ความก้าวหน้า

อลงกรณ์ แหกมติพรรค ปชป.ลงสมัคร สปช.
ปชป. /  สปช. / 

อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหน.พรรค ปชป. แหกมติพรรค ลงสมัคร สปช. ระบุ อนาคตของประเทศสำคัญกว่าอนาคตของตัวเอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวานนี้(28 ส.ค.)นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ชื่อ “อลงกรณ์ พลบุตร @alongkornpb” ระบุว่า ผมตอบรับมูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทยในการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โดยจะส่งใบสมัครวันที่29ส.ค.นี้ผมไม่ทราบว่าจะได้รับคัดเลือกหรือไม่แต่อย่างน้อยก็ได้แสดงเจตจำนงค์ให้ทราบว่า ผมเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ หลายฝ่ายตั้งข้อรังเกียจว่า สปช.ซึ่งจะจัดทำพิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศเป็นผลพวงของคสช.ที่เกิดจากการรัฐประหารไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย แต่สำหรับผมคิดว่าการปฏิรูปครั้งนี้ ไม่ใช่"การปฏิรูปของคสช."แต่เป็น"การปฏิรูปของประเทศ"และเป็นการปฏิรูปที่มีความหมายต่ออนาคตอย่างยิ่ง ประเทศของเราพัฒนาต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริง ทั้งที่เรา ควรเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้ ประชาชนควรอยู่ดีกินดีมากกว่านี้ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการรปห.แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาถึงวันนี้ เราเปลี่ยนแปลงอดีตของประเทศไม่ได้ แต่เราสร้างอนาคตของประเทศได้ ก่อน 22 พ.ค.บ้านเมืองใกล้มิคสัญญี ประเทศเดินหน้าไม่ได้ ปชช.แตกแยกแบ่งฝ่ายรุนแรง รัฐบาลลุแก่อำนาจ ประเทศของเรามืดมนวิกฤติจนมองไม่เห็นอนาคต ในฐานะนักการเมืองที่มีส่วนทำให้ประเทศเกิดวิกฤติ ผมควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการเข้าไปร่วมมือกับทุกภาคส่วนผลักดันการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จ วันนี้ต้องมองไปข้างหน้าคิดถึงอนาคตของประเทศ เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้งแล้วร่วมมือกันผนึกพลังยกเครื่องประเทศครั้งใหญ่ด้วยการปฏิรูปประเทศ สำหรับอนาคตทางการเมืองของผมคงสิ้นสุดลงเพราะพรรคคงไม่พิจารณาส่งลงสมัครส.ส. ครั้งหน้า แต่ผมคิดว่าอนาคตของประเทศสำคัญกว่าอนาคตของตัวเองครับ MThai News

รัฐบาลเร่งปราม! ร้านเหล้าปั่นรอบสถานศึกษา
ยงยุทธ ยุทธวงศ์ /  รองนายกรัฐมนตรี / 

รองนายกรัฐมนตรี "ยงยุทธ" จี้ฝ่ายกฎหมาย เร่งจัดระเบียบร้านขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษา ไม่มีใบอนุญาต พร้อมเฝ้าระวังเพิ่มจำนวน นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดระเบียบร้านขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษาว่า ปัญหาดังกล่าวได้มีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ปัญหาคือมีการตั้งขายข้างถนน เมื่อถูกไล่ ก็ย้ายไปขายที่อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายต้องดูแล โดยต้องทำงานให้เข้มแข็งขึ้น เพราะร้านส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาต ไม่สามารถทำได้ ดังนั้น เราต้องเข้าไปสู่ต้นตอของปัญหา คือการดูแลสังคมไม่ให้หมกมุ่นกับอบายมุขต่างๆ หากสังคมมั่นคงเรื่องเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้ไม่มาก แต่จะให้หมดไปร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นคงทำได้ยาก และต้องเฝ้าระวังการเพิ่มจำนวนของร้านเหล้าด้วย ส่วนปลายเหตุก็ต้องป้องปราม เช่นเดียวกับเรื่องบารากุ เป็นปัญหาที่มีมานาน นอกจากนี้ นายยงยุทธ เปิดเผยถึงการหารือระหว่าง นายชิเกะคะสุ ซะโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่า ได้มีการพูดคุยถึงความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ การศึกษา งานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น งานด้านระบบการขนส่ง ระบบราง และดาวเทียม ที่ไทยต้องการพัฒนาด้วยตนเอง รวมถึงได้สอบถามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็จะมีการประสานเพื่อติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ MThai News

ฟ ก้าวหน้า (บริษัท จำกัด)

รถจักรยานยนต์และรถสกูตเตอร์ จำหน่ายรถจักรยานยนต์ทุกชนิด YAMAHA HONDA SUZUKI พร้อมชิ้นส่วนอะไหล่ตกแต่ง KAWASAKI

'ประยุทธ์' เผยญี่ปุ่นรับพิจารณาลงทุนในไทย ก่อนขยายไปอาเซียน
การลงทุน /  ข่าว / 

'ประยุทธ์' เผยญี่ปุ่นรับปากจะใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนหลัก ก่อนขยายการลงทุนไปยังอาเซียน ภายใต้ความร่วมมือ JTEPA พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้แทนพิเศษรัฐบาลญี่ปุ่นรับจะไปพิจารณาแนวทางการใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนหลัก ก่อนขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ ในแถบภูมิภาคอาเซียน รวมถึงความร่วมมือในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจทวาย ในเมียนมาร์ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ว่าไทยกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจน ซึ่งเปิดกว้าง และโปร่งใส ต้องการร่วมมือกับญี่ปุ่นทุกมิติ โดยเฉพาะกรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement – JTEPA) ถือว่าเป็นกลไกหลักที่ไทยต้องการพัฒนาให้ก้าวหน้าตามลำดับ ทั้งนี้รัฐบาลไทยยืนยันจะดูแลนักลงทุนญี่ปุ่นอย่างดีและเป็นธรรม และเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลงทุนต่างชาติ และขอขอบคุณผู้ประกอบการญี่ปุ่นทุกภาคส่วนที่ฝ่าฟันอุทกภัยร่วมกับไทยเมื่อปี 2553 ขณะที่ปัจจุบันคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้อนุมัติการลงทุนจากญี่ปุ่นในไทยกว่า 15,000 ล้านบาทแล้ว ขอให้ญี่ปุ่นเร่งส่งเสริมการลงทุนจริงในไทยเพิ่มยิ่งขึ้นหลังจากที่มีการลงทุนจริงแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท ในอุตสาหกรรมที่สำคัญ อาทิ เทคโนโลยีการสื่อสาร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง พลังงานทางเลือก อยากให้ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในภาคธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงในไทยมากขึ้น รวมถึงการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้มีการถ่ายทอดความรู้ และเปิดโอกาสให้พนักงานไทยขึ้นสู่ระดับบริหารได้ รวมทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปจากวัตถุดิบการเกษตรที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของไทย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยได้อีกทางหนึ่ง MThai News

แก้เคล็ดวัยเบญจเพส
วัยเบญจเพส /  เบญจเพส / 

คนในสมัยโบราณ มีความเชื่อว่า เมื่อเราอายุ 25 ปี หรือวัย เบญจเพส เป็นช่วงที่อาจจะมีเคราะห์ หรือมีเหตุสำคัญในชีวิต จึงต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ คุณละเชื่อเรื่องพวกนี้หรือเปล่าครับ ถ้าคุณเชื่อก็ลองมาดูข้อมูลที่ทาง Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันกับการแก้เคล็ดวัย เบญจเพส ครับ สำหรับผู้ที่เกิดในแต่ละวัน ก็จะมีเคล็ดในการทำบุญต่างๆกัน บุคคลใดที่เข้าสู่ เบญจเพส อายุลงท้ายเลข 5 ,9 เช่น 25  29  35  39  45  49 55 59 เป็นต้น คนเกิดวันอาทิตย์ ให้ปล่อยปลาไหล คนเกิดวันจันทร์ ให้ปล่อยนก คนเกิดวันอังคาร ให้ปล่อยหอยขม คนเกิดวันพุธ ให้ปล่อยปลาไหล คนเกิดวันพฤหัส ให้ปล่อยเต่า คนเกิดวันศุกร์ ให้ปล่อยปลาหมอ คนเกิดวันเสาร์ ให้ปล่อยปลาไหล จำนวนสัตว์ที่ปล่อย  ถ้ามีกำลังทรัพย์ ก็ให้มากกว่าอายุ  สำหรับคนที่มีรายได้น้อยไม่สะดวกเรื่องเงิน ให้ถือเลขอายุลงท้ายเลข คู่ ให้ปล่อยสัตว์จำนวนเลขคี่ อายุลงท้ายเลขคี่ ให้ปล่อยสัตว์จำนวนเลขคู่ เช่น อายุ 24  ปล่อยสัตว์จำนวน   เลขคี่  1   3  5  7  9  ….. ฯ อายุ 25  ปล่อยสัตว์จำนวน   เลขคู่   2  4  6  8  10  12  14 …..ฯ คำอธิษฐานปล่อยสัตว์ ข้าพเจ้าชื่อ …………. สกุล ………. เกิดวัน เดือน ปี ………. อายุ ……. ได้ปล่อยสัตว์……จำนวน ….. ตัว ปล่อยให้เป็นที่พึ่ง ขอให้นำความสุขและโชคลาภมาให้ข้าพเจ้า……ตัวที่นำให้กับศัตรูและเจ้ากรรมนายเวร  จงนำเอาสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรคภัย สรรพเคราะห์ เสนียดจัญไรออกไปจากข้าพเจ้า นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป…….ขอให้พระแม่คงคง พระยานาคราช เจ้าที่เจ้าทาง จงเป็นสักขีพยานรับทราบเจตนาของข้าพเจ้า  และคุ้มครองชีวิตสัตว์ให้ปลอดภัยจนสิ้นอายุขัย ด้วยอำนาจของกุศลผลบุญนี้ จงสะเดาะห์เคราะห์ร้ายของข้าพเจ้า ให้กลับกลายเป็นดี มีความร่มเย็นเป็นสุข  มีความเจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จสมดั่งใจปรารถนา มีชีวิตที่สุข สดชื่น สดใส ตั้งแต่ ณ บัดนี้เป็นต้นไปด้วยเทอญ การปล่อยสัตว์ ควรเลือกสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า สั่งไว้กับแม่ค้าในตลาดก่อนว่าจะซื้อไปปล่อย เพื่อที่จะได้เตรียมตัวที่แข็งแรงไว้ให้  และทำตามกำลังทรัพย์อย่าให้เดือดร้อนตนเอง  จะปล่อย 1  2  3  4  ตัวก็ได้กุศลทั้งนั้น อย่าให้เดือดร้อน ก็จะทำให้เรามีความสุข มีกำลังใจที่ดี ที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือให้สัตว์เหล่านั้นรอดตาย ขอบคุณภาพจาก krungshing

