คุกเข่า

กลุ่มไอเอส ปล่อยวิดีโออ้างสังหารสปายชาวอังกฤษ
IS /  กลุ่มไอเอส / 

กลุ่มไอเอส ปล่อยคลิปวิดีโอ อ้างสังหารนักสอดแนมชาวอังกฤษ 5 คน ลงบนอินเทอร์เน็ต วันนี้ (5 ม.ค. 59) มีรายงานว่า มีการเผยแพร่ภาพวิดีโอที่อ้างว่า สมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS ได้สังหารชาย 5 คน ที่เชื่อว่าเป็นนักสอดแนม หรือ สปาย ของอังกฤษที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในซีเรีย ลงบนอินเทอร์เน็ต โดยภายในวิดีโอ ชายทั้ง 5 คนได้สารภาพว่าได้ถ่ายคลิปและภาพถ่ายเพื่อแลกกับเงินในพื้นที่เมืองรักกา ซึ่งกลุ่มไอเอสถือเป็นเมืองหลวง ก่อนที่พวกเขาซึ่งอยู่ในชุดสีส้มจะถูกเรียกว่า เป็นศัตรูและผู้หมดศรัทธาในศาสนาจากนั้นได้คุกเข่าลงในทะเลทราย และถูกชายสวมหน้ากากใช้อาวุธปืนยิงที่ศีรษะ ก่อนลงมือชายสวมหน้ากากกล่าวว่าสักวันหนึ่งกลุ่มไอเอสจะบุกอังกฤษและบังคับใช้กฎหมายอิสลามที่นั่น MThai News

10 อันดับเหตุการณ์ดราม่าโอละพ่อ ปี 2558
10 อันดับ /  ปี 2558 / 

MThai News จะพาย้อนไปดูเรื่องเงิบ 10 เหตุการณ์ดราม่าโอละพ่อ เรียกกระแสฮือฮาที่สุดแห่งปี 2558  เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกจริงๆ ตั้งตัวได้อีกทีสิ้นปีซะแล้ว  ปีเก่าผ่านไป เทศกาลแห่งความสุขกำลังเข้ามา เรื่องราวใหม่ๆ กำลังจะเกิดขึ้น วันนี้จะพาย้อนไปดูเหตุการณ์ฮือฮาดราม่าโอละพ่อ รวมข่าวลือชวนเงิบ ประจำปี 2558 ไม่ว่าจะหน้าแตกกันกี่ที MThai News ยังมีข่าวคุณภาพดีๆ พร้อมเสิร์ฟเสมอ สวัสดีปีใหม่ค่ะ 1. หิมะตกในจังหวัดหนองคาย ที่แท้เป็นแค่ลูกเห็บ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 58 ได้มีการแชร์ภาพอ้างว่าเป็นเหตุการณ์หิมะตกที่จังหวัดหนองคาย ชาวบ้านต่างเข้าไปมุงดู ซึ่งบนพื้นเต็มไปด้วยกลุ่มก้อนน้ำแข็งสีขาว กระทั่งต่อมาได้มีรายงานว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่หิมะ แต่เป็นลูกเห็บที่เกิดจากพายุฝนที่ตกกระหน่ำ สาเหตุการนำไปแชร์แบบผิดๆ นั้นเกิดจากการล้อเล่นเพียงเท่านั้น อ้างอิง : หยุดแชร์ ภาพหิมะตกที่หนองคาย เป็นแค่ลูกเห็บ! http://news.mthai.com/hot-news/423232.html 2. ด.ญ.ไลน์บอกถูกลักพาตัว ที่แท้หนีเที่ยวกับแฟน เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 58 ด.ญ.บี (นามสมมติ) วัย 13 ปี ได้ส่งข้อความทางไลน์มาว่า ถูกลักพาตัวขึ้นรถตู้ไป แต่เเท้จริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการแต่งขึ้น เนื่องจากเด็กสาวได้ออกมาเที่ยวกับแฟนหนุ่มจนดึก แล้วไม่กล้ากลับเข้าบ้าน จึงให้แฟนหนุ่มมารับกลับ แล้วไลน์หลอกมารดาว่าถูกลักพาตัวไป อ้างอิง : โอละพ่อ ด.ญ.ไลน์บอกถูกลักพาตัว ที่แท้หนีเที่ยวกับแฟน http://news.mthai.com/hot-news/general-news/460209.html 3. โจทย์เด็กอนุบาล 1 สาธิตจุฬาฯ “วันนี้เป็นวันอะไร” แท้จริงแล้วไม่ใช่ข้อสอบ    เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 58 ได้มีการแชร์โจทย์คำถามสุดหิน อ้างว่าเป็นข้อสอบเด็กอนุบาลของโรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โจทย์ระบุว่า “คำถามสอบเข้าสาธิตจุฬา เด็กเล็ก อนุบาล 1 อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวานจัง วันนี้จะได้เป็นวันศุกร์” ถามว่าวันนี้คือวันอะไร? แต่แท้จริงแล้วโจทย์ดังกล่าวไม่ใช่ข้อสอบเข้าอนุบาล ของสาธิตจุฬาฯ แต่อย่างใด อ้างอิง : แชร์มั่ว! สาธิตจุฬาฯ โต้ ไม่เคยมีข้อสอบ “วันนี้เป็นวันอะไร” http://news.mthai.com/hot-news/425273.html 4. ชายชราถูกลูกอุ้มทิ้งวัด ที่แท้เป็นผู้ป่วยจิตเวช เผลอเดินออกมาจำทางกลับไม่ได้ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 58 มีชายสูงอายุป่วยหนักถูกทอดทิ้ง บริเวณศาลาข้างเมรุหลังวัดมูลจินดาราม อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยมีพยานบอกว่า เห็นชายหนุ่มรายหนึ่งอุ้มชายชราคนนี้มา ก่อนจะปล่อยไว้ พร้อมก้มลงกราบ จากนั้นได้รีบหนีออกไป แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ออกมาเผยว่า ชายชรานั้นเป็นผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในสถานสงเคราะห์คนไข้โรคจิตทุเลาบ้านกึ่งวิถีชาย ซึ่งคาดว่าผู้ป่วยอาจเดินออกไปแล้วกลับมาไม่ถูก ทำให้พลเมืองดีที่เห็นว่าน่าจะเป็นอันตรายเข้าอุ้มร่างนำผู้ป่วยมาส่งที่วัด อ้างอิง : โอละพ่อ! เฉลยแล้วชายชราถูกลูกอุ้มทิ้งวัด ที่แท้คือ… http://news.mthai.com/hot-news/general-news/445999.html 5. กระทู้ฮอตได้กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายศพ หอพักย่านบางแสน ที่แท้ไม่ใช่ศพ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 58 ชาวเน็ตแชร์กระทู้ฮอตเว็บไซต์พันทิป ระบุว่าได้กลิ่นเหม็นเหมือนกลิ่นศพ ในหอพักแห่งหนึ่งย่านบางแสน จากนั้นได้ติดต่อทางสำนักงานหอให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก แต่ก็ได้รับความคืบหน้าแค่เพียงว่าไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าแต่อย่างใด หลังได้มีการตรวจสอบทุกตึกแล้ว อ้างอิง : เกาะติดกระทู้ฮอต ได้กลิ่นเน่าคล้ายศพ หอพักย่านบางแสน ที่แท้…? http://news.mthai.com/hot-news/social-news/454349.html 6. เด็กหญิงโวยแม่พิการ เนื่องจากไม่ยอมซื้อมือถือราคาแพงให้ วันที่ 6 ต.ค. 58 ได้มีการแชร์เรื่องราวสุดดราม่า ภาพแม่คุกเข่าง้อลูกสาวกลางห้าง หลังลูกอยากได้โทรศัพท์มือถือราคาแพง แต่ไม่มีเงินซื้อให้ แต่กลับมีคนมาแสดงความคิดเห็นแย้งกลับว่าภาพดังกล่าวนั้น แม่ไม่ได้ขอร้องลูก ผู้เป็นแม่ขาพิการเลยเดินเข่าแบบนั้นปกติ ในภาพเป็นการพาลูกมาเดินห้างธรรมดา ซึ่งผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้ออกมาขอโทษที่พูดถึงเด็กหญิงในทางที่ไม่ดีอีกด้วย อ้างอิง : มือโพสต์ขอโทษ ปมเด็กโวยแม่พิการไม่ยอมซื้อมือถือราคาแพงให้ http://news.mthai.com/hot-news/social-news/464136.html 7. ที่มาอันน่าสะพรึงของศาลต้นโพธิ์ โค้ง 100 ศพ รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 58 เกิดกรณีการลบหลู่ รื้อศาล บริเวณโค้ง 100 ศพ หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ทำให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธุ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้เผยที่มาของศาลดังกล่าวว่า แต่ก่อนมีคนงานก่อสร้างชอบแวะยืนปัสสาวะบริเวณนั้น ทำให้ส่งกลิ่นเหม็น เพื่อนของตนจึงเอาผ้าแพรเจ็ดสีไปพันรอบต้นโพธิ์ และจัดฉากเอาธูปมาปัก หลังจากนั้นต้นโพธิ์กลับกลายเป็นสถานที่เฮี้ยนฮิตติดชาร์ท อ้างอิง : ดร.เจษฎา เผยที่มาที่ไปของศาลต้นโพธิ์ โค้ง100ศพ สยองอย่าบอกใคร http://news.mthai.com/hot-news/410936.html 8. ภาพถ่ายติดวิญญาณ ในงานศพนักบิน F16   เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 58 ได้มีการแชร์ภาพอ้างว่าถ่ายติดวิญญาณ ในงานศพของนาวาอากาศเอกนพนนท์ นิวาศานนท์ นักบิน F16 ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องตก โดยภาพดังกล่าวเผยให้เห็นเงาผู้ชายสีดำยืนอยู่ด้านหลังที่ตั้งโลงศพ แต่แท้จริงแล้วเงาชายในภาพนั้นคือเจ้าหน้าที่ดูแลภายในงานเพียงเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งลี้ลับแต่อย่างใด อ้างอิง : หยุดแชร์มั่ว! ภาพงานศพนักบินF16 ไม่ได้ถ่ายติดวิญญาณ http://news.mthai.com/hot-news/424796.html 9. ข่าวพบหงอนพญานาค ที่แท้แค่ฟันกรามช้าง วันที่ 23 ก.พ. 58 พบวัตถุประหลาด ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นซากของหงอนพญานาค มีทั้งหมด 3 หัว ซึ่งลูกศิษย์ได้นำมามอบให้พระครูวิสุทธิปัญญาสาร เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมบอกว่าได้มาจากพ่อค้าลาวในเวียงจันทน์ จากนั้น ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ชี้แจงว่าไม่ใช่หงอนพญานาค แต่วัตถุดังกล่าวคือซากกระดูกฟันกรามช้าง อ้างอิง : เงิบกันใหญ่! ข่าวพบหงอนพญานาค ที่แท้แค่ฟันกรามช้าง http://news.mthai.com/hot-news/424028.html 10. ชายมะกันกระทำชำเราจระเข้ เพราะแค้นที่จระเข้พยายามลากเขาไปกิน เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 58 มีการแชร์เรื่องราวของชายชาวสหรัฐฯ รายหนึ่งโมโหจระเข้ที่พยายามลากเขาไปกิน เขาจึงวางแผนทำการจับจระเข้ตัวนั้น ก่อนจะกระทำชำเราจระเข้ เพื่อเป็นการแก้แค้น แต่เรื่องราวกลับโอละพ่อ เพราะไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด พร้อมเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือดังกล่าว อ้างอิง : โอละพ่อ!! ข่าวชายมะกันชำเราจระเข้ เป็นเรื่องเท็จ http://news.mthai.com/hot-news/world-news/453719.html MThai News

ซึ้ง! แจ๊ค แฟนฉัน เซอร์ไพร้ส์สวมแหวนแฟนสาว ครบรอบ 9 ด.
แจ๊ค แฟนฉัน /  แจ็ค แฟนฉัน / 

ทำคนโสดอิจฉาตาร้อนกันทั้งประเทศ!! หลังนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี แจ๊ค แฟนฉัน ทำซึ้งพูดความในใจต่อแฟนสาว คุณ คุณัญญา กลางรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย เนื่องในวันครบรอบรัก 9 เดือนว่า "แอนนิเวอร์ซารี่ครั้งนี้ อยากให้ยูจำสิ่งที่ในวันนี้ที่เรามาออกรายการเกิดมาคุย อยากบอกคุณว่า คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่เราอยากแต่งงานด้วย และเชื่อมั่นว่าคุณจะไม่บอกเลิกเรา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องไปด้วยกันให้รอด เราไม่อยากกลับไปเหมือนเดิม เรารู้สึกว่าที่ผ่านมาเรามีเรื่องไม่ดี แอนนิเวอร์ซารี่ 9 เดือน เรามีอย่างนึงอยากจะมาให้เธอ" พร้อมกับ ร้องเพลง-คุกเข่าสวมแหวนสลักชื่อ J&K ตีตราจองที่นิ้วนางข้างซ้ายของ สาวคุณ แถมยังบอกต่ออีกว่า "เรายังไม่ขอหมั้นเธอ แต่เราขอจองเธอก่อนนะ" โอ๊ยยยย.. หวานซะขนาดนี้ อีกไม่นานคงจะมีข่าวดีแล้วชิมิ หนุ่มแจ๊ค-สาวคุณ ขอบคุณภาพจาก IG @jackfanchan, khunkununya, woodytalk แจ๊ค มอบแหวนแฟน สาวคุณ วันครบรอบ 9 เดือน แจ๊ค มอบแหวนแฟน สาวคุณ วันครบรอบ 9 เดือน แจ๊ค มอบแหวนแฟน สาวคุณ วันครบรอบ 9 เดือน แจ๊ค-คุณ-วู้ดดี้ คุณ-วู้ดดี้ แจ๊ค แฟน คุณ

สวยเลือกได้! สาวจีนเชิ่ดใส่ แฟนขอแต่งงาน ฉุนให้แหวนเพชรเม็ดเล็ก
ขอแต่งงาน /  จีน / 

ไม่พอใจ ให้เพชรเม็ดเล็ก สาวจีนเมินแฟนหนุ่มขอแต่งงาน สำนัก 'เซี่ยงไฮ้อิสต์' สื่อท้องถิ่นในประเทศจีน เผยแพร่เรื่องราวของชายชาวมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ที่ไม่ถูกเปิดเผยชื่อคนหนึ่ง วางแผนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแฟนสาว แต่ต้องกินแห้ว เพราะถูกปฏิเสธ ทั้งที่มีการจัดการแสดงเต้น แฟลชม็อบ พร้อมทั้งคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอความรัก สาเหตุที่หนุ่มรายนี้ต้องผิดหวังจากการขอแฟนสาวแต่งงานเนื่องจาก เธอไม่พอใจที่ฝ่ายชาย มอบแหวนที่มีเพชรขนาดเล็กเกินไป ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ หนุ่มรายนี้จึงต้องหน้าแตก ต่อหน้าผู้คนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จีนเป็นประเทศ ที่มีการนำเสนอข่าว การเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน แบบแปลก ๆ ออกมาบ่อยครั้ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  shanghaiist

หนุ่มบริษัทเกมส์ทำซึ้ง ขอแฟนสาวแต่งงานผ่านแว่น VR !
HTC Vive /  SteamVR / 

การขอแต่งงานเป็นเรื่องที่เราทำกันไม่บ่อย การขอแต่งงานเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่แล้วทำกันเพียงครั้งเดียว ดังนั้นทางฝั่งฝรั่งเวลาเขาขอแต่งงานกันก็มักจะทำกันให้เว่อร์หรืออลังการมากที่สุด ไม่เว้นแม้แต่ Chandler Murch พนักงานของบริษัทเกม Valve ที่ขอแต่งงานด้วย VR เป็นครั้งแรกของโลก ทำเอาเป็นข่าวใหญ่ของวันไปเลย ภาพจาก Facebook ฝ่ายหญิง Kelly Tortorice VR (Virtual Reality) จะทำให้คนที่สวมอุปกรณ์มองเห็นสิ่งที่ถูกโปรแกรมเอาไว้เป็นสามมิติ ในที่นี้ Chandler Murch ได้ชวนแฟนสาวไปทดสอบแว่น HTC Vive แล้วก็ได้เซอร์ไพรส์เธอด้วยการให้ VR แสดงภาพแหวนแต่งงานออกมาพร้อมทั้งขอเธอแต่งงานทันที ฝ่ายหญิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถอด HTC Vive ออกแล้วเห็นแฟนหนุ่มคุกเข่าพร้อมแหวนแต่งงานจริงๆในมือ เธอไม่ได้ตอบว่า "ตกลง" เฉยๆ เธอตอบเขาไปว่า "ได้สิ ฉันจะแต่งงานกับคุณ" ถือเป็นการขอแต่งงานด้วย VR ที่สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ที่น่าปลื้มใจคือผู้ชายที่ขอเป็นนักพัฒนาของบริษัทเกมส์ด้วยนี่สิ แว่น HTC Vive เป็นอุปกรณ์สวมใส่เพื่อความบันเทิงผ่าน VR บนแพลตฟอร์ม SteamVR ของ Valve ใช้ได้ทั้งดูหนังและเล่นเกมส์ผ่านการตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ มีกำหนดการวางจำหน่ายช่วงปลายปี 2015

