คันศีรษะ

แอบเซ็ง! เล็ก คาราบาว โพสต์ระบาย บิ๊กไบค์เสียพร้อมกัน 4 คันรวด
คาราบาว /  เล็ก คาราบาว

    ชื่นชอบและหลงเสน่ห์ของรถบิ๊กไบค์เป็นชีวิตจิตใจ สำหรับขุนพลคนเพื่อชีวิต พี่เล็ก คาราบาว มือกีตาร์วงคาราบาว ไอดอลของแฟนเพลงทั่วเมืองไทยโดยเฉพาะคอเพลงเพื่อชีวิต ซึ่งล่าสุด ที่ทำเอาหลายคนถึงกับอึ้ง เมื่ออยู่ๆ พี่เล็ก ได้โพสต์ระบายถึงรถแมงกะไซค์ ของรักของหวงของสะสมของเจ้าตัว ที่ดันมาเสียพร้อมกัน 4 คันรวด ทำเอาเจ้าตัวถึงกับแอบเซง เล่าอาการของแต่ละคันว่าต้องซ่อมอะไรบ้าง ว่าแต่...รถของพี่เล็กแต่ละคันไม่ธรรมดาจริงๆ งามๆ ทั้งนั้น ไม่เชื่อลองไปชมกันเลย...

10 เรื่องน่ารู้จาก The Fast and the Furious: Tokyo Drift
Channing Tatum /  Gary Scott Thompson / 

10 เรื่องน่ารู้จาก The Fast and the Furious: Tokyo Drift 1. หลังจากการชมภาพยนตร์ก่อนที่จะออกฉายจริง ทาง Universal Pictures ได้เข้าไปคุยกับ วิน ดีเซล (Vin Diesel) ว่าอยากให้เขาไปโผล่ในภาพยนตร์หน่อยได้ไหม เพื่อสร้างความน่าสนใจและเพิ่มรายได้ให้กับตัวภาพยนตร์ ซึ่งเจ้าตัวก็เห็นด้วย แต่ Universal ต้องปล่อยลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง Riddick ให้เขาก่อน และในเวลาต่อมา วิน ดีเซล ก็ได้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Riddick ในปี 2013 2. การดริฟต์รถในภาพยนตร์นั้นไม่ได้มาจากการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกช่วย แต่มาจากฝีมือการดริฟต์ของคนขับระดับโปรล้วน ๆ 3. รถกว่า 100 คัน พังเสียหายวอดวายในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ 4. โทโย ได้บริจาคยางกว่า 4,000 เส้นให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ 5. มิทซูบิชิ แลนเซอร์ อีโว 8 และ นิสสัน อาร์ 32 เอส 2 คัน ได้เปลี่ยนล้อจาก AWD เป็น RWD เพื่อให้รถสามารถดริฟต์ได้อย่างสะดวก 6. เป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์ Fast & Furious เพียงเรื่องเดียวที่ พอล วอล์กเกอร์ (Paul Walker) ไม่ได้แสดง (ก่อนที่เจ้าตัวจะเสียชีวิต) 7. เป็นภาพยนตร์แฟรนไชส์ Fast & Furious เรื่องแรกที่ไม่ได้เขียนบทตัวละครโดย แกรี สก็อตต์ ธอมป์สัน (Gary Scott Thompson) 8. แชนนิง เททัม (Channing Tatum) เคยออดิชั่นเพื่อรับบทในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย 9. ตัวละครที่ชื่อ นีลา รับบทโดย นาตาลี เคลลีย์ (Nathalie Kelly) เล่นแชทโดยใช้ชื่อว่า Drift_Girl แต่เขียนด้วยตัวอักษรคาตาคานะ 10. ในฉากโรงอาหารที่มีเครื่องขายของอัตโนมัติ ฌอน และ นีลา กำลังใช้ตะเกียบ แต่ทั้งสองคนไม่ได้กินพวกราเม็ง เพราะข้างกล่องเขียนว่าสปาเก็ตตีเนื้อเป็นตัวอักษรคาตาคานะ ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ imdb.com เตรียมเจอดริฟต์จนต้องเกรงใจล้อได้ใน Fast & Furious ทั้ง 6 ภาคที่ช่อง MONO 29 นำกลับมาฉายใหม่ให้ชมอย่างต่อเนื่องตามวันและเวลาดังนี้ วันพุธที่ 23 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.20 น. The Fast and the Furious เร็ว..