กางร่ม? กลางงานผู้บริหารฉลองวันชาติจีน
ข่าวฮ่องกงประท้วง /  นักศึกษาประท้วง / 

ร่มสีเหลืองโผล่! กลางงานฉลองวันชาติจีนของผู้บริหารฮ่องกง ด้าน ส.ส.ฝ่ายค้าน ตะโกนสนับสนุนการชุมนุม สำนักข่าวบีบีซีและเอเอฟพีรายงานว่า วันที่ 1 ต.ค. ตรงกับวันชาติจีน ท่ามกลางการประท้วงของกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง นายเหลียง ชุนอิง หัวหน้าคณะบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง กล่าวในงานฉลองของผู้บริหารฮ่องกงเรียกร้องให้คนฮ่องกงร่วมมือกับรัฐบาลจีนเพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้า ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว นายพอล ซิมเมอร์แมน สมาชิกสภาเขต กางร่มสีเหลืองออกมาเพื่อสนับสนุนผู้ประท้วง โดยขณะที่ นายเหลียง ชุนอิง กล่าวจบและเตรียมชนแก้วกับนายจาง เสี่ยวหมิง เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากจีนประจำฮ่องกงพร้อมกับนายทหารจีนอีก 2 นาย นายพอล ซิมเมอร์แมน สมาชิกสภาเขต จึงกางร่มสีเหลืองออกมาเพื่อสนับสนุนผู้ประท้วง ส่วนนายเหลียง กว็อก ฮุง ส.ส.ฝ่ายค้านเจ้าของฉายา “ไอ้หนุ่มผมยาว” ก็ถูกเจ้าหน้าคุมตัวให้ออกไปจากพื้นที่ หลังจากตะโกนก่อนที่เพลงชาติจีนจะดังขึ้นว่า “ฮ่องกงต้องการการเลือกตั้งที่แท้จริง เหลียง ชุนอิงจงออกไป” ส่วนการชุมนุมในย่านธุรกิจ แกนนำการชุมนุมประกาศว่าวันหยุดฉลองวันชาติจีน 2 วันนี้ จำนวนผู้ชุมนุมประท้วงจะเพิ่มขึ้นและมีมากที่สุดเท่าที่มีการประท้วงมา กลุ่มผู้ประท้วงยังโห่ร้องล้อเลียนระหว่างที่มีการชักธงชาติจีนและฮ่องกงขึ้นสู่ยอดเสาที่จัตุรัสโบฮีเนียในฮ่องกงเพื่อฉลองวันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนครบ 65 ปี MThai News

โพลมองการเมืองดีขึ้นกังวลค่าครองชีพสูง,ข่าวฆ่า2ฝรั่ง
ข่าวฆ่า2ฝรั่ง /  ค่าครองชีพสูง / 

สวนดุสิตโพล ปชช. มองการเมืองไทยหลังคสช.บริหารดีขึ้นมีปฏิรูปใหญ่ แต่ยังขัดแย้ง ห่วงค่าครองชีพสูง สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สํารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,459 คน วันที่ 7-11 ตุลาคม 2557 ต่อกรณี "บ้านเมือง ณ วันนี้ ในสายตาประชาชน" โดยส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 87.05 คิดว่าสถานการณ์ทางการเมืองไทย ณ วันนี้ กําลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ ขณะ ร้อยละ 84.24 ระบุว่า ยังคงมีความขัดแย้ง ความแตกต่างทางความคิด และเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนที่ คสช. จะเข้ามาบริหารประเทศ ร้อยละ 73.54 เผยว่า ดีขึ้น เพราะการทะเลาะเบาะแว้งลดน้อยลง ไม่มีการชุมนุมประท้วง การเมืองกําลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงด้านสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 74.02 ให้ความเห็นว่า ค่อนข้างดีขึ้น แต่ยังเป็นห่วงเรื่องการท่องเที่ยวและการเกษตร ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับก่อนมี คสช. ร้อยละ 42.43 บอกว่า เหมือนเดิม เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ยังเหมือนเดิม ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย คนไม่กล้าใช้จ่ายนอกจากนี้ เมื่อถามถึงสถานการณ์ด้านสังคมไทย ร้อยละ 79.10 มองว่า มีความสงบเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น การทะเลาะเบาะแว้งน้อยลง โดยเมื่อเทียบกับก่อนมี คสช. ร้อยละ 59.43 ระบุว่า ดีขึ้น เพราะประชาชนตระหนัก ตื่นตัว เห็นแก่ส่วนรวมมากขึ้น หวังเห็นบ้านเมืองก้าวหน้า สงบสุข

ยุคนี้อะไรก็แพง! เฟอร์กี้ บ่นอุ๊บ สมัยนี้นักเตะค่าตัวแพงขึ้นเรื่อยๆ
ปีศาจแดง /  พรีเมียร์ลีก อังกฤษ / 

เฟอร์กี้ หรือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมายอมรับว่าเขาตกใจมากๆ ที่สมัยนี้ มูลค่านักเตะนั้นพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงตลาดซื้อขายที่ผ่านมานั้น สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มียอดการรวมในการทุ่มซื้อนักเตะมากที่สุดประมาณ 1 พันล้านปอนด์ เลยทีเดียว โดยผู้นำนั้นไม่ใช่ใครอื่น เป็น ปีศาจแดง อดีตสโมสรที่เขาเคยคุมอยู่นั้นเอง ซึ่ง ปีศาจแดง ใช้เงินไปเกือบๆ  200 ล้านปอนด์ ในการทุ่มซื้อนักเตะ 6 ราย ซึ่ง เฟอร์กี้ ได้บอกว่า เขาโชคดีมากๆ ที่ได้เขาไม่ต้องมากังวลกับเรื่องพวกนี้อีก เพราะเขาถึงกับตกใจ เมื่อเห็นตัวเลขค่าตัวของนักเตะที่สูงเอามากๆ "ความคิดของผมไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิม แต่โลกของเราก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย เช่นเดียวกับเงินค่าตัวของนักเตะที่ก้าวตามกันไป ผมไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดที่เท่าไหร่ โชคดีที่ตอนนี้ผมไม่ได้ทำงานนี้แล้ว แต่ตัวเลขที่ผมเห็นมันน่าตกใจมาก กับจำนวนเงินที่เป็นอยู่ตอนนี้" เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้กล่าวเอาไว้

หม่อมอุ๋ย เชื่อประชานิยม คือจุดจบประชาธิปไตย
ข่าววันนี้ /  ประชาธิปไตย / 

มรว.ปรีดิยาธร กล่าวกลางเวทีปาฐกถาพิเศษ เชื่อประชานิยม คือจุดจบประชาธิปไตย ยกยุโรปเป็นโมเดลเรียนรู้  วอน สปช. วางแนวทางเอาคนไม่ดีออกจากการเมือง รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (16 ต.ค. 57) มรว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างกล่าวปาฐกถาพิเศษทิศทางประเทศไทย ในหัวข้อ"เศรษฐกิจไทยจะไปรุ่งหรือไปยุ่ง เพื่อระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 2535 และสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม ของมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม ณ โรงแรมรามาการ์เด้นท์ โดยระบุว่า จุดจบของประชาธิปไตยของหลายประเทศ คือประชานิยม โดยเฉพาะประเทศในยุโรปซึ่งมีสวัสดิการที่มากไปจนไม่มีประสิทธิภาพในทางเศรษฐกิจ หนี้สาธารณะพุ่งกว่า 100-150% ของจีดีพี ถ้ารัฐจะกู้หนี้ต้องนำมาลงทุนเท่านั้นไม่ใช่นำเงินไปปู้ยี้ปู้ยำในประชานิยมจนเอาไม่อยู่ หากสปช.จะวางแนวทางปฏิรูปเพื่อกันคนไม่ดีเข้ามาในระบบ แต่ไม่มีระบบใดกันอยู่ ต้องขึ้นอยู่กับการสั่งสอนของบิดามารดา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ให้คนไม่ดีออกไปเร็วขึ้น เพื่อให้จำนวนของคนไม่ดีเหลือน้อยจนไม่สามารถทำลายการเมืองลงได้ ถ้านักการเมืองถูกฟ้องและศาลรับฟ้องคดีอย่างมีเหตุมีผล ต้องพ้นจากการเมืองหยุดปฏิบัติหน้าที่รวมถึงครอบครัวลูกเมีย ไม่ต้องรอให้ต่อสู้คดีจนครบ 3 ศาลรูปแบบนี้จะทำให้คนไม่ดีลดไปกว่าครึ่ง ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ดีได้เพราะการเมืองตั้งอยู่บนรากฐานคุณธรรม ระบอบที่ดีที่สุดคือธรรมาธิปไตยจะเป็นแบบไหนก็ตามถ้าอยู่บนรากฐานของคุณธรรมประเทศจะเจริญก้าวหน้า และมีเสถียรภาพ MThai news

