ความก้าวหน้า

ไทย ติดโผ 1 ใน 20 กองทัพที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก 2015
กองทัพที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก 2015 /  แชมป์ผู้มีอิทธิพลทางกองทัพ / 

เว็บไซต์ globalfirepower.com เผย จันอันดับกองทัพที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ปี 2015 สหรัฐ ยังครองแชมป์  ด้าน ไทย อันดับ 20 ขยับขึ้น จากปีที่แล้ว เว็บไซต์ globalfirepower.com จัดอันดับกองทัพที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกในปี 2015 นี้ จากผลสำรวจ 126 ประเทศทั่วโลก โดยพิจารณาจาก 50 ปัจจัย อาทิ ความก้าวหน้าทาง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ภูมิศาสตร์ ทรัพยากร โดยในปีนี้ แชมป์ 6 อันดับแรก คือ สหรัฐฯ รัสเซีย จีน อินเดีย อังกฤษ และ ฝรั่งเศส ยังคงครองตำแหน่งเดิม ส่วนไทย และ อินโดนีเซีย ไต่อันดับสูงขึ้น ทั้งนี้ พบว่าอันดับแรกของโลก คือ สหรัฐฯ มีงบประมาณด้านการทหาร 577,100,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ มีรถถัง 8,848 คัน อากาศยาน 13,892 ลำ อันดับที่2 รัสเซีย ซึ่งมีงบประมาณด้านการทหาร 60,400,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ มีรถถัง 15,398 คัน อากาศยาน 3,429 ลำ และจีน อยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยงบประมาณด้านการทหาร 14,500,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ มีรถถัง 9,150 คัน อากาศยาน 2,860 ลำ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้ขยับขึ้นจากเดิมที่อันดับที่ 24 มาอยู่ที่อันดับที่ 20 โดยมีงบประมาณด้านการทหารเท่ากับปีก่อน ที่ 5,390,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และมีรถถังจำนวน 722 คัน อากาศยาน 573 ลำ MThai News

แพทย์มะกันผ่าเปลี่ยนกระโหลกสำเร็จครั้งแรกของโลก
กระโหลก /  ปลูกถ่ายอวัยวะ / 

คณะแพทย์จากสหรัฐฯ ดำเนินการผ่าตัดเปลี่ยนกระโหลกศีรษะ และหนังศีรษะของผู้ป่วยโรคมะเร็งกร้ามเนื้อได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกของโลก วันนี้ (5 มิ.ย.) สำนักข่าว 'บีบีซี' เกี่ยวกับกรณีความก้าวหน้าอีกหนึ่งขั้นของวิวัฒนาการทางแพทย์ เมื่อทีมแพทย์จากศูนย์มะเร็งเอ็มดี แอนเดอร์สัน ร่วมกับ โรงพยาบาลฮิวสตัน เมโธดิสต์ เมืองฮิวสตัน ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนถ่ายหนังศีรษะ และกระโหลกศีรษะให้กับ 'เจมส์ บอยเซน' หนุ่มใหญ่วัย 55 ปี อาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งกร้ามเนื้อบริเวณหนังศีรษะ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งการดำเนินการเริ่มขึ้น เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเขาถือเป็นมนุษย์รายแรกของโลกที่ปลูกถ่ายกะโหลกศีรษะโดยใช้ชิ้นส่วนจากอวัยวะที่ได้รับบริจาคมา เจมส์ได้รับการวินิจฉัย ว่าเป็นมะเร็งประเภทหายากที่เรียกว่า 'Leiomyosarcoma' นับตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งเกิดขึ้นกับเซลล์และเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อเรียบใต้หนังศีรษะบริเวณหน้าผาก ก่อนหน้านี้ เจมส์ใช้วิธีการรักษาด้วยการฉายรังสีและเคมีบำบัด ส่งผลให้เนื้อเยื่อได้รับความเสียหายแบบไร้วิธีการเยียวยา ทว่า ทีมแพทย์ได้ลงความเห็นว่า ในเคสของเจมส์ไม่สามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะให้ใหม่ได้เนื่องจากยังมีแผลเปิดบริเวณศีรษะ ทีมแพทย์จึงตัดสินใจ เปลี่ยนถ่ายกะโหลกศีรษะและหนังศีรษะไปพร้อมๆกัน ขั้นตอนการดำเนินการเริ่มต้นเมื่อ พวกเขาได้ติดต่อไปยังองค์กรไลฟ์กิฟต์ เพื่อตามหาอวัยวะที่สามารถเข้ากันได้กับผู้ป่วยได้ ซึ่งใช้เวลาราว 18 เดือน โดยอวัยวะทั้งหมด มาจากผู้บริจาคคนเดียวกัน ศัลยแพทย์ผู้รับผิดชอบการดำเนินการ ต้องใช้เวลารวบรวมการ ในการสานต่อเทคนิคดังกล่าวให้เป็นจริง โดยการดำเนินการนานกว่า 4 ปี และเมื่อวาระการผ่าตัดมาถึง ขั้นตอนการดำเนินการ กินเวลายาวนานกว่า 15 ชั่วโมง ภายใต้ความร่วมมือของคณะแพทย์นับสิบคน รวมถึงเจ้าหน้าที่สาขาต่างๆ อีกราว 40 ชีวิต ในการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะและส่วนของหนังศีรษะกว้าง ครอบคลุมตั้งแต่ช่วงหน้าผากไปจนถึงกลางศีรษะ สิ่งที่ยากที่สุดของการดำเนินการในครั้งนี้ คือบริเวณส่วนที่ติดกับสมอง ซึ่งต้องอาศัยความละเอียดอย่างมาก ในการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนกะโหลก เนื่องจากต้องทำการต่อเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงในบริเวณนั้นใหม่ ผ่านกล้องจุลทรรศน์ โดยเส้นเลือดเหล่านั้นมีขนาดเพียง เศษ 1 ส่วน 16 ของความกว้าง 1 นิ้ว และการเย็บเส้นเลือดด้วยไหมเส้นเล็กที่มีความหนาเพียงครึ่งหนึ่งของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ หรือกระบวนการที่เรียกว่า microsurgery ซึ่งเป็นการรักษาที่มีความซับซ้อนมาก อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น อาการของเจมส์พัฒนาขึ้นเป็นลำดับ อวัยวะชิ้นใหม่ในร่างกายตอบสนองได้ดี เจมส์เผยว่า เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก เนื่องจาก สีผิวของผู้บริจาคใกล้เคียงกับสิผิวของเขามาก นอกจากนี้ผมบนศีรษะในปัจจุบัน มีมากกว่าที่เขาเคยมีตอนอายุ 21 ปี เสียอีกพร้อมทั้งแสดงความซาบซ้ำใจต่อผู้บริจาคและญาติๆ ที่ต่อเวลา ให้เขามีชีวิตขั้นอีกครั้ง MThai News ที่มา bbc

บ้านแบบไหน อยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วจน ( ฮวงจุ้ยบ้านไม่ดี )
บ้านอยู่แล้วไม่รวย /  ปลูกบ้านตามหลังฮวงจุ้ย / 

บ้านคือที่อยู่อาศัยที่เราต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในนั้น บ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิต เพราะฉนั้นเราควรเลือกบ้านที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง วันนี้ Decor.MThai จึงได้หาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง บ้านแบบไหน อยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วจน ( ฮวงจุ้ยบ้านไม่ดี ) มาฝากเพื่อนๆ กันคะ บ้านแบบไหน อยู่แล้วไม่ดี อยู่แล้วจน ( ฮวงจุ้ยบ้านไม่ดี ) บ้านที่มีการเล่นระดับ : ต้องระวังเรื่องของรูปทรงตัวบ้าน หากบริเวณด้านหน้าสูงกว่าส่วนของด้านหลัง จะส่งผลให้คนในบ้านไม่ได้รับการสนับสนุนจากญาติพี่น้อง แม้แต่เรื่องของหน้าที่การงานก็จะเลื่อนลอยไม่มีคนสนับสนุน ตัวบ้านต่ำกว่าพื้นที่อื่นๆ : ถ้าตัวบ้านต่ำกว่าพื้นที่อื่นๆ ในบริเวณบ้าน หรือเป็นบริเวณที่ลาดต่ำนั้นจะถือว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี คนในบ้านจะไม่รักใคร่ปรองดองกัน ประตูหน้าบ้าน : ตำแหน่งของประตูหน้าบ้านไม่ควรตรงกับประตูหลังบ้าน เพราะจะส่งผลให้เงินทองรั่วไหล และขาดโชคลาภ เหมือนเงินทองเข้ามาจากทางหน้าบ้าน และก็ออกไปทางหลังบ้านค่ะ ประตูทางเข้าบ้าน หรือประตูรั้ว : ไม่ควรหันหน้าเผชิญกับสถานีตำรวจ เรือนจำ โรงพยาบาล วัด เพราะจะส่งผลให้คนในบ้านเจ็บป่วยง่าย จิตใจไม่สดชื่น หรืออาจจะเจริญก้าวหน้าได้ช้า ต้นไม้ยืนตายหน้าบ้าน : ไม่ควรปล่อยให้ต้นไม้ยืนตายหน้าบ้าน ไม่ว่าจะอยู่บริเวณไหนของตัวบ้าน จะส่งอิทธิพลร้ายให้คนในบ้านมีแต่ความอับเฉาดั่งต้นไม้ การงานการเงินไม่ก้าวหน้า ต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้าบ้าน : ช่วยให้ความร่มรื่นกับบ้านได้ดี แต่ที่จริงถ้าต้นไม้ใหญ่นั้นอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าบ้านมากเกินไปจะถือว่าไม่ดี ส่งผลให้อับโชค และปัญหาจุกจิกเดือดร้อนกวนใจไม่สิ้นสุด ไม่ควรปล่อยให้ต้นไม้ใหญ่ : แผ่กิ่งก้านสาขามาแทงใส่ตัวบ้าน หรือบริเวณหลังคาบ้าน ต้องคอยหมั่นตัดกิ่งไม้อยู่เสมอ เพราะบ้านที่ถูกทิ่มแทงจะส่งผลให้คนในบ้านเจ็บป่วยง่าย ขาดโชคลาภ ** ไม่ใช้ห้ามปลูกต้นไม้ใหญ่ในบ้านนะคะ แต่ควรปลูกให้ออกห่างจากตัวบ้านนิดนึง เพื่อฮวงจุ้ยที่ดีค่ะ เพราะบ้านเป็นสิ่งที่เราต้องอาศัยอยู่ทั้งชีวิต จึงควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ทำเลที่เหมาะสมให้กับบ้าน เพื่อที่คนในบ้านจะได้อยู่แล้วความเจริญรุ่งเรือง มีแต่ความสุข แต่ทว่าจะพึงแต่เรื่องของฮวงจุ้ยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ คนที่อาศัยอยู่ในบ้านก็ต้องดูแลสุขภาพ และก็ต้องขยันทำมาหากินด้วยจะได้มีชีวิตที่มีแต่ความสุข ความเจริญค่ะ เรียบเรียงโดย : ส้มจี๊ด Decor.MThai “เนื้อหานี้เผยแพร่โดย http://decor.mthai.com — หากเนื้อหาไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ”

ชาวพุทธถล่มเพจเกาหลี หลังรายการทีวี ล้อเลียนพระสงฆ์
ข่าวพระ /  คลิป / 

ชาวพุทธถล่มเพจเกาหลี โวยรายการทีวี ล้อเลียนพระสงฆ์   ชาวสังคมออนไลน์ในประเทศไทย พากันไปบุกถล่มแสดงความคิดเห็นกรณีที่แฟนเพจรายการทีวีของประเทศเกาหลี ได้มีการเผยแพร่คลิปล้อเลียนพุทธศาสนาในประเทศไทย ในเชิงเสียดสีและตลกขบขัน สร้างความไม่พอใจให้กับชาวไทยพุทธเป็นจำนวนมาก โดยได้มีการเข้าไปจี้ให้เพจดังกล่าว ลบคลิปและขอโทษคนไทย ที่มีการหมิ่นดังกล่าว ซึ่งในคลิปดูก็รู้ว่าเป็นพระไทย และมีการใช้ภาษาไทยในคลิปด้วย ถือว่าสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่อีกฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องของจิตใจ ที่ประเทศไทยยังเคยเอาเกาหลีมาล้อเลียนในรายการตลกได้เลย เหตุใดคนเกาหลีจะทำแบบนี้บ้างไม่ได้ ? บางคนก็บอกว่าพระพุทธอยู่ในใจและเราไม่ควรยึดติดใดๆ ความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ ต่อประเด็นนี้ "เขากล่าวชัดว่าเป็นพระจากประเทศไทยค่ะ ซึ่งการแสดงแบบนี้ทำให้คนเกาหลีที่ชม เข้าใจพุทธศาสนาผิดได้ เป็นสิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่ได้ปัญญาอ่อนค่ะ แต่เห็นแล้วทนดูเฉยๆ ไม่ได้จริงๆ ค่ะ" " เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าดีค่ะ แต่คิดว่าควรทำอะไรสักอย่างเพื่อพุทธศาสนา ไม่อยากให้ชาติอื่นที่ไม่มีศาสนาดู แล้วเข้าใจผิดเกี่ยวกับศาสนาของตัวเองเท่านั้นค่ะ แต่ถ้าพูดเรื่องการปล่อยวาง มีค่ะ ทำได้. หรือเรื่องเสรีภาพ เข้าใจค่ะ แต่คิดว่าเป็นสิ่งไม่สมควรจริงๆ จึงแจ้งขอให้ลบค่ะ อย่าทะเลาะหรือต่อว่าหรือให้ท้ายเกาหลีโดยการไม่ขอโทษเลยนะคะ" "ไทยเองก็ล้อเกาหลีเยอะแยะนี่ครับ ตลกบ้านเราล้อก็เยอะแล้วเขามาดิ้นแบบนี้ไหม? คือเรื่องศาสนาเราก็ไม่ได้ล้อศาสนาอื่นผ่านทีวีเลยเหรอ? อย่าลืมว่าคำด่าเรา ล้อเล่นกับเพื่อนก็มีเรื่องศาสนา อย่างอิสลามไม่กินหมูแบบนี้ ใช่ว่าเราจะไม่ล้อความเชื่ออื่นๆ และที่สำคัญเขาไม่แคร์เรื่องศาสนา ล้อศาสนาคริสต์ก็ไม่รู้สึกอะไรด้วย สังคมเขาก็เจริญกว่าเราซะอีก มันไม่ได้เกี่ยวเลยว่าเคารพสิ่งศักดิ์(ซึ่งคุณก็เชื่อของคุณเอง)นั้นมันจะได้ดี? มีความเจริญก้าวหน้า " MThai News

