ความก้าวหน้า

ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น) , เรื่องย่อร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น)
ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก /  ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ทางช่อง 3 / 

ร้อยป่าไว้ด้วยรัก บทประพันธ์โดย : ฐิญาดาบทโทรทัศน์โดย : ฝนพรำ, นฤมล, ศุภวรรณกำกับการแสดงโดย : ปวิตร ตรีเมฆ (พี่ปู)ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คนเราจะมองที่ภาพลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้ เนื้อแท้ของคนสำคัญที่สุด โครงการตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเพราะพระราชดำริของพระองค์จึงทำให้เกิดให้มีการปลูกป่า ที่คนและสัตว์ สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องทำลายป่า ศูนย์ศิลปาชีพที่เสริมสร้างอาชีพและรายได้ ให้เกิดขึ้นกับทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เคยแต่ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่าขาย ที่สำคัญจะได้ไม่คิดทำลายป่าต่อไป พรนับพัน เกิดในครอบครัวที่คนอื่นมองว่าสมบูรณ์พร้อม คุณพรพรรณราย ผู้เป็นแม่เป็นนักสังคม สงเคราะห์ชื่อดัง ส่วนผู้เป็นพ่อคือคุณเมธี เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงผู้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และกำลังเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ครอบครัวของพรนับพัน ถูกยกย่องให้เป็นครอบครัว ตัวอย่าง ถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือนิตยสารอยู่บ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วเป็นการสร้างภาพทั้งสิ้น คุณเมธีเป็นคน นิสัยเจ้าชู้มีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่เสมอ คุณพรพรรณรายก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงจิตใจประเสริฐดุจแม่พระดั่งภาพ ที่ใคร ๆ เห็น ต้องทนเก็บความช้ำชอกในการกระทำของสามีไว้ในอก ไม่สามารถแสดงให้ผู้อื่นเห็นได้ เพื่อรักษาหน้าตาในวงสังคม ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คุณเมธีกับคุณพรพรรณรายทะเลาะกันจนถึงขั้นต้องแยกห้องกันนอน คุณพรพรรณรายจึงมักชอบมาระบายอารมณ์ใส่พรนับพัน ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนชอบประชดประชันทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ตั้งแต่เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่คุณพรพรรณรายอยากให้สอบเข้าของรัฐบาล พรนับพันก็ไปสอบเข้าเอกชน ทั้งที่เป็นคนเรียนเก่ง คุณพรพรรณรายบอกให้แต่งตัวเรียบร้อย พรนับพันก็แต่งตัวตรงกันข้าม คุณพรพรรณรายชอบยกเอาปรางวลัยบุตรสาว ของคนรู้จักมาพูดเปรียบเปรยให้พรนับพันฟัง ว่าเรียนเก่งจบมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ และยังสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์ ของอเมริกา วันหนึ่งพรนับพันไปงานเลี้ยงสำคัญกับผู้เป็นแม่และเจอปรางวลัย ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แท้ ปรางวลัยคนที่แม่ของเธอเอาไปพูดให้ฟังนั้น เป็นคนคนเดียวกับปรางวลัย ซึ่งเป็นเพื่อนของวิลาสินี เพื่อนของเธออีกทีหนึ่ง ปรางวลัยจำพรนับพันไม่ได้ จึงคุยโอ้อวดอย่างโน้นอย่างนี้ และบอกว่าเพิ่งจบจากบอสตัน ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แม่ของปรางวลัยไปคุยอวดกับแม่ของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องจริง พรนับพันรู้ว่าบอสตันไม่ใช่มหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์อย่างที่ปรางวลัยคุยอวดแต่อย่างใด จึงถามออกไปว่าจำเธอไม่ได้หรือ เคยเจอกัน ตอนงานฉลองเรียนจบชั้นมัธยมเมื่อหลายปีก่อน และยังพูดเรื่องที่แม่ของเธอบอกว่า ปรางวลัยจบจากมหาวิทยาลัยท็อปไฟว์ของอเมริกา คำพูดของพรนับพันสร้างความโกรธให้กับปรางวลัยมาก เพราะคิดว่า พรนับพันจงใจฉีกหน้า พรนับพันไปงานวันเกิดของเพื่อนในผับแถวทองหล่อ และถูกผู้ชายที่มาเที่ยวและอยู่ในอาการเมา มาชวนไปเที่ยวต่อ เพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงอย่างว่า พรนับพันก็ตอบโต้ออกไปอย่างโมโหว่าเธอไม่ใช่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของพันตรีแสนคม นายทหารจากกองพลพัฒนาประจำอยู่ที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แสนคมลาพัก มาเยี่ยมครอบครัวที่กรุงเทพโดยมีร้อยเอกบดินทร์ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน และสนิทสนมกันตั้งแต่สมัยเรียน เตรียมทหารตามมาเที่ยวที่บ้านด้วย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาเที่ยวกับเพื่อนสนิทคือพันตรีกิตติ พันตรีธีรดนย์ พันตรีอภิเชษฐ์ รวมทั้งบดินทร์ด้วย แสนคมมองพรนับพันในชุดสุดเปรี้ยวอย่างเสียดาย เขาคิดว่าหน้าตาก็สะสวยน่าจะแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ แต่แปลกที่สายตาของแสนคมมักจะวนเวียนไปทางพรนับพันบ่อย ๆ จนถูกเพื่อน ๆ แซว แสนคมแก้ตัวบอกว่าที่มองเพราะคิดว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นให้เข็ด พรนับพันไม่รู้เลยว่า จากเหตุการณ์ที่มีผู้ชายเมามาจับไหล่ อยู่ในสายตาของปรางวลัยที่มาเที่ยวกับเพื่อน และมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ เพราะความเจ็บใจที่ถูกฉีกหน้าครั้งนั้น ปรางวลัยจึงจงใจใช้มุมกล้อง ช่วยถ่ายทำให้เหมือนกับผู้ชายคนดังกล่าวโอบไหล่ ตั้งใจจะส่งไปให้ผู้เป็นแม่ของพรนับพันดู และยังเข้าไป ทักพรนับพันกับเพื่อน ๆ ที่โต๊ะวันสุดท้ายของการลาพัก แสนคมแวะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า แล้วเจอกับพรนับพันอีก ในชุดกางเกง ขาสั้นกับเสื้อยืดพอดีตัว ทำให้แสนคมนึกในใจว่าสมควรแล้วที่ถูกมองเป็นผู้หญิงอย่างว่า ตัวพรนับพันเองก็สงสัยที่จู่ ๆ ก็ถูกผู้ชายหน้าตาหล่อเหลามองด้วยสายตาดุ ๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พรนับพันกลับไปบ้าน แต่งตัวเตรียมตัวไปงานแต่งงานเพื่อนในตอนเย็น แต่ก็ทะเลาะกับ คุณพรพรรณรายซะก่อน เพราะปรางวลัยส่งรูปที่ถ่ายในผับไปให้ดู ทั้งที่พรนับพันพยายามจะอธิบายเรื่องราว ให้รู้แต่คุณพรพรรณรายไม่ฟัง และบอกว่าคนที่ส่งรูปมาให้ดูคือปรางวลัย ทำให้พรนับพันเดาได้เลยว่า ปรางวลัยมีจุดประสงค์อย่างไรในการทำเช่นนี้ ด้วยความโกรธบวกกับเสียใจ ที่คุณพรพรรนรายเชื่อคนอื่น มากกว่าลูกตัวเอง ทำให้พรนับพันพูดออกไปว่า ที่พ่อต้องไปมีผู้หญิงอื่นก็เพราะแม่เป็นแบบนี้ ทำให้คุณพรพรรณรายลุแก่โทสะตบหน้าสร้างความเสียใจให้กับพรนับพันมาก จนบอกว่าจะไม่อยู่บ้านนี้อีกแล้ว และทิ้งคำพูดไว้ให้คุณพรพรรณรายคิดว่า ถ้ามีลูกจะไม่เอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับลูกของตัวเองเป็นอันขาด และจะเชื่อใจคนในครอบครัวมากกว่าคนอื่นพรนับพันผลุนผลันขับรถออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย ที่ผ่านมาแม้จะมีปากเสียงกับมารดา แต่ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นถูกตบหน้า และแล้วพรนับพันก็นึกถึงป้าพวงคนเลี้ยงตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่เธอมักจะยึด อีกฝ่ายไว้เป็นที่เป็นที่ระบายความในใจต่าง ๆ เวลามีปัญหา ป้าพวงลาออกไปอยู่บ้านต่างจังหวัด เมื่อสองปีก่อน แต่ก็ติดต่อกันอยู่เสมอ ตอนแรกพรนับพันคิดจะโทร. ไปหาก่อน แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะ ถ้าโทร. ไปก็คงถูกยับยั้งไม่ให้ไป จึงคิดจะไปตายเอาดาบหน้าดั้นด้นไปหาด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันรู้ว่าป้าพวงกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านห้วยม่วงในอำเภอสวนผึ้ง เมื่อขับรถถึงตัวอำเภอ พรนับพัน ก็ถามเส้นทางกับเด็กปั๊ม หลังเดินทางไปได้ค่อนทางด้วยความไม่ชำนาญ พรนับพันก็ขับรถหลงทางไปไหน ไม่ถูก สร้างความหวาดกลัวให้กับตัวเธอมาก ภาวนาให้มีรถวิ่งผ่านมาเพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือ ไม่นาน พรนับพันก็เห็นรถวิ่งมาก็รู้สึกดีใจ แต่ยังไม่กล้าเปิดประตูลงไปเพราะไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้ายพันตรีแสนคมคือคนที่ขับรถผ่านเข้ามา เพื่อกลับเข้าไปยังสถานที่ทำงานคือสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ แสนคมเพิ่งกลับมาจากการลาพักที่กรุงเทพ ครั้นเห็นรถคันหรูหราจอดอยู่ ก็เกิดความสงสัยว่าใครกันมา จอดรถในเวลามืดค่ำเช่นนี้ และที่สำคัญในสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายอย่างที่นี่ เพราะแถบนี้เป็นพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนที่มีพวกชนกลุ่มน้อยอย่างพวกทหารกะเหรี่ยง ที่มักจะถูกทหารพม่ากวาดล้างหลบหนีเข้ามาอยู่บ่อย ๆ แสนคมขับรถเข้าไปใกล้ ๆ ก็มองเห็นว่าคนอยู่ในรถเป็นผู้หญิง ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น แต่เมื่อเห็นคนในรถชัดเจนแสนคมก็แปลกใจ เพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถและแต่งตัวราวกับจะไปงานเลี้ยง คือคนที่เขาเคยเจอถึงสองครั้งแต่คนละสถานที่เมื่อหลายวันก่อน ไม่นึกว่าจะมาอีกในกลางป่าเช่นนี้ แล้วความรู้สึกที่ตามมาของแสนคมคืออาการใจหาย เพราะหากว่าไม่เจอเขาแล้ว ไปเจอพวกกองกำลัง ติดอาวุธ ของทหารกะเหรี่ยงหรือพม่าเข้าจะเป็นอย่างไร พรนับพันเห็นชายหนุ่มในชุดทหารเดินมาหา ก็เอ่ยขอความช่วยเหลือบอกว่าหลงทาง ให้ช่วยขับรถ นำทางให้หน่อย แสนคมถามว่าจะไปไหน พรนับพันบอกว่าจะไปบ้านห้วยม่วง แสนคมบอกว่าเขา ก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี แต่เขาจะไม่ขับนำทางให้ เพราะถ้าเกิดขับตามไม่ทันแล้วหลงขึ้นมาจะยุ่งอีก มีทางเดียวคือให้เขาขับให้เท่านั้น คำพูดดังกล่าวทำให้พรนับพันเกิดอาการลังเลขึ้นมา เพราะจู่ ๆ จะให้ ใครไม่รู้มาขับรถให้ ไม่รู้ว่าไว้ใจได้แค่ไหน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมเห็นอาการของพรนับพันก็รู้สึกหงุดหงิด บอกว่าเขาไม่มีเวลามากนักถ้าอยากจะนั่งอยู่ในรถ ก็เชิญและทำท่าจะผละจากไป จนบดินทร์ที่ตามลงมาเห็นจึงเข้าไปช่วยพูด บอกกับพรนับพันว่าให้แสนคมขับรถให้เป็นสิ่งถูกต้องแล้วเพราะชำนาญทางมากกว่า และพูดถึงเรื่องทหารกะเหรี่ยงให้พรนับพันฟัง พรนับพันจึงยินยอม พรนับพันเผลอนั่งหลับเพราะความอ่อนเพลีย บวกกับความหวาดกลัวที่ผจญ อยู่ก่อนหน้า กระทั่งรถมาถึงยังหมู่บ้านจึงตกใจตื่น แสนคมถามว่าจะไปบ้านใคร พรนับพันบอกว่าไปบ้าน ป้าพวง แสนคมจึงพาพรนับพันไปส่งเพราะรู้จักกับป้าพวงเป็นอย่างดี ป้าพวงลงมาจากบ้านอย่างแปลกในที่เห็นรถของแสนคม และก็ตกใจเมื่อเห็นพรนับพันที่โผเข้าหา พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื่น จึงถามแสนคมว่าไปเจอพรนับพันได้อย่างไร เมื่อแสนคมเล่าให้ฟังป้าพวงตกใจ มากพร้อมทั้งพูดขอบคุณไม่ขาดปาก แสนคมลากลับบ้านพักพร้อมกับภาพของหญิงสาว ที่เขาพบในแต่ละสถานที่และต่างสถานการณ์ ตามติดเข้าไปในห้วงสำนึกด้วย โดยเฉพาะภาพการร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้นายทหารหนุ่มที่ไม่เคยสนใจในเพศตรงข้ามมาก่อน เพราะความเบื่อหน่าย เกิดความรู้สึกอยากลองค้นหาผู้หญิงคนนี้ดูว่าตกลงผู้หญิงคนนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่ พบเจอแต่ละครั้งช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสนคมเป็นนายทหารหนุ่มวัยใกล้สามสิบปี ผู้มีหน้าตาราวกับไอดอลเกาหลี จึงมักจะถูกพวกศัตรู สบประมาทอยู่เสมอ และเป็นคนบ้าดีเดือดผิดรูปร่างหน้าตาเป็นนายทหารที่จงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง แสนคมเป็นบุตรชายคนเดียวของพลโทพัชร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาค และกำลังเจริญรุ่งเรือง ในราชการ มารดาคือคุณสราญรัตน์ แสนคมถอดแบบบิดามาแทบทั้งหมด ทั้งการรักและภักดีต่อชาติ แสนคมเป็นคนรักและหวงชีวิตโสดมาก จึงมักชอบทำปั้นหน้าเคร่งอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ผู้หญิงมาเข้าใกล้และก็มักจะได้ผล คงมีเพียงลูกสาวของกำนันคำ กำนันในหมู่บ้านและอรชุมาหรือครูอ้อ ครูที่โรงเรียน ในหมู่บ้านที่ยังคงมาป้วนเปี้ยน สร้างความรำคาญให้อยู่บ่อยครั้ง แสนคมมีลูกน้องคู่ใจ อยู่สองคนคือ จ่าสิบเอกโชติช่วงที่หน้าตาสุดโหด ชอบไว้หนวดเคราราวกับโจร แต่เป็นคนมีอารมณ์ศิลปินชอบร้องเพลงลูกทุ่งเป็นนิตย์ พูดจาอ่อนหวานผิดใบหน้า มีเพื่อนคู่หูคือจ่าสิบเอกสุทัศน์ ที่หน้าตาเรียบร้อยแต่ชอบ พูดจามึงมาพาโวยผิดหน้าตาอีกเช่นกัน ทั้งคู่รักและเคารพแสนคมมากแม้จะเพิ่งอยู่ด้วยกันไม่นาน เพราะ แสนคม เพิ่งย้ายมาที่นี่ได้ไม่ถึงปี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันตื่นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและในชุดแต่งกายของป้าพวง แต่เมื่อนึกทบทวนความจำ ก็นึกได้ว่าที่นี่เป็นบ้านป้าพวง จึงเปิดประตูออกมายืนตรงระเบียงมองไปรอบ ๆ ก็เห็นทิวเขายาวสลับซับซ้อน ยิ่งทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่าห่างไกลความเจริญขึ้นมาในทันใด นางพวงดีใจมากที่เห็นเด็กที่นางเลี้ยงมาด้วย ความรัก ยังนึกถึงตัวนางไม่ระเหเร่ร่อนไปไหน นึกรู้ทันทีว่าจะต้องมีปัญหากับผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน ภายใต้สีหน้าท่าทางถือตัวรวมทั้งอาการที่ดูคล้าย เหวี่ยง วีน นั้นเป็นการกระทำที่หลอกสายตาผู้อื่นเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงพรนับพันเป็นคนอ้างว้าง ว้าเหว่ ขาดความอบอุ่น แต่เป็นคนจิตใจดีนางพวงถามพรนับพันว่าจะอยู่ที่นี่ได้หรือ พรนับพันก็บอกออกไปด้วยทิฐิว่าอยู่ได้ เพราะในใจนั้นคิดว่าไม่มีทางจะซมซานกลับไปบ้านเป็นอันขาด และเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องดั้นด้นมาหานางพวงถึงที่นี่ ซึ่งนางพวงก็ได้แต่พูดปลอบใจและคิดในใจว่าเรื่องทุกอย่างคงต้องให้กาลเวลาทำหน้าที่เยียวยาเรื่องราวทั้งหมด พรนับพันเห็นเด็กชายที่มายืนจ้องตัวเอง ขณะลงไปที่รถก็ถามนางพวง ก็ได้รับคำตอบว่าเด็กชาย คนดังกล่าวชื่อจุ้น เป็นเด็กชาวกะเหรี่ยงที่ผู้พันแสนคมไปพบขณะร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ศพของพ่อแม่ จึงนำมาฝากนางพวงเลี้ยงโดยเป็นคนส่งเสียค่าเลี้ยงดูเอง พรนับพันฟังแล้วก็เกิดความสงสารในตัวเด็กชายอย่างไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน นางพวงเล่าให้พรนับพันฟังคร่าว ๆ ว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน พื้นที่แถบนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขา ต้นไม้ ต้นน้ำ ลำธาร รวมทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่ แต่เมื่อเกิดการทำเหมืองแร่ขึ้น และมีผู้คนอพยพเข้ามาทำกิน ผืนป่าจึงเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชน ครั้นหมดสัมปทาน ผู้คนก็หันมาทำอาชีพเกษตรกรแทน นานเข้าเมื่อ ผืนดินไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม โครงการสวนป่าที่ช่วยฟื้นฟูผืนดิน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปาชีพ ที่เป็นโครงการในพระราชดำริเช่นกัน ที่นอกจากจะทำให้คุณภาพ ชีวิตของชาวบ้านดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว ยังเพิ่มรายได้เสริมจนสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยไม่ต้องเข้าไปหา ของป่า หรือถางป่าเพื่อปลูกไร่เลื่อนลอยเหมือนเช่นแต่ก่อน นางพวงมักจะเอ่ยถึงผู้พันแสนคมให้พรนับพัน ฟังอยู่ไม่ขาดปาก สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดขึ้นกับพรนับพันไม่น้อย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาบ้านนางพวงแต่เช้า ถือของแห้งพวก กุนเชียง หมูทุบ หมูแผ่น พร้อมด้วยกาแฟ มาฝาก ป้าพวง ทั้งที่จุดประสงค์หลักที่เอามานั้น แสนคมรู้ว่าเอามาฝากหญิงสาวที่มาอยู่กับนางพวงต่างหาก และครั้งนี้พรนับพันได้รู้จักกับจ่าวัยกลางคนชื่อ ช่วงโชติ ที่มาพร้อมเสียงเพลง ซึ่งจงใจร้องจีบนางพวงเสมอ เมื่อมีโอกาส จ่าหน้าตาโหดแต่คำพูดและการแสดงออกขัดกับใบหน้าที่สุดเด็กชายจุ้นที่รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวสวยชื่อพรนับพันมาก ปกติจุ้นจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่เข้ามา วุ่นวายกับผู้พันแสนคมของมันนัก เพราะมันหวงผู้พันของมันราวกับจงอางหวงไข่ จุ้นเห็นตุ๊กแกที่เกาะอยู่ ไม่ห่างจากตัวพรนับพันก็ตะโกนบอก ครั้นพรนับพันหันไปเห็นด้วยความตกใจทำให้โผเข้ากอดแสนคม สร้างความอับอายให้เกิดกับพรนับพันเป็นอย่างมาก แต่ก็สร้างความกังขาให้เกิดกับจ่าโชติเช่นกัน เพราะจ่าโชติเคยเห็นดวงใจลูกสาวกำนันคำกลัวตุ๊กแกโผเข้ากอดแสนคม แต่แสนคมหลบจนดวงใจล้มไม่เป็นท่า แต่ครั้งนี้นอกจากไม่หลบยังยอมให้กอดแต่โดยดี วิชิต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาหาแสนคมถึงที่ทำงาน เพื่อจะมาคุยถึงเรื่องที่จะมีการลักลอบขนลูกช้างป่าขึ้นในอีกไม่ช้า แสนคมก็ทราบจากสายที่รายงานเข้ามาเช่นกัน แสนคมอยู่ที่นี่ต้องผูกมิตร กับชาวบ้าน ดังนั้นพอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจึงมักจะแก้ไขได้ทันเวลาเสมอ วิชิตชื่นชมในตัวแสนคมมากในการเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีในเหมือนนายทหารคนเก่าที่ถูกย้ายออกไป ทั้งที่ตอนแสนคมย้ายมาใหม่ ๆ วิชิตเองก็มองแสนคมผิดไปเหมือนกัน เพราะเห็นว่าเป็นลูกชายแม่ทัพภาคจะอยู่ได้สักกี่น้ำ แต่แสนคมก็ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการเข้าขัดขวางพวกลักลอบขนลูกช้างป่า จนเกิดปะทะกันขึ้นเมื่อตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น เพราะทหารเสียชีวิตไปสองนาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หนึ่งนาย และฝ่ายตรงข้ามก็เสียชีวิตสามคน ส่วนแสนคมบาดเจ็บสาหัสจนมีแผลเป็นที่หน้าอก และคนของฝ่ายตรงข้ามก็บาดเจ็บสาหัสหนีรอดไปได้หนึ่งคน และแสนคมจำได้ว่าชื่อ ชีพเสี่ยเกรียงไกรเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอำเภอสวนผึ้ง และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ เสี่ยเกรียงไกรเป็นเจ้าของรีสอร์ตหรูในอำเภอสวนผึ้ง มีคดีที่กำลังฟ้องร้องอยู่หลายคดี ทั้งคดีที่สร้างรีสอร์ตรุกเข้าไปในป่าสงวน และรับซื้อที่ของราชพัสดุจากชาวบ้าน ซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งคดีดังกล่าวก็ยืดเยื้อมานาน จนแสนคมมองว่าผลที่สุดเสี่ยเกรียงไกรก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ แต่แสนคมบอกกับวิชิตว่าถ้าเขาไม่ตายซะก่อนจะต้องเอาเสี่ยเกรียงไกรเข้าคุกให้ได้ นางพวงจะพาพรนับพันไปตลาดในตัวอำเภอเพื่อซื้อเสื้อผ้า แต่รถยนต์คันหรูของพรนับพันกลับสตาร์ทไม่ติด นางจึงให้จุ้นไปตามแสนคมมาดูรถให้ จนพรนับพันนึกค่อนขอดว่าอะไร ๆ ก็นึกถึงแต่แสนคม และเมื่อแสนคมมาถึง พร้อมด้วยบดินทร์ที่เห็นสภาพรถก็รู้ทันทีว่าไดชาร์จเสีย ต้องจอดไว้อย่างเดียว รอให้ช่างจากอู่มารับ นางพวงจึงขอติดรถของแสนคม ซึ่งกำลังจะเอางานของศูนย์ศิลปาชีพไปส่งให้ เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดาในตัวอำเภอสวนผึ้งพอดี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงแอบโทรศัพท์ไปหาคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี ซึ่งทั้งสองกำลังวิตกกังวลกับการหายตัวไปของพรนับพันอยู่พอดี โดยเฉพาะคุณพรพรรณรายที่ทำทีเป็นไม่สนใจนั้น แท้ที่จริงก็รักลูกมากแต่ที่ทำไปเพราะต้องการประชดสามี พลั้งมือตบหน้าลูกสาวก็ใช่ว่าจะไม่เสียใจ ถึงกับทำให้ละทิฐิ โทร. หาพรนับพัน แต่ติดต่อไม่ได้ รวมทั้งคุณเมธีก็เช่นกันที่เป็นห่วงลูกสาวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อรู้ว่าพรนับพันอยู่กับนางพวงก็เบาใจ โดยนางพวงบอกว่ายังไม่ต้องมาหา ให้พรนับพันอยู่อย่างนี้ไปก่อน ให้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง พรนับพันพบกับดวงใจลูกสาวของกำนันคำ และมีปากเสียงกันจากการที่ดวงใจเดินหันรีหันขวางจนชนกับพรนับพัน แต่ดวงใจกลับโทษว่าเป็นความผิดของพรนับพัน กระทั่งไกรภพลูกชายของเสี่ยเกรียงไกรเข้ามาไกล่เกลี่ย เพราะติดใจในตัวของพรนับพัน และท่าทีของไกรภพก็สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย เพราะแม้ตัวเองจะชอบแสนคมมากก็ตาม แต่ตัวไกรภพก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ไกรภพกำลังจะสานสัมพันธ์กับพรนับพันแต่ถูกชีพคนสนิทของผู้เป็นพ่อเข้ามกระซิบบอกเหตุร้ายซะก่อน ทำให้ต้องผละไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แสนคมรีบส่งของให้เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดา แล้วรีบขับรถกลับ ท่ามกลางอาการสงสัยของ บดินทร์ เพราะปกติแสนคมจะต้องแวะทักทายกับคนนั้นคนนี้ก่อน แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะมีสาเหตุมาจาก พรนับพัน ระหว่างที่แสนคมเดินตรงไปยังพรนับพันที่ยืนอยู่กับนางพวงและจุ้นโดยมีดวงใจอยู่ด้วย ก็สวนกับไกรภพและชีพ ทำให้แสนคมต้องหันกลับไปมอง สร้างความสงสัยให้เกิดกับบดินทร์จนต้องถาม แสนคมจึงพูดถึงคนที่เดินสวนกันว่าต้องเป็นชีพแน่นอน แม้จะสวมแว่นตาปกปิดไว้ก็ตาม เพราะจำรอยแผลเป็นที่แก้มได้ ดวงใจได้ยินจึงถือโอกาสพูดขึ้นมาว่าตัวเองรู้จักผู้ชายที่เดินไปเมื่อกี้ และบอกว่าหนึ่งในนั้น เป็นลูกชายเสี่ยเกรียงไกร ส่วนอีกคนเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกรชื่อชีพ คำพูดของดวงใจทำให้แสนคมรู้ว่าเขาเดาไม่ผิด ดวงใจรีบบอกว่าตัวเองเปลี่ยนชื่อจากดวงใจเป็น ดวงลดาแล้ว และยังเปลี่ยนชื่อเล่นเป็นลดาด้วย แต่แสนคมไม่ได้สนใจนัก ดวงใจหรือชื่อใหม่ว่า ดวงลดา บอกกับแสนคมว่าขอติดรถไปด้วยเพราะรถของตัวเองสตาร์ทไม่ติด บดินทร์จึงอาสาจะไปดูให้ ทำให้ดวงลดา รีบบอกว่าไม่ต้อง เพราะถ้าบดินทร์ไปดูก็รู้ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร จึงมองบดินทร์อย่างไม่ชอบใจก่อนจะขอตัวระหว่างเดินทางกลับแสนคมเกือบขับรถเหยียบลูกหมาสีดำ จึงลงไปอุ้มเมื่อมองไม่เห็นใครก็อุ้ม ขึ้นรถมาและให้พรนับพันเอาไปเลี้ยง พรนับพันดีใจมากเพราะต่อไปนี้จะได้ไม่เหงา บดินทร์ถามถึงเรื่องชีพ แสนคมจึงเล่าเรื่องให้ฟังว่าเคยมีเรื่องกันมาก่อน นางพวงบอกแสนคมว่าเคยเห็นหน้า ผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นที่หน้า บอกว่าเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหดเพราะเคยยิงหมาของตาคะยอแค่ถูกเห่าเท่านั้น เตือนให้แสนคมระวังตัวให้ดี พรนับพันฟังเรื่องราวแล้วไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างแสนคมจะบ้าดีเดือดถึงเพียงนั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ชีพบอกกับไกรภพว่าคนที่เดินสวนกันคือตัวแสบ ที่คอยขัดขวางงานมาตลอดตั้งแต่ย้ายมา ไกรภพ ฟังแล้วไม่เชื่อถือ แต่ชีพบอกว่าที่ใบหน้ามันเป็นแผลเป็นจนทุกวันนี้ก็เพราะแสนคม เรื่องการลักลอบขนลูกช้างครั้งที่แล้วไม่สำเร็จก็เป็นเพราะแสนคมนำกำลังเข้าขัดขวางจนเกิดปะทะกัน จนต้องสูญเสียมือดีไปถึงสามคน และบอกว่าเสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองไปให้แต่แสนคมคืนกลับมา ไกรภพทระนงบอกว่าเขาไม่เชื่อหรอกว่าเงินจะไม่สามารถซื้อคนได้ เดี๋ยวเขาจะไปหาแสนคมด้วยตัวเองเองผู้ใหญ่สมปองไปหาแสนคมที่บ้าน เพื่อฝากเพลินตาซึ่งเป็นลูกสาวให้ไปเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งท่าทางของเพลินตาออกเป็นทอมบอยทำให้บดินทร์นึกว่าเป็นผู้ชาย สร้างความโกรธเคืองให้เพลินตามาก และผู้ใหญ่สมปองก็บอกว่าจะแวะไปหานางพวงที่เป็นน้องสาว เพราะได้ข่าวว่ามีคนมาอยู่ด้วย เพลินตาก็บอกว่าถ้าคนมาอยู่ด้วยชื่อขิมก็เป็นคนที่อาเลี้ยงมาแต่เล็กและรักนักรักหนา เธอเคยไปเยี่ยมนางพวงที่บ้านแล้วเคยเจอ ดูเหมือนจะเป็นเด็กมีปัญหาเพราะเจอตอนร้องไห้ทั้งสองครั้ง และยังพูดอีกว่ากลัวจะมาสร้างภาระให้ผู้เป็นอาซะมากกว่า ทำให้บดินทร์พูดขึ้นว่าเพลินตามองคนในแง่ร้าย ยิ่งทำให้เพลินตาไม่ค่อย ชอบหน้าบดินทร์นัก จุ้นตั้งชื่อลูกหมาตัวดำปิ๊ดปี๋ว่าสมปอง นางพวงจึงบอกว่าระวังผู้ใหญ่สมปอง ซึ่งเป็นพี่ชายของนางจะสับสนเอานะ แต่ก็เป็นจริงตามที่นางพวงพูด เพราะผู้ใหญ่สมปองแวะมาที่บ้านพร้อมด้วยแสนคม และบดินทร์ พอรู้ว่าลูกหมาชื่อเหมือนตัวเองก็โวยวาย จนแสนคมเกรงใจบอกให้จุ้นเปลี่ยนและถามถึงสาเหตุว่าทำไมตั้งชื่อนี้ จุ้นก็บอกว่าตั้งให้คล้องกับแสนคม ทำเอาแสนคมหน้าเหวอ พรนับพันนั้นหัวเราะ ออกมาด้วยความขำ เพลินตาเห็นพรนับพันก็มองว่าเป็นคุณหนูก็ถามออกมาตรง ๆ ว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้แน่หรือ พรนับพันก็บอกว่าให้คอยดูต่อไป ผู้ใหญ่สมปองเพิ่งนึกได้ว่านัดชาวบ้านเอาไว้ เพื่อไปทำแนวกันไฟ จึงรีบผลุนผลันออกไป โดยนางพวงเอง ก็เพิ่งนึกได้เพราะจ่าโชติบอกไว้แล้ว จึงบอกเดี๋ยวจะตามไป นางพวงบอกให้พรนับพันอยู่บ้านกับจุ้นไม่ต้องออกไปช่วย แต่พรนับพันเห็นสายตาดูถูกของเพลินตาก็บอกว่าจะไปช่วยด้วย โดยมีจุ้นบอกว่าเดี๋ยวจะคอยช่วยพรนับพันด้วยอีกแรง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เมื่อพรนับพันไปถึงจุดที่ทำแนวกันไฟที่อยู่ใกล้กับศูนย์ศิลปาชีพ เห็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านมากกมายที่ต่างไปช่วยกันโดยไม่ต้องมีค่าจ้าง สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับพรนับพันโดยไม่รู้ตัว พรนับพันช่วยคนอื่นทำทั้งที่ไม่เคยทำซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เพลินตา เริ่มมองพรนับพันในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม แสนคมเอาหมวกให้พรนับพันคลุมกันแดดทำให้พรนับพันรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น กับตัวเองขณะทำงานแสนคมมักจะมองหาแต่พรนับพัน ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แค่เห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ในสายตาเขาก็พอใจแล้ว จ่าโชติมาบอกแสนคมว่ากำนันคำต้องการพบแสนคม ซึ่งไม่ค่อยได้พูดคุยกับกำนันคำนัก เพราะส่วนมากจะคุยกับผู้ใหญ่สมปองซะมากกว่า นึกสงสัยว่ากำนันคำมีเรื่องอะไรคุยกับเขา เมื่อแสนคมไปถึงยังที่กำนันคำยืนอยู่ก็ถามถึงธุระ กำนันคำก็พูดเป็นทำนองว่าถ้าแสนคมเปลี่ยนใจขอให้บอก แสนคมก็บอกว่าเขาไม่เคยรับปากอะไรไปทำไมต้องเปลี่ยนใจด้วย กำนันคำจึงพูดถึงเรื่องที่เสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองมาให้ทำไมแสนคมถึงไม่รับ แสนคมจึงบอกกำนันคำไปว่าเขาไม่สนใจเงินนั่นหรอก เขาไม่เคยคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน และพูดใส่กำนันคำออกไปว่าเคยได้ยินมาว่าเมื่อก่อนกำนันคำเป็นคนดีมาก แล้วอะไรทำให้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ และยังฝากไปบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี ทำอะไรไม่ดีไว้อย่านึกว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น พูดจบก็เดินจากไป จากการมาช่วยทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนักก็ตาม และยังได้พบกับตาคะยอซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่น และนางพวงเคยเล่าให้ฟังว่าตาคะยอเป็นชาวกะเหรี่ยงก็จริง แต่มีหัวใจของความเป็นไทยอยู่เต็มเปี่ยม จ่าโชติกับจ่าทัศน์พอรู้ว่ากำนันคำพูดจาอะไรกับแสนคมต่างก็โกรธ เพราะทั้งสองจ่าอยู่ที่นี่มานาน รู้ว่าเมื่อก่อนกำนันคำไม่ใช่คนแบบนี้ ที่เปลี่ยนไปเป็นเพราะเงินตัวเดียวจริง ๆ เพราะเดี๋ยวนี้กำนันคำขับรถป้ายแดง สร้างบ้านหลังใหม่ ซื้อรถป้ายแดงให้ดวงใจขับ พกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องละสองหมื่น และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเสี่ยเกรียงไกรมากชีพซึ่งเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกร มักจะพูดเตือนเจ้านายอยู่บ่อยครั้งว่า งานที่เกิดผิดพลาดขึ้น หลาย ๆ ครั้งในระยะหลังรวมทั้งการที่ถูกจับไม้ที่ห้วยขาแข้งที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ถึงแม้จะไม่มีใครถูกจับได้ น่าจะมีเกลือเป็นหนอน ชีพเองไม่เคยไว้ใจกำนันคำ เพราะรู้ว่าเคยเป็นคนซื่อมือสะอาดมาก่อน แต่เสี่ยเกรียงไกรมักจะไม่เห็นด้วย บอกว่าเงินเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนกำนันให้เป็นคนกบฏ ทรยศแผ่นดินได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก หลังจากวันทำแนวกันไฟ พรนับพันกับเพลินตาก็สนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งคู่พากันไปที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อเรียนปักผ้า และจากการไปนั่งเรียนทำให้พรนับพันได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างแรกคือค่าของเงินขณะที่เธอเคยใช้เงินวันละหลายพัน แต่คนทำงานที่นี่นั่งหลักขดหลังแข็งนานนับเดือนกว่าจะได้เงินจำนวนนี้ กาแฟที่เคยดื่มแก้วละร้อยกว่าบาทแต่เป็นค่าแรงการทำงานของคนที่นี่ ซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ทำให้พรนับพันเกิดความละอายขึ้นมา สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ใช้เงินแบบนั้นอีก และที่สำคัญตอนแรกที่เธอคิดมาเรียนปักผ้า เพราะต้องการชนะคำสบประมาทของแสนคม แต่การได้มาเห็นทำให้เธออยากปักได้สำเร็จจะได้สร้างความภูมิใจให้เกิดกับตัวเอง ทั้งยังได้รู้น้ำใจของนายทหารที่ชื่อแสนคม ที่สร้างไว้กับคนหลายคน จนไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดผู้คนจึงพากันรักผู้ชายคนนี้นัก แล้วยังได้รู้จักอีกมุมของเพลินตาที่มองดูห้าว แต่ความจริงเป็นคนน่าสงสาร เพราะกำพร้าแม่ ตั้งแต่อายุน้อย ต้องปักเสื้อนักเรียนด้วยตัวเองตั้งแต่อยู่ปอสอง ทำให้พรนับพันคิดถึงตัวเองขึ้นมา เธอโชคดีที่มีพ่อแม่ครบ นับวันพรนับพันก็ซึมซับความรู้สึกดีดีของผู้คนที่นี่เข้าไปในหัวใจ รวมทั้งนายทหารหนุ่มที่ชื่อแสนคม ที่เมื่อก่อนมักจะมองเธอด้วยสายตาดุ ๆ แต่บัดนี้สายตาดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งทำไมเธอจะไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร นางพวงเองก็มองว่าหญิงสาวที่นางเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยพื้นฐาน ของพรนับพันไม่ได้เป็นคนไม่ดี เป็นคนจิตใจดีด้วยซ้ำ ยิ่งพรนับพันไปเห็นบ้านของตาคะยอ ที่ทำตามแนวทางพระราชดำริ โดยการทำเกษตรแบบทฤษฏีใหม่ ปลูกทั้งพืชผักสวนครัวและผลไม้หลาย ๆ อย่างไว้ ด้วยกันในพื้นที่ที่มีจำกัด รวมทั้งมีบ่อปลา นาข้าวอยู่ในบริเวณเดียวกัน ได้ฟังตาคะยอพูดถึงว่าที่ได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะ พระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะขอตายในผืนแผ่นดินไทยนี้ จนทำให้พรนับพันเกิดความซาบซึ้งเพราะความโกรธแค้นที่ถูกแสนคมตอกกลับมา ทำให้ไกรภพคิดเรื่องชั่ว ๆ โดยการคิดวางเพลิงเผา ศูนย์ศิลปาชีพ แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะจ่าสุทัศน์ที่ไม่สบายนอนอยู่บ้านพัก เห็นเหตุการณ์เข้าซะก่อน จึงโทร. ตามคู่หูที่อยู่บ้านตาคะยอซึ่งกำลังมีการกินปลาเผากันอยู่ ทำเอาทุกคนต้องรีบมาที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อช่วยกันดับไฟ และก็ไม่เกิดการสูญเสียเพราะรถดับเพลิงมาทันเวลาพอดี แค่บางส่วนถูกไหม้เท่านั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้แสนคมบาดเจ็บที่แขนขวาเพราะเข้าช่วยพรนับพัน พรนับพันจึงเป็นคน ขับรถพาแสนคมไปโรงพยาบาล ซึ่งระหว่างเดินทางแสนคมก็แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาจนหมด และเล่าด้วยว่าเคยเจอพรนับพันมาแล้ว ในผับที่ทองหล่อทั้งยังบอกว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าต่อไปห้ามสวมใส่เสื้อผ้าแบบนั้นอีก ซึ่งพรนับพันเองก็ไม่เคยคิดจะกลับไปใส่อีกเหมือนกัน เพราะมาอยู่ที่นี่ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าง่าย ๆ แทบทุกวัน เงินก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่รู้จะไปซื้ออะไร กินกับข้าวง่าย ๆ ที่มีอยู่รอบบ้านนางพวง ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนอยู่ง่าย กินง่ายไปเลยปริยาย เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากที่งานวางเพลิงไม่สำเร็จ กำชับชีพอย่าให้ลูกน้องทิ้งหลักฐานไว้เป็นอันขาด ชีพก็บอกว่าแค่นี้ก็ทำให้ชาวบ้านขวัญหนีดีฝ่อแล้ว กำนันคำที่มาหาก็บอกว่าทำไมจะเผาศูนย์ฯ ไม่บอกด้วย เผื่อจะได้ช่วยให้สำเร็จ เพราะตอนไฟไหม้กำนันก็อยู่ที่นั่นด้วย ถ้ากำนันร่วมมือด้วยแต่แรกจะแนบเนียนกว่านี้ คำพูดของกำนันคำยิ่งทำให้เสี่ยเกรียงไกรเชื่อว่ากำนันคำนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ชีพระแวงเด็ดขาด พรนับพันมาอยู่ที่นี่ได้แค่สิบวันแต่มีความรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่เป็นปี จากการได้หัวเราะได้ยิ้มกับ สิ่งต่าง ๆ รอบกาย ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายอย่างที่ควรเป็น และจากผลของการที่ไปทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันมีอาการไข้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนกลางคืน แต่กินยาเข้าไปก็ทุเลาลง แต่มาออกอาการอีกครั้ง ตอนเช้า ขณะที่นางพวงต้องไปวัดแต่เช้าและคืนนี้ก็ต้องนอนค้างที่วัดกับนางสายใจ ซึ่งเป็นเมียกำนันคำ ตามที่เคยพูดกันไว้ พรนับพันมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนอาเจียน ทำให้จุ้นที่อยู่ด้วยกัน และกำลังจะไปโรงเรียน ตกใจจนร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่เพลินตาที่จะต้องแวะมารับพรนับพันไปวัด และไปส่งจุ้นที่โรงเรียน ขี่รถเข้ามาซะก่อน เมื่อเห็นอาการของพรนับพันก็ตกใจจึงโทร. ไปตามแสนคม ซึ่งแสนคมพอทราบเรื่องก็ตกใจมาก เพราะนับจากวันที่ไฟไหม้วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอจัง ๆ กับพรนับพันเลย ได้แต่เห็นกันแวบ ๆ เพราะยุ่งทั้งเรื่องไฟไหม้ที่รู้แล้วว่าเป็นการวางเพลิง กำลังตามจับตัวอยู่ แล้วยังมีเรื่องลักลอบขนลูกช้างป่าอีก การเห็นพรนับพันเป็นแบบนี้ ทำให้แสนคมแทบขาดใจ เขารู้ว่าเขารักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน แสนคมอุ้มพรนับพัน โดยไม่สนใจแผลที่แขนขวาที่ต้องเย็บสิบเข็ม ตอนเกิดไฟไหม้และยังไม่ได้ตัดไหม แม้บดินทร์จะอาสาอุ้มพรนับพันให้ก็ตาม แสนคมพาพรนับพันไปส่งที่โรงพยาบาลเอกชน โดยหมอบอกว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้ขึ้นสูงมาก และมีอาการเพ้อเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเพ้อถึงพ่อแม่ และเรื่องที่ถูกตบ และต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ เพลินตานั้นถึงกับร้องไห้เพราะกลัวพรนับพันเป็นอะไรไป เพราะเคยเห็นผู้เป็นแม่อาการแบบนี้ และตายไปต่อหน้าต่อตา ไม่อายที่บดินทร์เห็นตัวเองร้องไห้ออกมาเพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว แสนคมให้บดินทร์ พาเพลินตากลับไปที่พักเพื่อเอาเสื้อผ้ามาให้ เพราะคืนนี้เขาจะนอนเฝ้าพรนับพันที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก บดินทร์ขับรถพาเพลินตากลับและได้คุยปรับความเข้าใจกัน ตั้งแต่เรื่องที่บดินทร์เข้าใจผิดมอง เพลินตาเป็นผู้ชาย ซึ่งจริง ๆ เขาไม่ได้คิดเช่นนั้นแต่ปากพูดออกไปอย่างนั้นเอง เพลินตาร้องไห้ซบไหล่ ของบดินทร์เล่าเรื่องแม่ให้ฟัง เพราะกลัวพรนับพันจะเป็นอะไรไป บดินทร์กอดปลอบใจ และพาเพลินตาไปที่วัด เพื่อไปบอกอาการป่วยของพรนับพันให้นางพวงฟัง ทำให้นางพวงอยู่วัดต่อไปไม่ไหวตามไปที่ โรงพยาบาลด้วยแสนคมบอกนางพวงว่าขอเป็นคนเฝ้าพรนับพันเองตอนกลางคืน นางพวงมองแล้วคิดว่าไม่เหมาะ ได้แต่ทำท่าอ้ำอึ้ง ๆ แม้จะรู้ว่าแสนคมเป็นคนดีเพียงใดก็ตาม แสนคมจึงเอาแหวนญาติ ซึ่งเป็นแหวนที่นักเรียน เตรียมทหาร ทำไว้ให้คนสำคัญขึ้นมาซึ่งเขาทำไว้ให้เป็นแม่ และผู้เป็นแม่เพิ่งให้มาตอนกลับบ้านไปครั้งที่แล้ว แสนคมหยิบแหวนมาสวมให้พรนับพัน ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติ ท่ามกลางความซาบซึ้งระคนปลาบปลื้ม ของทุกคนที่เป็นพยาน พรนับพันฟื้นขึ้นมาหลังจากเพ้อถึงพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ดิ้นทุรนทุรายจนแสนคมต้องโอบกอดไว้ พรนับพันสงสัยที่จู่ ๆ แหวนมาอยู่ที่นิ้ว แสนคมจึงบอกว่าเป็นแหวนหมั้นของเขาเอง และบอกว่าเขารักพรนับพันต่อไปให้เรียกเขาว่าพี่ พรนับพันดีใจรวมทั้งเกิดความอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และที่สำคัญพรนับพันเองก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ไกรภพมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ที่บวชเป็นชีซึ่งป่วยเป็นอาหารเป็นพิษ แม้ไกรภพจะดูเป็นคนนิสัยไม่ดีหรือเลวเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือแม่ชีกรแก้ว ที่หย่าขาดจากผู้เป็นพ่อเพราะความคิดไม่ตรงกัน แต่ไกรภพก็ยังติดต่ออยู่เสมอ เมื่อรู้ว่าผู้เป็นแม่ป่วยก็ทำเรื่องย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด แม่ชีกรแก้วมักจะบอกให้ไกรภพทำความดีอย่าได้ทำชั่วแม้จะรู้ว่าสายไป และที่ตัวนางบวชชีก็เผื่อไถ่บาปให้ลูกถ้าลูกได้กระทำความผิดไกรภพรู้จากพยาบาลว่าพรนับพันป่วยอยู่ที่นี่จึงเข้าไปเยี่ยม ขณะที่มีนางพวงกับเพลินตาเฝ้าอยู่ เพราะช่วงกลางวันแสนคมกลับไปทำงาน และกำลังยุ่งอยู่กับข่าวเรื่องลูกช้างป่า กว่าไกรภพจะออกจากห้อง พรนับพันก็ต้องทำเป็นง่วงด้วยฤทธิ์ยา จนไกรภพต้องขอตัวกลับ พรนับพันเผลอเล่าเรื่องที่เคยพบกับแสนคมให้นางพวง และเพลินตาฟัง ทำให้นางพวงคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพรหมลิขิตอย่างแน่นอน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงโทร. ไปบอกคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี เรื่องพรนับพันป่วย คุณพรพรรณรายถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อรู้ว่าลูกสาวเพ้อถึงพ่อแม่และเรื่องที่ถูกตบ รวมทั้งคุณเมธีด้วยเช่นกัน หลังจากเหตุการณ์ ครั้งนั้นทำให้ทั้งสองคนนึกทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา จึงต่างค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งก็ไม่ได้ยาก เพราะต่างมีความรักในตัวกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นางพวงที่ฟังน้ำเสียงการพูดของทั้งคู่ จึงรู้ว่าเรื่องราว น่าจะไปในทางที่ดีขึ้นพรนับพันอยู่โรงพยาบาลแค่สามวันก็ออกเพราะร่างกายฟื้นตัวเร็วจนหมอตกใจ อาจเป็นเพราะกำลังและแรงใจจากแสนคมมีส่วนช่วยด้วยเยอะ แสนคมเป็นคนมารับกลับ เมื่อรู้ว่าไกรภพมาเยี่ยม ก็บอกให้ระวังตัว อย่าไปไหนคนเดียวอีก และบอกว่าช่วงนี้อาจไม่ได้เจอกัน เพราะแสนคมได้รับรายงานจากสายว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่พวกลักลอบขนลูกช้างป่าจะลงมือ แสนคมบอกนางพวงว่าขอฝากหัวใจไว้กับนางพวงด้วย คำพูดดังกล่าว ทำให้พรนับพันใจเสียเพราะเหมือนเป็นลาง จึงบอกกับแสนคมว่าสัญญาว่าจะต้องกลับมาหาเธอ เสี่ยเกรียงไกรกำหนดเส้นทางขนย้ายลูกช้างป่า และครั้งนี้มีงาช้างที่จะได้อีกหลายคู่ ชีพเตือนว่าเส้นทางที่กำหนด เป็นป่าทึบที่อยู่ไม่ห่างจากสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งแสนคมกับวิชิตดูแลมันไม่เสี่ยงกับอันตรายหรือ เสี่ยเกรียงไกรก็บอกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุด คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เส้นทางที่กำหนดยังไม่เคยมีใครเข้าไป เพราะค่อนข้างลำบาก ที่จะใช้เส้นทางนี้เพราะจะได้ดูลู่ทางเพื่อหาทาง ลักลอบตัดไม้ด้วย ชีพไม่รู้จะแย้งยังไงแต่มีลางสังหรณ์เกิดขึ้น และบอกว่าครั้งนี้อย่าเพิ่งบอกวันทำจริงกับกำนันคำ เอาไว้ใกล้ ๆ ค่อยบอก พอดีกับกำนันคำมาหาพอดี เสี่ยเกรียงไกรจึงบอกว่าวันพรุ่งนี้คือวันที่กำหนดทำงานสำคัญ เชิดซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่มักจะชอบเดินตามหลังกำนันคำเสมอ มาหากำนันคำที่บ้านขณะอยู่ในเวลาอาหารเย็น กำนันจึงบอกให้ไปคุยที่อื่น เชิดจึงถามว่ากำนันรู้เรื่องขนลูกช้างป่าในคืนนี้บ้างหรือเปล่า กำนันก็ถามว่าเชิดรู้มาจากไหน เชิดจึงตอบว่ารู้มาจากเพื่อนซึ่งเป็นลูกน้องของชีพ ซึ่งชวนให้มันไปทำด้วย จึงมาปรึกษากำนัน เมื่อได้ฟังกำนันคำก็นึกโกรธเพราะเสี่ยเกรียงไกรบอกวันกำหนดเป็นพรุ่งนี้ แต่กลายเป็นวันนี้ได้อย่างไร แสดงว่าเสี่ยเกรียงไกรเริ่มไม่ไว้ใจแน่นอน จึงบอกให้เชิดไม่ต้องไปทำเพราะเป็นอันตราย และบอกไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใคร เชิดจึงลากลับไป ขณะกำนันกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เสี่ยเกรียงไกรก็โทร. เข้ามาหาบอกว่าเปลี่ยนวันเป็นคืนนี้แต่เวลาเดิม นางสายใจที่ตามแอบมาฟังเพราะท่าทางลุกลี้ลุกลนของเชิด เมื่อได้ฟังคำพูดของกำนันคำก็โกรธ ด่ากำนันว่าทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ จำสัจจะที่พูดไว้ ตอนเข้าร่วมวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมารับมอบสวนป่าเฉลิมพระเกียรติไม่ได้หรือว่า จะไม่คิดคดทรยศต่อแผ่นดิน กำนันคำบอกว่าสักวันนางสายใจจะเข้าใจ และบอกว่าคืนนี้จะไม่อยู่ ถ้ากลับมาจะเล่าให้ฟังทั้งหมด กำนันพูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดก่อนจะถอดแบตเตอรี่ออก และบอกกับนางสายใจว่าถ้าเป็นอะไรไปทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้ นางสายใจตกใจเพราะกำนันคำไม่เคยพูดจาแบบนี้มาก่อนแสนคมได้รับข้อความเปลี่ยนแปลงวันลงมือเป็นคืนนี้เวลาเดิมแทน ทำให้แสนคมนึกกังขาเพราะปกติงานสำคัญแบบนี้ คนที่ส่งข่าวจะส่งให้กับหัวหน้าคือ พลเอกนฤดล แล้วถึงจะส่งต่อมายังเขา จึงโทร. ไปหาวิชิตซึ่งก็ได้รับข้อความเดียวกัน โทร. กลับไปยังเบอร์ที่ส่งก็ติดต่อไม่ได้ วิชิตจึงบอกให้เชื่อเหอะ เพราะเรื่องนี้มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ แสนคมจึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมพร้อม ทั้งเรื่องรถ พยาบาลด้วย เพราะกลัวจะมีการสูญเสียไม่ทันการณ์เหมือนครั้งที่แล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ขบวนของเสี่ยเกรียงไกรซึ่งมีพรานบุญส่งเป็นผู้นำทาง เดินเข้าไปในป่าทึบท่ามกลางความหงุดหงิด ของไกรภพรวมทั้งความหวั่นกลัวของเสี่ยเกรียงไกร เพราะนับเป็นการเดินเข้าป่าทึบครั้งแรก คงมีชีพคนเดียว ที่พกความระแวงไว้ตลอดเวลา เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ คนนำทางก็สงสัยเพราะมาถึงสถานที่นัดคือต้นตะเคียนใหญ่ แต่ยังไม่เห็นพวกพรานที่บอกว่าจะมาดักรอ แต่ก็ยิ้มออกเมื่อได้ยินเสียงคนเดินอยู่ข้างหน้าแต่คนที่เดินอยู่กลายเป็นพวกของแสนคม และวิชิตที่พาคนเข้ามาอีกทาง และบอกว่าจับพวกพรานป่าไว้ได้ทุกคนแล้วขอให้มอบตัวชีพหันไปทางกำนันคำทันทีเพราะงานครั้งนี้ไม่มีใครรู้เรื่องมากนัก และบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่ากำนันคำคือคนทรยศ เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากจึงด่ากำนันคำ ซึ่งกำนันคำบอกว่าขอเป็นคนทรยศต่อเสี่ยเกรียงไกรดีกว่าเป็นคนทรยศคิดคดต่อแผ่นดิน แล้วก็ทรุดลงเพราะถูกชีพยิงอย่างเผาขน และเป็นขณะเดียวกับที่แสนคมพาคนเข้ามาล้อมจับลูกน้องที่ยังอยู่ในอาการตกใจ เสี่ยเกรียงไกรพาไกรภพ วิ่งหนีไปได้ แสนคมบอกให้จ่าคู่หูพาทหารไปจับสองพ่อลูกให้ได้ ชีพที่กำลังจะวิ่งตามไป แต่เป็นเพราะความแค้นทำให้ชีพหันมายิงใส่แสนคม แต่เป็นเพราะอยู่ในช่วงละล้าละลังจึงถูกที่แขนซ้ายของแสนคมเท่านั้น แสนคมจึงยิงสวนไปข้างหลังถูกชีพอย่างจังจนล้มลง แสนคมวิ่งไปดูก็เห็นแน่นิ่งจึงหันไปทางกำนันคำที่นอนเจ็บอยู่อย่างเป็นห่วง กำนันคำที่เห็นชีพขยับตัวหยิบปืนมา จะยิงใส่แสนคมจึงร้องบอก แต่ไม่ทันการณ์แม้แสนคมจะกลิ้งหลงกระสุนเข้าที่ท้องของแสนคม ทำให้บดินทร์วิ่งตรงมาและสั่งให้ทหารเอาเปลสนามที่เตรียมมาหามแสนคมกับกำนันคำกลับไปทางเก่าไปที่รถพยาบาลด่วนแสนคมที่ยังมีสติบอกบดินทร์ว่าให้ดูแลกำนันคำดีดี เพราะตอนเข้ามาก่อนกำนันคำจะถูกยิง ได้ยินคำพูดที่กำนันพูดว่าจะไม่ทรยศต่อแผ่นดินเต็มสองหู ผู้ใหญ่สมปองที่อยู่ชายป่ากับชาวบ้านอีกสองคนเห็นร่างของกำนันคำถูกหามมาก็เข้าไปหาบดินทร์บอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร เอากำนันคำกับแสนคมไปส่งโรงพยาบาลก่อน โดยให้กำนันนั่งไปกับกำนันคำ ส่วนเขาจะนั่งไปกับแสนคมผู้ใหญ่สมปอง บอกชาวบ้านสองคนที่อยู่ด้วยให้ไปส่งข่าวกับนางสายใจ ผู้ใหญ่สมปองที่ปากก็บอกว่าเกลียดเพื่อน แต่แท้ที่จริงรักเพื่อนมากแต่ที่พูดเพราะเสียใจกับผิดหวังที่เพื่อนเป็นแบบนี้ กำนันคำบอกกับเพื่อนรักว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองฟังแล้วถึงกับร้องไห้ แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดก็ตาม เมื่อถึงโรงพยาบาลก็ส่งคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน นางสายใจพร้อมลูกสาว นางพวง เพลินตา พรนับพัน นางสายใจมาพร้อมถือโทรศัพท์มาด้วย และเล่าเรื่องที่ได้ยินกำนันคำให้บดินทร์ฟัง บดินทร์ขอดูโทรศัพท์เมื่อใส่แบตเตอรี่ลงไปและเปิดเครื่อง เบอร์ของแสนคมที่โทร. ไปก็ปรากฏอยู่แค่นี้บดินทร์ก็รู้แล้ว ยิ่งเห็นข้อความที่ส่งออกอีกผู้ใหญ่สมปองพอรู้ว่าเพื่อนรักเป็นสายให้ทางการก็ร้องไห้โฮ รวมทั้งนางสายใจด้วยที่สามีไม่เคยบอก ปล่อยให้นางด่าอยู่ได้ ดวงใจนั้นร้องไห้มีเพลินตากับพรนับพันช่วยปลอบ หมอออกมาบอกว่าอาการของแสนคมนั้นสาหัสมาก ต้องผ่าตัดด่วนจึงถูกส่งต่อไปยังห้องผ่าตัด ส่วนกำนันคำหมอบอกว่าอาการหนัก เกินเยียวยาเพราะถูกยิงที่ตับ ที่อยู่จนถึงตอนนี้เพราะกำลังใจอย่างเดียวให้ญาติเข้าไปหาได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางสายใจร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นร่างของกำนันคำ โดยกำนันบอกว่าเขาไม่เคยลืมสัจจะไม่เคยทรยศคิดคดแผ่นดิน บอกนางสายใจไม่ให้ร้องไห้เพราะจะทำให้นอนตายตาไม่หลับ และหันไปบอกกับดวงใจว่าต่อไปนี้ห้ามดื้อกับแม่ ต้องดูแลแม่ ซึ่งดวงใจก็รับปากทั้งน้ำตา กำนันคำหันไปหาเพื่อนบอก ฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองด่าตัวเองที่ช่างโง่มีตาหามีแววไม่ แต่ก็รับปากจะทำตามที่กำนันบอกทุกอย่าง กำนันบอกบดินทร์ให้ช่วยฝากลาผู้พันแสนคมด้วย ขอให้รอดปลอดภัย หลักฐานทุกอย่างที่จะเอาผิด เสี่ยเกรียงไกรอยู่ในโทรศัพท์ แล้วก็สิ้นใจตายพร้อมด้วยคำว่าขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ผู้ใหญ่ และ แสนคม แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงต่อไป โดยมีนางพวงอยู่ช่วย ส่วนบดินทร์ พรนับพันและเพลินตาไปที่ห้องผ่าตัดที่ตอนนี้แสนคมอยู่ในนั้น พรนับพันนั้นร้องไห้ โดยมีบดินทร์บอกว่า แสนคมต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน เวลาผ่านไป พลโทพัชระ คุณสราญรัตน์ ก็มาที่โรงพยาบาลพร้อมเพื่อน ๆ ของแสนคม ทุกคนอยู่ในอาการเป็นห่วง พยาบาลออกมาบอกว่า ต้องการเลือดกรุ๊ปบีด่วน ซึ่งในนั้นไม่มีใครมีสักคน มีเพียงคุณสราญรัตน์ที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ที่สามารถให้ได้ สร้างความดีใจให้กับคุณสราญรัตน์มากที่เลือดของแม่จะช่วยชีวิตลูกได้ พรนับพันกับเพลินตากลับมาจากห้องน้ำ พอรู้ว่าแสนคมต้องการเลือดจากบดินทร์ที่ยังพูดไม่ทันจบ พรนับพันก็บอกว่าเลือดกรุ๊ปเดียวกันเอาของเธอได้ แต่บดินทร์บอกว่าคุณสราญรัตน์ให้ไปแล้ว แต่ถึงจะเอาของพรนับพันก็คงไม่ได้ เพราะพรนับพันเพิ่งออกจากโรงพยาบาล พลโทพัชระพูดขอบคุณ และเห็นแหวน ที่นิ้วของพรนับพันก็เดาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนสำคัญของลูกชายแน่นอน แสนคมฟื้นหลังจากนั้น และดีใจที่เห็นหน้าผู้เป็นแม่ เพราะก่อนจะฟื้นเขาบอกว่าเห็นแม่เดินอยู่ข้างหน้า แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหันมามอง เพื่อน ๆ เลยบอกว่าเป็นเพราะพลังความรักของแม่ เลยทำให้แสนคมรอดชีวิต แสนคมถามหากำนันคำพอรู้ว่าตายแล้วก็เสียใจ แล้วก็มองหาพรนับพัน บดินทร์จึงไปตามมาให้ แสนคมบอกว่าเขามาตามสัญญา พรนับพันร้องไห้บอกดีใจที่แสนคมไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของทุกคนเพราะไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน แสนคมบอกกับพ่อแม่ว่าพรนับพันคือผู้หญิงที่เขารักก่อนจะหลับไปอีกครั้งเพื่อน ๆ ของแสนคมตอนแรกก็จำพรนับพันไม่ได้ แต่ไม่นานก็นึกออก คุณสราญรัตน์สัมภาษณ์ พรนับพันว่าเป็นลูกใคร พอบอกชื่อพ่อแม่ก็ตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกคนดังในสังคม คุณสราญรัตน์ เอ็นดูพรนับพันเพราะลูกชายรักใครเธอรักด้วยอยู่แล้ว เพื่อน ๆ ของแสนคมต่างก็เล่าเรื่องคืนนั้น ให้พรนับพันฟัง พรนับพันและเพลินตาขอตัวไปช่วยงานศพของกำนันคำเพราะเห็นว่าทางนี้มีคนอยู่เยอะแล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก งานศพของกำนันคำได้รับพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ ผู้ใหญ่สมปองและนางพวงพร้อมด้วยบดินทร์ พรนับพัน เพลินตา และชาวบ้านล้วนมาช่วยกันด้วยความเต็มใจ ดวงใจกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังพ่อตาย ตาคะยอเอาพืชผักสวนครัวพร้อม ผลไม้มาช่วยงาน สร้างความซาบซึ้งให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย รวมทั้งน้ำใจของพรนับพัน และเพลินตาด้วย ที่ไม่ทิ้งกันเวลามีความทุกข์ เสี่ยเกรียงไกรหนีไปไม่รอดเพราะพลัดตกลงไปในช่องหิน โดยมีไกรภพนั่งร้องไห้มองดู เพราะไม่รู้จะช่วยอะไรเป็นไปตามกรรม เพราะขาข้างนั้นต้องตัดทิ้ง และยังต้องถูกจับเข้าคุกพร้อมหลักฐานต่าง ๆ แต่ความรักลูกเสี่ยเกรียงไกรบอกว่าทุกอย่างตัวเองเป็นคนกระทำทั้งหมด ไกรภพไม่เกี่ยว วันเผากำนันคำ แม่ชีกรแก้วพาไกรภพมาขอขมาศพ โดยออกรับแทนลูกทำให้ทุกคนเห็นความรักของแม่จึงให้อภัย โดยเฉพาะนางสายใจกับดวงใจที่บอกว่าถึงโกรธไปเกลียดไปกำนันคำก็ไม่ฟื้น ไกรภพบอกว่าเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้เขาได้คิดจะขอบวชให้กำนันคำ แสนคมจึงบอกว่าไกรภพมีแม่อันประเสริฐที่สุดแล้วที่ออกรับแทนลูกทั้งที่ไม่เกี่ยว และตามความเป็นจริงคนที่ยิงกำนันคำก็ไม่ใช่ไกรภพ เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านพ้นไปด้วยความโศกเศร้า พรนับพันหลังจากพบกับเหตุการณ์เศร้าสลด ทำให้ คิดได้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ควรใช้ให้คุ้มค่า อย่างที่ดวงใจบอกว่าพรนับพันยังโชคดีที่มีพ่อแม่อยู่ครบให้พูดขอโทษ พูดแสดงความรัก แต่ตัวเองสายไปแล้ว ถ้าแลกทรัพย์สินเงินทองที่มีทั้งหมดกับชีวิตพ่อจะขอเลือกพ่อ เพลินตาก็ช่วยพูดให้พรนับพันได้คิด ทั้งที่จริงแล้วพรนับพันได้คิดด้วยตัวเองแล้ว พรนับพันอาสาเป็นครูสอนชาวบ้านตอนกลางคืน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงต้องการให้ชาวบ้านได้รู้หนังสือ โดยมีตาคะยอ จันดี จันทร์แรม มาเป็นนักเรียนด้วย เพลินตามีฝีมือทางการปักผ้าจนฝีมือนำหน้าครูแทบทุกคน จึงเอาดีทางนี้ ดวงใจก็ไปเรียนทอผ้าและเรียนหนังสือ ต่อให้จบเพื่อความภูมิใจของผู้เป็นแม่ พรนับพันนั้นรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูป จึงเปลี่ยนไปเรียนวาดรูปแทน และภาพที่ตัวเองวาดด้วยความเผลอไผลคือภาพครอบครัวที่เคยวาดตั้งแต่เด็ก ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันเล่าเรื่องให้แสนคมฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสนคมจึงพูดปลอบใจว่า ตอนนี้พรนับพันก็ไม่ใช่คนเดิมแล้วให้เก็บไปคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี นางพวงทำที่ดินของตัวเองให้เป็นแบบของตาคะยอโดยการปลูกกล้วยไข่ ปลูกพริก โดยมีจ่าโชติช่วยด้วย พรนับพันและเพลินตาตามจ่าโชติไปดูบดินทร์ และจ่าทัศน์ฝึกควายแทนแสนคมแล้วต้องหัวเราะ กับความน่ารักของควาย แสนคมบอกว่าปัจจุบันคนหันไปใช้รถไถกันมาก ทำให้ควายถูกมองข้าม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงคำนึงถึงเรื่องนี้ ทรงอยากให้ควายอยู่คู่กับสังคมไทยไปเหมือน เดิม เพราะรถไถสิ้นเปลืองทั้งเงินทั้งน้ำมัน จึงทรงให้มีโรงเรียนควาย ธนาคารควายเกิดขึ้นบดินทร์สวมแหวนญาติของตัวเองให้เพลินตาโดยมีนังทองหยิบ นังทองหยอด จ่าโชติ จ่าทัศน์ เป็นพยานในปลัก ที่กำลังสอนชาวบ้านไถนาร่วมกับควาย มีนักสังคมสงเคราะห์ นำเอาอุปกรณ์การศึกษาพร้อมอุปกรณ์กีฬามามอบให้โรงเรียน รวมทั้งเครื่อง คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์งานมามอบให้ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ที่ว่าคือ บิดามารดา ของพรนับพัน ซึ่งมีคุณปัทมากับปรางวลัยตามมาด้วย ทั้งคู่มามอบให้เป็นการส่วนตัว พรนับพันได้พบกับพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ตัวเองกำลังจะโทร. ไปหาอยู่พอดี สร้างความดีใจจน ต้องร้องไห้ พร้อมกับก้มลงกราบที่เท้าของพ่อแม่พูดขอโทษ ไม่ต่างอะไรกับคุณพรพรรณรายที่ร้องไห้ พร้อมทั้งขอโทษลูกที่ตบหน้า คุณเมธีก็บอกว่าเขาปรับปรุงตัวเองใหม่แล้ว พรนับพันมองหน้าพ่อแม่ ที่เวลานี้ไม่มีรอยเคร่งเครียดเหมือนเก่าให้เห็นก็ดีใจ และถามผู้เป็นแม่เรื่องรูป ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่สนใจแล้ว เพราะรู้ว่าลูกไม่ได้เป็นแบบนั้น มีคนใส่ร้าย ปรางวลัยก็พูดว่าเธอไม่ได้ใส่ร้ายมันเป็นเรื่องจริง แสนคมเลยบอกว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พรนับพันทำท่าจะเข้าไปตบแก้แค้นแต่แสนคมห้ามไว้ สองแม่ลูกจึงพากันหลบออกไปด้วยความอับอาย ท่ามกลางการใจหายใจคว่ำนึกว่าพรนับพันจะทำจริง พ่อแม่ลูกปรับความเข้าใจกันท่ามกลาง ความดีใจของทุกคน ติดตามชมละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2560 รายชื่อนักแสดงน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก มาสุ จรรยางค์ดีกุล รับบท ผู้พันแสนคมฑาริกา อินสุวรรณ์ รับบท พรนับพันดวงตา ตุงคะมณี รับบท ป้าพวงสิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์ รับบท ดวงใจ หรือ ดวงลดากันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข รับบท ไกรภพชลธิชา เที่ยงธรรม รับบท ปรางวลัยสุปราณี เจริญผล รับบท พรพรรณรายดารัณ ฐิตะกวิน รับบท สราญรัตน์

