ความก้าวหน้า

ดูดวง ลักษณะมือบอกการดำเนินชีวิต
ดูดวง /  ดูดวงลายมือ / 

ศาสตร์ของการ ดูดวง มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ลักษณะมือหรือลายมือก็สามารถนำมา ดูดวง เพื่อบอกการนำเนินชีวิต จุดเด่น จุดด้อย อุปนิสัย ความรักหรือคู่ครองของเราในปัจจุบันได้เช่นกัน ข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากในครั้งนี้จึงสามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ลักษณะนิ้วมือ นิ้วหัวแม่มือ แสดงถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นปรารถนา พลังจิตใจ และกำลังของการต่อสู้ และพลังแห่งการกระทำ เพราะธรรมชาติของมือเรา เวลาเราจะทำอะไรด้วยมือ เช่นหยิบจับหรือทำงาน ถ้าขาดนิ้วหัวแม่มือแล้ว ก็จะทำอะไรได้ลำบากมาก หรือทำไม่ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ กำลัง เพราะนิ้วนี้เป็นพลังของจิตใจและพลังของร่างกายด้วย นิ้วชี้ เวลาเราจะใช้ใครหรือสั่งให้ทำอะไร คงไม่มีใครใช้นิ้วอื่นนอกจากนิ้วชี้ เพระฉะนั้นนิ้วชี้เป็นนิ้วที่แสดงถึงอำนาจในการปกครอง หัวหน้า ถ้านิ้วนี้ไม่แข็งแรง หรือเอนเอียง ก็แสดงว่าผู้นั้นจะปกครองบริวารลำบาก และบริวารไม่ค่อยยำเกรง สั่งอย่างทำอย่าง ควบคุมคนมากๆไม่ได้ ในทางกลับกัน ถ้านิ้วชี้ของคุณแข็งแรง อิ่มเต็ม และตรง ก็จะเป็นนักปกครองที่ดี บริวารยำเกรง และมีพลังในการควบคุม บริวารมากๆได้ นิ้วกลาง เป็นนิ้วที่เป็นจุดศูนย์กลางของการดำรงคงอยู่ การปักหลักฐาน หลักทรัพย์ บ้าน ที่ดิน คดีความการเป็นอยู่ ติดคุกติดตาราง ก็สามารถดูได้จากเนินนี้ แล็วผมจะค่อยๆขยายความในโอกาสต่อไป นิ้วนาง เป็นนิ้วของเกียรติยศ ชื่อเสียง โชคลาภ ลาภลอย เครดิต นิ้วก้อย เป็นนิ้วของไหวพริบปฎิพาน การเจรจาติดต่อ และการสังคม ปกตินิ้วนี้คนทั่วไปจะมีอยู่ 3 ข้อ ถ้ามี 4 ข้อ ซึ่งมีน้อยมาก มักจะเป็นบุตรคนแรก หรือคนสุดท้อง มักมีอาชีพพิเศษ เช่นนักติดต่อกับวิญญาณ ลักษณะฝ่ามือ ดูดวง ลักษณะของฝ่ามือ ฝ่ามือที่ดี-ผิวหนังของมือ จะนุ่มและหยุ่น แสดงถึงเป็นผู้ที่มีปฏิภาณดี มีเหตุมีผล และมีมานะเพียรพยายาม และรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ถ้าผิวของมือขาดความนุ่มนวลและหยุ่น ก็จะเป็นคนเกียจคร้าน ความรู้สึก เชื่องช้า ขาดไหวพริบ ฝ่ามือหนาและผิวนุ่มและหยุ่น เป็นคนที่มีความรู้สึกไว รับรู้ต่อสิ่งรอบข้างได้รวดเร็ว ฝ่ามือบางและผิวกระด้างและแห้ง เป็นคนขี้ตกใจ กระต่ายตื่นตูม หงุดหงิด วิตกจริต ไม่รักความ ก้าวหน้า สมองทึบ ฝ่ามือไม่หนานักและอ่อนนุ่ม เป็นคนที่เอาแต่สบายตนเอง การเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่ว่องไวทาง ความคิด รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ การเคลื่อนไหวของนิ้ว-เราดูได้จากกระดูกข้อต่อที่ข้อมือ และข้อต่อของนิ้วมือ พวกที่มีข้อโต จะเป็นคน ที่เคลื่อนไหว คล่องแคล่ว ว่องไว พวกที่มีเนื้อเต็มไม่เห็นข้อมือ ข้อนิ้ว มักจะเคลื่อนไหวเชื่องช้า ฝ่ามือใหญ่-เป็นคนที่ชอบทำงานที่มีความละเอียด และชอบทำด้วยตนเอง การเขียนหนังสือก็มักจะ เขียนตัวเล็ก ฝ่ามือเล็ก-ชอบทำงานหยาบๆ ไม่ชอบทำงานใหญ่ๆ และมีความละเอียด ชอบทำแต่ของกระจุกกระจิก การเขียนหนังสือก็ชอบที่จะเขียนตัวโตๆ ฝ่ามือเหลว-เป็นคนฉาบฉวย ขี้ตกใจหวาดกลัว เป็นคนจับจดเปลี่ยนแปลงง่าย กามารมณ์จัด เห็นแก่ตัว ฝ่ามือแข็ง ถ้าแข็งปานกลาง มีนิสัยตรงไปตรงมา ตามใจตนเอง ตบหาสมาคมยาก ถ้าใครพูดผิดก็จะเถียงทันที ถ้าฝ่ามือแข็งมาก มักจะมีนิสัยดุร้าย ปราศจากความยั้งคิดดื้อดึง ยากที่จะอบรมสั่งสอน ฝ่ามือแข็งและนิ้วหัวแม่มือได้สัดส่วน เป็นคนที่มีจิตใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว หนักแน่น เมื่อตัดสินใจว่าจะ ทำอะไรแล้วมักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ฝ่ามือแอ่นไปด้านหลัง คือเมื่อเราเหยียดนิ้วมือออกแล้ว นิ้วมืออ่อนแอ่นไปข้างหลังได้ เป็นคนชอบใฝ่รู้ นิสัยอ่อนโยน ไม่ขัดคอใคร ส่วนด้านการทำงานมักขาดความเด็ดขาด ไม่ชอบลงทุนหรือเสี่ยง ถ้ายังไม่มั่นใจ ฝ่ามือบุ๋ม คือตอนกลางของฝ่ามือบุ๋มลงไป เนินนี้คือที่ราบลำบาก ถ้าบุ๋มกลางเส้นชีวิต ก็จะมีปัญหา เรื่องครอบครัวและเครือญาติ หรือร่างกายสุขภาพไม่ดี ถ้าหลุมอยู่ตรงเส้นหัวใจ ก็จะเดือดร้อนเพราะ ความรัก ถ้าหลุมอยู่ตรงเส้นวาสนา ก็จะเดือดร้อนเรื่องการทำกิน และการครองชีพ ดูดวง ลักษณะลายมือ ดูดวง ความหมายของเนิน 1. เนินอาทิตย์-อยู่ใต้โคนนิ้วนาง อยู่ติดกับเนินเสาร์และเนินพุธ ส่วนด้านล่างก็จรดเส้นใจ ใช้พยากรณ์ในเรื่อง ชื่อเสียง เกียรติยศ การเงิน ศิลป์ 2. เนินจันทร์-อยู่ด้านล่างของฝ่ามือด้านนอก เป็นเนินที่กว้างและลึกเข้ามาในฝ่ามือ ใช้พยากรณ์ในเรื่อง จินตนาการ ความเพ้อฝัน การเดินทาง การวางแผน 3. เนินอังคาร-อยู่ที่ใต้เส้นใจลงไปตามขอบมือ ด้านบนติดกับเนินพุธ ด้านล่างติดกับเนินจันทร์ การดิ้นรนต่อสู้ ความอดทน ความขยันขันแข็ง ความกล้าหาญ 4. เนินพุธ-อยู่ใต้โคนนิ้วก้อย ด้านหนึ่งติดกับเนินอาทิตย์ อีกด้านหนึ่งจรดริมมือ อีกด้านหนึ่ง เส้นใจ ใช้พยากรณ์ถึง ไหวพริบปฎิภาณ การเจรจาติดต่อ การพูดจา การค้าขาย การสาธารณะสุข 5. เนินพฤหัส-อยู่ใต้โคนนิ้วชี้ ด้านหนึ่งติดเนินเสาร์ อีกด้านหนึ่งจรดริมมือ ด้านล่างจรดเส้นสมอง ใช้พยากรณ์ถึง อำนาจ การปกครอง ตำแหน่งหน้าที่การงาน คุณธรรม การสูญเสีย 6. เนินศุกร์-อยู่ใต้นิ้วหัวแม่มือลงมา มีอณาเขตใหญ่ในเส้นชีวิต ด้านล่างจรดข้อมือติดกับเนิน หลักฐาน ใช้พยากรณ์ถึง ความสุข สนุกสนาน ครอบครัว ความรัก คู่ครอง 7. เนินเสาร์-อยู่ใต้โคนนิ้วกลาง ด้านหนึ่งติดกับเนินพฤหัส ด้านหนึ่งติดกับเนินอาทิตย์ ด้านล่างจรดเส้นใจ ใช้พยากรณ์ถึง ความร้อนใจ หลักฐาน ความสันโดด การงาน การเงิน 8. เนินวิปริต-แทรกอยู่ในเนินจันทร์ตั้งอยู่มุมล่างของฝ่ามือ มีเนื้อที่ลึกเข้าไปในฝ่ามือประมาณ ครึ่งนิ้ว ติดกับเนินอังคาร ใช้พยากรณ์ถึง ความวิปริต ผิดธรรมดา ความซ่อนเร้น ความไม่โปร่งใส 9. เนินหลักฐาน-อยู่ด้านล่างตรงกลางระหว่างเนินศุกร์ และเนินจันทร์ ติดกับข้อมือ ใช้พยากรณ์ถึง หลักฐาน ที่ดิน ที่นา อสังหาริมทรัพย์ ขอบคุณข้อมูลจาก www.chaifengshui.com

Gekkan Shoujo Nozaki-kun ตอนที่ 1 [ซับไทยโดย DAI-TAKU]
Gekkan /  Shoujo / 

เรื่องย่อ ซากุระ จิโยะ เด็กสาวธรรมดาผู้หลงรัก โนซากิ อุเมะทาโร่ ชายหนุ่มร่างสูงผู้เงียบขรึม เธอเข้าไปสารภาพรักกับเขา แต่ด้วยความซื่อของชายหนุ่ม เขาจึงเข้าใจผิด สุดท้ายกลายเป็นว่า เธอกลายมาเป็นผู้ช่วยเขียนการ์ตูนให้เขาไปซะได้ ใช่แล้ว.. ผู้ชายที่ดูมาดแมนแสนแมน และไม่เคยมีความรักมาก่อนคนนี้ แท้จริงแล้ว เขาคือนักเขียนการ์ตูนรักโรแมนติกหวานแหววนั่นเอง! แล้วจากนี้ ความสัมพันธ์ของเธอจะก้าวหน้าขึ้นไปได้บ้างไหม? FanPage : http://www.facebook.com/DAITAKUFS ผลงานทั้งหมดจะหยุดแจกจ่ายทันทีเมื่อมี LC ในประเทศไทย

9ชาติสมาชิกหนุน พิพัฒน์ นั่งรองปธ.ซีบ้า
กรุงจากาตาร์ /  ซีบ้า / 

9 ชาติสมาชิกยกมือสนับสนุน  พิพัฒน์ ลาภปรารถนา  นั่งเก้าอี้รองประธานสหพันธ์บาสเกตบอลอาเซียน หรือ ซีบ้า คนที่ 2 หลังเห็นศักยภาพในการทุ่มเทตั้งใจทำงานซึ่งจะมีวาระในการทำงานยาวถึง 4 ปี ในการพัฒนากีฬาชนิดนี้แบบยั่งยืน ความคืบหน้าการประชุมใหญ่สหพันธ์บาสเกตบอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ "ซีบ้า" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดยนีเซีย โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งประธานสหพันธ์ฯคนใหม่ หลังคณะกรรมการบริหารชุดเดิม ภายใต้การบริหารงานของ มร.อีริค โทเฮอร์ ประธานสหพันธ์ฯคนเก่า ชาวอินโดนีเซีย ได้บริหารงานมาจนครบวาระ 4 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีชาติสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงได้ในอาเซียน 9 ประเทศ ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ล่าสุด พิพัฒน์ ลาภปรารถนา นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ในฐานะ 1 ใน 9 ชาติสมาชิก ที่เดินทางไปร่วมประชุมดังกล่าวด้วย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้สรุปผลงานในช่วงรอบปีที่ผ่านมา รวมไปถึงการพัฒนาและส่งเสริมกีฬาชนิดนี้ในภูมิอาเซียนให้เป็นที่นิยมแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการผลักดันให้มีการแข่งขัน อาเซียนบาสเกตบอลลีก หรือ เอบีแอล ของชาติสมาชิกด้วยกันเอง จนทำให้มีการพัฒนาดีขึ้นตามลำดับเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้นักกีฬามีศักยภาพทัดเทียบหลายประเทศในเอเชีย ขณะที่การพัฒนาผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสินจะต้องมีการเปิดอบรมให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีความทัดเทียมเท่ากับชาติมหาอำนาจอย่างลีกใหญ่ระดับโลก "เอ็นบีเอ" ในสหรัฐอเมริกา จากนั้นเข้าสู่วาระสำคัญ คือ การเลือกตั้งประธานสหพันธ์ฯคนใหม่ ปรากฏว่า ชาติสมาชิกยังคงให้ความไว้วางใจให้ มร.อีริค ดำรงค์ตำแหน่งเป็นประธานสหพันธ์บาสเกตบอล "ซีบ้า" เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังผลงานในการบริหารจัดการและการพัฒนากีฬาชนิดนี้เป็นที่ยอมรับของทุกคน อีกทั้งยังมีนโยบายและแนวทางในการส่งเสริมผลักดันกีฬายัดห่วงในอาเซียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนทุกชนชั้น เพื่อความเจริญก้าวหน้าแบบยั่งยืนและถาวรต่อไป   กระทั่งมาถึงการเลือกตำแหน่งรองประธานสหพันธ์ฯทั้ง 4 คน ที่ประชุมได้ให้ชาติสมาชิกทั้ง 9 ประเทศ ยกมือสนับสนุนบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และตั้งใจทำงาน ปรากฏว่า ตัวเองได้รับความไว้วางใจจากชาติสมาชิกให้นั่งตำแหน่งรองประธานสหพันธ์ฯซีบ้า คนที่ 2 ซึ่งจะมีวาระในการทำงานร่วมกัน มร.อีริค ประธานสหพันธ์ฯ เป็นเวลา 4 ปี เพื่อช่วยกันในการพัฒนากีฬาชนิดนี้อย่างมีระบบ พิพัฒน์ นายกสมาคมยัดห่วงไทย ในฐานะรองประธานสหพันธ์ฯ ซีบ้า คนใหม่ ได้กล่าวอีกว่า ส่วนตัวรู้สึกดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากชาติสมาชิกให้มาดำรงค์ตำแหน่งนี้ เพราะยังมีงานภาระกิจสำคัญอีกหลายอย่างต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ยิ่งตัวเองได้ทำงานใกล้เคียงกับ มร.อีริค จะทำให้สมาคมเราได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ดี มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับวงการบาสเกตบอลในบ้านเราได้ ที่สำคัญยังจะทำให้เรามีโอกาสในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการสำคัญๆในระดับนานาชาติมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้รู้สึกดีใจที่ได้มาสร้างชื่อเสียงให้กับสมาคมและประเทศชาติ เพราะตลอดชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ได้นั้น ก็เพราะกีฬาบาสเกตบอลที่ตัวเองรักตั้งแต่วัยเยาว์นั่นเอง จึงทำให้ได้มีโอกาสในด้านต่างๆทั้งการศึกษาและหน้าที่การงาน จากนี้ไปจะพยายามตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่

อายคนอื่นไหมถ้ามีแฟนฐานะการศึกษาด้อยกว่า
ความรัก /  เรียนน้อย / 

ตอนนี้หนูมีแฟนอายุ 31 ปีเค้ามีหน้าที่การงานดี ตำแหน่งสูง แต่หนูจบแค่ม.6 ทำงานโรงงานลูกจ้างรายวันเงินเดือนน้อย มีวันนึงหนูต้องไปเจอเพื่อนๆของแฟน เค้าบอกว่าถ้าใครถามว่าทำงานอะไร ให้ตอบว่าทำงานออฟฟิต เค้าอายคนอื่นเหรอคะที่มีแฟนอย่างหนู แล้ววันนึงถ้าเค้าเจอคนที่เหมาะสมกว่าเค้าจะทิ้งหนูรึเปล่า คำตอบ : สวัสดีค่ะ มาดามรักคิดว่าขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคลนะคะ   อาย - ไม่อายขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเค้าเองค่ะ   หนูรักคนๆ นี้ หนูก็ย่อมแคร์ความรู้สึกของคนๆ นี้ที่มีต่อหนู มาดามรักพูดถูกไหมคะ ?  ที่หนูถามเพราะหนูต้องการเช็คความมั่นใจให้ตัวหนูแค่นั้นเอง เรื่องการศึกษา  หรือหน้าที่การงานมันเป็นเรื่องของการขวนขวายหาความก้าวหน้าและเป็นพื้นฐานการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชีวิตมากกว่าค่ะ   ถ้าหนูรู้สึกว่ามันเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางโอกาสอีกหลายๆ อย่างในชีวิตหนู  หนูก็ไปเรียนต่อก็ได้นี่ค่ะ มหาวิทยาลัยเปิดตั้งเยอะแยะมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ  มหาวิทยาลัยรามคำแหง เค้าก็เปิดโอกาสให้เรียนที่บ้าน  เรียนจบก็มีวุฒิ เอาไปใช้สมัครงานที่มีความก้าวหน้าในชีวิตได้ ไม่มีใครแก่เกินเรียน  วิชาความรู้มีอยู่ติดตัวก็ดีกับตัวเราเองไม่ใช่ใครอื่น  หากเราขยันและใฝ่ดีจริง อย่างน้อยๆ ความรู้ก็ไม่เคยทอดทิ้งใคร ถ้าหนูมัวแต่หาข้อติ ตำหนิแต่ตัวเอง แต่ไม่ยอมแก้ไข ปรับปรุงให้มันดีขึ้น  ไม่รู้จักพยายามเสียก่อน  มัวแต่ทอดถอนหายใจอยู่อย่างนี้ แล้วถ้าเกิดเค้าทิ้งหนูไปจริงๆ  หนูจะโกรธตัวเองเพราะหนูจบแค่ม. 6 หรือโกรธที่ตัวเองไม่ยอมปรับปรุงตัวคะ ?      หนูเลือกได้ค่ะ  ว่าจะทำให้มันดีขึ้น หรือจะปล่อยให้มันไปเรื่อยๆ อย่างนี้   คนเราไม่มีใครเก่ง ไม่มีใครฉลาดมาตั้งแต่เกิด  ทุกๆ คนต่างต้องผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะกันทั้งนั้น  ผู้ที่คิดว่าตนเองดี ตนเองเก่งแล้ว  คือ บุคคลที่โง่ที่สุดในโลกค่ะ   เพราะฉะนั้น อย่าหยุดเรียนรู้นะจ๊ะ   "ผู้ที่หยุดการเรียนรู้  คือผู้ที่ตายไปแล้วเท่านั้นค่ะ"   อนาคตและความสุขขึ้นอยู่กับตัวคุณเองค่ะ  มาดามรักเอาใจช่วยนะคะ บุญรักษา จากใจ มาดามรักค่ะ

เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ
ที่สุดในโลก /  ประวัติคนดัง / 

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) บุคคลดังในประวัติศาสตร์โลกคนนี้ เพื่อนๆ จะรู้จักในฐานะ ผู้นำเผด็จการของเยอรมันนีผู้โหดเหี้ยม! (ปกครองแบบสังคมนิยม) ผู้สั่งสังหารชาวยิวกว่า 1.6 ล้านคน ณ ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ ( Auschitz Concentration Camp ) บางคนบอกว่า เขาโหดเหี้ยม เผด็จการ ไร้ความปราณี เกินไป แต่บางคนก็ชอบในความรักชาติ ทำให้ประเทศของตนเองฟื้นฟูขึ้นมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง และกว่าฮิตเลอร์จะก้าวเข้ามาเป็นผู้มีอำนาจ ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนั้น จุดเริ่มต้นมาจากเขาชอบอ่นาหนังสือตั้งแต่เด็กๆ แล้วมันเกี่ยวโยงกันยังไง .. ตามทีนเอ็มไทยไปดูกันเลยคะ เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ >,< เชื่อหรือไม่ ฮิตเลอร์ยิ่งใหญ่ได้เพราะชอบอ่านหนังสือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2432 ที่เมืองเบรานา (Braunau) ประเทศออสเตรีย เขาเป็นบุตรคนที่สี่จากทั้งหมดหกคน แต่พี่ทั้งสามคนของฮิตเลอร์ กุสตาฟ ไอดา และออทโท เสียชีวิตตั้งแต่เป็นทารก ซึ่งในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร บิดาเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย หาเงินมาไม่ค่อยพอใช้จ่ายในครอบครัว แม่ของฮิตเลอร์จึงค่อนขอดอยู่บ่อยๆ ว่า เป็นคนบ่จี๊  อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ >> ประวัติอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ << -  ฮิตเลอร์ได้ความฉลาดจากการอ่านหนังสือ ฮิตเลอร์เบื่อที่พ่อแม่ทะเลาะกันจึงหนีออกจากโลกแห่งความจริง ไปอยู่ในโลกจินตนาการผ่านการอ่านหนังสือ ทำให้ฮิตเลอร์เป็นหนอนหนังสือตัวยง โดยเฉพาะหนังสือที่เป็นวิชาการ และหนังสือเกี่ยวกับประวัติบุคคลสำคัญของโลกที่ส่งเสริมให้เกิดความรู้ความคิด จึงทำให้ฮิตเลอร์เป็นผู้ที่มีคารม คมคายเป็นนักพูดฝีปากกล้าคนหนึ่ง -  ช่วงฮิตเลอร์เติบโตเข้าวัยหนุ่ม ได้สมัครเป็นทหารไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้แสดงความห้าวหาญทำให้ได้รับเหรียญกล้าหาญถึง 2 ครั้ง ใคร ๆ เห็นฮิตเลอร์ต่างก็ไชโยโห่ร้องและยกย่องเยี่ยงวีระบุรุษ -  ฮิตเลอร์มีความักใหญ่ใฝ่สูง จากการที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะประวัติบุคคลสำคัญของโลก ทำให้ฮิตเลอร์ทนไม่ได้ที่จะต้องเป็นลูกน้องคนอื่น เขาจึงตั้งพรรคนาซีขึ้น แล้วก็ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินสมใจ แผ่นดินเยอรมันจึงอยู่ภายใต้การปกครองของฮิตเลอร์  -  คติที่สำคัญของฮิตเลอร์ คือ “ผู้นำตายได้ เปลี่ยนแปลงได้ แต่พรรคนาซีจะต้องอยู่คู่ประเทศเยอรมัน” ความสำคัญของคติฮิตเลอร์คือ อย่าเห็นบุคคลสำคัญกว่าระบบ ระบบสำคัญกว่าทุกสิ่งในโลก  - เยอรมันเป็นเจ้าโลก เพราะไม่มีใครมีความสำคัญกว่าใคร ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ สิ่งนี้จึงทำให้คนเยอรมันมีระเบียบวินัยสูงมาก ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ระบบมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด คนเราเกิดมาแล้วต้องตายไป แต่ถ้าสร้างระบบให้ดี แม้คนตายไป แต่ระบบก็ยังอยู่ มันยังเดินหน้าของมันไปได้คนนี้ตายไปคนใหม่ก็มาแทนงานไม่ได้เสียหายอะไร  -  การยึดถือระบบยังสำคัญอีกอย่างคือ ทำให้คนเคารพกติกาในการอยู่ร่วมกัน คนทุกคนล้วนมีความต้องการ และจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เมื่อทุกคนมีความต้องการและทำอย่างนั้น คนเราก็ต้องขัดกัน จะต้องทะเลาะกัน เช่นนี้จึงต้องมีกฎหมายเพื่อให้คนมีกติกาเหมือนกัน ทำไปตามกติกาจึงไม่ขัดกัน ไม่ทะเลาะกัน อยู่รวมกันได้ ประเทศที่พลเมืองเคารพกฎหมาย ประเทศนั้นจึงเจริญ  -  ฮิตเลอร์ทำให้คนในชาติเห็นความสำคัญของระบบ จึงทำให้ประเทศเยอรมันในยามนั้นเข้มแข็ง ที่สุดท้ายฮิตเลอร์นำพาเยอรมันก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และนั่นคือจุดจบของฮิตเลอร์ เยอมันแพ้สงครามต่อพันธมิตร ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตาย แต่...เยอรมันก็ยังอยู่ต่อไป คนเยอรมันแม้พ่ายแพ้ สิ้นเนื้อประดาตัว แต่คนเยอรมันมีระเบียบวินัย ได้ระเบียบวินัยช่วยสร้างชาติขึ้นมาใหม่ ไม่กี่ปีผ่านไป เยอรมันก็กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม  อย่าไปรบในสมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ -  ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้ฮิตเลอร์แพ้สงครามโลกครั้งที่สองก็คือ ไปรบในสมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ โดยการเปิดแนวรบอีกด้านหนึ่งคือการรบกับโซเวียต ทำให้ฮิตเลอร์ต้องแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปรบกับโซเวียต ทำให้กำลังรบอีกด้านหนึ่งลดน้อยลง ฮิตเลอร์ไม่ยอมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ว่า การไปรบกับโซเวียตจะทำให้ฉิบหาย O,O!!  เพราะแผ่นดิน โซเวียตนั้นกว้างใหญ่ไพศาล อากาสก็หนาวเหน็บ และที่สำคัญคนโซเวียตเป็นคนที่สู้ยิบตา ไม่ยอมแพ้ ง่าย ๆ ทหารเยอรมันเกิดหนาวตายในสมรภูมิจึงมีมาก -  ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นแล้วคราวนโปเลียน นโปเลียนที่ล่มจมก็เพราะยกทัพไปรบกับโซเวียต ต้องผ่านอากาศหนาวทารุณของโซเวียต ทหารก็หนาวตายมาก การส่งกำลังเสบียงก็ทำไม่ได้เพราะติดหิมะ ผิดกับทหารโซเวียตที่รบอย่างสบายเพราะคุ้นเคยกับสภาพอากาศอันหนาวทารุณ จึงทำให้สุดท้ายทัพฝรั่งเศสต้องพ่ายแพ้ในที่สุด  -  การที่เราไปรบในสมรภูมิที่เราไม่มีวันชนะ จะทำให้เราเสียโอกาสไปรบสมรภูมิอื่น ที่สามารถเอาชนะได้ ทำให้เราได้รับความพ่ายแพ้แทนการได้รับชัยชนะ แถมยังอาจต้องเสียทุกสิ่งที่เรามี ทั้งเวลา ทั้งทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรวัตถุ และเสียกำลังใจ อย่างนี้เราจะทำไปทำไม  -  ดังนั้นเราต้องสู้ในสมรภูมิที่เราจะชนะได้ เมื่อชนะได้เราก็จะมีความมั่นใจ มีกำลังใจเพิ่มขึ้น ตัวเราจะมีสง่า เพราะผู้มีความมั่นใจในตัวเองมีความภาคภูมิใจในตัวเองจะเป็นผู้มีสง่าราศี  และการที่เราจะดูว่าสมรภูมิใดเราจะชนะได้หรือไม่ได้นั้น ก็ให้เราดูตัวเองให้ดี ให้เห็นความเป็นตัวที่เรามี ว่าเรามีดีอะไรบ้าง ขาดเหลืออะไรบ้าง แล้วดูน้ำหน้าศัตรูของเราว่ามันมีดีอะไรบ้าง ขาดเหลืออะไรบ้าง ดูสถานการณ์แวดล้อม ดูว่าเราจะมีแผนทำลายมันอย่างไรได้บ้าง แล้วมันจะทำลายเราอย่างไรได้บ้าง ถามว่า เราได้อะไรจากชีวิตฮิตเลอร์ และชีวิตของผู้ยิ่งใหญ่ของโลก เราไม่ได้ต้องการรู้ถึงการสู้รับ หรือความรุนแรง แต่คำตอบคือ เราได้พื้นฐานชีวิตของพวกเขา ที่ทุกคนล้วนรักการอ่านหนังสือ ถ้าหากพ่อแม่อยากให้ลูกได้ดี ยิ่งใหญ่ จะต้องปลูกฝังให้ลูกรักการอ่านหนังสือ .. เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูล baanjomyut

ดูคลิปรวมฮิต หนังไซไฟ ที่ดีที่สุดในโลกใบนี้ ตั้งแต่ปี 1902 ถึงปัจจุบัน
Interstellar /  Lucy / 

ท่ามกลางกระแสภาพยนตร์ไซไฟ เรื่องยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษอย่าง Interstellar ผลงานของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่คุกรุ่นกันมานาน และทำเอาแฟนๆ แทบคลั่งแบบแทบรอดูไม่ไหว หริอสาวฮอตพลังสมองเต็มร้อยใน Lucy ผลงานของ ลุค เบซอง ที่ใกล้จะเข้าฉายแบบนับถอยหลังกันได้นี้ คุณผู้ชมทราบหรือไม่ ว่าภาพยนตร์ตระกูลไซไฟ (Sci-Fi หรือ Science Fiction) อันว่าความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์นี้ ไม่ได้พึ่งจะมีในยุคมิลเลนเนี่ยม ปี 2000 แต่ประการใด แต่วงการภาพยนตร์ได้มีไอเดียล้ำๆ กันมาตั้งแต่ช่วงปี 1900 (พ.ศ. 2443) นู่นแล้ว!! และในครั้งนี้ เราจะขอนำคลิปพิเศษ ที่ได้รวบรวมฉากเด็ด ของสุดยอด หนังไซไฟ แห่งโลกใบนี้ มาอยู่รวมกันในคลิปเดียวถึง 62 เรื่อง!! ไล่มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกในปี 1902 อย่าง Voyage dans la lune ตามต่อด้วย หนังระดับตำนานอย่าง Metropolis และอีกมากมายเรียงลำดับมาเรื่อยๆ มาจนถึง หนังที่สั่นสะเทือนทั้งคนดูและเวทีรางวัลทั่วโลกอย่าง Gravity และไซไฟฉบับเหงาที่สุดในโลกอย่าง Her ทำเนียบสุดยอดหนังไซไฟครั้งนี้ จะมีเรื่องอะไร แล้วมีเรื่องไหนที่อยู่ติดอยู่ในใจคุณผู้ชมบ้าง ไปดูกันได้เลย สำหรับคุณผู้ชมที่มึนงงว่าความล้ำมหากาฬใน หนังไซไฟ ทั้ง 62 เรื่องนี้ มีเรื่องอะไรบ้างล่ะก็ เรามีเฉลยมาให้ เรียงตามลำดับตั้งแต่ต้นจนจบเลยครับ 1902- Voyage dans la lune 1927- Metropolis 1929- Fraud in Mond 1931- Frankenstein 1933-The invisible Man 1936-The Devil Doll 1951- The Day the earth Stood still 1953- The War of the worlds 1956- Forbidden Planet 1956- Invasion of the Body Snatchers 1957- The incredible Shrinking Man 1960- The Time Machine 1960- The village of the damned 1966- Fahrenheit 45 1968- A space Odissey 1968- Planet of the Apes 1971- A Clockwork Orange 1972- Solaris 1973- Fantastic Planet 1974- Soylent Green 1977- Close encounters of the third Kind 1977- Star Wars: episode IV, a new hope 1979- Alien 1979- Stalker 1980- Star Wars: episode V, the empire strikes back 1982- Blade Runner 1982- E.T. 1982- The Thing 1982- Tron 1984- Terminator 1985- Back to the future 1985- Brazil 1986- The Fly 1987- Predator 1987- Robocop 1989- Back to the future II 1990- Total Recall 1991- Terminator II 1993- Jurassic Park 1995- Ghost in the Shell 1995- Twelve Monkeys 1997- Abre los ojos 1997- Cube 1997- Gattaca 1997- The fifht element 1999- The Matrix 1999- Being Jhon Malcovich 2001- Donnie Darko 2002- Akira (ฉบับ Blu-Ray, remaster) 2002- Minority Report 2005- V for Vendetta 2006- Children of Men 2008- Wall-e 2009- Avatar 2009- District-9 2009- Moon 2009- Watchmen 2010- Inception 2011- Super-8 2013- Star Trek Into Darkness 2013- Gravity 2013- Her (เฉพาะเสียง) ที่มา: geeksaresexy -----------------------------------------

ไม่จบง่ายๆ! เคลตัน ออกโรงยันตนเป็นฟรีเอเย่นต์/หวังซบ กิเลนผยอง
บีอีซี เทโรศาสน /  ฟรีเอเย่นต์ / 

ความเคลื่อนไหวกรณี ทีมดังแห่งไทยลีก จ้องที่จะดึงตัว เคลตัน ซิลวา อดีตเด็ก “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ที่ไปอยู่กับทีม เดลฟิเนส ทีมลีกรองในเม็กซิโก ซึ่งก่อนหน้านี้ โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ผู้อำนวยการสโมสรบีอีซี เทโรศาสน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางบอร์ดบริหารได้ยื่นหนังสือ พร้อมเอกสารหลักฐานสำคัญ เกี่ยวกับสัญญาการย้ายตัวของ เคลตัน ซิลวา ระหว่าง บีอีซี เทโรศาสน กับ เดลฟิเนส ทีมลีกรองในเม็กซิโก ไปให้กับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้พิจารณาแล้วว่า อดีตกองหน้าแซมบ้าขวัญใจ “มังกรไฟ” เป็นสมบัติของสโมสรอยู่ หรือ เป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ ล่าสุด เคลตัน ซิลวา กองหน้าชาวบราซิล เปิดแถลงข่าวชี้แจงเรื่องสัญญาของเขากับ บีอีซี เทโรศาสน กับ เกเรตาโร และ เดลฟิเนส ต้นสังกัดในเม็กซิโก ณ โรงแรมรามาการ์เดน โดยยืนยันว่าตนเองเป็นฟรีเอเย่นต์ และจะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด “ผมเคารพในบีอีซี เทโรศาสน เหมือนเดิม 66 เกม 44 ประตู น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ดีรวมทั้งโอสถสภา สระบุรี ด้วย สัญญาที่ผมทำไว้ตอนย้ายไป เกเรตาโร มีอีกหนึ่งฉบับซึ่งไม่มีเงื่อนไขระบุเรื่องดึงตัวกลับ แต่สัญญาฉบับนั้นทำให้ผมเล่นให้ เดลฟิเนส ลำบาก เพราะต้องใช้เวลาในการโอนย้ายไอทีซี จึงมีสัญญาอีกหนึ่งฉบับที่ทำกับ เดลฟิเนส (สัญญาที่โรเบิร์ตโชว์) ซึ่งผมเซ็นแบบเร่งด่วนระหว่างที่ฝึกซ้อมอยู่เม็กซิโก” แต่ระหว่างที่ผมอยู่กับ เดลฟิเนส ผมไม่ได้เงินเดือนมา 5 เดือน ซึ่งตามกฏฟีฟ่า ถ้าไม่ได้ค่าเหนื่อยเป็นเวลา 3 เดือนจะทำให้ผมเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ และที่สำคัญเป็นสัญญาเป็นรูปแบบขายขาด ซึ่งเงื่อนไขการส่งตัวกลับจะไม่ผูกพัน มันไม่เหมือนสัญญาการยืมตัว “ผมคิดว่าเป็นเรื่องของสโมสรระหว่างบีอีซี เทโรศาสน กับ เดลฟิเนส ที่ต้องเคลียร์กันไม่เกี่ยวกับผม โรเบิร์ต บอกว่าผมเป็นสมบัติของบีอีซี เทโรฯ แต่ทำไมต้องส่งสัญญาฉบับใหม่มาให้ผมเซ็น เพื่อกลับมาเล่นกับทีม” เคลตัน กล่าวพร้อมโชว์สัญญาฉบับใหม่ที่โรเบิร์ตส่งมาให้ล่าสุด “นอกจากนี้ยังมีหนังสือของคุณไบรอัน มาร์คา (ประธานบีอีซี เทโรศาสน) ส่งมาอวยพร” ถ้าหากสัญญาที่มีเงื่อนไขดึงตัวกลับอยู่แล้วทำไม บีอีซี เทโรศาสน ต้องส่งสัญญาฉบับนี้มาให้ผมเซ็นอีกครั้ง เพื่ิอให้กลับมาเล่นให้กับทีม และเมื่อผมปฏิเสธก็มีจดหมายจากคุณไบรอันอวยพรให้โชคดีด้วย “สาเหตที่ผมออกมาแถลงข่าววันนี้ เพราะต้องการต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของตัวเอง เพราะตอนนี้ผมถูกพูดถึงเหมือนเป็นผู้ร้ายในสังคม” ต่อข้อคำถามที่ว่า เคลตัน ได้เซ็นสัญญากับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แล้วหรือยัง เจ้าตัวตอบว่า “ผมได้ตกลงปากเปล่ากับ เอสซีจี เมืองทอง ไปแล้ว แต่รอฟีฟ่า เคลียร์ปัญหารับรองทุกอย่าง ซึ่งระหว่างนี้ผมก็จะไปซ้อมกับเอสซีจี เมืองทอง ก่อน” “มันเป็นเรื่องของความทะเยอทะยานในอาชีพของผม ที่ต้องการก้าวหน้า ลองคิดดูหากมีข้อเสนอที่ดีมาถึงเรา เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว และ เมืองทอง มีประวัติศาสตร์ชัดเจนพวกเขาได้แชมป์ลีก 3 ครั้งใน 5 ปี ได้เล่นในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ยืนยันอีกครั้งว่าผมเป็นฟรีเอเย่นต์” ทั้งนี้ เคลตัน ยังยืนยันว่า ฟีฟ่า จะส่งหนังสือยืนยันสถานะว่าตนเองเป็นฟรีเอเย่นต์ภายในวันพรุ่งนี้ (29 พฤษภาคม 2014) ด้าน “เสี่ยเป้”รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้จัดการทั่วไป “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการที่สนใจจะดึง เคลตัน ซิลวา มาร่วมทัพว่า ใครบ้างที่ไม่อยากได้ เคลตัน ซิลวา ซึ่งเขาเป็นถึงดาวซัลโวไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่แล้วร่วมกับ ธีรศิลป์ แดงดา ตรงนี้เป็นการการันตีความสามารถอยู่แล้ว “เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นมองว่าเป็นเรื่องที่ดี จะได้เป็นกรณีตัวอย่าง ที่จะนำมาเรียนรู้และพัฒนา ให้ลีกเมืองไทยได้พัฒนา และตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เรื่องทั้งหมดก็คงต้องรอกันต่อไป” ส่วนเรื่องที่บีอีซี เทโรศาสน ได้แถลงออกมาก่อนหน้านี้นั้น “เสี่ยเป้” เผยว่า ผมเองก็ได้คุยกับ โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ตลอด มันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่เขาจะทำ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิที่พวกเขาควรจะได้ คือทุกคนต่างก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เราก็ทำหน้าที่ของเรา เคลตัน ซิลวา เองเขาก็ต้องทำตามหน้าที่ของเขา ซึ่งตัวนักเตะเองเขาก็คิดว่าเขาไม่ได้เงินมา 5 เดือนสัญญาทั้งหมดควรจะจบลง เขาก็คิดว่าเขาควรจะเป็นฟรีเอเยนต์ “เราก็เคยเจอกรณีเดียวกับบีอีซี เทโรศาสน มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งก็คือกรณีของ คริสเตียน ควาคู คือไม่ได้เงินค่าซื้อขายนักเตะ เราก็ต้องออกมาเรียกร้อง และในที่สุดเราก็ได้ในส่วนที่เราจะได้” เสี่ยเป้ กล่าวทิ้งท้าย ขอบคุณภาพจาก : Almonfoto GoalThailand

10 มหาวิทยาลัยไทยที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2014
10 อันดับ /  ที่สุดในโลก / 

ในปีนี้ผลการจัดอันดับ QS Asia University Rankings 2014 โดย Quacquarelli Symonds (QS) บริษัทเอกชนทำธุรกิจในด้านการศึกษาได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ประจำปี 2014 ออกมาแล้ว ซึ่งมี 10 มหาวิทยาลัยไทยติดอยู่ในการจัดอันดับซะด้วย จะมีมหาวิทยาลัยไหนกันบ้างไปติดตามกันคะ ^^ .. 10 มหาวิทยาลัยไทยที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2014 10 มหาวิทยาลัยไทยที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2014 1. มหาวิทยาลัยมหิดล : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 40 ของเอเชีย อันดับ ที่ 1 ของประเทศไทยปีที่ 5 ติดต่อกัน และเป็นอันดับที่ 40 ของเอเชีย 2432 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "มหิดล" อันเป็นพระนามของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ใช้แทนชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทั้งในด้านการเรียนการสอนและการวิจัย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา นอกจากนี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ยังรับรองมาตรฐานของสถาบันในระดับดีมากให้กับมหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลจัดการเรียนการสอนใน 15 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งหมด 551 หลักสูตร โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใน 6 พื้นที่คือ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพมหานครฯ (ประกอบด้วยพื้นที่บางกอกน้อย พญาไท และวิทยาลัยการจัดการ), มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจบุรี, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ และ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ 2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 48 ของเอเชีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน" ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อปี พ.ศ. 2442 พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระเกี้ยว" มาเป็นเครื่องหมายประจำโรงเรียน การดำเนินงานของโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 (ขณะนั้นนับวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ นับอย่างใหม่ต้องเข้าปี พ.ศ. 2460) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประดิษฐานขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และพระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ถึงปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีผู้บัญชาการและอธิการบดีดำรงตำแหน่งมาแล้ว 16 คน อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ภิรมย์ กมลรัตนกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอับดับให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศทั้งในสาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาเวชชีวศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ และสาขาสังคมศาสตร์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับดีมากจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติอีกด้วย นอกจากนี้ นักเรียนที่ทำคะแนนรวมได้สูงสุดของคณะต่างๆ จากการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางและระบบรับตรงของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่เลือกเข้าศึกษาต่อในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนใน 19 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 540 สาขาวิชา หลักสูตรนานาชาติและภาษาอังกฤษ รวมทั้งสิ้น 85 สาขาวิชา นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถาบันวิจัยขึ้นภายในมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งเพื่อดำเนินการวิจัยในศาสตร์ต่าง ๆ ด้วย 3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 92 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย โดยใช้ชื่อตามจังหวัดเป็นแห่งแรก เป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคเหนือ ตั้งอยู่ที่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2501 เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานกว่า 700 ปี มีสภาพภูมิประเทศงดงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเป็นธรรมชาติ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีจำนวนนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 36,379 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2556) จำแนกตามระดับการศึกษา ได้แก่ ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก และระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต โดยมีคณะที่เปิดสอนจำนวนทั้งสิ้น 20 คณะ 1 วิทยาลัย และ 1 บัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้ หลักสูตรในระดับปริญญาตรี มีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละคณะทั้งหมดประมาณ 100 หลักสูตรโดยจะมีการแบ่งหลักสูตรออกเป็น หลักสูตรภาคปกติ หลักสูตรภาคพิเศษ หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรสาขาวิชาร่วม โดยแต่ละคณะจะเป็นผู้กำหนดรายวิชาในแต่ละสาขาวิชาที่เปิดสอน 4. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 134 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ก่อตั้งในชื่อ "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง" หรือ "ม.ธ.ก." (The University of Moral and Political Sciences หรือ UMPS) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป ต่อมาใน พ.ศ. 2495 รัฐบาลเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบัน นับเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอายุเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมือง และความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดการศึกษาครอบคลุมทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ทุกระดับจำนวนทั้งสิ้น 256 หลักสูตร เป็นระดับปริญญาตรี 111 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 8 หลักสูตร ปริญญาตรีควบปริญญาโท 4 หลักสูตร ปริญญาโท 99 หลักสูตร และปริญญาเอก 34 หลักสูตร จัดการศึกษาทั้งภาคกลางวันและภาคค่ำ 5. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014  อันดับที่ 142 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ของประเทศไทย ตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. ๒๕๑๑ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2510 ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 จึงถือว่าวันที่ 22 กันยายนของทุกปี เป็นวันสงขลานครินทร์ ในระยะแรกของการก่อตั้ง ได้รับนักศึกษาเข้าศึกษาครั้งแรกในคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยใช้อาคารเรียนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหิดล) เป็นสถานที่ศึกษา และปีต่อมา พ.ศ. 2511 ก็เริ่มย้ายนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์มาเรียนที่จังหวัดปัตตานี ในปี พ.ศ. 2514 ย้ายนักศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเรียนที่ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็นวิทยาเขตที่ใหญ่ที่สุด พ.ศ. 2520 เปิดวิทยาเขตภูเก็ต พ.ศ. 2533 เปิดวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และ พ.ศ. 2534 เปิดวิทยาเขตตรัง ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยได้เปิดคณะวิชาต่าง ๆ 25 คณะ โดยเปิดสอนสาขาวิชาการต่าง ๆ จำนวน 236 สาขา เป็นการศึกษาระดับปริญญาเอกและเทียบเท่า 20 สาขา หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง 9 สาขา ปริญญาโท 86 สาขา ประกาศนียบัตรบัณฑิต 2 สาขา และปริญญาตรี (4-6 ปี) 121 สาขา 6. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 151-160 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนหลักสูตรทางด้านการเกษตร ก่อตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ โดยมีปณิธาณในการก่อตั้งเพื่อเป็นคุณประโยชน์แก่การกสิกรรมและการเศรษฐกิจของประเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนช่างไหมในปี พ.ศ. 2447 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนการเพาะปลูก หลังจากนั้นรวมเข้ากับโรงเรียนแผนที่เป็นโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ มีผลให้วิทยาการทางการเกษตรพัฒนาและก้าวหน้า ใน พ.ศ. 2486 รัฐบาลได้ปรับปรุงและรวมกิจการของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนกับโรงเรียนวนศาสตร์ (โรงเรียนการป่าไม้เดิม จังหวัดแพร่) มาเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แรกเริ่ม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดสอนเฉพาะด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ต่อมาได้ขยายสาขาวิชาครอบคลุมทั้งสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ บริหารธุรกิจ และศิลปศาสตร์ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 และอยู่ระหว่างการพิจารณาแปรสภาพจากมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มีวิทยาเขตที่เปิดทำการสอนทั้งหมด 4 วิทยาเขตได้แก่ วิทยาเขตบางเขน วิทยาเขตกำแพงแสน วิทยาเขตศรีราชา และวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนครทั้งยังมีโครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรีอีกหนึ่งแห่งด้วย มีหน่วยงานที่เปิดการสอน 28 คณะ 2 วิทยาลัย และสถาบันสมทบอีก 2 แห่ง มีหลักสูตรที่เปิดทำการสอน 373 หลักสูตร โดยเป็นหลักสูตรนานาชาติ 38 หลักสูตร นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถาบันวิจัยขึ้นตามจังหวัดต่าง ๆ หลายแห่งเพื่อดำเนินการวิจัยในศาสตร์ต่าง ๆ 7. มหาวิทยาลัยขอนแก่น : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 171-180 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีอัตราการสอบแข่งขันเข้าเรียนมากที่สุดในภูมิภาค มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นหนึ่งในบรรดามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเก้ามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติจากกระทรวงศึกษาธิการในปี พ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งขึ้นและสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งภูมิภาคที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของประเทศ ส่วนการจัดการเรียนการสอนนั้นครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ การเกษตร มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยได้รับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศทางด้านการเรียนการสอน และดีเยี่ยมทางด้านการวิจัย เปิดหลักสูตรรวมทั้งสิ้น 317 หลักสูตร แบ่งได้เป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอก 59 หลักสูตร ปริญญาโท 129 หลักสูตร ปริญญาตรี 105 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 24 หลักสูตร 8. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 181-190 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หรือที่รู้จักในชื่อ "บางมด" เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล เดิมชื่อ วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้าน วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สถาปัตยกรรมศาสตร์ ปัจจุบันเปิดทำการสอน 8 คณะ 1 สถาบัน 1 บัณฑิตวิทยาลัย 1 โครงการร่วมบริหาร ทั้งในหลักสูตรปกติ สองภาษาและนานาชาติ ในระดับปริญญาตรี โท และเอก มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย 9. มหาวิทยาลัยบูรพา  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 201-250 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยบูรพา สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตั้งอยู่ที่ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 โดยอดีตเป็นวิทยาเขตหนึ่งของวิทยาลัยวิชาการศึกษา (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปัจจุบัน) โดยมีชื่อว่า วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน หรือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้วันที่ 8 กรกฎาคม หรือที่เรียกว่า "แปดกรกฎ" ของทุกปีจึงนับเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยบูรพาจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี โท เอก ในหลากหลายกลุ่มสาขาวิชา เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นต้น 10. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (อันดับที่ 251-300 ของเอเชีย) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พัฒนาจาก โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2492 และต่อมาพัฒนาเป็น วิทยาลัยวิชาการศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2497 และพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อ พ.ศ. 2517 โดยได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ส่วนอักษรย่อ มศว ไม่มีจุด มี 3 แนวคิด 1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพร้อมกับชื่อมหาวิทยาลัย (ซึ่งไม่ได้มีในประกาศ มีเพียงชื่อเต็มและคำอ่าน) 2. เพื่อให้ได้ความหมายของการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด 3. เกิดจากครั้งหนึ่ง มีการเปลี่ยนระบบอักษรย่อในภาษาไทย โดยไม่ใส่จุดแบบภาษาละติน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจึงได้ใช้อักษรย่อ มศว แต่เนื่องจากมีการกลับมาใช้อักษรย่อแบบมีจุดเหมือนเดิม มศว จึงกลายเป็นสถาบันที่มีอักษรย่อแบบไม่มีจุด ต่างจากที่อื่น ปัจจุบันเปิดการเรียนการสอน 15 คณะ 4 วิทยาลัย 1 สำนักวิชา ขอบคุณที่มาข้อมูล QS Asia University Rankings 2014, .manager.co.th, wikipedia

อัพเดทข้อมูล กันดั้ม จี no Reconguista!!
Gundam /  Gundam G no Reconguista / 

ถ้าใครได้ติดตามหรือเป็นแฟนของซีรี่ย์ Gundam ก็คงทราบข่าวโปรเจ็กต์ครบรอบ 35 ปีกัน เป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งน่าจะโดนใจใครหลายๆ คนในที่นี้เป็นแน่ แต่มาวันนี้ก็มีอัพเดทเพิ่มเติมเกี่ยวกับอนิเมะ กันดั้ม จี no Reconguista (Gundam: Reconguista in G) ซีรี่ย์ใหม่ของ Gundam และเป็นการกลับมาขึ้นแท่นผู้กำกับอีกครั้งของ Tomino Yoshiyuki ก็ได้เผยพรีวิวตัวที่ 2 ออกมา พร้อมกับรายชื่อนักพากย์และทีมงานเรียบร้อย จะเป็นยังไงบ้างมารับชมพร้อมๆ กันเลย คลิปเปิด Gundam: Reconguista in G กันดั้ม จี no Reconguista สำหรับเนื้อเรื่องของภาคนี้ก็มีอยู่ว่า เมื่อเวลาผ่านไปหลังจากจุดจบของ Universal Century ประวัติศาสตร์ถูกจารึกโดยการตั้งรกรากถิ่นฐานในอวกาศและสงครามอวกาศ ความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติซึ่งถูกนำโดยยุคใหม่ที่เรียกว่า Regild Century (R.C.) ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นตัวนำความสงบสุขของโลกปี R.C. 1014Capital Tower ลิฟต์วงโคจรได้ถูกส่งขึ้นไปเหนือพื้นผิวโลกและเชื่อมต่อระหว่างโลกและอวกาศ เนื่องจากการขับเคลื่อนนั้นใช้โดยพลังงาน Photon Battery มันจึงถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์Beruri Nenamu ผู้ที่อยู่ระหว่างการฝึกฝนเพื่อที่จะเป็น Capital Guard (เป็นกองกำลังที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้อง Capital Tower) เมื่อ Capital Tower ถูกโจมตีโดย G-Serufu ที่มีประสิทธิภาพการเคลื่อนที่คล่องแคล่วและเทคโนโลยีที่ไม่มีใครรู้ได้ว่า มาจากไหนBeruri ผู้ที่เข้าร่วมรบพร้อมกับหุ่นซ่อมแซม Rekuten และสามารถจับ G-Serufu มาได้ อย่างไรก็ตาม Beruri มีความรู้สึกบางอย่างกับสาวโจรสลัดชื่อว่า Aiida Reihanton นักบินหุ่น G-Serufu และเป็นความรู้สึกเดียวที่เขารู้สึกกับ G-Serufu และถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นมันมาก่อนก็ตาม G-Serufu ที่น่าจะควบคุมได้ด้วยเงื่อนไขพิเศษบางอย่าง แต่ Beruri กลับสามารถขึ้นขับได้เป้าหมายของ Aiida และสลัดอวกาศที่โจมตี Capital Tower โชคชะตาของ Beruri ผู้ที่ถูกเลือกโดย G-Serufu นั้นจะเป็นการนำไปสู่ความจริงที่จะทำให้ยุค Regild Century ต้องสั่นคลอน” รายชื่อทีมงานจะเป็นใครกันบ้างมาดูพร้อมกันเลย Chief Director: Tomino Yoshiyuki Character Desigb: Yoshida Kenichi Mechanical Design: Yasuda Akira, Gyoubu Ippei, Yamane Kimitishi Design Works: Koyama Shigeto, Nishimura Kinu, Gouda Cheese, Ichida Pablo,Sakura Takumi, Kurashima Ayumi Color Key Artist: Mizuta Nobuko Music: Kanno Yuugo Soud Director: Kimura Eriko Production: Sunrise Distribution: TOHO Picture ส่วนเหล่ารายชื่อนักพากย์และหน้าตามตัวละครก็เป็นดังนี้ Beruri Zenamu พากย์โดย Ishii Mark Aiida Reihanton พากย์โดย Shimamura Yu Noredo Nagu พากย์โดย Kotobuki Minako Ruin Rii พากย์โดย Satou Takuya Raraiya Mandy พากย์โดย Fukui Yukari G-Serufu Gundam Kattoshii Grimoire Rekuten นอกจากนี้ก็มีตัวละครชื่อ Nikku Kurimu ผู้ขับหุ่นสีฟ้า Montero (ยังไม่มีภาพ) พากย์โดย Ohsaka Ryouta, Many Anbasada พากย์โดย Takagaki Ayahi แฟนสาวของ Ruin อีกด้วย สามตอนแรกของเรื่องนี้จะรวมกันฉายแบบล่วงหน้า ในโรงภาพยนต์ 13 แห่ง ในญี่ปุ่นจากวันที่ 23 สิงหาคม -  5 กันยายน 2014 และจะมีแบบสตรีมผ่านทางบริการ Docomo Anime Store ในวันที่ 8 – 30 กันยายน และตัวอนิเมะจะฉายทางช่อง MBS และช่องอื่นๆ ในเดือนตุลาคมนี้จ้า credit : akibatan

ตำรา ทำนายปาน…ส่วนไหนให้โทษหรือคุณ
ดูดวง /  ตำราทำนายปาน / 

บางคนมี ปาน แต่เกิดความสงสัยว่า จะให้โทษหรือให้คุณ Horoscope.Mthai.com จึงไม่รอช้าที่จะไปค้นหาข้อมูล เกี่ยวกับ ปาน ว่าบริเวณไหนที่จะให้คุณและบริเวณไหนที่จะให้โทษ จากตำราทำนาย ปาน พรหมชาติฉบับสมบูรณ์ ปาน…ส่วนไหนให้โทษหรือคุณ ลักษณะ ปาน อาจกล่าวได้ว่า ปาน มีส่วนให้โทษมากกว่าให้คุณ ลักษณะปานพิจารณาตามสีของ ปาน จะพบว่า มี 3 สี คือ ตามนี้ (1) ปานสีขาว ขาวหม่น คนผิวดำจะมองเห็นได้ชัด คนผิวขาวอาจจะมองไม่เห็น ชัดเจนนัก (2) ปานสีแดง ปนสีดำเล็กน้อย หรือสีค่อนข้างเขียว (3) ปานสีดำ ดำสนิท 1. ผู้ใด (ชาย-หญิง) มีปานที่บริเวณใบหน้าไม่ว่าที่ใด ๆ ทายว่า ผู้นั้นเสมือนมีตราอัปมงคลตรึง อยู่บนเสนทางชีวิต ไม่มีทางให้คุณใด ๆ ทั้งสิ้น มีแต่จะทำให้ตนอัปยศอดสู มีปมด้อยอย่างเดียว 2. ผู้ใดมีปานบริเวณลำคอ ทายว่า ผู้นั้นมักเย่อหยิ่งไม่ค่อยสมาคมกับใคร ๆ มักเก็บตัวแต่มีสติปัญญา  ความสามรถในการงานดี 3. ผู้ใดมีปานที่ต้นคอ ทายว่า ผู้นั้นหากร่ำเรียนศาสตร์ลึกลับ เช่น ดาราศาสตร์ หรือโหราศาสตร์  ท่านว่าจะประสบความสำเร็จ จะมีชื่อเสียงเรืองนามเป็นที่ปรากฏแก่ชนทั่วไป 4. ผู้ใดมีปานเล็ก ๆ สีเขียวที่ริมฝีปาก ทายว่า ผู้นั้นจะเจรจาพาทีเป็นที่สบอารมณ์ ของคนทั่วไป ทำราชการจะก้าวหน้า ทำการค้าจะรุ่งเรือง เป็นนักการเมืองจะมีชื่อเสียงโด่งดัง หากมีไฝปรากฏอยู่ด้วยยิ่งเสริมอำนาจวาสนามากขึ้น 5. ผู้ใดมีปานเป็นรูปราชสีห์ ช้างสาร หรือเทวดา ไปมีที่ใด ๆ ทายว่า ผู้นั้นจะประสบความสำเร็จ ทางการมีอำนาจวาสนา มีตะบะเดชะมาก หากเป็นสมณะชีพราหมณ์ยิ่งดีนัก จะมีคนขึ้นคารวะ ไม่อดอยากทางลาภสักการะ หากเป็นฆราวาสมักชอบเรียนวิชาลึกลับ เป็นหมอดูจะทายแม่นยำ ดังตาเห็น 6. ผู้ใดมีปานที่นมซ้าย ทายว่า ผู้นั้นจะอยู่ร่มเย็นเป็นสุข มีทรัพย์สินเงินทอง ข้าทาสบริวารมาก ถ้าเป็นชายจะเป็นที่พึ่งของญาติพี่น้อง เป็นหญิงจะมีแม่ศรีเรือน มีลูกเต็มบ้านหลายเต็มเมืองดีนักแล 7. ผู้ใดมีปานที่นมขวา ทายว่า ผู้นั้นจะต้องทำงานมากได้รับความลำบากยากไร้ ไม่มีญาติมิตรหรือ ลูกหลานยำเกรง พึ่งใครมักจะถูกปฏิเสธ จะหย่าร้างกับคู่ครอง เป็นสมณะชีพราหมณ์ จึงจะดี 8. ผู้ใดมีปานที่กลางอกระหว่างนมทั้ง 2 หรือใต้หรือเหนือราวนม ทายว่า ผู้นั้นเมื่อน้อยจะมีความทุกข์ เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนจะพบกับความสำเร็จในการเลือกคู่ควร เมื่อเข้าสู่วัยชรา จะมีทรัพย์สิน เงินทองข้าทาสบริวารมากดีนักแล 9. ผู้ใดมีปานที่ใบหูขวา ทายว่า ผู้นั้นจะมีความสุข ทำอะไรมีคนช่วยเหลือเจือจุน ไม่เดือดร้อน เป็นคนเห็นการณ์ไกล ไปสารทิศใด คนมักยำเกรง  เป็นข้าราชการ พ่อค้าดีนักไม่เดือดร้อน 10. ผู้ใดมีปานที่ใบหูซ้าย ทายว่า ผู้นั้นมีความกังวลใจ เกี่ยวกับญาติพี่น้อง ไม่มีคนเห็นใจ ทำอะไรหรือมีทรัพย์สินมักมีคนมาเบียดเบียน ต้องช่วยเหลือคนอื่นอยู่ร่ำไป 11. ผู้ใดมีปานที่ฝ่ามือหรือหลังฝ่ามือขวา ทายว่า ผู้นั้นมีสติปัญญาความคิดริเริ่มดี มักขายปัญญาให้คนอื่น ตัวเองสร้างตัวไม่ค่อยได้ ต้องพึ่งพาอาศัยคู่ครองจึงจะก้าวหน้า 12. ผู้ใดมีปานที่ฝ่ามือหรือหลังมือซ้าย ทายว่าผู้นั้นจะมีความสุขเงินทองของใช้ เมื่อเข้ามาให้ใช้มือซ้ายนี้เก็บจะยั่งยืนไม่สูญหายเป็นที่พึ่งของคนทั่วไป 13. ผู้ใดมีปานในช่องหู ไม่ว่าขวาหรือซ้าย ทายว่าผู้นั้นจะมีความสุขความเจริญ ในกิจการงาน ๆ ทั่วไป มีทรัพย์สินเงินทอง ของใช้มากแต่จะมีลูกหลานนำความเดือดร้อนมาให้เนืองๆ ท่านว่า สุขเพียงกายแต่ทุกข์ใจเกี่ยวกับบริวารมาก 14. ผู้ใดมีปานที่รักแร้  หรือต้นคางไม่ว่าข้างใด ทายว่า ผู้นั้นจะลำบากกายใจเมื่อวัยหนุ่มวัยสาว ต่อเมื่อมีครอบครัวแล้วจะทำมาค้าขึ้น เจริญรุ่งเรืองดีจะสุขกายสบายใจ ตลอดชีวิต 15. ผู้ใดมีปานที่หัวนม ไม่ว่าขวาหรือซ้าย ทายว่า ผู้นั้นอาภัพจะทำมาหากินลำบาก ลูกหลานจะไม่เลี้ยงดู เมื่อวัยชราจะตกระกำลำบาก ควรสะเดาะเคราะห์เมื่อย่างเข้าวัยเบญจเพส (อายุ 25 ปี) และเมื่ออายุ 45 ปี จะดี 16. ผู้ใดมีปานที่บังคับ คือ ที่ระหว่างคิ้ว อก ไหล่ กลางหลังพอดี ทายว่า ผู้นั้นอัปมงคล ไม่มีความสุขสบายเท่าที่ควร 17. ผู้ใดมีปานที่ปานบริเวณท้องน้อย ทายว่า ผู้นั้นจะเป็นคนอุดมสมบูรณ์ ไปด้วย โภคสมบัติทรัพย์สินเงินทอง ข้าทาสบริวาร จะมีคู่ครองที่หลงใหลรักใคร่ เลี้ยงดูให้สุขกาย สบายใจ แต่ท่านว่าผู้นั้นมักมากในกามารมณ์ยิ่งนักแล 18. ผู้ใดมีปานที่เนินหรือโคนของลับ ทายว่าผู้นั้นมีเสน่ห์ เจรจาพาทีเป็นที่สบอารมณ์ของต่างเพศทั่ว ๆ ไป มักมีรสนิยมทางเพศสม่ำเสมอ เจ้าชู้ไม่รู้จักอิ่มในกามคุณ 19. ผู้ใดมีปานที่แคมของลับ (หญิง) หรือลำลึงค์ (ชาย) ทายว่าผู้นั้นมีความสนุกสนานร่าเริงอยู่เสมอ มักมากในกามารมณ์ มักผิดลูกผิดคู่ของชาวบ้านไม่เลือกเวลาสถานที่ จะสุขทางกามคุณแต่จะทุกข์ทางทรัพย์สินเงินทอง มักประสบความเสื่อมเสียในทางชื่อเสียง อนึ่ง ถ้าเป็นชายจะได้หญิงหม้ายเป็นภรรยา หากเป็นหญิงจะเป็นเมียน้อยเขาแล 20. ผู้ใดมีปานที่ตะโพก หรือที่ของลับ ทายว่า ผู้นั้นมักเป็นคนชอบสนุกสนาน ไม่มีความคิดอ่านในเรื่องการสร้างตัว มักเย่อหยิ่งจองหอง เมื่อวัยหนุ่มสาว จะมีเงินทองของใช้มาก แต่หาความสุขไม่ค่อยมี เมื่อเข้าวัยชราจึงจะพบกับความสุขสบาย 21. ผู้ใดมีปานที่ตา ทายว่า เป็นชายใช้ไม่ได้ ไม่เป็นเหย้าเป็นเรือน เสพลเฮฮา ชอบสนุกไม่นึกถึงอนาคต หากเป็นหญิงทายว่า ถ่อยนัก อาภัพเหลือเกิน มีลูกก็เลี้ยงไม่ได้ มีสมบัติก็รักษาไม่คุ้ม 22. ผู้ใดมีปานที่หน้าผาก ทายว่าผู้นั้นอาภัพอับโชควาสนาหากินไม่ทันเพื่อนบ้าน ไปไหนมาไหนมักเป็นคนมีปมด้อย ทำไร่นาค้าขายในชนบทเจริญก้าวหน้ากว่าอย่างอื่น 23. ผู้ใดมีปานที่บริเวณขาหนีบใกล้ทวารหนัก ทายว่า ผู้นั้นมักมากในกามารมณ์ จะมากชู้หลายคู่นอน มีรสนิยมทางเพศต่ำ มักชอบเพศตรงข้ามที่มีวัยแก่หรือน้อยกว่าตนมากๆ วัยหนุ่มสาวดี เข้าสู่วัยกลางคนปานกลาง วัยชราจะลำบาก 24. ผู้ใดมีปานที่ตะโพกย้อย ทายว่า ผู้นั้นมีอารมณ์ทางเพศสม่ำเสมอ รุนแรง จะหาความสุขทางครองเรือนได้ยาก วัยสาวมักมีคู่หลายคน เข้าสู่วัยกลางคนและชราจึงจะสุขกายสบายใจ 25. ผู้ใดมีปานที่ตรงบริเวณขาอ่อน ไม่ว่าขวาหรือซ้าย ทายว่า ผู้นั้นจะมีความฉลาดในการเลือกคู่ก็ต่อเมื่อสูญเสียเงินทอง หรือความบริสุทธิ์ไปก่อนแล้ว จะมีความสุขสมหวัง เมื่อวัยกลางคนไปแล้ว 26. ผู้ใดมีปานที่ข้อพับแขนหรือขา ทายว่า ผู้นั้นเป็นคนจัดจ้นเจรจาพาทีมักอ้าง คนใหญ่คนโตมาบังหน้า มักมากในกามารมณ์ มีรสนิยมทางเพศสูง เก็บความรู้สึกไม่ค่อยอยู่ มักระบายออกทางวาจา แลฯ อนึ่ง ผู้ใดไม่มีไฝหรือปานในร่างกายแล ท่านว่า ผู้นั้นเป็นคนอาภัพอัปลักษณ์ที่สุด ไม่มีไฝ อนึ่ง ต้องมีปาน หรือมีแต่ไฝไม่มีปานเลยยิ่งดี หากมีแต่ปานไม่มีไฝท่านว่าไม่ดีแลฯ

ศาสตร์ฮวงจุ้ย ตัวเลข ดีหรือร้าย
ดูดวง /  ดูดวงตัวเลข / 

ในศาสตร์ฮวงจุ้ย ตัวเลข ทุกตัวมีทั้งความหมายที่ดีและร้าย ซึ่งมีความหมายเฉพาะตัวแฝงไว้ด้วยความลี้ลับมหัศจรรย์ ตัวเลขทุกตัวเกี่ยวข้องอยู่กับชีวิตของเรา และเป็นตัวแทนความหมายได้อีกหลายสิ่งหลายอย่าง ศาสตร์ฮวงจุ้ยตัวเลข ดีหรือร้าย ตัวเลข ที่สัมพันธ์กับ ศาสตร์ฮวงจุ้ย เลข 1 หมายถึง เริ่มต้น เอกเทศ ได้รับความนิยมน้อย แต่ไม่ใช่โชคร้าย เลข 2 หมายถึง เมตตา อ่อนไหว มีชีวิต เลข 3 หมายถึง อุบัติเหตุ พลัดพราก เลข 4 หมายถึง รอบข้าง มีสัมพันธ์ไมตรี เลข 5 หมายถึง ความสมดุล เป็นกลาง เลข 6 หมายถึง มั่งคั่ง ร่ำรวย เลข 7 หมายถึง อุปสรรค แตกแยก เลข 8 หมายถึง ราบรื่นมั่นคง ร่ำรวย ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุด เลข 9 หมายถึง ยั่งยืน ยาวนาน ก้าวหน้า เลข 0 หมายถึง ไม่สิ้นสุด ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือไขรหัสลับด้วยฮวงจุ้ย

ทาสรักอสูร : เจ็บแค้นเคืองโกรธเตะฉันใย
กระแต /  ตบจูบ / 

มาแล้วกับหนังเรื่องล่าสุดของดาวตลกแห่งเมืองไทยอย่าง หม่ำ จ๊กม๊ก ที่มาคราวนี้เขายังคงควบหน้าที่ กำกับเอง แสดงเอง กับหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแนว ตบจูบ ของพี่เปี๊ยก พิศาล ใน ทาสรักอสูร ซึ่งจากตัวอย่างที่หลายคนได้เห็นไปแล้วก็คงจะพอมีหวังกับความฮาของหนังกันมาบ้างแหละนะ จงลืมนิยายรักหฤโหดอันลือลั่นที่คุณเคยรู้จัก เพราะว่าตลกหน้าเหลี่ยม “หม่ำ จ๊กม๊ก” จะเปิดตำนานรักครั้งใหม่ที่ไม่เหมือนครั้ง­ไหนๆ เมื่อเขาต้องรับบท “นายหัว ชายเถื่อนไร้หัวใจ ” ที่จะมาปะทะกับ “สาวเมืองกรุงแสนสวยแต่ขี้วีน” พิงกี้ สาวิกา” ตำนานรักครั้งใหม่ของเจ้านายกับทาสผู้ถูกท­ำร้ายโดยไม่มีความผิด ที่มีหัวใจเป็นเดิมพัน กำลังจะถือกำเน­ิดขึ้น ทั้งรัก ทั้งมันส์ ทั้งฮา ด้วยลีลาตบจูบ 360 องศา เมื่อ นายหัว ได้จับตัว คุณอูอี้ มาเพื่อแก้แค้นกับสิ่งที่พ่อของเธอเคยทำไว้ในอดีตนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างตลกกับหนังของ หม่ำ จ๊กม๊ก ในยุคแรกๆอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งพวก บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม หรือ แหยมยโสธร ในภาคแรก แต่ก็อย่างที่รู้กันว่ายิ่งนานวันเข้าหนังของผู้กำกับคนนี้กลับค่อนข้างที่หมดมุกใหม่ๆมานำเสนอคนดู ตั้งแต่ จั๊กกะแหล๋น และล่าสุดอย่าง แหยม ยโสธร 3 แต่ก็ต้องยอมรับว่าในผลงานเรื่องใหม่อย่าง ทาสรักอสูร เมื่อได้เห็นตัวอย่างก็พอจะมีความหวังว่าพี่หม่ำเขาจะกลับมา ท็อปฟอร์ม ได้บ้าง โดยหลังจากที่ได้ไปรับชมมาแล้ว ก็ต้องว่ากันตามเนื้อผ้าว่าตัวหนัง ทาสรักอสูร อาจจะไม่ได้กลับมาท๊อปฟอร์มอย่างที่หวัง แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้น่าเกลียดจนถึงขั้นรับไม่ได้ขนาดนั้นเลยทีเดียว โดยสิ่งที่ต้องขอชม ทาสรักอสูร คงหนีไม่พ้นไอเดียของการล้อเลียนหนัง ละครหลังข่าว แนวตบจูบ ตัวร้ายขี้อิจฉา หรือแม้แต่พระเอกขี้เก็ก ซึ่งในส่วนนี้ผู้กำกับ หม่ำ ถือว่าทำการบ้านมาดีพอสมควร คอยตามเก็บทุกเม็ดว่ามีส่วนไหนที่หนัง ละครแนวตบจูบชอบทำเปิ่นๆกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคนเดียว, หัวเราะเสียงดังๆ หรือแม้แต่การที่ตัวขี้อิจฉาส่งลูกน้องไปจัดการนางเอก และแน่นอนว่าที่เด็ดสุดคือ ฉากการตบกัน ที่ในเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังจีนแนว โจวซิงฉือ ซึ่งก็ครีเอทได้ดีพอสมควร แต่ก็อาจจะแป๊กบ้าง ฮาบ้าง ผสมปนเปกันไป เช่นเดียวกันกับมุกตลกใน ทาสรักอสูร ซึ่งสมมุติว่ามุกตลกปล่อยออกมา 100 เม็ด ในเรื่องนี้ก็เอาเป็นว่ามีฮาสักประมาณ 30 เม็ด (ซึ่งถือว่าดี เมื่อเทียบกับหนังเรื่องล่าสุดอย่าง แหยมยโสธร 3 ที่ส่วนตัวผมไม่ฮาสักเม็ด) โดยใน 30 เม็ดนี้ก็จะมีมุกตลกเด็ดๆอยู่ประมาณ 40% เลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นการก้าวหน้าที่ดีสำหรับหนังยุคหลังๆของเขา โดยเฉพาะมุกตลกแนวมุกชนมุก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะส่งเสริมให้ออกมามากกว่า มุกตลกแนวด่าพ่อล้อแม่ เสียอีก (ซึ่งนั่นก็คือ 70 เม็ดที่เหลือ ที่มันไม่ฮา) แต่ก็น่าเสียดายที่ตามสไตล์หนังตลกไทย สิ่งที่ยังทำให้ตัวหนังยังไม่ได้ไปไหนสักที คงหนีไม่พ้นการตัดต่อที่ยังคงติดรากฐานการตัดต่อแบบ มุกชนมุก ทำให้หลายๆฉากของหนังเนี่ยคิดออกได้เลยว่า จะใส่มาทำไม อยู่เป็นระยะๆ เลยท้ายสุดเมื่อหนังมันเกร่อด้วยวิธีการตัดต่อแบบนี้มากๆ ทำให้เรื่องราวพล็อตหลักของหนังระหว่างการเสียดสี คนจน คนรวย และการพูดถึงความแค้นใน Identity ของคนเราลดลงไปทันที เอาเข้าจริงๆผมคิดว่าถ้าหาก ทาสรักอสูร ลองเอากลับไปตัดต่อใหม่ ไม่ต้องขายความเป็น มุกชนมุก เยอะขนาดนี้ หนังน่าจะสนุกกว่านี้แน่นอน เพราะเพียงลำพังจากการแสดงของ หม่ำ และ พิงกี้ ในเรื่องนี้ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นอีกแล้วนั่นเอง เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉลองวันสถาปนาครบรอบ 80 ปี เปิดตัว “ห้องสมุดดิจิทัล”
Digital Library /  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉลองวันสถาปนาครบรอบ 80 ปีแห่งการอภิวัฒน์สังคมไทย เปิดตัว ห้องสมุดดิจิทัล โดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอนวัตกรรมด้านไอทีล่าสุด ได้แก่ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติแบบเปิดเผยรหัส Koha ระบบตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ MyCat ระบบการยืมระหว่างห้องสมุดข้ามประเทศ WorldShare ILL และระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ตอกย้ำพันธกิจในการเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกที่ให้บริการแก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไปด้วยบริการที่ดีเยี่ยม โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้งานง่าย เข้าถึงได้ทุกหนแห่งตลอด 24 ชั่วโมง ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งมา 80 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็น 8 ทศวรรษแห่งการอภิวัฒน์สังคมไทย และในโอกาสฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนาได้ผลักดันให้ มธ.เปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ซึ่งจะทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้นในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการบริหาร ด้านวิชาการ และด้านการเงินการคลัง ปรับปรุงระบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเพิ่มจำนวนอาจารย์ในคณะที่ขาดแคลน เพื่อให้สัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเปลี่ยนวิธีการสอนจากระบบ “อาจารย์บรรยาย นักศึกษาฟัง” มาสู่ระบบให้นักศึกษาได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จะพัฒนา มธ.ให้สามารถติดอันดับมหาวิทยาลัยโลกในลำดับที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันในระดับเอเชีย มธ. อยู่ในลำดับที่ 107 แต่หลังจากนี้จะต้องอยู่ในลำดับที่ต่ำกว่า 100 ขณะที่ในประเทศไทย มธ. อยู่อันดับที่ 4 โดยตั้งเป้าจะขยับให้ขึ้นมาอย่างน้อยเป็นอันดับที่ 3 และหนึ่งในการพัฒนาของเรายังรวมถึงการพัฒนาห้องสมุดที่ได้รับการยกย่องว่ามีหนังสือด้านสังคมศาสตร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย มาเป็นห้องสุดดิจิทัล ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของ มธ. ในนวัตกรรมที่ก้าวไปพร้อมกับการพัฒนามหาวิทยาลัยตลอด 80 ปีที่ผ่านมา นางศรีจันทร์ จันทร์ชีวะ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงที่มาของห้องสมุดดิจิทัลว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 27 มิถุนายน 2557 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมหลากหลายด้าน เช่น ด้านวิชาการ ด้านบริการสังคม ด้านกีฬาและนันทนาการ ด้านศาสนา และอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสังคม โดยเฉพาะกิจกรรมด้านวิชาการที่จะแสดงให้ทราบถึงความก้าวหน้าในระดับโลกของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ สำนักหอสมุดเป็นหน่วยงานหนึ่งของ มธ. ที่สนับสนุนการเรียนการสอนและบริการทางสังคม ซึ่งมีส่วนในการผลักดันความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีการพัฒนาการดำเนินงานมาโดยตลอด ล่าสุด สำนักหอสมุดได้มีการพัฒนาไปสู่มาตรฐานระดับโลก นั่นคือ ห้องสมุดดิจิทัล ที่นำนวัตกรรมล่าสุดด้านไอทีมาใช้ ได้แก่ 1. ระบบห้องสมุดอัตโนมัติแบบเปิดเผยรหัส (Open Source) Koha ซึ่งเป็นการนำเสนอวิธีการสืบค้น วิธีการยืมหนังสือด้วยเครื่องยืม-คืนอัตโนมัติ วิธีการเข้าถึงหนังสือบนชั้นด้วยระบบ RFID 2. ระบบตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ (Plagiarism) MyCat ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ที่ พัฒนาขึ้นเพื่อให้กระบวนการจัดทำวิทยานิพนธ์เป็นไปอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การจัดส่งร่างวิทยานิพนธ์ การตรวจสอบลิขสิทธิ์โดยใช้โปรแกรม CopyCat และการจัดรูปเล่มวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ 3. ระบบการยืมระหว่างห้องสมุดข้ามประเทศ WorldShare ILL เป็นระบบการยืมหนังสือข้ามประเทศที่เชื่อมโยงข้อมูลของห้องสมุดกว่า 7 หมื่นแห่งทั่วโลก สามารถค้นหาหนังสือหรือผลงานวิชาการได้อย่างแม่นยำ สะดวกรวดเร็ว พร้อมให้บริการทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ช่วยผู้ใช้ห้องสมุดให้มีโอกาสเข้าถึงความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก นับเป็นการขยายพรมแดนการเข้าถึงและการให้บริการจากระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับโลก นอกจากนี้ สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีพันธกิจหลักในการผลิตหนังสือวิชาการให้กับมหาวิทยาลัยยังได้ร่วมมือกับพันธมิตร คือ บริษัท บุ๊คโปรโมชั่นแอนด์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อันยาวนานในการจัดทำฐานข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ในการผลิต e-book เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดในการให้บริการสืบค้น และสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยสามารถใช้บริการได้ไม่จำกัดปริมาณผู้เข้าใช้ ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ โดยในเบื้องต้น e-book จะอยู่ในรูปของการบริการทางวิชาการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งสำนักพิมพ์ได้รับความอนุเคราะห์ต้นฉบับจากหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ สำหรับ e-book เพื่อการจำหน่ายในโอกาสต่อไปจะเป็น e-book ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน

10 แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นสุดฮิต แนวสตรีท - Street Style
10 อันดับ /  แฟชั่นผู้หญิง / 

แฟชั่นวัยรุ่นตอนนี้ดูเหมือนว่า ถ้าไม่ใช่ลุคเรียบหรู ก็จะฉีกแนวเป็นตรีทสไตล์ ซึ่งตอนนี้ แฟชั่นแนวสตรีทนั้นกำลังเป็นที่นิยมมากๆ เป็นเทรนด์ที่ทุกคนสามารถใส่ได้ มิ๊กซ์แอนด์แมทช์แนวเท่ๆ กับลุคหวานๆ ได้สบายๆ ส่วนหนุ่มก็ไม่ต้องพูดถึงแต่งแนวนี้หล่อ เวิร์คทุกคน ^^ วันนี้ teen.mthai.com มี 10 แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นสุดฮิต แนวสตรีท - Street Style  มาฝากกันคะ ไปดูกันซิว่าตอนนี้ แบรนด์สตรีท สไตล์ไหนที่วัยรุ่นชอบใส่กันมากที่สุด .. 10 แบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นสุดฮิต แนวสตรีท - Street Style 1. AMP (เอ เอ็ม พี) ไม่เจ๋งจริงแบรนด์สุดแนวขวัญใจวัยรุ่นอย่าง AMP (เอ เอ็ม พี) คงไม่อยู่มาครบ 10 ปี(กว่าแล้ว) ด้วยงานออกแบบที่ประยุกต์มาจากงานกราฟฟิตี้ของคุณไผ่ คุณเพชรเจ้าของแบรนด์ AMP ที่มีสไตล์ชัดเจนรวมไปถึงสิ่งที่เขาชื่นชอบในแต่ละช่วงของทั้งสองคน ทำให้งานของแบรนด์เอเอ็มพี มีส่วนผสมของสเก็ต กราฟฟิตี้ โอลสคูล ฮิปฮ็อป ร็อค วินเทจ ซึ่งทั้งหมดออกมาในรูปแบบของชิ้นงานที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่ถือว่าถูกและคุ้มค่ามากกว่าหลายต่อหลายแบรนด์ (เทียบกับคุณภาพวัสดุของงาน) อาจจะเพราะฐานการผลิตที่มีกำลังสูงกว่าด้วย ทำให้ AMP นั้นสามารถกำหนดราคาได้คล่องตัวกว่าแบรนด์อื่น ๆ ที่มีในท้องตลาด อีกทั้งยังผลิตสินค้าได้หลากหลายประเภทด้วยไม่เพียงแต่เสื้อยืด แต่ยังรวมไปถึงแอสเซสซอรี่มากมายตามที่เจ้าตัวบอกว่า “อยากใส่อะไร แล้วยังไม่มีคนทำขาย ก็ผลิตเอง ขายเองซะเลย (55+)” ซึ่งก็ขายดีมากจนทำให้ติดอันดับแบรนด์ไทยระดับแนวหน้าของประเทศ   ธุรกิจของ AMP ยังขยายไปถึงร้านสัก ร้านแฮมเบอร์เกอร์ อีกด้วย ซึ่งก็แฝงไว้ด้วยรสนิยมเท่ ๆ ของชาว AMP https://th-th.facebook.com/ampbkk 2. US AND THEM US AND THEM  "ลายเส้นแบบนี้หายากในเมืองไทย" นี่คงไม่เกินไปสำหรับการยกให้ลายเสื้อของ US AND THEM ที่มีลายเส้นมากด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีจังหวะแบบไทย ๆ และใส่ความชื่นชอบของคุณเอกเจ้าของแบรนด์เอง ที่มาจากความสนใจในแต่ละช่วง ทั้งผู้หญิง รถ ความตาย! (- -*) ซึ่งถูกนำเสนอด้วยความเป็นสากลเพื่อให้ง่ายในการย่อย เรียกได้ว่า Very Good แบบที่คุณเอก เจ้าตัวเคยกล่าวไว้ในการสัมภาษณ์ลงนิตยสาร a day ซึ่งก็เป็นจริงชนิดหาตัวจับยาก และนั้นทำให้แบรนด์ US AND THEM สามารถใช้จุดนี้เป็นจุดแข็งของแบรนด์ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีตัวแทนจำหน่ายมากมาย ทั้งในไทยเกือบทุกจังหวัด และยังรวมไปถึงสาขาที่ต่างประเทศอีกด้วย(เจ๋งไหมล่ะ) ทั้งนี้คุณเอกเจ้าของแบรนด์ UAT ยังเปิดสตูดิโอชื่อเท่ ๆ ว่า "ไกลจักรวาล" ที่เอาไว้ทำงานแนว ๆ ที่ตนเองชื่นชอบอีกด้วย https://th-th.facebook.com/usandthembkk 3. Sneaka Villa เสื้อผ้าสตรีทแวร์ ที่มีกลิ่นอายแบบ Street อเมริกัน เสื้อยืดลาย Grafiti เสื้อทีมกีฬา เสื้อแจ็คเก็ตเสื้อฮูดดี้   กางเกงยีนส์ และกางเกงคาร์โก้แพนท์ แอสเซสซอรี่อีกนับไม่ถ้วน นี่คือสินค้ายอดนิยมของ Sneaka Villa  ที่ดีไซน์รวมถึงใช้วัสดุในการออกแบบให้เหมาะกับสภาพอากาศเขตร้อนเวอร์แบบบ้านเรา  เพื่อที่กระแสใส่ของนอกแบบไม่แคร์สภาพอากาศเมืองร้อนในบ้านเราทุเลาลง งี้ไม่บอกว่าเจ๋งไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะครับ https://th-th.facebook.com/sneakavilla 4 .Preduce (พรีดิวส์) "พรีดิวส์ (PREDUCE) “พลิ้วดี” คือร้านขายอุปกรณ์สเก็ตบอร์ดแบบเต็มตัวแห่งแรกในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีส่วนผลักดันให้วงการโปรสเก็ต (Pro-Skate) เป็นรูปเป็นร่างขึ้นในบ้านเรา ปลูกฝังให้เกิดการเล่นสเก็ตบอร์ดอย่างมืออาชีพ ทั้งนี้ได้ขยายผลไปสู่ธุรกิจเครื่องแต่งกาย งานของพวกเขานับว่าเป็นทางสเก็ตและฮิปอย่างชัดเจน แบรนด์มีความแข็งมากทางด้านการตลาด ทั้งนี้จึงสามารถรักษาและเพิ่มยอดขายได้ในทุก ๆ ปี พรีดิวส์นั้นเติบโตจากธุรกิจนำเข้ารองเท้าจากต่างประเทศ ปัจจุบันพรีดิวส์เองยังคงเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าชั้นนำของประเทศ https://th-th.facebook.com/preduce 5. DEATH SENT ให้เวลาสองปี ถามว่าคุณใช้เวลานี้ใช้จ่ายไปทำอะไรได้บ้าง? ต่างคน อาจต่างคำตอบ แต่สำหรับ Death Sent Clothing ใช้เวลาสองปีในการนำแบรนด์ขึ้นสู่แถวหน้าของเสื้อแนวสตรีทแวร์ระดับประเทศ! แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ท่ามกลางสมรภูมิเสื้อยืดแนวนี้ ที่มีคู่แข่งมากมาย ทั้งยักษ์ใหญ่กระดูกแข็ง ๆ เคี้ยวยากหืดขึ้นคอจำนวนไม่น้อย และยักษ์เล็กมาแรงอีกจำนวนมหาศาล แต่เขาก็ทำสำเร็จ! แบ่งหน้าเค็กของตลาดวัยรุ่นไทยได้จำนวนมาก จนมีฐานลูกค้าประจำเป็นของตนเองหนาแน่น ทีนี้ถามว่าเขาทำได้อย่างไร ต้องบอกว่าหนึ่งเพราะการออกแบบของคุณนวม เจ้าของแบรนด์ที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง และหาทิศทางการตลาดจนโดนใจลูกค้าชนิดเอาอยู่หมัด เสื้อที่มีความใส่ใจในดีเทลของการผลิต เลือกเนื้อผ้าและสีเป็น ราคานับว่าสมเหตุสมผล นี่จึงเป็นอาวุธหลักที่ทรงพลังของแบรนด์Death Sent แบรนด์นี้ https://th-th.facebook.com/DeathsentxClothing 6.ERROR จากธุรกิจขนาดเล็กมาก ชนิดรากหญ้าแบกะดิน วันนี้ “ERR-OR DESIGN” กลายเป็นแบรนด์เสื้อยืดแนวกราฟกดีไซน์ที่ฮอตฮิตติดอันดับในกลุ่มเด็กวัยรุ่น นั่นเพราะงานออกแบบที่มีสไตล์และดูไม่น่าเบื่อ สนุก เข้าถึงผู้ซื้อได้ง่าย จึงไม่แปลกที่แบรนด์นี้จะขยายตัวไปตัวบ้านทั่วเมืองไทย https://th-th.facebook.com/errordesign 7. SIX XEN อีกแบรนด์หนึ่งที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ นั้นคือ Six Xen Clothing ด้วยความจัดจ้านของลวดลาย มีเซ้นต์ที่ดี มีไอเดียและการนำเสนอที่น่าสนใจ ทำให้ซิกเซ้นต์มีเสื้อเท่ ๆ เต็มไปหมด แฟนคลับจำนวนไม่น้อยที่รอคอยลายใหม่จากพวกเขา นี่จึงเป็นโอกาสและอิสระที่ดี(ระดับหนึ่ง)ในการขยายกรอบความคิดให้กว้างขึ้นได้ เพราะมีฐานแฟนที่พร้อมจะเข้าใจงานของตนเอง https://th-th.facebook.com/SIXXENCLTG 8.Divine อีกแบรนด์ที่มีกลุ่มตลาดอย่างเหนียวแน่น มีสไตล์เป็นของตนเอง เลิศหรู อลังการ เต็มไปด้วยรสนิยม มีรายละเอียดรวมถึงลูกเล่นที่ละเมียดละไม Divine เลือกใช้งานที่มีคุณภาพสูง กล้าที่จะคัดสรรในสิ่งที่แตกต่าง ทำให้แฟนคลับของพวกเขามีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เชื่อว่างานในอนาคตของDivine จะยิ่งทำให้แฟน ๆ นิยมยิ่งขึ้นไปอีก https://th-th.facebook.com/DivineBKK 9. 9face วงดนตรีไทเทเนียม ฮิพฮอปแถวหน้าของเมืองไทยทำเสื้อ ใครจะไม่ซื้อล่ะ! ร้าน 9 face ร้านแฟชั่นเสื้อผ้า  Accessories ในสไตล์ฮิพฮอพของ 2 หนุ่ม คุณขันและคุณเดย์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Moving forward" 9 face ความหมายเป็นความหมายแบบไทย คือ ก้าวหน้า - -* และมีการนำเลขเก้าแบบไทย มาเป็นลูกเล่นออกแบบลวดลาย เวลาลูกค้าชาวต่างชาติเห็นเลขเก้าแบบไทย ลูกค้าต่างชาติจะชอบมากชอบในเอกลักษณ์ของความเป็นไทยด้วยเลขเก้า แฝงลายธงชาติประเทศไทยด้วย https://th-th.facebook.com/ninefacebkk 10. Mamafaka แม้ผู้นำจะจากไปจากก่อนความน่าจะเป็น แต่แบรนด์สุดคูลอย่าง MAMAFAKA ยังคงผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง(เหมือนแอปเปิ้ลที่ยังคงมุ่งพัฒนาแม้จะขาดสตีฟ จ็อบ) ภายใต้เอกลักษณ์ของ MMFK ที่มีไอคอลเป็นงานที่เป็นที่รู้จักแล้วในวงกว้าง นั่นเท่ากับว่าลมหายใจของแบรนด์ขวัญใจมหาชนอย่างมามาฟาก้าจะยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน งานของพี่ตั้ม ไม่เพียงแต่เป็นในรูปแบบของสินค้าเท่านั้น แต่ยังถูกจัดแสดงในงานศิลปะมาโดยตลอด เรียกว่าเป็นศิลปะบนผลิตภัณฑ์จะถูกต้องกว่า การจากไปของพี่ตั้ม สร้างความเสียใจแก่วงการออกแบบและกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ไทย แต่แบรนด์ชิค ๆ อย่าง Mamafaka ก็ยังคงสร้างความสุขใจและรอยยิ้มแก่ลูกค้าทั่วโลกต่อไป https://th-th.facebook.com/MMFKstudio ขอบคุณข้อมูล Anusak F. http://www.benmanhirefashion.com/blog/read/10-Street-Style#.U4VrSfl_tGY

ขอโทษ /  นักการเมือง / 

ดูเหมือนจะเป็นข่าวเล็กๆที่แอบสร้างกระแสอยู่ไม่น้อยกับภาพ นายอาคิชิโร ซูซูกิ สมาชิกสภากรุงโตเกียว แห่งพรรครัฐบาลเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่น ก้มศีรษะเพื่อขอโทษน.ส.อายากะ ชิโอมูระ นักการเมืองจากพรรค “Your party” นักการเมืองหญิง หลังพูดจาดูถูกทางเพศขณะประชุมสภา เพราะภาพเหล่านี้อาจเห็นได้ไม่บ่อยนักในสังคมโลก ในมุมความเป็นผู้หญิง ต้องยอมรับหลายประเทศในโลกนี้แม้จะเจริญก้าวล้ำไปเพียงใด แต่การเหยียดเพศ หรือมองว่าผู้หญิงด้อยกว่า ไม่มีความสามารถเท่าผู้ชาย ยังคงฝังหัวประชาชนชาวโลกไว้อย่างปฏิเสธไม่ได้ แม้แต่ญี่ปุ่น ประเทศที่เลื่องชื่อด้านเทคโนโลยี เป็นประเทศที่เจริญทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจประเทศหนึ่งของโลก แต่การที่ผู้หญิงไม่ได้รับการยอมรับไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด ยังคงมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา และจีน ยักษ์ใหญ่ในโลกด้านเศรษฐกิจ ผู้กุมชะตาโลกไว้ ก็ยังมีเรื่องการเหยียดเพศเช่นกัน ขณะที่ประเทศไทยเอง การขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สร้างเสียงฮือฮาให้กับผู้หญิงทั่วไปในประเทศที่คิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นนารีขี่ม้าขาวมาช่วยให้ผู้หญิงมีที่ยืนในสังคมมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น การขึ้นมาดำรงตำแหน่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในสายตาต่างชาติ แต่เอาเข้าจริง เธอถูกกระทำทางวาจาจากนักการเมืองเพศชายหลายครั้งหลายครา ไม่ว่าเรื่องราวจากปากของนักการเมืองเหล่านั้นจะจริงหรือไม่ แต่ไม่เคยมีการออกมากล่าวขอโทษ หรือแสดงความสำนึกผิดที่พูดจาดูถูกเพศแม่แม้แต่ครั้งเดียว ผิดกับต่างชาติที่แม้จะมีการพูดจาถากถางกันของนักการเมืองชายต่อนักการเมืองหญิง แต่บทสรุปของนักการเมืองชายเหล่านั้น บางครั้งก็ต้องออกมาแถลงขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน หากร้ายแรงก็ถึงขั้นขอลาออกเพื่อรักษาหน้าตาของพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ ดังเช่นนายอาคิชิโร ซูซูกิ ที่สุดท้ายก็ต้องขอลาออกเพียงเพราะถ้อยคำไม่เหมาะสมของเขาเอง หากมองในในแง่ของสังคม หากทำผิดการออกมาขอโทษ ยอมรับในสิ่งที่ตนเองทำ เป็นสิ่งที่ทุกคนในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะมีบทบาทต่อสังคมในด้านไหน ควรกระทำด้วยกันทั้งสิ้น นักการเมืองถือเป็นอาชีพที่เห็นได้เด่นชัดสุด ดังเช่นเหตุเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเซวอลล่มที่เกาหลีใต้ จนเป็นเหตุให้มีผู้โดยสารและลูกเรือกว่า400 รายเสียชีวิต แต่หลังเกิดเหตุเพียงไม่กี่วันนายชอง ฮง วอน นายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้ ก็ขอลาออกทันทีเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น ขณะที่นักการเมืองไทย น้อยคนนักที่จะออกมาขอโทษหรือถึงขั้นยอมลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดจากการบริหารงานของตนเอง นักการเมืองไทยส่วนใหญ่ยังต้องการดำรงตำแหน่งต่อไป เพื่ออยากแก้ไขให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงการสร้างภาพ วาดวิมานบนอากาศเท่านั้น ก็ได้แต่หวังว่าความเจริญก้าวหน้าของประเทศจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขบวนการทางความคิดในเรื่อง "ความรับผิดชอบ" ของคนไทย โดยเฉพาะนักการเมืองจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย MThai News

รองนายกฯ ตุรกี ย้ำเตือนผู้หญิงอย่าโทรมือถือนาน
ข่าววันนี้ /  ตุรกี / 

รองนายกรัฐมนตรี เผย เตือนผู้หญิงให้คำนึงถึง "ความเสื่อมเสียทางศีลธรรม" ให้มาก ชี้ ไม่ควรใช้โทรศัพท์เกินความจำเป็น หนังสือพิมพ์เฮอร์ริยัท ของตุรกี ลงข่าวเรื่องที่ บูเลนต์ อารินซ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เนื่องในวันตรุษอีฏิลฟิตรี ย้ำเตือนผู้หญิงให้นึกถึง "ความเสื่อมเสียทางศีลธรรม" ให้มากขึ้น โดยสิ่งที่เขาเห็นว่าผู้หญิงไม่ควรทำ คือ ใช้โทรศัพท์มือถือเกินความจำเป็น การหัวเราะในที่สาธารณะ เขาก็เห็นว่าไม่ควร นายอารินซ์ ยังเรียกร้องให้ทั้งหญิงและชายละเว้นเรื่องทางเพศ และหันมาสนใจพระคัมภีร์กุรอานให้มากขึ้น เขายังประณามโทรทัศน์และสื่อมวลชนว่า เป็นตัวการทำให้เด็กวัยรุ่น "หมกมุ่นกับเรื่องทางเพศ" การกระทำอื่น ๆ ที่รวมอยู่ในรายการผิดศีลธรรมของเขา ก็มีอย่างเช่น การมีรถหลายคันและใช้น้ำมันอย่างสิ้นเปลือง อย่างไรก็ดี หลังให้สัมภาษณ์ดังกล่าว ก็มีคนออกมาโจมตี โดยเฉพาะนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่เห็นว่าตุรกียังต้องการเสียงหัวเราะของผู้หญิง ตุรกีเคยเป็นประเทศหัวก้าวหน้าในเรื่องสิทธิสตรีเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านมุสลิมอื่น ๆ แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งปัญหาเรื้อรัง อย่างช่องว่างระหว่างรายได้

วิเวียน เวสต์วูด เปิดเผยเหตุผลลึกๆในใจ ที่ขัดใจคนมานักต่อนัก
ผู้หญิงต้นแบบ /  วิเวียน เวสต์วูด

วิเวียน เวสต์วู้ด เปิดเผยเหตุผลลึกๆในใจ ที่ขัดใจคนมานักต่อนัก  แต่...ฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในจุดที่คิดว่าตัวเองยอมรับได้     แฟชั่นดีไซน์เนอร์ผู้พิสมัยการแหกกฎ  วิเวียน เวสต์วูด วัย 73 ปี ได้ออกมาเปิดเผยความคิดลึกๆในใจ  อีกมุมหนึ่งที่ทำให้เธอกล้าที่จะแปลกและแตกต่าง จนทำให้คนรำคาญมานักต่อนัก รวมถึงเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่ทำให้เธอเสียน้ำตา... ปกติเรารู้จักกับ วิเวียน เวสต์วูด ในภาพลักษณ์ คุณยายผมแดง กับสไตล์การแต่งตัวที่แปลกพิลึกๆ รวมถึงผลงานในคอลเลกชันต่างๆที่สร้างสรรค์ออกมา ผ่านสายตาคนทั่วโลก ที่ต่างลงเสียงพร้อมเพรียงกันว่าแปลกแหวกเกิน จนไม่สามารถสวมใส่ได้จริง แถมราคาเกินเอื้อม! แต่จำได้ไหมคะว่า  มีช่วงหนึ่งที่เราได้เห็นคุณยายวิเวียน โกนผมเป็นนทรงสกินเฮดแล้วก็ปล่อยผมเป็นสีขาวตามวัย ซึ่งเหตุผลที่คุณยายทำแบบนี้ก็เพราะว่า หนึ่งเป็นการเคารพวัยที่ตัวเองเป็นอยู่ อยู่กับชีวิตจริงๆของตัวเอง และสองเพื่อตอนสนองความเชื่อและสิ่งที่ตัวเองเป็นมานานนั่นก็คือ  "การเป็นนักอนุรักษ์" (ไม่ใช้สารเคมีเพิ่มมลพิษในสิ่งแวดล้อม) ในขณะเดียวกันการเป็น "นักอนุรักษ์" ของ วิเวียน เวสต์วูด ก็ได้ทำให้คนรำคาญมาเยอะแล้ว  อย่างเช่น เวลาที่เธอเห็นคนบางคนยังไม่ทันจะบีบยาสีฟัน แต่เปิดน้ำทิ้งไว้แล้ว เธอก็มักจะคอยเที่ยวบอกคนเหล่านั้นว่า "ปิดน้ำๆ" ไม่เว้นแม้แต่สามีคนปัจจุบัน Andreas ก็เคยเบื่อเธอมากๆ ที่เธอคอยสั่งให้ปิดน้ำ แต่พออยู่ด้วยกันนานๆ เขาก็เริ่มซึมซับเป็นนิสัย และไม่เปิดน้ำทิ้งอีกต่อไป โดยคุณยายวิเวียน บอกว่าเธอจะเปิดน้ำ แล้วก็กลั้วๆน้ำเข้าไปทำความสะอาดในปาก หลังจากที่เธอแปรงฟันครั้งสุดท้ายเท่านั้น เธอจะไม่บ้วนปากเกินความจำเป็นเด็ดขาด ผลพวงความคิด ของ วิเวียน เวสต์วูด เรื่องการใช้ทรัพยากอย่างรู้คุณค่า นั้นมาจาก เธอเกิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ช่วงเวลาที่เธอได้เห็นความลำบากความแร้นแค้นต่างๆ บวกกับครอบครัวเธอไม่ใช่ครอบครัวคนรวยอยู่แล้ว พ่อเธอเป็นคนงานขายผักในซูเปอร์มาร์เก็ต ดังนั้นเธอจึงรู้จักคุณค่าของสิ่งต่างๆ ซึ่งก็ทำให้ชีวิตดีขึ้น ได้เห็นโลกที่ขาดแคลน ได้เห็นว่าโลกมันน่าถนอม แล้วคุณยายวิเวียนก็ได้บอกอีกว่า อนาคตอันใกล้นี้เราต้องได้เห็นการสูญพันธ์ของสิ่งต่างๆแน่ๆ  รวมถึงสายพันธุ์มนุษย์ด้วย หากมนุษย์ยังคงคิดว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ทุกสิ่งย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นแล้วดับไป ดังนั้นการคงอยู่ มันต้องเกิดจากการร่วมมือกันคนละนิด คนละหน่อย สิ่งนี้จะสำเร็จและคงอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน ดังนั้น วิเวียน บอกว่า การเปลี่ยนแปลง ต่อไปจากนี้ก็คือ การลบความเชื่อในชนชั้นที่ตัวเองเกิดมาตั้งแต่ต้น ที่ว่าพรรคเลเบอร์เกิดมาเพื่อคนชนชั้นกรรมกร และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเธอจะลงคะแนนเสียงให้พรรคเลเบอร์มาโดยตลอด แต่จากนี้เธอจะไม่ลงคะแนนเสียงให้พรรคเลเบอร์อีกต่อไป เพราะพรรคนี้ไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเลย !!! อีกสิ่งที่เธอบอกว่า เธอแตกต่างจากคนอื่น จนถูกมองว่าแปลก นั่นก็คือ สมัยหนึ่งเธอเคยเป็นพวกต่อต้านศาสนา แต่พอวันนี้ วันที่เธอได้มองโลกมาจนครบ 73 ปี เธอก็บอกว่าต่อไปนี้เธอจะไม่คิดอย่างนั้นแล้ว เพราะเธอคิดได้ว่าแล้วว่า ความเชื่อ ความศรัทธาในศาสนา ในพระเจ้า หรือสิ่งศักสิทธิ์ต่างๆ ก็ล้วนเเป็นความเลื่อมใส เป็นสิทธิในปัจเจกบุคคล และการที่มนุษย์มีความเชื่ออะไรก็ตามแล้วทำให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งหมด หากถามว่า เจ้าแม่วงการแฟชั่นระดับโลก ร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เธอบอกว่าเป็นตอนที่  มัลคอม แมคลาเรน (Malcolm McLaren) อดีตแฟนหนุ่มที่เคยทำธุรกิจร้านเสื้อผ้าด้วยกันเสียชีวิต  แม้ว่าตอนที่คบหากันเขาอยากจะทำให้ เธอร้องไห้ทุกวันแต่เขาก็ไม่เคยทำได้สำเร็จเลย แต่พอเขาจากไป มันก็เป็นเรื่องเศร้าสำหรับเธอจริงๆ หลังจากนั้นเธอก็ไม่เสียน้ำตาอีกเลย จากจุดที่ วิเวียน เวสต์วูด กล้าลุกขึ้นมาแสดงความคิดและกล้าที่จะแตกต่าง  ในอาชีพแฟชั่นดีไซเนอร์ ในแนวพังค์ร็อก และนิวเวฟ ร่วมกับ มัลคอม แมคลาเรน ผู้จัดการวงดนตรีพังค์ร็อก “เซ็กซ์ พิสทอลส์”  ผู้ล่วงลับ ก็อาจจะไม่ได้ เกิดชื่อ วิเวียน เวสต์วูด ผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในวงการแฟชั่นระดับโลก และจากวันนั้นเป็นเวลากว่า 40 ปี ที่เธอยังคงออกแบบผลงานสร้างสรรค์ภายใต้ความเชื่อที่ว่า เสื้อผ้าสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดวิถีของคนได้ ดังนั้น เธอจึงศรัทธาต่อการแต่งกายเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งวลีเด็ดที่แฟนของ วิเวียน เวสต์วูด คุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นก็คือ "You must have a better life, if you wear impressive clothses" หรือคุณจะมีชีวิตที่ดีคุณเมื่อคุณสวมใส่เสื้อผ้าที่น่าประทับใจ  และเมื่อถามว่าเมื่อไหร่  วิเวียน เวสต์วูด จะเกษียณตัวองออกจากวงการแฟชั่น แล้วเมื่อไหร่ที่เธอจะเขียนอัตชีวประวัติของตัวเองบ้าง เธอก็บอกว่า ตราบใดที่เธอยังได้ทำสิ่งที่เธอชอบอยู่ และเธอสามารถทำมันต่อไปได้ไม่มีเบื่อ เธอก็จะยังคงทำมันต่อไปเรื่อยๆตลอดกาล จากเรื่องราวของ วิเวียน เวสต์วูด ทำให้เราเห็นด้วยเลยว่า การเกิดมาได้เห็นโลกเป็นระยะเวลายาวนาน นั้นทำให้เราสามารถมองโลก เข้าใจโลก แล้วเกิดความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลง  และความคิดทั้งหมดนี้ ที่จริงไม่มีอะไรผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองจากมุมไหน เพียงแต่ถ้ามองให้ลึกๆ แล้ว เกือบทุกความคิด ความก้าวหน้าของมนุษยชาติล้วนเริ่มต้นจากความคิดส่วนบุคคลหรือของคนส่วนน้อยเสมอ เรื่องโดย Women Mthai Team ขอบคุณที่มาจาก...theguardian.com

10 อันดับหอพักนักศึกษาแพงที่สุดในอเมริกา
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

นอกจากไปเรียนต่อต่างประเทศ แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายก็สูงเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แล้วยิ่งอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า ไหนจะค่าครองชีพสูง ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นตามแน่นอน .. วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 10 อันดับหอพักนักศึกษาแพงที่สุดในอเมริกา มาบอกเล่ากันคะ ซึ่งจากการจัดอันดับนี้ ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยในฝั่งตะวันออก และมักจะอยู่ในรัฐ New York เกือบทั้งหมดเลย แสดงให้เห็นว่าการไปเรียนต่อในเมืองใหญ่ฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา มีค่าครองชีพที่สูงมากเลยทีเดียว 10 อันดับหอพักนักศึกษาแพงที่สุดในอเมริกา 10. Marymount Manhattan College, New York ค่าเช่า $14,030 ต่อปี (ประมาณ 420,000 บาท) 9. University of California, Berkeley, California ค่าเช่า $14,046 ต่อปี (ประมาณ 420,000 บาท) 8. Pace University, New York ค่าเช่า $14,230 ต่อปี (ประมาณ 426,000 บาท) 7. Manhattanville College, New York ค่าเช่า $14,520 ต่อปี (ประมาณ 435,000 บาท) 6. Suffolk University, Massachusetts ค่าเช่า $14,624 ต่อปี (ประมาณ 438,000 บาท) 5. St. John’s University, New York ค่าเช่า $14,700 ต่อปี (ประมาณ 441,000 บาท) 4. Fordham College at Rose Hill, New York ค่าเช่า $14,925 ต่อปี (ประมาณ 447,000 บาท) 3. Fordham College at Lincoln Center, New York ค่าเช่า $15,000 ต่อปี (ประมาณ 450,000 บาท) 2. New York University, New York ค่าเช่า $15,181 ต่อปี (ประมาณ 453,000 บาท) 1. The New School, New York ค่าเช่า $18,080 ต่อปี (ประมาณ 540,000 บาท) ขอบคุณที่มา www.wegointer.com