คว้าแชมป์มวยรอบมาราธอน 2013

เมื่อแม่เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกสวนกลับ
ข่าววันนี้ /  ลูกแต่งตัวโป๊ / 

เตือนลูกแต่งตัวโป๊ ลูกตอกกลับ "แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" วันนี้(23ต.ค.) เป็นปัญหาที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายๆท่านต่างพากันหนักอกหนักใจ เกี่ยวกับการแต่งกายของลูกสาว เพราะแฟชั่นการแต่งกายของวัยรุ่นในปัจจุบันดูจะยิ่งสั้นยิ่งบางขึ้นเรื่อยๆ แม้การแต่งตัวเช่นนั้นอาจเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นไปเสียแล้ว แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอดห่วงไม่ได้ แม้ผู้ปกครองหลายๆท่านพูดตักเตือนบุตรหลานให้ปรับปรุงเรื่องการแต่งตัวให้มิดชิดมากขึ้นด้วยความเป็นห่วง แต่เด็กบางคนอาจจะไม่ยอมฟังหรือทำตามคำแนะนำ อย่างเช่นเรื่องราวของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมที่เป็นคุณแม่ท่านหนึ่ง เธอรู้สึกเครียดและไม่สบายใจ จึงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับบุตรสาวมาระบายพร้อมขอคำแนะนำ ผ่านกระทู้ "เครียดค่ะ ลูกสาวอยู่ปี 2 ใส่ชุดนักศึกษาโป๊มาก เราเตือนไป ก็ด่าเรากลับว่า แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู" (ภาพประกอบข่าว) ผู้เป็นแม่ได้บรรยายเรื่องราวในกระทู้ว่า สามีเพิ่งเสียไปตอนต้นปี ตัวเธอเองเรียนจบแค่ ม.3  ตอนนี้ก็ทำงานในโรงงานรับค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น ขณะที่ลูกสาวของเธอเป็นนักศึกษาชั้นปีที่2 ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เมื่อตอนปี 1 ลูกสาวแต่งตัวเรียบร้อยมาก ใส่กระโปรงเลยเข่าและใส่เสื้อซับในทุกครั้ง แต่พอขึ้นปี 2 กลับแต่งตัวโป๊ขึ้น คือใส่กระโปรงทรงสอบสั้นๆประมาณครึ่งขาอ่อนได้ แล้วก็ไม่ใส่เสื้อซับในด้วย ทำให้เธอรู้สึกหนักอกหนักใจมาก เธอตัดสินใจพูดตักเตือนลูกสาวอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง แต่คำพูดของลูกทำเอาคนเป็นแม่อย่างเธอถึงกับจุกอก และข้อความดังต่อไปนี้คือการสนทนาของผู้เป็นแม่ที่เป็นเจ้าของกระทู้กับลูกสาว แม่ : แม่ว่าลูกแต่งตัวโป๊ไปนะลูก ลูกสาว : เดี๋ยวนี้ใคร ๆ เขาก็แต่งแบบนี้กันนะแม่ แม่ : มันอันตรายนะ เสื้อซับในลูกก็ไม่ใส่ ตอนซ้อมลีด ถ้าเหงื่อออกมาก ๆ จะทำยังไง มันเห็นไปถึงไหนต่อไหนนะ ลูกสาว : ไม่มีใครมามองหรอกแม่ พวกที่ซ้อมลีดด้วยกันก็ไม่เห็นมีใครใส่ เหงื่อออก แป๊บเดียวก็แห้งแล้ว แม่ : เวลาเหงื่อออกแล้วเห็นเสื้อใน มันดูไม่งามนะลูก ลูกสาว : แม่ไม่ต้องห่วง หนูดูแลตัวเองได้ พูดอยู่นั่นแหละ แม่ : แม่พูดเพราะแม่ห่วง ตอนนี้เราก็เหลือกันอยู่แค่สองคน ลูกสาว : แม่พูดซ้ำ ๆ แบบนี้มากี่รอบแล้วนี่ หนูบอกแล้วไง หนูดูแลตัวเองได้ เรา : ... ลูกสาว : แม่เรียนมาน้อย อย่ามาสอนหนู แม่ : (น้ำตาแทบไหลอะค่ะ) เธอบอกว่าไม่เป็นห่วงเรื่องการเรียนของลูกเลยเพราะผลการเรียนของลูกดีมาก แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือการแต่งตัว เพราะเธอเกรงว่าในอนาคตอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกกลัวลูกจะไม่ปลอดภัย ภายหลังเรื่องของเธอถูกเผยแพร่ ผู้คนบนโลกโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจและเข้ามาแสดงความคิดเห็นภายในกระทู้ของเธอเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาให้กำลังใจคุณแม่ท่านนี้ เนื่องจากลูกสาวของเธออยู่ในช่วงวัยรุ่น ก็ค่อยๆพูดค่อยๆแนะนำกันไป ขณะที่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า คำพูดที่ลูกสาวพูดว่าแม่เรียนมาน้อยเป็นคำพูดที่ไม่ควรพูด และควรตำหนิลูก บ้างก็แนะนำให้ใช้ไม้แข็งในการสอนลูกบ้าง เพื่อให้ลูกได้รู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ส่งเสียให้ลูกเรียนสูง ๆ ก็มาจากแม่ที่เรียนจบเพียง ม.3 คนนี้ ขอบคุณกระทู้ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอมหมายเลข 1787551  MTHai News ___________________________________________ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แฟชั่นชุดนักเรียน ของแต่ละประเทศ นักศึกษาประเทศลาว น่ารักใสใสอมชมพู