ล้างเท้าพ่อแม่ พิธีขอขมา ที่ลูกหลานดาราก็ให้ความสำคัญ
ขอขมา /  ล้างเท้าพ่อแม่

เหล่าดารา กับพิธีล้างเท้าขอขมาพ่อแม่ ล้างเท้าพ่อแม่ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่อดีต เป็นการขอขมาผู้มีพระคุณ อย่างพ่อและแม่ เพื่อให้พ่อแม่อโหสิในเรื่องไม่ดีที่ผ่านมา พร้อมกับอวยพรให้ลูกเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ ประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งคนไทยให้ความสำคัญและทำต่อๆกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบุพการีที่เลี้ยงดูเรามาอย่างยากลำบาก ในพิธีโบราณอาจจะมีเครื่องบูชาและขั้นตอนที่ซับซ้อนพอสมควร ในปัจจุบันจึงมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย และเพื่อความสะดวก จึงใช้เพียงพวงมาลัยและกาละมังใบเล็กสำหรับใส่น้ำเพื่อ ล้างเท้าพ่อแม่ หรือถ้าหากใครพอมีเวลาก็นำพานดอกไม้ธูปเทียนมากราบพ่อแม่ก็ได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นวันสำคัญทางประเพณีเท่านั้น คุณสามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ หากรู้สึกไม่สบายใจ มีเรื่องกังวล แม่หมอแนะนำให้ลองล้างเท้าพ่อแม่ดูค่ะ คำอวยพรจากพ่อแม่ประเสิร์ฐยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ไม่ต้องไปหาพระเด่นดังอะไรมาร่ายมนต์เลยด้วยซ้ำ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้น สำเร็จสมหวังอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ไม่เพียงแต่คนธรรมดาเท่านั้นที่ทำแบบนี้ แต่ดารา นักแสดง หรือลูกหลานนักแสดงหลายๆคน ก็ทำพิธีขอขมาพ่อแม่ด้วยการล้างเท้าเช่นกัน มาดูกันว่าจะมีใครบ้าง  น้องนาย ลูกชายสุดหล่อของคุณหมู พิมพ์ผกา สาวพาย พิมพ์พัชร วัชรเสวี นักแสดงช่อง 3 ที่เพิ่งจะสูญเสียคุณพ่อไป ก็มาล้างเท้าขอขมาคุณแม่ แมลงเมี่ยง พริตตี้เงินล้านชื่อดัง ที่ตอนนี้เธอมีเบบี้สุดน่ารักมาสีสันในครอบครัวแล้วจ้า นักร้องอารมณ์ดีอย่าง ลาล่า อาร์สยาม ก็ไม่ลืมมาล้างเท้าขอพรพ่อแม่ด้วยค่ะ บีม วรานิษฐ์ จิราโรจน์เจริญ ลูกสาวคนสวยของนักแสดงตลกอ่าง ดี๋ ดอกมะดัน ก็อุ้มลูกชายสุดรักมาขอพรจากคุณยายด้วยค่ะ สาวจอย ริณลณี ถึงแม้ว่าจะไปเที่ยวทะเลแต่ก็ยังไม่ลืมล้างเท้าขอพรคุณแม่ หนุ่มแมน พัฒนพล หรือดีเจแมน หวานใจคนปัจจุบันของนักร้องสาวเสียงดี ใบเตย อาร์สยาม ก็ขอล้างเท้าคุณพ่อคุณแม่ในงานบวชของตัวเองค่ะ ครอบครัวสุขสันต์ของกอล์ฟ ไมค์ และน้องสาว ที่รวมตัวกันมาล้างเท้าคุณแม่ ตลกมากความสามารถที่ทำงานหนักทุกวัน เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวอีกหลายชีวิต โก๊ะตี๋ อารามบอย ที่ล้างเท้าขอพรคุณแม่ทุกปี แม่หมอเห็นแล้วปลื้มมากๆค่ะ หนุ่มน้อยขวัญใจป้าๆ น้องทิกเกอร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณแม่ยังสาว นิโคร เทริโอ ก็มาล้างเท้าขอพรจากคุณแม่เหมือนกันจ้า หนุ่มอ๊อฟ ชนะพล จากบ้าน AF ก็ไม่ลืมที่จะมาล้างเท้าพ่อกับแม่ในวันสำคัญจ้า เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

แม่ค้าสวย บอกด้วย นวลนางข้างเขียง แจ้งเกิด เจ้าหญิงเขียงหมู
นวลนางข้างเขียง /  เจ้าหญิงเขียงหมู / 

หลังจาก ยี่ถิงเฉิน พ่อค้าเต้าฮวยสุดหล่อ โด่งดังไปทั่วโลกแล้ว ล่าสุด ไต้หวัน ยังมีเพชรเม็ดงามฝ่ายหญิง ที่ได้รับฉายา "เจ้าหญิงเขียงหมู" กำลังโด่งดังแจ้งเกิดบนโลกออนไลน์อีกด้วย เมื่อ 2 ปีก่อน จางไขจี้ แม่ค้าสวย จำต้องลาออกจาก มหาวิทยาลัยฝู่เฉินกลางคัน เพื่อมาช่วยกิจการแผงหมูของครอบครัว ณ ตลาดตงเหมิน ในกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน และกิจการหมูของเธอ ขายดีอย่างเทน้ำเทท่าเมื่อเธอเข้ามาขาย ลูกค้าต่างชื่นชอบที่จะอุดหนุนร้านเธอ แถมยังได้รับคำชมจำนวนมากบนโลกออกไลน์ แต่ นวลนางข้างเขียงคนนี้กลับไม่ได้ยินดี ชื่นชมเต็มใจรับฉายาใหม่นี้สักเท่าไหร่ เธอแสดงความคิดเห็นต่อฉายานี้ว่า " มันฟังดูเลี่ยนๆ " แต่เธอก็ยอมรับที่จะให้คนเรียกเธอเช่นนี้ได้ ทั้งๆ ที่งานที่เธอทำ มันไม่ได้สวยงาม โรยด้วยกลีบกุหลาบเท่าไหร่นัก "ฉันหั่นถูกแขนตัวเองออกบ่อยไป เพราะขาหมูและกระดูกหมูมันมีขนาดใหญ่มาก " จางไขจี้ กล่าวอีกว่า " มีลูกค้าจำนวนมากที่เข้ามาซื้อหมู เพื่อขอแลกเบอร์โทรกับฉัน ร่วมทั้งขอแลก id สำหรับ ออนไลน์มาคุยด้วย แต่ฉันไม่เคยให้เลยแม้แต่คนเดียวค่ะ" แบบนี้สิจ๊ะ เขาถึงจะเรียกว่า สวย มีค่า รู้จักวางตัว แถมยังกตัญญู คนแบบนี้ อยู่ที่ไหนก็เจริญก้าวหน้านะคะ ที่มาจาก shanghaiist เรียบเรียงโดย Women MThai Team

นาฬกาBall Engineer Master II Slide Chronograph
นาฬิกา /  นาฬิกาball / 

นาฬิกา Ball Engineer Master II Slide Chronograph  ปฏิวัติวงการโครโนกราฟด้วยกลไกแบบเลื่อน Ball Engineer Master II Slide Chronograph  ปฏิวัติวงการโครโนกราฟด้วยกลไกแบบเลื่อน        เมื่อพูดถึง นาฬิกาโครโนกราฟ สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงในทันทีก็คือฟังก์ชั่นการจับเวลาที่แม่นยำเที่ยงตรง แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลกเกือบทุกแบรนด์ผลิตนาฬิกาโครโนกราฟมาล่อใจคนรักนาฬิกาและลูกค้าทั่วๆ ไป ซึ่งสำหรับคนกลุ่มหลังฟังก์ชั่นโครโนกราฟอาจไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากนักนอกจากมีแล้วดูเท่ดี แต่ถ้าลองได้ศึกษาความเป็นมาของกลไกการจับเวลาตัวนี้ อาจทำให้ความคิดของคุณเปลี่ยนไป โครโนกราฟ 101  ความเป็นมาของโครโนกราฟฉบับย่อ (มากๆ) ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ เกือบ 200 ปีก่อน นับจากประดิษฐกรรมล้ำยุคชิ้นแรกของโลกที่ นิโคลัส-แมทธิว รีอูซเซค นักประดิษฐ์นาฬิกาแห่งราชสำนักฝรั่งเศสคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในการจับเวลาการแข่งม้า Champ de Mars ในกรุงปารีสเมื่อปี ค.ศ.1821 โดยมงซิเออร์รีอูซเซคได้ประดิษฐ์นาฬิกาจับเวลาที่สามารถจับเวลาด้วยความละเอียดได้ถึง 1/5 วินาที ทั้งเรือนบรรจุในกล่องไม้มะฮอกกานี มีหน้าปัดกระเบื้องสีขาวหมุนรอบตัวเอง 1 รอบต่อนาทีพร้อมขีดแบ่งระยะทุกนาที และมีขีดย่อยอีก 4 ขีดแบ่งระยะวินทีออกเป็น 5 ส่วน และมีเข็มเจาะรูใส่น้ำหมึกให้หยดลงบนหน้าปัดสีขาวเพื่อเป็นเครื่องหมายบนพื้นหน้าปัดสำหรับการเริ่มและการสิ้นสุดการจับเวลา และนี่เองคือต้นกำเนิดของนาฬิกาโครโนกราฟที่ได้รับการค้นคว้าพัฒนาเรื่อยมา จากนาฬิกาจับเวลาแบบพกพามาจนเป็นนาฬิกาข้อมือแบบที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน พร้อมกับการทำงานของกลไกจับเวลาแบบแยกส่วน หรือที่เรียกว่า Split seconds ที่สามารถจับเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันมากกว่าหนึ่งเหตุการณ์แต่สิ้นสุดไม่พร้อมกัน โดยที่แต่ละเข็มทำงานแบบเป็นอิสระต่อกัน ที่นิยมใช้ฟังก์ชั่นโครโนกราฟกันมากส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงในการคำนวณเส้นทาง ระยะทางและความเร็วอย่างในการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ การขับเครื่องบิน หรือแล่นเรือเป็นต้น แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ก็ลองใช้ฟังก์ชั่นนี้จับเวลาการทำกิจกรรมประจำวันต่างๆ เช่นอาบน้ำ ขับรถ หรือจะจับเวลาการประชุมช่วงบ่ายเล่นๆ ดูก็น่าสนุกดีนะครับ Ball Engineer Master II Slide Chronograph มาถึงพระเอกของเราในเล่มนี้ Ball Engineer Master II Slide Chronograph นาฬิกาฟังก์ชั่นโครโนกราฟรุ่นใหม่จาก Ball Watch แบรนด์นาฬิกาสัญชาติอเมริกันที่มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมไม่เป็นรองจากแบรนด์ยุโรปชื่อดังแบรนด์อื่นๆ และในเรือนเวลารุ่นนี้ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา Ball Watch ได้พลิกโฉมหน้าของดีไซน์นาฬิกาโครโนกราฟแบบเดิมๆ ด้วยประดิษฐกรรมล่าสุดที่เป็นสิทธิบัตรของแบรนด์ในรูปแบบของแถบสไลด์กลไกแบบเลื่อนขึ้น-ลงเพื่อควบคุมการจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้น สิ้นสุด ไปจนถึงรีเซ็ตตั้งต้นใหม่ ควบคุมการจับเวลาได้ด้วยนิ้วมือเดียวกับแถบเลื่อน Slide Chronograph  ถือเป็นการปฏิวัติโฉมหน้าของรูปแบบสถาปัตยกรรมการออกแบบนาฬิกาโครโนกราฟแบบดั้งเดิมในท้องตลาดปัจจุบันที่ดีไซน์ให้มีปุ่มจับเวลาแบบปุ่มเดี่ยว (monopusher) และปุ่มคู่ (two-pusher) ก็ว่าได้ เพราะนาฬิกา Engineer Master II Slide Chronograph ตัวนี้ใช้กลไกที่รวมระบบใช้งานการจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้น หยุดและรีเซ็ตตั้งค่ากลับไปเป็นศูนย์เอาไว้ด้วยกันหมดอยู่ในแถบเลื่อนหนึ่งเดียวบนตัวเรือนที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาตรงข้ามกับตำแหน่งของเม็ดมะยม  โดย Ball Watch ตั้งชื่อเทคโนโลยีที่ทางแบรนด์ พัฒนาขึ้นมาเองและนำไปจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยนี้แล้วว่ากลไก “Slide chronograph”  ด้วยการเลื่อนแถบในทิศตามเข็มนาฬิกา หรือพูดง่ายๆว่าเลื่อนแถบขึ้นด้านบน ฟังก์ชั่นโครโนกราฟจะเริ่มต้นการจับเวลาและหยุดการจับเวลา ในขณะที่หากเลื่อนแถบในทิศทวนเข็มนาฬิกาหรือเลื่อนลงด้านล่างจะเป็นการีเซ็ตตั้งค่าเข็มจับเวลาเป็นศูนย์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งหลังจากการเลื่อนไม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ตัวแถบเลื่อนจะกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมตรงกึ่งกลางตัวเรือนเองโดยอัตโนมัติ ซึ่ง Ball Watch เองนั้นมองว่ากลไก Slide chronograph เป็นความก้าวหน้าของนาฬิกาโครโนกราฟในเรื่องของพัฒนาการด้านสรีระศาสตร์ เนื่องจากคนใส่สามารถใช้เพียงนิ้วมือเดียวในการควบคุมการทำงานทั้งหมดของฟังก์ชั่นโครโนกราฟในขณะที่ใส่นาฬิกาอยู่ได้เลย ข้อดีอีกอย่างที่เห็นก็คือดีไซน์ของแถบเลื่อนบนด้านข้างของตัวเรือนช่วยทำให้รูปลักษณ์นาฬิกาดูเพรียวขึ้น และลดปัญหาปุ่มจับเวลาไปเกี่ยวเข้ากับกระดุมข้อมือเสื้อที่บางคนอาจเคยประสบอยู่ หน้าปัดใหญ่ดูสบายตา       พูดถึงดีไซน์ของเจ้า Engineer Master II Slide Chronograph ก็ต้องบอกว่ารุ่นนี้เขาไม่เบาเลยทีเดียว ตัวเรือนทำด้วยสแตนเลสสตีลขนาดความกว้าง 47.6 มิลลิเมตร ที่เอื้อเฟื้อพื้นที่ใช้งานค่อนข้างกว้างขวางบนหน้าปัดสีดำซึ่งมีวงหน้าปัดย่อย สำหรับฟังก์ชั่นโครโนกราฟที่ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา รวมถึงวงหน้าปัดย่อยขนาดเล็กบอกเวลาเป็นวินาทีตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา ช่องแสดงวันและวันที่วางอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา นอกจากนี้ยังมีวงแทคคีมิเตอร์ที่ใช้ในการวัดระยะความเร็วพิมพ์ด้วยเทคนิคซิลค์สกรีนรอบๆ ขอบยกระดับที่ด้านในของหน้าปัดอีกด้วย เรืองแสงด้วยตัวเอง        ความล้ำหน้าด้านนวัตกรรมของ Ball Watch ยังปรากฏให้เห็นแม้ยามปิดไฟ หรืออยู่ในที่มืด เข็มนาฬิกาของนาฬิการุ่นนี้จะเรืองแสงสีเหลือง ในขณะที่ปุ่มบอกชั่วโมงเป็นแสงสีเขียวและปุ่มบอกเวลาเที่ยงวัน/เที่ยงคืนเปล่งแสงสีแดง ทั้งหมดนี้เกิดจากสารเคมีที่เรียกว่าไทรเธียม (Tritium) ซึ่งมีคุณสมบัติเหนือกว่าสารซูเปอร์โลมิโนวา โดยไทรเธียมที่อยู่ในรูปก๊าซถูกบรรจุอยู่ภายในหลอดแก้วขนาดจิ๋วจะทำปฏิกิริยากับสารเรืองแสงที่เคลือบอยู่บนหลอดแก้วและปล่อยแสงออกมาช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องพึ่งแสงจากแหล่งอื่นๆ อีก ทั้งนี้ Ball Watch ยังบอกอีกด้วยว่าไทรเธียมหรือก๊าซ H3 มีประสิทธิภาพที่ทรงพลงมากกว่าสีเรืองแสงที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปถึง 100 เท่า และยังมีอายุการใช้งานนานถึง 25 ปี ห้องเครื่องอันแข็งแกร่ง        กลไกที่ใช้ในการขับเคลื่อน Ball Engineer Master II Slide Chronograph เป็นเครื่องสวิสเมด BALL RR1402 ระบบออโตเมติก ที่เป็นรุ่นอัพเกรดของเครื่อง ETA 7750 ด้วยการใส่กลไกฟังก์ชั่นโครโนกราฟแบบเลื่อนขึ้นลงที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ Ball Watch ลงไป ตัวเครื่องสามารถรองรับแรงกระแทกได้ถึง 5,000 Gs และต้านทานอิทธิพลจากสนามแม่เหล็กได้ 4,800 A/m ทั้งยังกันน้ำได้สูงสุด 100 เมตร และมีกระจกแซฟไฟร์คริสตัลตัดแสงทะท้อน Ball Watch ชื่อนี้มีที่มาไม่ธรรมดา Ball Watch เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดีในโลกแห่งนวัตกรรมที่เน้นด้านการใช้งาน ชื่อของนาฬิการุ่นนี้มีที่มาจากรากเหง้าของบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาและสร้างนาฬิกาแบบพกที่แม่นยำเที่ยงตรงให้กับอุตสาหกรรมรถไฟของสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 บริษัทนาฬิกา Ball หรือ Ball Watch Company มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1891 เมื่อช่างทำนาฬิกาจากเมืองคลีฟแลนด์รัฐโอไฮโอเว็บบ์ซี.บอลล์ (Webb C.Ball) ซึ่งในขณะนั้นรับตำแหน่ง Chief Inspector แห่งรถไฟสาย Lake Shore Lines ทำหน้าที่ตรวจตราความเที่ยงตรงของระบบเวลาตารางการเดินรถไฟทั้งสายได้รับการมอบหมายให้ทำการตรวจสอบสืบสวนสภาพของการบอกเวลาและนาฬิกาของขบวนรถไฟทุกขบวนในสายหลังจากโศกนาฏกรรมร้ายแรงในเหตุการณ์รถไฟชนกันอันเนื่องมาจากความผิดพลาดในการคำนวณเวลาที่เมืองคิปตันรัฐโอไฮโอที่ส่งผลให้มีคนตายเป็นจำนวนมากเว็บบ์ซี. บอลล์ได้คิดค้นระบบการตรวจสอบอันเข้มงวดที่นำมาใช้กับนาฬิกาทุกเรือนที่เจ้าหน้าที่รถไฟทุกคนสวมใส่และเขาก็ยังได้ตั้งมาตรฐานเคร่งครัดที่ห้ามนาฬิกาแต่ละเรือนเดินต่างกันเกิน 30 วินาทีซึ่งมาตรฐานนี้ต่อมาถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมการเดินรถไฟทั่วประเทศช่วยสร้างระบบตารางการเดินรถไฟที่เที่ยงตรงและได้มาตรฐานในเรื่องเวลาปัจจุบัน Ball Watch เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่ได้รับการยกย่องและมีรากฐานที่มั่นคงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก www.ballwatch.com www.watchtime.com www.hodinkee.com A'luer Magazine Vol.59 