ทำบุญ ปิดทองพระ ตำแหน่งไหนดีที่สุด
ทำบุญ /  ปิดทอง / 

เวลาคุณไปทำบุญตามวัดต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะมีการกราบไหว้พระ พร้อมทั้งการปิดทองที่พระ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เวลาคุณ ปิดทองพระ นั้น ตำแหน่งไหนดี และแต่ละตำแหน่งบ่งบอกถึงอะไร วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีข้อมูลมาบอก เพื่อเอาใจคนชอบไหว้พระทำบุญครับ ปิดทองหลังพระ ทำไมต้องปิดทองหลังพระ? หมายถึง “การที่คนเรา ทำสิ่งดีเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังในสิ่งตอบแทน“ผม ว่าสุภาษิตนี้ ทุกคนคงเคยได้ยินมาตั้งแต่สมันยังเรียนอยู่ชั้นประถมปลาย ๆ เป็นเรื่องของ คนที่ทำความดีกับผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทนชาวพุทธมีความเชื่อว่าเป็นการสร้างบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ด้านการงานหากต้องการความสำเร็จในสิ่งที่ทำไปแล้วโดยฉับพลันทันทีการสร้าง อานิสงส์โดยการ ปิดทองพระ พุทธปฏิมาจึงเป็นสิ่งที่ให้ผลโดยตรง โดยมีคติความเชื่อว่าผู้ที่ได้มีโอกาส ปิดทองพระ ไม่ว่าจะเกิดภพชาติใดจะมีผิว พรรณผ่องใสงดงาม มีสง่าราศรี เป็นที่ถูกเนื้อต้องใจของผู้ที่พบเห็น ส่วนอานิสงค์ผลบุญที่ให้เห็นในชาตินี้ ชาวพุทธมีคติความเชื่อว่ามาตั้งแต่โบราณกาลมาถึงปัจจุบันคือ ถ้าปิดที่พระพักตร์ มีคติความเชื่อว่าทำให้หน้าที่การงานชีวิตเจริญรุ่งเรือง ปิดบริเวณพระอุทร(ท้อง) มีคติความเชื่อว่าจะอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง ปิดที่พระนาภี (สะดือ) มีคติความเชื่อว่า ตลอดทั้งชีวิตจะไม่รู้จักคำว่าอด สมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สิน ปิดที่พระเศียร (หัว) มีคติความเชื่อว่า จะทำให้สติปัญญาความจำเป็นเลิศ สามารถแก้ไขฝันผ่าปัญญาอุปสรรคของชีวิตได้ตลอด ปิดที่พระอุระ (หน้าอก) มีคติความเชื่อว่า ทำให้มีความสง่ารา ศรีเป็นที่ถูกใจของคนทั่วๆ ไป ปิดที่ระหัตถ์ (มือ) ทำให้เป็นคนที่มีอำนาจบารมี ปิดที่พระบาท(เท้า) มีคติความเชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยที่พักอาศัยและยวดยานพาหระ การไหว้พระปิดทองนั้น เป็นคติธรรมมุ่งหมายถึงการได้บูรณะต่อองค์พระพุทธปฏิมา เพื่อผลแห่งอานิสงส์ที่จะให้ผลโดยทันที ผู้ที่เกิดเคราะห์กรรมหรือวิบากกรรม อุปสรรค์ ความมั่วหมองในชะตาชีวิต นอกจากนี้แล้ว การปิดทองหลังพระนั้น มีคติความเชื่อว่าถ้าจะให้การปิดทองทั้งหมดสมบูรณ์ต้องปิดด้านหลังด้วย เช่น กรณีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ แม้การปิดทองบริเวณฐานของรองขององค์พระทำให้หน้าที่การงานมั่นคงเจริญก้าวหน้า

สุสานใต้ดินปารีส สุดสยองใต้พิภพ
ที่สุดในโลก /  สถานที่แปลก / 

หลายคนได้เห็นตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง As Above So Below ที่พูดถึงเรื่องราวลึกลับใต้นครปารีส แต่ความเป็นจริงแล้วหนังเรื่องนี้ ยังอ้างอิงฉากสุสานใต้ดินนั่นมีอยู่จริง แล้วสถานที่ฝังศพแห่งนี้ ก็มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเป็นตำนาน... สุสานใต้ดินปารีส สุดสยองใต้พิภพ ว่ากันว่าปริมาณศพที่ถูกฝังเอาไว้ใต้ท้องถนนในกรุงปารีสนั้น มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน จนได้ชื่อว่าเป็นสุสานใหญ่ที่สุดในโลก และลักษณะพื้นที่ของสถานที่ฝังศพเหล่านี้ก็มีสภาพเป็นอุโมงค์ที่ทอดยาว ซึ่งลึกลงไปใต้พื้นดินนั้นอุโมงค์ฝังศพทอดลึกลงไปเกือบห้าชั้น มีปริมาณศพมากกว่า 6 ล้านร่าง ซึ่งบริเวณทางเข้าสถานที่ฝังศพแห่งนี้ก็มีการจารึกถ้อยคำที่ว่า ว่า “Arrête!  C’est ici l’empire de la mort” ซึ่งหมายถึง “หยุด! นี่คืออาณาจักรแห่งความตาย” เอาไว้ทางด้านหน้าทางเข้า นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าสุสานแห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับกรุงปารีสและวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของโลก ซึ่งเมื่อ 45 ล้านปีก่อนหน้านี้ ปารีสเคยเป็นท้องทะเลมาก่อนทำให้เป็นแหล่งสะสมของตะกอนซึ่งรวมตัวกันจนกลายเป็นหินปูนที่มีสภาพอยู่ในสุสานจนทุกวันนี้ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 เมื่อเมืองปารีสขยายตัวอย่างรวดเร็วเพราะความเจริญก้าวหน้า ปริมาณคนตายที่เพิ่มมากขึ้นทำให้สุสานบนดินเริ่มมีปริมาณที่ไม่เพียงพอกับจำนวนศพ จนกระทั่งได้ค้นพบช่องหินปูนใต้ดิน จึงเคลื่อนย้ายศพไปไว้ เส้นทางเขาวงกตและอุโมงค์ของสุสานใต้ดินแห่งนี้ จะครอบคลุมพื้นที่ถึง 180 ไมล์ใต้ท้องถนนของกรุงปารีส มีเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น (ประมาณหนึ่งไมล์) ที่เปิดให้สาธารณชมเข้าเยี่ยมชม ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกปิดเนื่องด้วยไม่ปลอดภัยนั่นเอง ข้อมูลและภาพจาก : wiki / mademoisellebonplan.fr / catacombes.paris.fr

'ประยุทธ์' ยันรบ.ลุยปฏิรูปงบโปร่งใส ดูอยู่ลดอัยการศึก
ข่าว /  ข่าวการเมือง / 

นายกรัฐมนตรี ยันรัฐบาลลุยปฏิรูป ยึดกฎหมาย ขอคนคิดต่างร่วม ขณะที่การปรับลดกฎอัยการศึก กำลังพิจารณา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขประชาชน ครั้งที่ 13 ว่า ในวันนี้ รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งขาติ (สนช.) แล้ว โดยต่อจากนี้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในโรดแมประยะที่ 2 คือ การปฏิรูปเพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนและให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ซึ่งเป็นการสานต่อการปฏิบัติงานต่อจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้ การปฏิรูปและการปรองดอง ต้องดำเนินควบคู่กัน เป็นการปูรากฐานประชาธิปไตยให้มีความเข้มแข็ง และทุกคนทุกฝ่าย รวมไปถึงผู้คิดต่างต้องช่วยกัน อีกทั้ง ปัญหาต่างๆ ก็ต้องแก้ไปตามกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ในส่วนเรื่องกฎอัยการศึกนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล จะเป็นผู้พิจารณา หากกลุ่มต่างๆ หยุดการเคลื่อนไหวต่อต้าน หรือสร้างความขัดแย้ง ขณะกรณีผู้ยิง M79 M16 ขว้างระเบิด ในปี 2553, 2556 และ 2557 นั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีการจับกุมและสืบสวนมีความก้าวหน้าไปมาก โดยขอให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามอบตัว "พล.อ.ประยุทธ์" ปัดมีบัญชี 20,000 ล้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ประจำวันศุกร์ที่ 12 ก.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่ง โดยปฏิเสธว่า มีบัญชีเงินฝาก 20,000 ล้านบาท ซึ่งทางธนาคารฯ ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดีย ให้ดี พร้อมย้ำว่า วันนี้รัฐบาลไม่ได้มาจากการหาเสียง ไม่ทำประชานิยม แต่จะช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศให้เกิดความสงบสุข เศรษฐกิจเดินไปข้างหน้าได้ และจะได้นำพาการปฏิรูปไปสู่การเลือกตั้งให้ได้โดยเร็ว ซึ่งการกำหนดนโยบายของรัฐบาลนั้นต้องบอกอนาคตให้ได้ว่า อีก 5-10 ปี ประเทศไทย จะเดินไปในทิศทางไหน จะพัฒนาอย่างไร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ได้กำหนดให้ทุกหน่วยงาน รายงานการใช้งบประมาณทุกไตรมาส โดยเน้นย้ำในการวางแผนที่ดี และในสัปดาห์หน้ารัฐมนตรีจะทำงานเต็มรูปแบบ ซึ่งจะมีการนำแผนงานโครงการต่างๆ ที่เริ่มต้นใน คสช. มาทำต่อเนื่อง และหากมีอะไรต้องปรับปรุง ก็จะหารือกันใน ครม. หน.คสช.ย้ำใช้งบโปร่งใสลุยต้านโกงเร่งช่วยน้ำท่วม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขประชาชน ว่า นโยบายของรัฐบาล มีหลักการสำคัญคือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลกำหนดนโยบายและแบ่งมอบงานให้ทุกกระทรวงขับเคลื่อนชัดเจน ให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส เพื่อลดความขัดแย้ง การต่อต้าน และความเหลื่อมล้ำ ส่วนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น จึงเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว นอกจากนี้ ได้สั่งการแม่ทัพภาคต่างๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลือรับมือสถานการณ์น้ำ ซึ่งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ จะเสนอจะเสนอแผนงานระยะที่ 1 ในสิ้นเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม การสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะคัดสรรให้เกิดเป็นธรรมมากที่สุด ให้ได้ผู้ที่มีความชำนาญ ความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน รวมถึงผู้อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ให้การปฏิรูปเดินหน้า และได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง

รวมวาทะ พล.อ.ประยุทธ์ ฉบับขัดใจแม่
ข่าวประยุทธ์ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

ดูเหมือนว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสะบักสะบอมไปไม่น้อย เพราะโดนเสียงวิจารณ์ซัดโหม ดั่งพายุกระหน่ำ มาจากทุกทิศทุกทาง เกี่ยวกับคำพูดการแสดงความเห็นของท่านผู้นำ โดยเฉพาะการไปพาดพิงเหตุการณ์สะเทือนขวัญ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษสองคนถูกฆาตกรรมสยองบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ที่ระบุ "ปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมีอยู่เสมอ พวกเขาคิดว่าประเทศของเราสวยงามและปลอดภัยก็เลยทำอะไรที่อยากทำ พวกเขาใส่บิกินี่และเดินไปไหนก็ได้ พวกเขาคิดว่าใส่บิกินี่แล้วปลอดภัยเหรอ เว้นแต่ว่าไม่สวย" จนถูกคนนำไปตีความ ทำให้เชื่อว่านายกฯ จงใจตำหนินักท่องเที่ยวผิดที่มาใส่บิกีนีเดินในเมืองไทย แม้เจ้าตัวจะรีบออกมาขอโทษปัดพัลวัน บอกไม่มี๊ไม่มีเจตนา แต่เพราะห่วงใยในสวัสดิภาพ จึงได้เตือนให้ระวังเพราะไทยไม่ได้ปลอดภัยทุกที่ จนกลายเป็นเรื่องกระหึ่มระดับโลกเพียงชั่วข้ามคืนเพียงเพราะปากพาไป แน่นอนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ ใช้วาจาพูดตรงตอบจริงในการแสดงความเห็น บางครั้งมีการหยอดมุกหยิกแกมหยอกปลดปล่อยสภาวะคลายความกดดัน แต่กลายเป็นมุกไม่ฮาพาเครียดแทน เพราะมีทั้งการประชดประชัน จิกกัดสารพัด แม้หลายคนจะชื่นชอบแอบอมยิ้มปรบมืออยู่ในอก แต่ก็มีอีกหลายคนเมินหน้าหนีเช่นกัน  อาทิเช่น “เราก็แก้ปัญหาทั้งระบบอยู่ แต่ไม่รู้เกษตรกรจะใจเย็นพอหรือไม่ จะขอราคายางที่ 90-100 บาท ขอถามว่าตอนนี้เราขายได้แค่ 60-70 บาท แล้วจะไปขายให้ใครในโลกนี้ สนับสนุนปลูกยางพารากันอย่างนี้ คงต้องไปขายที่ดาวอังคารแล้ว” คำพูดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวไว้ในการให้ข้อคิดต่อการแถลงยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหาร ระบุถึงการแก้ปัญหาราคายาง ที่สโมสรทหารบก เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการพูดพาดพิงถึง น.ส.กริชสุดา คุณะแสน คนเสื้อแดง ที่เดินสายแจงเวทีนานาชาติว่าถูกทหารทำร้ายระหว่างการควบคุมตัวของ คสช. ว่า "มีอย่างที่ไหนเป็นผู้หญิงหน้าตาก็ดูดี บอกว่าถูกควบคุมตัว7 วัน แล้วเอาหัวไปกดน้ำ มันดูหนังมากไปหรือเปล่า อีนี่ใครจะไปทำวะ ผู้ชายด้วยกันยังไม่อยากทำเลย ทำไม่ได้ เพราะเราเป็นคนไทยพุทธ ใครจะไปทำคุณ จับมาควบคุมตัว ไม่ได้ให้อดข้าวอดน้ำวันนั้นหน้ามันผ่อง สามีมันก็ไปอยู่ด้วย สั่งให้กลับบ้าน มันก็ไม่กลับ ขอให้อยู่ต่อกลับบ้านอันตราย แต่เวลาไปพูด ไปบอกว่าถูกทรมาน ถูกทำร้าย ตอกเล็บ ไอ้บ้าเอ๊ย ใครจะไปตอกเล็บมันวะ นี่คือสิ่งที่พูดไม่จริง” หรือแม้กระทั่งการแถลงนโยบายต่อสนช.ซึ่งเป็นวาระอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ถึงกรณีปัญหาแอร์พอร์ตลิงค์ ที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ "ให้ไปรีบซ่อม วันนี้คนใช้บริการเยอะขึ้น พอคนไม่มาใช้ก็บอกว่าคนใช้น้อย แต่พอเขามาใช้เยอะก็บอกว่ารถเสีย ก็ต้องไปรีบซ่อมซะ มันน่าจะเอาคนที่รับผิดชอบมายืนบนรางรถไฟนะ" และ “อย่าไปเตะทรายใส่นักท่องเที่ยว อย่าให้เกิดขึ้นอีก คิดได้ยังไง ผมไม่เข้าใจ น่าจะเอาเจ้าของ (ร้านให้เช่าที่นอนอาบแดดชายหาด) ไปฝังทรายให้ถึงคอ” จากกรณีพนักงานเตะทรายใส่นักท่องเที่ยวจนเป็นข่าวคึกโครม รวมไปถึงการหยิบชื่อบุุคลขึ้นมาพูดในที่สาธารณะหลังจากหยอกคุณวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ในเวทีปฏิรูป แม้คำพูดพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เข้าตำรา "ปลาหมอตายเพราะปาก" แต่หากดันทุลังยืนหยัดใช้ประยุทธ์สไตล์ต่อไป อาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือ ถูกดิสเครดิตศรัทธา ฉุดภาวะผู้นำ ทางที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวุ่นวายยุ่งเหยิง ควรเพิ่มความสุขุม มีสติอ่อนน้อมถ่อมตน ลดความผิดพลาดจาก “เรื่องที่ทำ คำที่พูด สูตรที่คิด” อย่างที่พระพุทธอิสระแสดงความห่วงใย เพื่อชีวิตและการทำงานจะได้ก้าวหน้า นำพาประเทศเดินไปตามที่ประชาชนชาวไทยมุ่งหวัง นี่แหละน๊า อย่างที่โบราณเขาว่า "คำพูดคือนายอย่าให้มันย้อนทำลายตน" MThai news

ประยุทธ์ลดบทบาทคสช.หลังครม.แจงนโยบายลุยปฏิรูป
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ /  คสช. / 

"พล.อ.ประยุทธ์" สั่งทุกส่วนขับเคลื่อนเรื่องเร่งด่วน ก่อน ครม. แถลงนโยบาย พร้อมลดบทบาท คสช. จ่อผ่อนคลายอัยการศึก ความ เคลื่อนไหวที่กองบัญชาการทัพบก ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานการประชุม คสช.ชุดใหญ่ ครั้งที่ 13/2557 โดยกล่าวในที่ประชุมว่า ให้ส่วนงานต้องขับเคลื่อนเรื่องที่เร่งด่วนให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ทั้งงานด้านการปฏิรูป โดยหน้าที่ของ คสช. นั้น จะมีการลดระดับลงและดูแลการทำงานในส่วนของการรักษาความสงบเรียบร้อย การรักษาความมั่งคงภายใน การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทาง หัวหน้า คสช.ได้ระบุว่าการทำงานของ คสช.นั้น ตนเองจะมีการชี้แจงกับทางคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงเรื่องของกฎอัยการศึก ว่าจะมีการพิจารณาเพื่อปรับลด หรือผ่อนคลายแต่ยังไม่ได้ในขณะนี้ หน.คสช.สั่งเร่งสร้างเชื่อมั่นปท.เสนอกม.ลดทุจริต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวในที่ประชุม คสช. ชุดใหญ่ วันนี้ว่า เรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการคือ การรักษาสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัย และการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมกันนี้ให้มีการติดตามงานที่สำคัญ อาทิ ความก้าวหน้าการจัดตั้ง วัน สต็อป เซอร์วิส ให้ได้ในทุกภาคธุรกิจ การดูแลเรื่องวีซ่าและการตรวจคนเข้าเมืองสำหรับผู้ที่จะเข้ามาลงทุน รวมถึงการติดตามเรื่องการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืชของเกษตรกร โดยการประสานกับทางกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำ นอกจากนี้ หัวหน้า คสช. ยังได้ให้ความสำคัญที่งานด้านสังคมจิตวิทยา ด้านกฎหมายและกิจการพิเศษ โดยย้ำให้ดำเนินการโดยยึดหลักค่านิยมคนไทย 12 ประการ การเสนอกฎหมายใหม่ ที่มีความทันสมัยเพื่อประโยชน์ในการลดปัญหาการคอร์รัปชัน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในการดำเนินคดีด้วย

