คันศีรษะ

กฎหมายบนท้องถนน ที่บังคับใช้ในประเทศต่างๆ ในยุโรปที่ควรรู้
กฎหมาย /  ขับรถ / 

วิคตอเรีย วอลตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันภัยรถยนต์ของบริษัท NFU Mutual ในประเทศอังกฤษ กล่าวว่า แต่ละประเทศในทวีปยุโรปมีกฎระเบียบหรือข้อห้ามต่างๆ บนท้องถนนแตกต่างกัน กฎหมายบนท้องถนน ที่บังคับใช้ในประเทศต่างๆ ในยุโรปที่ควรรู้ คือ ภาพจาก www.roadtraffic-technology.com เยอรมนี: การหยุดหรือจอดรถบนถนนทางด่วนพิเศษ หรือออโตบาห์นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แม้น้ำมันรถจะหมดถังก็ตาม สเปน: ผู้ขับขี่ต้องเสียค่าปรับหากสวมรองเท้าแตะขับรถ และห้ามใช้แฮนด์ฟรีแบบ DIY ขณะกำลังขับรถ ฝรั่งเศส: ผู้ขับขี่อาจต้องเสียค่าปรับสูงถึง 1,200 ยูโร หรือกว่า 50,000 บาท หากมีการใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียมหรือ Satellite Navigation System (Sat Nav) กับจุดที่มีกล้องตรวจจับความเร็วเปิดใช้งานอยู่และยังบังคับให้ผู้ขับขี่ต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจแบบ DIY ติดไว้ในรถด้วย อิตาลี: บังคับให้จอดรถในทิศทางเดียวกับการจราจรบนถนน และกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่สวมแว่นตาต้องมีแว่นตาสำรองไว้ในรถหนึ่งอัน รัสเซียและเบลารุส: ผู้ขับขี่จะถูกปรับทันที หากขับรถยนต์ที่สกปรก ไซปรัส: ห้ามบีบแตรใกล้โรงพยาบาล เดนมาร์ก: บังคับให้ผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบใต้ท้องรถ เพื่อดูว่ามีเด็กซ่อนอยู่หรือไม่ก่อนขับรถออกไปทุกครั้ง ลักเซมเบิร์ก: บังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องมีที่ปัดน้ำฝนที่กระจกหน้ารถ ไม่เว้นแม้แต่รถยนต์ที่ไม่มีกระจกหน้ารถ ประเทศในสแกนดิเนเวีย: เป็นภูมิภาคแรกที่บังคับให้มีการเปิดไฟหน้ารถยนต์ในเวลากลางวัน ที่มา เว็บไซต์ เดลี่ เมล / และ BangkokBizNews.com เอามาฝาก สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวต่างประเทศ และอยากขับรถที่เมืองนอกสักครั้ง ลองดูว่ามีกฎหมายอะไรแปลกๆ ที่เราไม่ควรจะไปฝ่าฝืน บางกฎก็แปลกๆ แต่เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ถึงจะดีนะคะ

แบงค์ แคช ปะทะ หญิงลี แดนซ์สะเดิด เปิดตัว Number One
Bankk Ca$h /  Miss Lee / 

เรียกได้ว่า เป็นบิ๊กเซอร์ไพร์ส หลังปล่อยทีเซอร์ สำหรับศิลปินหนุ่ม อาร์แอนด์บี แบงค์ แคช (ปรีติ บารมีอนันต์) ค่ายดั๊กบาร์ ในเครือ แกรมมี่ ที่ขอก้าวข้ามพรมแดนดนตรี โคจรมาประทะกับ หมอลำซิ่งสาว หญิงลี ศรีจุมพล เปิดตัวด้วยซิงเกิลเพลง Number One (นัมเบอร์วัน) ที่ทำเอาฮือฮาในโลกโซเชียลมีเดียไปแล้ว โดยเพลงนี้หนุ่มแบงค์ได้โชว์ฝีมือเต็มขั้นทั้งร่วมโปรดิวซ์ เขียนเนื้อร้องและทำนองเอง นำดนตรีในแบบ อีดีเอ็ม (อิเลคโทรนิกส์ แดนซ์มิวสิค) มาเติมความเป็นหมอลำลงไป รับรองงานนี้ได้เซิ้งกันสนั่นเมืองแน่นอน   แบงค์ แคช ปะทะ หญิงลี ซิงเกิ้ล Number One โดย มิวสิกวีดีโอเพลงนี้ออกมาชวนสนุก ชวนเต้น โดยทั้งคู่ขนขาแดนซ์มาหลายคันรถ ประชันกันกลางตลาดพูลทรัพย์ ทำแฟนๆที่มารอดูอยู่เนืองแน่นอ้าปากค้างแถมแอบขยับตามอีกด้วย จากกลางตลาด ก็ขึ้นมาแดนซ์ต่อกันบนดาดฟ้า ฉากนี้ใช้แดนเซอร์กว่าร้อยชีวิตมาเต้นท่าจำเพลงนัมเบอร์วันไปพร้อมกัน ดูอลังการสุดๆ และก็มาถึงฉากสำคัญที่ทั้งแบงค์และหญิงลีแอบซุ่มซ้อมมาอย่างหนัก เรียกว่าซ้อมกันจนนาทีสุดท้ายจนเดินเข้าฉากเลยทีเดียว นั่นคือทั้งคู่ต้องประชันดวลแดนซ์กันบนฟลอร์แบบตัวต่อตัว ในฉากนี้เราจะได้เห็นแบงค์ และหญิงลีในลุคใหม่ แฟชั่นจี๊ดๆ ที่ยังไม่เคยเห็นแน่นอนต้องรอดูอย่ากระพริบตา โดยเฉพาะการเต้นครั้งแรกของ แบงค์ แคช นั่นเอง แบงค์ แคช ปะทะ หญิงลี ซิงเกิ้ล Number One “เพลงนัมเบอร์วัน ผมว่าได้ก้าวข้ามอะไรหลายๆอย่าง ใครจะคิดว่า อีดีเอ็มจะมาอยู่กับหมอลำได้ ผมว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรก... ส่วนเอ็มวีก็จะเป็นครั้งแรกที่ผมต้องเต้นจริงๆจังๆเลยนะ ก็เพลงมันมาสนุกซะขนาดนี้แล้ว ไม่เต้นไม่ได้ครับ ก่อนวันถ่ายก็มีการเตรียมตัวมาบ้างครับ แต่มาเจอหญิงลีจริงๆก็วันถ่ายเลยเพราะเวลาไม่ตรงกัน เพลงนี้ตั้งใจให้เป็นเพลงเอนเตอร์เทน มองไปทางไหนก็เห็นทุกคนเต้นด้วยกันเหมือนในเอ็มวี” แบงค์ แคช เล่าถึงการทำงานในซิงเกิ้ลนี้ ด้าน หญิงลี เล่าให้ฟังถึงการได้มาทำงานร่วมกับ แบงค์ แคช ครั้งแรก “ได้มาร่วมงานกับพี่แบงค์ก็ปลื้มมากเลย เพราะพี่แบงค์เขาเป็นไอดอลของเราด้วย เก่งมากค่ะ เพราะว่าเฮียเขาเป็นร่วมโปรดิวเซอร์เองเลย สำหรับเพลงนังเบอร์วัน ส่วนเอ็มวีก็อลังการมาก เพราะใช้แดนเซอร์เป็นร้อยชีวิตเลยนะคะ ตัวหญิงลีเองก็มีลุคที่เปลี่ยนไปหวังว่าทุกคนจะชอบ มีไปซ้อมเต้นแบบแปลกๆใหม่ๆ เห็นแล้วรับรองต้องลุกขึ้นเต้นตามแน่นอนค่ะ” ฟังเพลง Number One  เนื้อเพลง Number One ศิลปิน BANKK CA$H feat.หญิงลี คำร้อง/ทำนอง BANKK CA$H เรียบเรียง Bellsnowbear -------------------------------------------------------- (BANKK) เห็นเธอแล้วบอกรักเธอเลยได้ไหม (เอ้ เอ้) ก็ใจของฉันมันฟ้องบอกฉันว่าเธอนะใช่ (หญิงลี) ไม่ได้มาโกหกลวงหลอกพูดผิดสักนิดเลยเธอ ก็ใจมันเผลอเจอรักรุมเร้าว่าเธอน่ะใช่ (BANKK) พอดีว่ายังไม่มีใคร ก็ใจมันลอยลอยตามเธอไป คิดสิคิดสิคิดสิคิด ก็ตัวเราเองจะทำยังไง (หญิงลี) เธอมาทำให้ใจละเมอ เตือนตัวเองเวลาเจอเธอ พยายามไม่มองไปเจอ (พร้อมกัน) แต่รู้ทั้งรู้ว่าคงไม่ห้ามใจ (พร้อมกัน) โอ้..เจอกี่ครั้งก็ใช่เลยคนนี้ หันไปมองเธอแต่ละที แค่นี้ก็ Love You Baby (หญิงลี) เอาใจไปเลยคนดี you're number one number one number one (BANKK) ก็เธอคือ number one number one number one (หญิงลี) ก็เธอคือ number one number one number one (BANKK) ก็เธอคือ number one number one number one number one... (หญิงลี) ขอใจเธอมาแลกเบอร์โทรได้มั้ย (โอ โอ้ะ โอ) แค่อยากจะโทรบอกเธอและย้ำว่าเธอน่ะใช่ (BANKK) แค่อยากจะโทรบอกเธอ บอกรักฝันดี Goodnight (เอ้ เอ้) ถ้าหากไม่รบกวนนัก บอกรักทุกวันยังได้ (หญิงลี) พอดีว่ายังไม่มีใคร ก็ใจมันลอยลอยตามเธอไป คิดสิคิดสิคิดสิคิด ก็ตัวเราเองจะทำยังไง (BANKK) เธอมาทำให้ใจละเมอ เตือนตัวเองเวลาเจอเธอ พยายามไม่มองไปเจอ (พร้อมกัน) แต่รู้ทั้งรู้ว่าคงไม่ห้ามใจ (พร้อมกัน) โอ้..เจอกี่ครั้งก็ใช่เลยคนนี้ หันไปมองเธอแต่ละที แค่นี้ก็ Love You Baby (BANKK) เอาใจไปเลยคนดี you're number one number one number one (หญิงลี) ก็เธอคือ number one number one number one (BANKK) ก็เธอคือ number one number one number one (หญิงลี) ก็เธอคือ number one number one number one number one... (พร้อมกัน) โอ้..เจอกี่ครั้งก็ใช่เลยคนนี้ หันไปมองเธอแต่ละที แค่นี้ก็ Love You Baby โอ้ I Love You... (พร้อมกัน) โอ้..เจอกี่ครั้งก็ใช่เลยคนนี้ หันไปมองเธอแต่ละที แค่นี้ก็ Love You Baby (พร้อมกัน) เอาใจไปเลยคนดี you're number one number one number one ก็เธอคือ number one number one number one ก็เธอคือ number one number one number one ก็เธอคือ number one number one number one ก็เธอคือ number one... ชมความสนุกของเพลงแห่งปี เพลง Number One ของ Bankk Cash Ft. Miss Lee ได้ที่ GMM GRAMMY OFFICIAL YOUTUBE ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของแบงค์ แคช ได้ที่ facebook.com/BANKKCASH , IG: Bankkcash และดาวน์โหลดเพลงนี้ได้ที่ *1234343 หรือ KKBOX ดู Teaser MV Number One BANKK CA$H (แบงค์ แคช) ปะทะ หญิงลี เซิ้งสุดมันส์ Number One BANKK CA$H (แบงค์ แคช) ปะทะ หญิงลี เซิ้งสุดมันส์ Number One สิ้นสุดการรอคอย!!กับ ซิงเกิ้ลใหม่ของ BANKK CA$H (แบงค์ แคช) และ หญิงลี ศรีจุมพล

