คำว่ารักของเราต่างกัน

'ทำไมผัวให้เมีย ทำงานหนัก' คลิปความน่ารักของ มนุษย์เมีย
คลิป /  มนุษย์เมีย / 

วลีเด็ดโดนใจ 'ทำไมผัวให้เมีย ทำงานหนัก' กับคลิปความน่ารักของ มนุษย์เมีย ที่แม้ลำบาก แต่ก็ยังล้างหม้อก๋วยเตี๋ยวไป ร้องเพลงไป ดูละยิ้มเลยทีเดียว มีการโพสต์คลิปในเว็บไซต์ยูทูบ โดยเป็นเหตุการณ์ความน่ารักของ มนุษย์เมีย ที่ภรรยาคนหนึ่งกำลังล้างหม้อก๋วยเตี๋ยว โดยระบุว่าถูกสามีใช้ให้ล้าง และขณะที่ล้างหม้อก๋วยเตี๋ยวอยู่นั้น ก็ร้องเพลงเชิงบ่นว่า ทำไมผัวให้เมีย ทำงานหนัก ล้างไปก็ร้องไห้ไป ไม่ทำก็ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยร้องแต่ต้นจนล้างเสร็จ โดยเนื้อเพลงดังกล่าวมีดังนี้ 'ผัวทำไมให้เมียมาทำงานหนัก ต้องมานั่งล้างหม้อก๋วยเตี๋ยว ล้างไป ร้องไห้ไป ไม่ทำก็ไม่มีจ่ายรายวัน แต่ละวันมันมาตั้งสี่ห้าพัน ไม่ขายก็ไม่มีจ่ายรายวัน ผัวทำไมให้เมียมาทำงานหนัก ต้องมานั่งล้างหม้อก๋วยเตี๋ยว ลำบากยังไงก็ต้องทน ไม่ทำก็ไม่มีจ่ายรายวัน ลูกจะกินที่ไหนกัน ไปโรงเรียนแต่ละวัน วันละ ร้อยสองร้อย MThai News

เกมส์เต้น MusicMan พร้อมเปิดทางการ 6 มี.ค. 58
MusicMan /  เกมส์ออนไลน์ / 

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558 - Cubinet Interactive ประกาศเปิดตัวเกมส์เต้นออนไลน์ใหม่ MusicMan (musicman.in.th) นำเสนอโหมดการเล่นเกมส์อันหลากหลาย สร้างความท้าทายแก่ผู้เล่นเกมส์ รวมถึงนำเสนอความเป็น Simulation จำลองโลกเสมือน และร่วมเปิดตัวเหล่าสาวเน็ตไอดอลสุดน่ารัก เตรียมเปิดให้บริการเกมส์วันที่ 6 มีนาคม 2558 นี้ สำหรับเกมส์ MusicMan มีความแตกต่างกับเกมส์เต้นทั่วๆไปตรงที่ นำเสนอโหมดการเล่นเกมส์ที่หลากหลาย มอบความท้าทายต่อการกดปุ่มลูกศรและรูปแบบการกดจังหวะเพลง มีเพลงชื่อดังทั้งไทยและเทศครบทุกค่าย มีกราฟิกเกมส์ที่ทันสมัย แถมอัพเดตเพลงใหม่อย่างน้อย 5 เพลงต่อสัปดาห์ มีการอัพเดตคอนเทนต์เกมส์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังนำเสนอท่าเต้นชวนพริ้วไหวและเซ็กซี่ สอดคล้องกับระดับความยากของเกมส์ที่ต้องกดลูกศรแบบ 4 ทิศ และ 8 ทิศ ไฮไลท์เด็ดของงานนี้คือ เปิดตัวเหล่าเน็ตไอดอลชื่อดังมาร่วมพูดคุยและบรรยายความรู้สึกกับเกมส์ MusicMan อีกทั้งยังร่วมงานกับวง Double Tap จัดทำมิวสิควิดีโอเพลง "ซอยยิก" ให้กับเกมส์เต้นออนไลน์ตัวใหม่ เกมส์ MusicMan เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ 6 มีนาคม 2558 ดูเพิ่มเติมที่ musicman.in.th

บอล ขอปลีวิเวก พักกาย พักใจที่ บ้าน กกกอด
บอล อัศนัย

ว่าด้วยเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศให้เล่ายังไงก็เล่าไม่หมด เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแหล่งเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก ทะเลมีให้เลือกไปได้ทั้งปีไม่มีเบื่อ ส่วนใครที่ชอบการผจญภัยบุกป่า ฝ่าดงก็มีให้ลุยกันเต็มที่ เรียกว่าเที่ยวเมืองไทยได้ครบทุกรสชาติจริงๆ จุดนี้ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมชาวต่างชาติถึงนิยมมาเที่ยวเมืองไทย และวันนี้เลยขอเอาใจคนรักธรรมชาติ ใครที่ชื่นชอบชีวิตแบบเรียบง่าย อยากหนีความวุ่นวายไปพักผ่อนหย่อนใจละก็...มาถูกทางแล้วจ้า เพราะหนุ่ม บอล อัศนัย จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมกับภาพบรรยากาศเอาเป็นว่าให้หนุ่มบอลมาเล่าเองเลยดีกว่า “เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวต้องบอกเลยว่าผมไปมาหลายที่มาก เป็นเพราะผมได้มีโอกาสได้มาทำรายการท่องเที่ยวด้วยเลยได้มีโอกาสไปหลายที่ อย่างที่ล่าสุดที่ไปมาก็ที่กาญจนบุรี ไปที่รีสอร์ท บ้าน กก กอด คือเป็นรีสอร์ทที่อ้อมล้อมไปด้วยต้นกก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อรีสอร์ทด้วย บรรยากาศที่นั้นดีมาก อย่างเช้าหน้าหนาวตื่นเช้ามาเราจะได้เห็นหมอกขาว อากาศเย็นๆ มันทำให้รู้สึกดีมากๆ มันทำให้เราสามารถตัดพวกเครื่องอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น ทีวีออกไปได้เลย เพราะบรรกาศที่นั้นดีมากจนทำให้เราลืมสิ่งเหล่านั้นไป ได้สัมผัสธรรมชาติจริงๆ เพราะตัวผมเองเป็นคนชอบเที่ยวอะไรที่เกี่ยวกับธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นภูเขา ทะเล น้ำตกจะชอบมาก ผมเป็นคนไม่เที่ยวพวกแสงสีอยู่แล้ว ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ ผมที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่น่าไปสัมผัสครับ” แหมๆๆ การันตีจากปากหนุ่มบอลเองอย่างนี้ สงสัยว่างๆ ต้องหาเวลาไปพิสูจน์ตัวเองแล้วละค่า.... เครดิตรูปภาพจาก - IG: @assanai - คุณ Im_BingGo

เจนี่ ไม่แคร์!! โดนเม้าท์ โป๊ลดเกรดตัวเอง
เจนี่ เทียนโพธ์สุวรรณ /  เมย์ พิชญ์นาฎ / 

ขึ้นแท่นเจ้าแม่เซ็กซี่!! นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ฟินสุดติ่ง ฟีดแบคถ่ายชุดว่ายน้ำแร๊งส์ ทุบสถิติขาย 2 วันเกลี้ยงแผง!! เมินคนมองถ่ายโป๊เกินลดเกรดตัวเอง ปัดออกมาแข่งกับ วุ้นเส้น วิริฒิพา เพื่อนซี้ใน แก๊งค์นางฟ้า ยันไม่มีปัญหากัน และงดพูดถึงทางด้านสาว เมย์ พิชญ์นาฏ หลังอีกฝ่ายโพสต์เชียร์สาววุ้น กรณีโพสต์ IG โต้ข่าวขึ้นคอนโดไฮโซ กึ้ง เฉลิมชัย เผยเป็นการเข้าใจผิด และได้มีการเคลียร์กับสื่อดังกล่าวแล้ว เรื่องหัวใจเฉยๆ หมอดูทักปีหน้าเจอเนื้อคู่ ตอนนี้ยังไม่มีคุยกับใคร รับเข็ดจากคราวที่แล้วไม่หาย!! "ฟีดแบคแฟชั่นชุดว่ายน้ำ ก็วันที่ 2 ก็หมดเลย เกลี้ยงเลยค่ะ จริงๆ เจนี่ก็อยากจะให้เห็นว่าความแข็งแรง อย่างงานนี้ค่ะอั้ม(อั้ม อธิชาติ) เขาก็เสนอความแข็งแรง เจนี่ก็อยากจะเสนอความแข็งแรง จริงๆ เจนี่เป็นคนที่ดูแลตัวเองแล้วก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็เป็นหนังสือที่เจนี่บอกเองน่ะค่ะ ว่าอยากจะถ่ายแบบไม่มีรีทัช อยากจะให้เห็นแต่กล้ามจริงๆ ชอบมากค่ะ" "เซ็กซี่ที่สุดแล้วค่ะ ทำลายสถิติค่ะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว 3 วันหมดแผง คราวนี้ 2 วันหมดแผง ท่าฉีกขาคนมองแรงเกิน จริงๆ เวลาพี่ใหญ่ถ่ายชุดว่ายน้ำเขาอยากจะให้เรารู้สึกว่า เวลาผู้หญิงออกกำลังกายน่ะค่ะมันจะมีกล้ามเนื้อเล็กๆ หรืออะไรพวกนี้ค่ะ ก็คืออยากจะให้มองว่ามันคือความแข็งแรงจริงๆ" "มีคนเปรียบเทียบกับวุ้นเส้น จริงๆ แล้วตอนแรกคือแบบต่างคนต่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะถ่ายชุดว่ายน้ำ พอถ่ายออกมาเสร็จแล้วเหมือนกับแบบเพิ่งรู้กันน่ะค่ะว่าถ่ายชุดว่ายน้ำ จริงๆ แล้วมันคนละแบบนะ คือวุ้นเขาจะแบบขาว เซ็กซี่ แต่เจนี่ก็จะแทน คือแบบเวลาคนซื้อเจนี่ก็อยากจะให้คนมองว่าแบบอย่าเอามาเปรียบเทียบกันว่าคนนั้นสวยกว่า หรือคนนี้สวยกว่า ซื้อเพราะว่าเจนี่จะออกอีกแนวนึง จริงๆ มันเห็นค่อนข้างได้ชัดน่ะค่ะเพราะเจนี่จะทำตัวแทน วุ้นก็จะเป็นแนวเซ็กซี่ ขาวค่ะ" "วางแผงชนกัน ไม่ได้ทะเลาะค่ะ ดี ขายหมดทั้งคู่ คนโยงไปกรณี เมย์ พิชญ์ฯ โพสต์เชียร์วุ้นว่าไม่ได้เล่นคุณไสย เจนี่ไม่พูดถึงคนอื่นเนอะ ไม่ได้มีปัญหากับใครค่ะ คนเม้าท์ว่าลดเกรดตัวเอง แล้วแต่คนจะคิดน่ะค่ะ จริงๆ มันก็คือชุดว่ายน้ำน่ะค่ะ ขายหมดเจนี่ก็โอเคแล้ว" "กรณีโพสต์ IG แก้ข่าวขึ้นคอนโดกึ้ง(กึ้ง เฉลิมชัย) ก็เหมือนกับที่ชี้แจงไปคราวที่แล้วน่ะเนอะ ว่าแบบบ้านเจนี่ก็น่าอยู่นะ เจนี่ก็ไม่สบายใจถึงได้ขึ้น IG ไม่ได้คุยกับทางโน้น แต่ก็รู้สึกว่าแบบเจนี่ว่ามันเป็นอะไรที่ไม่เหมาะสมมากกว่า เจนี่ได้คุยกับพี่นิด(นิด อรพรรณ) เพราะตอนนั้นพี่นิดเขาก็ไม่ทราบเพราะอยู่อังกฤษ แต่ก็เขาก็เอาออกให้แล้วค่ะ ก็กลายเป็นการเข้าใจผิดกัน ไม่ติดใจค่ะ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป" "ไปทำบุญกับกึ้ง ก็ไปกันเยอะ ตอนนี้จะเป็นช่วงแบบทำบุญเยอะมาก สนิทมากขึ้นไหมจริงๆ เวลาไปก็ไปกันเยอะค่ะ คนจับตาไปด้วยกันอีกแล้ว ไปกันหลายคนค่ะ ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ค่ะ มีข่าวว่าไปทำพิธีเบิกเนตร ก็ไหว้ธรรมดาค่ะ เบิกเนตรคืออะไร ไม่รู้จัก" "หมอช้างบอกว่ากลางปีหน้ามีดวงจะพบเนื้อคู่ เชื่อไหม จริงๆ ก็ชอบดูนะ แต่ก็เชื่อตัวเอง ตั้งตารองานมากกว่า เข็ดเรื่องเก่าๆ ใช่ค่ะ เข็ดค่ะ ไม่มองค่ะ ขอเอางานก่อนดีกว่า ปิดกั้น เพราะว่ารู้สึกว่าถ้าความรักมันไม่ดี เจนี่ก็ต้องเลือกจะรักตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้ค่ะ คนเข้ามาคุย ยังค่ะ จริงๆ เจนี่ว่ามันยังไม่พร้อม ด้วยเวลา ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง เวลาเจ็บมันเจ็บจริงๆ เราต้องเดินต่อไปข้างหน้า" เจนี่ กล่าว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ

แชร์ว่อน! เรื่องราวในคุกนรก เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
คุกนรก /  เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

แชร์ว่อน! เรื่องราวในคุกนรก เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ วันนี้(3 มี.ค.)บนโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพที่ชื่อว่า Inside Bangkok Remand Prison โดยภาพดังกล่าวมีข้อความระบุว่า สำหรับท่านที่ไม่เคยเข้าไปอยู่ในคุกนี่คือภาพของห้องขัง(เรือนนอน)ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ความหมายของคำว่าพิเศษที่แท้จริงก็คือนรก เมื่อเหยียบเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว ความเป็นคนของท่านก็จะสูญเสียไปตั้งแต่เดินผ่านประตูเหล็ก และกำแพงสูงห้องขังแต่ละแดนจะมีสภาพคล้ายๆกันเช่นนี้ มีห้องส้วมที่กั้นสูงราวหนึ่งเมตรให้มองเห็นกันได้หนึ่งห้อง ไม่มีที่นอนให้สำหรับนักโทษใหม่ส่วนมากก็นอนกับพื้นกระเบื้องไปก่อน อยู่ไปนานเข้าก็หาซื้อที่นอนบางๆได้เอง ห้องขังหนึ่งจะนอนเบียดกันไป บางครั้งคุกจะแน่นมากจนไม่มีที่ให้เดิน ไฟจะเปิดสว่างอยู่ตลอดเวลานักโทษจะใส่ได้แค่กางเกงขาสั้น และเสื้อเท่านั้น อาหารมีให้กินสามมื้อที่โรงเลี้ยง แต่อาหารเหมาะสำหรับเอาไปทิ้งให้เป็นอาหารสัตว์มากกว่า น้ำดื่มก็มีให้ แต่ไม่รับรองความสะอาด เพราะเครื่องกรองน้ำไม่เคยล้างไม่เคยเปลี่ยนตะไคร่ขึ้นจนเขียวใครมีฐานะหน่อยก็สั่งญาติที่กล้าเข้าไปเยี่ยมให้ส่งอาหาร น้ำ และบุหรี่ได้(บุหรี่คือเงินในคุก) หากท่านสูงอายุ หรือมีอาการป่วย ท่านสามารถขอเข้าคิวไปหาหมอที่ทำตัวเหมือนหมาได้ ท่านต้องคลานกับพื้นไปคุยกับหมอ ที่หลงตัวเองว่าเป็นพระราชาในคุก ท่านจะได้รับยาชนิดเดียวเป็นประจำนั่นคือ พาราเซตามอล งานประจำมีให้ทำ แต่อย่าไปหวังว่าจะได้ค่าตอบแทนอะไร เช่น งานทำกรวยกระดาษสำหรับดื่มน้ำ หากคนข้างนอกเห็นสภาพนักโทษทำแล้ว ท่านจะเลิกใช้ เพราะกลัวว่าอาจจะติดเชื้อโรคผิวหนัง และเอดส์ได้เพื่อความปลอดภัย เมื่อเข้าไปอยู่แล้วหากไม่แน่จริงไม่ใช่คนสำคัญ อย่าบ่น อย่าร้องเรียน ท่านอาจจะถูกกระทืบ ทุบตี ให้ช้ำในตายได้ ฯลฯ MThai News  ภาพจาก Joe Gordon

ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ /  ดาราวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กับ 6 หนุ่มแก๊งหินกลิ้ง และแก๊งสาวบัวชมพูกัน และรู้หรือไม่ว่า แก๊งวัยรุ่นในตำนานนี้ ถูกนำมาสร้างแล้วถึง 3 รุ่น แต่ใครจะทันยุคไหนสมัยไหนกันบ้าง และจำพวกเขาคิดถึงพวกเขาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ   ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เริ่มต้นกันด้วยรุ่นแรก กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยครั้งแรก เมื่อกลางปี พ.ศ. 2534 เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่โด่งดังมากมาก สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาตร์ในเวลานั้น โดยเรื่องราวของ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เป็นเรื่องของ 4 หนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหินกลิ้ง ที่เป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน นักเรียนรุ่นน้องชั้น ม.5 อยากสืบทอดเจตนารมณ์ ซึ่งในอีกหลายปีต่อมา คิง สมจริง ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหาร โพลีพลัส ได้หยิบหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบละครโดยในตอนแรกๆ ของเรื่อง มอส ปฏิภาณ นักแสดงจากเวอร์ชันหนังได้ให้เกียรติมาร่วมรับเชิญในฐานะรุ่นพี่หินกลิ้งและยังมี ชาตรี ชมพู นักแสดงอีกคนจากในหนังก็กลับมารับบทเดิมอีกครั้งคือ อาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหลายอย่างจากเวอร์ชันหนังยังคงอยู่แต่ได้มีการดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น โดย กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหนึ่ง ชื่อ แก็งหินกลิ้ง มีสมากชิก ดังนี้ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์(มอส)  รับบท  ก้าน @mospatiparn  ประธานกลุ่มหินกลิ้ง ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ชอบใช้ในทางที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง(แท่ง) รับบท หมี @tangsaksitdotcom เป็นนักรัก แต่อกหักตลอดเรื่อง ธีรวัฒน์ อรัญยะนาค (โป๋) รับบท บิ๊ก  ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหน้าตาดี แต่ตดเหม็นมาก ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ รับบท ก๋อย ผู้มีความสามารถทางด้านภาษาไทย คือพูดติดอ่างทุกคำพวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มนักเรียนแสบซ่า สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรุ่นน้อง ม.5 ชื่อ ปราโมทย์ แสงศร(โมทย์) รับบท แฉก ที่ขอสืบทอดเจนารมย์ของกลุ่มหินกลิ้งต่อไป กลุ่มหินกลิ้งถูกสบประมาทจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิงว่า เป็นกลุ่มบ๊วย ไม่มีอนาคต อยู่เสมอ แต่กลุ่มหินกลิ้งก็ไม่หยุดซ่า สร้างวีรกรรมมิได้หยุดหย่อน พวกเขาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวิทกับนักเรียนต่างโรงเรียนเพราะไปแย่งจีบหญิงคนเดียวกัน ทำให้พวกเขาถูกทำทัณฑ์บน และพวกเขาได้ไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนต่างห้องที่เกเรไม่แพ้กัน วิทิต แลด(เอ) รับบท กรด มีฝีมือในการชู้ตบาสที่ไม่มีใครเหมือน การมีเรื่องในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน กรด ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มหินกลิ้งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ก็ยังมี กลุ่มสาวๆ 2 คนในเรื่อง ณัฐสิมา คุปตะวาทิน(หมอก) รับบท นิ่ม ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 จากอาการโรคเอสแอลอี ลักษณะคล้ายกับพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ (ปิงปอง) รับบท หญิงแอ๋ว วันหนึ่ง แฉกถูกคู่อริที่เคยมีเรื่องกันครั้งก่อนตีหัวสลบเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกรด ต้องลาออกจากโรงเรียนไปทำงานเพราะไม่มีเงินเรียน ก้านเริ่มตระหนักถึงเรื่องความไม่แน่นอน และอนาคตของตัวเอง พวกเขากลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ และเพื่อน ก่อนจบการศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ก่อนถึงวันงาน ก้านตั้งปณิธานกับตัวเองและเพื่อนๆ ว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" วันงานพวกเขาตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และแล้วทุกกิจกรรมที่พวกเขาทำล้วนประสบความสำเร็จสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวของพวกเขาเอง ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่พวกเขารักเช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขามีฝันความฝันและต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 2 ในรูปแบบละคร ทางช่อง 7 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม  2545   ตอนนี้นักแสดงรุ่นนี้ ก็อายุ 30 อัพกันแล้ว ใครทันกันบ้าง นำโดย แก็งค์หินกลิ้ง สุวินิต ปัญจมะวัต ( หนุ่ม ) รับบท กล้า หรือต้นกล้า พงศกร มหาเปารยะ ( แต๊ง ) รับบท ปกป้อง หรือ ป้อง  @thankpm ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล ( เบ็น ) รับบท พี หรือพีศิลป์ อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ( ฟาน) รับบทกร๋อย หรือยินดี @fanarista (^^หล่อมว๊ากกก) ดนัย ตันธนะศิริวงศ์ ( เจสซี่ ) รับบท กรดหรือมงกรด จิตตริน กุลกัลยาดี  ( ดีเจเจมส์ ) รับบท โมน   @djjem_efm 3 สาว บัวชมพู เบญจณัฎฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ) รับบท เดือนสิบ @jibbenjanat ญาดานุช โรจจนวัฒน์ ( เตย ) รับบท เกี๊ยวซ่า @th_toeyhom กาญจน์คนึง  เนตรสีทอง (มีน) หรือ มีน AF 7 รับบท จงรัก  @nongmeenn หลังจากนั้น ความแตกต่างจากภาคแรกก็คือ การเพิ่มสมาชิก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นกลิ้งจูเนียร์ หรือ หินกลิ้งจูเนียร์ (ละคร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2547  โดยมี 3 หนุ่ม กลิ้งจูเนียร์/หินกลิ้งจูเนียร์ ดังนี้ โชคชัย  บุญวรเมธี (บอย) รับบท บอยไท หรือ บอย @boy_chokchai บุญฤทธิ์  ดุจพิบูลย์ผล (แม็ก) รับบท เก่งกาจ หรือ เก่ง ภานุรุจ ภานุรุจ เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ตามมาด้วย 3 สาว บัวชมพูจูเนียร์ ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า  ชโลทร  กาหลง(กระต่าย) รับบทไวไว  @rabbiitch พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่  ต่อมา ก็ถึงรุ่น กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 3 (ละคร) ปี 2549 นำโดยแก็งหินกลิ้งกลุ่มใหม่ กับ จูเนียร์เดิม ผสมกัน ภานุรุจ  เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ธอร์น  (แก๊งหินกลิ้งจูเนียร์เดิม) จินดาโชติ (ฌอห์ณ) รับบท กึกก้อง หรือ ก้อง @seanjindachot อลัน ยงยืนนาน(แอมเมอร์) หรือ ศิลปินดูโอ ลาฟเฟอร์ แอมเมอร์ รับบท ยูยะ  มิตรชัย ใจสงฆ์(มิกซ์) รับท กัมพ์  ภาณุพงศ์ เศรษฐเสถียร(โอ๊ค) รับบท เดี่ยว หรือ เดี่ยวไฮเทค @oakz_panupong พชร กระต่ายทอง(ใหม่) รับบท ชายน้อย    และที่ขาดไม่ได้  3 สาว บัวชมพู ซึ่งต่อจาก บัวชมพูจูเนียร์ เดิม พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่ ชโลทร กาหลง (กระต่าย) รับบท ไวไว ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า หลังจากนั้น "แก๊งหินกลิ้ง" ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย ชายน้อย, กัมพ์, แน่วแน่ ไม่พร้อมที่จะแสดงต่อไป จึงทำให้ต้องทำการหานักแสดงใหม่ด้วยโครงการ “ชวนน้องมาลองกลิ้ง” จนได้ทั้งสามคนใหม่ ดังนี้ ลูกหมู วิริยะ จิตภักดี  รับบท "ชายพจน์" ที่มีคาแรกเตอร์เป็นเด็กเรียน แอบซนนิดๆ     คิก ภูมิมสิทธิ์ ตั้งพินิจการ พัตเตอร์ ภัทรนันท์ จามิกรณ์ น้องชายแพนเค้ก-เขมนิจ รับบทเป็น "เคนโด้" @putteros เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนสมัยเรียน อย่างห้องเรียน กระดานดำ การเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ชั่วโมงโฮมรูม หรือจะเป้นการลอกการบ้าน แอบเล่น MSN โดดเรียนจนต้องเข้าฝ่ายปกครองบ่อยๆ คิดถึงจัง^^ แต่แบบไหนที่ไม่ดี ก็อย่าเอาไปเป็นแบบอย่างนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ วิกิพีเดีย, sharerice, 70-90memory.blogspot.com

สัมภาษณ์อินไซต์ เป้ อารักษ์ พี่เทรนตัวจี๊ด สาวกรี๊ดกระจาย ใน แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ
จอนนี่ แมวศุภลักษณ์ /  พระเอก / 

ในภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ นอกจากความน่ารักของน้องฝึกงาน เมโย ที่รับบทโดย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และกองถ่ายสุดป่วนกับ จอนนี่อาตแมวแล้ว น้องๆ ฝึกงานทุกคนอาจต้องมีหวั่นไหว เมื่อต้องพบกับ พี่มอร์ พี่เทรนผู้ช่วยผู้กำกับสุดหล่อ ที่รับบทโดย เป้ อารักษ์ ที่จะพาคุณไปลุ้นรักวุ่นๆ กลางกองถ่ายน้องเหมียว และครั้งนี้ เราจะพาสัมภาษณ์เจาะลึกหนุ่มสุดฮอตคนนี้กัน ใน แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ  นอกจากประกบกับนางเอกน่ารักๆอย่างน้อง ใบเฟิร์น แล้ว ยังต้องประกบกับจอนนี่ แมวเซเลปสุดฮอตในโซเชี่ยลด้วย เล่าให้ฟังหน่อยว่าเป็นไงมาไง ? "พอดีเราเคยร่วมงานกับบริษัท หัวฟิล์มท้ายฟิล์ม ซึ่งตอนนี้เป็น เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส นะครับ ดีมากพี่โอ๋ (พาณิชย์ สดสี) โปรดิวเซอร์รวมถึง พี่ต้อย (กาญจนา ไทยถานันดร์) ไลน์โปรดิวเซอร์น่ารักมาก แล้วก็สหมงคลฟิล์มด้วย เป็นทีมงานที่เราแฮปปี้ทั้งเรื่องการโปรโมทการดูแล ก็เรื่องของความตั้งใจในการทำงานครับผม นี่ไม่ได้อวยนะ นี่พูดจริงๆ แล้วก็มีโอกาสที่จะได้เล่นกับพี่เท่งพี่โหน่ง ซึ่งก็เป็นดาราตลกอยู่แล้ว ก็ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าอยากจะเล่นหนังตลกอีกครั้งหนึ่ง ยอมรับว่าไม่ได้เล่นหนังตลกมานานแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นโรแมนติก คอมมิดี้ แต่เรื่องนี้คอมมิดี้นำโรแมนติกมาหน่อยหนึ่ง แล้วก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับนักแสดงที่เรียกว่าเป็นยอดฝีมือ ของยุคนี้ น้องใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ครับผม ซึ่งพออ่านบทแล้วก็ไม่ได้เป็นบทที่ไกลตัวผมมาก หรือว่ายากเกินไปอะไรอย่างนี้นะครับก็น่ารักดีครับ ก็คิดว่าทุกคนที่กำลังจะได้ร่วมงานกันก็น่าจะร่วมกันทำออกมาแล้วแฮปปี้ไปพร้อมกับตัวละคร" แสดงว่าพออ่านบทแล้ว เรื่องราวต้องมีอะไรสะดุดใจ ที่ทำให้หนุ่มเป้รู้สึกอยากและตัดสินใจเล่น ? "ผมรับบทเป็น มอร์ ครับเป็นผู้ช่วยผู้กำกับโฆษณาในบริษัทสติ ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของโดย คุณชัยโดด หรือว่าพี่โดด (เท่ง เถิดเทิง) เป็นผู้กำกับมือรางวัล รุ่นใหญ่มีผีมือมาก แล้วก็จะมาพร้อมกับตากล้องคู่ใจ พี่เฟี๊ยต (โหน่ง ชะชะช่า) หนุ่มหนวดขาว ก็จะมีความกวนๆ แบบเพี้ยนๆ นิสัยบางอย่างก็อาจเกิดขึ้นจริงกับคนในกองโฆษณาครับผม แล้วก็จะมีคุณมอร์คนเดียวที่คอยเป็นทั้งมือขวา เท้าขวา มือซ้าย เท้าซ้าย ของคุณโดด คือสั่งอะไรก็ต้องทำ จะเห็นว่าเขาจะเป็นคนที่เสียงดังที่สุดในกองคอยจัดการทุกอย่าง พี่โดดอยากได้อะไรก็ต้องทำให้ได้นะครับ ทนอกจากเรื่องงานแล้วก็ยังมีเรื่องความรักของตัวมอร์ครับผม มอร์ก็เคยมีแฟนคนหนึ่ง ตอนนี้กลายเป็นคนโสด เขาก็เป็นคนที่สาวๆ ออฟฟิศก็ชอบมาเกี้ยวเขาเหมือนกันนะ จนวันหนึ่งมีน้องฝึกงานหน้าใสเข้ามาคนหนึ่ง ชื่อน้องเมโย มาฝึกงานในออฟฟิศสตินี้" "มอร์ก็เป็นพี่เทรนก็เป็นคนสอนน้องเขาว่า ทำอะไรยังไง แล้วด้วยความที่เป็นกองโฆษณา มันสอนธรรมดาก็ไม่ได้ ก็จะกวนๆ แกล้งๆ กันตลอด สั่งอะไรน้องก็ต้องทำ แต่น้องก็เหมือนจะติ๋มนะ แต่ความจริงก็ไม่ คือแบบกวนกลับมาตลอด ก็มีความกุ๊กกิ๊กกันเกิดขึ้นในกอง มาถึงวันหนึ่งที่มอร์ก็มีโอกาสที่จะได้ก้าวขึ้นเป็นผู้กำกับ เนื่องจากว่าโฆษณาชิ้นต่อไปที่เขากำลังจะทำกับบริษัทสตินี้ มีลูกค้าเป็นนักธุรกิจญี่ปุ่นอาจจะออกแนวยากูซ่านิดๆ มาจ้างให้กำกับโฆษณาโดยใช้แมวเป็นตัวเอก แล้วพอดีว่าพี่โดดนี่กลัวแมวครับ ก็เลยทำให้มอร์ได้กำกับหนังโฆษณาเป็นครั้งแรก เขาจะเอาแมวของเขาชื่อว่า จอนนี่ เป็นแมวศุภลักษณ์ตัวใหญ่ 10 กิโล ไม่ค่อยฟังใคร แล้วก็ถูกดูแลประคบประหงมอย่างลูกชายมาโดยตลอด มอร์ก็ต้องบังคับเจ้าจอนนี่ฟันดาบ กระโดดได้ กินบะหมี่ ยากมากครับ ซึ่งกลายเป็นว่าเรื่องราวความรักของมอร์ และเมโยจะเกิดขึ้นได้ราบรื่น ก็เพราะว่าแมวให้ความร่วมมือครับ" "โดยที่มอร์รับหน้าที่กำกับ เมโยเป็นคนที่ถูกกับสัตว์ ก็รับหน้าที่แคสติ้งดูแลแมวไป แล้วก็ถ้าเกิดว่ามันราบรื่น ความรักของเขาก็น่าจะสมหวังได้เร็วขึ้น แต่ก็มีปัญหามากมาย จนปัญหาสุดท้ายที่มันเกิดขึ้นก็คือแมวพระเอกหายไป มันมีเหตุการณ์ทำให้ได้เห็นใจกันมากขึ้น อย่างนี้จังหวะมันก็จะพาไปเป็นเรื่องของความรักมากขึ้น บวกกับความกวนของคนรอบข้าง ที่ไม่ใช่แค่พี่เท่ง-พี่โหน่ง ทั้งพี่โจ๊ก (อัครินทร์) ที่โผล่ออกมา น้องแอมป์แปรอะไรอย่างนี้ ซึ่งแมวแต่ละตัวก็ไม่ใช่ย่อยครับผม" ความรักแบบฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้ง ของน้องฝึกงานกับพี่เทรนที่น่าจะใกล้ตัวกับวัยรุ่นยุคนี้ แถมยังมีเรื่องราวของผู้คนรอบตัว แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ น่าจะเป็นหนังรักยิ้มๆ อารมณ์ดีหรือเปล่า ? "เราตั้งใจ จะเป็นการล้อเลียนกองโฆษณาซึ่งจะมีผู้กำกับที่ บางทีแล้วดุๆ แต่ความจริงแล้วก็คืออยากได้อะไรก็ต้องได้อย่างนั้น จะมีทีมอาร์ตที่ดูเพี้ยนๆ จะมีตากล้องที่เพี้ยนกว่าอะไรอย่างนี้ครับ ของจริงเรื่องงานมันนำไง แล้วความแปลกๆ ของสิ่งที่ทีมเขียนบทเขาได้เจอในกองโฆษณามา มาล้อเล่นอะไรอย่างนี้" ร่วมงานกับน้องใบเฟิร์นครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง ? "น้องเขาเก่งมากนะครับ ค่อนข้างจะซีเรียสจริงจัง มีความรู้เรื่องการแอคติ้งเยอะมากครับ เยอะกว่าผม เพราะว่าเขาเป็นนักเรียนทางการแสดงด้วยซ้ำ แต่ว่าตัวจริงนอกกองเขาตลกมากครับ เขาจะกวนไปทุกคน แกล้งทุกคน ดูมีความสุขที่อยู่ในกอง ทำให้บรรยากาศรอบข้างมันสดใสขึ้นครับ" ว่ากันว่าบทเมโย ที่ใบเฟิร์นถ่ายทอดออกมาจะทำให้คนดูโดยเฉพาะแฟนๆ มีกรี๊ดแน่ๆ ประมาณว่าใครที่รักน้ำในสิ่งเล็กเล็กฯ นั่นเลย รวมไปถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ในแบบมโนๆ ของน้องฝึกงานกับพี่เทรนด้วย ? "คือผมมองว่ามันเป็นรีแอ็คชั่นนะครับ ต่อการกระทำของตัวละครรอบข้าง น้องใบเฟิร์นทำได้ดีมากครับ ในเรื่องนี้ใครดูก็คงต้องชอบเขานะ เพราะน่ารักมากในเรื่อง  หน้าตาแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ โผล่มาในกองแล้วทำมาเป็นชอบเรา โดนหมดอ่ะ โดนชอบกลับหมดนะ" รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่มีโอกาสได้ทำงานกับ 2 ตลกซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยอย่างพี่เท่ง เถิดเทิง และพี่โหน่งชะช่า ? "ยอมรับก่อนว่า พอรู้ว่าหนังเรื่องนี้มีพี่เท่งพี่โหน่งเล่นด้วย ในใจเราก็คิดว่ามันต้องตลกแน่นอน โดยพาร์ทที่เราเล่นจะเป็นตัวที่นำเสนอในเรื่องราวของความรัก ที่ไปควบคู่กับความตลกของพี่เท่งโหน่ง ก็รู้สึกว่าน่าจะลองดู เราก็ไม่ได้เล่นหนังตลกแบบจริงๆ มานานนะ ยิ่งรู้ว่าเป็นหนังตลกโรแมนติก แล้วก็มีนางเอกที่เก่งกาจมากคนหนึ่งอย่างน้องใบเฟิร์น แล้วพี่เท่งพี่โหน่งก็อยากเจอด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่งคือผมชอบภาพยนตร์สาระแนที่ออกมา ที่เป็นพี่สตาร์บัคส์กับพี่หลังเลนส์เล่น ผมว่ามันคลาสสิคนะ เพราะหนังเรื่องนี้มีพี่เป้นฤบดีกับพี่เท่ง เถิดเทิงช่วยกันกำกับด้วย" พูดได้ว่าคงเป็นนักแสดงไม่กี่คนอย่าว่าแต่ในระดับประเทศเลย ระดับโลกเลยก็ว่าได้ที่จะได้ทำงานร่วมกับแมว ? "ตอนแรกที่อ่านบท เรื่องเล่นกับแมว แมวจะแสดงได้มั้ยนั้นผมไม่ติดลยครับ ผมนึกว่ามันฝึกได้ มารู้ทีหลังว่าแมวฝึกไม่ได้ แล้วยิ่งเป็นแมวเลี้ยงธรรมดายิ่งฝึกไม่ได้ แล้วซึ่งอันนี้มันเป็นเรื่องของผู้กำกับแล้วครับ เราก็อาศัยความอดทนเข้าไว้ ตอนที่ถ่ายจะติดที่มันช้าบ้าง ก็จะมีตอนแมวนี่ล่ะครับ แบบว่าทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีนะ เพราะว่าพี่เป้ นฤบดี เขาเป็นคนค่อนข้างเป๊ะ คมกับสิ่งที่เขาต้องการจะใช้ ก็อาจจะต้องช่วยๆ กัน ในหลายๆ ด้านครับทั้งนักแสดงเอง หรือเจ้าของแมวหรือทางด้าน CG อย่างนักแสดงก็ต้องรอจังหวะ พอสั่งแอ็คชั่นดังเกินแมวก็หนี แมวพวกนี้มันเป็นแมวคุณหนูไง มันกินมาอิ่มแล้ว จะมาป้อนในฉากมันไม่กิน เลือกยี่ห้อ ก็สนุกดีครับ ผมเองก็ไม่เคยเลี้ยงแมวด้วยไงครับ แถมในหนังเราไม่ได้มีแมวแค่ตัวเดียวนะครับ มีเป็นสิบ เวลาเราถ่ายหนังจริงๆ มันไม่ได้จบแค่ถ่ายในสตูดิโอนะครับ มันมีการตามหาแมวซึ่งมันค่อนข้างจะยากลำบาก มีการผจญภัยนิดหน่อยเข้ามาเกี่ยวด้วย มีการลุ้นระทึกตามจังหวะของตัวละครก็อยากจะบอกพี่ๆ ที่อยากจะทำหนังแมวนะครับว่า ไม่เขียน CG ก็เอาแมวที่มันฝึกได้มาแต่ผมว่ามันยากครับแต่ว่าตัวนี้มันก็พิเศษไง จอนนี่ หรือว่าตัวชาลีที่เข้าฉากมันน่ารักมาก" ทำงานกับจอนนี่แมวศุภลักษณ์สุดฮอต ที่มีคนกดไลก์ในแฟนเพจมากกว่า 400,000 ไลก์ เป็นยังไงบ้าง ? "จอนนี่ มันเป็นแมวที่จะมีจังหวะนิ่ง คือจับใส่อะไรมันก็ใส่ได้ นั่งท่านี้ไม่มีแมวตัวไหนนั่งได้ ดัวยความที่มันคงอ้วนมั่งครับ เลยเป็นแมวที่สเปเชียล แมวทุกตัวมันก็ไม่ค่อยฟังอยู่แล้วล่ะ ก็จะมีความดุออยู่บ้าง ก็จะเป็นเสน่ห์ของเขาครับ จริงๆ แล้วการที่ต้องแสดง หรือกำกับจอนนี่ นี่เป็นไปไม่ได้เลยดีกว่าครับผม แค่อยากทำให้เขานิ่งได้ ก็แค่เปิดเครื่องปั่นนะ จอนนี่จะกลัวเสียงเครื่องปั่น ชอบเดินเข้าบ้าน บ้านกระเป๋าเขา คือต้องบอกว่าโชคดีมากที่ จอนนี่กับชาลี (แมวสีขาว) จะนิ่งครับผม คือเขาสามารถนั่งอยู่ในเซทได้ครับ ทาโร่ หมดสิทธ์ครับหนีแบบกลัวตัวสั่นตลอด ส้มจี๊ด นี่ยังโอเคก็มีหนีมั่ง นิ่งบ้าง อ๋อ นอกจากนี้มันจะมีแมวอีกตัว เป็นแมวพันธุ์สฟิงซ์ครับ จะกลัวมากตัวสั่น แล้วมันก็โดดหนีครับ แล้วปีนแบล็คดร็อปกระดาษขาดหมดเลย" มีฉากไหนที่ต้องเข้าฉากกับแมวแล้วมีวีรกรรมเด็ดที่ต้องพูดถึงไหม ?   "ก็มีเยอะครับอย่างฉากที่ผมกับเฟิร์นต้องเข้าฉากร่วมกับแมวเยอะที่สุดเป็นสิบตัวครับ ซึ่งเป็นช่วงที่เมโยกับพี่มอร์ต้องช่วยกันแคสท์ติ้งแมวครับผมก็จะมีแมวหลายชนิดมากๆ มาให้ดู ก็ยากในการที่เราต้องจับเขาไว้ เพื่อให้เข้าฉาก เราก็ให้ใบเฟิร์นที่เล่นเป็นเมโยแนะนำตัวแมวว่า แมวตัวนี้เป็นตัวอะไร เพศอะไร นิสัยยังไง จะเอาไปเล่นบทไหน แต่ว่าจังหวะก็จะมีแบบเราก็ต้องอิมโพรไวส์ตามแมวที่เขาจะเดินทำอะไร ซึ่งก็เป็นคาแรคเตอร์ของตัวพี่มอร์ที่จะสั่งน้องฝึกงานแบบกวนๆ แกล้งๆ อะไรอย่างนี่ครับ แล้วก็มีเอาแมวไปอาบน้ำ ซึ่งแมวตัวนั้นก็คือจอนนี่ไปอาบน้ำ เจ้าของบอกว่าจอนนี่ชอบเล่นน้ำนะ พอแช่มันหนีตลอดเลย แมวมันควบคุมไม่ได้จริงๆ ครับก็ แฟนๆ จอนนี่น่าจะได้เห็นอะไรที่มันเยอะ" ต้องเข้าฉากกับแมวเยอะที่สุด แทบจะแค่สองคนกับใบเฟิร์น ตกลงมีรอยรักฝากเล็บจากจอนนี่บ้างไหม ? " มันโดนแต่ว่ามันไม่เจ็บครับ มันกัดผมวันแรกเลย มันหันมา แง่ม เราพยายามจับมันใส่เสื้อครับวันแรก ยังไม่ได้ถ่ายนะครับ เป็นการฟิตติ้ง ผมก็อุ้มไปก็ตะปบผ่านหน้าใบเฟิร์นหนึ่งที่ ใบเฟิร์นก็โดนแต่ว่ามันไม่ได้กางเล็บออกมาแค่ขู่ แล้วก็ตอนหลังผมคงจับมันแรงไปมั่ง มันงับเบาๆ ทีหนึ่ง ทักทาย อย่ามายุ่งอะไรอย่างเนี่ยะครับ ไม่ครับไม่ยุ่ง ใบเฟิร์นนี่กรี๊ดไหว้เลยครับ ไหว้แมว" พูดถึงผู้กำกับ กำกับแมวหน่อย ? "พี่เป้เป็นคนที่เขารู้ว่าเขาต้องการอะไรครับ แล้วก็รู้ว่าจะตัดแบบไหน ประสบการณ์เขาเยอะมาก แล้วเขาก็ไม่ถ่ายเยอะ เรื่องการถ่ายแมวเขาก็ค่อนข้างจะให้เวลากับมัน คือเขาจะเซ็ทเวลา คือถ้ามีแมวแล้วมันต้องนานแน่นอน แล้วเขาก็พยายามจะกำกับในแบบที่ จังหวะแมวเป็นแบบนี้เราก็ทำตามแบบนี้ ทำให้มันเป็นตามนั้นครับ แต่บางทีมันก็ยากอยู่ดี ไม่ใช่คนธรรมดากำกับไม่ได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาถึงจะกำกับแมวได้" ทำไม แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ เป็นหนังที่ต้องดู ? "ใครที่เข้าไปดูก็จะรักเมโยนะ ผมรู้สึกว่าตอนที่เล่นกับน้องแล้วรู้สึกว่าน่ารักจริงๆ พี่เท่ง-พี่โหน่งเขาไม่ยอมกันเลย ไม่ยอมหยุดในการปล่อยมุก ต้องฮาแน่นอนครับ แล้วก็คนที่ชอบแมว ก็คงได้ไปดูแมวในแอ็คชั่นต่างๆ ก็อยากจะให้ลองไปชมโรแมนติกคอมเมดี้แบบเมี้ยวๆ เรื่อง แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ นี้ 4 มีนาคมนะครับ รับรองว่า เรื่องนี้จะทำให้ทุกคนมีรอยยิ้มออกมาแล้วก็ สนุกสนานแน่นอน สำหรับคนที่เป็นแฟนแมวเรื่องนี้ไม่น่าจะพลาดนะครับ เพราะว่าเราได้นำแมวซุปเปอร์สตาร์ระดับหลากหลายตัวมาร่วมในฉากหนังเรื่องนี้ คือแมวนี่มันสั่งให้เดินยังยากเลยครับผม อยากจะให้ทุกคนลองมาชมกันดูนะครับว่าทำยังไงให้โรแมนติกคอมเมดี้แบบเมี้ยวๆ เรื่องนี้" ลุ้นรักวุ่นๆ ของพี่เทรนและน้องฝึกงาน กลางกองถ่ายเหมียวๆ ไปกับ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ในวันที่ 4 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ได้ที่นี่เลย ------------------------------

10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ
ความรัก /  ความรักวัยรุ่น

เป็นเรื่องที่น่ารู้และน่าใส่ใจมากๆ นะคะ กับพฤติกรรมของแฟนเรา โดยเฉพาะสาวๆ เนี่ย พูดอีกอย่างแต่ใจก็อย่างให้ทำอีกอย่าง 555 จนอาจทำให้หนุ่มๆ เวียนหัวได้ แต่ก็ต้องมาลองหาวิธีปรับหรือเรียนรู้ทำความเข้าใจกัน เพื่อจะได้รู้ว่า "อ่อ จริงๆ แล้วเธอต้องการแบบนี้นี่เอง" เหมือนกับ 10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ เหล่านี้ค่ะ 10 ประโยคเด็ดของผู้หญิง ที่ทำให้ผู้ชายมึนตึ้บ 1. ฉันไม่เป็นไร เมื่อผู้หญิงเอ่ยคำว่าไม่เป็นไร บอกเลยว่าเธอเป็นและเป็นเอามากๆด้วย ความหมายที่แท้จริงคือ “เรื่องที่เราเพิ่งคุยกันตะกี๊มันยังรบกวนจิตใจฉันอยู่นะ แต่ฉันอายหรือโกรธเกินกว่าที่จะคุยต่อ” ดังนั้นเมื่อเธอบอกว่าไม่เป็นไร กรุณาบอกเธอว่า “ผมรู้จักคุณดีและผมรู้ว่าคุณยังไม่สบายใจ เรามาช่วยกันแก้ปัญหานี้ด้วยกันดีกว่า แต่ช่วยบอกผมทีว่าตรงไหนที่ไม่โอเคสำหรับคุณ” 2. แล้วแต่คุณ ระวังนะ!! ตอนนี้คุณกำลังตกอยู่ในนาทีฉุกเฉินหากแฟนสาวของคุณพูดว่า “แล้วแต่คุณ” นี่คือบททดสอบการตัดสินใจของคุณ จำไว้ว่าคุณมีทางเลือกแค่สองทาง ทางแรกคือทำสิ่งที่คุณอยากทำ เช่น ไปเที่ยวกับเพื่อนและนั่งดูบอล ส่วนทางเลือกที่สองซึ่งฉันคิดว่าคุณควรเลือกทางนี้เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง..ฮ่าๆ คือการที่คุณไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณอยากจะทำ แต่คุณต้องทำหน้าที่เป็นแฟนหนุ่มแสนดีที่คอยเอาใจผู้หญิงที่คุณรักอยู่ใกล้ๆตลอดเวลาไม่ห่างกาย คุณต้องชั่งใจให้ดีเชียวนะว่าจะเลือกทางไหน และต้องประเมินด้วยว่าผลที่ตามมามันจะเป็นเช่นไร อาจจะมีระเบิดปรมาณูลงก็ได้ถ้าหากคุณเลือกทางผิด 3. ไม่มีอะไร หากคู่รักของคุณเกิดนอกใจและพูดว่าไม่มีอะไร บอกเลยว่าเธอโกหก! เธอรู้ว่าตัวเองทำผิดและรู้ด้วยว่าคุณคือคนที่เธอต้องการจริงๆ แต่สำหรับผู้หญิงแล้วเซ็กซ์คือเรื่องใหญ่ ไม่ว่าเธอจะนอนกับผู้ชายคนอื่นเพียงเพราะเธอชอบเขาแบบเล่นๆชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันก็คือเรื่องใหญ่อยู่ดีแหละ 4. เดี๋ยวฉันไปหา หากคุณได้ยินคำว่า “เดี๋ยวฉันไปหา” ได้โปรดยกเลิกทุกนัดเดี๋ยวนี้เลยเพราะตลอดทั้งวันเสาร์คุณจะต้องไปยืนเฝ้าแฟนสาวช้อปปิ้งอยู่ในร้าน แม้เจตนาของเธอจะบริสุทธิ์แต่เมื่อใดที่เธอเข้าไปในร้านแล้วทุกอย่างจะทำให้สติของเธอแตกกระเจิง แต่ไม่ใช่เธอไม่รู้ตัวนะ แฟนสาวของคุณรู้ดีว่าคุณอึดอัดและอายหากพนักงานในร้านเห็นคุณทั้งคู่เดินป้วนเปี้ยนอยู่ในห้องลองชุดเป็นชั่วโมงแล้ว ดังนั้นเพื่อความสบายใจคุณรออยู่ข้างนอกน่ะดีแล้วและเตรียมตัวมาให้ดีด้วยล่ะ 5. คุณไม่เห็นอ้วนเลย หากคุณถามแฟนสาวว่าคุณดูอ้วนขึ้นหรือแก่ลงหรือไม่ กรุณาอย่าเชื่อคำตอบของเธอ แม้ว่าเธอจะอยากให้คุณดูดีเพราะเรื่องร่างกายถือเป็นปัญหาระดับชาติของผู้หญิงเลย หากคุณต้องการคำตอบจริงๆล่ะก็ ถามเพื่อนผู้ชายของคุณจะดีกว่า 6. ก็คุณไม่สนใจ ไม่ว่าคุณจะได้ยินประโยคนี้บ่อยแค่ไหนคุณก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี แน่นอนเพราะคุณแคร์เธอยังไงล่ะ และแฟนสาวของคุณก็รู้ว่าคุณรักเธอ แต่เมื่อไหร่ที่เธอพูดว่าคุณไม่สนใจนั่นเป็นเพราะเธอรู้สึกว่าคุณไม่สนใจเธอเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น คราวหน้าคุณช่วยแสดงความรักต่อเธอทั้งกอด จูบ และบอกรักเธอ เพื่อให้เธอรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น 7. ฉันอ้วนไหม? หากแฟนสาวของคุณถามว่าเธออ้วนไหม อย่าเผลอตอบเชียวล่ะเพราะจริงๆเธอไม่อยากรู้หรอกว่าเธออ้วนไหม แต่สิ่งที่เธอต้องการฟังจากปากของคุณคือเธอยังสวยมีเสน่ห์อยู่ไหม คราวหน้าถ้าเธอถามคำถามนี้ให้รีบตอบไปโดยไม่ต้องลังเลว่า “จ้ะคุณไม่อ้วนเลย แถมยังเร้าใจมาก ผมไม่อาจคิดถึงอะไรได้เลยนอกจากคุณ” 8. คอยดูแล้วกัน หากคำว่า “คอยดูแล้วกัน” เป็นคำพูดจบประโยค คุณควรจำใส่กะโหลกไว้เลยว่าเธอไม่อยากพูดคุยกับคุณในเรื่องนี้อีกแล้ว และที่สำคัญคือเธอต้องการจะทำลายแผนการของคุณทั้งหมดที่คุณตั้งใจทำไว้ตั้งแต่แรก 9. ตอนนี้ฉันไม่อยากกุ๊กกิ๊กกับคุณ ยิ่งแฟนสาวของคุณเน้นคำว่า “กับคุณ” ด้วยล่ะก็ หมายความว่าตอนนี้เธอไม่มีความสุขและคุณอาจทำอะไรบางอย่างผิดไป หากแฟนสาวของคุณโกรธหรือหงุดหงิดเธอจะไม่กระโดดขึ้นเตียงไปอยู่กับคุณจนกว่าคุณจะง้อ เข้าใจไหม? 10. หลับหรือยัง? คุณกำลังนอนหลับฝันดีไปแล้วในขณะที่แฟนสาวของคุณเพิ่งขึ้นมาบนเตียงและกระซิบที่ข้างหูของคุณว่า “หลับหรือยัง” นั่นเป็นเพราะเธอเบื่อที่คุณมักจะหลับก่อนเธอเสมอ ข้อมูลและภาพ : realbuzz.com, issue247

อดีตดารา แฮ็ค ซุ่มแต่งเงียบ!! แฟนนอกวงการ
แฮ็ค รุ่งเรือง /  แฮ็ค แต่งงาน / 

ห่างหายจากวงการไปนานปีเลยทีเดียว!! สำหรับหนุ่ม แฮ็ค รุ่งเรือง อนันตยะ หลายคนอาจคุ้นเคยกับบทชายรักชาย จากละครซีรี่ส์สุดฮิตเรื่อง รักแปดพันเก้า กับคู่จิ้นหนุ่ม ภูริ หิรัญพฤกษ์ ล่าสุดหนุ่ม แฮ็ค ได้สละโสดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังมีภาพจากใน IG apop_amarintvhd เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ว่าหนุ่ม แฮ็ค ควงแฟนสาว น้องปิ่น เข้าพิธีวิวาห์ที่ โรงแรมทองธารินทร์ ใน จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายหญิงไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ทาง Gossipstar.mthai.com ขอแสดงความยินดีด้วยนะเจ้าคะ !! ขอขอบคุณภาพจาก FB @Bongkodchaporn Supunnapob , IG @apop_amarintvhd , สยามบันเทิง แฮ็ค ควงแฟนสาว น้องปิ่น เข้าพิธีวิวาห์ แฮ็ค ควงแฟนสาว น้องปิ่น เข้าพิธีวิวาห์ แฮ็ค - ภูริ อดีตคู่จิ้น จาก รักแปดพันเก้า แฮ็ค ควงแฟนสาว น้องปิ่น เข้าพิธีวิวาห์ แฮ็ค - ปิ่น แฮ็ค - ภูริ อดีตคู่จิ้น จาก รักแปดพันเก้า แฮ็ค - ภูริ อดีตคู่จิ้น จาก รักแปดพันเก้า

แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ : อยากเปิดคาเฟ่แมว โปรดชงกาแฟให้อร่อยก่อน
จอนนี่ /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

ท่ามกลางกระแส "ทาสแมว" ที่มาแรงในยุคนี้ จนผุดเกิดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่เอาใจคนกลุ่มนี้เต็มบ้านเต็มเมือง ไล่มาตั้งแต่แฟนเพจในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่แจ้งเกิดสัตว์เซเลปสปีชีส์เอาแต่ใจ ขึ้นมากมาย ไปจนถึงร้านกาแฟที่มีแมวเดินป้วนเปี้ยนให้ลูกค้าได้เล่นตามอัธยาศัย แต่เราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า คาเฟ่แมวพวกนี้ก็มีอยู่ไม่น้อยเลย ที่ขายความน่ารักน่าฟัดของแมวเป็นหลัก แต่ละเลยที่จะใส่ใจในคุณภาพรสชาติคาเฟอีนที่ยังไม่เข้าขั้น ซึ่งในกรณีนี้ อาจต้องนับรวม แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ เรื่องนี้เข้าไปด้วย แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ถ่ายทอดเรื่องราวของ เมโย สาวนักศึกษา ที่มาสมัครฝึกงานในบริษัทถ่ายโฆษณา และได้ พี่มอร์ ผู้ช่วยผู้กำกับประจำกองมาเป็นพี่เทรนคอยดูแลให้ ก่อนจะต้องเจองานสุดหิน เมื่อลูกค้าชาวญี่ปุ่นอยากได้แมวจริงๆ มาถ่ายโฆษณา การเลือกเฟ้นและกำกับแมวจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับความรู้สึกของ เมโย ที่แอบสปาร์คพี่เทรนเข้าอย่างจัง ว่ากันว่า "แมว" เป็นสัตว์ที่ภายนอกน่ารัก แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องเอาแต่ใจ อยากทำอะไรก็ทำ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ก็ลงเอยด้วยนิยามประมาณนั้นแหละครับคุณผู้อ่าน ในฉากหน้าที่เต็มไปด้วยสัตว์สี่ขาหน้าตาหน่อมแน้ม นำโดยเจ้าแมวศุภลักษณ์อ้วนลงพุงชื่อ จอนนี่ มาประเคนให้คนดูและทาสแมวได้ฟินวี๊ดว๊ายกันลืมโลก . หากเป็นคาเฟ่แมวสักที่ แมวที่นั่งๆนอนๆ อยู่ ก็ดูน่ารักดี แต่กลับมีรสชาติกาแฟเจือจาง ไร้ซึ่งความเข้มข้นอร่อยลิ้น . ในขณะที่ส่วนของเรื่องราวหลักที่มีคนเป็นตัวขับเคลื่อน กลับดูเบาบาง ทั้งการแอบรักของ เมโย ต่อ พี่มอร์ ที่ดูเถรตรง ละเมอฟุ้งเฟ้อจนเกินพอดี พยายามสร้างสถานการณ์อันเอื้่อให้เกิดความโรแมนติก แต่ขาดความกลมกล่อมจนดูเป็นส่วนเกิน แต่ที่หนักหนาเอาการคือการเล่นมุข (พยายาม) ตลก จากเท่งและโหน่ง ที่เหมือนหลุดมาจากรายการชิงร้อยชิงล้าน อยากพูดอะไรก็พูด อยากทำอะไรก็ทำ แซวเรื่องส่วนตัว เรื่องผู้หญิงอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทั้งๆที่มันอาจไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวหนังเลยเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นทำให้สิ่งที่ไม่จำเป็น ถูกแทรกมาในปริมาณล้นปริ ด้วยเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างความตลก (ที่ไม่ค่อยจะได้ผล) เท่านั้นเอง สิ่งที่พอจะชิ้นเป็นอัน และจับต้องได้ใน แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ คือที่พึ่งทางใจของวัยรุ่นยุคสไลด์หน้าจอ ที่ผูกติดกับโซเชียลเน็ตเวิร์ค เขื่อความคิดเห็นจากคนที่ตนเห็นเป็นผู้เชี่ยวชาญในทางนั้นๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากัน ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของตัวละคร เมโย ที่วันๆ ก็สร้างจินตนาการเข้าข้างตัวเอง อย่างมากมายในหนัง แต่ประเด็นนี้กลับถูกขับเน้นเพียงสั้นๆ และไม่วายหันไปขายความน่ารักของแมวต่อเหมือนเดิม เชื่อว่าทั้ง ใบเฟิร์น เป้ เท่ง และโหน่ง รวมไปถึง จอนนี่และแมวรับเชิญ (ที่ตัวผู้เขียนเองก็ไม่รู้จัก แต่ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดชื่อในโรง เลยคิดว่าน่าจะเซเลปอยู่พอตัว) มีแฟนๆที่หลงรักพวกเขาอยู่ไม่น้อย และคงได้สนุกสนานกับความน่ารักรื่นเริงบันเทิงใจของทุกคน (และทุกตัว) แต่หากหนังเรื่องนี้เป็นคาเฟ่แมวสักที่ ก็คงต้องเรียนตามตรงว่า แมวที่นั่งๆนอนๆ อยู่ ก็ดูน่ารักดี จนน่าถ่ายรูปอัพลงอินสตาแกรมแบบวัฒนธรรมฮิปสเตอร์ แต่รสชาติกาแฟที่ร้านเสิร์ฟนั้น เจือจางไร้ซึ่งความเข้มข้นอร่อยลิ้น ทั้งที่นั่นเป็นจุดประสงค์หลัก กับการที่เรายอมดื่มคาเฟอีนในราคาแพงแท้ๆ สินะ เรื่องนี้ให้ 6 / 10 ครับ Lecter. ------------------------------

