ความหวังบนทางสายใหม่

โตส แจ้งความกลับ ฟ้า บาร์บี้ ขู่หากเคลื่อนไหวอีกจะงัดคลิปแฉ!
พจน์ อานนท์ /  โตส อัครัช / 

จากกรณีที่ ฟ้า บาร์บี้ นางแบบและเน็ตไอดอลชื่อดังออกมาแฉว่าถูกนักแสดงหน้าใหม่ในสังกัดของ พชร์ อานนท์(พจน์ อานนท์) นามว่า โตส อัครัช ทำร้ายร่างกายและได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.หัวหมาก จากนั้นหนุ่มโตสเองก็ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมทั้งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาไปนั้น ล่าสุดวันนี้(25 ก.ค.) หนุ่ม โตส อัครัช ออกมาเปิดใจในรายการ ปากโป้ง ทางช่อง 8 และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนได้มีการแจ้งความกลับไปทาง ฟ้า บาร์บี้ อดีตแฟนสาว ในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เกิดความเสียหายไปเรียบร้อยแล้ว เผยจริงๆ ตั้งใจจะแจ้งความกลับในข้อหาแจ้งความเท็จอีกด้วยซ้ำ เปรยกรณีที่อีกฝ่ายอ้างว่าแฟนเก่าตนอินบ็อกข้อความไปร่วมแฉด้วยนั้นไม่มีแน่นอน ทั้งนี้ตนยังไม่มีการติดต่อกับใครตั้งแต่เกิดเรื่อง โอดโดนสังคมต่อว่าไม่แมน! บอกเสียใจ ปัดอยากดัง เล็งงัดหลักฐานเป็นคลิปโชว์อีกรอบถ้าฝ่ายหญิงออกมาแถลงอีกครั้ง บอกถ้าตนเป็นฝ่ายถูกก็ช่วยมาขอโทษด้วย! ส่วนความสัมพันธ์ยืนยันไม่มีการกลับมาคุยกันอีกแน่นอน ลืมไปเลย ไม่เคยมีคนแบบนี้บนโลกนี้!! สำหรับกรณีที่พจน์บอกให้เลิกคบกับฝ่ายหญิงนั้นเชื่อว่าพูดถูกแล้ว ส่วนตนตอนนี้ถูกพจน์สั่งพักงานถึง 2 เรื่องด้วยกัน... รายละเอียดทั้งหมดมี ดังนี้ “วันนี้ผมต้องขอออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าผมไม่ได้ทำ สำหรับกรณีที่เขาออกมาบอกว่าผมทำร้ายร่างกายเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นก็คือ เขาเป็นคนนัดให้ผมไปเจอเองและผมก็ไปตามที่เขานัด แต่ตามปกติเราสองคนเลิกกันแล้วนะเพียงแค่เรายังเจอกันได้ ซึ่งพอผมไปตามที่เขานัดปุ๊ป เขาก็บอกให้ผมไปรอเขาอยู่ในที่ๆ หนึ่งก่อนแล้วค่อยออกมาเจอเขา ซึ่งพอเขาบอกมาแบบนั้นผมก็เลยรู้สึกเอะใจว่าเขาน่าจะออกไปไหนแน่ๆ” “จากนั้นผมก็เลยตัดสินใจว่าจะแอบไปหน้าบ้านเขา แต่ด้วยความที่มือถือผมแบตหมด ผมก็เลยต้องขับรถไปตรงป้อมยามและก็โทรบอกเขาว่าผมอยู่หน้าบ้านเขาแล้วนะ ไหนบอกว่าอยู่บ้านไง จากนั้นเขาก็เลยขับรถกลับมาและพอเจอกันผมก็ถามเขาปกตินะครับว่าไปไหนมา บอกให้โตสมาและออกไปหาคนอื่นมาใช่ไหม คือผมถามเขาดีๆ ปกติ ไม่ได้โวยวายหน้าบ้าน ไม่ได้บีบแตร หรือทำอะไรตามที่เขาพูดเลย และถ้าผมทำแบบนั้นจริงๆ ยามที่ป้อมไม่มาไล่ผมเหรอ ตำรวจไม่มาจับผมเหรอถ้าผมบุกรุกบ้านเขาขนาดนั้น” “ผมคุยอารมณ์ดีปกติอยู่แล้วครับ เพราะผมก็ไม่ได้สนอะไร เนื่องจากเราสองคนต่างก็มีคนของตัวเองอยู่แล้ว แต่ผมแค่ถามเฉยๆ ว่าเขานัดผมออกมาแล้วเขาไปหาคนอื่นมาเหรอ ซึ่งมันก็เป็นคำถามกวนๆ แต่ในเมื่อจับไม่ได้ผมก็ขับรถออกไปกับเขาตามปกติ และตลอดเวลาที่อยู่บนรถผมก็พูดแต่เรื่องนี้นะ ย้ำแต่เรื่องนี้ จนเหมือนเขาจะโมโหและก็เริ่มด่าผม ด่าผมเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนกวนๆ ถ้าโดนด่าผมจะนิ่งทำหูทวนลมใส่ เขาก็เลยดูแบบว่าหมั่นไส้ผม จากนั้นก็เริ่มถีบผม ยกขาขวาขึ้นมาถีบเลย เขาเป็นคนทำร้ายร่างกายผมก่อน เขาจิกหัวผมดึงลงมาเหยียบเล่นๆ แถมตอนนั้นผมก็กำลังขับรถอยู่ด้วย” “แต่ผมมีสติไงครับ ผมเอาเท้าขวาเหยียบเบรคและก็ขับรถเบี่ยงไปข้างทาง คือผมจะตบเขายังไง เพราะตอนนั้นผมโดนเขาตบทุกที่ ซึ่งผมยอมรับนะว่าผมจับมือให้เขาหยุดจริง แต่ผมจับเพื่อดันตัวเขาออกไป