คันศีรษะ

ทะเบียนรถ....บอกบางอย่างในคุณ
ทะเบียน /  ทะเบียนรถ / 

คุณรู้หรือเปล่าครับ สำหรับใครที่มีรถขับนั้น ทะเบียนรถ ของคุณสามารถบ่งบอกอะไรบ้างอย่างในตัวคุณได้ ลองมาดูข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันครับ วิธีการดูเลข ทะเบียนรถ ให้ดูตัวเลข 2 ตัวท้ายครับ ถ้าคนขับเป็นผู้ชายให้ดูเลขตัวสุดท้าย คนขับเป็นผู้หญิงให้ดูตัวเลขนับจากตัวสุดท้ายขึ้นมาครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 1 หมายถึง ผู้ขับขี่จะมีความมั่นใจในตัวเองสูง มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตระดับผู้บริหารหรือทำงานอยู่ในองค์กรใหญ่ที่มีชื่อเสียง เกี่ยวข้องกับวงการราชการ ขับรถเร็ว มีเรื่องให้เร่งรีบเพื่อไปให้ถึงที่หมายเสมอหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 2 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยน้ำอกน้ำใจ เจอเต่าเดินผ่านหน้ารถทีไรก็อดที่จะลงไปช่วยเหลือไม่ได้ เหมาะกับบุคคลที่ทำงานด้านบริการทุกชนิด งานศิลปะที่ต้องใช้ความปราณีต ละเมียดละไม หรือคุณแม่บ้านที่ขับรถไปส่งลูกส่งหลาน ส่งญาติพี่น้อง เลขนี้ละครับเหมาะสุด หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 3 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่เต็มไปตัวหัวใจนักสู้ สิงห์นักแข่ง ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์ก็สิงห์นักบิดล่ะครับ ขับเร็ว แรง ผู้ขับขี่มั่นใจมาก และรู้สึกมันส์ในการขับขี่ แต่ใครปาดหน้าไม่ได้นะครับ มีเรื่องต้องคุยกันแน่น เลขนี้เหมาะสำหรับ นักแข่งรถ นักกีฬา ตำรวจ ทหาร หรือช่างฝีมือที่มีความสามารถเฉพาะตัวทุกชนิดครับ หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 4 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่คิดแต่เรื่องการค้า การเข้าสังคมตลอดเวลา มือถือที่ใช้ต้องทันสมัยสุดๆ ประมาณว่าขับไปคุยไปล่ะครับเครื่องเสียง โทรศัพท์ ขาดไม่ได้จริงๆ เก่งในเรื่องการค้าการขาย เหมาะสำหรับท่านที่ทำงานด้าน การตลาด งานขายทุกชนิดหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 5 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่อาวุโส สุขุม เป็นผู้ใหญ่ที่หน้าเคารพ มิเหตุมีผล มีความคิดที่หน้าเชื่อถือ เคารพกฏจราจรและจะรู้สึกโกรธมากๆ หากเห็นรถคันไหนฝ่าไฟแดง หรือทำผิดกฏหมายอย่างจงใจ เหมาะสำหรับรถ ผู้บริหารระดับอาวุโส ครู บาอาจารย์ หมอดู  หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 6 หมายถึง ผู้ขับขี่ระดับไฮโซ รักรถมาก ล้างเช้าล้างเย็น เครื่องเสียงหรืออุปกรณ์แต่งรถต่างๆ ต้องดูดีมีระดับรถต้องสะอาด ของเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะสำหรับ เพลย์บอย นักรัก ผู้มีฐานะดีทุกสายอาชีพ หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 7 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่ค่อยข้างจริงจังกับชีวิต ไม่ชอบใช้ชีวิตแบบไร้สาระ กังวลไปซะทุกเรื่องมีเรื่องให้คิดให้เครียดอยู่เรื่อย มีความอดทนต่อสู้กับอุปสรรคได้ดี ถ้าปล่อยวางบางเรื่องได้บ้าง ก็จะทำให้พบความสุขบ้างเหมาะสำหรับผู้ทำงานในองค์กรใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสูง โรงงานใหญ่ งานที่ต้องใช้เวลาทำงานนาน กว่าจะเห็นผลงานหากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 8 หมายถึง ผู้ขับขี่ที่ชอบท่องเที่ยวยามราตรี หรือมีเรื่องต้องเดินทางกลางค่ำกลางคืนอยู่เรื่อยเป็นผู้ที่มีไวพริบดี และเงินคือเป้าหมายในชีวิต เหมาะกับผู้ทำธุระกิจ ส่งออก ทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศ หรือ อบายมุขอาชีพอิสระไม่ชอบอยู่ในกฏระเบียบมากนัก หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 9 หมายถึง ผู้ขับขี่เป็นผู้ที่ใจบุญสุนทานมาก งานบุญงานกุศลที่ไหนขอให้บอก เครื่องลางของขลังหรือพระติดรถเสมอ การเดินทางเหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เป็นเพื่อนร่วมทางเสมอ ก่อนออกรถต้องไหว้พระไหว้แม่ย่านางก่อนรับรองเฮง เหมาะสำหรับผู้ที่ ทำงานด้านการกุศล หรือ ธุระกิจใดก็ได้ที่มีการเดินทางตลอดเวลา หากคุณเป็นคนแบบนี้ใช้แล้วดีครับ เลขทะเบียนรถหมายเลข 0 หมายถึง ผู้ขับขี่มักจะมีอาการปวดหัว อยู่เป็นประจำ บางครั้งขับรถเพลินๆ มักจะเลยที่หมายอยู่เรื่อยบางครั้งเวลาขับรถมักจะรู้สึกสัมผัสได้ถึง วิญญาณหรือ สิ่งเร้นลับต่างๆ มีซิกเซนท์ ในเรื่องต่างๆ เหมาะสำหรับ ผู้ทำงานด้านทรงเจ้า นักวิทยาศาสตร์ นักข้นคว้าวิจัยทุกแขนง อาชีพอิสระ งานต่างประเทศ ขอบคุณข้อมูลจาก www.horocam.com

คสช.อนุมัติแก้กฎหมาย 2 ฉบับ หนุนผลิตรถอีโคคาร์
กระทรวงการคลัง /  คสช. / 

คสช. อนุมัติให้กระทรวงคลังแก้กฎหมาย 2 ฉบับ เพิ่มความจุ กระบอกสูบเครื่องยนต์ดีเซล จากเดิม 1,400 ซีซี เป็น 1,500 ซีซี พร้อมให้รถยนต์อีโคคาร์ที่ใช้น้ำมันบี10 ให้ได้รับอัตราภาษีที่ร้อยละ 17 ด้วย ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช. ได้มีมติอนุมัติ ให้ทางกระทรวงการคลัง แก้ไขกฎหมายของกรมสรรพสามิต 2 ฉบับ เพื่อสนับสนุนให้มีการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์ประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น ภายหลังพบว่าในช่วงงบประมาณปี 2556 มีการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ทั้งหมดเพียง 158,434 คัน และพบว่าเป็นเครื่องเบนซินทั้งหมด ทั้งนี้จึงได้มีการแก้ไขกฎหมาย โดยมีการเพิ่มความจุ กระบอกสูบเครื่องยนต์ดีเซล จากเดิม 1,400 ซีซี เป็น 1,500 ซีซี เพื่อสนับสนุนให้มีการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลในรถอีโคคาร์ให้มากขึ้น พร้อมแก้ไขกฎหมายให้รถยนต์อีโคคาร์ที่ใช้น้ำมันบี10 ให้ได้รับอัตราภาษีที่ร้อยละ 17 ด้วย MThai News