มือโพสต์ขอโทษ ปมเด็กโวยแม่พิการไม่ยอมซื้อมือถือราคาแพงให้
มือถือ /  ลูกสาว / 

มือโพสต์ภาพเด็กโวยแม่พิการไม่ยอมซื้อมือถือให้ ออกมาโพสต์ขอโทษ หลังเด็กเจอกระแสโจมตีหนัก จากกรณีดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งต่อตัวเด็กในภาพเอง และผู้โพสต์ที่นำมาเผยแพร่โดยอาจจะไม่ทราบว่าความจริงในภาพนั้นเกิดอะไรขึ้น  ก่อนหน้านี้มีคนออกมาแย้งว่าที่แม่คุกเข่านั้นไม่ใช่ขอร้องลูก แต่เขาขาพิการก็เลยเดินเข่าแบบนั้นเป็นปรกติ แล้วที่เห็นนั่นก็แค่พาลูกมาเดินห้างธรรมดาๆ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าจริงเท็จหรือไม่ ล่าสุด ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กต้นเรื่องดราม่า ซึ่งเป็นคนถ่ายภาพดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตนไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้ พร้อมยอมรับผิดที่พูดถึงเด็กหญิงในภาพไปในทางที่ไม่ดี เพราะโพสต์ในสิ่งที่เห็น และฝากขอโทษไปยังสื่อต่าง ๆ ด้วย ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ดราม่าถกกันว่อนเน็ต ภาพแม่คุกเข่าง้อลูกสาวกลางห้าง หลังลูกอยากได้โทรศัพท์มือถือราคาแพงแต่ไม่มีเงินซื้อให้ กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ สำหรับภาพที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวาง โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี คุณแม่ท่านหนึ่งกำลังคุกเข่าต่อหน้าลูกสาว ง้อ หลังลูกอยากได้โทรศัพท์เครื่องใหม่ราคาแพง แต่ไม่มีเงินที่จะสามารถซื้อให้ได้ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพขณะที่คุณแม่ท่านหนึ่งคุกเข่าต่อหน้าลูกสาว พร้อมข้อความบอกเล่าเรื่องราวระบุว่า เด็กคนนี้ครับ อายุไม่รู้ถึง 15 หรือยัง อยากได้โทรศัพท์ราคาแพงมาก แต่แม่ตังค์ไม่พอที่จะซื้อให้ เธองอนแม่และเหวี่ยงใส่แม่ ทำไม่พอใจ แม่เขาพิการครับ แต่เขาไม่ดูเลยว่าแม่ตัวเองลำบากแค่ไหน ถ้าเป็นลูกหลานหรือน้อง จะลงโทษให้เข็ด รู้ไหมว่าเงินหายาก หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์เด็กคนนี้จำนวนมาก ขณะที่มีอีกหลายคนออกมายืนยันว่าภาพที่เห็นนั้นไม่เป็นความจริง น้องคนนี้นิสัยดี แต่อาจจะอยากได้โทรศัพท์บ้างตามประสาเด็ก และหญิงในภาพเป็นแค่แม่เลี้ยง พร้อมทั้งอยากวิงวอนให้ใช้วิจารณญาณในการเสพสื่อในโลกออนไลน์ ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

แห่ชื่นชม!ทหารเรือโผกอดปลอบเด็ก เหยื่อรถชนแยกไฟแดง(คลิป)
ทหารเรือกอดเด็ก /  ทหารเรือโผกอดปลอบเด็ก / 

ภาพแห่งความประทับใจ! ทหารเรือโผกอดปลอบเด็ก เสียขวัญ-บาดเจ็บ จากอุบัติเหตุรถชน จนยายเสียชีวิตคาที่ วันที่ 6 พ.ย. 58 เกิดอุบัติเหตุ น.ส.กมลลักษณ์ สิงห์ชัย อายุ 29 ปี ครูฝึกสอนประถมวัย โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ขับรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของ นางเกตกัญญา เลื่อมวิลัย อายุ 50 ปี ขณะกำลังพาหลานซ้อน 4 ฝ่าไฟแดง ทำให้นางเกตกัญญา เสียชีวิต และหลานทั้ง 3 คนได้รับบาดเจ็บ โดยระหว่างเหตุการณ์ความเศร้าและท่ามกลางไทยมุงจำนวนมาก พันจ่าโท พัชรพล พิมพ์ศร อายุ 38 ปี สังกัด กรมสรรพาวุธทหารเรือ ที่เห็นเหตุการณ์อยู่ในเครื่องแบบชุดกากีทหารเรือ ได้ลงมาช่วยเหลือคุกเข่าก้มลงกับพื้น โผโอบกอดปลอบขวัญ ด.ช.จักรกฤษ ที่กำลังขวัญเสีย จากอุบัติเหตุและได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนนฃ จนเกิดภาพประทับใจให้กับประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์รวมไปถึงในโลกโซเชียลได้แห่แชร์ภาพเหล่านี้ด้วยความชื่นชมถึงวีรกรรมดังกล่าวเป็นอย่างมาก ดูคลิปได้ที่นี่ >>> #วงจรปิดจับภาพ เก๋งครูสาวชน จยย ยายหลาน ตาย 1 เจ็บ 3 ราย Posted by นันทพล นัทนายตัวร้าย ทิพย์ศรี on 5 พฤศจิกายน 2015 ขอบคุณภาพ  นันทพล นัทนายตัวร้าย ทิพย์ศรี / นสพ.สัตหีบโพสต์ ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

เมื่ออายุไม่ใช่ปัญหา ม.ล.นันทิกา วรวรรณ เจ้าสาว 50+
50+ /  ความรัก / 

เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีงานแต่งงานเล็กๆน่ารักที่แสนอบอุ่นและสร้างความประทับใจให้กับแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญไปร่วมงานอย่างมากจนนำมาเล่าขานกันปากต่อปาก นั่นก็คือเรื่องราวที่คู่บ่าวสาวแต่งงานกันขณะอายุ 50++ หลังจากครองรักกันมายาวนานกว่า 19 ปี งานนี้ทำให้บรรดาสาวใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานแอบมีความหวังเล็กๆว่าจะโชคดีบ้าง โดยเจ้าสาวคนสวยผู้โชคดีคนนี้ก็คือ คุณอ้อย-ม.ล.นันทิกา วรวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส วัย 58 ปี ซึ่งเข้าพิธีแต่งงานกับ มร.เจฟ คุก หนุ่มอเมริกันวัย 57 MD ของบริษัท Wine Management of Asia ผู้มีความหล่อเหลาระดับนายแบบ หลายคนคงอยากรู้ว่าตำนานรักของคนทั้งคู่เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมต้องใช้เวลานานถึง 19 ปีกว่าจะแต่งงานกัน  “ตอนนั้นอ้อยแต่งงานมาแล้ว 13 ปี เพิ่งเลิกกับสามีได้ไม่กี่เดือนจิตใจไม่ค่อยดี เพื่อนๆก็เลยพาไปมัลดีฟส์ ขากลับเราก็เหนื่อยๆ ก็เข้าไปนั่งรอที่ร้านอาหารในแอร์พอร์ต ไปกับพี่ตั้ม-เปรมศิริ เบรดี้ พี่ตั้มบอกว่ามีผู้ชายคนนึงล้อ-หล่อมองอ้อยอยู่ เราก็หันไปดูเขา เออ ก็หล่อดี ก็นั่งคุยกันไม่ได้คิดอะไร ...อ้อยก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเข้าไปคุยกับเขายังไงนะ เพราะเราไม่ได้เข้าไปแล้วคุณเจฟก็ไม่มาหาด้วย เขารู้ว่าเป็นกรุ๊ปคนไทยแน่ เขาอยากจะเจอเรา แต่รู้สึกว่าเสียมารยาทที่จะเข้ามาแนะนำตัวเอง ก็เหมือนกับโป๊ะเชะ พอเพื่อนคนนี้เข้าไปคุยด้วยเขาถึงมาที่โต๊ะ เขาก็แนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยว่าเขาชื่อเจฟ อยู่เมืองไทย แล้วเขาก็ขอนามบัตรจากทุกคน อ้อยก็ให้นามบัตรไป วันนึงตื่นมาเจ็ดโมงเช้าเพราะได้ยินเสียงแฟ็กซ์ เป็นแฟ็กซ์จากเจฟเชิญอ้อยไป Wine Testing ที่ไวน์บริดจ์ ซอยหลังสวน เพราะตอนนั้นเขาทำงานให้โรเบิร์ต มันดาวี ...คืนวันงาน พออ้อยเดินเข้าไป เขาก็เดินมารับเราแล้วไปนั่งที่โซฟาเพราะมากันเยอะแล้ว เขาก็มองเราตลอดเวลา ตาเขาก็สวยมาก เราก็เขินมาก ไม่เคยมีผู้ชายมองเราขนาดนั้น ก็พูดกับเขาว่าอย่าจ้องได้มั้ยเราเขิน ตอนนั้นก็เริ่มรู้แล้วว่าเขาคงชอบเรา ...คืนนั้นก็ไปต่อกันที่สปัสโซ่ อ้อยบอกเจฟว่ายูนั่งรถไปกับเพื่อนอ้อยนะ แล้วเราไปเจอกัน เขาก็เดินลงไป กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถน้องคนที่ชอบเขาแล้ว เขาเห็นอ้อยเดินไปขึ้นรถอ้อยคนเดียว เขาก็ปิดประตูปั้ง ไปขึ้นรถอ้อย อ้อยถามว่ายูทำอะไรน่ะ มันเสียมารยาทมากนะ เขาบอกว่าก็ฉันชอบยูน่ะ ฉันไม่ชอบเขาน่ะ ...วันรุ่งขึ้นเจฟก็ชวนไปเดทกันสองคน อ้อยบอกว่าได้ แต่ฉันต้องไปกับลูกชายนะ ตอนนั้นลูกชายประมาณสัก 9 ขวบก็ไปบรันช์กันที่โรงแรมสุโขทัย นั่งคุยกันจนลูกง่วงนอน (หัวเราะ) ก็นอนอยู่ตรงโซฟา เราก็นั่งคุยกันจนถึงเย็น ถูกคอกันมาก ...หลังจากนั้นปีนึงก็ไปเยี่ยมบ้านเขาที่อเมริกา บ้านเขาเป็นบ้านไร่ที่เท็กซัส อ้อยไปคริสต์มาสที่นั่น ก็เห็นความน่ารักของแฟมิลี่เขา แฟมิลี่เขาอบอุ่นมาก พ่อแม่เขาตอนนี้อายุ 80 กว่าแล้วก็เห็นว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ เขาไม่ได้เห็นว่าเรามีฐานะหรือเป็นเจ้า ...เราไม่เคยพูดถึงเรื่องการแต่งงาน เพราะเราต่างเคยแต่งกันมาก่อนแล้ว ก็เลยไม่ได้คิดว่าจะต้องแต่งมั้ย เพราะจริงๆมันเป็นแค่กระดาษแผ่นนึงสำหรับความคิดของเรา" หลังจากย้ายมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวได้ 5 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณเจฟก็วางแผนลับขอคุณอ้อยแต่งงานที่ญี่ปุ่นเพราะเธอเกิดที่นั่น ...เขาบอกว่าพ่อแม่เขาก็อยากจะให้เกียรติเรา ไม่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสนะคะ เพียงแต่ให้ทุกคนรู้ว่าเขารักเราแค่ไหน ให้สังคมเห็นชัดเจนว่าเรารักกัน ...ตอนเขาขอแต่งงาน เขาก็หาสถานที่เยอะแยะไปหมด ในที่สุดก็เลือกร้านโนบุที่ญี่ปุ่น พอไปที่ร้านก็มีพนักงานมาถามว่าคุณเจฟ คุณสั่งไวน์พิเศษไว้ใช่ไหม สักครู่เขาก็เอา Mondavi มาเปิด เขาถามว่ายูจำได้มั้ยว่านี่เป็นไวน์ในปีที่เราเจอกันที่ภูเก็ตที่อ้อยยอมรับเขาเป็นแฟน "ปีอะไรนะ" คุณอ้อยหันมาถามคุณเจฟ “ปี 1997” คุณเจฟตอบ  เขาจำได้หมด อ้อยขี้ลืม (หัวเราะ) แล้วอยู่ดีๆเขาก็เอากล่องออกมาวางแล้วคุกเข่า แล้วเขาก็เปิดกล่องแหวน ถามว่า "จะให้เกียรติแต่งงานกับผมได้มั้ย" แล้วเขาก็สวมแหวนให้ “ในงานแต่งงาน แอนนาช่วยจัดงานให้ แล้วหมู ASAVA ก็ตัดชุดให้เป็นของขวัญ ลูกน้ำก็มาแต่งหน้าให้เป็นของขวัญ ทุกคนให้ของขวัญอ้อยเยอะมากจนอ้อยดีใจว่า เราเป็นที่รักของคน แล้วทุกคนที่อ้อยเชิญก็มากัน อ้อยรู้สึกว่าในโลกนี้คนที่รักเราจริงๆมางานเรา อ้อยเชิญแขกแค่ 70 คนที่สนิทๆกัน เพราะเราต้องการความอบอุ่น ทุกคนก็แต่งชุดเก๋หมดมาปาร์ตี้" ...ที่ประทับใจมากคือตอน Ceremony ลูกอ้อยน้ำตาไหล ลูกเข้ามากอดบอกแม่ ลูกดีใจมากเลยนะที่แม่ได้แต่งงาน ได้เป็นครอบครัวกันจริงๆ ทำให้อ้อยน้ำตาไหล ...แล้วตอนที่เจฟพูดกล่าวคำปฏิญาณ เขาเล่าว่าเมื่อ 19 ปีที่แล้วเขาเจออ้อยยังไง เขาบอกพอเห็นอ้อยเดินเข้ามา เขารู้สึกว่าคนนี้ล่ะที่เขาอยากจะใช้ชีวิตด้วย เขาอยากรู้จักอ้อยมากแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ไม่รู้ว่าบุพเพฯจะพาให้เขามา เขาไม่นึกว่าจะเจอเนื้อคู่ที่แอร์พอร์ตเหมือนกัน ...สิ่งที่ทำให้ทุกคนประทับใจก็คือเขาดึงนามบัตรอ้อยออกมา ซึ่งด้วยความที่เขามีหลายนามบัตร เขาก็เลยทำเครื่องหมายกากบาท 2 อันแล้วเขียนว่า Pretty ให้รู้ว่าเป็นอ้อย แล้วเขายังเก็บไว้จนทุกวันนี้ เขาบอกว่าเขาทำของหายบ่อยมาก แต่นามบัตรอ้อยเป็นสิ่งที่เขาเก็บไว้ตลอด 19 ปีไม่เคยหาย ...หลังจากนั้นอ้อยก็พูดให้เขา พูดสั้นๆ อ้อยบอกว่าตั้งแต่เจอยูมา 19 ปี ยูไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เช้าจดเย็นยูไม่เคยเปลี่ยน ทุกเช้าก่อนไปทำงานก็ต้องมาหอมแก้มอ้อยทุกเช้า ก่อนนอนก็หอมแก้ม วันไหนที่เขาเดินทาง อ้อยก็ต้องเลื่อนตัวเองมานอนตรงกลางเพราะไม่อยากจะขาดใครข้างๆ แต่เขาจะต้องโทฯมาหรือทิ้งข้อความไว้ถ้าเขาไม่ว่าง แล้วเขาจะคอยดูแลตอนอ้อยไม่สบาย มีช่วงนึงอ้อยไม่สบายหนักเลย เขาดูแลอ้อยดีมาก ทุกครั้งที่ไปหาหมอเขาก็ไปกับอ้อย ไม่เคยทิ้งอ้อย "ผู้ใหญ่บางคนถามว่าเราต้องการอะไรหรือ ถึงได้ลุกขึ้นมาแต่งงานตอนนี้ เราก็บอกเพราะเราอยากให้ทุกคนรู้ไงว่าอายุไม่ใช่ปัญหา ความรักคือสิ่งที่บ่งบอกว่านี่คือปฏิญาณแห่งความรัก นี่คือการที่ให้ทุกคนรู้ว่า 19 ปีที่ผ่านมา เราก็ยังเป็นของกันและกัน และจะเป็นตลอดไป คือคำปฏิญาณ ที่เราให้ซึ่งกันและกัน ฉะนั้นทุกคนจะงงมากว่าไม่มีใครจัดงานแต่งงานกันตอนอายุ 60 เป็นงานที่ทุกคนพูดถึงเยอะเพราะทุกคนที่มางานตื้นตันกันไปหมด" คุณเจฟ ได้กล่าวทิ้งทายไว้อย่างโรแมนติกว่า "สำหรับผม งานแต่งงานของเราเพอร์เฟ็คท์มาก เหมือนความฝัน เหมือนเทพนิยาย คนชอบคิดว่าอยู่กันมา 19 ปีทำไมเพิ่งแต่งงานกัน ผมว่าการแต่งงานมันทำให้ชีวิต Complete มันมีความหมาย มันเหมือนการเติมเต็มวงกลมให้สมบูรณ์" สำหรับรักแท้ ความรักไม่มีอายุและกาลเวลา เพราะในแต่ละวันที่ล่วงไปกลับทำให้หัวใจสองดวงรักและผูกพันกันมากขึ้นๆ

