ความก้าวหน้า

99 % ราศีใดในช่วงนี้จะได้ถือเงินล้าน
ดูดวง /  ดูดวง12ราศี / 

มีโอกาสเป็นไปได้สูง สำหรับราศี….ที่ช่วงนี้ถือว่าดวงดีสุดๆในบรรดา 12 ราศี เพราะจะได้ถือ เงินล้าน แต่จะเป็นราศีใดกัน แล้ว เงินล้าน นั้นจะมาจากไหน ลุ้นกันได้กับ Horoscope.Mthai.com ครับ ราศีกรกฎ (15 ก.ค. – 16 ส.ค.) มีโอกาสสูงที่จะได้ถือ เงินล้าน ทำไมถึงเป็น ราศีกรกฎ งั้นเหรอ สืบเนื่องมาจากช่วงนี้ชาว ราศีกรกฎ มีดาวเจ้าเรือนการเงินคือดาวอาทิตย์อยู่ใน ราศีเมษ เป็นมหาอุต ซึ่งแปลว่า บุญวาสนาเดิมที่ทำมาดี เมื่อถึงจังหวะเดินทาง คือในเวลาปัจจุบัน ดาวพฤหัสบดีเข้าสู่เรืองการเงิน ซึ่งจะมี 2 ช่วง คือ 24 พ.ย.57 – 24 ธ.ค.57 และ 11 ก.ค.58 – 2559 เป็นห้วงช่วงเวลาที่ชาว ราศีกรกฎ จะร่ำรวยเงินทอง ได้ถือ เงินล้าน มีโอกาสมั่นคงเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้ เงินล้าน อาจได้มาจากการเสี่ยงดวงถูกหวย การทำธุรกิจ หรือโบนัสจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีก็เป็นไปได้หมดครับ แต่ขอเตือนไว้นะว่าไม่ใช่ชาว ราศีกรกฎ ทุกคนที่จะมีโอกาสได้ถือ เงินล้าน แต่ทุกๆอย่างนั้นขึ้นอยู่กับบุญเก่าที่ทำมาตั้งแต่ชาติที่แล้วด้วยครับ ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

10 เหตุการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้
10 อันดับ /  ความรู้รอบโลก / 

โลกเราช่วงหลังๆ มานี้มีเหตุการณ์ ภับพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นมามากมาย ซึ่งทำให้เราต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่ก็อย่างว่าทุกอย่างล้วนเกิดมาจากน้ำมีมนุษย์สินะ! หลายต่อหลายคนคาดการณ์ว่าโลกใกล้แตก ถึงคราวมนุษย์ต้องสูยพันธ์ โลกใกล้กลับไปสู่ยุคเริ่มต้น ซึ่งก็คือยุคน้ำแข็ง, มีข่าวคนกินคน ,เชื้อไวรัสระบาด ผู้คนล้มตาย .. เรื่องราวเหล่านี้อาจจะเป็นไปได้หรือไม่ได้ก็ได้ในอนาคต ก็เหมือน 10 เหตุการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้ ที่ทีนเอ็มไทยนำมาให้เพื่อนๆ อ่านกันในวันนี้ แล้วเพื่อนๆ ลองคิดเล่นสิ๊ว่าเหตุการณ์ไหนที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด >,< 10 เหตุการณ์ที่อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้ 1. โรคระบาด (Outbreak) ในโลกของเรามีโรคน่ากลัวเกิดขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นโรคซาร์ โรควัวบ้า หรือล่าสุดอย่างอีโบล่า ซึ่งไม่แน่ว่าต่อไปในอนาคตอาจจะมีโรคใหม่ที่ร้ายแรงถึงชีวิตและติดต่อได้ง่ายผ่านทางอากาศ หรือถ้าเอาแบบมโนไปไกล คนติดอาจกลายเป็นซอมบี้ ที่คอยไปแพร่เชื้อคนอื่นต่อๆ ไปก็เป็นได้ 2. สงคราม (World War 3) สงครามโลกครั้งถัดไปอาจจะไม่ใช่แค่สงครามนิวเคลียร์ มันอาจรุนแรงกว่านั้นกลายเป็นสงครามเคมี สงครามเชื้อโรค ที่ลุกลามกินขอบเขตพื้นที่ประเทศที่ 3 และลุกลามไปจนทั่วโลก แค่คิดก็สยองแล้ว 3. น้ำท่วมโลก (Water World) น้ำท่วมโลกนี้อาจจะเกิดได้หลายสาเหตุ แต่ที่พอมีความเป็นไปได้ก็คือเกิดจากน้ำแข็งขั้วโลกเกิดละลายเนื่องจากสภาวะโลกร้อน และอาจจะเกิดสึนามิจากแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากๆ สาเหตุเหล่านี้อาจจะทำให้หลายๆ ประเทศ จมอยู่ใต้บาดาลก็เป็นได้ 4. ภูเขาไฟยักษ์ระเบิด (Super Valcalno) ภูเขาไฟยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดคือที่อุทยาน Yellowstone ซึ่งตามสถิติว่ากันว่ามันจะระเบิดในทุกๆ 600,000 ปี ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในระหว่างช่วงที่มันมีโอกาสจะปะทุอีกรอบ ซึ่งถ้าหากมันปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่ อเมริกาจะต้องเผชิญกับแม็กม่า โลกเราจะต้องอยู่ภายใต้ฝุ่นควัน และบรรยากาศหนาวเหน็บ 5. อุกาบาตพุ่งชนโลก (Asteroids) ที่ผ่านมามีข่าวลือเกี่ยวกับอุกาบาตจะพุ่งชนโลกมากมาย โดยที่โด่งดังที่สุดก็คือดาวนิบิรุ หรือ Planet X ดวงดาวลึกลับนอกกาแล็คซี่ขนาดใหญ่ที่อาจโคจรมาชนโลกเรา แต่นั่นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ว่าเป็นเรื่องจริงหรือแค่ตำนาน แล้วถ้าหากมีอุกกาบาตอื่นนอกเหนือจากนี้อีกล่ะ อะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอนจริงๆ 6. เปลวสุริยะ (Solar Flares) เปลวสุริยะเกิดจากการปะทุของดวงอาทิตย์ทุกๆ 11 ปี ซึ่งปกติมันก็แค่มีผลเกี่ยวกับคลื่นรบกวนธรรมดา แต่ถ้ามีรอบการปะทุของดวงอาทิตย์ที่รุนแรงเพิ่มขึ้นแม้แต่เพียงนิดเดียว อาจระเบิดความร้อนออกมาจนทำลายโลกเราให้พินาศจนหมด เหมือนอย่างในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งก็เป็นได้ 7. สนามแม่เหล็กโลกกลับขั้ว (Magnetic Pole Reversal) เป็นเรื่องฮือฮากันอยู่พักนึงสำหรับข่าวที่ว่าสนามแม่เหล็กโลกเราจะกลับขั้ว ซึ่งปกติแล้วสนามแม่เหล็กโลกนานน๊านทีจะเกิดสลับขั้วขึ้น ซึ่งครั้งสุดท้ายก็คือเมื่อ 780,000 ปีก่อน แต่หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเมื่อไหร่เตรียมตัวหายนะกันได้เลย เพราะสิ่งที่ตามมาก็คือ แผ่นดินไหว น้ำท่วม อุกาบาตจะถูกดึงดูดมายังโลก โลกจะร้อนขึ้น โอ๊ย สารพัด 8. ซุปเปอร์โนวา (Super Nova) คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อดาวฤกษ์ขนาดใหญ่เผาผลาญเชื้อเพลิงจนหมดแล้วเกิดระเบิด ทำให้เกิดอนุภาคพลังงานสูงพร้อมทั้งรังสีแกมมาและรังสีเอกซ์มหาศาลกระจายออกไป ถ้ามีซุปเปอร์โนวาอยู่ในระยะ 26 ล้านปีแสงจากโลก จะส่งผลกระทบต่อโอโซนของโลกจะหายไปครึ่งนึง หายนะจะบังเกิดหลังจากนี้ แต่โชคดีที่แถวโลกเรายังไม่มีซุปเปอร์โนวาที่ใกล้ขนาดนั้น เหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้นได้ยาก 9. การทดลองของมนุษย์ (Experimentation) มนุษย์เราทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน แต่เราก็ไม่รู้ได้ว่าจะมีวันใดวันนึงที่เทคโนโลยีนั้น หันกลับมาทำร้ายพวกเราเองได้หรือเปล่า อย่างในภาพยนตร์หลายๆ เรื่องก็จะเห็น Super Computer ที่สามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ได้ทุกอย่าง รวมไปถึงอาจจะเป็นหุ่นยนต์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างหนังเรื่องคนเหล็กก็เป็นได้ 10. มนุษย์ต่างดาวบุกโลก (Alien Invasion) เราจะรู้ได้อย่างไรว่า นอกจากโลกเราแล้วจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่อีก เรื่องนี้ไม่สามารถมีใครรู้ได้ แต่ถ้าวันดีคืนดี เราอาจจะเจอสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรมที่สูงกว่าเรา อาจจะอยากได้ดวงดาวของเราด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อเวลานั้นมาถึง เราคงจะได้รู้คำตอบว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือเปล่า ขอบคุณข้อมูล พี่หมี เพชรมายา

The Couple : หลอน รัก พักชีวิตคู่
Last Summer /  Talent 1 / 

หลังจากเคยเปิดตัวด้วยภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกของค่าย และทำรายได้น่าพอใจไปแล้ว มาถึงตอนนี้ก็ถึงเวลาสำหรับเรื่องใหม่เสียที สำหรับค่าย Talent 1 ผู้สร้าง Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย ที่เข็นเรื่องใหม่ออกมาแล้วอย่าง The Couple รัก ลวง หลอน ที่มี ออม สุชาร์ มารับบทนำนั่นเอง ในคืนแต่งงาน จุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของ กานต์ (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) กับ อ้อม (สุชาร์ มานะยิ่ง) ที่หวังจะสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ด้วยกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสยองขวัญ เมื่ออ้อมพบศพ สิตา (มะลิ โคทส์) พี่สะใภ้ของกานต์ผูกคอตายอยู่ภายในบ้าน ทุกคนลงความเห็นว่าสิตาฆ่าตัวตายแม้ไม่มีใครรู้ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เธอ ตัดสินใจกะทันหันเช่นนี้ แต่หลังจากวันนั้น อ้อมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างกายที่เคยเป็นของตนถูกผีสิตาพยายามเข้าครอบครอง หวังเปิดโปงเงื่อนงำการตายและแก้แค้นทุกคนที่เกี่ยวข้อง อ้อมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนท่ามกลางความงุนงงของกานต์ ที่ต้องพยายามทำให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ หนังใช้ชื่อการกำกับว่า ทาเลนต์ วัน ทีม ซึ่งนั่นคงแปลว่ามีทีมงานหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือกำกับหนังเรื่องนี้ครับ ซึ่งจากตัวอย่างหนัง และ ใบปิด ก็ต่างบอกออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า The Couple น่าจะเป็นหนังสยองขวัญแนวจิตวิทยา ที่เล่นกับสถานที่มืดอย่างแน่นอน และตัวหนังจริงๆก็เป็นเช่นนั้น เพราะหนังถือว่าเป็นหนังผีไทยอีกเรื่องที่มุ่งเน้นจะพูดการอาฆาตแค้น และการบ่งบอกถึงปัญหาด้านของ จิตวิทยา และ ไศยศาสตร์ ซึ่งการที่ตัวหนังหยิบเอาเรื่องพวกนี้พูด ผสมกับเรื่องผีสิง น่าจะไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี ถ้าหากว่าตัวหนังกลับไม่สอบตกทั้งด้านงานกำกับ และ ตัดต่อเสียก่อน ซึ่งเอาเป็นว่า The Couple ต่างมีวัตถุดิบชั้นดีในการปรุงรสให้ได้หนังสยองขวัญเรื่องนึงออกมา ทั้งฉากหลัง และ ตัวละคร ที่ขนความเพี้ยนมาไม่ยอมใคร แต่เนื่องด้วยตัวหนังที่ทีมงานกำกับอาจจะดูมึนงงต่อการทำหนังอยู่บ้าง จึงทำให้การถ่ายทอดบทหนังที่เขียนออกมานั่น เปรียบเสมือนให้ตัวหนังนี่มันมีอยู่เพียง องค์เดียว และเล่ายาว ซึ่งนั่นเองทำให้ตัวหนังขาดการพัฒนาตัวละคร และ สถานการณ์รอบข้างโดยสิ้นเชิง เราจะเห็นก็แต่การพยายามจองล้างจองฆ่าของผีสาง และความพยายามของ กานต์ ที่อยากจะช่วยให้ ออม กลับมาเหมือนเดิมเท่านั่น แต่เรื่องราวทั้งหมดทั้งปมหลังในอดีต และ การพัฒนาตัวละครกลับดูจะสวนทาง และ ไม่ก้าวหน้าเลยสักนิด โดยสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคงเป็นการที่ได้เห็นชื่อของคุณ คงเดช ผู้กำกับ ตั้งวง มาอยู่ในทีมเขียนบทด้วยแล้ว แต่กลับไม่สามารถทำให้ The Couple เท่าเทียมเรื่อง Last Summer ได้อย่างดีนักในแง่ของคุณภาพหนัง แต่กระนั้นแล้วถ้าหากพูดถึงทีมนักแสดง ต้องขอบอกว่า ออม สุชาร์ เรื่องนี้สามารถแสดงได้ดีไม่แพ้กับ ปันปัน เมื่อตอนเรื่องก่อน ซึ่งถ้าหากไม่ติดขัดถึงเรื่องความแย่ของหนัง การแสดงของเธอในเรื่องนี้ก็น่าจะส่งให้เธอไปชิงรางวัลใน สุพรรณหงส์ ด้านสาขาการแสดงได้อย่างไม่ยากเลยทีเดียวครับ สรุปแล้ว The Couple ก็ดูท่าจะเป็นหนังสยองขวัญที่เน้นขายให้แก่คนที่ต้องการอะไรตุ้งแช่ และเป็นแฟนคลับของนักแสดงในเรื่องเสียมากกว่า จะมาเป็นหนังผี ดราม่ายุคใหม่ ที่ยังล้มเหลวทั้งในแง่ของการสื่อสาร และ การหาทางออกของตัวหนังอยู่มากโขทีเดียวครับ เรื่องนี้ผมให้ 6/10 ครับ

รวบหนุ่มอเมริกัน หนีคดีข่มขืนมากบดานไทย
ครูสอนภาษา /  นายโทมัส แอนดรู อีริคสัน / 

ตร.รวบหนุ่มอเมริกัน หนีคดีข่มขืนที่บ้านเกิด มากบดานเป็นครูสอนภาษาในไทย ชี้ก่อเหตุซ้ำมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงผลการจับกุม นายโทมัส แอนดรู อีริคสัน หรือ แอนดรูว์ แม็คคลีน หรือ แบร์รี่ สจ๊วต อายุ 47 ปี สัญชาติอเมริกัน หลังได้รับการประสานจากทางการสหรัฐอเมริกา ให้ติดตามตัว เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้าม มีหมายจับของ เด็นตั้น เคาน์ตี้ รัฐเท็กซัส ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและทำร้ายร่างกายและได้หนีมากบดานอยู่ในประเทศไทย โดยทางการสหรัฐอเมริกา ได้เพิกถอนหนังสือเดินทางของ นายโทมัส แล้ว จากการตรวจสอบทราบว่า นายโทมัส ยังมีหมายจับของศาลอาญา ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายและทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ระหว่างหลบหนีได้ใช้หนังสือเดินทางปลอมนำไปประกอบอาชีพครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนมัธยมชื่อดังหลายแห่ง ล่าสุด ได้ไปเปิดสถาบันสอนภาษา EDD ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าติดตามผู้ต้องหาจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า มีหญิงไทยหลายรายตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหารายนี้ มีทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนชื่อดัง รวมทั้งพนักงานบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ที่ต้องการเรียนภาษา เพื่อความก้าวหน้าในการทำงาน ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะนี้ จะไม่กล้าแจ้งความ เนื่องจากรู้สึกอับอาย และเกรงว่าจะกระทบกับหน้าที่การงาน ทำให้ยากต่อการจับกุม จากการสอบถามผู้เสียหายหลายคนทราบผู้ต้องหาเป็นบุคคลสองบุคลิก หรือ ไบโพลาร์มักจะควบคุมตัวเองไม่ได้ และใช้ความรุนแรง ทุบตีทำร้ายเหยื่อ ขณะมีเพศสัมพันธ์ด้วย

สุดยอดความน่าทึ่งกับ 10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา
10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา /  ความเชื่อ / 

ใครจะรู้บ้างว่านอกจาก นาฬิกา จะมีหน้าที่บอกเวลาแล้ว นาฬิกา ยังจัดได้ว่าเป็นวัตถุมงคล และเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภมากมายด้วยเช่นกัน และนี่คือ 10 ความเชื่อเกี่ยวกับ นาฬิกา ที่คุณควรได้รู้ จะมีอะไรบ้างนั้น เราลองไปดูกัน นาฬิกา สำหรับ นาฬิกา ถือว่าเป็นเครื่องประดับ และเป็นของใช้ที่สำคัญสิ่งหนึ่งในการใช้ชีวิต เพราะมันทำหน้าที่เป็นเครื่องบ่งบอกเวลาให้เราได้รู้ว่าเราควรทำอะไร เวลาไหน นอกจากนี้มันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับบ่งบอกสไตล์และสเตตัสของผู้สวมใส่ และนี่คือ 10 ความเชื่อเกี่ยวกับ นาฬิกา 1 ตำแหน่งที่แขวนนาฬิกา ตำแหน่งในการแขวน นาฬิกา บางคนอาจไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่ อยากจะแขวนไว้ตรงไหนก็ตามแต่ความพึงพอใจ โดยหารู้ไม่ว่ามันอาจส่งผลต่อชีวิตของคุณได้อย่างไม่คาดฝัน โบราณเชื่อว่าการแขวน นาฬิกา ต้องไม่แขวนไว้ตรงกันข้ามกับประตูบ้านพอดี เพราะมันจะเป็นสิ่งแรกที่เราได้เห็นเวลาเข้าบ้าน เชื่อกันว่าเป็นการเร่งวันเร่งคืนให้คนที่เดินเข้าบ้านนี้ (โดยเฉพาะตัวเจ้าของบ้าน) หมดอายุขัยเร็วๆ 2 ไม่ควรปล่อยให้นาฬิกาตาย ความเชื่อนี้เชื่อกันมากในหมู่ชาวจีน โดยเชื่อว่าการเดินของ นาฬิกา เป็นสัญลักษณ์แห่งอายุขัย เป็นความก้าวหน้า ความราบรื่น และการหมุนเวียนของพลังงานที่ดี เมื่อนาฬิกาตาย โชคลาภ พลังแห่งความก้าวหน้าที่มากับ นาฬิกา ก็จะพลอยตายไปด้วย นาฬิกาประเภทที่เดินยาวนานที่สุดก็คือ นาฬิกาสี่ร้อยวันตั้งโต๊ะที่มีครอบแก้ว โดยไขลานเพียงครั้งเดียว แต่ยังมีนาฬิกาที่เดินนานที่สุดที่นักสะสมนาฬิกามักบอกว่าเดินกันชั่วชีวิต คือ นาฬิกา Almos เป็นนาฬิกาที่เดินด้วยความกดอากาศหรืออุณหภูมิ โดยใช้หลักการในทุก ๆ 4 นาที อุณหภูมิของอากาศจะเปลี่ยนขึ้นลงตลอดเวลา 3 นาฬิการูปแปดเหลี่ยม (โป๊ยก่วย) ในประเทศจีนบ้านที่ตั้งอยู่ในฮวงจุ้ยไม่ดี เช่น บนทางสามแพร่ง หรือมีถนนตัดเข้ามาถึงหน้าบ้าน จะแขวน นาฬิกา รูปแปดเหลี่ยมที่เรียกว่านาฬิกาโป๊ยก่วยไว้ เพื่อใช้แก้อาถรรพ์ นาฬิกา ชนิดนี้เหมือนยันต์แปดทิศ และมีพลังหยินหยางแฝงอยู่ในตัวสมบูรณ์ สามารถขับไล่ภูตผีปีศาจทุกเวอร์ชั่นไม่ให้เข้ามาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ในบ้าน ชาวจีนเชื่อว่าในบ้านควรมีนาฬิกาทรงกลมอย่างน้อยหนึ่งอัน เพราะทรงกลมของมันคล้ายกับเหรียญเงิน เจ้าของบ้านจะได้มีเงินทอง ทั้งลาภจริงลาภลอยไหลเข้าบ้านไม่ขาดสาย ความเชื่อเรื่องนาฬิกา 4 นาฬิกาซิกโซ่ นาฬิกาตั้งพื้นที่นิยมนำมามอบเป็นของขวัญที่ระลึกวันเปิดร้านหรือเริ่มต้นกิจการอะไรใหม่ๆ ซึ่งกระจกด้านหน้าที่มีข้อความเขียนคำอวยพรเป็นภาษาจีนที่ล้วนแต่เป็นคำมงคลเกี่ยวกับโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ร้อยละเก้าสิบของ นาฬิกา ประเภทนี้จะมีคำอวยพรทั้งนั้น นักสะสมบางคนชอบเก็บสะสมคำอวยพรไว้ซึ่งเป็นความหมายที่ดี 5 เสียงตีของนาฬิกา เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ชื่อเสียง ความเกรียงไกร และช่วยกล่อมจิตใจเจ้าของบ้านให้ร่มเย็นเป็นสุข  นาฬิกา ที่เอาแต่บอกเวลาแต่ไม่ตีจึงถือว่าไม่ใช่นาฬิกาที่ดี ถ้าเอาเข้ามาแขวนคนในบ้านนั้นจะมีแต่ความเร่งร้อน ต้องทำงานหนักงกๆ จนไม่มีเวลาพักผ่อนและจิตใจก็หาความสุขไม่ได้ 6 หน้าปัดนาฬิกาสะท้อนตัวตนของคนใส่ คนที่เชื่อเรื่อง นาฬิกา จึงนิยมใส่นาฬิกาหน้าปัดใหญ่ๆ เพื่อเพิ่มสิริมงคลให้ตัวเองดูภูมิฐาน ชีวิตอุดมสมบูรณ์ ทำมาค้าขึ้น และจะเน้นหน้าปัดที่เป็นกระเบื้อง เพราะกระเบื้องมีความเงางามเป็นมันสดใสไม่มัวหมองง่ายๆ แม้จะเก่าแค่ไหนก็ตาม โชคชะตาของคนใส่จะได้สดใสไม่มีวันเสื่อมไปด้วย 7 สีมงคลประจำวันเกิด สีประจำวันเกิดน่าจะเป็นสีที่ส่งผลต่อความสุขความเจริญ ประจำราศีเกิดของคนนั้น หน้าปัดของ นาฬิกา ที่มีสีต่างๆ ก็ควรจะเลือกตามสีวันเกิดหรือราศีเกิดของตัวเอง เพื่อช่วยเสริมพลังชีวิตให้เจริญก้าวหน้า 10 ความเชื่อเรื่องนาฬิกา 8 หัวโขนของนาฬิกา คนจีนสั่งสอนกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดว่า นาฬิกา ที่มีรูปม้าและนกอินทรีอยู่ด้านบนสุด ถือว่าเป็นนาฬิกาซูเปอร์เฮง เฮงจริง เฮงจัง ควรมีไว้เป็นเครื่องรางประจำบ้าน เพราะม้าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสมหวัง เจ้าของบ้านจะทำอะไรก็สำเร็จได้ผลดีไปหมดทุกอย่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นม้าสีทอง สีเงิน และสีน้ำตาลเท่านั้น ส่วนม้าสีดำเป็นม้าแห่งความตายลูกหลานคนไหนทะเล้นอุ้มเข้าบ้านมีหวังถูกด่าจนหูชา สำหรับนกอินทรีนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม วาสนาอันสูงส่ง การเริ่มต้นที่ดีและความรุ่งเรือง ยิ่งถ้านกตัวนั้นทำท่าเหินร่อนเหมือนจะบินก็ยิ่งเป็นอภิชาตนก เหมาะจะตั้งไว้ในห้องรับแขกให้เป็นสิริมงคลกับครอบครัว เพราะนกตัวนี้จะเรียกเงินทองโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาให้วงศ์ตระกูล นาฬิกาที่มีรูปสิงโตอยู่ด้านบนเป็นของมงคลยอดฮิตอีกอย่างหนึ่งของชาวจีน เชื่อว่ามีแล้วลูกชายบ้านนั้นจะเจริญก้าวหน้า มีความเข้มแข็งและได้เป็นผู้นำหรือเป็นเจ้าคนนายคน เหมือนสิงโตเจ้าป่ายังไงยังงั้น 9 หน้าปัดนาฬิกาที่ดี ควรทำจากกระจกที่เจียระไนเหลี่ยมมุมให้สะท้อนแสงได้คล้ายเพชร กระจกแบบนี้จะสะท้อนพลังงานดีๆ ไปทั่วบ้าน ช่วยให้คนที่อาศัยมีแต่ความสุข ปลอดโปร่งใจ ฐานะการเงินก็มั่นคงไม่ต้องวิ่งหนีเจ้าหนี้กันขาขวิด 10 พระจันทร์ยิ้ม เชื่อว่าพระอาทิตย์-พระจันทร์ เป็นตัวแทนแห่งพลังหยิน-หยาง หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกัน ถือว่าเป็นมงคลนัก เต็มไปด้วยพลังแห่งความกระตือรือร้น ไม่เฉื่อยชา พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นจิตใจที่อ่อนโยน และจะนำเรื่องความรักความเมตตามาสู่ท่านด้วย มิน่าล่ะ นาฬิกา พระจันทร์ยิ้มถึงแพงและหายาก ก็เพราะเป็นแบบนี้นี่เอง และนี่ก็คือ10 ลักษณะนาฬิกาที่เป็นมงคล โดยที่กล่าวมานี้ เป็นความเชื่อส่วนหนึ่งที่ยึดถือกันมาแต่ครั้งโบราณ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากวุ่นวายอะไรนัก การที่เราจะเชื่อหรือยึดถือปฏิบัติตามเพื่อความสบายใจของการใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยก็ไม่เรื่องเสียหายอะไร ขอบคุณข้อมูลจาก blog.dealfish.co.th ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

40 แบบ วิธีทำบุญให้ได้รับอานิสงส์ผลบุญตามที่ต้องการ
ดูดวง /  ทำบุญ / 

หากเราพูดถึงการทำบุญแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ ไม่ว่าจะทำรูปแบบไหนหรือลักษณะใดก็ได้บุญกันทั้งนั้น แต่ที่ Horoscope.Mthai.com จะนำมาฝากกันในวันนี้ คือวิธีการทำบุญ 40 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะได้ อานิสงส์ผลบุญ จากการทำบุญที่แตกต่างการออกไป เพื่อเป็นทางเลือกให้คุณเลือกทำบุญตามสิ่งที่คุณต้องการ ลองไปดูกันครับ อานิสงส์ผลบุญ 40 แบบ การทำบุญด้วยการถวายจีวร ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายจีวรแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ จะเป็นผู้ที่พร้อมด้วยเสื้อผ้า อาภรณ์ และเครื่องประดับ มีแต่ผู้คนให้ความเคารพยกย่อง มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับของคนทุกหมู่เหล่า เมื่อใดก็ตามจะต้องพบกับความมีอุปสรรค อุปสรรคนั้นจะผ่านพ้นไปด้วยดี ภยันตรายอื่นๆ อย่างสัตว์มีพิษและของมีคมต่างๆ ก็ทำร้ายไม่ได้ อานิสงส์ที่จะเกิดขึ้นในชาติหน้า จะเกิดมาเป็นผู้ที่มีความเพียบพร้อมด้วยหน้าตาที่งดงาม และสติปัญญาที่น่านับถืออย่างยิ่ง การทำบุญด้วยการถวายเตียงนอน ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายเตียงนอนแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ผลบุญในเรื่องของความเป็นอยู่ที่สุขสบาย จะได้นอนหลับในที่ที่อุ่นในยามหนาว เย็นสบายในช่วงฤดูร้อน ในเรื่องของสุขภาพก็มักจะไม่เจ็บป่วยง่าย ร่างกายแข็งแรงหากคิดจะเอาดีทางด้านการกีฬา ก็จะโด่งดังในระดับโลก เพราะจะเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในด้านนี้มาก เมื่อชีวิตเข้าสู่วัยชรา ก็จะมีลูกหลานมาดูแล ไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นับว่าสบายตั้งแต่เกิดจนตาย การทำบุญด้วยการถวายหมอน ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายหมอน จะได้รับอานิสงส์ในเรื่องของการเป็นผู้ที่มีความอดทนอดกลั้นเหนือผู้อื่น หากอยู่ในการแข่งขันจะเป็นบุคคลที่สร้างความกดดันให้แก่คู่ต่อสู้อย่างมาก ทำการงานใดก็จะสำเร็จ เพราะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้ง่าย อีกทั้งหากจะทำการงานใดก็จะมีคนคอยอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่เสมอ การทำบุญด้วยยาดม ยานัตถุ์ ผู้ที่ทำบุญด้วยยาดม หรือยานัตถุ์ จะได้รับอานิสงส์ผลบุญส่งให้เป็นผู้ปลอดภัยจากโรคเกี่ยวกับจมูกทั้งปวง จะได้รับรส และกลิ่นที่งดงามอย่างกลิ่นของพระธรรม เกียรติยศชื่อเสียงต่างๆ จะขจรขจายไปทั่ว จนผู้คนต่างพากันชื่นชมในคุณงามความดีที่คุณได้สั่งสมเอาไว้ บริวารต่างพากันเคารพ และคอยปกป้องไม่ให้ได้รับอันตราย จึงเป็นผู้ที่ได้รับการปกป้องเป็นอย่างดีจากผู้อื่น การทำบุญด้วยร่ม ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายร่ม จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้ชีวิตมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข แม้ในยามที่ตกทุกข์ชะตาดับ ก็จะเกิดปาฏิหาริย์กลายเป็นดีได้ในทุกครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นผู้อุดมด้วยบุญบารมี แผ่ขยายไปทั่วจนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ผู้อื่นได้ด้วย จึงมีแต่คนเคารพนับถือ และยอมรับในความกรุณาอย่างดียิ่ง ในบั้นปลายชีวิตก็จะพบแต่ความสุขที่แท้จริง ไม่ต้องอยู่โดดเดี่ยวแน่นอน การทำบุญด้วยไม้กลอนประตู ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายไม้กลอนประตู จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้เป็นผู้ที่มีความกล้าหาญในทุกๆ เรื่อง จึงได้รับโอกาสดีๆ อยู่เสมอ จะได้รับการปกป้องคุ้มครองเป็นอย่างดีจากคนรอบข้าง ไม่ต้องทุกข์กาย ทุกข์ใจ ชีวิตจะสุขสบายตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะหนทางโรยด้วยกลีบกุหลาบอยู่แล้ว นับว่าเป็นความโชคดีอย่างมาก การทำบุญด้วยน้ำมันนวด ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายน้ำมันนวด จะได้รับอานิสงส์ผลบุญทำให้เป็นผู้ที่พรั่งพร้อมไปด้วยบริวารที่คอยปรนนิบัติพัดวีอย่างใกล้ชิด หากจะทำสิ่งใดก็จะมีที่ปรึกษา ส่งเสริมทั้งกำลังกาย ใจ สติปัญญาและกำลังทรัพย์ ส่วนการเจ็บไข้โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยต่างๆ จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน จะเป็นผู้ที่มีกำลังวังชาดี หากจะเป็นนักกีฬา ก็จะโด่งดังระดับโลก หรือหากจะรับราชการทหารหรือตำรวจก็น่าสนับสนุนส่งเสริม เพราะจะได้เป็นผู้บัญชาการอย่างรวดเร็ว การทำบุญด้วยพัด ผู้ที่ทำบุญด้วยพัด จะได้รับผลบุญในเรื่องของสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ชีวิตจะมีเรื่องสบายใจ ลูกหลานก็เป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่สร้างเรื่องทุกข์กาย ทุกข์ใจใดๆ ให้เลยแม้แต่น้อย เกียรติยศและชื่อเสียงจะโด่งดัง และมีแต่คนยอมรับนับถือจำนวนมาก ในโลกหน้าก็จะพบแต่ความสุขสำราญกายใจเช่นชาตินี้ การทำบุญด้วยรองเท้า ผู้ที่ทำบุญด้วยรองเท้า จะเป็นผู้ที่ได้รับอานิสงส์ของการเป็นผู้มีบริวารมาก จะมีคนคอยให้ความช่วยเหลือและยกย่องเชิดชูเป็นอย่างดี ในเรื่องของโรคเกี่ยวกับเท้าก็หมดไป ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ และหากจะท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ก็ทำได้ง่าย ถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยเพราะจะได้เป็นนักเดินทางที่มีชื่อเสียง ตลอดการเดินทางก็จะได้เรียนรู้ และศึกษาสิ่งต่างๆ เสมอ จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงมากคนหนึ่ง การทำบุญด้วยกุญแจ ผู้ที่ทำบุญด้วยกุญแจจะเป็นผู้ที่มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน คิดอะไรก็แตกฉาน ไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้หากคิดจะทำ อีกทั้งชีวิตยังมีแต่ความปลอดภัย ภยันตรายก็ไม่กล้ามากล้ำกรายอย่างแน่นอน ส่วนในชาติหน้าก็จะเกิดเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั่วทั้งแผ่นดิน การทำบุญด้วยการถวายที่ดิน ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายที่ดินแด่พระสงฆ์ นับว่าเป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ จะได้เป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้ปกครองแผ่นดินหรือบริหารประเทศ ความที่เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่จึงมีคนพากันยกย่องสรรเสริญจำนวนมาก ในเรื่องของความมั่นคงทางกายและใจ ไม่มีปัญหาอะไรเลยเพราะเป็นผู้ที่หนักแน่น ทำการใดก็เจริญและได้รับการยอมรับอยู่ตลอด จะมีความสุขทั้งชีวิตเลยทีเดียว การทำบุญด้วยการทำความสะอาดเจดีย์ ผู้ที่ทำบุญด้วยการทำความสะอาดเจดีย์ นับว่าได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน เพราะจะทำให้ชีวิตมีแต่ความสงบราบรื่น คิดจะทำสิ่งใดก็ไร้อุปสรรค หากตายไปแล้วก็จะได้ไปจุติในแดนสวรรค์ มีผู้คนและบริวารห้อมล้อมและปรนนิบัติตลอด นับว่าจะได้รับอานิสงส์นี้ทุกชาติๆ ไปเลยทีเดียว จิตใจนั้นก็ค่อนข้างดีงาม พ้นจากกิเลส ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้เสมอ เพราะมีแต่ความเมตตานั่นเอง การทำบุญด้วยการถวายไม้เท้าค้ำยัน ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายไม้เท้าค้ำยันแด่พระสงฆ์ ผลบุญนี้จะทำให้ได้รับความสบายใจในการครองชีวิต ไม่ต้องพบเจอกับปัญหาอุปสรรค จะมีคนคอยปกป้องรักษาให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ จะมีลูกก็จะพึ่งพิงได้ ลูกจะดี ไม่นำเรื่องหนักใจมาให้ จะเป็นคนที่มีชีวิตที่มั่นคง เหมือนไม้เท้าคอยค้ำยันไว้ กล้าหาญในการทำกิจต่างๆ ทำให้คนรอบข้างที่คิดร้ายหวาดกลัวและพ่ายแพ้ไปในที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วผลบุญนี้จะส่งผลให้เป็นคนดวงแข็ง การทำบุญด้วยการไหว้พระพุทธรูปด้วยจิตศรัทธา ผู้ที่ทำบุญด้วยการไหว้พระพุทธรูปด้วยจิตที่ศรัทธานั้นจะได้รับอานิสงส์ คือ อานิสงส์นี้จะไปเสริมดวงให้เป็นที่เคารพนับถือ ชีวิตครอบครัวก็จะสุขสบาย เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงและน่าสรรเสริญ ปราศจากศัตรูที่คิดร้าย คนคิดร้ายก็จะสำนึกในความดีต่างๆ แล้วพ่ายแพ้ไป เส้นทางชีวิตมีแต่ความสุข สงบ พบเจอแต่เรื่องดีๆ ในชีวิต จะมีสติดี ทำให้ประสบความสำเร็จในเรื่องที่หวังได้ง่าย การทำบุญด้วยดอกไม้ ธูปเทียน ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายดอกไม้ ธูปเทียน จะได้รับอานิสงส์ผลบุญในส่วนของการมีสติปัญญาที่ฉลาดปราดเปรื่อง รู้จักแก้ไขปัญหาจัดการเรื่องต่างๆ กับชีวิตของตนได้เป็นอย่างดี หากคิดจะวางแผนก็เป็นนักวางแผนตัวสำคัญ ในเรื่องของรูปร่างหน้าตาก็สง่างาม เป็นหญิงอย่างกุลสตรี เป็นชายก็สมชายชาตรี ใครเห็นก็รักใคร่ชอบพอกันทุกคน ส่วนใหญ่แล้วอานิสงส์นี้จะผลักดันให้ผู้ที่ทำบุญพบกับความสำเร็จ ชื่อเสียงโด่งดัง จนเป็นที่ยอมรับของคนทุกเพศทุกวัย นับเป็นบุญกุศลที่สูงส่งยิ่ง การทำบุญด้วยกรรไกรตัดเล็บ ผู้ที่ทำบุญด้วยกรรไกรตัดเล็บนั้น จะได้รับผลบุญส่งให้ชีวิตของคุณพบกับความบริสุทธิ์ ปราศจากความเศร้าหมองใดๆ อันตรายต่างๆ ที่จะเข้าใกล้ก็จะไม่กล้ำกราย ชีวิตจะมีแต่ความสุข อานิสงส์นี้ยังส่งผลถึงครอบครัวให้ได้รับความสุขมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังจะเป็นผลดีในส่วนของการได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากผู้ใหญ่ที่เขาเอ็นดูคุณเป็นอย่างดี ในยามที่ตกต่ำ ไม่นานจะกลับมามีชีวิตสดใสได้ทุกครั้ง นับว่าเป็นบุคคลที่โชคดีมากคนหนึ่ง การทำบุญด้วยการถวายมีดโกน ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายมีดโกนแด่พระภิกษุสงฆ์ อานิสงส์ที่ได้รับจะส่งผลต่อการดำรงชีวิต เพราะจะเป็นผู้ที่มีสมาธิ ทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างละเอียดรอบคอบ จะเป็นผู้ที่ขยันขันแข็ง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทั้งหลาย ทำให้ประสบความสำเร็จในบั้นปลาย สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้ง่ายๆ มีจิตใจที่ผ่องแผ้ว สุขทั้งกายและใจ อุปสรรคที่ต้องเผชิญก็มลายหาย การทำบุญด้วยการถวายตะเกียง ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายตะเกียงแด่พระสงฆ์จะได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ จะเป็นผู้ที่มีชีวิตที่ราบรื่น เหมือนมีไฟส่องทางให้ ทำให้ไม่พบเจอปัญหาหรืออุปสรรคที่ยากจะผ่านไปได้ การเรียนหรือการทำงานก็จะเป็นเลิศ เพราะสติปัญญาดีมาก หัวไว และแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดี แม้ศึกษาธรรมก็จะรู้ได้อย่างแตกฉาน เป็นผู้ที่วางตัวดี คนรอบข้างเคารพและเชื่อถือในคำพูด ทำดีจะเห็นผลเร็ว มีชีวิตที่รุ่งโรจน์ไม่มีตก การทำบุญด้วยการถวายตู้ใส่พระไตรปิฎก ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายตู้ใส่พระไตรปิฎก จะได้รับอานิสงส์ผลบุญอย่างมากมายในเรื่องของความพร้อมด้านรูปโฉม และความเจริญทางด้านสติปัญญา จะเป็นผู้ที่มีไหวพริบ ชาญฉลาด สามารถหาทางออกที่ดีให้กับชีวิตได้ตลอด ความงดงามทางรูปร่างหน้าตา ทำให้เป็นคนที่มีเสน่ห์ เป็นที่รักและชื่นชมของคนทั่วไป นอกจากนี้แล้วการทำบุญด้วยวิธีนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตของคุณไม่โดดเดี่ยว จะมีคนมาอยู่ใกล้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูงหรือว่าญาติ ทั้งในยามทุกข์และสุข จะไม่มีวันตกต่ำอย่างแน่นอน นับว่าการทำบุญด้วยวิธีนี้ เป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งทีเดียว การทำบุญด้วยการสร้างพระพุทธรูป ผู้ที่ทำบุญด้วยการสร้างพระพุทธรูป ให้เป็นที่สักการบูชาจะเป็นผู้ที่ได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะไม่ว่าจะเกิดในชาติใดก็ตาม จะเป็นผู้ที่พร้อมด้วยทรัพย์ สติปัญญา และรูปโฉม ทำสิ่งใดก็ตามจะมีบริวาร ผู้คอยช่วยเหลือ และสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่ง ในด้านของจิตใจนั้น จะเป็นผู้ที่มีจิตใจดีงาม ยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนเป็นอย่างดี หากเป็นผู้นำในเรื่องใดก็จะสำเร็จและพาลูกน้องพบกับความสุขได้เสมอ การวางแผนก็จะเป็นนักคิดที่แยบคาย รู้ทันเหตุการณ์ต่างๆ เป็นอย่างดี อานิสงส์นี้จะทำให้คุณใช้ชีวิตสุขสบายอย่างมาก การทำบุญด้วยการสร้างกุฏิ ผู้ที่ทำบุญด้วยการสร้างกุฏิถวายแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์กลับคืนมาในเรื่องของความเป็นอยู่ จะมีชีวิตที่สุขสบายไม่ลำบาก ครอบครัวก็จะรักใคร่ปรองดองกัน มีความมั่นคงในชีวิต ด้านร่างกาย ก็จะเป็นผู้ที่มีความรู้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเรียนทางด้านใดก็จะเรียนรู้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง บุคคลที่คิดร้ายก็จะต้องแพ้ภัยตนเอง จะปลอดภัยจากสัตว์ร้ายและอาวุธต่างๆ มีอายุยืนยาว การทำบุญด้วยการบูรณะพระพุทธรูป ผู้ที่ทำบุญด้วยการบูรณะพระพุทธรูปแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์อันแรงกล้า สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ร่างกายสมบูรณ์ครบอาการ 32 ผิวพรรณงามเปล่งปลั่ง ไม่แก่เร็ว ความเป็นอยู่ดี มั่งคั่ง ทำมาค้าขึ้น มักจะได้ลาภลอยอยู่บ่อยๆ ไปไหนก็มักจะเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้พบเห็น ใครเห็นใครก็รัก พูดจาอะไรก็จะเป็นที่เชื่อถือ เป็นที่นับหน้าถือตา ชาติหน้าก็จะเป็นผู้ที่สวยทั้งรูปกายและรูปสมบัติ การทำบุญด้วยการถวายภาชนะต่างๆ ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายภาชนะต่างๆ แด่พระภิกษุสงฆ์ บุคคลผู้นั้นจะได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ ชีวิตพรั่งพร้อมไปด้วยบริวาร มีแต่คนอาสาที่จะช่วยเหลือ หากประสบปัญหาใดก็ตาม บริวารจะเป็นที่รับฟังและเป็นที่ปรึกษาที่ดีอย่างยิ่ง ในการติดต่อ เจรจา จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะเป็นผู้ที่มีทักษะในการพูดเป็นเลิศ เรียนด้านใดก็มักจะได้ดีกว่าผู้อื่น หัวไว และมีพรสวรรค์ในทุกๆ ด้าน เมื่อมุ่งไปทางใดแล้วก็จะทำได้ดี ยามแก่เฒ่าก็จะมีคนดูแล ชีวิตไม่ขัดสน การทำบุญด้วยการสร้างสะพาน ผู้ที่ทำบุญด้วยการสร้างสะพาน จะได้รับอานิสงส์ในผลบุญนั้นอย่างสูงส่ง คือในยามยาก็มีผู้เข้ามาช่วยเหลือ จะมีแต่คนหยิบยื่นน้ำใจให้อยู่เสมอ เป็นที่รักของคนรอบข้าง การงานก็จะมีความมั่นคง ถึงเริ่มกระทำสิ่งใดไม่นาน ก็จะมีผู้ใหญ่เห็นความตั้งใจ และหยิบยื่นตำแหน่งหน้าที่ที่สูงขึ้นให้ ชีวิตครอบครัวก็เหมือนกับสะพาน ซึ่งแข็งแกร่ง มั่นคง อานิสงส์นี้ส่งผลให้เห็นทางสว่างทุกครั้งที่มืดมนเหมือนมีคนมาชี้ทางให้ การทำบุญด้วยการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ผู้ที่ทำบุญด้วยการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ จะเป็นผู้ที่ได้รับอานิสงส์อย่างแรงกล้า การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ถือเป็นการบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อานิสงส์ผลบุญดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ที่ทำบุญด้วยวิธีนี้มีอำนาจ บุญวาสนามีสูง ทำการงานก็สำเร็จเจริญก้าวหน้าอย่างไร้อุปสรรค ชีวิตของคุณจะมีชื่อเสียง มีผู้คนยอมรับนับถือ ทำอะไรก็ตามจะมีคนสนับสนุนส่งเสริมเป็นอย่างดี หากชีวิตมีเคราะห์ ก็จะผ่านพ้นและกลับมาพบกับความสำเร็จได้อีกครั้ง ชีวิตทั้งโลกนี้และโลกหน้าก็จะพบแต่ความสุขสดชื่นเสมอ การทำบุญด้วยการถวายเชิงรองก้นบาตร ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายเชิงรองก้นบาตร จะได้รับอานิสงส์ในเรื่องของการมีคนอุปถัมภ์เกื้อหนุน ไม่ว่าจะเดินทางไปที่แห่งใดก็จะมีคนคอยแนะนำ ยามใดที่พลาดพลั้งก็ไม่มีวันที่อยู่โดดเดี่ยว เพื่อนและญาติมิตรจะอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น คนรอบข้างจะเป็นคนที่ไว้ใจได้ เขาจะมอบแต่ความจริงใจให้และจะช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้เป็นอย่างดี นอกจากอานิสงส์ของการอุปถัมภ์แล้ว จะส่งผลให้ผู้ทำบุญจิตใจสงบ จะทำสิ่งใดก็คิดออกและเกิดความผิดพลาดน้อย การทำบุญด้วยการสร้างศาลาโรงฉัน ผู้ที่มีจิตศรัทธาทำบุญด้วยการสร้างศาลาโรงฉันถวายพระสงฆ์นั้น จะได้รับอานิสงส์ผลบุญทั้งชาตินี้และชาติหน้า คุณจะเป็นผู้พรั่งพร้อมสมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภค บริโภคครบครัน ครั้นเกิดในชาติภพหน้าก็จะเกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง ไม่มีวันที่จะตกต่ำ สุขภาพร่างกายจะแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน จิตใจก็จะสมบูรณ์ ไม่มีเรื่องเดือดร้อนกายและใจ เมื่อร่างกายและจิตใจพร้อมแล้ว อายุของคุณก็จะยืนยาว อยู่เป็นหัวหน้าครอบครัวจนประสบความสำเร็จสูงสุดได้อย่างง่ายดาย ชีวิตของผู้ที่ทำบุญด้วยวิธีนี้นั้น จะคิดอ่านทำสิ่งใดก็ไม่มีอุปสรรคเลย ซึ่งนับเป็นอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่ง การทำบุญด้วยรัดประคด ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายรัดประคดแด่พระสงฆ์ จะเป็นผู้ที่ได้รับอานิสงส์ในเรื่องของความมั่นคงทั้งทางจิตใจ ที่ไม่หลงในทางผิดและร่างกายที่พร้อมด้วยฐานะที่เจริญรุ่งเรือง จะเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ คำพูดมีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนพร้อมที่จะยอมรับคำแนะนำต่างๆ นอกจากนี้จะมีความสมบูรณ์ในเรื่องของญาติมิตร และบริวารที่เป็นคนดี และอยู่กันด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจต่อกัน ในเรื่องของสติปัญญา จะเป็นผู้ที่มีสมาธิดีมาก และไหวพริบปฏิภาณเหนือผู้อื่น อนาคตจะได้เป็นใหญ่เป็นโต มั่งคั่งด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี การทำบุญด้วยการสนับสนุนศึกษาพระธรรม ผู้ที่ทำบุญด้วยการสนับสนุนศึกษาพระธรรม จะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ส่งเสริมให้การศึกษาหาความรู้ไร้อุปสรรค ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างในทุกๆ ทาง และจะประสบความสำเร็จอย่างมากหากมีความตั้งใจจริง เป็นคนที่ทำความดีขึ้น และเห็นผลทันตา คนรอบข้างไม่กล้าคิดร้าย อานิสงส์นี้จะส่งผลให้สุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยเป็นโรคร้าย มีชีวิตยามแก่ที่สุขสบาย เพราะจะมีบุตรหลานบริวารที่รักใคร่รายล้อมและไม่เจอกับปัญหาให้ต้องวิตก การทำบุญด้วยการปิดทององค์พระ ผู้ที่ทำบุญด้วยการปิดทององค์พระ จะเป็นผู้ที่ได้รับอานิสงส์ผลบุญทางด้านทรัพย์ ถือได้ว่าจะมีความมั่งคั่ง รวยทรัพย์ หยิบจับอะไรก็ทำให้เป็นเงินเป็นทองได้อย่างง่ายดาย อานิสงส์นี้จะทำให้เป็นที่ยกย่องของบุคคลรอบข้าง เจ้านายก็รักใคร่ชื่นชอบ ทำอะไรจะดูดีไปทุกๆ ด้านเหมือนแสงทองอันรุ่งโรจน์ จะมีรูปงาม สวยสะดุดตา เป็นที่น่านับถือและรักใคร่ ดูมีสง่าราศี ในชาติหน้าก็จะเป็นใหญ่เป็นโต ไม่พบเจอผู้ที่คิดร้ายด้วย การทำบุญด้วยการถวายบาตร ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายบาตรแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์อันแรงกล้า กล่าวคือความเป็นอยู่จะมั่งคั่ง มีชีวิตสมบูรณ์พูนสุข ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้โดยไม่ต้องลงแรงมาก ยามที่พบกับอุปสรรค ก็จะพบกับทางแก้ หรือมีที่พึ่งเข้ามาอยู่เสมอ อันตรายไม่มากล้ำกราย คิดทำสิ่งใดมีความหนักแน่น และมีความพยายามมากทำให้การนั้นๆ ส่งผลในทุกครา ไม่ค่อยพบกับความผิดหวังเท่าใด ตัดสินใจสิ่งใดจะมีแต่คนให้คำปรึกษาที่ดีอยู่เสมอ การทำบุญด้วยการถวายผ้าปูลาด ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายผ้าปูลาดแด่พระสงฆ์ ผู้นั้นก็จะได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ ทั้งลาภยศและชื่อเสียง ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหรือฐานะใดก็จะเป็นที่นับหน้าถือตา มีบารมีเป็นที่ยำเกรงของบริวารและคนรอบข้าง มักเป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่นได้ เพราะจะเป็นคนที่มีพื้นฐานความคิดอ่านดี และมีความรอบคอบ ผู้ที่ได้รับอานิสงส์นี้จะไม่ตกต่ำ แม้เกิดมาอย่างไม่มีทรัพย์สมบัติ ก็จะสร้างขึ้นได้เองไม่ยากนัก การทำบุญด้วยเข็มเย็บผ้า ผู้ที่ทำบุญด้วยเข็มเย็บผ้า จะได้รับอานิสงส์ผลบุญส่งให้คุณเป็นผู้ที่มีปัญญาเฉียบแหลม คิดจะทำการใดก็สัมฤทธิ์ผลเป็นอย่างดี แม้ในยามเกิดอุปสรรคก็จะมีผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ประกอบกับปัญญาที่เหนือผู้อื่น จึงสามารถผ่านพ้นอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย ใครก็ตามที่คิดจะทำร้ายจะได้รับผลกรรมอันเจ็บปวด แต่ด้วยความที่เป็นคนมีจิตใจดี จึงมักจะรู้จักให้อภัย และได้มิตรเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา การทำบุญด้วยสายโยก ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายสายโยกแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ผลบุญในเรื่องของการเป็นผู้มีสติตั้งมั่นไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ทำสิ่งใดก็ตามจะไม่ประมาท แล้วจะรู้จักพิจารณาไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วน จึงเป็นไปได้ยากที่จะเกิดการผิดพลาด นอกจากนี้ยังได้รับการรักใคร่เอ็นดูจากญาติมิตรทั้งหลายอย่างจริงใจ และสามารถพึ่งพาอาศัยกันได้เป็นอย่างดี การทำบุญด้วยน้ำยาดับกลิ่นปาก การทำบุญด้วยน้ำยาดับกลิ่นปาก จะได้รับอานิสงส์ผลบุญในส่วนของการมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง ไม่มีทางที่จะมีปัญหาในช่องปาก นอกจากนี้ยังมีพรสวรรค์ในเรื่องของการใช้คำพูด จะมีวาจาที่ไพเราะน่าฟังอย่างยิ่ง พูดจามักจะน่าเชื่อถือ และหากจะเอาดีในเรื่องของอาชีพที่เกี่ยวกับการพูดก็จะยิ่งดีมาก เช่น นักการทูต หรือการค้าขายต่างๆ จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ชื่อเสียงต่างๆ ก็จะเป็นที่รู้จักโด่งดัง มีแต่คนรัก และอยากรู้จักเป็นมิตรด้วยทั้งสิ้น การทำบุญด้วยสิ่งนี้จะเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิตโดยตรง การทำบุญด้วยกระดาษทราย อานิสงส์ของการทำบุญด้วยกระดาษทรายนั้น จะน้อมนำให้ชีวิตของผู้ทำบุญยั่งยืน อยู่เป็นมิ่งขวัญของลูกหลานและวงศ์ตระกูลไปนานแสนนาน เรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็ไม่มาเบียดเบียน สุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ หากใครคิดจะทำร้ายก็จะแพ้ภัยไปเอง เพราะคุณจะเป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์ปราศจากกิเลสตัณหาทั้งปวง และมักจะเป็นผู้คิดดีทำดีอยู่เสมอ การทำบุญด้วยการสร้างพระไตรปิฎก ผู้ที่ทำบุญด้วยการสร้างพระไตรปิฎกแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ผลบุญทั้งในชาตินี้และชาติหน้า จะเป็นผู้มีสติปัญญาดี เป็นผู้นำให้กับบุคคลอื่นอยู่เสมอ คิดอ่านสิ่งใดก็ไม่ค่อยผิดพลาด ความจำดี ด้านการงาน ก็จะเป็นที่นับหน้าถือตา เป็นเจ้าคนนายคน ถึงพร้อมด้วยบริวารรายล้อมรอบกาย ถึงแม้จะเป็นหญิงก็จะได้เป็นใหญ่ ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายพระไตรปิฎกนี้ มักเป็นนักวิชาการหรือเกี่ยวข้องกับงานใหญ่ หากเจออุปสรรค ก็จะเห็นทางออกอยู่เบื้องหน้า ไม่ต้องนั่งกลุ้มหรือไปปรึกษาใคร การทำบุญด้วยการถวายผ้าคลุมองค์พระ ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายผ้าคลุมองค์พระแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ในด้านความเป็นอยู่ จะพรั่งพร้อมไปด้วยอาภรณ์เครื่องประดับ มีเครื่องใช้ไม้สอยสะดวกสบาย สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีผิวพรรณงามสะดุดตา เป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้ที่พบเห็น จะเป็นที่รักใคร่ของเจ้านาย ผู้บังคับบัญชา บุตรหลานบริวารจะเกรงใจ เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคม อานิสงส์ผลบุญนี้จะส่งผลให้มีชีวิตที่สุขสบาย การทำบุญด้วยการถวายเสา ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายเสาแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ผลบุญที่ยิ่งใหญ่ กล่าวคือในด้านความเป็นอยู่ก็จะสุขสบายถึงขนาดเป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่นได้ มีเงินทองมากมายไม่ขาดมือ อาชีพการงานก็มั่นคง ไม่ว่าจะหยิบจับหรือคิดเริ่มการใดก็ไม่ค่อยพบกับอุปสรรค เพราะมีรากฐานที่มั่นคง สุขภาพร่างกาย ถึงจะเจ็บไข้ก็จะหายพลัน และจะเจ็บป่วยได้ยากกว่าผู้อื่น ด้านความคิดอ่าน ก็จะเป็นคนมีสติ ไม่ว่าจะตัดสินใจอะไรก็จะทำได้อย่างรอบคอบ มีความหนักแน่นและมั่นคง การทำบุญด้วยการถวายยารักษาโรค ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายยารักษาโรคแด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ในเรื่องของสุขภาพอย่างมาก จะเป็นผู้ที่ไม่ต้องประสบกับโรคร้าย เจ็บไข้เล็กน้อยก็จะไม่กล้ำกราย จะมีอายุยืน การเดินทางจะไร้อุปสรรค หากพบพานความติดขัดก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพราะจะมีที่พึ่งเข้ามาอยู่เสมอ อันตรายมักจะหนีหาย สำหรับผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายยารักษาโรค ทำสิ่งใดก็จะได้รับความเมตตาจากคนรอบข้าง หากไปไหว้วานขอความช่วยเหลือจากใคร เขาก็จะเต็มใจช่วยเหลือเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณภาพจาก kanchanapisek.or.th,mglobemall,mcukk,bloggang,lpchamnan,mglobemall.com,gdayborn.weloveshopping

นายกฯ ย้ำ เยือนนานาประเทศเน้นสร้างความร่วมมือ
ความสัมพันธ์ไทย-ลาว /  คสช. / 

นายกรัฐมนตรี ย้ำ การเดินทางเยือนประเทศต่างๆ เน้นสร้างความร่วมมือหนุนเศรษฐกิจ รองรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ คืนความสุขให้คนในชาติ ว่า การเดินทางไปเยือนต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมาด้วยว่า เป็นการติดตามความก้าวหน้าและสานต่อความร่วมมือด้านต่าง ๆ เพื่อให้มีการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อวันที่ 26 - 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เพิ่มความเชื่อมโยงกันในทุก ๆ ด้าน รวมทั้งการย้ำถึงความสำคัญในการจัดตั้งและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวบริเวณชายแดนของไทย และการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสายหนองคายด้วย ในส่วนของการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นั้น ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับเวียดนามอย่างจริงจัง ในการสร้างความมั่งคั่งและมั่นคง และการพัฒนาของทั้งสองประเทศเพื่อไปสู่การพัฒนาของภูมิภาคโดยรวม และในปี 2559 ทั้งสองประเทศ ก็จะได้ฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ขณะที่การเยือนสหพันธรัฐมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสหารือทวิภาคีเต็มคณะ กับนายกรัฐมนตรี กับของมาเลเซีย เพื่อย้ำความสำคัญและกระชับความสัมพันธ์กับมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและมาเลเซีย ในด้านความมั่นคง ตนได้แสดงเจตนารมณ์สานต่อกระบวนการ พูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

มาดูดวงวัยรุ่นแม่นๆ เดือนพฤศจิกายน 2557 กันเถอะ
ดูดวง /  ดูดวงวัยรุ่น / 

มาดูดวงวัยรุ่นแม่นๆ เดือนพฤศจิกายน 2557 กันเถอะ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะอยากรู้เรื่องการเรียน การเงิน ความรัก ที่ไม่รู้จะดีหรือร้ายและจะตรงกับราศีเกิดของเพื่อนๆ หรือไหม?? อยากรู้...ต้องห้ามพลาด!!! มาดูดวงวัยรุ่นแม่นๆ เดือนพฤศจิกายน 2557 กันเถอะ ราศีมังกร (16 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์) การงาน มีภาระหนัก จะมีงานเข้ามาเยอะๆ ในช่วงนี้ แต่ความสามารถของคุณก็พร้อมที่จะต่อสู้กับการทำงานได้ดี คุณมีอำนาจในการตัดสินสิ่งต่างๆ การเงิน คุณเป็นคนที่รู้จักการแสวงหาโชคลาภ เป็นคนที่รู้จักจัดระเบียบการใช้จ่ายได้ แต่การเป็นคนใจดีมากเกินไประวังจะเสียเงินเสียทองไปกับการช่วยเหลือคนอื่น แล้วต้องตามรับผิดชอบเอง ความรัก ต้องใช้เวลาในการปรับความเข้าใจ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อย่าเพิ่งใจร้อนในการแสวงหาความรักที่ตรงใจ ถึงแม้ว่าความรักอาจจะไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่ต้องใช้เวลาจึงจะได้พบความรักที่ดี ราศีกุมภ์ (16 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม) การงาน คุณมีความเชี่ยวชาญชำนาญในการงานของตนเองอยู่มาก เปี่ยมด้วยประสบการณ์ อีกทั้งตัวคุณเป็นคนที่ฉลาดไหวพริบดีทันคน และมีลางสังหรณ์ดี ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ การเงิน จะมีโชคทางด้านการเงิน โชคจะมาจากคนที่นับถือโดยเฉพาะเพศหญิง หรือจะได้รับสิ่งของ เช่นของขวัญจากคนที่ห่างไกลกันไปนาน เป็นโชคลาภที่ได้มาอย่างปาฏิหาริย์ ความรัก เหมือนกับการบินอยู่บนท้องฟ้า อาจจะมีช่วงของความระทึก ความดีใจ ความเสียใจผ่านเข้ามาบ้าง มีเปลี่ยนแปลงขึ้นลง แต่ผลสุดท้ายแล้วความตั้งใจอดทนในตัวคุณนั้นจะทำให้รักนั้นถึงจุดหมายได้ ราศีมีน (16 มีนาคม - 15 เมษายน) การงาน ความตื่นตัวในการงาน ไม่ชอบการงานที่นิ่งเฉื่อยจนเกินไป อีกทั้งเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น หากตั้งใจจะทำสิ่งใดก็จะทำจนสำเร็จให้ได้ การเงิน มีโชคทางการเงิน มีช่องทางใหม่ๆ ให้ได้รับเงิน การลงทุนขายของเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงนี้จะมีการขยับขยาย เจริญเติบโต ความรัก จะมีคนรอบข้างนำความหวังที่ดีมาให้ ดวงความรักยังคงไว้ใจอะไรยังไม่ได้ อย่าเพิ่งไว้ใจความรักในช่วงนี้ มีเรื่องความรักเข้ามาทำให้ใจสับสน ราศีเมษ (16 เมษายน - 15 พฤษภาคม) การงาน ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง การงานมั่นคงดี มีดวงจะได้พบเจอการช่วยเหลือเรื่องงานที่ดีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ได้รับการยอมรับจากคนรอบๆ ข้าง การเงิน มีดวงที่จะได้รับโชคลาภจากผู้ใหญ่ แถมยังมีการได้รับโชคลาภจากบุคคลอื่นนำมามอบให้ แต่ก็จะมีรายจ่ายเร่งรีบเข้ามาในช่วงนี้ ความรัก ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องของความเหนื่อยใจในการดูแลความรัก ขอให้ใส่ใจดูแลความรักกันไปเรื่อยๆ ความรักมีขึ้นมีลงบ้างตามสถานการณ์ แต่ด้วยจิตใจที่อดทนจะทำให้คุณผ่านเหตุการณ์ทุกอย่างไปได้ด้วยดี ราศีพฤษภ (16 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน) การงาน โชคทางการงานเริ่มฉายแววแล้ว ดวงการงานของคุณเริ่มจะก้าวผ่านจากจุดร้ายๆ เข้าสู่การทำงานที่รุ่งเรือง มีความตื่นตัวในการงาน คนรอบข้างได้มองเห็นความสามารถในตัวคุณ การเงิน หมุนเวียน แต่ยังอยู่ในช่วงที่ไม่ค่อยคงที่สักเท่าไรนัก รู้จักการวางแผนการเงินเอาไว้เวลาใช้จ่ายจะได้ไม่มีปัญหาการเงินที่ติดลบ ความรัก เข้าสู่ในช่วงของจุดเปลี่ยนแปลง รักที่น่าเบื่อก็จะเริ่มเห็นวี่แววของความรักที่มีสีสันมากยิ่งขึ้น แต่ให้ระวังอารมณ์รักที่มีความคาดหวังจริงจังมากจนเกินไป ความรักนั้นต้องค่อยเป็นค่อยไปอย่าเพิ่งเร่งรีบร้อน ราศีเมถุน (16 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การงาน การเอาใจเขามาใส่ใจเรา การมีน้ำใจที่ดี ช่วยเหลือผู้อื่น จะก่อให้เกิดความสามัคคีในการงาน เป็นทางออกที่ดีที่จะทำให้การงานเดินหน้า การเงิน ยังมีการออกแสวงหาด้วยพละกำลังความสามารถของตนเองอยู่เรื่อยๆ แต่โชคดีจะมีโชคลาภเข้ามาสมทบเล็กๆ น้อยๆ จากคนที่เป็นผู้หญิง มีดวงจ่ายเงินลงทุนในช่วงนี้ด้วย ความรัก คุณเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูด มีความรักมากมายจากคนรอบๆ ข้าง มีรักให้คนรอบข้างมากจนเกินไป ให้ระวังว่าคนอื่นๆ จะมองว่าคุณเป็นคนเจ้าชู้ เข้าสังคมเก่ง มีคนรู้จักมากหน้าหลายตา ไปที่ไหนใครก็ชอบ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม) การงาน จะมีคนเข้ามาขอความช่วยเหลือ มาขอร้องให้คุณช่วยจัดการแก้ไขปัญหา การงานที่เป็นกลุ่มเป็นทีมนั้นดี มีการช่วยหัน พึ่งพาอาศัยกัน เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า จะนำพาให้การงานก้าวหน้า การเงิน มีวี่แววของการได้โชคลาภเล็ก ลาภที่ได้มามักจะเป็นลาภที่ได้จากคนรอบข้างมาช่วยเหลือ มาแนะแนวทางที่ดีในการหาเงินทอง หากคิดจะติดต่อเจรจาขอความช่วยเหลือทางด้านการเงิน ก็จะมีโชคดี ความรัก ไม่ชอบการผูกมัดบังคับฝืนใจใดๆ ทั้งสิ้น คุณเป็นคนที่ทุ่มเทมากในการเอาใจใส่ความรัก มักจะชอบคิดค้นสรรหาวิธีใหม่ๆ ในการเอาใจคนรักอยู่เสมอ มักไม่ชอบอะไรซ้ำๆ ราศีสิงห์ (16 สิงหาคม - 15 กันยายน) การงาน เริ่มค่อยๆ ฟื้นตัวและไปได้ดี การทำงานจะค่อยๆ พัฒนา มีคนเห็นคุณค่าในตัวเรามากขึ้น ทำสิ่งใดก็ขอให้มีความมุ่งมั่นเข้าไว้ เพราะทุกอย่างเริ่มที่จะเข้าที่เข้าทาง มีความมั่นคงมากขึ้น การเงิน จะมีการจ่ายเข้าจ่ายออกหมุนเวียนเร็วมาก อาจจะมีอารมณ์หงุดหงิดเกิดขึ้นได้ การใช้จ่ายในช่วงนี้ก็ยับยั้งชั่งใจตนเองเอาไว้ ในการซื้อของไร้สาระ ความรัก มีความรู้สึกกังวล อาการไม่ค่อยสบายกายสบายใจสักเท่าไรนัก เรื่องความรักขอให้ใจเย็นๆ รอไปก่อน ผ่านพ้นจากช่วงนี้ไปแล้วก็จะดียิ่งขึ้น ราศีกันย์ (16 กันยายน - 15 ตุลาคม) การงาน มีงานที่เข้ามา อีกทั้งยังเป็นการเรียนที่จุกจิกเร่งด่วน ให้ระวังจะเกิดอาการฉุนเฉียว จนส่งผลให้ผลที่ทำออกมาอาจจะไม่เป็นอย่างที่ใจหวัง การเงิน มีความลำบาก จะมีการใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย สะเปะสะปะ หมดเงินไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ก็พอถูไถให้พออยู่รอดไปได้ตลอดทั้งเดือน ความรัก เดือนนี้ดูแห้งเหี่ยว ไม่ค่อยสดใสสักเท่าไรนัก ไม่ควรปล่อยเนื้อตัวให้ดูทรุดโทรม หันมาปรับเปลี่ยนบุคลิก แต่งตัวให้ดูสะอาดสดใส เสริมให้ดวงความรักดี ราศีตุลย์ (16 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การงาน มีเรื่องของการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น งานเก่าๆ ค้างคาจะมีการชะล้างสะสาง คุณจะได้รับกำลังใจ ได้รับความหวังดีจากคนรอบๆ ข้าง การเงิน จะได้ประสบพบกับปัญหา รายจ่ายจะถาโถมเข้าใส่ ดวงหากจะเสียเงิน มีโอกาสจะเสียเงินให้กับผู้ชายสูงอายุ การเงินเดือนนี้ดูเซ็งๆ ความรัก เหมือนคลื่นสาด จะมีเรื่องของคำพูดของคู่ครองที่ฟังแล้วไม่ค่อยจะเข้าหูสักเท่าไรนัก ควรหลีกเลี่ยงการทะเลาะ มีปากเสียง อะไรยอมได้ก็ยอมๆ กันไป ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม) การงาน รายได้เสริมอะไรใหม่ในช่วงนี้ยังไม่มีการเริ่มต้น แต่เป็นเวลาดีของการหยุดคิดหยุดวางแผน การเงิน มีการใช้เงินหนักมากเต็มพิกัด เดี๋ยวจะค่ากินใช้ เดี๋ยวจะค่าเสื้อผ้าเครื่องประดับชิ้นใหม่ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน ประหยัดไว้บ้าง เพื่อจะได้มีใช้จนถึงสิ้นเดือน ความรัก มีแต่ความรู้สึกอึดอัดที่สุมทรวง ความรักที่ไม่ค่อยสวย กังวลสิ่งใด ก็ไม่ควรเก็บงำความรู้สึกนั้นไว้ในใจ หากมีอะไรก็ควรที่จะเอ่ยปากบอกไปเลย เก็บไว้ก็หนักใจเปล่าๆ ราศีธนู (16 ธันวาคม - 15 มกราคม) การงาน จะมีคนอาวุโสเน้นเพศชาย ในที่ทำงานคอยหยิบยื่นโอกาสให้ มีข่าวดีในเรื่องงาน มีการริเริ่มคิดแผนโครงงานใหม่ การเงิน เริ่มมองเห็นหนทางใหม่ในการลงทุนทำธุรกิจ ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มากกว่าแต่ก่อน ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มากกว่าจะเข้ามาคอยช่วยเหลือด้านการเงิน ความรัก จะมีเรื่องของญาติผู้ใหญ่เข้ามาคอยเจรจาไกล่เกลี่ย เคลียร์ปัญหาความรัก ให้ความสัมพันธ์ของเรากับคนรักลงเอยเป็นอย่างดี ที่มา อ.มดดำ นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/ หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ ภาพ weheartit

จัดตู้ปลาเสริมความรวย!!!
จัดตู้ปลา /  จัดตู้ปลาตามฮวงจุ้ย / 

สำหรับใครที่เลี้ยงปลาหรืออยากจะเลี้ยงปลา ไว้เพื่อความสวยงามแถมยังช่วยเสริมความรวยอีกด้วย ต้องดูทางนี้ครับ Horoscope.Mthai.com นำข้อมูลดีๆมาบอกกัน สำหรับวิธีจัด ตู้ปลา เสริมความรวยตามฮวงจุ้ย จัด ตู้ปลา ตามฮวงจุ้ย เสริมดวงให้ร่ำรวย  ตามความเชื่อของชาวจีน ฮวงจุ้ย หมายถึง ศาสตร์ของการจัดที่อยู่อาศัย ที่อาศัยความสัมพันธ์ของธาตุทั้งสี่ นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เชื่อกันว่าหากจัดบ้านให้ถูกต้องตามโฉลกแล้ว จะช่วยเสริมส่งให้เจ้าของบ้านเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองไหลมาเทมา ปราศจากพลังร้ายทั้งปวง นอกจากการจัดวางสิ่งของทั่วไปภายในบ้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่บ้าน และบริษัทต่างๆ นิยมใช้เพื่อตกแต่ง และผ่อนคลายสายตา ก็คือ ตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยงปลานั่นเอง การจัด ตู้ปลา ให้ถูกหลัก ฮวงจุ้ย เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดเงินเข้าบ้าน ให้ผู้อยู่อาศัยเจริญรุ่งเรือง ยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งมีหลักง่ายๆ ดังนี้ 1. รูปร่างของ ตู้ปลา ลักษณะของ ตู้ปลา ที่ดี ควรเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมยาว เป็นธาตุไม้ เชื่อว่าจะส่งเสริมให้เจ้าของบ้านเจริญก้าวหน้า เพราะน้ำจะช่วยให้ไม้เติบโต หรือว่าจะเลือกเป็นทรงกลมก็เป็นมงคลเช่นกัน เพราะทรงกลมจัดว่าเป็นธาตุน้ำ จะช่วยเสริมส่งพลังน้ำด้วยกันให้ดียิ่งขึ้น ถ้าเป็นบ่อปลา หรือสระน้ำ ต้องมีลักษณะของโค้งมน ไม่มีเหลี่ยม หรือมุมแหลม ซึ่งมีลักษณะที่เป็นภัยกับเจ้าของบ้าน 2. การจัดวาง ตำแหน่งของ ตู้ปลา บ่อปลา หรือสระน้ำ ก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน ควรจัดวางให้ ตู้ปลา อยู่ในทิศที่ถูกกับธาตุน้ำ เช่น ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตามหลัก ฮวงจุ้ย ธาตุที่ประจำอยู่ตามทิศต่างๆ มีดังนี้ ธาตุน้ำ ประจำอยู่  ทิศเหนือ ธาตุดิน ประจำอยู่  ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ ธาตุไม้ ประจำอยู่  ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ ธาตุไฟ ประจำอยู่  ทิศใต้ ธาตุทอง ประจำอยู่  ทิศตะวันตก และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ นอกจากจะตั้ง ตู้ปลา ให้ถูกตามทิศแล้ว ถ้าเป็นทิศที่มีประตูใหญ่อยู่ด้วย จะถือว่าเป็นมงคลมาก เพราะประตูใหญ่นั้นเป็นจุดที่กระตุ้นการไหลเวียนของโชคลาภ ให้เงินทองไหลมาไม่ขาดสาย ถ้าที่อยู่อาศัย หรือที่ทำงานตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งพอดี สามารถแก้ได้ด้วยการนำน้ำพุมาตั้งไว้บริเวณนั้น เพื่อลดความชั่วร้ายต่างๆ ที่จะเข้ามา ให้กระจายเป็นพลังที่ดี 3. ลักษณะที่ดีของ ตู้ปลา ตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยงปลา ควรมีการไหลเวียนของน้ำ ให้น้ำเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตามหลัก ฮวงจุ้ย  หมายถึง ลักษณะของเงินที่หมุนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ น้ำที่ใช้เลี้ยงปลา ควรจะใส สะอาด มองเห็นตัวปลา มองแล้วรู้สึกผ่อนคลาย และสบายใจ 4. เลี้ยงปลาอะไรดี ปลาที่นิยมเลี้ยงกัน และถือว่าจะนำพาความร่ำรวย โชคดี และความเจริญต่างๆ มาให้ ได้แก่ ปลาทอง (จิน หยู) เลี้ยงเพื่อให้เงินทองไหลมาเทมา เทคนิคการเลี้ยงคือ 9 ตัว (8 ตัวเป็นสีแดงหรือทอง 1 ตัวเป็นสีดำ) ปลาหมอสี เชื่อว่าจะส่งผลให้อายุยืน บังเกิดความมั่นคงมั่งคั่ง ปลามังกรหรือปลาอะโรวาน่า เสริมดวงเสริมบารมี เหมาะกับนักธุรกิจหรือข้าราชการที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง การงานก้าวหน้า และเป็นที่น่าเกรงขาม มีบุญมีบารมี ปลาคาร์ฟ เหมาะกับผู้ที่ค้าขายช่วยให้มีผลกำไรและประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ เมื่อเลือกชนิดของปลาที่จะเลี้ยงแล้ว ก็ควรเลือกปลาตัวที่มีลักษณะดีด้วย นั่นคือ ควรดูลักษณะการว่ายของปลา ไม่เลือกปลาที่ว่ายหัวทิ่ม นอกจากนี้ ควรพิจารณาสีสัน และรูปทรงของปลา ให้ดูแล้วสง่างามด้วย จำนวนของปลาที่นิยมเลี้ยง คือ 1, 4 หรือ 9 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นเลขมงคล จะเลือกเลี้ยงจำนวนเท่าใดก็ควรคำนึงถึงขนาดของตู้ปลา และธรรมชาติของปลาชนิดนั้นๆ ว่าชอบอยู่เดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ขอบคุณภาพจาก chadban.blogspot,aussietip,oknation ขอบคุณภาพจาก finchompla.blogspot,bloggang,atcloud,bloggang

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ไทย-ลาวย้ำเจตนารมณ์ส่งเสริมสัมพันธ์ทุกด้าน
ความสัมพันธ์ไทย-ลาว /  คสช. / 

ไทย-ลาว ย้ำเจตนารมณ์ ส่งเสริมความสัมพันธ์ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในทุกด้าน มั่นใจการเชื่อมทางรถไฟระหว่างกันจะปูทางไปสู่การพัฒนาทั้งสองประเทศ ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้เข้าเยี่ยมคารวะ พล.ท.จูมมาลี ไซยะสอน ประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว ในโอกาสเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการหารือ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว กล่าวต้อนรับพร้อมถามถึงพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีความยินดีที่ทราบว่า ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และขอถวายพระพรมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ประธานประเทศแห่ง สปป. ลาว ยินดีที่ นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ ได้มีการหารือถึงความก้าวหน้าในความร่วมมือ และการลงทุนระหว่างสองประเทศ พร้อมเชื่อว่า การพัฒนาเส้นทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อกันระหว่างไทยและลาว นั้น จะปูทางไปสู่การพัฒนาของทั้งสองประเทศร่วมกัน ด้าน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความประทับใจต่อประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว ถือเป็นแบบอย่างของผู้นำประเทศที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ต่อการส่งเสริมความมั่นคงและการพัฒนา ส่วนการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว นั้น ก็ประสบความสำเร็จ โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ และ 1 สัญญา โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ย้ำเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทย ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์และร่วมมือกับ สปป.ลาว อย่างใกล้ชิดในทุกๆ ด้าน บนพื้นฐานของสังคมวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ไทยให้ความสำคัญแก่ความร่วมมือ โดยเฉพาะการส่งเสริมความเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างไทย และ สปป.ลาว ซึ่งจะอำนวยความสะดวกต่อการไปมาหาสู่ระดับประชาชนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ พร้อมยินดีที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแปรรูปรัฐวิสาหกิจอีกด้วย

9คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
5ธันวาคม /  วันพ่อ / 

เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม นี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เอ็มไทยนิวส์ขอน้อมนำ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์และสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งพระบรมราโชวาทที่คัดเลือกมานี้สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและแก้ไขปัญหาการทำงานได้ด้วย 1.คนดี "ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้" (พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512) 2.อนาคตทำนายได้ "ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้ จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทำงานที่ต้องการได้ แล้วการทำงานของท่าน ก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้นที่พูดกันว่า ให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเราทราบไม่ได้แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน" (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8 กรกฎาคม 2519) 3.ความดี "การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ซโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี" (พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525) 4.การทำงาน "เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้ หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยัน และ ความซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา 8 กรกฎาคม 2530) 5.คุณธรรมของคน "ประการแรก คือ ความซื่อสัตย์ ประการที่สอง คือ การรู้จักข่มใจฝึกใจตนเอง ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัตย์ความดีนั้น ประการที่สาม คือ การอดทน อดกลั้น และอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต ประการที่สี่ คือ การรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมคุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบำรุงให้เจริญงอกงาม จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุขความร่มเย็นและมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไป" (พระบรมราโชวาท ในพิธีบรวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า 5 เมษายน 2535) 6.ความเพียร "ความเพียรที่ถูกต้องเป็นธรรม และพึงประสงค์นั้นคือความเพียรที่จะกำจัดความเสื่อมให้หมดไป และระวังป้องกันมิให้เกิดขึ้นใหม่ อย่างหนึ่ง กับความเพียรที่จะสร้างสรรค์ความดีงาม ให้บังเกิดขึ้นและระวังรักษามิให้เสื่อมสิ้นไป อย่างหนึ่ง ความเพียรทั้งสองประการนี้ เป็นอุปการะอย่างสำคัญ ต่อการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน ถ้าทุกคนในชาติจะได้ตั้งตนตั้งใจอยู่ในความเพียรดังกล่าว ประโยชน์และความสุขก็จะบังเกิดขึ้นพร้อม ทั้งแก่ส่วนตัวและส่วนรวม" (พระราชดำรัสพระราชทานในพิธีกาญจนาภิเษก ทรงครองราชย์ ครบ 50 ปี พ.ศ.2539) 7.แก้ปัญหาด้วยปัญญา "ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก การคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังไมมีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญา คือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทผิดพลาด และอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการได้กระจ่างชัด ทุกขั้นตอน" (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 สิงหาคม 2539) 8. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ "คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้" (พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521) 9.พูดจริง ทำจริง  "ผู้หนักแน่นในสัจจะพูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม" (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540) MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์ oknation

โครงการ รักษามะเร็งฟรี ด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์ต้านมะเร็ง (Vaccine Stem Cell Anti Cancer)
ประเทศจีน /  ฟูด้า / 

โครงการ รักษามะเร็งฟรี ด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์ต้านมะเร็ง (Vaccine Stem Cell Anti Cancer)  วิธีใหม่ในการป้องกันการแพร่กระจายและการเกิดซ้ำของมะเร็ง งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่พบว่า การเกิดขึ้นและดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของชีวิตเป็นผลเนื่องมาจากประชากรของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ในร่างกายสิ่งมีชีวิตนั้น คือแหล่งที่มาของเนื้อเยื่อต่างๆ ที่ไม่หยุดนิ่ง ก้อนเนื้อมะเร็งก็มีเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งอยู่เช่นเดียวกัน แม้ว่าสัดส่วนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่อยู่ในเนื้องอกมีเพียง0.5%-2% แต่เนื่องจากเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งประเภทนี้มีการผลิตเซลล์มะเร็งเข้าสู่ระยะการขยายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้มะเร็งเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งเหล่านี้ต่างสามารถต้านทานเคมีบำบัดและรังสีบำบัดได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การดำรงอยู่ของเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง คือสาเหตุสำคัญของการเติบโต การแพร่กระจายและการกลับมาเป็นซ้ำภายหลังการรักษาของมะเร็ง ประวัติศาสตร์การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งซึ่งมีมานานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่วงการวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าโรคมะเร็งนั้นเกิดจากเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจนถึงปัจจุบัน ด้วยการศึกษาวิจัยที่ก้าวหน้าลึกซึ้งอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานวิจัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้ค้นพบและใช้ชุดสัญลักษณ์ ALDH, ESA และ CD ในการแบ่งประเภท คัดแยกและขยายเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง จากนั้นได้เสนอแนวคิดเรื่องวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (CSCV) โดยผลงานวิจัยนี้จัดเป็นอันดับที่ 54 ของการค้นพบที่สำคัญ 100 เรื่องแห่งวงการวิทยาศาสตร์ในปี 2012 ศูนย์บำบัดทางชีวภาพ โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าประเทศจีน คือผู้นำด้านการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันและชีววิทยามะเร็งแห่งภูมิภาคเอเซีย ในเบื้องต้นของการพัฒนาวิธีการรักษาด้วยเซลล์ DC-CIK การรักษาด้วยเซลล์ NK และการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus โรงพยาบาลได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยกระบวนการวิจัยเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการ ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนการรักษาทางคลินิกโรคมะเร็งของ FDA สหรัฐอเมริกา เกือบ 2 ปีมานี้ทำการพัฒนาทางคลินิกวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (CSCV) ของมะเร็งที่พบบ่อย 7 ชนิด โดยมีขั้นตอนคือ นำเนื้อเยื่อเซลล์มะเร็งที่ปราศจากเชื้อที่มีชีวิตจากร่างกายผู้ป่วย มาทำการแยกเซลล์ให้เป็นเซลล์เดี่ยว ใส่แอนติบอดี้เซลล์มะเร็ง CSCV ใช้เทคนิคการนับและแยกเซลล์ด้วยวิธี Flow Cytometry (วิธีการวัดคุณสมบัติของเซลล์ซึ่งอยู่ในสารละลายที่ไหลอยู่โดยใช้เลเซอร์) ระบุและเรียงลำดับข้อมูล สกัดแยกเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งออกมา จากนั้นนำเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่ผ่านการสกัดใส่ปัจจัยการเจริญเติบโตเพื่อเพิ่มปริมาณในห้องปฏิบัติการ ทำเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งหลังจากขยายปริมาณให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่สาร Adjuvant (สารที่เติมเข้าไปรวมกับแอนติเจนเพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาค่อยๆ ปลดปล่อยแอนติเจน ทำให้กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน) เพื่อสร้างแอนติเจนเซลล์ต้นกำเนิด ได้เป็นวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง เนื่องจากการออกฤทธิ์ของวัคซีนจำเป็นต้องผ่านระบบภูมิคุ้มกันมะเร็งของร่างกายเป็นสื่อกลาง ดังนั้น ก่อนการฉีดวัคซีนต้องตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเสียก่อน ในขณะที่ร่างกายผู้ป่วยมีจำนวนก้อนมะเร็งมากหรือการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต่ำ วัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งก็ยากที่จะออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดหรือสลายมะเร็งก่อน หรือทำการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกัน DC-CIK ก่อนในเบื้องต้นจากนั้นจึงใช้วัคซีน เช่นนี้จึงจะทำให้วัคซีนออกฤทธิ์ได้ผลสูงสุด โดยทั่วไปจะทำการฉีดวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง 2 ครั้งต่อการรักษา1 คอร์ส ทำ 2 ครั้ง/คอร์สเว้นระยะห่าง 1 สัปดาห์ ลักษณะนี้จะทำให้ความสามารถในการรับรู้สัญญาณแอนติเจนของเซลล์มะเร็งของเซลล์ภูมิคุ้มกัน DC เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระตุ้นคุณสมบัติการทำลายของ T เซลล์ในร่างกาย เข้าโจมตีเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่อยู่ในกระแสเลือดและอวัยวะต่างๆ โดยผลในการทำลายเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจะมีประสิทธิภาพคงที่ในระยะเวลาหลายเดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการรักษา ผู้ป่วยต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนอีก 1 คอร์สหลังจากผ่านไป 3-6 เดือน ปัจจุบันที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ามีการใช้และพัฒนาเทคนิคนี้มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ทำการรักษาผู้ป่วยไปแล้วกว่า 200 ราย ดูจากสถิติการสำรวจเบื้องต้นพบว่า วัคซีน 1 ปีมีประสิทธิผลถึง 60% เมื่อเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ สามารถยืดเวลาการแพร่กระจายและเกิดซ้ำของมะเร็งได้ถึง 7-12 เดือน  และแทบไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้น เป็นวิธีการทางชีวภาพแบบใหม่ที่ป้องกันการแพร่กระจายและการเกิดซ้ำของโรคมะเร็ง เนื่องในวโรกาสฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทยจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้อำนวยการใหญ่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าศาสตราจารย์นายแพทย์สวี เค่อเฉิง ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2014 ถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2015 โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าจะเปิดรับผู้ป่วยที่เหมาะกับการรักษาด้วยวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจำนวน 100 ราย โดยเสนอให้การตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันมะเร็ง 1 ครั้ง และการฉีดวัคซีนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากผู้ป่วยท่านใดสนใจเข้ารับการรักษาด้วยวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งนี้ สามารถติดต่อได้ที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าสำนักงานกรุงเทพฯ 6/42 โครงการปรัชญาโฮมทาวน์ 3 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เบอร์โทร 02-5423638,094-2211169,081-5803998,092-0062043 ศูนย์ฟูด้าประเทศไทยทำการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 9.00 ถึง 17.00 เว็บไซต์  www.fudacancerthailand.com เงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ  ระยะเวลาการเข้าร่วมสมัครโครงการ ตั้ง 1 ธันวาคม 2557 ถึง 1 มิถุนายน 2558 นำผล ct/scan  ผลตรวจชิ้นเนื้อ เข้ามาที่ศูนย์ประเทศไทยก่อน เพื่อให้คุณหมอคัดกลอนดูก่อนว่าผู้ป่วยสามารถฉีดวัคซีนสเต็มเซลล์ได้หรือไม่ได้ ผู้ป่วยจะต้องเป็นมะเร็ง7ชนิด มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งโพรงหลังจมูก   ทั้งนี้เน้นสำหรับคนไข้ที่หลังการผ่าตัดหรือไม่เจอเนื้องอกมะเร็งแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อมะเร็งกลับมาเป็นซ้ำและกระจายไปส่วนอื่นวิจัยนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัย มิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา การฉีดต่อคอสมีมูลค่า 2,500 ดอลล่าห์ คอร์สหนึ่งต้องฉีด 2 ครั้ง ผู้ป่วยจะต้องออกค่าเดินทางและค่าอาหาร ค่าที่พัก ที่จะเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลฟูด้า ผู้ป่วยต้องเข้ามารับสิทธิ์ที่ศูนย์ฟูด้าอย่างเดียว ไม่มีการจองสิทธิ์ผ่านทางโทรศัพท์ รับสิทธิ์ 100 ท่าน รูปกระบวนการรักษารักษามะเร็งด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์กันมะเร็งต้นกำเนิดมะเร็ง

ตำราดูลักษณะแมวมงคล
ตำราดูลักษณะแมวมงคล /  ลักษณะแมว / 

ตำราดูลักษณะ แมวมงคล แมวที่ควรเลี้ยงไว้เพื่อให้เกิดมงคลภายในครอบครัว ควรมีลักษณะอย่างไร Horoscope.Mthai.com นำสาระดีๆมาฝากกันอีกแล้ว อนึ่ง แมวไทยเป็นแมวที่นิยมเลี้ยงกันมาก แม้แต่ชาวต่างประเทศเพราะเป็นแมวที่มีกิริยาสุภาพชอบคลอเคลียเอาใจเจ้าของ แต่แมวที่ควรเลี้ยง ท่านให้เลี้ยงเอาตามลักษณะสีกายที่ปรากฏกับตัวแมวนั้น มีอย่างนี้ 1 แมวลายเสือ ท่านว่า เลี้ยงไว้จะปราบนกหนูงูเงี้ยวภายในบ้านดีนัก 2 แมวด่าง ท่านว่า แมวให้คุณ ต้องด่างและดูสะอาดตา ไม่ด่างเปรอะเปื้อน ไปทั่วตัวจึงจะดี 3 แม่สีดำ ท่านว่า ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะเป็นแมวคราว มีผีสิงให้เร่งเอา ไปปล่อยตามวัดวาอารามเสีย เพราะจะทำให้เจ้าของและครอบครัวบริวารมีความเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ดีแล 4 แมวสีทอง ท่านว่า เป็นแมวเจ้าสำราญ เลี้ยงไว้ในบ้านจะมีเสน่ห์ แต่ขาดลาภ แมวเองก็เกียจคร้าน ไม่ควรเลี้ยง เอาไว้ในบ้านเลย 5 แมวสีทองแดง ท่านว่า เป็นแมวเจ้าเสน่ห์ ไม่ควรเลี้ยงไว้เกินกว่า 2 ตัวในเรือนเดียวกัน เพราะนอกจากจะไม่ให้คุณแล้วยังให้โทษแก่เจ้าของมันเอง ในทางพนันขันต่อด้วย 6 แมวสีเทา ท่านวา เป็นแมวนักปราชญ์ ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือนจะทำให้ลูกหลานเรียนวิชาการก้าวหน้า เป็นบัณฑิตนักวิชาการท่านว่าดีนักแล 7 แมวสีขาวด่างเหลืองหรือดำ ท่านว่าเป็นแมวเจ้าชู้ ไม่ชอบทำการงาน ไม่จับหนู เอาแต่เที่ยว ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือนจะทำให้เจ้าของเกียจคร้าน และอัปโชค ไม่ดีเลย 8 แมวปากมอมข้อเท้าดำ ท่านว่า เป็นแมวขโมย ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะจะทำให้เจ้าของเสียทรัพย์สินเงินทองของรัก ไม่ค้ำคูณเลย 9 แมวสีขาวปลอด ท่านว่าเป็นแมวเทพเจ้า ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเรือน จะค้ำคูณ เจ้าของและจะนำลาภมาให้ดีนักแล 10 แมวสีสวาท ท่านว่า เป็นแมวมหาเศรษฐี ควรเลี้ยงไว้ในบ้านจะทำให้เจ้าของประสบโชคดีมีลาภ และค้าขายหรือทำกิจการใด ๆ เจริญก้าวหน้าหาโรคพยาธิไม่ได้เลยดีนักแล 11 แมวสีเก้าแต้ม จะมีสีอะไรก็ตาม แต่มีแต้มตามร่างกายครบ 9 แห่ง ท่านว่า เป็นแมว 9ชีวิต จะนำความเจริญวัฒนาสถาพรมาให้เจ้าของดีนักแล 12 แมวทางขอดและสั้น ท่านว่า เป็นแมวหาเช้ากินค่ำ ไม่ควรเลี้ยงเลย เพราะจะทำให้เจ้าของอาภัพทรัพย์สินและเสียลาภผล 13 แมวหางขอด แต่มีหางยาว ท่านว่า เป็นแมวมหาอำนาจ เจ้าของจะได้เป็นใหญ่กว่าใคร ๆ จะมีวาสนาชะตาดี บริวารมากดีแล 14 แมวหูดำตาดำ สันหลังดำ ท่านว่าเป็นแมวยมทูต ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้านเกินกว่า 2 ตัว ถ้ามีตัวเดียวดี ถ้ามีมากท่านว่า จะทำให้เจ้าของ มีแต่ความทุกข์ยากลำบากใจ ไม่สู้ดีเลย 15 แมวสีเทานัยน์ตาหรี่เล็ก ท่านว่า เป็นแมวปัญจมหาเศรษฐี เวลากลางวันจะออกทำมาหากิน จะไม่ยอมเงยหน้า เว้นแต่เวลาจับอาหารในกลางคืน จะมีขี้ตาอยู่เสมอ ๆ ท่านกล่าวว่า เป็นแมวมีนัยน์ตาเป็นแก้วค่าควรเมือง หรือที่เรียกว่า “คดตาแมว” หากมันจ้องมองจิ้งจกหรือนกบนที่สูง สัตว์มันอาจมองจะตกลงมาให้มันกิน ใครมีไว้ในบ้านเรือน พึงทะนุถนอมเลี้ยงไว้เถิด มีแต่ให้คุณอย่างเดียว พันหรือหมื่นตัวจึงจะมีให้ปรากฏสักตัวหนึ่ง หาค่ามิได้เลย ดีที่สุดแล

เปิดตัวเกมส์ Angry Birds Stella ในไทย ส่ง
Angry Birds /  Angry Birds Stella

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 - Pacific Licensing Studio ประเทศไทย ผู้ได้รับลิขสิทธิ์เกมส์ Angry Birds ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวเกมส์ Angry Birds Stella เน้นส่งเสริมความกล้าในแบบของผู้หญิงด้วย พร้อมส่งนักแสดงวัยรุ่น มาร์ช - จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล มาร่วมเปิดตัวในงานครั้งนี้ ณ สยามเซ็นเตอร์ เกมส์ Angry Birds Stella เป็นเกมส์ภาคต่อของตระกูล AngryBirds มีการปรับปรุงและพัฒนาเกมส์เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนเกาะทองคำ (Golden Island) อันลึกลับและสวยงาม พร้อมแนะนำตัวละครใหม่ที่มีทั้งความกล้าบ้าบิ่นและรักการผจญภัย ต่างตัวละครก็ต่างบุคลิก ซึ่งได้แก่ สเตลล่า (Stella), วิลโลว์ (Willow), ดาห์เลีย (Dahlia), ป๊อปปี (Poppy) และลูก้า (Luca) ที่ใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยการผจญภัย พร้อมๆ กับความพยายามหยุดยั้ง เกล (Gale) ผู้กระหายอำนาจ (ฉายา Bad Princess) ไม่ให้ทำลายถิ่นที่อยู่ของพวกเขาด้วยการตามล่าหาไข่ทองคำ (Golden Egg) มาครอบครอง ภายในเกมส์ มีการออกแบบส่งเสริมมิตรภาพและเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเสริมสร้างความเป็นตัวเองของผู้หญิง เกมส์ Angry Birds Stella มาพร้อมลูกเล่นใหม่ๆ และฟีเจอร์ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นหลายด้าน โดยเฉพาะตัวละครที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและน่าค้นหากว่าทุกเวอร์ชั่นที่ผ่านมา กราฟิกใหม่สุดอลังการพร้อมตัวละครที่เต็มไปด้วยเทคนิคแอนิเมชั่น คู่มือผจญภัยที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดพร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับตัวละครทุกตัวที่จะต้องปลดล็อค ระดับความท้าทายใหม่ๆ ในการผจญภัย และยังสามารถดูคะแนนและความก้าวหน้าของเพื่อนๆ ทาง Facebook ได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นยังจะได้สนุกไปกับการเก็บสะสมของต่างๆ และดาวเพื่อปลดล็อคระดับการเล่นและของกำนัลพิเศษ ไฮไลท์เด็ดของงานนี้ ได้เรียนเชิญนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังอย่าง มาร์ช - จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล นำเหล่าแฟนคลับและแฟนพันธุ์แท้เกมส์ร่วมงานเปิดตัวดังกล่าว "ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นความน่าตื่นตาตื่นใจ ความท้าทาย และสนุกสนานในรูปแบบใหม่ในการเล่นเกมส์ Angry Birds Stella เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ ผมรู้สึกว่านี่เป็นสุดยอดของเกมส์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานตระการตา ด้วยตัวละครหลากหลายที่มีอุปนิสัยและบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งผู้เล่นจะได้สัมผัสและเรียนรู้จากตัวละครเหล่านี้ และแน่นอน ทุกคนจะได้ความเพลิดเพลินจากการได้เล่นกับตัวละครที่ตนชื่นชอบ" จุฑาวุฒิ กล่าว ดาวน์โหลดเกมส์ Angry Birds Stella ผ่านทาง iOS และ Android ได้แล้ววันนี้ ดูเพิ่มเติมที่ stella.angrybirds.com

เปิดคัมภีร์ ปีมะแม 2558 ชง ไม่ชง กับ อ.คฑา ชินบัญชร
ดวงปีชง /  ดวงปีชง 2558 / 

Horoscope.Mthai.com จะพาคุณไปเปิดคัมภีร์ ปีมะแม 2558 กับ อ.คฑา ชินบัญชร ปีแพะธาตุไม้ ปีที่ชงและไม่ชง พร้อมเคล็ดลับการบูชาเทพเจ้า ถ้าคุณพร้อมแล้ว เราไปดูกันครับ ปีแพะธาตุไม้ จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สำหรับดวงชะตาของแต่ละปีนั้น ปีชงและก็ปีฮะกัน เป็นกรณีพิเศษ สำหรับปีที่ฮะกันก็คือมะเมียเป็นคู่มิตรกับมะแม แน่นอนย่อมเป็นปีที่ดีเลิศแล้วก็เป็นปีที่โชคดี มีดวงมงคลส่องหลายดวงด้วย มีโอกาสไปกราบขอพรที่ศาลเจ้าพ่อม้า เมื่อม้ามาถึงทุกสิ่งคือสำเร็จ อีกหนึ่งปีที่เป็นเพื่อนและคู่มิตรกันเรียกว่าซะฮะ คือ ปีเถาะ และอีกหนึ่งปี คือปีกุน เถาะ มะแม กุน เรียกว่าซาฮะ ปีกระต่าย ปีนี้โดดเด่นในเรื่องของงาน การเงิน จะมีการเปลี่ยนแปลงการเริ่มต้นใหม่ๆเกิดขึ้น ทั้งเรื่องของชีวิตคู่ ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องการเงิน มีดาวมงคลส่องดี ถ้ามีโอกาสอยากให้ไปกราบสักการะขอพรพระอาทิตย์หรือไท่เอี๋ย หรือไท่หย๋า นั้นก็คือแพะสามตัว พร่องเสียงกันแปลว่าพระอาทิตย์ ไปกราบสักการะได้ที่วัดเล่งเน่ยยี่หรือวัดจีนที่มีองค์ไท่เอี๋ยสถิตอยู่ แล้วถ้ามีโอกาสให้สวดบทโมระปะริต ออกกำลังกายหรือว่าไปรับพลังของแสงแดดบ้าง เพื่อที่จะรับไปพลังของไท่หย๋าหรือไท่เอี๋ยนั้นเอง ปีกุน ปีนี้โชคดีมากๆ โชคดีมา 2 ปีแล้ว ปีนี้ กุน เถาะ มะแม ถือว่าเป็นซาฮะ หรือว่าสามสมพงษ์ ถ้ามีโอกาสยากให้คุณที่เกิดในปีกุนไปกราบสักการะขอพรองศ์เทพเจ้าแห่งโชคลาภ องค์ไท่เอี๋ย เช่นเดียวกันคือเทพพระอาทิตย์ ถ้ามีโอกาสก็สวดบทโมระปะริตด้วย ปีมะแม ถือว่าเป็นองค์ไท่ส่วยเอี๋ยประทับอยู่บนศรีษะไม่ถือว่าปะทะชน เมื่อองค์ไท่ส่วยเอี๋ยประทับอยู่บนศรีษะ สิ่งที่เราควรทำนั้นก็คืออวยพร เพราะเมื่อเราอวยพรใคร เขาจะอวยพรเรากลับ องค์ไท่ส่วยเอ๋ยจะอวยพรด้วย ถือว่าเราได้ 2 เด้ง เลยทีเดียว เฮงๆๆ รวยๆๆ โชคดีๆๆ แค่นี้ก็เป็นศิริมงคลกับตัวราและก็คนรอบข้าง อวยพรตัวเอง อวยพรให้กับคนที่เรารัก คนในครอบครัว เพื่อนพร่อง น้องพี่ต่างๆสบายๆ สำหรับปีปะทะชนมีปีอะไรบ้าง ปีฉลูกับมะแมเป็นคู่ศัตรู อีก 2 ปี ก็คือปีจอ และก็ ปีมะโรง ปีฉลู ปีจอ ปีมะโรง ถ้ามีโอกาสอยากให้ไปฝากดวงชะตากับองค์ไท่ส่วยเอี๋ยที่วัดเล่งเน่ยยี่ เร่งห๋กยี่ที่อยู่ฉะเชิงเทรา เอ๋ยฮัวยี่ และวัดเขตร์นาบุญญาราม อันนี้อยู่จังหวัดจันทบุรี หรือจะไปเซียงฮุดยี่ จังหวัดชลบุรี แล้วก็วัดทิพย์วารี คือวัดจีนทั่วไปประเทศไทย ที่มีองค์ไท่ส่วยเอี๋ยประดิษฐานอยู่ ไปกราบขอบารมีองค์ไท่ส่วยเอี๋ย เทพเจ้าประจำปีนักษัตริย์ ปีมะแม ขอพรให้คุ้มครองดวงชะตาเราให้ประสบแต่ความสุขความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรืองทั้ง 12 เดือน 1 ปี ให้มีแต่ความสุขแล้วความโชคดี ปีจอ ต้องระมัดระวังเล็กๆ เกี่ยวข้องกับสุขภาพและอุบัติเหตุ ดูแลตัวเองให้ดีนิดนึง ปีมะโรง ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับอารมณ์ทั้งของตัวเองและก็คนรอบข้าง เพราะฉะนั้นดูแลใส่ใจในตัวเองนิดนึง แล้วก็ที่สำคัญที่สุดทำใจเย็นๆ ชีวิตจะมีความสุขสบายใจ การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จะทำให้ใจของเราสบาย ปีฉลู นอกจากไปฝากดวงชะตากับไท่ส่วย แล้วอยากให้ปีมะโรงกับฉลูนั้นกราบขอพรกับแชเล้งเอี๋ยคือเทพเจ้าประจำปีตัวเอง และฮะกันกับตัวเอง มะโรงก็คือแชเล้งเทพเจ้าประจำปีตัวเอง ส่วนฉลูก็คืองูเล็กถูกกันเป็นซาฮะไปกราบขอพรแซเลงเอี๋ยให้ตัวเองนั้นเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า มั่นคง ส่วนปีจอกราบขอพรจากศาลเจ้ากวนอู มีดาวเจี๋ยแฉคือดาวขุนพลก็จะส่งผลให้เราโชคดี ขอบคุณข้อมูลจาก Horolive

ระยอง เมืองเอกแห่งชายฝั่งตะวันออก
ทะเลอ่าวไทย /  เที่ยวทะเล / 

ระยอง เมืองชายฝั่งทะเลตะวันออกที่ได้รับการเรียกขานว่า เมืองแห่งผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู และสุนทรภู่กวีเอก ด้วยว่าผลงานชิ้นเอกของสุนทรภู่อย่างพระอภัยมณีนั้น มีฉากหลังเป็นทะเลน้อยใหญ่ และท้องทะเลอันสวยงามของจังหวัดระยองนั่นเอง ซึ่งความสวยงามนั้นไม่เพียงปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเพียงเท่านั้น แต่ความสวยงามของท้องทะเลจังหวัดระยอง ยังทำให้ระยองกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว ระยอง เมืองเอกแห่งชายฝั่งตะวันออก ด้วยทำเลที่ตั้งของจังหวัดที่นับเป็นเสมือนเมืองท่า และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยองในปัจจุบันจึงเป็นเมืองอุตสาหกรรม และที่ตั้งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกมากมาย เกาะเสม็ด คือเพชรน้ำเอกของจังหวัดที่หากใครต้องการมาเที่ยวทะเลระยองแล้วมักไม่พลาด ด้วยว่าเกาะเสม็ดนั้นตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และความสวยงามของท้องทะเลไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริเวณหาดทรายแก้ว และอ่าววงเดือน เป็นต้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปดำน้ำ และเที่ยวชมความงดงามของท้องทะเลบริเวณโดยรอบเกาะเสม็ดได้ ไม่ว่าจะเป็น เกาะกุฎี หรือเกาะทะลุ นอกจากนั้นบริเวณท่าเรือบ้านเพ ยังเป็นท่าเทียบเรือ และตลาดปลา นับเป็นแหล่งอาหารทะเลขนาดใหญ่ของจังหวัดอีกด้วย แต่ใช่ว่าระยองจะมีเฉพาะเกาะเสม็ดเท่านั้นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล แต่ระยองยังมีชายหาดที่สวยงามอย่าง หาดแม่รำพึง หาดแหลมเจริญ หาดแสงจันทร์ แหลมแม่พิมพ์ รวมไปถึงเกาะมันนอก มันใน ไว้ให้เที่ยวชมด้วยเช่นกัน และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นเมืองชายทะเลที่อุดมสมบูรณ์ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าแวะไปเที่ยวชมคือ บริเวณปากน้ำประแส ที่นับเป็นชุมชน แหล่งการค้า และแหล่งผลิตสินค้าทางการประมงมากมาย และที่เป็นจุดเด่นของชุมชนนี้คือ สะพานชมป่าชายเลนที่ทอดตัวยาวลัดเลาะไปตามแนวต้นโกงกาง พาดผ่านไปยอดไม้สีเขียวอร่ามตาของต้นโปรงทอง โดยสะพานแห่งนี้นับเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน และจุดชมหิ่งห้อยที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของระยอง และในบริเวณไม่ไกลกัน ยังเป็นจุดจอดเรือรบหลวงประแส เรือรบหลวงของไทยที่ผ่านสมรภูมิรบเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากอริศัตรูมาอย่างยาวนานอีกด้วย แต่ใช่ว่าระยองจะมีดีแค่ชายทะเลเท่านั้น เพราะจริงแล้วอีกหนึ่งสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับระยองอีกสิ่งคือ ผลไม้มากมายตามฤดูกาลที่มีให้เลือกชิมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน เงาะ ส้มโอ มังคุด และลองกอง โดยหากมีโอกาส ลองหาเวลาเข้าเที่ยวชมสวน และแวะชิมผลไม้ได้สดๆจากต้นดู รับรองได้ถึงความสนุก และสดอร่อยของผลไม้ ซึ่งสวนผลไม้ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม เช่น สวนผลไม้สุภัทราแลนด์ สวนยายดา หรือสวนคุณไพบูลย์ เป็นต้น นอกจากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ระยองก็มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเช่นกัน โดยเฉพาะกับเจดีย์กลางน้ำที่อยู่คู่กับเมืองระยองมานาน เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์บอกกับชาวเรือว่า ได้มาถึงเมืองระยองแล้ว โดยเจดีย์สีขาวกลางน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นโดย พระยาศรีสมุทรโภคชัยโชติสงคราม อดีตเจ้าเมืองระยอง หากจะบอกว่า ระยองคือเพชรน้ำเอกของพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะด้วยความพร้อมเพรียงของทำเลที่ตั้ง ความอุดมสมบูรณ์ของชายทะเล และความหลากหลายของผลผลิตทางเกษตรแล้ว จะเห็นได้ว่าจังหวัดระยองนั้นนับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเลยทีเดียว บทความโดย : www.ilovetogo.com/Article/127/17549  ,  ภาพและข้อมูล : กรมการท่องเที่ยว

ดูดวง ทายนิสัย ท่าจับราวรถไฟฟ้า
จับราวรถไฟฟ้า /  ดูดวง / 

ทุกวันนี้เราจะเดินทางไปไหนมาไหน ก็ดูจะสะดวกสบายไปหมด เพราะมี รถไฟฟ้า ค่อยให้บริการอยู่ แต่คุณรู้ไหมครับ ว่าเวลาคุณขึ้น รถไฟฟ้า แล้ว หากเกิดว่าคนเยอะจนไม่มีที่นั่ง จึงทำให้คุณต้องจับราวรถไฟฟ้า การจับราวนั้นก็สามารถบ่งบอกถึงนิสัยของคุณได้เช่นกันครับ จับราว หรือห่วงด้วยมือทั้ง 2 ข้าง เป็นคนที่รักความก้าวหน้ามากถึงมากที่สุด มีความเป็นผู้นำ ไม่ชอบเรื่องเพ้อฝัน ยึดความจริงเป็นหลัก มีความรับชอบดีเยี่ยม สามารถไว้วางใจได้ นิสัยดี แต่อาจจะไม่ค่อยมีอารมณ์ขัน เฮฮามากนัก จับที่สายของห่วง เป็นคนที่ไว้วางใจได้ มีความคาดหวังในทุกเรื่อง ชอบสิ่งที่สมบูรณ์แบบ ไม่ค่อยประนีประนอม มีความประณีตละเอียด จู้จี้จุกจิก แอบดูหยิ่งนิดๆ แต่ไม่ได้คิดร้ายกับใคร เฉลียวฉลาด มีความคิดการณ์ไกล มีความมั่นใจในตัวเองมาก จับราว หรือห่วงด้วยนิ้วเพียง 4 นิ้ว เป็นคนที่มีไหวพริบดี เอาตัวรอดเก่ง รู้จักพูดจา และรู้จักวางตัว มนุษย์สัมพันธ์ดี มีความเป็นมิตรสูง พร้อมที่จะช่วยคนอื่นอยู่เสมอ เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ก็จะสนุกสนานเฮฮา แต่ไม่ใช่คนที่ติดเพื่อนมากจนเกินไป สามารถที่จะอยู่คนเดียวได้ จับราว หรือห่วงด้วยนิ้วเพียง 3 นิ้ว เป็นคนมีเสน่ห์ มีความสุภาพอ่อนโยน ไม่ชอบการเอะอะโวยวาย ไม่ก้าวร้าว รู้จักการประนีประนอม รอบคอบ เอาใจเก่ง แต่แอบเจ้าอารมณ์ และขี้โมโห ขี้งอน ขี้แยง่าย เข้มแข็ง และรักความสวยความงาม จับราว หรือห่วงด้วยมือทั้ง 5 นิ้ว เป็นคนแข็งแกร่ง รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี รักเพื่อน ปัญญาดี ซื่อตรงยุติธรรม ชอบคิด ชอบวางแผน เป็นนักกิจกรรมที่เก่ง เป็นผู้นำคนได้ เพราะมีความมุ่งมั่น ทุ่มเทดี ชอบความสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ ขอบคุณภาพจาก scholarshipinter.com

9 เรียงความพ่อของแผ่นดิน วันพ่อแห่งชาติ
5 ธันวาคม /  กิจกรรมวัยรุ่น / 

9 เรียงความวันพ่อ เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสำคัญที่ชาวไทยทุกคนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็น วันชาติ อีกด้วย วันนี้ของทุกๆปี ตามสถานที่หรือผู้คนต่างๆ ก็มักจะจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับวันพ่อ ให้เราตระหนักและระลึกถึงความดีและความรักของพ่อหลวงที่มีต่อประชาชน พระราชกรณียกิจต่างๆของพระองค์ท่านที่ทำเพื่อประเทศชาติ รวมถึงพ่อของเราที่ให้ความรักและให้กำเนิดเรามา วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 9 เรียงความพ่อของแผ่นดิน วันพ่อแห่งชาติ มาฝากเพื่อนๆ กันคะ เผื่อว่าเพื่อนๆ จะนำไปใช้เป็นแนวทางในการเขียนเรียงความเกี่ยวกับพ่อหลวงนะคะ ^^ ตัวอย่างที่ 1 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง พ่อของแผ่นดิน ตอนเด็ก ๆ ฉันมักได้ยินคำว่า “พ่อของแผ่นดิน” เสมอแต่ตอนนั้นฉันก็ยังไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรแต่ตอนนี้ฉันได้รู้แล้วว่าพ่อของแผ่นดินนั้นหมายถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช รัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน พ่อของคนไทยทั้งปวงนั้นเอง จากที่ฉันได้ติดตามดูพ่อผู้รักและหวังดีกับลูก ๆ ตามสื่อต่าง ๆ ตลอดมานั้น ฉันก็ได้รู้ว่าพ่อของเรา ทรงตระหนักถึง การพัฒนาการศึกษาของเยาวชนและทรงคิดว่ามัน เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ และนอกเหนือจากนี้ ยังทรงก่อตั้งกองทุนนวฤกษ์ มูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อช่วยให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนของพ่อเอง เพื่อเป็นทุนริเริ่มในการก่อสร้างโรงเรียนตามวัดในชนบท สำหรับที่จะสงเคราะห์เด็กยากจนและกำพร้า ให้ได้มีสถานที่สำหรับศึกษาเล่าเรียน เพื่อที่จะได้เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไปในอนาคต และในเรื่องของการช่วยเหลือจังหวัดประสบปัญหาด้านต่าง ๆนั้นพ่อก็ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดนั้น ๆ และทรงนำความปรารถนาดีของประชาชนชาวไทยไปยังจังหวัดที่ประสบปัญหาต่างๆตามจังหวัดนั้นด้วย ในการเสด็จพระราชดำเนินของพ่อใน แต่ละครั้งที่ไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง จะทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และล้วนเป็นอาสาสมัครทั้งสิ้น และ พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ครบครัน เพื่อพร้อมที่จะให้การรักษาพยาบาลลูก ๆ ผู้ป่วยไข้ได้ทันที นอกจากนี้พ่อยัง ทรงโปรดให้จัดเจ้าหน้าที่ออกเดินทาง ไปรักษาลูก ๆที่ป่วยเจ็บ ตามหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปอีกด้วย และ ยังคงมีโครงการดี ๆเพื่อพัฒนาลูก ๆ และประเทศชาติ ออกมาอย่างมิขาดสาย อย่างเช่น โครงการเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น และโครงการนี้นี้เองที่ทำให้พ่อได้รับรางวัลสาขาต่าง ๆมากมายจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งทำให้ฉันได้เห็นและประจักษ์แล้วว่าพ่อทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล และ จากน้ำพระราชหฤทัยที่พ่อทรงได้ทำทุกอย่างเพื่อลูก ๆ กว่า ๖๐ ล้านคนทั่วประเทศของพ่ออย่างแท้จริง ทั้งนี้ทั้งนั้นในขณะนี้ก็ทรงครบการครองสิริราชสมบัติครบ ๖0 ปี ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ นี้เอง จากที่ฉันติดตามเรื่องราวของพ่อมาตลอดนั้นมันทำให้ฉันได้รู้ว่า พ่อทรงห่วงใย ใส่ใจ ลูกของพ่อ กว่า ๖๐ ล้านคน อย่างไม่เคยแสดง ความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า และ ถ้อถอย ออกมาให้เห็นเลยสักครั้ง ซึ่งมันทำให้ฉันประทับใจในความรักของพ่อผู้เป็นประมุข คนนี้ ใจในเสมอมา และฉันก็เคยฝันไว้ว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตฉันคงจะมีโอกาสได้ไปกราบแทบเท้าพ่อสักครั้ง กราบแทบเท้าพ่อของแผ่นดิน ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ที่มา : http://my1.dek-d.com/meemay_za/diary/ ตัวอย่างที่ 2 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง ตามรอยพ่อครูของแผ่นดิน พ่อหลวงของเรา เปรียบเสมือนครูอาจารย์ผู้วางแนวทางและความรู้ให้พวกเราชาวไทย ได้เรียนรู้แล้วปฏิบัติตามในทางที่ถูกต้องและสุจริต แล้วพ่อหลวงของเราไม่เคยที่จะทำสิ่งที่ผิดเลย แล้วยังคิดแนวทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกยากและขาดแคน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ เรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องการออม พ่อหลวงของเรา นั้นเปรียบเสมือนครูอาจารย์ที่เป็นผู้วางแนวทางต่างๆและความรู้ให้พวกเราชาว ไทยมากตลอด และได้เรียนรู้แล้วปฏิบัติตามในแนวทางทางที่ถูกต้องและสุจริต แล้วพ่อหลวงของเราไม่เคยที่จะทำสิ่งที่ผิดเลย แล้วยังคิดแนวทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกยากและขาดแคน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ เรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องการออม ได้แก่ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้คนรู้จักอดออม โครงการแก้มลิง เพื่อจะได้ชะลอน้ำเพื่อเก็บไว้ในหน้าแล้ง โครงการฝนหลวง เพื่อให้มีน้ำทำนา โครงการกันหันน้ำชัยพัฒนา เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ หญ้าแฝก เพื่อทำให้ป่าชายเลนสมบูรณ์ แล้วยังมีพระราชกรณียกิจอื่นๆ ที่พ่อหลวงของเราได้ทำเอาไว้เพื่อประชาชนชาวไทยทุกคน พ่อหลวงของเรา เป็นผู้วางแนวทางต่างๆและความรู้ให้พวกเราชาวไทยมากตลอด และได้เรียนรู้แล้วปฏิบัติตามในแนวทางทางที่ถูกต้องและสุจริต เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกยากและขาดแคน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ เรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องการออม เช่น แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โครงการแก้มลิง โครงการฝนหลวง โครงการกันหันน้ำชัยพัฒนา แล้วยังมีพระราชกรณียกิจอื่นๆ ที่พ่อหลวงของเราได้ทำเอาไว้เพื่อประชาชนชาวไทยทุกคน เพราะฉะนั้นเราควรรักรักหลวงเราให้มากๆ ที่มา : http://rianbow.wordpress.com ตัวอย่างที่ 3 เรียงความวันพ่อ : บทความ พ่อหลวงของแผ่นดิน ” เราจะครอง แผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ” พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพุทธศักราช 2489 ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการไว้ว่าดังนี้ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นเวลากว่า60ปีแล้ว ท่านทรงตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างมิเคยเสื่อมคลาย ตลอดระยะ เวลากว่า60ปีที่ผ่านมา ภาพที่คนไทยทุกคนเห็นอยู่ประจำคือ ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศไทย เพื่อประชาชนชาวไทยมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะลำบากเท่าใด จะเป็นสถานที่ที่ทุรกันดารเพียงใด มีความอันตรายแค่ไหน แต่หากเป็นสถานที่ที่ซึ่งมีประชาชนที่ประสบความทุกข์ ความลำบาก ท่านก็ไม่รีรอที่จะเสด็จไปหาประชาชนของท่าน ท่านยอมเหนื่อย ยอมลำบาก เพียงเพราะต้องการให้ประชาชนของท่านได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก แล้ว เราล่ะ? เราเคยทำอะไรให้ท่านมีความสุขบ้าง ตอนที่ผมพิมพ์บทความนี้ พ่อหลวงของเราพึ่งมีพระชนมายุ80พรรษาได้เพียง4วันเท่านั้น คุณลองนึกถึงคนธรรมดาที่มีอายุ80ปีดูนะครับ ตอนนี้พวกเค้าคงอยู่กับบ้าน มีลูกมีหลานคอยเลี้ยงดู ไม่ต้องออกมาทำงาน แต่ไม่ใช่กับพ่อหลวงของเรา ครับ ท่านยังคงทรงเหนื่อยเพื่อประชาชนของท่าน แล้วท่านจะต้องเหนื่อยไปอีกนานแค่ไหนถึงพอ เมื่อไรพวกเราคนไทยถึงจะมีจิตสำนึกและคิดกันได้เสียที พ่อหลวงของ เราทรงทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา ท่านทรงใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ถ้าพวกคุณเคยได้อ่านเกี่ยวกับท่านมาบ้างคงจะรู้ว่าท่านนั้นทรงประหยัดมาก เพียงใด คุณเคยเห็นรูปยาสีพระทนต์ของท่านรึเปล่า? เคยเห็นรูปรถส่วนพระองค์หรือไม่? แล้วถ้าย้อนกลับมาดูที่ประชาชนของท่านล่ะ ครับ คนไทยปัจจุบันเห็นแก่ตัว น้ำที่เรียกว่าน้ำใจเริ่มแล้งขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกๆองค์กรมีแต่การโกงกินกันเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวม ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย ไม่ประหยัดทรัพยากร เข่นฆ่ากันทุกวัน รู้ไหมว่าทำให้พ่อหลวงของเราเสียใจมากน้อยเพียงใด ปากของทุกคนพูดแต่เพียงว่ารักในหลวง รักในหลวง แต่คนที่พูดแล้วแสดงออกจริงๆ ถ้าสุ่มคนมาซักล้านคน จะมีถึง100คนรึเปล่าผมยังไม่แน่ใจเลย คุณรักและบูชาในหลวงกันก็เป็นสิ่งดี แต่ท่านไม่ได้ต้องการให้พวกเราบูชาท่านนะครับ ท่านต้องการให้พวกเราทำตามท่าน พวกคุณบูชาท่านอย่างเดียวแต่ไม่ทำตามมันก็ไร้ประโยชน์ คุณลองหลับตา ด้านขวาดูนะครับ แล้วมองไปรอบๆ ครับ หลายคนคงรู้แล้วว่าท่านต้องเสียพระเนตรข้างขวาไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อมีพระชนมายุเพียง20พรรษา แล้วลองนึกดูว่า มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งต้องทรงงานหนักในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของปวงชนชาว ไทยโดยมองเห็นเพียงพระเนตรข้างซ้ายข้างเดียวมาตลอดเวลากว่า60ปี แล้วคุณ รู้รึเปล่าครับว่า แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน นี่แหละครับ พ่อหลวงของพวกเราคนไทย ท่านทรงเป็นห่วงเป็นใยและคอยคิดถึงประชาชนของท่านตลอดเวลา แล้วเมื่อไรล่ะครับ ที่พวกเราจะได้ทดแทนพระคุณของท่าน เมื่อไรที่พวกเราจะทำอะไรเพื่อท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อย และเมื่อไรคนไทยทุกคนจะคิดกันได้ซักที ผมขอนำส่วนหนึ่งจากบทความที่ผมเคยอ่านเจอ แต่จำไม่ได้ว่าอ่านเจอที่ไหน แต่นี่ผมนำมาจากเมลที่ผมเก็บไว้ …..สิบสองปีที่ผ่านมา…… พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่? เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “สิทธิ” แต่ลืมคำว่า “หน้าที่” เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้ เราสร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย” เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่ เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา จะทรงเสียพระทัยเพียงใด? 80 ชันษาของพระองค์ท่าน หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์ แตพระองค์ก็ยังทรงพัฒนาประเทศ ที่มา : http://archive.gameindy.com/forum/20110620/index_t31139.0.html ตัวอย่างที่ 4 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง “ทำไมเราจึงรัก พระเจ้าอยู่หัว” หนูเป็นเด็กต่างจังหวัด อยู่ปักษ์ใต้ ตั้งแต่จำความได้ในทีวี หนูก็เห็นรูปผู้ชายคนหนึ่งเดินนำหน้าแล้วมีผู้คนเดินตามหลังท่านมากมายไปหมด พร้อมกันนั้นก็มีผู้คนนั่งกับพื้นต้อนรับท่านทุกที่ที่ท่านไป ผู้ชายคนนั้นเป็นใครนะ จนโตหนูถึงได้รู้ว่า เขาคือผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินเกิดของหนูเอง และหนูก็เห็นพระราชกรณียกิจของท่านเยอะแยะมากมายทางทีวี จนทำให้หนูปลาบปลื้มท่านมาก ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝน ฝนตกหนัก น้ำท่วมท่านก็เสด็จไปปักษ์ใต้เพื่อดูปัญหาความเดือดร้อน และท่านก็โปรดให้สร้างเขื่อนคลองชลประทาน ส่วนช่วงหน้าแล้งท่านก็เสด็จไปภาคอีสาน ไปดูความแห้งแล้งของคนอีสาน และท่านก็ทำฝนเทียมช่วยเหลือประชาชน หนูได้แต่คิดตลอดเวลาว่า… ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องลำบากตัวเองขนาดนี้ ท่านเดินทางไปทุกที่ ที่ทุรกันดารและสุดแสนจะลำบาก ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนทั้งประเทศ ท่านทรงเก่งมาก สามารถรู้หมดว่าในพื้นที่เมืองไทยว่าตรงไหนเป็นภูมิประเทศลักษณะไหน แอ่งน้ำ ภูเขา อย่างเช่น ใกล้บ้านหนูที่ อ.ปากพนัง ท่านก็ทำอ่างเก็บน้ำใหญ่โตมาก เพื่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอำนวยประโยชน์ต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณ อ.ปากพนัง ญาติพี่น้องหนูที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้ประกอบอาชีพทั้งการเกษตรและเพาะ เลี้ยงสัตว์น้ำได้ทั้งปี สำหรับตัวหนูแล้ว หนูคิดและฝันไว้ว่า สักวันหนึ่งหนูจะต้องเห็นผู้ชายคนนี้ตัวจริง ๆ สักครั้งในชีวิต แล้วหนูก็มีความพยายามมาก คือวันที่ 4 ธันวาคม 2549 ซึ่งก่อนวันเกิดท่าน 1 วัน เพราะวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันพ่อแห่งชาติ หนูทราบข่าวว่าท่านจะเสด็จกลับจากวังไกลกังวล เพื่อมาร่วมงานที่ทางรัฐบาลได้จัดขึ้น หนูก็เลยมารอรับเสด็จท่านอยู่หน้าโรงเรียนสวนจิตรลดา ท่านเสด็จมาตอนเกือบ 1 ทุ่ม ท่านนั่งมากับพระราชินี พระราชินีท่านโบกมือให้หนู แต่พระเจ้าอยู่หัวนั่งนิ่งมากค่ะ แต่หนูเห็นพระพักตร์ท่านชัดมาก หนูดีใจมาก และก่อนหน้านี้ หนูก็ไปงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ที่มีผู้คนเป็นแสน หนูก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีความพยายาม หนูขอลาพักร้อนไป 1 วัน เพื่อไปเฝ้ารับเสด็จท่านที่ลานพระรูปทรงม้า หนูตื่นตั้งแต่ ตี 4 ซื้อน้ำเปล่า 1 ขวด กับ ขนมปัง 1 ถุง เพื่อไปรอรับเสด็จท่าน ถึงขนาดที่รอนั้นหนูลำบากขนาดไหนห้องน้ำก็ไม่พอ ร้อนก็ร้อน แต่หนูทนได้ค่ะ เพราะหนูคิดว่า…ท่านทรงเหนื่อยกว่าหนูมากมายนัก และท่านก็เหนื่อยมาตลอดชีวิตของท่านเพื่อประชาชนของท่าน และท่านก็ออกมาจากหน้าต่างมาโบกไม้โบกมือให้กับหนูและคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ และทุกท่านก็โบกธงและพูดพร้อมกันว่า… ขอให้ท่านทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ พร้อม ๆ กันเสียงก้องดังมาก หนูคิดว่าสิ่งที่หนูเห็นและได้ยินนั้นคือ บารมีที่ท่านได้ทำไว้ ทุกคนพร้อมใจกันเปล่งเสียงดังตะโกนโดยไม่มีใครมาบอกคนที่นั่งว่าต้องตะโกน แบบนี้นะ แต่ทุกคนก็เปล่งเสียงดังออกมาพร้อมกัน หนูรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก จนขนลุกซู่ หนูคงบรรยายความรู้สึกที่มีต่อท่านได้ไม่หมดหน้ากระดาษแค่แผ่นเดียว เพราะทุกกิจกรรม ไม่ว่าที่เมืองทอง ที่ ท้องสนามหลวง หรือซุ้มที่ถนนราชดำเนินทั้งนอกและใน และกับคนเป็นหมื่น ๆ ค่ะ ที่หนูไปต่อคิวเพื่อรอรับพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัว วันนั้นหนูยืนต่อคิวและกลับถึงบ้าน ตี 1 หนูก็ทำมาแล้ว เพื่อพระฉายาลักษณ์ของท่านเพียงรูปเดียว และล่าสุดหนูได้ไปร่วมงานของสโมสรสันติบาลจัดขึ้น เนื่องในวันฉัตรมงคลที่ลานพระรูปทรงม้า หนูไปมาเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 53 ไปนั่งดูพระกรณียกิจของท่าน นั่งดูแล้วถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว เพราะท่านทรงเหน็ดเหนื่อยมากจริง ๆ ค่ะ แล้วหนูก็กลับมาคิดว่า ตอนนี้ท่านไม่สบายอยู่ที่ รพ.ศิริราช อาจเป็นเพราะเมื่อตอนที่ท่านร่างกายแข็งแรงท่านทรงทำงานหนักมาก โดยไม่ย่อท้อเลย พอท่านอายุเพิ่มมากขึ้นทำให้ร่างกายของท่านทรุดโทรมมาก สำหรับหนูแล้ว หนูคิดว่าท่านไม่ใช่คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ท่านเกิดมาพร้อมบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านเหมือนพระพุทธเจ้า ซึ่งหนูคิดเองอยู่ตลอดเวลา สำหรับหนูแล้วกระดาษที่เป็นรูปท่าน หรือปฏิทินหนูไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้นอกจากเก็บไว้ อีกอย่างหนึ่งที่หนูอยากจะกล่าวในบทความนี้ คือการใช้ชีวิตแต่พอเพียงอย่างที่ท่านให้ข้อคิดไว้ ทุกวันนี้ท่านสอนเกษตรกร หากมีพื้นที่ทำกินอยู่แปลงหนึ่ง ต้องแบ่งทำมาหากินอย่างไรบ้าง ส่วนหนึ่งปลูกบ้าน ส่วนหนึ่งเลี้ยงปลา อีกส่วนหนึ่งปลูกผัก หนูเองก็ใช้ชีวิตอย่างนั้น หนูทำงานอยู่ที่นี่ ถือว่าเงินเดือนหนูน้อยก็จริง แต่หนูก็ใช้ชีวิตไม่ฟุ่มเฟือย แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ส่วนหนึ่งเก็บฝากแบงค์ประจำ ส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้จ่ายภายใน 1 เดือน อีกส่วนหนึ่งก็ซื้อของให้รางวัลตัวเองบ้าง หนูอยากให้ทุกคนทำอย่างนี้ค่ะ จะได้สบายไม่มีหนี้สินกัน สุดท้ายนี้ หนูคิดว่าเพื่อเป็นการตอบแทนท่าน หนูไม่ต้องคิดทำโครงการใหญ่โตอลังการหรอกค่ะ แค่หนูเป็นคนดีในสังคม และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็เพียงพอแล้วค่ะ ท่านจะได้สบายใจ ไม่เครียด และจะได้ไม่มีผลต่อกระทบต่อร่างกายของท่าน ท่านจะได้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง อยู่คู่บ้านคู่เมืองกับคนไทยทั้งประเทศตลอดไปยิ่งยืนนานค่ะ ด้วยความรู้สึกของ น.ส.มยุดา สมเพ็ชร แผนกพัฒนาธุรกิจ รพ.วิภาวดี เครดิต : นางสาวมยุดา สมเพ็ชร แผนกพัฒนาธุรกิจ โรงพยาบาลวิภาวดี ได้รับรางวัลชนะเลิศ ตัวอย่างที 5 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง “พ่อหลวง ของปวงชน” “ในหลวง” เป็นชื่อที่ชาวไทยเรียกติดปาก และเป็นขวัญใจของชาวไทยมาโดยตลอด เพราะท่านทำให้เราได้ทุกอย่าง ไม่ว่าท่านจะเหน็ดเหนื่อยจะอ่อนจะเพลีย แต่ท่านก็ไม่เคยที่จะหยุดทำเพื่อประชาชนแม้แต่ครั้งเดียว และท่านทรงมีพระราชกรณียกิจต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น พระราชกรณียกิจด้านศาสนา ด้านความมั่นคงภายในประเทศ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและอีกมากมาย ท่านทรงตั้งพระทัย ทำพระราชกรณียกิจอย่างดี เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ พ่อหลวงของแผ่นดิน ท่านทรงประสูติเมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม ชาวไทยจึงถือว่าวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันพ่อแห่งชาติ ท่านทรงสนพระทัยในเรื่องดนตรีสากลมาก ท่านทรงชอบเป่าแซ็กโซโฟน ท่านมีพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ท่านทรงตระหนักดีว่า การพัฒนาการศึกษาของเยาชนนั้น เป็นพื้นฐานอันสำคัญของประเทศชาติ จึงทรงประกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลให้เป็นทุนสำหรับการศึกษาในแขนง วิชาต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาในประเทศต่าง ๆ โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดแต่ประการใด เพื่อจะได้นำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศชาติต่อไป นอกเหนือจากนี้แล้ว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้น ยังมีพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งพระองค์ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังพระราชดำรัสว่า “ถ้าคนเราสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศไทยก็คือพลเมืองนั่นเอง” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงและเอื้ออาทรต่อทุกข์สุขของพสกนิกร อย่างจริงจัง และยังมีพระราชกรณียกิจด้านศาสนา พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในการเปิดพิธีเนื่องในวโรกาสต่าง ๆ อาทิเช่น พระราชพิธีบำเพ็ญการกุศล ทรงสนันสนุนให้มีการสร้างศาสนสถาน เนื่องจากทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ในหลวงท่านทรงทำเพื่อเราตั้งมากมายโดยไม่หวังผลตอบแทน ท่านเพียงอยากเห็นทุกคนเป็นคนดี ท่านก็สุขใจ ดังนั้นเราควรทำดีเพื่อตอบแทนท่านให้มากที่สุด ทำตามหลักคำสอนของท่าน รู้จักการพอเพียง การอดออม ปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ไม่นำความเดือดร้อนมาสู่ประเทศชาติให้ท่านสบายใจ ให้ท่านหายเหนื่อยจากการทำงาน หายเมื่อยจากการเยี่ยมประชาชน หายเพลียจากการอดนอน เพราะทรงทำงานเพราะท่านคือพระมหากษัตริย์ในดวงใจและเป็นพ่อหลวงของปวงชน เครดิต : โดย เด็กหญิงณัฏฐธิดา ไทรงามเอี่ยม ป.6/3 ที่มา : http://teacherrapin.blogspot.com/2009/12/blog-post.html ตัวอย่างที่ 6 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง เรารักนายหลวง วันที่ 5 ธันวาของทุกๆ ปี ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี หรือจะนับไปอีกกี่ปี ก็ไม่มีใครสักคนที่จะลืมเลือนไปได้ว่า วันนี้เป็นวันอะไร ทุกคนจะมีคำตอบในใจอยู่แล้วว่าเป็น “วันพ่อ” ของพวกเราชาวไทยทุกคน แต่ส่วนตัวของผมนั้น วันนี้นอกจากจะเป็นวันพ่อแล้ว เป็นวันที่ผมรู้สึกภูมิใจมากที่สุด เพราะว่า วันนี้เป็น “วันเกิดของผม” แม่เล่าให้ฟังว่า เป็นวันที่แม่พยายามไม่อยากให้ผมเกิดในวันนี้เลยเพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ สม แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ ก็แสดงว่าเราโชคดีที่สุดแล้ว ขอให้เราภูมิใจมากที่สุด และทำตนเป็นคนดี สิ่งนี้แหละ ผมจึงคิดว่าเป็นวันที่สำคัญมากสำหรับผม ผมจะนำพระบรมราโชวาทของนายหลวงมาดำเนินชีวิตให้ดีต่อไป ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นมากกว่าพระเจ้าแผ่นดินคับ เราคนไทยโชคดีมากกว่าประเทศใดในโลกที่มีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทรงทรงงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยมิได้รับสิ่งใดตอบแทนเลย คนไทยทุกคน ขอให้พระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุยิ่งยืนนานอยู่กับชาวไทยไปนาน ๆ ซึ่งผมจะปฏิบัติตนเป็นคนดี และจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดที่ผมจะทำได้ สิ่งที่ผมรู้จักที่มาจากทรงงานของท่านก็คือ กำเนิดฝนหลวง เมื่อทรงสัมผัสความทุกข์ซับซ้อนของประชาชนอันเนื่องมาจากเรื่องของ “น้ำ” อันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้บัด นั้นมีพระชนมพรรษาเพียง28 พรรษา และเพิ่งเสด็จพระราชดำเนินอีสานครั้งแรกในพระชนมชีพ ก็ทรงเฝ้าครุ่นคิดถึงแต่วิธีที่จะแก้ไขปัญหาให้ชาวอีสานปัญหาที่ขัดแย้งกัน เอง เมื่อมีน้ำ น้ำก็มากไป ท่วมป่าจากภูเขาไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งไว้ได้แต่เมื่อน้ำหมดก็แห้งแล้งอย่างที่ สุดเพราะไม่มีฝนตกลงมาทรงบันทึกไว้ว่า “ต้องสร้างเขื่อนเล็กๆ (Check dams) จำนวนมาก ตามลำธารที่ไหลลงมาจากภูเขาต่างๆ จะช่วยให้กระแสน้ำค่อยไหลอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเล็กๆสิ่งนี้จะแก้ไขปัญหาแห้งแล้ง ได้ ในฤดูฝนน้ำจะถูกเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำและจัดสรรน้ำให้ในฤดูแล้ง”ส่วนปัญหา เรื่องฝนแล้งนั้น” ข้าพเจ้าได้แหงนดูห้องพัก และพบว่ามีเมฆจำนวนมาก แต่เมฆเหล่านั้นพัดผ่านพื้นที่แห้งแล้งไป วิธีแก้ไขอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้เมฆเหล่านั้นตกลงมาในท้องถิ่นนั้น ความคิดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการทำฝนเทียม ฝนหยาดแรก อีก 17 ปีต่อมา “ฝนเทียม” ตามพระราชดำริในวันเสด็จฯ เยี่ยมอีสานก็กลายเป็น”ฝนหลวง”ที่หยาดลงมาสร้างความชุ่มฉ่ำทั้งแผ่นดินครั้ง แรก ในวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2515วันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางแผนสาธิตการทำฝนด้วย พระองค์เอง จนเกิด “ฝนหลวง” ตกลงมาเป็นผลสำเร็จ ทำฝนเทียมทั่วประเทศด้วยพระองค์เองทรงต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้ราษฏรได้มี “น้ำ”เพราะ “การมีน้ำ ” นั้นหมายความถึง”การมีชีวิต” นายหลวงของเราทำ อะไรอีกมากมายให้กับประชาชน นี่ยังเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นแต่ที่ผมหยิบเรื่องนี้มาเล่า เพราะเชื่อว่าทุกชีวิตต้องการน้ำ ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น คน หรือ พืช หรือ สัตว์ ดังนั้นให้ถามตนเองว่าทำอะไรเพื่อนายหลวงบ้างหรือยัง หากยังให้รีบทำซะเพราะเวลาของเรามีน้อยมาก และให้ฐานะตัวแทนของคนไทย ขอให้พระองค์มีพระชนมพรรษายิ่งยืนยานและเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดชั่ว กาลนาน ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยโปรดดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระ เกษมสำราญปราศจากโรคภัย มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เครดิต : ด.ช. กิตติภณ โสรัตนชัย ชั้น ป.6/4 เลขที่ 29 ที่มา : http://teacherrapin.blogspot.com/2009/12/blog-post.html ตัวอย่างที่ 7 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง พ่อของแผ่นดิน พ่อบอกพ่อสอนเราหลายอย่าง เว้นอยู่อย่างเดียวที่พ่อไม่เคยบอก ก็คือ “ ให้เราทุกคนรักพ่อ ” แต่เราก็รู้สึกด้วยหัวใจเราเองจากสิ่งที่พ่อทำ เราเคยสงสัยรึเปล่าว่า ทำไมเราเกิดมาต้องมีพ่อทั้งสองคน? ซึ่งเราทุกคนชาวไทยมีพ่อคนนี้เป็นพ่อเหมือนอย่างเรา พ่อที่เราพูดถึงอยู่นี้ก็คือ ก็คือ พ่อหลวงของทุกๆคน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นมากกว่าพระมหากษัตริย์ เพราะทรงเป็นพ่อ และทรงเป็นมากยิ่งกว่าพ่อ และทรงให้มากกว่าชีวิต พ่อคนเป็น ผู้คิด ผู้สร้าง หลักนำใจเพื่อใช้ชีวิตให้เรารู้จักเพียงพอ ให้เรารู้จักถูกผิด ตามเส้นทางชีวิตของพ่อ ในหลวงของเราทรงงานหนักมาโดยตลอด สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อความสุขของประชาชนชาวไทย พ่อหลวงเข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงห่วงใยและให้ความช่วยเหลือประชาชนในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้เราบริหารจัดการ ให้อยู่อย่างพอเพียงตามอัถภาพของแต่ละคน เมื่อน้ำท่วมก็หยิบยื่นความช่วยเหลือมาโดยตลอด และเมื่อเกิดภัยแล้งพระองค์ก็ทรงมีโครงการฝนเทียม เพื่อแก้ไขภัยแล้งให้กับประชาชนชาวไทย เพื่อให้มีน้ำใช้ น้ำบริโภค น้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ทำให้ประชาชนมีอยู่มีกิน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อความสุขสบายของลูกๆของพระองค์ พ่อทรงเหนื่อยเรารับรู้ได้ แต่พระองค์ไม่เคยตรัสเลยสักคำว่า “เหนื่อย” จนบางครั้งเราก็อดคิดไม่ได้ว่า เราทำงานยังรู้สึกเหนื่อย แล้วพ่อหลวงล่ะทรงงานมากกว่าเราเป็นล้านเท่า พ่อจะเหนื่อยสักแค่ไหน พ่อเคยพักบ้างไหม เพราะที่เราเห็นกันทุกวัน พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย วันหนึ่งๆต้องเสด็จไปไม่รู้กี่ที่ สิ่งที่พ่อทำ พ่อให้เรา มันบรรยายไม่ถูก แต่เชื่อว่าลูกๆทุกคนรับรู้มันด้วยใจ จะมีลูกคนไหนในผืนแผ่นดินไทยนี้ที่จะไม่รักพ่อบ้าง? เพราะสิ่งที่เราเห็นมันก็ยืนยันได้ว่า พ่อรักลูกทุกๆคนอย่างหาที่สุดไม่ได้ สำหรับดิฉัน รักพ่อหลวงเพราะพ่อทรงสอนให้ดิฉันรักตัวเอง ตั้งแต่การใช้ชีวิตที่ถูกที่ชอบ พ่อมีธรรมะ การประกอบสัมมาอาชีวะ การรู้จักความพอเพียงและพอดี รักที่พระองค์ทรงสอนให้ดิฉันรักคนอื่น(พี่น้องร่วมแผ่นดิน) โดยปราศจากอคติ และไม่คำนึงถึงความแตกต่าง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ฐานะทางสังคม แม้กระทั่งลัทธิทางการเมือง รักพ่อที่ทรงสอนให้ดิฉันรักธรรมชาติ รักป่าไม้ รักต้นน้ำลำธาร รักผืนดิน รักสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสัตว์ต่างๆ ดิฉันรักพ่อหลวงก็เพราะพระองค์ทรงสอนให้ดิฉันรักและภูมิใจที่เกิดมาเป็นคน ไทย ในชาติไทยที่มีความร่มเย็นเป็นสุขด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ พระบารมีที่เกิดจากน้ำพระราชหฤทัย น้ำพักน้ำแรง มันสมอง หยาดเหงื่อ ของพระองค์ ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ครองราชย์ พระเมตตาของพระองค์เปี่ยมล้นมากยิ่งนัก พ่อทำเพื่อลูกมากมายเพียงนี้ แล้วทำไมดิฉันถึงไม่รักพ่อหลวงล่ะคะ ภูมิใจและดีใจที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อหลวง สิ่งที่ลุกจะตอบแทนให้พ่อ มันคงเทียบเท่ากับสิ่งที่พ่อ ทำให้ลูกไม่ได้ แต่ลูกคนนี้ขอสัญญาว่าจะเป็น “คนดี” ให้พ่อภูมิใจ จะเดินตามเส้นทางของพ่อและลูกจะขอเป็นข้าฯฝ่าพระบาทของพ่อทุกชาติไปวันนี้ สิ่งที่ลูกอยากบอกพ่อก็คือ “ ถึงพ่อจะไม่เคยบอกเคยสอนให้รักพ่อ แต่ลูกก็รักพ่อสุดขั้วหัวใจของลูกจริงๆพ่อ” เครดิต : น.ส.ปวีณา อินทะปัญญา ผู้ได้รับรางวัลที่ 2 ที่มา : http://www.vibhavadi.com ตัวอย่างที่ 8 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง “พ่อของแผ่นดิน” มีเพื่อนคนรัสเซียหลายคนถามฉันว่า ในหลวงคือใคร ทำไมคนไทยถึงรักและเทิดทูนกษัตริย์พระองค์นี้มาก ขนาดเรียกว่า “พ่อ” ฉันยิ้ม และไม่รีรอที่จะอธิบายด้วยความภาคภูมิใจถึงความเก่งและความดีของพ่อคนนี้ของฉัน (ถึงจะมีปัญหาในด้านภาษาบ้างก็ตาม) ฉันทั้งโชว์รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต,มิวสิควีดีโอเพลงเกี่ยวกับในหลวง ทำให้ทั้งฉันและเพื่อนขนลุก ในความดีที่ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์พระองค์นี้ เพราะหากกล่าวถึงกษัตริย์แล้ว คงนึกถึงภาพคนที่เกิดในวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์ เกิดมาก็สบายทันที มีข้าทาสบริวารคอยรับใช้ แต่ในหลวงของเรากลับเห็นภาพที่แทบจะตรงกันข้าม ฉันเห็นภาพที่พระองค์ทรงก้มผูกเชือกรองเท้าเอง ภาพเหงื่อที่ไหลถึงปลายจมูก ภาพพระองค์ทรงงาน กำแผนที่อยู่ในพระหัตถ์ ภาพพบปะเยี่ยมประชาชนที่อยู่ห่างไกลทุรกันดาร ภาพเหล่านี้ประทับตราตรึงอยู่ในจิตใจของฉัน ในหลวงเหมือนพ่อที่คอยห่วงใยลูก คอยติดตามดูแล ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และแก้ไขในทุกสถานการณ์เหมือนกับที่พระองค์ทรงตรัสไว้ตอนขึ้นครองราชย์ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม์ เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” นอกจากนี้ฉันยังเล่าว่า ในหลวงทรงเป็นแบบอย่าง หรือไอดอลของฉันเลยทีเดียว เพราะท่านไม่เพียงทรงตรัสสอนเรื่องต่างๆ แต่ยังทรงพระพฤติพระองค์เป็นแบบอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น เรื่องความประหยัด หลายครั้งฉันโชว์ภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกรีดจนแบบสนิทให้เพื่อนดู บางคนพอเห็นก็หัวเราะ แต่หลังจากได้รู้ว่า นี่คือหลอดยาสีพระทนต์ของกษัตริย์ก็ถึงกับสงบนิ่ง ฟังฉันเล่าต่ออย่างสนใจว่าเหตุใดกษัตริย์ต้องประหยัดขนาดนี้ ฉันคิดว่าท่านทรงทำตามที่ท่านตรัสสอนเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” คือ ไม่ใช่ประหยัดจนไม่ใช้อะไรเลย แต่ให้ใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างคุ้มค่ามากที่สุดต่างหาก หรือแม้แต่เรื่องความไม่ถือพระองค์ ที่ทรงตรัสกับราษฎรอย่างเป็นกันเอง จนกลายเป็นเรื่องเล่าขำขันที่อ่านแล้วก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ และใกล้ชิดกับพ่อหลวงมากขึ้น อีกเรื่องที่ทรงเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่องที่สุด คือความกตัญญู ภาพในหลวงทรงประคองสมเด็จย่า หรือแม้แต่เข็นรถเข็นให้ ทั้งที่มีบริวารพรักพร้อม แต่ยังตรัสกับมหาดเล็กว่า “แม่เรา เราดูแลเองได้” เรื่องที่ในหลวงไปเสวยอาหารกับแม่อาทิตย์ละห้าวัน, ทรงกอดแม่หรือให้แม่หอมแก้ม เรื่องเหล่านี้ แม้แต่ประชาชนคนธรรมดายังทำได้น้อยกว่าในหลวง กษัตริย์ที่ทรงมีพระกรณียกิจมากมายทุกวัน นั่นทำให้สุดท้ายแล้วไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนไทยถึงรักในหลวงขนาดนี้ มีเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 เป็นวันงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พ่อของฉันชวนฉันไปดูในหลวงเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม จำได้ว่า เช้าวันนั้นอากาศร้อนมาก และคนต้องเยอะแน่นอน ฉันบอกพ่อไปทันทีว่า “อยากดูในหลวงดูในทีวีเถอะพ่อ เห็นชัดกว่าอีก” แต่พ่อบอกว่า “พ่อไม่ได้อยากเห็นในหลวง แต่อยากให้ในหลวงเห็นพ่อ เห็นประชาชนชาวไทยว่ามากขนาดไหนที่จงรักภักดีต่อท่าน” คำตอบนั้นทำให้ฉันรีบลุกออกไปกับพ่อทันที วันนั้นทั้งคนเยอะและร้อนมากอย่างที่ฉันคิดจริงๆ แต่จิตใจของฉันและคนไทยทุกคนก็ชุ่มฉ่ำทันที เมื่อในหลวงออกมาโบกพระหัตถ์ ทุกคนพร้อมใจเปล่งเสียงตะโกนกึกก้อง “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ…” หลายคนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เป็นความรู้สึกที่เต็มตื้นอยู่ในจิตใจ จนฉันต้องกลับมาขอบคุณพ่อหลายครั้งที่ทำให้ฉันมีวันนั้น และวันนี้ ถึงฉันจะอยู่ห่างไกลถึงประเทศรัสเซีย แต่ฉันก็ได้ทำหน้าที่ของลูกคนไทย ได้เผยแพร่เรื่องราวความดีของพ่อหลวงของฉัน พ่อของแผ่นดิน. เครดิต : นางสาวญาใจ วัฒนปรีดา (อิมมี่) คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่มา : http://th.thaiembassymoscow.com/annonce/pdf/2010essay-1.pdf ตัวอย่างที่ 9 เรียงความวันพ่อ : เรื่อง “พ่อของแผ่นดิน” “อันที่จริงเราชื่อ “ภูมิพล” ที่แปลว่า “กำลังของแผ่นดิน” แม่ก็อยากให้เธออยู่กับดิน เมื่อฟังคำพูดแล้วกลับมาคิด ซึ่งแม่คงจะสอนเราและมีจุดมุ่งหมายว่าอยากให้ติดดินและอยากให้ทำงานให้แก่ประชาชน” … จากพระราชดำรัสของในหลวงข้างต้น ทำให้ฉันระลึกอยู่เสมอว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่ในหลวงทรงอุทิศตนเป็น “ภูมิพล” ผู้เป็นพลังของแผ่นดินที่พร้อมด้วยทศพิธราชธรรม พระองค์ก็ทรงปฎิบัติหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ด้วยดีเสมอมา พระองค์ทรงอุทิศพระวรกาย เพื่อดินก้อนเล็กๆ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอย่างพวกเรา ทรงเป็นทุกอย่าง เป็นพ่อที่ลำบากตรากตรำ สละแรงกายดูแลลูกๆ ด้วยความรัก มาเป็นเวลายาวนานกว่า 60 ปี โดยมิได้คำนึงถึงว่าราษฎรของพระองค์จะเป็นใครมาจากไหน เชื้อชาติใด เพราะพระองค์ทรงยึดมั่นในปณิธานในการที่จะรวมดินก้อนเล็กๆ ในแผ่นดินนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อกล่าวถึงในหลวง สิ่งที่ฉันนึกถึงเป็นอันดับแรก คือ กษัตริย์นักพัฒนา ภาพที่ฉันเห็นบ่อยครั้งตามสื่อต่างๆ เป็นภาพที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารทั่วราชอาณาจักร ภาพที่เหล่าพสกนิกรชาวไทยคอยต้อนรับการเสด็จฯ มาของพระองด์ด้วยหัวใจ ภาพธงไตรรงค์ของเหล่าราษฎรที่โบกสะบัดพร้อมด้วยรอยยิ้มและร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติ และภาพที่พระองค์ทรงหลั่งพระเสโทในขณะทรงงาน เป็นภาพที่ได้ประทับอยู่ในใจของฉันและปวงชนชาวไทยตลอดมา แต่ถึงแม้พระองค์จะทรงงานหนักเพียงใด พวกเราก็สามารถเห็นรอยแย้มพระสรวลปรากฏอยู่บนพระพักตร์ที่เกิดความสุขของพระองค์ ที่ทรงได้ทอดพระเนตรเห็นพสกนิกรอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข การที่ในหลวงได้เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยืยนราษฎรในถิ่นทุรกันดารอยู่สม่ำเสมอเป็นเวลายาวนาน ทรงได้สัมผัสความทุกข์ยาก จึงทำให้พระองค์ทรงเข้าใจปัญหาต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง จากนั้นพระองค์ก็ทรงใช้พระปรีชาสามารถในการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม ด้วยการก่อตั้งโครงการใน พระราชดำริต่างๆ อาทิ “โครงการฝนหลวง” เป็นการทำฝนเทียมเพื่อบรรเทาภัยแล้งให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ เพื่อการทำเกษตรกรรมและการใช้สอยในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมี “โครงการหญ้าแฝก” ซึ่งเป็นโครงการแก้ปัญหาดินที่ถูกชะล้างจากฝน โดยการยึดหน้าดินทำให้ดินกักเก็บน้ำได้มากขึ้น “โครงการแก้มลิง” เพื่อช่วยในการระบายน้ำท่วมจากพื้นที่ตอนบนโดยใช้หลักการน้ำไหลทางเดียว “โครงการแกล้งดิน” แก้ไขดินที่มีสภาวะเป็นกรด เพื่อให้เกษตรกรสามารถ นำดินไปใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกต่อไป เป็นต้น นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงริเริ่มและเชื่อมั่นใน “แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง” ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้พสกนิกรชาวไทยใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพื่อการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจ ให้มีความเจริญที่ไม่ฉาบฉวย แต่มีความยั่งยืนตลอดไป ดังที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า สำหรับในหลวงแล้ว ความสุขของราษฎรชาวไทยทั้งหมดนั่นคือ ความสุขของพระองค์ และสิ่งที่พวกเราทุกคนควรกระทำก็ คือตอบแทนพระองค์ท่านที่ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อพวกเรามาตลอดชีวิตบ้าง ใช่หรือไม่? แล้วทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในปัจจุบัน จึงได้ขัดต่อปณิธานของพ่อในเรื่อง “ความสามัคคี” ยิ่งนักเล่า? … ฉันอยากเห็นชาวไทยทุกคนรักประเทศชาติ และมีความสมัครสมานสามัคคี กระทำตนเป็นดั่งดินก้อนเล็กๆ หลากหลายสีที่รวมเป็นแผ่นดินเดียวกัน เป็น สีเดียวกัน เป็นดินที่สร้างประโยชน์ให้แก่แผ่นดินสยามแห่งนี้ ให้สมกับที่ “พ่อของแผ่นดิน” ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีเสมอมา ในวันพ่อปีนี้ ฉันจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยทุกคนร่วมกันสร้างความสามัคคี ร่วมกันกระทำความดี ฉันแน่ใจว่าความดีของพวกเราชาวไทยจะรวมกันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เปรียบเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดแด่พระองค์ท่าน ส่วนตัวฉันเองก็จะขอตั้งปณิธานว่าจะปฏิบัติตัวเป็นคนดีเป็นประโยชน์ต่อสังคม และจะเดินตามรอยเท้าพ่อตลอดไป เครดิต : น.ส. กนกพรรณ ชินสวนานนท์ (น้ำ) MGIMO นรท. กต. ที่มา : http://th.thaiembassymoscow.com/annonce/pdf/2010essay-4.pdf ที่มา thaistudyfocus.com เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง 80 เรื่องของในหลวงที่เราอาจไม่เคยรู้ วันพ่อแห่งชาติ ยังจำได้ไหม? ตอนเด็กๆ พ่อแม่มักจะให้เรายืนตรงเคารพธงชาติอยู่ทุกวี่ทุกวัน ให้ยกมือไหว้รูปพ่อหลวงที่เรามีในบ้าน พ่อแม่คอยพร่ำบอกถึงความรักและความดีของในหลวงที่มีต่อประชาชนและประเทศไทย ... พระราชอารมณ์ขันของในหลวง สู่เรื่องเล่าสุดประทับใจ เดือนธันวาคม เป็นเดือนสำคัญที่ประชาชนคนไทยทุกคนพร้อมใจกันทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั่วทุกหนแห่งบนพื้นแผ่นดินเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา ... 9 คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม นี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เอ็มไทยนิวส์ขอน้อมนำ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ ... 9 หนังซูเปอร์คุณพ่อ ที่คุณดูแล้ว จะรักพ่อขึ้นอีกเยอะ ถึงช่วงวันสำคัญอีกหนึ่งวันสำหรับพวกเราชาวไทยคือ “วันพ่อแห่งชาติ” ที่นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้ว ลูกๆ ทุกคนก็ถือโอกาสในวันนี้ ... 7 กิจกรรมทำเพื่อพ่อ วันพ่อแห่งชาติ จำได้ไหมคะ ตอนสมัยเรียนหรือเพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ตอนนี้ พอใกล้ถึงวันที่ 5 ธันวาคม หรือวันพ่อแห่งชาติ ทุกปีนั้น จะต้องมีกิจกรรมที่เราต้องร่วมอยู่ในโรงเรียนเสมอๆ อย่าง 7 กิจกรรมทำเพื่อพ่อ วันพ่อแห่งชาติ ... คุณแม่ดารา Super Mom หัวใจแกร่ง Women MThai ขอสรรเสริญ ซิงเกิ้ลมัม คุณแม่หัวใจแกร่ง ทุกท่าน และ ขอนับถือหัวใจของคนเป็นแม่ อย่าง คุณแม่ดารา ทั้ง 5 ท่านต่อไปนี้ เพราะไม่เคยมีมหาวิทยาลัยไหน ตำราเล่มใด สอนและฝึกให้เราเป็นแม่คนที่สมบูรณ์แบบได้ ... การบินไทย จัดโปรโมชั่น ธันวาพาพ่อเที่ยว บริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน ) ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา และร่วมเฉลิมฉลองเนื่องใน วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2557 โดยจัดโปรโมชั่น “ธันวาพาพ่อเที่ยว 2557” ... รวมสถานที่จัดงานและกิจกรรมวันพ่อ ปี 2557 ใกล้จะถึงวันพ่อแห่งชาติแล้ว ช่วงเวลาอันแสนสุขของปวงชนชาวไทย ที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาถึงแล้ว ซึ่งในปีนี้ พระองค์จะเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา และแน่นอน ปีนี้จะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เช่นเคย ... วันพ่อปีนี้ ชวนพ่อแบ็คแพ็คไปเที่ยวดีไหมนะ? ขยับใกล้วันพ่อเข้ามาทุกที ลูกๆ หลายคนคงเตรียมหาของขวัญ หรือร้านอาหารที่จะพาคุณพ่อไปฉลองกันแล้ว แต่ถ้ามีโอกาสสักครั้ง การแบ็คแพ็คไปเที่ยวแบบพ่อลูก ได้นอนดูดาว นั่งจิบชาอุ่นๆ พร้อมกับคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆจนกว่าตาจะปิด ... สุดซึ้ง! คุณพ่อหัวใจนักสู้ ร้องเพลงกล่อมลูก ก่อนสิ้นลม คริส พิคโค คุณพ่อชาวอเมริกันหัวใจนักสู้รายนี้กำลังร้องเพลงขับกล่อมลูกชายตัวน้อยที่ได้คลอดก่อนกำหนดและนอนอยู่ภายในตู้อบ ด้วยสภาพร่างกายที่แสนอ่อนแอ โดย คริส พิคโค เพิ่งจะสูญเสีย แอชลีย์ ภรรยาของเขาไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ... We Love Dad พ่อลูกสุขสันต์เที่ยวไหนก็ลด 40 บาท ต้อนรับวันพ่อนี้ ให้ GrabTaxi ได้เป็นผู้บริการในการเดินทางทุกเส้นทางอย่างปลอดภัย และคุ้มค่าด้วยส่วนลดค่าเดินทาง 40 บาท กับ โปรโมชั่น We Love Dad นี้ จะไปไหนมาไหนกี่รอบ ก็ลดให้ไปเลย 40 บาท ... รูปภาพกลิตเตอร์ วันพ่อ ภาพกลิตเตอร์ วันพ่อ รูปภาพ Glitter วันพ่อ 5 ธันวาคม รูปภาพกลิตเตอร์ กลอนวันพ่อ คำอวยพรวันพ่อ บอกรักพ่อ ... วันพ่อแห่งชาติ เราทำดีเพื่อพ่อกันหรือยัง วันพ่อแห่งชาติ ปีนี้ “พ่อหลวง ” ของเรา ทรงมีพระชนมายุครบรอบ 87 พรรษา ซึ่งพวกเราพี่น้องชาวไทยต่างรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เชื่อว่าเราทุกๆ คนจะไม่นิ่งเฉยต่อคุณค่าและความหมายของคำว่า “พ่อ” นี้ ... รวมมิตร คุณพ่อป้ายแดง ส่งท้ายปีมะเมีย นับเป็นเรื่องราวดีๆ ของวงการบันเทิงบ้านเราที่เหล่านักแสดง ทั้ง พระเอก นักร้องระดับซุปตาร์ ทั้ง รุ่นเล็กและใหญ่ ต่างก็ตั้งรับและพร้อมเปลี่ยนสถานะของตัวเอง มารับบทบาทใหม่เป็น คุณพ่อ ... เวย์ ไทยเทเนี่ยม คุณพ่อสุดแนว จากหนุ่มฮิปฮอปสู่มาดคุณพ่อสุดอบอุ่น และแล้วก็ถึงเดือนแห่งวันพ่อกันแล้วนะครับ เพื่อนๆ ชาว Men.MThai เตรียมดอกดอกพุทธรักษาเอาไว้ไหว้คุณพ่อกันรึยังครับ เอาหล่ะทุกๆ วันพ่อ เราก็จะต้องนำเสนอเรื่องที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าเสนอประจำปี โดยปีนี้เราขอนำเสนอคุณพ่อคนนี้ ... รูปภาพ รวมภาพคุณพ่อสุดเฟล บอกแล้วอย่างปล่อยลูกไว้กับพ่อ รูปภาพ รวมภาพคุณพ่อสุดเฟล บอกแล้วอย่างปล่อยลูกไว้กับพ่อ ...