10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก
10 อันดับ /  ที่พัก / 

ความแตกต่างของที่พักแต่ละที่นั้นมีความแตกต่างกันออกไป ว่าจะใช้จุดไหนเป็นจุดดึงดูดลูกค้า และวันนี้ทาง Travel.mthai.com ขอแนะนำที่พักที่มีชื่อสุดแปล๊กแปลกและมันเป็นอะไรที่สุดติ่งกระดิ่งแมวมากๆเลยล่ะ แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม เลื่อนไปชมกันเลยดีกว่า 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 1. เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel)      โรงแรมเมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับสีสันของภูเก็ต ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเดินทางไปถึงสนามบินได้ภายใน 45 นาที อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกมวยไทย, ไซม่อนคาบาเร่ต์, ถนนกลางคืนบางลา, หาดป่าตอง รวมถึงศูนย์การค้าจังซีลอน ในระยะเดินถึง      ส่วนของห้องพักทั้งหมด 83 ห้อง ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพัก อาทิ มินิบาร์, ตู้นิรภัย, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมบริการทำความสะอาดทุกวัน นอกจากนี้ด้านนอกของโรงแรมยังมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบเปิดโล่ง ปิดท้ายด้วย ห้องอาหารสุดหรู ให้คุณอิ่มเอมกับเมนูอาหารเลิศรสในบรรยากาศสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> เมียจ๋า (Meir Jarr Hotel) _________________________________ 2. ราชา (The Racha)      ราชา (The Racha) รีสอร์ทหรูระดับพรีเมี่ยม บนเกาะราชาใหญ่ทางตอนใต้ของภูเก็ต ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบายในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนราวกับได้พักผ่อนอยู่ในวังของพระราชา วิลล่าที่ให้บริการทุกหลัง มาพร้อมระเบียงชมวิวส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสากล      ภัตตาคารในรีสอร์ท ประกอบด้วย Earth Café ที่ดินเนอร์บรรยากาศดีบนระเบียงกลางแจ้ง, Fire Grill  อิ่มอร่อยกับพิซซ่าและพาสต้าในมื้อกลางวัน และอาหารเลิศรสสำหรับมื้อค่ำ รวมถึง Ice Bar และ Club Del Mar ที่พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลเย็นๆ นอกจากนี้ ยังมี Sun Set Beach ที่ให้บริการบาร์บีคิวทะเลและสเต็กเนื้อนุ่มริมอ่าวทะเล และรีสอร์ทแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ใครต่อใครต่างหลงเสน่ห์ในบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายสู่การพักผ่อนสุดพิเศษบนชายหาดที่สวยงามราวกับภาพวาด   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ราชา (The Racha) _________________________________ 3. ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin)      ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) บูติครีสอร์ทสไตล์ไทยๆ ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ระหว่างชะอำกับหัวหิน ท่ามกลางสวนสวย พร้อมกลิ่นหอมจากต้นจันทน์เทศที่ปลูกเรียงรายไว้รอบรีสอร์ท เพื่อสร้างความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าพัก ห้องพักของที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ไทยประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นห้องแบบ Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องนั่งเล่น, Deluxe Terrace ห้องพักวิวสวน หรือ Deluxe Sea Terrace ห้องพักวิวทะเล นอกจากนี้ ด้านนอกยังมี สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ บนชายหาดส่วนตัว และสามารถเพลิดเพลินไปกับ สปาทรีตเม้นท์ ที่ YaiYa Spa หรือจะเลือกดื่มด่ำรสชาติอาหารไทย และอาหารยุโรป ที่ ร้านอาหาร Thai Pas และนั่งกินบรรยากาศชิลๆที่ The Sand Bar   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ยายย่า หัวหิน (YaiYa Hua Hin) _________________________________ 4. บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort)      บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) รีสอร์ทธรรมชาติริมแม่น้ำปาย ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 20 นาที ทัศนียภาพรอบรีสอร์ทสวยงามด้วยวิวภูเขาและทุ่งข้าวสีทองอร่าม ที่นี่บริการห้องพักแบบวิลล่าแยกเป็นหลัง ตกแต่งสไตล์ไทยกลิ่นอายภาคเหนือ      ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับสระว่ายน้ำและจากุสซี่ด้านนอก ซึ่งล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท ยังบริการอาหารเหนือและอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเต็มไปด้วยกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับผู้ที่ชอบความสนุกตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมพายเรือคายัคตามลำน้ำปาย, ล่องแก่งไปกับผู้เชี่ยวชาญ, เดินป่า, ขี่ช้างไปตามทุ่งนา, เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวเขา, แวะชมน้ำตกและบ่อน้ำพุร้อน, เที่ยวสถานที่น่าสนใจในอำเภอปาย ฯลฯ บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท แห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางของผู้ที่รักธรรมชาติอย่างแท้จริง รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> บ้านกระทิง ปาย รีสอร์ท (Baan Krating Pai Resort) _________________________________ 5. อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel)      เมืองกรุงก็มีที่พักสไตล์เมืองนอกกับเค้าเหมือนกัน อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) ที่พักสไตล์อียิปต์สีสันสะดุดตา ที่นี่เหมือนยกเอาสถาปัตยกรรมจำลองของเมืองไคโร ดินแดนทะเลทรายแห่งอียิปต์มาไว้กลางกรุง โดยเนรมิตพื้นที่ในซอยรามคำแหง 65 หรือซอยลาดพร้าว 122 ให้กลายเป็นเมืองแห่งฟาโรต์ ตั้งแต่แรกเห็น ทุกย่างก้าวจากภายนอกจนถึงในห้องพัก จะได้สัมผัสกับบรรดารูปปั้นสฟิงซ์ และรูปภาพโบราณของอียิปต์ จนแทบลืมไปเลยว่าโรงแรมแห่งนี้อยู่ในเมืองไทย ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากถึง 110 ห้อง ทุกห้องแม้จะตกแต่งด้วยสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายเมื่อได้เข้าพัก นอกจากนี้ ยังได้รื่นรมย์กับบริการนวดอีกด้วย   รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> อียิปต์ บูทิก โฮเทล (Egypt Boutique Hotel) _________________________________ 10 ที่พักที่มีชื่อสุดแปลก 6. ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort)      ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) รีสอร์ทสุดชิลทางเหนือของเกาะสมุย ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเก่าเขตแม่น้ำ ตั้งอยู่ริมทางน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาใกล้ๆ ที่ตั้งของฮัทช่านั้นมีเอกลักษณ์ มีทางเดินลงสู่หาดแม่น้ำที่สวยงาม การออกแบบของฮัทช่านั้นเน้นเรื่องความสะดวกสบายและความทันสมัย กระท่อมปูนฉาบทันสมัยออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เข้ากับพื้นกระเบื้องและหลังคามุงจาก "กระท่อม" แต่ละหลังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ตั้งแต่น้ำร้อนจนถึงเฉลียงส่วนตัว มีทั้งห้องติดพัดลมและห้องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เลือกสรรตามความต้องการ กระท่อมตั้งอยู่ริมลำธารที่คดเคี้ยวอยู่ในรีสอร์ท เติมเต็มด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสวนเขียวขจีของฮัทช่า รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> ฮัทช่า รีสอร์ท (Hutcha Resort) _________________________________ 7. สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel)      SLEEP BOX ที่พักบรรยากาศแปลกใหม่ราคาไม่แพง ตอบโจทย์คนที่มีงบประมาณจำกัด SLEEP BOX ตั้งอยู่ริมถนนรัตนโกสินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ไกลจากกาดเมืองใหม่ (ตลาดสดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำปิง) ด้วยรูปทรงของตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่ ซึ่งถูกวางซ้อนกันไว้สองชั้น เว้นที่ว่างระหว่างตู้เอาไว้เป็นทางสัญจร ด้านบนใช้หลังคาเมลัทชีทเพื่อกันความร้อนและฝน ส่วนพื้นที่ภายในแบ่งเป็นห้องพักจำนวน 21 ห้อง ที่ตกแต่งไว้อย่างทันสมัย โซนโถงรับรองก็ใช้ไม้เก่าและไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก รวมไปถึงขวดเปล่าที่ถูกนำมารีไซเคิลเป็นโคมไฟสุดชิค นอกเหนือไปจากภาพลักษณ์อันดุดันของตู้คอนเทนเนอร์แล้ว ที่นี่ยังให้อารมณ์แบบสปอร์ตตี้ สีสันสดใสโดนใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย        รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> สลีป บอกซ์ (SLEEP BOX Hotel) _________________________________ 8. หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass)      หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (Hintok River Camp @ Hell Fire Pass) ที่พักสำหรับนักผจญภัยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันเเสนสงบ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาหินตก จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ที่มีแม่น้ำแควไหลผ่าน และเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าจดจำทางประวัติศาสตร์ มาที่นี่คุณจะได้พักค้างแรมในเต้นท์หรูสไตล์แอฟริกันซาฟารี เต็นท์ทุกหลังมีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวป่าไม้และแม่น้ำแควได้อย่างสวยงาม หรือจะเลือกห้องอาบน้ำแบบกลางแจ้งก็ได้บรรยากาศไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแคมป์ปิ้งที่สนุกตื่นเต้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พายเรือแคนู ล่องแพ ปีนผา บาร์บีคิวกลางแจ้ง และแคมป์ไฟตอนกลางคืน รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส (HinTok River Camp@Hell Fire Pass) _________________________________ 9. พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort)      พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) รีสอร์ทริมทะลในบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้คุณผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติและห้อมล้อมด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในส่วนห้องพักตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฮิปสุดเท่ห์ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น และอินเตอร์เน็ต  Wi-Fi ทุกพื้นที่ นอกจากบริการอันน่าประทับใจแล้ว คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศริมชายหาดส่วนตัว เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆทั้ง ตกปลา ตกหมึก พายเรือคายัค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งริมทะเล พร้อมสระเด็กและจากุซซี่ รวมถึงบริการนวด และอื่นๆอีกมากมาย รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> พบทะเล รีสอร์ท (Meet the Sea Resort) _________________________________ 10. วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt)      รีสอร์ทชื่อน่ารัก วิลล่า ชาช่า เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) ที่พักกลิ่นอายบาหลี ซึ่งถูกออกแบบอย่างเป็นสัดเป็นส่วนในรูปของ บ้านพักหลากสีสัน ที่มาพร้อมระเบียงไม้หน้าบ้านทุกหลัง เพื่อชื่นชมความร่มรื่นของแมกไม้อันเขียวชอุ่ม เติมเต็มความเป็นส่วนตัวในวันพักผ่อนได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ รีสอร์ทตั้งอยู่บนชายหาดส่วนตัว ติดกับหาดเจ้าหลาว ทางฝั่งตะวันออกของจังหวัดจันทบุรี จึงพร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดๆให้คุณได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ และหากอยากทำกิจกรรมยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ก็มีทั้ง กิจกรรมนั่งเรือท้องกระจกชมปะการังน้ำตื้น ตกปลา ไดหมึก ฯลฯ ให้เลือกแบบไม่อั้นเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม จองห้องพัก คลิก >> วิลล่า ชาช่า จ้าวหลาว บีช รีสอร์ท (Villa Cha Cha Chaolao Beach Reosrt) _________________________________

ติ่งแมท ยิ้มหน้าบาน…ฮอตเงียบๆ ละครเพียบนะยะ
ข่าวบันเทิงวันนี้

ฮอตไม่แพ้เพื่อนพ้องพี่น้องร่วมสังกัดเลยจริงๆ สำหรับนางเอกสุดมั่น พูดตรง โผงผางอย่าง แมท ภีรนีย์ อีกหนึ่งผลผลิตจากวิก 3 พระราม 4 เรียกว่านาทีนี้งานมะรุมมะตุ้มสุดฤทธิ์ แม้กระแสความพีคความแรงจะมาแบบเนิบๆ เบาๆ ไม่เปรี้ยงปร้างเรตติ้งละครสูงปรี๊ดเท่าเพื่อนนางเอกบางคนก็เถอะ แต่ละครเจ้าหล่อนนั้นถี่ยิบเป็นว่าเล่น ลาจอไป 2 เรื่อง 2 รส ล่าสุดพีเรียดย้อนยุคเรื่อง ข้าบดินทร์ ก็ใกล้ร่อนลงจอให้บรรดาแฟนคลับได้ชื่นมื่นกันอีกแล้ว งานนี้ทำเอาสาวกคนรักแมทออกอาการปลื้มปริ่มแทนเจ้าตัว ที่ละครออนแอร์ตล๊อด...ตลอด ไม่เว้นระยะให้ต้องคิดถึง แม้บทบาทในพีเรียดเรื่องข้าบดินทร์จะโดนเม้าท์มอยว่าไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะหน้าฝรั่งเกินจะห่มสไบ แต่สาวเจ้าก็บ่ยั่น เดินหน้าแอ็คชั่นต่อไป เอ้า!!! จุดนี้แมงเม้าท์จะฝอยจะพร่ำอะไรอย่าได้แคร์ แค่นั่งสวยนั่งฮอตแบบเงียบๆ แต่ส่งละครให้ติ่งได้ดูเพียบก็โอเคแล้วค้าาา... แมท ภีรนีย์ แมท ภีรนีย์ แมท ภีรนีย์