'บิ๊กตู่' ให้คำมั่น เร่งปฏิรูปการเกษตรไทย เนื่องในวันเกษตรกร
ประยุทธ์ จันทร์โอชา /  พืชมงคล / 

นายก ย้ำ รัฐบาลมุ่งปฏิรูปภาคการเกษตรจริงจัง ชี้ เร่งจัดทำนโยบายช่วยเหลือ วอน เกษตรกรร่วมมือขับเคลื่อน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ  วันนี้ (13พ.ค.58) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัย เนื่องในวันเกษตรกร ประจำปี 2558 วันที่ 12 พ.ค. 2558 ว่า ทางรัฐบาลได้มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปภาคการเกษตรอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จึงได้มีการกำหนดแผนนโยบายด้านการเกษตรไว้หลายเรื่อง เช่น การลดต้นทุนการผลิต การใช้กลไกตลาดดูแลราคาสินค้าเกษตร การปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ และการสนับสนุนให้สหกรณ์เพิ่มบทบาทในฐานะผู้ซื้อพืชผลการเกษตร จนถึงการแปรรูปและการส่งออก เป็นต้น ซึ่่งทางรัฐบาลได้มีการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรในระยะเร่งด่วน เช่น การชดเชยรายได้แก่ชาวนาและชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากราคาขายตกต่ำ การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่ กลอง รวมทั้งการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรของชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ประสบภัยซ้ำซาก สำหรับการช่วยเหลือที่ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เน้นให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันผลิตและรวมกลุ่มกันขาย เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองและชุมชนให้เข้มแข็ง ทั้งการปรับโครงสร้างการผลิตพืชสำคัญในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยยึดระบบโซนนิ่ง และการบริหารจัดการโดยนำรูปแบบของศูนย์ศึกษาและพัฒนาการเกษตรตามแนวพระราช ดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นต้นแบบของการพัฒนาและขยายออกไปสู่พื้นที่โดยรอบ ซึ่งหลังจากนี้ ยังกล่าวว่า " ขอให้พี่น้องเกษตรกร ให้ความร่วมมือในการขึ้นทะเบียนต่างๆพร้อมทั้งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เพื่อรัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณอย่างถูกต้อง คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้มีความเจริญก้าวหน้า ช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรให้ดีขึ้นในอนาคต และส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีความมั่นคงอย่างยั่งยืนตลอดไป" MThai News

7 ลักษณะลายเซ็นต้องห้าม!! ไม่อยากติดขัดรีบแก้ไขด่วน
ดูดวง /  ลายเซ็น / 

ลายเซ็น เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ ที่แสดงตัวตนของเจ้าของ ลายเซ็น ได้อย่างชัดเจน บางคนปิดบัง บางเปิดเผย ดูได้จากลายเส้นที่เซ็นลงไปทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเทคนิคการเซ็นลายเซ็นให้ดีนั้น จะต้องมีข้อห้ามรวมอยู่ด้วย วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai เลยนำ 7 ลักษณะลายเซ็นต้องห้าม จากอาจารย์แพท ลูกแก้วเทพเจ้าไอยคุปต์ มาแบ่งปันให้ทุกท่านได้ทราบกันค่ะ :) 1. เซ็นชื่อให้ตัดตัวเองหรือฆ่าตัวเอง การเซ็นชื่อตัดตัวเองในตำแหน่งที่ 1 จะส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายเป็นการสะกดให้ชีวิตต้องเจอกับจุดตัด หักเหในชีวิต รวมไปถึงสุขภาพภายในของเจ้าของลายเซ็นนั้นๆ 2. เซ็นเป็นเส้นทิ่มแทงอักษรตัวแรก เส้นที่แทงจะเห็นได้ชัดเจนจากการเซ็นอักษร ส.เสือ และ ศ.ศาลา มีความหมายถึงการทำร้ายตัวเอง ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ความคิดฟุ่งซ่าน ที่เกิดขึ้นจากเราเป็นผู้กำหนด 3.เซ็นพันกัน ยุ่งเหมือนยุงตีกัน ลายเส้นพัวพันกันยุ่งเหยิงจนอ่านไม่ออก ทำให้ดึงชีวิตเข้าไปสู่ความยุ่งยาก กับปัญหานานัปการแบบไม่สามารถสะสางได้ ทำให้ชีวิตขาดระบบระเบียบ ขาดการจัดการที่ดี การเซ็นเช่นนี้เรื่อยๆ เป็นการสะกดให้จิตตัวเองแปรปรวน จนถึงขั้นเป็นโรคประสาทได้ง่าย 4. เซ็นตัวอักษรขาดๆเกินๆ การลากตัวอักษรให้ขาด คือเซ็นพยัญชนะเดียว แต่ยกปากกาขึ้น ทำให้ชีวิตขาดระบบระเบียบ ขาดการจัดการที่ดี การเซ็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เป็นการสะกดให้จิตตัวเองแปรปรวนจนถึงขั้นเป็นโรคประสาทได้ง่าย และอักษรที่เกินจากพยัญชนะปกติ ก็มักจะทำให้เกิดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาขึ้นในชีวิต โดยที่คุณไม่คาดคิดเช่นกัน 5. เซ็นสระที่ยาวเกินไป เป็นการเซ็นลากยาวเกินความจำเป็น เช่น สระอุ สระอู ที่ยาวตกไปในโซนที่ต่ำมาก สิ่งเหล่านี้จะทำให้เจ้าของลายเซ็นยึดติดกับอดีตเก่าๆ ทำให้ก้าวหน้าไปข้างหน้าได้อย่างไม่เต็มที่ เหมือนมีอะไรมาฉุดรั้งความสำเร็จอยู่เสมอ 6. เซ็นสระที่อยู่หน้าพยัญชนะตัวแรกเป็นกำแพง คือกำแพงขวางกั้นตัวเอง เป็นอุปสรรคที่เราสร้างขึ้นจากตัวของเราเอง เห็นได้มากจากคนที่มีสระนำหน้าชื่อ เช่น เมทินี โชติรส โภคิน เป็นต้น ทำให้การใช้ชีวิตต้องฝ่าฟันอย่างมาก เพราะฉะนั้นไม่ควรเขียนให้โตเกินความจำเป็น หรือจะตัดออกโดยไม่เซ็นสระเลยก็ได้ 7. เซ็นกลับหลัง เช่น ส.เสือ แล้วเซ็นเป็นตัว S กลับหลัง ทำให้ความคิดของเจ้าของ ลายเซ็น ผิดปกติ คิดอะไรสวนทางกับคนอื่น และทำให้พยัญชนะขาดพลังและขาดทิศทางที่ถูกต้อง   ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่หนังสือ เซ็นสวยรวยทรัพย์ จาก Mbookstore

เรื่องจริง! ความในใจเป็นหมอมันไม่ง่าย เหมือนอย่างที่ใครคิด
ข่าวหมอ /  ดราม่าหมอ / 

เรื่องจริง! ความในใจเป็นหมอมันไม่ง่าย เหมือนอย่างที่ใครคิด  ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้จากสมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ best_brain ได้เผยข้อความตัดพ้อกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์มีประเด็นดราม่าเกี่ยวกับหมออย่างต่อเนื่อง โดยมองว่า เมื่อก่อนวิชาชีพแพทย์รุ่งเรืองมาก เพราะถือว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตพูดอะไรไปคนไข้ก็เชื่อเพราะไม่มีใครรู้ไปเท่าหมอ สมัยนี้วิทยาการก้าวหน้า คนไข้ได้รับข้อมูลหลายด้าน บางคนศึกษามาก่อน ทำให้รู้มามากกว่าเดิม แต่บางครั้งก็เป็นข้อมูลที่ผิด แต่สมัยนี้ค่านิยมเปลี่ยนไป ทำให้คนมองหมอเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งตนเป็นหมอ ทำงานรพ.ศูนย์ขนาดใหญ่ มาหลายสิบปี อยากจะบอกว่า  เป็นหมอมันไม่ง่ายและสวยงามแบบที่คนส่วนใหญ่เคยมอง ซึ่งเจอคนไข้หลายแบบทั้งพยายามถ่ายรูป อัดคลิปแอบถ่าย เพื่อเอามาฟ้องหากหมอรักษาผิดพลาด หมอในโรงพยาบาลรัฐทำงานหนักและได้เงินน้อย คนชอบมองว่าหมอรวยและสบายความจริงไม่ใช่เลยเพราะทำงานไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลาป่วย บางครั้งช่วยเหลือคนไข้ไม่ได้ก็ถูกญาติมองว่ารักษาผิดวิธี ความผิดพลาดเกิดขึ้นก็มีการฟ้องร้องทำให้หมอเสี่ยงไปด้วย เกิดความเครียดและกดดันรอบด้าน " เพราะอยากดูแลรักษาคนไข้บ้านเกิดเมืองนอน เราทำงานไม่มีวันหยุด นอกเวลาหรือนักขัตฤกษ์เราก็มาทำงาน จนคนมองว่ามันปกติ แต่อย่าลืมว่านอกเวลานั้นเราไม่ได้ค่าตอบแทนอะไร เรามาทำงานเพราะถูกปลูกฝังมาให้อย่าทิ้งคนไข้ และเสียสละ เราตั้งใจดีหวังดี " ทั้งนี้ตนอยากให้ชาวสังคมออนไลน์ให้กำลังใจและเห็นใจคุณหมอด้วย พร้อมทั้งเตือนหมอด้วยกันว่าสังคมเปลี่ยนไป สังคมไม่ได้ให้อภิสิทธิ์หมอเหมือนสมัยก่อนแล้ว จะต้องปรับตัวรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง "ไม่มีแล้วความเป็นเทวดาอภิสิทธิ์ของพวกคุณ กลับมาเป็นคนธรรมดาเป็นลูกหลานของคนไข้ รักษาดูแลเค้าเหมือนญาติ เลิกหยิ่งยโสว่าตัวเองเก่งเหนือใคร สังคมกำลังลงโทษที่เราเคยถูกสปอยล์ มาทั้งชีวิต ถึงเวลาที่เราจะลดอีโก้และใช้ใจเมตตามารักษาคนไข้ เรียกความศรัทธาความรัก กลับมา ก่อนที่จะสายเกินไป" http://pantip.com/topic/33690162

ละครใต้เงาจันทร์ , เรื่องย่อใต้เงาจันทร์
เกรท วรินทร ศตายุ/โต ใต้เงาจันทร์ /  มาร์กี้ ราศี พบู/เฟลอร์ ใต้เงาจันทร์ / 

