คอมเม้นเฟสบุ๊ก

นิชคุณ ขนาดรั่วแล้วยังหล่อ ในตัวอย่างที่ 2 จาก ฉลุย แตะขอบฟ้า
ฉลุย /  ฉลุย..แตะขอบฟ้า / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างฉบับแรกเรียกน้ำย่อยแฟนๆกันไป มาคราวนี้เพื่อเตรียมต้อนรับการเข้าฉายในอีกไม่กี่อาทิตย์ ตัวหนังก็ได้ปล่อยตัวอย่างที่ 2 ออกมาแล้ว สำหรับ ฉลุย แตะขอบฟ้า หนังคอมเมดี้ มิวสิเคิล ของค่าย Transformation Films ที่งานนี้เป็นการร่วมทุนสร้างของไทย และ เกาหลี โดยมีเนื้อเรื่องเกิดขึ้นที่ทั้ง 2 ประเทศ อย่างที่เราได้เห็นกันไปในตัวอย่างสุดฮาตัวใหม่นี่อีกด้วยครับ โดยหนังจะเล่าเรื่องของ “โต้ง” กับ “ป๋อง” สองอันเดอร์ด็อก ที่เป็นคู่ซี้ที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจ แต่ที่ทั้งคู่ยังไม่มีคือ เงิน และต้นทุนทางสังคมอื่นๆ นอกจากความฝันอันแสนไกลที่ยังไม่เคยไปถึง ทั้งคู่อยากเป็นนักร้องนักดนตรี อาชีพที่พวกเขารักและหลงไหล โต้งป๋องบังเอิญไปปิ๊งปั๊งกับ “ตุ๊กตา” สาวน้อยหน้าใสคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใน­ซอยใกล้ๆกัน ทำให้ชีวิตของโต้งป๋องกลับมามีสีสันมีแรงบ­ันดาลใจอีกครั้ง “พี่ตึ๋ง” เพื่อนรุ่นพี่ ให้คำแนะนำว่า พ.ศ.นี้ถ้าจะให้โดนใจสาวๆก็ต้องเคป๊อบเท่า­นั้น และเคป๊อบของแท้ก็ต้องไปแจ้งเกิดที่เกาหลี­ด้วย โต้งกับป๋องจึงได้มีโอกาสบุกไปถึง CJYP ค่ายดนตรีค่ายยักษ์ในเกาหลี แถมยังได้เจอกับนิชคุณที่นั่น โต้งป๋องได้รับน้ำใจและกำลังใจจาก “นิชคุณ” ซึ่งเป็นไอดอลของพวกเขาไปเต็มๆ แต่เพราะความจริงมันไม่ง่ายเหมือนความฝัน โต้งป๋องต้องเจอกับสารพัดปัญหาและเรื่องรา­วผิดที่ ผิดทาง ผิดวัฒนธรรม จนถึงขั้นผิดใจกันเองเมื่อทั้งคู่ดันไปเจอ­กับ “มีฮา” สาวเกาหลีน่ารักคนหนึ่งที่มีหน้าตาละม้ายค­ล้ายกับ “ตุ๊กตา” สาวที่ทั้งคู่เคยขับเคี่ยวแย่งจีบกันอยู่ “มีฮา” โผล่มาสร้างความสดใสและความสับสนให้กับโต้­งป๋อง ว่าจะตุ๊กตาหรือมีฮากันดี เรื่องราวความรัก และความฝัน ของโต้งและป๋อง กับตุ๊กตาหรือมีฮา จะออกหัวหรือก้อย จะรอดไม่รอด จะจบลงยังไง และที่ตรงไหน ต้องติดตาม “ฉลุย แตะขอบฟ้า” 4 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

จิรวัฒน์  มหาทรัพย์ถาวร  ช่างภาพ ถ่ายอาหาร  มือฉมัง
ขนม /  ช่างภาพ / 

'วัฒน์' จิรวัฒน์  มหาทรัพย์ถาวร  ช่างภาพ แห่ง Health&Cuisine  This pic is yummy! เมื่อคุณเห็นภาพอาหารในแมกกาซีนหรือโฆษณาแล้วเกิดอาการตาลายหรือหิวขึ้นมากะทันหันคงต้องโทษ ช่างภาพ ที่ถ่ายทอดออกมาได้น่ากินและชวนหิวเกินไปและแขกรับเชิญของคอลัมน์เราในคราวนี้คือ ‘คุณวัฒน์’ จิรวัฒน์ มหาทรัพย์ถาวร ช่างภาพถ่ายอาหารมือฉมังที่มีคร่ำหวอดในวงการมากว่า 10 ปีและอาจจะเป็นคนที่ทำให้คุณท้องร้องต่อหน้าแมกกาซีนมาแล้วก็ได้จากผลงานของเขาเหล่านี้ อัพเดทชีวิตช่วงนี้หน่อยครับ? เป็นช่างภาพประจำอยู่ที่ Health&Cuisine  แล้วก็มีสตูดิโอของตัวเองด้วยในชื่อ Studio Coolseen  ทำมา 2 ปีแล้วโดยมีหุ้นส่วน 3-4 คน รับถ่าย cookbook และโฆษณาทั่วไป ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของการเป็นช่างภาพถ่ายอาหาร? จริงๆ ตอนเรียนผมชอบ Document ชอบงานสารคดีแล้วก็งานแฟชั่นพอทเทรตแต่พอได้เรียนวิชาสตูดิโอก็เริ่มชอบ เราสามารถอยู่ในสตูดิโอได้ทั้งวันทั้งคืนไม่ต้องไปเจอผู้คนมากมายด้วยตอนก่อนจบได้มาฝึกงานที่อัมรินทร์แต่ฝึกงานแฟชั่นที่แพรวพอสัมผัสการทำงานจริงแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่เรา พอทำธีสิสก่อนจบเลยเลือกถ่ายอาหารเลย รู้มาว่ามีอีกหนึ่งเหตุผลที่เลือกถ่ายอาหารเป็นธีสิส? ส่วนนึงคือพ่อผมเป็นเชฟอาหารจีนแต่ตอนที่เลือกไม่ได้คิดถึงส่วนนั้นเลยอาจเป็นเพราะความคุ้นชินกับมันมาตั้งแต่เด็กมีช่วยทำ ช่วยเสิร์ฟตลอด รู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวอาจจะซึมซับมาจากตรงนี้ก็ได้เลยมาลงตัวที่อาหาร อะไรที่ซึมซับมาจากการได้อยู่ในครัวแบบชัดเจนที่สุด?  น่าจะเป็นเรื่องความถูกต้อง อย่างเช่นไม่ใช่อาหารทุกจานที่ต้องโรยหน้าด้วยผักชี หรือตะเกียบก็อาจจะมีตะเกียบจีนหรือตะเกียบญี่ปุ่นหรือเกาหลี ช้อนก็แบ่งได้เป็นของคาวของหวานอีกนี่คือสิ่งที่เราได้มาอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด คาแร็คเตอร์ของหนังสือกับรูปถ่ายต้องกลมกลืนกัน? Health&Cuisine  จะเน้นเรื่องสุขภาพ มู้ดแอนด์โทนจะดูคลีนทั้งรูปและอาหารและเป็นโฮมคุ้กกิ้งเหมาะสำหรับคนทำกินเองที่บ้านมากกว่าแต่ก็มีคอลัมน์รีวิวร้านอาหารด้วย จุดเด่นในงานของคุณ? จริงๆ แล้วผมก็ทำตามโจทย์ในแต่ละงานนะเลยไม่มีอะไรตายตัวเท่าไหร่แต่ถ้าเป็นงานส่วนตัวผมชอบไลท์ติ้งแบบมืดๆ ทึมๆ ไม่ได้แบบใสเคลียร์มากมาย การถ่ายอาหารมีเทรนด์แบบแฟชั่นหรือเปล่า? ตอนนี้เทรนด์ที่กำลังมาคือจำลองแสงเดย์ไลท์ไม่ได้อภินิหารมากเหมือนภาพแฟชั่นยิ่งเป็นสไตล์โฮมคุ้กกิ้งก็ต้องดูสบายๆ หน่อยไม่ต้องโหดมากผมว่านะอีกอย่างเทรนด์การทำอาหารเดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปอย่างแกงเขียวหวานไม่ได้ใส่ชามธรรมดาแล้วเวลาเข้าร้านอาหารเชฟอาจพรีเซ้นต์ในรูปแบบใหม่ซี่งบางทีก็ถ่ายยากเหมือนกันที่เห็นได้ชัดช่วงหลังมีการใช้เทคนิคแบบวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้มากขึ้น สไตล์ของการถ่ายอาหารมีประเภทไหนบ้าง? มีอยู่ประมาณ 3-4 แบบ อย่างงานโฆษณาอย่างนึงแล้วต้องเนี้ยบ ชัด รีทัชหนักๆ อีกแบบเป็นแนวกราฟิกที่ไม่ได้เน้นความน่ากินมองอาหารเป็นงานศิลปะหรือคอมโพส ทีมงานประกอบด้วยหน้าที่อะไรบ้าง?  มีช่างภาพ ฟู้ดสไตลิชและคนทำอาหาร จริงๆ แล้วงานที่ออกมาดีผมให้เครดิตทีมนะ ผมเป็นแค่คนถ่ายทอดออกมาส่วนสำคัญอยู่ที่การเตรียมตัว ถ้าเตรียมมาดีคุยกันชัดเจนรู้สไตล์รู้มุมกันงานจะออกมาดีแน่นอน เพราะบางครั้งไปเจอฟู้ดสไตลิชที่ไม่ได้ทำอาหารมาเค้าก็ไม่รู้ดีเทลของเรานะต้องเป็นคนที่รู้ใจกันพอสมควร ขั้นตอนการทำงาน? มานั่งคุยกันก่อนยกอย่างตัวธีมเล่มนี้เป็นคลีนฟู้ดต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง มีข้อจำกัดอะไรบ้าง จะใช้คู่สีอะไร มู้ดแอนด์โทนเป็นแบบไหน ยกตัวอย่างถ้าพูดถึงคลีนคนอาจจะนึกถึงผักสีเขียว ทีนี้มาดูตัวอาหารว่ามีอะไรบ้าง อย่างกระเพราไก่ไข่ดาว ถ้าข้าวเป็นสีขาวมันจะกลืนกับไข่เปล่ยนเป็นข้าวนิลดีกว่าโรยพริกไทยได้นิดเดียวเพื่อเพิ่มเทคเจอร์หรือห้ามใส่ของหมักดองเพราะเป็นคลีนฟู้ด รายละเอียดค่อนข้างเยอะ อุปกรณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ใช้ในการทำงาน? มีเยอะครับอย่างที่ใช้บ่อยในงานโฆษณาจะเป็น ไขควงเอาไว้เผาไฟไปนาบลงบนเบอร์เกอร์ส่วนเข็มฉีดยาสำหรับใช้ดูดน้ำหรือเพิ่มน้ำลงบนอาหารในส่วนพื้นที่เล็กๆ ที่สำคัญสุดผมว่าคีมคีบอันเล็กใช้แทนมือเราเพราะเวลาเราเอามือไปขยับหรือจับอาหารมันลำบาก สิ่งสำคัญของการถ่ายภาพอาหาร? สำหรับผมต้องเริ่มต้นจากความน่ากินก่อน ถ่ายทอดความน่ากินของมันออกมาให้ได้ อย่างแลนด์สเคปต้องถ่ายทอดความอลังการของธรรมชาติถ้าเป็นอาหารสำหรับผมต้องน่ากินก่อนอย่างในแมกกาซีนมันต้องเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากกินหรืออยากลงมือทำเอง เทคนิคเฉพาะตัว? ผมใช้ไฟในการจัดแสง 80 % ไม่ค่อยใช้แสงธรรมชาติเพราะไม่สามารถใช้ได้ทุกที่บางทีกว่าจะเริ่มถ่ายจานแรกบ่ายโมงห้าโมงแสงก็หมดแล้วบางทีเราต้องถ่าย 10 เมนูไม่น่ารอดเลยต้องใช้ไฟเป็นหลักจำลองเดย์ไลท์เอาจะเอานุ่มเอาแข็งได้หมดแล้วแต่โจทย์ที่ได้มา ตอนทำงานช่วงแรกเป็นกล้องฟิล์มมีความยากง่ายต่างกับดิจิตัลยังไงบ้างครับ? ตอนถ่ายด้วยฟิล์มต้องเก็บเนี้ยบทุกจุดจริงๆ จานเลอะต้องเช็ด ผักเหี่ยวต้องเปลี่ยนถ้าทำอย่างนั้นได้ตลอดเราก็ไม่ต้องมานั่งรีทัชมันบางทีเราเห็นผักเหี่ยวแค่สแตมป์มันทีเดียวก็ได้แล้ว แต่ถ้าเจอ 200 รูปก็หนักเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะอย่างนั้นตอนหน้างานเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยนเลยถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยไปรีทัชเอาจะดีกว่า ไลฟ์สไตล์ของคุณ? ชอบไปร้านอาหารถ้ามีเวลาแบ่งเป็นร้านอร่อยส่วนหนึ่งร้านบรรยากาศดีๆ อีกส่วนหนึ่งก็ไปดูบรรยากาศ ดูรูปเมนูว่าเขาถ่ายกันยังไงหรือรสชาติอาหารการพรีเซ้นต์ออกมาเป็นแบบไหนกันแล้ว สไตล์การถ่ายชาติใดที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน? ของญี่ปุ่นด้วยการจัดแสงและสไตล์ที่ดูเน้นกราฟิกมากกว่าความน่ากินอย่างเช่นสไตล์โพกาดอทหรือทำเป็นเส้นวางคอมโพสนิ่งๆ แต่ว่าอะไรที่เราเจอบ่อยๆ มันก็เบื่อผมกลับรู้สึกว่าบางทีเราไม่ถ่ายอาหารแบบสตรีทฟู้ดสไตล์บ้านเรามันก็ดูน่าสนใจดีไม่ต้องจัดแต่งอะไรมากมาย แต่ทุกวันนี้พยายามพรีเซ้นต์ในรูปแบบใกล้ๆ กันหมด อยากถ่ายอาหารอะไรอีกมั้ย? อยากถ่ายเมนูแมลงแต่เป็นแบบสวยๆ เลยนะ อาจจะปั่นเอาทำเป็นซุปจัดคอมโพสสวยๆ ตอนนี้มีโปรเจ็คที่คุยอยู่แต่ยังไม่ลงตัวน่าจะเร็วๆ นี้ อุปกรณ์ประจำตัวในการทำงาน? กล้อง DSLR ทั่วไป เลนส์มีอยู่ 2-3 ตัวนอมอลซูม 24-70 มม. เลนส์ 90 มม.มาโครฟิก 45 มม.ฟิกอีกตัวนึงใช้อยู่ประมาณนี้ ส่วนไฟใช้ 4 หัว ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ขนาดไหน? ผมว่าส่วนสำคัญที่สุดอยู่ที่มุมมองและความเข้าใจเกี่ยวกับตัวอาหารอุปกรณ์มันเป็นตัวซัปพอร์ตเฉยๆ โอเคถ้าอุปกรณ์ดีงานก็ออกมาดีแต่รุ่นรองลงมาเราก็ใช้ได้หรือคอมแพ็คเราก็ใช้ได้แต่คุณภาพของไฟล์อาจจะไปลงแค่ในเว็บจริงๆ ผมไม่ได้ไปยึดติดกับอุปกรณ์เท่าไหร่นะ แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพอาหาร? ไม่มีเป็นคนแต่มีเป็นแมกกาซีน ชอบ Donna Hay ของออสเตรเลีย ฟู้ดสไตลิชเก่งมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องพร็อพมู้ดแอนด์โทนที่คุมได้ดีมากรวมถึงกิมมิกที่ใส่มาให้อาหารน่าสนใจดี สิ่งที่อยากทำในอนาคตอันใกล้? อยากทำ Cookbook ที่แตกต่างจากที่มีในบ้านเราตอนนี้ที่ดูแมสและฟอร์แมทเดิมๆ มีแค่รูปกับสูตรไม่มีสตอรี่อะไร อีกอย่างอยากมีบ้านที่เป็นสตูดิโอในตัวแบบตื่นขึ้นมาแล้วถ่ายรูปได้เลยคงจะมีความสุขมาก (ยิ้ม) Facebook : StudioCoolSeen Link : https://www.facebook.com/StudioCoolSeen?fref=ts ข้อมูลจาก  A'lure Magazine 

