ความก้าวหน้า

ถ่ายทอดสด!! BANGSAEN TRIATHLON TOUR SERIES 2016 BY MAMA
BANGSAEN TRIATHLON TOUR SERIES 2016 BY MAMA /  Mono29 / 

ไทยแลนด์ไตรลีก จับมือเทศบาลแสนสุข ช่องโมโน29 และผลิตภัณฑ์มาม่า จัดใหญ่ ไตรกีฬานานาชาติ BANGSAEN TRIATHLON TOUR SERIES 2016 BY MAMA เพื่อสานต่อนโยบายรัฐบาล ชูกีฬาและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงสุดในปัจจุบัน “ว่าย ปั่น วิ่ง” นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันไทยแลนด์ไตรลีก กล่าวถึงความสำเร็จในการจัดการแข่งขันตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา “ไทยแลนด์ไตรลีก เป็นการแข่งขันไตรกีฬาสะสมคะแนนเพื่อจัดอันดับนักไตรกีฬาเป็นรายการแรกของประเทศไทย โดยครั้งนี้ถือเป็นซีรี่ย์ที่ 4 ซึ่งในซีรี่ย์ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับความสนใจจากนักไตรกีฬาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้ ทางไตรลีกจะจัดให้มีการแข่งขันขึ้นทั้งสิ้น 4 รายการ คือ เมืองบางแสน, เมืองพัทยา, อำเภอสัตหีบ และจังหวัดภูเก็ต สำหรับบางแสนถือว่าเป็นสนามใหม่ จึงต้องให้ความสำคัญด้านความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทว่ายน้ำ นอกจากนี้แล้วเส้นทางจักรยานและเส้นทางวิ่งของสนามนี้ ถือว่าเป็นไฮไลท์ เนื่องจากผู้แข่งขันจะได้ปั่นบนถนนข้าวหลามตัดใหม่ ระยะทางร่วม 42 กิโลเมตร แล้วยังจะได้วิ่ง 10 กิโลเมต เลียบชายหาดบางแสน ผ่านแหลมแท่นและขึ้นเขาสามมุก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองบางแสนอีกด้วย” นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข กล่าวถึงการร่วมเป็นเจ้าภาพใจการจัดการแข่งขันครั้งนี้ว่า “ต้องการผลักดันให้บางแสนเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยตั้งเป้าไว้ในปี 2559 ว่าจะจัดกีฬาระดับนานาชาติที่ได้รับความนิยิมสูงสุดให้ครบ อาทิ แช่งรถแบบซิตี้เรซ รายการบางแสนสปีดเฟสติวัล ,การแข่งขันจักรยานแบบเซอร์กิต, การแข่งขันวิ่งมาราธอน รวมถึงไตรกีฬาที่กำลังได้รับนิยมอย่างสูงสุด และหวังว่า การแข่งขันไทยแลนด์ไตรลีกที่เมืองบางแสน จะเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองที่จะก่าวเข้าสู่เมืองกีฬาที่สมบูรณ์แบบในอนาคตต่อไป” นายธนพัฒน์ โรจนไพบูลย์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) ผุ้สนับสนุนหลังของการแข่งขันกล่าวว่า “ทางสหพัฒนพิบูลฯ โดยผลิตภัณฑ์มาม่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักและมีส่วนพลักดันวงการกีฬาทั้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่ง หรือ ไตรกีฬา ให้ก้าวหน้าไปพร้อมๆกับผลิตภัณฑ์มาม่า ที่ถือว่าอยู่เคียงข้างกับสังคมไทยและชาวไทยทุกเพศทุกวัย ทีมบริหารเล็งเห็นว่า กีฬาประเภทนี้จะเป็นการวาง Position แบบใหม่ของมาม่า เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือคนทำงานที่มีใจรักความท้าทายหรือความแปลกใหม่ของชีวิต" สามารถรับชม ถ่ายทอดสด การแข่งขัน BANGSAEN TRIATHLON TOUR SERIES 2016 BY MAMA จะจัดขึ้นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ ณ บริเวณชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี โดยการแข่งขันจะมี 3 ประเภท คือ ประเภทไตรกีฬาระยะโอลิมปิค (เดี่ยวและทีม) ว่ายน้ำ 1.5 กิโลเมตร จักรยาน 42 กิโลเมตร และวิ่ง 10 กิโลเมตร โดยมีการชิงรางวัลรวมมากกว่า 5 แสนบาท

ไหว้พระ 9 วัด รอบเมืองกรุง! วันสงกรานต์ ดับร้อน เสริมศิริมงคล
กรุงเทพมหานคร /  ทำบุญไหว้พระ / 

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้ นอกจากการออกมาสนุกสนานกับการาเล่นน้ำแล้ว ก็อย่าลืมเสริมศิริมงคลในวันดี วันขึ้นปีใหม่ไทยกันด้วยนะคะ วันนนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปไหว้พระ 9 วัด วันสงกรานต์ ดับร้อน เสริมศิริมงคล ทั่วกรุงเทพฯ กัน ได้ทั้งความสุขและความสนุกสนานไปพร้อมกัยเลย ^^ ไหว้พระ 9 วัด รอบเมืองกรุง! วันสงกรานต์ ดับร้อน เสริมศิริมงคล 1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) คติ “เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกไม้ วัดพระแก้ว เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง กรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ ๑ เป็นวัดในมหาราชวัง โดยที่เป็นที่ประดิษฐานของ พระแก้วมรกต ด้วย เดิม พระแก้วมรกต ถูกค้นพบทางภาคเหนือ (ตำนานเล่าว่า จ. เชียงราย) ตั้งแต่สมัยเป็นที่ อาณาจักรล้านนา ต่อมา ได้รับการอัญเชิญไปยังอาณาจักรล้านช้าง (ลาว) ก่อนที่จะได้รับอัญเชิญมายังกรุงเทพในสมัยรัชการที่ ๑ ความ แปลกของ พระแก้วมรกต คือ เนื้อแก้วมรกต (หยก) เป็นการแกะสลักที่ปราณีต และยากมาก เพราะใช้โลหะแกะสลักไม่ได้ จะต้องใช้ไม้ไผ่ฝนน้ำเท่านั้น จึงเชื่อว่า ฝีมือของช่างแกะสลักช่างวิเศษนัก และทำด้วยแรงศรัทธามากๆ และฐานของ พระแก้วมรกตไม่เรียบ จึงไม่สามารถตั้งบนที่ราบได้ และนั่นเป็นตำนานที่บอกว่า พระแก้วมรกต ต้องประดิษฐานบนบุษบกเท่านั้น 2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) คติ “ร่มเย็นเป็นสุข” เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว ๑๑ แผ่น วัดโพธิ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ เช่นกัน เป็นวัดที่มีความมงคลอย่างสิ่ง เช่น เจดีย์น้อยใหญ่มีทั้งหมด ๙๙ องค์ มีรูปปั้นจีน เครื่องอับเฉา (สำหรับถ่วงเรือสำเภาในสมัยโบราณ) มีรูปปั้นฤาษีดัดตน ซึ่งปัจจุบันมีการแพทย์แผนโบราณภายในวัดโพธิ์ด้วย และ อีกสิ่งหนึ่งก็คือ พระนอนวัดโพธิ์ ซึ่งมีความยิ่้งใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ที่พระบาทของพระพุทธรูป มีมงคล ๑๐๘ ประการ และคุณสามารถทำบุญหยอดเหรียญ ๑๐๘ บาตร ด้วย 3. วัดสระเกศวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) คติ “เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล” เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๓ ดอก เดิมที เป็นวัดตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ รัชกาลที่ ๑ ทรงโปรดให้บูรณะ และรัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดให้สร้าง บรมบรรพต เป็นมงคลแบบอย่างตามอยุธยา ภายในวัดมีทิวทัศน์ที่สวยงาม และมองเห็นภูเขาทองสีเหลืองอร่าม 4. วัดสุทัศน์เทพวราราม (ติดกับ เสาชิงช้า) คติ “วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม ที่พระวิหารมี “พระศรีศากยมุนี” เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วย สำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยาบานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ หลังจากสักการะในวัดสุทัศน์ฯแล้ว แนะนำให้เดินมาที่เสาชิงช้า เพื่อ สรงน้ำพระพักตร์เทวรูปที่ซุ้ม และข้ามไปที่ศาลากลางเพื่อสรงน้ำ พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งปีนี้ย้ายสถานที่จากสนามหลวงเป็นที่หน้าศาลากลาง บริเวณลานคนเมือง 5. วัดบวรนิเวศวิหาร คติ “พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต” เครื่องสักการะ ธูป ๙ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๓ ดอก วัดบวรฯ เป็นวัดอารามหลวง ที่มีพระสังฆราชพำนักอยู่หลายพระองค์ด้วยกัน และยังเป็นที่พำนักของพระราชวงค์ที่ผนวช ภายในบริเวณกว้างใหญ่ มีพระประธานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระไพรรีพินาศ (ซึ่ง ตามตำนานเล่าว่า รัชกาลที่ 3 ได้รับการถวายประพุทธรูปที่มีศิลปกรรมแบบ มหายาน อินโดนีเซียมา เป็นช่วงที่พระองค์ ได้ขจัดเสี้ยมหนามต่อความมั่นคง จึงทรงตั้งนามของพระพุทธรูปว่า ไพรรีพินาศ) 6. วัดชนะสงคราม คติ “มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๑ ดอกสำหรับพระประธานในโบสถ์ ธูป ๕ ดอก เทียน ๑ เล่ม ดอกบัว ๑ ดอกสำหรับรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวัง บวรมหาสุรสิงหนาท ตามชื่อเลย.. เป็นมงคลต่อการมีชัยชนะ และก็เป็นวัดที่ได้รับการคัดเลือกให้ทำน้ำมนต์ให้กับราชสำนักเสมอมาจนถึงปัจจุบัน จึงเชื่อว่า น้ำมนต์แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ขอแนะนำให้คุณนำ ขวดน้ำตรงน้ำมนต์ข้างๆ พระประธานเพื่อนำไปประพรม กิน อาบ ให้เกิดสิริมงคล 7.วัดระฆังโฆสิตาราม คติ “ชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว วัดระฆังฯ โด่งดัง จาก พระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี พระเถระสมัย รัชกาลที่ ๓-๔ คือ ซึ่งมีพุทธคุณแก่กล้า และเป็นต้นกำเนิดของบทสวด ชิณบัญชร ซึ่งเป็นการกล่าวถึง พระอรหันต์ระดับเอกทัตคะ (ผู้เป็นเลิศในด้านนั้นๆ) ให้มาสถิตตามร่างกายของเรา บังเกิดเป็นมงคล แคล้วคลาดภยันตราย ดัง นั้น หากสักกาะ ณ วัดระฆังฯ ก็แนะนำให้คุณหยิบบทสวด ชิญบัญชร ที่โต๊ะบริการเครื่องสักการะ และกล่าวบทสวดเป็นสิิริมงคลแก่ตัวท่านเอง 8. วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) คติ “ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนคู่ เป็น วัดฝั่งธนบุรี (สามารถนั่งเรือข้ามมา) ซึ่ง เป็นวัดสมัย พระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากกอบกู้เอกราชแล้ว ซึ่งอธิษฐานว่า หากเดินทางตามน้ำแล้ว "แจ้ง" (เช้าพระอาทิตย์ขึ้น) ณ ที่ใด จะสร้างวัดตรงนั้น และพบกับวัดมะกอก(นอก) ["มะกอกนอก" หมายความว่า ติดกับแม่น้ำ ในสมัยนั้น] จึงบูรณะแล้ว ตั้งชื่อใหม่เป็น "วัดแจ้ง" ตามตำนานที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า ยักษ์วัดแจ้ง (ยักษ์ทศกัณฑ์ และ สหัสเดชะ เฝ้าโบสถ์จนเมื่อย แล้วเดินทางข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปเที่ยว เจอกับ ยักษ์วัดโพธิ์ เจ้าถิ่น จึงตีกันกลายเป็น ตำนานพื้นที่ราบ ที่เรียกว่า ท่าเตียน) ภายใน โบสถ์น้อยเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อรุ่ง (สมัยอยุธยา) และรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระองค์มีพระคุณในการกอบกู้เอกราชไทยจากพม่า ๙. วัดกัลยาณมิตร (หลวงพ่อโต ซำปอกง) คติ “เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี” เครื่องสักการะ ธูป ๓ ดอก เทียนแดงคู่ ดอกไม้พวงมาลัย เ็ป็น วัดที่สร้างโดยคนจีน ดังนั้น การบูชา จึงเป็นแบบจีน คือ ไหว้ธูปกำใหญ่ และเทียนจีน ๒ อัน อธิษฐาน ณ กระถางธูปประตูฟ้าดิน แล้วจึงนำธูปเีทียนไปปัก ตามเทวรูปต่างๆ (ซึ่งบางส่วนเป็นเทวรูปจีน) หลวงพ่อโต (ซำปอกง) ที่ชาวบ้านเรียกตาม ขนาดใหญ่โตของพระพุทธรูปที่มีทางการว่า พระพุทธไตรรัตนนายก เป็นที่นับถือของทั้งคนไทยและคนจีน เชื่อว่า การบูชาหลวงพ่อโตจะทำให้ มีความก้าวหน้าเป็นใหญ่เป็นโต ส่วนชื่อวัดก็เป็นมงคล คือ ได้มิตรที่ดี

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2559
วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2559 /  ศึกเพชรวิเศษ / 

โปรแกรมมวยไทยวันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2559 ศึกเพชรวิเศษ เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. วันชนะ อ.บุญช่วย  Vs  กล้าศึก เพชรจินดา 2. โยธิน เอฟ.เอ.กรุ๊ป  Vs  รุ่งกิจ หมอเบสกมลา 3. สามดี เพชรยินดีอะคาเดมี่  Vs  เจริญพร ภพธีรธรรม 4. ซุปเปอร์เล็ก ม.รัตนบัณฑิต  Vs  ซุปเปอร์บอล ตี๋เมืองเลย 5. ไข่มุกขาว ศ.เกียรตินิวัฒน์  Vs  ขวัญ ส.เพลินจิต 6. เพชรพนมรุ้ง ม.รัตนบัณฑิต  Vs  ฉมวกทอง ไฟเตอร์มวยไทย 7. เพชรมรกต ว.สังข์ประไพ  Vs  ยอดพนมรุ้ง จิตรเมืองนนท์ 8. สมรักษ์น้อย ว.สังข์ประไพ  Vs  ธงน้อย ลูกบ้านใหญ่ 9. ก้าวหน้า พลิ้ววาโย  Vs  ทัพหลัง ส.วริษฐา ** หมายเหตุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ชก