ราศีใดในช่วงนี้ ตั้งแต่กลางเดือน มีดวง เปลี่ยนย้ายงาน สมใจอยาก
งานก้าวหน้า /  ดวง12ราศี / 

ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) การทำงานมีการแข่งขัน แก่งแย่งความดีความชอบ เรื่องพวกนี้ถึงแม้จะเจอบ่อยๆ แต่ก็ทำให้อารมณ์ขึ้นได้ทุกครั้ง ระวังคำพูดจะส่งผลให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งกับผู้บังคับบัญชาให้อ่อนน้อมไว้ก่อนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นคุณจะเสียความไว้ใจได้ กลางเดือนใครที่กำลังมองหางานใหม่ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ งานท่องเที่ยว งานต่างประเทศก้าวหน้า ช่วงนี้คุณเหมาะกับงานที่ไม่จำเจ ถ้าเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย คุณจะรู้สึกกระตือรือร้นและทำได้ดี ปลายเดือนการทำงานได้รับผลดีจากความพยายาม ช่วงนี้มีไอเดียเด็ดๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว กล้าพูดกล้าเสี่ยง คุณจะได้รับการยอมรับ ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) การทำงานช่วงนี้ จะขัดใจกับผู้ใหญ่ ถูกเพ่งเล็ง งานที่ต้องออกข้างนอกบ่อยๆ ดูจะเข้ากับคุณมาก มีความก้าวหน้า การเจรจานัดหมาย เรื่องสำคัญจะประสบความสำเร็จ เคล็ดลับอยู่ที่สถานที่นัดหมาย กลางเดือนงานได้รับข่าวดี ใครที่กำลังมองหางานใหม่ โอกาสมาถึงแล้ว มีดวงว่าจะต้องย้ายงานหรือที่อยู่อาศัย แต่ไม่ต้องห่วง เป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ปลายเดือนงานเป็นที่น่าพอใจ ได้โอกาสทำในสิ่งที่รักและถนัด ทำให้งานก้าวไปได้ดี ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) มีดวงโยกย้ายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทั้งเรื่องบ้านและงาน ช่วงนี้งานจะเหนื่อยมากเป็นพิเศษ จับต้นชนปลายไม่ถูก ที่นัดหมายเอาไว้มักมีการเลื่อนกำหนด แต่จะมีโอกาสดี มีคนยื่นข้อเสนองานเสริมเข้ามาให้ มีดวงได้เปลี่ยนงานใหม่ เพิ่มความก้าวหน้า ต้องหัดเชื่อมั่นในตัวเองและกระตือรือร้น โอกาสทองของคุณมาถึงแล้ว กลางเดือนเตรียมตัวโยกย้ายงาน ระวังความผิดพลาด คาดเดาอะไรไม่เป็นตามนั้น เหนื่อยกับงานและเพื่อนร่วมงาน ปลายเดือนต้องขยัน จะทำให้ตัวเองก้าวหน้า งานรุดหน้า มีผลงานมาแซงคนอื่นได้ แต่ก็ต้องทำใจ เพราะว่าต้องเจอกับเรื่องซุบซิบนินทา ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) เกิดอาการลังเล อยากได้อันนั้นอยากทำอันนี้ แต่สุดท้ายก็เหลือแค่อย่างเดียวที่ต้องเลือก งานต้องขยันมาเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะมีโครงการอยู่ในหัวมากมาย งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดกระฉูด มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ช่วงนี้งานที่ปรึกษาการลงทุน หุ้น จะก้าวหน้า กลางเดือนจะได้รับข่าวดี ใครที่เบื่องานเก่าจะได้เปลี่ยนย้ายงาน บรรยากาศในการทำงานราบรื่น คนที่คุณไม่ชอบหน้าจะไม่มาให้กวนใจ แถมงานที่ทำค้างไว้จะสะสางจนหมด ปลายเดือนโดนคนมาขโมยผลงาน ขออย่าเพิ่งท้อ อย่าใจร้อน เดี๋ยวเรื่องจะดีขึ้น ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) การทำงานมีความคิด มีไอเดียใหม่ๆ ทำให้คุณเองเป็นที่ยอมรับมากขึ้น มีโอกาสในการพบปะสมาคม นำความก้าวหน้า ได้เลื่อนขั้น  เลื่อนตำแหน่ง เผลอๆ ได้งานใหม่ ให้รีบฉวยโอกาสไว้ก่อน กลางเดือนเจองานแปลกใหม่ ต้องใช้ไหวพริบ พยายามโชว์ความสามารถให้เต็มที่ ถ้าใครที่กำลังเบื่องาน  ลองสมัครงานใหม่ดู มีดวงในการเริ่มต้น มีงานเสริมเข้ามาช่วยเพิ่มรายรับ ปลายเดือนการทำงานขยันขันแข็ง เจรจาเป็นเงินเป็นทอง ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) งานรับบทหนักอยู่คนเดียว คงต้องอดทนไปสักระยะ ช่วงนี้พอได้ผู้ช่วยเบาแรงได้หน่อย แต่ตามนิสัยก็ยังต้องตามควบคุมเองอยู่ดี กลางเดือนได้ฤกษ์เปลี่ยนงาน สมัครงานใหม่ช่วงนี้ดวงสดใส หยิบจับอะไรก็ขึ้น แต่ต้องอาศัยคนช่วยเหลือ ทำคนเดียวสำเร็จยาก ปลายเดือนถ้าทำงานเป็นทีมจะมีการแข่งขันกัน ทำให้ขาดความสามัคคี ผลงานด้อยกว่าทีมอื่น ส่วนงานเดี่ยวก็เกี่ยงกันรับผิดชอบ โยนงานกันไปมา รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

10 อันดับ ภูเขาโคตรอันตรายที่สุดในโลก
10 อันดับ /  10 อันดับ ภูเขาโคตรอันตรายที่สุดในโลก / 