เรื่องย่อละคร ใต้เงาจันทร์ บทประพันธ์โดย : พินธุนาถบทโทรทัศน์โดย : ตฤณณากำกับการแสดงโดย : กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุลผลิตโดย : บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัดออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ใต้เงาจันทร์ นั้นมีมนตรา แสงนวลกระจ่าง โอบเอื้อ อบอุ่น ประโลมหัวใจดั่งเป็นเพื่อน แต่หากความรักมีเกินสองให้ต้องเลือก ก็ขอจันทร์ทอแสงส่อง ต้องหัวใจ ว่าใจของใครจะทอเงาทาบชิด สนิทแนบใจของเธอพบูเพิ่งกลับจากเมืองนอก ซึ่งเธอไปเรียนนับสิบปีแต่กลับเรียนอะไรไม่จบสักอย่าง พบูมีน้องสาวต่างมารดาคือบูรณา ซึ่งแตกต่างกับเธอทุกอย่าง บูรณาเรียบร้อย ตั้งใจเรียน และเชื่อฟังแม่มากการะเกดจึงรับไม่ได้ที่พบูเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ เพราะหล่อนเป็นคนชอบควบคุม ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน พบูจะว่าการะเกดอย่างไม่เกรงใจ เพราะลึก ๆ พบูคิดว่าการะเกดกับน้องมาแย่งพ่อและครอบครัวไปจากเธอ ตอนเด็กเธอยู่กับย่า จนย่าตาย พบูต้องมาอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง แต่ก็เรียนโรงเรียนประจำ ซึ่งยิ่งทำให้เธอคิดว่าพ่อและแม่เลี้ยงไม่ต้องการให้เธอเป็นส่วนเกินของครอบครัวใหม่ กลับมาเมืองไทยแล้ว พบูยังไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน การะเกด ซึ่งเป็นคนแนะนำให้พ่อเรียกตัวเธอกลับมาจึงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการระงับบัตรเครดิตของเธอ และจะให้เธอมาทำงานที่โชว์รูมขายรถของพ่อและรับเงินเดือนเหมือนพนักงานทั่วไป ซึ่งเมื่อรู้ว่าเป็นความคิดของพ่อด้วย พบูทั้งโกรธและน้อยใจมาก จึงขนของออกจากบ้านทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน เมื่อไม่มีที่ไป พบูตัดสินใจโทรหามธุรสผู้เป็นแม่ ทั้งที่ไม่เคยติดต่อกันมาเลยเป็นสิบปี ความรู้สึกผิดที่เคยทิ้งลูก ทำให้มธุรสตัดสินใจว่าจะต้องช่วยเหลือลูก โดยพบูต้องการแค่ที่พักชั่วคราวจนกว่าจะหางานทำได้ พบูคิดเอาง่าย ๆ ว่าจะหางานทำได้ แต่ในความเป็นจริง การที่เธอเรียนไม่จบอะไรมาสักอย่างทำให้หางานทำยากมาก มธุรสไปปรึกษาแผนกธุรการของเจริญรุ่งสามีใหม่ สร้อยทิพย์ลูกน้องของเจริญรุ่งสามารถหาห้องพักในอาคารศศิวงศ์ให้พบูได้ พบูจึงย้ายเข้าไปอยู่โดยไม่รู้ที่มาของการได้ห้องพักนั้น อาคารศศิวงศ์เป็นของศศิวงศ์กรุ๊ป ซึ่งกิจจาก่อร่างกายตัวจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก ๆ จนกลายเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในเครือศศิวงศ์กรุ๊ป กิจจากำลังคิดจะเกษียณโดยจะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้กับหลานชายคนโตคือศตายุ โดยไม่สนใจความรู้สึกของลูก ๆ ทั้งสามคน เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของศตายุ กิจจาตอกย้ำอยู่ตลอดว่าลูก ๆ ไม่ได้เรื่อง เจริญรุ่งลูกชายคนโต เป็นคนไม่เอาถ่าน ขณะที่งามยิ่งท่าดีทีเหลว และเมฆพัดคนสุดท้องซึ่งเป็นลูกเมียน้อยยิ่งแย่ใหญ่ เพราะเกิดมาในช่วงที่กิจการของพ่อกำลังย่ำแย่จนเกือบหมดเนื้อหมดตัว ทั้งที่เป็นคนเอาการเอางานมากกว่าพี่ ๆ กิจจาก็ไม่ค่อยชอบลูกคนนั้นนัก ซึ่งลึก ๆ นอกจากอคติส่วนตัวแล้ว กิจจารู้ดีว่าเมฆพัดไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ฉาบหน้าเอาไว้ แต่ในอดีตวันที่กิจจาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ก็มีความหวังเกิดขึ้น เมื่อมีหมอดูมาทักว่าจะมีผู้ชายคนหนึ่งมาทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น จังหวะนั้นเจริญรุ่งในวัย 21 ปี ทำแฟนสาวตั้งท้อง เมื่อศตายุเกิดมา กิจการของกิจจาก็ดีวันดีคืน จนเขาคิดว่าหลานชายคนโตเป็นตัวนำโชค ศตายุโชคร้ายที่แม่ตายในวันที่คลอดเขา แต่ปู่รักและเลี้ยงดูเขาอย่างดี โดยเจริญรุ่งแทบจะไม่มีส่วนในตัวลูกชายเลย การลำเอียงและให้ความสำคัญแต่ศตายุคนเดียวของกิจจา ทำให้ทุกคนในบ้านไม่พอใจโดยเฉพาะงามยิ่งจะแสดงออกชัดเจน แม้เจริญรุ่งเองก็ห่างเหินทำตัวเหมือนไม่ใช่พ่อลูกกับศตายุ เขารักและตามใจธราดลลูกชายคนเล็กที่เกิดจากธุรสจนเสียคน ตลอดมาศตายุน้อยใจพ่อว่ารักน้องชายมากกว่า จึงชอบหาเรื่องเคี่ยวเข็ญเอากับธราดลส่วนหนึ่งเพราะนิสัยที่เป็นคนจริงจัง จึงไม่ชอบที่พ่อและน้องชายทำตัวไว้แก่นสาร ธราดลไม่ยอมไปโรงเรียน โดยอ้างว่าอยากไปเรียนต่อเมืองนอก ศตายุไม่ยอม ยื่นคำขาดให้เรียนจบม.6 ก่อน เจริญรุ่งพยายามเข้าข้างธราดล แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะสิทธิขาดในบ้าน กิจจาได้มอบหมายให้เขาเป็นคนตัดสินใจ เจริญรุ่งกับธราดลจึงยิ่งเกลียดและต่อด้านศตายุมากจนเห็นเป็นศัตรูขณะที่เมฆพัดเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่เคยแสดงปฏิกิริยาไม่ดีกับพ่อหรือศตายุ แต่ลึกลงไปในท่าทีที่ไม่เป็นปฏิปักษ์กับใคร มีงามยิ่งเพียงคนเดียวที่รู้จักด้านมืดของน้องชายดีว่าใคร วันหนึ่งศตายุขับรถผ่านร้านอาหารเก่าของบริษัท ซึ่งขาดทุนจนปิดร้างมาเป็นปี แต่เขาอนุมัติงบให้ตกแต่งเพื่อเปิดบริการใหม่ ยังไม่มีความคืบหน้า เขาโกรธมาจึงเล่นงานแผนกธุรการ ซึ่งเจริญรุ่งดูแลอยู่ พ่อไม่สนใจกลับด่าว่าเหมือนเขาไม่ใช่ลูก ทำให้ศตายุยิ่งน้อยใจ แต่เขาก็ไม่เลิกรา ศตายุเร่งจะเอาคำตอบความคืบหน้าของร้านอาหารให้ได้ เจริญรุ่งขี้เกียจจึงสั่งสร้อยทิพย์ให้หาสถาปนิกมารับหน้าแทน และสถาปนิกคนนั้นก็คือบุรี หนุ่มหน้าตี๋ ขี้เล่น อารมณ์ดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง บุรีชอบแต่งตัวเซอร์ ๆ เพราะคิดว่าตัวเป็นศิลปิน แต่ในชีวิตอันรื่นรมย์ของบุรี มีความอึดอัดใจอยู่อย่างหนึ่ง คือแม่พยายามจะให้เขาแต่งงานกับเด็กสาวแถมบ้านที่อ่างทองชื่อลูกชุบ เนื่องจากในอดีตพ่อของลูกชุบเคยมีบุญคุณช่วยพ่อของบุรีไว้ แต่ลูกชุบเองก็ไม่ได้ชอบบุรีเหมือนกัน จึงหนีตามผู้ชายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ บุรีรู้ก็คอยให้ความช่วยเหลือเจริญรุ่งส่งตัวบุรีมาคุยกับศตายุเรื่องร้านอาหารแบบไม่ทันตั้งตัว แต่บุรีคิดไอเดียในการแปลงโฉมร้านอหารได้คร่าว ๆ พอมาคุยกันศตายุพอใจไอเดียของบุรี แต่ไม่พอใจการทำงานของสร้อยทิพย์ และแผนกธุรการ เลยพยายามไล่บี้เอากับสร้อยทิพย์ เป็นความบังเอิญที่คืนนั้นขณะที่สร้อยทิพย์กำลังพยายามหาข้อมูลของร้านอาหารมาตอบ ศตายุให้ได้ พบุซึ่งพักอยู่ในอาคารศศิวงศ์เอาคีย์การ์ดไปรูดเข้าห้องฟิตเนส เด็กที่ดูแลจับได้ว่าเป็นคีย์การ์ดห้องพักของบริษัทลูกค้าที่เช่ารายปีไว้ แต่ตอนนี้ว่างอยู่ จึงโทรไปตามสร้อยทิพย์ที่ห้องศตายุ เพราะคิดว่าพบูแอบลักลอบเข้ามาพักในดึก ศตายุก็เลยพลอยรู้เรื่องไปด้วย พบูพอรู้เข้าก็โกรธแม่และสร้อยทิพย์มาก ที่หลอกให้ตัวเองเข้าไปแอบอยู่ในห้องของคนอื่น จึงเก็บของจะย้ายออกในคืนนั้น มธุรสกลัวสร้อยทิพย์จะเดือดร้อนจึงไปคุยกับศตายุ บอกว่าพบูกำลังหางานทำ ขอพักชั่วคราว ศตายุไม่ได้สนใจ คิดจะปล่อยให้พ่อของเขาเป็นคนจัดการ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่ขณะจะกลับบ้าน เขาบังเอิญเจอพบูในเลิฟต์เข้าพอดี ก่อนหน้านี้เขาเคยเจอพบูมาก่อน เขาประทับใจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น พบูเคยช่วยกันเขาจากชคันภา เด็กสาวร่างอ้วน แต่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนสวยหุ่นดี ลูกสาวของชัชชัยลูกค้าวิไอพีที่เพิ่งเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ไป และกำลังจะเซ็นสัญญาโครงการใหม่ในอีกไม่นาน ชคันภาชอบคอยตามดื้อและคิดไปเองว่าเป็นแฟนเขา ศตายุไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเกรงใจพ่อเธอ เมื่อรู้ว่าพบูคือลูกสาวของมธุรส ศตายุให้เธอขนของกลับไปที่ห้อง และบอกให้เธออยู่ต่อได้ เขาจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง และให้พบูมาเป็นผู้จัดการร้านอาหารที่กำลังปรับปรุงอยู่ ซึ่งเขาจะดึงจากแผนกธุรการมาดูแลเอง เรื่องนี้ทำให้มธุรสประหลาดใจมาก และแอบคิดว่าศตายุคงจะมีใจให้พบูแน่จากความผิดชอบสร้อยทิพย์ ศตายุสั่งให้เจริยรุ่งทำรายงานชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เจริญรุ่งไม่สนใจเข้าไปบ่อนจนมาทำงานเอาตอนบ่ายของอีกวัน มาถึงจึงรู้ว่าศตายุไล่สร้อยทิพย์ออก และตั้งกนกวรรณลูกน้องของงามยิ่งซึ่งเป็นคนที่ศตายุวไว้ใจมาทำแทน และให้พบูเป็นคนดูแลร้านอาหารโดยประสานงานกับบุรี เจริญรุ่งโกรธถึงกับตบหน้าศตายุ แต่ศตายุไม่สนใจ ขณะเดียวกันบุรีเองก็เคยเจอกับพบูมาก่อน โดยที่พบูจำไมได้ ซึ่งครั้งนั้นพบูก็วีนใส่เขา และเมื่อมาเจอกัน บังเอิญว่ารถของพบูถูกคนแกล้งปล่อยลมยางออกหมด บุรีต้องช่วยเปลี่ยนยางให้ แต่พบูก็พูดจาไม่เข้าหูบุรีอีก แต่แม้ว่าเขากับเธอจะกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันลอด แต่การได้ลับฝีปากปะทะคารมกับพบูเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่บุรีไม่เคยพลาดเลยทีเดียว พบูเริ่มเจอแม่บ่อยขึ้น เธอไปช้อปปิ้งกินข้าวกับแม่ มีคนโทรมาบอกว่าธราดลถูกตำรวจจับมธุรสรีบโทรหาศตายุ ศตายุรีบไปช่วยประกันตัวให้ ใจจริงเขารักและห่วงน้องมาก แต่การแสดงออกของเขาทำให้ธราดลคิดเหมือนคนอื่นในครอบครัวว่าศตายุชอบวางอำนาจ และทำทุกอย่างเพียงเพื่อจะเอาใจคุณปู่ และธราดลหงุดหงิดที่แม่คอยแต่เกรงใจจนเหมือนกลัวทั้งปู่และศตายุ กิจจากลับจากทัวร์ต่างประเทศกับเด็กสาวรุ่นหลาน เขาสั่งให้ทนายความจัดการเรื่องแต่งตั้งศตายุเป็นประธานและให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในบริษัท งามยิ่งไม่พอใจ และยิ่งหงุดหงิดเรื่องที่เขาซื้อรถคันละเป็นล้านให้เซอรี่เด็กสาวที่พาไปเที่ยว และเอาหล่อนเข้าไปอยู่ในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่เขาซื้อเอาไว้ ต่อมาเชอรี่ถูกปล้นชิงรถ เด็กสาวได้รับบาดเจ็บ รถก็หาย กิจจาสั่งให้ศตายุจัดการเรื่องเงินให้ตัวเองหันไปคบเด็กใหม่ที่ชื่อลูกตาล โดยไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเมฆพัดซึ่งโกรธที่พ่อเอาเงินไปปรนแปรอผู้หญิงอื่น ชคันภาเริ่มหึงพบู ทั้งที่ศตายุแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้มีใจชอบเธอ แต่ชคันภาก็ยังพยายามจะเอาชนะใจศตายุ โดยไม่สนใจท่าทีของศตายุที่มีต่อตัวเอง ศตายุพยายามจะกันชคันภาออกไปอย่างนุ่มนวล จึงขอให้พบูช่วย โดยมีเงื่อนไขให้เธอย้ายไปพักที่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์บนชั้น 31 ซึ่งเป็นห้องพักตามตำแหน่งของเขา เป็นแผนอย่างหนึ่งที่ศตายุอยากใกล้ชิดกับพูมากขึ้น ตอนแรกพบูไม่ทันได้คิดอะไร จึงยอมตกลงและอยากจะย้ายเข้าไปอยู่ในห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่หรูหราด้วย ร้านอาหารก้าวหน้าไปมาก พบูได้เซฟซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนเมืองนอกชื่อไมเคิล ภาพลักษณ์ภายนอกของไมเคิลไม่น่าประทับใจ เพราะเขาตัวใหญ่เทอะทะ แต่เป็นลูกเศรษฐีที่มาทำเพราะอยากทำอาหาร และมีฝีมือขั้นแทพจนศตาลุปฏิสเธเขาไม่ได้เมื่อร้านใกล้เสร็จพบูอยากหาของมาแต่งร้าน เลยชวนบุรีให้ไปช่วยเลือกที่ตลาดนัดจตุจักร โดยมีไมเคิลไปด้วย แต่บุรีชวนให้ไปที่อ่างทองแทน เพราะแม่เขารับตะกร้าหวายมาขายอยู่แล้ว พอถึงวันไปไมเคิลท้องเสียไปด้วยไม่ได้ พบูจึงไปกับบุรีแทน บุรีพาพบูไปเที่ยวอยุธยา ขากลับจากบ้านเขา รถเกิดเสีย พบูเลยต้องค้างที่บ้านบุรีหนึ่งคืน ซึ่งทำให้ทั้งสองสนิทสนมและประทับใจในตัวกันและกันมากขึ้น พอกลับมาลูกชุบมาหาบุรีที่คอนโดฯ ซึ่งเป็นคอนโดนฯ ของบริษัทที่สร้างให้พนักงานเช่าอยู่ด้านหลังของอาคารศศิวงศ์ ลูกชุบมีปัญหาเรื่องเงิน บุรีจึงให้เงินไป และเมื่อไปส่งบ้านจึงรู้ว่าลูกชุบอยู่อย่างยากลำบาก งามยิ่งรู้เรื่องที่พบูได้อยู่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ของศตายุ จึงเอาไปพูดในทางเสียหาย ทั้งที่ตั้งแต่ย้ายไปอยู่ ศตายุไม่เคยไปที่ห้องนั้นเลย พบูเริ่มนึกได้ว่าตัวเองตัดสินใจผิด จึงตัดสินใจจะย้ายออก แต่ไปหาดูห้องพักแถวนั้นราคาแพงมาก จึงคิดจะหาห้องที่คอนโดฯ ของพนักงานทางด้านหลังที่ราคาย่อมเยากว่า แต่ที่นั่นห้องไม่เคยว่างเลยพบูไปถามเรื่องห้องพักกับบุรี เพราะรู้ว่าบุรีพักอยู่ที่นั่น วันหนึ่งก็มีคนโทรมาบอกว่าเขาได้สิทธิเช่าห้องพัก แต่จะยกสิทธิให้พบู เธอเอาเงินมัดจำไปวาง และคิดว่าเป็นฝีมือของศตายุ แต่ตอนหลังถึงรู้ว่าไม่ใช่ ศตายุให้คนเอาเงินมัดจำมาคืนเพื่อให้พบูอยู่ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ต่อไป แต่ตอนหลังพบูรู้ว่าคนที่หาห้องให้คือบุรี และเธอก็ตัดสินที่จะย้ายไปอยู่ห้องเช่าที่คอนโดฯ ซึ่งทำให้ศตายุไม่ค่อยพอใจ และเริ่มจะรู้ว่าตัวเองกำลังมีศัตรูหัวใจคือบุรี วันหนึ่งชคันภามาหาศตายุที่บริษัทและโวยวายเรื่องที่คนเลือกกันว่าพบูสนิทสนมกับศตายุต่อหน้าชัชชัยพ่อของหล่อนที่มาประชุม ศตายุจึงตัดสินใจพูดตรง ๆ และยังพูดในทำนองว่าเขามีใจให้พบูจริง ๆ ทำให้ชคันภาโกรธและเสียใจ เมฆพัดได้จังหวะจึงพยายามเข้าไปสนิทสนมกับชคันภา จนเด็กสาวใจอ่อน หันมาควงกับเขาแทน ชคันภาเห็นศตายุอยู่กับพบูอย่างมีความสุขก็แค้นใจ พูดว่าอยากเห็นพบูเสียโฉม ต่อมาก็มีคนเอาน้ำกรดจะมาสาดพบูจริง ๆ แต่บุรีช่วยกันไว้ได้ทันตัวเขาเองโดนน้ำกรดเล็กน้อย ทุกคนคิดว่าเป็นฝีมือของเจมี่แต่ไม่มีหลักฐาน เหตุการณ์นี้ทำให้ศตายุเป็นห่วงพบู คอยรับส่งเธออยู่พักใหญ่ ในขณะที่บุรีเองก็แอบคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆ ตอนนี้ทุกคนในบริษัทรู้แล้วว่าศตายุมีใจกับพบู เพียงแต่พบูไม่ยอมแสดงออก ตลอดมางามยิ่งกับเมฆพัดสงสัยเรื่องราวของศตายุกับเจริญรุ่ง ว่าทั้งสองอาจจะไม่ใช่พ่อลูกกัน เพราะเจริญรุ่งแสดงออกชัดเจนว่าไม่รักศตายุ และวันที่ศตายุเเกิดก็ดูมีอะไรปิดบัง จนวันหนึ่งงามยิ่งไปเจอเพื่อนเก่าซึ่งคนข้างบ้านเป็นนางพยาบาล เล่าเรื่องว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาคลอดลูกแล้วตายทั้งแม่ทั้งลูก แต่แม่สามีของผู้หญิงคนนั้นต้องการหลานชายเพื่อเอาใจสามี เลยไปขอเด็กผู้ชายอีกคนที่แม่ทิ้งไปมาเป็นหลานแทน ทั้งวันเวลา และโรงพยาบาลเป็นเรื่องเดียวกัน งามยิ่งมั่นใจว่าศตายุต้องไม่ใช่ลูกของเจริญรุ่งแน่ แต่เมื่อไปถามเจริญรุ่งกลับยืนยันว่าศตายุเป็นลูกเขาจริง ๆ และท้าให้เอาเส้นผมของเขากับศตายุไปตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งเมื่อไปตรวจผลออกมาปรากฏว่าศตายุเป็นลูกเจริญรุ่งจริง ๆ ทำให้สองพี่น้องผิดหวังมาก ร้านอาหารครัวศศิวงศ์ใกล้เปิด พบูกับบุรีใกล้ชิดกันมากขึ้น ในขณะที่ศตายุเองก็พยายามทำคะแนนดีตื้นขึ้นมาตลอด พบูเริ่มลำบากใจเมื่อเริ่มรู้ใจของชายหนุ่มทั้งสองคน แต่เธอก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร จนในที่สุดก็ถึงวันเปิดร้านอาหาร ด้วยฝีมือของไมเคิลและเก็ทผู้ช่วยเจ้าสำอางทำให้มีคนมาเต็มร้าน มธุรสได้ปะทะฝีปากนิดหน่อยกับการเกดเรื่องที่หล่อนทำให้พบูต้องระเห็จออกมาจากบ้านทั้งมธุรสและมนูพ่อของพบูต่างภูมิใจในตัวเธอที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและมีงานที่มั่นคง หลังจากร้านอาหารเปิด ศตายุแวะเวียนมาช่วยที่ร้านทุกเย็น วันหนึ่งเขาแอบเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กของพบูเป็นภาพวาดฝีมือบุรี ศตายุหงุดหงิดมาก เขาพยายามจะแสดงให้พบูเห็นถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอแต่พบูก็ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเดิม เก็ทซึ่งเป็นผู้ช่วยพ่อครัวรู้เข้าก็เอารูปที่ต๋อยแอบส่งมาให้ เป็นภาพวาดพบูที่บ้านของบุรีตอนที่เธอไปค้างบ้านเขา บุรีแอบวาดแล้วเก็บไว้ใต้เตียง ตอนนี้พบูรู้แล้วว่าทั้งสองคนมีใจกับเธอ แต่เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ขณะอยู่ที่ร้านอาหาร มธุรสก็โทรมาบอกข่าวร้ายกับศตายุ ว่าธราดลตกดึกตาย ศตายุเสียใจมากที่น้องชายตาย และโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง พบูสงสารเขามาก ช่วงนี้ลูกชุบซึ่งเพิ่งคลอดลูกทะเลาะกับสามี และหนีกลับไปอยู่ที่บ้านของบุรีก็พยายามโทรหาบุรีตลอดเหมือนจะหาพ่อใหม่ให้ลูก จนบางครั้งบุรีก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือตัวเองจะหลีกทางให้พบูกับศตายุ แต่ก็ไม่อาจตัดใจจากพบูได้ ที่งานศพธราดล การเกดางานพร้อมกับบูรณา พบูสังเกตเห็นว่าการเกดปลื้มศตายุมาก และพยายามดันบูรณาให้สนิทสนมกับศตายุ บูรณาก็ดูชื่นชมศตายุเหมือนกัน แต่ความที่เป็นคนเรียบร้อย จึงไม่ค่อยแสดงออก การเกดถึงขั้นฝากให้บูรณามาฝึกงานที่ศศิวงศ์ ศตายุอยากเอาใจพบูจึงรับปากทำให้พบูเริ่มรู้สึกหวง ๆ ศตายุขึ้นมานิดหน่อย วันเผาศพธราดล มธุรสเศร้ามาก รู้สึกผิดว่าตัวเองตามใจลูกจนเสียคนทำให้ลูกไปอยู่บ้านเพื่อน และเสพยาจนเมาแล้วขึ้นไปเดินบนระเบียงจนตกลงมา เจริญรุ่งก็เสียใจมากและโทษว่าเป็นความผิดของศตายุที่เข้มงวดกับน้องมากเกินไป เขาด่าว่าศตายุ จนศตายุเริ่มน้อยใจ ถามว่าถ้าเปลี่ยนกันได้เป็นเขาที่ตายแทนธราดลพ่อจะรู้สึกดีขึ้นไหม เจริญรุ่งตอบว่าไข่ จนศตายุอดไม่ได้ถามว่าเขาไม่ใช่ลูกหรือ ทำไมถึงได้เกลียดเขานัก เจริญรุ่งไม่ตอบแต่บอกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่สวนหลังบ้าน ศตายุได้ แต่สงสัยเพราะสังเกตมานานแล้วว่าพ่อชอบมานั่งเล่นได้ซุ้มกุหลาบที่สวนหลังบ้านเสมอ บูรณามาทำงานที่ศศิวงศ์ อยู่แผนกงามยิ่ง ถูกคนนินทาว่าเชย ไม่สมกับเป็นน้องของพบู พบูฟังแล้วโกรธเลยพาบูรณาไปให้เก็ททำผมใหม่ สอนแต่งตัวแต่งหน้าให้ใหม่ บูรณาดีใจมากที่ได้ใกล้ชิดกับพบู และยิ่งอยู่ใกล้ชิดกับศตายุก็ยิ่งรู้ว่าเขารักพบูมากแค่ไหน เธอเองแค่ขึ้นชมเขาเท่านั้น มธุรสเองก็สังเกตได้ว่าการะเกดพยายามจะดันลูกสาวตัวเอง เลยแกล้งพูดลองใจศตายุถึงบูรณา ก็เห็นว่าศตายุเห็นบูรณาเป็นแค่น้องสาวของคนที่เขารักเท่านั้น พบูใกล้ชิดกับศตายุมากขึ้นเนื่องจากสงสารที่เขากำลังเศร้า บุรีนึกอยากรู้ความรู้สึกจริง ๆ ของพบู เพราะเขามีความรู้สึกว่าพบูก็มีใจให้เขาเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงยอมเป็นแฟนศตายุไปแล้ว จนคืนหนึ่งบุรีกินเหล้าเมา กลับมาห้องลูกชุบแอบเข้าห้องมาค้างด้วย โดยบุรีมรู้ ตอนเช้าพบูมาหาเขาเลยเจอเขาอยู่กับลูกชุบ แต่พบูก็ยังทำไม่รู้ไม่ชี้จนบุรีเริ่มจริงจังว่าพบูคิดอย่างไรกับเขากันแน่ วันหนึ่งมธุรสจะเอาข้าวของของธราดลไปบริจาค งามยิ่งผ่านมาพอดีเห็นแปรงแปรงผมของธราดลก็เอะใจเพราะเป็นอันเดียวกับที่เจริญรุ่งเคยเอามาให้แล้วบอกว่าเป็นแปรงของศตายุ เพื่อให้เธอเอาเส้นผมเขาไปตรวจ งามยิ่งนึกได้ทันทีว่าเจริญรุ่งโกหก เอาเส้นผมตัวเองกับผมของธราดลไปให้ตรวจ ผลถึงได้ออกเป็นพ่อลูกกัน งามยิ่งหงุดหงิดมากจึงคิดจะไปถามพ่อให้รู้เรื่อง แต่เมฆพัดเสนอว่าจะไปเองตอนแรกเมฆพัดพูดดี ๆ กับกิจจา แต่พ่อพูดจาถากถางดูถูกจนเขาเริ่มโกรธ และเมื่อพูดเรื่องศตายุกับเจริญรุ่งออกไปตรง ๆ กิจจาก็พูดแปลก ๆ จนเมฆพัดจับได้ว่าแท้จริงแล้วพ่อเขารู้มานานแล้วว่าศตายุไม่ใช่หลานแท้ ๆ เขาเองที่เป็นคนสั่งให้เจริญรุ่งเก็บความลับนี้เอาไว้ ทั้งที่ทุกข์ใจอึดอัดใจแสนสาหัส เจริญรุ่งก็จำต้องเก็บเอาไว้ ถึงขนาดทำเรื่องหลอกเขากับงามยิ่ง เมฆพัดโกรธมากจนทะเลาะกับกิจจา และเผลอผลักพ่อล้มลงหัวกระแทกโต๊ะ เมฆพัดคิดจะทิ้งพ่อไว้อย่างนั้นโดยไม่ทำอะไร แต่พอลงลิฟต์มาเจอกับลูกตาล เขาเลยต้องพาพ่อส่งโรงพยาบาล แต่ให้ลูกตาลช่วยปิดบังว่าพ่อล้มเอง และเขาพยายามช่วยแล้ว แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลกิจจาต้องผ่าตัดด่วน และหมดสงสัยว่าเขาเสียเลือดมาก ทั้งที่ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลศตายุสงสัยว่าเมฆพัดต้องทำอะไรปู่แน่ แต่ก็ไม่สามารถรู้ความจริงได้ เพราะเมื่อกิจจาออกจากห้องผ่าตัดแล้วกลับไม่รู้สึกตัว และหมอก็ไม่สามารบอกได้ว่าเขาจะพื้นเมื่อไหร่ศตายุยิ่งเศร้าลงทุนวัน ทั้งเรื่องธราดลและเรื่องปู่ พบูจึงอยู่ใกล้ชิดเขามากขึ้น แต่เธอก็ยังคงทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหมือนเดิมงามยิ่งหงุดหงิดมาก เพราะตอนนี้รู้แล้วว่าศตายุไม่ใช่หลานแท้ ๆ หล่อนต้องการจะจัดการอะไรกับเขาสักอย่าง แต่พ่อก็ยังไม่พื้นและเมฆพัดคิดจะเก็บความลับนี้ไว้แบล็กเมล์พ่ออีกที เพราะรู้ว่ากิจจาพยายามจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จนวันหนึ่งงามยิ่งทนไม่ไหวเลยส่งคลิปที่สัมภาษณ์นางพยาบาลชราที่รู้เรื่องวันที่เขาคลอดไปให้ศตายุ ศตายุดูคลิปแล้วก็มาหางามยิ่งอย่างโกรธจัด งามยิ่งจึงเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างสะใจ ศตายุไม่พูดอะไรแต่กลับไปบ้าน เขาเอาพลั่วเข้าไปขุดดินที่สวนหลังบ้าน เพราะเจริญรุ่งเคยบอกว่าคำตอบทุกอย่างอยู่ที่นี่ มธุรสเรียกพบูมา เจริญรุ่งมาทันตอนที่ศตายุโค่นต้นกุหลาบแสนรักของเขา เจริญรุ่งโกรธมาก แต่ศตายุไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาพังโค่นทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง เพราะอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ที่นี่ เจริญรุ่งเลยบอกเขาฝังกระดูกลูกสาวคนโตของเขาไว้ที่นี่ แล้วบอกความจริงว่าลูกของเขาตายพร้อมเมียเขาตั้งแต่วันที่คลอด แต่แม่เขากลัวพ่อจะเสียใจเพราะตั้งความหวังกับหลานคนนี้ไว้มาก เลยไปเอาเด็กผู้ชายที่แม่ทิ้งไปมาเป็นหลานแทน ศตายุอึ้งกับความจริง รู้สึกเหมือตัวเองเป็นคนไร้ค่าที่มาชูคออยู่ในครอบครัวของคนอื่น จากวันนั้นเขาพยายามหลบหน้าพบู จนพิมพ์พรรณเขาฯ เป็นห่วงโทรบอกพบู พบูจึงหาโอกาสพูดกับเขาศตายุถามตรง ๆ ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา พบูยังคงตอบกำกวม บุรีผ่านมาพอดียืนแอบฟัง เขานึกอยู่แล้วว่าพบูต้องตอบแบบนั้น ศตายุทนใช้ชีวิตปกติได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าทนอีกต่อไปไหวแล้ว วันหนึ่งก่อนรถจะเลี้ยวเข้าดึกศศิวงศ์ เขาก็ลงจากรถแล้วนั่งแท็กซี่หายไป พิมพ์พรรณเห็นเจ้านายหายไปหลายวันก็โทรบอกพบู เพราะตามหาหลายที่แล้วแต่ไม่รู้ว่าศตายุไปไหน พบูโทรถามมธุรสเลยรู้ว่ามีบ้านเก่าของครอบครัวอีกหลังที่พิมพ์พรรณยังไม่ได้ไปหา พบูแวะไปหาศตายุคืนนั้น มีบุรีขับรถไปให้เพราะเธอไปไม่ถูก เมื่อเข้าไปในบ้านพบูต้องตกใจ เมื่อเห็นศตายุซึ่งเคยเจ้าระเบียบ สะอาดสะอ้าน นอนจมอยู่บนโซฟาเก่า ๆ เนื้อตัวสกปรกเพราะไม่ได้อาบน้ำ และมีกลิ่นเบียร์พึ่ง เธอพยายามจะพูดให้เขากลับไป แต่ศตายุถามเธอเรื่องเดิมว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา พบูไม่รู้จะตอบอย่างไร ศตายุกำลังเมาจึงคาดคั้นจะเอาทำคำตอบจากเธอให้ได้ บุรีได้ยินเสียงเลยเข้ามาดู ศตายุกำลังสติแตกก็เลยลุกขึ้นมาต่อยบุรี ตอนแรกพบูคิดว่าบุรีจะถอย แต่กลับเป็นว่าบุรีก็ทนมานานเหมือนกันเลยต่อยกันนัวกับศตายุ พบูไม่รู้จะห้ามยังไงเลยขับรถหนีทิ้งบุรีไว้ทีนั่น ศตายุเมามากเลยโดนบุรีต่อยเข้าปลายคางสลบไป พบูขับรถหนีไปหาเก็ท เก็ทให้คำปรึกษาว่าใจจริงพบูรักบุรี แต่สงสารศตายุเลยลังเล แต่พบูไม่คิดอย่างนั้นเธอรู้ว่าลึก ๆ แล้วระหว่างเธอกับศตายุไม่ได้มีแค่ความสงสารอย่างเดียว หากจะเปรียบแล้ว ศตายุเหมือนแสงแดดอันอบอุ่น เห็นได้ชัดเจนเมื่อทอแสงมา ให้ความสว่างไสว ขณะที่บุรีเหมือนสายลมเย็นที่พัดผ่านมาให้ชื่นใจ จับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกสบายใจเมื่อได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ให้ความรู้สึกที่ดีด้วยกันทั้งคู่ เมื่อกลับไปที่ห้องพัก บุรีแวะมาหา แล้วถามความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขา บุรีมีความรู้สึกว่าระหว่างเธอกับเขาและศตายุควรจะมีคำตอบที่ชัดเจนสักที แต่พบูก็ยังไม่ยอมตอบอยู่ดี ในที่สุดบุรีก็หลุดปากถามมาว่าอยากให้เขาเป็นฝ่ายถอยออกไปไหม พบูไม่รู้จะตอบอย่างไรก็เลยบอกว่าตามใจเขาอยากทำอะไรก็เชิญ บุรีจึงได้แต่เดินออกจากห้องไปอย่างพ่ายแพ้วันรุ่งขึ้นศตายุตื่นขึ้น เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่องกับธราดลที่เขาได้นอนเต็มอิ่ม ศตายุมีสติกลับมา จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วโทรไปง้อพบู เขาขับรถพาเธอไปที่คอนโดฯ ที่เขาซื้อไว้ แล้วบอกความในใจของเขาที่มีต่อเธอว่าเขาคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ เมื่อพบูไม่พูดอะไร ศตายุก็บอกว่าถือว่าเธอตอบรับเขา วินาทีนั้นพบูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญที่สุดในโลกสำหรับเขา ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดด้วย เพราะใจเธอไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว และเหมือนทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี กิจจาพื้นขึ้นมาเป็นปกติเหมือนเดิม ตอนแรกศตายุกลัวว่าปู่อาจจะไม่ยอมรับเขาเมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่หลาน แต่กิจจากลับบอกว่าเขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว เมฆพัดแอบได้ยินสิ่งที่พ่อพูดกับศตายุแล้วยิ่งโกรธ เพราะกิจจารู้ว่าตอนที่ล้มลงไปเมฆพัดเจตนาจะปล่อยให้เขาตาย จึงตัดพ่อตัดลูกกับเมฆพัดใส่เขาออกจากบริษัท เมฆพัดหวังพึ่งชคันภา เพราะพ่อเธอมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ แต่กลายเป็นว่าแม้แต่เด็กสาวน่าเกลียดอย่าชคันภาก็ยังรังเกียจเขาด้วย เมฆพัดทั้งสิ้นหวังและคลั่งแค้น เขาจึงคิดจะให้ศตายุตกนรกไปพร้อมกับเขาด้วย ศตายุขอให้พบูย้ายเข้าไปอยู่ที่คอนโดฯ ของเขาพร้อมกับมธุรส พบูตกลง ขณะที่ชีวิตของศตายุเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ปู่เขาออกจากโรงพยาบาลได้ พบูก็ได้รับรู้ข่าวว่าบุรีย้ายออกจากห้องพักพนักงานและลาออกจากบริษัทไปแล้วโดยไม่ได้ลาเธอ พบูเสียใจมาก เย็นหนึ่ง ที่ร้านอาหารมีลูกค้าจองโต๊ะบนคาดฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเภทมาขอแต่งงานหรือฉลองโอกาสพิเศษ ปรากฏว่าลูกเค้าคือศตายุ พบูใจหายเข้าใจผิดว่าศตายุจะมาขอแต่งงาน เธอเผลอตัวพูดปฏิเสธออกมา แต่เขาเพียงเอากุญแจห้องที่คอนโดฯ มาให้เธอเท่านั้น พบูรู้สึกแย่ที่ทำให้ศัตายุเสียใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ศตายุออกจากร้านเพราะต้องรีบกลับไปเตรียมตัวสำหรับประชุมพรุ่งนี้เช้า แค่เมื่อเข้าไปในรถเขาก็ถูกใครบางคนที่แอบอยู่ในรถโปะยาสลบ เมื่อพื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องเล็ก ๆ แห่งหนึ่งขาถูกล่ามโซ่เอาไว้ คนที่เอาตัวเขามาคือเมฆพัดนั่นเอง เมฆพัดวางแผนจะปล่อยให้เขาตายอยู่ที่นี่แล้วถ่ายคลิปวิดีโอไปให้กิจจาดู เมฆพัดคลั่งแค้นมาก เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากอยากให้ศตายุต้องทนทรมานเหมือนกับเขา และให้พ่อเขาต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเมื่อศตายุหายไปไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน เพราะเมฆพัดไม่ได้ติดต่อไป จนผ่านไปวันหนึ่งศตายุใกล้จะแย่เพราะขาดน้ำ และอากาศที่ร้อนมากเพราะห้องที่ขังเขาไว้ตั้งอยู่กลางแดด เมฆพัดจึงส่งคลิปวิดีโออันแรกไปให้กิจจา กิจจาถามว่าเขาต้องการอะไร เมฆพัดแค่ต้องการให้พ่อเขาเห็นศตายุตายอย่างทรมานเท่านั้น ศตายุพยายามจะต่อสู้แต่ก็ไม่เป็นผล ผ่านไปสองคืน ช่วงค่ำบุรีรู้ข่าว เขาโทรหาพบูบอกว่าพอจะเดาได้ว่าสถานที่ที่ถ่ายคลิปมาเป็นที่ไหนแต่ไม่แน่ใจ พบูขอร้องให้เขาพาเธอไปเดี๋ยวนี้เลย เพราะกว่าจะรอตำรวจคงช้า พอไปถึงดึกร้างที่บุรีสงสัยก็เห็นห้องเก็บของล็อกประตูอยู่ แต่พอเปิดเข้าไปดูก็พบแต่ความว่างเปล่า พบูกำลังจะกลับด้วยความผิดหวัง ก็บังเอิญเห็นกระดุมเสื้อสูทราคาแพงของศตายุหล่นอยู่ที่พื้นก็เลยแน่ใจว่าต้องเป็นที่นี่แน่เมื่อลองกลับเข้าไปดูอีกทีจึงเห็นว่าด้านในมีแสงไฟ มีห้องแถวเก่า ๆ อยู่ด้านในอีก พบูกับบุรีจึงรีบเข้ไปโดยไม่รู้ว่าเมฆพัดยืนมองอยู่อย่างกระหยิ่มใจ เมื่อเข้าไปที่ห้องแถวเก่า ๆ นั้น ทั้งสองก็เห็นศตายุนอนสลบอยู่ บุรีกลับไปเอาเครื่องมือที่รถเพื่อมาตัดโซ่ พบูเรียกชื่อศตายุจนเขาพื้นและดีใจมากที่เห็นเธอ เมฆพัดก็เดินถือมีดเข้ามาหลังจากเขาจัดการกับบุรีไปแล้ว เขาขู่ว่าจะกรีดหน้าพบู เพราะรู้ว่าศตายุรักพบูมาก พบูหลบไปอยู่หลังศตายุซึ่งพยายามจะลุกขึ้นบังเธอไว้ทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง แต่แล้วเมฆพัดก็เปลี่ยนใจจะไปหยิบโซ่มาล่ามพบูไว้กับศตายุแล้ว ปล่อยให้ตายไปด้วยกัน พบูโมโหเลยเกิดแรงฮึด ถอดรองเท้าสันสูงซึ่งเป็นแห่งแก้วคริสตัลปาใส่หน้าเมฆพัดโดนจมูกพัง จังหวะนั้นศตายุตะโกนให้พบูวิ่งหนีออกไป พบูวิ่งออกจากห้อง แต่ยังไปไม่ไกลเมฆพัดก็หัวเราะอย่างไม่แยแสบอกว่าถ้าเธอหนีไปเขาจะแทงศตายุให้ตาย พร้อมกับใช้มีดแทงไปที่ชายหนุ่ม แต่ศตายุยกแขนขึ้นบัง มีดจึงปักเข้าไปที่แขน เมฆพัดดึงมีดออกมาจะแทงซ้ำ พบูก็รีบวิ่งเข้าไปเสียก่อนด้วยความตกใจ พร้อมกับถอดรองเท้าอีกข้างฟาดใส่เมฆพัด แต่เมฆพัดหันกลับมาเงื้อมีดจะแทงเธอวินาทีนั้นพบูคิดว่าตัวเองคงต้องตาย แต่ศตายุกลับใช้มือจับปลายแหลมของมีดไว้แน่นไม่ให้เมฆพัดแทงเธอได้ พร้อมกับกระชากมีดจากมือเมฆพัดมาแทงเข้าที่ท้องของเขา เมฆพัดล้มลงพร้อมกับที่บุรีซึ่งเพิ่งพื้นจากการถูกตีหัวก็วิ่งเข้ามา ภาพที่เขาเห็นศตายุปกป้องพบูเป็นภาพที่ทำให้บุรีบอกกับตัวเองว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วที่เป็นฝ่ายถอยออกไป เพราะศตายุได้พิสูจน์แล้วว่า เขาไม่ได้มีดีแค่เป็นประธานบริษัทใหญ่โต ร่ำรวย หล่อเหลา มาคดี แต่เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่งมากกว่าชีวิตของตัวเอง ไม่นานตำรวจก็มา เพราะตอนที่เจอศตายุ พบูกำลังโทรหาแม่ แต่เมฆพัดเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แต่มธุรสก็ได้ยินถ้อยคำทั้งหมดจึงรีบไปแจ้งตำรวจ ศตายุถูกนำส่งโรงพยาบาลพร้อมกับเมฆพัด ซึ่งถูกจับกุมในหลายข้อหา รวมทั้งข้อหาที่จ้างคนมาสาดน้ำกรดใส่พบู และจ้างคนมาทำร้ายและชิงรถคู่ขาคนเก่าของกิจจาด้วย ขากลับพบูนั่งรถมากับบุรี ด้วยความรู้สึกผิดต่อบุรี ที่ทำให้เขาต้องผิดหวัง และถึงขนาดนี้บุรีก็ยังตามมาช่วยเธออีกเหมือนทุกครั้งที่เขาเคยช่วยเธอเสมอไม่ว่าจะเป็นเร่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แต่บุรีบอกว่าเขาเข้าใจ พบูบอกว่าเขาไม่ใช่แค่เพื่อนแต่เขาเป็นคนพิเศษสำหรับเธอ หลังออกจากโรงพยาบาล พบูตัดสินใจย้ายไปอยู่คอนโดฯ ของศตายุกับแม่ วันที่ย้ายของ ศตายุทำเซอรไพรส์ด้วยการขอเธอแต่งงาน พบูตอบตกลง มีข้อความส่งเข้ามาจากบุรี ว่าเขากำลังจะเดินทางไปทำงานต่างประเทศกับเพื่อน พบูได้แต่อวยพรให้เขาโชคดี ก่อนจะออกจากห้อง พบูแอบหยิบรูปดอกทานตะวันที่บุรีวาดให้วันเกิดของเธอไปด้วย ตอนแรกเธอไม่คิดจะปิดบังศตายุ แต่คิดอีกที่รู้จะดีกว่า เธอจึงแอบเก็บรูปนั้นไว้ในซองใส่ไอแพด เมื่อลงไปข้างล่างศตายุยืนรออยู่แล้วบอกว่า ผมมีข่าวที่ไม่ค่อยจะดีบอกคุณ พบูขมวดคิ้ว คำพูดกับสีหน้าของเขาข่างไปกันคนละทาง เมื่อกี้ผมโทรบอกคุณปู่เรื่องเรา คุณปู่ดีใจมาก บอกว่าจะยกบ้านหลังใหญ่ให้เป็นเรือนหอของเราจะให้คนเข้าไปตกแต่งใหม่ คุณคงต้องย้ายเป็นครั้งที่หกแล้วล่ะ คุณคิดว่าฉันจะเซ็งหรือคะ พบูย้อนถามเขา พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้างง เธอก็ยักไหล่ตอบอย่างไม่แยแส อย่างมากฉันก็ทิ้งของไว้ที่คอนโดฯ ของคุณ แล้วฉันก็จะเริ่มต้นซื้อของใหม่ตอนย้ายเข้าไปในบ้านคุณ พบูหรี่ตามองคนฟัง แล้วกระซิบเสียงเบา "ระวังบัตรเครดิตของคุณไว้ให้ดีแล้วกัน พ่อฉันเคยโดนมาแล้ว" ศตายุได้แต่ยืนยิ้มส่ายหน้าอยู่คนเดียว มองร่างบางที่เดินไปที่รถ ก่อนจะหันมาขยิบตาให้เขาชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้าง รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเป็นของตัวเองอย่างนั้น ติดตามชม ละครใต้เงาจันทร์ ได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละครใต้เงาจันทร์ เริ่มตอนแรกวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2558 รายชื่อนักแสดง ใต้เงาจันทร์ วรินทร ปัญหกาญจน์ รับบท ศตายุ/โต ราศี บาเล็นซิเอก้า รับบท พบู/เฟลอร์ คณิณ ชอบประดิถ รับบท บุรี/กั๋น กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ รับบท ชคันภา/เจมี่ นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบท กิจจา ตระการ พันธุมเลิศรุจี รับบท เจริญรุ่ง ปุณกา โยคะกุล รับบท มธุรส สโรชา วาทิตตพันธ์ รับบท งามยิ่ง นิพัธ เจริญผล รับบท เมฆพัด ภาราดา ชัชวาลโชติกุล รับบท ธราดล ปรารถนา สัชณกร รับบท การเกด รอน บรรจงสร้าง รับบท มนู