เปิดไพ่ยิปซีไทย ดูดวง12ราศี ประจำเดือนเมษายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร
ดวง12ราศี /  ดูดวง / 

เปิดไพ่ยิปซีไทย ดูดวง12ราศี ประจำเดือนเมษายน 2559 โดย อ.คฑา ชินบัญชร ราศีมังกร สุขภาพร่างกายที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อกระดูกจะได้รับบาดเจ็บ ระมัดระวังการใช้เงิน มีรายจ่ายมากเป็นพิเศษ ดวงการงานโดดเด่น ก้าวหน้าดีมาก ราศีกุมภ์ การเงินโดดเด่น ความรักดีงาม คิดเปลี่ยนงาน เลื่อนตำแหน่ง ทำในช่วงนี้ดีที่สุด มีลาภลอยฟลุ้คๆ หลังสงกรานต์ระวังทำของหาย ราศีมีน เอกสารสัญญา คดีความตกลงกันเรียบร้อย ความรักดีมีการพูดคุยเรื่องในอนาคต การทำงานมีแรงกดดันสุดๆ จากผู้บังคับบัญชา สิ้นเดือนให้ระวังอุบัติเหตุ ราศีเมษ ระวังอุบัติเหตุจากการเดินทาง การเงินการลงทุน โดดเด่นมากมีผลตอบแทนสูง ช่วงนี้อารมณ์ร้อนให้คิดก่อนทำ การงานมีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง สุขภาพช่องท้องจะมีปัญหา ราศีพฤษภ บุตรบริวาร คนรอบข้างจะทำให้สบายใจ การประจำได้เลื่อนตำแหน่ง คู่สามีภรรยามีเกณฑ์ได้บุตร ใช้จ่ายเยอะเกินตัว แต่ยังมีโชคลาภ ระมัดระวังคำพูดกับคนรัก ราศีเมถุน คิดเงินได้เงิน คิดทองได้ทอง คิดอยากมีแฟนก็ได้แฟน แต่ควรเช็คให้ดี คนโสดระวังรักคนมีเจ้าของ การลงทุนการเงินเด่นเป็นพิเศษ ต้นเดือนให้ระวังอุบัติเหตุ ราศีกรกฏ ได้รับมอบหมายงานใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ดี การงานโดดเด่น ความรักมีความสุขมาก คนโสดได้พบรักจากการเดินทาง ระมัดระวังของหาย ธุรกิจการเงินได้ข่าวดี ราศีสิงห์ มีเรื่องให้หงุดหงิดใจ การงานโดนกดดันจากเจ้านาย การลงทุน การเงินและความรักจะโดดเด่น มีความสุข แนะนำให้เที่ยวเยอะๆ เดินทางรับพลังดีๆ จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ราศีกันย์ แนะนำให้ทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง มีเกณฑ์ได้เงินโดยไม่คาดฝัน จากผู้หญิงขาวเจ้าเนื้อจะนำโชคลาภมาให้ มีการใช้จ่ายเงินเยอะแต่สภาพคล่องยังดี ระวังผิดใจกับคนรัก ราศีตุลย์ ความรักไปได้ดี คู่รักอยากมีลูกโอกาสมาแล้ว คนโสดลุยเดินหน้าจีบได้เลย เดินทางไปทิศเหนือได้โชคดี จะมีผู้ใหญ่มาช่วยแก้ปัญหาในทุกเรื่อง แนะนำรูปม้ามาวางบนโต๊ะเสริมฮวงจุ้ย ราศีพิจิก ช่วงนี้ให้ทำบุญเยอะๆ มีเกณฑ์ได้แต่งงาน การงานได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง สุขภาพกล้ามเนื้อกระดูกและสายตาจะมีปัญหา ระวังของหาย มีโชคลาภและลาภลอยฟลุ้คๆ ราศีธนู จะมีเรื่องผิดใจกับคนรัก จะได้รับข่าวดีจากเรื่องงาน ได้เลื่อนตำแหน่ง มีผู้ใหญ่ส่งเสริม ระวังปัญหาสุขภาพกล้ามเนื้อกระดูก สวมใส่เสื้อผ้าสีส้ม สีเขียว จะนำโชคดีมาให้ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

87 ปีบนเวทีออสการ์! รวมมาเป็น 87 ภาพยนตร์ที่ได้รางวัลเทคนิคสมจริงยอดเยี่ยม
Best Visual Effects /  Ex Machina / 

งานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 88 ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว อีกหนึ่งงานแจกรางวัลที่ทรงคุณค่าที่ยกย่องเหล่าคนบันเทิงแวดวงฮอลลีวูดทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่ได้ทำงานอย่างหนักมาตลอดทั้งปี หนึ่งในรางวัลที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจในเวทีออสการ์คือรางวัลในสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม นับเป็นรางวัลที่ต้องใช้ศักยภาพจากผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีร่วมกันสร้างสรรค์ให้ภาพยนตร์ออกมาเหมือนจริงมากที่สุด คลิปนี้ได้รวบรวมเอาภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลในสาขานี้ตั้งแต่ปี 1928 จากภาพยนตร์เรื่อง Wings จนถึงปี 2014 จากภาพยนตร์เรื่อง Interstellar กว่า 80 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นความก้าวหน้าอย่างงดงามในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จากภาพยนตร์ที่เน้นฉากระเบิด ภาพยนตร์แนวกำเนิดซูเปอร์ฮีโร่ ภาพยนตร์ที่เด็กร้องโอ้โหเมื่อเห็นสัตว์พูดได้ หรือภาพยนตร์ผจญภัยท่องอวกาศ มาดูกันว่าในปีนี้ภาพยนตร์เรื่องใดและรูปแบบไหนจะคว้ารางวัลนี้กลับบ้านไป Ex Machina, Mad Max: Fury Road, The Martian, The Revenant หรือ Star Wars: The Force Awakens จะเป็นภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่พูดถึงนี้หรือไม่ ดูบทความต้นฉบับ : Rewatch every Best Visual Effects Oscar winner in this stunning supercut

แต่งบ้านรับโชค สำหรับ 12 นักษัตร
ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี /  ฮวงจุ้ยแต่งบ้าน

การแต่งบ้านก็ต้องให้ถูกใจผู้อยู่อาศัย หากผู้อยู่อาศัยยังมีความเชื่อเรื่องของ ฮวงจุ้ย ก็ต้องมาอ่านกันหน่อยนะคะว่า จะจัดยังไงให้บ้านที่เราอยู่นั้นมีโชค เรียกว่า แต่งบ้านรับโชค กันค่ะ ใครที่อยู่คนเดียวก็สบายหน่อย อ่านแค่ราศีเดียวก็แต่งบ้านได้แล้ว แต่บ้านไหนที่อยู่กันหลายคน ก็ต้องปรับแต่งให้ถูกใจใครสักคนเป็นหลัก จากนั้นก็ค่อยหาทางปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ ราศีอื่นๆ ของสมาชิกในบ้าน ตามมาเลยค่ะว่า จะแต่งบ้านรับโชค สำหรับ 12 นักษัตร ได้ยังไงบ้าง บ้านคนปีชวด (พ.ศ. 2527, 2515 และ 2503) เพื่อความมั่งมีศรีสุข บ้านของคนปีชวด ควรมีเครื่องดนตรีอย่างน้อย 1 ชิ้น อยู่ในบ้าน เช่น ขลุ่ย เมาท์ออร์แกน เปียโน กีตาร์ ฯลฯ แม้จะเล่นไม่เป็น เพียงมีไว้ประดับบ้านก็ถือว่าถูกโฉลกนำโชคดีมาสู่ในบ้าน แต่ถ้าเป็นเครื่องดนตรีที่สมาชิกในบ้านสามารถเล่นได้จริงๆ หรือมีการเล่นร่วมดนตรีด้วยกันภายในครอบครัว เสียงดนตรีที่ดังขึ้นดุจดั่งเสียงสวรรค์ที่เรียกทรัพย์นับล้านเข้าสู่บ้านคนปีชวด บ้านคนปีฉลู (พ.ศ. 2528, 2516 และ 2504) เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านของคนปีฉลู ไม่ควรมีอะไรที่เป็นทรงกลม ยกเว้นโต๊ะอาหารที่เป็นโต๊ะกลมได้ นอกนั้นแล้วสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านควรเป็นเหลี่ยมเป็นมุมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น นาฬิการทรง 8 เหลี่ยม อ่างบัวทรง 5 เหลี่ยม กระถางต้นไม้ทรง 4 เหลี่ยม รวมไปถึงลวดลายของเหล็กดัด วอลล์เปเปอร์ ก็ควรเป็นรูปทรงเหลี่ยม หลีกเลี่ยงรูปวงกลมและรูปโค้งมนต่างๆ บ้านคนปีขาล (พ.ศ. 2529, 2517 และ 2505) เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านของคนปีขาล ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง ควรมีขนาดใหญ่กว่าปกติ หน้าบ้านควรมีต้นไม้ใหญ่ หรือ สัญลักษณ์ที่ใหญ่โตโดดเด่น อาทิ มีประตูหน้าบ้านบานใหญ่ มีโอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ เป็นต้น ในห้องรับแขกควรมีรูปภาพพระอาทิตย์ขึ้นประดับไว้ จะช่วยเพิ่มพลังอำนาจ และบารมีให้มีมากขึ้นกว่าเดิม บ้านคนปีเถาะ (พ.ศ. 2530, 2518 และ 2506 ) เพื่อความสุขและความสำเร็จ บ้านของคนปีเถาะ ควรเป็นบ้านที่มีความร่มรื่น ร่มเย็น มีสนามหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ อ่างบัว ตัวบ้านมีความโปร่งโล่งสบาย มีแสงแดดและแสงสว่างพอประมาณ ในห้องนอนหรือห้องรับแขก ควรมีตุ๊กตาเซรามิครูปกระต่าย รูปไก่ รูปไข่ รูปหมู รูปเด็กทารก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งร่ำรวย จะช่วยให้เงินทองไม่รั่วไหลไปไหน ได้ปรับเงินเดือน ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้พบกับความสมหวังและสมปรารถนาทุกประการ บ้านคนปีมะโรง (พ.ศ. 2531, 2519 และ 2507) เพื่อความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีมะโรง ควรจะมีชื่อบ้าน โดยเป็นชื่อที่เป็นมงคลและถูกต้องตามหลักทักษาของเจ้าของบ้าน ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะใช้ชื่อหรือนามสกุลของเจ้าของบ้านมาเป็นชื่อบ้าน ซึ่งถ้าชื่อหรือนามสกุลถูกโฉลกอยู่แล้ว ชื่อบ้านก็ย่อมจะดีตามไปด้วย ชื่อบ้านต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของบ้านและผู้อยู่อาศัย ห้ามขัดแย้ง หรือตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น บ้านทาสีฟ้าทั้งหลังแต่ตั้งชื่อบ้านว่าเรือนสีชมพู หรือ บ้านอยู่ติดภูเขา แต่ตั้งชื่อบ้านว่า บ้านริมทะเล ลักษณะอย่างนี้ถือว่าไม่เหมาะสมจะทำให้อับโชค พบเจอแต่อุปสรรคขวากหนามในการดำเนินชีวิต บ้านของคนปีมะเส็ง (พ.ศ. 2532, 2520 และ 2508) เพื่อความเจริญรุ่งเรือง บ้านของคนปีมะเส็งต้องมีแสงสว่างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ต้องให้ความรู้สึกว่าสว่างอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ควรจะมีไฟภายนอกบ้านอย่างน้อยสัก 1 ดวง ที่เปิดให้ความสว่างอยู่ตลอดคืนโดยเฉพาะไฟดวงไหนหากเปิดไว้แล้วนอกจากจะให้ความสว่างแก่บ้านของเรา ยังให้ความสว่างและความปลอดภัยแก่บ้านหลังอื่นและผู้ที่เดินทางผ่านไปมา ถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง บ้านมืดๆ จะนำภัยอันตรายและโชคร้ายมาสู่คนปีมะเส็ง บ้านคนปีมะเมีย (พ.ศ. 2533, 2521 และ 2509) เพื่อความเจริญก้าวหน้า บ้านของคนปีมะเมีย ต้องมีความเคลื่อนไหว เช่น มีธงโบกสะบัด มีน้ำพุ มีกังหัน มีโมบาย มีสุนัขหรือแมววิ่งเล่นกัน มีต้นไม้ใหญ่ที่โอนเอนตามสายลมภายในบ้าน ก็ควรมีสัญลักษณ์ของความเคลื่อนไหวหรือความเร็ว เช่น รถยนต์โบราณ รถไฟ เรือใบ เรือสำเภา เครื่องบิน จรวด ฯลฯ เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านที่สงบ นิ่งและเงียบเกินไป จะทำให้คนปีมะเมียอึดอับและอับโชค บ้านคนปีมะแม (พ.ศ. 2534, 2522 และ 2510) เพื่อความสุขและความสำเร็จ บ้านของคนปีมะแม ควรเป็นบ้านที่สะสมงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพวิวทิวทัศน์ งานหล่อ งานปั้น งานแกะสลัก หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดีภาพยนตร์ ฯลฯ ล้วนถูกโฉลกและนำโชคดีมาสู่คนปีมะแม และถ้าผลงานศิลปะเหล่านั้น เป็นฝีมือของเจ้าของบ้านด้วยแล้ว จะยิ่งถูกโฉลกและโชคดีเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า บ้านของคนปีวอก ( พ.ศ. 2523, 2511 และ 2499) เพื่อความเจริญรุ่งเรือง บ้านของคนปีวอก ควรเป็นบ้านที่มีการขยับขยาย เพิ่มเติม ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลาเพื่อให้สอดคล้องสมดุลกับผู้อยู่อาศัย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นบ้านที่มีการเจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น มีต้นไม้ใหม่ๆ มาปลูกเพิ่มอยู่เสมอมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่มาทดแทนของเดิมที่ชำรุดเสียหาย มีเก้าอี้ม้าหินชุดใหม่มาตั้งแต่เพิ่มในสวน มีการเปลี่ยนผ้าม่านใหม่ทุกๆ 2 ปี และทาสีบ้านใหม่ทุกๆ 3 ปี บ้านของคนปีระกา (พ.ศ. 2524, 2512 และ 2500) เพื่อความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีระกาต้องสวย สะอาด สดใส และดูใหม่อยู่เสมอ สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน ควรจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รั้วบ้านและอาคารภายนอกบ้านควรทาสีใหม่ทุกๆ 3 ปี ภายในบริเวณบ้าน ห้ามมีสิ่งของแตกหัก ชำรุด เสียหาย ใบไม้แห้ง ต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่เหี่ยวเฉาโรยรา โดยเด็ดขาด รอยร้าวบนผนัง หากพบเจอต้องรีบแก้ไขในทันที หลอดไฟ กลอน กุญแจ ประตู หน้าต่าง ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ บ้านของคนปีจอ (พ.ศ. 2525, 2513 และ 2501) เพื่อความมั่งมีศรีสุข บ้านของคนปีจอ ควรจะมีสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงนำโชคของคนปีจอ เพราะความซื่อสัตย์และแสนรู้ของสุนัข จะช่วยให้คนปีจออารมณ์ดี ร่าเริงแจ่มใส สมองปลอดโปร่ง ไม่เครียด ดังนั้นไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไรก็ล้วนแต่โชคดีมีความสำเร็จ สุนัขที่เลี้ยงไว้ไม่ควรเลี้ยงตัวเดียว ควรเลี้ยงตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป แต่ก็อย่าให้มากเกิน ควรให้เหมาะสมกับบริเวณบ้านและกำลังในการดูแลเอาใจใส่ บ้านของคนปีกุน (พ.ศ. 2526, 2514 และ 2502) เพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย บ้านของคนปีกุน ต้องมีห้องครัวที่กว้างขวาง สะอาด สะดวก สบาย มีอุปกรณ์ในการทำครัวครบครัน เพราะการเข้าครัวทำอาหารของคนปีกุน ถือเป็นเรื่องมงคลนำมาซึ่งโชคลาภ ความสำเร็จ และความร่ำรวย และถ้ามีตุ๊กตาเซรามิครูปหมูสีขาวหรือสีชมพู สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ วางไว้ในห้องรับแขกหรือห้องรับประทานอาหารด้วย จะยิ่งถูกโฉลก โชคดี เฮง เฮง เฮง เพิ่มมากขึ้น ที่มา http://www.homedd.com

