ความก้าวหน้า

ขายของออนไลน์ มาทางนี้ เบอร์โทรศัพท์นำโชค ค้าขายร่ำรวย
ขายของออนไลน์ /  ค้าขายร่ำรวย / 

ขายของออนไลน์ ด้วยเบอร์โทรศัพท์ เสริมโชคดี ยุคสมัยนี้แล้ว การขายของไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านเท่านั้น ร้านค้าออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ทำให้การช้อปของเราง่ายและสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ้ค อินสตาแกรม เว็บไซต์ ต่างก็หากลยุทธ์และโปรโมชั่นต่างๆมาดึงดูดลุกค้า และขั้นตอนการสั่งยังง่ายแสนง่าย เพียงแค่คลิ้กเดียวเท่านั้น ก็เตรียมรับของได้เลย ด้วยช่องทางที่เข้าถึงง่ายแบบนี้ ทำให้เกิดร้านค้าออนไลน์ขึ้นมามากมาย นั่นหมายถึงว่าคู่แข่งของเราก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย จะทำอย่างไรให้แตกต่าง นอกจากเทคการขายที่ต้องแตกต่างและมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆแล้ว เชื่อหรือไม่ !! ว่าเบอร์โทรศัพท์ สามารถเรียกลูกค้า และทำให้กิจการของเราเจริญเติบโตได้อย่างไม่ยาก วันนี้แม่หมอ มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์ที่เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ มาฝากค่ะ สำหรับเบอร์โทรศัพท์ที่เหมาะสมกับการค้าขาย คือเลข 246 สามารถสลับกันได้หมด โดยแบ่งออกเป็น .. เลข 2 หมายถึง ความอ่อนหวาน อ่อนโยน เลข 4 หมายถึง การสื่อสาร ช่วยให้เข้าใจกันมากขึ้น เลข 6 หมายถึง ความเป็นศิลปิน จะช่วยให้เราดูมีวาทะศิลป์ในการเจรจา เมื่อเลขทั้งหมดมารวมกัน จะทำให้คำพูดที่เราเชิญชวนลูกค้า ดูน่าเชื่อถือ เกิดความไว้วางใจ เมตตา และอยากลงทุนซื้อสินค้ากับเรา นอกจากนี้ยังแสดงถึงความมีชั้นเชิงในการพูดของเราอีกด้วยค่ะ และถ้าหากว่าคุณเปิดร้านค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียว แนะนำว่าให้เติมเลข 4 9 ลงไปในเบอร์โทรศัพท์ด้วยจะดีมากค่ะ เพราะเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับความเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว ตัดสินใจเร็ว จะช่วยให้ทำการค้าขายได้ทันใจลูกค้า เหมาะสำหรับเทคโนโลยีต่างๆ ช่วยให้กิจการ ขายของออนไลน์ ของคุณก้าวหน้าด้วยค่ะ นอกจากนี้ หากคุณเปิดกิจการ เป็นเจ้าของบริษัท ตัวเลขที่ดีที่ควรมีอยู่ในเบอร์โทรศัพท์คือ เลข 53 , 35 ในทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นเลขที่ดุ น่าเกรงขาม จะช่วยให้คุณดูมีอำนาจ บารมี เหนือลูกน้อง สามารถดูแลและควบคุมลูกน้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ขอบคุณข้อมูลจาก : อาจารย์ปอ เลขลิขิต นักจัดวางตัวเลขเบอร์โทร

อาหารมงคล 10 อย่าง ที่อร่อยและความหมายดีเริ่ด
มงคล /  ร่ำรวย / 

อาหารมงคล ชื่อดีมีความหมาย รสชาติอร่อย อาหารเป็นอีกหนึ่งปัจจัย 4 ที่มนุษย์จะขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด ในโลกใบนี้มีอาหารอยู่มากมายเป็นล้านๆอย่าง มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเทศ และในประเทศไทยก็มีอาหารอยู่มากมาย ชื่อเป็น อาหารมงคล และรสชาติอร่อยถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก วันนี้แม่หมอจะมาแนะนำ 10 อาหารมงคล ที่ชื่อดีมีความหมายและรสชาติอร่อย มาฝากผู้อ่านทุกท่านจ้า หรือติดตามได้ที่  Horoscope.mthai.com 1. ขนมจีนน้ำยา เป็นอาหารมงคลที่นิยมนำมาใช้ในงานพิธีแต่งงาน เนื่องจากมีต้องการให้ความรักของบ่าวสาวยืดยาวเหมือนกับเส้นขนมจีน 2. ผัดไทยเส้นจันทร์ ในอดีตนิยมนำผลจันทร์มาทำขนม เพราะเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นหอม ชวนหลงใหล แทนความหมายว่าจะมีเสน่ห์ มีแต่คนมารักใคร่ เมื่อนำมาใช้เป็นชื่อเรียกว่าเส้นจันทร์จึงทำให้มีความหมายไปในแง่ของความรัก ความหลงใหล และนอกจากนี้ยังให้ความหมายในเรื่องอายุยืนนานอีกด้วยค่ะ 3. ห่อหมก อาหารที่มีรสชาติเผ็ดถึงเครื่อง มีส่วนผสมของพริกแกงและสมุนไพรนานาๆชนิด คนไทยนิยมนำมาจัดวางไว้ในพิธีแต่งงาน เพราะอยากให้บ่าวสาวได้รักกันยาวนาน ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ให้ต้องรำคาญใจ ดังสำนวนที่ว่า.. เออออห่อหมก 4. ลาบ เป็นได้ทั้งอาหารอีสานและอาหารเหนือ มีขายอยู่ทั่วไปหาทานได้ง่าย รสชาติอร่อย แซ่บถึงใจ เมื่อเราออกเสียงลาบ จะไปคล้องเสียงกันกับคำว่า ลาภ ซึ่งแปลว่าโชคลาภ เงินทอง พบเห็นได้ตามงานมงคลต่างๆ ดังนั้นจึงจัดเป็นอาหารมงคลอีกหนึ่งอย่างที่รสชาติอร่อยถูกปากคนไทยอย่างแน่นอนค่ะ 5. ขนมจีบ เป็นตัวแทนของคู่รัก และความรัก ยิ่งคู่สามีภรยาที่แต่งงานกันมานานหลายปี จนเกิดความเบื่อหน่ายกันบ้าง แนะนำให้หาขนมจีบมากินเป็นการแก้เคล็ด เพื่อให้ความรักหวานชื่นเหมือนในช่วงที่จีบกันใหม่ๆค่ะ 6. เมนูปลา และ ลูกชิ้นปลา นอกจากคุณประโยชน์เรื่องความฉลาดจากสารอาหารแล้ว ปลาในภาษาจีน ยังไปคล้องเสียงกันคำว่า หยูวี้ ที่แปลว่าร่ำรวย เหลือกินเหลือใช้ไม่ขัดสน เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะลูกชิ้นปลา ที่มีรูปร่างกลม จะหมายถึงความร่ำรวยที่ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นอินฟินิตี้ จึงไม่แปลกใจที่ปลาจะกลายมาเป็นเมนู อาหารมงคล ที่หาทานได้ง่ายและมีประโยชน์มาก 7. ผัดถั่วงอก เมนูง่ายๆราคาไม่แพง ให้ความหมายในเรื่องของความเจริญงอกงาม ความก้าวหน้า ในหน้าที่การงานและด้านการค้าขาย ให้ร่ำรวยเงินทองยิ่งๆขึ้นไปจ้า 8. เมนูเต้าหู้ เป็นตัวแทนของอาหารแห่งความสุข ในภาษาจีนมีความหมายว่าสุขใจ นิยมนำมาประกอบอาหารในงานมงคลต่างๆ เป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ครบถ้วนและหาซื้อได้ง่ายอีกด้วยค่ะ 9. ต้มจืด คนโบราณเปรียบการซดน้ำแกงร้อนๆ รสชาติลื่นคอ ไม่เผ็ดร้อน ของต้มจืด ว่าจะทำให้ชีวิตราบรื่น ไม่มีอุปสรรค และยิ่งเป็นตามจืดเต้าหู้สาหร่าย จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความมหายดีๆทวีคูณ เพราะสาหร่าย มีความหมายในเรื่องของความร่ำรวยไม่มีที่สิ้นสุด 10. ขนมหวานตระกูลทอง คนไทยรู้จักกันในงานมงคลต่างๆเกือบทุกงาน ต้องห้ามพลาดที่จะจัดไว้สำหรับเลี้ยงพระ เลี้ยงแขก เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ซึ่งให้ความหมายที่แตกต่างกันออกไป แต่เป็นไปในทิศทางดียวกันคือเรื่องของความร่ำรวย เป็นมหาเศรษฐี มีคนนับน่าถือ ให้ความเคารพ รสชาติไม่ต้องพูดถึง อร่อยชนิดที่หาขนมอื่นมาเปรียบได้ยาก แต่อย่าทานมากเกินนะคะ เพราะน้ำตาลสูงมากจริงๆจ้า เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com

ฉีดยา หายไวกว่า กินยา เรื่องจริงหรือคิดไปเอง อ่าน!
กินยา /  ฉีดยา / 

เรามักจะได้ยินคนพูดกันบ่อยๆ ว่า "ถ้าจะให้หายป่วยเร็วๆ ต้อง ฉีดยา " หรือ "ยาฉีดแรงกว่ายากิน เลยได้ผลดีกว่า"Ž แม้แต่บทสนทนากับหมอ... "หมอ ผมขอยาฉีดได้ไหม จะได้หายเร็วๆ" หรือ "ถ้าไม่ ฉีดยา แล้วจะหายหรือคะ" จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยบางคนยังขาดความรู้ความเข้าใจ และยังมีความเชื่อว่ายาฉีดนั้นต้องดีกว่าหรือแรงกว่ายากินซึ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะโลกปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้าไปมากแล้ว ขนาดที่ว่ามีการประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ เทคโนโลยีทันสมัย เพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น นับประสาอะไรที่มนุษย์เราจะทำยาที่ใช้ง่ายและปลอดภัยต่อร่างกายตนเองไม่ได้ คนไทยเราบางกลุ่มอาจยังมีค่านิยมผิดๆ ในเรื่องยาฉีด โดยเฉพาะกลุ่มคนในชนบทที่ยังฝังใจว่ายาฉีด ดีกว่ายากิน ทำให้หายเร็ว ถ้าเปรียบเทียบกับชาวต่างประเทศโดยเฉพาะทางตะวันตก หากหมอจะฉีดยาให้ ก็มักจะซักถามละเอียดเลยว่า "เป็นยาอะไร ฉีดเพื่ออะไร ทำไมต้องฉีด ไม่ฉีดได้ไหม" ต่างจากคนไทย ซึ่งขี้เกรงใจหมอ พอบอกว่าจะฉีดยาก็เปิดก้นรอเลย โดยทั่วไปแล้วตามหลักการใช้ยา แพทย์จะคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อผู้ป่วย ไม่ได้มุ่งที่การออกฤทธิ์เร็วเพียงอย่างเดียว การใช้ยากินจึงค่อนข้างปลอดภัย ยกเว้นมีความจำเป็นจริงๆ ที่ต้องใช้ยาฉีดในบางกรณีคือ - โรคบางโรค ต้องใช้ยาที่มีสรรพคุณดีบางอย่างที่ไม่สามารถกินได้ - ป่วยหนักมาก (ฉุกเฉิน หรือวิกฤติ) - กินยาไม่ได้ เช่น ไม่รู้สึกตัว อาเจียนมาก กลืนลำบาก สำลัก - ไม่มียากินที่มีสรรพคุณดีเท่ากันหรือดีกว่า หรือหากมีทางเลือกอื่นแทนก็จะพิจารณา เช่น การเหน็บยา สูด พ่น แปะผิวหนัง ซึ่งปลอดภัยกว่า เพราะการฉีดยาต้องอาศัยเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ถูกตำแหน่ง ถ้าฉีดผิดอาจถูกเส้นประสาทได้ มีตัวอย่างผู้ป่วยที่เคยมาหาหมอ บางคนไปฉีดยาแก้ไข้หวัด แต่ปรากฏว่าเท้าขวากระดกไม่ขึ้น ชาใต้เข่าลงไปถึงหลังเท้า ทั้งๆที่ก่อนไปฉีดยาลดไข้ก็ปกติดี รายนี้เป็นตัวอย่างของการฉีดยาที่สะโพกผิดตำแหน่งทำให้ถูกเส้นประสาท หรือบางคนที่อ้วนมากฉีดแล้วแทงเข็มไม่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและยาระคายเคืองมากก็อาจเกิดฝีได้ นอกจากนี้ถ้าเทคนิคการฉีดไม่สะอาดพอก็เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ บางรายเจอเหตุการณ์ที่ร้ายแรงจากการฉีดยาเพราะ "ฉีดยาผิดคน" "ฉีดยาผิดประเภท" หรือ "ฉีดยาผิดขนาด" อย่างนี้เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แค่ป่วยก็นับว่าแย่อยู่แล้ว เจอฉีดยาผิดแบบนี้อันตรายมาก ถือว่าเป็นเรื่องผิดพลาดร้ายแรงในวงการแพทย์ เพราะบางครั้งอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต แต่มักพบนานๆ ครั้ง และจะเป็นข่าวดังโดยเฉพาะเมื่อมีการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้มักเกิดจากความประมาท ความเร่งรีบ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการทำงาน ดังนั้นส่วนของผู้ป่วยเมื่อจะต้องถูกฉีดยาควรถามว่าเป็นยาอะไร เป็นยาที่จะใช้กับเราจริงหรือไม่ ให้เพื่ออะไร ใครเป็นคนสั่ง และต้องสังเกตอาการผิดปกติอะไรบ้าง จะเห็นว่า การฉีดยานั้นมีความเสี่ยงอยู่มาก ตัวยาฉีดเองก็อันตรายกว่ายากิน โดยเฉพาะยาฉีดเข้าเส้นเลือดซึ่งจะเข้าสู่กระแสเลือดได้ทันที หากพบว่าผู้ป่วยแพ้ยาหรือได้ยาผิด ก็จะมีอาการรวดเร็ว และรุนแรงกว่ายากินมาก คลินิกบางแห่งยังนิยมฉีดยาให้ผู้ป่วย อาจเพราะผู้ป่วยมักจะตื๊อขอยาฉีดเพราะคิดว่าต้องดีกว่ายากิน อย่างนี้หมอควรอธิบายให้เห็นถึงคุณและโทษของยาฉีดเทียบกับยากินด้วย หรือหมอบางคนอาจเห็นว่าการฉีดยาจะสามารถคิดเงินได้มากกว่า เพราะผู้ป่วยบางกลุ่มชอบฉีดยาแก้ไข้ แก้หวัด แก้ปวด แก้ท้องเสีย หรือแม้แต่ฉีดวิตามิน ซึ่งโดยมากต้นทุนยาแต่ละหลอดไม่ถึง 10 บาท บวกค่าเข็มก็ไม่เกิน 5 บาท แต่สามารถคิดค่าฉีดยาได้เป็นหลักร้อย ดังนั้นการใช้ยาฉีด ควรพิจารณาจากความจำเป็นในการใช้ และผู้ป่วยควรเตือนสติตัวเองว่า "คนรุ่นใหม่ ไม่ฉีดยาถ้าไม่จำเป็น"Ž "ยาฉีดอันตรายกว่ายากิน"Ž และถ้าหมอจะฉีดยา ให้ถามว่า "จะฉีดยาอะไร ทำไมต้องฉีด มียากินที่ดีเท่ากันหรือดีกว่าไหม และไม่ฉีดได้ไหม" ที่มาจาก http://www.doctor.or.th