คาเฟ่ของคนรักน้องแมว Crystal's Cat Cafe
Crystal's Cat Cafe /  คาเฟ่แมว

เมื่อพูดถึง "แมว" หลายคนก็คงชื่นชอบกันอยู่ไม่น้อย เพราะด้วยความขี้อ้อน ท่าทางที่น่ารัก ทำให้กลายเป็นที่รักของใครหลายคน และสำหรับร้านที่เปิดให้น้องแมวเข้าไปมีส่วนร่วมบนโต๊ะอาหาร หรือนั่งร่วมโต๊ะก็คงมีไม่มาก ซึ่งเราอาจจะเห็นว่าในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี ก็มีคาเฟ่สำหรับคนรักแมวมาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมว่าที่บ้านเราก็มีคาเฟ่สำหรับแมวเหมือนกันนะ ฉะนั้น เราขอแนะนำร้าน Cat Café อีกหนึ่งร้านที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาอย่างร้าน Crystal's Cat Cafe มาเอาใจคนรักแมว ไว้สำหรับไปนั่งเล่นชิว ๆ เพลิน ๆ ในวันว่างกัน ถ้าพร้อมแล้วเราไปกันเลยค่ะ…. น้องไลออน...ตาบ๊องแบ๊วมากเลย เราไปร้านในช่วงบ่ายๆ พอถึงหน้าร้านเราต้องกดกริ่งก่อนเข้านะจ๊ะ…แล้วพี่เจ้าของร้านก็มาเปิดประตูให้ ก่อนเข้าไปหาน้องแมว เราต้องถอดรองเท้า และล้างมือก่อนนะจ๊ะ พอเดินเข้าไปในร้านก็จะพบกับน้องแมวกำลังนั่งหลับกันอยู่ทั่วทุกมุมของร้าน แต่ที่เราสะดุดตาที่สุดก็คือ น้องแมวตัวเล็กน่ารักน่าหยิกสมาชิกใหม่ของที่นี้ ที่อยู่ในห้องด้านใน ชื่อ “น้องหมั่นโถ และน้องต้นหอม” พี่น้องคู่นี้ตัวขาวจั๊วเลย น่าหมั่นเขี้ยวสุดๆ ตาแบ๊วมากๆ…น้องแมวที่นี้ส่วนใหญ่เป็นแมวสีขาวเป็นส่วนใหญ่นะ ทุกตัวขาวมากจริงๆ สวยด้วย น้องหมั่นโถ น้องต้นหอม...น่าฟัดสุดๆ ทางไปร้านสำหรับคนที่ไม่เคยไปอาจจะหลงได้นะ คือเราขับรถเข้าไปในซอยแจ้งวัฒนะ 14  เลยโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะไปแล้วจะเห็นบึงใหญ่ “บึงสีกัน” แล้วมองทางด้ายซ้ายมือจะเห็นซอยน่านเจ้า 2 เลี้ยวเข้าซอยไปร้าน Crystal's Cat Cafe จะอยู่ทางด้านขวามือค่ะ... ผมโชกุนเองฮับ.... ส่วนหนูก็เทาเทาน้อยเอง (: แมวที่นี้ขี้เล่น และซนๆ กันพอสมควรเลยค่ะ โดยเฉพาะ น้องโชกุน ขาใหญ่ประจำร้าน พี่เจ้าของร้านเลยต้องลดพฤติกรรมความซนของน้องเขาโดยการใส่เสื้อให้ และก็ยังมีน้องเทาเทา ที่ไม่ค่อยเข้าหาเพศเดียวกันสักเท่าไร (ตัวเมียนะ) ชอบแกล้งเพื่อนตลอดเลย (แต่ก็น่ารักนะ เราชอบ…อิอิ) สวัสดีจ๊ะ...เราชื่อคริสตัลนะ น้องแมวดาวเด่นประจำร้านคือ น้องคริสตัล (เจ๊ใหญ่ประจำร้าน) แต่น่าเสียดายวันที่เราไป น้องเขาไม่อยู่ออกเสริมสวย อดเจอเลย..น่าเสียดาย บรรยากาศร้านจะคล้ายๆ กับร้านคาเฟ่แมวที่ญี่ปุ่นค่ะ คือจะมีโต๊ะญี่ปุ่นเตี้ยๆ ตั้งกับพื้น และเบาะรองนั่ง ให้เราไปนั่งสบายๆ เหยียดแข้งเหยียดขากับพื้นได้เต็มที่ เพราะในร้านกว้างขวาง ไม่อึดอัด ค่อนข้างนั่งได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว จะพาเพื่อนมาชิวๆ กันเป็นกลุ่มก็น่าจะสนุกดีค่ะ…แต่ก็มีโต๊ะแบบนั่งเก้าอี้ให้ด้วยนะ บรรยากาศภายในร้าน เมนูของร้านมีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มให้เลือกหลายอย่างเลยค่ะ ก็จะมีหลากหลายเมนูทั้ง กาแฟ นมสด ชา ทั้งร้อน และเย็นให้เลือกกันตามใจเลยค่ะ และวันนี้เราจะเลือกเมนูที่น่าสนใจมาแนะนำกันคือ ปลาเส้นทอด ทุกคนคงคิดว่าเป็นปลาเส้นทอดธรรมดากันใช่ไหมล่ะ (เราก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน) แต่พอถามพี่เจ้าของร้าน พี่เขาบอกว่า “มันคือกล้วยทอดจ๊ะ” ขอเขานอนด้วยนะตัวเอง นี่ของกุชชี่นะ...ห้ามแย่งเขานะ เค้าน่ารักป่าว !! Crystal's Cat Cafe ที่ตั้ง ถ.แจ้งวัฒนะ 14 ซอยน่านเจ้า 2 เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันพุธนะจ๊ะ) เปิดเวลา 10:00-21:00 น. เบอร์ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : 093-5923599 ติดตามความน่ารักของน้องแมวได้ที่ facebook : ชุมชนคนรัก น้องแมวเหมียว และที่ IG : crystals_cat_cafe โชว์พุงซะหน่อย เคาขอเข้าด้วยสิ..ชินนามอน โดยรวมนะค่ะ…เราค่อนข้างชอบน้องแมวร้านนี้นะ ขี้เล่น น่ารักด้วย แล้วการตกตกแต่งร้านก็น่ารัก (แต่ร้านหายากนิดหนึ่งนะ สำหรับคนที่ไม่คุ้นทางแถวนี้) เจ้าของร้านก็เป็นกันเองแบบสุดๆ สวยด้วย...อิอิ หวังว่าที่นี้จะเป็นอีกที่นะจ๊ะสำหรับคนที่หลงรักน้องแมว...อย่าลืมไปเล่นกับน้องแมวกันเยอะๆนะค่ะ เคารอเล่นอยู่นะ มาเล่นด้วยกันเยอะๆนะจ๊ะ น้องแมวข้างหลังแอบจ้องอะไรนั้น ที่เล่นลับเล็บใหม่ของคาราเมล...ใครมาแย่งนะ !! อย่าลืมมาหาเคาบ้างนะ แผนที่ร้าน คาเฟ่ของคนรักน้องแมว Crystal's Cat Cafe ขอบคุณภาพจาก เฟกบุ๊กชุมชนคนรัก น้องแมวเหมียว

เธอยังไม่จากไปไหน ในตย.เต็มจาก The Woman in Black: Angel of Death
Angel of Death /  The Woman in Black / 

จัดได้ว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ยังคงมาแรง แม้ในภาคต่อนี้จะไม่มีพระเอกจากภาคแรกอย่าง แดเนียล เรดคลิฟฟ์ แล้วก็ตาม สำหรับ The Woman in Black: Angel of Death ที่คราวนี้ได้หนุ่มอังกฤษคนใหม่อย่าง เจเรมี่ ไอวีน มารับบทนำแทน และตย.ฉบับเต็มที่ยังคงได้อารมณ์หนังสยองขวัญยุคเก่าก็ปล่อยออกมาให้ดูแล้ว น่าจะเป็นภาคต่อที่สูสีกับภาคแรกในแง่ของการสร้างบรรยากาศ และรวมถึงฉากสะดุ้งตามสไตล์อังกฤษนั่นเองครับ โดยหนังจะเล่า 40 ปีให้หลังจากภาคแรก เมื่อกลุ่มเด็กหลบภัยจากสงคราม ได้ใช้บ้านของ อีล มาร์ช แห่งนี้เป็นที่หลบภัย และพวกเขาได้ดันไปปลุกวิญญาณของเธอขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องสยองจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ในบ้านเรามีกำหนดฉายไล่เลี่ยกับอเมริกาช่วงต้นปีหน้า รอสยองกันได้แน่นอนครับ

1/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
1/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)

1/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) เดอะกะตะรีสอร์ทThe Kata Resortตั้งอยู่ที่ 197/1 -197/2 Patak Rd Kata Beach Phuket, Thailand83100 Phone: +66 (0)76 330 730 Fax: +66 (0) 76 330 733 www.TheKataResort.com บรรยากาศ สุดยอดมาก ราคาก็ไม่แพง อย่างที่คิด ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

3/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
3/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)

3/4ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) เดอะกะตะรีสอร์ทThe Kata Resortตั้งอยู่ที่ 197/1 -197/2 Patak Rd Kata Beach Phuket, Thailand83100 Phone: +66 (0)76 330 730 Fax: +66 (0) 76 330 733 www.TheKataResort.com บรรยากาศ สุดยอดมาก ราคาก็ไม่แพง อย่างที่คิด ถ่ายทอดโดย..... ทีมงาน น.ส.พ.ดีโพลมานิวส์ (ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน) ร่วมด้วย ทีมงาน “สื่อสยามข่าวออนไลน์”และ“ข่าวมวลชนออนไลน์” ดังมีรายนามดังนี้.... บ.ก.เกรียงไกร พรเทพ(บรรณาธิการหลายสื่อ ) นามปากกา “เดอะกะตะ” (บ.ก.หลายสื่อ) จตุพล (บ.ก.บริหารหลายสื่อ) ผช.กรรณชัย(นามปากกา “ผู้กองแอ๊ด”) ผู้ช่วยบ.ก.ดูแลข่าวตำรวจ อภินันทร์(นามปากกา “อัจฉริยะ”)ปฐมภพ(นามว่า "คนสายกลาง") จตุพล (นามปากกา “อัพเดท”) สุจิตรา (นามปากกา “หญิงเหล็ก”) ชมรมสื่อมวลชนและเพื่อนทนายความ (ฝ่ายกฎหมาย) (รับปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโทร.095 – 9970577) ยินดีช่วยเหลือในด้านกฎหมายแก่คนจนฟรี!

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ผลบอลไทย: คูชิดะซัดโทน! ฉลามชลบุกเชือดพลังเอ็มตามหายใจรดต้นคอปราสาท
ฉลามชล /  ชลบุรี เอฟซี / 

ผลฟุตบอลไทย โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557 โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 ชลบุรี เอฟซี ผู้ทำประตู:0-1 คาซูโตะ คูชิดะ น.5 เวลา: 18.00 น. สนาม: ราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสด: ทรูสปอร์ต 2 การแข่งขันแย่งแชมป์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกในช่วงโค้งสุดท้ายยังสนุกสุดมันส์เมื่อ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี บุกไปเฉือนเอาชนะ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 จากประตูชัยในช่วงต้นเกมส์ของ คาซูโตะ คูชิดะ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ก่อนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดจะลงเล่น ศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล แข่งขันในนัดกลางสัปดาห์ วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน รังเหย้าชั่วคราวของ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี ต้อนรับการมาเยือนของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่ยังต้องการสามแต้มเพื่อเบียดลุ้นแชมป์กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยในนัดนี้ มาซาฮิโร วาดะ กุนซือชาวปลาดิบของทีมเยือนเปลี่ยนแปลงผู้เล่นหลายตำแหน่งจากนัดที่เอาชนะ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเตะออย่าง กรกช วิริยะอุดมศิริ, ชลทิตย์ จันทคาม,อดุล หสะโสะ,นูรูล ศรียานเก็ม และ จูเรียโน่ มิเนโร่ แล้วส่งแจ็คกี้ ไดกิเต้ , นิเวส ศิริวงค์, ณัฐพงษ์ สมณะ,ชาคริต บัวทอง และ พิภพ อ่อนโม้ ลงมาประสานงานกับสินทวีชัย หทัยรัตนกุล, สุทธินันท์ พุกหอม,คาซูโตะ คูชิดะ,แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส ,เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ ติอาโก้ คุนญ่า เริ่มเกมส์เพียงแค่ 4 นาที ฉลามร้ายจากเมืองชลได้ ทักทายก่อนอย่างน่ากลัวเมื่อ ณัฐพงษ์ สมณะ ทะลุขึ้นมาทางซ้ายแล้วเปิดบอล ผ่าน ฉัตรชัย ที่ออกมาตัดบอลพลาดไปถึง พิภพ อ่อมโม้ ได้โขก แต่ว่าบอลหลุดกรอบออกไป จากนั้นอีกแค่นาทีเดียว ชลบุรี เอฟซีได้เฮสมใจจนได้ เมื่อแผงหลังพลาดปล่อยให้ พิภพ ฉกบอลแล้วลากลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ กองหลังพยายามสกัดแต่บอลไม่พ้นอันตราย แล้วเป็น คาซูโตะ คูชิดะ ที่จมูกไวปราดเข้าไปยิงบอลเสยตาข่ายเข้าประตูให้ ชลบุรี เอฟซี ออกนำอย่างรวดเร็ว 0-1 นาทีที่ 7 เจ้าบ้าน โอสถสภาได้โอกาสช่องครั้งแรกจากบอลที่ แอนโธนี่ โมเมแนน ไหลบอลคืนมาให้ จักกริช บุญคำซัดแต่ข้ามคานออกไปเยอะ ผ่านไป 10 นาที ยังเป็นชลบุรี เอฟซีที่ครองเกมส์ได้มากกว่า นาที 18 เจ้าบ้านต้องเจาะด้วยการยิงไกลอีกครั้ง จากการยิงของ อภิภู แต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ เข้าสู่นาทีที่ 20 พลังเอ็ม เริ่มครองบอลได้มากกว่าแต่ก็ยังเจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้าและต้องอาศัยการเจาะด้วยลูกยิงไกลของ แอนโธนี่ โมเมแนน แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะทำให้ สินทวีชัยได้ออกแรงเซฟ ผ่านครึ่งชั่วโมงเต็ม เกมส์กลับมาสูสีกัน และเป็นการสู้กันที่ตรงกลางสนาม นาที 34 ติอาโก้ คุนญ่าถอยมารับบอลต่ำแล้ววางบอลให้ เกริกฤทธิ์ สอดขึ้นไปยิงด้วยซ้ายลักษณะคล้ายๆที่ยิงใส่ ศรีสะเกษ ในนัดที่ผ่านมาแต่คราวนี้บอลไม่ตรงกรอบ เวลาที่เหลือของครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม หมดครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี บุกมาขึ้นนำ โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 ก่อนเริ่มครึ่งหลัง มาซาฮิโร่ วาดะเลยต้องส่ง บวช ตาปลา ฮีโร่จากนัดที่แล้วลงมาเล่นแทน พิภพ อ่อนโม้ ที่ไปปะทะกับกองหลัง โอสถสภาจน ศีรษะแตกเล่นต่อไม่ไหว จากในช่วงท้ายครึ่งแรก นาที 49 ชลบุรี เอฟซีได้ฟรีคิกทางกราบซ้าย ชาคริต บัวทองหยอดบอลไปเสาแรก บอลเกือบถึงบวร ตาปลา แต่โดนตัวประกบจิ้มทิ้งออกไปก่อน นาที 52 วันใหม่ เศรษฐนันท์ แบ็กซ้ายเจ้าบ้านลองส่องไกลอีกครั้ง คราวนี้ใกลเคียงขึ้นโดยพุ่งหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น ผ่าน 15 นาทีของครึ่งหลัง โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี เป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่า แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์แบบเน้นๆไม่ได้ นาที 63 ติอาโก้ คุนญ่า พลิ้วหนีสองตัวประกบก่อนลากบอลไปเปิดที่เสาไกล บอลทะลักไปถึง แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส ที่เติมขึ้นมาได้แต่งบอลแล้วยิง บอลหลุดกรอบออกไปไม่ได้ลุ้น นาที 66 เจ้าบ้านใกล้เคียงจะได้ประตูตีเสมอที่สุดเมื่อ จักรกริช โยนฟรีคิกลึกไปเสาไกลให้ กฤษดา เก็มเด็น ได้โขกแต่บอลตรงตัว สินทวีชัย นาที 70 ฉลามชลทำเกมส์รุกได้สวย แล้วมาจบที่ เกริกฤทธิ์ โยนบอลให้ตัวสำรองอย่าง เทิดศักดิ์ ทิ้งตัวโหม่งแบบลืมวัย แต่ ฉัตรชัยยังไม่พลาดทิ้งตัวรับไว้ได้ นาที 77 บวร ตาปลา สะกิดบอลให่ ติอาโก้ คุนญ่า โชว์ทักษะงัดบอลแล้วหมุนตัวยิงทันที แต่บอลก็ยังตรงตัว ฉัตรชัย บุตรพรม ช่วงท้ายเกมส์ ชลบุรี เอฟซี ที่นำอยู่พยายามครองบอลเพื่อปิดเกมส์ หมดเวลาการแข่งขัน “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี บุกมาเฉือนเอาชนะ “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี 0-1 จากประตูชัยในช่วงต้นเกมส์ของ คาซูโตะ คูชิดะ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ก่อนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่จะลงเล่นกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่จะลงเล่นกับในเวลา 20.00 น. รายชื่อ โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี : ฉัตรชัย บุตรพรม (GK),วันไหม่ เศรษฐนันท์,โกศวัต ว่องไวลิขิต,มิเชล เจฟเฟอร์สัน,แอนโธนี่ โมเมแนน(แทงเซนี่ ซิปาฮู น.68),เจษฎา พั่วนะคุณมี(C),จักรกริช บุญคำ(คัฟฟ้า บุญมาตุ่น น.79),อภิภู สุนทรพนาเวศ(อันโตนิโอ แวซูร่า น.85),ศราวุฒิ จุตรภัทร,กฤษดา เก็มเด็น และ อารอน ดาซิลวา ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (GK),นิเวส ศิริวงค์(ชลทิตย์ จันทคาม น.79),สุทธินันท์ พุกหอม,ณัฐพงษ์ สมณะ,แจ็คกี้ ไดกิเต้,แอนเดอสัน ดอสซานโต๊ส, คาซูโตะ คูชิดะ,ชาคริต บัวทอง(เทิดศักดิ์ ใจมั่น น.69),เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ติอาโก้ คุนญ่า และ พิภพ อ่อนโม้(บวร ตาปลา น.46)