เที่ยวฮ่องกง ขอพรเทพเจ้า ศาลเจ้าแม่กวนอิม ที่หาดรีพัลส์เบย์
ศาลเจ้าแม่กวนอิม /  หาดรีพัลส์เบย์ / 

ศาลเจ้าแม่กวนอิม (Kwun Yam Shrine) ที่ หาดรีพัลส์เบย์ (Repulse Bay Beach) เป็นสถานที่ยอดฮิตเมื่อคนไทยมาเยือนฮ่องกง ทั้งเป็นสถานที่ถ่ายรูปสวยๆ มากมาย และยังเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมมาสักการะ รูปปั้นต่างๆ ของที่นี่ล้วนมีความหมายและสามารถขอพรได้แทบทุกจุดเลยทีเดียว วิธีขอพรจากรูปปั้นเทพแต่ละองค์ในศาลนี้ก็แตกต่างกันออกไปอีกด้วย เที่ยวฮ่องกง ขอพรเทพเจ้า ศาลเจ้าแม่กวนอิม ที่หาดรีพัลส์เบย์ วิธีการขอพรนั้นจะแตกต่างกันออกไป จะขอแนะนำแค่เทพองค์หลักๆ ในที่นี้ เริ่มตั้งแต่ หน้าประตู ที่ต้องก้าวเท้าขวาเพื่อความก้าวหน้า (เหมือนนาฬิกาที่หมุนไปทางขวา) การไปขอพร เจ้าแม่กวนอิม ให้ยืนเล็งให้ตรงตำแหน่งพระพักตร์ (ใบหน้า ตำแหน่งดวงตา) แล้วอธิษฐานขอพร ไหว้เจ้าแม่กวนอิมเสร็จมาขอพรต่อเรื่องธุรกิจที่ เจ้าแม่ทับทิม (องค์นั่งขวามือ) ขอเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยะ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (องค์นี้จะเล็กหน่อย ประดิษฐานอยู่ตรงด้านหน้าพระพักตร์ของเจ้าแม่กวนอิม) วิธีขอพรโชคลาภตลอดปีโดยให้เรานำเงินมาลูบที่เคราของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ตั้งแต่บนสุดจนลงไปล่างสุดของรูปปั้น แล้วนำใส่กระเป๋าของเรา สะพานอายุยืน เดินข้ามแต่ละรอบ เชื่อว่าช่วยต่ออายุได้อีก 3 ปี ตอนเดินขึ้นให้ก้าวเท้าซ้ายขึ้นเดินก่อน (แต่ห้ามเดินย้อนกลับนะ! เพราะเขาเชื่อว่าอายุจะสั้นลงไป 3 ปีแทน) พอลงจากสะพานปุ๊บ จะเจอชายชราถือสมุดเล่มแดง (เทพเจ้าคู่ครอง) ให้ไปขอพรในเรื่องความรัก และข้างๆ จะมีหินสีดำให้ลูบสำหรับคนโสดก็จะได้พบคู่รัก ส่วน รูปปั้นแพะ “สามตะวันเบิกฟ้า” มีความหมายถึง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต อธิษฐานขอพรให้สมปราถนาในทุกๆ เรื่อง และ รูปปั้นเฒ่าประมงตกปลา ขอพรให้ท่านได้กำไรรํ่ารวย เหมือนเฒ่าที่จับปลาได้มากมาย การเดินทางไปไหว้พระ สักการะศาลเจ้า : MTR สถานี Central ทางออก A มายัง Bus Station ใต้ตึก Exchange Square นั่งรถบัสสาย 6, 6A, 6X, 66, 260 และสายที่ผ่าน 65, 73, 973 ลงป้ายรถเมล์ Repulse Bay Beach จากนั้นเดินลงมายังหาดรีพัลส์เบย์ แล้วเดินไปทางซ้ายจนสุดหาด จะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่กวนอิม ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : dplusguide / HK Tourism Board / flickr.com / weltrekordreise.ch

มะกันหวั่น โสมแดงสร้างนิวเคลียร์
นิวเคลียร์ /  สร้างขีปนาวุธ / 

ประเทศสหรัฐอเมริกา หวั่น เกาหลีเหนือสร้างหัวรบนิวเคลียร์ หลังพบมีศักยภาพและเทคโนโลยีเพียงพอในการผลิต สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.เคอร์ติส สกาปาร์รอตติ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐประจำการในเกาหลีใต้ แถลงที่กระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) เมื่อวันศุกร์ โดยเกาหลีเหนือมีแนวโน้มที่จะมีศักยภาพและเทคโนโลยีเพียงพอในการผลิตขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบนิวเคลียร์ เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศอิหร่านและปากีสถาน รวมถึงระยะเวลาและความทุ่มเท ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะย่อขนาดหัวรบนิวเคลียร์ให้สามารถติดตั้งได้กับขีปนาวุธพิสัยไกล แม้จะยังไม่เคยมีการทดสอบหรือหลักฐานใดๆ ที่จะบ่งชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านอาวุธนิวเคลียร์ในปัจจุบันของเกาหลีเหนือก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภาพอาวุธต่างๆ ทั้งเคลื่องปล่อยจรวดแบบเคลื่อนที่ และขีปนาวุธพิสัยไกล เคเอ็น-08 ที่ทางการเปียงยางมักเผยแพร่ออกมา แม้จะทำให้หลายฝ่ายกังวล แต่นักวิเคราะห์กลับมองว่าอาวุธเหล่านั้นอาจเป็นเพียงแบบจำลอง MThai News

ภาพถ่าย 12 หญิงผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

12 บุคคลที่ทีนเอ็มไทยนำมาเสนอในวันนี้ ล้วนเป็นผู้หญิงที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติต่างๆ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย ทั้ง 12 คนนี้ได้รับสมยานามต่างๆนาๆ ทั้งในแบบของความดีงาม และความอัปยศอดสู! ซึ่งรูปภาพที่เพื่อนๆ จะได้เห็น ผู้หญิงทั้ง 12 คนนี้เป็นรูปที่ถ่ายขึ้นใหม่ โดยใช้นางแบบจริงๆ และปรับแบล็คกราวน์ สะท้อนให้เห็นเรื่องราวของหญิงทั้ง 12 ในยุคนั้นๆด้วยภาพบและองค์ประกอบต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความสวยงามและชัดเจนในตัวของแต่ละบุคคล ^^ ภาพถ่าย 12 หญิงผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก ภาพถ่าย 12 หญิงผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก ภาพถ่าย 12 หญิงผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก 1. ราชินีอลิซาเบธที่ 1 : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีผู้ทรงพรหมจรรย์ ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ และสมเด็จพระราชินีนาถแห่งไอร์แลนด์ ที่พระองค์ได้รับพระฉายานามว่า “ราชินีผู้ทรงพรหมจรรย์” เนื่องจากพระองค์ไม่มีการอภิเษกสมรสเลยตลอดพระชนม์ชีพ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ทรงเป็นกษัตรีย์พระองค์ที่ 5 และนับเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทิวดอร์ ถึงแม้พระองค์เป็นราชินีที่ไม่มีการสมรสตลอดพระชนม์ชีพ แต่พระองค์ก็ทรงขับเคลื่อนอังกฤษให้ไปในทางที่ดีขึ้น และในยุคของพระองค์นี้เองที่อังกฤษได้แสดงแสนยานุภาพ ทั้งการสำรวจ วรรณกรรม สงคราม และการศึกษาไปกว่าครึ่งค่อนโลก หรือเรียกได้ว่าพระนางเป็น " หญิงเก่งโดยแท้ " ในด้านการปกครองพระราชินีนาถอลิซาเบธทรงดำเนินนโยบายที่เป็นสายกลางมากกว่าพระราชบิดา พระอนุชา และ พระเชษฐภคินี คำขวัญที่ทรงถืออยู่คำหนึ่งคือ “video et taceo” ( ข้าพเจ้ารู้แต่ข้าพเจ้าไม่พูด) นโยบายดังกล่าวสร้างความอึดอัดใจให้แก่บรรดาราชองคมนตรี แต่ก็เป็นนโยบายที่ทำให้ทรงรอดจากการสร้างความสัมพันธ์ทางการเมืองและทางการมีคู่ในทางที่ไม่ถูกไม่ควรมาหลายครั้ง แม้ว่าจะทรงดำเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างระมัดระวัง และทรงสนับสนุนการสงครามในเนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส และ ไอร์แลนด์อย่างครึ่งๆ กลางๆ แต่ชัยชนะที่ทรงมีต่อกองเรืออาร์มาดาของสเปนในปี พ.ศ. 2131 ก็ทำให้ทรงมีชื่อว่าทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับชัยชนะอันสำคัญที่ถือกันว่าเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ ภายใน 20 ปีหลังจากการเสด็จสวรรคต พระองค์ก็ทรงได้ชื่อว่าเป็นพระมหากษัตรีย์ของยุคทองของอังกฤษ พระราชินีนาถอลิซาเบธทรงได้ชื่อว่าเป็นผู้นำผู้มีเสน่ห์และเป็นผู้นำให้ประเทศรอดจากภัยพิบัติต่างๆ ในยุคที่รัฐบาลอยู่ในสภาวะที่ปั่นป่วนและสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศเพื่อนบ้านต้องเผชิญกับสถานะการณ์ภายในที่เป็นอันตรายต่อราชบัลลังก์ หลังจากรัชสมัยอันสั้นของพระอนุชาและพระเชษฐภคินีแล้วรัชสมัยอันยาวนานถึง 44 ปีก็เป็นรัชสมัยที่สร้างความมั่นคงให้แก่ราชอาณาจักร และเป็นรัชสมัยที่วางรากฐานของความเป็นชาติของอังกฤษด้วย รัชสมัยของพระองค์เป็นที่รู้จักกันว่า “สมัยเอลิซาเบธ” ที่มีชื่อเสียงเหนือสิ่งใดว่าเป็นยุคเรอเนสซองซ์ของนาฏกรรมของอังกฤษ ที่นำโดยนักเขียนบทละครผู้มีชื่อเสียงเช่นวิลเลียม เชคสเปียร์ และ คริสต์โตเฟอร์ มาร์โลว์, และความเจริญทางการเดินเรือโดยผู้นำเช่นฟรานซิส เดรค เป็นต้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ไทย สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ทรงครองราชย์ในเวลาเดียวกันกับระหว่างรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิและสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในสมัยกรุงศรีอยุธยา 2. จักรพรรดินีอเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า อิสตรีคนสุดท้ายแห่งคาซาลีน่า พระจักรพรรดินีอเล็กซานดราทรงเป็นที่รู้จักดีที่สุดในฐานะที่ทรงเป็นจักรพรรดินีพระองค์สุดท้ายของรัสเซีย ผู้เป็นพาหะโรคฮีโมฟีเรียให้กับบรรดาเครือญาติของพระ องค์ ทั้งนี้พระนางก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะอิสตรีคนสุดท้าย ของคาซาลีน และเนื่องจากพระนางทรงปฏิบัติหน้าที่ดีจนเกินไป จนไปขัดความก้าวหน้าของบาทหลวงปิศาจรัสปูติน ผู้ที่ทำให้ราชวงศ์โรมานอฟอันยิ่งใหญ่ของรัสเซียล่มสลาย ทั้งนี้ยังมีอีกหลายหลักฐานปักใจเชื่อว่า สาเหตุที่พระนางทรงเสียชีวิตมีส่วนเกี่ยวข้องกับ รัสปูติ อ่านเพิ่มเติม : จักรพรรดินีอเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย 3. สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถแคทเธอรีนที่ 2 แห่งรัสเซีย : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า จักรพรรดินีผู้ทรงภูมิธรรม พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดินีนาถที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดและครองราชย์ยาวนานที่สุดของรัสเซีย การปกครองของพระองค์เป็นการอธิบายถึงการเป็น ผู้ใช้อำนาจเด็ดขาดที่ทรงเรืองปัญญา (enlightened despot) ทั้งยังทรงฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซียให้แข็งแกร่งและมีอาณาเขตกว้างกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนรัสเซียกลายมาเป็นชาติมหาอำนาจที่สำคัญมากที่สุดชาติหนึ่งในยุโรป พระองค์ทรงทำการปฏิรูประบบราชการรวมไปถึงมีรับสั่งให้สถาปนาเมืองและหมู่บ้านขึ้นมากมาย และในฐานะที่ทรงเป็นผู้นิยมชมชอบพระราชกรณียกิจของซาร์ปีเตอร์มหาราช พระองค์จึงได้ดำเนินพระราโชบายตามแนวทางของซาร์ปีเตอร์มหาราชโดยการปฏิรูปรัสเซียให้เข้าสู่ความทันสมัยตามแบบฉบับชาติยุโรปตะวันตก อย่างไรก็ตามการเข้ารับราชการในกองทัพและระบบเศรษฐกิจของประเทศยังคงต้องพึ่งพาระบบทาสอยู่ต่อไป ในขณะที่ความต้องการใช้แรงงานของประเทศและของเหล่าผู้ครอบครองที่ดินเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การใช้แรงงานทาสดำเนินไปถึงขั้นกดขี่แรงงานทาส และระบบทาสดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในเหตุผลประการสำคัญของการก่อกบฏหลายต่อหลายครั้ง ดังเช่นกบฏปูกาเชฟที่มีกองทหารม้าและชาวนาจำนวนมากมายเข้าร่วมการกบฏ ตลอดระยะเวลาในการครองราชย์หรือ สมัยแคทเธอรีน ถูกพิจารณาว่าเป็นยุคทองของจักรวรรดิรัสเซียและของระบอบศักดินาในรัสเซีย แถลงการณ์ว่าด้วยเสรีภาพของขุนนางซึ่งเป็นที่โต้แย้งกันในรัชสมัยของซาร์ปีเตอร์ที่ 3 ก็ได้รับการยินยอมในช่วงรัชสมัยของพระนางแคทเธอรีน โดยแถลงการณ์ฉบับนี้ได้ให้อิสรภาพแก่บรรดาขุนนางไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของกองทัพหรือการรับราชการสนองคุณประเทศ ให้อิสรภาพในการครอบครองที่อยู่อาศัย เช่น แมนชันรูปแบบคลาสสิก โดยรูปแบบสถาปัตยกรรมดังกล่าวเป็นที่นิยมและได้รับการสนับสนุนโดยพระนางเจ้าแคทเธอรีนอย่างมาก ก่อให้เกิดตึกรามบ้านช่องอันหรูหราขึ้นจำนวนมาก ซึ่งตลอดช่วงการครองราชย์ของพระองค์ได้ทรงทำให้โฉมหน้าของประเทศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จึงกล่าวได้ว่ารัชสมัยของพระนางคือยุคเรืองปัญญาของรัสเซียก็ว่าได้ 4. คาท์เตสอลิซาเบธ บาโธรี่ ผู้มีฉายาว่า เคาท์เตสคลั่งเลือด เป็นหญิงสาวที่มีความเชื่อในเรื่องชีวิตที่เป็นอมตะ และต้องการคงร่างของตนเองให้คงดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงมีความคิดที่ว่า หากได้อาบเลือดของหญิงสาวบริสุทธิ์แล้ว จะทำให้ตนเองดูอ่อนเยาว์ได้ตลอดไป เธอจึงสั่งให้คนรับใช้ไปเอาร่างของหญิงสาวบริสุทธิ์ มากรีดเอาเลือดใส่อ่างด้วยเครื่อง ไอรอน เมเดน (Iron maiden) แล้วอาบต่างน้ำ โดยมีเหยื่อที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับเธอไปไม่น้อยกว่า 600 คน กว่าที่เธอจะถูกคนจับไปขังในคุกมืดจนตาย เธอได้รับสมญานามว่า The Blood Countess และ Countess Dracula - เคาท์เตสคลั่งเลือด (แดร็กคิวล่า) เอลิซาเบธ เกิดในตระกูลบาโธรี่ เป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงของฮังการี่และสืบสายมาจากตระกูลแฮบสเบิร์กอันเก่าแก่ของยุโรป ตระกูลที่เก่าแก่ร่ำรวย มีอำนาจ เป็นที่น่ายำเกรงของประชาชนมาหลายต่อหลายยุคสมัย เธอไม่ใช่สาวสวยออกขี่เหร่ด้วยซ้ำ อีกทั้งเธอยังมีอาการบกพร่องทางจิตอย่างรุนแรง เป็นเรื่องธรรมดาของตระกูลเก่าแก่ที่มีการแต่งงานกันเองในหมู่ญาติเพื่อ รักษาทรัพย์สมบัติและอำนาจเอาไว้ ทำให้ผู้สืบสายเลือดตระกูลนี้จำนวนมากมีอาการบกพร่องทางจิตอันเนื่องมาจาก ลักษณะทางพันธุกรรม เป็นต้นว่าโรคฮิสทีเรีย หรือแม้แต่การสืบทอดของสาวกลัทธิบูชาปีศาจ ผู้มักมากในกาม ฯลฯ เอลิซาเบธ ก็เช่นเดียวกัน นิสัยเพี้ยนของเอลิซาเบธ ปรากฏตั้งยังเล็กๆ เอลิซาเบธนั้นแทนที่จะพอใจกับเกียรติยศที่ผู้คนเตรียมใส่พานทองมาประเคนให้ แต่เธอกลับทำท่าเบื่อหน่ายพวกพี่เลี้ยง ครูอาจารย์ที่มาอบรมสั่งสอน เธอกลับเกเรหนีเรียน แอบไปเที่ยวเล่นกับลูกชาวนา ชาวไร่ที่เป็นทาส เธอชอบเล่นสัปดนเสียจนท้องเมื่ออายุเพียง 13 อ่านเพิ่มเติม : คาท์เตสอลิซาเบธ บาโธรี่ ผู้มีฉายาว่า เคาท์เตสคลั่งเลือด  5. สมเด็จพระราชินีนาถคริสติน่าแห่งสวีเดน : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีผู้ชาย เป็นพระราชธิดาใน สมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟ อดอล์ฟที่ 2 แห่งสวีเดน พระนางมีบุคลิกลักษณะเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โปรดการทรงม้า การลุกนั่งแบบผู้ชายและฉลองพระองค์สั้นผู้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทเรียกพระนางว่า "เจ้าชายคริสติน่า" พระนางขึ้นครองราชย์ตอนพระชันษาครบ 6 ปี แต่พระนางเบื่อกับการเป็นกษัตริย์ จึงทำให้พระเจ้าชาลส์ที่ 10 กุสตาฟผู้เป็นญาติของพระองค์ขึ้นครองราชย์แทน  หลังพระนางสละราชบัลลังก์ พระนางพร้อมด้วยบริวารใกล้ชิดเดินทางไปเข้าเฝ้าพระสันตปาปาและก็เปลี่ยนมานับถือโรมันคาทอลิก พระนางชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจเมื่ออยู่ในโรม ชวนคนใหญ่คนโตในโรมทะเลาะ พระสันตปาปาทรงอยากให้พระนางออกไปจากโรมเสียที จึงพระราชทานเงิน 10,000 เหรียญให้พระนางกลับสวีเดน(ค.