คอมเม้นเฟสบุ๊ก

เลิกโสด ใบเฟิร์น สายฮา! กับหนุ่มตี๋ หัวใจสีชมพูมว๊าก
ใบเฟิร์น ลูกสาวจาตุรงค์ /  ข่าว ใบเฟิร์น พัสกร / 

ไม่ว่างนะจ๊ะ... หลักฐานความหวานโชว์ชัดในโซเชียลขนาดนี้ กับโมเม้นท์น่ารักๆ ของดาราสาวสวยสายฮาอย่าง ใบเฟิร์น พัสกร ลูกสาวตลกชื่อดัง จาตุรงค์ มกจ๊ก กับหนุ่มตี๋คนสนิทนามว่า เคน พูดเลยน่ารักมุ้งมิ้งไม่เบา นี่ล่ะน๊าาาา "สวยมักนก ตลกมักได้" แถมนางทั้งสวยทั้งตลกนะเธอ และเท่าที่รู้สาวใบเฟิร์นของเรานี่ว่างไม่ค่อยนานจริงซะด้วย อิอิขอขอบคุณ ภาพจากอินสตาแกรม @ferno padgone, @ken_hasegawa ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน ใบเฟิร์น พัสกร - แฟน

ลุ้นกันต่อไป!! โตโน่ ยันบริสุทธิ์ใจลงภาพคู่ รับแม่เอ็นดู แพท มาก!!
โตโน่ ภาคิน /  ข่าว โตโน่ ภาคิน / 

ทำเอาแฟนคลับ “ณปภาคิน” ที่คอยจิ้น โตโน่ ภาคิน กับนางเอก แพท ณปภา ฟินจิกหมอนกันไปตามๆ กันด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างอัพภาพคู่ในอินสตาแกรมส่วนตัวพร้อมกับข้อความสุดซึ้งถึงกัน ล่าสุด หนุ่มโตโน่ ภาคิน ได้ไปร่วมงาน นิทรรศการภาพถ่าย “คิดถึงปอ” ภาพประทับใจของ ปอ ทฤษฎี กับการทำงานในวงการบันเทิงและช่วยเหลือสังคมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมกับเผยความในใจเชื่อว่าพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี ต้องรับรู้ว่ามีคนรักปอมากขนาดไหน เปรย ปอ ทฤษฎี เป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งตนอินกับเรื่องนี้ จริงๆ ตนร่วมงานกับปอมาก่อนหน้านี้ และมั่นใจว่าปอจะเอาใจช่วยตนอยู่แล้ว สำหรับกรณีที่ ได้อัพภาพหวานคู่กับคู่จิ้น แพท ณปภา ในอินสตาแกรมส่วนตัวนั้น หนุ่มโตโน่ ชี้แจงต่อหน้าสื่อมวลชนว่าเป็นรูปที่ไปถ่ายรายการตีสิบมา ตอนนี้ตนขอพักเรื่องหัวใจก่อน ลั่นได้นางเอกสาว แพท ณปภา เป็นกำลังใจให้ ปัดยังไม่เป็นแฟน แต่ก็ยอมรับน้ำใจของอีกฝ่ายที่ลงทุนไปเรียนกีต้าร์โปร่งเพื่อร้องเพลงคู่กับตน ก็รู้สึกดีมาก พร้อมกับขอบคุณทุกคนที่รักเราทั้งคู่ซึ่งตนกับแพทต่างบริสุทธิ์ใจด้วยกันทั้งคู่ สำหรับเรื่องรักขอปล่อยสักพัก ส่วนเรื่องอนาคตยังไม่รู้ ปัดอัพค่าตัวออกงานคู่กันก็เลยไปออกรายการตีสิบแบบไม่เอาค่าตัว ขำๆ หากทั้งคู่ต่างมีแฟน ด้านคุณแม่ยังไม่มีการสนับสนุนใดๆ แต่มีแอบเชียร์ให้ฝ่ายหญิงได้งาน เปรยแม่ตนบอกถ้าคบฝ่ายหญิงอย่าให้อีกฝ่ายเสียใจ เพราะคุณแม่เอ็นดูแพทมาก พร้อมกับแจงถึงเหตุที่ร้องเพลงบนเวทีเดอะสตาร์ให้แฟนเก่าทุกคน ไม่รู้ว่าแฟนเก่าคนล่าสุดมาคอมเม้นท์แต่รับทราบแล้วใน IG ตน วอนอย่าโยงให้เป็นประเด็น เพราะตนให้เกียรติทุกคนและไม่หวั่นว่าหวานใจตัวจริงของ สาวแพท จะไม่เข้าใจ!! ขอบคุณภาพจาก IG mootono29, pat_napapa โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน โตโน่ ภาคิน

ชัดทุกเหตุการณ์! ฟีฟ่าเร่งมือเตรียมใช้เทคโนโลยีวิดีโอช่วยผู้ตัดสิน
จิอันนี่ อินฟานติโน่ /  ผู้ตัดสิน / 

จิอันนี่ อินฟานติโน่ ประธาน ฟีฟ่า ประกาศว่า ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพจะเป็นทัวร์นาเม้นต์แรกที่มีการใช้ "วิดีโอ" ช่วยในการตัดสิน รายงานข่าวระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวต้องใช้เวลามากกว่าสองปีในการทดสอบระบบแต่อินฟานติโน่กล่าวว่าการทดสอบจะเริ่มต้นในทันทีและอาจพร้อมใช้งานในอีกสองปี ประธานฟีฟ่าชาวสวิตเซอร์แลนด์กล่าวว่า "หมายความวาในเดือนมีนาคม 2018 เราจะรู้ว่ามันพร้อมใช้งานหรือไม่ ผมหวังว่าฟุตบอลโลกที่รัสเซียจะเป็นครั้งแรกที่มีการนำวิดีโอเข้ามาช่วยให้การตัดสินถูกต้องมากขึ้น" เทคโนโลยีวิดีโอจะเข้ามาช่วยกรรมการในสนามจากกรณีที่เกิดความผิดพลาดในการตัดสินหรือเกิดความไม่ชัดเจนในบางเหตุการณ์ รวมถึงในการตัดสินใจสำคัญ อย่างเช่น การให้ใบแดงหรือการให้จุดโทษ

Vertigo TOO (เวอร์ติโก้ ทู) สุดหรูบนชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี
Rooftop /  Vertigo TOO

วันนี้พามาชมสิ่งสวยๆ งามๆ บนตึกสูง ร้านอาหารของโรงแรมบันยันทรี ที่มี Rooftop สุดหรู ที่ชื่อว่า Vertigo ที่เป็นที่คุ้นหูกันดี และแล้ว Vertigo ได้ขยายพื้นที่ความอร่อยมาเป็น Vertigo Too เป็นส่วนที่เปิดใหม่ที่ชั้น 60 บรรยากาศจะต่างกับ Vertigo แต่ก็ให้ความรู้สึกหรูและโรแมนติกด้วยเช่นกัน Vertigo TOO (เวอร์ติโก้ ทู) สุดหรูบนชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี Vertigo Too อยู่ชั้น 60 ของโรงแรมบันยันทรี เป็นร้านอาหารสไตล์รูฟท็อปบาร์ แต่งต่างจาก Vertigo ที่อยู่ชั้น 61 คือการตกแต่งของร้านเน้นให้บรรยากาศในแบบ โมเดิร์นโคซี่ เป็นเพดานโค้งๆ ประดับด้วยไฟระยิบระยับเหมือนจำลองท้องฟ้ามาให้เราดูกันแบบใกล้ๆ และแสงไฟน้อยๆ ภายในร้าน เป็นบรรกาศที่โรแมนติกเกินกว่าจะบรรยาย เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงเบาๆ ใครอยากสร้างบรรยากาศหรืออยากจะเซอร์ไพรส์คนพิเศษแนะนำให้พาขึ้นไปที่บาร์ชั้นลอยที่เห็นวิวกลางคืนในเมืองกรุง เป็นภาพที่ไม่ได้หาดูกันง่ายๆ จากที่ไหน มากันที่เมนูอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์ Cross-Cultural ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารหลายๆ สัญชาติ จัดเสิร์ฟกันมาแบบชิ้นพอดีคำ ซึ่งแต่ละคำนั้นทุกผสมผสานรสชาติและความอร่อยอยู่ในคำเดียวอยู่แล้ว จึงเป้นอะไรที่ทานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และมีเมนูเรียกน้ำย่อยที่อร่อยถูกปากทุกคนอย่างแน่นอน เริ่มต้นด้วยเมนู Fried Squid Legs Fried Squid Legs  หนวดปลาหมึกทอดที่ทานคู่กับซอส Siracha Mayonnaise ปลาหมึกที่เป็นสูตรเด็ดโดยเฉพาะของ Vertigo Too ไม่มีที่ไหนเหมือนอย่างแน่นอน Tom Yum Spring Rolls รสชาติครบรสแม้อยู่ในช้อนเดียว เป็นเปาะเปี๊ยสดรสต้มยำ ที่มีทั้งเครื่องต้มยำครบเครื่อง ที่มีกุ้งลายเสือและเห็นเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ความเป็นต้มยำดูชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก่อนทานอาจจะบีบมะนาวที่มีเตรียมไว้ให้เล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติจัดจ้านขึ้นไปอีก Salmon Ceviche เป็นเมนูที่มีลูกเล่นที่น่าสนใจ เริ่มจากปลาแซลมอนสดจากนอร์เวย์ ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับสมุนไพรไทย และเสริมด้วยซอสสีส้มที่มาในรูปแบบหลอด คล้ายๆ หลอดยา ซอสที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว Jasmine Tea Smoked Lamb เนื้อแกะรมควันที่ครอบด้วยฝาแก้วอบควันเพื่อให้ความหอมยังอยู่ที่เนื้อแกะก่อนเวลาที่จะเสิร์ฟ ทานคู่กับมันบดนุ่มๆ เป็นเมนูที่หอมหวนชวนรับประทานมากๆ Seafood Lover (Vertigo Favorites) ปลาแซลม่อน ปลาทูน่า หอยเชล ปลาหมึกยักษ์ ปูอลาสก้า หอยนางรม กุ้งลายเสือใหญ่ ที่อัดแน่นอยู่ในกระบะไม้ และมีน้ำจิ้มให้เลือกสามแบบสามอารมณ์ ที่มีทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดแบบไทย หรือจะโชยุสไตลืญี่ปุ่น แล้วแบบสุดท้ายคือ ซอส vinegar เปรี้ยวๆ เมื่อมาใช้บริการ Vertigo Too ลดทันที 15 % ตั้งแต่วันนี้ - 31 สิงหาคม 2560 สำหรับสมาชิก MThai ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท 2 รางวัล กติกา ตอบคำถาม หากคุณมีโอกาสได้ไปทานอาหารที่ Vertigo Too คุณจะชวนใครไป(ตอบที่ช่องคอมเมนต์ด้านล่างคอนเทนต์) แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

ดีแทค มั่นใจชุดคลื่นค​วามถี่ในมือ พร้อมขยายแบนด์วิธ Super 4G
4g /  dtac / 

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า “ดีแทคในปัจจุบันนี้มีชุดคลื่นความถี่ทั้งหมดจำนวน 50 MHz ที่ถือครองมากพอสำหรับการให้บริการดิจิทัลสำหรับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ดีแทคจะไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 900 MHz ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเพื่อความมั่นใจในการเติบโตอย่างยั่งยืน ดีแทคมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดหาคลื่นความถี่เพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของความต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตของฐานลูกค้าก่อนที่จะมีคลื่นความถี่ตามชุดที่ถือครองหมดสัมปทานประมาณปี พ.ศ. 2561 เพิ่มเติมจากคลื่น 2100 MHz ที่ดีแทคยังถือครองใบอนุญาตซึ่งมีอายุใช้งานถึงปี พ.ศ. 2570 ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการทุกรายและการใช้งานดิจิทัลของลูกค้า คลื่นความถี่ต่างๆ ควรถูกนำออกมาประมูลล่วงหน้าก่อนที่จะหมดอายุสัมปทาน เพื่อไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังเผชิญเช่นนี้ โดยจำเป็นต้องมีแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum roadmap) ซึ่งภาครัฐสามารถใช้ในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ ด้วยความจำเป็นอย่างเร่งด่วนเพื่อการสร้างรากฐานที่ยั่งยืนสำหรับธุรกิจโทรคมนาคม” “ด้วยคลื่นความถี่ที่มีในปัจจุบัน ดีแทคกำลังจะขยายเครือข่าย Super 4G บนคลื่นความถี่ 1800MHz ด้วยแบนด์วิธที่เพิ่มจาก 15MHz เป็น 20MHz ในพื้นที่กรุงเทพเพื่อเพิ่มความเร็วในการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิมประมาณกลางปีนี้ ลูกค้าดีแทคจะสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นและสนุกกับการใช้งานเพิ่มขึ้นไม่สะดุดบนโครงข่ายที่แบนด์วิธกว้างรองรับได้ในคลื่นเดียว (Single network) นอกจากนั้นดีแทคยังพร้อมให้บริการ 4G บนคลื่น 2100 MHz ทั้ง 878 อำเภอทั่วไทยภายในไตรมาส 3 ปีนี้ และ Super 4G บนคลื่น  1800MHz ทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทยราวกลางปีนี้อีกด้วย ทั้งหมดนี้ลูกค้าดีแทคที่ใช้งานในพื้นที่หรือเดินทางท่องเที่ยวทั่วไทยจะสัมผัสได้กับประสบการณ์ใช้งานดิจิทัลบนมือถือในด้วยคุณภาพสูงสุดจากโครงข่ายดีแทค Super 4G” ลาร์ส กล่าวในที่สุด

เที่ยว Kawaguchiko ชมฟูจิ, เจดีย์แดง, กระเช้า kachi kachi Rope way และอื่นๆ ใน 2 วัน
ทะเลสาปคาวากูชิโกะ /  ฟุจิ / 

เพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่น หลังจากที่ใช้เวลาไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2559 ที่ผ่านมา ในระยะเวลา 9 วัน ซึ่งเป็นทริปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 แล้ว คราวก่อนไปไม่เห็นฟูจิเลย คราวนี้เลยแก้ตัว และก็ไม่พลาดที่จะมารีวิว แผนการเดินทาง ตั้งแต่เริ่มเดินทาง จากสนามบินนาริตะ ไปจนถึง Kawaguchiko เลยครับ เอาแบบว่า เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัวหลง พร้อมแนะนำ โรงแรม ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยว ที่ไปทะเลสาปคาวาแล้ว ไม่ควรพลาดครับ ติดตามได้เลย ซึ่งคราวนี้ จะพาไปชมทั้ง ทะเลสาป Kawaguchiko, เจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda), กระเช้าคาชิคาชิ (Kachi Kachi Ropeway), สถานีรถไฟ Kawaguchiko และอื่นๆ ตามสมควรครับ เริ่มต้นเดินทางจากสนามบิน นาริตะ - ชินจูกุ (Narita Airport --> Shunjuku) (วันแรก เราจะเดินทางจากนาริตะไปลงชินจูกุ แล้วต่อรถบัสจากชินจูกุ ไปลงคาวากูชิโกะ) วันที่ 1 (8/4/2559) ในทริปนี้ เราเดินทางเข้าเมืองโดย Airport Limousine Bus ซึ่งจะบอกว่า สะดวก สบายดีเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายๆ คน มีคนแก่และเด็ก ที่สำคัญ ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่หรือหลายใบ  เพราะการขึ้นรถไฟ ไม่ว่าจะเป็น NEX (Narita Express) หรือ จะสายอื่นๆ อย่าง Keisei Skyliner, Limited Express เราก็ต้องลากกระเป๋าขึ้นรถไฟเอง ส่วน Airport Limousine Bus เราแค่ไปรอขึ้นรถ กระเป๋าเดินทาง จะมีคนยกขึ้นยกลงให้เอง สบายๆ ครับ ไม่ต้องลากกระเป๋าเองให้เมื่่อยครับ (ราคา 3,100 เยน/คน ถ้าซื้อแบบ Package คู่กับ Subway เพื่อใช้กับรถไฟใต้ดิน ราคาอยู่ที่ 3,400 เยน คุ้มมากๆ ครับ) สำหรับการซื้อตั๋ว ก็ไม่ยาก หลังจากผ่าน ตม. เดินออกมาก็จะเจอ เคาเตอร์ Airport Limousine Bus แล้วครับ Limousine & Subway Pass ราคา 3400 เยน ซื้อที่เคาเตอร์ทางออกจากสนามบิน นาริตะ บัตร Subway เก็บไว้ใช้ได้ในโตเกียวทุกเส้นทางครับในเวลา 24 ชม. เริ่มคิดเมื่อใช้ครั้งแรก ที่ช่องเสียบตั๋วทางเข้า Subway เลย สะดวกดีมากๆ เวลาซื้อตั๋ว Limousine จะได้มาพร้อมกัน เก็บไว้ใช้ได้เลย คุ้มมากครับ ทั้ง Oeido Line, Ginza Line, Shibuya Line ได้หมดเลย ขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้ ภายในรถบัส เที่ยว 9.xx น.  (ผมนั่ง AirAsia Flight 23.45 น. ถึงญี่ปุ่น ราวๆ 8.xx น. ครับ) คนไม่มาก นั่งหลับเข้าชินจูกุแบบสบายๆ ใช้เวลา ราว 70 นาที ถึงสถานีชินจูกุ West Exit รับกระเป๋า แล้ว เราจะลากกระเป๋า ไปต่อรถที่สถานีรถบัสไป Kawaguchiko แห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้ย้ายไปที่ฝั่งตรงข้าม South Exit ของสถานทีชินจูกุแล้วครับ   ทางขวามือ คือตึก Highway Bus Terminal แห่งใหม่ สถานีรถบัส (Highway Bus Terminal) แห่งใหม่ จะอยู่ตรงข้ามประตู South Exit หรือทาง Lumine 2 ที่เห็นในภาพนี้ทางขวามือ โดยจะอยู่ชั้น 4 (สังเกต NEWoMAN) ขึ้นลิฟท์ หรือ บันไดเลื่อนแล้วเดินไปทางที่เป็นตึกสูงๆ นั่นแหละ จะเป็น Ticket Office ของ Highway Bus ถือว่าเป็นท่ารถบัสของทุกๆ คันเลยนะครับ เคาเตอร์จำหน่ายบัตร ใน Ticket Office ของ Highway Bus Terminal แห่งใหม่ หลัง จากเข้าไปในสถานีแล้ว ก็ไปซื้อตั๋วที่นี่เลยครับ หรือถ้าใครจองออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์มาก่อน ก็เอาใบที่เราปริ้นท์จากเว็บ ไปยื่นจ่ายเงินที่นี่ได้เช่นกัน (ปกติจะเป็นเคาท์เตอร์ 4-8 นะครับ แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้) สำหรับใครที่ต้องการจองออนไลน์ก่อน เข้าไปจองได้ที่นี่ >> Highway bus to Kawaguchiko ภาพภายในสถานีรถบัสแห่งใหม่ (Highway Bus Terminal) ภาพภายในบัสที่ไป คาวากุชิโกะ ครับ จาก นั้นก็ออกเดินทางจากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) เพื่อไป คาวากูชิโกะ (Kawaguchiko) เป้าหมายของเรา บนรถบัส สามารถซื้ออาหารมาทานได้นะครับ แต่ห้ามคุยโทรศัพท์, ห้ามเสียงดังรบกวนคนอื่น ภาพภายในบริเวณสวนสนุก ฟูจิคิว (Fuji Q Highland) หลังจากรถบัสวิ่งมาได้ราวๆ 1 ชั่วโมง จุดแรกที่จอดใน Kawaguchiko ก็คือ Fuji Q Highland หรือสวนสนุก ฟูจิคิว ไฮแลนด์นั่นเอง แต่ทริปนี้ผมไม่ได้เล่นนะครับ มันเสียววว ฮ่าๆ ภาพสถานี Kawaguchiko Station ในวันที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิเต็มๆ ตา (ภาพนี้ผมถ่ายวันที่ 2 นะครับ วันแรกที่ไป ฟ้าครึ้มมองไม่เห็นฟูจิเลย) และสถานีปลายทางคือ Kawaguchiko Station ครับ พอลงจากรถบัส สิ่งแรกที่ทำก็คือ ติดต่อ Tourist Information เพื่อให้เขาติดต่อไปที่โรงแรม ให้รถของโรงแรมมารับครับ ง่ายๆ เพียงแค่จดเบอร์ให้เขา บอกว่าโรงแรมอะไร เราชื่ออะไร แล้วเขาก็จะบอกว่าให้ออกไปรอรถได้เลย ทางขวาของสถานี (เป็นจุดที่รถโรงแรมทุกที่จะมาจอดรับบริเวณนี้ ขึ้นให้ถูกคันก็ไปถึงโรงแรมแน่นอนครับ) หน้า โรงแรม Hotel New Century ในวันที่ฟ้าครึ้มๆ พักที่นี่ถ้าเป็นได้ ควรจองตึก B นะครับ จะใหม่กว่า และที่สำคัญ ระเบียงจะไม่มีผนังกั้น นอนมองฟูจิได้เต็มๆ ตากว่าตึก A ถึงแล้วโรงแรมที่เราจะพัก เป็นเวลา 2 คืน ที่นี่ Hotel New Century เป็นโรงแรมที่บรรยากาศใช้ได้ และที่สำคัญ มีต้นซากุระอยู่หน้าโรงแรม เพียงต้นเดียวที่กำลังบานในตอนนี้ (หลายๆ ต้นในละแวกนี้ ยังตูมๆ) ดังนั้น ต้นซากุระต้นนี้ถือว่าเป็นจุด Land mark ให้คนมาถ่ายรูปคู่กับภูเขาไฟฟูจิกันมากมาย (ไว้จะรีวิวโรงแรมอีกรอบนะครับ) เรามาถึงโรงแรมราวๆ บ่าย 3 โมงกว่าๆ และจอง Deluxe Dinner เอาไว้ 6.00 น. หลังจากเช็คอินแล้ว ก็มีเวลาเดินเล่นรอบๆ ทะเลสาปอีก ราวๆ 2 ชั่วโมงกว่า จุดนี้ มองจากหน้าต่าง ระเบียง ชั้น 2 ของโรงแรมโฮเทลนีวเซ็นจูรี่ จริงๆ แล้ว ต้องเห็นภูเขาไฟฟูจิแล้วนะครับ แต่วันนี้อากาศไม่ดี มีเมฆมาบัง มองไม่เห็น (ฝากไว้ก่อน พรุ่งนี้เช้าเจอกันแน่คุณฟูจิ) เดิน ชมทะเลสาป แบบฟ้าครึ้มๆ ตลอด แต่แปลกดี ฝนไม่ตกเลย อากาศเย็นสบาย เราก็เลยออกเดินไปเรื่อยๆ ย้อนไปทางที่รถมาส่งเรา มองๆ ดูก็ไม่ไกลมาก ก็เลยลองเดินดูวิว บรรยากาศแบบครึ้มๆ ไปเรื่อยๆ เดิน ลัดเลาะทะเลสาปไปเรื่อยๆ ห๊ะ นี่มันกระเช้านี่หว่า ก็แสดงว่า ตรงนี้ ถึงป้ายที่ 10 - 11 แล้วนี่หว่า ตรงนี้แหละ ที่เป็นจุดชมวิว นั่งกระเช้า Kachi Kachi Ropeway สรุปแล้ว จากโรงแรมซึ่งอยู่ป้าย 14 เดินมาที่กระเช้าก็ไม่ได้ไกลมากเดินเล่นสบายๆ แต่ใครไม่อยากเดิน ก็นั่ง Retro Bus กันได้เลยครับ แต่วันนี้เรายังไม่ขึ้น เพราะขึ้นไปก็ไม่เห็นฟูจิอยู่ดี ไว้พรุ่งนี้เราจะมาขึ้นกระเช้ากันครับ. เลยจุดป้ายรถบัสป้ายที่ 10 มานิดหนึ่ง จะมีร้าน Lawson หาซื้อของกินกักตุนกันได้เลย แล้วตรงนี้จะมีป้ายบอกชื่อทะเลสาป Lake Kawaguchiko ถือว่าเป็นจุด Land mark ของนักท่องเที่ยวเลย สามารถชมวิว ล่องเรือ หรือจะเช่าเรือถีบ เรือยนต์ ก็มีนะครับ นอก จากนี้ในบริเวณนี้ยังมีร้านขายของฝาก ไอศครีม, cake ให้เลือกซื้อกันได้ด้วยนะ แต่ร้านอาหารอาจจะหายากไปหน่อยครับ นอกจากซื้อของกินใน Lawson ที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกัน หลังจากนั้น เราก็เดินกลับโรงแรม เพื่ออาบน้ำ และพักผ่อน ก่อนที่จะไปทานข้าวมื้อเย็นมื้อแรกของ โรงแรม Hotel New Century ครับ (สรุป แล้ว ตอนแรกกะว่าจะซื้อ R Coupon ซึ่งเป็นบัตรขึ้นรถ Kawaguchiko Sight Seeing ก็ไม่ได้ซื้อแล้ว เพราะคิดว่าไม่ได้เที่ยวป้ายอื่นๆ เลย ส่วนที่จะไปก็เดินเอาไม่ไกลมากครับ) Dinner เปิดเวลา 18.00 - 19.30 น. เท่านั้น และ แล้วก็ได้เวลาดินเนอร์ ในสไตล์ญี่ปุ่น ที่เราจองเอาไว้ อาหารของที่นี่ถือว่าใช้ได้ สำหรับคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น มีทั้งซูชิ ซาซิมิทุกมื้อ แต่จะคละสลับกัน เพื่อไม่ให้แขกเบื่อ และในแต่ละมื้อ แขกสามารถเลือก Main Dish ได้ครับ แต่ละคนจะเลือกเหมือนกัน หรือแยกกันก็ได้ หลักๆ ก็จะเป็น Lobster, ขาปู นอกนั้นก็จะเป็น สุกี้, ชาบู, สเต็กเนื้อ แล้วแต่เราจะเลือกครับ แต่ละอย่างก็อย่างละนิดละหน่อย กระจุ๋มกระจิ๋ม แต่มีหลายอย่าง อิ่มแปร้กันเลยทีเดียว หลังจาก Dinner เสร็จแล้ว ก็กลับห้องพัก ซึ่งที่นี่เราจองเป็นแบบ Japanese Style หรือแบบเรียวกังครับ คือไม่มีเตียง ปูที่นอนบนพื้นนอน ใส่ชุดยูกาตะ หมอน ผ้าห่ม แค่นั้น แต่ก็อบอุ่นใช้ได้เลย สำหรับโรงแรมนี้จะมีออนเซ็นด้วยนะ เพียงแต่เป็นแบบรวม แยกชาย-หญิง และจะมีเวลาให้ใช้ไม่ตรงกัน ก็เลือกไปใช้บริการกันได้ ส่วนผม ยังไม่ด้านพอครับ เลยยังไม่กล้าลงออนเซ็น (ฮ่าๆ) และแล้วก็ได้เวลาพักผ่อน เพื่อเที่ยวเต็มๆ ในวันรุ่งขึ้น ฝากไว้ก่อนฟูจิ พรุ่งนี้ เจอกัน.... ติดตาม ต่อได้ในสัปดาห์หน้าครับ เที่ยวญีปุ่นด้วยตัวเอง วันที่ 2 (ชมซากุระที่เจดีย์แดง, ขึ้นกระเช้าคาชิคาชิ, เดินตลาด Hand made ในงาน Cherry Blossom Festival) ก่อนจากกัน สำหรับบทความแรก ฝากไว้ก่อน 1 รูป ฟูจิมาทักทายตั้งแต่ ตี 4 ริมหน้าต่าง เบ้อเริ่มจนตะลึง มิน่า ใครๆ ก็อยากมาเห็น ฟูจิซัง ฉันรักเธอ วันที่ 2 (9/4/2559) หลัง จากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และเดินชมวิวรอบทะเลสาป ทานข้าวเย็นแล้ว กลางคืนอากาศเย็น เราไม่ได้ไปเดินไหนต่อเลยเข้านอนแต่หัวค่ำ (ราวๆ 3 ทุ่ม) ปกติเวลานี้ หลายๆ คนอาจจะรอไปออนเซ็นกัน เพราะยิ่งดึกๆ คนน้อย ความกล้าในการลงบ่อออนเซ็นก็มีจะมากขึ้น พอตื่นตอนตอนเช้า เรียกว่าก่อนไก่โห่เลยก็ว่าได้ เพราะตอนนั้นเป็นเวลา ตี 4 หลังจากลุกจากที่นอนมองไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่เราเฝ้ารอก็ปรากฏโฉม สุดประทับใจ ใหญ่เบ้อเริ่ม สวยมากๆ ไม่ใช่ใคร เขาคือ "ฟูจิ" สิ่งที่นักท่องเที่ยวที่มา Kawaguchiko ต้องการพบเจอมากที่สุดกว่าใครเพื่อน ความประทับใจนี้ เรียกว่า หาอะไรมาเทียบไม่ได้เลยครับ ฟูจิเต็มๆ ตา ที่มองออกมาจากห้องนอน งดงามยิ่งนัก  เมื่อสว่างแล้ว จุดนี้ก็เป็นที่ๆ นักท่องเที่ยวหลายๆ คนต่างมาถ่ายภาพคู่กับต้นซากุระ ที่มีฟูจิเป็นฉากหลังอันงดงาม หลัง จากนั้น ก็ได้เวลา Breakfast อีกแล้ว ซึ่ง Package ที่ผมจาก เป็นแบบ Dinner Deluxe และมีอาหารเช้าเหมือนกัน แต่เป็น Set คล้ายกับช่วง Dinner มื้อ เช้าของที่นี่ (เปิดเวลา 7.00 น.) จะเห็นว่าคล้ายๆ กันกับมื้อเย็น แต่อาหารเปลี่ยนไป ของจะดูน้อยกว่า