เปิดตัวเกมส์ Disney Infinity 3.0 ส่งตัวละคร Star Wars โลดแล่นผจญภัย
Disney Infinity /  Disney Infinity 3.0

Disney Interactive ประกาศเปิดตัวเกมส์ Disney Infinity 3.0 นำทีมกับเหล่าตัวละครจาก Disney, Marvel รวมถึงตัวละครจากภาพยนตร์ Star Wars โลดแล่นไปพร่อมกับเกมส์แอคชั่นผจญภัยภาคใหม่ พร้อมด้วย Playset Toybox ตัวใหม่ๆ วางขายเดือนสิงหาคม 2015 บน PC, Xbox, PlayStation และ Wii เกมส์ Disney Infinity 3.0 นอกจากจะนำเสนอการผจญภัยตอนใหม่ของเหล่าตัวละครเกมส์มากมาย ด้วยรูปแบบการเล่นเกมส์หลากหลายด้วย Playset Toybox โดยผู้เล่นสามารถทำคะแนนและตะลุยด่านของซีรีย์ Star Wars Star Wars: Twilight of the Republic – ร่วมผจญภัยในอวกาศไปกับ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ และลูกศิษย์ผู้จงรักภักดีอย่าง อาโซกา ทาโน ในการเปิดโปงความจริง ต่อสู้กับเหล่าร้าย และนำสันติสุขกลับสู่กาแล็คซี่ โดยนำเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ต้นฉบับตั้งแต่ภาค 1-3 ผู้เล่นจะต้องเดินทางไปยัง 4 ด่านหลักๆ โดยใช้พลัง (Force™) และดาบไลท์เซเบอร์ (Lightsabers) ในการสู้รบอันดุเดือด และใช้ทักษะการต่อสู้ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ Star Wars: Rise Against the Empire –เกมนี้จะพาผู้เล่นเข้าสู่ภารกิจบนกาแล็คซี่ เพื่อล้มล้างเหล่าร้ายแห่งจักรวรรดิ์ ไปกับเหล่านักรบในตำนานอย่างลุค สกายวอล์คเกอร์ และผู้นำฝ่ายกบฏอย่างเจ้าหญิงเลอา ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อค้าของเถื่อนอย่างฮัน โซโล และผู้ช่วยขับยานผู้สัตย์ชื่ออย่าง ชิวแบคคา ร่วมผจญภัยไปกับสุดยอดมหากาพย์การต่อสู้ที่ไม่มีวันหยุดพัก เหินฟ้าไปบนยานเอ็กซ์วิง ไฟท์เตอร์ หรือมิลเลนเนียม ฟอลคอน เพื่อต่อสู้กับสตอร์มทรูปเปอร์ส ออกสำรวจหรือร่วมกันปฏิบัติภารกิจบนดาวเคราะห์ อย่างดาวทาทูอีน ดาวโฮธ และดาวเอนดอร์ ที่น่าสนใจของเกมส์ Disney Infinity 3.0 คือโหมด Toy Box ให้ผู้เล่นเลือกโหมดการเล่นเกมส์ทั้งการแข่งขันหรือการจำลอง รวมถึงกิจกรรมสนุกๆที่ให้ผู้เล่นออกแบบโลกในแบบของตัวเองได้ ผู้เล่นยังสามารถลองเข้าไปเลือก Playset หรือลองประเดิมเล่นเกมส์ ก่อนที่จะสร้างโลกบน Toybox ของตัวเอง สามารถสร้างและแบ่งปันเลเวล รวมทั้งมินิเกมส์ กับครอบครัวและเพื่อนๆ ได้อย่างง่ายดายกว่าเมื่อก่อน ด้วยเครื่องมือและระบบเชื่อมต่อที่ได้รับการปรับปรุงมาแล้ว ผู้เล่นสามารถดึงเอา Townspeople Sidekicks ออกมาเพื่อช่วยให้ผ่านด่านได้สำเร็จ ช่วยกันโจมตีศัตรู หรือช่วยกันสร้างโลกในเกมส์ เกมส์ Disney Infinity 3.0 วางขายเดือนสิงหาคม 2015 บน PC, Xbox, PlayStation และ Wii ระบบเกมส์ Disney Infinity 3.0 • ครอสโอเวอร์ คาแรกเตอร์ – รับสิทธิ์ในการเล่นตัวละครใดๆ ของสตาร์ วอร์ส โดยการสะสมเหรียญในแต่ละเพลยเซทของสตาร์ วอร์ส • เล่นเกมร่วมกัน – ทางเลือกในการแวะเวียนเข้า-ออก อย่างง่ายดาย ช่วยให้เด็กๆ และครอบครัว เล่นเกมด้วยกันได้ทุกเวลา • สร้างโลกแล้วแบ่งปัน – แบ่งปันการออกแบบทอยบ๊อกซ์ กับเพื่อนผ่านทางออนไลน์และดาวน์โหลดทอยบ๊อกซ์จากดิสนีย์ อินฟินิตี้ คอมมิวนิตี้ มาเล่นได้ด้วย • อุปกรณ์ต่างๆ เล่นร่วมกันกับดิสนีย์ อินฟินิตี้ รุ่นก่อน – หุ่นดิสนีย์อินฟินิตี้ ของเล่น และพาวเวอร์ดิสก์ทุกชิ้นสามารถเช่นได้กับทอยบ๊อกซ์ของดิสนีย์ อินฟินิตี้ 3.0 – สถิติและการอัพเกรดยังคงเหมือนเดิม • หุ่นของดิสนีย์ อินฟินิตี้ – สะสมแล้วเล่นหุ่นตัวละครใหม่ๆ จากดิสนีย์ ดิสนีย์•พิกซาร์ มาร์เวล และสตาร์ วอร์ส อาทิ อาโซกา ทาโน และอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ มิกกี้และมินนี่ แซม ฟลินน์ และควอร่า จากทรอน มู่หลัน โอลาฟ ฮัลค์บัสเตอร์ ไอรอนแมน และอัลตรอน ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะนำเอาพลังและความสามารถเฉพาะตัวมาช่วยให้เกมเพลย์สนุกสนานยิ่งขึ้น รวมทั้งระบบการต่อสู้แบบใหม่ที่นำมาใช้ได้กับทุกตัวละคร • พาวเวอร์ดิสก์ – พาวเวอร์ดิสก์ ชุดใหม่มีวางจำหน่ายเฉพาะแบบแพ็คละ 4 อัน สำหรับดิสนีย์ อินฟินิตี้ 3.0 เพื่อช่วยเสริมกำลังให้กับตัวละคร ตั้งค่าทอยบ๊อกซ์ หรือปลดล็อคอุปกรณ์ ชุด และทีมใหม่ ที่ต้องการใช้จู่โจม

ฟิล์ม ถามผมผิดตรงไหน คอร์มอเตอร์สปอร์ต ยกเลิกสัญญา
คอร์มอเตอร์สปอร์ตไทยแลนด์ /  รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ / 

จากกรณีที่ คุณปวีณ์ ปานดำรงสถิตย์ เจ้าของและผู้จัดการทีมแข่งรถจักรยานยนต์ "คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์" ได้ออกข่าวทางเฟสบุ๊ค และสื่อออนไลน์ ว่าได้ยกเลิกสัญญากับนักแข่งหมายเลข 1 ของไทย ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ในการร่วมแข่งขันศึกเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ 2015 ในรุ่นเวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต เมื่อวันที่ผ่านมา พร้อมทั้งให้ข่าวตำหนิ ฟิล์ม และครอบครัว จนสร้างความเสียหาย ให้กับครอบครัว วิไลโรจน์ รวมทั้งสร้างความเข้าใจผิดกับผู้ที่เข้าไปอ่านจำนวนมากนั้น ล่าสุด ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์  ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่แท้จริงนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับตัวผมเลย และก็ไม่ได้เกี่ยวกับภรรยาของผม (มด) ตามที่ทางทีมคอร์กล่าวหาไว้มากมายด้วย เพราะความจริงแล้ว เป็นเรื่องของกลุ่มแฟนคลับในเพจปิด กองเชียร์ของผมที่ตามเชียร์มาตลอดนั้น มีข้อขัดแย้งบางอย่างกับกลุ่มทางคอร์ ซึ่งก็มีการตอบโต้กันทางเฟสบุ๊ก ไปมาหลายรอบ ทำให้ไม่พอใจกัน ซึ่งสาเหตุก็น่าจะมาจาก การที่กลุ่มแฟนคลับ กองเชียร์หรือแฟนๆ ที่ติดตามผลการแข่งขันมาตลอดตั้งแต่ผมยังแข่งในประเทศไทยนั้น อาจจะมีความไม่พอใจการทำงานของทีมคอร์บ้างในบางเรื่อง ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้วเวลาผมลงแข่งขันเสร็จแล้วก็จะต้องมีการรายงานข้อผิดพลาดของรถบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งเป็นการรายงานแชร์ๆกันไป ก็มีที่แฟนคลับ กองเชียร์ เข้ามาอ่าน อาจจะเข้ามาตำหนิทีมงานคอร์ บ้างเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว การทำงานก็ต้องมีผิดพลาด กีฬาทุกอย่างต้องยอมรับการตำหนิจากกองเชียร์ แต่ส่วนตัวผมเองไม่เคยตำหนิทีมงาน มีแต่กล่าวชื่นชมการทำงานของทีมตลอด “ซึ่งการที่กองเชียร์ออกมาตำหนิทีมงานคอร์ นั้น ทำให้ผู้บริหารคอร์ ไม่พอใจกองเชียร์ ซึ่งกองเชียร์ทุกกลุ่มก็ต้องรู้จักกับภรรยาผมเป็นธรรมดา เป็นเพื่อนในเฟสบุ๊กบ้าง อินสตาร์แกรมบ้าง หรือเพสต่างๆ ทำให้ทางคอร์ไม่พอใจ ที่ภรรยาผมไปอยู่ในกลุ่มที่ตำหนิทีมงาน” “ผมยืนยันเลยรับว่าการที่ คอร์ ยกเลิกสัญญาผมนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม ผมเองยังไม่รู้เลยว่าผมผิดอะไร ทางผู้บริหารทีมคอร์ น่าจะใจกว้าง เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ แยกแยะปัญหาอะไรได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่โยนโทษทั้งหมดมาให้ผม แล้วยกเลิกสัญญาผม ผมยอมรับว่า พี่วีร์ และทีมงานคอร์ เป็นบุญคุณกับผมมาก เราร่วมกันสร้างผลงานได้ดีมาตลอด ทีมงานทุกคนตั้งใจทำงาน ผมเองก็ตั้งใจเต็มที่ ขณะนี้ร่างกาย การฟิตซ้อมก็ดีมาก เพื่อเตรียมตัวไปแข่งขันสนามหน้าที่อังกฤษสัปดาห์หน้านี้ แต่ทุกอย่างก็ต้องพังทลายลงไป ผมเองอยากจะถามผู้บริหารทีมคอร์ ว่าผมผิดตรงไหน สาเหตุมาจากอะไร ซึ่งทุกอย่างน่าจะแยกออก รวมทั้งแฟนๆ กีฬาชาวไทยก็สงสัยเช่นกันว่า ฟิล์ม ผิดอะไร แต่เมื่อเป็นการตัดสินใจของเจ้าของทีมอย่างคอร์ ผมเองก็คงต้องน้อมรับ เพราะไม่มีทางเลือก” ฟิล์ม กล่าวอีกว่า สำหรับอนาคตจากนี้ไปนั้น แน่นอนว่ายังมีใจให้กับการแข่งขันรถกีฬาที่ผมรักเกินร้อย เพราะเชื่อว่าฟอร์ม ผลงานกำลังดี แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงต้องหยุดก่อน เร่งหาทางแก้ไข แต่คิดว่าคงไม่กลับไปร่วมงานกับคอร์แน่นอน ส่วนจะมีทีมไหนมาติดต่อนั้น บอกตรงๆ ตอนนี้ยังไม่มีเลยครับ เพราะคอร์ ยกเลิกสัญญากระทันหันมาก ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องนี้จะลุกลามใหญ่โตถึงกับมายกเลิกสัญญาผม ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าผิดอะไร และคอร์เองก็ยังไม่ตอบเช่นกันว่าผมผิดอะไร แต่เชื่อว่าการแข่งขันของผมมีแน่นอน อาจจะพักบ้าง 1 สนาม หรือ 2 สนาม จากนั้นคงมีข่าวเรื่องทีมใหม่ ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานนี้ “ผมต้องขอขอบคุณทีมงานคอร์ มอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะพี่วีร์ ที่ได้ช่วยเหลือผมมา และขอขอบคุณสปอนด์เซอร์ ทุกรายทั้ง เอ.พี.ฮอนด้า ที่ดูแลครอบครัวผมมาตลอดตั้งแต่รุ่นพ่อ, ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน ของคุณทุกๆ ภาคส่วนที่ทำให้เกิดสนามช้างฯ เซอร์กิต สนามซึ่งทำให้ฝันของผมเป็นจริงกับการได้สัมผัสแชมป์ในบ้านเกิดของผมเอง ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนที่ทำให้ผมก้าวมายืน ณ จุดนี้ได้” ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่านครับ ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์

เผยโฉม! นักเลงคีย์บอร์ดด่า ตุ๊กกี้ อ้างโดนแอบอ้าง !!
ตุ๊กกี้ ชิงร้อย /  ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ / 