ศ. 1656) และเสด็จแวะไปหาพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระเจ้าหลุยส์ทรงต้อนรับอย่างสมพระเกียรติที่พระราชวังฟองแตนโบล พระนางสั่งสังหาร เคานต์ เมนาล เดซิ ที่มีตำแหน่งเจ้ากรมอัศวราชโดยเพราะท่านเคานต์เขียนจดหมายตำหนิพระนาง พระนางยังพยายามเป็นกษัตริย์เนเปิลส์ และโปแลนด์แต่ไม่สำเร็จ และเมื่อพระนางไม่สามารถกลับสวีเดนได้แล้ว พระนางจึงกลับสู่โรม พระนางอดทำตัวเป็นที่สนใจไม่ได้แต่ไม่มีใครสนเลย พระนางเสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 1689 พระศพถูกเก็บไว้ในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 6. เจ้าหญิงโอลิมเปียส ผู้ได้รับฉายาว่า เจ้าหญิงแม่มด หรือ เจ้าหญิงอสรพิษ เพราะพระนางอยู่ในลัทธิบูชางู ของเทพสุราเมรัย ไดโอนีซุอุส พระนางจึงเทิดทูนงูมาก ๆ และบางตำราก็บอกว่าพระนางสามารถคุยกับงูได้ บังคับงูได้ แถมยังชอบหลับนอนกับงูอีกด้วย 7. พระนางคลีโอพัตรา (คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลปาตอร์) : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีผู้แสนเย้ายวน ความสวยของพระนางเคยทำให้อียิปต์ รอดจากการเป็นเมืองขึ้นมาแล้ว โดยการที่พระนางแอบหลบซ่อนตัวไปกับม้วนพรมที่เอาไปถวายแด่กษัตริย์จูเลียส ซีซาร์ จนพระองค์หลงพระนางหัวปักหัวปำ ทำให้กองทัพอียิปต์เมื่อรวมกับทัพรัสเซีย กลายเป็นกองทัพไร้เทียมทานจนประเทศอื่น ๆ ไม่กล้ารุกรานอียิปต์อีกเลยจนถึงวัน ที่จูเลียส ซีซาร์โดนลอบปลงพระชนม์โดยกบฏของรัสเซีย พระนางคลีโอพัตรา เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณและเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมีแห่งมาซิโดเนีย ดังนั้นจึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย พระนางมีพระปรีชาสามารถมากทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ฮิบรู, ละติน, มาเซดอนโบราณ, เอธิโอเปียน, ซีเรีย, เปอร์เซีย, และ อียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ น้อยคนนักที่จะแตกฉานภาษานี้ พระนางคลีโอพัตรา นับว่าเป็นผู้ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งทำให้ราชินีองค์ก่อนๆ ที่ทรงพระนามคล้ายคลึงกันถูกลบเลือนไปสิ้น ในความเป็นจริงแล้วพระนางไม่เคยปกครองอียิปต์เพียงลำพัง แต่ครองราชย์ร่วมกับพระบิดา, พระอนุชา ,สวามีผู้เป็นอนุชาของพระองค์ หรือไม่ก็พระโอรส การครองราชย์ร่วมกันดังกล่าวมีผู้ร่วมบัลลังก์เป็นเพียงกษัตริย์ตามพระยศเท่านั้น อำนาจแท้จริงอยู่ในมือของคลีโอพัตราเองทั้งสิ้น 8. เอเลเนอร์แห่งอาควิเตน สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีนักรบ เป็นพระราชินีของฝรั่งเศสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 7, พระราชินีของอังกฤษในพระเจ้าเฮนรีที่ 2, เป็นพระราชชนนีของพระมหากษัตริย์อังกฤษสองพระองค์สมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ และสมเด็จพระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ พระราชินีเอเลเนอร์ทรงเป็นสตรีที่มีฐานะดีและอำนาจมากที่สุดในยุโรปในยุคกลาง เอเลเนอร์แห่งอาควิเตน ทรงได้รับการเลี้ยงดูขึ้นมาในราชสำนักที่มีวัฒนธรรมดีที่สุดราชสำนักหนึ่งในยุโรปในสมัยนั้น ซึ่งเป็นที่กำเนิดของปรัชญารักในราชสำนัก (courtly love) ดยุกวิลเลียมที่ 10 พยายามส่งเสริมให้พระราชินีเอเลเนอร์มีการศึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าภาษาแม่ของพระราชินีเอเลเนอร์จะเป็นภาษาปัวเตแวน (Poitevin) แต่ก็ทรงได้รับการศึกษาในภาษาละติน การดนตรี วรรณคดี การทรงม้า การล่าด้วยเหยี่ยว และการล่าสัตว์ เอเลเนอร์ มีพระลักษณะที่ชอบการสังคม มีพระปรีชาสามารถฉลาดเฉลียว และทรงมีชื่อว่าเป็นผู้มีหัวแข็ง นอกจากนั้นก็ทรงมีชื่อว่ามีพระสิริโฉมงดงามโดยผู้คนร่วมสมัยแต่ไม่มีหลักฐานคำบรรยายความงามของพระองค์หลงเหลืออยู่ พระราชินีเอเลเนอร์ ทรงมีส่วนร่วมในการเดินทางไปต่อสู้ในสงครามครูเสดครั้งที่ 2  ทรงติดตามกองทัพพระเจ้าหลุยส์ พร้อมกับนางสนองพระโอษฐ์และข้าราชหญิงอีกกว่า 300 คน ทรงยืนยันในการมีส่วนร่วมในสงครามครูเสดในฐานะผู้นำทัพของแคว้นในการปกครองของพระองค์  9. ราชินีอกริพพีนา : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีนักวางยา พระองค์ได้ลอบปลงพระชนม์ จักรพรรดิคลอเดียส (คลอดิอุสที่ 1) สามีของนาง ด้วยการให้หมอหลวงนำขนนกเคลือบยาพิษเข้าปากองค์จักรพรรดิ เพื่อที่จะได้ให้ลูกชายของตัวเอง จักรพรรดินีโร (ลูเซียส คลอดิอุส นีโร หรือฉายา นีโรจอมโหด) ขึ้นครองราชย์ ซึ่งความจริงจักรพรรดิคลอเดียส ผู้ที่ถูกอกริพพีนาวางยา เคยช่วยพระนางให้รอดพ้นจากความตายในฐานะกบฏมาก่อน แต่สุดท้ายก็ต้องตายเพราะพระนางเอง จักรพรรดิคลอเดียส ครองราชย์ได้ 13 ซึ่งตลอดเวลา 13 ปีในรัชกาลทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรมทำให้บ้านเมืองสงบสุข  อ่านเพิ่มเติม : ที่มา โปรแกรมเนโร Nero Burning Rom (มาจากนี่นี่เอง! >.<) 10. พระนางบอว์ดิคา : ผู้ได้รับสมัญญาว่า ราชินีแห่งคาเธช์ พระนางทรงเป็นผู้นำของชนเผ่าคาเธช์ ให้รุกขึ้นต่อต้านและทำศึกกับทัพโรมันอันยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น โดยที่พระองค์ทรงออกรบและบัญชาด้วยตัวพระองค์เอง ด้วยเรื่องนี้มีตำนานว่า เมื่อสมัยก่อนกล่าวถึงอีเนียสผู้ก่อตั้งจักรวรรดิโรมันยังไม่ได้เป็นใหญ่ เธอได้หลงมาติดเกาะชาวคาเธช์ และด้วยแรงบัลดาลจากราชินีสวรรค์เฮร่า ด้วยความโกรธแค้นที่มีต่ออีเนียสทำให้ราชินีโดโด้ ผู้ปกครองคาเธช์ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งนี้เทวีเฮร่าทำขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้อีเนียสหนี ไปสร้างจักรวรรดิโรมัน อันยิ่งใหญ่ แต่น่าเสียดายที่แม่ของอีเนียส เทวีอะโฟรไดร์ที ได้ทรงขอร้องให้มหาเทพซีอุส ทรงมีโองการไปเตือนสติอีเนียสให้หนีออกจากเกาะคาเธช์ ไปสร้างโรมซะ ด้วยเหตุนี้ เมื่อพออีเนียสหนีไป ราชินีโดโด้ก็ตรอมใจตาย แต่ทว่าก่อนที่พระนางจะสิ้นชีพได้แช่งอีเนียสไว้ว่า ต่อไปชาวคาเธช์กับชาวโรมันจะรบพุ่งกันเรื่อยไปจนกว่าจะตายไปข้าง และนี้คือผลพวงนั้นเอง 11. สมเด็จพระราชินีนาถอีซาเบลที่ 1 แห่งคาสตีล : ผู้ได้รับสมัญญาว่า ราชินีคาร์ทอลิค สมเด็จพระราชินีนาถอีซาเบลที่ 1 แห่งสเปน พระนางและพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 (พระราชสวามี) ได้วางรากฐานในการรวมสเปน ทั้งสองได้เป็นขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในการยึดดินแดนสเปนกลับคืนมาจากพวกมัวร์และได้กระทำการรวมชาติสเปนเป็นปึกแผ่น อีกทั้งยังรู้จักนางในฐานะผู้อุปถัมภ์ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส พระนางทรงอนุมัติให้คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสไปแสวงหาดินแดนโพ้นทะเลและจนสำรวจพบทวีปอเมริกา พระนางจัดได้ว่าเป็นนักปกครองที่ได้รับการกล่าวชื่อในประวัติศาสตร์ พระนางได้ทำให้ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเจริญอย่างมากในสเปน พระนางทำให้กรานาดาในการปกครองของมุสลิมมัวร์ยินยอมส่งเครื่องบรรณาการต่อพระองค์ ต่อมาพระนางได้ทำการยึดครองกรานาดาได้สำเร็จ และยึดครองนาวาร์ได้ในปี พ.ศ. 2055 แล้ว คำว่า สเปน ก็เริ่มถูกนำมาใช้เพื่อเรียกชื่อของราชอาณาจักรที่รวมกันใหม่นี้ การรวมเป็นหนึ่งเดียวของราชอาณาจักรคาสตีล ราชอาณาจักรอารากอน และราชอาณาจักรนาวาร์ได้วางรากฐานให้กับการเกิดสเปนสมัยใหม่และจักรวรรดิสเปน (Spanish Empire) สเปนกลายเป็นผู้นำอำนาจของยุโรปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 จนถึงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 17 เนื่องมาจากการปรับปรุงด้านการเมือง สังคม และการทหารในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 การขยายตัวของผลผลิตที่ได้จากเหมืองแร่เงินในทวีปอเมริกาในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 ก็ยิ่งเสริมตำแหน่งมหาอำนาจให้มั่นคงขึ้นอีก พระราชินีนาถอีซาเบล ได้แต่งตั้งให้นายพลโทมาส เดอ ทอร์คิวมาดา เจ้าหน้าที่สอบสวน(โดยวิธีทรมาน) รุ่นแรกๆ เป็นผู้บัญชาการในการสอบสวนทรมาน จนวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1492 มีบันทึกว่าเป็นวันออกกฤษฎีกาแอลฮัมบราโดยมีคำสั่งให้ขับไล่ชาวยิวและชาวมุสลิมออกนอกประเทศ นอกจากนั้นประชาชนราว 2 แสนคนที่หลงเหลือในประเทศสเปน ถ้าไม่เปลี่ยนศาสนาก็จะถูกจับมาลงโทษอย่างทารุณ ในปี ค.ศ. 1974 สันตะปาปาพอลที่ 6 กล่าวถึงการกระทำของพระนางว่า "สมควรทำ" และอวยพร ให้พระนางเป็นนักบุญ ในโบสถ์นิกายคาทอลิก ในฐานะข้ารับใช้ของพระเจ้า เพราะในยุคสมัยของพระนางได้กวาดล้างชาวคริสต์นิกายโปแตสแตนท์จนหมดสิ้น และทำนุบำรุงศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิคให้ถึงจุดสูงสุด จนทำให้พระนางได้รับพระสมัญญานามมาจนถึงทุกวันนี้  12. พระนางมารีอองตัวเน็ต แห่งฝรั่งเศส : ผู้ได้รับสมัญญาว่า ราชินีฟุ่มเฟือย มารี อ็องตัวแน็ต เป็นเจ้าหญิงแห่งฮังการีและโบฮีเมีย อาร์ชดัชเชสแห่งออสเตรีย อดีตพระราชินีแห่งฝรั่งเศส และนาวาร์ (แคว้นบาสก์ในปัจจุบัน) รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า มารี-อ็องตัวแน็ตแห่งออสเตรีย ถูกประหารด้วยกิโยตีนระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส พระนางใช้เงินท้องพระคลังดั่งเศษกระดาษ ทุกวันต้องมีงานเลี้ยง เครื่องประดับต้องเเบรนด์เนมเท่านั้น น้ำหอมต้องน้ำหอมอย่างดี เสื้อผ้าต้องสวยหรูที่สุด อาหารต้องเลิศรสที่สุด เฟอร์นิเจอร์ต้องใหม่เอี่อมที่สุด และอื่น ๆ อีกมากมาย จนทำให้เกิดการจลาจลขึ้นที่ฝรั่งเศศ ผลสุดท้ายคือพระนางและพระสวามี พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 โดนโทษประหารด้วยกิโยติน โทษฐานทำให้ฝรั่งเศสยากแคล้นอย่างมากจนประชาชนล้มตาย เพราะความอดอยาก อ่านเพิ่มเติม : พระนางมารีอองตัวเน็ต แห่งฝรั่งเศส เรียบเรียงโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยนะคะ) ขอบคุณข้อมูล alexiasinclair.comhogwartsthai.com/forum/index.php?showtopic=13763, http://th.wikipedia.org,http://th.wikipedia.org