คลิปสุดประทับใจ! ปฏิกิริยาลูกสุนัข เมื่อได้พบหน้าชายผู้ช่วยชีวิต
Mojo /  Mojo dog / 

ปฏิกิริยาลูกสุนัขที่ชื่อว่า Mojo เมื่อได้พบหน้าชายผู้ช่วยชีวิตมันหลังจากผ่านไปนานกว่าอาทิตย์ กลายเป็นคลิปวิดีโอที่ทำให้คนรักสุนัขต่างประทับใจไปตาม ๆ กัน สำหรับคลิปวิดีโอแสนน่ารักของเจ้า Mojo ลูกสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย ที่แสดงอาการดีใจแบบสุด ๆ เมื่อได้พบหน้า Joey Wagner ชายชาวแคนาดาที่ได้ช่วยชีวิตมันเอาไว้อีกครั้ง ตามรายงานกล่าวว่า Joey Wagner ชายชาวแคนาดา เจ้าของศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ Baie St. Marie Animal Shelter ได้พบและช่วยชีวิตเจ้า Mojo เอาไว้ โดยเขาได้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ช่วยเหลือสัตว์และสัตวแพทย์ดูแลสุขภาพของมัน ก่อนกลับมาอีกครั้งในสัปดาห์ต่อมา และเมื่อเจ้า Mojo ได้พบหน้าเขาก็ได้แสดงอาการดีใจออกมา โดยมันได้แสดงปฏิกิริยาเหมือนกับกำลังขอบคุณชายผู้ช่วยชีวิตมัน ด้วยการค่อย ๆ คลานไปหา ก่อนเอาศีรษะซุกที่ไหล่ เลียใบหน้า และพยายามปีนให้อุ้ม  โดยทุกคนต่างบอกว่า ไม่เพียงแต่เจ้า Mojo จะสามารถจำ Joey ชายผู้ช่วยชีวิตมันได้ แต่มันยังแสดงอาการคล้ายกับกำลังขอบคุณ Joey ที่ช่วยชีวิตมันเอาไว้ สำหรับคลิปวิดีโอแสนน่ารักของลูกสุนัขสายพันธุ์อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย ความยาวกว่า 1.43 วินาที นี้ได้ถูกอัปโหลดขึ้นบนเว็บไซด์ยูทูปโดย Puppies Lovers ซึ่งในขณะนี้มียอดผู้เข้าชมความน่ารักแสนรู้ของ เจ้า Mojo แล้วกว่า 600,000 ครั้งเลยทีเดียว MThai News  ขอบคุณ Dogilike.com

โคตรเท่! ยลรถสปอร์ตคันใหม่ของ เจอร์ราร์ด
AUDI R8 V10 /  AUDI R8 V10เจอร์ราร์ด / 

นับว่าสวยเท่โดนใจใครหลายคนแน่นอนกับซุเปอร์คาร์คันงาม AUDI R8 V10 ที่ถูกมือดีถ่ายภาพออกมาเผยแพร่ผ่านทางโลกโซเชียล พร้อมกับระบุว่ารถคันงามคันนี้เป็น "กัปตันเจิด" สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ยอดกองกลางของ ลิเวอร์พูล นั้นเอง โดยหลักฐานที่ยืนยันได้ชัดเจนคือหมายเลขทะเบียน "SG08" แต่อย่างไรก็ดี สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ก็ยังไม่ออกมายืนยันแต่อย่างใดว่ารถคันนี้เป็นของตน

'ล้างรถเดลิเวอรี่' ไอเดียดี มีแฟรนไชส์
ข่าว /  ข่าววันนี้ / 

ธุรกิจไอเดียสุดเจ๋ง 'ล้างรถเดลิเวอรี่' บุกตลาดคาร์วอช เอาใจคนรักรถ 'ไปถึงที่ ล้างดีถึงใจ' เมื่อพูดถึงการล้างรถหลาย ๆ คนคงนึกภาพร้านล้างรถในที่ต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ เข้าคิวรอกันยาวเหยียด เฮ้ออ...เป็นภาพที่น่าเบื่อ จนใครหลาย ๆ คนขี้เกียจเอารถไปล้างซะแล้ว นี่ขนาดยังไม่พูดถึงกรณีที่ขับรถออกไปล้างถึงที่ร้านอดทนรอคิวซะนาน จนรถสะอาดเอี่ยมอ่อง แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดพอระหว่างทางกลับบ้าน ฝนเจ้ากรรมดันตกซะอีก หมดกันเลยสำหรับเวลา และเงินที่เสียไป MThai News อาสาเป็นผู้แก้ปัญหาให้ทุก ๆ คนที่เคยประสบกับปัญหานี้ ด้วยบริการ 'ล้างรถเดลิเวอรี่' ไปถึงที่ ล้างดีถึงใจ ธุรกิจที่เอาใจคนรักรถ (แต่รักที่จะอยู่บ้านมากกว่าเอารถไปล้างข้างนอก) ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้าน หรือที่ทำงานก็ตาม!!! 'ล้างรถเดลิเวอรี่' หลายคนยังนึกภาพไม่ออกว่าหน้าตาจะเป็นแบบใด เป็นคนมาล้างรถให้ที่บ้านเฉย ๆ หรือเปล่า ใช้น้ำ ใช้อุปกรณ์บ้านเราหรือเปล่า หรือมีรถคันใหญ่ขนอุปกรณ์มาล้างกันแน่ ผิดทุกข้อที่คิดไว้เลยครับ! เพราะบริการล้างรถเคลื่อนที่ที่กำลังกล่าวถึงนี้ จะมีพนักงานพร้อมพาหนะคู่ใจคือมอเตอร์ไซค์คันจิ๋วคันเดียวเท่านั้น ที่จะมาบริการท่านเจ้าของรถ และที่สำคัญปิดน้ำของท่านไปเลย อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็เก็บไปหลังบ้าน เพราะเจ้ามอเตอร์ไซค์ที่ว่านี้มีทุกอย่างทั้งน้ำ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบครัน ตั้งแต่ล้าง เช็ด ไปจนถึงขัดสี ดูดฝุ่นกันเลยทีเดียว พออกพอใจกันสินะครับที่อยู่บ้านเฉย ๆ ก็มีคนมาล้างรถให้ถึงที่ แถมไม่รบกวนอะไรบ้านเราเลย แค่...ราคาหละครับแพงหรือเปล่า ล้างบ่อย ๆ จะไหวมั้ยเนี่ย 150-300 บาท น่าจะเป็นราคากลาง ๆ ในการล้างรถทั่ว ๆ ไป (ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดรถ) ซึ่ง 'ล้างรถเดลิเวอรี่' ที่เรากล่าวมาทั้งหมด สนนราคาของหลาย ๆ เจ้าในตลาดก็อยู่ที่ประมาณ 230-500 บาท เท่านั้น (ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดรถเช่นกัน) นั่นหมายความว่าราคาแทบจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่คุ้มค่าสุด ๆ เมื่อเทียบกับความสะดวกสบาย มีคนล้างรถให้ทั้ง ๆ ที่นอนดูซีรี่ย์เรื่องโปรดอยู่บ้านได้ ไม่ต้องไปนั่งรอที่ศูนย์ล้างรถให้เมื่อยตุ้ม ถูกอกถูกใจ กดไลค์กันเลยทีเดียว ล้างรถครั้งต่อไปอย่าลืมนะครับ บริการ 'ล้างรถเดลิเวอรี่' บริการดี ๆ ที่คุณต้องลอง และที่สำคัญหากลองแล้วติดใจจนเป็นลูกค้าประจำ ก็สามารถผันตัวมาเป็นเจ้าของกิจการได้นะครับ เพราะมีบางเจ้าเปิดขายแฟรนไชส์กันแล้ว ว้าวววว MThai News