หลังตลกสาวซุปตาร์ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ของขึ้นทนไม่ไหว เหตุถูกสาวประเภท2 นักเลงคีย์บอร์ดหน้าเดิมๆ เข้ามาคอมเม้นท์ด่าใต้ภาพค่อนข้างรุนแรง ไม่ทันไรหลังลง IG รวบรวมหลักฐานพร้อมแจ้งตำรวจ คู่กรณีสาวประเภทสองก็รีบแจ้นติดต่อสาว ตุ๊กกี้ ในทันที !! พร้อมชี้แจงว่า ที่ผ่านมาตนไม่ได้เล่นเฟสบุ๊คและIG มา3เดือนแล้ว เนื่องจากโดนแฮกทั้งเฟสบุ๊คและIG งานนี้สาว ตุ๊กกี้ ลั่นถ้าคู่กรณีไม่ได้ทำจริงๆ แนะนำควรไปแจ้งความให้ทางกฎหมายดำเนินการ พร้อมมอบโอกาสหากคู่กรณีบริสุทธิ์ใจ ย้ำฝากเตือนนักเลงคีย์บอร์ดทั้งหลายอย่าสร้างความเดือดร้อนและแอบอ้าง ด่าใช้คำหยาบคายให้กับคนอื่น เพราะมันไม่ได้ทำเกิดประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น "เมื่อคืนวันที่13 พคหลังจากหนูได้โพสig เรื่องการโพสigการปั่นยุแยง และสร้างเรื่องราวมาก กับน้องสาวประเภท2ชื่อบิว เวลาประมาณ 23.00 น้อง1คนบอกว่าเป็นคนชื่อบิวได้ติดต่อเข้ามาในเบอร์โทรศัพท์ที่หนูให้ไว้ ข้อความที่คุยกัน ไม่คุยมากมายเอาใจความและปัญหาที่เกิดขึ้นและสรุปได้ดังต่อไปนี้" "1. น้องบิวให้คำตอบว่า โดยแฮคทั้งเฟสและigมา 2อาทิตย์แล้ว และเลิกเล่น (หนูโดยเม้นด่ามา4-5เดือนแล้ว) !!!! 2. น้องบิวบอกไม่ได้เล่นigกะเฟส มา3เดือนแล้ว !!! 3.คนคงหมั่นใส้น้องบิวเลยแอบอ้าง ทั้งเฟสและ ig ในการพูดคุยจากคำบอกเล่าน้อง" "หนูเลยสรุปให้น้องว่าถ้าน้องไม่ได้ทำจริงๆโดยส่วนตัวพี่ไม่เคยคิดแค้นกับคนที่ไม่มีตัวตน กรณีนี้จับมือใครก็ไม่ได้ ในเมื่อตัวจริงออกมายืนยันว่าไม่ได้ทำ" "พี่พร้อมจะให้โอกาสและให้อภัย จึงแนะนำให้น้องไปแจ้งความ ตามที่บอกน้องก็ไปแจ้งความ ในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางพี่บุ๋ม และเรื่องของตุ๊กกี้ บริสุทธิ์ใจก็พร้อมอภัย แต่หากใครที่แอบอ้างหรือทำอยู่หยุดเถอคะ" "คนเดือดร้อนเยอะแยะมากเรียงเป็นหางว่าว การเอารูป ของคนอื่น ไปเม้นไปโพสใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด่าทอ ความเห็นที่เกินไป ขอความกรุณาอยุดทำเถอะคะ ไม่เกิดประโยช์อะไรทั้งสิ้น มันแค่สนุก สะใจ แต่นึกถึงผู้ที่โดนกระทำ" "ลองคิดหากเป็นตัวคุณ คุณต้องมีความรู้สึกที่ไม่สบายใจเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้ว หนูไม่เคยแค้นใคร ใครดีมาเราดีกลับใครไม่ดีเราก็ไม่ดีกลับ แต่ครั้งนี้ หากรับผิดร่วมกัน เราพร้อมให้โอกาสและอภัยให้กันและกัน เป็นดั่งที่กล่าวมาคะ คุณตำรวจ" ขอขอบคุณภาพจาก IG @tukky66 บันทึกประจำวัน โดยเจ้าของเฟสและIG ที่โดนแอบอ้าง ยืนยันตนไม่ได้ทำ เผยโฉม นักเลงคีย์บอร์ด ลั่นไม่ได้ด่า ตุ๊กกี้ แต่โดนแอบอ้าง !! เผยโฉม นักเลงคีย์บอร์ด ลั่นไม่ได้ด่า ตุ๊กกี้ แต่โดนแอบอ้าง !! เผยโฉม นักเลงคีย์บอร์ด ลั่นไม่ได้ด่า ตุ๊กกี้ แต่โดนแอบอ้าง !! เผยโฉม นักเลงคีย์บอร์ด ลั่นไม่ได้ด่า ตุ๊กกี้ แต่โดนแอบอ้าง !!

พลอย ภัทรากร ตื่นเต้น ขึ้นแท่นนางเอก เต็มตัว
พลอย ภัทรากร /  ละคร กระสือมหานคร / 

ขึ้นแท่นรับบทนางเอกเต็มตัวในละคร แฟนตาซี-คอมเมดี้ เรื่อง กระสือมหานคร ของผู้จัดป้ายแดง ต้อง จุลวุฒิ ค่ายชลลัมพี บราเธอร์ นางเอกหน้าหวาน พลอย ภัทรากร เต้นตื่น พร้อมเรียนรู้บทบาทใหม่เต็มที่กับรายละเอียดเรื่องนี้ พลอยเปิดเผยว่า “ตื่นเต้นค่ะ กับบทบาทนางเอกเต็มตัวครั้งแรก และเป็นการเปลี่ยนแปลงคาแร็คเตอร์ของพลอย จากหวานๆ เรียบร้อยๆ มาเป็นสาวเปรี้ยว เฉี่ยว มั่นใจในตัวเอง ในละครกระสือมหานคร ที่สำคัญละครเรื่องนี้เป็นละครซ้อนหนังอีกทีหนึ่ง เรื่องราวจะเกี่ยวกับตำนานกระสือ แต่พี่ต้องผู้จัดนำเสนอในแง่มุมที่ประมาณว่า คนน่ากลัวกว่าผี พลอยจะเป็นกระสือร่วมสมัย คืออยู่ในเมืองกรุง สวย ไฮโซ ในเรื่องนี้พลอยเล่นคู่กับพี่ณัฐรัฐ ซึ่งรับบทเป็นผู้กำกับขาวีนขี้หงุดหงิด เป็นคู่กัดกับพลอยตลอด เพราะในอดีตเราเคยหักอกเค้าตอนเค้ามาจีบ พอเค้ามาเป็นผู้กำกับก็ได้ทีแก้แค้น ต้องประทะคารมไม่มีใครยอมใคร ในหนังพลอยจะเป็นกระสือที่ทำร้ายทุกคน แต่ชีวิตจริงในละครจับพลัดจับผลูกลืนน้ำลายกระสือไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้ต้องสืบทอดการเป็นกระสือ แล้วยังถูกตามล่าเพื่อเอาไปเป็นของสะสม ถูกทำร้ายหนักมาก แต่ก็พยายามสู้กับตัวเองไม่ให้กระสือครอบงำ ซึ่งการทำงานต้องจิตนาการเยอะ เหนื่อยเพราะต้องถ่ายไปทำซีจีและเอฟเฟกต์ แต่สนุกค่ะ ได้ทำอะไรใหม่ๆ ยังไงก็ฝากละครเรื่องนี้ด้วยนะคะ” พลอย ภัทรากร พลอย ภัทรากร พลอย ภัทรากร

Century Auto Import จัดโปรโมชั่นพิเศษรถนำเข้าหรู ให้ยลโฉมกันแล้ววันนี้!!
Benz /  s300l / 

Century Auto Import ศูนย์รถยนต์นำเข้าอิสระที่เปิดทำการมาแล้วถึง 9 ปี จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดสำหรับลูกค้า ที่สนใจรถยนต์นำเข้ารุ่นใหม่ๆ กับราคาที่พิเศษสุดๆ พร้อมโปรโมชั่นของแถมมากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจง่ายขึ้นในการเลือกรถนำเข้าดีๆ สักคันไว้ใช้งาน สำหรับการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากเลย โชว์รูม Century Auto Import ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ ปากซอยศรีนครินทร์60 สังเกตุง่ายๆ อยู่ตรงข้ามปั๊มปตท. เยื้องๆโรงแรมโนโวเทล บางนา ที่นี่นำเข้ารถยนต์ทั้งจากยุโรปและญี่ปุ่น มีทั้งรถสปอร์ต รถเอสยูวี รถซีดาน รถตู้เอ็มพีวี มากมายหลากหลายยี่ห้อให้เลือกอย่างจุใจ เช่น Benz BMW Audi VW MINI Porsche Toyota Subaru รถทุกคันที่นี่มีการรับประกันคุณภาพหรือ Warranty ให้นานถึง 2 ปี หรือ 50,000 กม. ให้ลูกค้าสบายใจว่าหลังจากออกรถจากที่นี่ไปถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นกับระบบต่างๆ ก็สามารถเข้าซ่อมแซมได้ฟรี สำหรับการดูแลรักษาหลังจากซื้อไปแล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะที่นี่มีศูนย์บริการหลังการขายที่ทันสมัย มีเครื่องมือในการตรวจเช็คครบทุกรุ่น มีทีมช่างที่มีประสบการณ์กับรถนำเข้า ที่นี่ดูแลรถของลูกค้าได้อย่างสบายนหายห่วง สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถตามสเปคที่ตัวเองต้องการ ที่นี่ก็สามารถสั่งตามออร์เดอร์ให้ลูกค้าได้ ไม่ว่าจะสีภายนอกสีภายในหรือออปชั่นมากน้อยก็เนรมิตได้ตามต้องการ ใช้เวลารอรถแค่ประมาณไม่เกิน 45 วัน แต่สำหรับลูกค้าที่ไม่อยากรอ ที่นี่ก็มีรถรุ่นใหม่ๆอัพเดทอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น New Toyota Vellfire, Benz S300L hybrid, และรถหายากเช่น Subaru WRX S4 ซึ่งที่นี่นำเข้ามาเป็นที่แรก และยังมีอีกหลายรุ่นที่ลูกค้าสามารถรับรถได้เลยเช่น Benz E300 hybrid, New Toyota Harrier ที่มีทั้งเครื่อง2.0และ2.5hybrid, Toyota Voxy 2.0ZS, Toyota FT86, MINI Cooper S (F56) และยังมีอีกหลายรุ่นที่ได้สั่งไปแล้วและกำลังเดินทางมา ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องซื้อรถที่Century Auto Import เพราะที่นี่มีจุดขายอยู่ที่ราคาถูก ของแถมที่จัดให้แบบไม่ยั้ง การบริการที่จริงใจ รักษาคำพูด การดูแลหลังการขายอย่างเต็มที่เปรียบเสมือนเป็นรถของตัวเอง ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เคยซื้อไปแล้วต้องกลับมาซื้ออีกครั้งด้วยความ ประทับใจ อยากให้ได้ลองมาเป็นลูกค้าที่นี่ดูสักครั้ง แล้วจะรู้เลยว่าที่บรรยายมาทั้งหมดนี้ไม่ได้เกินความจริงเลย และรับรองว่าจะติดใจ ท่านที่สนใจอยากสอบถามรายละเอียดติดต่อได้ที่ 081-486-4244, 089-675-3309 หรือ Line ID: vinnie.century รถยนต์ที่ทาง Century Auto แนะนำมีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ Benz S300L bluetech hybrid AMG fullspec เครื่องดีเซล+ไฮบริด ประหยัดสุดๆ หลังคาแก้วซันรูฟ-มูนรูฟ ล้อแม็ก20" ประตูดูด เครื่องเสียงburmester จอคอมมานด์ 12" จอหลัง แอมเบียนท์ไลท์ ตู้เย็น ช่วงล่างถุงลม ช๊อคอัพไฟฟ้า ม่านไฟฟ้ารอบคัน เบาะไฟฟ้า 16 ทิศทาง เมมโมรี่แพคเกจ เบาะหลังไฟฟ้า New Toyota Vellfire 2.5G ล้อแม็ก18" ประตูสไลด์ไฟฟ้า ซันรูฟ 2 ตอน เบาะไฟฟ้าเมมโมรี่ ลำโพงรอบคัน ระบบเรดาห์ช่วยเบรค คีย์เลสโก ครุซคอนโทรล ระบบสั่งงานด้วยเสียง เบาะหลังมิกกี้เมาส์ปรับไฟฟ้า ฝาท้ายไฟฟ้า ระบบ EcoMode แอร์แบกรอบคัน ระบบฟอกอากาศ New Subaru WRX S4 300แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อAWD  เกียร์ Auto เบาะไฟฟ้า ปุ่มสตาร์ท ระบบDrivingAssist ภายในลายเคฟล่า ล้อแม็ก18"  เบาะอุ่น คอมพิวเตอร์ออนบอร์ด

เจนี่-กึ้ง ว่าไง? อั้ม แซว - โน้ต ถาม..เมื่อไหร่แต่ง!?!
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ /  กึ้ง เฉลิมชัย / 

เกิดเป็นกระแสขึ้นในทันที!! หลังซุปตาร์สาว อั้ม พัชราภา เข้าไปคอมเม้นท์ใต้ภาพคู่ของไฮโซหนุ่มโซฮอต กึ้ง เฉลิมชัย กับนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ หลังจากที่ฝ่ายชายได้โพสต์ใน IG ของตนเพื่อให้กำลังใจสาวเจนี่ แถมอย่างที่รู้ๆ กันดีว่าหลายฝ่ายกำลังจับผิด อุ๊บส์! จับตามองความสัมพันธ์ของคู่นี้อยู่ว่าจะออกหัวหรือก้อย บวกกับบังเอิ๊ญ! ทางด้านไฮโซ โน้ต วิเศษ เองก็เข้ามาคอมเม้นท์พร้อมแท็กไปถามสาวเจนี่ว่า "คู่นี้เมื่อไหร่ครับ???" ด้วยเช่นกัน เล่นเอาหลายคนถึงกับเฮ เข้ามาแสดงความยินดีกันยกใหญ่ เพราะมีคนสนิทของทั้งสองฝ่ายฟันธงให้ขนาดนี้คือมีลุ้นแน่ๆ แถมคำตอบของทั้งคู่ก็ไม่ได้มีปฏิเสธเลยสักนิด อิอิขอบคุณ ภาพจาก/ @janienineeleven, @kueng_chalermchai, @aum_patchrapa, @notevises เจนี่ - กึ้ง เจนี่ - กึ้ง อั้ม - กึ้ง โน้ต - กึ้ง