ใครจะกล้า...?!! คริส เฟิร์ม! ไร้เกาเหลา บี
คริส หอวัง /  คริส ไฮโซเซน / 

ทำเอาสาว คริส หอวัง ถึงกับส่ายหัวกันเลยทีเดียว เมื่อได้ยินกระแสข่าวเม้าท์ว่าซดเกาเหลาชามโตกับนางแบบก้านยาว บี น้ำทิพย์ หลังเปิดศึกสาดน้ำลายใส่กันอย่างดุเดือดในรายการ The Face Thailand ซึ่งทางเจ้าตัวนอนยันไม่ใช่เรื่องจริง เผยขอทะเลาะกันเพียงในจอ ส่วนนอกจอก็รักกันดีไม่กล้ามีปัญหากับ สาวบี แน่นอน แถมมากระซิบว่ายังอินเลิฟกับแฟนหนุ่ม ไฮโซเซน ธนาภุช ไม่มีเปลี่ยน เพราะเพิ่งกลับจากทริปสวีทที่ประเทศดูไบ พร้อมคอนเฟิร์มยังไม่มีช็อตเด็ดฝ่ายชายคุกเข่าขอแต่งงานนะจ๊ะ!! "จริงๆ รายการสนุกมาก ตอนนี้หายเครียดแล้ว เพราะเราถ่ายทำล่วงหน้าไป แต่ตอนที่ถ่ายทำคริสเครียดจริงๆ ก็อยากให้ผู้ชมดูแล้วคิดว่าดูให้มันส์เหมือนดูกีฬา มันก็มีคำถามมาเยอะแยะว่าไม่มีสคริปต์จริงหรือ ซึ่งคริสพยายามบอกแล้วว่าไม่มีสคริปต์จริงๆ แล้วคนก็ถามต่อว่าทำไมต้องพูดจากันรุนแรงเท่านี้ เราก็ทำตามรูปแบบรายการที่มาจากเมืองนอก ซึ่งมันเป็นแบบนี้ คริสก็ทราบรูปแบบรายการระดับหนึ่ง แต่ไม่ทราบว่าจะเจออะไรกันต่อไป เพราะไม่รู้ว่าใครจะเป็นแบบไหน มันก็สนุกตรงนี้ค่ะ" "ถามว่ากลัวจะทะเลาะกับพี่ลูกเกด-บีบ้างไหม คือเราทั้งสามคนคุยกันตั้งแต่เริ่มจะถ่ายทำอีกว่า เราต้องเล่นให้เหมือนนักกีฬา เล่นกันจริงๆ อยู่ในกติกาจริงๆ ทะเลาะกันจริงๆ แต่พอเป่านกหวีดหมดเวลาทุกอย่างต้องจบ สำหรับคริสกับบีเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกันก่อนหน้านี้อยู่แล้ว" "ส่วนความรักก็โอเค เค้าก็เป็นห่วงคริสตอนเล่นเกมส์ดูคริสเครียด คริสเองก็อธิบายให้เค้าฟังว่ารูปแบบเป็นแบบนี้น่ะ ที่จริงเค้าไม่เป็นห่วงเราจะทะเลาะกับใคร แค่สงสารว่าถ่ายโดนตัดออกอีกแล้วเหรอ แต่เค้าไม่กลัวเราจะทะเลาะกับบี เพราะคริสกับบีคุยกันตลอด วันไหนที่คริสหรือบีอารมณ์หลุด พูดจาแรงไปเราก็จะมาขอโทษกันเลย สบายใจได้ค่ะ เพราะคริสไม่เคยทะเลาะกับใครตั้งแต่เกิดค่ะ" "กับความหวานก็ยังเหมือนเดิม เพิ่งกลับจากทริปเที่ยวดูไบ สนุกมากค่ะ ก็ไปกันสองคน เค้าคงสงสารคริสเห็นว่าเครียด พอดีคริสมีวันหยุด 4 วัน หาที่เที่ยวกันไหม แต่ทริปนี้ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ถ้ามีข่าวดีเดี๋ยวจะแจ้งถ้ามีค่ะ เรื่องแต่งงานคริสไม่รีบแต่งงาน ไม่ว่าจะแต่งเร็วหรือช้า ขอให้แต่งแล้วอยู่กันนานดีกว่าค่ะ" คริส หอวัง กล่าว คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง - บี น้ำทิพย์ คริส หอวัง - บี น้ำทิพย์ ไฮโซเซน หวานใจของ สาวคริส

103 Like FM พาเหินฟ้าสู่ภูเก็ต! เสิร์ฟทริปสุดหรูกับ แน๊ท-เวียร์
103 Like FM /  103 ไลค์ เอฟ เอ็ม / 

ไลค์ ทริป #7 พาผู้โชคดีเหินฟ้าสู่ภูเก็ต เสิร์ฟทริปสุดหรู! จัดเต็มเคล็ดลับความสวยจากตัวแม่ความงาม แน๊ท อนิพรณ์ พร้อมฟินกับพระเอกสุดหล่อ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ฟินสุดสำหรับกิจกรรม ไลค์ ทริป #7 ตอน สโนว์ไวท์ กับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ที่จัดโดยคลื่น 103 ไลค์ เอฟ เอ็ม ร่วมกับ การบินไทย, เอฟ บี แบตเตอรี่, เครื่องปรับอากาศ แอร์ เทรน, ราชเทวี คลินิก, เอสโซ่ และ โรงแรม สันติ์สุริย์ ภูเก็ต นำทีมโดย ดีเจ.กิ่ง เหมือนแพร และ ดีเจ.บอส ชัชวลิต ที่พาสาวสวยทั้ง 20 คนไปเริงร่าท้าแดดกันถึงจังหวัดภูเก็ต โดยมีพี่เลี้ยงระดับนางงาม แน๊ท อนิพรณ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 มาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลสาวๆ กันแบบใกล้ชิด ความใกล้ชิดเริ่มต้นตั้งแต่ขึ้นเครื่อง เมื่อ แน๊ท อนิพรณ์ ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมมอบความเป็นกันเองตั้งแต่เริ่มเดินทาง เมื่อถึงที่พักพักผ่อนกันซักนิด แล้วมาเพิ่มเติมความสวยด้วยกิจกรรมแรก 'Everyday Look' กับสาว แน๊ท และ แจ๊ค เมคอัพ บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่มาช่วยสอนเทคนิคการทำสวยในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ ทั้งสอนแต่งหน้าให้เข้ากับตัวเอง บุคลิกภาพ การแต่งกาย งานนี้สาวๆ ทั้งได้ความรู้นำกลับไปใช้ แถมยังได้ภาพสวย-ท่าเป๊ะ ที่ แน๊ท มาสอนโพสกันแบบตัวต่อตัว ก่อนที่ในช่วงอาหารเย็นจะมีการสอนเทคนิคการทำอาหารคลีนสำหรับสาวๆ ผู้รักสุขภาพ พร้อมการประกาศผล Miss LIKE Trip #7 และปาร์ตี้เล็กๆ ที่ แน๊ท มาโชว์เสียงเพราะๆ คู่กับ ดีเจ.กิ่ง อีกด้วย เข้าสู่วันที่ 2 เริ่มต้นแต่เช้าตรู่ด้วยกิจกรรม Dance on the Beach ที่เหล่าสาวๆ มาออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้ากันริมทะเล แล้วในช่วงพักผ่อนตามอัธยาศัย 20 สาวงามก็ได้ประชันหุ่นเป๊ะเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน ไหนๆ ก็ใส่ชุดว่ายน้ำกันแล้วเลยต่อด้วยกิจกรรมชุ่มฉ่ำ อย่าง เกมเจ้าหญิงท้าแดดตามล่ามหาสมบัติ ที่ให้สาวๆ หาแหวนทองที่ฝังไว้, เกมจับเสือใส่ถัง ซึ่งเหล่าสาวงามต้องช่วยกันตักน้ำทะเลใส่ขวดด้วยมือเปล่า และ เกมเจ้าหญิงพลังล้น ที่สาวๆ ต้องสวมชูชีพ-ห่วงยาง ลงสระว่ายน้ำ เพื่อว่ายไปทำมิชชั่นหยิบแผ่นป้าย เรียกได้ว่า โหด-มัน-ฮา! กันอย่างสุดๆ และแล้วก็ถึงช่วงดินเนอร์ที่หลายคนรอคอย ที่เหล่าสาวสวยได้แปลงโฉมเพื่อต้อนรับพระเอกหนุ่มสุดหล่อ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ซึ่งมาในมาดเจ้าชายท่ามกลางสโนว์ไวท์สาวสวยทั้ง 20 คน พร้อมกับเซอร์ไพรซ์สุดพิเศษสำหรับ Miss LIKE Trip #7 ที่นอกจากจะได้แต่งหน้าให้สวยสุดดุจสโนว์ไวท์จาก แจ๊ค เมคอัพ แล้ว ยังจะได้รับดอกไม้ช่องามจากหนุ่ม เวียร์ ซึ่งขั้นคุกเข่ามอบให้แบบสุดเซอร์ไพร้ส์ งานนี้ ทำเอา น้องเบญ Miss LIKE Trip #7 ถึงกับเขินจนหน้าแดง ความฟินยังไม่จบ เพราะพระเอกหนุ่ม เวียร์ จับไมค์โชว์ร้องเพลงเพราะ แถมยังเซอร์วิสให้สาวๆ ได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดจุใจ ต่อด้วยเสียงเพราะๆ จากดีเจ.กิ่ง ที่มาร้องเพลงส่งทุกคนเข้านอน... เต็มอิ่มแบบนี้ แฟนคลับคลื่น 103 ไลค์ เอฟ เอ็ม แฮปปี้จริงๆ! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เก็บตก!! งานแต่ง แมน-เกล เรียบง่ายอบอุ่นมาก!!
แมน การิน /  เกล เวธกา / 

เป็นอีกหนึ่งคู่รักมาราธอนของวงการบันเทิงที่ปลูกต้นรักมายาวนานถึง 10 ปี สำหรับคู่ของนักแสดงหนุ่ม แมน การิน และ สาวเกล เวธกา หลังฝ่ายชายคุกเข่าขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่ทะเลมัลดีฟส์เมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดทั้งคู่ถือฤกษ์ดีเช้าวานนี้ 27 มี.ค. ที่ฝ่ายชายเป็นคนเคาะเอง จูงมือกันเข้าพิธีมงคลสมรสแบบเรียบง่าย ณ เรือนหอมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ย่านราชพฤกษ์ โดยมีพิธีทำบุญตักบาตร ขอพรผู้ใหญ่ ตัดเค้ก และปาร์ตี้เล็กๆ กับครอบครัวและเพื่อนสนิท ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าว-สาวด้วยนะคะ ขอบคุณภาพทั้งหมดจาก IG #galemanforever และ #galemanwedding งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล งานแต่ง แมน-เกล

ละครพลับพลึงสีชมพู , เรื่องย่อพลับพลึงสีชมพู
ละคร พลับพลึงสีชมพู /  เรื่องย่อ ละคร พลับพลึงสีชมพู / 

ละคร พลับพลึงสีชมพู บทประพันธ์โดย : ศรีทอง ลดาวัลย์กำกับการแสดงโดย : ชุติกุล สุตสุนทรผลิตโดย : บริษัท กัสท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ออกอากาศทุกวัน ศ-ส-อทางช่อง 3 เร็ว ๆ นี้ เรื่องย่อ ละคร พลับพลึงสีชมพู วิศรุต มรุพงษ์ (แอนดริว เกร็กสัน) เจ้าของโฮมสเตย์ greenery homeatay พบรอยย่ำดินข้าง กอพลับพลึงหน้าทางเข้าบ้าน พอแหวกดูก็เห็นหญิงสาวหน้าตามอบแมมซุกนอนคุดคู้หลับสนิท จึงปลุกเรียกเข้าบ้านด้วยความสงสารเข้าใจว่าเป็นเด็กจรจัด โดยไม่รู้ว่าที่แท้คือสโรชา สุนทรเกษม (อมีนา กูล) ทายาทมหาเศรษฐี ซึ่งพึ่งกลับจาดต่างประเทศ แต่ถูกโจรในคราบแท็กซี่ล่อลวงมาทำร้าย จนต้องหนีกระเซอะกระเซิงกลางสายฝน มาซุกอยู่ใต้กอพลับพลึงใหญ่ตลอดคืน สโรชาไม่ได้บอกวิศรุตว่าตัวเองเป็นใคร ปล่อยให้วิศรุตตั้งชื่อเธอว่าพลับพลึง ละคร พลับพลึงสีชมพู วิศรุตให้พลับพลึงอาศัยอยู่ด้วยในฐานะคนงานใหม่ สโรชาตื่นเต้นกับบรรยากาศโฮมสเตย์ที่มีทั้งบรรยากาศริมครอง สวนผักออร์แกนิค และคนร่วมชายคาอัทยาศัยดี ที่นี่นอกจากนายวิศรุตหน้าขรึม ยังมี ประพันธ์ (กนกฉัตร มารยาทอ่อน) หนุ่มนักขายที่คิดว่าตัวเองเจ้าเสน่ห์ สุทิศ (เดชดินทร์ ฉายทองดี) บริกรจอมกะล่อน และธารา (ธงธง มกจ๊ก) หนุ่มหน้าสวยขี้ใจน้อย สามสมุนที่ทำให้ชีวิตมีสีสัน สโรชาแอบกลับบ้านไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง นายพิสิฐ (มนตรี เจนอักษร) เป็นนักธุรกิจใหญ่มีอำนาจเงินล้นฟ้า แต่ไม่เคยขัดใจลูกสาวได้ ยอมให้ลูกสาวเล่นสนุกกับการแปลงกายสลับไปมาระหว่างการเป็นคุณหนูลิลลี่ที่คฤหาสน์กับพลับพลึงคนงานบ้านวิศรุต โดยมีน้ำมนต์ (สุมนทิพย์ เหลืองอุทัย) เพื่อนรักที่บินตามมาจากยุโรปเป็นผู้ช่วยสุทิศกับธาราเป็นคู่กัดขัดคอกันเป็นประจำ โดยมีประพันธ์คอยปราม สามคนล้วนฉลาดหูตาไว ทำให้พลับพลึงต้องเจ้าอุบายในการปลอมตัวมากขึ้น น้ำมนต์เตือนให้ระวังความเจ้าชู้ของประพันธ์ แต่ที่หน้ากลัวคือยายหวาน (วิยะดา อุมารินทร์) ชาวสานข้างโรมสเตย์ ที่คอยแอบมองอย่างสอดรู้ พลับพลึงช่วยวิศรุตปลูกผักไร้ดิน เขาเปรียบงานนี้เหมือนตัวเอง ที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวไร้ราก พลับพลึงแอบชอบเจ้านาย ส่วนวิศรุตก็แอบพอใจในตัวสาวแสนซื่อคนยาก ต่างไม่รู้เทือกเถาเหล่ากอซึ่งกันและกัน นายพิสิฐอยากได้ที่ดินผืนใหญ่ในเขตจังหวัดนนทบุรี เพื่อพัฒนาเป็นมัลติแพล็กซ์ และหมู่บ้านจัดสรรรองรับการขยายตัวของเมือง เขาให้นำมนต์ช่วยสืบจนรู้ว่าเจ้าของคือพระองค์หญิง (นันทวัน เมฆใหญ่) แห่งวังเทวาสถิต ผู้ทรงมีกิตติศัพท์ว่าถือพระองค์ ไม่รับแขกแปลงหน้า โดยเฉพาะใครก็ตามที่คิดจะมาซื้อที่ดิน เพราะทรงมีพระประสงค์จะเก็บไว้ให้พระนัดดาที่หายไป พระองค์หญิงทรงเป็นชายาของพระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ผู้วายชนม์ไปแล้ว ทรงมีหลานย่าสองคน คือ ม.ร.ว.ประสงค์สม (เปรมสินี รัตนโสภา) แม้มิใช่นัดดาแท้ ๆ แต่ก็ประทานพระเมตตาเลี้ยงดู คุณชายพิริยพงษ์นั้นแสดงออกชัดว่าอยากได้มรดก ส่วนคุณหญิงประสงสมค์เป็นคนไม่ยินดียินร้าย พอใจในสิ่งที่ได้รับตามสภาพ ความเรียบร้อยน่ารักของคุณหญิงทำให้วิศรุตซึ่งได้พบคุณหญิงในโรงเรียนสอนภาษา รู้สึกเอ็ดดูอย่างน้องสาวคนหนึ่ง คุณหญิงประสงสมค์ เสี่ยงเชิญวิศรุตเข้าวัง น่าแปลงที่วิศรุตได้รับพระเมตตาเป็นพิเศษ ประทานอนุญาตให้เข้าออกวังอย่างสะดวกดาย ทั้งที่วังนั้นไม่เคยตอนรับคนนอก ละคร พลับพลึงสีชมพู สโรชารู้จากน้ำมนต์ เข้านอกออกในวังเทวาสถิตอย่างสะดวก ก็ขอให้พ่อจ้างวิศรุตเป็นผู้ติดต่อขอซื้อที่ดินจากเสด็จพระองค์หญิง วิศรุตรับหน้าที่นี้เพราะเขาต้องการเข้าวังเทวสถิตย์อยู่แล้ว ม.ร.ว.พิริยพงษ์ไม่พอใจอย่างมากที่วิศรุตกลายเป็นคนโปรดพระองค์หญิงโดยไม่มีเหตุผลเขาคาดหวังว่าท่านย่าต้องประทานมรดกทุกอย่างให้เขากับน้องสาว สิ่งเดียวที่เขากังวลคือการที่พระองค์หญิงทรงเฝ้ารอพระธิดาที่หายสาบสูญไปนานกว่าสามสิบปี เพราะหม่อมเจ้ากิรติโสภณ (คัทลียา แมคอินทอช) นั้นหายไปขณะทรงครรภ์ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบุตรหรือธิดาก็จะต้องเป็นทายาทสายตรง การที่พิศรุตปรากฏตัวในวัยใกล้เคียงกับทายาทที่หายไปจากวังเทวา ทำให้คุณชายพิริยพงษ์กระวนกระวายใจนัก กลัวมีคนมาแย่งสมบัติ แต่คุณชายมีแผลสองที่จะครอบคลองที่ดินผืนงาม เพราะวินิตา (โชติกา วงศ์วิลาศ) คนรักของคุณชายเป็นธิดาคนโตของนายพลโทวินิต ราชโยธิน (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) ที่ต้องการซื้อที่ดินผืนนี้เช่นเดียวกัน พลโทวินิตมีอดีตที่บาดหมางกับพระองค์หญิง จนไม่กล้าเจ้ามาเฝ้าฯ เพื่อติดต่อซื้อด้วยตัวเอง จึงส่งวินิตามาทาบทาม แต่พระองค์หญิงไม่พระทัยอ่อน โดยเฉพาะกับตกูลราชโยธิน คุณหญิงจริยา ราชโยธิน (กัลยา เลิศเกษมทรัพย์) รู้สาเหตุดี เพราะเธอคือต้นเหตุแห่งความบาดหมางนั้น เมื่อครั้งพลโทวินิตเป็นเพียงนายพลโทวินิต ได้มาติดพันชอบพอหม่อมเจ้าหยญิงกิรติโสภณพระธิดาพระองค์หญิง แต่ในวันที่จะมากราบทูลสู่ขอ พันโทวินิตกลับต้องรับคำแต่งงานกับนางสาวจริยา ที่หลอกว่าตั้งท้องและจะไปร้องเรียนผู้บังคับบัญชาหากไม่ยอมรับ ละคร พลับพลึงสีชมพู หม่อมเจ้าหญิงกิรติโสภณอับอายจนหนีหายไปจากวัง หลายเดือนต่อมาจึงมีจนหมายจากเพื่อนหญิงชาวอังกฤษชื่อแนนซี่ (ดวงใจ หทัยกาญจน์) ถึงพระองค์หญิง ว่าทรงให้กำเนิดทารกเพศชายที่อังกฤษ พระองค์หญิงไม่ได้ข่าวจากพระธิดาอีกเลย ส่วนนางสาวจริยาก็ได้แต่งงานกับนายทหารหนุ่มสมความตั้งใจ แม้ภายหลังความจริงปรากฏว่าไม่ได้ตั้งท้อง ก็ตกกะไดพลอยโจร จึงมีลูกสาวสองคนชื่อ วินิตา และ แก้วกิริยา (พะเพื่อน) ซึ่งอายุห่างกันหลายปี การที่วิศรุต มรุพงษ์ ทูลพระองค์หญิงว่าเขาเคยอยู่อังกฤษในวัยเด็ก ประกอบกับท่วงทีกิริยาที่ถูกชะตา ทำให้พระองค์หญิงหวังว่าเขาจะเป็นพระนัดดาแท้ ๆ ที่ทรงเฝ้ารอ แต่เมื่อทรงถามซักไซ้ วิศรุตกลับทูลปฏิเสธไม่เคยได้ยินชื่อท่านหญิงกิรติโสภณ ซึ่งทำให้คุณชายพิริยพงษ์เบาใจ แต่ก็ยังไม่วางใจนัก สโรชามีความสุขกับการเป็นพลับพลึง วิศรุตเองก็รู้สึกว่าชีวิตมีความหมายขึ้น เมื่อมีผู้หญิงบอบบางมาให้ดูแล สลับกับการต้องไปปะทะคารมกับสโรชาจอมเฮี้ยวที่ออฟฟิศโรงแรมในเวลาที่ต้องไปติดต่องาน วันหนึ่งเขาให้พลับพลึงดูแหวนโบราณที่สวมติดนิ้วเสมอ แล้วยอมว่า หากจะหมั่นผู้หญิงสักคน เขาคงมีเพียงแหวนวงนี้ เพราะเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้ พลับพลึงฟังแล้วซึ้งใจ เพราะราคาโฮมสเตย์ที่รับลูกค้าราคาย่อมเยาไม่น่าจะทำรายได้ให้พิศรุตเท่าใดนัก ธาราเกิดปัญหาการเงินทางบ้านอย่างแรก วิศรุตต้องหาเงินช่วยเหลือเฉพาะหน้าโดยแอบจำนำแหวนวงงามกับนายพิสิฐเป็นการฉุกเฉิน ให้นายพิสิฐช่วยเก็บรักษาไว้อย่างดี สโรชามาเห็นก็ขอดู พบว่าแหวนเปิดออกได้ ภายในเป็นภาพหญิงสาวหน้าคุ้น สโรชาขอยืมจากพ่อไปชั่วคราวเพื่อทบทวนคิด คุณชายพิริยพงษ์เป็นนักเลงพนัน ฝนตกขี้หมูไหลพาคุณชายมาเจอคุณหญิงจริยา ราชโยธิน ที่บ่อนชายแดน เมื่อไก่เห็นจีนงู ว่าที่แม่ยายกับว่าที่ลูกเขยร่วมมือกันหาทางครอบครองมรดกชิ้นใหญ่โดยไม่ต้องลงทุนซื้อ ในใจคุณหญิงจริยานั้นริษยาที่สามียังคิดถึงท่านหญิงกิรติโสภณ และโหยหารอลูกชายที่หายไปจนพยายามติดต่อซื้อที่ดินผืนที่ท่านหญิงเคยโปรด ทั้งๆที่คุณหญิงจริยาไม่เห็นด้วยเลย คุณหญิงจริยาเมื่อรู้จากคุณชายว่าพระองค์หญิงเฝ้ารอทายาท ที่เกิดจากท่านหญิงกิรติโสภณ ก็บอกคุณชายให้หาคนมาสวมรอย จะด้วยวิธีใดก็ตาม พระองค์หญิงตัดสินพระทัยจะขายที่ดินให้นายพิสิฐ เพราะทรงถูกชตาวิศรุต และทรงฝากฝังให้วิศรุตดูแลหญิงประงสงค์เป็นการตอบแทน นายพิสิฐถือโอกาสนี้เตรียมจัดงานฉลอง พร้อมเปิดตัวสโรชาว่าเป็นทายาทบริหารโครงการใหญ่ วิศรุตค่อย ๆ จับสังเกตจนแน่ใจว่าพลับพลึงกับสโรชาคือคนเดียวกัน หลายครั้งที่เขาพูดเป็นในว่าเขาชอบพลับพลึงมากกว่าสโรชา ก่อนงานเลี้ยง สโรชารับเชิญจากคุณหญิงประสงค์สม วินิตา แก้วกิริยา คุณชายพิริยพงษ์ ไปเล่นสกีน้ำ วิศรุตพานักท่องเที่ยวมาแถวนั้นพอดี สโรชารีบถอดแหวนออก แต่แหวนร่วงลงพื้น คุณชายวิริยพงษ์เก็บได้แอบพิจารณาดู เห็นรูปท่านหญิงกิริติโสภณผู้เป็นหม่อมอา คุณชายสงสัยว่าได้มาอย่างไร สโรชาเห็นท่าทีคุณชายสนใจมากก็นึกได้ ว่ารูปผู้หญิงสาวในแหวนนั้นอาจจะเป็นภาพใดภาพหนึ่งในวังเทวาสถิตย์ เมื่อมีโอกาสจึงแอบเดินลัดเลาะเข้าห้องที่ปิดอยู่ แต่ไม่ทันเห็นภาพนั้น สโรชาถูกวางยาสลบขโมยแหวนไป ละคร พลับพลึงสีชมพู วิศรุตมาขอไถ่แหวนคือจากนายพิสิฐ สโรชาให้พ่อตอบบ่ายเบี่ยงไปก่อน จนกระทั่งวันงานเลี้ยงแฟนซี ซึ่งพระองค์หญิงประทานอนุญาตให้จัดในวัง มีบุรุษแปลกหน้ามาปรากฎกาย พระองค์หญิงประกาศว่าชื่อ วิศรุต ราชโยธิน (อนุชิต สพันธุ์พงษ์) เป็นพระนัดดาที่เกิดจากพระธิดาที่สาบสูญ โดยมีแหวนเป็นเครื่องยืนยัน วิศรุต มรุพงศ์ ประหลาดใจ วินิตากับแก้วกิริยางง ว่าทำไมนายวิศรุตคนใหม่นี้ มีนามสกุลเดียวกับตน คุณหญิงจริยาตอบว่าคงเป็นญาติสายอื่นที่เราไม่รู้จัก เมื่อกลับไปเล่าให้บิดาฟัง พลโทวินิตตื่นเต้นอยากเห็นหน้าวิศรุต ราชโยธิน ออกอาการจนคุณหญิงจริยาหมั่นไส้ทะเลาะกันเรื่องเก่า วิศรุตคนใหม่ประจบพระองค์หญิงจนประทานเมตตา แม้ไม่เท่าที่ทรงเอ็ดดูวิศรุต มรุพงษ์ แต่แหวนที่สวมอยู่ ทำให้พระองค์หญิงเปลี่ยนพระนัดดาให้เป็นคนที่ทรงโปรดไม่ได้ วิศรุต ราชโยธิน กับ วิศรุต มรุพงษ์ มีนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่วิศรุต ราชโยธิน ได้ข้อมูลการวางตัวแบบชาววังจากคุณชายวิริยพงษ์ เขาไม่รู้ว่าคุณชายเอาแหวนมาจากไหน เขาเป็นเพียงคนเฝ้าบ่อนใฝ่ฝันเป็นพระเอกหนัง รับค่าจ้างมาให้แสดงตนเป็นทายาท จนกว่าจะได้รับมรดก และทั้งคุณชายพิริยพงษ์และคุณหญิงจริยาจะทวงคืน ระหว่างนี้ เขาจึงของใช้ชีวิตสำราญสุดขีดเป็นการตอบแทน ความพยายามเอาใจพระองค์หญิงเกือบเป็นผลสำเร็จ แต่ความเจ้าชู่หลงตัวเองทำให้คุณหญิงจริยาแทบคลั่ง เพราะวิศรุตกำมะลอคอยฉวยโอกาสกับแก้วกิริยา และลามไปถึงคุณหญิงประสงค์สม วิศรุต มรุพงษ์ หลบหน้าพระองค์หญิง แต่แอบสกดรอยวิศรุต ราชโยธินตลอดเวลา ที่แรกเขาไม่ได้อยากเป็นทายาท ด้วยเข้าใจว่าคุณหญิงพระทัยร้ายทำให้มารดาเขาช้ำใจตาย แต่ยิ่งนานยิ่งเข้าใจท่านยาย เขากล่าวโทษตัวเองที่ไม่อาจรักษาแหวนมารดาไว้ได้ และพาลโกรธสโรชาด้วย วิศรุตไล่พลับพลึงออกจากบ้าน เพราะเขาหมดสนุกกับการเฝ้าดูการปลอมตัวของหญิงสาวแล้ว คุณชายพิริยพงษ์กับวิศรุต ราชโยธินทะเลาะกันเงียบ ๆ เมื่อทายาทตัวปลอมออเซาะพระองค์หญิงเกินหน้า และยังเอาใจวินิตาราวกับจะช่วงชิง แก้วกิริยาคนน้องเกลียดวิศรุต ญาติคนใหม่ แต่พลโทวินิตแก้แทนทุกอย่าง ด้วยเข้าใจว่าเป็นผู้ชายที่พลัดพราก คุณหญิงประสงค์สมไว้ใจพี่ชายคนใหม่ใกล้ชิดสนิทสนมจนพลาดท่าได้แต่กล้ำกลืนอับอายเก็บตัวไม่พูดจา พระองค์หญิงประชวรฝากให้วิศรุตมรุพงษ์ดูแลคุณหญิงประสงค์สมผู้อ่อนแอ สโรชาน้อยใจวิศรุตตัวปลอมรู้ว่าสโรชาเป็นทายาทเศรษฐีก็เตรียมวางแผลอนาคตหลังพ้นตำแหน่งทายาทกำมะลอจะโดดไปตกถังข้าวสารสโรชาทำทีโอนอ่อน ขอแหวนวงสำคัญเป็นแหวนมั้นก่อนจะทูลพระองค์หญิงว่าแหวนนี้เป็นแหวนของวิศรุต มารุพงษ์มาก่อน แผนแตกคุณชายวิริยพงษ์กับวิศรุตตัวปลอมก็แตกคอคุณชายโกรธเกรี้ยวลากวิศรุตปลอมลงเรือเร็วไปไกลแล้วชกต่อยจนถึงขั้นยิงวิศรุตตกน้ำสาบสูญพลโทวินิตมาเอาเรื่องคุณชายวิริยพงษ์ที่วังเทวาสถิตย์ความจริงของครอบครัวทำให้วินิตาโกรธพ่อและแก้วกิริยาโกรธแม่พระองค์หญิงต้องทรงลุกขึ้นมาห้ามศึกและรับว่าเป็นความผิดของตนเองทั้งหมด คุณชายพิริยพงษ์โทษว่าเป็นเพราะวิศรุตมรุพงษ์ที่สวมหน้ากากตลอดเวลาหากเข้ามาที่นี้อย่างเปิดเผยจริงจังก็จะไม่มีใครตายตำรวจมาจับคุณชายฐานพยายามฆ่า เมื่อรู้ว่าบิดาของบุตรในครรภ์ตายแล้วคุณหญิงประสมสงค์สมทรุดเป็นลมวิศรุตมรุพงษ์แอบรู้เรื่องนี้ก็ขอไปไถบาปบอกว่าจะแต่งงานกับคุณหญิงเองวิศรุตต้องย้ายเข้ามาอยู่ในวังเพื่อดูแลทั้งพระองค์หญิงและคุณหญิงประสงค์สม สโรชาเสียใจหนีกลับไปเป็นพลับพลึงที่บ้านวิศรุตมีธาราและประพันธ์ทำงานบ้านให้พระองค์หญิงตามมาทอดพระเนตรความเป็นอยู่ที่บ้านของวิศรุตได้ฟังเรื่องราวมากมายจากพลับพลึงสโรชา ละคร พลับพลึงสีชมพู วันหมั่นแขกที่ไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาประกาศกลางงานว่าเขาคือชัยบดีคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าการศึกษาน้อยแต่ไม่ต้องการโกหกใครอีกต่อไปรวมทั้งตัวเองหากคุณหญิงประสงค์สมจะยกโทษให้ คุณหญิงวิ่งนี้ชัยบดีตามสุดชีวิตและทุ่มตัวเองรับคุณหญิงที่พลัดหกล้ม วินิตาบอกคุณชายพิริยพงษ์ว่าต่อให้ไม่มีทรัพย์สมบัติหากคุณชายรักเธอเท่ากับที่ชัยบดีรักคุณหญิงประสงค์สมจริง ๆ เธอก็ยินดีจะเป็นคู่ชีวิตตลอดเวลา สุทิศซึ่งตามจีบแก้วสุริยาอยู่แอบยิ้มให้ น้ำมนต์ซึ่งดีกับประพันธ์แล้วมายืนลุ้น ธาราผลักสโรชาไปหาวิศรุตมรุพงษ์สั่งสอนให้เลิกสวมหน้ากากเข้าหากันซะที เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายเนตรพระองค์ที่ดำเนินลงจากหน้าวังมุขวังเทวาสถิตย์ ม่านน้ำพระเนตรที่คลออยู่ค่อย ๆ แห้งด้วยพระดรรชนีทรงกรีดออกจากพระพักตร์ ทรงตระหนักแน่แท้แล้วว่าการยอมรับความจริงเท่านั้นที่จะลบความหม่นมัวทั้งปวงได้ พระองค์หญิงยิ้มกับภาพพระธิดาที่งดงามอยู่ในพระทัยเสมอจนเหมือนปรากฏองค์ทรงยิ้มตอบจากบนฟ้า เมื่อลดสายเนตรลงมาตรงหน้าก็ทอดพระเนตรภาพความจริงแสนหวานวิศรุตมรุพงษ์พระนัดดากำลังคุกเข่ายื่นช่อดอกไม้ขอแต่งงานกับสโรชาสุนทรเกษมกับช่อดอกไม้พลับพลึงสีชมพู ติดตาม ละครพลับพลึงสีชมพู ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสี ช่อง 3 ละคร พลับพลึงสีชมพู รายชื่อนักแสดง ละคร พลับพลึงสีชมพู แอนดริว เกร็กสัน รับบท วิศรุต อมีนา กูล รับบท สโรชา มรตรี เจนอักษร รับบท พิสิฐ จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ รับบท พลโทวินิต อนุชิต สพันธุ์พงษ์ รับบท วิศรุต (ตัวปลอม) กัลยา เลิศเกษมทรัพย์ รับบท คุณหญิงจริยา โชติกา วงศ์วิลาศ รับบท วินิตา ชุติมณฑน์ สกุลไทย รับบท แก้วกิริยา สมภพ เบญจาธิกุล รับบท พระองค์เจ้ามรุพงศ์ นันทวัน เมฆใหญ่ รับบท พระองค์หญิง คัทลียา แมคอินทอช รับบท หม่อมเจ้ากีรติโสภณ วริษ ทิพโกมุท รับบท หม่อมราชวงค์พิริยพงศ์ เปรมสินี รัตนโสภา รับบท หม่อมราชวงศ์ประสงค์สม ศิรประภา สุขดำรงค์ รับบท ลัดดา ธงธง มกจ๊ก รับบท ธารา กนกฉัตร มรรยาทอ่อน รับบท ประพันธ์ สุมนทิพย์ เหลืองอุทัย รับบท น้ำมนต์ เดชบดินทร์ ฉายทองดี รับบท สุทิศ