แรงทะลุนรก (ภาค1) เวลา 20.30 น. 2 Fast 2 Furious เร็วคูณ 2 ดับเบิ้ลแรงท้านรก วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.30 น. The Fast and the Furious: Tokyo Drift เร็ว...แรงทะลุนรก ซิ่งแหกพิกัดโตเกียว (ภาค3) วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.30 น. Fast & Furious เร็ว...แรงทะลุนรก 4: ยกทีมซิ่ง แรงทะลุไมล์ วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.30 น. Fast Five เร็ว...แรงทะลุนรก 5 วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้ เวลา 20.30 น. Fast & Furious 6 เร็ว...แรงทะลุนรก 6

ฤกษ์ดี วันลอยกระทง 23.50 -00.03 น. อาบน้ำพระจันทร์ เสริมเสน่ห์ให้คนชอบ
วันลอยกระทง /  อาบน้ำพระจันทร์ / 

อาบน้ำมหาเพ็ญ เสริมมหาเสน่ห์ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12  ฤกษ์ดี 23.50 -00.03 น. โดยความเชื่อโบราณบอกว่า พิธีกรรมในสมัยก่อน เมื่อพระจันทร์ตรงกับศีรษะ ให้นำน้ำฝนหรือน้ำสะอาดใส่ลงในภาชนะ แล้วนำไปตั้งไว้กลางแจ้ง ตั้งจิตอธิษฐานแล้วนำมาอาบ จะเป็นมหาเสน่ห์ต่อผู้พบเห็น มีแต่คนนิยมชมชอบ และยังสามารถชำระล้างสิ่งเลวร้ายที่แฝงอยู่ในตัว ให้ออกไปได้ ข้อมูลจาก : Horolive.com

หวาย ร่ำไห้! ถูกคู่กรณีซ้อม-ขวดฟาดหัวไม่รู้สาเหตุ ยันไม่ได้เมาอาละวาดตามคลิป
หวาย ปัญญริสา

       หลังมีการแชร์คลิปหลุดกระหน่ำโซเชียลที่อ้างว่า นักร้องสาว หวาย ปัญญริสา และแฟนหนุ่มเมาอาละวาดโชว์กร่างกลางป่าตอง จ.ภูเก็ต ซึ่งเจ้าตัวโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วว่าไม่เป็นความจริงทั้งหมด ล่าสุด สาวหวาย เดินทางมาเปิดใจครั้งแรกกับกรณีคลิปหลุดใน รายการปากโป้ง ทางช่อง 8 โดยเล่าเหตุการณ์ทั้งน้ำตา ทั้งช็อกและเจ็บใจที่ถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ถึง 2 ครั้ง ทั้งซ้อมและเอาขวดฟาดศีรษะจนทำให้มีอาการปวดหัวมาก ซึ่งเธอเคยมีอาการกะโหลกร้าวจากอุบัติเหตุตกมอเตอร์ไซค์เมื่อปี 2556 มาแล้ว พร้อมยืนยันตนไม่ได้เมาอาละวาด วอนอย่าตัดสินแค่การฟังความข้างเดียวจากคลิป ตอนนี้ยังไม่แจ้งความดำเนินคดี รอปรึกษาผู้ใหญ่และรวบรวมหลักฐานต่อไป              "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าให้เล่าแบบสั้นๆ เลยเราถ่ายรูปกับแฟนคลับอยู่ มีคนเดินเข้ามาถามว่า กวนเราเหรอ เราบอกว่าเปล่าถ่ายรูปกับแฟนคลับอยู่ รู้ตัวอีกทีคือมีคนเอาของมาฟาดหัวข้างหลังแล้วก็ล้มลงไป ตอนนั้นมึน ช็อก หลายอย่างค่ะ ความรู้สึกมันวนเวียนไปหมด พอลุกขึ้นมาได้เราก็ยอมเดินออกมา พอสติกลับมาก็รู้สึกว่าใครทำเรา เกิดอะไรขึ้น รู้สึกปวดหัวมาก ตัวเราก็เคยกะโหลกร้าวมันเลยคิดมากไปหมดเลย ปวดขนาดนี้อะไรเกิดขึ้นข้างใน และตอนนั้นก็ไม่เห็นคู่กรณีแล้ว อยู่ดีๆ เค้าก็กลับมารอบที่ 2 อย่างที่เห็นกันในคลิปคือจุด 2 