คันศีรษะ

สตรอง!! เอสเธอร์ บอกคนขุดรูปมาด่า ไม่ต้องเดือดร้อนแทน เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ไม่ได้ทำอะไรผิด!!
เคน ภูภูมิ /  ข่าว เคน ภูภูมิ / 

  เรียกได้ว่าร้อนแรงไม่แพ้กัน สำหรับ สาวเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มีข่าวเรื่องเบี้ยวงาน ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น หนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงของชาวโซเชียล รวมทั้งออแกไนเซอร์ผู้จัดงาน ดีเจเอกกี้ และแฟนหนุ่มอย่าง เคน ภูภูมิ แถมยังมีคนขุดภาพ หนุ่มเคน นั่งตักแม่เอสเธอร์ เอามาด่าอีกต่างหาก ล่าสุดเจอเจ้าตัวในงานแถลงข่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ Beautylabo Whip Hair Color ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวชี้แจงถึงประเด็นเบี้ยวงานว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ออแกไนเซอร์พูดทุกอย่าง ทั้งยังขอบคุณที่ออกมาชี้แจงด้วย ส่วนกับ หนุ่มฌอห์ณ เองก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลังจากละครเงาอโศกจบไป ยอมรับว่าเครียด แต่ไม่คิดฟ้องคนที่คอมเม้นท์ในไอจี ส่วนประเด็นดราม่า หนุ่มเคน นั่งตักแม่ มองว่าเป็นเรื่องน่ารัก เชื่อคนที่เกลียดตนย่อมหาเรื่องมาด่าได้เสมอ ยันความรักยังหวานวาเลนไทน์มีให้ของขวัญกัน เป็นไงบ้างคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชี้แจงในมุมของเรา เริ่มต้นจากวันนั้นที่เขาติดต่อมา   "คือเริ่มแรกทางออแกไนเซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็มีการโทรมาแคนเซิลกับทางคุณแม่ เราก็โอเค แคนเซิ้ลไม่เป็นไร ก็ไม่ได้คิดอะไร เฉยๆ ไม่เป็นไร ติดต่อมาอาจจะแคนเซิ้ลได้บ้าง อาจจะเพราะงานไม่ตรง อะไรอย่างนี้ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา มันกลายเป็นผลลัพธ์ว่าเราเบี้ยวงาน เราไม่ไปงาน ทีนี้คือเหมือนหนูก็กลายเป็นเราเสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน เราไม่ได้เป็นคนแคนเซิ้ลงาน แค่นี้เอง เราอยากจะชี้แจงว่าเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงาน ถ้าอย่างนี้มันกลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน เราไม่ไปตามงาน ถ้าอย่างนี้ใครจะกล้าจ้างเราอีกล่ะ มันก็เลยเป็นที่มาแบบนี้" ได้ถามไหมว่าตอนที่เขาแคนเซิลเพราะอะไร   "ก็ตามออแกไนเซอร์ชี้แจงค่ะ ซึ่งหนูก็ต้องขอบคุณออแกไนเซอร์มากๆ ค่ะ ด้วยการที่เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยข่าวที่มันค่อนข้างจะแรง แล้วหลายคนก็ตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันนั้นปุ๊บ ทางออแกไนเซอร์ก็เป็นคนคุยกับคุณแม่ว่าจะขอออกมาขอโทษด้วยตัวเอง แล้วก็ออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ ซึ่งเราต้องขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ ทำให้พบว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน ทางออแกไนเซอร์เป็นคนแคนเซิลงาน" ตอนนั้นทางออแกไนเซอร์แคนเซิลงานเขาให้เหตุผลว่ายังไง   "เป็นอย่างที่เขาชี้แจงหมด ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไปเลย คือเขาคุยกับคุณแม่ ซึ่งรายละเอียดยิบๆ ย่อยๆ คือบางทีหนูกับคุณแม่อาจจะไม่ได้คุยกันทุกรายละเอียดงาน" คุณแม่มาบอกเหตุผลเราว่าพี่ฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเราไหม   "ไม่ได้บอกค่ะ บอกแค่ว่าแคนเซิล แล้วหลังจากนั้นเราก็รู้จากออแกไนเซอร์ชี้แจง" พอออแกไนเซอร์บอกว่าไม่อยากร่วมงานกับเรารู้สึกยังไง   "หนูก็อยู่อย่างนี้ (หน้าเหวอ) เหรอ เพราะว่าตัวเราไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเราก็คอนเฟิร์มงานไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ส่งรายละเอียดมาทุกอย่างแล้ว ในชื่อก็จะมีชื่อเราสองคนด้วย แต่ว่าพอออกมาแล้วหนูก็งงๆ น่ะค่ะ" แอบมีเสียความรู้สึกไหม   "นิดนึงค่ะ มันต้องมีบ้างอยู่แล้ว ก็โดนแคนเซิลงานอยู่แล้ว แล้วพอทราบเหตุผลแล้วก็ไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง อึนๆ แล้ว แต่ไม่เคยเจอ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิต" ก่อนหน้านี้ได้คุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ไม่ได้คุยเลยค่ะ ไม่ได้คุยมานานมาก ตั้งแต่หลังจากที่ถ่ายเงาอโศก เป็นปีแล้ว" เรามีเรื่องบาดหมางกันหรือเปล่าถึงไม่คุยกัน   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหากันเลย เพราะตอนถ่ายเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้าย คืนละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้าง ได้ดูละครไหม ก็ตอบตามปกติว่า เฮ้ยดี ดู แล้วพี่ดูหรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลย" เครียดไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลายคนมองว่าเราผิดด้วย   "เครียดมากเลย แบบ โอ๊ย อะไรเนี่ย รู้สึกแย่ เสียใจ รู้สึกว่าคนเรายังไม่ได้ออกมาพูดก็เลือกตัดสินจากแค่เห็นภาพข่าวแล้ว แล้วคือมันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูด้วย ซึ่งมันกระทบต่ออีกหลายๆ ฝ่าย ช่างหน้า ช่างผมที่เราดีลไว้แล้ว เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแล เราก็ต้องยกเลิกกะทันหัน กลายเป็นรู้สึกเกรงใจ เพราะเขาต้องเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย" ทางออแกไนเซอร์ออกมาขอโทษกับคุณแม่ด้วย   "ใช่ ซึ่งน่ารักมาก อันนี้หนูต้องขอบคุณมากๆ รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ต้องออกมาด้วยตัวเอง" แต่คนมองว่าการที่เขามาขอโทษทำให้เกิดการเลือกทีม   "มองว่าอย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเรา อาชีพนักแสดง การทำงานของเรา เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของเราด้วย เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวไปอีก ถ้าผลลัพธ์ที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย" เครียดไหม   "เครียด ยอมรับว่าเครียดมาก ทำตัวไม่ถูกเลย ช่วงนั้นหนูไม่เข้าโซเชียลเลย ไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไรเลย แต่หนูว่า คนแหละ ด้วยโซเซียลมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก ก็คนเราเลือกตัดสิน มันก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็เช็กง่ายมากเลย แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำโดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตาเขา เราก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดแบบไหน จะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้" โดนโจมตีค่อนข้างหนักคุณแม่ว่าไง   "น่าสงสาร คุณแม่หนูแก่แล้ว 50 แล้วนะคะ อย่าอะไรกับแม่หนูเลย" จะโทรไปคุยกับพี่ฌอห์ณไหม   "ก็คงไม่ไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดีลกับแค่ออแกไนเซอร์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอร์นเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องโทรไปค่ะ" เราอยากถามเหตุผลไหมว่าพี่ฌอห์ณให้เหตุผลอย่างนั้นจริงไหม   "ถ้าขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว" คนเขาว่าออแกไนเซอร์เข้าข้างเรา   "หนูว่าออแกไนเซอร์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้น เกี่ยวเราหนูไม่รู้ แต่ว่ากับออแกไนเซอร์ไม่ได้รู้จัก อย่างที่บอกไปคือเหรียญมันมีอยู่สองด้าน อยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรมันเป็นอะไร คือเราก็บอกว่ามันเป็นอย่างนี้นะความจริง ก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองว่ามันเป็นยังไง" เห็นว่าออแกไนซ์สนิทกับเคน   "ไม่สนิทค่ะ พี่เคนก็เพิ่งกับหนู เป็นติ่งหนู เพราะวันนั้นเราไปโบสถ์กัน" ข่าวนี้ให้อะไรกับเอสเทอร์บ้าง   "ให้เยอะเลยนะคะ อาชีพ การทำงาน ประสบการณ์การทำงาน เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่เพิ่งประสบว่าคนในโซเชียลมีผลต่อความรู้สึก จิตใจเรามากแค่ไหน เขากดแจกสตรอว์เบอร์รี่เรามา เราก็รู้สึกมาก ทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักกับคนในนั้นเลย แต่ว่าเรากลายเป็นเครียดได้ เป็นประสบการณ์ชีวิตค่ะ วันหลังก็จะระมัดระวังในการเล่นโซเชียลมากขึ้น" เราติดใจไหมที่คนมองเราในแง่ลบมากกว่าแง่บวก   "ใช่ คนมองเราในแง่ลบมากกว่า" พี่เอกกี้ก็ออกมาปกป้องฌอห์ณ   "อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าหนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ แล้ววันนั้นก็ไม่ได้ไปทำงาน" อย่างนี้อนาคตจะร่วมงานกับพี่เอกกี้-พี่ฌอห์ณได้ไหม   "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกว่าตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ว่าถ้าตอนนี้ก็คงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้ว" เห็นบอกว่าจะมีละครด้วยกันอยู่   "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ด้วยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีติดต่อมา เพราะว่าปีนี้แพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะคุยกับทางผู้ใหญ่ก็ไม่มี ละครคู่กันไม่มี ผลงานร่วมกันไม่มี" ล่าสุดมีดราม่าเคนนั่งตักคุณแม่   "คนมันเสียแล้วแหละ คนจะว่าเรายังไงก็ขุดเรื่องอื่นมาว่าได้ อยากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทน คือจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากนะคะ พี่นั่งตักแม่หนู เป็นภาพที่น่ารักนะ คือหนูว่าคนมันจะเกลียดมันก็เลือกที่จะด่าได้อยู่แล้วแหละ แต่ว่าถ้ามองกลับกันคนเป็นแม่ แม่หนูแก่แล้ว เขาเห็นลูก ลูกก็เป็นเด็กในสายตาของผู้ใหญ่ตลอด แล้วหนูว่ามันเป็นการแสดงออกที่น่ารัก คนเราแสดงความรักกัน ไม่ได้กระทบกับคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย" คุณแม่ว่ายังไงบ้าง เพราะคนไปคอมเม้นท์ในไอจีค่อนข้างแรง   "ช่วงนั้นคุณแม่ก็ไม่เล่นโซเชียลเลย ปิดทั้งคู่ ไม่ได้ลบรูป" ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม   "จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่ได้มีปัญหา คนก็ยังชมว่าน่ารัก พอตอนมีปัญหาคนก็มาด่า อย่างที่บอกคนจะด่าก็หาอะไรมาด่าได้อยู่แล้วแหละ" คุณแม่เป็นยังไงบ้าง   "ตอนนี้ดีขึ้นนิดนึงแล้ว แต่ว่าก็เป็นห่วงท่านอายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด เพราะเครียดแล้วสุขภาพก็จะตามมาด้วยไ แบบนี้คุณแม่จะเกร็งไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดแล้วไหม   "ไม่รู้ค่ะ ถึง ณ ตอนนั้น เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อย่างที่บอกเราไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดเลย" ส่วนตัวรู้สึกผิดไหมที่ทำแบบนี้แล้วให้แม่โดนด่า   "คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะ ด้วยอาชีพการงานเราก็เข้าใจแหละ ถ้าคิดกลับกันถ้าคุณเป็นคนโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยก็ต้องมีกระทบ เสียความรู้สึกกันบ้างแหละ เครียดอยู่แล้ว" เคยคิดจะฟ้องคนที่มาเขียนคำไม่สุภาพกับเราไหม   "อย่าเลย มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทัน เลือกที่จะไม่เสพดีกว่า หาความสุขกับคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย อย่าทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากเลย แค่นี้ก็จะแย่แล้ว" เคยคิดจะตั้งไพรเวทตัวเองไหม   "ไม่เคยค่ะ" แล้วจะโชว์ความหวานกับเคนไปเรื่อยๆ ไหม   "ก็ลงรูปปกติ เมื่อวันที่ 14 ก็มาให้กำลังใจพี่เคนด้วย ทำให้เรารักกันมากขึ้นไหม จริงๆ แล้วพี่เขาก็เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีในตอนที่แย่มากๆ เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวติดยึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จับมือกันแน่นขึ้น" เห็นวันที่ 14 กุมภามีซื้อของให้กันด้วย   "ไม่มีอะไร เป็นแค่ดอกไม้" เคนบอกว่าแม่ถ่ายรูปคู่ให้   "ใช่ แม่มาถ่ายรูปให้ ไปกินข้าวด้วยกัน หนูว่าอบอุ่นดีค่ะ บางทีก็เกรงใจว่าคนอื่นมาถ่ายให้เกรงว่าเขาจะไม่รู้มุม เราไม่สามารถสั่งได้ แม่จะรู้มุมเรา เวลาแม่อยู่ด้วยไม่เขินค่ะ เป็นปกติทุกอย่าง เพราะถ้ารู้จักคุณแม่จริงๆ จะวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เป็นเพื่อนคุยได้ทุกเรื่อง เข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ" เขาชนะใจแม่ก็ผ่านฉลุยเลย   "ก็เรียกว่าคุยกันแล้วคลิกกันมากกว่า สบายๆ ทั้งคู่" เห็นว่าทำโฟโต้บุ๊กให้เคนด้วย   "เป็นสแครบบุ๊กค่ะ เป็นเหมือนสมุดภาพให้เขาค่ะ เขาให้ดอกไม้ รูปโมเม้นท์หวานๆ ก็ไม่เยอะ ที่ไปเที่ยวถ่ายเก็บๆ มารวมให้เขาเอง" เสร็จงานแล้วจะไปไหนต่อ   "ไปกินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีก็เลยรอกลับพร้อมกัน งานคู่ก็ยังไว้ก่อน จริงๆ ก็มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ว่ายังไม่พร้อมค่ะ" อ่านข่าว แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!! เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

หวานชื่นมื่น!!! เตชินท์ ควง หลิน เข้าประตูวิวาห์ เผยเตรียมฮันนีมูน ที่ อังกฤษ พร้อมปั๊มลูกทันที!!
งานแต่งเตชินท์-หลิน /  เตชินท์ จิรัฐชัย

  ลั่นระฆังวิวาห์แล้วจ้า!! สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงดี เตชินท์ จิรัฐชัย กับแฟนสาวนอกวงการอย่างสาว หลิน ลลิดา ที่ทั้งคู่ร่วมปลูกต้นรักกันมานานถึง 2 ปี จนถึงวันนี้ (6 ก.พ. 59) ได้ฤกษ์ดีจับมือกันเข้าพิธีหมั้นและยกน้ำชาตามแบบประเพณีไทย-จีน อย่างชื่นมื่น ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพ อะรอยัล เมอริเดียน (Plaza Athenee Bangkok - A Royal Meridien Hotel) ส่วนพิธีภายในงานนั้นต้องบอกว่าอลังฯ สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นสินสอดที่มีมูลค่ามากถึง 10 ล้านบาท ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวเตรียมมาแบบจัดหนักจัดเต็ม อาทิ ทองคำแท่ง 12 ราศี, ต่างหู, แหวนเพชร 2.22 กะรัต 1 ล้าน8 แสน ,รถยนต์1คัน ,เรือนหอ รวมนับกว่า 10ล้านและที่ดิน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงเชิดสิงโตให้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย เรียกว่ายิ่งใหญ่สมน้ำสมเนื้อจริงๆ ค้าาาา วันนี้พิธีแต่งทำไมถึงเน้นธีมจีนทั้งหมดเลย?  เตชินท์: "บ้านผมและบ้านเขาเป็นคนจีนเหมือนกัน เราเลยมีความรู้สึกว่าส่วนใหญ่เขาจะจัดเป็นแบบไทยๆ หมดเลย ซึ่งเราก็คุยกันว่าเราอยากจะจัดเป็นธีมจีนกันไหม และเขาก็เห็นด้วย แต่ก็จะมีผสมความเป็นไทยลงไปด้วยครับ อีกอย่างทางญาติผู้ใหญ่ของเราที่เป็นคนจีนก็เยอะมาก เราเลยอยากเอาใจเขาด้วย คนจีนเขาถือว่าการจัดพิธีแบบนี้จะทำให้โชคดีและร่ำรวย" หลายคนเซอร์ไพรส์ที่วันนี้มีงานแต่ง เตรียมแพลนไว้นานหรือยัง?  เตชินท์: "เซอร์ไพรส์ใช่ไหมครับ จริงๆ แพลนแต่งเรามีคิดไว้กันเงียบๆ เริ่มแรกเลยคืออาม่าของผมเดินเข้าไปจับมือหลินแล้วบอกว่า อาม่าอยากมีหลานแล้ว ว่างๆ ก็หาฤกษ์แต่งเลย ตอนแรกเราก็งงๆ แต่ด้วยความที่เราทั้งสองคนเชื่อเรื่องดวงกันทั้งคู่ครับ เขาบอกว่าให้มีลูกภายในปีระกา เพราะเราเกิดปีมะโรง หลินเกิดปีมะเมีย ถ้ามีลูกในปีนี้จะช่วยส่งเสริมเราทั้งคู่ และเราก็ได้คุยกันว่าในอนาคตอยากจะมีลูกกันไหม เขาบอกว่าก็คงต้องมี เราก็เลยคิดว่าถ้าไม่เอาลูกปีนี้ต้องรออีก 12 ปี อายุก็จะประมาณ 30-40 กันแล้ว ถ้ามีลูกก็คงจะยากจึงตัดสินใจกันว่าขอแต่งงานตามประเพณีให้ถูกต้องก่อน และเดี๋ยวหลังจากนี้เราจะรีบมีทายาทให้อาม่าได้อุ้มเหลนครับ" แสดงว่าเราตั้งใจที่จะมีลูกในปีนี้เลย?  เตชินท์: "ใช่ครับ"  หลิน: "ก็ต้องไหวค่ะ (หัวเราะ) เราก็มีไปปรึกษาหมอบ้างค่ะ คุณหมอก็ได้แนะนำมา  เตชินท์: "ตอนนี้เราก็พร้อมเต็มร้อยครับ ได้ปรึกษาคุณหมอแล้ว เรามาแต่งช่วงเดือนก.พ. จึงต้องรีบไปปรึกษาคุณหมอช่วยนับลูก เพื่อต้องการให้ลูกคลอดทันภายในปีนี้ แต่เราก็ไม่ได้กดดันอะไรมากนะครับ ไว้รอลุ้นดูว่าจะได้หรือไม่ได้ มันก็อยู่ที่วาสนาคน" แล้วตัวเราอยากได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย?  หลิน: "สำหรับหลินได้หมดเลยค่ะ หลินไม่เกี่ยง แต่พี่เตเขาอยากได้ลูกชาย"  เตชินท์: "มันจะได้ตอบโจทย์อาม่า (หัวเราะ)" พูดถึงเส้นทางความรักของเราให้ฟังหน่อยว่าศึกษาดูใจกันมานานแล้วหรือยัง?  เตชินท์: "ระยะเวลาที่เราคบกันน่าจะสั้นครับ เราคบกันประมาณ 2 ปี แต่ด้วยความที่เราทำธุรกิจร้านอาหารด้วยกัน ทำให้เราได้เจอกันทุกวัน เจอปัญหาด้วยกันทุกวัน เราก็ไม่ค่อยมีข้อขัดแย้งกัน เวลาเกิดปัญหาอะไรเราจะช่วยกัน แม้กระทั่งเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของร้าน เราก็สามารถแก้ปัญหาผ่านวิกฤตตรงนั้นมาได้ เพราะฉะนั้นเรื่องต่างๆ เรื่องการใช้ชีวิตก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไร อีกอย่างผมก็อยากแต่งงานกับเขา เพราะผมคิดว่าคงจะอยู่กับเขาได้นานมากๆ ครับ" ต่างฝ่ายประทับใจอะไรในตัวกันและกันบ้าง?  เตชินท์: "เขาเป็นผู้หญิงที่สวยและเก่ง เขาทำมาหากินเก่ง และค่อนข้างว่องไว ผมเลยประทับใจในตัวเขาครับ อีกอย่างเราก็เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกัน พอเจอผู้หญิงที่ทำงานเก่งๆ เจอผู้หญิงที่เหมือนแม่เรา เราก็ยิ่งชอบครับ นี่แหละคือสิ่งที่ผมประทับใจในตัวเขา"  หลิน: "ส่วนตัวหลินเป็นคนที่ดื้อมาก แต่พอคบกับพี่เตเขาสามารถคุมเราได้ ทำให้เราได้อยู่ในกรอบ เพราะเราโตมาคุณพ่อก็เสียไปแล้ว เราเลยค่อนข้างที่จะใช้ชีวิตอิสระมาก อยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยคิดว่าจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ แต่พอมาเจอพี่เตมันเลยทำให้เรารู้สึกว่าคนนี้แหละที่ใช่ มีคนคอยดูแลมันดีกว่าการที่เราต้องอยู่คนเดียว ก็เลยมองเรื่องความรักไปว่าการแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวค่ะ และเราก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา เพราะเขาก็เป็นคนดี" ถามถึงเรื่องสินสอดวันนี้มีอะไรบ้าง?  เตชินท์: "เงินสดเล็กๆ น้อยๆ ครับ ประมาณ 2 ล้านบาท แหวนหมั้น 2.2 กะรัต ราคาตกอยู่ประมาณ 1.8 ล้าน และมีทองประมาณ 30 บาท ทองรูปพรรณประมาณ 10 กว่าบาทได้ และจะมีทองแท่งที่เป็นรูปนักษัตร เราซื้อเก็บไว้ให้ลูกเลยรวมไปในสินสอด และมีที่ดินของคุณพ่อที่ต่างจังหวัดซึ่งท่านได้มอบเป็นของขวัญให้กับพวกเราครับ" แพลนฮันนีมูนกันไหม?  เตชินท์: "ผมขอเขาไว้ว่าผมยังไม่เคยไปประเทศอังกฤษ เลบคิดว่าน่าจะไปที่อังกฤษ เมืองลอนดอนครับ ถ้าไปคงประมาณสัก 10 วันจะได้คุ้มด้วย" เดินทางไปปั๊มทายาทที่นั่นเลยใช่ไหม?  เตชินท์: "(หัวเราะ) ให้ชื่อน้องลอนดอนเลยใช่ไหมครับ คงไม่ครับ เพราะจริงๆ หมอได้ให้เวลากับเรามาแล้ว คือหลังจากงานแต่งวันนี้เราจะต้องมีเวลาให้เรารีบปฏิบัติการเพื่อให้ลูกได้คลอดทันภายในปีนี้ ทุกอย่างมันมีเป็นสคริปต์หมด เราอาจจะได้ไปฮันนีมูนพร้อมลูกเลยก็ได้ ไปตอนที่เขายังอยู่ในท้อง" กดดันไหม?  เตชินท์: "จริงๆ ก็กดดันนิดๆ ครับ เพราะเราแพลนไว้ว่าอยากจะมีปีนี้จริงๆ และเราก็ตั้งใจไว้ค่อนข้างสูงว่าเราจะต้องได้ลูกชายภายในปีนี้ให้ได้ มันก็ค่อนข้างกดดันนะเพราะเวลามันค่อนข้างน้อย อีกอย่างฤกษ์เรามาวันที่ 6 ก.พ.ด้วย จึงต้องแต่งก่อนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีครับ แพลนคลอดประมาณเดือนธ.ค.ครับ ซึ่งหมอบอกวันเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้เตต้องทำครับ" แพลนว่าจะมีลูกกี่คน?  เตชินท์: "ตอนนี้ผมกับหลินคิดไว้ว่ามีคนเดียวครับ เราอยากเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดก่อน เดี๋ยวอนาคตค่อยว่ากันว่าเราอยากจะมีเพิ่มไหม" ตอนนี้ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยหรือยัง?  เตชินท์: "เราจดทะเบียนสมรสกันก่อนประมาณเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เพราะมีปัญหาตอนที่เราต้องเข้าไปปรึกษากับคุณหมอ เพราะคุณหมอต้องให้เราจดทะเบียนสมรสกันให้เรียบร้อยก่อนเราจึงจะปรึกษาได้ ซึ่งมันเป็นวิธีตามกฎหมายครับ จริงๆ เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่วันนี้ผมอยากเชิญพี่ๆ สื่อมวลชนมาให้รับทราบทั่วกันว่า วันนี้ผมแต่งงานแล้วกับน้องหลินนะครับ และขอขอบคุณพวกพี่ๆ ที่ให้การต้อนรับ วันนี้มากันเยอะต้องขอบคุณมากๆ จริงๆ ครับ" แล้วงานในวงการยังทำอยู่ไหม?  เตชินท์: "ยังรับอยู่ครับ ยังอยากเล่นละคร ยังอยากร้องเพลง เราก็ทำควบคู่ไปกับธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง" สุดท้ายเราทั้งคู่มีคำมั่นสัญญาอะไรที่มอบให้กัน?  เตชินท์: "ส่วนใหญ่ผมจะบอกเขาว่า ผมรักเขามากๆ ครับ อย่าซนมาก อย่าดื้อ ให้เชื่อฟังกันด้วย และจากนี้ไปก็จะดูแลเขาตลอดไป เมื่อกี้ก็ได้รับปากกับครอบครัวของเขาว่าสัญญาจะดูแลหลานสาวคนนี้ไปตลอดทั้งชีวิตของผม และจะดูแลให้ดีๆ จะไม่ทำให้เสียใจครับ"  หลิน: "หลินรู้สึกดีมากที่พี่เตจัดงานวันนี้ให้ค่ะ ให้เกียรติหลินมากๆ หลินก็สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่ดื้อ จะทำตัวให้ดีขึ้น และจะคอยอยู่เคียงข้างพี่เต คอยดูแลกันแบบนี้ตลอดไป และจะไม่ทำให้พี่เตเสียใจค่ะ" งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน งานแต่งเตชินท์-หลิน   

แพท ณปภา หอบหลักฐานเข้าพบ ปปส.แจงที่มาเงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้าน!
พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ /  แพท ณปภา / 

  กลายเป็นเรื่องราวที่หลายคนสนใจไม่น้อย สำหรับคุณแม่มือใหม่ แพท ณปภา หลังจากที่ผู้เป็นสามี เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ เบนซ์ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช ได้ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินในเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว ไซซะนะ แก้วพิมพา มาก่อนหน้านี้ ด้าน แพท ณปภา ก็เลยกลายเป็นเป้าหมายของตำรวจปราบปรามยาเสพติดที่ต้องให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในคดีที่ขยายผลจากครอบครองรถหรูและธุรกรรมทางการเงินของสามีด้วยเช่นกัน โดยวันนี้ (17มี.ค.60) เวลาประมาณ 10.30น. แพท ณปภา พร้อมด้วยคุณแม่ของเบนซ์ เรซซิ่ง เดินทางเข้าให้ปากคำตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในฐานะพยาน เกี่ยวกับเส้นทางการเงิน หลังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 30 ล้านบาท พร้อมหอบหลักฐานพิสูจน์   ด้าน พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า   “ก็มีการติดต่อประสานตั้งแต่เมื่อวาน สอบถามความชัดเจนไปก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าทางคุณแพทและคุณแม่จะเข้ามาในวันนี้ 10.00 น. เหมือนเดิม ก็คงมี 2 ประเด็นหลักๆ นะครับ ประเด็นแรกก็คงเป็นรถที่อยู่ในความครอบครองของคุณเบนซ์ ที่เป็นของบอย 3 คัน และประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับคุณเบนซ์โดยตรง คือเรื่องของทรัพย์สิน และฐานะทางการเงินของคุณเบนซ์ ที่มีการทำธุรกรรมทางบัญชีไปยังทางคุณแพทหรือคุณแม่ แล้วก็ทางลูกน้องที่ทำงานอยู่ในร้านว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เป็นค่าอะไร ถ้าตอบได้ชัดเจนเราก็คงจะคลายความสงสัย ถ้าตอบไม่ชัดเจนก็คงต้องเรียกบุคคลที่เป็นข้อกล่าวอ้าง บุคคลต่างๆ ที่กล่าวอ้างถึง เช่น คุณแพทมีเงินเจ้ามาในบัญชีแล้วอ้างว่าเป็นเงินมาจากแหล่งนั้นแหล่งนี้ หมายถึงว่าเป็นเงินค่านู่นค่านี่ ถ้าเราดูแล้วสมเหตุสมผลก็คงไม่ต้องเชิญแหล่งข้อมูลที่ถูกกล่าวอ้างมาสอบ แต่ถ้าหากเรายังมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ก็คงจะต้องเชิญตัวมาสอบให้ชัดเจนว่าเป็นไปตามข้อกล่าวอ้างของคุณแพทหรือเปล่า”   “(จำนวนเงินที่ต้องสงสัย) ก็มีเป็นหลักล้านครับ แต่ว่าอาจจะไม่ถึงจำนวน 30 ล้านอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวไป คือเงินในบัญชีมีเป็น 10 ล้านขึ้นไป แต่ว่าข้อมูลที่บอกว่าสงสัยเนี่ย ตอนนี้เรายังไม่ขอบอกว่าสงสัยหรือไม่สงสัยนะครับ แต่ว่าในข้อมูลแหล่งที่มาทั้งหมดถ้ามันเป็นยอดที่มากพอสมควร เราก็ต้องมีการซักถามเพื่อให้เกิดความกระจ่างทุกประเด็น ก็มีหลายรายการครับ ประมาณปีเศษๆ นะครับ ก็เป็นหลักล้าน”   “ของคุณแม่กับของคุณเบนซ์ตามบัญชีที่พบจำนวนไม่มากเท่าไหร่ครับ ตอนนี้ที่พบยังไม่ถึง เป็นหลักแสนครับ แล้วกับลูกน้อง 2 คนก็เป็นหลักล้านครับทั้งคู่ มีการโอนหลายครั้งครับ ในช่วงระยะเวลาปีเศษๆ ในช่วงที่เราตรวจสอบครับ”   “ตอนนั้นเรายังไม่ได้บัญชีมานะครับ ก็บอกว่ามีการโอน แต่ยอดเงินอาจจะไม่ได้มากตามที่เราตรวจพบครับ แต่เพื่อความเป็นธรรม ตัวเขาเองอาจจะจำไม่ได้ก็ได้ เพราะว่าตอนนั้นเราก็ยังไม่ได้ลงไปในรายละเอียดมาก อย่างที่ผมเคยเรียนให้ทราบว่า 2 ครั้งแรกที่คุณเบนซ์เข้ามา เรายังไม่ได้เรียก แต่เป็นความบริสุทธิ์ใจขอเข้ามาเอง ก็ยังไม่ได้ซักถามรายละเอียดมาก แล้วข้อมูลเราก็ยังไม่มี เมื่อคุณเบนซ์บอกแค่นั้นเราก็ตามนั้นก่อน แต่พอเรามีการเรียกเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหา ทางคุณเบนซ์ก็ยังไม่ขอให้การ โดยจะขอไปประกันตัวในชั้นศาลก่อน แล้วเมื่อเสร็จแล้วก็จะย้อนกลับมาให้การอีกครั้งหนึ่ง เราก็ยังไม่ได้เรียกไป และทางคุณเบนซ์ก็ยังไม่ได้ติดต่อมา เราจะเรียกคุณเบนซ์อีกครั้งหนึ่งก็คงหลังจากเราสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆ ให้จบสิ้นเสียก่อน เพื่อไม่เป็นการรบกวนทั้งพนักงานสอบสวนเองและทางคุณเบนซ์เอง แต่ว่าการปิดสำนวนยังไงเราก็ต้องเชิญคุณเบนซ์มาอยู่แล้ว”   “ขั้นตอนนั้น (แจ้งข้อหา) ยังเร็วไป ต้องดูข้อมูลต่างๆ ประกอบรวมทั้งคำให้การของทั้งสองคนนี้ด้วย เราคิดว่าถ้าตามหลักการแล้ว แจ้งได้นะครับ แต่เพื่อให้เป็นการเตรียมตัวเพื่อความเป็นธรรมทั้งของคุณแพทและคุณแม่เอง เราก็คงจะมีการสอบพยานเพิ่มเติมในข้อกล่าวอ้าง แล้วก็จะเชิญมาอีกครั้งหนึ่ง ถ้าเห็นว่าชัดเจนแล้ว กับคุณเบนซ์ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดกับบอยมากกว่า เรายังให้โอกาสก็จะแจ้งไปว่า ครั้งนี้มาจะเป็นมาในฐานะที่เราถูกข้อกล่าวหา ให้เตรียมตัวมาให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นการมาประกันตัวที่นี่ หรือในชั้นศาล แต่ปกติแล้วคดีที่นี่เราจะไม่ให้ประกันตัว เราจะรีบอำนวยความสะดวกให้กับคนที่เหมือนกับว่าให้ความร่วมมือ เราก็จะรีบสอบปากคำและพาไปที่ศาลเพื่อจะได้มีเวลายื่นขอต่อศาลได้ครับ”   “มีการตรวจสอบมาประมาณ 2-3 ปี เงินของคุณแพทก็จะมีการหมุนเวียนมาโดยตลอด แต่นี่เป็นแค่บัญชีที่เราขอตรวจพบ ถ้าเรารู้เลขบัญชีไหนเราก็ขอตรวจ ส่วนบัญชีที่เราไม่ทราบ ที่คุณแพทอาจจะมีหรือไม่มี เราก็ขอความร่วมมือกับทางธนาคาร ขอให้ช่วยตรวจสอบให้เราก่อน ถ้าเราได้เลขบัญชีมา เราก็ค่อยขอตรวจรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง นี่คือหลักการทั่วไป บัญชีที่ได้มาตอนนี้เป็นแค่บัญชีเดียว แต่เรากำลังรอคำตอบจากธนาคารต่างๆ” อ่านข่าว แพท โดนด้วย!! ตร.จ่อแจ้งข้อหาร่วมฟอกเงินตาม เบนซ์ เรซซิ่ง 13 มี.ค.นี้ พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา แพท ณปภา

ปปส. ยัน เบนซ์ เรซซิ่ง ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา!! อุบเรียก แพท สอบฯ
แพท ณปภา /  เบนซ์ เรซซิ่ง

      กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) นำโดย พล.ต.ท. สมหมาย กองวิสัย ผบช.ปส, พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. เผยหนุ่ม เบนซ์ เรซซิ่ง ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา พบเป็นผู้ถือทรัพย์แทนนายบอย ณัฐ ซึ่งได้ถูกจับก่อนหน้าไปแล้ว โดยได้ซัดทอดว่าสามีของดาราสาวชื่อดังคือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยในเครือข่าย ไซซะนะ แก้วพิมพา    ทั้งนี้ทางปปส. บอกให้ เบนซ์ เรซซิ่ง เข้ามาชี้แจงในเรื่องของทรัพย์สิน หลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านเจอปืน 2 กระบอก เครื่องกระสุน 9 มม. จำนวน 15 นัด และยึดรถ BMW รุ่น  s1000rr สีดำ เพราะไม่มีทะเบียน รับมีคนในแวดวงบันเทิงและไฮโซเอี่ยว ไม่ฟันธงเรียกดาราสาว แพท ณปภา มาสอบปากคำ... รายละเอียดมีดังนี้        "จากการตรวจค้นแมนชั่นของ เบนซ์ เรซซิ่ง เบื้องต้นชุดปฏิบัติการไม่พบตัวนายเบนซ์ ทำการตรวจค้นห้องพักชั้น 6 พบอาวุธ 2 กระบอก 1 กระบอกมีชื่อครอบครองนายอัครกิตติ์ ซึ่งเป็นปืนที่รับโอนมรดกมาจากพ่อ ส่วนอีกกระบอกรอตรวจสอบ นอกจากนี้พบเครื่องกระสุน 9 มม. จำนวน 15 นัดภายในห้องนอน ส่วนอีกจุดนึงที่ทำการตรวจค้นคือภายในร้านแต่งรถมอเตอร์ไซค์ ผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบเอกสารประจำรถแล้วก็แผ่นป้ายทะเบียน 4กส 6071 ซึ่งนายบอยที่ถูกจับกุมไปแล้วได้อ้างว่าเป็นของตน แต่ฝากไว้กับนายเบนซ์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถมอเตอร์ไซค์ BMW รุ่น  s1000rr สีดำ เนื่องจากไม่มีเอกสารประจำรถมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ดู จึงทำการตรวจยึดไว้ก่อน"    "ตอนนี้เบนซ์ ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา แต่จากการสืบสวนพบว่าเป็นผู้ถือทรัพย์สินแทน เพราะฉะนั้นการยึดทรัพย์สินถือว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคือนายบอย เบนซ์ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา แต่ทรัพย์สินต่างๆ เหล่านี้ที่ยึดวันนี้มันไปอยู่ที่นายเบนซ์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจากการตรวจสอบเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดที่นายบอยให้นายเบนซ์ถือครองอยู่ ตอนนี้เท่าที่ทราบเรายังสืบไม่ได้ว่าเขาร่วมกระะทำความผิดในเรื่องยาเสพติดหรือไม่ แต่ที่ทราบเมื่อปี 2555 นายบอยถูกยึดอายัดทรัยพ์สินในฐานะเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคนนึง ศาลก็ตัดสินให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นกองทุน ปปส. แล้ว แต่ ณ วันนี้นายบอยถูกยึดทรัยพ์สินในฐานะเป็นผู้ต้องหา จากการเชื่อมโยงทรัพย์สินที่โอนไปมาระหว่างนายบอยกับนายเบนซ์ จึงทำให้เราเข้าไปยึดทรัพย์สินของนายเบนซ์ แต่ยังไม่มีข้อมูลของนายเบนซ์เข้าไปยุ่งกับยาเสพติด เพราะถ้าเกี่ยวข้องก็ต้องขอหมายจับนายเบนซ์ด้วย"มีการโอนทรัพย์สินกันไปมาบ่อยมั้ย?    "ตรงนี้เป็นเรื่องของการโอนบัญชี การโอนเกี่ยวกับเรื่องรถอะไรต่างๆ ในช่วง 2-3 ปีที่ตรวจพบ แต่เรียนว่าเราก็ให้ความเป็นธรรมกับนายเบนซ์นะ คือให้โอกาสเข้ามาชี้แจง ชี้แจงได้ก็จะคืนให้ครับ แต่จากการสืบสวนพบว่ามันมีการเชื่องโยงกับนายบอยถึงยึดครับ"เบนซ์ติดต่อหรือยังว่าจะเข้ามาชี้แจง?    "ที่ตรวจสอบเขาขับรถออกไปตั้งแต่เมื่อคืนตอน 3 ทุ่ม เดี๋ยวก็คงต้องติดต่อ เพราะว่าเขาไม่ใช่ผู้ต้องหา เขาต้องเข้ามาติดต่อเพื่อจะเอาหลักฐานมายื่นว่าทรัพย์สินที่ ป.ป.ง .กับ ป.ป.ส. ยึดเนี่ยเขามีหลักฐานหรือเปล่า"ถ้าเขาไม่ติดต่อเข้ามาชี้แจง?    "เขาคงไม่ทิ้งทรัพย์สินหรอก คือตอนนี้มันคือการยึดที่ตรวจค้นพบ ส่วนรถลัมโบร์กินีของนายเบนซ์เข้าข่ายจะสวมทะเบียนนั้น ถ้าขนส่งบอกเป็นอีกคันนึง ก็อาจจะต้องสงสัยว่ามีการสวมทะเบียน มันก็จะมีเรื่องของการนำรถหรูเข้ามาอีกคดีนึงครับ"ถ้า 1-2 วันนี้ยังไร้วี่แววของนายเบนซ์ จะทำยังไงต่อไป?    "อย่างที่บอกเบนซ์ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา เราก็คงจะตามลัมโบร์กินีเอามาตรวจ เราไม่ได้จับเขา เขาต้องมาชี้แจง ถ้าไม่มาชี้แจงเราก็ต้องยึดครับ ถามว่าอยากฝากอะไรถึงเบนซ์ ก็ให้เบนซ์ก็เอาแลมโบกีนี่เข้ามาตรวจสอบแล้วกัน(หัวเราะ)" เห็นว่ามีไฮโซและคนในวงการบันเทิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?    "คือเรื่องของยาเสพติดกับสังคมไฮโซ สังคมดารา ตอนนี้มันใกล้เคียงกันมาก เพราะสังคมหรูอวตารมันเกิดขึ้นมา โดยไม่รู้ว่าร่ำรวยกันยังไง อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าใครจะเป็นคนไม่ดี ใจเย็นๆ นิดนึง แล้วเรื่องของเบนซ์ถึงแม้จะไม่มา เดี๋ยวผมตามเอง ผมมีเวลาว่างสำหรับคนพวกนี้อยู่แล้ว สบายใจได้ แล้วที่รู้สาธารณรัฐประชาชนลาวยึดรถหรูมาเป็นพันคันแล้วเป็นสิบๆ ล้านบาท ฉะนั้นเราเชื่อว่าเราได้ยึดบ้างแน่นอน"ส่วนปืนที่พบที่บ้านนายเบนซ์ ถูกกฎหมายหรือเปล่า?    "ณ ตอนนี้น่าจะถูกกฎหมาย เพราะว่ามีทะเบียน แต่ที่ผมว่าเพราะว่าปืนชนิดนี้คนธรรมดาไม่เล่นกัน เพราะมันเหมาะสำหรับหน่วยจู่โจม อันนี้คือข้อห่วงใย เพราะปืนชนิดนี้จะใช้งานในหน่วยราชการมากกว่า"ถ้าเกิด 1-2 วันนี้เบนซ์ ยังไม่เข้ามาชี้แจงจะมีการเรียก แพท เข้ามาก่อนมั้ย?    "ยังไม่ตอบได้มั้ย เพราะว่าเหตุยังไม่เกิด ใจร้อนจัง ผมน่าร้อนกว่านะ(ยิ้ม)" ความสัมพันธ์ระหว่าง บอย-เบนซ์ เป็นยังไง?    "เบนซ์เป็นคนฟอก บอยเป็นคนจำหน่ายยาแล้วเอาของของไซซะนะมาฝากเบนซ์"ถ้าตรวจสอบว่าเบนซ์มีส่วนเกี่ยวข้อง จะโดนข้อหาอะไรบ้าง?    "สมคบครับ ความผิดก็ติดคุกด้วย แล้วก็จนด้วย" ปปส. แถลงหลังบุกค้นบ้าน เบนซ์ เรซซิ่ง   ปปส. แถลงหลังบุกค้นบ้าน เบนซ์ เรซซิ่ง   ปปส. แถลงหลังบุกค้นบ้าน เบนซ์ เรซซิ่ง   แพท - เบนซ์   แพท - เบนซ์  

แรงเฟ่อร์!! ชาวโซเชียลถึงกับแจกยาแก้คัน แม่เอสเธอร์ หลังเห็นภาพถ่ายคู่ เคน ภูภูมิ แบบนี้!!
เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา /  ข่าว เอสเธอร์ / 

  ต๊ายตาย!! อะไรจะแรงเบอร์นั้นจ๊ะ ก็ไม่รู้ว่างานนี้จะมีเอี่ยวเกี่ยวข้องกับดราม่ามหากาพย์ระหว่าง เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา และ เคน ภูภูมิ กับ ฌอห์ณ จินดาโชติ หรือไม่ที่ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้นอย่าง หนุ่มฌอห์ณ จนกระทั่งต่างฝ่ายต่างงัดหลักฐานออกมาชี้แจงว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงไม่อยากร่วมงานกัน แต่งานนี้อาจจะไม่จบลงง่ายๆ ซะแล้ว เพราะชาวโซเชียลยกขบวนแห่ไปต่อว่าลามไปถึงคุณแม่ของ สาวเอสเธอร์ โดยหลังจากที่ชาวโซเชียลเห็นภาพถ่ายที่ หนุ่มเคน นั่งตักคุณแม่เอสเธอร์ แลดูสนิทสนมเกินงาม ต่างรุมประณามเข้าไปถล่มอินสตาแกรมของแม่เอสเธอร์ ซะจนยับเยินแทบไม่มีชิ้นดี แถมยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ภาพถ่ายกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเกินงาม บ้างก็คิดว่าแม่เอสเธอร์จะแย่งผู้ชายของลูกสาว แถมบางรายถึงกับแจกสตรอว์เบอร์รี่ และแจกยาแก้คันกันเลยทีเดียว ในขณะอีกฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการวิจารณ์รุนแรงเช่นนี้ โอ้วววว!! พลังโซเชียลนี่แรงมากจริงๆ เลยค่า ขอบคุณภาพจาก IG carneysuoree, esthersupree อ่านข่าว เป็นเรื่อง เคน ภูภูมิ โพสต์อย่าเห็นแก่ตัว!! โซเชียลโยงแขวะ ฌอห์ณ อ่านข่าว ฟังความ 2 ข้าง!! ออแกไนเซอร์ป้อง เอสเธอร์ ด้าน ดีเจเอกกี้ ยัน ฌอห์ณ ไม่ได้มาสาย! อ่านข่าว Family come first!! พลอย ให้กำลังใจ ฌอห์ณ หลังเกิดดราม่าไม่ขอร่วมงาน เอสเธอร์ เอสเธอร์ กับคุณแม่ เคน เอสเธอร์