ความหวังบนทางสายใหม่

โฟกัส จิระกุล เผยทุกสิ่ง กับบทสาวขี้หึง ไม่ว่าเป็นหรือตาย!! ใน The Eyes Diary
The Eyes Diary /  คนเห็นผี / 

หลังจากที่แอบปลื้มนาน ในที่สุดนักแสดงสาว โฟกัส จิระกุล ก็ได้ร่วมงานกับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับในดวงใจ ในภาพยนตร์ The Eyes Diary คนเห็นผี งานนี้ โฟกัสขอท้าทายตัวเอง สวมบทบาทหญิงสาวขี้หึงและชอบให้แฟนแสดงออกว่ารักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และในวันนี้ โฟกัส จะมาเผยทุกข้อสงสัยและทุกสิ่งที่คุณอยากรู้ เกี่ยวกับผลงานเรื่องล่าสุดนี้กัน โฟกัส จิระกุล ก่อนอื่นเลย ขอให้โฟกัสอัพเดตตัวตน และผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ? "สวัสดีค่ะ โฟกัส จิระกุล นะคะ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบเริ่มจากพวกโฆษณา และมีโอกาสได้มาเล่นหนังเรื่องแรกเรื่องแฟนฉันตอนอายุ 9 ขวบ จากนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร แสดงเอ็มวี ทำหลายอย่างค่ะในระหว่างหลายปีที่ผ่านมา เป็นพิธีกรก็เป็นมาแล้ว ล่าสุดตอนนี้กำลังมีผลงานหนังเรื่อง The Eyes Diary ค่ะ" หลายๆคน คุ้นเคยกับโฟกัสในภาพยนตร์ โดยส่วนตัวแล้วผูกพันกับงานภาพยนตร์มากน้อยแค่ไหนครับ? "จริงๆก็โตมากับหนังค่ะ จุดเริ่มต้นของเราคือภาพยนตร์ ก็เหมือนสนใจภาพยนตร์เรื่อยๆมาโดยตลอด ก็คิดไว้ว่าอยากจะเรียนภาพยนตร์ ต่อมาได้มีโอกาสมาเล่นละคร แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าเราชอบเล่นหนังมากกว่า คนที่เล่นหนังก็จะชอบเล่นหนัง แต่สำหรับคนเล่นละครมาก็จะบอกว่าเล่นละครง่ายกว่า จนกระทั่งพอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลยเลือกเรียนภาพยนตร์ ตอนนี้ก็เรียนอยู่ชั้นปี4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ จริงๆก็อยากลองเขียนบทค่ะ ก็ได้เรียนเขียนบทกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าเราก็พอเขียนได้ พอเริ่มเรียนก็รู้สึกว่าอยากลองเขียนดู แต่ยอมรับว่าการจะเขียนบทสักเรื่องหนึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะต้องใช้เวลานานมาก ขนาดเรื่องที่เขียนส่งอาจารย์ ก็ยังรู้สึกว่ามันยาก จริงๆหนูเป็นคนชอบดูหนังค่ะ การเป็นคนชอบดูหนังมันก็จะทำให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาอันนั้นผสมกับอันนี้แล้วมันอาจจะออกมาเวิร์คมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนจินตนาการสูงขนาดนั้น" ในผลงานล่าสุด The Eyes Diary คนเห็นผี เป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องนี้ครับ? "พอดีมีพี่ที่รู้จักกันทำงานอยู่กับพี่มะเดี่ยวเป็นแคสติ้งค่ะ พอเขาเห็นบทแล้วนึกถึงเราว่าเราเล่นได้ เลยลองเสนอกับพี่มะเดี่ยวดู ซึ่งพี่มะเดี่ยวก็โอเคให้มาแคสติ้ง กัสอ่านบทแล้วก็โอเค เพราะแค่ขึ้นชื่อว่าพี่มะเดี่ยวกลับมาทำหนังสยองขวัญก็ตื่นเต้นแล้ว กัสติดตามพี่เขามาตั้งแต่ 13 เกมสยอง คือพี่เขาทำไว้สยองจริงๆ ค่ะ ชื่นชมผลงานพี่เขาด้วย เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้" ตอนที่เห็นบท-อ่านบทครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้างครับ? "ตอนเห็นบทหนังเรื่องนี้ครั้งแรกก็นึกถึงพี่มะเดี่ยวก่อนเลยค่ะ ว่าเขาจะทำออกมาได้สยองขนาดไหน เพราะจากเรื่อง 13 เกมสยองพี่เขาทำไว้ได้โอเคมากๆ และพอมาเรื่องนี้อ่านบทดูก็คิดว่าน่าจะมีจุดเด็ดๆอยู่หลายจุด เพราะในหนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังแนวสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่มันมีในเรื่องของความรักในวัยรุ่นด้วย เป็นความรักหนุ่มสาว แต่มันจะเกี่ยวกับความสยองขวัญยังไงต้องไปดูค่ะ" แบบนี้ต้องให้โฟกัสเล่าให้ฟังแล้วว่า ความน่าสนใจของคาแรคเตอร์ที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง? "คาแรคเตอร์ของปลาก็จะเป็นผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่จริงจังในเรื่องความรักมาก มีนิสัยเหมือนผู้หญิงทั่วไป คือขี้งอน ขี้หึง เรียกร้องความสนใจ อยากให้แฟนสนใจ อยากให้เขาแสดงความรักกับเรามากกว่านี้ ในขณะที่น็อต (แสดงโดย ปั้นจั่น)ที่เป็นแฟนเราเขาก็แบบไม่ค่อยแสดงออก แบบแค่นี้ก็พอรึเปล่า นอกจากนี้ตัวปลาเองก็จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างที่แฟนให้มาไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่เคยได้มาในวันครบรอบ หรือตัวเขาก็จะรักตุ๊กตาตัวนี้มาก พูดได้ว่าตัวละครปลาจะเน้นหนักไปในเรื่องของความรัก ทั้งเรื่องก็จะอยู่กับความรัก ส่วนในเรื่องของผีนี่ถ้านับจริงๆเรียกได้ว่าปลาเป็นคนที่เจอผีบ่อยที่สุด เยอะที่สุด โดยที่ตัวปลาเองไมได้อยากจะเห็นผีเลย แต่ก็ต้องมาเห็น" คาแรคเตอร์ของปลากับโฟกัส เหมือนหรือแตกต่างกันบ้างไหมครับ? "ปลาเป็นผู้หญิงร่าเริง โลกสวย ยิ้มง่าย เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ในเรื่องความรักเขาจะเป็นคนที่ใส่ใจมากๆ รักแฟน หวงแฟน ขี้หึง ขี้งอน โกรธง่าย ซึ่งมันคนละแบบกับกัสนะ เรียกได้ว่าไม่ใกล้กันเลย คือตัวจริงกัสจะเป็นคนที่เฮฮากว่าเยอะ ส่วนในเรื่องของความรักก็ไม่ได้เป็นคนขี้งอนขนาดนั้น ไม่ได้แบบว่าเธอต้องจดวันสำคัญวันนี้ให้ได้นะ และกัสก็ไมได้ขี้หึงขนาดนั้นด้วย แต่ส่วนในเรื่องรักใครรักจริง รักแฟนมากๆ กัสว่าเป็นแบบนี้ทุกคนแหละเวลาที่เรารักใครนะ" ภาพยนตร์ The Eyes Diary มีเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ? "ก็เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่เขารักและผูกพันกับแฟนของเขามาก แต่คืนหนึ่งก็มีเหตุให้ทะเลาะกันแล้วก็ขับรถไปชน ทำให้แฟนตัวเองตาย ชีวิตก็เปลี่ยนไป ฝังตัวเองอยู่กับความเศร้า คิดแต่ว่าอยากจะเจอแฟนสักครั้ง เลยพยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเห็นผีแล้วหวังว่าหนึ่งในผีเหล่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนตัวเอง ก็เริ่มจากไปเป็นอาสาเก็บศพแล้วก็แอบเก็บของคนตายโหงกลับมาบ้าน แต่จะเห็นผีมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เพื่อนๆมหาวิทยาลัยที่เรียนมาด้วยกันหรือแม้แต่เพื่อนที่มูลนิธิพยายามเตือนก็ไม่ฟัง เริ่มถลำตัวเองลงไปลึกอีกเรื่อยๆ  และกลายเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากมันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดแล้ว แต่มันกลับส่งผลต่อทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขาแทน" ลองเล่าถึงมิติความหลอนของ The Eyes Diary หน่อยครับ "อันแรกก็คือในส่วนของผีในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary คือมีผีเยอะมากๆ แล้วผีทุกตัวก็จะมีเรื่องราว จะไม่ใช่แค่โผล่ออกมาหลอกแฮ่แล้วจบ ซึ่งผีแต่ละตัวจะถูกออกแบบมาให้มีสภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งอันนี้ต้องยกนิ้วให้พี่ทีมเอฟเฟกต์ค่ะ เก่งมากจริงๆ คือแต่งออกมาได้เหมือนมาก น่ากลัวมากๆ แล้วก็สถานที่และบรรยากาศในการถ่ายทำด้วยความที่เป็นหนังผี ความโหดร้ายจะอยู่ตรงสถานที่ และที่ฟังมาสถานที่ถ่ายทำทุกที่คือเป็นสถานที่ที่ร้างจริงๆ โรงพยาบาลร้างที่สร้างไม่เสร็จแล้วทุกอย่างมันก็คือยังไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นบันได รูลิฟท์ แล้วยังมีพวกท่อที่สามารถเดินตกลงไปได้เลย แล้วตอนที่ถ่ายเป็นกลางคืนด้วย ต้องมีคนคอยส่องไฟฉายให้ตลอดเวลา เพราะถ้าพลาดนิดหนึ่งนี่คือตกลงมาข้างล่างเลยนะ เพราะเราถ่ายกันอยู่ที่ชั้น 3-4 ตกลงมาก็มีขาหักได้ค่ะ ส่วนบ้านร้างก็คือร้างจริงๆ แอบน่ากลัว คือสถานที่โหด จริงๆ ไม่ได้กลัวนะคะ อาจเป็นเพราะว่าเราชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย แต่ถ้าให้ไปถ่ายคนเดียวคงไม่กล้า เพราะมันร้างจริงๆ แต่บ้านสวยนะ ถ้าไม่ร้างจะดีมาก" ทราบมาว่าในการถ่ายทำหนังผีเรื่องนี้ มีอุปสรรคพอสมควร จริงหรือเปล่าครับ? "อุปสรรคในเรื่องนี้ที่จริงมีเยอะมากค่ะ อย่างแรกเลยเราถ่ายช่วงที่มีฝนตก(พายุฤดูร้อน) แล้วยุงเยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งชุกชุมของยุง คนที่แต่งเอฟเฟกต์ก็ร้อนเห็นแล้วสงสารเลย ที่เห็นว่าออกมาน่ากลัวขนาดนี้จริงๆ แล้วเขาทนร้อน ทนยุง ทนเหงื่อ แบบทุ่มทุนกันสุดๆ ฝุ่นเยอะด้วยค่ะทั้งกัสทั้งพี่มะเดี่ยวก็แพ้ฝุ่นคันตามตัว และด้วยอากาศแบบฝนๆ ร้อนๆ สถานที่ก็มีฝุ่นเยอะพี่มะเดี่ยวถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วย สปีริทของผู้กำกับเขาก็กำกับผ่านเฟสไทม์ค่ะ แต่นักแสดงเรื่องนี้ก็ทุ่มเทกันสุดๆนะ อย่างกัสนี่แพ้ฝุ่นและเป็นตากุ้งยิงด้วย พักผ่อนน้อย ส่วนแจ๊คก็คอเคล็ดเพราะต้องแสดงฉากแอคชั่น น่าสงสารนะ กัสเข้าใจเวลาคอเคล็ดมันก็จะหันลำบาก พอแจ๊คต้องมาเข้าฉากมันก็ลำบากเวลาหันมาคุยกันก็ต้องหันทั้งตัว และยังมีพี่ปั้นจั่นอีก คนนี้เหนื่อยหน่อยเพราะระหว่างที่เขาถ่ายหนัง ก็มีถ่ายละครด้วย เขาจะต้องบินไปบินกลับ เหนื่อยสุดๆ แล้วเขาก็ปวดไหล่ด้วย นี่แหละค่ะอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กระดูกไม่แข็งแรง (หัวเราะ)ที่จริงในเรื่องนี้เราเล่นจริงกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโดนผีกระชากขาบ้าง ก็เล่นเองหมดเลย ก็เป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วด้วย สนุกดีค่ะ ก็เป็นประสบการณ์แบบใหม่ดี เคยเล่นหนังผีมาก่อนนะ แต่มันคนละแนวกันเลย" มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ และมุมกล้องทางด้านภาพ มาช่วยเพิ่มระดับดีกรีความหลอนอีกด้วย เล่าให้ฟังหน่อยครับ? "หนังเรื่องนี้มีเทคนิคการถ่ายทำเยอะมาก ไม่ใช่แค่วางกล้องแล้วจบนะคะ เพราะเรามีถ่ายบน Drone เหมือนเอากล้องไปติดไว้กับเครื่องบินบังคับ ก็ถ่ายกันทั้งมุมเบิร์ดอายวิว (มุมกล้องทางอากาศ) ไหนยังมี สเตดิแคมที่แทนสายตาคนดู (ผกก.