ม.รังสิต จวก! มติห้ามขายเหล้ารอบสถานศึกษา 300 ม.
จำหน่ายสุรา /  นักศึกษา / 

อธิการบดี ม.รังสิต ชี้ มติห้ามขายเหล้ารอบสถานศึกษา 300 ม. เป็นการแก้ปัญหาไม่ได้ตรงจุด  แนะควรนำบุคคลที่เป็นห่วงเยาวชน เข้ามาแก้ไขปัญหา จากกรณีที่ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมติเห็นชอบห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษาในระยะ 300 เมตร ตลอด 24 ชม. ยกเว้นโรงแรมและพื้นที่ได้รับอนุญาต โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เพื่อพิจารณาต่อไป ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพจเฟสบุ๊คมหาวิทยาลัยรังสิต "RANGSIT UNIVERSITY,THAILAND" ได้โพสต์ข้อความโดยนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ระบุว่า "เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขถ้าท่านจะกำหนดห้ามขายเหล้าในเขตรัศมี 300 เมตร ห่างจากสถานศึกษา ก็อย่าลำบากกำหนด ให้เปลืองสติปัญญาเลย เพราะมันไร้สาระจริงๆท่านไม่ทราบหรือว่า 300 เมตร มันแค่ไหน ถ้าท่านไม่กล้า หรือกลัว หรือเกรงใจ ที่จะกำหนดให้ร้านเหล้าห่างจากรัศมี 3 กิโลเมตร ก็เสนอคนที่เป็นห่วงใยเยาวชน ของชาติ ไม่ต้องการให้ร้านเหล้ามาทำลาย และมอมเมาเยาวชนของชาติสั่งการเถอะร้านเหล้าเป็นปฏิปักษ์โดยตรงกับการศึกษา ต้องการทำลายประเทศไทยกันไปถึงไหน การศึกษาประเทศอื่นเขาก้าวหน้ากันมากมาย ประเทศไทยล้าหลังกว่าแล้วยังต้องมีมารผจญโดยความเห็นชอบสนับสนุนจากราชการอีกหรือ ท่านปฏิรูปอะไรให้ได้ซักอย่างเถอะ" ทั้งนี้ภายหลังจากที่ข้อความถูกโพสต์ลงในโลกออนไลน์ ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งบางคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า สรุปแล้วปัญหามันอยู่ที่ร้านเหล้า อยู่ที่เหล้า หรืออยู่ที่คนกินเหล้ากันแน่ MThai News ที่มา... TNEWS

ทำบุญใส่บาตร ด้วย 3 วิธีแสนง่าย สำหรับคนไม่มีเวลา
ทำบุญใส่บาตร

ทำบุญใส่บาตร แบบฉบับคนไม่มีเวลา ตอนนี้ในโลก Social ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องอาชีพรับจ้างใส่บาตร ความคิดเห็นมากมายหลายด้าน แม่หมอเองก็มีโอกาสได้อ่านบทความนั้น เข้าใจความหมายและจุดประสงค์ของทั้งสองฝ่าย วันนี้ Horoscope.mthai.com จึงอยากมาแนะนำวิธีการ ทำบุญใส่บาตร ในแบบง่ายๆที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน สำหรับคนที่ไม่มีเวลา 1. สิ่งของรอบกายทุกอย่างสามารถนำมาใส่บาตรได้หมด จุดประสงค์ที่แท้จริงของการใส่บาตรคือการสืบสานวิถีชาวพุทธ การนำอาหารถวายก็เพื่อให้พระสงฆ์มีกำลังแรงกายในการบำเพ็ญสมณธรรมต่อไป หากไม่มีเวลาทำอาหาร หรือบริเวณแถวบ้านไม่มีร้านอาหารที่เปิดตอนเช้า คุณสามารถซื้ออาหารแห้งที่สามารถเก็บได้นานหลายวันมาติดตัวไว้ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นม UHT ขนมปังอบกรอบต่างๆ เป็นต้น หากบังเอิญเจอพระสงฆ์ระหว่างทาง จะได้มีอาหารใส่บาตรได้ทันทีโดยไม่ต้องวุ่นวาย หรือถ้าหากว่าไม่มีอาหารจริงๆคุณก็สามารถถวายปัจจัยด้วยเงินสดแทนก็ได้ 2. ทำบุญออนไลน์ ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าและพัฒนาไปไกลมาก มีตัวแทนจากองค์กรต่างๆที่เปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของต่างๆด้วยระบบออนไลน์ ไม่เว้นแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เหมาะมากสำหรับวิถีชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ ไม่มีเวลาไปรอใส่บาตรในตอนเช้า เพราะต้องรีบออกมาทำงาน ถือเป็นการตอบโจทย์ได้เข้ากับยุคสมัยเป็นอย่างมาก 3. ทำบุญใส่บาตร ที่ออฟฟิศในวันสำคัญทางศาสนาหรือวันทำบุญบริษัท เชื่อว่าหลายคนที่ไม่มีเวลาใส่บาตรในตอนเช้า ส่วนใหญ่เป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานออฟฟิศ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการทำบุญครั้งใหญ่ คุณสามารถใช้โอกาสตรงนี้ในการใส่บาตรได้อย่างสะดวก ไม่ต้องห่วงเรื่องจะมาทำงานสาย เพราะมีพระสงฆ์มารับบาตรถึงบริษัทกันเลยค่ะ เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

สยบข่าวลือ!'ป๋าเปรม'ออกงานเปิดสัมมนาวัณโรค
ข่าวลือป๋าเปรม /  งานรวัณโรคและโรคทางเดินหายใจ / 

พลเอกเปรม ออกงานสยบข่าวลือ เปิดงานสัมมนาวิชาการวัณโรคและโรคทางเดินหายใจ งดสัมภาษณ์ วันที่ 8 ก.ค. 58 พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางเปิดงานสัมนาวิชาการวัณโรคและโรคระบบทางการหายใจระดับชาติ พ.ศ.2558 เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี ของสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมเดินชมนิทรรศการงานแสดงความรู้ ที่เกี่ยวกับวัณโรค ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและยังมีสุขภาพแข็งแรงดี ก่อนจะเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด สำหรับงานดังกล่าว เป็นงานสัมมนาการเพิ่มความรู้ ความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี รวมถึงเป็นการมอบนโยบายทิศทางการดำเนินงานแก่บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้เกิดเครือข่ายการดูแลรักษาวัณโรคและโรคระบบทางเดินหายใจ และมีเป้าหมายในการลดโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ที่มา js100 ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com MThai News

ถึงเวลา แต่งงาน หรือยัง?
คู่รัก /  แต่งงาน

ถึงเวลา แต่งงาน หรือยัง? หลายๆคนในสังคมทุกวันนี้ มักจะเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะสาวๆที่ชอบเปรียบเทียบกับเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการงาน และโดยเฉพาะเรื่องคู่ครอง จนเกิดความลังเลว่าที่จริงแล้ว ความต้องการที่จะ แต่งงาน ของคุณนั้น มันเกิดจากความกดดันทางสังคมหรือเปล่า หรือเป็นความต้องการของคุณเองจริงๆ ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำว่า ควรใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัด ว่าตัวคุณเองกับคู่รัก หรือแม้แต่คนที่ไม่มีคู่รัก ว่าควรจะเริ่มคิดเรื่อง แต่งงาน แบบจริงๆจังๆเมื่อไร และเพราะอะไรถึงต้องถามตัวเองให้รอบคอบ ก่อนจะลงหลักปักฐานกับใคร  1. การงานลงตัวหรือยัง เรื่องนี้สำคัญที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องมีงานเงินเดือนสูงๆ หรือเป็นเถ้าแก่อะไรนะครับ เพียงแต่ขอให้มีความพอใจในสายงานที่ทำ และมองเห็นอนาคตที่ก้าวหน้า เพราะหากงานยังไม่ลงตัว ไม่เพียงแต่จะคิดแต่งงาน แต่ยังไม่ควรจะมีแฟนด้วยซ้ำ เพราะความสัมพันธ์จะไปในทิศทางใดนั้น งานจะเป็นตัวกำหนดเลยครับ ทั้งเรื่องของรายได้ เรื่องของสังคม เรื่องของเวลาว่างและไลฟ์สไตล์ หากคุณยังคิดจะเปลี่ยนงาน หรือยังไม่พอใจกับงานในปัจจุบันล่ะก็ แนวโน้มที่ความสัมพันธ์จะราบรื่นก็ยากมาก ปัญหาว้าวุ่นใจมันจะเกิดขึ้นเป็นโดมิโน่ และทำให้ต้องแยกทางกับคนรักไปในที่สุด  2. ครอบครัวทั้ง 2ฝ่าย พร้อมมั้ย คุณอาจจะถามว่า คน 2 คนจะแต่งงานกัน ทำไมต้องดูความพร้อมของครอบครัวทั้งคู่ด้วย? ความพร้อมในที่นี้หมายถึง ความสนิทสนมกลมเกลียวระหว่างคุณ กับญาติของอีกฝ่ายไงล่ะครับ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่าง ที่จะกำหนดความราบรื่นของชีวิตแต่งงาน เพราะถึงแม้ว่าคุณกับแฟนจะรักกันมากแค่ไหน และรู้ใจกันมานานแค่ไหน แต่หากไม่ลองพาเขาหรือเธอไปแนะนำ และไปสังสรรค์กับญาติพี่น้องพ่อแม่ของคุณแล้วล่ะก็ จะมีแนวโน้มที่จะเป็นปฏิปักษ์ต่อกันได้ง่ายในภายหลัง เชื่อเถอะครับ ว่าในช่วงเวลาของชีวิตแต่งงานนั้น ต้องมีสักครั้งที่คุณต้องเลือกว่าจะตามใจใคร ระหว่างแฟนกับญาติๆของคุณ แต่หากทั้ง 2ฝ่าย สนิทสนมกันดีแล้ว ก็จะสามารถประนีประนอมกันได้ดีครับ  3. ถามใจตัวเองอีกครั้ง เชื่อหรือไม่ครับ ว่าข้อนี้น่ะ สำคัญกว่า 2 ข้อแรกซะอีก หากคุณเคยชมภาพยนตร์เรื่อง Runaway Bride คุณจะเข้าใจว่า คนเราไม่ได้ต้องการจะแต่งงานกันไปซะทุกคน แม้แต่ผู้หญิงเองก็เถอะ บางคนยังรักอิสระอยู่มาก บางคนพอใจกับการอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ บางคนกลัวการผูกมัดและพันธะที่จะตามมา ดูอย่างหลายๆคู่ที่มีชื่อเสียง ก็อยู่กินกันได้โดยไม่ต้องแต่งงานกัน และในทางตรงข้าม คู่ที่แต่งงานกันใหญ่โต แป๊บเดียวก็หย่ากันซะแล้ว บางทีพิธีการก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเลยจริงๆครับ เพราะอย่างที่ต่างประเทศเค้าก็มีร้านที่รับจัดงานแต่งงานกันแบบปุ๊บปั๊บ 10นาทีเสร็จก็มี เรื่องแบบนี้มันสำคัญที่ใจมากกว่าครับ      นั่นล่ะครับ หลักเกณฑ์ง่ายๆ ในการพิจารณาว่า ถึงเวลาของเราแล้วหรือยัง ที่จะใช้ชีวิตกับใคร ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และจะเป็นตัวกำหนดความสุขของเราไปทั้งชีวิตเลยทีเดียว ดังนั้นอย่าปล่อยให้ใครหรือสิ่งใดมากดดันคุณในเรื่องนี้เลยครับ แล้วก็อย่าพร่ำบอกตัวเองว่าแก่แล้ว หรือกลัวขึ้นคานเลยครับ ถ้าแต่งแล้วต้องหย่า สู้ช้าๆได้พร้าเล่มงามดีกว่าครับ! ที่มาจาก  NadDate ภาพประกอบโดย Women MThai Team

สุดอัดอั้น นักบินหนุ่ม ถูกผู้มีอำนาจแกล้ง จนอนาคตดับ
นักบิน /  นักบินถูกผู้มีอำนาจกลั่นแกล้ง / 

นักบินหนุ่มถูกผู้มีอำนาจกลั่นแกล้ง จนความฝันและความหวังของครอบครัวต้องพังทลาย วันนี้ (29พ.ค.) สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ Seng Khonkaen ได้มีการโพสต์ภาพและเรื่องราวสุดหดหู่ ของหลานชายที่เป็นนักบินในสายการบินแห่งหนึ่ง ว่าถูกผู้มีอำนาจกลั่นแกล้ง จนความฝันและความก้าวหน้าทางการงานต้องพังทลายลง ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ ความฝันและความหวังของครอบครัวหนึ่งต้องพังทลายลงทั้งน้ำตา พ่อแม่อายุกว่า 60 ต้องขายบ้านมารับจ้างเป็นกรรมกร เพื่อหาเลี้ยงตนเอง เพราะลูกชายซึ่งเป็นนักบินให้สายการบินหนึ่ง ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ไม่สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ เพราะถูกกลั่นแกล้งให้ออกจากอาชีพนักบิน พ่อแม่ทำงานรับจ้างส่งเสียลูกชายเรียน จนสอบได้นายเรืออากาศ พอจบมาสอบได้เป็นนักบิน ต้องยอมเป็นหนี้ยืมเงินมาจ่ายค่าทุนนายร้อยให้ลูก เพื่อมีอาชีพนักบินที่ตัวเองฝันเอาไว้ว่าคงได้สบายตอนแก่ แต่แล้วลูกกลับถูกกลุ่มผู้มีอำนาจลงวันหยุดนักบินผิด จัดวันบินผิดไปลงในวันหยุดจนเป็นเหตุให้ขาดการบิน เมื่อนักบินทักท้วงกลายเป็นสร้างความไม่พอใจ จึงกลั่นแกล้งกระทำต่างๆ นาๆ อาทิ การทำเอกสารเท็จที่ส่งผลต่อการนับวันหยุดของนักบิน จนเป็นเหตุให้นักบินถูกกล่าวหาว่า ขาดชั่วโมงบินเกินกำหนด ทั้งนี้เมื่อนักบินมีหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ของตน นำไปแสดงกลับยิ่งถูกกลั่นแกล้งหนักกว่าเดิม เพราะเพียงต้องการปกปิดการกระทำที่ผิดของพวกตนในหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา โดยการยัดเยียดข้อกล่าวหาสาระพัด เช่นกล่าวหาว่านักบินเป็นบ้า มีสารเสพติดบ้าง ชี้นำหมอให้ได้ผลตามที่ต้องการ แต่พอนักบินตรวจผ่าน และยังแสดงผลตรวจจากโรงพยาบาลมีชื่อ 4 - 5 แห่ง ว่าปกติ ไม่ได้มีสารเสพติด หรือ เป็นบ้าที่ถูกใส่ความ เมื่อผลทางการแพทย์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามความต้องการของพวกตน เหมือนผู้มีอำนาจที่หลงผิดถือทิฐิในความมีของตน ไม่หยุดความอยากเอาชนะผู้น้อย สุดท้ายยกเรื่องเท็จที่สร้างขึ้นว่า นักบินได้ขาดงานเกินข้อกำหนด จึงพักงานนักบินโดยไม่ให้เงินเดือน และที่หนักสุดคือการยึดใบ License นักบินไม่ให้นักบินสามารถประกอบอาชีพของตนได้อีก ทั้งหมดนี่ไม่ต่างอะไรกับการฆ่ากันทั้งเป็น รู้ไหมสิ่งที่พวกคุณทำมันส่งผลให้หลายคนต้องมีชีวิตที่ลำบาก พ่อแม่อายุกว่า 60 ปี ต้องไปรับจ้างตัดหญ้า เป็นกรรมกร ทำขนมขาย มีบ้านก็ต้องขายทิ้ง ไหนจะอาม่าซึ่งอายุ 80กว่า เดินไม่ไหวต้องเศร้าใจทุกข์โศก ทุกวันกับลูกและหลานชาย กว่า 2 ปีที่ผ่านมา นักบินได้เข้าร้องขอความเห็นใจจากพวกคุณ ยอมทุกอย่าง แต่พวกคุณยังอาฆาตแค้นไม่เลิก สุดท้ายเขาเลยต้องพึ่งศาล เรียกร้องศักดิ์ศรีและความถูกต้องคืน เหมือนสวรรค์มีตา ข้อมูลหลักฐานความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผยขึ้น ศาลชั้นต้นรับฟังและมีคำพิพากษาตัดสินคดีแรกให้นักบินชนะแล้ว เหลือคดี License นักบินที่พวกคุณยังยึดไว้ ที่พูดมาเพื่ออยากให้สังคมรับรู้ว่า เขาทำเกินกว่าเหตุไหม เหมือนฆ่าคนทั้งเป็นไหม พวกคุณไม่สงสารคนอื่นเลยเหรอ ขอความเมตตาสงสารหลานผมเถอะขอร้อง MThai News ขอบคุณ สมาชิกเฟซบุ๊ก Seng Khonkaen

