คุกเข่า

พอลลี่ พรพรรณ แต่งงาน! อดีตคู่จิ้น หมอเจี๊ยบ ลลนา ควง เดียร์ แฟนสาวร่วมยินดี
พอลลี่ /  พอลลี่ พรพรรณ / 

    เข้าพิธีหมั้นไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้(9 ธ.ค.) ดาราสาวช่อง 7 พอลลี่ พรพรรณ พร้อมด้วย เบนซ์ รัฐพงษ์ เจ้าบ่าวเข้าพิธีแต่งงานตามหลักศาสนาคริสต์ ณ เบเนดิกซ์ สตูดิโอ แถวเลียบทางด่วนรามอินทรา พร้อมเปิดใจประเด็นวิวาห์สายฟ้าแลบ ด้านอดีตคู่จิ้น หมอเจี๊ยบ ลลนา ควงสาว เดียร์ แฟนนอกวงการร่วมยินดี โดยทั้งคู่เผยแต่งแบบคริสต์เพราะนับถือแต่ยังไม่ได้รับเชื่อ บอกรู้จัก 3 ปี แต่เพิ่งมาคบกันช่วงต้นปี คบ 3 เดือนฝ่ายชายก็คุยเรื่องแต่งไม่มองว่าเร็วไปเพราะคลิก คบแล้วสบายใจเป็นตัวเอง อุบสินสอดให้ผู้ใหญ่จัดการ เรือนหอเป็นคอนโดย่านสาธร ทายาทฝ่ายชายอยากมีเลย แต่พอลลี่บอกยังติดถ่ายละคร ยังรับงานปกติเล็งเป็นผู้จัด แพลนฮันนีมูนอียิปต์ก่อนกลับมาจดทะเบียนสมรส คำมั่นสัญญาทำวันนี้ให้ดีที่สุด พอลลี่บอกจะรักและดูแลเบนซ์ตลอดไป ทั้งนี้มีรายชื่อเหล่าศิลปิน-ดารา เข้าร่วมงาน อาทิ ออม สุชาร์, แซมมี่ เคาว์เวลล์, โบวี่ อัฐมา, ต่าย นัฐฐพนท์, ปอย ตรีชฎา, ทับทิม มัลลิกา, มินท์ ภัทรศยา ฯลฯ ซึ่งซองจากแขกที่มาในวันนี้ทางคู่บ่าวสาวจะนำไปทำบุญทั้งหมดเลย... รายละเอียดมีดังนี้     พอลลี่ “เรารู้จักกัน 3 ปีที่แล้วค่ะ ต่างคนต่างยังไม่ได้คุยกันมากเท่าไหร่ มีเจอกัน กินข้าว ดูหนังกับเพื่อนๆ 3 ปีที่แล้วไม่ได้ติดต่อกันมาก พอช่วงต้นปีได้ไปเจอกันอีกรอบ พอคุยกันครั้งนี้เราโตขึ้นด้วย คุยแล้วรู้สึกดี รู้สึกคลิกมาก อยู่ด้วยแล้วสบายใจค่ะ พี่เบนซ์ก็พูดเรื่องแต่งงานตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่คุยกันแล้ว แต่เราว่ามันยังเร็วไปหน่อย ตอนนั้นยังไม่ได้ตกลงอะไรกัน”    เบนซ์ “อย่างที่น้องพอลลี่บอกว่าเรารู้จักกันมา 3 ปีแล้วแหละ มีการติดต่อกันบ้าง มาเจอกันอีกทีตอนต้นปี ตอนคบกันก็รู้สึกว่าเราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ คบกันแล้วสบายใจ ตัวพอลลี่เองเป็นคนใจดีมาก น่ารัก พอคบแล้วสบายใจดี เราได้เป็นตัวเอง พอลลี่เป็นตัวของพอลลี่ ผมก็เป็นตัวผม มีความเป็นเราด้วย ต่างคนต่างปรับเข้าหากัน แต่เราก็ใช้เวลาไม่มากในการปรับเข้าหากัน”    เบนซ์ “ผมเคยคิดมาตลอดว่า การคบกันแล้วแต่งงานมันไม่มีนิยามว่าต้องกี่เดือนกี่ปี มาเข้าใจว่าชีวิตคนเราก็ไม่ได้ยาว จนมาเจอคนๆ นี้ที่เราต้องการจะใช้ชีวิตด้วย เดินทางไปด้วยกัน ก็คิดว่าเราไม่ควรจะเสียเวลานั้น เลยคุยกับน้องพอลลี่เกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานครับ”    พอลลี่ “ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะจริงๆ จังๆ เค้าก็พูดว่าอยากมีครอบครัว อยากมีลูกจัง เราก็ไม่คิดว่าจะเป็นการขอแต่งงานจริงจัง”    พอลลี่ “ก็มีมาขอหลังจากคุยไปแล้ว ตอนเค้าขอก็หูดับ ฟังไม่รู้เรื่อง พอขอเรียบร้อยพี่เบนซ์ก็ถามว่าได้ยินมั้ยที่พูดเมื่อกี้เพราะพอลลี่ตาลอย ไม่ได้ยิน ฟังไม่รู้เรื่อง”    เบนซ์ “เมื่อ 3 ปีที่แล้วเราไปแกลอรี่ที่สุขุมวิท ไปดูงานศิลปะด้วยกัน เป็นแกลอรี่ที่เปิดถึงเที่ยงคืน ตอนที่ผมจะคุกเข่าขอน้องพอลลี่แต่งงานก็คิดว่าเราควรจะขอที่ที่เรารู้สึกคุ้นเคย เป็นสถานที่เราเคยพบกันและรู้สึกดีๆ ให้แก่กันก็เลยเลือกสถานที่นั้นครับ”    เบนซ์ “ชีวิตครอบครัวเราวางแผนไว้ว่าอยากเอ็นจอยชีวิตคู่ก่อน ในเรื่องของการมีลูก เราก็ตั้งใจไว้อยู่แล้ว”    พอลลี่ “จริงๆ ยังไม่รีบนะคะ แต่มาก็ยินดี เพราะพี่เบนซ์อายุได้แล้ว แต่พอลลี่ยังไม่รีบขนาดนั้น มีแพลนว่าจะไปเที่ยวก่อนค่ะ”    พอลลี่ “ก่อนหน้านี้ เป็นพิธีหมั้นนะคะ ยังไม่จดทะเบียนสมรส เพราะเรามีแพลนสิ้นปีจะไปเที่ยวกัน เราก็ทำวีซ่าอะไรไปหมดแล้ว เดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องเอกสารที่ต้องเปลี่ยนก็เลยคิดว่าปีหน้าค่อยไปจดทะเบียนแล้วกัน”    พอลลี่ “ทางพ่อแม่ของพอลลี่ค่อนข้างตกใจเล็กน้อยว่าจะแต่งแล้วเหรอทำไมเร็วจังเพิ่งรู้จักพี่เบนซ์นะ แต่ทางพ่อแม่พี่เบนซ์ก็เห็นด้วยสนับสนุนอย่างไปดูฤกษ์มาให้เรียบร้อยค่ะ”    พอลลี่ “สินสอด เป็นทางผู้ใหญ่คุยกันเป็นเรื่องภายในก็ไม่ค่อยทราบเท่าไหร่ พอลลี่ก็จะได้เป็นพวกครื่องประดับอะไรอย่างนี้”    เบนซ์ “ส่วนของเรือนหอก็จะมีคอนโดย่านสาทรครับ ไปฮันนีมูนกันที่อียิปต์ครับ 12 วัน”    พอลลี่ “พิธีวันนี้เป็นพิธีคริสต์ คุณแม่นับถือและเชื่อ ตัวพอลลี่ก็รับทราบรับรู้มาตั้งแต่เด็ก แต่เรายังไม่ได้รับเชื่อ คือยังไหว้พระพุทธรูป ยังนับถือพระพุทธเจ้าอยู่ มีความเชื่อทั้ง 2 ศาสนา แต่เราก็คุยกันว่าพิธีคริสต์เป็นพิธีเดียวที่พระเจ้าลงมาให้คำอวยพร เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเราจะเริ่มต้นชีวิตคู่กับสิ่งดีๆ ก็น่าจะเป็นพิธีนี้และเราก็ชอบด้วย”    เบนซ์ “อีกส่วนนึงเราสองคนปรึกษากัน เราจะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวแล้ว แต่การเป็นครอบครัวไม่มีโรงเรียนให้เรียน ประสบการณ์การเป็นพ่อแม่ ก็เอาพ่อแม่เราเป็นตัวอย่าง ทีนี้มีคำสอนอะไรมั้ยให้เราเกิดสติปัญญาในการใช้ชีวิตร่วมกัน ลองหาดูก็พบในศาสนาคริสต์จะมีเรื่องการครองเรือน การอยู่ด้วยกัน การให้อภัยกัน การรักกัน จึงได้เรียนเชิญศาสตราจารย์ดร.ธงชัย มาทำพิธีให้ครับ ก็ให้คำปรึกษาแก่เราและสอนเราเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่”    พอลลี่ “ก็ถือว่าพอลลี่นับถือแต่ยังไม่ได้รับเชื่อ ตัวพอลลี่ไม่ได้เชิงว่าเปลี่ยนศาสนาทีเดียว แค่ยังไม่ได้รับเชื่อ เหมือนเราจะเลือกรับเชื่อมั้ย ถ้ารับเชื่อแล้วจะไม่สามารถไหว้พระพุทธรูปได้ ตัวพอลลี่เองก็ยังอยากที่จะเคารพพระพุทธศาสนา เพราะเราก็ดำเนินชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก งานตอนเช้าไม่มีทำบุญตักบาตรเพราะเราได้ทำพิธีไปแล้วเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมาค่ะ”    เบนซ์ “แหวนกี่กะรัต ไม่ทราบครับ นี่เป็นสิ่งที่ทางผู้ใหญ่จัดการให้”    พอลลี่ “ผู้ใหญ่จะเป็นคนจัดการเรื่องสินสอด ตัวพอลลี่จะได้รับแค่เครื่องประดับเอาไว้ใช้งานได้ ใช้ในชีวิตประจำวัน เรื่องสินสอดผู้ใหญ่เป็นคนคุยกัน”    เบนซ์ “เลือกฮันนีมูนอียิปต์ หลายเหตุผลครับ จริงๆ แล้วก็อยากจะไปยุโรป แต่ช่วงสิ้นปียุโรปหนาว และเดย์ไลท์สั้น 4 โมงเย็นพระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว ก็คิดว่าเราจะไปที่ไหนดีที่อากาศไม่หนาวเกินไป เลยตัดสินใจไปอียิปต์ดีกว่า เพราะเรายังแข็งแรงกันอยู่ ไปเที่ยวไหนก็เที่ยวได้ อยากไปเที่ยวที่มันแอดเวนเจอร์หน่อย อียิปต์เป็นสถานที่ที่น่าตื่นเต้น มีทั้งพีระมิดอะไรต่างๆ หวังว่าการไปครั้งนี้เราจะได้ประสบการณ์ที่เราไม่คุ้นเคย ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันในที่ที่ไม่เคยไป”    พอลลี่ “ส่วนตัวตอนเด็กๆ ชอบอียิปต์อยู่แล้ว สักครั้งในชีวิต ก่อนจะเสียชีวิตต้องลองไปสักครั้งนึง ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ก็เลยยังไม่ได้แพลนว่าจะไป ก็เลยคิดจะไปฮันนีมูนที่เราคิดว่าเรายังมีแรงที่จะเที่ยวอยู่ ก็เป็นอียิปต์ที่แรก จะไปช่วงเคาท์ดาวน์เลยค่ะ”    พอลลี่ “เรื่องน้องยังไม่มีค่ะ ถ้ามีก็ยินดี การมีน้องเป็นเรื่องน่ายินดี จริงๆ ทางบ้านพี่เบนซ์อยากมีหลานมาก แต่ตอนนี้ยังไม่ปล่อย พอลลี่ยังถ่ายละครไม่จบ”    พอลลี่ “ธุรกิจของพี่เบนซ์ให้เค้าทำไปดีกว่า งานในวงการถ้ายังมีติดต่อมาก็ยังรับอยู่ และมีแพลนจะเป็นผู้จัดด้วย เราก็ยังชอบอยู่ เจอเพื่อนๆ เจอคนมีความสุขค่ะ”    เบนซ์ “อนุญาตแน่นอนค่ะ สนับสนุนในสิ่งที่น้องพอลลี่ชอบและเอ็นจอย ผมเชื่อว่าชีวิตเรามีเวลาไม่มากนักเราควรใช้ชีวิตตามวัตถุประสงค์ในใจเรา”    พอลลี่ “ที่ชอบพี่เบนซ์อย่างนึงคือ พี่เบนซ์สายธรรมะมาก ก่อนหน้าจะเจอพอลลี่ พี่เบนซ์จะไปบวช แต่มาเจอเราก่อนเลย ไปทางธรรมแล้วเค้าชอบมาก”    เบนซ์ “ตั้งใจจะบวชสิ้นปีนี้แหละ จากงานบวชเป็นงานแต่งแทน หลังแต่งก็มีคุยขออนุญาตไปบวชสัก 2 อาทิตย์”    เบนซ์ “คำมั่นสัญญา ประการแรกเราจะทำทุกวันให้ดีที่สุด ไม่มีทางรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ในอดีตก็กลับไปแก้ไขไม่ได้ ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อเราสองคน ประการที่สองเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง โลกเปลี่ยนแปลง โลกหมุนเร็วมาก แต่สิ่งนึงที่จะไม่เปลี่ยนคือยังไงก็ต้องมีเรา”    พอลลี่ “พอลลี่เชื่อในความรัก ก็เคยมีความรัก มีผิดหวัง สมหวัง ณ วันนี้เราเป็นครอบครัวเแล้วไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องให้อภัยดูแลซึ่งกันและกัน ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและดูแลพี่เบนซ์ไปตลอด” พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน เจี๊ยบ ลลนา - เดียร์    

เอาแล้วว! เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท แต่งงาน!! กลางสนามแข่งรถ
แพท เบนซ์ /  เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท แต่งงาน / 

     เซอร์ไพร้ส์!! จุดนี้นางเอกสาว แพท ณปภา ยิ้มหน้าบานมว๊าก หลังแฟนหนุ่มนักบิด เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอแต่งงานแล้ววันนี้(11 ก.ย.) กลางสนามแข่ง ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ หลังจบการแข่งขันรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. โดยมีเพื่อนสนิทและแฟนๆ ในสนามร่วมเป็นสักขีพยาน ต่างเฮกันลั่นด้วยความยินดี... ยังไงต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าสาว แพท ณปภา ด้วยจ้าาาาาา ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://auto.mthai.com/celeb/20758.html   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน  

น้ำตาแตก! ดีเจเพชรจ้า ทำเซอร์ไพรส์ขอ นิวเคลียร์ แต่งงานแล้วจ้า!!
ดีเจเพชรจ้า /  ข่าว นิวเคลียร์ ดีเจเพชรจ้า / 

