คุกเข่า

คริส คบ เซน แฮปปี้ มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์
ไฮโซหนุ่ม เซน ธราภุช /  คริส หอวัง / 

กลายเป็นสาวหมวยอินเตอร์ตัวแซบสุดจี๊ดของวงการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ คริส หอวัง เพราะตั้งแต่นางมาเป็นเมนเทอร์ในรายการเดอะเฟซ ไทยแลนด์ นางก็ถูกพูดถึงมากขึ้นในเรื่องของความแรงทวีคูณ แต่เรื่องของความรักกับ ไฮโซหนุ่ม เซน ธราภุช นางก็สตรองไม่แพ้ใคร ซึ่งสาวหมวยสุดแซบอย่างคริสรับว่า “ตอนนี้ความรักก็เหมือนเดิมค่ะ คบกันก็มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์ แต่ยังไม่มีคุกเข่าหรืออะไรอย่างที่คนอื่นเขาทำกัน ส่วนเซอร์ไพรส์จริงๆ คือตอนที่ถูกชวนไปเที่ยวกันนี่แหละค่ะ คือเขาจะดูว่าเราว่างตอนไหน ก็ปุ๊บปั๊บชวนไปเที่ยวเลย ก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้นดี แหม...ได้เที่ยวมันก็รู้สึกดีเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่เรื่องที่หลายคนอยากรู้มากคือเมื่อไหร่แต่ง อันนี้คริสเองก็ยังตอบไม่ได้ จริงๆ ไม่ต้องรีบก็ได้มั้ง อย่างที่คริสเคยบอกว่ามันขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะเวลาจริงๆ เดี๋ยวนี้แต่งเร็วหรือช้าขอให้อยู่กันนานๆ ดีกว่า เวลาที่คริสคบใครก็อยากใช้เวลาศึกษานิสัยใจคอ ว่าเขาจะทนอยู่กับเราได้จริงหรือเปล่าก็เท่านั้น” ขอบคุณคลิปจาก IG @Crishorwang คริส หอวัง คริส หอวัง คริส หอวัง

จับผิด 10 โรค ที่มีผลต่อ การเคลื่อนไหว ในระยะยาว
กระดูก /  กระดูกและข้อ / 

ร่างกายของคนเรานั้นต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการยืน เดิน นั่ง หรือแม้แต่การนอน โดยปกติ การเคลื่อนไหว ของร่างกายมีอยู่ 3 ส่วนหลัก คือ สมองและประสาท กระดูกและข้อ และกระดูกสันหลัง ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้จะทำงานประสานกัน ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ แต่ถ้าเกิดโรค หรือได้รับอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ก็อาจทำให้ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ นั่นคือสัญญาณฉุกเฉินของร่างกาย ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจจะส่งผลร้ายต่อชีวิตในระยะยาว อีกทั้งความเสื่อมของร่างกายที่เกิดขึ้นได้ก่อนกำหนด ไปรู้จักกับ 10 อันดับ โรคที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคุณ พร้อมวิธีสังเกต อาการเบื้องต้น โรคอันดับที่ 1 ที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวคือ โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน หรือ Stroke ซึ่งในปัจจุบันพบเร็วขึ้นในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป มักพบในผู้ป่วยเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่จัด หรือมีคนในครอบครัวเคยเป็น Stroke มาก่อน โรคดังกล่าวจะมีอาการเริ่มต้นคือ หน้าหรือปากเบี้ยว มุมปากตก ชาครึ่งซีก แขนขาไม่มีแรง พูดไม่ชัด หรือพูดไม่ออก ปวดศีรษะเฉียบพลัน เวียนศีรษะ เดินเซ ตาพร่า เมื่อเกิดอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต้องรีบพบ แพทย์ ภายใน 3 ชั่วโมงเพื่อรับการรักษาทันที สำหรับการป้องกันก่อนเกิด Stroke นั้นเราควรรับการตรวจอัลตราซาวนด์หลอด เลือดคอ (Carotid Duplex) เพื่อตรวจหาภาวะการตีบตันของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมองเป็นประจำทุกปี เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคที่ 2 คือ โรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นโรคความเสื่อมของสมองที่เกิดจากขาดสารโดปามีน พบมากในอายุ 60 ปีขึ้นไป และอาจพบในวัยกลางคนที่มีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน มักเริ่มด้วยอาการสั่นที่แขนขา กราม หรือใบหน้า กล้ามเนื้อเกร็ง เคลื่อนไหวช้า พูดหรือกลืนลำบาก ซึมเศร้าหดหู่ หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปกติของผู้สูงอายุ แต่หากปล่อยไว้จนอาการทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวยาก ถึงแม้พาร์กินสันจะเป็นโรคเรื้อรังแต่สามารถควบคุมอาการได้ โดยการตรวจ PET Brain F-DOPA หาความผิดปกติของสมองส่วนที่สร้างสารโดปามีน ช่วยวินิจฉัยระยะความรุนแรงของโรค หรือการผ่าตัดฝังไมโครชิปกระตุ้นสมองส่วนลึก DBS Therapy เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว ลดการใช้ยา ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น สำหรับโรคที่ 3 ถือเป็นภัยใกล้ตัวของคนในยุคสังคมก้มหน้าทีเดียว กับ โรคกระดูกต้นคอเสื่อม (Text Neck) ที่เกิดจากการ "ก้มหน้า" (จนหูต่ำลงมาเกือบแนวเดียวกับไหล่) บ่อยๆ ซ้ำๆ นานๆ จนทำให้กล้ามเนื้อ เส้นประสาท และเส้นเอ็นตึงเกร็งเครียด ซึ่งอาการที่พบบ่อยอาจเป็นเพียงแค่อาการปวดต้นคอนำมาก่อน ลักษณะคล้ายกับการนอนตกหมอน หรือหากมีการกดทับรากประสาทอาจมีอาการปวดชา หรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนร่วมด้วยจนต้องมาพบแพทย์ ต่างกับการกดทับที่เกิดขึ้นกับไขสันหลังผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการปวดร่วมดัวย แต่จะพบว่ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น เดินลำบาก ทรงตัวไม่มั่นคง ล้มบ่อย เดินช้าลง แขนขาสั่นกระตุก ซึ่งหากปล่อยให้โรคดำเนินไปมากแล้วไม่มาพบแพทย์ อาจทำให้การเคลื่อนไหวผิดปกติจนอาจเดินไม่ได้ในที่สุด และโรคที่ 4 ก็คือ อาการกระดูกหัก จาก โรคกระดูกพรุน ซึ่งสามารถเกิดได้ทุกช่วงวัย เด็กมักกระดูกหักจากเล่นซน ผู้ใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุ ผู้สูงวัยมักเกิดกระดูกหักจากกระดูกพรุน มวลกระดูกที่เปราะบางแม้เพียงลื่นหกล้มก็หักได้ง่าย อาการกระดูกหักมักเห็นชัดเจนจะบวมปวด ไม่สามารถลงน้ำหนักหรือเคลื่อนไหวได้บริเวณที่หัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุจะมีอัตราเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ดังนั้นจึงควร ตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกทุกปี เพื่อป้องกันกระดูกทรุดตัว เสริมความแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย ทานอาหารแคลเซียมสูงตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันใช้เทคนิคผ่าตัดเชื่อมกระดูกหักแบบแผลเล็ก เปิดแผลเล็กหัวท้ายของตำแหน่งกระดูกที่หักแล้วสอดเหล็กดามใต้กล้ามเนื้อคล้ายขบวนรถไฟใต้ดิน แล้วยึดกระดูกด้วยสกรูว์ เนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บน้อยกว่าผ่าเปิดแผลยาว ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ กระดูกติดดี ฟื้นตัวเร็วขึ้น หากมีกระดูกพรุนหักยุบและปวดหลังมากอาจรักษาด้วยการฉีดซีเมนต์เสริมกระดูกสันหลัง โรคที่ 5 ได้แก่ ข้อไหล่ติด พบมากในชายและหญิงวัยสูงอายุที่มีความเสื่อมของเอ็นรอบข้อและปลายกระดูกไหปลาร้าที่อยู่ติดกับข้อมีหินปูนเกาะไปขูดเอ็นรอบข้อจนอักเสบ หรือจากกระดูกงอกบริเวณกระดูกสะบักด้านหน้า หรือเคยได้รับอุบัติเหตุข้อไหล่เคลื่อน มักมีอาการปวดหัวไหล่ ปวดร้าวลงมาบริเวณต้นแขน ปวดเวลาใส่เสื้อ ถอดเสื้อ เวลายกแขนขึ้นสูง จะยิ่งปวดมากขึ้นเวลานอน ทำให้นอนตะแคงทับหัวไหล่ข้างที่ปวดไม่ได้ พลิกตัวไม่ได้ ข้อไหล่ติดหรือเคลื่อนไหวไม่สุด หากเป็นมากอาจไม่สามารถยกแขนเพื่อหวีผมได้ รักษาเบื้องต้นโดยการใช้ยาและบริหารข้อไหล่ กายภาพบำบัด ถ้าไม่ทุเลาและตรวจพบว่ามีกระดูกงอกไปที่ไหปลาร้า แนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อกรอกระดูกที่งอกบริเวณไหล่ และเย็บซ่อมเอ็นหุ้มข้อไหล่ ได้รับความนิยมเพราะแผลเล็ก พักฟื้นสั้น ช่วยรักษาอาการปวดและข้อไหล่ติดให้หายได้ในเวลาที่รวดเร็ว โรคที่ 6 ได้แก่ ข้อเข่าคลอนแคลน หรือโรคข้อเข่าเสื่อมตามวัย ซึ่งมักพบในหญิง 60 ปีขึ้นไป และพบเข่าเสื่อมก่อนวัยเพิ่มขึ้นในหนุ่มสาววัยทำงาน นักวิ่ง นักฟุตบอลที่ใช้เข่าเยอะ หรือบาดเจ็บหัวเข่าบ่อย อ้วน กระดูกอ่อนผิวข้ออักเสบจากสวมรองเท้าส้นสูงนานๆ โรครูมาตอยด์ โรคเก๊าต์ นั่งพับเพียบขัดสมาธิคุกเข่า หรือนั่งยองๆ นานๆ เข่าเสื่อมจากอุบัติเหตุทำให้เข่าหลวม ดื่มสุราสูบบุหรี่จัด ทานยาสเตียรอยด์ มักมีอาการปวด อักเสบบวมแดงร้อนที่ข้อ ข้อฝืดตอนเช้าขณะลุกขึ้นยืน มีเสียงในข้อขณะเคลื่อนไหว เมื่อยตึงที่น่องและข้อพับเข่า ข้อเข่าขัดเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ เจ็บเมื่อลงน้ำหนัก เข่าโก่ง หากทานยาแก้ปวดหรือกายภาพแล้วไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะด้านข้อเข่าเพื่อดูว่าเข่าสึกมากน้อยแค่ไหน หากกระดูกอ่อนผิวข้อสึกทั่วข้อเข่า แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ด้วยคอมพิวเตอร์นำวิถีแบบไม่เจาะกระดูก Pinless Navigating TKR ช่วยให้วางตำแหน่งข้อเทียมแม่นยำ ลดการติดเชื้อหรือกระดูกหักในผู้สูงวัย ผ่าตัดแล้วหัดเดินในสภาวะไร้น้ำหนักด้วยเครื่อง Alter G โรคที่ 7 ได้แก่ ข้อสะโพกโยกเยก สำหรับใครที่มีอาการปวดง่ามขาด้านหน้าข้างใดข้างหนึ่ง เจ็บแปล๊บที่ข้อสะโพกขณะเดินหรือวิ่ง ปวดสะโพกและปวดเข่า (บางคนปวดเข่าก่อนปวดสะโพก คล้ายโรคปวดหลัง) ปวดในเข่าด้านใน เจ็บเวลาเดิน พึงระวังเพราะนั่นคือสัญญาณเตือนของอาการข้อสะโพกเสื่อม ส่วนใหญ่มากในผู้สูงวัย จากการสึกหรอของผิวข้อต่อ การทรุดตัวของหัวกระดูกต้นขา กระดูกสะโพกหัก ส่วนวัยกลางคน 80% มีปัญหาข้อสะโพกเสื่อมเพราะขาดเลือดเลี้ยงส่วนหัวของกระดูกต้นขา ดื่มสุราสูบบุหรี่จัด ทานยาสเตียรอยด์ เกิดอุบัติเหตุข้อหลุด โรครูมาตอยด์โรคข้อยึดติดแข็ง โรคติดเชื้อ ในเด็กเกิดจากสะโพกหลวมตั้งแต่กำเนิด หรือเบ้าสะโพกตื้นทำให้ข้อหลวมหลุด ส่งผลให้หลังคด ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน เดินโยกเยกได้ ปัจจุบันการผ่าตัดข้อสะโพกเทียมใช้เทคนิคแผลเล็ก เพื่อยืดอายุการใช้งานของข้อสะโพกเทียมรุ่นใหม่ยาวนานขึ้น ฟื้นตัวเร็วด้วยโปรแกรมลดปวด โรคที่ 8 ได้แก่ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หลายคนคงเคยทรมานกับอาการปวดหลังร้าวลงขา ไปถึงน่องหรือหลังเท้าข้างใดข้างหนึ่ง บางคนเจ็บข้อพับเข่าด้านหลัง ปวดน่อง นิ้วเท้าชาหลังเล่นกีฬาแล้วเข้าใจผิดคิดว่ากล้ามเนื้ออักเสบ แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดด้วย MRI แล้วพบว่าเป็นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท แพทย์จะแนะนำให้ทานยา ทำกายภาพ หรือลดอาการปวดโดยไม่ผ่าตัด “อินเตอร์เวนชั่น” วิธีนี้ลดการทานยาแก้ปวด โดยฉีดยาลดการอักเสบเข้าช่องเส้นประสาทเฉพาะจุด ลดอาการปวดร้าวตามเส้นประสาท ใช้รักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังทับเส้นประสาทจากความเสื่อม กระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทที่คอหรือเอวได้ ทำให้ลดโอกาสการถูกผ่าตัดลงได้ นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดที่พัฒนา “กระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก บาดเจ็บน้อย (MIS)” ยังช่วยทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ ลดความเสี่ยงของการผ่าตัดบางประการลงได้ เช่น อัตราการติดเชื้อหลังผ่าตัดต่ำ เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อยลง โรคที่ 9 โรคยอดฮิตสำหรับคนทำงานที่มีความเครียดสูง นั่นคือ โรคปวดศีรษะไมเกรน พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการปวดตุ๊บๆ เป็นๆ หายๆ ปวดข้างเดียวที่หน้าผากขมับท้ายทอย คลื่นไส้อาเจียน ไวต่อเสียงและแสง คืออาการนำของปวดศีรษะไมเกรน ต่างจากปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัวที่จะปวดทั้งสองข้างเหมือนถูกรัดบีบหัว หลายคนมักคิดว่าทานยาแก้ปวดเดี๋ยวก็หาย จึงรักษาไม่ถูกชนิดของโรค หากปวดมากเรามีตัวช่วยด้วยการรักษาอาการปวดศีรษะแบบเชิงป้องกัน ฝึกผ่อนคลายลดเครียดกับ Biofeedback กายภาพบำบัดลดปวดด้วย Laser Therapy Posture Analysis ปรับสมดุลกล้ามเนื้อคอบ่าหลังให้ถูกวิธี เครื่อง TMS กระตุ้นกระแสไฟฟ้าลดปวด ฉีดยาระงับปวดที่เส้นประสาทหลังศีรษะ การใช้ค็อกเทลยารักษาไมเกรนลดการกลับมาปวดซ้ำใน 24 ชม. หรือฝังเข็มแพทย์แผนจีนกระตุ้นการไหลเวียนลดความถี่ของอาการปวดได้ โรคสุดท้าย อันดับที่ 10 นั้นดูเหมือนไม่น่าจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวเท่าไหร่ แต่ทว่า โรคนอนกรน นั้นเป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลย มองข้ามเลยทีเดียว เพราะเสียงกรนขณะหลับ อาการสะดุ้งตื่นตอนดึก ขาขยุกขยิกอ่อนเพลีย ปวดหัวเมื่อตื่น ง่วงนอนตอนกลางวัน ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน ส่งผลให้เรียนหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ความจำแย่ ตื่นสาย นอนหลับในขณะขับรถอาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้ อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับได้ นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตในปอดสูง โรคหลอดเลือดในสมอง อย่าลืมว่าคนที่อ้วนมากๆ จะนอนกรนทุกคน แต่คนผอมๆ ก็มีโอกาสนอนกรนได้เช่นกัน หากมีความผิดปกติของการนอน หลับควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนเพื่อรับการตรวจการนอนหลับด้วยเครื่อง Sleep Lab อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และสามารถทำกิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างมีความสุขได้นานยิ่งขึ้นนั้น ทำได้ไม่ยาก นอกจากการทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ เพราะการรู้ก่อนเราย่อมสามารถป้องกัน หรือชะลอโรคต่างๆ ได้ หากพบความผิดปกติของร่างกายก็อย่าชะล่าใจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้คุณเคลื่อนไหวได้อย่างมีความสุข มีอิสระทุกการเคลื่อนไหว “Enjoy the Move” ข้อมูลโดย โรงพยาบาลกรุงเทพ

ละครพ่อครัวหัวป่าก์ , เรื่องย่อพ่อครัวหัวป่าก์
ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ /  เรื่องย่อละคร พ่อครัวหัวป่าก์

พ่อครัวหัวป่าก์ บทประพันธ์โดย : กนกเรขาบทโทรทัศน์โดย : เพ็ชรรุ่ง เกีรยติกมเลศกำกับการแสดงโดย : ทวีวัฒน์ วันทาออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ "มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต" และชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด หนูเคยได้ยินคำว่าบุพเพสันนิวาสไหมลูก บุพเพสันนิวาสนั้นเกิดได้สองอย่าง คือเคยทำกรรมร่วมกันมาในชาติที่แล้วหนึ่ง กับเคยทำกรรมร่วมกันในชาตินี้หนึ่ง..แต่มันเดายากนะลูก" ทองตรา (รณิดา เตชสิทธิ์) เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาโท มาจากอเมริกา กำลังนั่งฟังพ่อปาฐกถา เรื่องบุพเพสันนิวาส ที่เธอไม่ค่อยจะเชื่อถือสักเท่าไหร่ และผู้หญิงยุคใหม่อย่างทองตรา ที่เติบโตมาด้วยการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้คิดจะพึ่งพาใคร และให้ความสนใจเรื่องผู้ชายสักเท่าใดนัก ทองตรา ลูกสาวคนเล็กสุดรัก กับ ทองทิว (บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ) พี่ชายคนเดียวที่เฮี้ยวสุด ๆ และเป็นบุตรสุดรักของ พลตรีรามรณยุทธ (ทูน หิรัญทรัพย์) ข้าราชการบำนาญผู้ซื่อสัตย์ และรักศักดิ์ศรี ที่มีชื่อเสียงเรื่องการกลัวเมียอย่าง คุณนายทองม้วน (ดวงตา ตุงคะมณี) เป็นที่สุด ทองตรา ต้องปวดหัวกับความเค็ม และเขี้ยวตระหนี่ถี่เหนียวของคุณนายทองม้วน ที่ถึงแม้จะคุ้นชินมาตั้งแต่เด็กกับการที่ถูกแม่บังคับให้ประหยัดอดออม แต่ก็เริ่มที่จะรับไม่ได้ เมื่อกลับมาเห็นพ่อในสภาพอิดโรย และผอมโซ เพราะนโยบายรัดเข็มขัด และการประหยัดของแม่ที่บังคับให้พ่อเป็นแพะ กินแต่ผัก กินแต่มังสวิรัติเพื่อสุขภาพ ขนาดคนครัวยังทนไม่ไหว ต่างชิงกันขอลาออกไปเพราะทนพฤติกรรมของคุณนายทองม้วนที่ชอบจุกจิกจู้จี้ ไม่ไหว ทองตรากับทองทิว และพ่อได้แต่นิ่วหน้าเพราะต้องมานั่งปวดหัวกับการหาคนครัวคนใหม่ที่ยัง หาไม่ได้สักที เพราะ เด็กกำไล (ภัณฑิรา ฟูกลิ่น) คนใช้หนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ และทนมือทนเท้าคุณนายทองม้วนไหวก็ทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ดีแต่เกี่ยง และเถียงคำไม่ตกฟาก แต่ก็เป็นคนเดียวที่เอาคุณนายทองม้วนอยู่ ทองตราต้องรีบเคลียร์ปัญหาเรื่องหาคนครัวคนใหม่มาให้ไวที่สุด เพื่อที่เธอจะได้รีบออกไปหางานทำเสียที ขณะที่ทองทิวก็รับปากจะให้เพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงแรมช่วยหาคนครัวคนใหม่มาให้อีกแรง กมลชนก (หลุยส์ สก๊อต) หนุ่มหล่อหน้ารก มาดเซอร์ ลูกชายคุณกาญจนาเจ้าของโรงแรมใหญ่ มีผู้หญิงมากมายที่เสนอตัวมารุมล้อม แต่ทุกคนก็เป็นได้แค่ทางผ่าน เพราะเขาไม่คิดจะตกลงปลงใจกับใคร จนแม่ต้องขอร้องให้เขาเลิกเจ้าชู้ และอยู่ไปวัน ๆ ขอร้องให้ยอมไปดูตัวบรรดาลูกสาวผู้หลักผู้ใหญ่ ที่อยากจะมาเกี่ยวดองกับทายาทเจ้าของโรงแรมใหญ่แห่งนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครโดนใจสักคน จนวันหนึ่งกมลชนก ได้เห็นภาพถ่ายของทองตรา ที่ถูกลมพัดลอยออกมาจากกระเป๋าของทองทิว ปลิวมาแปะที่หน้ากมลชนก เขาจับภาพนั้นขึ้นมามอง และร้องบอกเพื่อนรักว่า คนนี้แหละใช่เลย และมั่นใจว่าเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส ที่ทำให้กมลชนก สตาร์ทรักทองตรา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม ทองทิวร้องจ๊าก!!! รีบออกโรงห้ามสุดฤทธิ์ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักเป็นคนไม่เอาไหน เป็นนิยามของคำว่าแย่ และไม่เป็นโล้เป็นพาย รักแต่ความสบายตลอดเวลาตามประสาคนรวย ขณะที่ทองตราเป็นคนรักใครรักจริง และหยิ่งในศักดิ์ศรี แถมยังรู้เท่าทันคน และฉลาดเป็นกรด ไม่ไช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาหลอกใช้ มาลองใจกันได้ง่าย ๆ ถ้าถูกจับได้มีหวังได้ตายหมู่ เลยขอร้องกมลชนกไปเอากะชอนร่อนหาเนื้อคู่จากบรรดาผู้หญิงในสต๊อกเอาเอง อย่ามาดึงเอาเขาไปยุ่งด้วยโดยเด็ดขาด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กมลชนกพยายามวิงวอนอ้อนสุดฤทธิ์ สัญญาว่าจะปรับจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อทองตรา ขอให้ทองทิวเปิดทางให้เขาได้ตามหารักแท้ และทั้งยืนยันนอนยันด้วยความมั่นใจ ว่าน้องสาวของเพื่อนซี้ คือว่าที่ภรรยาที่เขาตามหามานาน เพียงแต่ขอเวลาให้ได้ศึกษาดูใจกันสักนิด ขอร้องให้ทองทิวเห็นใจ เพราะเขารักน้องสาวของเพื่อนซี้คนนี้จริง ๆ ทองทิวใจอ่อนเพราะทนลูกอ้อนไม่ไหว ยอมให้กมลชนกเขยิบเข้ามาใกล้ และลองใจทองตรา ในขณะที่ทองตราไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายกับนายกมลชนกคนนี้เป็นเพื่อนซี้กัน และพี่ชายกำลังจะกลายเป็นผู้ผลักดันบุพเพสันนิวาส ให้มาอาละวาดกับเธอ กมลชนกได้รู้จากทองทิวว่าที่บ้านกำลังต้องการหาคนครัว เขากระดี๊กระด๊ารีบโทรศัพท์ไปหาคุณนายทองม้วน เพื่อสมัครงานในนาม น้องนก กะเทยสาวผู้มีจิตใจใฝ่การครัว แต่เพียงแค่ได้พูดคุยผ่านสายโทรศัพท์ ก็สัมผัสได้ถึงผลึกเกลือที่กระเด็นมาตามสาย ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเค็มเขี้ยวเหนียวตึ๋งหนึดของคุณนาย จนต้องถอยออกมาตั้งหลัก และทำให้ได้รู้ว่าคุณนายทองม้วนก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ ที่เขาจะต้องฝ่ามันไป ให้ถึงทองตรา และแล้วบุพเพสันนิวาสก็เริ่มออกฤทธิ์ เมื่อจู่ ๆ ทองตรา ต้องขับรถมาส่งแม่ ที่โรงแรมหรู ถึงแม้คุณนายทองม้วน จะมีเชื้อเต่าล้านปีตัวสุดท้ายในโลกสิงสู่อยู่ในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเค็มจะเขี้ยวไปซะทุกเรื่อง เพราะเป็นคนชอบเข้าสังคมชั้นสูง และเปิดโลกทัศน์ด้วยการอ่านหนังสือ เพราะรู้ว่ามันคือขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่จะทำให้มีเรื่องเล่าเม้าท์มอย ฉลาด ๆ ไปคุยกับกลุ่มก๊วนคุณหญิงคุณนาย เพื่อต่อยอดถางทางไว้ให้ลูก ได้มีที่ยืนในสังคมชั้นสูงได้อย่างสง่างาม และสำหรับเรื่องพวกนี้ คุณนายทองม้วนสู้ตาย เพราะรู้ดีว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน ถ้าจะทำให้ได้ทั้งเขยทั้งสะใภ้ที่ร่ำรวย ต่อให้จ่ายแพงแค่ไหนนางก็ยอม ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราต้องชะลอรถที่ขับมาให้ช้าลง เพราะรถคันยาวใหญ่ จอดขวางทางขึ้น-ลงหน้าโรงแรม จนรถคันอื่นไม่สามารถแทรกขึ้นไปได้ และแทนที่คนในรถจะรีบเปิดประตูก้าวลงมา กลับรอให้คนขับรถวิ่งมาเปิดประตูคอยอย่างอ่อนน้อม จนทองตราต้องหันไปมองอย่างหมั่นไส้ในความเว่อร์ทองตรามองอย่างแปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะลงมาจากรถ แทนที่จะเป็นคุณหญิงคุณนาย กับรูปร่างประหนึ่งตุ่มสุโขทัยฝังเพชรแพรวพราว แต่กลับเป็นชายหนุ่มใส่กางเกงยีนส์สีซีด เสื้อเชิ้ตยับเยิน แม้จะเห็นเพียงด้านหลังก็ยังพอเดาได้ว่า เจ้าตัวคงเพิ่งกลับจากการแฮงเอาท์ และยังไม่สร่างเมาดีนัก เพราะท่าทีง่อกแง่กของฝรั่งยิปปี้ฟ้องอยู่ชัดๆ ทองตราย้อนกลับเข้าไปในโรงแรมเพียงก้าวแรก ภาพที่สะดุดตาคือฝรั่งยิปปี้ หน้าครึมไปด้วยไรหนวด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ยืนท้าวเคาน์เตอร์ ฟุดฟิดฟอไฟกับแหม่มสาวที่ทองตราลงความเห็นว่าเขาทั้งสกปรก และซกมกสุด ๆ แล้วทองตราก็เมินหน้าหนี และไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป ทองตราเดินไปนั่งที่โต๊ะ และเปิดเมนูอาหารที่มีแต่ภาษาอังกฤษก่อนถามบริกร โดยไม่ทันมองหน้าว่า "ที่นี่เมืองไทยทำไมไม่มีเมนูอาหารภาษาไทย" ก่อนหันไปเห็นนายหนวดสกปรก และไม่เข้าใจว่าบริกรที่นี่ทำไมถึงแต่งตัวอย่างนี้ กมลชนกอ้างไปว่า เพิ่งมารับหน้าที่ เลยยังไม่ทันเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ทองตรามองแปลกื ๆ ก่อนเลี่ยงไปสั่งอาหาร และถูกกมลชนกบริกรเจ้าของโรงแรมที่แฝงตัวมา ทำเอาทองตราแสบเข้าไส้กับเมนูอาหารที่ทองตราเห็นว่ามันไม่ใช่ สิ่งที่บริกรโรงแรมหรูจะนำเสนอสิ่งที่ไม่ดีให้แก่ลูกค้า จึงโวยวาย กมลชนกสร้างเรื่องราวให้ทองตราเข้าใจว่า การยียวนกวนประสาทใส่ลูกค้าคือพระเจ้าอย่างเธอ ทำให้กัปตันทำพิธีปัดรังควาน และไล่เขาออก แล้วยังจะส่งคนมาตามกระทืบ เพราะเขาเป็นคนทำให้ชื่อเสียงของโรงแรมหรูเสียหาย ทองตราเป็นคนทำให้กมลชนกต้องตกงานไร้ที่ซุกหัวนอน ทำให้ทองตรารู้สึกผิดในใจ ที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกไล่ออก แต่ทำได้แค่ยื่นเงินให้เพื่อช่วยเหลือ แล้วรีบเดินออกไปที่รถทันทีที่เธอไขกุญแจ นายหนวดก็พรวดขึ้นไปนั่งข้าง ๆ ก่อนส่งสายตาวิงวอน อ้อนขอนั่งไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน และเลยเถิดถึงขั้นขอไปอยู่กับทองตราอย่างหน้าด้าน ๆ พร้อมพรีเซ้นต์ตัวเองว่าดียังไง ทำอะไรได้บ้าง ทั้งที่จริงแล้วเขาทำอะไรไม่เป็นเลย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ วันนี้ตามตำราโหร น่าจะมีดาวโคจรพิสดารกว่าที่เคย ที่ทำให้คนกะล่อนที่แอบรักทองตราอย่างกมลชนกจะได้มีโอกาสเข้าใกล้ทองตราได้เร็วกว่าที่คิด ในขณะที่ทองตราก็อยากจะแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตของบริกรจน ๆ ที่เธอเป็นคนทำให้เขาต้องตกงาน ถึงแม้นายคนนี้จะกวนไปบ้าง แต่ก็พอรับได้ และที่สำคัญเค้ากมลชนกคงเดือดร้อนมาก ถึงขนาดไม่เรียกร้องเงินเดือนใด ๆ ให้เท่าไหร่ก็ได้ คงถูกใจคุณนายทองม้วน และมันก็เป็นเหมือนไฟท์บังคับ ที่ทำให้อยากรับเขาไว้ แต่คนตัดสินใจคือแม่เท่านั้นทันทีที่ทองตราพากมลชนกมาถึงบ้าน คุณนายทองม้วนก็เปิดบ้านให้กลายเป็นศาลไคฟง ซักฟอกชายแปลกหน้า ประหนึ่งว่าเป็นนักฆ่าร้อยศพ แต่กมลชนกก็แถไถไหลลื่นเอาตัวรอดไปได้ ส่วนเรื่องค่าจ้างนั้น คุณนายทองม้วนให้ผ่านตั้งแต่ด่านแรก ไม่มีอะไรที่จะทำให้คุณนายทองม้วนลังเลใจได้ นอกจากความเป็นผู้ชายของนายมล กลัวจะมาเกาะแกะลูกสาวสุดหวง แต่ทองตรายืนยันให้แม่มั่นใจว่า ไม่มีวันที่เธอจะเอาพ่อครัวมาเป็นแฟนแน่นอน และเป็นไปตามคาด คุณนายทองม้วนยอมรับนายมล เพราะคิดและคำนวณแล้วว่าเป็นของถูกและดี และได้รับสมญานามใหม่ว่า นายมลคนครัว กับงานแรกที่ทองตรา ต้องรับหน้าที่พานายมลคนครัวไปจ่ายตลาด นายมลก็แสดงเป็นปราชญ์แสดงความชำนาญในการต่อรองราคา และซื้อหาอาหารอย่างคล่องแคล่ว จนแม่ค้าเข้าใจผิดคิดไปเอง และพูดออกมาให้ทองตราได้ยินว่า "เมียส๊วยสวย แต่ผัวดันเป็นกะเทยว่ะ" ทำเอาทองตราหน้าชา อยากจะชักขากลับบ้านซะเดี๋ยวนั้น แต่กับนายมลเขาไม่ได้รู้สึกรู้สากับคำครหาว่าเป็นกะเทยเลยสักนิด แต่กลับยิ่งทำท่าทางให้คนอื่นคิดว่าใช่หนักเข้าไปอีกทองตรากับนายมล ซื้อกุ้งหอยปูปลา มาทำอาหารวางเต็มโต๊ะ ทำเอาคุณพ่อนายพลยิ้มปลื้มตาลุกวาว รู้สึกประหนึ่งว่าได้ไปท่องใต้ท้องทะเลไทย หรือไม่ก็บึงฉวากในรอบหลายสิบปี ต่างจากคุณนายทองม้วนที่โมโหจนควันออกหู มองอาหารตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ชี้หน้าด่าทั้งตระกูล โดยเฉพาะนายมลคนครัวโดนหนักกว่าใคร คุณนายทองม้วนอ่านแถลงการณ์ประกาศไล่นายมลคนครัวออกอย่างเป็นทางการ เพราะทำงานนอกคำสั่ง แถมยังทำให้ทองตรากล้าละเมิดกฎของการประหยัด กล้ามาลองของใช้จ่ายเงินจนเกินงบตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน แล้ววันต่อไปจะเขียมได้ยังไง ทำให้เสียระบบ นายมลคนครัวทนไม่ไหวเถียงกันไปใส่กันไม่ยั้ง กับคุณนายทองม้วนอย่างลืมตัว และลืมไปว่าตอนนี้เป็นขี้ข้าคุณนาย และยังบังอาจสอนเรื่องการประหยัดอดออมจนเกินเหตุ ไม่รู้จะเก็บเงินไปทำไมกันนักหนา หรือจะห่อเอาไปใช้ในภพหน้า เพราะดูท่าน่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่ปี ทำเอาคุณนายปรี๊ดปรอทแตกหาว่าแช่ง ชี้หน้าด่ากลับ และจะไล่ออกสถานเดียว ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แต่นายมลกลับได้ใจคุณพ่อนายพลไปเต็ม ๆ และรู้สึกเป็นพระคุณที่ทำให้ท่านได้รับประทานอาหารทะเลสด ๆ รอดพ้นจากการขาดสารไอโอดีน และรอดพ้นจากการเป็นคอหอยพอกได้อย่างหวุดหวิด ถึงขั้นออกตัวแรง กล้าขอร้องเมียรักไม่ให้ไล่นายมลออก เพราะถึงแม้จะเปิดประตูสู่อาเซียน ค่าแรงของนายมลก็ยังถูกกว่าค่าแรงของเขมรพม่า และลาวอยู่ดี นายมลคนครัวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เงาหัวตัวเองได้หายไป ทั้งที่ภารกิจพิชิตรักยังไม่ได้เริ่ม เลยรีบเสแสร้งแกล้งคุกเข่าด้วยท่าทีสงบ และท่าทางเคารพอย่างสูงสุด ก่อนจะนั่งพับเพียบแต้วิงวอนคุณนายแม่สุดฤทธิ์ แต่คุณนายทองม้วนไม่สน ทองตราออกหน้ารับผิดแทนนายมล ว่าเธอผิดเอง พยายามอ้างเหตุผลสารพัด และสุดท้ายก็มาจบลงตรงที่ เรื่องค่าแรงขั้นต่ำวันละสามร้อย เอามาเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของนายมลที่ถูกมาก และหาไม่ได้อีกแล้วในสามภพ ทำให้สติของคุณนายพุ่งกลับเข้าร่าง ยอมให้จ้างนายมลคนครัวให้ทำงานต่อไป นายมล นึกสงสารในชะตากรรมของท่านนายพล ที่ต้องมาทนอด ทนอยาก เพราะความตระหนี่ตึ๋งหนืดของคุณนายทองม้วน เขาจัดการแอบโทรศัพท์สั่งอาหารที่โรงแรม ให้มาส่งที่บ้านทองตราทุกวัน โดยให้เงินปิดปากเด็กกำไล ให้เก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทองตราเริ่มสงสัย ไปถามแม่เรื่องเงินค่ากับข้าว ที่ให้นายมลไปในแต่ละวัน และได้รับการยืนยันว่าให้เท่าเดิม ไม่มีการเพิ่มให้เด็ดขาด แต่ทำไมถึงได้มีอาหารดี ๆ มาให้กินได้ทุกมื้อ แต่คุณนายทองม้วนกลับเห็นเป็นเรื่องดี ที่จ่ายแค่นี้ แต่ได้กินดีกว่าเดิม สั่งห้ามทองตราไม่ให้สงสัย ไม่ต้องรู้ที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้น ทองตรา กับคุณนายทองม้วน แอบเห็นทองทิวกับนายมลคนครัว สนิทสนมกันจนเกินเหตุ แต่พอถามก็ถูกปฎิเสธว่า แค่เคยมาเสริฟ์เหล้าให้ ตอนไปปาร์ตี้กับเพื่อนที่โรงแรมก็เลยสนิทกัน ทองตราถูกแม่บังคับให้รับนัดเดทกับบรรดาชายหนุ่ม เพื่อดูตัวจนเบื่อเต็มทน แต่ก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจแม่ เพราะรู้ว่าแม่รัก และหวังดีกับเธอที่สุด และวันนี้ต้องจำใจไปพบ พูฒิพงศ์ หมอหนุ่มสุดสะอาด และกลัวเชื้อโรคในอากาศอย่างสุด ๆ ขนาดนัดมาเจอสาว ยังมีกะใจใส่หน้ากากอนามัยมาออกเดท ทำเอาทองตราหลงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ จนหมอหนุ่มยอมเปิดหน้ากากโชว์ความหล่อ และนัดครั้งหน้ากับ นายสุดประเสริฐ เลขาท่านทูต ที่คุณนายทองม้วนนัดให้มาทานอาหารค่ำที่บ้าน เพราะต้องการฝากงานให้ทองตรา และอยากได้สุดประเสริฐมาเป็นลูกเขย ทำเอาทองตราเซ็งมาก นายมลคนครัวจอมครีเอท ได้รับคำสั่งจากคุณนายทองม้วนให้จัดการเรื่องอาหารให้ดี อย่าให้เสียหน้า แต่จ่ายเงินเท่าเดิมเดี๊ยะ แต่นายมลก็ไม่บ่นอะไร เพราะรู้นิสัยว่าที่แม่ยายดี จึงสั่งพนักงานเข้ามาทำอาหารเพื่อรับรองแขก โดยอ้างว่าไหว้วานเพื่อน ๆ ให้มาช่วยทำ อาหารทุกอย่างออกมาหน้าตาดูดี สมกับความเจ้ายศเจ้าอย่างของเลขาท่านทูต ที่ทำตัวโอเวอร์คุยโวโอ้อวดตลอดเวลา ทำเอาท่านนายพลหมั่นไส้ และคอยเบรกจนหัวทิ่มไปหลายดอก จนโดนคุณนายทองม้วนส่งสายตาอำมหิตใส่ ส่วนนายมลก็อาสาเข้ามาเป็นบริกร เสิร์ฟอาหารให้อย่างใกล้ชิด นายมลมองนาฬิกา และรู้ว่าได้เวลาอาหารเป็นพิษแล้ว เมื่อเลขาท่านทูตเริ่มทนไม่ไหว จะตะกายไปเข้าห้องน้ำที่ถูกสั่งปิดตายอย่างไร้สาเหตุไปเสียทุกห้อง จนทำเอาท่านเลขาทูตต้องกลั้นกลืนฝืนของเสียเอาไว้ จนเกือบได้ตายคาบ้าน และต้องเรียกรถพยาบาลมาหามท่านเลขาออกไปในที่สุด ละครพ่อครัวหัวป่าก์ นายมลคนครัวและผองเพื่อนต่างดีใจ ที่ไล่คู่แข่งจนกระเจิงกลับไป แต่สุดท้ายก็ถูกกรรมตามสนองในทันที เมื่อทองตรารู้ทัน และจัดการให้นายมลกินอาหารเหล่านั้นเข้าไป และไม่นานก็ถูกหามไปส่งโรงพยาบาล นอนเคียงข้างสุดประเสริฐเลขาท่านทูต ที่ต่างนอนอ่อนล้า มองตากันปริบ ๆ กมลชนกในนามนายมลคนครัว เอาใบสมัครงานที่โรงแรมของตัวเองมาให้ทองตรา อ้างว่า รู้มาจากเพื่อนว่าเขารับฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหวังดีอยากให้ทองตราลองไปสมัครงานดู ทองตราแปลกใจกับข้อความในใบสมัคร ที่มักจะถามแต่เรื่องส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับงาน แต่นายมลก็หาเหตุผลมาอ้างว่ามันเป็นคำถามเชิงจิตวิทยา จนทองตราต้องจำใจเขียนแล้วส่งไปงั้น ๆ ท่านนายพลบ่นคุณนายทองม้วนเรื่องชอบยุ่งวุ่นวาย จนไปทำลายความเป็นส่วนตัวของทองตรา เพราะเขาโตแล้ว แต่คุณนายก็ไม่สนใจ เพราะกลัวบรรดาพวกผู้ชายที่ไม่เข้าตา จะมาแอบจีบลูกสาว ก่อนจะเปิดจดหมายฉบับล่าสุด แล้วตาโตวิ่งหน้าตื่นไปหาทองตรา ว่าถูกเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์ ทองตรา จำใจต้องไปสัมภาษณ์งานกับคุณนายทองม้วน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ทองตราไปคนเดียว และได้รู้ว่าโรงแรมนี้มีนายกมลชนก เพื่อนของทองทิวเป็นเจ้าของ และมอบหมายให้ คุณกาญจนา (สาวิตรี สามิภักดิ์) ผู้แป็นแม่มาสัมภาษณ์ทองตราแทน คุณกาญจนากับคุณนายทองม้วน แอบเม้าท์ลูกชายของตัวเองอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ และได้รู้ว่านายกมลชนกไม่รู้หายหัวไปไหนเป็นเดือน ได้แต่สั่งงานทางโทรศัพท์ คุณกาญจนาตกลงที่จะรับทองตราไว้ในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ และให้เงินเดือนอย่างงาม ทำเอาคุณทองม้วนดีใจสุด ๆ แต่ทองตราตรากลับสงสัยว่ามันทำไมง่ายดายนัก ความลับของนายมลคนครัวแตกดังโพละ เมื่อทองตราสงสัย และไล่ต้อนเด็กกำไล จนยอมเปิดปากว่า นายมลไม่เคยทำกับข้าวอะไร พอถึงเวลาก็มีรถคันใหญ่เอาอาหารมาส่งให้ และเขาเอาเงินปิดปาก แถมยังจ้างให้ถอนผมหงอกแบบเหมาจ่ายอีกต่างหาก นายมลคนครัวถูกทองตราไล่ออก เพราะไม่ยอมเปิดปากพูดความจริงในสิ่งที่ได้ทำ ท่ามกลางการคัดค้านของคุณนายทองม้วน ที่คราวนี้กลายมาเป็นโต้โผใหญ่ เพราะเสียดายอาหารดี ๆ ที่เคยได้กินฟรีจากนายมล แต่ก็เอาไม่อยู่ เพราะทองตราเอาจริง และไม่ชอบคนที่ไม่จริงใจ ทำอะไรไม่เคลียร์ ทั้งที่ลึก ๆ ก็แอบใจหาย กับความสุขเล็ก ๆ และเสียงหัวเราะที่กำลังจะหายไปจากบ้าน แต่ก็ต้องตัดใจ ทองตราไปทำงานวันแรก และได้พบกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ชื่อกมลชนก ที่มีแววตาคล้ายนายมลคนครัว แต่เขาดูเนี๊ยบ เฉียบ เท่ เหมือนหนุ่มเกาหลีที่แสนอบอุ่น ต่างจากนายมลคนครัวที่เธอรู้จัก กมลชนกรู้สึกพอใจที่ยอมเชื่อผู้ใหญ่อย่างแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้าแม่สั่งนักสั่งหนาว่า ให้ไปโกนหนวดโกนเครา ตัดผมเพ้าที่ยุ่งเหยิง แต่ก็ไม่เคยทำตามสักที จนมาเจอทองตรา แม่แค่บอกว่าคงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่คิดจะมารักกับลิงอุรังอุตังอย่างแก แค่นั้นมันก็รีบแจ้นไปทำหล่อเพื่อเปลี่ยนลุคส์ใหม่ ละครพ่อครัวหัวป่าก์ แขไขไฉไล (อัมราภัสร์ วรรธนะกุล) สาวไทยไซส์นอก อดีตหวานใจนายกมลชนก ที่เกือบจะได้ครองตำแหน่งมาดามเจ้าของโรงแรม แต่ดันไปปันใจให้ฝรั่งที่รวยมากกว่า แต่ก็ไปไม่รอดและซมซานกลับมาหาแฟนเก่า เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ด้วยความมั่นใจว่ายังไงกมลชนกคงไม่หนีไปไหน แต่มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เมื่อตอนนี้มี ยูริ (ภคภรณ์ เลิศช่ำชองกุล) สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นไซส์มินิ และคิกขุสุด ๆ กับนักท่องเที่ยวลูกค้าขาประจำ สาวมั่นชาวเกาหลี หน้าสวยผิวใสอย่าง อึนเฮ (รัดเกล้า แจ่มอุลิตรัตน์) ต่างเดินทางมาหากมลชนกอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมิได้นัดหมาย ทองตราถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่า จากตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์ให้มาเป็นเลขาหน้าห้องของกมลชนก มีหน้าที่หลัก คือคอยกีดกันบรรดาสาว ๆ โจทย์เก่าของเจ้านายไม่ให้มารบกวน เป็นภารกิจที่ทองตราไม่ชอบ แต่จำใจต้องทำตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย และเธอก็ทำได้ดี ทำหน้าที่ได้อย่างถึงกึ๋น ในการไล่กิ๊กสามสัญชาติของเจ้านาย แต่ก็ทำให้มีศัตรูเพิ่มได้อย่างไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้กมลชนกยิ่งหลงรักทองตราถึงขั้นคิดจริงจัง กมลชนกไปปรึกษาแม่ ให้ช่วยดูทองตรา ผู้หญิงคนแรก และคนเดียวที่เขาคิดจะจริงจัง แต่แม่ก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อถือ กมลชนกยืนยันว่าทองตราเป็นคนเดียวที่อยากให้แม่ช่วยดู และร่วมตัดสินใจ ขอให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาเลือกคนที่จะมาเป็นเมีย และเป็นแม่ของลูกได้ไม่ผิดพลาดอีกต่อไปเป็นครั้งแรกที่คุณกาญจนาเริ่มจะเชื่อน้ำยาลูกชาย เพราะเห็นความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองของกมลชนก ที่หันมาเอาการเอางาน และทำงานทุกอย่างได้ดีไม่มีที่ติ จึงยอมตกปากรับคำ กมลชนกต้องการจะลองใจทองตรา เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นคนแบบไหน ชอบคนที่เงิน หรือที่หน้าตา เพื่อหาบทพิสูจน์รักแท้ และหาสะใภ้คนดีมาให้แม่ได้ชื่นใจ คุณกาญจนาเรียกทองตราเข้าไปพบ เพื่อให้ช่วยดูแลงานของกมลชนก และเริ่มมอบหมายงานสำคัญ ๆ ให้ จนเริ่มสนิทสนมคุ้นเคยกัน ทองตรามาบอกพ่อกับแม่ว่า กมลชนกนัดจะพาครอบครัวไปเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อขอบคุณที่ทองตราทำงานให้เขาได้เป็นอย่างดี ทำเอาคุณนายทองม้วนตาโต และแต่งตัวเต็มยศ ไม่ลืมที่จะบังคับให้ท่านนายพลใส่สูทอย่างดี เพื่อไปกินอาหารฟรีกับเศรษฐีเจ้าของโรงแรม และไม่ลืมเอาเด็กกำไลติดตามไปด้วย กมลชนกมาพร้อมกับรถหรู รับทุกคนออกไป แต่ไม่ใช่ร้านหรู แต่กลับเป็นอาหารบุฟเฟ่รถเข็นริมน้ำ ที่มีเก้าอี้ แต่ไม่มีแอร์ ถ้าไม่มีคิว สั่งปุ๊บได้ปั๊บ ทำเอาคุณนายทองม้วนผิดหวังอย่างแรง ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาลบเหลี่ยมความเขี้ยวความเค็มเธอได้ แต่ลูกชายเศรษฐีคนนี้ ที่มีเงินตั้งมากมาย ทำไมใจแคบทำให้เสียอารมณ์ เพราะเริ่มร้อน และชุดเริ่มรัด จนทนไม่ไหว บ่นกับกำไลว่า ถ้ารู้ว่าจะมาที่นี่จะได้ใส่ผ้าถุงมา ขณะที่ทองตรา กับท่านนายพลกลับชอบใจในบรรยากาศสบาย ๆ ที่นี่ กมลชนกเห็นทองตราเหม่อมองชายหนุ่มที่ยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา ทำให้นึกถึงนายมลคนครัว ผู้ชายที่ทำให้ชีวิตของเธอมีสีสัน ถึงแม้จะเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เธอก็ยังไม่เคยลืมมัน จนกมลชนกร้องถามว่าเป็นอะไร ทองตราบอกไปตามความจริงว่า นึกถึงคนครัวที่เพิ่งลาออกไป ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ทำเอาเขาแอบยิ้มกระหยิ่มในใจกมลชนกนัดทองทิวมาปรึกษาเรื่องปัญหาหัวใจ และให้มารับโอนผู้หญิงในสต๊อกไปให้ห่าง ๆ เพราะกลัวทองตราจะระอา และถอดใจไปจากเขา ทองทิวเตือนให้กมลชนกระวังตัวไว้ เพราะทองตราไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมให้ใครมาทำอะไรให้เป็นเรื่องเล่น ถึงทองตราจะเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล และมีความอดทนสูง แต่อย่าได้ทำให้เธอโกรธอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ว่าใครก็เอาเธอไว้ไม่อยู่ ถ้ากมลชนกไม่ได้คิดที่จะจริงจังจริงใจ ก็รีบถอยให้ไกลจากทองตรา แต่กมลชนกไม่ยอม และยืนยันว่ารักจริงหวังแต่งแน่นอน กมลชนกเริ่มเปิดใจ และแสดงท่าทีว่ามีใจให้กับทองตรา ก่อนจะพาทองตราไปที่บ้านหลังใหญ่ มีการจัดแสดงโชว์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อลองใจทองตรา ก่อนจะพาไปเดินชมของมีค่า แต่ทองตราก็มีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอาการระริกระรี้เหมือนแขไขไฉไล ยิ่งทำให้กมลชนกไม่เข้าใจว่าทองตราคิดยังไง และคิดอะไรกับเขาอยู่ เพราะความเงียบเรียบเฉยของทองตรา เป็นสิ่งที่ยากต่อความเข้าใจของเขาเสมอ วันนี้ทองตราได้เห็นปราสาทหลังงามของแม่ วันหน้าเธอจะได้เห็นกระต๊อบของเขาแล้ววันนั้น มันจะเป็นบทพิสูจน์บทสุดท้ายว่า เขาและเธอจะเลือกเดินไปในทิศทางใด จะได้รักกัน หรือเลิกลากัน ก็สุดแล้วแต่บุพเพสันนิวาสจะพาไป ทองตราเริ่มต่อจิกซอร์แห่งความสงสัยในสมอง กับพฤติกรรม และความเชื่อมโยงกันของนายมลสองคน จนต้องกลับไปถามทองทิวอีกครั้ง เรื่องเพื่อนชื่อกมลชนก คนรวย กับนายมลคนจน ที่พี่ชายได้ไปรู้จักคนทั้งคู่ แต่ทองทิวก็แถไป เพื่อให้น้องสาวไม่สงสัยเพื่อนรัก ว่ามีเพื่อนชื่อมล สองมล ให้ตรงกันกับคำให้การของกมลชนก ที่เคยตอบคำถามนี้กับทองตรามาแล้ว แต่ในใจเธอก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี ทองตรารู้สึกได้ตามสัณชาตญาณ ว่าการกระทำของนายมลคนรวย ที่กำลังตามรุกเพื่อจะขอความรักไปพร้อม ๆ กับกำลังลองใจ และใช้วัตถุมาเป็นตัวล่อ คงคิดว่าผู้หญิงจะต้องเลือกที่จะเป็นฝ่ายวิ่งไปหาคนรวยสำหรับทองตรา เธอจะเป็นฝ่ายเลือก ไม่ยอมให้ใครมาเลือก เพื่อไปเป็นของเล่นคนรวยโดยเด็ดขาด และยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ ว่าควรจะยอมเปิดรับนายกมลคนรวยให้เข้ามาปรับพื้นฐาน เพื่อปูทางที่จะลองคบหาดูใจกันไปดีหรือไม่ ถ้าดูจากฐานะ ผู้หญิงที่หวังความสุขสบาย ย่อมไม่รีรอกับเศรษฐีที่มีพร้อมทุกอย่าง แต่ลึกลงไปในหัวใจของทองตรา มันเหมือนมีเส้นบาง ๆ มาขวางกั้นความรู้สึกของทองตรากับกมลชนกไว้ เพราะผู้ชายต่ำต้อยน้อยค่าอย่างนายมลคนครัว ที่ถึงแม้จะถูกไล่ออกไป แต่เขาก็คงมีน้ำใจ ยังโทรเข้ามารายงานความเคลื่อนไหวเป็นระยะ ทองตราจอดรถหน้าซอยที่คับแคบ ลงไปถามหานายมลคนครัวตามที่อยู่ที่เขาเคยให้ไว้ว่าให้เดินตรงแหน่วไปจนกว่าจะผ่าน หมู่บ้านอึกทึกนิเวศน์ ที่มีเด็กวิ่งเล่นกันเกรียวกราว มีสุ่มเป็ด สุ่มไก่วางระเกะระกะเป็นระยะ แล้วเดินตรงไปจนสุดซอย ละครพ่อครัวหัวป่าก์ สุสานนิเวศน์ ทองตรามองป้ายไม้กระดานที่เขียนด้วยถ่าน ที่นายมลตอกติดไว้ริมรั้ว ถัดไปมีกระดาษผูกเชือกเขียนไว้ว่า ห้ามรบกวน เจ้าของบ้านไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้จ้ะ ฯลฯ ทองตรามองเข้าไปในบ้านโกโรโกโสทาสีโอ๊ค แต่ไม่เห็นใคร เลยต้องเอาถุงขนมที่ซื้อมาฝากไปวางไว้ให้ในบ้าน และเขียนจดหมายฝากบอกนายมลไว้ ราชากับยาจก คำนี้ทองตราใช้เปรียบเทียบนายมลคนครัว กับนายมลคนรวย ที่ยังคงเป็นเรื่องค้างคาในใจ และทำให้สับสนได้ทุกเมื่อ ว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ทั้งที่ในใจมันบอกว่าใช่ แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธง เลยต้องรอดูต่อไป กมลชนกขาดความมั่นใจ ไปปรึกษาจนแม่รำคาญ ด่าว่าจะหาเมียสักคนยังต้องมาถามแม่ แล้วต่อไปจะไปเป็นพ่อคนได้ยังไง ถ้าไม่แน่ใจในตัวผู้หญิงแสดงว่าโง่ แต่ถ้าไม่แน่ใจในตัวเองแสดงว่างั่ง ทำเอาเขารับไม่ได้ เถียงแม่กลับไปว่า เคยเป็นแต่พ่อครัว ไม่เคยเป็นพ่อคนแล้วจะรู้ได้ยังไง กมลชนกเลือดขึ้นที่โดนแม่บังเกิดเกล้าหยามศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างเขา จึงตัดสินใจโทรไปหาทองตรา อ่านแถลงการณ์รัก พร้อมกับขอแต่งงานอย่างเท่ ๆ แมน ๆ ทองตราด่ากลับ หาว่าบ้า และมีพฤติกรรมคุ้มดีคุ้มร้าย ชอบคิดอะไรทำอะไรแปลก ๆ แล้วจะมีผู้หญิงหน้าไหนกล้าเอาไปทำพันธ์ กมลชนก ถูกทองตราปฏิเสธ จนหน้าหงายเงิบกลับไปอย่างไร้เยื่อใย และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจได้ขนาดนี้ แต่เขาก็ยังพอใจ ที่ได้รู้ว่าทองตราไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินขณะที่ทองตราก็หอบความเครียด และหอบความคานอันใหญ่ ไปเล่าให้พ่อฟัง ว่าได้ปฏิเสธการแต่งงานจากนายมลคนรวย เพราะคนรวยไม่จริงใจ ชอบลองใจ มันเหมือนดูถูกกันชอบคิดว่าเราโง่ พ่อสอนทองตราเรื่องความรัก บอกถึงความต่างของคนชื่อมลสองคน นายมลคนครัวเป็นคนที่มีความสุข มองคนทั้งโลกคือเพื่อน สรรพสิ่งในโลกเป็นของเล่นมีโลกอยู่ในกำมือ แต่นายมลคนรวย มีรถคันใหญ่ แต่งตัวโก้ ทำตัวหมุนไปตามโลกจนหัวปั่น หัวหมุน อยู่กับเกียรติยศเงินตรา สรรพสิ่งในโลกต้องไขว่คว้ามาให้ได้ เห็นคนทุกคนคือคู่แข่ง นี่คือสิ่งที่คนสองคนต่างกัน ละครพ่อครัวหัวป่าก์ ในที่สุด ทองตราก็ได้ล่วงรู้ว่าที่แท้นายมลสองมลก็คือคน ๆ เดียวกัน ที่ทำเอาทั้งโมโห ทั้งเจ็บใจ เมื่อสิ่งที่คิดไว้มันเป็นเรื่องจริง แต่กลับถูกพี่ชา กับนายกมลชนกเพื่อนซี้หลอกเอา ทั้งที่เธอเฝ้าเพียรถามด้วยความสงสัยมาตลอด แต่ทองตราก็ยอมรับกับพ่อ และแม่ว่าชอบนายมล และอยากที่จะพิสูจน์กลับเขาบ้าง ด้วยการไม่ยอมติดต่อกลับไป และไม่ยอมให้พบหน้า ทำให้กมลชนกเครียด และคิดว่ารักครั้งนี้คงไม่มีทางเป็นไปได้ ทำเอาเขากลายเป็นคนอกหัก จนกาญจนาเห็นใจในรักแท้ของลูกชายกมลชนกได้รับโทรศัพท์จากทองตรา ด้วยความดีใจ และมีความหมายสุด ๆ ทองตรานัดให้เขาไปที่บ้าน เพื่อรับประทานอาหารเย็น และได้เห็นทองตรายืนหน้ามั่นกมลชนกรีบปรี่เข้าไปหาทองตรา ขอคุยและเคลียร์เรื่องทุกอย่าง เพื่ออธิบายขอให้ทองตราได้เข้าใจ และให้ชอบแก่นแท้ แต่อย่าได้พาลไปเกลียดกระพี้ ซึ่งมันไม่ถูก เขาเกิดมารวยมันผิดตรงไหน เหตุผลที่ต้องลองใจ เพราะเขาเคยเจอแต่คนที่คิดจะมาปอกลอก มาเพื่อผลประโยชน์ และความสุขสบาย แต่สำหรับทองตราไม่ใช่ และไม่ว่าเขาจะเป็นนายมลคนไหน จะรวยหรือจนยังไง เขาก็มั่นใจว่าทองตราจะไม่มีวันทิ้งเขา ทั้งคู่ได้ทำความเข้าใจ และได้ตามหาหัวใจกันจนเจอ ทองตรากับกมลชนก เดินเคียงคู่วนอยู่รอบสนาม เพื่อทำความตกลงกันว่า รสแห่งชีวิตในกายภาคหน้าจะปรุงด้วยรสใดบ้าง เพราะการที่มนุษย์จะยืนยงอยู่ต่อไปนั้น ต้องการอาหารแห่งชีวิต บางคน...ต้องการความหวานเพิ่ม เพื่อให้ความแห้งแล้งในหัวใจมลายหายไป บางคน...ต้องการความเผ็ด เพื่อให้ชีวิตที่ชืดชา กลับมาผาดโผน บางคน...ต้องการความเค็ม เพื่อมิให้ความฟุ่มเฟือยพาความพินาศมาให้ อีกหลายคน...อยากเติมรสเปรี้ยว เพื่อรูปลักษณ์ที่ใหม่ขึ้นน่าดูขึ้น ชีวิตนั้นมีรสที่ควรพึงปรุงอย่างพอดี และประณีต เพื่อให้รสแห่งชีวิต สุขสมบูรณ์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ติดตามชมความสนุกสุดกวนของละครรักโรแมนติก และพบกับเรื่องราวเหล่านี้ ได้ในละคร พ่อครัวหัวป่าก์ ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร พ่อครัวหัวป่าก์ เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม 2560 นักแสดงนำละคร พ่อครัวหัวป่าก์ หลุยส์ สก๊อต รับบท กมลชนกรณิดา เตชสิทธิ์ รับบท ทองตราสาวิตรี สามิภักดิ์ รับบท กาญจนาทูน หิรัญทรัพย์ รับบท พลตรีรณยุทธดวงตา ตุงคะมณี รับบท คุณนายทองม้วนบรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ รับบท ทองทิวอนันท์ บุนนาค รับบท อาเทวาอัมราภัสร์ วรรธนะกุล รับบท แขไขไฉไล ดิลก ทองวัฒนา รับบท ไววิทย์ภัณฑิลา ฟูกลิ่น รับบท กำไลสวิส เตชภูวนนท์ รับบท เบสจิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร รับบท ลุงเชฟปราโมทย์ เทียนชัยเกิดศิลป์ รับบท แบมบี้นาตาชา จุลานนท์ รับบท มินนี่เกวิน ฌ็อง โดนาร์ท รับบท โอ๊ค

ละครตะวันยอแสง  , เรื่องย่อตะวันยอแสง
ละครตะวันยอแสง /  ละครตะวันยอแสง ช่อง3 / 

ตะวันยอแสง บทประพันธ์โดย : เสนีย์ บุษปะเกศบทโทรทัศน์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศกำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์ผลิตโดย : บริษัท มหานิยมชมชอบ จำกัดควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพาณิชออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครตะวันยอแสง ตะวัน อาศัยอยู่ในเรือกระแชงกับนางสาย ผู้เป็นแม่ และ คร้าว พ่อเลี้ยงขี้เมา ยังชีพด้วยการรับจ้างบรรทุกรำข้าว หรือสินค้าที่ต้องล่องตามต่างจังหวัด โดยมีเพื่อนบ้านสนิทสนมกันอย่าง เด็กชายเอี้ยง อาศัยอยู่ในเรือกระแชงอีกลำกับแม่ สาย กลับมาเล่าให้ ตะวัน ฟังว่าต้องบรรทุกรำไปส่งที่เรือนแพ คลองบางหลวง ท่าทางทุกข์และกังวลใจของสายทำให้ตะวันผิดสังเกต สายอ้างว่าไม่อยากไปที่คลองบางหลวง เพราะ อินตา พ่อของตะวันเคยก่อเรื่องไว้ ความจริงที่อินตาต้องติดคุกโทษฐานฆ่าคนตาย เพราะถูกผันลูกกำนันโกง อินตาขอให้สายปิดบังตะวัน ไม่ให้รู้เรื่องเขาติดคุก ทำให้สายต้องพรากจากอินตา และตัดสินใจผิดมาอยู่กับคร้าว สามีขี้เหล้าและนักพนันตัวยง เรือของตะวัน กับ เอี้ยง จอดรอส่งรำอยู่ตรงท่าน้ำใกล้ ๆ กับเรือนแพ และคฤหาสน์หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ห้ามจอดเรือ ทำให้ตะวันมีเรื่องกับ นเรนทร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านต้น เจ้าของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน พริ้มเพรา ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของนเรนทร์ นเรนทร์ไม่พอใจ จะเอาเรื่องตะวัน แต่ศักดิ์รพีหรือคุณเล็ก เข้ามาห้าม เพราะรู้ว่านเรนทร์ทำร้ายตะวันก่อน ศักดิ์ระพี นึกชื่นชมในคำพูดฉะฉานของตะวัน และแปลกใจที่ตะวัน ดูไม่เหมือนชาวเรือทั่วไป สายเข้ามาขอโทษศักดิ์ระพีกับพริ้มเพรา แล้วรีบพาตะวันลงเรือกลับ คุณใหญ่ ภรรยาหลวงของท่านต้น ผู้เป็นพี่สาวของศักดิ์รพี ตามมาถึงท่าน้ำ ต้องตกใจ เมื่อได้เจอตะวัน และเผลอทักตะวันว่าดวงพร คุณใหญ่เล่าให้ท่านต้นฟัง ว่าได้เจอกับตะวัน เด็กหญิงผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายดวงพร ท่านต้นค้านว่าดวงพรตายไป 12 ปีแล้ว ไม่มีทางที่ตะวันจะเหมือนดวงพรได้เลย ท่านต้น และ คุณใหญ่ นึกย้อนไปสิบสองปีก่อน วันที่คุณใหญ่รับอุปการะ พริ้มเพรากับดวงพร ลูกสาวของสอิ้งเพื่อนคุณใหญ่ ความน่ารัก และจิตใจดีของดวงพร ทำให้ท่านต้นและคุณใหญ่ รักและเอ็นดู ผิดกับพริ้มเพรา พี่สาวผู้มีนิสัยเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ขี้อิจฉาริษยาน้องสาว มักสร้างความรำคาญและเบื่อหน่ายให้กับท่านต้นและคุณใหญ่เสมอ ละครตะวันยอแสง ดวงพร สร้างความถูกใจให้กับท่านต้นมากขึ้น จนท่านต้นถึงกับออกปาก ขอดวงพรเป็นภรรยาน้อยคนที่สามกับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจยกดวงพรให้ท่านต้น เพียงขอให้ท่านต้น ยกย่องดวงพรและดูแลมากกว่าภรรยาน้อยคนอื่น เมื่อดวงพรกลายเป็นภรรยาของท่านต้น คุณใหญ่จึงยกเรือนแพริมน้ำให้ดวงพร ในฐานะคุณน้อยของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ พริ้มเพราอิจฉาดวงพร จึงหาทางทอดสะพานให้ท่านต้นบ้าง แต่ท่านต้นไม่สนใจ เพราะไม่เคยนึกชอบพริ้มเพราเลยสักครั้ง เมื่อดวงพรเริ่มตั้งท้อง พริ้มเพราคอยเฝ้าภาวนาให้ดวงพรได้ลูกชาย เพราะหวังจะได้เป็นป้าแท้ ๆ ของทายาทเพียงคนเดียวในคฤหาสน์เดชาบดินทร์ เนื่องจากท่านต้นมีแต่ลูกสาว ไม่เคยมีลูกชายไว้สืบสกุลเลยสักคน คืนที่ดวงพรเจ็บท้องคลอด ท่านต้นออกไปธุระต่างจังหวัด คุณใหญ่ไปค้างบ้านสวน มีเพียงพริ้มเพราคอยจัดแจงเรียกคนไปตามละม่อม หมอตำแย มาทำคลอดให้ดวงพร ขณะเดียวกันนั้น อินตาก็พาเรือกระแชงมาจอดท่าเรือนแพ เพื่อขอร้องพริ้มเพราให้ละม่อมช่วยทำคลอดให้สายเมียของเขาเช่นกัน ดวงพรคลอดลูกยาก ละม่อมจึงต้องไปทำคลอดให้สายก่อน สายคลอดลูกชายระหว่างที่ละม่อมกำลังจะอาบน้ำให้เด็กชาย พริ้มเพราผลุนผลันเข้ามาตามละม่อม ให้ไปทำคลอดดวงพรอีกคน ดวงพรได้ลูกผู้หญิง สร้างความผิดหวังให้กับพริ้มเพรามาก เพราะเท่ากับว่ามรดกทุกอย่างของท่านต้นกำลังหลุดลอยไป เมื่อพริ้มเพราเห็นว่าดวงพรเพลีย และเลือดออกมากหลังจากคลอด มีสิทธิ์ที่จะไม่รอด จึงรีบเอาเด็กหญิงมาให้ดวงพรดูผ่าน ๆ แล้วหลอกใช้ซ้อน ซึ่งหลงรักเธอมานาน เป็นเครื่องมือช่วยเอาเงินปิดปากละม่อม ให้บอกทุกคนว่าดวงพรคลอดลูกชาย ขอสลับตัวลูกสาวของดวงพรกับลูกชายของสาย ทั้งอินตาและสายยินยอม เพราะอยากให้ลูกตนเองได้อยู่อย่างสุขสบาย ตามที่พริ้มเพราเกลี้ยกล่อม เมื่อคุณใหญ่ทราบข่าวการคลอดลูกของดวงพร จึงรีบกลับมาด้วยความเป็นห่วง ดวงพรทรุดหนักเพราะตกเลือดมาก ขอดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย พริ้มเพราพาเด็กชายมาให้ดู แต่ดวงพรกลับตกใจ เมื่อพริ้มเพราพาเด็กชายออกไป ดวงพรคอยย้ำกับคุณใหญ่ว่าลูกของเธอ มีปานแดงรูปหัวใจเหนือหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นจึงสิ้นลม คุณใหญ่ และ ท่านต้น เศร้าเสียใจกับการจากไปของดวงพร จนลืมเรื่องที่ดวงพรสั่งเสีย เด็กชายถูกมอบให้อยู่ในความดูแลของพริ้มเพรา และเมื่อทุกคนในเดชาบดินทร์ เข้าใจว่าเด็กชายนเรนทร์ คือทายาทที่แท้จริงของท่านต้น คุณใหญ่จึงตัดสินใจ ทำพินัยกรรม มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับลูกชายของดวงพร ละครตะวันยอแสง ซ้อนไปตามหาสายที่เรือ แต่สายหลบหน้า ทำให้ตะวันสงสัย สายอ้างว่าซ้อนอาจมาเอาเรื่องที่ตะวันทำร้ายนเรนทร์ นเรนทร์มาขอเงินพริ้มเพรา ออกไปเที่ยวงานวัดประยูรกับ กลุ่มเพื่อนจอมเกเร ตะวันต้องอยู่เฝ้าเรือกับเอี้ยงที่ท่าน้ำวัดกัลยา เจอนเรนทร์พาท่านต้นขับเรือยนต์เล่นบริเวณนั้น นเรนทร์ประมาทจนเรือพลิกคว่ำ ท่านต้นตกน้ำใกล้จมเพราะไม่มีแรง ตะวันกับเอี้ยงจึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาบนเรือ ส่วนนเรนทร์ไม่เป็นอะไร เกาะแพเรือลอยน้ำไปอย่างปลอดภัยฟังน้ำเสียงช่างเจรจา กล้าพูดของตะวัน ทำให้ท่านต้น นึกถูกใจเด็กหญิงตะวันอย่างแปลกประหลาด พาลให้นึกถึงดวงพรอีกครั้ง ท่านต้นขอให้ตะวันไปหาที่คฤหาสน์อีกวัน แต่ตะวันไม่กล้าไป เพราะสายกำชับไม่ให้เข้าไปคลองบางหลวงอีกท่านต้นจึงบอกว่าจะกลับมาหาตะวันด้วยตัวเอง ท่านต้นกลับมา สั่งรื้อป้ายห้ามจอดเรือทุกอันออก เพราะซาบซึ้งน้ำใจจากชาวเรือของเด็กหญิงตะวัน ทำให้เขาตาสว่าง เลิกแบ่งชั้นกับคนอื่นอีกต่อไป คร้าวบังคับเอาเงินและทำร้ายตะวัน สายเข้ามาช่วย จึงแทงคร้าวตาย จากนั้นจึงเอาจดหมายกับเงินก้อนหนึ่ง ให้ตะวันหนีไปหาพริ้มกับซ้อนที่เรือนแพ ในคลองบางหลวง เอี้ยงขอติดตามตะวันไปด้วย เพราะไม่อยากอยู่กับพ่อเลี้ยงใจร้าย ส่วนสายรอมอบตัวกับตำรวจอยู่ที่เรือท่านต้นป่วยหนัก ตรอมใจที่ตามหาตะวันไม่เจอ ระหว่างเดินทางมาคลองหลวง ตะวัน กับ เอี้ยง ถูกล้วงกระเป๋าจนไม่มีเงินติดตัว จดหมายของสายก็หายไป ทั้งสองต้องระหกระเหินเร่ร่อนมาถึงท่าน้ำเรือนแพ แต่เห็นผู้คนวุ่นวายกับงานศพของท่านต้น จึงไม่กล้าเข้าไป นเรนทร์ขับเรือยนต์เล่นกับเชิด เพื่อนสนิท เห็นตะวัน จึงตั้งใจขับเรือชน แต่เอี้ยงเอาหนังสติ๊กยิงใส่เบ้าตานเรนทร์ ทำให้เรือนเรนทร์ชนเข้ากับเรือโยง ตะวันกับเอี้ยงกลัวความผิด จึงรีบหนีไป คุณใหญ่ต่อว่านเรนทร์เรื่องขับเรือไปชน แต่พอรู้เรื่องจากเชิดว่าคนที่มีเรื่องด้วยคือตะวัน ก็ตกใจมาก รีบให้ซ้อนไปตามหาตัวมา โชคชะตาทำให้ตะวันกับเอี้ยง มาขออาศัยอยู่ในตึกของศักดิ์ระพี ตะวันแอบได้ยินคุณใหญ่และศักดิ์ระพีคุยกัน ว่าต้องการตัวเด็กตะวัน ทำให้ตะวันกลัวความผิด คิดว่าคุณใหญ่จะเอาเรื่องที่ทำร้ายนเรนทร์ จึงพาเอี้ยงหนีไปตะวัน คลาดกันกับศักดิ์ระพีและคุณใหญ่ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนหนีมาอยู่วัด เจอศาลาตั้งศพของท่านต้น เหมือนมีบางอย่างดลใจ ให้ตะวันเข้าไปเคารพศพท่านต้น และรู้สึกหดหู่ เมื่อท่านต้นจากไปแล้ว พริ้มเพราถามเรื่องพินัยกรรมจากคุณใหญ่ ทำให้รู้ว่า พินัยกรรมถูกเขียนขึ้นใหม่อีกหนึ่งฉบับ และจะถูกเปิดเผยเมื่อนเรนทร์ อายุ 21 ปี ละม่อมเดือดร้อนหนัก มาขอเงินพริ้มเพราเพิ่ม พริ้มเพรารับปากว่าจะหาให้ เพราะกลัวละม่อมเปิดโปงความจริง ตะวันตัดสินใจตัดผมสั้น ปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชาย เพื่อไม่ให้คนจำได้ ส่วนเอี้ยงก็ปลอมตัวเช่นกัน ละครตะวันยอแสง โชคชะตาเล่นตลกอีกครั้ง เมื่อศักดิ์รพีเกือบขับรถชนตะวัน ตะวันตกใจจนเป็นลม ศักดิ์ระพีจำเด็กทั้งสองไม่ได้ แต่รู้ว่าตะวันเป็นเด็กผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย เขาพาตะวันกับเอี้ยง ไปอยู่บ้านร่มรื่น หลังจากฟื้น ตะวันหลอกศักดิ์รพีว่าชื่อ ยอแสง เป็นพี่น้องกับเอี้ยง หนีออกจากบ้านเพราะถูกพ่อเลี้ยงทารุณ ศักดิ์ระพีสงสาร จึงรับอุปการะทั้งสอง และหวังส่งเสียให้เรียนสูง ๆ ต่อไป พร้อมมิตร ลูกสาวภรรยาน้อยอีกคนของท่านต้น ซึ่งแอบหลงรักศักดิ์ระพีมานานมาหาชายหนุ่มที่บ้าน จนมีเรื่องกับตะวันและเอี้ยง จนศักดิ์ระพีต้องเข้ามาห้าม ศักดิ์ระพีพาตะวัน หรือ ยอแสง กับเอี้ยง ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น นพดล ไปเข้าโรงเรียนประจำเดียวกับนเรนทร์ เอี้ยงและยอแสงจึงรู้จักกับ ธาดา นักเรียนรุ่นพี่ที่เป็นทั้งนักกีฬา และนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน หลายครั้งที่มีเรื่องกับนเรนทร์ ธาดาจะคอยเข้ามาช่วยและรับผิดแทนทุกครั้ง ทำให้ยอแสงกับเอี้ยง ซาบซึ้งน้ำใจจนสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว และยังมีบารมี เพื่อนบ้านของศักดิ์ระพี ที่พาใจบุญมาหาเล็กถึงที่บ้าน หวังจะให้ใจบุญผูกสัมพันธ์กับเล็ก แต่ใจบุญกลับไปเล่นสนุกกับตะวันและเอี้ยง จนทำให้บารมีหัวเสีย ที่ใจบุญไปเกลือกกลั้ว กับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ซ้อน สืบเรื่องราวจนรู้ว่าสายติดคุก และเป็นบ้า สายถูกส่งตัวไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิต เหลือไว้แต่เรือกระแชง ผูกทิ้งไว้ท้ายสถานีตำรวจพร้อมมิตรมาขอยืมรถศักดิ์ระพีไปเที่ยวกับเพื่อน แกล้งใช้ให้ยอแสงขัดรองเท้าให้ ยอแสงกับเอี้ยง จึงเอาคืนด้วยการใช้แปรงลวดขัดรองเท้าพัง พร้อมมิตรโกรธมาก ตบหน้าตะวัน ละม่อมมาหาพริ้มเพราอีกครั้ง เพื่อขอเงิน พริ้มเพราขู่ละม่อมว่าหากบอกความจริงกับใคร ละม่อมจะต้องติดคุกตะวัน หรือ ยอแสง เอารูปที่ไปขอแม่ค้ามาถ่ายด้วย ให้ศักดิ์ระพีดู ทำให้ศักดิ์ระพีเชื่อว่ายอแสง กับ เอี้ยงเป็นพี่น้องกัน และเป็นลูกของคนในรูป จนไม่ติดใจเรื่องยอแสง เหมือนกับเด็กตะวัน ศักดิ์ระพีกับยอแสงมีเรื่องผิดใจกัน ยอแสงเสียใจที่ทำให้ศักดิ์ระพีโกรธ จึงชวนเอี้ยงหนีออกจากบ้าน เร่ร่อนไปถึงอยุธยาอย่างไร้จุดหมาย ศักดิ์รพีตามหายอแสงจนเจอ แล้วพาตัวกลับ ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน ทำให้ยอแสงรู้ว่าศักดิ์ระพีเป็นห่วงตัวเองมากแค่ไหน จึงออกปากเรียกศักดิ์รพีอย่างสนิทสนมว่า อาเล็ก เหมือนเช่นหลานคนอื่น ๆ เรียกกัน ศักดิ์ระพีออกไปเที่ยวกับพร้อมมิตร ใช้ให้ยอแสงกับเอี้ยงอยู่เฝ้าบ้าน อินตากับไอ้โหด แหกคุกหนีมาหลบอยู่บ้านศักดิ์ระพี หวังจับตัวยอแสงเป็นตัวประกัน ยอแสงเห็นอินตาไม่ถนัดนัก เพราะถูกจับในความมืด อินตารู้ว่ายอแสงคือตะวัน จึงคัดค้านไม่ให้ไอ้โหดเอาตัวตะวันไป ไอ้โหดไม่ยอม อินตาจำต้องฆ่าไอ้โหดเพื่อปกป้องยอแสง หรือ ตะวันลูกสาวของเขาศักดิ์ระพีขอบคุณอินตาที่ช่วยยอแสง อินตาหลอกว่าชื่ออิน แต่ไม่ยอมบอกความจริงอะไร เพราะอยากให้ยอแสงได้อยู่อย่างสบาย ศักดิ์ระพีสัญญาว่า หากอินตาพ้นโทษกลับมาอีกครั้ง เขายินดีช่วยเหลืออินตาทุกอย่างยอแสงเคยดูแลคุณใหญ่ เมื่อครั้งมาหาศักดิ์ระพี พอยอแสงไม่สบาย คุณใหญ่จึงมาอยู่ดูแลยอแสงบ้าง ทำให้ยอแสงซาบซึ้งในความกรุณาและความอบอุ่นที่คุณใหญ่มีให้ ละครตะวันยอแสง ศักดิ์ระพีจะไปเรียนต่อเมืองนอก จึงฝากฝังยอแสง กับ เอี้ยง ไว้กับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจรับฝาก เพราะอยากได้ยอแสงมาอยู่ด้วย คุณใหญ่เกลี้ยกล่อมจนยอแสงยอมมาอยู่ด้วยในที่สุด วันเดินทางของศักดิ์ระพีมาถึง พร้อมมิตรร้องไห้ และสารภาพความในใจกับศักดิ์ระพีวันนั้น ว่าเธอรักเขามานานแล้ว แต่ศักดิ์ระพี ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกพร้อมมิตร เพราะในใจเขามียอแสงอยู่แล้ว ศักดิ์รพีกับยอแสง จึงจากกันด้วยความเศร้า เมื่อเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เรือนแพ ยอแสงกับนพดล ถูกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใส กลั่นแกล้งสารพัด โดยมีพริ้มเพราเป็นคนให้ท้าย แต่ทั้งคู่ก็พยายามอดทน เพราะเห็นแก่ความดีของคุณใหญ่ จิตรใสและนเรนทร์ ยังคงเรียนซ้ำชั้นอยู่ระดับมัธยม เอี้ยงหรือนพดล สอบเข้านายร้อยตำรวจได้ ส่วนตะวันเรียนอักษรศาสตร์ หวังสอบเข้าคุรุศาสตร์ จบมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ศักดิ์ระพีส่งชุดนอนสีชมพูกับจดหมาย เป็นของขวัญให้ยอแสง จนพร้อมมิตรแอบเอามีดกรีดชุดนอนของยอแสงทิ้ง และขโมยจดหมายของศักดิ์ระพีไปทำลาย ทำให้ยอแสงน้อยใจคิดว่าศักดิ์รพีไม่เคยคิดถึงตนเอง ยอแสง กับเพื่อนรักชื่อ ใจบุญ ไปเดินซื้อของด้วยกัน เจอกับนพดล และธาดาโดยบังเอิญ ทั้งสี่นั่งพูดคุยกัน จนรู้ว่าธาดาใกล้จะเรียนจบแพทย์แล้ว เขาพูดความรู้สึกในใจเป็นนัยกับยอแสง แต่ยอแสงไม่ได้สนใจ อินตาตามเฝ้าดูพริ้มและซ้อน จึงรู้ว่าพริ้มจับตัวสายไป แล้วอินตาก็ไปช่วยสายออกมาจนได้ นเรนทร์พูดจาดูถูกคนเรือจน ๆ อย่างอินตา โดยที่ไม่รู้ว่าอินตาคือพ่อของตน จนอินตาต้องรีบหนีไป เพราะกลัวพริ้มจำหน้าเขาได้ นเรนทร์ พร้อมมิต จิตรใส รวมหัวกันแกลังตะวัน พอตะวันไปเอาคืน ทุกคนก็โกรธตะวัน ตะวันเอาไม้เรียว มาให้คุณใหญ่เฆี่ยน เพราะรู้ตัวว่าผิด พริ้มได้ที เป็นคนเฆี่ยนเสียเองจนไม้หัก ใหญ่สงสารตะวันแต่พูดไม่ออก ตะวันบอกจะอดทนเพื่อรอเล็กกลับมา ใหญ่มาเยี่ยมตะวันที่เรือนแพ ด้วยความสงสาร พร้อมมิตรเขียนจดหมายหาเล็ก ใส่ความว่าตะวันมีหนุ่ม มารุมจีบ จนทำให้เล็กเริ่มเครียด ส่วนเอี้ยงก็เห็นใจบุญเขียนจดหมายหาเล็ก รู้ว่าใจบุญแอบรักเล็ก ซึ่งตนเองไม่อาจเทียบกับอาเล็กได้ นึกน้อยใจ บอกจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวใจบุญอีก นเรนทร์ขโมยเงินใหญ่ และพยายามใส่ร้ายตะวันอีก เอี้ยงมาเจอ จึงชกต่อยกัน อินตาเข้าช่วยเอี้ยง สู้กับนเรนทร์ พอเติมเรียกชื่อนเรนทร์เลยทำให้อินตารู้ว่านเรนทร์คือลูกชายตนเอง ตะวันเอายามาทาให้อินตา อินตาถามเรื่องนเรนทร์กับตะวัน จึงรู้ว่าลูกของตนเองเป็นคนไม่ดี รู้สึกถึงเวรกรรมที่ตนเองทำไว้ นึกเศร้าใจเล็กเขียนจดหมายบอกใหญ่ ว่าจะกลับมาวันเสาร์นี้ พร้อมมิตรดีใจ จัดเลี้ยงใหญ่โต บอกว่าตรงกับวันเกิดตนเองพอดี เติมไปรับเล็ก เล็กสั่งให้เติมไปที่บ้านเดชาบดินทร์ เพราะในใจคิดถึงยอแสงมาก ละครตะวันยอแสง เอี้ยงใส่ชุดนักเรียนนายร้อยมารับใจบุญไปงานเลี้ยงต้อนรับเล็กอย่างเต็มยศ แต่บารมีก็ยังพูดจาดูถูกเอี้ยงเช่นเคย เล็กมาถึงงาน พร้อมมิตร จิตรใส รีบออกมารับหน้า คุณใหญ่ดีใจมากที่เล็กกลับมา แต่ตะวันไม่กล้าสู้หน้าเล็ก เพราะคิดว่าเล็กไม่เขียนจดหมายหาเธอเลย จนธาดา ต้องบังคับให้ตะวันออกไปเล็กซื้อของมาฝากทุกคน แต่ไม่มีของตะวัน ตะวันเสียใจ วิ่งร้องไห้ ไปที่เรือนแพ อินตา เอาเศษจดหมายที่เล็กเขียนถึงแต่ถูกพร้อมฉีกเสียก่อน ตะวันจึงรู้ว่าเข้าใจเล็กผิด ตะวันรีบให้อินตาพายเรือไปส่งที่บ้านเล็ก เล็กดีใจที่ได้พบตะวันที่โตเป็นสาว และสวยมาก ตอนแรกเล็กยังโกรธที่ตะวันไม่ยอมไปพบตน แต่พอตะวันสารภาพว่าเข้าใจผิดเรื่องจดหมาย พร้อมทั้งนำจดหมายที่ถูกฉีกขาดมาให้เล็กดู ทำให้ทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งคู่พูดคุย อ่านจดหมายให้กันและกันฟังอย่างมีความสุขพริ้มวางยาคุณใหญ่ แล้วใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือตะวัน พอดีเล็กมาส่งตะวันที่บ้าน จึงพาคุณใหญ่ไปโรงพยาบาล ส่วนตะวันกับเอี้ยงถูกพวกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใสทำร้าย ตะวันต้องออกจากบ้านไปในทันที ตะวันสั่งให้เอี้ยงอยู่ดูแลคุณใหญ่ แล้วตะวันก็จากไป เอี้ยงเสียใจมาก นเรนทร์เห็นพริ้มกำลังจะวางยา จึงตัดสินใจ เอายาพิษไปใส่ในหม้อยาสมุนไพร ที่ตะวันต้มอยู่ โดยตะวันไม่ทันสังเกต นเรนทร์บอกเขาแค้นที่คุณใหญ่ คิดจะยกสมบัติให้ยอแสง จึงต้องลงมือเอง ตะวันถูกพร้อมมิตรไล่ออกจากบ้าน พอเล็กรู้ก็รีบไปตามหา แต่ธาดาพบยอแสงก่อน จึงพาไปอยู่ที่บ้าน นเรนทร์ทำตัวเป็นเจ้าของบ้าน ขึ้นไปอยู่ห้องคุณใหญ่ และตบตี พร้อมมิตรกับจิตรใส จนซ้อนต้องเข้ามาช่วย คุณใหญ่ยังไม่ฟื้น เล็กอยากให้เธอตื่นขึ้นมายืนยันความบริสุทธิ์กับตะวันโดยเร็ว ตะวันไปเยี่ยมคุณใหญ่ที่รพ. เจอพริ้ม พริ้มไม่ยอมให้เยี่ยม ซ้ำยังทำร้ายตะวันอีก ธาดามาช่วยไว้ทัน เล็กมาเห็นพอดี รู้ว่าธาดาช่วยตะวันไว้ นึกหวงและน้อยใจตะวัน ตะวันร้องไห้เสียใจ ได้ยินอินตาเป่าขลุ่ยเพลงสาลิกาชมเดือน นึกถึงพ่อและแม่ ตะวันจึงร้องไห้ออกมา นเรนทร์เมายา เพื่อนจะเอาเงินกับทองไป อินตามาเห็นช่วยเอาไว้ แล้วพานนเรนทร์ที่ยังไม่ได้สติ ไปหาสาย สายดีใจมาก ร้องเพลงกล่อมให้นเรนทร์ฟัง แต่พอนเรนทร์ฟื้นก็โวยวาย ด่าทออินตาและสาย อินตาเสียใจมาก นเรนทร์กลับมาบ้าน ได้ยิน ละม่อมมาขอเงินพริ้ม แล้วพูดเรื่องที่สลับเด็กกัน นเรนทร์คาดคั้นเอาความจริงกับพริ้ม จนพริ้มต้องบอกกว่า นเรนทร์เป็นลูกชาวเรือ ส่วนลูกสาวตัวจริงหายสาบสูญไป คนที่รู้ความลับคือละม่อม กับซ้อนเท่านั้น นเรนทร์รับไม่ได้ คลั่งแทบเสียสติ นเรนทร์กลัวความลับเปิดเผยจึงฆ่าละม่อมตาย นเรนทร์กับพริ้ม ขายข้าวของในบ้าน หวังเอาเงินมาใช้จ่าย เพราะยังเปิดพินัยกรรมไม่ได้ คุณใหญ่ฟื้นขึ้นมา และกลับบ้านพอดี พริ้มกับนเรนทร์ตกใจ พร้อมมิตรกับจิตรใสดีใจมากที่มีคุณใหญ่กลับมาปกป้องพวกเธอจากนเรนทร์ คุณใหญ่สั่งให้ขนข้าวของนเรนทร์ออกจากห้องเธอ แล้วให้เล็กพาไปหาตะวัน แล้วพาตะวันกับเอี้ยงกลับไปเดชาบดินทร์บอกต่อหน้าทุกคน ว่ารับตะวันเป็นลูกบุญธรรม พร้อมทั้งยกทรัพย์สมบัติในส่วนของตนให้กับตะวัน นเรนทร์เข้าไปปลุกปล้ำตะวัน แต่เล็กมาช่วยไว้ทัน ซ้ำร้ายนเรนทร์ยังผลักคุณใหญ่ตกน้ำ ดีที่อินตามาช่วยทัน คุณใหญ่เลยรอดมาได้ ละครตะวันยอแสง คุณใหญ่ไม่ยอมให้ตะวันลงไปอยู่ที่เรือนแพ เกรงจะมีอันตราย นเรนทร์เอามีดแทง เพื่อฆ่าปิดปากซ้อนอีกคน แล้วซ้อนก็ตกน้ำหายไป อินตามาเจอเข้าพอดี บอกจะรับผิดแทนนเรนทร์ สารภาพว่านเรนทร์คือลูกชายตน นเรนทร์คลั่ง ไม่อยากเชื่อ แล้วอินตาก็แย่งมีดไป แล้ววิ่งลงเรือ พาแม่สายหนีไป เล็กเริ่มสงสัย ความไม่ปรกติภายในเดชาบดินทร์สามปีผ่านไป เอี้ยงกำลังจะได้ติดยศนายร้อย ส่วนตะวันก็กำลังจะรับปริญญา คุณใหญ่ บอกจะจัดงานให้เด็กทั้งสองคน ในวันรับปริญญาของตะวัน บรรยากาศ เต็มไปด้วยความสุข บารมีพยายามยัดเยียดใจบุญให้กับเล็ก เล็กจึงไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปกับตะวัน เอี้ยงก็น้อยใจที่ใจบุญอยู่กับเล็ก อินตารู้ข่าว พาสายมายินดีกับตะวันด้วย แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวตะวันจะอาย ตะวันเข้าไปกราบพระคิดถึงพ่อกับแม่ อินตากับสายร้องไห้ด้วยความดีใจ ที่งานเลี้ยง นเรนทร์หมั่นไส้ ที่เอี้ยงกับตะวัน ได้ดิบได้ดี จึงหาทางแกล้ง เล็กให้แหวนเป็นของขวัญตะวัน ตะวันเข้าใจผิดคิดว่าจะให้แหวนไปหมั้นกับธาดา จึงโยนแหวนทิ้ง คุณใหญ่เดินมาเก็บได้พอดี จำได้ว่าเป็นแหวนประจำตระกูล จึงรู้ว่าเล็กมีใจให้กับตะวัน ตะวันเองก็อึ้งไป รู้สึกผิดที่เข้าใจผิดเล็ก บารมีต่อว่าเอี้ยงที่มายุ่งเกี่ยวกับใจบุญ คุณใหญ่เห็นสงสารเอี้ยง เข้าไปช่วยให้เอี้ยงคุกเข่าสัญญาว่าจะรักใจบุญตลอดไป แต่บารมีก็ยังไม่พอใจ เอาตัวลูกสาวกลับไปทันทีตะวันไปหาเล็กที่บ้านร่มรื่น ทั้งสองคืนดีกัน เล็กสวมแหวนหมั้นให้ บอกว่าจะรอจนกว่าตะวันอายุครบยี่สิบเอ็ดปี แล้วจะมาคุยกันอีกที พร้อมมิตรทนไม่ได้ที่ต้องเสียเล็กไป วางแผนวางยานอนหลับให้เล็กกิน แล้วพาเข้าโรงแรม แล้วบอกกับคุณใหญ่ ตะวัน และทุกคน ว่ามีความสัมพันธ์กับเล็กแล้ว แต่บังเอิญจิตรใสเห็นเข้าเสียก่อน จึงเป็นพยานให้เล็กว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณใหญ่ไล่พร้อมมิตร และจิตรใสออกจากบ้าน ส่งทั้งสองไปอยู่บ้านท้ายสวนแทน และให้ช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง เพื่อเป็นการดัดนิสัย ธาดา ไปดูพร้อมมิตรและจิตรใสที่บ้านท้ายสวน บอกว่ารับคำสั่งมาจากเล็ก ธาดาให้ทั้งสอง ถูบ้าน ขุดดิน ปลูกผัก เขาอดสงสารหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ธาดาเรียนจบหมอ จึงมาหาคุณใหญ่กับเล็ก ขออนุญาตมาสู่ขอตะวัน เล็กต้องปล่อยเลยตามเลย ให้เป็นไปตามการตัดสินใจของตะวัน แต่ตะวันปฎิเสธธาดาเล็กกลับมาเยี่ยมบ้านร่มรื่น ใจบุญ จึงขอติดรถไปหาตะวันที่บ้านเดชาบดินทร์ ระหว่างทางฝนตกหนัก แถมรถของเล็กเกิดมาเสียกะทันหัน เล็กกับใจบุญต้องไปหลบอยู่ในกระท่อมกลางทาง บารมีตามมาพบ บอกให้เล็กรับผิดชอบต่อใจบุญ เพราะเกรงจะเกิดเรื่องเสื่อมเสีย ถึงแม้เล็กกับใจบุญ จะบอกว่าไม่มีอะไรเกินเลยก็ตาม แต่บารมีไม่ยอมฟัง เพราะตั้งใจจับคู่เล็กกับใจบุญอยู่แล้ว เอี้ยงและตะวัน แอบเสียใจด้วยกันทั้งคู่ ตะวันให้กำลังใจเล็ก และเธอบอกว่าเชื่อใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเล็ก ทำให้เล็กรู้สึกดีขึ้นมาก ละครตะวันยอแสง อินตาเห็นนเรนทร์ติดยางอมแงม เขาจึงพานเรนทร์กลับไปอยู่ที่เรือ พร้อมกับสาย แรก ๆ นเรนทร์ไม่ยินยอม ต่อว่าสายและอินตาอยู่บ่อย ๆ แต่พอได้รับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองมีให้ เริ่มลังเล และยอมรับอินตากับสาย เป็นพ่อและแม่มากยิ่งขึ้น นเรนทร์ใช้ชีวิตอยู่กับอินตาและแม่สาย จนซึมซับสิ่งดี ๆ ได้ อินตาขอให้นเรนทร์สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก แล้วนเรนทร์จะได้เป็นทายาทเดชาบดินทร์ต่อไป ตะวันได้ยินเสียงแม่สายร้องเพลงกล่อมเด็ก จึงจำได้ว่าเป็นเสียงแม่ ตะวันไปหาสาย ทั้งสองกอดกันด้วยความคิดถึง สายบอกว่าอินตาคือพ่อที่จากไปตั้งแต่เธอยังเล็ก ตะวันซึ้งใจที่ลุงอินที่คอยช่วยเหลือเธอ คือพ่ออินตา ตะวันกราบเท้าอินตาด้วยความคิดถึง แล้วพ่อ แม่ ลูก ก็ได้อยู่พร้อมหน้ากันเสียที นเรนทร์กลับมาที่เดชาบดินทร์ เขาเงียบไป สั่งให้แม่ครับทำน้ำพริกมะขามเหมือนที่สายเคยทำให้กิน ใหญ่รู้สึกผิดสังเกตที่นเรนทร์เงียบขรึมไป นเรนทร์เห็นเรือจอดอยู่ เดินไปดู ดีใจที่เป็นเรือของสายและอินตา แต่พอไปใกล้ เห็นทั้งสองอยู่กับตะวัน จึงรู้ว่าตะวันเป็นลูกที่แท้จริงของท่านต้น นเรนทร์เสียใจ คิดว่าพ่อกับแม่หลอกตนเอง ไม่รักตนเอง เหมือนเป็นส่วนเกิน กลับมาแค้นใจตะวันอีก เขาร้องไห้ด้วยความคับแค้น และคิดกลับไปเอาสมบัติของบ้านเดชาบดินทร์อีกครั้ง พริ้มเพราคุ้มคลั่ง เพราะนเรนทร์จะฆ่าตัวเองปิดปาก จึงจะไปแจ้งความกับตำรวจ แต่นเรนทร์มาเจอเสียก่อน จึงจับตัวพริ้มไปขังไว้ในโลง แล้วเอาไปเก็บที่โกดัง พริ้มร้องด้วยความหวาดกลัว จนสลบไป พริ้มเพราเริ่มเห็นภาพหลอนของซ้อนจนทนไม่ไหว หนีกลับไปที่เดชาบดินทร์ ไปขุดหลุมศพของซ้อน จนพบศพละม่อมเข้าอีกด้วย คุณใหญ่กับเล็กได้ยินเสียงเดินไปดู พริ้มเพราคุ้มคลั่ง สารภาพว่านเรนทร์ฆ่าซ้อนกับละม่อมตาย ส่วนตนเองเป็นคนวางยาพิษท่านต้น แล้วเธอก็หมดสติไป ความโลภในสมบัติ ทำให้นเรนทร์ตัดสินใจไปจับตัวตะวันมา หวังจะฆ่าให้ตาย สาย อินตา คุณใหญ่ เล็กตามสะกดรอยนเรนทร์ไป เล็กเข้าช่วยตะวันจนบาดเจ็บ แล้วนเรนทร์ก็จะแทงเล็กซ้ำอีก ตะวันเข้าช่วยเล็ก จึงถูกแทงที่หน้าอก คุณใหญ่กับเล็กจึงรีบพาตัวตะวันไปโรงพยาบาล คุณใหญ่เห็นปานรูปหัวใจที่หน้าอกของตะวัน จึงเริ่มมั่นใจว่าตะวันเป็นลูกของดวงพร สายกับอินตา ก็พานเรนทร์ไปส่งโรงพยาบาล แล้วพยายามจะแอบเข้าไปเยี่ยมตะวัน คุณใหญ่พบเข้าพอดี จึงชวนทั้งสองเข้าไปเยี่ยมตะวันด้วยกัน อินตาจึงสารภาพความจริงทั้งหมดต่อหน้าตะวัน เรื่องที่สลับลูกกันตั้งแต่เกิด ตะวันเป็นลูกดวงพร ส่วนนเรนทร์เป็นลูกของตนเอง สายและอินตารู้สึกเสียใจที่ทำให้ตะวันต้องลำบาก แต่ตะวันกลับบอกถึงความสุข ในช่วงที่ได้อยู่บนเรือกับสายและอินตา ทั้งสองปลื้มใจมาก คุณใหญ่จึงชวนสายกับอินตาไปอยู่ที่เดชาบดินทร์ด้วยกัน ละครตะวันยอแสง เล็กรู้ความจริง ก็รู้สึกสับสน น้อยใจที่ตะวันไม่ยอมบอกความจริงกับตนว่าตะวันกับยอแสงคือคนเดียวกัน จึงขอเวลาทำใจเรื่องตะวันก่อน ส่วนบารมีก็บอกความจริงเรื่องที่ตนเองแกล้งป่วย เพื่อให้ใจบุญแต่งงานกับเล็ก พอดีใจบุญมาได้ยิน จึงเสียใจมาก เธอไปขอโทษเล็กที่เกิดเรื่องวุ่นวายเพราะตน และบอกให้เล็กเปิดใจ ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตนเองที่มีต่อตะวัน แผลของตะวันเริ่มหายดี แต่พริ้มเพรายังมีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย ตะวันเข้าไปหาพริ้ม พริ้มคิดว่าเป็นดวงพร ยิ่งรู้สึกผิด ตะวันขอเรียกพริ้มว่าป้า เพราะพริ้มคือญาติคนเดียวที่ตะวันเหลืออยู่ แล้วขอให้พริ้มเล่าเรื่องราวของแม่ดวงพรให้เธอฟัง จึงทำให้พริ้มเริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้น บรรยากาศการเตรียมงานสำหรับวันเปิดพินัยกรรม อินตา สายช่วยกันเช็ดถ้วย จาน ช้อนอย่างขะมักเขม้นในครัว พริ้มเพรานั่งเหม่อเศร้า อยู่มุมหนึ่งเงียบ ๆ น้ำตาไหลเพราะความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ เอี้ยงกับใจบุญก็มาด้วย พร้อมมิตร จิตรใส ธาดา ก็มาช่วยเตรียมงานเช่นกัน ตะวันสวยจนเล็กตะลึง คุณใหญ่แนะนำกับหลวงดิเรก ว่าตะวันคือทายาทที่แท้จริง ตะวันได้ทรัพย์สินทุกอย่างที่ท่านต้น ระบุไว้ในพินัยกรรม ทุกคนดีใจไปกับตะวันด้วย ทันใดนั้นนเรนทร์ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับปืนที่เขาตั้งใจจะฆ่าตะวัน พร้อมทั้งทวงสมบัติคืน เอี้ยงเข้าช่วยตะวันจนถูกยิง เล็กก็ถูกยิงที่แขนเช่นกัน อินตาคุกเข่าขอร้องไม่อยากให้นเรนทร์ทำชั่วอีกต่อไป สายใช้อ้อมกอดของความเป็นแม่ เกลี้ยกล่อมให้นเรนทร์กลับตัว นเรนทร์รู้สึกผิดต่อทุกคน ต่อท่านต้น นเรนทร์ตัดสินใจฆ่าตัวตาย สายกับอินตา ร้องไห้แทบขาดใจ อินตาตัดสินใจบวชที่งานศพของนเรนทร์ในที่สุด พร้อมมิตร ทำมูลนิธิเดชาบดินทร์เพื่อช่วยเหลือผู้คน โดยให้ธาดา มาเป็นผู้ช่วย ส่วนบารมีก็แพ้ความดี สุดท้ายยอมยกใจบุญให้กับเอี้ยง ตะวันตามเล็กไปที่บ้านร่มรื่น ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน และสารภาพรักซึ่งกันและกันในที่สุด ติดตามชมความเข้มข้นของละคร ตะวันยอแสง ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ตะวันยอแสง เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 15 มีนาคม 2560 รายชื่อนักแสดงนำในละคร ตะวันยอแสง ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท ศักดิ์ระพี (คุณเล็ก)พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ รับบท ตะวัน (ยอแสง)/ดวงพรอรรณพ ทองบริสุทธิ์ รับบท นเรนทร์วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ รับบท เอี้ยง (นพดล)รินรดา แก้วบัวสาย รับบท ใจบุญฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบท ท่านต้นอาภาศิริ นิติพน รับบท คุณใหญ่อรรถพร ธีมากร รับบท อินตาปัทมวรณ เค้ามูลคดี รับบท สายรฐา โพธิ์งาม รับบท พริ้มเพราอริสรา ทองบริสุทธิ์ รับบท พร้อมมิตรปารีณา บุศยศิริ รับบท จิตรใสคณิน สแตนลีย์ รับบท ธาดา ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง ละครตะวันยอแสง

ป๊อก โฆษวิส ดีใจมาก!! แฟนสาวเซย์เยส หลังคุกเข่าขอแต่งงาน
ป๊อก โฆษวิส

    นักแสดงหนุ่ม ป๊อก โฆษวิส คุกเข่าขอ น้องเบล แฟนสาวนอกวงการ วัย 28 ปี แต่งงานเรียบร้อยแล้วจ้า โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงไอจีด้วยความดีใจว่า “เขิลแรงจิงๆ เค้าตกลงแล้ว!!!!!!!!!!!!!” จากที่ก่อนหน้าฝ่ายชายเคยออกมาเผยว่ามีแพลนจะสละโสดในช่วงเดือน ธ.ค.ปีนี้ กับธีมในสวน โดยจะจัดขึ้นย่านพระราม 5 สำหรับคู่นี้ดูใจกันมาราธอนถึง 8 ปีด้วยกัน ยังไงทีมข่าว Gossipstar.mthai.com ต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวมา ณ โอกาสนี้ด้วยจ้ะขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @kosawis ป๊อก โฆษวิส - แฟนสาว   ป๊อก โฆษวิส - แฟนสาว   ป๊อก โฆษวิส - แฟนสาว   ป๊อก โฆษวิส - แฟนสาว  

103 Like FM พาเหินฟ้าสู่ภูเก็ต! เสิร์ฟทริปสุดหรูกับ แน๊ท-เวียร์
103 Like FM /  103 ไลค์ เอฟ เอ็ม / 

ไลค์ ทริป #7 พาผู้โชคดีเหินฟ้าสู่ภูเก็ต เสิร์ฟทริปสุดหรู! จัดเต็มเคล็ดลับความสวยจากตัวแม่ความงาม แน๊ท อนิพรณ์ พร้อมฟินกับพระเอกสุดหล่อ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ฟินสุดสำหรับกิจกรรม ไลค์ ทริป #7 ตอน สโนว์ไวท์ กับสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ที่จัดโดยคลื่น 103 ไลค์ เอฟ เอ็ม ร่วมกับ การบินไทย, เอฟ บี แบตเตอรี่, เครื่องปรับอากาศ แอร์ เทรน, ราชเทวี คลินิก, เอสโซ่ และ โรงแรม สันติ์สุริย์ ภูเก็ต นำทีมโดย ดีเจ.กิ่ง เหมือนแพร และ ดีเจ.บอส ชัชวลิต ที่พาสาวสวยทั้ง 20 คนไปเริงร่าท้าแดดกันถึงจังหวัดภูเก็ต โดยมีพี่เลี้ยงระดับนางงาม แน๊ท อนิพรณ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 มาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลสาวๆ กันแบบใกล้ชิด ความใกล้ชิดเริ่มต้นตั้งแต่ขึ้นเครื่อง เมื่อ แน๊ท อนิพรณ์ ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมมอบความเป็นกันเองตั้งแต่เริ่มเดินทาง เมื่อถึงที่พักพักผ่อนกันซักนิด แล้วมาเพิ่มเติมความสวยด้วยกิจกรรมแรก 'Everyday Look' กับสาว แน๊ท และ แจ๊ค เมคอัพ บล็อกเกอร์ชื่อดัง ที่มาช่วยสอนเทคนิคการทำสวยในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ ทั้งสอนแต่งหน้าให้เข้ากับตัวเอง บุคลิกภาพ การแต่งกาย งานนี้สาวๆ ทั้งได้ความรู้นำกลับไปใช้ แถมยังได้ภาพสวย-ท่าเป๊ะ ที่ แน๊ท มาสอนโพสกันแบบตัวต่อตัว ก่อนที่ในช่วงอาหารเย็นจะมีการสอนเทคนิคการทำอาหารคลีนสำหรับสาวๆ ผู้รักสุขภาพ พร้อมการประกาศผล Miss LIKE Trip #7 และปาร์ตี้เล็กๆ ที่ แน๊ท มาโชว์เสียงเพราะๆ คู่กับ ดีเจ.กิ่ง อีกด้วย เข้าสู่วันที่ 2 เริ่มต้นแต่เช้าตรู่ด้วยกิจกรรม Dance on the Beach ที่เหล่าสาวๆ มาออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้ากันริมทะเล แล้วในช่วงพักผ่อนตามอัธยาศัย 20 สาวงามก็ได้ประชันหุ่นเป๊ะเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน ไหนๆ ก็ใส่ชุดว่ายน้ำกันแล้วเลยต่อด้วยกิจกรรมชุ่มฉ่ำ อย่าง เกมเจ้าหญิงท้าแดดตามล่ามหาสมบัติ ที่ให้สาวๆ หาแหวนทองที่ฝังไว้, เกมจับเสือใส่ถัง ซึ่งเหล่าสาวงามต้องช่วยกันตักน้ำทะเลใส่ขวดด้วยมือเปล่า และ เกมเจ้าหญิงพลังล้น ที่สาวๆ ต้องสวมชูชีพ-ห่วงยาง ลงสระว่ายน้ำ เพื่อว่ายไปทำมิชชั่นหยิบแผ่นป้าย เรียกได้ว่า โหด-มัน-ฮา! กันอย่างสุดๆ และแล้วก็ถึงช่วงดินเนอร์ที่หลายคนรอคอย ที่เหล่าสาวสวยได้แปลงโฉมเพื่อต้อนรับพระเอกหนุ่มสุดหล่อ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ซึ่งมาในมาดเจ้าชายท่ามกลางสโนว์ไวท์สาวสวยทั้ง 20 คน พร้อมกับเซอร์ไพรซ์สุดพิเศษสำหรับ Miss LIKE Trip #7 ที่นอกจากจะได้แต่งหน้าให้สวยสุดดุจสโนว์ไวท์จาก แจ๊ค เมคอัพ แล้ว ยังจะได้รับดอกไม้ช่องามจากหนุ่ม เวียร์ ซึ่งขั้นคุกเข่ามอบให้แบบสุดเซอร์ไพร้ส์ งานนี้ ทำเอา น้องเบญ Miss LIKE Trip #7 ถึงกับเขินจนหน้าแดง ความฟินยังไม่จบ เพราะพระเอกหนุ่ม เวียร์ จับไมค์โชว์ร้องเพลงเพราะ แถมยังเซอร์วิสให้สาวๆ ได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดจุใจ ต่อด้วยเสียงเพราะๆ จากดีเจ.กิ่ง ที่มาร้องเพลงส่งทุกคนเข้านอน... เต็มอิ่มแบบนี้ แฟนคลับคลื่น 103 ไลค์ เอฟ เอ็ม แฮปปี้จริงๆ! มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

เมื่ออายุไม่ใช่ปัญหา ม.ล.นันทิกา วรวรรณ เจ้าสาว 50+
50+ /  ความรัก / 

เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีงานแต่งงานเล็กๆน่ารักที่แสนอบอุ่นและสร้างความประทับใจให้กับแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญไปร่วมงานอย่างมากจนนำมาเล่าขานกันปากต่อปาก นั่นก็คือเรื่องราวที่คู่บ่าวสาวแต่งงานกันขณะอายุ 50++ หลังจากครองรักกันมายาวนานกว่า 19 ปี งานนี้ทำให้บรรดาสาวใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานแอบมีความหวังเล็กๆว่าจะโชคดีบ้าง โดยเจ้าสาวคนสวยผู้โชคดีคนนี้ก็คือ คุณอ้อย-ม.ล.นันทิกา วรวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส วัย 58 ปี ซึ่งเข้าพิธีแต่งงานกับ มร.เจฟ คุก หนุ่มอเมริกันวัย 57 MD ของบริษัท Wine Management of Asia ผู้มีความหล่อเหลาระดับนายแบบ หลายคนคงอยากรู้ว่าตำนานรักของคนทั้งคู่เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมต้องใช้เวลานานถึง 19 ปีกว่าจะแต่งงานกัน  “ตอนนั้นอ้อยแต่งงานมาแล้ว 13 ปี เพิ่งเลิกกับสามีได้ไม่กี่เดือนจิตใจไม่ค่อยดี เพื่อนๆก็เลยพาไปมัลดีฟส์ ขากลับเราก็เหนื่อยๆ ก็เข้าไปนั่งรอที่ร้านอาหารในแอร์พอร์ต ไปกับพี่ตั้ม-เปรมศิริ เบรดี้ พี่ตั้มบอกว่ามีผู้ชายคนนึงล้อ-หล่อมองอ้อยอยู่ เราก็หันไปดูเขา เออ ก็หล่อดี ก็นั่งคุยกันไม่ได้คิดอะไร ...อ้อยก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเข้าไปคุยกับเขายังไงนะ เพราะเราไม่ได้เข้าไปแล้วคุณเจฟก็ไม่มาหาด้วย เขารู้ว่าเป็นกรุ๊ปคนไทยแน่ เขาอยากจะเจอเรา แต่รู้สึกว่าเสียมารยาทที่จะเข้ามาแนะนำตัวเอง ก็เหมือนกับโป๊ะเชะ พอเพื่อนคนนี้เข้าไปคุยด้วยเขาถึงมาที่โต๊ะ เขาก็แนะนำตัวเองเป็นภาษาไทยว่าเขาชื่อเจฟ อยู่เมืองไทย แล้วเขาก็ขอนามบัตรจากทุกคน อ้อยก็ให้นามบัตรไป วันนึงตื่นมาเจ็ดโมงเช้าเพราะได้ยินเสียงแฟ็กซ์ เป็นแฟ็กซ์จากเจฟเชิญอ้อยไป Wine Testing ที่ไวน์บริดจ์ ซอยหลังสวน เพราะตอนนั้นเขาทำงานให้โรเบิร์ต มันดาวี ...คืนวันงาน พออ้อยเดินเข้าไป เขาก็เดินมารับเราแล้วไปนั่งที่โซฟาเพราะมากันเยอะแล้ว เขาก็มองเราตลอดเวลา ตาเขาก็สวยมาก เราก็เขินมาก ไม่เคยมีผู้ชายมองเราขนาดนั้น ก็พูดกับเขาว่าอย่าจ้องได้มั้ยเราเขิน ตอนนั้นก็เริ่มรู้แล้วว่าเขาคงชอบเรา ...คืนนั้นก็ไปต่อกันที่สปัสโซ่ อ้อยบอกเจฟว่ายูนั่งรถไปกับเพื่อนอ้อยนะ แล้วเราไปเจอกัน เขาก็เดินลงไป กำลังจะเปิดประตูขึ้นรถน้องคนที่ชอบเขาแล้ว เขาเห็นอ้อยเดินไปขึ้นรถอ้อยคนเดียว เขาก็ปิดประตูปั้ง ไปขึ้นรถอ้อย อ้อยถามว่ายูทำอะไรน่ะ มันเสียมารยาทมากนะ เขาบอกว่าก็ฉันชอบยูน่ะ ฉันไม่ชอบเขาน่ะ ...วันรุ่งขึ้นเจฟก็ชวนไปเดทกันสองคน อ้อยบอกว่าได้ แต่ฉันต้องไปกับลูกชายนะ ตอนนั้นลูกชายประมาณสัก 9 ขวบก็ไปบรันช์กันที่โรงแรมสุโขทัย นั่งคุยกันจนลูกง่วงนอน (หัวเราะ) ก็นอนอยู่ตรงโซฟา เราก็นั่งคุยกันจนถึงเย็น ถูกคอกันมาก ...หลังจากนั้นปีนึงก็ไปเยี่ยมบ้านเขาที่อเมริกา บ้านเขาเป็นบ้านไร่ที่เท็กซัส อ้อยไปคริสต์มาสที่นั่น ก็เห็นความน่ารักของแฟมิลี่เขา แฟมิลี่เขาอบอุ่นมาก พ่อแม่เขาตอนนี้อายุ 80 กว่าแล้วก็เห็นว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ เขาไม่ได้เห็นว่าเรามีฐานะหรือเป็นเจ้า ...เราไม่เคยพูดถึงเรื่องการแต่งงาน เพราะเราต่างเคยแต่งกันมาก่อนแล้ว ก็เลยไม่ได้คิดว่าจะต้องแต่งมั้ย เพราะจริงๆมันเป็นแค่กระดาษแผ่นนึงสำหรับความคิดของเรา" หลังจากย้ายมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวได้ 5 ปี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณเจฟก็วางแผนลับขอคุณอ้อยแต่งงานที่ญี่ปุ่นเพราะเธอเกิดที่นั่น ...เขาบอกว่าพ่อแม่เขาก็อยากจะให้เกียรติเรา ไม่เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสนะคะ เพียงแต่ให้ทุกคนรู้ว่าเขารักเราแค่ไหน ให้สังคมเห็นชัดเจนว่าเรารักกัน ...ตอนเขาขอแต่งงาน เขาก็หาสถานที่เยอะแยะไปหมด ในที่สุดก็เลือกร้านโนบุที่ญี่ปุ่น พอไปที่ร้านก็มีพนักงานมาถามว่าคุณเจฟ คุณสั่งไวน์พิเศษไว้ใช่ไหม สักครู่เขาก็เอา Mondavi มาเปิด เขาถามว่ายูจำได้มั้ยว่านี่เป็นไวน์ในปีที่เราเจอกันที่ภูเก็ตที่อ้อยยอมรับเขาเป็นแฟน "ปีอะไรนะ" คุณอ้อยหันมาถามคุณเจฟ “ปี 1997” คุณเจฟตอบ  เขาจำได้หมด อ้อยขี้ลืม (หัวเราะ) แล้วอยู่ดีๆเขาก็เอากล่องออกมาวางแล้วคุกเข่า แล้วเขาก็เปิดกล่องแหวน ถามว่า "จะให้เกียรติแต่งงานกับผมได้มั้ย" แล้วเขาก็สวมแหวนให้ “ในงานแต่งงาน แอนนาช่วยจัดงานให้ แล้วหมู ASAVA ก็ตัดชุดให้เป็นของขวัญ ลูกน้ำก็มาแต่งหน้าให้เป็นของขวัญ ทุกคนให้ของขวัญอ้อยเยอะมากจนอ้อยดีใจว่า เราเป็นที่รักของคน แล้วทุกคนที่อ้อยเชิญก็มากัน อ้อยรู้สึกว่าในโลกนี้คนที่รักเราจริงๆมางานเรา อ้อยเชิญแขกแค่ 70 คนที่สนิทๆกัน เพราะเราต้องการความอบอุ่น ทุกคนก็แต่งชุดเก๋หมดมาปาร์ตี้" ...ที่ประทับใจมากคือตอน Ceremony ลูกอ้อยน้ำตาไหล ลูกเข้ามากอดบอกแม่ ลูกดีใจมากเลยนะที่แม่ได้แต่งงาน ได้เป็นครอบครัวกันจริงๆ ทำให้อ้อยน้ำตาไหล ...แล้วตอนที่เจฟพูดกล่าวคำปฏิญาณ เขาเล่าว่าเมื่อ 19 ปีที่แล้วเขาเจออ้อยยังไง เขาบอกพอเห็นอ้อยเดินเข้ามา เขารู้สึกว่าคนนี้ล่ะที่เขาอยากจะใช้ชีวิตด้วย เขาอยากรู้จักอ้อยมากแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ไม่รู้ว่าบุพเพฯจะพาให้เขามา เขาไม่นึกว่าจะเจอเนื้อคู่ที่แอร์พอร์ตเหมือนกัน ...สิ่งที่ทำให้ทุกคนประทับใจก็คือเขาดึงนามบัตรอ้อยออกมา ซึ่งด้วยความที่เขามีหลายนามบัตร เขาก็เลยทำเครื่องหมายกากบาท 2 อันแล้วเขียนว่า Pretty ให้รู้ว่าเป็นอ้อย แล้วเขายังเก็บไว้จนทุกวันนี้ เขาบอกว่าเขาทำของหายบ่อยมาก แต่นามบัตรอ้อยเป็นสิ่งที่เขาเก็บไว้ตลอด 19 ปีไม่เคยหาย ...หลังจากนั้นอ้อยก็พูดให้เขา พูดสั้นๆ อ้อยบอกว่าตั้งแต่เจอยูมา 19 ปี ยูไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เช้าจดเย็นยูไม่เคยเปลี่ยน ทุกเช้าก่อนไปทำงานก็ต้องมาหอมแก้มอ้อยทุกเช้า ก่อนนอนก็หอมแก้ม วันไหนที่เขาเดินทาง อ้อยก็ต้องเลื่อนตัวเองมานอนตรงกลางเพราะไม่อยากจะขาดใครข้างๆ แต่เขาจะต้องโทฯมาหรือทิ้งข้อความไว้ถ้าเขาไม่ว่าง แล้วเขาจะคอยดูแลตอนอ้อยไม่สบาย มีช่วงนึงอ้อยไม่สบายหนักเลย เขาดูแลอ้อยดีมาก ทุกครั้งที่ไปหาหมอเขาก็ไปกับอ้อย ไม่เคยทิ้งอ้อย "ผู้ใหญ่บางคนถามว่าเราต้องการอะไรหรือ ถึงได้ลุกขึ้นมาแต่งงานตอนนี้ เราก็บอกเพราะเราอยากให้ทุกคนรู้ไงว่าอายุไม่ใช่ปัญหา ความรักคือสิ่งที่บ่งบอกว่านี่คือปฏิญาณแห่งความรัก นี่คือการที่ให้ทุกคนรู้ว่า 19 ปีที่ผ่านมา เราก็ยังเป็นของกันและกัน และจะเป็นตลอดไป คือคำปฏิญาณ ที่เราให้ซึ่งกันและกัน ฉะนั้นทุกคนจะงงมากว่าไม่มีใครจัดงานแต่งงานกันตอนอายุ 60 เป็นงานที่ทุกคนพูดถึงเยอะเพราะทุกคนที่มางานตื้นตันกันไปหมด" คุณเจฟ ได้กล่าวทิ้งทายไว้อย่างโรแมนติกว่า "สำหรับผม งานแต่งงานของเราเพอร์เฟ็คท์มาก เหมือนความฝัน เหมือนเทพนิยาย คนชอบคิดว่าอยู่กันมา 19 ปีทำไมเพิ่งแต่งงานกัน ผมว่าการแต่งงานมันทำให้ชีวิต Complete มันมีความหมาย มันเหมือนการเติมเต็มวงกลมให้สมบูรณ์" สำหรับรักแท้ ความรักไม่มีอายุและกาลเวลา เพราะในแต่ละวันที่ล่วงไปกลับทำให้หัวใจสองดวงรักและผูกพันกันมากขึ้นๆ

ตั้งครรภ์ ก็ออกกำลังกายได้ มาดู กีฬาที่แนะนำ สำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์
คนท้องออกกำลังกาย /  คุณแม่ตั้งครรภ์ / 

นอกจากการส่งเสริมให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน และให้ลูกกินนมแม่ควบคู่อาหารตามวัยต่อเนื่องถึง 2 ปีแล้วนั้น สสส. มูลนิธิหมอชาวบ้าน มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และภาคีที่เกี่ยวข้อง ยังสนับสนุนให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงด้วยการออกกำลังกายด้วยความหนักที่เหมาะสม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พญ. อรพร ดำรงวงศ์ศิริ กุมารแพทย์ด้านโภชนาการ คณะกรรมการโครงการจัดการเรียนการสอนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถาบันผลิตแพทย์ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย สสส. อีกทั้งยังเป็นนักวิ่งหญิงแกร่งของวงการวิ่งประเทศไทย ให้คำแนะนำว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ใช่ผู้ป่วย แต่กลับเป็นช่วงที่คุณแม่ควรมีร่างกายแข็งแรงที่สุดในชีวิต เพราะร่างกายคุณแม่ต้องดูแลถึง 2 ชีวิตในเวลาเดียวกัน และกำลังเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการคลอด การออกกำลังกายจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดไปสู่ทารกในครรภ์ดีขึ้น ทารกในครรภ์จะได้รับสารอาหารและเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้เมื่อคุณแม่ออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน หรือฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้คุณแม่มีภาวะทางอารมณ์ที่ดี ซึ่งมีส่วนให้ทารกแข็งแรงและอารมณ์ดีแจ่มใส คุณหมอนักวิ่ง แนะนำเพิ่มเติมว่า คุณแม่ที่ออกกำลังกายต้องพิจารณาภาวะทางสุขภาพและพื้นฐานความแข็งแรงของร่างกายเป็นอันดับแรก ว่าก่อนตั้งครรภ์เคยออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ออกกำลังกายหนักเท่าไหร่ เมื่อตั้งครรภ์แล้วยังสามารถออกกำลังกายต่อเนื่องได้ ในระยะเวลาและความหนักของการออกกำลังกายที่เหมาะสมต่อสภาพร่างกายและภาวะการตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ต่างๆ รวมทั้งต้องหมั่นสังเกตอาการที่เกิดขึ้นทั้งในขณะออกกำลังกายหรือหลังออกกำลังกาย เช่น หากมีอาการเหนื่อย เพลีย แสดงว่าคุณแม่ออกกำลังกายมากเกินไป คุณแม่ที่สนใจออกกำลังกายแต่ร่างกายมีภาวะแทรกซ้อนก็สามารถปรึกษากับคุณหมอสูตินรีแพทย์ได้ นอกจากนี้ หนังสือ ‘อยากสุขภาพดี ต้องมี 3 อ. : สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร’ โดย มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนะนำว่า ประโยชน์ของการออกกำลังกายของคุณแม่ตั้งครรภ์เพิ่มเติมว่า ยังสามารถช่วยลดโอกาสที่ทำให้คุณแม่เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าทั้งก่อนและหลังคลอดลูก เนื่องจากร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความสุขและช่วยให้ร่างกายกลับเข้าสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น ข้อจำกัด – ข้อควรระวัง ในการออกกำลังกายของแม่ตั้งครรภ์ 1. เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายแบบเบาๆ เมื่อร่างกายคุ้นเคยแล้วถึงสามารถเพิ่มระดับความยาก 2. คุณแม่ที่อายุครรภ์ยังไม่ถึง 3 เดือน ไม่ควรออกกำลังกายในที่อากาศร้อนและชื้น 3. หลีกเลี่ยงการแช่น้ำที่มีอุณหภูมิอุ่นเกินพอดี 4. หลีกเลี่ยงท่าที่ยึดเกร็ง ดึงรั้ง ท่าที่เสี่ยงได้รับการกระทบกระเทือนกับท้อง หรือท่าที่คุณแม่ต้องออกแรงมากๆ 5. ไม่ควรหักโหมจนร่างกายรู้สึกเหนื่อย เพลีย 6. ทุกครั้งที่ออกกำลังกายควรดื่มน้ำสะอาดเพื่อทดแทนเหงื่อที่สูญเสียไป 7. หากรู้สึกหายใจไม่ทัน เจ็บหน้าอก หน้ามืด เป็นลม มีเลือดหรือของเหลวออกจากช่องคลอด หรือมีอาการปวดเนื่องจากมดลูกหดตัว (มากกว่า 6-8 ครั้ง/ชม.) ควรหยุดออกกำลังกายในทันที และรีบเข้าพบสูตินรีแพทย์เพื่อความปลอดภัย กีฬาที่แนะนำ สำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์ 1. ว่ายน้ำ - ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัว กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายแข็งแรง 2. การฝึกโยคะ - ช่วยให้สามารถควบคุมลมหายใจ กล้ามเนื้อแข็งแรงผ่อนคลาย มีสติและสมาธิในระหว่างการคลอด 3. แอโรบิก กายบริหาร - ช่วยบริหารกล้ามเนื้อเกือบทุกส่วนในร่างกาย ทำให้ผ่อนคลาย ตัวอย่าง ท่าออกกำลังกาย 1) ท่ากระดกข้อเท้า : นอนหงาย ขาเหยียดตรง วางแขนข้างลำตัว สลับกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง ค้างและพักข้างละ 3 วินาที จนครบ 10 ครั้ง ท่านี้ช่วยลดอาการข้อเท้าพลิกและน่องบวม 2) ท่านอนตะแคงยกขา : นอนตะแคงข้าง ใช้มือยันศีรษะ และยกขาขึ้น ค้างสลับกับพัก 3 วินาที 10 ครั้งแล้วเปลี่ยนข้าง ท่านี้ช่วยให้คุณแม่มีสะโพกและกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรง 3) ท่าแมวขู่ : คุกเข่าในท่าคลาน วางขาให้มั่นคง วางฝ่ามือเหยียดตึง ท่านี้เริ่มที่คุณแม่แขม่วท้องโก่งตัว ค้าง และสลับพัก 3 วินาที 10 ครั้ง ท่านี้ช่วยให้มีกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องที่แข็งแรง ทั้งนี้ คุณแม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอทุกวันหรือวันเว้นวัน อย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ตามพื้นฐานการออกกำลังกายของคุณแม่ เรื่องโดย : ดนยา สุเวทเวทิน Team Content www.thaihealth.or.th

หยุดตรงนี้ที่เธอ! คาดการณ์! ปั๋ง ประกาศิต เตรียมสละโสด
ข่าว ปั๋ง ประกาศิต /  แหวนแหวน ปวริศา

  ดูท่าทางวงการบันเทิงจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์อีกแล้ว เพราะคาสโนว่าตัวพ่อเบอร์แรงอย่าง ปั๋ง ประกาศิต ในวัย 48 ปี อาจจะเตรียมตัวถอดเขี้ยวถอดเล็บ พร้อมหยุดหัวใจให้กับสาวสวยนามว่า แอ๊น อดีตผู้จัดการส่วนตัวของพิธีกรสาว แหวนแหวน ปวริศา งานนี้บอกเลยว่าไม่มีอะไรเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย เพราะในไอจีส่วนตัวของหนุ่มปั๋ง ก็ไม่เคยลงรูปคู่กับสาวแอ๊น ส่วนสาวแอ๊นเวลาที่ลงรูปคู่กับหนุ่มปั๋งในไอจีส่วนตัว ก็จะปกปิดหน้าตาของหนุ่มปั๋งด้วยการใช้แอพสติ๊กเกอร์   แต่ล่าสุดในวันเกิดของสาวแอ๊น (9 มกราคม 2560) ก็ทำเอาหลายๆ คนถึงกับฮือฮา เพราะทั้งคู่ยอมที่จะเปิดเผยความสัมพันธ์ในครั้งนี้ โดยมีเพื่อนๆ คนสนิท พร้อมใจกันอัพรูปคู่ของทั้งคู่ ในอิริยาบถที่หนุ่มปั๋ง กำลังคุกเข่ามอบช่อดอกไม้ เหมือนกับเป็นการขอแต่งงาน ซึ่งเพื่อนหลายๆ คน ต่างก็ขึ้นแคปชั่นแสดงความยินดีกับทั้งคู่ คล้ายกับว่ากำลังจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ หรือเปล่านะ??? ภาพจากอินสตาแกรม @ant_buasrifah @kob_piyachat @whanpavarisa @bee_nicha

นิว นภัสสร /  เป๊ก เปรมณัช

   ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดกันดังลั่นสนั่นฮอล์กันเลยทีเดียว สำหรับการขอแต่งงานสุดเซอร์ไพรส์ กลางคอนเสิร์ต The Battle of BFF Concert ที่หนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ได้มอบช่อดอกไม้ให้นักร้องสาว นิว นภัสสร แต่ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากร้องเพลง เคียงดาว ที่เป๊กเคยแต่งให้กับสาวนิวแล้ว จบเพลงหนุ่มเป๊กก็ได้ คุกเข่า ขอนิวแต่งงาน งานนี้ถ้าแฟนคลับมีหมอนก็คงจิกกันกระจุยกระจาย แถมยังต้องซาบซึ้งน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว    ทั้งนี้ เพลงเคียงดาว คือเพลงที่หนุ่มเป๊กบอกว่า ตนและนิวได้เจอกันที่เชียงดาว และนิวเองก็เป็นเดอะสตาร์ด้วย เลยตั้งชื่อเพลงว่า เคียงดาว ซึ่งตอนนี้ก็ได้อยู่เคียงดาวมา 6 ปีแล้ว เนื้อหาของเพลง และเสียงร้องของหนุ่มเป๊ก จะเพราะแค่ไหน ลองไปฟังกัน ขอบคุณรูปภาพจาก nj_moment, qppookiee, brandnew_nj

เอาแล้วว! เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท แต่งงาน!! กลางสนามแข่งรถ
แพท เบนซ์ /  เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท แต่งงาน / 

     เซอร์ไพร้ส์!! จุดนี้นางเอกสาว แพท ณปภา ยิ้มหน้าบานมว๊าก หลังแฟนหนุ่มนักบิด เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอแต่งงานแล้ววันนี้(11 ก.ย.) กลางสนามแข่ง ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ หลังจบการแข่งขันรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซี.ซี. โดยมีเพื่อนสนิทและแฟนๆ ในสนามร่วมเป็นสักขีพยาน ต่างเฮกันลั่นด้วยความยินดี... ยังไงต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่เจ้าสาว แพท ณปภา ด้วยจ้าาาาาา ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://auto.mthai.com/celeb/20758.html   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน   เบนซ์ เรซซิ่ง คุกเข่าขอ แพท ณปภา แต่งงาน  

งานไม่มีแต่รักหวานแหวว บีร็อดทำเซอร์ไพรซ์หมั้นแฟนที่นิวยอร์ค
ภรรยา /  ลิเวอร์พูล / 

ว่างงานแต่ตอนนี้หัวใจไม่ว่างแล้วสำหรับ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส อดีตกุนซือหงส์แดง ลิเวอร์พูล หลังมีคนแอบเก็บภาพบีร็อดทำเซอร์ไพรซ์แฟนสาว ชาร์ล็อตต์ เซียรล์ วัย 33 ปีด้วยการคุกเข่าขอหมั้นหมายระหว่างที่ทั้งคู่เดินทางไปท่องเที่ยวที่ ไทมส์ สแควร์ นิวยอร์ค แม้บีร็อดในวัย 43 จะเพิ่งหย่าร้างกับ ซูซาน ภรรยาคนก่อนได้แค่ 68 วันแต่ก็พบรักครั้งใหม่อย่างรวดเร็วกับแฟนสาวคนปัจจุบัน

พอลลี่ พรพรรณ แต่งงาน! อดีตคู่จิ้น หมอเจี๊ยบ ลลนา ควง เดียร์ แฟนสาวร่วมยินดี
พอลลี่ /  พอลลี่ พรพรรณ / 

    เข้าพิธีหมั้นไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้(9 ธ.ค.) ดาราสาวช่อง 7 พอลลี่ พรพรรณ พร้อมด้วย เบนซ์ รัฐพงษ์ เจ้าบ่าวเข้าพิธีแต่งงานตามหลักศาสนาคริสต์ ณ เบเนดิกซ์ สตูดิโอ แถวเลียบทางด่วนรามอินทรา พร้อมเปิดใจประเด็นวิวาห์สายฟ้าแลบ ด้านอดีตคู่จิ้น หมอเจี๊ยบ ลลนา ควงสาว เดียร์ แฟนนอกวงการร่วมยินดี โดยทั้งคู่เผยแต่งแบบคริสต์เพราะนับถือแต่ยังไม่ได้รับเชื่อ บอกรู้จัก 3 ปี แต่เพิ่งมาคบกันช่วงต้นปี คบ 3 เดือนฝ่ายชายก็คุยเรื่องแต่งไม่มองว่าเร็วไปเพราะคลิก คบแล้วสบายใจเป็นตัวเอง อุบสินสอดให้ผู้ใหญ่จัดการ เรือนหอเป็นคอนโดย่านสาธร ทายาทฝ่ายชายอยากมีเลย แต่พอลลี่บอกยังติดถ่ายละคร ยังรับงานปกติเล็งเป็นผู้จัด แพลนฮันนีมูนอียิปต์ก่อนกลับมาจดทะเบียนสมรส คำมั่นสัญญาทำวันนี้ให้ดีที่สุด พอลลี่บอกจะรักและดูแลเบนซ์ตลอดไป ทั้งนี้มีรายชื่อเหล่าศิลปิน-ดารา เข้าร่วมงาน อาทิ ออม สุชาร์, แซมมี่ เคาว์เวลล์, โบวี่ อัฐมา, ต่าย นัฐฐพนท์, ปอย ตรีชฎา, ทับทิม มัลลิกา, มินท์ ภัทรศยา ฯลฯ ซึ่งซองจากแขกที่มาในวันนี้ทางคู่บ่าวสาวจะนำไปทำบุญทั้งหมดเลย... รายละเอียดมีดังนี้     พอลลี่ “เรารู้จักกัน 3 ปีที่แล้วค่ะ ต่างคนต่างยังไม่ได้คุยกันมากเท่าไหร่ มีเจอกัน กินข้าว ดูหนังกับเพื่อนๆ 3 ปีที่แล้วไม่ได้ติดต่อกันมาก พอช่วงต้นปีได้ไปเจอกันอีกรอบ พอคุยกันครั้งนี้เราโตขึ้นด้วย คุยแล้วรู้สึกดี รู้สึกคลิกมาก อยู่ด้วยแล้วสบายใจค่ะ พี่เบนซ์ก็พูดเรื่องแต่งงานตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่คุยกันแล้ว แต่เราว่ามันยังเร็วไปหน่อย ตอนนั้นยังไม่ได้ตกลงอะไรกัน”    เบนซ์ “อย่างที่น้องพอลลี่บอกว่าเรารู้จักกันมา 3 ปีแล้วแหละ มีการติดต่อกันบ้าง มาเจอกันอีกทีตอนต้นปี ตอนคบกันก็รู้สึกว่าเราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ คบกันแล้วสบายใจ ตัวพอลลี่เองเป็นคนใจดีมาก น่ารัก พอคบแล้วสบายใจดี เราได้เป็นตัวเอง พอลลี่เป็นตัวของพอลลี่ ผมก็เป็นตัวผม มีความเป็นเราด้วย ต่างคนต่างปรับเข้าหากัน แต่เราก็ใช้เวลาไม่มากในการปรับเข้าหากัน”    เบนซ์ “ผมเคยคิดมาตลอดว่า การคบกันแล้วแต่งงานมันไม่มีนิยามว่าต้องกี่เดือนกี่ปี มาเข้าใจว่าชีวิตคนเราก็ไม่ได้ยาว จนมาเจอคนๆ นี้ที่เราต้องการจะใช้ชีวิตด้วย เดินทางไปด้วยกัน ก็คิดว่าเราไม่ควรจะเสียเวลานั้น เลยคุยกับน้องพอลลี่เกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานครับ”    พอลลี่ “ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะจริงๆ จังๆ เค้าก็พูดว่าอยากมีครอบครัว อยากมีลูกจัง เราก็ไม่คิดว่าจะเป็นการขอแต่งงานจริงจัง”    พอลลี่ “ก็มีมาขอหลังจากคุยไปแล้ว ตอนเค้าขอก็หูดับ ฟังไม่รู้เรื่อง พอขอเรียบร้อยพี่เบนซ์ก็ถามว่าได้ยินมั้ยที่พูดเมื่อกี้เพราะพอลลี่ตาลอย ไม่ได้ยิน ฟังไม่รู้เรื่อง”    เบนซ์ “เมื่อ 3 ปีที่แล้วเราไปแกลอรี่ที่สุขุมวิท ไปดูงานศิลปะด้วยกัน เป็นแกลอรี่ที่เปิดถึงเที่ยงคืน ตอนที่ผมจะคุกเข่าขอน้องพอลลี่แต่งงานก็คิดว่าเราควรจะขอที่ที่เรารู้สึกคุ้นเคย เป็นสถานที่เราเคยพบกันและรู้สึกดีๆ ให้แก่กันก็เลยเลือกสถานที่นั้นครับ”    เบนซ์ “ชีวิตครอบครัวเราวางแผนไว้ว่าอยากเอ็นจอยชีวิตคู่ก่อน ในเรื่องของการมีลูก เราก็ตั้งใจไว้อยู่แล้ว”    พอลลี่ “จริงๆ ยังไม่รีบนะคะ แต่มาก็ยินดี เพราะพี่เบนซ์อายุได้แล้ว แต่พอลลี่ยังไม่รีบขนาดนั้น มีแพลนว่าจะไปเที่ยวก่อนค่ะ”    พอลลี่ “ก่อนหน้านี้ เป็นพิธีหมั้นนะคะ ยังไม่จดทะเบียนสมรส เพราะเรามีแพลนสิ้นปีจะไปเที่ยวกัน เราก็ทำวีซ่าอะไรไปหมดแล้ว เดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องเอกสารที่ต้องเปลี่ยนก็เลยคิดว่าปีหน้าค่อยไปจดทะเบียนแล้วกัน”    พอลลี่ “ทางพ่อแม่ของพอลลี่ค่อนข้างตกใจเล็กน้อยว่าจะแต่งแล้วเหรอทำไมเร็วจังเพิ่งรู้จักพี่เบนซ์นะ แต่ทางพ่อแม่พี่เบนซ์ก็เห็นด้วยสนับสนุนอย่างไปดูฤกษ์มาให้เรียบร้อยค่ะ”    พอลลี่ “สินสอด เป็นทางผู้ใหญ่คุยกันเป็นเรื่องภายในก็ไม่ค่อยทราบเท่าไหร่ พอลลี่ก็จะได้เป็นพวกครื่องประดับอะไรอย่างนี้”    เบนซ์ “ส่วนของเรือนหอก็จะมีคอนโดย่านสาทรครับ ไปฮันนีมูนกันที่อียิปต์ครับ 12 วัน”    พอลลี่ “พิธีวันนี้เป็นพิธีคริสต์ คุณแม่นับถือและเชื่อ ตัวพอลลี่ก็รับทราบรับรู้มาตั้งแต่เด็ก แต่เรายังไม่ได้รับเชื่อ คือยังไหว้พระพุทธรูป ยังนับถือพระพุทธเจ้าอยู่ มีความเชื่อทั้ง 2 ศาสนา แต่เราก็คุยกันว่าพิธีคริสต์เป็นพิธีเดียวที่พระเจ้าลงมาให้คำอวยพร เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเราจะเริ่มต้นชีวิตคู่กับสิ่งดีๆ ก็น่าจะเป็นพิธีนี้และเราก็ชอบด้วย”    เบนซ์ “อีกส่วนนึงเราสองคนปรึกษากัน เราจะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวแล้ว แต่การเป็นครอบครัวไม่มีโรงเรียนให้เรียน ประสบการณ์การเป็นพ่อแม่ ก็เอาพ่อแม่เราเป็นตัวอย่าง ทีนี้มีคำสอนอะไรมั้ยให้เราเกิดสติปัญญาในการใช้ชีวิตร่วมกัน ลองหาดูก็พบในศาสนาคริสต์จะมีเรื่องการครองเรือน การอยู่ด้วยกัน การให้อภัยกัน การรักกัน จึงได้เรียนเชิญศาสตราจารย์ดร.ธงชัย มาทำพิธีให้ครับ ก็ให้คำปรึกษาแก่เราและสอนเราเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่”    พอลลี่ “ก็ถือว่าพอลลี่นับถือแต่ยังไม่ได้รับเชื่อ ตัวพอลลี่ไม่ได้เชิงว่าเปลี่ยนศาสนาทีเดียว แค่ยังไม่ได้รับเชื่อ เหมือนเราจะเลือกรับเชื่อมั้ย ถ้ารับเชื่อแล้วจะไม่สามารถไหว้พระพุทธรูปได้ ตัวพอลลี่เองก็ยังอยากที่จะเคารพพระพุทธศาสนา เพราะเราก็ดำเนินชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก งานตอนเช้าไม่มีทำบุญตักบาตรเพราะเราได้ทำพิธีไปแล้วเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมาค่ะ”    เบนซ์ “แหวนกี่กะรัต ไม่ทราบครับ นี่เป็นสิ่งที่ทางผู้ใหญ่จัดการให้”    พอลลี่ “ผู้ใหญ่จะเป็นคนจัดการเรื่องสินสอด ตัวพอลลี่จะได้รับแค่เครื่องประดับเอาไว้ใช้งานได้ ใช้ในชีวิตประจำวัน เรื่องสินสอดผู้ใหญ่เป็นคนคุยกัน”    เบนซ์ “เลือกฮันนีมูนอียิปต์ หลายเหตุผลครับ จริงๆ แล้วก็อยากจะไปยุโรป แต่ช่วงสิ้นปียุโรปหนาว และเดย์ไลท์สั้น 4 โมงเย็นพระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว ก็คิดว่าเราจะไปที่ไหนดีที่อากาศไม่หนาวเกินไป เลยตัดสินใจไปอียิปต์ดีกว่า เพราะเรายังแข็งแรงกันอยู่ ไปเที่ยวไหนก็เที่ยวได้ อยากไปเที่ยวที่มันแอดเวนเจอร์หน่อย อียิปต์เป็นสถานที่ที่น่าตื่นเต้น มีทั้งพีระมิดอะไรต่างๆ หวังว่าการไปครั้งนี้เราจะได้ประสบการณ์ที่เราไม่คุ้นเคย ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันในที่ที่ไม่เคยไป”    พอลลี่ “ส่วนตัวตอนเด็กๆ ชอบอียิปต์อยู่แล้ว สักครั้งในชีวิต ก่อนจะเสียชีวิตต้องลองไปสักครั้งนึง ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ก็เลยยังไม่ได้แพลนว่าจะไป ก็เลยคิดจะไปฮันนีมูนที่เราคิดว่าเรายังมีแรงที่จะเที่ยวอยู่ ก็เป็นอียิปต์ที่แรก จะไปช่วงเคาท์ดาวน์เลยค่ะ”    พอลลี่ “เรื่องน้องยังไม่มีค่ะ ถ้ามีก็ยินดี การมีน้องเป็นเรื่องน่ายินดี จริงๆ ทางบ้านพี่เบนซ์อยากมีหลานมาก แต่ตอนนี้ยังไม่ปล่อย พอลลี่ยังถ่ายละครไม่จบ”    พอลลี่ “ธุรกิจของพี่เบนซ์ให้เค้าทำไปดีกว่า งานในวงการถ้ายังมีติดต่อมาก็ยังรับอยู่ และมีแพลนจะเป็นผู้จัดด้วย เราก็ยังชอบอยู่ เจอเพื่อนๆ เจอคนมีความสุขค่ะ”    เบนซ์ “อนุญาตแน่นอนค่ะ สนับสนุนในสิ่งที่น้องพอลลี่ชอบและเอ็นจอย ผมเชื่อว่าชีวิตเรามีเวลาไม่มากนักเราควรใช้ชีวิตตามวัตถุประสงค์ในใจเรา”    พอลลี่ “ที่ชอบพี่เบนซ์อย่างนึงคือ พี่เบนซ์สายธรรมะมาก ก่อนหน้าจะเจอพอลลี่ พี่เบนซ์จะไปบวช แต่มาเจอเราก่อนเลย ไปทางธรรมแล้วเค้าชอบมาก”    เบนซ์ “ตั้งใจจะบวชสิ้นปีนี้แหละ จากงานบวชเป็นงานแต่งแทน หลังแต่งก็มีคุยขออนุญาตไปบวชสัก 2 อาทิตย์”    เบนซ์ “คำมั่นสัญญา ประการแรกเราจะทำทุกวันให้ดีที่สุด ไม่มีทางรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ในอดีตก็กลับไปแก้ไขไม่ได้ ผมจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อเราสองคน ประการที่สองเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง โลกเปลี่ยนแปลง โลกหมุนเร็วมาก แต่สิ่งนึงที่จะไม่เปลี่ยนคือยังไงก็ต้องมีเรา”    พอลลี่ “พอลลี่เชื่อในความรัก ก็เคยมีความรัก มีผิดหวัง สมหวัง ณ วันนี้เราเป็นครอบครัวเแล้วไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องให้อภัยดูแลซึ่งกันและกัน ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและดูแลพี่เบนซ์ไปตลอด” พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน   พอลลี่ - เบนซ์ แต่งงาน เจี๊ยบ ลลนา - เดียร์    

มาแล้ว!! พรีเวดดิ้ง เพชรจ้า-นิวเคลียร์ เรียบหรูดูหว๊าน...หวาน!!
เพชรจ้า วิเชียร /  นิวเคลียร์ หรรษา / 

               เป็นว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่หวานอย่างสม่ำเสมอ สำหรับดีเจฝีปากกล้า เพชรจ้า วิเชียร กับน้องน้อย นิวเคลียร์ หรรษา เรียกว่าเป็นคู่รักคนบันเทิงอีกหนึ่งคู่ที่หลายๆ คนอิจฉาหนักมาก เพราะรักกันหวานแหววเหลือเกิน แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวเลิกราเงิบๆ ให้ได้ช็อกกันอยู่บ้าง แต่หลังจากคืนดีกันไม่นานแฟนคลับก็ได้เงิบอีกหน แต่ผสมความยินดีเข้าไปด้วยเมื่อหนุ่มเพชรจ้าจัดหนักคุกเข่าขอสาวนิวเคลียร์แต่งงานอย่างอลังปังเวอร์               ล่าสุดก็ได้ฤกษ์อวดภาพพรีเวดดิ้งสวยๆ ให้ประชาชีได้ยลกันแล้ว งานนี้แม้คอนเซ็ปท์จะดูเรียบง่าย น่ารักใสๆ ไม่หวือหวา แต่ก็ชวนให้อิจฉาไม่ใช่น้อย จุดนี้ต้องติดตามกันว่าเดือนมกราคมปีหน้า งานวิวาห์ของทั้งคู่จะเป๊ะปังอลังแค่ไหน เอ้า!!! เห็นชุดเจ้าสาวแล้วปลื้มปริ่ม ยินดีด้วยเป็นอย่างยิ่งค่าาาา  เพชรจ้า - นิวเคลียร์ เพชรจ้า - นิวเคลียร์ เพชรจ้า - นิวเคลียร์ เพชรจ้า - นิวเคลียร์ เพชรจ้า - นิวเคลียร์ นิวเคลียร์ นิวเคลียร์ เพชรจ้า - นิวเคลียร์ เพชรจ้า - นิวเคลียร์ นิวเคลียร์ - เพชรจ้า นิวเคลียร์ - เพชรจ้า เพชรจ้า - นิวเคลียร์ เพชรจ้า - นิวเคลียร์ขอบคุณรูปภาพจาก IG : @newclear_hansa @djpetjah @ 

ละครสะใภ้ไร้เงา , เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา
ละคร สะใภ้ไร้เงา /  เขต ฐานทัพ / 

สะใภ้ไร้เงา ละครช่อง7บทประพันธ์โดย : ปิยพร วายุภาพบทโทรทัศน์โดย : อรุณแก้วออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อสะใภ้ไร้เงา มัจฉา (ณัฐชา นวลแจ่ม) ว่าที่เจ้าสาวพันล้าน และครอบครัว พ่อเพิ่ม (ไพโรจน์ สังวริบุตร) แม่วรรณา (ปิยะดา เพ็ญจินดา) ยายทอง (พิมพ์แข กุญชร ณ อยุทธา) และข่อย (เด็กชายธีระภพ ทรงวาจา) น้องชายสุดแสบกำลังเดินทางจาก โคกอีกเห็น มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าพิธีมงคลสมรสกับนักธุรกิจหนุ่ม ไตร (เขตต์ ฐานทัพ) แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ระหว่างเดินทางเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้ทุกคนในครอบครัว ดับอนาถตายคาที่ ! ! มัจฉาฟื้นขึ้นอีกครั้งพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องแต่งตัวกับ ลดา (ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล) เพื่อนรักที่อยู่เคียงข้าง ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และคอยดูแลเธอเสมอมา และกำลังจะเข้าพิธีหมั้น ทันทีที่ส่องกระจก เธอก็พบว่าในกระจกปราศจากซึ่งเงาของเธอ เพราะในตอนนี้เธอกลายเป็นเพียงวิญญาณซะแล้ว มัจฉาร้องไห้เสียใจที่รู้ว่า ความตายกำลังจะพรากเธอไปจาก ไตร ฐากูลเรืองวิริยา ว่าที่สามีอันเป็นที่รัก เธอขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้เธอได้เข้าพิธีแต่งงาน และแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ในที่สุดมัจฉาก็เข้าพิธีสมรสสมใจปรารถนา ครอบครัวของเธอยังเข้าร่วมพิธีด้วย มัจฉาสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน ความจริงแล้วคือเธอยังไม่ตาย งานแต่งของมัจฉาดำเนินไปด้วยความไม่พอใจของ คุณหญิงตรีทิพย์ (ดารัณ ฐิตะกวิน) แม่ของไตรที่ไม่ได้ต้องการสะใภ้อย่างมัจฉา แม้ว่า คุณอดิศร (ตฤณ เศรษฐโชค) พ่อของไตรจะพยายามพูดอย่างไร คุณหญิงก็ไม่ยอมไตร เฝ้ารอมัจฉาอย่างใจจดใจจ่อ โดยที่ พฤกษ์ (เจตรินตรัย อันติมานนท์) เพื่อนสนิทจอมเจ้าชู้ ไม่เข้าใจสักนิดว่าไตร จะหาบ่วงคล้องคอด้วยการแต่งงานทำไม อยู่เป็นโสด รักสนุกไม่ผูกพัน ดีกว่าเยอะ หากไตรตบไหล่เพื่อนบอกว่า ถ้าพฤกษ์ได้พบกับรักแท้ วันนึงพฤกษ์จะเข้าใจ พฤกษ์ส่ายหน้า รักแท้ไม่มีจริง ในคืนส่งตัวเจ้าสาว มัจฉา พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อยเองเริ่มรู้ตัวว่า ตอนนี้ตัวเองได้ตายไปแล้ว มัจฉาได้พบกับ ยมทูตแอนดี้ (พีรวัชร์ เหราบัตย์) และได้สารภาพกับมัจฉาว่า เกิดความผิดพลาดด้านระบบคอมพิวเตอร์ของนรก ทำให้นำตัววิญญาณมาผิด จึงได้พยายามที่จะให้มัจฉาได้เข้าพิธีแต่งงานตามความตั้งใจ มัจฉาโวยวายที่ตัวเองยังไม่ถึงที่ตาย แต่กลับต้องมาโดนพรากจากสามีอันเป็นที่รัก จึงขอให้ยมทูตแอนดี้ รับผิดชอบกับความผิดในครั้งนี้ หลังงานแต่งงาน มัจฉาขอร้องไตรให้ครอบครัวของเธอ ได้เข้าไปพักในคฤหาสน์หรูของไตร แต่ คุณหญิงตรีทิพย์ กลับไม่ยินยอมให้ครอบครัวของมัจฉาเข้าไปอยู่ร่วมบ้านด้วย เพราะแม้แต่ตัวมัจฉาเอง เมื่อแม่ไม่ต้องการให้มัจฉา และครอบครัวมาอยู่ในคฤหาสน์ ฐากูลเรืองวิริยา ไตรก็บอกว่าเขาต้องไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา คุณหญิงตรีทิพย์รีบห้าม ด้วยเพราะรัก หวง ห่วงไตรที่เธอเลี้ยงมาอย่างดี เรื่องจึงลงเอยด้วยการให้ เพิ่ม วรรณา ทอง และข่อย เข้าไปอยู่ในเรือนหลังเล็กของคฤหาสน์ แม้ว่าบรรดาครอบครัวหรรษาจะไม่ยินดีนักทุกคนยินยอมอยู่ในบ้านเล็กในเรือนใหญ่ ด้วยความไม่เต็มใจ คนรับใช้ในคฤหาสน์ ทั้ง ป้าแจง (น้ำเงิน บุญหนัก) แม่ครัว แลไอ้หนึ่ง (วิชัย จงประสิทธิ์พร) คนขับรถ ต่างงุนงงที่เห็นหมาหอนตลอดเวลา ตั้งแต่ครอบครัวนี้มาอยู่ที่นี่ ชีวิตสมรสของไตร และมัจฉาเต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ เพราะตรีทิพย์ทนรับสภาพที่มีมัจฉาอยู่ร่วมบ้านไม่ได้ จึงหาทางกลั่นแกล้งมัจฉาต่าง ๆ นานา โดยมี พิศ (หมวย ชวนชื่น) และน้อย (กรุณา มอริส) คนรับใช้คู่บารมีคอยช่วยหาเรื่องมัจฉา ทั้งให้ซักผ้า กวาดบ้าน ตัดหญ้า จ่ายตลาด ทำกับข้าว ด้วยความเป็นคนจิตใจดี และรักสามีมาก มัจฉาจึงยอมทำทุกอย่าง โดยหวังว่าความดีจะชนะใจแม่สามี พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อย ทนไม่ได้ ขอประกาศศึกกับ คุณหญิงตรีทิพย์ คุณหญิงตรีทิพย์พยายามบอกกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เรื่องผีที่หลอกเธอมีหน้าตาเหมือนกับครอบครัวของมัจฉา แต่ไตรเข้าใจผิดคิดว่าแม่ของตัวเองกำลังใส่ร้ายครอบครัวของมัจฉา จึงต่อว่าแม่ ไตรไม่พอใจนอกจากแม่จะหาเรื่องรังแกมัจฉา แล้วยังมากล่าวหาว่ามัจฉา และครอบครัวเป็นผีอีก จึงประกาศกร้าวว่า หากมัจฉา และครอบครัวถูกกลั่นแกล้งอีก เขาจะย้ายไปอยู่ข้างนอกกับมัจฉา และครอบครัว ด้านมัจฉารู้ดีว่าเรื่องที่คุณหญิงตรีทิพย์เล่าเป็นความจริง จึงเรียกพ่อ แม่ ยาย และน้องมาเอ็ด พร้อมทั้งสั่งห้ามหลอกใครอีก เพราะเธอไม่อยากให้ไตรรู้เรื่องที่เธอ และครอบครัวเป็นผี เวลาเดียวกันนั้น ณ บ้านโคกอีเห็น หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางภาคอีสาน สุดที่รัก (แอนดรูว์ กรเศก) เจ้าของโรงสีข้าวที่รวยที่สุดในตำบล ผู้เป็นแฟนคลับของมัจฉา ได้ข่าวจากทางตำรวจว่า มัจฉา และครอบครัวประสบอุบัติเหตุ ซากรถคว่ำอยู่ข้างถนน ทำเอาสุดที่รักที่หลงรักมัจฉาอย่างบ้าคลั่งทนไม่ได้ ต้องรีบหาทางติดต่อมัจฉา และครอบครัวด่วน ทันทีที่โทรมา สุดที่รักก็พบว่า ทุกคนยังอยู่ดีมีสุข จนกระทั่งข่อยรายงานสุดที่รักให้ได้รู้ว่า มัจฉาแต่งงานมาอยู่ครอบครัวนี้ด้วยความลำบาก เพราะถูกตรีทิพย์กลั่นแกล้งตลอด ทำเอาสุดที่รักทนไม่ไหว จึงตัดสินใจเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อปกป้องยอดดวงใจของเขาด้วยชีวิต ขณะเดียวกัน ตวิษา (ปทิตตา อัธยาตมวิทยา) น้องสาวของไตร เดินทางกลับจากต่างประเทศ ได้พบกับสุดที่รัก ขณะที่เขาเดินทางมาหามัจฉา และได้ขับรถชนรถของตวิษาเข้าให้ ด้วยความเป็นไฮโซประจำหมู่บ้าน สุดที่รักโวยวายจะเอาเรื่องตวิษาให้ได้ ขณะที่สาวเจ้าก็ไม่ยอมเช่นกัน โชคดีที่ไตรมาห้ามทัน ทำให้สุดที่รักได้รู้ว่า ผู้หญิงบ้านนี้ร้ายกาจกันทุกคน แล้วมัจฉาจะอยู่อย่างมีความสุขได้ยังไง สุดที่รักจึงสัญญากับตัวเองว่า จะต้องหาทางทำให้มัจฉาหย่าขาดกับไตร แล้วกลับไปเป็นเจ้าสาวของเขาให้ได้ ความวุ่นวายไม่หยุดคืบคลานเข้ามา ตัวช่วยของคุณหญิงตรีทิพย์ก็ปรากฏตัวขึ้น เอื้อมพร (กัญญกร พินิจ) เพื่อนสนิทของตวิษาที่ได้พบกับไตร ก็เกิดประทับใจในตัวพี่ชายของเพื่อนรัก ตรีทิพย์ และตวิษาเห็นเป็นโอกาสเหมาะ ที่จะทำให้ไตร และมัจฉามีปัญหากัน จึงขอให้เอื้อมพรช่วยร่วมมือในการกำจัดมัจฉาออกจากสกุล ฐากูรเรืองวิริยา ให้ได้ แผนการดำเนินไป ไม่ใช่เพียงแค่มัจฉาเท่านั้นที่เริ่มน้อยใจในตัวของสามี ด้านไตรเองก็เป็นเช่นกัน โดยตัวต้นเหตุก็คือสุดที่รัก ซึ่งย้ายมาปักหลักเช่าคอนโด อยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อพามัจฉากลับบ้านนั้น คอยมาหามัจฉาที่คฤหาสน์ของไตร สุดที่รักเห็นว่ามัจฉาถูกครอบครัวสามีแกล้งจริงอย่างที่ข่อยบอก จึงแตะมือ กับสมาชิกในครอบครัวของมัจฉา ทำเรื่องปวดเศียรเวียนเกล้า ให้ตรีทิพย์และตวิษาต้องโมโหไม่เว้นแต่ละวัน ไตรไม่พอใจที่กลับมาจากทำงานทุกครั้ง เป็นต้องเห็นสุดที่รักช่วยมัจฉาทำงานบ้าน ทำกับข้าว อีกทั้งหลายครั้งที่สุดที่รักชอบพูดจากระแนะกระแหน ว่าเขาเป็นลูกแหง่กลัวแม่ ปล่อยให้แม่โขกสับมัจฉา ครั้งหนึ่งไตรได้ยินพ่อเพิ่มพูดว่า สุดที่รักน่าจะเป็นลูกเขย ทำให้ไตรรู้สึกเป็นส่วนเกินของครอบครัวมัจฉาปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่ทะเลาะ จนกระทั่งบานปลายมีปากเสียงกัน ยมทูตแอนดี้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับข่าวร้าย นรกได้เช็คข้อมูลเรียบร้อยแล้ว และพบว่ายมทูตแอนดี้ไม่ได้ทำงานผิดพลาด ครอบครัวของมัจฉาชะตาถึงฆาตแล้วจริง ๆ ยมทูตแอนดี้เตรียมตัวมารับวิญญาณของมัจฉา และครอบครัว มัจฉาหาทางบอกไตรให้รู้เป็นนัย ๆ ว่า เธอและเขาจะต้องพรากจากกันตลอดไป ไตรเข้าใจผิดคิดว่า มัจฉาจะทิ้งเขา แล้วไปอยู่กับสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่า ไตรจึงยิ่งกลุ้มใจมากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งผลดีให้เอื้อมพรเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้น ด้วยการทำทีเป็นที่ปรึกษา ให้ไตรระบายความกลัดกลุ้ม จนพานกลับบ้านดึก ทำให้มัจฉาเป็นห่วง รวมทั้งเสียใจทุกครั้งที่เห็นว่า คนที่มาส่งไตรทุกคืนคือเอื้อมพร ข่อยทนไม่ไหวที่ต้องเห็นพี่สาวน้ำตาเช็ดหัวเข่า จึงฟ้องสุดที่รักว่า เอื้อมพรจะแย่งไตรไปจากมัจฉา สุดที่รักได้ยินก็กระโดดดีใจสุดเหวี่ยงที่รู้ว่า ไตรกับมัจฉาจะเลิกกัน สุดที่รักรับปากว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ สุดที่รักไปต่อว่าตวิษา ว่าร่วมมือกับเอื้อมพรในการแย่งไตรกับมัจฉา สุดที่รักต่อว่า ตวิษาว่าทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง นอกจากทำให้ผัวเมียชาวบ้านเขาเลิกกัน ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ส่งไปเรียนถึงต่างประเทศ ตวิษาโกรธจัด เธอยังมีความรู้สึกน้อยใจรวมอยู่ด้วย น้อยใจที่เขาไม่เคยเห็นเธอมีดีในสายตา ต่างจากลูกชายลูกท่าน หลานเธอทั้งหลาย ที่ต่างชมว่าเธอคือผู้หญิงสุดเพอร์เฟกต์ เรื่องไม่คาดฝันครั้งใหญ่ขึ้นในวงการนรก เมื่อมัจฉาได้ตั้งท้องลูกของไตร ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อยมทูตรายงานกับทางนรกถึงปัญหาหนักที่ตามมา และแล้วมัจฉาก็ได้รับการต่อเวลาให้มีร่างมนุษย์ต่อไป ตราบจนกว่าจะคลอดลูก ด้านตรีทิพย์ที่ถึงแม้จะเกลียดชังมัจฉาแค่ไหน แต่เมื่อรู้ว่ามัจฉากำลังอุ้มท้องหลานของเธอ ตรีทิพย์ก็เริ่มใจอ่อน และยอมดูแลมัจฉาอยู่ห่าง ๆ อย่างไว้ฟอร์ม ขณะที่เอื้อมพรเล็งเห็นว่า ตรีทิพย์กำลังเอนเอียงไปทางมัจฉา จึงได้วางแผนรวบหัวรวบหางไตร เพื่อเรียกร้องสิทธิ์การเป็นภรรยาของไตรอีกคน แล้วแผนการของเอื้อมพรก็สำเร็จจนได้ เพิ่มรู้เรื่องไตรมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอื้อมพรโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ติดตรงที่แม่วรรณา เมียรักเคยขอให้อย่าไปยุ่งเรื่องของลูก พอเพิ่มหันไปเห็นเมียรักยืนตัวสั่น ก็ตกใจ มัจฉาเห็นแก่ไตรที่ตกที่นั่งลำบาก เลยตัดสินใจพาครอบครัวของตัวเองกลับบ้านโคกอีเห็น การกลับมาของครอบครัวมัจฉา สร้างความงุนงงสงสัยให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะ เสี่ยแสน (โอลิเวอร์ บีเวอร์) และสร้อย (ราตรี วิทวัส) พ่อกับแม่ของสุดที่รัก ที่ได้ยินชาวบ้านนินทามัจฉา และครอบครัวว่า มีอะไรผิดปกติหลายอย่าง อีกทั้งหมอผีประจำหมู่บ้านยังยืนยันฟันเฟิร์มซะอีกว่า ครอบครัวนี้คือ อดัมแฟมมิลี่อย่างแน่นอน เสี่ยแสน และสร้อยเตือนสุดที่รัก ไม่ให้ยุ่งกับครอบครัวมัจฉา สุดที่รักก็ยังยืนกรานว่า มัจฉาไม่ใช่ผีอย่างที่ใครนินทา ทำเอาสองสามีภรรยาที่รักลูกชายอย่างสุดที่รักยิ่งดวงใจ ต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่า ความจริงแล้วครอบครัวของมัจฉาเป็นผีจริง ตามที่ชาวบ้านพูดหรือเปล่า ? ไตรที่เห็นภรรยาสุดที่รักหนีกลับบ้านนอก ก็น้อยใจคิดว่ามัจฉาหมดรักเขาจริง ๆ เลยเอาแต่ดื่มเหล้า ส่วนเอื้อมพรก็ย้ายข้าวของมาอยู่ในคฤหาสน์ ฐากูรเรืองวิริยา ในฐานะภรรยาคนใหม่ นิสัยชอบดูถูกคน และจิกหัวคนรับใช้อย่างกับทาสของเอื้อมพร ทำให้พิศ น้อย และคนรับใช้ในคฤหาสน์ ฐากูรเรืองวิริยา ไม่ชอบเอื้อมพร ทุกคนต่างนึกถึงตอนที่มัจฉาอยู่ คุณหญิงตรีทิพย์ก็ชักเริ่มอยากจะอัปเปหิ เอื้อมพรไปจากคฤหาสน์ เพราะเอื้อมพรมีนิสัยฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย แต่ที่คุณหญิงตรีทิพย์ไม่ชอบอย่างแรงก็คือ เอื้อมพรพูดต่อว่ากฎประหยัดต่าง ๆ ในคฤหาสน์ ว่าคนคิดประสาทบ้างเอย สมองแรงทึ้งบ้างเอย ต้องเป็นพวกชอบข่มเหงลูก และสามี ฯลฯ โดยหารู้ไม่ว่าคนที่ตั้งกฎก็คือคุณหญิงตรีทิพย์นั่นเอง เวลานี้คุณหญิงตรีทิพย์เริ่มคิดถึงมัจฉา ภาพที่มัจฉาคอยช่วยทำงานบ้าน ทำกับข้าวค่อย ๆ ผุดมาเปรียบเทียบกับเอื้อมพร ที่วัน ๆ ตื่นมาก็บ่ายคล้อย แต่งหน้ากว่าจะเสร็จก็เย็น งานการก็ไม่ทำ เอาแต่ช้อปปิ้ง กลับบ้านเที่ยงคืน ยามนี้คุณหญิงตรีทิพย์เลยคิดถึงมัจฉา โดยเฉพาะหลานตัวน้อย ๆ ที่อยู่ในท้องของมัจฉา คุณอดิศรรู้เรื่องคุณหญิงตรีทิพย์เริ่มไม่โปรดเอื้อมพร ก็หัวเราะสะใจเป็นการใหญ่ ทว่าพอมาเห็นสภาพของไตร ที่เมาหัวราน้ำกลับมาบ้านแทบทุกวัน ก็ทนเห็นสภาพของลูกชายไม่ไหว ขอให้ไตรนึกถึงคำมั่นสัญญา ที่ให้ไว้กับมัจฉาในวันแต่งงาน และเมื่อคนสองคนได้สัญญาจะแก่ตายไปด้วยกัน คำเตือนของพ่อทำให้ไตรตัดสินใจจะเดินทางไปบ้านโคกอีเห็น เสี่ยแสน และสร้อยเห็นว่า สุดที่รัก และไตรกำลังตกอยู่ในวังวนของครอบครัวผี เลยหาทางแฉครอบครัวมัจฉาทุกคนด้วยสารพัดวิธี ทั้งหาหมอผีไทย เขมร มอญ ฝรั่งมาทำพิธีปราบ แต่ทุกครั้งกลับเจออิทธิฤทธิ์ของอดัมแฟมมิลี่ จนพากันหนีเตลิดเปิดเปิง ภาพของไตรที่หอบหิ้วกระเป๋ามาที่บ้านของมัจฉา เป็นภาพที่มัจฉาคิดว่าฝันไป แต่อ้อมกอดของไตรที่โผเข้ามากอดเธอ พร้อมทั้งพูดขอโอกาส มัจฉาจึงรู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป ด้วยใจที่รักมั่น ประกอบกับรู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ได้อีกไม่นาน ทำให้มัจฉาพร้อมจะให้อภัยไตรทุกอย่าง ไตรกับมัจฉาปรับความเข้าใจในกันและกัน ไตรยอมเปิดเผยความรู้สึก ตั้งแต่หึงมัจฉาที่มีสุดที่รัก ซึ่งเหมาะสมกว่าอยู่เคียงข้าง หรือแม้แต่การปรับตัวเข้าไม่ได้กับวิถีชีวิตอีสานของครอบครัวมัจฉา ซึ่งมัจฉาบอกกับไตรว่าคิดมาก เธอกับสุดที่รักเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก และจะเป็นตลอดไป เพราะเธอได้มอบใจให้กับไตรไปจนหมดแล้ว ภาพไตรกับมัจฉาที่กอดหวานแหวว หัวใจของสุดที่รักถึงกับแหลกสลาย ร้องห่มร้องไห้กลับบ้าน สภาพข้าวปลาไม่ยอมกิน น้ำไม่ยอมอาบ เอาแต่นั่งซึม บางครั้งก็ร้องไห้ ยิ่งทำให้เสี่ยแสน และสร้อยร้อนใจ คิดว่าหากมัจฉายังอยู่ ลูกชายสุดที่รักของพวกเขาคงจะยิ่งอาการหนัก ทั้งสองคนจึงตัดสินใจจะหาแผนขั้นพิฆาตครอบครัวผีหรรษานี่เสีย เอื้อมพรทนไม่ได้ ชวนตวิษาตามล่าสามีที่โคกอีเห็น โดยขอพักกับไตร ทั้งที่ใจอยากจะไปพักในโรงแรมหรูใจจะขาด แต่ด้วยความบ้าผู้ชายที่มีมากกว่า ด้วยความอยากอยู่ใกล้ไตร เอื้อมพรเลยขออยู่ที่บ้านของครอบครัวมัจฉา ไตรรู้สึกอึดอัดกับการที่เอื้อมพรตามราวีมัจฉาไม่หยุดหย่อน มัจฉาเห็นว่าเอื้อมพรรักไตรมาก ก็ทำดีกับเอื้อมพร เพราะคิดว่าต่อไปเอื้อมพรจะต้องเป็นคนดูแลไตร และอาจจะรวมถึงลูกของเธออีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้น เอื้อมพรก็ยังรังเกียจมัจฉาอยู่ดี รวมทั้งคิดว่ามัจฉาแสร้งทำเป็นนางเอก มาทำเป็นเมียหลวงปรองดองกับเธอ ขณะที่ตวิษามาอยู่บ้านนอกคอกนา ก็ออกอาการรังเกียจสารพัด แต่ยิ่งเกลียดอะไรก็ต้องเจออยู่เรื่อย โดยเฉพาะสุดที่รัก หนุ่มบ้านนอกที่ตวิษารังเกียจยิ่งกว่าอะไรดี อย่างคืนแรกที่ตวิษากับเอื้อมพรมาอยู่ที่บ้านมัจฉา จู่ ๆ ไฟที่บ้านของมัจฉาขาด เพราะทั้งเอื้อมพร และตวิษาขนเครื่องใช้ไฟฟฟ้าสารพัดมาใช้เกินกำลังไฟ ตวิษาที่กลัวความมืดนอนไม่ได้ ขอให้เอื้อมพรช่วยทำให้ไฟฟ้าใช้ได้ แต่เอื้อมพรรำคาญ บอกไม่ได้จบไฟฟ้า ก่อนจะนอนหลับหน้าตาเฉย ไม่สนใจตวิษาที่เริ่มจะตาแดง ๆ เพราะเธอเป็นโรคกลัวความมืด เสียงร้องไห้ของตวิษา ทำให้สุดที่รักมาหาสาเหตุไฟดับเห็นเข้าพอดี เลยเวทนาจุดกองไฟ เป่าแคน ร้องเพลงหมอลำ เผื่อคลายความกลัวให้ตวิษา ซึ่งก็ได้ผล แม้จะเป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงหมอลำ แต่คืนนั้นตวิษาก็หลับไปพร้อมเสียงเพลงอันไพเราะของสุดที่รัก หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเป็นไง ทุกครั้งที่ตวิษาเจอเรื่องแย่ ๆ ก็จะเป็นสุดที่รักซะเอง ที่เป็นพระเอกมาคอยช่วยตวิษาเสมอ ความมีน้ำใจ และความอบอุ่นของสุดที่รัก ก็ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าลงสู่รากลึกของหัวใจตวิษา ขณะที่สุดที่รักก็รู้สึกเอ็นดูความไม่เอาไหนของตวิษา จนทำเอาทั้งคู่เกิดหวั่นไหวกันอย่างไม่รู้ตัว ในที่สุดเสี่ยแสนกับสร้อยก็คิดแผนการขั้นสุดท้าย ในการพิฆาตครอบครัวมัจฉา นั่นก็คือหันไปพึ่งหลวงตาบุญ ให้ช่วยกำจัดครอบครัวมัจฉา เพื่อที่สุดที่รักลูกชายของพวกเขาจะได้ปลอดภัย เสี่ยแสน และสร้อยนิมนต์หลวงตาบุญไปยังบ้านของมัจฉา และแล้วท่านก็สัมผัสได้ว่า ทุกคนเป็นวิญญาณจริงดังที่ชาวบ้านพูดกัน แต่แล้วยมบาลแอนดี้ก็ปรากฏตัวขึ้น และได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้หลวงตาบุญฟัง หลวงตาบุญได้เทศน์เรื่องบุญกรรมของครอบครัวมัจฉา รวมถึงให้ทุกคนทำใจถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และรับความจริงให้ได้ แต่แล้วจังหวะนั้นเองไตรก็เข้ามาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดว่า ความจริงแล้วมัจฉาได้ตายไปนานแล้ว และเขามีภรรยาเป็นผี ! ไตรหาว่าทุกคนกุเรื่องขึ้น เพื่อกล่าวหามัจฉา และครอบครัว จนถึงกับแจ้งความจับเสี่ยแสน และสร้อย มัจฉาสารภาพกับไตรทั้งน้ำตาถึงเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่เธอประสบอุบัติเหตุในเช้าวันแต่งงาน จนกระทั่งเธอได้ใช้ชีวิตคู่กับไตร หากแต่ไตรที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ทำใจไม่ได้ จึงได้หนีไป ขณะที่เอื้อมพรได้รู้ความจริงก็กลัวมัจฉามาก จึงได้สารภาพความจริงว่าไม่ได้มีอะไรกับไตร แต่เพราะเธออยากได้ไตรเป็นสามีจึงได้จัดฉากขึ้น ก่อนจะโยนความผิดให้คุณหญิงตรีทิพย์กับตวิษา ว่าเป็นคนบังคับให้เธอมาแย่งไตรไปจากมัจฉา ตวิษาได้ยินอย่างนั้นก็ต่อว่าเอื้อมพรที่โกหก หากเวลานี้เอื้อมพรกลัวถูกผีหักคอมากกว่า เลยเผยธาตุแท้บอกความจริงเรื่องที่หากไม่ใช่เพราะตระกูล ฐากูลเรืองวิริยา คือตระกูลมหาเศรษฐี ไฮโซ เธอก็ไม่อยากเป็นสะใภ้กับคนในตระกูลนี้ ตวิษาประกาศตัดเพื่อนกับเอื้อมพร เอื้อมพรหาได้แยแส หมดประโยชน์ เธอก็ไม่แคร์ เก็บกระเป๋าหลุยส์สุดหรูกลับกรุงเทพฯ ทันที ตวิษาไม่รู้จะอยู่ยังไงคนเดียว ทั้งกลัวผี ทั้งหลงกับไม่ถูก เสี่ยแสนกับสร้อยสงสารเลยชวนให้มาพักอยู่ด้วยกัน โดยพรุ่งนี้เช้าเสี่ยแสนจะให้สุดที่รักขับรถไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่สุดที่รักโวยวายไม่ยอม เพราะโกรธที่ตวิษาร่วมมือกับแม่ บังคับให้เอื้อมพรมาแย่งไตรไปจากมัจฉา จนตวิษาน้อยใจ ร้องไห้ออกมา ตวิษาเอาแต่ว่าตัวเองทั้งน้ำตาว่าทำไมต้องเสียน้ำตาให้กับคนบ้านนอก ที่ปากคมยิ่งกว่ากรรไกร หลงตัวเองว่าหล่อ อีกทั้งยังไม่เคยเห็นเธอดีในสายตา และแล้วคำพูดหนึ่งก็หลุดออกมาจากปากตวิษา เพราะเธอรักเขา รุ่งเช้าตวิษาต้องแปลกใจที่พบว่า คนขับรถที่จะพาเธอไปกรุงเทพฯ คือ ยอดชายนายสุดที่รัก ตวิษาทำท่าไม่ยอมขึ้นรถ แต่กลับถูกสุดที่รักแบกยัดใส่ไปในรถ ระหว่างการเดินทาง คนทั้งสองไม่ยอมพูดอะไรกันเลย กระทั่งถึงหน้าคฤหาสน์ของตวิษา สุดที่รักบอกว่าเขาพร้อมจะให้อภัยตวิษากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากตวิษาจะต้องยอมปรับเปลี่ยนนิสัย ด้วยการหางานทำ เลิกทำตัวฟุ่มเฟือย ไม่ใช้ของแบรนด์เนม ที่สำคัญต้องหัดซักชุดชั้นในเอง โดยต้องโทรศัพท์มารายงานความประพฤติกับเขาทุกวัน คำพูดของสุดที่รักทำเอาตวิษาแทบจะกรี๊ด ว่าสุดที่รักเป็นใครกันถึงกล้ามาตั้งข้อแม้กับเธอ สุดที่รักเลยสวนกลับด้วยท่าทียียวนว่ายากมากที่ ไฮโซฯสุดหล่อแห่งบ้านโคกอีเห็นอย่างเขาจะให้อภัยใครง่าย ๆ เพราะฉะนั้นนับว่าเป็นบุญของตวิษาเป็นอย่างมากที่ได้รับเกียรตินี้ ตวิษาเป็นเดือดเป็นแค้นมาก กับการที่มีผู้ชายบ้านนอกมาออกคำสั่งให้เธอทำนั่นทำนี่ แต่สุดท้ายตวิษาก็ยอมทำตามกฎที่สุดที่รักตั้ง แถมยังยอมโทรศัพท์ไปรายงานความประพฤติ ให้อีตาบ้านนอกที่มอบหัวใจฟังทุกวัน ด้านมัจฉาที่ท้องแก่ ก็พยายามออกตามหาไตร แต่ก็ไม่พบ พ่อเพิ่ม แม่วรรณา ยายทอง และข่อยต่างสงสารมัจฉาเป็นอย่างมาก ยายทองบอกให้มัจฉาตัดใจจากไตรเสีย เพราะได้อยู่กันคนละโลกแล้ว มัจฉาควรดูแลลูกในท้องให้ดีที่สุด หลังจากความจริงเรื่องครอบครัวของมัจฉาเป็นผี ชาวบ้านทั่วโคกอีเห็นก็ไม่กล้าเดินผ่านบ้านของมัจฉาอีกเลย ร้านค้าก็ปิดตั้งแต่หัวค่ำ มีเพียงสุดที่รักที่มาเยี่ยมเยียนมัจฉา และครอบครัวไม่เคยขาด ทำเอาเสี่ยแสน และสร้อยต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้ง ด้วยกลัวว่ามัจฉา และครอบครัวจะพาลูกชายโทนของพวกเขาไปอยู่ด้วย ไตรแอบหลบไปอยู่ที่บ้านพักในต่างจังหวัด เพื่อขอทบทวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมักจะมีคุณอดิศร คุณตรีทิพย์ และตวิษาหมั่นมาเยี่ยม ไตรเห็นความเปลี่ยนไปในตัวของน้องสาวที่ดีขึ้น ซึ่งคุณอดิศรแอบกระซิบบอกว่าเป็นเพราะสุดที่รัก ซึ่งทีแรกคุณหญิงตรีทิพย์ออกแรงขวางเต็มแรงเกิด ทว่าพอรู้ว่าเสี่ยแสน และสร้อยรวย ชนิดต้องเอาเงินใส่กระสอบปุ๋ยไปฝากธนาคารทุกครั้ง เลยไฟเขียวผ่านตลอด แถมเร่งวันให้แต่งงานกันเร็ว ๆ ด้วยซ้ำ หากแต่ตวิษาไม่ยอม โดยอ้างว่าเธอไม่เชื่อในความรักว่ามีอยู่จริง เพราะผู้ชายมักจะให้คำสัญญาว่า จะรักคนรักของตัวเองไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แต่สุดท้ายหากเมียตัวเองรูปร่างเปลี่ยน หรือพอตายไปได้ไม่กี่ปี ผู้ชายก็เปลี่ยนใจมีคนอื่นลืมถ้อยคำสัตย์สาบานจนหมด คำบอกเล่าของคุณอดิศรแทงใจดำของไตรเข้าอย่างจัง จนเขาหวนนึกถึงวันแรกที่คุกเข่าขอมัจฉาแต่งงานไปจนถึงวันแต่งงานที่เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักมัจฉา ไม่ว่าต่อไปในอนาคตเธอจะเป็นอะไรก็ตาม ในที่สุดถึงกำหนดคลอดลูก มัจฉาได้คลอดลูกสาวหน้าตาน่ารักให้แก่ไตร และแล้วยมทูตแอนดี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เพื่อทวงสัญญาเรื่องที่เขาจะต้องพาวิญญาณของมัจฉา และครอบครัวไปเสียที มัจฉาเสียใจมากที่เธอจะไม่มีโอกาสได้พบไตรอีกแล้ว แต่แล้วจังหวะนั้นเอง ไตรก็กลับมา ทันเวลาก่อนที่ร่างของมัจฉาจะหายไป ไตร และมัจฉาร่ำลากันทั้งน้ำตา โดยที่ไตรขอโทษที่หนีไป ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาควรจะอยู่ดูแลมัจฉาในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนจะจากกัน มัจฉาฝากลูกสาวไว้กับไตร ก่อนที่ร่างของเธอ รวมถึงพ่อเพิ่ม วรรณา ยายทอง และข่อยจะสลายไป ขณะที่สุดที่รัก และตวิษาได้เห็นก็รู้สึกผิดกับมัจฉา และไตรมาก ๆ ที่เธอ และเขาคอยขัดขวางความรักของเธอ และไตรมาตลอด ทั้งคู่กลายมาทำดีต่อกันมากขึ้น และพัฒนามาเป็นความรักเล็ก ๆ โดยไม่รู้ตัว 20 ปีต่อมา มินตรา ลูกสาวของไตร เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวน่ารักเธอได้รับปริญญาท่ามกลางความภาคภูมิใจของไตร อดิศร ตรีทิพย์ รวมถึง ตวิษา และสุดที่รัก ที่ขณะนี้ได้เป็นสามีภรรยา และมีลูกน่ารัก ๆ ถึง 3 คน ในงานรับปริญญาของมินตรา ไตรได้พบกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับมินตรา เธอมีใบหน้าคล้ายกับมัจฉาไม่ผิดเพี้ยน เธอคือ มัจฉา เพื่อนต่างคณะของมินตรา ที่ร่วมรับปริญญาในวันนี้ด้วย ทันทีที่ไตร และมัจฉาได้พบกันก็รู้สึกประทับใจกันในทันที แม้วัยของทั้งคู่จะต่างกันราวพ่อกับลูก หากแต่ด้วยเงื่อนไขของความรักที่ทั้งคู่มีให้กันมาก่อนเก่า ทำให้ชายวัยกลางคนเช่นไตร ได้กลับมามีความรักอีกครั้ง และรักครั้งนี้จะเป็นรักที่ยั่งยืนตราบนานเท่านาน ติดตามชม ละครสะใภ้ไร้เงา ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.35 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง 7 สี ละครสะใภ้ไร้เงา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร สะใภ้ไร้เงา ณัฐชา นวลแจ่ม รับบท มัจฉาเขตต์ ฐานทัพ รับบท ไตรแอนดูรย์ กรเศก รับบท สุดที่รักปทิตตา อัธยาตมวิทยา รับบท ตวิษากัญญกร พินิจ รับบท เอื้อมพรเจจินตรัย อันติมานนท์ รับบท พฤกษ์ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล รับบท ลดาดารัณ ร่วมทอง รับบท คุณหญิงตรีทิพย์ตฤณ เศรษฐโชค รับบท อดิสรไพโรจน์ สังวรบุตร รับบท พ่อเพิ่มปิยะดา เพ็ญจินดา รับบท แม่วรรณาพิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา รับบท ยายทองด.ช. ธีระภพ ทรงวาจา รับบท ข่อยพีรวัชร์ เหราบัตย์ รับบท ยมทูตแอนดี้

นุ่น ถึงวัยวิวาห์ หนุ่มใหญ่คนนี้ จะใช่เจ้าบ่าวปะ
นุ่น สินิทธา

        มีหนุ่มๆ เข้ามาคุย เข้ามาจีบ รักบ้าง เลิกบ้าง อยู่หลายคน สำหรับอดีตนางเอกยุค 90 นุ่น สินิทธา พี่สาวสุดติสท์ของนางเอกสุดแซบ พลอย เฌอมาลย์ ที่เวลานี้เธอได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น นุ่น ดารัณ และหายหน้าหายตาจากวงการไปพักใหญ่ๆ จนหลายๆ คนสงสัยว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ หลังจากออกสื่อเคลียร์ข่าวเรื่องหมากัด           งานนี้ปาปารัซซี่ของเราก็หาคำตอบมาได้ว่า ช่วงนี้สาวนุ่นเธอกำลังอินเลิฟกับหนุ่มใหญ่รายหนึ่ง ที่เธอกล้าควงแขนเปิดเผยแบบไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แหม! งานนี้ก็ไม่รู้ว่าหนุ่มใหญ่คนนี้จะใช่เนื้อคู่ของสาวนุ่นหรือเปล่า เพราะเธอเองก็ถึงวัยที่ต้องควรจะสละโสดแล้ว เอาเป็นว่าคงต้องมาลุ้นกับสาวนุ่นว่าหนุ่มใหญ่คนนี้จะคุกเข่าขอเธอแต่งงานหรือเปล่า นุ่น ดารัณ    นุ่น ดารัณ   นุ่น ดารัณ  

มีความเก๋ไก๋!! เชน ธนา เผยภาพการ์ดแต่งงานสุดเจ๋ง!!
เจมส์ กณิการ์ /  เชน ธนา / 

  เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่งานฉลองวิวาห์อีกครั้ง!! สำหรับนักแสดงหนุ่ม เชน ธนา กับแฟนสาว เจมส์ กณิการ์ ที่เพิ่งจะคุกเข่าขอแฟนสาวและได้จัดงานแต่งงานแก้เคล็ดแบบเงียบๆ ไปเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา ทั้งนี้จะมีการจัดงานฉลองวิวาห์อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ที่โรงแรม แบงค็อก แมริออท มากีส์ ควีนส์ปาร์ค   ล่าสุด เชน ธนา ได้เผยภาพการ์ดแต่งงานสุดเก๋ไก๋สไลเดอร์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ซึ่งเป็นการ์ดที่ หนุ่มเชน และเจ้าสาวแสนสวยร่วมกันครีเอทขึ้นมาในรูปแบบอินสตาแกรมของ #chainjamewedding นั่นเอง!! ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ค่า... ขอบคุณภาพจาก IG chaintana, jamekani การ์ดแต่งงาน เชน ธนา การ์ดแต่งงาน เชน ธนา เชน ธนา แจกการ์ดแต่งงาน ใกล้วันวิวาห์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เจมส์ กณิการ์ เจ้าสาว เชน ธนา เชน ธนา เจมส์ กณิการ์ เชน ธนา แต่งงานแก้เคล็ด เชน ธนา แต่งงานแก้เคล็ด