คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว

10 ลูกเล่นอันน่าทึ่ง บน PlayStation 4 ที่ผู้เล่นยังไม่เคยรู้
PlayStation 4 /  PS4

เราสามารถใช้สายชาร์ตโทรศัพท์มาเสียบ DUALSHOCK 4 ได้ พอร์ตของ DUALSHOCK 4 ได้เปลี่ยน USB แบบใหม่ Micro USB ผู้เล่นเกมส์ที่ใช้โทรศัพท์ Android จะสามารถสายชาร์ตโทรศัพท์ร่วมกันกับจอย DUALSHOCK 4 ได้ และไม่มีผลต่อการลัดวงจรใดๆ เราสามารถชาร์ตจอยขณะที่อยู่ในสถานะ"พักเครื่อง" (Rest Mode) ได้ เวลาที่ผู้เล่นเลือกสถานะ พักเครื่อง เพื่อเลิกเล่นเกมส์ชั่วคราว ผู้เล่นสามารถอาศัยชาร์ตจอย DUALSHOCK 4 ไปพร้อมๆกัน เพื่อให้การเล่นเกมส์แบบไร้สายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ใช้โทรศัพท์มาเป็นคีย์บอร์ดได้ การพิมพ์ข้อความบน PS4 ผ่านจอยเกมส์อาจสร้างความลำบากแก่ผู้เล่นเพียงเล็กน้อย แต่ปัญหานี้จะหมดไป เมื่อใช้ App PlayStation บนมือถือ ผู้เล่นสามารถพิมพ์ข้อความได้อย่างสะดวกมากขึ้น เล่น motion จอย DUALSHOCK 4 ขณะใช้ฟังก์ชั่นคียบอร์ดได้ อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจเวลาพิมพ์ข้อความผ่านคีย์บอร์ด ผู้เล่นสามารถใช้ Motion ของ DUALSHOCK 4 เอียงซ้าย-ขวา เพื่อบังคับทิศทางเลือกปุ่มคีย์บอร์ดได้ สามารถสั่งการด้วยเสียงได้ เวลาที่ผู้เล่นเมื่อยมือจากการเลือกคำสั่งหรือเมนูต่างๆในเกมส์ ผู้เล่นสามารถสั่งการด้วยเสียงผ่านไมค์หูฟัง PlayStation ที่แถมมาให้ หรือหูฟัง Headset ของ PlayStation โดยเริ่มต้นสั่งการว่า "PlayStation" แล้วตามด้วย ชื่อเมนูบนเครื่องเกมส์ สามารถปรับแสง Light Bar ของ DUALSHOCK 4 ได้ ตัว Light Bar ของ DUALSHOCK 4 มีความสว่างเกินไป ซึ่งส่งผลต่อแบตเตอรี่ที่อาจหมดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่หารู้ไม่ว่า เราสามารถหรี่แสง Light Bar ลงมาได้ และยังช่วยให้การใช้งานแบบไร้สายเป็นไปอย่างยาวนานด้วย สามารถแชร์เกมส์และ PlayStation Plus กับผู้เล่นบนเครื่อง PS4 ได้ หากคนในครอบครัวของผู้เล่นสร้างบัญชีเครื่องเกม PS4 มากกว่า 1 บัญชี ผู้เล่นสามารถใช้บริการ PlayStation Plus หรือเล่นเกมส์ที่ดาวน์โหลดมา ผู้เล่นเพียงแค่กำหนดว่าบัญชีไหนให้เป็น Primary System เพียงเท่านี้ ก็สามารถแชร์เล่นเกมส์ต่างๆได้แล้ว บันทึกข้อมูล PS4 ด้วยธัมไดฟ์ได้แล้ว ข้อมูลประเภทต่างๆทั้งภาพเกมส์, คลิปวิดีโอ, ข้อมูลการตั้งค่า หรือเซฟเกมส์ทั้งหมด ผู้เล่นสามารถบันทึกข้อมูลผ่านธัมไดฟ์และสามารถนำไปใช้เก็บข้อมูลหรือโอนถ่ายไปสู่เครื่องเกมส์ตัวใหมา สามารถเล่นเกมส์ต่อได้ ทั้งๆที่เราปิดเครื่อง PS4 ไปแล้ว เวลาที่ผู้เล่นต้องการเลิกเล่นเกมส์ชั่วคราวเพื่อทำธุระส่วนตัว ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องปิดเกมส์และปิดเครื่องอีต่อไป เพียงแค่เลือก Rest Mode เท่านั้น และเมื่อกลับมาเล่นใหม่แล้ว ก็ยังสามารถเล่นเกมส์ที่ Pause ไว้ชั่วคราว มาเล่นดำเนินต่อได้ สามารถเล่นเกมส์กับผู้พัฒนาเกมส์ได้ โดยปกติ ผู้เล่นจะสามารถเล่นเกมส์ระหว่างเพื่อนๆที่รู้จักบนออนไลน์ และล่าสุด ผู้เล่นสามารถเล่นเกมส์กับทีมพัฒนาเกมส์จากรายชื่อที่ทาง Sony ยืนยันว่าเป็นตัวตนจริง ผ่านบัญชี Facebook และ Twitter ของค่ายเกมส์นั้นๆ ทำให้เข้าถึงกับคนทำเกมส์อย่างของจริง

ผบ.เรือนจำฯ เผย ชีวิตในคุกคืนแรกของ 'ชูวิทย์'
คดีรื้อบาร์เบียร์ /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ / 

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผยถึงชีวิตในเรือนจำคืนแรกของ "ชูวิทย์" ในคดีรื้อบาร์เบียร์ วันที่ 29 ม.ค.59 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการควบคุมตัวนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ พร้อมพวก 30 คน ในคดีรื้อบาร์เบียร์ ที่ส่งตัวเข้าเรือนจำมาเมื่อ 28 ม.ค. ว่า จากการตรวจความเรียบร้อยและพบปะพูดคุยกับนายชูวิทย์นั้น พบว่า นายชูวิทย์ปรับตัวได้ดี เพราะเคยอยู่ในเรือนจำนี้มาแล้ว ทานอาหารได้ ไม่ได้ร้องขอเรื่องใดเพิ่ม ซึ่งในช่วงเช้า ได้มีญาติมาเยี่ยมนายชูวิทย์แล้ว โดยเรือนจำได้ปฏิบัติตามระเบียบ ตัดผมสั้นและแจ้งวิธีปฏิบัติตนในเรือนจำเช่นเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป นายชูวิทย์และพวกยังอยู่รวมกันที่แดนแรกรับ หลังจากนี้จะส่งไปคุมขังที่แดนนักโทษในกลุ่มเดียวกันต่อไป ที่มา tnamcot ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News คุก2ปี ชูวิทย์กับพวก คดีรื้อบาร์เบียร์ ไม่รอลงอาญา ศาลฎีกา ตัดสินจำคุกคนละ2ปี "ชูวิทย์-เสธ.แอ๊ป-เสธ.หิ"คดีรื้อบาร์เบียร์ ปี 46 ขณะที่ จนท.นำตัวคุมขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ คืบหน้าความเคลื่อนไหว กรณีศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ กับพวกรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิท ล่าสุด  ศาลฎีกาพิพากษาแก้จำคุก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์  พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ และ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร หรือ เสธ.แอ๊ป  คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนที่เหลือพิพพาษาลดหลั่นกันตามความผิด โดยศาลเห็นว่า แม้นายชูวิทย์จะได้ยื่นคำให้การใหม่ จากปฏิเสธ เป็นรับสารภาพเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงอาญา แต่ศาลเห็นว่า การสารภาพของนายชูวิทย์ไม่เป็นเหตุให้บรรเทาโทษได้ เพราะการรับสารภาพควรจะกระทำตั้งแต่ศาลชั้นต้น ขณะที่ นายชูวิทย์ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายบางส่วน จนเป็นที่พอใจและถอนฟ้องแล้ว พร้อมยังได้บริจาคที่ดินบริเวณปากซอยสุขุมวิท 10 ให้เป็นประโยชน์สาธารณะ จึงมีเหตุบรรเทาโทษพิพากษาแก้ จากที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษา 5 ปี เป็นคงจำคุก นายชูวิทย์ กับพวก รวม 66 คน คนละ 2 ปี แต่ในจำนวนนี้ มีจำเลย 7 คน ให้นับโทษต่อจากคดีเดิม รับโทษตั้งแต่ 2 ปี 15 วัน - 4 ปี ทั้งนี้ พ.ต.ธัญเทพ (เสธ.แอ๊ป) กับพวก 4 คน ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลจะออกหมายจับเพื่อนำตัวมารับโทษต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมนำตัวนายชูวิทย์กับผู้ต้องหารายอื่นๆ คุมขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว โดยมีครอบครัวนายชูวิทย์ ไปดักรอหน้าเรือนจำฯ ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News 2.30 เติมตระกูล กมลวิศิษฏ์ บุตรชาย 'ชูวิทย์' โบกมือให้บิดาขณะรถเรือนจำเคลื่อนผ่าน ด้วยใบหน้าสีแดงกล่ำ pic.twitter.com/eN8zwO3n0i — Ton Kumchoke (@tonkumchoke) 28 มกราคม 2016 "ชูวิทย์" มาศาลฟังคำพิพากษา "คดีรื้อบาร์เบียร์" ลั่น หากติดคุก ขอใช้ชีวิตในคุก ไม่ขออภัยโทษ!  ความเคลื่อนไหว กรณีศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ กับพวกรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิทวันนี้ โดยนายชูวิทย์  ได้เดินทางมาศาลอาญากรุงเทพใต้พร้อมไหว้พระหน้าศาล ก่อนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยเสียงสั่นเครือว่า "สู้คดีถึงที่สุด" ยันพร้อมรับคำตัดสิน ลั่นไม่คิดหนี เชื่อปาฏิหาริย์มีจริง หากติดคุกขอใช้ชีวิตในคุก ไม่ขออภัยโทษ" ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ชูวิทย์ลุ้น! ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา "คดีรื้อบาร์เบียร์" ร่วมกับพวก เมื่อ 13 ปีก่อน  วันนี้เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ กับพวกรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิท คดีหมายเลขดำ ด.2150/2546 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ และกลุ่มผู้ค้า รวม 44 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชูวิทย์, พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ และ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร หรือ เสธ.แอ๊ป ฯ เมื่อปี 2546 และพวกรวม 130 คน เป็นจำเลยที่ 1-130 ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ โดยศาลชั้นต้นยกฟ้องผู้ต้องหาเกือบหมด แต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้นายชูวิทย์, เสธ.หิ และ เสธ.แอ๊ป กับพวกรวม 66 คนมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และใช้กำลังประทุษร้าย จำคุกคนละ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะที่ วันที่ 15 ตุลาคม 2558 ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้ แต่นายชูวิทย์ ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมเปลี่ยนเป็นรับสารภาพตามฟ้องเพื่อขอให้ศาลลงโทษสถานเบา จึงมีการเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาเป็นวันนี้ ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News "ชูวิทย์" ยื่นคำให้การใหม่ขอรับสารภาพ-ขอลงโทษสถานเบา 'คดีรื้อบาร์เบียร์'  ศาลอาญาฯนัดใหม่ นัดใหม่28มค.59 พร้อมออกหมายจับ 8 ผู้ต้องหาเบี้ยวศาล กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย  เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีรื้อบาร์เบียร์สุขุมวิท ซอย 10 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพร้อมพวก 130 ราย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ ต่อมา  จำเลยที่ยื่นฎีกา 44 คนนั้น เดินทางมาศาล 36 คน อีก 8 คนไม่มาศาล ศาลจึงสั่งออกหมายจับ พร้อมเลื่อนการอ่านคำพิพากษาเป็นเวลา 14.00 น.วันนี้ ล่าสุด เมื่อเวลา 14.50 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ เลื่อนนัดอ่านฎีกาคดีรื้อบาร์เบียร์ รอบสอง เหตุนายชูวิทย์ ยื่นคำให้การใหม่ขอรับสารภาพ-ขอลงโทษสถานเบา ศาลได้รับไว้พิจารณาและนัดอ่านคำพิพากษาใหม่ เป็นวันที่ 28 ม.ค.59 ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News 'ชูวิทย์' ยอมรับ เครียด 'คดีรื้อบาร์เบียร์' หวังศาลให้รอลงอาญา 'ชูวิทย์' ทำบุญต่อชะตาก่อนเดินทางฟังศาลฎีกาพิพากษา 'คดีรื้อบาร์เบียร์' รับ รู้สึกเครียด หวัง รอลงอาญา ชี้ ให้เป็นบทเรียนตัวอย่าง วันนี้ 15 ต.ค.58 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย และอดีตผู้บริหารบริษัท สุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์ เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีรื้อบาร์เบียร์สุขุมวิท ซอย 10 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องพร้อมพวก 130 ราย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ โดย นายชูวิทย์ กล่าวก่อนเข้าฟังคำพิพากษาว่า ช่วงเช้าได้เดินทางไปทำบุญโลงศพต่อชะตาของคนเกิดวันอังคาร ที่บริเวณโรงทานเจใกล้กับศาลอาญากรุงเทพใต้ ส่วนการตัดสินวันนี้ ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับ มีความเครียด เพราะคดีนี้ยืดเยื้อมานานกว่า 12 ปีแล้ว และไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเช่นไร ก็จะยอมรับ แต่ก็มีความคาดหวังว่าศาลจะให้รอลงอาญา และอยากใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนแก่ประชาชน และถ้ามีโอกาสก็อยากจะลงมาเปิดเผยข้อความสำคัญอีกครั้งหลังจากศาลมีคำพิพากษา ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News ศาลฎีกา นัดฟังคำพิพากษา "ชูวิทย์-พ.ท.หิมาลัย" กับพวก 130 คน 'รื้อบาร์เบียร์' สุขุมวิท วันที่ 15 ต.ค.58 เวลา 9.30 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นัดฟังคำพิพากษา คดีรื้อบาร์เบียร์ ซอยสุขุมวิท 10 คดีหมายเลขดำ ด.2150/2546 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ และกลุ่มผู้ค้า รวม 44 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง จ.ส.อ.อภิชาต ริมมสาร, นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย อดีตผู้บริหารบริษัท สุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์, พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บก.สส. เมื่อปี 2546, พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร อดีตนายทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เมื่อปี 2546 และพวกรวม 130 คน เป็นจำเลยที่ 1-130 ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ หลังเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา ได้นัดฟังคำพิพากษา แต่จำเลยเดินทางมาศาลไม่ครบ จึงให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาฎีกามาเป็นวันนี้ เวลา 09.00 น. ข่าวที่เกี่ยวข้อง >>> ‘ชูวิทย์’ เผยลุ้นคดีบาร์เบียร์ ลั่นไม่คิดหนี เลื่อนพิพากษา ‘คดีรื้อบาร์เบียร์’ ชูวิทย์ ลั่น หากผิดพร้อมรับโทษ ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ทหารเตือน 'ประวิตร' วิจารณ์คสช.ผ่านโซเชียล
ประวิตร โรจนพฤกษ์ /  ประวิตรลาออก / 

ทหารเรียก "ประวิตร โรจนพฤกษ์" กินกาแฟ ถกความเข้าใจ ห่วงการแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโซเชียล เว็บไซต์ประชาไท รายงานว่า "ประวิตร โรจนพฤกษ์" ผู้สื่อข่าวอาวุโสเว็บไซต์ข่าวสด ภาคภาษาอังกฤษ ได้เปิดเผยหลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารเชิญกินกาแฟ เพื่อแนะนำผู้บังคับบัญชาคนใหม่ของเขตพื้นที่บางกะปิ แต่กลับไม่ได้เจอ เพราะติดภารกิจเร่งด่วน ซึ่งก่อนหน้านี้ ประวิตรเคยถูกเรียกเข้าค่าย "ปรับทัศนคติ" แล้ว 2 ครั้ง โดยการกินกาแฟครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังออกจากค่าย โดยการ 'กินกาแฟ' ครั้งนี้ มีร้อยโทชลภัทร ผึ่งผาย นายทหารยุทธการ บก.ชค.ร.12 พัน.2 รอ และทหารอีกนายเข้าร่วมพูดคุย โดยนอกจากประวิตรแล้ว ยังมีผู้ร่วมจิบกาแฟอีกสามคน ได้แก่ สุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิ ฮิวแมนไรท์วอทช์, พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และแซม ซาริฟิ คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) พร้อมด้วยทนายความ ผู้สื่อข่าวจากวอยซ์ทีวีและข่าวสด อิงลิชเข้าร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งเนื้อหาหลักของการพูดคุย ได้แก่ การแสดงความเป็นห่วงต่อการแสดงความเห็นในประเด็นการเมืองของประวิตร ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ขณะที่ประวิตร ย้ำ ได้มีความระมัดระวังเรื่องนี้มาตลอด พร้อมได้แลกเปลี่ยนกับทหารว่า ตนมีความเป็นห่วงในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องอารมณ์อันแปรปรวนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และกระแสต่อต้านรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเสนอว่า หาก คสช.สามารถปรับได้ ควรส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อพบกันครึ่งทาง เพราะเท่าที่ทราบมาประชาชน ก็ไม่เห็นด้วยกับการร่างในครั้งนี้ อ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ >>> prachatai / ภาพ FB ฟ้ารุ่ง ศรีขาว ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News บรรยากาศส่วนหนึ่ง ระหว่าง "ประวิตร โรจนพฤกษ์" พูดคุยกับทหาร ตามที่ทหารนัดหมาย ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่งวันนี้(3 ก.พ.59) โดยเป็นการพบกันระหว่างเวลา 11.10 น. - 11.45 น. ติดตามบรรยากาศเต็มๆ แบบ HD เร็วๆ นี้นัดกินกาแฟจบแยกย้ายกันกลับแล้ว นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสเว็บไซต์ข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ และทหารที่ดูแลพื้นที่ซึ่งมีบ้านของเขาในพื้นที่ ได้นัดพบพูดคุยโดยในตอนแรกทหารระบุว่า นายทหารยศพันโทซึ่งย้ายมาใหม่ จะมาพบเพื่อแนะนำตัว แต่เมื่อถึงเวลาจริงเป็นนายทหารยศร้อยโท มาพูดคุยโดยระบุว่า มีความห่วงใยการแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมือง ส่วนนายทหารยศพันโท ติดภารกิจ จึงไม่ได้มาด้วยในวันนี้ ส่วนนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษา HRW ระบุว่า บ้านอยู่แถวนี้ ผ่านมาจึงเข้าสังเกตการณ์ Posted by Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว on 2 กุมภาพันธ์ 2016 'ประวิตร' ลาออกแล้ว! เผย ไม่อยากให้ 'เนชั่น' ถูกกดดัน! 'ประวิตร โรจนพฤกษ์' เผย ลาออกจาก "เนชั่น" แล้ว ชี้ ไม่อยากให้องค์ที่รักมากว่า 23 ปี ถูกกดดัน!  จากกรณีนาย ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ได้ถูกทหารเรียกปรับทัศนคติและได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมกับมีกระแสข่าวว่าหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เตรียมดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายประวิตร หลังถูกหลายฝ่ายกดดันอย่างหนัก วันที่ 17 ก.ย. นาย ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น โพสต์เฟซบุ๊ก "Pravit Rojanaphruk" ระบุว่า ผมตัดสินใจลาออกจากนสพ.เดอะเนชั่นแล้วหลังจากพูดคุยกับผู้บริหารเพื่อลดแรงกดดันจากทุกทิศต่อองค์กรที่ผมรัก เหลือเพียงค่าชดเชยที่ยังต้องต่อรองเพื่อให้เป็นธรรม ขอบคุณ นสพ.เดอะเนชั่นสำหรับเวลา 23 ปีที่อยู่ร่วมกัน I have decided to resign from The Nation newspaper after a meeting with the management and being requested to resign in order to save the paper from enormous pressure from all sides in the aftermath of being detained by the military junta. I care and love the paper I have been working for 23 years and if by this act I could help alleviate some pressure then I would gladly do so. There's only the issue of just compensation to be discussed and I thank The Nation for all the good and difficult times we shared and endured. ‪#‎Thailand‬ ‪#‎thenation‬ ข่าวที่เกี่ยวข้อง >>> ‘กนก’ ชี้ เนชั่นถูกกดดันหนัก จ่อจัดการ ‘ประวิตร’เด็ดขาด คสช.ปล่อย’พิชัย-เก่ง’-บก.เนชั่น จี้ปล่อย ‘ประวิตร’ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

คุมตัว 12 น.ศ.อุเทนถวาย พ่นสีบนกำแพงฝากขัง
นักศึกษาอุเทนทวาย /  พ่นตราสัญลักษณ์ / 

ตำรวจควบคุมตัว 12 น.ศ. อุเทนถวาย ฝากขังศาลผลัดแรก ฐานพ่นสีบนกำแพง ไม่คัดค้านการประกันตัว วันนี้ (1ก.พ.) พนักงานสอบสวน สน.บางเขน คุมตัว 12 นักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มาขออำนาจศาลอาญารัชดา ฝากขังผัดแรก ในฐานความผิด ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี , ร่วมกันขีดเขียน พ่นสี หรือ ทำให้ปรากฏใด ๆ ซึ่งข้อความ ภาพ หรือ รูป รอยใด ตรงกำแพง หรือ ที่ติดถนน หรือ ส่วนหนึ่งของอาคาร และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหา ได้ร่วมกันฉีดพ่นสีบริเวณ ตอม่อ สะพาน ใกล้กับ ปากซอยรามอินทรา 2 ก่อนถึงวงเวียนบางเขน ประมาณ 50 เมตร เพื่อประกาศตราสัญญาลักษณ์สถาบัน (1 ก.พ. ครบรอบวันสถาปนา อุเทนถวาย) จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน ไม่ได้คัดค้านการประกันตัว และผู้ต้องหาทั้งหมด จะถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ขณะเดียวกัน ญาติของผู้ต้องหาได้เตรียมหลักทรัพย์มาขอยื่นคำร้องต่อศาลขอประกันตัวเป็นเงินจำนวน 1 แสนบาท ........................................................... ตำรวจบางเขน รวบ 12 นักศึกษา อุเทนทวาย ตระเวนฉีดพ่นตราสัญลักษณ์ - จ่อฝากขังศาลอาญา พรุ่งนี้ 10.00 น. พ.ต.ท.อำนาจ อินทรศวร รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจสามารถจับกุมตัว 12 นักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย พร้อมยึดของกลาง บันไดอะลูมิเนียม 2 อัน ฟิวเจอร์บอร์ดแกะรูปตราสัญลักษณ์ของสถาบันจำนวน 2 แผ่น สีสเปร์ย 29 กระป๋อง และรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ถค 1242 กทม. ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบได้ออกตรวจพื้นที่ และพบกลุ่มผู้ต้องหา กำลังช่วยกันนำบันไดพาดตอม่อ สะพาน ใกล้กับปากซอยรามอินทรา 2 ก่อนถึงวงเวียนบางเขน ประมาณ 50 เมตร เพื่อปีนขึ้นไปขึงบล็อกแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดที่แกะเป็นรูปสัญลักษณ์ของสถาบัน ก่อนจะใช้สีสเปร์ยฉีดพ่น ขณะที่เจ้าหน้าที่จะเข้าทำการจับกุม มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ ประมาณ 3 - 4 คัน ที่คอยดูต้นทางได้ส่งสัญญาณให้กับกลุ่มที่กำลังฉีดพ่นสีบนกำแพง พยายามหลบหนีการจับกุม เจ้าหน้าที่จึงตามสกัดและสามารถจับกุม ตัวได้ ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ทำการทาสีขาวรองพื้นที่จุดเกิดเหตุแล้ว1 ครั้ง ตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงคืน ส่วนที่ร่วมกันตระเวนก่อเหตุ เนื่องจาก ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ เป็นวันสถาปนาสถาบัน และกลุ่มตนเองได้มอบหมายให้นำฟิวเจอร์บอร์ดที่แกะเป็นตราสัญลักษณ์ ตระเวนฉีดพ่น ตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อประกาศให้ผู้อื่นและรุ่นน้องได้รับรู้ แต่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จกลับถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี พร้อมเตรียมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปยื่นคำร้องขอฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. MThai News

ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก , เรื่องย่อคู่วุ่นลุ้นแผนรัก
ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก /  เรื่องย่อ ละครคู่วุ่นลุ้นแผนรัก / 

ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก บทประพันธ์โดย : เล่าเต็งกำกับการแสดงโดย : ตรัยยุทธ กิ่งภากรณ์ผลิตโดย : บริษัท ปรากฎการณ์ดี จำกัดออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อ คู่วุ่นลุ้นแผนรัก เมื่อรักแรกในวัยเด็กของเธอ คือฝันร้ายเวลาผ่านไปจากเด็กหญิงขี้เหร่กลายเป็นสาวงามที่ทุกคนใฝ่ปอง เธอจะเลือกใครระหว่างชายในฝันผู้เป็นรักแรกของเธอ หรือเขา ผู้ที่จะเป็นรักสุดท้ายมิอาจลืม ขอจันทร์...เด็กหญิงวัยสิบสามปีที่มักจะถูกเพื่อน ๆ เรียกว่า ยายดอกหน้าวัว เป็นเพราะปานดำที่กินพื้นที่เกือบครึ่งใบหน้าของเธอนั่น เอง ขอจันทร์ถูกล้อและถูกแกล้งมาตั้งแต่เด็กจึงทำให้เธอเป็นคนเก็บตัว พูดน้อยแต่ก็ใช่ว่าหัวใจเธอจะไม่มีรัก เมื่อเธอไปหลงรัก เด็กชาย นที ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตร ที่มีเค้าความหล่อและความเจ้าชู้ตั้งแต่เด็ก ขอจันทร์รวบรวมความกล้าที่สุดในชีวิตตัดสินใจสารภาพความในใจให้กับนทีรู้ ก่อนที่เธอจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาในฐานะนักเรียนทุน นทีถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าขอจันทร์ชอบเขา แต่ยังไม่ทันที่นทีจะตอบอะไร กลุ่มเพื่อนนทีก็เข้ามาพร้อมกับล้อนทีว่ามีแฟนเป็นดอกหน้าวัว ด้วยความอายทำให้นทีผลักขอจันทร์ล้มลง นทีบอกกับขอจันทร์ว่ายายดอกหน้าวัวอย่างเธออย่าคิดแม้แต่จะสบตามองเทพบุตรอย่างเขา ขอจันทร์โกรธและบอกกับตัวเองไว้ว่าเธอจะกลับมาแก้แค้นและทำให้นทีรักเธอให้ได้!!! ขอจันทร์แอบมาร้องไห้อยู่บนดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอมักจะมาที่นี่อยู่บ่อย ๆ เพื่อแอบมองนที จังหวะที่ขอจันทร์ร้องไห้จนหน้ามืดจนเกือบพลัดตกลงไป ทันใดนั้นมือของชายคนหนึ่งได้เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ก่อนที่ร่างของเธอจะตกลงไปเบื้องล่าง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะรู้ว่าใครเป็นคนที่ช่วยเธอไว้ สติของเธอก็ดับวูบไปพร้อมกับความจำอันเลือนลางที่เหลือไว้เพียงความอบอุ่นจากมือคู่นั้นเท่าที่เธอจำได้ และเจ้าของมือคู่นั้นที่ช่วยเธอเอาไว้ก็คือ ศิลา พี่ชายคนโตของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง สิบปีผ่านไป ทุกคนลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกับขอจันทร์อย่างสิ้นเชิง ยกเว้น ศิลา บุตรชายคนโตและเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลธุรกิจด้านอาหาร อันเป็นธุรกิจหลักของตระกูลเชตวัตร ด้วยความที่เป็นความหวังของครอบครัวและเป็นบุตรชายคนโตทำให้ศิลาเป็นคนพูดน้อย และคิดทุกอย่างเป็นเม็ดเงินและผล ตอบแทนทุกลมหายใจ หรือจะเรียกว่าเป็นพวกบูชาเงินและความสำเร็จก็ย่อมได้ แตกต่างกับนที น้องชายคนรองของตระกูล ผู้มีความกะล่อนและลีลาแพรวพราวในการจีบสาวที่ลื่นไหลเหมือนชื่อของเขา คนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนทีก็คือ เดือนวารี น้องสาวคนสุดท้องที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ความน่ารักของเธอทำให้หนุ่ม ๆ ทั้งหลายต่างรุมตอม แต่เดือนวารีก็ไม่เคยมีใจให้กับใครเพราะเธอคิดว่าผู้ชายเหล่านั้นก็เหมือนกับนทีพี่ชายของเธอ ที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่คนที่ซวยที่สุดเห็นจะเป็น ตะวันฉาย น้องชายของขอจันทร์ ผู้อาศัยอยู่ในตระกูลของเชตวัตร นั่นก็เพราะพ่อของเขา นายสาโรจน์ เป็นคนสวนเก่าแก่รุ่นบุกเบิกมาตั้งแต่ตอนที่ตระกูลเชตวัตรเริ่มตั้งตัวใหม่ ๆ จนกระทั่งมาถึงรุ่นลูก ตะวันฉายจึงได้รับช่วงต่อให้เป็นคนสวนไปโดยปริยาย เดือนวารีมักจะคอยกลั่นแกล้งตะวันฉายเพื่อระบายกับสิ่งที่เธอมีอคติกับผู้ชาย เพราะตะวันฉายเป็นคนเงียบ ๆ ไม่เคยมีปากมีเสียงกับเดือนวารีสักครั้ง ทำให้เดือนวารีได้ใจและคอยแกล้งตะวันฉายอยู่ตลอดเวลา ตะวันฉายจึงกลายเป็นคนเก็บกดและคิดจะแก้แค้นเดือนวารีกลับบ้าง ศิลาตั้งใจให้ตะวันฉายคอยดูแลเดือนวารีแทนเขา จึงออกทุนให้ตะวันฉายได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเดือนวารี โดยทั้งคู่ก็มีกลุ่มของตัวเองและกลุ่มของทั้งสองคนก็ไม่ถูกกันอย่างแรง ทำให้ทั้งเดือนวารีกับตะวันฉายนอกจากเปิดศึกที่บ้านยังไม่พอยังลามมาถึงในมหาวิทยาลัยอีกต่างหาก แล้วก็เกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อธุรกิจของตระกูลเชตวัตรประสบกับปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งหมดเกิดจากแผนการของ ครรชิต คู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลเชตวัตร ครรชิตแอบติดต่อกับผู้ลงทุนในเชตวัตรฟู้ดเพื่อกล่อมให้ผู้ลงทุนเหล่านั้นเปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายตน ท่ามกลางความคัดค้านของ ณิชรันย์ น้องสาวผู้เพียบพร้อมและแตก ต่างกับครรชิต ณิชรันย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ครรชิตทำ แต่ครรชิตกลับคิดว่าเป็นเพราะณิชรันย์รักศิลาจึงไม่เห็นด้วยกับเขา เมื่อผู้ถือหุ้นถอนหุ้นออกจากเชตวัตรฟู้ด ทำให้ศิลาผู้รับผิดชอบทุกอย่างในตระกูลจะต้องหาทางพลิกฟื้นและประคองให้ทุกอย่างผ่านไปให้ได้ ศิลาปรึกษากับ น้าทิพย์ ผู้เป็นแม่ซึ่งก็เป็นจังหวะที่นํ้าทิพย์ได้เจอกับ รสริน ผู้เป็นทั้งศัตรูและมหามิตร แล้วยังเป็นภรรยาของ พล.อ.ประภพ...ผู้มีศักดิ์เป็นพี่เขยของรัฐมนตรี ผู้มีอิทธิพลเป็นที่กว้างขวางทั้งในวงทหารด้วยกันและรวมถึงในรัฐบาลตอนนี้ สมองของศิลาก็ปริ้นท์แผนงานในการทำให้บริษัทของเขาอยู่รอดออกมาทันที นั่นคือการวางแผนที่จะให้นทีแต่งงานกับ ลีนา ลูกสาวของรสรินและ พล.อ.ประภพ โดยหวังเอาหน้าตาและเส้นสายของ พล.อ.ประภพ เป็นใบเบิกทางเพื่อให้ตระกูลเชตวัตรผ่านพ้นมรสุมชีวิตนี้ไปได้ นทีกำลังเริงร่าและดื่มดํ่ากับบรรยากาศแห่งท้องทะเลกับสาวคู่ควงคนใหม่ แต่แล้วโลกของเขาได้เปลี่ยนไปทันทีเมื่อนทีได้พบกับ ขอจันทร์ ยายดอกหน้าวัวที่เขาเคยรังเกียจ แต่บัดนี้ขอจันทร์กลาย เป็นสาวงามที่ชายหนุ่มทุกคนใฝ่ปอง แต่ทั้งสองกลับจำกันไม่ได้และปิ๊งกันทันทีตั้งแต่แรกเห็น ขอจันทร์กลับมาถึงกรุงเทพฯ เร่งเปิดธุรกิจการนวดเพื่อบำบัดตามความสามารถที่เธอได้เรียนมา ด้วยความช่วยเหลือของ เอริค ช่างแต่งหน้าเอฟเฟคที่รู้จักกันที่อเมริกา เอริคแนะนำดาราและเซเลบหลายคนมารับการบำบัดด้วย Therapeutic Massage กับขอจันทร์ จนกระทั่งวันนึงขอจันทร์ได้พบกับศิลาจากการพามาของณิชรันย์ เพียงแค่แวบแรกที่ขอจันทร์เห็นศิลาเธอก็จำเขาได้ทันที แต่ศิลากลับจำขอจันทร์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ขณะที่ทางด้านตะวันฉายได้พบกับ เชน...เสือผู้หญิงในคราบหนุ่มหล่อที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกัน เชนต้องการให้ตะวันฉายเป็นพ่อสื่อระหว่างเขากับเดือนวารี แล้วทันใดนั้นแผนการเอาคืนเดือนวารีก็ผุดขึ้นในหัวของตะวันฉายทันที นั่นคือเขาต้องการให้เชนเอาชนะใจเดือนวารี เพื่อให้ทั้งสองเป็นแฟนกัน เพราะตะวันฉายรู้ว่าคนอย่างไอ้เชนนั่นจะไม่ยอมเป็นแฟนกับใครได้เกินสามเดือน และนี่ก็คือแผนการแก้แค้นที่จะทำให้คนอย่างเดือนวารีได้เจ็บบ้าง เมื่อนทีกลับมาที่กรุงเทพฯ ก็ได้รู้เรื่องข่าวการจัดงานหมั้นระหว่างเขากับลีนา คู่หมั้นที่ศิลาและนํ้าทิพย์เลือกให้ ขอจันทร์ได้ปรากฏตัวขึ้นในงานหมั้น นทีหัวใจพองโต เมื่อคิด(ไปเอง) ว่าขอจันทร์ตามหาเขาจนรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ขณะที่ขอจันทร์เองก็ตกใจเช่นกันเมื่อได้รู้ว่า ชายหนุ่มรูปงามคนนั้นคือ เด็กชายนที...ลูกชายคนรองของตระกูลเชตวัตรนั่นเอง และทันใดนั้นแผนการแก้แค้นของเธอก็เริ่มต้นขึ้น คือการให้นทียกเลิกงานหมั้นระหว่างเขากับลีน่านั่นเอง นั่นทำให้จากงานหมั้นเลยกลายเป็นงานหมันไปในทันที ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อนทีประกาศยกเลิกงานหมั้น ขอจันทร์ตั้งสติได้ก่อนจะโกหกทุกคนว่าเธอชื่อ แองจี้ ลีนากลับไปด้วยความโกรธเพราะเสียหน้า ใครก็รู้ว่าลูกทหารอย่างเธอเรื่องศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รสรินและประภพพ่อของลีนาเป็นเดือดเป็นแค้นแทนลูกสาวถึงกับประกาศจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดใดกับครอบครัวของศิลาอีก ถ้าชาตินี้ไม่เจอกันได้ก็ดี เดือดร้อนถึงศิลาผู้วางแผนทั้งหมดจำเป็นจะต้องไปขอโทษและให้คำมั่นกับครอบครัวของลีนาว่าจะให้นทีกลับมาแต่งงานกับลีนาให้ได้ แผนการแก้แค้นของขอจันทร์ดำเนินไปอย่างแนบเนียนโดยที่นทีไม่รู้เลยว่าเขากำลังจะถูกขอจันทร์หักอกในไม่ช้า แต่แล้วขอจันทร์ก็ได้เปลี่ยนใจเมื่อรู้ว่าศิลาได้ให้ครอบครัวเธอทั้งหมดย้ายไปอยู่ที่อื่นพร้อมกับให้ทุนส่วนหนึ่งไปในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำให้ขอจันทร์เปลี่ยนความคิด เป็นความแค้นและคิดจะแต่งงานกับนทีจริงเพื่อต้องการให้ครอบครัวของศิลาและคุณหญิงเจ็บใจแต่ความลับไม่มีในโลก ศิลาจับได้ว่าที่แท้ขอจันทร์กับแองจี้ก็คือคนคนเดียวกัน ทุกคนตกใจและไม่เชื่อว่าจากยายดอกหน้าวัวจะกลายเป็นนางฟ้าได้ถึงเพียงนี้ ศิลาได้รู้ความต้องการของขอจันทร์ผ่านทางตะวันฉายผู้ที่เปรียบเสมือนน้องชายของเขาเช่นกัน ว่าขอจันทร์ต้องการจะแก้แค้นนทีในสิ่งที่เขาทำไว้กับเธอในตอนเด็ก ศิลาคิดหาทางที่จะต้องยับยั้งแผนการของขอจันทร์และต้องทำให้นทีแต่งงานกับลีน่าได้เร็วที่สุด ขอจันทร์ตกใจเมื่อจู่ ๆ ได้รู้ว่าสาโรจน์เป็นมะเร็งปอด ซึ่งจะต้องใช้เงินรักษา ศิลายื่นข้อเสนอที่ขอจันทร์ไม่อาจปฏิเสธได้นั่น ก็คือ ศิลาจะเป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลให้กับสาโรจน์ทั้งหมด รวมถึงการส่งเสียให้ตะวันฉายเรียนจนจบการ ศึกษา ขอจันทร์รู้ว่าที่ศิลาต้องการแต่งงานกับเธอนั่นก็เพราะศิลาหวังว่าจะให้ขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของนที นทีถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าถูกพี่ชายแท้ ๆ ของเขาแทงข้างหลัง เรื่องนี้ถึงกับที่นทีจะตัดพี่ตัดน้องกับศิลาแต่ยังดีที่ณิชรันย์พยายามพูดจาไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย นทีและณิชรันย์ต่างรู้สึกแปลก ๆ กับคู่แต่งงานใหม่อย่างศิลากับขอจันทร์ที่ดูยังไงก็เหมือนคู่แค้นมากกว่าคู่รัก จนกระทั่งนทีได้รู้ความจริงที่ว่าที่ศิลาแต่งงานกับขอจันทร์ก็เพื่อต้องการแยกเธอออกจากเขา และต้องการให้นทีแต่งงานกับลีน่านั่นเอง นทีกับณิชรันย์ต่างดีใจที่ทั้งคู่ไม่ได้รักกันจริง ๆ ทั้งหมดเป็นเพียงการเล่นละครเท่านั้น นทีสารภาพรักกับขอจันทร์ก่อนจะขอโทษในสิ่งที่เขาเคยทำกับเธอไว้ในอดีต นทีประกาศก้องต่อหน้าทุกคนว่าจะแย่งขอจันทร์จากศิลาให้มารักกับเขาให้ได้ ศิลาพูดอะไรไม่ออกเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทำให้ต้องคิดหาทางที่จะเอาขอจันทร์ออกไปจากชีวิตของเขาโดยเร็วที่สุด แล้วเวลาแห่งการแก้แค้นก็มาถึงเมื่อขอจันทร์สั่งให้มีการพักผ่อนโดยจะนำพนักงานทุกคนไปเที่ยวทะเล ศิลาจึงเริ่มต้นวางแผนและคิดจะใช้โอกาสนี้ทำให้ขอจันทร์ต้องเป็นฝ่ายเสียใจบ้าง แล้วทริปแห่งความปั่นป่วนก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อขอจันทร์กับศิลาต้องมีอันไปติดเกาะด้วยกัน พายุเข้า เรือไม่มีจะกลับฝั่ง ด้วยความยากลำบากทำให้ศิลาและขอจันทร์เริ่มจะพูดจาดี ๆ ต่อกัน จนขอจันทร์ได้รู้ว่าศิลาเป็นเจ้าของมืออันอบอุ่นที่ได้ช่วยเธอเอาไว้เมื่อสมัยเด็กตอนที่เธอเกือบจะพลัดตกจากดาดฟ้า ขอจันทร์ถึงกับอึ้งไปอีกเมื่อรู้ว่าศิลาเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยล้อเธอเรื่องดอกหน้าวัวและพยายามห้ามนทีและเดือนวารีทุกครั้งที่รังแกเธอกับตะวันฉายสองพี่น้อง และศิลายังจำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอได้ ทำไมเธอไม่รู้มาก่อนและการที่เธอเป็นที่จดจำของใครบางคนนั่นก็ทำให้ขอจันทร์ได้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นกับศิลา เช่นเดียวกับศิลาเมื่อได้อยู่กับขอจันทร์เพียงลำพังเขาจึงได้เห็นบางมุมของขอจันทร์ที่เธอไม่ใช่ยายตัวร้ายจอมวางแผนอย่างที่เขาเห็นมาก่อน สถานการณ์ยากลำบากต่าง ๆ ยิ่งทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความอบอุ่นในใจขึ้นอย่างประหลาด ณิชรันย์กับนทีร่วมมือกันออกตามหาทั้งสอง โดยไม่รู้เลยว่าระหว่างวันและเวลาที่นทีและณิชรันย์ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งสองต่างก็รู้สึกดีและแปลกใจที่ต่างเข้าใจกันและกัน จนทำให้ทั้งสองเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ฝ่ายเดือนวารีก็ได้เป็นแฟนกับเชนตามแผนของตะวันฉาย และแล้วก็ถึงเวลาเดือนวารีจะได้รับความเจ็บปวดกลับบ้าง แต่ระหว่างนั้นสาโรจน์ผู้เป็นพ่อได้เข้ามาพูดเตือนสติกับตะวันฉาย และยังบอกถึงคำพูดของศิลาที่ต้องการให้ตะวันฉายดูแลเดือนวารี ตะวันฉายจึงต้องถามใจตัวเองอีกครั้ง ในที่สุดตะวันฉายก็ไปขอร้องให้เชนเลิกคบกับเดือนวารี แต่เชนกลับปฏิเสธเพราะว่าคืนนี้เขากำลังจะจัดการยัดเยียดความเป็นภรรยาให้กับเดือนวารี เมื่อตะวันฉายรู้จึงได้ออกตามหาทั้งคู่จนมาพบ ตะวันฉายก็ได้เข้ามาช่วยเดือนวารีให้รอดพ้นเงื้อมมือของเชนไปได้ และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ทั้งสองเริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างต่อกัน ศิลาและขอจันทร์ได้กลับมาถึงกรุงเทพโดยฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานา และมันยิ่งเพิ่มความรู้สึกอันอบอุ่นของทั้งคู่ นทีเมื่อเห็นขอจันทร์ก็ดีใจและตัดสินใจจะจัดงานแต่งงานขึ้นกับขอจันทร์ให้เร็วที่สุด แต่ขอจันทร์ปฏิเสธ ก่อนที่ขอจันทร์จะบอกกับนทีว่าตอนแรกที่เธอแต่งงานกับศิลาก็เพราะถูกบังคับ แต่ตอนนี้หัวใจของเธอได้รักศิลาจริง ๆ ซะแล้ว ทุกอย่างเหมือนทำท่าจะลงเอยด้วยดี ขอจันทร์กำลังดีใจที่จะได้สมหวังความรักกับศิลาแต่แล้วศิลากลับบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงแผนของศิลา ก็เพื่อจะทำให้ขอจันทร์หลงรักเขา เพื่อจะได้ให้เธอออกจากชีวิตของน้องชายเขาเสียที ไม่ว่าจะเป็นแผนการตั้งแต่เริ่มเดินทาง หรือการอยู่บนเกาะที่ขอจันทร์คิดว่าเป็นเกาะร้าง แต่ที่ไหนได้มันเป็นเพียงเกาะส่วนตัวเพียงเกาะหนึ่งที่มหาเศรษฐีอย่างศิลาซื้อเอาไว้ รวมถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ศิลาได้จ้างมืออาชีพมาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ขอจันทร์หลงรักเขา หัวใจของขอจันทร์แตกสลายอีกครั้ง ขอจันทร์ไม่สามารถจะอยู่ที่บ้านเชตวัตรได้อีกต่อไป เธอและครอบครัวจึงได้หายไปจากบ้านเชตวัตรและศิลาก็กลับมาดูแลธุรกิจเหมือนเดิมอีกครั้ง เพียงแต่ว่าหัวใจของเขานั้นก็เจ็บปวดไม่แพ้ขอจันทร์ นทีเมื่อรู้เหตุการณ์ทั้งหมดก็ถึงกับฟิวส์ขาดจนชกศิลาด้วยความโกรธที่ศิลาทำทุกอย่างเพื่อธุรกิจ โดยไม่คิดเลยว่าขอจันทร์เป็นผู้หญิงที่ตัวเองรัก ถึงแม้เขาจะเป็นเพลย์บอยไม่เอาการเอางานนั่นก็เพราะเขาชอบความรัก และเขาเกลียดที่สุดก็คือคนที่มีรักแล้วไม่รู้จักรักษามันไว้ เช่นเดียวกับเดือนวารีเมื่อรู้เรื่องว่าตะวันฉายย้ายออกจากบ้านไปก็โกรธศิลาที่ทำอย่างนั้น ศิลาคิดหนักว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นถูกต้องแล้วเหรอ รวมถึงพนักงานในบริษัทที่พอรู้ข่าวว่าขอจันทร์ลาออกก็ได้รวมตัวกันประท้วงเพื่อต้องการให้ขอจันทร์กลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิม ศิลาถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่ามีคนที่รักขอจันทร์มากถึงขนาดนี้ แล้วตัวเขาละ เขารักเธอหรือเปล่า นทีบอกให้ศิลาทำตามหัวใจตัวเองเพราะเขาจะรับผิดชอบทุกอย่างจากที่ไม่เคยเหลียวแลหรือแม้แต่มาบริษัทด้วยซํ้า ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อจู่ ๆ ศิลารู้ว่าตอนนี้มีคนไล่ทยอยซื้อหุ้นของเชตวัตรฟู้ด ก่อนที่ศิลาจะรู้ความจริงว่าคนนั้นก็คือครรชิตที่หวังจะฮุบเชตวัตรกรุ๊ปของศิลา ทางเดียวที่ศิลาจะรักษาบริษัทนี้เอาไว้ได้ก็คือ ต้องได้หุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือจากมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่มีปาฏิหาริย์ เมื่อถึงวันที่ผู้ถือหุ้นต้องเลือกระหว่างศิลาหรือครรชิต ใครจะเป็นผู้บริหารเชตวัตรฟู้ดคนต่อไป ระหว่างที่ศิลากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับครรชิต จู่ ๆ ขอจันทร์ก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับบอกว่าเธอจะขายหุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เหลือให้กับศิลา ศิลาถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วขอจันทร์คือลูกสาวเพียงคนเดียวของมิสเตอร์ที ผู้ถือหุ้นนิรนามที่อยู่ต่างประเทศคนนั้น ขอจันทร์เล่าความจริงให้ศิลาฟังว่า พ่อแท้ ๆ ของเธอคือ ยองแทฮี พันธมิตรและผู้ร่วมก่อตั้งเชตวัตรฟู้ดขึ้นมาพร้อมกับบิดาของศิลา ระหว่างที่แทฮีเข้ามาคุยเรื่องธุรกิจที่เมืองไทย บ่อย ๆ ก็ได้พบรักกับ จันทร์ดี แม่ของขอจันทร์นั่นเอง แต่โชคร้ายที่ทั้งคู่ได้ประสบอุบัติเหตุขณะที่กำลังจะเดินทางไปเกาหลี และสาโรจน์เองก็คือชายผู้หลงรักจันทร์ดีได้เก็บขอจันทร์มาเลี้ยง เพื่อยืนยันในรักแท้ของเขาที่มีให้ต่อจันทร์ดี ศิลาถึงกับอึ้งไปและไม่เข้าใจว่าทำไมขอจันทร์ต้องกลับมาช่วยคนที่ทำให้เธอเสียใจมากขนาดนี้ จนนทีกับณิชรันย์ได้บอกว่านั่นก็เพราะขอจันทร์ยังรักศิลานั่นเอง ศิลาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างและออกตามหาขอจันทร์เพื่อบอกความรู้สึกของเขาให้เธอได้รับรู้ จนกระทั่งศิลาได้พบกับขอจันทร์ในที่สุด แต่ว่าหัวใจของขอจันทร์ได้บอบชํ้าจนยากเกินจะกลับไป แล้วศิลาจะทำยังไงในเมื่อตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาได้ทำร้ายหัวใจตัวเอง ศิลาและขอจันทร์จะกลับมารักกันได้อีกหรือไม่ ทั้งสองคนจะได้รู้หัวใจตัวเองหรือเปล่า ความรู้สึกห่วงใยที่แอบก่อตัวขึ้นระหว่างนทีและณิชรันย์จะพัฒนาต่อไปได้แค่ไหนแล้วเรื่องราวรุ่นเล็กระหว่างเดือนวารีกับตะวันฉายจะลงเอยกันเช่นไร โปรดลุ้นและเอาใจช่วยไปกับคู่กัดคู่ใหม่ได้ใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ที่เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร คู่วุ่นลุ้นแผนรัก ธาวิน เยาวพลกุล รับบท ศิลา อุษามณี ไวทยานนท์ รับบท ขอจันทร์ อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ รับบท นที ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ รับบท ณิชรันย์ ชยพล บุนนาค รับบท ตะวันฉาย อังคณา วรรัตนาชัย รับบท เดือนวารี ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท ครรชิต คีตภัทร อันติมานนท์ รับบท ลีน่า พชรพล ศุขอร่าม รับบท รุจน์พงษธัช รัตนเศรณี รับบท เชนชนัญญา พงษ์นาค รับบท น้ำหนึ่งแจ๊ค ไรเดอร์ รับบท เอริค

ฮือฮา! ควันลอยเป็นรูป 'เกจิล้านนา' ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ
ครูบาอินก๋วน /  พิธีพระราชทานเพลิงศพ / 

ชาวบ้าน จ.ลำปางแห่ตีเลขเด็ด หลังพบกลุ่มควันคล้ายรูป 'ครูบาอินก๋วน' เกจิล้านนา ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ วันนี้ 1 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียล ได้แพร่ภาพการพระราชทานเพลิงศพ 'ครูบาอินก๋วน' เกจิชื่อดังแห่งเมืองล้านนา ลูกศิษย์ถ่ายภาพกลุ่มควันไฟรวมตัวเป็นรูปครูบาฯอย่างชัดเจน ส่วนคอหวยตีเลขเด็ด ลอตเตอรี่ขายหมดเกลี้ยง ซึ่งพิธีดังกลางจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเวลา 18.59 น. ได้มีการทำพิธีสลายร่างครูบาอินก๋วน ขณะที่ไฟกำลังไหม้อยู่นั้น ได้มีกลุ่มควันไฟรวมตัวกันเหนือเมรุชั่วคราว ลูกศิษย์คนหนึ่งได้ถ่ายภาพ และนำมาเปิดดูก็พบว่ากลุ่มควันที่รวมตัวกันนั้นคล้ายรูปเหมือนของครูบาอินก๋วน จึงมีการแชร์ในเฟสบุ๊ค ชื่อ Lampang city จนมีการตีเป็นเลขเด็ด 91 71 14 30 18 59 ทำให้แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ทั้งในตัวเมืองลำปาง และต่างอำเภอ ขายหมดเกลี้ยงกันทุกแผง สำหรับประวัติพระครูสุนทร ปัญญาคุณ (ครูบาอินก๋วน) เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2467 อายุ 91 ปี 71 พรรษา มีชื่อเดิมว่า ก๋วน บรรพชาเมื่ออายุ 12 ปี วันที่ 12 พ.ค. 2479 ณ วัดสบป้าด ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ตลอดระยะเวลาที่ครองสมณะเพศไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อย และยังได้ประกอบคุณงามความดีอีกมากมาย จนเป็นที่เคารพนับถือศรัทธาของชาวลำปางและต่างจังหวัดจำนวนมาก และได้มรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2557 ที่โรงพยาบาลลำปาง เวลาผ่านมาปีกว่า จนวันที่31 ม.ค. 59 มีพระราชเพลิงศพ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เกาะติด!เหตุ 'แผ่นดินไหวไต้หวัน' ยอดตาย-เจ็บยังพุ่งต่อเนื่อง
ดินไหว /  แผ่นดินไหว / 

คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ บาดเจ็บ 318 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวั่นตัวเลขตาย-เจ็บ มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงรวมญาติวันตรุษจีน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่มว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 318 คน ซึ่งในจำนวนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 60 คน และมีการยืนยันว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พักอาศัย 17 ชั้นอีกประมาณ 30 คน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เฉิน เหว่ย เจิ้น กล่าวว่า รู้สึกเป็นกังวล และหวั่นว่าจะมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ที่อยู่ใต้ซากอาคารอีกจำนวนมาก เนื่องจากสมาชิกของแต่ละครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันและพักผ่อนอยู่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม ทางการไต้หวัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และทีมกู้ภัย เร่งค้นหาผู้บาดเจ็บ ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างเต็มที่ ที่มา INN MThai News คืบหน้าเหตุ "แผ่นดินไหวไต้หวัน" ยอดตายคงที่ 3 ศพ ยอดเจ็บพุ่งต่อเนื่อง จนท.เร่งค้นหาผู้ติดซากตึกถล่มอีก 7 แห่ง รถไฟความเร็วสูงหลายสายงดให้บริการ ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ขนาด 6.4 ยอดผู้เสียชีวิตยังคงที่ 3 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังคงเร่งค้นหาผู้ติดอยู่ซากอาคารถล่มอย่างน้อย 7 แห่ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาแล้วมากกว่า 220 คน ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล 115 คน ทางการไต้หวัน ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 1,500 นายเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้านนายเสข วรรณเมธี โฆษกกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เบื้องต้นไม่มีคนไทยได้รับอันตราย ทั้งนี้ขอให้คนไทยที่อยู่ในไต้หวันติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารถึงกัน เพจคนไทยในไต้หวัน รายงานระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อนๆ ในไถหนาน เกาสงและเจียยี่ ช่วยรายงานด้วยว่า สภาพการณ์ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่เป็นอย่างไรบ้าง ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว แห่งไต้หวัน กล่าวก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยว่ายังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่ทางการไต้หวันจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวไต้หวันกำลังเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน และเดิมในวันพรุ่งนี้ชาวไต้หวันก็จะเฉลิมฉลองวันตรุษจีนแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายครอบครัวต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่าบริการรถไฟความเร็วสูงบางสายที่ให้บริการในเมืองไถหนานต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เพื่อรอประเมินความเสียหายของรางรถไฟก่อน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ที่มา js100. MThai News แผ่นดินไหวไต้หวัน ตึกถล่ม ตายแล้ว 3 เจ็บเพียบ! แผ่นดินไหวไต้หวัน 6.4 ริกเตอร์ ตึกถล่ม เบื้องต้น ดับแล้ว 3 เจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ปชช.ที่ยังติดอยู่แต่ละอาคาร สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.4 ริกเตอร์ ทางตอนใต้ของไต้หวัน เมื่อเวลา 02.57 น. ตามเวลาในประเทศไทย ขณะที่ สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ รายงานว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงอยู่ที่เมืองไถ่หนาน ทางตอนใต้ ในระดับความลึก 10 กม. ซึ่งแรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ทรุดตัวพังถล่ม โดยหนึ่งในนั้นเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 17 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามเร่งช่วยเหลือประชาชน และเร่งเข้าไปให้ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ล่าสุดสามารถช่วยชีวิตได้แล้วกว่า 120 คน และนำส่งโรงพยาบาล 26 คน แต่ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล อีก 1 รายเป็นทารกเพศหญิงพบบริเวณซากตึก นอกจากนี้ยังมีรายงานไฟฟ้าดับหลังเกิดเหตุ กระทบกับบ้านเรือนและอาคารธุรกิจกว่า 1 แสน 2 หมื่นหลัง ด้าน ประธานาธิบดี หม่า อิงจิ่ว ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ ยังรายงานว่า มีตึกอย่างน้อย 4 หลัง พังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่คาดว่าจะติดค้างตามอาคารต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาเป็นระยะด้วย ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวันในวันนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ ไต้หวันตั้งอยู่ใกล้กับรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเช่นแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2542 ไต้หวันก็เคยประสบเหตุแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 7.6 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,300 คน และเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงสั่นสะเทือน 6.3 ขึ้นในตอนกลางของไต้หวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่มา AP,BBC  MThai News

เล่นซ่อนหา แล้วคุณจะไม่กล้าเข้าป่าอีกเลย.. ในตัวอย่างใหม่สุดสยอง The Witch
Sundance Film Festival /  The Witch / 

จัดได้ว่าสร้างกระแสกันข้ามปี จนตอนนี้ตัวหนังก็ได้ฤกษ์ที่เตรียมจะเข้าฉายแล้ว สำหรับ The Witch หนังสยองขวัญสุดโด่งดังในเทศกาล ซันแดนซ์ เมื่อปีที่แล้ว ที่ตอนนี้ล่าสุดทางค่ายหนังอย่าง A24 ก็ได้ปล่อยตัวอย่างสุดท้ายออกมายั่วความหลอนของคนดู รวมไปถึงใบปิดใหม่อีกด้วย กับผลงานของผกก. โรเบิร์ต เอ็กเกอร์ ซึ่งในตัวอย่างนี้เป็นการเล่นกับเกมส์ 'เล่นซ่อนหา' ซึ่งแน่นอนว่าในหมู่บ้านที่ไม่ปกติ และ ป่าสุดสยองหลังเทือกเขาแบบนี้ พวกเขาจะเจออะไรเป็นอื่นไม่ได้นอกจากความสยอง กับเรื่องราวของสามี ภรรยา คู่นึง ที่วันดีคืนดี ลูกของพวกเขาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และเมื่อชาวบ้านไม่สามารถจะช่วยตามหาลูกของเธอพบได้เพราะไร้เบาะแส จึงทำให้พวกเขาต้องหันไปพึ่งแม่มดประหลาด ซึ่งบอกให้พวกเขาบูชา และ ทำตามปีศาจที่เธอบูชาทุกอย่างแล้วจะหาลูกของพวกเขาพบ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นมาน่ากลัวมากกว่าเยอะ โดยตัวหนังมีกำหนดฉายในอเมริกา 19 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนในไทยน่าจะรอกระแสสักพัก คงมีคิวเข้าฉายแน่นอนครับ

Zoolander 2 ปล่อยตัวอย่างสุดท้าย พร้อม 2 คลิปใหม่ ออกมาให้คุณผ่อนคลาย
Tropic Thunder /  Zoolander 2 / 

ในไทยเรารออีกแค่ 2 อาทิตย์ ก็จะถึงคิวเข้าฉายกันแล้ว สำหรับหนังภาคต่อที่รอกันมานานถึง 15 ปี หลังจากที่โลกแฟชั่นก้าวไกลขึ้นกว่าเดิน เขาคนนี้จะกลับมาสร้างเสียงฮา สำหรับ Zoolander 2 ผลงานตลกป่วนวงการบันเทิงของ เบน สติลเลอร์ ที่แน่นอนว่าในภาคนี้เขายังคงกลับมารับหน้าที่กำกับ และ แสดงนำเองเช่นเคย ร่วมด้วยทีมนักแสดงจากภาคก่อนทั้ง โอเว่น วิลสัน และ วิล เฟอร์เรลล์ พ่วงมาด้วยทีมนักแสดงที่จะมาร่วมสร้างเสียงฮาอีกมากมายทั้ง เพเนโลปี้ ครูซ, คริสเต็น วิกก์ และรวมถึง จัสติน บีเบอร์! โดยในตอนนี้ตัวหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างสุดท้ายของหนังที่ใช้ชื่อ Relax หรือหมายถึง ผ่อนคลาย ออกมาให้ชมกันแล้ว พร้อมกับอีก 2 คลิปใหม่สุดฮา ที่โชว์ความร้ายกาจากการสาดลาเต้ของ วิล ฟาร์เรลล์ และอีกคลิปคือการโชว์ความเซ็กซี่ของ เพเนโลปี้ ครูซ ตัวละครสายสืบสายแฟชั่น ที่จะมาร่วมวงความป่วนในภาคนี้ด้วย เรื่องราวในภาคนี้จะเล่าในช่วงหลายปีต่อมา จากภาคแรก เมื่อความดังของ ซูแลนเดอร์ เริ่มลดลงจนทำให้เขาเหลือเป็นเพียงตัวตลกของวงการ เขาต้องหาทางกลับเข้าสู่วงการเพื่อเป็นจุดสูงสุดอีกครั้ง ซึ่งนั่นเองทำให้เขารับภารกิจจากเอฟบีไอ ในการแทรกซึมเข้าสู่งานเดินแบบแห่งนึง เพื่อตามหาฆาตกรที่ฆ่าตัว จัสติน บีเบอร์ และอีกหลากนักร้องลง โดยตัวหนังมีคิวเข้าฉายบ้านเรา 18 กุมภานี้ เตรียมฮากันได้เลย

มีเงื่อนงำ ! สาวปรากฏตัวในงานศพตัวเอง แฉผัวตัวเอง ปมจ้างฆ่า
งานศพ /  ผี / 

เงื่อนงำซับซ้อน สาวปรากฏตัวในงานศพตัวเอง ก่อนแจ้งตำรวจ ลากตัวสามีตัวเองเข้าคุก สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่เกิดคดีโด่งดัง เมื่อ โนเอล่า รูคุนโด้ หญิงสาวชาวบุรุนดี ซึ่งอพยพมาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เกิดปรากฏตัวในงานศพของตัวเอง หลังจากที่สามีของเธอจัดงานดังกล่าวขึ้น หลังจากบอกทุกคนว่า โนเอล่า เสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ เรื่องราวเกิดขึ้นจากการที่สามีของโนเอล่า ที่มีชื่อว่า บาเลงก้า กาลาลา ซึ่งอยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี จ้างวานให้กลุ่มชายฉกรรจ์ 3 ราย อุ้มตัวเธอไปสังหาร จากปมความหึงหวง สามีของเธอออกอุบาย ขณะที่เธอกับสามีต้องออกจากบ้านที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียชั่วคราว เพื่อกลับไปร่วมงานศพแม่เลี้ยงที่บ้านเกิดในประเทศบุรุน ดีบาเลงก้าก็โทรศัพท์มาหาเธอ แล้วบอกให้เธอออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอก จากนั้นเธอถูกจี้และถูกลักพาตัวไปที่ตึกแห่งหนึ่ง ทั้งนี้เหล่าคนร้าย บอกเธอว่า สามีของเธอเป็นคนจ้างวานให้พวกเขาอุ้มเธอมาฆ่า แต่ด้วยความสงสารและไม่ต้องการฆ่าผู้หญิง คนร้ายจึงปล่อยตัวเธอเป็นอิสระ และโกหก บาเลงก้า ผู้ว่าจ้างว่าได้ฆ่าเธอไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้น เธอไปขอความช่วยเหลือจากทั้งสถานทูตเบลเยียมและเคนย่าเพื่อที่จะได้กลับออสเตรเลียเมื่อถึงออสเตรเลียแล้ว เธอไปพบบาทหลวงที่โบสถ์ในหมู่บ้านแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง บาทหลวงก็พาโนเอล่าไปอาศัยอยู่ที่บ้านของเพื่อนบ้านรายหนึ่ง สามีสุดโหด ได้จัดฉาก ทำเหมือนว่า ภรรยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พร้อมทั้งจัดงานศพที่บ้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่า โนเอล่า ยังมีชีวิตอยู่ และได้แจ้งตำรวจจับในข้อหาพยายามฆ่า จนกระทั่ง บาเลงก้า ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลากว่า 9 ปี ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News  ที่มา independent

10 คุณแม่ยังสวย! มีลูกแล้ว แต่ หุ่นยังแซ่บไม่เปลี่ยน
กบ-สุวนันท์ /  คุณแม่ / 

           หมดยุคคุณแม่หัวฟู วุ่นอยู่แต่หลังครัว กันแล้วนะคะ เพราะสมัยนี้ หันไปทางไหนก็เจอแต่คุณแม่ยังสาวยังสวย บางคนรู้อายุแล้วแอบตกใจ ทำไมยังดูสวยสะพรั่งได้ขนาดนี้ ต้องดูแลตัวเองหนักแค่ไหน ถึงจะหุ่นแซ่บ หน้าเด้งได้ขนาดนี้ ตามมาส่อง 10 คุณแม่ยังสวย ที่จะทำให้คุณแอบอิจฉากันค่ะ 1. เป้ย ปานวาด บุญยรัตกลิน อดีตสาวเซ็กซี่ที่โด่งดังมาจากการประกวดดัชชี่เกิร์ล ปี 2001 และได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับสอง ที่ตอนนี้ได้หันมาเป็นคุณแม่อย่างเต็มตัว หลังจากที่ได้แต่งงานกับ ร.อ. นิธิ บุญยรัตกลิน และมีลูกน้อย อย่างน้องโปรด จนตอนนี้กลายเป็นขวัญใจมหาชน ตามไปดูความน่ารักสดใส ในอินสตาแกรมกันเพียบ แถมคุณแม่เป้ย ก็ยังดูแลรักษาหุ่นหลังคลอดได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะออกงานที่ไหนก็แต่งสวยน่าจับตามองไปทุกชุดเลย 2. หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ สวมบทบาทนางร้ายในละคร แต่ในชีวิตจริงเป็นคุณแม่คนสวยของน้องนิริน ที่มีสูตรลับจากสมุนไพรเป็นตัวช่วยให้น้ำหนักหลังคลอดของเธอลดลงมาจาก 60 กิโลกรัม เหลือเพียง 45 กิโลกรัมเท่านั้น !! นอกจากดูแลหุ่นแล้ว ผิวพรรณทั้งหน้าและตัวก็ต้องดูแล เรียกได้ว่าดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมากๆ เลยนะคะ 3. พลอย ชิดจันทร์ รุจิพรรณ นักแสดงสาวที่ห่างหายไปจากงานละครอยู่พักใหญ่ เพราะแต่งงานมีครอบครัวกับนักธุรกิจหนุ่มชาวฮ่องกง แต่ใครจะเชื่อ ตอนนี้สาวพลอยเป็นคุณแม่ลูก 4 แล้วนะคะ เคล็ดลับหุ่นดี อยู่ที่การออกกำลังกายและเลี้ยงลูกด้วยตัวเองนี่แหละค่ะ ใครที่อยากดูความน่ารักของครอบครัวนี้ ไปตามกันได้ที่อินสตาแกรมเลยจ้าาา :) 4. กบ สุวนันท์ ปุณณกันต์ นางเอกตลอดกาล ที่ตอนนี้ห่างหายจากวงการไปสักพัก เพราะต้องไปเลี้ยงลูกน้อยถึง 2 คน แถมน้องณดา และน้องณดล ก็กลายเป็นขวัญใจป้าๆ กันไปเรียบร้อย เพราะความน่ารัก ไร้เดียงดา แต่ถึงตอนนี้จะมีลูกแล้วก็ สาวกบ สุวนันท์ ก็ยังคงรักษาหุ่นได้ดีเหมือนตอนเพิ่งเข้าวงการเลยนะคะ 5. แอฟ ทักษอร เตชะณรงค์ คุณแม่ยังสวย และสะใภ้แห่งโบนันซ่า นางเอกในภาพยนตร์ระดับตำนานอย่างพระนเรศวร ที่ถ่ายทำกันยาวนานหลายปี แม้กระทั่งฉากท้องยังเป็นตอนที่สาวแอฟท้องจริงๆ อีกด้วย แต่ถึงจะมีน้องปีใหม่มาเป็นโซ่ทองคล้องใจอยู่แล้ว แต่ก็ยังดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้สวยเด้งเหมือนเดิมแล้วจ้า แอบอิจฉาเบา อิอิ 6. เมย์ ปทิดา กำเนิดพลอย คบหาดูใจกับ หนุ่ม กรรชัย อยู่นานกว่า 15 ปี ตอนนี้ก็ได้แต่งงานและมีน้องมายู มาเติมเต็มคำว่าครอบครัวเรียบร้อยแล้วจ้า แถมยังกลายเป็นขวัญใจมหาชนอีกต่างหาก ก็เล่นน่ารักซะขนาดนี้ ป้าๆ จะอดใจไม่เอ็นดูได้ยังไงล่ะคะ แต่ถึงแม้จะมีลูกแล้ว ก็ยังคงดูแล ฟิตหุ่น เล่นโยคะอยู่ตลอด แล้วจะเอาที่ไหนไปอ้วนเนอะ 7. ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย ดีว่าเสียงทรงพลังของวงการเพลงใเมืองไทย ไม่มีใครไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ มาดามตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย ที่ถึงแม้อายุจะขึ้นเลข 5 ไปแล้ว แต่ก็ยังคงรักษาหุ่นได้เป็นอย่างดี ยิ่งเวลาที่ถ่ายรูปคู่กับน้องเพลง ลูกสาวคนสวย นึกว่าเป็นพี่สาวกับน้องสาวซะอีก เคล็ดลับอยู่ที่การพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมไปถึงการคิดบวก สิ่งนี้สำคัญ เพราะความเครียดจะส่งผลให้อ้วนได้นะคะ 8. นานา ไรบีนา หนึ่งในแก๊งนางฟ้า ที่ครองใจหนุ่มเวย์ ไทเทเนี่ยม จนตกลงแต่งงาน และมีลูกแฝดทีเดียวสมใจทั้งชายและหญิง อย่างน้องบรู๊คลิน และลีน่า แถมยังมีแฟนคลับติดตามความน่ารักของแฝดพี่น้องคู่นี้กันเพียบ และถึงแม้ว่าจะมีลูกถึง 2 คน แต่สาว นานา ก็ยังคงรักษาหุ่นไว้ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าออกงานครั้งไหน ก็สวย เป๊ะ ปัง ได้ตลอดเลยล่ะค่าาาา 9. ปิ่น เก็จมณี วรรธนะสิน ไม่เขียนถึงไม่ได้จริงๆ สำหรับครอบครัว วรรธนะสิน ที่ตอนนี้เห็นทีว่าลูกๆ ทั้ง 3 จะโด่งดังเกินคุณพ่อคุณแม่ซะแล้ว เพราะความหล่อกระชากใจของทั้ง 3 คน อย่าง เจ้าขุน เจ้านาย และเจ้าสมุทร จนมีแม่ยกและแฟนคลับที่พร้อมอาสาจะเป็นสะใภ้บ้านนี้กันทั้งประเทศ และในส่วนของคุณแม่ปิ่น ก็ไม่ได้ปล่อยตัวอะไรเลย ยังคงรักษาหุ่น และออกกำลังกาย อยู่สม่ำเสมอ แล้วอย่างนี้สามีจะไม่รักไม่หลงได้ยังไงล่ะคะ :) 10. นาเดีย โสณกุล ณ อยุธยา หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีกับพิธีกรรายการ ดาวกระจาย... ซึ่งได้แต่งงานไปเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ตอนนี้ก็มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณพ่อและคุณแม่ อย่างน้องนพ มาให้ได้เชยชมกันแล้ว แต่เรื่องของหุ่น สาวนาเดียก็ไม่ได้ละเลย ยังคงดูแลหุ่นได้เป๊ะเวอร์ เคล็ดลับมาจากการเล่นโยคะร้อน นั่นเองค่ะ ใครที่อยากหุ่นสวย จะทำตามก็ไม่ว่านะคะ :) รูปประกอบจากอินสตาแกรม @ppanward ,@ningpanita ,@ploychidjun ,@kob_nada_nadol, @aff_taksaorn @mayfuang ,@plengasavahame, @nanarybena, @kejmanee ,@nadiakaaa เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ศาลนัดตรวจพยาน 'คดีพธม.' ชุมนุม-ปิดสถานที่ราชการปี51
คดีพันธมิตรปิดสนามบิน /  จำลอง ศรีเมือง / 

ศาลนัดตรวจหลักฐาน คดี 9 แกนนำ พธม. ระดม ปชช. ชุมนุมไล่รัฐบาลปิดสถานที่ราชการ ปี 51 วันที่ 16 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดสอบคำให้การในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตรี จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และ แกนนำพันธมิตรฯ รวม 9 คน เป็นจำเลยที่ 1 - 9 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังข่มขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวช แล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดจำเลยทั้งหมดได้เดินทางมาศาล ศาลจึงได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหมดฟัง ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 น. สำหรับคดีนี้ มีผู้ต้องหา คือ พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์, นายเทิดภูมิ ใจดี และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยศาลตีราคาประกันคนละ 2 แสน ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ศาลให้ประกันคนละ2แสนแกนนำพธม. คดีปิดสนามบิน ศาลให้ประกัน 8 แกนนำพันธมิตร คดีปลุกระดม ประชาชน ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการ ขับไล่รัฐบาล ปี 51 คนละ 2 แสนบาท ความคืบหน้ากรณี น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความแกนนำกลุ่มพันธมิตร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจากกองทุนพันธมิตรฯ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง และแกนนำพันธมิตรฯ ชุดแรก รวม 9 คน จำเลยที่ 1 - 9 ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 9 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.58 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ โดยใช้กำลังขมขื่นใจหรือประทุษร้าย ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, 215 และ 216 กรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ พธม. ได้ปลุกระดมประชาชนไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลยุค นายสมัคร สุนทรเวชแล้วชักชวนให้ผู้ชุมนุม หลายหมื่นคนปิดถนนสาธารณะ บุกรุกสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งโรงเรียนสถานศึกษาที่อยู่ใกล้ที่ชุมนุมต้องปิดการเรียนการสอนหลายครั้ง ล่าสุดศาลพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร หรือ อมรเทพ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิริโยธินภักดี หรือ อมรรัตนานนท์ และ นายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำทั้ง 8 คน โดยตีราคาประกันเป็นเงินคนละ 2แสนบาท ยกเว้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล เนื่องจากในวันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาล ศาลเลื่อนนัดสืบพยาน 'คดีพันธมิตรปิดสนามบินดอนเมือง' ศาลนัดสืบพยาน สนธิ กับพวกรวม 98 คน คดีบุกรุกสนามบินดอนเมือง ปี51 ไปเป็นวันที่ 20 ต.ค.นี้ ขณะที่ "จำลอง" ยื่นศาลเว้นค่าชดใช้ 600 ล้านบาท วันที่ 1 ก.พ.59 ศาลอาญารัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 98 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย หรือ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ กรณีพวกจำเลยบุกเข้าไปในสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 โดยเมื่อถึงเวลานัด จำเลยได้เดินทางมาศาลจำนวน 88 คน 1 คน เสียชีวิต ส่วนอีก 7 คน อ้างว่าติดภารกิจ และมีอาการป่วย จึงไม่สามารถเดินทางมาศาลในวันนี้ ศาลจึงได้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ขณะเดียวกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวกรวม 14 คน ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ในคดีที่ศาลแพ่งสั่งให้ชดใช้ เงินจำนวน 600 ล้านบาท แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนคำร้อง ในวันที่ 21 มี.ค. 59 เวลา 09.00 น. ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

ตามคาด! กนง.มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5%
กนง. /  คงอัตราดอกเบี้ย / 

มติกนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 1.5% ยอมรับปัจจัยต่างประเทศเสี่ยงเพิ่มขึ้น ชี้ ยังมีพื้นที่ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยได้อีก นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี โดย กนง. เห็นว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2558 ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ จากการใช้จ่ายภาครัฐที่ทำได้ดีต่อเนื่อง จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศทยอยปรับตัวดีขึ้นจากนักท่องเที่ยวจีน การบริโภคภาคเอกชนที่มีทิศทางดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากผลชั่วคราวของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงก่อนปีใหม่ อย่างไรก็ตาม กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ยังขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ที่ร้อยละ 3.5 ขณะที่ความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกดดันทำให้เศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำกว่าที่คาดหมายได้ ทั้งนี้ ทาง กนง. พร้อมติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด และหากการคาดการณ์เศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาด กนง. ยังมีพื้นที่ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยได้อีก เพื่อดูแลเศรษฐกิจแตกต่างจากประเทศอื่นที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ แต่ยืนยันดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม กนง. ประเมินว่าราคาน้ำมันมีโอกาสจะปรับตัวลงต่อต่ำกว่า 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลต่อเนื่องมายังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้ปรับตัวลงต่อ ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อปรับลดลงต่อเนื่อง โดยมองว่า ราคาน้ำมันยังมีความเสี่ยงที่จะปรับขึ้นได้ และอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะกลับมาเป็นบวกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 และ ยังไม่เกิดภาวะเงินฝืด เพราะเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy MThai News

กรธ.ยันรธน.ไม่ขวางเลือกตั้งเชื่อผ่านประชามติ
ประชามติ /  รัฐธรรมนูญ / 

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยัน รธน. ไม่ถ่วงเวลาการเลือกตั้ง เชื่อความเห็น ปชช. ช่วยให้ผ่านประชามติ ขณะที่ "จตุพร" ย้ำ พท. นปช. ไม่เอารธน. อัด ไม่ปชต. ขอนายกฯ อย่าแย่งคว่ำร่างก่อน นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการชี้แจงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเบื้องต้นถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาโจมตีการขยายโรดแมปของ กรธ. โดยยืนยันว่า กรธ. ไม่ได้ถ่วงเวลาการเลือกตั้ง แต่ไม่อยากให้กลับไปสู่ความขัดแย้งเหมือนในอดีต เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว ซึ่งอาจต้องยอมเสียเวลา เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะเกิดประโยชน์ในอนาคตจริง ๆ ทั้งนี้ เชื่อว่า ความเห็นของประชาชน จะช่วยให้ทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ และเชื่อว่าประชาชนทุกคนต้องการเห็นการเลือกตั้ง ขอให้มองถึงการได้ผู้แทนที่ดี และปัญหาความขัดแย้งที่ผ่านมาถูกจัดการด้วยดี นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้ตัดเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนออกไป โดยในมาตรา 25 ได้บัญญัติไว้ว่า สิ่งใดที่ไม่ได้จำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่ทำการได้ แต่ต้องไม่กระทบต่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และไม่ละเมิดผู้อื่น 'จตุพร' ย้ำพท.นปช.ไม่เอารธน.อัดไม่ปชต. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การเขียนรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นั้น ไม่มีทางเขียนเป็นอย่างอื่นได้ เพราะมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ได้กำหนดแนวทางไม่เป็นประชาธิปไตยเอาไว้ จึงต้องเขียนเหมือนกับฟอกเผด็จการ แล้วเติมอำนาจเบ็ดเสร็จไปไว้ที่องค์กรอิสระ แต่เผด็จการไม่อาจเป็นประชาธิปไตยได้ ดังนั้น จึงต้องถูกประชามติคว่ำ หากพรรคการเมืองใดเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรแสดงตัว ออกความเห็นสนับสนุนให้ชัดเจน พร้อมกับย้ำว่า ขณะนี้ พรรคเพื่อไทย และ นปช. ได้ประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ และไม่มีวันให้ประเทศใช้รัฐธรรมนูญเผด็จการฉบับนี้มาปกครอง แต่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กลับยัดเยียดให้ประชาชนรับ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้าน เมื่อเป็นเช่นนี้ สมควรประกาศใช้เลย โดยไม่ต้องทำประชามติ แต่ถ้าต้องการนำร่างรัฐธรรมนูญไปทำประชามติแล้ว ฝ่ายเห็นด้วยได้แสดงความเห็นรับ ส่วนพวกไม่รับก็มีสิทธิ์ประกาศคว่ำ แต่ โฆษก คสช. ห้ามวิจารณ์จึงไม่ใช่แนวทางทำประชามติ นายจตุพร ยังกล่าวถึงการที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้แถลงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นฉบับที่เต็มไปด้วยความเลวร้าย เป็นรัฐธรรมนูญขี้โกง และปล้นอำนาจประชาชน จึงปราบโกงตามการกล่าวอ้างไม่ได้ ซึ่ง นายมีชัย อ้างสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ต้องการปราบโกง ทั้งนี้ นายจตุพร กล่าวย้ำว่า นอกจากเขียนเนื้อหาอย่างคนขี้โกงแล้ว ยังสร้างกลไกอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จไว้อีก ดังนั้น ทางออกประชาชนมีทางเดียว คือ ลงประชามติคว่ำไม่รับ แม้จะทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง แล้วรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อยู่อีกนาน ก็ให้อยู่กันไปเป็น แต่เมื่อเป็นรัฐบาลระยะสุดท้ายใกล้ตาย คงอยู่นานไม่ได้ และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. รับปากกับประชาชนว่า จะไม่แย่งคว่ำร่างรัฐธรรมนูญก่อนประชาชนจะได้ทำประชามติคว่ำ นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึง การเลือกตั้ง โดยนำคะแนนผู้สมัครแต่ละพรรค จากแต่ละเขตเลือกตั้ง มาเฉลี่ยจำนวน ส.ส. ของพรรคเพิ่งได้รับ แล้วคิดเป็นสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อนำมาเติมอีกขั้นตอนหนึ่ง ว่า เป็นเจตนาสร้างให้การเลือกตั้งวุ่นวาย แต่สาระสำคัญของระบบเลือกตั้งนี้ คือ ต้องการให้นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมาจากเลือกตั้ง ทั้งนี้ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คือ การกำหนดให้องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจมากมาย และเหนือกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะสร้างรูปแบบการตรวจสอบ เพียงมีความสงสัยแล้วทำหนังสือเตือน หากไม่ฟังจะเกิดผลลัพธ์ไม่แตกต่างจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้น การกำหนดเช่นนี้ จึงทำให้เกิดผู้ปกครองหลายฝ่าย โดยประชาชนที่เป็นผู้ปกครองโดยตรง ถูกกีดกันไม่ให้มีส่วนร่วมด้วย ซึ่งรัฐธรรมนูญทั้ง 270 มาตรา มีสาระอยู่ตรงที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จึงไม่สามารถนำมาแก้ปัญหาของประเทศได้

สาวโพสต์แจง ไม่ใช่หญิงถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว
ข่าวข่มขืน /  ข่าวจังหวัดพัทลุง / 

สาวโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง หลังมีคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเหยื่อถูกแก๊งวัยรุ่นรุมข่มขืน-โยนทิ้งเหว  หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญที่กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่า และทำการข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ หลังเรื่องดังกล่าวตกเป็นข่าวดังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งได้เข้าไปค้นหาเฟซบุ๊กฝ่ายชายซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต และย้อนดูในไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของผู้ตายประมาณ ช่วงเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าผู้ตายได้ถ่ายภาพคู่กับหญิงสาวท่านหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก ดูท่าทางสนิทกัน ทำให้ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งตีความไปว่า หญิงที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือเหยื่อที่ปรากฏอยู่ในข่าว ถูก 4 วัยรุ่นขืนใจก่อนโยนทิ้งเหว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊ก น้อง' ฟิล์ม  ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในภาพดังกล่าวได้ออกมายืนยันว่า เธอไม่ใช่เหยื่อเคราะห์ร้ายที่ปรากฏอยู่ในข่าว เธอไม่ได้ถูกแทงและถูกข่มขืนอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด แต่ยอมรับว่าเป็นแฟนเก่าของผู้ตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามของให้ผู้ตายลบภาพเธอออกไปแล้ว แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้ลบ อยากจะให้ทุกคนเข้าใจเพราะ ขณะนี้เครียดหนัก พร้อมระบุว่าเธอไม่รู้จักคนร้ายสักคน MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'บิ๊กตู่' ชี้ เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารสุดโต่งเกินไป เหมือนการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ! วานนี้ (4 ก.พ. 59) มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีที่มีคนเสนอให้เปลี่ยนกฎหมายคดีข่มขืนเท่ากับประหารชีวิต ว่า นี่คือคนไทยที่มีแต่ความสุดโต่งเหมือนกับการตัดสินของเปาบุ้นจิ้น ซึ่งจะประหารชีวิตอย่างเดียวไม่ได้ เพราะกฎหมายมีขั้นตอน และปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้ และจิตสำนึกของคน ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงความหมายของคำว่า 'สุดโต่ง' ที่ท่านนายกฯ กล่าวไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด แต่ต้องการให้สังคมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ แท้จริงแล้วต้นเหตุของปัญหาคืออะไร การใช้กฎหมายรุนแรงบังคับแต่เพียงอย่างเดียว จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไปศึกษาข้อมูลและหาทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยนำกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ มาเปรียบเทียบด้วย เพื่อให้เกิดการยอมรับตามหลักสากล MThai News --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (4 ก.พ. 59) เน วัดดาว จัดนักโพสต์ขู่แก๊งฆ่าโจ๋ฝังดิน ข่มขืนแฟน บอกนักโทษทุกคนรออยู่ แนะยิ้มให้เต็มที่ เพราะนี่อาจเป็นยิ้มสุดท้าย วานนี้ (3 ก.พ. 59) ที่เฟซบุ๊ก @Makharin Phumssart ซึ่งเป็นของ "เน วัดดาว" ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงกรณีที่แก๊งโจ๋ฆ่าฝังดินคู่อริ ก่อนข่มขืนแฟนสาวและนำร่างทิ้งลงเหว ที่จ.พัทลุง จนทำให้มีคนออกมาเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้มีการแก้กฎหมาย "ข่มขืนโทษประหารชีวิต" ว่า กฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องอย่างบทลงโทษผู้กระทำความผิดฆ่าข่มขืน เรียกร้องให้มีโทษประหารกัน แต่ก็ไม่มีใครมาดำเนินการ พร้อมทั้งฝากข้อความถึง 4 โจ๋ใจเหี้ยมว่า คดีแบบนี้หากเข้าไปในคุกโดนหนักแน่ เชิญยิ้มให้สบาย เพราะอาจจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายก็ได้ "ยิ่งอยู่ไปอยู่ไป กฎหมายจราจรยิ่งแก้ให้หนักขึ้นๆ ปรับแพงขึ้น อนาคต ขับย้อนศรหรือไม่ใส่หมวกคงแก้เป็นติดคุกสัก 10 ปี ละมั้ง และดูกฎหมายที่ประชาชนเรียกร้องกันสิ ฆ่าข่มขืนเท่ากับประหารกี่ศพและที่เขาเรียกร้องให้แก้กัน ไม่เห็นมีใครออกมาดำเนินการหรือออกมาพูดคุยให้ประชาชนฟังกันบ้างหรอ ผมก็ 1ในขี้คุก แต่คดีแบบนี้ "บอกตรงๆ เข้าไปข้างในมึงหนัก. ตอนโดนจับพวกมึงยิ้มแบบไม่สลด เดี๋ยวเข้าไปมึงจะไม่มีรอยยิ้มอีกเลย รีบยิ้มสะให้เต็มที่เลยนะพวกมึงเพราะมันอาจเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของพวกมึง กูเชื่อว่าทุกคุกเขารอพวกมึงอยู่" เน วัดดาว --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คดีฆ่าหนุ่มหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว สามารถย้ายมาศาลอาญาได้ ส่วนเยาวชน 2 ราย ยังไม่มีข้อสรุปว่าขึ้นกับศาลใด พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยคดีฆ่าโหดหนุ่มหมกป่า ข่มขืนแฟนสาวจับทิ้งเหว หากจะมีการย้ายจากศาลเยาวชนมายังศาลปกติสามารถทำได้ ส่วนสำนวนคดีที่จะนำส่งศาลเพื่อสั่งฟ้องนั้นรวบรวมได้แล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่จับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย เป็น เยาวชน 2 ราย ผู้ใหญ่ 3 ราย และได้ขออำนาจศาลฝากขังไปแล้ว 4 ราย ทั้งนี้ ยังกล่าวถึงผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้ว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไม่ได้มีการพูดถึงว่ามีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มองว่าไม่น่าจะมีส่วนร่วมเนื่องจากเพียงแค่ผ่านดื่มน้ำมาเท่านั้น นอกจากนี้ นางยุพิน องอาจ ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง เผยขณะนี้เยาวชนชาย 2 ราย อยู่ในความดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง เนื่องจากในขณะนี้สถานพินิจฯ พัทลุง อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดเป็นสถานแรกรับ จึงต้องไปฝากไว้ที่สถานพินิจฯ ตรัง เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนประเด็นว่าผู้ต้องหา 2 รายนี้ จะถูกพิจารณาในศาลเด็กและเยาวชน หรือศาลอาญาปกตินั้น ขณะนี้ศาลยังไม่ได้มีการพิจารณา ยังอยู่ในระหว่างการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงว่าเป็นเช่นไร ซึ่งกระบวนการต่อไปต้องดำเนินการไปตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้ อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.วิชัย กล่าวถึงหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ว่า อาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งได้มีการจัดชุดดูแลความ ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงหลังจากออกจากโรงพยาบาลด้วย เพื่อคุ้มครองพยานในคดี ที่มา : INN MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โลกออนไลน์ระอุ!! คนแห่โพสต์ภาพรณรงค์แก้โทษฆ่าข่มขืน ชี้ ‘กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้’ รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดช่วงวันของวันนี้ (3 ก.พ. 59) ผู้คนในโลกออนไลน์ พร้อมใจกันโพสต์ภาพเขียนข้อความ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้กฎหมาย "ยกเลิกอภัยโทษคดีฆ่าข่มขืน" ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นเพียงเยาวชน ซึ่งการรณรงค์เรียกร้องดังกล่าวเกิดเป็นกระแสในสังคมอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลุ่มวัยรุ่นลวงฆ่าคู่อริฝังดิน ก่อนจะข่มขืนแฟนสาว และพยายามฆ่าอำพรางด้วยการทิ้งลงเหว แต่โชคดีที่รอดมาได้ ขณะที่ข้อความรณรงค์ให้แก้กฎหมายข่มขืนให้ได้รับโทษสูงสุด ระบุว่า "ฆ่าข่มขืน กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้" สำหรับการเรียกร้องแก้กฎหมายข่มขืนเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะเกิดคดีพนักงานบนรถไฟฆ่าข่มขืนด.ญ.วัย 13 ปี บนรถไฟก่อนโยนศพทิ้งป่าทางเมื่อปี 2557 แต่จนถึงทุกวันนี้กฎหมายก็ยังไม่รับการปรับเปลี่ยนแก้ไขแต่อย่างใด รวบสาวทอม 1 ในแก๊งฆ่าหมกป่าแฟนหนุ่ม ก่อนข่มขืนแฟนสาวท้องต่อหน้า และจับโยนทิ้งเหว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดผู้ต้องหาให้การซักทอดถึงสาวทอมคนร้ายอีก 1 คน คือ น.ส.ศิริมา ภูพวก อายุ 20 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้ว ขณะที่ผู้ต้องหากำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมในขบวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ร่วมลงมือในการสังหารโหดเหยื่อแต่อย่างใด เพียงทำหน้าที่คอยซื้ออาหารให้กลุ่มคนร้ายตามคำสั่งของ นายคิว เท่านั้น ด้าน พ.ต.อ.วิชัย กล่าวว่า น.ส.ศิริมา ผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้าน มารับจ้างเป็นลูกจ้างกรีดยางในสวนยางพารา โดยเจ้าของสวนยางเป็นญาติขของ นายคิว จึงได้นำตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีนครินทร์ ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทั้งนี้ผู้ต้องหาทุกคนได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาเยาวชน 2 ราย ส่งตัวไปฝากขังที่สถานพินิจของ จ.พัทลุง คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการสรุปสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องต่อศาลเยาวชน ขณะที่ผู้ต้องหา อีก 3 คน ที่อายุเกิน 18 ปี เจ้าหน้าที่ได้ฝากขังไปยังเรือนจำ ก่อนจะเร่งส่งสำนวนคดีต่อศาล เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร็วที่สุด MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บุ๋ม ปนัดดา ปรี๊ด!! โพสต์ IG วอนศาล ตัดสินสถานหนักคดี 2 โจ๋ พัทลุง ฆ่า - ข่มขืน คู่แฟนวัยรุ่น แฟนคลับแห่โพสต์กระหน่ำ เห็นด้วย จากเหตุการณ์ แก๊งวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ยังหลบหนีอยู่ และได้ติดต่อมอบตัวแล้วแต่ยังไม่ระบุสถานที่และเวลา ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นกระเด็นร้อน ที่คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด นักแสดงสาว "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้โพสต์อิสตาแกรมส่วนตัว @boompanadda เรียกร้องต่อศาล ขอให้ลงโทษเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้สถานหนัก โดยมีข้อความระบุว่า "โจ๋พัทลุง เรียกคู่แฟนวัยรุ่นออกไปพบ ขุดหลุมมัดผู้ชายลงก้นหลุมให้ดูแฟนตัวเองที่กำลังท้อง 3 เดือน โดนข่มขืนเรียงคิวต่อหน้าและยิงให้ตายฝังหลุม ส่วนผู้หญิงก็โดนแทงยับแล้วโยนก้นเหว ด้วยแรงฮึดสาวท้องปีนจากก้นเหวออกมาขอความช่วยเหลือ วัยรุ่นกลุ่มนี้รวมตัวเป็นแก๊งทำมาหลายคดี รอดเพราะเป็นเยาวชน แต่ครั้งนี้มันเกินไปไหมคะ บุ๋มเล่นละครเป็นตัวร้ายขนาดไหนยังไม่เคยเหี้ยมโหดขนาดนี้เลย นี่มันยิ่งกว่ามาเฟีย คนร้ายที่มอบตัว 2 คน อายุแค่ 19 กับ 17 ปี?!? ต่อให้ต้องโทษประหาร แต่ถ้ารับสารภาพก็ลดโทษกึ่งนึง และศาลยังลดได้อีกส่วนนึงตามดุลยพินิจของศาล เรียนศาลที่เคารพ หนูรู้ว่าเราต้องให้โอกาสแก่เยาวชน แต่เรายังมีเด็กยากจนและเป็นคนดีอีกมากที่อยากได้โอกาส ไม่ใช่เด็กกลุ่มนี้ที่ไม่เคยทำอะไรดีต่อพ่อแม่และสังคมเลย เราถึงเวลาแล้วไหมคะ ที่ต้องคัดเลือกเยาวชนที่มีคุณภาพ!!! เราไม่ต้องการเยาวชนที่ฆ่าคนอื่นได้อย่างโหดเหี้ยมค่ะ ปล่อยให้อยู่ในคุกยาว ๆ ไปเลยนะคะ ช่วยคุ้มครองพวกเราด้วยค่ะ" ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้โพสต์ออกไปมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันให้ศาลตัดสินลงโทษ แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างสถานหนัก เช่นกัน ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก INN -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- โฆษก ยธ. ชี้ทำได้โอนคดีฆ่า-ข่มขืนแฟนโยนเหว ไปศาลปกติ เหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ ได้เรียกร้องให้การดำเนินคดีฆ่าแฟนหนุ่ม - ข่มขืนแฟนสาวท้องก่อนโยนลงเหวที่พัทลุง เป็นเหมือนกับคดีของผู้ใหญ่ และให้มีบทลงโทษเทียบเท่า แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นเพียงเยาวชนนั้น ว่า จากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นการดำเนินคดีสามารถโอนจากศาลเยาวชนและครอบครัว ไปพิจารณาในคดีธรรมดาได้ เนื่องจากพฤติการของผู้ก่อเหตุ "แก่เกินวัยใจอาชญากร" เพราะ 1.มีการวางแผนเตรียมการมาก่อน 2.มีลักษณะอุกอาจ โหดร้ายทารุณ 3.ผลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง หรือ เกิดความเสียหายแก่สังคมโดยรวม 4.กระทำโดยขาดความเห็นอกเห็นใจเหยื่อ และ 5.เคยมีประวัติการกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาก่อน ไม่ว่าจะถูกจับกุมหรือไม่ โดยตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมาตรา 97 วรรคสองระบุว่า คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าศาลเยาวชนและครอบครัว พิจารณาโดยคำนึงถึงร่างกาย สติปัญญา สุขภาพภาวะแห่งจิตและนิสัย แล้วเห็นว่าในขณะกระทำความผิด หรือ ในระหว่างการพิจารณาเด็กหรือเยาวชนที่ต้องหาว่า กระทำความผิดมีสภาพเช่นเดียวกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ขึ้นไป ก็ให้มีอำนาจสั่งให้โอนคดีไปพิจารณาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้   ไม่สลด! 2 โจ๋ฆ่าหมกป่า-ข่มขืนสาวทิ้งเหว นั่งหัวเราะยิ้มขณะให้การ ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา จี้ลงโทษ "ประหารชีวิต" จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (2 ก.พ. 59) พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เผยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 4 ราย โดยให้การรับสารภาพทั้งหมด และในวันนี้จะนำตัวบางคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านผู้ต้องหา บริเวณจุดที่ผู้ต้องหาทำการข่มขื่นและฝังศพ รวมทั้งจุดที่ทำร้ายร่างการเหยื่อสาว ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพรางคดี ขณะที่ในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แม้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเป็นแค่เยาวชนก็ตาม เพราะนับว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีจิตใจเหี้ยมโหดเกินจะรับได้ โดยเฉพาะดาราสาวชื่อดัง บุ๋ม ปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นอย่างดุเดือดถึงเรื่องดังกล่าวผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว เรียกร้องให้ศาลตัดสินคดีขั้นสูงสุด (ประหารชีวิต) เพราะเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้สำนึกผิดในที่ได้ก่อเหตุในครั้งนี้ "นี่คือสีหน้าของคนที่เพิ่งฆ่าคน ข่มขืนคนท้อง ลงมือกระทำอย่างโหดเหี้ยม??? ไว้ชีวิตแม่งเพื่ออะไร ในเมื่อมันดูไม่สำนึกอะไรเลย???" ภาพจาก instagram @boompanadda MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ญาติสาวถูกข่มขืนจับโยนทิ้งเหวอำพราง สั่งงดเยี่ยมหลังพบชายฉกรรจ์ 5 บุกโรงพยาบาลตามหาตัวหลานสาว จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวงชายหนุ่ม อายุ 19 ปี และแฟนสาว เข้าไปฆ่าหมกป่าและข่มขืนฝ่ายหญิงต่อหน้าฝ่ายชาย ก่อนจับโยนลงเหวเพื่ออำพราง แต่ฝ่ายหญิงรอดชีวิตกลับมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (1 ก.พ. 59) มารดาและคนในครอบครัวของเหยื่อสาว ได้เดินทางมาจาก อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อมาเฝ้าอาการของหญิงสาวด้วยความห่วงใยและเป็นกังวล เนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. มีชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันที่ทางญาติไม่รู้จักถึง 5 คน พยายามมาค้นหาสืบเสาะว่า หญิงสาวพักอยู่ชั้นไหนห้องใด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลรู้สึกผิดสังเกตจึงปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยม ญาติจึงขอเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปตึกอื่นที่ไม่ใช่ตึกรวม เพื่อป้องกันอันตราย เพราะคิดว่าอาจเป็นคนของฝ่ายผู้ต้องหา นอกจากนี้ทาง รพ.ก็สั่งเฝ้าตรวจเข้มตลอด 24 ชม. ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มอบตัวแล้ว! 2 โจ๋โหด ลวงฆ่าคู่อริหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวโยนทิ้งเหวอำพราง วันนี้ (1 ก.พ. 59) มีรายงานความคืบหน้ากรณี กลุ่มวัยรุ่น 4 คน ลวง นายภาสกร คงสวัสดิ์ อายุ 19 ปี และแฟนสาว อายุ 19 ปี ไปฆ่าหมกป่า ก่อนข่มขืนแฟนสาวของผู้ตายและจับโยนทิ้งเหว โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน แต่อีก 2 คน ได้หลบหนีออกจากหมู่บ้าน ล่าสุดญาติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายนพพร ทองเอียด หรือคิว อายุ 19 ปี และนายวรเมธ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ได้ติดต่อขอนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ข่มขืนแฟนสาวของผู้ตาย โดยให้ผู้ตายนั่งดูและขู่บังคับให้ผู้ตายลงไปนั่งในหลุมเพื่อทดลองว่าลึกพอหรือยัง และให้โอกาสผู้ตายได้สั่งเสียถึงคนที่บ้าน ก่อนใช้ปืนยิงนัดแรก ตามด้วยอีกคน ยิงนัดที่ 2 จน นายภาสกร เสียชีวิต ส่วนแฟนสาวของผู้ตาย หลังถูกข่มขืนได้ร้องขอชีวิต ตนจึงใจอ่อนไม่ฆ่าทิ้ง ซึ่งระหว่างที่ขุดหลุมและข่มขืนได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า แฟนสาวของผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ 3 เดือน อย่างไรก็ตามคดีนี้พบมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้หญิง 1 คน สาวทอม 1 คนและเป็นผู้ปกครอง ซึ่งจะต้องสอบปากคำผู้ต้องหา ญาติของผู้ตายและฝ่ายผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บ ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์ MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วัยรุ่นพัทลุง ลากคู่อริกับแฟนสาวเข้าป่า ก่อนข่มขืนฝ่ายหญิงแล้วทิ้งลงเหว ส่วนฝ่ายชายถูกยิงดับจับฝังอำพราง วานนี้ (30 ม.ค. 59) มีรายงานว่า นายสาคร คงทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แจ้งว่า นายภาสกรณ์ (อัฐ) คงสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ชาวบ้านในตำบลเดียวกัน ได้หายตัวไปจากบ้านพักพร้อมแฟนสาว ชื่อ น.ส.จุฑามาศ อายุ 19 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 59 ก่อนมีคนพบ น.ส.จุฑามาศ ถูกทำร้าย แทงด้วยของมีคม และทุบตีด้วยของแข็ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลนาโยง และนำส่งต่อโรงพยาบาลตรัง เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 59 โดย น.ส.จุฑามาศ ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ว่า ตนและแฟนหนุ่มถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ในหมู่บ้าน หลอกเข้าไปในป่า และช่วยกันขุดหลุมเพื่อฝังแฟนหนุ่มของตน ก่อนข่มขืนตนต่อหน้าแฟนหนุ่ม โดยหลังจากขุดหลุมเสร็จได้นำแฟนหนุ่มไปนั่งในหลุมและใช้ปืนยิงจนเสียชีวิต พร้อมช่วยกันฝังศพ โดยหลังจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นได้ใช้หินทุบตีและมีดแทงตนจนหมดสติ และนำร่างตนไปโยนทิ้งเหว ซึ่งตนหมดสติไป 1 คืน เมื่อฟื้นขึ้นมา จึงพยายามคลานขึ้นจากเหวลึก มานอนขอความช่วยเหลือบนถนน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงออกค้นหาศพ พบถูกฝังลึกลงไปจากผิวดินประมาณ 50 เซนติเมตร ในป่าบนเทือกเขาบรรทัด ห่างไปทางทิศตะวันตกของสำนักสงฆ์ป่าสนเขาคราม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ประมาณ 5 กิโลเมตร และในเหวห่างจากสถานที่พบศพ ประมาณ 2 กิโลเมตร เจอรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกนำไปทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นชาวบ้านพื้นที่ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย อยู่ระหว่างการหลบหนี ที่มา : INN MThai News

ชมตัวอย่างใหม่ และ MV เพลง Try Everything จากนครสัตว์สุดหรรษา Zootopia
Disney /  Robin Hood / 

ในที่สุดก็ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาแล้ว สำหรับอนิเมชั่นเรื่องใหม่จากค่ายดิสนี่ย์ ผลงานจากผู้สร้าง Big Hero 6 และ Frozen ในหนังเรื่องราวโลกของนครสัตว์สุดป่วนอย่าง Zootopia ซึ่งล่าสุดตัวอย่างใหม่ของมัน นอกจากจะเผยมุกตลก และ ฉากการผจญภัยที่เรียกน้ำย่อยคนดูที่เป็นแฟนๆดิสนี่ย์ได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวหนังยังมีการปล่อยเอ็มวีเพลง Try Everything ซึ่งร้องโดย ชากรีล่า ออกมาอีกด้วย เรื่องราวเกิดขึ้นใน มหานครสุดทันสมัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นมแ­ห่งซูโทเปีย คือเมืองที่ไม่เหมือนใคร ประกอบไปด้วยแหล่งที่อยู่อาศัยอย่างเช่น จตุรัสซาฮารา อันหรูหรา และ ทุนดราทาวน์อันหนาวเหน็บ มันคือหม้อใบใหญ่ที่เหล่าสัตว์ต่างๆจากทุก­ๆสภาพแวดล้อมมาอาศัยอยู่ด้วยกัน สถานที่ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จากช้างตัวมหึมาไปจนถึงกระแตตัวจิ๋ว คุณสามารถเป็นอะไรก็ได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโลกสวยอย่าง จูดี้ ฮอบส์ (กินนิเฟอร์ กู๊ดวิน) ได้มาถึง เธอก็รู้ว่าการเป็นกระต่ายตัวแรกในกองตำรว­จของเหล่าสัตว์ใหญ่ผู้บึกบึนนั้น ไม่ใช่เรื­่องง่าย ด้วยความมุ่งมุ่นในการพิสูจน์ตัวเอง เธอจึงกระโจนเข้าสู่การคลี่คลายคดี ถึงแม้ว่ามันจะต้องเป็นการร่วมมือกับสุนัข­จิ้งจอก18มงกุฏปากไว นิค ไวลด์ (เจสัน เบตแมน) ในการไขปริศนาลึกลับนี้ Zootopia คือภาพยนตร์แอนิเมชั่นผจญภัยสุดฮาจากผู้กำกับ ไบรอน โฮเวิร์ด (Rapunzel) และ ริช มัวร์ (Wreck-It Ralph) มีกำหนดฉายในไทยให้สนุกป่วนก่อนอเมริกา วันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ครับ

ฟัง 'มีชัย' แจงรายละเอียด 'ร่างรธน.' ต่อที่ประชุม 3 ฝ่าย
ข่าวการเมือง /  มีชัย ฤชุพันธุ์ / 

ประธาน กรธ. ชี้แจง ร่างรัฐธรรมนูญ 3 ฝ่าย ย้ำ เลือกตั้งใบเดียว มุ่งแก้ปัญหาทุจริต ปัด เปิดช่องนายกรัฐมนตรีคนนอก นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ต่อที่ประชุม 3 ฝ่าย ระหว่าง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยยืนยัน แม้ กรธ. จะทำงานโดยอิสระ แต่ก็ยึดตามกรอบในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อแก้วิกฤติบ้านเมือง ปราศจากปัญหาทุจริต จึงวางกลไกขจัดปัญหาในอดีตและปิดช่องว่างนี้ ทั้งนี้ พบว่าปัญหาในประเทศมี 3 ปัจจัยหลัก คือ เกิดการทุจริต การขาดวินัย และขาดการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญ จึงมุ่งแก้ใน 3 ประเด็น พร้อมย้ำระบบการเลือกตั้งโดยใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ประชาชนจะมีกำลังใจออกมาใช้เสียง และทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย ขณะเดียวกัน นายมีชัย กล่าวถึงกรณีกระแสวิจารณ์ว่า กรธ. เปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกได้นั้น ขอชี้แจงว่า เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะคัดสรรบุคคลที่มีความเหมาะสมเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคการเมืองสามารถ กำหนดข้อบังคับของพรรคได้เองว่า คนที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องเป็น ส.ส. ด้วยหรือไม่ นายมีชัย ยังกล่าวถึงเรื่องสิทธิ์ของประชาชน กรธ. เขียนให้ชัดเจนตามหลักสากล คือให้คนไทยมีสิทธิ์ทั้งปวง ที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งได้กำกับไว้ว่า การออกกฎหมายต่าง ๆ ของรัฐต้องคำนึงถึงสิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนด้วย ส่วนที่หลายฝ่ายวิจารณ์ กรธ. เพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้น มองว่าไม่ได้อ่านเนื้อหาสาระของร่างอย่างแท้จริง จึงขอยืนยันว่า อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญยังเหมือนเดิม เพิ่มเติมเพียงให้อำนาจในการหาวิธีการแก้วิกฤติบ้านเมือง และให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบจริยธรรมขององค์กรอิสระเท่านั้น ขณะเดียวกัน ย้ำว่า การเขียนบทเฉพาะกาลที่เขียนอำนาจหน้าที่ของแม่น้ำ 4 สาย เพื่อให้ทำหน้าที่ได้ต่อไปในระหว่างการเปลี่ยนถ่ายอำนาจไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้มีสิ่งอื่นแอบแฝง และจากนี้ไป กรธ. รับฟังความเห็นทุกช่องทาง เพื่อปรับแก้ให้เป็นไปตามความเหมาะสม สนช.สปท.ซักถามกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้เปิดให้ตัวแทนสมาชิก สนช. และ สปท. ซักถามประเด็นข้อสงสัยในร่างรัฐธรรมนูญต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มจาก สนช. สอบถามในประเด็นเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญที่มีการแยกหมวดศาลรัฐธรรมนูญออกจากหมวดศาลว่า มีเหตุผลอะไรในการแยกและการแยกออกมาจากหมวดศาลจะยังได้รับความคุ้มครอง การมีอิสระในการพิพากษาคดีหรือไม่ รวมทั้งการกำหนดอายุของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นการได้มาซึ่ง ส.ส. - ส.ว. ขณะที่ในส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีการตั้งประเด็นคำถามในหลากหลายประเด็น อาทิ ประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ประเด็นเกี่ยวกับการเมืองมีข้อซักถามทั้ง กระบวนการลงคะแนนบัตรใบเดียว การนับคะแนน การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ประเด็นนายกรัฐมนตรีคนนอก ประเด็นความผิดทางการเมือง ของ ส.ส. - ส.ว. ในการใช้งบประมาณแผ่นดิน ประเด็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และหลังจากนี้ กรธ. จะมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ สปท. อีกหรือไม่ ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News

เช็คสภาพการจราจรเช้านี้ พบอุบัติเหตุติดขัดหนักหลายพื้นที่
จราจร /  สภาพจราจร / 

วันนี้ (5 ก.พ. 59) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 08:44น. ปิดการจราจรซ.บางใหญ่-บางคูลัด(นนทบุรี)ชั่วคราว เพื่อปักเสาไฟ10 ต้น เหตุรถชนล้ม คาดใช้เวลาทั้งวัน แนะหลีกเลี่ยง 08:16น. ถ.พญาไท ขาออก ก่อนถึง MRT สามย่าน 200 ม. รถชนกัน3 คันขวางช่องทางขวา การจราจรชะลอตัว 07:45น. บนคู่ขนานลอยฟ้า ขาเข้า ก่อนถึงโค้งสายใต้เก่า 100ม.เก๋ง,ปิคอัพ ชนท้ายกัน กีดขวางช่องทางขวา 07:40น. สะพานพระราม 8 ขาเข้า ช่วงโค้งวัดอมรคีรี รถเก๋ง 2 คัน ชนท้าย กีดขวางช่องทางขวา จราจรเคลื่อตัวช้า 07:03น. ถ.พระราม 9 ขาเข้า บนสะพานข้ามคลองชวดใหญ่ รถสองแถวรับส่งคนงานจอดเสียในช่องทางซ้าย การจราจรเคลื่อนตัวช้า 07:01น. รถเก๋งลื่นคราบน้ำมันเสียหลักชนขอบทางซ้าย กลางวงเวียนพระราม 5 ถ.นครอินทร์ ขาเข้า การจราจรเริ่มชะลอตัว 06:36น.ถนนศรีนครินทร์ ขาเข้า จากแยกศรีด่านสำโรงมุ่งหน้าแยกลาซาล ตรงข้ามฟู้ดแลนด์ศรีนครินทร์ มีรถจอดเสีย ขวางช่องทางขวา 06:11น. ถ.ชัยพฤกษ์ ขาออก ลงจากสะพานพระราม 4 ประมาณ 3กม. อุบัติเหตุรถจยย.มีผู้เสียชีวิต ขวางช่องทางซ้ายของทางด่วน จนท.กำลังดำเนินการ 05:55น. ถ.กาญจนาภิเษก ขาเข้า หน้า มบ.ดีเค ปิคอัพ,รถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้ายของคู่ขนาน จราจรเคลื่อนตัวช้า 05:45น.อุบัติเหตุ ถนนชัยพฤกษ์ ขาออก จากสะพานพระราม4 มุ่งหน้า ต่างระดับราชพฤกษ์ จุดเกิดเหตุลงจากสะพานพระราม4 ประมาณ 3 กิโลเมตร รถจักรยานยนต์ไม่ทราบคู่กรณี เสียชีวิต 1 คน 05:41น.อุบัติเหตุ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาเข้า จากสะพานพระราม 7 มุ่งหน้า แยกบางพลัด จุดเกิดเหตุก่อนถึงแยกบางพลัดเล็กน้อย รถจักรยานยนต์ไม่ทราบคู่กรณี บาดเจ็บ 1 คน ขวางช่องทางซ้าย 05:00น.อุบัติเหตุ ถนนดินแดง ขาออก จุดเกิดเหตุที่แยกประชาสงเคราะห์ รถบรรทุกรถแบ็คโฮชนกับรถจักรยานยนต์ ขวางกลางแยก MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (4 ก.พ. 59) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 08:38น.อุบัติเหตุ ถนนมอเตอร์เวย์ ขาออก จากต่างระดับทับช้าง มุ่งหน้า ต่างระดับร่มเกล้า ก่อนถึงต่างระดับร่มเกล้า 2กิโลเมตร รถชนกัน 6คัร กีดขวางช่องทางขวา 08:31น.อุบัติเหตุ ถนนนวมินทร์ ขาออก จากแยกแฮปปี้แลนด์ มุ่งหน้า แยกซอยนวลจันทร์ ปากซอยนวมินทร์63 รถเก๋ง 4คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 08:29น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี มุ่งหน้า แยกพุทธมณฑลสาย5 หน้าไทวัสดุ รถเก๋งชนเสียหลักตกร่องกลางถนน รถหว่างช่องทางคู่ขนานและช่องด่วน 08:27น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากแยกพุทธมณฑลสาย2 มุ่งหน้า ต่างระดับราชพฤกษ์ ก่อนถึงทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี 800เมตร รถตู้ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้ายของทางคู่ขนาน ผ่านพ้นจุดนี้ไป 50เมตร รถเก๋งชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางซ้ายของทางคู่ขนาน 08:22น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม3 ขาเข้า จากแยกนราธิวาสราชนครินทร์ มุ่งหน้า ห้าแยก ณ ระนอง ก่อนถึงสะพานสุนทรโกษา ประมาณ 300เมตร รถเอนกประสงค์ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางกลาง 08:19น.อุบัติเหตุ ถนนประชาชื่น ขาออก จากแยกประชาชื่น มุ่งหน้า แยกประชานุกูล ปากซอยประชาชื่น21 รถแท็กซี่ชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางซ้าย มีผู้บาดเจ็บ 1คน 08:15น. 4 อุบัติเหตุ ทางหลวงชนบท1045 ขาเข้า จากอำเภอหนองแค มุ่งหน้า อำเภอภาชี จังหวัดอยุธยา ช่วงกิโลเมตรที่ 6+500 ตำบลคชสิทธิ์ อำเภอหนองแค สระบุรี รถกระบะชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 08:02น.อุบัติเหตุ ซอยวัดพระเงิน เข้าจากถนนกาญจนาภิเษก 2กิโลเมตร ก่อนถึงตลาดกลางซอยเล็กน้อย รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องางกลาง มีผู้บาดเจ้บ 1คน 07:55น.อุบัติเหตุ ถนนวัดโบสถ์ดอนพรมหม ขาเข้า จากแยกราชพฤกษ์ มุ่งหน้า สะพานเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ก่อนถึงสะพานเจษฎาบดินทรานุสรณ์ 400เมตร รถแท็กซี่ชนกับรถปิคอัพ กีดขวาง 2ช่องทางขวา 07:33น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาออก จากสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน มุ่งหน้า แยกบ้านแพ้ว สมุทรสาคร ก่อนถึงสะพานกลับรถบ้านแพ้ว 500เมตร รถเก๋งชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:31น.อุบัติเหตุ ถนนประชาอุทิศ ขาออก ปากซอยประชาอุทิศ14 รถบรรทุก 4ล้อเล็กบรรทุกข้าวสาร เสียหลักพลิกตะแค กีดขวางช่องทางกลาง 07:01น.อุบัติเหตุ ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า จากแยกปากเกร็ดมุ่งหน้าแยกใต้ทางด่วน จุดเกิดเหตุหน้าเฮลท์แลนด์ รถเมล์ชนกับรถแท็กซี่ ขวางช่องทางซ้าย 07:00น. ถ.วิภาวดี ขาออก > แยกสุทธิสาร หน้าปั๊ม ปตท.รถเก๋ง, รถตู้,แท็กซี่ ชนท้ายกัน กีดขวางช่องทางขวาของคู่ขนาน / มีจนท.แล้ว 06:50น. ถ.พระราม 2 ขาเข้า ตรงข้าม รพ.บางมด มีรถเก๋งฮอนด้าสีทอง จอดเสียอยู่ช่องทางที่ 2 จากขวา ของทางด่วน รถเริ่มชะลอ 06:44น.อุบัติเหตุ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า จากแยกวังน้อยมุ่งหน้าต่างระดับบางปะอิน จุดเกิดเหตุกิโลเมตรที่ 61 ช่วงอำเภอวังน้อย รถปิคอัพเสียหลักพลิกตะแคง ขวางช่องทางกลางของทางด่วน 05:48น.อุบัติเหตุ ถนนราชวิถี ขาเข้า จากแยกตึกชัยมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จุดเกิดเหตุในวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รถแท็กซี่ชนกับรถเมล์ ขวางช่องทางซ้าย 05:35น.ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า ช่วงเชิงทางลงรัชดาตลาดพลู เจ้าหน้าที่เทยางมะตอย ในช่องทางซ้าย การจราจรเคลื่อนตัวช้า 05:15น.เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 2 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงจอมทอง เขตจอมทอง MThai News ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (3 ก.พ 59) วันทหารผ่านศึก มีพิธีจุดตะเกียงตามประทีปฯ สักการะอัฐิ และวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เวลา 07:00 น.-10:00 น. แนะเลี่ยงการจราจรโดยรอบ 08.45น. ปิดการจราจรชั่วคราว ทุกด้านเข้า "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ" เนื่องจากมีพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันทหารผ่านศึก 08:29น.อุบัติเหตุ ถนนพัฒนาการ ขาเข้า จากสี่แยกพัฒนาการ มุ่งหน้า ซอยพัฒนาการ30 ปากซอยพัฒนาการ44 รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่อบงทางกลาง 08:19น.อุบัติเหตุ ถนนอรุณอมรินทร์ ขาเข้า จากแยกอรุณอมรินทร์ มุ่งหน้า แยกศิริราช ช่วงปากซอยอรุณอมริทร์39 ถึง41 รถบรรทุกชนเสาไฟฟ้า กีดขวางช่องทางซ้าย 08:16น.อุบัติเหตุ ถนนกัลปพฤกษ์ ขาออก จากแยกกำนันแม้น มุ่งหน้า ต่างระดับบางโคลัด ก่อนถึงสำเพ็ง2 ประมาณ 500เมตร รถเก๋งชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวา 08:10น.อุบัติเหตุ ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า จากแยกรัชดาห้วยขวาง มุ่งหน้า แยกเทียมร่วมมิตร ก่อนถึงโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการรัชดา เล็กน้อย รถจักรยานยนต์ 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 08:07น.อุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากแยกสวนสยาม มุ่งหน้า แยกกิโลเมตรที่8 เลยแยกตัดถนนกาญจนาภิเษก 100เมตร รถบัสรับส่วงพนักงานชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 08:05น.อุบัติเหตุ ถนนเพชรเกษม ขาออก จากแยกอ้อมน้อย มุ่งหน้า แยกอ้อมใหญ่ เลยบริษัทไทยการ์เมนต์เอ๊กซปอร์ต จำกัด 500เมตร รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวาง 2ช่องทางกลาง 08:03น.อุบัติเหตุ ถนนกัปพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกบางพฤกษ์ มุ่งหน้า แยกกำนันแม้น ช่วงแยกกำนันแม้น รถตู้ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ 1คน นำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 8 07:56น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากแยกพุทธมณฑลสาย4 มุ่งหน้า พุทธมณฑลสาย2 ก่อนถึงทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี 500เมตร รถเก๋ง 2คันชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:53น.อุบัติเหตุ ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ขาเข้า จากทางขึ้นถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้า สะพานภูมิพล1 กลางสะพานกาญจนาภิเษก รถบัสชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย ผ่านพ้นมาเล็กน้อย รถบรรทุก 6ล้อจอดเสีย กีดขวางช่องทางซ้าย 07:46น.อุบัติเหตุ ทางด่วนขั้นที่2 ขาออก จากด่านถนนศรีนครินทร์ มุ่งหน้า ถนนพระราม9 เลยด่าน25บาท ประมาณ 200เมตร รถเก๋งชนกับรถแท็กซี่ 2คัน กีดขวางช่องทางซ้าย 07:42น.อุบัติเหตุ ถนนเพชรเกษม ขาเข้า จากแยกท่าพระ มุ่งหน้า แยกบางยี่เรือ เชิงทางขึ้นสะพานเนาวจำเนียร รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม มีผู้บาดเจ้บ 2คน 07:34น.อุบัติเหตุ ถนนเพชรเกษม ขาออก จากต่างระดับเพชรเกษม มุ่งหน้า แยกพุทธมณฑลสาย2 ช่วงแยกพุทธมณฑลสาย2 รถแท็กซี่ชนกับรถโม่ปูน กีดขวางช่องทางกลาง มีผู้บาดเจ็บ 1คน 07:32น.อุบัติเหตุ ถนนรามคำแหง ขาเข้า จากวัดเทพลีลา มุ่งหน้า ห้างบิ๊กซีรามคำแหง ก่อนถึงห้างบิ๊กซี 50เมตร รถจักรยานยนต์ 2คันชนกัน แล้วล้มไปโดนรถเก๋ง และรถปิคอัพ มีผู้บาดเจ็บ 07:02น.อุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากแยกสวนสยาม มุ่งหน้ากิโลเมตรที่8 จุดเกิดเหตุ เลยโรงพยาบาลสินแพทย์เล็กน้อย รถทัวร์ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 06:37 น. ไฟไหม้รถยนต์บนสะพานข้ามแยก กม.8 ถ.รามอินทราขาเข้า จนท.ปิดการจราจรชั่วคราว รถติดขัดถึงแฟชั่นไอส์แลนด์ 06:31น.รถเก๋งเกิดเพลิงไหม้ ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากแยกสวนสยาม มุ่งหน้ากิโลเมตรที่8 จุดเกิดเหตุ บนสะพานข้ามแยกกิโลเมตรที่8 กีดขวางช่องทางขวา 06:28น.อุบัติเหตุ ถนนพัฒนาการ ขาออก จากพัฒนาการ มุ่งหน้ารามคำแหง จุดเกิดเหตุ ก่อนถึงอุโมงค์พัฒนาการเล็กน้อย รถเก๋งเสียหลักปีนเกาะกลาง กีดขวางช่องทางขวา 06:25น.อุบัติเหตุ ถนนแพรกษา ขาออก จากถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าตำหรุบางพลี จุดเกิดเหตุ หน้าตลาดศิวะนคร รถชนกัน 3คัน กีดขวางช่องทางขวา 06:20น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม 9 ขาออก จากแยกรามคำแหง มุ่งหน้าแยกพรีเมียร์ จุดเกิดเหตุ เลยสะพานข้ามแยกรามคำแหงเล็กน้อย รถเก๋งชนกับรถแท็กซี่ กีดขวางช่องทางขวา 05:23น.อุบัติเหตุ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาออก จุดเกิดเหตุ หน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 45 รถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม กีดขวางช่องทางซ้าย MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันนี้ (2 ก.พ. 59) รายงานสภาพจราจร เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมีรถติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ 08:23น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาออก จากแยกรัชดาท่าพระมุ่งหน้า แยกสวนเลียบ เชิงทางลงต่างระดับสวนเลียบ รถปิคอัพชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 08:20น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาออก จากแยกรัชดาทาพระ มุ่งหน้า แยกสวนเลียบ เชิงทางลงสะพานข้ามแยกวุฒากาศ รถปิคอัพ 2คันชนกัน และปิคอัพ 1คันชนกับแท่งแบริเออร์ กีดขวางช่องทางขวา 08:14น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาออก จากแยกรัชดาท่าพระ มุ่งหน้า แยกสวนเลียบ เชิงทางขึ้นสะพานข้ามถนนวุฒากาศ รถจักรยานยนต์ 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 08:07น.อุบัติเหตุ ถนนบางนาตราด ขาออก จากแยกตัดถนนกิ่งแก้ว มุ่งหน้า สนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงกิโลเมตรที่14+500 รถเก๋ง 3คันชนกับรถกระบะ กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:55น.อุบัติเหตุ ถนนกรุงธนบุรี ขาเข้า จากสามแยกตากสิน มุ่งหน้า สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน เชิงทางลงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน รถจักรยานยนต์ชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวา มีผู้บาดเจ็บ 1คน 07:52น.อุบัติเหตุ ถนนประชาชื่น ขาเข้า จากถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้า มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต หน้าอาคารเอนกประสงค์ การประปานครหลวง รถสองแถวชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางขวา 07:49น.อุบัติเหตุ ถนนกาญจนาภิเษก ขาเข้า จากซอยวัดส้มเกลี้ยง มุ่งหน้า ซอยวัดศรีประวัติ กลางสะพานข้ามคลองวัดศรีประวัติ รถปิคอัพชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวาของทางคู่ขนาน 07:46น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาเข้า จากคลองสนามชัน มุ่งหน้า คลองบางมด ก่อนถึงวัดกก 50เมตร รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:43น.อุบัติเหตุ ถนนรัชดาท่าพระ ขาเข้า จากสี่แยกท่าพระ มุ่งหน้า แยกรัชดาตลาดพลู เชิงทางขึ้นอุโมงค์ท่าพระ รถเก๋ง 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้าย 07:40น.อุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากแยกวัชรพล มุ่งหน้า แยกลาดปลาเค้า เชิงทางลงสะพานข้ามแยกลาดปลาเค้า รถเก๋งชนกับรถปิคอัพมีตู้ห้องเย็น กีดขวางช่องทางขวา 07:38น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกสวนเลียบ มุ่งหน้า ทางลงวุฒากาศ ก่อนถึงทางลงวุฒากาศเล็กน้อย รถเก๋ง 3คันชนกัน กีดขวางช่องทางกลาง 07:33น.อุบัติเหตุ ถนนบางนาตราด ขาออก จากแยกตัดถนนกิ่งแก้วบางพลี มุ่งหน้า สนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงกิโลเมตรที่13 รถเก๋ง 2คันชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางขวาของทางด่วน 07:29น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกจรัญสนิทวงศ์13 มุ่งหน้า แยกเพชรเกษม ใต้บีทีเอสบางหว้า รถเก๋ง 3คันชนกัน กีดขวางช่องทางซ้ายและขวา 07:27น.อุบัติเหตุ ซอยบางพรม20 รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ 07:19น.อุบัติเหตุ ถนนกรุงธนบุรี ขาออก จากสามแยกตากสิน มุ่งหน้า สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน เชิงทางลงสะพานข้ามแยกตากสิน รถปิคอัพเสียหลักชนบาทวิถี กีดขวาง 2ช่องทางขวา 06:53น.อุบัติเหตุ ถนนนวลจันทร์ ขาเข้า จุดเกิดเหตุ หน้าปากซอยนวลจันทร์ 60 รถเก๋ง2 รถปิคอัพ1 ชนกันกีดขวางช่องทางซ้าย 06:51น.อุบัติเหตุ ถนนมอเตอร์เวย์ ขาเข้า จากต่างระดับทับช้าง มุ่งหน้าศรีนครินทร์ จุดเกิดเหตุ กิโลเมตรที่ 1 รถชนกัน 3คัน กีดขวางช่องทางซ้าย 06:39น.อุบัติเหตุ ถนนวิภาวดี ขาเข้า จากแยกหลักสี่ มุ่งหน้าแยกบางเขน จุดเกิดเหตุ ใต้สะพานกลับรถหลักสี่ รถทัวร์ชนกับรถปิคอัพ กีดขวางช่องทางกลาง ของช่องทางคู่ขนาน 06:36น.อุบัติเหตุ ถนนงามวงศ์วาน ขาเข้า จากแยกพงษ์เพชร มุ่งหน้าแยกบางเขน จุดเกิดเหตุ ตรงข้ามเรือนจำคลองเปรม รถชนกัน 3คัน กีดขวางช่องทางขวา 06:26น.อุบัติเหตุ ถนนสุขสวัสดิ์ ขาเข้า จากแยกประชาอุทิศ มุ่งหน้าแยกราษฏร์พัฒนา จุดเกิดเหตุ จุดกลับรถหน้าวัดสารอด รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางขวา 06:02น.อุบัติเหตุ ถนนพัทยากลาง ขาเข้า จากสุขุมวิท มุ่งหน้าพัทยาสายหนึ่ง จุดเกิดเหตุ หน้าปากซอยพัทยากลาง1 รถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางกลาง 05:59น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาเข้า จากบุญถาวร มุ่งหน้าสถานีตำรวจนครบาลแสมดำ จุดเกิดเหตุ ก่อนถึงสถานีตำรวจนครบาลแสมดำ 500เมตร รถเก๋งเสียหลักตกร่องกลาง กีดขวางช่องทางขวา ของช่องทางด่วน 05:16น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม2 ขาเข้า จุดเกิดเหตุ เลยแยกบ้านแพ้ว 300เมตร รถจักรยานยนต์ เสียหลักล้ม กีดขวางช่องทางซ้าย MThai News ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- วันที่ 1 ก.พ. 59 ทดลองห้ามเลี้ยวขวาบน ถ.อโศกมนตรี ตลอดทั้งวัน โดยใช้แท่งปูนกั้นตลอดแนว เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ประกาศเลื่อน2 สัปดาห์ !! กรณีปิด ถ.บรมราชชนนีขาเข้า ช่วง ซ.บรมราชชนนี 38-32 ก่อนขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ เพื่อก่อสร้างทางเชื่อมทางด่วนศรีรัชฯ 09:02น.อุบัติเหตุ ถนนวงศ์สว่าง ขาเข้า จากสะพานพระราม7 มุ่งหน้าสะพานลอยวงศ์สว่าง จุดเกิดเหตุกลางสะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง รถเก๋ง ชนกับรถจักรยานยนต์ กีดขวางช่องทางซ้าย 08:59น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาออก จากต่างระดับฉิมพลี มุ่งหน้าแยกพุทธมณฑลสาย2 จุดเกิดเหตุก่อนถึงตลาดเซฟอี 100เมตร รถปิคอัพ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวา ของช่องทางด่วน 08:31น.อุบัติเหตุ ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า จากแยกเมืองทอง มุ่งหน้าแยกตัดถนนประชาชื่น จุดเกิดเหตุเลยใต้ทางด่วน 50เมตร รถ 2คันชนกัน กีดขวางช่องทางขวา 08:20น.อุบัติเหตุ ถนนสุขสวัสดิ์ ขาเข้า จากแยกพระประแดง มุ่งหน้าแยกวัดสน จุดเกิดเหตุเลยแยกพระประแดง 100เมตร รถเมล์ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางกลาง 08:06น.อุบัติเหตุ ถนนเลียบคลองสี่วา จากถนนเอกชัย มุ่งหน้าถนนเศรษฐกิจ1 รถจักรยานยนต์ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางซ้าย 08:02น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาออก จากแยกพุทธมณฑลสาย 2 มุ่งหน้าแยกพุทธมณฑลสาย 4 จุดเกิดเหตุเลยพุทธมณฑลสาย 2 ประมาณ 3กิโลเมตร ช่วงเสาเลขที่ 235 รถแท็กซี่ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางกลาง ของทางคู่ขนาน 07:59น.อุบัติเหตุ ภายในซอยอ่อนนุช17 มุ่งหน้ามาจากถนนพัฒนาการ จุดเกิดเหตุก่อนถึงปากซอยอ่อนนุช17 ประมาณ 300เมตร รถเก๋ง 2คันชนกัน 07:55น.อุบัติเหตุ ถนนสุขุมวิท ขาออก จากแยกซอยอารีย์ มุ่งหน้าแยกซอยทองหล่อ จุดเกิดเหตุตรงข้ามซอยสุขุมวิท32 รถเมล์ ชนกับรถเก๋ง กีดขวางช่องทางขวา 07:11น.อุบัติเหตุ ถนนรามอินทรา ขาออก จากแยกวัชรพล มุ่งหน้ากิโลเมตรที่8 จุดเกิดเหตุก่อนถึงซอยนวลจันทร์ 200เมตร รถเก๋ง ชนกับรถตู้ กีดขวางช่องทางกลาง 07:02น.อุบัติเหตุ ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า จากแยกพุทธมณฑลสาย4 มุ่งหน้า แยกพุทธมณฑลสาย2 จุดเกิดเหตุปากซอยบรมราชชนนี 78 รถเก๋งชนกัน 2 คัน ขวางช่องทางขวาของทางด่วน 06:59น.อุบัติเหตุ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ขาออก จากแยกท่าพระมุ่งหน้าแยกไฟฉาย จุดเกิดเหตุก่อนถึงซอยจรัญสนิทวงศ์23 ประมาณ 100 เมตร รถเก๋งชนกับรถปิคอัพ ขวางช่องทางซ้าย 06:47น.อุบัติเหตุ ในซอยทองหล่อ จุดเกิดเหตุปากซอยทองหล่อ 12 รถจักรยานยนต์ชนกับรถเก๋ง บาดเจ็บ 1 คน จราจรชะลอตัว 06:43น.อุบัติเหตุ ถนนพระราม 2 ขาเข้า จากแยกหัวกระบือมุ่งหน้าห้างเซ็นทรัลพระราม2 จุดเกิดเหตุหน้าโรงพยาบาลนครธน รถตู้ชนกับรถเก๋ง ขวางช่องทางกลางของทางด่วน 06:39น.อุบัติเหตุ ถนนราชพฤกษ์ ขาเข้า จากแยกสวนเลียบมุ่งหน้าแยกวุฒากาศ จุดเกิดเหตุเชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกวุฒากาศ รถเก๋งชนกัน 2 คัน ขวางช่องทางขวา 06:00น.อุบัติเหตุ ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า จากแยกประชานุกูลมุ่งหน้าต่างระดับรัชวิภา จุดเกิดเหตุบนต่างระดับรัชวิภา เคลื่อนย้ายพ้นแล้ว รถติดสะสม 05:35น.อุบัติเหตุ ทางด่วนขั้นที่ 2 ขาเข้า จากต่างระดับพญาไทมุ่งหน้าต่างระดับบางโคล่ จุดเกิดเหตุก่อนถึงทางลงถนนพระราม6 ประมาณ 300 เมตร รถแท็กซี่ชนกับรถปิคอัพ ขวางช่องทางซ้าย 05:30น.อุบัติเหตุ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า จากสะพานใหม่ดอนเมืองมุ่งหน้าแยกบางเขน จุดเกิดเหตุหน้าโรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล รถจักรยานยนต์ชนกับรถปิคอัพ บาดเจ็บ 1 คน ขวางช่องทางซ้าย 05:00น.รถบรรทุก 24 ล้อจอดเสีย ถนนบรมราชชนนี ขาเข้า บนสะพานต่างระดับฉิมพลี ช่วงทางโค้งที่วนไปทางบางแค ขวางช่องทางขวา MThai News

ชมตัวอย่างแรก อนิเมชั่นเรื่องใหม่จากผู้สร้าง แคโรไลน์ ใน Kubo and the Two Strings
animation /  Concept Art / 

ในที่สุดก็เข็นผลงานใหม่ออกมาแล้ว หลังจากผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง The Boxtrolls ได้พาตัวเองไปสู่การเข้าชิงอนิเมชั่นยอดเยี่ยมออสการ์ แน่นอนว่ามาในเรื่องใหม่นี้ก็น่าจะไม่แพ้กัน สำหรับอีกหนึ่งสตูดิโอมาแรงของฮอลลีวู้ดอย่าง ไลก้า ที่เน้นการทำอนิเมชั่นแบบ สต็อปโมชั่น โดยตอนนี้อนิเมชั่นเรื่องใหม่ของพวกเขาอย่าง Kubo and the Two Strings ก็ได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้ว ซึ่งมาคราวนี้มาในแนวแอ็คชั่น ผจญภัย แฟนตาซี ซึ่งแน่นอนว่าท้าทายกว่างานเก่าๆของพวกเขาทุกครั้ง แถมยังได้กลิ่นไอความหลอนแบบเดียวกับอนิเมชั่นสร้างชื่ออย่าง Coraline อีกด้วย งานนี้ตัวหนังกำกับโดยผกก.อย่าง ทราวิส ไนท์ ซึ่งแน่นอนว่ายังคงขนทีมนักแสดงมาให้เสียงพากย์เพียบ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง ชาร์ลิซ เธอรอน, รูนี่ย์ มาร่า, จอร์จ ทาเคอิ, แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ และรวมไปถึง ราล์ฟ ไฟนน์ อีกด้วย Kubo and the Two Strings เป็น เรื่องราวของ “คูโบะ” เด็กหนุ่มผู้ใช้ชีวิตอันแสนธรรมดาอยู่ในหมู่บ้านแสนสงบ จนวันหนึ่ง มีวิญญาณพยาบาทจากอดีตมาตามรังคาญเขา คูโบะต้องเอาชีวิตรอด ด้วยการออกค้นหาชุดเกราะของพ่อ ผู้เคยเป็นซามูไรระดับตำนานให้เจอให้ได้ ตัวหนังมีคิวเข้าฉายในไทยปลายปีนี้ ใครเป็นแฟนอนิเมชั่น สตอปโมชั่น รอชมกันให้ดีเลยครับ

เข้าใจอย่างง่าย! กรอบประชามติร่างรัฐธรรมนูญ สู่การเลือกตั้ง
ประชามติ /  รธน. / 

เผยกรอบระยะเวลาและกิจกรรมดำเนินการออกเสียง "ประชามติ" - "ร่างรัฐธรรมนูญ" สู่ การเลือกตั้ง  ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2558 มาตรา 39/1 บัญญัติให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง และ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้แจ้งคณะรัฐมนตรีทราบและให้คณะรัฐมนตรีแจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ เส้นทางสู่ "ประชามติ" (ROAD TO REFERENDUM: R2R) โดย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงมีดังนี้ - วันที่ 29 มกราคม 2559 คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. เผยแพร่ร่าง รัฐธรรมนูญ ฉบับแรก - วันที่ 16 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม 2559 กรธ. ปรับปรุงร่าง รธน. ตามข้อเสนอแนะ - 29 มีนาคม 2559 ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ - 30 มีนาคม 2559 กรธ. ส่งร่าง รธน. ให้ ครม. - อาทิตย์แรกของเดือน เมษายน 2559 ครม. แจ้ง กกต. เพื่อดำเนินการจัดออกเสียงประชามติ - วันที่ 8 เมษายน 2559 เริ่มพิมพ์ร่าง รธน. และสรุปสาระสำคัญ - วันที่ 11 เมษายน 2559 สนง.กกต. เปิดศูนย์เตรียมการจัดออกเสียงประชามติ - วันที่ 27 เมษายน 2559 เริ่มส่ง ร่าง รธน. แก่ครัวเรือน - อาทิตย์แรกของเดือน พฤษภาคม 2559 จนถึงวันก่อนออกเสียง กกต. ดำเนินการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่าง รธน. และจัดสรรเวลาออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานวิทยุโทรทัศน์โดยเท่าเทียมกัน - วันที่ 20 มิถุนายน 2559 ส่งร่าง รธน. ครม. 60 % ของครัวเรือน - วันที่ 21 มิถุนายน 2559 กกต. ประชุมพิจารณากำหนดวันออกเสียง - วันที่ 22 มิถุนายน 2559 กกต. ประกาศวันออกเสียงประชามติ ในวันที่ 31 กรกฏาคม 2559 ทั้งนี้ ก่อนออกเสียง 15 วัน กกต. จะจัดส่งเอกสารประชาสัมพันธ์รูปแบบ ขั้นตอนการออกเสียงให้ครัวเรือน และรณรงค์ให้ประชาชนศึกษาสาระสำคัญของร่าง รธน. เพื่อการใช้สิทธิที่มีคุณภาพ   ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News