ละครภพรัก , เรื่องย่อภพรัก
ละครภพรัก /  ละครภพรัก ช่อง 3 / 

เรื่องย่อละครภพรัก ความตาย.. อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” .. การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่าบนโลกใบสวย .. ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้หากแต่ใน “ภพรัก”…ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ หมวดเหยี่ยว เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน ด้วยสาเหตุที่หลายคนยังตั้งข้อสงสัย วิหคเป็นตำรวจน้ำดีที่หลายคนให้การยกย่อง ทำงานตรงไปตรงมาแบบยอมหักไม่ยอมงอ แต่แล้วจู่ๆ ต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนปริศนาที่คนขับชนแล้วหนี เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด !!! เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จนสอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ยิ่งโดนเปรียบ เทียบกับพ่อ.. เหยี่ยวยิ่งทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งหลังผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!! ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม.. ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเขารู้สึกแปลกๆ ในจิตใจคล้ายมีคลื่นพลังงานบางอย่างเข้ามากระทบในโสตสัมผัส เมื่อเลี้ยวรถตรงทางแยกหน้าปากซอย เขาพบรถสปอร์ตเกิดอุบัติเหตุตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เมื่อ กองพิสูจน์หลักฐานดึงรถยนต์คันงามขึ้นมา.. ทุกคนต้องแปลกใจเพราะภายในรถว่างเปล่า !! ไม่ปรากฏร่างเจ้าของรถผู้ขับขี่ ตำรวจตรวจดูโดยรอบแล้วไม่พบศพผู้เสียชีวิต !!! ขณะ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ เขาสะดุดสายตาเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางต่างจากชาวบ้านแถบนั้นโดยสิ้นเชิง เงอะๆ งะๆ จนเกือบจะเข้าไปในเขตห้ามเข้า เหยี่ยวต้องเอ่ยปากไล่ไม่ให้เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญ หญิงสาวคนนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วยอย่าง เผลอตัว ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น.. ตอนกลับบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี ! ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน จ่านกน้อยเป็นตำรวจที่มีอดีตไม่น่าจดจำ บ้าหวยทำตัวไร้สาระก็เพื่อลบปมเศร้าสะเทือนใจในชีวิต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว.. นกยูง ลูกสาววัยรุ่นของจ่านกน้อยเสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด เพราะพ่อบ้างานจนไม่มีเวลาให้ หลังเสียลูกสาวไม่นานเมียก็ต้องเสียชีวิตตามไปอีกคน เพราะโดนคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกัน แล้วจ่าเข้าไปช่วยไม่ทัน นับตั้งแต่นั้น.. ชีวิตจ่านกน้อยก็ไร้แก่นสาร ทำงานไปแบบวันเติมวัน เหมือนกำลังรอวันลาโลก!!! ย่ำ รุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธออยู่ในชุดขาวสวยเฉี่ยวทันสมัย ร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป .. พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า !หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว ! ตัวจริง ! เสียงจริง ! เช้าวันรุ่งขึ้น.. เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ ?!?!? ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ.. สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. หนำซ้ำการเสียชีวิตของวิหค ยังมีข่าวลืออีกว่าเป็นเพราะกำลังทำงานลับบางอย่างแข่งกับสงคราม จึงต้องเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ล่า สุดกับคดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบ.. จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น เขาเกือบทำพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อไว้ใจทิ้งหลักฐานวิดีโอการซื้อขายยาที่จะมัดตัวจอมบงการไว้กับสายสืบ นักข่าวคนหนึ่งที่แปรพักตร์เพราะโดนข่มขู่จากเจ้าพ่อ โชคดีที่ขณะจะกลับ เสียงผีสาวมาบอกให้ไปจับคนร้ายเสียก่อน เหยี่ยวจึงทำงานสำเร็จ ได้รับคำชมเชยเป็นครั้งแรกจาก ผบ.สงคราม คืน วันนั้นเหยี่ยวออกมาที่ต้นลำดวนหลังบ้าน เรียกหญิงคนนั้นเพื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด วิญญาณสาวคนเดิมออกมาตามเสียงเรียก เธอเรียกตัวเองว่า “น้ำ” แต่จำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อ น้ำริน ของตัวเอง น้ำ รินไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามเหยี่ยวมาที่นี่ รู้แต่ว่าเธอต้องตามติดเหยี่ยวไปในทุกที่.. เพียงแต่ในช่วงกลางวันเหยี่ยวจะมองไม่เห็นร่างของเธอเท่านั้น ตั้งแต่ นั้นความโกลาหลในชีวิตเหยี่ยวจึงบังเกิด ?!? หมวดเหยี่ยวประสาทเสียที่จู่ๆ ก็มีวิญญาณสาวสวยคอยติดตามไปทุกที่ แม้ในเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ และ เวลานอน ?!? หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่ หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวโกหก ยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน เมื่อเวลาผ่านไป.. การสนิทสนมกับน้ำรินทำให้ชีวิตยายนวลมีชีวิตชีวามากขึ้น น้ำรินเป็นผีสาวความจำเสื่อมที่อารมณ์ดี มองโลกสดใสในทางบวก ความทรงจำน้ำรินเริ่มกลับมาทีละน้อยๆ เธอจำได้ว่าตัวเองมีฝีมือในการทำขนมไทยอย่างหาตัวจับยาก ตั้งแต่นั้นบ้านหลังน้อยของหมวดเหยี่ยวจึงเกิดกิจกรรมพิเศษของสองคู่ซี้ต่าง วัยและต่างภพ ทำขนมไทยสารพัดชนิดเพื่อเป็นรายได้เสริม ขนมไทยแสนอร่อยของยายนวลเป็นที่นิยมชมชอบของคนในชุมชนมากขึ้นเรื่อยๆ ยาย นวลชวนจ่านกน้อยคู่ซี้มาทำขนมด้วยกันในตอนค่ำ เพื่อละเลิกจากกิจกรรมขี้เมาบ้าหวย สร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินให้กับจ่าไม่น้อย แต่จ่านกน้อยกับชาวบ้านแถบนั้นรวมไปถึงหลวงตาเคี้ยงยังไม่วายต้องผวาไปกับ เสียงแปลกๆ ยามค่ำ และพฤติกรรมเหมือนกำลังคุยกับผีของยายนวลอยู่เนืองๆ สินค้าขนมไทยของยายนวลในชุมชน ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก ธารา นักธุรกิจสาวที่ผันตัวเองจากโลกธุรกิจ มาทำมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ ธาราต้องนั่งรถเข็นจากการเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ตั้งแต่นั้นธาราจึงอุทิศตัวเองเพื่อสังคม หันหลังให้กับโลกธุรกิจปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริหารมืออาชีพ ส่วนตัวเองหันมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม เมื่อน้ำรินเห็นหน้าธารา.. เธอรู้สึกแปลกๆ เหมือนรู้จักผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างดี แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเคยพบกันที่ไหน ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ ดูเหมือนวิญญาณน้ำรินกำลังทำความดีชดเชยกับเรื่องราวในอดีตที่เธอยังจำไม่ได้ น้ำรินไม่รู้เลยว่าในตอนมีชีวิตอยู่ เธอมีส่วนทำให้นกยูงลูกสาวจ่านกน้อยเสียชีวิต เพราะ เสพยาเกินขนาด!! วันหนึ่งน้ำรินมีโอกาสเห็นรูปนกยูงโดยบังเอิญ เธอจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์กับเธอที่ใดที่หนึ่งเกี่ยวกับการทำขนม ยิ่งไปกว่านั้น..น้ำรินจำได้ว่าเด็กสาวคนนี้เสียชีวิตเพราะเธอเฉยเมย ไม่ยอมช่วยนกยูงที่เอ่ยปากขอเบี้ยเลี้ยงล่วงหน้า ทำให้นกยูงเข้าสู่วังวนของการส่งยา ค้ายา จนถึงขั้นนกยูงโดนฆ่าตายเพราะคนร้ายต้องการปิดปากเรื่องเครือข่ายค้ายาฯ นกยูงโดนจัดฉากว่าเสพยาเกินขนาด เธอพยายามทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของจ่านกน้อยดีขึ้น หลัง จากนั้นเป็นต้นมา เหยี่ยวกับน้ำรินยิ่งใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งสนิทสนม ยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นส่วนผสมของความกุ๊กกิ๊กอลวนที่ลงตัว น้ำรินแสดงถึงความเป็นคุณหนูไฮโซให้เห็นมากขึ้น เธอทั้งซุกซน ซุ่มซ่าม และเผลอเอาแต่ใจตัวเอง น้ำรินขอร้องให้ เหยี่ยวช่วยสืบหาว่าเธอเป็นผีมาจากไหน มีประวัติความเป็นมายังไง .. เหตุใดเธอจึงยังไม่ไปผุดไปเกิดซะที แต่แล้ววันหนึ่งน้ำรินก็ได้พบกับ ป้าปริก วิญญาณอีกดวงนึงที่ดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ความอารมณ์ดี ป้าปริกสอนให้น้ำรินกลายเป็นวิญญาณคุณภาพ สามารถควบคุมให้สิ่งของต่างๆ เคลื่อนที่ได้ น้ำรินสามารถหยิบจับของต่างๆ และรับรู้ความรู้สึกในการสัมผัสได้ราวกับมีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์ ต่างกันเพียงว่าไม่มีใครมองเห็นเธอได้… นอกจากเหยี่ยวเพียงคนเดียว และการที่รู้สึกและหยิบจับของต่างๆ ได้เหมือนมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำรินกับเหยี่ยวออกอาการกุ๊กกิ๊กแนบแน่นมาก ขึ้นกว่าเดิม เพราะเหยี่ยวมักเผลอโอบคอน้ำรินเหมือนเคยๆ ทุกครั้งเพราะไม่เคยทำได้สักที แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นรู้สึกได้ว่าเขากำลังกอดคอหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งยิ่งทำให้ทั้งคู่เขินอายและต้องระวังตัวระหว่างกันมากยิ่งขึ้น น้ำ รินมีโอกาสช่วยเหลือเหยี่ยวในการทำงานสำนักงานสืบฯ หลายครั้ง คดีสำคัญก็คือ.. เหยี่ยวสามารถคลี่คลายคดียาเสพติดในหมู่วัยรุ่นได้ เขาจับตัวการที่โยงใยทำให้นกยูงลูกสาวของจ่านกน้อยตาย จ่านกน้อยมีจิตใจดีขึ้นมากขึ้น เพราะความจริงปรากฏชัดว่านกยูงไม่ได้เสพยาเกินขนาดจนตาย แต่เธอตายเพราะต้องการเปิดโปงเครือข่ายค้ายา นกยูงตายเพื่อความถูกต้องในสังคม สมกับเป็นลูกสาวตำรวจอย่างจ่านกน้อย จ่านกน้อยเลิกขี้เมา บ้าหวย หันมาใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ อุทิศตนเองให้กับชุมชนฯ เหยี่ยว เหมือนเป็นนายตำรวจพรายกระซิบ ทำงานสำคัญๆ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ น่าแปลกที่ทุกครั้ง ที่น้ำรินช่วยเหยี่ยวคลี่คลายคดีสำคัญได้ ความทรงจำของเธอจะกลับมาหนึ่งอย่างเสมอ เหมือนการช่วยแก้ไขคดีแต่ละคดีเป็นการทดแทนการทำความผิดพลาดในอดีตหมวดแนน แฟนเก่าของเหยี่ยว กลับมาคลุกคลีกับเหยี่ยวอีกครั้ง จนน้ำรินเริ่มหึง ซึ่งเหยี่ยวเริ่มจับสังเกตได้ ภพธร กับนับดาว ยังไม่หยุดแผนที่จะฆ่าธารา จนสงครามเริ่มสงสัยในตัวภพธร จึงพาธาราไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ โดยให้เหยี่ยวตามไปดูแล คุ้มครองธารา ที่นั่นเอง สงครามได้แสดงความรักที่มีต่อธารามาอย่างช้านาน แต่ธาราปฎิเสธ เพราะไม่อยากผิดต่อพ่อของน้ำริน ซึ่งเป็นเพื่อนรักของสงครามนั่นเอง ถนนทางเข้าเซฟเฮ้าส์ คือถนนที่ครั้งหนึ่ง เหยี่ยว เคยนั่งรถมาพร้อมกับพ่อและแม่ และที่นี่เอง เหยี่ยวได้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปกับอุบัติเหตุ ทุกครั้งที่เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านจุดเกิดเหตุ เขาก็อดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ น้ำรินซึ่งติดตามเหยี่ยวมาด้วย พยายามพูดให้กำลังใจ ให้เหยี่ยวต่อสู้กับอดีตอันเลวร้ายให้ได้ ทำให้เหยี่ยวรู้สึกเข้มแข็งขึ้นเมื่อได้อยู่กับน้ำรินน้ำรินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าธารามาก แต่ยังนึกเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้สักที จำได้แต่ว่า ก่อนตายเธอใกล้มีความสุขที่สุดในชีวิต .. น้ำรินกำลังจะแต่งงาน !!! แล้วจู่ๆ สร้อยล็อตเก็ตรูปหัวใจก็ตกลงจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของเหยี่ยว เหยี่ยวระลึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอหยิบมาจากริมบึงที่มีรถจมน้ำ.. ต้องเป็นเพราะล็อคเก็ตรูปหัวใจแน่ๆ น้ำรินถึงมาติดอยู่กับเขาแบบนี้ !!! เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ตามไปถึงบ้านใหญ่โตของเจ้าของรถ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของเครือโรงแรมสตาร์ออฟสยาม เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ ความจริงแล้วน้ำรินเป็นลูกสาวของคุณธารา สาวใหญ่ใจดีเจ้าของมูลนิธิส่งเสริมชุมชนผู้ยากไร้ฯ วิญญาณเธอได้พบกับแม่ เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้ เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด เมื่อ ตอนมีชีวิตอยู่.. น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของเดอะสตาร์ออฟสยาม ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ แต่มีข่าวลือในวงธุรกิจ.. ความจริงแล้วนุติฆ่าตัวตายเพราะทนไม่ได้ที่โดนธาราโกงจนหมดตัว ธารารู้สึกผิด.. จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ ธาราเดินไม่ได้เพราะได้รับอุบัติเหตุจากการขับรถเมื่อปีก่อน ทำให้อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธรลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะ แต่งงานกับน้ำริน และธารารู้สึกผิดกับบาปที่ตัวเองสร้างไว้ในอดีต เธอจึงหันมาทำมูลนิธิช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในสังคม ต้องการไถ่บาปสร้างความดีเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไว้ในอดีต น้ำ รินขอบคุณเหยี่ยวและขอให้พาเธอไปสถานที่แห่งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เป็นบ้านสวนริมน้ำของ นับดาว ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนรักของเธอมาตั้งแต่เด็ก นับดาวเป็นเหมือนเพื่อนคู่หูน้ำรินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเรื่อยมาจน กระทั่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยและจบการศึกษา เธอเป็นเหมือนเพื่อนรัก… หากแต่ซ่อนปมความคิดอิจฉาริษยาเพื่อนที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างอย่างน้ำรินมา ตลอด นับ ดาวกำลังอยู่กับภพธรฉันท์สามีภรรยา จากคำพูดที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน น้ำรินจึงรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยน้ำรินไม่รู้ตัว สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง.. นับดาวเป็นคนวาง แผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะอำพรางนำศพของเธอไปเผาทิ้ง ทำให้น้ำรินกลายเป็นบุคคลหายสาปสูญไปเพื่อทำลายหลักฐาน !!! นับดาวกับภพธรแอบเปิดประตูให้คนร้ายเข้าไปในคฤหาสน์ของธารา แต่ขณะที่กำลังจะทำอันตรายธารา เหยี่ยวกับน้ำรินเดินทางมาช่วยธาราได้ทันเวลา นับดาวกับภพธรถูกตำรวจจับ…และถูกลงโทษตามความผิดที่ตัวเองกระทำ ฐานทำร้ายน้ำรินถึงแก่ความตาย เวลานี้ภารกิจของน้ำรินดูเหมือนจะเสร็จสิ้นแล้ว พลังงานภายในวิญญาณของเธออ่อนแรงลง น้ำ รินรู้สึกว่าดวงวิญญาณของเธออาจดับสูญภายในคืนนี้.. เธอรวบรวมพลังงานทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ ปรากฏกายให้เหยี่ยวเห็นเป็นครั้งสุดท้าย แม้ช่วงเวลาที่น้ำรินจะอยู่กับเหยี่ยวมีเพียงช่วงสั้นๆ หากแต่ความผูกพันในช่วงเวลาอันน้อยนิดระหว่างเธอกับเขา แนบแน่นจนกลายเป็น “ความรัก” ไปเสียแล้ว … เช่นเดียวกับเหยี่ยวที่รู้ใจตัวเองว่ารัก น้ำริน.. วิญญาณ สาวที่กำลังจะดับสลายไปในอีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ เหยี่ยวอยากจะอ้อนวอนขอให้น้ำรินอยู่กับเขาตลอดไป แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ไม่มีใครฝืนสัจธรรมการแตกดับนี้ไปได้ เหยี่ยวจึงตั้งจิตมั่นสัญญาไว้กับน้ำริน เขาจะรักเธอตลอดไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีให้เธอ ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา… 18 ปีต่อมา… หมวดเหยี่ยวนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจบใหม่ในอดีต.. กลายเป็นหนุ่มใหญ่ผู้บัญชาการสำนักงานสืบสวนพิเศษในปัจจุบัน เขามุ่งมั่นในการทำงานจนไม่มีเวลาเหลือให้กับใคร คนเก่าคนแก่ภายในสำนักงานสืบสวนฯ ต่างรู้ดีว่าผู้บัญชาการผู้นี้ยังคงมีอดีตรักฝังใจที่ยากจะลืมเลือน ผบ.เหยี่ยวไม่มีหัวใจจะรักใครได้อีกแล้ว.. จวบจนวันนี้…วันที่สำนักงานสืบสวนพิเศษได้มีโอกาสต้อนรับ น้ำค้าง นักข่าวหญิงเพิ่งจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย สาวนักข่าวที่ทันทีที่ผบ.เหยี่ยวเห็นหน้าแล้วต้องชะงักด้วยความตกใจ ฤาสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้กับน้ำรินมีผลลัพธ์เกิดขึ้นแล้วในวันนี้… น้ำค้าง…มีใบหน้าบุคลิก ท่าทาง รอยยิ้ม เหมือนกับน้ำริน .. ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน !

ติ่งแมท ยิ้มหน้าบาน…ฮอตเงียบๆ ละครเพียบนะยะ
ข่าวบันเทิงวันนี้

ฮอตไม่แพ้เพื่อนพ้องพี่น้องร่วมสังกัดเลยจริงๆ สำหรับนางเอกสุดมั่น พูดตรง โผงผางอย่าง แมท ภีรนีย์ อีกหนึ่งผลผลิตจากวิก 3 พระราม 4 เรียกว่านาทีนี้งานมะรุมมะตุ้มสุดฤทธิ์ แม้กระแสความพีคความแรงจะมาแบบเนิบๆ เบาๆ ไม่เปรี้ยงปร้างเรตติ้งละครสูงปรี๊ดเท่าเพื่อนนางเอกบางคนก็เถอะ แต่ละครเจ้าหล่อนนั้นถี่ยิบเป็นว่าเล่น ลาจอไป 2 เรื่อง 2 รส ล่าสุดพีเรียดย้อนยุคเรื่อง ข้าบดินทร์ ก็ใกล้ร่อนลงจอให้บรรดาแฟนคลับได้ชื่นมื่นกันอีกแล้ว งานนี้ทำเอาสาวกคนรักแมทออกอาการปลื้มปริ่มแทนเจ้าตัว ที่ละครออนแอร์ตล๊อด...ตลอด ไม่เว้นระยะให้ต้องคิดถึง แม้บทบาทในพีเรียดเรื่องข้าบดินทร์จะโดนเม้าท์มอยว่าไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะหน้าฝรั่งเกินจะห่มสไบ แต่สาวเจ้าก็บ่ยั่น เดินหน้าแอ็คชั่นต่อไป เอ้า!!! จุดนี้แมงเม้าท์จะฝอยจะพร่ำอะไรอย่าได้แคร์ แค่นั่งสวยนั่งฮอตแบบเงียบๆ แต่ส่งละครให้ติ่งได้ดูเพียบก็โอเคแล้วค้าาา... แมท ภีรนีย์ แมท ภีรนีย์ แมท ภีรนีย์

นศ.เทคโนฯถูกเพื่อนรุ่นน้องทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต
ข่าววันนี้ /  นักศึกษาถูกรุ่นนองทำปืนลั่น / 

นศ.เทคโนฯ ถูก เพื่อนรุ่นน้อง ทำปืนลั่นใส่เสียชีวิต ในซอยจันทร์ 16 ตำรวจ สน.ยานนาวา เข้าตรวจสอบเหตุ ชายถูกยิงเสียชีวิต ภายในซอยจันทร์ 16 แยก 11  ที่เกิดเหตุใกล้กับศูนย์การค้าวรรัตน์ พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพิทยา ทาโบราณ นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านพระโขนง  ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณ กลางอก จากการสอบสวน  เพื่อนของนายพิทยา ที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า  เมื่อช่วงหัวค่ำ  นายพิทยาและกลุ่มเพื่อนประมาณ 8 คน นั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ ภายในซอยดัวกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. มีเพื่อนรุ่นน้อง 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามาหาและบอกกับนายพิทยาว่า มีเรื่องทะเลาะวิวาทต้องการความช่วยเหลือ และในระหว่างที่รุ่นน้องคนดังกล่าวยืนพูดคุยกับนายพิทยา อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นเห็นนายพิทยา ล้มลง ทันที จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล และรุ่นน้องคนดังกล่าวก็ได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือด้วยเช่นกัน   โดยเพื่อนนายพิทยา ระบุ ด้วยว่า ระหว่างทางที่นำ ทั้ง 2 คน ส่งโรงพยาบาล รุ่นน้องได้บอกกับตัวเองว่า ขอโทษ ที่ ทำปืนลั่น สำหรับนายพิทยา   ผู้เสียชีวิต  นั้น ก่อนหน้านี้เมื่อกลาง เดือนกันยายน ที่ผ่านมา ถูกคู่อริต่างสถาบันขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามทำร้ายร่างกาย และถูกฟัน ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดย่านพระราม 3 ได้รับบาดเจ็บสาหัส

อีจงซอก พร้อมตรวจหัวใจ ชาววิทเจเอสไทย 1 พฤศจิกายนนี้
2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand /  2014 อีจงซอก แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ / 

อีจงซอก หล่อใสขวัญใจสาว ประกาศความพร้อม ตรวจหัวใจ 'ชาว วิท เจเอส ไทย' เพนตาแกรมฯ เดินหน้าเตรียมงาน พร้อมย้ำ 1 พฤศจิกายนนี้ สาวๆ ทั้งหลายไม่ควรพลาด!! กระแสความแรงของ อีจงซอก ในวันนี้เปรียบเหมือนพายุลูกใหญ่ที่จู่ๆ ก็พัดมาถล่มทั่วเอเชีย ถ้านับถอยหลังอีกไม่กี่วันพายุลูกนี้ก็กำลังจะมาทำให้แฟนๆ ชาวไทยได้ฟินกันแล้ว! กับงานแฟนมีตติ้งที่รอคอยมาแสนนาน 2014 อีจงซอก เอเชีย ทัวร์ แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ (2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สาวๆ จะได้สัมผัสกับ อีจงซอก (Lee Jong Suk) เจ้าของบทบาท พัคซูฮา และ หมอพัคฮุน ที่ส่งให้เขากลายเป็น 1 ในพระเอกที่มาแรงสุดของเกาหลีขณะนี้อย่างใกล้ชิด และดูเหมือนตอนนี้ห้วงความคิดถึงของทุกฝ่ายจะทำงานอย่างหนัก ด้านคนไกลที่อยู่เกาหลี อย่าง อีจงซอก ก็เผยความรู้สึกว่ารอวันจะได้พบแฟนชาวไทยอย่างใจจดจ่อเช่นกัน แต่ก่อนที่จะถึงคิวประเทศไทย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อีจงซอก ก็ได้ลัดฟ้าไปจัดแฟนมีตติ้งให้สาวหมวยได้ฟินปลื้มปริ่มกันถึงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งกระแสตอบรับร้อนแรงสุดๆ ตั้งแต่ก้าวเท้าแตะสนามบินเลยทีเดียว ในงานแถลงข่าวก็ยังคราคร่ำไปด้วยสื่อมวลชนกว่า 50 สำนัก โปรยเสน่ห์แพรวพราวจนนักข่าวต่างเผลอให้ใจเพราะบรรยากาศราวกับเป็นแฟนมีตติ้งย่อมๆ และเมื่อถึงเวลาของแฟนมีตติ้งจริงๆ ความสนุกและเสียงกรี๊ดก็ทวีคูณขึ้นหลายร้อยพันเท่า โดยเฉพาะเมื่อ อีจงซอก แปลงโฉมเป็น หมอพัคฮุน จากซีรีส์ Doctor Stranger พร้อมตรวจอาการหัวใจของแฟนๆ นอกจากนี้ในงานนี้ยังมีหยิบภาพถ่ายส่วนตั๊วส่วนตัวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนขึ้นมาเม้าท์มอย ก่อนจะปิดท้ายด้วยบทเพลงพิเศษที่ อีจงซอก ตั้งใจขับร้องให้แฟนๆพร้อมจดหมายเผยความในใจ มาถึงขั้นนี้ ชาว วิท เจเอส ('WithJS' ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการของ อีจงซอก) สาขาสยามประเทศอย่างเราจะน้อยหน้าได้อย่างไร!?... เตรียมตัวกันให้พร้อม เร่เข้ามาให้กำลังใจ เพื่อไปสัมผัสความหล่อใสปากแดงของหนุ่มคนนี้ได้ ในงาน 2014 อีจงซอก แฟน มีตติ้ง อิน ไทยแลนด์ (2014 Lee Jong Suk Asia Tour Fan Meeting in Thailand) วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2014 เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ (Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld) โดยในงานนอกจากจะได้พบกับเรื่องราวความสนุกสนานที่ทาง อีจงซอก เตรียมนำมาสร้างความประทับใจแล้ว ด้านผู้จัดงานหน้าใหม่ไฟแรง เพนตาแกรม อินเตอร์เนชั่นเนล (Pentagram International Co.,Ltd.) ก็มีความตั้งใจอยากให้การพบกันครั้งแรกแสนพิเศษและน่าจดจำที่สุด เลยใจป้ำให้แฟนคลับที่ซื้อบัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 และ 3,000 บาท ได้รับสิทธิ์ไฮไฟว์ สัมผัสมือขาวๆ นุ่มๆ ของ อีจงซอก ทุกที่นั่งแบบไม่ต้องลุ้น! ใครที่ยังไม่มีบัตรอย่าช้ายังสามารถไปหาซื้อบัตรกันได้ บัตรราคา 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,000 / 2,000 และ 1,500 บาท ยังพอมีให้จับจองกันทางไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกช่องทางการจำหน่าย โทร. 02-262-3456 หรือเว็บไซต์www.thaiticketmajor.com และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/pentagraminter ความพิเศษแบบนี้มีให้เฉพาะชาว วิท เจเอส ไทยจริงๆ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ไม่อยากให้พลาดกัน! ข่าวนี้เผยแพร่โดยมิวสิคเอ็มไทย --- http://music.mthai.com --- หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย มิวสิคเอ็มไทย โดนใจ ทุก Social ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง facebook MThaimusic - Twitter @mthaimusic - Youtube musicmthaitube - Instagram : @musicmthai ติดต่อทีมงานมิวสิคเอ็มไทย music@mthai.com

20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์
10 อันดับ /  จัดอันดับ 2014 / 