ภาพแบกกล้องติดกับตัว เดินหรือวิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ชิดกับตัวละคร) เวลาถ่ายออกมามันจะทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น และด้วยความที่เป็นหนังผี ถ้าภาพมันเหมือนกับการที่เราได้มีส่วนเข้าไปอยู่ในหนังด้วย เห็นเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับตัวละครนั้นด้วย มันก็จะเพิ่มดีกรีความหลอน ความสยองยิ่งขึ้นค่ะ" พูดถึงการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อ มะเดี่ยว หน่อยครับ? "พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของหนังมากๆ ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟรมภาพ แสงต้องได้แบบนี้นะ นักแสดงต้องเล่นได้ขนาดนี้ พี่เขาจะเป็นคนที่เป๊ะมากๆ เป๊ะจริงๆ แต่ละฉากนี้สังเกตได้เลยว่าทุกคนจะโดนเหมือนกันหมดคือพี่มะเดี่ยวจะบอกว่าดีๆ ขออีกทีเผื่อไว้ เขาจะบอกว่าแบบนี้ดีแล้ว แต่อยากให้ดีมากกว่านี้ ขออีกทีหนึ่ง เผื่อเก็บไว้ คือในเรื่องนี้เราต้องเล่นกันจริง ไม่ว่าจะโดนผีกระชากขา แต่งเอฟเฟกต์ที่ขา เจอผีก็ต้องกรี๊ด พี่มะเดี่ยวเขาจะมีสูตรว่าเวลาเจอผีต้องแบบนี้นะ ก่อนจะกรี๊ดต้องตกใจแบบนี้ พี่มะเดี่ยวก็จะเข้ามาสอนทุกๆ ฉากที่สำคัญ อย่างฉากเจอผีพี่เขาจะมาเล่นให้ดู มาคอยบอก คอยสอน กัสก็จะเก็บมาแล้วทำตาม เพราะบางครั้งเราคิดไม่ออกว่าจะต้องขนาดไหน ดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีถือว่าได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับมือทอง พี่มะเดี่ยวนอกจากจะเป็นผู้กำกับแล้ว ยังเหมือนเป็นแอคติ้งโค้ชให้ด้วยค่ะ ก็จะคอยมาบอกว่ามันเล่นแบบนี้นะ อยากให้มันเป็นแบบนี้ เขาก็จะมาคอยบอก คอยสอน   แล้วในแง่ความทุ่มเท อย่างตอนที่พี่มะเดี่ยวป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มากองไม่ได้ แต่ก็หยุดกองไม่ได้ เพราะคิวจะรวน ก็ต้องกำกับผ่านเฟสไทม์กัน คือทุกคนในกองไม่เคยเจอเรื่องอย่างนี้เลย ขนาดกำกับทางไกล พี่มะเดี่ยวก็ยังละเอียด สรุปพี่เขาก็นอนเช้าพร้อมพวกเราที่กองนั่นแหละ แค่ว่า อยู่คนละที่  ไม่รวมว่า พี่เขาก็จะเล่นเป็นเล่น ทำงานเป็นทำงาน จริงจังมาก ตอนเล่น พี่เขาจะฮามาก แต่พอทำงานจะดุ เป็นคนละคน กัสกับพี่ปั้นจั่นก็จะติดเล่นนิดนึง ก็โดนดุบ้าง" (หัวเราะ) พูดถึงเพื่อนนักแสดงที่ร่วมงานบ้าง ทำงานกับปั้นจั่นเป็นอย่างไรบ้างครับ ต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกการเป็นคู่ที่รักกัน? "ในตัวบทเองมีอะไรให้เล่นเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นของพี่ปั้นจั่นหรือของโฟกัสเองก็จะมีหลายมุมค่ะในเรื่องนี้ แบ๊ว ดราม่า รักโรแมนติก มีครบหมดเลยค่ะในเรื่องนี้ ได้เล่นหมดเลย ได้เจอผีด้วย ก็ดีค่ะถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ดี อย่างในเรื่องพี่ปั้นจั่นจะรับบทเป็นน็อต ซึ่งเป็นแฟนกับปลา เราอยู่บ้านเช่าหลังเดียวกัน การเป็นแฟนกันก็จะมีมุมหวานแหวว กุ๊กกิ๊ก งุ๊งงิ๊งกัน และก็ต้องมีทะเลาะกันด้วย ก็จะได้เห็นหลายมุมหน่อย ทำงานกับพี่ปั้นจั่นเหมือนเราคุยกันค่ะ อย่างฉากหวานจะหวานยังไง หวานขนาดไหน คนดูจะเชื่อรึเปล่าว่าเราเป็นแฟนกัน เราก็จะปรึกษากันตลอด ในมุมทะเลาะพี่เขาก็จะเสนอไอเดียให้ตบจริง กัสก็เกรงใจเขา แต่เขาก็ยังยืนยัน ตอนแรกๆก็ไม่กล้าตบเพราะไม่เคยตบใคร เลยตบเบาๆ พี่ปั้นก็บอกแรงๆ เลย ไม่เจ็บหรอก ตัวเล็กๆแบบนี้จะแรงเยอะขนาดไหนเชียว กัสก็เลยตบจริงๆ คือฉากนั้นเงียบทั้งกอง เพราะกัสตบแรงมาก ขึ้นรอยแดงเลยแหละ พี่ปั้นบอกเจ็บยิ่งกว่าเข้าฉากเตะต่อยเวลาไปถ่ายละครแอ็คชั่นอีกง กัสก็ว่าฟาดไม่หนักนะ (หัวเราะ) ถ้าถามว่าหนักใจอะไรมั้ย ก็คงหนักใจตอนที่รู้อายุพี่ปั้นจั่นมากกว่าค่ะ(หัวเราะ) เพราะว่าพี่เขาอายุ27แล้ว ส่วนคนอื่นๆก็จะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัยกันอยู่เลย ตอนที่ยังไม่เจอกันก็คิดนะว่าพี่เขาจะเล่นกับเรารึเปล่า เขาจะเป็นคนยังไง เพราะไม่เคยเจอกันเลย แต่พอมาเจอจริงๆ พี่เขาน่าเฮฮา ขี้เล่นดีค่ะ ก็สบายใจ แต่ไอ้ความขี้เล่นทำให้เวลาอยู่ในกองส่วนใหญ่เราจะเล่นกัน ทำให้เวลาเข้าฉากที่ต้องทำอารมณ์มากๆ กัสจะมีปัญหาหลุดขำ ยิ่งเวลาที่เขามองหน้าเราเมื่อไหร่ ก็จะเริ่มขำ ส่วนพี่ปั้นจั่นเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา เขาจะทำเข้มๆตามบทไป แต่ชีวิตจริงเขาไม่ได้เข้มเหมือนพระเอกในเรื่องนะคะ พี่ปั้นจั่นเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก อย่างซีนอารมณ์เขาก็จะเต็มที่ไม่ว่าจะกี่เทคและเต็มที่กับทุกๆเทคด้วย" เม้าส์ถึงเพื่อนๆ ในกองถ่ายหน่อยครับ มีอะไรสนุกๆบ้าง? "เริ่มจากแจ๊ค (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ,เกรียนฟิคชั่น) ก่อนเลยค่ะ แจ๊คก็จะเป็นคนตั้งใจทำงาน เขาจะเป็นคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ อ่านบทท่องบทมาเป๊ะมากๆ แต่แจ๊คก็ชอบมาพูดบทข้างๆนะ อยู่ดีๆ เดินมานั่งแล้วพูดบทขึ้น กัสก็ห๊ะ..อะไรนะ..? แจ๊คก็จะอ่อ..เปล่า ท่องบทอยู่จะให้กัสต่อบทด้วย (หัวเราะ) ตอนแรกเลยแจ๊คเขาจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเล่นกับกัสนะ ไม่รู้ว่ากลัวหรืออะไร เหมือนยังเกร็งๆ ไม่กล้าทัก แต่พอมาหลังๆเริ่มสนิทกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าแกล้งกัสอยู่ดี เพราะกัสเป็นมือแกล้งในกอง (หัวเราะ) ส่วนเมโกะ (ตั้งวง,Mary is Happy,Mary is Happy) ก็จริงๆ ไม่ค่อยได้เข้าฉากด้วยกันนะ ไม่มีบทสนทนากันเลยในเรื่อง แต่ด้วยความที่เราเป็นวัยใกล้ๆ กัน ร่วมงานกันครั้งแรกก็ดีนะ มีเล่นกันบ้าง เอาเป็นว่าเราจะไม่กัดผู้หญิงด้วยกันค่ะ (หัวเราะ) คนสุดท้ายพี่ปั้นจั่น คนนี้เขาจะพยายามแอ๊บเด็กตลอดเวลา ก็ชอบมาเล่นมาแกล้งน้องๆ ก็ทำให้บรรยากาศในกองสนุกสนานดีค่ะ ขอเม้าส์อีกหน่อยว่าพี่ปั้นจั่นเป็นคนที่กลัวผีมากๆ บางครั้งไม่มีคิวถ่ายแต่ถ้าต้องอยู่ห้องคนเดียวก็จะแบบเดี๋ยวไปให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า แต่เอาลึกๆ แล้วคือกลัวมากกว่าอยากมาให้กำลังใจ ไม่กล้าอยู่คนเดียว" ถ่ายหนังผี เล่นหนังผี แบบนี้ มีการเจออะไรแปลกๆ หลอนๆ ในกองบ้างรึเปล่าครับ? "มันก็มีแหละคะ ด้วยความเป็นหนังผีนะ ส่วนใหญ่เราถ่ายทำกลางคืน และสถานที่ถ่ายทำมันก็คือสถานที่จริง อย่างแจ๊คก็เจอรอยนิ้วมือตรงท้อง รอยข่วนตรงคางซึ่งเราก็พิสูจน์ไม่ได้ น่ากลัวดีค่ะ เมโกะด้วยนะ เห็นน้องเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรเลยนี้เท่าไหร่ แต่พอถามปุ๊บก็จะค่อยๆ หลุดออกมาทีละนิดๆ ว่าเห็นเหมือนกัน ส่วนพี่ปั้นจั่นขานี้เขาไม่ค่อยเจออะไรค่ะ เพราะแขวนพระตลอดเวลา ด้วยความเป็นคนที่กลัวผีสุดฤทธิ์ แค่พูดว่าพี่ปั้นระวังนะ บ่นใหญ่เลย" แล้วโฟกัสล่ะ ได้เจออะไรแปลกๆ หลอนๆ บ้างรึเปล่าครับ? "ก็รู้สึกเหมือนมีอะไร ทั้งที่โรงแรมด้วย และที่กองด้วย แค่รู้สึกแต่เป็นคนไม่มีเซนส์ ในกองมันจะมีฉากที่ทีมงานทั้งหมดต้องออกไปอยู่ข้างนอกบ้าน และกัสต้องวิ่งออกจากบ้านไปข้างนอก ซึ่งในบ้านก็ไม่มีทีมงานอยู่เลย มืดมาก ไฟก็ถูกขนออกไปหมดแล้ว กัสอยู่ในบ้านคนเดียว ตอนที่เดินมาหน้าประตูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองมาจากด้านหลังตลอดเวลา ตอนแรกก็คิดว่าคิดไปเอง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แต่พอเมโกะมาเล่าว่าเห็นคนแก่หัวล้านอยู่ในบ้าน แล้วพี่ทีมงานก็มาบอกอีกว่าเห็นเหมือนเมโกะเลย ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะมีแหละ เพราะตัวเองก็รู้สึกเหมือนมีใครมองมาจากด้านหลังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอไง รู้สึกโฟกัสจะมีเจอที่ห้องที่โรงแรมด้วยนะ เห็นเป็นเงาดำๆ ตอนแรกนึกว่าแม่ แต่ก็ไม่ใช่ แต่เขาก็ไม่ได้มากวนอะไร" มีอะไรให้อึ้ง ทึ่งกับการทำงานในภาพยนตร์เรื่อง The Eyes Diary ไหมครับ? "นอกจากตัวหนังแล้ว โฟกัสรู้สึกอึ้งทึ่งพี่ทีมงานและนักแสดงทุกคนมากกว่า เพราะหนังที่เราถ่ายทำกันอยู่มันเป็นหนังผี เวลาถ่ายก็ต้องถ่ายถึงเช้าแทบทุกวันเลย ด้วยพี่ๆทีมงานเองที่อดหลับอดนอนกันเพื่อหนังเรื่องนี้ การทำงานเรื่องนี้ถือว่าโหด เพราะมันเป็นการทำงานที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวันสัก4วันได้แล้วที่นอนเช้ากัน นับถือทีมงานและนักแสดงทุกคนจริงๆว่าสุดยอด โดยไม่มีใครบ่นค่ะว่าต้องนอนเช้า ทุกคนก็จะเต็มที่กับงานหมด ถ้าถามว่าโฟกัสรักตัวละครตัวนี้มั๊ย ก็รักค่ะ เพราะในเรื่องปลาเองก็มีจุดมุ่งหมายของเขาเหมือนกันคล้ายกับน็อตที่เขาก็มีจุดมุ่งหมายของเขา การดำเนินเรื่องทุกคนมันมีจุดมุ่งหมายว่าทำไม เพราะอะไร ดูมีมิติดีค่ะ น่าสนใจ" สำหรับโฟกัสแล้ว มีซีนไหนที่ยากโหดหินมากๆในการทำงานภาพยนตร์เรื่องนี้ไหมครับ? "ซีนที่ยากที่สุดและรู้สึกว่าไม่ชอบที่สุด และซีนที่โหดที่สุด ก็คงเป็นซีนที่มีอุบัติเหตุบนถนน ก็จะต้องปิดถนนกันค่ะไกลมากเลย แล้วก็มีอุบัติเหตุกัน มันก็จะต้องมีเอฟเฟกต์ใช่มั๊ยค่ะ มันก็จะมีเลือด แล้วเลือดมันเหนียวมาก แล้วหนูเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ แล้วนี่ต้องเหนอะไปนอนกลางถนน ตอนนอนอยู่ก็คิด ว่าอยากผ่านซีนนี้ไปเร็วๆซึ่งจริงๆ ซีนนี้เป็นซีนที่ใช้เวลาถ่ายไม่ได้นานสักเท่าไร ใช้เวลาสักชั่วโมง แต่ว่ายากจริงเพราะว่ามันใช้ Drone ถ่าย(กล้องติดอุปกรณ์คล้ายๆวิทยุบังคับลอยบนท้องฟ้า) แล้วก็เป็นซีนอารมณ์นิดๆ ด้วย ยาก เหนียวด้วย แต่ก็ได้กลับไปอาบน้ำนะคะ แล้วก็กลับมาถ่ายใหม่ ตอนตี4ยังนอนอยู่กลางถนนแล้วก็กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาถ่ายใหม่ตอนตี 5" ติดตามบทบาทของสาวโฟกัส ที่จะมาชวนคุณไปเห็นสิ่งที่ทุกคนกลัว! ไปกับ The Eyes Diary คนเห็นผี ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกดูตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ The Eyes Diary ได้ที่นี่ --------------------------------