ที่ทุกคนเห็นว่าเมาอาละวาด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เราโดนกระทำเป็นรอบที่ 2 ก็พยายามปกป้องตัวเอง มีการตะโกนว่าใครทำ ทำทำไม ตัวหนูทุกอย่างมันจำไม่ค่อยได้เลย ตัวหนูเองคิดว่าอยู่กับพื้นนานอยู่เหมือนกัน"              "ไม่รู้จักคู่กรณี ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยทักทายกันมาก่อน มันเลยเจ็บใจมากค่ะ ต้องบอกทุกคนเลยว่าคืนนั้นเป็นวันที่หนูแฮปปี้มากจริงๆ มันเลยเอฟเฟกต์กับหนูมาก จะกลับบ้านแล้วอยู่ดีๆ ก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น วันนั้นมีนัดทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของแฟน ได้มีการคุยเรื่องงานกัน หลังจากนั้นเราไปข้างนอกกันต่อจะได้รีแลกซ์ หวายเองก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนบ่อย ตอนไปเที่ยวที่ผับเสร็จออกมาจะขึ้นรถก็เกิดเรื่องขึ้นเลย"              "ตัวหนูเอง เราไม่ได้สังเกตเค้า ไม่เห็นเค้าเลย ตอนอยู่ในผับไม่ได้ไปเดินชนใครทั้งสิ้น อยู่ในผับตัวหวายเองรู้ว่าวันนั้นมีสติเต็มร้อยค่ะ ไม่ได้ดื่มค่ะ มีสติแฮปปี้มาก หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคิดว่าอยู่ดีๆ หนูจะไปมีเรื่องกับใคร หรือมีปัญหากับใคร ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ แฟนได้ดื่มแต่ดื่มน้อย เบียร์ขวดเดียว เอาจริงๆ อยากให้ทุกคนตัดเรื่องแอลกอฮอล์ไปสักที เพราะมันไม่ได้เกี่ยวเลย ถ้าอยากจะทราบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดมั้ย หรือถ้าไม่เชื่อหวายก็ลองโทรคุยกับสารวัตรได้"             "ก่อนหน้านี้ตัวหวายเองไม่เคยมีกระทบกระทั่งกับคนในพื้นที่จริงๆ ไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร หรือหาเรื่องใครในที่ของเค้า ส่วนเหตุการณ์ก่อนที่เคยทะเลาะวิวาทภูเก็ต ไม่เกี่ยวแน่นอนค่ะ อย่างที่บอกว่าตอนนั้นเพื่อนหนูเป็นคนโดน หนูไม่ได้โดนอะไรเลย คู่กรณีของเพื่อนหนูก็ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวหนูเลย หนูแค่ตกใจและถามว่าทำเพื่อนฉันทำไม แต่คราวนี้หนูโดนเองเลย โดนแบบงงๆ ไม่เข้าใจว่าเค้าทำเราทำไม ทางตัวหวายอยากที่จะฟังจากเค้าเหมือนกันว่ารู้สึกยังไง มีแค่ฝ่ายชายมาคุยกับแฟนหวายว่าทางผู้หญิงผิดจริง ถ้ามีอะไร ต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกได้ แต่เค้าขอไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรมาก"             "เรื่องโรงพักใช่มั้ยที่ทุกคนถามว่าทำไมไป หลังจากเกิดเหตุจุดที่ 2 หนูเป็นคนบอกคุณตำรวจเองว่าอยากไปโรงพักตอนนี้ เพื่อนเราทุกคนบอกว่าจะไปดีเหรอ เดี๋ยวเป็นข่าวนะ ก็เราโดนฉันไม่สน ตอนนั้นเราก็ยังคิดว่าอาจจะยังเป็นเรื่องที่ไม่ใหญ่โต แต่ตอนนั้นเราโดนเราเจ็บ อยากเคลียร์กับคู่กรณี ถ้าเคลียร์กันไม่ได้ก็แจ้งความ ในเมื่อคู่กรณีไม่มาแล้วตอนนั้นเราเจ็บมาก มันปวดศีรษะจริงๆ จนคิดว่าจะตาย สารวัตรบอกว่าไปโรงพยาบาลเถอะเค้าไม่มาแล้ว ไปเถอะไม่ต้องรอ"             "อาการตอนนี้มันสะเทือนใจมาก ยังช็อกอยู่ ที่มาวันนี้ สภาพจิตใจยังไม่พร้อม แต่ก็อยากออกมาเล่าให้ทุกคนฟัง จบวันนี้ไปหนูรู้สึกดีใจที่ได้ออกมาพูด แต่สภาพจิตใจตอนนี้ไม่ดีมากค่ะ ตอนนั้นไปหาหมอที่โรงพยาบาลบอกว่าโดนทำร้ายร่างกาย ตามตัวมีรอยบวมตรงศีรษะ มีช้ำบนใบหน้าดวงตา มีแผลบนตัว มีรอยช้ำบนตัว หมอขอให้แอดมิด แต่เราไม่ยอมแอดมิด พอกลับไปเช็กอีกรอบ หมอก็บอกว่าต้องแอดมิด ต้องเอ็กซเรย์ แต่หนูก็บอกว่าไม่ได้ เราต้องรีบกลับมากรุงเทพค่ะ"            "สรุปยังไม่ได้แจ้งความ อยากดำเนินคดีนะคะ แต่ต้องรอคุยกับผู้ใหญ่ค่ะ มันไม่ได้แล้วแต่หวายคนเดียวด้วย ตัวหวายเองก็อยากจะปกป้องตัวเองอยู่แล้ว แต่ต้องรอคุยกับผู้ใหญ่และรอรวบรวมหลักฐานทั้งหมดค่ะ กับคู่กรณีไม่ได้คุย ไม่ได้ติดต่ออะไรเลย แฟนผู้หญิงคนนั้นติดต่อมาทางแฟนของหวายเท่านั้น ไม่ได้คุยกับตัวผู้หญิง ไม่ได้คิดจะเจอเร็วๆ นี้หรือพูดคุยกับเค้าด้วย หนูไม่อยากเจอเค้ามันเจ็บใจมาก ตัวหนูมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ยังช็อกมากค่ะ สภาพจิตใจไม่ดีเลย ตัวหวายเองอยากรู้มากว่าทำไมถึงทำ แต่ตอนนี้มันเจ็บมาก มันหาเหตุผลอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ หาเหตุผลไม่ได้จริงๆ นอกจากเค้าไม่ชอบเรามาอยู่แล้ว ไม่ชอบผลงานเราถึงมาทำแบบนี้ เราไม่เคยเจอ ไม่เคยคุยมาก่อนจริงๆ มันหาเหตุผลไม่ได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องหึงหวงแน่นอนค่ะ"             "ถามแฟนหนูแล้วว่าไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ เป็นแฟนใหม่ของพี่ผู้ชายคนที่โทรมาหา พี่เค้าโทรมาเคลียร์ให้ขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้หญิงผิดจริง พี่ผู้ชายเป็นเพื่อนของเพื่อนแฟนอีกที เป็นกลุ่มรู้จักกันห่างๆ อยู่แล้ว แต่วันนั้นไม่ได้อยู่โต๊ะเดียวกัน อยู่คนละโต๊ะค่ะ แฟนหนูก็ถามแล้วว่าเค้าทำเพื่ออะไร พี่ผู้ชายเค้าบอกไม่รู้ขอโทษ ตอนนั้นเมาทุกคน อีกฝ่ายเกินร้อยหมดค่ะถามสารวัตรได้ค่ะ สรุปว่าโดนเอาขวดแก้วฟาดหัวค่ะ จุดที่ 2 โดนซ้อมด้วยค่ะ ผลกระทบกับที่กะโหลกร้าวอยู่แล้วเท่าที่เช็กจากภายนอกอย่างเดียว หมอขอให้มาเอ็กซเรย์แอดมิดก็ยังไม่กลับไปจนวันนี้ ตอนนี้ก็ยังปวดอยู่ แต่หนูไม่อยากออกไปไหนเลย ไม่อยากเจอผู้คน วันนี้เป็นครั้งแรกที่ออกไปไหนหลังเกิดเรื่องและเจอคนเยอะขนาดนี้"             "อยากบอกอะไรที่คนตีความในคลิปผิดไป ก็อยากจะให้ทุกคนเข้าใจหนูด้วยและยอมรับฟังหนูบ้าง เปิดใจให้หนูบ้าง หนูเป็นคนเหมือนกัน เข้าใจว่าในคลิปที่ทุกคนได้ดูกัน มันไม่ได้มีภาพเยอะ ไม่ได้เห็นหนูหรืออะไร แต่ที่ได้ยินเสียงหวายตะโกนหรืออะไร มันเป็นเพราะเราโดนทำค่ะ เราตกใจ มันต้องมีพูดบ้าง ถามบ้าง จะให้เราโดนทำแล้วยืนนิ่งๆ เฉยๆ ร้องไห้เหรอ มันไม่ใช่ค่ะ คนเราโดนทำแบบนั้นมันตกใจอยู่แล้ว ในชีวิตนี้หนูไม่เคยโดนใครทำแบบนี้ ไม่เคยโดนใครเอาของมาฟาดใส่หัวหนูเลยค่ะ"           "วันนั้นที่บอกว่าวันนั้นหวายมีความสุขมาก คือตัวของหวายเองก็มีความเครียด มีความเศร้าจากหลายๆ อย่างเหมือนกันปีนี้ กับตัวหวายเอง ครอบครัว เพื่อน แฟนของหวายก็พอรู้อยู่บ้าง วันนั้นมันเป็นวันที่ยากมากที่จะมีความสุขได้ทั้งวันจริงๆ มันไม่ได้เป็นเรื่องปกติสำหรับหนู ช่วงก่อนนั้นมันเครียดหลายอย่าง ทั้งเรื่องเรียน เรื่องทำงานด้วย มันเลยเสียใจตรงนี้ เพราะเราพยายามที่จะมีความสุขมากๆ หลังจากนี้จะดำเนินการยังไงก็ต้องคุยกับผู้ใหญ่ก่อนจริงๆ"            "ทางครอบครัวก็ทั้งเป็นห่วงและอยู่ข้างๆ ปลอบใจตลอด เค้ารู้ว่าเราเป็นคนยังไง เค้ารู้จักเราดีที่สุด พ่อแม่ก็บอกตลอดว่าอย่าเครียดอย่าคิดมาก ข่าวก็คือข่าว รู้ว่าความจริงคือยังไง เค้าก็อยากให้เราไปแจ้งความ อยากให้เราแฮปปี้ค่ะ อะไรที่ลูกอยากก็โอเค เราอยากมั้ยมันก็อยาก ก็เห็นใจเค้านิดนึงแต่ไม่อยากพูดแบบนี้เลย เราก็เครียด ถ้าเค้าเข้ามาขอโทษ หนูคิดว่าเค้าไม่ขอโทษ แฟนเค้าก็เป็นห่วงและรู้สึกสงสาร ถ้าเค้ามาขอโทษจะให้อภัยมั้ยเหรอ ยากค่ะ จะกลับไปป่าตองอีกมั้ย ยังไงเราก็อยากกลับไปอยู่แล้วค่ะ แต่คงไม่ไปแถวนั้นเร็วๆ นี้ กลัวโดนค่ะ" หวาย กล่าว        หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา   หวาย ปัญญริสา      

รีวิว Bleed for This คนระห่ำหมัดหยุดโลก
Ben Younger /  Bleed for This / 

วินนี ปาเซียนซา (Vinny Pazienza) ชื่อของนักมวยคนดังที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ได้ยินหนาหูในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่อง Bleed For This คนระห่ำหมัดหยุดโลก กำลังฉายในบ้านเรา ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดังที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางอาชีพที่เขารัก แต่ดันโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิต แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะกลับขึ้นสังเวียนอีกครั้ง แต่อะไรทำให้เขาฝืนชะตาลิขิตจากสวรรค์ อะไรที่ทำให้เขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า ทันทีที่ผมดูตัวอย่างภาพยนตร์จบลง ผมไม่รอช้าที่จะตีตั๋วเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ Bleed For This คนระห่ำ หมัดหยุดโลก ว่าด้วยเรื่องราวที่สร้างจากเรื่องจริงสุดช็อคของแชมป์มวยโลก วินนี ปาเซียนซา รับบทโดย ไมลส์ เทลเลอร์ (Miles Teller) ที่เกือบเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ หมอได้วินิจฉัยว่าเขาอาจจะไม่สามารถเดินได้อีก แต่เขาเลือกที่จะต่อสู้กับโชคชะตาแล้วทุ่มแรงกาย หวนกลับมาซ้อมเพื่อเข้าสู่สังเวียนเดือดอีกครั้ง ภาพยนตร์ได้เล่าเรื่องในช่วงจังหวะชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดัง วินนี ปาเซียนซา การดำเนินเรื่องนั้นไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป ไม่มีแฟลชแบ็กย้อนกลับไปกลับมาถึงอดีตให้สับสน