ความอันตราย มีมนต์เสน่ห์ของความท้าทาย ชวนหลงไหลให้มนุษย์เราอยากลองไปทดสอบตัวเองเพื่อการเอาชนะ ... เว็บไซต์ Telegraph ได้มีการจัดอันดับ 10 อันดับ ภูเขาอันตราย ที่สุดในโลก พร้อมคร่าชีวิตนักปีนเขาจากทั่วโลกมาแล้วอย่างมากมาย มีที่ใดบ้าง ลองติดตามกัน 10 อันดับ ภูเขาโคตรอันตรายที่สุดในโลก 10. Everest, ประเทศเนปาล ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,844.43 เมตร (29,017 ฟุต) Everest เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยและเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก โดยนับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีนักปีนเขาจบชีวิตลงที่นี่กว่า 200 รายแล้ว รวมทั้งมีไม่น้อยที่พยายามปีนแต่ก็ไปไม่ถึงยอดจนต้องถอดใจ ทุกวันนี้ด้วยความก้าวหน้าทำให้มีผู้พิชิตยอดเขานี้ได้มากขึ้น มันจึงไม่น่ากลัวเหมือนในอดีต อีกทั้งยังคงเป็นความฝันสำหรับนักปีนเขาจากทั่วโลกที่อยากจะเป็น ผู้พิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก 9. The Matterhorn, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์-ประเทศอิตาลี ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,478 เมตร (14,692 ฟุต) The Matterhorn เป็นหนึ่งในยอดเขาที่อันตรายในเทือกเขา Alps เมื่อปี 1857 ได้มีกลุ่มคนริเริ่มอยากลองพิชิตยอดเขานี้ แต่เรื่องก็จบลงอย่างน่าเศร้า เพราะ 4 คนในคณะต้องสังเวยชีวิตที่นี่ และต่อมาก็ยังมีนักปีนเขาจบชีวิตลงอีกเรื่อยๆ ทำให้อัตราการตายสูงเป็นอันดับต้นๆ เพราะด้วยรูปทรงคล้ายปีระมิดทำให้เกิดความชันอย่างน่ากลัว 8. Mount Vinson, ทวีปแอนตาร์กติกา ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,892 เมตร (16,050 ฟุต) Mount Vinson เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอนตาร์กติกา ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1958 และถึงแม้จนถึงปัจจุบันจะมีนักปีนเขาราว 1,400 คน สามารถพิชิตยอดเขานี้ได้สำเร็จแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยทีเดียว เพราะตำแหน่งที่ตั้งของมันซึ่งอยู่ในทวีปที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ น้ำแข็ง และห่างไกล ทำให้มันเป็นหนึ่งในภูเขาที่ยากที่สุดก็ว่าได้ 7. Mount Fitz Roy, ประเทศอาร์เจนตินา ความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,359 เมตร (11,020 ฟุต) Mount Fitz Roy ถึงแม้มันจะไม่ได้สูงเสียดฟ้า ทว่าในแต่ละปีแทบจะไม่มีใครไปถึงยอดเขาได้สำเร็จ หรือบางปีไม่มีเลยด้วยซ้ำ ซึ่งสาเหตุเพราะมันเป็นผาหินแกรนิตสูงชันสุดอันตรายกว่าที่ไหนๆ นั่นเอง 6. Kangchenjunga, ประเทศอินเดีย-ประเทศเนปาล ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,586 เมตร (28,169 ฟุต) Kangchenjunga เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยและสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีช่วยในการปีนเขาที่ทันสมัยและก้าวหน้า แต่อัตราการตายจากการพยายามปีนยอดเขาแห่งนี้ก็ยังคงสูงอยู่เหมือนเดิม โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ต่อ 5 เลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะหิมะถล่มและอากาศเลวร้ายบนเขาที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา 5. Nanga Parbat, ประเทศปากีสถาน ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,126 เมตร (26,660 ฟุต) Nanga Parbat เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยและสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก ด้วยความหฤโหดทำให้นักปีนเขามากมายต่างก็ต้องล้มเหลวและเอาชีวิตมาทิ้งที่ นี่ อีกทั้งยอดเขาแห่งนี้หากเป็นในหน้าหนาว ยังไม่เคยมีใครพิชิตมันได้เลยแม้แต่คนเดียว 4. Mont Blanc, ประเทศฝรั่งเศส-ประเทศอิตาลี ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,810 เมตร (15,781 ฟุต) Mont Blanc เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขา Alps ซึ่งสูงที่สุดในทวีปยุโรป มันขึ้นชื่อในเรื่องทิวทัศน์ที่สวยงามชวนหลงไหลและเหมาะสำหรับการเล่นสกี แต่มันก็เป็นต้นเหตุให้หลายคนต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้คนกล้าที่อยากจะไปเสี่ยงที่ภูเขา นี้น้อยลงเลยสักนิด 3. K2, ประเทศปากีสถาน ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,611 เมตร (28,251 ฟุต) K2 มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองมาจาก Everest และมันมีอัตราการตายมากเป็นอันดับ 2 ของโลกด้วย และ K2 ก็ยังเป็นหนึ่งในยอดเขาที่ไม่เคยมีใครพิชิตมันในหน้าหนาวได้เลย เช่นเดียวกับ Nanga Parbat มันจึงได้ฉายาว่า "Savage Mountain" หรือ ภูเขาแห่งความโหดร้ายทารุณ และแม้บางครั้งจะมีผู้ปีนไปจนถึงยอดเขาได้ แต่ก็ต้องสังเวยชีวิตจากลมพายุหิมะที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงนั่นเอง 2. Annapurna, ประเทศเนปาล ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,091 m (26,545 ฟุต) Annapurna เป็นภูเขาที่มีอัตราการตายมากที่สุดในโลก โดยในจำนวนนักปีนเขาทั้งหมด 157 คน มีถึง 60 คนที่ต้องมาจบที่นี่ หรือสูงถึง 38% ของผู้ท้าทายทั้งหมด ทำให้มันเป็นภูเขาที่ยากแก่การพิชิตแห่งหนึ่งของโลก แต่กระนั้นในปี 1987 มีนักปีนเขาคู่หนึ่งพิชิตมันลงได้ท่ามกลางความหนาวเหน็บในฤดูหนาวได้เป็น ครั้งแรก 1. Eiger, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,970 เมตร (13,025 ฟุต) Eiger ถึงแม้มันจะไม่ได้สูงเสียดฟ้าอย่างใครเขา ทว่ามันก็จัดเป็นยอดเขาที่อันตรายที่สุด โดยตั้งอยู่ในเทือกเขา Alps ถูกค้นพบเมื่อปี 1858 แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถพิชิตยอดมันได้ซักที ถึงแม้จะมีนักปีนเขาพากันไปท้าทายความสูงของมัน แต่ก็ต้องจบชีวิตลงถึง 64 คน และส่วนที่เหลือก็พากันล้มเหลวทั้งหมด ทำให้มันมีฉายาว่า "Mordwand" หรือ "Murder wall" หรือ "กำแพงแห่งความตาย" นั่นเอง จนกระทั่ง วันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1938 หรือ 80 ปีต่อมา จึงมีผู้สามารถพิชิตมันลงได้ในที่สุด ข้อมูลและภาพ : Telegraph / Wiki / Google เรียบเรียงโดย Travel MThai

ย้อนชม! รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว รถประจำทางสายแรกของไทย
ครั้งแรกในประเทศไทย /  ประวัติศาสตร์ไทย / 

ไม่กี่วันมานี้เราคงจะได้เห็นข่าว “โรงแรม ปาร์คนายเลิศ” ที่ได้ประกาศปิดตำนานโรงแรมหรู ที่เปิดมายาวนานกว่า 36 ปี นอกจากโรมแรมที่เป็นตำนานแห่งนี้แล้ว พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือนายเลิศ เศรษฐบุตร ผู้ก่อตั้ง ยังมีกิจการอื่นๆ ที่ริเริ่มนำเข้ามาในเมืองไทยอีกมากมาย อย่าง รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว รถประจำทางสายแรกของไทย คันนี้! ย้อนชม! รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว รถประจำทางสายแรกของไทย พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร เป็นผู้ก่อตั้ง โรงแรม ปาร์คนายเลิศ ซึ่งนอกจากกิจการนี้แล้ว ก็ยังมีกิจการอื่นๆ ที่ริเริ่มนำเข้ามาในเมืองไทยอีกมากมาย เช่น รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว ที่เป็นเป็นรถโดยสารประจำทางสายแรกของไทย ซึ่งเปิดใช้บริการมานานถึง 70 ปี! ตอนเด็กนั้น นายเลิศ มีความสามารถและเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเดินรถ และการขับเรือรับจ้าง อีกทั้งเป็นพ่อค้าขายจักรยานมาก่อน จนพัฒนามาเป็นรถม้า ใช้รับจ้างทั่วไป ซึ่งนายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวรถเอง โดยคิดค่าโดยสารสำหรับรถม้าเดี่ยวชั่วโมงละ 75 สตางค์ รถม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท แต่นายเลิศเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์ จึงคิดเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2453 ลักษณะของ รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว รถประจำทางสายแรกของไทย มีลักษณะเฉพาะคือ ทาสีขาวทั้งคัน มีตราประจำรถเป็นรูปขนมกง ซึ่งนายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวถังรถเมล์ด้วยตัวเอง เขียนแบบด้วยชอล์กบนพื้นปูน ให้ช่างไม้ชาวเซี่ยงไฮ้เป็นผู้ต่อ โดยใช้เครื่องยนต์ที่สั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษประกอบ นายเลิศมีนโยบายในการเดินรถว่า "สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย" เส้นทางการวิ่งของรถเมล์สายแรกของไทย วิ่งจากประตูน้ำไปสี่พระยา เมื่อกิจการเจริญก้าวหน้าจึงขยายออกไปจนเกือบทั่วกรุงเทพมหานคร คนทั่วไปเรียกรถของท่านว่า "รถเมล์ขาว" ตามสีของรถ ต่อมานายเลิศได้ริเริ่มบริการเรือเมล์ที่ชาวบ้านเรียก "เรือขาว" รับส่งผู้โดยสารตามคลองแสนแสบ ผ่านหนองจอก มีนบุรี แล้วมาสุดทางที่ประตูน้ำ เชื่อมโยงกับเส้นทางของรถเมล์ขาว กิจการนี้เป็นที่ประทับใจของคนทั่วไป และสร้างชื่อเสียงให้ท่านมาก กิจการรถเมล์นายเลิศ ดำเนินการมานานถึง 70 ปี ได้รับสัมปทานเดินรถประจำทางในกรุงเทพฯ ถึง 36 สาย มีรถประมาณ 700 คัน มีพนักงาน 3,500 คน นับเป็นบริษัทรถเมล์ที่ใหญ่ที่สุด แต่ได้เลิกกิจการลงในปี พ.ศ. 2520 เมื่อรัฐบาลมีนโยบายรวมกิจการรถเมล์ทุกสายในกรุงเทพมหานครมาอยู่ในความดูแลของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org, ย้อนรอยกรุงเทพฯ. เทพชู ทับทอง. สำนักพิมพ์สุวีริยาสาส์น. กรุงเทพฯ , 2546

ดวงความรัก 12 ราศี ประจำเดือน พฤจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวง12ราศี /  ดวงความรัก / 

ดวงความรัก 12 ราศี ประจำเดือน พฤจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ความรักเป็นพ่อแง่แม่งอน ต้องเดือดร้อนคนอื่นมาช่วยทำให้คืนดีกันอีก ส่วนคนโสดลองลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองดู จะรู้ว่าคุณเองก็มีดีเหมือนกัน กลางเดือนเหงาๆ เบื่อๆ คนรักไม่ค่อยเข้าใจ พูดอะไรไปก็เหมือนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนโสดก็ได้แต่รอแล้วรออีก ที่เข้าตาส่วนใหญ่เขาก็มีคู่กันหมดแล้ว คงแห้งเหี่ยวไปตามระเบียบ สิ้นเดือน ความรักจะมาคู่กับการเดินทาง ท่องเที่ยว คนโสดรู้แล้วเตรียมโปรแกรมเดินทางได้เลย ถ้ามีคู่แล้วช่วงนี้หวานชื่น คนรักน่ารักขึ้นทุกวัน รักกันไม่มีเบื่อ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ความรัก “ไพ่นางเกาสุริยา นางไกยเกษี นางสมุทรเทวี” (ไพ่ราชินีพระจันทร์) แอบรักคนมีเจ้าของ ความสัมพันธ์ซ่อนเร้น ระวังเรื่องของอารมณ์จะทำให้เสียเรื่อง ถ้ามีคู่แล้วมีมือที่สามทำให้ไขว้เขว มีเรื่องผิดใจกัน กลางเดือน ความรักอ่อนไหวง่าย เห็นใครน่ารักเป็นต้องตกหลุมรักไปหมด คนโสดช่วงนี้คงได้สละโสดกันให้วุ่น ถ้ามีคนรักแล้วแฟนคงปวดหัว เสน่ห์แรงมีแต่คนมารุมจีบ สิ้นเดือน ความรักเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์บอกไม่ถูก ถ้ามีปัญหาก็คงเป็นเรื่องเดิมๆแก้ไม่หาย คนโสดมีคนมาสารภาพรัก หัวใจกระชุ่มกระชวย ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ความรักขี้บ่น ขี้โมโห มีเรื่องทะเลาะกันตลอด ถ้าเงียบลงบ้าง บรรยากาศจะดีขึ้น คนโสดคงต้องลุกมาแต่งตัว สังสรรค์กับเพื่อนฝูงให้มากขึ้นจะได้เจออะไรดีๆ กลางเดือน ความรักว้าวุ่นใจ มีแต่เรื่องคิดมาก แต่ถ้ายังโสดอยู่ได้กระดี้กระด้ามีประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เจอคนถูกใจ สิ้นเดือน “ไพ่พิธีสยุมพร”  (ไพ่ The Lover) ทำให้คุณรู้สึกหมกมุ่น คนโสดก็อยากมีคนรัก ส่วนถ้ามีคนรักอยู่แล้ว ก็หลงกันหัวปักหัวปำ เผลอๆมีกิ๊กเพิ่มให้วุ่นวาย ให้ตั้งสติไว้บ้าง เรื่องบางเรื่องมากไปก็ไม่ดี มีความรักให้โลกสวยงาม อย่าทำร้ายใครดีที่สุด ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ความรักหวั่นไหวง่าย ยิ่งช่วงนี้เด็กมายั่วเยอะ อาจเผลอไผลเป็นครั้งคราว  คนโสดได้มีประสบการณ์แปลกใหม่ แต่ไม่ยืดยาว กลางเดือน “ไพ่พระลบ” (ไพ่ เจ้าชายถ้วย) มีรักหวานกระจุ๊กกระจิ๊ก ชวนกันไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด คนโสดสงสัยได้แฟนเด็กกว่าแน่ สิ้นเดือน ความรักมีปากเสียงกันบ่อย ส่วนใหญ่ก็เรื่องเดิมๆ ทีนี้ก็เลยกลายเป็นขุดเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ ปัญหาเลยบานปลาย ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ความรักยิ่งวิ่งหาก็เหมือนจะยิ่งไกลออกไป ช่วงนี้มีแต่เรื่องคาวๆ รักจริงหวังฟัน ประสบการณ์เยอะ แต่อย่าไปจริงจังนัก ถ้ามีคนรักแล้วระวังมือที่สามจะเข้ามาพันจนถอนตัวไม่ขึ้น กลางเดือน ความรักหน้าชื่นตาบาน เสน่ห์แรง บริหารเสน่ห์ได้เรื่อยๆ ช่วงนี้มีกิ๊กเพิ่ม ถ้ายังโสดก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีคนรักแล้วต้องสับรางให้ดี สิ้นเดือน ความรักมีลมพัดหวน รักเก่าๆจะกลับมาหอมหวานอีกครั้ง คนโสดชอบนักแอบรักคนอื่น แต่ก็มีเค้าว่าเขาจะเล่นด้วย พยายามต่อไป ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) “ไพ่จองจำพิเภก” (ไพ่ 8 ดาบ) รู้สึกห่อเหี่ยว คิดหวังอะไรจากคนรักมักต้องผิดหวังกลับมา ช่วงนี้รักคือการให้ ให้เขาแล้วเรามีความสุขเป็นดีที่สุด คนโสดตื่นเต้นมีคนมาสารภาพรัก มีของขวัญ แต่อย่าเหลิงจนลืมความเป็นจริง กลางเดือน ความรักได้เข้าประตูวิวาห์หลังจากที่ดูใจกันมานาน คนมีคู่แล้วรักหวานฉ่ำ คนโสดได้สะดุดรัก เสน่ห์แรง แต่ส่วนใหญ่คนมีอายุมากกว่าจะมาชอบ แต่ก็สร้างความอบอุ่นได้ดีทีเดียว สิ้นเดือน ความรักเริ่มจากความใกล้ชิดก่อตัวเป็นความรัก เพื่อนสนิทมาสารภาพรักให้ประหลาดใจ ส่วนถ้ามีแฟนแล้วสุขสุดๆ ได้ของขวัญถูกใจ แต่ปลายๆระวังความเข้าใจผิดจะทำให้ห่างเหินกัน ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ความรักแอบรักแอบชอบกันอยู่นาน สมควรแก่เวลาในการสารภาพความในใจ โอกาสสมหวังสูง คนโสดหาเรื่องเดินทางบ่อยๆจะได้เจอคนรัก ส่วนถ้ามีอยู่แล้วได้จู๋จี๋กันจนอิ่มใจ กลางเดือน ความรักน้อยใจกันไปน้อยใจกันมา ต่างคนไม่ยอมพูดเปิดใจ ให้ระวังมีลมพัดหวนให้ได้เจอคนรักเก่า คนโสดไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้ามีคู่แล้วเป็นช่วงที่คิดหนัก ต้องตัดสินใจให้ดี สิ้นเดือน ความรักแรกๆ หวานสุดยอด ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ แต่จะต้องมีเหตุให้ต้องไกลกัน เหงาใจคิดมากนิดหน่อย สำหรับคนโสดมีเข้ามาแต่ยังไม่ถูกใจ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ความรักเจอปุ๊บปิ๊งปั๊บ เสน่ห์แรงเข้าตาทั้งเพศเดียวกันเพศตรงข้าม บางครั้งทำให้เขวได้เหมือนกัน ถ้ามีคู่แล้วคนรักเอาใจสุดๆ อยากได้อะไรเป็นต้องขวนขวายมาให้ กลางเดือน ความรักสับสนตัดสินใจไม่ถูก มีคนทำให้เขว อารมณ์แปรปรวน ช่วงนี้เจ้าชู้ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว แต่สุดท้ายต้องมานั่งปวดหัวเพราะเรื่องที่ตัวเองก่อ สิ้นเดือน ความรักคนโสดไม่ต้องกลุ้ม ช่วงนี้มีความรักมาวนเวียนใกล้ๆเสน่ห์แรงไม่เบา ส่วนถ้ามีคนรักแล้วคิดหนัก มีคนมาคอยยั่วให้ไขว้เขว ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ความรักกำลังก้าวหน้า ด้วยความเสน่ห์แรง ช่วงนี้มีคนเข้ามาให้เลือก อาการรักพี่เสียดายน้องจะทำให้ชวด ถ้ามีคนรักแล้ววางแผนเที่ยวกันสบายใจ กลางเดือน ความรักคนโสดกำลังแรง ช่วงนี้ Hot กลายเป็นขวัญใจ ใครๆก็อยากเข้าหา ส่วนที่มีคนรักอยู่ รู้สึกเบื่อๆ คนรักไม่ค่อยรู้ใจเอาเสียเลย สิ้นเดือน ความรักแง่งอนกันตลอด ไม่ค่อยมีเหตุผล ใช้อารมณ์กันเป็นส่วนใหญ่ คนโสดมีสะดุดรัก ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ความรักเจ้าเสน่ห์ มีคนมาห้อมล้อม คนโสดลองเลือกเอาดีๆสักคนจะได้ไม่เหงาใจ ส่วนถ้ามีคนรักแล้วลำบากใจ มีคนทำให้ไขว้เขว กลางเดือน ความรักงอนกันไปงอนกันมา เป็นฝ่ายยอมบ้างจะทำให้รักหวานขึ้น คนโสดมีสะดุดรัก แต่ต้องหาคนช่วย ใจไม่กล้าพอ สิ้นเดือน เจอกันทีไรเป็นไม้เบื่อไม้เมากันทุกที ต้องรู้จักปรับตัวปรับอารมณ์ คนโสดถูกมองว่าไปแย่งแฟนคนอื่น ช่วงนี้รักตัวเองดีที่สุด ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ความรักงอนกันอยู่เรื่อย ช่วงนี้คุณเริ่มจู้จี้ขี้บ่น ทำให้มีเรื่องกันเป็นประจำ ลดๆลงมาบ้างเดี๋ยวจะแก่ไว ส่วนคนโสดช่วงนี้ต้องพึ่งพาเพื่อนฝูงคอยเป็นกำลังในการหาคู่ กลางเดือน ความรักยังวางฟอร์มเหมือนเคย อยากให้ใครรู้ใจก็ต้องเปิดใจให้กว้างด้วยครับ ส่วนคนโสดช่วงนี้มีแต่คนคอยลุ้นคอยเชียร์ มีแววได้สละโสดสูงมาก ถ้าไม่เลือกจนเกินไป สิ้นเดือน ความรักเจ้าชู้ไม่เลือก คนโสดเสน่ห์แรง มีคนเข้ามาจีบ ถ้ามีแฟนแล้วขัดแย้งกันบ่อยเพราะมือที่สาม จะทำอะไรให้คิดถึงใจเขาใจเราจะดีกว่า ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ความรักจิตใจว้าวุ่น รักพี่เสียดายน้อง คนนั้นก็ดี คนนี้ก็ใช่ อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน ส่วนคนโสดมักไปแอบชอบคนมีเจ้าของ เดี๋ยวสุขเดี๋ยวเศร้า กลางเดือน ใครที่แอบรักแอบชอบ จีบใครไว้ ช่วงนี้ความดีที่ทำสะสมมาจะทำให้เขาใจอ่อน คนโสดมีคนเห็นความน่ารัก ถ้ามีคนรักแล้วเข้าอกเข้าใจกันดี อบอุ่น สิ้นเดือน ความรักกระทบกระทั่งไม่มีหยุด พยายามอย่าให้คาใจนาน เรื่องจะบานปลายมีดวงในการแตกหักสูง คนโสดจะได้เจอคู่ต้องออกตระเวน หาเรื่องเดินทางบ่อยๆมีดวงได้ปิ๊ง รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.MThai.com

ปู ไปรยา สตรอง!! เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าให้ โน้ต สถานะสนิทเหมือนเดิม!
โน้ต วิเศษ /  ปู ไปรยา

    สายสตรองค่าาาา นางเอกสาว ปู ไปรยา ดอดมารับงานพรีเซ็นเตอร์ให้กับธุรกิจใหม่ของอดีตแฟนหนุ่ม โน้ต วิเศษ บอกค่าตัวคิดเต็มตามเรท ยันไม่รีเทิร์น แต่ยังสนิทเหมือนเดิม และยังไม่ใจอ่อน บอกฝ่ายชายไม่ต้องง้อเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ตอนนี้ต่างคนต่างทำงานดีแล้ว ซึ่งเธอยังใช้คำว่า “โสด” ได้อยู่... รายละเอียด ดังนี้     “ค่าตัวรับพรีเซ็นเตอร์งานนี้ ไม่ได้ลดให้ค่ะ ราคาก็ประมาณนึงเลย เพราะข้อจำกัดและการทำงานค่อนข้างเยอะ ไม่ได้ลดให้แต่ให้เวลาเพิ่มขึ้นบวกกับการทำงานเต็มที่ให้ค่ะ”    “ตั้งใจเป็นพิเศษสำหรับงานนี้ จริงๆ ทุกงานตั้งใจเท่ากันค่ะ แต่พอเรารู้จักเขาเราก็ตื่นเต้นแทนเพราะเขามีความตั้งใจที่จะทำมาสักพักแล้ว ในวันแถลงข่าวที่ผ่านมานานแล้วปูเคยพูดว่าปูหวังดีกับเขาเสมอ ไม่ว่าจะสถานะอะไรก็หวังดีกับเขา อยากเห็นเขาได้ดี วันนี้เป็นรูปเป็นร่างก็หวังดีกับเขาค่ะ ปูไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยค่ะนอกจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์อย่างเดียว ปูไม่ได้มีส่วนหุ้นเลย เขามีหุ้นของเขาอยู่แล้ว ปูไม่มีงบประมาณขนาดนั้น”    “คนก็ลุ้นให้กลับมาคืนดี ปูชัดเจนในทัศนะคติและสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันตั้งแต่วันที่แถลงข่าว ปูรู้สึกโอเคกับมันและรู้สึกว่าเป็นมืออาชีพ เราก็ต้องทำงานเพราะเรามีความรับผิดชอบ ถ้าถามว่ามีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องไหม จริงๆ โฆษณาตัวนี้ไม่ต่างกับตัวอื่นๆ ยังมีคนกลาง ทีมงานที่คอยผสานให้ก่อนที่จะถึงตัวเราสองคน คนก็จิ้นไปไกล ขอบคุณค่ะ”    “โน้ตบอกว่ายังเห็นเป็นคนในครอบครัวอยู่ มันก็เกือบ 5 ปีนะคะ ปูก็ยังรู้สึกว่าเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และช่วงนี้เขามีโปรเจ็กต์ใหญ่ขนาดนี้เขาก็ควรจะโฟกัสกับสิ่งนั้น ตัวปูเองก็ยังอยากโฟกัสและให้โอกาสเรื่องงานกับตัวเองจริงๆ ยังคงสถานะคำว่าเพื่อนอยู่ ใช่ค่ะ”    “โน้ตก็ง้ออยู่ ปูเคยพูดหลายครั้งว่าเขาไม่ต้องง้อเพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยจริงๆ มันไม่แปลกที่คนเราจะหันมาโฟกัสเพื่อสร้างอนาคตให้กับตัวเอง ตัวปูเองก็มีครอบครัวต้องดูแล ปูเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่อยากมีอะไรเป็นรูปเป็นร่างเป็นของตัวเอง ไม่แปลกที่เราอยากจะโฟกัสงานและให้ความรักเป็นเรื่องหลัง เพราะที่ผ่านมาเราโฟกัสที่ความรักมามากแล้ว”    “สนิทที่สุด ก็ยังสนิทนะ ต้องสนิทสิมันตั้งเกือบ 5 ปีใช่ไหม ยังไม่ได้มีเวลาไปสนิทกับคนอื่น แต่อย่างที่บอกตอนลดสถานะเป็นเพื่อนเรายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กันตลอด สนับสนุนซึ่งกันและกัน และยังปรึกษาในทุกๆ เรื่อง ถูกถามแต่เรื่องโน้ต ไม่เคยเบื่อค่ะ อย่างที่บอกปูอยู่กับปัจจุบันและความจริง มันไม่แปลกที่พี่จะถามเพราะปูก็ยังเจอโน้ตอยู่ ถ้าสถานะเป็นอีกแบบพี่คงไม่ถาม ก็ไม่รำคาญหรือเบื่ออะไรเลยค่ะ ตอบได้ถามมาเลย”    “ใจอ่อน คือคนเรารู้จักกันมาตั้งหลายปี ถ้าจะใจอ่อนใจอ่อนตั้งนานแล้ว ตอนนี้คงไม่มีบทบาทเซอร์ไพร้ส์อะไรมากมายค่ะ คงเหมือนเดิม”    “กัลยาณมิตรที่ดี คือปูว่าเขาเป็นคนดีมากนะ ปูไม่เคยพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับตัวเขา ทุกวันนี้ปูก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าจะไม่พูด เพราะปูรู้สึกว่าควรจะให้โอกาสคนคนนี้นะคะ เขาเป็นคนน่ารัก สำหรับเหตุผลตัวปูมันไม่ได้เกี่ยวกับเรา แต่มันเกี่ยวกับความต้องการของบุคคล ตอนนี้เราก็ค่อนข้างอินกับการทำงานของแต่ละคน แต่ถ้าถามว่าตอนนี้เรายังเจอกันไหม เจอ พูดคุยกันอยู่ และยังสนับสนุนกันเหมือนเดิมค่ะ”    “ทีมสะใภ้เล็กมีลุ้นไหม ปูกับพี่ชมอย่าใช้คำว่าสะใภ้มาเกี่ยวข้องกัน เพราะเราเป็นทีมกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ปูทีมชมมาโดยตลอด คอยสนับสนุนพี่ชม เขาเป็นพี่ที่น่ายกย่องและเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงาน และมีทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิต ก็ขอบคุณคุณโน้ต คุณน็อตที่ทำให้เราได้สนิทกันมากขึ้น และตอนนี้ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมค่ะ”    “ปูเคยพูดเสมอว่าปูจะสร้างภาพให้เจ็ดสิบกว่าล้านคนรักปูมันไม่สำคัญเท่าสามสิบคนรักปูและรู้จักปูจริงๆ ซึ่งก็เหมือนกันกับทัศนคติคนภายนอกไม่สามารถมาเปลี่ยนแปลงความคิดปูได้ มันเรื่องของใจ ชอบหรือไม่ชอบไม่สำคัญ เรารู้อยู่แก่ใจว่าต้องการอะไร ตอนนี้ปูขออยู่กับปัจจุบันแต่อนาคตปูบอกไม่ได้อ่ะว่าจะเป็นยังไง ปูไม่ชอบคาดหวังกับอะไร การคาดหวังมักจะนำพาให้ผิดหวัง ขอทำงาน ดูแลครอบครัว ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุดก่อนค่ะ ยังโสดอยู่ ค่ะ ค่ะ โสด ค่ะ โสด(หัวเราะ)” ปู กล่าว    ด้านไฮโซหนุ่ม โน้ต วิเศษ บอกสาวปูเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของตน สถานะคุยกันตลอดแต่อยากให้โฟกัสที่งาน ปัดเลิกเพราะโปรโมทสินค้า เผยมาทำงานด้วยกันเลยเจอบ่อยขึ้น มีควงดินเนอร์บ้าง ตอนนี้สาวปูยังสนิทที่สุด แจงข่าวกับน้องสาวของ ต๊อด ปิติ เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน อีกฝ่ายก็รู้จัก... รายละเอียด ดังนี้    “เลือกปูเป็นพรีเซนเตอร์ ผมว่าถ้าคนไทยนึกถึงไอดอลที่ดูแลสุขภาพตนเองแน่นอนน่าจะเป็นคุณปู เพราะคุณปูน่าจะใช้ชีวิตได้สมดุลตรงกับสลิมดริ้งค์ของเรา คือการสมดุลควรมสุข แล้วก็คาดหวังด้วยครับ ส่วนเรื่องการลงทุนเราก็ลงทุนให้พอเหมาะกับตลาด อยากให้คนไทยนึกถึงแบรนด์เราแบรนด์แรกเมื่อนึกถึงการดูแลสุขภาพ”    “ค่าตัว คุณปูเขาทำงานให้เราเต็มร้อยเราก็ตอบแทนให้เขาเต็มร้อยเหมือนกัน ค่าตัวก็ตามราคาของเขา และด้วยความสัมพันธ์คุณปูก็ทำให้เราเต็มร้อยเพราะเราก็มีค่าตอบแทนให้เต็มร้อยเหมือนกัน เราทำกันเป็นมืออาชีพเลย เราวางแผนกันมาได้สักพักแล้ว การที่เราเลือกพรีเซนเตอร์เป็นคุณปู เราได้ผ่านการวิจัยมาแล้วหลายขั้น ซึ่งผลการวิจัยก็ชัดเจนว่าสินค้าของเราเหมาะกับใครมากที่สุด ฉะนั้นตรงนี้ไม่ใช่ตัวผมคนเดียวที่ตัดสินใจ”    “คนจับตามองความสัมพันธ์ ก็ปกติดี คุณปูได้บอกทุกคนแล้วถึงความสัมพันธ์ว่าเราอยู่กันประมาณไหน ช่วงนี้เราได้เปลี่ยนการโฟกัสของตัวเอง แต่ก่อนผมว่าเรามีอะไรเราก็จะให้เวลาซึ่งกันและกัน 100 เปอร์เซ็นต์ตอนนี้ผมว่าคุณปูเองเขาก็ยังมีอะไรที่ต้องโฟกัสตรงนั้นเยอะ ตัวผมเองก็มีธุรกิจเครื่องดื่มตัวนี้อยู่ฉะนั้นเวลาที่เรามีให้กันอาจจะน้อยลง”    “สถานะ เรามีอะไรเราก็ปรึกษากันตลอดอยู่แล้วครับ อย่างที่คุณปูเคยบอกแต่แรกอยู่แล้ว พอได้มาทำงานด้วยกันก็มีโอกาสได้เจอกันมากขึ้น แต่ผมว่าช่วงนี้คุณปูบินไปทำงานต่างประเทศค่อนข้างบ่อย ปูให้มาถามเรื่องสถานะ รอถามคุณปูดีกว่าครับ”    “เลิกโปรโมท เราเลิกกันมาเกือบปีแล้ว แต่เราก็ยังสนิทใจกันเหมือนเดิม มีอะไรเราก็ยังคุยกันอยู่ ผมคิดว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาอยากเห็นเขาได้ดีและเราก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว เรารู้จักกันมา 4-5 ปี เรามองถึงวันข้างหน้ามากกว่า รีเทิร์นไหม คือช่วงนี้เราไ้ด้มีโอกาสเจอกันบ่อย เรื่องไปดินเนอร์คงไม่ได้ทุกวันแต่ก็มีไปดินเนอร์กันแน่นอน ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้เจอใคร คุณปูเขาก็อยากจะพาผมไปไหว้พระ”    “ไม่ได้เรียกว่าง้อ คุณปูเองเขาก็ไม่ได้ง้อผม คือเราคุยกันรู้เรื่อง คุยกันใครตอนนี้ ไม่มีครับ ตอนนี้ผมโฟกัสเรื่องงาน เอาอย่างนี้ดีกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งโฟกัสเรื่องความรัก ตัวผมเองก็ไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้เลย ผมเชื่อว่าคุณปูเองก็ไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ได้กั๊กนะครับ ต้องไปถามคุณปูว่าผมกั๊กสถานะรึเปล่า”    “กับน้องต๊อด ปิติ โอโห้ เป็นเพื่อนกันมานานแล้วครับ คุณปูเองเขาก็รู้จัก ผมก็เข้าใจว่าใครที่อยู่ใกล้ผมในตอนนี้ก็คงต้องตกเป็นข่าว ผมก็เกรงใจเพื่อนผู้หญิง อาจจะรู้จักกันมานานแล้ว ต้องขอโทษเขาด้วยที่มาเป็นข่าว แต่ในบรรดาเพื่อนกันเราจะรู้ว่ามันเป็นยังไง”    “สนิทปูที่สุด ก็เป็นคนที่สนิทใจเพราะว่า 4-5 ปีที่ผ่านมามีอะไรเราคุยกันตลอด ผมคิดว่าวันข้างหน้าไม่ว่าจะลงเอยอย่างไร เขาก็เป็นคนในครอบครัวของผม ไม่ว่าอย่างไรผมก็ยังเป็นคนที่หวังดีกับปูมากที่สุด ผมยังเชื่อในตัวเขาอยู่ เรื่องความรักบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งโฟกัสกัน เพราะผมกำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในงานใหม่ๆ ของเขามากกว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาความรักมันนิ่งแล้ว ฉะนั้นถามว่าทุกวันนี้จะมีอะไรก้าวหน้า ผมว่าถ้าเรื่องงานเราดี มันก็จะดีเอง”    “คนลุ้นอยากให้กลับมาดีกัน ก็ขอบคุณที่ลุ้นกันแต่ว่าตอนนี้ลุ้นธุรกิจของผมก่อนดีกว่า กาวใจ ไม่มี เพราะทั้งวันจะคุยแต่เรื่องงานมากกว่า เรารู้จักกันมา 4-5 ปีผมเชื่อว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังจะเป็นคนที่หวังดีกับผมมากที่สุด ผมเองก็เช่นกัน ต่างคนต่างก็อยากเห็นอนาคตของเราสองคนได้ดี ไม่ว่าเราจะคบกันหรือไม่คบกัน ฉะนั้นตอนนี้เราจึงโฟกัสกันที่เรื่องงาน ผมอยากจะคอยดูเขาว่าเขาจะไปถึงไหน” โน้ต กล่าว ปู - โน้ต   ปู - โน้ต   ปู - โน้ต   ปู - โน้ต   ปู - โน้ต   ปู - โน้ต   ปู - โน้ต   ปู - โน้ต  

อึ้ง แม่กานต์ KPN แฉ!! แฟนลูกชาย ทิ้งชุดชั้นในให้ซัก
กานต์ เคพีเอ็น /  แม่กานต์ เคพีเอ็น / 

เพิ่งจะตกเป็นข่าวแชท(ปลอม)แฟนสาวหลุด แฉ! แอบกินกับนางเอกผลไม้ สำหรับนักร้องหนุ่ม กานต์ KPN ซึ่งเคสนี้ทางนางเอกรุ่นพี่ที่ถูกพาดพิงอย่าง แตงโม นิดา ก็ได้ออกมาเคลียร์แล้ว แต่!!! รู้สึกว่า... ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกซะแล้วล่ะจ้ะ เมื่อทางคุณแม่ของกานต์ เคพีเอ็น (กานต์ KPN) ทนไม่ไหว... ออกมาโพสต์แฉ! พฤติกรรมที่ไม่ค่อยจะน่ารักจากแฟนสาวของลูกชาย แบบรัวๆ โดยพาดพิงมา ดังนี้ "สามัญสำนักของคนปกติทั่วไปเวลาเราไปนอนค้างอ้างแรมที่ไหนเป็นประจำ หากไม่ใช่โรงแรม เราต้องเตรียมข้าวของส่วนตัวเช่นผ้าเช็ดตัวและอุปกรณ์อื่นๆ ไปใช้ใช่ไหมคะ ไม่ใช่ไปถือวิสาสะใช้ของแม่ผัว (อุ๊บส์) พูดเป็นสิบๆ ครั้งไม่เคยเข้าใจ แอ๊บสวย แอ๊บเริ่ด แอ๊บอินโนเซ้นต์ แต่สามัญสำนึกเรื่องง่ายๆ ไม่มี ทั้งบอกทั้งสอนให้ก็ไม่ซึมซาบ แถมยุยงสามีให้กระทำสิ่งอกตัญญูกับบุพการี คิดว่ามีอุปกรณ์แม่ให้มาคือ...ศักดิ์สิทธิ์ประจำกายทรงอิทธิฤทธิ์ บอกได้ว่าเหลืออด ถึงจุดแตกหักแล้ว ขอเชิญไปใช้ชีวิตร่วมกันตามสบาย จะได้รู้ว่าชีวิตครอบครัวประกอบด้วยอะไรบ้าง นอกเหนือจากเตียงนอนเพียงอย่างเดียว ขอบอกว่าติ่งไม่ต้องมาด่านะ เด๊วด่ากลับแถมจะประจานด้วยรูปยกทรงกางเกงในที่คุณเธอเคยถอดทิ้งไว้ให้ซัก และอื่นๆอีกมากมายด้วยค่า//รูปในสต๊อกเยอะอยู่นะคะ" "ยกทรงกางเกงในของชะนีเกียรตินิยมเกลื่อนห้อง ผ้าเช็ดตัวใช้เสมือนอยู่โรงแรมชั้น1 กี่ผืนๆให้ไปใช้เสร็จไม่เคยซัก พอหมดมาหยิบของส่วนตัวเราไปใช้ พูดบ่อยๆ เข้า ยุยง "ผู้" ให้ด่าพ่อด่าแม่ คนประเภทนี้เลวพอกัน อยู่กันได้ หวังว่าคงจะเจริญก้าวหน้า มีคนอวยให้งานคนเนรคุณไม่ขาดสายนะคะ ค่อยๆปล่อยออกมาทีละชอทค่ะ ภาพเด็ดท้ายๆมาพร้อมหน้านางชะนีนะคะ" และแน่นอน ขณะนี้ตกเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ไปเรียบร้อย โซเชียลระอุขึ้นมาเลยทีเดียว... ยังไงก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ฝ่ายด้วยจ้าาาาาาขอบคุณ ภาพจากไอจี @karnkpn, @ketwarong กานต์ KPN กานต์ เคพีเอ็น กานต์ KPN กับคุณแม่ กานต์ KPN กับคุณแม่

ราศีใดในช่วงนี้ ดวงการงาน ห่วยแตก เจอปัญหาไม่เว้นวัน
12ราศี /  งานห่วยแตก / 

ราศี มังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) การทำงานยังไม่ได้ดั่งใจ เพื่อนร่วมงานคอยเกี่ยงงานกัน คุณเลยต้องเงียบทีสุดเพื่อที่จะไม่ให้มีปากเสียงกับใคร แต่ถ้าคิดเปลี่ยนงาน ก็พอมีจังหวะในช่วงกลางอยู่บ้าง มีโอกาสลองปรึกษาผู้ใหญ่ดู จะได้คำตอบที่ดี งานที่ไม่อยู่ติดที่ หรืองานที่จ้องเดินทาง งานท่องเที่ยว งานทัวร์ จะก้าวหน้า ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) การทำงานวุ่นวาย โยนความผิดกันไปมา หัวหน้าก็ผีเข้าผีออก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเอาใจไม่ถูก ให้คุณแสดงความตั้งใจทำงานให้เต็มที่จะดีที่สุด ความคิดจะได้รับการยอมรับ มีผลงานที่ดี มีการโยกย้าย เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) การทำงานหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว ช่วงนี้มีงานต้องรับผิดชอบมาก เลยทำให้เครียด ไม่ต้องไปหวังพึ่งพาใคร ปลายเดือนมีโอกาสได้เข้าไปปรึกษาผู้ใหญ่ งานจะผิดพลาดบ่อย ต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นช่วงขาลง อย่าไปคาดหวังอะไรมาก ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) การทำงานรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของเพื่อนร่วมงาน และหัวหน้างานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีการถกเถียงอยู่บ้าง ถึงแม้ไม่ใช่นิสัยของคุณ แต่ช่วงนี้หงุดหงิดใจง่ายมาก การทำงานรับเละ มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง มีคนมาปรึกษามากจนทำให้งานของคุณล่าช้า ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) การทำงานอึดอัด ต้องรับภาระหลายอย่าง จะแบ่งให้ใครก็ไม่ได้ แถมเจอหัวหน้าไม่เข้าใจ ทำให้เบื่อ อยากเปลี่ยนงาน แต่ไม่ต้องเครียดนาน พอมีโอกาสได้แสดงศักยภาพ ที่สำคัญทำให้เต็มที่ งานช่วงนี้หนักเอาการ แต่ก็ต้องสะสางให้เรียบร้อย จะได้ไม่ถูกตำหนิ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

บอกละเอียดยิบ! ดวงการงาน 12 ราศี เดือนพฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน 12 ราศี ประจำเดือน พฤศจิกายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ดวงไม่ค่อยรุ่งทำอะไรเป็นมีคนคอยจ้องจับผิดตลอด  คนรอบข้างนำปัญหาร้อนใจมาให้ พยายามอย่าไปรับปากใครสุ่มสี่สุ่มห้าจะต้องมาเดือดร้อนเสียเอง การทำงานถ้าทำเป็นทีมเข้าขากันไม่ได้เลย ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ช่วงนี้ระวังคำพูดสักนิด เกิดพูดผิดพลาดไปจะผิดใจกันเปล่าๆ “ไพ่พิเภก” (ไพ่ The Magician) หัวสมองปลอดโปร่ง มีงานเสริม เจรจาขอความช่วยเหลือสำเร็จทุกราย กลางเดือน ทำงานอึดอัด ต้องทำในงานที่คุณไม่ถนัดและไม่สามารถปฏิเสธได้ ยิ่งมีทั้งเสือสิงห์กระทิงแรดคอยจับตาดู คู่แข่งคุณก็ไม่พลาด จ้องเล่นงานตลอด ขยับตัวไม่ค่อยถนัด สิ้นเดือน รอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน ช่วงกลางมีการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงาน การทำงานก้าวหน้า แต่เวลานี้ห้ามอยู่เฉย ต้องลุกขึ้นมาแสดงความสามารถ มีความคิดเห็นอะไรพูดออกไปได้เลย ดวงผู้ใหญ่สนับสนุนอยู่แล้ว งานด้านเจรจา งานต่างประเทศเป็นไปตามเป้าหมาย คุณที่อยากเปลี่ยนอยากย้ายมีโอกาสเหมาะ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) เริ่มคิดแผนการอันชั่วร้าย มีอะไรหลายอย่างอยู่ในหัว ทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องมีนอกมีใน การทำงานขึ้นๆลงๆ เป็นเวลาที่คุณต้องรีบฉวยโอกาส อยากทำอะไรให้รีบลงมือทันที เพราะถ้าเลยช่วงนี้ไปแล้วจะไม่มีโอกาสดีสำหรับคุณ หนักไปในเรื่องความขัดแย้ง การถกเถียง งานหนักเอาการ กลางเดือน ความเจ้าเล่ห์เพทุบายเริ่มเข้ามาอีกครั้ง คุณมีไหวพริบเป็นเยี่ยมทำให้ใครต่อใครทำงานให้คุณตามแผนที่วางไว้ การทำงานแคล่วคล่องว่องไว ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ คุณเองก็เริ่มเปล่งรัศมี ตำแหน่งหน้าที่การงานก้าวหน้า แต่เหนื่อยหน่อย มีการแข่งขันพิสูจน์ความสามารถ ถ้าทำอย่างเต็มที่ไม่แพ้ใครแน่นอน ปลายเดือน คนใกล้ชิดเริ่มเข้ามาก้าวก่ายชีวิตประจำวันคุณมากขึ้น คอยบอกคอยกำกับทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ฟังไว้ก็ไม่เสียหาย การทำงานให้รีบขยันขันแข็งจะมีผู้ใหญ่เห็นความดี ทำธุรกิจกับครอบครัวก้าวหน้า รู้สึกกังวลได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด อยากเปลี่ยนอยากย้าย สิ่งแวดล้อมปลอดโปร่งแมวไม่อยู่หนูร่าเริง ทำงานได้อย่างสบายใจ ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) เจอแต่เรื่องน่าปวดหัว ช่วงนี้คุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่ ขี้หงุดหงิดง่าย ทั้งดื้อทั้งแรง ทำให้เรื่องงานขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาบ่อย ต้องคุมตัวเองบ้าง ความคิดของคุณมาถูกทางแล้ว เพียงแต่รอโอกาสที่จะพูด ให้เหตุผล ผู้บังคับบัญชาถึงจะคล้องตาม แต่ถ้าใจร้อนใช้อารมณ์คงจะหมดโอกาส มีดวงในการเปลี่ยนงาน การทำงานขยับขยาย กลางเดือน เกิดอาการเหม่อลอยบ่อย “ไพ่ฝ่าพงไพร” (ไพ่ 9 ถ้วย) นั่งคิดทบทวนเรื่องเก่าๆ จมอยู่กับความผิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อะไรที่รู้ว่าแก้ไขไม่ได้แล้วควรปล่อยไปซะ คุณมีโอกาสดีๆมารออยู่ การทำงานอารมณ์เสียเพราะคอยเกี่ยงงาน คุณเองไม่ชอบเอาเปรียบใคร และไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบเลยยอมไม่ค่อยได้ มีปากมีเสียงกับเพื่อนร่วมงาน เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่เข้าข้าง สิ้นเดือน การทำงานมีความริเริ่ม โดดเด่น เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ช่วงนี้คิดอะไรได้ให้รีบเสนอ คุณมักนำสิ่งใหม่ๆมาให้ที่ทำงานเสมอ ช่วงปลายได้เพื่อนดีคอยสนับสนุน เป็นแรงผลักดันให้ก้าวหน้า ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ช่วงนี้อารมณ์ปรวนแปรเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าใกล้ มีเหตุให้ต้องหงุดหงิดอยู่บ่อยๆจากผู้อื่น “ไพ่พิเภกถูกเนรเทศ” (ไพ่ 2 เหรียญ) การทำงานไม่แน่ไม่นอน ต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชาด้วย พยายามทำตัวตามน้ำ อย่าไปฝืน มิฉะนั้นเกิดความขัดแย้งแน่ ช่วงนี้อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่นมากจะเดือดร้อนเอง มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน  กลางเดือน การทำงานก้าวหน้าสุดๆ มีโอกาสได้เปลี่ยนงาน หยิบจับงานใหม่ เป็นงานที่คุณชอบและถนัด ผลงานจึงออกมาดี ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ จะเหมาะมาก ปลายๆไอเดียกระฉูด บริวารและคนรอบข้างให้การสนับสนุนเต็มที่ สิ้นเดือน “ไพ่พระนารายณ์” (ไพ่ ราชาคทา) ความกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม ช่วงนี้อยู่นิ่งไม่ค่อยได้ หานั่นทำนี่ตลอด แต่อยากจะเตือนไว้สักนิด ให้ใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์ เพราะช่วงนี้คุณเริ่มใจร้อนทำให้แผนที่วางไว้เสียได้ การทำงานมีโอกาสเหมาะในการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ระวังจะเจอเรื่องน่าเบื่อ หงุดหงิดอารมณ์เสียกับคนใน เจรจาปรึกษามีแต่ความขัดแย้ง ต้องใจเย็นๆแล้วปัญหาจะคลี่คลายได้เอง ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) อารมณ์ขึ้นลง ช่วงนี้เป็นทั้งนางฟ้าและซาตานในเวลาเดียวกัน ใครอย่ามาแหย่ให้ฉุนทีเดียว ยากในการห้ามปาม การทำงานรู้สึกเหมือนสิ่งที่ทำมันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ก็คงถึงเวลาที่ต้องแสวงหากันใหม่ ช่วงนี้ใกล้ชิดใครความคิดมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามคนๆนั้นได้ง่ายต้องระวังด้วย กลางเดือน เริ่มออกลาย ความเจ้าเล่ห์เพทุบายไม่แพ้ใครเลย ช่วงนี้แผนการที่วางไว้สำเร็จได้โดยง่าย มีความสามารถพิเศษทำอะไรหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน การทำงานแม้จะวุ่นวาย มีงานหลายอย่าง แต่คุณก็ไม่หวั่น เมื่อนึกถึงเงินเข้ามา งานก็เดินได้อย่างมีพละกำลัง การที่จะสำเร็จได้คงต้องอ่อนน้อมรู้จักพูด รู้จักเข้าหาผู้ใหญ่ ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม สิ้นเดือน “ไพ่ค่อมกุจจียุยง” (ไพ่ 6 ถ้วย) มักมีโอกาสได้เจอะเจอเพื่อนเก่า คนคุ้นเคยเก่าๆ ทำให้ได้เฮฮา ระลึกถึงความหลังอีกครั้ง ช่วงนี้เรื่องบางเรื่องที่คาใจจะได้ปลดปล่อย การทำงานวุ่นวายมีการปรับเปลี่ยนที่ทางบ้าง แต่ไม่เป็นปัญหา ช่วงนี้ให้คิดดีทำดีแล้วคุณจะได้ผลตอบแทนที่ดี จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ รักษาโอกาสของตัวเองให้ดี ให้ระวังอึดอัดน้ำท่วมปากต้องรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่ถนัด ไม่สามารถปฏิเสธได้ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) “ไพ่จองจำพิเภก” (ไพ่ 8 ดาบ) รู้สึกห่อเหี่ยว คิดหวังอะไรจากคนรักมักต้องผิดหวังกลับมา ช่วงนี้รักคือการให้ ให้เขาแล้วเรามีความสุขเป็นดีที่สุด คนโสดตื่นเต้นมีคนมาสารภาพรัก มีของขวัญ แต่อย่าเหลิงจนลืมความเป็นจริง  การทำงานเจอแต่เพื่อนร่วมงานที่เห็นแก่ตัว งานไม่เดิน คุณเองเบื่อสภาพนี้เต็มที แต่ก็ยังไม่มีโอกาสดีๆในการปรับเปลี่ยน มีคนชักชวนลงทุนหรือทำอะไรใหม่ๆคิดให้ดีก่อน อาจต้องเสียใจภายหลัง กลางเดือน การทำงานแคล่วคล่องว่องไว เก่งทุกเรื่อง แถมได้แสดงฝีมือในสิ่งที่คุณถนัด ใครๆก็ต้องยอมรับ ผู้บังคับบัญชาต้องมาพึ่งพา งานก้าวหน้าไปอีกขั้น แต่จะมีปัญหาจากคู่แข่งบ้าง อย่าไปหัวเสียจะทำให้คู่แข่งได้ใจ ยังไงคุณมีภาษีดีกว่าอยู่แล้ว ปลายเดือน การทำงานกระตือรือร้น มีโอกาสได้หยิบจับงานใหม่ ใครที่อยากลงทุนกิจการของตัวเองประสบความสำเร็จ แต่เกี่ยวกับบริวาร เพื่อนร่วมงานยังทำให้หงุดหงิดอยู่บ้าง ทำอะไรด้วยตัวเองได้ก็ทำไปก่อน หวังพึ่งพาใครลำบาก มีแต่คนไม่อยากช่วย ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไม่มีอะไรหวือหวา แต่ก็น่าประทับใจ ช่วงนี้คุณได้ทำตามฝัน มีดวงเดินทางไกล  การงานก้าวไปอย่างช้าๆแต่มั่นคง คุณได้รับการหยิบยื่นโอกาสดี ให้รีบตัดสินใจรับไว้จะนำความก้าวหน้ามาให้ การปรับเปลี่ยน โยกย้ายไม่น่าเป็นห่วงทำให้คุณก้าวหน้ากว่าเก่า ช่วงนี้งานที่ต้องใช้สมอง ใช้ความคิด ได้ไอเดียดีๆ มีชื่อเสียง กลางเดือน ทำงานไม่ได้ดังใจสักเรื่อง ที่คิดไว้มีอันต้องล้มเลิก ผิดหวัง ทำใจให้เย็นลงอีกนิด อ่อนน้อมขึ้นมาอีกหน่อย แค่นี้คุณก็ได้รับความนิยมเหมือนเดิม ช่วงนี้เข้าหา เจรจากับผู้ใหญ่ประสบความสำเร็จ ได้เพื่อนดี ครอบครัวดี คอยหนุน ปลายเดือน “ไพ่พระฤษีชนก” (ไพ่ Hermit) มีเดินทางไกล เปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่ที่ทำงาน แต่เป็นในทางที่ดีขึ้น การทำงานเป็นช่วงเวลาของการแสวงหา อยากทำอะไรใหม่ๆ ช่วงนี้มีโอกาสได้หยิบจับสิ่งใหม่ๆสมใจ แต่ออกจะโดดเดี่ยวต้องช่วยเหลือตัวเอง  กล้าคิดกล้าทำจะเกิดความสำเร็จ คุณที่คิดเปลี่ยนงานให้รีบส่งใบสมัคร ได้ลุ้นงานใหม่แน่นอน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ดวงการงาน ต้นเดือน ผู้ใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับคุณมากขึ้นทั้งเรื่องงาน ที่บ้าน แต่อย่าพึ่งร้อนใจ เพราะช่วงนี้คุณมีดวงอุปถัมภ์ ที่ผู้ใหญ่เข้ามาจะทำให้ชีวิตดีขึ้น การงานช่วงต้นๆจะยุ่ง วุ่นกับการปรับเปลี่ยน งานเอกสารแก้ไข แต่พอสะสางเสร็จแล้วงานจะก้าวหน้าขึ้น ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ได้รับโอกาสดีกว่าคนอื่น เหมาะกับการลงทุน ขวนขวายทำสิ่งที่ฝัน “ไพ่พระลบ” (ไพ่ ราชาถ้วย) เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีคนมาขอความช่วยเหลือ ขอคำปรึกษา เรื่องคนอื่นต้องยกนิ้วให้คุณเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องตัวเองเหมือนเส้นผมบังภูเขา คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก การงานลุ่มลึกมาแรงแซงโค้ง ตอนนี้คะแนนนำโด่ง ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจให้เป็นมือขวา แต่อย่าเพิ่งออกฤทธิ์ ทำอะไรอย่าข้ามหน้าข้ามตา มีดวงศัตรูคอยอาฆาตจ้องเล่นงานอยู่ ปลายเดือน เจอเรื่องเครียดๆรายล้อม ทั้งปัญหาเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว พลอยทำให้สุขภาพแย่ไปด้วย “ไพ่วิตกนางสีดา” (ไพ่ 9 ดาบ) การงานอึดอัดใจ มีคนขอให้ช่วยจนรู้สึกไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว จะปฏิเสธก็น้ำท่วมปาก คุณดันเก่งทุกเรื่องเลยต้องมานั่งแก้ปัญหาให้คนนั้นคนนี้ ช่วงปลายถึงจะมีที่พึ่งบ้าง ได้เพื่อนคู่คิด มีคนมาแบ่งเบาภาระ แต่ก็ต้องตามติดเพื่อให้เรียบร้อย ถ้ามัวแต่นั่งกระดิกเท้ามีหวังถูกหมั่นไส้ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) “ไพ่หนุมานถวายคันศร” (ไพ่ 8 คทา) มีเหตุให้ต้องไปนั่นมานี่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานจะสำเร็จด้วยดี ช่วงนี้บรรยากาศในการทำงานแจ่มใส คิดหวังทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จ งานท่องเที่ยว ทัวร์ งานต่างประเทศกำลังพุ่งแรง แต่ปลายๆยังต้องระวังตัวบ้าง จะมีปัญหากับผู้ใหญ่ คู่แข่งที่ไม่ประสงค์ดี ถ้ามัวแต่ชักช้าลังเลจะถูกคนอื่นแซงหน้าได้ กลางเดือน การทำงานมีการโยกย้าย ปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ถ้ากำลังมองหางานใหม่ก็มีจังหวะที่ดี พยายามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการให้เจอ และมุ่งไปที่สิ่งนั้นจะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม สิ้นเดือน ช่วงนี้ดีเป็นเรื่องๆ “ไพ่พระลักษมี” (ไพ่ ราชินีคทา) งานดี โดดเด่น ยิ่งงานที่ต้องพบปะ ติดต่อ คุณทำได้ดีเป็นที่พอใจของผู้บังคับบัญชา แต่เจ้านายช่วงนี้ก็ขึ้นๆลงๆ ทำให้คุณเริ่มหงุดหงิด ต้องพยายามเข้าหาให้ถูกจังหวะ ไม่เช่นนั้นก็คงไม่รอดเหมือนกัน สิ่งที่คิดที่หวังเริ่มใกล้ความเป็นจริง มีโอกาสได้พบเจอคนมีชื่อเสียง มีคำแนะนำดีๆที่ได้ไป ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มาแบบม้ามืด แซงหน้าทุกเรื่อง เก่งทุกทาง ช่วงนี้โอกาสเข้ามาทำให้คุณได้เริ่มต้น ได้สร้างฝันหลายๆอย่าง การทำงานคล่องแคล่ว เรียนรู้ไว ได้รับการหยิบยื่นโอกาส เรียกว่าเป็นช่วงทองของคุณทีเดียว ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ วางแผน จะมีผลงานได้รับการยอมรับ งานก้าวหน้า มีทางเลือกให้กับตัวเองมากขึ้น กลางเดือน ยับยั้งชั่งใจไม่ค่อยได้ มีปัญหากับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย พอจะอารมณ์ดีขึ้น เพราะได้ข่าวดีเรื่องงาน การทำงานถ้าเป็นงานที่พึ่งตัวเองเป็นหลัก มีผลงานเป็นที่พอใจ แต่ก็ต้องลดทิฐิความดื้อลงบ้าง บางครั้งอาจไม่ได้รับการยอมรับเต็มร้อยจากผู้ใหญ่ ส่วนถ้าต้องทำงานเป็นทีม เตรียมใจรับกับเรื่องวุ่นวายได้เลย คุณเข้ากับใครไม่ค่อยได้ สิ้นเดือน มีดวงเดินทางไกล แต่ต้องพบปัญหาติดขัดตลอด “ไพ่นางสีดาลุยไฟ” (ไพ่ อัศวินคทา) ความขัดแย้งมาแรง ไม่ว่าจะทำอะไรมักมีคนขวาง ช่วงนี้ให้ช้าๆไว้ก่อน การทำงานเจอคนคอยจับผิด ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ช่วงนี้พยายามเข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตามไปก่อน เพราะถ้ามีปัญหาขึ้นมา สิ่งที่คาดหวัง ความก้าวหน้าต่างๆจะถูกบั่นทอน ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนอยากย้ายคงต้องอดทนทำไปก่อน ยังไม่มีจังหวะ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม)  “ไพ่รถศึก” (ไพ่ The Chariot) ชีพจรลงเท้า ดวงเดินทางเด่นมาก ถึงแม้ไม่อยากเดินทางไปไหน ก็ต้องมีเหตุการณ์ให้ต้องไปต้องโยกย้าย เดินทางจนได้ การทำงานหยิบนั่นจับนี่ให้วุ่น ชอบทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียว ทั้งงานหลักงานเสริม แต่สุดท้ายก็เคลียร์ได้สำเร็จ ช่วงนี้มีเหตุให้วางมวยกับเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา เตือนไว้ก่อนอย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงดีกว่า งานจะได้ก้าวหน้า กลางเดือน ช่วงนี้สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเรื่องคำพูด มักจะโผงผางตรงจนเกิดเรื่อง “ไพ่พระอิศวร”(ไพ่ ราชาดาบ) งานไม่เดินเพราะมัวแต่ตั้งแง่ วางชั้นเชิงกับผู้บังคับบัญชา มีเหตุถูกตำหนิเรื่องงานที่รับผิดชอบ มีดวงในการเปลี่ยน หรือย้ายงาน ถ้ากำลังเบื่อให้รีบส่งใบสมัครไปให้ทั่วจะมีข่าวดี สิ้นเดือน ใจร้อน ไม่ฟังใครจนเป็นเหตุให้เกิดความผิดใจกันตามมา ช่วงนี้มีเรื่องขัดแย้งกับคนใกล้ตัวบ่อยมาก ให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์จะดีกว่า การทำงานโดนเพิ่มความรับผิดชอบ แต่เงินเดือนเท่าเดิม ทำให้อารมณ์เดือดอยู่เหมือนกันแต่ทำอะไรมากไม่ได้  ช่วงนี้พอมีโอกาสสำหรับงานเสริม การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ แต่ยังไงก็ต้องไม่ข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ด้วย ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) “ไพ่พาลีได้ชัย” (ไพ่ Strength) หลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาวนเวียนในหัว ต้องใช้เหตุผลในการตรึกตรองตัดสินใจ ช่วงนี้ต้องพยายามข่มอารมณ์ เมื่อไรใจร้อนหงุดหงิดจะเกิดเรื่องเดือดร้อน การทำงานไม่แน่ไม่นอนขึ้นอยู่กับอารมณ์ผู้บังคับบัญชา ตัวคุณเองก็แสนดื้อ ยอมใครเป็นเสียเมื่อไหร่ ช่วงนี้ต้องนอบน้อม เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตามถึงจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ กลางเดือน เพื่อนล้นปรี่ ใครๆก็ต่างมารุมล้อม มีที่ปรึกษา มีคนคอยช่วยเหลือ คิดอยากทำอะไรก็เป็นเรื่องง่าย การทำงานเริ่มมีความคิดอยากลงทุน อยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ช่วงนี้พอทำได้ แต่ให้ทำกับเพื่อนสนิทหรือครอบครัวมีความก้าวหน้ามากกว่าทำเองคนเดียว มีโอกาสดีในการเปลี่ยนงานย้ายงาน ให้รีบส่งใบสมัคร กับเพื่อนฝูงที่ทำงานคอยช่วยเหลือดีไม่มีปัญหา สิ้นเดือน “ไพ่ขันธกุมาร” (ไพ่ เจ้าชายดาบ) มีเรื่องคิดจุกจิกร้อยแปด คนรอบข้างมักทำให้เสียความรู้สึก การทำงานมีแต่การเกี่ยงงาน โยนความผิดจนมีความรู้สึกเบื่อ งานก็ยุ่งอยู่แล้วยังต้องมาเบื่อเรื่องคนอีก พวกงานตัวเลข เอกสารต้องระวังให้มาก มีเปอร์เซ็นต์จะทำผิดพลาดถูกตำหนิสูง มีเรื่องขัดแย้งในที่ทำงาน อาจบานปลายเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวพันหัวหน้างาน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.MThai.com