รวบ รองผกก.ไชยปราการ พร้อมยาบ้า 8 แสนเม็ดไอซ์ 1 กก.
ตำรวจขนยา /  ตำรวจขายยาไอซ์ / 

ตำรวจแม่สายจับรองผู้กำกับไชยปราการ ขนยาบ้า 800,000 เม็ด ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 243 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สาย จังหวัดเชียงราย ทำการจับกุม พันตำรวจโทชำนาญ พุ่มไพจิตร ซึ่งมีตำแหน่ง รองผู้กำกับการปราบปราม สถานีตำรวจภูธรไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ขณะขับรถยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน กท 231 ลำปาง ภายในหมู่บ้านธนธานี ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 800,000 เม็ด และยาไอซ์ 1 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 243 ล้านบาท โดยทำการซุกซ่อนยาบ้าและยาไอซ์ไว้ในกระเป๋าเดินทางสีดำ จำนวน 2 ใบ วางบนเบาะที่นั่งด้านหลังคนขับ ซึ่งขณะนี้ ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้ควบคุมตัว พันตำรวจโทชำนาญ เร่งขยายผลการจับกุมเป็นการเร่งด่วนแล้ว ล่าสุดตำรวจลำปางเตรียมขยายผล จ่อยึดบ้านและรถ รอง ผกก.ไชยปราการ ค่ากว่า 5 ล้าน เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจภูธร จ.ลำปาง บุกเข้าตรวจค้นบ้านหรูสองหลัง ของ พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รอง ผกก.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ หลังจาก ถูกตำรวจ สภ.แม่สาย เชียงราย จับกุมยาบ้า กว่า 8 แสนเม็ด และยาไอซ์ ที่ จ.เชียงราย โดยการเข้าตรวจค้นบ้านทั้งสองหลัง ที่หมู่บ้านสุขสวัสดิ์ ต.พระบาท และบ้านเจนจอย ต.ต้นธงชัย อ.เมือง จ .ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่พบโล่ดีเด่นนักปราบยาเพติด และประกาศณียบัตรนักปราบยาเสพติด จำนวนหลายใบ ด้าน ส.ต.อ.หญิงยุพาพร พุ่มไพจิตร บุตรสาว ของ พ.ต.ท.ชำนาญ บอกว่า ที่ผ่านมาไม่ได้เจอคุณพ่อมานานแล้ว เพราะว่าพ่อไม่ค่อยกลับมาที่บ้านลำปาง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.ลำปาง จะได้เตรียมขยายผลและเตรียมรอการประสานจากตำรวจเชียงราย เพื่อเตรียมยึดทรัพย์บ้านหรูจำนวนสองหลัง และรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์อีกหนึ่งคัน รวมแล้วมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ต่อไป

รวบหนุ่มวิ่งราวนักท่องเที่ยว สารภาพทำมากว่า 20 ครั้ง
ข่าว /  ข่าวทั่วไป / 

ทหาร ตร.สน.บางซื่อ จับกุมผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยว สารภาพทำมาโชกโชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ร.1รอ. จับกุม นายวีรพล ทิวาวรรณ์ อายุ 20 ปี และนายสันติภพ พูลเกษม อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาในคดีวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ จับุกมได้พร้อมของกลาง เป็นรถจักรยานยนต์ที่ก่อเหตุ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินสด 6,500 บาท ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจาก น.ส.เฟอร์นันดา อบูเกอร์กี้ เบทโช อายุ 26 ปี ชาวบราซิล นักศึกษาปริญญาโทว่า มีคนร้ายวิ่งราวทรัพย์  โดยใช้รถจักรยานยนต์บริเวณปากซอยอารีย์ 3 ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมจับกุม และตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้งสองย่านนางเลิ้ง พบทรัพย์สินจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง กระเป๋าเงิน ตั๋วจำนำ เงินสกุลต่างประเทศ รวม 22 รายการ โดยผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ ว่าทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นหญิงชาวต่างชาติ โดยใช้ยานพาหนะมีประวัติก่อเหตุลักษณะดังกล่าวในหลายพื้นที่ อาทิ ถ.ประดิพัทธ์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประตูน้ำ MThai News

SIA: ประมูลคึกคักไปกับเหล่านางฟ้าสุดน่ารักที่สยามอินเตอร์ 16-8-57
sia /  สยามอินเตอร์ / 

สยามอินเตอร์ การประมูล " ง่ายๆ ใครๆ ก็ประมูลได้ " การประมูลรถยนต์กว่า 800 คัน และ มอไซค์กว่า 2,000 คัน ทุกวันเสาร์! รถยนต์ 10.10 น. และ มอไซค์ 15.15 น. พบกับพริตตี้สาวสวยและกิจกรรมพิเศษอีกมากม­าย ติดตามข่าวสารของ SIA ได้ที่ Tel: (02)-735-4446 Facebook: www.facebook.com/Siaminter.auction Line : siaauction Twitter: @siaminter_auc Website: www.sia.co.th

เกมส์ XSHOT เผยเคล็ดลับซิ่งรถสปอร์ตหรูในการเติมน้ำมัน
XShot /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ XShot (xshot.in.th) ทำการเปิดเผยเคล็ดลับการซิ่งรถสปอร์ตหรู เพียงแค่เติมน้ำมันในเกมส์เท่านั้น กรณีที่น้ำมันหมดจะไม่สามารถเข้าเล่นโหมด Super Car ได้เพื่อนๆ ต้องเติมน้ำมันให้เต็มถังเสียก่อน โดยสามารถเติมได้ 2 แบบ ดังนี้ แบบที่ 1 ซื้อในไอเทมมอลชื่อ Gas Card ในราคา 30,000 SP เมื่อกดใช้งาน รถคันที่ติดตั้งจะเติมน้ำมันให้เต็มถัง แบบที่ 2 เข้าไปอู่ซ่อมรถในโกดังสินค้า แล้วเลือก "เติมน้ำมัน" ซึ่งจะใช้ลิตรละ 100 SP ในการเติมน้ำมันจนเต็มถัง

แห่ชม แมงกะพรุนหลากสี ยึดทะเลระยอง
ข่าวจังหวัดระยอง /  ข่าววันนี้ / 

อุทยานเขาแหลมหญ้าฯ ชวนชมแมงกะพรุนหลากสี หลังมักปรากฎให้เห็นเป็นประจำทุกปีในช่วงนี้ เตือนห้ามลงเล่นน้ำ หวั่นได้รับอันตราย รายงานข่าวแจ้งว่า ทะเลภายในอุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ขณะนี้ได้ปรากฎมีแมงกะพรุนหลากสี เข้ามายึดพื้นที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถมองเห็นตามทะเลได้ โดยนายสุเมธ สายทอง หัวหน้าอุทยานเข้าแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นปรากฎการณ์ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนกันยายน แต่สำหรับปีนี้นับว่ามีมากกว่าทุกปี จนเต็มทั่วพื้นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากแมงกะพรุน และไม่ให้มีการรบกวน ทางอุทยานได้ประกาศเตือนห้ามประชาชนลงเล่นน้ำทะเล และห้ามเข้าจับสัตว์น้ำในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่สนใจอยากจะเยี่ยมชม ก็สามารถเดินทางไปดูได้ที่อุทยานเขาแหลมหญ้าฯ ทุกวัน แต่ควรมาในช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะแมงกะพรุนจะมีมากที่สุด สำหรับแมงกพะพรุนดังกล่าว เป็นแมงกะพรุนถ้วยชนิดหนึ่ง หรือที่เรียกว่าแมงกะพรุนหลากสี จะมีพิษทำให้คันหากสัมผัส และจะมีมากในช่วงเช้าและช่วงเย็นช่วงที่คลื่นสงบ MThai news

นักวิชาการเกษตรเมา ซิ่งกระบะชน2นักเรียนดับ
ชนเด็กนักเรียน /  นักวิชาการเกษตร / 

นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ลำปาง เมาซิ่งกระบะ ชน 2 นักเรียนชั้น ม.4 เสียชีวิตคาที่ เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนสายลำปาง-เมืองปาน ต.บ้านเป้า อ.เมือง จ.ลำปาง ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะมาสด้า สีเขียว ทะเบียน บบ-3341 ลำปาง ด้านหน้ารถชนกับต้นไม้สภาพพังยับเยิน ทราบชื่อคนขับรถคือ ว่าที่ ร.ต.สุทิศ โพธิ์สวัสดิ์มณี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองปาน ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บแต่มีอาการเมาสุรา รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีเหลืองดำ ทะเบียน 1กค-3992 ลำปาง สภาพพังยับเยินทั้งคัน และยังพบร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยนต์ ทราบชื่อคือ นายสุรศักดิ์ สอนใจ๋ อายุ 16 ปี และ น.ส.รุ่งรัตนา จวนตัว อายุ 16 ปี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนวิชชานารี อ.เมือง จ.ลำปาง อีกด้วย จากการสอบสวนทราบว่า ร.ต.สุทิศ เป็นคนขับ ซึ่งออกมาจากงานเลี้ยงที่ อ.เมืองปาน แล้วกำลังจะกลับเข้าบ้านที่ อ.ห้างฉัตร พอมาถึงจุดเกิดเหตุ  เสียหลักและรถแหกโค้งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของเด็กนักเรียนเข้าอย่างจัง ซึ่งได้ขับมาจากในเมืองที่กำลังเลิกเรียนพิเศษแล้วจะกลับเข้าบ้านที่ อ.เมืองปาน โดยเมื่อแม่ของนายสุรศักดิ์ ที่ทราบข่าวถึงกับเขาทรุดร้องไห้โฮแทบขาดใจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อีกครั้ง

เกมเมอร์จีน อารมณ์ร้อน คว้าปังตอจามหัวเพื่อน หลังเล่น LoL แพ้
League of Legends /  lol

สำนักข่าวจากประเทศไต้หวันรายงานข่าวถึง เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของสองผู้เล่นเกมส์ League of Legends จากการตึงเครียดขณะเล่นเกมส์ และใช้ปังตอสับจามหัวหลังเล่นเกมส์ MOBA ชื่อดังแพ้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ สืบสวนพื้นที่เกิดเหตุพบว่า Yu และ Ming (นามสมมุติ) ทั้งสองคนเป็นเพื่อนด้วยกันมานาน ทั้งคู่ได้นัดเล่นเกมส์ League of Legends ในร้านอินเตอร์เน็ตที่อยู่ระแวกใกล้กัน ระหว่างที่เล่นเกมส์ด้วยกันแล้ว Ming กลับเล่นไม่ค่อยดี ส่งผลให้ทีมแพ้ จึงทำให้ทั้งคู่เกิดปากเสียงทะเลาะกันในเกมส์ จากนั้น Ming เกิดอารมณ์ร้อนถึงการถูกวิจารณ์การเล่นเกมส์ ทำให้เขาตัดสินใจคว้าปังตอวิ่งไปยังร้านอินเตอร์เน็ตที่ Yu นั่งเล่นอยู่ และจามที่ศีรษะเพื่อนด้วยกัน ระหว่างนั้น Yu พยายามตั้งสติและหาหนทางไปโทรศัพท์พ่อ-แม่ของตนเพื่อช่วยเรียกตำรวจถึงเหตุที่เกิดขึ้น สื่อยังระบุด้วยว่า เนื่องจากทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทด้วยกัน แถมผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้ว ทำให้เคลียร์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการจ่ายค่าสินไหม แทนที่ถูกดำเนินคดีด้วยกัน ส่วน Yu ผู้ที่เป็นเหยื่อ ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลและอยู่ในช่วงการพักฟื้นอยู่

วิจารณ์แซด เกมส์จับผิดภาพ กล้องจราจรออกใบสั่งปรับผิดคัน
กล้องจราจร /  ปรับผิดคัน / 

วิจารณ์แซด เกมส์จับผิดภาพ กล้องจราจรออกใบสั่งปรับผิดคัน  ยาริสทำผิด แต่สั่งปรับ ฮอนด้าแจ๊ส วันนี้(18 ส.ค.) ชาวสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ ภาพใบสั่งที่ถูกกล้องจราจรตรวจจับได้และส่งมาที่บ้าน โดยแจ้งข้อหากับรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สสีขาวคันหนึ่ง ขับรถแซงเข้าเมื่อที่คับขันในเครื่องหมายจราจรเส้นทึบ ซึ่งผิดพรบ.การจราจรทางบก อัตราปรับ 500 บาท แต่ที่เป็นข้อผิดสังเกตและหลายคนสงสัยก็คือ 3 ภาพบนที่กล้องจราจรตรวจจับนั้นเป็นรถยนต์สีขาวนิวโตโยต้ายาริส ขับผิดกฎจราจร ไม่ใช่รถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส แต่ภาพสุดท้ายกลับเป็นภาพแจ้งข้อกล่าวหารถฮอนด้าแจ๊สสีขาวพร้อมป้ายทะเบียนชัดเจน ทำให้ชาวสังคมออนไลน์มองว่ากล้องจราจรอาจจะตรวจจับผิดหรือไม่ก็อาจจะเป็นที่ระบบการทำงานที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้มีข้อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรอบคอบในการดำเนินงานมากกว่านี้ เพราะอาจจะทำให้ประชาชนเดือดร้อนได้ Mthai News

จับค้ายาบ้า! คาบ้านเมียคนที่4ยึดทรัพย์มูลค่ากว่า20ล้าน
ข่าววันนี้ /  ค้ายาบ้า / 

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นพร้อมยึดทรัพย์ผู้ต้องหาคดีค้ายาบ้า ย่าน เกษตร-นวมินทร์ พบของกลางเป็นรถหรูเเละพระเครื่องรวมมูลค่ากว่า 20 ล้าน ตำรวจบุกตรวจค้นบ้านเลจที่ 5/207 ซ.หมู่บ้านปริญญาดา เกษตร-นวมินทร์ บึงกุ่ม ซึ่งเป็นบ้านที่นายวีรยุทธ เสือโรจน์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด ซื้อให้ภรรยาคนที่ 4 พร้อมยึดทรัพย์ตามรายการดังนี้ 1. รถบีเอ็มดับเบิลยูป้ายแดง 2 คัน 2. รถแคมรี่ 1 คัน 3. พระเครื่องและเงินสดจำนวนมาก (รวมมูลค่าของกลางที่ยึดกว่า 20 ล้านบาท) สำหรับสาเหตุการจับกุม เนื่องมาจากการขยายผลจากการจับกุมตัวนายไอซ์ พร้อมยาบ้า 476,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 5 ก.ก. ย่านซอยสุคนธสวัสดิ์ เมื่อ 15 ก.ค. โดยผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ 2 คน คือนายกิตติกร เสือโรจน์ และนายอนุสรณ์ เสือโรจน์ จากนั้นจึงขยายผลจับกุมนายวิศนุ เสือโรจน์ และนายวีรยุทธ เสือโรจน์ ได้ในเวลาต่อมา ก่อนตรวจยึดทรัพย์ในครั้งนี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นเครือข่ายเสือโรจน์ ที่จะรับยามาจากทางภาคเหนือ กระจายต่อให้เพื่อนนักแข่งบิ๊กไบท์ นอกจากนี้ยังขยายผลจับกลุ่มอิทธิพลในนนทบุรี เบื้องต้นพบการทำธุรกรรมการเงินกว่า 1,400 รายการ มีเงินหมุนเวียนกว่า 80 ล้านบาท ซึ่งได้อายัดทั้งหมดไว้ตรวจสอบขยายผลต่อไป ที่มา Facebook ( Cathay Mee )

ขสมก. ให้ของขวัญผู้ใช้ รับมอบรถเมล์ใหม่ มค. 58
ขสมก. /  ข่าว / 

ขสมก. คาดโครงการประมูลรถเมล์ใหม่ 489 คัน จะแล้วเสร็จ และส่งมอบทัน ม.ค. ปีหน้า หวังมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ผู้ใช้บริการ นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ (ขสมก.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ขสมก. อนุมัติเดินหน้าโครงการจัดหารรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ 3,183 คัน โดยที่หลังจากนี้ จะเข้าสู่กระบวนการเปิดให้เอกชนนำเสนอราคารถเข้าร่วมโครงการ คาดว่ากระบวนการทั้งหมดน่าจะเสร็จภายในปลายเดือนกันยายน ถึงสิ้นตุลาคมปีนี้ ซึ่งราคาประมูลจะต้องต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ คือรถร้อนคันละ 3.8 ล้านบาท และรถปรับอากาศคันละ 4.5 ล้านบาท ทั้งนี้หากทุกอย่างดำเนินได้ตามขั้นตอน ขสมก.จะรับมอบรถล็อตแรก 489 คัน ประมาณเดือนมกราคม 2558 ซึ่งถือเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ใช้บริการ และจะทยอยรับมอบรถเดือนละ 300 คัน จนครบ 3,183 คัน MThai News

คลิปคนพิการเซ็ง! รถคนปกติเเย่งที่จอดเเละออกรถ
คลิปเด็ด /  ที่จอดรถคนพิการ / 

คลิปคนพิการนั่งรถเข็นขับรถมาเองเซ็ง เจอคนปกติมาจอดรถที่สำหรับคนพิการไม่พอยังจอดไม่เหลือพื้นที่ให้คนพิการขึ้นรถได้อีกด้วย เมื่อวานนี้ ( 18 ส.ค. ) สมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊ค ที่จอดรถคนพิการ ได้มีการโพสต์คลิปของตนเองในกลุ่มที่พูดถึงการขึ้นรถของตนเองอย่างลำบากแล้วจากคลิปจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีรถเก๋งอีกคันได้จอดในพื้นที่ของคนพิการซึ่งไม่สามารถทำให้คนพิการที่นั่งรถเข็นเเละขับรถมาเองขึ้นรถได้ตามปกติ "โดยในหลักความเป็นจริงเเล้วพื้นที่จอดรถของคนพิการจะต้องเหลือพื้นที่เพิ่มที่จะให้คนพิการเข็นรถตัวเองเพื่อที่จะขึ้นรถได้ด้วย " ซึ่งจากคลิปจะเห็นได้ว่ามีคุณผู้หญิงอีกคนช่วยขับรถออกจากที่จอดให้ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยว่า " จะเกิดอะไรถ้าคนพิการไม่มีใครอยู่ช่วยขับถรออกจากที่จอดให้ " เพียงเพราะคนไร้วินัยจอดไม่ถูกที่เเละไม่นึกถึงคนอื่น "ตอนกลับบ้าน14.45น เจอผู้จอดรถไร้จิตสำนึกที่คนปกติชอบเบียดเบียนที่จอดรถคนพิการแล้วทำให้คนพิการขึ้นรถลำบาก ร ป ภ บอกห้ามจอดแต่อ้างจอดกินข้าวแป๊ปเดียวๆของท่านทำคนอื่นเดือดร้อน" ทีมา Facebook / Jinda Nuanlaong 

SIA: สยามอินเตอร์ส่งกองทัพทหารสาวสู่สมรภูมิการประมูล 12-7-57
sia /  สยามอินเตอร์ / 

สยามอินเตอร์ การประมูล " ง่ายๆ ใครๆ ก็ประมูลได้ " การประมูลรถยนต์กว่า 800 คัน และ มอไซค์กว่า 2,000 คัน ทุกวันเสาร์! รถยนต์ 10.10 น. และ มอไซค์ 15.15 น. พบกับพริตตี้สาวสวยและกิจกรรมพิเศษอีกมากม­าย ติดตามข่าวสารของ SIA ได้ที่ Tel: (02)-735-4446 Facebook: www.facebook.com/Siaminter.auction Line : siaauction Twitter: @siaminter_auc Website: www.sia.co.th

SIA: สยามอินเตอร์จัดประมูลรถต้อนรับ BRAZIL WORLDCUP 2014 กว่า 3,000 คัน 28-6-57
sia /  สยามอินเตอร์ / 

สยามอินเตอร์ การประมูล " ง่ายๆ ใครๆ ก็ประมูลได้ " การประมูลรถยนต์กว่า 800 คัน และ มอไซค์กว่า 2,000 คัน ทุกวันเสาร์! รถยนต์ 10.10 น. และ มอไซค์ 15.15 น. พบกับพริตตี้สาวสวยและกิจกรรมพิเศษอีกมากม­าย ติดตามข่าวสารของ SIA ได้ที่ Tel: (02)-735-4446 Facebook: www.facebook.com/Siaminter.auction Line : siaauction Twitter: @siaminter_auc Website: www.sia.co.th

สลด! เด็กอนุบาลสระบุรี ถูกป้ายเหล็กทับดับ
ป้ายทับเด็ก /  ป้ายเหล็กทับเด็ก / 

สลด! เด็ก4 ขวบ นักเรียนโรงเรียนบ้านกง ต.หนองหมู อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ถูกป้ายเหล็กทับเสียชีวิต วานนี้ (18 ส.ค.) พ.ต.ต.พงษ์พิทักษ์ โม่งขุนทด พนักงานสอบสวน สภ.วิหารแดง จ.สระบุรี ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลวิหารแดงว่า มีเด็กนักเรียนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตที่โรงพยาบาล จึงพร้อมด้วย เจ้าหน้ามูลนิธิร่วมกตัญญูวิหารแดง พบเด็กเสียชีวิตทราบชื่อคือ น้องบี อายุ 4 ขวบ เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านกง ต.หนองหมู อ.วิหารแดง จ.สระบุรี สภาพศพอยู่ในชุดนักเรียนอนุบาล มีบาดแผลที่ศีรษะด้านซ้ายและบริเวณหน้าด้านซ้าย เลือดไหลนองเต็มเสื้อผ้า ภาพประกอบข่าว จากการสอบสวน นายศุภชาติ เปรมปรี ผอ.โรงเรียนบ้านกง ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10.30 น. เด็กอนุบาล 3-4 คนได้ไปเกาะห้อยโหนโครงเสาป้ายเหล็ก ขนาดสูง 2.50 เมตร กว้างประมาณ 2.50 เมตร และเหนือป้ายมีเหล็กแบบตะแกงไว้สำหรับติดบอร์ดประชาชนสัมพันธ์ สูงจากพื้นประมาณ 1.20 เมตร เสาป้ายเป็นเหล็กกลมแป็ป ขนาด 1 นิ่วครึ่ง โคนเสาป้ายฝังในดิน คาดว่าโคนเสาเหล็กฝังดินมานานจึงทำให้โคนเหล็กที่ฝังดินผุกร่อน ไม่แข็งแรง เกิดหักทั้งสองเสาลงมาพร้อมกัน ป้ายเหล็กเลยพังลงมาและทับร่าง น้องบี เด็กอนุบาลชั้น 1/2 ที่กำลังเดินทางจะกลับชั้นเรียน เด็กถูกโครงเหล็กทับที่ศีรษะจนแตกเป็นแผลและหน้าอกด้านซ้าย เมื่อนายศุภชาติ ผู้อำนวยทราบข่าวจึงรีบนำร่างของน้องบี นำส่งโรงพยาบาลวิหารแดงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา MThai News

มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก
ตำนาน /  ต่างประเทศ / 

ไม่นานมานี้เพื่อนๆ หลายคนอาจจะได้ดูภาพยนตร์เรื่อง NOAH ที่เกี่ยวกับตำนานน้ำท่วมโลกที่ทำให้เกิดโดยพระเจ้าหรือเทพเจ้าเพื่อทำลายอารยธรรม โดยเป็นการตอบสนองผลกรรม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นที่แพร่หลายในตำนานกรีก และตำนานในวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องราวของโนอาห์และเรือของโนอาห์ในเจเนซิส, มัสยาวตาร ในคัมภีร์ปุราณะ ของฮินดู, ดูเคเลียน ในตำนานเทพเจ้ากรีก และ อุตนาปิชติม ในมหากาพย์กิลกาเมช เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานต่างๆที่เราคุ้นเคยกันดี และนี่คือ มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก ที่นักโบราณคดีหลายๆ คนบอกว่า มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์ ว่าบุคคลที่ถูกพูดถึงในนิยายเล่มนี้อาจจะเคยมีชีวิตอยู่จริงๆก็ได้!  มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก มหากาพย์กิลกาเมช (Gilgamesh) เป็นตำนานน้ำท่วมโลกที่เก่าแก่ที่สุดในยุคของเมโสโปเตเมียโบราณ และเป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมประเภทนิยายที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย นักวิชาการเชื่อว่ามหากาพย์เรื่องนี้มีกำเนิดมาจากตำนานกษัตริย์สุเมเรียนและบทกวีเกี่ยวกับวีรบุรุษในตำนานที่ชื่อว่า กิลกาเมช ซึ่งถูกรวบรวมเอาไว้กับบรรดาบทกวีอัคคาเดียนในยุคต่อมา มหากาพย์กิลกาเมช ตำนานน้ำท่วมโลกเก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นเรื่องราวการผจญภัยของวีรบุรุษนามว่า กิลกาเมช (Gilgamesh) กษัตริย์ในตำนานแห่งนครอุรุค ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไทกริส-ยูเฟติส อารยธรรมเมโสโปเตเมีย (ประเทศอิรักปัจจุบัน) เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกิลกาเมช กับเพื่อนของเขาชื่อ เอนกิดู เนื้อหาส่วนใหญ่ในมหากาพย์เน้นย้ำถึงความรู้สึกสูญเสียของกิลกาเมช หลังจากเอนกิดูเสียชีวิต และกล่าวถึงการกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งพร้อมกับเน้นย้ำเรื่องความเป็นอมตะ มหากาพย์กิลกาเมช มหากาพย์ในต้นฉบับสุเมเรียนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุอยู่ในช่วงราชวงศ์ที่ 3 ของอูร์ (Ur) คือระหว่าง 2150-2000 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนฉบับอัคคาเดียนที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในช่วงต้นๆ ของสหัสวรรษที่ 2 มหากาพย์อัคคาเดียนฉบับ "มาตรฐาน" ประกอบด้วยแผ่นดินเหนียว 12 แผ่น ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่าง 1300-1000 ปีก่อนคริสตกาล ค้นพบอยู่ในหอจารึกของ Ashurbanipal ที่เมืองนีนะเวห์ (Nineveh) หอสมุดแห่งนี้ถูกพวกเปอร์เซียทำลายเมื่อ 612 ปีก่อนคริสตกาล และจารึกทั้งหมดก็พินาศไปด้วย มหากาพย์ชุดที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบันปรากฏในแผ่นดินเหนียว 12 แท่งซึ่งเก็บรักษาไว้ที่หอเก็บจารึกของกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย เมื่อราวศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล มหากาพย์อัคคาเดียนนี้ ถูกจารึกระบุชื่อผู้แต่งไว้ด้วย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากในสมัยโบราณ แทบจะไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเรื่องใด ๆ (จารึกไทยในสมัยสุโขทัยหรืออยุธยาก็ไม่มีการจารึกชื่อผู้แต่งเช่นกัน) ผู้แต่งจารึกนี้คือ ชิเนฆิอุนนินนิ (Shin-eqi-unninni) อาจกล่าวได้ว่า บุคคลผู้นี้เป็นนักเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกวรรณกรรม ที่เราสามารถระบุชื่อได้ มหากาพย์ มีชื่อดั้งเดิมว่า ผู้มองเห็นเบื้องลึก (He who Saw the Deep) หรือผู้ยิ่งใหญ่กว่าราชันทั้งปวง (Surpassing All Other Kings) มีการคาดเดาว่า  กิลกาเมชอาจจะเป็นผู้ปกครองที่มีตัวตนจริงในอดีตระหว่างราชวงศ์ที่ 2 ของยุคต้นของสุเมเรีย (ประมาณ 2,700 ปีก่อนคริสตกาล) การค้นพบวัตถุโบราณอายุประมาณ 2600 ปีก่อนคริสตกาลที่มีความเกี่ยวข้องกับ Enmebaragesi แห่ง Kish ผู้ปรากฏชื่ออยู่ในตำนานว่าเป็นบิดาของศัตรูคนหนึ่งของกิลกาเมช ทำให้มหากาพย์เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ในทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และช่วยยืนยันว่ากิลกาเมชน่าจะมีตัวตนจริง มหากาพย์กิลกาเมช หลงเหลืออยู่เป็นวรรณกรรมในหลายภาษา เช่น ของชาวอัคคาเดีย (ภาษาตระกูลเซมิติค ซึ่งมีความสัมพันธ์กับภาษาฮีบรู, เป็นภาษาที่พูดกันในอาณาจักรบาบิโลน) นอกจากนี้ยังมีปรากฏบนแผ่นจารึกดินเหนียว เป็นภาษาฮูร์เรียน และภาษาฮิตไตต์ (ภาษาหนึ่งในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน ซึ่งพูดกันในเขตรอยต่อยุโรปและเอเชีย นับเป็นหนึ่งในบรรดาภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก) ภาษาทั้งหมดที่พูดมานี้ จารด้วยอักษรลิ่ม หรือที่เราคุ้นเคยกันด้วยชื่อ คูเนฟอร์ม มหากาพย์กิลกาเมช ตามตำนานได้เล่าไว้ว่า ... กิลกาเมช เป็นษัตริย์แห่งนครอูรุก ซึ่งเป็นนครรัฐใหญ่ของชาวสุเมอร์เรียน พระองค์ทรงมีพระมารดาเป็นเทพและมีพระบิดาเป็นมนุษย์ ทำให้ทรงมีเลือดเทพอยู่ในวรกายครึ่งหนึ่ง กิลกาเมชเป็นกษัตริย์ที่มัวเมาในเรื่องของกามารมณ์เป็นอย่างมาก พระองค์ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการหาสาวงามมาสนองตัณหาของตัวเอง โดยไม่ละเว้นว่า หญิงสาวผู้นั้นจะเป็นสาวโสดหรือมีคู่ครองแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์มักจะไปปรากฏตัวในงานแต่งงานและเรียกร้องสิทธิในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรกของการสมรส ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้พลเมืองชาวอูรุกพากันคับแค้นใจอย่างมาก แต่ก็มิอาจทำอะไรได้ เนื่องจากเกรงกลัวในอำนาจของกษัตริย์และสายเลือดแห่งเทพของกิลกาเมช ด้วยเหตุนี้เอง บรรดาปวงชนผู้ทุกข์ร้อนจึงพากันไปสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าให้ทรงจัดการกับกิลกาเมช และเมื่อเสียงสวดอ้อนวอนของประชาชนไปถึงสวรรค์ เหล่าเทพเจ้าจึงลงมติที่จะต้องจัดการกับมนุษย์ครึ่งเทพผู้นี้ โดยเหล่าเทพได้ให้เทพีอารารูปั้นดินเหนียวเป็นรูปบุรุษผู้หนึ่งและให้นามว่า เอ็นคิดู โดยเทพเจ้าได้นำความป่าเถื่อนของสัตว์ป่า 12 ชนิดใส่ลงไปในตัวของเขา เพื่อให้เขาทรงพลังพอที่จะจัดการกับกิลกาเมชได้ เอ็นคิดูมีร่างกายท่อนบนเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ขณะที่ขาทั้งสองข้างนั้นเป็นขาของวัวกระทิง ส่วนบนศีรษะยังมีเขากระทิงงอกออกมาอีกด้วย เหล่าเทพได้ส่งเอ็นคิดูลงมาอยู่กับบรรดาสัตว์ป่าในป่านอกเมืองอูรุก ซึ่งเอ็นคิดูได้ใช้พลังของตนปกป้องสัตว์เหล่านั้นจากสัตว์นักล่าและนายพราน บรรดานายพรานต่างไม่พอใจที่มีผู้มาขัดขวางการล่าสัตว์ ทว่าเมื่อพวกเขาได้พบกับเอ็นคิดูแล้ว ก็เกิดความพรั่นพรึงในตัวของมนุษย์ครึ่งกระทิงผู้นี้ พวกนายพรานจึงคิดหาวิธีจัดการกับเอ็นคิดู โดยพากันไปว่าจ้าง แซมฮัต ยอดหญิงนครโสเภณีประจำเทวาลัยแห่งอูรุก ให้ไปล่อลวงเอ็นคิดูออกมาจากป่าและทำให้พลังกับความป่าเถื่อนของมนุษย์ผู้นี้ลดน้อยลง แซมฮัตใช้มารยาหญิงยั่วยวนจนเอ็นคิดูหลงในบ่วงสวาทของเธอ ทั้งคู่อยู่ร่วมกันถึงเจ็ดราตรีและการที่เอ็นคิดูมาใช้ชีวิตอยู่กับนางได้ทำให้เหล่าสัตว์ป่าที่เคยแวดล้อมเขา พากันหนีหายไป อีกทั้งพลังของเอ็นคิดูเองก็ลดน้อยลงด้วย จากนั้นแซมฮัตก็ชักชวนเอ็นคิดูเข้าเมืองและนำเขาไปรู้จักการใช้ชีวิตแบบชาวเมืองจนในที่สุด เอ็นคิดูก็หมดสภาพความป่าเถื่อนและกลายเป็นชาวเมืองโดยสมบูรณ์ วันหนึ่งขณะที่เอ็นคิดูกับแซมฮัตพำนักอยู่ด้วยกันกับเหล่าคนเลี้ยงแกะ พวกเขาก็ได้ข่าวว่า ราชากิลกาเมชกำลังจะเสด็จไปที่งานแต่งงาน งานหนึ่งเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการนอนกับเจ้าสาวในคืนแรก ซึ่งเมื่อเอ็นคิดูทราบเรื่องก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขารีบตรงดิ่งไปที่งานและเข้าขัดขวางกิลกาเมชไม่ให้กระทำการอันน่าบัดสีนั้น กษัตริย์หนุ่มทรงกริ้วที่มีผู้มาขัดขวาง พระองค์จึงเข้าต่อสู้กับเอ็นคิดูอย่างดุเดือดจนบ้านเรือนรอบข้างพังพินาศ ทว่าหลังจากทั้งสองขับเคี่ยวกันเป็นเวลานานต่างก็ไม่มีใครปราบใครลงได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กิลกาเมชทรงประทับใจในพละกำลังของอีกฝ่าย พระองค์จึงได้ยุติการต่อสู้และขอให้เอ็นคิดูมาอยู่กับพระองค์ในฐานะพระสหาย มิตรภาพทำให้กิลกาเมชเปลี่ยนไป กษัตริย์หนุ่มทรงเลิกพฤติกรรมร้ายกาจที่เคยทำจนหมดสิ้นและด้วยคำแนะนำของเอ็นคิดู พระองค์ได้หันมาใส่พระทัยกับการดูแลบ้านเมือง จนนครอูรุกเจริญรุ่งเรืองและประชาชนต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญในคุณงามความดีของราชากิลกาเมช ทว่าในขณะที่ประชาชนทั่วทั้งนครพากันมีความสุขภายใต้การปกครองของราชาหนุ่ม กิลกาเมชกลับเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตที่สงบสุขนี้ พระองค์ปรารถนาที่จะแสวงหาความตื่นเต้นในชีวิต จึงได้ตรัสชวนเอ็นคิดูเดินทางไปยังป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตกเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา เมื่อได้ยินดังนั้น เอ็นคิดูก็ส่ายศีรษะอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของสหาย เขากล่าวเตือนกิลกาเมชว่า ”อสูรตนนี้สูงใหญ่เทียมฟ้า ลมหายใจของมันเป็นเปลวไฟที่นำมาซึ่งความตายอย่างน่าสยดสยอง อีกทั้งเทพเอนลิลยังประทานพละกำลังให้มันเพื่อเป็นผู้ปกป้องป่าซีดาร์แห่งทิศตะวันตก การเผชิญหน้ากับมันไม่ผิดอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย” “หากข้าชนะ ข้าจะได้รับเกียรติอย่างยิ่งใหญ่หรือหากข้าตายในการต่อสู้ครั้งนี้ ข้าก็ยังได้รับชื่อเสียงว่า เป็นผู้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับจอมอสูรฮูวาวา ซึ่งนั่นคือการตายที่มีศักดิ์ศรี” กิลกาเมชตรัส ก่อนจะตำหนิ เอ็นคิดูว่า ไม่มีความกล้าหาญที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งเมื่อถูกผู้เป็นสหายตำหนิดังนั้นแล้ว เอ็นคิดูจึงตัดสินใจที่จะร่วมเดินทางไปกับกิลกาเมชเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรฮูวาวา ทั้งสองออกเดินจากนครอูรุกโยปราศจากผู้ติดตามและหลังจากเดินทางเป็นเวลานับเดือนก็มาถึงเขตป่าซีดาร์ยักษ์ของอสูรฮูวาวา หลังจากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันโค่นต้นซีดาร์ลงเพื่อท้าทายจอมอสูรให้ปรากฏตัว เมื่อฮูวาวารู้ว่ามีมนุษย์บุกเข้ามาโค้นต้นไม้ของมัน เจ้าอสูรก็ปรากฏกายขึ้นด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่เทียมฟ้า เสียงคำรามของมันดังไปไกลทั่วผืนป่า ขณะที่ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสองมนุษย์ผูอหังการ์ กิลกาเมชและเอ็นคิดูต่างรวมกำลังกันเข้าต่อสูกับฮูวาวาอย่างกล้าหาญ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรุนแรง จนในที่สุด กิลกาเมชก็สามารถสังหารฮูวาวาลงได้ ด้วยการทิ่มดาบลงบนเท้าอันมหึมาของจอมอสูรจนมันถึงกับทรุดลง จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบ่าและใช้ดาบตัดหัวของอสูรร้ายขาดกระเด็น ร่างมหึมาที่ไร้ศีรษะของฮูวาวาล้มครืนราวภูเขาถล่มทลาย เมื่อสังหารจอมอสูรลงได้แล้ว กิลกาเมชกับเอ็นคิดูก็ช่วยกันโค่นป่าซีดาร์จนราบเรียบ ชัยชนะในครั้งนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงของทั้งคู่เลื่องลือระบือไกล จนแม้ทวยเทพบนสรวงสวรรค์ก็ยังรับรู้ ในยามนั้น เทพีอิชตาร์ เทพีแห่งความงาม ความรัก สงคราม และตัณหา ทรงได้ยินเรื่องราวของกิลกาเมช พระนางจึงเสด็จลงมาเพื่อทอดพระเนตรราชาหนุ่มและเมื่อได้เห็นแล้ว องค์เทพีก็บังเกิดความเสน่หาในตัวกิลกาเมช พระนางจึงมาปรากฏองค์ต่อหน้าเขาและขอให้เขาเสกสมรสกับพระนางโดยทรงยื่นข้อเสนอว่าจะมอบอำนาจอันยิ่งใหญ่ให้กับเขาเป็นการตอบแทน ทว่ากิลกาเมชกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ทั้งยังตรัสกับเทพีด้วยว่า เขารู้ดีว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับอดีตคู่รักของพระนาง ยามเมื่อพระนางสิ้นรักแล้ว และเขาไม่ปรารถนาจะเป็นเช่นนั้น เทพีทรงโกรธและอับอายที่ถูกปฏิเสธซึ่งหน้า จึงเสด็จไปเข้าเฝ้าเทพอนู พระบิดาของพระนางเพื่อขอให้ลงโทษมนุษย์โอหังผู้นี้ “กิลกาเมชทำให้ข้าได้รับความอับอายยิ่งนัก ขอพระบิดาได้โปรดส่งกระทิงสวรรค์ไปสังหารมันและทำลายนครของมันให้พินาศสิ้นด้วยเถิด และหากพระบิดามิทรงยอมตามที่ลูกร้องขอ ลูกจะไปทลายประตูนรกเพื่อปลดปล่อยเหล่าผีร้ายให้ขึ้นมาย่ำยีมวลมนุษย์” เมื่อทรงได้ฟังคำขอของพระธิดาแล้ว เทพอนูจึงส่งกระทิงสวรรค์ลงมาเพื่อสังหารกิลกาเมชและทำลายนครอูรุก โดยในทันทีที่กระทิงสวรรค์เหยียบลงบนแผ่นดินอูรุก เพียงครั้งแรกที่มันพ่นลมหายใจออกมา ก็เกิดแผ่นดินแยกและสูบเอาทหารของกิลกาเมชลงไปถึง 100 คน และเมื่อมันพ่นลมหายใจครั้งที่สองก็ทำให้ทหารถูกสูบลงไปอีก 500 คน และในการพ่นลมหายใจครั้งที่สาม เอ็นคิดูก็พลัดตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดิน ทว่าชายหนุ่มสามารถปีนกลับขึ้นมาได้และพุ่งเข้าจับเขาของกระทิงสวรรค์เอาไว้ พร้อมกับร้องบอกให้กิลกาเมชใช้ดาบแทงเข้าไปยังจุดตายที่อยู่ระหว่างเขาและคอของมัน กษัตริย์หนุ่มใช้ดาบแทงเข้าไปตามที่สหายร้องบอกและกระทิงสวรรค์ก็สิ้นชีพลงในทันที ความอหังการ์ของสองสหาย ทำให้เหล่าเทพตัดสินใจให้บทเรียนที่สำคัญแก่กิลกาเมช โดยบันดาลให้เอ็นคิดูล้มป่วยและเสียชีวิตลง ความตายของสหายทำให้กิลกาเมชเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจมอยู่กับความทุกข์เป็นเวลานาน ทั้งยังเกิดความหวาดหวั่นสิ่งหนึ่งขึ้นภายในใจ นั่นคือ ความหวาดหวั่นว่า วันหนึ่ง พระองค์จะต้องสิ้นชีวิตลงเช่นเดียวกับสหาย ในที่สุด กิลกาเมชจึงตัดสินพระทัยหาวิธีที่จะทำให้พระองค์ไม่ต้องตาย โดยออกเดินทางไปยังต้นน้ำแห่งแม่น้ำทั้งมวลของโลก เพื่อค้นหา อุชนาปิชติม มนุษย์ผู้รอดตายจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ กิลกาเมชออกเดินทางเพียงลำพังและเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกประหลาดมากมาย เช่น มนุษย์แมงป่องยักษ์ที่น่ากลัวสองตนที่ทำหน้าที่เฝ้าหนทางสู่โลกใต้พิภพ มนุษย์แมงป่องทั้งสองรู้ว่า กิลกาเมชมีสายเลือดของเทพเจ้าอยู่ในตัวโดยกล่าวว่า “ท่านมีความเป็นเทพอยู่สองในสามส่วน มีความเป็นมนุษย์อยู่หนึ่งในสามส่วน” และเมื่อพวกมนุษย์แมงป่องรู้ถึงความตั้งใจของกิลกาเมช พวกนั้นก็เอ่ยเตือนเขาถึงอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาเดินทางต่อไป หลังเดินทางผ่านดินแดนแห่งความมืดแล้ว กิลกาเมชก็มาถึงหุบเขาแห่งแสงสว่างและสวนพฤกษาแห่งอัญมณีซึ่งต้นไม้ทุกต้นมีผลเป็นอัญมณีเลอค่า จากนั้นกิลกาเมชก็ไปถึงยังฝั่งทะเลแห่งมรณะและเมื่อข้ามพ้นทะเลแห่งนั้น เขาก็ได้พบกับอุชนาปิชติม ซึ่งอุชนาปิชติมบอกกับกิลกาเมชว่า “ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะเหล่าเทพเจ้ามีประสงค์ให้ชีวิตมนุษย์เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว” แต่กิลกาเมชก็ยังคงดึงดันที่จะเป็นอมตะ อุชาปิชติมจึงเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลกและกล่าวถึงการที่เทพเจ้าสั่งให้ตนต่อเรือช่วยสิ่งมีชีวิตบนโลกให้รอดตาย จากนั้นจึงได้รับพรจากเทพเจ้าให้เป็นอมตะ อย่างไรก็ตาม ในที่สุด อุชนาปิชติมก็ทนการอ้อนวอนของกิลกาเมชไม่ไหว เขาจึงบอกให้กิลกาเมชดำน้ำลงไปต้นมหาสมุทร ณ จุดสิ้นสุดของโลก เพื่อนำเอาต้นไม้แห่งการกลับคืนสู่ความหนุ่มสาวขึ้นมา กิลกาเมชทำได้สำเร็จและดีใจมาก เขาตั้งใจจะนำต้นไม้นี้กลับไปทดลองกับคนชราที่เมืองอูรุก ทว่าระหว่างเดินทางกลับ งูตัวหนึ่งได้มาขโมยต้นไม้ต้นนั้นไป ทำให้เหล่างูทั้งหลายสามารถลอกคราบเพื่อกลับคืนสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้อีกครั้ง แม้กิลกาเมชจะผิดหวังกับความพยายามที่สุดท้ายก็สูญเปล่าของตน แต่ในที่สุด เขาก็ได้เข้าใจถึงสัจจะธรรมของชีวิตและยอมรับชะตากรรมของชีวิตโดยไม่คิดดิ้นรนเป็นอมตะอีกต่อไป จากนั้นกิลกาเมชก็สั่งให้ขุนนางจารึกเรื่องราวการเดินทางของพระองค์ไว้ที่ฐานของประตูเมืองและกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมานานนับพันปี กล่าวขานสืบมาและเป็นอมตะในความทรงจำของคนรุ่นต่อมา สืบมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ขอบคุณข้อมูล wikipedia, komkid, earthunseen.blogspot, myfirstbrain เรียบเรียงโดย teen.mthai.com