13 ที่มาของโลโก้แบรนด์ดังระดับโลก
ความรู้รอบโลก /  ต่างประเทศ / 

โลโก้สินค้าที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อนๆ เคยสังเกตุกันไหมว่า ทำไมแบรนด์นี้ต้องใช้โลโก้แบบนี้? วันนี้เราจะพาไปดู 13 ที่มาของโลโก้แบรนด์ดังระดับโลก ว่าแต่ละอันนั้นมีอความหมายอะไรแฝงอยู่บ้าง .. 13 ที่มาของโลโก้แบรนด์ดังระดับโลก 1. TOYOTA วงกลม 3 ห่วงในโลโก้ของ Toyota คือสัญลักษณ์แทนหัวใจ 3 ดวง ได้แก่ หัวใจของลูกค้า หัวใจของผลิตภัณฑ์ และหัวใจของความก้าวหน้าในเทคโนโลยี 2. McDonald’s ใช่แล้วมันคือ M ตัวแรกของ McDonald’s นั้นแหละ แต่จริงๆมันก็ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรนักหรอก เพียงแต่ในยุค 60 McDonald’s ต้องการที่จะเปลี่ยนโลโก้ แต่ Louis Cheskin ซึ่งเป็นทั้งที่ปรึกษาและนักจิตวิทยาการออกแบบได้ยืนยันว่าโค้งของตัว M นี่แหละคือหนึ่งในความสำเร็จของ McDonald’s และเป็นที่จดจำได้มากที่สุดในโลก 3. Vaio ตอนแรกคุณจะเห็นแค่คำว่า VAIO แต่เมื่อสังเกตให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิด คุณจะเห็นว่าพยัญชนะ 2 ตัวแรกคือสัญลักษณ์ของอะนาล็อก ขณะที่พยัญชนะ 2 ตัวหลังคือเลขฐานสอง 4. Baskin Robbins สังเกตลายเส้นที่เป็นสีชมพูสิ ดูคุ้นๆไหม? มันคือเลข 31 ซึ่งแทนจำนวนรสชาติของไอศกรีมยี่ห้อนี้ 5. Mitsubishi โลโก้ของ Mitsubishi มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างยาวนาน เป็นการผสมกันระหว่างใบโอ๊ค 3 ใบของตระกูลโทสะกับเพชร 3 เม็ดของตระกูลอิวาซากิ เพชร 3 เม็ดคือสัญลักษณ์แทนความน่าเชื่อถือ การรวมเป็นหนึ่งและความสำเร็จ แต่ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น คำว่า Mitsubishi เมื่อแยกกัน Mitsu แปลว่าสาม ส่วน Hishi (แห้ว) ในภาษาญี่ปุ่นจะหมายถึงรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือรูปเพชร 6. Northwest Airlines อันที่จริงโลโก้นี้มีข้อความซ่อนอยู่ 2 จุด ข้อความแรกคือ N กับ W ซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนที่เป็นตราสัญลักษณ์ และข้อความที่ 2 คือรูปสามเหลี่ยมในวงกลมซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศ 7. Amazon สิ่งแรกที่คุณเห็นจากโลโก้ Amazon อาจจะเป็นลูกศรที่มีลักษณะคล้ายใบหน้ายิ้ม ซึ่งหมายถึงความต้องการที่จะทำให้ลูกค้ามีความสุข และลูกศรที่ชี้จาก a ไป z ก็คือสินค้าที่ Amazon นำมาจำหน่ายมีตั้งแต่ a ถึง z นั่นเอง 8. Google เคยสังเกตไหมว่าโลโก้ของ Google มีทั้งหมด 4 สี ซึ่งหมายถึงความเป็นสากล Google ต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่มีกฎเกณฑ์อะไรที่ยุ่งยากและไม่ทำให้โลโก้ดูใหญ่เทอะทะ เพียงเลือกใช้ตัวอักษรกับสีที่เรียบง่ายเท่านั้นเอง 9. Coca Cola หากสังเกตที่ตัว o คุณเห็นอะไรไหม? ไม่เห็นเหรอ..ไม่เป็นไร เพราะคนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นเหมือนกัน อันที่จริงแล้วตรงตัว o มันไปมีส่วนคล้ายกับธงชาติของประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีความสุขมากที่สุดในโลก 10. Unilever ยูนิลีเวอร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม น้ำยาทำความสะอาด หรือแม้แต่ของใช้ส่วนตัวอีกมากมาย สังเกตให้ดีในโลโก้ของ Unilever คุณจะเห็นสิ่งสารพัดอยู่ในนั้นทั้ง ผึ้ง นก ข้าวโพด ดอกไม้ ต้นปาล์ม และอีกมากมายอยู่ในตัว “U” สะท้อนให้เห็นว่าคุณสามารถหาทุกสิ่งที่คุณต้องการได้ในผลิตภัณฑ์จาก Unilever 11. Toblerone มันเป็นเพียงภูเขาใช่มั้ย? ดูใกล้ๆคุณจะเห็นรูปร่างของหมีปรากฎอยู่ตรงกลางของโลโก้ภายในภูเขานั่นแหละ นั่นก็เพราะว่าหมีเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นต้นกำเนิดของ Toblerone นั่นเอง 12. FedEx ลูกศรหมายถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ให้คุณสังเกตดีๆระหว่างตัว E และ X คุณจะเห็นลูกศร 13. LG ชีวิตเป็นเรื่องดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเล่นเกมส์ Pac-Man Source : http://issue247.com/around247/famous-logos-that-have-a-hidden-message/, likes.com/misc/10-famous-logos-that-have-a-hidden-message-1 inspirationfeed.com/inspiration/logo-inspiration/30-clever-logos-with-hidden-messages/

แฟนมวยชม โมโน 29 ยกระดับมวยประเทศไทยจัดสังเวียนระดับโลก
Mono29 /  จอห์น เรียล คาซิเมโร่ / 

กลายเป็นประเด็นที่ถูกแฟนมัดมวยทั่วประเทศไทยออกมากล่าวชื่นชมถึงช่อง Mono 29 ที่รับหน้าเสื่อจัดงาน MONO29 BIG FIGHT ศึกดวลกำปั้นสะท้านโลก ณ อินดอร์สเตเดี้ยม (หัวหมาก) วันที่ 27 มิ.ย.58 โดยกระแสดังกล่าวถูกพูดถึงและมีการแชร์ภาพออกไปเปรียบเทียบกันระหว่าง สังเวียนมวย MONO 29 ที่จัดเต็มแสงสีเสียง ณ อินดอร์สเตเดี้ยม (หัวหมาก) กับภาพสังเวียนมวยชิงแชมป์ที่เคยจัดขึ้นทั่วไปในประเทศไทย ขอให้การจัดมวยแบบภาพล่างหายไปจากเมืองไทยเสียที ด้วยศักยภาพแล้วประเทศไทยสามารถทำอะไรได้ยิ่งใหญ่ระดับโลกได้สบาย แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครจัดแบบนี้เพราะ "แบบเดิมที่เคยทำนั้นได้กำไรมากพอแล้ว" และหากินแบบเดิมต่อไป ไม่สนใจคนดู ไม่สนใจนักมวย สนใจแค่ตัวเองได้กำลัง ได้หน้าได้ตา ออกทีวีโดยใช้เงินลงทุนให้น้อยที่สุด ไม่แปลกใจที่ทำไมโปรโมเตอร์ถึงรวยเอารวยเอา เป็นเสี่ยร้อยล้านพันล้านบ้าง แต่นักมวยยิ่งชกยิ่งจน คนดูจึงน้อยลง ศรัทธาหายไป กลายเป็นว่าการจัดมวยกลางแจ้งเอาเปรียบคู่ชกเอาเปรียบคนดู เป็นเรื่องปกติที่ต้องยอมรับกัน ใครวิจารณ์มากก็หาว่าไม่รักชาติ ไม่เข้าใจการทำมวยแบบไทย ซ้ำร้ายบางโปรบอกถ้าไม่ชอบก็ให้มาจัดเองหรือไม่ก็อย่าดู คอมเม้นต์จากแฟนมวยถึงภาพดังกล่าว(บางส่วน) - งานนี้ถือเป็นการปฏิวัติวงการมวยสากลไทย ให้เข้าสู่สากลจริงๆเสียที - แฟนมวยชาวไทยคงตายตาหลับแล้วละครับ ที่มีโอกาสเห็นเวทีมวยแบบนี้เกิดขึ้นในเมืองไทย "อำนาจ-คาชิเมโร่" บอกได้เลยว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการมวยสากลไทย - ในฐานะผมก็เป็นคนไทยคนนึง ผมอายต่างประเทศมากๆ เวลาที่โปรโมเตอร์จัดมวยสากลอาชีพชกแบบตากแดด เวทีกลางแจ้ง พิธีการร่ายเสียยาวเหยียด และบางทีมีผลการชกที่ออกมาค้านสายตาผู้ชมเอามากๆ แล้วมวยสากลอาชีพของไทยเราจะก้าวไกลไปข้างหน้าได้อย่างไรเล่า ในเมื่อพวกท่านทั้งหลายทำอะไรๆที่มันล้าหลังกันอยู่ จะบอกอะไรให้นะครับ...เวลาเขาด่า เขาต่อว่า เขาเหมาประเทศเลยนะครับ เขาไม่ได้จำเพาะเจาะจงเฉพาะกลุ่มพวกท่าน(ผู้จัดมวย)นะครับ เฮ้อ...ไทยแลนด์ - นี่คือเวทีเมืองไทยหรือนี่ เจ๋งไปเลยครับ งานนี้ผมอดซื้อลูกชิ้นปิ้งชัวล์แน่ๆครับ - ดีครับ การจัดมวยโลกไทย ต้องได้อรรถรสแบบ ญี่ปุ่น อเมริกา - นี้แหละครับที่ผมอยากเห็นวงการมวยโลกจะได้ก้าวหน้า - การจัดแบบนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและอาจเป็นต้นแบบให้กับโปรโมเตอร์ ที่จะจัดมวยป้องกันหรือชิงแชมป์โลกในครั้งต่อไปครับ เยี่ยม ทั้งนี้สังเวียนมวยระดับโลกที่จัดขึ้นมานั้นคือศึกมวย MONO29 BIG FIGHT ศึกดวลกำปั้นสะท้านโลก เป็นการชกป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกสหพันธ์มวยนานาชาติ IBF รุ่นฟลายเวต 122 ปอนด์ ไฟต์บังคับของแชมป์โลกขวัญใจชาวไทย อำนาจ เกษตรพัฒนา กับผู้ท้าชิงจากฟิลิปินส์ จอห์น เรียล คาซิเมโร่ อดีตแชมป์ 2 สถาบันในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. นี้ ณ. อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก  ถ่ายทอดสดทางทีวิดิจิตอล ช่องโมโน 29 เวลา 18.00-20.00 น ส่วนแฟนมัดมวยท่านใดสนใจเข้าชมสามารถรับบัตรฟรีหน้างานที่บูทไทยทิคเก็ตเมเจอร์ บริเวณหน้าสนาม อินดอร์สเตเดี้ยม (หัวหมาก) ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. ตั้งเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

วิธีป้องกันอันตรายจาก
ข้อควรระวัง /  งู / 

ใกล้เข้าหน้าฝน นักผจญภัยหลายท่านมักจะชอบเดินป่า เพราะธรรมชาติจะค่อนข้างสมบูรณ์ สวยงาม อีกทั้งยังเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของการชมน้ำตกอีกด้วย และหน้าฝนนี่แหละ ที่จะทำให้คุณพบเจอกับสัตว์สุดอันตราย ๆ หลายชนิด ที่ต้องระวังเป็นที่สุด คงหนีไม่พ้น "งู" หลายท่านคิดว่าถ้าเราไปไปยุ่งกับเขา ก็คงไม่มีอะไร แต่ยังไงก็คงแน่นอนใจไม่ได้ travel.mthai.com ขอแนะนำ วิธีป้องกันอันตรายจาก "งู" ระหว่างการเดินป่าท่องเที่ยว ที่ทุกคนควรรู้ วิธีป้องกันอันตรายจาก "งู" ระหว่างการท่องเที่ยว ในแต่ละปี คาดว่ามีผู้ถูกงูพิษกัดในประเทศไทยประมาณ 7,000 ราย แต่จำนวนผู้เสียชีวิตจากงูกัดนั้นน้อยมาก เนื่องจากสาธารณสุขได้ขยายไปสู่ชนบทได้ทั่วถึงมากขึ้น และความก้าวหน้าของการรักษา งูพิษที่กัดคนไทยมากที่สุด คือ งูกะปะ รองลงมาคือกลุ่มงูเขียวหางไหม้ อันดับสามคืองูเห่า อันดับสี่คืองูแมวเซา ส่วนงูพิษชนิดอื่น ๆ มีอัตราการกัดหรือทำอันตรายต่อคนค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับงูทั้งสี่ชนิดดังกล่าว การป้องกันอันตรายที่เกิดจากงู ในระหว่างการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวตามพื้นที่อนุรักษ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือ พื้นที่อนุรักษ์อื่นๆนักท่องเที่ยวควรรู้จักหลักง่ายๆเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากงู 1. การกางกระโจมพักแรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ควรพยายามเลือกทำเลที่เป็นที่โล่ง เก็บอาหารไว้ให้ห่างจากบริเวณที่นอน เนื่องจากพวกหนูจะเข้ามากินอาหาร จึงอาจชักนำงูที่กินหนูเป็นอาหารเข้ามาในบริเวณกระโจมได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว 2. ในบริเวณบ้านพักรับรอง ต้องเปิดไฟเพื่อทำการสำรวจทุกซอกทุกมุมก่อนเข้าพัก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีงูหลบซ่อนในบ้านพัก ในระหว่างการใช้บ้านพักควรเก็บข้าวของสัมภาระต่างๆให้เป็นระเบียบ ไม่ควรกองสุมกัน เพราะอาจทำให้หนูเข้ามาหาอาหาร และงูเข้ามากินหนูอีกที ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว 3. ในการเดินไปมาระหว่างการท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าให้เรียบร้อย ไม่ควรเดินลุยในที่รกทึบ การเดินทางในเวลากลางคืนต้องพกไฟฉายและส่องไฟตลอดเวลาเพื่อป้องกันงู 4. ก่อนจะสวมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าบู๊ทควรตรวจสอบเสียก่อนว่ามีงูหลบซ่นอยู่ในรองเท้าหรือไม่ 5. ควรหลีกเลี่ยงการงัดแงะ ขุด คุ้ย ก้อนหิน ขอนไม้ หรือการใช้มือ เท้า หรือ มุดเข้าไปในโพรงที่ทึบ เนื่องจากอาจมีงูหลบซ่อนอยู่ได้ 6. เมื่อเจองูควรหลีกเลี่ยงอยู่ห่างๆ อย่าเข้าใกล้ หากเจองูหรือมีงูเข้ามาในบ้านพักควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ทราบทันที ที่มา : webdb.dmsc.moph.go.th  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai