คำว่ารักของเราต่างกัน

10 เรื่องต้องรู้! เกี่ยวกับ vagina ( น้องสาว ) ที่คุณสาวควรรู้เอาไว้
vagina /  ของสงวน / 

สาวๆทุกคน เกิดมาพร้อมกับสิ่งๆหนึ่งที่เอาไว้บ่งบอกว่าคุณเป็นผู้หญิง แหม่ .. สิ่งนั้นแหละค่ะ แต่คุณรู้จักน้องสาวสุดที่รักของคุณมากแค่ไหนกันเชียว แม้น้องสาว (Vagina) คนนี้อยู่กับเรามาตั้งแต่ในท้องแม่  แต่หลายคนคงไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักหรอก แต่ห้ามชะล่าใจค่ะ  วันนี้เรานำ 10 เรื่องราวที่คุณคง"ต้องเรียนรู้ " เกี่ยวกับน้องสาว ลองดูกันว่าคุณจะรู้กี่ข้อ 1. คำว่า vagina (วาไจน่า) มาจากภาษาลาติน vaginae แปลว่าปลอมหุ้ม (พวกซองหนังใส่ปืน ใส่มีด) 2. น้องสาว เป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์ เพราะสามารถขยายความกว้างได้อย่างน้อย 200 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว 3. น้องสาว กับ ปลาฉลามมีบางอย่างที่เหมือนกัน  สารหล่อลื่นภายในน้อยสาวนั้นเป็นสารเดียวกับน้ำมันตับปลาฉลาม 4. ตามสถิติโลกแล้ว มีคนเคยใช้กล้ามเนื่อน้องสาวยกของหนัก 14 กิโล (เอ่อ.... แข็งแรงจริงๆเลย) 5. คลิตอริส นั้นเหมือนภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่คุณเห็นอาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ยังมีส่วนอื่นๆที่สามารถกระตุ้นความรู้สึกได้เช่นเดียวกัน เช่นด้านข้างและบริเวณใต้ผิวหนัง 6. สถิติ biggest vagina เป็นของ Anna Swan ผู้ให้กำเนิดทารกที่หนักร่วม 12 กิโลกรัม ขนาดของหัวเด็กใหญ่ ถึง 19 นิ้ว 7. การกินจะส่งผลต่อกลิ่นของน้องสาว ถ้ากินของฉุนเช่น กระเทียม น้องสาวจะมีกลิ่น 8. ต่อมที่สร้างสารหล่อลื่นให้น้องสาว มีชื่อว่า ต่อม บาร์โธลิน (Bartholin's grand) 9. น้องสาวทุกคนไม่เหมือนกัน ทั้งตำแหน่ง ขนาด สี และวิธีการกระตุ้น (เพราะฉะนั้นจะมาว่าว่าของเราไม่สวย ไม่เหมือนคนนู้นคนนี้ หรือ หวังจะให้เหมือนดาราหนังโป๊ไม่ได้นะยะ) 10. น้องสาว มีปลายประสาท มากกว่าน้องชาย 2 เท่า และมีมากถึง 8,000 จุด 11. เวลาสำเร็จความฟิน (สำเร็จความใคร่) ที่เร็วที่สุดของน้องสาว คือ 3 นาที ตามสถิติของงาน Masturbate-a-thon ในเดนมาร์ก ที่มา metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

เหยิน เป๋ เหล่ เซมากูเตะ (Three Cripples(2007))
หนังไทย

เรื่องย่อ : เรื่องราวความฮาก็เริ่มเกิดขึ้นเมื่อ เหยิน(จตุรงค์ ม๊กจ๊ก) ชายขับรถสองแถวในตลาด อยากรวย จึง เข้าแก๊งค์มาเฟีย เลยชวนเพื่อนรัก เหล่ (โก๊ะตี๋ อารมณ์บอย) เข้าร่วมด้วยความที่เหล่ ตาเหล่า ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น แต่ทั้ง 2 ให้สัญญาว่า ถ้าเหยินตายเหยินจะมอบฟันให้เหล่ ถ้าเหล่ตายเหล่จะมอบตาให้เหยิน ทั้ง 2 จึงตัดสินใจชวน เป๋ (พิชญนาฎ สาขากร) แม่ค้าที่ขายปลาสวยซ่า แต่ดันขาเป๋ ใส่เหล็กดามไว้ และยังเป็นกิ๊กกับ สาหัส (ธนกฤต พานิชวิทย์) ตำรวจหนุ่มจอมซื่อบื้อ และเป็นคนที่ฟังอะไรไม่รู้เรื่อง เข้าร่วมแก๊งค์ด้วย ทั้ง เหยิน เป๋ เหล่ จึงเข้าร่วมแก๊งค์ เฮียโต๊ด กึ้ง (เฉลิมชัย มหากิจศิริ) มาเฟียคุมตลาด จนกระทั่งวันหนึ่ง เฮียโต๊ด ได้มอบหมายงานให้ทั้ง3 ปฏิบัติภารกิจลักพาตัวลูกชาย มหาเศรษฐี ที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติโดยมีสาหัสเข้าร่วมด้วย ทันที่ที่รถตู้จอด เหล่กับ เป๋ รีบวิ่งเอาถุงดำไปคลุม เพื่อจับเหยื่อแล้วลากขึ้นรถ พอรถตู้ออกมาเหยินก็พบว่าเหยื่อที่จับมาผิดตัว ดันไปจับคนข้างๆ นั่นคือ ซังวู เด็กออทิสติก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ เสี่ยโบ้ (เอกชัย ศรีวิชัย) ผู้มีอิทธิพลในจังหวัดแถมยังเป็นหัวหน้าเฮียโต๊ดด้วย ทั้ง 3 จึงตัดสินใจเอ ซังวูไปปล่อยที่วัด แต่ ซังวูไม่ยอมไป เพราะ ซังวู เป็นเด็กขาดความอบอุ่น เห็นภาพพ่อที่ทำร้ายแม่ ทั้ง 4 ก็เลยต้องเลี้ยงดู ซังวู เมื่อถูกตามล่า ทั้งหมดแอบซ่อนตัว อยู่ในร้านคาราโอเกะของเจ้ไฝ (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี)หัวหน้าของ เปรี้ยว (อิม อชิตะ) สาวที่แอบชอบเหยิน จากนั้นลูกน้องเฮียโต๊ดก็ตามมาเจอที่ร้าน คาราโอเกะ ทั้ง 4 จึงต้องรีบหนีออกมา ส่วนทางเสี่ยได้ประกาศว่าถ้าลูกชายเขาเป็นอะไรไป คนที่ลักพาตัว จะต้องโดนจับมาทรมานอย่างทารุณ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรโปรดติดตาม /// นักแสดง : จาตุรงค์ มกจ๊ก เป็น เหยิน , โก๊ะตี๋ อารามบอย เป็น เหล่ , พิชญ์นาฏ สาขากร เป็น เป๋ , เฉลิมชัย มหากิจศิริ เป็นเฮียโต๊ด , ธนกฤต พานิชวิทย์ เป็น สาหัส , ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็น เจ๊ไฝ , อชิตะ ธนาศาสตนันท์ เป็น เปรี้ยว , บริบูรณ์ จันทร์เรือง เป็น เป๊ก , แอนนี่ บรู๊ค เป็น ปรี๊ด , เอกชัย ศรีวิชัย เป็น เสี่ยโบ้ , นคริน กังวานโชคชัย เป็น ชังวู , ภานุพล เอกเพชร เป็น ตำรวจรุ่นพี่ของสาหัส , ชูเกียรติ เอี่ยมสุข เป็น ผีบุรุษพยาบาล , ศิริพร เอี่ยมสุข เป็น ผีนางพยาบาล /// กำกับ : พจน์ อานนท์ /// จำหน่าย/เผยแพร่ : พระนครฟิล์ม /// ฉาย : 27 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ตรวจสุขภาพตามราศีเกิด
ดูดวง 12 ราศี /  ตรวจสุขภาพ / 

ราศีเกิด บอกสุขภาพคุณได้ เราหลายคนทราบกันดีว่า ราศีเกิด นั้น สามารถทำนายดวงชะตาของเราได้หลายอย่าง ตั้งแต่นิสัย คำพูด ดวงอนาคต ลักษณะการทำงาน คู่ครองคนรัก เนื้อคู่ หรือแม้กระทั่งสุขภาพ หรือโรคที่แต่ละราศีเป็นบ่อยและมีปัญหามากที่สุด วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com มีราศีกับสุขภาพมาฝาก จะได้เตรียมการป้องกันได้ทัน ราศีมังกร มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับไต ของเสียในร่างกายสูง โรคความดันโลหิต ราศีกุมภ์ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ โรคนิ่ว ราศีมีน มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับลำไส้เล็ก ขาดสารอาหาร โรคลำไส้เล็กอักเสบ ราศีเมษ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจ การสูบฉีดโลหิต โรคหัวใจ ราศีพฤษ ภมักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับม้าม การสร้างภูมิต้านทาน โรคโลหิตจาง ราศีมิถุน มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ระบบย่อยและเผาผลาญอาหาร ท้องอืด ราศีกรกฏ มักจะมีปัญหาหรือเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ ระบบขับถ่าย ท้องผูก ลมในท้อง ลำไส้อักเสบ ราศีสิงห์ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับปอด ระบบการหายใจ เหนื่อยง่าย วัณโรค ราศีกันย์ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับตับ มีพิษในร่างการสูง โรคดีซ่าน ราศีตุลย์ มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี การย่อยไขมัน โรคอ้วน ราศีพิจิก มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธ์ เป็นหมัน มีบุตรยาก ราศีธนู มักจะมีปัญหาหรือมีโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจโต หัวใจเต้นผิดปกติ ที่มาจาก : http://ดูดวงเนื้อคู่แท้.com

ผมรักเมืองไทย by โอ๊ต โมเป็กซ์ at ถนนคนเดินไทหล่ม
thai /  thailand / 

Crazy Boy Dance Song : ผมรักเมืองไทย Dancer : Oat Mopex Thai Funny Dance เต้นกวนๆ ฮาๆ

ลองมั้ย สูตรความรัก7วัน ! เรื่องรักดีๆที่คุณทำเพื่อแฟนได้ทุกวัน
ความรัก /  คู่รัก / 

ถ้าคุณไม่รู้ว่า คุณควรจะทำอะไรเพื่อคนรักให้มีความสุข นี่คือ สูตรความรัก7วัน ที่จะทำให้คุณและคนรักดีขึ้นอย่างแน่นอน เราร่ายมาตั้งแต่วันจันทร์ ถึง ศุกร์เลยทีเดียว งานนี้ถ้าชีวิตรักไม่ดีขึ้นก็ให้รู้ไป เอาซิ! วันจันทร์ ซื่อสัตย์และจริงใจต่อกัน ความสัมพันธ์ที่ดีนั้นไม่สามารถสร้างได้หากปราศจากความจริงใจ อย่ากลัวที่จะมีการถกเถียงกันบ้าง เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาและทางออกได้ วันอังคาร อยู่ใกล้กัน ทั้งในห้องนอนและนอกห้องนอน การอยู่ใกล้กันทำให้เข้าใจกันมากขึ้น ใช้เวลาลงทุนเพื่อที่จะรู้จักเค้ามากขึ้น เรียนรู้ความคิดความฝัน แสดงความสนใจ และ สนันสนุนเท่าที่คุณจะทำได้ วันพุธ รักษาไว้ซึ่งสิ่งดีดี คิดถึงเวลาที่รู้สึกดีเวลาอยู่ด้วยกัน เรียนรู้ที่จะซาบซึ้งกับความรัก เรียนรู้ที่จะให้อภัย และอย่าอายที่จะบอกเค้าว่าคุณรักเค้ามากแค่ไหนและอย่าลืมขอบคุณสำหรับเวลาที่คุณได้อยู่กับเค้า วันพฤหัสบดี หัดใจกว้างและวางความเห็นแก่ตัวทิ้งไป อย่าคาดหวังอะไรที่กลับมาทันที มีอะไรที่เป็นของขวัญให้กันบ้างพูดถึงอะไรที่ทำให้คุณพอใจ และกอดกันบ่อยขึ้นเพื่อเพิ่มความรู้สึกที่แนบแน่น วันศุกร์ เป็นทั้งผู้สร้างและผู้รักษา เคารพซึ่งกันและกัน ทำงานกันอย่างเป็นทีม คอยช่วยเหลือกันและกัน และรับความช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมอ วันเสาร์ ทำตัวเองให้ดีที่สุด มองเรื่องการรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำโดยไม่คิดตำหนิผู้อื่น มองมาที่ตัวเองและทำตัวเองให้ดีที่สุด วันอาทิตย์ ใช้เวลากับความสนุก ทำในสิ่งที่คุณและเค้าจะมีความสุข ทำให้วันของคุณเป็นวันที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยอารมณ์ขันที่เป็นไปได้  ทำให้วันนี้เป็นวันสำหรับคุณทั้งสองที่คุณและเค้าเพลิดเพลินและจำได้นานแสนนาน! ที่มา wmnlife เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

รู้ยัง...คนเกาหลีก็มี ความเชื่อโบราณ ที่เหมือนไทยนะ
คนเกาหลี /  ความเชื่อ / 

 ความเชื่อโบราณ สุดแปลก ของคนเกาหลี 안녕하세요 อันนยองฮาเซโย แม่หมอมาทักทายคุณผู้อ่านทางบ้านด้วยภาษาเกาหลี เพราะวันนี้จะนำความเชื่อแปลกๆของคนเกาหลีมาฝากค่ะ ว่าความจริงแล้ว ไม่ได้มีแค่เพียงคนไทยเท่านั้นนะคะ ที่จะมี ความเชื่อโบราณ คนเกาหลีก็มีเหมือนกัน แถมบางอย่างยังคล้ายกับไทยอีกด้วยจ้า ความเชื่อโบราณ ของไทยที่หลายคนรู้จักและมักคุ้นเป็นอย่างดีมีอยู่ เช่น จิ้งจกทักอย่าออกจากบ้าน ตากระตุกจะเกิดโชคร้าย ห้ามตัดผมวันพุธ ห้ามทักเด็กทารกว่าน่ารักเพราะผีจะมาขโมยเด็กไป และอื่นๆอีกมาก ความเชื่อเหล่านี้บางอย่างก็หาที่มาไม่ได้ บางอย่างก็เป็นกุศโลบาย ไว้คอยห้ามปรามเด็กๆ คนเกาหลีก็มี ความเชื่อโบราณ เหมือนกัน บางอย่างก็คล้ายคลึงกับไทย อย่างก็แปลกแหวกแนว มาดูกันค่ะ ว่าข้อห้าม หรือ ความเชื่อของคนเกาหลี จะมีอะไรบ้าง 1. ห้ามคู่รัก เดินข้างกำแพงวังด็อกชูกุง ในอดีตปลายถนน เส้นรอบกำแพงวังแห่งนี้ มีศาลครอบครัวแห่งกรุงโซลตั้งอยู่ ซึ่งหากคู่สามีภรรยาที่ต้องการจะหย่าร้างกัน ต้องเดินทางบริเวณนี้เพื่อไปขึ้นศาล จึงเกิดเป็นความเชื่อว่าถ้าหากคู่รักเดินข้างกำแพงวังด๊อกซูกุง จะต้องมีเหตุให้ต้องเลิกกันไป 2. ห้ามกินซุปสาหร่ายก่อนสอบ คนเกาหลีให้ความสำคัญและจริงจังกับการสอบเป็นอย่างมาก นอกจากระเบียนวินัยในการอ่านหนังสือสอบแล้ว ยังมีความเชื่อเรื่องข้อห้ามก่อนสอบที่ทำกันมาอย่างเคร่งครัดอีกด้วย นั่นคือการห้ามกินซุปสาหร่าย เพราะมีความเชื่อว่าความรู้ที่ได้อ่านมา จะลื่นไหลออกไปจากสมองเหมือนคววามลื่นของสาหร่ายในถ้วยซุป และนอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้อาบน้ำก่อนไปสอบ เพราะความรู้จะถูกชะล้างออกไป แต่ในทางตรงกันข้าม หากอยากให้คะแนนออกมาดี ทำข้อสอบได้ จะต้องกินขนมที่มีความเหนียว อย่างเช่นท้อฟฟี่ หรือขนมโมจิ 3. ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน ในความเชื่อของคนไทย ก็มีข้อมห้ามนี้รวมอยู่ด้วย ซึ่งของไทยเรานั้นให้เหตุผลว่าตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้วิญญาณบรรพบุรุษอยู่ไม่เป็นสุข แต่คนเกาหลีให้เหตุสุดประหลาด ว่าหากตัดเล็บตอนกลางคืน จะทำให้หนูมาแอบกินเศษเล็บ และจะกลายร่างมาเป็นมนุษย์หน้าตาเหมือนกับคุณ แล้วตัวคุณเองก็จะหายสาบสูญไป แต่ถ้าให้สันนิฐานคงเป็นกุศโลบายเหมือนกับคนไทยเรา ว่าการตัดเล็บตอนกลางคืน อาจจะทำให้เราพลาดไปโดนเนื้อตัวเองได้ 4. ห้ามผิวปากหรือเป่าขลุ่ย ตอนกลางคืน ความเชื่อข้อนี้ก็มีความคล้ายกับความเชื่อโบราณ ของไทย ที่ว่าจะเป็นการเรียกบรรดา ภูติผีหรือพวกงูให้มารวมตัวกัน 5.ย้ายบ้านในวันปลอดภูติผี บริษัทรับจ้างย้ายบ้านส่วนใหญ่ จะรู้วันที่เหล่านี้กันดีค่ะ พวกเขาจะบอกคุณได้ว่าในเดือนนั้น มีวันไหนบ้างที่จะปลอดภัย ต่อการย้ายบ้าน โดยไม่มีวิญญาณร้ายจากที่เก่าติดตามไปรบกวนคุณที่บ้านใหม่ด้วย และหลังจากที่คุณเก็บของออกมาแล้ว ไม่ต้องทำความสะอาด เพราะจะทำให้ผีร้ายหลงคิดว่าคุณยังอยู่ในบ้านหลังเดิม ไม่ได้ย้ายไปไหน 6. ห้ามให้รองเท้าเป็นของขวัญ ในเกาหลีจะมีความเชื่อว่าหากให้รองเท้าเป็นของขวัญ คนๆนั้นจะหนีหายจากเราไป แต่ถ้าหากว่าคุณพลาดซื้อรองเท้าให้ไปแล้ว ก็มีวิธีแก้ด้วยการจ่ายเงินให้กับคนที่ให้ของขวัญ อาจจะไม่ต้องมาก แค่ให้เหมือนกับว่าซื้อรองเท้าคู่นี้มาเอง 7.อย่าหลงเสน่ห์คนที่มีไฝอยู่ใกล้ปาก คนเกาหลีเชื่อว่า คนที่มีใฝอยู่ใกล้ปากนั้น จะเป็นคนเจ้าชู้เหลือร้าย ให้อยู่ห่างเข้าไว้ ถ้าไม่อยากเดือดร้อนหรือเสียใจ 8.ห้ามป้อนไก่ให้สามี ความเชื่อนี้บอกต่อกันมาว่าถ้าหากภรรยา ป้อนไก่หรือสัตว์ปีกให้สามีกิน จะต้องเลิกรากัน และสามีจะหนีไป เหมือน สัต์ที่มีปีก แปลกมั้ยล่ะคะ 9.ห้ามกระโดดข้ามตัวลูก ถ้าอยากให้ลูกตัวสูง คนเกาหลีก็รูปร่างไม่ต่างจากคนไทย คือไม่สูงมากนัก เพราะฉะนั้นถ้าหากต้องการให้ลูกตัวสูง พ่อกับแม่ห้ามกระโดดข้ามตัวลูกเด็ดขาด และนอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่าถ้าตัดผมสั้นเท่าไหร่ตัวก็จะสูงขึ้นเรื่อย 10.ห้ามเอามือมาจับตา ถ้าหากว่าผีเสื้อหรือแมลงเม่าบินมาโดนตาเรา คนเกาหลีมีความเชื่อว่าห้ามเอามือมาโดนตาเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตาบอด แต่อันนี้น่าจะเป็นกุศโลบายมากกว่า เพราะผีเสื้อมีละอองเกสรอยู่ ถ้าหากเข้าตาอาจจะติดเชื้อได้ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ที่มาจาก : http://hellomiki.com

ดูปาก หนิม นะคะ คอนเฟิร์มโสด 100% ค่า...
หนิม AF /  จิ๊บ วสุ / 

ว้าว...เซ็กซี่ขึ้นเป็นกองเลยนะคะเนี่ย สำหรับนักร้องสาวแห่งบ้านเอเอฟ หนิม คนึงพิมพ์ ที่ล่าสุดเธออัพลุคใหม่เปรี้ยวจี๊ดสุดๆ งานนี้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เห็นแล้วเป็นต้องนั่งตาค้างกันแน่ๆ แหม...น่ารักเซ็กซี่อย่างนี้ สงสัยว่าซัมเมอร์นี้คงจะได้เห็นสาวหนิมสลัดผ้าถ่ายแบบแล้วละมั้ง เอ้า! พอพูดถึงสาวหนิมขึ้นมา จุดนี้ก็มีหลายคนยังอดสงสัยไม่ได้ว่าตอนนี้คุณเธอมีหวานใจตัวจริงแล้วหรือยัง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวออกมาว่าสาวหนิมแอบไปกุ๊กกิ๊กอยู่กับหนุ่มหล่อ บอม เคพีเอ็น ล่าสุดก็มีกระแสออกมาอีกแล้วว่าคุณเธอส่อแววรีเทิร์นกับนักร้องรุ่นพี่อย่าง จิ๊บ วุส ขุ่นพระ!!! อะไรจะสวยเลือกได้ขนาดนี้คะคุณน้อง ว่าแต่ตกลงว่าคนไหนตัวจริง คนไหนตัวหลอก เอาเป็นว่าสาวหนิมออกมาเคลียร์หน่อยจ้า ตอนนี้มีซิงเกิ้ลใหม่ ลิมิเต็ดอิดิชั่น เป็นแนวลูกทุ่งโจ๊ะๆ สนุกๆ เพลงนี้ก็แบบเปลี่ยนลุคเลย เปรี้ยวขึ้น เซ็กซี่ขึ้นเยอะมาก เอ็มวีก็แซบมาก เรื่องงานถ่ายแบบรับซัมเมอร์ยังไม่มี แต่จริงๆ ก็ร้อนอยู่เหมือนกันนะ (หัวเราะ) แต่ถ้ามีจริงๆ คงต้องฟิตหุ่นให้มากกว่านี้ ส่วนความรักตอนนี้โสดค่ะ ยังไม่ได้คบใคร กับพี่จิ๊บก็ยังเป็นพี่น้องกัน ไม่ได้มีการคืนดีอะไร ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยด้วยซ้ำ ส่วนบอมก็เป็นเพื่อนกันค่ะ เป็นเพื่อนกันมานานหลายปีแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้เราทำงานมีโอกาสได้เจอกันบ่อย ได้คุยกันบ่อยขึ้นเท่านั้นเอง ตอนนี้ยืนยันว่ายังไม่ได้คบใคร 100% แน่นอนค่ะ” แหมๆๆ ปล่อยให้หลงงงงวยอยู่ตั้งนาน สรุปว่าสาวหนิมเธอโสด 100% โนะ หนิม คนึงพิมพ์ หนิม คนึงพิมพ์ หนิม คนึงพิมพ์

ชะนีไทยไร้ที่ยืน ! หนุ่มไทยสวีทสามีฝรั่งกลางรถไฟฟ้า
คู่เพศทางเลือก /  หนุ่มหล่อจับมือชายไทย / 

หลังจากมีการแชร์ภาพ ฝรั่งหนุ่มหล่อขั้นเทพ นั่งจับมือกับชายไทยรายหนึ่ง อยู่บนรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ต่างโอด 'แข่งเรือแข่งพาย แข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนา ทำได้ยาก' ในโลกยุคปัจจุบัน นอกจากเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกล โลกกาภิวัฒน์ ยังแปรเปลี่ยนสังคมให้หมุนเวียนเปลี่ยนตามไปด้วย แน่นอนว่า หัวข้อเรื่อง เพศทางเลือก ชายรักชาย หรือ หญิงรักหญิง เป็นเรื่องที่สังคม สามารถยอมรับได้ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอีกต่อไป คู่รักเพศทางเลือก สามารถเดินจับมือ หรือแสดงตัวอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะชนได้แบบไม่ต้องขัดเขิน ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา หลายท่านที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และอื่นๆ อาจจะได้มีโอกาส พบกับการแชร์ภาพคู่รักเพศทางเลือก บนหน้ากระดาน ไทมส์ไลน์ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือชาวต่างชาติ ที่เรียกได้ว่า หน้าตา หล่อขึ้นเทพ หล่อในขั้นที่ว่า สามารถประกอบอาชีพนายแบบ หรือโลดแล่นในวงการบันเทิงได้เลยทีเดียว กำลังนั่งจับมือกับคนรักชาวไทย ที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ ซึงต่อมาสืบทราบว่า ฝรั่งคนดังกล่าว เป็นชาวเยอรมัน โดยสาวๆพร้อมใจกันแชร์ภาพ ทั้งยังระบุข้อความในเชิง อิจฉาตาร้อน จนกระทั่งกลายเป็นไวรัลใหม่ ที่ความหล่อบาดใจ ทำให้กลายเป็นข่าวโด่งดังพอๆกับครั้งที่เมียมโน ทั่วแผ่นดิน โอดครวญ ผ่านโซเชี่ยว เมื่อคราว 'ชาริล ชัปปุยส์' แจ้งเกิดใหม่ๆเลยทีเดียว จากการสืบทราบ พบว่า ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่จาก ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Jax Phoenix ซึ่งเป็นการแชร์ต่อมาอีกทอดหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า 'ดังใหญ่แล้วนะคะ น้องม่อน ถึงขั้นมีคนแอบถ่าย แต่แฟนคนนี้ก็คบกันนานมากๆนะคะ. พี่ดีใจด้วยที่มีคนอิจฉาตาร้อน 55555'  และได้แท็ก ถึงผู้ใช้เฟซบุ๊ค ซึ่งระบุว่า เป็นเฟซบุ๊คส่วนตัวของหนุ่มไทยที่ปรากฏอยู่ในรูป ซึ่งทั้งคู่ ได้แต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการสืบทราบ พบว่า หนุ่มไทยที่ปรากฏอยู่ในรูปภาพ ชื่อว่า คุณม่อน ซึ่งดูแล้ว อาจจะเป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตของเขาได้ฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย จากเด็กต่างจังหวัด ที่ก้าวเข้าสู่อาชีพ artistic director โมเดลิ่งที่มีเอเจนซี่ร่วมทุน 3 ประเทศ ปัจจุบันคุณพี่ม่อน เป็น Creative Director อยู่ที่บริษัท Bacca Model Management ซึ่งนับได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถ และหน้าที่การงานที่ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกไปอย่างแพร่หลาย ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊คเพศหญิงส่วนใหญ่ ได้แนบรูป พร้อมระบุข้อความ ในเชิง อิจฉาตาร้อน ในความน่ารักของคู่รักที่ปรากฏอยู่ในภาพ ทั้งนี้ ทีมข่าวเอ็มไทยก็ขออวยพรให้ทั้งคู่รักกันนานๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเพศไหน มีความรักแบบใด ก็สามารถเป็นคนดีในสังคมได้เช่นกันค่ะ MThai News ที่มา jax.phoenix