บ้านสังกะสี เก่าๆ สไตล์โมเดิร์นที่ไม่ธรรมดา
แบบบ้านสองชั้น /  แบบบ้านแปลกๆ

ถ้าพูดถึงการนำสังกะสีมาทำบ้าน ในพื้นที่ชุมชนในประเทศไทยคงจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้านักออกแบบชาวต่างชาติยิ่งถ้าในแถบตะวันตกแล้วด้วยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องแปลกอย่างมากที่จะนำวัสดุสังกะสีมาออกแบบบ้าน แต่ก็เกิดขึ้นแล้วเพราะ สถาปนิก Raffaello Rosselli ได้นำสังกะสีมาทำเป็น Home Office ของเขาเอง เขาได้แปลงโฉม บ้านสังกะสี เก่าๆ ให้ดูโมเดิร์นที่ธรรมดาให้เป็นบ้านที่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป บ้านสังกะสี เก่าๆ สไตล์โมเดิร์นที่ไม่ธรรมดา คุณ  Raffaello Rosselli เลือกใช้สังกะสีเพราะต้องการความแปลกใหม่ และฉีกแนวไปจากบ้านแนวเดิมๆ แปลนบ้าน : บ้านสังกะสีหลังนี้มี 2 ชั้น แบ่งฟังก์ชั่นออกเป็นสองส่วน คือส่วนแรกเป็นโฮมออฟฟิศอยู่บริเวณชั้นแรก และชั้นสองออกแบบให้เป็นสตูดิโอทำงานศิลปะ รูปด้านบ้านสังกะสี ภายในบ้านสังกะสี ภายในบ้านสังกะสี : ประตูทางเข้าก็ออกแบบให้เป็นแผ่นอลูมิเนียมเงินๆ เปิดเข้าไปจะพบกับบันไดสีขาวเรียบๆ มีช่องกระจกบานยาวบานใหญ่อยู่ตรงทางขึ้นบันได ถึงแม้ภายนอกจะเป็นสังกะสีที่ดูเก่าๆ ในสไตล์ดิบๆ สไตล์ Loft แต่เปิดเข้ามาภายในตัวบ้านจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่อบอุ่นสบายตาจากการตกแต่งด้วยไม้สลับกับโทนสีขาวของผนังและเพดาน ภายนอกบ้านสังกะสี เจ้าของบ้าหลังนี้ทำให้เรารู้ว่า ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องใช้วัสดุที่มีแต่ราคาแพง หรือต้องเป็นวัสดุตกแต่งที่อิมพอร์ตมาจากต่างประเทศมาสร้างบ้านให้สิ้นเปลืองเพียงแค่รู้จักนำวัสดุที่มีอยู่มาอเดปปรับใช้ผสมๆ ให้ลงตัว แค่นี้บ้านก็ออกมาสวยได้ค่ะ ขอบคุณ : http://mieszkanioweinspiracje.pl  Tamarama บ้านสังกะสีขนาดเล็ก บ้านต้นทุนต่ำ

 กันต์ รักจริงหวังแต่ง พลอย ไม่ทิ้งแน่นอน
กันต์ กันตถาวร /  พลอยแฟนกันต์ / 

รักแฟนมากหวงแฟนมากจริงจริ๊งงง...สำหรับหนุ่มตี๋หน้าหล่อ กันต์ กันตถาวร พระเอกลูกหม้อแห่งบ้าน โพลีพลัส เวลานี้นอกจากเรื่องงานจะรุ่งแล้ว เรื่องรักกับแฟนสาวสุดที่เลิฟอย่าง พลอย ก็กำลังฉ่ำได้ที่ คนนี้เรียกว่ารักจริงหลงจริง รักมากหวงมาก รักจริงหวังแต่ง ไม่ทิ้งให้ค้างคานแน่นอน ณ จุดนี้ควงกันหวานไม่แคร์สื่อเลยสักนิด เรียกว่าเป็นพระเอกที่ไม่กั๊กเรื่องรักๆ แบบฝุดๆ ข่าวคราวเรื่องตบเรื่องแต่งแว่วเข้าหูออกจะบ่อย แต่ก็ยังไม่มีบุญได้เห็นแพลนวิวาห์ของคนทั้งคู่สักที แม้หนุ่มกันต์จะเปรยว่าเคยพูดคุยบ้างแล้วก็เถอะ อ๊ะๆๆ ก็ไม่รู้หนุ่มกันต์จะควงสาวพลอยร่อนไปร่อนมาให้ความรักฉ่ำแฉะอีกนานแค่ไหน เอาเป็นว่ารู้แค่จะฉ่ำไปเรื่อยๆ รอจังหวะสอยให้ร่วงลงจากคานก็แล้วเนอะ คริๆ กันต์-พลอย กันต์-พลอย กันต์-พลอย

นิตยสาร HELLO!  ฉบับพิเศษ รวมเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Hello /  นิตยสาร

         นิตยสาร HELLO! ภายใต้การบริหารของ บริษัท เบอร์ด้า (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตนิตยสารชั้นนำ Lisa, Wedding และ Prestige โดยนำเสนอเรื่องราวเอ็กซ์คลูซีฟของราชวงศ์ คนดัง เซเลบริตี้ และไลฟ์สไตล์ชั้นนำทั่วโลก ขอแนะนำ นิตยสาร HELLO!  ฉบับพิเศษ ประจำปี  2014  ประทับใจกับภาพสวย และเนื้อหาที่น่าสนใจทั้งไทยและเทศ ได้แก่ - HELLO! Wedding (Special Edition 2014) รวมเรื่อง Legendary Wedding ที่เป็นตำนานทั่วโลก อาทิ - 6 เจ้าสาวที่โลกไม่เคยลืม – วอลลิส ซิมป์สัน เจ้าสาวของกษัตริย์ที่ไร้บัลลังก์, มาริลีน มอนโร เจ้าสาวสามฤดู, ออเดรย์ เฮปเบิร์น ราชินีความงามที่ยิ่งใหญ่กับวิวาห์ที่เรียบง่าย 2 ครั้ง - 4 สุดยอดวิวาห์อันเป็นตำนานของเซเลบริตี้ไทย - คุณหญิงทรงสมร – พล.ร.อ. สุภร คชเสนี Golden Anniversary 50 ปีแห่งรัก, ภัทรา – อมเรศ ศิลาอ่อน 7 วัน...สู่รักนิรันดร์, กลอเรีย – ชัยโรจน์ มหาดำรงค์กุล เมื่อสวรรค์กำหนด พร้อมเต็มอิ่มกับแฟชั่นชุดแต่งงานล่าสุด และเครื่องประดับเจ้าสาวสุดหรู ราคา 150 บาท - HELLO! Living & Decoration (Special Edition 2014) เชิญชวนผู้อ่านยลโฉมบ้านพักผ่อนชวนตะลึงทั่วโลก ราคา 150 บาท อาทิ - รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ปราสาทแห่งขุมพลังที่โคราช - ประธานพร พรประภา เจ้าของโรงแรม Siam@Siam กับบ้านที่สะท้อนทัศนศิลป์ของผู้อยู่ - ปาณนุษา บุญศรี อิงแอบธรรมชาติกับสวนสวยสไตล์อังกฤษในฝัน - ไดแอน ฟอน เฟอร์สเตนเบิร์ก กับมุมรื่นรมย์ในปารีส - บรีอันดา ฟิตซ์-เจมส์ สจ๊วต กับแฟชั่นท่ามกลางสวนแสนงามในปราสาทเก่า - HELLO! Education (Special Edition 2014) คู่มือศึกษาต่อโรงเรียนนานาชาติและต่างประเทศ รวมทั้งการศึกษาแนวใหม่ ราคา 120 บาท - Inspiration สัมภาษณ์เด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถทั้งการเรียนและกิจกรรม – พริษฐ์ วัชรสินธุ อดีตประธาน Oxford Union ประจำปี 2013, อภิสรา จุลยา ชีวิต 360 องศา นักเรียนทุนกีฬา จัดสรรเวลาขั้นเทพ!   - เผยประสบการณ์ของศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย IVY LEAGUE และ OXBRIDGE – ปรัศว์ หงส์ลดารมภ์ ฝันที่เป็นจริง...Yale Blood, พงศ์ศิษฏ์ ปังศรีวงศ์ ดีกรี ‘ปรัชญาทางศาสนา’ University of Cambridge, ชนาวรรณ กฤตวิทย์ ดีกรีปริญญาตรี-โทที่ University of Oxford...มหาวิทยาลัยในฝัน - แนะแนวการศึกษาต่อใน 8 ประเทศของทวีปยุโรป ที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม

ข่าวดี! มอเตอร์เวย์-บูรพาวิถี ใช้ฟรี ช่วงปีใหม่
กรมทางหลวง /  การทางพิเศษ / 

'ประจิน' มอบของขวัญปีใหม่ ใช้มอเตอร์เวย์-บูรพาวิถีฟรี ตั้งแต่ 26 ธค. 57-4 มค. 58 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน กรมทางหลวงจะยกเว้นเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษ หรือ มอเตอร์เวย์)หมายเลข 7 (สายกรุงเทพฯ – ชลบุรี) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (สายบางปะอิน – บางพลี) ในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อปัญหาการจราจรติดขัดในสายทางที่ออกและเข้ากรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้การจราจรมีความคล่องตัว เป็นการลดการใช้พลังงานของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2557 เวลา 16.00 น. –วันที่ 4 ม.ค. 2558 เวลา 24.00 น. นอกจากนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. จะยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถีในช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2557 เวลา 00.01 น.–วันที่ 4 ม.ค. 2558 เวลา 24.00 น. เช่นกัน MThai News

ยานท่องอวกาศspaceship2 โหม่งโลกนักบินดับ1
spaceship2 /  ยานท่องอวกาศ / 

ยานท่องเที่ยวอวกาศ สเปซชิป2 ของเวอร์จินกาแล็ค ติก เกิดอุบัติเหตุดิ่งกระแทกพื้น หลังเครื่องยนต์ขัดข้องขณะบินทดสอบเหนือทะเลทราย แถว แคลิฟอร์เนีย  พบนักบินแล้ว เสียชีวิต 1 ราย สาหัส 1 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รายงานว่า ยานอวกาศสำหรับการท่องเที่ยว สเปซชิป ทู ของบริษัทเวอร์จิน กาแล็คติก ได้เกิดเหตุขัดข้องกับเครื่องยนต์จรวดระหว่างทดสอบบิน ที่ ท่าขนส่งอวกาศโมฮาวี หลังจากปล่อยตัวจากยานแม่ คือ เครื่องบินขนส่งเอ็นเทอร์ไพรส์ ได้ 6 นาที ทำให้เครื่องพุ่งลงกระแทกพื้น ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย มีการพบร่มชูชีพกางออก ซึ่งพบยาน ดังกล่าวตกแถวทะเลทรายโมฮาวี รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ขณะที่ เฮลิคอปเตอร์ค้นหาและกู้ภัยแบบแบล็คฮอวก์ ได้ถูกส่งไปยังจุดที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อช่วยเหลือนักบินแล้ว สำหรับเที่ยวบินทดสอบของยาน สเปซชิป ทู ได้เริ่มบินทดสอบเมื่อเวลา 10.07 น.ก่อนที่จะมีรายงานของอุบัติเหตุในเวลาต่อมา โดยบนเครื่องทดสอบมีนักบินและผู้ช่วยนักบิน รวม 2 คนบนยานซึ่งนักบิน เสียชีวิต 1ราย และ บาดเจ็บสาหัส 1 ราย

ให้นมลูก มันโป๊ตรงไหน? คุณแม่รมณ์เสีย เจอเฟสบุ๊คลบรูปเฉยเลย
คลอดก่อนกำหนด /  เลี้ยงลูก / 

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม คือวันที่ เอ็มม่า บรอน ให้กำเนิดลูกสาว แต่เป็นการคลอดก่อนกำหนดถึง 12 สัปดาห์ ทำให้ลูกสาวของเธอมีน้ำหนักเพียง 2 ปอนด์ หรือประมาณ 1 กิโลกรัม และคุณหมอได้บอกกับเธอว่า ลูกสาวเธออาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 3 วัน ให้ทำใจไว้ แต่ปาฎิหารเกิดขึ้นกับเธอ เมื่อลูกน้อยกลับมีชีวิตอยู่ได้ โดยหลังจากผ่านมา 12 วัน เธอเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่ โดยการ ให้นมลูก เหมือนดังที่แม่คนอื่นๆทำ และถ่ายทอดเรื่องราวพร้อมภาพถ่ายลงในเฟสบุ๊ค ถึงวินาทีที่เธอได้มีโอกาส ให้นมลูก ด้วยตัวเอง ว่าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุด โดยมีเหล่าเพื่อนๆและคุณแม่ติดตามและให้กำลังใจเธอเป็นจำนวนมาก จนกระทั่ง มีใครบางคน กดรีพอร์ตรูปการ ให้นมลูก ของเธอ ว่านี่เป็นภาพโป๊ จึงถูกเฟสบุ๊คลบรูปออกจากระบบทั้งหมด งานเข้าสิ่! เมื่อเหล่าคุณแม่พากันเรียกร้องเฟสบุ๊คทันทีว่า ให้นมลูก มันโป๊ตรงไหน? โดยหลังจากที่เธอตั้งคำถามถึงการถูกลบภาพของเธอบนสเตตัส และชักชวนเหล่าคุณแม่มาช่วยสนับสนุนความเห็นเธอว่า รูปภาพการให้นมลูกโป๊หรอ เพียงไม่นานก็มีคุณแม่ทั่วโลกให้การสนับสนุนเธอเป็นจำนวนมาก โดยมียอดไลค์ถึง 166,000 และยอดแชร์กว่า 22,000 แชร์ ร้อนไปถึงเฟสบุ๊คที่ต้องนำรูปที่ลบออกไปกลับมาคืน และ ถึงกับต้องปรับปรุงนโยบายใหม่ โดยระบุว่า หากเป็นภาพหน้าอกที่เป็นลักษณะของการให้นมลูก หรือ การถ่ายทอดของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่แสดงภาพให้เห็น ทางเฟสบุ๊คจะสนับสนุนอย่างเต็มที่และยินยอมให้เผยแพร่ได้  เรื่องโดย Women Mthai Team ที่มาเนื้อหาจาก www.buzzfeed.com

Whiplash : เด็กดื้อครูตี เด็กดีครูด่า?!
Whiplash /  ครูและศิษย์ / 

ถึงแม้ว่าโดยเนื้อหาของภาพยนตร์ Whiplash ที่รัวเสียงกลองมาแต่ไกลนี้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปมากกว่าเรื่องเดิมๆ อย่าง การไล่ตามความฝันของวัยรุ่น วัยบ้าพลัง หนึ่งนายถ้วน โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเคี่ยวกรำ และดำเนินไปตามสูตรอย่างไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากมาย แต่เส้นเรื่องหลักเส้นนี้ คงเป็นดังกลองที่พึ่งเริ่มอินโทรเริ่มจังหวะ และหาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เราขอให้ชมมันอย่างตั้งใจตั้งแต่โน้ตตัวแรกยันตัวสุดท้าย ฟังรายละเอียด ความสงบเงียบ ความเกรี้ยวกราด ที่พร้อมจะออกอาละวาดได้อย่างทรงพลังในแบบไม่น่าเชื่อ Whiplash บอกเล่าเรื่องราวของ แอนดรูว์ นักเรียนดนตรี ที่เป็นมือกลองผู็มีความสามารถ และใฝ่ฝันเหลือหลายว่าจะไปเล่นในวงชั้นนำ อยู่กลางแสงไฟเหมือนอย่างไอดอล จนความสามารถโดดเด้งนี้ ไปเข้าตา เทอเรนซ์ เฟลชเชอร์ อาจารย์ผู้เล็งเห็นพรสวรรค์ และชักชวนให้ลองเข้ามาเล่นในวงตัวแทนโรงเรียน แอนดรูว์ ตั้งใจโชว์ฟอร์มเต็มที่ แต่นั่นยังไม่พอที่จะแตะเส้นมาตรฐานของ เฟลชเชอร์ หลักสูตรการเคี่ยวกรำ เพื่อไล่ล่าความฝันฉบับเข้มข้น ถึงลูกถึงคน จึงได้เริ่มขึ้น หาก Whiplash คือเพลงหนึ่งเพลง เพลงนี้ก็แทบจะครบรสจบสิ้นสมบูรณ์ในตัวมันเอง เพราะถึงแม้จะมีความรู้ด้านดนตรี มากพอๆ กับอากาศบนดวงจันทร์ หนังที่ดูท่าจะมุ่งเน้นไปทางดนตรีได้ ก็ยังสามารถมอบความบันเทิง ให้เราได้เพลิดเพลิน และกระแทกกระทั้น สลับกันเป็นพักๆ ได้อย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งโดยทางหู กับจังหวะที่รุนแรงของกลอง ดนตรี และแน่นอนรวมไปถึงเสียงก่นด่า ประชดประชัน ของอาจารย์ ที่จัดใส่ศิษย์เสียยังกะเทลงมาจากรถบรรทุก และโดยทางตา จากจังหวะการตัดต่อที่รวดเร็วคล้ายหนังแอ็คชั่น การเล่าเรื่องที่ฉับไว ซึ่งนั่นทำให้แม้ช่วงแรกจะออกอาการช้ากับการปูเรื่องไปบ้าง แต่หนังก็ทำการเร่งเร้าจังหวะขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หนีห่างจากความน่าเบื่อ ยืดยาดไปหลายขุม และมันส์ได้ราวกับหนังที่ยิงกันตูมตามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากการได้เพลินกับจังหวะที่รุนแรงแล้ว Whiplash ไม่ต่างอะไรกับการยื่นคำถามชั้นดีใส่คนดูและสังคม อันว่าด้วยจรรยาบรรณและคุณธรรม ที่คนเป็นครูและศิษย์พึงจะมี พึงจะกระทำ หากดำรงสถานะเป็นครู เมื่อครูเล็งเห็นพรสวรรค์ของศิษย์ ที่สามารถต่อยอดได้แบบเห็นอนาคตอีกไกล สิ่งใดควรกระทำมากกว่ากันแน่ ระหว่างการชี้แนะให้ศิษย์รู้ ปูทางและส่งเสริมให้ศิษย์ทำ หากศิษย์คิดเลิกหยุดฝัน นั่นก็เท่ากับครูต้องหยุด และไม่ควรจะไปบังคับขืนใจให้ทำต่อไป หรือการพร่ำสอนชนิดเข้มข้น กำให้แน่นเพื่อให้แทรกตัวเอาชีวิตรอด และดื้อรั้นที่จะผลักดันพาศิษย์ที่เข่าทรุด งอแง ล้มเลิกไปแล้ว ให้กลับมายืนใหม่ จนคล้ายจะบังคับกัน หรือถ้าดำรงอยู่ในสถานะเป็นศิษย์ อะไรคือสิ่งที่ควรทำมากกว่าระหว่าง ทำสิ่งที่อยากทำ แบบไม่มีใครบังคับ เบื่อก็จบ คิดว่าไม่ใช่ก็เลิก ใช้ชีวิตมีความสุขสบายๆ หรือเลือกี่จะดึงดัน ล้มลุกคลุกคลาน ทนฝืนทำสิ่งที่เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ไปเรื่อยๆ ให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป้าหมายที่เฝ้าหวัง ทั้งที่มันคือความทรมาน และหากครูและศิษย์ มีเป้าหมายที่จุดจุดหนึ่งเชื่อมโยงกัน การไปให้ถึงฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึงนั้น มันจำเป็นแค่ไหนที่ต้องฉุดรั้งอีกฝ่ายให้ไปถึงด้วย (แอนดรูว์ สามารถโด่งดังได้ โดยหาลู่ทางอื่นๆ ด้าน เฟลชเชอร์ เองก็สามารถพาวงชนะประกวดได้ โดยไม่ต้องมี แอนดรูว์ เสียด้วยซ้ำ) อีกหนึ่งความดีของหนังเคล้าจังหวะกลองเรื่องนี้ ตกไปอยู่ที่การกระตุ้นและย้ำเตือนเด็กโลกสวยช่างฝันทั้งหลาย ที่มักจะตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ และมองถนนที่จะวิ่งไปสู่มันคือความชอบ ความสนุกสนานสวยงาม การไล่ตามความฝันนี่ช่างมีความสุขจังเลย ว่าในโลกความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่สวยงามเช่นนั้น การไปสู่จุดที่สูงขึ้น ย่อมต้องมีการพลาดตก บาดเจ็บอ่อนแรง มากบ้างน้อยบ้างอยู่เสมอ แต่ถึงกระนั้น เมื่อบันไดแห่งความสำเร็จอยู่ตรงหน้า เราจะทนความเจ็บ สะกดกลั้น และปีนต่อไปให้้สูงขึ้นอีกได้หรือเปล่า หรือนั่งอยู๋ตรงจุดเดิม จุดปลอดภัยอย่างสบายใจ และเพียงพออยู๋แค่นั้น แน่นอนว่าไม่มีทางเลือกใดที่ถูกหรือผิด มันอยู่ที่ความพอใจ และแรงขับภายในว่ามีมากแค่ไหนมากกว่า อาจกล่าวไม่ได้เต็มปากนัก Whiplash คือหนังที่กู่ร้องซึ่งความทะเยอทะยาน เพราะบางครั้งจังหวะของหนัง ก็ซบเซาเชื่องช้า แวะพักรักษาแผล ไปจนถึงถอดใจและพอใจในสิ่งที่มี แต่ถึงกระนั้น ามารถกล่าวได้เต็มปากแทนว่า Whiplash คือหนังแห่งความอดทนอดกลั้น ที่สื่อสารผ่านศิษย์และครู ในเส้นทางเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ยิ่งคุณคิดจะดื้อไปต่อ ครูจะยิ่งตี มิใช่ให้ล้มเลิกแต่ให้คุณอดทน ยิ่งคุณคิดว่าดีพอแล้ว อ่อนข้อทำตามสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว ครูจะยิ่งด่า เพราะนั่นคือการหยุดซึ่งการสร้างสรรค์และพัฒนา และไม่ว่าคุณจะกำลังอดทนเพียงไหน เชื่อเถอะว่าคนที่คอยผลักดันคุณอยู่ อดทนมากกว่าคุณอีกเยอะ เรื่องนี้ให้ 10/10 ครับ โดย Lecter ----------------------

แม่ก้อย เบรก...จ๊ะ คบ เอิน มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่ว่าที่สะใภ้
จ๊ะ จิตตาภา /  เอิน นิธิภัทธ์ / 

กำลังหวานฉ่ำได้ที่เลยทีเดียว สำหรับความสัมพันธ์ของนางเอกลูกหม้อวิก 3 จ๊ะ จิตตาภา กับหนุ่มรูปหล่อ เอิน นิธิภัทธ์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผู้จัดมือโปร ก้อย ทาริกา เรียกว่าตั้งแต่มีภาพหลุดให้จับได้ว่าคบหาดูใจกัน ก็หวานแหววยั่วเสียงเม้าท์และต่อมริษยาของบรรดาประชาชีซะเหลือเกิน งานนี้อะไรๆ ก็แสนเพอร์เฟกต์ เส้นทางรักแลดูไปได้สวย แต่มิวายมีช่องโหว่ให้ได้ฝอยกัน ก็แหม...เห็นหวานแหววแฮปปี้ไร้ปัญหาผู้ใหญ่ไม่ปลื้มเยี่ยงนี้ แต่เจอบทสัมภาษณ์แม่ก้อยทีไรเป็นต้องแอบเงิบทุกที เพราะไม่เคยเห็นคุณท่านเอ่ยแบบเต็มปากเต็มคำสักครั้งว่าสาวจ๊ะคนนี้น่ะคือว่าที่ลูกสะใภ้ จุดนี้ไม่รู้เพราะอนาคตยังอีกไกล ผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างแม่ก้อยเลยไม่วู่วามอยากได้ลูกสะใภ้แบบเร่งด่วนหรือเปล่า ยิ่งก่อนหน้านี้เห็นสาวจ๊ะนุ่งบิกินี่เล่นน้ำกับลูกชายแบบไม่แคร์สื่อด้วยแล้ว ต่อให้เอ็นดูแค่ไหนก็คงต้องเลือกนานๆ ใช่ปะล่ะ เอ้า!!! แม้จะไฟเขียว ทั้งปลื้มทั้งเอ็นดู แต่หนูจ๊ะคนสวยก็อย่าเพิ่งเหลิงไปนะจ๊ะ ยอมให้คบหามากกว่าเพื่อน แต่ไม่ได้หวังรับเป็นสะใภ้แบบนี้ วันดีคืนดีฝ่ายหญิงอย่างหล่อนอาจจะเงิบก็เป็นได้นะเออ หุหุ จ๊ะ- เอิน จ๊ะ- เอิน จ๊ะ- เอิน

เจาะลึก แอ่นนรก เชียร์ลีดเดอร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ
ผู้นำเชียร์ /  มหาวิทยาลัย / 

เป็นเรื่อง ทั้งน่าอึ้ง และน่าทึ่ง สำหรับ เชียร์ลีดเดอร์ หรือ ผู้นำเชียร์ ที่แต่ละมหาวิทยาลัย มีการคัดเลือกเป็นอย่างดี หน้าตา การเต้น และบุคลิก และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีภาพว่อนเน็ท ภาพเชียร์ลีดเดอร์สาว แอ่นหลัง หักมุม 90 องศาตัวขนาดกับพื้นโดยยังไม่ล้ม?? หลายคนบอกว่า นี่มันยากยิ่งกว่าสะพานโค้งเสียอีก พร้อมกับ คำบรรยายว่า นี่คือ เชียร์ลีดเดอร์ ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม. อุบลราชธานี (ม.อุบลฯ) พร้อมๆกับเรียกท่านี้ว่า "แอ่นนรก" เราไปดูภาพต่างๆกันก่อน ด้านบน คือภาพของคณะทีมเชียร์ลีดเดอร์ปีล่าสุด และคลิปจ้า โดยที่หลายคนบอกว่า เห็นแล้วนึกถึง ท่าชี้นิ้วสั่ง ของ Boa Hancock จากเรื่อง One Piece เห็นแล้ว ปวดหลังแทนเลยว่ามั้ย?? เชียร์ลีดเดอร์ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ นี่ต้องอดทน กับการฝึกซ้อมมาก แน่ๆเลย อย่าสงสัยกันนานเลย ทีมงานได้ติดต่อสัมภาษณ์กับตัวแทน ชื่อ น้อง อานนท์ วงศ์คำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในทีมเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งให้ข้อมูลมาดังนี้ "แอ่นนรก" เป็นคำที่คนนอก ตั้งฉายาให้เรา แต่จริงๆแล้วเรามีชื่อออริจินัลของเราเอง อ้าว?! จริงๆแล้ว เราเรียกท่าเตรียมพร้อมแบบนี้ว่า "แอ่น วิดยา 90" (90 หมายถึง 90 องศา หักศอกตั้งตรง ตัวขนานกับพื้น ตัวไม่เอน ขายืดตรง เข่าไม่งอ และท่ามองจากมุมตรงจะต้องไม่เห็นอก ไม่เห็นหัวเลย โอ้ว...) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท่าเชียร์ลีดเดอร์ แห่งนี้ ซึ่งคณะอื่น หรือมหาวิทยาลัยอื่นที่เห็น ก็อึ้ง และเรียกท่านี้ว่า "แอ่นนรก" (คงเพราะมันดูแอ่น ได้อย่างโหดอ่ะนะ) น้องย้ำว่า โดยปกติแล้ว เชียร์ลีดเดอร์มีท่ามาตรฐานคือ แอ่น 45 องศา (เพื่อให้เอียง ได้สบสายตากับทั้งสแตนด์เชียร์) ซึ่งของเราน่ะ 90 องศา จริงๆ (จ้ะ 90 เป๊ะๆเลย) เปรียบเทียบ แอ่น 45 และ แอ่น 90 มันมีที่มาอย่างไร ใครเป็นคนคิด คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ ก่อตั้งมาแล้ว 22 ปี (ส่วน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ก่อตั้งมา 25 ปีแล้ว) เราได้รับการถ่ายทอด ท่า แอ่นนรก ตั้งแต่รุ่นแรก ซึ่งพี่(ลีดผู้หญิง)รุ่นแรกๆ เขาลองทำท่าแอ่นแบบนี้ แล้วปรากฎว่ามันสามารถแอ่นไปได้เยอะมาก แต่ต้องฝึกเพื่อการทรงตัว จากนั้นก็กลายเป็นเอกลักษณ์จากรุ่นสู่รุ่นมาเรื่อย ฝึกซ้อมอย่างไร ใช้เวลานานหรือเปล่า น้องๆที่สมัครมาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ รู้ตัวตั้งแต่แรกว่า เขาจะต้องทำท่า "แอ่นนรก" ได้ (ใจต้องพร้อมประมาณหนึ่ง) แล้วเราก็มีเวลาฝึกซ้อม ดัดหลัง สะพานโค้ง เพิ่ม ประมาณ 2 เดือน ก่อนที่ลงโชว์ในการแข่งกีฬา ภาพการดัดตัว ที่น้อง อานนท์บอกว่า ฝึกไว้ทำท่า แอ่นนรก ส่วนนี่ก็คือ ท่าวอร์มอัพ ก่อนจะโชว์นำเชียร์ ทำ "แอ่นนรก" ไม่ได้ ไม่ใช่ ลีด วิทยา ม.อุบล? ถูกต้องครับ บางคนถูกคัดออกเอาวันสุดท้ายของโชว์ก็มี และที่เห็นตามอินเตอร์เน็ท บางรุ่นก็ผ่านมาแค่ 2 คนเท่านั้น ขอตั้งชื่อภาพนี้ว่า "เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม" สรุปว่า ลีดเดอร์ วิทยา ม.อุบล เอาตัวอ่อนเข้าว่า สวยไม่สวยค่อยว่ากันเหรอ? เรามองว่า ความสวยก็สำคัญ แต่ว่า การซ้อมไม่ใช่ง่ายๆ เราจึงมองเรื่อง "แอ่นนรก" เป็นเรื่องทุ่มเท และอดทนครับ ซึ่งในโชว์ครั้งหนึ่ง เราจะแอ่นแบบนั้นประมาณ 3 รอบเท่านั้น (เท่านั้น? สำหรับพี่น่ะ เกินพอล่ะจ้า) รู้สึกอย่างไร กับกระแสชาวเน็ทที่กล่าวขวัญถึง แอ่นนรก ในขณะนี้ ขอบคุณครับ ที่ชื่นชมพวกเรา และขอชี้แจงคนที่มองว่า โหดเกินไป ที่จับนักศึกษาผู้หญิงมาทรมาน เราอยากจะบอกว่า ไม่ได้บังคับ ไม่ได้ทรมานครับ ทุกคนมาด้วยใจ ความสามารถ และซ้อมหนัก เป็นสภาพความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกายที่มาจากการออกกำลังกาย เราทุ่มเท เพียงเพราะคำว่า "ภูมิใจในความเป็นเชียร์ลีดเดอร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ ของเรา" สุดท้ายนี้ ทีมงาน MThai Teen ขอบอกว่า ปลื้มกับน้องๆมากๆ และเราทราบว่า ลีดเดอร์ของ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลฯ จะมีการโชว์ แอ่นนรก ในงานดังนี้ งานแข่งกีฬา (คณะ)วิทยาศาสตร์สัมพันธ์ ระหว่างมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า อะตอมเกมส์ (ซึ่ง ทีมเชียร์ ม.อุบลฯ ไม่เคยพลาดรางวัลจ้า) งานแข่งกีฬาเฟรชชี่ ของ ม.อุบลฯ งานรับปริญญา โชว์บูมให้รุ่นพี่ ฝากติดตามผลงานของน้องเขาด้วยนะ (ว่าแต่การเชียร์ด้วยอุดมการณ์ดีงามแบบนี้ เรียก "แอ่นสวรรค์" แทน ดีมั้ยจ๊ะ) ขอบคุณภาพจาก สโมสรนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, Taweeporn photographer, วีดีโอบน Youtube โดย คุณ  T'TopZ Naphatsakorn

Dynasty Kingdoms จัดประกวดออกแบบการ์ดเกมส์
Dynasty Kingdoms

เกมส์มือถือ Dynasty Kingdoms (facebook.com/UcubeMobiTH) เชิญชวนผู้เล่นผลงานออกแบบสร้างสรรค์ ขุนพลไทยในตำนาน ในหัวข้อ “นักรบไทย สุดแกร่ง” ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 บาท และโอกาสที่จะแสดงผลงานสร้างสรรค์ในเกมศึกตำนานสามก๊ก ร่วมกับนักพัฒนา Application ระดับเอเซีย และเผยแพร่ในเกมศึกตำนานสามก๊ก เริ่มวันนี้ - 20 พฤศจิกายน 2557 ออกแบบตัวละครกิจกรรม 1.ไกรทอง 2.ขุนแผน 3.นายขนมต้ม ระยะเวลากิจกรรม เปิดรับสมัคร : วันที่ 1- 20 พฤศจิกายน 2557 ประกาศผลการตัดสินทาง Fanpage Ucube Games Thailand : วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 การมอบรางวัล : ภายใน 10 วันนับตั้งแต่ประกาศผลการตัดสิน และผู้ชนะเลิศส่งมอบผลงานตามที่กำหนดได้ครบถ้วน รางวัล ผู้ชนะเลิศ รับรางวัลเงินสด 5,000 บาท ต่อ 1 ผลงาน (ตัวละครที่กำหนด) รวมทั้งสิ้น 15,000 บาท (ตัวละครละ 5,000 บาท) **ภาพที่ได้รับรางวัลจะถูกส่งให้ผู้พัฒนาเกมพิจารณาในการทำเป็นการ์ดภาพตัวละครในเกมศึกตำนานสามก๊ก กติกา - ออกแบบตัวละคร ไกรทอง, ขุนแผน และนายขนมต้ม เลือกออกแบบตัวละคร 1 หรือมากกว่า ตามที่กำหนด เท่านั้น พร้อมทั้งบอกแนวคิดในการออกแบบ - ภาพตัวละครแบบครึ่งตัว ขนาดภาพ 700*700 Pixel บนโปรแกรม Photoshop หรือ illustration (แยก Layer Background) - เป็นผลงานที่ผู้เข้าประกวดต้องวาดด้วยตนเอง และออกมาจากจินตนาการของตนเองเท่านั้น - ไม่จำกัดเทคนิคการนำเสนอและออกแบบ - ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยประกวดที่ใดมาก่อนและต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วน ใดของผลงานผู้อื่น - ผลงานที่จะถูกนำมาพิจารณา ต้องเป็นไปตามรูปแบบที่กติกากำหนดไว้เท่านั้น - การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด - ผู้ชนะเลิศจะต้องส่งมอบผลงานเป็นไฟล์รูปแบบ .PSD (แยก Layer) และมอบให้เป็นลิขสิทธิ์ของ Ucube Group เพื่อเผยแพร่ในเกมศึกตำนานสามก๊ก และเกม Dynasty Kingdoms และ/หรือ การทำประชาสัมพันธ์เกมศึกตำนานสามก๊ก - ผู้ชนะเลิศยินยอมให้ Ucube Group ดัดแปลงหรือแก้ไขภาพให้เป็นไปตามความเหมาะสม โดยจะมีการแจ้งผู้ชนะเลิศทราบก่อนเป็นลายลักษณ์อักษร ทางจดหมายอิเลคทรอนิค (Email) วิธีการส่งผลงาน - ส่งไฟล์ผลงานมาที่ E-Mail : ucubethailand@gmail.com เป็นไฟล์นามสกุล .JPEG หรือ .PNG พร้อมอธิบายแนวคิดในการออกแบบ - ส่งประวัติโดยย่อของเจ้าของผลงานดังนี้ o ชื่อ-นามสกุล o หมายเลขบัตรประชาชน o ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ o Email address ตัวอย่างแนวภาพตัวละคร ภาพที่ออกแบบมาชุดตัวละครมี 2 สี ภาพแรกโทนสีน้ำเงิน ภาพที่สองโทนสีแดงมีออร่าตัวละคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/UcubeMobiTH หรือ โทร 02-744-7117 Email : ucubegamesthailand@gmail.com

นายกฯ เน้นคุยการค้า ปัดคุยเขตแดน หลังเยือนกัมพูชา
ข่าวประยุทธ์ /  ข่าววันนี้ / 

นายกฯ ยันเยือนกัมพูชา ไม่คุยเรื่องเขตแดน แต่เน้นเรื่องการค้าชายแดน ส่งเสริมเขตเศรษฐกิจรับ AEC พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไทยที่ติดตามคณะรัฐมนตรีเยือนประเทศกัมพูชา ถึงผลการเยือนอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า การเยือนกัมพูชาครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ บรรยากาศหารือเป็นมิตรไมตรีต่อกัน ไทย-กัมพูชา มีความใกล้ชิดต่อกันทางเขตแดน มีความขัดแย้งอยู่บ้างแต่วันนี้ได้มีการพูดคุยกันว่าเราเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ต้องร่วมมือกันเพื่ออนาคตของทั้งสองประเทศและอาเซียน สำหรับประเด็นการหารือไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องความมั่นคงหรือเขตแดน เนื่องจากเราจะไม่ให้เส้นเขตแดนเป็นปัญหา เราจะเดินหน้าอาเซียนอย่างไรทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นถนน โครงสร้างพื้นฐาน มีการเซ็น MOU เครือข่ายทางรถไฟ อรัญประเทศ-ปอยเปต เพื่อเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ลักษณะ Cluster เพื่อค้าขาย มีโรงงานผลิตขนาดเล็ก มีศูนย์รับซื้อสินค้าทางการเกษตรเพื่อให้เกิดเป็นเมืองชายแดน มีการปรับปรุงถนน เส้นทางระหว่างกัน มีการจัดศูนย์แรงงาน โดยนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเห็นชอบทุกประการ ซึ่งเป็นการป้องกันการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนไทย-กัมพูชา ข้ามกันไป-มาได้อย่างมีความสุข ด้านแรงงาน ปัจจุบันมีแรงงานแบบเช้า-เย็นกลับ แรงงานตามฤดูกาล แรงงานรายปี ซึ่งทางกัมพูชาจะช่วยส่งทีมพิสูจน์สัญชาติ เพิ่มให้เป็น 15 ชุดจากเดิม 6 ชุด นอกจากนี้มีการหารือเกี่ยวกับการจัดประชุมระหว่างผู้นำอย่างไม่เป็นทางการ (Annual Retreat) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความสัมพันธ์ โดยให้มีอย่างน้อยปีละครั้ง เริ่มตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ด้านเศรษฐกิจ นอกจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจข้ามแดน การที่เราจะเชื่อมโยงกับใคร เราต้องดูว่าเขาต้องการอะไร นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอยากให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาผลิตน้ำผลไม้ เพราะเขามีผลผลิตอยู่แล้ว รัฐบาลก็ต้องคอยส่งเสริมให้ตรงกับความต้องการของประเทศเพื่อนบ้าน การลงทุนต้องเน้นให้โอกาสการลงทุนที่ตรงกับเราความต้องการ การขนส่ง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เปิดจุดผ่านแดนถาวร บ้านหนองเอียน-สตึงบท เพื่อบรรเทาความแออัดที่ปอยเปตและไทย มีการขอเพิ่มโควตารถบรรทุกจาก 40 คันเป็น 500 คัน ซึ่งทางการกัมพูชาก็ตามตกลง เรื่องจุดผ่านแดน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะมีการยกระดับ 4 จุดได้แก่ 1. ช่องอาเซะ จ. พระวิหาร-ช่องอานม้า จ. อุบลราชธานี 2. พนมได จ.พระตะบอง-บ.เขาดิน จ. สระแก้ว 3. บ. ทมอดา จ.โพธิสัต-บ.ท่าเส้น จ.ตราด และ 4. ช่องจุ๊บโกกี จ.อุดรมีชัย-ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ นอกจากนี้ กัมพูชาได้ขอให้เราร่วมมือแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทุกประเภท น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า เนื่องจากไทยมีประสบการณ์และมีความพร้อม MThai news

รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน
ดอยภูคา /  ที่เที่ยวหน้าหนาว / 

หน้าหนาวที่จะถึงนี้ ใครที่ไม่อยากท่องเที่ยวจังหวัดใหญ่ๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนไปเยือนจำนวนมาก อยากหลีกหนีไปในที่ที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก Travel.mthai.com ขอแนะนำให้มา รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่านสิครับ ภูมิทัศน์สวยไม่แพ้ที่ไหนๆ พร้อมชมดอกของต้นชมพูภูคา สวยงามจนคุณต้องประทับใจแน่นอน รับลมหนาวที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน ดอยภูคา ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยครอบคลุมพื้นที่ใน 8 อำเภอ คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข อำเภอแม่จริม และอำเภอบ่อเกลือ มีพื้นที่ประมาณ 1,065,000 ไร่ เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาล ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน ต้นชมพูภูคา เป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยพบเพียงที่เดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต้นชมพูภูคา เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบ สีเทาอ่อน ออกดอกเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม การเดินทางไปดอยภูคา จากจังหวัดน่าน เดินทางโดนรถยนต์ ทางหลวงหมายเลข 1080 สู่ อ.ปัว ระยะทาง 60 กิโลเมตร จากนั้นแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ระยะทาง 25 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา แผนที่โดยรอบ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่มา : www.oceansmile.com  ,  เรียบเรียงข้อมูลโดย Travel MThai  ขอบคุณรูปภาพจาก : hamanan.com , thetrippacker.com , pantip.com (คุณฟูบิ -(ฟูบีราย)-) ลิ้งที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวบ่อเกลือ บนภูเขาที่จังหวัดน่าน , อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน , พิชิต! ภูพยัคฆ์ จ.น่าน

Chaos Online จัดเต็มแพทซ์ Act 3 เล่นง่าย-เล่นสนุกกว่าเดิม
Chaos Online /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ Chaos Online (chaos.in.th) ทำการอัพเดตแพทซ์ใหม่ Act 3 : A New Divide ให้ผู้เล่นสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ มันส์ยกเครื่อง จนลืมประสบการณ์เก่าๆ ไปได้เลย งานนี้คอ MOBA ทั้งเล่นขำๆ หรือจะฮาร์ดคอร์ก็มาสนุกกันได้ อัพเดตแล้ววันนี้ ถอดแผนที่เก่าอย่าง Ancient Forest TH ออกไปและเพิ่มแผนที่ใหม่ Ancient Forest-Rookie เข้ามาแทน ซึ่งใช้กฎการเล่นแบบเดียวกับ Ancient Forest KR แต่ตัดระบบ Repel, Dispel, Rejuvenation Potion, Vampiric Potion และ Cheese ออก รวมทั้งปรับให้ไม่เป็นอมตะระหว่างใช้วาร์ป เพื่อความมันส์ในการเข้าปะทะได้อย่างเต็มที่ จะมือใหม่หรือมือเก๋า ก็ใส่กันได้ไม่ยั้ง Giant Creep ที่จะมาก่อกวนการเล่น โดยจะเกิดใหม่ทุกๆ 8.30 นาที - เมื่อฆ่า Titan ทุกคนในทีมจะได้รับทองและ EXP เท่ากันทุกคนและ Titan จะเกิดใหม่ในตำแหน่งที่ตาย - ทุกครั้งที่เกิดใหม่ Titan จะยิ่งเก่งกว่าเดิม โดยมีพลังชีวิตและพลังป้องกันเพิ่มขึ้น - Titan จะโจมตีสิ่งที่ใกล้ที่สุดเรียงลำดับจาก Watch Tower – Sentinal – Barrack – Guard Tower – Base Camp - เอฟเฟคจากสกิล จะมีผลกับ Titan เพียง 30% เท่านั้น - ปรับปรุงระบบ Leaver count - เปลี่ยนจำนวนคะแนนที่จะถูกลดเมื่อผู้เล่น Leave game * Leaver Count 0 ครั้ง : ลด 25 คะแนน * Leaver Count 1 ครั้ง : ลด 50 คะแนน * Leaver Count 2 ครั้งขึ้นไป : ลด 100 คะแนน - เมื่อผู้เล่นมี Leaver Count เกิน 5 ครั้ง จะไม่สามารถเข้าเล่น Quick Match และ Ranking Match ได้ - ปรับปรุงของขวัญวันเกิด * แก้ไขปัญหาเมื่อถึงวันเกิดแล้วสัญลักษณ์ประจำวันเกิดไม่แสดง * เปลี่ยนไอเทมของขวัญวันเกิดจาก Shiny Silver Box Season 2 ไปเป็น Rare Craft Item Scroll - ปรับปรุง Ranking Match - ในขณะที่เลือกฮีโร่ การ Pick/Ban จะเปลี่ยนไปตาม Rank - ปรับคะแนน Rank * CO-OP VS AI เมื่อชนะ จะได้รับคะแนน จาก 75 เปลี่ยนเป็น 90 * CO-OP VS AI เมื่อชนะติดต่อกัน จะได้รับคะแนน จาก 150 เปลี่ยนเป็น 180 * CO-OP VS AI เมื่อแพ้ จะได้รับคะแนน จาก 50 เปลี่ยนเป็น 10 - เพิ่มความสามารถของ Sentinel * เพิ่มความสามารถ “ลดความเสียหายจากการโจมตีระยะไกล 15%” - ปรับปรุง Tutorial : แก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องเมื่อกดล็อคหน้าจอแล้วไม่ยอมล็อค - ปรับปรุง UX Unit * ในกรณีที่ยูนิตที่เป็นเป้าหมาย (เช่น Titan) อยู่ในสถานะซ่อนตัวและยากต่อการจับเป้าหมาย, หากฮีโร่ใช้สกิลในบริเวณนั้นจะทำให้เห็นเป้าหมายและล็อคการโจมตีได้ * กรณีนี้ใช้ได้เฉพาะยูนิตที่ซ่อนตัวอยู่เท่านั้น ไม่มีผลต่อฮีโร่ด้วยกันเอง - เพิ่มรางวัลเมื่อเลเวลอัพ : เมื่อเลเวลอัพถึง 30, 35, 40, 45, 46,47,48,49,50 จะมีรางวัลให้ในแต่ละขั้น - เพิ่มออพชั่นในการปรับสีของแถบ HP ของฮีโร่ตนเอง * สามารถปรับสีของแถบ HP ของตนเองได้โดยตั้งค่าใน System Option – Game Setting, โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี - เพิ่มข้อความบอกสถานะว่าไม่สามารถผ่านได้เหนือ Portal Gate - ปรับปรุงระบบการ์ด : เพิ่มระบบที่สามารถเลือกการ์ดได้ใน Tutorial - เพิ่มระบบทดลองการเรียนรู้สกิล * สามารถเรียนรู้สกิลของฮีโร่ที่ยังไม่ได้ซื้อไว้ในครอบครองได้ (รวมถึงฮีโร่ที่มีแล้วเช่นกัน) * โดยจะมีตัวให้ทดลองใช้สกิลคือ “Hero Scarecrow” 1 ตัว และ “Scarecrow” 4 ตัว * ฮีโร่ที่ลองเล่นจะเริ่มต้นที่เลเวล 12 และจะไม่สามารถซื้อไอเทมหรือใช้ไอเทมเพิ่มพลังได้ * หากกดปุ่ม “เริ่มต้น” ที่อยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอ จะเป็นการรีเซ็ทคูลดาวน์ของสกิล และเพิ่ม HP/MP จนเต็ม * ในหน้าต่างของฮีโร่ จะเพิ่มปุ่ม “เรียนรู้สกิล” ไว้ข้างๆปุ่ม “ซื้อฮีโร่” - ปรับปรุง Tutorial : ใน Tutorial ระดับต้น เมื่อฆ่า Leonic ได้แล้ว จะไม่มีครีปออกมาอีก และเมื่อฆ่า Leonic ตาย ฮีโร่จะเลเวลอัพเป็น 25 - ปรับปรุง Deathmatch : เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Guardian โดยเพิ่มพลังป้องกันและพลังป้องกันเวทย์ - เปลี่ยนชื่อ Versus AI, Quick Match * Versus AI เปลี่ยนเป็น CO-OP VS AI * Quick match เปลี่ยนเป็น Basic Match - ปรับปรุง Interface การซื้อไอเทม * การซื้อไอเทมภายในเกม เปลี่ยนจากการคลิกเมาส์ 1 ครั้ง เป็นดับเบิ้ลคลิก * สามารถตั้งคีย์ลัดเพื่อซื้อไอเทมได้ - เพิ่มระบบการแจ้งเตือน : เพื่อเตือนผู้เล่นเมื่อไม่ได้สนใจหน้าจอนานๆ (สามารถ เปิด/ปิด ได้ในการตั้งค่า) เนื่องจากมีการปรับสมดุลเกมและอัพเดทระบบใหม่ จึงจำเป็นต้องรีเซ็ตข้อมูลบางส่วน ข้อมูลที่ถูกรีเซ็ต – Level, GP, Craft item, Ancient Soul Stone ข้อมูลที่คงอยู่ – Hero, Skin, Icon ทั้งนี้ ทางทีมงานจะแจกไอเทมชดเชยการรีเซ็ตครั้งนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ พบกับรายละเอียดอัพเดตเพิ่มเติม และกิจกรรมคืนความหนุกให้ผู้เล่นทุกคน ทั้งมือใหม่มือเก๋า รวมถึง Starter Set สำหรับผู้เล่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงยกชุดจาก Starter Set ชุดเดิม รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2557 อีกมากมาย

สุดทึ่ง! ภาพดวงตาไซคลอป บนดาวพฤหัส
ข่าววันนี้ /  ดวงตาดาวพฤหัส / 

ภาพดวงตาไซคลอป บนดาวพฤหัส หลังดวงจันทร์บริวารพาดผ่านจุดพายุหมุนขนาดยักษ์พอดิบพอดี เว็บไซต์ดิสคัฟเวอรี่ ได้มีการเผยแพร่สุดทึ่งปรากฎการณ์ดวงตาไซคลอปบนดาวพฤหัส โดยได้เผยให้เห็นจังหวะที่ดวงจันทร์แกนิมีด ดวงจันทร์บริวารที่ใหญ่ที่สุดของดาวพฤหัส โคจรอยู่เหนือจุดแดงใหญ่ ซึ่งเป็นพายุหมุนขนาดยักษ์บนดาวพฤหัสพอดี จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นดวงตาขนาดยักษ์กำลังจ้องมองอยู่ ทั้งนี้รายงานระบุว่า ภาพดังกล่าวถูกบันทึกได้โดยกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐฯ (นาซา) ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา MThai news

Playpark Fan Fest 2014 by Gigabyte จัดแน่นอน 1-2 พ.ย. 57 นี้
Playpark Fan Fest /  Playpark Fan Fest 2014

Playpark ร่วมมือ Gigabyte จัดงานแสดงเกมส์ "Playpark Fan Fest 2014 by Gigabyte" เริ่มวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2014 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ งาน Playpark Fan Fest เป็นมหกรรมแข่งขันเกมออนไลน์ระดับประเทศ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ถือเป็นปีที่ 6 ซึ่งจากปีที่ผ่านๆมามีเหล่าเกมเมอร์ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนกว่า 124,000 คน และมีผู้เข้าแข่งขันเกมต่างๆ กว่า 10,000 คน และในปีนี้งาน Playpark Fan Fest 2014 by Gigabyte ทาง Playpark ได้ร่วมมือกับ บริษัท กิกะไบต์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จัดงานเกมแห่งปี ที่จะให้เหล่าเกมเมอร์ได้สนุกกันอีกครั้ง ภาพบรรยากาศงาน Playpark Fan Fest สำหรับการแข่งขันเกมส์จะจัดแข่งขันจาก 9 เกมส์ดังของ Playpark ทั้ง MMORPG Casual MOBA และ Mobile แล้ว ยังได้มีการนำเกมส์ใหม่มาให้เกมเมอร์ในงานได้เล่นก่อนใคร ส่วนไฮไลท์ที่การเฟ้นหาผู้ชนะจากการแข่งขันเกมส์ Dragon Nest เพื่อไปแข่งชิงแชมป์ระดับโลกในงาน World Championship 2014 หรือ DWC 2014 ที่จะจัดขึ้นที่ ประเทศอินโดนิเชีย อีกด้วย ด้าน GIGABYTE ได้ร่วมกับ Playpark ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 และจากความสำเร็จทั้ง 2 ครั้งนั้นที่ผ่านมาทำให้ GIGABYTE ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มเกมเมอร์มากขึ้น สำหรับปีนี้กิจกรรมที่ทางบริษัทเตรียมไว้ก็มีความพิเศษมากขึ้น พร้อมนำเมนบอร์ดรุ่นใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้เล่นโดยเฉพาะ ภาพบรรยากาศงาน Playpark Fan Fest

ใจงดงาม มาลาลา มอบเงินล้านสร้างโรงเรียนในปาเลสไตน์
ปากีสถาน /  มาลาลา / 

มาลาลา ยูซาฟไซ  สาวน้อยยอดนักสู้ชาวปากีสถาน มอบกว่าล้านเพื่อสร้างโรงเรียนใหม่ในปาเลสไตน์ หลังจากการถูกอิสราเอลยิงขีปนาวุธโจมตีเสียหาย วันนี้ (31ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์และตะวันออกใกล้แห่งสหประชาชาติ เผยว่า น.ส.มาลาลา ยูซาฟไซ วัย 17 ปี ชาวปากีสถาน ที่ได้ร่วมครองรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปีนี้ ได้บริจาคเงินจำนวน 50,000 ดอลาร์หรือราว 1.6 ล้านบาท ให้แก่องค์กรดังกล่าว โดยวัตถุประสงค์ เพื่อนำไปสร้างโรงเรียนแห่งหนึ่งของยูเอ็นในฉนวนกาซา ที่ถูกกองทัพอิสราเอลยิงขีปนาวุธมาโจมตีระหว่างเปิดฉากสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ในปาเลสไตน์ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนพังเสียหาย มาลาลา เผยว่า เด็กๆ ในปาเลสไตน์ควรได้รับการศึกษาที่ดี และหากที่ใดปราศจากการศึกษา หมายถึงที่นั่นจะไม่มีสันติภาพและความสงบสุขตามไปด้วย โดยเมื่อวันที่ 29 ต.ค. มาลาลา ยังได้คว้ารางวัล ‘เยาวชนโลก’ ด้านสิทธิของเด็ก และกลายเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ และ The World’s Children Prize ในปีเดียวกัน ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง มาลาลา สาวนักสู้หัวใจเพชร รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ใจงดงาม มาลาลา มอบเงินสร้างโรงเรียนในปาเลสไตน์ 'ยิ่งลักษณ์' ชื่นชม 'มาลาลา-ไกรลาศ'ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ 'มาลาลา' เด็กสาว17ปี คว้าโนเบลสันติภาพ MThai News

ผุดแฟนเพจให้กำลังใจนมสด ลูกผู้ใหญ่วอเกาะเต่า
ข่าวเกาะเต่า /  ฆ่า / 

วันนี้(31ต.ค.) จากกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์พากันตั้งข้อสงสัยว่า นายวรท ตู้วิเชียร หรือนมสด บุตรชายของ นายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ เป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา แม้นายวรทหรือนมสด จะตกเป็นผู้ถูกวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อย่างรุนแรง แต่ล่าสุดก็ได้มีผู้ก่อตั้งแฟนเพจเฟซบุ๊คชื่อว่า นมสด FanClub ให้กำลังใจน้องนมสด ซึ่งเพจดังกล่าวระบุว่าสร้างขึ้นเพื่อให้กำลังใจ นายวรท ตู้วิเชียร หรือนมสด อย่างไรก็ตามแพทย์นิติเวชจาก 3 สถาบัน ประกอบด้วย ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ร.พ.รามาธิบดี และ ร.พ.ศิริราช ไปตรวจพิสูจน์ เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ DNA ในส่วนของนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ว่า ผลการตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอของ นายวรท กับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบว่า DNA ไม่ตรงกันกับวัตถุพยานใดๆ รวมถึง ดีเอ็นเอ ในน้ำเชื้ออสุจิในศพของเหยื่อสาวชาวอังกฤษด้วย ได้รายงานผลให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแถลงให้สื่อมวลชนและสังคมรับทราบต่อไป MThai News