม่หยุด ตบท้ายด้วย ณเดชน์ และ ใหม่ เจริญปุระ มาเพิ่มดีกรีความดุเดือดจนเวทีลุกเป็นไฟ ในเพลง กลับดึก, สุดฤทธิ์สุดเดช ที่ยิ่งดูยิ่งมันเพราะพลังเหลือเฟือจริงๆ! จากนั้นไปสนุกกันต่อในเพลง สุดๆไปเลย ที่บอกเลยว่าใครพลาดซีนนี้ต้องเสียดาย! เพราะขณะที่หนุ่มๆร้องเพลงก็เกิดพายุฝนสาดเทลงบนตัวของทั้ง 5 หนุ่ม ทำเอาตัวเปียกโชว์ซิกแพคชวนหวิวสุดๆ ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดกันหน้าดำหน้าแดง!! ก่อนปิดท้ายร่ำลากันในเพลง ฝากไว้ ที่ 5 หนุ่มตั้งใจร้องให้แฟนๆ เพื่อขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้กัน และไม่เคยทอดทิ้งกัน ทำเอาบรรดาแฟนคลับซึ้งน้ำตาแตก ถือเป็นการส่งท้ายเวทีแห่งนี้ อย่างประทับใจจริงๆ!! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com 

กระแต ควง หลุยส์ แอ่วเหนือ! รดน้ำดำหัวพ่อแม่
กระแต หลุยส์ /  ว่าเที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว / 

ว่าที่บ่าวสาวสวีทฝุดๆ กระแต ศุภักษร ควงแฟนหนุ่ม หลุยส์ อาทิตย์ แอ่วเหนือรดน้ำดำหัวพ่อแม่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยที่ผ่านมา โดยฝ่ายชายเองก็ได้มีการคุกเข่าขอสาวกระแตแต่งงาน และสวมแหวนจับจองกันไปแล้ว หลังจากที่คบหาดูใจกันมากว่า 2 ปี ซึ่งว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวของเราคูนี้ เล็งเอาไว้ว่าจะจัดพิธีวิวาห์กันในช่วงปี 58-59 ตามที่คุณแม่ของสาวกระแตรีเควสเอาไว้ เพราะเป็นปีเลขมงคลนั่นเองจ้าาาาา กระแต-หลุยส์ แอ่วเหนือ กระแต-หลุยส์ แอ่วเหนือ กระแต-หลุยส์ แอ่วเหนือ กระแต-หลุยส์ แอ่วเหนือ กระแต-หลุยส์ แอ่วเหนือ กระแต-หลุยส์ แอ่วเหนือ

Ojakgyo Brothers / โอจักกโย ฟาร์มอลวน ครอบครัวอลเวง EP.18 (1/2)
Ojakgyo /  Brothers / 

2011-10-02 - 18 - 28.1 (1st) - 29.9 (1st) - แม่ซูยอง (หน.นักข่าว) จะให้แทบอมคุกเข่า เพราะเป็นคนทำให้ซูยองท้อง - แทบอมยอมคุกเข่าเพื่อขอโทษที่แต่งงานตามสัญญา (คุกเข่าขอโทษล่วงหน้าว่างั้น) น้องเล็กแทพิลพยายามเตือนน้าของซูยองเรื่องร้านขายอุปกรณ์ปีนเขาว่าย่านนั้นขายไม่ดี แต่น้าของซูยองเตะแว่นของแทพิลหลุด - แทบอม/ซูยองแต่งงาน - แฟนเก่าแทชิกอีเมล์ส่งรูปลูกชายมาให้ดู

ละครรักต้องอุ้ม , เรื่องย่อรักต้องอุ้ม
เกรท วรินทร รักต้องอุ้ม /  แมท ภีรณีย์ รักต้องอุ้ม / 

รักต้องอุ้มบทประพันธ์ : เพชรไพลิน บทโทรทัศน์ : เบญจธารา กำกับการแสดง : แมน เมธีออกอากาศ : ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.ช่อง 3 “เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป สิปาดัน กับ ลันตา ต่างรักษาคำสัญญามายาวนานนับสิบปี แม้ว่าลึกๆ เพื่อนสนิทจะแอบคิดไม่ซื่อต่อกันก็ตาม แต่เมื่อกามเทพตัวน้อยหล่นปุ๊ลงมาล็อคหัวใจทั้งคู่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อหัวใจไม่อาจเก็บความรู้สึกไว้ได้ต่อไป แต่คำสัญญาแห่งมิตรภาพค้ำคอ หนึ่งมิตรอย่างสิปาดัน ต้องฟิตให้หนักถ้าคิดจะคว้ารักครั้งนี้มาครอง” ชีวิตของนางสาว ลันตา อยากมีสุข กำลังจะLucky in game เมื่อการทำงานเข้าตาและจะได้พิจารณาขึ้นเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสาร Trendy แถมยังจะ Lucky in love เพราะอนุชิต ผู้บริหารหนุ่มสุดหล่อมีอาการปิ๊งปั๊งลันตา จนเห็นว่าเป้าหมายระฆังวิวาห์คงอีกไม่ไกล ท่ามกลางความดีใจของธัญญาเรศ สไตลลิสท์ และแพท เจ้าหน้าที่ศิลปกรรม แก๊งเพื่อนซี้ของลันตา ในที่สุดลันตาก็มั่นใจจะลบอาถรรพ์นามสกุลที่ได้แต่อยาก แต่ไม่เคยมีสุขลงได้ในครั้งนี้เป็นแน่ วันที่บรรณาธิการบริหารเรียกไปพบ ลันตาตื่นเต้นรีบมาแต่เช้าเห็นท่าทีของคนในออฟฟิศที่จับจ้องมาก็ยิ่งมั่นใจว่าทุกคนรู้แล้วว่าลันตากำลังจะได้เลื่อนขั้น ลันตาแวะไปหาอนุชิตเพื่อเติมความหวานขอกำลังใจ แต่กลับถูกอรขจี ไล่ตบตีออกมาจากห้องอนุชิตพร้อมประกาศกร้าวว่าเป็นภรรยาของอนุชิต เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางแสกหน้า ลันตามองอนุชิตอย่างต้องการคำตอบ เมื่อเห็นสีหน้าอ้ำอึ้งปฏิเสธไม่ออก ลันตาก็เข้าใจทุกอย่างได้อย่างทะลุทะลวง แล้วความโกรธก็ล้นทะลักจนต้องรีบพาตัวลันตาออกจากที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วนโดยมีธัญญาเรศอาสาอยู่เคลียร์ทุกอย่างให้เอง เมื่อหลุดพ้นจากความวุ่นวายมาสงบสติยังร้านประจำได้ลันตาก็น้ำตาแตกโดยมีแพทคอยปลอบใจตั้งแต่เย็นยันดึก ลันตารู้ว่าแพทมีงานที่ต้องทำในเช้าวันรุ่งขึ้น ลันตาให้แพทกลับไป และยืนยันว่าตอนนี้มีสติมากพอ แพทที่รู้นิสัยลันตาดีเห็นอาการมีสติของลันตาก็วางใจและยอมกลับไป ลันตาตั้งสติและก้าวขึ้นรถ ขณะที่กำลังจะขับออก จู่ๆ รปภ.จุกก็วิ่งมาตบฝากระโปรงปัง! จนลันตาตกใจและยิ่งตกใจหนักขึ้นเมื่อรปภ.บอกว่ามีกล่องแปลกปลอมอยู่ใต้ท้องรถ รปภ.จุกมั่นใจมากว่ามันต้องเป็นระเบิดอย่างแน่นอน รปภ.จุกที่ดูข่าวและซีรี่ย์มามากมายบิ้วท์ซะจนลันตาตกใจกลัวมากจนไม่กล้าลงจากรถ ผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามามุงดู ทั้งรปภ.จุก เด็กรับรถ และเจ้าของร้านที่ปรี่กันออกมาพยายามหาทางช่วย ลันตากลัวจนสติแตกจะทำอะไรก็ทำ ทำเดี๋ยวนี้! รปภ.จุกพยายามคิดอาสาจะหยุดระเบิดครั้งนี้เอง ด้วยความมั่นใจว่าความรู้ที่ศึกษาจากซีรี่ย์นับสิบเรื่องจะต้องช่วยได้แน่นอน ลันตาอยากจะบ้าตายมองสภาพรปภ.จุกแล้วได้แต่สวดมนต์ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย แต่ก่อนที่ลันตาจะช็อคตายเพราะความลุ้น เสียงนาฬิการะเบิดเวลาก็ดัง อุแว้! ออกมาสร้างความตะลึงให้กับทุกคนในเหตุการณ์ รปภ.ตัดสินใจเสี่ยงตายลากกล่องออกมาและพบว่าในกล่องนั้นคือ เด็กทารก! ทารกเพศชาย หน้าตาน่ารัก ที่แค่เพียงแรกเห็นลันตาก็รู้สึกเอ็นดูถูกชะตาในทันที ลันตาใจหายใจคว่ำที่เกือบจะกลายเป็นฆาตกรฆ่าทารกน้อย รปภ.จุกและผู้คนที่พากันมามุงดูต่างพากันวิเคราะห์หาสาเหตุที่เด็กมาถูกทิ้งอยู่แบบนี้ แล้วทุกคนก็ลงความเห็นว่าคนที่เอามาทิ้งใจเหี้ยมจริงคงหวังให้เด็กถึงตาย โหมดแม่พระในตัวลันตาทำงานทันที เมื่อรปภ.จุกจะเอาเด็กน้อยไปแจ้งความเพื่อตามหาแม่ตัวจริง พอได้ยินปุ๊บ ลันตาก็ตัดสินใจโพล่งออกมาว่าทันทีว่า ลูกแม่! ทุกคนอึ้งต่างมองลันตาที่จุดเดียว ลันตาสวมบทบาทแม่ใจร้ายที่สำนึกผิดขอให้มอบเด็กคืนมา พวกรปภ.มองอย่างไม่เชื่อแต่ลันตาตาไวพอที่จะเห็นว่าก้นซ้ายของทารกมีปานดำอยู่ก็ตีเนียนเอามาอ้างและอาศัยประสบการณ์เล่นละครในมหาวิทยาลัยเปิดฉากดราม่าจนไทยมุงต่างเชื่อสนิทยอมให้ลันตาพาทารกน้อยกลับมาด้วยจนได้ แต่การตัดสินใจอย่างบ้าระห่ำครั้งนี้มันตามมาด้วยปัญหาใหญ่ระดับชาติในครอบครัวอยากมีสุขของลันตา คุณย่ามาลัย อดีตสาวชาววัง กุลสตรีไทยเต็มตัว เจ้าระเบียบและเฮี้ยบกับเรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมตามขนบธรรมเนียมไทยแบบเคร่งครัดรัดติ้วที่สุด จนสาวเฮี้ยวอย่างลันตากับเพื่อน ๆ ต้องคอยทำตัวเป็นลิงหลอกเจ้าเอาตัวรอดอย่างฉิวเฉียดเสมอ ๆ เพราะเรดาห์จับความเป็นกุลสตรีไทยของคุณย่ามาลัยนั้นได้ชื่อว่าแม่นยำมาก ความดุและความระเบียบจัด ของคุณย่ามาลัยขึ้นชื่อลือชาจนเพื่อนๆ ของลันตาต่างพร้อมใจกันแอบให้ฉายา (ลับหลัง) ว่า คุณย่ามหาประลัย การพาทารกเข้าบ้านครั้งนี้ลันตาคงต้องเจอศึกหนักและลงท้ายด้วยการพาทารกน้อยไปให้ตำรวจ แต่ลันตาห่วงเด็กมากจึงคิดหาที่พึ่งที่พร้อมจะแก้ปัญหาและร่วมเป็นร่วมตายกับลันตาในเวลาเช่นนี้และคนแรกกที่ลันตานึกถึงคือ เพื่อนรัก... คอนโดหรู...ลันตาถือวิสาสะหยิบกุญแจสำรองที่ซ่อนประจำอันเป็นที่รู้กันระหว่างเธอกับเพื่อนรัก แต่ลันตาต้องขนลุกซู่ที่ได้เห็นฉากเลิฟซีนแบบจัง ๆ ตรงหน้า เมื่อเพื่อนรักอย่าง สิปาดัน นักบินโคไพลอตเจ้าเสน่ห์กำลังนัวเนียกับแอร์โฮสเตสสาวสายการบินเดียวกันราวกับหูหนวกตาบอดไม่ได้ยินเสียงการมาของลันตาเลยสักนิด เมื่อทุกอย่างทำท่าจะเลยเถิดจนกลายเป็นหนังสด ลันตาก็ตัดสินใจหยุดเลิฟซีนด้วยการอุ้มลูกเข้ามาประกาศตัวว่าเป็นเมียของสิปาดัน และเล่นบทเมียหลวงแสนรันทดจนสิปาดันไม่มีโอกาสแก้ตัวและได้รับฝ่ามือพิฆาตจากแอร์โฮสเตสสาวสวยจนเป็นรอยห้านิ้วประทับเต็มๆ ก่อนจะด่าทิ้งท้ายจนสิปาดันไม่เหลือดี หลังบุคคลที่ 3 ออกจากห้องไป สิปาดันก็หันมาหวังจะฉะลันตา แต่คนที่โดนฉะกลับเป็นสิปาดันซะเอง ลันตาอบรมความเจ้าชู้ที่เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำ พูดลามไปถึงเรื่องโรคร้าย เสื่อม....สิปาดันเหมือนโดนฮุคซ้ายฮุคขวาและถูกอัปเปอร์คัท สิปาดันจุกเถียงไม่ออกและเกือบจะโดนชุดสองถ้าไม่รีบเบรกด้วยการเปลี่ยนเรื่องถามถึงทารกน้อยในอ้อมแขนของลันตา เมื่อรู้ที่มาของทารกน้อย สิปาดันได้ทีร่ายชุดใหญ่ถึงความขี้สงสารของลันตาที่มักจะนำเรื่องเดือดร้อนตามมาเสมอ แม้ลันตาจะพยายามจะแย้งแต่อดีตผู้จัดการชมรมฟุตบอลหรือจะเอาชนะกัปตันทีมจอมเฮี้ยวได้ เพราะลันตากับสิปาดันเป็นทั้งคู่หู คู่ฮา คู่กัดตั้งแต่สมัยมัธยม โดยมีสิปาดันเป็นกัปตันทีม ลันตาอาสาเป็นผู้จัดการ แม้จะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว แต่ลันตาไม่เรื่องมาก หรือเซ้าซี้ขี้งอนอย่างที่คนอื่นเป็น อดทนกับงานหนัก และดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม มีน้ำใจเสมอ ความดีของลันตาทำให้ทุกคนในทีมให้เกียรติและไม่มีใครกล้ารุ่มร่ามกับลันตาสักคน สิปาดันกับลันตาต้องช่วยกันวางแผน ทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมไปแข่งในระดับประเทศได้สำเร็จทำให้ทั้งคู่สนิทและเป็นเพื่อนรักที่จะไม่มีวันทิ้งกัน ทั้งคู่ไม่เคยเอาความเป็นผู้ชายผู้หญิงมาทำให้ความสัมพันธ์มีปัญหา มีแต่ความห่วงใยที่สามารถด่าเตือน ลงไม้ลงมือกันได้เพราะรู้ว่าทำด้วยความหวังดี เมื่อลันตาเสียพ่อกับแม่ไปในอุบัติเหตุ สิปาดันคือคนแรกที่เข้ามาดูแลห่วงใยลันตาจนกลายเป็นความเคยชินที่ทำให้สิปาดันคือคนแรกที่ลันตานึกถึงเสมอ และครั้งนี้ลันตาก็เชื่อว่าสิปาดันจะต้องยอมช่วยลันตาอีกครั้ง ลันตาพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า กล่อมให้สิปาดันช่วยดูแลเด็กทารกเพราะลันตาพากลับบ้านไม่ได้ ลันตาพยายามจะให้เหตุผลหนักแน่นว่าการที่ทารกน้อยถูกวางอยู่ท้ายรถแบบนั้น เป็นการจงใจฆาตกรรม หากส่งคืนไป เด็กจะต้องตกอยู่ในอันตราย แล้วถ้าเด็กเป็นอะไรไปลันตากับสิปาดันจะต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต สิปาดันยังปฏิเสธ ลันตาหว่านล้อมผสมดราม่าจนสิปาดันฟังแล้วต้องยอมแต่ยอมช่วยแค่คืนเดียวแล้วพรุ่งนี้จะเอาเด็กไปแจ้งความ ตามหาพ่อกับแม่ให้เจอ ลันตาขับรถกลับมาด้วยความสบายใจว่าอย่างน้อยวันนี้ก็ผ่านไป แต่ยังไม่ทันถึงบ้าน มิ้งค์ รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยที่เคยมาฝึกงานกับลันตา มิ้งค์กำลังจะจบมหาวิทยาลัย ชื่นชมและมุ่งมั่นมาจะมาทำงานที่เดียวกับลันตาให้ได้ ทันที่ที่รู้ข่าวลันตาออกจากงานก็รีบฮอทไลน์สายด่วนมาหา ลันตาได้เจอกับมิ้งค์ ลันตายังเล่าเรื่องระทึกที่เจอไม่ทันจบ สิปาดันก็กระหน่ำโทรมาหาเพราะทารกน้อยร้องๆ ๆ ๆ ๆ จนพอล หนุ่มลูกครึ่งข้างห้องของสิปาดันที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ทนไม่ไหวจะมาโวยวายแต่กลับต้องมาช่วยสิปาดันที่หัวหมุนกับการดูแลเด็กอย่างตกกระไดพลอยโจนแต่ชายโสดสองคนที่เป็นลูกโทนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากโทรขอความช่วยเหลือจากลันตาโดยด่วนที่สุด ลันตาต้องรีบกลับไปช่วยดูแลเด็กโดยมีมิ้งค์ที่ติดรถไปด้วย ทันทีที่ไปถึงสิปาดันกำลังขอโทษเพื่อนบ้านคนอื่น ๆที่มาต่อว่าเพราะเสียงทารกน้อยดังมาก โดยมีพอลอุ้มเด็กไว้อย่างเก้ๆ กัง ๆ มิ้งค์กลายเป็นนางฟ้าที่ช่วยทำให้ทารกน้อยเงียบราวกับใช้มนต์เสก เพราะครอบครัวมิ้งค์มีพี่น้องหลายคน มิ้งค์เป็นพี่สาวคนโตที่ต้องเลี้ยงน้องถึงสามคน ความเชี่ยวชาญในการเลี้ยงเด็กจึงเป็นความสามารถพิเศษที่ช่วยให้ลันตากับสิปาดันรอดพ้นภาวะลำบากมาได้ แต่โลกนี้คงแคบมาก เมื่อปรากฎว่ามิ้งค์กับพอลคือคู่แค้นตั้งแต่สมัยประถมที่เจอกันทีไรเป็นอันต้องมีเรื่อง มิ้งค์กับพอลเกือบจะเปิดศึกใส่กันแต่ช้ากว่าสิปาดันที่อารมณ์ใกล้ระเบิดเต็มที พอลเห็นบรรยากาศเริ่มไม่ดีรีบชิ่งไปอย่างเนียน ๆ ลันตาไม่อยากให้มิ้งค์เห็นภาพไม่สวยงามของตนเองจึงให้มิ้งค์กลับไปก่อนที่สิปาดันเริ่มเปิดศึก สิปาดันสั่งเด็ดขาดว่าต้องเอาเด็กไปแจ้งความเดี๋ยวนี้! สิปาดันไม่อดทนอีกต่อไปแล้ว ที่โรงพักลันตาใจไม่แข็งพอที่จะเป็นคนเอาเด็กไปมอบให้กับตำรวจ สิปาดันจึงต้องรับหน้าที่นั้นเอง หลังแยกย้ายจากกัน ลันตาทำใจไม่ได้ด้วยความเป็นห่วงทารกน้อย ลันตาตัดสินใจขับรถกลับมาที่โรงพัก แต่เมื่อมาถึงกลับไม่มีใครเห็นเด็กทารกเลยสักคน ลันตาตามหา เดินถามไปทั่วแต่ก็ไม่พบ จนตำรวจสงสัยในท่าทีลันตาและเริ่มคิดว่าลันตาเป็นพวกต้มตุ๋น ลันตาต้องรีบเผ่นออกมาแล้วติดต่อสิปาดันทันที แค่สิปาดันบอกว่าที่ตำรวจไม่รู้เพราะสิปาดันไม่ได้เอาเข้าไปแจ้งความแค่ไปวางไว้ด้านหน้าโรงพัก ลันตาก็ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้นพุ่งไปหาสิปาดันที่คอนโดทันที แต่ก่อนจะเปิดฉากด่าสิปาดันก็รีบเฉลยว่าสิปาดันแอบไปรับเด็กกลับมาก่อนหน้าแล้ว ลันตาดีใจมากและประกาศจะเลี้ยงทารกน้อยไว้ สิปาดันกับลันตาต่อรองกันอย่างดุเดือด ลันตาพูดจี้เข้าไปถึงมโนธรรมของสิปาดัน อ้อนวอนทุกอย่างจนทำให้สิปาดันต้องยอมตกลงเลี้ยงทารกน้อยตามที่ลันตาต้องการ... และแล้วภารกิจสุดหินก็เริ่มขึ้น ลันตากับมิ้งค์พยายามหาข้อมูลในการเลี้ยงดูทารกวัย 4 - 5 เดือนให้ได้ ทั้งจากเว๊บไซค์และถามจากผู้คนที่มีประสบการณ์ ต้องผ่านสถานการณ์ในแต่ละวันไปให้ได้ อย่างโกลาหลวุ่นวาย ทุกคนต้องสลับกันอุ้มเวลาร้อง ป้อนนมเวลาตื่นจนตาคล้ำบวม ดำเป็นหมีแพนด้า ทั้ง 3 คน ลันตาและมิ้งค์ เรียกทารกน้อยว่าตาหนู ลันตาเรียกตัวเองว่า แม่ลันดา และบังคับให้สิปาดัน ให้ทำตัวให้อบอุ่น และเป็นพ่อให้ได้ สิปาดันโวยวายว่า บ้าไปกันใหญ่ เค้าอยากมีแค่กุ๊กกิ๊กกับสาว ๆ แต่ไม่ต้องการมีลูก ชั่วข้ามคืนแบบนี้ แต่ต้องถูกลันดาบังคับ จนสิ้นสภาพหนุ่มกรุ้มกริ่มเจ้าเสน่ห์ไปทันที และพอลก็ขยันวนเวียนเอาเสบียงมาส่งไม่ซ้ำเมนู ทั้งอาหารและเบเกอรี่สุดกรี๊ด เพราะพอลเป็นเชฟและเจ้าของร้านอาหารสุดเก๋ที่กำลังอยู่ในกระแสตอนนี้ มิ้งค์มองอย่างจับผิดเพราะมั่นใจว่าพอลตั้งใจมาจีบลันตา แต่สิ่งที่ลันตาสังเกตเห็นคือ คนที่พอลให้ความสนใจคือมิ้งค์ ลันตาจะล้วงความในใจของพอลแต่พอลปากแข็ง ลันตาไม่เซ้าซี้เพราะการกระทำมันเห็น ๆ กันอยู่ ส่วนทารกน้อยตอนนี้กลายเป็น ตาหนู ของพ่อสิปาดันและแม่ลันตาไปแล้ว สิปาดันเสนอว่าลันตาต้องมาค้างที่นี่อาทิตย์ละสามถึงสี่วันเพราะงานสิปาดันต้องไปบินอยู่บ่อยๆ ลันตาต้องวางแผนในการขออนุญาตจากคุณย่ามาลัย ลันตาที่ตอนนี้อยู่ในสภาพตกงานร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องวางแผนหางานที่เหตุผลหนักแน่นพอที่จะสามารถทำให้คุณย่ามาลัยเชื่อได้อย่างสนิทใจ ลันตาตัดสินใจสารภาพว่าลาออกจากงานแล้วและตั้งใจจะเริ่มอาชีพใหม่ที่ลันตาใฝ่ฝันมานาน นั่นคือเชฟเบเกอรี่ และลันตาต้องไปทำงานที่ร้านอาหารเพื่อฝึกฝีมือ การฝึกหนักมากจึงต้องย้ายไปอยู่ใกล้ๆ กับที่ร้านอาหาร คุณย่ามาลัยจะทักท้วงแต่คนที่เข้ามาช่วยไว้ได้ทันท่วงทีคือธัญญาเรศ ทั้งคู่ต่างมาไว เคลมไว แล้วรีบลี้ภัยออกจากบ้านก่อนที่คุณย่ามาลัยจะล็อคคอรีดเค้นเอาความจริงได้ทัน ธัญญาเรศพยายามคาดคั้นถึงสาเหตุที่ต้องโกหก ลันตาเล่าเรื่องตาหนูให้ฟัง ธัญญาเรศบอกให้ลันตาเอาเด็กไปแจ้งความซะ แต่ลันตาเมื่อตัดสินใจแล้วช้างก็ฉุดไม่อยู่ ลันตากำชับกับธัญญาเรศว่าห้ามบอกกับคุณย่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลันตาเริ่มต้นการเป็นคุณแม่มือใหม่ ด้วยการหาข้อมูลจากทุกทิศทุกทาง อย่างกระตือรือร้นด้วยความรู้สึกสนุกสนาน ทางฝั่งสิปาดันต้องปวดหัวกับอาการงอแงของตาหนูและที่สุดจะรับมือไหวก็คือการปล่อยระเบิดปลาวาฬ(อึ)ใส่สิปาดัน สิปาดันอาละวาดและแทบหมดความอดทน ลันตาเป็นฝ่ายใจเย็นและค่อย ๆ เรียนรู้การเลี้ยงดูตาหนู พร้อมกับชี้ให้สิปาดันเห็นถึงความน่ารักของตาหนู แต่ตอนนี้สิปาดันหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เพราะการได้ตาหนูเข้ามาต้องแลกกับการเสียชีวิตหนุ่มโสดแสนฮอตจนสิปาดันกลายเป็นเพลย์บอยไร้น้ำยา สาวๆ พากันชิ่งไปจากสิปาดัน ยิ่ง มะนาว สาวแอร์โอสเตสคนใหม่แต่เคยอยู่ในตำแหน่งแฟนเก่าของสิปาดันปรากฎตัวขึ้น ความสวย และเสน่ห์ล้นเหลือของมะนาวทำให้สิปาดันร่ำ ๆ จะกลับไปสานสัมพันธ์หลายครั้งแต่เพราะมีตาหนูกับลันตาอยู่ทำให้ชีวิตอิสระของสิปาดันเหมือนคนติดคุก สิปาดันเครียดมากต้องไปเฮฮานอกบ้านแทบหัวทิ่มกลับบ้านไม่ไหว จนกีรติ นักเขียนหนุ่มไฮโซที่งานเขียนติดอันดับเบสท์เซลเลอร์และความหล่อก็เข้าตาสาว ๆ จนกรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมืองในตอนนี้ต้องพากลับมาที่บ้าน กีรติเป็นเพื่อนซี้ของสิปาดันตั้งแต่มหาวิทยาลัย เรียกได้ว่ารู้ไส้รู้พุง รู้ทุกความคิดและความเคลื่อนไหวของสิปาดันมาตลอด เมื่อสิปาดันกลุ้มใจกับเรื่องตาหนู กีรติจึงต้องรับฟังการปรับทุกข์และเป็นคนพาสิปาดันที่หมดสภาพมาส่งที่คอนโด ทันทีที่กีรติได้เห็นลันตาก็รู้สึกปิ๊งในความน่ารัก แต่เมื่อได้พูดคุยก็ยิ่งชอบ เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรไปลันตาก็เข้าใจและตอบโต้กลับมาได้ดี ทำให้รู้สึกอยากจะรู้จักลันตาให้มากกว่านี้ ลันตารับรู้ได้จากการแสดงออกอย่างเปิดเผยของกีรติ กีรติอัธยาศัยดีและไม่จู่โจม ทำให้ลันตาไม่รู้สึกต่อต้านและยินดีที่จะมีเพื่อนใหม่อย่างกีรติเพิ่มขึ้นอีกคน แต่สิ่งที่ลันตากำลังกลุ้มใจคืออาการเกลียดเด็กของสิปาดันที่ค่อนข้างจะหนักพอสมควร ลันตาได้เห็นข่าวว่าลูกชายของอนุชิตวัย 5 เดือนหายตัวไป ลันตายังไม่ทันฟังต่อธัญญาเรศก็ปิดโทรทัศน์บอกว่าอย่าไปสนใจผู้ชายเลว ๆ แบบนั้น เอาเวลาไปเลี้ยงลูกดีกว่า ลันตาไม่ติดใจสงสัยอะไร ลันตาพยายามเหลือเกินที่จะให้สิปาดันญาติดีกับตาหนู พยายามจะสร้างสายใยสอนให้ตาหนูเรียกสิปาดันว่า พ่อ เรียกตนเองว่าแม่ แม้สิปาดันจะเครียดแสนเครียดที่ชีวิตต้องพลิกผันเช่นนี้แต่ความน่ารักของตาหนูก็ค่อยๆ เปลี่ยนความรู้สึกของสิปาดันให้ค่อยๆ เป็นมิตรมากขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสิปาดันอย่างช้าๆ เมื่อหนุ่มร่างใหญ่กับเจ้าตัวเล็กกลายเป็นคู่หูทำให้ลันตาที่มองว่าสิปาดันเป็นผู้ชายเจ้าชู้ที่อยู่นอกสายตา ความน่ารักปนฮาของสิปาดันค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาทำคะแนนในหัวใจลันตาอย่างช้า ๆ โดยมีมิ้งค์คอยเชียร์สุดใจเพราะไม่อยากให้พอลมาวอแวกับลันตา ลันตามัวแต่วุ่นวายกับตาหนูจนลืมความเป็นจริงว่าตนเองกำลังตกงาน และสิ่งที่เตือนความจำลันตาคือ “หนี้สิน” ค่าผ่อนรถที่ถอยมาใหม่ ค่ากิน ค่าผ้าอ้อมสารพัดค่าใช้จ่ายที่ทำให้เงินเก็บของลันตากำลังร่อยหรอลงทุกที ลันตาจำเป็นต้องออดอ้อนขอความช่วยเหลือจากสิปาดัน แต่สิปาดันปฏิเสธ ลันตาโมโหมากจนเอารถไปคืนไฟแนนซ์ ลันตาน้อยใจสิปาดันที่ไม่มีน้ำใจแต่พอลกับกีรติทำให้ลันตารู้ว่าสิปาดันพยายามหาเงินตามจำนวนที่ลันตาต้องการมาให้ สิปาดันรู้ว่าลันตาเอารถไปคืนไฟแนนซ์ก็ยกรถตัวเองให้ใช้เพราะไม่อยากให้ลันตาลำบาก ลันตารู้สึกผิดที่เข้าใจสิปาดันผิด ลันตาไม่อยากเป็นภาระของสิปาดันจึงเริ่มตะเกียกตะกายหางานใหม่ พอลเสนอให้ลันตาไปช่วยที่ร้าน ลันตาตกลงแต่คนที่ดูจะอยู่เฉยไม่ไหวคือมิ้งค์ ที่แวะเวียนมาที่ร้านจนถึงขั้นมาสมัครทำงานพิเศษเพื่อความสะดวกในการกันท่าพอล หารู้ไม่ว่าเป็นแผนของพอลที่ตั้งใจให้มิ้งค์มาอยู่ใกล้ๆ แต่ความห่วงตาหนูทำให้ลันตาทำได้ไม่นานก็ต้องหางานใหม่และด้วยความช่วยเหลือจากคอนเน็คชั่นของกีรติ ที่มีเพื่อนสาว ๆ ในวงการหนังสือไม่น้อย ทำให้ลันตาได้งานพิเศษเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับเซเลบริตี้ ไฮโซจี้ดจ้าด จนทำให้ลันตาได้ประจันหน้ากับ มะนาวอีกครั้ง มะนาวเป็นอดีตแฟนของสิปาดันสมัยมหาวิทยาลัย มะนาวเกลียดลันตามาก เพราะตอนที่สิปาดันคบกับมะนาว ที่โดดเด้งเพราะเป็นดาวคณะ แต่ทุกครั้งที่ลันตามีเรื่อง สิปาดันจะทิ้งทุกอย่างแล้วแม้แต่มะนาวแล้วไปหาลันตาทำให้มะนาวยื่นคำขาดให้สิปาดันเลิกคบกับลันตา แต่สิปาดันทำไม่ได้ มะนาวจึงเป็นคนเลิกเพื่อหวังให้สิปาดันมาง้อและยอมทำตามที่มะนาวบอก แต่สิปาดันก็ไม่กลับมาทำให้มะนาวแค้นมาก และหมายหัวลันตาเป็นศัตรู มะนาวตั้งใจเล่นงานลันตาในงานหรูจนลันตาเกือบโดนโยนออกนอกงานแต่มีแพทกับกีรติที่ตามไปเป็นเพื่อนช่วยแก้ไขไว้ได้ทัน แพทแค้นมากแต่ลันตากลับสงสารมะนาว เพราะถ้ามีแฟนแล้วเห็นคนอื่นดีกว่าลันตาก็คงรับไม่ได้เหมือนกัน กีรติยิ่งชื่นชมลันตาที่นึกถึงคนอื่น กีรติอยากจะสร้างความประทับใจให้กับลันตาบ้างแต่กีรติไม่เคยได้มีโอกาสอยู่กับลันตาสองต่อสองเพราะมีแพทที่เป็นกองเชียร์ให้กับสิปาดันคอยทำตัวเป็นก้างขวางคอตลอดเวลา ด้านตาหนูก็ต้องมีคนดูแลเวลาที่ลันตาไปทำงานทุกครั้งถ้าสิปาดันไม่อยู่ ลันตาก็จะฝากตาหนูไว้กับธัญญาเรศ แต่ทุกครั้งที่ธัญญาเรศมาดูแลตาหนู พอลจะได้ยินเสียงร้องไห้เสมอ และต่อมาตาหนูก็ไม่ยอมให้ธัญญาเรศอุ้ม ร้องงอแง สิปาดันเห็นรอยเขียวช้ำตามตัวตาหนูก็รู้สึกห่วงมากห้ามไม่ให้ธัญญาเรศดูแลตาหนูอีก ลันตาจะวานแพทแต่แพทเองก็ไม่ถนัด และคนที่อาสาคือพอล พอลไม่ได้มีแค่ปรารถนาดีแต่แอบเจ้าเล่ห์เพราะคิดจะใช้ตาหนูเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากมิ้งค์ได้อย่างไม่ขัดเขิน มิ้งค์ทำเป็นฝืนมาเพราะคำขอร้องของลันตา แต่พอต้องได้อยู่ใกล้ชิดกับพอล พอลกลับทำตัวต่างออกไปจากคู่กัดคนเดิม เมื่อชายหนุ่มมาดกวนแต่ทุกการกระทำเทคแคร์มิ้งค์ตลอด จนมิ้งค์ใจสั่น ยิ่งได้เห็นมุมเท่ๆ ในความเป็นเชฟและความโรแมนติกของพอลกับเมนู Only You ที่เตรียมไว้ให้กับคนที่รักทำให้มิ้งค์รู้สึกหวั่นไหวและอยากรู้ว่าใครคือผู้หญิงที่โชคดีคนนั้น ด้านกีรติก็รุกลันตาอย่างหนัก และคอยชื่นชมนั้นให้กับสิปาดันได้ฟังจนสิปาดันชักจะเหม็นหน้าเพื่อนซี้ยิ่งกีรติทึกทักเลื่อนขั้นตัวเองจากลุงเป็น “คุณพ่อ” โดยให้ลันตาเป็น”คุณแม่”แบบเนียน ๆ สร้างความไม่พอใจให้กับสิปาดันที่เกิดอาการหวงตาหนู ประกาศเลยว่าคนที่จะเป็นพ่อตาหนูได้มีเพียงแค่สิปาดันเท่านั้น ตั้งแต่นั้น สิปาดันทำทุกอย่างเพื่อเป็นการดูแลตาหนูแบบเต็มตัว และยังกันท่ากีรติไม่ให้โอกาสได้ใกล้ชิดกับลันตา จนลันตารู้สึกเหมือนว่าสิปาดันกำลังอินกับบทบาทคุณพ่อและสามีจนเกิดอาการ “หึง” ลันตา สิปาดันไม่ตอบรับแต่ไม่ปฏิเสธ และยังมุ่งมั่นในการดูแลครอบครัวจนกีรติต้องคาดคั้นและหาทางพิสูจน์จนคนปากแข็งอย่างสิปาดันต้องยอมรับว่าหลงรักลันตา กีรติว่าลันตาคือผู้หญิงคนแรกที่กีรติอยากจะจริงจังด้วย ดังนั้นความรักครั้งนี้ กีรติจะไม่ยอมถอย ขอให้ลันตาเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกใคร เป็นการประกาศศึกลับ ๆของลูกผู้ชาย โดยที่ลันตาไม่ได้รับรู้ด้วยเลยลันตาได้พบกับอนุชิต โดยบังเอิญในวันที่อนุชิตเมามาก อนุชิตได้แต่พูดพร่ำเพ้อบอกว่าครอบครัวตนกับชีวิตคู่ลูกเมียมีปัญหามาก แต่สิปาดันมาพบ อนุชิตกำลังฟูมฟายอยู่กับลันดา สิปาดันจึงไล่อนุชิตกลับไป และไม่ต้องมายุ่งกับลันตาอีก แพทบอกลันตาว่า ลันตากำลังจะกลายเป็นนายสถานี มีรถด่วน 3 ขบวนเข้ามาให้เลือก ลันตาบอกเป็นไปไม่ได้ เพราะสิปาดัน คือ เพื่อนสนิทที่มึงมาพาโวยกันตลอด แพทจึงจัดคอร์ทใหญ่ เช็คความรู้สึกของสิปาดัน ด้วยการจัดบรรยากาศโรแมนติกชุดใหญ่ จนสิปาดันเกือบเพลี่ยงพล้ำ แต่ลันตาได้สติก่อน แต่อย่างน้อยทั้งคู่ก็ได้รู้ใจตัวเองว่า เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อต่อกันซะแล้ว ลันตาพยายามห้ามตัวเองเพราะกลัวว่าถ้าหลงรักสิปาดันแล้วสักวันความรู้สึกดีแบบเพื่อน จะต้องเสียไปอย่างแน่นอน บรรยากาศในคอนโดหวานอบอวลไปด้วยความรักละมุน แล้วจู่ๆ ก็พังทลายเมื่อธัญญาเรศกับกีรติมาเยี่ยมลันตาที่คอยต้อนรับอย่างดี แค่เพียงช่วงเวลาที่ตาหนูห่างตาแป๊บเดียว เสียงกรีดร้องของธัญญาเรศก็ดังขึ้น ลันตาตกใจที่เห็นตาหนูตกจากโซฟา ลันตาตกใจแทบสติแตก แต่ได้กีรติที่ช่วยพาตาหนูส่งโรงพยาบาลจนตาหนูปลอดภัย สิปาดันที่กลับมาจากเที่ยวบินยุโรปพุ่งมาที่โรงพยาบาลทันที เมื่อได้ฟังเหตุการณ์คร่าวๆ จากธัญญาเรศ สิปาดันโมโหหึงเข้าใจว่าเพราะลันตามัวแต่ดูกีรติจนทำให้ตาหนูเจ็บตัว สิปาดันโกรธมากต่อว่าลันตาอย่างรุนแรง ลันตาเสียใจมากจนต้องหนีกลับบ้านเพราะไม่อยากเห็นสายตาเย็นชาของสิปาดัน ลันตากลับบ้านไปพึ่งพิงคุณย่ามาลัย คุณย่าเห็นลันตาเสียใจมากมายจนได้รู้ว่าทะเลาะกับสิปาดันก็โกรธนัก เพราะคุณย่าไม่ชอบหน้าสิปาดันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะสิปาดันไม่เคยกลัวและยังต่อปากต่อคำกับคุณย่าประจำ ยิ่งมารู้กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของสิปาดัน ก็ยิ่งทำให้เหม็นหน้า แล้วยังมาทำให้หลานสาวสุดหวงของตนให้ต้องเสียใจ คุณย่าก็ยิ่งเกลียดขี้หน้าสิปาดันหนักขึ้นไปอีกกีรติไปเคลียร์กับสิปาดันให้เข้าใจว่าความจริงแล้วคนที่ทำให้ตาหนูตกโซฟาคือธัญญาเรศ ไม่ใช่ความผิดของลันตา สิปาดันไปเช็คกล้องวงจรปิด (ที่แอบติดไว้ตั้งแต่ตอนที่ตาหนูเริ่มมีรอยช้ำตามตัว) และเห็นว่าเป็นฝีมือธัญญาเรศจริง ๆ สิปาดันตามไปง้อลันตาที่บ้านแม้จะเจอคุณย่ามาลัยขับไล่ และไม่ยอมให้พบลันตา ในที่สุดลันตาก็ทนไม่ไหวยอมกลับไปดูแลตาหนูตามที่สิปาดันอ้อนวอน แต่ปัญหาคือมันเป็นวันเกิดของลันตาแต่สิปาดันลืมวันเกิดของเธอด้วยการไปบินทั้งที่จะแลกกับเพื่อนนักบินคนอื่นก็ได้ ลันตางอนสุด ๆ เมื่อคุณย่ามาลัยนัดให้ไปทานข้าวในวันเกิด ลันตาไม่กล้าปฏิเสธต้องหอบหิ้วตาหนูโดยมีกีรติขอตามติดไปด้วยเพื่อแนะนำตัวกับคุณย่าอย่างเป็นทางการ ความน่ารักของตาหนูทำให้คุณย่ารู้สึกเอ็นดูแม้จะสงสัยว่าตาหนูมาจากไหน ลันตากับกีรติต้องแต่งเรื่องแถกแถไปเรื่อย คุณย่ามาลัยคอยจับตาดูท่าทีของกีรติและรู้สึกพอใจที่กีรติเอ่ยปากขอคบกับลันตาแบบแมนมาก จนคุณย่ามาลัยยอมอนุญาต ลันตารู้สึกอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่ากีรติจะจู่โจมแบบนี้ และใจยังไปคิดถึงอีกคนที่ไม่ได้ใส่ใจตนเองอย่างสิปาดันแต่เมื่อลันตาพาตาหนูกลับมาที่คอนโดก็พบว่าสิปาดันนอนหลับไปท่ามกลางข้าวของที่รกอยู่เต็มห้อง แต่ลันตาต้องอึ้งเมื่อได้รู้ว่าสิปาดันตั้งใจจะเซอร์ไพร์สวันเกิดตัวเอง ลันตารู้สึกหวั่นไหวกับความอ่อนหวานและนัยน์ตายิ้มๆ ของสิปาดัน ทุกอย่างดูจะสวยงามราวกับกีตาร์สักตัวที่กำลังเล่นบทเพลงเพราะ ๆ แต่เหมือนกีต้าร์สายขาด เมื่อสิปาดันรู้ว่ากีรติไปพบกับคุณย่า ทำเหมือนกับพาแฟนไปพบผู้ใหญ่ สิปาดันแสดงอาการงอนอย่างหนักและประชดด้วยการยอมให้มะนาวเข้ามาวุ่นวายถึงในคอนโดจนลันตาโมโหทะเลาะกันใหญ่โตและจะย้ายกลับบ้าน แต่พอเห็นกล่องของขวัญที่ตกอยู่ในมุมที่ลันตาไม่เคยสนใจแล้วรู้ว่าสิปาดันเตรียมไว้ให้ทำให้ลันตาต้องเปลี่ยนใจเมื่อของขวัญในกล่องคือหุ่นยนต์ประกอบตัวที่สิปาดันรักมากที่สุด ข้อความในการ์ดใบน้อยที่บอกความในใจของสิปาดันว่า อยากจะฝากสิ่งที่รักที่สุดในชีวิตครึ่งหนึ่งให้กับคนที่อยากให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตและคนคนนั้นคือลันตา ลันตารู้สึกใจเต้นและยิ่งมั่นใจในความรู้สึกตัวเองว่าหัวใจเอนเอียงไปทางสิปาดันเข้าให้แล้ว ลันตาเห็นสิปาดันหายเงียบก็ตามเข้าไปดูแลและเป็นครั้งแรกที่ลันตารู้สึกซาบซึ้งจนเผลอหอมแก้มของสิปาดันอย่างลืมตัว ลันตาเห็นตุ่มน้ำใส ๆ ขึ้นอยู่ที่อกสิปาดัน ลันตากดเบาๆ ตุ่มน้ำก็แตกออก ลันตารีบเช็ดให้ และได้รู้ว่าสิปาดันตัวร้อน ลันตาช่วยเอาผ้ามาเช็ดหน้าดูแลสิปาดันที่หลับนิ่งด้วยความรู้สึกอ่อนหวานสิปาดันไปหาหมอและพบว่าตัวเองเป็นอีสุกอีใส และในที่สุดลันตาก็ติดจนได้ สิปาดันจึงดูแลลันดาเหมือนที่ลันตาทำกับเขา และสิปาดันบอกว่า ดูแลเป็นการตอบแทนอย่างที่ลันตาทำให้ ทำให้ลันตาอายมากเพราะความจริงแล้วสิปาดันรู้สึกตัวตลอด แสดงว่ารู้เรื่องที่ลันตาลวนลามแก้มนุ่ม ๆ ของสิปาดันด้วย เมื่อป่วยทั้งคู่ และเพื่อน ๆ ก็ต่างติดงานลันตาตัดสินใจพาตาหนูไปฝากคุณย่ามาลัยให้ช่วยเลี้ยง แต่ทั้งลันตากับสิปาดันทนคิดถึงลูกไม่ไหว ขอให้มิ้งค์กับพอลช่วยไปพาตาหนูมาหา เมื่อมิ้งค์กับพอลไปถึงเจอกับธัญญาเรศที่มาหาคุณย่า พอลกับมิ้งค์แสดงอาการหวงตาหนูอย่างเห็นได้ชัดและพูดให้ธัญญาเรศรู้ตัวว่าทุกคนรู้ความใจร้ายของธัญญาเรศที่ทำกับตาหนูหมดแล้ว ทั้งคู่พาตาหนูไปที่คอนโดธัญญาเรศโกรธปั่นให้คุณย่าสงสัยและพาคุณย่าตามทั้งคู่ไปที่คอนโดนสิปาดัน ให้คุณย่าได้เห็นกับตาว่าลันตามาอยู่กับสิปาดัน แถมยังร้อยเรื่องว่าทั้งคู่ลักลอบได้เสียกันจนท้องและปิดบังไว้ คุณย่าแสดงตัวและเค้นเอาความจริงจากทั้งคู่ คุณย่าฟันธงทุกอย่างโดยไม่ฟังคำอธิบายเลย ลันตากับสิปาดันเลยจำต้องยอมรับผิด คุณย่าโกรธจัดตัดความสัมพันธ์ย่าหลานและห้ามลันตากลับไปที่บ้านเด็ดขาด แล้วถือโอกาสเอาตัวตาหนูกลับไปด้วย ทำให้ทั้งคู่ทุกข์ใจมาก สิปาดันตัดสินใจปรึกษากับปราบดา ผู้เป็นพ่อ เจ้าของไร่ส้มขนาดใหญ่ในภาคเหนือ สิปาดันเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ปราบดารู้ใจลูกชายดีว่ารักลันตา จึงแนะนำให้ใช้โอกาสนี้ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง สิปาดันไม่มั่นใจว่าลันตาจะเห็นด้วย แต่ปราบดาก็เกลี้ยกล่อมจนลันตายอมตกลงทำตามแผน ทั้งสามคนเข้าพบคุณย่ามาลัย จากที่ไม่ชอบหน้าสิปาดันอยู่แล้วเจอฤทธิ์ฝีปากของปราบดาเข้าไป คุณย่าก็ยิ่งอาละวาดเป็นสองเท่า คุณย่าเล่นงานขับไล่อย่างหนักจนเกิดอุบัติเหตุสิปาดันโดนกระถางดอกไม้กระแทกเข้าที่หางคิ้ว แต่สิปาดันก็ไม่ยอมถอย สิปาดันคุกเข่าขอขมาและยอมรับผิดทุกอย่าง และที่สำคัญสิปาดันฉวยโอกาสนี้พูดความรู้สึกในใจว่ารักลันตา และอยากขอให้คุณย่าอนุญาตให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน คุณย่าอึ้งที่เห็นสิปาดันในมุมมองที่แปลกใจ แต่สัมผัสได้ว่าทุกคำพูดของสิปาดันมีแต่ความจริงใจ คุณย่าตกลงยอมให้จัดงานแต่ง สิปาดันดีใจมาก ตัวลันตาพลอยรู้สึกว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริงและรู้ว่าที่ยอมให้ทุกอย่างเลยเถิดเพราะหัวใจที่มันไม่ซื่อต่อสิปาดัน แม้จะยังไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากปากของสิปาดันเลยสักครั้งก็ตาม มิ้งค์ได้รับโทรศัพท์เสียงเศร้าๆ จากพอลก็กลัวว่าพอลจะเสียใจและคิดสั้น มิ้งค์รีบมาหาพอล แต่กลับเจอพอลกำลังทำเค้กแต่งงานให้กับสิปาดัน มิ้งค์คิดไปเองว่าพอลคงเจ็บปวดมากพยายามจะปลอบพอลว่าเสียใจก็ระบายออกมาได้ แต่พอลไม่อยากระบาย แต่อยากจะสารภาพมากกว่า แล้วมิ้งค์ก็ต้องอึ้งเมื่อเจอการสารภาพรักจากเชฟสุดหล่อ พอลยอมสารภาพว่าชอบมิ้งค์ตั้งแต่สมัยเรียนแต่ทำตัวไม่ถูก พอได้เจอมิ้งค์อีกครั้งก็ยิ่งมั่นใจว่าใช่ และเมื่อเจอคนที่ใช่ เมนู Only You ก็มอบให้กับมิ้งค์คนเดียว กีรติเสียใจมากที่รู้ว่าลันตากับสิปาดันจะแต่งงานกัน แพทรู้สึกเห็นใจจนหลุดปากไปว่าทั้งคู่แต่งงานเพราะความจำเป็นทำให้กีรติยังมีหวัง กีรติบอกกับลันตาว่าถ้าลันตาไม่รักสิปาดัน กีรติก็พร้อมจะรอ ลันตาปฏิเสธแต่กีรติกลับรวบรัดตัดความถือเป็นคำสัญญาตามนั้น มะนาวได้รู้เรื่องทั้งหมดและไม่คิดจะยอมแพ้จะต้องแย่งสิปาดันคืนมาให้ได้วันแต่งงาน ทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดี ทั้งเพื่อน ๆของเจ้าบ่าวเจ้าสาว รวมถึงกีรติและอนุชิต สิปาดันมอบแหวนแต่งงานของตนเองให้กับลันตาซึ่งเป็นแหวนแม่เหล็กสีดำสวมเข้าที่นิ้วนางซ้าย ส่วนตัวเองใส่เหล็กเข้าที่นิ้วนางขวาของตนเองสร้างความงุนงงให้กับผู้มางานหรือแม้แต่ตัวเจ้าสาวเอง งานแต่งครั้งนี้เป็นงานที่ดูจะอึมครึมเมื่ออนุชิตดูเศร้าจนทุกคนรู้สึกได้ ยิ่งเห็นตาหนู อนุชิตก็ยิ่งเศร้า แล้วทุกอย่างก็กระจ่างเมื่อลันตาเห็นอนุชิตกับธัญญาเรศทะเลาะกันตรงบันไดหนีไฟ ทำให้ลันตาได้รู้ว่าธัญญาเรศกับอนุชิตมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน และที่สะดุดใจลันตาที่สุดก็คือเรื่องลูกชายของอนุชิตที่หายไปนั้นน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับลันตาเอง ลันตาเริ่มคิดหนักกับท่าทีธัญญาเรศที่มีกับตนเอง ยิ่งรู้จากคุณย่าว่าการที่คุณย่าตามไปที่คอนโดวันนั้นเป็นเพราะธัญญาเรศก็ยิ่งทำให้ลันตามั่นใจว่าธัญญาเรศตั้งใจทำหลายสิ่งเพื่อทำลายลันตา ลันตาตัดสินใจไปหาอนุชิต ลันตาเจอกับอรขจีที่ตอนนี้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า สาเหตุจากที่ลูกของอรขจีถูกขโมยไป ลันตาปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดและเพื่อความมั่นใจ ลันตาสอบถามว่าลูกของอนุชิตที่ลักษณะอะไรที่เป็นที่สังเกตได้ และปานที่ก้นด้านซ้ายที่เหมือนกับที่ตาหนูมีทำให้ลันตาได้คำตอบอย่างแท้จริงลันตาเสียใจมากตามไปคาดคั้นธัญญาเรศ แต่ธัญญาเรศไม่ยอมรับ แพท กีรติร่วมมือกันจนหาหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นธัญญาเรศเอากล่องใส่เด็กมาวางไว้ที่ท้ายรถของลันตาทำให้ธัญญาเรศต้องยอมจำนนในที่สุด เพื่อนรักทั้งสามต้องเคลียร์เรื่องที่คาใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ธัญญาเรศระเบิดความรู้สึกตัวเองออกมาอย่างขมขื่น ความจริงที่ทำให้ลันตากับแพทต้องอึ้งเมื่อธัญญาเรศกับอนุชิตมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อนที่อนุชิตจะมาพบกับลันตา ธัญญาเรศหวังไว้มากว่าเมื่ออนุชิตเลิกกับอรขจีแล้วจะแต่งงานกับตนเอง แต่หลังอนุชิตหย่ากลับบอกเลิกธัญญาเรศเพื่อจะคบกับลันตาแทน พอธัญญาเรศไม่ยอมและขู่จะบอกความจริงทั้งหมดให้ลันตารู้ อนุชิตก็ลงไม้ลงมือกับเธอเลยทำให้ธัญญาเรศบันดาลโทสะ ธัญญาเรศจึงวางแผนให้อรขจีตามมาราวีลันตา และขโมยตาหนูเพื่อมาวางท้ายรถลันตา ตั้งใจให้ลันตาเป็นฆาตกรเพื่อจะไม่มีวันได้สมหวังกับอนุชิต ลันตาโกรธมากที่ธัญญาเรศเลือดเย็นโดยไม่มีความเมตตากับทารกตัวน้อยอย่างตาหนู ลันตาขาดสติทำให้ต่างลงมือใส่กันจนแพทกับกีรติต้องจับทั้งสองแยกจากกันโดยด่วน สิปาดันกลับมารู้เรื่องทั้งหมดรีบตามไปปลอบโยนลันตา ลันตาไม่เสียดายเพื่อนทรยศแต่ไม่อาจหักใจคืนตาหนูให้กับอนุชิตได้ทันที ลันตาขังตัวเองอยู่ที่บ้านกับตาหนู ไม่ให้ใครแตะต้องแม้แต่คุณย่ามาลัย สิปาดันหากลอุบายที่จะทำให้ลันตาได้คลายเครียด ยอมฟังเหตุผลและคืนลูกให้กับอนุชิต คุณย่ากับสิปาดันหลอกล่อให้ลันตาไปต่างจังหวัดด้วยอุบายว่าเพื่อไปฮันนีมูนพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก สิปาดันเกลี้ยกล่อมลันตา ลันตารู้ดีว่าที่ทำอยู่ไม่ถูกต้องแต่ทำใจไม่ได้จริง ๆ สิปาดันพยายามปลอบโยน คืนนั้นลันตากับสิปาดันได้เปิดใจซึ่งกันและกัน อาจเป็นเพราะเบียร์หรือบรรยากาศที่เป็นใจทำให้ทั้งคู่ได้มองกันด้วยสายตาของคนที่รักกันเป็นครั้งแรก หลังค่ำคืนแสนหวาน เช้าวันต่อมา สิปาดันถูกมะนาวเรียกตัวไปเรื่องงานด่วน แต่ลันตาคิดว่าสิปาดันยังลังเลอยู่ และกลัวว่าตัวเองจะเป็นเพียงแค่ความผิดพลาดของสิปาดัน ไม่อยากให้สิปาดันต้องมารับผิดชอบ จึงบอกเลิกกับสิปาดัน สิปาดันช๊อคที่โดนบอกเลิก และขอเหตุผล แต่ลันตาไม่สามารถบอกได้ แต่ บอกว่าอยากให้เวลากับตัวเอง ได้เรียนรู้ใจตัวเองจริง ๆ ก่อน และทั้งตัวสิปาดันด้วย ทั้งคู่แยกจากกันด้วยความเสียใจ ลันตสยอมรับความจริงว่า ตาหนูความจะต้องอยู่กับครอบครัวที่แท้จริง จึงพาตาหนูมาคืนให้อนุชิตและอรขจี อนุชิตและอรขจีดีใจมากขอบคุณลันตาและขอให้ลันตาเป็นแม่ทูลหัวให้ตาหนู หรือจะรับไปดูแลบ้างก็ได้ และตัวอนุชิตเองก็กลับตัวเป็นพ่อและเป็นสามีที่ดี เหมือนที่สิปาดันทำให้ตาหนู ความทุกข์ระทมของสิปาดันกับลันตาอยู่ในสายตาของกรีติ แพท พอล และมิ้งค์ อรขจี มะนาวมาหาลันตาและบอกลันตาว่าสิปาดันบอกเลิกกับเธอ และบอกว่าไม่อาจรักใครได้เท่าลันตาอีกแล้ว ซึ่งมะนาวยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ และขอให้ลันตาเข้าใจสิปาดันด้วย ย่ามาลัยได้เห็นความทุกข์ใจของลันตา จึงบอกว่าดีแล้วที่ได้เรียนรู้จากความเจ็บปวดครั้งนี้ เพราะทั้งสองจะได้รู้จักรู้ใจตัวเองอย่างแท้จริง ว่าความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นเพราะทั้งสองคนได้รู้จักรู้ใจตัวเองอย่างแท้จริง ในที่สุดกรีติก็รู้วาสิปาดันลาพักกลับไปอยู่ที่บ้านปราบดาที่เชียงใหม่ ลันตาบินตามไป การมาที่บ้านปราบดาอีกครั้งทำให้ลันตาได้ย้อนรำลึกไปถึงเมื่อลันตากับสิปาดันเป็นนักศึกษา ทำกิจกรรมร่วมกัน และเข้าค่ายเก็บตัวด้วยกัน ตอนนั้นลันตาหลงป่า สิปาดันก็ช่วยตามหา ทั้งคู่ดูแลกันและกันจนรอดมาได้ และสัญญากันว่าจะเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิต ปราบดาให้ลันตาไปรอที่บ้านน้อยท้ายไร่ ที่นั่นลันตาได้เห็นความรู้สึกของสิปาดันผ่านรูปภาพ ข้าวของที่เป็นความทรงจำระหว่างทั้งสองคน ลันตามั่นใจแล้วว่าที่ผ่านมา สิปาดันรักเธอมาเพียงใด สิปาดันกลับมา ตกใจที่เห็นลันตารออยู่ ลันตาของยกเลิกสัญญาความเป็นเพื่อน และสวมแหวนแม่เหล็กคืนให้สิปาดัน และขอเลื่อนให้สิปาดันเป็นคนรักอย่างเต็มตัว และต่อไปนี้เธอและสิปาดันจะดูแลกันและกันตลอดไป ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ อีกสองคู่ ทั้งแพท กรีติ พอล มิ้งค์ ก็ถูกเลื่อนมาเป็นคู่รักและช่วยดูแลกันและกัน รวมถึงเจ้าหนูตัวน้อย ผู้เป็นกามเทพให้กับทุกคน รายชื่อนักแสดง วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบทเป็น สิปาดันภีรนีย์ คงไทย รับบทเป็น ลันตาธนกฤต พานิชวิทย์ รับบทเป็น พอลจรินทร์พร จุนเกียรติ รับบทเป็น มิ้งค์โกสินทร์ ราชกรม รับบทเป็น กีรติเจสสิกา ภาสะพันธุ์ รับบทเป็น แพทอริสรา ทองบริสุทธิ์ รับบทเป็น ธัญญาเรศอดิศร อรรถกฤษณ์ รับบทเป็น อนุชิตนาตาลี เดวิส รับบทเป็น อรขจีเจสัน ยัง รับบทเป็น พิธาน ภัทรินทร์ เจียรสุข รับบทเป็น มะนาว ดวงตา ตุงคะมณี รับบทเป็น ย่ามาลัย

แม่จีนใจเหี้ยม โยนลูกวัย 14 เดือนให้รถทับ ขณะทะเลาะกับพ่อเด็ก
คนจีนทะเลาะกัน /  แม่จีน / 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา สามีภรรยาคู่หนึ่งเกิดทะเละกันในรถยนต์ ถนนสือซี ในมณฑลเจ้อเจียง ของจีน ก่อนที่แม่จะจับลูกชายวัย 6 ขวบ และลูกสาววัยเพียง 1ขวบ 2 เดือน โยนออกมาจาหน้าต่างรถยนต์ เป็นเหตุให้ลูกสาวถูกรถบรรทุกทับเสียชีวิต ขณะที่พลเมืองดีเข้าไปคว้าตัวเด็กชายไว้ทัน แต่ก็ได้รับบาดตามร่างกายหลายจุด ทั้งนี้คนขับรถบรรทุกระบุว่าเขารู้สึกว่าขับรถทับอะไรบางอย่าง เมื่อลงมาดูแล้วพบว่าเป็นเด็กถึงกับคุกเข่านั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ เขากล่าวว่าแม่ของเด็กจับเด็กโยนลงมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้เขาเบรครถไม่ทันจนมับเด็กหญิงเสียชีวิตในที่สุด ขณะที่แม่ใจเหี้ยมรายนี้มีชื่อว่านางหู โหม่ว วัย 33 ปี ได้ถูกตำรวจจับกุมและคาดว่าน่าจะได้รับโทษประหารชีวิต ส่วนนายหู เซี่ย สามีซึ่งเป็นพ่อของเด็กทั้งสองก็ช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนต้องเข้ารับยาระงับประสาทอยู่ในโรงพยาบาลท้องถิ่น MThai News

Top 10 ดาราอวดหุ่นสวย เซ็กซี่ ใน ท่ายาก ร้อนแรง ฮอตทะลุปรอท !
ชุดว่ายน้ำ /  ซัมเมอร์ / 

10 ดารา ท่ายาก ที่น่าจดจำมากที่สุด!     ท่ามกลางดีกรีอากาศร้อนๆ แบบนี้ Women Mthai ขอเพิ่มอุณหภูมิดีกรีความร้อนแรง ด้วย ภาพ "ท่ายาก ท่าเด็ด" ของ ดาสาวสุดฮอต ในชุดว่ายน้ำ  อวดเนื้อหนัง และทรวดทรงฟิตแอนด์เฟิร์ม  ที่เผยถึงการรักตัวเอง และ การดูแลรูปร่างตัวเองมาอย่างดี เพื่อให้หน้าพร้อม ร่างกายเฟิร์ม  สู่ปฏิการโพสต์ท่ายาก รับซัมเมอร์ ! ....ซึ่ง " ท่ายาก" ที่เป็นท็อปโพสต์  ก็อย่างเช่น  ท่าสะพานโค้ง  โก่งโค้งซู่ซ่า  ท่าเลื้อย โชว์เคิร์ฟเอสไลน์ ท่าโหนโชว์วงแขนขาว  หรือจะ ท่าสยบบั้นท้าย อวดสะโพกสลาตัน หรือแม้แต่ ท่า นารีคุกเข่า ที่แค่นั่งโพสต์ท่าเป๊ะๆบนชายหาด ก็สุดแสนจะเซ็กซี่ ขยี้ใจแล้ว  ต้องบอกเลยว่าแต่ละท่ายากของพวกเธอนั้น ชวนสยิวให้คิดไปไกลจริงๆ (ฮ่าฮ่า) ส่วนท่ายากของดาราคนไหน จะเด็ด...จะโดน และเป็นที่จดจำบ้างนั้น เรารวบรวมมาให้ชมกันแล้วค่ะ ท่ายากสะพานโค้ง เซ็กซี่สุดใจ  หญิง รฐา โพธิ์งาม จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข สลัดผ้าถ่ายชุดว่ายน้ำครั้งแรก แต่ ท่ายากสุดแเซ็กซี่ของสาวจั๊กจั่น ทำเอาหลายคนต้องร้อง ว้าวว! เทใจให้คะแนนเต็ม ไปเลย ไม่ธรรมดาเลยนะคะสาวเซ็กซี่คนนี้! เซ็กซี่ ท่ายากแบบคุณกะรัต เอ้ยย!... พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ เอมี่ มรกต เซ็กซี่ตัวแม่ งานนี้โชว์ท่ายาก แถมให้เห็นเนื้อหนังมังสา กันแบบเต็มๆ! เจนี่ อัศวเหม เธอคือราชินี ท่ายาก! ก็แหมแต่ละท่าของนางสุดติ่งจริงๆ โดยเฉพาะ  ท่าโก้งโค้ง ท้าแดด  ที่เป็นท่าเด็ด ที่ทุกคนจดจำได้มากที่สุด! บี น้ำทิพย์จงรัชตะวิบูลย์ ท่ายากระดับนางแบบแถวหน้า ต้องท่าขาชี้ฟ้า เท่านั้นคร่าา ท่าสยบบั้นท้ายสลาตัน กับอกอึ๋มๆ  ของ แม่หม้าย กระดังงา ลนไฟ บุ๋ม- ปนัดดา วงศ์ผู้ดี  ท่ายาก โอบอ้อมอก โชว์เคิร์ฟเอสกลางทะเล  แบบตัวแม่ สั้นเสมอ (หู) ใบเตย อาร์สยาม   เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์  โชว์ท่ายาก เลื้อยกลางหาดทราย เร่าร้อน ท้าไอแดด ปิดท้ายด้วย  พิม - ซอนย่า คูลลิ่ง โชว์เหนือด้วยท่ายากดีกรีนางแบบ ผ่าน IG  งานนี้ไม่มีรีทัช เฟิร์มจริงอะไรจริงนะจ๊ะ เรียบเรียงโดย... Women Mthai ขอบคุณภาพประกอบจาก… magazinedee.com

หวานหยด!! ทาทา ควง พี่หมอ เปิดใจแต่งฟ้าแล่บ
ทาทา อมิตา /  พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ / 

ทำเอามดตัวน้อยแห่มาชิมความหวานกันเลยทีเดียว สำหรับคู่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวป้ายแดงอย่างนักร้องสาวซุป'ตาร์ อมิตา ทาทา ยัง และแฟนหนุ่ม พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ โผล่เปิดใจครั้งแรกในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 เผยนาทีที่ทั้งคู่ได้ตัดสินใจจูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์หวาน ในวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ ศรีพันวา จ.ภูเก็ต ซึ่งทาง พี่หมอ ยอมรับว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นความต้องการของเราทั้งคู่ หลังกลับมารีเทิร์นรักครั้งที่ 3 โดยงานนี้ สาวทาทา ขอเป็นคนเล่าถึงช็อตหวานที่สุดแสนประทับใจเมื่อฝ่ายชายนั่งคุกขอแต่งงานมาว่า.. "คือทาทารู้สึกแค้นฝั่งหุ่น ในเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ทาทาได้บินไปภูเก็ตในงานวันเกิดของพี่หมอเค้า และหลังจากผ่านวันเกิดพี่หมอไป ทาทาเลยไปดำน้ำต่อ เพราะไม่รู้ว่าจะกลับไปกรุงเทพฯ ทำไม เลยตัดสินใจอยู่ดำน้ำกับพี่หมอ และพี่ๆ ที่ภูเก็ตแล้ว พออยู่กันก็แฮปปี้ดีไม่มีอะไร" "แต่จู่ๆ เราก็มองหน้ากันแล้ว แล้วถามกันว่าเราเลิกกันทำไม ทั้งๆ ที่อยู่ด้วยกันก็รู้สึกดีมาก ทาทาก็ไม่คิดอะไร จนมาถึงวันที่เรากลับขึ้นมากรุงเทพฯ พี่หมอก็ตามกลับมา แล้วบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ซึ่งตอนนั้นทาทาก็อยากคุยอยู่เหมือนกันว่าสถานะของเราเป็นอย่างไร เพราะไม่อยากโกหกคน ว่าเรากลับมาคบกันอีกแล้ว" "ซึ่งทางพี่หมอก็บอกว่าทาทาเป็นคนทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป จากคนที่ไม่อยากดูแลใคร แต่อยากจะดูแลเรา จากคนที่ไม่อยากมีลูก แต่อยากมีลูก และถ้ามีก็อยากจะมีกับเรา แล้วคุกเข่าลงไปที่พื้น พร้อมกับหยิบแหวนออกมา แล้วก็พูดว่าแต่งงานกับผมน่ะ" "ทาทาเลยถามว่าเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม (หัวเราะตลบความเขิน) โดยที่พี่หมอบอกว่าแหวนของคุณแม่และให้เราใส่ติดตัวตลอดเวลา ณ ตอนนั้น ที่จริงๆ แล้วตอนที่คบครั้งที่แล้ว พี่หมอเคยให้แหวนทาทามาวงหนึ่ง แล้วทาทาก็ไม่เคยถอดเลยจะใส่ไว้ที่นิ้วนางข้างขวา ก็ไม่รู้ว่าทำไม่ถอดแต่ชอบแหวนวงนี้มาก ซึ่งจังหวะนั้นทาทาก็บอกพี่หมอให้เก็บแหวนคุณแม่ไว้เถอะ เพราะแหวนที่ใส่อยู่จะเป็นแหวนวงแรกและเป็นแหวนวงสุดท้าย" "ถามว่าเราแต่งงานกันฟ้าแลบไหม ที่จริงพี่หมอขอทาทาแต่งงานเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ซึ่งการตัดสินใจของเราทั้งสองคน โดยตัวของทาทาเองที่ต้องการอยากให้งานแต่งออกมาแบบนี้ค่ะ"ทาทา ยัง กล่าว และช่วงบ่ายของวันนี้(24 กรกฎาคม) สาวทาทา และแฟนหนุ่ม พี่หมอ จะควงแขนกันมาแถลงข่าวเรื่องงานแต่ง พร้อมเข้าพิธีฉลองมงคลสมรส ที่โรงแรมโอเรียนทอล เรสซิเดนซ์ ส่วนความคืบหน้าบรรยากาศงานวิวาห์จะหวานขนาดไหน ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป... ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Buddy's Wedding ทาทา ยัง - พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ ทาทา ยัง - พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ ทาทา ยัง - พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ ทาทา ยัง - พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ ทาทา ยัง - พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ ทาทา ยัง - พี่หมอ ฉัตรอดุลย์

แบงค์ คุกเข่าขอ!! โบ จ่อแต่งงานรอบ 2
โบ ชญาดา /  แบงค์ ร.อ.กฤชพล / 

ใกล้มีข่าวดีอีกคู่แล้วจ้าาาา หลังดูใจกันมานาน 3 ปี ล่าสุดทาง แบงค์ ร.อ.กฤชพล เศวตนันท์ แฟนหนุ่มของทางดาราสาว โบ ชญาดา ได้ทำการคุกเข่ามอบแหวนเพชรพร้อมช่อดอกไม้ให้กับฝ่ายหญิงในวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง(9 ก.ย.) ซึ่งดูจากภาพก็ไม่ผิดกับการขอแต่งงาน แถมทางด้านสาวโบเองก็ได้ตอบไปว่า "Yes...I will" ซะด้วย โดยภาพเหตุการณ์หวานซึ้งดังกล่าวสาวโบได้โพสต์ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอวานนี้(11 ก.ย.) จากนั้นเหล่าบรรดาคนสนิท และผู้ติดตามเธอใน IG ก็พากันเข้ามาโพสต์ยินดีกันเพียบ... ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีมา ณ โอกาสนี้ โบ - แบงค์ โบ - แบงค์ โบ - แบงค์ โบ - แบงค์ โบ - แบงค์

ซึ้งน้ำตาไหล บีม คุกเข่าขอ ชาช่า แต่งงาน!!
บีม ศรัณยู /  ชาช่า ทามาดะ / 

สลัดคราบแบดบอยหมดจด! บีม ศรัณยู ทำเซอร์ไพร้ส์คุกเข่าขอแฟนสาว ชาช่า ทามาดะ แต่งงานกลางโต๊ะดินเนอร์ริมทะเลมัลดีฟส์ เพิ่มบรรยากาศด้วยเพลง Just the way you are สุดโรแมนติก แถมยังเป็นมื้อฉลองวันคล้ายวันเกิดของฝ่ายชายอีกด้วย เรียกว่าซาบซึ้งจนน้ำตาไหลกันทั้งคู่ และแน่นอนสาวชาช่าเธอเซย์เยสไปเรียบร้อย สำหรับคู่นี้รักสุกงอมหลังดูใจกันมาได้ 4 ปีเต็ม ทางทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ บีม - ชาช่า บีม - ชาช่า บีม - ชาช่า บีม - ชาช่า บีม - ชาช่า บีม - ชาช่า บีม - ชาช่า

ป้องกัน เข่าเสื่อม ด้วยตนเอง
ข้อเข่าเสื่อม /  ข้อเสื่อม / 

ในฐานะนักกายภาพบำบัด ผู้เขียนต้องรักษาผู้ป่วยเข่าเสื่อมอยู่เป็นประจำ เข่าเสื่อม เป็นอาการที่รักษาไม่หายขาด และมักจะมีอาการปวดเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต ผู้ป่วยมักทุกข์ทรมาน ไม่สามารถทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ เช่น การนั่งกับพื้น การนั่งขัดสมาธิ ทำกิจกรรมทางศาสนาบางอย่างไม่ได้ ฉบับนี้ผู้เขียนอยากนำเสนอวิธีการดูแลเข่าไม่ให้เสื่อม โดยเฉพาะคนทำงานวัยที่เข่ายังไม่เสื่อม จะได้ใช้เข่าโดยไม่ปวดได้นานๆ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ เข่าเสื่อม ปัจจัยหลักที่ทำให้ เข่าเสื่อม คืออายุ เมื่ออายุมากขึ้นย่อมมีอาการเสื่อมเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับกรรมพันธุ์ ปัจจุบันมีการพบยีนที่มีส่วนทำให้เข่าเสื่อม ปัจจัยทั้ง ๒ อย่างจะแก้ไขได้ยาก แต่ปัจจัยต่างๆ ข้างล่างต่อไปนี้ จะเป็นปัจจัยที่สามารถแก้ไขได้ ถ้าแก้ไขได้ก็สามารถป้องกันอาการเข่าเสื่อมได้ในอนาคต ๑. ความอ้วน ความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะทำให้เป็นโรคข้อเข้าเสื่อมโดยเฉพาะในผู้หญิง น้ำหนักตัวที่มากจะทำให้กระดูกอ่อนเข่าสึกกร่อนและทำให้เอ็นรอบเข่าไม่แข็งแรง ทุกๆ ครึ่งกิโลกรัมที่เพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัว จะทำให้น้ำหนักลงไปที่เข่าเพิ่มขึ้น ๑-๑.๕ กิโลกรัม เพราะขณะที่เดินน้ำหนักจะลงที่ขาข้างที่เหยียบอยู่ รวมทั้งมีแรงของกล้ามเนื้อช่วยเสริมให้มีแรงกดที่เข่ามากขึ้น การศึกษาในผู้มีอาการปวดเข่า พบว่าอาการปวดจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถ้าน้ำหนักตัวลดลง ๒. ผู้หญิงมากกว่าชาย ผู้หญิงมีโอกาสเป็นข้อเข่าเสื่อมมากกว่าชายโดยเฉพาะผู้หญิงวัยทอง เชื่อว่าอิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่ลดลง นอกจากนี้ พบว่าผู้หญิงที่เล่นกีฬามีโอกาสที่จะมีการฉีกขาดของเอ็นเข่าได้มากกว่า ๒ เท่าของผู้ชาย การขาดของเอ็นจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายในอนาคต ๓. การเรียงตัวของเข่า ผู้ที่มีเข่าชิดกันมากกว่าปกติ (valgus knee) เข่าโก่ง (varus knee) หรือมีเข่าแอ่นมาก (Knee hyperextension) จะมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่า ๔. มีประวัติบาดเจ็บของเข่า เช่น กระดูกแตกบริเวณข้อเข่า หมอนรองกระดูกเข่า (meniscus) หรือเอ็นเข่าฉีกขาด จากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา การบาดเจ็บเหล่านี้จะทำให้ข้อสบกันไม่สนิท อาจมีบางส่วนของข้อที่มีการกดมากกว่าปกติจะทำให้ข้อเสื่อมได้ ลองนึกถึงบานพับประตูที่บิดเบี้ยว แรงที่กดไปที่บานพับจะไม่สม่ำเสมอ ทำให้บานพับสึกกร่อนได้ง่าย ๕. ท่าทาง งานหนัก และงานซ้ำชาก ท่าทาง งานหนัก และงานซ้ำชาก มีผลทำให้เข่าเสื่อม ซึ่งคนทำงานที่ต้องคุกเข่า นั่งยอง  ยืนนาน หรือต้องยกของหนักจะมีอัตราการเกิดข้อเสื่อมได้ง่ายกว่าคนที่ทำงานเบา นอกจากนี้ การบิดหมุนของเข่าขณะทำงาน เช่น การหมุนตัวขณะยกของหนักจะทำให้เข่าเสื่อมง่ายขึ้น จากงานวิจัย Framingham พบว่า งานเหล่านี้มีผลร้อยละ ๑๕-๓๐ ที่ทำให้เข่าเสื่อมโดยเฉพาะผู้ชายทำงาน สำหรับผลของการเดินขึ้นบันไดหลายชั้น การเดินมาก หรือ นั่งนานๆ วันละหลายชั่วโมงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมยังไม่ชัดเจนนัก ๖. การเล่นกีฬา กีฬาที่มีการแข่งขันจะมีผลทำให้ข้อเสื่อมมากขึ้น นักกีฬาฟุตบอลมีความเสี่ยงจะเกิดข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เพราะมีอาการบาดเจ็บสะสมจากการกระโดดและการบิดของเข่าเป็นประจำ การที่ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายที่มากเกินไป เช่น การเดินระยะทางไกล การทำสวน (ต้องนั่งยองหรือเก้าอี้ต่ำบ่อย) มีความเสี่ยงที่จะเกิดข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้สูงอายุทั่วไป มีการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของการวิ่งกับข้อเข่าเสื่อม พบว่าถ้าไม่มีประวัติบาดเจ็บของข้อเข่ามาก่อน มีโอกาสที่จะเป็นข้อเข่าเสื่อมเท่าๆ กับคนที่ไม่ได้วิ่ง ๘. ความยาวขาไม่เท่ากัน ความยาวของขาที่ไม่เท่ากันมีความสัมพันธ์กับอาการเข่าและสะโพกเสื่อม พบว่าถ้าความยาวของขาทั้ง ๒ ข้างห่างกันเกิน ๑ เซนติเมตร จะมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าคนที่ขายาวเท่ากันทั้ง ๒ ข้างประมาณร้อยละ ๔๐ ๙. กล้ามเนื้อหน้าขาอ่อนแรง กล้ามเนื้อหน้าขามีหน้าที่เหยียดข้อเข่า ลองนั่งห้อยขาและเตะขาขึ้น กล้ามเนื้อกลุ่มนี้จะทำงาน พบว่าผู้หญิงที่มีกล้ามเนื้อหน้าขาอ่อนแรง (เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว) จะมีโอกาสที่เข่าเสื่อมได้มากกว่าคนที่กล้ามเนื้อแข็งแรง ยังไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstrings) กับ อาการเข่าเสื่อม นอกจากนี้ อาหารการกินยังมีผลทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้ การขาดวิตามินดีและซีลีเนียม จะทำให้ข้อเข่าเสื่อมได้ง่ายขึ้น ป้องกันไม่ให้ เข่าเสื่อม ได้อย่างไร? จากความรู้เกี่ยวปัจจัยเสี่ยงข้างต้น สามารถนำมาประยุกต์กับการใช้ชีวิตไม่ให้เข่าเสื่อมในอนาคตได้ดังนี้ ๑. อย่ากินและนั่งมากจนอ้วน พบว่าถ้าลดน้ำหนักตัวลงได้ประมาณ  ๕ กิโลกรัม สามารถลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ ๕๐ มีหลักฐานยืนยันในผู้มีอาการปวดเข่า พบว่าอาการปวดจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถ้าน้ำหนักตัวลดลง ออกกำลังด้วยการเดินเร็วปานกลางอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง ร่วมกับการควบคุมอาหารจะช่วยลดความอ้วนได้ดี ๒.โครงสร้างเข่าผิดปกติ ลักษณะของโครงสร้างเข่าปกติมีหลายชนิด (เข่าโก่ง เข่าชิด หรือเข่าแอ่น) ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางแก้ไขตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น การเสริมรองเท้า การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุง หรือถ้าไม่สามารถทำอะไรได้ ควรใช้เข่าอย่างระมัดระวัง ไม่เสี่ยงเล่นกีฬาหนักที่ใช้เข่ามาก เช่น  แบดมินตัน เทนนิส ฟุตบอล ไม่นั่งยอง หรือนั่งพื้นนานๆ ๓. หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาปะทะที่จะนำมาซึ่งอาการบาดเจ็บของเข่า ควรเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่เอามัน ไม่ควรเสี่ยงปะทะ เอาชนะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ๔.ไม่ควรอยู่ในท่าคุกเข่า นั่งยอง ยืน เป็นเวลานาน ผู้ที่ต้องคุกเข่าทำงานอาจต้องหาวัสดุที่นิ่มมารองบริเวณเข่าเพื่อกระจายแรงกด ถ้าจำเป็นอยู่ในท่าเหล่านี้นานๆ ให้พยายามเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เพื่อให้แรงกดที่ข้อสลับเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ ในกิจกรรมทางศาสนาที่ต้องนั่งพับเพียบกับพื้นเป็นเวลานาน ให้สลับนั่งพับเพียบซ้าย-ขวาบ่อยๆ ไม่ควรรอจนเข่าปวดแล้วจึงขยับ ๕.เลี่ยงกิจกรรมที่มีแรงกระแทกหรือแรงบิดต่อข้อเข่าสูง เช่น การกระโดดซ้ำๆ การยกของหนักเกินกำลัง การหมุนตัวด้วยการใช้หัวเข่า ๖.ลองวัดความยาวขาดู นอนหงาย ปล่อยขาตามสบายแต่ไม่กาง ให้เพื่อนคลำปุ่มกระดูกบริเวณที่เท้าสะเอว (anterior superior iliac spine, ASIS) และกลางตาตุ่มของเท้าด้านใน วัดระยะห่างจากทั้ง ๒ จุดในขาข้างหนึ่ง ถ้าขาสองข้างยาวไม่เท่ากันเกิน ๒ เซนติเมตร ต้องเสริมรองเท้าในระยะที่ขาด ๗.ออกกำลังกล้ามเนื้อหน้าขาให้แข็งแรง อาจใช้วิธีการที่ทำกันทั่วไป คือ ถุงทรายน้ำหนัก ๑-๒ กิโลกรัม มาผูกกับข้อเท้า นั่งห้อยขาแล้วยกขึ้น-ลง ช้าๆ ถ้าได้ ๑๐  ครั้ง แล้วเมื่อยพอดี ให้ทำซ้ำอีก ๒ เซท ถ้ายังง่ายไปก็เพิ่มน้ำหนักถุงทรายทีละ ๐.๕ กิโลกรัม จนได้น้ำหนักที่ยกได้ ๑๐ แล้วเมื่อยพอดี  หรือจะออกกำลังด้วยการยืนย่อเข่าทั้ง ๒ ข้างประมาณ ๒๐ องศา ค้างไว้ ๑ วินาที แล้วเหยียดเข่า ทำซ้ำประมาณ ๑๐ ครั้ง ถ้ารู้สึกว่าง่ายไป อาจยืนขาเดียวพิงฝา ปรับจนทำได้ประมาณ ๑๐ ครั้ง แล้วเมื่อยพอดี ทำซ้ำอีก ๒ เซท ๘. ถ้ามีอาการบาดเจ็บของเข่า มีอาการบวม ต้องทำการรักษา และงดการทำกิจกรรมที่ทำให้มีอาการปวดมากขึ้น เมื่อหายยังไม่สนิทต้องระวังไม่ให้เป็นซ้ำและอย่าปล่อยให้มีอาการเรื้อรัง ๙. ไม่ควรใส่ส้นสูง จะทำให้เข่าแอ่น มีโอกาสที่เข่าจะเสื่อมได้ง่าย สวมใส่รองเท้าที่เหมาะกับกีฬาแต่ละประเภท เช่น รองเท้าวิ่งก็ควรมีส้นรองเท้าที่นิ่มรับแรงกระแทกได้ดี รองเท้าสำหรับใส่เล่นแบดมินตันหรือเทนนิสควรมีพื้นบางเพื่อไม่ให้พลิกได้ง่าย เป็นต้น ถ้าดูแลเข่าของเราให้ดีวันนี้ จะปราศจากอาการปวดในวันหน้า เอกสารอ้างอิง ZhangY, Jordan J. Epidemiology of osteoarthritis.Rheum Dis Clin N Am 2008;34: 515–29. ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 391 เดือน/ปี: พฤศจิกายน 2011 คอลัมน์: คนกับงาน นักเขียนหมอชาวบ้าน: ดร.วรรธนะ ชลายนเดชะ

เปิ้ล ภารดี ควง นิว แถลงแต่ง 25 ต.ค.!! ปัดท้อง
เปิ้ล ภารดี /  นิว เชื้อชาติ / 

เป็นอีกคู่รักหนึ่งที่สร้างเซอร์ไพร้ส์ไม่แพ้คู่อื่น สำหรับคู่ของสาว เปิ้ล ภารดี กับแฟนหนุ่ม นิว เชื้อชาติ ที่ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้(24ก.ย.)ทั้งคู่จูงมือกันมาประกาศข่าวดีถึงเรื่องวิวาห์แบบฟ้าแล่บในวันที่ 25 ตุลาคม 2557 ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล หลังจากคบหาดูใจได้ 1 ปี โดยทางว่าที่เจ้าสาว-เจ้าบ่าว เปิ้ล-นิว ได้เปิดใจต่อหน้าสื่อมวลชนอย่างหวานชื่นมาว่า... เปิ้ล : "จริงๆ แล้วเรื่องแต่งงานเป็นการพูดคุยกันมากกว่า อายุเยอะแล้ว เจอกันเพราะเพื่อนกลุ่มเดียวกัน รู้จักกัน 2 ปี คบกันประมาณ 1 ปี ประทับใจอยู่ด้วยแล้วมีความสุขดี" นิว : "กับเปิ้ลเค้าเป็นผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ไม่เบื่อ รู้สึกพอดีเลยตัดสินใจแต่งเลยครับ" เปิ้ล : "นิวเองเค้าเป็นผู้ชายอบอุ่นมาก อ่อนโยน อยู่แล้วมีความสุขเช่นกันค่ะ คบกันไม่นานแต่ความรู้สึกมันนาน เจอกันในช่วงอายุที่พอดีกับการแต่งงาน ทุกอย่างลงตัวเลยตัดสินใจอยากมีครอบครัวแล้ว เค้าเข้าไปคุยกับครอบครัวเปิ้ล ก็สู่ขอคุยกันง่ายๆ ไม่มีพิธีอะไร แล้วก็ไม่มีคุกเข่าขอแต่งงานด้วย" นิว : "ที่จริงผมจะเป็นคนหวานชอบทำเซอร์ไพร้ส์ แต่ทางเปิ้ลเค้าไม่หวานเลย" เปิ้ล : "จริงแล้วสเปคเปิ้ล ไม่ชอบเด็ก ไม่คบคนอายุน้อยกว่าเท่าไหร่ เพราะตัวเองนิสัยติ๊งต๊องกลัวคุยไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว แต่นิวอายุน้อยกว่า แต่ความคิดโตกว่ามาก เพราะใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกมา หลายสิ่งทำให้เปิ้ลฟังเค้า นิวเองก็อายุ 30 เปิ้ลอายุ 32 ปีค่ะ" นิว : "ส่วนงานแต่งทุกอย่างเตรียมใกล้สมบูรณ์ รอแจกการ์ดอย่างเดียว เมื่อวันจันทร์แจกที่ช่อง 7 แล้ว เราก็ถ่ายพรีเวดดิ้งมาแล้ว สนุกดี ไปถ่ายที่ปราณบุรี เพราะเป็นที่แรกไปเที่ยวด้วยกัน คอนเซ็ปต์สบายๆ สำหรับรายละเอียดงานแต่งในวันที่ 25 ต.ค. ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล พิธีหมั้นแบบประเพณีไทยจะเป็นช่วงเช้าแห่ขันหมาก สวมแหวนรดน้ำสัง ส่วนช่วงบ่ายก็จะเป็นฉลอง และตอนเย็นเป็นไพรเวทปาร์ตี้ค่ะ" เปิ้ล : "แล้วก็เพื่อนเจ้าสาวมีทั้งในและนอกวงการ เช่น เมย์ , กระแต , หนิง ที่จริงเปิ้ลไม่อยากแต่งปีหน้า เพราะเป็นปีแพะไม่อยากเป็นแพะรับบาป ดูฤกษ์มามีแค่ 6, 25ต.ค. ค่ะ แต่ไม่บอกแหวนกี่กะรัต ไม่เล็กไม่ใหญ่มากค่ะ และก็ขอยืนยันว่าไม่ท้องนะคะ แต่หลังแต่งก็อยากมีลูกเลย มีซัก 2 คน เพศอะไรก็ได้ เปิ้ลโอเค เรื่องเรือนหอก็มีคอนโดที่อยู่แล้ว และว่าจะหาซื้อใหม่ที่ใหญ่ขี้น เล็งแถวที่เดิมสุขุมวิท 31 ค่ะ" นิว เชื้อชาติ - เปิ้ล ภารดี นิว เชื้อชาติ - เปิ้ล ภารดี นิว เชื้อชาติ - เปิ้ล ภารดี นิว เชื้อชาติ - เปิ้ล ภารดี นิว เชื้อชาติ - เปิ้ล ภารดี นิว เชื้อชาติ - เปิ้ล ภารดี นิว เชื้อชาติ - เปิ้ล ภารดี นิว เชื้อชาติ - เปิ้ล ภารดี

ทาทา จูงมือ พี่หมอ ฉลองวิวาห์ชื่นมื่น
ทาทา ยัง /  ทาทา แต่งงาน / 

หลังนักร้องซุป'ตาร์ ทาทา ยัง จูงมืออดีตแฟนเก่า พี่หมอ ฉัตรอดุลย์ เข้าพิธีแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ณ ศรีพันวา จ.ภูเก็ต ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (24 กรกฎาคม) ทาทา-พี่หมอ ก็ได้จัดพิธีฉลองวิวาห์กันที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติก โดยมีแขกเหรื่อและญาติมิตรที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวกันอย่างคับคั่ง ซึ่งก่อนเข้าช่วงพิธีทั้งคู่ได้ควงแขนกันเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องเส้นทางความรักครั้งนี้มาด้วยว่า... "ก่อนอื่นเลยนะคะ ทาทายืนยันเลยว่าไม่ท้อง ถ้าท้องจะแถลงอีกที ถามว่าไม่เรียกแต่งฟ้าแล่บหรือเปล่า ที่จริงๆ เรารู้จักกันมานาน เป็นแฟนกันมา 2 ครั้ง ขอบคุณเพื่อนและคนใกล้ตัวที่เข้าใจ ความฝันผู้หญิงคนนึงที่อยากมีงานแต่งงาน เลยเป็นงานแต่งที่ภูเก็ต อยากแต่งกัน 2 คน วันนี้มาบอกสื่อว่าแต่งงานแล้วนะ" "ซึ่งเราเจอกันครั้งแรกเมื่อตอนพี่หมออายุ 17 ตอนนี้ 35 ที่ร้านอาหาร ทาทาขึ้นไปร้องเพลงอยู่ ร้องเพลงคู่กัน ทาทาชมพี่หมอร้องเพลงเพราะ เหมาะสมเป็นสามีนักร้อง พี่หมอขอเบอร์เพจ เรียกทาทาว่าเจ้าหญิงน้อย คบกันปีกว่าและเลิกกันไป ทาทาทิ้งไปเจอคนใหม่ พี่หมอเฮิร์ทมาก ครั้งที่ 2 ทาทากลับมาเจอพี่หมออีกทีในแมกกาซีน เลยหาเบอร์โทรไปแซว กลับมาคุยกันอีกรอบ พี่หมอต้องไปทำงานสิงคโปร์และภูเก็ต สุดท้ายตกลงเป็นเพื่อนกันเหมาะกว่า" "วันเกิดพี่หมอ ทาทาไปหาที่ภูเก็ต ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแชร์ความรู้สึกต่อกัน ทาทาบอกถ้าอีก 2 ปีหาสามีไม่ได้ จะขอสเปิร์มได้มั้ย หลังกลับมาจากภูเก็ต พี่หมอเลยตามมา นักข่าวเริ่มถามรูปในไอจีเรื่องพี่หมอ ทาทาเลยมาปรึกษาพี่หมอ พี่หมอบอกอยากดูแลทาทา แต่ 10 วันที่ผ่านมาที่อยู่ด้วยกัน เลยอยากมีลูกด้วย พี่หมอร้องไห้คุกเข่าขอแต่งงานถอดแหวนของแม่สวมให้ ก็ตกลงแต่ง" "สำหรับสินสอดขอเป็นเรื่องส่วนตัว แหวนเพชร 7 กะรัต เรือนหอคือบ้านที่ทาทาซื้อไว้หมอเป็นคนตกแต่งตั้งแต่ครั้งคบกันคราวที่แล้ว ซ.ศูนย์วิจัย ส่วนเรื่องงานของทาทา หมอจะไม่ห้ามและไม่ขัดขวาง จะสนับสนุนให้ทำงานที่รักต่อไป ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรส ไม่ขอบอกว่าจด แต่ตอนนี้ขอมีนามสกุลพ่วงม้ายเป็น อมิตา ยัง สินะพงษ์พิพิธ" "เรื่องทายาทตัวน้อย พี่หมออยากได้ 3 คน บ้านพี่หมออยากได้หลานสาว แต่พี่หมอและทาทาอะไรก็ได้ กับเรื่องสุขภาพทาทาไม่มีปัญหากับการมีน้องอยู่ที่ใจ ตั้งใจมีเลย และจะประคับประคองชีวิตคู่ให้ดีที่สุด ส่วนฮันนีมูนคิดไว้หลายที่ ทาทาอยากไป Capri ค่ะ" ทาทา ยัง กล่าว ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน ทาทา ควง พี่หมอ ฉลองแต่งหวาน

จอมทรหด หนุ่มจีน คุกเข่าง้อขอคืนดีสาวนานนับเดือน
ข่าวจีน /  คุกเข่าขอโทษเป็นเดือน / 

หนุ่มจีนคุกเข่าง้อขอคืนดีสาวนานนับเดือน ชาวบ้านสุดเวทนา เข้าไปช่วย แต่เจ้าตัวไม่ยอมลุกขึ้นจนกว่าฝ่ายหญิงจะยอมคืนดี วานนี้ (10พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว  หนุ่มจีนซึ่งไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ อาศัยอยู่ในเมืองตงหยิง มณฑลซานตง ประเทศจีน คุกเข่าง้อขอคืนดีจากหญิงสาว ซึ่งเป็นคนรักของเขาหลังจากที่โกรธกันนานเป็นเวลามากกว่า 30 วัน ทั้งนี้เขาคุกเข่าอยู่ที่หน้าร้านทำผมแห่งหนึ่งบนถนนตงซาน ซึ่งเป็นร้านที่คนรักของเขาทำงานอยู่ และจะไม่ยอมลุกขึ้นหากฝ่ายหญิงไม่ยอมยกโทษให้ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาบริเวณดังกล่าว ต่างรู้สึกสงสาร เนื่องจากคุกเข่าอ้อนวอนมาเป็นเวลามากกว่า 30 วันแล้ว แม้จะมีชาวบ้านที่รู้สึกเวทนา มาช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นเป็นครั้งคราวแต่เขาก็ยังคงยืนยันที่จะคุกเข่าต่อไป ทั้งนี้ แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่า ฝ่ายหญิงออกมายอมรับคำขอโทษครั้งนี้หรือไม่ และทั้งคู่โกรธกันด้วยสาเหตุใด ข่าวที่เกี่ยวข้อง แม่จีนคุกเข่า วอนเปิดประตูให้ลูกชายเข้าสอบ หลังสาย 2 นาที วัน อยู่บำรุง คุกเข่ายกมือไหว้ วอนขอคะแนนเสียง หวานมดขึ้น!เมื่อฝ่ายสาวคุกเข่าขอแฟนแต่งงานกลางสนามบอล MThai News

รวมฉาว & ฮอต!! ร้อนแร๊งส์รับซัมเมอร์
บอม โฟกัส /  ใบเตย ดีเจแมน / 

เกาะติดกระแส! ในช่วงซัมเมอร์ กับประเด็นข่าวฮอตแบบฝุดๆ หลังปีใหม่ 5 อันดับแร๊งส์ และร้อนไม่แพ้อากาศในช่วงนี้กันเลยทีเดียว เริ่มกันที่อันดับแรก พระเอกหนุ่ม บอม ธนิน เจ้าของฉายาพระเอกหน้าเดียว! ที่ออกปากว่าโสดมาโดยตลอด แต่มาความแตกเมื่อแฟนสาวอย่าง โฟกัส จีระกุล ปล่อยคลิปร้องไห้โฮตัดพ้อหนุ่มบอมที่ซุ่มคบเธอมาร่วม 2 ปี ซึ่งจับได้ว่าหนุ่มบอมนอกใจ แถมลือกันว่าคบผู้หญิงซ้อนถึง 5 คนด้วยกัน และที่กระแทกใจสุดๆ ก็คือวลีเด็ด "ความรักเป็นตัวถ่วงชีวิต" นั่นเอง บอม-โฟกัส มาที่เรื่องราวของ ดีเจแมน พัฒนพล ที่ออกมาบ่นอุบว่ารับงานผิด! เมื่อเจอดาราสาวเซ็กซี่ เปิ้ล ไอริณ แฉว่าขอไปนอนด้วย พร้อมเปิดศึก! ฉะแฟนสาว ใบเตย อาร์สยาม ว่าเป็น "เมียขี้หึง" สั่งตัดฉากเลิฟซีน "จับจริง จูบจริง" ทำให้ ดีเจแมน ต้องตั้งโต๊ะเคลียร์เรื่องราวต่างๆ อย่างด่วนจี๋ ส่วนจะจบลงหรือไม่เคสนี้ยังคงต้องติดตามกันไปก่อน ดีเจแมน-ใบเตย-เปิ้ล ต่อกันด้วยกรณีของนางเอกผลไม้ แตงโม ภัทรธิดา ที่เธอยังคงอยู่ในกระแสตลอดๆ หลังไปต่อว่าการทำงานของ AR เอ็กแซ็กท์ ต้นสังกัดของคู่หมั้น โตโน่ ภาคิน จนมีข่าวลือมาว่าอาจกระทบกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่! กับกรณีที่สาว แตงโม ไปจิกกัดเพื่อน(ร่วมวงการ) โอปอล์ ปาณิสรา เรื่องสีผิว ด้วยคอมเม้นท์บาดใจใน IG ว่า "คนขาวใส่สีแดงอย่างไรก็ขึ้น" จนกลายเป็นที่จับตามองว่าคู่นี้จะเกาเหลากันไปเลยไหม โชคดีที่เจ้าสาวหมาดๆ ของเราสาว โอปอล์ เอาน้ำเย็นเข้าลูบซะก่อน เรื่องเลยจบ แตงโม-โตโน่-โอปอล์ รายนี้เกือบจะได้เป็นเจ้าปีม้า! หลังสาว เมย์ พิชญ์นาฏ โดนจู่โจมโดย สารวัตรโจ้ พ.ต.ต.ธิติสรรค์ หนุ่มคนสนิทที่เพิ่งคุยกันไม่กี่เดือนก็มาคุกเข่าขอแต่งงาน ก่อนจะเจอเซอร์ไพร้ส์กว่า! เมื่อมีมือดีออกแฉว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้ว งานนี้สาวเมย์เลยต้องคืนแหวน สารวัตรโจ้ ถอยไปตั้งหลักอยู่พักหนึ่ง ส่วนตอนนี้ทั้งคู่ยังคงอยู่ในสถานะดูๆ กันอยู่จ้าาาา เมย์-สารวัตรโจ้ สุดท้ายกับเรื่องราวของอดีตดาราเด็ก แพทริค ชานน หรือ น้องหมูหยอง ที่หายหน้าไปถึง 5 ปีเต็ม หวังจะคืนวงการให้หายคิดถึง ก็เจอมือดีปล่อยคลิปโชว์ของลับของตัวเองหลุดว่อนเน็ต!! ไปซะก่อน ด้วยความรู้เท่าไม่การณ์ จนกลายเป็นข่าวทอร์คออฟเดะทาวน์ไปพักใหญ่ งานนี้เลยเรียกว่า "ดับก่อนดัง" เลยก็ว่าได้... แพทริค ชานน

วิธีใส่ผ้าอนามัย แบบใหม่ๆ กล้าใช้หรือเปล่า? (มีภาพประกอบ)
ผ้าอนามัย /  ผ้าอนามัยแบบสอด / 

         สาวๆ women mthai ที่กำลังมีปัญหาวันนั้นของเดือน ผ้าอนามัย ก็มีมากมายหลายรูปแบบ ทั้ง ผ้าอนามัยแบบมีปีก -ไม่มีปีก ผ้าอนามัยแบบสอด ผ้าอนามัยแบบห่วง ผ้าอนามัยแบบถ้วย ถ้าอนามัยใช้แล้วซัก ยิ่งนับวันวิวัฒนาการยิ่งก้าวไกล จนสาวๆบางคนอาจจะไม่กล้าลองกับผ้าอนามัยแบบใหม่สุดล้ำ บางคนก็อยากรู้อยากลองแต่ใช้ไม่เป็นนี่ซิจะทำยังไง เรามาเรียนรู้ วิธีใส่ผ้าอนามัย ตั้งแต่เบื้องตันยันแอดวานซ์กันเลยดีกว่า วิธีใส่ผ้าอนามัยแบบมีปีก หนุ่มๆ บางคนอดสงสัยไม่ได้ว่าผ้าอนามัยแบบมีปีก เป็นยัง? ภาพจาก : www.wikihow.com         ผ้าอนามัยแบบเดิมๆ ที่สาวๆทุกคนต้องเคยใช้ก็คือ ผ้าอนามัยแถบกาว จะมีทั้งแบบมีปีก และ ไม่มีปีก ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่นิยมใช้แบบมีปีกเพราะทำให้ผ้าอนามัยไม่เลื่นหลุดหรือเสียทรงง่าย ทำให้ประจำเดือนเลอะเปรอะเปื้อนกางเกงใน วิธีใช้ก็แค่เอาปีกของผ้าอนามัยทั้ง 2 ข้างไปแปะไว้ด้านล่างของกางเกงใน แค่นี้ก็วิ่งเล่นได้แบบสบายใจแล้ว วิธีใส่ผ้าอนามัยแบบสอด เริ่มด้วยการล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบ ผ้าอนามัยแบบสอด เพื่อป้องกันเชื้อโรคนะคะ แกะผ้าอนามัยออกมาจากซองพลาสติก แนะนำให้เลือกซื้อแบบที่มีซองพลาสติกหุ้มไว้ จะแน่ใจในความสะอาดได้ดีกว่าค่ะ จับที่ปลายด้านผ้าอนามัย ที่มีเชือกห้อย บางยี่ห้อจะมีก้านให้เราดันผ้าอนามัยเข้าไป เพื่อง่ายแก่การสวมใส่ ดันผ้าอนามัยเข้าไปให้สุดแล้วก็ดึงก้านออกมา ถ้าเป็นกรณีที่ไม่มีก้าน โดยส่วนใหญ่จะบอกว่า ให้ดันเข้าไปประมาณ 2 ข้อนิ้ว นั่นคือตำแหน่งที่ดีที่สุดที่ใส่แล้วสบาย และไม่เจ็บ ใส่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีเชือกห้อยออกมา เพื่อไว้จับเวลาที่เราจะทำการเปลี่ยน วิธีใส่ผ้าอนามัยแบบถ้วย        ผ้าอนามัยแบบถ้วย เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่สุดเจ๋ง หรือที่เรียกว่า The Lily Cup ที่ออกแบบรูปทรงเป็นแบบถ้วย แบบสอดเพื่อผู้หญิง โดยสามารถอยู่กับสาวๆได้นานถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน ถ้วยนี้มีความนิ่มมาก จึงไม่ระคายเคืองน้องสาวแน่นอน สาวๆควรอยู่ในท่ายืน, นั่ง,นั่งยองๆ หรือ คุกเข่าก็ได้ พยายามผ่อนคลายอย่าเกร็ง พับถ้วยครึ่งหนึ่ง แล้วทบอีกครั้ง ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่โป้งบีบบริเวณด้านบนแล้วปล่อย  แล้วกรวยจะค่อยๆคลี่ออกมาเอง เวลาเอาออกมาก็แค่ดึงตรงปลายก็ออกมาง่ายๆแล้ว มาดูคลิป วิธีใช้ผ้าอนามัยแบบถ้วย ได้ที่นี่เลย   วิธีใส่ผ้าอนามัยแบบห่วง        ผ้าอนามัยแบบมีห่วง เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอดลูก และ ผู้หญิงได้เพิ่งผ่าตัด หรือในวันที่มามาก แม้กระทั่งเวลานอนในตอนกลางคืน โดยจะมีสายคาดเอวเป็นยางยิด เวลาสวมก็เหมือนสวมกางเกงใน หรือ อีกวิธีก็คือ นำเจ้าห่วงนี้มาใส่รอบเอว แล้วจึงหยิบผ้าอนามัยมาเกี่ยวกับห่วงทั้ง 2 ข้าง แค่นี้ก็เรียบร้อย สวมง่าย ใส่สบายจึงเหมาะกับคุณแม่ที่เพิ่งคลอด เรียบเรียงโดย women mthai team

บุ๋ม ควง เอก ประกาศแต่ง 18 ม.ค. ปีหน้า!!
บุ๋ม ปนัดดา /  เอก เอกริน / 

ม่ายสาวพราวเสน่ห์ บุ๋ม ปนัดดา ควงแฟนหนุ่มรุ่นน้องอายุห่าง 7 ปี เอก เอกริน ประกาศแต่งงานอีกครั้งผ่านสื่อ! หลังฝ่ายชายเผยฤกษ์ผ่านไอจีไปเมื่อวันก่อน โดยพิธีจะจัดขึ้นแบบเรียบง่ายในวันที่ 18 ม.ค. ที่ไร่เชิญตะวันของท่านว.วชิรเมธี จ.เชียงราย งานนี้ สาวบุ๋ม เปิดใจ! แพ้ความดีของฝ่ายชายที่คอยดูแลปกป้องยามชีวิตเจอมรสุมจนทำให้เธอใจอ่อนยอมแต่งงานเป็นครั้งที่ 2 ส่วนเรื่องสินสอดยังไม่ได้ตกลงกัน และมีแนวโน้มว่าจะจดทะเบียนสมรส ทั้งคู่แพลนอยากมีลูกชายอีกคน แต่ สาวบุ๋ม ยืนยันไม่ขอท้องเองแน่นอน!! บุ๋ม "ได้ฤกษ์แต่งงานเรียบร้อยแล้วค่ะ จะเป็นวันที่ 18 ม.ค. ยังไงก็ขอเรียนเชิญด้วย จริงๆ แล้วกะจัดงานเรียบๆ ง่ายๆ สบายๆ และจัดในวัด พอหลายคนรู้เข้าก็ทวงการ์ดค่ะ คือไม่เคยคิดว่าจะทำการ์ดเลยค่ะ ขอสารภาพตามตรงว่าตอนนี้ยังไม่ได้เตรียมงานอะไรเลย มัวแต่ยุ่งเรื่องรวบรวมรายชื่ออยู่ วันศุกร์ที่ 8 ส.ค. นี้จะยื่นรายชื่อค่ะ แสนกว่าแล้วค่ะ เอกสารทุกอย่างต้องมีการพิมพ์ให้ทุกต้องตามเอกสารราชการ ดังนั้นทุกอย่างก็เลยไม่ต่ำกว่า 2,000 แฟ้มที่บุ๋มต้องจัด ก็เลยยุ่งกับตรงนี้มากกว่า งานแต่งเลยเอาไว้ก่อน เอางานส่วนรวมก่อนค่ะ" เอก "ทำไมถึงตัดสินใจขอแต่งงาน เพราะปล่อยหลุดมือไม่ได้แล้ว คุกเข่าขอแต่งงานที่บ้านครับ" บุ๋ม "ตอนแรกที่เค้าขอแต่งเรายังไม่ตกลงค่ะ คือช่วงที่เราผ่านมรสุม ตอนที่โดนโจมตีหลายต่อหลายอย่าง รวมถึงตอนที่พี่ป่วยเลยรู้สึกเหมือนเค้าปกป้องเราตลอด เค้าดูแลเราดีมากโดยที่เราไม่ต้องเอ่ยปากอะไรเลย ก็เลยรู้สึกว่าคนนี้แหละที่เรารอมานาน ก็เลยพูดแย็บๆ ไปว่าดูแลปกป้องดีขนาดนี้ชักเริ่มใจอ่อน เค้าก็บอกว่าถ้าใจอ่อนก็แต่งกันเลยมั้ย แต่งก็แต่งนะ" เอก "ก็คิดว่าต้องตกลงอยู่แล้วครับ ตอนที่เราตกลงกันแล้ว คนแรกที่บอกสื่อคือบุ๋ม บอกตอนที่ผมยังไม่รู้เรื่องเลยเห็นข่าวว่าบอกไปแล้ว พอมีแฟนคลับเค้าที่ยังไม่รู้ข่าวและถามบ่อย เราตกลงวันกันได้พอดีก็เลยโพสต์ไอจีบอกเลย" บุ๋ม "จะจดทะเบียนสมรสมั้ย เดี๋ยวต้องดูกันอีกทีค่ะ เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่" เอก "ก็ต้องดูครับ เพราะบุ๋มมีธุรกิจเยอะมาก ถ้าจดทะเบียนแล้วไม่ยุ่งยากกับธุรกิจเค้าก็จด แต่ถ้ามันซับซ้อนต้องเซ็นต์หลายอย่างก็ไม่จดครับ ไม่ซีเรียสว่าจะต้องจดหรือไม่จด แต่มีแนวโน้มว่าจะจดมากกว่าครับ" บุ๋ม "เรื่องเปลี่ยนนามสกุล ไม่เปลี่ยนแน่นอน เพราะเราใช้ชื่อนี้มานานมาก และประชาชนก็คุ้นชินกับชื่อนี้ ถ้าจะให้เค้าเปลี่ยนอาจจะง่ายกว่า เพราะเราต้องการผู้ชายเพิ่มในวงศ์ตระกูล เรื่องนี้ไม่ได้ปรึกษาผู้ใหญ่ค่ะ เราแค่คุยกันเล่นๆ เท่านั้นเอง" เอก "เรื่องสินสอดยังไม่ได้ตกลงเลยครับว่าจะเท่าไหร่ เพราะคุณพ่อคุณแม่ฝั่งบุ๋มก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เค้าบอกว่าเห็นลูกสาวทำงานเหนื่อยมาเยอะแล้ว ก็อยากให้มีความสุขกับเค้าบ้าง" บุ๋ม "ไม่ได้กำหนดอะไรเลยค่ะ จริงๆ แล้วได้แค่วันก็ดีใจแล้วค่ะ ไปจัดปีหน้านู่นเลยจะได้ไม่ต้องกลัวคำครหาว่าท้องหรือเปล่า งานจัดที่เชียงรายที่เดียวค่ะ งานฉลองคงไม่มีเพราะมันยุ่งยากก็เกรงใจแขกพอสมควร ช่วงเช้าจะเป็นพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ ทำพิธีให้เสร็จก่อนเที่ยงสบายๆ" เอก "คิดว่าจะเป็นแบบล้านนา ไม่มีรดน้ำสังข์ เป็นผูกข้อไม้ข้อมือจากผู้ใหญ่ ขอพรจากท่านว.วชิรเมธี" บุ๋ม "แขกยังไม่ได้เชิญใครเลยค่ะ เพราะมันจัดไกลก็เกรงใจ เดี๋ยวก็คงไปไหว้ผู้ใหญ่ค่ะ ส่วนงานปาร์ตี้ที่กรุงเทพ ก็คงจะเลี้ยงเฉพาะเพื่อนและกลุ่มญาติ และก็น่าจะหลายกลุ่มด้วยเพราะเราทำงานอยู่หลายวงการ น่าจะกระจายไม่ได้เลี้ยงรวมค่ะ ถ้าเลี้ยงรวมคงดูแลไม่ทั่วถึงเดี๋ยวโดนว่าอีก คนมองว่าแต่งงานใหม่อีกแล้ว ยังไงก็ต้องมีคนจับจ้อง ต่อให้ไม่แต่งก็จับจ้อง แต่ในฐานะตัวเรา ต่อให้เป็นแม่ม่ายก็ตาม เราก็ยังมีพ่อมีแม่ จะทำอะไรก็ยังให้เกียรติพ่อแม่อยู่เสมอ การแต่งงานจะเป็นการที่บอกให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจว่ามีคนดูแลแล้วนะไม่ใช่อยู่กินกันเฉยๆ ต่อให้เป็นแม่ม่ายก็ต้องทำตัวเป็นลูกที่ดี นี่คือการแต่งงานที่เราต้องการ" เอก "คือมันเป็นเหตุผลนึงที่เราคุยกันด้วยครับ เดี๋ยวก็มีคนเขียนไม่ดีอีกว่าผมไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ป้องกันเรื่องไม่ดีๆ ครับ ถ้าแต่งแล้วก็คงไปอยู่บ้านบุ๋มครับ เพราะบ้านเค้าเพิ่งซื้อและมีแต่ผู้หญิง พี่สาวเค้าอยากให้มีผู้ชายเข้าไปดูแลบ้านเค้า แพลนเรื่องลูกคืออยากมีลูกผู้ชายอีกคนนึง แต่เค้ายังชอบทำงาน ถ้าจะมีลูกก็ต้องหยุดงานไปเป็นปีเลยนะ" บุ๋ม "เลยไม่มีทาง ถ้าต้องท้องเองคงไม่ค่ะ" เอก "เค้าหาคนอุ้มบุญให้อยู่ มีใครสนใจมั้ยครับ" บุ๋ม "คือเรารับละครไว้หลายเรื่องมากค่ะ งานของเราไม่สามารถจะหยุดได้ คุณก็เห็นงานบุ๋มทุกวันไม่มีเวลาคลอดค่ะ ถ้ามีไม่ได้จริงๆ ก็ไม่เป็นไร ชีวิตสองคนก็สบายดี ทุกวันนี้เราก็มีอันดามันแล้วและอยากดูแลเค้าให้เต็มที่อยู่แล้ว บุ๋มโชคดีที่มีลูกแล้วไง ตอนนี้ก็แฮปปี้ เรื่องงานแต่งยังไม่ได้เตรียมอะไรทั้งสิ้นเลย เพราะรู้สึกว่ามันอีกนานตั้งปีหน้า" เอก "ความจริงมันก็ไม่นานนะ แต่ก็มีคุยไว้ หาคนช่วยออกาไนซ์ ร้านชุดก็มีอยู่แล้ว หลักๆ แค่นั้นเอง เพราะงานไม่ได้ใหญ่และไม่ได้ซับซ้อนมากด้วย ยังไงก็เรียนเชิญสื่อด้วย อาจจะไม่มีบัตรเชิญนะครับ แต่ถ้าสะดวกก็ไปกันนะครับ เพราะสถานที่ใหญ่มาก" บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม ปนัดดา บุ๋ม ปนัดดา

สองมาตรฐาน นัก อเมริกันฟุตบอล ถูกทำโทษหลังสวดแบบมุสลิม
ข่าวกีฬา /  ทีม ทีโบว์ / 

ฮูซาอิน อับดุลลาห์ นัก อเมริกันฟุตบอล ของทีม แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ใน เอ็นเอฟแอล ถูกกรรมการทำโทษหลังแสดงท่าทางขอบคุณพระเจ้า ส่งผลให้เกิดการถกเถียงอย่างมากมายในโลกออนไลน์ อับดุลลาห์ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ฉลองการทำทัชดาวน์ด้วยการคุกเข่าเอาหน้าผากจรดพื้นแต่กลับถูกกรรมการในสนามทำโทษด้วยการปรับ 15 หลาและหลังเกมก็ไม่ยอมชี้แจงว่าเพราะเหตุใดจึงต้องทำโทษแนวรับรายนี้ อย่างไรก็ตาม อับดุลลาห์ วัย 29 ปียังมองในแง่ดีว่าเขาถูกทำโทษเพราะไปไถลตัวแสดงท่าทางดีใจเกินเหตุ ขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมที่นักกีฬาถูกลงโทษเพราะแสดงออกในเรื่องความเชื่อทางศาสนา และเป็นเรื่องสองมาตรฐานหากมองว่า ทิม ทีโบว์ ควอเตอร์แบ็คชื่อดังก็เคยสวดภาวนาตามหลักศาสนาคริสต์แต่กลับไม่เคยถูกทำโทษ ด้าน เอ็นเอฟแอล ได้ออกมาแถลงยอมรับว่าจากกรณีนี้กรรมการทำหน้าที่ผิดพลาดจริงและไม่มีกฎข้อไหนที่ชี้ว่าห้ามนักกีฬาแสดงออกถึงความเชื่อทางศาสนาในสนามแข่ง

สุดตื้นตัน!ลูกตามหาพ่อจนได้พบหน้ากัน
กำแพงเพชร /  ตามหาพ่อ

ลูกชายวัย 23 ปี ตามหาพ่อชาวกำแพงเพชร สุดท้ายได้พบหน้า โผเข้ากอดกันทั้งน้ำตา ที่สถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร นายสุกฤษฎ์ พวงสม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่  97 ม.4 ต.หนองเสือช้าง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ตามหาพ่อ ที่ไม่เคยเจอหน้ากันมา 23 ปี ตั้งแต่พ่อทิ้งแม่ โดยแม่ ตา และยาย เคยบอกว่าพ่อชื่อ นัย เป็นชาว อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้โทรศัพท์สอบถามไปสอบถามทุกแห่ง ในที่สุดผู้ใหญ่บ้าน ม.5 บ้านน้ำดิบ ต.หนองปลิง เมืองกำแพงเพชร แจ้งว่าที่หมู่บ้านมีคนชื่อ นายวินัย และเคยไปทำงานที่ จ.ชลบุรี เมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา จึงนำ นายวินัย มาที่ สถานีตำรวจภูธรพรานกระต่าย หลังจากที่พบกันและสอบถามกันจนแน่ใจแล้วว่าใช่ นายสุกฤษฎ์ ได้คุกเข่าลงกราบที่ตักพ่อของตัวเอง พร้อมกับซบหน้าร้องไห้ โดย นายวินัย ได้กอดลูกไว้ นายสุกฤษฎ์ กล่าวว่า ต้องการเห็นหน้าพ่อสักครั้ง คิดถึงและก็รัก และอยากมาถามพ่อว่า เหตุใดจึงทิ้งตนกับแม่ เพียงแค่อยากทราบเหตุผลของพ่อเท่านั้น