5 อานิสงส์จากการ ถวายระฆังวัด...ชีวิตดีชื่อเสียงโด่งดัง
ความเชือ /  ถวายระฆังวัด / 

เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าทำไมเวลาที่ไปวัดทำบุญ จะต้องเดินไปตีระฆังที่อยู่ข้างโบสถ์อยู่เป็นประจำ บางวัดมีระฆังมากหลายสิบอัน เดินต่อแถวเคาะระฆังกันจนเสียงดังระงมไปทั่วทั้งวันเลยทีเดียวค่ะ นั่นเพราะมีความเชื่อกันว่าจะได้กลับมาสร้างบุญกุศลที่วัดอีกครั้ง และนอกจากนี้แล้ว ยังเชื่อกันอีกว่าเป็นการบอกให้เทวดา เจ้าที่เจ้าทาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้รับทราบเพื่ออนุโมทนาต่อบุญกุศลที่ท่านได้มาทำบุญในครั้งนี้ อานิสงส์จากการตีระฆังและ ถวายระฆังวัด !! 1. เป็นคนมีชื่อเสียงในด้านดี เป็นที่รู้จักของคนในสังคม ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรก็มักได้รับความน่าเชื่อถือ 2. เป็นที่รักของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน คนรัก เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายที่ทำงาน ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร ก็มักจะมีคนคอยให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จอยู่ร่ำไป 3. ได้เกิดมาในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ครบถ้วน 32 ประการในชาติหน้า ไม่เป็นคนพิการ ตัวเตี้ย หรือไม่สมส่วน ให้ต้องได้รับความอับอาย และต้องเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจากร่างกายไม่เอื้ออำนวย 4. มีเสียงพูด เสียงร้องเพลงที่ไพเราะน่าฟัง ใครที่ได้ยินเสียงจะต้องรู้สึกเคลิบเคลิ้ม หากทำงานเกี่ยวข้องการกับการใช้เสียง เช่นเป็นนักร้อง พิธีกร หรือฝ่ายขายที่ต้องติดต่อพูดจากกับลูกค้า จะก้าวหน้าเป็นพิเศษ 5. มีความจำเป็นเลิศ อายุยืนยาว ไม่ค่อยเจ็บป่วยให้ต้องรำคาญใจ บุญกุศลส่งผลให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ไม่มีเรื่องเครียดให้ต้องกังวลใจ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai.com

ศิลปิน-ดาราโพสต์ พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22
เอมี่ กลิ่นประทุม /  ใหม่ ดาวิกา / 

    เหล่าศิลปินดาราต่างพากันโพสต์ พระราชดำรัส พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ สุพรรณหงส์ทองคำ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2522 “…ศิลปิน มีหน้าที่ที่จะดูว่ามีความรู้สึก อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและแสดงออก มาในทางของตน ดังนั้นศิลปินทุกฝ่าย จึงมีหน้าที่ที่จะตั้งจิตเจตนาที่บริสุทธิ์ เจตนาที่ดีผลที่ออกมาก็ดีเป็นผลที่ สร้างสรรค์เป็นผลที่ทำให้โลกเรามีความเจริญ ก้าวหน้าโดยแท้จริง...” ขอขอบคุณภาพจากอินสตาแกรมของศิลปินและดาราทุกๆ ท่าน พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22  

เช็คดวงกันรัวๆ สิ้นเดือนนี้ ดวงการงาน จะดีหรือจะร้าย อ.คฑา มีคำทำนายมาฝาก
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) สิ้นเดือน ไม่ค่อยได้อยู่นิ่ง “ไพ่รถศึก” (ไพ่ The Chariot) ต้องเดินทางหรือมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่ ช่วงนี้ค่อนข้างวุ่นวายทุกๆเรื่อง การทำงานมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ เปลี่ยนที่ทำงาน ช่วงนี้คุณต้องตั้งตัวให้ดี มีเรื่องต้องตัดสินใจมากขึ้น ถ้าใช้อารมณ์ผลที่ได้คงจะแย่กว่าเดิม งานเอกสารและตัวเลขผิดพลาดเป็นประจำ ช่วงนี้จะเสนองานอะไรต้องรอบคอบไว้ก่อน มีสิทธิ์จะถูกตอกกลับได้ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) สิ้นเดือน จะได้รับข่าวดีจากคนใกล้ชิด ทำให้มีกำลังใจในการทำงาน งานจึงออกมาดี ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ คุณที่คิดเปลี่ยนงานได้โอกาสเหมาะ งานที่ต้องเดินทางบ่อยจะทำให้คุณกระตือรือร้น ระวังคำพูด จะมีคู่แข่ง หรือคนที่คิดร้ายคอยใส่ร้ายคุณอยู่ ความใจร้อนจะทำให้เรื่องใหญ่โต ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) สิ้นเดือน การทำงานได้รับผลดีจากความพยายาม ช่วงนี้มีไอเดียเด็ดๆอย่าเก็บไว้คนเดียว กล้าพูดกล้าเสี่ยง คุณจะได้รับการยอมรับ คุณอาจอึดอัดใจบ้าง ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่ชอบมาพากล แต่ก็เอาตัวรอดได้ด้วยความลื่นไหล ช่วงนี้เหมาะในการนัดเจรจาตกลงเรื่องสำคัญ ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) สิ้นเดือน การทำงานทำคนเดียวเหนื่อยแย่ แถมเวลาล้มก็เจ็บเองคนเดียวด้วย ให้พยายามหาพรรคพวก “ไพ่พระรามครองเมือง” (ไพ่ The Emperor) ดวงผู้ใหญ่ส่งเสริม มีปัญหา หรืออยากได้คำปรึกษาดีๆให้นึกถึงผู้รู้ ผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนจะช่วยได้ ช่วงกลางมีการเดินทาง หรือมีแววในการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) สิ้นเดือน ความรอบคอบเป็นสิ่งที่ดี แต่รู้สึกว่าช่วงนี้จะทำให้คุณคิดมากจนเกินไป การทำงานไม่ค่อยคืบหน้าอย่างที่อยากจะให้เป็น แต่ก็นับว่าไปได้เรื่อยๆมีความมั่นคง คงต้องรอเวลาสักหน่อย โอกาสดีๆจะเข้ามาเอง ถ้ากำลังคิดอยากเปลี่ยน อยากย้ายตอนนี้ยังไม่มีจังหวะ ดูสถานการณ์อีกสักระยะ ระวังทำงานผิดพลาดถูกตำหนิ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) สิ้นเดือน การทำงานราบรื่น มีข่าวดี ถ้ากำลังอยากเปลี่ยนอยากย้ายอยู่แล้วจะได้โอกาสเหมาะ งานท่องเที่ยว เจรจาก้าวหน้าสุดๆ ช่วงนี้หยิบจับอะไรก็เข้าตาผู้ใหญ่ให้เร่งรีบทำผลงาน มีงานเสริมน่าสนใจ ลองทำดูไม่เสียหาย มิตรภาพที่ทำงานเหลือเฟือได้กินเที่ยวกระชับความสัมพันธ์ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) สิ้นเดือน การทำงานเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ช่วงนี้ต้องพยายามตามน้ำ ทำตัวโดดเด่นมากก็กลายเป็นเป้าให้คนหมั่นไส้ ช่วงนี้คุณเริ่มมีสมัครพรรคพวก ทีนี้อยากทำอะไรก็ทำได้อย่างเต็มที่ ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) สิ้นเดือน การทำงานต้องเร่งทำผลงาน ไม่ควรไว้วางใจใครมีแววจะถูกขโมยผลงานเอาความดีความชอบ ช่วงนี้มีดวงโยกย้ายงาน ปวดหัว งานล้นมือ แต่ถ้าทำตัวดีน่ารักผู้ใหญ่จะเห็นใจช่วยเหลือ มีความสามัคคีในหน่วยงานมากขึ้น ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) สิ้นเดือน รักสนุก เป็นช่วงที่มีชีวิตชีวา การทำงานมีการวางแผนอย่างรอบคอบ ทำให้ไม่เกิดความผิดพลาด คุณที่กำลังคิดเรื่องขั้นเรื่องตำแหน่งมีโอกาสดี แต่ต้องรู้จักพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้าง ช่วงนี้งานรีบงานด่วนจะมีเยอะ คงต้องใช้สมาธิและทุ่มเทให้มากขึ้น รับรองพอทำสำเร็จได้ผลงานเป็นที่พอใจของผู้ใหญ่แน่นอน ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) สิ้นเดือน การทำงานมีคนคอยผลักดันให้ได้ดิบได้ดี แต่ถ้าเป็นเจ้าคนนายคนแล้ว ช่วงนี้จะหนักใจจากบริวาร คนอายุน้อยกว่ามักจะหาเรื่องหาราวมาให้คุณต้องสะสาง แต่ในช่วงนี้งานรุ่งพุ่งแรง มีความคิดเด็ด ได้รับคำชม ผู้ใหญ่เสนอโอกาส ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) สิ้นเดือน ความเครียดเข้าครอบงำ  คิดจุกคิดจิกไม่เป็นอันทำอะไร ลดเรื่องคิดมากลงสักนิดจะเห็นแสงสว่าง  การทำงานเจอแต่เรื่องยุ่งยาก จะปฏิเสธอะไรก็ลำบากเหลือเกิน ช่วงนี้ให้พริ้มตาไปก่อน บริวาร เพื่อนร่วมงานยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก อะไรทำเองได้ให้ลงมือทำเองดีที่สุด อย่าพึ่งคิดผลีผลามลงทุนหรือทำอะไรเสี่ยง จะเจ็บตัวเสียเอง ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) สิ้นเดือน ต้องเริ่มเอาจริงเอาจังทั้งเรื่องงานและเรื่องรักให้มากขึ้น เพราะกำลังมีคู่แข่ง ต้องกระตือรือร้นกว่าเดิม “ไพ่ทศกัณฐ์เจรจาพาลี” (ไพ่ 10 คทา) การทำงานเหนื่อยเอาการ เพราะต้องลงมือลงแรงด้วยตัวเอง ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ฉะนั้นได้ผลดีจากความเหนื่อยแน่นอน รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.MThai.com

อยากรู้ไหม ?? สีรถถูกใจ !! บอกนิสัยเจ้าของได้แม่นเป๊ะ
ดวง /  ดูดวง / 

เรื่องของรสนิยม ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนตัวจริงๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติอาหาร สไตล์เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งสีรถ !! จะให้มานั่งเถียงกันว่าสีนั้นสวยกว่า สีนี้สวยกว่า เห็นทีว่าจะเถียงกันไม่จบ เพราะความชอบของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งนั่นก็หมายความรวมไปถึงลักษณะนิสัยส่วนตัวด้วยนะคะ ว่าเป็นคนแบบไหน วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยหยิบคำทำนายเรื่องสีรถมาฝากผู้อ่านค่ะ :)   รถสีดำ สีอมตะนิรันดร์กาลที่คนส่วนใหญ่ช้อบ...ชอบ เจ้าตัวดูจะมั่นอกมั่นใจในบุคลิกและเสน่ห์ของตัวเองเกินเหตุ จะใช้คำว่าหลงตัวเองก็คงไม่ผิดนัก ชอบความหรูหรา อู้ฟู่อลังการ ชอบทำตัวลึกลับซับซ้อน เพื่อเรียกร้องให้คนอื่นสนใจและอยากให้คนอื่นหันมาค้นหาตัวเอง .รถสีขาว เป็นคนมีระเบียบแบบแผน จัดการชีวิตของตนเองได้อย่างลงตัว ขยันขันแข็งในการทำงาน ชอบอาสาคนโน้นคนนี้ทำงาน ชอบทำเรื่องยาก ๆ ให้เป็นเรื่องง่าย แถมทำได้ดีซะด้วย .รถสีบรอนซ์ เป็นพวกใจกล้าบ้าบิ่น เป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตัวเองสูงมากจนบางครั้งเพื่อนหมั่นไส้ ชอบทำอะไรในสิ่งที่คนอื่นคิดไม่ถึงเสมอ เป็นคนใจกว้าง มนุษย์สัมพันธ์ดี รักเพื่อนฝูง .รถสีน้ำเงิน เป็นคนสุขุมนุ่มลึก ยึดหลักการและเหตุผลเป็นที่ตั้ง ดังนั้นจึงมักจะมีเพื่อนฝูงแวะเวียนมาขอคำแนะนำเสมอ และคุณก็มักจะให้คำตอบที่ดี แบบว่า...เพื่อนมีทุกข์เมื่อไหร่ คุณพร้อมเป็นกระโถน เอ๊ย...เป็นที่ปรึกษา .รถสีแดง เป็นพวกอยู่ไม่สุข วัน ๆ ไม่อยู่นิ่งทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา กระตือรือร้น รักความก้าวหน้า ชอบเฮฮาปาร์ตี้ ไม่แปลกที่คุณจะมีเพื่อนตึม .รถสีเหลือง ชอบทำตัวเป็นสาวหรือหนุ่มสังคม เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง ชอบอยู่ในที่ที่มีคนเยอะ ๆ อาจเพราะคุณเป็นคนขี้เหงาก็ได้ แต่ข้อเสียคือเป็นคนพูดมาก บางครั้งพูดโดยไม่คิด อาจถูกมองว่าเป็นคนปากเสียได้ .รถสีน้ำตาล เป็นคนไม่แคร์สังคม ไม่สนใจว่าใครจะเป็นยังไง แต่ถ้าฉันชอบอะไรฉันจะทำ ชอบพึ่งตัวเองมากกว่าที่จะพึ่งคนอื่น รักความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบอึกทึกครึกโครม ติดตามดูดวงอื่นๆได้ที่ : Horoscope.mthai.com