รวมถึงบอกกับเขาด้วยว่าถ้าหากเขาทำแบบนี้อาจจะทำให้รถคว่ำได้ แต่ถ้าเขาอยากตายก็โอเค โตสจะขับรถไปเรื่อยๆ ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน จากนั้นผมก็กลับมาขับรถปกติ แต่เขาก็จับผมถีบผมเรื่อยๆ นะ ซึ่งพอผมขับรถมาถึงบ้านเขาก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ดี และก็คุยกับผมดีๆ ได้” “สาเหตุก็คือพอไปถึงบ้าน คนที่เขาไปหาก็ทักมาหาเขาพอดี จากนั้นผมก็เลยถามเขาอีกว่าไหนล่ะที่บอกว่าไม่ได้ไปหาใคร แล้วนี่คืออะไร และเขาก็บอกกลับมาว่าโอเคเดี๋ยวเลิกยุ่งกับคนนี้ก็ได้ แต่โตสก็ไปเลิกยุ่งกับคนนั้นสิ เราจะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ซึ่งผมก็ยืนยันไปกับเขานะว่าผมเลิกยุ่งกับคนนั้นไม่ได้ เพราะเขาก็เป็นคนที่ดีสำหรับผม” “ผมปกติเลยครับ ไม่ได้หึงเลย จะนัดเจอผมก็ได้ กินข้าวก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เราสองคนคบซ้อน ก็ประมาณนั้นครับ คือเราเคยคบกันมา 11 เดือน เราไม่เคยห่างกันเลย ดังนั้นมันก็ต้องมีความผูกพันกันด้วย ตอนอยู่บนรถสู้กลับมั้ย อย่างที่ผมบอกครับ ผมยอมรับว่าผมจับมือขวาเขาและก็ดันตัวให้เขาหยุด แต่ผมไม่ได้ทำร้ายร่างกายเขาเลย ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง” “ที่บอกว่าตบหน้าเขาตอนถึงบ้าน แถวบ้านผมมีกล้องวงจรปิดนะ ถ้าเห็นกล้องจะรู้เลยว่าผมเดินเข้าบ้านและเขาเดินตาม การปิดประตูทุกอย่างคือปกติ ตอนแม่เดินเข้ามาเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งนะครับ แม่ยังถามอยู่เลยว่ามีอะไรกันเหรอ เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร” “เอากำปั้นทุบหน้าเขา ถ้าผมทุบจริงๆ รอยไม่น้อยขนาดนั้นหรอกครับ หน้าต้องแตกแล้ว ยิ่งเหยียบหน้า เหยียบหัว จมูกเขาต้องดั้งหัก ขาหัก แขนหักแล้ว รอยเขียวช้ำมาได้ยังไง ต้องถามเขาเองครับ ผมไม่รู้เหมือนกันว่ารอยมาได้ยังไง ผมยอมรับแค่อย่างเดียวว่ามีแค่รอยตรงแขนขวาที่ผมจับเขา อาจจะเป็นเพราะผมจับแน่นไปก็ได้” “ก่อนจะแยกกัน ผมเห็นแค่รอยแขนรอยเดียวครับ ส่วนรอยอื่นผมไม่รู้ ผมไม่ขอพูดดีกว่าว่ามันเป็นยังไง มีกระแสว่าเขาทำขึ้นมาเอง ผมไม่รู้ ต้องถามเขาครับ ผมให้เกียรติเขา เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ ตอนที่เขาแถลงข่าว ฟังครับ ตอนที่ผมฟังบางเรื่องผมก็ตลกนะ แต่บางเรื่องผมก็ดูไปแล้วก็นึกว่าเขาเป็นคนนิสัยยังไง ผมอยู่กับเขามานาน ผมรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง” “ที่บอกในรายการว่าเขาขู่ไว้ ถ้าผมไม่คืนดีเขาจะสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา อันนี้ผมไม่ขอพูดดีกว่าครับ ต้องไปถามเขาว่าเขาพูดจริงหรือเปล่า เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ ถ้าหากผมพูดอะไรออกไปเป็นผู้ชายผมพูดไปก็ดูผิด ดูเป็นหน้าตัวเมีย เขายืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงซึ่งไม่ตรงกัน ใช่ครับ ไม่ตรงเลยครับ ผมไม่ได้ทำร้ายเขาเลย” “น้ำเสียงตอนทะเลาะกัน ผมเป็นคนนิ่งๆ แต่เขาก็จะเป็นคนที่ด่าตามที่เคย มีรุ่นพี่ออกมาพูดว่าเขาด่าผมยังไงบ้าง และพอผมทำหน้านิ่งๆ กวนๆ เขาก็ยิ่งหมั่นไส้ ผมพูดอะไรเยอะไม่ได้ แต่ผมให้ทุกคนที่ดูข่าวตัดสินเองดีกว่าว่าเรื่องมันเป็นยังไง” “วันนั้นพอเราคุยกันเสร็จก็นอนนะครับ เพราะเราคุยกันถึง 6 โมง แต่นอนปกตินะครับ เราง่วงกันทั้งคู่ จับมือนอนปกติ คุยกันดี ตอนเช้าผมขับรถไปส่งเขาที่บ้าน เขาเข้าบ้านไปเอาเงินมากินข้าวแถวซอยบ้านเขาด้วยนะครับ อารมณ์โกรธไม่มีเลย ทุกอย่างเป็นปกติเลย” “ตั้งแต่มีเรื่อง