ย้อนวัยดารา สาวหมวย
ดาราวัยรุ่น /  มหาวิทยาลัยรังสิต / 

มาทําความรู้จักและล้วงลึกวัยเด็ก กับสาวหมวยอย่าง "มายด์ - วิรพร จิรเวชสุนทรกุล" ที่ยิ่งโต ก็ยิ่งสวย และไม่ว่าสาวคนนี้จะทํางานเยอะแค่ไหน ก็ไม่เคยท้อเพราะกว่าที่สาวคนนี้จะมาถึงจุดๆนี้ได้ เวลาและโอกาสเป็นสิ่งที่สําคัญ ซึ่งล่าสุดตอนนี้สาวสวยมีผลงาน ละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, รักจัดเต็ม และ ซีรีส์ Ugly Duckling รักนะเป็ดโง่ ช่อง GMM Channel ให้หนุ่มๆได้ติดตามกันเร็วๆนี้ แน่นอน เพื่อนๆอยากรู้กันมั้ยว่า ตอนเรียนสาวคนนี้จะมีวีรกรรมแสบๆขนาดไหน?? ถ้าอยากรู้ต้องติดตาม.. ย้อนวัยดารา สาวหมวย "มายด์ วิรพร"กัน ย้อนวัยดารา สาวหมวย "มายด์ วิรพร" ชื่อ - นามสกุล : วิรพร จิรเวชสุนทรกุล ชื่อเล่น : มายด์ วัน เดือน ปีเกิด : 7 ธันวาคม 2537 การศึกษา : จบมัธยมศึกษาโรงเรียนชลกันยานุกุล ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ผลงานที่ล่าสุด : ละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, รักจัดเต็ม, ซีรีส์ Ugly Duckling รักนะเป็ดโง่ ช่อง GMM Channel ย้อนไปสมัยประถม-มัธยม เป็นยังไงบ้าง ? ต้องบอกว่าย้อนไปในสมัยเด็กประถมมายด์เป็นเด็กค่อนข้างดื้อ แล้วก็ซนมากด้วยค่ะ เราจะมีแก๊งเพื่อนอยู่แก๊งนึง ซึ่งเป็นทองทั้งแก๊งเลยค่ะ (หัวเราะ) แล้วเราก็เป็นผู้หญิงอยู่ในนั้นคนเดียว ซึ่งแต่ก่อนเราไม่รู้ตัวเองเลยค่ะ ว่าเราเป็นทอม หรือเป็นเด็กผู้หญิงกันแน่ (ยิ้ม) แล้วเหมือนเพื่อนเราก็ไปปิ๊งรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นคนนี้ ซึ่งความรู้สึกเรา.. เราว่ามันไม่ใช่นะ เราไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกัน เราชอบผู้ชายนะ (หัวเราะ) แต่การกระทํามันตรงกันข้าม เพราะเวลาเราไปเที่ยวกับเพื่อนๆก็จะต้องแต่งตัวอีกแบบนึง ซึ่งเราแต่งตัวแปลกจากเพื่อนๆไม่ได้ ก็จะเป็นเสื้อยืด กางเกงสามส่วน แล้วมีสกรีนลายตรงก้น แถมตอนนั้นคือมีทั้งเชือกห้อย แล้วก็สายโซ่อีก แต่ใส่รองเท้าแตะ คือ.. ถ้าสมัยก่อนย้อนไปดูรูปตัวเองเราจะรับตัวเองไม่ได้เลยค่ะ ไหนจะซอยผมอีก คือดูแบบพั้งค์มากค่ะ (หัวเราะ) แล้วแต่ก่อนเรื่องการฟังเพลงก็หนักมากเหมือนกันค่ะ เรื่องฟังเพลง มายด์ก็ยังเพลงแบบ Heavy metal ย้อนกลับไปดูนี่คือ "ดีใจมากค่ะ ที่หลุดพ้นจากตรงนั้นมาได้" (หัวเราะ) อย่าจะหลุดนี่ก็ 2ปีนะคะ พอย้ายโรงเรียนจากม.1 มาต่อม.2 ที่ชลบุรีค่ะ พอสังคมเปลี่ยนเราก็เปลี่ยนค่ะ เพราะว่าเพื่อนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ค่อนข้าง โอ้วโหห เห็นเรามา อื้มหื้มม… (หัวเราะ) แต่งตัวแบบนี้เลยหรอ ไม่ได้ๆน่ะมายดื มายด์ต้องแต่งตัวใหม่ เพื่อนๆเค้าก็จะจับเราไปแต่งตัว สุดท้ายเราถึงเพิ่งรู้ว่า สิ่งนี่แหละ!! คือสิ่งที่เราโอเค เพราะแต่ละคนคือแต่งตัวเก่งกันมาก แล้วมีอยู่ช่วงนึงเป็นงานคริสมัสที่เด็กนักเรียนทุกคน ต้องแต่งตัวยังไงก็ได้มาร่วมงาน เราก็ไม่รู้เนอะ ว่าเราจะใส่ชุดอะไร เพื่อนก็เลยไปเือกให้ ตั้งแต่นั้นมาเพื่อนก็เห้นว่าเราแต่งตัวแล้วดูดีขึ้น สวยขึ้น ก็เลยจัดเต็มให้เราเลย เราก็ค่อยๆเรียนรู้วิธีการแต่งตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาค่ะ ตอนเรียนมีกิจกรรมอะไรที่ประทับใจบ้าง ? ทําหลายอย่างเลยค่ะ อย่างเช่นสมัยก่อนก็เป็นเชียร์ลีดเดอร์ก่อนเลย แต่เป็นไม่รอดค่ะ คือเต้นไม่เป็นเลย (หัวเราะ) พี่เค้าเลยจับเราไปเดินขบวนพาเหลดแทน ตอนนั้นก็เลยได้เป็นดรัมเมเยอร์ แต่ก่อนหน้านั้นที่พี่ๆเค้าไม่เลือกเรา ก็เพราะเราตัวไม่สูงค่ะ ส่วนใหญ่ดรัมเมเยอร์เค้าต้องตัวสูงๆกันเนอะ แต่พี่เค้าก็ให้เราใส่ส้นสูงช่วยเอาค่ะ ตอนทํากิจกรรม มีความประทับใจอะไรบ้าง ? ก็จะมีเพื่อนที่คอยดีใจกับเราที่เราโดนเลือกเป็นดรัมเมเยอร์ เพื่อนๆก็จะคอยบอกตลอดว่า มีเพื่อนคนอื่นๆอีกเยอะที่อยากจะเป็นดรัมเมเยอร์ หรือร่วมทํากิจกรรมเหมือนๆเรา แต่ในเมื่อเราได้รับเลือก ตอนนั้นเราก็ปลื้ม แต่ถ้าถามว่าตอนนั้นอยากเป็นไหม มายด์ก็รู้สึกเฉยๆนะ(ยิ้ม) แต่พอเราเลิกเรียนแล้วก็ต้องไปซ้อมดรัมเมเยอร์เรื่อยๆ เราก็รู้สึกสนุกไปอีกแบบนึงคะ เราไม่ต้องไปนั่งเรียนอย่างเดียว ก็ถือว่าทํากิจกรรมบ้างก็คลายเครียดดีค่ะ สิ่งของที่ติดตัวที่ขาดไม่ได้ ? มายด์เชื่อนะสมัยนั้น เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่จะต้องพกกระจก, ลิปมัน แน่นอน แต่ของมายด์นี่ไม่มีแบบนั้นเลยค่ะ มายด์จะพกกระดาษรองนั่งชักโครกเวลาเข้าห้องน้ำค่ะ คุณแม่ก็ซื้อให้ตลอด เพราะมายด์เป็นคนค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องนี้มาก ถ้าเกิดเราปวดท้องขึ้นมา อยากจะเข้าห้องนํ้า สิ่งแรกที่เราต้องนึกถึงเลย นั่นก็คือความสะอาดค่ะ มายด์ก็เลยพกกระดาษรองนั่งชักโครก มาตลอดเลยค่ะ (ยิ้ม) สมัยเรียนชอบวิชาอะไรมากที่สุด ? สมัยเด็กม.ต้นมายด์จะชอบ คณิตศาตร์ เพราะคุณแม่จับเราเรียน KUMON ตั้งแต่เด็ก แล้วเราก็เลยเป็นคนคิดเลขเร็วมาก "พอเราเก่งอย่างใดอย่างนึง เราจะรู้สึกชอบขึ้นมา" เหมือนแบบหลงตัวเองนิดนึงว่าเราเก่งอะค่ะ เราก็จะทําให้มันโอเค ส่วนที่ชอบภาษาอังกฤษนี่ก็เพราะว่า คุณแม่เหมือนกัน เพราะคุณแม่ให้ดูแต่หนังที่เป็น Soundtrack ตลอดเลยค่ะ เพราะคุณพ่อกับคุณแม่จะไม่ชอบหนังที่เป็นภาคไทย เค้าก็จะดู Soundtrack ตลอด แล้วเราก็ติดเค้ามาค่ะ เพราะตอนที่เรียน KUMON เราก็เรียนภาษาอังกฤษด้วย แล้วก็คณิตศาตร์ด้วย มันก้ทําให้เราชอบขึ้นมา เพราะเราต้องไปเรียนทุกอาทตย์อะคะ แต่ถ้าถามตอนนี้ความรู้คิณศาสตร์มีป่าว นี่ตอบเลยค่ะว่า ไม่มีเลย ลืมไปหมดแล้ว เพราะขึ้นมหาวิทยาลัยคือไม่ได้ใช้เลยคะ ยกเว้นภาษาอังกฤษที่ตอนนี้ก็มีเล็งเอาไว้ ว่าอยากเรียนเพิ่มอยู่ (หัวเราะ) สมัยเรียนไม่ชอบวิชาอะไรมากที่สุด ? แน่นอนเนอะ วิชาเคมี กับ วิชาพระพุทธศาสนา หรือวิชาอะไรก็ตามที่เป็นสังคม ไม่เคยได้เกรด 4 เลยค่ะ ทํายังไงก็ไม่ได้ อ่านหนังสือหนักแค่ไหนก็ไม่ได้เลยค่ะ เพราะว่าจะมีช่วงตอนม.ปลาย เราอ่านหนังสือเยอะมาก แต่ทําไมเราได้คะแนนนิดเดียว ตอนนั้นเราก็เลยเริ่มมองลบแล้วค่ะ เหมือนเราปิดกั้นไปเลย ไม่รับอะไรเลยเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลยค่ะ แล้วยิ่งตอนนั้นเรามองว่าวิชานี้เป็นวิชาที่ไม่จําเป็นเลย ยอมรับเลยค่ะว่าช่วงนั้นเป็นเด็กไม่ดีมาก ที่มองวิชาพระพุทธศาสนา หรือวิชาอื่นๆว่า ไม่เห็นจําเป็นต้องเรียนเลย ตอนนั้นคิดแค่ว่า เราก็เข้าวัดอยู่แล้วอะ แต่สุดท้ายเราก็รู้ว่าจริงๆแล้ววิชานี้ก็สําคัญ ไม่อย่างนั้นเด็กๆก็จะไม่รู้เลยเกี่ยวกับวันสําคัญต่างๆ เคยโดนทําโทษ เข้าฝ่ายปกครองบ้างไหม ? โห เคยแน่นอนค่ะ (หัวเราะ) สมัยเรียนตอนทําโครงงานช่วงม.ต้น สมัยนั้นเราก็ติดเล่นเหมือนกันค่ะ ค่อนข้างขี้เกียจ   คิดแค่ว่าพอถึงเวลาตอนเช้าเราก็มานั่งปั่นการบ้านก็ได้ สมัยก่อนเราอาจจะมองว่าสนุก ตอนเย็นเราก็เล่นกับเพื่อนๆ แต่สุดท้ายพอคุณครูให้ส่งการบ้าน ดันให้เลขที่สุดท้ายส่งการบ้านก่อน ซึ่งมายด์เลขที่สุดท้ายคะ!!!  คือปกติคุณครูจะให้เลขที่แรกส่งการบ้านก่อน  เพราะเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ ที่ต้องทําโครงงานก็ต้องใช้เวลาตรวจ  โอ้โห.. เราเลยโดนคุณครูตีเลยค่ะ เอาก้นติดโต๊ะ แล้วโดนฟาดก้นเลย ซึ่งวิชานี้อาจารย์ค่อนข้างดุมากๆ มายด์ก็เลยโดนทําโทษเลย (หัวเราะ) เคยแอบชอบรุ่นพี่ในโรงเรียนบ้างไหม ? สมัยนั้นมายด์อยู่ม.2 แอบปิ๊งรุ่นพี่ที่อยู่ม.3 อยู่คนนึง ซึ่งชอบพี่เค้าคนนี้คนเดียวเลยคือ.. คือ.. มายด์ปิ๊งพี่เค้าซึ่งเพอร์เฟคมากค่ะ ทั้งเล่นบาส แล้วก็เล่นกีฬาเล่นมาก และยังเล่นดนตรีเก่งมากๆค่ะ ซึ่งเล่นดนตรีเป็นทุกอย่างเลย พี่เค้าเรียนอยู่ห้องคิง ซึ่งนิสัยดีมาก โอ้วโห.. เป็นนักเต้น TO BE NUMBER ONE ด้วยค่ะ เราอยู่โรงเรียนสห ยังไงเราก็ต้องตัดทรงนักเรียน แต่พี่เค้าเป็นนักเต้นสามารถไว้ผมยาวได้ และยังทําสีผมได้อีก โอ้วโห.. หล่อละ ก็ยิ่งหล่อเข้าไปอีกค่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราคิดเลยว่าผู้ชายที่เพอร์เฟคยังมีอยู่อีกหรอ (หัวเราะ) แล้วพี่เค้าก็นิสัยดีมาก แต่เราก็ฟังคนอื่นต่อๆกันมาอีกทีคะ ซึ่งรุ่นพี่คนนั้นเค้าก็รู้ว่าเราแอบปลื้มพี่เค้า เพราะเราเป็นคนแอด Hi5 พี่เค้าไปก่อนเลย (หัวเราะ) แล้วพอเราแอดพี่เค้าไม่นาน พี่เค้าก็เอาเราขึ้น Topfriend เราก็เลยรู้ว่าพี่เค้ามีใจให้เราแน่ๆ  (หัวเราะ) แล้วเราก็เม้นพี่เค้าไปใน Hi5 โต้ตอบกันไปกันมา แล้วพอตอนเช้าเพื่อนๆก็มีมาแซวๆบ้าง แต่ด้วยความที่เราอายกันทั้งคู่ ขนาดอยู่ในโรงอาหารรู้ทั้งรู้ว่าเป็นพี่เค้า แต่เราก็ไม่กล้าที่จะมองหน้ากัน ไม่เคยโทรคุย ไม่เคยขอเบอร์ เพราะว่าอายอย่างเดียวเลย ด้วยคําๆเดียวเลย แล้วยิ่งพี่เค้าเป็นหนุ่มป็อบอีก แต่เราก็มีคนรู้จักในโรงเรียนเยอะเหมือนกัน แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้เจอกัน ไม่ได้คุยกัน เสียดายเหมือนกันค่ะ เพราะว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะเป็นคนบุกก่อนเลยคะ จะไม่ยอมให้เสียโอกาสไป (หัวเราะ) มายด์คิดว่าถ้าใครเจอคนที่ใช่ กรุณาเข้าไปจีบเถอะ เข้าไปคุย ไม่ต้องวางฟอร์มว่าเราเป็นผู้หญิงเราจะเสียหาย เดี๋ยวนี้สังคมเปิดกว้างคะ รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าชื่นชอบการร้อง การเต้น ? จริงๆแล้วเราเป็นเด็กที่ขี้อายค่ะ แต่พอเราได้เรียนแอคติ้ง เราก็ว่าสนุกดี เป็นความรู้ใหม่ๆ และก็ยังเป็นรายได้พิเศษให้เราด้วย มายด์มองว่ารายได้พิเศษที่เราได้ตรงนี้ นอกจากที่เราไม่ต้องขอคุณพ่อคุณแม่แล้ว เรายังมีเงินให้เค้าด้วย ทุกวันนี้เวลามายด์ทํางานมายดืให้คุฯแม่เก็บเงินหมดเลยค่ะ แต่ถ้าเราอยากได้อะไรเราจะขอเองค่ะ ซึง่คุณแม่เค้าก็โอเค เวลามายด์ขออะไรคุณแม่ก็ไม่เคยขัด เพราะมายด์เป็นคนค่อนข้างใช้เงินเก่งด้วย ให้คุณแม่เก็บเงินให้น่าจะดีกว่าค่ะ (ยิ้ม) มีอะไรที่อยากทํา แล้วยังไม่ได้ทําอีก ? มายด์ฝันว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองค่ะ เพราะมายด์เป็นคนที่ชอบทําขนม เคยไปเรียนทําขนมเราก็อยากมีธุรกิจของตัวเอง อาจจะทําบราวนี่ขาย หรือไม่ก็มีร้านขนมเล็กๆค่ะ แต่ก็ต้องหาเวลา แล้วที่สําคัญเราก็ต้องทําตัวเองให้มันมั่นคงกว่านี้ก่อน มายด์ว่าน่าจะโอเคค่ะ แล้วโดยส่วนตัวมายด์ก็ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่แล้ว ก็อาจจะเปิดร้านเช่าหนังสือการ์ตูนด้วย ทําร้านเก๋ๆ แล้วมีหนังสือการ์ตูนเต็มร้าน มายด์ว่าน่าจะโอเค มันเป็นอะไรที่ฝันไว้ตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ถ้าไม่ได้เข้าวงการบันเทิง อยากจะทําอะไร  อยากเป็นนักบัญชีเหมือนคุณแม่ค่ะ เพราะว่าเคยมีโอกาสได้เข้าไปในที่ทํางานคุณแม่ครั้งนึง แล้วรู้สึกตกใจที่คุณแม่มีห้องทํางานส่วนตัว แล้วมันดูโก้ ดูเก๋ เป็นพนักงานออฟฟิท แต่มีห้องทํางานส่วนตัว ตอนนั้นมายด์ก็เลยตัดสินใจว่าจะเป็นนักบัญชีแบบคุณแม่ค่ะ แต่ด้วยคุณแม่ทํางานบัญชีอยู่แล้ว เค้ารู้ว่าความรับผิดชอบมันค่อนข้างสูงมาก คงคิดว่ามายด์ไม่น่าเหมาะกับบัญชี คุณแม่เลยแนะนําถ้าจะเรียนด้านบัญชี ก็ให้ไปทางบริหารดีกว่าไหม มันยังกว้างกว่า พอเราโตความคิดเราก็เปลี่ยน ความชอบเราก็เปลี่ยนไปด้วย ทําให้มายด์มองว่าเราอยากเรียนด้านโฆษณา อยากเป็นคนคิดดีไซน์ออกแบบ แล้วพอเราได้เข้ามาในวงการนี้ เราเจอเบื้องหลัง เจอรุ่นพี่ หรือธีมงานเยอะแยะมากมาย พี่ๆเค้าก็จะให้คําแนะนําเราค่ะว่า ถ้าอยากไปเรียนโฆษณา ก็ควรเรียนฟิลม์ไปเลย เพราะได้ทําครบทุกอย่าง ผู้กํากับก็ได้ เมคอัพก็ได้เรียน การแสดงก็ได้เรียน ตัดต่อก็ได้เรียน มายด์ก็เลยกลับไปคิดว่า ถ้าเกิด.. เราเปลี่ยนความคิดขึ้นมาอีกหละ ว่าเราอยากทําอย่างอื่นเพิ่ม เราก็เลยตัดสินใจที่จะเรียนฟิลม์ ม.รังสิตค่ะ ที่มายด์ตัดสินใจเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้ก็เพราะ เครื่องมืออุปกรณ์ครบ บุคลากรดีค่ะ อยากฝากอะไรถึงน้องๆที่ท้อแท้อยู่ในตอนนี้บ้าง ? สําหรับเพื่อนๆคนไหนที่รู้สึกกลัวหรือท้อแท้อยู่ อย่าเพิ่งไปกลัว แล้วก็อย่าเพิ่งไปคิดค่ะว่าเรายังทําไม่ได้ เหมือนที่บอกว่า ถ้าเราเปิดใจ ไม่ไปแอนตี้ ไม่มองอะไรลบๆตั้งต่แรก ยังไงก็มีทางที่ต้องทําได้ ถ้าเกิดเรามองมันในแง่ลบ ไปคิดตั้งแต่แรกว่าเราทําไม่ได้ ต่อให้เราทําแทบตายยังไงเราก็ทําไม่ได้ เพราะชีวิตเหมือนสร้างกําแพง ถ้าเราสร้างกําแพงมาเพื่อให้มันกดเราอยู่แค่นี้ เราก็จะอยู่แค่นี้ แต่ถ้าเราทลายกําแพงนั้นออกไป เราไม่ปิดกั้นตัวเอง มันก็จะขึ้นไปได้สูงอีกเรื่อยๆ และอีกหนึ่งอย่างที่มายด์คิดว่าสําคัญไม่แพ้กัน ก็คือ จังหวะและโอกาสค่ะ ถ้ามีโอกาสที่ดีๆเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นยังไงมายด์จะคว้าไว้ก่อน จะไม่คิดเผื่อเลยว่า ทําไปแล้วมันต้องไม่ดีแน่ๆเลย มายด์จะไม่ค่อยปฏิเสธงานค่ะ เพราะมํนคือโอกาสที่เค้าอุส่าเลือกเรา อุส่าอยากได้เรา เราน่าจะโอเคกับมัน ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง มันก็เป็นสิ่งที่เรารักอยู่แล้ว เราก็ทําเถอะค่ะ เรียบเรียงโดย Candy Magazine

Katy Perry โชว์ลีลาอลังการ The Prismatic World Tour in Bangkok
Katy Perry /  Katy Perry Live in Bangkok / 

เลอค่า ดีงามพระรามสี่ กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในไทยของ Katy Perry ที่เหล่า เคที่แคทส์ชาวไทย ต่างเฝ้ารอการมาเยือนของเธอ ซึ่งคราวนี้ก็สมใจอยาก เมื่อ ไลฟ์ เนชั่น บีอีซี-เทโร ขอสนองนี๊ดแฟนๆ ส่ง The Prismatic World Tour มาให้ได้ชมกันแบบเต็มอิ่ม จุใจ เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งในประเทศไทย ถือว่าเป็นที่สุดท้าย ของเวิล์ดทัวร์ในแถบเอเชีย สำหรับบรรยากาศก่อนเข้าฮอลล์ ก็คึกคัก ไปด้วยเหล่าบรรดา Katycats ที่แต่งตัวจัดเต็มอย่างกะมางานแฟนซี แต่ก็สร้างสีสันได้ไม่น้อย ก่อนที่จะได้เอนจอย เดอะ โชว์ กับ ขุ่นแม่ ของเหล่าสาวก Katy Perry ก็ขออุ่นเครื่องกันด้วย Opening Act 2 ดีเจสาวสวย ในนาม The Dolls ตอนสองทุ่ม จากนั้น สามทุ่มโดยประมาณ ก็ได้เวลาของ Katy Perry ที่จะมาโชว์จัดเต็มให้แฟนๆ ได้สนุกสนานกันตลอด 2 ชั่วโมง เพื่อขุ่นแม่ พวกเรา พร้อม คอสตูมจัดเต็มสุดๆ โชว์ Opening Act จากสองสาว The Dolls เปิดฉาก The Prismatic World Tour in Bangkok ด้วยเพลง Roar ที่ทำเอาผู้ชมนับหมื่นใน อิมแพค อารีน่า ลุกขึ้นยืนแบบไม่แคร์เก้าอี้ กรี๊ดลั่นสนั่นฮอลล์ ไหนๆก็ลุกขึ้นมาเต้นแล้ว จัดต่ออีกสองสามเพลง ด้วย Part Of Me,Wild Awake ที่มีการเรียบเรียงดนตรีใหม่ให้สนุกมากขึ้น แล้วก็ตามมาติดๆด้วย Dark Horse,E.T.,I Kissed A Girl ฯลฯ อีกหนึ่งซีนที่แทบละสายตาไม่ได้เลย เห็นจะเป็นช่วง แมวเหมียวลั้นลา (อันนี้ตั้งเองนะครับ) ด้วยวีทีอาร์ สารพัดภารกิจน้องแมวนี่ บอกเลยว่า ดูแล้วจะต้องทึ่ง กับโชว์เต้นแท็ป และการนำเพลง Hot N Cold มาเรียบเรียงใหม่ให้ออกแนวละครเพลงนิดๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโชว์ที่แทบไม่กะพริบตาเลยทีเดียว มาถึงช่วงโมเม้นท์ฟินตัวแตก กับการให้แฟนคลับสอนภาษาไทย แถมได้ใกล้ชิดกับเคที่ บนเวที ที่บอกได้เลยว่าค่าความรู้สึก เงินซื้อไม่ได้ ที่เหลือคือ กรี๊ดและถ่ายเซลฟี่น่ะสิครัช ซึ่งหนึ่งในผู้ที่ขึ้นไปสอน เคที่พูดภาษาไทยก็คือ น้องแพรว แอดมินเพจ Katy Perry Thailand นั่นเอง ปลาวาฬก็มาดู เคที่ เพอร์รี่ นะ สุดท้าย แต่ยังไม่ท้ายสุด กับเซ็ทเพลงเต้นยับ ขนมาทั้งเก่า-ใหม่ อาทิ Teenage Dreams,This is how we do,Last Friday Night และจบด้วยเพลง California Gurls แต่เดี๋ยวก่อน ความประทับใจส่งท้ายเวิล์ดทัวร์ The Prismatic รออยู่ในเพลงถัดไป ด้วยการให้ผู้ชมนำแว่นที่ได้ตอนเข้าฮอลล์มาใส่ เสริมความฟรุ้งฟริ้ง ในเพลง Fireworks ที่เต็มไปด้วยเลเซอร์หลากสี ปิดฉากความฟินสมการรอคอย เรียกได้ว่า คอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของ เคที่ เพอร์รี่ นี่ ไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวังเลย โชว์ตลอด 2 ชั่วโมงเต็มไปด้วยความอลังการ ทั้ง แสง สี เสียง เสื้อผ้า หรือโชว์ในแต่ละช่วง คือ นอกจากจะได้ฟังเพลงฮิตๆ ที่หลายคนต้องร้องตามได้แล้ว ยังเต็มอิ่มด้วยโชว์-วิชวล-เลเซอร์ และที่สำคัญ บางเพลงใน Prismatic World Tour ได้มีการเรียบเรียงเพลงใหม่ ทำเอาผมนี่ลืมต้นฉบับเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เพลิดเพลิน และ เอนจอย เดอะ โชว์สุดๆ พูดเลยครับ ว่าแทบไม่นั่ง เรื่อง : Rungnirund Prachongpakdee (IG @ryuryan) / ภาพ : Live Nation BEC-Tero มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social อัพเดททุกความเคลื่อนไหวในวงการเพลง ไทย อินเตอร์ เอเชียน ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

พระไพศาลให้ข้อคิด
ผู้อพยพ /  พระไพศาล วิสาโล / 

พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุขิโต ชี้ การปล่อยให้เพื่อนมนุษย์ตายกลางทะเล ไม่ใช่วิถีทางที่ควรทำ วันนี้ (19พ.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนยังคงให้ความสนใจอยู่ในช่วงเวลานี้ สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญา มีผู้คนจำนวนไม่น้อยแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ทางรัฐบาลไทยได้ช่วยพวกเขาเต็มที่แล้ว หากต้องการแก้ไขปัญหาควรไปแก้ที่ประเทศต้นเรื่อง ล่าสุดพระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุขิโต  จ.ชัยภูมิ ซึ่งท่านเป็น พระนักวิชาการ นักคิดนักเขียนพระพุทธศาสนารุ่นใหม่ ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์การแก้ปัญหาชาวโรฮิงญา ในเฟสบุ๊ก Phra Paisal Visalo ดังนี้ เกือบ ๔๐ ปีที่แล้วอ่าวไทยเต็มไปด้วยผู้อพยพชาวเวียดนามหลายแสนคนที่หนีภัยคอมมิวนิสต์ด้วยการนั่งเรือข้ามทะเลออกมาอย่างเสี่ยงตาย ทั้งนี้เพราะมุ่งหวังอนาคตที่ดีกว่า หลายคนตายเพราะขาดน้ำขาดอาหาร จำนวนไม่น้อยถูกโจรสลัดปล้น ข่มขืน และฆ่า คนเหล่านี้ไม่มีที่พึ่งอื่นใดนอกจากผู้คนตามชายฝั่งต่าง ๆ ที่เรือไปถึง รวมทั้งคนไทย ตอนนั้นคนไทยจำนวนไม่น้อยก็เกือบมีชะตากรรมเดียวกัน เพราะระบอบคอมมิวนิสต์ได้มาประชิดชายแดนไทย หากไทยเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนประเทศเพื่อนบ้าน คนไทยนับล้านคงต้องตัดสินใจทิ้งประเทศ ยอมออกไปเสี่ยงตายข้างหน้า ไม่ว่าจะเดินเท้า นั่งรถ หรือล่องเรือ ฝากชีวิตไว้กับน้ำใจของผู้คนในประเทศต่าง ๆ เดชะบุญไทยรอดพ้นจากเงื้อมมือของคอมมิวนิสต์ คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงไม่ต้องไปเป็นมนุษย์เรือ (boat people) เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเหมือนชาวเวียดนาม วันนี้เมืองไทยได้เผชิญกับคลื่นผู้อพยพระลอกแล้วระลอกเล่าอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นชาวโรฮิงญาจากพม่า คนเหล่านี้ก็เช่นเดียวกับผู้คนทั้งหลาย หากไม่ถูกกดขี่บีฑาหรือบีบคั้นอย่างถึงที่สุด ย่อมไม่ตัดสินใจละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ออกมาเสี่ยงภัยกลางทะเล หลายคนต้องทิ้งชีวิตก่อนจะถึงฝั่ง อีกไม่น้อยตายเพราะถูกสังหารเมื่อถึงฝั่งแล้ว คนเหล่านี้แม้พูดคนละภาษากับเรา แต่ก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา รักชีวิตเหมือนกับเรา ในยามที่เขาตกระกำลำบาก ขาดอาหาร ขาดน้ำ ขาดที่พักพิง ควรแล้วหรือที่เราจะผลักไสเขาออกไปตายที่อื่น เพราะหากเราเป็นเขา (อย่าลืมว่าเราเกือบจะเป็นอย่างเขาเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน) เราก็คงปรารถนาความเมตตาจากเพื่อนต่างชาติต่างภาษาเช่นกัน เรามิใช่เป็นแค่คนไทย แต่เรายังเป็นมนุษย์ที่มีน้ำใจ ลองใช้ความเป็นมนุษย์เปิดใจเพื่อรับรู้ความทุกข์ของเขา ไม่ใช่ในฐานะโรฮิงญาต่างด้าว แต่ในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา แล้วเราจะตระหนักว่าเขาเป็นเพื่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา ที่เราสมควรยื่นมือช่วยเหลือเขา หากเราไม่ทำ แต่ผลักไสหรือปล่อยให้เขาไปตาย ไม่เว้นกระทั่งเด็กและคนแก่ เราจะพูดกับความเป็นมนุษย์ในใจเราได้อย่างไร มีความเข้าใจว่า หากปล่อยให้ผู้อพยพตายกันมาก ๆ กลางทะเล ชาวโรฮิงญาในพม่าก็จะหวาดกลัว และอพยพทางเรือน้อยลง แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ มนุษย์เรือที่หลั่งไหลจากอาฟริกาไปยุโรป เมื่อปีที่แล้วตายหรือสูญหายถึงเดือนละ ๘๐๐ คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ มาก แต่คลื่นมนุษย์ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้ลดลงเลย กลับเพิ่มมากขึ้น (และตายเพิ่มขึ้นด้วย) ดังนั้นจึงไม่ควรหวังว่าการทำใจแข็ง ปล่อยให้มนุษย์เรือชาวโรฮิงญาตายกลางทะเล จะช่วยให้การอพยพลดน้อยถอยลง การปล่อยให้เพื่อนมนุษย์ตายกลางทะเล ไม่ใช่วิถีทางที่ควรทำ ขณะเดียวกันการแบกรับภาระทั้งหมด ก็เป็นไปได้ยาก สิ่งที่เราน่าจะช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นก็คือ การร่วมกันแบ่งเบาภาระในระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีทุนสนับสนุนจากนานาชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศต้นทางเพื่อสกัดกั้นการหลั่งไหลในระยะยาว ทางออกที่เป็นไปได้นั้นมีหลายทาง แต่สิ่งสำคัญก่อนอื่นใด คือ ความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์ และด้วยสำนึกของความเป็นมนุษย์ MThai News ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Phra Paisal Visalo

เหลืออด ตุ๊กกี้ โพสต์ประจาน!! นักเลงคีย์บอร์ด
ตุ๊กกี้ ชิงร้อย /  นักเลงคีย์บอร์ด / 

ของขึ้น!! ตลกซุปตาร์ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ทนไม่ไหว หลังถูกนักเลงคีย์บอร์ดหน้าเดิมๆ เข้ามาคอมเม้นท์ด่าใต้ภาพค่อนข้างรุนแรง ล่าสุดเธอจึงแคปรูปในโปรไฟล์ IG ของนักเลงคีย์บอร์ดคนดังกล่าวเอามาโพสต์ประจาน!! พร้อมท้า "นักเลงตัวจริงต้องมาเจอกัน...." โดยล่าสุดนักเลงคีย์บอร์ดคนนี้ก็ได้ลบคอมเม้นท์ที่ต่อว่า ตุ๊กกี้ และลบ IG ของตนออกไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายรายที่มีพฤติกรรมคล้ายๆ กัน คือสร้าง IG มาเพื่อต่อว่าคนอื่นโดยเฉพาะ ทั้งนี้ก็ได้มีเหล่าแฟนคลับของตลกชื่อดังมาตามคอมเม้นท์โต้ตอบ และให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก "ไม่สนใจไม่ได้ นักเลงจริงต้องเจอกันคุยกัน ชอบก็ดีกัน ไม่ชอบก็ไม่ควรยุ่งกัน สร้างigมาตะเวนว่าคนนั้นคนนี้ เข้าใจคนว่าง แต่ฉันไม่ว่าง และฝากเตือนนักเลงแป้นพิมพ์ทุกคน อย่าเม้นเก่งนัก พักสมองไปหาไรทำ หาเวลาดูแลตัวเองดูแลพ่อแม่ อย่ามาสนใจแต่เรื่องคนอื่น ( เอาเรื่องตัวเองก่อน) ไม่พูดก็ ก็ลามปาม ไปใหญ่ มีแต่หน้าเดิมๆ มันอะไรนักหนา ขอนุญาตโชว์หน้า นี่คือคนเก่ง ของแป้นพิมพ์" ข้อความจากในโพสต์ของ ตุ๊กกี้ขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก / @tukky66 ตุ๊กกี้ โพสต์ประจานนักเลงคีย์บอร์ด ตุ๊กกี้ โพสต์ประจานนักเลงคีย์บอร์ด ตุ๊กกี้ โพสต์ประจานนักเลงคีย์บอร์ด ตุ๊กกี้ โพสต์ประจานนักเลงคีย์บอร์ด ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ

ป่วน! มือดีซุกระเบิด-กระสุนอาก้าหน้าห้องประชุมกฟภ.น่าน
กฟภ.น่าน /  กระสุนปืนอาก้า / 

คนร้ายวางระเบิด-กระสุนปืนอาก้าจำนวนมาก ทิ้งหน้าห้องประชุมกฟภ.น่าน จนท.อีโอดีเข้าตรวจสอบ พบอยู่ในสภาพสมบูรณ์ คาดฝีมือผู้เกรงความผิด วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผกก.สภ.เมืองน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด EOD และชุดพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน หน่วยทหารจังหวัดทหารบกน่าน นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย เข้าตรวจสอบที่อาคารแผนกปฏิบัติการและบำรุงรักษา และแผนกก่อสร้าง ซึ่งเป็นอาคารด้านหลังของสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน หลังได้รับแจ้งว่า พบระเบิดและกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระเป๋าหนังสีเขียว วางอยู่ใต้คอมเพรสเซอร์แอร์หน้าห้องประชุมแผนกก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ภายในมีระเบิด M79 ชนิดลูกปลาย จำนวน 1 ลูก ชิ้นส่วนระเบิด 4 ชิ้น ลูกกระสุนปืนอาก้า จำนวน 15 นัด ทั้งหมดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และปลอกกระสุนใช้แล้วอีกจำนวนหนึ่ง จากการสอบถาม นายกายพงษ์ ธรรมลังกา อายุ 53 ปี หัวหน้าผู้รับเหมาช่างทาสี และเป็นผู้พบวัตถุระเบิดกล่าวว่า ขณะที่กำลังทำงานอยู่นั้นนั้น พบกระเป๋าดังกล่าววางอยู่หน้าห้องประชุม กฟภ.น่าน และไม่ทราบว่าข้างในเป็นอะไร เปิดออกดู จึงพบว่าเป็นชิ้นส่วนวัตถุระเบิด และกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ครอบครองเกรงจะมีความผิด จึงนำมาทิ้งไว้ เนื่องจากวัตถุระเบิดที่พบไม่ได้มีการประกอบเพื่อหวังผลการจุดชนวนระเบิด ขณะนี้ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อเตรียมทำลายในพื้นที่ปลอดภัยต่อไป ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

สนุกสนานแน่! มอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย ซิ่งกัน10สนาม
ธงชัย วงษ์สวรรค์ /  มอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย / 

ฤดูการแข่งขัน มอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2015 “FMSCT Thailand Road Racing  Championship” เตรียมเริ่มแล้วที่ไทยแลนด์ เซอร์กิต นครชัยศรี นัดปฐมฤกษ์พร้อมประเดิม 23-24 พ.ค.นี้ จากทั้งหมด 10 สนาม นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการแถลงข่าวการแข่งขัน FMSCT Thailand Road Racing Championship ซึ่งในปีนี้มีทั้งสิ้น 10 สนาม ที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี เก็บคะแนนชิงแชมป์ประเทศไทย ของสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย โดยมี นายธงชัย วงษ์สวรรค์ นายกสมาคมฯ ให้การต้อนรับ นางสาวิตรี วงษ์สวรรค์ โปรโมเตอร์ใหญ่จาก บริษัท นครชัยศรี มอเตอร์สปอร์ต คอมเพลกซ์ (ไทยแลนด์เซอร์กิต) จำกัด ได้เปิดแถลงว่า การแข่งขันได้จัดมากว่า 25 ปีแล้ว ซึ่งในปีนี้รุ่นแข่งปรับใหม่ให้เหมาะกับสายการผลิตรถจักรยานยนต์ไทย คือ สปอร์ต โปรดักชั่น 250 ซีซี., สปอร์ต โปรดักชั่น 150 ซีซี., มินิ สปอร์ต 125 ซีซี., สปอร์ต โปรดักชั่น 150 ซีซี. 2 จังหวะ, อันเดอร์โบน 150 ซีซี. 2 จังหวะ และฮอนด้า วันเมค เรซ 2 รุ่น ขณะที่นายเอกอนันต์ เกิดอนันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานส่งเสริมขับขี่ปลอดภัยและกีฬายานยนต์ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด  กล่าวว่า ปีนี้ ฮอนด้า จัดรุ่นพิเศษเพื่อความฝันของดีลเลอร์ คือ รุ่น ฮอนด้า ซีบีอาร์ 300 อาร์ ไทยแลนด์ ดรีม คัพ [TDC] นอกเหนือไปจากรุ่น ฮอนด้า MSX วันเมคเรซ ที่จำกัดอายุนักแข่งไม่เกิน 16 ปี

ทาสเทคโนโลยี - สวีทนุช
10 Thai audiophile female voices /  ทาสเทคโนโลยี / 

สวีทนุช เจ้าของเสียงหวานกระแทกใจนักฟังเพลงมาตั้งแต่ รักยุคไฮเทค ปี 2551 ล่าสุด สวีทนุช ขวัญใจเด็กแนว ในวัย 73 ปี เปิดตัวในอัลบั้ม สิบเสียงสวย ด้วยบทเพลง ทาสเทคโนโลยี ที่ บรรณ สุวรรณโณ ได้กลั่นกรองเนื้อร้องจากสังคมมนุษยชาติในปัจจุบัน แทบทุกคนต้องตกเป็นทาสให้กับเทคโนโลยี กระตุ้นเตือนผู้ที่หลงใหลคลั่งไคล้มัวเมาแกดเจทต่างๆถึงกับโงหัวไม่ขึ้น ซึ่งมาพร้อมกับปวดหลัง ปวดไหล่ ตาพร่าฯลฯ ให้ระวังร่างกายที่ใช้เทคโนโลยีเกินจำเป็น ทาสเทคโนโลยี ในท่วงทำนองลูกกรุง เสียงแซ็กโซโฟนกรีดบาดลึกไปถึงหลังไหล่ที่ระบม ปลอบประโลมด้วยเสียงเอื้อนหวานๆของ สวีทนุช ซึ่ง Mv เพลงนี้ได้ รวมแขกรับเชิญผู้ร่วมตกเป็นทาสเทคโนโลยีหลายสิบคน มีใครบ้าง เชิญชมได้ในมิวสิควีดีโอเพลง ทาสเทคโนโลยี ฉันตกเป็นทาสเทคโนโลยี เพราะเสพไอที คงไม่มีวันจะหาย ฉันนั่งหน้าคอม เมื่อยตัว ปวดหลังแทบตาย แต่ยังไม่วาย ลุ่มหลง หลากหลายแกดเจต ทั้งเหน็บไอโฟน ทั้งเล่นไอแพด พูดคุยและแชท มีแทปเล็ตประจำกาย ไม่หลับไม่นอน ส่งไลน์จนฉันตาลาย เหตุการณ์เลวร้าย สุดท้ายต้องเป็นทาสมัน ฉันเลิกไม่ได้ ใครช่วยบอกที จะต้องหลีกหนี ยังไง เหมือนเป็นส่วนหนึ่ง ที่พึ่งทางใจ อาจตายถ้าฉัน ขาดมัน ฉันหมดปัญญาต้องพ่ายแพ้มัน ยากจะดึงดัน ดื้อรั้นผลักมันออกไป จำต้องถลำ ให้มันครอบงำหัวใจ ขาดมันไม่ได้ เป็นทาสเทคโนโลยี ฉันเลิกไม่ได้ ใครช่วยบอกที จะต้องหลีกหนี ยังไง เหมือนเป็นส่วนหนึ่ง ที่พึ่งทางใจ อาจตายถ้าฉัน ขาดมัน ฉันหมดปัญญาต้องพ่ายแพ้มัน ยากจะดึงดัน ดื้อรั้นผลักมันออกไป จำต้องถลำ ให้มันครอบงำหัวใจ ขาดมันไม่ได้ เป็นทาสเทคโนโลยี ขาดมันไม่ได้ เป็นทาสเทคโนโลยี

Unfriended : ใช้สมองก่อนนิ้ว
Unfriended /  ดูแล้วมาคุยกัน / 

อาจจะอ่านแล้วดูพิลึกไปสักหน่อย แต่คงต้องบอกกับคุณผู้ชมว่า แม้การรับชมในโรงภาพยนตร์จะให้อารมณ์เต็มเปี่ยมเพียงใด แต่กับ Unfriended เรื่องนี้ หากคุณอยากอินกับมันจริงๆ การดูผ่านจอคอมพิวเตอร์ เสียบหูฟัง และปิดไฟในห้องให้มืดสนิท ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมทีเดียว Unfriended ถ่ายทอดเรื่องราวของ แบลร์ ที่แชทสไกป์กับเพื่อนๆ ในแก๊งตามประสาวัยรุ่น ก่อนที่จะมียูเซอร์ลึกลับนาม บิลลี่ 227 โผล่เข้ามาให้ห้องแชท แบบไล่ยังไงก็ไม่ไป จนทุกคนเริ่มสงสัยว่าผู้ลึกลับนี้อาจเป็น ลอร่า บาร์นส เพื่อนสาวผู้จากไปด้วยการฆ่าตัวตาย อันเนื่องมาจากความอับอายต่อคลิปหลุดในเว็บไซต์ บิลลี่ 227 แสดงเจตจำนงจะหาต้นตอคนโพสคลิปดังกล่าว ด้วยการข่มขู่ บีบบังคับ และเมื่อทุกคนทำนิ่งไม่รู้เรื่อง มันก็ค่อยๆ แฉความลับ และนำความสยองขวัญมาเยือนทีละคนๆ ความโดดเด่นของ Unfriended คือการที่หนังไม่มัวย่ำอยู่กับที่ ในขนบขายความสยองที่เห็นกันดาษดื่น แต่เลือกใช้วิธีที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการสร้างประสบการณ์จริง และทำให้คนดูเชื่อว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าคือของจริง มิใช่การถ่ายทำ ดังที่ตัวอย่างรุ่นพ่ออย่าง The Blair Witch Project ใช้กลวิธีพบฟุตเทจลับ หรือหนังยุคใหม่อย่างการมอง Paranormal Activity ผ่านการวงจรปิด ดังนั้น การที่ Unfriended จะถ่ายทอดเรื่องราวทั้งเรื่องผ่านมุมมองที่เรากำลังมองตรงไปยังจอคอมพิวเตอร์ และเห็นเหตุการณ์ของคนอื่นผ่านเว็บแคมนี้ จึงไม่ใช่เรื่องสดใหม่ในความเป็น "เรียลลิตี้" แต่มันก้าวตามทันยุคสมัย ที่คนเราใช้เวลากดไลค์ มากกว่าพบปะกันได้อย่างน่าชื่นชม แต่วิธีนำเสนอแปลกตาดังกล่าว ก็เป็นดังดาบสองคม เพราะหากว่ากันตามปกติวิสัยแล้ว ยามใดที่เรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่แสดงผลเป็นสารพัดโปรแกรมซ้อนกันไปมา นั่นเท่ากับว่าเราสามารถควบคุมทุกอย่างบนนั้นได้ แต่ทว่า Unfriended เป็นหนัง และคนดูไม่มีสิทธิจะไปยุ่มย่ามสั่งการอันใด ทำได้แค่มองดูความเป็นไปของมันเรื่อยๆ ซึ่งถ้าจูนติดกับมันตั้งแต่แรก ก็สามารถร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของตัวละคร ที่ค่อยๆ เผยข้อมูลผ่านหน้าต่างโปรแกรมสไกป์ เฟสบุ๊ค ยูทูป อีเมล์ ที่ เปิด-ปิด ย่อ-ขยาย สลับกันไปเรื่อยๆ จนนำไปสู่เรื่องสยองได้ แต่เมื่อคุณเปิดสิ่งละอันพันละน้อย ขึ้นมาไว้เยอะๆ ขยายอันนั้นย่ออันนี้ ซ้ำไปซ้ำมา ก็ทำให้จุดสนใจแกว่งไปทั่ว (โดยเฉพาะหน้าจอสไกป์ ที่ทุกคนต่างแสดงอาการ และเอ็ดตะโรแข่งกันเต็มไปหมด) ไม่รู้จะโฟกัสใครหรือตำแหน่งไหน? ใครสำคัญสุด? อีกทั้งหน้าจอก็ยังนิ่งๆ ไร้ซึ่งมุมกล้อง ระยะภาพ หรือเทคนิคการถ่ายใดๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยเร้าความสนใจแล้ว มันก็อาจทำให้น่าเบื่อเอาง่ายๆ และเลิกสนใจไปเสียดื้อๆ อันนี้แล้วแต่มุมมองการรับชม แต่ก็ถือเป็นโชคดีเล็กๆ ที่มีซับไทยขึ้นทุกครั้ง ที่ตัวละครตั้งใจอ่านข้อความบางอย่าง ทำให้เป็นการบังคับกลายๆ ว่าให้สนใจตรงนี้นะคุณ มิฉะนั้นสายตาคงมองสะเปะสะปะ ทั้งข้อความ ภาพในคลิป วีดีโอแนะนำ (หรืออาจลามไปถึงยอดไลค์ และแชร์ ที่มนุษย์ผู้เสพติดโซเชียล ให้ความสำคัญเป็นอย่างแรก) ในขณะที่ Unfriended สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้ชมหนังสยองได้อย่างน่าสนใจ หากถอดกลวิธีเหล่านั้น แล้วสนใจที่ตัวเรื่องราวเพียวๆ มันกลับไม่ได้ชาญฉลาดเท่าวิธีนำเสนอ สภาพคล้ายนักเรียนที่ทำรายงานเนื้อหาหลวมโพรกพราก แต่พรีเซ้นท์หน้าห้องเก่ง ราวกับเดี่ยวไมโครโฟน ตัวละครซ้ำๆ จำพวกกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องประสบเคราะห์กรรม พากันไปตายหมู่ เพราะอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ (ในกรณีนี้ อาจเหนือกว่าโปรแกรมเมอร์ทั้งมวลด้วย) ที่เห็นกันจนชินตา และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนจบจะลงเอยเช่นไร ความหวีดสยองก็อยู่ในระดับทั่วๆไป ทั้งที่สามารถขมวดปมความลึกลับ และบทสรุปในทิศทางท่ายากมากกว่านี้ได้อีกมากมาย . รู้จักใช้สมองคิด ก่อนใช้นิ้วคลิก ทำการอันใด . แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Unfriended ส่งเสียงเตือนคนดูยุคโซเชียลนี้ คือเภทภัยที่อาจมาเยี่ยมเยือนได้ถึงหน้าไทม์ไลน์ เมื่อเราเขียน โพส หรือกระทำการสิ่งใดลงบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยขาดการยั้งคิด และมันก็จะวนเวียนอยู่ในระบบ การป่าวประกาศความงามหน้าของคนอื่น ที่เรากระทำด้วยสะใจ อาจย้อนกลับมาแว้งกัดเราอย่างสาสมเจ็บแสบเอาได้สักวัน อีกทั้งบรรดาประชากรประเภทผู้สังเกตการณ์ หรือ "ไทยมุง" ทั้งหลายนั้น ก็พร้อมจะเฮโลมาซ้ำเติมความฉาวโฉ่เน่าเฟะ จากการไลค์ แชร์ และคอมเม้นท์อย่างสนุกมือสำราญปากพอๆกัน เราไม่อาจรู้ได้ว่า Unfriended จะส่งแก่นสารนี้ ถึงชาวโซเชียลได้มากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็กระทุ้งเตือนเบาๆ และเปิดมุมมองให้เรารู้จักใช้สมองคิด ก่อนใช้นิ้วคลิก ทำการอันใดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว จะคิดได้วันนี้ หรือจะรอให้ ลอร่า บาร์นส มาทักถึงห้องแชท ก็แล้วแต่คุณละกันนะ  เรื่องนี้ให้ 8 / 10 ครับ Lecter. -------------------------------