เที่ยวฮ่องกงตลอดพฤษภานี้ ฉลอง 3 เทศกาลวัฒนธรรม
เที่ยวฮ่องกง /  เที่ยวฮ่องกง เดือนพฤษภาคม

เที่ยวฮ่องกงตลอดพฤษภานี้ ฉลอง 3 เทศกาลวัฒนธรรม สืบทอดสีสันและเสน่ห์แห่งวิถีความเชื่อมงคล การเฉลิมฉลองเทศกาลทางวัฒนธรรมที่หลากหลายถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ในวิถีชีวิตของคนฮ่องกง โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับอีเว้นท์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากมาย ซึ่งจะทำให้การเดินทางมาเยือนมหานครแห่งเอเชียของคุณครั้งนี้มีความหมายและน่าประทับใจกว่าครั้งไหนที่คุณเคยเจอ! เริ่มทริปชมสีสันวัฒนธรรมฮ่องกงกันที่ เทศกาลซาลาเปา บนเกาะเฉิ่งเจ้า ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 พฤษภาคม ศกนี้ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามมาเที่ยวที่เกาะเล็ก ๆ อย่างเกาะเฉิ่งเจ้าที่อยู่ห่างจากฮ่องกงไปเพียงหนึ่งชั่วโมง เพื่อร่วมย้อนเวลากลับไปสู่หลายร้อยปีก่อนตามความเชื่อซึ่งเล่าขานกันว่า ครั้งหนึ่งได้เกิดโรคระบาดขึ้นบนเกาะ ชาวบ้านจึงทำพิธีกรรมแก้เคราะห์ร้ายด้วยการแต่งกายเลียนแบบเทพเจ้าเดินไปรอบเกาะเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถชมการแห่ขบวนพาเหรด “พิ้ว เส็ก” หรือขบวนพาเหรดของเหล่าเด็ก ๆ ที่แต่งกายเลียนแบบเทพเจ้าในตำนาน รวมถึงนักการเมืองที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน โดยเด็ก ๆ เหล่านี้จะนั่งอยู่บนเก้าอี้สูงที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าของพวกเขาเพื่อให้ผู้ชมเห็นราวกับว่าเด็กเหล่านี้ลอยอยู่ในอากาศ ขบวนพาเหรดจะมาสิ้นสุดที่วัดปักไต้ ซึ่งมีหอคอยสูงตกแต่งด้วยซาลาเปาตั้งอยู่ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ผู้เข้าแข่งขันจะไต่หอคอยเหล็กสูงกว่า 20 เมตรเพื่อแข่งกันเก็บ “ซาลาเปานำโชค” ให้มากที่สุดเท่าที่จะเก็บได้ เทศกาลนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ โชว์ขบวนเชิดสิงโตและยูนิคอร์น การแสดงอุปรากรจีน และโชว์ศิลปะการต่อสู้ “กังฟู” อันน่าตื่นตาตื่นใจ การันตีความสนุกสนานแบบครบรสสำหรับทุกคนที่มาเยือน! จากนั้นมาร่วมฉลอง เทศกาลวันคล้ายวันจุติเทพเจ้าทัมกุง เทพเจ้าที่ชาวฮ่องกงให้ความเคารพนับถือและเชื่อว่าช่วยปกป้องคุ้มครองชาวประมง โดยเทพเจ้าทัมกุงมีพลังพิเศษสามารถพยากรณ์อากาศล่วงหน้า และช่วยให้ชาวประมงเดินเรือและกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัย วันจุติของเทพเจ้าทัมกุงจะตรงกับทุกวันที่ 14 พฤษภาคมของทุกปี ชาวฮ่องกงจะทำพิธีเฉลิมฉลอง ณ วัดทัมกุงในย่านเซา เกย หว่าน (Shau Kei Wan) ฝั่งเกาะฮ่องกง ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่รุ่งเรืองและเป็นที่หลบพายุชั้นดีมาก่อน นักท่องเที่ยวจะได้ชมพิธีกรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์มากมาย เช่น การถวายเครื่องไหว้บูชา รวมถึงโชว์เชิดมังกรและสิงโตตามธรรมเนียมดั้งเดิม ภายในวัดทัมกุง ยังมีระฆังเหล็กและแท่นหินที่บอกเล่าประวัติการก่อสร้างวัดแห่งนี้ รวมทั้งเรือสำเภาไม้และเรือมังกรโบราณที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีตั้งอยู่ด้วย และสำหรับพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ยังตรงกับวันคล้ายวันประสูติของพระพุทธเจ้าด้วย บรรดาวัดพุทธทั่วฮ่องกงจะร่วมกันประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเนื่องในโอกาสสำคัญดังกล่าว โดยพิธีกรรมของชาวพุทธฮ่องกงจะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากพิธีกรรมของไทยอยู่บ้าง ชาวพุทธฮ่องกงจะคุกเข่าหรือยืนเพื่อสรงน้ำองค์พระพุทธเจ้าน้อยโดยห้ามไม่ให้น้ำหกรดพื้น และเชื่อกันว่าเป็นพิธีกรรมที่ช่วยชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ หนึ่งในวัดพุทธสำคัญของฮ่องกงที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถแวะไปกราบขอพรได้ ได้แก่ อารามโป๋หลินบนเกาะลันเตา อันเป็นที่ประดิษฐานองค์พระใหญ่ พระพุทธรูปนั่งกลางแจ้งทำจากทองสัมฤทธิ์ที่สูงที่สุดในโลก โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมพิธีสรงน้ำพระ และเพลิดเพลินเต็มอิ่มไปกับเมนูอาหารมังสวิรัติแสนละลานตา พร้อมชมโชว์การแสดงศิลปะกังฟูสุดประทับใจจากวัดเส้าหลินได้ ณ อารามแห่งนี้! พฤษภานี้ ลัดฟ้ามาสัมผัสมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมมงคลของฮ่องกงที่คุณไม่เคยรู้ไปพร้อมกัน! เปิดประสบการณ์สู่โลกใบใหม่ที่จะทำให้คุณอยากรู้จักฮ่องกง ผู้คน และวิถีชีวิตอันมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครของมหานครแห่งนี้ให้ลึกซึ้งกว่าที่เคย!

ละครสะใภ้ไร้เงา , เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา
ละคร สะใภ้ไร้เงา /  เขต ฐานทัพ / 

สะใภ้ไร้เงา ละครช่อง7บทประพันธ์โดย : ปิยพร วายุภาพบทโทรทัศน์โดย : อรุณแก้วออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา มัจฉา (ณัฐชา นวลแจ่ม) ว่าที่เจ้าสาวพันล้าน และครอบครัว พ่อเพิ่ม (ไพโรจน์ สังวริบุตร) แม่วรรณา (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ยายทอง (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุทธา) และข่อย (เด็กชายธีระภพ ทรงวาจา) น้องชายสุดแสบกำลังเดินทางจาก โคกอีกเห็น มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าพิธีมงคลสมรสกับนักธุรกิจหนุ่ม ไตร (เขตต์ ฐานทัพ) แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ระหว่างเดินทางเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้ทุกคนในครอบครัว ดับอนาถตายคาที่ ! ! มัจฉาฟื้นขึ้นอีกครั้งพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องแต่งตัวกับ ลดา (ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล) เพื่อนรักที่อยู่เคียงข้าง ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และคอยดูแลเธอเสมอมา และกำลังจะเข้าพิธีหมั้น ทันทีที่ส่องกระจก เธอก็พบว่าในกระจกปราศจากซึ่งเงาของเธอ เพราะในตอนนี้เธอกลายเป็นเพียงวิญญาณซะแล้ว มัจฉาร้องไห้เสียใจที่รู้ว่า ความตายกำลังจะพรากเธอไปจาก ไตร ฐากูลเรืองวิริยา ว่าที่สามีอันเป็นที่รัก เธอขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้เธอได้เข้าพิธีแต่งงาน และแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ในที่สุดมัจฉาก็เข้าพิธีสมรสสมใจปรารถนา ครอบครัวของเธอยังเข้าร่วมพิธีด้วย มัจฉาสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน ความจริงแล้วคือเธอยังไม่ตาย งานแต่งของมัจฉาดำเนินไปด้วยความไม่พอใจของ คุณหญิงตรีทิพย์ (ดารัณ ฐิตะกวิน) แม่ของไตรที่ไม่ได้ต้องการสะใภ้อย่างมัจฉา แม้ว่า คุณอดิศร (ตฤณ เศรษฐโชค) พ่อของไตรจะพยายามพูดอย่างไร คุณหญิงก็ไม่ยอมไตร เฝ้ารอมัจฉาอย่างใจจดใจจ่อ โดยที่ พฤกษ์ (เจตรินตรัย อันติมานนท์) เพื่อนสนิทจอมเจ้าชู้ ไม่เข้าใจสักนิดว่าไตร จะหาบ่วงคล้องคอด้วยการแต่งงานทำไม อยู่เป็นโสด รักสนุกไม่ผูกพัน ดีกว่าเยอะ หากไตรตบไหล่เพื่อนบอกว่า ถ้าพฤกษ์ได้พบกับรักแท้ วันนึงพฤกษ์จะเข้าใจ พฤกษ์ส่ายหน้า รักแท้ไม่มีจริง ในคืนส่งตัวเจ้าสาว มัจฉา พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อยเองเริ่มรู้ตัวว่า ตอนนี้ตัวเองได้ตายไปแล้ว มัจฉาได้พบกับ ยมทูตแอนดี้ (พีรวัชร์ เหราบัตย์) และได้สารภาพกับมัจฉาว่า เกิดความผิดพลาดด้านระบบคอมพิวเตอร์ของนรก ทำให้นำตัววิญญาณมาผิด จึงได้พยายามที่จะให้มัจฉาได้เข้าพิธีแต่งงานตามความตั้งใจ มัจฉาโวยวายที่ตัวเองยังไม่ถึงที่ตาย แต่กลับต้องมาโดนพรากจากสามีอันเป็นที่รัก จึงขอให้ยมทูตแอนดี้ รับผิดชอบกับความผิดในครั้งนี้ หลังงานแต่งงาน มัจฉาขอร้องไตรให้ครอบครัวของเธอ ได้เข้าไปพักในคฤหาสน์หรูของไตร แต่ คุณหญิงตรีทิพย์ กลับไม่ยินยอมให้ครอบครัวของมัจฉาเข้าไปอยู่ร่วมบ้านด้วย เพราะแม้แต่ตัวมัจฉาเอง เมื่อแม่ไม่ต้องการให้มัจฉา และครอบครัวมาอยู่ในคฤหาสน์ ฐากูลเรืองวิริยา ไตรก็บอกว่าเขาต้องไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา คุณหญิงตรีทิพย์รีบห้าม ด้วยเพราะรัก หวง ห่วงไตรที่เธอเลี้ยงมาอย่างดี เรื่องจึงลงเอยด้วยการให้ เพิ่ม วรรณา ทอง และข่อย เข้าไปอยู่ในเรือนหลังเล็กของคฤหาสน์ แม้ว่าบรรดาครอบครัวหรรษาจะไม่ยินดีนักทุกคนยินยอมอยู่ในบ้านเล็กในเรือนใหญ่ ด้วยความไม่เต็มใจ คนรับใช้ในคฤหาสน์ ทั้ง ป้าแจง (น้ำเงิน บุญหนัก) แม่ครัว แลไอ้หนึ่ง (วิชัย จงประสิทธิ์พร) คนขับรถ ต่างงุนงงที่เห็นหมาหอนตลอดเวลา ตั้งแต่ครอบครัวนี้มาอยู่ที่นี่ ชีวิตสมรสของไตร และมัจฉาเต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ เพราะตรีทิพย์ทนรับสภาพที่มีมัจฉาอยู่ร่วมบ้านไม่ได้ จึงหาทางกลั่นแกล้งมัจฉาต่าง ๆ นานา โดยมี พิศ (หมวย ชวนชื่น) และน้อย (กรุณา มอริส) คนรับใช้คู่บารมีคอยช่วยหาเรื่องมัจฉา ทั้งให้ซักผ้า กวาดบ้าน ตัดหญ้า จ่ายตลาด ทำกับข้าว ด้วยความเป็นคนจิตใจดี และรักสามีมาก มัจฉาจึงยอมทำทุกอย่าง โดยหวังว่าความดีจะชนะใจแม่สามี พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ทนไม่ได้ ขอประกาศศึกกับ คุณหญิงตรีทิพย์ คุณหญิงตรีทิพย์พยายามบอกกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เรื่องผีที่หลอกเธอมีหน้าตาเหมือนกับครอบครัวของมัจฉา แต่ไตรเข้าใจผิดคิดว่าแม่ของตัวเองกำลังใส่ร้ายครอบครัวของมัจฉา จึงต่อว่าแม่ ไตรไม่พอใจนอกจากแม่จะหาเรื่องรังแกมัจฉา แล้วยังมากล่าวหาว่ามัจฉา และครอบครัวเป็นผีอีก จึงประกาศกร้าวว่า หากมัจฉา และครอบครัวถูกกลั่นแกล้งอีก เขาจะย้ายไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา และครอบครัว ด้านมัจฉารู้ดีว่าเรื่องที่คุณหญิงตรีทิพย์เล่าเป็นความจริง จึงเรียกพ่อ แม่ ยาย และน้องมาเอ็ด พร้อมทั้งสั่งห้ามหลอกใครอีก เพราะเธอไม่อยากให้ไตรรู้เรื่องที่เธอ และครอบครัวเป็นผี เวลาเดียวกันนั้น ณ บ้านโคกอีเห็น หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางภาคอีสาน สุดที่รัก (แอนดรูว์ กรเศก) เจ้าของโรงสีข้าวที่รวยที่สุดในตำบล ผู้เป็นแฟนคลับของมัจฉา ได้ข่าวจากทางตำรวจว่า มัจฉา และครอบครัวประสบอุบัติเหตุ ซากรถคว่ำอยู่ข้างถนน ทำเอาสุดที่รักที่หลงรักมัจฉาอย่างบ้าคลั่งทนไม่ได้ ต้องรีบหาทางติดต่อมัจฉา และครอบครัวด่วน ทันทีที่โทรมา สุดที่รักก็พบว่า ทุกคนยังอยู่ดีมีสุข จนกระทั่งข่อยรายงานสุดที่รักให้ได้รู้ว่า มัจฉาแต่งงานมาอยู่ครอบครัวนี้ด้วยความลำบาก เพราะถูกตรีทิพย์กลั่นแกล้งตลอด ทำเอาสุดที่รักทนไม่ไหว จึงตัดสินใจเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อปกป้องยอดดวงใจของเขาด้วยชีวิต ขณะเดียวกัน ตวิษา (ปทิตตา อัธยาตมวิทยา) น้องสาวของไตร เดินทางกลับจากต่างประเทศ ได้พบกับสุดที่รัก ขณะที่เขาเดินทางมาหามัจฉา และได้ขับรถชนรถของตวิษาเข้าให้ ด้วยความเป็นไฮโซประจำหมู่บ้าน สุดที่รักโวยวายจะเอาเรื่องตวิษาให้ได้ ขณะที่สาวเจ้าก็ไม่ยอมเช่นกัน โชคดีที่ไตรมาห้ามทัน ทำให้สุดที่รักได้รู้ว่า ผู้หญิงบ้านนี้ร้ายกาจกันทุกคน แล้วมัจฉาจะอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไง สุดที่รักจึงสัญญากับตัวเองว่า จะต้องหาทางทำให้มัจฉาหย่าขาดกับไตร แล้วกลับไปเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ ความวุ่นวายไม่หยุดคืบคลานเข้ามา ตัวช่วยของคุณหญิงตรีทิพย์ก็ปรากฏตัวขึ้น เอื้อมพร (กัญญกร พินิจ) เพื่อนสนิทของตวิษาที่ได้พบกับไตร ก็เกิดประทับใจในตัวพี่ชายของเพื่อนรัก ตรีทิพย์ และตวิษาเห็นเป็นโอกาสเหมาะ ที่จะทำให้ไตร และมัจฉามีปัญหากัน จึงขอให้เอื้อมพรช่วยร่วมมือในการกำจัดมัจฉาออกจากสกุล ฐากูรเรืองวิริยา ให้ได้ แผนการดำเนินไป ไม่ใช่เพียงแค่มัจฉาเท่านั้นที่เริ่มน้อยใจในตัวของสามี ด้านไตรเองก็เป็นเช่นกัน โดยตัวต้นเหตุก็คือสุดที่รัก ซึ่งย้ายมาปักหลักเช่าคอนโด อยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อพามัจฉากลับบ้านนั้น คอยมาหามัจฉาที่คฤหาสน์ของไตร สุดที่รักเห็นว่ามัจฉาถูกครอบครัวสามีแกล้งจริงอย่างที่ข่อยบอก จึงแตะมือ กับสมาชิกในครอบครัวของมัจฉา ทำเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้า ให้ตรีทิพย์และตวิษาต้องโมโหไม่เว้นแต่ละวัน ไตรไม่พอใจที่กลับมาจากทำงานทุกครั้ง เป็นต้องเห็นสุดที่รักช่วยมัจฉาทำงานบ้าน ทำกับข้าว อีกทั้งหลายครั้งที่สุดที่รักชอบพูดจากระแนะกระแหน ว่าเขาเป็นลูกแหง่กลัวแม่ ปล่อยให้แม่โขกสับมัจฉา ครั้งหนึ่งไตรได้ยินพ่อเพิ่มพูดว่า สุดที่รักน่าจะเป็นลูกเขย ทำให้ไตรรู้สึกเป็นส่วนเกินของครอบครัวมัจฉาปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ทะเลาะ จนกระทั่งบานปลายมีปากเสียงกัน ยมทูตแอนดี้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับข่าวร้าย นรกได้เช็คข้อมูลเรียบร้อยแล้ว และพบว่ายมทูตแอนดี้ไม่ได้ทำงานผิดพลาด ครอบครัวของมัจฉาชะตาถึงฆาตแล้วจริง ๆ ยมทูตแอนดี้เตรียมตัวมารับวิญญาณของมัจฉา และครอบครัว มัจฉาหาทางบอกไตรให้รู้เป็นนัย ๆ ว่า เธอและเขาจะต้องพรากจากกันตลอดไป ไตรเข้าใจผิดคิดว่า มัจฉาจะทิ้งเขา แล้วไปอยู่กับสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่า ไตรจึงยิ่งกลุ้มใจมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งผลดีให้เอื้อมพรเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ด้วยการทำทีเป็นที่ปรึกษา ให้ไตรระบายความกลัดกลุ้ม จนพานกลับบ้านดึก ทำให้มัจฉาเป็นห่วง รวมทั้งเสียใจทุกครั้งที่เห็นว่า คนที่มาส่งไตรทุกคืนคือเอื้อมพร ข่อยทนไม่ไหวที่ต้องเห็นพี่สาวน้ำตาเช็ดหัวเข่า จึงฟ้องสุดที่รักว่า เอื้อมพรจะแย่งไตรไปจากมัจฉา สุดที่รักได้ยินก็กระโดดดีใจสุดเหวี่ยงที่รู้ว่า ไตรกับมัจฉาจะเลิกกัน สุดที่รักรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ สุดที่รักไปต่อว่าตวิษา ว่าร่วมมือกับเอื้อมพรในการแย่งไตรกับมัจฉา สุดที่รักต่อว่า ตวิษาว่าทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง นอกจากทำให้ผัวเมียชาวบ้านเขาเลิกกัน ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ส่งไปเรียนถึงต่างประเทศ ตวิษาโกรธจัด เธอยังมีความรู้สึกน้อยใจรวมอยู่ด้วย น้อยใจที่เขาไม่เคยเห็นเธอมีดีในสายตา ต่างจากลูกชายลูกท่าน หลานเธอทั้งหลาย ที่ต่างชมว่าเธอคือผู้หญิงสุดเพอร์เฟกต์ เรื่องไม่คาดฝันครั้งใหญ่ขึ้นในวงการนรก เมื่อมัจฉาได้ตั้งท้องลูกของไตร ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อยมทูตรายงานกับทางนรกถึงปัญหาหนักที่ตามมา และแล้วมัจฉาก็ได้รับการต่อเวลาให้มีร่างมนุษย์ต่อไป ตราบจนกว่าจะคลอดลูก ด้านตรีทิพย์ที่ถึงแม้จะเกลียดชังมัจฉาแค่ไหน แต่เมื่อรู้ว่ามัจฉากำลังอุ้มท้องหลานของเธอ ตรีทิพย์ก็เริ่มใจอ่อน และยอมดูแลมัจฉาอยู่ห่าง ๆ อย่างไว้ฟอร์ม ขณะที่เอื้อมพรเล็งเห็นว่า ตรีทิพย์กำลังเอนเอียงไปทางมัจฉา จึงได้วางแผนรวบหัวรวบหางไตร เพื่อเรียกร้องสิทธิ์การเป็นภรรยาของไตรอีกคน แล้วแผนการของเอื้อมพรก็สำเร็จจนได้ เพิ่มรู้เรื่องไตรมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอื้อมพรโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ติดตรงที่แม่วรรณา เมียรักเคยขอให้อย่าไปยุ่งเรื่องของลูก พอเพิ่มหันไปเห็นเมียรักยืนตัวสั่น ก็ตกใจ มัจฉาเห็นแก่ไตรที่ตกที่นั่งลำบาก เลยตัดสินใจพาครอบครัวของตัวเองกลับบ้านโคกอีเห็น การกลับมาของครอบครัวมัจฉา สร้างความงุนงงสงสัยให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะ เสี่ยแสน (โอลิเวอร์ บีเวอร์) และสร้อย (ราตรี วิทวัส) พ่อกับแม่ของสุดที่รัก ที่ได้ยินชาวบ้านนินทามัจฉา และครอบครัวว่า มีอะไรผิดปกติหลายอย่าง อีกทั้งหมอผีประจำหมู่บ้านยังยืนยันฟันเฟิร์มซะอีกว่า ครอบครัวนี้คือ อดัมแฟมมิลี่อย่างแน่นอน เสี่ยแสน และสร้อยเตือนสุดที่รัก ไม่ให้ยุ่งกับครอบครัวมัจฉา สุดที่รักก็ยังยืนกรานว่า มัจฉาไม่ใช่ผีอย่างที่ใครนินทา ทำเอาสองสามีภรรยาที่รักลูกชายอย่างสุดที่รักยิ่งดวงใจ ต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่า ความจริงแล้วครอบครัวของมัจฉาเป็นผีจริง ตามที่ชาวบ้านพูดหรือเปล่า ? ไตรที่เห็นภรรยาสุดที่รักหนีกลับบ้านนอก ก็น้อยใจคิดว่ามัจฉาหมดรักเขาจริง ๆ เลยเอาแต่ดื่มเหล้า ส่วนเอื้อมพรก็ย้ายข้าวของมาอยู่ในคฤหาสน์ ฐากูรเรืองวิริยา ในฐานะภรรยาคนใหม่ นิสัยชอบดูถูกคน และจิกหัวคนรับใช้อย่างกับทาสของเอื้อมพร ทำให้พิศ น้อย และคนรับใช้ในคฤหาสน์ ฐากูรเรืองวิริยา ไม่ชอบเอื้อมพร ทุกคนต่างนึกถึงตอนที่มัจฉาอยู่ คุณหญิงตรีทิพย์ก็ชักเริ่มอยากจะอัปเปหิ เอื้อมพรไปจากคฤหาสน์ เพราะเอื้อมพรมีนิสัยฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย แต่ที่คุณหญิงตรีทิพย์ไม่ชอบอย่างแรงก็คือ เอื้อมพรพูดต่อว่ากฎประหยัดต่าง ๆ ในคฤหาสน์ ว่าคนคิดประสาทบ้างเอย สมองแรงทึ้งบ้างเอย ต้องเป็นพวกชอบข่มเหงลูก และสามี ฯลฯ โดยหารู้ไม่ว่าคนที่ตั้งกฎก็คือคุณหญิงตรีทิพย์นั่นเอง เวลานี้คุณหญิงตรีทิพย์เริ่มคิดถึงมัจฉา ภาพที่มัจฉาคอยช่วยทำงานบ้าน ทำกับข้าวค่อย ๆ ผุดมาเปรียบเทียบกับเอื้อมพร ที่วัน ๆ ตื่นมาก็บ่ายคล้อย แต่งหน้ากว่าจะเสร็จก็เย็น งานการก็ไม่ทำ เอาแต่ช้อปปิ้ง กลับบ้านเที่ยงคืน ยามนี้คุณหญิงตรีทิพย์เลยคิดถึงมัจฉา โดยเฉพาะหลานตัวน้อย ๆ ที่อยู่ในท้องของมัจฉา คุณอดิศรรู้เรื่องคุณหญิงตรีทิพย์เริ่มไม่โปรดเอื้อมพร ก็หัวเราะสะใจเป็นการใหญ่ ทว่าพอมาเห็นสภาพของไตร ที่เมาหัวราน้ำกลับมาบ้านแทบทุกวัน ก็ทนเห็นสภาพของลูกชายไม่ไหว ขอให้ไตรนึกถึงคำมั่นสัญญา ที่ให้ไว้กับมัจฉาในวันแต่งงาน และเมื่อคนสองคนได้สัญญาจะแก่ตายไปด้วยกัน คำเตือนของพ่อทำให้ไตรตัดสินใจจะเดินทางไปบ้านโคกอีเห็น เสี่ยแสน และสร้อยเห็นว่า สุดที่รัก และไตรกำลังตกอยู่ในวังวนของครอบครัวผี เลยหาทางแฉครอบครัวมัจฉาทุกคนด้วยสารพัดวิธี ทั้งหาหมอผีไทย เขมร มอญ ฝรั่งมาทำพิธีปราบ แต่ทุกครั้งกลับเจออิทธิฤทธิ์ของอดัมแฟมมิลี่ จนพากันหนีเตลิดเปิดเปิง ภาพของไตรที่หอบหิ้วกระเป๋ามาที่บ้านของมัจฉา เป็นภาพที่มัจฉาคิดว่าฝันไป แต่อ้อมกอดของไตรที่โผเข้ามากอดเธอ พร้อมทั้งพูดขอโอกาส มัจฉาจึงรู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป ด้วยใจที่รักมั่น ประกอบกับรู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ได้อีกไม่นาน ทำให้มัจฉาพร้อมจะให้อภัยไตรทุกอย่าง ไตรกับมัจฉาปรับความเข้าใจในกันและกัน ไตรยอมเปิดเผยความรู้สึก ตั้งแต่หึงมัจฉาที่มีสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่าอยู่เคียงข้าง หรือแม้แต่การปรับตัวเข้าไม่ได้กับวิถีชีวิตอีสานของครอบครัวมัจฉา ซึ่งมัจฉาบอกกับไตรว่าคิดมาก เธอกับสุดที่รักเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก และจะเป็นตลอดไป เพราะเธอได้มอบใจให้กับไตรไปจนหมดแล้ว ภาพไตรกับมัจฉาที่กอดหวานแหวว หัวใจของสุดที่รักถึงกับแหลกสลาย ร้องห่มร้องไห้กลับบ้าน สภาพข้าวปลาไม่ยอมกิน น้ำไม่ยอมอาบ เอาแต่นั่งซึม บางครั้งก็ร้องไห้ ยิ่งทำให้เสี่ยแสน และสร้อยร้อนใจ คิดว่าหากมัจฉายังอยู่ ลูกชายสุดที่รักของพวกเขาคงจะยิ่งอาการหนัก ทั้งสองคนจึงตัดสินใจจะหาแผนขั้นพิฆาตครอบครัวผีหรรษานี่เสีย เอื้อมพรทนไม่ได้ ชวนตวิษาตามล่าสามีที่โคกอีเห็น โดยขอพักกับไตร ทั้งที่ใจอยากจะไปพักในโรงแรมหรูใจจะขาด แต่ด้วยความบ้าผู้ชายที่มีมากกว่า ด้วยความอยากอยู่ใกล้ไตร เอื้อมพรเลยขออยู่ที่บ้านของครอบครัวมัจฉา ไตรรู้สึกอึดอัดกับการที่เอื้อมพรตามราวีมัจฉาไม่หยุดหย่อน มัจฉาเห็นว่าเอื้อมพรรักไตรมาก ก็ทำดีกับเอื้อมพร เพราะคิดว่าต่อไปเอื้อมพรจะต้องเป็นคนดูแลไตร และอาจจะรวมถึงลูกของเธออีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น เอื้อมพรก็ยังรังเกียจมัจฉาอยู่ดี รวมทั้งคิดว่ามัจฉาแสร้งทำเป็นนางเอก มาทำเป็นเมียหลวงปรองดองกับเธอ ขณะที่ตวิษามาอยู่บ้านนอกคอกนา ก็ออกอาการรังเกียจสารพัด แต่ยิ่งเกลียดอะไรก็ต้องเจออยู่เรื่อย โดยเฉพาะสุดที่รัก หนุ่มบ้านนอกที่ตวิษารังเกียจยิ่งกว่าอะไรดี อย่างคืนแรกที่ตวิษากับเอื้อมพรมาอยู่ที่บ้านมัจฉา จู่ ๆ ไฟที่บ้านของมัจฉาขาด เพราะทั้งเอื้อมพร และตวิษาขนเครื่องใช้ไฟฟฟ้าสารพัดมาใช้เกินกำลังไฟ ตวิษาที่กลัวความมืดนอนไม่ได้ ขอให้เอื้อมพรช่วยทำให้ไฟฟ้าใช้ได้ แต่เอื้อมพรรำคาญ บอกไม่ได้จบไฟฟ้า ก่อนจะนอนหลับหน้าตาเฉย ไม่สนใจตวิษาที่เริ่มจะตาแดง ๆ เพราะเธอเป็นโรคกลัวความมืด เสียงร้องไห้ของตวิษา ทำให้สุดที่รักมาหาสาเหตุไฟดับเห็นเข้าพอดี เลยเวทนาจุดกองไฟ เป่าแคน ร้องเพลงหมอลำ เผื่อคลายความกลัวให้ตวิษา ซึ่งก็ได้ผล แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงหมอลำ แต่คืนนั้นตวิษาก็หลับไปพร้อมเสียงเพลงอันไพเราะของสุดที่รัก หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเป็นไง ทุกครั้งที่ตวิษาเจอเรื่องแย่ ๆ ก็จะเป็นสุดที่รักซะเอง ที่เป็นพระเอกมาคอยช่วยตวิษาเสมอ ความมีน้ำใจ และความอบอุ่นของสุดที่รัก ก็ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าลงสู่รากลึกของหัวใจตวิษา ขณะที่สุดที่รักก็รู้สึกเอ็นดูความไม่เอาไหนของตวิษา จนทำเอาทั้งคู่เกิดหวั่นไหวกันอย่างไม่รู้ตัว ในที่สุดเสี่ยแสนกับสร้อยก็คิดแผนการขั้นสุดท้าย ในการพิฆาตครอบครัวมัจฉา นั่นก็คือหันไปพึ่งหลวงตาบุญ ให้ช่วยกำจัดครอบครัวมัจฉา เพื่อที่สุดที่รักลูกชายของพวกเขาจะได้ปลอดภัย เสี่ยแสน และสร้อยนิมนต์หลวงตาบุญไปยังบ้านของมัจฉา และแล้วท่านก็สัมผัสได้ว่า ทุกคนเป็นวิญญาณจริงดังที่ชาวบ้านพูดกัน แต่แล้วยมบาลแอนดี้ก็ปรากฏตัวขึ้น และได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้หลวงตาบุญฟัง หลวงตาบุญได้เทศน์เรื่องบุญกรรมของครอบครัวมัจฉา รวมถึงให้ทุกคนทำใจถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และรับความจริงให้ได้ แต่แล้วจังหวะนั้นเองไตรก็เข้ามาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดว่า ความจริงแล้วมัจฉาได้ตายไปนานแล้ว และเขามีภรรยาเป็นผี ! ไตรหาว่าทุกคนกุเรื่องขึ้น เพื่อกล่าวหามัจฉา และครอบครัว จนถึงกับแจ้งความจับเสี่ยแสน และสร้อย มัจฉาสารภาพกับไตรทั้งน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่เธอประสบอุบัติเหตุในเช้าวันแต่งงาน จนกระทั่งเธอได้ใช้ชีวิตคู่กับไตร หากแต่ไตรที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ทำใจไม่ได้ จึงได้หนีไป ขณะที่เอื้อมพรได้รู้ความจริงก็กลัวมัจฉามาก จึงได้สารภาพความจริงว่าไม่ได้มีอะไรกับไตร แต่เพราะเธออยากได้ไตรเป็นสามีจึงได้จัดฉากขึ้น ก่อนจะโยนความผิดให้คุณหญิงตรีทิพย์กับตวิษา ว่าเป็นคนบังคับให้เธอมาแย่งไตรไปจากมัจฉา ตวิษาได้ยินอย่างนั้นก็ต่อว่าเอื้อมพรที่โกหก หากเวลานี้เอื้อมพรกลัวถูกผีหักคอมากกว่า เลยเผยธาตุแท้บอกความจริงเรื่องที่หากไม่ใช่เพราะตระกูล ฐากูลเรืองวิริยา คือตระกูลมหาเศรษฐี ไฮโซ เธอก็ไม่อยากเป็นสะใภ้กับคนในตระกูลนี้ ตวิษาประกาศตัดเพื่อนกับเอื้อมพร เอื้อมพรหาได้แยแส หมดประโยชน์ เธอก็ไม่แคร์ เก็บกระเป๋าหลุยส์สุดหรูกลับกรุงเทพฯ ทันที ตวิษาไม่รู้จะอยู่ยังไงคนเดียว ทั้งกลัวผี ทั้งหลงกับไม่ถูก เสี่ยแสนกับสร้อยสงสารเลยชวนให้มาพักอยู่ด้วยกัน โดยพรุ่งนี้เช้าเสี่ยแสนจะให้สุดที่รักขับรถไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่สุดที่รักโวยวายไม่ยอม เพราะโกรธที่ตวิษาร่วมมือกับแม่ บังคับให้เอื้อมพรมาแย่งไตรไปจากมัจฉา จนตวิษาน้อยใจ ร้องไห้ออกมา ตวิษาเอาแต่ว่าตัวเองทั้งน้ำตาว่าทำไมต้องเสียน้ำตาให้กับคนบ้านนอก ที่ปากคมยิ่งกว่ากรรไกร หลงตัวเองว่าหล่อ อีกทั้งยังไม่เคยเห็นเธอดีในสายตา และแล้วคำพูดหนึ่งก็หลุดออกมาจากปากตวิษา เพราะเธอรักเขา รุ่งเช้าตวิษาต้องแปลกใจที่พบว่า คนขับรถที่จะพาเธอไปกรุงเทพฯ คือ ยอดชายนายสุดที่รัก ตวิษาทำท่าไม่ยอมขึ้นรถ แต่กลับถูกสุดที่รักแบกยัดใส่ไปในรถ ระหว่างการเดินทาง คนทั้งสองไม่ยอมพูดอะไรกันเลย กระทั่งถึงหน้าคฤหาสน์ของตวิษา สุดที่รักบอกว่าเขาพร้อมจะให้อภัยตวิษากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากตวิษาจะต้องยอมปรับเปลี่ยนนิสัย ด้วยการหางานทำ เลิกทำตัวฟุ่มเฟือย ไม่ใช้ของแบรนด์เนม ที่สำคัญต้องหัดซักชุดชั้นในเอง โดยต้องโทรศัพท์มารายงานความประพฤติกับเขาทุกวัน คำพูดของสุดที่รักทำเอาตวิษาแทบจะกรี๊ด ว่าสุดที่รักเป็นใครกันถึงกล้ามาตั้งข้อแม้กับเธอ สุดที่รักเลยสวนกลับด้วยท่าทียียวนว่ายากมากที่ ไฮโซฯสุดหล่อแห่งบ้านโคกอีเห็นอย่างเขาจะให้อภัยใครง่าย ๆ เพราะฉะนั้นนับว่าเป็นบุญของตวิษาเป็นอย่างมากที่ได้รับเกียรตินี้ ตวิษาเป็นเดือดเป็นแค้นมาก กับการที่มีผู้ชายบ้านนอกมาออกคำสั่งให้เธอทำนั่นทำนี่ แต่สุดท้ายตวิษาก็ยอมทำตามกฎที่สุดที่รักตั้ง แถมยังยอมโทรศัพท์ไปรายงานความประพฤติ ให้อีตาบ้านนอกที่มอบหัวใจฟังทุกวัน ด้านมัจฉาที่ท้องแก่ ก็พยายามออกตามหาไตร แต่ก็ไม่พบ พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อยต่างสงสารมัจฉาเป็นอย่างมาก ยายทองบอกให้มัจฉาตัดใจจากไตรเสีย เพราะได้อยู่กันคนละโลกแล้ว มัจฉาควรดูแลลูกในท้องให้ดีที่สุด หลังจากความจริงเรื่องครอบครัวของมัจฉาเป็นผี ชาวบ้านทั่วโคกอีเห็นก็ไม่กล้าเดินผ่านบ้านของมัจฉาอีกเลย ร้านค้าก็ปิดตั้งแต่หัวค่ำ มีเพียงสุดที่รักที่มาเยี่ยมเยียนมัจฉา และครอบครัวไม่เคยขาด ทำเอาเสี่ยแสน และสร้อยต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้ง ด้วยกลัวว่ามัจฉา และครอบครัวจะพาลูกชายโทนของพวกเขาไปอยู่ด้วย ไตรแอบหลบไปอยู่ที่บ้านพักในต่างจังหวัด เพื่อขอทบทวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมักจะมีคุณอดิศร คุณตรีทิพย์ และตวิษาหมั่นมาเยี่ยม ไตรเห็นความเปลี่ยนไปในตัวของน้องสาวที่ดีขึ้น ซึ่งคุณอดิศรแอบกระซิบบอกว่าเป็นเพราะสุดที่รัก ซึ่งทีแรกคุณหญิงตรีทิพย์ออกแรงขวางเต็มแรงเกิด ทว่าพอรู้ว่าเสี่ยแสน และสร้อยรวย ชนิดต้องเอาเงินใส่กระสอบปุ๋ยไปฝากธนาคารทุกครั้ง เลยไฟเขียวผ่านตลอด แถมเร่งวันให้แต่งงานกันเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ หากแต่ตวิษาไม่ยอม โดยอ้างว่าเธอไม่เชื่อในความรักว่ามีอยู่จริง เพราะผู้ชายมักจะให้คำสัญญาว่า จะรักคนรักของตัวเองไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แต่สุดท้ายหากเมียตัวเองรูปร่างเปลี่ยน หรือพอตายไปได้ไม่กี่ปี ผู้ชายก็เปลี่ยนใจมีคนอื่นลืมถ้อยคำสัตย์สาบานจนหมด คำบอกเล่าของคุณอดิศรแทงใจดำของไตรเข้าอย่างจัง จนเขาหวนนึกถึงวันแรกที่คุกเข่าขอมัจฉาแต่งงานไปจนถึงวันแต่งงานที่เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักมัจฉา ไม่ว่าต่อไปในอนาคตเธอจะเป็นอะไรก็ตาม ในที่สุดถึงกำหนดคลอดลูก มัจฉาได้คลอดลูกสาวหน้าตาน่ารักให้แก่ไตร และแล้วยมทูตแอนดี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อทวงสัญญาเรื่องที่เขาจะต้องพาวิญญาณของมัจฉา และครอบครัวไปเสียที มัจฉาเสียใจมากที่เธอจะไม่มีโอกาสได้พบไตรอีกแล้ว แต่แล้วจังหวะนั้นเอง ไตรก็กลับมา ทันเวลาก่อนที่ร่างของมัจฉาจะหายไป ไตร และมัจฉาร่ำลากันทั้งน้ำตา โดยที่ไตรขอโทษที่หนีไป ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาควรจะอยู่ดูแลมัจฉาในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนจะจากกัน มัจฉาฝากลูกสาวไว้กับไตร ก่อนที่ร่างของเธอ รวมถึงพ่อเพิ่ม วรรณา ยายทอง และข่อยจะสลายไป ขณะที่สุดที่รัก และตวิษาได้เห็นก็รู้สึกผิดกับมัจฉา และไตรมาก ๆ ที่เธอ และเขาคอยขัดขวางความรักของเธอ และไตรมาตลอด ทั้งคู่กลายมาทำดีต่อกันมากขึ้น และพัฒนามาเป็นความรักเล็ก ๆ โดยไม่รู้ตัว 20 ปีต่อมา มินตรา ลูกสาวของไตร เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวน่ารักเธอได้รับปริญญาท่ามกลางความภาคภูมิใจของไตร อดิศร ตรีทิพย์ รวมถึง ตวิษา และสุดที่รัก ที่ขณะนี้ได้เป็นสามีภรรยา และมีลูกน่ารัก ๆ ถึง 3 คน ในงานรับปริญญาของมินตรา ไตรได้พบกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับมินตรา เธอมีใบหน้าคล้ายกับมัจฉาไม่ผิดเพี้ยน เธอคือ มัจฉา เพื่อนต่างคณะของมินตรา ที่ร่วมรับปริญญาในวันนี้ด้วย ทันทีที่ไตร และมัจฉาได้พบกันก็รู้สึกประทับใจกันในทันที แม้วัยของทั้งคู่จะต่างกันราวพ่อกับลูก หากแต่ด้วยเงื่อนไขของความรักที่ทั้งคู่มีให้กันมาก่อนเก่า ทำให้ชายวัยกลางคนเช่นไตร ได้กลับมามีความรักอีกครั้ง และรักครั้งนี้จะเป็นรักที่ยั่งยืนตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครสะใภ้ไร้เงา ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี ละครสะใภ้ไร้เงา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สะใภ้ไร้เงา ณัฐชา นวลแจ่ม รับบท มัจฉาเขตต์ ฐานทัพ รับบท ไตรแอนดูรย์ กรเศก รับบท สุดที่รักปทิตตา อัธยาตมวิทยา รับบท ตวิษากัญญกร พินิจ รับบท เอื้อมพรเจจินตรัย อันติมานนท์ รับบท พฤกษ์ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล รับบท ลดาดารัณ ร่วมทอง รับบท คุณหญิงตรีทิพย์ตฤณ เศรษฐโชค รับบท อดิสรไพโรจน์ สังวรบุตร รับบท พ่อเพิ่มปิยะดา เพ็ญจินดา รับบท แม่วรรณาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายทองด.ช. ธีระภพ ทรงวาจา รับบท ข่อยพีรวัชร์ เหราบัตย์ รับบท ยมทูตแอนดี้

พยาบาลนางฟ้า สละน้ำนมในอกให้คนไข้ทารกดื่ม ระหว่างการผ่าตัด
จีน /  พยาบาล / 

โลกโซเชียลจีนแห่ชื่นชม 'พยาบาลนางฟ้า' ให้ทารกน้อยผู้ป่วยดื่มนมจากอก ระหว่างการผ่าตัด วันนี้ (2 ต.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ 'เซี่ยงไฮ้อิสต์' รายงานเรื่องราวสุดประทับใจ ที่กำลังหลั่งไหลไปในสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศจีน จนกระทั่งชาวโซเชียลเป็นจำนวนมากต่างพากันออกมาชื่นชมพยาบาลสาว ที่สละตัวเองในการให้เด็กทารกที่เข้ารับการรักษา ดื่มนมจากอกของเธอ ในระหว่างที่คนไข้ตัวน้อยรายนี้ กำลังเข้ารับการผ่าตัด จากรายงานระบุว่า พยาบาลนามว่า 'หลี่ เบาเซี่ย' เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเซินเจิ้น ซึ่งตั้งอยู่ใน มณฑลกวางตุ้ง ของประเทศจีน  พยายามปลอบประโลม คนไข้ในวัยทารก อายุเพียง 1 เดือน ด้วยการโอบกอดไว้ในอ้อมแขน พร้อมทั้งให้ดื่มนมจากอกของเธอ เนื่องจากทารกน้อย อยู่ในอาการหวาดกลัว และร้องไห้อย่างหนัก หลังจากภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป หลี่ ได้รับคำชื่อชมอย่างล้มหลาม จากชาวโซเชียล เนื่องจากการกระทำของเธอ เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ เหนือภาระหน้าที่ของการเป็นพยาบาล ทั้งนี้พ่อของเด็กทารก คนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัด ได้เข้ามาขอบคุณ ที่เธอพยายามดูแลลูกของเขาเป็นอย่างดีระหว่างเข้ารับการรักษา ทว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน สำนักข่าว MThai ได้รายงานการเสียสละตน เพื่อรักษาคนไข้ กรณีที่ทันตแพทย์รายหนึ่ง ที่ต้องคุกเข่าเป็นระยะเวลา ราว 40 นาที เพื่อผ่าตัดคนไข้ที่ตกอยู่ในภาวะผิดปกติ จนกลายเป็นเรื่องราวโด่งดังมาแล้วครั้งหนึ่ง ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา shanghaiist

สงกรานต์ประเพณีไทยดังไกลทั่วโลก
ต่างประเทศ /  ประเทศกัมพูชา / 

สงกรานต์ ประเพณีไทยที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ซึ่งในวันสงกรานต์จะมีวัฒนธรรมคลายร้อนที่คนไทยคุ้นเคยกันดีก็คือ การเล่นน้ำ แต่ก็ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่มีวันสงกรานต์ ในต่างแดนก็มีการละเล่นแบบนี้เช่นกัน และไม่ใช่การเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว ในบางประเทศก็ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่อีกด้วยค่ะ ตะจาน ประเทศพม่า ตะจาน เป็นคำภาษาบาลีที่แปลว่า "สงกรานต์" ซึ่งเป็นเทศกาลที่สืบทอดต่อกันมามากกว่า 3,000 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งยังคล้ายกับไทยตรงที่ว่าถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ เพราะฉะนั้นวันขึ้นปีใหม่ของพม่าจะอยู่ในเดือนเมษายน ช่วงระยะเวลาจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน และเป็นวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 17 เมษายนนั่นเองค่ะ เทศกาลตะจานนี้ หลักๆ ก็จะมีการเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน และมีการทำบุญต่างๆ เช่น ตักบาตร ปฏิบัติธรรมถือศีล ปล่อยสัตว์ต่างๆ และมีการกลับบ้านเกิดเพื่อไหว้ญาติผู้ใหญ่เช่นเดียวกันกับประเทศไทยเลยค่ะ โจลชนัมขเมย ประเทศกัมพูชา นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวเขมรเช่นกันค่ะ โดยส่วนมากจะไม่เกินวันที่ 13 หรือ 14 เมษายนและลากยาวต่อไปอีก 3 วัน ซึ่งช่วงนั้นตรงกับการสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวพอดีค่ะ 1 ใน 3 วันที่เฉลิมฉลองก็จะมีวันมหาสงกรานต์ ซึ่งในภาษาเขมรนั้นคำว่าสงกรานต์มีต้นกำเนิดจากภาษาสันสกฤตที่อ่านว่า สากรานติ เป็นวันแรกของการเฉลิมฉลองปีใหม่เขมร ผู้คนมากมายจะแต่งตัวและจุดเทียนจุดธูปถวายพระ ผู้คนในครอบครัวจะมีการคำนับ คุกเข่า และ กราบ สามครั้งต่อหน้ารูปของพระพุทธรูปเพื่อเป็นการขอบคุณคำสอนของพระองค์ และยังมีความเชื่ออีกว่าถ้าหากนำน้ำมนต์มาล้างหน้าในช่วงเช้า ล้างหน้าอกและตัวช่วงบ่าย และล้างเท้าในช่วงก่อนนอน จะทำให้โชคดีค่ะ สงกรานต์หลวงพระบาง ประเทศลาว เรียกได้ว่าเป็นสงกรานต์ที่คล้ายคลึงเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยที่สุดค่ะ โดยวันสงกรานต์ของประเทศลาวจะเรียกตรงตัวเลยว่า สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ เริ่มฉลองตั้งแต่วันที่ 14-16 เมษายนในทุกๆปี เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลาวเพราะจะมีคนลาวในต่างแดน เช่น อเมริกา แคนาดา หรือฝรั่งเศส ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลนี้กันข้ามประเทศเลยทีเดียวค่ะ เดิมทีน้ำเป็นสิ่งสำคัญในวันสงกรานต์ของลาว ในการชำระล้างบ้าน รดน้ำพระพุทธรูป และเอาไว้ละเล่นกับเพื่อนฝูง เด็กๆก็จะประพรมน้ำให้กับญาติผู้ใหญ่และพระเพื่อขอพรให้ชีวิตยืนยาว ในสมัยก่อนนั้นน้ำที่ใช้ประพรมเล่นกันจะเป็นน้ำใส่น้ำอบและลอยด้วยดอกไม้ ให้กลิ่นหอม แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนไปเป็นโฟม หรือแม้กระทั่งผงแป้งมาผสมน้ำเพื่อละเล่นกันค่ะ ยูนาน จีน ในเมืองยูนานประเทศจีน มีเทศกาลเล่นน้ำที่ฉลองโดยชาวไท (Dai) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 55 ชนเผ่าน้อยในประเทศจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนและกินเวลายาวต่อเนื่องไป 3-7 วัน ในวันแรกจะมีประเพณีการแข่งเรือที่ชื่อว่า Dragon Boats และการจุดพลุโดยถือว่าเป็นความเชื่อว่าจะโชคดีตลอดทั้งปี วันที่สองชาวไทจะมารวมตัวกันเพื่อเต้นรำและประพรมน้ำให้กันและกันเพราะเชื่อว่าการนำน้ำมาประพรมจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งไม่ดีออกไปได้ และวันสุดท้ายของเทศกาล คนรุ่นใหม่จะพบปะเพื่อแลกของขวัญและออกไปเที่ยวกัน เทศกาลละเล่นน้ำนี้เป็นเทศกาลที่มีอิทธิพลมากต่อชนกลุ่มน้อยต่างๆในยูนาน อีกทั้งยังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจริงๆค่ะ ประเพณีโฮลิ ประเทศอินเดีย เทศกาลโฮลิเป็นเทศกาลที่ดังไกลทั่วโลก เรียกได้ว่ามีชาวต่างชาติแห่แหนกันไปร่วมเทศกาลนี้ แม้กระทั่งคนไทยเราก็บินไปร่วมเทศกาลนี้กันมากมายเช่นกัน โดยเทศกาลโฮลิเรียกได้ว่าเป็นเทศกาลใหญ่ของอินเดียเลยก็ว่าได้ จะจัดขึ้นราวๆเดือนมีนาคมของทุกปี ซึ่งเทศกาลนี้จะคล้ายคลึงกับสงกรานต์บ้านเรา แต่ยกระดับความสนุกขึ้นไปอีกด้วยการสาดสีใส่กัน สีที่ใช้จะเป็นผงสี หรือบางทีอาจจะมีการสาดน้ำร่วมด้วยค่ะ ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.religionfacts.com/holi, http://allmyanmar.com/myanmarmore/Thingyan.html, http://www.songkranfestival.net/cambodia/, http://www.songkranfestival.net/china/, http://acoupletravelers.com/celebrating-songkran-in-laos/ ขอบคุณภาพจาก: www.theorphanageproductions.com, http://www.hotelredcanal.com/thingyan-myanmar-water-festival/, news.xinhuanet.com, http://usaallfestivals.com/holi-india/

จัดเต็ม!! ไหว้พระที่พม่า 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต!
ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ /  ทำบุญไหว้พระ / 

ประเทศพม่า ตอนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศในเอเชียที่นักท่องเที่ยวปักหมุดต้องไปให้ได้ นอกจากจะได้ท่องเที่ยวชมธรรมชาติแล้ว พม่ายังเป็นประเทศที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา จึงมีวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย นักท่องเที่ยวจึงนิยมไปกราบไหว้ ขอพร เสริมดวง กันเป็นจำนวนมาก Travel.mthai ก็จะมาแนะนำ ไหว้พระที่พม่า 9 ไหวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มาถึงพม่าจะต้องมากราบไหว้ ขอพร เสริมดวง กันค่ะ ไหว้พระ ขอพร เสริมดวงที่พม่า 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต! 1. พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง เป็นสถานที่ไหว้พระที่พม่า ขึ้นชื่อมากที่สุดตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยชื่อ "ชเว" หมายถึง ทอง "ดากอง" นั้นเป็นชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง เป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น บนยอดสุดของพระเจดีย์ และมีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด เจดีย์มีความสูงถึง 326 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าโอกะลาปะ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม ชาวมอญและชาวพม่า ถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากอง จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บริเวณโดยรอบจะมีการนั่งทำสมาธิ เดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์ เป็นต้น ผู้ที่เข้ามานมัสการ หรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้งเมื่อมาถึงทางเข้า ให้เดินตามเข็มนาฬิกา ขึ้นอยู่กับดวงวันเกิดของผู้เข้าที่จะดูตาม 12 นักษัตรรอบๆ สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ซึ่งเราสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดของตัวเอง จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต 2. พระธาตุอินทร์แขวน (Golden Rock) หรือ ไจก์ทิโย เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นิยมมาไหว้พระขอพรที่พม่า ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี พระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่ที่เมืองไจก์โถ่ (Kyaikto) อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า เชื่อกันว่าใครที่มามนัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้กุศลเทียบเท่ากับการนมัสการเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ บนยอดเขาพวงลวง เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มา นมัสการพระธาตุอินทร์แขวน นี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็สามารถทำได้โดย ครั้งที่ 1 ไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตก, ครั้งที่ 2 ตอนค่ำ และครั้งที่ 3 ช่วงเช้าประมาณตี 5 เพื่อถวายข้าวพระพุทธ ซึ่งมีจำหน่ายบริเวณวัด 3. พระมหาธาตุเจดีย์ชเวซีโกน (Shwezigon Pagoda) เมืองพุกาม หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า เจดีย์ชเวซีโกน, เจดีย์ชเวสิกอง เป็นเจดีย์ใหญ่ สวยงาม ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศพม่า เป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวพม่าและชาวไทย ตั้งอยู่ที่เมืองพุกาม โดยชื่อ "ชเวซีโกน" มีหมายความว่า "เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ" สร้างโดย พระเจ้าอโนรธามังช่อ แต่แล้วเสร็จในรัชกาลพระเจ้าจานสิตาแห่งอาณาจักรพุกาม ราว 960 ปีก่อน ภายในเจดีย์เชื่อว่าบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาจากลังกา บนหลังช้างเผือก พระเจ้าอโนรธามังช่อได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใด จะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น ความอัศจรรย์ ๙ ประการของพระมหาธาตุชเวซีโกน ยอดพระเจดีย์ไม่มีการใช้เหล็กเสริม กระดาษห่อแผ่นทองคำเปลวที่นำไปปิดส่วนยอดพระเจดีย์ จะไม่ปลิวพ้นฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ เงาพระเจดีย์จะไม่ล้ำออกนอกฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ (ถ้าเงาล้ำออกไป ถือว่าเป็นลางร้าย) ภายในเขตองค์พระเจดีย์ สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ไม่จำกัดจำนวน (ไม่เคยเต็ม) มีการให้ทานด้วยข้าวสุกร้อน ๆ ทุกเช้า (ไม่ว่าเราจะตื่นเช้าสักเพียงใด จะพบข้าวสุกในบาตรอยู่ก่อนหน้าเราเสมอ) เมื่อตีกลองใบใหญ่จากด้านหนึ่งของพระเจดีย์ จะไม่สามารถได้ยินเสียงกลองจากด้านตรงข้าม แม้พระเจดีย์จะตั้งอยู่บนพื่นราบ แต่เมื่อมองจากภายนอก จะเกิดภาพลวงตาคล้ายพระเจดีย์ตั้งอยู่บนที่สูง ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด จะไม่มีน้ำฝนขังอยู่ในอาณาเขตขององค์พระเจดีย์ มีต้นพิกุล ซึ่งจะออกดอกตลอดทั้งปี (ปรกติจะออกปีละครั้ง) 4. พระมหามัยมุนี (Mahamuni Buddha) เมืองมัณฑะเลย์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของพม่า เปรียบได้กับพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย และเป็นหนึ่งในห้าศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คำว่า มหามัยมุนี แปลว่า "ผู้รู้อันประเสริฐ" (The Great Sage) ชาวพม่าจะเรียกว่า มหาเมียะมุนี เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์  ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่าในยุคราชวงศ์คองบอง เดิมทีเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของยะไข่ ความเชื่อ ว่า พระพุทธมหามัยมุนี นี้เป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต เพราะด้วยเหตุที่ได้รับประทานพร (บางตำนานก็เล่าว่าได้รับประทานลมหายใจจากพระพุทธเจ้า) จึงมี ประเพณีล้างพระพักตร์ถวาย โดยทุกเช้า เวลาประมาณ 04.00 น. พระมหาเถระและสาธุชนทั่วไปที่ศรัทธาจะมาทำพิธีล้างพระพักตร์ด้วยน้ำอบน้ำหอมผสมทานาคาอย่างดีพร้อมกับใช้แปรงทองแปรงที่พระโอษฐ์เสมือนหนึ่งแปรงพระทนต์ถวายพระพุทธเจ้า ก่อนใช้ผ้าจากศรัทธาสาธุชนถวายมาเช็ดจนแห้งสนิท พร้อมใช้พัดทองโบกถวายเป็นอันดีเสมือนหนึ่งได้อุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ยังทรงพระชนมชีพอยู่จริงๆ เชื่อกันว่าใครที่ได้เข้าร่วมพิธีก็จะได้มาซึ่งบุญกุศลอย่างยิ่ง อนึ่ง องค์พระมหามัยมุนีมีการปิดทองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเป็นรอยย่นตะปุ่มตะป่ำไปทั้งพระองค์ ซึ่งหากเอานิ้วกดลงไป ก็จะรู้สึกได้ถึงความอ่อนนิ่มของทองคำเปลวที่ปิดทับซ้อนกันนับเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ชั้น ตลอดระยะเวลาเนิ่นนานกว่าศตวรรษ ทำให้พระมหามัยมุนีมีอีกพระนามหนึ่งว่า "พระเนื้อนิ่ม" แต่น่าแปลกที่ว่า แม้จะมีการปิดทองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนองค์พระใหญ่ขึ้นเพียงใดก็ตาม แต่พระพักตร์ขององค์พระมหามัยมุนีก็ยังแลดูใหญ่ตามองค์พระอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งที่ไม่ได้มีการปิดทองที่องค์พระพักตร์เลยแม้แต่น้อย ในประเทศไทย มีองค์พระจำลองของพระมหามัยมุนี ตั้งอยู่ที่วัดหัวเวียง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และวัดพระธาตุดอยแต ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมืองลำพูน ซึ่งมีขนาดเท่าองค์จริง 5. พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ (Shwemawdaw Paya) เมืองหงสาวดี คนไทยก็คุ้นเคยกับชื่อนี้คือ พระธาตุมุเตา แปลว่า "จมูกร้อน" ทั้งนี้เพราะกล่าวกันว่าพระมหาธาตุองค์นี้สูงมาก จนต้องแหงนหน้ามองต้องกับแสงแดด ทั้งนี้เนื่องจากพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอนั้นเป็นเจดีย์ที่มีความสูงที่สุดในพม่า (พระเจดีย์สูง 114 เมตร สูงกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง 14 เมตร) และเป็นหนึ่งในเจดีย์โบราณที่เก่าแก่มีอายุกว่า 2,600 ปี มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร เป็นพระมหาธาตุเจดีย์สำคัญที่อยู่ในเมืองพะโค (หงสาวดี) เป็นเจดีย์โบราณที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ มีการบูรณะและต่อเติมอีกหลายครั้ง ภายในเจดีย์บรรจุพระเขี้ยวแก้วไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าราชาธิราช และต่อมาในสมัยพระเจ้าธรรมเจดีย์ได้โปรดให้มีการหล่อระฆังจารึกไว้ที่ฐาน เมื่อเรามีโอกาสได้ไปสักการะ เวลาขอพรให้เอามือและหน้าผากไปแตะที่พระธาตุองค์เดิมที่หัก แล้วอธิษฐาน หลายคนมักจะประสบผลสำเร็จ หรือ นมัสการ ยอดเจดีย์หัก ซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก สามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรือง ในประเทศไทย มีเจดีย์จำลองของพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ ที่วัดชมภูเวก และที่วัดปรมัยยิกาวาส บนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนของชาวไทยเชื้อสายมอญ 6. เทพทันใจ (นัตโบโบยี) - เทพกระซิบ (อะมาดอว์เมี๊ยะ) เจดีย์โบดาทาวน์ เจดีย์โบตาทาวน์ ได้บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป อายุกว่า 2,000 ปี โดยในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ นอกจากนี้ได้จารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า ภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์ วิธีการสักการะ นัตโบโบยี หรือ พระเทพทันใจ เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนา ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบจี 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ตั้งใจไว้ (*โบโบยี เป็นคำกลางเรียก นัตผู้ชายที่เป็นที่เคารพนับถือ คล้ายกับคำว่า เจ้าพ่อ หรือเจ้าปู่ ที่คนไทยใช้เรียกอารักษ์แบบไทยๆ) และข้ามมาอีกฝั่งของถนน เพื่อมา สักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอว์เมี๊ยะ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบต้องเข้าไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ 7. พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ พระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)  เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวกว่า 70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดของประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว โดยเฉพาะรวมไปถึงพระจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริงและเมื่อเดินมายังปลายสุดพระบาทของพระนอนองค์นี้ ตรงที่พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักร ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาทและล้อมด้วย รูปมงคล 108 ประการ 8. เจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaikpun Pagoda) หรือ พระสี่ทิศ เมืองหงสาวดี มีอายุกว่า 500 ปี เป็นวัดที่สร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ไปยัง 4 ทิศ แทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ มีตำนานเล่าว่า พระราชธิดาทั้งสี่องค์ของกษัตริย์มอญที่อุทิศตนแด่พุทธศาสนา จึงสร้างพระพุทธรูปแทนตนเองและได้สาบานไว้ว่าจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องสาวคนสุดท้อง กลับพบรักกับชายหนุ่มและแต่งงานกัน จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของน้องสาวคนสุดท้องพังทลายลงมา จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ตามที่เห็นในปัจจุบัน โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีลักษณะแตกต่างจากองค์อื่น ๆ จากนั้นมีบูรณะ วัดนี้เมื่อ พ.ศ.2019 พระเจดีย็นี้มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ อันได้แก่ สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า ทางทิศเหนือ พระ พุทธเจ้าโกนาคมโน ทางทิศใต้ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ ทางทิศตะวันออก พระ พุทธเจ้ามหากัสสปะ ในทิศตะวันตก 9. เจดีย์เยเลพญา (Yele Paya) เมืองสิเรียม  หรือคนพม่าเรียก เจ๊าตันเยเลพญา (Kyauktan Yele Paya) เป็นวัดเจดีย์บนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางแม่น้ำย่างกุ้ง สำหรับที่มาของคำว่า เจ้าตันเยเลพญา คือ เจ๊าตันเป็นชื่อเมือง เชื่อกันว่าสร้างโดยคหบดีชาวมอญ เมื่อพันหว่าปีที่แล้ว ตั้งแต่ยุคสมัยมอญยังรุ่งเรือง ในตอนสร้างได้อธิษฐานไว้ว่าถ้าน้ำท่วมก็อย่าให้ท่วมองค์เจดีย์ ถ้ามีคนมากราบไหว้มากเท่าไหร่ก็อย่าให้ล้นพื้นที่นั้นๆ ตามความเชื่อแล้ว เจดีย์เยเลพญา เป็นเจดีย์ยอดฮิตของพ่อค้าแม่ค้า และนักธุรกิจทั้งหลาย เพราะเชื่อกันนว่าหากใครได้มีโอกาสมาขอพรที่เจดีย์เยเลพญาแล้วจะทำให้การค้ารุ่งเรื่อง อีกทั้งภายในเจดีย์ยังมีพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ใจกลางเจดีย์ ทำจากหินอ่อนปิดทองอร่ามองค์ งดงามเป็นอย่างมาก แต่หนึ่่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่ต้องสักการะให้ได้บนเกาะเจดีย์เยเลพญาเล็กๆ แห่งนี้คือ พระอุปคุต โดยวิหารของพระอุปคุตถูกสร้างยื่นออกมาจากเกาะเล็กน้อย เพื่อให้อยู่ใจกลางน้ำจริงๆ อีกทั้งเป็นพื้นที่สำหรับให้อาหารปลาอีกด้วย ขอบคุณข้อมูล https://th.wikipedia.org, http://www.meetawee.com/, http://www.oceansmile.com/ เรียบเรียง Travel.mthai.com

จวกยับ! ชายแต่งกายคล้ายตำรวจขอดมจิมิสาวแทนค่าปรับ
ค่าปรับ /  ตำรวจ / 

จวกยับ! ชายแต่งกายคล้ายตำรวจขอดมอวัยวะเพศหญิงสาว ขณะตรวจห้องอาหารแห่งหนึ่งแทนค่าปรับ วันนี้ (6 พ.ย. 58) โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเฟซบุ๊กแฟนเพจ รวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น ได้โพสต์ภาพชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุกเข่าเอาหน้าซุกเข้ากับหว่างขาของหญิงสาวรายหนึ่ง ขณะทำการตรวจห้องอาหาร พร้อมข้อความระบุว่า "พี่ตำรวจตรวจห้องอาหาร ขอดมแทนค่าปรับ" ทั้งนี้ เมื่อภาพดังกล่าวถูกโพสต์ออกไป ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักถึงความไม่เหมาสม แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการระบุว่า ภาพดังกล่าวนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ รวมพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น MThai News