ความก้าวหน้า

ผมเป็นเด็กจบใหม่สมัครงานที่หนึ่งได้ในตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการโรงงานซึ่งผมต้องการทราบความก้าวหน้าของตำแหน่งนี้กับตำแหน่งที่เป็นวิศวกรตามโรงงานปกติอ่ะครับ ตำแหน่งไหนจะได้ความก้าวหน้าที่ไวกว่ากันหรอครับ เเละถ้าทำงานในตำแหน่งนี้ไปในอนาคตประสบการณ์จากตำแหน่งนี้จะสามารถทำให้เราก้าวไปเป็นผู้จัดการโรงงานได้ป่าวครับ เเละเงินเดือนในตำแหน่งนี้อยู่ประมาณเท่าไหร่หรอครับ ขอบคุณครับ

10 อันดับ สิ่งจำเป็นของ
10 อันดับ /  ความรักวัยรุ่น / 

เชื่อว่า "คนโสด" อย่างเราๆ นั้น ต้องมีบางอารมณ์ที่รู้สึกว่าตัวเองเหงา เพราะไม่มีคนข้างกาย หรือ ยังหาคนข้างกายไม่เจอสักที ส่วนมากก็จะสรรหาสิ่งที่จะมาเติมเต็มความเหงาและความโสด ซึ่งวันนี้เราขอแนะนำ 10 อันดับ สิ่งจำเป็นของ "คนโสด"ไปดูกันเลยค่ะ ว่าจะมีอะไรกันบ้าง? 10 อันดับ สิ่งจำเป็นของ "คนโสด" อันดับ 10. ของกินที่เราชอบ การกินของอร่อยๆ ที่เราชอบเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่คนโสดสามารถทำคนเดียวได้แบบมีความสุขด้วยตัวเอง เพราะเนื่องจากเห็นของที่วางอยู่ตรงหน้านั้น คงจะอดใจไม่ไหวที่จะไม่สนใจมัน เชื่อเลยว่าถ้ายิ่งเป็นของที่เราชอบด้วยแล้ว ต่อให้ยากในการหาแค่ไหน เราก็จะไปสรรหามากินได้แน่นอนค่ะ อันดับ 9. แก๊งเพื่อน สาวๆ มักจะชอบอยู่กับแก๊งเพื่อน บางคนก็อาจจะชอบเมาส์มอยกันแน่นอน นี่ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของคนโสด เพราะเชื่อว่าการที่ไม่มีเพื่อนเราคงอยู่ไม่ได้แน่นอนค่ะ อันดับ 8. งาน คนโสดหลายคนทุ่มเทเวลาที่มีให้กับกานทำงาน ของตัวเอง ทั้งเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตัวเอง และก็มีบางคนที่โสดอยู่คนเดียวไม่รู้จะทำไร จึงขอทำงานล่ะกัน อาจจะเพราะนั่นคือเพื่อความก้าวหน้าของชีวิตตัวเองนั่นเองค่ะ อันดับ 7. โซเชียลเน็ตเวิร์ค เทคโนโลยีอันทันสมัยที่ไร้สาย ไม่ว่าจะ 3g หรื wifi ตัวช่วยสำคัญของคนโสด คนโสดส่วนมาก มักจะรู้จักทุกเว็บทุกโปรแกรมที่สามารถเล่นกับคนอื่นได้ เพื่อหาเพื่อนใหม่ๆ คุย หรือใช้ติดต่อเพื่อนๆ ของตัวเอง และบางทีอาจจะเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของกันและกันนั่นเองค่ะ อันดับ 6.หนังสือ นิยายเรื่องดีๆ ของนักเขียนคนโปรด ที่สามารถแสดงได้ถึงตัวละครในเรื่องๆ นั้น ซึ่งพระเอกและนางเองในนิยายจะทำให้เรามีความสุขได้แบบง่ายแค่หยิบขึ้นมาอ่าน ก็ทำให้คนโสดอย่างเราจินตนาการให้เรามีความสุขได้พอตัวแล้วค่ะ อันดับ 5. โทรศัพท์ อวัยวะที่ 33 ของ มนุษย์โลก มันจะทำให้เราติดต่อสื่อสารกับมนุษย์คนอื่นได้ทำให้เราไม่ได้รู้สึกว่าอยู่คนเดียวในโลกกว่าใบนี้ อันดับ 4. ตุ๊กตา ตุ๊กตาหรือใครหลายๆ คนมักจะเรียกกันว่า น้องเน่า ที่เป็นทั้งเพื่อนรักสุดเลิฟ แล้วยังเป็นทั้งที่ระบายที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรกับมันก็จะไม่มีทางปฏิเสธเราเลยแม้แต่น้อยเลยค่ะ แต่เชื่อไหมคะว่า ถ้าตุ๊กตาตัวนั้นเป็นคนอย่างเราๆ คงจะมีความรู้สึกที่เจ็บปวดแน่นอนค่ะ อันดับ 3. เมาส์ ใครหลายๆ คนอาจจะคิดว่าไม่มีใครให้เดินจับมือก็ขอจับเมาส์แทนละกันเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่า มันไม่มีมือใครให้จับหนิ ก็เลยต้องจับเมาส์แทน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมส์และชอปปิ้ง เราสามารถใช้มือจับเมาส์เพื่อทำทุกอย่างที่เราสามารถจะทำได้ แถมลึกๆแล้ว เมาส์ยังสามารถเป็นที่ระบายอารมณ์ได้ดีในทีเดียวค่ะ อันดับ 2. เสียงเพลง ก็เสียงเพลงมันทำให้เราหายเหงาได้ไปไหนก็ไปกับเราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าขึ้นรถ ลงเรือ แอ่วเหนือ ล่องใต้ เพลงที่เราชอบมันมักจะไปกับเราในทุกๆ ที่ เชื่อว่าทุกคนก็คงเป็นเหมือนกันนะคะ อันดับ 1. หมอน เชื่อว่าเตียงนอนของคุณๆ ทั้งหลายต้องมีมากกว่า 1 ใบแน่นอนค่ะ ก็อาจจะเป็นเพราะ เตียงนอนมันกว้างเกินไป คนโสดอย่างเราก็เลยต้องมีหมอนมากหน่อยเพื่อนไม่ให้เตียงมันว่างเกินไปไง อย่างน้อยเราก้อมีหมอนเป็นเพื่อนคู่กาย ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะเหมือนมีคนอยู่ข้างๆ กายเสมอ ที่มา : toptenthailand

คณะนิเทศศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ VS มหาวิทยาลัยรังสิต
Campusstar /  คณะนิเทศศาสตร์ / 

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ VS มหาวิทยาลัยรังสิต ...ช่วงใกล้ปิดเทอมแบบนี้ สำหรับน้องๆ ที่กำลังจะจบปี 4 คงกำลังหางานกันอยู่แน่ๆ หรือน้องคนไหนหางานได้แล้ว Campus Star ก็ขอยินดีด้วย แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนคิดจะเข้ามหา’ลัยใครเลือกคณะอะไรกันบ้างเอ่ย ใช่คณะที่ได้รับความนิยมล้มหลามอย่างคณะนิเทศศาสตร์? มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประวัติความเป็นมา คณะนิเทศศาสตร์เปิดทำการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2514 ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งแรกที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีในสาขานี้ สำหรับในระยะแรกของการก่อ ตั้งได้ใช้ชื่อว่า “แผนกวิชาสื่อสารมวลชน” กระทั่งปี พ.ศ. 2500 จึงได้เปลี่ยนชื่อจาก “แผนกวิชาสื่อสารมวลชน” มาเป็น “คณะสื่อสารมวลชน” ในขณะนั้นหลักสูตรเน้นเฉพาะสาขาการประชาสัมพันธ์เท่านั้น หลักสูตรได้รับการอนุมัติตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2514 ให้เปิดดำเนินการได้ 2 สาขาวิชา คือ การประชาสัมพันธ์ และวารสารศาสตร์ และในปีการศึกษา 2523 ทบวงมหาวิทยาลัย ได้อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อจากคณะสื่อสารมวลชนเป็น “คณะนิเทศศาสตร์” หรือ “School of Communication Arts” และเปิดสาขาวิชาการโฆษณาเพิ่มขึ้นอีกสาขาหนึ่ง สาขาที่เปิดสอน กรุงเทพ เปิดสอนด้านนิเทศศาสตร์ โดยผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคมทางด้านการประชาสัมพันธ์, วารสารศาสตร์, การโฆษณา, ศิลปะการแสดง, วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, ภาพยนตร์ และการสื่อสารตรา ความนิยมกับการประสบความสำเร็จ เนื่องจากเทคโนโลยีของคณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพเป็นที่ยอมรับว่า มีความโดดเด่น การเรียนการสอนเน้นการปฎิบัติเยอะ มีศูนย์ผลิตสื่อของคณะ ซึ่งจะมีสตูดิโอหลายห้องไว้เป็นที่ให้นักศึกษาจัดรายการเหมือนทำอาชีพจริงๆ ให้นักศึกษาได้ประสบการณ์จริงๆ ถือได้ว่าอุปกรณ์ครบถ้วนมาก ทำให้เด็กนิเทศฯ ได้เรียนรู้เทคโนโลยี รู้ทันข่าวสารและก้าวทันตามโลกอย่างรวดเร็วได้เลย สายอาชีพที่รองรับก็มีอยู่มากมาย ทั้งงานด้านวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ ภาพยนตร์ โฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ ฯลฯ เปอร์เซ็นต์ในการหางานของสายนี้ก็จะอยู่ในระดับกลางๆ มหาวิทยาลัยรังสิต ประวัติความเป็นมา วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 หลังจากที่ทบวงมหาวิทยาลัยได้อนุญาตให้เปิดทำการสอนหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต เริ่มแรกได้เปิดการสอนในสาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์และสาขาวิชาสารนิเทศ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งคณะได้รับนักศึกษาที่ผ่านการสอบคัดเลือกจากทบวงมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่ง และรับสมัครตรงเองอีกส่วนหนึ่ง ต่อมาปี พ.ศ. 2541 สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศได้ย้ายไปสังกัดคณะเทคโนโลยีสารสนเทศจึงทำให้ปีดังกล่าวคณะนิเทศศาสตร์ เปิดทำการเรียนการสอนทั้งสิ้น 5 สาขาวิชาในปี พ.ศ. 2542 คณะนิเทศศาสตร์ได้เปิดการสอนในหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชานิเทศศาสตร์ และในปีการศึกษา 2545 เพื่อยกระดับการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีของคณะไปสู่นานาชาติจึงเปิดหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ขึ้นมาอีกหนึ่งหลักสูตร สาขาที่เปิดสอน ปัจจุบันเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี 10 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, สาขาวิชาการโฆษณา, สาขาวิชาการประชาสัมพันธ์, สาขาวิชาวารสารศาสตร์, สาขาวิชาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์, สาขาวิชาสื่อสารการแสดง, สาขาวิชาสื่อสารการตลาด, สาขาวิชามัลติมีเดีย, สาขาวิชาสื่อสารการกีฬา สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และโทรทัศน์ และยังมีสาขาวิชานิเทศศาสตร์ (นานาชาติ) ความนิยมกับการประสบความสำเร็จ ความนิยมของคณะนิเทศศาสตร์ ม.รังสิตมาจากการที่มีคณะให้ได้เลือกเรียนอย่างหลากหลาย และมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการและวิชาชีพ มีความเป็นผู้นำ มีคุณธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมุ่งไปสู่ความเป็นผู้นำ ของสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน และการเป็นศูนย์กลางเพื่อการค้นคว้าข้อมูลข่าวสารทางด้านการสื่อสารและการวิจัย สายอาชีพที่รองรับก็มีหลากหลาย ทั้งงานด้านวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ ภาพยนตร์ โฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ นอกจากนี้ในสาขาด้านสื่อสารการตลาด เองก็สามารถนำไปประกอบธุรกิจได้หลายหลายไม่ว่าจะเป็นสื่อทางใดก็ต้องการคนที่มีความรู้ในการวางแผนกลยุทธ์ เพื่อมาเพิ่มความก้าวหน้าในองค์กรทั้งสิ้นจึงมีเปอร์เซ็นต์ในการได้งานที่มากกว่า ติดตามคอลัมน์ Campus Battle ได้ที่นิตยสาร Campus Star No.35 Facebook : www.facebook.com/campusstars

