ความก้าวหน้า

12 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของเอ็มม่า วัตสัน
เคล็ดลับ /  เทคนิคการเรียน

เอ็มม่า วัตสัน ขึ้นแท่นหนึ่งในดาราวัยรุ่นสาวฮอลลีวูดที่ฮอตเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หลังจากที่เธอแจ้งเกิดจาก ภาพยนตร์ Harry Potter รับบทเป็น เฮอร์ไม่โอนี่ เกรนเจอร์ ทั้งความน่ารัก สดใส และความฉลาดของเธอทำให้ได้ใจแฟนคลับไปครองได้ไม่ยากเลย เราได้เห็นอยู่เรื่อยๆ เธอโตขึ้นสวยสะพรึงตรึงใจชายๆ ทั่วโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้เธอก็เพิ่ง เรียนจบปริญญาตรี สาขาวรรณคดีอังกฤษ มหาวิทยาลัยบราวน์ ในชีวิตของเอ็มม่า หลายคนอาจจะเห็นว่าเธอมีพร้อมในทุกๆด้าน แต่ความจริงแล้วถ้าได้รู้ประวัติและเรื่องราวครอบครัวของเธอ จะบอกว่ามันไม่ง่ายเลย เธอเก่งมากจริงๆ และนี่คือ 12 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของเอ็มม่า วัตสัน ที่จะนำมาบอกเล่าบอกต่อให้เพื่อนๆ ได้ฟังกันคะ ^^ 12 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของเอ็มม่า วัตสัน เอ็มม่า วัตสัน เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยบราวน์ - โร้ด ไอส์แลนด์  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ระดับไอวี่ ลีก ของสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2552 แต่ได้พักการเรียนไปช่วงหนึ่งในปี 2554 เพื่อโปรโมทหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคสุดท้าย The Deathly Hallows: part 2 หลังจากนั้นก็กลับมาเรียนต่อจนจบ แม้ว่าจะช้ากว่าเพื่อน ๆ ร่วมชั้นไปหนึ่งปีก็ตาม เอ็มม่า เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร EllE เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องชีวิตการเรียนของเธอว่า "หลาย ๆ คนบอกว่าฉันไม่มีทางทำมันสำเร็จ" แต่ตอนนี้เธอก็ได้พิสูจน์ให้เป็นแล้วว่าเธอทำมันได้ แถมชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่คนอื่นเคยมองว่าน่าจะเป็นเรื่องลำบากสำหรับดาราดัง ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย เมื่อเอ็มม่าไม่ได้แคร์ความเป็นคนดังของตัวเอง และใช้ชีวิตเต็มที่เช่นเดียวกับวัยรุ่นทั่วๆ ไป 1.แน่วแน่ Emma Watson เผยว่าทุกความสำเร็จที่เธอได้มาเกิดจาก “ความแน่วแน่” เพราะทุกโอกาสที่เธอเลือกคว้าทั้งสถานที่เรียน หรือเส้นทางดารา เธอล้วนคิดอย่างถี่ถ้วนและแน่วแน่มุ่งมั่นไปกับทุกสิ่ง จนผลลัพธ์งอกงาม 2.อุทิศทั้งชีวิต แม่สาวน้อยคนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ทุ่มเทสุดชีวิตในทุกสิ่ง เพราะแต่ละบทที่เธอได้รับไม่ว่าจะต้องถ่ายซ้ำกี่รอบเธอก็ยินดี เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด 3.เริ่มต้นที่การรู้รักในสิ่งที่เราเป็น เธอบอกว่าปัญหาของคนส่วนใหญ่คือไม่รักตัวเอง ไม่ยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะบางทีเราอาจมีฟันไม่สวย รูปร่างยังไม่ดีแต่ Emma Watson บอกว่าเธอรักทุกสิ่งที่ตัวเองเป็นในขณะนั้น เพราะหากภูมิใจในตัวเองได้ เราจะทำทุกอย่างได้ดี 4.อ่อนน้อมถ่อมตน แม้บทเฮอร์ไมโอนี่จะดูบู๊และชอบขี้หาเรื่องตลอดเวลา แต่ตัวจริงของเธอบอกว่า “หนูรู้จักสุภาพเสมอ” ซึ่งการอ่อนน้อมถ่อมตนจะทำให้เราก้าวหน้าไปได้เร็ว 5.มีอารมณ์ขันซะบ้าง แน่นอนว่าแม้แต่ Emma Watson ก็ยังมีช่วงเลวร้าย และเธอบอกว่าการมีอารมณ์ขันซะบ้าง ทำให้ชีวิตเธอพบแสงสว่างบ่อยๆเพราะไม่ว่าหนักเพียงไร เรื่องที่ชวนให้ยิ้มหรือหัวเราะมักทำให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้เสมอ 6.ทำตัวให้น่านับถือ แน่นอนว่าดาราเธอย่อมได้รับความนับถือ แต่สิ่งที่เธอทำมาตลอดคือ “การนับถือผู้อื่นเช่นกัน” เพราะถ้าเอาแต่ดูถูกคนอื่นสุดท้ายเราจะดังแล้วร่วงเลยก็ได้ 7.ฟังเสียงหัวใจของตัวเอง Emma Watson เผยว่าการเป็นตัวของตัวเองยากมาก และบางทีก็สับสน แถมมันยังดูไม่สวยงามเท่ากับสิ่งที่ “คนอื่นคาดหวังให้เป็น”แต่สุดท้ายเธอก็ยอมรับว่า สิ่งที่เลวร้ายที่แท้จริงคือการไม่เป็นตัวของตัวเองต่างหากล่ะ เพราะจะทุกข์ใจมากๆ 8.ซื่อสัตย์เสมอ ดาราสาวพราวเสน่ห์เผยว่าที่เธอยืนหยัดได้ถึงทุกวันนี้เพราะความ “ซื่อสัตย์” ในทุกๆสิ่ง เพราะในโลกยุคที่สื่อครอบงำ บางทีเราก็ยอมแม้กระทั่งโกหก เพื่อสร้างภาพลักษณ์สุดเริศขึ้นมา ทั้งที่จริงเรากลวงโบ๋ ซึ่งสุดท้ายมีเฉพาะ “คนจริง” เท่านั้นที่ยืนหยัดได้ 9.อยู่กับความเป็นจริง แม้ความสำเร็จจะทำให้คุณฝันไปไกล ว่าสิ่งดีๆจะเข้ามาไม่หยุด แต่ดาราสาวก็เตือนสติว่าควรอยู่กับความเป็นจริงเสมออย่ามัวแต่ฝัน แล้วทุ่มเททำสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าไปทีละก้าว ทีละก้าว แล้วความสำเร็จจะอยู่กับเราตลอดไป 10.สำนึกบุญคุณ “แม้ฉันจะดังมาไกล แต่ต่อให้ฉันเป็นย่าแก่ๆอายุ 100 ปี ก็จะไม่เคยมีวันลืมว่า ที่ยืนอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะแฮร์รี่ พ็อตเตอร์” นี่คือเสียงสะท้อนจากดาราสาวที่ต้องการจะบอกว่า เราไม่ควรลืมคุณคนที่ทำให้เรามายืนตรงนี้ 11.ตั้งเป้าหมายไว้เสมอ Emma Watson ไม่เคยหยุดที่จะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองอยู่เสมอ เพราะเมื่อทุ่มเททำไปจนถึงจุดที่ตั้งใจไว้ หัวใจจะพองโตเสมออีกทั้งเธอยังไม่เคยหยุดเรียนรู้จากผู้อื่นอีกด้วย เพื่อให้ตัวเองพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 12.อย่ากลัว “ตลอดชีวิตฉันไม่เคยกลัวว่าจะล้มเหลว หากสิ่งที่กำลังทำอยู่คือสิ่งที่ฉันต้องการ” นั่นคือจุดยืนของเธอที่น่าชื่นชม เพราะบ่อยครั้งเราล้มเลิกสิ่งต่างๆเพราะเพียงว่ากลัวจะล้ม กลัวจะไม่สำเร็จ ทั้งที่ยังไม่ได้ลองทำอะไรสักครั้ง ที่มา lifehack

Gekkan Shoujo Nozaki-kun ตอนที่ 1 [ซับไทยโดย DAI-TAKU]
Gekkan /  Shoujo / 

เรื่องย่อ ซากุระ จิโยะ เด็กสาวธรรมดาผู้หลงรัก โนซากิ อุเมะทาโร่ ชายหนุ่มร่างสูงผู้เงียบขรึม เธอเข้าไปสารภาพรักกับเขา แต่ด้วยความซื่อของชายหนุ่ม เขาจึงเข้าใจผิด สุดท้ายกลายเป็นว่า เธอกลายมาเป็นผู้ช่วยเขียนการ์ตูนให้เขาไปซะได้ ใช่แล้ว.. ผู้ชายที่ดูมาดแมนแสนแมน และไม่เคยมีความรักมาก่อนคนนี้ แท้จริงแล้ว เขาคือนักเขียนการ์ตูนรักโรแมนติกหวานแหววนั่นเอง! แล้วจากนี้ ความสัมพันธ์ของเธอจะก้าวหน้าขึ้นไปได้บ้างไหม? FanPage : http://www.facebook.com/DAITAKUFS ผลงานทั้งหมดจะหยุดแจกจ่ายทันทีเมื่อมี LC ในประเทศไทย

23 ปีไทยคม /  การเมือง / 

พานทองแท้ โพสต์ข้อความยืนยันการ์ตูน "ตาดูดาวเท้าติดดิน" เล่าประวัติ "ทักษิณ" ระบุครบรอบ 23 ปีไทยคม ไม่เกี่ยวการเมือง พร้อมขอโทษที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra เฉลยปริศนาคลิปการ์ตูน "ตาดูดาว เท้าติดดิน" โดยข้อความระบุว่า ในเดือน กันยายน ปี 2557 นี้ก็จะครบรอบ 23ปี ของบริษัท "ไทยคม" ครับ ดาวเทียม "ไทยคม"เป็นดาวเทียมสื่อสารที่ปัก"ธงชาติไทย" ถูกยิงขึ้นสู่ห้วงอวกาศเป็นดวงแรก เมื่อ 20กว่าปีที่แล้ว เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ และเป็นการแสดงให้โลกได้รับรู้ถึงศักยภาพ และความก้าวหน้าของคนไทยและประเทศไทย ว่ามีความเจริญก้าวหน้า ไม่แพ้ชาติอื่นใดในโลก นี่เป็นสิ่งที่คุณพ่อได้ทำมาตั้งแต่ก่อนเข้ามาเป็นนักการเมือง เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติช่วยให้การสื่อสารในปัจจุบันก้าวไกลและพัฒนา รวมถึงเป็นเครื่องมือในการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียน ในถิ่นทุรกันดารให้ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเป็นสิ่งผมและน้องๆภูมิใจในตัวคุณพ่อตลอดมา ในวันเกิดของ "ไทยคม" ปีนี้ ผมจึงได้ทำการ์ตูน “ตาดูดาวเท้าติดดิน” เพื่อเล่าชีวิตในอดีตของคุณพ่อในช่วงที่ไม่ได้เล่นการเมือง และมีความมุ่งมั่นจะสร้างสรรค์ธุรกิจต่างๆ ด้วยความพยายาม อย่างไม่ย่อท้อจนประสบความสำเร็จซึ่งอนิเมชั่นนี้ เมื่อดูแล้วอาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการกล้าคิด กล้าทำ กล้าเรียนรู้แก่เยาวชนในการทดลองสร้างสรรค์ ริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสังคมได้ ยืนยันว่า ผมไม่มีเจตนาที่จะไปเกี่ยวข้อง กับการการเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆทั้งสิ้นนะครับ และเนื้อหาก็ไม่ได้เกี่ยวพันกับเรื่องการเมืองเลย ต้องขอโทษหลายๆท่านที่ทำให้เข้าใจผิด เป็นแค่การ Promote คลิปการ์ตูนชุดนี้เท่านั้น และไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไรทางการเมือง อย่างที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พยายามจะโยงให้สังคมสับสนเลยครับ MThai News

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉลองวันสถาปนาครบรอบ 80 ปี เปิดตัว “ห้องสมุดดิจิทัล”
Digital Library /  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ / 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉลองวันสถาปนาครบรอบ 80 ปีแห่งการอภิวัฒน์สังคมไทย เปิดตัว ห้องสมุดดิจิทัล โดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอนวัตกรรมด้านไอทีล่าสุด ได้แก่ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติแบบเปิดเผยรหัส Koha ระบบตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ MyCat ระบบการยืมระหว่างห้องสมุดข้ามประเทศ WorldShare ILL และระบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ตอกย้ำพันธกิจในการเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกที่ให้บริการแก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไปด้วยบริการที่ดีเยี่ยม โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใช้งานง่าย เข้าถึงได้ทุกหนแห่งตลอด 24 ชั่วโมง ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งมา 80 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็น 8 ทศวรรษแห่งการอภิวัฒน์สังคมไทย และในโอกาสฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนาได้ผลักดันให้ มธ.เปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ซึ่งจะทำให้มีความคล่องตัวมากขึ้นในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการบริหาร ด้านวิชาการ และด้านการเงินการคลัง ปรับปรุงระบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเพิ่มจำนวนอาจารย์ในคณะที่ขาดแคลน เพื่อให้สัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเปลี่ยนวิธีการสอนจากระบบ “อาจารย์บรรยาย นักศึกษาฟัง” มาสู่ระบบให้นักศึกษาได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จะพัฒนา มธ.ให้สามารถติดอันดับมหาวิทยาลัยโลกในลำดับที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันในระดับเอเชีย มธ. อยู่ในลำดับที่ 107 แต่หลังจากนี้จะต้องอยู่ในลำดับที่ต่ำกว่า 100 ขณะที่ในประเทศไทย มธ. อยู่อันดับที่ 4 โดยตั้งเป้าจะขยับให้ขึ้นมาอย่างน้อยเป็นอันดับที่ 3 และหนึ่งในการพัฒนาของเรายังรวมถึงการพัฒนาห้องสมุดที่ได้รับการยกย่องว่ามีหนังสือด้านสังคมศาสตร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย มาเป็นห้องสุดดิจิทัล ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของ มธ. ในนวัตกรรมที่ก้าวไปพร้อมกับการพัฒนามหาวิทยาลัยตลอด 80 ปีที่ผ่านมา นางศรีจันทร์ จันทร์ชีวะ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงที่มาของห้องสมุดดิจิทัลว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 27 มิถุนายน 2557 มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมหลากหลายด้าน เช่น ด้านวิชาการ ด้านบริการสังคม ด้านกีฬาและนันทนาการ ด้านศาสนา และอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสังคม โดยเฉพาะกิจกรรมด้านวิชาการที่จะแสดงให้ทราบถึงความก้าวหน้าในระดับโลกของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ สำนักหอสมุดเป็นหน่วยงานหนึ่งของ มธ. ที่สนับสนุนการเรียนการสอนและบริการทางสังคม ซึ่งมีส่วนในการผลักดันความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีการพัฒนาการดำเนินงานมาโดยตลอด ล่าสุด สำนักหอสมุดได้มีการพัฒนาไปสู่มาตรฐานระดับโลก นั่นคือ ห้องสมุดดิจิทัล ที่นำนวัตกรรมล่าสุดด้านไอทีมาใช้ ได้แก่ 1. ระบบห้องสมุดอัตโนมัติแบบเปิดเผยรหัส (Open Source) Koha ซึ่งเป็นการนำเสนอวิธีการสืบค้น วิธีการยืมหนังสือด้วยเครื่องยืม-คืนอัตโนมัติ วิธีการเข้าถึงหนังสือบนชั้นด้วยระบบ RFID 2. ระบบตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ (Plagiarism) MyCat ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการวิทยานิพนธ์ที่ พัฒนาขึ้นเพื่อให้กระบวนการจัดทำวิทยานิพนธ์เป็นไปอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การจัดส่งร่างวิทยานิพนธ์ การตรวจสอบลิขสิทธิ์โดยใช้โปรแกรม CopyCat และการจัดรูปเล่มวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ 3. ระบบการยืมระหว่างห้องสมุดข้ามประเทศ WorldShare ILL เป็นระบบการยืมหนังสือข้ามประเทศที่เชื่อมโยงข้อมูลของห้องสมุดกว่า 7 หมื่นแห่งทั่วโลก สามารถค้นหาหนังสือหรือผลงานวิชาการได้อย่างแม่นยำ สะดวกรวดเร็ว พร้อมให้บริการทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ช่วยผู้ใช้ห้องสมุดให้มีโอกาสเข้าถึงความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก นับเป็นการขยายพรมแดนการเข้าถึงและการให้บริการจากระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับโลก นอกจากนี้ สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีพันธกิจหลักในการผลิตหนังสือวิชาการให้กับมหาวิทยาลัยยังได้ร่วมมือกับพันธมิตร คือ บริษัท บุ๊คโปรโมชั่นแอนด์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อันยาวนานในการจัดทำฐานข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ในการผลิต e-book เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดในการให้บริการสืบค้น และสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยสามารถใช้บริการได้ไม่จำกัดปริมาณผู้เข้าใช้ ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ โดยในเบื้องต้น e-book จะอยู่ในรูปของการบริการทางวิชาการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งสำนักพิมพ์ได้รับความอนุเคราะห์ต้นฉบับจากหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ สำหรับ e-book เพื่อการจำหน่ายในโอกาสต่อไปจะเป็น e-book ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอน

ฟ ก้าวหน้า (บริษัท จำกัด)

รถจักรยานยนต์และรถสกูตเตอร์ จำหน่ายรถจักรยานยนต์ทุกชนิด YAMAHA HONDA SUZUKI พร้อมชิ้นส่วนอะไหล่ตกแต่ง KAWASAKI

5 โรคฮิต บั่นทอนชีวิต คนเมือง
CitySickness /  ช็อกโกแล็ต / 

ในสภาพสังคมปัจจุบัน การดำเนินชีวิตในแต่ละวันนั้นค่อยข้างเร่งรีบ มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะกลุ่ม คนเมือง ในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ต้องออกไปทำงานในสภาวะที่กดดัน ทำให้สภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่ไม่ค่อยมีความสุข จึงทำให้กลุ่ม คนเมือง นี้ มีโอกาสได้รับความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคต่างๆ มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าโรคยอดฮิตของกลุ่ม คนเมือง มีอะไรบ้าง โรคระบบทางเดินหายใจ มลภาวะเป็นพิษ สาเหตุหลักของโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคปอด ไซนัส หวัด ภูมิแพ้ องค์การอนามัยโลกรายงานว่าโรคที่คร่าชีวิตคนทำงานมากที่สุดในปัจจุบันคือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โดยมีอัตราเฉลี่ยสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งโลก นอกจากนี้รายงานทางการแพทย์ของไทยยังพบว่าคนกรุงฯ มีอัตราผู้ป่วยภูมิแพ้สูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ต้นเหตุแห่งมลพิษมาจากโรงงานอุตสาหกรรมตามหัวเมืองใหญ่ทั่วโลกปล่อยหมอกควันพิษเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ รวมทั้งไอเสียจากรถยนต์ที่มีปริมาณมากขึ้นทุกวัน อาการเบื้องต้นของภูมิแพ้เริ่มจากเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย โดยไม่ได้มาจากการเจ็บป่วย หายใจไม่สะดวก ป่วยกระเสาะกระแสะ เหมือนเป็นไข้หวัดตลอดเวลา คัดจมูก น้ำมูก น้ำตาไหล แต่ไม่มีไข้ ป้องกันง่ายๆ ด้วยการหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลารถติด พักอาศัยอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท หรือไปสูดอากาศนอกเมืองบ้าง และออกกำลังกายเป็นประจำ โรคเครียดและโรคทางจิตเวช อาการพื้นฐานมีตั้งแต่ปวดศีรษะเรื่อยไปถึงซึมเศร้า หดหู่ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานจะพัฒนา ไปสู่โรคทางจิตเวช แพทย์ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้ข้อมูลว่า “คนที่อยู่ในช่วงอายุ 25 –35 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มักจะเป็นโรคเครียดมากกว่าวัยอื่น เรียกว่าโรคผู้บริหาร เพราะอายุที่มากขึ้น ร่างกายเสื่อมลงตามวัย แต่กลับมีภาระรับผิดชอบหนักขึ้น” ยังมีอีกหนึ่งอาการที่น่าสนใจ รู้จักกันในชื่อ ADT (Attention Deficit Trait) หรืออาการสมาธิสั้นในการทำงาน ADT ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมอง หากเกิดจากความไม่ปกติของบุคลิกภาพเนื่องจากต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา ผู้ป่วยไม่สามารถจดจ่อกับงานใดงานหนึ่งได้นานๆ ไม่มีความอดทน และมักมีปัญหากับการจัดลำดับความสำคัญและการบริหารเวลา อาการเหล่านี้หายได้ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมในที่ทำงานใหม่ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดคาร์โบไฮเดรต และแอลกอฮอล์ หากไม่ดีขึ้นควรพบจิตแพทย์ หลายองค์กรทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เช่น จัดให้มีมุมนั่งเล่นในสวนสวย มุมทำสมาธิ มุมรับประทานอาหารว่าง มุมดูหนังฟังเพลง บริการนวดคลายเครียดในที่ทำงาน สปอร์ตคลับ การเพิ่มเวลาพักทุกๆ ชั่วโมง เป็นต้น อาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อ ในยุคไอทีแทบทุกคนบนโลกต้องนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ทำให้ตาพร่ามัว (Computer Vision Syndrome) รังสีจากหน้าจอทำให้กล้ามเนื้อตาตึงเครียด อาการเหล่านี้หากทิ้งไว้นานจะมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย การพักสายตาด้วยการหลับตาหรือมองต้นไม้ใบหญ้าจะช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา กล้ามเนื้อเมื่อยล้า (Carpal Tunnel Syndrome) เป็นอาการเครียดของกล้ามเนื้อเมื่อใช้งานต่อเนื่องนานๆ เช่น การกดแป้นคีย์บอร์ด ทำให้ข้อกระดูกนิ้วเสื่อม กล้ามเนื้อไหล่ตึงและเจ็บปวด การขยับเมาส์ไปมาทำให้ปวดกระดูกข้อมือ และอาจเกิดพังผืดที่โพรงเส้นประสาทข้อมือหรืออุโมงค์ข้อมือ หากทิ้งไว้นานอาจปวดเรื้อรังถึงขั้นพิการ บรรเทาได้ด้วยการพักข้อมือ รับประทานยาแก้ปวด ในบางรายที่อาการหนักอาจต้องสวมอุปกรณ์ประคองข้อมือ หรือฉีด corticosteroids เพื่อลดการเจ็บปวด อีกวิธีที่ช่วยลดปัญหาได้คือ ปรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับสรีระ เช่น จัดมอนิเตอร์ให้ห่างจากตัวอย่างน้อย 16 นิ้ว จอภาพควรอยู่ระดับเดียวกับสายตา ใช้แผ่นกรองแสงเพื่อป้องกันรังสีหรือเลือกใช้จอถนอมดวงตา ควรปรับแสงสว่างหน้าจอให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลาด้วย ขณะใช้คีย์บอร์ดและเม้าส์ให้วางท่อนแขนขนานกับพื้น มีแผ่นรองข้อมือเพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวและการเสียดสี ปรับระดับเก้าอี้ให้นั่งสบาย ขาตั้งฉากกับพื้น ซึ่งถือเป็นท่าที่ถูกต้อง โรคปลายประสาทอักเสบ (Polyneuritis) เกิดจากความผิดปกติของประสาทส่วนปลาย เป็นผลกระทบจากโรคเครียดและกล้ามเนื้อ อักเสบ การได้รับสารพิษหรือโลหะหนักอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการนั่ง ยืน หรือยกของในท่าไม่ถูกต้องเป็นเวลานานๆ จนเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณคอ ลงไปที่ไหล่ เรื่อยไปถึงกระดูกสันหลังและช่วงเอว ทำให้ทรงตัวไม่ได้ ร่างกายอ่อนปวกเปียก ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า หากปล่อยไว้กล้ามเนื้อจะลีบ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ โรคนี้พบบ่อยในคนทำงานนั่งโต๊ะรวมทั้งคนที่อาศัยในเขตอุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริเวณที่มีมลพิษหนาแน่น ป้องกันได้โดยการนั่ง ยืน เดิน ในท่าที่ถูกต้อง นวดคลายกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ และอยู่ในสถานที่ที่สภาพแวดล้อมดี อากาศดี โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ความรีบเร่งทำงาน รถติด ห้องน้ำไม่สะอาดทำให้สาวๆ เลือกที่จะกลั้นปัสสาวะ โดยไม่รู้เลยว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มเป็นเท่าตัว ทำให้กระเพาะปัสสาวะบวม ผู้หญิงมีท่อนำปัสสาวะสั้นกว่าผู้ชาย เชื้อโรคจึงย้อนกลับเข้าไปสู่กระเพาะปัสสาวะ และเกิดการติดเชื้อได้ โรคนี้จะทำให้คุณมีอาการปวดปัสสาวะมากกว่า 8 ครั้ง ใน 1 วัน หรือปวดปัสสาวะกระปริบกระปรอย ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ จนรบกวนการนอนหลับ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ในรายที่เพิ่งเริ่มเป็นรักษาให้หายขาดได้ด้วยการรับประทานยาเพียง 1 สัปดาห์ สร้างเกราะกำบังโรค วิธีการดูแลตนเองจากโรคภัยทั้งปวง มีบทสรุปออกมาเหมือนกันทั่วโลก คือ การรับประทานอาหารสด สะอาด ครบหมวดหมู่ ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตในเมืองใหญ่ คุณควร... หลีกเลี่ยงการพักอาศัยในแหล่งอุตสาหกรรมหรือออฟฟิศ ทาวเวอร์ ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีการจัดโซนนิ่งที่พักอาศัยอย่างเป็นระบบ ตื่นเช้าขึ้นอีกนิดเพื่อทำอาหารง่ายๆ นำไปรับประทานมื้อกลางวัน มั่นใจได้ว่าอร่อย สะอาด แถมยังประหยัดเวลาเดินทาง และรอซื้ออาหารได้อีก ขณะนั่งทำงานหาวิธียืดเส้นยืดสาย หรือลุกเดินให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวบ้าง จัดตารางเวลาการทำงานใหม่ หาเวลาผ่อนคลายความเครียดและเล่นกีฬาสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาทีเป็นอย่างน้อย ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine พฤศจิกายน, Issue 82

ดาราฮอลลีวูด เขาทำอะไรกันระหว่างเรียน high school
Hollywood /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาทุกคนมาดูกิจกรรมสมัยเรียนของฝั่งยุโรปกันบ้างคะ ว่าอย่างระดับดาราฮอลลีวูด เขาทำอะไรกันระหว่างเรียน high school ก่อนที่พวกเขาจะมีชื่อเสียงที่ยอดเยี่ยมในฮอลลีวูด Hollywood นี้กัน ไม่แน่ว่าดาราที่คุณชื่นชอบอาจจะมีวีรกรรมที่ทำให้คุณประหลาดใจก็ได้นะ แต่จะมีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจนั้น มาติดตามพร้อมๆ กันเลยค่ะ ดาราฮอลลีวูด เขาทำอะไรกันระหว่างเรียน high school 1.แอรอน พอล Aaron Paul เขาเป็นนัก snowboarder ตัวยง ซึ่งก่อนที่เขาจะเข้าเรียนไฮสคูล เขาได้ลองไปทดสอบความถนัดทางอาชีพเกี่ยวกับ "ด้านศิลปะ" อีกด้วย ว้าววว นี่ถ้าเขาไม่ได้มาเป็นนักแสดงละก็ คงได้เป็นนักศิลปะกันไปแล้ว ดูท่าว่า หนุ่มพอลจะทำอะไรก็เก่งไปซะหมดเลยน้า 2.เจนนิเฟอร์ อนิสตัน Jennifer Aniston ชื่อเธอได้รับความนิยมอย่างมากบน playbills หรือป้ายกิจกรรม ในช่วงสี่ปีที่เธอศึกษาอยู่ที่ Fiorello H. LaGuardia โรงเรียนมัธยมดนตรีและศิลปะศิลปะการแสดง และเป็นจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจในการเป็นนักแสดงให้กับเธอ 3. เบน แอฟเฟล็ก Ben Affleck ได้พูดถึงตัวเขาและเพื่อนสนิทอย่าง แม็ตต์ เดม่อน ว่ากิจกรรมนอกหลักสูตรที่เขามักทำกัน เช่น "ดื่มแอลกอฮอล์ตอนยังไม่บรรลุนิติภาวะ, การสูบบุหรี่" มาก่อนที่พวกเขาจะเลือกเส้นทางฮอลลีวู้ด 4. เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ Jennifer Lawrence สาวคนนี้ได้การโหวตว่า พูดเก่งที่สุดในโรงเรียนมัธยม ก่อนที่จะย้ายไปเรียนหนังสือที่แอลเอด้านการแสดง ซึ่งเธอบอกว่า เธอได้รับการศึกษาอย่างมากมายจริงๆ 5. ทอม ครูซ Tom Cruise เขาใช้เวลาหนึ่งปีแรกของเขาเรียนที่วิทยาลัยคาทอลิก โดยที่เขาเองเป็นผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และมักพยายามที่จะพิสูจน์อะไรบางอย่างตามเพื่อนร่วมชั้น และก่อนที่เขาจะดร็อปการเรียนออกไป ด้วยสาเหตุเพราะเขาติดผู้หญิงมากนั่นเอง (ร้อนแรงตั้งแต่หนุ่มๆกันเลย) 6. มีลา คูนิส Mila Kunis ตอนเธออายุ 14 ปี เธอได้เป็น 1 ในนักแสดงเรื่อง “That ‘70s Show” และในระหว่างศึกษาที่โรงเรียนมัธยม LA เธอก็มีโอกาสได้ถ่ายนิตยสารอีกด้วย (มีความสามารถตั้งแต่อายุยังน้อยอ่ะ) 7. วิลล์ สมิธ Will Smith เป็นนักเรียนคาทอลิกคนหนึ่งที่ได้รับฉายาว่า "เจ้าชาย" เพราะความสามารถทางการพูดคุยแก้ปัญหา หาทางออกของเขา อีกทั้งคะแนน SAT หรือคะแนนที่นำไปใช้ในการเข้าหาวิทยาลัยเขาก็ยังทำได้สูงอีกด้วย 8. ซานดรา บุลล็อก Sandra Bullock เธอคนนี้มีความสามารถพิเศษ ทั้ง การเขียนภาพวาด การแสดง การละเล่นในระหว่างเรียนโรงเรียนมัธยม และเธอยังพูดภาษาเยอรมันได้ด้วย นอกจากนี้เธอยังเป็นตัวแทนรวบรวมฝูงชนเป็นเชียร์ลีดเดอร์และเป็นคนหนึ่งในสมาชิกเพื่อสังคมการเล่นละครอีกด้วย ถือว่าซานดราเป็นนักกิจกรรมตัวยงเลยก็ว่าได้ 9. เจมส์ แฟรนโก James Franco เขาคนนี้จัดว่าเป็นเซียนคณิตศาสตร์ และได้ฝึกงานที่ล็อกฮีด มาร์ติน เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินระหว่างประเทศและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ต่อมาเขาเกิดปัญหาขัดแย้งด้านกฎหมายในการดื่มแอลกอฮอล์ ขโมยของในร้านและการขีดเขียนหรือการขูดขีดไปบนผนัง 10. แองเจลินา โจลี Angelina Jolie เข้าโรงเรียน Beverly Hills ที่เด็กไม่ดีไปเรียน โดยเธอบอกว่า เธอเป็นพังก์ที่ไม่มีใครยุ่งกับเธอและเธอเป็นคนไม่กลัวใคร 11. Bryan Cranston ระหว่างเรียนเขาเป็นสมาชิกของชมรมเคมีและสามารถไต่ระดับขึ้นแอลเอพีในการบังคับใช้กฎหมายนักสำรวจได้, ทำโปรแกรมการออกกำลังกายสำหรับเด็กและเยาวชน อีกทั้งเขายังชื่นชอบการเรียนวิชาศิลปะการแสดงเป็นอย่างมากด้วย 12. Amy Poehler เป็นลูกสาวของครูโรงเรียนเทศบาล และเป็นเชียร์ลีดเดอร์ และเธอยังทำงานหลังเลิกเรียนที่ timey ร้านไอศครีมอีกด้วย 13. ในชีวิตการเรียนของ ลีโอนาโด ดิคาปริโอ Leonardo DiCaprio เขาดร็อปเรียนตั้งแต่ปีแรก ด้วยอาการเจ็บป่วย และทำให้เขาต้องเข้าเรียนต่อในชั้นเรียนการแสดงฟรีที่ศูนย์ละครในท้องถิ่นแทน 14. แชนนิง เททัม Channing Tatum เขาคนนี้ชอบเล่นฟุตบอล, เบสบอล ที่โรงเรียนมัธยมในชนบทอลาบามาของเขา และเขามักจะพบว่าตัวเองอยู่ในห้องทำงานของครูใหญ่ หรือพูดง่ายๆ ว่าโดนเรียกพบประจำนั้นเอง 15. แอนนา เคนดริก Anna Kendrick เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมที่มีการโฆษณาทางโทรทัศน์และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโทนี่ หรือรางวัลเกียรติยศที่มอบให้กับวงการละครเวที แต่เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองดูยิ่งใหญ่ไปกว่าเพื่อนร่วมชั้นของเธอเลย 16. จอห์นนี เดปป์ Johnny Depp เขามีช่วงชีวิตที่ลำบากในอายุ 16 ที่ต้องดร็อปเรียน ติดยาเสพติดและร่วมวงเล่นกีตาร์ โดยเขาอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายเดือนกับเพื่อนของเขา 17. กิจกรรมในสมัยเรียนของ แอชตัน คุชเชอร์ Ashton Kutcher ก็คือ การเล่นฟุตบอล, เป็นดาราในละครของโรงเรียนและร้องเพลงในคณะนักร้องประสานเสียง จนกระทั่งเขาเกิดปัญหา เรื่องการดื่มของมึนเมาและบุกเข้าไปในโรงเรียนตอนกลางคืน ทำให้ถูกตัดสินลงโทษข้อหาลักทรัพย์ และต้องสูญเสียทุนการศึกษาของวิทยาลัยและแฟนสาวของเขาไปโดยปริยาย 18.นาตาลี พอร์ตแมน Natalie Portman ในสมัยเรียนมัธยม เธอได้เข้ารอบรองชนะเลิศในการแข่งขันค้นหาความสามารถพิเศษของอินเทลวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ และเธอยังได้บทนำในบรอดเวย์ "ไดอารี่ของแอนน์แฟรงก์" อีกด้วย เป็นยังไงกันบ้างคะ? กับกิจกรรมสมัยเรียนหรือวีรกรรมแสบๆ ของเหล่าดาราฮอลลีวูดคนดัง ที่มีทั้งตัวอย่างที่ดีและก็ไม่ดี ให้เราได้ทราบกัน และเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่อ่านแล้วก็ต้องเลือกปฎิบัติตามในสิ่งที่ดีนะคะ เพราะการกระทำอะไรก็ตามที่พลาดไปแล้ว เราจะไม่สามารถย้อนคืนเวลาเพื่อกลับไปแก้ไขสิ่งเหล่านั้นได้อีก หรือเพือนๆ คนไหนมีวีรกรรมวัยเด็กที่น่าสนใจ คล้ายคลึงหรือแตกต่างจากดาราฮอลลีวูดนี้ ก็สามารถเล่าผ่านคอมเม้นให้ทราบกันได้นะคะ^^ เรียบเรียงแปลโดย teen.mthai.com ข้อมูลและภาพจาก businessinsider ---หากนำข้อมูลไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ---

'ประยุทธ์' ยันรบ.ลุยปฏิรูปงบโปร่งใส ดูอยู่ลดอัยการศึก
ข่าว /  ข่าวการเมือง / 

นายกรัฐมนตรี ยันรัฐบาลลุยปฏิรูป ยึดกฎหมาย ขอคนคิดต่างร่วม ขณะที่การปรับลดกฎอัยการศึก กำลังพิจารณา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขประชาชน ครั้งที่ 13 ว่า ในวันนี้ รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งขาติ (สนช.) แล้ว โดยต่อจากนี้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในโรดแมประยะที่ 2 คือ การปฏิรูปเพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนและให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ซึ่งเป็นการสานต่อการปฏิบัติงานต่อจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้ การปฏิรูปและการปรองดอง ต้องดำเนินควบคู่กัน เป็นการปูรากฐานประชาธิปไตยให้มีความเข้มแข็ง และทุกคนทุกฝ่าย รวมไปถึงผู้คิดต่างต้องช่วยกัน อีกทั้ง ปัญหาต่างๆ ก็ต้องแก้ไปตามกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ในส่วนเรื่องกฎอัยการศึกนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล จะเป็นผู้พิจารณา หากกลุ่มต่างๆ หยุดการเคลื่อนไหวต่อต้าน หรือสร้างความขัดแย้ง ขณะกรณีผู้ยิง M79 M16 ขว้างระเบิด ในปี 2553, 2556 และ 2557 นั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีการจับกุมและสืบสวนมีความก้าวหน้าไปมาก โดยขอให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามอบตัว "พล.อ.ประยุทธ์" ปัดมีบัญชี 20,000 ล้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ประจำวันศุกร์ที่ 12 ก.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่ง โดยปฏิเสธว่า มีบัญชีเงินฝาก 20,000 ล้านบาท ซึ่งทางธนาคารฯ ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย ให้ดี พร้อมย้ำว่า วันนี้รัฐบาลไม่ได้มาจากการหาเสียง ไม่ทำประชานิยม แต่จะช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศให้เกิดความสงบสุข เศรษฐกิจเดินไปข้างหน้าได้ และจะได้นำพาการปฏิรูปไปสู่การเลือกตั้งให้ได้โดยเร็ว ซึ่งการกำหนดนโยบายของรัฐบาลนั้นต้องบอกอนาคตให้ได้ว่า อีก 5-10 ปี ประเทศไทย จะเดินไปในทิศทางไหน จะพัฒนาอย่างไร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ได้กำหนดให้ทุกหน่วยงาน รายงานการใช้งบประมาณทุกไตรมาส โดยเน้นย้ำในการวางแผนที่ดี และในสัปดาห์หน้ารัฐมนตรีจะทำงานเต็มรูปแบบ ซึ่งจะมีการนำแผนงานโครงการต่างๆ ที่เริ่มต้นใน คสช. มาทำต่อเนื่อง และหากมีอะไรต้องปรับปรุง ก็จะหารือกันใน ครม. หน.คสช.ย้ำใช้งบโปร่งใสลุยต้านโกงเร่งช่วยน้ำท่วม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขประชาชน ว่า นโยบายของรัฐบาล มีหลักการสำคัญคือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลกำหนดนโยบายและแบ่งมอบงานให้ทุกกระทรวงขับเคลื่อนชัดเจน ให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส เพื่อลดความขัดแย้ง การต่อต้าน และความเหลื่อมล้ำ ส่วนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น จึงเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว นอกจากนี้ ได้สั่งการแม่ทัพภาคต่างๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลือรับมือสถานการณ์น้ำ ซึ่งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ จะเสนอจะเสนอแผนงานระยะที่ 1 ในสิ้นเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม การสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะคัดสรรให้เกิดเป็นธรรมมากที่สุด ให้ได้ผู้ที่มีความชำนาญ ความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน รวมถึงผู้อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ให้การปฏิรูปเดินหน้า และได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง

เคล็ดลับตั้งชื่อร้าน เสริมดวงรับทรัพย์
ตั้งชื่อร้าน /  ตั้งชื่อร้านเสริมดวง / 

เงินที่เก็บมาคงไม่อยากให้สูญเปล่าไปกับการลงทุนที่ผิดพลาดใช่ไหมครับ หากคุณเปิดร้านทั้งที ตั้งชื่อร้าน ก็สิ่งสำคัญนะครับ ถ้าจะ ตั้งชื่อร้าน ดีๆ มีความหมาย แต่ดันไม่ถูกโฉลกกับตัวคุณ ชื่อนั้นก็คงต้องถูกเปลี่ยน อย่าปล่อยให้เหตุการณนั้นเกิดขึ้นกับคุณ มาดูเคล็ดลับเสริมดวง ในการ ตั้งชื่อร้าน เพื่อทำให้ร้านหรือกิจการของคุณ มีแต่เงินทองไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดมือกันดีกว่าครับ ตั้งชื่อร้าน แบบธรรมชาติ สอดคล้องกับกิจการของคุณ การเลือก ตั้งชื่อร้าน แบบนี้ เป็นการเจาะจง เพื่อให้กลุ่มลูกค้า สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน และรวดเร็ว เห็นปุ๊บ รู้ปั๊บ ว่าคือร้านขายอะไร อย่างเช่น ภัตคารซ่งลิ้ม แน่นอนว่า นั่นคือร้านอาหารจีน หรือจะเป็น ตั้ม&ต้น สนุ๊กเกอร์ ชื่อก็บอกตรงๆอยู่แล้วว่า คือ โต๊ะสนุ๊กเกอร์แน่นอน ตั้งชื่อร้าน ให้อิงกับภาพลักษณ์ การ ตั้งชื่อร้าน ในลักษณะนี้ จะช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้า และร้านของคุณ ดูดีขึ้นได้ อย่างเช่น ซื่อตรง ค้าวัสดุก่อสร้าง ไม่ว่าลูกค้าคนไหนๆ เห็นชื่อร้าน ก็ต้องรู้สึกว่า ร้านนี้มีความยุติธรรมแน่นอน ตั้งชื่อร้าน สื่อถึงความก้าวหน้า ชื่อร้านที่ถูกตั้งในลักษณะนี้ จะสามารถทำให้คนที่เป็นเจ้าของกิจการเกิดความรู้สึกดี คนที่ได้ยินได้ฟังชื่อ ก็สามารถรู้สึกมั่นใจ แถมยังช่วยให้รู้สึกเป็นมงคลมากขึ้นได้ด้วย ตัวอย่างชื่อร้านในลักษณะนี้ เช่น รุ่งเรืองอาหารสำเร็จรูป ส้มตำกินแล้วรวย เป็นต้น ตั้งชื่อร้าน ตัวเอง หรือวงศ์ตระกูล แน่นอนว่า การ ตั้งชื่อร้าน ในลักษณะนี้ เป็นการให้เกียรติกับตนเอง และยังสามารถทำให้รู้สึกภาคภูมิใจได้ อีกทั้งยังทำให้กลุ่มลูกค้า รู้สึกได้ว่า สินค้านี้ มีมานานแล้ว ตัวอย่างชื่อร้าน เช่น พิศาล อะไหล่ยนต์ นายพัฒน์ ลูกชิ้นปิ้งเลิศรส สำหรับการ ตั้งชื่อร้าน นั้น ในทาง ฮวงจุ้ย ก็มีข้อจำกัดในการ ตั้งชื่อ ด้วยนะครับ ถ้าหากว่าตั้งไม่ดี อาจจะส่งผล ทำให้กิจการไม่รุ่งเรือง ไม่เจริญได้นั่นเอง ข้อจำกัดที่ว่า มีตามนี้เลย ตั้งชื่อร้าน ด้วยความหมายไม่ดี ไม่เป็นมงคล แม้ว่าชื่อนั้นจะฟังดูแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร แต่ถ้าหากว่า ความหมายของชื่อนั้นไม่ดีล่ะก็ อาจส่งผลทำให้กิจการไม่เจริญ คนฟังรู้สึกหดหู่ได้ อย่างเช่น บ๊วยตลอด ผู้ตั้งอาจ ตั้งชื่อ เพื่อต้องการประชดประชัน แต่นั่นก็สามารถทำให้ผู้ฟังรู้สึกแย่ได้ ตั้งชื่อร้าน ด้วยคำหยาบคาย ชื่อที่ตั้งด้วยคำลักษณะนี้ จะทำให้ผู้ฟัง หรือลูกค้าที่พบผ่าน รู้สึกว่า คุณไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม แต่สำหรับร้านหรือกิจการที่มีความเป็นกันเอง ก็สามารถใช้ได้ แต่ก็ต้องไม่รุนแรง หรือรบกวนจิตใจเกินไป ตั้งชื่อร้าน ด้วยคำลามก สองแง่สองง่าม ลองคิดถึงตัวคุณเองดูสิว่า หากคุณเดินผ่านร้านหรือกิจการนั้นๆ แล้วเห็นชื่อ ที่มีความหมายลามกๆ คุณจะรู้สึกยังไง แน่นอนว่า คุณก็ต้องคิดว่า เจ้าของร้านนั้น ไม่มีความคิดในแง่บวก คอยมองหาแต่ลู่ทางที่ส่อแววเพียงอย่างเดียว แล้วแบบนี้ ใครล่ะจะกล้าเข้าร้านของคุณ จะ ตั้งชื่อร้าน หรือกิจการทั้งที คิดให้รอบคอบ หรือถ้าจะให้ดี ควรทำการดูดวงและฮวงจุ้ย ของชื่อนั้นให้ละเอียดและรอบคอบก่อน เพื่อความเจริญก้าวหน้าครับ

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ทาสรักอสูร : เจ็บแค้นเคืองโกรธเตะฉันใย
กระแต /  ตบจูบ / 

มาแล้วกับหนังเรื่องล่าสุดของดาวตลกแห่งเมืองไทยอย่าง หม่ำ จ๊กม๊ก ที่มาคราวนี้เขายังคงควบหน้าที่ กำกับเอง แสดงเอง กับหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแนว ตบจูบ ของพี่เปี๊ยก พิศาล ใน ทาสรักอสูร ซึ่งจากตัวอย่างที่หลายคนได้เห็นไปแล้วก็คงจะพอมีหวังกับความฮาของหนังกันมาบ้างแหละนะ จงลืมนิยายรักหฤโหดอันลือลั่นที่คุณเคยรู้จัก เพราะว่าตลกหน้าเหลี่ยม “หม่ำ จ๊กม๊ก” จะเปิดตำนานรักครั้งใหม่ที่ไม่เหมือนครั้ง­ไหนๆ เมื่อเขาต้องรับบท “นายหัว ชายเถื่อนไร้หัวใจ ” ที่จะมาปะทะกับ “สาวเมืองกรุงแสนสวยแต่ขี้วีน” พิงกี้ สาวิกา” ตำนานรักครั้งใหม่ของเจ้านายกับทาสผู้ถูกท­ำร้ายโดยไม่มีความผิด ที่มีหัวใจเป็นเดิมพัน กำลังจะถือกำเน­ิดขึ้น ทั้งรัก ทั้งมันส์ ทั้งฮา ด้วยลีลาตบจูบ 360 องศา เมื่อ นายหัว ได้จับตัว คุณอูอี้ มาเพื่อแก้แค้นกับสิ่งที่พ่อของเธอเคยทำไว้ในอดีตนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างตลกกับหนังของ หม่ำ จ๊กม๊ก ในยุคแรกๆอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งพวก บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม หรือ แหยมยโสธร ในภาคแรก แต่ก็อย่างที่รู้กันว่ายิ่งนานวันเข้าหนังของผู้กำกับคนนี้กลับค่อนข้างที่หมดมุกใหม่ๆมานำเสนอคนดู ตั้งแต่ จั๊กกะแหล๋น และล่าสุดอย่าง แหยม ยโสธร 3 แต่ก็ต้องยอมรับว่าในผลงานเรื่องใหม่อย่าง ทาสรักอสูร เมื่อได้เห็นตัวอย่างก็พอจะมีความหวังว่าพี่หม่ำเขาจะกลับมา ท็อปฟอร์ม ได้บ้าง โดยหลังจากที่ได้ไปรับชมมาแล้ว ก็ต้องว่ากันตามเนื้อผ้าว่าตัวหนัง ทาสรักอสูร อาจจะไม่ได้กลับมาท๊อปฟอร์มอย่างที่หวัง แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้น่าเกลียดจนถึงขั้นรับไม่ได้ขนาดนั้นเลยทีเดียว โดยสิ่งที่ต้องขอชม ทาสรักอสูร คงหนีไม่พ้นไอเดียของการล้อเลียนหนัง ละครหลังข่าว แนวตบจูบ ตัวร้ายขี้อิจฉา หรือแม้แต่พระเอกขี้เก็ก ซึ่งในส่วนนี้ผู้กำกับ หม่ำ ถือว่าทำการบ้านมาดีพอสมควร คอยตามเก็บทุกเม็ดว่ามีส่วนไหนที่หนัง ละครแนวตบจูบชอบทำเปิ่นๆกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคนเดียว, หัวเราะเสียงดังๆ หรือแม้แต่การที่ตัวขี้อิจฉาส่งลูกน้องไปจัดการนางเอก และแน่นอนว่าที่เด็ดสุดคือ ฉากการตบกัน ที่ในเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังจีนแนว โจวซิงฉือ ซึ่งก็ครีเอทได้ดีพอสมควร แต่ก็อาจจะแป๊กบ้าง ฮาบ้าง ผสมปนเปกันไป เช่นเดียวกันกับมุกตลกใน ทาสรักอสูร ซึ่งสมมุติว่ามุกตลกปล่อยออกมา 100 เม็ด ในเรื่องนี้ก็เอาเป็นว่ามีฮาสักประมาณ 30 เม็ด (ซึ่งถือว่าดี เมื่อเทียบกับหนังเรื่องล่าสุดอย่าง แหยมยโสธร 3 ที่ส่วนตัวผมไม่ฮาสักเม็ด) โดยใน 30 เม็ดนี้ก็จะมีมุกตลกเด็ดๆอยู่ประมาณ 40% เลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นการก้าวหน้าที่ดีสำหรับหนังยุคหลังๆของเขา โดยเฉพาะมุกตลกแนวมุกชนมุก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะส่งเสริมให้ออกมามากกว่า มุกตลกแนวด่าพ่อล้อแม่ เสียอีก (ซึ่งนั่นก็คือ 70 เม็ดที่เหลือ ที่มันไม่ฮา) แต่ก็น่าเสียดายที่ตามสไตล์หนังตลกไทย สิ่งที่ยังทำให้ตัวหนังยังไม่ได้ไปไหนสักที คงหนีไม่พ้นการตัดต่อที่ยังคงติดรากฐานการตัดต่อแบบ มุกชนมุก ทำให้หลายๆฉากของหนังเนี่ยคิดออกได้เลยว่า จะใส่มาทำไม อยู่เป็นระยะๆ เลยท้ายสุดเมื่อหนังมันเกร่อด้วยวิธีการตัดต่อแบบนี้มากๆ ทำให้เรื่องราวพล็อตหลักของหนังระหว่างการเสียดสี คนจน คนรวย และการพูดถึงความแค้นใน Identity ของคนเราลดลงไปทันที เอาเข้าจริงๆผมคิดว่าถ้าหาก ทาสรักอสูร ลองเอากลับไปตัดต่อใหม่ ไม่ต้องขายความเป็น มุกชนมุก เยอะขนาดนี้ หนังน่าจะสนุกกว่านี้แน่นอน เพราะเพียงลำพังจากการแสดงของ หม่ำ และ พิงกี้ ในเรื่องนี้ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นอีกแล้วนั่นเอง เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

5 เหตุผลที่คนอยากเรียนต่อ ป.โท
ข่าวการศึกษา /  เรียนต่อ

สำหรับใครที่จบปริญญาตรีแล้ว แต่ยังลังเลอยู่ว่า จะเรียนต่อปริญญาโท หรือ ทำงานก่อนดี อยู่ละก็ ลองมาดู 5 เหตุผลที่คนอยากเรียนต่อ ป.โท นี้ดูกันค่ะ ว่าคุณคิดเหตุผลการเรียนต่อ แบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า?... 5 เหตุผลที่คนอยากเรียนต่อ ป.โท 1.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงาน : ก็มีผลต่อความน่าเชื่อถือที่จะได้รับจากเจ้านายหรือลูกน้อง แต่ก็แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคนอีกว่าจะเป็นอย่างไร แต่บางคนจบโทไปแต่ไม่เคยมีส่วนร่วมในการทำงานในกลุ่มตอนที่เรียน ก็อาจจะไม่ได้อะไร หรือรู้อะไรเพิ่มขึ้น แทนที่จะได้คอนเน็กชั่นมากขึ้น เพราะเพื่อนร่วมเรียนก็มีอาชีพที่หลากหลายก็จะกลายเป็นใครไม่อยากยุ่งด้วยเลยก็ได้ ดังนั้นต้องตั้้งใจเรียนมากกว่าตอนเรียนป.ตรี เป็นสองเท่า 2.ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ : บางคนมาเรียนเพราะไม่สบาย ลาออกจากงานมารักษาตัว พอมีเวลาว่างก็รู้สึกเบื่อก็มี หรือไม่ก็ทำธุรกิจส่วนตัวมีเวลาว่างก็มาเรียน 3.หาแฟน : บางคนคิดว่า การได้แฟนจาการเรียน ป.โทดูดีมีพาวเวอร์ประมาณนั้น แต่ก็มีคนที่มาเจอกันแต่ไปกันไม่รอดก็มี แถมยังต้องเจอแบบแอ๊บแมนอีกต่างหาก หากใครเลือกเรียนเพราะประเด็นนี้ต้องคิดดีๆ ซะแล้ว 4.เพิ่งจบ ไม่อยากทำงาน อยากเรียนต่อ : ในระหว่างรอที่ต้องแข่งขันกับเด็กจบใหม่ทั่วประเทศเป็นแสนต่อปีงานที่เราต้องการก็มีไม่พอ คู่แข่งเยอะความสามารถใครไม่เด่นพอหรือไม่มีเส้นสายก็จบกัน จึงอยากที่จะเรียนต่อป.โทเพื่อเอาชนะคู่แข่งประมาณนั้น 5.ครอบครัวผลักดันให้ต้องเรียน : พ่อแม่อยากให้ลูกเรียนสูงที่สุดจึงสนับสนุนให้ลูกเรียน บางคนไม่อยากเรียนด้วยซ้ำพอไม่อยากเรียนก็ทำให้เรียนออกมาเกรดไม่ดีเรียนไปก็พอให้เพียงผ่านๆ เท่านั้น เพราะสมัยนี้วุฒิการศึกษาไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณสามารถทำอะไรให้แก่บริษัทได้มากกว่า... ข้อมูล enn

ดูดวงวัยรุ่น เดือนกรกฎาคม 2557
ดูดวงวัยรุ่น

ดูดวงวัยรุ่น เดือนกรกฎาคม 2557 มาติดตามดวงวัยรุ่น ทั้งเรื่องการเรียน การเงิน ความรัก แม่นๆ ในเดือนกรกฎาคม 57 นี้กันนะคะ ว่าจะตรงกับราศีเกิดของเพื่อนๆ จริงหรือเปล่า?? ดูดวงวัยรุ่น เดือนกรกฎาคม 2557 ราศีมังกร (16 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์) การเรียน ถือว่าอยู่ในช่วงของการทำผลงาน การสร้างสรรค์สิ่งดีๆ มีดวงจะพบเจอความสำเร็จความสมหวังเกิดขึ้น แถมยังมีคนรอบข้างคอยให้การส่งเสริมเป็นอย่างดี การเงิน มีแต่เรื่องของรายจ่ายอันสุดแสนวุ่นวาย แถมยังจะต้องเจอกับเรื่องการใช้เงินหมุนเวียน มีความกลุ้มใจแถมยังประสบปัญหาเรื่องหนี้สิน ความรัก จะเจอเรื่องของความไม่คงที่ไม่ค่อยแน่นอนสักเท่าไรนัก แถมยังจะต้องเจอเรื่องของความไม่ถูกใจกับความรักที่เป็นอยู่ในช่วงเวลานี้ด้วย ราศีกุมภ์ (16 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม) การเรียน?ดวงการเรียนถือว่ามีความสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี มีแรงใจความมุ่งมั่นอย่างมากในการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ แถมยังมีความเจริญก้าวหน้าในการเรียนอีกด้วย?การเงิน?จะมีโชคลาภเข้ามาอย่างพลิกล็อค อยู่ในช่วงของการเงินที่กำลังดีขึ้นแถมยังได้รับสิ่งดี มีคนคอยให้การสนับสนุนเรื่องการเงิน ถือว่าเงินทองคล่องมือ?ความรัก?ยังคงอยู่ในช่วงเวลาลุ้นๆ เสี่ยงๆ ยังไม่ไม่ค่อยลงตัวเท่าไรนัก จะได้พบเจอเรื่องความรักที่ดูแล้วมีความตื่นเต้น กำลังรอฟังข่าวเรื่องความรัก ราศีมีน (16 มีนาคม - 15 เมษายน) การเรียน?มีเรื่องของกฎระเบียบอันดูเคร่งครัด ได้รับความคาดหวังจากบ้านและครอบครัว ในสถานที่เรียนก็จะได้รับคำชี้แนะการช่วยเหลืออันดีจากผู้คนรอบข้าง?การเงิน?พบเจอสิ่งของล่อตาล่อใจมากมาย อารมณ์กิเลสกำเริบ อยากได้ไปซะหมดทุกอย่าง ส่งผลให้มีสภาพรายจ่ายอันสุดแสนฟุ่มเฟือย?ความรัก?มีเรื่องของการแข่งขันการเอาชนะ พบเจอแต่ความอึดอัดและขัดใจเป็นอย่างมาก ความรักต้องใช้ความพยายามความอดทนเป็นอย่างมาก ราศีเมษ (16 เมษายน - 15 พฤษภาคม) การเรียน?อยู่ในสภาพของความวิตกกังวลใจ การเรียนในช่วงนี้จะพบกับความเร่งรีบ มีโปรเจกต์งานที่ต้องพบเจอกับความอึดอัดกดดันเป็นอย่างมาก มีความเหนื่อยล้า?การเงิน?ในช่วงเวลานี้มีความสุขสบายสดใสร่าเริงเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการจับจ่ายใช้สอยทางการเงิน ได้ใช้จ่ายเงินในทางที่ตนเองรู้สึกพึงพอใจ?ความรัก?ให้ระวังเรื่องของความเจ็บปวด การสื่อสารการสนทนาที่ดูติดขัด มีคำพูดที่เกิดความไม่สบายใจ อย่างเดียวสำหรับความรักในช่วงนี้คืออย่าใจร้อน ราศีพฤษภ (16 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน) การเรียน?มีการเรียนรู้ มีความรอบคอบเป็นอย่างดี สภาพการเรียนถือว่าได้รับการดูแลการช่วยเหลืออันดีจากผู้ใหญ่ และบุคคลภายในครอบครัว?การเงิน ช่วงนี้ให้ระวังว่าจะเจอเรื่องของรายจ่ายก้อนใหญ่ เป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายไปตามกฎระเบียบ อาจจะมีความลำบากใจในการใช้จ่ายอยู่บ้าง?ความรัก?จะได้พบเจอเรื่องของความรักที่ได้รับความดูแล มีความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นกับคนรู้ใจ แถมยังจะได้รับคำพูดดีๆ อารมณ์ดีมีความอบอุ่นในเรื่องของความรัก ราศีเมถุน (16 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การเรียน?มีแต่เรื่องของความรู้สึกอึดอัดใจ มีความลำบากใจ เจอคำพูดเจอเรื่องที่เข้ามากระทบภายในจิตใจจนเกิดความกระวนกระวายใจ?การเงิน ใช้จ่ายอย่างคล่องมือ มีการหมุนเงินเป็นจำนวนมาก ฐานทางการเงินนี้ดูแล้วไม่มั่นคง ควรเก็บเงินสะสมไว้บ้างจึงจะดี?ความรัก?ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่ต้องเร่งรีบมากในการสานความสัมพันธ์ทางด้านความรัก ต้องใช้ความเพียรพยายามและความใจเย็นความรักจึงจะสำเร็จ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม) การเรียน?มีความรู้มีพรสวรรค์เป็นอย่างดี ได้รับความรู้เพิ่มเติมได้รับการศึกษา มีการเข้าใจสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมในสถานที่ศึกษาเป็นอย่างดี การเงิน มีความเจริญงอกงามเป็นอย่างดี มีโชคดีทางด้านการใช้จ่ายเกี่ยวกับการเงิน ดวงการเงินถือว่าจะได้ลาภก้อนโต มีเงินทองอิ่มเอม?ความรัก?จะมีคนเข้ามาคบหา คนเข้ามาสนทนาพูดคุยด้วย แถมช่วงนี้จะมีเข้ามาหลากหลายคน เข้ามาแอบชอบ เข้ามาสนใจ แต่อย่างหนึ่งที่ให้ระวังเรื่องผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง ราศีสิงห์ (16 สิงหาคม - 15 กันยายน) การเรียน ถือว่าจะมีความเหนื่อยอ่อน มีความท้อใจกับการเรียนที่เป็นอยู่จะมีการรอข่าวรอการฟังผลทางการเรียนอย่างใจจดจ่อ?การเงิน?เริ่มมีความมั่นคง มีการใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น การใช้จ่ายการหมุนเงินถือว่ามีความพอเพียงมากยิ่งขึ้น แถมยังได้รับเงินส่วนแบ่ง?ความรัก?มีความสุขความสมหวังกันดีในเรื่องของความรัก มีความรู้สึกชอบอกชอบใจกับความรักที่เป็นอยู่หากพบรักก็จะได้พบรักพบเจอคนหน้าตาดี ราศีกันย์ (16 กันยายน-15 ตุลาคม) การเรียน?ถือว่ามีความตั้งอกตั้งใจ มีความรู้สึกจดจ่อกับการเรียนที่เป็นอยู่ มีความรู้ความถนัดดีในสายวิชาที่ตนเองกำลังศึกษาหาความรู้?การเงิน?มีความรู้สึกเชื่องช้าในการจับจ่ายใช้สอยทางการเงินในช่วงเวลานี้ถือว่าจะพบเจอแต่เรื่องของความรู้สึกท้อใจกับสภาพการเงินที่ดูฝืดเคือง?ความรัก เวลานี้ก็ถือว่าพบเจอกับปัญหาเกิดขึ้น แถมยังจะต้องพบเจอกับปัญหาสภาพของญาติผู้ใหญ่เข้ามายุ่งเกี่ยวจนทำให้วิตก ราศีตุลย์ (16 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การเรียน จะพบเจอกับปัญหา สภาพของความวิตกกังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง มีความรู้สึกอึดอัดท้อใจกับปัญหาต่างๆ ทางด้านการเรียน?การเงิน?มีการใช้จ่ายที่ดูฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อเป็นอย่างมาก แถมยังจะเจอเรื่องการใช้เงินที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ จนกระทั่งสภาพทางการเงินขัดข้อง?ความรัก?มีแต่อารมณ์ของความรุนแรง มีเรื่องของการง้องอนกันเกิดขึ้น แถมความรักก็จะมีแต่เรื่องของความดื้อรั้น ความหัวแข็ง ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม) การเรียน?ตัวคุณมีความเก่งกล้า ความสามารถที่แฝงอยู่ภายใน สามารถจัดการ สามารถควบคุมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการเรียนได้เป็นอย่างดี?การเงิน?เงินทองโชคลาภกำลังหล่นทับ มีเงินทองที่ไหลมาเทมา สภาพที่ดีของการมีเงินทอง การมีโชคลาภตอนนี้กำลังหลั่งไหลเข้ามา?ความรัก?กำลังอยู่ในช่วงของความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น มีการเก็บเกี่ยวความสัมพันธ์ความรักความเข้าใจกันเป็นอย่างมาก จะได้ผลลัพธ์ดีๆ เรื่องความรัก ราศีธนู (16 ธันวาคม - 15 มกราคม) การเรียน?มีดวงที่จะต้องแก้ไขปัญหาทางการเรียนที่ต้องรอมาช้านาน มีเรื่องของการทำคะแนนการสอบแข่งขันที่ดูแล้วมีความจริงจังเป็นอย่างมาก?การเงินเป็นการเงินที่แสวงหาได้จากความสามารถของตนเองล้วนๆ แถมมีเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ามาส่งเสริมดวงทางด้านโชคลาภเป็นอย่างมาก?ความรัก?มีดวงจะได้พบเจอพบรักกับคนในสถานที่บันเทิงแบบวัยรุ่น ที่มา?อ.มดดำ นิตยสารแคนดี้,?เรียบเรียงโดย?http://teen.mthai.com/?หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

อลงกรณ์ แหกมติพรรค ปชป.ลงสมัคร สปช.
ปชป. /  สปช. / 

อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหน.พรรค ปชป. แหกมติพรรค ลงสมัคร สปช. ระบุ อนาคตของประเทศสำคัญกว่าอนาคตของตัวเอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวานนี้(28 ส.ค.)นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ชื่อ “อลงกรณ์ พลบุตร @alongkornpb” ระบุว่า ผมตอบรับมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทยในการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โดยจะส่งใบสมัครวันที่29ส.ค.นี้ผมไม่ทราบว่าจะได้รับคัดเลือกหรือไม่แต่อย่างน้อยก็ได้แสดงเจตจำนงค์ให้ทราบว่า ผมเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ หลายฝ่ายตั้งข้อรังเกียจว่า สปช.ซึ่งจะจัดทำพิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศเป็นผลพวงของคสช.ที่เกิดจากการรัฐประหารไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย แต่สำหรับผมคิดว่าการปฏิรูปครั้งนี้ ไม่ใช่"การปฏิรูปของคสช."แต่เป็น"การปฏิรูปของประเทศ"และเป็นการปฏิรูปที่มีความหมายต่ออนาคตอย่างยิ่ง ประเทศของเราพัฒนาต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง ทั้งที่เรา ควรเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้ ประชาชนควรอยู่ดีกินดีมากกว่านี้ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการรปห.แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาถึงวันนี้ เราเปลี่ยนแปลงอดีตของประเทศไม่ได้ แต่เราสร้างอนาคตของประเทศได้ ก่อน 22 พ.ค.บ้านเมืองใกล้มิคสัญญี ประเทศเดินหน้าไม่ได้ ปชช.แตกแยกแบ่งฝ่ายรุนแรง รัฐบาลลุแก่อำนาจ ประเทศของเรามืดมนวิกฤติจนมองไม่เห็นอนาคต ในฐานะนักการเมืองที่มีส่วนทำให้ประเทศเกิดวิกฤติ ผมควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการเข้าไปร่วมมือกับทุกภาคส่วนผลักดันการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จ วันนี้ต้องมองไปข้างหน้าคิดถึงอนาคตของประเทศ เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้งแล้วร่วมมือกันผนึกพลังยกเครื่องประเทศครั้งใหญ่ด้วยการปฏิรูปประเทศ สำหรับอนาคตทางการเมืองของผมคงสิ้นสุดลงเพราะพรรคคงไม่พิจารณาส่งลงสมัครส.ส. ครั้งหน้า แต่ผมคิดว่าอนาคตของประเทศสำคัญกว่าอนาคตของตัวเองครับ MThai News

ฮวงจุ้ย บ้านมีประตูหลัง ชีวิตคู่จะมีปัญหา
ชีวิตคู่ /  ประตูหลัง / 

ตามหลักฮวงจุ้ย หากอาคารใดมีประตูหลัง จะส่งผลกระทบต่อโชคด้าน ชีวิตคู่ ของผู้พักอาศัย และอาจนำไปสู่ปัญหานอกใจ เพราะเหตุใดถึงเป็นอย่างนี้ลองไปดูข้อมูลกัน บ้านที่มีประตูหลัง จะทำลายจะทำลายความสัมพันธ์ใน ชีวิตคู่ ตามหลักฮวงจุ้ย ประตูหลังเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะเป็นคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ดังนั้น ประตูหลัง สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปก็คือทางที่เปิดออกไปสู่ระเบียงด้านหลัง ระเบียงเป็นส่วนที่ช่วยกั้นระหว่างภายนอกและภายในห้อง จึงถือเป็นหมิงถังด้านนอก ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อโชคด้านกิจการ ทั้งยังหมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การทำงาน หากอาคารใดมีประตูหน้าเป็นทางเข้าออกหลัก แล้วมี ประตูหลัง ทะลุไปยังลานจอดรถ ทางหนีไฟ หรือเส้นทางอื่นๆได้ แสดงว่าอาคารหลังนี้ไม่ได้มีทางออกเพียงทางเดียว ลักษณะเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อโชคด้าน ชีวิตคู่ ของผู้พักอาศัยในอาคาร อาจนำไปสู่ปัญหานอกใจระหว่างคู่สามีภรรยา ทางที่ดี สิ่งปลูกสร้างที่เป็นอาคารใหญ่ควรจัดให้มีทางเข้าออกทางเดียว ประการแรก เพื่อให้ตรวจตราผู้คนที่เข้าออกอาคารได้สะดวก และสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย ประการสอง เพื่อให้สะสมพลังแห่งโชคลาภได้ง่าย หากมีประตูหลายบานโชคลาภก็จะกระจัดกระจาย ทั้งยังไม่ดีอย่างยิ่งต่อโชคด้าน ชีวิตคู่ ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ100คำถามฮวงจุ้ย

รสนา ซัด
ข่าววันนี้ /  คสช. / 

อดีตสว. กทม. รสนา โตสิตระกูล ไม่เห็นด้วย คสช. เตรียมขึ้น VAT เพิ่มเป็น 9% ในปีหน้า เหตุทำคนจนเดือดร้อน แนะไปออกกฎหมายเก็บภาษีอัตราก้าวหน้ากับนักลงทุน ภาษีที่ดิน ภาษีมรดกของผู้มีอันจะกินจะดีกว่า วานนี้ (17 ก.ค. 57) นางรสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม. ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกประกาศคง VAT 7% อีก 1ปี ก่อนจะเพิ่มขึ้น 3% ในวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ว่า เป็นการขูดเลือดประชาชนหาเช้ากินค่ำ แนะไปออกกฎหมายเก็บภาษีอัตราก้าวหน้ากับนักลงทุน ภาษีที่ดิน ภาษีมรดกของผู้มีอันจะกินจะดีกว่า คสช.ประกาศว่าการรัฐประหารของตนเพื่อคืนความสุขให้ประชาชน และจะปฏิรูปเพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งปัจจุบันช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกัน15-20 เท่า โครงสร้างทางภาษีจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ดังโครงสร้างการเก็บภาษีเงินได้บุคคล และนิติบุคคลแบบขั้นบันได ใครมีรายได้มากก็จ่ายมาก ใครมีน้อยก็จ่ายน้อยหรือได้รับการยกเว้น รัฐบาลที่ผ่านๆ มาเคยมีแนวความคิดจะออกกฎหมายภาษีมรดก ภาษีที่ดิน แต่ก็มีแค่แนวความคิด ไม่มีผลทางปฏิบัติเพราะกลุ่มทุนมักมีอิทธิพลเหนือนักการเมืองเสมอมา รัฐบาลจึงปล่อยให้มีนายทุนที่ครอบครองที่ดินคนละเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ได้ โดยไม่มีการเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า โดยเฉพาะที่ดินที่ถือครองไว้โดยไม่ได้ทำประโยชน์ ควรมีการเก็บภาษีให้สูงมากๆ เพื่อจำกัดการถือครองที่ดินเพราะที่ดินไม่สามารถงอกใหม่ได้ ในขณะที่ประชากรเพิ่มขึ้นทุกปี การถือครองที่ดินมากเกินไป ในขณะที่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ไร้ที่ดินทำกิน จึงเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง รวมทั้งเกิดปัญหาที่ชาวบ้านบุกรุกที่ดินป่าสงวนเพื่อแสวงหาที่ทำกิน ฯลฯ รัฐบาลส่วนใหญ่มักอุ้มคนรวยเสมอเพราะมีกำลังต่อรองสูงกว่าประชาชนทั่วไป มิเช่นนั้นก็เพราะมีเครือข่ายของตนเองเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เสียเอง ดังจะเห็นได้ว่ารัฐบาลก่อนก็อุ้มธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยการลดสัดส่วนขั้นสูงสุดการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% และปัจจุบันเหลือเพียง20% ซึ่งไม่ใช่นโยบายที่ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม บริษัทขนาดใหญ่ยังได้รับการอุ้มชูจากรัฐด้วยการให้ BOI เพื่อลดหย่อนภาษีอีกด้วย ทั้งที่มีกำลังจะช่วยแบ่งเบาภาระให้สังคมได้ ตัวอย่างบริษัทปิโตรเคมีขนาดใหญ่ที่เป็นการควบรวมกิจการของบริษัทเก่า แต่รัฐก็ยังให้ BOI ที่ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล100% เป็นเวลา8ปี และหลังจาก8ปี ก็ยังได้รับการลดหย่อนภาษี50% เป็นเวลาอีก5ปี ทั้งที่ธุรกิจใหญ่โตที่มีกำลังในการจ่ายภาษี แต่กลับได้รับการอุ้มชูจากรัฐบาลในทุกสมัย ยิ่งกว่านั้นยังเป็นกิจการที่ไม่ต้องจ่ายภาษีทุกชนิดตั้งแต่ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ทั้งที่เป็นอุตสาหกรรมก่อมลภาวะ และสร้างขยะพลาสติกมหาศาล แต่กลับไม่ต้องร่วมรับผิดชอบในการดูแลสังคมเอาเลย แม้รัฐบาลก่อนจะมีแนวความคิดที่จะเพิ่มการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ก็ยังไม่กล้าประกาศดำเนินการ การที่คสช.ไม่ได้ดำเนินการแก้ไขให้มีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากกลุ่มทุนและกลุ่มผู้มีอันจะกินในสังคมนี้เสียก่อนที่จะมาประกาศขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก7%เป็น 9% ตั้งแต่วันที่1ตุลาคม 2558 เป็นต้นไปนั้น จึงเป็นเรื่องที่สวนทางจากแนวทางที่จะลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมตามที่ประกาศไว้หรือไม่? ภาษีมูลค่าเพิ่มไม่มีกลไกลดความเหลื่อมล้ำ คนจนหรือคนรวยซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง ก็จ่ายภาษีเท่ากัน การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงเป็นการกระจายภาระลงไปที่คนจน ซึ่งมีฐานกว้างกว่า รัฐได้ภาษีเพิ่มขึ้นง่ายกว่าเพราะแม้ว่าคนจนมีจำนวนมากกว่า แต่ก็เป็นกลุ่มที่ไร้อำนาจต่อรองไม่เหมือนกลุ่มทุน กลุ่มคนร่ำรวยในสังคมที่เสียงดังกว่าเสมอ การเก็บเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยยังคงการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ20% และไม่มีการออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า และภาษีมรดกจึงเป็นนโยบายที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชนคนหาเช้ากินค่ำ ที่ปัจจุบันก็รับภาระหนักอึ้งจากค่าครองชีพ และราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นโดยมีแนวโน้มที่คสช.จะทำตามข้อเสนอของกลุ่มทุนพลังงานที่เรียกร้องให้ปรับขึ้นราคาดีเซล ก๊าซ LPG และ NGV ให้เป็นรายการคืนความสุขอันดับต่อไป หรือไม่? ตรงกันข้าม การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอาจจะมีผลให้จัดเก็บภาษีได้น้อยลง เพราะกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้เพราะการบริโภคภายในประเทศเป็นตัวสร้างGDP ของประเทศถึง 55%ในขณะที่การลงทุนของภาคเอกชนทั้งหมดสร้างGDP เพียง22% เท่านั้น น่าเสียดายที่ วาทกรรมการคืนความสุข และสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ อาจจะถูกมองจากประชาชนได้ว่าเป็นเพียงสโลแกนกลวงๆ ที่ไม่ต่างจากคำหวานที่ทุกรัฐบาลมักหาเสียง และให้สัญญาแบบลมๆแล้งๆกับประชาชนกระมัง?" MThai news …………………………………………………….. ข่าวที่เกี่ยวข้อง คสช.คงVAT 7% อีก1ปี ปรับเพิ่มเป็น10 % เริ่มปี58 ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 92/2557เรื่อง การลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อีก1ปี ปรับเพิ่มเป็น10 % เริ่มปี 58 ...

ชูวิทย์ โพสต์ถึง ประยุทธ์ ชี้ช่องโหว่แก้ปัญหาแรงงาน-ค้ามนุษย์
คสช. /  ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ / 

ชูวิทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึง คสช.  ชี้ช่องโหว่แก้ปัญหาแรงงาน-ค้ามนุษย์ แนะประยุทธ์ จัดการข้าราชการ กฎหมายบางฉบับ วันนี้ (27 มิ.ย. 57) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว @ชูวิทย์ I'm No.5 ถึงco;การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นรวมถึงปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ โดยระบุว่า จดหมายถึงพลเอกประยุทธ์ "ผมทราบดีว่าท่านกำลังยุ่ง ไหนจะต้องทำหน้าที่หลักในการนำกองทัพปกป้องประเทศชาติ แล้วยังต้องมานั่งปวดหัวคอยสะสางปัญหามากมายเพื่อพาประเทศเดินไปข้างหน้าอีก แต่ผมมีความเป็นห่วงเป็นใยเรื่อง "ปัญหาคอรัปชั่น" ที่คอยขัดขวางความเจริญอยู่ในขณะนี้ ตั้งแต่ "ค้าข้าว ยัน ค้ามนุษย์" ท่านคงทราบดีว่า หลายสิ่งหลายอย่างในประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยคอรัปชั่น และเป็นปัญหาอยู่เสมอว่าเราจะจัดการได้อย่างไร? ในเมื่อเราดำรงอยู่กับคอรัปชั่นตั้งแต่เกิดยันตาย ผมขอแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องต่างๆที่เกี่ยวพันกับคอรัปชั่น ดังต่อไปนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกาลดระดับความน่าเชื่อถือของไทยในเรื่องการค้ามนุษย์ แต่หน่วยงานต่างๆของไทยพาเหรดกันออกมาปฏิเสธเป็นพัลวัน ว่าไม่ได้อยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างที่สหรัฐอเมริกากล่าวหาแต่อย่างใด แทนที่จะมาหาข้อแก้ตัวโต้แย้ง ผมว่าเราควรจะมาหาหนทางแก้ปัญหาด้วยความจริงใจเสียจะดีกว่า 1. รายชื่อคณะกรรมการนโยบายจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ของ คสช. เป็นข้าราชการระดับสูงโดยทั้งสิ้น การแก้ปัญหาจึงสะท้อนออกมาเพียงด้านเดียว ทั้งที่การค้ามนุษย์มีพื้นฐานจากความยากจน การเอาอธิบดี ปลัด รวมถึงข้าราชการระดับสูงอื่นๆมานั่งเป็นกรรมการ ไม่ได้หมายความจะแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ได้ เปรียบเสมือนคนที่นั่งอยู่บนรถเบนซ์หรูหรา แต่จะให้ไปแก้ปัญหาของคนที่ขี่ซาเล้ง จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร? 2. ข้าราชการบางหน่วยงานดันเป็นปัญหาเสียเอง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้ามนุษย์ ต้นตอเรื่องนี้จึงหนีไม่พ้นคอรัปชั่น การหยุดยั้งจึงต้องไม่ให้หน่วยงานราชการหนุนหลัง แฝงตัวหาประโยชน์ 3. กฎหมายบางเรื่องเอื้อให้เกิดการค้ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ เช่น กฎหมายสถานบริการบางประเภทอนุญาตให้เปิดกิจการที่ทำให้เกิดการค้ามนุษย์ เบื้องหลังของสถานบริการที่กฎหมายหลับตาให้เปิด คือสถานที่ค้ามนุษย์ใจกลางกรุงดีๆนี่เอง รายละเอียดของทั้ง 3 ข้อนี้ ผมจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป 4. แรงงานต่างด้าวที่เข้าออกประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายตามจังหวัดชายแดน ที่มีการรู้เห็นจากเจ้าหน้าที่ มักอ้างว่าเช้ามาเย็นกลับตามวิถีชายแดน แท้จริงแล้วไม่ได้กลับ การปราบปรามกระบวนการค้ามนุษย์จึงเกี่ยวพันตั้งแต่ล่างสุดจนถึงบนสุด ไม่ได้มีภาพเดียวอย่างที่ คสช. เข้าใจ โดยไปจัดตั้งคณะกรรมการที่มีแต่ข้าราชการระดับสูง วันนี้ตอนดึกหลังเที่ยงคืน ลองไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวแถบตลาดห้วยขวาง จะรู้ว่าเหมือนไม่ได้อยู่เมืองไทย เพราะได้ยินแต่เสียงคนต่างด้าวโล้งเล้งเต็มไปหมด สหรัฐอเมริกาจะเข้าใจประเทศไทยได้ดี และจะเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่น หากประเทศไทยแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา คอรัปชั่นยังแทรกซึมไปถึงการค้าข้าว ที่เป็นปัญหามาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วในนโยบายโครงการจำนำข้าว ท้ายสุดวิธีแก้ปัญหาก็ไม่พ้นกู้เงินจากธนาคารไปจ่ายชาวนา ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบการทุจริตในสต๊อก โกดัง โรงสีข้าวต่างๆ เพื่อไขข้อสงสัยของสาธารณชนว่ามีการโกงข้าว สับเปลี่ยนคุณภาพข้าวอย่างไร? มีสาเหตุหรือมีการคอรัปชั่นมาจากจุดไหน? จะพึ่งแต่ ป.ป.ช. เท่านั้นคงมีกำลังไม่พอ ทหารมีกำลังพลเป็นแสน สามารถตรวจสอบต้นตอของคอรัปชั่น เอาทหารไปตรวจทุกโกดังยังสามารถทำได้อย่างสบายๆ เช่นเดียวกับโครงการโรงพัก 396 แห่ง ที่ผมพูดถึงว่าเอาแต่ทุ่มเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หาคนผิดที่ยังลอยนวล ทหารยังมีกองกำลังทหารช่าง ที่สามารถตรวจโครงสร้างโครงการโรงพักได้ไม่ยาก เพราะเป็นอาคารก่อสร้างแค่ 2 ชั้น ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนทางเทคโนโลยีใดๆ เดี๋ยวนี้เริ่มมีข่าวตั้งโต๊ะเรียกผู้รับเหมา ชักเปอร์เซ็นต์ มีเงินทอน ประเทศไทยจึงวนเวียนกับปัญหาคอรัปชั่นแบบนี้อยู่เสมอมา ไม่ว่ามีสภาหรือไม่มีสภา คอรัปชั่นเพียงแค่ย้ายไปหาศูนย์กลางอำนาจใหม่ ประชาชนเขารอดูว่า คสช. สามารถจัดการกับปัญหาคอรัปชั่นที่เป็นฉากสำคัญคอยขวางความก้าวหน้าประเทศไทยได้หรือไม่? แค่ให้ประชาชนดูหนังนเรศวร ดูคอนเสิร์ตฟังเพลง หรือดูฟุตบอลโลกฟรี เท่านั้นไม่พอ เพราะเป็นความสุขแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่จีรังยั่งยืน การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ยัน ค้าข้าว แถม ค้าโรงพัก จะเป็นการคืนความสุขที่แท้จริงให้กับประชาชนเสียมากกว่า หวังว่าท่านคงจะรับฟังเสียงนกเสียงกาอย่างผม อย่าหาว่าวิพากย์วิจารณ์กันเลย ผมติเพื่อก่อ เพราะเดี๋ยวนี้มีแต่คนเลียแข้งเลียขา ไม่มีใครกล้าพูดติติงสักแอะ "ผมมันประเภท ปากหมาหัวใจคน" MThai news

ขอโทษ /  นักการเมือง / 

ดูเหมือนจะเป็นข่าวเล็กๆที่แอบสร้างกระแสอยู่ไม่น้อยกับภาพ นายอาคิชิโร ซูซูกิ สมาชิกสภากรุงโตเกียว แห่งพรรครัฐบาลเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่น ก้มศีรษะเพื่อขอโทษน.ส.อายากะ ชิโอมูระ นักการเมืองจากพรรค “Your party” นักการเมืองหญิง หลังพูดจาดูถูกทางเพศขณะประชุมสภา เพราะภาพเหล่านี้อาจเห็นได้ไม่บ่อยนักในสังคมโลก ในมุมความเป็นผู้หญิง ต้องยอมรับหลายประเทศในโลกนี้แม้จะเจริญก้าวล้ำไปเพียงใด แต่การเหยียดเพศ หรือมองว่าผู้หญิงด้อยกว่า ไม่มีความสามารถเท่าผู้ชาย ยังคงฝังหัวประชาชนชาวโลกไว้อย่างปฏิเสธไม่ได้ แม้แต่ญี่ปุ่น ประเทศที่เลื่องชื่อด้านเทคโนโลยี เป็นประเทศที่เจริญทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจประเทศหนึ่งของโลก แต่การที่ผู้หญิงไม่ได้รับการยอมรับไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด ยังคงมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา และจีน ยักษ์ใหญ่ในโลกด้านเศรษฐกิจ ผู้กุมชะตาโลกไว้ ก็ยังมีเรื่องการเหยียดเพศเช่นกัน ขณะที่ประเทศไทยเอง การขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สร้างเสียงฮือฮาให้กับผู้หญิงทั่วไปในประเทศที่คิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเป็นนารีขี่ม้าขาวมาช่วยให้ผู้หญิงมีที่ยืนในสังคมมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น การขึ้นมาดำรงตำแหน่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยในสายตาต่างชาติ แต่เอาเข้าจริง เธอถูกกระทำทางวาจาจากนักการเมืองเพศชายหลายครั้งหลายครา ไม่ว่าเรื่องราวจากปากของนักการเมืองเหล่านั้นจะจริงหรือไม่ แต่ไม่เคยมีการออกมากล่าวขอโทษ หรือแสดงความสำนึกผิดที่พูดจาดูถูกเพศแม่แม้แต่ครั้งเดียว ผิดกับต่างชาติที่แม้จะมีการพูดจาถากถางกันของนักการเมืองชายต่อนักการเมืองหญิง แต่บทสรุปของนักการเมืองชายเหล่านั้น บางครั้งก็ต้องออกมาแถลงขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน หากร้ายแรงก็ถึงขั้นขอลาออกเพื่อรักษาหน้าตาของพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ ดังเช่นนายอาคิชิโร ซูซูกิ ที่สุดท้ายก็ต้องขอลาออกเพียงเพราะถ้อยคำไม่เหมาะสมของเขาเอง หากมองในในแง่ของสังคม หากทำผิดการออกมาขอโทษ ยอมรับในสิ่งที่ตนเองทำ เป็นสิ่งที่ทุกคนในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะมีบทบาทต่อสังคมในด้านไหน ควรกระทำด้วยกันทั้งสิ้น นักการเมืองถือเป็นอาชีพที่เห็นได้เด่นชัดสุด ดังเช่นเหตุเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากเซวอลล่มที่เกาหลีใต้ จนเป็นเหตุให้มีผู้โดยสารและลูกเรือกว่า400 รายเสียชีวิต แต่หลังเกิดเหตุเพียงไม่กี่วันนายชอง ฮง วอน นายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้ ก็ขอลาออกทันทีเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น ขณะที่นักการเมืองไทย น้อยคนนักที่จะออกมาขอโทษหรือถึงขั้นยอมลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดจากการบริหารงานของตนเอง นักการเมืองไทยส่วนใหญ่ยังต้องการดำรงตำแหน่งต่อไป เพื่ออยากแก้ไขให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงการสร้างภาพ วาดวิมานบนอากาศเท่านั้น ก็ได้แต่หวังว่าความเจริญก้าวหน้าของประเทศจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขบวนการทางความคิดในเรื่อง "ความรับผิดชอบ" ของคนไทย โดยเฉพาะนักการเมืองจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย MThai News