10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต
สัตว์โลก /  สัตว์ในตำนาน / 

หลายครั้งหลายคราวที่เรามักจะเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายมนุษย์ ซึ่งมันก็เกิดได้หลายสาเหตุเช่น พวกมันอาจจะป้องกันตัวเอง สภาวะทางอารมณ์ หรือสัญชาตญาณ วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต มาฝากเพื่อนๆ กันคะ 10 เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวครึกโครม เกี่ยวกับสัตว์ทำร้ายและกินคนเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายๆคนขวัญผวาและกลัวเป็นอย่างมาก 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต 10. The lions of Njombe เกิดขึ้นปี 1932 ในแทนซาเนียใกล้เมืองจ็อมเบ เกิดเหตุการณ์ฝูงสิงโตยักษ์ออกมาฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง เรื่องมีอยู่ว่าสิงโตได้รับการควบคุมโดยแม่มดหมอผีในชนเผ่าท้องถิ่นชื่อมาตามูลา แมนเกรา (Matamula Mangera) ที่เธอมักส่งฝูงสิงโตออกมาทำร้ายคนหากใครก็ตามที่ลบหลู่เธอหรือต่อต้านเธอ แม่มดมาตามูลา มีอำนาจบาตรใหญ่มากขนาดหัวหน้าเผ่าอื่นๆ ไม่กล้ายุ่งกับเธอเลย ฝูงสิงโตของเธอนั้นได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 1,500 ศพ (บางคนบอกว่า 2,000 คน) และนี้คือเหตุการณ์สิงโตทำร้ายมนุษย์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ และหนึ่งใน กรณีของสัตว์ทำร้ายมนุษย์เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ จนกระทั้งจอร์จ (George Rushby 1900–1968) นายพรานที่มีชื่อเสียงได้ตัดสินใจ ปราบฝูงสิงโตนั้น เขาฆ่าสิงโตไป 15 ตัวและทำให้เหตุการณ์สิงโตทำร้ายคนยุติลงในที่สุด และเรื่องราวของจอร์จได้ถูกนำมาสร้างละครกึ่งสารคดี BBC ในชื่อ “The Man-eating Lions of Njombe.” ออกอากาศในเดือนกรกฎาคม 2005 9. Two Toed Tom “ทอมสองขา” เป็นจระเข้กินคนที่ค่อนข้างคลุมเครือ และยากจะทราบได้ว่า เรื่องของจระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่ตำนาน จระเข้ตัวนี้เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ มากันมาของอเมริกาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในบึ่ง terrorized ในรัฐอลาบามา ชายแดนฟอริด้า ชื่อของมันมีที่มาจาก ขาของมันมีสองเท้า เนื่องจากขาของมันหายไปเพราะโดนกับดักเหล็กจนขาขาด และนั้นเป็นสาเหตุทำให้มันเจ็บแค้นมนุษย์ และเริ่มออกอาละวาดทำร้ายมนุษย์ ในช่วงยุค 20 หลายคนอ้างว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าสี่เมตรครึ่ง มันน่ากลัวมากเหมือนมันเป็นปีศาจส่งมาจากนรกเพื่อล่าพวกเขา มันชอบกินวัวและมนุษย์ผู้หญิง (มันชอบคว้ากระชากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วลากลงไปกินในน้ำ) แม้นายพรานท้องถิ่นจะมีการใช้ปืนหรือระเบิดแต่ก็ไม่สามารถฆ่ามันได้ จนกระทั้งมีนายพรานหนึ่งโยนถังที่เต็มไปด้วยระเบิด สิบห้าถังลงไปในน้ำ และจุดให้มันระเบิด ทอมก็หายไป แต่หลายคนเชื่อว่าทอมน่าจะยังมีชีวิตอยู่และรอคอยโอกาสที่จะแก้แค้นตามแบบฉบับของมันและก็เป็นจริงๆ ทอมก็ปรากฏตัวมาอีกครั้ง และได้กินลูกสาวของคนโยนระเบิด และบรรดาเด็กๆ ของเกษตรกรที่อยู่ตามชายฝั่ง ก่อนที่มันจะหายไปไม่กลับมาอีกเลย มีหลายคนบอกว่าเรื่องเหล่านี้น่าจะเป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน หากแต่ชาวบ้านในละแวกนั้นบอกว่าเป็นเรื่องจริง และเชื่อว่ามันยังคงเดินเตร่อยู่ในหนองน้ำฟอริด้าหลายปีจากนั้นมีรายงานพบเห็นมันต่อเนื่องถึง จระเข้ขนาดใหญ่สองขาอยู่เป็นระยะและที่สำคัญคือทอมไม่เคยถูกจับได้เลย 8. Kesagake ”หมีสีน้ำตาลบุกหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึ (The Sankebetsu brown bear incident)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเกี่ยวกับการ โจมตีของหมีสีน้ำตาลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่โจมตีหมู่บ้าน ซันเคซาเบ๊ะทสึ เมืองโทมาม่า ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือน ธันวาคม ถึง 14 ธันวาคม 1915 โดยสมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้พึ่งจะมีคนอยู่อาศัย กำลังบุกเบิก จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยมากและส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนป่าเขา และพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นที่อยู่อาศัยของหมีเพศผู้ ขนาดยักษ์ที่หลายคนเรียกมันว่า “เคะซากาเกะ” ซึ่งมันชอบขโมยข้าวโพด จนสร้างความรำคาญในแก่ชาวบ้าน มันเลยถูกยิงจนบาดเจ็บแล้วหนีขึ้นบนเขา เมื่อมันหนีไป ชาวบ้านก็รู้สึกโล่งใจเพราะหมีคงจะรู้สึกกลัวคนและอยู่ห่างจากพืชผลของเขา หากแต่พวกเขาคิดผิด!! 9 ธันวาคม 1915 เวลา 10.30 น. เจ้าหมียักษ์กลับมาอีกครั้ง มันเริ่มออกปฏิบัติการ แก้แค้นฉบับเลือดต้องล้างด้วยเลือด มันเลือกเหยื่อรายแรกของมันคือครอบครัว โอตะ (ota Family) ในขณะนั้นอาเบะ เมยูและฮายูมิ มิกิโอะ (Abe Mayu and Hasumi Mikio) ภรรยาของครอบครัว และทารกที่เธอดูแลอยู่ก็ถูกเจ้าหมีตัวบุกเข้า มาในบ้านเพื่อหมายฆ่าคนทั้งสอง ทารกถูกกัดศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายหญิง พยายามต่อสู้โดยสาดฟืนเข้าใส่ แต่ท้ายสุดเธอก็ถูกหมีลากเข้าป่า และเมื่อชาว บ้านมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับต้องตะลึง โดยพวกเขาบรรยายว่าเหมือนโรงฆ่าสัตว์ไม่มีผิด เพราะเลือดสาดกระจายทั้งบนพื้นและผนัง ชาวบ้านรู้สึกโกรธแค้นหมี พวกเขาเลยจับกลุ่มสามสิบคนบุกเข้าป่าและพยายามยิงมันแต่มันก็หนีไปได้ หลังจากพวกเขาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็พบชิ้นส่วนศพที่มีเพียงหัว และชิ้นส่วนที่เหลือของฝ่ายหญิงฝังอยู่ใต้หิมะ คาดว่าหมีคงเก็บอาหารของมันไว้กินภายหลัง และหลังจากนั้นคืนถัดมา (8.00 น.) หมีก็กลับมาที่ฟาร์มโอตะอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้จับกลุ่มรอเตรียมรับมืออยู่แล้ว ชาวบ้านพยายามยิงหมีแต่ว่ามันก็รอดไปอีก โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครบาดเจ็บ ในเวลาไม่นานนัก เจ้าหมีได้เลือกครอบครัว มิโซเค (Miyoke family) ซึ่งอยู่หมู่บ้านอื่นที่ไร้ทางป้องกัน (เพราะไม่นึกว่าหมีจะมา) ซึ่งเจ้าหมีตัวนี้ฆ่าคนในครอบครัวนี้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเวลานั้นภรรยาที่ตั้งครรภ์ของครอบครัวยาโย (Yayo) กำลังเตรียมอาหารและได้ยินเสียงข้างนอกดังก้อง และไม่ทันที่จะตรวจสอบหมีก็บุก เข้าทางหน้าต่างแล้วเข้ามาในบ้าน หม้อปรุงอาหารพลิกคว่ำ เปลวไฟและความหวาดกลัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหนีออกจากบ้าน แต่เด็กสองคนในบ้านหนีไม่ทันจึงถูกฆ่าตาย และหญิงที่ตั้งครรภ์หนีไม่ไหวร้องขอชีวิตลูกในครรภ์ของเธอ แน่นอนมันไร้สาระ เจ้าหมีก็ฆ่าเธอเช่นเดียวกันเหยื่อก่อนหน้าของมัน เมื่อพวกชาวบ้านมาถึงพวกเขาก็พบร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเด็กสองคน และหญิงและตัวอ่อนในครรภ์ทั่วพื้นดิน เจ้าหมีตัวนี้ใช้เวลาเพียงสองวันฆ่าคนทั้งหกคนจนทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นหวาดกลัวเป็นอันมาก หลังจากนั้นเจ้าหมีก็ถูกไล่ล่าอย่างหนัก (ระหว่างนั้นมันก็อาละวาดฆ่าคนไปไปด้วย) จนในที่สุดเรื่องก็จบลงเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนายพรานคนหนึ่งได้ยิงหมีที่เชื่อว่าเป็น ตัวต้นเหตุได้ มันมีขนาดยาวกว่าสามเมตร หนักกว่า 380 กิโล เมื่อผ่าท้องมาก็พบ ชิ้นส่วนมนุษย์อยู่ในกระเพาะอาหารของมัน และแล้วเหตุการณ์สัตว์โจมตีที่เลวร้าย ที่สุดในญี่ปุ่นก็จบลง หากแต่ชื่อของเจ้าหมีตัวนี้ก็ปรากฏอยู่ในนิยายและละครมากมาย ปัจจุบันหมู่บ้านซันเคซาเบ๊ะทสึกลายเป็นที่ร้างคน แต่มียังมีการจำลองแสดง เหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปจำลองของหมีและบ้านโอตะที่หมีเคยมาอาละวาดตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และการ์ตูนมังงะโบราณอย่าง “ไอ้เขี้ยวเงิน” หนึ่งในหมี ที่เป็นศัตรูกับไอ้เขี้ยวเงินนั้น มีหมีตัวหนึ่งนำมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ชมคลิป .. http://www.youtube.com/watch?v=u3NuxLb9udQ 7. The New Jersey Shark คุณเคยดูหนังสัตว์ทำร้ายคนคลาสสิกเรื่อง “Jaws (1975)” ที่กำกับโดยสตีเว่น สปิลเบิร์ดไหม ที่เกี่ยวกับฉลามขนาดยักษ์ทำร้ายคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นโดยมีเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง “Jaws (1974)” ของปีเตอร์ เบนช์ลีย์ ซึ่งก็มีข้อมูลมาจากเรื่องจริง ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกขานว่า “Jersey Shore shark attacks of 1916 ” หรือ “เดอะ นิวเจอร์ซีย์ ชอร์” เป็นเหตุการณ์ฉลามขาวยักษ์ (ไม่รู้ว่ามาตัวเดียวหรือมีมากกว่าหนึ่งตัว) ทำร้ายคนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง นอกชายฝั่งของมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ในสหรัฐอเมริการะหว่างช่วงฤดูร้อนของ วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 12 กรกฎาคม ปี 1916 เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตไป 4 รายและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง (พูดง่ายๆ คือไม่ทราบจำนวนที่แท้จริง) เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลทำให้ชุมชนริมทะเลและรีสอร์ทราย ล้อมชายหาดที่เกิดเหตุจ้องเพิ่มการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าการเอาตาข่ายมากันไม่ให้คนเข้าใกล้ชายหาดเลยทีเดียว สมัยก่อนนั้นนักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อว่าฉลามนั้นเป็นสัตว์ทำร้ายคน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องคิดเสียใหม่ (แม้จะเป็นกรณีที่หายากมาก) โดยทุกอย่างเริ่มขึ้นที่แนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เหยื่อรายแรก คือหนุ่มชาร์ลส์ แวนแซงท์(Charles Vansant) ถูกฉลามทำร้ายในน้ำตื้นมากในขณะว่ายน้ำกับสุนัข คนหลายคนเห็นฉลามทำร้ายต่างพยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้น แต่ว่าฉลามกัดแน่นมากมันกัดจนขาของเขาฉีกขาดจนเขาขาดใจตายก่อนส่งถึงโรงพยาบาล ห้าวันต่อมาก็มีเหยื่ออีกคน คือชาร์ลส์ (Charles Bruder) ถูกฉลามทำร้ายในขณะว่ายน้ำห่างจากชายฝั่ง ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขากำลังพายเรือแคนูสีแดง หากแต่ความจริงคือ ฉลามยักษ์ที่เต็มไปด้วยเลือดที่มาจากขาที่ฉีกขาดของเขาต่างหาก ซึ่งกว่าจะช่วยเขาก็ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะว่าเขาขาดใจตายก่อนที่จะขึ้นชายหาดเสียอีก แม้ว่าจะมีพยานหลายคนบอกว่าฉลามโจมตีมนุษย์ แต่ว่านักวิทยาศาสตร์ก็แจ้งเตือนประชาชนว่า ตัวการร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็น วาฬเพชฌฆาตหรือเต่าทะเล!! จากนั้นก็มีรายงานเห็นฉลามในพื้นที่ชายหาดใกล้นิวเจอร์ซีย์มากมาย ในวันที่ 12 กรกฎาคมเด็กอายุ 11 ปีถูกทำร้ายโดยฉลาม และลากเขาไปใต้น้ำ คนที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าไปช่วย ชายคนหนึ่ง ชื่อ สแตนเลย์ ฟิชเชอร์ (Stanley Fishe) พยายามช่วยเหลือเด็ก หากแต่เขาถูกทำร้ายโดยฉลาม และเสียชีวิตจากบาดแผล และเหยื่อที่ห้ารายสุดท้ายคือเด็กหนุ่มอายุ 14 ชื่อ โจเซฟ ดันน์ (Joseph Dunn) ที่ถูกฉลามโจมตีทั้งๆ ที่เวลาพึ่งผ่านไป 30 นาที หลังจากฉลามทำร้ายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่เขาเป็นเหยื่อเพียงหนึ่งเดียวที่รอด จนกระทั้ง 14 กรกฎาคม ชายคนหนึ่งชื่อไมเคิล (Michael Schleisser) ได้จับฉลามขาวที่ยาวกว่า 2.3 เมตร หนัก 147 กิโล ได้ในอ่าวราริแทน ซึ่งฉลามตัวนี้พยายามทำร้ายเขาโดยการทำให้เรือจม แต่เขาก็ได้ฆ่ามันด้วยไม้พายที่หัก เมื่อเขาเปิดกระเพาะของมันออกก็มีชิ้นส่วนศพของหญิงสาวติดมาด้วย และหลังการจับฉลามนี้ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์ฉลามโจมตีในชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์อีกเลย ดูเพิ่มเติม http://weirdnj.com/stories/matawan-man-eater/ 6. The Bear of Mysore หมีแห่งมัยซอร์ เป็นชื่อของหมีสลอทที่ดุร้าย ก้าวร้าวจนผิดปกติ และออกอาละวาดฆ่าคนตามเมืองต่างๆ ในมัยซอร์ ประเทศอินเดีย และมันฆ่าคนอย่างน้อย 12 คนซึ่งโดยปกติแล้วหมีชนิดนี้เป็นสัตว์กลัวคน และไม่ทำอันตรายต่อใคร อีกทั้งมันไม่กินเนื้อคน ซึ่งมันชอบกินแมลงปลวก ผลไม้ และน้ำผึ้งเป็นพิเศษ แต่หมีแห่งมัยซอร์กลับทำร้ายคน ทำให้หลายคนสันนิษฐานว่า อะไรที่ทำให้มันดุร้ายถึงขนาดนี้ บางคนเชื่อว่าหมีตัวนี้โกรธแค้นที่มนุษย์ขโมยลูกของมัน บางคนเชื่อว่าคู่ของมันถูกลักพาตัวไป และบางคนเชื่อว่าสาเหตุ เนื่องจากมันเคยมีประสบการณ์ที่ตกเป็นของเล่นของมนุษย์ที่ป่าเถื่อน จะด้วยเหตุผลใดก็ตามมันก็ได้เป็นเครื่องจักรนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ โดยมันจัดการฆ่ามนุษย์กว่าโหลโดยฉีกใบหน้าเหยื่อด้วยกาม และฟันของมัน (และกินชิ้นส่วนศพบางส่วน) ซึ่งเหยื่อบางคนมีชีวิตรอดหากแต่ก็พิการโดยสมบูรณ์มันออกอาวะลาดฆ่าคนทั้งกลางวันและกลางคืน สุดท้ายมันก็ถูกฆ่าโดย เคนเน็ธ แอนเดอร์สัน (Kenneth Anderson 1910-1970 นักล่าและนักเขียนชาวอินเดีย ที่เขียนหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวกับการผจญภัยของเขาในป่าทางใต้ของอินเดีย) ซึ่งเขาได้บันทึกความทรงจำนี้ในหนังสือ Man-Eaters and Jungle Killers 5. The Beast of Gevauden“สัตว์ร้ายแห่งเชโวดอง” เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สัตว์ทำร้ายคนที่ลึกลับกว่าอันดับทั้งหมดใน 10 เรื่องจริง สัตว์กินคน เหตุการณ์จริงในอดีต นี้ โดยเหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1764 -1767 ที่เมืองเชโวดอง แคว้นโอแวร์ญ ซึ่งเป็นย่านภูเขาอยู่ในทางภาคกลางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จู่ๆ มีสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนตายไปหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรีที่อ่อนแอ (เหยื่อรายแรกเป็นเด็กสาว เมื่อมิถุนายน 1764) ส่วนจำนวนของ ”สัตว์ร้าย” ตัวนี้มีจำนวนไม่แน่ชัดแต่คาดว่ามันน่าจะมีตัวเดียว และรูปร่างมันมีลักษณะตามคำบอกเล่าของผู้พบเห็น ไม่ตรงกันสักราย แต่ก็พอสรุปว่า มันเหมือนหมาป่าตัวโตๆ เกือบเท่ากับวัว หัวโตมาก จมูกยาวแหลมและยื่น ขนสีเทา หูสั้นและฟันใหญ่ กรงเล็บขนาดใหญ่แหลมคม (ใหญ่กว่าหมาป่าปกติ) และหางยาว ดูเผินๆ แล้วมันก็ดูเหมือนป่าหมาตัวโตๆ ที่โตมาก แต่พิเศษที่ต่างจากหมาป่าทั่วไป คือ เจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เดินได้ด้วย 2 ขาหลัง !! เหมือนมนุษย์ ไม่มีผิด (หลายฝ่ายเชื่อว่ามันน่าจะเป็นไฮยีน่าโบราณ) โดยสถานที่มันปรากฏตัวมากที่สุดคือปศุสัตว์และทุ่งเลี้ยงสัตว์ (และป่าเขาทางเดินสัญจร) จากรายงานมี 210 คนถูกทำร้าย 113 ตกเป็นเหยื่อเสียชีวิต และ 98 ถูกกิน ทำให้หลายคนเชิญว่าเป็นเป็นปีศาจที่มาจากนรก มีนายพรานหลายราย ที่พยายามที่จะล่ามันแต่สุดท้ายก็ล้มเหลวต้องกลับบ้านด้วยมือเปล่า จนกระทั้งปี 1767 นายพรานท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อจีน ชาลเตล(Jean Chastel)ได้จัดการเป่า มันด้วยปืนคาบศิลา (บางตำนานบอกว่าใช้กระสุนเงินยิงมันและเมื่อจัดการผ่าท้องมันก็พบศพเหยื่อรายสุดท้ายที่มันกินด้วย) ก่อนที่นำซาก “สัตว์ร้าย” ไปสตั๊ฟและ ไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก่อนที่จะนำซากนั้นไปฝัง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เจ้าสัตว์ร้าย” ก็ไม่มาอาละวาดให้ผู้คนในเชโวดองอีกเลย ตลอดกาล 4. The Ghost and the Darkness ผีร้ายและความมืด เป็นชื่อของสิงโตคู่กินคนที่ออกอาละวาดฆ่าคนงานก่อสร้างแรงงานทางรถไฟจากเคนย่าไปยูกันดา ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 1898โดยหลายคนขนานนามเหตุการณ์นี้ว่า “Tsavo maneaters” มันเริ่มขึ้นเมื่อจักรวรรดิอังกฤษกำลังแผ่ขยายอำนาจไปทั่วทวีปแอฟริกา ในเดือนมีนาคม 1898 ทางการอังกฤษได้เริ่มต้นสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำซาโว ในเคนย่าโครงการนี้ควบคุมโดย พ.ตท.