ประยุทธ์ สั่งเชือด 'หทาร-ตร.' เอี่ยวคดีมาเฟียเกาะเต่า
คดีฆ่า2นักท่องเที่ยว /  คดีฆ่าชาวอังกฤษ / 

พล.อ.ประยุทธ์ สั่งรื้อคดีมาเฟียเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ลั่นหากมีทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ต้องถูกลงโทษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า โดยเฉพาะมีเรื่องของมาเฟียเข้ามาเกี่ยวข้องว่า กำลังให้รื้อคดีกลุ่มผู้อิทธิพลมาเฟีย ซึ่งตนส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูด้วย ตนทำงานไม่ได้อยู่แค่ฟังรายงาน ตนมีแหล่งข่าวและประชาชนก็แจ้งเข้ามา ซึ่งตนรับฟังทุกคน และได้บอกไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงให้ไปดูว่ากลุ่มมาเฟียเป็นอย่างไร กลุ่มผู้มีอิทธิพลมีไหม หรือว่าคนของเราเข้าไปเกี่ยวข้อง รู้ก็ต้องไปหาให้หมด อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่าคนนั้นคนนี้ทำ จะต้องไปหาให้รอบคอบก่อนว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง ตนคิดว่าน่าจะมีความก้าวหน้าไวขึ้น เนื่องจากเราให้ความสำคัญ ซึ่งขณะนี้มีทหารอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว โดยให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดูแลอยู่ ตนอยากให้ไว้ใจเจ้าหน้าที่ เนื่องจากวันนี้ปรับปรุงทุกอย่างให้เข้าระบบมากขึ้น ที่ผ่านมาการนำอาจจะไม่เข้มแข็งพอ วันนี้จึงจะต้องเข้มแข็ง เมื่อเรานำเขาดีเขาก็ต้องทำงานให้ได้ ถ้าใช้ทหารทุกอย่างอาจจะดูว่าแรงไปหน่อยรึเปล่า อย่ากังวลให้เวลาหน่อยสิ เพิ่งทำงานมาได้ 4 เดือน ปัญหามีมากี่ปีแล้ว หากมีทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ก็ต้องถูกลงโทษ เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องไม่เข้าไปร่วมกับการกระทำผิดกฎหมาย จะไปเว้นคนนั้นคนนี้คงไม่ได้ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นิตยสารไทม์ ตีข่าว ‘คดีฆ่าชาวอังกฤษ’ ด้านมืดของไทย นักข่าวนอก แนะปิด เกาะเต่า ล่าคนร้ายฆ่านักท่องเที่ยว

ดินแดนมหัศจรรย์! ที่มีอยู่จริงบนผืนโลก..ที่จะทำให้คุณต้อง..ตะลึง! แบบสุดๆ
ดินแดนมหัศจรรย์ /  มหัศจรรย์ / 

“ดินแดนมหัศจรรย์” ที่มีอยู่จริงบนผืนโลก 2 ในโลกของเราใบนี้ยังมีอีกหลายเรื่องราวหลายเหตุการณ์และหลายสถานที่ ที่เรายังไปไม่ถึง หรือเราคาดไม่ถึงว่าจะมีอยู่จริง อีกทั้งยังมีเรื่องราวแปลกๆ หรือสถานที่แปลกๆให้เราได้ค้นหา ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสถานที่บางแห่ง แม้วงการทางด้านวิทยาศาสตร์จะพัฒนาและเจริญก้าวหน้าเพียงใด ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า “มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?” เป็นสมการที่เราชาวโลกต้องหาคำตอบอีกต่อไป โดยเฉพาะเรื่องราวของดินแดนที่แปลก “มหัศจรรย์” ที่หลายๆคนไม่เคยได้พบเห็นที่ไหนมาก่อน และไม่เคยคิดว่าสถานที่หรือดินแดนต่างๆเหล่านี้จะมีอยู่จริงในโลกของเรา เป็นผลงานทางธรรมชาติวิศวกรรม ที่บรรจงสร้างสรรค์เอาไว้ได้อย่างลงตัวและสวยงามน่าอัศจรรย์ และมีความแปลกพิสดาร เหนือจินตนาการของมนุษย์ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวผมได้รวบรวมไว้ให้คุณได้รับชม เพื่อให้คุณได้สัมผัสถึงความมหัศจรรย์อันน่าทึ่ง! เกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดหรือตัวหนังสือได้ เชิญคุณพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองดีกว่าครับ เข้าชมเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=OQHFJ3MKZ_I

เครือข่ายสลัม 4 ภาค จัดกิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลก
พล.อ.ประยุทธ์ /  รัฐบาล / 

เครือข่ายสลัม 4 ภาค จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ทหารไม่ให้ขบวนผ่านหน้าทำเนียบ ยื่น 3 ข้อเสนอให้รัฐบาล วันนี้ ( 7 ต.ค.) เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เพื่อให้รัฐบาลมีนโยบายและมาตรการในการแก้ปัญหาคนจนให้มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ปกติสุข และมีความยั่งยืน เครือข่ายสลัม 4 ภาค โดยได้ยื่นข้อเสนอที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ ดังนี้ 1. ด้านการสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงในที่อยู่อาศัย โดยขอให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณและสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับคนจนเมือง รวมถึงอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินนโยบายที่อยู่อาศัยคนเร่ร่อนไร้บ้านและสร้างบ้านชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ประสบปัญหาเร่งด่วน 2. ด้านการกระจายสิทธิ์การถือครองที่ดิน และรับรองสิทธิ์การถือครองอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยออกกฎหมายเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ออกกฎหมายรับรองสิทธิชุมนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร รวมถึงนำพื้นที่ป่าสงวนที่หมดสัญญาจัดสรรให้เกษตรกรเพื่อทำกิน 3. ปฏิรูปกองทุนยุติธรรมโดยออกกฎหมายกองทุนยุติธรรม ให้คนจนมีโอกาสเข้าถึงสิทธิขบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ทางเครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ได้ยื่นหนังสือให้กับรองปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้านหน้าองค์การสหประชาชาติ โดยเจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้เดินขบวนมาบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล