คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว

ศาลฎีกาฯ เผยที่มา ตีราคาประกันตัวยิ่งลักษณ์ 30 ล้าน
30 ล้าน /  จำนำข้าว / 

นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาฯ เผยที่มาของวงเงินประกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ สูงลิบราว 30 ล้านบาท วันนี้ (19 พ.ค. ) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เดินทางออกไปยังศาลฎีกาฯ เพื่อรับฟังคำฟ้องจากศาลฎีกาฯ ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว ได้ออกมาทักทายประชาชนที่มายืนรอต้อนรับ ให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ข้อมูลใดๆต่อผู้สื่อข่าว ด้านนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าฟังศาลฎีกาฯ อ่านคำฟ้องในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า กระบวนการหลังจากนี้เป็นที่ประจักษ์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ในการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวที่จะช่วยเหลือชาวนา พร้อมจะแสดงหลักฐานต่อศาล พร้อมกันนี้กระบวนการพิจารณาของศาลครบองค์คณะทั้ง 9 ท่าน และได้อธิบายยื่นฟ้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ฟัง และสอบถาม อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จะให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพ ซึ่งผลปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ให้การปฏิเสธและจะให้รายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 3 ก.ค. ศาลจึงได้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 21 และ 28 ก.ค. เวลา 09.00 น. โดยศาลให้จำเลยมาตามนัด โดยมีวงเงินประกันตัวจำนวน 30 ล้านบาท ส่วนทางด้าน นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาฯ ระบุว่า การพิจารณาตีราคาปล่อยชั่วคราวของจำเลยแต่ละคน ศาลจะพิจารณาจากอัตราโทษในแต่ละคดี และมูลค่าความเสียหายในคดีเป็นหลัก อย่างไรก็ตามคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว สาเหตุที่ศาลตีราคาปล่อยชั่วคราว 30 ล้านบาท พิจารณาจากมูลค่าความเสียหายในคดี ที่สูงถึง 5 แสนล้านบาท ส่วนอัตราโทษ และนำสำนวนคดีอื่นๆ มาพิจารณาประกอบ เช่น คดีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับปล่อยชั่วคราวไป 10 ล้านบาท แต่ก็ยังหลบหนี และถือว่าคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ มีการตีราคาปล่อยชั่วคราวสูงที่สุด MThai News สนับสนุนข้อมูลโดย มติชน

'พลเมืองโต้กลับ' ชวนทูตญี่ปุ่น เป็นพยาน ฟ้องกลับ คสช.
กลุ่มพลเมืองโต้กลับ /  คสช. / 

แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เดินทางไปยื่นจดหมายให้เจ้าหน้าที่การทูตญี่ปุ่นในไทย เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการดำเนินการยื่นฟ้อง คสช. พร้อมเชื้อเชิญให้มาเป็นสักขีพยาน วันนี้ (21 พ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ได้มีการโพสต์เรื่องราวความเคลื่อนไหวของกลุ่มพลเมืองโต้กลับผ่านเฟซบุ๊คชื่อ 'Sa-nguan Khumrungroj' โดย นายพันธุ์ศักดิ์ ศรีเทพ และสมาชิกในกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ได้เดินทางไปยังสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อยื่นจดหมายเชื้อเชิญเจ้าหน้าที่การทูต ให้ทราบถึงการดำเนินการฟ้องร้อง คณะรัฐประหาร ด้วยมาตรา 113 และเรียนเชิญมาเป็นพยานในการฟ้องร้อง โดยมีไทอิชิ อากิโมโต (Taishi Akimoto) เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นผู้รับหนังสือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากยื่นหนังสือเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินี ได้เชิญตัวกลุ่มพลเมืองโต้กลับไปที่สน.ลุมพินี เพื่อสอบถามและทำประวัติ ก่อนปล่อยตัวออกมาในเวลา 15.30 น โดยยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ยืนยันจะนัดรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 15.00 น.ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าวเพื่อเดินไปศาลอาญายื่นฟ้อง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ในข้อหากระทำผิดกฎหมายอาญา ตามมาตรา 113 MThai News ที่มา FB : Sa-nguan Khumrungroj

อย่าให้มันตามมา มิฉะนั้นอาจจะตายไม่รู้ตัว ในตย.ซับไทย It Follows
It Follows /  ซันแดนซ์ / 

จัดได้ว่าเป็นหนังสยองขวัญสุดเซอร์ไพรส์แห่งปี เพราะว่ามันมาจากผกก.หน้าใหม่ แต่กลับได้คำวิจารณ์ที่ขึ้นชื่อว่าดีเยี่ยมที่สุดในหลาย 10 ปีกันเลยทีเดียว สำหรับ It Follows ที่ตอนนี้ตัวหนังมีกำหนดฉายไทยไว้วันที่ 25 มิถุนายนนี้แล้ว พร้อมทั้งปล่อยตัวอย่างซับไทยออกมาเรียกน้ำย่อยกันด้วย กับผลงานการกำกับของ เดวิด โรเบิร์ต มิตเชลล์ ที่มีนักแสดงนำอย่าง ไมก้า มอนโรล จาก The Guest และ โอลิเวีย ลูคาร์ดี จาก The Rewrite ร่วมด้วยพระเอกหนุ่มหน้าใหม่อย่าง เจค แวรี่ ครับ It Follows เรื่องราวของสาววัยรุ่นนามว่า เจย์ (ไมก้า มอนโร) หลงรักฮิวจ์ (เจค แวรี่) หนุ่มหล่อมากเสน่ห์จนทั้งคู่มีความสัมพันธ­์ ลึกซึ้งในคืนหนึ่ง แล้วค่ำคืนแห่งความสุขก็กลายเป็นความสยอง เมื่อหลังจากทั้งคู่มีอะไรกัน เจย์ตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองถูกจับมัดตรึงกับ­เก้าอี้ เธอกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งลึกลับบางอย่างซึ­่ งบอกกับเจย์ว่ามันจะติดตามเธอไปทุกที่ แม้เธอถูกปล่อยตัวออกมาได้ มันก็จะหลอกหลอนเธอไม่ว่าเธอจะอยู่ไหน และมันจะเอาชีวิตเธอได้ทุกเวลา หนังมีเปิดรอบพิเศษให้สยองก่อน 12 - 21 มิถุนายน ก่อนที่เข้าฉายเต็มรูปแบบในวันที่ 25 ครับ ใครอยากสยองก่อนก็เตรียมตัวไว้ให้ดี -------------------------------------- ชมเซตโปสเตอร์งามไส้กันครับ It Follows

ครม.ไฟเขียวแยก กรมการบินพลเรือน แก้ปัญหาการบิน
กรมการบินพลเรือน /  ครม. / 

พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง เผยครม.ไฟเขียวแยกกรมการบินพลเรือนออกเป็น 2 หน่วยงาน พร้อมกำหนดให้สรุปเสร็จ มิ.ย. นี้ วันนี้ (20 พ.ค. 58) พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมได้มีการอนุมัติ 3 ประเด็น ได้แก่ การอนุมัติแยกกรมการบินพลเรือนออกเป็น 2 หน่วยงานใหม่คือ สำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และ กรมท่าอากาศยาน ทั้งนี้การอนุมัติเพิ่มจำนวนบุคลากรเพื่อมาทำหน้าที่เชื่อมต่องานระหว่างกรมการบินพลเรือนแบบเก่ากับสำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และกรมท่าอากาศยาน เพื่อแก้ไขปัญหาปัญหาข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ (SSC) จากการตรวจสอบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จำนวน 48 คน ในสัปดาห์หน้า จะเร่งดำเนินการบรรจุบุคลากรให้ครบเต็มจำนวน โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมและอธิบดีกรมการบินพลเรือน เป็นผู้คัดสรร โดยอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการะดับกระทรวงในการพิจารณาบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานใหม่กับการแก้ไขพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเดินอากาศ ซึ่งทั้ง 3 ประเด็น จะใช้มาตรา44 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาช่วยในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ได้กำหนดเป้าหมายในการสรุปบทบาทหน้าที่และโครงสร้างของ 2 หน่วยงานใหม่ว่า จะต้องแล้วเสร็จไม่เกินต้นเดือน มิ.ย. นี้ พร้อมการสรุปเรื่องแก้ไขกฎหมายและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเดินอากาศจะต้องแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นเดือน มิ.ย. นี้ เช่นกัน อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้ทางกระทรวงคมนาคมจะนำเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงส่งให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พิจารณา

ครม.-คสช. say yes! ไฟเขียวแก้รธน.ชั่วคราวเปิดช่องประชามติ
ครม. /  คุรุจิต นาครทรรพ / 

มติที่ประชุมร่วม ครม.คสช.ไฟเขียวเห็นชอบ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี57 เปิดช่องให้ทำประชามติ เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 พ.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล การประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธาน ที่ประชุมร่วมจะมีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี2557 เพื่อทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ซึ่งหากที่ประชุมเห็นชอบจะดำเนินการแก้ไขและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.พิจารณาภายใน 15 วัน ขณะเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย เตรียมรายงานข้อเสนอแนะและความเห็นของกระทรวง หน่วยงานต่างๆ รวมถึงนักวิชาการและประชาชน ที่เสนอแก้ไขหรือตัดร่างรัฐธรรมนูญในบางประเด็นที่ไม่มีความชัดเจนออก ในด้านของเศรษฐกิจคาดว่าจะมีการเสนอชื่อนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ แทนนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อดีตปลัดกระทรวงพลังงานที่ย้ายไปเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะเสนอชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับอธิบดี 5 คน ประกอบด้วย 1.นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง 2.นายอยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ 3.นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร 4.นายโอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และ 5.นายศักดิ์ชัย ศรีบุญชื่อ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ซึ่งประเด็นเรื่องการทำประชามตินั้น คสช. และ ครม. เห็นชอบตรงกันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมเพื่อเปิดช่องให้สามารถทำประชามติ ...................................................................................................... ครม.-คสช. ถกร่วมวันนี้ พิจารณาทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมชง คุรุจิต นาครทรรพ นั่งปลัดพลังงานคนใหม่ การประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. เป็นประธานการประชุมในวันนี้ มีวาระที่จะพิจารณาประกอบด้วย การพิจารณาให้มีการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่กรรมมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอหรือไม่ เพราะถ้าเห็นชอบในการทำประชามติ ก็จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติต่อไป ขณะที่วาระด้านเศรษฐกิจคาดว่าจะมีการเสนอชื่อนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ แทนนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน ที่ย้ายไปเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือก.พ.ร. ส่วนทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเสนอรายชื่อการปรับเปลี่ยนข้าราชการระดับผู้บริหาร ระดับ 10 เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อให้การทำงานและการแก้ปัญหาตามแนวทางการบริหารราชการให้เป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาล โดยรายชื่อในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ คาดว่าจะมี อาทิ ,นายวิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประมง แทนนายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง ,นายนำชัย พรหมมีชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ แทนนายวิมล ,นายจุมพล สงวนสิน ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ แทนนายนำชัย ,นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ,และนายสมชาย ชาญณรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร แทนนายอนันต์ ขอบคุณข้อมูล /ภาพ จส100 Mthai News

สั่งคุมเข้มผู้ได้รับอภัยโทษ 38,000 คน ไม่ให้ทำผิดซ้ำอีก
กระทรวงยุติธรรม /  นายกรัฐมนตรี / 

กระทรวงยุติธรรมเผยพร้อมวางมาตรการดูแลและติดตามพฤติกรรมผู้ที่พ้นโทษจากการอภัยโทษ 38,000 คน หลังนายกฯกังวลเสียงวิจารณ์จากการปล่อยตัวผู้ต้องขัง วันนี้ 21 พ.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวมาตรการดูแลและติดตามพฤติกรรมผู้ที่พ้นโทษจากการอภัยโทษ หลังนายกรัฐมนตรี กังวลถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การปล่อยผู้ต้องขัง 38,000 คนจากการอภัยโทษจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยของคนในสังคม และอาจเกิดการกระทำผิดซ้ำ นายกฯ จึงสั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ หารือร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการในการจัดหาอาชีพรองรับ ติดตามดูแลพฤติกรรมผู้พ้นโทษ โดยเตรียมจัดมหกรรมเจรจาธุรกิจ คืนคนดีสู่สังคมด้วยการเชิญบริษัทเอกชนให้โอกาสผู้พ้นโทษด้วยการรับเข้าทำงาน พร้อมออกมาตรการทางภาษีจูงใจบริษัทเอกชน นอกจากนี้ได้ประสานให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเพื่อติดตามดูแลผู้พ้นโทษ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า จากสถิติพบว่ามีผู้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำปีละ 180,000 คน ปล่อยออกปีละ 120,000 คน ดังนั้น จึงต้องเร่งวางมาตรการเพื่อดูแลการส่งเสริมอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พ้นโทษไม่ให้กลับมากระทำผิดซ้ำ นอกจากนี้กรมราชทัณฑ์จะศึกษาการดูแลผู้พ้นโทษจากประเทศสิงค์โปร์ และญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้เกิดองค์กรที่จะเข้ามาดูแลผู้พ้นโทษของไทยเป็นการเฉพาะ โดยกระทรวงยุติธรรมจะเร่งพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องขังสูงอายุที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ ซึ่งเดิมหลักเกณฑ์กำหนดให้ต้องรับโทษมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ ดังนั้นจะเร่งแก้หลักเกณฑ์ที่ไม่เอื้อกับการปล่อยตัวผู้ต้องขัง หรืออาจใช้มาตรการที่ออกโดยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าหลักเกณฑ์ที่จะออกมาใช้ควรใช้กับทุกฐานความผิดไม่ยกเว้นคดีความผิดมาตรา 112 ด้วย MThai News ขอบคุณข้อมูล posttoday

'ประจิน' ลุยตรวจ 4 สายการบิน ดีเดย์ 1มิ.ย.นี้
4สายการบิน /  ตรวจสอบ / 

รมว.คมนาคม สั่งลุยตรวจสอบ 4 สายการบิน ของไทย เริ่มวันที่ 1 มิ.ย.นี้ และจะตรวจสอบให้ครบ 28 สายบิน ภายในเดือนส.ค.58 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ตามคำร้องขอจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ที่ต้องการให้ตรวจสอบการออกใบอนุญาตสายการบิน (เอโอซี) ซึ่งจะเริ่มทำการตรวจสอบในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ โดยทำการตรวจสอบสายการบินของไทย 4 แห่งแรก ได้แก่ การบินไทย, ไทยสมายล์, นกสกู๊ต และไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ สำหรับการตรวจสอบครั้งนี้จะใช้คู่มือการตรวจสอบฉบับใหม่ที่มีการปรับปรุงเสร็จตามมาตรฐานไอซีเอโอช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ และคาดว่าจะตรวจสอบทั้ง 4 สายการบินเสร็จ ภายในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ หลังจากนั้นจะทำการตรวจสอบสายการบินที่เหลือของไทยที่บินระหว่างประเทศให้ครบทั้งหมด 28 สายการบิน ภายในเดือนส.ค.5 และหากมีการตรวจเสร็จทั้ง 4 สายการบิน จะมีการตรวจสอบสายการบินของไทยที่บินระหว่างประเทศที่เหลือทั้งหมดให้ครบทั้ง 28 สายการบินภายในเดือนส.ค.58 นอกจากนี้ กระทรวงฯได้เสนอแผนให้นายกฯ ใช้อำนาจมาตรา 44 ตาม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ปรับโครงสร้างกรมการบินพลเรือนใหม่ โดยแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งชาติ มีหน้าที่กำกับดูแลสายการบิน และบุคลากร และอีกส่วนเป็นกรมท่าอากาศยาน ทำหน้าที่บริหารสนามบิน 28 แห่งของกรมการบินพลเรือนเดิม อีกทั้ง ยังเสนอเพิ่มบุคลากรทางการบิน อีก 48 คน ภายในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อทำหน้าที่การตรวจสอบสายการบิน รวมถึงเสนอให้แก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 และพ.ร.บ.ขนส่งทางอากาศ อีกด้วย คาดจะนำเสนอต่อรัฐบาลภายในเดือนมิ.ย.นี้ MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก...เดลินิวส์

สหรัฐฯ เรียกร้องไทย หาที่พักพิงชั่วคราวให้โรฮีนจา
บังคลาเทศ /  พม่า / 

รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ โทรศัพท์สายตรงถึงรัฐมนตรีต่างประเทศไทย เพื่อหาถึงความเป็นไปได้ในการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวแก่ชาวโรฮีนจา วันนี้ (16พ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากการเปิดเผยของ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ โดย นาย เจฟฟ์ รัทเค้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า นาย จอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้โทรศัพท์ถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในคืนวันพฤหัสบดี เพื่อหารือถึงสถานการณ์ผู้อพยพในทะเลอันดามัน และพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่ไทยจะจัดหาที่พักพิงชั่วคราวแก่ชาวโรฮีนจา นาย รัทเค้ กล่าวว่า ชาวโรฮีนจา เกือบ 3,000 ราย ได้รับความช่วยเหลือ หลังเดินทางข้ามทะเลไปในอินโดนีเซียและมาเลเซียในสัปดาห์นี้ แต่ก็ยังมีเรือผู้อพยพที่ยังถูกผลักดันสู่ทะเล เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศในภูมิภาค มีนโยบายผลักดันไม่ให้เรือผู้อพยพเข้าเทียบชายฝั่งของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ พยายามหารือกับรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในการตอบสนองความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยเร็ว และขอให้รัฐบาลของประเทศที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือกันอย่างเร็วที่สุด โดยให้ความสำคัญลำดับแรกกับการช่วยชีวิตผู้อพยพที่ยังไร้ทิศทางอยู่กลางทะเล ซึ่งถือเป็นประเด็นเร่งด่วน อีกทั้งยังขอให้ทุกประเทศในภูมิภาคใช้ความอดกลั้นยับยั้งไม่ใช้มาตรการผลักดันเรือผู้อพยพออกไป MThai News

ก็แค่ทางผ่าน! สเตอร์ลิ่ง เตรียมขอร็อดเจอร์สแยกทางหงส์หลังปิดซีซั่น
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง /  ลิเวอร์พูล / 

ทำเอาสาวก "เดอะค็อป" ถึงกับเฮลั่นซอย! หลังจาก skysports สื่อกีฬาชื่อดังตีข่าว เจ้าหนู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกหล่อเลือกได้ของ ลิเวอร์พูล เตรียมนัดคุยกับ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส และเอียน อายร์ ภายในสุดสัปดาห์นี้ ถึงกรณีที่ตัวเขาไม่อยากค้าแข้งอยู่ในรัง แอนฟิลด์ อีกต่อไป และจะขอแยกทางกับ "หงส์แดง" ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยให้เหตุผลว่าทางต้นสังกัดไม่เคยปกป้องตัวเขาจากข่าวเสียๆหายๆเลย ก่อนหน้านี้วันเดอร์คิดวัย 20 ปี ปฎิเสญสัญญาฉบับใหม่ที่ทาง ลิเวอร์พูล ยื่นไปให้ด้วยเม็ดเงิน 100,000 ปอนด์/ สัปดาห์ จนนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนเรื่องจะแดงขึ้นมาเนื่องจากสื่อหลายสำนักบนเกาะอังกฤษลงข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า สเตอร์ลิ่ง ได้ขอเจรจาส่วนตัวกับ "บีร็อด" ภายในวันศุกร์นี้ เพื่อเรียกร้องให้ต้นสังกัดยอมปล่อยตัวเขาออกจากทีมโดยมี แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซน่อล, บาเยิร์น มิวนิค, ยูเวนตุส และเรอัล มาดริด พร้อมแย่งชิงปีกวัยกระเตาะรายนี้ไปร่วมทัพ อย่างไรก็ตามรายงานยังบอกด้วยว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะยังคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆด้วยการยื่นข้อเสนอสุดท้ายให้ สเตอร์ลิ่ง ไปพิจารณาในช่วงซัมเมอร์อีกครั้ง เพื่อโน้มน้าวให้ ลูกรัก มีอนาคตอันสดใสในถิ่นลุ่มแม่เมอร์ซีย์ไซด์ต่อไป

'อลงกรณ์'ปัดมีล็อบบี้ สปช. คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ
ล็อบบี้๊ /  สปช. / 

สปช. 'อลงกรณ์' โต้ข่าวล็อบบี้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ยันไม่มีใครสั่งได้ ขณะทำคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 8 กลุ่ม คืบหน้า นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ แถลงว่า กรณีมีกระแสข่าวมีผู้ให้ สปช. คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ขอปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีใครจะมาสั่ง สปช.ได้ เพราะ สปช. เกิดขึ้นโดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มีภารกิจหลักในการทำรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ ยังเร็วเกินไป ที่จะระบุได้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ความเห็นชอบของ สปช. ดังนั้น ข่าวที่เกิดขึ้น อาจมาจากสมาชิกบางคน หรือผู้ที่เสนอคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญบางคนเท่านั้น สำหรับความคืบหน้า ในการทำคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง 8 กลุ่ม มีความคืบหน้าไปมากและใกล้จะะเสร็จสมบรูณ์แล้ว ซึ่งความเห็นในประเด็นสำคัญ อาทิ ที่มาของนายกรัฐมนตรี และที่มาของ ส.ว. ได้มีผู้เสนอความเห็นไว้หลายแนวทาง และยังไม่มีข้อสรุป

เอ๊ะๆ นั่นใคร? เผยฟุตเทจและตัวละครใหม่ ในตัวอย่างฉบับญี่ปุ่น จาก Inside Out
animation /  Inside Out / 

ยามใดที่ตัวอย่างหนังฉบับญี่ปุ่นถูกปล่อยออกมา ก็มีได้สร้างสีสันกันตลอด และล่าสุดนี้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเจ้าอารมณ์ Inside Out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง ผลงานไอเดียบรรเจิดจาก พิกซาร์ ที่จะพาไปสำรวจและลองฟังเสียงเล็กๆในหัวของคุณ และเมื่อแดนปลาดิบปล่อยตัวอย่างทั้งที ก็ต้องไม่เหมือนใครแน่นอน โดยจะเผยทั้งฟุตเทจลับ ๆ ฉากใหม่ๆ และอีกหนึ่งตัวละครหน้าใหม่ ที่จะร่วมผจญภัยไปในดินแดนของอารมณ์สุดน่ารักนี้ด้วย ลองฟังเสียงเล็กๆ ในหัวของคุณ ไปกับ Inside Out มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง ในวันที่ 12 ส.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างซับไทยและเรื่องย่อภาพยนตร์ Inside Out ได้ที่นี่เลย -------------------------------------

มันพร้อมจะยึดโลก ในตัวอย่างซับไทย 'Monsters: Dark Continent สงครามฝูงเขมือบโลก'
Godzilla /  Monsters / 

เตรียมมีคิวเข้าฉายในบ้านเรากันด้วย สำหรับหนังภาคต่อจากหนังสัตว์ประหลาดทุนต่ำ ที่คราวนี้อัพเกรดมากลายเป็นหนังที่มีทุนสูงหน่อย และเปลี่ยนโทนเป็นแอ็คชั่นล้างผลาญกันเลยทีเดียว สำหรับ Monsters: Dark Continent ที่สร้างต่อมาจาก Monster ของผกก. แกเร็ท เอเวนส์ ที่ตอนนี้ไปทำ Godzilla จนโด่งดังแล้ว โดยงานนี้ตัวหนังก็มีกำหนดฉายในไทยด้วย พร้อมทั้งปล่อยตัวอย่างแบบซับไทยออกมาให้เราชมกันแล้วครับ หนังนำเสนอเรื่องราวการต่อสู้ของโนอาห์ นายทหารอเมริกัน ที่ถูกส่งไปตะวันออกกลางเพื่อปกป้องผลประโ­ยชน์ของสหรัฐ จากการคุกคามของเหล่าสัตว์ประหลาด เขามีภารกิจสำคัญที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือทห­ารนายหนึ่งออกจากเขตแดนของเหล่า สัตว์ประหล­าดร้ายให้ได้ ระหว่างการต่อสู้อย่างดุเดือด ยานพาหนะประจำหน่วยถูกโจมตีจนไม่เหลือซาก แต่พวกเขากลับได้รับความช่วยเหลือจากเด็กส­าวท้องถิ่นที่อาสาเป็นผู้นำทางพา พวกเขาออก­ไปจากพื้นที่อันตรายในที่สุดทั้งสามคนจะสามารถหนีเอาชีวิตรอดอ­อก มาได้อย่างหวุดหวิด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนค้นพบความจริงก็คือ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดบนโลกมนุษย์อาจจะไม่ใ­ช่พวกเอเลี่ยน Monsters : Dark Continent ผลงานการกำกับของ “ทอม กรีน” นำแสดงโดย โจเซฟ เดมป์ , จอห์นนี่ แฮร์ริส, โซเฟีย โบเทล่า, แซม คีลีย์, นิโคลัส พินน็อค, ปาร์คเกอร์ ซอว์เยอร์ และ ไคย์ล โซลเลอร์ กำหนดฉายไทย 18 มิถุนายนนี้ครับ

เครือข่ายค้าโรฮีนจามอบตัวอีก2 ปัดข้อหาขอสู้คดีชั้นศาล
ค้ามนุษย์ /  ปาดังเบซาร์ / 

ผู้ต้องหาค้าโรฮีนจา เข้ามอบตัวเพิ่มอีก2ราย พบเป็นเครือข่าย "นายกเล็กปาดังเบซาร์" ขณะระนองตรวจยึดเรือประมงดัดแปลงใช้ขนโรฮีนจา วันที่ 22 พ.ค. พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงความคืบหน้าการดำเนินการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์โรฮีนจาว่า นายทนงศักดิ์ เหมมันต์ และนายศราวุธ พรหมกระหมัด สองผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังวานนี้(21 พ.ค.) นายวุฒิ วุฒิประดิษฐ์ อดีตตำรวจ จ.สตูล เครือข่ายค้ามนุษย์กลุ่มเดียวกับ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง ได้เข้ามอบตัว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองราย เป็นเครือข่ายของนายบรรจง ปองผล นายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ สำหรับดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 46 ราย จากที่ถูกออกหมายจับ 77 ราย  ยังเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 31 ราย ส่วนที่จังหวัดระนอง นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยถึงผลการเปิดยุทธการตัดวงจรการค้ามนุษย์ ปิดเส้นทางขนส่งจากต้นทางว่า ได้ใช้มาตรการเด็ดขาดเข้าตรวจยึดเรือประมงดัดแปลงที่ใช้ในการขนชาวโรฮีนจาโดยได้ยึดของกลางให้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว 3 ลำ นอกจากนี้ยังมีเรือที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยอีก 9 ลำ ที่กรมเจ้าท่า กำลังตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยได้สั่งให้ระงับการใช้เรือเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีอีก 7 ลำ เป็นเรือสัญชาติเมียนมา ซึ่งได้ประสานส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่ของเมียนมาแล้ว เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรือประมงดัดแปลงที่มีจุดประสงค์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ขอบคุณข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว3 MThai News

'บิ๊กตู่ ปรามกระแสชาวเน็ตไม่เอา 'โรฮิงญา' เข้าไทย
บิ๊กตู่ /  ประยุทธ จันทร์โอชา / 

'ประยุทธ์ 'เข้าใจกระแสโลกโซเชียลเป็นห่วงเรื่องปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญา มั่นใจคนไทยมีหลักการและมีสติ ยันดูแลผู้ลักลอบข้ามแดนทุกชนชาติและเชื้อชาติตามหลักมนุษยธรรม พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรู้สึกเป็นห่วงต่อกระแสในสื่อโซเชี่ยลมีเดียขณะนี้ ที่แสดงความเห็นในทำนองไม่ต้องการให้รัฐบาลยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้เคลื่อนย้ายอย่างไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดียเพราะเกรงจะกลายเป็นภาระแก่ประเทศในระยะยาว รวมทั้งกังวลเรื่องความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลจะยึดเอาประเทศชาติและประชาชนคนไทยเป็นที่ตั้ง และจะไม่ดำเนินนโยบายใดๆที่จะส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพและความมั่นคงของประเทศ อย่างไรก็ตามการให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์และการให้ความร่วมมือกับเพื่อนบ้านก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำในขอบเขตที่เหมาะสมและไม่เดือดร้อน ไม่ใช่เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด ถ้าแบบนี้คงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง ในทางตรงกันข้ามการที่เราจะปฏิเสธการให้ความช่วยเหลืออย่างสิ้นเชิงก็อาจส่งผลต่อการดำรงตนในฐานะสมาชิกประชาคมโลกที่ยังต้องมีการติดต่อประสานพึ่งพากันในกรณีอื่นๆ นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนคนไทยล้วนเข้าใจในหลักการนี้และมีสติมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมใจกับฝ่าฝันปัญหาไปกับรัฐบาล บนความถูกต้องและดีงาม สำหรับแนวทางการจัดการปัญหาผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ประเทศไทยยังคงใช้หลักการเดิมไม่เปลี่ยนแปลง กล่าวคือให้การดูแลตามหลักมนุษยธรรมแก่ผู้ลักลอบข้ามแดนทุกชนชาติและเชื้อชาติ โดยให้การดูแลเรื่องอาหาร ตรวจรักษาสุขภาพ และทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฏหมายของประเทศไทย เพื่อส่งกลับ ซึ่งทุกประเทศในโลกล้วนใช้แนวทางนี้ในการดำเนินการกับผู้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฏหมาย ขอยืนยันอีกครั้งว่า ประเทศไทยไม่มีนโยบายตั้งศูนย์อพยพหรือค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทย เป็นเพียงการจัดหาพื้นที่ควบคุมเป็นการชั่วคราวให้ระหว่างรอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอบคุณภาพ : INN MThai News

โรฮีนจารอด! มาเลย์-อินโดรับ7พันคนขึ้นฝั่ง เมียนมายอมช่วย
ขึ้นฝั่ง /  ค้ามนุษย์ / 

เมียนมาแถลงยอมช่วยเหลือชาวโรฮีนจาแล้ว หลังเคยปฏิเสธรับผิดชอบ ด้านมาเลย์-อินโดจับมือช่วย7พันโรฮีนจาลอยลำกลางทะเลขึ้นฝั่ง ให้ที่พักพิง1ปี  วานนี้(20 พ.ค.) กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาแถลงการณ์ว่า รัฐบาลเมียนมาพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทุกคน ทั้งนี้มีความกังวลต่อวิกฤตลี้ภัยของชาวโรฮีนจาเช่นเดียวกับประชาคมโลก และยินดีจะช่วยเหลือทางมนุษยธรรมกับผู้ลี้ภัยทุกคนที่กำลังเดือดร้อนจากการล่องเรือในทะเล ขณะที่นายอานิฟาห์ อามาน รมว.ต่างประเทศมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ร่วมกับนางเรตโน มาร์ซูดี รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย ระบุจากการหารือแบบไตรภาคีระหว่างตัวแทนจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทยที่มีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รมว.ต่างประเทศไทยเข้าร่วม ได้ข้อสรุปว่า ทางการอินโดนีเซียและมาเลเซียตกลงที่จะให้ความช่วยเหลือชาวโรฮีนจาที่ลอยลำอยู่กลางทะเล ประมาณ 7,000 คนขึ้นฝั่ง โดยจะจัดตั้งที่พักพิงชั่วคราวให้ แต่ไม่ใช่ที่ประเทศ ไทย ขอย้ำว่าจะช่วยเฉพาะกลุ่มที่อยู่กลางทะเลในขณะนี้เท่านั้น และประชาคมนานาชาติจะต้องรับผิดชอบให้การช่วยเหลือมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย โดยเฉพาะในเรื่องของเงินทุน ที่จะนำมาเป็นค่าจัดตั้งที่พักพิง และค่าสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งหลังจากช่วยเหลือแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เพื่อเตรียมให้ตั้งหลักปักฐานและส่งตัวกลับประเทศ ที่ประชาคมนานาชาติจะต้องช่วยกันทำให้เสร็จภายใน 1 ปี นอกจากนี้มีรายงานว่า เรือประมงอินโดนีเซียได้เข้าช่วยเหลือเรือบรรทุกผู้ลี้ภัย ที่บริเวณนอกชายฝั่งจังหวัดอาเจะห์ ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบนเรือเป็นชาวโรฮีนจาจากเมียนมาจำนวน 433 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 70 คน และผู้หญิง 70 คน และเชื่อว่าเป็นเรือลำเดียวกันกับที่มีการพบเห็นใกล้น่านน้ำไทย เมื่อ 2-3 วันก่อน เบื้องต้นได้นำบางส่วนที่สภาพร่างกายอ่อนแอมากขึ้นฝั่งเพื่อให้การปฐมพยาบาล ขอบคุณภาพจาก ข่าวสด MThai News

ขู่ออกหมายจับ! ยิ่งลักษณ์ เบี้ยวแจงคดีจำนำข้าว
คดีจำนำข้าว /  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร / 

สตช.สั่งรปภ.คุมเข้มดูแลความเรียบร้อยการพิจารณาคดี ยิ่งลักษณ์โกงจำนำข้าวพรุ่งนี้ คาดมีมวลชนให้กำลังใจ ด้านอัยการขู่ออกหมายจับหากเบี้ยวให้ปากคำ  วันที่ 18 พ.ค. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในความผิดฐานละเลยไม่ยับยั้งโครงการจำนำข้าวสร้างความเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาทในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) เวลา 09.30 น. ว่า ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยในการพิจารณาคดีดังกล่าว ซึ่งจากการข่าวเบื้องต้น ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุที่น่าเป็นห่วง แต่อาจมีผู้สนับสนุนบางส่วนเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่มีจำนวนไม่มาก ซึ่งได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบส่งกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย รวมถึงเตรียมกำลังเสริมไว้บริเวณใกล้เคียงให้สามารถเรียกกำลังได้ทันที ด้านนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน รองหัวหน้าคณะทำงานคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว ระบุว่า วันพรุ่งนี้ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย ซึ่งหากจำเลยเดินทางมา ศาลก็จะอ่านคำฟ้องให้ฟังเพื่อสอบถามว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยเชื่อว่าจำเลยจะให้การปฏิเสธ จากนั้นศาลก็จะกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานต่อไป ซึ่งคดีนี้อัยการมีพยานบุคคลทั้งหมด 10 กว่าปาก อย่างไรก็ตาม หากถึงเวลานัดพรุ่งนี้จำเลยไม่มาตามกำหนด โดยไม่มอบหมายผู้แทนหรือทนายความแจ้งถึงเหตุขัดข้อง ศาลสามารถพิจารณาออกหมายจับได้ เพราะถือว่าจำเลยได้รับทราบหมายเรียกของศาลแล้ว แต่หากจำเลยไม่มาศาลแล้วมอบอำนาจผู้แทนหรือทนายความแจ้งถึงเหตุขัดข้อง ก็เป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณา ส่วนการคัดค้านการให้ประกันตัวนายสุรศักดิ์ระบุว่า หากจำเลยมาศาล จำเลยก็จะต้องยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีด้วย ซึ่งขณะนี้ศาลรับฟ้องคดีและจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลแล้ว หากมีการยื่นประกันถือเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะวินิจฉัยคำร้องและหลักทรัพย์ของจำเลยต่อไป MThai News

9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก!
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

เวลาคนเราเสียชีวิตไปแล้ว ก็จะเหลือแต่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น ซึ่งแต่ละศาสนา วัฒนธรรมก็จะแตกต่างกันไป เช่น ศาสนาพุทธก็จะนำร่างไปเผา, ฝั่งยุโรปก็จะนำร่างไปฝัง เป็นต้น แต่ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้เกี่ยวกับ 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! ซึ่งบางคนร่างก็ไม่ได้ถูกนำไปทำพิธี บางคนชิ้นส่วนก็ถูกแยกออกไปอยู่ที่อื่น ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านจะต้องอึ้งแน่ๆ >,< 9 ร่างไร้วิญญาณคนดังระดับโลกกับเรื่องราวสุดแปลก! 1. ศพของ Eva Perón ถูกเก็บอยู่ใต้โต๊ะกินข้าวของสามีเธอ Eva (Evita) Perón เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงจากสถานะ First Lady ของประเทศอาเจนติน่า เธอได้ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนที่ยากไร้ดีขึ้น และเธอต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี เธอเคยโดนขอร้องจากสามีของเธอ Juan Perón ให้เป็นรองประธานาธิบดีแต่ว่าเธอก็ปฏิเสธไปเนื่องจากปัญหาทางด้านสุขภาพ และหลังจาก Perón หมดสมัยลงในปี 1952 Eva ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งด้วยอายุ 33 ปี หลังจากเสียชีวิต ศพของเธอก็ถูกตกแต่งเพื่อป้องกันการเน่าทันที และจะถูกฝังในอีก20ปีให้หลัง หลังการสร้างสุสาน (ที่ว่ากันว่าใหญ่กว่าเทพีเสรีภาพซะอีก) แต่ระบอบการปกครองของ Juan Perón ก็ถูกล้มล้างซะก่อน จนตัวเขาต้องหนีไปสเปน ศพของเธอที่ดูราวกับเป็นตุ๊กตาขี้ผึ้ง ได้อยู่กับเหล่าทหารซึ่งกลัวว่าถ้าหากฝังเธออย่างเป็นทางการ ผู้คนจะยกย่องให้เธอเป็นผู้เสียสละและเธอจะกลายเป็นต้นตอของการลุกฮือของคนที่รักเธอ ศพของเธอก็เลยถูกเก็บไว้ในลังไม้และถูกส่งต่อกันไปตามที่ต่างๆในบัวโนสไอเรส เมื่อเห็นว่าศพของ Eva นั้นอันตรายเกินไปที่จะอยู่ในอาเจนติน่าต่อไป เธอถูกส่งไปที่ Bonn ประเทศเยอรมัน และต่อมาก็ถูกส่งไปที่อิตาลี่อย่างลับๆ เพื่อฝังเธอในนาม Maria Maggi ในปี 1971 ผู้นำทางการทหารคนใหม่ของอาเจนติน่า Alejandro Lanusse ได้ทำข้อตกลงกับอดีตประธานาธิบดี Juan Perón ว่า Perón จะให้การสนับสนุนระบอบการปกครองใหม่นี้ ถ้าหากว่าทางการทหารคืนศพ Eva ให้เขา Perón และภรรยาใหม่ชื่อ Isabel จึงได้นำศพของ Eva มาไว้ที่แมนชั่นของพวกเขา โดยที่มักจะวางโลงศพของเธอไว้บนโต๊ะอาหาร Isabel มักจะหวีผมให้กับ Eva เป็นประจำตามคำขอร้องของสามีเธอ และยังต้องนอนข้างๆโลงศพ Eva ทุกๆวันเพื่อที่จะซึมซับความฉลาดทางการเมืองของ Eva มาอีกด้วย Juan Perón ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 1973 แต่ว่า Eva ไม่ได้ถูกนำตัวกลับมาด้วยจนอีก 1 ปีหลังจากนั้น และหลังจาก Juan เสียชีวิต ตำแหน่งประธานาธิบดีก็ถูกสืบทอดโดย Isabel ส่วน Eva Perón ได้หลับอย่างสงบในสุสานที่บัวโนสไอเรส ศพของเธอถูกเก็บไว้ในอุโมงค์ที่ว่ากันว่าสามารถทนได้แม้แต่แรงระเบิดนิวเคลียร์ 2. ศพของ Lord Horatio Nelson ถูกเก็บรักษาไว้ในบรั่นดี การตายของพลเรือโท Horatio Nelson หนึ่งในวีรบุรุษของกองทัพอังกฤษได้สร้างบทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการรักษาเนื้อเยื่อของศพ Nelson ถูกยิงจนเสียชีวิตเมื่อ 21 ต.ค. 1805 ในขณะที่เขากำลังนำกองเรืออังกฤษสู่ชัยชนะจากสงคราม Napoleonic ที่ Trafalgar ลูกเรือของเขาต้องการให้ผู้บังคับบัญชาของเขาได้มีงานศพอย่างสมเกียรติ แพทย์ศัลยกรรมบนเรือ William Beatty จึงได้คิดที่จะทำการรักษาศพของเขาไว้จนกลับมาถึงฝั่งแทนที่จะทำงานศพกลางทะเล Nelson เตรียมใจที่จะตายอยู่ตลอดอยู่แล้ว เขาเก็บโลงศพเพื่อตัวเองไว้หลังโต๊ะของเขาบนเรือ HMS Victory โลกศพของเขาสร้างจากซากเรือฝรั่งเศสที่เขาได้รับชัยชนะมาจากการต่อสู้ที่ Nile เพื่อที่จะรักษาสภาพศพของ Nelson ไว้ ลูกเรือองเขาได้เอาศพเขาลงไปดองในเหล้าบรั่นดีฝรั่งเศส และเมื่อล่องเรือถึง Gibraltar ก็ได้ในโลงศพของเขาลงไปแช่ในถังบรั่นดีอีกทีหนึ่ง เมื่อร่างของเขามาถึง London มีข่าวลือว่าถังด้านนอกถูกเปิดออกมาแต่ไม่พบบรั่นดีเหลืออยู่เลย ร่างที่ถูกดองไว้ก็ถูกย้ายออกไป และเมื่อลองดูให้ดีๆแล้วจะพบว่าเหล่ากะลาสีเรือได้เจาะรูใต้ลังนั้นเพื่อดื่มบรั่นดีจนหมด จึงเป็นที่มาของการเรียกเหล้าบรั่นดีว่า “เลือดของ Nelson” (บางตำนานเล่าว่าในลังนั้นนอกจากจะมีศพของ Nelson แล้วยังมีการเอาศพมาสับเปลี่ยนอีกหลายครั้ง) ซึ่งจริงๆแล้วบันทึกอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องได้กล่าวไว้แค่ว่าศพของเขาได้ถูกแช่ไว้ใน “เหล้าชั้นดี” และไม่มีรายละเอียดใดๆทั้งสิ้นเลย สุดท้ายแล้ว Lord Nelson ก็ได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ ศพของเขาถูกเก็บไว้ในสุสานที่ใต้โดมของโบสถ์ St. Paul’s Cathedral 3. นิ้วที่หายไปของ Galileo กลับมาอยู่ในโหลอีกครั้งเมื่อ 300 ปี ให้หลัง ในปี 2009 นิ้วมือของ Galileo 2 นิ้วที่หายไปนับศตวรรษ มันถูกซื้อที่งานประมูลจากคนที่สงสัยว่ามันคืออะไร และนำมันมาให้พิพิธภัณฑ์แห่งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ใน Florence ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Paolo Galluzzi กล่าวไว้ นิ้ว 3 นิ้วถูกตัดไปจากมือของ Galileo หลังจากที่ศพของเขาถูกเคลื่อนย้ายจากอนุสรชั่วคราวไปยังหลุมศพที่แท้จริงในปี 1737 รวมไปถึงฟันซี่สุดท้ายที่หลงเหลืออยู่บนกรามก็โดนขโมยไปด้วย นิ้ว 2 นิ้วและฟันซี่นั้นได้กลับมาถูกเก็บอยู่ในโหลแก้วซึ่งก็หายไปอีกครั้งในช่วงปี 1905 ไม่มีร่องรอยใดๆของมันทั้งสิ้นมาตลอด 100 ปี จนมีคนไปซื้อมันได้ที่การประมูลและนำมาที่พิพิธภัณฑ์ในปี 2009 โหลแก้วนั้นตรงตามคำอธิบายของโหลแก้วใบเก่าทุกระเบียดนิ้ว เพียงแต่ว่าในขณะที่มันถูกนำมาประมูลนั้น ใบกระดาษที่บ่งบอกว่าของที่อยู่ในโหลนี่คืออะไรมันได้หายไปซะก่อน ทำให้เหล่าผู้ประมูลและคนประมูลไม่รู้ถึงคุณค่าของโหลนี้ว่ามหาศาลมากแค่ไหน ทางพิพิธภัณฑ์ได้มีนิ้วมือของนิ้วที่ 3 ของ Galileo มาตั้งแต่ปี 1927 แล้ว ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่อวัยวะที่หายไปทั้งหมดกลับมาอยู่รวมกันครบ คนที่ตัดนิ้วของ Galileo ออกไปนั้น เป็นคนที่คิดว่า Galileo นั้นเป็นเหมือนผู้มาโปรดโลก และนิ้วที่โดนตัดไปนั้นก็เป็นนิ้วที่เขาใช้ในการจับปากกา 4. ปริศนากะโหลก Mozart ในปี 1902 ที่ Mozarteum ใน Salzburg , Austria ได้กลายมาเป็นผู้ถือครองกะโหลกศีรษะของ Mozart กะโหลกนั้นมีแต่ส่วนบน แต่ว่าส่วนกรามล่างนั้นหายไป กะโหลกนี้ตรงกับบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ว่า ในปี 1801 สัปเหร่อชาวเวียนนา Joseph Rothmayer ได้ขุดมันขึ้นมาจากหลุมที่ Mozart ถูกฝังไว้ในปี 1791 ด้วยอายุ 35 ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องเล่ากันว่า Mozart ถูกฝังในสุสานคนจนแบบยาจก แต่จริงๆแล้ว Mozart ถูกฝังในหลุมกับคนอีกเพียง 4 – 5 คน ซึ่งนับว่าเป็นหลุมศพของชนชั้นกลางในสมัยนั้นแล้ว ตามตำนานเล่าว่าสัปเหร่อนั้นได้แปะเส้นลวดไว้กับกระโหลกของ Mozart เพื่อที่ตอนเขากลับมาขโมย จะได้หยิบถูกคน (ซึ่งต้องรอเป็น 10 ปี ทำให้บางคนคิดว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง) จากนั้น กะโหลกของ Mozart ก็ถูกเปลี่ยนมือไปมากมาย ตั้งแต่อยู่ในมือของผู้ดูแลโบสถ์, กลายไปเป็นคอลเลคชั่นกระโหลกของ Dr.Hyrtl (ซึ่งภายหลังจากนั้นกะโหลกเหล่านั้นจะกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์กะโหลก Mutter ยกเว้นกะโหลก Mozart) หลังจากนั้นก็ได้มาอยู่ในการดูแลของ Mozarteum ในปี 1902 ในปี 2006 หลังจากได้กะโหลกมาแล้ว 104 ปี ทาง Mozarteum ก็ได้วางแผนที่จะพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดกันไปว่ากะโหลกนี้เป็นของ Mozart จริงไหม โดยการตรวจ DNA ของกระโหลกกับ DNA จากกระดูกต้นขาจากศพของญาติๆทางฝั่งแม่ของ Mozart น่าเสียดายที่ผลการทดสอบ DNA ทำให้ต้องผิดหวัง นอกจากผลการทดสอบจะบ่งบอกว่ากะโหลกนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องทาง DNA กับญาติๆของ Mozart แล้ว ผลการทดสอย DNA จากกระดูกต้นขาของญาติๆทั้งหลายก็ดันไม่ตรงกันเลยอีกด้วย กลายเป็นที่คลุมเครือเป็นอย่างยิ่งว่ามันอะไรยังไงกันแน่ อย่างไรก็ตาม กะโหลกใบนี้ได้มีรอยถูกทุบอย่างแรง ซึ่งจากการที่ Mozart บ่นว่าเขาปวดหัวอย่างหนักในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุการตายขณะอายุยังน้อยของเขา แต่มันก็เป็นสิ่งที่สรุปไม่ได้และเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานอยู่ดี จึงทำให้ปริศนาของกะโหลกของ Mozart นี้ ก็ยังคลุมเครืออยู่จนถึงปัจจุบัน 5. ร่างของ Voltaire ถูกปลอมแปลงเพื่อที่เขาจะได้รับงานศพอย่างสมเกียรติ Voltaire “ปัญญาที่เปล่งประกาย” แห่งสาธารณรัฐ มีข้อพิพาทมากมายในชีวิตของเขาจนเขากลัวว่าพอเขาตายศพของเขาจะถูกนำไปทิ้งถังขยะข้างทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยมากสำหรับผู้ที่ริเริ่มจะวิพากษ์วิจารณ์คริสตจักรในสมัยศตวรรษที่ 18 เมื่อนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนนี้ล้มป่วย เขาได้คิดแผนตบตาคนขึ้น โดยที่เมื่อเขาเสียชีวิตลง ให้คนแต่งศพของเขาด้วยชุดหรูๆราวกับยังมีชีวิตอยู่ และให้คนขับรถขับพาเขาไปส่งที่คฤหาสน์ของครอบครัวเขาที่ชายแดนสวิส ห่างไกลจากอันตรายทั้งหลาย แต่ว่าแผนเขาได้ถูกปรับเปลี่ยนนิดหน่อยด้วยหลานของเขาเอง โดยที่หลานเขาให้คนชันสูตศพผ่าเอาหัวใจและสมองเขาออกมา และนำศพของเขานั่งรถไปส่งที่สุสานฝรั่งเศสแทน จนอีกหลายปีหลังจากนั้นที่ศพของเขาจะได้กลับมาที่ Paris เพื่อได้รับหลุมศพที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นใน Pantheon หลายๆคนเชื่อว่าศพของเขายังอยู่ในนั้น แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เชื่อว่าผู้ภักดีต่อคริสตจักรได้บุกรุกเข้าไปในสุสานแล้วเอากระดูกของเขาไปทิ้งขยะให้หมาแทะเล่น และเพื่อที่จะหยุดเรื่องราวบ้าๆบอๆเหล่านี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะเปิดหลุมศพดูในปี 1897 และพบว่าศพของเขายังอยู่ดีไร้รอยขีดข่วน 6. ร่างของแฝดสยามที่ถูกนำมาหล่อปูนและตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ แฝดสยามที่โด่งดัง อิน-จัน บังเกอร์ ตัวติดกันด้วยกระดูกอ่อนภายใต้หน้าอกของพวกเขา ซึ่งการแพทย์ปัจจุบันคงจะสามารถผ่าแยกพวกเขาออกมาได้อย่างง่ายๆ แต่ว่าการแพทย์ในศตวรรษที 19 นั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย หลังจากท่องเที่ยวโชว์ตัวไปทั่วโลกแล้ว อินและจันก็ได้มาใช้ชีวิตปกติเป็นพลเมือง America อยู่ที่ North Carolina พวกเขาซื้อทาสและแต่งงานกับสตรี 2 พี่น้อง ในปี 1840 จันได้ให้กำเนิดลูกๆถึง 10 คน และอินได้ให้กำเนิดลูกๆ 11 คน ในเดือน มกราคม 1874 จันเสียชีวิตลงขณะที่เขาหลับด้วยโรคปอดบวม 3 ชม.หลังจากนั้น อินก็เสียชีวิตตามไป ตอนแรกหมอวินิจฉัยว่าอินเสียชีวิตเพราะความเสียหายทางจิตใจ แต่หลังจากการวิเคราะห์มากกว่านั้นจึงรู้ว่า อินและจัน ได้ใช้เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยร่วมกัน ทำให้อินเสียชีวิตด้วยอาการเสียเลือด ตอนอินกำลังจะตายเขาได้ขอร้องให้คนช่วยดึงน้องชายฝาแฝดของเขามาใกล้ๆเขาให้มากกว่าเดิมหน่อย หลังจากที่ทั้ง 2 คนถูกคอนเฟิร์มว่าเสียชีวิตแล้ว ร่างของพวกเขาถูกส่งไปที่วิทยาลัยแพทย์ Philadelphia เพื่อผาตัด, ศึกษา, ถ่ายรูป และสุดท้ายการชันสูตรศพได้เผยให้รู้ว่าทั้งสองคนใช้ตับร่วมกัน หลังจากการชันสูตรแล้วร่างของพวกเขาก็ถูกนำไปหล่อปูนให้หันหน้าเข้าหากัน พี่น้องคู่นี้ปัจจุบันถูกแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia ในฐานะแบบอย่างทางการแพทย์ พวกเขาเป็นเพียงแค่โครงร่างของความทรงจำในอดีตของฝาแฝดซึ่งเป็นตำนาน อิน และ จัน แฝดสยามคนแรกของโลก 7. หัวใจของ Anne Boleyn ถูกเก็บไว้กับสามีของเธอ ที่เป็นคนสั่งฆ่าเธอ Henry ที่ 8 ได้ปลดประเทศอังกฤษออกจากลัทธิคาทอลิก เพื่อที่จะได้หย่ากับภรรยาคนแรกและมาแต่งงานกับ Anne Boleyn ที่ชาญฉลาด แต่ Henry ที่ต้องการบุตรชายอย่างมาก ได้คิดว่าการแต่งงานของเขาถูกสาปเพราะว่า Anne ให้ได้แต่ลูกผู้หญิง และพระราชาในขณะนั้นยังกล่าวหาเธอว่าเป็นเพราะเธอนั้นคบชู้กับพวกคนธรรมดาสามัญ และแม้กระทั่งกับน้องชายของเธอเอง Anne Boleyn ถูกจับและถูกตัดหัวบนหอคอยลอนดอนในปี 1536 ตำนานเล่าว่ากษัตริย์ Henry ได้สั่งให้คนควักหัวใจเธอออกมา และ Henry ก็เก็บหัวใจเธอเอาไว้ในกล่องรูปหัวใจในโบสถ์ที่ Suffolk หัวใจนั้นถูกค้นพบในปี 1836 และได้ถูกฝังใหม่อยู่ภายใต้เครื่องดนตรีออร์แกนของโบสถ์ 8. สมองของ Einstein ถูกเก็บไว้ในโหลที่ออฟฟิศของหมอของเขา เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 1955 นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขาได้เขาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล Princeton เพื่อตรวจความเจ็บปวดในหน้าอกของเขา ในเช้าวันถัดมา เขาก็เสียชีวิตด้วยโรค หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ในขณะที่ข่าวกำลังแพร่กระจายถึงการตายของ Einstein ด้วยอายุ 76 ปี สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น สมองของเขา สมองที่กักเก็บความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของเขา ถูกขโมยไป และนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราว พยาธิแพทย์ Dr. Thomaz Stolz Harvey เป็นหมอที่ได้รับมอบหมายในการชันสูตรศพของ Einstein เขาเริ่มการผ่าตัดศพของ Einstein และหลังจากที่เขารู้สาเหตุการตายแล้ว เขาก็ได้ทำการนำสมองของ Einsteinออกมา วัดความกว้าง ช่างน้ำหนัก เขาบอกว่า “อ้อ ก็เห็นผมได้รับอนุญาตให้ชันสูตรเขา ก็เลยนึกว่าจะผ่าสมองเขาออกมาศึกษาได้ด้วย” ประเด็นคือ จนถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีเอกสารแม้แต่ฉบับเดียวที่มีบันทึกว่า Thomaz ได้รับมอบหมายให้ทำการชันสูตรศพ Einstein หลังจากการตรวจวัดคำนวณทุกๆอย่างแล้ว Dr. Harvey ก็ได้นำสมองของ Einstein ไปแช่ไว้ในสารฟอร์มาลดีไฮด์ เขาควักลูกตา Einstein ออกมาและนำมันไปให้กับหมอ Henry Adams หมอตาของ Einstein (มีข่าวลือว่า ลูกตาคู่นั้นถูกเก็บไว้ในตู้เซฟของธนาคารที่ไหนสักที่ใน New York) สุดท้ายแล้วศพของ Einstein ก็ถูกส่งกลับไปเพื่อเผา การนำสมองและดวงตาของ Einstein ออกมานั้นขัดกับคำขอสุดท้ายของ Einstein ที่บอกว่าเขาต้องการที่จะถูกเผาทั้งหมดทั้งร่างและนำเอาอัฐิของเขาไปลอยอังคารอย่างลับๆ เพื่อเป็นการไม่ส่งเสริมการเคารพบูชาเขา ไม่เพียงแค่นั้น Dr.Harvey ยังไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการเก็บสมองของเขาไว้ด้วย ภายหลัง Harvey ได้รับอนุญาตจากลูกชายของ Einstein ก็คือ Hans Albert ว่าให้สามารถเก็บสมองพ่อเขาไว้ได้ หลังจากที่ Harvey สัญญาว่าสมองของ Einstein จะถูกนำมาศึกษาเพื่อผลประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ และจะตีพิมพ์สิ่งที่ค้นพบลงในหนังสือบันทึกวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย New York Times ฉบับที่มีหน้าปกเป็น Einstein ตีพิมพ์เมื่อ 20 เม.ย. ได้ลงหนังสือว่า Dr.Harvey ได้ทำการชันสูตรศพ Einstein จากการอนุญาตของ Albert แต่ไม่ได้บอกไว้ว่าจริงๆแล้วเขาอนุญาตหลังจากที่ผ่าไปแล้วต่างหาก Dr.Harvey ได้เก็บสมองของ Einstein ใส่โหลไว้ในออฟฟิศของเขา จนเขาโดนไล่ออกจากโรงพยาบาล Princeton เขาก็ได้นำมันไปกับเขาด้วย เขาได้ไปทำงานต่อที่มหาวิทยาลัย Pennsylvania และได้รับความช่วยเหลือจากมืออาชีพในการผ่าแบ่งสมองออกเป็น 1000 สไลด์ 240 บล็อก เขาใส่มันไว้ในสี่เหลี่ยมเซลลูลอยด์และแจกจ่ายมันออกไปตามที่ต่างๆ และส่วนที่เหลือเขาก็เก็บเอาไว้เองในโหลฟอร์มาลีน Thomas Harvey เสียชีวิตลงในปี 2007 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเขาได้ส่งสมอง Einstein กลับไปที่โรงพยาบาล Princeton ณ ที่ที่มันเริ่มต้นการเดินทางของมัน เหล่ามวลชนก็ได้หันมาสนใจสมองของ Einsteinอีกครั้ง และเหล่านักวิจัยทั้งหลายที่เคยได้รับชิ้นส่วนสมองของ Einstein มา ต่างก็ส่งชิ้นส่วนนั้นกลับมาที่โรงพยาบาล Princeton เช่นกัน จนปัจจุบันนี้ พิพิธภัณฑ์ Mutter Museum ใน Philadelphia เป็นสถานที่เดียวในโลกที่เราจะสามารถมองเห็นสมองของ Einsteinได้ ไม่ว่าจะเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก และรวมไปถึงโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของ Thomas Harvey อีกด้วย 9. องคชาติของ Rasputin ได้ถูกนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์ erotic หลังจากสูญหายไปหลายสิบปี Grigori Rasputin (ที่ปรึกษาของครอบครัว Romanov และเป็นที่รักของพระเจ้า Tsar) ดูเหมือนว่าจะเป็นเพลย์บอยที่มีขนาด…ไม่ธรรมดาเท่าไร มีเรื่องเล่าอยู่ 2 เรื่องเกี่ยวกับการถูกตัดองคชาติของเขาหลังจากการตายในปี 1916 เรื่องแรกเล่าว่า หลังจากที่มือสังหารได้ฆ่าเขา มือสังหารคนนั้นก็ตัดองคชาติของเขาทิ้งทั้งพวง และพนักงานทำความสะอาดที่ต้องมาเก็บกวาดศพของเขาก็ได้เก็บองคชาติของเขาไป แต่บางคนก็เล่าว่าเพื่อนสาวของเขาได้เก็บองคชาติของเขาไปเป็นที่ระลึกหลังจากการชันสูตรศพ กระจู๋ของ Rasputin ดูจะมีประวัติที่มีสีสันไม่น้อย หลังจากที่มันถูกแยกออกมาจากร่างกายของเจ้าตัวแล้ว มันถูกพบครั้งแรกที่ปารีส ปี 1920 เมื่อมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งได้ทำการบูชามันเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในตอนนั้นลูกสาวของ Rasputin ก็ได้ขอร้องว่าให้เอาของๆพ่อเธอคืนมาเถอะ เร็วๆนี้ พิพิธภัณฑ์รัซเซียแห่งความ erotic (เปิดอยู่ที่ St.Petersburg ตั้งแต่ปี 2004) เป็นที่ฮือฮากันว่าได้องคชาติของ Rasputin มาไว้ในครอบครอง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Igor Knayazkin กล่าวว่าเขาได้ซื้อมันมาจากร้านขายของเก่าในฝรั่งเศสด้วยราคา $8000 แต่ว่ามันยังไม่ถูกพิสูจน์ว่าเป้นของ Rasputin จริงหรือไม่ องคชาตินี้ยาวถึง 11 นิ้ว แต่ลูกสาวของ Rasputin ที่ชื่อ Marie กล่าวว่าของพ่อเธอนั้นจริงๆต้อง 13นิ้ว จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคิดว่ามันอาจจะเป็นกระจู๋ม้าหรืออะไรทำนองนี้มากกว่า ขอบคุณที่มา www.talulok.com

นิชคุณ ขนาดรั่วแล้วยังหล่อ ในตัวอย่างที่ 2 จาก ฉลุย แตะขอบฟ้า
ฉลุย /  ฉลุย..แตะขอบฟ้า / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างฉบับแรกเรียกน้ำย่อยแฟนๆกันไป มาคราวนี้เพื่อเตรียมต้อนรับการเข้าฉายในอีกไม่กี่อาทิตย์ ตัวหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างที่ 2 ออกมาแล้ว สำหรับ ฉลุย แตะขอบฟ้า หนังคอมเมดี้ มิวสิเคิล ของค่าย Transformation Films ที่งานนี้เป็นการร่วมทุนสร้างของไทย และ เกาหลี โดยมีเนื้อเรื่องเกิดขึ้นที่ทั้ง 2 ประเทศ อย่างที่เราได้เห็นกันไปในตัวอย่างสุดฮาตัวใหม่นี่อีกด้วยครับ โดยหนังจะเล่าเรื่องของ “โต้ง” กับ “ป๋อง” สองอันเดอร์ด็อก ที่เป็นคู่ซี้ที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจ แต่ที่ทั้งคู่ยังไม่มีคือ เงิน และต้นทุนทางสังคมอื่นๆ นอกจากความฝันอันแสนไกลที่ยังไม่เคยไปถึง ทั้งคู่อยากเป็นนักร้องนักดนตรี อาชีพที่พวกเขารักและหลงไหล โต้งป๋องบังเอิญไปปิ๊งปั๊งกับ “ตุ๊กตา” สาวน้อยหน้าใสคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใน­ซอยใกล้ๆกัน ทำให้ชีวิตของโต้งป๋องกลับมามีสีสันมีแรงบ­ันดาลใจอีกครั้ง “พี่ตึ๋ง” เพื่อนรุ่นพี่ ให้คำแนะนำว่า พ.ศ.นี้ถ้าจะให้โดนใจสาวๆก็ต้องเคป๊อบเท่า­นั้น และเคป๊อบของแท้ก็ต้องไปแจ้งเกิดที่เกาหลี­ด้วย โต้งกับป๋องจึงได้มีโอกาสบุกไปถึง CJYP ค่ายดนตรีค่ายยักษ์ในเกาหลี แถมยังได้เจอกับนิชคุณที่นั่น โต้งป๋องได้รับน้ำใจและกำลังใจจาก “นิชคุณ” ซึ่งเป็นไอดอลของพวกเขาไปเต็มๆ แต่เพราะความจริงมันไม่ง่ายเหมือนความฝัน โต้งป๋องต้องเจอกับสารพัดปัญหาและเรื่องรา­วผิดที่ ผิดทาง ผิดวัฒนธรรม จนถึงขั้นผิดใจกันเองเมื่อทั้งคู่ดันไปเจอ­กับ “มีฮา” สาวเกาหลีน่ารักคนหนึ่งที่มีหน้าตาละม้ายค­ล้ายกับ “ตุ๊กตา” สาวที่ทั้งคู่เคยขับเคี่ยวแย่งจีบกันอยู่ “มีฮา” โผล่มาสร้างความสดใสและความสับสนให้กับโต้­งป๋อง ว่าจะตุ๊กตาหรือมีฮากันดี เรื่องราวความรัก และความฝัน ของโต้งและป๋อง กับตุ๊กตาหรือมีฮา จะออกหัวหรือก้อย จะรอดไม่รอด จะจบลงยังไง และที่ตรงไหน ต้องติดตาม “ฉลุย แตะขอบฟ้า” 4 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

'บิ๊กตู่' เมิน' แม้ว' วิจารณ์ ทำงาน-ยันพร้อมทำตามมติครม.แก้รธน.
ทักษิณ ชินวัตร /  บิ๊กตู่ / 

'ประยุทธ์' เมิน' ทักษิณ' วิจารณ์ ไม่เห็นมีความสำคัญ แจง ขอให้ดูที่การกระทำ พร้อมทำตามมติประชุมแก้รัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.กล่าวภายหลังหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. และ คสช.กล่าวถึงกรณีกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าววิจารณ์การทำงานของรัฐบาล "ว่ายังไม่น่าประทับใจและขอให้รัฐบาลพยายามทำงานให้หนักขึ้นกว่านี้ " ในงานประชุมผู้นำแห่งทวีปเอเชียครั้งที่ 6 ที่ประเทศเกาหลีใต้นั่น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตอบผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน ว่า ไม่เห็นมีความสำคัญอะไร และขอให้ดูที่การกระทำ ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวว่าถึงการประชุมเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 เพื่อให้ทำประชามติในขั้นตอนต่อไป ซึ่งถ้าผ่านความเห็นชอบของสภาปฎิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ก็สามารถทำประชามติได้ แต่ คสช.จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เนื่องจาก คสช. ได้มีการตั้ง สปช. และกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาดำเนินการแล้ว และครม.ก็ดูแลอยู่ ส่วนการทำประชามติจะใช้เริ่มเมื่อไหร่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้ โดยจะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งทำประชามติในครั้งนี้ อาจทำให้เวลาตามโรดแมปเลื่อนออกไป รวมถึงจากนี้ไปทุกวันศุกร์ ก็จะให้มีการเสนอข้อมูลของรัฐบาล ในการกิจกรรมอะไรที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ หรือทำสำเร็จแล้ว รวมถึงโครงการต่างๆที่จะส่งต่อในอนาคต เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ แต่นายกยืนยันว่า การเสนอโครงการเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อต้องการผูกขาด แต่เพราะต้องการวางโครงการต่างไว้เพื่ออนาคตของประเทศ MThai News