ตะลึง! แช่แข็งศพลูก หวังชุบชีวิตได้!
ข่าวล่าสุด /  ชุบชีวิตเด็ก / 

ด้วยรักจากพ่อแม่ หวังชุบชีวิตลูก ส่งศพ"น้องไอนส์" เด็ก2ขวบ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมอง ไปแช่แข็งด้วยเทคโนโลยี "ไครออนิกส์" ที่สหรัฐ เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษ เผยแพร่เรื่องราวของ ด.ญ.เมทรินทร์ เนาวรัตน์พงษ์ หรือน้องไอนส์ เด็กหญิงชาวไทยวัย 2 ขวบที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในสมอง จากนั้นพ่อแม่ซึ่งเป็นหมอทั้งคู่ นำร่างลูกสาวตนเองไปแช่แข็งที่ห้องเย็นของมูลนิธิเพื่อชีวิต อัลคอร์ ไลฟ์ เอ็กซ์เทนชั่น ในรัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาร่างกายลูกต่อไปได้ในอนาคต และหวังว่าเมื่อเทคโนโลยีวิทยา ศาสตร์และการแพทย์เจริญก้าวหน้า พวกเขาจะสามารถชุบชีวิตแก้วตาดวงใจคนนี้คืนขึ้นมาได้ ด.ญ.เมทรินทร์ เป็นบุคคลแรกที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกนำมาแช่แข็งด้วยกระบวนการที่เรียกว่า "ไครออนิกส์" หรือกระบวนการศึกษาความเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และพฤติกรรมของวัตถุต่างๆ ภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำมาก ประมาณใต้ -150 เซลเซียส หรือ -238 องศาฟาเรนไฮต์ โดยจะนิยมใช้ก๊าซเหลว อย่างเช่น ไนโตรเจนเหลว หรือฮีเลียมเหลว แต่ที่ใช้กันมากที่สุดจะเป็นไนโตรเจนเหลว เพราะกฎหมาย ทั่วโลกอนุมัติให้ซื้อมาครอบครองได้ และแช่วัตถุนั้นๆไว้ในแคปซูล ซึ่ง ด.ญ.เมทรินทร์อายุเพียง 2 ขวบ 2 เดือน โดยแพทย์ตรวจพบก้อนเนื้องอกขนาด 4 นิ้วครึ่ง อยู่ในสมองซีกซ้าย ระบุว่าเมทรินทร์ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และได้รับการผ่าตัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 57 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งทีมศัลยแพทย์ได้เจาะเข้าไปในกะโหลกศีรษะเพื่อลดแรงดันในสมอง ก่อนจะนำก้อนเนื้องอกออกไปครึ่งหนึ่ง ด.ญ.เมทรินทร์ ฟื้นตัวหลังจากผ่าตัด 1 สัปดาห์ แต่เชื้อมะเร็งแพร่กระจายทั่วแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต้องเข้าผ่าตัดสมองถึง 12 ครั้ง ทำคีโม 20 ครั้ง และฉายรังสีอีก 20 ครั้ง จนกระทั่งเสียสมองซีกซ้ายไปร้อยละ 80 และจบชีวิตลงเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา พ่อแม่ของด.ญ.เมทรินทร์เรียนรู้ข้อมูลของมูลนิธิดังกล่าว มาจากอินเตอร์เน็ต ฉะนั้น หลังจากที่ลูกสาวเสียชีวิต จึงได้ร่วมมือกับทีมแพทย์ผู้รักษา ในการจ้างมูลนิธิด้วยเงิน 220,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7 ล้านบาท) ให้แช่แข็งลูกด้วยกระบวนการไครออนิกส์ ที่ทำการมูลนิธิอัลคอร์ตั้งอยู่ในเมืองสก็อตเดลล์ รัฐแอริโซน่า ซึ่งปัจจุบันมีร่างคนไข้ 134 คนถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวภายใต้อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส โดยในจำนวนนั้นมีนักเบสบอลดางรุ่งอย่างเท็ด วิลเลียมส์ และจอห์น เฮนรี วิลเลียมส์ ลูกชายรวมอยู่ด้วย ส่วนพ่อแม่ของด.ญ.เมทรินทร์ได้สมัครเป็นสมาชิกของมูลนิธิอัลคอร์แล้ว ด้วยความหวังว่า กระบวนการศึกษาทางวิทยา ศาสตร์ที่เรียกว่าไครออนิกส์นี้จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อการแพทย์มีความก้าวหน้าถึงขีดสุด จะสามารถชุบชีวิตลูกสาวให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ สำหรับเทคโนโลยี ไครออนิกส์ คือกระบวนการเก็บศพไว้ในความเย็นเพื่อปลุกให้ตื่นในอนาคต มีบริษัทรับแช่ศพแบบนี้ในอเมริกาและยุโรป ศพที่แช่ไว้ตายด้วยโรคที่ปัจจุบันรักษาไม่ได้ เชื่อกันว่าในอนาคตโรคเหล่านี้อาจรักษาได้ ตอนนั้นก็ปลุกศพเหล่านี้ขึ้นมารักษา มีการทดลอง แช่แข็งหนู ปรากฏว่าปลุกได้ ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News