ความก้าวหน้า

หลวงพ่อซําปอกง วัดพนัญเชิง อยุธยา ขอพรค้าขายร่ำรวย
ค้าขายรำรวย /  พ่อค้า / 

หลวงพ่อซําปอกง วัดพนัญเชิง อยุธยา มีความศักดิ์มาก ในเรื่องการทำมาค้าขาย เจริญรุ่งเรือง Horoscope.mthai.com แนะนำมากๆ สำหรับพ่อค้าแม่ขาย ที่ต้องการให้กิจการก้าวหน้า ภาพ: http://tykatai.diaryclub.com/20100925/%CD%E2%C2%B8%C2%D2%C8%C3%D5%C3%D2%C1%E0%B7%BE%B9%A4%C3.html ประวัติหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง(ซำปอกง) หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง พระพุทธไตรรัตนนายก จ.พระนครศรีอยุธยา ตาม"ประวัติหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง"สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1867 หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย พระพุทธไตรรัตนนายก เรียกกันเป็นสามัญว่า หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง (ซำปอกง)ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารวัดพนัญเชิง ริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก ตรงข้ามกับมุมตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมืองอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามพระศาวดารกล่าวว่า พระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1867 ก่อนที่พระเจ้าอู่ทองจะสร้างกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี 26 ปี ตอนสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาได้บูรณะซ่อมแซมให้อยู่ใน สภาพดีมาโดยตลอด กล่าวกันว่าเมื่อคราวจะเสียกรุงศรีอยุธยาได้ปรากฎมีน้ำพระเนตรไหลออกมาจาก พระเนตรทั้งสองข้างเป็นที่อัศจรรย์ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้ทรงบูรณะองค์พระพุทธรูปใหม่ทั้งองค์และถวายพระนามว่า พระพุทธไตรรัตนายก ชาวจีน ซึ่งขนานนามหลวงพ่อโต องค์นี้ว่าซำปอกง ตำนานหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง กล่าวว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ทรงสร้างขึ้น ณ บริเวณที่พระราชทานเพลิงศพพระนางสร้อยดอกหมาก ส่วนที่มาของคำว่าพนัญเชิงนั้น ตามตำนานมูลศาสนากล่าวว่าเป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า พะแนงเชิง ซึ่งแปลว่า การนั่งพับเพียบ ซึ่งเป็นอาการที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งและพระนางสร้อยดอกหมากใช้ในวาระสุดท้าย ของเรื่อง นอกจากนั้น จากการวิเคราะห์ศัพท์ที่ใกล้เคียงพบว่า คำว่าพะแนงเชิง ทางภาษาปักษ์ใต้หมายถึงอาการนั่งแบบขัดสมาธิ หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้างประมาณ 20 เมตร สูง 19 เมตร เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไปมาแต่โบราณกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีน ซึ่งขนานนามหลวงพ่อโต องค์นี้ว่าซำปอกง ประวัติพระพุทธรูปที่สำคัญของไทย พระพุทธรูปปางต่างๆ เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง งานนมัสการหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง งานประจำปี จะมีอยู่ 4 งานใหญ่ๆ ก็เป็นงานที่เนื่องด้วยประเพณีจีน 2 งาน คือ งานสงกรานต์ 13 เมษายน เป็นงานใหญ่มีการนมัสการและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระติดต่อกันถึง 5 วัน งานสรงน้ำและห่มผ้าถวาย วันแรม 8 ค่ำ เดือนเมษายน มีการสรงน้ำและเปลี่ยนผ้าห่มผืนใหม่ ส่วนผืนเก่าที่ใช้มาตลอด 1 ปี จะฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ แจกจ่ายให้ผู้คนนำไปบูชา งานทิ้งกระจาด หรือ งานงิ้ว เดือน 9 จะมีงิ้วและมหรสพอื่นๆ เล่นประชันกันอย่างครึกโครม จะมีผู้คนนับหมื่น หลั่งไหลกันมานมัสการนับเป็นงานทิ้งกระจาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยทีเดียว ****งานตรุษจีนเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่ง จะมีการเปิดประตูพระวิหารหลวงไว้ทั้งวันทั้งคืนตลอด 5 วันที่จัดงานค่ะ ที่มาจาก :  www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5331548

อียูแถลงการณ์ เร่งไทยเลิกกฎอัยการศึก คืนประชาธิปไตย
กฎอัยการศึก /  คืนประชาธิปไตย / 

สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์  เร่งไทยเลิกกฎอัยการศึก คืนประชาธิปไตย งดใช้ศาลทหารกับประชาชน เมื่อวันที่ 14ก.พ. สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะเอกอัครราชทูตของประเทศสมาชิกอียูประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ระบุว่า คณะผู้แทนอียูประจำประเทศไทยมีความกังวลต่อการควบคุมตัวบุคคล โดยไม่มีการตรวจสอบจากองค์กรตุลาการ และได้ทบทวนแล้วว่าภายใต้กติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์) ประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกมีหน้าที่ที่จะต้องนำผู้ต้องสงสัยไปยังศาลโดยพลัน แถลงการณ์ระบุว่า ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนอียูมีความกังวลต่อการที่ยังคงมีการใช้ศาลทหารพิจารณาคดี ที่บุคคลเป็นพลเรือน และขอเรียกร้องให้รัฐบาลจำกัดการใช้ศาลดังกล่าวเฉพาะกับการพิจารณาคดีความผิดต่อกฎหมายทหาร ที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ทหาร "ในฐานะมิตรและหุ้นส่วนของประเทศไทย อียูได้เรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้มีการกลับเข้าสู่กระบวนการทางประชาธิปไตย และยกเลิกกฎอัยการศึก ทั้งนี้หลักนิติธรรมและการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เป็นส่วนสำคัญต่อสิทธิมนุษยชน เป็นส่วนสำคัญต่อเสถียรภาพและความก้าวหน้า" MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน

นายกฯ บอกปรองดอง-นิรโทษยึดกติกา ย้ำเร่งยุติขัดแย้ง
นายกฯพบประชาชน /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