ภาพยนตร์เผยให้เห็นแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตนักมวยคนนี้ในไฟท์ที่เขาจะได้รู้จักกับความพ่ายแพ้ กระทั่งฟิตซ้อมร่างกายจนขึ้นเวทีออกหมัดได้อย่างไม่อายใคร ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องนั้น สำหรับตัวละครหลัก ๆ แล้วมีไม่มากนัก และแต่ละคนก็มีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน สร้างการจดจำได้ง่าย แม้จะมีตัวละครอื่น ๆ บ้าง แต่ถ้าดูแล้วนึกไม่ออกว่าเป็นใครก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อเนื้อเรื่องแต่อย่างใด ซึ่งนักแสดงที่รับบทนำอย่าง ไมลส์ เทลเลอร์ ก็ถ่ายทอดความรู้สึกและสร้างคาแรกเตอร์ให้เชื่อได้ว่าเขาเป็นนักมวยจริง ๆ และเขาเป็นเสาหลักของเรื่องเพียงคนเดียวที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูแล้วไม่น่าเบื่อ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงช่วงชีวิตหนึ่งของนักมวยคนดัง ซึ่งผู้กำกับ เบ็น ยังเกอร์ (Ben Younger) ก็ไม่ได้ยัดเยียดฉากชกมวยให้ดูจนต้องเบือนหน้าหนีอย่างแน่นอน ซึ่งฉากที่ ไมลส์ เทลเลอร์ ได้ขึ้นสังเวียนนั้นมีน้อยมาก นอกจากนี้กติกาหรือเรื่องราวยาก ๆ ที่เกี่ยวกับการชกมวยก็ไม่ได้สร้างความหนักใจให้กับคนดูต้องมานั่งทำความเข้าใจอะไรเลย หน้าที่ของคนดูคือรู้แค่ว่าเขากำลังขึ้นเวทีและชกกับใครแค่นั้นก็พอแล้ว ฉากที่พีคที่สุดคงต้องยกให้ฉากเอาที่ครอบศีรษะออกหลังจากใส่มาแล้ว 6 เดือนเต็ม ซึ่งการเอาออกนี้โดยปกติแล้วผู้ป่วยจะต้องเข้าห้องผ่าตัดดมยาสลบ แต่เจ้าตัวกลับบอกหมอว่า ขันน็อตเอาออกสด ๆ ได้เลย ไม่ต้องฉีดยาชาหรือดมยาสลบใด ๆ ฉากนี้นอกจากจะลุ้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะซีดปากตาม ประหนึ่งว่าโดนหมอเอาออกเอง แค่เห็นความใจสู้ของผู้ชายคนนี้ในการใช้ชีวิตร่วมกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็นับว่าน่ายกย่องแล้ว แต่การเอาออกแบบสด ๆ ก็ต้องบอกเลยว่านับถือใจนักมวยคนนี้จริง ๆ ที่สุดแล้ว ชีวิตคนเรามันไม่มีอะไรแน่นอน คนบางคนกำลังมาถึงจุดที่ช่วงชีวิตกำลังออกตัวพุ่งทะยานไปสู่จุดที่สูงขึ้น แต่โชคชะตาอาจไม่เป็นใจ และพระเจ้าอาจไม่เห็นด้วย ชีวิตอาจถึงขั้นพลิกผันจนต้องเลือกเส้นทางเดินให้กับชีวิตใหม่ แต่สำหรับ วินนี ปาเซียนซา จิตวิญญาณของเขายังอยู่กับนวมและสังเวียน เขาพยายามฝืนสังขารตัวเองเพื่อกลับมายืนบนผืนผ้าใบอีกครั้ง จิตใจของเขาสร้างปาฏิหาริย์จากคนที่หมอวินิจฉัยว่าแค่เดินยังลำบาก แต่ไม่ถึงปีผู้ป่วยรายนี้กลับได้ไปยืนแลกหมัดกับคู่ต่อสู้ได้อย่างถึงใจถึงอารมณ์ เมื่อใจเป็นประธานและกายเป็นบ่าวแล้ว ขอเพียงใจสู้เท่านั้น มนุษย์ก็สร้างปาฏิหาริย์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลานุภาพที่มองไม่เห็น ป.ล. ตอนท้ายของภาพยนตร์มีภาพของ วินนี ปาเซียนซา ตัวจริง พร้อมประโยคเด็ด ๆ ที่เจ้าตัวเคยพูดไว้ในภาพยนตร์ และบุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขา ซึ่งตัวละครแต่ละตัวในเรื่องถอดแบบมาค่อนข้างเหมือนทีเดียว