ร้านกากั้นคว้าแชมป์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย /  ร้านกากั้น

ร้านอาหารกากั้น (Gaggan) จากกรุงเทพฯ คว้าตำแหน่งชนะเลิศต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ในงานประกาศรางวัล  50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 พร้อมรางวัลพิเศษต่าง ๆ ได้รับการประกาศในพิธีมอบรางวัล ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ในงานมีเหล่าเชฟมากฝีมือ เจ้าของกิจการร้านอาหารชื่อดังและแขกวีไอพีในธุรกิจอาหารจากทั่วภูมิภาค เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน ยังมีร้านอาหารที่ได้รับการจัดลำดับในลิสต์ท็อป 50 อีกดังนี้ ร้านน้ำ (Nahm) อยู่ในอันดับที่ 8 ร้านอิษยา สยามมิส คลับ (Issaya Siamese Club) เลื่อนมายี่สิบอันดับ มาเป็นอันดับที่ 19 ในปีนี้ และร้านอีทมี (Eat Me) อยู่ในอันดับที่ 23 ร้านกากั้น ครองสองตำแหน่งในปีนี้ ได้แก่ ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า และร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่าเช่นกัน ที่ร้านอาหารซึ่งตั้งชื่อตามเชฟ กากั้น อนันต์ ได้นำอาหารอินเดียแบบดั้งเดิมมารังสรรค์ด้วยเทคนิคการปรุงอาหารแนวโมเดิร์น เชฟกากั้นเข้าสู่วงการ  50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมระดับโลกครั้งแรกในปี 2557 ในอันดับที่ 17 และในปี 2558 ที่ผ่านมา เขาไต่ลำดับโลกขึ้นมาเป็นอันดับที่ 10   พร้อมกับครองตำแหน่งชนะเลิศใน 50 อันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียด้วยในเวลาเดียวกัน ในการย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการจัดงาน มีร้านอาหารหน้าใหม่เข้าสู่ลิสต์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเขีย ถึง 10 ร้านด้วยกัน โดยในจำนวนร้านหน้าใหม่นี้ มี 3 ร้านที่มาจากญี่ปุ่น  ในภาพรวม ร้านอาหารยอดเยี่ยมในปีนี้ มาจากประเทศจีน 13 ร้าน สิงคโปร์และญี่ปุ่นประเทศละ 10 ร้าน จำนวนประเทศที่ติดโผร้านอาหาร ยอดเยี่ยมเพิ่มขึ้นเป็น 13 ประเทศ ซึ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและความหลากหลายของการสร้างสรรค์เมนูอาหารชั้นเลิศทั่วเอเชีย   รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศ นาริซาว่า (Narisawa) ซึ่งได้ตำแหน่งที่ 2 ของเอเชียในปีนี้ ยังได้ควบตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งญี่ปุ่น สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า มาด้วย ซึ่งเป็นการครองตำแหน่งนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว ส่วนร้านอาหารอีก 4 ร้าน จาก 9 ร้านของผู้ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศจากญี่ปุ่น ก็ได้รับการจัดอันดับอยู่ในลิสต์ท็อป 20 ของเอเชียเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีร้านอาหารจากญี่ปุ่นถึง 3 ร้านที่เข้าสู่รายการ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียในปีนี้เป็นปีแรก ได้แก่ ร้านลาเมซง เดอลานาตูร์ โกห์ (La Maison de la Nature Goh) จากฟุกุโอกะ (อันดับที่ 31)   ร้านเด็น (Den) จากโตเกียว (อันดับที่ 37)  และร้านคิคุโนอิ (Kikunoi) จากเกียวโต (อันดับที่ 42) ร้านอองเดร (André) ของเชฟอองเดร เชียง (André Chiang) ขยับอันดับขึ้นมาสองลำดับได้ที่ 3 ของเอเชียในปีนี้ และยังคงครองตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งสิงคโปร์ สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัค ควา ปันน่า ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 4  นอกจากนี้ ร้านใหม่ที่กรุงไทเปของเชฟอองเดร ชื่อรอว (Raw) ก็เข้าสู่ลิสต์ ท็อป 50 ของเอเชีย ในอันดับที่ 46 เช่นกัน ในปีนี้ มีร้านที่คุ้นเคยจากสิงคโปร์ตบเท้าเข้าสู่ลิสต์ท็อป 50 อย่างภาคภูมิอีกหลายร้าน ประกอบด้วย วากิว คิน (Waku Ghin) (อันดับ 6), เลส์ซามีส์ (Les Amis) (อันดับ 12) และ เบิร์นท์เอ็นส์ (Burnt Ends) (อันดับ 14) โดยสิงคโปร์มีร้านใหม่เข้าสู่ลิสต์ 2 ร้าน คือ ร้านคอร์เนอร์เฮ้าส์ (Corner House) (อันดับ 17) และร้านไวลด์ร็อคเก็ต (Wild Rocket) (อันดับ 38) ร้านแอมเบอร์ (Amber) จากฮ่องกงคว้าอันดับที่ 4 ของเอเชีย และกลับมาอีกครั้งกับตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งประเทศจีน สนับสนุนโดยซาน เปลเลกริโน และอัคควา ปันน่า โดยเบียดคู่แข่งที่เอาชนะ แอมเบอร์ในปีที่แล้วอย่าง อัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet) ซึ่งปีนี้เข้าสู่ลิสต์เอเชียในอันดับที่ 7   ร้านอาหารจากฮ่องกงที่อยู่ในลิสต์ท็อป 50 ของเอเชียปี 2559 นี้มีทั้งหมด 9 ร้าน ซึ่งรวมถึงร้านตา วี (Ta Vie) ที่เข้ารอบปีนี้เป็นปีแรกในอันดับที่ 48 สำหรับร้านมิงเกิลส์ (Mingles) จากกรุงโซล ซึ่งติดอันดับ 15 ในปีนี้ ยังมีเรื่องน่ายินดีให้เฉลิมฉลองอีกสองต่อ เพราะได้คว้ารางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย จอห์น พอล รวมทั้งยังควบตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเกาหลีอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารใหม่อีก 2 แห่ง ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศไปครอง คือ ร้านแกลเลอรี่ เวสค์ (Gallery Vask) ติดลิสต์เอเชียในอันดับที่ 39 และได้รับเลือกเป็นร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งฟิลิปปินส์ ในขณะที่ร้าน โลคาวอร์ (Locavore) ที่บาหลีซึ่งติดอันดับที่ 49 คว้ารางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งอินโดนีเซียไปครอง ร้านอินเดียน แอคเซ่น (Indian Accent) ไต่ขึ้น 13 ลำดับขึ้นสู่อันดับที่ 9 พร้อมรับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งอินเดียสองปีซ้อน ในกลุ่มผู้ฉลองความสำเร็จปีนี้ ยังประกอบด้วย ร้านเลอมูท์ (Le Moût) ในอันดับ 30 ควบรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งไต้หวัน  ร้านมินิสทรี่ออฟแครบ (Ministry of Crab)  ที่โคลอมโบ ติดอันดับที่ 31 พร้อมด้วยตำแหน่งร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งศรีลังกา  ส่วนร้านกวิซีน วัดตำหนัก (Cuisine Wat Damnak) อันดับที่ 43 กลับมาครองแชมป์ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งกัมพูชาอีกครั้ง   ผู้ชนะรางวัลสาขาอื่น ๆ ประกอบด้วย รางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย John Paul: ร้าน มิงเกิลส์ (Mingles) ที่ร้านมิงเกิลส์ในกรุงโซล เชฟมิงกู คัง (Mingoo Kang) ได้รังสรรค์อาหารเกาหลีขึ้นมาใหม่ โดยผสมผสานส่วนประกอบและธรรมเนียมการปรุงอาหารอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมเข้ากับอิทธิพลและวิธีการทำอาหารแบบตะวันตก ความคิดสร้างสรรค์และการทดลองสิ่งใหม่ ๆ ทำให้ร้านอาหารขนาด 45 ที่นั่งอันแสนอบอุ่นแห่งนี้ กลายเป็นแลนด์มาร์คสำหรับผู้ชื่นชอบอาหารเกาหลี รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง (One To Watch Award) สนับสนุนโดย Peroni Nastro Azzurro: ร้านโฟลคริแลช (Florilège) รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง เป็นรางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารที่ไม่อยู่ในลิสต์ 50 อันดับร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย แต่เป็นร้านอาหารดาวรุ่งของภูมิภาคนี้  ร้านโฟลคริแลชโดดเด่นในการทำอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ออกมาได้อย่างมีสไตล์ไร้ที่ติ  ฮิโรยาสุ คะวะเตะ (Hiroyasu Kawate) ซึ่งเป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านแห่งนี้ ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และทักษะชั้นเลิศในการทำอาหารฝรั่งเศสให้เป็นที่ประจักษ์ ผ่านเมนูเลิศรสที่ประกอบด้วยอาหารหลายคอร์ส  รางวัลสุดยอดเชฟเพสตรี้แห่งเอเชีย (Asia’s Best Pastry Chef Award) สนับสนุนโดย Cacao Barry: ร้านเชอรีล โกห์ (Cheryl Koh) เชฟเชอรีล โกห์ เป็นคนสิงคโปร์ แต่ได้เดินทางไปทำงานตามภัตตาคารมิชลินสตาร์ทั้งในปารีส ดูไบ และฮ่องกง เมื่อกลับมาบ้านเกิดในปี 2556 โกห์ได้นำประสบการณ์ความรู้มาใช้ที่ เลส์ซามีส์ ร้านใหม่ของเธอ จากนั้นได้มีการแนะนำร้านใหม่ ทาร์ต บาย เชอรีล (Tarte by Cheryl) ที่ย่านใจกลางเมืองสิงคโปร์ในปี 2558 โดยร้านดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเลส์ซามีส์กรุ๊ป  แรงบันดาลใจที่เก็บเกี่ยวมาจากการเดินทาง ช่วยให้เชฟโกห์ ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ของหวานรสเยี่ยม ที่สะท้อนสัญชาตญาณการสร้างสรรค์และการฝึกหัดขนมอบต้นตำรับมาอย่างเข้มข้น   รางวัลขวัญใจเชฟ (Chefs’ Choice Award): พอล เพเรท์ (Paul Pairet) เชฟชาวฝรั่งเศส พอล เพเรท์ ได้รับการคัดเลือกจากเหล่าเชฟ ที่อยู่ในลิสต์ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเขีย 2559  ให้ได้รับตำแหน่งนี้ เพเรท์ได้รับความยอมรับนับถือจากบรรดาเพื่อนเชฟด้วยกัน จากความสำเร็จในการก่อตั้งร้านอาหารชื่อดังสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ คือ มิสเตอร์แอนด์มิสซิสบันด์ (Mr & Mrs Bund) และร้านอาหาร สุดล้ำที่มีชื่อว่าอัลตร้าไวโอเล็ต (Ultraviolet) ความแปลกใหม่และความคิดสร้างสรรค์ที่แทรกซึมอยู่ในทุกเมนูของเขา ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เหล่าเชฟจากทั่วโลก รางวัลความก้าวหน้าสูงสุด (Highest Climber Award): ร้านควินเทสเซนส์ (Quintessence) ร้านควินเทสเซนส์ ซึ่งเปิดกิจการในโตเกียวมาตั้งแต่ปี 2549 ได้รับรางวัลความก้าวหน้าสูงสุด โดยร้านดังกล่าว ก้าวกระโดดขึ้น 29 ลำดับจากปีที่แล้วสู่อันดับที่ 20 ในปีนี้  เชฟชูโซ คิชิดะ (Shuzo Kishida) ซึ่งฝึกปรือทักษะการทำอาหารตั้งแต่ครั้งที่ทำงานใน ลาสทรานส์ (L’Astrance) ภัตตาคารระดับมิชลิน 3 ดาวที่ปารีส ยังคงสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักชิม ด้วยอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นที่โดดเด่น ทั้งวิธีการนำเสนอ การใช้วัตถุดิบที่สดใหม่อย่างสร้างสรรค์ และความประณีตใส่ใจทุกรายละเอียด สำหรับผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอีก 2 รางวัลจากงานในครั้งนี้ คือ เชฟมาร์การิต้า โฟเร่ส์ เชฟสาวมากฝีมือ ผู้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสุดยอดเชฟหญิงแห่งเอเชียประจำปี 2016 และเชฟเดวิด ทอมป์สันแห่งร้านน้ำ (Nahm) ที่กรุงเทพฯ และร้านลองชิม (Long Chim) ที่สิงคโปร์ ได้รับรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านอาหารโดย The Diners Club®    มร. วิลเลี่ยม ดรูว์ กรุ๊ปเอดิเตอร์ของงาน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย กล่าวว่า “การจัดงานของเราเดินทางมาถึงปีที่ 4 แล้วในปีนี้ รางวัลต่าง ๆ ที่มอบให้สะท้อนถึงการเติบโตและความหลากหลายของแหล่งวัฒนธรรมอาหารในเอเชีย มีร้านอาหารหน้าใหม่เข้ามาอยู่ในลิสต์เอเชียท็อป 50 ในปี 2559 ถึง 10 ร้าน  ส่วนประเทศที่มีร้านอาหารได้รับรางวัล มีหลากหลายถึง 13 ประเทศ มากกว่าครั้งใด ๆ ที่ผ่านมา คณะผู้จัดงาน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย มีเจตนารมย์ในการยกย่องชมเชยความคิดสร้างสรรค์ เมนูอาหารรสเลิศ และเหล่าสุดยอดร้านอาหารทั้ง 50 แห่งที่ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งเหล่าบรรดาเชฟชั้นนำผู้ได้รับรางวัล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวแทนความเป็นสุดยอดของอุตสาหกรรมนี้” การรวบรวมรายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย รายชื่อ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จัดทำโดยสมาคม The Diners Club® Asia’s 50 Best Restaurants Academy ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำที่มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมร้านอาหารทั่วภูมิภาคเอเชียกว่า 300 ท่าน โดยแต่ละท่านล้วนได้รับการเลือกสรรมาแล้วว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และความคิดเห็นของพวกเขาเป็นที่ยอมรับในวงการร้านอาหารในเอเชีย ทางสมาคมได้แบ่งการโหวตออกเป็น 6 เขตภูมิภาค ได้แก่  อินเดียและอนุทวีป, ตอนใต้ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ตอนเหนือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ฮ่องกง ไต้หวันและมาเก๊า, จีนแผ่นดินใหญ่และเกาหลี, และประเทศญี่ปุ่น รูปแบบการแบ่งเขตภูมิภาคเช่นนี้ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถสะท้อนภาพรวมของวงการร้านอาหารที่เปิดอยู่ในปัจจุบันในเอเชียได้อย่างเป็นธรรมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และได้รับความเห็นชอบจากประธานของสมาคม Asia Academy แล้ว แต่ละภูมิภาคจะมีคณะกรรมการของตนเองรวมทั้งหมด 53 ท่าน โดยมีประธานภูมิภาคทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่ม คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยนักเขียนและนักวิจารณ์อาหาร เชฟ เจ้าของร้านอาหาร และผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น 'นักชิม' กรรมการแต่ละท่านจะโหวตได้ 7 ครั้ง และภายในจำนวนเจ็ดโหวตนี้ กรรมการ แต่ละท่านจะต้องทำการโหวตอย่างน้อย 3 โหวตให้กับร้านอาหารที่ไม่อยู่ในประเทศบ้านเกิดตนเองด้วย สำหรับรายชื่อในปี 2016 นี้ บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Deloitte ได้ร่วมเป็นพันธมิตรผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินอิสระอย่างเป็นทางการของ Asia’s 50 Best Restaurants บริษัท Deloitte ได้ดำเนินการการตัดสินคะแนนตามกระบวนการที่กำหนด เพื่อยืนยันถึงความซื่อตรงและความถูกต้องของกระบวนการโหวตและรายชื่อผลการตัดสิน โดยผลการตัดสินจะถูกปิดเป็นความลับจนกว่าจะถึงกำหนดการประกาศรางวัล  การประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย สำหรับผลการตัดสินในปีนี้ จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในพิธีงานประกาศรางวัล 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2016 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 โดยสามารถติดตามผลการตัดสินรางวัลได้ทางทวิตเตอร์ @Asias50Best และผ่านเว็บไซต์ www.theworlds50 best.com/asia นอกจากนี้ยังสามารถรับชมพิธีประกาศผลรางวัลแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ www.finedininglovers.com ด้วยความเอื้อเฟื้อจากผู้สนับสนุนหลักของงาน ได้แก่ ซาน เปลเลกริโน และ อัคควา ปันน่า สำหรับข้อมูล รูปภาพ และภาพวิดีโอเพิ่มเติมสำหรับงานรางวัลครั้งนี้ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.theworlds50best.com/asia ประเภทรางวัลอื่นๆ มีดังต่อไปนี้ รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย (The Best Restaurant in Asia) สนับสนุนโดย Pellegrino และ Acqua Panna รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านอาหารโดย The Diners Club® (The Diners Club® Lifetime Achievement Award) รางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) สนับสนุนโดย John Paul รางวัลร้านอาหารที่น่าจับตามอง (One To Watch Award) สนับสนุนโดย Peroni Nastro Azzurro รางวัลสุดยอดเชฟเพสตรี้แห่งเอเชีย (Asia’s Best Pastry Chef Award) สนับสนุนโดย Cacao Barry รางวัลขวัญใจเชฟ (Chefs’ Choice Award) รางวัลสุดยอดเชฟหญิงแห่งเอเชีย (Asia’s Best Female Chef) รางวัลความก้าวหน้าสูงสุด (Highest Climber Award) รางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในประเทศ (Individual ‘Best in Country’ Awards)