แก้บน ว่าด้วยเรื่องของความเชื่อ ศรัทธา และปาฏิหาริย์
ความเชื่อ /  ลืมแก้บน / 

แก้บน ที่ถูกต้อง ควรทำอย่างไร ? กลายเป็นเรื่องฮือฮาและพูดถึงเป็นจำนวนมากในตอนนี้ กับข่าวที่มีแม่ค้านำหัวหมู จำนวนกว่า 300 หัว มาแก้บนกับ "หลวงพ่อสมหวัง "วัดกลางบางพระ จ.นครปฐม หลังจากที่เคยบนบานเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนว่าต้องการให้ลูกหนี้ที่ติดไว้กว่าล้านบาท นำเงินมาคืน และเมื่อได้ผลสำเร็จตามที่ได้ขอเอาไว้ จึงนำหัวหมูมาถวายเพื่อ แก้บน ความจริงแล้วการ แก้บน มีมานานและอยู่คู่กับคนไทยมาตลอด ซึ่งสิ่งของที่จะนำมาแก้บนนั้น กขึ้นอยู่กับผู้ขอ หรือบางทีก็ขึ้นอยู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราไปขอว่ามีชื่อเสียงและตำนานในด้านใดบ้าง ก็ปรับแก้กันให้เหมาะสม ส่วนใหญ่ที่เห็นบ่อย จะเป็นหัวหมู ไข่ต้ม ดอกไม้ เครื่องเซ่น หรือแม้กระทั่งการรำแก้บน แต่ก็ไม่ใช่ว่าบนบานขอพรไปแล้วจะไม่ต้องทำอะไร รอผลสำเร็จเพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะก่อนที่เราจะได้ผลดี เราจะต้องทำกรรมดีเสียก่อน และไม่ใช่ว่าทุกวัด ทุกพระ จะรับคำบนบานของเราทุกเรื่อง ตัวอย่างเช่นวัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ที่โด่งดังในด้านการขอพรแล้วสำเร็จไปเกือบทุกราย แต่ก็ยกเว้นคำขอเรื่อง ขอยกเว้นการเกณฑ์ทหาร มีความเชื่อว่าหากใครไปขอเรื่องนี้จะได้เป็นทหารเกณฑ์ทุกรายไป ในปัจจุบันเราสามารถเลือกวันแก้บนได้ตามฤกษ์สะดวก แต่ความจริงหลักการ แก้บน อย่างถูกต้องนั้น จะต้องไม่แก้บนวันพระ เพราะในวันพระนั้นจะเป็นวันที่เทพทั้งหลายบำเบ็ญศีล การแก้บนที่ให้หลุดต้องแก้วันอังคาร์ วันเสาร์ ก่อนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ หรือถ้าทางพุทธศานามีความหมายเป็นนัยยะแฝงไว้ว่า  ที่พระท่านไม่รับแก้ในวันพระ เพราะท่านต้องประกอบกิจของสงฆ์ ไม่ควรไปเบียดเบียนในการบำเพ็ญบุญของท่านค่ะ  หากท่านได้บนบานไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องนึกถึงไว้ตลอดคือ 1. ถ้าบนแล้วสำเร็จ ต้องรีบกลับไปแก้บนอย่างรวดเร็วที่สุด และทำตามที่บนบอกไว้ทุกอย่างค่ะ จะตัดทอน ขอลดโน่นลดนี่ไม่ได้ 2. สัญญากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ยังไง ต้องทำให้ได้อย่างงั้น มิฉะนั้น จะต้องธรณีศาล คือชีวิตหาความเจริญก้าวหน้าไม่ได้ ไปอธิษฐานบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นก็ไร้ผล 3. เมื่อบนเรื่องใดก็ตามไว้ที่ศาลใดศาลหนึ่ง หรือวัดใดวัดหนึ่งแล้ว อย่าเอาเรื่องเดียวกันไปบนไว้ที่อื่นอีก บางคนหมกมุ่นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก เที่ยวตระเวนบนไว้เป็นสิบเป็นร้อยศาล พอสำเร็จขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของเจ้าองค์ไหน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าไปบนไว้ที่ใดบ้าง เป็นเหตุให้ไปแก้บนไม่ครบ แบบนี้ต้องธรณีสารเช่นกันค่ะ 4.เจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชอบการบนบาน คือ ผี เช่น เจ้าพ่อเจ้าแม่ตามต้นไม้หรือวัตถุโบราณต่างๆ รวมทั้งเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่เคยเป็นอดีตกษัตริย์หรือบุคคลสำคัญมาก่อน ในเรื่องของการบนบานศาลกล่าวนั้น เป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนติดนิสัยไปที่ไหนก็บนเอาไว้ไปทั่ว ซึ่งแม่หมอมองว่าไม่ค่อยดีนัก เราควรจะตั้งใจทำสิ่งที่เราต้องการและอาจจะบนบานขอพรเพื่อเสริมกำลังใจ มากกว่า บางครั้งอาจมีการหลงลืมกับสิ่งที่เคยได้ขอเอาไว้ จะเกิดผลร้ายตามมาได้ บางความเชื่อก็ว่าจะเกิดเหตุการณ์ประหลาดหรืออุบัติเหตุกับตัวเราและครอบ ครัว ของอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ สำหรับคนที่ไม่มั่นใจ หรือจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยไปบนบานอะไรไว้ที่ไหนบ้าง แม่หมอมีวิธีการ แก้บน ที่จำไม่ได้มาฝาก การเตรียมของสำหรับแก้บนที่จำไม่ได้ 1. โต๊ะปูผ้าขาวแล้วตั้งไว้กลางแจ้ง 1 ตัว 2. พานครูมีดอกไม้ ธูป เทียน หมากพลู เงิน 100 บาท ( เงิน 100 บาทต้องนำไปถวายเป็นสังฆทาน ) 3. บายศรีปากชาม 1 คู่ มีไข่ต้มเสียบยอดบายศรีด้วย 4. มะพร้าวอ่อน 4 ลูก เปิดฝา 5. กล้วยน้ำว้าสุก 4 หวี 6. ไก่ต้มสุก 1 ตัว วางไก่ไปทางทิศเหนือ 7. หัวหมู 1 หัวพร้อมน้ำจิ้มด้วย 8. ปลาช่อนนึ่ง (แปะซะ) 1 ตัว และน้ำจิ้ม 9.  ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว อย่างละ 1 ถ้วย ( ใช้ขนมถ้วยฟูแทนได้ ) 10. ข้าวสวย 1 จาน พร้อมช้อนส้อม   1 คู่ 11. แกงสามถ้วย ของหวานสามถ้วย 12. น้ำเปล่า 1 แก้ว มีน้ำชาด้วยยิ่งดี วิธีทำ จุดเทียนขวา ซ้าย และธูป 16 ดอก ปักในกระถางธูป ส่วนจานอื่นๆ ให้ปักที่ละดอก วิธีพูด สิ่งของใดๆ ที่ได้บน ที่จำได้ก็ดี และจำไม่ได้ก็ดี ขอถวายแก้บนทั้งหมด ณ บัดนี้ โปรดรับ โปรดโมทนา โปรดอโหสิกรรม และโปรดสงเคราะห์ข้าพเจ้า จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ในชาตินี้เทอญ วิธีลา ขออนุญาต ลาของบูชาทั้งหลายเหล่านี้ เพื่อเป็นสิริมงคลเจ้าข้า ให้ตัดแบ่งเป็น 2 กระทง คือ 1. วางข้างล่างใกล้ๆ โต๊ะบวงสรวง 1 กระทง แล้วพูดว่า ขอเชิญบริวารทั้งหลายรับประทานได้แล้วเจ้าข้า และเมตตาช่วยด้วย 2. วางไว้นอกรั้วบ้านหรือนอกบ้าน 1 กระทง แล้วพูดว่า ขอเชิญสรรพวิญญาณทั้งหลาย รับประทานได้แล้ว ณ บัดนี้ และเมตตาช่วยสงเคราะห์ด้วย เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com  ที่มาจาก : http://atcloud.com

รวมมิตร ดราม่าทะเลไทย พร้อมภาพทะเลสยามเมื่อราว 80 ปีที่แล้ว
ทะเลสยาม /  ทะเลไทย / 

จนกลายเป็นประเด็นดราม่าเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติของชาวท้องถิ่น และชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม พร้อมแชร์ภาพเปรียบเทียบ ท้องทะเลไทยในหลายพื้นที่ปัจจุบันกับอดีต ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังจากการแชร์ภาพท้องทะเลไทย ซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวนานาประเทศ เดินทางมาท่องเที่ยวจนกระทั่งล้นหาด ก่อนหน้านี้มีการแชร์ภาพ ความแตกต่างระหว่างเกาะพีพีในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากอดีตแบบหน้ามือเป็นหลังมือ คือภาพที่ปรากฏในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงอาคาร บ้านเรือนที่เข้ามาก่อสร้างบริเวณพื้นที่ทางธรรมชาติจนแทบจะหาความสวยงามดังเช่นในอดีตไม่ได้ แต่ประเด็นดราม่าเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เนื่องจาก ได้มีผู้แชร์ภาพท้องทะเล และชา่ยหาด ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เช่นกัน เห็นได้จากกรณีที่เมื่อวานนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ 'Niruth Darid Bannob ' เผยแพร่รูปภาพนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติ เดินทางมาเที่ยวชมท้องทะเลในประเทศไทยอย่างล้นหลาม จนชายหาดเนืองแน่นไปด้วยผู้คน พร้อมระบุข้อความว่า 'เคยได้ยิน คนใหญ่คนโตในกระบี่ หลายคนบอกว่าจุดขายของกระบี่คือ #ความสงบ #ความสวยงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ แต่สิ่งที่หลายๆ ท่าน (พยายาม)ทำ มันสวนทาง จะรีบให้กระบี่ "โต" ไปไหน ถ้า #โตเร็วไป #ความยั่งยืนไม่มี ท้ายที่สุดเมื่อผู้มาเยือนเหล่านี้จากไป คนท้องถิ่นจะอยู่กับธรรมชาติที่มันโดนย่ำจนเสียไปแล้วได้ไหม #รายได้จากการท่องเที่ยวมากมายมหาศาล ก็ซื้อธรรมชาติคืนมาไม่ได้ .....อ่าวมาหยา พีพีเล ต้นเดือนมีนาคม...วันธรรมดาๆ ไม่ใช่เทศกาลอะไร....!! Overcrowded tourists on Maya Bay....You really don't know how much it hurts locals.' จากข้อความดังกล่าว ที่พูดถึงเรื่องความกังวลที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติของทะเลไทย ที่ตรงใจผู้ที่มีใจอนุรักษ์เช่นกัน จึงได้แชร์ภาพดังกล่าวออกไปอย่างกว้างขวาง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ในเชิงไม่พอใจ และรู้สึกไม่สบายในกับภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้น แน่นอนหากเกิดกรณีเช่นนี้ว่าจะต้องเกิดการแตกเสียง ระหว่างผู้ที่ต้องความเจริญก้าวหน้า หรือผู้ที่มีผลประโยชน์ต่างๆที่ซับซ้อนในพื้นที่ และผู้ที่ต้องการรักษาไว้ซึ่งความงดงามตามธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้โลกออนไลน์บางส่วนยังได้แชร์บทความของสื่อต่างประเทศ ที่พูดถึงความสวยงามของท้องทะเลไทยในอดีต ครั้งที่ยังคงใช้ชื่อประเทศว่า 'ประเทศสยาม' ที่ทั้งมีความงดงามและเงียบสงบ รวมถึงเปี่ยมล้มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติมากมาก พร้อมทั้งบรรยายแสดงถึงความเสียดาย เนื่องจากเรามีทะเลที่เปี่ยมไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติ แต่ความอุดมสมบูรณ์เหล่านั้น ถูกทำลายลงด้วยความเจริญก้าวหน้าของยุคสมัยเข้ามาแทนที่ แต่กระนั้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากหรือน้อยไม่สำคัญ เพราะตราบใดที่ไทยเอง ซึ่งเป็นประเทศที่เลื่องชื่อในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะท้องทะเลที่มีความสวยงาม และเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้เดินทางมาชื่นชมความสวยงามนี้เอง เราชาวไทยซึ่งเป็นเจ้าบ้าน ก็ควรจะให้การต้อนรับที่ดีต่อชาวต่างชาติต่อไป แต่สิ่งที่ควรจะคำนึงถึงนั่นก็คือเมื่อเราเดินทางไปท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใด เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือไม่ สิ่งที่วำคัญ และควรจะรณรงค์ หรือหามาตรการให้เกิดขึ้น และถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด คือการให้เกียรติ เคารพ และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องที่นั้นๆ เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น และอาจจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศได้เลยทีเดียว MThai News ที่มา turiskop.com