แต่ก็เติมข้าวต้ม, ซุป ได้ตลอด เมื่ออิ่มแล้ว ราวๆ 8.30 จะมีรถจากโรงแรม (มีส่งทุกๆ 30 นาที) ไปส่งที่สถานี Kawaguchiko Station เพื่อเดินทางไปเที่ยวจุดอื่นๆ กันต่อไป ซึ่งทริปของวันนี้ เรามี Plan เที่ยว 3 ที่หลักๆ ครับ คือ เจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda) ต้องนั่งรถไฟจาก Kawaguchiko Station ไปลงที่สถานี Shimoyoshida Station (ราคา 300 เยน/คน) (ควรมาช่วงเช้า เวลาถ่ายรูปจะไม่ย้อนแสง) ป้ายที่ 17-18 เพื่อดูเทศกาล Cherry Blossom Festival (จัดเฉพาะช่วงวันที่ 9-17 เมษายน เท่านั้น อาจจะเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาของซากุระบาน) ที่นี่จะมี Music Forest, Art Museum เป็นจุดไฮไลท์นะครับ ถ้ามานอกเทศกาลซากุระ กระเช้าคาชิคาชิ (Kachi Kachi Rope way) จุดที่หลายๆ คนชอบมาถ่ายคู่กับกระต่ายและตัวทานูกิ ที่มีฉากหลังเป็น ฟูจิ (ค่าขึ้นกระเช้า 800 เยน) / หรือใครชอบล่องเรือจุดนี้ก็สามารถซื้อตั๋วแบบคู่ผสม ขึ้นกระเช้า+ล่องเรือได้ในราคาประหยัดกว่า แต่เราไม่ล่องเรือครับ เลยนั่งกระเช้าอย่างเดียว เมื่อถึงสถานี Kawaguchiko Station แล้ว ที่นี่มีอีกจุดที่ต้องถ่ายรูปก็คือรถไฟเก่าๆ ที่จอดหน้าสถานี โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิครับ ว่าแล้วก็จัดสักหน่อย สถานีคาวากูชิโกะ สเตชั่น (Kawaguchiko Station) เป็นอีกหนึ่งที่ๆ คนนิยมถ่ายรูปที่มีฉากหลังเป็นฟูจิ หลัง จากเดินชมวิว ถ่ายรูปอีกนิดหน่อย เราก็ไปซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางจากสถานีคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Station) เพื่อไปลงสถานีชิโมโยชิดะ (Shimoyoshida Station) ซื้อ มาเรียบร้อย ค่าตั๋วคนละ 300 เยน เก็บตั๋วไว้ด้วยนะครับ ไปเช้าๆ ดีตรงที่ไม่ค่อยมีคนนี่แหละครับ ในตั๋วนี้เราขึ้นเวลาราวๆ 8.40 น. ของวันที่ 9/4/2016 รถไฟจะวิ่งราวๆ 15 นาทีจาก สถานีคาวากูชิโกะ เพื่อไปลงสถานทีชิโมโยชิดะ โดยจะผ่าน Fuji Q และจอดสถานทีต่างๆ เช่น สถานี Fuji Station แล้ววิ่งย้อนกลับไปทาง Shimoyoshida อีกทีนะครับ ตรงสถานที Fuji Station ถ้าโชคดีจะเจอรถไฟที่เป็นรูปฟูจิตัวการ์ตูนน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปด้วยนะ ไม่ ได้ขึ้น ได้ถ่ายรูปก็ยังดีนะครับ (สายนี้จะเป็นสาย Fuji ไปลง Otsuki นะครับ ซึ่งถ้าเช็คเวลาดีๆ บางทีอาจจะได้ขึ้นขบวนที่เป็นลายโทมัส ก็ได้นะ) นั่งแป็บเดียว ก็ถึงสถานี Shimoyoshida Station แล้ว พอออกจากสถานี ทางที่จะเดินไปเจดีย์แดง จะอยู่ทางขวามือนะครับ เดินไปตามธงที่ปักไว้ตลอดทางไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มเห็นทางที่เดินไปสู่เจดีย์แดง 5 ชั้นแล้ว เดินไปตามธงสีชมพูแดงนี่ไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นทางขึ้นเจดีย์แดง 5 ชั้นแล้วครับ ระยะทางไม่ไกลมาก น่าจะราวๆ 700 เมตร จากสถานีรถไฟ ถึงแล้วจุดแรก ที่เป็นทางขึ้นไปเจดีย์แดง ซากุระที่นี่เริ่มบานแล้ว บางต้น (ณ 9/4/2559) เดินขึ้นไปอีกหน่อย ก็จะเจอเสาโทริอิ ที่แสดงให้รูว่า ที่นี่คือศาลเจ้า หรือเป็นเขตศาลเจ้านั่นเอง เลย เสาโทริอิ ไปนิดหนึ่งจะเป็นลาน ขายของทั้งไอศกรีม, เกี๊ยวซ่า, น้ำดื่ม อื่นๆ หลายอย่าง ส่วนทางซ้ายจะมีศาลเจ้าให้ไปไหว้ เคาะระฆัง ได้ตามศรัทธาครับ   จาก นั้นก็ได้เวลาฝึกความอดทนกันละครับ เดินขึ้นบันไดเพื่อไปสู่ชมเจดีย์แดง 5 ชั้น ด้านบน เขาบอกว่า ราวๆ 400 ขั้นนะ (เห็นว่ามีป้ายบอก 300 กว่าๆ แต่ลืมถ่ายรูปมา) ถึง แล้วเจดีย์แดง 5 ชั้น (Chureito Pagoda) แต่จุดนี้ ยังไม่ใช่จุดที่คนนิยมถ่ายรูปนะครับ ต้องเดินขึ้นไปอีกนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านหลังเจดีย์นี้ครับ และแล้ว ก็ถึงจุดที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูป เจดีย์แดงที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ ภาพนี้มีเมฆบังนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าดีมากครับที่มีฟูจิให้เห็น หลายๆ คนจะเคยเห็นภาพนี้บ่อยๆ จากโฆษณาต่างๆ แค่นี้ก็เป็นบุญตาแล้ว ก่อน กลับเราแวะไปไหว้ศาลเจ้า Arakura Sengen ที่ลานที่เราผ่านช่วงแรก โดยทางซ้ายมือจะมีบ่อน้ำให้เราล้างมือบ้วนปากก่อนเข้าศาลเจ้า สามารถทำบุญใส่ตู้บริจาคแล้วเคาะระฆังได้ หรือจะไปไหว้เฉยๆ ก็ได้ครับ ลงมาจากเจีย์แดงแล้ว เราก็เดินกลับมาที่สถานีรถไฟ Shimoyoshida เพื่อนั่งรถไฟกลับไปที่ สถานี Kawaguchiko แต่ ระหว่างทางเราเดินชมบ้านเมืองเขา ไปซื้อของในร้านขายผัก ผลไม้ ที่อยู่ในหมู่บ้าน แล้วค่อยเดินไปสถานี ซึ่งเดินๆ ดูแบบนี้ ก็ดีเหมือนกัน เห็นวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นที่อยู่นอกเมือง ก็ดูดี คล้ายๆ บ้านเราเหมือนกันครับ ดีไปอีกแบบนะ เรา กลับมาถึงสถานี Kawaguchiko Station ราวๆ เที่ยง เริ่มหิวแล้ว ก็เลยเดินหาของกินแถวๆ นั้น หาร้านนั่งกินยากเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นตึกต้องขึ้นไปกินชั้นบน ไม่ก็หาซื้อของกินในสถานี (มีร้านอาหารเหมือนกัน) แต่เราจะลองเดินหาร้านนอกสถานีกิน ก็ไปเจอร้าน Tempura Restaurant ลองแวะไปชิมดูก็ใช้ได้ เข้าไปเจอคนไทยหลายโต๊ะเลย (ทริปสงกรานต์ ไปทางไหนก็มักจะเจอคนไทย) ร้าน Tempura Restaurant อยู่ทางซ้ายของสถานี Kawaguchiko พอออกจากสถานี ให้เดินทางไปทางซ้าย ตามถนนไปเรื่อยๆ ผ่าน Lawson อีกนิดหน่อย ก็ถึงแล้วครับ เป้าหมายต่อไป เราจะเดินทางไปช้อปปิ้ง ที่ Cherry Blossom Festival เพราะเห็นเขาบอกว่า เทศกาลนี้จะมีเฉพาะช่วงซากุระบาน ริมทะเลสาปคาวากูชิโกะ ที่นี่จะมีของแฮนด์เมด, แฮนด์คราฟท์, สินค้าชาวบ้านมาวางขาย ขนมนมเนย, ของกินก็มีเหมือนกัน งานจะจัดขึ้นที่ป้าย 17 - 18 (แนะนำว่าลงสถานี 18 เลยจะใกล้กว่า แต่ลงสถานี 17 เดินนิดหน่อยก็ถึงนะ แถมด้วยวิวสวยๆ ริมทะเลสาปคาวาฯ ถ่ายรูปกับซากุระริมทะเลสาปสวยๆ ได้อีกเยอะแยะ) เริ่มต้นที่สถานี Kawaguchiko Station ด้วยรถบัส รถบัสที่นี่จะมีสองสายนะครับ คือ Red Line กับ Green Line และรถจะมี 2 แบบคือ Retro Bus กับ Evergreen Shuttle จริงๆ ก็ขึ้นได้ทั้งสอง แต่คนไทยนิยมขึ้น Retro Bus เพราะมันเก๋ไก๋สวยดีนะ ที่ต้องเลือกให้ดีก็คือ Red Line หรือ Green Line เพราะจะวิ่งไม่เหมือนกัน โดย Red Line จะวิ่ง Kawaguchiko Lake ส่วน Green Line จะวิ่ง Saiko Lake นะครับ ต้องดูดีๆ ปกติถ้าขึ้นที่สถานี ที่พื้นจะเขียนบอกว่าเป็น Red Line หรือ Green Line นะ (ถ้าขึ้นลงบ่อยๆ แนะนำให้ซื้อ Pass ดีกว่ามีพ่วงล่องเรือ+ขึ้นกระเช้าด้วย คุ้มกว่าครับ) รถบัสที่ Kawaguchiko Station ภาพบน Retro Bus ภาพล่าง Evergreen Shuttle และยังมีคันรูปแบบอื่นอีกนะ เพียงแต่ต้องดูว่า เป็น Red Line หรือ Green Line ให้ถูกก็พอ ส่วนใหญ่เราเที่ยวรอบ Kawaguchiko ก็จะนั่ง Red Line ครับ นั่งไปลงที่ป้าย 17 ซึ่งที่นี่จะมีที่เที่ยวหลักๆ คือ Music Forest ค่าเข้าแพงเราเลยไม่ได้เข้า และเราไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ที่เราสนตอนนี้คือ ช้อปปิ้ง ริมทะเลสาป ริมทะเลสาป จะมีต้นซากุระ ที่มีดอกย้อยลงมาให้ถ่ายรูปเป็นระยะๆ ครับ เสียดายเรารีบๆ เดินไปช้อปปิ้ง เลยไม่ค่อยได้เก็บภาพริมทะเลกันสักเท่าไหร่ ได้มาแบบมุมไม่ค่อยดี ภาพดูมืดๆ ไปหน่อย และแล้วก็มาถึงจุดที่จัดงาน Cherry Blossom Festival พอดีเรามาวันแรกของงาน และของยังมาวางไม่หมด เลยยังไม่ค่อยมีร้านน่าสนใจเท่าไหร่ครับ ของส่วนใหญ่เป็นของพื้นเมืองชาวแถวๆ นั้น ทำมือ แต่ก็ดูดี มีสไตล์ และเป็นสินค้าไอเดีย แบบชาวญี่ปุ่นพื้นเมืองแท้ๆ บางร้านมีเขียนภาษาไทยด้วย และบางร้าน เจ้าของเป็นฝรั่ง แต่พูดภาษาญี่ปุ่นปร๋อเลย เดินสักครึ่งชั่วโมงก็หมดแล้วครับ ไม่รู้จะดูอะไรต่อ ข้าวก็กินมาแล้ว จริงๆ แถวนี้มีร้านที่คนมาออกบูธขายอยู่นะ เสียดายที่เรากินเท็มปูระ มาซะอิ่มเลย เลยไม่ได้อุดหนุนร้านอาหารแถวนี้ เดินไปอีกนิดนึงก็เจอ Art Museum และ ละครลิงทางขวา ไม่ใช่แนวเรา ก็เลยตัดสินใจนั่ง Retro Bus เพื่อไปลงป้ายที่ 10 เพื่อไปขึ้นกระเช้า Kachi Kachi Rope way กันต่อดีกว่า นั่ง Retro Bus สุดประทับใจ โดยเฉพาะคนขับผู้หญิง พูดได้หลายภาษาทั้ง จีน, ญี่ปุ่น, อังกฤษ และที่สำคัญพูดเสียงดังมาก และพูดมากทีเดียว แหะๆ และแล้วก็ถึงทางขึ้นกระเช้า Kachi Kachi Rope way เดินขึ้นไปซื้อตั๋วชั้นบน ช่วงเวลา 4 โมงเย็น คนเยอะแล้ว เสียเวลาต่อแถวซื้อนิดหน่อย ถ้าใครมี Pass น่าจะขึ้นได้เลยนะครับ  ทางขึ้นไปซื้อตั๋ว ช่วงเย็นๆ คนเยอะเหมือนกันครับ แต่อย่าลืมว่า กระเช้าจะปิดบริการเวลา 17.30 น. นะครับ ถ้าจะขึ้นกระเช้าควรมาก่อนเวลาสักหน่อย ยิ่งเย็นคนก็เยอะด้วย ถึงยอดเขาข้างบนแล้ว ต้องไปถ่ายรูปคู่กับกระต่ายและตัวทานูกิ ในตำนานครับ กว่าจะว่างให้ถ่ายรูปก็รอนานเลยช่วงคนเยอะๆ อีกจุดหนึ่งที่คนนิยมถ่ายรูป ใครอ่านตำนานกระต่ายกับตัวทานูกิมา จะรู้ว่าทำไมกระต่ายต้องทำร้ายตัวทานูกิ ไว้ว่างๆ จะหามาให้อ่านนะครับ เป็นตำนานของญี่ปุ่นเกี่ยวกับเขา Kach Kachi เลยนะ เลยไปนิดหนึ่ง มีทางเดินสำหรับคนต้องการปีนเขานะ แต่เขาเตือนไว้แล้วว่า ระวังกันเอาเอง และควรกลับมาก่อนกระเช้าจะปิดบริการนะครับ ไม่งั้นได้เดินลงเขาเองแน่ อีกจุดหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ คนถ่ายรูปเยอะๆ ก็คือรูปกระต่ายคู่กับฟูจิ แต่มุมนี้ เสียดายมีจานดาวเทียมมาบังนะ แต่ถ้าเดินถ่ายหามุมดีๆ ก็น่าจะได้สวยๆ กว่านี้ แต่วันนี้คนเยอะครับ เลยขี้เกียจรอ ได้มาแบบนี้ก็โอเคล่ะ อีกมุมหนึ่งของร้านขายของที่ระลึก ร้านดังโหงะ อร่อยๆ (หรือเปล่า) ก็มีระฆังและรูปหัวใจให้ถ่ายมุมทะลุไปทางฟูจิได้ แต่คนเยอะ เลยถ่ายอีกมุมหนึ่งแทน ใครมีเวลาก็ไปถ่ายจุดนี้กันได้ครับ เย็นแล้ว ตอนนี้เวลาประมาณ 17.xx น. เราก็ลงมาแล้ว เก็บภาพบรรยากาศมุมสูงของ Lake Kawaguchiko กันแบบย้อนแสงมาฝาก ลงไปด้านล่าง เราก็แวะซื้อของกินที่ร้าน Lawson แล้วก็เดินกลับโรงแรม Hotel New Century อีกเช่นเคย เก็บภาพสวยๆ ริมทะเลสาป และต้นซากุระ ไปเรื่อยๆ กลับโรงแรมให้ทันเวลา Dinner แล้วก็พักผ่อน เตรียมตัวเดินทางกลับชินจูกุ เพื่อเที่ยวในแผนต่อไปคือ Gala Yuzawa, Nikko, Kamakura และ Yokohama โดยใช้ JR Tokyo Wide Pass ให้คุ้มค่ากัน รอติดตามชมรีวิวกันต่อนะครับ ขอบคุณครับ ปล. มีอะไรสงสัย คอมเม้นท์ถามได้นะครับ ยินดีตอบคำถามสำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวฟูจิ ตามทริปนี้ครับ

เผ็ดร้อน! ต้อนรับซัมเมอร์นี้ ของ 5 สาวฮอร์โมน
ชุดว่ายน้ำ /  ซัมเมอร์ / 

แม้ซีรีส์วัยรุ่น ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น จะจบไปแล้ว แต่ความเคลื่อนไหวของสาวๆ ก็มีออกมาให้แฟนคลับได้ติตดามกันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งช่วงซัมเมอร์แบบนี้ สาวๆ ฮอร์โมน ก็ขออัพภาพชุดว่ายน้ำชิคๆ อวดกันหน่อย งั้นมาดูกันซิว่าใครจะเผ็ดร้อน หรือจะออกแนวหวานๆ กว่ากัน เผ็ดร้อน! ต้อนรับซัมเมอร์นี้ ของ 5 สาวฮอร์โมน ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ผลงานล่าสุด - club friday to be continued (ตอน สัญญาใจ) รับบท มิ้ม - U-Prince Series ตอน Playful Comm-Arts ปรากฏการณ์สุดป่วน รบกวนหนุ่มฮอตมารักกัน รับบท ซัง เบลล์ เขมิศรา พลเดช ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรีที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาอังกฤษ-อเมริกันศึกษา (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ British And American Studies (BAS) ผลงานล่าสุด - ซีรีส์มิติรักผ่านเลนส์ ตอน สองเราบนผิวโลก รับบท สาว เก้า สุภัสสรา ธนชาต ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) ผลงานล่าสุด - ภ. บุปผา อาริกาโตะ รับบท ผีบุปผา - ซีรี่ส์ O-Negative รักออกแบบไม่ได้ รับบท ปริม - ซิทคอม ระเบิดเถิดเทิงแดนเซอร์ทะลวงไส้ รับบท ขิม แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา  กำลังศึกษา ณ สถาบันเอสเออีกรุงเทพฯ (SAE Institute Bangkok) สาขาการผลิตภาพยนตร์ดิจิทัล (Digital Film Making) ผลงานล่าสุด - Princess Hours Thailand รับบท คะนิ้ง ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานล่าสุด - U-Prince Series ตอน Gentle Vet นางสาวสวยใสกับคุณชายสะอาด รับบท สวยใส

Soul Arms เกมส์ Action RPG ภาพสวย ระบบน่าเล่น เปิดให้เล่นแล้ว
action rpg /  seoul arms / 

Soul Arms เล่นได้ทั้ง iOS และ Android หลังจากที่ได้เปิด ให้ Pre-register ไปแล้ว พร้อมทั้งแจกของในเกมส์ ทั้งอาวุธ และของสำหรับ upgrade ไปหลายรายการ เกมส์ Action RPG ที่เกมเมอร์ชาวญี่ปุ่น และกลุ่มคนไทยที่ชอบเล่นเกมส์ญี่ปุ่น ต่างรอคอย ก็คงไม่พ้นเกมส์นี้ "Soul Arms"  Soul Arms (ソウルアームズ) เป็นเกมมือถือญี่ปุ่นแนว Action RPG ที่มีจุดเด่นในเรื่องการติดตั้งอาวุธไว้ 2 ชนิด แล้วสลับอาวุธในการโจมตีเพื่อทำคอมโบ ซึ่งทำให้เกิดการโจมตีได้หลากหลายรูปแบบ (ในเกมเรียกระบบนี้ว่า Duel Arm Combination) นอกจากนี้ยังมีระบบการติดตั้งสกิลให้อาวุธ การอัพเกรดและวิวัฒนาการอาวุธและเครื่องป้­องกัน ทำให้ตัวละครเก่งขึ้นอีกด้วย !! Seoul Arms เป็นเกมส์ที่มีกราฟิกสวยงาม และระบบการเล่น ที่แปลกใหม่ พัฒนาโดยค่าย Wright Flyer และเพิ่งเปิดให้เล่นได้ครั้งแรก เมื่อ 25 เมษายนที่ผ่านมานี่เองครับ ทั้งระบบ iOs และ Android หาดาวน์โหลดเล่นได้ฟรี ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ ภาพเกม Soul Arms ดาวน์โหลดเกม Soul Arms ได้ที่นี่ App Store https://itunes.apple.com/jp/app/id998446876 Google Play https://play.google.com/store/apps/details?id=net.wrightflyer.soularms เว็บไซต์หลักของเกม ▼ "Seoul Arms" official site is here http://soularms.wrightflyer.net/ ▼ "Seoul Arms" official Twitter account is here. https://twitter.com/Soul_Arms ภาพตัวอย่างในเกมส์นี้

ที่สุด!! น้องมะลิ จุ๊บภาพพ่อปอ ด้วยความคิดถึง
ข่าว ปอ ทฤษฎี /  ข่าว โบว์ แวนดา / 

โมเม้นท์น่ารักของ น้องมะลิ ลูกสาวสุดรักเพียงคนเดียวของพระเอกตลอดกาล ปอ ทฤษฎี ในงานนิทรรศการถ่ายภาพ "คิดถึงปอ" ภาพความประทับใจของ ปอ ทฤษฎี กับการทำงานในวงการบันเทิงและช่วยเหลือสังคมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดย "มะลิน้อย" ได้โน้มตัวไปจุ๊บแก้ม "พ่อจ๋า" ด้วยความคิดถึง เรียกว่าสร้างความซาบซึ้งกินใจให้แก่คนทั้งงาน นอกจากนั้นระหว่างร่วมพูดคุยบนเวทีทาง แม่โบว์ แวนดา ก็ได้หลั่งน้ำตาแห่งความคิดถึงออกมาอีกครั้ง ขณะที่พูดถึงหนุ่มปอสามีอันเป็นที่รัก มาชมภาพน่ารักๆ ของครอบครัว "สหวงษ์" กันเลยจ้า งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ งานคิดถึงปอ

ชีวิตมีสีสัน! เที่ยวสเปน บาร์เซโลนา-มาดริด กับ 'แพรี่พาย' บิวตี้บล็อคเกอร์สาวสวย
ดาราพาเที่ยว /  บาเซโลน่า / 

สเปน (spain) เป็นประเทศที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะไปเที่ยวสักครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเรื่องของฟุตบอล สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์อีกมากมาย.. เมื่อไม่นานมานี้ แพร อมตา จิตตะเสนีย์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ 'แพรี่พาย' บิวตี้บล็อคเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย เธอไปเที่ยวที่ประเทศสเปน ชมความงามของสถานที่ในประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยวต่งๆ รวมถึงมีของกินแปลกมาเพือนๆ ดูกันด้วย! ชีวิตมีสีสัน! เที่ยวสเปน บาร์เซโลนา-มาดริด กับ 'แพรี่พาย' บิวตี้บล็อคเกอร์สาวสวย แพร อมตา จิตตะเสนีย์ หรือ 'แพรี่พาย' บิวตี้บล็อคเกอร์คนนี้ เธอเป็นอีกหนึ่งสาวที่ชื่นชอบการไปเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในประเทศ หรือต่างประเทศ ว่างเมื่อไหร่ก็มักจะหาเวลาไปท่องเที่ยวพักผ่อนอยู่เสมอ ซึ่งเธอก็จะ เช็คอิน! แชร์ภาพสถานที่สวยๆ พร้อมกับสไตล์การแต่งหน้าในแต่ละวัน ให้คนที่ติดตามได้ชมผ่านเฟสบุ๊คและอินสตาแกรม และทุกคนก็มักจะเห็นรอยยิ้มและความสดใสของเธออยู่ตลอดเวลา ชีวิตมีสีสันสุดๆ! และเมื่อไม่นานมานี้ แพรี่พาย ได้ไปเที่ยวประเทศสเปนพร้อมกับครอบครัว ซึ่งเธอไปเที่ยว เมืองบาร์เซโลนา  (Barcelona) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ เป็นเมืองท่าสำคัญ อีกทั้งยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว กับ เมืองมาดริด (Madrid) เมืองที่ใหญ่ที่สุดของสเปน เยี่ยมชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรมที่สวยงาม รวมถึงอาหารการกินของที่นี้ก็ดูมีสีสัน น่าทานมากๆ อีกด้วย #pearypiearoundtheworld เอาล่ะ ตาม แพรี่พาย ไปเที่ยวสเปนกัน! บาร์เซโลนา (Barcelona)  Casa Milà เป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่ศิลปะใน Eixample  ตึกนี้เป็นผลงานออกแบบของเกาดี และสร้างในปี 1906 ถึง 1912 ทั้งภายในและภายนอกมีการออกแบบตามสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาดี โดยใช้เส้นสายโค้งมน ประติมากรรมแนวเหนือจินตนาการ และรายละเอียดอันประณีตบรรจงบนทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งภายในท่อระบายอากาศ ปัจจุบันที่นี่เป็นที่ตั้งของพื้นที่แกลเลอรี่สำหรับการจัดนิทรรศการ ลานรอบบ้าน ห้องใต้หลังคา ชั้นล่าง พื้นที่บนหลังคา และอพาร์ทเมนต์ La Pedrera เปิดให้ผู้คนเข้าชมเพื่อดูตัวอย่างงานของเกาดี ตึกนี้มีชื่อเล่นว่า La Pedrera ซึ่งมีความหมายว่า "เหมืองหิน" ในภาษาอังกฤษ นั่นเป็นเพราะการออกแบบภายนอกของตึกที่เป็นพื้นผิวขรุขระมีลักษณะคล้ายเหมืองหิน เดิมทีตึกนี้สร้างเป็นบ้านส่วนตัวและมีอพาร์ทเมนต์ให้เช่าที่ชั้นบน UNESCO ขึ้นทะเบียนตึกนี้เป็นอาคารมรดกโลกในปี 1984 Casa Batlló บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ใน Eixample เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นโดย อันตอนี เกาดี (สถาปนิกชื่อดังของโลก) ตั้งแต่ปี 1904 จนถึงปี 1906 ให้เป็นบ้านของผู้ปกครองเมืองผู้มั่งคั่งและครอบครัว หลังจากบูรณะเป็นเวลานานหลายปี บ้านหลังนี้จึงเปิดให้ผู้คนเข้าชมในปี 2002 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ภายในบ้านไม่มีเฟอร์นิเจอร์ แต่ห้องหับต่างๆ ยังคงได้รับการเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพเดียวกับตอนที่ครอบครัว Batlló อาศัยอยู่ ยืนที่ถนนและมองเข้ามาเพื่อชื่นชมความงามของด้านหน้าตัวบ้าน การออกแบบแนวเหนือจริงและการใช้สีฟ้าอ่อนทำให้เกิดความรู้สึกสงบดั่งมหาสมุทร สไตล์เกาดีของจริงจะต้องไม่มีเส้นตรง หลังคาหลากสีมีลักษณะคล้ายกระดูกสันหลังของมังกร หน้าต่างรูปไข่ เสารูปร่างคล้ายกระดูก และกระเบื้องโมเสกหลากสี ถือเป็นผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งของเกาดีก็ว่าได้ Picasso Museum (Museu Picasso) พิพิธภัณฑ์ Barcelona Picasso Museum หรือ พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าของบาร์เซโลนา ที่แห่งนี้มีผลงานของปิกัสโซ มากกว่า 3,500 ชิ้น ทั้งภาพวาด ภาพเขียน รูปแกะสลัก และงานเซรามิกต่างๆ ได้พัฒนามาจากภาพขีดๆ เขียนๆ เมื่อครั้งยังเป็นเด็กจนกลายมาเป็นผลงานแบบคิวบิสม์ที่สำคัญที่สุดหลายชิ้น พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ อยู่ในอาคารหลังใหญ่สไตล์โกธิค ในย่านเมืองเก่าที่คึกคักไปด้วยผู้คน อาคารบางหลังมีอายุยาวนานย้อนไปถึงศตวรรษที่ 13 อาคารทั้งห้าหลังนั้นเชื่อมต่อกันหมด คอลเล็คชันผลงานที่จัดไว้ถาวรของเขาก็ถูกจัดเรียงตามลำดับเวลา แวะพักทานไอศรีม มันจะใหญ่อะไรขนาดนี้! Park Güell (ปาร์กเกวย์) ปาร์กเกวย์คือหนึ่งในบรรดาผลงานชิ้นแรกๆ ของเกาดีในฐานะสถาปนิก ที่นี่เป็นคอมเพลกซ์สวนที่มีองค์ประกอบด้านสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่บนเขาเอลการ์เมล ในเขตกราเซีย เมืองบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 ถึง 1914 เนื่องจากที่แห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุม 0.1718 กม² ทำให้เป็นหนึ่งในงานด้านสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปใต้ และเป็นส่วนหนึ่งในสถานที่ตั้งมรดกโลก ที่เป็นงานของเกาดี โอ้โห .... Sagrada Família (ซากราดาฟามีเลีย) เป็นสถาปัตยกรรมประจำเมืองบาร์เซโลนา ออกแบบโดยอันตอนี เกาดี อีกแล้ว เป็นผลงานที่เรียกว่า โมเดิร์นนิสโมเป็นงานศิลปะเฉพาะถิ่นและเป็นอาร์ตนูโวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลักษณะเด่นของอาคารแห่งนี้จะสังเกตได้ถึงสีที่ตัดกันของหินด้านหน้าและด้านหลังอย่างชัดเจน จะเห็นความแตกต่างกันระหว่างแบบเก่าและแบบที่สร้างต่อขึ้นไหม่ในปัจจุบัน งานชิ้นนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2425 มีกำหนดก่อสร้างหอคอยทั้งหมด 18 หอคอย นับตั้งแต่ปีเริ่มสร้างจนถึงปัจจุบันสร้างเสร็จไปแล้วแค่ 8 หอคอย แม้เกาดีจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ผู้ร่วมงานของเขายังคงสานต่อโครงการโดยอาศัยรูปถ่าย ภาพร่าง และแบบจำลองที่เกาดีทำไว้ แต่แล้วในปี พ.ศ. 2479 โครงการก็ต้องหยุดชะงักเพราะสงครามกลางเมืองในสเปนห้องใต้ดินและแบบจำลองอย่างละเอียดก็ถูกเผาทำลาย แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามทีมงานก็กลับมาทำงานกันต่อ โดยอาศัยภาพร่าง ภาพถ่ายและแบบจำลองอื่น ๆ ที่รอดพ้นจากการถูกทำลาย ภายหลังได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้ออกแบบ แต่ถึงจะใช้เทคโนโลยีมากมายมาช่วย กว่าโครงการนี้จะเสร็จก็อีกยาวไกลถึงปี พ.ศ. 2569 Port Vell, Barcelona Port Vell เป็นท่าเรือเก่าแก่ของเมืองบาร์เซโลน่า ซึ่งเมื่อก่อนจะมีตึกและโกดังเก็บของเก่าๆ เป็นจำนวนมาก จนเมื่อในปี 1992 ประเทศสเปนได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิค ท่าเรือแห่งนี้จึงได้มีการปรับปรุงใหม่ โดยสร้างถนนและอาคาราบ้านเรือนต่างๆ  เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตั้งแต่นั้นมาท่าเรือ Port Vell ก็กลายเป็นแห่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเมืองบาเซโลน่าอีกแห่งหนึ่ง และในปัจจุบันมีเรือยอร์ชจอดเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ให้อารมณ์เหมือนอยู่ชายทะเล บรรยากาศชิวๆ สบายๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์ นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส" ความสูง 60 เมตรอีกด้วย Barcelona, Camp Nou (กัมนอว์) เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ตั้งอยู่ที่เมืองบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1954 และเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2500 ก่อนจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมอีกหลายครั้ง เคยใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี พ.ศ.2525 ฟุตบอลในโอลิมปีกเมื่อปี พ.ศ.2535 เป็นต้น สเปน บาร์เซโลนา เดินทางกันต่อด้วยรถไฟ จากเมืองบาร์เซโลนา ไปยัง เมืองมาดริด มาดริด (Madrid) El Escorial (เอล เอสกอเรียล) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงมาดริด สร้างเพื่อรำลึกถึง ชัยชนะของสเปนเหนือฝรั่งเศส ในสงคราม Saint Quentin ในปี ค.ศ. 1557 พระเจ้าฟิลิปที่ 2 ทรงเลือกทำเลบนเชิงเขาที่สูงจากน้ำทะเลราว 1,028 เมตรด้วยพระองค์เอง และจัดเป็นสิ่ง ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคนั้น เอล เอสกอเรียล ประกอบด้วยพระราชวัง โบสถ์ โรมัน วิหาร คอร์ทยาร์ด หอสมุด โรงเรียน และพิพิธภัณฑ์ โดดเด่นด้วยหอคอย 4 หลังสูง 55 เมตร โดมหลังคาสูงตระหง่าน 92 เมตร อีกทั ้งภายในยังตกแต่งด้วยภาพเขียนศิลปิน มีชื่อ เช่น เอล เกรโก, ทิเชียน, เวลาซเควซ เป็นต้น Puerta del Sol (ปูเอร์ตา เดล โซล) เป็นย่านที่ผู้คนคึกคัก มักใช้เป็นจุดนัดพบของคนที่อยู่ในเมืองนี้ ตั้งอยู่และรายล้อมไปด้วยอาคารสีครีมแบบศตวรรษที่ 18 ลองสังเกตุดูจะมีรูปปั้นหมีตั้งอยู่ตรงใจกลางเป็นจุดที่มีลักษณะเด่น หรือ รูปปั้นคนขี้ม้า (พระเจ้าคาร์ลอสที่ 3) นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นแหล่งช๊อปปิ้งชั้นเยี่ยม มีของแบรนด์เนมให้เลือกซื้อกันเยอะแยะไปหมด! นอกจากนี้ก็ยังมี อาหาร หน้าตาแปลกๆ แบบ 2 อย่างนี้อีกนะ! อันแรกเรียกว่า paella (ปาเอยา) อาหารประจำชาติของประเทศสเปนเชียวนะ ข้าวนำไปหุงในกระทะแบนใบใหญ่ ใส่เนื้อสัตว์ (ส่วนมากใช้อาหารทะเล) และเครื่องเทศ น้ำสต็อก เสิร์ฟบนกระทะร้อน พร้อมตักทานในกระทะได้เลย เมนูที่สอง คือ Churros (ชูโรส) หรือ ปาท่องโก๋สเปน เป็นแป้งทอด มีลักษณะยาวเป็นแท่ง นิยมรับประทานในสเปน ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ โปรตุเกส และสหรัฐอเมริกา โดยมากในสเปน นิยมจุ่มกับช็อกโกแลตร้อนหรือกาแฟนม ซึ่งชาวสเปนนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า ขอบคุณรูปภาพ-ข้อมูล อินสตาแกรม @pearypie , www.expedia.co.th, th.wikipedia.org, http://ayathaitravel.com/

เต้ย พงศกร โต้ควง สา แฟนนอกวงการเที่ยวญี่ปุ่น!! แจงฝ่ายหญิงไปญี่ปุ่นแต่ไม่เจอกัน
เต้ย พงศกร /  สา แฟน เต้ย พงศกร / 

เพิ่งจะเปิดตัวแฟนสาวนอกวงการนามว่า “สา” ไปหมาดๆ สำหรับพระเอกนุ่ม เต้ยพงศกร หลังฝ่ายหญิงทำเค้กมาเซอร์ไพร์สวันเกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโมเม้นท์สุดมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง จน หนุ่มเต้ย ต้องยอมเปิดปากว่ากำลังศึกษาดูใจกับสาวสวยนอกวงการรายนี้อยู่ ล่าสุดมีข่าวเม้าท์มอยว่า หนุ่มเต้ย ได้ควงแฟนสาวนอกวงการไปสวีทหวานกันถึงประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา งานนี้เจ้าตัวได้มีโอกาสชี้แจงต่อหน้าสื่อว่า ตนไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว ส่วนฝ่ายหญิง สา แฟนสาวนอกวงการก็ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนั้นด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้เจอกันเลยที่ญี่ปุ่น สำหรับความสัมพันธ์ในช่วงนี้ไม่รีบร้อนอะไรก็ยังมีการคุยกันเรื่อยๆ ปกติ ตอนนี้ตนอยากโฟกัสงานมากกว่า และกำลังซุ่มฟิตซ้อมเตรียมเทิร์นโปรกอล์ฟ เพราะเป็นอาชีพในฝันตั้งแต่เด็ก!! ขอบคุณภาพจาก IG toey_pongsakorn เต้ย พงศกร-สา แฟนสาวนอกวงการ เต้ย พงศกร-สา แฟนสาวนอกวงการ เต้ย พงศกร เที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว เต้ย พงศกร เที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร เต้ย พงศกร

บี้ KPN ก็เล่นเกมส์ LoL ด้วย เล่นจน แฟนสาวกุ๊บกิ๊บ มาเตือน
League of Legends /  ดาราเล่นเกมส์ / 

ถือว่าอินเลิฟและกำลังมีลูกคนแรก สำหรับคู่รักดารา บี้ KPN และ กุ๊บกิ๊บ ล่าสุด แฟนหนุ่มชื่นชอบกับเกมส์ MOBA ชื่อดังอย่างเกมส์ League of Legends และตั้งใจเล่นเป็นพิเศษ จนกุ๊บกิ๊บต้องมาถามเจ้าตัวเลยว่าชอบเล่นเกมขนาดนี้เลยเชียวหรือ gggubgib36 ชื่อ Instagram ของ กุ๊บกิ๊บ ได้บันทึกภาพขณะ บี้ KPN กำลังเล่นเกมส์ League of Legends เป็นแชมเปี้ยน Jax ซึ่งกำลังอินอารมณ์และตั้งใจเล่นเกมส์เป็นพิเศษ เธอได้พูดคุยกับแฟนขณะเล่นเกมส์พร้อมก่อกวนเล็กๆอย่างสนุกสนาน ขณะที่เจ้าตัวยังอินอารมณ์กับเกมส์ราวกับอยู่โลกในเกมส์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้านฝีมือการเล่นเกมส์ของ บี้ KPN ก็เก่งไม่ใช่น้อยด้วย A video posted by gggubgib36 (@gggubgib36) on Apr 24, 2016 at 1:56am PDT ดูจริงจังมาก...พังบ้านเขาสนุกไหม....สนุกที่สุดในโลกเปล่าเนี่ย โกรธแค้นอะไรเมียรึเปล่าเนี่ย ถึงมาลงในเกมส์เนี่ย ตัวเองตีไม่ยั้งเลย ดูแบบไม่ติดเกมเลย you แบบดูสนใจกันดีอ่ะ ที่รักต้องมีสมาธิ เราต้องสู้เขาให้ได้ [กุ๊บกิ๊บ อธิบายให้ฟังผ่านคลิป] แล้วแฟนๆของคุณเคยมีโมเม้นต์แบบนี้บ้างหรือเปล่า :D

ร้าน Bai Yun (ไบยุน) บุฟเฟ่ต์ติ่มซำกับวิวสวยๆ บนชั้น 60 Banyan Tree Hotel
ติ่มซำ /  บุฟเฟ่ต์ / 

มากันอีกครั้งหลังสงกรานต์กับการรีวิวร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ วันนี้ก็พากันมาที่ร้านอาหารจีนวิวดีกลางใจเมือง กับร้าน Bai Yun (ไบยุน) ที่ โรงแรม บันยันทรี สาทร กรุงเทพ วิวสวยพร้อมกับอาหาร 5 ดาว ทัศนียภาพดี อาหารรสชาติเยี่ยมแบบนี้เป็นอีกหนึ่งที่ ที่จะพาคนรู้ใจมาทานอาหารในบรรยากาศที่โรแมนติกสุดๆ หรือจัดเต็มมื้อใหญ่กับครอบครัวก็ได้ค่ะ รีวิว ร้าน Bai Yun (ไบยุน) @ Banyan Tree Hotel (บันยันทรี โฮเทล) ห้องอาหารจีนไบยุน อยู่ที่ชั้น 60 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ แต่ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 59 ก่อนแล้วค่อยเดินขึ้นบันไดอีกหนึ่งขั้น ไบยุนเป็นห้องอาหารจีนกวางตุ้ง ที่กลางวันจะเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ ส่วนมื้อเย็นจะเป็น A La Carte คำว่า ไบยุน ที่แปลว่า เมฆขาว ก็เหมือนกับบรรยากาศของร้านที่มีหน้าต่างรอบด้าน มองเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจนจากชั้นที่ 60 ของตึก ความสูงขนาดนี้สามารถมองวิวของกรุงเทพฯ ได้ชัดเจน ช่วงตอนกลางวันก็จะเห็นท้องฟ้าสดใส ส่วนตอนกลางคืนจะเห็นแสงสีในเมืองระยิบระยับของเมืองกรุง Set 1 Unlimited Buffet 1. กุ้งทอดฟรุ๊ตสลัด 2. เผือกทอดไส้ไหล 3. ขนมจีบหอยเชลล์ 4. ปลากะพงนึ่งมะนาว 5. เกี๊ยวนึ่งเป๋าฮื้อ 6. ปลาหิมะราดซอสเต้าเจี้ยว 7. ลิ้นจี้ทอดสอดไส้เนื้อปู Set 2 : First Class Dim Sum 1. หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์นึ่งผงกะหรี่ (Steamed Curry Mussel) 2. เนื้อวากิวพันเห็ดเข็มทอง (ราดซอสพริกไทยดำ) (Wagyu Beef Wrapped Inoki Mushroom) 3. เกี๊ยวตับห่าน (Steamed Foie Gras Dumpling) 4. หอยเชลล์นึ่งเต้าซี่ (Steamed Sea Scallop, Black Bean Paste) 5. ก๋วยเตี๋ยวหลอดปูอลาสก้า (Rice Noodle Rool, King Crab) 6. เกี๊ยวกุ้งเห็ดทรัฟเฟิล (Steamed Shrimp Dumpling, Truffles) 7.ก๋วยเตี๋ยวหลอดเป๋าฮื้อ (Rice Noodle Rool, Abalone) 8. ปลาหิมะราดซอสเต้าเจี้ยว (Steamed Snow Fish, Bean Paste) Set 3 : XIA SET สำหรับทาน 1 คน 1. ยำเป๋าฮื้อเส้นแมงกะพรุนน้ำมันงากับผลไม้ (Shredded Abalone, Marinated Jelly Fish, Sesame Oil, Fresh Tropical Fruit Salad) 2.ซุปไก่ดำและกังป๋วยตุ๋นเครื่องยาจีน (Essence of Black Chicken, Conpoy, Ginseng Broth) 3. กุ้งแม่น้ำเจี๋ยนซอสเอ็กซ์โอ (Sauteed River Prawn, X.O. Sauce, Leek) 4. ปลาแบล็คคอดนึ่งซีอิ้ว (Steamed Black Cod, Ginger, Onion, Light Soy Sauce) 5. ข้าวผัดกุ้งคะน้าหมูแดง (Shrimp, Barbecued Pork, Kale Fried) 6. แคนตาลูปเย็น (Chilled Sago, Vanilla Ice Cream, Cantaloupe) เมนู A La Carte 1. หมูกรอบ ทานคู่กับ ซอสหมูสูตรพิเศษ / มัสตาร์ด 2. เป็ดปักกิ่ง (แป้งสูตรพิเศษของทางร้าน) 3. ปลาหิมะอบเต้าเจี้ยว ลูกค้า True : เมื่อสั่งเมนู A La Carte ลดทันที 15 % ตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ ปี 2560 สำหรับสมาชิก MThai ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท 2 รางวัล กติกา ตอบคำถาม จงบอกเหตุผลว่าทำไมถึงอยากไปทานอาหารที่ ร้าน Bai Yun (ตอบที่ช่องคอมเมนต์ด้านล่างคอนเทนต์) แชร์คอนเทนต์นี้ไปที่ Facebook ** ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ควรทำการ ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก ก่อนตอบ และทำการอัพเดทข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ ในProfileของคุณให้เรียบร้อย เพื่อการจัดส่งของรางวัลง่ายขึ้น ผู้ที่มีชื่อได้รางวัลแต่ไม่มีที่อยู่ในการจัดส่ง ทางเราจะถือว่าสละสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันที

วอลท์ ดิสนีย์ เตรียมสร้างภาคต่อ The Jungle Book 2 และ Maleficent 2
Alice Through the Looking Glass /  Angelina Jolie / 

หลังจากที่ค่ายการ์ตูนชื่อดังอย่างมาร์เวลและดีซีคอมมิคต่างเข็นการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ของตัวเองออกมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ทำรายได้ถล่มทลายกลายเป็นช่วงเวลายุคทองของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ ทางฟากฝั่งค่ายการ์ตูนอย่าง วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney) เองก็ไม่น้อยหน้า หลังจากที่นำการ์ตูนสุดคลาสสิคในวัยเด็กมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเช่นกัน และล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่อง The Jungle Book ที่โกยรายได้ในสหรัฐอเมริกาติดอันดับ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิศสุดสัปดาห์ที่สองได้สำเร็จ วอลท์ ดิสนีย์ เตรียมสร้างภาคต่อ The Jungle Book 2 และ Maleficent 2 วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney) ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการที่จะดำเนินการสร้างภาคต่อในภาพยนตร์เรื่อง The Jungle Book 2 โดยได้ผู้กำกับคนเดิมอย่าง จอน ฟาโรว์ (Jon Favreau) มานั่งเป็นผู้กำกับเช่นเดิม และการกลับมาเป็นแม่มดชุดดำอีกครั้งของ แองเจลินา โจลี (Angelina Jolie) ในภาพยนตร์เรื่อง Maleficent 2 ในปีนี้วอลท์ ดิสนีย์ ยังเตรียมภาพยนตร์อีกมากมายไว้ให้ชมกัน อาทิ Alice Through the Looking Glass ภาคต่อของภาพยนตร์เรื่อง Alice in Wonderland ซึ่งจะเข้าโรงภาพยนตร์ในวันที่ 11 สิงหาคม และต่อด้วยภาพยนตร์เรื่อง Pete’s Dragon ของผู้กำกับ เดวิด โลเวอรี (David Lowery) ที่มีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 25 สิงหาคม และการ์ตูนสุดคลาสสิคอีกหนึ่งเรื่องที่จะกลายเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงอย่าง The Beauty and the Beast ที่มีกำหนดเข้าฉายในปี 2017