  ถึงกับน้ำตาแตกกันเลยทีเดียว!! สำหรับ นิวเคลียร์ หรรษา ที่ล่าสุดแฟนหนุ่ม ดีเจเพชรจ้า วิเชียร ได้ทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนสาว นิวเคลียร์ แต่งงานท่ามกลางสักขีพยานจำนวนมากมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า โดยวันนี้ (17ก.ค.59) สาวนิวเคลียร์ โดนหลอกว่าจะไปทานข้าวนอกบ้านกับครอบครัว เธอจึงได้ใส่ชุดอยู่บ้านไม่ได้แต่งตัวสวยหรูอะไร แถมยังออกแนวหน้าสดอีกต่างหาก   แต่แล้ว หนุ่มเพชรจ้า ก็ทำเซอร์ไพรส์เนรมิตสตูดิโอกรุงเทพให้เป็นเมืองของเจ้าหญิงเอลซ่า ที่ประดับข้อความบนเวทีว่า   "You Are My Princess" ซึ่งแปลว่า "เธอคือเจ้าหญิงของฉัน"   แถมยังให้เพื่อนๆ นำชุดแต่งงานแบบเจ้าหญิงมาเปลี่ยนให้ สาวนิวเคลียร์ กัน ณ เวลานั้นกันเลยทีเดียว ก่อนที่ฝ่ายชายจะเผยความในใจพร้อมกับคุกเข่าขอแต่งงาน และสวมแหวนให้ นิวเคลียร์ ไปอย่างโรแมนติก ท่ามกลางครอบครัว และเพื่อนๆ ที่ตั้งใจมาร่วมเซอร์ไพร้สและร่วมแสดงความยินดี ซึ่งงานนี้บอกเลยว่า หนุ่มเพชรจ้า ทำ สาวนิวเคลียร์ น้ำตาแตกไหลอาบแก้มที่เต็มไปด้วยความปราบปลื้มดีใจสุดๆ สมกับเป็นตัวพ่อแห่งการทำเซอร์ไพรส์จริงๆ ทั้งนี้พิธีแต่งงานของทั้งคู่คาดว่าจะจัดขึ้นช่วงเดือนธันวาคมปีหน้า ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีกับว่าที่บ่าวสาวด้วยจ้า!! ขอบคุณภาพจาก IG djpetjah, aummy #ncpjproposal ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน   ดีเจเพชรจ้า ขอ นิวเคลียร์ แต่งงาน  

ละครพ่อครัวหัวป่าก์ , เรื่องย่อพ่อครัวหัวป่าก์
ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ /  เรื่องย่อละคร พ่อครัวหัวป่าก์