แห้วอีกแล้ว! เนย ไม่หวัง อาร์ม คุกเข่าขอแต่ง!!
เนย โชติกา /  ไฮโซอาร์ / 

ทำเอาหลายคนลุ้นตาม! หลังนางร้ายหน้าสวย เนย โชติกา เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าวาเลนไทน์ปีนี้แฟนหนุ่ม ไฮโซอาร์ม อาจจะมีเซอร์ไพร้ส์คุกเข่าขอแต่งงานในทริปมาเก๊า เพราะอิจฉาเพื่อนหลายคนที่แซงคิวสละโสดกันไปหมดแล้ว ล่าสุด สาวเนย อัพเดทถึงทริปมาเก๊าที่ผ่านมาว่ายังคงแห้วตามเดิม!! บอกไม่คาดหวัง เพราะรู้อยู่แล้ว หนุ่มอาร์ม ไม่โรแมนติก แถมยังเคยเอ่ยปากถามเธอด้วยว่า เวลาขอแต่งงานจำเป็นต้องมีคนอื่นด้วยเหรอ?? งานนี้ สาวเนย เงิบไปเลยทีเดียวจ้าาา!! "วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาไปมาเก๊า ไม่สวีทเท่าไหร่เลยไปกัน 10 คน ก็สนุกดีค่ะ ไปกับเพื่อนๆ ที่เรารัก ตอนแรกกะว่าจะแยกไปมุมส่วนตัวนิดนึง แยกไปทานข้าว แต่สรุปก็ไม่ได้แยก ไม่มีใครยอมให้ไปก็อยู่ด้วยกันหมดค่ะ เค้าก็มีของขวัญให้ แต่เค้าเป็นคนไม่ค่อยโรแมนติก ก็ซื้อของให้ที่มาเก๊าค่ะ เป็นกระเป๋าในนึง เป็นรุ่นที่เนยอยากได้พอดี ไปเจอที่นู่นเค้าก็เลยซื้อให้พอดี" "ส่วนเนยไม่ได้ให้อะไรเลย เค้าก็ไม่น้อยใจค่ะ เนยจะเป็นเด็กดีค่ะ ก็แพลนไว้ว่าจะพาไปทานข้าว เนยกับเค้าจะเหมือนกันมากตรงที่เป็นคนไม่ค่อยโรแมนติกทั้งคู่ สบายๆ ไม่ได้พิเศษอะไร เนยรู้สึกว่าทุกวันเป็นวาเลนไทน์ได้" "ทริปนี้มีซีนคุกเข่าขอแต่งงานมั้ย ไม่มีค่ะ รู้ว่าพวกพี่ๆ ลุ้นกันอยู่ เนยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีแน่นอน เพราะเราไปกับเพื่อน และคิดว่าคงไม่มีโมเม้นท์นั้นหรอก เพราะเค้าเป็นคนไม่โรแมนติกเลย ไม่โรแมนติกที่สุดแล้ว น้อยใจมั้ยเพราะเหมือนเราเองก็ลุ้นด้วย ไม่หรอกค่ะ เพราะเนยไม่ได้คาดหวังว่าเค้าจะต้องโรแมนติกแค่ไหน เนยขอแค่ให้เค้าเป็นคนดีไปตลอด ไม่เปลี่ยนแปลงก็พอค่ะ" "ตอนไปเราลุ้นมากมั้ยว่าเค้าจะขอทริปนี้ ไม่ลุ้นๆ เนยว่าไม่น่าจะเหมาะนะคะ ทริปนี้ไปกันเยอะ คือเค้าเคยพูดนะคะว่าเวลาขอแต่งงานกันจำเป็นต้องมีคนอื่นเยอะๆ อยู่ด้วยเหรอ อันนี้เค้าเคยถามเนยด้วยนะ เนยก็งงไม่รู้จะตอบว่ายังไง ก็บอกไปว่าคงแล้วแต่คน แล้วแต่คู่ค่ะ เราก็งงค่ะว่าถามทำไม เดี๋ยวนี้คงมีหลายคู่มั้งที่เค้าขอแต่งงานกัน เค้าก็เลยสงสัยอยากรู้เฉยๆ ส่วนตัวเรายังไม่พร้อม เพราะเนยรับละครไว้เยอะถึงปลายปีเลยค่ะ คุยเรื่องงานตลอดว่ามีแพลนงานอะไรบ้าง ยังไม่ได้คุยถึงเรื่องแต่งกันเลยค่ะ" เนย กล่าว เนย โชติกา เนย โชติกา เนย โชติกา เนย โชติกา เนย โชติกา เนย โชติกา เนย-อาร์ม เนย-อาร์ม

พี่อ้อย พี่ฉอด ชวน บอส ตัวจริง อัพเดทชีวิต ใน Club Friday Show
Club Friday Show /  Club Friday The Series / 

< ดูย้อนหลัง Club Friday The Series 5 ตอน ความลับของหัวใจที่ไม่มีจริง > กระแสแรงดีไม่มีตกสำหรับ Club Friday The Series 5 ตอนความลับของหัวใจที่ไม่มีจริง หลังออกอากาศตอนจบไปนั้น ก็ยังมีกระแสมากมายโหมกระหน่ำแสดงความคิดเห็นบนโลกโซเชี่ยล งานนี้ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และ พี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล 2 พิธีกร เลยถือโอกาสชวน บอส ตัวจริงเจ้าของเรื่องฯ มาอัพเดทสถานการณ์ชีวิต ตอบคำถามหลากหลายประเด็นที่หลายคนข้องใจ พร้อมอัพเดทความสัมพันธ์ระหว่างบอสกับพี่วินในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร รวมถึงข้อคิดที่ทำให้ผ่านมรสุมต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตมาได้ ที่ บอส เผยในรายการว่า ได้รับความรัก ความเข้าใจ และกำลังใจจากครอบครัว จึงทำให้เค้าเข้มแข็งและก้าวผ่านมรสุมในครั้งนี้มาได้ ตบท้ายด้วยการเปิดใจของ พี่ฉอด และ พี่อ้อย ถึงการหยิบเรื่องของบอสมาทำซีรี่ส์ ที่ไม่เพียงต้องการสะท้อนความรักของเพศที่ 3 เท่านั้น แต่ยังอยากสะท้อนให้เห็นปัญหาและความสำคัญของความรักในครอบครัวอีกด้วย เตรียมพบกับ บอส ตัวจริงเสียงจริงที่จะมาเล่าเรื่องราวต่างๆด้วยตัวเอง ในรายการ Club Friday Show วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคมนี้ เวลา 22.15 - 23.15 ทางช่อง GMM 25 มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน  ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

ในสมัยเรียนนั้นเพื่อนๆ ก็คงจะได้เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาตร์ และจะเห็นว่ามีนักวิทยาศาตร์หลายคนที่เป็นผู้คิดค้นและเริ่มต้นกำเนิดสิ่งต่างๆ ขึ้นมาจนถูกต่อยอดมาถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์บางคนได้ถูกขนานนามว่าเป็นอัฉริยะของโลก และถูกยกย่องในด้านต่างๆ มากมาย ซึ่งถ้ามองย้อนไปดูเราจะเห็นเลยว่า พวกเขามีไอคิวที่สูงกว่าคนปกติมากๆ คือ IQ 140 ขึ้นไป วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ คิดว่าใครจะเป็นอันดับที่ 1 ลองไปอ่านกันดูเลย >,< 10 บุคคลไอคิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก 10. Thomas Young (โทมัส ยัง) : IQ 185 – 200 โทมัส ยัง เป็นนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ ชาวอังกฤษ มีความเฉลียวฉลาดถึงขนาดที่พูดได้กว่า 12 ภาษา เมื่ออายุได้ 14 ปี ผลงานที่เด่นที่สุดของเขาในด้านวัสดุศาสตร์ก็คือ มอดุลัสของยัง นอกจากนี้เขาได้ช่วยเขียนหนังสือสารานุกรม เอ็นไซโคลพีเดีย บริตเตนิกา (Encyclopedia Britannica) ในหลาย ๆ บทความ และยังศึกษาอักษรอียิปต์โบราณเช่นเดียวกับชอง-ฟรองซัว ชองโปลิยง นักภาษาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส โทมัส ยัง เป็นผู้คนพบการโฟกัสของดวงตามนุษย์ และ มีความสามารถในการถอดรหัสได้หลากหลายแบบ เขาเขียนหนังสือเรื่อง "Natural Philosophy and the Mechanical Art" มีเนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีของแสง และงานค้นคว้า เรื่องสี เขาได้ให้สูตรเกี่ยวกับแม่สี ทั้ง 3 สี คือสีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน ไว้เป็นทฤษฎีที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน เขาสนใจเรื่องพลังงานมาก และให้คำจำกัดความของคำว่า "พลังงาน คือ คุณสมบัติของระบบความสามารถที่ทำงานได้" ทั้งยังค้นคว้าเกี่ยวกับทฤษฎีแคลอริคของความร้อน และได้อธิบายถึงเรื่องความตึงผิวของน้ำ และเรื่องความยืดหยุ่นของสารบางชนิด ที่เราทราบกันในชื่อว่า "ยังโมดูลลัส" ไว้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงเรื่องการแปลภาษาฮีโรกราฟฟิกของชาวอียิปต์ ด้วย 9. Gottfried Leibniz (กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ) เป็นนักปรัชญา, นักวิทยาศาสตร์, นักคณิตศาสตร์, นักการทูต, บรรณารักษ์ และนักกฎหมาย ชาวเยอรมันเชื้อสายเซิบ เขาเป็นคนที่เริ่มใช้คำว่า "ฟังก์ชัน" สำหรับอธิบายปริมาณที่เกี่ยวกับเส้นโค้ง เช่น ความชันของเส้นโค้ง หรือจุดบางจุดของเส้นโค้งดังกล่าว ไลบ์นิซและนิวตันได้รับการยกย่องร่วมกันว่าเป็นผู้เริ่มพัฒนาแคลคูลัส โดยเฉพาะส่วนของไลบ์นิซในการพัฒนาปริพันธ์และกฎผลคูณ ผู้ค้นพบสูตรการเคลื่อนที่แบบไดนามิค 8. Nicolaus Copernicus (นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส) : IQ 160-200 เป็นนักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ผู้คิดค้นแบบจำลองระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางสมบูรณ์ ซึ่งดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของเอกภพ มิใช่โลก การตีพิมพ์หนังสือ De revolutionibus orbium coelestium (ว่าด้วยการปฏิวัติของทรงกลมฟ้า) ของโคเปอร์นิคัส ก่อนหน้าที่เขาเสียชีวิตไม่นาน ถูกพิจารณาว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นการเริ่มต้นการปฏิวัติโคเปอร์นิคัสและมีส่วนสำคัญต่อความรุ่งเรืองของการปฏิวัติวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นตามมา ทฤษฎีระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางอธิบายกลไกของระบบสุริยะในเชิงคณิตศาสตร์ มิใช่ด้วยคำของอริสโตเติล โคเปอร์นิคัสเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาแห่งสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา เป็นทั้งนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักนิติศาสตร์ที่สำเร็จดุษฎีบัณฑิตในวิกฎหมาย นักฟิสิกส์ ผู้รู้สี่ภาษา นักวิชาการคลาสสิก นักแปล ศิลปิน สงฆ์คาทอลิก ผู้ว่าราชการ นักการทูตและนักเศรษฐศาสตร์ 7. Rudolf Clausius (รูดอล์ฟ เคลาซิอุส) : IQ 190-205 รูดอล์ฟ จูเลียส เอมมานูเอล เคลาซิอุส เป็นนักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานของอุณหพลศาสตร์ โดยนำหลักการ "วัฎจักรการ์โนต์" ของซาดี การ์โนต์ มาศึกษาต่อยอด ทำให้ทฤษฎีความร้อนมีหลักการที่หนักแน่นมั่นคงขึ้น ผู้คิดค้นกฏข้อที่2 ของ ทฤษฏีเทอร์โมไดนามิค 6. James Maxwell (เจมส์ เคลิร์ก แมกซ์เวลล์) : IQ 190-205 เจมส์ คลาร์ก แมกซ์เวลล์ เป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์เชิงทดลอง (Experimental Physics) คนแรกของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (พ.ศ. 2414) โดยเป็นผู้ก่อตั้งห้องทดลองคาเวนดิช (Cavendish Laboratory) ที่มีชื่อเสียง แมกซ์เวลล์ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มสำคัญชื่อ "เรื่องราวว่าด้วยไฟฟ้าและแม่เหล็ก" (Treatise on Electricity and magnetism) ในปี พ.ศ. 2416 ซึ่งเป็นการให้วิธีการทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายทฤษฎีของฟาราเดย์เกี่ยวกับไฟฟ้าและแรงของแม่เหล็ก นอกจากนี้ แมกซ์เวลล์ยังได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับการมองเห็นสี จลนะ หรือ การเคลื่อนไหวของก๊าซ แต่งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาได้แก่ทฤษฎีว่าด้วย การแผ่รังสีของแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งทำให้แมกซ์เวลล์ได้รับการยกย่องให้เป็นนักทฤษฎีฟิสิกส์ชั้นนำแห่งศตวรรษ 5. Isaac Newton (ไอแซก นิวตัน) : IQ 190-200 ไอแซก นิวตัน ได้รับยกย่องจากปราชญ์และสมาชิกสมาคมต่างๆ ว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักเล่นแร่แปรธาตุ และนักเทววิทยาชาวอังกฤษ ผู้เสนอกฏแรงโน้มถ่วงของโลก ในทางคณิตศาสตร์ นิวตันกับก็อตฟรีด ไลบ์นิซ ได้ร่วมกันพัฒนา ทฤษฎีแคลคูลัสเชิงปริพันธ์และอนุพันธ์ เขายังสาธิตทฤษฎีบททวินาม และพัฒนากระบวนวิธีของนิวตันขึ้นเพื่อการประมาณค่ารากของฟังก์ชัน รวมถึงมีส่วนร่วมในการศึกษาอนุกรมกำลัง งานเขียน Philosophiæ Naturalis Principia Mathematica ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่มีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นรากฐานของวิชากลศาสตร์ดั้งเดิม บอกถึงกฎแรงโน้มถ่วงสากล และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์อันเป็นเสาหลักของการศึกษาจักรวาลทางกายภาพตลอดช่วง 3 ศตวรรษ นิวตันสร้างกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงที่สามารถใช้งานจริงได้เป็นเครื่องแรก และพัฒนาทฤษฎีสีโดยอ้างอิงจากผลสังเกตการณ์ว่าปริซึมสามเหลี่ยมสามารถแยกแสงสีขาวออกมาเป็นหลายๆ สีได้ ซึ่งเป็นที่มาของสเปกตรัมแสงที่มองเห็น เขายังคิดค้นกฎการเย็นตัวของนิวตันและศึกษาความเร็วของเสียง 4. Leonardo da Vinci (เลโอนาร์โด ดา วินชี) : IQ 180-220 เป็นชาวอิตาลี เป็นอัจฉริยบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย เป็นทั้ง สถาปนิกแบบเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาคศาสตร์ นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต นักวาดภาพ นักดาราศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ ดา วินชี มีงานศิลปะที่มีชื่อเสียงหลายชิ้น เช่น พระกระยาหารมื้อสุดท้าย และ โมนา ลิซ่า  งานของ ดา วินชี ยังสร้างคุณประโยชน์กับวิชากายวิภาคศาสตร์ ดาราศาสตร์ เป็นบุคคลแรกที่ วางรากฐานด้านการบิน รวมถึงวิศวกรรมโยธา ด้วยความที่เป็นบุรุษที่มีจิตวิญญาณที่รักในศาสตร์หลายแขนง เลโอนาร์โดทำให้เกิดจิตวิญญาณของสหวิทยาการในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ และกลายเป็นบุคคลสำคัญของยุคนั้น 3. Albert Einstein (อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์) : IQ 205-225 เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก "การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี" ในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ยังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุดในยุคปัจจุบัน ไอน์สไตน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ด้วยโรคประสาท ไอน์สไตน์ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้น และงานอื่นที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกกว่า 150 ชิ้น ผลงานของไอน์สไตน์ เช่น ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป, ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ, ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก, การเคลื่อนที่ของบราวน์, สมการสนามของไอน์สไตน์, ทฤษฎีแรงเอกภาพ 2. Johann Goethe (โยฮันน์ วอล์ฟกัง ฟอน เกอเทอ) : IQ 210-225 ไอสไตน์เรียกเขาว่า “มนุษย์คนสุดท้ายบนโลกที่รู้ทุกสิ่ง” เขามีความสามารถมากมาย เช่น เคมีในร่างกายมนุษย์ และ ยังมีความสามารถในการประพันธ์บทละคร วรรณกรรม  เป็นผู้รู้รอบด้านชาวเยอรมัน เขาเป็นทั้งนักเขียนนิยาย นักเขียนบทละคร นักสิทธิมนุษยชน นักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา รวมถึงดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะบริหารของไวมาร์ในประเทศเยอรมนีอยู่ 10 ปี เกอเทอเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวรรณคดีเยอรมัน คลาสสิกใหม่ของยุโรปและโรมัน ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เกอเทอและงานของเขาได้ส่งผลไปทั่วยุโรปและได้สร้างแรงบันดาลใจกับงานต่อ ๆ มาทางด้าน ดนตรี การละคร และกวี 1. William Sidis : IQ 200-300 ไซดิส เป็นชาวรัสเซีย เกิดวัน April Fool's Day หรือ 1 เมษายน ค.ศ.1898  สมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า "Universal Genius" บุคคลที่ถือว่า "ฉลาดทีสุดในจักรวาล"  สามารถอ่านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ได้ตั้งแต่อายุเพียงหนึ่งขวบครึ่ง และต่อมาสามารถเรียนรู้ภาษาละตินด้วยตนเองเมื่ออายุ 2 ขวบ พอ 3 ขวบก็เริ่มฝึกพิมพ์ดีด ด้วยการเขียนจดหมายสั่งของเล่นมาให้ตัวเอง! 8 ขวบเขียนหนังสือเสร็จไปสี่เล่ม รู้จักไปแล้วสิบภาษา 11 ขวบ เป็นผู้ที่เข้าศึกษาที่ harvard อายุน้อยที่สุด เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล businessinsider, http://th.wikipedia.org/wiki/, http://www.neutron.rmutphysics.com/physics-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=2931&Itemid=72