นายกรัฐมนตรี อวยพรตรุษจีนย้อนหลังให้ชาวไทยเชื้อสายจีนมีความสุขความเจริญ ย้ำ รบ.-คสช. บริหารประเทศเพื่อยุติความขัดแย้ง ขออย่าเอาเรื่องกฎหมาย-นิรโทษ-ปรองดอง มาเป็นเรื่องเดียวกัน ชี้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เนื่องในเทศกาลตรุษจีนที่เพิ่งผ่านไป ขออวยพรให้พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนทุกคน มีความสุขความเจริญ มีสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง สุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรง เป็นพลังช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพัฒนาประเทศไทยของเราให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องด้วยความผูกพันที่ยาวนานและมีวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดมากว่า 120 ปี สำหรับปีนี้เป็นปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 40 ปี คนไทยกับคนจีนมีการไปมาหาสู่เพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการส่งเสริมจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ นายกฯย้ำรบ.-คสช.หวังยุติความขัดแย้งปฏิรูปประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า การเข้ามาบริหารประเทศของ คสช. และรัฐบาล มีวัตถุประสงค์หลักคือการยุติความขัดแย้ง ปฏิรูปประเทศให้เดินหน้า พัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในส่วนของการปฏิรูป กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงที่จะต้องมีการแก้ไขในระยะที่สอง อาทิ ปัญหาปากท้องของประชาชน การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความยั่งยืน ตลอดจนการดำเนินนโยบายตามโรดแมป ของ คสช. และรัฐบาล ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า เพื่อให้เกิดสิ่งที่ทุกคนต้องการโดยเร็วที่สุดและยั่งยืน ทุกฝ่ายจะต้องใช้เหตุผลเข้ามาช่วยกัน ร่วมมือกันทำงานกับรัฐบาล แต่หากใช้วิถีทางทางการเมืองเข้ามาสร้างกระแส หรือสร้างประเด็นความขัดแย้ง ก็อาจจะเป็นอุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายตามเวลาที่ต้องการ ส่วนคดีทุจริตก็ให้ดำเนินการให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม นายกฯ ขออย่าเหมากฎหมาย-นิรโทษ-ปรองดองเป็นเรื่องเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ, การปรองดอง, การนิรโทษ การดำเนินการทางกฎหมาย ที่มีหลายคนแสดงความคิดเห็น เข้าใจว่าทุกคนหวังดี อยากให้บ้านเมืองสงบ แต่ต้องคำนึงถึงกติกา คิดถึงกฎหมายด้วย เพราะหากพูดถึงเรื่องปรองดองอย่างเดียว เรื่องกฎหมายก็มีปัญหา ถ้าจะพูดถึงการนิรโทษ ก็ต้องต่อมาจากกฎหมายเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากจะปรองดอง อย่างแรกต้องลดการพูดจาให้ร้ายซึ่งกันและกัน ปล่อยให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการ อย่าไปตัดสินเอง อย่าใช้ความชอบส่วนตัวมาเป็นเหตุ เป็นผล คนทำความผิดก็ต้องผิด จะได้มีการปรับปรุงตัวเองในอนาคต บางอย่างก็เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้กับประเทศ แต่หากไม่ยอมรับความผิด หรือว่ายังพิสูจน์ไม่ได้ ก็ต้องเอากฎหมายมาดูและใช้หลักเกณฑ์ของความเป็นธรรม ความชอบธรรม ความโปร่งใส ซึ่งทุกคนก็ต้องยอมรับเพื่อทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกต้อง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ทิ้งท้ายว่า ขออย่าเอาเรื่องของกฎหมาย เรื่องของการนิรโทษ เรื่องของการปรองดอง มารวมเป็นเรื่องเดียวกันเพราะทุกเรื่องต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน นายกฯ ติงสื่อตรวจสอบข้อมูลให้ชัดขู่ปลุกปั่นโทษหนัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า การทำหน้าที่ของสื่อ กรณีการวิพากษ์วิจารณ์บางสื่อ บางคอลัมนิสต์ หรือบุคคลบางคน ทั้งฝ่ายการเมือง และนักวิชาการ ขอให้มีข้อมูลที่ครบถ้วน มีการตรวจสอบความถูกต้อง เพราะถือเป็นจรรยาบรรณของสื่อที่ดี สื่อที่มีคุณภาพเพราะหากไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจสร้างความเข้าใจผิด ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับรัฐบาลได้ พร้อมเตือนพวกที่ออกมาตำหนิ ปลุกปั่น ให้ประชาชนไม่เข้าใจรัฐบาล ว่าอย่าทำ ฝ่ายความมั่นคงติดตามเรื่องนี้อยู่ หากพบจะต้องมีการลงโทษที่รุนแรง โดยพร้อมที่จะใช้อำนาจพิเศษในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว นายกฯเผยรัฐบาลกำลังดำเนินการด้านเศรษฐกิจ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ประจำวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2558 ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการด้านเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจในชุมชน เศรษฐกิจในภูมิภาค เศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้าน และเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ซึ่งต้องสร้างความเข้มแข็ง สร้างนวัตกรรมให้ได้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในส่วนของการลงทุนในปัจจุบันนั้นจะเป็นต้องเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการลงทุนในประเทศเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น ในส่วนที่ 2 คือการลงทุนที่จะต่อยอดทางด้านเศรษฐกิจการสร้างความเชื่อมโยง การสร้างตลาด การแลกเปลี่ยนสินค้า ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งรัดในทุกมิติ ในเรื่องของการผลิต ในเรื่องของการค้าขาย การส่งออก การสร้างนวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าสินค้า แล้วก็การแปลงวัตถุดิบที่มีในประเทศจำนวนมากนั้น ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ผลิตเป็นสินค้า ก่อนนำส่งออก นายกรัฐมนตรี โว หลายประเทศสนใจร่วมลงทุน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ประจำวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2558 ถึงการลงทุน ว่า การจัดทำความร่วมมือด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ว่าจะกับจีน, ญี่ปุ่นหรือประทศใด ๆ ก็ตาม รวมถึงอีกหลายประเทศที่จะตามมา เพราะฉะนั้นจะต้องมีคณะทำงานพูดคุยเจรจากัน จนกว่าจะได้ข้อตกลง เพราะยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย รวมถึงต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนด้วย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ด้านการดำเนินงานของรัฐบาล ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น ทุกอย่างก็กำลังเดินได้ไปได้ด้วยดี มีการปรับกฎ กติกา ต่าง ๆ หลายอย่างด้วยกัน ทั้งกฎหมาย พันธะสัญญาต่าง ๆ เพราะว่าปีหน้าจะมีการเข้าสู่ AEC ดังนั้น จึงต้องเร่งการเจรจา FTA กับหลาย ๆ กลุ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของอาเซียนด้วยกัน นายกฯ จี้ เบิกจ่ายงบประมาณลุยแก้เจ๊ง รสก. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ประจำวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. 2558 ถึงการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจหลังประสบภาวะขาดทุน ว่า มีหลายรัฐวิสาหกิจซึ่งขาดทุน ฐานะการเงินแย่ ซึ่งสาเหตุที่ขาดทุนนั้นอยู่ที่การบริหาร และขณะนี้กำลังแก้ไขอยู่ ดังนั้น จึงขอร้องสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจให้ร่วมมือกับรัฐบาล หากจะมาต่อต้านก็จะเลิกฟื้นฟู ปล่อยขายทิ้งไป ยกตัวอย่าง การบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีความนิยม แต่ที่การบินไทยเสียหายนั้น อยู่ที่การบริหารจัดการในห้วงเวลาที่ผ่านมา ภายใต้รัฐบาลเลือกตั้ง โดยวันนี้รัฐบาลพยายามแก้อยู่ แต่ก็ถูกต่อต้านออกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการช่วยเหลือเกษตกรชาวสวนยางพาราด้วยว่า รัฐบาลพยายามกระทำอย่างเต็มที่ โดยได้ มีการสั่งให้นำยางมาใช้ในการทำถนน สนามกีฬา รวมถึงอิฐบล็อก ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณขณะนี้ได้ลงไปแล้วในงวดที่ 1 ที่ 2 ประมาณ 3 แสนกว่าล้าน แต่มีปัญหา คือ งบลงไปได้ประมาณแสนกว่าล้าน ที่เหลือเป็นเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการเร่งไปและได้ลดขั้นตอนลงเพื่อให้เร็วขึ้น ขณะที่บริษัทที่ได้ผ่านการประมูลจะต้องไม่ทิ้งงาน บริษัทใดที่ทิ้งงาน หรือบริษัทใดที่มีผลประโยชน์กับฝ่ายบริหารก็ต้องสอบสวน

บีบหัวใจ ภาพแห่งความทรงจำสุดท้ายของแม่ หลัง แท้งลูก อายุครรภ์ 19 สัปดาห์
คลอดก่อนกำหนด /  คุณแม่ตั้งครรภ์ / 

ภาพเหล่านี้อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจ อย่างสุดซึ้งสำหรับเหล่าบรรดาหัวอก ผู้เป็น คุณแม่ตั้งครรภ์ ทั้งหลาย แต่ในยุคที่วิทยาการทาง การแพทย์ก้าวหน้า แต่สถิติหญิงสาวออสเตรเลีย แท้งลูก ยังคงเกิดขึ้นทุกๆ 1 ใน 5 ราย และนี่คือ คุณแม่ชาวอเมริการายล่าสุดที่สูญเสีย ลูกชายวัย 19 สัปดาห์ไปหมาดๆ Alexis Fretz คุณแม่ตั้งครรภ์วัย 30 ปี กำลังอุ้มท้องลูกชายคนที่ 3 ในขณะที่มีอายุครรภ์เพียง 19 สัปดาห์ แต่เกิดมี เลือดออก ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดดี จึงเดินทางเพื่อไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาลเพื่อความแน่ใจ เมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล เธอเริ่มมีอาการปวดท้องน้อย นางพยาบาลให้เธอดื่มน้ำ 3 แก้วเพื่อ อัลตร้าซาวด์ แต่หลังจากดื่มน้ำไปได้ ไม่นาน เธอเริ่มมีอาการปวดบีบเป็นระยะ นางพยาบาลพาเธอไปอัลตร้าซาวด์ เพื่อฟังเสียงหัวใจลูกน้อยในครรภ์ แต่หลังจากอัลตร้าซาวด์ เสร็จ เธอก็ยังมีอาการเลือดออก และ ปวดท้องเหมือนอาการปวดท้องก่อนคลอด ประสบการณ์คลอดลูกมาแล้ว 2 ครั้งบอกกับเธอว่า ครั้งนี้ เธอกำลังจะคลอด และเธอมาถึงจุดที่ไม่มีทางเลือก แต่เธอไม่ถอดใจ ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้วในใจเธอรู้ตัวดีว่าเธอกำลังจะสูญเสียลูกไป นางพยาบาลยังคงเดินมาบอกผลอัลตร้าซาวด์แก่เธอว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ในขณะที่เธอรู้ตัวดีว่า มันไม่โอเค เธอมีน้ำเดิน และ ทวีความ ปวดรุนแรงขึ้น คุณหมอได้มาเช็คสุขภาพเธออีกครั้ง และแจ้งว่าต้องทำการคลอดโดยด่วน Alexis Fretz เลือกที่จะคลอดวิธีธรรมชาติ ถึงแม้น้ำคร่ำได้แตกไปแล้ว แต่เธอยังต้องเบ่งอยู่หลายรอบเพื่อคลอดลูกคนนี้ "ฉันตั้งชื่อเขาว่า Walter Joshua Fretz เขาเกิดตอน 21.42 น. หลังจากตัดสายสะดือแล้ว เขาก็ถูกส่งมาถึงมือฉัน ฉัน ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง เขาสมบูรณ์แบบมาก มีอวัยวะครบแล้ว เขามีในทุกสิ่งที่เด็กทารกควรจะมี ฉันเห็นหัวใจเขาเต้นอยู่ในหน้าอกน้อยๆ ทั้งโจซัวและฉันได้แต่อุ้มเขาไว้และร้องไห้เมื่อเฝ้ามองเขาอยู่อย่างนั้น ลูกชายตัวน้อยของฉัน" คุณแม่ผู้เพิ่งแท้งลูกกล่าว เนื่องจาก Alexis เป็นช่างภาพ และกล้องที่เธอติดตัวไปทำงานเมื่อวันก่อนแท้งลูกยังคงอยู่ในรถ โจซัว สามีของเธอจึงตัดสินใจ ไปหยิบกล้องมาเก็บภาพครั้งแรก และ ครั้งสุดท้ายของลูกชายคนนี้ไว้เป็นบันทึกความทรงจำที่งดงาม "ฉันดีใจสุดๆ ที่ โจซัวทำอย่างนั้น ในตอนแรกเราก็ไม่คิดว่าจะต้องการเก็บภาพอะไรไว้เลย แต่มันกลายเป็นสิ่งเดียวที่พอจะให้เราได้ ย้อนกลับไปดูได้อีกครั้ง ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพระเจ้าถึงพาลูกจากเราไปเร็วขนาดนี้ ฉันอาจไม่มีวันเข้าใจเลยก็เป็นได้ แต่ฉันก็เชื่อว่านี่ คือช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับลูกของเราแล้ว ฉันแค่อยากรู้ว่าตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน อยากเห็นเขาอีกสักครั้ง ในช่วงชีวิตที่แสนสั้นของเขา กลับมีชีวิตชีวามากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ ทุกวันนี้ฉันยังคงช็อคเมื่อเห็นรูปภาพของเขา เห็นจำนวนคนแชร์และคำคอมเม้นต์เรื่องราวของเรา อยู่เรื่อยๆ " ภาพในครั้งนี้ ทำให้เป็นประเด็นถกเถียงถึงเรื่อง อาการแท้ง อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มพ่อแม่ที่เคยสูญเสียลูกจากการ แท้งเหมือนกัน โดยมีสถิติที่น่าสนใจคือ ในอเมริกา ผู้หญิงแท้งเกือบ 1 ล้านคน ต่อปี ส่วนในออสเตรเลียพบการแท้งลูก ทุกๆ 1 ใน 5 รายของคุณแม่ตั้งครรภ์ ในขณะที่ครอบครัว Fretz ดีใจที่การสูญเสียครั้งนี้ของพวกเขา ได้เปิดให้สังคมได้ตระหนักถึง เรื่องการแท้ง " ฉันเขียนเรื่องราวของเราลงบล็อกก็เพราะฉันอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ฉันต้องการลงหลักปักฐานไปจนเกษียณ เมื่อฉันกลับไปที่ Indiana โดยที่ไม่มีลูกกลับไปด้วย ฉันจะได้ไม่ต้องตอบคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันเขียนทุกสิ่งเอาไว้ในนี้ เพื่อให้มันช่วยบรรเทา ความเจ็บปวด และ ช่วยทำงานในการตอบคำถามของผู้คนแทนฉันซ้ำแล้วซ้ำอีก ฉันไม่เคยเป็นจุดสนใจจนกลายเป็นไวรัลแบบนี้มาก่อน เลยในชีวิต ซึ่งเสียงตอบรับส่วนมาเป็นแง่ดี ทุกคนต่างช็อคว่าด้วยอายุเพียง 19 สัปดาห์เขามีพัฒนาการที่มาไกลมาก อย่างที่น้อยคนจะได้เห็น เขาไม่ใช่แค่เพียงเม็ดเซลล์แล้ว Walter มีรูปร่างที่สมประกอบ และ มีปฏิกิริยาตอบสนองได้ดีในขณะที่เขาอยู่ในมดลูก ถ้าเขาได้มีเวลาอยู่ในท้องมากกว่านี้อีกสักหน่อย เขาน่าจะมีโอกาสรอด ตอนนี้เขาได้กลายเป็นประเด็นในสังคม ที่คนต่างพูดถึง แน่นอนว่าฉันไม่ได้ตั้งใจให้ออกมาในรูปแบบนี้ แต่อย่างน้อยฉันก็ดีใจที่ลูกฉันจะทำให้คนอื่นๆ ได้คิดทบทวนในเรื่องการแท้ง ฉันได้รับอีเมล์หลายฉบับ จากลูกผู้หญิงด้วยกันที่เข้ามาเล่าเรื่อง การคลอดก่อนกำหนด หรือ เรื่องลูกหาย ซึ่งในสังคมไม่ต้องการพูดถึง ผู้คนส่วนมากมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ คุณก็แค่ตั้งท้องอีกครั้งสิ แล้วพวกเขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใช้ชีวิตของพวกเขาต่อไป ในขณะที่หัวอกคนเป็นแม่และครอบครัวที่สูญเสียลูกไปกลับถูกทิ้่งให้จมจ่อมอยู่ในความโศกเศร้า ที่พวกเขาไม่เข้าใจเพราะไม่เคยเจอ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ที่ เจ้าหน้าที่จะมาเอาศพของลูกเราไปทิ้ง เหมือนเป็นขยะทางการแพทย์ชิ้นหนึ่งเท่านั้น คุณแม่หลายคนที่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นหรือ อุ้มลูกของพวกเขา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ลูกเขาเป็นหญิง หรือ ชาย ฉันเจ็บปวดที่ได้ยินว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เห็นลูกของตัวเอง ไม่มีแม้กระทั่งภาพให้เห็นว่า ลูกของพวกเขาได้รับการรักษาอย่างไร ฉันไม่รู้จะพูดถึงคุณหมอและนางพยาบาลที่ดูแลฉันอย่างไรให้ดีได้เท่าที่เขาทำให้ครอบครัวของฉัน เขาไม่เอ่ยเรียกลูกฉันว่าตัวอ่อนด้วยซ้ำ เขาสวดมนต์ไปกับฉัน ร้องไห้ไปกับฉัน และเป็นในทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันต้องการ พวกเขาให้กำลังใจเรา และดูแลลูกเราอย่างดี ฉันได้อุ้มลูก กอดลูกไว้แนบอก ในขณะที่หัวใจเขายังเต้นอยู่ ได้นับนิ้วเท้าของเขา ได้จูบหน้าผากเขา ฉันจะเก็บรักษาความทรงจำช่วงเวลานั้นที่ฉันมีเขาไปตลอดชีวิต " ที่มาจาก news.com.au เรียบเรียงโดย Women MThai Team  

สมัครงานบริษัทยักษ์ใหญ่ ต้องดู โหงวเฮ้ง จริงหรือ?
การสมัครงาน /  ดูดวง / 

โหวงเฮ้ง ศาสตร์จีนโบราณ สู่การคัดเลือกพนักงานของบริษัทยักษ์ใหญ่ ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน บริษัทหลายแห่งมีนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามา เพื่อให้มีการพัฒนาต่อยอดออกไปเรื่อยๆ การคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงาน   นอกจากจะดูที่ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ และความสามารถที่ยื่นมาตอน สมัครงาน แล้ว บางแห่งยังคงมีการคัดเลือกพนักงานจากการดู โหงวเฮ้ง  อีกด้วย Horoscope.mthai.com มีมาฝากกันค่ะ ศาสตร์ในเรื่อง โหงวเฮ้ง นั้นมีพลัง และมีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ  โดยใช้หลักทั่วไปของศาสตร์ดูดวง คนจีนแบ่งออกเป็น หลักฮะ หลักซาฮะ หลักซาคา แล้วก็หลักชง"  ว่าบุคคลที่เกิดวันเดือนปี นี้จะสมพงศ์เข้ากันได้ดี หรือว่าจะขัดแย้งกันเป็นศัตรูคู่อาฆาต ทั้งหมดล้วนมีที่มาและมีสถิติทางตัวเลขเก็บไว้เป็นที่ยืนยัน  จนถึงกับมีการเปิดการบรรยายพิเศษของ "อาจารย์ธวัชพงศ์ ธนิตลิมปะพงศ์" ที่ปรึกษา บริษัท ซี.พี. เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในหัวข้อ "โหงวเฮ้งกับงาน HR ศาสตร์แห่งการ คัดเลือกบุคลากร" ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มบริษัท ซี.พี.ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ยังคงใช้หลักการดู โหงวเฮ้ง ของคนสมัคร เพื่อทำการคัดเลือกให้เข้าและเคมีตรงกันกับหัวหน้าแผนกมากที่สุด  ซึ่งในส่วนนี้ เรียกได้ว่าฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ของที่นี่ ให้ความสำคัญกับเรื่อง โหงวเฮ้ง เท่าๆกันกับความสามารถเลยทีเดียว  โดยจะทำการคัดแยกจาก วันเดือนปีที่เกิด และนำมาวิเคราะห์ว่าอยู่ในราศีใด นักษัตรไหน มีบุคลิกและลักษณะนิสัยอย่างไร เหมาะกับงานแบบไหน และยังนำมาวิเคราะห์ร่วมกับหัวหน้าแผนกอีกด้วย  ว่าถ้าหากทำงานร่วมกันแล้ว จะมีดวงส่งเสริม เกื้อหนุนซึ่งกันและกันหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้บริษัท มีความเจริญก้าวหน้าและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ จากการที่เลือกบุคคลที่ตรงและเหมาะสมที่สุดมาร่วมงานกันนั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า หากหัวหน้าและลูกน้อง มีวันเดือนปีเกิดที่เป็นปีชงกัน จะต้องไล่ออกไปซะทุกราย เพียงแค่เราหาคนมาคั่นกลาง หรือว่าทำงานไม่ได้เจอกันโดยตรง ก็ไม่มีปัญหาอะไร  หลักการเหล่านี้คล้ายกันกับหลักการเลือกคู่ครองหรือเพื่อน ว่าคบกันแล้ว ดวงจะพากันรุ่งหรือพากันร่วง !! มาดู 12นักษัตร ที่ดวงชงกันค่ะ 1. ปีชวด ชงกับ ปีมะเมีย 2. ปีฉลู   ชงกับ ปีมะแม 3. ปีขาล  ชงกับ ปีวอก 4. ปีเถาะ  ชงกับ ปีระกา 5. ปีมะโรง  ชงกับ ปีจอ 6. ปีมะเส็ง  ชงกับ ปีกุน 7. ปีมะเมีย  ชงกับ ปีชวด 8. ปีมะแม ชงกับ ปีฉลู 9. ปีวอก ชงกับ ปีขาล 10. ปีระกา  ชงกับ ปีเถาะ 11. ปีจอ ชงกับ ปีมะโรง 12. ปีกุน  ชงกับ ปีมะเส็ง นอกจากนี้แล้ว ยังมีการดูลักษณะ โหงวเฮ้ง ที่ใบหน้าอีกด้วย ไล่มาตั้งแต่ผิวพรรณ คิ้ว ตา จมูก ปาก คาง ซึ่งใบหน้าเรา สามารถบอกอะไรได้หลายอย่าง โดยเฉพาะดวงตา ที่เป็นเหมือนหน้าต่างของหัวใจ สามารถอ่านได้ว่าเรามีความกระรือร้นมากแค่ไหน จะประสบความสำเร็จหรือไม่ นอกจากนี้ยังมี โหงวเฮ้งหน้าผาก ที่กว้างอิ่มเต็มเท่ากับหนึ่งฝ่ามือของตัวเอง เป็นลักษณะของผู้ที่มีสติปัญญาดี โดยหน้าผากมีความเกลี้ยงเกลา สดใส ไร้ตำหนิจากแผลแตก แผลเป็นหรือรอยยุบ แสดงว่าเป็นผู้สามารถพลิกแพลงแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีเยี่ยม ชอบศึกษาหาความรู้ ตำแหน่งอาชีพการงานพบกับความราบรื่นผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลืออุปถัมภ์ ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักการคัดเลือกเท่านั้น เพราะอย่างไร ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงานที่เรามี ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะแสดงให้เห็นว่าเราเป็นบุคคลที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง เรียบเรียงโดย : Horoscope mthai

อายุไม่ใช่อุปสรรค 10 วิธีจีบสาวรุ่นพี่ให้ติด
ความรัก /  ความรักวัยรุ่น / 

รู้ว่าเสี่ยง...แต่คงต้องขอลอง คิดแล้ว ก็นึกถึงเพลงเก่า อย่างเพลงเล่นของสูง ของBigAss ขึ้นมาเลยค่ะ เชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนตอนนี้ไม่มากก็น้อย ที่กำลังแอบหลงรักสาวสวยรุ่นพี่ที่อายุมากกว่า แต่จะเข้าไปจีบก็ไม่กล้า กลัวนั้นโน้นนี่ และคิดตำหนิตัวเองว่าทำไมเราต้องเกิดช้าไป นั่นเป็นซะอย่างงั้นไป วันนี้ปัญหาเหล่ากวนใจเหล่านี้จะหมดไป กับ อายุไม่ใช่อุปสรรค 10 วิธีจีบสาวรุ่นพี่ให้ติด เทคนิคง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้...   อายุไม่ใช่อุปสรรค 10 วิธีจีบสาวรุ่นพี่ให้ติด 1. ปิดอายุของคุณไว้ก่อน เนื่องจากผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน ย่อมอยากให้ลูกสาวมีแฟนหนุ่มที่อายุมากกว่า หรือว่ารุ่นเดียวกัน กรณีห่างกันไม่มากก็ให้บอกว่าต่างกันที่เดือน หรือให้ตอบติดตลกในเชิงโทษตัวเองว่า สมัยเรียนตนเองก็หน้าตาดูเด็กกว่าเพื่อนมาแต่ไหนแต่ไร หรือถ้าฟังจากน้ำเสียงเธอทำท่าจะไม่เชื่อและไม่ชอบชายหนุ่มที่ดูเด็กกว่า ก็อย่าเพิ่งท้อใจจนรีบปิดโอกาสตัวเองในทันที ถ้ามั่นใจว่าเธอคือคนที่ใช่สำหรับคุณ ก็จงทำให้เธอและคนอื่นๆ เห็นว่าอายุที่ต่างไม่ใช่เรื่องใหญ่อย่างที่ใครๆ คิด 2. มองว่าเป็นโอกาส ไม่ใช่อุปสรรค ความลับ คือ ผู้หญิงมักพยายามทำให้ตัวเองดูเด็กกว่าอายุจริงอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าผู้หญิงมักเกิดความเครียดได้ง่าย จากสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เธออาจรู้สึกผ่อนคลาย จากรอยยิ้มอันใสซื่อ ด้วยการดูซีรี่ส์ หรือไม่ก็นักร้องหนุ่มที่เธอชื่นชอบ กรณีของคุณก็อาจไม่แตกต่าง บางครั้งการพบเจอผู้คนในหน้าที่การงาน เธออาจรู้สึกว่านั่นคือการแสดงออกไปตามมารยาท แต่สำหรับผู้ที่ผ่านโลกยังไม่มากนั้น นัยน์ตายังคงมีแววสดใสไม่ขุ่นมัว ดูมีพลังในเชิงบวกมากกว่าผู้ที่ผ่านโลกมามาก จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้หญิงไม่ชอบการปกปิด หมกเม็ด ซึ่งชายผู้มากประสบการณ์จะทำได้ดีกว่า แต่มักมีปัญหาความสัมพันธ์ในภายหลัง ดังนั้นช่องว่างระหว่างวัยของหนุ่มผู้มีอายุน้อยกว่าอย่างคุณ สาวๆ กลับรู้สึกว่านี่คือยาบำรุงกำลังชั้นดี ชนิดที่ไม่ต้องคอยทำตามสังคมที่ผู้ชายมักเป็นใหญ่ไปเสียทุกสิ่งอย่าง! ในทางตรงข้าม หากเธอมีความรักกับหนุ่มผู้อายุน้อยกว่า ใจเธอจะเต้นตึ๊กๆ ตั๊กๆ ไปพร้อมๆ กับความรู้สึกที่เธอดูเด็กลง และยังคงฮอตอยู่เสมอ! 3. งดใส่เสื้อผ้าลายการ์ตูนน่ารักๆ ถึงเธอจะชอบรีแลกคุมะ โปเกม่อน เฮลโลคิตตี้ ฯลฯ คุณก็ไม่ควรซื้อเสื้อลายการ์ตูนแบบนี้มาใส่เพื่อเอาใจเธอ! หรือจะเป็นการ์ตูนที่คุณเองก็ชอบ ไม่ว่าจะเป็นโคนัน วันพีช หรือยอดมนุษย์ทั้งหลายแหล่ แม้เป็นสิ่งที่คุณชื่นชอบแค่ไหน ให้เก็บไว้ใส่นอนจะดีกว่า หรือกรณีจีบเธอติดแล้วค่อยรื้อหามาใส่กัน หรือนานๆ ครั้งก็ยังพออนุโลม เพราะผู้หญิงย่อมจะมองชายที่แสดงออกกับการ์ตูนมากขนาดนั้น คล้ายเด็กที่ยังไม่โต (ผู้ชายที่เล่นไพ่ทาโร่ เล่นเกม สะสมหุ่นโมเดล ฯลฯ ก็โดนข้อหาเดียวกัน) ดังนั้นทางออกก็มีอยู่ว่า อย่าแต่งเยอะ แต่งตัวให้ดูแมนๆ และภูมิฐานเข้าไว้ เสื้อยืดใส่ได้แต่ก็อย่าบ่อย เน้นเชิ้ตหรือโปโลไว้ก่อนจะดี ลักษณะที่ดูเป็นหนุ่มมากกว่าดูแก่ แต่จงอย่าแต่งตัวให้ดูเด็กมากไปกว่านี้เลย! 4. เลิกโพสต์สเตตัสแบบเด็กๆ "การ์ตูนเล่มใหม่ออกแล้วนะ...รู้ยัง" "เบื่อโว้ย! เบื่อคน เบื่องาน ลาออกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า" "จะเรียนไปทำไมนักหนา จบออกมาก็ใช้ไม่ครบ" ฯลฯ การโพสต์สเตตัสบางครั้ง ก็ทำให้อีกฝ่ายรู้จักกับตัวตนคนๆ นั้นได้ คุณจะดูเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ หรือดูมีวุฒิภาวะแค่ไหน ก็ดูได้จากตรงนี้ ไม่เชื่อ...คุณลองย้อนกลับไปอ่านสัก 10 ข้อความสเตตัสของตัวเองดูก็ได้ แล้วลองสมมุติตัวเองเป็นผู้หญิงคนที่คุณชอบ เธอจะมองคุณในแง่บวกหรือลบ แนะนำลองเปลี่ยนมาโพสต์อะไรที่ดูสุภาพ มีเป้าหมาย ไม่โอ้อวด และทำได้จริงจะดีกว่า อย่างเช่น "เป็นตายร้ายดี ก็จะสอบเข้าทำงานที่นี่ให้ได้!" "วันนี้ไปเปิดท้ายขายของ/ขายขนมมา ลองหางานอดิเรกทำ" ไม่ได้แนะนำให้ใช้เฟซบุ๊กเพื่อสร้างภาพ แต่เตือนเพื่อใช้ให้เกิดผลดีในวันข้างหน้า หากเธอสนใจคุณอยู่แล้ว นั่นก็ยิ่งจะทำให้คุณยังอยู่ในสายตาเธอต่อไป 5. ต่างอย่างเดียว แต่เหมือนกันหลายๆ อย่าง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำกุญแจสำคัญ อันจะทำให้ความสัมพันธ์คู่รักต่างวัยดำเนินไปได้ด้วยดี นั่นคือ ความคล้ายคลึงกัน เช่น ความคล้ายกันของนิสัย ฟังเพลงใกล้เคียงกัน หรือด้วยการทำให้คนที่คุณชอบ รู้สึกว่ามีอะไรคล้ายๆ กันอยู่มากกว่าอายุที่ต่าง เพราะถ้ายิ่งมีอะไรแตกต่างกันมากเกินไป คนหนึ่งจะเป็นฝ่ายไล่ตาม อีกคนก็จะฝ่ายวิ่งหนีได้ ผลสุดท้ายมักทำให้เจ็บปวดทั้ง 2 ฝ่าย เช่นว่าฝ่ายหนึ่งรักการท่องเที่ยว แต่อีกฝ่ายชอบอยู่บ้าน หรือในขณะที่อีกฝ่ายอยากพูดคุย แต่อีกฝ่ายอยากอยู่เงียบๆ ความต่างแบบนี้ต่อให้วัยเดียวกันก็ยากที่จะลงตัว ดังนั้น ถ้ารู้ว่าเธอชอบอะไรก็ให้พยายาม "เชื่อมโยง" สิ่งนั้นไว้ หรือพูดถึงมันอยู่บ่อยๆ ส่วนสิ่งที่ต่าง ก็จงอย่านำมาเป็นประเด็น 6. เป็นผู้นำ คุณต้องมีความเป็นผู้นำ และพกความมั่นใจในระดับหนึ่ง หรือถ้าอะไรๆ ก็ให้เธอเลือกตลอด ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือว่าสถานที่เดต "แล้วแต่พี่เลยคับ ผมไม่ค่อยรู้ พี่น่าจะชำนาญกว่าผมนะ" "พี่อยากให้ผมพาไปร้านไหน ก็บอกมาได้เลยนะคร้าบ" ถ้าทำอย่างนี้บ่อยๆ ประกอบกับอายุของคุณแล้ว นั่นจะยิ่งทำให้คุณดูเด็กลงไปอีก ลองเปลี่ยนมาเป็น "ไปร้านนี้กันดีกว่า ผมเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ติดใจเลยอยากจะชวนใครไปอีก ไปด้วยกันนะครับ" "ลองไปร้านนี้ดูไหม ตกแต่งดี บรรยากาศได้ เมื่อวานก่อนผมลองเสิร์ชดูแล้วว่าอยู่ใกล้ๆ นี่เอง" ทั้งๆ ที่คุณเพิ่งเสิร์ชหามาเมื้อกี้นี้ แต่ผลลัพธ์ย่อมจะออกมาดีกว่าให้ฝ่ายหญิงตัดสินใจคิด ตัดสินใจเลือก หรือถ้ายิ่งลังเลด้วยกันทั้งคู่ ผลลัพธ์ก็มักจะจบลงแบบแยกย้าย ทำนองเอาไว้คราวหลังละกัน! 7. เริ่มบทสนทนา อย่าเรียกเธอว่าพี่ หลีกเลี่ยงการเรียกสาวเป้าหมายที่อายุมากกว่า ว่า พี่" ได้ โดยไม่ต้องเรียกชื่อเล่นอย่างเช่น พี่เก๋ พี่เอ๋ พี่โอ๋ พี่แอน ฯลฯ ตัดชื่อหรือสรรพนามอื่นทิ้งไปได้เลยอย่างเนียนๆ "ปีใหม่ไปเที่ยวไหนมาหรือเปล่าครับ พอดีผมไปเชียงใหม่มา แต่ว่ารถติดมาก ไม่ค่อยสนุกเลย" การหลีกเลี่ยงการเรียกชื่อหรือสถานะของสาวรุ่นพี่ สามารถทำได้ เพราะภาษาไทยค่อนข้างยืดหยุ่น และยังดูให้เกียรติดีอยู่ กรณีถ้าอีกฝ่ายชอบคุณอยู่แล้ว ก็จะไม่รู้สึกลำบากใจ หรือมีช่องว่างระหว่างวัย จนไม่กล้าคิดไปไกลเกินกว่าความสัมพันธ์แบบฉันท์พี่ 8. เรียนรู้ให้เกินวัยเข้าไว้ยิ่งดี ถ้าวันๆ หนึ่งคุณมัวแต่เรียนรู้อยู่แค่หน้าจอจากการเสิร์ชเอนจิ้น ฉะนั้นลองหันมาเรียนรู้จากชีวิตจริง เรียนรู้การเทคแคร์ เรียนรู้สังคม นั้นจะทำให้คุณก้าวหน้าได้ไว ทั้งการทำงานและความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด และเป็นคนที่กล้าเผชิญโลก เผชิญความจริงมากกว่า อย่างเช่น เรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ รู้จักถนนหนทาง ซ่อมคอมฯ ซ่อมรถยนต์ ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ รู้จักวิธีการลงทุน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มันจะทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ จากที่อาจดูคุณเหมือนคนที่ไม่น่าจะรู้มากขนาดนั้น จะทำให้คุณได้เลื่อนขั้นมาเป็นคนที่ดู "เอาไหน" ในสายตาเธอขึ้นมาทันที เพราะมันย่อมดีกว่าถามอะไรแล้วก็นิ่ง "ไม่รู้เลยครับ นอกเหนือจากโทรศัพท์ เกม ฟุตบอล และยี่ห้อเหล้า นอกนั้นเราก็ไม่รู้อะไรอีกแล้ว" 9. เธอต้องการคนที่มีวุฒิภาวะสูงกว่า อย่าคิดว่าทำตัวใสๆ ตามวัยก็คงไม่ใช่เรื่องผิด เพราะแค่คิดก็ผิดแล้ว นั่นไว้สำหรับชายผู้หล่อเลือกได้ ชนิดสาวเล็กสาวใหญ่เป็นฝ่ายเข้าหา ทว่าคุณอาจไม่ใช่กรณีนั้น! คิดจะจีบสาวที่มีอายุมากกว่า บางครั้งอย่าทำในสิ่งที่คนในวัยเดียวกับคุณเขาทำกัน แต่จงมองไกลไปถึงสิ่งที่คนในวัยเธอนั้นชอบ สมมุติว่าเธอ ทำงานมาแล้วหลายปี แต่ก็ยังมีเงินเก็บไม่มากนัก ดังนั้น สิ่งที่คุณต้องทำ นั่นคือ ขยันทำงานอดิเรก เพิ่มแหล่งรายได้ มากกว่าชายเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ และยังเฮฮาปาร์ตี้อยู่ คุณต้องเรียนรู้และมีนิสัยแบบผู้ใหญ่มากขึ้น และหลุดจากภาพเด็กๆ ที่ยังมีนิสัยขี้เอาแต่ใจ แต่จงเป็นชายผู้มีอายุไม่มาก มีวิสัยทัศน์ และสามารถพึ่งพาได้ เช่น "ผมคิดว่าถ้าทำอย่างนี้ จะดีกว่าไหม แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร" ใช้ความคิด ใจเย็น และรู้จักเห็นใจคนอื่น ย่อมจะดีกว่า "แล้วจะให้ผมทำยังไง คุณพี่อาบน้ำร้อนมาก่อน ก็ย่อมจะรู้ดีมากกว่าผมไม่ใช่เหรอ?" อย่างหลังนี้มีงานเข้าแน่นอน-คอนเฟิร์ม 10. เวลาเธอถามอะไร ให้ลงรายละเอียด Allen & Barbara Pease ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและอวัจนภาษา ระบุว่า เมื่อฝ่ายหญิงเกิดความไม่มั่นใจ ผู้ชายส่วนใหญ่มักตอบสั้นๆ อย่างเช่น ชุดนี้สวยไหม? ผู้ชายทั่วไปมักจะตอบง่ายๆ "ก็ดีนะ" "อืม สวยดี" "ดูดีแล้ว อย่าคิดมากเลย" จากผลสำรวจระบุว่า ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงเกิดความประทับใจขึ้นมาได้ หรือเป็นการออกความเห็นในเชิงเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าชายคนไหนลองเต็มใจทำดู! ชายผู้นั้นมักจะได้คะแนนสูงลิ่วจากผู้หญิงส่วนใหญ่ อย่างเช่น "ว้าว! ไหนลองหมุนตัวให้ดูหน่อย ดูพอดีตัวเลยนะ ตัดเย็บก็ดี แถมยังเข้ากับสีรองเท้า ราคาก็ไม่แพงด้วย" ชายใดที่ตอบแบบนี้ รับประกันได้ว่าคุณมาถูกทาง เพราะมันจะทำให้คุณดูเป็นคนที่มีความคิด เต็มใจที่จะให้คำปรึกษา ใส่ใจในคนอื่นและรายละเอียด นั่นจะทำให้คุณได้คะแนนนำกว่าผู้ชายรายอื่นเป็นไหนๆ และทำให้ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่หวั่นไหวใจเอาได้ง่ายๆ... ข้อมูลจาก fhm

6 เมืองสวยในยุโรป ที่คุณควรไปเห็นสักครั้งในชีวิต
ประวัติศาสตร์ /  สถาปัตยกรรม / 

ทวีปยุโรป ได้ชื่อว่าเป็นทวีปที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน มีความเจริญก้าวหน้าทางสังคม เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย บ้านเมืองน่าอยู่ ด้วยทัศนียภาพและที่ตั้ง โอบล้อมด้วยธรรมชาติรังสรรค์ ที่สำคัญ อากาสไม่ร้อน เหมาะแก่การไปท่องเที่ยว วันนี้ Travel.mthai.com ขอแนะนำ 6 เมืองสวยในยุโรป ที่คุณควรไปสักครั้งในชีวิต ไปสัมผัสกับความงามที่คุณหาไม่ได้จากที่อื่น 6 เมืองสวยในยุโรป ที่คุณควรไปเห็นสักครั้งในชีวิต 6 เมือง นี้ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ความสวยงามของบ้านเมือง ธรรมชาติ และวิถีชีวิตผู้คน รับรองว่าถ้าคุณได้ไปเห็น จะต้องหลงใหลและหลงรักทั้ง 6 เมืองนี้อย่างแน่นอน 1. เอดินเบิร์ก , สก็อตแลนด์ 2. ลิสบอน , โปรตุเกส 3. ฟลอเรนซ์ , อิตาลี 4. ปราก , สาธารณรัฐเช็ก 5. บรูจส์ , เบลเยียม 6. บาร์เซโลนา , สเปน ที่มา : www.lifehack.org/articles/lifestyle  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

