ความก้าวหน้า

5 อานิสงส์จากการ ถวายระฆังวัด...ชีวิตดีชื่อเสียงโด่งดัง
ความเชือ /  ถวายระฆังวัด / 

เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าทำไมเวลาที่ไปวัดทำบุญ จะต้องเดินไปตีระฆังที่อยู่ข้างโบสถ์อยู่เป็นประจำ บางวัดมีระฆังมากหลายสิบอัน เดินต่อแถวเคาะระฆังกันจนเสียงดังระงมไปทั่วทั้งวันเลยทีเดียวค่ะ นั่นเพราะมีความเชื่อกันว่าจะได้กลับมาสร้างบุญกุศลที่วัดอีกครั้ง และนอกจากนี้แล้ว ยังเชื่อกันอีกว่าเป็นการบอกให้เทวดา เจ้าที่เจ้าทาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้รับทราบเพื่ออนุโมทนาต่อบุญกุศลที่ท่านได้มาทำบุญในครั้งนี้ อานิสงส์จากการตีระฆังและ ถวายระฆังวัด !! 1. เป็นคนมีชื่อเสียงในด้านดี เป็นที่รู้จักของคนในสังคม ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรก็มักได้รับความน่าเชื่อถือ 2. เป็นที่รักของคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน คนรัก เพื่อนร่วมงาน และเจ้านายที่ทำงาน ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร ก็มักจะมีคนคอยให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จอยู่ร่ำไป 3. ได้เกิดมาในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ครบถ้วน 32 ประการในชาติหน้า ไม่เป็นคนพิการ ตัวเตี้ย หรือไม่สมส่วน ให้ต้องได้รับความอับอาย และต้องเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจากร่างกายไม่เอื้ออำนวย 4. มีเสียงพูด เสียงร้องเพลงที่ไพเราะน่าฟัง ใครที่ได้ยินเสียงจะต้องรู้สึกเคลิบเคลิ้ม หากทำงานเกี่ยวข้องการกับการใช้เสียง เช่นเป็นนักร้อง พิธีกร หรือฝ่ายขายที่ต้องติดต่อพูดจากกับลูกค้า จะก้าวหน้าเป็นพิเศษ 5. มีความจำเป็นเลิศ อายุยืนยาว ไม่ค่อยเจ็บป่วยให้ต้องรำคาญใจ บุญกุศลส่งผลให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ไม่มีเรื่องเครียดให้ต้องกังวลใจ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.Mthai.com

Thai Night AFM 2016 : อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ก้าวหน้าอย่างมั่นคงด้วยความโดดเด่นอย่างมั่นใจ
Thai Night AFM 2016 /  THAICONIC / 

Thai Night AFM 2016 : อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ก้าวหน้าอย่างมั่นคงด้วยความโดดเด่นอย่างมั่นใจ  กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน Thai Night AFM 2016 ขึ้นโดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธาน ​ภายใต้ธีม Thaiconic ประเทศไทยยังคงความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ในหลากหลายด้าน พร้อมจะต้อนรับบรรดาผู้ผลิตภาพยนตร์และสื่อบันเทิงจากทั่วทุกมุมโลก สิ่งนี้เราเรียกว่า THAICONIC ICON ในด้านความสามารถต่าง ๆ ของ Thai Talents ความเป็นมืออาชีพของ Production Team เอกลักษณ์และสวยงามในด้าน Location รวมถึงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของการ Post- Production และขาดไม่ได้ความโดดเด่นด้าน Hospitality ความมีไมตรีจิตรของคนไทยที่พร้อมจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ผลงานชั้นเยี่ยมจากทุกประเทศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือคุณค่าและความพิเศษของประเทศไทยและคนไทย จนอาจกล่าวได้ว่า THAICONIC คือตัวแทนของความสมบูรณ์แบบที่นักสร้างภาพยนตร์และสื่อบันเทิงทั่วโลกตามหา ​นอกจากนี้ ในงานมีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญภายในงานเป็นการเปิดตัวของนโยบายสร้างแรงจูงใจอย่าง มาตราการคืนเงินค่าใช้จ่าย (Cash Rebate) ให้กับบรรดาทีมงานผู้ผลิตภาพยนตร์และสื่อบันเทิงจากต่างประเทศที่เลือกเข้ามาถ่ายทำกันในไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้ ประเทศไทยโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ในรูปแบบมาตรการคืนเงิน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไปโดยมีเงื่อนไขหลักดังนี้ 1. บริษัทผู้สร้าง ผู้ผลิต ภาพยนตร์ต่างประเทศที่มาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย มีการลงทุนถ่ายทำในประเทศไทยเกิน 50 ล้านบาท 2. ภาพยนตร์ที่มาถ่ายทำและขอรับมาตรการคืนเงินต้องเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับอนุญาตถ่ายทำจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 3. เงินคืนจะได้ร้อยละ 15 ของเงินลงทุน และจะได้รับเงินคืนเพิ่มเติมในกรณีที่ - จ้างบุคลากรหลักในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย ได้รับเพิ่มร้อยละ 3 - ภาพยนตร์มีส่วนส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทย ได้รับเพิ่มอีกร้อยละ 2 ดังนั้น จะได้รับคืนเงินได้สูงสุดร้อยละ 20 4. ผู้ประสงค์ขอรับสมัครรับมาตรการคืนเงินโปรดติดต่อขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว email: film@thailandfilmoffice.org หรือ ภายในงาน AFM บูทกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว ชั้น 5 เอเทรียม 5 เอฟ 5. ปิดท้ายด้วยกิจกรรมเสวนาระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการต่างชาติ ในหัวข้อเรื่อง ก้าวใหม่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในเวทีโลก กับประสบการณ์ตรงจากผู้สร้างภาพยนตร์ โดยทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างเสริมและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับการเจริญเติบโตที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อบันเทิงในประเทศไทย งานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2559 ที่โรงแรม JW Marriott Santa Monica Le Marigot, Santa Monica, CA โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในงาน Thai Night AFM 2016 ภายใต้ธีม Thaiconic  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณติดต่อ thainightafm2016@gmail.com

สีผม สุดแซ่บ!! ที่ถูกโฉลกสำหรับหนุ่มสาว 12 นักษัตร
12นักษัตร /  ดูดวง / 

ยุคสมัยนี้แล้ว น้อยมากที่จะเห็นสาวไทยของเราผมสีดำสนิท นั่นเป็นเพราะว่าเทรนด์แฟชั่นในแต่ละปีที่เปลี่ยนไป รวมถึงการทำสีผมช่วยขับให้ใบหน้าดูมีความสว่างเพิ่มมากขึ้น ดูแล้วมีออร่า จึงไม่เแปลกใจที่สาวและหนุ่มในยุคนี้จะนิยมทำสีผมกัน วันนี้แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com เลยอยากมาแนะนำสีผมที่ถูกโฉลกสำหรับ 12 นักษัตร รู้แล้วอย่าลืมบอกต่อให้เพื่อนๆคนอื่นด้วยนะคะ :) หนุ่ม-สาวปีชวด เข้มแข็งทางความคิด รักเพื่อน บางครั้งเชื่อเพื่อนมากกว่าแฟน บางครั้งรักง่ายหน่ายเร็ว ใช้ความคิดตลอด ถ้าตั้งความหวัง มักจะทำให้ได้ไม่เร็วก็ช้า ทั้งหญิงชายผมไม่ควรยาวมากเพราะจะเก็บเงินไม่อยู่ ควรเป็นผมทุยหรือดัดสั้น ทำสีผม สีน้ำตาลทอง บรอนซ์กลาง ทำให้ไม่เครียด หรือ ไฮไลต์แดง ช่วยปัดเป่าอุปสรรค เงินเข้า และ สีแดงออกม่วง ช่วยให้เงินเข้าง่าย สีผมที่ไม่ควรทำคือ สีดำ เพราะทำให้เครียด หนุ่ม-สาวปีฉลู มุทะลุ เอาแต่อารมณ์ จะเหนื่อยกับงาน เปรียบเหมือนต้นกระบองเพชรที่ทนแดดทนฝน แต่ไม่เติบโตเรื่องงานเสียที สีผมที่เหมาะ สีน้ำตาลอ่อน ทำให้อารมณ์ดี ไม่เครียด สีแดง ทำให้ไม่ย่อท้อการงาน สีน้ำเงิน ไม่ย่อท้อ มีมุมมองใหม่ ๆ สีส้ม ความเป็นมิตรที่ดี ไม่ควรทำผม สีดำ ทำให้การงานไม่เปลี่ยนแปลง หนุ่ม-สาวปีขาล เป็นคนที่ดุ ต้องการการยอมรับจากคนทั่วไป อารมณ์รุนแรง เจ้าความคิด มักเครียดง่าย ท่านไม่ชอบโดนกักขังความคิด แต่ท่านจะประสบความสำเร็จจากความคิดของท่านเอง ไม่ควรไว้ผมยาวมาก ทำให้เครียดและคิดอะไรไม่ออก สีผมที่ควรทำ สีน้ำตาล จิตใจจะอ่อนนุ่มลง สีน้ำตาลส้ม อารมณ์ดี เป็นมิตรกับทุกคน สีชมพูไฮไลต์ ทำให้ความรักดี ไม่ควรทำผม สีดำ จะทำให้ยิ่งยึดติดความคิดของตนเอง หนุ่ม-สาวปีเถาะ เชื่อมั่นในตนเองมาก บางครั้งท่านเครียดกับการทำงานของท่านเอง ใช้เงินเก่ง รักใครรักจริง ชอบมองคนจากสายตาและความรู้สึก หากท่านปฏิบัติธรรมจะประสบความสำเร็จเร็วขึ้น ท่านควรไว้ผมยาว สไลด์ จะทำให้ท่านน่าเชื่อถือ ไม่ควรทำผมสั้นมาก เพราะทำให้เงินออก การทำสีผมใช้ น้ำตาลส้มเข้ม ทำให้ไม่เครียด น้ำตาล ทำให้หนักแน่น สีผมที่ไม่ควรทำคือ บรอนซ์อ่อน ทำให้การเงินรั่วไหล ใช้เงินเก่ง หนุ่ม-สาวปีมะโรง เป็นผู้นำเต็มตัว รักความยุติธรรม มีมุมมองการทำงานที่ชัดเจน รักอิสระ ท่านเก็บเงินเก่ง ใช้เก่ง และมีปัญหากับความรักอยู่บ่อย ๆ ไม่ควรทำผมสั้นเกินเพราะเงินจะออกง่าย ทำสีผมด้วย สีดำออกม่วง ช่วยปัดเป่าอุปสรรค สีดำ มีความเป็นผู้นำ แต่จะเครียด สีน้ำตาลส้ม ทำให้มีมุมมองใหม่ ๆ เสมอ หนุ่ม-สาวปีมะเส็ง ท่านต้องช่วยเหลือตนเอง ลำบากตอนเด็ก แต่จะประสบความสำเร็จจากความคิดของท่านเองเมื่อโตขึ้น บางท่านอาจผิดหวังเรื่องความรักอยู่บ่อย ๆ แต่คำพูดของท่านจะดีมาก มีแต่คนเชื่อ ทรงผมของคนปีนี้อาจซอยผมสั้น ๆ เพื่อลดความเครียด ใช้ สีส้มทอง น้ำตาลแดงเข้ม ทำให้อารมณ์ของท่านเย็นลง ไฮไลต์ สีฟ้า ทำให้เกิดความคิดการงานใหม่ ๆ ส่วน สีดำ เหมาะกับท่านที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว หนุ่มสาว-ปีมะเมีย เป็นนักสู้ของความคิด ต้องรับภาระจากคนรอบข้างที่มาพึ่งท่านเสมอ ท่านเองกล้าได้กล้าเสี่ยงที่จะลงทุนเมื่อมีโอกาส เพราะท่านเป็นนักสู้อยู่แล้ว ควรทำผมด้วย สีดำแดง ทำให้มุมานะในการทำงาน สีส้มน้ำตาล นำความเป็นมิตร สีดำ การยึดมั่นในความคิด แต่จะเหนื่อย หนุ่ม-สาวปีมะแม ท่านเป็นผู้รับภาระต่าง ๆ มีญาติพี่น้องมาพึ่งท่านตลอดเวลา แต่ท่านเป็นคนพูดดีเป็นมิตรกับทุกคน และหาเงินง่าย แต่เงินท่านนั้นจะมีแต่คนมาขอ ควรทำผมด้วย น้ำตาลเข้ม เงินไม่ออกง่าย สีดำแดง ความคิดไม่หยุดนิ่ง สีส้มทอง เสริมทรัพย์ของท่าน หนุ่ม-สาวปีวอก เป็นคนรักเพื่อน รักความสบาย มีเสน่ห์ คำพูดดี มีแต่คนชอบ ค่อนข้างเจ้าชู้ หาเงินง่ายใช้เงินเก่ง เงินมักออกจากการซื้อความสุขสำราญ ควรทำผมสีดำเข้ม คนจะเชื่อคำพูด น้ำตาลธรรมชาติ จะทำให้มีความคิดเป็นกลาง ลดความเอาแต่ใจตนเอง ไม่ควรทำ สีบรอนซ์อ่อน เพราะเงินจะไหลออกมาก หนุ่ม-สาวปีระกา เจ้าอุดมการณ์ เหมาะที่จะเป็นนักคิดนักเขียน นักวางแผน เป็นคนที่รักตนเองและยึดติดกับความคิดของท่านเอง จิตใจหนักแน่น รับแบบใจแลกใจเลยทีเดียว ควรทำผมด้วย สีดำน้ำเงิน เพื่อเสริมความก้าวหน้า สีน้ำตาลม่วง เสริมโชคลาภ สีที่ไม่ควรทำคือ สีบรอนซ์อ่อน การเงินไหลออกง่าย หนุ่ม-สาวปีจอ ปากร้ายใจดี คำพูดเป็นเงินเป็นทอง รักเพื่อนฝูง สู้ชีวิต สู้งาน มีภาระรับผิดชอบมาก ท่านชอบคนที่เอาใจ รักความยุติธรรม รักศักดิ์ศรี ควรทำผมด้วย สีบรอนซ์อ่อน ทำให้อารมณ์ดีไม่วู่วาม สีน้ำตาลออกเขียว นำความเป็นมิตรมาให้ ถ้าทำ สีดำ จะทำให้ท่านดุและไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความคิด หนุ่ม-สาวปีกุน รักอิสระเหมือนนกบิน รักง่ายหน่ายเร็ว ชอบหาความสุขใส่ตัว รักความสบาย ชอบนอน เป็นผู้รู้ใจคน ชอบคนพูดจาดี มีเพื่อนฝูงมาก บางครั้งชอบเอาประโยชน์ฝ่ายเดียว ควรทำสีผม สีดำแดง ช่วยด้านการเงิน คำพูด ได้ทรัพย์ สีน้ำตาล ส้มทอง ความเป็นมิตร สีดำไฮไลต์สีส้ม เสริมความคิด เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

ZTE เปิดตัว AXON 7 ซีรีส์ สมาร์ทโฟนระดับรางวัลนานาชาติ พร้อมเผยโฉม มาริโอ้ เมาเร่อ พรีเซ็นเตอร์คนแรกของไทย
AXON 7 /  AXON 7 MINI / 

แซดทีอี ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว มาริโอ้ เมาเร่อ ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนแรกในเมืองไทยของแบรนด์ดังจากประเทศจีนอย่างเป็นทางการในวันนี้ พร้อมเขย่าตลาดสมาร์ทโฟนด้วยการเผยโฉมผลิตภัณฑ์ซีรีส์ AXON 7 ที่เพิ่งคว้ารางวัลใหญ่ระดับนานาชาติ ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา แซดทีอีได้นำสมาร์ทโฟนในกลุ่ม แอ็กซอน 7 ซีรีส์และนวัตกรรมอื่นๆ ของบริษัท เข้าร่วมงานไอเอฟเอที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ในงานดังกล่าว แอ็กซอน 7 ซีรีส์ ได้รับรางวัลสำคัญๆ มากมาย รวมทั้งรางวัลในด้านนวัตกรรมทางด้านเทคนิคผลิตภัณฑ์ (IFA Product Technical Innovation Awards) ในสาขาความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรมระบบเสียงในสมาร์ทโฟน (Breakthrough in Smartphone Audio Innovation) และติดอันดับผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากงานไอเอฟเอ 2016 ใน สมาร์ทโฟนซีรีส์ล่าสุดมาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 6.0 ด้วยเทคโนโลยีก้าวหน้าที่ใช้กับอุตสาหกรรมด้านการบินและยานยนต์ และมาพร้อมคุณสมบัติที่โดดเด่นทางด้านภาพและเสียง รูปลักษณ์ของแอ็กซอน 7 ซีรีส์ โดดเด่นสะดุดตากับดีไซน์ที่เพรียวและโฉบเฉี่ยวมาพร้อมแรงบันดาลใจจากนวัตกรรมยานยนต์หรู จากความร่วมมือในการออกแบบกับบริษัท ดีไซน์ เวิร์กส์ ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์รูปโฉมของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สมาร์ทโฟนขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ของแซดทีอีทนทานด้วยตัวเครื่องที่เป็นโลหะทุกส่วน ใช้งานง่ายด้วยหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 5.5 นิ้ว ซึ่งมีแผ่นเคลือบกันรอยนิ้วมือเพื่อสัมผัสที่ลื่นไหลใช้งานคล่อง สาวกภาพเซลฟีต้องถูกใจกับกล้องความละเอียด 20 ล้านพิกเซลพร้อมเทคโนโลยีกันภาพสั่นไหว ให้ความคมชัดทุกช็อต คุณสมบัติโดดเด่นด้านระบบเสียงที่ล้ำหน้าของแอ็กซอน 7 ซีรีส์ รวมถึงการบันทึกภาพและเสียงด้วยคุณภาพความละเอียดสูงที่มาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอแบบสามมิติเพื่อมอบ ประสบการณ์ทางดนตรีคุณภาพสูง ขณะที่ระบบ โฮม เธียเตอร์ ดอลบี แอตโมส (Dobly Atoms) สร้างบรรยากาศเสียงแบบสามมิติด้วยเสียงรอบทิศทางเพื่อให้ประสบการณ์ในการชมภาพยนตร์ผ่านสมาร์ทโฟนน่าประทับใจยิ่งขึ้น แอ็กซอน 7 ซีรีส์ เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดหลัก อาทิ จีน อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน และมาเลเซีย โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ก่อนหน้านี้ในยุโรป แซดทีอีเพิ่งเสร็จสิ้นการเดินสายโปร โมทแซดทีอีบัสทัวร์ รถบัสประชาสัมพันธ์พร้อมนำเทคโนโลยีสุดล้ำส่งตรงให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสแล้วกว่า 15 เมือง ในสเปน เยอรมนี โปแลนด์ อิตาลี และฝรั่งเศส เป็นเวลา 45 วัน  ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน โดยมีกิจกรรมมากมายเพื่อให้แบรนด์แซดทีอีเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่ผู้บริโภค โดยขณะนี้สมาร์ทโฟนแอ็กซอน 7 ซีรีส์ ทั้งสองรุ่นคือ AXON 7 และ AXON 7 MINI สีทองเริ่มวางจำหน่ายในราคา 15,990 บาท และ 11,990 บาท ตามลำดับ

ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น) , เรื่องย่อร้อยป่าไว้ด้วยรัก (ละครเย็น)
ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก /  ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ทางช่อง 3 / 

ร้อยป่าไว้ด้วยรัก บทประพันธ์โดย : ฐิญาดาบทโทรทัศน์โดย : ฝนพรำ, นฤมล, ศุภวรรณกำกับการแสดงโดย : ปวิตร ตรีเมฆ (พี่ปู)ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่องย่อ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คนเราจะมองที่ภาพลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้ เนื้อแท้ของคนสำคัญที่สุด โครงการตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเพราะพระราชดำริของพระองค์จึงทำให้เกิดให้มีการปลูกป่า ที่คนและสัตว์ สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องทำลายป่า ศูนย์ศิลปาชีพที่เสริมสร้างอาชีพและรายได้ ให้เกิดขึ้นกับทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่เคยแต่ทำไร่เลื่อนลอย หาของป่าขาย ที่สำคัญจะได้ไม่คิดทำลายป่าต่อไป พรนับพัน เกิดในครอบครัวที่คนอื่นมองว่าสมบูรณ์พร้อม คุณพรพรรณราย ผู้เป็นแม่เป็นนักสังคม สงเคราะห์ชื่อดัง ส่วนผู้เป็นพ่อคือคุณเมธี เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงผู้ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และกำลังเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน ครอบครัวของพรนับพัน ถูกยกย่องให้เป็นครอบครัว ตัวอย่าง ถูกสัมภาษณ์ลงหนังสือนิตยสารอยู่บ่อยครั้ง แต่แท้จริงแล้วเป็นการสร้างภาพทั้งสิ้น คุณเมธีเป็นคน นิสัยเจ้าชู้มีบ้านเล็กบ้านน้อยอยู่เสมอ คุณพรพรรณรายก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงจิตใจประเสริฐดุจแม่พระดั่งภาพ ที่ใคร ๆ เห็น ต้องทนเก็บความช้ำชอกในการกระทำของสามีไว้ในอก ไม่สามารถแสดงให้ผู้อื่นเห็นได้ เพื่อรักษาหน้าตาในวงสังคม ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก คุณเมธีกับคุณพรพรรณรายทะเลาะกันจนถึงขั้นต้องแยกห้องกันนอน คุณพรพรรณรายจึงมักชอบมาระบายอารมณ์ใส่พรนับพัน ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนชอบประชดประชันทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ตั้งแต่เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่คุณพรพรรณรายอยากให้สอบเข้าของรัฐบาล พรนับพันก็ไปสอบเข้าเอกชน ทั้งที่เป็นคนเรียนเก่ง คุณพรพรรณรายบอกให้แต่งตัวเรียบร้อย พรนับพันก็แต่งตัวตรงกันข้าม คุณพรพรรณรายชอบยกเอาปรางวลัยบุตรสาว ของคนรู้จักมาพูดเปรียบเปรยให้พรนับพันฟัง ว่าเรียนเก่งจบมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ และยังสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์ ของอเมริกา วันหนึ่งพรนับพันไปงานเลี้ยงสำคัญกับผู้เป็นแม่และเจอปรางวลัย ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แท้ ปรางวลัยคนที่แม่ของเธอเอาไปพูดให้ฟังนั้น เป็นคนคนเดียวกับปรางวลัย ซึ่งเป็นเพื่อนของวิลาสินี เพื่อนของเธออีกทีหนึ่ง ปรางวลัยจำพรนับพันไม่ได้ จึงคุยโอ้อวดอย่างโน้นอย่างนี้ และบอกว่าเพิ่งจบจากบอสตัน ทำให้พรนับพันรู้ว่าที่แม่ของปรางวลัยไปคุยอวดกับแม่ของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องจริง พรนับพันรู้ว่าบอสตันไม่ใช่มหาวิทยาลัยติดท็อปไฟว์อย่างที่ปรางวลัยคุยอวดแต่อย่างใด จึงถามออกไปว่าจำเธอไม่ได้หรือ เคยเจอกัน ตอนงานฉลองเรียนจบชั้นมัธยมเมื่อหลายปีก่อน และยังพูดเรื่องที่แม่ของเธอบอกว่า ปรางวลัยจบจากมหาวิทยาลัยท็อปไฟว์ของอเมริกา คำพูดของพรนับพันสร้างความโกรธให้กับปรางวลัยมาก เพราะคิดว่า พรนับพันจงใจฉีกหน้า พรนับพันไปงานวันเกิดของเพื่อนในผับแถวทองหล่อ และถูกผู้ชายที่มาเที่ยวและอยู่ในอาการเมา มาชวนไปเที่ยวต่อ เพราะคิดว่าเป็นผู้หญิงอย่างว่า พรนับพันก็ตอบโต้ออกไปอย่างโมโหว่าเธอไม่ใช่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในสายตาของพันตรีแสนคม นายทหารจากกองพลพัฒนาประจำอยู่ที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แสนคมลาพัก มาเยี่ยมครอบครัวที่กรุงเทพโดยมีร้อยเอกบดินทร์ซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน และสนิทสนมกันตั้งแต่สมัยเรียน เตรียมทหารตามมาเที่ยวที่บ้านด้วย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาเที่ยวกับเพื่อนสนิทคือพันตรีกิตติ พันตรีธีรดนย์ พันตรีอภิเชษฐ์ รวมทั้งบดินทร์ด้วย แสนคมมองพรนับพันในชุดสุดเปรี้ยวอย่างเสียดาย เขาคิดว่าหน้าตาก็สะสวยน่าจะแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ แต่แปลกที่สายตาของแสนคมมักจะวนเวียนไปทางพรนับพันบ่อย ๆ จนถูกเพื่อน ๆ แซว แสนคมแก้ตัวบอกว่าที่มองเพราะคิดว่าถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับมาตีก้นให้เข็ด พรนับพันไม่รู้เลยว่า จากเหตุการณ์ที่มีผู้ชายเมามาจับไหล่ อยู่ในสายตาของปรางวลัยที่มาเที่ยวกับเพื่อน และมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ เพราะความเจ็บใจที่ถูกฉีกหน้าครั้งนั้น ปรางวลัยจึงจงใจใช้มุมกล้อง ช่วยถ่ายทำให้เหมือนกับผู้ชายคนดังกล่าวโอบไหล่ ตั้งใจจะส่งไปให้ผู้เป็นแม่ของพรนับพันดู และยังเข้าไป ทักพรนับพันกับเพื่อน ๆ ที่โต๊ะวันสุดท้ายของการลาพัก แสนคมแวะไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า แล้วเจอกับพรนับพันอีก ในชุดกางเกง ขาสั้นกับเสื้อยืดพอดีตัว ทำให้แสนคมนึกในใจว่าสมควรแล้วที่ถูกมองเป็นผู้หญิงอย่างว่า ตัวพรนับพันเองก็สงสัยที่จู่ ๆ ก็ถูกผู้ชายหน้าตาหล่อเหลามองด้วยสายตาดุ ๆ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พรนับพันกลับไปบ้าน แต่งตัวเตรียมตัวไปงานแต่งงานเพื่อนในตอนเย็น แต่ก็ทะเลาะกับ คุณพรพรรณรายซะก่อน เพราะปรางวลัยส่งรูปที่ถ่ายในผับไปให้ดู ทั้งที่พรนับพันพยายามจะอธิบายเรื่องราว ให้รู้แต่คุณพรพรรณรายไม่ฟัง และบอกว่าคนที่ส่งรูปมาให้ดูคือปรางวลัย ทำให้พรนับพันเดาได้เลยว่า ปรางวลัยมีจุดประสงค์อย่างไรในการทำเช่นนี้ ด้วยความโกรธบวกกับเสียใจ ที่คุณพรพรรนรายเชื่อคนอื่น มากกว่าลูกตัวเอง ทำให้พรนับพันพูดออกไปว่า ที่พ่อต้องไปมีผู้หญิงอื่นก็เพราะแม่เป็นแบบนี้ ทำให้คุณพรพรรณรายลุแก่โทสะตบหน้าสร้างความเสียใจให้กับพรนับพันมาก จนบอกว่าจะไม่อยู่บ้านนี้อีกแล้ว และทิ้งคำพูดไว้ให้คุณพรพรรณรายคิดว่า ถ้ามีลูกจะไม่เอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับลูกของตัวเองเป็นอันขาด และจะเชื่อใจคนในครอบครัวมากกว่าคนอื่นพรนับพันผลุนผลันขับรถออกจากบ้านไปอย่างไร้จุดหมาย ที่ผ่านมาแม้จะมีปากเสียงกับมารดา แต่ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นถูกตบหน้า และแล้วพรนับพันก็นึกถึงป้าพวงคนเลี้ยงตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่เธอมักจะยึด อีกฝ่ายไว้เป็นที่เป็นที่ระบายความในใจต่าง ๆ เวลามีปัญหา ป้าพวงลาออกไปอยู่บ้านต่างจังหวัด เมื่อสองปีก่อน แต่ก็ติดต่อกันอยู่เสมอ ตอนแรกพรนับพันคิดจะโทร. ไปหาก่อน แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะ ถ้าโทร. ไปก็คงถูกยับยั้งไม่ให้ไป จึงคิดจะไปตายเอาดาบหน้าดั้นด้นไปหาด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันรู้ว่าป้าพวงกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านห้วยม่วงในอำเภอสวนผึ้ง เมื่อขับรถถึงตัวอำเภอ พรนับพัน ก็ถามเส้นทางกับเด็กปั๊ม หลังเดินทางไปได้ค่อนทางด้วยความไม่ชำนาญ พรนับพันก็ขับรถหลงทางไปไหน ไม่ถูก สร้างความหวาดกลัวให้กับตัวเธอมาก ภาวนาให้มีรถวิ่งผ่านมาเพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือ ไม่นาน พรนับพันก็เห็นรถวิ่งมาก็รู้สึกดีใจ แต่ยังไม่กล้าเปิดประตูลงไปเพราะไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้ายพันตรีแสนคมคือคนที่ขับรถผ่านเข้ามา เพื่อกลับเข้าไปยังสถานที่ทำงานคือสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ แสนคมเพิ่งกลับมาจากการลาพักที่กรุงเทพ ครั้นเห็นรถคันหรูหราจอดอยู่ ก็เกิดความสงสัยว่าใครกันมา จอดรถในเวลามืดค่ำเช่นนี้ และที่สำคัญในสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายอย่างที่นี่ เพราะแถบนี้เป็นพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนที่มีพวกชนกลุ่มน้อยอย่างพวกทหารกะเหรี่ยง ที่มักจะถูกทหารพม่ากวาดล้างหลบหนีเข้ามาอยู่บ่อย ๆ แสนคมขับรถเข้าไปใกล้ ๆ ก็มองเห็นว่าคนอยู่ในรถเป็นผู้หญิง ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น แต่เมื่อเห็นคนในรถชัดเจนแสนคมก็แปลกใจ เพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถและแต่งตัวราวกับจะไปงานเลี้ยง คือคนที่เขาเคยเจอถึงสองครั้งแต่คนละสถานที่เมื่อหลายวันก่อน ไม่นึกว่าจะมาอีกในกลางป่าเช่นนี้ แล้วความรู้สึกที่ตามมาของแสนคมคืออาการใจหาย เพราะหากว่าไม่เจอเขาแล้ว ไปเจอพวกกองกำลัง ติดอาวุธ ของทหารกะเหรี่ยงหรือพม่าเข้าจะเป็นอย่างไร พรนับพันเห็นชายหนุ่มในชุดทหารเดินมาหา ก็เอ่ยขอความช่วยเหลือบอกว่าหลงทาง ให้ช่วยขับรถ นำทางให้หน่อย แสนคมถามว่าจะไปไหน พรนับพันบอกว่าจะไปบ้านห้วยม่วง แสนคมบอกว่าเขา ก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี แต่เขาจะไม่ขับนำทางให้ เพราะถ้าเกิดขับตามไม่ทันแล้วหลงขึ้นมาจะยุ่งอีก มีทางเดียวคือให้เขาขับให้เท่านั้น คำพูดดังกล่าวทำให้พรนับพันเกิดอาการลังเลขึ้นมา เพราะจู่ ๆ จะให้ ใครไม่รู้มาขับรถให้ ไม่รู้ว่าไว้ใจได้แค่ไหน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมเห็นอาการของพรนับพันก็รู้สึกหงุดหงิด บอกว่าเขาไม่มีเวลามากนักถ้าอยากจะนั่งอยู่ในรถ ก็เชิญและทำท่าจะผละจากไป จนบดินทร์ที่ตามลงมาเห็นจึงเข้าไปช่วยพูด บอกกับพรนับพันว่าให้แสนคมขับรถให้เป็นสิ่งถูกต้องแล้วเพราะชำนาญทางมากกว่า และพูดถึงเรื่องทหารกะเหรี่ยงให้พรนับพันฟัง พรนับพันจึงยินยอม พรนับพันเผลอนั่งหลับเพราะความอ่อนเพลีย บวกกับความหวาดกลัวที่ผจญ อยู่ก่อนหน้า กระทั่งรถมาถึงยังหมู่บ้านจึงตกใจตื่น แสนคมถามว่าจะไปบ้านใคร พรนับพันบอกว่าไปบ้าน ป้าพวง แสนคมจึงพาพรนับพันไปส่งเพราะรู้จักกับป้าพวงเป็นอย่างดี ป้าพวงลงมาจากบ้านอย่างแปลกในที่เห็นรถของแสนคม และก็ตกใจเมื่อเห็นพรนับพันที่โผเข้าหา พร้อมร้องไห้สะอึกสะอื่น จึงถามแสนคมว่าไปเจอพรนับพันได้อย่างไร เมื่อแสนคมเล่าให้ฟังป้าพวงตกใจ มากพร้อมทั้งพูดขอบคุณไม่ขาดปาก แสนคมลากลับบ้านพักพร้อมกับภาพของหญิงสาว ที่เขาพบในแต่ละสถานที่และต่างสถานการณ์ ตามติดเข้าไปในห้วงสำนึกด้วย โดยเฉพาะภาพการร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำให้นายทหารหนุ่มที่ไม่เคยสนใจในเพศตรงข้ามมาก่อน เพราะความเบื่อหน่าย เกิดความรู้สึกอยากลองค้นหาผู้หญิงคนนี้ดูว่าตกลงผู้หญิงคนนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่ พบเจอแต่ละครั้งช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสนคมเป็นนายทหารหนุ่มวัยใกล้สามสิบปี ผู้มีหน้าตาราวกับไอดอลเกาหลี จึงมักจะถูกพวกศัตรู สบประมาทอยู่เสมอ และเป็นคนบ้าดีเดือดผิดรูปร่างหน้าตาเป็นนายทหารที่จงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง แสนคมเป็นบุตรชายคนเดียวของพลโทพัชร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาค และกำลังเจริญรุ่งเรือง ในราชการ มารดาคือคุณสราญรัตน์ แสนคมถอดแบบบิดามาแทบทั้งหมด ทั้งการรักและภักดีต่อชาติ แสนคมเป็นคนรักและหวงชีวิตโสดมาก จึงมักชอบทำปั้นหน้าเคร่งอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ผู้หญิงมาเข้าใกล้และก็มักจะได้ผล คงมีเพียงลูกสาวของกำนันคำ กำนันในหมู่บ้านและอรชุมาหรือครูอ้อ ครูที่โรงเรียน ในหมู่บ้านที่ยังคงมาป้วนเปี้ยน สร้างความรำคาญให้อยู่บ่อยครั้ง แสนคมมีลูกน้องคู่ใจ อยู่สองคนคือ จ่าสิบเอกโชติช่วงที่หน้าตาสุดโหด ชอบไว้หนวดเคราราวกับโจร แต่เป็นคนมีอารมณ์ศิลปินชอบร้องเพลงลูกทุ่งเป็นนิตย์ พูดจาอ่อนหวานผิดใบหน้า มีเพื่อนคู่หูคือจ่าสิบเอกสุทัศน์ ที่หน้าตาเรียบร้อยแต่ชอบ พูดจามึงมาพาโวยผิดหน้าตาอีกเช่นกัน ทั้งคู่รักและเคารพแสนคมมากแม้จะเพิ่งอยู่ด้วยกันไม่นาน เพราะ แสนคม เพิ่งย้ายมาที่นี่ได้ไม่ถึงปี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันตื่นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและในชุดแต่งกายของป้าพวง แต่เมื่อนึกทบทวนความจำ ก็นึกได้ว่าที่นี่เป็นบ้านป้าพวง จึงเปิดประตูออกมายืนตรงระเบียงมองไปรอบ ๆ ก็เห็นทิวเขายาวสลับซับซ้อน ยิ่งทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่าห่างไกลความเจริญขึ้นมาในทันใด นางพวงดีใจมากที่เห็นเด็กที่นางเลี้ยงมาด้วย ความรัก ยังนึกถึงตัวนางไม่ระเหเร่ร่อนไปไหน นึกรู้ทันทีว่าจะต้องมีปัญหากับผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน ภายใต้สีหน้าท่าทางถือตัวรวมทั้งอาการที่ดูคล้าย เหวี่ยง วีน นั้นเป็นการกระทำที่หลอกสายตาผู้อื่นเท่านั้น เพราะแท้ที่จริงพรนับพันเป็นคนอ้างว้าง ว้าเหว่ ขาดความอบอุ่น แต่เป็นคนจิตใจดีนางพวงถามพรนับพันว่าจะอยู่ที่นี่ได้หรือ พรนับพันก็บอกออกไปด้วยทิฐิว่าอยู่ได้ เพราะในใจนั้นคิดว่าไม่มีทางจะซมซานกลับไปบ้านเป็นอันขาด และเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องดั้นด้นมาหานางพวงถึงที่นี่ ซึ่งนางพวงก็ได้แต่พูดปลอบใจและคิดในใจว่าเรื่องทุกอย่างคงต้องให้กาลเวลาทำหน้าที่เยียวยาเรื่องราวทั้งหมด พรนับพันเห็นเด็กชายที่มายืนจ้องตัวเอง ขณะลงไปที่รถก็ถามนางพวง ก็ได้รับคำตอบว่าเด็กชาย คนดังกล่าวชื่อจุ้น เป็นเด็กชาวกะเหรี่ยงที่ผู้พันแสนคมไปพบขณะร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ศพของพ่อแม่ จึงนำมาฝากนางพวงเลี้ยงโดยเป็นคนส่งเสียค่าเลี้ยงดูเอง พรนับพันฟังแล้วก็เกิดความสงสารในตัวเด็กชายอย่างไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน นางพวงเล่าให้พรนับพันฟังคร่าว ๆ ว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน พื้นที่แถบนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขา ต้นไม้ ต้นน้ำ ลำธาร รวมทั้งสัตว์ป่าน้อยใหญ่ แต่เมื่อเกิดการทำเหมืองแร่ขึ้น และมีผู้คนอพยพเข้ามาทำกิน ผืนป่าจึงเปลี่ยนสภาพเป็นชุมชน ครั้นหมดสัมปทาน ผู้คนก็หันมาทำอาชีพเกษตรกรแทน นานเข้าเมื่อ ผืนดินไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม โครงการสวนป่าที่ช่วยฟื้นฟูผืนดิน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปาชีพ ที่เป็นโครงการในพระราชดำริเช่นกัน ที่นอกจากจะทำให้คุณภาพ ชีวิตของชาวบ้านดีขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้ว ยังเพิ่มรายได้เสริมจนสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยไม่ต้องเข้าไปหา ของป่า หรือถางป่าเพื่อปลูกไร่เลื่อนลอยเหมือนเช่นแต่ก่อน นางพวงมักจะเอ่ยถึงผู้พันแสนคมให้พรนับพัน ฟังอยู่ไม่ขาดปาก สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดขึ้นกับพรนับพันไม่น้อย ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก แสนคมมาบ้านนางพวงแต่เช้า ถือของแห้งพวก กุนเชียง หมูทุบ หมูแผ่น พร้อมด้วยกาแฟ มาฝาก ป้าพวง ทั้งที่จุดประสงค์หลักที่เอามานั้น แสนคมรู้ว่าเอามาฝากหญิงสาวที่มาอยู่กับนางพวงต่างหาก และครั้งนี้พรนับพันได้รู้จักกับจ่าวัยกลางคนชื่อ ช่วงโชติ ที่มาพร้อมเสียงเพลง ซึ่งจงใจร้องจีบนางพวงเสมอ เมื่อมีโอกาส จ่าหน้าตาโหดแต่คำพูดและการแสดงออกขัดกับใบหน้าที่สุดเด็กชายจุ้นที่รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวสวยชื่อพรนับพันมาก ปกติจุ้นจะไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่เข้ามา วุ่นวายกับผู้พันแสนคมของมันนัก เพราะมันหวงผู้พันของมันราวกับจงอางหวงไข่ จุ้นเห็นตุ๊กแกที่เกาะอยู่ ไม่ห่างจากตัวพรนับพันก็ตะโกนบอก ครั้นพรนับพันหันไปเห็นด้วยความตกใจทำให้โผเข้ากอดแสนคม สร้างความอับอายให้เกิดกับพรนับพันเป็นอย่างมาก แต่ก็สร้างความกังขาให้เกิดกับจ่าโชติเช่นกัน เพราะจ่าโชติเคยเห็นดวงใจลูกสาวกำนันคำกลัวตุ๊กแกโผเข้ากอดแสนคม แต่แสนคมหลบจนดวงใจล้มไม่เป็นท่า แต่ครั้งนี้นอกจากไม่หลบยังยอมให้กอดแต่โดยดี วิชิต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามาหาแสนคมถึงที่ทำงาน เพื่อจะมาคุยถึงเรื่องที่จะมีการลักลอบขนลูกช้างป่าขึ้นในอีกไม่ช้า แสนคมก็ทราบจากสายที่รายงานเข้ามาเช่นกัน แสนคมอยู่ที่นี่ต้องผูกมิตร กับชาวบ้าน ดังนั้นพอมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจึงมักจะแก้ไขได้ทันเวลาเสมอ วิชิตชื่นชมในตัวแสนคมมากในการเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีในเหมือนนายทหารคนเก่าที่ถูกย้ายออกไป ทั้งที่ตอนแสนคมย้ายมาใหม่ ๆ วิชิตเองก็มองแสนคมผิดไปเหมือนกัน เพราะเห็นว่าเป็นลูกชายแม่ทัพภาคจะอยู่ได้สักกี่น้ำ แต่แสนคมก็ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการเข้าขัดขวางพวกลักลอบขนลูกช้างป่า จนเกิดปะทะกันขึ้นเมื่อตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีการสูญเสียเกิดขึ้น เพราะทหารเสียชีวิตไปสองนาย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หนึ่งนาย และฝ่ายตรงข้ามก็เสียชีวิตสามคน ส่วนแสนคมบาดเจ็บสาหัสจนมีแผลเป็นที่หน้าอก และคนของฝ่ายตรงข้ามก็บาดเจ็บสาหัสหนีรอดไปได้หนึ่งคน และแสนคมจำได้ว่าชื่อ ชีพเสี่ยเกรียงไกรเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอำเภอสวนผึ้ง และเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ เสี่ยเกรียงไกรเป็นเจ้าของรีสอร์ตหรูในอำเภอสวนผึ้ง มีคดีที่กำลังฟ้องร้องอยู่หลายคดี ทั้งคดีที่สร้างรีสอร์ตรุกเข้าไปในป่าสงวน และรับซื้อที่ของราชพัสดุจากชาวบ้าน ซึ่งรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งคดีดังกล่าวก็ยืดเยื้อมานาน จนแสนคมมองว่าผลที่สุดเสี่ยเกรียงไกรก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ แต่แสนคมบอกกับวิชิตว่าถ้าเขาไม่ตายซะก่อนจะต้องเอาเสี่ยเกรียงไกรเข้าคุกให้ได้ นางพวงจะพาพรนับพันไปตลาดในตัวอำเภอเพื่อซื้อเสื้อผ้า แต่รถยนต์คันหรูของพรนับพันกลับสตาร์ทไม่ติด นางจึงให้จุ้นไปตามแสนคมมาดูรถให้ จนพรนับพันนึกค่อนขอดว่าอะไร ๆ ก็นึกถึงแต่แสนคม และเมื่อแสนคมมาถึง พร้อมด้วยบดินทร์ที่เห็นสภาพรถก็รู้ทันทีว่าไดชาร์จเสีย ต้องจอดไว้อย่างเดียว รอให้ช่างจากอู่มารับ นางพวงจึงขอติดรถของแสนคม ซึ่งกำลังจะเอางานของศูนย์ศิลปาชีพไปส่งให้ เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดาในตัวอำเภอสวนผึ้งพอดี ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงแอบโทรศัพท์ไปหาคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี ซึ่งทั้งสองกำลังวิตกกังวลกับการหายตัวไปของพรนับพันอยู่พอดี โดยเฉพาะคุณพรพรรณรายที่ทำทีเป็นไม่สนใจนั้น แท้ที่จริงก็รักลูกมากแต่ที่ทำไปเพราะต้องการประชดสามี พลั้งมือตบหน้าลูกสาวก็ใช่ว่าจะไม่เสียใจ ถึงกับทำให้ละทิฐิ โทร. หาพรนับพัน แต่ติดต่อไม่ได้ รวมทั้งคุณเมธีก็เช่นกันที่เป็นห่วงลูกสาวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เมื่อรู้ว่าพรนับพันอยู่กับนางพวงก็เบาใจ โดยนางพวงบอกว่ายังไม่ต้องมาหา ให้พรนับพันอยู่อย่างนี้ไปก่อน ให้เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง พรนับพันพบกับดวงใจลูกสาวของกำนันคำ และมีปากเสียงกันจากการที่ดวงใจเดินหันรีหันขวางจนชนกับพรนับพัน แต่ดวงใจกลับโทษว่าเป็นความผิดของพรนับพัน กระทั่งไกรภพลูกชายของเสี่ยเกรียงไกรเข้ามาไกล่เกลี่ย เพราะติดใจในตัวของพรนับพัน และท่าทีของไกรภพก็สร้างความหมั่นไส้ให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย เพราะแม้ตัวเองจะชอบแสนคมมากก็ตาม แต่ตัวไกรภพก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ไกรภพกำลังจะสานสัมพันธ์กับพรนับพันแต่ถูกชีพคนสนิทของผู้เป็นพ่อเข้ามกระซิบบอกเหตุร้ายซะก่อน ทำให้ต้องผละไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แสนคมรีบส่งของให้เจ้าหน้าที่จากสวนจิตรลดา แล้วรีบขับรถกลับ ท่ามกลางอาการสงสัยของ บดินทร์ เพราะปกติแสนคมจะต้องแวะทักทายกับคนนั้นคนนี้ก่อน แต่ก็พอเดาได้ว่าน่าจะมีสาเหตุมาจาก พรนับพัน ระหว่างที่แสนคมเดินตรงไปยังพรนับพันที่ยืนอยู่กับนางพวงและจุ้นโดยมีดวงใจอยู่ด้วย ก็สวนกับไกรภพและชีพ ทำให้แสนคมต้องหันกลับไปมอง สร้างความสงสัยให้เกิดกับบดินทร์จนต้องถาม แสนคมจึงพูดถึงคนที่เดินสวนกันว่าต้องเป็นชีพแน่นอน แม้จะสวมแว่นตาปกปิดไว้ก็ตาม เพราะจำรอยแผลเป็นที่แก้มได้ ดวงใจได้ยินจึงถือโอกาสพูดขึ้นมาว่าตัวเองรู้จักผู้ชายที่เดินไปเมื่อกี้ และบอกว่าหนึ่งในนั้น เป็นลูกชายเสี่ยเกรียงไกร ส่วนอีกคนเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกรชื่อชีพ คำพูดของดวงใจทำให้แสนคมรู้ว่าเขาเดาไม่ผิด ดวงใจรีบบอกว่าตัวเองเปลี่ยนชื่อจากดวงใจเป็น ดวงลดาแล้ว และยังเปลี่ยนชื่อเล่นเป็นลดาด้วย แต่แสนคมไม่ได้สนใจนัก ดวงใจหรือชื่อใหม่ว่า ดวงลดา บอกกับแสนคมว่าขอติดรถไปด้วยเพราะรถของตัวเองสตาร์ทไม่ติด บดินทร์จึงอาสาจะไปดูให้ ทำให้ดวงลดา รีบบอกว่าไม่ต้อง เพราะถ้าบดินทร์ไปดูก็รู้ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร จึงมองบดินทร์อย่างไม่ชอบใจก่อนจะขอตัวระหว่างเดินทางกลับแสนคมเกือบขับรถเหยียบลูกหมาสีดำ จึงลงไปอุ้มเมื่อมองไม่เห็นใครก็อุ้ม ขึ้นรถมาและให้พรนับพันเอาไปเลี้ยง พรนับพันดีใจมากเพราะต่อไปนี้จะได้ไม่เหงา บดินทร์ถามถึงเรื่องชีพ แสนคมจึงเล่าเรื่องให้ฟังว่าเคยมีเรื่องกันมาก่อน นางพวงบอกแสนคมว่าเคยเห็นหน้า ผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นที่หน้า บอกว่าเป็นคนจิตใจเหี้ยมโหดเพราะเคยยิงหมาของตาคะยอแค่ถูกเห่าเท่านั้น เตือนให้แสนคมระวังตัวให้ดี พรนับพันฟังเรื่องราวแล้วไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างแสนคมจะบ้าดีเดือดถึงเพียงนั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ชีพบอกกับไกรภพว่าคนที่เดินสวนกันคือตัวแสบ ที่คอยขัดขวางงานมาตลอดตั้งแต่ย้ายมา ไกรภพ ฟังแล้วไม่เชื่อถือ แต่ชีพบอกว่าที่ใบหน้ามันเป็นแผลเป็นจนทุกวันนี้ก็เพราะแสนคม เรื่องการลักลอบขนลูกช้างครั้งที่แล้วไม่สำเร็จก็เป็นเพราะแสนคมนำกำลังเข้าขัดขวางจนเกิดปะทะกัน จนต้องสูญเสียมือดีไปถึงสามคน และบอกว่าเสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองไปให้แต่แสนคมคืนกลับมา ไกรภพทระนงบอกว่าเขาไม่เชื่อหรอกว่าเงินจะไม่สามารถซื้อคนได้ เดี๋ยวเขาจะไปหาแสนคมด้วยตัวเองเองผู้ใหญ่สมปองไปหาแสนคมที่บ้าน เพื่อฝากเพลินตาซึ่งเป็นลูกสาวให้ไปเรียนที่ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งท่าทางของเพลินตาออกเป็นทอมบอยทำให้บดินทร์นึกว่าเป็นผู้ชาย สร้างความโกรธเคืองให้เพลินตามาก และผู้ใหญ่สมปองก็บอกว่าจะแวะไปหานางพวงที่เป็นน้องสาว เพราะได้ข่าวว่ามีคนมาอยู่ด้วย เพลินตาก็บอกว่าถ้าคนมาอยู่ด้วยชื่อขิมก็เป็นคนที่อาเลี้ยงมาแต่เล็กและรักนักรักหนา เธอเคยไปเยี่ยมนางพวงที่บ้านแล้วเคยเจอ ดูเหมือนจะเป็นเด็กมีปัญหาเพราะเจอตอนร้องไห้ทั้งสองครั้ง และยังพูดอีกว่ากลัวจะมาสร้างภาระให้ผู้เป็นอาซะมากกว่า ทำให้บดินทร์พูดขึ้นว่าเพลินตามองคนในแง่ร้าย ยิ่งทำให้เพลินตาไม่ค่อย ชอบหน้าบดินทร์นัก จุ้นตั้งชื่อลูกหมาตัวดำปิ๊ดปี๋ว่าสมปอง นางพวงจึงบอกว่าระวังผู้ใหญ่สมปอง ซึ่งเป็นพี่ชายของนางจะสับสนเอานะ แต่ก็เป็นจริงตามที่นางพวงพูด เพราะผู้ใหญ่สมปองแวะมาที่บ้านพร้อมด้วยแสนคม และบดินทร์ พอรู้ว่าลูกหมาชื่อเหมือนตัวเองก็โวยวาย จนแสนคมเกรงใจบอกให้จุ้นเปลี่ยนและถามถึงสาเหตุว่าทำไมตั้งชื่อนี้ จุ้นก็บอกว่าตั้งให้คล้องกับแสนคม ทำเอาแสนคมหน้าเหวอ พรนับพันนั้นหัวเราะ ออกมาด้วยความขำ เพลินตาเห็นพรนับพันก็มองว่าเป็นคุณหนูก็ถามออกมาตรง ๆ ว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้แน่หรือ พรนับพันก็บอกว่าให้คอยดูต่อไป ผู้ใหญ่สมปองเพิ่งนึกได้ว่านัดชาวบ้านเอาไว้ เพื่อไปทำแนวกันไฟ จึงรีบผลุนผลันออกไป โดยนางพวงเอง ก็เพิ่งนึกได้เพราะจ่าโชติบอกไว้แล้ว จึงบอกเดี๋ยวจะตามไป นางพวงบอกให้พรนับพันอยู่บ้านกับจุ้นไม่ต้องออกไปช่วย แต่พรนับพันเห็นสายตาดูถูกของเพลินตาก็บอกว่าจะไปช่วยด้วย โดยมีจุ้นบอกว่าเดี๋ยวจะคอยช่วยพรนับพันด้วยอีกแรง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เมื่อพรนับพันไปถึงจุดที่ทำแนวกันไฟที่อยู่ใกล้กับศูนย์ศิลปาชีพ เห็นการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านมากกมายที่ต่างไปช่วยกันโดยไม่ต้องมีค่าจ้าง สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นกับพรนับพันโดยไม่รู้ตัว พรนับพันช่วยคนอื่นทำทั้งที่ไม่เคยทำซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เพลินตา เริ่มมองพรนับพันในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม แสนคมเอาหมวกให้พรนับพันคลุมกันแดดทำให้พรนับพันรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น กับตัวเองขณะทำงานแสนคมมักจะมองหาแต่พรนับพัน ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แค่เห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ในสายตาเขาก็พอใจแล้ว จ่าโชติมาบอกแสนคมว่ากำนันคำต้องการพบแสนคม ซึ่งไม่ค่อยได้พูดคุยกับกำนันคำนัก เพราะส่วนมากจะคุยกับผู้ใหญ่สมปองซะมากกว่า นึกสงสัยว่ากำนันคำมีเรื่องอะไรคุยกับเขา เมื่อแสนคมไปถึงยังที่กำนันคำยืนอยู่ก็ถามถึงธุระ กำนันคำก็พูดเป็นทำนองว่าถ้าแสนคมเปลี่ยนใจขอให้บอก แสนคมก็บอกว่าเขาไม่เคยรับปากอะไรไปทำไมต้องเปลี่ยนใจด้วย กำนันคำจึงพูดถึงเรื่องที่เสี่ยเกรียงไกรเคยเอาเงินใส่ซองมาให้ทำไมแสนคมถึงไม่รับ แสนคมจึงบอกกำนันคำไปว่าเขาไม่สนใจเงินนั่นหรอก เขาไม่เคยคิดคดทรยศต่อแผ่นดิน และพูดใส่กำนันคำออกไปว่าเคยได้ยินมาว่าเมื่อก่อนกำนันคำเป็นคนดีมาก แล้วอะไรทำให้เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ และยังฝากไปบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี ทำอะไรไม่ดีไว้อย่านึกว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น พูดจบก็เดินจากไป จากการมาช่วยทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนักก็ตาม และยังได้พบกับตาคะยอซึ่งเป็นเกษตรกรดีเด่น และนางพวงเคยเล่าให้ฟังว่าตาคะยอเป็นชาวกะเหรี่ยงก็จริง แต่มีหัวใจของความเป็นไทยอยู่เต็มเปี่ยม จ่าโชติกับจ่าทัศน์พอรู้ว่ากำนันคำพูดจาอะไรกับแสนคมต่างก็โกรธ เพราะทั้งสองจ่าอยู่ที่นี่มานาน รู้ว่าเมื่อก่อนกำนันคำไม่ใช่คนแบบนี้ ที่เปลี่ยนไปเป็นเพราะเงินตัวเดียวจริง ๆ เพราะเดี๋ยวนี้กำนันคำขับรถป้ายแดง สร้างบ้านหลังใหม่ ซื้อรถป้ายแดงให้ดวงใจขับ พกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องละสองหมื่น และมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเสี่ยเกรียงไกรมากชีพซึ่งเป็นคนสนิทของเสี่ยเกรียงไกร มักจะพูดเตือนเจ้านายอยู่บ่อยครั้งว่า งานที่เกิดผิดพลาดขึ้น หลาย ๆ ครั้งในระยะหลังรวมทั้งการที่ถูกจับไม้ที่ห้วยขาแข้งที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ถึงแม้จะไม่มีใครถูกจับได้ น่าจะมีเกลือเป็นหนอน ชีพเองไม่เคยไว้ใจกำนันคำ เพราะรู้ว่าเคยเป็นคนซื่อมือสะอาดมาก่อน แต่เสี่ยเกรียงไกรมักจะไม่เห็นด้วย บอกว่าเงินเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนกำนันให้เป็นคนกบฏ ทรยศแผ่นดินได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก หลังจากวันทำแนวกันไฟ พรนับพันกับเพลินตาก็สนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งคู่พากันไปที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อเรียนปักผ้า และจากการไปนั่งเรียนทำให้พรนับพันได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างแรกคือค่าของเงินขณะที่เธอเคยใช้เงินวันละหลายพัน แต่คนทำงานที่นี่นั่งหลักขดหลังแข็งนานนับเดือนกว่าจะได้เงินจำนวนนี้ กาแฟที่เคยดื่มแก้วละร้อยกว่าบาทแต่เป็นค่าแรงการทำงานของคนที่นี่ ซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ทำให้พรนับพันเกิดความละอายขึ้นมา สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ใช้เงินแบบนั้นอีก และที่สำคัญตอนแรกที่เธอคิดมาเรียนปักผ้า เพราะต้องการชนะคำสบประมาทของแสนคม แต่การได้มาเห็นทำให้เธออยากปักได้สำเร็จจะได้สร้างความภูมิใจให้เกิดกับตัวเอง ทั้งยังได้รู้น้ำใจของนายทหารที่ชื่อแสนคม ที่สร้างไว้กับคนหลายคน จนไม่สงสัยเลยว่าเหตุใดผู้คนจึงพากันรักผู้ชายคนนี้นัก แล้วยังได้รู้จักอีกมุมของเพลินตาที่มองดูห้าว แต่ความจริงเป็นคนน่าสงสาร เพราะกำพร้าแม่ ตั้งแต่อายุน้อย ต้องปักเสื้อนักเรียนด้วยตัวเองตั้งแต่อยู่ปอสอง ทำให้พรนับพันคิดถึงตัวเองขึ้นมา เธอโชคดีที่มีพ่อแม่ครบ นับวันพรนับพันก็ซึมซับความรู้สึกดีดีของผู้คนที่นี่เข้าไปในหัวใจ รวมทั้งนายทหารหนุ่มที่ชื่อแสนคม ที่เมื่อก่อนมักจะมองเธอด้วยสายตาดุ ๆ แต่บัดนี้สายตาดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งทำไมเธอจะไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร นางพวงเองก็มองว่าหญิงสาวที่นางเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยพื้นฐาน ของพรนับพันไม่ได้เป็นคนไม่ดี เป็นคนจิตใจดีด้วยซ้ำ ยิ่งพรนับพันไปเห็นบ้านของตาคะยอ ที่ทำตามแนวทางพระราชดำริ โดยการทำเกษตรแบบทฤษฏีใหม่ ปลูกทั้งพืชผักสวนครัวและผลไม้หลาย ๆ อย่างไว้ ด้วยกันในพื้นที่ที่มีจำกัด รวมทั้งมีบ่อปลา นาข้าวอยู่ในบริเวณเดียวกัน ได้ฟังตาคะยอพูดถึงว่าที่ได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้เป็นเพราะ พระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะขอตายในผืนแผ่นดินไทยนี้ จนทำให้พรนับพันเกิดความซาบซึ้งเพราะความโกรธแค้นที่ถูกแสนคมตอกกลับมา ทำให้ไกรภพคิดเรื่องชั่ว ๆ โดยการคิดวางเพลิงเผา ศูนย์ศิลปาชีพ แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะจ่าสุทัศน์ที่ไม่สบายนอนอยู่บ้านพัก เห็นเหตุการณ์เข้าซะก่อน จึงโทร. ตามคู่หูที่อยู่บ้านตาคะยอซึ่งกำลังมีการกินปลาเผากันอยู่ ทำเอาทุกคนต้องรีบมาที่ศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อช่วยกันดับไฟ และก็ไม่เกิดการสูญเสียเพราะรถดับเพลิงมาทันเวลาพอดี แค่บางส่วนถูกไหม้เท่านั้น ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ทำให้แสนคมบาดเจ็บที่แขนขวาเพราะเข้าช่วยพรนับพัน พรนับพันจึงเป็นคน ขับรถพาแสนคมไปโรงพยาบาล ซึ่งระหว่างเดินทางแสนคมก็แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาจนหมด และเล่าด้วยว่าเคยเจอพรนับพันมาแล้ว ในผับที่ทองหล่อทั้งยังบอกว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบอกว่าต่อไปห้ามสวมใส่เสื้อผ้าแบบนั้นอีก ซึ่งพรนับพันเองก็ไม่เคยคิดจะกลับไปใส่อีกเหมือนกัน เพราะมาอยู่ที่นี่ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าง่าย ๆ แทบทุกวัน เงินก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะไม่รู้จะไปซื้ออะไร กินกับข้าวง่าย ๆ ที่มีอยู่รอบบ้านนางพวง ทำให้พรนับพันกลายเป็นคนอยู่ง่าย กินง่ายไปเลยปริยาย เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากที่งานวางเพลิงไม่สำเร็จ กำชับชีพอย่าให้ลูกน้องทิ้งหลักฐานไว้เป็นอันขาด ชีพก็บอกว่าแค่นี้ก็ทำให้ชาวบ้านขวัญหนีดีฝ่อแล้ว กำนันคำที่มาหาก็บอกว่าทำไมจะเผาศูนย์ฯ ไม่บอกด้วย เผื่อจะได้ช่วยให้สำเร็จ เพราะตอนไฟไหม้กำนันก็อยู่ที่นั่นด้วย ถ้ากำนันร่วมมือด้วยแต่แรกจะแนบเนียนกว่านี้ คำพูดของกำนันคำยิ่งทำให้เสี่ยเกรียงไกรเชื่อว่ากำนันคำนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ชีพระแวงเด็ดขาด พรนับพันมาอยู่ที่นี่ได้แค่สิบวันแต่มีความรู้สึกว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่เป็นปี จากการได้หัวเราะได้ยิ้มกับ สิ่งต่าง ๆ รอบกาย ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายอย่างที่ควรเป็น และจากผลของการที่ไปทำแนวกันไฟ ทำให้พรนับพันมีอาการไข้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนกลางคืน แต่กินยาเข้าไปก็ทุเลาลง แต่มาออกอาการอีกครั้ง ตอนเช้า ขณะที่นางพวงต้องไปวัดแต่เช้าและคืนนี้ก็ต้องนอนค้างที่วัดกับนางสายใจ ซึ่งเป็นเมียกำนันคำ ตามที่เคยพูดกันไว้ พรนับพันมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนอาเจียน ทำให้จุ้นที่อยู่ด้วยกัน และกำลังจะไปโรงเรียน ตกใจจนร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก แต่โชคดีที่เพลินตาที่จะต้องแวะมารับพรนับพันไปวัด และไปส่งจุ้นที่โรงเรียน ขี่รถเข้ามาซะก่อน เมื่อเห็นอาการของพรนับพันก็ตกใจจึงโทร. ไปตามแสนคม ซึ่งแสนคมพอทราบเรื่องก็ตกใจมาก เพราะนับจากวันที่ไฟไหม้วันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอจัง ๆ กับพรนับพันเลย ได้แต่เห็นกันแวบ ๆ เพราะยุ่งทั้งเรื่องไฟไหม้ที่รู้แล้วว่าเป็นการวางเพลิง กำลังตามจับตัวอยู่ แล้วยังมีเรื่องลักลอบขนลูกช้างป่าอีก การเห็นพรนับพันเป็นแบบนี้ ทำให้แสนคมแทบขาดใจ เขารู้ว่าเขารักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน แสนคมอุ้มพรนับพัน โดยไม่สนใจแผลที่แขนขวาที่ต้องเย็บสิบเข็ม ตอนเกิดไฟไหม้และยังไม่ได้ตัดไหม แม้บดินทร์จะอาสาอุ้มพรนับพันให้ก็ตาม แสนคมพาพรนับพันไปส่งที่โรงพยาบาลเอกชน โดยหมอบอกว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้ขึ้นสูงมาก และมีอาการเพ้อเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเพ้อถึงพ่อแม่ และเรื่องที่ถูกตบ และต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ เพลินตานั้นถึงกับร้องไห้เพราะกลัวพรนับพันเป็นอะไรไป เพราะเคยเห็นผู้เป็นแม่อาการแบบนี้ และตายไปต่อหน้าต่อตา ไม่อายที่บดินทร์เห็นตัวเองร้องไห้ออกมาเพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว แสนคมให้บดินทร์ พาเพลินตากลับไปที่พักเพื่อเอาเสื้อผ้ามาให้ เพราะคืนนี้เขาจะนอนเฝ้าพรนับพันที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก บดินทร์ขับรถพาเพลินตากลับและได้คุยปรับความเข้าใจกัน ตั้งแต่เรื่องที่บดินทร์เข้าใจผิดมอง เพลินตาเป็นผู้ชาย ซึ่งจริง ๆ เขาไม่ได้คิดเช่นนั้นแต่ปากพูดออกไปอย่างนั้นเอง เพลินตาร้องไห้ซบไหล่ ของบดินทร์เล่าเรื่องแม่ให้ฟัง เพราะกลัวพรนับพันจะเป็นอะไรไป บดินทร์กอดปลอบใจ และพาเพลินตาไปที่วัด เพื่อไปบอกอาการป่วยของพรนับพันให้นางพวงฟัง ทำให้นางพวงอยู่วัดต่อไปไม่ไหวตามไปที่ โรงพยาบาลด้วยแสนคมบอกนางพวงว่าขอเป็นคนเฝ้าพรนับพันเองตอนกลางคืน นางพวงมองแล้วคิดว่าไม่เหมาะ ได้แต่ทำท่าอ้ำอึ้ง ๆ แม้จะรู้ว่าแสนคมเป็นคนดีเพียงใดก็ตาม แสนคมจึงเอาแหวนญาติ ซึ่งเป็นแหวนที่นักเรียน เตรียมทหาร ทำไว้ให้คนสำคัญขึ้นมาซึ่งเขาทำไว้ให้เป็นแม่ และผู้เป็นแม่เพิ่งให้มาตอนกลับบ้านไปครั้งที่แล้ว แสนคมหยิบแหวนมาสวมให้พรนับพัน ขณะที่เจ้าตัวยังไม่ได้สติ ท่ามกลางความซาบซึ้งระคนปลาบปลื้ม ของทุกคนที่เป็นพยาน พรนับพันฟื้นขึ้นมาหลังจากเพ้อถึงพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ดิ้นทุรนทุรายจนแสนคมต้องโอบกอดไว้ พรนับพันสงสัยที่จู่ ๆ แหวนมาอยู่ที่นิ้ว แสนคมจึงบอกว่าเป็นแหวนหมั้นของเขาเอง และบอกว่าเขารักพรนับพันต่อไปให้เรียกเขาว่าพี่ พรนับพันดีใจรวมทั้งเกิดความอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และที่สำคัญพรนับพันเองก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ไกรภพมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ที่บวชเป็นชีซึ่งป่วยเป็นอาหารเป็นพิษ แม้ไกรภพจะดูเป็นคนนิสัยไม่ดีหรือเลวเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือแม่ชีกรแก้ว ที่หย่าขาดจากผู้เป็นพ่อเพราะความคิดไม่ตรงกัน แต่ไกรภพก็ยังติดต่ออยู่เสมอ เมื่อรู้ว่าผู้เป็นแม่ป่วยก็ทำเรื่องย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ จะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด แม่ชีกรแก้วมักจะบอกให้ไกรภพทำความดีอย่าได้ทำชั่วแม้จะรู้ว่าสายไป และที่ตัวนางบวชชีก็เผื่อไถ่บาปให้ลูกถ้าลูกได้กระทำความผิดไกรภพรู้จากพยาบาลว่าพรนับพันป่วยอยู่ที่นี่จึงเข้าไปเยี่ยม ขณะที่มีนางพวงกับเพลินตาเฝ้าอยู่ เพราะช่วงกลางวันแสนคมกลับไปทำงาน และกำลังยุ่งอยู่กับข่าวเรื่องลูกช้างป่า กว่าไกรภพจะออกจากห้อง พรนับพันก็ต้องทำเป็นง่วงด้วยฤทธิ์ยา จนไกรภพต้องขอตัวกลับ พรนับพันเผลอเล่าเรื่องที่เคยพบกับแสนคมให้นางพวง และเพลินตาฟัง ทำให้นางพวงคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะพรหมลิขิตอย่างแน่นอน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางพวงโทร. ไปบอกคุณพรพรรณรายกับคุณเมธี เรื่องพรนับพันป่วย คุณพรพรรณรายถึงกับร้องไห้โฮ เมื่อรู้ว่าลูกสาวเพ้อถึงพ่อแม่และเรื่องที่ถูกตบ รวมทั้งคุณเมธีด้วยเช่นกัน หลังจากเหตุการณ์ ครั้งนั้นทำให้ทั้งสองคนนึกทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา จึงต่างค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งก็ไม่ได้ยาก เพราะต่างมีความรักในตัวกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นางพวงที่ฟังน้ำเสียงการพูดของทั้งคู่ จึงรู้ว่าเรื่องราว น่าจะไปในทางที่ดีขึ้นพรนับพันอยู่โรงพยาบาลแค่สามวันก็ออกเพราะร่างกายฟื้นตัวเร็วจนหมอตกใจ อาจเป็นเพราะกำลังและแรงใจจากแสนคมมีส่วนช่วยด้วยเยอะ แสนคมเป็นคนมารับกลับ เมื่อรู้ว่าไกรภพมาเยี่ยม ก็บอกให้ระวังตัว อย่าไปไหนคนเดียวอีก และบอกว่าช่วงนี้อาจไม่ได้เจอกัน เพราะแสนคมได้รับรายงานจากสายว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่พวกลักลอบขนลูกช้างป่าจะลงมือ แสนคมบอกนางพวงว่าขอฝากหัวใจไว้กับนางพวงด้วย คำพูดดังกล่าว ทำให้พรนับพันใจเสียเพราะเหมือนเป็นลาง จึงบอกกับแสนคมว่าสัญญาว่าจะต้องกลับมาหาเธอ เสี่ยเกรียงไกรกำหนดเส้นทางขนย้ายลูกช้างป่า และครั้งนี้มีงาช้างที่จะได้อีกหลายคู่ ชีพเตือนว่าเส้นทางที่กำหนด เป็นป่าทึบที่อยู่ไม่ห่างจากสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งแสนคมกับวิชิตดูแลมันไม่เสี่ยงกับอันตรายหรือ เสี่ยเกรียงไกรก็บอกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุด คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เส้นทางที่กำหนดยังไม่เคยมีใครเข้าไป เพราะค่อนข้างลำบาก ที่จะใช้เส้นทางนี้เพราะจะได้ดูลู่ทางเพื่อหาทาง ลักลอบตัดไม้ด้วย ชีพไม่รู้จะแย้งยังไงแต่มีลางสังหรณ์เกิดขึ้น และบอกว่าครั้งนี้อย่าเพิ่งบอกวันทำจริงกับกำนันคำ เอาไว้ใกล้ ๆ ค่อยบอก พอดีกับกำนันคำมาหาพอดี เสี่ยเกรียงไกรจึงบอกว่าวันพรุ่งนี้คือวันที่กำหนดทำงานสำคัญ เชิดซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่มักจะชอบเดินตามหลังกำนันคำเสมอ มาหากำนันคำที่บ้านขณะอยู่ในเวลาอาหารเย็น กำนันจึงบอกให้ไปคุยที่อื่น เชิดจึงถามว่ากำนันรู้เรื่องขนลูกช้างป่าในคืนนี้บ้างหรือเปล่า กำนันก็ถามว่าเชิดรู้มาจากไหน เชิดจึงตอบว่ารู้มาจากเพื่อนซึ่งเป็นลูกน้องของชีพ ซึ่งชวนให้มันไปทำด้วย จึงมาปรึกษากำนัน เมื่อได้ฟังกำนันคำก็นึกโกรธเพราะเสี่ยเกรียงไกรบอกวันกำหนดเป็นพรุ่งนี้ แต่กลายเป็นวันนี้ได้อย่างไร แสดงว่าเสี่ยเกรียงไกรเริ่มไม่ไว้ใจแน่นอน จึงบอกให้เชิดไม่ต้องไปทำเพราะเป็นอันตราย และบอกไม่ให้พูดเรื่องนี้กับใคร เชิดจึงลากลับไป ขณะกำนันกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เสี่ยเกรียงไกรก็โทร. เข้ามาหาบอกว่าเปลี่ยนวันเป็นคืนนี้แต่เวลาเดิม นางสายใจที่ตามแอบมาฟังเพราะท่าทางลุกลี้ลุกลนของเชิด เมื่อได้ฟังคำพูดของกำนันคำก็โกรธ ด่ากำนันว่าทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ จำสัจจะที่พูดไว้ ตอนเข้าร่วมวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมารับมอบสวนป่าเฉลิมพระเกียรติไม่ได้หรือว่า จะไม่คิดคดทรยศต่อแผ่นดิน กำนันคำบอกว่าสักวันนางสายใจจะเข้าใจ และบอกว่าคืนนี้จะไม่อยู่ ถ้ากลับมาจะเล่าให้ฟังทั้งหมด กำนันพูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดก่อนจะถอดแบตเตอรี่ออก และบอกกับนางสายใจว่าถ้าเป็นอะไรไปทุกอย่างอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนี้ นางสายใจตกใจเพราะกำนันคำไม่เคยพูดจาแบบนี้มาก่อนแสนคมได้รับข้อความเปลี่ยนแปลงวันลงมือเป็นคืนนี้เวลาเดิมแทน ทำให้แสนคมนึกกังขาเพราะปกติงานสำคัญแบบนี้ คนที่ส่งข่าวจะส่งให้กับหัวหน้าคือ พลเอกนฤดล แล้วถึงจะส่งต่อมายังเขา จึงโทร. ไปหาวิชิตซึ่งก็ได้รับข้อความเดียวกัน โทร. กลับไปยังเบอร์ที่ส่งก็ติดต่อไม่ได้ วิชิตจึงบอกให้เชื่อเหอะ เพราะเรื่องนี้มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบ แสนคมจึงสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมพร้อม ทั้งเรื่องรถ พยาบาลด้วย เพราะกลัวจะมีการสูญเสียไม่ทันการณ์เหมือนครั้งที่แล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก ขบวนของเสี่ยเกรียงไกรซึ่งมีพรานบุญส่งเป็นผู้นำทาง เดินเข้าไปในป่าทึบท่ามกลางความหงุดหงิด ของไกรภพรวมทั้งความหวั่นกลัวของเสี่ยเกรียงไกร เพราะนับเป็นการเดินเข้าป่าทึบครั้งแรก คงมีชีพคนเดียว ที่พกความระแวงไว้ตลอดเวลา เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ คนนำทางก็สงสัยเพราะมาถึงสถานที่นัดคือต้นตะเคียนใหญ่ แต่ยังไม่เห็นพวกพรานที่บอกว่าจะมาดักรอ แต่ก็ยิ้มออกเมื่อได้ยินเสียงคนเดินอยู่ข้างหน้าแต่คนที่เดินอยู่กลายเป็นพวกของแสนคม และวิชิตที่พาคนเข้ามาอีกทาง และบอกว่าจับพวกพรานป่าไว้ได้ทุกคนแล้วขอให้มอบตัวชีพหันไปทางกำนันคำทันทีเพราะงานครั้งนี้ไม่มีใครรู้เรื่องมากนัก และบอกกับเสี่ยเกรียงไกรว่ากำนันคำคือคนทรยศ เสี่ยเกรียงไกรโกรธมากจึงด่ากำนันคำ ซึ่งกำนันคำบอกว่าขอเป็นคนทรยศต่อเสี่ยเกรียงไกรดีกว่าเป็นคนทรยศคิดคดต่อแผ่นดิน แล้วก็ทรุดลงเพราะถูกชีพยิงอย่างเผาขน และเป็นขณะเดียวกับที่แสนคมพาคนเข้ามาล้อมจับลูกน้องที่ยังอยู่ในอาการตกใจ เสี่ยเกรียงไกรพาไกรภพ วิ่งหนีไปได้ แสนคมบอกให้จ่าคู่หูพาทหารไปจับสองพ่อลูกให้ได้ ชีพที่กำลังจะวิ่งตามไป แต่เป็นเพราะความแค้นทำให้ชีพหันมายิงใส่แสนคม แต่เป็นเพราะอยู่ในช่วงละล้าละลังจึงถูกที่แขนซ้ายของแสนคมเท่านั้น แสนคมจึงยิงสวนไปข้างหลังถูกชีพอย่างจังจนล้มลง แสนคมวิ่งไปดูก็เห็นแน่นิ่งจึงหันไปทางกำนันคำที่นอนเจ็บอยู่อย่างเป็นห่วง กำนันคำที่เห็นชีพขยับตัวหยิบปืนมา จะยิงใส่แสนคมจึงร้องบอก แต่ไม่ทันการณ์แม้แสนคมจะกลิ้งหลงกระสุนเข้าที่ท้องของแสนคม ทำให้บดินทร์วิ่งตรงมาและสั่งให้ทหารเอาเปลสนามที่เตรียมมาหามแสนคมกับกำนันคำกลับไปทางเก่าไปที่รถพยาบาลด่วนแสนคมที่ยังมีสติบอกบดินทร์ว่าให้ดูแลกำนันคำดีดี เพราะตอนเข้ามาก่อนกำนันคำจะถูกยิง ได้ยินคำพูดที่กำนันพูดว่าจะไม่ทรยศต่อแผ่นดินเต็มสองหู ผู้ใหญ่สมปองที่อยู่ชายป่ากับชาวบ้านอีกสองคนเห็นร่างของกำนันคำถูกหามมาก็เข้าไปหาบดินทร์บอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร เอากำนันคำกับแสนคมไปส่งโรงพยาบาลก่อน โดยให้กำนันนั่งไปกับกำนันคำ ส่วนเขาจะนั่งไปกับแสนคมผู้ใหญ่สมปอง บอกชาวบ้านสองคนที่อยู่ด้วยให้ไปส่งข่าวกับนางสายใจ ผู้ใหญ่สมปองที่ปากก็บอกว่าเกลียดเพื่อน แต่แท้ที่จริงรักเพื่อนมากแต่ที่พูดเพราะเสียใจกับผิดหวังที่เพื่อนเป็นแบบนี้ กำนันคำบอกกับเพื่อนรักว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองฟังแล้วถึงกับร้องไห้ แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดก็ตาม เมื่อถึงโรงพยาบาลก็ส่งคนเจ็บเข้าห้องฉุกเฉิน นางสายใจพร้อมลูกสาว นางพวง เพลินตา พรนับพัน นางสายใจมาพร้อมถือโทรศัพท์มาด้วย และเล่าเรื่องที่ได้ยินกำนันคำให้บดินทร์ฟัง บดินทร์ขอดูโทรศัพท์เมื่อใส่แบตเตอรี่ลงไปและเปิดเครื่อง เบอร์ของแสนคมที่โทร. ไปก็ปรากฏอยู่แค่นี้บดินทร์ก็รู้แล้ว ยิ่งเห็นข้อความที่ส่งออกอีกผู้ใหญ่สมปองพอรู้ว่าเพื่อนรักเป็นสายให้ทางการก็ร้องไห้โฮ รวมทั้งนางสายใจด้วยที่สามีไม่เคยบอก ปล่อยให้นางด่าอยู่ได้ ดวงใจนั้นร้องไห้มีเพลินตากับพรนับพันช่วยปลอบ หมอออกมาบอกว่าอาการของแสนคมนั้นสาหัสมาก ต้องผ่าตัดด่วนจึงถูกส่งต่อไปยังห้องผ่าตัด ส่วนกำนันคำหมอบอกว่าอาการหนัก เกินเยียวยาเพราะถูกยิงที่ตับ ที่อยู่จนถึงตอนนี้เพราะกำลังใจอย่างเดียวให้ญาติเข้าไปหาได้ ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก นางสายใจร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเห็นร่างของกำนันคำ โดยกำนันบอกว่าเขาไม่เคยลืมสัจจะไม่เคยทรยศคิดคดแผ่นดิน บอกนางสายใจไม่ให้ร้องไห้เพราะจะทำให้นอนตายตาไม่หลับ และหันไปบอกกับดวงใจว่าต่อไปนี้ห้ามดื้อกับแม่ ต้องดูแลแม่ ซึ่งดวงใจก็รับปากทั้งน้ำตา กำนันคำหันไปหาเพื่อนบอก ฝากลูกเมียด้วย ผู้ใหญ่สมปองด่าตัวเองที่ช่างโง่มีตาหามีแววไม่ แต่ก็รับปากจะทำตามที่กำนันบอกทุกอย่าง กำนันบอกบดินทร์ให้ช่วยฝากลาผู้พันแสนคมด้วย ขอให้รอดปลอดภัย หลักฐานทุกอย่างที่จะเอาผิด เสี่ยเกรียงไกรอยู่ในโทรศัพท์ แล้วก็สิ้นใจตายพร้อมด้วยคำว่าขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ผู้ใหญ่ และ แสนคม แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงต่อไป โดยมีนางพวงอยู่ช่วย ส่วนบดินทร์ พรนับพันและเพลินตาไปที่ห้องผ่าตัดที่ตอนนี้แสนคมอยู่ในนั้น พรนับพันนั้นร้องไห้ โดยมีบดินทร์บอกว่า แสนคมต้องไม่เป็นอะไรอย่างแน่นอน เวลาผ่านไป พลโทพัชระ คุณสราญรัตน์ ก็มาที่โรงพยาบาลพร้อมเพื่อน ๆ ของแสนคม ทุกคนอยู่ในอาการเป็นห่วง พยาบาลออกมาบอกว่า ต้องการเลือดกรุ๊ปบีด่วน ซึ่งในนั้นไม่มีใครมีสักคน มีเพียงคุณสราญรัตน์ที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ที่สามารถให้ได้ สร้างความดีใจให้กับคุณสราญรัตน์มากที่เลือดของแม่จะช่วยชีวิตลูกได้ พรนับพันกับเพลินตากลับมาจากห้องน้ำ พอรู้ว่าแสนคมต้องการเลือดจากบดินทร์ที่ยังพูดไม่ทันจบ พรนับพันก็บอกว่าเลือดกรุ๊ปเดียวกันเอาของเธอได้ แต่บดินทร์บอกว่าคุณสราญรัตน์ให้ไปแล้ว แต่ถึงจะเอาของพรนับพันก็คงไม่ได้ เพราะพรนับพันเพิ่งออกจากโรงพยาบาล พลโทพัชระพูดขอบคุณ และเห็นแหวน ที่นิ้วของพรนับพันก็เดาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนสำคัญของลูกชายแน่นอน แสนคมฟื้นหลังจากนั้น และดีใจที่เห็นหน้าผู้เป็นแม่ เพราะก่อนจะฟื้นเขาบอกว่าเห็นแม่เดินอยู่ข้างหน้า แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหันมามอง เพื่อน ๆ เลยบอกว่าเป็นเพราะพลังความรักของแม่ เลยทำให้แสนคมรอดชีวิต แสนคมถามหากำนันคำพอรู้ว่าตายแล้วก็เสียใจ แล้วก็มองหาพรนับพัน บดินทร์จึงไปตามมาให้ แสนคมบอกว่าเขามาตามสัญญา พรนับพันร้องไห้บอกดีใจที่แสนคมไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของทุกคนเพราะไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน แสนคมบอกกับพ่อแม่ว่าพรนับพันคือผู้หญิงที่เขารักก่อนจะหลับไปอีกครั้งเพื่อน ๆ ของแสนคมตอนแรกก็จำพรนับพันไม่ได้ แต่ไม่นานก็นึกออก คุณสราญรัตน์สัมภาษณ์ พรนับพันว่าเป็นลูกใคร พอบอกชื่อพ่อแม่ก็ตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกคนดังในสังคม คุณสราญรัตน์ เอ็นดูพรนับพันเพราะลูกชายรักใครเธอรักด้วยอยู่แล้ว เพื่อน ๆ ของแสนคมต่างก็เล่าเรื่องคืนนั้น ให้พรนับพันฟัง พรนับพันและเพลินตาขอตัวไปช่วยงานศพของกำนันคำเพราะเห็นว่าทางนี้มีคนอยู่เยอะแล้ว ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก งานศพของกำนันคำได้รับพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ ผู้ใหญ่สมปองและนางพวงพร้อมด้วยบดินทร์ พรนับพัน เพลินตา และชาวบ้านล้วนมาช่วยกันด้วยความเต็มใจ ดวงใจกลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังพ่อตาย ตาคะยอเอาพืชผักสวนครัวพร้อม ผลไม้มาช่วยงาน สร้างความซาบซึ้งให้เกิดกับดวงใจไม่น้อย รวมทั้งน้ำใจของพรนับพัน และเพลินตาด้วย ที่ไม่ทิ้งกันเวลามีความทุกข์ เสี่ยเกรียงไกรหนีไปไม่รอดเพราะพลัดตกลงไปในช่องหิน โดยมีไกรภพนั่งร้องไห้มองดู เพราะไม่รู้จะช่วยอะไรเป็นไปตามกรรม เพราะขาข้างนั้นต้องตัดทิ้ง และยังต้องถูกจับเข้าคุกพร้อมหลักฐานต่าง ๆ แต่ความรักลูกเสี่ยเกรียงไกรบอกว่าทุกอย่างตัวเองเป็นคนกระทำทั้งหมด ไกรภพไม่เกี่ยว วันเผากำนันคำ แม่ชีกรแก้วพาไกรภพมาขอขมาศพ โดยออกรับแทนลูกทำให้ทุกคนเห็นความรักของแม่จึงให้อภัย โดยเฉพาะนางสายใจกับดวงใจที่บอกว่าถึงโกรธไปเกลียดไปกำนันคำก็ไม่ฟื้น ไกรภพบอกว่าเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้เขาได้คิดจะขอบวชให้กำนันคำ แสนคมจึงบอกว่าไกรภพมีแม่อันประเสริฐที่สุดแล้วที่ออกรับแทนลูกทั้งที่ไม่เกี่ยว และตามความเป็นจริงคนที่ยิงกำนันคำก็ไม่ใช่ไกรภพ เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านพ้นไปด้วยความโศกเศร้า พรนับพันหลังจากพบกับเหตุการณ์เศร้าสลด ทำให้ คิดได้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ควรใช้ให้คุ้มค่า อย่างที่ดวงใจบอกว่าพรนับพันยังโชคดีที่มีพ่อแม่อยู่ครบให้พูดขอโทษ พูดแสดงความรัก แต่ตัวเองสายไปแล้ว ถ้าแลกทรัพย์สินเงินทองที่มีทั้งหมดกับชีวิตพ่อจะขอเลือกพ่อ เพลินตาก็ช่วยพูดให้พรนับพันได้คิด ทั้งที่จริงแล้วพรนับพันได้คิดด้วยตัวเองแล้ว พรนับพันอาสาเป็นครูสอนชาวบ้านตอนกลางคืน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถที่ทรงต้องการให้ชาวบ้านได้รู้หนังสือ โดยมีตาคะยอ จันดี จันทร์แรม มาเป็นนักเรียนด้วย เพลินตามีฝีมือทางการปักผ้าจนฝีมือนำหน้าครูแทบทุกคน จึงเอาดีทางนี้ ดวงใจก็ไปเรียนทอผ้าและเรียนหนังสือ ต่อให้จบเพื่อความภูมิใจของผู้เป็นแม่ พรนับพันนั้นรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวาดรูป จึงเปลี่ยนไปเรียนวาดรูปแทน และภาพที่ตัวเองวาดด้วยความเผลอไผลคือภาพครอบครัวที่เคยวาดตั้งแต่เด็ก ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก พรนับพันเล่าเรื่องให้แสนคมฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสนคมจึงพูดปลอบใจว่า ตอนนี้พรนับพันก็ไม่ใช่คนเดิมแล้วให้เก็บไปคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี นางพวงทำที่ดินของตัวเองให้เป็นแบบของตาคะยอโดยการปลูกกล้วยไข่ ปลูกพริก โดยมีจ่าโชติช่วยด้วย พรนับพันและเพลินตาตามจ่าโชติไปดูบดินทร์ และจ่าทัศน์ฝึกควายแทนแสนคมแล้วต้องหัวเราะ กับความน่ารักของควาย แสนคมบอกว่าปัจจุบันคนหันไปใช้รถไถกันมาก ทำให้ควายถูกมองข้าม สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงคำนึงถึงเรื่องนี้ ทรงอยากให้ควายอยู่คู่กับสังคมไทยไปเหมือน เดิม เพราะรถไถสิ้นเปลืองทั้งเงินทั้งน้ำมัน จึงทรงให้มีโรงเรียนควาย ธนาคารควายเกิดขึ้นบดินทร์สวมแหวนญาติของตัวเองให้เพลินตาโดยมีนังทองหยิบ นังทองหยอด จ่าโชติ จ่าทัศน์ เป็นพยานในปลัก ที่กำลังสอนชาวบ้านไถนาร่วมกับควาย มีนักสังคมสงเคราะห์ นำเอาอุปกรณ์การศึกษาพร้อมอุปกรณ์กีฬามามอบให้โรงเรียน รวมทั้งเครื่อง คอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์งานมามอบให้ศูนย์ศิลปาชีพ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ที่ว่าคือ บิดามารดา ของพรนับพัน ซึ่งมีคุณปัทมากับปรางวลัยตามมาด้วย ทั้งคู่มามอบให้เป็นการส่วนตัว พรนับพันได้พบกับพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ตัวเองกำลังจะโทร. ไปหาอยู่พอดี สร้างความดีใจจน ต้องร้องไห้ พร้อมกับก้มลงกราบที่เท้าของพ่อแม่พูดขอโทษ ไม่ต่างอะไรกับคุณพรพรรณรายที่ร้องไห้ พร้อมทั้งขอโทษลูกที่ตบหน้า คุณเมธีก็บอกว่าเขาปรับปรุงตัวเองใหม่แล้ว พรนับพันมองหน้าพ่อแม่ ที่เวลานี้ไม่มีรอยเคร่งเครียดเหมือนเก่าให้เห็นก็ดีใจ และถามผู้เป็นแม่เรื่องรูป ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่สนใจแล้ว เพราะรู้ว่าลูกไม่ได้เป็นแบบนั้น มีคนใส่ร้าย ปรางวลัยก็พูดว่าเธอไม่ได้ใส่ร้ายมันเป็นเรื่องจริง แสนคมเลยบอกว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พรนับพันทำท่าจะเข้าไปตบแก้แค้นแต่แสนคมห้ามไว้ สองแม่ลูกจึงพากันหลบออกไปด้วยความอับอาย ท่ามกลางการใจหายใจคว่ำนึกว่าพรนับพันจะทำจริง พ่อแม่ลูกปรับความเข้าใจกันท่ามกลาง ความดีใจของทุกคน ติดตามชมละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก ได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.35-20.35 น. และวันศุกร์ เวลา 19.05-19.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ละคร ร้อยป่าไว้ด้วยรัก เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2560 รายชื่อนักแสดงน ละครร้อยป่าไว้ด้วยรัก มาสุ จรรยางค์ดีกุล รับบท ผู้พันแสนคมฑาริกา อินสุวรรณ์ รับบท พรนับพันดวงตา ตุงคะมณี รับบท ป้าพวงสิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์ รับบท ดวงใจ หรือ ดวงลดากันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข รับบท ไกรภพชลธิชา เที่ยงธรรม รับบท ปรางวลัยสุปราณี เจริญผล รับบท พรพรรณรายดารัณ ฐิตะกวิน รับบท สราญรัตน์

ราศีใดในช่วงนี้ ตั้งแต่กลางเดือน มีดวง เปลี่ยนย้ายงาน สมใจอยาก
งานก้าวหน้า /  ดวง12ราศี / 

ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) การทำงานมีการแข่งขัน แก่งแย่งความดีความชอบ เรื่องพวกนี้ถึงแม้จะเจอบ่อยๆ แต่ก็ทำให้อารมณ์ขึ้นได้ทุกครั้ง ระวังคำพูดจะส่งผลให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งกับผู้บังคับบัญชาให้อ่อนน้อมไว้ก่อนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นคุณจะเสียความไว้ใจได้ กลางเดือนใครที่กำลังมองหางานใหม่ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ งานท่องเที่ยว งานต่างประเทศก้าวหน้า ช่วงนี้คุณเหมาะกับงานที่ไม่จำเจ ถ้าเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย คุณจะรู้สึกกระตือรือร้นและทำได้ดี ปลายเดือนการทำงานได้รับผลดีจากความพยายาม ช่วงนี้มีไอเดียเด็ดๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว กล้าพูดกล้าเสี่ยง คุณจะได้รับการยอมรับ ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) การทำงานช่วงนี้ จะขัดใจกับผู้ใหญ่ ถูกเพ่งเล็ง งานที่ต้องออกข้างนอกบ่อยๆ ดูจะเข้ากับคุณมาก มีความก้าวหน้า การเจรจานัดหมาย เรื่องสำคัญจะประสบความสำเร็จ เคล็ดลับอยู่ที่สถานที่นัดหมาย กลางเดือนงานได้รับข่าวดี ใครที่กำลังมองหางานใหม่ โอกาสมาถึงแล้ว มีดวงว่าจะต้องย้ายงานหรือที่อยู่อาศัย แต่ไม่ต้องห่วง เป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ปลายเดือนงานเป็นที่น่าพอใจ ได้โอกาสทำในสิ่งที่รักและถนัด ทำให้งานก้าวไปได้ดี ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) มีดวงโยกย้ายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทั้งเรื่องบ้านและงาน ช่วงนี้งานจะเหนื่อยมากเป็นพิเศษ จับต้นชนปลายไม่ถูก ที่นัดหมายเอาไว้มักมีการเลื่อนกำหนด แต่จะมีโอกาสดี มีคนยื่นข้อเสนองานเสริมเข้ามาให้ มีดวงได้เปลี่ยนงานใหม่ เพิ่มความก้าวหน้า ต้องหัดเชื่อมั่นในตัวเองและกระตือรือร้น โอกาสทองของคุณมาถึงแล้ว กลางเดือนเตรียมตัวโยกย้ายงาน ระวังความผิดพลาด คาดเดาอะไรไม่เป็นตามนั้น เหนื่อยกับงานและเพื่อนร่วมงาน ปลายเดือนต้องขยัน จะทำให้ตัวเองก้าวหน้า งานรุดหน้า มีผลงานมาแซงคนอื่นได้ แต่ก็ต้องทำใจ เพราะว่าต้องเจอกับเรื่องซุบซิบนินทา ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) เกิดอาการลังเล อยากได้อันนั้นอยากทำอันนี้ แต่สุดท้ายก็เหลือแค่อย่างเดียวที่ต้องเลือก งานต้องขยันมาเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเพราะมีโครงการอยู่ในหัวมากมาย งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดกระฉูด มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ช่วงนี้งานที่ปรึกษาการลงทุน หุ้น จะก้าวหน้า กลางเดือนจะได้รับข่าวดี ใครที่เบื่องานเก่าจะได้เปลี่ยนย้ายงาน บรรยากาศในการทำงานราบรื่น คนที่คุณไม่ชอบหน้าจะไม่มาให้กวนใจ แถมงานที่ทำค้างไว้จะสะสางจนหมด ปลายเดือนโดนคนมาขโมยผลงาน ขออย่าเพิ่งท้อ อย่าใจร้อน เดี๋ยวเรื่องจะดีขึ้น ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) การทำงานมีความคิด มีไอเดียใหม่ๆ ทำให้คุณเองเป็นที่ยอมรับมากขึ้น มีโอกาสในการพบปะสมาคม นำความก้าวหน้า ได้เลื่อนขั้น  เลื่อนตำแหน่ง เผลอๆ ได้งานใหม่ ให้รีบฉวยโอกาสไว้ก่อน กลางเดือนเจองานแปลกใหม่ ต้องใช้ไหวพริบ พยายามโชว์ความสามารถให้เต็มที่ ถ้าใครที่กำลังเบื่องาน  ลองสมัครงานใหม่ดู มีดวงในการเริ่มต้น มีงานเสริมเข้ามาช่วยเพิ่มรายรับ ปลายเดือนการทำงานขยันขันแข็ง เจรจาเป็นเงินเป็นทอง ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) งานรับบทหนักอยู่คนเดียว คงต้องอดทนไปสักระยะ ช่วงนี้พอได้ผู้ช่วยเบาแรงได้หน่อย แต่ตามนิสัยก็ยังต้องตามควบคุมเองอยู่ดี กลางเดือนได้ฤกษ์เปลี่ยนงาน สมัครงานใหม่ช่วงนี้ดวงสดใส หยิบจับอะไรก็ขึ้น แต่ต้องอาศัยคนช่วยเหลือ ทำคนเดียวสำเร็จยาก ปลายเดือนถ้าทำงานเป็นทีมจะมีการแข่งขันกัน ทำให้ขาดความสามัคคี ผลงานด้อยกว่าทีมอื่น ส่วนงานเดี่ยวก็เกี่ยงกันรับผิดชอบ โยนงานกันไปมา รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ยูเนสโกประกาศ 21 สถานที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ ปี 2016
มรดกโลก 2016 /  มรดกโลกแห่งใหม่

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศรายชื่อมรดกโลก (World Heritage) แห่งใหม่ของปี 2016 จำนวน 21 แห่ง ณ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยทั้ง 21 แห่งนี้ ประกอบไปด้วยมรดกโลกทางวัฒนธรรม 12 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 6 แห่ง และมรดกโลกผสม 3 แห่ง ยูเนสโกประกาศ 21 สถาน ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ ปี 2016 มรดกโลกทางวัฒนธรรม (New Inscribed Properties Cultural properties) 1. Antequera Dolmens Site ประเทศสเปน ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศสเปน เมืองโบราณที่สร้างโดยการใช้หินขนาดใหญ่ทับถมกัน ที่โดดเด่นคือมีอนุสาวรีย์สร้างจากหิน 3 แห่ง และภูเขา 2 แห่ง ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของประวัติศาสตร์ยุโรปด้วย ------------------------------------------ 2. อู่ทหารเรือแอนติกาและแหล่งโบราณคดี (Antigua Naval Dockyard and Related Archaeological) ประเทศแอนติกาและบาร์บูดา สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 สร้างขึ้นโดยทหารอังกฤษ เพื่อให้เป็นที่พักพิงของนักเดินเรือ หลบพายุเฮอริเคน และซ่อมแซมเรือที่ได้รับความเสียหาย ที่นี่มีอาคาร บ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างสไตล์จอร์เจียน รอบล้อมด้วยกำแพงหินและธรรมชาติที่สวยงาม ------------------------------------------ 3. แหล่งโบราณคดีอานี  (Archaeological Site of Ani) ประเทศตุรกี เมืองที่ถูกสร้างขึ้นในยุคกลาง เจริญรุ่งเรืองมากในช่วงศตวรรษที่ 10-11 เป็นที่อยู่อาศัยของชาวคริสเตียนและ มุสลิม มีศาสนาและการทหาร ที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกี ------------------------------------------ 4. แหล่งโบราณคดี นาลันทามหาวิหาร (มหาวิทยาลัยนาลันทา) ที่นาลันทา, รัฐพิหาร (Archaeological Site of Nalanda Mahavihara (Nalanda University) at Nalanda, Bihar) ประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของอินเดีย ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วง 300 ปีก่อนคริสต์ศักราชจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นสถานที่สอนพุทธศาสนา แต่ภายหลังล่มสลายลงเพราะถูกรุกราน จากทหารชาวเติร์ ------------------------------------------ 5. แหล่งโบราณคดีฟิลิปไพ (Archaeological Site of Philippi) ประเทศกรีซ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของกรีซ เมืองเก่าแก่ ก่อตั้งขึ้นในปี 356 ก่อนคริสตกาล โดยกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งมาเซโดเนีย แบะที่นี่ได้กลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์อีกด้วย ------------------------------------------ 6. ถ้ำกอรัม (Gorham's Cave Complex) สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ (United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของยิบรอลตาร์ เป็นถ้ำหน้าผาหินปูนขนาดใหญ่ ประกอยด้วย 4 ถ้ำ ที่มีหลักฐานทางโบราณคดี เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนในยุค 100,000 ปีที่ผ่านมา วิวัฒนาการของมนุษย์ยุคหิน ทั้งประเพณีและวัฒนธรรม การล่าสัตว์  ------------------------------------------ 7. ศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรมแห่งไมโครนีเซียตะวันออก (Nan Madol : Ceremonial Centre of Eastern Micronesia) ประเทศไมโครนีเซีย (Micronesia (Federated States of)) สร้างขึ้นจากหินบะซอลต์และซากปะการัง ในช่วงปี ค.ศ. 1200-1500 เดิมที่ที่นี่เป็นพระราชวัง มีวัดและสุสาน รวมถึงที่นี่ยังถือเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการประกอบพิธีกรรมของราชวงศ์ Saudeleur ปัจจุบันถูกกลืนกินด้วยธรรมชาติ ป่าชายเลน ------------------------------------------ 8. สิ่งสิ่งก่อสร้างในยุคปังปุลยา ประเทศบราซิล (Pampulha Modern Ensemble, Brazil) สร้างขึ้น ในปี 1940 ตั้งเป็นศูนย์กลางของเมืองหลวง Minas Gerais โดยรอบเป็นทะเลสาบเทียม ภายในอาคาร รวบรวมสิ่งสันทนาการ เช่น คาสิโน, ห้องบอลรูม, สโมสรกอล์ฟ และโบสถ์ การออกแบบเป็นสถาปัตยกรรม ที่สะท้อนให้เห็นถึงประเพณี สังคมสมัยนั้น ------------------------------------------ 9. สุสานศิลาจารึกหลุมศพยุคกลาง สเตชัก ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, โครเอเชีย, มอนเตเนโกร และเซอร์เบีย (Stećci Medieval Tombstones Graveyards, Bosnia and Herzegovina, Croatia, Montenegro, Serbia) เป็นสุสาน หลุ่มฝังศพในยุคกลาง ตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ถึง 16 ซึ่งเป็นประเพณีที่พบบ่อย โดยบนแท่นหินปูนจะสลักชื่อ และลวดลายที่หลากหลาย รวมกันทั้งหมดมีสุสานกว่า 30 แห่ง ------------------------------------------ 10.  สถาปัตยกรรมเลอกอร์บูซีเย ประเทศอาร์เจนตินา เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย ญี่ปุ่น และสวิตเซอร์แลนด์(The Architectural Work of Le Corbusier, an Outstanding Contribution to the Modern Movement, Argentina, Belgium, France, Germany, India, Japan, Switzerland) งานสถาปัตยกรรมของเลอกอร์บูซีเย มีทั้งหมด 17 แห่ง ตั้งอยู่ใน 7 ประเทศ เช่น ตึกวิจัย Complexe du Capitole ใน Chandigarh (อินเดีย) , พิพิธภัณฑ์ศิลปะ โตเกียว (ญี่ปุ่น) , บ้าน ใน อาร์เจนตินา เป็นต้น การออกแบบของเขาสะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบใหม่ๆ ซึ่งแปลกตาสำหรับคนในยุคนั้น ------------------------------------------ 11. คานัตแห่งเปอร์เซีย ประเทศอิหร่าน (The Persian Qanat, Iran (Islamic Republic of)) ในยุคจักรวรรดิเปอร์เซีย มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเกษตรกรรม โดยมีการนำระบบชลประทานทั้งการสร้างเขื่อนและฝาย รวมทั้งรางส่งน้ำ เพื่อนำน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก นอกจากนี้ยังมีระบบชลประทานใต้ดิน ที่เรียกว่า ”คานัต”(Qanat) มาใช้ในการทำระบบส่งน้ำเข้าสู่เขตชุมชนเมืองด้วย ------------------------------------------ 12. Zuojiang Huashan Rock Art Cultural Landscape ประเทศจีน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน บริเวณชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวลั่วเยว่ ในช่วง 5 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 2 ------------------------------------------ มรดกโลกทางธรรมชาติ (New Inscribed Properties Natural properties) 1. เกาะเรบียาคีเคโด ประเทศเม็กซิโก (Archipiélago de Revillagigedo, Mexico) ตั้งอยู่ภาคตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะนี้ประกอยไปด้วย 4 เกาะ คือ San Benedicto, Socorro, Roca Partida and Clarión อีกทั้งใต้หมู่เกาะยังมีเทือกเขาที่ตั้งจมอยู่ใต้น้ำ ที่นี่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก ทั้งสัตว์ปีก สัตว์บก และสัตว์น้ำ กระเบนราหู วาฬ โลมา และฉลาม ------------------------------------------ 2. เขตป่าไม้เสินหนงเจี้ย หูเป่ย์ ประเทศจีน (Hubei Shennongjia, China) ป่าไม้ขนากใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์มากๆ ที่ตั้งอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ของจีน มีสัตว์หายาก เช่น ซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีน เสือลายเมฆ เป็นต้น รวมถึงธรรมชาติ พันธุ์ไม้ และมีความหลากหลายทางชีวภาพ ------------------------------------------ 3. ทะเลทรายลุธ ประเทศอิหร่าน (Lut Desert, Iran (Islamic Republic of)) ความหมายตามภาษาเปอร์เซียแปลว่า ข้าวสาลีย่าง มาจากชาวบ้านในสมัยก่อนเล่าต่อกันมาว่า เคยมีคนทิ้งข้าวสาลีไว้ในทะเลทราย และเพียงไม่กี่วันความร้อนระอุก็ทำให้ข้าวมอดไหม้เป็นจุน ทะเลทรายแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ที่มีพื้นผิวร้อนที่สุดในโลกด้วยอุณหภูมิ 70.7 องศาเซลเซียส และในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ทะเลทรายกึ่งเขตร้อน แห้งแล้งนี้จะถูกลมแรงพัดจนทำให้พื้นทรายเกิดเป็นชั้นสวยงาม ------------------------------------------ 4. หน้าผาริมทะเล  ประเทศแคนาดา (Mistaken Point, Canada) ตั้งอยู่ตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะนิวฟันด์แลนด์ ของแคนาดา มันประกอบด้วยความยาวถึง 17 กิโลเมตร ที่นี่ยังเชื่อว่าเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของฟอสซิลในยุคเอเดียคาเรน ช่วง 580-560 ล้านปีที่ผ่านมา ------------------------------------------ 5. อุทยานแห่งชาติทางทะเลซังกาเนบ และอุทยานแห่งชาติทางทะเลอ่าวดุงโกนับ-เกาะมุกกาวาร์ ประเทศซูดาน (Sanganeb Marine National Park and Dungonab Bay – Mukkawar Island Marine National Parkn, Sudan) ประกอบด้วย 2 อุทยานที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งปะการัง ป่าชายเลน เกาะเล็กเกาะน้อยต่างๆ อีกทั้งยังมีเป็ยที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล เช่น นกทะเล สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมปลา, ปลาฉลาม , เต่า, ปลากระเบน เป็นต้น และที่อ่าวดุงโกยังเป็นแหล่งที่มีพะยูนอาศัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ------------------------------------------ 6. เทือกเขาเทียนฉานตะวันตก (Western Tien-Shan) ประเทศคาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน และคีร์กีซสถาน (Western Tien-Shan : Kazakhstan, Kyrgyzstan, Uzbekistan) ตั้งอยู่บนเทือกเขาเทียนฉาน ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระดับความสูง ตั้งแต่ 700 ถึง 4,503 เมตร นอกจากนี้ยังมีภูมิประเทศที่หลากหลายทางชีวภาพ ป่า เทือกเขาเทียนฉานนี้กว้างใหญ่มากเพราะกินพื้นที่ 3 ประเทศ คือ คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน และคีร์กีซสถาน ------------------------------------------ มรดกโลกผสม (New Inscribed Properties Mixed property) 1. ภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรม Ennedi Massif ประเทศชาติ (Ennedi Massif: Natural and Cultural Landscape, Chad) ที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยหินทรายะส่วนใหญ่ มีหลักฐานที่แสดงให่เห็นถึงวิถีชีวิตของคนในยุคก่อน โดยการแกะสลักหินในที่ต่างๆ ภาพเขียนโบราณ ถือว่าใหญ่ที่สุดในทะเลทรายซาฮารา และที่นี่ยังมีพร้อมด้วยระบบนิเวศ ธรรมชาติ หุบเขา เทือกเขา ถ้ำหิน เพิงหิน   ------------------------------------------ 2. อุทยานแห่งชาติคังเซนซุงกา ประเทศอินเดีย (Khangchendzonga National Park, India) ตั้งอยู่ใจกลางของเทือกเขาหิมาลัย อุทยานแห่งชาตินี้มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นที่ราบ หุบเขา ทะเลสาบ ธารน้ำแข็ง ที่งดงาม และภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ป่า และยอดเขานี้ยังสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย   ------------------------------------------ 3. อะห์วาร์แห่งอิรักตอนใต้ ประเทศอิรัก (The Ahwar of Southern Iraq: Refuge of Biodiversity and the Relict Landscape of the Mesopotamian Cities, Iraq) แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพและอนุสรณ์ของเมืองในยุคเมโสโปเตเมีย ประกอบไปด้วย 7 แห่ง ที่เป็นแหล่งโบราณคดีและพื้นที่ชุ่มน้ำ อีกทั้งพื้นที่นี้ยังเคยเป็นเมืองโบราณ ที่อยู่อาศัยของชาวสุเมเรียน ยุคเมโสโปเตเมีย ระหว่างสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไทกริสและยูเฟรทีส ที่ตั้งอยู่ในทวีปที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและแห้งแล้งมาก ขอบคุณข้อมูล whc.unesco.org/en/newproperties

ศิลปิน-ดาราโพสต์ พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22
เอมี่ กลิ่นประทุม /  ใหม่ ดาวิกา / 

    เหล่าศิลปินดาราต่างพากันโพสต์ พระราชดำรัส พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ สุพรรณหงส์ทองคำ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2522 “…ศิลปิน มีหน้าที่ที่จะดูว่ามีความรู้สึก อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและแสดงออก มาในทางของตน ดังนั้นศิลปินทุกฝ่าย จึงมีหน้าที่ที่จะตั้งจิตเจตนาที่บริสุทธิ์ เจตนาที่ดีผลที่ออกมาก็ดีเป็นผลที่ สร้างสรรค์เป็นผลที่ทำให้โลกเรามีความเจริญ ก้าวหน้าโดยแท้จริง...” ขอขอบคุณภาพจากอินสตาแกรมของศิลปินและดาราทุกๆ ท่าน พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22   พระราชดำรัส พิมพ์ในหนังสือสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 22  

สายธาราจิตอาสา!! บอย-ภัทร-วันใหม่ แจกข้าวแจกน้ำ จำคำพ่อสอน อยู่อย่างพอเพียง!!
บอย ปกรณ์ /  น้องวันใหม่ / 

  ยังคงหลั่งไหลเป็นสายธารกับการทำความดีเพื่อพ่อ ด้วยเป็นจิตอาสาของประชาชนคนไทย รวมถึง บอย ปกรณ์ และครอบครัวฉัตรบริรักษ์ ที่เมื่อวันก่อนได้เดินทางมาอาดงความอาลัยสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกับแจกน้ำดื่มให้ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ล่าสุดวันนี้ (17ต.ค.59) บอย ปกรณ์ พร้อมด้วย ภัทร ฉัตรบริรักษ์ และ น้องวันใหม่ ได้เดินทางมาด้วยจิตอาสาอีกครั้งพร้อมกับนำข้าว น้ำ และขนม มาแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชนที่เดินทางมาด้วยใจเป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมกับเผยถึงการนำเรื่องความพยายามและการพอเพียงของพ่อหลวง มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต บอย "ก็เหมือนทุกๆ คนที่มาครับ มาด้วยจุดประสงค์เดียวกันคือเพื่อแสดงความเคารพพระบรมศพ และก็มีลูกๆ ของพ่อคนเดียวกันมาช่วยแจกน้ำ แจกข้าวของ มีรถรับส่งฟรี มีพี่ๆ อาสา ผมเห็นแบบนี้มาหลายวันแล้วครับ ส่วนตัวผมเองถ้าหากวันไหนว่างก็จะมาซึ่งวันนี้เป็นวันที่สองแล้ว คนอื่นๆ ในครอบครัวถ้าหากใครว่างก็จะมาเหมือนกัน รวมถึงยังมีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่สนิทมาช่วยด้วย ไม่ใช่มีแค่พวกเรา" บอย "อย่างที่ผมบอกไปวันนี้ทุกคนมาในฐานะลูก เราเป็นพี่น้องกันเราเลยมาดูแลกันครับ" เห็นภาพความสามัคคีในวันนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง ? บอย "ดีใจครับ อย่างเมื่อวานซืนที่ผมนั่งมอเตอร์ไซค์มา ผมก็เห็นพี่ๆ มอเตอร์ไซค์ติดป้ายรับส่งฟรี เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้สึกดีครับที่ทุกคนได้ช่วยเหลือกัน" ในครอบครัวเรามีใครเคยถวายงานให้พระองค์ท่านบ้างไหม ? ภัทร "ยังไม่เคยได้ถวายงานโดยตรงครับ แต่ตอนเด็กๆ ผมเคยได้ถวายงานกับสมเด็จพระเทพฯ" บอย "เช่นกันครับ ผมก็ยังไม่เคยได้ถวายงานโดยตรง แต่บางทีการที่ผมได้ทำงานตรงนี้ ได้ไปถ่ายรายการบางครั้งมันก็มีส่วนที่ผมได้เผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านให้กับทุกคนได้ทราบ" มีพระราชกรณียกิจไหนบ้างที่เราจำได้จนถึงทุกวันนี้ ? บอย "ความจริงก็เยอะนะครับในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำไว้ อย่างพระราชกรณียกิจชิ้นหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าทำไมท่านถึงสามารถทำได้ ตอนนั้นผมมีโอกาสได้ไปถ่ายรายการที่ต่างจังหวัดซึ่งแต่ก่อนเป็นพื้นที่ที่มีแต่การปลูกฝิ่นเยอะมาก แต่ท่านทรงเปลี่ยนพื้นที่ที่เป็นเลือดให้กลายเป็นพื้นที่สีขาว ให้เป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่และไร่การเกษตร ซึ่งทั่วทุกมุมโลกต่างก็ยกย่องท่านที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นสีขาวได้ โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้ออะไรเลย ซึ่งเป็นที่ผมคิดว่าคงยากมากๆ" เราได้นำพระราชดำริอะไรมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันบ้างหรือเปล่า ? บอย "หลักๆ ผมว่าเป็นเรื่องของความพยายามที่จะทำสิ่งที่ดีให้สำเร็จ และเรื่องการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนยึดกันเยอะ การใช้ชีวิตพอเพียงเป็นสิ่งที่ทำง่าย แค่เรารู้จักประมาณตัวเอง รู้จักความเหมาะสมของตัวเอง ก็สามารถทำให้ทุกคนก้าวหน้าในชีวิตไปได้อย่างมั่นคงครับ" ภัทร "อย่างที่พี่บอยบอกครับ เรื่องความพอเพียงเป็นเหมือนสิ่งที่พระองค์ท่านมอบปณิธานให้กับคนไทย ทำและดีกับตัวเอง ไม่ต้องลงทุนหรือใช้ความพยายามเลยครับ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อย่างน้อยเราจะทำให้พระองค์ท่านได้ คือการน้อมนำปณิธานที่พระองค์ท่านได้มอบให้มาใช้กับชีวิต" บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ปกรณ์ น้องวันใหม่   บอย ภัทร น้องวันใหม่   บอย ภัทร น้องวันใหม่   บอย ภัทร น้องวันใหม่   บอย ภัทร  

ละครริษยา  , เรื่องย่อริษยา
ละครริษยา /  เรื่องย่อละครละครริษยา / 

ริษยา บทประพันธ์โดย : จุลลดา ภักดีภูมินทร์บทโทรทัศน์โดย : ณ.ภัทรพรกำกับการแสดงโดย : ธีระศักดิ์ พรหมเงินออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี เรื่องย่อละครริษยา ริษยา คือ เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีชีวิตจมอยู่กับความหลังที่ขมขื่น จิตใจจึงมีแต่ความริษยาอาฆาต จนความริษยานั้นหวนกลับมาทำร้ายตนเองจนถึงแก่ชีวิตในที่สุด หม่อมชุลี (ชไมพร จตุรภุช) มีมารดาเป็นหม่อมเจ้าหญิง บิดาเป็นเจ้าพระยามีน้องสาวชื่อ ชวนชื่น(อังศณา บุรานันท์) ซึ่งมีนิสัยตรงกันข้ามกับหม่อมโดยสิ้นเชิง คุณชวนชื่นเป็นคนใจดีมีเมตตา และอ่อนโยน หม่อมชุลีมีลูกชายคนเดียว คือ หม่อมราชวงศ์หริพันธ์(ชนะพล สัตยา) ท่านพ่อของคุณชายหริพันธ์สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่คุณชายยังเด็ก ด้วยการผูกพระศอตนเอง เพราะทนความดุดัน และการวางอำนาจของหม่อมไม่ไหว ท่านทรงมีธิดาน้อยอีกหนึ่งคนเกิดจาก แวว ต้นห้องของหม่อมชุลี ละครริษยา ต่อมาแววทนความทารุณของหม่อมไม่ได้ จึงหนีออกจากวังไปทิ้ง หม่อมราชวงศ์วรรศิกา (อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์) ลูกสาวให้หม่อมชุลีเลี้ยงดูมาจนโต วรรศิกาเติบโตมาด้วยความกดดันจนมีกิริยาท่าทางเหมือนเป็นคนโรคประสาท ในวัง อโยธยายังมี อบสวาท (ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์) สตรีสาวใหญ่หลานสาวห่าง ๆ ของหม่อมชุลีอีกคนหนึ่ง เป็นสตรีที่ร้ายลึกอยู่ในทีท่าที่ปรุงแต่งให้ดูสงบเสงี่ยม อบสวาทแอบได้เสียกับคุณหริพันธ์ก่อนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศนานถึง 10 ปี เมื่อคุณชายกลับมาก็ยังคงมีความสัมพันธ์กับอบสวาทเช่นเดิม หม่อมชุลีรู้เรื่องนี้แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ละครริษยา คุณชวนชื่นนั้นได้หนีตามผู้ชายที่ยากจนคนหนึ่งชื่อ นพ (ดิลก ทองวัฒนา) หม่อมชุลีโกรธจัดตัดขาดว่าไม่รักศักดิ์ศรีความเป็นลูกเจ้าพระยา และแม่เป็นหม่อมเจ้า แต่กลับเป็นว่าคุณชวนชื่นเจริญก้าวหน้า คุณนพผู้สามีทำธุรกิจมั่งคั่งร่ำรวย เธอมีบุตรชายหนึ่ง และบุตรีหนึ่ง เป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่ สะสวยงดงามทั้งคู่ ชื่อ ชนก (ธันวา สุริยจักร) กับ ชนนี (ฮาน่า ลีวิส) ชนก พี่ชายเรียนหนังสือที่อเมริกาเพิ่งกลับมา ส่วนชนนีเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย คุณชายหริพันธ์ ซึ่งเพิ่งจบการศึกษากลับจากประเทศอังกฤษเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่ชนนีเรียนอยู่ นักเรียนสาว ๆ รวมทั้งชนนีซึ่งไม่รู้ว่าหริพันธ์มีความเกี่ยวดองกันต่างชื่นชมว่าอาจารย์หล่อ สมาร์ท ขรึม ตามประสาเด็กสาว ๆ ซึ่งมักจะนิยมชอบในตัวอาจารย์ ละครริษยา ครั้งหนึ่งหม่อมชุลีให้อบสวาทไปเชิญท่านหญิงนวล (ดวงดาว จารุจินดา) ผู้เป็นพี่สาวของ ท่านหญิงนิ่ม มารดาของหม่อมชุลีมางานเลี้ยงต้อนรับหริพันธ์กลับจากต่างประเทศ ท่านหญิงนวลมาชวนชนก และชนนีไปด้วย เมื่อหม่อมชุลีเห็นชนนีก็เกิดแผนการร้ายขึ้นในใจ หม่อมชุลีให้ท่านหญิงนวลไปสู่ขอชนนีให้หริพันธ์ และท่ามกลางความประหลาดใจของทุก ๆ คน ชนนีก็ตอบรับยอมแต่งงานกับหริพันธ์ ไม่มีใครรู้ใจชนนีว่านิยมในตัวหริพันธ์เพียงใด แต่นั่นคือ การเริ่มต้นของความทุกข์อันยิ่งใหญ่ในชีวิตของชนนี ขณะที่เจตน์ (พูลพัฒน์ อัตถปัญญาพล) เพื่อนของชนกซึ่งแอบหลงรักชนนีอยู่ได้แต่เศร้าที่ชนนีแต่งงาน แต่แล้วในวันส่งตัวชนนีก็เห็นคุณชายหริพันธ์กับอบสวาทในภาพที่ไม่ต้องบรรยายความใด ๆ ชนนีเสียใจมาก ผู้ที่ลอบยินดีคือหม่อมชุลีผู้รู้ทุกอย่าง หม่อมต้องการให้ลูกสาวของชวนชื่นมีความทุกข์ พ่อแม่จะได้ทุกข์ด้วย สะใจหม่อมชุลียิ่งนัก ละครริษยา หริพันธุ์ต้องไปราชการทางภาคเหนือ หม่อมชุลีก็ให้อบสวาทตามไปด้วย นอกจากนี้ยังยุยงให้ อบสวาททำทุกอย่างที่จะทำให้ชนนีชอกช้ำใจยิ่งขึ้น แต่ชนนีก็ทนเพราะความรักอันบริสุทธิ์ในจิตใจของเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก ต่อมาความใกล้ชิดกันระหว่างหริพันธ์กับชนนี ทำให้ทั้งสองได้เสียกันโดยความไม่เต็มใจของหริพันธ์ ชนนีแม้จะเศร้าแต่ก็ยินยอมทุกอย่าง เพราะได้ชื่อว่าเป็นภรรยา ในวังอโยธยามีเพียงวรรศิกาที่เห็นใจชนนีทั้งสองเป็นเพื่อน และพูดคุยปรับทุกข์กันอยู่เสมอ แม้วรรศิกาจะถูกห้ามจากหม่อมชุลีไม่ให้มาใกล้ชิดชนนีก็ตาม วรรศิกานั้นด้วยความที่ไม่เคยพบบุรุษใด ๆ มาก่อนในชีวิตของเธอ จึงมีความผูกพันทางจิตใจกับชนก ผู้ซึ่งเห็นวรรศิกาเป็นสตรีที่ไม่น่าสนใจ ไม่สวย ไม่น่าพูดคุยเจรจาด้วย วรรศิการู้ดีว่าชนกไม่สนใจตน แต่ก็ยังมีใจพันผูกอยู่กับชนกไม่เสื่อมคลาย ชนนีถูกทารุณจิตใจต่าง ๆ นานา จนล้มเจ็บหนัก หม่อมชุลีสั่งห้ามไม่ให้ใครมาดูแลชนนี โดยเฉพาะคุณชายหริพันธ์ วรรศิกาทนไม่ได้จึงแอบหนีไปบอกให้ชนกมารับชนนี ชนกมาอาละวาดกับหม่อมชุลี และอุ้มชนนีผู้เกือบจะสิ้นสติเพราะพิษไข้ออกไปจากวังอโยธยา หม่อมชุลีประกาศลั่นว่าไอ้อีคนไหนที่ออกไปจากวังแล้วอย่าได้กลับมาอีกเป็นอันขาด และครั้งนี้ชวนชื่นจะต้องได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ และขมขื่นเหมือนที่หม่อมชุลีเคยได้รับ ชนนีกลับถึงบ้าน หมอตรวจพบว่าชนนีแท้งลูก หม่อมชุลียินดีเป็นที่สุดเมื่อรู้ข่าว หม่อมสั่งห้ามไม่ให้หริพันธ์ไปเยี่ยมชนนี แต่คุณชายแอบไป ปรากฏว่าทั้งพ่อ และชนกไม่ต้อนรับไม่ให้เข้าบ้าน หริพันธ์จึงกลับไปโดยที่ชนนีไม่รู้ว่าสามีมาเยี่ยม จนต่อมาคุณชายเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จึงไม่มีโอกาสได้พบชนนีอีกเลย ชนนีเสียใจมากตระหนักดีว่าหริพันธ์ไม่เคยสนใจใยดีตน ขณะเดียวกันหริพันธ์ก็เสียใจกับการกระทำของตนเอง พร้อมทั้งตั้งใจไว้ว่าเมื่อกลับประเทศไทยจะต้องพูดกับอบสวาทให้เข้าใจ และควรจะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของหม่อมแม่อีกต่อไป ละครริษยา วรรศิกาผู้น่าสงสารถูกหม่อมชุลีลงโทษอย่างรุนแรง ฐานที่หนีไปตามชนกมารับชนนี วรรศิกาทนไม่ไหวจนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดในชีวิตหนีออกมาหาชนนี ชนนีชวนให้อยู่ที่บ้านด้วยกัน และพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของวรรศิกา ให้แต่งตัวให้รู้จักเข้าสมาคม ในระยะแรกชนกรังเกียจวรรศิกาหาว่าหยิ่ง หน้าตาเหมือนผี ไม่รู้จักยิ้มแย้ม เหมือนครึ่งบ้าครึ่งดี ชนกมีคู่รักอยู่แล้ว ชื่อยอดธิดา (อมีนา พินิจ) เป็นผู้หญิงสวยทันสมัย เปรี้ยว สมาคมเก่ง ทั้งสองควงกันไปไหนต่อไหนตลอดเวลา วรรศิกาทนดูด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา ชนกนั้นไม่รู้ตัวเลยว่า วรรศิกาแอบรักยังคงพูดจาเยาะเย้ยวรรศิกาอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส คุณชายหริพันธ์กลับจากต่างประเทศ แต่ไม่ยอมเข้าวังอโยธยาไปเช่าโรงแรมอยู่ หม่อมชุลีคั่งแค้น รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าคุณชายลูกรักคนเดียวกำลังจะไปจากหม่อมเหมือนท่านพ่อของคุณชาย หม่อมไม่มีอำนาจเหนือหริพันธ์อีกต่อไป คุณชายใช้เวลาพักใหญ่ตัดสินใจเข้าไปในบ้านชนนีโดยความช่วยเหลือของชนก หลังจากปรับความเข้าใจกันแล้ว คุณชายก็แจ้งว่าจะไปทำงานที่อเมริกา และจะพาวรรศิกาไปด้วย หม่อมชุลีแค้นจนนิ่งงันไปเมื่อหริพันธ์มาลาไปต่างประเทศ เมื่อหริพันธ์พ้นห้องไปหม่อมก็กดกริ่งเรียกอบสวาท อบสวาทเข้ามาเห็นหม่อมชุลีกำลังเขียนพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้ตน หลังจากนั้นหม่อมก็สิ้นใจ คำพูดสุดท้ายคือไม่ยอมอภัยให้กับทุก ๆ คนที่หม่อมคิดว่าเป็นผู้ผิด ทั้งลูกทั้งหลาน หม่อมสิ้นใจทั้งที่ความริษยาอาฆาตยังเต็มหัวใจ ชนนีเตรียมตัวไปอเมริกากับหริพันธ์ วรรศิกาไม่อยากไปเพราะอะไรทุกคนรู้อยู่เต็มอก เว้นแต่ชนกเท่านั้น คืนก่อนที่จะเดินทางชนกพบวรรศิกา เขาพูดกับเธอด้วยกิริยาท่าทีอย่างเดิม วรรศิกาไม่รู้ตัวว่าอะไรทำให้เธอเถียง ต่อปากต่อคำกับชนก และในที่สุดเธอก็บอกว่ารักชนก รักมานาน ชนกตะลึงคิดไม่ถึง แต่วรรศิกาจากไปก่อนที่ชนกจะพูดอะไร วันเดินทางที่สนามบิน ชนนี และหริพันธ์ล่ำลาญาติพี่น้อง ทั้งสองคนเข้าใจกันดีและมีความสุข วรรศิกาไม่มีใครเลย ด้วยความหมองเศร้าในใจ วรรศิกาเดินหลีกทุกคนออกมาและพบชนก ชนกผู้เฝ้ามองวรรศิกาอยู่ตลอดเวลา เขาผู้ใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวในขณะนั้นตัดสินใจ แล้วเขาก็บอกความในใจกับวรรศิกาก่อนสัญญาว่าจะตามไปหาเธอที่ต่างประเทศ ติดตามชม ละครริษยา ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 7 สี รายชื่อนักแสดง ละคร ริษยาธันวา สุริยจักร รับบท ชนกชนะพล สัตยา รับบท ม.ร.ว. หริพันธ์อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ รับบท ม.ร.ว. หญิงวรรศิกาฮาน่า ลีวิส รับบท ชนนีชไมพร จตุรภุช รับบท หม่อมชุลีธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ รับบท อบสวาทอมีนา พินิจ รับบท ยอดธิดาพูลพัฒน์ อัตถปัญญาพล รับบท เจตน์ดวงดาว จารุจินดา รับบท ท่านหญิงนวลอังศนา บุรานันท์ รับบท ชวนชื่นดิลก ทองวัฒนา รับบท นพวิวัฒน์ ผสมทรัพย์ รับบท ย้งอัมรินทร์ สิมะโรจ รับบท ทาเคชิประกาศิต โบสุวรรณ รับบท เสี่ย ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา ละครริษยา

รู้ก่อนใคร! ดวง 12 ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดูดวง 12 ราศี ประจำเดือนสิงหาคม 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การงานโดดเด่น ก้าวหน้าได้งานใหม่ การเงินเข้ามากออกมาก ไม่เหลือเก็บ มีลาภลอยฟลุ้คๆ ลงทุนได้เลย รวยแน่นอน ระวังอุบติเหตุ และปัญหาสุขภาพ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ระวังอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่าใจร้อน คนโสดเสน่ห์แรงเป็นพิเศษ พบรักจากเพื่อนเก่า คนมีแฟนใจต้องนิ่ง ไม่งั้นจะเจอมือที่สาม การเงินโดดเด่น มีข่าวดีจากทางไกล ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) งานครู อาจารย์ ข้าราชการ โดดเด่นเป็นพิเศษ ระวังขัดแย้งกับคนในครอบครัว ผู้ใหญ่เข้าใจผิด ธุรกิจส่งออก เดินหน้าลุยได้เต็มที่ คนโสดพบรักจากการทำงาน ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) งานข้าราชการโดดเด่นเป็นพิเศษ ผู้ใหญ่ส่งเสริม ระวังของหาย การเดินทางมีอุปสรรค คนโสดพบรักใหม่ คนมีคู่ได้ขยายครอบครัว มีบุตร มีลาภลอยฟลุ้คๆ ได้ของถูกใจ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) เอกสาร สัญญา คดีความ ได้รับชัยชนะ ผู้หญิงราศีนี้จะดวงดีกว่าผู้ชายเล็กน้อย ธุรกิจความสวยงาม เสื้อผ้า จะโดดเด่น เสื้อผ้าสีเขียว สีส้ม เป็นสีมงคล ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ระวังของหาย กล้ามเนื้อกระดูกข้างขวาจะมีปัญหา การเงินดีขึ้น รายรับคล่องตัว เพศตรงข้ามให้การสนับสนุน เปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่อาศัย งานโดดเด่น ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ระวังเกิดเรื่องเข้าใจผิด ให้รีบเคลียร์ มีข่าวดีเกี่ยวกับงานและการเงิน ศัตรูจะหันกลับมาเป็นมิตร การเดินทางมีอุปสรรค ล่าช้า มีลาภลอยฟลุ้คๆ คนโสดเนื้อหอม คนมีคู่อย่าใจโลเล ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) คนมีคู่ต้องหนักแน่น รักเดียวใจเดียว ให้ถวายของเป็นคู่ จะช่วยให้รักราบรื่นมากขึ้น งานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศจะโดดเด่น มีเรื่องหงุดหงิดกับบริวาร แต่การเงินคล่องตัว ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) คิดมาก กังวลไปเอง ทั้งเรื่องงาน เงิน และความรัก ผู้ใหญ่การสนับสนุน เหมาะกับลงทุน คนมีครอบครัว ความรัก มีข่าวดี มีลาภลอยฟลุ้คๆ คนโสดพบรักกับเพื่อนเก่า ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) มีเกณฑ์เดินทางท่องเที่ยว ทิศใต้,ตะวันออก นำโชคที่ดีมาให้ ธุรกิจอาหารเสริม ยา จะโดดเด่นเป็นพิเศษ ดวงการศึกษา สอบแข่งขัน จะผ่านฉลุย ความรักน่าหงุดหงิด ไม่มีเวลาให้กัน ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) คนโสดพบรักกับคนมีอายุมากกว่า คนมีคู่จะมีบุตร เดินทางระวังของหาย มีลาภลอยจากเพศตรงข้าม งานเหนื่อย แต่ได้ขยับขยายก้าวหน้า สุขภาพระวัง กล้ามเนื้อ ของมีคมบาด และของร้อน ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ดวงความรัก แฟนเก่าจะกลับมาคบกันต่อ ลูกหนี้ที่เคยยืมเงินไป จะกลับมาจ่ายคืน มีเกณฑ์เปลี่ยนงาน ขยับขยายไปในทางที่ดี ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม จะโดดเด่นเป็นพิเศษ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

10 อันดับ ภูเขาโคตรอันตรายที่สุดในโลก
10 อันดับ /  10 อันดับ ภูเขาโคตรอันตรายที่สุดในโลก / 

ความอันตราย มีมนต์เสน่ห์ของความท้าทาย ชวนหลงไหลให้มนุษย์เราอยากลองไปทดสอบตัวเองเพื่อการเอาชนะ ... เว็บไซต์ Telegraph ได้มีการจัดอันดับ 10 อันดับ ภูเขาอันตราย ที่สุดในโลก พร้อมคร่าชีวิตนักปีนเขาจากทั่วโลกมาแล้วอย่างมากมาย มีที่ใดบ้าง ลองติดตามกัน 10 อันดับ ภูเขาโคตรอันตรายที่สุดในโลก 10. Everest, ประเทศเนปาล ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,844.43 เมตร (29,017 ฟุต) Everest เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยและเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก โดยนับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีนักปีนเขาจบชีวิตลงที่นี่กว่า 200 รายแล้ว รวมทั้งมีไม่น้อยที่พยายามปีนแต่ก็ไปไม่ถึงยอดจนต้องถอดใจ ทุกวันนี้ด้วยความก้าวหน้าทำให้มีผู้พิชิตยอดเขานี้ได้มากขึ้น มันจึงไม่น่ากลัวเหมือนในอดีต อีกทั้งยังคงเป็นความฝันสำหรับนักปีนเขาจากทั่วโลกที่อยากจะเป็น ผู้พิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก 9. The Matterhorn, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์-ประเทศอิตาลี ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,478 เมตร (14,692 ฟุต) The Matterhorn เป็นหนึ่งในยอดเขาที่อันตรายในเทือกเขา Alps เมื่อปี 1857 ได้มีกลุ่มคนริเริ่มอยากลองพิชิตยอดเขานี้ แต่เรื่องก็จบลงอย่างน่าเศร้า เพราะ 4 คนในคณะต้องสังเวยชีวิตที่นี่ และต่อมาก็ยังมีนักปีนเขาจบชีวิตลงอีกเรื่อยๆ ทำให้อัตราการตายสูงเป็นอันดับต้นๆ เพราะด้วยรูปทรงคล้ายปีระมิดทำให้เกิดความชันอย่างน่ากลัว 8. Mount Vinson, ทวีปแอนตาร์กติกา ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,892 เมตร (16,050 ฟุต) Mount Vinson เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอนตาร์กติกา ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1958 และถึงแม้จนถึงปัจจุบันจะมีนักปีนเขาราว 1,400 คน สามารถพิชิตยอดเขานี้ได้สำเร็จแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยทีเดียว เพราะตำแหน่งที่ตั้งของมันซึ่งอยู่ในทวีปที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ น้ำแข็ง และห่างไกล ทำให้มันเป็นหนึ่งในภูเขาที่ยากที่สุดก็ว่าได้ 7. Mount Fitz Roy, ประเทศอาร์เจนตินา ความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,359 เมตร (11,020 ฟุต) Mount Fitz Roy ถึงแม้มันจะไม่ได้สูงเสียดฟ้า ทว่าในแต่ละปีแทบจะไม่มีใครไปถึงยอดเขาได้สำเร็จ หรือบางปีไม่มีเลยด้วยซ้ำ ซึ่งสาเหตุเพราะมันเป็นผาหินแกรนิตสูงชันสุดอันตรายกว่าที่ไหนๆ นั่นเอง 6. Kangchenjunga, ประเทศอินเดีย-ประเทศเนปาล ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,586 เมตร (28,169 ฟุต) Kangchenjunga เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยและสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีช่วยในการปีนเขาที่ทันสมัยและก้าวหน้า แต่อัตราการตายจากการพยายามปีนยอดเขาแห่งนี้ก็ยังคงสูงอยู่เหมือนเดิม โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ต่อ 5 เลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะหิมะถล่มและอากาศเลวร้ายบนเขาที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา 5. Nanga Parbat, ประเทศปากีสถาน ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,126 เมตร (26,660 ฟุต) Nanga Parbat เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยและสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก ด้วยความหฤโหดทำให้นักปีนเขามากมายต่างก็ต้องล้มเหลวและเอาชีวิตมาทิ้งที่ นี่ อีกทั้งยอดเขาแห่งนี้หากเป็นในหน้าหนาว ยังไม่เคยมีใครพิชิตมันได้เลยแม้แต่คนเดียว 4. Mont Blanc, ประเทศฝรั่งเศส-ประเทศอิตาลี ความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,810 เมตร (15,781 ฟุต) Mont Blanc เป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขา Alps ซึ่งสูงที่สุดในทวีปยุโรป มันขึ้นชื่อในเรื่องทิวทัศน์ที่สวยงามชวนหลงไหลและเหมาะสำหรับการเล่นสกี แต่มันก็เป็นต้นเหตุให้หลายคนต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้คนกล้าที่อยากจะไปเสี่ยงที่ภูเขา นี้น้อยลงเลยสักนิด 3. K2, ประเทศปากีสถาน ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,611 เมตร (28,251 ฟุต) K2 มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองมาจาก Everest และมันมีอัตราการตายมากเป็นอันดับ 2 ของโลกด้วย และ K2 ก็ยังเป็นหนึ่งในยอดเขาที่ไม่เคยมีใครพิชิตมันในหน้าหนาวได้เลย เช่นเดียวกับ Nanga Parbat มันจึงได้ฉายาว่า "Savage Mountain" หรือ ภูเขาแห่งความโหดร้ายทารุณ และแม้บางครั้งจะมีผู้ปีนไปจนถึงยอดเขาได้ แต่ก็ต้องสังเวยชีวิตจากลมพายุหิมะที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงนั่นเอง 2. Annapurna, ประเทศเนปาล ความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,091 m (26,545 ฟุต) Annapurna เป็นภูเขาที่มีอัตราการตายมากที่สุดในโลก โดยในจำนวนนักปีนเขาทั้งหมด 157 คน มีถึง 60 คนที่ต้องมาจบที่นี่ หรือสูงถึง 38% ของผู้ท้าทายทั้งหมด ทำให้มันเป็นภูเขาที่ยากแก่การพิชิตแห่งหนึ่งของโลก แต่กระนั้นในปี 1987 มีนักปีนเขาคู่หนึ่งพิชิตมันลงได้ท่ามกลางความหนาวเหน็บในฤดูหนาวได้เป็น ครั้งแรก 1. Eiger, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,970 เมตร (13,025 ฟุต) Eiger ถึงแม้มันจะไม่ได้สูงเสียดฟ้าอย่างใครเขา ทว่ามันก็จัดเป็นยอดเขาที่อันตรายที่สุด โดยตั้งอยู่ในเทือกเขา Alps ถูกค้นพบเมื่อปี 1858 แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถพิชิตยอดมันได้ซักที ถึงแม้จะมีนักปีนเขาพากันไปท้าทายความสูงของมัน แต่ก็ต้องจบชีวิตลงถึง 64 คน และส่วนที่เหลือก็พากันล้มเหลวทั้งหมด ทำให้มันมีฉายาว่า "Mordwand" หรือ "Murder wall" หรือ "กำแพงแห่งความตาย" นั่นเอง จนกระทั่ง วันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1938 หรือ 80 ปีต่อมา จึงมีผู้สามารถพิชิตมันลงได้ในที่สุด ข้อมูลและภาพ : Telegraph / Wiki / Google เรียบเรียงโดย Travel MThai

ย้อนชม! รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว รถประจำทางสายแรกของไทย
ครั้งแรกในประเทศไทย /  ประวัติศาสตร์ไทย / 

ไม่กี่วันมานี้เราคงจะได้เห็นข่าว “โรงแรม ปาร์คนายเลิศ” ที่ได้ประกาศปิดตำนานโรงแรมหรู ที่เปิดมายาวนานกว่า 36 ปี นอกจากโรมแรมที่เป็นตำนานแห่งนี้แล้ว พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือนายเลิศ เศรษฐบุตร ผู้ก่อตั้ง ยังมีกิจการอื่นๆ ที่ริเริ่มนำเข้ามาในเมืองไทยอีกมากมาย อย่าง รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว รถประจำทางสายแรกของไทย คันนี้! ย้อนชม! รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว รถประจำทางสายแรกของไทย พระยาภักดีนรเศรษฐ หรือ นายเลิศ เศรษฐบุตร เป็นผู้ก่อตั้ง โรงแรม ปาร์คนายเลิศ ซึ่งนอกจากกิจการนี้แล้ว ก็ยังมีกิจการอื่นๆ ที่ริเริ่มนำเข้ามาในเมืองไทยอีกมากมาย เช่น รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว ที่เป็นเป็นรถโดยสารประจำทางสายแรกของไทย ซึ่งเปิดใช้บริการมานานถึง 70 ปี! ตอนเด็กนั้น นายเลิศ มีความสามารถและเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเดินรถ และการขับเรือรับจ้าง อีกทั้งเป็นพ่อค้าขายจักรยานมาก่อน จนพัฒนามาเป็นรถม้า ใช้รับจ้างทั่วไป ซึ่งนายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวรถเอง โดยคิดค่าโดยสารสำหรับรถม้าเดี่ยวชั่วโมงละ 75 สตางค์ รถม้าคู่ชั่วโมงละ 1 บาท แต่นายเลิศเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์ จึงคิดเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2453 ลักษณะของ รถเมล์นายเลิศ หรือ รถเมล์ขาว รถประจำทางสายแรกของไทย มีลักษณะเฉพาะคือ ทาสีขาวทั้งคัน มีตราประจำรถเป็นรูปขนมกง ซึ่งนายเลิศเป็นผู้ออกแบบตัวถังรถเมล์ด้วยตัวเอง เขียนแบบด้วยชอล์กบนพื้นปูน ให้ช่างไม้ชาวเซี่ยงไฮ้เป็นผู้ต่อ โดยใช้เครื่องยนต์ที่สั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษประกอบ นายเลิศมีนโยบายในการเดินรถว่า "สุภาพ ซื่อสัตย์ ประหยัด ทันใจ เอากำไรแต่น้อย บริการผู้มีรายได้น้อย" เส้นทางการวิ่งของรถเมล์สายแรกของไทย วิ่งจากประตูน้ำไปสี่พระยา เมื่อกิจการเจริญก้าวหน้าจึงขยายออกไปจนเกือบทั่วกรุงเทพมหานคร คนทั่วไปเรียกรถของท่านว่า "รถเมล์ขาว" ตามสีของรถ ต่อมานายเลิศได้ริเริ่มบริการเรือเมล์ที่ชาวบ้านเรียก "เรือขาว" รับส่งผู้โดยสารตามคลองแสนแสบ ผ่านหนองจอก มีนบุรี แล้วมาสุดทางที่ประตูน้ำ เชื่อมโยงกับเส้นทางของรถเมล์ขาว กิจการนี้เป็นที่ประทับใจของคนทั่วไป และสร้างชื่อเสียงให้ท่านมาก กิจการรถเมล์นายเลิศ ดำเนินการมานานถึง 70 ปี ได้รับสัมปทานเดินรถประจำทางในกรุงเทพฯ ถึง 36 สาย มีรถประมาณ 700 คัน มีพนักงาน 3,500 คน นับเป็นบริษัทรถเมล์ที่ใหญ่ที่สุด แต่ได้เลิกกิจการลงในปี พ.ศ. 2520 เมื่อรัฐบาลมีนโยบายรวมกิจการรถเมล์ทุกสายในกรุงเทพมหานครมาอยู่ในความดูแลของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org, ย้อนรอยกรุงเทพฯ. เทพชู ทับทอง. สำนักพิมพ์สุวีริยาสาส์น. กรุงเทพฯ , 2546