คาถาเรียกเงิน เรียกทรัพย์ หลวงปู่เสือดำ (มีคลิป)
คาถาเงินล้าน /  คาถาเรียกเงิน / 

คาถาเรียกเงินพระคาถาเงินล้าน (เป็นคาถาที่สืบทอดมาจาก หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค) หลวงปู่เสือดำ (หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร) ใครที่ค้าขายทำธุรกิจอยู่ในตอนนี้ อยากจะให้กิจการก้าวหน้า มีเงินไหลมาเทมา ลองสวดตามกันดูนะคะ "นะโมพุทธัสสะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโยพุทธัสสะ เอหิ มะมะ เอหิ มะมะ เอหิ มานี่มา ลาภะ ลาภะ มาหาข้าพเจ้า" ที่มาจาก : Digitaltv Thaitv

อิทธิปาฏิหาริย์ กรมหลวงชุมพร! และวิธีไหว้ขอพรให้สมปรารถนา
กรมหลวงชุมพร /  กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ / 

อิทธิปาฏิหาริย์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แสดงให้เห็นแก่ผู้ที่ได้รับการแจกเหรียญกรมหลวงชุมพรฯ ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2466 โดยเฉพาะทหารที่ได้รับแจกเหรียญนี้ ต่างก็แคล้วคลาดจากเรื่องราวมากมาย ในวันที่กรมหลวงชุมพรสิ้นพระชนม์ มีชาวบ้านบริเวณหาดทรายรี จ.ชุมพร เห็นดวงไฟขนาดใหญ่ลอยลงในทะเล ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลกรมหลวงชุมพรฯ ส่วนเรื่องของการบนบานศาลกล่าว หรือขอพรจากรมหลวงชุมพรฯ เป็นเรื่องของความศรัทธาส่วนบุคคล ถ้าเป็นนักเรียนชายชั้นมัธยมปลาย ก็จะขอให้สอบเข้าโรงเรียนทหารเรือได้ ในขณะที่ทหารเรือ ก็จะขอให้ยศตำแหน่งเลื่อนสูงขึ้น ด้วยเหตุผลที่พระองค์ท่านเป็น "พระบิดาแห่งกองทัพเรือ" นอกจากนี้แล้ว มีคนจำนวนไม่น้อยไปบนบานศาลกล่าว ให้หายจากอาการเจ็บป่วยและโรคภัยต่างๆ เพราะช่วงหนึ่งที่พระองค์ท่านมีชีวิตอยู่ ทรงรักษาทั้งวิธีโบราณและสมัยใหม่ มีการตรวจเลือด มีกล้องตรวจโรค ทรงวางพระองค์เป็นหมอชาวบ้านธรรมดา ไม่ประสงค์ให้ใครเรียกพระองค์ว่าเสด็จในกรมฯ แต่โปรดให้เรียกว่า "หมอพร" จนกิตติศัพท์การรักษาของพระองค์ลือลั่นไปทั่วบางกอก ว่าหมอพรรักษาโรคฉมังนัก โรคที่ใครรักษาไม่ได้ หมอพรก็ยังชุบชีวิตขึ้นมาได้อย่างกับหมอเทวดา ไหว้ขอพรให้สมปรารถนา การไหว้ขอพรจากกรมหลวงชุมพร ส่วนมากจะเป็นการขอพรเรื่องสุขภาพ ความก้าวหน้าเรื่องหน้าที่การงาน บูชาให้สมปรารถนา ด้วยการจุดธูป 19 ดอก ถวายกุหลาบแดง หมากพลู ผลไม้ และการจุดประทัดถวาย มีความเชื่อกันว่า หากได้ไปไหว้ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ที่ตั้งอยู่ที่ไหนแล้ว จะได้กลับไปเยือนสถานที่นั้นๆ อีกครั้ง คาถาบูชา กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ชุมพรจุติ อิทธิกะระณัง สุโข นะโมพุทธายะ ทะ อะระหังทะ จะพะกะสะ มะอะอุ พุทธะ สังมิ ธัมมะ สัมมิ สังฆะ สัมมิ หรืออีกบทหนึ่งว่า ตั้งนะโม 3 จบ ชุมพร จุติ อิทธิกะระนัง สุโข นะโม พุทธายะ นะมะพะธะ จะพะกะสะ มะอะอุ ดาวน์โหลดอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่ www.mbookstore.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

ครบศตวรรษ! สมยศ พร้อมคณะร่วมจัดพิธีบวงสรวง 100 ปีสมาคมฟุตบอลฯ
จิรัฏฐ์ จันทะเสน /  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง / 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีบวงสรวงเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีของสมาคม ในวันที่ 25 เมษายน ที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัด นครปฐม เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 07.00 น. พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยพล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ, นาย วิทยา เลาหกุล อุปนายกฯ ฝ่ายพัฒนาเทคนิค, นาย ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกสมาคมฝ่ายสื่อสารองค์กร และ นาย พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฯ ฝ่ายต่างประเทศ ร่วมพิธีบวงสรวงครบรอบ 100 ปี สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระตำหนักทับแก้ว พระราชวังสนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม พิธีการดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลา 07.00 น. เริ่มตั้งแต่การถวายสักการะต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 “พระบิดาแห่งฟุตบอลเมืองสยาม” ต่อด้วยการทำบุญเลี้ยงพระและถวายสังฆทานเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 6 ที่ พระตำหนักทับแก้ว (พิพิธภัณฑ์ฟุตบอลแห่งสยาม) ก่อนที่ นายกสมาคมฯ และคณะสภากรรมการ จะเยี่ยมชมการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม พร้อมรับเสื้อทีมชาติสยามตราพระมหามงกุฎ จาก นายจิรัฏฐ์ จันทะเสน เลขาธิการสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยและกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลสยาม นายกสมาคม ฯ กล่าวว่า “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ครบรอบ 100 ปี ในวันที่ 25 เมษายน 2559 นี้ จากการที่ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 ได้มีพระมหากรุณาธิคุณ ตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลขึ้นมา เมื่อร้อยปีที่แล้ว ทางผมในนามนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แล้วก็ผู้บริหารสมาคม สภากรรมการทุกท่าน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่ทรงมีต่อวงการฟุตบอลไทย มาเป็นเวลา 100 ปี จึงได้ร่วมกันทำพิธีบวงสรวงเพื่อรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนประกอบพิธีสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พระองค์ท่าน และผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือ สนับสนุน ให้วงการฟุตบอลไทยเจริญก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้”

อ.คฑา ชินบัญชร! จัดอันดับ ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559
ดูดวงปี2559 /  ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559 / 

เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง กับการเข้าศักราชใหม่ 2559 ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนปี ดวงชะตาราศีของคุณ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย วันนี้ Horoscope.Mthai.com เลยขอมาจัดอันดับ ราศีดวงดีที่สุดในปี 2559 โดยความหมายของคำว่า "ดวงดี" ไม่ได้หมายถึงคุณจะไม่ต้องทำอะไรเลยแล้วมีแต่สิ่งดีเข้ามา แต่เป็นเหมือนโอกาสดีๆ เรื่องราวๆดี และคนดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงปี 2559 จนส่งผลให้ชีวิตคุณมีความสุข แล้วอย่าลืมทำตามคำแนะนำนะคะ :) ราศีดวงดีอันดับ 12 ราศีธนู (15 ธันวาคม – 13 มกราคม) ปีนี้เกิดอาการคิดมาก เพราะถูกเป่าหูเหลือเกิน “ไพ่ขันธกุมาร” และ “ไพ่เจ้าชายแห่งดาบ” มักได้ยินเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ อย่าเพิ่งไปสนใจใครมาก ให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำดีได้ดีแน่นอน การทำงานไม่ค่อยได้ดั่งใจ ยิ่งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เข้าหากันไม่ค่อยติด ต่างคนต่างความคิด ช่วงปลายถึงจะลงเอยกันได้ด้วยดี คุณต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี เวลามีบู๊ คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เงินทองมีแต่คนหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ทั้งคนใกล้ตัวและไกลตัว ถ้าทำได้ให้ปฏิเสธไปก่อนจะดีกว่า ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีแต่แรก แต่พอเวลาผ่านไปก็จะดีขึ้นเอง ดีกว่าต้องมานั่งเป็นทุกข์ร้อนไปตลอด ความรักเจอมือที่สามเข้ามาแทรก เอาใจคนรักให้มากๆ แล้วจะรู้ว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังเหมือนเคย คำแนะนำ : ชาวราศีธนูทำบุญด้วยการบริจาคหนังสือ ตำราเรียน ตำราความรู้ต่างๆ จะช่วยเพิ่มพลังบารมี ให้เกิดความรู้ความคิดที่แตกฉาน มีสติในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ราศีดวงดีอันดับ 11 ราศีเมษ (15 เมษายน – 14 พฤกษภาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เผากรุงลงกา” และ “ไพ่เดอะทาวเวอร์” คงต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวสักหน่อย ความใจร้อนก็ลดลงมาบ้าง มีเรื่องขัดแย้งผิดใจกับคนรอบข้างบ่อย อาจถึงขั้นแตกหัก การทำงานเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มิฉะนั้นจะถูกเพ่งเล็ง ลดความดื้อลงอีกนิด งานใหญ่จำเป็นต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ปลายปีมีโอกาสปรับเปลี่ยนงาน เงินทองไหลออกเป็นส่วนใหญ่ หันไปทางไหนก็มีแต่เรื่องที่ต้องจ่าย แถมมีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ อย่าเพิ่งไปลงทุนกับใคร มีแต่จะเสียมากกว่าได้ ความรักต้นปีรบราฆ่าฟันกันน่าดู ไม่มีใครยอมใคร พยายามข่มอารมณ์แล้วเรื่องร้ายผ่านไป คนโสดจะมีอัศวินเดินทางไกลมาหา ช่วงปลายปีมีรักกุ๊กกิ๊ก คำแนะนำ : ชาวราศีเมษ ควรทำบุญโดยการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก หรือทำทานกับคนยากจน จะทำให้เกิดมีทานบารมีที่ดี มีบริวารมีคนช่วยเหลือ ราศีดวงดีอันดับ 10 ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม – 15 กันยายน) ปีนี้ยุ่งอยู่กับเรื่องเงินทองตลอด เดี๋ยวได้มา เดี๋ยวจ่ายไปให้เวียนหัว “ไพ่ลงทัณฑ์หนุมาน” และ “ไพ่ 5 เหรียญ” ต้นปีจ่ายกันให้พอ กระเป๋ารั่ว อย่าเพิ่งไปคิดเก็บออม หมดไปกับค่าใช้จ่ายจุกจิก ทั้งค่ารักษา ซ่อมแซม กู้เงิน ยืมเงิน อย่าไปรับปากใครเด็ดขาด ความเดือดร้อนจะมาเยือน ช่วงกลางปีไปแล้วค่อยโล่งใจ เหมือนมีเทวดามาช่วย มีช่องทางทำกำไรที่ดี มีงานเสริม เข้าหาผู้ใหญ่ได้รับความช่วยเหลือ การลุ้นเสี่ยง มีลาภ การทำงานเอาแน่นอนไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีสมาธิ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ งานเลยไม่ค่อยคืบหน้า แต่ถ้าเป็นงานบันเทิง ท่องเที่ยว ผับ บาร์ จะไปได้เร็ว ความรักมักชิงสุกก่อนห่าม ไม่ดี ปีนี้มีมาก็รักจริงหวังฟันทั้งนั้น ให้ดูใจกันให้นานแล้วจะรักกันยืนยาว คำแนะนำ : ชาวราศีสิงห์ควรทำบุญเสริมมงคลด้วยการปล่อยชีวิตสัตว์ ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า หรือเป็นสัตว์ใหญ่ด้วยการไถ่ชีวิตโค กระบือ ก็ทำให้ได้บุญมาก ช่วยเพิ่มพลังชีวิตหลุดพ้นจากเรื่องร้ายๆ คนที่คุณเคยทำร้ายเขาจะให้อภัยและยกโทษ ทำให้ศัตรูน้อยลง ราศีดวงดีอันดับ 9 ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม) ปีนี้เหมือนเจอมรสุม “ไพ่นนทกสิ้นฤทธิ์” และ “ไพ่ 10 ดาบ” ทำอะไรไปก็ไม่ได้ดี ช่วงกลางปีให้ระวังอุบัติเหตุจากของมีคม และการเดินทาง อย่าไปคาดหวังอะไรจากใครมากจะผิดหวัง การทำงานคอยแต่เกี่ยงกัน เรื่องดีๆ ก็แย่งกันรับ แต่พอมีปัญหาก็หนีเอาตัวรอด บรรยากาศแบบนี้ทำให้เบือได้ง่ายๆ ช่วงปลายปีลองแสดงความสามารถ แสดงความคิดเห็นให้เต็มที่ จะได้รับการยอมรับ เงินทองไหลออกมากกว่าเข้า มีเรื่องให้ต้องเสียอยู่ตลอดเวลา เจอะเจอใครก็พูดเรื่องหยิบยืมเงิน เริ่มรู้สึกเซ็งๆ แต่ช่วงปลายได้เฮ มีลาภฟลุ้คๆ ช่องทางทำเงินเริ่มเห็นชัดขึ้น ความรักหงอยเหงา แอบรักเขาข้างเดียว ที่มีแฟนอยู่แล้วก็บึ้งตึงกันบ่อย แถมอาจถูกนอกใจด้วย ทำตัวน่ารักๆ เข้าไว้จะได้ไม่มีปัญหา คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกรกฏ ให้ระวังโรคที่เกี่ยวกับเลือด ให้เสริมมงคลด้วยการทำบุญกับธาตุน้ำ บริจาคค่าน้ำ น้ำดื่ม สร้างแท็งก์น้ำให้วัดในที่ทุรกันดาร รวมถึงการสร้างห้องน้ำสาธารณะ จะทำให้ชีวิตมีความร่มเย็น ไหลลื่นเหมือนสายน้ำ ราศีดวงดีอันดับ 8 ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน) ต้นปียังหมกมุ่นคิดถึงแต่เรื่องเก่าที่ผ่านมา จนไม่เป็นอันทำอะไร ขอแนะนำให้ทิ้งเรื่องเก่า มองเรื่องใหม่ที่กำลังเข้ามาจะดีกว่า กลางปีได้เดินทาง ปรับเปลี่ยนที่อยู่ การทำงานดีขึ้น งานก้าวหน้า แต่คุณคงต้องกระตือรือร้นตามไปด้วย ส่งให้ไม่ค่อยได้อยู่ติดที่ เดินทางบ่อย คุณที่อยากเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะได้รับข่าวดี ช่วงปลายผู้บังคับบัญชา สนับสนุนเต็มที่ เงินทองช่วงต้นปีทำให้หงุดหงิด มีบางอย่างเสียไปแล้วเกิดความเสียดาย ระวังของหาย ช่วงกลางปีมีลาภจากการเดินทาง ความรัก “ไพ่ทศกัณฐ์แห้ความ” และ “ไพ่ 5 ถ้วย” จุกจิกขี้บ่น จนเลยเถิด ตัวเองก็ต้องมานั่งเสียใจในคำพูด คนโสดสบายสุดๆ ช่วงนี้มีกามเทพแผลงศร ให้ได้สะดุดรักกันให้วุ่น คำแนะนำ : ชาวราศีตุลย์หากมีเวลาว่าง ให้ตระเวนไหว้พระ ทำบุญแล้วอย่าลืมเอาน้ำมนต์กลับบ้าน เพื่อมาล้างหน้าตอนเช้า ทำให้สิ่งร้ายๆ ออกไป มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ถ้าให้ดีก็ให้ถวายสังฆทาน ปัจจัยสี่ เพื่อความอยู่ดีมีสุข ขอให้โชคดีกันทุกคน ราศีดวงดีอันดับ 7 ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม) เริ่มมีความกระตือรือร้นกลับมาอีกครั้ง ปีนี้ได้ “ไพ่พิเภก” และ “ไพ่เดอะเมจิกเชียน” มักมีแนวคิดแหวกแนวกว่าคนอื่น โครงการที่ไม่เคยทำก็อยากลองทำ ทำอะไรที่ตนเองถนัด คุณจะได้รับรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง การทำงานมีช่องทางใหม่ๆ ให้เลือก บางทีได้ชิมลางกับงานที่ไม่เคยทำ อย่าไปกลัวคุณทำได้อยู่แล้ว ในช่วงกลางปี ให้ระวังความป๋ำเป๋อหรือกังวลจะทำให้งานผิดพลาด ยิ่งถ้าเป็นงานที่ต้องคำนวณ งานตัวเลข คงต้องรอบคอบมากขึ้น เรื่องการเงิน เงินทอง กระเป๋าแบนตลอด หยิบอะไรคิดอะไรเป็นต้องลงทุน ปีนี้ค่าใช้จ่ายอะไรก็ประดังเข้ามา ทำให้หมุนกันตัวเป็นเกลียว ความรักสำหรับคนโสด สดใสมาก ได้พบรักโดยบังเอิญ แบบบุพเพอาละวาดทำนองนั้น แต่ถ้ามีคู่รักอยู่แล้ว ก็ต้องระวังมือที่สาม เอาใจกันให้ดี คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกุมภ์ ควรเสริมมงคลชีวิตด้วยการบริจาคทรัพย์สร้างหอธรรม หอคัมภีร์ หนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมะ จะช่วยเพิ่มพูนสติปัญญา มีเกียรติยศชื่อเสียง มีปัญหาก็สามารถมองเห็นทางออก ราศีดวงดีอันดับ 6 ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน) ปีนี้ต้นร้ายปลายดี ช่วงต้นปีมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตา ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ถ้าคุณไม่ไปหาเรื่องเขา ก็มีคนมาหาเรื่องคุณ สุดท้ายก็เป็นเรื่องจนได้ ก็สงบจิตสงบใจหน่อย จะได้ไม่เกิดปัญหา คุณที่อยากเปลี่ยนงาน สมัครงานทิ้งไว้ ปลายปีนี้มีข่าวดีแน่นอน การเงิน “ไพ่นางสีดา” และ “ไพ่ 9 เหรียญ” ปีนี้เก็บออมเป็นเลิศ ใครอย่ามาหวังแอ้มได้เงินจากคุณเลย ยากมากๆ แต่ก็จะมีเรื่องต้องเสียเงินแบบที่ปฏิเสธไม่ได้ เป็นเรื่องฉุกเฉิน ปลายปีถึงจะมีลาภ ความรักมีปากเสียงกันตลอด คงต้องลดทิฐิลงมากันคนละครึ่งทาง คนโสดมีกามเทพมาแผลงศรให้ได้คู่ คำแนะนำ : ชาวราศีพฤษภ ควรทำบุญเสริมมงคลให้กับโรงพยาบาลหรือคนเจ็บป่วย จะทำให้คุณชนะเรื่องร้ายต่างๆ ที่ประดังเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เคราะห์ที่มีก็จะเบาบางลง ราศีดวงดีอันดับ 5 ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ปีนี้จะนุ่มนวล อ่อนโยนกับเขาบ้างแล้ว เพราะได้รับอิทธิพลจาก “ไพ่จักรพรรดินี” และ “ไพ่ดิเอ็มเพรส” อ่อนไหวง่าย ขี้สงสาร การทำงานถึงแม้ว่าจะไม่ได้คล่องแคล่วว่องไวอย่างใจคิด แต่ก็ไปช้าๆ แบบมั่นคง ปีนี้คำพูด การเจรจา ไพเราะเสนาะหู มีเสน่ห์ ต่อรองอะไรก็สำเร็จผล ปลายปีได้เพื่อนคู่คิด ช่วยกันทำงาน ครอบครัวเป็นแรงหนุน เงินทองเริ่มรู้จักเก็บรู้จักใช้มากขึ้น คิดจะวางแผนลงทุนก็ทำได้ดี เข้าหาเพศตรงข้ามจะได้ลาภจากการเสน่หา ถึงแม้เงินจะได้มาช้ากว่าที่คิด แต่ได้แน่ๆ ไม่ต้องห่วง ความรักหวานโรแมนติก เอาใจใส่กันเป็นอย่างดี ใครที่กำลังคิดสร้างครอบครัว อยากมีบุตรจะมีข่าวดี คนโสดคงได้คนรอบข้างช่วยกันแนะนำ คำแนะนำ : ถ้ามีโอกาสควรหาเวลาเสริมมงคลให้ตัวเอง ด้วยการบริจาคเงินให้กับเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กพิการซ้ำซ้อน ก็จะช่วยเสริมพลังชีวิต ให้มีบริวาร มีบุตรหลาน เป็นที่พึ่งพาอาศัยได้ ราศีดวงดีอันดับ 4 ราศีมังกร (14 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์) หัวสมองโลดแล่นอยุ่นิ่งไม่ได้เลย อยากหยิบนั่นจับนี่ โครงการในหัวทะลักทลาย แต่สุดท้ายก็ทำได้ทุกอย่าง ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ การทำงานมีหลายๆ งานที่คุณต้องรับผิดชอบ รวมถึงงานใหม่ งานเสริมด้วย เป็นปีที่อยากลอง อยากทำทุกอย่าง ช่วงปลายปีมีความก้าวหน้าที่ดี ได้พบปะเจรจากับคนสำคัญ ซึ่งมีแนวทางใหม่ๆ หรือได้รับการสนับสนุนในเรื่องของเงินทอง ปีนี้ได้ “ไพ่พระลักษมี” และ “ไพ่ราชินีแห่งเหรียญ” มีข่าวสารที่ช่วยในการตัดสินใจ ทีนี้ใครที่ชอบเสี่ยง ชอบลุ้นสบายใจได้ เล่นหุ้นได้ผลกำไรดี ความรักมักจะมีรูปแบบแปลกใหม่เข้ามาเสมอ มีสีสันพอสมควร คนโสดคงจะมีเด็กกว่ามาจีบหรืออายุมากกว่าไปเลย ปีนี้เบิกบานใจ ส่วนคนที่มีคู่อยู่แล้ว ก็คงจะเจ้าชู้ แอบมีกิ๊กเพิ่ม คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีมังกร ควรไปไหว้เทพจ้าไฉ่ซิงเอี้ยเป็นประจำทุกปี เพื่อขอพระเสริมโชคลาภด้วยการลูบถุงเงินเทพเจ้าฯ มาใส่ในกระเป๋าเงินของเรา สามารถไปไหว้ได้ที่วัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ยยี่) กรุงเทพฯ , วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) จ.ฉะเชิงเทรา , วัดมังกรบุปผาราม (วัดเล่งฮัวยี่) จ.จันทบุรี , ไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลที่มีชื่อเสียงในย่านพาหุรัด ให้ตัวเรามีแต่ความสุขความสำเร็จ มีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง ราศีดวงดีอันดับ 3 ราศีเมถุน (15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม) ปีนี้นับเป็นช่วงทองของชาวราศีเมถุนเลยทีเดียว  “ไพ่พระตรีมูรติ” และ “ไพ่ราชาแห่งเหรียญ” เงินทองไหลมาเทมา หยิบจับอะไรก็ขึ้น เป็นเงินเป็นทองไปทุกเรื่อง ถ้ากำลังมีโครงการในใจ ให้รีบสานต่อให้เสร็จ เหมาะในการเสี่ยงการลงทุน เล่นหุ้นได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลายปีมีลาภฟลุ้คๆ คนที่เคยชวยเหลือจะกลับมาตอบแทน เดินทางไกลดีมีโชคลาภ การทำงานสบายมาก ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ ถ้าได้ผ่านมือคุณทุกอย่างไม่มีปัญหา ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา กลางปีมีข่าวดีเกี่ยวกับงาน มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งดีขึ้น ความรักเฮฮา ปาร์ตี้ ได้เพื่อนใหม่ คนโสดได้ปิ๊งแน่ ช่วงนี้ลุกขึ้นมาแต่งตัวนิดหน่อยก็เสน่ห์แรงแล้ว ส่วนที่มีคู่ได้สวีทให้ชื่นใจ คำแนะนำ : ชาวราศีเมถุน ควรทำบุญเสริมมงคลด้วยการบริจาคโลหิต หรือบริจาคเงินให้กับสภากาชาด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เสริมพลังชีวิตให้กับตัวคุณได้เป็นอย่างดี ราศีดวงดีอันดับ 2 ราศีมีน (14 มีนาคม – 14 เมษายน) เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่าน รอบคอบมากขึ้น เรื่องวุ่นวายเลยจางหายไป ปีนี้ได้ “ไพ่หนุมานครองเมือง” “ไพ่ 4 คฑา” การทำงานมีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจของผู้ใหญ่ และดูเหมือนคุณจะใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชามากขึ้น รู้จักนอบน้อม ทำตัวให้เป็น จะก้าวหน้ามากๆ งานที่ปรึกษา กฎหมาย วิชาชีพอิสระมีความสำเร็จ การเงิน เงินทองช่วงต้นๆ จะโชคดีมาก มีลาภวิ่งเข้ามาหา หรือคิดลงทุนก็ประสบความสำเร็จ ไม่ขัดสนแน่ปีนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะในการเริ่มต้น ความรักหมั่นดูแลถนอมรักกันตลอด อบอุ่น มีกำลังใจที่ดี คนโสดในปีนี้สะดุดรักจังเบอเร่อ แต่ห้ามรีบร้อน ศึกษาดูใจกันให้ดี แล้วจะได้รักที่ยืนยาวมั่นคง คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีมีน หาเวลาทำบุญเกี่ยวกับการสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น หอระฆัง เจดีย์ โบสถ์วิหาร หมายถึงความมั่นคงในชีวิต จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ และมีชีวิตที่มั่นคงเจริญรุ่งเรือง ราศีดวงดีอันดับ 1 ราศีกันย์ (16 กันยายน – 16 ตุลาคม) ปีนี้ได้ “ไพ่เสนาวานร” และ “ไพ่เดอะสตาร์” ยังคงส่องแสงระยิบระยับ หันไปทางไหนก็เจอแต่แสงสว่าง ไปได้ทุกที่ หยิบจับงานได้ทุกงาน การทำงานก้าวหน้า มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ผู้บังคับบัญชากำลังเทคะแนนให้อย่างแรง ถ้าคุณมีไอเดียเจ๋งๆ ไม่ต้องเก็บไว้ แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ ช่วงนี้ทางสะดวก ช่วงกลางปีคนใกล้ชิด ครอบครัวจะคอยสนับสนุน เป็นแรงเชียร์ได้เป็นอย่างดี เงินทองจะไปไหนเสีย งานดี เงินก็ดีตามไปด้วย สิ่งที่คาดหวังอยากได้ จะได้ในช่วงนี้ ต้นปีการเสี่ยงลุ้น มีโอกาสสูง ความรักก้าวไกลกว่าคู่ไหนๆ จูงมือกันวิวาห์ มีฤกษ์งามดี คนโสด ก็คงได้คู่กันก็คราวนี้ มีความสุขกันทั่วหน้า คำแนะนำ : สำหรับชาวราศีกันย์ ควรทำบุญเกี่ยวกับการบริจาคน้ำ การร่วมสร้างแท็งก์น้ำ อ่างเก็บน้ำ เขื่อนกั้นน้ำต่างๆ การบริจาคน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำให้กับโรงเรียนยากจน น้ำหมายถึงโชคลาภ และความสดชื่น แจ่มใส รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Horoscope.mthai.com เท่านั้น