ระทึก! หลังคาปั๊มบางจากถล่มทับรถ หลังเกิดลม ฝนหนัก
ข่าวจังหวัดนครปฐม /  ข่าววันนี้ / 

หลังคาปั๊มบางจาก ในเมืองนครปฐม ต้านแรงลม รับน้ำหนักน้ำฝนไม่ไหว ถล่มทับรถเก๋งจอดเติมน้ำมันเสียหาย โชคดีไม่มีคนเจ็บ เสียชีวิต รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 20.30 น. ของช่วงคืนที่ผ่านมา (20 ส.ค.57) ได้เกิดเหตุระทึกขึ้น เมื่อหลังคาปั๊มน้ำมันบางจากที่ตั้งอยู่บนถนนทรงพล อ.เมือง จ.นครปฐม พังถล่มลงมา เนื่องจากต้านทานแรงลมไม่ไหว ภายหลังเกิดพายุฝนลมแรงกระหน่ำอย่างหนักในพื้นที่ ซึ่งจากเหตุดังกล่าวส่งผลทำให้มีรถยนต์ที่กำลังเติมน้ำมันอยู่ในปั๊มเสียหาย 1 คัน แต่โชคดีที่ไม่มีผูได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุทาง บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ก็ได้ออกแถลงขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด โดยระบุว่า "บางจากฯ ขออภัย พร้อมรับผิดชอบรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย จากหลังคาสถานีบริการน้ำมันบางจาก ถนนทรงพล จังหวัดนครปฐมที่ล้มทับ เนื่องจากอยู่ระหว่างปรับปรุง ซ่อมแซม ประกอบกับมีฝนตกหนัก โดยในขณะนี้ได้ให้วิศวกรเข้าไปดูแลตรวจสอบโครงสร้างอย่างเข้มงวด พร้อมเตรียมการป้องกันปัญหาในระยะยาวเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้าและพนักงาน" MThai news ภาพจาก www.js100.com

สตช.สั่งพ.ต.ท.ไชยปราการค้ายาออก ราชการ-เด้งผกก.ภ.5
ตำรวจขนยา /  ตำรวจขายยาไอซ์ / 

รอง ผบ.ตร. เผยให้ พ.ต.ท.ค้ายาออกจาราชการไว้ก่อน พร้อมตั้ง กก.สอบ ส่วน ผกก.โดนหางเลข ช่วยราชการ ภ.5 ไม่มีกำหนด ฐานไม่เข้มงวด ขณะที่ ตำรวจ ทหารลำปาง ยึดรถของ พ.ต.ท. อีก 2 คัน เร่งขยายผลยึดทรัพย์สิน ใน 2 จังหวัด พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังจากที่เดินทางไปสอบปากคำ พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รองผู้กำกับการปราบปรามสถานีตำรวจภูธรไชยปราการ ที่ขนยาบ้า 800,000 เม็ด และถูกจับกุมได้นั้น ล่าสุด ทาง บช.ภ.5 ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.นายดังกล่าว ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยให้ทาง ตร.ปส. เข้าร่วมเป็นกรรมการสอบด้วย ส่วน พ.ต.อ. ธวัชชัย เทพบุญ ผกก.สภ.ไชยปราการ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ พ.ต.ท.นายดังกล่าว ไปช่วยราชการ ที่ บช.ภ.5 ไม่มีกำหนด ฐานไม่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น และพร้อมกับตั้ง กก.สอบสวนข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน รองภาค5รับพตท.ขนยาบ้าเสียภาพลักษณ์ตร. พล.ต.ต. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวยอมรับว่า กรณีมีข้าราชการตำรวจไปเกี่ยวข้องกับคดีค้ายาเสพติด โดยเฉพาะล่าสุดที่มีการจับกุม พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รองผู้กำกับการปราบปรามสถานีตำรวจภูธรอำเภอไชยปราการ ทำให้ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับผลกระทบไปด้วย แม้จะเป็นการกระทำผิดส่วนบุคคลก็ตาม แต่สังคมย่อมมองเป็นความเสียหายเพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐทำผิดเอง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ราชการตำรวจฝีมือดี ด้านการปราบปรามยาเสพติดมากระทำความผิดเอง สัปดาห์นี้จะได้เรียกประชุมนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่โดยเฉพาะ พื้นที่เสี่ยงแนวชายแดน เพื่อให้เข้มงวดในการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นกรณีที่เกิดขึ้นอีก ส่วนผู้กระทำความผิด ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งโทษทางวินัยด้วย ทหาร-ตำรวจบุกยึดรถ2คันของพ.ต.ท.ขนยาบ้า พ.ต.อ. สังเวียน อินตากูล ผู้กำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดลำปาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เข้าประชุมด่วนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เพื่อประชุมวางแผนในเรื่องการขยายผลยึดทรัพย์สินบ้าน ที่ดินและรถยนต์ต่างๆ ของ พ.ต.ท.ชำนาญ พุ่มไพจิตร รอง ผกก.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ หลังจากถูก ตำรวจ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย จับกุมขณะขนยาบ้ากว่า 8 แสนเม็ด และยาไอซ์ โดย เช้าวันนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง เข้าไปยึดรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค และรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์หลังถูกจอดทิ้งไว้ในบ้านของ รอง ผกก.สภ.ไชยปราการ ที่บริเวณบ้านที่หมู่บ้านสุขสวัสดิ์ เมืองลำปาง และเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจลำปางได้ทำการประชุมวางแผน เพื่อทำการสืบหาทรัพย์สิน ทั้งใน จ.ลำปาง และ จ.เชียงใหม่ ที่เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการค้าขายยาเสพติดของ รอง ผกก.คนดังกล่าว