ผมไม่คุยแล้วครับ ผมโดนขนาดนี้ผมไม่คุยแน่นอน คดีความล่าสุดผมก็เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาและก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของเขาแล้วครับ ส่วนผมก็แจ้งความกลับเขาเหมือนกันในข้อหาดูหมิ่น คือเขาดูหมิ่นผมตรงข้อความช่วงท้ายที่เขาพิมพ์ลงเฟสบุ๊คว่า ผมเป็นคนไม่ดี หลอกเงินผู้หญิง” “เรื่องแฟนเก่าส่งข้อความไปบอกเขาว่าเคยโดนผมทำร้าย ผมไม่เคยทำเลยครับ แฟนเก่าคนไหนที่เคยโดนผมทำร้ายร่างกายแสดงตัวออกมาเลยครับ ผมไม่ได้มีแฟนมานิดเดียวนะ ผมมีมาเยอะนะ และก็มีแฟนเก่ามาให้กำลังใจผมเยอะเหมือนกัน” “ถ้าเขาจะไกล่เกลี่ยผมก็ยินดีไกล่เกลี่ยครับ แต่ตอนนี้ผมแจ้งความเขาคืนแล้วด้วย และตอนนี้ผมก็อยู่เฉยๆ หลักฐานผมมีพร้อม พร้อมดำเนินคดีเขาทันที ถ้าให้ผมมาขอโทษและให้ผมยอมเขาจริงๆ ผมจะไม่มาสู้ถึงทุกวันนี้เลย หลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ผมเห็นแล้วครับ และผมบอกได้เลยเขามีแค่ตอนที่ผมขับเข้าไปกับขับออก แต่ของผมมีมากกว่านั้น” “ฟีดแบค ตอนนี้คนก็คิดกันไปแล้วว่าผมเป็นแบบนั้นจริงๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ฟังอะไรเลย ถามว่าเสียใจไหม ผมเสียใจครับ พ่อแม่ผมก็เสียใจ เพราะท่านไม่เคยสอนให้ผมทำร้ายผู้หญิง สิ่งไหนที่ผมผิดผมก็ยอมรับ แต่สิ่งไหนที่ผมไม่ผิดผมก็ไม่ยอมรับครับ” “เขาทำทั้งหมดนี้ไปเพื่ออะไร ผมไม่ขอพูดดีกว่าครับ อยากดัง ก็ส่วนหนึ่งครับก็น่าจะมี ส่วนผมจะอยากดังเพื่ออะไรครับ ผมเล่นหนังของพี่พจน์มา 4-5 เรื่องแล้ว ผมไม่เคยช่วยโปรโมทหนัง ผมไม่เคยเผยตัวว่าผมเป็นนักแสดง ทุกคนไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าผมคือใคร แต่พอมีข่าวนี้ผมดังเลย ทุกคนรู้เลยว่าผมไงโตสตบผู้หญิง” “ถ้าเขาออกมาแถลงอีก ผมจะงัดหลักฐาน งัดคลิป งัดภาพออกมาให้ทุกคนได้เห็นเลย และผมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น ผมจะให้ทุกคนคิดตามเองว่ามันเป็นยังไง เรื่องจบยังไง ถ้าผมถูกจริงๆ ผมจะให้เขามาขอโทษ และก็จะยกฟ้องคดีที่ผมแจ้งเขา คือตอนนี้เขาแจ้งความเท็จผมใช่ไหมคับ และถ้าผมถูกผมจะฟ้องกลับเลยว่าเขาแจ้งความเท็จทั้งหมด” “ผลกระทบ ช่วงแรกๆ ก็ส่งผลนะครับ แต่ผมก็ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจแล้วว่าผมไม่ได้ทำ แชทระหว่างผมกับพี่พจน์ถูกปล่อยออกมาด้วย ใช่ครับ พี่พจน์เขาเคยบอกว่าอย่าคบกับคนนี้นะ แต่ผมไม่เคยเชื่อเพราะผมรักผู้หญิงคนนี้ และผมก็คิดว่าเขาคงไม่เป็นแบบที่พี่พจน์ว่าหรอก ถามว่าพอเกิดเรื่องพี่พจน์เขาว่ายังไงบ้าง เขาก็พักงานผมแล้วครับ พักผมจากงานภาพยนตร์ 2 เรื่อง” “ยืนยันว่าไปบ้านเขาไม่ได้เข้าไปเพื่อง้อเขาแน่นอน ใช่ครับ ผมเข้าไปบ้านเขายังไม่เจอตัวเขาเลย ทั้งๆ ที่ตอนที่เขาออกมาพูดเขาบอกว่าเขาอยู่บ้านและผมก็ไปบีบแตรส่งเสียงดัง เขาทำอะไรเขารู้อยู่แก่ใจ เขาหลอกคนอื่นได้แต่เขาหลอกตัวเองไม่ได้ และอย่าให้ผมต้องพูดลึกกว่านี้ อย่าให้ผมต้องเป็นคนแฉ อย่าให้ผมต้องเอาเรื่องจริงมาพูด อย่าให้ผมต้องเอาหลักฐานออกมายืนยัน” “ความสัมพันธ์งงๆ ระหว่างเราสองคนตอนนี้ก็คือจบแล้วแน่นอน ถ้าข่าวถึงขนาดนี้ผมไม่กลับมาคุยแน่นอนครับ ลืมไปเลยว่ามีคนแบบนี้ในโลกนี้ กับคนปัจจุบันตอนนี้ ผมก็เห็นใจเขานะครับ เพราะเรื่องนี้ก็ส่งผลถึงเขาเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าเลิกยุ่งกับเขาดีกว่าเพราะผมก็กลายเป็นคนมีข่าวไปแล้ว” โตส กล่าว โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช โตส อัครัช ฟ้า บาร์บี้

เจ๊ขอช็อปบ้าง! ปืนทุ่ม 75 ลป.หวังล่อดูโอแนวรุกเข้ามาเสริมความโหดให้ทีม
ริยาร์ด มาห์เรซ /  อาร์เซน่อล / 

เงียบไปพักใหญ่สำหรับเรื่องข่าวคราวซื้อขายผู้เล่นสำหรับอาร์เซน่อล! ถึงเวลาที่ อาร์แซน เวงเกอร์ นายหัวของปืนใหญ่เตรียมทุบคลังกว่า 75 ล้านปอนด์หวังล่อ ริยาร์ด มาห์เรซ และ อเล็ซานเดร ลาคาเซ็ตต์ มาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ โดยก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อล ตกเป็นข่าวสนใจในตัวดูโอของจิ้งจอกสยามอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ และ ริยาร์ด มาห์เรซ ก่อนที่วาร์ดี้จะปฏิเสธมาร่วมทีม และตัดสินใจต่อสัญญากับทางเลสเตอร์ ซิตี้ออกไป ทำให้อาร์เซน่อลพุ่งเป้าไปที่ตัวมาห์เรซเป็นหลักในตลาดซื้อขายผู้เล่นรอบนี้ คาดว่าค่าตัวของมาห์เรซจะอยู่ที่ 35 ล้านปอนด์ หลังเจ้าตัวปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด นอกจากนี้ อาร์เซน่อลยังสนใจ อเล็กซานเดร ลาคาเซ็ตต์ ดาวยิงของโอลิมปิก ลียงอีกด้วย ซึ่งคาดว่าอาร์เซน่อลเตรียมทุ่มกว่า 75 ล้านปอนด์ เพื่อดึงสองผู้เล่นแนวรุกเข้ามาเสริมเกมรุกในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมให้ได้ในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้

อย่านั่งเทียน! ป้าต่ายจวก “แจ็คกี้” หลังโพสต์เหน็บ “อุ้มมาสะใจใส่หน้า”
กรุณา ชิดชอบ /  ซ้อต่าย / 