ถ้าลองให้เพื่อนๆ จินตนาการเกี่ยวกับ “คนเหนือมนุษย์” ทีนเอ็มไทยเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงเหล่าซุเปอร์ฮีโร่ในหนังหรือการ์ตูนกันแน่นอน เพราะความจริงในโลกของเราจะมีคนเหนือมนุษย์อยู่จริงได้ยังไงกันเล่า! แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้มีพลังวิเศษอ่านใจใครได้ บินได้ ปล่อยแสงได้ แต่ทั้ง 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์นี้มีความสามารถที่คนธรรมดาอย่างเราทำไม่ได้และไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้ด้วยซ้ำไปหน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อเราไปติดตามกันเลยคะ 20 เรื่องจริงคนเหนือมนุษย์ 1. Ma Xiangang (สามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้) ความบังเอิญเพราะวันหนึ่งนาย Xiangang ได้พยายามซ่อมทีวีที่เสียและบังเอิญมือของเขาดันไปโดนสายไฟที่ยังมีไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ แต่แทนที่เขาจะถูกช็อตจนไหม้เกรียม เค้ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บสักนิด และด้วยความสงสัยเค้าเลยไปทดสอบความสามารถของตนเองอีกครั้งด้วยการจับสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะนอกจากจะไม่ถูกไฟฟ้าช็อตแล้วเค้ายังไม่รู้สึกเจ็บโดยผิวหนังของเขาสามารถต้านทานกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าคนทั่วไป 7-8 เท่า 2. Dean Karnazes (ชายที่ไม่มีวันเหนื่อย) พลังพิเศษของเขา คือ สามารถวิ่งมาราธอนได้ถึง 50 รายการใน 50 รัฐ เป็นเวลา 50 วันนอกจากนั้นเขายังวิ่งในระยะทาง 350 ไมล์ (563กิโลเมตร) ในเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่หยุดพัก ได้มีการทดสอบร่างกายของนาย Dean ว่าทำไมร่างกายเขาจึงสามารถทนทานการออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป และผลการทดสอบพบว่า ถ้าเป็นคนปกติหลังจากการวิ่งมาราธอนกล้ามเนื้อจะได้รับความเสียหายประมาณ 2,400 CPK แต่นาย Dean กลับมีค่าความเสียหายเพียง 447 CPK เท่านั้น สำหรับผลสรุปการทดสอบออกมาได้ว่า ถ้าเขายังคงอยู่ในสภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 7-10 นาที ต่อไมล์ไปได้เรื่อยๆ ตลอดกาล 3. Stephen Wiltshire (มีความสามารถที่ไม่มีวันลืมสิ่งที่เห็น) Stephen Wiltshire สามารถวาดภาพทิวทัศน์ของประเทศและเมืองต่างๆ จากความทรงจำเท่านั้น เขาสามารถจดจำทุกๆ รายละเอียดได้ แม้ะจะดูแค่เพียงแว้บเดียว และจนถึงทุกวันนี้เค้าก็ยังจดจำภาพที่เขาเคยเห็นได้ทุกภาพ Stephen เป็นคนที่มีอาการของโรคออทิสติก แต่เขาก็มีสิ่งที่ทดแทนกันได้นั่นคือ ความสามารถในการจดจำและเขายังเคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูทิวทัศน์จากด้านบนของเมือง New York ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์และรายละเอียดได้ ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 4. Kim Peek (ความสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างได้) เขาสามารถจำเนื้อหาในหนังสือทั้งหมดที่เคยอ่านได้ จำนวน 12,000 เล่มได้ โดยเขาสามารถอ่านได้ทีละ 2 หน้าพร้อมๆกัน ตาซ้ายอ่านหน้าซ้ายตาขวาอ่านหน้าขวา เขายังสามารถจดจำทุกสิ่งที่เคยได้พบเจอมาตลอดชีวิตด้วยลายละเอียดที่ถูกต้องถึง 98 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่สภาพอากาศที่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นาย Kim มีความสามารถนี้เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลทำให้พื้นที่ความจำของเขามีขนาดใหญ่กว่าคนปกติ โดยนาย Kim Peek เสียชีวิตในปี 2009 อ่านเพิ่มเติม http://teen.mthai.com/variety/57036.html 5. Wim Hof (มีความสามารถในการต้านทานความเย็น) ชายผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการต้านทานความหนาวเย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำอะไรร่างกายเขาได้เลย ซึ่งเคยมีการทดลองโดยให้เขาดำน้ำเย็นจัด ที่สามารถฆ่าคนปกติได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่ปรากฏว่าอุณหภูมิในร่างกายเขาแทบจะไม่ลดลงเลย ซึ่งเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งปีนเทือกเขาเอเวอร์เรสโดยใส่กางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว โดยนาย Wim Hof บอกว่าความสามารถของเค้าได้มาจากการทำสมาธิ 6. Isao Machii (สุดยอดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์) ซามูไรผู้ที่มีปฏิกิริยารีเฟร็กซ์(ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สมองสั่ง)ที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถตัดสิ่งของต่างๆด้วยดาบซามูไรให้ขาดครึ่งได้แม้จะเป็นของเล็กๆ หรือกระทั่งตัดลูกกระสุนปืนอัดลมให้ขาดครึ่งเพราะเป็นความสามารถแบบนี้เราจะพบเจอได้แค่ในหนังเท่านั้น โดยความสามารถของเขาถูกอธิบายไว้ว่า เป็นความสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา และใช้สัมผัศแบบอื่นนอกเหนือจากการมองเห็น โดยเป็นระบบประมวลผลการรับรู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไปกว่าในคนทั่วไป 7. Saul Aaron Kripke (ฉลาดจน Harvard เชิญให้ไปเป็นอาจารย์สอนขณะที่เรียนอยู่ไฮสคูล) Kripke เริ่มศึกพีชคณิตเมื่อตอยอยู่เกรด 4 และพอจบชั้นประถมก็เรียนรู้เรขาคณิต และ แคลคิวลัสจนทะลุปรุโปร่ง จึงหันไปสนใจปรัชญา โดยเขียนบทความหลายชิ้นทั้งในเรื่องของอรรถศาสตร์ (semamtics) และตรรกวิทยาแบบ Modal Logic ในขณะที่อายุเพียง 16 ปี และหนึ่งในผลงานด้านตรรกวิทยานั้นทำให้ได้รับจดหมายเชิญจากภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เชิญชวนให้เขาไปเป็นอาจารย์ ซึ่งเค้ากลับตอบปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลว่า “แม่ผมบอกว่าให้ผมเรียนจบไฮสคูลและมหาวิทยาลัยเสียก่อนดีกว่า” Kripke ยังได้รับรางวัล Shock Prize ซึ่งเป็นรางวัลทางด้านปรัชญาที่เทียบได้กับรางวัลโนเบล และในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ 8. Akrit Jaswal (สามารถเป็นศัลยแพทย์ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ) “เด็กผู้ชายที่ฉลาดที่สุดในโลก” เพราะมี IQ ถึง 146 และได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเด็กๆที่อายุเท่าๆกัน และในปี 2000 เค้าได้ทำการรักษาคนไข้คนแรกที่บ้านของตัวเองด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ซึ่งคนไข้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบที่มีฐานะยากจน มือของเธอถูกๆไฟลวกทำให้นิ้วมือกำแน่นติดกัน ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่เคยได้เรียนวิชาทางแพทย์อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดใดๆ แต่เขาก็สามารถทำให้นิ้วมือของเด็กหญิงคลายออกมาได้และใช้มือได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยขณะนี้ Akrit กำลังเรียนเรียนปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์อยู่ที่วิทยาลัย Chandigarth และยังเป้นนักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียเคยรับเข้าเรียน 9. Gregory Smith (ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อมีอายุเพียง 12 ขวบ) Gregory สามารถอ่านหนังสือออกตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 10 ขวบเท่านั้น และเด็กหนุ่มคนนี้ตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพและสิทธิเด็ก และได้ก่อตั้ง International Youth Advocates ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การสนับสนุนหลักการแห่งสันติภาพและความเข้าอกเข้าใจระหว่างเยาวชนทั่วโลก เขาเคยได้พบกับผู้นำคนสำคัญอย่าง Bill Cliton และ Mikhail Gorbachev และยังเคยปฐกถาต่อหน้าที่ประชุม UN อีกด้วย จากการทำงานด้านมนุษยธรรมนี้ ทำให้เขาได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึง 4 ครั้ง 10. Kim Ung – Yong (จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมีไอคิวสูงที่สุดในโลก) ถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records บันทึกว่าเค้ามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 สามารถอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ และตอนครบ 5 ขวบก็สามารถแก้โจทย์ แคลคิวลัส ที่ซับซ้อนได้ และยังได้เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิฟส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3-6 ขวบพออายุ 7 ขวบ NASA ก็เชิญเค้าไปที่อเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 ปี โดยระหว่างที่เรียนเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ไปด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งกลับเกาหลีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิฟส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและศึกษาจนได้รับปริญญาเอก ขอบคุณขอ้มูล http://pantip.com/topic/3241414

ตัวอย่างแรก Avengers: Age of Ultron ออกมาโชว์พลังกวาดล้างถล่มโลก
Age of Ultron /  Alternade Opening / 

หลังจากเคยมีข่าวว่าตย.แรกจะออนไลน์อาทิตย์หน้า แต่ก็ดูเหมือนมาร์เวลคงจะสนุกมากกับการที่แอบปล่อยออกมาก่อนโดยไม่ให้แฟนๆตั้งตัว สำหรับตัวอย่างแรก Avengers: Age of Ultron ที่มาร์เวล ได้ปล่อยออกมาก่อนเวลา พร้อมทวีตว่า 'ให้ตายสิ พวกไฮดร้า' ซึ่งให้จงใจเหมือนกับตัวอย่างโดนเหล่าไฮดร้า แฮ็คออกมาปล่อยก่อนเวลานั่นเองครับ ซึ่งในตัวอย่างนี้นอกจากความน่าดูของมันที่จะได้เห็นเหล่าฮีโร่กลับมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา หนังยังโชว์ตัวละครเกือบหมดเรื่องแล้วด้วย ทั้ง อัลตรอน, ควิกซิลเวอร์, สการ์เล็ต วิช รวมถึง ฮัลค์บัสเตอร์ ที่เอาไว้สู้กับ ฮัลค์ และตัวละครเก่าๆอย่าง ไอร่อนแมน กัปตัน ธอร์ ก็ต่างเพิ่มสีสันให้ตนเองเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังมีใบปิดแรกออกมาอีกด้วย หนังมีกำหนดฉายบ้านเราก่อนอเมริกา 30 เมษายนปีหน้า ยอดกระปุกเตรียมไว้เลยครับ

คสช.ลั่น! เปล่าห้าม ปู-แม้ว บินอินเดีย
ข่าวการเมือง /  ข่าวการเมือง mthai / 

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกไม่มีความจำเป็นต้องสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปประเทศอินเดีย จากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชาย ในวันที่ 19 - 26 ต.ค. 2557 เพื่อไปเที่ยวพักผ่อนช่วงปิดเทอม ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะพี่ชาย จะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว มาประเทศญี่ปุ่น เพื่อไปแสวงที่ประเทศอินเดียด้วย ซึ่งล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพระหว่างที่อยู่ที่ญี่ปุ่นทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องไปป์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังนั่งรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ร่วมกันในร้านแห่งหนึ่ง โดยมีกระแสข่าวว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่เดินทางไปทำบุญที่ประเทศอินเดีย ในวันที่ 25-26 ต.ค.นี้ เนื่องจากทาง คสช. ขอร้องให้ยกเลิกกำหนดการเดินทางไปประเทศอินเดีย เพราะในวันดังกล่าวจะมี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก จนเกรงว่าจะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ทาง คสช. จึงกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า คสช.ห้าม น.ส ยิ่งลักษณ์ไปประเทศอินเดียนั้นไม่เป็นความจริง อีกทั้งไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวว่าทาง คสช.ไม่มีความจำเป็นต้องสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่รู้จะห้ามเพื่อเหตุอะไร ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยังไม่ได้รับ หรือมีคำสั่งจากคสช.มีคำสั่ง แต่ต้องรอการตรวจสอบรายละเอียด พร้อมทั้งย้ำว่าที่ผ่านมาทาง คสช.ไม่ได้ห้ามบุคคลใดๆเดินทางไปต่างประเทศ เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่เพียงขอความร่วมมือให้แจ้งกำหนดการเดินทางล่วงหน้า และที่ผ่ามาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด MThai News

ไฮไลท์ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : ลิเวอร์พูล 0-3 เรอัล มาดริด
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก /  ลิเวอร์พูล / 

ไฮไลท์ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2557 ลิเวอร์พูล 0-3 เรอัล มาดริด รายชื่อคนทำประตู : 0-1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น.23, 0-2 คาริม เบนเซม่า น.30, 0-3 คาริม เบนเซม่า น.41 เวลา : 1.45 น. สนาม : แอนฟิลด์ ถ่ายทอดสด : TrueSport 1