คำว่ารักของเราต่างกัน

ถึงตายเป็นซอมบี้ ก็ยังมีรักนะแฟนจ๋า...กับตัวอย่างใหม่ จาก Burying the Ex
Burying the Ex /  ซอมบี้ / 

ถ้าหนังซอมบี้ทั่วไปมันหมายถึงความสยอง ถ้าซอมบี้สุดหล่อ Warm Bodies จะเป็นความโรแมนติก ครั้งนี้ ขอเชิญคุณแฟนเก่าหน้าสวยลุกขึ้นจากหลุม กับภาพยนตร์ Burying the Ex ผลงานของผู้กำกับ โจ ดันเต้ ที่จะจัดเต็มความหลอน ชวนแหวะ และฮาปวดตับแบบเหนือชั้น ซอมบี้สาวคนนี้ จะจัดจ้านขนาดไหน ขอเชิญคุณผู้ชมเรียกน้ำย่อยกับตัวอย่างใหม่ ด้านล่างนี้เลย Burying the Ex เป็นเรื่องราวของ แม็กซ์ (แอนตัน เยลชิน) ยอดชายนายตัวแสบ ที่ระกำช้ำทรวง ทนใช้ชีวิตแฟนสาว เอเวอร์ลีน (แอชลี่ย์ กรีน) แต่ แม็กซ์ ก็ดันปอดแหกเกินกว่าจะบอกเลิก แต่แล้ววันหนึ่ง เอเวอร์ลีน ถูกรถชนเข้าโครมเบ้อเริ่มจนกลายเป็นศพ แม็กซ์ ที่พึ่งโสดหมาดๆ ก็ลัลล้าจนมาปิ๊กรักใหม่กับ โอลิเวีย (อเล็กซานดร้า ดาแดริโอ) แต่ท่าทางว่ารักจะไม่มีวันตาย เพราะ เอเวอร์ลีน ดันฟื้นขึ้นมาจากหลุมในสภาพซอมบี้ แล้วกลับมาทวงรักถึงหน้าประตูบ้าน แบบที่ไม่ยอมให้หญิงหน้าไหน มาแย่งเธอไปหรอกนะแฟนจ๋า... Burying the Ex มีกำหนดให้ฮาปวดตับที่อเมริกา ในวันที่ 19 มิ.ย. 2015 ส่วนคอหนังชาวไทย ต้องรอติดตามข่าวกันต่อไป -------------------------------------

Merc Storia เกมส์มือถือแอคชั่นต่อสู้ สไตล์โมเอะจากญี่ปุ่น
Merc Storia /  เกมส์มือถือ

Ujoy ประกาศเปิดตัวเกมส์มือถือ Merc Storia (facebook.com/ujoyms) เกมส์แอคชั่นต่อสู้ แต่งเติมสไตล์โมเอะจากสัญชาติญี่ปุ่น การันตีดาวน์โหลดทะลุ 2 ล้านครั้งเพียงไม่กี่สัปดาห์ ดาวน์โหลดเล่นฟรีเร็วๆนี้บน iOS และ Android เกมส์ Merc Storia กล่าวถึงโลกมหัศจรรย์ที่มีสิ่งชีวิตชนิดหนึ่งนามว่า “มอนส์” อาศัยอยู่ พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่รังเกียจมนุษย์เป็นอย่างมาก จนเมื่อวันหนึ่ง มีเด็กลึกลับที่ค้นพบหลังรักษามอนส์คนหนึ่งปรากฏตัว เขาได้กลายเป็น “ฮีลเลอร์” ฮีลเลอร์คนนี้ได้ใช้พลังอันยิ่งใหญ่ สร้างประเทศที่มอนส์และมนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน หมู่มนุษย์เริ่มช่วยเหลือ ใช้ชีวิตกับมอนส์ที่ถูกรักษา ขณะเดียวกัน ฮีลเลอร์ที่ร่วมต่อสู้กับมอนส์ที่ยังมีนิสัยชอบโจมตีมนุษย์ก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนตัวเอกที่ผู้เล่นมารับบทบาท ก็ได้รับการสนับสนุนจากสาวน้อยในขวดแก้ว หรือ “เมลูก้า” ย่ำเข้าสู่การผจญภัยสู่เส้นทางแห่งความฝันและความหวัง ทว่า ยังไม่มีใครรู้ว่า การผจญภัยของพวกเขาจะทำให้อนาคตของโลกต้องสั่นสะเทือน จุดเด่นของเกมส์ Merc Storia สามารถชิญเพื่อนมาช่วยเหลือขณะต่อสู้ได้ตลอดเวลา นอกจากระบบเพื่อนช่วยเหลือแล้ว ยังมีระบบต่าง ๆ อีกมากมายที่เป็นที่ชื่นชอบของเกมเมอร์ เช่น ระบบกิลด์ ที่มีกิลด์จะได้สัมผัสกับฟังก์ชั่นพิเศษอีกมาก แถมยังจะได้ร่วมศึกกิลด์อีกด้วย โดยแต่ละกิลด์นั้นสามารถจุสมาชิกได้สูงถึง 80 คน นอกจากนี้ ตัวเกมส์ Merc Storia ยังมีความน่ารักใสๆสไตล์ญี่ปุ่นอีกด้วย ดาวน์โหลดเกมส์ Merc Storia บน iOS และ Android ได้เร็วๆนี้

13 ที่มาของโลโก้แบรนด์ดังระดับโลก
ความรู้รอบโลก /  ต่างประเทศ / 

โลโก้สินค้าที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อนๆ เคยสังเกตุกันไหมว่า ทำไมแบรนด์นี้ต้องใช้โลโก้แบบนี้? วันนี้เราจะพาไปดู 13 ที่มาของโลโก้แบรนด์ดังระดับโลก ว่าแต่ละอันนั้นมีอความหมายอะไรแฝงอยู่บ้าง .. 13 ที่มาของโลโก้แบรนด์ดังระดับโลก 1. TOYOTA วงกลม 3 ห่วงในโลโก้ของ Toyota คือสัญลักษณ์แทนหัวใจ 3 ดวง ได้แก่ หัวใจของลูกค้า หัวใจของผลิตภัณฑ์ และหัวใจของความก้าวหน้าในเทคโนโลยี 2. McDonald’s ใช่แล้วมันคือ M ตัวแรกของ McDonald’s นั้นแหละ แต่จริงๆมันก็ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรนักหรอก เพียงแต่ในยุค 60 McDonald’s ต้องการที่จะเปลี่ยนโลโก้ แต่ Louis Cheskin ซึ่งเป็นทั้งที่ปรึกษาและนักจิตวิทยาการออกแบบได้ยืนยันว่าโค้งของตัว M นี่แหละคือหนึ่งในความสำเร็จของ McDonald’s และเป็นที่จดจำได้มากที่สุดในโลก 3. Vaio ตอนแรกคุณจะเห็นแค่คำว่า VAIO แต่เมื่อสังเกตให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิด คุณจะเห็นว่าพยัญชนะ 2 ตัวแรกคือสัญลักษณ์ของอะนาล็อก ขณะที่พยัญชนะ 2 ตัวหลังคือเลขฐานสอง 4. Baskin Robbins สังเกตลายเส้นที่เป็นสีชมพูสิ ดูคุ้นๆไหม? มันคือเลข 31 ซึ่งแทนจำนวนรสชาติของไอศกรีมยี่ห้อนี้ 5. Mitsubishi โลโก้ของ Mitsubishi มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างยาวนาน เป็นการผสมกันระหว่างใบโอ๊ค 3 ใบของตระกูลโทสะกับเพชร 3 เม็ดของตระกูลอิวาซากิ เพชร 3 เม็ดคือสัญลักษณ์แทนความน่าเชื่อถือ การรวมเป็นหนึ่งและความสำเร็จ แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น คำว่า Mitsubishi เมื่อแยกกัน Mitsu แปลว่าสาม ส่วน Hishi (แห้ว) ในภาษาญี่ปุ่นจะหมายถึงรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปเพชร 6. Northwest Airlines อันที่จริงโลโก้นี้มีข้อความซ่อนอยู่ 2 จุด ข้อความแรกคือ N กับ W ซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนที่เป็นตราสัญลักษณ์ และข้อความที่ 2 คือรูปสามเหลี่ยมในวงกลมซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศ 7. Amazon สิ่งแรกที่คุณเห็นจากโลโก้ Amazon อาจจะเป็นลูกศรที่มีลักษณะคล้ายใบหน้ายิ้ม ซึ่งหมายถึงความต้องการที่จะทำให้ลูกค้ามีความสุข และลูกศรที่ชี้จาก a ไป z ก็คือสินค้าที่ Amazon นำมาจำหน่ายมีตั้งแต่ a ถึง z นั่นเอง 8. Google เคยสังเกตไหมว่าโลโก้ของ Google มีทั้งหมด 4 สี ซึ่งหมายถึงความเป็นสากล Google ต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่มีกฎเกณฑ์อะไรที่ยุ่งยากและไม่ทำให้โลโก้ดูใหญ่เทอะทะ เพียงเลือกใช้ตัวอักษรกับสีที่เรียบง่ายเท่านั้นเอง 9. Coca Cola หากสังเกตที่ตัว o คุณเห็นอะไรไหม? ไม่เห็นเหรอ..ไม่เป็นไร เพราะคนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นเหมือนกัน อันที่จริงแล้วตรงตัว o มันไปมีส่วนคล้ายกับธงชาติของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีความสุขมากที่สุดในโลก 10. Unilever ยูนิลีเวอร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม น้ำยาทำความสะอาด หรือแม้แต่ของใช้ส่วนตัวอีกมากมาย สังเกตให้ดีในโลโก้ของ Unilever คุณจะเห็นสิ่งสารพัดอยู่ในนั้นทั้ง ผึ้ง นก ข้าวโพด ดอกไม้ ต้นปาล์ม และอีกมากมายอยู่ในตัว “U” สะท้อนให้เห็นว่าคุณสามารถหาทุกสิ่งที่คุณต้องการได้ในผลิตภัณฑ์จาก Unilever 11. Toblerone มันเป็นเพียงภูเขาใช่มั้ย? ดูใกล้ๆคุณจะเห็นรูปร่างของหมีปรากฎอยู่ตรงกลางของโลโก้ภายในภูเขานั่นแหละ นั่นก็เพราะว่าหมีเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นต้นกำเนิดของ Toblerone นั่นเอง 12. FedEx ลูกศรหมายถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ให้คุณสังเกตดีๆระหว่างตัว E และ X คุณจะเห็นลูกศร 13. LG ชีวิตเป็นเรื่องดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเล่นเกมส์ Pac-Man Source : http://issue247.com/around247/famous-logos-that-have-a-hidden-message/, likes.com/misc/10-famous-logos-that-have-a-hidden-message-1 inspirationfeed.com/inspiration/logo-inspiration/30-clever-logos-with-hidden-messages/

แอบส่อง IG เมเปิ้ล แมกซิม อวดหุ่นสวยเซ็กซี่ ในชุดบิกินี่
bikini /  sexy / 

วันนี้ขอนำรูปจาก IG ของสาว เมเปิ้ล เจ้าของมิสแมกซิมปี 2009 นู้น ซึ่งตอนนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในวงการนางแบบ ซึ่งในหน้าร้อนแบบนี้สาวเมเปิ้ล ก็มีอวดหุ่นในชุดบิกินี่มาให้ชมกันด้วยลองไปดูความเซ็กซี่ของสาวคนนี้กัน ภาพจาก IG maples_s เซ็กซี่มากๆ อันนี้ไม่น่าใช่บิกินี่ แต่ก็ตัวจิ๋วมาก แถมท้าย น่ารักสุดๆ

เฉลยเอง! บี้ KPN เจ้าของรหัส(รัก) ส่งช่อผักให้ กุ๊บกิ๊บ
บี้ KPN /  กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ / 

ทำเอาชาวเผือกหาตัวหนุ่มปริศนาเจ้าของรหัส #GGLF กันยกใหญ่ ว่าเป็นใครกันที่ส่งช่อผักช่อโตมาเซอร์ไพร้ส์สาวร่างเล็กอย่าง กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ จนมีกระแสข่าวลือหนาหูว่า หนุ่มคนดังกล่าวจริงๆ แล้วคือพระเอกหน้าตี๋ อาเล็ก ธีรเดช จากนั้นไม่นานฝ่ายหญิงก็รีบออกโรงเคลียร์แทนว่าไม่ใช่หนุ่มอาเล็กตามที่ข่าวออกมา!! ในที่สุดเจ้าของรหัส(รัก)ก็ออกมาเฉลยด้วยตัวเอง ที่แท้คือ บี้ ธรรศภาคย์ หรือ บี้ KPN หนุ่มคนสนิทของ สาวกุ๊บกิ๊บ ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์ภาพช่อผักและข้อความลงไอจีส่วนตัวว่า "เค้าบอกว่า ห่วงใยใคร ให้กินผัก #GGLF #BBLF #livefresh #loveforever #กินผักแล้วสูงนะรู้ยัง #ถ่ายคล่องด้วยนะ #หากันใหญ่ #เฉลยก็ได้ #เค้านี่แหละส่งเอง #แหะๆ " แหมๆ.. หนุ่มบี้ ทำตัวน่าเลิฟขนาดนี้ สาวกุ๊บกิ๊บ ใจอ่อนบ้างรึยังงง??!! ขอบคุณภาพจาก IG : @bie_kpn, @gggubgib36 ภาพIG บี้ KPN บี้ KPN - กุ๊บกิ๊บ บี้ KPN - กุ๊บกิ๊บ บี้ KPN - กุ๊บกิ๊บ บี้ KPN - กุ๊บกิ๊บ บี้ KPN

สาวถูกเป่าเมาแล้วขับ โวมีแบ็คดี โดนปล่อยตัว
ขับขี่ /  ด่านตรวจ / 

ว่อนเน็ต! สาวถูกเป่าเมาแล้วขับโพสต์ภาพใบสั่งอวดมีแบ็คดีโดนปล่อยตัว ชาวโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เกิดกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟสบุ๊คเรารักด่านตรวจ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า ทำไมชอบโพสต์เฟสฯ โดยเป็นภาพที่แคปมาจากเฟสบุ๊คของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งโพสต์ภาพใบสั่งจากด่านตรวจของสถานีตำรวจแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว พร้อมข้อความระบุว่า ไงล่ะ เป่าไปแล้วด้วย ขึ้น 90 ติดคุกสินะ เดชะบุญมีแบคดี เดินออกสวยๆ หลังจากที่เพจดังกล่าวได้โพสต์ภาพนี้ ส่งผลให้มีชาวโซเชียลเข้าวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก หลายความเห็นคิดว่า อาจทำให้ซวยทั้งคนโพสต์และตำรวจที่ยอมปล่อยตัวออกมาประจานตัวเองแท้ๆ MThai News

หนังโลกที่เราอยากดู : White God (2014) - มะหมากบฏ...คน
2014 /  BIOSCOPE / 

White God (2014) - มะหมากบฏ...คน ...นี่คือหนังสงคราม ที่เหล่าฝูงสุนัข ลุกขึ้นมาก่อกบฏกับมนุษย์ !! ภาพยนตร์ฮังการี เจ้าของรางวัลหนังยอดเยี่ยมในสาย Un Certain Regard (เอิง แซเตง เรอการ์ - สายประกวดรอง ซึ่งหนังที่ถูกคัดเลือก มักเป็นงานของผู้กำกับหน้าใหม่ ไปจนถึงหนังที่มีความแปลกใหม่ในการเล่าเรื่อง เช่นหนังไทยที่เคยได้รับเลือกไปฉายอย่าง 'ฟ้าทะลายโจร' ในปี 2000 หรือ 'สุดเสน่หา' ในปี 2002 ซึ่งเรื่องหลังได้รับรางวัลสูงสุดในสายนี้เช่นเดียวกับ White God) ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ฝรั่งเศส เมื่อปี 2014 กระนั้น ชื่อของ กอร์เนล มุนดรักโซ (Kornél Mundruczó) อาจไม่คุ้นหูคอหนังมากนัก แต่เมื่อย้อนไปดูเครดิตของตัวมุนดรักโซแล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะ Pleasant Days หนังเรื่องที่สองของเขาเคยได้รางวัลจากเทศกาลหนังเมืองโลการ์โน ในปี 2002 อีกทั้งมาเยี่ยมเยือนเทศกาลหนังเมืองคานส์อยู่เป็นประจำ ทั้งเรื่อง Johanna ในสายเอิง แซเตง เรอการ์ เมื่อปี 2005 และติดสายประกวดหลักมาแล้วถึงสองครั้ง คือในปี 2008 กับ Delta และ Tender Son: The Frankenstein Project ในปี 2010 ก่อนที่มุนดรักโซจะมาโด่งดังจากหนังเรื่องนี้ โดยหนังยาวทั้ง 5 เรื่องก่อนหน้านี้ของมุนดรักโซ มักเน้นเล่าแง่มุมดราม่ากับตัวละครมนุษย์ที่ผิดแปลกจากสังคม เช่น แก๊งโจรที่สองหนุ่มสมาชิกเป็นไบเซ็กชวลกับเกย์ หรือเด็กหนุ่มที่กลับออกมาจากสถานสงเคราะห์เพื่อพบว่าตนเองไม่ได้รับการต้อนรับจากครอบครัวจึงแก้ปัญหาด้วยการฆาตกรรม รวมไปถึงโจนออฟอาร์ค “Tender Son คือ จุดฟูลสต็อปของประโยคแรกในชีวิตการทำหนังของผม ตอนนี้ผมเติบโตขึ้นมามาก หมดเวลาสำหรับการทำหนังแบบวัยรุ่นแล้วล่ะ” ปัจจุบันเขาอายุ 39 “ผมกำลังสนใจในความคิดซึ่งเรียกร้องฟอร์มที่แตกต่างในการนำเสนอ ในสภาวะที่ศิลปวัฒนธรรมอยู่ในช่วงขาลง ผมต้องการฟอร์มใหม่ๆ ภาษาใหม่ๆ เพื่อจะเข้าถึงคนวงกว้างมากขึ้น” มุนดรักโซเล่าไอเดียความสนใจ ตั้งแต่ได้ฟังบิ๊กไอเดียสั้นๆ ว่ามันคือหนัง ‘สงครามของสุนัขที่ลุกขึ้นก่อกบฏกับมนุษย์’ ที่สำคัญ มันถูกเล่าผ่านจากมุมมองของหมาอีกด้วย...หืม? เข้าถึงวงกว้างมากขึ้นด้วยการเล่าเรื่องจากมุมมองของหมาเนี่ยนะ? “ผมกำลังริเริ่มทดลองเล่นกับ genre ต่างๆ โดยเลือก White God เป็นผลงานชิ้นแรกในชีวิตทางภาพยนตร์ของผมหลังจากนี้” ชื่อหนังที่แสดงนัยยะอย่างแจ่มแจ้งทำให้นักวิจารณ์จำนวนมากหยิบไปเทียบเคียงกับ White Dog (แซมวล ฟูลเลอร์, 1982) ซึ่งเล่าเรื่องสุนัขที่ถูกฝึกพิเศษให้ฆ่าคนผิวดำ “ปัจจุบันระบบชนชั้นวรรณะต้องนิยามกันให้แหลมคมขึ้นกว่าเดิม” มุนดรักโซอธิบายแนวคิดเพิ่มเติมโดยไม่ปฏิเสธการเชื่อมโยงนี้ “ความเหนือกว่าดีกว่ากลายเป็นอภิสิทธิ์ของคนผิวขาวที่เติบโตมาภายใต้ความศิวิไลซ์แบบตะวันตก และแทบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่ยอมใช้ความได้เปรียบนี้เลยสักครั้งหนึ่งในชีวิต ...ใช่แล้ว เรานี่แหละ เราคือสมาชิกของมวลชนเปี่ยมอภิสิทธิ์ ผมเลยอยากทำหนังที่กล่าวถึงความเคียดแค้น ความโกรธเกรี้ยวอันทรงพลังของคนอีกฝั่งหนึ่งพร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ความมั่นอกมั่นใจในตนเองอย่างน่ารังเกียจของพวกคนขาวทั้งหลายอันเต็มไปด้วยคำลวง ความจริงแบบปิดตาข้างเดียวที่สร้างขึ้นด้วยการกักกรอบผู้ที่ถูกจำกัดให้เป็นคนกลุ่มน้อย เพียงเพื่อหวังว่าสักวันเราจะกำจัดเขาได้อย่างสมบูรณ์ ปฏิเสธความเท่าเทียมอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยทฤษฎีรองรับ และไม่เคยเชื่อในการอยู่ด้วยกันอย่างสันติ” อย่างไรก็ดี หนังก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยอารมณ์ธริลเลอร์สยองขวัญสั่นประสาทเพียงนั้น ออกจะเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย (จนถูกนำไปเทียบเคียงกับหนังฟีลกู๊ดอมตะอย่าง Lassie) เพราะมันเล่าถึงความผูกพันระหว่าง ลิลี เด็กหญิงวัยสิบสามกับ ฮาเกน สุนัขพันธุ์ผสมที่ถูกพ่อสั่งให้เอาไปปล่อย (เพราะรัฐบาลฮังการีในหนังออกกฎหมายเก็บภาษีระดับป่าเถื่อนสำหรับเจ้าของที่เลี้ยงสุนัขซึ่งไม่ใช่สายพันธุ์แท้) เมื่อเธอไม่ยอมปล่อยก็ใช้วิธีหลอกล่อกระทั่งเจ้าหมาหายตัวไป เด็กสาวจึงออกตามหาทั้งด้วยความเป็นห่วงและโกรธแค้นพ่อ – ขนานไปกับความพยายามดิ้นรนหาทางกลับบ้านของฮาเกนที่ไม่ได้ลงเอยอย่างสวยงามและชวนซึ้งใจในความอุตสาหะซื่อสัตย์ของ ‘เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์’ อย่างที่เรามักเห็นในหนังญี่ปุ่น แต่กลับต้องพบความโหดร้ายนานา ทั้งเจ้าหน้าที่ที่คอยไล่จับสุนัขจรจัด ขอทานที่ใช้ประโยชน์จากความน่ารักของหมาเพื่อเรียกเงิน และเจ้าของแคมป์ฝึกหมาไว้กัดกันให้คนดูพนันขันต่อ และเมื่อมันถูกจับไปรวมไว้กับสุนัขจรจัดอื่นๆ ในที่คุมขัง ฟางเส้นสุดท้ายจึงขาดสะบั้นและหมดเวลาสำหรับความเชื่อที่ว่า ‘มนุษย์คือเพื่อนที่ดีที่สุดของสุนัข’ แล้วหากมองด้วยมุมแบบไทยๆ ที่ ‘หมา’ เป็นคำด่าติดปากในชีวิตประจำวัน อาจรู้สึกว่านี่ไม่ใช่การเหยียดอีกชั้นหนึ่งของ ‘ผู้กำกับคนขาว’ ต่อ ‘ชนกลุ่มน้อย’ หรอกหรือ? (หรือถ้ามองด้วยมุมมองที่กว้างกว่านั้นก็ยังอาจเกิดคำถามว่า ทำไมเขาจึงเลือกแทนภาพคนเหล่านั้นด้วยสัตว์) ลองฟังมุนดรักโซเล่าต่อในประเด็นนี้ “ผมเลือกใช้สัตว์เป็นภาพแทนการเล่าถึงคนที่ถูกทำให้เป็นกลุ่มน้อยโดยตรง เพราะผมต้องการพูดถึงซับเจ็คต์ที่อ่อนไหวมากๆ นี้ได้อย่างเสรี หลีกเลี่ยงการแสดงภาพที่มีลักษณะต้องห้าม (taboo) ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมจึงเล่าเรื่องของสัตว์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมิตรที่ดีที่สุดของมนุษย์ซึ่งลุกฮือขึ้นต่อต้านนายเก่าและเครือข่ายด้วยความโกรธแค้นหลังถูกทรยศ เพื่อที่การดำรงอยู่ของพวกเขาจะได้ ‘มีคุณค่า’ มากกว่าที่เป็นอยู่ “มุมมองในหนังเรื่องนี้สุนัขเป็นตัวแทนของผู้ที่ตกอยู่ในสถานะ ‘คนชายขอบตลอดกาล’ และนายคือพระเจ้า ...คาแร็กเตอร์ของ ‘พระเจ้า’ นี่แหละที่ผมสนใจ พระเจ้าผิวขาวจริงหรือ? หรือแต่ละคนมีพระเจ้าเป็นของตนเองกันแน่? เพราะเอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่คนขาวทำเป็นและทำได้ดีก็คือการออกคำสั่งกับการล่าอาณานิคมในบริบทต่างๆเท่านั้น” ก่อนจะเผยแรงบันดาลใจหนึ่งที่มีส่วนสำคัญสำหรับทิศทางนี้ว่า “สำหรับงานศิลปะ การอธิบายความจริงอันไร้กาลเวลาด้วยวิถีใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องยาก กระทั่งผมได้พบกับงานเขียนของ (J. M. Coetzee) ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ปลดปล่อยตัวเองอย่างแรง หนังสือของเขาแสดงให้เห็นมิติที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างอีกชั้นหนึ่งเสมอ แม้กระทั่งในบริบทหรือพื้นที่ซึ่งถูกจัดให้เป็นชายขอบของชายขอบแล้วก็ตามที ผมจึงเริ่มคิดถึงสัตว์ในฐานะสิ่งมีชีวิตซึ่งมีปัญญา มีเหตุผล และถูกกดทับใช้ประโยชน์จากมนุษย์ตลอดมา ก่อนจะคิดหาวิธีถ่ายหนังโดยใช้สุนัขจำนวนมากให้ได้และให้ทั้งตัวละครเด็กสาวกับสุนัขเป็นภาพสะท้อนซึ่งกันและกัน ในภาวะที่ทั้งคู่ต้องสูญเสียความเยาว์วัยและความบริสุทธิ์ทางจิตใจไปพร้อมๆ กัน” (สุนัขที่เขาใช้ถ่ายทำล้วนเคยอยู่ในสถานอภิบาลสัตว์จรจัด และทั้งหมดได้บ้านใหม่หลังจากถ่ายหนังเรื่องนี้จบ “ประสบการณ์ในการถ่ายทำบอกผมว่า หนังเรื่องนี้ถือเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยมที่แสดงให้เห็นความร่วมมือระหว่างสองเผ่าพันธุ์”) เช่นเดียวกับในบริบทสังคมภาพกว้างที่อ้างอิงถึงเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ที่ยังคงทำงานอยู่ White God ก็ทำงานกับสังคมฮังการีในปัจจุบันด้วย “ผมมองว่านี่คือการวิพากษ์ฮังการีในอนาคต เมื่อกฎอันคับแคบทำงานเหนือมวลชนกลุ่มใหญ่ ซึ่งสภาวการณ์เช่นนี้กำลังกัดกินไปทั่วทวีปยุโรป นักการเมืองถูกลดรูปเป็นเหมือนแค่เรียลิตีโชว์ที่เรากดโหวตคนนี้ขึ้น เอาคนนั้นออก ผมมองว่าความตึงเครียดลักษณะนี้เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง หากเรามองมันอย่างผิวเผิน ในอนาคตก็จะถึงเวลาที่ประชาชนลุกฮืออย่างไม่อาจต้านทาน ทั้งหมดนี้ผมทำภายใต้การนำเสนอภาพกรุงบูดาเปสต์ในแบบที่ร่วมสมัยที่สุด ให้หลุดจากภาพจำในหนังยุโรปตะวันออกที่มักผูกติดกับภาพแบบยุคหลังโซเวียต ผมโฟกัสที่สภาพความเป็นจริงที่ว่า เราดำรงอยู่ภายใต้ผลลัพธ์จากความโกลาหลครั้งใหญ่ ความไม่แน่นอนที่ฝังรากลึก และความไม่มั่นคงที่ทำให้เราไม่อาจวางแผนหรือคาดการณ์อนาคตระยะยาวได้เลย” White God จึงประกอบไปด้วยโครงสร้างที่หยิบจับลักษณะเด่นของหนังแต่ละประเภทมารวมกัน มีทั้งความเป็นเมโลดรามา หนังผจญภัย และหนังล้างแค้น “ทั้งหมดที่ว่ามานี้มีอยู่จริงในสังคมยุโรปตะวันออกนะครับ บางคนมีชีวิตแบบละครน้ำเน่าในขณะที่คนอื่นๆ อยู่กันแบบหนังธริลเลอร์ เราเห็นมันเปลี่ยนไปมาง่ายพอๆ กับกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวี การคว้าจับ genre ต่างๆ ขึ้นมารับใช้ไอเดียสำคัญเพียงประเด็นเดียวถือเป็นเรื่องตื่นเต้นสำหรับตัวผมเอง ผมอยากรู้ว่าเราใช้ภาพจำซ้ำซากควบคู่ไปกับความจริงแท้ได้ไหม ตอนนี้ผมมองว่ามันอยู่ใกล้กันมากจนเริ่มรุกล้ำซึ่งกันและกัน” และท่าทีแบบหนึ่งที่เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ใช้ในหนังเรื่องนี้แน่นอนก็คือการล้อเลียนแบบ parody “เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องตลก และผมทำหนังเรื่องนี้เพื่อตั้งคำถามทางจริยธรรมที่สำคัญมาก ผู้ชมต้องเดินทางมาถึงจุดที่ผมแถลงสาร พร้อมหัวใจที่เต้นระรัว” ตัวอย่างภาพยนตร์ https://www.youtube.com/watch?v=kIGz2kyo26U เบื้องหลังการถ่ายทำ https://www.youtube.com/watch?v=5xU4sw0Brg4

สมัครงานครั้งแรกอย่างไรให้ถูกใจ หลังเรียนจบ
จบมหาลัย /  สมัครงาน / 

กลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับน้องๆ กันเสียแล้ว ที่หลายคนยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นสมัครงานที่ไหน อย่างไรดี หรือควรจะมีวิธีการเลือกงานแบบไหน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ในความสามารถที่เรามีหรือศึกษามา วันนี้เรามาติดตาม 5 ข้อแนะนำในการสมัครงานครั้งแรกอย่างไรให้ถูกใจ หลังเรียนจบ กันค่ะ สมัครงานครั้งแรกอย่างไรให้ถูกใจ หลังเรียนจบ 1. ทำความเข้าใจตัวเองให้ดีก่อน รู้สิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ชอบ จุดอ่อน จุดแข็ง สิ่งที่มี สิ่งที่ขาด ก่อน ถ้าเรายังไม่รู้ตัวเอง การที่จะนำเสนอตัวเองให้บริษัทเลือกเราไปทำงานจะเป็นเรื่องยากมาก หากรู้ถึงจุดแข็ง เราจะนำจุดแข็งนั้นไปช่วยทำงานให้องค์กรอย่างไร หากรู้ถึงจุดอ่อน เราจะปรับปรุงจุดอ่อนนั้นอย่างไร เราจะพัฒนาตัวเองอย่างไร 2. ตั้งเป้าบริษัทหรือประเภทงานที่อยากทำตั้งแต่ก่อนขึ้นปีสุดท้ายของการศึกษา ปีสุดท้ายอย่าเรียนอย่างเดียว มันคือเวลาที่เราควรเตรียมพร้อมก่อนโดนถีบออกไปเจอโลกความเป็นจริง ควรใช้เวลาปีสุดท้ายของการศึกษาสร้างผลงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่อยากเข้าไปทำ 3. มองหาที่ๆคิดว่าเหมาะกับตัวเอง การขอคำปรึกษาจากผู้อาวุโส หรือเพื่อน เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่อย่าเชื่อตามที่เขาพูดทั้งหมด เพราะชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน นิสัยไม่เหมือนกัน เติบโตมาไม่เหมือนกัน คำว่าดีของเขา อาจจะไม่เหมาะกับเราก็เป็นได้ ควรเลือกบริษัทที่เหมาะกับตัวเรา และสามารถไปต่อได้ในระยะยาว 4. สมัครให้เยอะ แต่หวังให้น้อย และเป็นตัวของตัวเอง สมัครไว้หลาย ๆ ที่ที่เราอยากทำ ทำให้ดีที่สุด แต่อย่าหวังว่าทุกที่จะต้อนรับคุณ เวลาสัมภาษณ์ เวลาเจอคำถามให้อย่างที่เราคิด และมั่นใจ ต่อให้เขาไม่ชอบคำตอบเรา แต่ถ้ากลั่นกรองมาจากความคิดเราเองดีแล้ว ก็คิดเสียว่าองค์กรหรืองานนั้น ๆ ไม่เหมาะกับเรา 5. ตัดสินใจเลือกที่ ๆ เราถูกใจที่สุด ใช้เวลาให้กับตัวเองตัดสินใจบริษัทที่เราจะเข้าไปทำ เพราะการเข้าไปทดลองทำงานแล้วลาออกบ่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องดี เพราะถ้าที่ทำงานใหม่สืบเจอ เค้าคงไม่อยากเอาคุณแน่ ๆ คำถามในหัวเขา คือ “แล้วจะรู้ได้ไงว่าคุณออกจากที่เก่า มาหาเราแล้วคุณจะไม่ออกภายในไม่กี่เดือนอีก” ที่มา: wegointer, nicezstory

หนึ่ง อภิวัฒน์ ส่งซิงเกิ้ลสอง รักอยู่ พร้อม MV น้ำตาท่วมจอ
1Apiwat /  Close your eyes and see / 

<ดูมิวสิควีดีโอเพลง รักอยู่> ต่อยอดความสำเร็จ จากเพลง ชุดวิวาห์ ที่ฮิตติดชาร์ตไปแล้วทั่วประเทศ สำหรับผลงานเดี่ยวของ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท กับอีพีอัลบั้ม Close Your Eyes and See ภายใต้สังกัด โมโนมิวสิค ล่าสุด กับผลงานเพลงใหม่ อันดับที่ 2 ในเพลง รักอยู่ เพลงที่จะเป็นสื่อกลางที่จะบอกให้ทุกๆ คน รู้ว่า การที่คนสองคนมีความรักให้กัน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้น ย่อมมีเรื่องที่คิดเห็นต่างกันบ้าง มีทะเลาะกันบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการใช้ชีวิตคู่ ก็คือ การที่คนทั้งสองคนมีความเชื่อมั่นในกันและกัน และมิวสิควีดีโอ ก็มีให้ได้ชมกันแล้วด้วย ขอบอกว่า น้ำตาท่วมจอ เลยทีเดียวเชียวแหละ เราไปฟังเพลง รักอยู่ จาก หนึ่ง อภิวัฒน์ เวอร์ชั่นสด จากรายการ Entertainment Now ทางช่อง MONO 29 กันสักหน่อย ฉันเคย พลาดไป ฉันเคย ผิดไป ทำให้เธอต้องเคืองประจำ เธอคนเดียวที่ยังเข้าใจ รักกัน เพียงใด รู้ใจ เท่าไหร่ มันก็มีไม่ตรงใช่ไหม ใครจะดีกันได้ทุกวัน ถึงแม้บางครั้งเราไม่เหมือนกัน แต่มันไม่ทำให้เราเปลี่ยนไป เพราะว่าทุก ๆ ครั้งที่ฉันเห็นและสัมผัส มองนัยน์ตาเธอ กุมมือเธอก็รู้ว่ารักอยู่ตรงนั้น ไม่เคยจะไปไหน วันและเวลาทำให้เราพบคำตอบ รักไม่ซับซ้อน ไม่เรียกร้องข้อแม้มากมายขนาดนั้น ถ้าเราได้เข้าใจ แม้เธอ น้อยใจ แม้เรา ผิดใจ ก็ยังดีกว่าเธอหายไป จะทำไงถ้าเธอคนนี้ไม่อยู่ ถึงแม้บางครั้งเราไม่เหมือนกัน แต่มันไม่ทำให้เราเปลี่ยนไป เพราะว่าทุก ๆ ครั้งที่ฉันเห็นและสัมผัส มองนัยน์ตาเธอ กุมมือเธอก็รู้ว่ารักอยู่ตรงนั้น ไม่เคยจะไปไหน วันและเวลาทำให้เราพบคำตอบ รักไม่ซับซ้อน ไม่เรียกร้องข้อแม้มากมายขนาดนั้น ถ้าเราได้เข้าใจ จะมองข้ามไป เรื่องไม่สำคัญ ใจความสำคัญก็คือรักแท้ ขอให้เธอเป็นเธอ คนที่รักเมื่อวาน สองเราเป็นอย่างไร ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งนั้น เชื่อในกันและกัน เหมือนวันแรกที่บอกรัก เพราะว่าทุก ๆ ครั้งที่ฉันเห็นและสัมผัส มองนัยน์ตาเธอ กุมมือเธอก็รู้ว่ารักอยู่ตรงนั้น ไม่เคยจะไปไหน วันและเวลาทำให้เราพบคำตอบ (พบคำตอบ) รักไม่ซับซ้อน ไม่เรียกร้องข้อแม้มากมายขนาดนั้น (ไม่เรียกร้องใด ๆ) ถ้าเราได้เข้าใจ ไม่ว่าอะไร เรายังมีกันและกัน ให้จำเอาไว้ ยังมีใจความสำคัญ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ไม่ว่าอะไร เรายังมีกันและกัน ให้จำเอาไว้ ยังมีใจความสำคัญ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ ฉันรัก รักเธอ —————————————————————— Executive Supervisor : Ratchapol Chitpuengtham Executive Producer : M.L Pittayakorn Rajani Producer : 1Apiwat Lyrics, Melody, Arrangement : 1Apiwat ,Mac Saran Keys : Mac Saran All other instruments, chorus : 1Apiwat Mix and Mastering : Matt Marrin Mix Coordinator : Noom Prachya Guitar Tech Assistant : O Jetset’er

เบนซ์-มิค ไม่เครียด ความหวังใหม่ผลิตทายาทของตระกูลหิรัญยัษฐิติ
มิค บรมวุฒิ /  เบนซ์ พรชิตา / 

ต้องยอมรับว่าคู่ของสาว เบนซ์ พรชิตา กับหนุ่ม มิค บรมวุฒิ เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่น่ารัก แถมหลายคนกำลังลุ้นว่าเมื่อไหร่จะมีทายาทสักที เพราะก่อนหน้านี้สาวเบนซ์เองก็เพิ่งจะผ่าเนื้องอกที่มดลูกไปหมาดๆ ซึ่งตอนนี้ก็ปลอดโปร่งแต่ติดอยู่ตรงที่ตอนนี้สาวเบนซ์ต้องเร่งถ่ายละครทายาทอสูรให้เสร็จสิ้นซะก่อนที่จะพักยาวและเดินหน้าปั๊มทายาทอย่างจริงจัง เพราะตอนนี้ครอบครัวของหนุ่มมิคเองก็ลุ้นอยากที่จะมีหลานปู่หลานย่าบ้าง ก็คู่ของชายกับวิกกี้แต่งงานกันมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีทายาทให้สักที งานนี้เลยต้องตกหนักที่คู่ของเบนซ์กับมิคนี่แหละค้า...ที่เป็นความหวังให้กับครอบครัวหิรัญยัษฐิติเต็มๆ โถช่วงนี้ทั้งเบนซ์กับมิคต่างก็ซุ่มซ้อมเลี้ยงหลานและยังทำรายการเกี่ยวกับเด็กอยู่ด้วย ถ้ามีลูกเป็นของตัวเองคงจะแฮปปี้มากขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน เบนซ์-มิค เบนซ์-มิค เบนซ์-มิค

เริ่ดเฟ่อ! 8 โรงแรมไอเดียสุดเก๋ ทัศนียภาพสุดเจ๋ง
รีสอร์ทน่ารัก /  โรงแรมดีไซน์เก๋ / 

หลายต่อหลายครั้ง ที่ travel.mthai.com ได้นำเสนอโรงแรมที่มีไอเดียเก๋ ๆ ด้วยแนวคิดที่แปลก ร่วมสมัย บวกกับการได้เห็นความงดงามของธรรมชาติ ที่แต่ละแห่งบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมา คราวนี้เราได้ไปพบเจอเพิ่มเติม จึงนำมาให้ท่านสมาชิกได้ชมกัน รับรองว่า แต่ละแห่งคือสุดยอดแห่งความงามและแนวทางความคิดที่ยอดเยี่ยม เริ่ดเฟ่อ! 8 โรงแรมไอเดียสุดเก๋ ทัศนียภาพสุดเจ๋ง 1. NHOW BERLIN- A MUSIC & LIFESTYLE HOTEL , Germany  โรงแรมสำหรับคนรักดนตรี มีเครื่องดนตรี ห้องบันทึกเสียงให้คุณได้สนุกเพลิดเพลิน บรรยากาศห้องพักก็สวยล้ำ    2. HOTEL PUERTA AMERICA- MADRID , Spain  โรงแรมนี้ถูกตกแต่งในสไตล์ล้ำอนาคต เห็นแล้วรู้สึกเหมือนกำลังนอนอยู่บนยานอวกาศยังงั้นแหละ    3. AMANGIRI LUXURY RESORT- UTAH , USA รีสอร์ทท่ามกลางหุบเขากลางทะเลทรายของรัฐยูทาห์ ให้คุณสัมผัสทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาอย่างเต็มที่    4. WHITEPOD ECO LUXURY HOTEL- SWITZERLAND รีสอร์ทสุดหรู ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ห้องพักตกแต่งเก๋ ๆ ด้วยโดมใส 5. HOTEL 7 PARIS , France โรงแรมดีไซน์สุดล้ำ ด้วยแสงของไฟนีออนสาดส่อง สร้างอารมณ์ผ่อนคลายและโรแมนติกสำหรับคู่รักได้ดีทีเดียว    6. THE MADONNA INN- SAN LUIS OBISPO, CALIFORNIA , USA รีสอร์ทสุดน่ารัก ที่ตกแต่งในสไตล์วินเทจ โดดเด่นด้วยผนังฉลุลายสวยงาม พร้อมสีลูกกวาดสุดหวานแหวว    7. PELIROCCO- THE ORIGINAL ROCK & ROLL BOUTIQUE HOTEL , England โรงแรมสไตล์ ร็อกแอนด์โรลล์ ตกแต่งแบบเรโทร เอาใจวัยเก๋าขาร็อก กับบรรยากาศเพี้ยน ๆ สุดคลาสสิก    8. LA PLAGE CASADELMAR, CORSICA รีสอร์ทสุดหรูบนเกาะคอร์ซิกา คุณจะมองเห็นความงามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แบบลืมไม่ลงเลยล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก : fashionhouseglobal.com/travel เรื่องและเรียบเรียงโดย : MuzTong - Travel MThai

จงหลงรัก ผู้หญิงเลี้ยงหมา! เหตุผลที่หนุ่มๆควรคบสาวที่เลี้ยงหมา
คนรักเลี้ยงหมา /  คู่รัก / 

ผู้หญิงเลี้ยงหมา ? ต่างกับผู้หญิงธรรมดายังไง? ถึงแม้มันจะดูไม่ต่างอะไร แต่จริงๆแล้วเราเข้าใจคุณผู้ชายได้มากกว่านะ เพราะคิดดูว่าขนาดน้องหมาพูดไม่ได้ เรากลับเข้าใจเขาและดูแลรักเขาดียิ่งกว่าแฟนเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้นเรายังพร้อมจะแบ่งเวลาเพื่อมาดูแลอีกต่างหาก โอ้ยและอีกหลายร้อยเหตุผล และนี่คือเหตุผลที่ คุณผู้ชายควรจะคบกับ ผู้หญิงเลี้ยงหมา! เราชอบเดินเล่น ชมธรรมชาติ สำรวจ ผู้คนปัจจุบันฝักใฝ่หาแต่ความเป็นที่หนึ่ง ความสุขในระหว่างทางหดหาย แต่ไม่ใช่กับเราหรอกค่ะ เพราะเราชอบสำรวจ ชอบเดินเล่น พาหมาไปนู่นไปนี่ เราชอบใช้ชีวิตง่ายๆไม่ยุ่งยาก ผ่อนคลายและเป็นตัวเอง คนเลี้ยงสุนัขก็เหมือนสุนัขนั่นล่ะค่ะ ชอบสำรวจ พักผ่อน ใช้ชีวิตแค่นั้นเอง เราไม่กลัวสกปรก แน่นอนว่าถ้าเราเลี้ยงหมา เราไม่ห่วงเรื่องความสกปรกอยู่แล้ว หมาทุกตัวมีความซุกซน อึไปทั่ว เล่นกับทรายเล่นกับดิน โลกนี้มันสั้นเกินกว่าจะกลัวนู่นนี่มากมายนะ หมาเดินด้วยเท้าเปล่า เดินไปข้างนอก บางทีก็เดินเข้าบ้าน นอนบนโซฟากับเรา ซึ่งเราไม่สนอยู่แล้ว เราเข้าใจชีวิตว่ามันไม่จำเป็นต้องเป๊ะสะอาดอ่องตลอดเวลา แค่มีความสุขและได้รักโลกใบนี้ก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นจะเจอสาวหวานคุณหนูอี๋แหวะน่ะ ไม่ใช่กับเราแน่นอน เราขี้เล่น เรารู้ว่าควรเล่นกับหมายังไง มีวิธีหลอกล่อ แกล้ง หรือเอนจอยกับสิ่งที่หมาทำ ไม่ว่าจะกลิ้งไปกับพื้นกับหมา ให้หมาคลุกคลีด้วย จำได้มั้ยล่ะว่าครั้งสุดท้ายที่คุณได้เกลือกกลิ้งบนพื้นครั้งสุดท้ายน่ะตอนไหน เรามีความสุขได้สุดๆได้ปลดปล่อยโดยไม่ต้องกินเหล้า ปาร์ตี้เลยนะ เราเข้าใจความหมายของคำว่ารักอย่างไม่มีเงื่อนไข ความรักระหว่างหมากับคนน่ะ มันช่างบริสุทธิ์ไร้ซึ่งผลประโยชน์ใดๆ หมาก็รักเราในแบบที่ไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าเราจะอ้วนจะเผละ จะทำเรื่องแย่ๆมาก็ตาม เช่นเดียวกัน เมื่อเรารักใคร เราก็รักอย่างไม่มีเงื่อนไขเช่นเดียวกัน โชคดีจริงๆ คนที่มาเดทกับเราน่ะ เรารู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรพูด เมื่อไหร่ที่ควรลงมือ เช่นเดียวกับหมาที่รู้ว่า เมื่อไหร่ควรเห่า เมื่อไหร่ควรกัด เราไม่ได้มีดีแต่พูดเหมือนผู้หญิงทั่วๆไป หรือปากเปราะบ่นนู่นนี่ไปทั่ว  เรารู้วิธีที่จะป้องกันตัวเอง และรู้กาลเทศะได้ดี เราไม่กลัวที่จะต้องจัดการเกี่ยวกับ "อึ" คนเลี้ยงหมา ยังไงก็ต้องเก็บอึ ทุกวันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เราต้องใช้ความอดทนอดกลั้น เช่นเดียวกับเรื่องแย่ๆในชีวิต เราผ่านเรื่องเลวร้ายหรือความเหนื่อยยากมาบ่อยๆ หรือต้องรับฟังเรื่องต่างๆจากคนรอบข้าง เราก็ทำได้ เราไม่กลัวอยู่แล้ว เราไม่ใช่พวกขี้แง ติดคุณผู้ชาย เราถูกเติมเต็มด้วยความเป็นมนุษย์เต็มตัว เราไม่ใช่คนเหงาที่จะต้องคอยให้คุณมาดูแลเอาอกเอาใจ เรามีหมาที่เป็นเหมือนเพื่อนของเรา ไม่ทำให้เราเหงา เราไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายบนโลกใบนี้ เพราะเราไม่เคยต้องถวิลหาความรักจากไหน แค่สนุกกับการผจญภัยในทุกๆวัน อิสระ เป็นตัวเองในแบบที่เป็นธรรมชาติ  ถ้าใครไม่ชอบผู้หญิงขี้แย จุกจิก เยอะ เรานี่แหละ ผู้หญิงที่คุณเฝ้ารอ   ที่มา Elitedaily เรียบเรียงโดย Women Mthai Team        

ททท. เปิดตัว “วันธรรมดา น่าเที่ยว...เหนือ” กับ 4 แพ็คเกจสุดคุ้ม
การท่องเที่ยว /  วันธรรมดาน่าเที่ยว / 

ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ ร่วมกับพันธมิตร จัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวภาคเหนือวันธรรมดา (วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี) ในราคาพิเศษ “วันธรรมดา น่าเที่ยว...เหนือ” เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางท่องเที่ยวและเพิ่มการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและการบริการการท่องเที่ยวในวันธรรมดา ซึ่งจะช่วยลดการกระจุกตัวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาวต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้เกิดกระแสความต้องการเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดาในภูมิภาคภาคเหนือมากยิ่งขึ้น โดยโครงการนี้เริ่มดำเนินการมา ททท. เปิดตัว “วันธรรมดา น่าเที่ยว...เหนือ” กับ 4 แพ็คเกจสุดคุ้ม ด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลหรือวันหยุดยาว ประกอบกับแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคภาคเหนือนั้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยชื่นชอบ ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม อาหารอร่อย ผู้คนน่ารักอัธยาศัยดี และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปได้ไม่ลำบาก จึงเกิดภาวะอุปสงค์การท่องเที่ยวไม่เพียงพอในช่วงเทศกาลเมื่อเทียบกับอุปทาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงมีแนวทางที่ในการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือวันธรรมดาให้มากยิ่งขึ้นตามแนวคิด “เปลี่ยนวันว่างให้เป็นวันเศรษฐกิจ” จึงกำหนดจัดโครงการ “วันธรรมดาน่าเที่ยว” ประจำปี 2558 นางปนัดดา จันทร์ปัญญา ผู้อำนวยการกองตลาดภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ภูมิภาคภาคเหนือได้ร่วมกับพันธมิตรจัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวภาคเหนือวันธรรมดา (วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี) ในราคาพิเศษ “วันธรรมดา น่าเที่ยว...เหนือ” เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางท่องเที่ยวและเพิ่มการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและการบริการการท่องเที่ยวในวันธรรมดา ซึ่งจะช่วยลดการกระจุกตัวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาวต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้เกิดกระแสความต้องการเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดาในภูมิภาคภาคเหนือมากยิ่งขึ้น โดยโครงการนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม - กันยายน 2558 พันธมิตรที่ร่วมโครงการมีจำนวนกว่า 70 แห่ง ประกอบด้วย สายการบิน “ไทยสมายด์” บริษัทรถเช่า “ชิค คาร์เร้นท์“ (Chic Car Rent) แหล่งท่องเที่ยว 3 แห่ง ได้แก่ Night Safari, Flight of the Gibbon และปางช้างแม่ตะมาน พร้อมด้วยโรงแรมที่พักในภูมิภาคภาคเหนือกว่า 60 แห่ง เช่น ดาราเทวี เชียงใหม่ (The Dhara Dhevi Chiangmai) เลอเมอริเดียน (Le Meridien) แชงกริล่า เชียงใหม่ (Shangri LaChiangmai) ศาลาลานนา เชียงใหม่ (SalaLanna Chiangmai) รติลานนา (RatiLanna) บ้านไทยวิลเลจ (Banthai Village) ปานวิมาน (PanvimanChiangmai) มอนทิส (Montis) ปายฮอทสปริงสปารีสอร์ท (PaiHotspring Spa Resort) เป็นต้น    แพ็คเกจท่องเที่ยวมีทั้งหมด 4 แพ็คเกจ ได้แก่           1. แพ็คเกจ 1 “พักเพลิน....ขับชิลล์” จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และปาย               แพ็คเกจประกอบด้วยที่พัก พร้อมด้วยรถเช่า (3 วัน 2 คืน)               ในราคาเริ่มต้นเพียงท่านละ 1,999 บาท หรือ 3,999 บาท /2 ท่าน           2. แพ็คเกจ 2 “คุ้มกว่าใคร....ไปเป็นคู่” จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย               แพ็คเกจประกอบด้วยตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่               หรือกรุงเทพฯ-เชียงราย จากสายการบินไทย สมายล์ พร้อมด้วยที่พักและรถเช่า (3 วัน 2 คืน) ในราคาเริ่มต้นเพียงท่านละ 4,999 บาท หรือ 9,999 บาท / 2 ท่าน           3. แพ็คเกจ 3 “เที่ยวสนุก....กินสนั่น” จังหวัดเชียงใหม่               แพ็คเกจประกอบด้วยที่พัก (3 วัน 2 คืน) และบริการนำเที่ยว 1 วัน (Tour 1 day trip)               ในราคาเริ่มต้นเพียงท่านละ 4,499 บาท หรือ 8,999 บาท / 2 ท่าน           4. แพ็คเกจ 4 “ว้าว....แพ็คเกจ” Buy 1 Get 1 จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดสุโขทัย               ในราคาเริ่มต้นเพียงท่านละ 1,800 บาท หรือ 3,600 บาท / 2 ท่าน (3 วัน 2 คืน)   นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมและติดต่อจองแพ็คเกจได้ที่ www.budgetd.com/tatnorth ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  - thai.tourismthailand.org -

อิมเมจ สุธิตา โชว์พลังเสียงเรียกน้ำตา ในงานเปิดตัว La famille Bélier
La famille Bélier /  นนท์ ธนนท์ / 

ถือเป็นหนังกระแสแรงที่เรียกน้ำตาคนดูตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ออกมา สำหรับภาพยนตร์ La famille Bélier ร้องเพลงรักให้ก้องโลก โดยเมื่อค่ำวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา บริษัทมงคลเมเจอร์ นำโดย คุณชมศจี เตชะรัตนประเสิรฐ รองประธานฝ่ายขายบริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์ขึ้นกลางโรงภาพยนตร์สยามภาวลัย ท่ามกลางผู้ชมกว่า 1000 คน คุณชมศจี เตชะรัตนประเสิรฐ "สำหรับบริษัทมงคลเมเจอร์ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสหมงคลฟิล์ม เป็นบริษัทที่นำหนังต่างประเทศเข้ามาฉาย ในเมืองไทยปีปีหนึ่งมีมากกว่า 50 เรื่อง แต่ต้องยอมรับว่าตลาดหนังต่างประเทศในเมืองไทยนั้นสัดส่วนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นของหนังฮอลลีวู้ด แต่เรายังเชื่อในความหลากหลายของกลุ่มคนดูหนัง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ดูหนังคุณภาพ หนังที่ไม่ได้เน้นที่ทุนสร้าง หน้านักแสดง แต่เน้นที่เนื้อหา เรื่องราว และความประทับใจ และคิดว่าผู้ชมที่ได้ชมต้องประทับใจกับภาพยนตร์เรื่องนี้ แน่นอนค่ะ โดยในวันนี้ทางเราได้จัดกิจกรรมการกุศลในการจำหน่าย เสื้อยืดจากาพยนตร์เพื่อใช้เพื่อนำรายได้ทั้งหมด มอบให้แด่มูลนิธิคนหูหนวกแห่งประเทศไทยอีกด้วยค่ะ " หลังจบแถลงการณ์ จากคุณชมศจี เตชะรัตนประเสิรฐ ก็เข้าสู่ช่วงโชว์ของสาวน้อยเสียงมหัศจรรย์ อิมเมจ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ ที่เปิดตัวกลางโรงภาพยนตร์พร้อมโชว์ร้องเพลง "Je Vole เฌอโวล" เพลงประกอบจากภาพยนตร์ La Famille Belier ซึ่งสะกดคนดูแบบอยู่หมัดด้วยพลังเสียงสุดประทับใจ อิมเมจ สุธิตา "อิมเมจอินกับเพลงในเรื่องมากค่ะ เป็นหนังที่มีเพลงเพราะทุกเพลง เหมือนเพลงจะบอกเราว่า เด็ก ๆ อย่างพวกเรา บางทีก็ไม่รู้หรอกนะว่า จะทำตามความฝันได้สำเร็จไหม ขอให้แค่สนุกไปกับฝันของเราก็ทำให้เรามีความสุขแล้ว ตรงนี้มั้งค่ะที่ตัวนางเอกของเรื่องกับ อิมเมจคล้ายกัน โดยเฉพาะเรื่องที่คุณพ่อ คุณแม่ทำเพื่อเราด้วย" และนอกจากโชว์สุดพิเศษจากน้องอิมเมจแล้ว 3 หนุ่มจากเวที เดอะวอยซ์ นำทีมโดย น้องนนท์ ธนนท์ จำเริญ, น้องโอม นวพล จากค่าย Iam และ น้องโอปอล์ ประพุทธ์ พิมพามา จาก เวที The Voice Season 2 ขึ้น ร่วมพูดคุยถึงแรงบันดาลใจที่พวกเขาได้รับจากาพยนตร์เรื่องนี้บนเวทีด้วย นนท์ ธนนท์ เป็นหนังที่ดีงาม ผมชอบมาก เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดีที่สุดในปีนี้ที่ได้ดู หนังสวยงามครบรสประทับใจอุ่นกับความเป็น"ครอบครัวมากครับ" โอม นวพล "ผมประทับใจตรงที่ หนังเรื่องนี้ทำให้เรากล้าที่จะวิ่งตามความฝันของตัวเอง" โอปอล์ ประพุทธ์ "ประทับใจนักแสดงทุกคน ชอบที่หนังบอกเราว่า ความสำเร็จอาจจะไม่ได้หมายถึงชัยชนะ แต่คือความรักจากคนระหว่างทางที่เราได้รับ" โดยหลังจบงานทางมงคลเมเจอร์ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ตีแยรี วีโต เอกอัครราชทูตประเทศฝรั่งเศส, คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานบริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, คุณกิลเบิร์ต ลิม รองประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายต่างประเทศ และ ดอกเตอร์ พีระวัฒน์ ชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด พันธมิตรผู้ร่วมจัดงานในวันนี้ถ่ายภาพร่วมกันบนเวที La famille Bélier ร้องเพลงรักให้ก้องโลก เปิดฉายรอบพิเศษ เฉพาะรอบ 2 ทุ่ม ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. - 3 มิ.ย. นี้ และ ฉายจริงในวันที่ 4 มิ.ย. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ La famille Bélier ได้ที่นี่เลย --------------------------------------