ภรรยาสุดเลิฟนายใหญ่ปราสาทสายฟ้า ออกโรงจวกผู้ประกาศข่าวคอลัมน์นิสชื่อดังอย่านั่งเทียน หลังถูกโพสต์พาดพิงในศึกบิ๊กเเมตช์ที่ผ่านมา กรุณา ชิดชอบ รองประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความลงบนเเฟนเพจส่วนตัว โดยชี้เเจงถึง “แจ็คกี้” อดิสรณ์ พึงยา ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เเละคอลัมน์นิสชื่อดัง หลังโพสต์ทวิตเตอร์กระทบถึงระหว่างศึกบิ๊กเเมตช์ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ “แจ็คกี้” อดิสรณ์ พึงยา ได้โพสต์ทวิตเตอร์ถึงนายหญิงปราสาทสายฟ้าว่า “ธีราทร วิ่งไปดีใจ เอานิ้วจุปาก ต่อหน้าซ้อต่าย!!!” กระทั้งล่าสุด “ซ้อต่าย” ได้ออกมาโพตส์คืนผ่านแฟนเพจว่า “โอ๊ะ!!! ระดับ แจ็คกี้ อดิสรณ์ พึ่งยา ยังต้อง #‎นั่งเทียนเขียน‬!!! เมื่อวานที่มีเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์ ดิฉันอยู่เชียงใหม่ค่าาา ชี้แจงค่ะ เมื่อวาน ไปทำบุญกับคุณแม่ ไม่ได้ไปดูฟุตบอลที่สนาม เอสซีจี สเตเดียม ..... ขอความกรุณาอย่ามั่ว นะคะ” หลังจากนั้นต่อมาคอลัมน์นิสจากค่ายสยามกีฬาโพสต์เสริมต่อว่า “ขออภัย ครับ ธีราทร วิ่งไปจุ๊ปากๆๆ กับผู้นำเชียร์บรร “ไม่ใช้ซ้อต่าย” ครับ ขอโทษที่ข้อมูลคลาดเคลื่อน” ซึ่งหลังจากทั้งคู่โพสต์ข้อความลงไป ต่างมีเเฟนบอลเเละเเฟนคลับของทั้งคู่ออกมาเเสดงความคิดเห็น พร้อมเเชร์ข้อความดังกล่าวเป็นจำนวนมาก https://twitter.com/jackie14AP/status/757213003586543616 https://twitter.com/jackie14AP/status/757232047505051649

สื่อผู้ดีเผย เรือใบ จ่อทุบสถิติค่าตัวสโมสรคว้าแข้งใหม่ถึง 2 คน ซัมเมอร์นี้
จอห์น สโตน /  ซื้อตัว / 

หนังสือพิมพ์ของ อังกฤษ ตีข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพอีก 2 คน โดยเป็นการทุบสถิติค่าตัวแพงสุดของสโมสรทั้ง 2 ครั้ง ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลงในปลายเดือนหน้า Sunday Express สื่อผู้ดีรายงานว่าทีมเรือใบสีฟ้าพร้อมทุ่มเงินสูงกว่า 54 ล้านปอนด์ ที่พวกเขาเคยคว้าตัว เควิน เดอ บรอยน์ เพื่อล่อให้ เอฟเวอร์ตัน ใจอ่อนยอมปล่อยตัว จอห์น สโตนส์ กองหลังวัย 22 ปี เข้ามาค้าแข้งในถิ่น เอติฮัด จากนั้นหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวยังเล่นข่าวต่ออีกด้วยว่า แมนฯ ซิตี้ จะเสริมทัพต่อด้วยการดึง ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง ศูนย์หน้า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 58 ล้านปอนด์ ซึ่งจะเท่ากับว่าเป็นการทำลายสถิติค่าตัวของสโมสรถึง 2 ครั้งติดต่อกัน สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้น เดิมทีจะมีโปรแกรมอุ่นเครื่องที่จีนกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเย็นวันนี้ แต่เกมดังกล่าวถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้าย ทำให้แมตช์ต่อไปของพวกเขาจะเป็นการเจอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของ โอบาเมย็อง ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ก.ค. นี้ เวลา 18.30 น.