5 เหตุผล ทำไมควรเรียนต่อในระดับบัณฑิตศึกษา
การศึกษา /  ข่าวการศึกษา / 

5 เหตุผล ทำไมควรเรียนต่อในระดับบัณฑิตศึกษา หรือการเรียนต่อในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก เพราะสมัยนี้การเรียนปริญญาตรีใบเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากมีการแข่งขันที่สูง จึงทำให้เราต้องมีการเตรียมพร้อม พัฒนาตัวเองเพิ่มมากขึ้น... 5 เหตุผล ทำไมควรเรียนต่อในระดับบัณฑิตศึกษา 1. เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงาน เหตุผลหลักๆ หลายคนตัดสินใจเรียนต่อ นั่นก็เพราะผู้ที่จบการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา จะสามารถเข้าสู่ตำแหน่งบางตำแหน่งได้ง่ายกว่าผู้จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี เนื่องจากบางหน่วยงานจะกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าสอบไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น 2. เพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่สนตนเองใจในเชิงลึก หลายคนตัดสินใจเรียนต่อในระดับที่สูง ไม่ใช่เพราะสาเหตุทางหน้าที่การงานเป็นหลัก แต่เรียนต่อเพราะมีความสนใจ 3. เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีหลายคนที่หลังจากทำงานไปได้จนถึงจุดๆหนึ่ง แล้วพบว่าตนเองไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งหรือได้รับเงินเดือนที่สูงกว่านี้ได้ เพราะว่ามีข้อจำกัดในเรื่องคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษา จึงตัดสินใจเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นเพื่อเป็นใบเบิกทางในต่ำแหน่งงานที่สูงขึ้นนั่นเอง 4. เพื่อให้ตนเองเป็นที่ยอมรับทางวิชาการ สำหรับใครที่ต้องการอยากมีผลงานทางด้านวิชาการที่ถูกตีพิมพ์และเป็นที่ยอมรับ ในการเรียนต่อในระดับปริญญาโทและเอก คุณจะมีโอกาสที่จะได้ทำงานหรือร่วมทำงานวิจัยในสิ่งที่ตัวเองสนใจ ได้สำรวจหรือค้นพบทฤษฎีใหม่ๆที่น่าสนใจ 5. เพื่อสร้างความหน้าเชื่อถือให้กับตนเอง ในการประกอบธุรกิจ เช่นธุรกิจส่วนตัว ถึงแม้ว่าวุฒิการศึกษาจะไม่ได้มีความจำเป็น แต่ว่าอย่างน้อยก็ยังเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความหน้าเชื่อถือให้กับธุจกิจต่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมทำธุรกิจ รวมไปถึงผู้ใช้บริการ ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพ wegointer

แจงรธน.ภาค2 เน้นประเทศจะดีขึ้น ต้องมีผู้นำที่ดี
กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ /  ร่างรัฐธรรมนูญ / 

กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แจงภาค 2 เน้นประเทศจะดีขึ้น ต้องมีผู้นำทางการเมืองที่ดี มีสำนึกดี ขณะ "สมบัติ" อภิปรายคนแรก วันนี้(21 เม.ย.) บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ล่าสุด อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญตามรายมาตรา โดยได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายในภาคที่ 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี โดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก สมาชิกสปช. ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญในภาคดังกล่าว ว่า ประเทศจะดีขึ้นได้ จะต้องมีระบบการเมืองที่ดี มีผู้นำทางการเมืองที่ดี และผู้นำทางการเมืองต้องมีสำนึกและกลัวที่จะทำในสิ่งที่ไม่ดี ทั้งนี้ ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังได้บัญญัติให้มีสมัชชาคุณธรรมเพื่อจะตรวจสอบและพิจารณาประเมินจริยธรรมคุณธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการในส่วนต่างๆ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จะดำเนินการถอดถอนในส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ขณะที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฎิรูปการเมือง อภิปรายเป็นคนแรก โดยเห็นด้วยที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ประชาชนเป็นใหญ่ แต่ก็มีหลายประเด็นที่มีความเห็นต่าง และต้องออกแบบระบบการเมืองให้เหมาะสมกับสังคมไทย พร้อมเปิดการอภิปรายชี้ 5 จุดเสี่ยงในรัฐธรรมนูญร่างแรกว่า ทำให้ขาดความสมดุลระหว่างบริหารและนิติบัญญัติ เพราะให้อำนาจฝ่ายบริหารเหนือกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ขณะเดียวกันกังวลกับมาตรา 182 ซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรี สามารถเสนอร่างกฎหมายสำคัญ และให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งหากไม่มีการยื่นญัตติ ให้ถือว่าร่างกฎหมายนั้นได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการเสริมอำนาจเผด็จการให้กับฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายและมีโอกาสเกิดวิกฤตซ้ำรอยในอดีต หากมีการเสนอร่างกฎหมายที่ประชาชนไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ยังไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอก ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งว่า จะขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน และขัดแย้งกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจสูงสุดเป็นของปวงชน  นอกจากนี้ การออกแบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม จะทำให้รัฐบาลขาดความเข้มแข็งและทำให้ประเทศไม่ก้าวหน้า เพราะที่ผ่านมา ยังไม่มีประเทศกำลังพัฒนาใดสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสำเร็จด้วยรัฐบาลผสมเลย จากนั้น นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. เห็นว่า การเขียนรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ยังไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสังคมไทยได้ และมีหลายเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องทบทวน สำหรับการอภิปรายในภาคนี้ มีผู้ลงชื่ออภิปรายจำนวน 129 มาตรา คาดว่า สมาชิกจะใช้เวลาอภิปรายภาค 2 ถึง 2 วัน เนื่องจากมีผู้ลงชื่ออภิปรายถึง 113 คน และมีประธานกรรมาธิการปฏิรูปอภิปรายอีก 13 คณะ MThai News

รู้จัก ไครโอนิกส์ การแช่แข็งมนุษย์ ในโลกของความเป็นจริง
การแช่แข็ง /  ชุบชีวิต / 

ยิ่งเทคโนโลยีของมนุษย์ก้าวไปไกลเท่าไหร่ ดูเหมือนว่า มนุษย์ก็พยายามฝีนกฎของธรรมชาติยิ่งขึ้นไปเท่านั้น สิ่งที่สามารถพิสูจน์ข้อความข้างต้นได้อย่างชัดเจนก็คือ เทคโนโลยีที่เรียกว่า ไครโอนิกส์ (cryonics) มันคือการแช่แข็งเนื้อเยื่อร่างกายของมนุษย์เพื่อให้เซลล์ของร่างไร้วิญญาณคงสภาพได้เป็นระยะเวลานาน จนถึงวันที่วิทยาการก้าวหน้าพอที่จะชุบชีวิตของร่างที่ไร้วิญญาณนี้ให้ฟื้นคืนกลับมาได้ เพื่อให้เห็นภาพว่าขั้นตอนของ ไครโอนิกส์ นั้นมีอะไรบ้าง เราจะไปดูผ่านภาพถ่ายของเมอร์เรย์ บัลลาด (Murray Ballard) ช่างภาพที่มีโอกาสได้ก้าวไปสู่โลกของไครโอนิกส์ค่ะ ขั้นตอนแรกของกระบวนการแช่แข็งร่างก็คือ หลังจากที่ร่างนั้นเพิ่งเสียชีวิต จะมีการใช้ชุดเครื่องมือที่มีหน้าที่กำจัดเลือดออกจากร่างกายแล้วแทนที่ด้วยของเหลวที่ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นลงอยางรวดเร็ว เพื่อให้การเสื่อมของเซลล์เกิดขึ้นน้อยที่สุดในระหว่างการขนส่งร่างไปยังสถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บร่างนั้น ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการแช่แข็ง (cryopreservation) คือการนำร่างไปแช่ในถังที่บรรจุไว้ด้วยไนโตรเจนเหลว ซึ่งไนโตรเจนเหลวนี้จะแช่แข็งร่างกายไว้ที่อุณหภูมิประมาณ -196 องศาเซลเซียส จากนั้นก็ไม่ต้องไปรบกวนเจ้าถังที่บรรจุนี้อีก แต่อาจจะมีการคอยเติมไนโตรเจนเหลวบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก่อนที่ร่างกายจะถูกแช่ไว้ในไนโตรเจนเหลว ต้องทำให้อุณหภูมิของร่างนั้นค่อยๆเย็นลงจนมีอุณหภูมิเท่ากับไนโตรเจนเหลว ที่ทำดังนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียหายของเนื้อหนังและอวัยวะสำคัญๆนั่นเอง ถังสีขาวขนาดใหญ่ที่เห็นด้านล่างเป็นที่ที่ร่างไร้วิญญาณได้ถูกเก็บรักษาเอาไว้ สถานที่ที่ใช้เก็บรักษาร่างกายแบบไครโอนิกส์นั้นมีที่สหรัฐฯและรัสเซียเท่านั้น ถ้าหากใครอยากเก็บรักษาร่างกายด้วยวิธีนี้ก็ต้องส่งร่างไปยังประเทศดังกล่าว คนที่ต้องการใช้วิธีไครโอนิกส์ มักจะเก็บดีเอ็นเอของตัวเองไว้ส่วนหนึ่ง ในกรณีที่พวกเขาตายอย่างปัจจุบันทันด่วนจนไม่สามารถใช้วิธีการแช่แข็งร่างของพวกเขาไว้ได้ทัน ด้านล่างคือร่างไร้วิญญาณที่รอจะเก็บไว้ในถังแช่แข็งที่คริโอรุส ในรัสเซีย ในสหรัฐฯ กระบวนการไครโอนิกส์รวมถึงการเก็บรักษาร่างไว้จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 25,000 เหรียญ หรือประมาณ 750,000 บาท แต่ที่อื่นจะเก็บค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000 เหรียญ (3,000,000 บาท) แต่ก็มีแพคเกจที่ถูกกว่า แต่จะเก็บรักษาแค่ส่วนหัวไว้ให้เท่านั้น ด้านล่างคือ โรเบิร์ต เอ็ตทิงเกอร์ (Robert Ettinger) เขาเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันไครโอนิกส์ (Cryonics Institute) และได้ชื่อว่าเป็น "บิดาแห่งไครโอนิกส์" หากการฟื้นคืนชีวิตทำได้จริง เราคงไม่ต้องทนเจ็บปวดกับการจากไปของคนที่รัก แต่บางครั้งการเป็นอมตะก็อาจจะไม่มีความสุขอย่างที่เราคิดฝันไว้ว่าจะเป็นก็ได้ เพราะยังไม่เคยมีใครบนโลกนี้มีชีวิตอยู่จนเป็นอมตะและมาบอกเล่าให้เราฟังได้ว่า ความเป็นอมตะมันดียังไง... แล้วคุณล่ะคะ ชอบการเป็นอมตะด้วยวิธีนี้ไหม? และคิดว่าจะมีวิทยาการที่สามารถฟื้นชีวิตมนุษย์ได้จริงไหม? ที่มาเนื้อหาจาก http://knowledge.truelife.com ตะลึง! แช่แข็งศพลูก หวังชุบชีวิตได้!

ทึ่ง! เกมเมอร์ใช้เงินกว่าหลักแสนบาทต่อปี ทั้งๆที่เป็นเกมส์เล่นฟรี
ข่าวสังคมเกมส์ /  เกมส์ออนไลน์ / 

ปัจจุบัน เกมส์ออนไลน์หรือเกมส์มือถือเล่นฟรี มีอยู่มากมายในตลาด มีแนวเกมส์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้เล่น เกมส์ League of Legends ถือว่าเป็นเกมส์ออนไลน์แนว MOBA ที่ได้รับความนิยมจากผู้เล่นทั่วโลก และสามารถทำรายได้กว่า 1 พันล้านดอลล่าร์ต่อปีจากการจำหน่ายไอเทมในเกมส์ ทั้งนี้เกมส์ดังกล่าวสามารถดาวน์โหลดเล่นฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ค่อนข้างขัดแย้งกับเกมส์ออนไลน์หรือเกมส์ที่จ่ายเงินเพียง 1 ครั้งในราคาไม่ถึงร้อยดอลล่าร์และเข้าถึงไอเทมเกมส์ทั้งหมด แชมป์เปี้ยนเกมส์ส่วนใหญ่จะต้องซื้อด้วยเงินจริงเพื่อปลดล๊อค อย่างไรก็ดี ผู้เล่นสามารถเล่นแชมป์เปี้ยนฟรีตามที่ทางผู้พัฒนาเกมส์กำหนด ล่าสุด Reddit เว็บบอร์ดสังคมชื่อดังได้รวบรวมข้อมูลผู้เล่นเกมส์ที่ใช้จ่ายเงินเกมส์ออนไลน์เล่นฟรี พบว่าใช้จ่ายเกมส์นี้ตั้งแต่หลักร้อยดอลล่าร์ จนถึงหลักหมื่นดอลลาร์ต่อปี ด้วยกัน Reddit รวบรวมข้อมูลผู้เล่นรายหนึ่งพบว่า เขาใช้เงินราว 2,000 ดอลล่าร์จากการเล่นเกมส์ League of Legends มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2013 ขณะที่ผู้เล่นอีกรายหนึ่งใช้เงินกว่า 4,000 ดอลล่าร์ตั้งแต่ปี 2012 ส่วนมากพวกเขาจะเสียเงินกับการซื้อแชมป์เปี้ยน, สกินในเกมส์ และไอเทมอื่นๆ เพื่ออวดผู้เล่นเกมส์คนอื่นๆและเป็นความชอบส่วนตัว ถึงแม้ว่า ผู้เล่นเกมส์จะยอมจ่ายเงินให้กับเกมส์ๆหนึ่งที่พวกเขาชอบ แต่เกมส์บางเกมส์ยังประสบปัญหาเรื่องบัคในเกมส์และเซิฟเวอร์เกมส์ที่มีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อ และร้องขอให้ผู้พัฒนาเกมส์ปรับปรุงเรื่องโครงสร้างเกมส์ให้สมบูรณ์และไม่ให้เกิดปัญหาเรื้อรังมากกว่านี้ หากต้องการซื้อไอเทมในเกมส์ จะต้องซื้อสกุลเงินในเกมส์จากการแลกด้วยเงินจริงซื้อ ด้าน MThai Game (game.mthai.com) ยังได้สอบถามกลุ่มผู้เล่นเกมส์ โดยกลุ่มผู้เล่นเกมส์ไทยที่สอบถามบางส่วนเปิดเผยว่า เขาใช้เงินตั้งแต่ห้าร้อยบาทเป็นต้นไปเพื่อซื้อไอเทมเกมส์ประเภทฮีโร่, อาวุธปืนที่มีเวลาจำกัด หรือไอเทมสนับสนุนประเภทต่างๆใช้แล้วหมดไป แต่ถ้าเป็นกรณีเกมส์มือถือ จำนวนเงินที่พวกเขาใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เพื่อซื้อไอเทมประเภทเพชรที่ใช้เงินจริงซื้อ เพื่อซื้อคอนเทนต์ประเภทพรีเมี่ยมต่างๆ และการซื้อในหนึ่งครั้งจะเป็นเพียงการพัฒนาตัวละครเกมส์ จำเป็นต้องซื้อหลายๆครั้งเพื่อให้แข็งแกร่งสูงสุด มีแหล่งข่าวระบุว่า มีผู้เล่นรายหนึ่งใช้จ่ายตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาท ถึง หนึ่งแสนบาทเป็นต้นไป ใช้จ่ายกับการซื้อไอเทม ทั้งๆที่เกมส์ดังกล่าวเป็นเกมส์เล่นฟรี อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายกับการเล่นเกมส์แต่ละเกมส์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคอนเทนต์ในเกมส์ หากเกมส์ไหนมีคุณภาพและมีชื่อเสียง ราคาไอเทมจะดีดตัวสูง ทำให้ผู้เล่นต้องเติมเงินอยู่ตลอดเพื่อให้มีความก้าวหน้าในการเล่นเกมส์

ปริศนา ชีวิตหลังความตาย กับการพิสูจน์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ?
ชีวิตหลังความตาย /  ตายแล้วฟื้น / 

นักวิทยาศาสตร์จากอังกฤษ ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำหลังหยุดหายใจ พบว่า คนเราสามารถจำเรื่องราวหลังหัวใจหยุดเต้นได้นาน 3 นาที หลังจากเกิดกรณีที่กลายเป็นประเด็นฮือฮาไปทั่วโลก เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศเผยแพร่เรื่องราวของ 'น้องไอนส์' เด็กหญิงชาวไทยวัยเพียง 2 ขวบ ผู้ล่วงลับ จากการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในสมอง ด้วยความรักจากครอบครัวที่มีอย่างเต็มเปี่ยม และต้องการให้บุตรสาวสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง จึงทำการส่งชิ้นส่วนสมอง ไปแช่แข็งที่ห้องเย็นของมูลนิธิเพื่อชีวิต อัลคอร์ ไลฟ์ เอ็กซ์เทนชั่น ในรัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่า 'ไครออนิกส์' โดยหวังว่านวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าในอนาคตจะสามารถชุบชีวิตเธอได้อีกครั้ง ทั้งนี้ในเรื่องของความเชื่อที่มีเกี่ยวกับการ ‘ตายแล้วฟื้น’ ไม่ได้ถูกพูดถึงเป็นครั้งแรก หากแต่จุดประกายให้ผู้คนให้ความสนใจอีกครั้ง กระนั้น การฟื้นคืนชีพที่มีการนำเสนอผ่านเรื่องราวในภาพยนตร์ ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องแต่ง หรือนิยายเท่านั้น เนื่องจากเคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นจริง จากการกล่าวอ้างของบุคคลทั่วโลก และหลายครั้ง กลายเป็นกระแสฮือฮาโด่งดังอย่างมาก ยกตัวอย่างจากกรณีที่ คุณยายวัลภา จันทร์พิมาย อายุ 65 ปี หญิงสูงวัยชาวสุรินทร์ที่มีอาการป่วยเป็นโรคหอบหืด หมดสติ จนกระทั่งหัวใจหยุดเต้น แม้แพทย์พยายามช่วยชีวิตด้วยการปั้มหัวใจจนกระดูกซี่โครงหัก แต่ไม่ได้ผล จนกระทั่งแพทย์ลงความเห็นว่าเธอได้เสียชีวิตลงแล้ว จนญาติถอดใจและเตรียมนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา แต่หลังจากนั้นเธอกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง เธอเผยว่าขณะนั้น เธอไม่รู้สึกตัว และเหมือนแค่หลับอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะเท่านั้น กระนั้น 'ดร.แซม พาร์เนีย'  ผู้ช่วยศาสตร์จารย์มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน  ในเครือจักรภพ สหราชอาณาจักร  ได้ทำการเก็บผลสำรวจ โดยการสอบถามไปยังผู้ที่มีประสบการณ์ ‘หลังความตาย’ ด้วยการพิสูจน์โดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ในขั้นแรกพวกเขาคาดว่า กลุ่มตัวอย่างเพียงแค่อยู่ในภาวะ เฉียดตาย และมีอาการประสาทหลอนเท่านั้น จึงจะต้องทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อความแน่ใจว่ากลุ่มตัวอย่างไม่ได้เข้าใจไปเองในเบื้องต้น หนึ่งในตัวอย่างที่ได้เปิดเผยประสบการณ์หลังความตาย ที่รายงานระบุว่าค่อนข้างน่าเชื่อถือ อ้างว่า เขาจ้องมองร่างกายตัวเอง และเห็นแพทย์และพยาบาลพยายามช่วยชีวิตเขา ในขณะที่เขายืนอยู่ที่มุมห้อง ทั้งนี้ ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ใหม่ คือ นักวิทยาศาสตร์จาก เซาแธมป์ พบว่า จากเดิมที่โดยทั่วไป สมองจะหยุดทำงานหลังจากหัวใจหยุดเต้น แต่สติ หรือ จิต จะยังคงทำงานต่อเนื่องหลังจากมุนษย์เสียชีวิตราว 3 นาที การศึกษาหัวข้อดังกล่าวในครั้งนี้ ยังค้นพบเคสต่างๆมากมาย กว่า 2000 กรณี จาก 15 โรงพยาบาลในสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และออสเตรเลีย ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ‘Journal Resuscitation’  ว่าจากจำนวนนี้ ร้อยละ 40 จากผู้ที่รอดชีวิต อธิบายถึงการระลึกรู้ ในช่วงที่หัวใจหยุดเต้นได้ และสามารถเล่าเรื่องราวระหว่างนั้น หลังจากฟื้นคืนชีพได้ และในการตั้งหัวข้อผ่านเว็บไซต์ แรดดิท  ซึ่งมีผู้ที่มีประสบการณ์ดังกล่าว ตอบกลับและเล่าเรื่องราวของตนกว่าหลายร้อยราย ทีมวิจัยจึงรวบรวมข้อมูล แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้ 1.มองเห็นร่างกายของตัวเอง และผู้คนรอบข้าง ขณะหมดสติ แต่ไม่สามาถทำอะไรได้ 2.จำอะไรไม่ได้ คล้ายกับนอนหลับปกติ (ในกลุ่มนี้ ดร.พาร์เนียให้ความเห็นว่า อาจจะได้รับผลกระทบจากยาระงับประสาท ยาเสพติด หรือการกระทบกระเทือนบริเวณสมอง) 3.มองเห็นแสงสว่าง หรือการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น อย่างก็ตาม การศึกษาในหัวข้อดังกล่าว ไม่ได้เพียงแค่ริเริ่มใน 1-2 ปี แต่มีการเริ่มค้นคว้าหาข้อเท็จจริงมา กว่า 10-20 ปีแล้ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งการรวบรวมตัวอย่างจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง จำนวนมาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากที่สุด จะต้องใช้เวลาในการศึกษาต่อไป MThai News รายงานโดย ศิลัญชญา ปานมงคล ขอบคุณที่มา จาก สำนักข่าว 'ดิ อินดิเพนเดนธ์' และผลงานการวิจัย จาก ดร.แซม พาร์เนีย และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย เซาแธมป์

อยากให้กิจการร่ำรวย โลโก้ ต้องถูกหลักฮวงจุ้ย
กิจการ /  บริษัท / 

โลโก้ กับศาสตร์ฮวงจุ้ย เคยสงสัยกันบ้างไหมคะ ว่าทำไมกิจการของบางบริษัท ถึงได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะหยิบจับทำอะไรก็หมายถึงเงินจำนวนมหาศาล ที่จะเข้ามาในกระเป๋า แน่นอนว่าส่วนสำคัญมาจากความสามารถของเจ้าของบริษัท และทีมงานที่มีคุณภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่เรามองข้ามไปไม่ได้จริงๆ คือหลักฮวงจุ้ยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งบริษัท การออกแบบอาคาร รวมไปถึงการคิดสร้างสรรค์ โลโก้ให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี หลักฮวงจุ้ยที่ดีเข้ามามีบทบาทกับทุกๆเรื่องรอบตัวเรา หากเรากำลังมีแผนที่จะเปิดกิจการเป็นของตัวเอง นอกจากความสวยงามของ โลโก้ แล้ว การเลือกองค์ประกอบต่างๆให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยนะคะ แม่หมอ แห่ง Horoscope.mthai.com มีหลักการออกแบบโลโก้ที่ดีมาฝากค่ะ โลโก้เป็นสิ่งแรกที่คนภายนอกจะมองเห็นเรา นอกจากจะต้องมีความสวยงามสะดุดตาแล้ว เบื้องหลังนั้นยังต้องผ่านกระบวนการคิดให้เหมาะสมกับฮวงจุ้ยที่ดีให้มากที่สุด เพื่อผลลัพท์ที่จะทำให้กิจการของคุณประสบความสำเร็จ เรียกได้ว่าโลโก้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง โลโก้ที่ดี ควรมีลักษณะดังนี้ 1. LOGO ลักษณะตั้งตรง หมายถึงมีความมั่นคง แข็งแรง 2. LOGO ลักษณะอวบๆ อ้วนๆ หมายถึงมีความอุดมสมบูรณ์ 3. LOGO ลักษณะตัวผอมๆ หมายถึงทุกข์ยาก ลำบาก ขาดทุน 4.ไม่ควรใช้สีขาว เพราะสีขาวคือความว่างเปล่า (ว่างเปล่าคือไม่มีเงิน) 5. LOGO ที่ดีเส้น LOGOต้องติดกันต่อเนื่องไม่ขาด หมายถึงเก็บเงินอยู่ 6.ไม่ควรเป็นเส้นๆ ไม่ว่าจะตั้งหรือนอน หมายถึงเริ่มต้นดูดี แต่ต่อไปจะไม่ดี 7. ถ้าใช้ตัวหนังสือทำเป็น LOGO ต้องเขียนให้ต่อเนื่องกัน ถ้าตัวหนังสือขาดเป็นช่วงๆ หมายถึงการทำๆ หยุดๆ 8. ต้องไม่บวมนูนห้อยหรือย้อยลงด้านล่าง หมายถึงการแบกภาระ 9. LOGO ต้องไม่แตะกันเฉยๆ หมายถึงกรรมการหุ้นส่วน พร้อมที่จะแยกจากกัน 10.การทำเป็นแท่งๆ หมายถึงต่างคนต่างอยู่ เป็นกิจกรรมชั่วคราวไม่ยั่งยืน 11. LOGO รูปสามเหลี่ยมเป็นลักษณะธาตุไฟ หมายถึงพร้อมที่จะทะเลาะกันตลอดเวลา เราลองเอาโลโก้ของบริษัทยักษ์ใหญ่ มาวิเคราะห์เป็นตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ http://www.kasikornbank.com ความหมายของตราสัญลักษณ์ ธนาคารกสิกรไทย วงกลม   แสดงถึงความสมดุลและสมบูรณ์ ซึ่งแทนความไม่สิ้นสุด ก่อให้เกิดพลังความ สามัคคี กลมเกลียวเงินไม่รั่วไหล สามารถแก้ไขอุปสรรคทั้งมวล รวงข้าว   เป็นธาตุไม้แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง คลื่น   เปรียบเสมือนน้ำ ซึ่งบำรุงต้นข้าว ส่งเสริมให้อุดมสมบูรณ์ เจริญเติบโตยิ่งขึ้น น้ำ หมายถึง เงิน ลายเส้น 6 เส้น เลข 6 คือ ดาวศุกร์ ซึ่งเป็นดาว  เงิน สอดคล้องกับธุรกิจธนาคาร สีเขียว  หมายถึง ธาตุไม้เป็นสีที่เหมาะสมเนื่องจากปีที่ก่อตั้งธนาคารเป็นธาตุไม้ สีเทา   เป็นสีของธาตุน้ำ สีเข้ม เสมือนน้ำลึก หมายถึง เงินทองหนาแน่นเป็นปึกแผ่น สีแดง  หมายถึง ธาตุไฟ ซึ่งสอดคล้อง สมดุลกับธาตุน้ำและธาตุไม้ ความหมายโดยรวม  ธาตุน้ำก่อให้เกิดธาตุไม้ ธาตุไม้ก่อให้เกิดธาตุไฟ เป็นการผสมธาตุที่กลมกลืนสมดุลก่อให้เกิดสิริมงคลและความก้าวหน้า ที่มาจาก : http://www.mahamongkol.com/content/content.php?category=19

ชะนีไทยไร้ที่ยืน ! หนุ่มไทยสวีทสามีฝรั่งกลางรถไฟฟ้า
คู่เพศทางเลือก /  หนุ่มหล่อจับมือชายไทย / 

หลังจากมีการแชร์ภาพ ฝรั่งหนุ่มหล่อขั้นเทพ นั่งจับมือกับชายไทยรายหนึ่ง อยู่บนรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ต่างโอด 'แข่งเรือแข่งพาย แข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนา ทำได้ยาก' ในโลกยุคปัจจุบัน นอกจากเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกล โลกกาภิวัฒน์ ยังแปรเปลี่ยนสังคมให้หมุนเวียนเปลี่ยนตามไปด้วย แน่นอนว่า หัวข้อเรื่อง เพศทางเลือก ชายรักชาย หรือ หญิงรักหญิง เป็นเรื่องที่สังคม สามารถยอมรับได้ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอีกต่อไป คู่รักเพศทางเลือก สามารถเดินจับมือ หรือแสดงตัวอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะชนได้แบบไม่ต้องขัดเขิน ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา หลายท่านที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และอื่นๆ อาจจะได้มีโอกาส พบกับการแชร์ภาพคู่รักเพศทางเลือก บนหน้ากระดาน ไทมส์ไลน์ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือชาวต่างชาติ ที่เรียกได้ว่า หน้าตา หล่อขึ้นเทพ หล่อในขั้นที่ว่า สามารถประกอบอาชีพนายแบบ หรือโลดแล่นในวงการบันเทิงได้เลยทีเดียว กำลังนั่งจับมือกับคนรักชาวไทย ที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ ซึงต่อมาสืบทราบว่า ฝรั่งคนดังกล่าว เป็นชาวเยอรมัน โดยสาวๆพร้อมใจกันแชร์ภาพ ทั้งยังระบุข้อความในเชิง อิจฉาตาร้อน จนกระทั่งกลายเป็นไวรัลใหม่ ที่ความหล่อบาดใจ ทำให้กลายเป็นข่าวโด่งดังพอๆกับครั้งที่เมียมโน ทั่วแผ่นดิน โอดครวญ ผ่านโซเชี่ยว เมื่อคราว 'ชาริล ชัปปุยส์' แจ้งเกิดใหม่ๆเลยทีเดียว จากการสืบทราบ พบว่า ภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่จาก ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Jax Phoenix ซึ่งเป็นการแชร์ต่อมาอีกทอดหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า 'ดังใหญ่แล้วนะคะ น้องม่อน ถึงขั้นมีคนแอบถ่าย แต่แฟนคนนี้ก็คบกันนานมากๆนะคะ. พี่ดีใจด้วยที่มีคนอิจฉาตาร้อน 55555'  และได้แท็ก ถึงผู้ใช้เฟซบุ๊ค ซึ่งระบุว่า เป็นเฟซบุ๊คส่วนตัวของหนุ่มไทยที่ปรากฏอยู่ในรูป ซึ่งทั้งคู่ ได้แต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการสืบทราบ พบว่า หนุ่มไทยที่ปรากฏอยู่ในรูปภาพ ชื่อว่า คุณม่อน ซึ่งดูแล้ว อาจจะเป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตของเขาได้ฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย จากเด็กต่างจังหวัด ที่ก้าวเข้าสู่อาชีพ artistic director โมเดลิ่งที่มีเอเจนซี่ร่วมทุน 3 ประเทศ ปัจจุบันคุณพี่ม่อน เป็น Creative Director อยู่ที่บริษัท Bacca Model Management ซึ่งนับได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถ และหน้าที่การงานที่ดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการแชร์ภาพดังกล่าวออกไปอย่างแพร่หลาย ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊คเพศหญิงส่วนใหญ่ ได้แนบรูป พร้อมระบุข้อความ ในเชิง อิจฉาตาร้อน ในความน่ารักของคู่รักที่ปรากฏอยู่ในภาพ ทั้งนี้ ทีมข่าวเอ็มไทยก็ขออวยพรให้ทั้งคู่รักกันนานๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเพศไหน มีความรักแบบใด ก็สามารถเป็นคนดีในสังคมได้เช่นกันค่ะ MThai News ที่มา jax.phoenix

เช็คดวง! 12 ราศี ดวงการงาน ประจำเดือนเมษายน 2558
12ราศี /  ดวงการงาน / 

ดวงการงาน เดือนเมษายน 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร        เพิ่งจากผ่านพ้นปีใหม่ไปไม่นาน เดือนเมษายนซะแล้ว อุณหภูมิร้อนระอุ หลายคนคงเตรียมที่จะพักผ่อนช่วงสงกรานต์กันแล้ว แต่ยังไงก็ยังต้องทำงานอยู่นะจ๊ะ มาเช็คดวงการงานเดือนเมษายนกันดีกว่าค่ะ ว่าราศีไหนผลงานจะโดดเด่นสะดุดตาเจ้านายมากที่สุด ติดตามได้ที่ Horoscope.mthai.com  เลยจ้า ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) ไพ่นางสีดา ต้นเดือนเรื่องคนรอบข้างยังคงเป็นภาระผูกพันที่ทำให้คิดมาก ช่วงนี้ให้มองมุมกว้างจะเจอทางออก หากคิดปิดตัวเองจะเจอทางตัน การงานถึงแม้ว่าจะไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ แต่โดยรวมผลลัพธ์ก็เกิน 80% จุดอ่อนจะอยู่ที่การต้องการทำงานเป็นทีม คุณมักเจอเพื่อนร่วมงานที่ขาดความกระตือรือร้นและเกี่ยงงาน ต้องอดทนและดึงตัวเองขึ้นมาเป็นผู้นำถึงจะประสบความสำเร็จ ช่วงกลางเดือนมั่นคงและมีการขยับขยายมากขึ้น ครอบครัวและคนรักเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรให้หาที่ปรึกษา จะทำให้งานนั้นสำเร็จไปด้วยดี หากกำลังมองหางานใหม่จะมีข่าวดี ปลายเดือนแม้เริ่มต้นด้วยความเหนื่อย แต่จบลงด้วยความสบายใจ งานที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นงานเร่งรีบ ต้องทุ่มเทกายใจ แต่ถ้าทำสำเร็จจะได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง บริวารร่วมแรงร่วมใจทำให้งานดีมีคุณภาพ ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) ไพ่สังหารนนทก ต้นเดือนคิดไวทำไว อยากได้อะไรเป็นต้องไขว่คว้าหามาให้ได้ ช่วงนี้ใจร้อนและเชื่อมั่นในตัวเองเป็นพิเศษ เพิ่มความรอบคอบและลดความใจร้อนลงบ้าง ทำให้ดูโดดเด่นกว่าใใคร การงานได้รับการโปรโมทและได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ได้ทำงานสำคัญใหญ่โต กลางเดือน การงานรู้สึกได้ถึงความวุ่นวาย มีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงกะทันหัน คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม ถึงจะมองเห็นช่องทางที่เหมาะสม มีข่าวดีเกี่ยวกับงาน หากกำลังว่าง จะได้งานในเร็ววัน แต่ช่วงปลายเดือน จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง อย่าตั้งเป้าไว้สูงเกิน จะทำให้เครียดและมีโอกาสผิดหวังสูง ระวังศัตรูที่ไม่ชอบหน้า จะทำให้เกิดปัญหา ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) ไพ่เผากรุงลงกา เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันอยู่เสมอ เรื่องที่คิดว่าดีกับร้าย ต้องใจเย็นและเตรียมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ดีการงานสะดุดบ่อยๆ การประสานงานไม่ราบรื่น ถึงแม้จะเป็นในหน่วยงานเดียวกันก็ตาม ถ้าคิดอะไรไม่ออกให้นิ่งเฉย ดีกว่าใช้อารมณ์ เพราะจะทำให้เรื่องบานปลาย แต่คงต้องทำใจช่วงนี้มีดวงเรื่องความขัดแย้งสูง อย่าเพิ่งเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ช่วงกลางเดือนเหนื่อยสุดๆ มีปัญหาไม่จบไม่สิ้น ทั้งเรื่องคนและงาน อย่าไปคิดพึ่งพาใครจะเสียความรู้สึก อาจจะโดนหางเลข มีเรื่องร้ายมาลงที่คุณ ต้องใจเย็นใช้สติในการแก้ปัญหา ถ้าเผลอใส่อารมณ์ ผลีผลามจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ปลายเดือนงานล้นมือ มีการปรับเปลี่ยนวุ่นวาย คุณอาจถูกเลิกจ้างโดยไม่รู้ตัว ต้องพยายามทำผลงานเสมอต้นเสมอปลาย ต้องทำใจกับคู่แข่ง ที่คอยหาวิธีกลั่นแกล้งใส่ร้าย หากคิดเปลี่ยนงานช่วงปลาย นับเป็นเวลาที่เหมาะสุด ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) ไพ่พระอิศวร ต้นเดือนแม้จะมีติดขัดบ้าง แต่เอาตัวรอดได้ดี ช่วงนี้สมองแล่น ความคิดไปไกล มีผลงานได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ แต่ไม่ควรประมาท ยังมีคนไม่พอใจ และคอยซ้ำเมื่อคุณล้ม ช่วงกลางเดือนอึดอัด น้ำท่วมปาก ถูกใช้งานเยอะกว่าเพื่อน แถมถูกจับตามองเป็นพิเศษ ดูเหมือนผู้ใหญ่จะไม่ค่อยชอบหน้า อย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เดี๋ยวช่วงปลายมรสุมจะหายไปเอง จะได้รับข่าวดี ดูเหมือนแต่ละอย่างที่อยากทำ หรือที่ต้องทำ จะมีอุปสรรคให้ปวดหัวอยู่ตลอด โดยเฉพาะกับผุ้ใหญ่ หรือคนที่มีอิทธิพลเหนือคุณ ให้ใจเย็นๆไว้ คุณจะดึงสถานการณ์กลับมาได้เอง การงานออกแนวเครียดๆ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ควมคิดสวนทางกับนโยบาย ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเวลาได้รับคำสั่ง ช่วงปลายถึงจะได้ทำในสิ่งที่คุณเชื่อมั่น ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) ไพ่วงล้อแห่งโชค ช่วงนี้ยิ่งรีบยิ่งเร่งจะยิ่งเครียด ต้องปล่อยให้เป็นตามเวลา คุณจะพบว่าเจอเรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมาย การงานได้รับการเอาใจใส่และผู้ใหญ่เห็นคุณค่ามากขึ้น ถ้ามีความคิดดีๆให้รีบนำเสนอ จะได้รับการยอมรับ งานเด่น มีชื่อเสียง น้ำขึ้นต้องรีบตัก ขยันตักตวงไม่ใช่เรื่องผิด แต่ที่สำคัญต้องนอบน้อม ไม่ข้ามหน้าผู้ใหญ่ จะเป็นที่เอ็นดูไปอีกนาน กลางเดือนจับพลัดจับผลูมีโอกาสได้เลื่อนขั้น ปรับตำแหน่ง หรือได้รับข้อมเสนอพิเศษ หากเกิดปัญหาให้คุยกับผู้ใหญ่ หรือเจ้าของเรื่องที่ทำให้คุณหมองใจโดยตรง อย่าบ่นกับคนอื่นเดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่ ปลายเดือนหัวหมุนหัวปั่น ต้องเจองานวุ่น ทำทีเดียวไม่เสร็จต้องคอยตามแก้ไขกันตลอด หากตั้งสติมีสมาธิจะตัดสินใจได้อย่างไม่ผิดพลาด ให้ฟังหูไว้หู เป็นช่วงที่จะได้ยินข่าวคราวหลายอย่าง คงต้องใช้เหตุผลช่วยตัดสินใจ ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) ไพ่ภาพลวงตา ช่วงต้นดูท้อแท้ เหมือนโลกทั้งใบคุณต้องแบกไว้คนเดียว ภาระเยอะ อึดอัด ต้องไปรับผิดชอบเรื่องคนอื่นแบบไม่ตั้งใจ หรือไปรับรู้ในเรื่องที่ไม่ควรรู้ ทำให้อึดอัด การงานเหนื่อยหนัก ความรับผิดชอบเพิ่ม ให้อดทนไว้ก่อน ทุกอย่างจะดีขึ้น จะมีคนเข้ามาช่วย และหยิบยื่นโอกาสดีๆเข้ามาให้ มีดวงได้งานเสริม เพิ่มรายรับให้มากขึ้น การงานเหนื่อยสุดๆ ทั้งงานของตัวเอง ทั้งงานของคนอื่น และยังมีเวลามาเป็นตัวหนดอีกต่างหาก ทำให้ต้องรีบเร่ง สู้เข้าไว้ ช่วงปลายเดือนเจอจัดหนัก งานเยอะ งานหนัก แถมเป็นงานที่คุณไม่ถนัด จะปฏิเสธก็ไม่ได้ คงต้องก้มหน้าก้มตาทำไปก่อน พร้อมๆกับเตรียมใจในการถูกโยกย้าย มีดวงในการย้ายงาน เปลี่ยนงาน ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) ไพ่พระรามได้ศร ช่วงต้นเดือน เครียดบ้างสนุกบ้าง แต่คุณมักตีสีหน้ายิ้มแย้ม เป็นคนเก้บอารมณ์เก่ง ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าคิดอะไรอยู่ มีดวงเปลี่ยนงาน แต่ต้องทุ่มเททำด้วยตัวเอง ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดี เข้าสังคมเก่ง ช่วงนี้ถ้าได้พบปะเจรจากับใครต้องคอยหาช่องทางในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพื่อความก้าวหน้า กลางเดือนต้องยึดพวกพ้องเป็นหลัก ช่วงนี้ทำอะไรเองมักล้มเหลว หากใครอยากได้ลองงานใหม่ๆจะได้ลองทำอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ต้องกล้าที่จะเข้าหาผู้ใหญ่เพื่อปรึกษา ขอความช่วยเหลือ ได้รับความเอ็นดูเต็มที่อยู่ที่เสน่ห์ลมปากของเราค่ะ ช่วงปลายการงานไม่หมูอย่างที่คิด เจอปัญหาร้อยแปด แต่ที่หนักสุดน่าจะเป้นปัญหาที่เกี่ยวกับตัวคน แต่ยังโชคดีที่คุณมีโอกาสในการเริ่มต้นงานใหม่ ใครที่คิดเปลี่ยนงาน ลองสมัครดูจะมีข่าวดี ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) ไพ่หนุมานปราบไมยราพ จะมีเหตุเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยไม่ทันตั้งตัว แต่ถ้าเตรียมใจพร้อมก็ไม่ยากที่จะรับมือ การงานมีดวงถูกเลิกจ้าง หรือถูกจับเปลี่ยนหน้าที่ ช่วงแรกอาจติดขัดบ้าง แต่ไม่น่าเป็นห่วง ส่งผลให้งานเข้าที่ได้เร็ว และมีคนคอยช่วยเหลือ ถ้ามีจุดมุ่งหมายที่อยากทำ ให้รีบลงมือจะประสบความสำเร็จ มีครอบครัวและคนรอบข้างให้กำลังใจ ความใจเย็น สุขุมรอบคอบ ทำให้คุณได้รับโอกาสดีๆ มีจังหวะในการสานฝันต่อไป การงานราบรื่น ทั้งงานที่ทำเดี่ยวและทำเป็นทีม เป็นช่วงที่คุณกับเพื่อร่วมงานมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน จึงทำให้ทำงานอย่างสบายใจ รวมถึงมีผลงานออกมาดี ผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดู ถึงแม้ว่าจะบางเรื่องที่ขัดแย้งกับความเห็นเราไปบ้าง แต่คงต้องปล่อยวาง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่ การงานเรียบง่าย ไม่ค่อยเจอปัญหาเหมือนช่วงที่ผ่านมา ทำงานกับเพื่อร่วมงานได้เป็นอย่างดี หากมีความคิดอะไรดีๆให้รีบบอกผู้ใหญ่ จะได้รับการยอมรับ ดวงการงานก้าวหน้า แบบมั่นคง ค่อยเป็นค่อยไป ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) ไพ่พระรามครองราชย์ อารมณ์แปรปวน บทจะดีก็ดีใจหาย บทจะร้ายก็ร้ายสุดๆ ช่วงต้นเดือนเดาอารมณ์ไม่ถูก ต้องข่มใจลงมาบ้าง การงานเข้าทางตรงไม่ได้ ต้องเข้าทางลัด มีการแข่งขันอยู่ตลอด และคุณมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่สถานการณ์จะดีขึ้น คุณได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ มีผลงานเข้าตา ได้รู้จักคนใหญ่คนโต ได้รับคำแนะนำ และมุมมองที่กว้างขึ้น ช่วงกลางเดือนหัวไว หาทางออก มักก้าวนำคนอื่นออกไปหนึ่งก้าวเสมอ มีโอกาสได้ลุยงานใหม่ๆ และมีโอกาสในการสร้างผลงาน สร้างชื่อเสียง มีดวงในการโยกย้ายปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ถ้ากำลังอยากเปลี่ยนงานอยู่แล้ว จะได้รับข่าวดี ปลายเดือนเป้าของคุณแน่วแน่ ฝันให้ไกลไปให้ถึง มีความคิดมุ่งมั่น ทำให้คุณมีความพยายาม และสำเร็จในที่สุด การงานของคุณจะโดดเด่นเป็นจุดสนใจ ผู้ใหญ่ยอมรับในความสามารถ เหมาะในการทำธุรกิจส่วนตัว ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) ไพ่สรวงสวรรค์ ไม่ค่อยได้อยู่นิ่ง ต้องทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่ก็ลงเอยด้วยดีในทุกเรื่อง การงานเฮงสุดๆ มีเพื่อนฝูงคอยช่วยเหลือ คอยออกรับให้ รวมถึงผู้ใหญ่ก็ให้ความเอ็นดูเป็นพิเศษ ได้รับคำชมไม่ขาดปาก มีคนยื่นข้อเสนอพิเศษให้ มีงานเสริม รายรับเสริม แต่ต้องแบ่งเวลาให้ดี สถาการณ์ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้คุณอดฝันไกลไม่ได้ ต้องเตือนก่อนว่าหากคุณคาดหวัง จะทำให้สิ่งที่คุณคาดหวังไปไกล แต่ถ้าคิดตรงข้ามจะกลับได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ การงานต้องร่วมแรงร่วมใจ อาศัยพวกพ้อง จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จ อย่าเพิ่งคิดทำอะไรลำพังจะล้มเหลวไม่เป็นท่า ให้ระวังเรื่องความผิดพลาด จะทำให้เสียเครดิต ช่วงปลายมีมิตรภาพใหม่ๆหรือได้ผู้ช่วยคนใหม่มาเบาแรง การงานราบรื่น งานวิ่งฉิว ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ เพื่อนฝูงเป็นมิตร คอยสนับสนุน ทำงานด้วยความสบายใจ เวลาผ่านไปเร็วไม่อึดอัด ช่วงนี้งานเยอะ ต้องจริงจังกับงาน แต่ถ้าคุณได้ลงมือแล้วไม่มีอะไรเกินความพยายามแน่นอน ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) ไพ่ลงฑัณฑ์หนุมาน ช่วงต้นต้องอดทนไปก่อน เจอผลของการทำอะไรส่งๆ งานผิดพลาดถูกตำหนิได้ง่าย พยายามทำอะไรให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนบริวารเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยเป็นใจ พาให้หัวเสียตลอด ใจเย็นไว้ก่อนมีโอกาสดีได้คุยกับผู้ใหญ่ และได้รับการช่วยเหลือ ได้เจอเรื่องลึกลับซับซ้อน ฝึกสมองลองปัญญาอยู่ตลอดเวลา ถ้าเจอปัญหาต้องใจเย็นๆอย่าใช้อารมณ์ ช่วงนี้คุณอาจจะต้องอาศัยให้คนอื่นช่วยเหลืองานไปก่อน ปรึกษาเข้าหาผู้ใหญ่จะช่วยให้งานรุ่งมากขึ้น มีโอกาสได้งานเสริมควบคู่กันไป งานเสริมจะช่วยให้คุณโดดเด่นและมีชื่อเสียง ช่วงปลายการงานหนักใจกับการขอร้องไหว้วานเพื่อนฝูงและผู้ใหญ่ อย่ารับปากถ้าไม่สะดวกใจ จะทำให้คุณอึดอัดเดือดร้อน งานนี้ผิดพลาดบ่อย ต้องรอบคอบให้มากขึ้น ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) ไพ่นางสีดาดำเนินไพร ช่วงต้นเดือนปรับเปลี่ยนโยกย้ายเป็นเรื่องปกติ งานที่รับผิดชอบจะรุดหน้าไปได้ไกล ถึงแม้งานจะเร่งรีบ แต่ผลงานออกมาดี จะมีอึดอัดบ้างเพราะถูกคาดหวังไว้มาก พยายามทำใจให้เป็นปกติ ทุกอย่างจะผ่านไปได้ คิดมากกังวลไปเสียทุกเรื่อง บางสิ่งบางอย่างที่ยังไม่เกิด ก็อย่าเพิ่งไปตีโพยตีพาย เก็บสมองไว้คิดเรื่องดีๆ จะทำให้จิตใจสบายมากกว่า การงานไม่ค่อยดี หยิบจับทำอะไรเป็นผิดพลาดไปหมด มีคนคอยเพ่งเล็งทำให้คุณอึดอัด อย่าไปกังวล มีโอกาสแก้ตัวได้เสมอ ยงัพอที่จะได้รับข้อมเสนอดีๆ มีการเริ่มต้นใหม่ คุณอาจมีงานเสริมเพิ่มเข้ามา ช่วงปลายต้องรักษาระดับของผลงานให้ดี คู่แข่งคอยจ้องทำร้าย แต่ถ้าหากคุณรอบคอบก็สามารถคุมเกมส ์ได้เหมือนกัน จะได้รับโอกาสดีๆจากผู้ใหญ่ ควรถ่อมตนให้มาก   ดูดวงแบบเต็มๆ ตลอดทั้งปี จาก หนังสือพยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

กองกำลังรบ.อิรักยึดเมืองติกริตจากISแล้ว
กลุ่มไอเอส /  อิรัก / 

กองกำลังสนับสนุนรัฐบาลอิรักที่มีนักรบชีอะห์เป็นสมาชิกส่วนใหญ่สามารถยึดที่ทำการรัฐบาลในเมืองติกริตคืนจากกลุ่มไอเอสได้แล้ว สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากการเปิดเผยของ นายทหารอิรักที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ โดยกล่าวว่า การยึดที่ทำการรัฐบาลได้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญนับตั้งแต่กองกำลังสนับสนุนรัฐบาลเปิดฉากสู้รบเพื่อชิงเมืองนี้คืนจากกลุ่มไอเอสตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม และเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดหลังจากกลุ่มไอเอสรุกคืบยึดพื้นที่ของชาวอาหรับสุหนี่ในอิรักได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีก่อน ด้านกองกำลังชีอะห์ เผยว่า ได้พักการโจมตีเมืองติกริตในช่วงที่กองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอสในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันพุธที่แล้ว และกล่าวหาสหรัฐว่าพยายามปล้นชัยชนะของพวกเขา ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า การที่กองกำลังชีอะห์ซึ่งพัวพันแทรกซึมหรือทำงานภายใต้อิทธิพลของอิหร่านระงับการโจมตีเมืองติกริตถือเป็นสิ่งที่ดีแล้ว กองกำลังชีอะห์และสหรัฐประกาศไม่ทำงานร่วมกัน และต่างฝ่ายต่างดำเนินการโจมตีกลุ่มไอเอสในติกริต

ท่านี้อยากเป็นเลข 6 หรือ 9? มาดูกันว่าสาวๆ อยากเป็นเลขอะไรกัน
69 /  rushcontent / 

ตัวเลข 69 ที่หากได้ยิน ก็คงต้องนึกถึงท่วงท่าลีลาเด็ดของคู่รักบนเตียง เป็นท่าที่เป็นไปตามตัวเลข คือการกลับหัวกลับหาง จะเป็นชายอยู่บนหญิงอยู่ล่าง หรือเป็นชายอยู่ล่างหญิงอยู่บนก็ได้แล้วแต่ เราเลยมีคำถามเด็ด อยากจะถามสาวๆ ว่า "ท่านี้อยากเป็นเลข 6 หรือ 9?" มาดูกันว่า สาวๆ เขาจะกล้าตอบกันไหม.... รถเมล์ อายุ 21 ปี วิศวกร "เลข 9 แล้วกันคะ แต่หนูว่าเลขไหนมันก็เหมือนกันนะ" โอริ อายุ 27 ปี นักข่าว "เลข 6 แล้วกัน ก็ไม่รู้เพราะอะไร แต่ชอบเลข 6" แน๊ก อายุ 20 ปี นักศึกษา "9 ก็ได้ จะได้เริ่มก่อน เอ้ยไม่ใช่!! จะได้ก้าวหน้าก่อน" แอนนอย อายุ 22 ปี พริตตี้ "เลขอะไรก็ได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องสลับกันอยู่ดี" ไข่มุก อายุ 21 ปี นักศึกษา "ขอไม่เลือก เพราะเลขไหนก็เหมือนกันหรือเปล่า" เนส อายุ 24 ปี "ขอไม่เลือกได้มั้ย เพราะเลือกไม่ถูก" สามารถติดตามความเคลื่อไหวของนิตยสาร RUSH ได้ที่ Facebook : facebook.com/RUSHmag IG : instagram.com/rush_magazine_official/ Youtube : youtube.com/channel/UC05caWeApIU23HyV6e9ng2A ขอขอบคุณเนื้อหาจาก RUSH#64 Dec

รื้อหิ้งหนังเก่า : The Notorious Bettie Page (2005) - ชีวประวัติ..สาวแส้ !?
2005 /  American Psycho / 

The Notorious Bettie Page (2005) - ชีวประวัติ..สาวแส้ !? เบ็ตตี้ เพจ คือใคร !? ...นางแบบสาวหัวก้าวหน้าชาวอเมริกันแห่งยุค 50 ผู้ได้รับขนานนามว่าเป็นเจ้าแบบพินอัพส์ (Queen of Pinups) หรือโปสเตอร์ขนาดเล็กที่แนบมากับนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ (ซึ่งด้วยสไตล์การแต่งกายแบบยุค 50' และท่วงท่าลีลาอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้คำว่า Pinups กลายเป็นชื่อเฉพาะที่เรียกลักษณะการแต่งกายและถ่ายภาพแบบนี้ไปโดยปริยาย) หากอีกมุมในความอื้อฉาว ของ พิตตี้ เพจ คือเธอชอบถ่ายภาพในลักษณะ บอนเดจ (Bondage) หรือการใส่ชุดหนัง/ชุดกึ่งนู้ด ถือแส้ ทั้งทำร้ายคนอื่น ถูกทำร้าย (S/M) ไปจนถึงทำท่านางแมวยั่วสวาท - ซึ่งจะว่าไปแล้วอาจไม่ใช่ของประหลาดในยุคสมัยนี้ แต่ถ้าหากเป็นเมื่อตอนนั้นแล้ว เบ็ตตี้ เพจ คือผู้บุกเบิกการถ่ายภาพแบบนี้ตัวจริงเสียงจริง !! ด้วยภาพลักษณ์สุดแรงแบบนี้ หลายคนคิดว่าเธอคงเป็นแค่นางแบบหนังโป๊เกรดต่ำ แต่ใครจะรู้ว่า เบื้องลึกเบื้องหลังชีวิตจริงของเพจ จริงๆ แล้ว เธอเป็นสาวอารมณ์ดีผู้เคร่งศาสนาต่างหาก!! - นั้นจึงเป็นที่มาของ The Notorious Bettie Page หนังในปี 2005 ของผู้กำกับ แมรี่ ฮาร์รอน (Mary Harron) ที่เธอเองก็เป็นผู้กำกับหญิงที่เคยทำงานแรงๆ อย่าง American Psycho (2000-หนังว่าฆาตกรต่อเนื่อง ที่ปะเรต NC-17 ตอนออกฉาย หนึ่งในหนังที่เราจำ คริสเตียน เบล ได้ก่อนจะมาโด่งดังภายหลังกับแบ็ตแมน) หรือ I Shot Andy Warhol (1996-หนังหญิงรักหญิงชั้นดี ว่าด้วยชีวประวัติ วาเลอรี โซลานาส สาวเลสเบี้ยนบ้าคลั่ง ผู้บุกยิงศิลปินแนวป็อบอาร์ตชื่อก้องโลกอย่าง แอนดี้ วอร์ฮอล จนเกือบเสียชีวิต) แม้พักหลังจะเน้นไปทางการกำกับซีรีส์ทางโทรทัศน์ แต่ความแรงของเธอก็ยังคงเดิม เช่นซีรีส์ชีวิตเลสเบี้ยนอย่าง The L Word (2004-2009) เป็นต้น The Notorious Bettie Page เล่าเรื่องชีวิตของเพจ หลังผ่านการหย่าร้างและหมดหนทางเข้าสู่วงการบันเทิง ในที่สุดเพจจึงหันหน้าเข้าสู่วงการนางแบบโฆษณา ก่อนจะถูกช่างภาพชักจูงให้ลองถ่ายภาพแบบแปลกๆ ดูบ้าง ด้วยนิสัยรวยอารมณ์ขันของเพจ เธอจึงภาพเหล่านี้เป็นเรื่องขบขันสนุกสนาน แต่แน่นอนว่าคนอื่นๆ ย่อมไม่เห็นด้วย และแม้แต่สังคมก็ด่วนตัดสิน ก่อนที่ตะได้รู้จักตัวตนจริงๆ ของเธอไปเสียแล้ว หนังได้ เกรตเซ่น โมล (Gretchen Mol-นักแสดงที่อาจไม่โด่งดังมากนัก โดยงานที่คนน่าจะคุ้นเธอมากที่สุดในปัจจุบัน คือบท กีเลียน ดาร์โมนี ในซีรีส์ Boardwalk Empire [2010–2014]) ที่ฝากผลงานการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิตของเธอเองไว้ โดยฮาร์รอนเล่าว่า มีเพียงโมลคนเดียวเท่านั้นที่มาคัดเลือกในบทนี้ และไม่ตีความว่าเพจคือสาวเซ็กซี่สุดฮ็อต ทว่าเป็นคนน่ารักสดใสจนดูเป็นดาราหนังรอม-คอมมากกว่าดาวโป๊!! ซึ่งสิ่งที่โมลสร้างให้กับตัวละครของเพจจึงสำคัญยิ่งกว่าความเซ็กซี่...แต่มันคือความฉลาด ไหวพริบ ความสนุกสนานและพลังชีวิตต่างหาก ขอแตกต่างของ The Notorious Bettie Page กับหนังชีวประวัติส่วนใหญ่ อยู่ตรงที่ฮาร์รอนไม่เข้าไปเติมแต่งเรื่องราวหรือสร้างองค์ประกอบเร้าอารมณ์ในเชิงดราม่ามากนัก แต่เพียงนำเสนอกว้างๆ และไม่ตัดสินเพจว่า จริงๆ แล้วหญิงสาวปริศนา ผู้กลายเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมป็อบยุค 50 ผู้นี้ เป็นคนอย่างไรกันแน่ https://www.youtube.com/watch?v=Cd252I7A6NE เรียบเรียงจาก นิตยสาร BIOSCOPE #53 (เมษายน 2549)

ผลสำรวจชี้ชัด! รูปเซลฟี ที่สวยสุด จะเป็นรูปที่ 6 เสมอ
selfie /  ถ่ายรูป / 

รูปเซลฟี (Selfie)  คือการถ่ายรูปด้วยตัวเองที่สาวๆ มักจะนิยมเป็นที่สุด ด้วยความที่สาว ๆอย่างเราๆเนี่ย มีความรักสวยรักงามอย่างม๊ากมาก ก็ต้องมีการถ่ายรูปบ่อยเป็นธรรมดาจะได้เช็คได้ไงหล่ะว่าตอนนี้เป็นอย่างไร ผอมมั้ย หน้าตาโอเคหรือยัง ว่ากันว่าผู้หญิงเข้าห้องน้ำเนี่ย ยังถ่ายรูปมากกว่าผู้ชายไปดวงจันทร์ซะอีก "lOl" แต่ถึงแม้ว่าเทคโนโลยี จะก้าวหน้าจนคุณสาวๆสามารถเห็นหน้าตัวเองได้ยามถ่ายรูป แต่ก็ปรากฏว่ายังไม่สาแก่ใจนะจ๊ะ รูปแรกมักจะโดนลบเสมอ ก็แหมบางทีถ่ายออกมาแล้วมันก็มีอะไรให้แก้ไขเรื่อยๆ  ขาใหญ่บ้าง กระพริบตาบ้าง ยังสวยไม่พอใจคุณสาวๆบ้างแหละ ถ่าย-ลบ-ถ่าย-ลบ-ถ่าย-ลบ แต่ผลสำรวจหนึ่งเผยว่า รูปที่ 6 มักจะดีพอที่จะโพสออนไลน์เสมอ !! จริงกันมั้ย เคยสังเกตหรือเปล่า!? นอกจากนั้นแล้วผลสำรวจยังเผยอีกว่า 64 เปอร์เซ็นต์ของสาวๆ รู้สึกกังวลกับภาพถ่ายเซลฟี่ 58 เปอร์เซ็นต์ เสพติดการถ่ายเซลฟี่ และ 15 เปอร์เซ็นต์ มักจะมีการรีทัชรูปภาพ จริงๆแล้วการถ่ายเซลฟี่ไม่ต้องกังวลขนาดน้านหรอกนะจ๊ะ ถ่ายไปเถอะจ้าไม่ต้องคิดมากหรอก ถ้าใครจะชอบเราก็ต้องชอบแบบที่เราเป็นนั่นแหละ ไม่ต้องแต่งภาพหรอก ตอนนี้เลยมีแคมเปญ เพื่อให้สาวๆโพสรูปเซลฟี่รูปแรกโดยไม่ต้องผ่านแอพใดๆ เรียกว่า #SelfieEsteem สาวคนไหนขี้เกียจถ่ายเซลฟี่หลายรูป หรืออยากร่วมสนุก ก็ลองดูได้นะจ๊ะ ที่มา metro.co.uk เรียบเรียงโดย Women Mthai Team  

ยิ่งลักษณ์ ลั่นพร้อมสู้คดีจำนำข้าว มั่นใจไม่ผิด
จำนำข้าว /  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร / 

ยิ่งลักษณ์ ลั่นสู้คดีจำนำข้าว มั่นใจไม่ผิด หลังศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ประทับรับฟ้องและจะมีการพิจารณานัดแรกวันที่ 19 พ.ค.นี้ หลังจากที่ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้รับฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีความผิดทุจริตจำนำข้าวตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Yingluck Shinawatra ยืนยัน่าไม่ได้กระทำผิด และพร้อมจะสู้ในคดี หวังศาลฎีกาฯพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ปราศจากอคติใดๆ เพื่อให้ความเป็นธรรมกลับคืนสู่สังคมไทย โดยระบุว่า "ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องดิฉันในคดีเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายโครงการรับจำนำข้าวในวันนี้นั้น ตลอดระยะเวลาที่ดิฉันปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีนั้น ดิฉันทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รับใช้พี่น้องประชาชนตามที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาด้วยอุดมการณ์ที่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างครบถ้วนถูกต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ข้อกฎหมาย ตลอดจนกฎระเบียบ ข้อบังคับ ของทางราชการทุกประการ และต้องการเห็นประเทศชาติเจริญก้าวหน้า ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวไร่ชาวนาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอด ดิฉันขอยืนยันอีกครั้งว่า คดีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่กล่าวหาดิฉันนี้ ถือเป็นคดีแรกที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ อันเป็นนโยบายที่ประชาชนได้มอบหมายความไว้วางใจตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตยให้ดิฉันมาดำเนินการ และเมื่อมีการเสนอนโยบายดังกล่าวต่อประชาชนและเกิดเป็น “ฉันทามติ” ของประชาชนที่ต้องการให้ “กลไกตลาด” เป็นธรรม สะท้อนความเป็นจริงและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนา เพราะที่ผ่านมาชาวนาเป็นผู้ผลิตไม่สามารถกำหนดราคาผลผลิตของตนเองในตลาดได้ การกำหนดราคาตกอยู่ในมือของผู้ซื้อโดยสิ้นเชิง คดีนี้จึงเป็นคดีที่จะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การเมือง ตลอดจนเกษตรกรและประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งยังมีผลต่อบรรทัดฐานและการตัดสินใจในการจัดทำนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชนในอนาคต ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตต่อเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะ “หลักนิติธรรม” ที่พึงต้องปฏิบัติต่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาเพื่ออำนวยความยุติธรรมนั้น ได้ขาดหายไปในคดีที่เกี่ยวกับตัวดิฉัน เห็นได้จากรายงานและสำนวนคดีพร้อมความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เองก็ระบุอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีพยานหลักฐานว่าดิฉันกระทำการทุจริตหรือสมยอมให้ผู้ใดทุจริต” แต่ก็มีการชี้มูลความผิดกับดิฉัน และก่อนหน้าที่อัยการสูงสุดจะฟ้องคดี อัยการสูงสุดได้ชี้ข้อไม่สมบูรณ์ของคดีนี้หลายเรื่องตามที่เป็นข่าวทราบกันโดยทั่วไป และต่อมาทั้งที่ทางอัยการยังไม่ได้มีการสืบพยานหลักฐานให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะฟ้องคดีนี้ แต่กลับมีการเร่งรีบที่จะส่งฟ้อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นไปตามกระบวนการปกติที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ดี แม้เมื่อศาลฎีกาฯ มีคำสั่งประทับฟ้องคดีนี้ ดิฉันมั่นใจในความบริสุทธิ์และเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่จะนำมาพิสูจน์ความจริงต่อศาลตามขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีของศาลตามที่กฎหมายกำหนดว่า ดิฉันมิได้กระทำความผิดใดๆทั้งสิ้น ดิฉันเพียงหวังว่าในการพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกาฯ ดิฉันจะมีสิทธิที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง และมีโอกาสเสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง และพยานหลักฐานของดิฉันในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ ที่สำคัญดิฉันขอให้มีการพิจารณาอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ปราศจากอคติใดๆ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาดิฉันเห็นว่า ดิฉันยังไม่ได้รับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมในชั้นที่ถูกกล่าวหา และมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองที่จะทำลายดิฉันเข้ามาแทรกซ้อนโดยตลอด สุดท้ายนี้ ดิฉันขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้โปรดยุติการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ หยุดกดดันหรือชี้นำเพื่อประโยชน์ทางการเมือง จนกว่ากระบวนการพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ จะเสร็จสิ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมกลับคืนสู่สังคมไทยต่อไป" MThai News

World of Tanks อัพเดตเหนือชั้นสู่รถถัง เทียร์ระดับ 11
World of Tanks /  เกมส์ออนไลน์ / 

เกมส์ออนไลน์ World of Tanks (worldoftanks.asia) ทำการอัพเดตรถถังเทียร์ระดับ 11 และรถถังโมเดิร์นจะเป็นเหมือนทิศทางใหม่ รถถังระดับตำนานส่วนหนึ่งได้เตรียมการอัพเกรดแล้ว เช่น รถถังหนังที่มีอานุภาพมหาศาลจากรัสเซีย T-90, รถถังที่เทอะทะแต่รวดเร็วจากอเมริกา M1 Abrams, รถถังเกราะหนาทนทานจากอังกฤษ Challenger 2, และรถถังที่มีอานุภาพการยิงสูงจากเยอรมัน Leopard 1A5 และเพื่อไม่ให้รบกวนสายการวิจัยรถถังในปัจจุบัน รถถังเทียร์ระดับ 11 จะคงความก้าวหน้าของผู้เล่นและความสมดุลของเกมการรบเอาไว้เช่นเดิม ทั้งนี้ในการเพิ่มระดับเทียร์และรถถังใหม่ เรายังได้พิจารณาการเพิ่มอีก 2 ขั้น : แยกเป็นเทียร์ระดับ 12 และ 13 สำหรับรถถังโมเดิร์นเท่านั้น; เทียร์ระดับ 10 และ 11 ที่ผู้เล่นสามารถอัพเกรดได้ทั้งรถถังโมเดิร์นและรถถังรุ่นเก่า

ดูดวงปี2558 สำหรับเพศที่ 3 โดยเฉพาะ กับอ.มดดำ Horolive
ดูดวง /  ดูดวงปี2558 / 

ดูดวงปี2558 สำหรับเพศที่ 3 ในเรื่องการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพ ราศีมังกร  (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) การงาน งานที่เกี่ยวกับงานบันเทิง งานศิลปะ ความครีเอท จะประสบความสำเร็จ ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่จะต้องเดินทางอยู่บ่อยๆ มีความรื่นเริงดี เน้นทำบุญให้กับผู้หญิงในบ้าน เช่น ยาย ย่า ขอพรตั้งจิตให้ดี เพราะพรนั้นจะช่วยเหลือเรา การเงิน  ปีนี้จะมีเงินทองเข้ามามาก เงินทองไม่ขาดมือ เพราะเป็นคนหาเงินเก่ง เงินทองไหลมาเทมา คำพูดของคุณ จะช่วยให้มีงานมีเงินเข้ามาเรื่อยๆ ความรัก มีเกณฑ์ต้องห่างเหิน ห่างไกลจากคู่รัก ด้วยภาระหน้าที่ต้องแยกกัน มีเรื่องความหึงหวงเข้ามา จากการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน คนโสดยังไม่พบเนื้อคู่ แต่จะมีคนคุยด้วยจากทางไกลหรือจากต่างประเทศ แนะนำให้ขอพรจากพระพิศฆเนศ จะช่วยให้สมหวังในความรัก สุขภาพ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย อ่อนล้ามากขึ้น ควรหาเวลาไปท่องเที่ยว เพื่อพักผ่อนให้สุขภาพดีขึ้น ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) การงาน มีเกณฑ์ในการฝ่าฟัน ดิ้นรนในช่วงต้นปี แต่ปลายปีจะเริ่มเห็นผลประสบผลสำเร็จ งานประเภทที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศ นำเข้าส่งออก กิจการจะก้าวหน้าดีมาก การเงิน คุณจะรู้สึกกระวนกระวายใจเรื่องเงิน เพราะเก็บเงินไม่อยู่ อย่าเพิ่งการลงทุนหรือหาหุ้นส่วน หากต้องการซื้อบ้านหรือรถ ให้ชะลอเอาไว้ก่อน เพราะอาจติดขัดเรื่องการผ่อนส่งได้ ความรัก คนโสดเนื้อหอมเป็นพิเศษ มีคนมาจีบมาชอบ แต่ตัวเราเองจะมีกำแพงก่อขึ้นมา ปิดตัวเอง ให้ลองคบกันเป็นเพื่อนไปก่อน ส่วนคนที่มีแฟนแล้ว มีเรื่องการหึงหวง น้อยใจ จนเกิดเป็นเรื่องทะเลาะกันได้ สุขภาพ ช่วงนี้พักผ่อนน้อย สุขภาพจะย่ำแย่ จะมีอาการเกี่ยวกับศรีษะ จะปวดหัว คิดมาก วิตกจริต แนะนำให้ออกกำลังกาย และหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าโหมงานหนักมากจนเกินไป ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) การงาน มีความเบื่อหน่าย อึดอัด ในการรับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด เลยทำออกมาได้ไม่ดี หากดำเนินธุรกิจส่วนตัวระวังโดนหักหลัง ส่วนงานราชการให้ระวังปัญหาเรื่องคำพูด ใจร้อน จะทำให้เกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งได้ การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งต้องอดใจรออีกนิด ยังไม่ถึงเวลา การเงิน มีการหารายได้จากความสามารถของตัวเอง มีเกณฑ์หมุนเวียนได้ดี ใครที่ทำการค้ากิจการจะดีมาก การเสี่ยงโชคยังไม่เด่นชัด ต้องทำงานแลกเงินจะชัดเจนมากที่สุด ความรัก อย่าเพิ่งคาดหวังความรักมากเกินไป จะผิดหวัง คนโสดจะมีคนเข้ามาคุยด้วยแต่อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจคบ คนมีแฟนจะมีเรื่องให้คิดมาก ทะเลาะกันในเรื่องไร้สาระ ให้ปล่อยวาง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเหตุให้เลิกรากันได้ สุขภาพ สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome ) ทุกอาการ ไม่ว่าจะเป็น ปวดหลัง ปวดไหล่ โดยเฉพาะเรื่องสายตา จะมีเกณฑ์ผ่าตัดเกี่ยวกับสายตา และต้องระวังตลอดทั้งปี ราศีเมษ  (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) การงาน ในปีนี้มีการปรับตำแหน่งโยกย้ายงาน สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี จะโดดเด่น ข้อควรระวังให้หลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้ง หรือการประสานงานจากผู้ชาย การเงิน มีเกณฑ์ได้โชคลาภแบบฟลุกๆ ตลอดทั้งปี  คุณจะได้รับเงินทองจากมรดกหรือการเป็นนายหน้าขายที่ดิน มีดวงเก็บเงินซื้อบ้าน ความรัก เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีระวังจะโดนหลอก หรือคู่รักจะแอบมีกิ๊ก มีเกณฑ์ทะเลาะรุนแรง ให้ใจเย็นมากกว่าเดิม แก้เคล็ดด้วยการหาพลอยหรือนิลมาติดตัวไว้ จะช่วยป้องกันเรื่องร้ายที่จะเข้ามาได้ สุขภาพ ดวงในปีนี้ถือว่าเป็นปีทอง คุณจะสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พลังในร่างกายของคุณจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับโรคภัยต่างๆ แนะนำให้นำดอกไม้ไปขอพรกับเทพหนุมานเรื่องสุขภาพ ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) การงาน คุณจะพบทางออกสำหรับปัญหาเรื่องงานในปีที่ผ่านมา จะเคลียร์ปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี ประสบความสำเร็จในการงาน การเงิน ให้ระวังหนี้สิน ทั้งหนี้เก่าและหนี้ใหม่ที่กำลังคิดจะสร้างมันขึ้นมา ควรคิดให้รอบคอบ อย่าเพิ่งตัดสินใจในตอนนี้ แนะนำให้กระเป๋าเงินไปลูบที่เทวรูปต่างๆจะได้โชคลาภ ความรัก คนโสดมีเกณฑ์สละโสด มีคนรักเข้ามาให้กระชุ่มกระชวย ส่วนคนที่มีแฟนอยู่แล้วจะมีการปรับความเข้าใจกันมากขึ้น อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่มีเรื่องให้ทะเลาะกัน สุขภาพ ระวังปัญหาตั้งแต่ช่วงอกเป็นต้นไป เช่น คอ ไหล่ จะเกิดการปวดเมื่อยและอักเสบได้ หากปวดหัวให้นั่งสมาธิ เพื่อผ่อนคลายจากความเครียด ราศีเมถุน  (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การงาน ในปีนี้คุณจะได้แสดงความสามารถออกมา โดดเด่นในด้านการงาน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะ เช่นการจัดดอกไม้ การประกวดต่างๆ จะได้รับรางวัล ส่วนคนทำงานออฟฟิตจะมีโปรเจคใหญ่ให้คุณได้รับผิดชอบ แต่คุณจะทำมันออกมาได้ดี ได้รับความชื่นชม การเงิน คุณจะมีการกระตือรือร้นในการหาเงินเป็นอย่างมาก มีเกณฑ์ได้รับเงินสองทางจากงานเสริม แต่ให้ระวังการยืมเงินจากเพศเดียวกัน จะโดนหลอก ความรัก อย่าหลงคารมฝั่งตรงข้าม จะทำให้เกิดปัญหาตามมา คุณจะเจอคำพูดหว่านล้อมให้ตายใจ และคล้อยตามได้ง่าย ให้ระวังจะโดนหลอก ส่วนคนมีแฟนแล้วคนที่คุณคบอยู่จะอารมณ์แปรปรวน งอแงเป็นพิเศษ ทำให้คุณต้องปวดหัว ต้องปรับตัวถึงจะแก้ปัญหาได้ สุขภาพ ปัญหานิ้วล้อค ข้อขา ข้อเข่า ระวังจะพลิกได้ หรือปัญหาจากอุณหภูมิในร่างกายที่ร้อนเกินไป ให้ทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง แตงโม จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ราศีกรกฏ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) การงาน ปีนี้คุณจะมีความรู้สึกเบื่อหน่ายจากงานที่ทำ หากต้องการเปลี่ยนงานจะต้องรอเวลาออกไปก่อน ยังไม่ถึงเวลา การเดินทางท่องเที่ยวทางไกลจะช่วยให้คุณมีพลังในการทำงานมากขึ้น การเงิน มีเกณฑ์ได้รับข่าวดีเรื่องการเงิน คิดลงทุนในธุรกิจต่างๆ จะเกิดโชคลาภ หากต้องการเปิดร้านอาหาร ให้รีบจัดการ เพราะเป็นช่วงที่จะกอบโกยเงินได้เป็นอย่างดี ความรัก คนรักคู่ครองจะเอาใจใส่เป็นอย่างดี มีการเปิดตัวกับผู้ใหญ่ที่บ้าน ความสัมพันธ์เป็นไปอย่างมั่นคง สามารถคบได้ในระยะยาว แต่ระวังความจุกจิกของคุณจะทำให้ชีวิตคู่เกิดปัญหา ให้อิสระกับแฟนคุณและมีช่องว่างระหว่างกันบ้าง สุขภาพ ระวังการทานอาหารที่ไม่ถุกสุขลักษณะ ระบบลำไส้ของคุณจะมีปัญหา เช่น อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย ต้องเลือกอาหารที่สด สะอาด ถูกสุขอนามัย ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) การงาน ปีนี้งานเยอะมากเป็นพิเศษ แต่คุณจะมีระบบจัดการที่ดี ทำให้ผลงานออกมาเป็นไปในทางที่ดี หากคุณต้องสอบราชการ หรือเลื่อนขั้น ปลายปีจะได้รับข่าวดี ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างแน่นอน การเงิน โชคลาภเงินทองจะมาจากบุคคลภายในบ้าน หรือธุรกิจส่วนตัวที่เป็นของครอบครัวจะได้รับการแบ่งมรดกเงินทอง นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์ปรับเปลี่ยนบ้านที่อยู่อาศัยมาเป็นเปิดเป็นธุรกิจสร้างเงินให้เป็นกอบเป็นกำ ความรัก ในปีนี้จะต้องระวังความคิดมากของคุณ จะนำพาความรักให้เกิดความวุ่นวายใจได้ คุณจะเอาแต่ใจ เจ้ากี้เจ้าการแฟนคุณมากเกินไป นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์เรื่องของการนอกใจ มือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคนโสด ควรตรวจเช็คให้ดีว่าคนที่คุยอยู่มีเจ้าของแล้วหรือยัง สุขภาพ ให้ระวังปัญหาสุขภาพช่องปาก ปวดฟัน ฟันคุด และมีอาการปวดหัวเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) การงาน คุณจะถูกหัวหน้างานลองภูมิความรู้ ความสามารถของคุณ แต่ไม่ต้องกังวล เพราะทักษะที่มีและไหวพริบจะช่วยให้คุณผ่านไปได้ดี มีการย้ายตำแหน่งที่นั่งทำงาน ถือเป็นเรื่องดีที่คุณจะได้ปรับฮวงจุ้ยให้ตัวเอง การเงิน จะเหน็ดเหนื่อยจากการหาเงิน ให้ระวังอย่าให้ใครมาหยิบยืมเงิน ระวังจะโดนหลอกโดนโกง หากมีคนชวนให้ร่วมหุ้นทำกิจการ แนะนำว่าให้ปฏิเสธไปเลย เพราะจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน ความรัก คนโสดจะได้พบคู่รัก มีการสานสัมพันธ์ลึกซึ้งมากขึ้น แต่จะเข้ามาในรูปแบบชั่วคราว One - night stand ส่วนคนมีแฟนแล้วจะเป็นช่วงที่ดูดดื่ม เพราะแฟนคุณจะขยันทำการบ้านเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าในปีนี้ราศีกันย์จะมีดวงเรื่องเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา สุขภาพ ระวังปัญหาที่เกิดจากระบบลำไส้ จะมีอาการปวดท้องอยู่บ่อยครั้ง มีเกณฑ์การขับถ่ายของเสียออกมาจากภาวะบวมน้ำ ให้เลือกทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การงาน คุณจะโดนหัวหน้าที่เรื่องเยอะสั่งงานให้รู้สึกอึดอัดอยู่ตลอด จะเกิดความเครียดเพราะต้องใช้ความคิดเป็นอย่างมากในการคิดสร้างสรรค์งานออกมา ให้ระวังอารมณ์ ความใจร้อน จะทำให้เกิดเรื่องใหญ่ แก้เคล็ดด้วยการนำดอกบัวไปสักการะกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดก็ได้ เพื่อให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน การเงิน คุณจะมีปัญหาเรื่องเงินติดขัด ไม่ว่าจะหาเงินมาได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะใช้จ่ายมากเท่านั้น เพราะหมดไปกับความฟุ้งเฟ้อ ซื้อของที่ไม่จำเป็นเพื่อเข้าสังคม คิดให้รอบคอบ เก็บเงินไว้บ้าง ความรัก คุณและคู่รักจะจริงจังกับความรักมากขึ้น ถึงขั้นตกลงแต่งงาน โดยเฉพาะถ้าหากคุณมีแฟนเป็นช่าวต่างชาติ จะได้เดินทางไกลไปแต่งงานที่ต่างประเทศ สุขภาพ ระวังปัญหาที่เกี่ยวกล้ามเนื้อในร่างกาย โดยเฉพาะแผ่นหลัง จะเกิดการเจ็บป่วย อักเสบเรื้อรัง หรือเกิดเป็นพังผืดขึ้นมา ให้หาทางออกกำลังกายในท่าที่ถูกหลัก จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) การงาน เกี่ยวข้องกับเซลล์ นายหน้าขายของ หรืองานที่ต้องพูด เจรจาพบปะผู้คนเยอะๆ จะประสบความสำเร็จ มีการเลื่อนขั้นแบบก้าวกระโดด การเงิน สภาพการเงิน หืดขึ้นคอ กว่าจะได้เงินแต่ละครั้งยากลำบาก ให้ระวังการโดนโกง เน้นขอพรจากท้าวเวศสุวรรณ เทพแห่งการเงินโชคลาภ ความรัก อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ยังทรงตัวไม่หวานแต่ก็ยังไม่เลิก ความรักสำหรับคนโสดจะมีคนมาให้คุยแต่จะไปๆมาๆ ไม่มั่นคง สุขภาพ ระวังเจ็บป่วยเกี่ยวกับช่องท้องน้อย หรือปัญหาโรคผิวหนังในที่ลับ ในซอบหลืบต่างๆ ให้รักษาความสะอาดเป็นอย่างมาก ราศีธนู  (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) การงาน คุณจะมีอารมณ์ศิลปินสูง ในช่วงปีนี้จะได้ออกไปทำงานที่ชวนน่าตื่นเต้น การเดินทางผจญภัย จะก้าวหน้าและผลงานออกมาดี ปลายปีจะมีการเลื่อนขั้นย้ายตำแหน่งในทิศทางที่ดีขึ้น การเงิน จะมีเกณฑ์ได้เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ในต่างแดน เกิดโชคลาภเป็นกอบเป็นกำ เรียกได้ว่าโชคดีมากๆ ความรัก คุณจะปวดหัวกับความที่ไม่ลงตัว จนถึงขั้นเลิกรา แตกหัก ให้ใจเย็นอย่าชวนทะเลาะ ส่วนคนโสดมีเข้ามาบ้างแต่ยังไม่ถูกใจ สุขภาพ ให้ระวังปัญหาเกี่ยวกับแขน หรือช่วงไหล่ เกิดจากการโลดโผนในเรื่องงานของคุณ ให้ระมัดระวังมีสติอยู่ตลอดเวลา เรียบเรียงโดย : Horoscope.mthai.com ที่มาจาก : อาจารย์ มดดำ อักษรรูณโบราณ @Horolive