คันศีรษะ

ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 แจ็ค แลมวาร์ด เบิ้ลแชมป์ แจ๊ซ ซูเปอร์คัพ
car /  honda / 

ระเบิดความแรง “ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015” แจ็ค แลมวาร์ด ผงาด! เบิ้ลแชมป์ แจ๊ซ ซูเปอร์คัพ สมศักดิ์ศรี ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ คุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบรางวัลและแสดงความยินดีกับผู้ชนะในการแข่งขัน “ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันรายการ ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 (Honda One Make Race 2015) จัดโดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สนับสนุนหลักของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นการแข่งขันซัพพอร์ตเรซในรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลก บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 สนามที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ มีทีมแข่งฮอนด้า ซูเปอร์ จีที เข้าร่วมทั้งหมด 6 ทีม จากประเทศญี่ปุ่น และยังมีการแข่งขันซัพพอร์ตเรซ “ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015” ซึ่งแบ่งเป็น 2 รายการ ได้แก่ แจ๊ซ ซูเปอร์ คัพ บริโอ้ ซูเปอร์ คัพ และอีกรายการ คือ ฮอนด้า โปร คาร์ ที่มีรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ และซิตี้ เข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งหมดกว่า 53 คัน โดยแข่งขันทั้งหมด 2 เรซ 2 วัน เรซละ 7 รอบ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร รวมระยะทางในการแข่งขันกว่า 63 กิโลเมตร นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ฮอนด้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวงการมอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทยอีกครั้งกับการแข่งขันระดับโลกรายการ “บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015” โดยรถยนต์ฮอนด้าที่เข้าร่วมการแข่งขันมีทั้งหมด 2 รุ่น คือ ฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ คอนเซปต์-จีที ที่ลงแข่งในรุ่น จีที 500 และฮอนด้า ซีอาร์-ซีร์ ที่ลงแข่งในรุ่น จีที 300 และจากการตอบรับที่ดีจากแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตในการแข่งขันที่จบไประหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ฮอนด้าพร้อมที่จะสนับสนุนการแข่งขันซูเปอร์ จีที และพร้อมเดินหน้ากิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแข่งขันรถยนต์ และรถจักรยานยนต์อีกหลายรายการที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ สนามแห่งนี้” สำหรับทีมที่ใช้รถฮอนด้าลงแข่งขันและสามารถทำผลงานได้ดีที่สุดในสนามที่ 3 คือทีม Keihin Real Racing หมายเลข 17 ในคลาส จีที 500 ที่ใช้รถฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ คอนเซปต์-จีที ซึ่งขับโดย Koudai Tsukakoshi และ Hideki Mutoh ทำเวลาได้ดีที่สุด เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยสามารถแซงขึ้นมาจากอันดับที่ 7 ตอนปล่อยตัว ตามหลังแชมป์ที่ 19.727 วินาที รถฮอนด้า เอ็นเอสเอ็กซ์ คอนเซปต์-จีที หมายเลข 17 จากทีม Keihin Real Racing ทำเวลาได้ดีที่สุด เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 3 ในรุ่น จีที 500 การจัดการแข่งขันรายการ "บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015" ในครั้งนี้ ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่ให้แฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Pit Walk ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมลงไปเดินในบริเวณที่เก็บรถของทีมแข่งข้างสนาม (Paddock) พร้อมได้ถ่ายรูปใกล้ชิดกับนักแข่ง และรับของที่ระลึกจากเรซควีนของแต่ละทีม รวมถึงกิจกรรม Grid Walk ซึ่งเป็นการเดินชมรถซูเปอร์ จีที และการทำงานของทีมวิศวกรในการเตรียมความพร้อมรถแข่งทุกคันที่จุดสตาร์ทในสนามแข่ง นับเป็นกิจกรรมที่มีแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง คุณเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษาโครงการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และคุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารจากบริษัทผู้สนับสนุนหลัก ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในช่วงพิธีเปิดการแข่งขัน "บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015" คุณสมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (กลาง) มร.เคอิจิ ซึจิยะ ที่ปรึกษาพิเศษในการพัฒนาอุปกรณ์เสริมสมรรถนะรถยนต์ฮอนด้า โมดูโล่ และอดีตนักแข่งรถชื่อดังของญี่ปุ่น สมญานาม “ดริฟท์คิง” (ซ้าย) ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในช่วงกิจกรรม Pit Walk การเตรียมความพร้อมของทีมแข่งที่ใช้รถฮอนด้าลงแข่งขัน บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 บรรดาสาวสวย Racing Queens ภายในการแข่งขันรายการ บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 Grid Walk ที่เปิดให้ผู้ชมได้เดินชมรถแข่งซูเปอร์ จีที และการทำงานของทีมวิศวกรในการเตรียมความพร้อมของรถ ที่จุดสตาร์ทในสนามแข่ง เตรียมความพร้อมของรถแข่งที่จุดสตาร์ทในช่วง Grid Walk ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 รุ่น แจ๊ซ ซูเปอร์ คัพ บริโอ ซูเปอร์ คัพ ผลการแข่งขัน ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 ปรากฎว่า แจ็ค แลมวาร์ด นักขับลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ค จาก โอเอ็มพี วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต ซิวแชมป์รุ่นแจ๊ซ ซูเปอร์ คัพ ทั้ง 2 เรซเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในเรซแรก แจ็ค สามารถเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลาเพียง 15 นาที 16.566 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง กันตศักดิ์ เพียง 0.622 วินาที เท่านั้น ส่วน ภาสฤทธิ์ เจ้าของโพลร่วงลงไปจบเรซในอันดับ 3 ตามหลังแชมป์ 1.407 วินาที ส่วนเรซที่สองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แจ็ค ยังคงทำผลงานยอดเยี่ยมนำม้วนเดียวจบด้วยเวลา 15 นาที 14.776 วินาที คว้าแชมป์ ฮอนด้า แจ๊ซ ซูเปอร์คัพ ไปครองทั้ง 2 เรซ โดยมี นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์ ทีมเมทตามเข้าป้ายในอันดับ 2 ตามหลัง 1.401 วินาที อันดับ 3 เป็นของ กันตศักดิ์ กุศิริ จากสังกัด สิงห์ พีทีที เอไอเอส พีทีที เรซซิ่งทีม ตามหลังแชมป์ 1.739 วินาที ส่วนการแข่งขันในรุ่น บริโอ ซูเปอร์ คัพ ซึ่งลงดวลความเร็วในเรซเดียวกันกับ แจ๊ซ ซูเปอร์ คัพนั้น ในเรซแรก แชมป์ตกเป็นของนักขับดาวรุ่งอย่าง มาวิน บุญอิต จาก โจ อีซียู เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 15 นาที 52.325 วินาที โดยมี โอฬาร ศรสิริรัตน์ จากหมอเส็ง เอ็นสปอร์ต เรซซิ่ง ทีม ตามเข้าป้ายในอันดับ 2 ช้ากว่าแชมป์ 1.436 วินาที ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของ สิทธิรณ พรหมสมบัติ จากอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก้ ตามหลังแชมป์ 5.075 วินาที สำหรับในเรซที่สอง แชมป์ตกเป็นของ โอฬาร ศรสิริรัตน์ จากหมอเส็ง เอ็นสปอร์ต เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลารวม 15 นาที 45.116 วินาที ตามด้วย สิทธิรณ พรหมสมบัติ อันดับ 2 ช้ากว่าแชมป์ 12.589 วินาที อันดับ 3 เป็นของ ณัฐพร นามจักร จากโดนัท เรซซิ่ง ตามหลังแชมป์ 18.726 วินาที ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 รุ่น ฮอนด้า โปร คาร์ ในช่วงการขึ้นนำของ เศรษฐศิษย์ บุญเกียรติ จากโอเอ็มพี วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข 93 ในเรซแรก ด้านการแข่งขันรุ่น ฮอนด้า โปร คาร์ นั้น เรซแรกนั้น โดยโพลโพซิชั่นเป็นของ เศรษฐศิษย์ บุญเกียรติ จากโอเอ็มพี วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งสามารถทวงตำแหน่งหัวแถวคืนมาได้หลังจากถูกแซงไปเพียงสองรอบการแข่งขัน อันดับที่ 2 ตกเป็นของ ภาสฤทธิ์ พรหมสมบัติ และตามด้วยฉัตรพล เจียมวิจิตร คู่หูจากอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก สำหรับเรซที่สอง โพลโพซิชั่นเป็นของ ฉัตรพล เจียมวิจิตร จากอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก้ ตามด้วย เศรษฐศิษย์ บุญเกียรติ แชมป์ในเรซแรก ส่วนอันดับ 3 เป็นของนักขับสาวอย่าง ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล จากโมริน เรซซิ่ง ทีม เศรษฐศิษย์ บุญเกียรติ เจ้าของรถฮอนด้า แจ๊ซ จากทีมโอเอ็มพี วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข 93 ฮอนด้า วัน เมค เรซ 2015 รุ่น ฮอนด้า โปร คาร์" ในเรซที่ 2 ขณะ ฉัตรพล เจียมวิจิตร จากอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก้ หมายเลข 69 ขึ้นนำ ฉัตรพล เจียมวิจิตร เจ้าของรถฮอนด้า แจ๊ซ จากทีมอาร์เอ็มไอ เรซซิ่ง ทีม บาย ซันโนโก้ หมายเลข 69 ภายในงาน ฮอนด้ายังได้จัดกิจกรรมมินิ มอเตอร์ โชว์ โดยจัดแสดงรถยนต์ฮอนด้าหลายรุ่นภายในบูธ ทั้ง ซิตี้ แจ๊ซ แอคคอร์ด ไฮบริด โมบิลิโอ้ และเอชอาร์-วี รวมถึงรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอีกหลายรุ่น ได้แก่ Gold Wing, CBR1000RR, CBR650F, CBR500R, F6B, F6C และยังมีซุ้มจำหน่ายของที่ระลึก ฮอนด้า คอลเล็กชั่น สำหรับแฟนๆ อีกด้วย นับเป็นความสำเร็จในการมอบประสบการณ์ความสนุกและตื่นเต้นเร้าใจให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตในเมืองไทย ด้วยการแข่งขัน ฮอนด้า วันเมค เรซ 2015 และการแข่งขัน บุรีรัมย์ ซูเปอร์ จีที เรซ 2015 ในปีนี้ ติดตามกิจกรรมดีๆ จากฮอนด้า ได้ที่  www.enjoyhondaclub.com และ Facebook: Enjoy Honda Club

เปิดคำ 13 น.ศ. เหตุใด?ต้องโกนหัว ประท้วงเรือนจำ
13 น.ศ. /  14 น.ศ. / 

13 น.ศ. เปิดใจ! โกนหัวประท้วง เพราะถูกแยกแดนขัง เชื่อ แผน คสช.ป้องกันซุมหัว-กดดันประกันตัว ลั่นคำเดิม เบื้องหลัง คือ ประชาชน จากกรณีกลุ่มนักศึกษาชาย ขบวนการประชาธิปไตย ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทำการประท้วงเรือนจำด้วยการโกนผม หลังเกิดการแยกแดนขัง ตั้งแต่ค่ำวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น โดยนายรังสิมันต์ โรม นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวผ่านกรงขังในสภาพที่ผมเกลี้ยงศีรษะว่า ทางกลุ่มได้ตัดสินใจโกนผมประท้วง หลังถูกแยกขัง เพราะเชื่อว่า เป็นคำสั่งมาจากคสช.ที่ต้องการไม่ให้กลุ่มพูดคุยปรึกษากัน และกดดันให้ขอประกันตัว แต่ยืนยันว่าจะไม่ประกัน เพราะเชื่อมั่นว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หากจะปล่อยตัว ต้องปล่อยโดยที่พวกตนไม่มีมลทิน และถ้าจะเจรจา ก็ขอให้อยู่ในหลักการที่ถูกต้องเท่านั้น ขณะที่นายรัฐพล ศุภโสภณ นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การที่ คสช. พยายามเจรจาช่วยเหลือ อ้างต้องตรวจสอบว่ามีคนอยู่เบื่องหลังนั้น ยืนยัน เบื้องหลัง คือประชาชนที่ยึดมั่นในประชาธิปไตย ถ้าจะใช้ ม.44 มาแก้ไขปัญหาด้วยการปล่อยตัว ขอปฏิเสธ ถ้าจะปล่อยก็ไม่ควรมีเงื่อนไข ส่วนเรื่องกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ออกมาประกาศจะต่อต้านพวกตน อยากให้สังคมเข้าใจว่า พวกตนไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ใคร ทั้งยังเคยต่อต้านพรรคเพื่อไทยตอนออกกฏหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง มาแล้วเช่นกัน ข้อมูล khaosod MThai News 

'อุ๊งอิ๊ง'IGภาพ-คลิป'ทักษิณ'ซิ่งรถหรูในสหรัฐ ถามคิดถึงพ่อไหม?
ข่าวทักษิณ /  คลิปทักษิณ / 

'อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร' จัดเต็ม IG ภาพ 'ทักษิณ' คู่รถเพื่อนในสหรัฐฯ พร้อมคลิปซิ่งรถหรู ก่อนถาม "ใครคิดถึงพ่อไหม?" น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์อินสตาแกรม @ingshin21 เป็นภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนอยู่กลางระหว่างรถยนต์หรู 2คัน ระบุว่าถ่ายในบ้านของเพื่อน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมระบุข้อความว่า "คุณพ่อไปหาเพื่อนที่ USA ถ่ายรูปส่งมาให้ดูบอกไปบ้านเพื่อนที่โน่นมาเพื่อนชอบรถมีรถสวย ๆ เยอะเลยยยย ด้วยความที่ลูกสาวคนเล็กความรู้เรื่องรถ #น้อยมาก ถึงมากที่สุด เลยบอกพ่อว่ามันน่าจะกลายเป็นหุ่นยนต์ได้เหมือนหนังเรื่อง transformers เนอะพ่อ #พ่อเซ็ง .. จุดนี้เพื่อนพ่อคงเซ็งกว่า #รถตูตั้งแพง #นังเด็กนี่เพ้ออัลไล miss you @thaksinlive เที่ยวเผื่อลูกด้วยย เดือนหน้าเจอกันครัชชชช? #ลงให้ดูเผื่อมีใครคิดถึงพ่อเหมือนเก๊าบ้าง" ขณะเดียวกัน ยังได้โพสต์คลิป พ.ต.ท.ทักษิณ ขับรถหรู พร้อมข้อความระบุว่า "ถามว่าทำอะไรอยู่คะ? ไม่ตอบ แต่มาเป็นคลิป ขับรถอยู่ตอบไม่ได้จีจี @thaksinlive @oak_ptt @pongkuna @aimpintongta 4h" MThai News

ดับตำนาน-ปิดม่านชีวิต 'เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย'
พระราม9คาเฟ่ /  วิลล่าคาเฟ่ / 

กลายเป็นประเด็นช็อคอย่างกะทันหัน สั่นสะเทือน "วงการคาเฟ่เมืองไทย" หลังจากคืนที่ผ่านมา (29 มิ.ย.) คนร้ายก่อเหตุอุกอาจบุกกระหน่ำยิง นายสมยศ สุธางค์กูร "เสี่ยสมยศ" อายุ 62 ปีอดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ เสียชีวิตอนาถกลางลานจอดรถร้านหูฉลามชื่อดังย่านคลองตัน สภาพศพนอนหงายแน่นิ่ง จมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณกลางศีรษะและลำตัวรวม 5 นัด เสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 200 สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌร 3636 กทม. ซึ่งจอดติดเครื่องยนต์อยู่ ซึ่งจากการสอบถามพยานใกล้เคียงที่เกิดเหตุระบุว่า เวลาประมาณ 20.00 น. “เสี่ยสมยศ” ได้มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านเฮงหูฉลามกับภรรยา โดยจอดรถไว้บริเวณหลังร้าน จากนั้นเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ขณะที่ “เสี่ยสมยศ” เดินออกมาขึ้นรถ ได้ยินเสียงปืนดังรัวสนั่น 3 นัดซ้อน เมื่อมีคนออกมาดู จึงพบว่า “เสี่ยสมยศ” ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าเป็นชาย 2 คน อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแจ๊คเก็ต และหมวกอำพรางใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์มาดูลาดเลาตั้งแต่เวลา 17.00 น. ก่อนจะสบโอกาสลงมือกระหน่ำยิง "เสี่ยสมยศ" ในเวลาประมาณ 19.28 น. หลังเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล ถือเป็นการปิด-ดับตำนาน "เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย" ในทันที สำหรับ นายสมยศ สุธางค์กูร หรือที่เรียกกันว่า "เสี่ยสมยศ" เป็นผู้กว้างขวางในแวดวงสถานบันเทิง เป็นเจ้าของและผู้บริหารงาน “พระราม 9 คาเฟ่” ในนาม บริษัท พระราม 9 พลาซ่า จำกัด จดทะเบียนประกอบกิจการภัตตาคาร บาร์ ไนท์คลับ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2538 โดยใช้ทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท ถือได้ว่าเป็นยุคทองของวงการคาเฟ่ในขณะนั้น ขณะเดียวกัน “เสี่ยสมยศ” ยังเคยเดินบนเส้นทางสายการเมือง เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ในระบบบัญชีรายชื่ออันดับที่ 33 ของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 จนกลายเป็นความประหลาดใจของคอการเมืองในขณะนั้น ในอดีต “เสี่ยสมยศ” นั้นเป็นคู่กรณีเก่าของ "เฮียเลี้ยง" หรือ นายบุญเลี้ยง อดุลยฤทธิกุล อดีตเจ้าของ "วิลล่าคาเฟ่" สถานบันเทิงชื่อดังในย่านเดียวกัน ซึ่ง “เฮียเลี้ยง” ได้ถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์เสียชีวิตไปเมื่อปี 2541 จนทำให้ “วิลล่าคาเฟ่” ต้องปิดกิจการลง.. เหลือเพียงพระราม 9 คาเฟ่ ของ "เสี่ยสมยศ" เท่านั้นที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการอย่างไร้คู่แข่ง หากกล่าวถึง “พระราม 9 คาเฟ่” นั้นเป็นสถานบันเทิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากแห่งหนึ่ง ถือเป็นศูนย์รวมของนักร้องและเหล่าตลกชื่อดังได้มาสร้างความเฮฮาและเสียงหัวเราะ รวมไปถึงเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของคนบันเทิงและคนดังในหลายๆวงการ และหากย้อนกลับไปในอดีต “วิลล่าคาเฟ่” และ “พระราม 9 คาเฟ่” ถือเป็นเวทีและพื้นที่สำหรับ “ตลกคาเฟ่” ได้สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูในขณะนั้นได้เป็นอย่างดี และ “พระราม 9 คาเฟ่” ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีอำนาจต่อเหล่าคณะตลกเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นคาเฟ่ชื่อดังแห่งสุดท้าย ที่ยังคงเหลืออยู่... ก่อนหน้านี้ในขณะที่ พระราม9 คาเฟ่กำลังรุ่งเรือง เคยมีประกาศิตจาก "เสี่ยสมยศ" ห้าม!! "ตลกตระกูลเชิญยิ้ม" ขึ้นเวทีเรียกเสียงหัวเราะบนเวทีพระราม 9 คาเฟ่เด็ดขาด? หรือตลกคณะใดที่ต้องการขึ้นเวที ก็ห้ามมีนามสกุลเชิญยิ้มต่อท้าย ขณะเดียวกัน "ตระกูลเชิญยิ้ม" ทุกคนก็บอยคอตไม่ไปแสดงที่พระราม 9 คาเฟ่ด้วยเช่นกัน ต่อมาช่วงหลังผลประกอบการของ "พระราม 9 คาเฟ่" เกิดการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนต้องปิดตัวลงในที่สุด.. ทำให้ชื่อของ "เสี่ยสมยศ" ได้เลือนหายตามไปด้วย จนกระทั่งมาปรากฏเป็นข่าวอีกครั้งหลังถูกคนร้ายลอบ "สังหาร" ในคืนที่ผ่านมา ส่วนปม "สังหาร" ดับชีวิต "เสี่ยสมยศ" จะมาจากชนวนเหตุใดนั้น ตำรวจตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ เรื่องการโกงพนัน และการว่าจ้างวิ่งเต้นคดี รวมถึงปัญหาเรื่องที่ดินย่านพระราม 9 ซึ่งมีกรณีฟ้องร้องครอบครองอยู่ในชั้นศาล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนพยานแวดล้อม บุคคลใกล้ชิด รวมถึงตัว ภรรยาของ "เสี่ยสมยศ" ที่อยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุ โดยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง... การเสียชีวิตของ "เสี่ยสมยศ" ถือเป็นการปิดตำนาน "เจ้าพ่อคาเฟ่เมืองไทย" แบบถาวรอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทิ้งไว้เพียงภาพความทรงจำของความเฮฮาและเสียงหัวเราะที่ "พระราม 9 คาเฟ่" เคยสร้างไว้... MThai News

แต่งห้องน้ำ อย่างไรให้ปลอดภัย
แต่งห้องน้ำ

วันนี้ Decor.MThai ได้นำเรื่องราวจากหนังสือ Life and Home เป็นเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ แต่งห้องน้ำ อย่างไรให้ปลอดภัย มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ บทความการแต่งห้องน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยนี้เป็นบทความของคุณสุคนธา ฉ่ำมิ่งขวัญ และภาพประกอบสวยๆ จากทีมงานไลฟ์แอนด์โฮมค่ะ ว่าแล้วเราไปดูการแต่งห้องน้ำให้ปลอดภัยกันเลยดีกว่าค่ะ แต่งห้องน้ำ อย่างไรให้ปลอดภัย นอกเหนือฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกสบาย มีความสวยงามตรงตามใจผู้เป็นเจ้าของแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นอีกเรื่องสำคัญในห้องน้ำที่ไม่ควรมองข้างเพราะบ่อยครั้งที่อุบัติเหตุภายในบ้านเกิดขึ้นขณะใช้งานในห้องน้ำ ทั้งที่ความจริงแล้วเราสามารถป้องกันได้  ตั้งแต่เรื่องของการออกแบบไปจนถึงวัสดุที่มีความเหมาะสม Bath Decor ในฉบับนี้ จึงมีวิธีการตกแต่งห้องน้ำให้ปลอดภัยมาแนะนำค่ะ 1. การออกแบบห้องน้ำ การออกแบบห้องน้ำ : ควรมีการระบายอากาศที่ดี เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับความชื้นอยู่ตลอดเวลา ตำแหน่งที่เหมาะสมคือทิศตะวันตก ใช้ความร้อนของแสงแดดในช่วงบ่ายมาขับไล่ความชื้น อันเป็นสาเหตุของเชื้อราและเชื้อโรคต่างๆ ติดตั้งหน้าต่างหรือหลังคา Skylight ก็เป็นอีกทางที่ช่วยทั้งระบายอากาศ และรับแสงแดดเพิ่มเติมส่วนการออกแบบพื้นห้องน้ำไม่ควรมีความสูงในระดับที่ต่างกันเพื่อป้องกันการสะดุดล้ม 2. วัสดุ วัสดุ : แน่นอนว่าวัสดุที่นำมาปูพื้นมีหลากหลายประเภทเช่น กระเบื้อง หินสังเคราะห์ หินอ่อน ไม้สังเคราะห์ ซึ่งเราสามารถใช้ได้หมด แต่ที่ควรคำนึงคือผิวสัมผัสของวัสดุนั้น ต้องมีผิวสัมผัสแบบด้านเพื่อป้องกันการลื่นล้มขณะเท้าเปียกน้ำ ต่อมาคือการเลือกใข้กระจก หากเป็นกระจกใสสำหรับกั้นพื้นที่หรือเป็นประตูห้องควรเลือกกระจกที่มีความหนาเป็นพิเศษ เช่นกระจกเทมเปอร์ กระจกลามิเนต ซึ่งเมื่อเกิดการแตกหัก ก็จะไม่มีเหลี่ยมคมมาทำอันตรายส่วนกระจกเงาไม่ควรติดไว้ใกล้กับส่วนเปียก อย่างส่วนชาวเวอร์ เพราะมีโอกาศลื่นล้มได้ง่ายกว่าส่วนอื่นๆ 3. อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับไฟฟ้า อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับไฟฟ้า : เริ่มกันตั้งแต่แสงไฟที่ควรมีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มืดทึบจนเกินไปในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณกระจกเงาส่องหน้า ส่วนปลั๊กหรือเต้าเสียบต่างๆ ควรเลือกรุ่นที่มีฝาปิด สำหรับป้องกันความชื้นและน้ำกระเด็นใส่จนเกิดการลัดวงจร ส่วนตำแหน่งที่ติดตั้งควรอยู่ในส่วนแห้ง สูงเหนือกว่าก๊อกน้ำ และอ่างล้างหน้า ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเครื่องทำน้ำอุ่น ห้ามลืมติดตั้งสายดินเด็ดขาดเพื่อป้องกันไฟรั่ว 4. การเลือกใช้สุขภัณฑ์ การเลือกใช้สุขภัณฑ์ : ควรเลือกใช้สุขภัณฑ์ที่ไม่มีเหลี่ยมมุมแหลมคม ในกรณีที่ครอบครัวมีเด็กเล็กและผู้สูงอายุใช้ร่วมกัน โดยปัจจุบันมีสุขภัณฑ์สำหรับเด็กและผู้สูงอายุโดยเฉพาะซึ่งจะมีความสูงที่เหมาะสมมากกว่า พยายามหลีกเลี่ยงสุขภัณฑ์ที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน เพราะจะแตกหักง่าย หรือใช้วัสดุสมัยใหม่อื่นๆ มาทดแทนเช่นหินสังเคราะห์เป็นต้น หากห้องน้ำมีการใช้ร่วมกันทุกช่วงวัยควรคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเล็กๆ น้อยๆ ด้วย เช่นการติดตั้งราวจับไว้ใกล้กับโถสุขภัณฑ์เพื่อช่วยผู้สูงอายุพยุงตัว เลือกใช้พรมยางกันลื่นแทนพรมเช็ดเท้าทั่วๆ ไป ราวแขวนผ้าที่ควรติดตั้งให้อยู่เหนือศีรษะเป็นต้น ติดตามอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในหนังสือ Life and Home ฉบับเดือน Jan 2014 จาก Mbookstore คลิ๊ก

รู้ยัง!! ไข้หวัดเจ็บคอหายได้ ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะ /  เจ็บคอ / 

คำถามที่ 1 ยาที่ผู้ใหญ่มักให้เรากินเวลาที่เราเป็นหวัดเจ็บคอมียาอะไรบ้าง แล้วพวกเรารู้ไหมว่ายาแต่ละอย่างต่างกันอย่างไร? - อย่างแรก คือ ยาลดไข้ แก้ปวด เช่น พาราเซตามอล กินเฉพาะเมื่อเป็นไข้หรือปวดหัว ถ้าไม่มีไข้ ไม่ปวดหัว ไม่ต้องกิน ห้ามใช้แอสไพรินในเด็กที่เป็นไข้หวัดอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง - อย่างที่ 2 คือ ยาแก้คัดจมูก ถ้าไม่คัดจมูก ไม่ต้องกิน - ถ้ามีน้ำมูกหรือน้ำมูกไหล ควรเช็ดหรือล้างรูจมูกด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรกินยาแก้แพ้เพื่อลดน้ำมูก เพราะจะทำให้น้ำมูกหรือเสมหะข้นเหนียวสั่งออกยาก ทำให้หายใจลำบากมากขึ้น - อย่างที่ 3 คือ ยาปฏิชีวนะ ที่มักเรียกผิดว่าเป็นยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย และมักมีการใช้อย่างผิดๆ โดยเฉพาะในโรคหวัดเจ็บคอ ยากลุ่มนี้ เช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซีซิลลิน วันนี้เราจะเรียนรู้เรื่องนี้กัน คำถามที่ 2 ยาแก้อักเสบ กับ ยาปฏิชีวนะ เหมือนกันหรือเปล่า?  - ไม่เหมือนกัน แต่คนจำนวนมากเข้าใจผิดและเรียกสับสน ทำให้ใช้ยาผิด - ยาแก้อักเสบ (ยาต้านการอักเสบ Anti-inflammatory drugs) เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดไข้ แก้ปวด ลดบวมอักเสบ โดยไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค ตัวอย่างเช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน - ส่วนยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ใช้รักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่มีฤทธิ์แก้อักเสบโดยตรง ตัวอย่างเช่น เพนนิซิลลิน อะม็อกซีซิลลิน - คนส่วนใหญ่มักเรียกผิดว่า ยาปฏิชีวนะ เป็น ยาแก้อักเสบ เพราะเมื่อติดเชื้อแบคทีเรียแล้วกินยาปฏิชีวนะ ยาจะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของต่อมทอนซิลอักเสบเป็นหนอง เมื่อเชื้อตายไปอาการคออักเสบ (เจ็บคอ คอแดง เป็นหนอง) จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ คนจึงมักเรียกผิดว่าเป็น ยาแก้อักเสบ - การเรียก ยาปฏิชีวนะ ว่ายาแก้อักเสบ จึงทำให้เข้าใจผิด และใช้ยาผิดประเภท เพราะคิดว่าเมื่อมีคออักเสบ ไม่ว่าจะจากสาเหตุใด (เช่น เชื้อไวรัส หรือภูมิแพ้) ต้องใช้ยานี้ ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ควรใช้ คำถามที่ 3 เป็นหวัด เจ็บคอ มีไข้ จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งถูกต้องหรือไม่? - ไม่ถูกต้องและเป็นการใช้ยาที่ไม่สมเหตุผล เพราะอาการเจ็บคอเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ 1. เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ) 2. เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ) - เด็กที่เป็นหวัดเจ็บคอส่วนใหญ่เป็นเพราะติดเชื้อไวรัส การกินยาปฏิชีวนะจึงไม่ทำให้หายป่วย เพราะยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อไวรัสไม่ได้ และยังมีโอกาสเสี่ยงอันตรายจากผลข้างเคียงของยา ต่อร่างกายด้วย คำถามที่ 4 จะรู้ได้อย่างไรว่า ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย? - ดูจากภาพนี้ ทางขวามือเป็นการติดเชื้อไวรัส (ซึ่งพบบ่อยกว่า) เจ็บคอส่วนใหญ่ (8 ใน 10 ราย) เกิดจากเชื้อไวรัสมีอาการต่อมทอนซิลบวมแดง คอแดง ซึ่งทำให้เจ็บคอ อาจมีอาการไอร่วมด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะก็หายได้ - ส่วนภาพซ้ายมือ เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย (ซึ่งพบน้อยกว่า) จะเห็นว่านอกจากคอแดง ต่อมทอนซิล บวมแดง และเจ็บคอแล้ว ยังมีข้อแตกต่างคือ มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิล มีฝ้าสีเทาที่ลิ้น และมักจะคลำพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้ขากรรไกรโตด้วย และจุดแตกต่างที่สำคัญที่สังเกตได้ง่าย คือ มักจะไม่มีอาการไอ คำถามที่ 5 หวัดเจ็บคอจากเชื้อไวรัส รักษาอย่างไร? - เด็กๆ ทุกคนมีภูมิต้านทานของร่างกายที่เอาชนะเชื้อไวรัสได้อยู่แล้ว แต่ในช่วงที่ไม่สบาย เราอาจมีอาการเป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ไอ มีน้ำมูกหรือเสมหะ และรู้สึกเพลีย -  ในช่วงเวลานี้ “พระเอกภูมิต้านทาน” กำลังต่อสู้กับเชื้อไวรัสอยู่ ส่วนยาแก้คัดจมูก และยาลดไข้ คือ “ผู้ช่วยพระเอก” ที่จะทำให้เราทุเลาอาการเหล่านี้ จนกว่าพระเอกจะปราบผู้ร้ายเชื้อไวรัสได้หมดซึ่งมักใช้เวลา 3 – 4 วัน เป็นอย่างน้อย คำถามที่ 6 หวัดเจ็บคอจากเชื้อไวรัส หายเองได้จริงหรือ? - ขณะที่ “พระเอกภูมิต้านทาน” กำลังสู้กับ “ผู้ร้ายเชื้อไวรัส” คุณแม่หรือผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กอย่างพวกเรา คือ “นางเอกคนสำคัญ” เพราะว่าจะต้องดูแลเรามากกว่าเวลาปกติ ด้วยการช่วยเช็ดตัวลดไข้ จัดยาที่จำเป็นและหาอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มหรือโจ๊ก ให้เรากิน รักษาบริเวณลำคอของเรา ให้อบอุ่น และให้เราดื่มน้ำมากๆ - นอกจากนี้ การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอหรือระคายเคืองในคอของเราได้ - การทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ภูมิต้านทานร่างกายของเราแข็งแกร่ง เพียงไม่กี่วัน เชื้อไวรัสหวัดก็ต้องล่าถอยไปเอง คำถามที่ 7 น้ำมูกหรือเสมหะสีเขียวเหลือง แปลว่า ต้องกินยาปฏิชีวนะใช่หรือเปล่า? - ไม่ใช่ เพราะการมีน้ำมูกหรือเสมหะข้นและเป็นสีเหลืองหรือเขียวเพียงประการเดียว ไม่ได้แปลว่า เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือมีอาการแย่ลง - โรคหวัดในระยะใกล้หาย เราจะมีอาการดีขึ้น ปริมาณน้ำมูกจะลดลง แต่ลักษณะของน้ำมูกจะข้นขึ้น และอาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวโดยเฉพาะในตอนเช้า ซึ่งไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เป็นลักษณะอาการของโรคหวัดตามปกติ จึงไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ - นอกจากนี้ คนที่เป็นหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน มักจะไอนานเป็นสัปดาห์ และมีเสมหะ สีเขียวเหลืองได้ โดยไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย - ดังนั้น การมีน้ำมูกหรือเสมหะสีเขียวเหลือง ไม่ได้แปลว่าต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งไป คำถามที่ 8 กินยาปฏิชีวนะ “เผื่อ” ไว้ก่อน ไม่ดีหรือ? - ไม่ดีแน่นอน ไม่ควรทำเป็นอันขาด ถ้าเราเป็นหวัดจากเชื้อไวรัส แล้วไปกินยาปฏิชีวนะซึ่งมีไว้ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เราจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย แต่จะได้รับโทษหรือเสี่ยงอันตรายจากการใช้ยาปฏิชีวนะ - อันตรายจากยาปฏิชีวนะอย่างแรก คือ การแพ้ยา - อันตรายประการที่สอง คือ เชื้อดื้อยา คำถามที่  9 แพ้ยาปฏิชีวนะ มีอันตรายอย่างไร?  - ผู้ที่แพ้ยาอาจมีผื่นขึ้น ถ้าแพ้ยารุนแรงอาจทำให้หายใจไม่ออก ผิวหนังหลุดลอกทั่วตัว เม็ดเลือดแดงแตก ตับอักเสบ เป็นต้น - เด็กๆ ลองอ่านที่ข้างกล่องยาปฏิชีวนะดูจะเห็นคำเตือนว่าเป็น “ยาอันตราย” และเตือนว่า ยานี้อาจทำให้เกิดการแพ้ และอาจเป็นอันตรายถึงตายได้ - วิธีป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะแพ้ยา คือ 1. ใช้ยาเท่าที่จำเป็น ไม่ใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ 2. ถ้าเราเคยแพ้ยาใด เราควรจำชื่อยานั้นให้ได้ หรือจดชื่อยาพกไว้กับตัว 3. บอกแพทย์หรือเภสัชกรว่าเราแพ้ยานี้ เมื่อไปรับการรักษาทุกครั้ง 4. ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ยาได้ คำถามที่  10. เชื้อดื้อยา คืออะไร? - ทุกครั้งที่เรากินยาปฏิชีวนะ เชื้อแบคทีเรียที่อ่อนแอจะตายไป ส่วนที่เหลือก็จะก้าวร้าวขึ้น ดุขึ้นมีการกลายพันธุ์ หรือผลิตลูกหลานให้ทนต่อยาปฏิชีวนะ เรียกว่า เชื้อดื้อยา แปลว่า ยาปฏิชีวนะ ชนิดนี้ใช้กับแบคทีเรียเหล่านี้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว - เมื่อเกิดเชื้อดื้อยา ทำให้เราต้องเปลี่ยนไปใช้ยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ไปเรื่อยๆ ซึ่งยาใหม่เหล่านี้มักมี อันตรายมากกว่าและมีราคาแพงกว่ายาเดิม - คนที่กินยาปฏิชีวนะบ่อยเกินไป เชื้อโรคก็เริ่มปรับตัวสู้กับยาได้ ต่อไปเวลาเจ็บป่วยก็ไม่มียาใด จัดการกับเชื้อโรคนั้นๆ ได้ คำถามที่  11 ทำไมจึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง หรือแบ่งยากันกิน? - คุณหมอสั่งยาปฏิชีวนะโดยพิจารณาจากน้ำหนักตัว อายุ และอาการของคนไข้ ซึ่งต้องใช้ความรู้ทางการแพทย์ และการตรวจร่างกายอย่างละเอียด - เราไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง หรือแบ่งยาปฏิชีวนะของเราให้ผู้อื่นกินอย่างเด็ดขาด เพราะมักมีข้อผิดพลาด เช่น 1. ใช้ยาปฏิชีวนะในโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น กินยาปฏิชีวนะรักษาโรคหวัดซึ่งเป็นเชื้อไวรัส 2. ใช้ยาที่ไม่เหมาะสมกับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ เพราะเชื้อแบคทีเรียมีหลายชนิด จึงต้อง เลือกใช้ยาปฏิชีวนะให้เหมาะกับเชื้อแต่ละชนิด 3. ใช้ยาในขนาดต่ำหรือสูงกว่าที่ควรจะเป็น เพราะยาปฏิชีวนะ 1 ชนิด มีหลายขนาดความแรง 4. ใช้ยาด้วยความถี่ที่ไม่ถูกต้อง เช่น ยาที่ต้องกินวันละ 3 ครั้ง แต่กินแค่วันละ 2 ครั้ง 5. ใช้ยาด้วยระยะเวลาที่สั้นเกินไปหรือนานเกินไป (ส่วนใหญ่ที่พบ คือ สั้นเกินไป เช่น ยาที่ต้องกินติดต่อกัน 10 วัน แต่กินแค่ 2-3 วัน) - ที่สำคัญ เราไม่รู้ว่าคนอื่นแพ้ยาอะไร หรือมีโรคประจำตัวอะไร การแบ่งยาของเรา ให้เขากินจึงอันตรายมาก ที่มาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

ตะลึง! พบซากเหล็กประหลาดโผล่กลางหาดสมุย
ซากเหล็กโบราณ /  สุราษฎร์ธานี / 

ชาวบ้านแห่ดูซากเหล็กโบราณโผล่กลางชายหาดเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี คาดมีอายุนานกว่า 100 ปี จากกรณีที่มีการแพร่ภาพซากเหล็กโบราณในโลกออนไลน์ จนเกิดข้อสงสัยต่าง ๆ นานานั้น ล่าสุดวานนี้ (26 มิ.ย. 58) เวลาประมาณ 10.00 น. นายพิเชษฐ์ สุดเดือน ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ได้เดินทางไปตรวจสอบซากเหล็กดังกล่าว บริเวณชายหาดบ้านใต้ ม.5 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้พบว่า ซากเหล็กมีลักษณะเป็นวงกลมมีปุ่มตรงกลาง หนาประมาณ 2 เซนติเมตร วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ 330 เซนติเมตร ถูกฝังอยู่ในทรายริมชายหาดมาเป็นระยะเวลานาน จนเป็นสนิมผุกร่อนจากน้ำทะเลกัดเซาะ จากการสอบถาม นายวิชชุ แข่งขัน อายุ 55 ปี ชาวบ้านแถวนั้น เล่าว่า ซากเหล็กเหล่านี้มีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า อายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี เมื่อก่อนซากเหล็กยังมีลักษณะเป็นปล่องสูงประมาณ 3 เมตร แต่ปัจจุบันถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนเหลือเท่าที่เห็น โดยก่อนหน้านี้ได้มีการขุดไปแล้ว ซึ่งน้ำทะเลที่เข้ามามีลักษณะขุ่นจนไม่เห็นตัวเรือ พอใช้รถแบ็กโฮดันเรือก็ไม่มีการขยับเขยื้อน เพราะแข็งมาก ด้าน นายพิเชษฐ์ เล่าว่า จากการสำรวจในครั้งนี้ ได้สอบถามชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่ น่าจะเป็นเรือที่มาจมอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งมีอายุมากกว่า 100 ปี โดยประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว มีนายอำเภอในสมัยนั้นได้นำรถแบ็กโฮ 2 คัน มาขุดความลึกประมาณ 4 เมตร แต่ไม่สามารถกู้ซากเรือได้ นอกจากนี้ หากจะมีดำเนินการกู้ซากเรือก็คงต้องผ่านคณะกรรมการหรือเชิญผู้รู้มาศึกษาหาแนวทางวิธีการที่ดีที่สุด เพราะอาจจะเกี่ยวกับศาสนาหรือความเชื่อของพี่น้องประชาชนด้วย อย่างไรก็ตาม ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าว เดินทางเข้ามาดูซากเหล็กดังกล่าว และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ เกาะสมุย ได้อีกแห่งไปแล้ว ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด MThai News

สลด! ทหารขับกระบะ ชนชายชรา ดับคาที่
ชนชายชรา /  ทหาร / 

ทหารกองทัพไทย ขับรถกระบะ ชนลุงอ่างทอง วัย 75 ปี ดับคาที่ขณะปั่นจักรยานไปโรงพยาบาล ร.ต.ท.ไพศาล แจ่มมี ร้อยเวร สภ. โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยาน มีผู้เสียชีวิตคาที่ บริเวณ ตรงข้ามโรงพยาบาลโพธิ์ทอง ถนนโพธิ์ทอง ตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพ นายจำเนียร จันทร์พงษ์ อายุ 75 ปี นอนเสียชีวิตในสภาพ ศีรษะแตกและแขนหักอยู่กลางถนน ห่างจากศพออกไป 10 เมตร พบจักรยานในสภาพพังยับเยิน ห่างออกไปอีกประมาณ 3 เมตร พบรถยนต์กระบะอยู่ในสภาพมีร่องรอยเฉี่ยวชนบริเวณด้านหน้าขวา ทำให้ฝากระโปรงรถยุบ ทราบชื่อผู้ขับคือ จ่าสิบเอก อำพล ธาราพรนิตยกุล เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยทหารพัฒนาพิเศษ กองบัญชากองทัพไทย สืบสวนทราบว่า จ่าสิบเอกอำพล ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาพร้อมกับ พันเอกธิติวัฒน์ ฐิติภพร่มเย็น ผู้บังคับทหารพัฒนาพิเศษกองบัญชากองทัพไทย ขณะเดินทางจ่าสิบเอกอำพล ได้ขับรถตามรถเก๋งคันหนึ่ง ถึงที่เกิดเหตุรถเก๋งคันดังกล่าว ได้หักหลบรถจักรยานแต่ไม่พ้น จึงไปเฉี่ยวชนทำให้จักรยานเสียหลัก และตนขับรถตามมาก็มองไม่เห็นจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น ด้าน ร.ต.ท.ไพศาล เปิดเผยว่า นายจำเนียร ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาเปลี่ยนสายท่อปัสสาวะ ที่โรงพยาบาลโพธิ์ทอง ขณะปั่นรถจักรยาน กำลังจะข้ามทางเกาะกลางถนนบริเวณดังกล่าว แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุถูกรถยนต์เฉี่ยวชนจนเสียชีวิต เบื้องต้นได้ตรวจสอบพยานแวดล้อมพร้อมพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ เพื่อทำการสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ใหม่ ปรี๊ดแตก!! โดนเม้าท์มีเสี่ยถอยเบนซ์ให้
ใหม่ สุคนธวา /  รถเบนซ์ / 

เหน็ดเหนื่อยทำงานเก็บเงินเองแท้ๆ แต่ก็ไม่วายเจอขาเม้าท์ปล่อยข่าวว่าดาราสาวมั่น ใหม่ สุคนธวา มีเสี่ยใหญ่ใจป้ำถอยรถเบนซ์คันงามป้ายแดงให้ ทำเอา สาวใหม่ ออกอาการปรี๊ดแตกกกก! โพสต์ภาพรถเบนซ์สุดหรูที่เธอตั้งใจเก็บเงินซื้อด้วยตัวเอง พร้อมข้อความว่า "ฉันกินข้าวข้างทาง และทำงานหนักทุกวัน เพื่อซื้อรถคันนี้ คันที่ฉันชอบ และตั้งใจ ประหยัดเก็บออม... ใครเม้าท์ว่ามีคนซื้อให้ เสี่ยซื้อให้ เดี๋ยวจะกระโดดตบปาก!!! โอเคนะคะคุณขา" อุต๊ะ... สาวใหม่ เคลียร์ชัดแบบนี้ เงิบไปเลยมั๊ยคะ ขาเม้าท์ทั้งหลายยยย!!! ขอบคุณภาพจากIG : @maisukhon ภาพIG ใหม่ สุคนธวา ภาพIG ใหม่ สุคนธวา ภาพIG ใหม่ สุคนธวา ภาพIG ใหม่ สุคนธวา ภาพIG ใหม่ สุคนธวา

รวมพฤติกรรมน่าอับอาย เมื่อคนไทยไปญี่ปุ่น!
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ /  คนไทยไปญี่ปุ่น / 

ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยว เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม ประกอบกับได้มีการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้กับคนไทย ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักในระยะสั้น ทำให้มีคนแห่แหนเข้าไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ตกเป็นข่าวกันอยู่บ่อยครั้ง เห็นจะเป็นวีรกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนบางกลุ่ม ที่ทำให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย MThai ข่าวภาคซ่าส์ ได้หยิบยก พฤติกรรมที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างมาให้ได้รับชมกัน เริ่มกันที่เรื่องราวสุดฉาว เมื่อนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง จากซีรีย์ฮอร์โมน ได้ไปเปิดเพลงร้องเต้นโชว์บนรถไฟฟ้าที่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีการจับกิ่งซากุระถ่ายรูป เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สุดท้ายทางต้นสังกัดมีการลงโทษสั่งพักงานนักแสดงที่ตกประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ ฉาวไม่แพ้กันเมื่อ สมาชิกพันทิปท่านหนึ่งไปตั้งกระทู้แชร์ประสบการณ์ แอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น โดยผู้ตั้งกระทู้ระบุว่า ครอบครัวของตน แอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น โดยที่ไม่มีตั๋วโดยสาร เนื่องจากที่นั่งบนรถไฟขบวนดังกล่าวถูกจองจนเต็มหมดแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ครอบครัวดังกล่าวต้องแอบขึ้นรถไฟ เนื่องจากพลาดขบวนที่จะเดินทางกลับไปฟูกูโอกะ หากรอขบวนถัดไป ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 ชั่วโมงถึงจะมา เพราะอากาศหนาวจึงตัดสินใจทำวิธีดังกล่าว เมื่อแอบขึ้นไปบนรถไฟมีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วแล้วพบว่าไม่มีตั๋วโดยสาร จึงถูกไล่ให้ไปนั่งในขบวนตู้อาหารแทน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า ที่นั่งบนรถไฟเป็นสิทธิ์ของผู้ที่จองตั๋วเท่านั้น ซึ่งเจ้าของกระทู้กลับมาเล่าวีรกรรมด้วยความภาคภูมิใจ ถ่ายรูปชมวิวข้างทางสวยงามมาอวดคนบนโลกออนไลน์ จนผู้คนที่ได้อ่านกระทู้ดังกล่าว พากันตำหนิเจ้าของกระทู้ไปทำนองเดียวกันว่า นี่คือการประจานตัวเอง จากนั้นทางแฟนเพจ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความเตือนว่า การแอบขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น สถานทูตฯ ขอแจ้งให้นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางโดยรถไฟในญี่ปุ่น โดยเฉพาะรถไฟชินคันเซนทราบว่า เมื่อผู้โดยสารออกตั๋วรถไฟแล้ว ข้อมูลของผู้โดยสารจะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจประจำขบวนรถไฟโดยสารนั้น ๆ ซึ่งหากผู้โดยสารขึ้นรถไฟขบวนที่ไม่ตรงกับขบวนในตั๋วที่ออก ตำรวจรถไฟญี่ปุ่นจะจับกุมสอบสวน หากผิดจริงจะถูกลงโทษปรับ 3 เท่าของราคาตั๋วรถไฟขบวนที่ขึ้น และอาจถูกฟ้องศาลในข้อหาทุจริตหลอกลวง รายล่าสุดที่เพิ่งเป็นประเด็นคือ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่นดำเนินการจับกุมตัว ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ซึ่งพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 640 เวลา 21.50 และถูกตรวจจับอาวุธปืนได้ที่ สนามบินนาริตะ ขณะจะเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้คดีความยังไม่สิ้นสุด เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากผู้ที่ตกเป็นข่าวคือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แต่กลับทำผิดกฎหมายเสียเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ได้ถูกจับกุมตัวไปในฐานะผู้ต้องหา จากนี้ต่อไปต้องรออัยการส่งฟ้องศาลตามกฎหมายต่อไป ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใครต่างรู้ดีว่า ผู้คนที่นั่นจะเคร่งครัดและเคารพกฎระเบียบกันมาก MThai ข่าวภาคซ่าส์ ขอหยิบเอา มารยาทของคนญี่ปุ่นมาฝากคุณผู้ชม เผื่อใครกำลังจะเดินทางไปเที่ยวจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง การเข้าแถว ชาวญี่ปุ่นจะเคร่งครัดในเรื่องของกฏระเบียบพอสมควรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรอขึ้นรถ การซื้อตั๋วรถ แม้แต่การเข้าแถวรอเพื่อเข้าไปรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งการเข้าแถว รอเข้าห้องน้ำก็จะต้องรอที่ทางเข้าไม่ยืนรอที่หน้าประตูของห้องน้ำนั้นๆ มายาทบนรถไฟ และรถสาธารณะ เวลานั่งในรถไฟก็ไม่จำเป็นที่จะลุกให้คนแก่ คนพิการหรือคนท้องก็ได้เนื่องจากที่ญี่ปุ่น จะมีที่นั่งสำรองสำหรับ บุคคลพวกนี้อยู่แล้ว และก็ห้ามนั่งในที่ที่เขามีไว้สำหรับคนพวกนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะโดนคนมองเป็นตาเดียวเลย นอกจากนี้ห้ามส่งเสียงดัง ถือว่าเป็นการรบกวนผู้โดยสารท่านอื่นๆ มารยาทในการรับประทานอาหาร - ห้ามปักตะเกียบลงในแนวดิ่งไปในถ้วยข้าว เพราะจะคล้ายกับการปักธูปไหว้ศพ - ห้ามส่งอาหารจากตะเกียบสู่ตะเกียบ เพราะว่าคนญี่ปุ่นจะใช้ตะเกียบ คีบกระดูก ที่เผาแล้ว ส่งต่อๆ กันตอนทำพิธีเก็บกระดูกเท่านั้น ดังนั้นถ้าต้องการ จะตักอาหาร ให้กันก็จะวางไว้ในจานให้เลย - เมื่อจะหยิบอาหารจากจานรวม ก็จะใช้ตะเกียบกลาง หรือใช้ปลายอีกด้านของ? ตะเกียบของตนเองคีบอาหารจากจานรวมมาใส่จานของตนเอง - การรับประทานอาหารก็สามารถส่งเสียงดังได้ เพราะการกินเสียงดัง หมายถึง อาหารนั้นอร่อย สามารถซดน้ำซุปเสียงดัง ๆ ได้ไม่ต้องอาย สิ่งที่นำมาฝากทางทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีประโยชน์ต่อคุณผู้ชมและผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าคุณจะไปประเทศไหนเราก็ควรที่จะเคารพ กฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศให้มาก ๆ เพราะหากเกิดเรื่องเสื่อมเสียขึ้นมา ภาพพจน์ของประเทศอาจจะเสื่อมเสียไปด้วย... MThai News

'TOYOTA' เลือกไทยเป็นฐานผลิตกระบะส่งออกตลากโลก!
รถกระบะ /  โตโยต้า / 

โตโยต้า เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถกระบะส่งออกตลาดโลก สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 1,850,000 ล้านบาท นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยโตโยต้าได้เริ่มใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถกระบะวีโก้ มาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ทำให้รถกระบะวีโก้ได้รับความนิยมใน 108 ประเทศ หรือคิดเป็นยอดการส่งออกสูงสุดถึง 2,400,000 คัน ซึ่งสามารถนำรายได้กลับเข้าประเทศไทยกว่า 1,850,000 ล้านบาท จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวขึ้น ทั้งนี้ โตโยต้า จะพัฒนาโครงการรถกระบะของทางบริษัทฯ หรือ ไอเอ็มวี รุ่นที่ 2 โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเช่นเดิม เพื่อเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในด้านการผลิตอีก 50,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนรายได้เศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันและอนาคตให้ดีขึ้น และยังเป็นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน ด้าน ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ได้กล่าวในฐานะที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยว่า กรณีดังกล่าวจะช่วยผลักดันอุตสากรรมรถยนต์ของไทยให้ขยายตัวมากขึ้น ส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลก ถึงแม้ว่ายอดการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศปี 58 จะไม่เพิ่มมากนัก แต่ทิศทางการส่งออกก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100 MThai News

ฟังอีกมุม! เจ้าของบ้านเทปูนกินพื้นที่ถนน ขอระบายทุกข์
ถนน /  ที่จอดรถ / 

กรณีวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก บ้านหลังงามเทปูนกินพื้นที่ถนนส่วนกลาง ล่าสุดเจ้าของบ้านขอชี้แจงและระบายทุกข์บ้าง จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณีที่บ้านหลังหนึ่งได้เทปูนเป็นทางลาดจากตัวบ้าน ยาวถึงพื้นถนนของหมู่บ้าน ส่งผลให้หลายความคิดเห็นมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากพื้นถนนเป็นของส่วนกลาง กีดขวางทางเข้าออกของรถคันอื่น ล่าสุด เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า ถ้าผมเลวมากผมทุบทิ้งก็ได้ และวันที่กำลังทุบ ฝนตกลงมา เพียง 5 นาที ผมและเพื่อนบ้านรอทางนิติบุคคลแก้ไขมา 5 ปีแล้ว บ้านผมกับเพื่อนบ้านอีกหลังทนอยู่กับน้ำเน่าเสียมานาน ตรงกันข้ามกับบ้านหลังอื่นอีก 350 กว่าหลัง ไม่ได้เจอปัญหาตรงนี้เลย และผมก็จ่ายค่าส่วนกลางมาตลอด ฝนตกมาแต่ละทีน้ำจากโซนข้างหน้าจะไหลมาท่วมซอยบ้านผม ระหว่างบ้านที่ติดกันกับเพื่อนบ้านน้ำเน่าจะยังขังอยู่ประมาณ 3 วัน รถนักเรียนมารับลูกผมต้องลุยน้ำไปขึ้นรถต่างจากบ้านอื่น และผมต้องขอโทษ ซอยที่ผมได้ลงรูปการใช้พื้นที่ส่วนกลางไว้ ณ ที่นี้ด้วย ซึ่งก็ไม่เคยที่จะไปว่ากล่าวท่าน เพราะคิดว่าได้อยู่ร่วมกันในหมู่บ้านเดียวกัน สามารถลดหย่อนเอื้อเฟื้อต่อกันและจะไม่ให้ผมอยู่ในสังคมได้เลยหรือครับ  MThai News

ก.พลังงาน แจงปม รถบรรทุกก๊าซไทยถูกจับในพม่า
กระทรวงพลังงาน /  ชี้แจง / 

กระทรวงพลังงาน ชี้แจงปม ข่าวลือรถบรรทุกก๊าซถูกจับที่เป็นข่าวในสื่อออนไลน์ว่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีการลักลอบและถูกจับในพม่าแต่อย่างใด นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวเกี่ยวกับ LPG ในสื่อออนไลน์ที่ระบุว่า "กระเหรี่ยงจับรถบรรทุกก๊าซไทยลักลอบส่งเข้าพม่า 10 คัน หนักคันละกว่า 40 ตัน กระชากหน้ากากพวกลวงโลก ปตท.-ก.พลังงาน ปากบอกต้องนำเข้า แต่มีการส่งออก" นั้น กระทรวงพลังงานขอชี้แจง ดังนี้ 1.รถบรรทุกก๊าซ LPG ดังกล่าวมีเพียง 7 คัน และทุกคันไม่ได้เป็นรถที่ลักลอบส่งก๊าซเข้าพม่า โดยกรมธุรกิจพลังงานได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นรถบรรทุกที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรถบรรทุกที่ปรากฏเป็นข่าวเหมือนถูกจับกุมนั้น ไม่ได้ถูกจับกุมแต่อย่างใด เป็นเพียงภาพที่มีการตรวจสอบเอกสารของทางเจ้าหน้าที่ของพม่าตามปกติ ซึ่งการตรวจสอบก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะรถบรรทุกก๊าซมีเอกสารได้รับอนุญาตส่งออกถูกต้องตามกฎหมาย 2.การผลิต LPG ของไทย ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้นั้นเป็นความจริงไม่ได้ลวงโลกดังข้อกล่าวอ้าง สถิติล่าสุดช่วง 4 เดือนแรกของปี (ม.ค.-เม.ย. 58) ไทยผลิต LPG ได้เฉลี่ย 4.5 แสนตัน/เดือน แต่มีความต้องการใช้ 5.5 แสนตัน/เดือน ทำให้ต้องนำเข้า 1 แสนตัน/เดือน โดยในส่วนที่มีการอนุญาตให้ส่งออกนั้น กรมธุรกิจพลังงานมอบหมายให้ปตท. นำเข้าก๊าซ LPG ต่างหากโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปกติประเทศเพื่อนบ้านมีการขอซื้อ LPG แบบรัฐต่อรัฐ (G to G) อยู่แล้ว โดยจะจำหน่ายในราคาตลาดโลก และการอนุญาตให้ส่งออกยังเพื่อต้องการสกัดกั้นการลักลอบไปขายอย่างผิดกฎหมาย สำหรับการส่งออกไปทางด่านแม่สอด มีประมาณ 1,600 ตัน/เดือน เมื่อเทียบแล้วจะเท่ากับลดการลักลอบลงได้ และทำให้ประเทศมีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นเดือนละ 28 ล้านบาท จากสถิติข้อมูลช่วง 4 เดือนแรกของปี 58 มีการส่งออกไปยังกัมพูชา 500 ตัน ลาว 300 ตัน เมียนมา 1,700 ตัน MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก...สำนักข่าวไทย

นักท่องเที่ยวส้มหล่นพบ'เพชร 8 กะรัต'กลางอุทยานอาคันซอร์
สหรัฐฯ /  อาคันซอร์ / 

สาวดวงเฮงจากโคโลราโด พบเพชรขนาด 8.52 กะรัต ภายในอุทยานแห่งรัฐอาร์คันซอ วานนี้ (29 มิ.ย.) สำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานข่าว กรณีที่ Bobbie Oskarson นักท่องเที่ยวจากโคโลราโด ที่เข้าชมอุทยานประจำมลรัฐอาร์คันซอ รัฐทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ได้พบเพชรสีขาวขุ่นรูปทรงวงรี ลักษณะคล้ายน้ำแข็งขนาดกว่า 8.52 กะรัต ซึ่งเป็นเพชรขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบในสถานที่แห่งนี้ในรอบ 43 ปี อย่างไรก็ตาม การพบอัญมณีล้ำค่า ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากเฉพาะภายในปีนี้มีผู้พบเพชรกว่า 30 ชิ้น โดยนับตั้งแต่ปี 2499 เป็นต้นมา มีผู้เก็บเพชรจากสวนสาธาณะกว่า 75,000 ชิ้น ทว่า ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา ถูกพบในปี 2467 มีน้ำหนักมากกว่า 40.23 กะรัต ซึ่งปัจจัยที่ทำให้อัตราการพบวัตถุล้ำค่าเช่นนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ยิ่งมีมาก ก็จะยิ่งพบได้มากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ที่สวนสาธารณะแห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการ คือการออกกำลังกาย แต่จุดมุ่งหมายของผู้มาเยือนส่วนใหญ่ คือการ ล่าเพชร มากกว่าจุดประสงค์ที่แท้จริง MThai News ที่มา edition.cnn

เกมเมอร์ Gran Turismo หลั่งน้ำตา กับ ชัยชนะที่รอคอยมานานสองปีเต็ม !
Gran Turismo 6 /  Nissan GT Academy / 

ลองคิดดูว่า การแข่งขันเกมจนได้รับชัยชนะเป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อรับสิทธิ์ไปแข่งขันต่อที่ประเทศอังกฤษนั้นเป็นเรื่องยากแค่ไหน และ คิดเพิ่มอีกสิว่า หากได้เป็นตัวแทนประเทศไทยแล้วต้องอดเดินทางไปตามสิทธิ์ที่ได้รับมานั้นมันปวดร้าวเพียงใด สำหรับเกมเมอร์หนุ่มชาวไทยคนหนึ่งได้เก็บเอาความพลาดหวังปีที่แล้วมาเป็นพลัง เพิ่อพิสูจน์ฝีมือให้โลกเห็นว่าเขาทำได้อีกครั้งในปีนี้ แล้วปีนี้ความฝันของเขาก็เป็นจริง การแข่งขันเกมส์ Gran Turismo 6 รายการ NISSAN GT Academy Season 2 เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเกมส์แข่งขันบน PlayStation 3 ได้มีโอกาสสัมผัสการแข่งขันรถของจริงบนสนามแข่งขัน Silverstone ประเทศอังกฤษ ด้วยการเฟ้นหายอดฝีมือ 6 คนจากประเทศไทยเพื่อไปแข่งขันกับผู้เล่นเกมส์ทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ  สำหรับการแข่งขันในปี 2558 นี้ นอกจากจะมีผู้เล่นเกมส์หน้าใหม่แล้ว ยังมีผู้เล่นที่เคยผ่านการคัดเลือกในปี 2557 มาร่วมชิงชัยเพื่อคว้าตั๋วไปสู่การแข่งระดับโลกอีกด้วย ในงานประกาศผลการแข่งขัน  NISSAN GT Academy Season 2 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา จังหวะที่คุณประพัฒน์ เชยชม ผู้บริหารจาก NISSAN ประเทศไทย ประกาศรายชื่อคนที่ 3 จาก 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งต่อที่อังกฤษ คุณประพัฒน์ได้กล่าวว่า "คนต่อไปนี้ ปีที่แล้วเค้าก็เคยมาแข่งจนชนะ แต่ติดปัญหาเรื่องวีซ่าเลยไม่ได้ไป ปีนี้เค้าพิสูจน์แล้วว่า คนที่มีฝีมือยังไงก็เป็นของจริง..." ส่งผลให้เกมเมอร์คนหนึ่งถึงกับปล่อยโฮลั่นกลางเวที ก่อนที่ชื่อจะถูกประกาศออกมาเสียอีก นาทีนี้เป็นใครก็คงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ "ขอแสดงความยินดีกับ ณัฐยศ ศิริกายะ" สิ้นสุดการประกาศชื่อ ผู้เล่นคนนั้นได้สวมกอดกับเพื่อน ๆ  ที่ฝ่าฟันมาด้วยกันก่อนจะก้าวออกมารับมอบรางวัล ทั้งสีหน้าและแววตา แสดงออกถึงความดีใจอย่างที่สุด เพราะนี่คือตั๋วเดินทางไปแข่งขันต่อที่ประเทศอังกฤษที่เค้ารอมานานถึงหนึ่งปี และ ต้องผ่านการทดสอบกับยอดฝีมือชาวไทยทั่วประเทศถึงสองครั้ง ! การแข่งขัน  NISSAN GT Academy Season 2 ไม่เพียงแต่ผู้เล่นต้องเล่นเกมเก่งเท่านั้น มันต้องมีการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายด้วยเพราะเมื่อไปถึงประเทศอังกฤษทุกคนจะได้ลงสนามจริงขับรถจริง ๆ เรียกได้ว่าต้องแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถึงจะผ่านบททดสอบของการแข่งครั้งนี้ไปได้ มันคือช่วงเวลาที่รอคอย สำหรับปีนี้ ณัฐยศ ศิริกายะ สามารถคว้าโอกาสที่รอคอยเอาไว้ได้แล้ว  แต่เส้นทางการแข่งขันยังไม่สิ้นสุด เค้าต้องประลองฝีมือการแข่งรถกับนักแข่งจากทั่วโลกอีกครั้งบนสนามแข่งขันที่ประเทศอังกฤษ และไม่ว่าเค้าจะไปได้ไกลถึงจุดสุดยอดของโลกหรือไม่ แต่เรื่องราวของเค้าก็ได้กลายเป็นหลักฐานที่พิสูจน์แล้วว่า ความพยายามและไม่ยอมแพ้ ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์อันน่าชื่นใจในตอนท้ายที่สุด ! เกมส์ Gran Turismo 6 เป็นเกมส์จำลองการแข่งขันรถสุดสมจริงจาก Polyphony Digital บรรจุการขับเคลื่อนรถยนต์เสมือนจริงและกราฟิกเกมส์คมชัดสวยงาม ผู้เล่นสามารถเลือกรถยนต์กว่าพันคันจากทั่วโลกมาขับแข่งขันภายในเกมส์ ทำการปรับแต่งสมรรถภาพการขับเคลื่อนเพื่อทะยานความเร็วและความคล่องเพื่อชิงชัยอันดับหนึ่ง ทั้งนี้ นอกจากจะแข่งขันกับคอมพิวเตอร์บนสนามแข่งที่มีชื่อเสียงจากทุกมุมโลกแล้ว ยังแข่งขันออนไลน์ระหว่างผู้เล่นด้วยกันทะยานสู่สนามแข่งขันชิงอันดับหนึ่งได้ด้วย ภาพเกมส์ Gran Turismo 6

จุดเริ่มต้นของนักเพาะกาย ก่อนที่เขาจะดัง เขาเริ่มจากหุ่นแบบไหน
Fitness /  ฟิตเนส / 

มาดู จุดเริ่มต้นของนักเพาะกาย แต่ละคนว่าเขาเริ่มจากหุ่นแบบไหน การเปลี่ยนแปลงของร่างกายมันเป็นอะไรที่เหมือนเป็นเรื่องปกติของนักเพาะกายอยู่แล้ว เพราะว่าพวกเขามักจะถ่ายภาพเพื่อเก็บรายละเอียดความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองไว้ดูเสมอ เราจึงเห็นได้ว่าพวกเขามักที่จะลงรูปอัพเดตหุ่นของตัวเองเสมอ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าผู้ติดตาม ที่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยนั่นเอง โดยวันนี้ Men.MThai เราเลยจะขอนำเสนอ จุดเริ่มต้นของนักเพาะกาย ชื่อดังจากตอนแรกที่เขาเริ่มเล่น จนถึงปัจจุบันที่เป็นไอดอลให้กับหนุ่มที่อยากมีกล้ามหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น Arnold Schwarzenegger, Jeff Seid, Kai Greene และอีกมากมาย ข้อน่ารู้เกี่ยวกับการสร้างกล้ามท้อง กล้ามท้องนั้นไม่เเตกต่างกับกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายเลย อย่างเช่นที่คุณอยากให้เเขนใหญ่ขึ้น หัวไหล่ที่ใหญ่เเละกว้าง หน้าอกที่ขยายจนเต็มรูป นั่นหมายว่าคุณจะต้องทุ่มเทกับมันอย่างเต็มที่ กล้ามท้องก็เช่นกันไม่เเตกต่างจากกล้ามเนื้อส่วนอื่นฯเลย เเต่มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่เอาใจใส่กล้ามท้องเป็นพิเศษด้วยการฝึกที่เเตกต่างออกไป ซึ่งการบริหารกล้ามท้องนั้นไม่จำเป็นจะต้องทำ crunch วันละเป็นร้อยครั้งหรือพันครั้งเลย ท่า crunch นั้นเป็นท่าบริหารทั่วไปที่ไม่ค่อยจะเน้นส่วนใดส่วนหนึ่งเเล้วยังอาจทำให้ปวดหลังได้จากการดึงศีรษะไปข้างหน้า เป็นท่าที่กระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ที่ได้ผลไม่ค่อยจะดีนักเมื่อเปรียบเทียบกับท่าอื่น คนเหล็ก Arnold Schwarzenegger ดาวรุ่งหน้าใหม่ Jeff Seid Jay Cutler Kai Greene Kevin Levrone Lee Priest Phil Heath Men.MThai เรียบเรียงเนื้อหาต้นฉบับจาก http://proteinfart.com/19-before-and-after-pictures-of-bodybuilders-who-became-famous/

ซ่อมแล้ว! ถนนเพชรเกษมทรุดตัวลึก1เมตร เปิดใช้งานปกติ
การจราจรติดขัด /  ตลาดยางแค / 

เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมถนนเพชรเกษม หลังทรุดตัวเป็นหลุมลึก 1 เมตร ล่าสุดเปิดใช้บริการตามปกติแล้ว คาดดินทรุดตัวเนื่องจากอยู่ในช่วงก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน วันที่ 3 ก.ค. ความคืบหน้ากรณีถนนเพชรเกษมทรุดเป็นหลุมลึกกว่า 1 เมตร โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เอนก เข่งคุ้ม สว.จร.สน.หลักสอง รับแจ้งเหตุพบถนนทรุด บนถนนเพชรเกษม ทิศทางด้านขาเข้า บริเวณปากซอยเพชรเกษม 62/1 แขวงบางแค เขตบางแค กทม. จึงไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาสำนักงานเขตบางแค ที่เกิดเหตุเป็นถนนขนาด 2 เลน บริเวณกลางถนนพบหลุมขนาดความกว้างประมาณ 5 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร เสียหายทั้ง 2 เลน เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดเส้นทางการจราจรชั่วคราว เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือมีรถคันใดได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากช่วงดังกล่าวมีรถสัญจรผ่านน้อย พ.ต.ท.เอนก เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แก้ไขปัญหาการจราจร โดยสลับรถให้ไปวิ่งฝั่งขาออก 1 เลน เป็นการชั่วคราว โดยขณะนี้ได้เร่งให้ผู้รับเหมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งรับผิดชอบถนนดังกล่าวเร่งทำการแก้ไข โดยการขุดนำพื้นถนนเดิมออกมาแล้วเททรายเพื่อกลบ ก่อนจะเทปูนซีเมนต์ และปรับพื้นผิวการจราจร คาดว่าจะเปิดให้ใช้การได้ก่อนเวลา 05.00น. (3 ก.ค.) ส่วนสาเหตุเบื้องต้นนั้น คาดว่าจะเกิดการจากการทรุดของดิน เนื่องมาจากถนนดังกล่าวยังอยู่ในช่วงก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ท่าพระ บางแค ซึ่งมีรถบรรทุกวิ่ง มีการขุดเพื่อปรับพื้นผิว และเดินสายไฟใต้ดินอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งช่วงดังกล่าวอยู่ติดกับคลองราชมนตรี จึงอาจเกิดจากน้ำดันจึงทำให้ถนนทรุดตัว แต่อย่างไรก็ตามจะได้ประสานผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ล่าสุด เจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมถนน โดยเทปูนและปูทับด้วยแผ่นเหล็ก จนกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติตั้งแต่เวลา 6.00 น.ที่ผ่านมา ขอบคุณภาพ @ThaiPBS ...................................................................... เกิดเหตุถนนยุบลึกกว่า 1 เมตร บนถนนเพชรเกษม ขาเข้า ช่วงเลยตลาดบางแค ทำให้รถไม่สามารถสัญจรได้ การจราจรติดขัดมาก เมื่อเวลา 22.00น. วันที่ 2 ก.ค. มีการรายงานว่า ถนนเพชรเกษม ขาเข้า ช่วงเลยตลาดบางแคมาได้ 100 เมตรมีถนนทรุดตัวเป็นหลุมลึกประมาณกว่า 1 เมตร ขนาดกว้าง 2 ช่องทางจราจร ทำให้รถยนต์ที่วิ่งในเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถผ่านได้ และการจราจรติดขัดหนักมาก ต่อมาทาง จนท.ตำรวจจราจร ได้เปิดช่องทางพิเศษฝั่งขาออกเพิ่ม 1 ช่องทาง ช่วงแยกท่าเกษตร ถึงแยกพุทธมณฑลสาย 1 เพื่อให้รถได้ระบายออกจากจุดดังกล่าวเป็นการแก้ไขเบื้องต้น MThai News ขอบคุณ จส.100