พ่อครัวหัวป่าก์ บทประพันธ์โดย : กนกเรขาบทโทรทัศน์โดย : เพ็ชรรุ่ง เกีรยติกมเลศกำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทาออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ "มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต" และชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด หนูเคยได้ยินคำว่าบุพเพสันนิวาสไหมลูก บุพเพสันนิวาสนั้นเกิดได้สองอย่าง คือเคยทำกรรมร่วมกันมาในชาติที่แล้วหนึ่ง กับเคยทำกรรมร่วมกันในชาตินี้หนึ่ง..แต่มันเดายากนะลูก" ทองตรา (รณิดา เตชสิทธิ์) เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท มาจากอเมริกา กำลังนั่งฟังพ่อปาฐกถา เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่เธอไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไหร่ และผู้หญิงยุคใหม่อย่างทองตรา ที่เติบโตมาด้วยการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้คิดจะพึ่งพาใคร และให้ความสนใจเรื่องผู้ชายสักเท่าใดนัก ทองตรา ลูกสาวคนเล็กสุดรัก กับ ทองทิว (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) พี่ชายคนเดียวที่เฮี้ยวสุด ๆ และเป็นบุตรสุดรักของ พลตรีรามรณยุทธ (ทูน หิรัญทรัพย์) ข้าราชการบำนาญผู้ซื่อสัตย์ และรักศักดิ์ศรี ที่มีชื่อเสียงเรื่องการกลัวเมียอย่าง คุณนายทองม้วน (ดวงตา ตุงคะมณี) เป็นที่สุด ทองตรา ต้องปวดหัวกับความเค็ม และเขี้ยวตระหนี่ถี่เหนียวของคุณนายทองม้วน ที่ถึงแม้จะคุ้นชินมาตั้งแต่เด็กกับการที่ถูกแม่บังคับให้ประหยัดอดออม แต่ก็เริ่มที่จะรับไม่ได้ เมื่อกลับมาเห็นพ่อในสภาพอิดโรย และผอมโซ เพราะนโยบายรัดเข็มขัด และการประหยัดของแม่ที่บังคับให้พ่อเป็นแพะ กินแต่ผัก กินแต่มังสวิรัติเพื่อสุขภาพ ขนาดคนครัวยังทนไม่ไหว ต่างชิงกันขอลาออกไปเพราะทนพฤติกรรมของคุณนายทองม้วนที่ชอบจุกจิกจู้จี้ ไม่ไหว ทองตรากับทองทิว และพ่อได้แต่นิ่วหน้าเพราะต้องมานั่งปวดหัวกับการหาคนครัวคนใหม่ที่ยัง หาไม่ได้สักที เพราะ เด็กกำไล (ภัณฑิรา ฟูกลิ่น) คนใช้หนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ และทนมือทนเท้าคุณนายทองม้วนไหวก็ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ดีแต่เกี่ยง และเถียงคำไม่ตกฟาก แต่ก็เป็นคนเดียวที่เอาคุณนายทองม้วนอยู่ ทองตราต้องรีบเคลียร์ปัญหาเรื่องหาคนครัวคนใหม่มาให้ไวที่สุด เพื่อที่เธอจะได้รีบออกไปหางานทำเสียที ขณะที่ทองทิวก็รับปากจะให้เพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงแรมช่วยหาคนครัวคนใหม่มาให้อีกแรง กมลชนก (หลุยส์ สก๊อต) หนุ่มหล่อหน้ารก มาดเซอร์ ลูกชายคุณกาญจนาเจ้าของโรงแรมใหญ่ มีผู้หญิงมากมายที่เสนอตัวมารุมล้อม แต่ทุกคนก็เป็นได้แค่ทางผ่าน เพราะเขาไม่คิดจะตกลงปลงใจกับใคร จนแม่ต้องขอร้องให้เขาเลิกเจ้าชู้ และอยู่ไปวัน ๆ ขอร้องให้ยอมไปดูตัวบรรดาลูกสาวผู้หลักผู้ใหญ่ ที่อยากจะมาเกี่ยวดองกับทายาทเจ้าของโรงแรมใหญ่แห่งนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครโดนใจสักคน จนวันหนึ่งกมลชนก ได้เห็นภาพถ่ายของทองตรา ที่ถูกลมพัดลอยออกมาจากกระเป๋าของทองทิว ปลิวมาแปะที่หน้ากมลชนก เขาจับภาพนั้นขึ้นมามอง และร้องบอกเพื่อนรักว่า คนนี้แหละใช่เลย และมั่นใจว่าเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้กมลชนก สตาร์ทรักทองตรา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม ทองทิวร้องจ๊าก!!! รีบออกโรงห้ามสุดฤทธิ์ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักเป็นคนไม่เอาไหน เป็นนิยามของคำว่าแย่ และไม่เป็นโล้เป็นพาย รักแต่ความสบายตลอดเวลาตามประสาคนรวย ขณะที่ทองตราเป็นคนรักใครรักจริง และหยิ่งในศักดิ์ศรี แถมยังรู้เท่าทันคน และฉลาดเป็นกรด ไม่ไช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาหลอกใช้ มาลองใจกันได้ง่าย ๆ ถ้าถูกจับได้มีหวังได้ตายหมู่ เลยขอร้องกมลชนกไปเอากะชอนร่อนหาเนื้อคู่จากบรรดาผู้หญิงในสต๊อกเอาเอง อย่ามาดึงเอาเขาไปยุ่งด้วยโดยเด็ดขาด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กมลชนกพยายามวิงวอนอ้อนสุดฤทธิ์ สัญญาว่าจะปรับจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อทองตรา ขอให้ทองทิวเปิดทางให้เขาได้ตามหารักแท้ และทั้งยืนยันนอนยันด้วยความมั่นใจ ว่าน้องสาวของเพื่อนซี้ คือว่าที่ภรรยาที่เขาตามหามานาน เพียงแต่ขอเวลาให้ได้ศึกษาดูใจกันสักนิด ขอร้องให้ทองทิวเห็นใจ เพราะเขารักน้องสาวของเพื่อนซี้คนนี้จริง ๆ ทองทิวใจอ่อนเพราะทนลูกอ้อนไม่ไหว ยอมให้กมลชนกเขยิบเข้ามาใกล้ และลองใจทองตรา ในขณะที่ทองตราไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายกับนายกมลชนกคนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน และพี่ชายกำลังจะกลายเป็นผู้ผลักดันบุพเพสันนิวาส ให้มาอาละวาดกับเธอ กมลชนกได้รู้จากทองทิวว่าที่บ้านกำลังต้องการหาคนครัว เขากระดี๊กระด๊ารีบโทรศัพท์ไปหาคุณนายทองม้วน เพื่อสมัครงานในนาม น้องนก กะเทยสาวผู้มีจิตใจใฝ่การครัว แต่เพียงแค่ได้พูดคุยผ่านสายโทรศัพท์ ก็สัมผัสได้ถึงผลึกเกลือที่กระเด็นมาตามสาย ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเค็มเขี้ยวเหนียวตึ๋งหนึดของคุณนาย จนต้องถอยออกมาตั้งหลัก และทำให้ได้รู้ว่าคุณนายทองม้วนก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ ที่เขาจะต้องฝ่ามันไป ให้ถึงทองตรา และแล้วบุพเพสันนิวาสก็เริ่มออกฤทธิ์ เมื่อจู่ ๆ ทองตรา ต้องขับรถมาส่งแม่ ที่โรงแรมหรู ถึงแม้คุณนายทองม้วน จะมีเชื้อเต่าล้านปีตัวสุดท้ายในโลกสิงสู่อยู่ในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเค็มจะเขี้ยวไปซะทุกเรื่อง เพราะเป็นคนชอบเข้าสังคมชั้นสูง และเปิดโลกทัศน์ด้วยการอ่านหนังสือ เพราะรู้ว่ามันคือขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่จะทำให้มีเรื่องเล่าเม้าท์มอย ฉลาด ๆ ไปคุยกับกลุ่มก๊วนคุณหญิงคุณนาย เพื่อต่อยอดถางทางไว้ให้ลูก ได้มีที่ยืนในสังคมชั้นสูงได้อย่างสง่างาม และสำหรับเรื่องพวกนี้ คุณนายทองม้วนสู้ตาย เพราะรู้ดีว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน ถ้าจะทำให้ได้ทั้งเขยทั้งสะใภ้ที่ร่ำรวย ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหนนางก็ยอม ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราต้องชะลอรถที่ขับมาให้ช้าลง เพราะรถคันยาวใหญ่ จอดขวางทางขึ้น-ลงหน้าโรงแรม จนรถคันอื่นไม่สามารถแทรกขึ้นไปได้ และแทนที่คนในรถจะรีบเปิดประตูก้าวลงมา กลับรอให้คนขับรถวิ่งมาเปิดประตูคอยอย่างอ่อนน้อม จนทองตราต้องหันไปมองอย่างหมั่นไส้ในความเว่อร์ทองตรามองอย่างแปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะลงมาจากรถ แทนที่จะเป็นคุณหญิงคุณนาย กับรูปร่างประหนึ่งตุ่มสุโขทัยฝังเพชรแพรวพราว แต่กลับเป็นชายหนุ่มใส่กางเกงยีนส์สีซีด เสื้อเชิ้ตยับเยิน แม้จะเห็นเพียงด้านหลังก็ยังพอเดาได้ว่า เจ้าตัวคงเพิ่งกลับจากการแฮงเอาท์ และยังไม่สร่างเมาดีนัก เพราะท่าทีง่อกแง่กของฝรั่งยิปปี้ฟ้องอยู่ชัดๆ ทองตราย้อนกลับเข้าไปในโรงแรมเพียงก้าวแรก ภาพที่สะดุดตาคือฝรั่งยิปปี้ หน้าครึมไปด้วยไรหนวด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ยืนท้าวเคาน์เตอร์ ฟุดฟิดฟอไฟกับแหม่มสาวที่ทองตราลงความเห็นว่าเขาทั้งสกปรก และซกมกสุด ๆ แล้วทองตราก็เมินหน้าหนี และไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป ทองตราเดินไปนั่งที่โต๊ะ และเปิดเมนูอาหารที่มีแต่ภาษาอังกฤษก่อนถามบริกร โดยไม่ทันมองหน้าว่า "ที่นี่เมืองไทยทำไมไม่มีเมนูอาหารภาษาไทย" ก่อนหันไปเห็นนายหนวดสกปรก และไม่เข้าใจว่าบริกรที่นี่ทำไมถึงแต่งตัวอย่างนี้ กมลชนกอ้างไปว่า เพิ่งมารับหน้าที่ เลยยังไม่ทันเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ทองตรามองแปลกื ๆ ก่อนเลี่ยงไปสั่งอาหาร และถูกกมลชนกบริกรเจ้าของโรงแรมที่แฝงตัวมา ทำเอาทองตราแสบเข้าไส้กับเมนูอาหารที่ทองตราเห็นว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่บริกรโรงแรมหรูจะนำเสนอสิ่งที่ไม่ดีให้แก่ลูกค้า จึงโวยวาย กมลชนกสร้างเรื่องราวให้ทองตราเข้าใจว่า การยียวนกวนประสาทใส่ลูกค้าคือพระเจ้าอย่างเธอ ทำให้กัปตันทำพิธีปัดรังควาน และไล่เขาออก แล้วยังจะส่งคนมาตามกระทืบ เพราะเขาเป็นคนทำให้ชื่อเสียงของโรงแรมหรูเสียหาย ทองตราเป็นคนทำให้กมลชนกต้องตกงานไร้ที่ซุกหัวนอน ทำให้ทองตรารู้สึกผิดในใจ ที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกไล่ออก แต่ทำได้แค่ยื่นเงินให้เพื่อช่วยเหลือ แล้วรีบเดินออกไปที่รถทันทีที่เธอไขกุญแจ นายหนวดก็พรวดขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ก่อนส่งสายตาวิงวอน อ้อนขอนั่งไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และเลยเถิดถึงขั้นขอไปอยู่กับทองตราอย่างหน้าด้าน ๆ พร้อมพรีเซ้นต์ตัวเองว่าดียังไง ทำอะไรได้บ้าง ทั้งที่จริงแล้วเขาทำอะไรไม่เป็นเลย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ วันนี้ตามตำราโหร น่าจะมีดาวโคจรพิสดารกว่าที่เคย ที่ทำให้คนกะล่อนที่แอบรักทองตราอย่างกมลชนกจะได้มีโอกาสเข้าใกล้ทองตราได้เร็วกว่าที่คิด ในขณะที่ทองตราก็อยากจะแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตของบริกรจน ๆ ที่เธอเป็นคนทำให้เขาต้องตกงาน ถึงแม้นายคนนี้จะกวนไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ และที่สำคัญเค้ากมลชนกคงเดือดร้อนมาก ถึงขนาดไม่เรียกร้องเงินเดือนใด ๆ ให้เท่าไหร่ก็ได้ คงถูกใจคุณนายทองม้วน และมันก็เป็นเหมือนไฟท์บังคับ ที่ทำให้อยากรับเขาไว้ แต่คนตัดสินใจคือแม่เท่านั้นทันทีที่ทองตราพากมลชนกมาถึงบ้าน คุณนายทองม้วนก็เปิดบ้านให้กลายเป็นศาลไคฟง ซักฟอกชายแปลกหน้า ประหนึ่งว่าเป็นนักฆ่าร้อยศพ แต่กมลชนกก็แถไถไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้ ส่วนเรื่องค่าจ้างนั้น คุณนายทองม้วนให้ผ่านตั้งแต่ด่านแรก ไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณนายทองม้วนลังเลใจได้ นอกจากความเป็นผู้ชายของนายมล กลัวจะมาเกาะแกะลูกสาวสุดหวง แต่ทองตรายืนยันให้แม่มั่นใจว่า ไม่มีวันที่เธอจะเอาพ่อครัวมาเป็นแฟนแน่นอน และเป็นไปตามคาด คุณนายทองม้วนยอมรับนายมล เพราะคิดและคำนวณแล้วว่าเป็นของถูกและดี และได้รับสมญานามใหม่ว่า นายมลคนครัว กับงานแรกที่ทองตรา ต้องรับหน้าที่พานายมลคนครัวไปจ่ายตลาด นายมลก็แสดงเป็นปราชญ์แสดงความชำนาญในการต่อรองราคา และซื้อหาอาหารอย่างคล่องแคล่ว จนแม่ค้าเข้าใจผิดคิดไปเอง และพูดออกมาให้ทองตราได้ยินว่า "เมียส๊วยสวย แต่ผัวดันเป็นกะเทยว่ะ" ทำเอาทองตราหน้าชา อยากจะชักขากลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น แต่กับนายมลเขาไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำครหาว่าเป็นกะเทยเลยสักนิด แต่กลับยิ่งทำท่าทางให้คนอื่นคิดว่าใช่หนักเข้าไปอีกทองตรากับนายมล ซื้อกุ้งหอยปูปลา มาทำอาหารวางเต็มโต๊ะ ทำเอาคุณพ่อนายพลยิ้มปลื้มตาลุกวาว รู้สึกประหนึ่งว่าได้ไปท่องใต้ท้องทะเลไทย หรือไม่ก็บึงฉวากในรอบหลายสิบปี ต่างจากคุณนายทองม้วนที่โมโหจนควันออกหู มองอาหารตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ชี้หน้าด่าทั้งตระกูล โดยเฉพาะนายมลคนครัวโดนหนักกว่าใคร คุณนายทองม้วนอ่านแถลงการณ์ประกาศไล่นายมลคนครัวออกอย่างเป็นทางการ เพราะทำงานนอกคำสั่ง แถมยังทำให้ทองตรากล้าละเมิดกฎของการประหยัด กล้ามาลองของใช้จ่ายเงินจนเกินงบตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน แล้ววันต่อไปจะเขียมได้ยังไง ทำให้เสียระบบ นายมลคนครัวทนไม่ไหวเถียงกันไปใส่กันไม่ยั้ง กับคุณนายทองม้วนอย่างลืมตัว และลืมไปว่าตอนนี้เป็นขี้ข้าคุณนาย และยังบังอาจสอนเรื่องการประหยัดอดออมจนเกินเหตุ ไม่รู้จะเก็บเงินไปทำไมกันนักหนา หรือจะห่อเอาไปใช้ในภพหน้า เพราะดูท่าน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ทำเอาคุณนายปรี๊ดปรอทแตกหาว่าแช่ง ชี้หน้าด่ากลับ และจะไล่ออกสถานเดียว ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่นายมลกลับได้ใจคุณพ่อนายพลไปเต็ม ๆ และรู้สึกเป็นพระคุณที่ทำให้ท่านได้รับประทานอาหารทะเลสด ๆ รอดพ้นจากการขาดสารไอโอดีน และรอดพ้นจากการเป็นคอหอยพอกได้อย่างหวุดหวิด ถึงขั้นออกตัวแรง กล้าขอร้องเมียรักไม่ให้ไล่นายมลออก เพราะถึงแม้จะเปิดประตูสู่อาเซียน ค่าแรงของนายมลก็ยังถูกกว่าค่าแรงของเขมรพม่า และลาวอยู่ดี นายมลคนครัวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เงาหัวตัวเองได้หายไป ทั้งที่ภารกิจพิชิตรักยังไม่ได้เริ่ม เลยรีบเสแสร้งแกล้งคุกเข่าด้วยท่าทีสงบ และท่าทางเคารพอย่างสูงสุด ก่อนจะนั่งพับเพียบแต้วิงวอนคุณนายแม่สุดฤทธิ์ แต่คุณนายทองม้วนไม่สน ทองตราออกหน้ารับผิดแทนนายมล ว่าเธอผิดเอง พยายามอ้างเหตุผลสารพัด และสุดท้ายก็มาจบลงตรงที่ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อย เอามาเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของนายมลที่ถูกมาก และหาไม่ได้อีกแล้วในสามภพ ทำให้สติของคุณนายพุ่งกลับเข้าร่าง ยอมให้จ้างนายมลคนครัวให้ทำงานต่อไป นายมล นึกสงสารในชะตากรรมของท่านนายพล ที่ต้องมาทนอด ทนอยาก เพราะความตระหนี่ตึ๋งหนืดของคุณนายทองม้วน เขาจัดการแอบโทรศัพท์สั่งอาหารที่โรงแรม ให้มาส่งที่บ้านทองตราทุกวัน โดยให้เงินปิดปากเด็กกำไล ให้เก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราเริ่มสงสัย ไปถามแม่เรื่องเงินค่ากับข้าว ที่ให้นายมลไปในแต่ละวัน และได้รับการยืนยันว่าให้เท่าเดิม ไม่มีการเพิ่มให้เด็ดขาด แต่ทำไมถึงได้มีอาหารดี ๆ มาให้กินได้ทุกมื้อ แต่คุณนายทองม้วนกลับเห็นเป็นเรื่องดี ที่จ่ายแค่นี้ แต่ได้กินดีกว่าเดิม สั่งห้ามทองตราไม่ให้สงสัย ไม่ต้องรู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้น ทองตรา กับคุณนายทองม้วน แอบเห็นทองทิวกับนายมลคนครัว สนิทสนมกันจนเกินเหตุ แต่พอถามก็ถูกปฎิเสธว่า แค่เคยมาเสริฟ์เหล้าให้ ตอนไปปาร์ตี้กับเพื่อนที่โรงแรมก็เลยสนิทกัน ทองตราถูกแม่บังคับให้รับนัดเดทกับบรรดาชายหนุ่ม เพื่อดูตัวจนเบื่อเต็มทน แต่ก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจแม่ เพราะรู้ว่าแม่รัก และหวังดีกับเธอที่สุด และวันนี้ต้องจำใจไปพบ พูฒิพงศ์ หมอหนุ่มสุดสะอาด และกลัวเชื้อโรคในอากาศอย่างสุด ๆ ขนาดนัดมาเจอสาว ยังมีกะใจใส่หน้ากากอนามัยมาออกเดท ทำเอาทองตราหลงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ จนหมอหนุ่มยอมเปิดหน้ากากโชว์ความหล่อ และนัดครั้งหน้ากับ นายสุดประเสริฐ เลขาท่านทูต ที่คุณนายทองม้วนนัดให้มาทานอาหารค่ำที่บ้าน เพราะต้องการฝากงานให้ทองตรา และอยากได้สุดประเสริฐมาเป็นลูกเขย ทำเอาทองตราเซ็งมาก นายมลคนครัวจอมครีเอท ได้รับคำสั่งจากคุณนายทองม้วนให้จัดการเรื่องอาหารให้ดี อย่าให้เสียหน้า แต่จ่ายเงินเท่าเดิมเดี๊ยะ แต่นายมลก็ไม่บ่นอะไร เพราะรู้นิสัยว่าที่แม่ยายดี จึงสั่งพนักงานเข้ามาทำอาหารเพื่อรับรองแขก โดยอ้างว่าไหว้วานเพื่อน ๆ ให้มาช่วยทำ อาหารทุกอย่างออกมาหน้าตาดูดี สมกับความเจ้ายศเจ้าอย่างของเลขาท่านทูต ที่ทำตัวโอเวอร์คุยโวโอ้อวดตลอดเวลา ทำเอาท่านนายพลหมั่นไส้ และคอยเบรกจนหัวทิ่มไปหลายดอก จนโดนคุณนายทองม้วนส่งสายตาอำมหิตใส่ ส่วนนายมลก็อาสาเข้ามาเป็นบริกร เสิร์ฟอาหารให้อย่างใกล้ชิด นายมลมองนาฬิกา และรู้ว่าได้เวลาอาหารเป็นพิษแล้ว เมื่อเลขาท่านทูตเริ่มทนไม่ไหว จะตะกายไปเข้าห้องน้ำที่ถูกสั่งปิดตายอย่างไร้สาเหตุไปเสียทุกห้อง จนทำเอาท่านเลขาทูตต้องกลั้นกลืนฝืนของเสียเอาไว้ จนเกือบได้ตายคาบ้าน และต้องเรียกรถพยาบาลมาหามท่านเลขาออกไปในที่สุด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ นายมลคนครัวและผองเพื่อนต่างดีใจ ที่ไล่คู่แข่งจนกระเจิงกลับไป แต่สุดท้ายก็ถูกกรรมตามสนองในทันที เมื่อทองตรารู้ทัน และจัดการให้นายมลกินอาหารเหล่านั้นเข้าไป และไม่นานก็ถูกหามไปส่งโรงพยาบาล นอนเคียงข้างสุดประเสริฐเลขาท่านทูต ที่ต่างนอนอ่อนล้า มองตากันปริบ ๆ กมลชนกในนามนายมลคนครัว เอาใบสมัครงานที่โรงแรมของตัวเองมาให้ทองตรา อ้างว่า รู้มาจากเพื่อนว่าเขารับฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหวังดีอยากให้ทองตราลองไปสมัครงานดู ทองตราแปลกใจกับข้อความในใบสมัคร ที่มักจะถามแต่เรื่องส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับงาน แต่นายมลก็หาเหตุผลมาอ้างว่ามันเป็นคำถามเชิงจิตวิทยา จนทองตราต้องจำใจเขียนแล้วส่งไปงั้น ๆ ท่านนายพลบ่นคุณนายทองม้วนเรื่องชอบยุ่งวุ่นวาย จนไปทำลายความเป็นส่วนตัวของทองตรา เพราะเขาโตแล้ว แต่คุณนายก็ไม่สนใจ เพราะกลัวบรรดาพวกผู้ชายที่ไม่เข้าตา จะมาแอบจีบลูกสาว ก่อนจะเปิดจดหมายฉบับล่าสุด แล้วตาโตวิ่งหน้าตื่นไปหาทองตรา ว่าถูกเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์ ทองตรา จำใจต้องไปสัมภาษณ์งานกับคุณนายทองม้วน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ทองตราไปคนเดียว และได้รู้ว่าโรงแรมนี้มีนายกมลชนก เพื่อนของทองทิวเป็นเจ้าของ และมอบหมายให้ คุณกาญจนา (สาวิตรี สามิภักดิ์) ผู้แป็นแม่มาสัมภาษณ์ทองตราแทน คุณกาญจนากับคุณนายทองม้วน แอบเม้าท์ลูกชายของตัวเองอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ และได้รู้ว่านายกมลชนกไม่รู้หายหัวไปไหนเป็นเดือน ได้แต่สั่งงานทางโทรศัพท์ คุณกาญจนาตกลงที่จะรับทองตราไว้ในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ และให้เงินเดือนอย่างงาม ทำเอาคุณทองม้วนดีใจสุด ๆ แต่ทองตราตรากลับสงสัยว่ามันทำไมง่ายดายนัก ความลับของนายมลคนครัวแตกดังโพละ เมื่อทองตราสงสัย และไล่ต้อนเด็กกำไล จนยอมเปิดปากว่า นายมลไม่เคยทำกับข้าวอะไร พอถึงเวลาก็มีรถคันใหญ่เอาอาหารมาส่งให้ และเขาเอาเงินปิดปาก แถมยังจ้างให้ถอนผมหงอกแบบเหมาจ่ายอีกต่างหาก นายมลคนครัวถูกทองตราไล่ออก เพราะไม่ยอมเปิดปากพูดความจริงในสิ่งที่ได้ทำ ท่ามกลางการคัดค้านของคุณนายทองม้วน ที่คราวนี้กลายมาเป็นโต้โผใหญ่ เพราะเสียดายอาหารดี ๆ ที่เคยได้กินฟรีจากนายมล แต่ก็เอาไม่อยู่ เพราะทองตราเอาจริง และไม่ชอบคนที่ไม่จริงใจ ทำอะไรไม่เคลียร์ ทั้งที่ลึก ๆ ก็แอบใจหาย กับความสุขเล็ก ๆ และเสียงหัวเราะที่กำลังจะหายไปจากบ้าน แต่ก็ต้องตัดใจ ทองตราไปทำงานวันแรก และได้พบกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ชื่อกมลชนก ที่มีแววตาคล้ายนายมลคนครัว แต่เขาดูเนี๊ยบ เฉียบ เท่ เหมือนหนุ่มเกาหลีที่แสนอบอุ่น ต่างจากนายมลคนครัวที่เธอรู้จัก กมลชนกรู้สึกพอใจที่ยอมเชื่อผู้ใหญ่อย่างแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้าแม่สั่งนักสั่งหนาว่า ให้ไปโกนหนวดโกนเครา ตัดผมเพ้าที่ยุ่งเหยิง แต่ก็ไม่เคยทำตามสักที จนมาเจอทองตรา แม่แค่บอกว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่คิดจะมารักกับลิงอุรังอุตังอย่างแก แค่นั้นมันก็รีบแจ้นไปทำหล่อเพื่อเปลี่ยนลุคส์ใหม่ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แขไขไฉไล (อัมราภัสร์ วรรธนะกุล) สาวไทยไซส์นอก อดีตหวานใจนายกมลชนก ที่เกือบจะได้ครองตำแหน่งมาดามเจ้าของโรงแรม แต่ดันไปปันใจให้ฝรั่งที่รวยมากกว่า แต่ก็ไปไม่รอดและซมซานกลับมาหาแฟนเก่า เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยความมั่นใจว่ายังไงกมลชนกคงไม่หนีไปไหน แต่มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เมื่อตอนนี้มี ยูริ (ภคภรณ์ เลิศช่ำชองกุล) สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นไซส์มินิ และคิกขุสุด ๆ กับนักท่องเที่ยวลูกค้าขาประจำ สาวมั่นชาวเกาหลี หน้าสวยผิวใสอย่าง อึนเฮ (รัดเกล้า แจ่มอุลิตรัตน์) ต่างเดินทางมาหากมลชนกอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมาย ทองตราถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่า จากตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์ให้มาเป็นเลขาหน้าห้องของกมลชนก มีหน้าที่หลัก คือคอยกีดกันบรรดาสาว ๆ โจทย์เก่าของเจ้านายไม่ให้มารบกวน เป็นภารกิจที่ทองตราไม่ชอบ แต่จำใจต้องทำตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย และเธอก็ทำได้ดี ทำหน้าที่ได้อย่างถึงกึ๋น ในการไล่กิ๊กสามสัญชาติของเจ้านาย แต่ก็ทำให้มีศัตรูเพิ่มได้อย่างไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้กมลชนกยิ่งหลงรักทองตราถึงขั้นคิดจริงจัง กมลชนกไปปรึกษาแม่ ให้ช่วยดูทองตรา ผู้หญิงคนแรก และคนเดียวที่เขาคิดจะจริงจัง แต่แม่ก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อถือ กมลชนกยืนยันว่าทองตราเป็นคนเดียวที่อยากให้แม่ช่วยดู และร่วมตัดสินใจ ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาเลือกคนที่จะมาเป็นเมีย และเป็นแม่ของลูกได้ไม่ผิดพลาดอีกต่อไปเป็นครั้งแรกที่คุณกาญจนาเริ่มจะเชื่อน้ำยาลูกชาย เพราะเห็นความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองของกมลชนก ที่หันมาเอาการเอางาน และทำงานทุกอย่างได้ดีไม่มีที่ติ จึงยอมตกปากรับคำ กมลชนกต้องการจะลองใจทองตรา เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นคนแบบไหน ชอบคนที่เงิน หรือที่หน้าตา เพื่อหาบทพิสูจน์รักแท้ และหาสะใภ้คนดีมาให้แม่ได้ชื่นใจ คุณกาญจนาเรียกทองตราเข้าไปพบ เพื่อให้ช่วยดูแลงานของกมลชนก และเริ่มมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้ จนเริ่มสนิทสนมคุ้นเคยกัน ทองตรามาบอกพ่อกับแม่ว่า กมลชนกนัดจะพาครอบครัวไปเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อขอบคุณที่ทองตราทำงานให้เขาได้เป็นอย่างดี ทำเอาคุณนายทองม้วนตาโต และแต่งตัวเต็มยศ ไม่ลืมที่จะบังคับให้ท่านนายพลใส่สูทอย่างดี เพื่อไปกินอาหารฟรีกับเศรษฐีเจ้าของโรงแรม และไม่ลืมเอาเด็กกำไลติดตามไปด้วย กมลชนกมาพร้อมกับรถหรู รับทุกคนออกไป แต่ไม่ใช่ร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารบุฟเฟ่รถเข็นริมน้ำ ที่มีเก้าอี้ แต่ไม่มีแอร์ ถ้าไม่มีคิว สั่งปุ๊บได้ปั๊บ ทำเอาคุณนายทองม้วนผิดหวังอย่างแรง ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาลบเหลี่ยมความเขี้ยวความเค็มเธอได้ แต่ลูกชายเศรษฐีคนนี้ ที่มีเงินตั้งมากมาย ทำไมใจแคบทำให้เสียอารมณ์ เพราะเริ่มร้อน และชุดเริ่มรัด จนทนไม่ไหว บ่นกับกำไลว่า ถ้ารู้ว่าจะมาที่นี่จะได้ใส่ผ้าถุงมา ขณะที่ทองตรา กับท่านนายพลกลับชอบใจในบรรยากาศสบาย ๆ ที่นี่ กมลชนกเห็นทองตราเหม่อมองชายหนุ่มที่ยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา ทำให้นึกถึงนายมลคนครัว ผู้ชายที่ทำให้ชีวิตของเธอมีสีสัน ถึงแม้จะเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เธอก็ยังไม่เคยลืมมัน จนกมลชนกร้องถามว่าเป็นอะไร ทองตราบอกไปตามความจริงว่า นึกถึงคนครัวที่เพิ่งลาออกไป ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทำเอาเขาแอบยิ้มกระหยิ่มในใจกมลชนกนัดทองทิวมาปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจ และให้มารับโอนผู้หญิงในสต๊อกไปให้ห่าง ๆ เพราะกลัวทองตราจะระอา และถอดใจไปจากเขา ทองทิวเตือนให้กมลชนกระวังตัวไว้ เพราะทองตราไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครมาทำอะไรให้เป็นเรื่องเล่น ถึงทองตราจะเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล และมีความอดทนสูง แต่อย่าได้ทำให้เธอโกรธอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ว่าใครก็เอาเธอไว้ไม่อยู่ ถ้ากมลชนกไม่ได้คิดที่จะจริงจังจริงใจ ก็รีบถอยให้ไกลจากทองตรา แต่กมลชนกไม่ยอม และยืนยันว่ารักจริงหวังแต่งแน่นอน กมลชนกเริ่มเปิดใจ และแสดงท่าทีว่ามีใจให้กับทองตรา ก่อนจะพาทองตราไปที่บ้านหลังใหญ่ มีการจัดแสดงโชว์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อลองใจทองตรา ก่อนจะพาไปเดินชมของมีค่า แต่ทองตราก็มีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการระริกระรี้เหมือนแขไขไฉไล ยิ่งทำให้กมลชนกไม่เข้าใจว่าทองตราคิดยังไง และคิดอะไรกับเขาอยู่ เพราะความเงียบเรียบเฉยของทองตรา เป็นสิ่งที่ยากต่อความเข้าใจของเขาเสมอ วันนี้ทองตราได้เห็นปราสาทหลังงามของแม่ วันหน้าเธอจะได้เห็นกระต๊อบของเขาแล้ววันนั้น มันจะเป็นบทพิสูจน์บทสุดท้ายว่า เขาและเธอจะเลือกเดินไปในทิศทางใด จะได้รักกัน หรือเลิกลากัน ก็สุดแล้วแต่บุพเพสันนิวาสจะพาไป ทองตราเริ่มต่อจิกซอร์แห่งความสงสัยในสมอง กับพฤติกรรม และความเชื่อมโยงกันของนายมลสองคน จนต้องกลับไปถามทองทิวอีกครั้ง เรื่องเพื่อนชื่อกมลชนก คนรวย กับนายมลคนจน ที่พี่ชายได้ไปรู้จักคนทั้งคู่ แต่ทองทิวก็แถไป เพื่อให้น้องสาวไม่สงสัยเพื่อนรัก ว่ามีเพื่อนชื่อมล สองมล ให้ตรงกันกับคำให้การของกมลชนก ที่เคยตอบคำถามนี้กับทองตรามาแล้ว แต่ในใจเธอก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี ทองตรารู้สึกได้ตามสัณชาตญาณ ว่าการกระทำของนายมลคนรวย ที่กำลังตามรุกเพื่อจะขอความรักไปพร้อม ๆ กับกำลังลองใจ และใช้วัตถุมาเป็นตัวล่อ คงคิดว่าผู้หญิงจะต้องเลือกที่จะเป็นฝ่ายวิ่งไปหาคนรวยสำหรับทองตรา เธอจะเป็นฝ่ายเลือก ไม่ยอมให้ใครมาเลือก เพื่อไปเป็นของเล่นคนรวยโดยเด็ดขาด และยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ว่าควรจะยอมเปิดรับนายกมลคนรวยให้เข้ามาปรับพื้นฐาน เพื่อปูทางที่จะลองคบหาดูใจกันไปดีหรือไม่ ถ้าดูจากฐานะ ผู้หญิงที่หวังความสุขสบาย ย่อมไม่รีรอกับเศรษฐีที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ลึกลงไปในหัวใจของทองตรา มันเหมือนมีเส้นบาง ๆ มาขวางกั้นความรู้สึกของทองตรากับกมลชนกไว้ เพราะผู้ชายต่ำต้อยน้อยค่าอย่างนายมลคนครัว ที่ถึงแม้จะถูกไล่ออกไป แต่เขาก็คงมีน้ำใจ ยังโทรเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวเป็นระยะ ทองตราจอดรถหน้าซอยที่คับแคบ ลงไปถามหานายมลคนครัวตามที่อยู่ที่เขาเคยให้ไว้ว่าให้เดินตรงแหน่วไปจนกว่าจะผ่าน หมู่บ้านอึกทึกนิเวศน์ ที่มีเด็กวิ่งเล่นกันเกรียวกราว มีสุ่มเป็ด สุ่มไก่วางระเกะระกะเป็นระยะ แล้วเดินตรงไปจนสุดซอย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ สุสานนิเวศน์ ทองตรามองป้ายไม้กระดานที่เขียนด้วยถ่าน ที่นายมลตอกติดไว้ริมรั้ว ถัดไปมีกระดาษผูกเชือกเขียนไว้ว่า ห้ามรบกวน เจ้าของบ้านไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้จ้ะ ฯลฯ ทองตรามองเข้าไปในบ้านโกโรโกโสทาสีโอ๊ค แต่ไม่เห็นใคร เลยต้องเอาถุงขนมที่ซื้อมาฝากไปวางไว้ให้ในบ้าน และเขียนจดหมายฝากบอกนายมลไว้ ราชากับยาจก คำนี้ทองตราใช้เปรียบเทียบนายมลคนครัว กับนายมลคนรวย ที่ยังคงเป็นเรื่องค้างคาในใจ และทำให้สับสนได้ทุกเมื่อ ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ทั้งที่ในใจมันบอกว่าใช่ แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธง เลยต้องรอดูต่อไป กมลชนกขาดความมั่นใจ ไปปรึกษาจนแม่รำคาญ ด่าว่าจะหาเมียสักคนยังต้องมาถามแม่ แล้วต่อไปจะไปเป็นพ่อคนได้ยังไง ถ้าไม่แน่ใจในตัวผู้หญิงแสดงว่าโง่ แต่ถ้าไม่แน่ใจในตัวเองแสดงว่างั่ง ทำเอาเขารับไม่ได้ เถียงแม่กลับไปว่า เคยเป็นแต่พ่อครัว ไม่เคยเป็นพ่อคนแล้วจะรู้ได้ยังไง กมลชนกเลือดขึ้นที่โดนแม่บังเกิดเกล้าหยามศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างเขา จึงตัดสินใจโทรไปหาทองตรา อ่านแถลงการณ์รัก พร้อมกับขอแต่งงานอย่างเท่ ๆ แมน ๆ ทองตราด่ากลับ หาว่าบ้า และมีพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้าย ชอบคิดอะไรทำอะไรแปลก ๆ แล้วจะมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าเอาไปทำพันธ์ กมลชนก ถูกทองตราปฏิเสธ จนหน้าหงายเงิบกลับไปอย่างไร้เยื่อใย และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจได้ขนาดนี้ แต่เขาก็ยังพอใจ ที่ได้รู้ว่าทองตราไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินขณะที่ทองตราก็หอบความเครียด และหอบความคานอันใหญ่ ไปเล่าให้พ่อฟัง ว่าได้ปฏิเสธการแต่งงานจากนายมลคนรวย เพราะคนรวยไม่จริงใจ ชอบลองใจ มันเหมือนดูถูกกันชอบคิดว่าเราโง่ พ่อสอนทองตราเรื่องความรัก บอกถึงความต่างของคนชื่อมลสองคน นายมลคนครัวเป็นคนที่มีความสุข มองคนทั้งโลกคือเพื่อน สรรพสิ่งในโลกเป็นของเล่นมีโลกอยู่ในกำมือ แต่นายมลคนรวย มีรถคันใหญ่ แต่งตัวโก้ ทำตัวหมุนไปตามโลกจนหัวปั่น หัวหมุน อยู่กับเกียรติยศเงินตรา สรรพสิ่งในโลกต้องไขว่คว้ามาให้ได้ เห็นคนทุกคนคือคู่แข่ง นี่คือสิ่งที่คนสองคนต่างกัน ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ในที่สุด ทองตราก็ได้ล่วงรู้ว่าที่แท้นายมลสองมลก็คือคน ๆ เดียวกัน ที่ทำเอาทั้งโมโห ทั้งเจ็บใจ เมื่อสิ่งที่คิดไว้มันเป็นเรื่องจริง แต่กลับถูกพี่ชา กับนายกมลชนกเพื่อนซี้หลอกเอา ทั้งที่เธอเฝ้าเพียรถามด้วยความสงสัยมาตลอด แต่ทองตราก็ยอมรับกับพ่อ และแม่ว่าชอบนายมล และอยากที่จะพิสูจน์กลับเขาบ้าง ด้วยการไม่ยอมติดต่อกลับไป และไม่ยอมให้พบหน้า ทำให้กมลชนกเครียด และคิดว่ารักครั้งนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำเอาเขากลายเป็นคนอกหัก จนกาญจนาเห็นใจในรักแท้ของลูกชายกมลชนกได้รับโทรศัพท์จากทองตรา ด้วยความดีใจ และมีความหมายสุด ๆ ทองตรานัดให้เขาไปที่บ้าน เพื่อรับประทานอาหารเย็น และได้เห็นทองตรายืนหน้ามั่นกมลชนกรีบปรี่เข้าไปหาทองตรา ขอคุยและเคลียร์เรื่องทุกอย่าง เพื่ออธิบายขอให้ทองตราได้เข้าใจ และให้ชอบแก่นแท้ แต่อย่าได้พาลไปเกลียดกระพี้ ซึ่งมันไม่ถูก เขาเกิดมารวยมันผิดตรงไหน เหตุผลที่ต้องลองใจ เพราะเขาเคยเจอแต่คนที่คิดจะมาปอกลอก มาเพื่อผลประโยชน์ และความสุขสบาย แต่สำหรับทองตราไม่ใช่ และไม่ว่าเขาจะเป็นนายมลคนไหน จะรวยหรือจนยังไง เขาก็มั่นใจว่าทองตราจะไม่มีวันทิ้งเขา ทั้งคู่ได้ทำความเข้าใจ และได้ตามหาหัวใจกันจนเจอ ทองตรากับกมลชนก เดินเคียงคู่วนอยู่รอบสนาม เพื่อทำความตกลงกันว่า รสแห่งชีวิตในกายภาคหน้าจะปรุงด้วยรสใดบ้าง เพราะการที่มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต บางคน...ต้องการความหวานเพิ่ม เพื่อให้ความแห้งแล้งในหัวใจมลายหายไป บางคน...ต้องการความเผ็ด เพื่อให้ชีวิตที่ชืดชา กลับมาผาดโผน บางคน...ต้องการความเค็ม เพื่อมิให้ความฟุ่มเฟือยพาความพินาศมาให้ อีกหลายคน...อยากเติมรสเปรี้ยว เพื่อรูปลักษณ์ที่ใหม่ขึ้นน่าดูขึ้น ชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ติดตามชมความสนุกสุดกวนของละครรักโรแมนติก และพบกับเรื่องราวเหล่านี้ ได้ในละคร พ่อครัวหัวป่าก์ ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2560 นักแสดงนำละคร พ่อครัวหัวป่าก์ หลุยส์ สก๊อต รับบท กมลชนกรณิดา เตชสิทธิ์ รับบท ทองตราสาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท กาญจนาทูน หิรัญทรัพย์ รับบท พลตรีรณยุทธดวงตา ตุงคะมณี รับบท คุณนายทองม้วนบรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ รับบท ทองทิวอนันท์ บุนนาค รับบท อาเทวาอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท แขไขไฉไล ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไววิทย์ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กำไลสวิส เตชภูวนนท์ รับบท เบสจิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร รับบท ลุงเชฟปราโมทย์ เทียนชัยเกิดศิลป์ รับบท แบมบี้นาตาชา จุลานนท์ รับบท มินนี่เกวิน ฌ็อง โดนาร์ท รับบท โอ๊ค

จัดเต็ม!! ไหว้พระที่พม่า 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต!
ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ /  ทำบุญไหว้พระ / 

ประเทศพม่า ตอนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียที่นักท่องเที่ยวปักหมุดต้องไปให้ได้ นอกจากจะได้ท่องเที่ยวชมธรรมชาติแล้ว พม่ายังเป็นประเทศที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา จึงมีวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย นักท่องเที่ยวจึงนิยมไปกราบไหว้ ขอพร เสริมดวง กันเป็นจำนวนมาก Travel.mthai ก็จะมาแนะนำ ไหว้พระที่พม่า 9 ไหวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มาถึงพม่าจะต้องมากราบไหว้ ขอพร เสริมดวง กันค่ะ ไหว้พระ ขอพร เสริมดวงที่พม่า 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต! 1. พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง เป็นสถานที่ไหว้พระที่พม่า ขึ้นชื่อมากที่สุดตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยชื่อ "ชเว" หมายถึง ทอง "ดากอง" นั้นเป็นชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง เป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น บนยอดสุดของพระเจดีย์ และมีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด เจดีย์มีความสูงถึง 326 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าโอกะลาปะ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม ชาวมอญและชาวพม่า ถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากอง จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บริเวณโดยรอบจะมีการนั่งทำสมาธิ เดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์ เป็นต้น ผู้ที่เข้ามานมัสการ หรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้งเมื่อมาถึงทางเข้า ให้เดินตามเข็มนาฬิกา ขึ้นอยู่กับดวงวันเกิดของผู้เข้าที่จะดูตาม 12 นักษัตรรอบๆ สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ซึ่งเราสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดของตัวเอง จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 2. พระธาตุอินทร์แขวน (Golden Rock) หรือ ไจก์ทิโย เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นิยมมาไหว้พระขอพรที่พม่า ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี พระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่ที่เมืองไจก์โถ่ (Kyaikto) อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า เชื่อกันว่าใครที่มามนัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้กุศลเทียบเท่ากับการนมัสการเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ บนยอดเขาพวงลวง เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มา นมัสการพระธาตุอินทร์แขวน นี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็สามารถทำได้โดย ครั้งที่ 1 ไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตก, ครั้งที่ 2 ตอนค่ำ และครั้งที่ 3 ช่วงเช้าประมาณตี 5 เพื่อถวายข้าวพระพุทธ ซึ่งมีจำหน่ายบริเวณวัด 3. พระมหาธาตุเจดีย์ชเวซีโกน (Shwezigon Pagoda) เมืองพุกาม หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า เจดีย์ชเวซีโกน, เจดีย์ชเวสิกอง เป็นเจดีย์ใหญ่ สวยงาม ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศพม่า เป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวพม่าและชาวไทย ตั้งอยู่ที่เมืองพุกาม โดยชื่อ "ชเวซีโกน" มีหมายความว่า "เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ" สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ราว 960 ปีก่อน ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก พระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น ความอัศจรรย์ ๙ ประการของพระมหาธาตุชเวซีโกน ยอดพระเจดีย์ไม่มีการใช้เหล็กเสริม กระดาษห่อแผ่นทองคำเปลวที่นำไปปิดส่วนยอดพระเจดีย์ จะไม่ปลิวพ้นฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ เงาพระเจดีย์จะไม่ล้ำออกนอกฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ (ถ้าเงาล้ำออกไป ถือว่าเป็นลางร้าย) ภายในเขตองค์พระเจดีย์ สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ไม่จำกัดจำนวน (ไม่เคยเต็ม) มีการให้ทานด้วยข้าวสุกร้อน ๆ ทุกเช้า (ไม่ว่าเราจะตื่นเช้าสักเพียงใด จะพบข้าวสุกในบาตรอยู่ก่อนหน้าเราเสมอ) เมื่อตีกลองใบใหญ่จากด้านหนึ่งของพระเจดีย์ จะไม่สามารถได้ยินเสียงกลองจากด้านตรงข้าม แม้พระเจดีย์จะตั้งอยู่บนพื่นราบ แต่เมื่อมองจากภายนอก จะเกิดภาพลวงตาคล้ายพระเจดีย์ตั้งอยู่บนที่สูง ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด จะไม่มีน้ำฝนขังอยู่ในอาณาเขตขององค์พระเจดีย์ มีต้นพิกุล ซึ่งจะออกดอกตลอดทั้งปี (ปรกติจะออกปีละครั้ง) 4. พระมหามัยมุนี (Mahamuni Buddha) เมืองมัณฑะเลย์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของพม่า เปรียบได้กับพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย และเป็นหนึ่งในห้าศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คำว่า มหามัยมุนี แปลว่า "ผู้รู้อันประเสริฐ" (The Great Sage) ชาวพม่าจะเรียกว่า มหาเมียะมุนี เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์  ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่าในยุคราชวงศ์คองบอง เดิมทีเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของยะไข่ ความเชื่อ ว่า พระพุทธมหามัยมุนี นี้เป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต เพราะด้วยเหตุที่ได้รับประทานพร (บางตำนานก็เล่าว่าได้รับประทานลมหายใจจากพระพุทธเจ้า) จึงมี ประเพณีล้างพระพักตร์ถวาย โดยทุกเช้า เวลาประมาณ 04.00 น. พระมหาเถระและสาธุชนทั่วไปที่ศรัทธาจะมาทำพิธีล้างพระพักตร์ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมทานาคาอย่างดีพร้อมกับใช้แปรงทองแปรงที่พระโอษฐ์เสมือนหนึ่งแปรงพระทนต์ถวายพระพุทธเจ้า ก่อนใช้ผ้าจากศรัทธาสาธุชนถวายมาเช็ดจนแห้งสนิท พร้อมใช้พัดทองโบกถวายเป็นอันดีเสมือนหนึ่งได้อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยังทรงพระชนมชีพอยู่จริงๆ เชื่อกันว่าใครที่ได้เข้าร่วมพิธีก็จะได้มาซึ่งบุญกุศลอย่างยิ่ง อนึ่ง องค์พระมหามัยมุนีมีการปิดทองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเป็นรอยย่นตะปุ่มตะป่ำไปทั้งพระองค์ ซึ่งหากเอานิ้วกดลงไป ก็จะรู้สึกได้ถึงความอ่อนนิ่มของทองคำเปลวที่ปิดทับซ้อนกันนับเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ชั้น ตลอดระยะเวลาเนิ่นนานกว่าศตวรรษ ทำให้พระมหามัยมุนีมีอีกพระนามหนึ่งว่า "พระเนื้อนิ่ม" แต่น่าแปลกที่ว่า แม้จะมีการปิดทองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนองค์พระใหญ่ขึ้นเพียงใดก็ตาม แต่พระพักตร์ขององค์พระมหามัยมุนีก็ยังแลดูใหญ่ตามองค์พระอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่ไม่ได้มีการปิดทองที่องค์พระพักตร์เลยแม้แต่น้อย ในประเทศไทย มีองค์พระจำลองของพระมหามัยมุนี ตั้งอยู่ที่วัดหัวเวียง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และวัดพระธาตุดอยแต ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมืองลำพูน ซึ่งมีขนาดเท่าองค์จริง 5. พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ (Shwemawdaw Paya) เมืองหงสาวดี คนไทยก็คุ้นเคยกับชื่อนี้คือ พระธาตุมุเตา แปลว่า "จมูกร้อน" ทั้งนี้เพราะกล่าวกันว่าพระมหาธาตุองค์นี้สูงมาก จนต้องแหงนหน้ามองต้องกับแสงแดด ทั้งนี้เนื่องจากพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอนั้นเป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่า (พระเจดีย์สูง 114 เมตร สูงกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง 14 เมตร) และเป็นหนึ่งในเจดีย์โบราณที่เก่าแก่มีอายุกว่า 2,600 ปี มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร เป็นพระมหาธาตุเจดีย์สำคัญที่อยู่ในเมืองพะโค (หงสาวดี) เป็นเจดีย์โบราณที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ มีการบูรณะและต่อเติมอีกหลายครั้ง ภายในเจดีย์บรรจุพระเขี้ยวแก้วไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าราชาธิราช และต่อมาในสมัยพระเจ้าธรรมเจดีย์ได้โปรดให้มีการหล่อระฆังจารึกไว้ที่ฐาน เมื่อเรามีโอกาสได้ไปสักการะ เวลาขอพรให้เอามือและหน้าผากไปแตะที่พระธาตุองค์เดิมที่หัก แล้วอธิษฐาน หลายคนมักจะประสบผลสำเร็จ หรือ นมัสการ ยอดเจดีย์หัก ซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก สามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง ในประเทศไทย มีเจดีย์จำลองของพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ ที่วัดชมภูเวก และที่วัดปรมัยยิกาวาส บนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนของชาวไทยเชื้อสายมอญ 6. เทพทันใจ (นัตโบโบยี) - เทพกระซิบ (อะมาดอว์เมี๊ยะ) เจดีย์โบดาทาวน์ เจดีย์โบตาทาวน์ ได้บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป อายุกว่า 2,000 ปี โดยในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ นอกจากนี้ได้จารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า ภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์ วิธีการสักการะ นัตโบโบยี หรือ พระเทพทันใจ เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนา ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบจี 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ตั้งใจไว้ (*โบโบยี เป็นคำกลางเรียก นัตผู้ชายที่เป็นที่เคารพนับถือ คล้ายกับคำว่า เจ้าพ่อ หรือเจ้าปู่ ที่คนไทยใช้เรียกอารักษ์แบบไทยๆ) และข้ามมาอีกฝั่งของถนน เพื่อมา สักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอว์เมี๊ยะ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบต้องเข้าไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ 7. พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ พระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)  เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวกว่า 70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดของประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว โดยเฉพาะรวมไปถึงพระจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริงและเมื่อเดินมายังปลายสุดพระบาทของพระนอนองค์นี้ ตรงที่พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักร ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาทและล้อมด้วย รูปมงคล 108 ประการ 8. เจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) หรือ พระสี่ทิศ เมืองหงสาวดี มีอายุกว่า 500 ปี เป็นวัดที่สร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ไปยัง 4 ทิศ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ มีตำนานเล่าว่า พระราชธิดาทั้งสี่องค์ของกษัตริย์มอญที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและได้สาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องสาวคนสุดท้อง กลับพบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้องพังทลายลงมา จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ตามที่เห็นในปัจจุบัน โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่น ๆ จากนั้นมีบูรณะ วัดนี้เมื่อ พ.ศ.2019 พระเจดีย็นี้มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ อันได้แก่ สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ทางทิศเหนือ พระ พุทธเจ้าโกนาคมโน ทางทิศใต้ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ ทางทิศตะวันออก พระ พุทธเจ้ามหากัสสปะ ในทิศตะวันตก 9. เจดีย์เยเลพญา (Yele Paya) เมืองสิเรียม  หรือคนพม่าเรียก เจ๊าตันเยเลพญา (Kyauktan Yele Paya) เป็นวัดเจดีย์บนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางแม่น้ำย่างกุ้ง สำหรับที่มาของคำว่า เจ้าตันเยเลพญา คือ เจ๊าตันเป็นชื่อเมือง เชื่อกันว่าสร้างโดยคหบดีชาวมอญ เมื่อพันหว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่ยุคสมัยมอญยังรุ่งเรือง ในตอนสร้างได้อธิษฐานไว้ว่าถ้าน้ำท่วมก็อย่าให้ท่วมองค์เจดีย์ ถ้ามีคนมากราบไหว้มากเท่าไหร่ก็อย่าให้ล้นพื้นที่นั้นๆ ตามความเชื่อแล้ว เจดีย์เยเลพญา เป็นเจดีย์ยอดฮิตของพ่อค้าแม่ค้า และนักธุรกิจทั้งหลาย เพราะเชื่อกันนว่าหากใครได้มีโอกาสมาขอพรที่เจดีย์เยเลพญาแล้วจะทำให้การค้ารุ่งเรื่อง อีกทั้งภายในเจดีย์ยังมีพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ใจกลางเจดีย์ ทำจากหินอ่อนปิดทองอร่ามองค์ งดงามเป็นอย่างมาก แต่หนึ่่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่ต้องสักการะให้ได้บนเกาะเจดีย์เยเลพญาเล็กๆ แห่งนี้คือ พระอุปคุต โดยวิหารของพระอุปคุตถูกสร้างยื่นออกมาจากเกาะเล็กน้อย เพื่อให้อยู่ใจกลางน้ำจริงๆ อีกทั้งเป็นพื้นที่สำหรับให้อาหารปลาอีกด้วย ขอบคุณข้อมูล https://th.wikipedia.org, http://www.meetawee.com/, http://www.oceansmile.com/ เรียบเรียง Travel.mthai.com

เมินดราม่า!! รัศมีแข เปิดใจกว่ารักจะมาถึงจุดนี้ได้ เคยซดน้ำยาล้างห้องน้ำประชดรักเฉียดตายมาแล้ว!!
รัศมีแข /  ข่าว รัศมีแข / 

    เรียกได้ว่าสมหวังมากๆ แถมยังปังเวอร์จนสาวแท้สาวเทียมต่างพากันอิจฉาไปตามๆ กัน ที่ล่าสุดนักแสดงผิวสีอารมณ์ดีเวอร์อย่าง รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ได้แลกแหวนแทนใจกับ โจนาส แฟนหนุ่มชาวสวีเดนซึ่งคบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 10 ปี โดยวันนี้ (12พ.ค.60) รัศมีแข ได้เดินทางไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ คุยหมดเปลือก เปิดใจให้สาวๆ หัวใจสั่นระรัวถึงวินาทีที่แฟนฝรั่งคุกเข่าหมั้น มอบแหวนมัดใจเตรียมบินจดทะเบียนสมรสที่ประเทศสวีเดนในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ยันเข้าใจที่สังคมบางส่วนยังไม่เปิดรับ พร้อมกับเปิดใจอดีตเคยประชดรักซดน้ำยาล้างห้องน้ำจนเฉียดตายมาแล้ว!!   "ส่วนตัวคิดว่าสังคมมันเปิดแล้ว แต่ว่ายังเปิดไม่หมด ยังมีคนบางกลุ่มที่ยังรู้สึกว่ายังรับไม่ได้ แต่คนที่รับไม่ได้ส่วนมากไม่ได้ออกมาพูดอะไร ส่วนมากจะมีแต่คอมเม้นท์บ้าๆ บอๆ ที่เช้ามาหยาบ ไม่รู้ว่าอึดอัดหรือไม่มีความสุขหรือเปล่า เราบอกไปแล้วด่าเราได้ แต่อย่าด่าผัวแข ด่าผัวเราปุ๊บ เราเขียนกลับไปเลย คือเข้ามาด่าอีฝรั่งบินมาย.ยักษ์ กับกะเทยที่เมืองไทย เราก็เข้าไปดูหน้าตาว่าเขาเป็นใคร และไปเห็นรูปเขาวิดีโอกับลูกสาว เราเลยแคปรูปนั้นแล้วส่งเข้าไป ดึงสติเขานิดหน่อยว่าอ่อนี่หรือความคิดของคนเป็นพ่อ สักพักหนึ่งเขาก็หายไป เราก็หวังว่าเราดึงสติเขาได้แล้ว ทำอะไรก็ให้มีสติหน่อย หรือว่าบางคอมเม้นท์ก็เขียนด่าหยาบคายเหยียดเพศมากๆ ก็มี"   "ไม่เซ็งหรอก เพราะเชื่อว่าเป็นส่วนที่น้อยมากสำหรับโลกในปัจจุบันนี้ แต่แทนที่จะมานั่งแอนตี้ นั่งด่า จะให้ฆ่ากะเทยไปหมดโลกก็คงทำไม่ได้ ก็ควรจะเตรียมตัวพร้อมรับ แล้วสิ่งที่เราห่วงที่สุดคือเด็กว่าจะเข้าใจยังไง เพราะในส่วนของลูกหลานของเรา เราอธิบายแล้ว เขาเข้าใจว่าเป็นยังไง แต่ลูกหลานคนอื่นเราไม่รู้ ฉะนั้นพ่อแม่ก็เตรียมตัวพร้อมรับกับมันดีกว่าเพื่อที่จะอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าโลกมันมีหลายแบบ"   "แฟนก็เข้าใจ เพราะแฟนบอกว่าถ้าแขยังอยู่สวีเดนยังไม่ได้เข้าทำงานในวงการ ก็อาจจะไม่มีคนสนใจ พอวันนึงเรามาอยู่ตรงนี้เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีคนความคิดแตกต่างมา ฉะนั้นทำอะไรไม่ได้นอกจากปลง เราก็ไม่เครียดอะไรอย่างคอมเม้นท์จากเพศที่ 3 เรื่องเหยียดเพศมากๆ เราก็ส่งรูปที่ดีสุดไปคือรูปที่เราไปช่วยตอนที่คนเป็นลม บอกว่าเราไม่เคยเหยียดเพศนะ เราคิดว่าทุกคนเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน อย่างผู้ชายตีกันเราก็เข้าไปช่วย แต่ฟีคแบคดีๆ ก็เยอะ มีพี่ๆ ในวงการมาแสดงความยินดีด้วย คนก็อิจฉา เราก็จะบอกว่าถ้ามองว่าอิจฉา ก็ให้มองแล้วกันว่ากว่าจะรักกันได้ 10 ปีมันผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าไปดูในรายการที่เราเคยไปออกจะรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย ผ่านอะไรมาเยอะ อันนี้ต้องขอบอกเลยว่าพี่ไม่เคยใช้คำว่าแฟนเก่า เพราะว่าเขาเป็นแฟนคนแรกและคนเดียว ดูสวยอ่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราอายุ 20 ทั้งฟัด ทั้งเหวี่ยง เป็นเรื่องอารมณ์ที่หนึ่งเลยไม่ว่าจะเป็นเขวี้ยงข้าว ของ ถือมีด น้ำยาล้างจานก็กินมาแล้ว"   "ไม่ได้ฆ่าตัวตายหรอก เป็นความคิดของเด็ก เราต้องการประชด แต่เอฟเฟ็คท์ไม่เกิดอะไรมาก มีรถพยาบาลมารับ เขาก็ให้กินขนมปังและทำอะไรอีกเยอะแยะ พอเราคิดได้ก็มานั่งคิดว่ามันไม่คุ้ม สุดท้ายเราก็ได้คำตอบว่าเราต้องการเอาชนะเพื่อให้อีกคนหนึ่งเจ็บ แต่จริงๆ การที่เราทำให้อีกคนเจ็บคือการทำร้ายร่างกายตัวเองอยู่ ตอนนั้นเขาก็ตกใจเหมือนเราว่าต้องขนาดนี้เลยเหรอ เขาก็ร้องไห้ ตอนนั้นเราเลยรู้สึกว่ามันไม่โอเค ครั้งนั้นถือว่าเป็นการทะเลาะกันที่รุนแรงที่สุด มันเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าการที่เรารักใครสักคนหนึ่ง แล้วมาทำให้กันเจ็บปวดมันไม่ใช่ สงสารเขานี่เป็นเหตุผลที่รักเขามาก ต้องขอบคุณความอดทนของเขา ล่าสุดเขาก็บินมาเมืองไทย แต่ด้วยดวงอะไรของเราก็ไม่รู้ก็ทำงานทุกวัน เขาก็มากับเพื่อนเวลาไปทำงานจะได้ไม่เหงา ตอนนั้นเราก็จะตื่นเช้า ลงไปทานอาหาร ตอนบ่ายเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน ทำงานเสร็จก็กลับมา แต่ก็ดีเหมือนกันเราได้เห็นการทำงานของเขา เขาก็น้ำตาคลอซึ้ง ถ้าพูดตรงๆ คงซึ้งว่าทีเมียเป็นดารา (หัวเราะ) นางพราว พนักงานโรงแรมมาขอถ่ายรูปด้วย เขาไม่เคยเห็น ไม่เคยรับรู้ในส่วนนี้ พอเขามาเห็นก็ยืนยิ้ม น้ำตาคลอ เราก็อุ๊ย...สวย (หัวเราะ) เขาก็บอกว่าภูมิใจในตัวเองและเห็นว่าความคิดเราเปลี่ยนไป อยู่ดีๆ วันนึงคนเจ้าอารมณ์คนนึงได้มาทำงานในจุดนี้ที่มีความรับผิดชอบสูงมากและบางวันทำงาน 2-3 งานต้องมีความอดทน เขาจะเห็นความอดทนของเราและความรับผิดชอบของเราเขาก็แฮปปี้" ขอบคุณภาพเพิ่มเติมจาก IG rusameekae อ่านข่าว เขินแรง!! รัศมีแข แลกแหวนกับแฟนหนุ่มชาวสวีเดนแล้ว     รัศมีแข รัศมีแข ัรัศมีแข   รัศมีแข รัศมีแข โจนาส แฟนชาวสวีเดน   รัศมีแข โจนาส แฟนชาวสวีเดน  

หยุดตรงนี้ที่เธอ! คาดการณ์! ปั๋ง ประกาศิต เตรียมสละโสด
ข่าว ปั๋ง ประกาศิต /  แหวนแหวน ปวริศา

  ดูท่าทางวงการบันเทิงจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์อีกแล้ว เพราะคาสโนว่าตัวพ่อเบอร์แรงอย่าง ปั๋ง ประกาศิต ในวัย 48 ปี อาจจะเตรียมตัวถอดเขี้ยวถอดเล็บ พร้อมหยุดหัวใจให้กับสาวสวยนามว่า แอ๊น อดีตผู้จัดการส่วนตัวของพิธีกรสาว แหวนแหวน ปวริศา งานนี้บอกเลยว่าไม่มีอะไรเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย เพราะในไอจีส่วนตัวของหนุ่มปั๋ง ก็ไม่เคยลงรูปคู่กับสาวแอ๊น ส่วนสาวแอ๊นเวลาที่ลงรูปคู่กับหนุ่มปั๋งในไอจีส่วนตัว ก็จะปกปิดหน้าตาของหนุ่มปั๋งด้วยการใช้แอพสติ๊กเกอร์   แต่ล่าสุดในวันเกิดของสาวแอ๊น (9 มกราคม 2560) ก็ทำเอาหลายๆ คนถึงกับฮือฮา เพราะทั้งคู่ยอมที่จะเปิดเผยความสัมพันธ์ในครั้งนี้ โดยมีเพื่อนๆ คนสนิท พร้อมใจกันอัพรูปคู่ของทั้งคู่ ในอิริยาบถที่หนุ่มปั๋ง กำลังคุกเข่ามอบช่อดอกไม้ เหมือนกับเป็นการขอแต่งงาน ซึ่งเพื่อนหลายๆ คน ต่างก็ขึ้นแคปชั่นแสดงความยินดีกับทั้งคู่ คล้ายกับว่ากำลังจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ หรือเปล่านะ??? ภาพจากอินสตาแกรม @ant_buasrifah @kob_piyachat @whanpavarisa @bee_nicha

นิว นภัสสร /  เป๊ก เปรมณัช

   ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดกันดังลั่นสนั่นฮอล์กันเลยทีเดียว สำหรับการขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ กลางคอนเสิร์ต The Battle of BFF Concert ที่หนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ได้มอบช่อดอกไม้ให้นักร้องสาว นิว นภัสสร แต่ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากร้องเพลง เคียงดาว ที่เป๊กเคยแต่งให้กับสาวนิวแล้ว จบเพลงหนุ่มเป๊กก็ได้ คุกเข่า ขอนิวแต่งงาน งานนี้ถ้าแฟนคลับมีหมอนก็คงจิกกันกระจุยกระจาย แถมยังต้องซาบซึ้งน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว    ทั้งนี้ เพลงเคียงดาว คือเพลงที่หนุ่มเป๊กบอกว่า ตนและนิวได้เจอกันที่เชียงดาว และนิวเองก็เป็นเดอะสตาร์ด้วย เลยตั้งชื่อเพลงว่า เคียงดาว ซึ่งตอนนี้ก็ได้อยู่เคียงดาวมา 6 ปีแล้ว เนื้อหาของเพลง และเสียงร้องของหนุ่มเป๊ก จะเพราะแค่ไหน ลองไปฟังกัน ขอบคุณรูปภาพจาก nj_moment, qppookiee, brandnew_nj

ป๊อก โฆษวิส ดีใจมาก!! แฟนสาวเซย์เยส หลังคุกเข่าขอแต่งงาน
ป๊อก โฆษวิส

    นักแสดงหนุ่ม ป๊อก โฆษวิส คุกเข่าขอ น้องเบล แฟนสาวนอกวงการ วัย 28 ปี แต่งงานเรียบร้อยแล้วจ้า โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงไอจีด้วยความดีใจว่า “เขิลแรงจิงๆ เค้าตกลงแล้ว!!!!!!!!!!!!!” จากที่ก่อนหน้าฝ่ายชายเคยออกมาเผยว่ามีแพลนจะสละโสดในช่วงเดือน ธ.ค.ปีนี้ กับธีมในสวน โดยจะจัดขึ้นย่านพระราม 5 สำหรับคู่นี้ดูใจกันมาราธอนถึง 8 ปีด้วยกัน ยังไงทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมา ณ โอกาสนี้ด้วยจ้ะขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @kosawis ป๊อก โฆษวิส - แฟนสาว   ป๊อก โฆษวิส - แฟนสาว   ป๊อก โฆษวิส - แฟนสาว   ป๊อก โฆษวิส - แฟนสาว  

เงินน้องก็เอาหรอ?? เมย์ มีแววสละโสดก่อน เตรียมเสียเงินแสน ให้ อั้ม-หนิง!!
เมย์-เจ /  ข่าว เมย์ พิชญ์นาฏ / 

  อ๊ะๆๆๆ คาดว่างานนี้นางร้ายชื่อดังอย่าง เมย์ พิชญ์นาฎ จะต้องเตรียมจ่ายเงิน 100,000 บาทให้กับพี่สาวสุดเลิฟอย่าง หนิง ปณิตา และ อั้ม พัชราภา แล้วล่ะสิ....เพราะล่าสุดหนิงเล่นแซวสาวเมย์ พิชญ์ โพสต์คลิปที่หนุ่ม เจ ชนาธิป นักฟุตบอลทีมชาติไทยคุกเข่าขอหมั้นคุณเธอ พร้อมแคปชั่นเด็ดๆ ว่า "เป็นคลิปที่ต้องดู เห็นปะกล่องแดง วี๊ดวิ้ว .... @jaychanathip รีบมาไถ่ด้วยนะคะ ยินดีด้วย @maypitchy #มีแฟนแล้วรักแฟนมาก#มีแฟนแล้วแฟนจองแล้ว ( ถ้าไม่มาไถ่ไป โดนหลายลูกแน่) #ว่าแต่มีคนขอแล้วก้อจ่ายมาซะดีๆที่พนันกันไว้ #เคยตกลงว่า#ถ้าไม่มีใคร#พี่ดูแลเอง#แต่มีใคร#จ่ายมา50,000#อ้อ#ของพี่อั้มด้วยนะ @aum_patchrapa"   เพราะก่อนหน้านี้สาวเมย์เคยให้สัมภาษณ์ถึงสาวโสดในแก๊งของ She ว่าสองคนที่ยังไม่ได้แต่งงานคือสาวอั้มและตน ซึ่งถ้าสองคนนี้ใครที่ได้แต่งงานก่อน จะต้องเสียเงินให้อีกฝ่ายจำนวน 1 แสนบาท และสาวเมย์ก็มั่นอกมั่นใจว่าจะได้เงินตรงนี้จากสาวอั้ม แต่แล้วเกมส์ก็พลิก กลับกลายเป็นสาวเมย์ที่ได้สวมแหวนหมั้นซะก่อน งานนี้สาวอั้มก็ไม่รอช้ารีบมาคอมเม้นต์ในคลิปของสาวหนิงทันทีว่า "@ningpanita เราจะเอาเงินไปซื้อไรดีอ่ะ เงินน้องคงช๊อปมันส์" และสาวเมย์ก็ตามมาคอมเม้นต์อีกว่า "@ningpanita @aum_patchrapa เงินน้องก็เอาหรอ" เอ้าาา งานนี้สาวเมย์จะจ่ายตามที่เดิมพันกันไว้หรือไม่ต้องติดตาม ขอบคุณรูปภาพจากไอจี: @ningpanita เมย์ - เจ

10 ภาพสวีท อุ้ม - บอล หวานกว่านี้ก็พรีเวดดิ้ง!!
ข่าว อุ้ม ลักขณา /  อุ้ม ลักขณา บอล / 

หวานกว่านี้มีอีกมั้ย??? เรียกว่าตั้งแต่คุกเข่าขอเป็นแฟน! กันอย่างเป็นทางการ ก็สวีทกันหนักมว๊ากกกกก สำหรับคู่ของดาราสาวเซ็กซี่ อุ้ม ลักขณา กับแฟนหนุ่มเจ้าของโรงแรมดังอย่าง บอล กฤษณะ พูดเลยห่างกันแว้บเดียวก็คิดถึงกันซะละ หากใครได้ไปส่องในไอจีของทั้งคู่แนะนำว่าระวังจะเป็นโรคเบาหวาน อิอิ เอาเป็นว่าไปชม 10 ภาพสวีทสุดติ่งของทั้งคู่กันเลยดีกว่า คือถ้าจะหวานกว่านี้ก็คงจะต้องเป็นภาพพรีเวดดิ้งแล้วล่ะ... ขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @aummy, @kritsana.ball อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล อุ้ม ลักขณา - บอล

เก็บตก!! งานแต่ง แมน-เกล เรียบง่ายอบอุ่นมาก!!
แมน การิน /  เกล เวธกา / 

เป็นอีกหนึ่งคู่รักมาราธอนของวงการบันเทิงที่ปลูกต้นรักมายาวนานถึง 10 ปี สำหรับคู่ของนักแสดงหนุ่ม แมน การิน และ สาวเกล เวธกา หลังฝ่ายชายคุกเข่าขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่ทะเลมัลดีฟส์เมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดทั้งคู่ถือฤกษ์ดีเช้าวานนี้ 27 มี.ค. ที่ฝ่ายชายเป็นคนเคาะเอง จูงมือกันเข้าพิธีมงคลสมรสแบบเรียบง่าย ณ เรือนหอมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ย่านราชพฤกษ์ โดยมีพิธีทำบุญตักบาตร ขอพรผู้ใหญ่ ตัดเค้ก และปาร์ตี้เล็กๆ กับครอบครัวและเพื่อนสนิท ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าว-สาวด้วยนะคะ ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก IG #galemanforever และ #galemanwedding งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล

รีวิวภาพยนตร์ Batman v Superman: Dawn of Justice สู่แสงอรุณวันใหม่แห่งความยุติธรรม
Batman v Superman: Dawn of Justice /  Ben Affleck / 

ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฝั่ง DC Comics เรื่อง The Dark Knight ไตรภาค กำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) และ Man of Steel กำกับโดย แซค สไนเดอร์ (Zack Snyder) ก็ได้สร้างปรากฏการณ์หนังซูเปอร์ฮีโร่แนวใหม่ที่ไม่ใช่สู้เหล่าร้ายแล้วจากไป แต่เล่าเรื่องในสไตล์ที่ใส่ความเป็นดราม่า เรื่องราวที่ท้าทายความคิด สร้างมิติด้วยการตั้งคำถามในมุมมองของผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีต่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องล่าสุดอย่าง Batman v Superman: Dawn of Justice ก็น่าจะสร้างความน่าเกรงขามและดราม่ายกกำลังสองให้กับสองซูเปอร์ฮีโร่คู่นี้ได้เป็นอย่างดี การเผชิญหน้าของทั้งคู่ในครั้งนี้ ผมก็คงไม่อาจปฏิเสธการไปชมมวยคู่เอกแห่งปีอย่างแน่นอน Batman v Superman: Dawn of Justice ว่าด้วยเรื่องราวหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นายพลซ็อดที่บุกเข้ามาถล่มโลก ในตอนนั้นซูเปอร์แมนทำทุกอย่างเพื่อจัดการศัตรูและปกป้องโลกที่เขาอาศัยอยู่ไปพร้อมกัน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ประชาชนล้มตาย ตึกรามบ้านช่องเสียหาย ผู้คนจึงตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของซูเปอร์แมนคือสิ่งที่ดีกับทุกคนหรือไม่ เขาคือพระเจ้าหรือซาตานที่มาจากฟากฟ้ากันแน่ ขณะเดียวกันบรูซ เวย์น คือหนึ่งในผู้เสียหายจากการต่อสู้ในครั้งนั้น และด้วยกุลอุบายชั่วร้ายของ เล็กซ์ ลูเธอร์ ที่ใส่ไฟยั่วยุให้แบทแมนโกรธเคืองจนถึงขั้นต้องประมือกันในที่สุด พร้อมกับการกำเนิดของปีศาจร้ายสุดแข็งแกร่งที่ปรากฏตัวขึ้นกลางใจเมือง สไตล์การเล่าเรื่องนั้น ตัวภาพยนตร์จะปูเรื่องด้วยการเล่าย้อนกลับไปช่วงปลายของภาพยนตร์เรื่อง Man of Steel ในช่วงที่ซูเปอร์แมนกำลังต่อสู้กับนายพลซ็อดอยู่นั้น ในเวลาเดียวกัน "บรูซ เวย์น" ก็อยู่ที่เมืองเมโทรโปลิสด้วย และได้เห็นเหตุการณ์ความเสียหายทุกอย่างเหมือนกับที่ชาวเมโทรโปลิสทุกคนได้เห็น ภาพยนตร์เดินเข้าเรื่องหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 18 เดือน และใส่ความดราม่าอย่างเต็มที่ โดยเล่าเรื่องในแบบฉบับของแซค สไนเดอร์ ซึ่งคล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง Man of Steel หลายครั้งที่ภาพยนตร์ตัดสลับฉากไปมา แต่ก็สามารถนำมาปะติดปะต่อให้เข้าใจได้ นักแสดงหลักอย่าง เบน แอฟเฟล็กซ์ (Ben Affleck) และ เฮนรี คาวิลล์ (Henry Cavill) ทั้งคู่ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีในการรับบทเป็นสองซูเปอร์ฮีโร่ ยิ่งดูไปเรื่อย ๆ ยิ่งรู้สึกถึงความเป็นบรูซ เวย์น ซึ่งเข้ากับช่วงอายุของเบนมากทีเดียว ขณะที่ตัวร้ายใหม่อย่างเล็กซ์ ลูเธอร์ ที่รับบทโดย เจสซี ไอเซนเบิร์ก (Jesse Eisenberg) ด้วยความที่พูดมากเป็นทุนเดิม บวกกับคาแรคเตอร์ตัวร้ายที่ดูเกิน ๆ ไปบ้างก็ทำให้เข้ากันได้เป็นอย่างดี จนอาจจะสร้างความน่ารำคาญได้ในระดับหนึ่ง และปิดท้ายกับสาวมั่นที่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกของ กัล กาด็อต (Gal Gadot) หญิงสาวซูเปอร์ฮีโร่คนล่าสุดวันเดอร์วูแมน การแสดงของเธอในเรื่องนี้ก็ฉายแววความเป็นวันเดอร์วูแมนออกมาอย่างชัดเจน เรียกว่าผู้หญิงคนนี้เหมาะที่จะรับบทเป็นวันเดอร์วูแมนในภาคต่อไป ถึงวันนี้เสียงวิจารณ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าแนวโน้มจะไปในทางที่ไม่ชอบหรือรู้สึกผิดหวัง ในขณะที่บางส่วนรู้สึกกลาง ๆ ไม่ได้เลวร้าย แต่ก็ไม่ได้ชอบไปเสียทีเดียว ส่วนตัวผมจะเอนไปทางผิดหวังเล็กน้อย คือไม่สมกับการรอคอยสักเท่าไรนัก ผมคาดหวังที่จะเห็นการต่อสู้อันดุเดือดและเร่าร้อนระหว่างบุตรแห่งคริปตันและค้างคาวแห่งกอตแธม แต่การปูเรื่องที่ค่อนข้างนานบวกกับประเด็นดราม่าหนัก ๆ ที่พยายามจะใส่ลงไปเหมือนภาคแยกอย่าง The Dark Knight ไตรภาค และ Man of Steel ทำให้ตัวภาพยนตร์ถูกลดทอนความน่าสนใจลงไป เมื่อต้องการเน้นไปที่การต่อสู้แล้ว ความเป็นดราม่าจึงไม่จำเป็นต้องใส่เต็มเหมือนในภาคแยก ฉากไฮไลต์สำคัญของสองซูเปอร์ฮีโร่ที่ต่อสู้กันก็ไม่ชวนให้น่าตื่นเต้นเท่าที่ควร กลับกลายเป็นว่าไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การต่อสู้ตอนท้ายเรื่องมากกว่า เมื่อมีซูเปอร์ฮีโร่คนที่สามปรากฏตัวขึ้นมา แม้จะไม่ได้มีบทบาทเด่นมากมายนัก แต่ก็สร้างความอยากรู้อยากเห็นได้เป็นอย่างดีว่า สาวมั่นผู้นี้เธอจะใช้พลังอะไรในการต่อสู้บ้าง ขณะที่แบทแมนดูจะเสียเปรียบกว่าอีกสองคนที่มีพลังพิเศษในขณะที่ตนเองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา (ที่มีกำลังทรัพย์) เท่านั้น หนึ่งฉากสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้สำหรับผมแล้วเป็นฉากก่อนที่ซูเปอร์แมนจะไปต่อสู้กับแบทแมน ซึ่งเป็นฉากที่บอกเหตุและผลว่าทำไมการต่อสู้ระหว่างสองซูเปอร์ฮีโร่คู่นี้จะต้องเกิดขึ้น และความเป็นเหตุเป็นผลนี้เองที่ทำให้เทพเจ้าผู้มีอิสระบนฟากฟ้าจำต้องคุกเข่าและทำตามแผนการชั่วร้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกได้ว่าตัวร้ายรายล่าสุดนี้สามารถหาจุดอ่อนสำคัญของซูเปอร์แมนได้โดยไม่ต้องใช้คริปโตไนท์เลยทีเดียว โดยส่วนตัวแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ผมมองว่าเป็น Man of Steel ภาคใหม่ ด้วยเหตุผลที่ว่าแม้ตัวภาพยนตร์จะพยายามเล่าเรื่องจากซูเปอร์ฮีโร่ทั้งสองคนอย่างเท่า ๆ กัน แต่ดูเหมือนน้ำหนักจะเทไปทางฝั่งซูเปอร์แมนมากกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากภาคที่แล้ว การตั้งคำถามปมประเด็นดราม่าถึงการมีอยู่ของซูเปอร์แมน เหตุผลที่ซูเปอร์แมนจะต้องต่อสู้กับแบทแมน และการต่อสู้กับปีศาจที่เกิดขึ้นจากร่างของนายพลซ็อดในช่วงท้ายเรื่อง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ดูจะเป็นเรื่องของซูเปอร์แมนมากกว่า ทำให้แบทแมนและวันเดอร์วูแมนกลายเป็นตัวประกอบของเรื่องไปเลย เรารู้จักบุตรแห่งดาวคริปตันมาหลายปี ทุกครั้งที่เห็นผู้ชายคนนี้คือการออกไปช่วยเหลือผู้คน เรามิอาจปฏิเสธได้ถึงผลกระทบที่ตามมาในหลายครั้ง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนำไปสู่คำถามที่ยากจะตอบถึงการมีอยู่ของเขาคือสิ่งที่ดีกับทุกคนหรือไม่ แต่การมีอยู่ของซูเปอร์แมนดูจะไม่สำคัญเท่ากับจิตวิญญาณของเขาที่อยู่ในตัวเราทุกคน ความดีงามของเขาได้ฝังรากลึกและเติบโตอยู่ในใจมาโดยตลอด เราไม่จำเป็นต้องบินได้ เราไม่จำเป็นต้องมีพละกำลังมากมาย แต่เราสามารถช่วยเหลือคนอื่นและปกป้องคนอื่นได้ เราจะกลายเป็นซูเปอร์แมนที่แข็งแกร่งในแบบฉบับที่ตัวเราเป็น คะแนน 3.5/5 ให้กับฉากแอคชั่นของซูเปอร์แมนและการปรากฏตัว(ที่ไม่เซอร์ไพรส์)ของวันเดอร์วูแมน บทความโดย ธ.เชิดวรพงศ์ ทุกครั้งที่ดูภาพยนตร์เสมือนการสนทนากับตัวเอง ภาพยนตร์เรื่องนี้สนทนากับคุณอย่างไร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างครับ

เมื่ออายุไม่ใช่ปัญหา ม.ล.นันทิกา วรวรรณ เจ้าสาว 50+
50+ /  ความรัก / 

เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีงานแต่งงานเล็กๆน่ารักที่แสนอบอุ่นและสร้างความประทับใจให้กับแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญไปร่วมงานอย่างมากจนนำมาเล่าขานกันปากต่อปาก นั่นก็คือเรื่องราวที่คู่บ่าวสาวแต่งงานกันขณะอายุ 50++ หลังจากครองรักกันมายาวนานกว่า 19 ปี งานนี้ทำให้บรรดาสาวใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานแอบมีความหวังเล็กๆว่าจะโชคดีบ้าง โดยเจ้าสาวคนสวยผู้โชคดีคนนี้ก็คือ คุณอ้อย-ม.ล.นันทิกา วรวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส วัย 58 ปี ซึ่งเข้าพิธีแต่งงานกับ มร.เจฟ คุก หนุ่มอเมริกันวัย 57 MD ของบริษัท Wine Management of Asia ผู้มีความหล่อเหลาระดับนายแบบ หลายคนคงอยากรู้ว่าตำนานรักของคนทั้งคู่เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมต้องใช้เวลานานถึง 19 ปีกว่าจะแต่งงานกัน  “ตอนนั้นอ้อยแต่งงานมาแล้ว 13 ปี เพิ่งเลิกกับสามีได้ไม่กี่เดือนจิตใจไม่ค่อยดี เพื่อนๆก็เลยพาไปมัลดีฟส์ ขากลับเราก็เหนื่อยๆ ก็เข้าไปนั่งรอที่ร้านอาหารในแอร์พอร์ต ไปกับพี่ตั้ม-เปรมศิริ เบรดี้ พี่ตั้มบอกว่ามีผู้ชายคนนึงล้อ-หล่อมองอ้อยอยู่ เราก็หันไปดูเขา เออ ก็หล่อดี ก็นั่งคุยกันไม่ได้คิดอะไร ...อ้อยก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเข้าไปคุยกับเขายังไงนะ เพราะเราไม่ได้เข้าไปแล้วคุณเจฟก็ไม่มาหาด้วย เขารู้ว่าเป็นกรุ๊ปคนไทยแน่ เขาอยากจะเจอเรา แต่รู้สึกว่าเสียมารยาทที่จะเข้ามาแนะนำตัวเอง ก็เหมือนกับโป๊ะเชะ พอเพื่อนคนนี้เข้าไปคุยด้วยเขาถึงมาที่โต๊ะ เขาก็แนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยว่าเขาชื่อเจฟ อยู่เมืองไทย แล้วเขาก็ขอนามบัตรจากทุกคน อ้อยก็ให้นามบัตรไป วันนึงตื่นมาเจ็ดโมงเช้าเพราะได้ยินเสียงแฟ็กซ์ เป็นแฟ็กซ์จากเจฟเชิญอ้อยไป Wine Testing ที่ไวน์บริดจ์ ซอยหลังสวน เพราะตอนนั้นเขาทำงานให้โรเบิร์ต มันดาวี ...คืนวันงาน พออ้อยเดินเข้าไป เขาก็เดินมารับเราแล้วไปนั่งที่โซฟาเพราะมากันเยอะแล้ว เขาก็มองเราตลอดเวลา ตาเขาก็สวยมาก เราก็เขินมาก ไม่เคยมีผู้ชายมองเราขนาดนั้น ก็พูดกับเขาว่าอย่าจ้องได้มั้ยเราเขิน ตอนนั้นก็เริ่มรู้แล้วว่าเขาคงชอบเรา ...คืนนั้นก็ไปต่อกันที่สปัสโซ่ อ้อยบอกเจฟว่ายูนั่งรถไปกับเพื่อนอ้อยนะ แล้วเราไปเจอกัน เขาก็เดินลงไป กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถน้องคนที่ชอบเขาแล้ว เขาเห็นอ้อยเดินไปขึ้นรถอ้อยคนเดียว เขาก็ปิดประตูปั้ง ไปขึ้นรถอ้อย อ้อยถามว่ายูทำอะไรน่ะ มันเสียมารยาทมากนะ เขาบอกว่าก็ฉันชอบยูน่ะ ฉันไม่ชอบเขาน่ะ ...วันรุ่งขึ้นเจฟก็ชวนไปเดทกันสองคน อ้อยบอกว่าได้ แต่ฉันต้องไปกับลูกชายนะ ตอนนั้นลูกชายประมาณสัก 9 ขวบก็ไปบรันช์กันที่โรงแรมสุโขทัย นั่งคุยกันจนลูกง่วงนอน (หัวเราะ) ก็นอนอยู่ตรงโซฟา เราก็นั่งคุยกันจนถึงเย็น ถูกคอกันมาก ...หลังจากนั้นปีนึงก็ไปเยี่ยมบ้านเขาที่อเมริกา บ้านเขาเป็นบ้านไร่ที่เท็กซัส อ้อยไปคริสต์มาสที่นั่น ก็เห็นความน่ารักของแฟมิลี่เขา แฟมิลี่เขาอบอุ่นมาก พ่อแม่เขาตอนนี้อายุ 80 กว่าแล้วก็เห็นว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ เขาไม่ได้เห็นว่าเรามีฐานะหรือเป็นเจ้า ...เราไม่เคยพูดถึงเรื่องการแต่งงาน เพราะเราต่างเคยแต่งกันมาก่อนแล้ว ก็เลยไม่ได้คิดว่าจะต้องแต่งมั้ย เพราะจริงๆมันเป็นแค่กระดาษแผ่นนึงสำหรับความคิดของเรา" หลังจากย้ายมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวได้ 5 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณเจฟก็วางแผนลับขอคุณอ้อยแต่งงานที่ญี่ปุ่นเพราะเธอเกิดที่นั่น ...เขาบอกว่าพ่อแม่เขาก็อยากจะให้เกียรติเรา ไม่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสนะคะ เพียงแต่ให้ทุกคนรู้ว่าเขารักเราแค่ไหน ให้สังคมเห็นชัดเจนว่าเรารักกัน ...ตอนเขาขอแต่งงาน เขาก็หาสถานที่เยอะแยะไปหมด ในที่สุดก็เลือกร้านโนบุที่ญี่ปุ่น พอไปที่ร้านก็มีพนักงานมาถามว่าคุณเจฟ คุณสั่งไวน์พิเศษไว้ใช่ไหม สักครู่เขาก็เอา Mondavi มาเปิด เขาถามว่ายูจำได้มั้ยว่านี่เป็นไวน์ในปีที่เราเจอกันที่ภูเก็ตที่อ้อยยอมรับเขาเป็นแฟน "ปีอะไรนะ" คุณอ้อยหันมาถามคุณเจฟ “ปี 1997” คุณเจฟตอบ  เขาจำได้หมด อ้อยขี้ลืม (หัวเราะ) แล้วอยู่ดีๆเขาก็เอากล่องออกมาวางแล้วคุกเข่า แล้วเขาก็เปิดกล่องแหวน ถามว่า "จะให้เกียรติแต่งงานกับผมได้มั้ย" แล้วเขาก็สวมแหวนให้ “ในงานแต่งงาน แอนนาช่วยจัดงานให้ แล้วหมู ASAVA ก็ตัดชุดให้เป็นของขวัญ ลูกน้ำก็มาแต่งหน้าให้เป็นของขวัญ ทุกคนให้ของขวัญอ้อยเยอะมากจนอ้อยดีใจว่า เราเป็นที่รักของคน แล้วทุกคนที่อ้อยเชิญก็มากัน อ้อยรู้สึกว่าในโลกนี้คนที่รักเราจริงๆมางานเรา อ้อยเชิญแขกแค่ 70 คนที่สนิทๆกัน เพราะเราต้องการความอบอุ่น ทุกคนก็แต่งชุดเก๋หมดมาปาร์ตี้" ...ที่ประทับใจมากคือตอน Ceremony ลูกอ้อยน้ำตาไหล ลูกเข้ามากอดบอกแม่ ลูกดีใจมากเลยนะที่แม่ได้แต่งงาน ได้เป็นครอบครัวกันจริงๆ ทำให้อ้อยน้ำตาไหล ...แล้วตอนที่เจฟพูดกล่าวคำปฏิญาณ เขาเล่าว่าเมื่อ 19 ปีที่แล้วเขาเจออ้อยยังไง เขาบอกพอเห็นอ้อยเดินเข้ามา เขารู้สึกว่าคนนี้ล่ะที่เขาอยากจะใช้ชีวิตด้วย เขาอยากรู้จักอ้อยมากแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ไม่รู้ว่าบุพเพฯจะพาให้เขามา เขาไม่นึกว่าจะเจอเนื้อคู่ที่แอร์พอร์ตเหมือนกัน ...สิ่งที่ทำให้ทุกคนประทับใจก็คือเขาดึงนามบัตรอ้อยออกมา ซึ่งด้วยความที่เขามีหลายนามบัตร เขาก็เลยทำเครื่องหมายกากบาท 2 อันแล้วเขียนว่า Pretty ให้รู้ว่าเป็นอ้อย แล้วเขายังเก็บไว้จนทุกวันนี้ เขาบอกว่าเขาทำของหายบ่อยมาก แต่นามบัตรอ้อยเป็นสิ่งที่เขาเก็บไว้ตลอด 19 ปีไม่เคยหาย ...หลังจากนั้นอ้อยก็พูดให้เขา พูดสั้นๆ อ้อยบอกว่าตั้งแต่เจอยูมา 19 ปี ยูไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เช้าจดเย็นยูไม่เคยเปลี่ยน ทุกเช้าก่อนไปทำงานก็ต้องมาหอมแก้มอ้อยทุกเช้า ก่อนนอนก็หอมแก้ม วันไหนที่เขาเดินทาง อ้อยก็ต้องเลื่อนตัวเองมานอนตรงกลางเพราะไม่อยากจะขาดใครข้างๆ แต่เขาจะต้องโทฯมาหรือทิ้งข้อความไว้ถ้าเขาไม่ว่าง แล้วเขาจะคอยดูแลตอนอ้อยไม่สบาย มีช่วงนึงอ้อยไม่สบายหนักเลย เขาดูแลอ้อยดีมาก ทุกครั้งที่ไปหาหมอเขาก็ไปกับอ้อย ไม่เคยทิ้งอ้อย "ผู้ใหญ่บางคนถามว่าเราต้องการอะไรหรือ ถึงได้ลุกขึ้นมาแต่งงานตอนนี้ เราก็บอกเพราะเราอยากให้ทุกคนรู้ไงว่าอายุไม่ใช่ปัญหา ความรักคือสิ่งที่บ่งบอกว่านี่คือปฏิญาณแห่งความรัก นี่คือการที่ให้ทุกคนรู้ว่า 19 ปีที่ผ่านมา เราก็ยังเป็นของกันและกัน และจะเป็นตลอดไป คือคำปฏิญาณ ที่เราให้ซึ่งกันและกัน ฉะนั้นทุกคนจะงงมากว่าไม่มีใครจัดงานแต่งงานกันตอนอายุ 60 เป็นงานที่ทุกคนพูดถึงเยอะเพราะทุกคนที่มางานตื้นตันกันไปหมด" คุณเจฟ ได้กล่าวทิ้งทายไว้อย่างโรแมนติกว่า "สำหรับผม งานแต่งงานของเราเพอร์เฟ็คท์มาก เหมือนความฝัน เหมือนเทพนิยาย คนชอบคิดว่าอยู่กันมา 19 ปีทำไมเพิ่งแต่งงานกัน ผมว่าการแต่งงานมันทำให้ชีวิต Complete มันมีความหมาย มันเหมือนการเติมเต็มวงกลมให้สมบูรณ์" สำหรับรักแท้ ความรักไม่มีอายุและกาลเวลา เพราะในแต่ละวันที่ล่วงไปกลับทำให้หัวใจสองดวงรักและผูกพันกันมากขึ้นๆ

สงกรานต์ประเพณีไทยดังไกลทั่วโลก
ต่างประเทศ /  ประเทศกัมพูชา / 

สงกรานต์ ประเพณีไทยที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ซึ่งในวันสงกรานต์จะมีวัฒนธรรมคลายร้อนที่คนไทยคุ้นเคยกันดีก็คือ การเล่นน้ำ แต่ก็ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่มีวันสงกรานต์ ในต่างแดนก็มีการละเล่นแบบนี้เช่นกัน และไม่ใช่การเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว ในบางประเทศก็ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่อีกด้วยค่ะ ตะจาน ประเทศพม่า ตะจาน เป็นคำภาษาบาลีที่แปลว่า "สงกรานต์" ซึ่งเป็นเทศกาลที่สืบทอดต่อกันมามากกว่า 3,000 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งยังคล้ายกับไทยตรงที่ว่าถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ เพราะฉะนั้นวันขึ้นปีใหม่ของพม่าจะอยู่ในเดือนเมษายน ช่วงระยะเวลาจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน และเป็นวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 17 เมษายนนั่นเองค่ะ เทศกาลตะจานนี้ หลักๆ ก็จะมีการเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน และมีการทำบุญต่างๆ เช่น ตักบาตร ปฏิบัติธรรมถือศีล ปล่อยสัตว์ต่างๆ และมีการกลับบ้านเกิดเพื่อไหว้ญาติผู้ใหญ่เช่นเดียวกันกับประเทศไทยเลยค่ะ โจลชนัมขเมย ประเทศกัมพูชา นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวเขมรเช่นกันค่ะ โดยส่วนมากจะไม่เกินวันที่ 13 หรือ 14 เมษายนและลากยาวต่อไปอีก 3 วัน ซึ่งช่วงนั้นตรงกับการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวพอดีค่ะ 1 ใน 3 วันที่เฉลิมฉลองก็จะมีวันมหาสงกรานต์ ซึ่งในภาษาเขมรนั้นคำว่าสงกรานต์มีต้นกำเนิดจากภาษาสันสกฤตที่อ่านว่า สากรานติ เป็นวันแรกของการเฉลิมฉลองปีใหม่เขมร ผู้คนมากมายจะแต่งตัวและจุดเทียนจุดธูปถวายพระ ผู้คนในครอบครัวจะมีการคำนับ คุกเข่า และ กราบ สามครั้งต่อหน้ารูปของพระพุทธรูปเพื่อเป็นการขอบคุณคำสอนของพระองค์ และยังมีความเชื่ออีกว่าถ้าหากนำน้ำมนต์มาล้างหน้าในช่วงเช้า ล้างหน้าอกและตัวช่วงบ่าย และล้างเท้าในช่วงก่อนนอน จะทำให้โชคดีค่ะ สงกรานต์หลวงพระบาง ประเทศลาว เรียกได้ว่าเป็นสงกรานต์ที่คล้ายคลึงเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยที่สุดค่ะ โดยวันสงกรานต์ของประเทศลาวจะเรียกตรงตัวเลยว่า สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ เริ่มฉลองตั้งแต่วันที่ 14-16 เมษายนในทุกๆปี เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลาวเพราะจะมีคนลาวในต่างแดน เช่น อเมริกา แคนาดา หรือฝรั่งเศส ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลนี้กันข้ามประเทศเลยทีเดียวค่ะ เดิมทีน้ำเป็นสิ่งสำคัญในวันสงกรานต์ของลาว ในการชำระล้างบ้าน รดน้ำพระพุทธรูป และเอาไว้ละเล่นกับเพื่อนฝูง เด็กๆก็จะประพรมน้ำให้กับญาติผู้ใหญ่และพระเพื่อขอพรให้ชีวิตยืนยาว ในสมัยก่อนนั้นน้ำที่ใช้ประพรมเล่นกันจะเป็นน้ำใส่น้ำอบและลอยด้วยดอกไม้ ให้กลิ่นหอม แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนไปเป็นโฟม หรือแม้กระทั่งผงแป้งมาผสมน้ำเพื่อละเล่นกันค่ะ ยูนาน จีน ในเมืองยูนานประเทศจีน มีเทศกาลเล่นน้ำที่ฉลองโดยชาวไท (Dai) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 55 ชนเผ่าน้อยในประเทศจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนและกินเวลายาวต่อเนื่องไป 3-7 วัน ในวันแรกจะมีประเพณีการแข่งเรือที่ชื่อว่า Dragon Boats และการจุดพลุโดยถือว่าเป็นความเชื่อว่าจะโชคดีตลอดทั้งปี วันที่สองชาวไทจะมารวมตัวกันเพื่อเต้นรำและประพรมน้ำให้กันและกันเพราะเชื่อว่าการนำน้ำมาประพรมจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งไม่ดีออกไปได้ และวันสุดท้ายของเทศกาล คนรุ่นใหม่จะพบปะเพื่อแลกของขวัญและออกไปเที่ยวกัน เทศกาลละเล่นน้ำนี้เป็นเทศกาลที่มีอิทธิพลมากต่อชนกลุ่มน้อยต่างๆในยูนาน อีกทั้งยังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจริงๆค่ะ ประเพณีโฮลิ ประเทศอินเดีย เทศกาลโฮลิเป็นเทศกาลที่ดังไกลทั่วโลก เรียกได้ว่ามีชาวต่างชาติแห่แหนกันไปร่วมเทศกาลนี้ แม้กระทั่งคนไทยเราก็บินไปร่วมเทศกาลนี้กันมากมายเช่นกัน โดยเทศกาลโฮลิเรียกได้ว่าเป็นเทศกาลใหญ่ของอินเดียเลยก็ว่าได้ จะจัดขึ้นราวๆเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งเทศกาลนี้จะคล้ายคลึงกับสงกรานต์บ้านเรา แต่ยกระดับความสนุกขึ้นไปอีกด้วยการสาดสีใส่กัน สีที่ใช้จะเป็นผงสี หรือบางทีอาจจะมีการสาดน้ำร่วมด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.religionfacts.com/holi, http://allmyanmar.com/myanmarmore/Thingyan.html, http://www.songkranfestival.net/cambodia/, http://www.songkranfestival.net/china/, http://acoupletravelers.com/celebrating-songkran-in-laos/ ขอบคุณภาพจาก: www.theorphanageproductions.com, http://www.hotelredcanal.com/thingyan-myanmar-water-festival/, news.xinhuanet.com, http://usaallfestivals.com/holi-india/