จาก The Woods สู่ BLAIR WITCH ภาคต่อหนังสยองตำนาน Found Footage
BLAIR WITCH /  The Blair Witch Project / 

หลังจากปล่อยตัวอย่างมาให้ชมกันพักใหญ่ ล่าสุดในงาน Comic-Con 2016 ทาง ไลออนส์เกต ผู้สร้างก็เผยข้อมูลใหม่ของ The Woods หนังสยองขวัญผลงานกำกับล่าสุดของ อดัม วิงการ์ด ที่เคยฝากฝีมือไว้ใน You're Next (2011) ว่าแท้จริงแล้ว นี่คือโปรเจ็กต์หนังภาคต่อ ของตำนานหนังสยองขวัญเรื่องดังในปี 1999 ที่จุดกระแสและปักหมุดหมายให้วงการหนังสยองขวัญ ในการเล่าเรื่องแบบ Found Footage อันสมจริงที่ส่งอิทธิพลมาจนถึงหนังหลากแนวในทุกวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=girSv9UH_V8&feature=youtu.be BLAIR WITCH คือชื่อใหม่อย่างเป็นทางการของหนังเรื่องนี้ โดยหนังเล่าเรื่องในอีก 20 ปีต่อมาของ The Blair Witch Project (1999) ว่าด้วยกลุ่มนักศึกษาภาพยนตร์ ที่ร่วมกันเดินทางเพื่อตามหาความจริงของพี่สาวหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม ที่หายตัวไปพร้อมเพื่อนซึ่งเชื่อกันว่าพวกเธอโดนดีจากแม่มดในป่าลึกลับแห่งนี้ โดยวิงการ์ดกล่าวถึงการใช้ชื่อใหม่ที่บ่งบอกถึงเรื่องราวที่ต่อเนื่องจาก The Blair Witch Project ว่า “The Woods คือชื่อตอนที่เราใช้ทำงานครับ ตอนที่พวกเราเริ่มต้นเซ็นสัญญาทำงาน เรารู้ว่าสุดท้ายชื่อจะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงในที่สุด และสำหรับทางเราแม้จะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับส่วนหนึ่งของการทำการตลาด แต่ผมก็คิดว่าไลออนส์เกตนั้นได้ตัดสินใจอย่างชาญฉลาดจริงๆ กับกระบวนการแบบนี้ครับ” โดย The Blair Witch Project (1999) ผลงานกำกับของ เดเนียล มายริค แลละ เอดูอาร์โด ซานเซส เป็นหนังสยองขวัญที่ทำตัวเสมือนวิดีโอไวรัลยุคแรกๆ ด้วยการปล่อยข่าวลือถึงการหายตัวไปอย่างลึกลับในป่าของ 3 นักศึกษา ก่อนจะโปรโมทว่า นี่คือ "ฟุจเตจซึ่งถูกค้นพบ" ในป่า จนหนังสร้างกระแสฮือฮา ก่อนทำเงินในบ็อกซ์ออฟฟิศไปกว่า 248 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 6 หมื่นเหรียญเท่านั้น กลายเป็นหนังอินดี้ที่ประสบความสำเร็จ (ทำกำไร) สูงสุดตลอดกาลมาจนถึงวันนี้ https://www.youtube.com/watch?v=a_Hw4bAUj8A ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

มันเจ๋งมาก!
World Scratch Map /  ท่องเที่ยวรอบโลก / 

คนรักการท่องเที่ยวอย่างเราๆ เมื่อได้ออกท่องเที่ยวไปยังประเทศไหนก็ตาม ก็มักจะบันทึกเรื่องราวการเดินทาง ถ่ายรูปเก็บไว้ หรือตราสแตมป์ในพาสปอร์ต สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ แต่จะดีไม่น้อยสำหรับขาลุยท่องเที่ยวแบบเรา ได้ลองใช้เจ้าสิ่งนี้ "World Scratch Map" เพื่อบันทึกการเดินทาง มันเจ๋งมาก! "World Scratch Map" บันทึกการเดินทางของคุณด้วยสิ่งนี้ การได้ออกไปท่องเที่ยวตามเมืองหรือประเทศต่างๆ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ สำหรับใครหลายคน ได้เรียนรู้ทั้งประสบการณ์ สังคม วัฒนธรรม ธรรมชาติที่สวยงาม ได้เจอสิ่งแปลกใหม่ สิ่งเหล่านี้ผู้คนมักจะเก็บไว้เป็นความทรงจำ โดยการบันทึกในสมุด เขียนบล็อค ถ่ายภาพ วาดภาพ ว่าเราได้เดินทางมายังจุดหมายนั้นแล้ว แต่มีอีกหนึ่งการบันทึกการเดินทาง ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยก็คือ "World Scratch Map" เป็นแผ่นกระดาษที่มีภาพประเทศต่างๆ ทั่วโลก ถูกปริ้นท์เคลือบโดยแผ่นฟลอยล์สีทอง ส่วนการใช้งานก็แค่ .. เวลาเราเดินทางไปยังประเทศไหน เราก็ใช้เหรียญขูดตรงประเทศนั้น เมื่อขูดแล้วประเทศนั้นก็จะปรากฏเป็นสีขึ้นนอกจากจะได้รู้ว่าเราไปท่องเที่ยวที่ไหนมาแล้วบ้าง เจ้าสิ่งนี้ก็ยังสามารถเก็บไว้ดูเพื่อความสวยงามได้อีกด้วย และถึงแม้ไม่ขูดก็ยังคงความสวยงามของแผนที่โลกอยู่ เริศ!!!  "World Scratch Map" นั้นถูกออกแบบโดย Luckies of London ประเทศอังกฤษ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2009 และตั้งแต่นั้นมาก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เราสามารถซื้อสิ่งนี้ให่เป็นของขวัญสุดเก๋ไก๋ สำหรับเพื่อนที่ชอบการเดินทาง ก็ได้นะ ทำออกมาหลายแบบ หลายประเภท ตามไลฟ์สไตล์ เช่น แบบ Original เป็นกรอบแบบตั้งโต๊ะหรือแบบแขวน ภายในภาพมี global facts, figures และ travel tips ให้ วัสดุก็ทำมากจาก laminate, card, colored foil ขนาด 82.5 x 59.4 cm แบบ Deluxe จะอัพเกรดขึ้นมาหน่อย พื้นสีดำ, มีรายละเอียดทางภูมิศาสตร์ และ infographics ที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเกาะและเมืองต่างๆ ด้วย บรรจุในเพจเก็จกล่องดำสวยงาม แบบ Travel และ Deluxe Travel เวอร์ชั่นที่สามารถพกติดตัวได้ มี Outline map มาให้เพิ่มเพื่อเขียนรายละเอียดการเดินทาง Scratch Globe มาในรูปทรงลูกโลก สามารถแขวนกับผนังด้านบนได้ และต่อง่ายไม่เกิน 10 นาที (เขาคอนเฟิร์มมา >,<) Scratch Map Oceans เป็นพื้นน้ำทะเลสีฟ้า เพิ่มรายละเอียดประเทศเล็กๆ เข้ามาด้วย Scratch Map Capitals รวมเมืองหลวงของประเทศต่างๆ ทั่วโลกไว้ รวมถึงบอกรายละเอียดเกี่ยวกับ populations, density, altitudes, age ด้วย Adventure Map เหมาะสำหรับคนที่รักการผจญภัย มีรายละเอียดการผจญภัยกว่า 280 สถานที่ตามแต่ละประเทศ พร้อมการจัดหมวดหมู่ตามธรรมชาติ, วัฒนธรรม, กิจกรรม, อาหาร และ travel guide Adventure Journal ออกมาเป็นแล่มไว้พกพาได้สะดวก ข้างในประกอบไปด้วย 68 หน้ากระดาษ สำหรับรายละเอียดการท่องเที่ยว และกว่า 300+ ประสบการณ์การเดินทางทั่วโลก แบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ คือ ธรรมชาติ, วัฒนธรรม , กิจกรรม, อาหาร นอกจากนี้ World Scratch Map ก็ยังมีแบบ แบ่งตามประเทศด้วย เช่น UK & Ireland, Map Europe, USA, France, Gourmet Scratch Map อาหารท้องถิ่นในแถบยุโรป , Travel Journal บันทึกการเดินทางของคุณในแถบต่างๆ แต่เสียดายที่ World Scratch Map ถูกทำออกมาเป็นแผนที่ประเทศทั่วโลก และแผนที่ไม่กี่ประเทศเท่านั้น นี่ถ้าทำแผนที่ประเทศไทยออกมา ต้องขายดีแน่นอนเลย >,< สนนราคาอยู่ที่ตั้งแต่ $18.35 - $45.98  ดูเพิ่มเติมที่ www.scratchmap.org เรียบเรียงเขียน Travel.MThai

หงส์แดง อาละวาด! ยลโฉม 6 ผังการเล่นเกมรุก ลิเวอร์พูล ยุค คล็อปป์ เต็มตัว
จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม /  ซาดิโอ มาเน่ / 

ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่เสริมทัพในซัมเมอร์นี้ได้อย่างรวดเร็วและฉับไวมากสุดทีมหนึ่งเลยทีเดียว! สำหรับ "หงส์แเดง" ลิเวอร์พูล ที่คว้านักเตะใหม่มาได้แล้วถึง 7 ราย (โจเอล มาติป, มาร์โก กรูยิช, โยริส คาริอุส, ซาดิโอ มาเน่, อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์, รักนาร์ คลาวาน และ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม) โดย Talksport สื่อกีฬาชื่อดังจัดทำผังการเล่นของ เจอร์เกน คล็อปป์ ที่น่าจะนำมาใช้ลุยศึกหนักในซีซั่นหน้าได้ถึง 6 แผน ส่วนจะมาในรูปแบบไหนกันบ้าง? ไปดูกันเลย!! 6 ผังการเล่นเกมรุก ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2016/17 6.) ระบบ 4-4-1-1 - ใช้ ดิว็อค โอริกี้ เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า และมี โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ยืนเป็นหน้าต่ำ ขนาบข้างไปด้วยฝั่งซ้ายอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และฝั่งขวา ซาดิโอ มาเน่ โดยมี เอ็มเร่ ชาน ยืมเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ทำหน้าที่คุมเกมแดนกลาง พร้อมกับคอยดันขึ้นหน้าหากมีจังหวะเข้าทำที่ควรจะเป็นประตู 5.) ระบบ 4-4-1-1 - ใช้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ยืนค้ำหน้าเป้า และ เฟอร์มิโน่ เป็นหน้าต่ำ ขนาบข้างริมเส้นสองฝั่งไปด้วย คูตินโญ่ & มาเน่ และมี เอ็มเร่ ชาน ยืนเป็นมิดฟิลด์เหมือนเดิม แต่ต่างออกไปคือเพิ่ม ไวจ์นัลดุม ที่มีสปีดความเร็วมากกว่า เฮนเดอร์สัน มาเพิ่มมิติใหม่ให้บริเวณกลางสนามไปจนถึงแดนหน้า 4.) ระบบ 4-1-2-3 - เป็นสูตรที่ไม่มีศูนย์หน้าตัวเป้าแบบตายตัว โดยใช้สามประสานในแนวรุกอย่าง คูตินโญ่, เฟอร์มิโน่ และ มาเน่ คอยปั่นป่วนคู่แข่งในแดนหน้า โดยมี ไวจ์นัลดุม และ เจมส์ มิลเนอร์ คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง พร้อมกับ เอ็มเร่ ชาน รับบทบาทกองกลางตัวรับคอยปัดกวาดเกมรุกคู่แข่งหน้าแผงแบ็คโฟร์ 3.) ระบบ 4-3-1-2 - แผน Diamond ใช้หน้าคู่อย่าง สเตอร์ริดจ์ ที่มีความถนัดในลูกภาคพื้นดิน สลับกับ ดิว็อค โอริกี้ ที่เล่นลูกกลางอากาศได้ยอดเยี่ยม โดยมี เฟอร์มิโน่ ยืนเป็นหน้าต่ำคอยสอดแทรกขึ้นไปทำประตูอยู่ทุกเมื่อ พร้อมกับริมเส้นเทคนิคสูงทั้งสองฝั่งอย่าง คูตินโญ่ และไวจ์นัลดุม และมิดฟิลด์ตัวรับเจ้าเก่ายังคงเป็น เอ็มเร่ ชาน 2.) ระบบ 4-2-3-1 - ดัน โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ขึ้นไปยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าและมี อดัม ลัลลาน่า ทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุก เชื่อมต่อกับปีกสองฝั่งอย่าง มาเน่ และ คูตินโญ่ พร้อมกับมิดฟิลด์จอมขยันอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ คอยคุมจังหวะเกม โดยมี เอ็มเร่ ชาน เป็นมิดฟิลด์ตัวรับเหมือนเดิม 1.) ระบบ 4-2-3-1 - เช่นเดียวกับแผนการณ์เล่นของอันดับ 2 โดยเปลี่ยน อดัม ลัลลาน่า ลงมานั่งเป็นตัวสำรอง และส่งมิดฟิลด์ตัวใหม่แกะกล่องอย่าง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ลงมาทำหน้าที่แทน ในระบบที่ยังคงใช้ศูนย์หน้าเป็น เฟอร์มิโน่ ยืนค้ำแค่คนเดียว

ใครทำเทย์! ศิลปินนิรนามสร้างผลงานรำลึกการจากไปของ Taylor Smith
Australia /  Kimexposedtaylorparty / 

ศิลปินกราฟฟิตี้ ในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย สร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนกำแพงริมถนนแห่งหนึ่ง ถึงจะดูสวยงาม แต่ถ้านักร้องสาว Taylor Swift มาเห็นก็อาจจะไม่ปลื้มเท่าไหร่ เพราะมันคล้ายจะเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการจากไปของเธอ แม้จะเปลี่ยนชื่อบนกำแพงเป็น 'Taylor Smith' ก็ตาม งานศิลปะบนกำแพงชิ้นนี้ถูกวาดขึ้นหลังจาก Taylor Swift ตกเป็นข่าวขัดแย้งกับสองสามี-ภรรยา Kanye West และ Kim Kardashian เพียงไม่นาน ไม่ใช่แค่ศิลปินนิรนามที่ฝากผลงานตลกร้ายไว้เท่านั้น ยังมีผู้คนที่รับมุก เอาเทียนและดอกไม้มาวางไว้เพื่ออาลัยแก่การจากไปของ 'Taylor Smith' คนนี้ด้วย โธ่ ใครหนอ ช่างใจร้ายกับเทย์! Read more: http://on.mash.to/29OdfSj ดูบทความต้นฉบับ : RIP Taylor Swift mural popped up in Australia and people are actually leaving flowers