ธุรกิจเจาะตลาดออนไลน์ เสื้อสำหรับสุนัขคู่ใจ ดังไกลส่งออกนอก!
choojai /  ilovechoojai / 

ธุรกิจเจาะตลาดออนไลน์รายได้งาม แบรนด์สินค้า'ชูใจ choojai' เสื้อสำหรับสุนัขคู่ใจ ดังไกลส่งออกนอก! ด้วยเศรษฐกิจที่ดิ่งลง มนุษย์เงินเดือนรายได้คงที่แต่รายจ่ายมากขึ้นเท่าตัว ต่างอยากลาออกจากงานประจำตามกรอบแบบเดิมๆ หันหน้ามาลองทำธุรกิจส่วนตัวบ้าง นอกจากจะเป็นนายตัวเองแล้ว ยังมีอิสระทางด้านเวลา และความคิดอีกด้วย วันนี้ทีมข่าว MThai News จะพาไปรู้จักกับ'คุณตูน ณัฐยา ตันธีระพลชัย' และ'คุณต่าย มินทร์ฐิตา ตันธีระพลชัย' สองสาวพี่น้อง ที่ลงทุนออกจากงานประจำ ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจขายเสื้อผ้า เครื่องประดับสำหรับสัตว์เลี้ยง สินค้าเอาใจคนรักสุนัข ในชื่อแบรนด์ "ชูใจ" ชื่อไทย สั้นๆ จำง่าย สินค้าเจาะตลาดออนไลน์ ดังไกลส่งออกนอก อาทิ ประเทศจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน 'คุณตูน และคุณต่าย' เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำงานประจำ กระทั่งเลี้ยง 'เจ้ารถถัง' สุนัขพันธุ์เฟรนบลูด็อก ด้วยสายพันธุ์นี้ ไซส์เสื้อผ้า และแบบที่ชอบหายาก จึงเกิดปิ๊งไอเดียสร้างรายได้ เริ่มต้นลองหยิบจับทำธุรกิจเสื้อผ้าสุนัขอย่างจริงจัง โดยได้นำ 'เจ้ารถถัง' สุนัขคู่ใจเป็นพรีเซนเตอร์ให้สินค้าตัวเองอีกด้วย ความน่ารักของ'เจ้ารถถัง' ทำให้บรรดาคนรักสัตว์ ที่เลี้ยงน้องหมา ต่างต้องอุดหนุนไปตามๆ กัน "เราเดินดูเนื้อผ้าเอง คิดแบบเอง ซึ่งหนึ่งคอลเลคชั่นมีสองถึงสี่แบบ และทำสินค้าตามไอเดียที่วาดไว้ จากนั้นให้ช่างฝีมือดีตัดเย็บต่อ เราผลิตทั้งเสื้อ มีไซส์ 1-8 ใส่ได้ตั้งแต่สุนัขพันธุ์เล็กจนถึงโต ปลอกคอ ชุดจูงสุนัข โดยจะพยายามผลิตของให้มีหลากหลาย นอกจากนี้ราคายังจับต้องได้ประมาณ 200-300 บาท" หากถามถึงแหล่งที่มาของฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นขนาดนี้ กลวิธีนำสินค้าไปโปรโมทในตลาดสังคมออนไลน์ก่อน ทั้งเฟซบุ๊ก ไอจี ต่อมาได้ออกบูทตามงานต่างๆ บ้าง ผลตอบรับดีมา การออกบูททำให้มีคนรู้จัก และติดตามต่อผ่านโซเชียลมากขึ้น รวมถึงมีลูกค้าชาวต่างชาติอีเมล์มาสั่งสินค้าอีกด้วย แรงบันดาลใจในการทำให้ธุรกิจก้าวหน้ามาไกลถึงจุดนี้ จุดที่เป็นสินค้าส่งออกในต่างประเทศ "เนื้อผ้าที่คัดเลือกนำมาเป็นสินค้านั้น จะเน้นเนื้อผ้านุ่ม ใส่สบาย โดยคิดว่าถ้าเราจับแล้วรู้สึกสบาย หมาก็จะสบายด้วย ส่วนรูปแบบลวดลายนั้น จะพยายามคิดไม่หวือหวามากนัก สามารถใส่ในระยะยาวได้ อีกทั้งตัวผู้หรือตัวเมียก็ใส่ได้ทุกแบบเช่นกัน" นอกจากนี้ ร้านนี้ยังนำฟีดแบคจากลูกค้าไปในทิศทางบวกอีกด้วย ส่วนใหญ่มองว่าเนื้อผ้าดีจริง การตัดเย็บเนียน อายุการใช้งานได้นานกว่า และรับคำแนะนำของลูกค้ามาปรับปรุงสินค้าให้โดนใจมากขึ้นอีกด้วย นี่คือจุดแข็งที่สำคัญของร้านทำให้มีทุกวันนี้  "เราเน้นคุณภาพของเนื้อผ้า และการตัดเย็บ นอกจากนี้ยังต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้า บอกลูกค้าตรงๆ ด้วยความจริงใจ แนะนำสิ่งที่ถูกต้องตามสิ่งที่ลูกค้าต้องการ" สุดท้ายคุณตูน และคุณต่ายได้ฝากถึงคนที่อยากลองทำธุรกิจเป็นของตัวเองด้วย "อย่างแรกต้องดูว่าเราชอบอะไร ศึกษาหาข้อมูลพื้นฐานก่อน จากนั้นลงมือทำให้เต็มที่ เราไม่รู้หรอกว่ามันดีหรือไม่ดี ธุรกิจทุกอย่างมีความเสี่ยง ต้องลองลงมือทำ มีปัญหาก็ค่อยๆ แก้ ถ้าเราเชื่อว่าดี เดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้" สำหรับใครที่ต้องการเสื้อผ้าให้น้องหมาแสนรัก หรือรับไปขายต่อหารายได้เสริม สามารถติดตามร้านชูใจได้หลายช่องทาง ดังนี้ Email >> ilovechoojai@gmail.com Facebook >> ilovechoojai Line >> ilovechoojai Instagram >> ilovechoojai รุ่งฤดี ฤทธิสิทธิ์  : ภาพ/เขียน ขอบคุณร้าน Box 39 : Koffee บางนา-ตราด 39 โลเคชั่นภาพสวยๆ  MThai News

ราศีใดในช่วงนี้ ความรักสั่นคลอน! เพราะปัญหา มือที่สาม
ความรัก /  ดวง12ราศี / 

ดวงความรักมีปัญหา ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ความ รักอบอุ่น กำลังหวานชื่น คนโสดได้ลงคานเสียที ช่วงนี้เสน่ห์แรง มีคนมาสารภาพรัก ถ้ามีคนรักแล้วหวานฉ่ำ แต่ปลายๆ มีขัดแย้งกันบ้าง ระวังคำพูดหน่อย กลางเดือนใครที่ยังโสด จะได้คู่ชู้ชื่น มีเรื่องราวน่าประทับใจ ส่วนถ้ามีคู่แล้ว จะขี้หึง ขี้หวงเป็นพิเศษ อารมณ์ขึ้นลง แต่สักพักก็หวานกันเหมือนเดิม ปลายเดือนคนมีคู่จะมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง ทำให้มีปัญหากันบ่อย ส่วนคนโสดความรักค่อยๆ เริ่มจากความเป็นเพื่อน ดูใจกันไปก่อน ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ความ รักเกิดอาการสับสน รักคนนั้นเสียดายคนนี้ คงถึงเวลาต้องเลือก ส่วนคนโสดได้ปิ๊งรักจากการเดินทาง หรือคนต่างที่ต่างถิ่น กลางเดือนดวงความรักถึงพริกถึงขิง ตีกันทุกวัน ไม่ทะเลาะกันเพราะไม่เข้าใจกันเอง ก็มีปากเสียงเพราะมือที่สาม ให้ใจเย็นๆ มีดวงแตกหัก ส่วนคนโสดได้พบรักโดยบังเอิญ ปลายเดือนความรักมึนตึงตลอด ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เผลอๆ อาจมีมือที่สามเข้ามาแทรก พยายามหาเวลาเคลียร์กันดู จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด คนโสดเป็นได้แค่กิ๊ก เจอคนถูกใจทั้งที ก็ดันไปเจอคนมีเจ้าของ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน – 14 ธันวาคม) ความรักท่าจะแย่ มีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวพัน ช่วงนี้ต้องเอาอกเอาใจแฟนให้ดี จะได้ไม่เผลอไผลไปกับสิ่งยั่งยุ ส่วนคนโสดพอมีเรื่องเด็ดๆ เข้ามาบ้าง แต่ก็ต้องระวังตัว มักเจอแต่คนเจ้าชู้ กลางเดือนต้องเรียนรู้กันให้มาก ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ช่วงนี้ดวงขัดแย้งสูงมาก ส่วนคนโสดคงได้แต่แอบมอง ความสัมพันธ์ยังไม่ก้าวหน้า ปลายเดือนมาตกม้าตายตอนจบ ให้คำแนะนำคนอื่นสวยหรู พอถึงคราวตัวเองก็ไปเคยไปรอด คนโสดเริ่มมีคนเข้ามาพัวพัน แต่ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ทุกอย่างเลยดูคลุมเครือ รูปประกอบและเรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

โปรแกรมมวยไทยวันนนี้ วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559
วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2558 /  ศึกเพชรวิเศษ / 

โปรแกรมมวยไทยวันนนี้ วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ศึกเพชรวิเศษ เวทีมวย ราชดำเนิน เวลา 18:30 น. 1. ฟ้างาม ยอดมวยพลรัตน์  Vs  ก้าวหน้า พลิ้ววาโย 2. แสนซน เอราวัณ  Vs  ธงน้อย ลูกบ้านใหญ่ 3. แพรวพราว เพชรยินดีอะคาเดมี่  Vs  สมรักษ์น้อย ว.สังข์ประไพ 4. ตุ๊กตาทอง ศ.เกียรตินิวัฒน์  Vs  ยอดขุนพล สิงห์มนัสศักดิ์ 5. สะท้านเมืองเล็ก หนุ่มพรเทพ  Vs  ตุ๊กตาเพชร ศ.เกียรตินิวัฒน์ 6. รุ้งนารายณ์ ม.รัตนบัณฑิต  Vs  น้องยศ ศิษย์เจ้กานต์ 7. วันชัย เกียรติหมู่ 9  Vs  ธนเดช ท.พราน49 8. วัฒนา ศิษย์สองพี่น้อง  Vs  ธนะชัย ป.เอี่ยมเฮง 9. โจโฉ เพชรแสงทอง  Vs  สองทะเล ว.เหมธานนท์ ** หมายเหตุ   อาจมีการเปลี่ยนคู่

นายกฯย้ำไทยร่วมมืออาเซียน-สหรัฐฯเน้นป้องภัยก่อการร้าย
นายกฯ /  นายกฯเยือนสหรัฐฯ / 

นายกฯ ย้ำ ไทยร่วมมืออาเซียน-สหรัฐ รับมือก่อการร้าย - ต้านค้ามนุษย์ ขอสหรัฐใช้กฎหมายแรงงานอย่างโปร่งใส  ภารกิจการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา วันที่ 3 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อไปร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ โดยการการประชุมช่วงที่ 2 (Retreat II) ของการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ในหัวข้อ “Protecting Peace, Prosperity, and Security in the Asia-Pacific” ที่ประชุมได้หารือในประเด็นต่างๆ ครอบคลุม การก่อการร้าย การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศของโลก การสาธารณสุข และปัญหาการค้ามนุษย์ วันที่ 17 ก.พ.59 พล.ต. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการประชุมว่า นายกรัฐมนตรี ยืนยันความพร้อมของไทยที่จะร่วมมือกับอาเซียนและสหรัฐฯ เพื่อรับมือกับประเด็นท้าทายข้ามชาติ ซึ่งเป็นทั้งภัยเร่งด่วนและไม่สามารถแก้ไขโดยประเทศใดประเทศหนึ่งได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง งานสาธารณสุข โดยชื่นชมความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ และสหรัฐฯ ที่มีส่วนสำคัญ ในการช่วยยุติการระบาดของไวรัสอีโบลาไม่ให้แพร่กระจายไปทั่วโลก และยังได้ริเริ่มวาระความมั่นคงทางสุขภาพระดับโลก (GHSA) ช่วยคุ้มครองโลกจากภัยคุกคามของโรคระบาด อื่นๆ และไทยพร้อมสนับสนุนและร่วมมือในกรอบด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ ขณะที่การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลได้จัดสรรทรัพยากรทั้งเวลา บุคคลากรและทุน เพื่อปฏิรูปการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ทั้งระบบ โดยเฉพาะการปรับแก้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้น การลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด การนำผู้กระทำผิด โดยเฉพาะรายใหญ่ มาดำเนินคดี การเพิ่มประสิทธิภาพของการพิจารณาคดีและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เสียหาย เพื่อสดงถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหานี้ทุกมิติ รวมทั้งเร่งดำเนินกระบวนการภายในเพื่อให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณสหรัฐฯ ที่แสดงความพร้อมสนับสนุนอาเซียนในการพัฒนาศักยภาพด้านการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานไปตั้งถิ่นฐานใหม่จำนวนหนึ่ง แม้จะมีภาระรับผู้พลัดถิ่นจากทั่วโลกจำนวนมากอยู่แล้วก็ตาม ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังหวังว่า สหรัฐฯ จะยังคงร่วมมือกับอาเซียนในการตอบโต้ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามอาเซียนอย่างรุนแรงในทุกปี และขอให้สหรัฐฯ ช่วยสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ของการปฏิบัติการด้านการบรรเทาทุกข์และการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติของอาเซียน ซึ่งอาเซียนกำลังจัดตั้งคลังเก็บสิ่งของบรรเทาทุกข์และให้ความช่วยเหลือในภูมิภาค โดยเฉพาะในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเตือนภัยพิบัติและการแพทย์ฉุกเฉินด้วย ภายหลังเสร็จสิ้น​ นายกรัฐมนตรี ร่วมถ่ายภาพหมู่กับผู้นำอาเซียนและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วย จากนั้นในเวลาประมาณ 23.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ และจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 13.30 น. ที่มา โฆษกสำนักนายกฯ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News พบกันแล้ว!นายกฯ-โอบามาถ่ายภาพคู่-ถกผู้นำอาเซียน นายกฯ ทักทาย โอบามา ถ่ายรูปเป็นกันเอง ร่วมหารือประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ วันที่ 16 ก.พ.59 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล เผยแพร่คลิปวิดีโอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิบัติภารกิจ เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ในระหว่างวันที่ 14 - 18 ก.พ. ที่ เมือง Rancho Mirage มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งล่าสุดได้มีการหารือทวิภาคีกับ นายเหวียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทย และเวียดนาม ได้หารือในโอกาสครบรอบความร่วมมือ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และยืนยันที่จะเดินหน้าภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน อาทิ การค้า การลงทุน และความมั่นคง ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย และเวียดนาม จะต้องขยายให้ครอบคลุมไปยังประเทศอื่น เพื่อให้อาเซียนมีความเข้มแข็งจากภายในสามารถมีบทบาท และเพิ่มอำนาจการต่อรองกับประเทศมหาอำนาจ นอกจากนี้ รองโฆษกฯ ยังกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีที่เวียดนาม เข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ที่ขณะนี้ ไทยกำลังศึกษาและประเมินข้อกำหนดสำหรับประเทศที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่อย่างรอบคอบ พร้อมแลกเปลี่ยน และรับฟังความคิดเห็นจากเวียดนามด้วย ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม กล่าวว่า ความร่วมมือไทย และเวียดนาม มีความก้าวหน้า เร่งควรให้กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเดินหน้าปฏิบัติตามแผนการทำงานที่ได้มีการลงนาม ภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการผลักดันมูลค่าการค้าสองประเทศ ให้ได้ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2563 ทั้งนี้ ในสื่อสังคมออนไลน์ มีการเผยแพร่ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ พบปะกับ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นกันเองด้วย ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News https://www.youtube.com/watch?v=2KcLt1dNBPU นายกฯ ดีใจ คนไทยในUS หนุนประชารัฐ นายกฯ ดีใจคนไทยในสหรัฐฯ หนุนประชารัฐ ยัน เดินหน้ายุทธศาสตร์ 20ปี พัฒนาประเทศ - ลงทุนด้านเศรษฐกิจ   วันที่ 15 ก.พ.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวกับ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ไทย ผู้แทนสมาคมวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professionals in America and Canada – ATPAC) และกลุ่มนักวิชาชีพไทยสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในสหรัฐอเมริกา โดยขอบคุณทุกภาคส่วนและยืนยันว่า รัฐบาลบรรจุแผนการพัฒนาและการบริหารราชการแผ่นดิน ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมทั้ง การแบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่มงาน ครอบคลุม ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา กฎหมายและการต่างประเทศ และการบูรณาการแผนงานงบประมาณ เพื่อผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ มีการปรับมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยต้องผูกพันกับการพัฒนา มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทยด้วย ก็จะได้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ทั้งนี้ รัฐบาล ส่งเสริมอุตสาหกรรมในระบบ cluster เดิมจากการผลิตเป็นชิ้นส่วนให้เน้นการพัฒนาเทคโลยี ขณะเดียวกัน ก็มีการพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน นายรัฐมนตรี ย้ำว่า วันนี้ ดีใจที่เห็นคนมาช่วยชาติ ช่วยประเทศ ภาครัฐ เอกชน และกลุ่มพลังคนต่าง ๆ ต้องหากันให้เจอ เพื่อช่วยเพิ่มเติมซึ่งกันและกัน โดยกลุ่มคนไทยที่ทำงานในต่างประเทศนี้ ขอให้ถือเป็น กลุ่มที่ 13 ของคณะทำงานร่วมรัฐเอกชน ประชาชน หรือ ประชารัฐ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบปะกับ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ไทย ผู้แทนสมาคมวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professionals in America and Canada – ATPAC) และกลุ่มนักวิชาชีพไทยสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และรับทราบนโยบายการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาล มีเป้าหมายชัดเจนที่จะใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจ สร้างสรรค์เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลางคือ เร่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ไทย ผู้แทนสมาคมวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และกลุ่มนักวิชาชีพไทยสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวสนับสนุนแนวทางการพัฒนาประเทศที่อยู่บนพื้นฐานการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสนับสนุนการเตรียมความพร้อมประเทศ ขณะที่ กลุ่มวิศวกร จากกลุ่ม ATPAC พร้อมให้การสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เนื่องจากเห็นว่า ไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วม และน้ำเสีย ส่งผลต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม และยินดีให้ความร่วมมือและประสานกับรัฐบาลและหน่วยงานของไทย ที่มา INN  ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News นายกฯ บินสหรัฐฯ ถกสุดยอดผู้นำอาเซียน นายกฯ บินสหรัฐฯ ประชุมอาเซียน-สหรัฐฯ ถกสุดยอดผู้นำอาเซียน ขณะ "โอบามา" รอพบผู้นำแต่ละชาติช่วงค่ำ วันที่ 15 ก.พ.59 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล เผยแพร่ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางถึงเมือง Rancho Mirage มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาแล้ว ในเวลา 13.00 น . ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (15 ก.พ.59) ตามเวลาประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ทั้งนี้ ภารกิจของนายกรัฐมนตรีวันนี้ จะร่วมประชุมกับผู้บริหาร และข้าราชการระดับสูงของไทย เพื่อฟังบรรยายสรุปความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ และมอบนโยบายการต่างประเทศ จากนั้นในช่วงค่ำ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารแก่ผู้นำอาเซียน โดยจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในประเด็น “มุมมองและทิศทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค” ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News https://www.youtube.com/watch?v=FxKMsLYbp5w

แค่เลือก โลโก้ ให้ถูกโฉลก! ก็สามารถรวยไม่รู้เรื่องได้เลยนะ
ร่ำรวย /  เสริมมงคล / 

ปัจจุบันการทำโลโก้ หรือนามบัตร ที่ทำให้เกิดความเฮงทำแล้วรวย กำลังได้รับความนิยม เป็นที่สนใจของนักธุรกิจมากขึ้น จะเป็นการหนุนนำและช่วยส่งเสริมด้านโชคชะตาของเจ้าของกิจการนั้นๆ ให้พบกับความสำเร็จได้ง่ายขึ้น โดยไร้อุปสรรค ฉะนั้นของดีๆ แบบนี้ ก็ต้องนำมาบอกต่อกันซะหน่อย จะได้รู้ว่าการที่เราเกิดปีนักษัตรอะไร เป็นธาตุไหน ควรใช้สียังไง ? มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ ในธาตุทั้ง 5 นี้ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ จะมีความสัมพันธ์ของธาตุ คือน้ำหล่อเลี้ยงให้ไม้เจริญเติบโต ไม้เป็นเชื้อเพลิงก่อให้เกิดไฟ ไฟเผาไหม้เป็นขี้เถ้าดิน ดินทับถมกันจนกลายเป็นแร่ธาตุทอง(โลหะ) เมื่อมีความชื้นมากระทบกับน้ำ และจากข้อมูลที่กล่าวมานี้ เราเอามาปรับเปลี่ยนออกแบบให้เข้าตามหลักฮวงจุ้ย และให้สอดคล้องกับธรรมชาติของแต่ละสี แต่ละรูปทรง คือตัวแทนของธาตุ และธาตุแต่ละธาตุมีพลังของตัวเอง มีอำนาจส่งเสริมหรือทำลายหักล้างธาตุอื่นได้ ปีมะเส็ง ปีมะเมีย เป็นคนธาตุไฟ ควรใช้สัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยม ความหมายคือ ความฉับไว กระตือรือร้น ธาตุไฟเป็นตัวเสริมธาตุดิน เมื่อไฟเผาไหม้ จะเกิดขี้เถ้า ถ่าน ผง สลายเป็นดิน แนะนำให้มีส่วนผสมของ ธาตุทอง + ธาตุน้ำ + ธาตุไม้ + ธาตุไฟ สีที่เหมาะกับคนธาตุไฟ คือ ขาว ฟ้า เขียว แดง ปีมะโรง ปีมะแม ปีวอก ปีระกา เป็นคนธาตุโลหะ ควรใช้สัญลักษณ์เป็นรูปกลม ความหมายคือบารมี ความสง่างาม ความสามัคคี ธาตุโลหะ เป็นตัวเสริมธาตุน้ำ เมื่อมีความชื้นมากระทบ จะก่อให้เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ แนะนำให้มีส่วนผสมของ ธาตุไม้ + ธาตุไฟ + ธาตุดิน + ธาตุโลหะ สีที่เหมาะกับคนธาตุโลหะ คือเหลือง ขาว น้ำเงิน ม่วง ดำ ปีฉลู ปีจอ เป็นคนธาตุดิน ควรใช้สัญลักษณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยม ความหมายคือ ความมั่งคั่ง ความซื่อสัตย์สุจริต ธาตุดินเป็นตัวเสริม ธาตุโลหะ แร่ธาตุต่างๆ เช่น สังกะสี เหล็ก ทอง เกิดจากดินที่ทับถมกันแปรเป็นหินแร่ แนะนำให้มีส่วนผสมของ ธาตุน้ำ + ธาตุไม้ + ธาตุไฟ สีที่เหมาะกับคนธาตุดิน คือ ฟ้า เขียว แดง เหลือง ปีชวด ปีกุน เป็นคนธาตุน้ำ ควรใช้สัญลักษณ์รูปโค้ง รูปคลื่น ความหมายคือความมั่งคั่ง การเงิน กระแสเงิน ธาตุน้ำเป็นตัวเสริมของธาตุไม้ ทำให้ไม้เจริญเติบโต แนะนำให้มีส่วนผสมของ ธาตุดิน + ธาตุทอง + ธาตุน้ำ สีที่เหมาะกับคนธาตุน้ำ คือ เหลือง ขาว น้ำเงิน ม่วง ดำ ปีขาล ปีเถาะ เป็นคนเกิดธาตุไม้ ควรใช้สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความหมายคือ ความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรือง ธาตุไม้เป็นตัวเสริม ธาตุไฟ เพราะธาตุไฟมีไม้เป็นเชื้อ ไฟจะมีพลังสว่างไสว โชติช่วง แนะนำให้มีส่วนผสมของ ธาตุดิน + ธาตุทอง + ธาตุไม้ สีที่เหมาะกับคนธาตุไม้ คือ เหลือง ขาว ฟ้า เขียว ที่มาจาก :