อ้วนก็รัก! ดราม่าแฟนสาว เจมส์ วิลสัน หอกดาวรุ่งผี
นักฟุตบอล /  เจมส์ วิลสัน / 

เจมส์ วิลสัน กองหน้าดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ควงแฟนสาวเจ้าเนื้อไปออกงานฉลองปิดฤดูกาลของทีม มีแฟนสาวที่ค่อนข้างเจ้าเนื้อเลยกลายมาเป็นประเด็นไปซะงั้นสำหรับ เจมส์ วิลสัน กองหน้าดาวรุ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ควงแฟนไปออกงานฉลองปิดฤดูกาลของทีมแต่ดูเหมือนคู่ควงของเจ้าหนูวิลสันจะไม่เข้าตาเท่าที่ควรเพราะหุ่นเธอดูอวบๆ ไปนิดไม่เซ็กซี่เหมือนกับแฟนสาวของนักฟุตบอลคนอื่นที่สวยเฉียบระดับนางแบบเกือบทุกคน แอดมินทวิตเตอร์ของ Oddschecker Au บ่อนพนันในออสเตรเลียเลยออกมาแซววิลสันประมาณว่าเป็นถึงนักฟุตบอลอาชีพน่าจะหาแฟนสาวได้ดีกว่านี้ เลยกลายเป็นเรื่องดราม่าขึ้นมาทันที หลายคอมเม้นต์ในทวิตเตอร์ตำหนิแอดมินของบ่อนพนันว่าเป็นการออกความคิดเห็นที่ไม่สร้างสรรค์และผู้หญิงก็ไม่ควรโดนประเมินหรือดูถูกแบบนี้ อื้ม บางทีความสวยก็ไม่จีรังเสมอไปนะครัช บอกเล้ย

คลิปเด็ด!! บุ๋ม-เอก จัดหวานสนั่นเตียง!!
บุ๋ม ปนัดดา /  เอก เอกริน / 

หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้วววว!! สำหรับสามี-ภรรยาคู่หวานของวงการอย่าง บุ๋ม ปนัดดา และ เอก เอกริน นับตั้งแต่แต่งงานกันมาก็มีโมเม้นท์สวีทให้ได้เห็นอยู่บ่อยๆ ล่าสุด สาวบุ๋ม โพสต์คลิปหวานจัดเต็ม ทั้งหยอกล้อ หอมแก้ม คลอเคลียจู๋จี๋กันบนเตียงนอน ทำเอาคนโสดอิจฉากันถ้วนหน้า... โอ่ยยยย ใครก็ได้เอาน้ำมาดับไฟในตาฉันที!!! ขอบคุณภาพจาก IG @boompanadda บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก บุ๋ม-เอก

คอร์มอเตอร์สปอร์ต – ฟิล์ม รัฐภาคย์ ส่อแยกทาง เหตุฉุนแฟนคลับตามด่า
คอร์มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ /  ปวีร์ ปานดำรงสถิตย์ / 