จอห์น เฮนรี่ แพ็ตเตอร์สัน(John Henry Patterson) ในช่วงแรกพวกคนงานต้องผจญกับสัตว์ป่าที่ทำร้ายพวกเขา เนื่องจากพวกเขา สร้างทางรถไฟในเขตป่า แต่กระนั้นในเหตุการณ์เหล่านี้ก็สามารถควบคุมได้อยู่หมัด จนกระทั้งเก้าเดือนต่อมามัจจุราชที่แท้จริงก็ปรากฏ เมื่อจอห์นได้รับรายงานจากคนงานว่าพวกเขากำลังผจญหน้ากับสิงโตคู่เพศผู้ พันธุ์ซาโว (เป็นสิงโตพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดใหญ่และมักร่วมมือสิงโตเพศเดียวกันตัวอื่นเพื่อล่าอาหาร จุดเด่นคือมันไม่มีแผงขนที่คอ) ที่มันมักลากพวกคนงาน (ส่วนมากเป็นชาวอินเดีย) จากเต้นท์ของพวกเขาในเวลากลางคืนและกลืนพวกเขาเป็นอาหารมาหลายราย คนงานพยายามป้องกันสิงโตคู่นี้โดยการทำรั้วหนามรอบๆ ค่าย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมัจจุราชคู่นี้ได้เลย เพราะว่ามันฉลาดพอในการแก้ปัญหานี้ โดยการคลานผ่านรั้วลวดหนาม หลายครั้งก็ทวีความรุนแรงและน่ากลัวขึ้น เพราะมันเริ่มล่าทั้งกลางคืน กลางวัน จนทำให้คนงานหวาดกลัวพวกมันอย่างมากและเรียกขานพวกมันว่าผีร้ายและความมืด พวกมันมีเขี้ยวที่ยาวเป็นพิเศษทำให้พวกเขาไม่เชื่อว่าพวกมันไม่ใช่สิงโตแต่เป็นปีศาจร้ายที่หลุดมาจากนรก ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสิงโตนี้เป็นร่างเกิดใหม่ของกษัตริย์โบราณของท้องถิ่นที่พยายามขับไล่ผู้รุกรานอังกฤษ (เป็นความเชื่อของ แอฟริกาตะวันออกที่เชื่อว่าสิงโตเป็นร่างกลับชาติมาเกิดของกษัตริย์) คนงานหลายคนลังเลที่จะสร้างสะพานต่อ และบางคนหนีออกจากค่ายดีกว่าจะรอเป็นเหยื่อของสิงโตปีศาจ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลทำให้จอห์นต้องหยุดงานทำสะพาน และเริ่มออกล่าสิงโตคู่นี้ชนิดเอาเป็นเอาตาย เขาวางกับดักและพยายามเกาะรอย ดักฆ่ามันในตอนกลางคืนจากต้นไม้ แต่กระนั้นจอห์นก็ไม่สามารถฆ่าสิงโตคู่นี้ได้เสียที จนกระทั้งเขายิงสิงโตตัวแรกได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1898 (เขาใช้เวลานานถึง 9 เดือน) และสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าสิงโตตัวที่สองได้ โดยสิงโตทั้งสองตัวมีขนาดใหญ่ถึง 3 เมตร (วัดจากจมูกถึงปลายหาง) นอกจากนี้จอห์นและคณะยังพบถ้ำที่เป็นที่อยู่ของมันซึ่งได้พบซากของผู้ตกเป็นเหยื่อของสิงโตจำนวนมาก มีทั้งกระดูก เสื้อผ้าและเครื่องประดับ หลังจากที่จอห์นจัดการสิงโตทั้งคู่ได้สำเร็จ เขาก็กลับมาทำสะพานต่อจนสำเร็จลุล่วงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1899 และจอห์นได้เขียนหนังสือที่เล่าเหตุการณ์นี้ในชื่อ “The Man-Eaters of Tsavo(1907)” โดยจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อสิงโตคู่นั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่หลายคนเชื่อว่าเหยื่อน่าจะสูงถึง 135-140 คนหรือมากกว่านั้น ในปี 1924 ขนสตั๊มฟ์ของสิงโตคู่นี้ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่ ชิคาโกในราคา 5,000 เหรียญสหรัฐ ในสภาพดีมาก 3. The Panar Leopard จริงอยู่ที่เสือดาวนั้นเป็นชนิดที่มีขนาดเล็กในจำนวนสัตว์ตระกูล “แมวใหญ่” และมักไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่ามัน หากแต่ที่จริงแล้วเสือดาวนั้นเป็นนักล่าเก่าแก่ที่สุดที่เรารู้จักจากการพบฟอสซิลกระดูกญาติๆ ของมันก็บ่บอกได้ว่าเจ้าแมวลายตัวนี้เคยรับประทานบรรพบุรุษของมันมากกว่าสามล้านปีที่ผ่านมา ดังนั้นขอเพียงแค่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมล่ะก็แมวดำจะทำร้ายมนุษย์ทันที และเมื่อมันพบว่ามันพอใจเนื้อมนุษย์มากกว่าอาหารอื่นๆ มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารอย่างแท้จริง เหมือนในกรณีเสือดาวแห่งพานาร์ซึ่งเป็นเสือดาวกินคนที่ออกล่ากินคนในช่วงศตวรรษที่ 20 ในอำเภอคามาออน (Kamaon) ทางภาคเหนือของอินเดีย ที่ว่ากันว่ามันฆ่าและกินคนถึง 400 คน แต่สุดท้ายวลีที่ว่า “สุดท้ายมนุษย์ก็ยังเป็นสัตว์ที่น่ากลัว” นั้นคงจะจริง เพราะเจ้าเสือดาวนั้นได้พลาดท่า ถูกกระสุนนายพรานจนได้รับบาดเจ็บ มันหนีเข้าป่าและไม่ล่ามนุษย์อีกเลย และในปั่นปลายชีวิตสุดท้ายของมันทำได้แต่เพียงหนีนักล่าที่ไล่ล่ามันเท่านั้น และผลสุดท้ายมันก็จบชีวิตในปี 1910 โดยนักล่าในตำนานจิม คอร์เบ็ตต์ (Jim Corbett 1875-1955 นายพรานชาวอังกฤษ นักล่า นักอนุรักษ์ และนักธรรมชาติวิทยา ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าเสือและเสือดาวกินคนในประเทศอินเดีย เขาได้เขียน หนังสือ Man-Eaters of Kumaon ที่เล่าประสบการณ์ของเขาในการล่าเสือดาว แห่งพานาร์ จนโด่งดัง และอินเดียได้ตั้งชื่อเขตอุทยานแห่งชาติในคามาออนเป็น ชื่อของเขาเพื่อเกียรติต่อเขาในปี 1957) 2. The Champawat Tigress ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชายแดนประเทศเนปาลและเมืองคาเมออน ประเทศอินเดียและ ได้เกิดอสูรกายซึ่งเป็นเสือเบงกอลตัวหนึ่งไล่ล่าคนจำนวนมาก มันชอบซุ่มทำร้ายคนกลางป่าเขา มีชายหญิงและเด็กตกเป็นเหยื่อมากมาย หลายคนืเริ่มออกมากล่าวขนานมันว่ามันเป็นปีศาจหรือสิ่งที่ลงมาจากเบื้องบนเพื่อลงโทษพวกเขา มันชื่อ “เสือร้ายแห่งซัมพาวัต” และที่น่าสนใจคือ “มันเป็นเสือตัวเมีย” เสือร้ายแห่งซัมพาวัตได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเสือที่ฆ่าคนกว่า 436 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นการอ้างในเอกสารการเสียชีวิตของราชการเนปาลและอินเดีย แต่กระนั้นมันก็ได้ถูกจารึกชื่อว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวที่ฆ่ามนุษย์มากที่สุดในโลก หลังจากที่มันฆ่าคนกว่า 200 คนในเนปาล ส่งผลทำให้ทางรายการไม่อยู่เฉย พวกเขาจัดการส่งกองทัพแห่งชาติเนปาลข้ามพรมแดนอินเดียเพื่อไปฆ่ามัน และนี้คงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้ทหารจำนวนมากในการฆ่าสัตว์เพียงตัวเดียว แต่ปรากฏว่าล้มเหลวและกลายเป็นว่ามันกลับเพิ่มชื่อเสียงให้แก่เสือตัวนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มันเพิ่มความกล้าหาญถึงขั้นข้ามพรมแดนเข้าสู่หมู่บ้านชัมพาวัต ประเทศอินเดีย มันโจมตีกลางวันแสกๆ และหากินรอบๆ หมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านไม่กล้าออกจากกระท่อม และพวกเขามักหวาดกลัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคำรามของมันจนทางการอินเดียถึงขั้นเขียนป้ายเตือนว่าจุดนี้เป็นสถานที่ของเสือแห่งซัมพาวัตออกมาโปรดเลี่ยงใช้เส้นทางอื่น และรัฐบาลอินเดียติดประกาศหานายพรานมือฉมังไปจัดการอย่างเร่งด่วน สุดท้ายเจ้าเสือตัวนี้ก็ถูกยิง โดยจิม คอร์เบ็ตต์ (คนเดียวกับอันดับ 3) ในปี 1911 ซึ่งการกระทำครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านยกย่องเขาจนเปรียบเสมือนพราหมณ์ที่เบื้องบนส่งมาโปรด (นอกจากนั้นเขายังไม่เอาเงินรางวัล) และเรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ได้ถูกเขียนในหนังสือ Maneaters of Kumaon (1944) 1. Gustave จากอันดับทั้งหมดส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้นหากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก (จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มันอาศัย และอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีปแอฟริกา ด้วยความยาวกว่าหกเมตร (ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์ แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมัน ได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและอาจมากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียงตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลม หายใจชีวิตอยู่ ( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงของคนพื้นเมือง) กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดย แพทริช เฟย์ (Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานในบุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อมัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ย ทีมงานของแพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004 ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของมันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัวมันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้วมันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมันฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถานที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้าจระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ ถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัวเต็มวัยได้ (ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์อันตรายมาก และเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากินพวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุสตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิตได้แม้ว่าจะมีนายพรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง  Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก) คลิปความน่ากลัวที่หลายคนขนานนามว่า “โครตไอ้เข้” ..  http://www.youtube.com/watch?v=s6u0qYUfUwc&feature=player_embedded เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล redheat atcloud.com,www.oknation.net,weirdnj.com

วาเลนติโน รอสซี เบียดคู่แข่งเข้าวินซานมาริโนกรังด์ปรีซ์
ฆอร์เก ลอเรนโซ /  ซาน มาริโน กรังด์ปรีซ์ / 

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก "โมโตจีพี" เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นการซิ่งสนามที่ 13 ของฤดูกาล 2014 ณ สนามเวิลด์ มิซาโน เซอร์กิต ประเทศอิตาลี รายการ ซาน มาริโน กรังด์ปรีซ์ ปรากฏว่า "เดอะด็อคเตอร์" วาเลนติโน รอสซี อดีตแชมป์โลก 9 สมัย นักซิ่งสังกัดยามาฮ่า ปาดหน้าคู่แข่งที่แพ้ภัยตัวเองเข้าเส้นชัยคว้าธงตราหมารุกได้เป็นคันแรกด้วยเวลา 44 นาที 14.586 วินาที โดยมีเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฆอร์เก ลอเรนโซ ตามมาเป็นอันดับที่ 2 และดานี เปโดรซา จากเรปโซล ฮอนด้า เข้าวินเป็นคันที่ 3 ส่วน มาร์ค มาร์เกวซ แชมป์โลกคนปัจจุบัน ที่พลาดล้มยังกัดฟันลุกขึ้นมาบิดเข้าวินเป็นที่ 15 มี 1 คะแนนใส่กระเป๋า ทำให้ยังคงเป็นผู้นำบนตารางสะสมคะแนที่ 289 คะแนน ส่วนอันดับ 2 เปโดรซา มี 215 คะแนน และรอสซี เป็นอันดับที่ 3 มี 214 คะแนน ด้านรุ่นโมโตทู ที่มี 2 นักซิ่งชาวไทยลงสนาม ปรากฏว่า เจ้าฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ จากทีมเคเตอร์แฮม สตาร์ทที่ 29 จบอันดับ 23 ส่วน ติ้งโน๊ต ฐิติพงศ์ วโรกร จากพีทีที ฮอนด้า เดอะ พิซซ่า แซ็ก จบที่ 30 ไม่มีแต้มทั้งคู่ แชมป์ตกเป็นของ เอสเตฟ ราบัต จาก มาร์ค วีดีเอส สำหรับสนามต่อไปจะไปซิ่งกันที่สนามมอเตอร์แลนด์ อารากอน ประเทศสเปน รายการ อารากอน กรังด์ปรีซ์ วันที่ 26-28 ก.ย.57

ศักดิ์เจริญประดับยนต์

ผลิต-จำหน่าย บันไดข้าง rackหลังคา ขาจับrack กันชนท้าย-หน้า โรลบาร์ ชุดแต่งรอบคัน ไฟแต่ง liner

ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน จังหวัดน่าน
unseen /  ซุ้มต้นลีลาวดี / 

เสน่ห์แห่งความเนิบช้า และไลฟ์สไตล์การปั่นจักรยาน ดูจะสะท้อนเอกลักษณ์ของจังหวัดน่านได้เป็นอย่างดี และอีก Signature ที่สำคัญคือ ภาพซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทม บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่สวยงาม ที่เราชินตาจากภาพในต่างประเทศ เหมาะอย่างยิ่งที่จะปั่นเจ้าคันโปรดมาพักผ่อนลอดซุ้มบันทึกภาพสุดชิลล์ ซึ่งบรรยากาศของการเดินอยู่ใต้โถงต้นลีลาวดีแห่งนี้ ถูกยอมรับว่าสวยงาม และร่มรื่นติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดเก้บความภาพประทับใจอีกด้วย  ซุ้มต้นลีลาวดี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน จังหวัดน่าน  ภาพ : Asean Tripper ภาพ : คนช่างฝัน สาวข้างบ้าน ภาพ : คุณหนูมูมี่ ภาพ : คุณPhitchaphat ภาพ : คุณPhitchaphat View Larger Map ข้อมูลและภาพ : painaidii.com / joomag.com / http://pantip.com/topic/30324498 / http://pantip.com/topic/31560726 เรียบเรียงโดย Travel MThai

 ดับ 8 ศพ รถบรรทุกจีนเบรกแตก พุ่งชนป้ายรถเมล์
ข่าวต่างประเทศ /  จีน / 

รถบรรทุกจีนเสียการควบคุมจนพุ่งชนป้ายรถเมล์ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ราย และบาดเจ็บ 6คน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่งประเทศจีน ว่ารถบรรทุกจีนเสียการควบคุมจนพุ่งชนป้ายรถเมล์ในเมืองจางเจียโข่วในมณฑลเหอเป่ย์ทางตอนเหนือของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8ศพ และบาดเจ็บ 6คน สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งคนขับรถบรรทุก ที่รอดตายอย่างหวุดหวิดเล่าถึงนาทีระทึกขวัญว่า เกิดปัญหาที่ระบบเบรคทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ อีกทั้งเขามองไม่เห็นเป้าหมายที่พุ่งชนว่าเป็นป้ายรถเมล์ อย่างไรก็ตามจากภาพวิดีโอที่บันทึกเอาไว้ได้แสดงให้เห็นรถบรรทุกวิ่งฝ่าสี่แยก แล้วชนกับรถเก๋งไม่ต่ำกว่า3 คัน MThai News

สุดบรรยาย
คลิปข่าว /  คลิแ / 

โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังวิพากษ์วิจารณ์คลิปวิดีโอการอาบน้ำให้แก่เด็กทารกแรกเกิด ที่หากว่าพ่อหรือแม่เด็กมาพบเห็นเหตุการณ์คงต้องหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเป็นแน่ คลิปดังกล่าวที่มีการแชร์อยู่ในโลกออนไลน์เป็นคลิปที่พยาบาลมือใหม่อาบน้ำให้เด็กแรกเกิด  ซึ่งมีความยาวเกือบ 1 นาที แสดงให้เห็นพยาบาลกำลังอาบน้ำเด็กโดยการเปิดน้ำจากก๊อก ปล่อยน้ำราดใส่ศีรษะเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมีการใช้แชมพูสระผมให้เด็กโดยการเทราดลงไปที่ศรีษะเด็กและใช้มือขยี้โดยไม่กลัวว่ายาสระผมจะเข้าตาเด็กแต่อย่างไร อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอดังกล่าวไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย แต่การกระทำดังกล่าวสร้างเสียงวิจารณ์แก่ผู้ชมคลิปชาวไทยจำนวนมาก ซึ่งมีการประณามการกระทำในคลิปพร้อมแสดงความเป็นห่วงว่าเหตุการณ์แบบนี้คงจะไม่เกิดในเมืองไทย MThai News ขอบคุณ YouLike

สยองลิฟท์บีบอัดนักศึกษาจีนดับอนาถ
ข่าว

สยองลิฟท์บีบอัดนักศึกษาจีนดับอนาถ (มีคลิป) เว็บไซต์ข่าวจีน “ไชนา เดลี” รายงานจากเมืองเซี่ยเหมิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18ก.ย.ว่า สื่อมวลชนจีนประโคมข่าวสยอง นักศึกษาชายรายหนึ่งของมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อถูกลิฟท์ที่ทำงานผิดพลาด ร่วงใส่และบีบอัดร่างจนเสียชีวิตคาที่ ทั้งนี้ ในคลิปวิดีโอ ความยาว 3.37 นาที ของเหตุการณ์ดังกล่าวที่ถูกเผยแพร่ออกมาปรากฎภาพนักศึกษารายนี้ กำลังเดินเข้ามาในลิฟท์ จากนั้นลิฟท์ได้เลื่อนขึ้นทำให้ขาข้างหนึ่งก่ายพื้นด้านนอกแต่ร่างกายบริเวณช่วงอกขึ้นไปถูกลิฟท์หนีบจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในตอนแรกที่ลิฟท์หนีบร่างนั้นเขายังไม่เสียชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไปศีรษะของเขาก็เริ่มห้อยลงเป็นสัญญาณว่า เขากำลังเสียชีวิตอยู่ในบริเวณนั้น แม้หน่วยกู้ภัยจะมาถึงอย่างรวดเร็วและพยายามแก้ไขปัญหาแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตชายหนุ่มไว้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชันสูตรเผยว่า เขาเสียชีวิตจากอวัยวะภายในฉีกขาดและทำงานล้มเหลว ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยและตำรวจกำลังสอบสวนสาเหตุของการทำงานที่ผิดพลาดของลิฟท์ตัวดังกล่าว

โหดเหี้ยม พ่อใช้มีดถลกหนังหัวลูก ก่อนทำร้ายร่างกายจนสลบ
ชายซาอุถลกหนังหัวลูก /  ชาวซาอุดิอาระเบียถลกหนังหัวลูก / 

ชายชาวซาอุดิอาระเบียสุดโหด ใช้มืดถลกหนังหัวลูกชายพร้อมใช้น้ำยาล้างหัองน้ำราดแผล ก่อนทำร้ายร่างกายซ้ำจนหมดสติ ชายชาวซาอุดิอาระเบียที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ วัย 49 ปี ใช้มีดถลกหนังหัว อาลี ลูกชายวัย 8 ขวบ พร้อมใช้น้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำร้อนราดลงไปบนแผลโดยตรง และยังทำร้ายร่างกายซ้ำจนสลบ อย่างไรก็ตาม เขาได้รับสารภาพความผิดทั้งหมด และเด็กชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองซาเบีย อย่างเร่งด่วน โชคดีที่แพทย์สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทัน เด็กชายอาลีเผยกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หลังจากได้สติว่า พ่อของเขาโมโหที่เขาไม่ออกไปขโมยสิ่งของตามที่สั่ง จึงได้ใช้มีดถลกหนังศีรษะตน โดยที่มีพี่ชายวัย 11 ขวบ ช่วยอยู่ไม่ห่าง พ่อนำตัวเขาไปที่ห้องสุขาในบ้าน จากนั้นก็ใช้มือปิดปากเพื่อป้องกันเขาส่งเสียงร้อง แล้วเทน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำร้อนลงบนแผลโดยตรง พ่อยังทำร้ายร่างกายเขาจนสลบอีกด้วย เด็กชายตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ทีโรงพยาบาลแห่งนี้แล้ว โดยจากคำให้การจาก "แม่ของอาลี"เธอได้เปิดเผยว่าเธอมีลูกกับชายคนนี้ 7 คน และหย่าขาดกันในเวลาต่อมา รวมถึงเขามักจะบังคับให้ลูกๆออกไปขโมยสิ่งของเพื่อนำเงินมายังชีพ รวมถึงเป็นผู้สอนวิธีการขโมยให้เด็กๆด้วย Mthai News

สั่งเฆี่ยน 6 อิหร่าน โทษฐานเต้นรำเพลงความสุข
กลุ่มชาวอิหร่าน 6 คน /  ข่าวต่างประเทศ / 

ศาลสั่งเฆี่ยนกลุ่มชาวอิหร่าน 6 คน ที่ปรากฏตัวในมิวสิควิดีโอเพลง Happy ของฟาร์เรล วิลเลียมส์ ฐานผิดกฎอิสลามที่ห้ามเต้นรำกับเพศตรงข้าม ส่วนผู้หญิงผิดที่ไม่คลุมศีรษะ สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ทนายของกลุ่มชาวอิหร่านทั้ง 6 คนที่ปรากฏตัวในมิวสิควิดีโอเพลง Happy ของฟาร์เรล วิลเลียมส์ กล่าวว่า ลูกความของตนถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก 6 เดือนถึง 1 ปี และเฆี่ยน 91 ครั้ง ฐานไปเต้นรำตามที่มีคลิปเผยแพร่ โดยวิดีโอดังกล่าวมีชาย 3 คน หญิงไม่สวมผ้าคลุมศีรษะ 3 คนเต้นรำไปบนถนนและดาดฟ้าตึกในกรุงเตหะราน ซึ่งมียอดผู้ชมกว่า 1 ล้านครั้งใน 6 เดือน ซึ่งวีดีโอดังกล่าวเริ่มถูกเจ้าหน้าที่จับตาดูตั้งแต่มีผู้คลิกเข้าชม 150,000 ครั้งในเดือนพ.ค. จนกระทั่งผู้ปรากฏในวิดีโอถูกตำรวจบุกจับกุมในข้อหาละเมิดกฎอิสลามที่ห้ามเต้นรำกับเพศตรงข้าม ส่วนผู้หญิงผิดที่ไม่คลุมศีรษะด้วย แต่อย่างไรก็ตามบทลงโทษนี้รอลงอาญา 3 ปี แปลว่ายังจะไม่ถูกลงโทษ จนกว่าจะทำผิดซ้ำอีก ซึ่งการดำเนินคดีดังกล่าวถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนประณามอย่างกว้างขวาง รวมถึงวิลเลียมส์ นักร้องของเพลงนี้ ที่กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าที่กลุ่มวัยรุ่นถูกจับเพราะแสดงความสุข MThai News

จนท.การไฟฟ้าเครียด ถูกไล่ออก ระเบิดสมองดับ
การไฟฟ้าหนองระเหว /  ข่าว / 

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอำเภอหนองบัวระเหว เครียด ถูกไล่ออก ระเบิดสมองตัวเองดับอนาถ ร.ต.อ.จตุพร โพธิ์ขุนทด ร้อยเวร สภ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ รับแจ้งพบมีผู้เสียชีวิตสาเหตุฆ่าตัวตายบริเวณถนนลูกรัง อยู่ด้านทิศตะวันตกของบึงสาธารณะหนองบัวระเหว จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร ร.พ.หนองบัวระเหว และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างคุณธรรมจุดระเหว เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบนายกฤษกร ฤชุวรารักษ์ อายุ 52 ปี ผู้เสียชีวิต ในสภาพศพนอนหงายจมกองเลือดมือด้านซ้ายกำกระบอกปืนติดคามือ โดยรอบที่เกิดเหตุ พบเศษกะโหลกศีรษะและมันสมองแตกกระจายสมองกองอยู่กับพื้นไปทั่ว ด้านข้างถนนพบรถจักยานยนต์สีส้ม ยี่ห้อ คาวาซากิ ทะเบียน ช 5879 ชัยภูมิ ของผู้ตายจอดอยู่ริมถนน จากการสอบสวนเบื้องต้นจากภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า สามีเคยเล่าให้ฟังว่า ได้มีปัญหาเกี่ยวกับงานว่าจะถูกไล่ออกจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอำเภอหนองบัวระเหว ที่ทำมานานจนได้ระดับ 6 แล้วต้องอับอายชาวบ้าน จะขอตายดีกว่าแต่ไม่คิดว่าจะคิดสั้นแบบนี้ แต่อย่างไรก็ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนหาหลักฐานเพิ่มเต็มอีกที ก่อนจะขอนำศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก
ภูเขาไฟ /  ภูเขาไฟโบรโม่ / 

หากพูดถึงภูเขาไฟ แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ก็คงจินตนาการถึงความน่าเกรงขาม และความน่ากลัวเมื่อภูเขาไฟเกิดการระเบิดและพ่นลาวาสูงเฉียดฟ้า ทั้งๆ ที่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ภูเขาไฟถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าพิศวงด้วยมีทัศนียภาพที่สวยงามซับซ้อน ดูน่าค้นหายิ่งนัก เพราะฉะนั้นวันนี้มัชรูมทราเวล จึงจะพาทุกท่านเดินทางสู่ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อไปยังภูเขาไฟโบรโม่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีบนมงกุฎของชวาตะวันออก อีกทั้งที่นี่ยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยภูเขาไฟโบรโม่คือหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังดับไม่สนิทจาภูเขาไฟทั้งหมดประมาณ 400 ลูกของอินโดนีเซีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,392 เมตร ซึ่งเคยเกิดระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ครั้งล่าสุดที่ภูเขาไฟโบรโม่เกิดการระเบิดก็คือเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 ที่ผ่านมา นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1 ใน 10 แห่งอินโดนีเซียที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอีกด้วย .. เปิดประตูสู่ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก บนเนินเขาสูงกว่า 40 กิโลเมตร บนชายฝั่งทางตอนเหนือของหมู่เกาะชวาตะวันออก เมื่อนักเดินทางเพื่อมุ่งสู่ภูเขาไฟโบรโม่ จำเป็นที่จะต้องผ่านหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านและหมอกควันจากภูเขาในแถบนี้ ที่ไม่ใช่แค่จากบรูโม่เท่านั้น เพราะภายในแถบนี้ยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับอยู่อีก 2 ลูกด้วยกัน และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปชมความงามอันน่ามหัศจรรย์ของภูเขาไฟโบรโม่ ส่วนใหญ่จะรีบเดินทางมาให้ถึงที่หมายก่อนฟ้าสาง เพื่อให้ทันเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะสาดแสงแห่งความสว่างไสวไปทั่วพื้นพิภพนั่นเอง และสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายที่จะพิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ เส้นทางยอดนิยมก็คือการเดินทางจากสุราบายาสู่ เมืองโปรโบลิงโก้ แล้วไปต่อที่หมู่บ้านเซโมโร ลาวัง จากนั้นจึงพักค้างแรมที่นี่หนึ่งคืน เพื่อให้ทันกับการไปชมพระอาทิตย์ในช่วงเช้านั่นเอง รวมถึงการชมปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ด้วย โดยเซโมโร ลาวังเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร มีอุณหภูมิหนาวเย็นในช่วงเวลากลางคืนและช่วงเช้ามืด ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจำเป็นจะต้องพกพาเสื้อหนาวหรือกางเกงขายาวมาด้วยเป็นอย่างน้อย นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการปีนเขาหรือการเดินเท้าในระยะไกลๆ Getting there เส้นทางการเดินทางสู่ภูเขาไฟโบรโม่ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางยอดนิยมของนักเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของนักเรียนมัธยมในพื้นที่ ที่ใช้เส้นทางนี้ในการเข้าค่ายสันทนาการ นอกจากนั้นก็ยังเป็นเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผู้ที่รักการผจญภัยเช่นเดียวกัน โดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมายังภูเขาไฟโบรโม่ หากไม่เลือกซื้อทัวร์ก็สามารถเดินทางมาด้วยตัวเองได้หลากหลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่ Juanda International Airport เมืองสุราบายาซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟโบรโม่มากที่สุดนั่นเอง 1. นั่งแอร์พอร์ตบัสจาก Juanda International Airport ไปยังสถานีขนส่ง Bungur Asih เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองโปรโบลิงโก้ ก่อนจะต่อรถไปยังหมู่บ้านเซโมโร ลาวังที่ตั้งอยู่บริเวณขอบปากของแอ่งภูเขาไฟซึ่งเป็นหนทางสู่ภูเขาไฟโบรโม่ ทั้งนี้ค่าโดยสารสำหรับรสบัสด่วนปรับอากาศนั้นอยู่ที่ราคาประมาณ 25,000 รูเปียต่อคน ส่วนรถบัสธรรมดาราคาอยู่ที่ 14,000 รูเปียต่อคน และใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง 2. เมื่อเดินทางถึงเมืองโปรโบลิงโก้ นักท่องเที่ยวต้องต่อรถมินิบัสสีเขียวเพื่อไปยังหมู่บ้านเซโมโร ลาวัง ในราคาค่าโดยสารประมาณ 250,000-300,000 รูปเปียต่อคน (ขึ้นอยู่กับการต่อรอง) โดยมินิบัสนี้จะมีทั้งหมด 10 ที่นั่ง และรถจะออกเดินทางทันทีเมื่อมีผู้โดยสารขึ้นเต็มรถบัส ซึ่งบางครั้งอาจต้องรอนานถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ดังนั้นหากนักท่องเที่ยวเดินทางถึงเมืองโปรโบลิงโก้หลังเวลา 16.00 น. ควรจะหาที่พักค้างแรมภายในเมืองและเดินทางในตอนเช้าจะดีกว่า เนื่องจากในช่วงเย็นนั้นเป็นไปได้ยากที่จะมีผู้โดยสารเต็มคันรถ ส่วนการเดินทางเพื่อขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ นักท่องเที่ยวจำเป็นจะต้องขี่ม้าหรือเดินขึ้นไป แต่ม้าจะสามารถไปส่งถึงเพียงแค่ไหล่เขาเท่านั้น ช่วงถัดไปนักท่องเที่ยวจะต้องเดินตามขั้นบันไดขึ้นไปด้วยตัวเอง ในระยะทางประมาณ 200 เมตร โดยในระหว่างทางจะมีที่พักให้ได้นั่งพักเหนื่อยเป็นจุดๆ ซึ่ง กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมและชื่นชอบมากที่สุดเมื่อเดินทางถึงยอดภูเขาไฟโบรโม่ ก็คือ การเดินบนขอบปากปล่องภูเขาไฟนั่นเอง โดยเส้นทางจะมีลักษณะเป็นสันกว้าง นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้โดยรอบ แต่อาจต้องใช้ความระมัดระวังมากสักหน่อยเนื่องจากขอบปากปล่องภูเขาไฟนั้นเป็นสันทรายที่ค่อนข้างลื่น นอกจากนั้นยังมีความเชื่ออีกหนึ่งอย่างก็คือ การซื้อดอกไม้จากชาวบ้านที่นำขึ้นมาขายแล้วอธิษฐานถึงสิ่งที่ต้องการแล้วโยนลงไปในปากป่องภูเขาไฟ อันเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากคู่รักหนุ่มสาวที่เดินทางมาเยือนที่นี่ที่ต่างขอให้ความรักของตนสมหวังและครองรักกันตราบชั่วนิรันด์นั่นเอง ที่มา มัชรูมทราเวล พิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก ดูคลิป ยอดภูเขาไฟโบรโม่ อัญมณีแห่งชวาตะวันออก หรือคลิกดูที่ http://video.mthai.com/channel/TravelMthai/player/1411009502.html

ฆ่าโหด2ผัวเมียหมกห้องพักระยองตร.คาดชู้สาว
ฆ่า /  ฆ่าสองผัวเมียที่ระยอง / 

ฆ่าโหดสองผัวเมีย ห่อผ้ามัดอำพรางหมกศพขึ้นอืดในห้องเช่า ตำรวจมุ่งผัวเก่าลงมือเร่งติดตามไล่ล่า ร.ต.ท.ไกรยง คำรินทร์ ร้อยเวร สภ.ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ในห้องเช่าไม่มีเลขที่ในซอยวัดกองดิน ม.1 ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง พบศพหญิงชื่อ น.ส.สุจิน จิตรน้อม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.3 ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ศพถูกห่อมุ้งผ้าขาวม้ามัดด้วยเชือกไนล่อนมีน้ำหอมปรับอากาศวางอยู่บนตัวศพ ซึ่งสภาพถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณศีรษะและใบหน้า ท้องถูกอาวุธมีดแทงจำนวนหลายแผล และใช้เชือกไนล่อนรัดคอสภาพศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคละคุ้ง ติดกันพบศพชายทราบชื่อ นายอุทัย งามละมัย อายุ 35 ปี คน อ.เมือง จ.ระยอง สภาพศพถูกห่อด้วยผ้าห่มใช้เชือกไนล่อนมัดไว้ ศพถูกตีด้วยของแข็งที่บริเวณศีรษะจนเป็นแผลฉกรรจ์ ที่คอถูกเชือกไนล่อนรัดคอสภาพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน พ.ต.ท.บัณฑิต ธรรมอนันต์ รอง ผกก.สส. คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน เพราะมีการต่อสู้และใช้อาวุธมีดและค้อนฆ่าน.ส.สุจิน จิตรน้อม และ นายอุทัย งามละมัย จนเสียชีวิตและได้ห่อศพไว้ด้วยผ้า เบื้องต้นทราบว่าน.ส.สุจิน มีครอบครัวมาก่อน และได้เลิกรากับสามีเก่ามาก่อนจะมาทำงานที่บริษัทฯ ดังกล่าว คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นอดีตสามี และมีปัญหาเรื่องครอบครัวถึงได้ลงมือก่อเหตุ

เหตุสยองที่จีน รถบรรทุกเบรกแตกชนป้ายรถเมล์ ตาย 8 ศพ (มีคลิป)
จีน /  ชนป้ายรถเมล์ / 

เหตุสยองที่จีน รถบรรทุกเบรกแตกชนป้ายรถเมล์ ตาย 8 ศพ (มีคลิป) เกิดเหตุการ์ที่น่าสยดสยองสุดๆ  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่งประเทศจีน  วันที่ 17 ก.ย.2557  ว่า รถบรรทุกจีนคนหนึ่งบบรรทุกของ มาเต็มคันรถ เสียการควบคุมจนพุ่งชนป้ายรถเมล์ในเมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ย์ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งในป้านรถเมล์มีผู้คนรอรถอยู่จำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ และบาดเจ็บ 6 คน โดยภาพจากในคลิป เป็นภาพที่ความสยดสยองแก่ผู้ที่ดูเป็นอย่างมาก เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งเตือนใจกับผู้ขับขี่รถ เพราะทุกนาทีที่คุณประมาท อาจทำให้คนที่บริสุทธิ์เสียชีวิตได้