กลายเป็นเรื่องดราม่าในวงการมอเตอร์สปอร์ตของเมืองไทย และเป็นที่สนใจของแฟนขาซิ่งไปแล้ว ระหว่างประเด็นปัญหา ระหว่างทีม คอร์มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ กับ ฟิล์ม รัฐภาค วิไลโรจน์ นักขับบรถคนเก่งขวัญใจช่าวไทย ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ระดับโลก ในศึกเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ ได้บนแผ่นดินเกิดคนแรก โดยล่าสุดแฟนเพจเฟซบุ๊ค CORE” Motorsport ได้ออกมาโพสข้อความในทำนองว่าทีมกำลังมีปัญหาบางอย่างว่า ซึ่งจับใจความได้ประมาณว่า มีการด่าทอกันระหว่างแฟนคลับ ที่ติดตามเชียร์ ฟิล์ม รัฐภาคย์ มาอย่างยาวนาน กับ ทีมคอร์มอเตอร์สปอร์ต ซึ่งได้มีการกล่าวอ้างว่าแฟนคลับกลุ่มดังกล่าวพูดในทางไม่ดีต่อทีม ข้อความที่ทางทีมคอร์มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ได้ออกมาโพสนั้นมีดังนี้ สืบเนื่องจากแอดมิน และผู้ร่วมติดตามบางคนในเพจ ‪#‎14fanclub Ratthapark family ได้กล่าวพาดพิงถึง ผม ปวีร์ ปานดำรงสถิตย์ และทีม คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในทางเสียหายอย่างมาก ทำให้หลายท่านที่ติดตามในเพจเกิดความเข้าใจผิด ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมผมจึงขอใช้พื้นที่นี้ในการสร้างความกระจ่าง และแถลงความจริงให้กับแฟนเพจทุกท่านได้ทราบและเข้าใจในทางที่ถูกต้อง ผมในฐานะ เป็นผู้บริหาร บริษัท Core Chematis Co., Ltd และบริษัทในเครือคือ Nature Nutri Co.,Ltd รวมทั้ง Wide Water Gate Co., Ltd. และ บริษัทใหม่ CORE" New World Co.,Ltd ซึ่งทั้ง 4 บริษัท มีผู้ถือหุ้นอยู่จำนวนหนึ่ง โดยทั้ง 4 บริษัท ใช้ตราสัญญลักษณ์ร่วมกันคือ CORE" + ใบไม้สีส้ม เป็น trademark ในทางการค้าเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ตราสัญญลักษณ์ ของเรา ได้รับความเชื่อถือ ไว้วางใจ จากลูกค้าในวงการธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ มาตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี องค์กรของเราเป็นองค์กรใหญ่ เรามีพนักงานทั้ง 4 บริษัทรวมกันร่วม 300 คน ผม ผู้บริหาร และผู้ร่วมงานทุกคน ฟันฝ่าอุปสรรค ขวากหนามต่างๆ มามากมาย เพื่อให้บริษัท ได้ยืนอยู่บนแถวหน้าในแวดวงธุรกิจในส่วนของเรา ดังนั้น ผม ในฐานะ ผู้รับผิดชอบและดูแลองค์กรทั้งหมด จึงต้องปกป้องและรักษาชื่อเสียงขององค์กร เมื่อมีผู้ไม่หวังดี ทำให้ชื่อเสียงของ CORE" ได้รับความเสียหาย ทีม คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ถือกำเนิดขึ้นเมื่่อปี 2014 ด้วยความบังเอิญอย่างที่ทุกท่านได้ทราบ ท่ามกลางเสียงคัดค้านอื้ออึง จากผู้บริหาร และผู้ร่วมงานเกินกว่าครึ่ง ว่าไม่ควรเสี่ยงกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้ามองในแง่ของธุรกิจที่เราทำอยู่ วงการมอเตอร์สปอร์ตที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ไม่มีทางที่จะสร้างงานและผลประโยชน์ใดๆ ให้แก่ธุรกิจในสายที่เราประกอบอยู่ได้ เนื่องจากเราไม่ได้ทำธุรกิจด้านมอเตอร์ไซค์ หรืออะไหล่มอเตอร์ไซค์ หรือมีความเกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไซค์ในทุกๆด้าน หากเมื่อความบังเอิญนั้นได้เข้ามาแล้ว ผมจึงเกิดแรงบันดาลใจ เพราะเป็นความรักชอบส่วนตัว เมื่อปี 2014 ผมขี่บิ๊กไบค์ เป็นเวลาเกือบ 4 เดือน จากลอนดอน สู่กรุงเทพ บนเส้นทาง silk road ผมขี่ enduro กับเพื่อนๆ ในวันหยุด ผมมีทีมมอเตอร์ไซค์เล็กๆ แข่งกันในประเทศไทย และในแถบเอเชีย ที่ผมทำด้วยใจรักกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของผม ผมไม่เคยคาดคิด ว่าผมจะมาทำทีมระดับโลก หากเมื่ีอผมตัดสินใจเดินหน้าแล้ว ผมจึงต้องเรียกคนในองค์กรมาร่วมประชุม และขอโอกาสจากทุกคน ว่าผมจะบริหารทีมมอเตอร์ไซค์ ระดับโลก ให้ดีที่สุด โดยเบื้องต้น ผมพิสูจน์ตัวเองด้วยการลงทุนส่วนตัว โดยไม่ผ่านกระบวนการบัญชีจากบริษัทในปี 2014 กับทีม PTR Honda โดยมีพี่สาวผม ร่วมลงด้วยโดยส่วนตัวเช่นกัน เมื่อครั้งไป MOTO 2 กับทีม แอร์ เอเชีย แคเธอแฮม แต่วันนี้ ทีม คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ (ต่างประเทศ) ที่ผมทำด้วยใจรัก และบริสุทธิ์ใจ ทีมที่ไม่เคยสร้างผลประโยชน์ใดๆ ให้แก่ธุรกิจในองค์กรของผมแม้แต่บาทเดียว ทีมที่ผมทุ่มเท ทั้งกำลังใจ กำลังกายมาเป็นเวลาปีกว่า ทีมที่ผมขอโอกาสจากทุกคนในองค์กร ว่าผมจะทำให้เติบโต และให้ประสบผลสำเร็จ ทีมที่ผมใช้ เครื่องหมายทางการค้า CORE" + ใบไม้สีสัม วันนี้สิ่งนั้น ได้กลับมาทำลายองค์กรทางธุรกิจที่เข้มแข็ง ผู้ถือหุ้น และบุคลากร ในบริษัท ทั้ง 4 ของผมให้เสียหาย ด้วยการมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง กล่าวร้ายทำลายองค์กรของ CORE" โดยไม่เป็นธรรม ต่อสาธารณะชน แต่ที่สำคัญที่สุด คือในกลุ่มคนจำนวนนั้น มีคนในครอบครัวของนักแข่ง ร่วมอยู่ในกลุ่มของผู้ที่กล่าวร้ายทีม โดยไม่ยอมแก้ต่างให้แก่ทีมแม้แต่น้อย การกระทำดังกล่าวนี้ ผมและผู้บริหารทุกคนในองค์กร ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงมาก เพจปิดนี้ มีแอดมิน อยู่ 3 คน หากแต่ผมขอเอ่ยเพียงชื่อเดียว ที่โพสต์ข้อความ ที่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่ องค์กรของผม มาโดยตลอด คือ ผู้ที่ใช้ชื่อว่า Buzz Preecha และมีผู้ติดตามที่เป็นเสมือนลูกคู่ คือ Oung Munin ผมและผู้บริหารบางส่วน ได้ติดตามเพจนี้อย่างใกล้ชิดมา ตั้งแต่ปลายปี 2014 โดยในเพจนี้ ที่สำคัญที่สุด มีคุณ Anooradee Wilairot ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของ นักแข่ง รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ก็ได้อยู่ในกลุ่มเพจปิดนี้มาตั้งแต่ต้น ทางทีมงานของผม เก็บข้อความต่างๆ ไว้จำนวนมาก เพจปิดนี้ได้ทำการโพสต์ ข้อความ ซึ่งในบางครั้งเป็นความลับที่มีเพียงต้นสังกัดคือทีมคอร์ นักแข่ง และครอบครัวเท่านั้น ที่รู้ หากแต่เรื่องเหล่านี้ ได้ถูกนำไปเปิดเผย ให้บุคคลภายนอกในกลุ่ม นำมาขยายความ โพสต์ ในลักษณะการใช้ถ้อยคำ เหยียดหยาม ดูถูก กระทบกระเทียบทีมคอร์ รวมทั้งตัวผมอยู่บ่อยครั้ง หากทางเรานิ่งสงบ ไม่เคยบอกให้นักแข่งหรือครอบครัวรับรู้ ว่าทางเราทราบเรื่องนี้มานานแล้ว เราพยายามไม่หวั่นไหว และเดินหน้าต่อ และช่วงปลายปี 2014 ผมได้ส่งสัญญานทางอ้อมกับคุณรัฐภาคย์ และภรรยา ด้วยการเรียกเข้าพบ และเจรจาว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน คนอื่นที่เข้ามา เค้าก็ไม่ได้ช่วยอะไร เมื่อพูดคุยกันเรื่องนี้ ทางผมก็เดินหน้าทำงานต่อ จากการจ้าง PTR Honda ทำทีมในปี 2014 ผมก็ได้มาสานต่อในปี 2015 ด้วยการทำทีมเอง ครั้งนี้ผมต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ของการทำทีมปีที่แล้ว เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด เท่าที่ตัวผมเองและทีมงานจะสามารถทำได้ หากตั้งแต่ต้นปี 2015 จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ผมพูดในทางอ้อมเอาไว้กับทั้งคู่ ไม่บังเกิดผล เพจปิดนี้ก็ยังทำลายชื่อเสียงองค์กรของผมอย่างไม่หยุดยั้ง โดยโพสต์ข้อความกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง แรงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ยังมีคุณ Anooradee ภรรยาของคุณรัฐภาคย์ ที่ปล่อยให้ทางทีมที่เป็นต้นสังกัดของสามี ถูกโพสต์ข้อความเชิงกล่าวหา ดูถูกเหยียดหยาม รุนแรง อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมได้รับการตำหนิติเตียนอย่างรุนแรง จากผู้ถือหุ้น และผู้บริหารในองค์กร ถึงเพจที่ทำลาย ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัท ผมจึงให้ทีมงานของผม แจ้งเรื่องนี้ให้คุณรัฐภาคย์ทราบ โดยหวังให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับบุคคลกลุ่มนี้ และคนในครอบครัวของตน หากเวลาผ่านล่วงเลยมาแล้ว 1 เดือน สิ่งที่ผมได้รับคือการเพิกเฉย เสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น และไม่มีสัญญานที่จะดำเนินการใดๆ จากคุณรัฐภาคย์ทั้งสิ้น ดังนั้น ผมในฐานะผู้รับผิดชอบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์กร ที่มีผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จึงไม่สามารถปล่อยให้ บุคคลที่เกี่ยวข้องในทีมคอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ที่ผมทำโดยไม่ได้ผลกำไรตอบแทนกลับมาทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรธุรกิจหลัก ที่สร้างรายได้ให้แก่องค์กรและบุคลากรในนาม CORE" ของผมได้ วันนี้ ผมจึงโพสต์ข้อความที่คุณสุนิดา แคปส่งมาให้ โดยต้องการตอบคำถามและสร้างความกระจ่างต่อบุคคล ดังต่อไปนี้ คุณ Buzz Preecha: คุณคงไม่รู้ว่าผมไม่ได้ทำธุรกิจมอเตอร์สปอร์ต ที่จะได้มาบอกว่า ลงทุนต้องหวังกำไร ที่ผมทำทีมมามีแต่เสียเงิน ไม่ได้ทำให้ยอดขายของธุรกิจเพิ่มขึ้นเลย ต้องกล้ำกลืน ลงทุน ลงแรง เสียเวลา เสียสมอง เสียทุกอย่าง แทนที่จะเอาเวลาไปขยายธุรกิจให้เติบโต ที่ผมทำมอเตอร์ไซค์ เพราะมีแรงบันดาลใจ อยากเห็นวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยพัฒนา แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ช่วยกันพัฒนาวงการ ซ้ำร้ายยังมาทำลายวงการอีก หรือเป็นอีแอบหาประโยชน์ใส่ตัว คุณ Buzz ว่าผมพูดจริงไหม เมื่อปี 2014 ทีมคอร์ เคยเชิญคุณมาร่วมงาน เพื่อช่วยให้นักแข่งไทยมีชื่อเสียง ทีมคอร์ เคยแจ้งว่าต้องการมอบตั๋วให้คุณ 2 ใบ เพื่อไปสนามโมเตกิ ญี่ปุ่น แต่คุณปฏิเสธเอง ทั้ง 2 ครั้ง ทางทีมจึงไม่ต้องการทำให้คุณรำคาญใจอีกด้วยการพูดชักชวนซ้ำซาก แต่คุณกลับหายไปจากเพจ แล้วไปตั้งเพจปิดด่าทีมคอร์ ผมพบหน้าคุณที่สนามบิน คุณกลับหลบหน้าผม ไม่สู้ตาผม แต่พอมาอยู่หน้าคีย์บอร์ด ทำไมพิมพ์เก่งจัง คุณ Buzz Preecha เรื่องรายได้ คนที่รู้มีเพียงนักแข่งและครอบครัว เรื่องเคสขอลดค่าใช้จ่ายที่คุณโจมตี โดยคนในครอบครัวนักแข่ง ไม่ยอมแก้ต่างให้ทีมคอร์ ทั้งๆที่รู้ว่าความจริงคืออะไร ถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงมาก ตอนนี้ทางทีมขอปกป้องตนเองด้วยการชี้แจงเลยก็แล้วกัน เพื่อไม่ให้เราเกิดความเสื่อมเสีย ปี 2015: ทีม ให้รายได้นักแข่งเดือนละ 100,000 บาท ไม่รวมเบี้ยเลี้ยงขณะไปทำการแข่งขัน ไม่รวมค่าตัวถ่ายแบบ ค่ารถเช่าขับในต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับเมืองไทย หลังจากแข่งเสร็จทุกสนาม ค่าที่พัก เมื่อนักแข่งได้อันดับ 2 จากสนามการ์ต้า ทีมมอบให้อีก 100,000 บาทเพื่อเป็นโบนัส โดยที่ไม่มีระบุไว้ในสัญญา ทีมให้ ทั้งๆที่มีคำพูด ในปฏิญญาแมคโดนัลด์ ที่คุณรัฐภาคย์กล่าวไว้ ต่อหน้าบุคคลจำนวนมากเมื่อปลายปี 2013 ว่า ผมไม่ต้องการเงินหรืออะไรเลย ขอให้ผมได้มีทีมแข่งก็พอ ปี 2016: ทีม กำหนดรายได้ให้นักแข่ง ถ้าได้ที่ 11 ไปจนถึงลำดับสุดท้ายอยู่ที่ 100,000 บาท ทั้งนี้รวมถึงไม่ว่าจะล้ม หรือไม่มีคะแนน ทีมก็การันตีฐานเงินเดือนนี้ให้ โดยมีรายได้สูงสุด อันดับที่ 1ได้ 260,000 / ที่ 2 ได้ 240,000 / ที่ 3 ได้ 220,000 / ที่ 4 ได้ 200,000 / ที่ 5 ได้ 180,000 และทำฐานลดหลั่นลงมา ครั้งละ 20,000 จนถึงลำดับที่ 10 โดยไม่รวมค่าเบี้ยเลี้ยง เดินทาง ที่พัก ค่าอาหาร รวมทั้งสิทธิ ในกรณีที่มีการออกรายการ ทีมก็ยังไม่เคยหักเงินรายได้ในส่วนนี้จากนักแข่ง หากมีสปอนเซอร์ ทางทีมก็แบ่งให้นักแข่งเช่นกัน และทุกครั้งทีมจ่ายตามจริง ไม่เคยบิดพริ้ว ไม่เคยเอาเปรียบ คุณ Buzz Preecha กล่าวหาทีมอย่างรุนแรงโดยไม่เป็นความจริง ว่ามีเคส ลดค่าใช้จ่าย ไม่ทราบว่าคุณรู้ได้อย่างไร คุณไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน คุณอยากเห็นสัญญาฉบับจริงหรือไม่ ถ้าอยากเห็น มาที่บริษัท ผมจะกางให้คุณดู หรือว่าจะให้ผมนำสัญญาไปให้คุณดูถึงที่บ้านก็ได้ นัดวันเวลากับผมผ่านเพจนี้ได้เลย ส่วนที่คุณโพสต์แดกดันว่า "ผมล่ะกัว...โดนว่า...ว่าลืมตัว หลงไปกะลาภ ยศ ชื่อเสียงจิง อย่าแคปเฟส ผมประจานนะ 555" คุณ Buzz Preecha คุณคงไม่มีคนอบรมเรื่องมารยาท เรื่องที่ทีมคอร์ อบรมนักแข่ง ว่าอย่าไปหลงกับ ลาภ ยศ ชื่อเสียง มันผิดตรงไหน เขาไม่เคยได้รับความสำเร็จสูงขนาดนี้ในชีวิต ผมสอนเขาให้มีภูมิต้านทานกับลาภ ยศ สรรเสริญ ที่ผมบอกเพราะเป็นห่วงเขา หรือคุณประสงค์ร้ายกับนักแข่ง แล้วคุณมารู้เรื่องนี้ได้ยังไง ตอนผมสอนเขา ผมอยู่ในห้องประชุมกับทีมบริหารอีก 2 คน แล้วทีมบริหารผมไม่เคยติดต่อกับคุณ คุณไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน ที่คุณโพสต์ว่า " แอบแปลกใจ ไม่เห็นมีใครพูดถึง รถเลี้ยวไม่เข้า หรือเข้าพิทบ่อยๆ เพราะไรเลย เฮ้อ...พอล้มก็ว่านักแข่งกันก่อนเร้ย..ไม่ดูสาเหตเรยว่าที่ล้มเพราะไร...บอกกงๆ เพลีย...นะพวกขาจร... เม้นไรแบบนั้น คุณ Buzz คุณก็มาอ่านในเพจทีมคอร์ประจำ คุณจะเห็นว่า ผมรายงานเสมอ ว่าช่างทำงานจนห้าทุ่มเที่ยงคืน ก็เพราะเขาเซ็ทรถไง ถึงได้ทำงานดึกดื่นขนาดนั้น แล้วนักแข่งเป็นสมบัติของคุณเหรอ ใครถึงว่าไม่ได้ ไปว่าพวกเค้าเป็นขาจร หัดให้เกียรติคนอื่นบ้าง แล้วคุณคิดว่าคุณรู้ทุกเรื่องรึไง คุณรู้มั๊ยว่าเรื่องนี้พวกผมประชุมเครียด คุณแกริดจากเทนคาเตะ ซึ่งกำลังนั่งอยู่ใน แพ็ดด็อก พาต้า เรียกผมไปคุย เพราะนี่เป็นรถจากเขา เขาก็ซีเรียส เขาบอกว่า ในฐานะที่ผมเป็น Team manager ผมต้องรับผิดชอบทั้งหมด และดูแลเอาใจใส่ให้มากกว่านี้ ซึ่งผมก็ขอโทษเขา พร้อมยอมรับความผิด และบอกเขาว่าผมจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ผมจะดูแลทีมช่างและตรวจตราการเซ็ทรถของช่างให้มากขึ้น และจะทำตามที่เขาแนะนำ เขายังได้ตำหนิช่าง ผ่านผมมาด้วย ถึงขั้นรุนแรงเลยทีเดียว โจฮัน สติ๊กเฟลที่ปรึกษา ต้องเดินทางมาสนาม อิโมล่า เพื่อเรียกช่างประชุมเครียด ถึงเรื่องครัชหลุดที่สนาม Assen ทุกคนไม่มีใครตั้งใจทั้งนั้น ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่ก็ต้องโดนตำหนิหมด ซึ่งต้องยอมรับความจริง แล้วการที่นักแข่งของคุณล้ม ไม่มีใครมีสิทธิ์ว่า หรือแตะต้องเลยหรือไง หัดมองความจริง ยอมรับความจริงบ้าง ไม่ใช่หน้ามืดตามัว เข้าข้างแต่ตัวเอง หรือคนของตัวเองให้มันมากนัก โพสต์ที่ว่า "จะเอาอะไหล่ไปขายคืนป่าว...แบบว่าหาค่าน้ำมันหัวลากไรงี้ป่าว...คืออัพของเพิ่มต้องแรงดิ...ไหนว่าเครื่องใหม่ แรงสัดๆไง...หลอกมโนซะงั้น คุณ Buzz ถ้าทีมจะประหยัดเงินขนาดเอาอะไหล่ไปขายคืน แล้วเอาเงินที่ขายได้ไปจ่ายค่าน้ำมันหัวลาก มันช่างเป็นความคิดที่ตลกสิ้นดี ตามสัญญาเราต้องคืนอะไหล่ทั้งหมดกับเทนคาเตะ อ่านแล้วอายแทนคุณจริงๆ นี่ระดับโลกนะ ไม่ใช่ทีมหมู่บ้าน ส่วนที่คุณว่า ทีมเซ็ทรถไม่เข้าที่ คุณจบวิศวะรถแข่งมาหรือไง ถึงได้รู้ว่าเค้าเซ็ทรถไม่เข้าที่ นักแข่งเลยล้ม คุณนั่งอยู่หน้าจอคอม แล้วก็ฟุุ้งไปเรื่อยๆ คุณนี่มันนักมโนของแท้เลย นอกจากมโนเก่งแล้วยังเหน็บแนมเก่งได้โล่อีกต่างหาก ถามจริงเหอะ เคยแข่งมอเตอร์ไซค์มามั่งรึเปล่า ถึงได้รู้ไปทุกเรื่อง คุณ Oung Munin: ไว้คุณต้องจ่ายเงินทำทีมเองปีละ 20-30 ล้าน แล้วคุณจะเข้าใจความรู้สึกของทีม ว่าเค้าต้องการให้นักแข่งทำ PR อะไรให้กับเค้าบ้าง ไม่อย่างนั้นเค้าไม่มีสัญญาละเอียดยิบเกือบ 30 หน้าไว้ให้นักแข่งระดับโลกเซ็นหรอก ส่วนเรื่องแฟนคลับ ผมไม่เคยเอ่ยปากห้าม แค่ขอนักแข่งไว้ใน เรื่องบางเรื่อง หรือรูปที่เป็นทางการ ถ้าพอจะบอกแฟนคลับได้ ก็ช่วยแจ้งให้ด้วยว่าขอทางเพจ official โพสก่อน อันที่จริงเรื่องนี้มันเป็นอดีต จบไปนานแล้ว ไม่ทราบว่าทางคุณ Oung มีปัญหาอะไร ว่าแต่ว่าคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ผมพูดแต่กับนักแข่งของผมเท่านั้น ไม่เคยพูดกับคุณ ส่วนเนื้อหาที่เหลือ จะเน้นไปในทางเหน็บแนม เช่น ให้นักแข่งหาทีมใหม่ หรือเราต้องมองหาสิ่งที่ดีขึ้นเสมอๆ ค่ะ กล่าวโดยสรุปคือ นักแข่งดี แต่รถ และทีมไม่ดี ถ้าเป็นเช่นนี้ทีมคงต้องทดสอบสมมุติฐาน โดยการนำรถของทีมไปให้นักแข่งคนอื่นวิ่งแทน และทีมก็คงต้องหานักแข่งคนอื่นมาแข่งแทน จะได้รู้ว่า ปัญหาคืออะไร ระหว่างนักแข่งกับรถแข่ง และทีม ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ผม ต้องการเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทีมคอร์และคุณรัฐภาคย์ คือมืออาชีพ อีกทั้งทีมคอร์ ยังมีพันธะสัญญาที่เซ็นไว้ร่วมกันกับนักแข่ง จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาในเดือนธันวาคม 2015 การแข่งขันสนามที่เหลือเริ่มตั้งแต่สนาม Donington เป็นต้นไป ทั้งผม ทีมช่าง และนักแข่ง จะร่วมมือและทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด เพื่อความสำเร็จและอนาคตที่ดีของทุกฝ่าย ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดที่ว่า ทำไมมาพูดตอนนี้ เพราะมืออาชีพทุกคนคือมืออาชีพ เมื่อถึงสนามแล้ว ทุกสิ่งตัดทิ้งได้หมด และมุ่งมั่นทำเพื่อชัยชนะเพียงอย่างเดียว ในสถานการณ์แบบนี้ ทีมก็ยิ่งต้องการความสำเร็จเพื่อให้เป็นที่จับตามองของนักแข่งคนอื่น นักแข่งก็ยิ่งต้องการชัยชนะ เพื่อให้เป็นที่สนใจของทีมอื่นๆ เช่นกัน ดังนั้นทีมคอร์เชื่อว่า สิ่งที่ตามมาจะต้องเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน (อย่าตกใจ เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ สำหรับทีมระดับโลก) ท้ายที่สุดนี้ ผมในฐานะผู้บริหารทีมคอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ขอน้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดหลังจากนี้โดยดุษณี การทำทีมมอเตอร์ไซค์ที่ผมได้ตั้งธงเอาไว้แล้วถึงอนาคตข้างหน้า ผมและทีมงานทั้งหมดจะดำเนินการต่อไปโดยไม่ย่อท้อ เพื่อไปให้ถึงจุดสุงสุดที่ผมใฝ่ฝันไว้ ให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ก้าวไปสู่ระดับโลกแบบสากลโดยแท้จริง ท้ายที่สุดมีการลงชื่อ ปวีร์ ปานดำรงสถิตย์  ไว้ที่ท้ายของโพสดังกล่าวด้วย ทั้งนี้นี่เป็นการออกมาแถลงของทีมเท่านั้น ยังไม่มีการออกมาพูดถึงของ ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ และกลุ่มแฟนคลับ ที่จะโต้แย้งในสิ่งที่ทางทีมโพสออกมา

ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต J-DAY DNA of J-ROCK Vol.1
defspiral /  heidi. / 

สองกลุ่มศิลปิน J Rock อย่าง heidi. และ defspiral เตรียมเยือนไทยครั้งแรก! ใน J-DAY DNA of J-ROCK Vol.1 จุดไฟดีเอ็นเอ J Rock ให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง 30 พฤษภาคมนี้ ที่ Live House Studio Bangkok JJ Green บริษัท อัลติเมท เซเว่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (U7) ชวนสมาชิก มิวสิคเอ็มไทย ร่วมสนุกชิงบัตรคอนเสิร์ต J-DAY DNA of J-ROCK Vol.1 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Live House Studio Bangkok JJ Green ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2558 เพียงตอบคำถามและทำตามกติกาดังนี้… 1. เมื่อพูดถึงประเทศไทย สมาชิกของวง defspiral คิดถึงอะไรเป็นอย่างแรก? (คลิกหาคำตอบจากคลิปวิดีโอ ที่นี่) 2. นอกจากแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทยแล้ว สมาชิกของวง heidi. ยังอยากทำกิจกรรมอะไรที่เมืองไทยอีก? (คลิกหาคำตอบจากคลิปวิดีโอ ที่นี่) ตอบคำตอบให้ครบถ้วน พร้อมเขียนชื่อ-นามสกุล และอีเมลล์สำหรับการติดต่อกลับไว้ที่คอมเม้นต์ด้านล่าง… ผู้โชคดีที่เขียนคำตอบได้ถูกต้องจำนวน 5 คน จะได้รับบัตรคอนเสิร์ต J-DAY DNA of J-ROCK Vol.1 มูลค่าใบละ 1,000 บาท คนละ 2 ใบ ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2558 (เวลา 10:00 น.) โดยทางทีมงานจะประกาศผลผู้โชคดีทางเว็บไซต์ music.mthai.com ภายในวันที่ 28 พฤษภาคม ** ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อกลับจากทีมงานทางอีเมลล์เพื่อแจ้งรายละเอียดสำหรับการรับบัตรกลับไป ** การจำหน่ายบัตรอภินันทนาการถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย หากผู้ซื้อ-ขายถูกดำเนินคดีหรือยึดสิทธิ์ในการเข้างาน ทางทีมงาน MThai จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ** การตัดสินของทีมงาน MThai ถือเป็นที่สิ้นสุด