12 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของเอ็มม่า วัตสัน
เคล็ดลับ /  เทคนิคการเรียน

เอ็มม่า วัตสัน ขึ้นแท่นหนึ่งในดาราวัยรุ่นสาวฮอลลีวูดที่ฮอตเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หลังจากที่เธอแจ้งเกิดจาก ภาพยนตร์ Harry Potter รับบทเป็น เฮอร์ไม่โอนี่ เกรนเจอร์ ทั้งความน่ารัก สดใส และความฉลาดของเธอทำให้ได้ใจแฟนคลับไปครองได้ไม่ยากเลย เราได้เห็นอยู่เรื่อยๆ เธอโตขึ้นสวยสะพรึงตรึงใจชายๆ ทั่วโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้เธอก็ เรียนจบปริญญาตรี สาขาวรรณคดีอังกฤษ มหาวิทยาลัยบราวน์ ในชีวิตของเอ็มม่า หลายคนอาจจะเห็นว่าเธอมีพร้อมในทุกๆด้าน แต่ความจริงแล้วถ้าได้รู้ประวัติและเรื่องราวครอบครัวของเธอ จะบอกว่ามันไม่ง่ายเลย เธอเก่งมากจริงๆ และนี่คือ 12 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของเอ็มม่า วัตสัน ที่จะนำมาบอกเล่าบอกต่อให้เพื่อนๆ ได้ฟังกันคะ ^^ 12 เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ของเอ็มม่า วัตสัน เอ็มม่า วัตสัน เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยบราวน์ - โร้ด ไอส์แลนด์  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ระดับไอวี่ ลีก ของสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2552 แต่ได้พักการเรียนไปช่วงหนึ่งในปี 2554 เพื่อโปรโมทหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคสุดท้าย The Deathly Hallows: part 2 หลังจากนั้นก็กลับมาเรียนต่อจนจบ แม้ว่าจะช้ากว่าเพื่อน ๆ ร่วมชั้นไปหนึ่งปีก็ตาม เอ็มม่า เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร EllE เดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องชีวิตการเรียนของเธอว่า "หลาย ๆ คนบอกว่าฉันไม่มีทางทำมันสำเร็จ" แต่ตอนนี้เธอก็ได้พิสูจน์ให้เป็นแล้วว่าเธอทำมันได้ แถมชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่คนอื่นเคยมองว่าน่าจะเป็นเรื่องลำบากสำหรับดาราดัง ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย เมื่อเอ็มม่าไม่ได้แคร์ความเป็นคนดังของตัวเอง และใช้ชีวิตเต็มที่เช่นเดียวกับวัยรุ่นทั่วๆ ไป 1.แน่วแน่ Emma Watson เผยว่าทุกความสำเร็จที่เธอได้มาเกิดจาก “ความแน่วแน่” เพราะทุกโอกาสที่เธอเลือกคว้าทั้งสถานที่เรียน หรือเส้นทางดารา เธอล้วนคิดอย่างถี่ถ้วนและแน่วแน่มุ่งมั่นไปกับทุกสิ่ง จนผลลัพธ์งอกงาม 2.อุทิศทั้งชีวิต แม่สาวน้อยคนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ทุ่มเทสุดชีวิตในทุกสิ่ง เพราะแต่ละบทที่เธอได้รับไม่ว่าจะต้องถ่ายซ้ำกี่รอบเธอก็ยินดี เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด 3.เริ่มต้นที่การรู้รักในสิ่งที่เราเป็น เธอบอกว่าปัญหาของคนส่วนใหญ่คือไม่รักตัวเอง ไม่ยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะบางทีเราอาจมีฟันไม่สวย รูปร่างยังไม่ดีแต่ Emma Watson บอกว่าเธอรักทุกสิ่งที่ตัวเองเป็นในขณะนั้น เพราะหากภูมิใจในตัวเองได้ เราจะทำทุกอย่างได้ดี 4.อ่อนน้อมถ่อมตน แม้บทเฮอร์ไมโอนี่จะดูบู๊และชอบขี้หาเรื่องตลอดเวลา แต่ตัวจริงของเธอบอกว่า “หนูรู้จักสุภาพเสมอ” ซึ่งการอ่อนน้อมถ่อมตนจะทำให้เราก้าวหน้าไปได้เร็ว 5.มีอารมณ์ขันซะบ้าง แน่นอนว่าแม้แต่ Emma Watson ก็ยังมีช่วงเลวร้าย และเธอบอกว่าการมีอารมณ์ขันซะบ้าง ทำให้ชีวิตเธอพบแสงสว่างบ่อยๆเพราะไม่ว่าหนักเพียงไร เรื่องที่ชวนให้ยิ้มหรือหัวเราะมักทำให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้เสมอ 6.ทำตัวให้น่านับถือ แน่นอนว่าดาราเธอย่อมได้รับความนับถือ แต่สิ่งที่เธอทำมาตลอดคือ “การนับถือผู้อื่นเช่นกัน” เพราะถ้าเอาแต่ดูถูกคนอื่นสุดท้ายเราจะดังแล้วร่วงเลยก็ได้ 7.ฟังเสียงหัวใจของตัวเอง Emma Watson เผยว่าการเป็นตัวของตัวเองยากมาก และบางทีก็สับสน แถมมันยังดูไม่สวยงามเท่ากับสิ่งที่ “คนอื่นคาดหวังให้เป็น”แต่สุดท้ายเธอก็ยอมรับว่า สิ่งที่เลวร้ายที่แท้จริงคือการไม่เป็นตัวของตัวเองต่างหากล่ะ เพราะจะทุกข์ใจมากๆ 8.ซื่อสัตย์เสมอ ดาราสาวพราวเสน่ห์เผยว่าที่เธอยืนหยัดได้ถึงทุกวันนี้เพราะความ “ซื่อสัตย์” ในทุกๆสิ่ง เพราะในโลกยุคที่สื่อครอบงำ บางทีเราก็ยอมแม้กระทั่งโกหก เพื่อสร้างภาพลักษณ์สุดเริศขึ้นมา ทั้งที่จริงเรากลวงโบ๋ ซึ่งสุดท้ายมีเฉพาะ “คนจริง” เท่านั้นที่ยืนหยัดได้ 9.อยู่กับความเป็นจริง แม้ความสำเร็จจะทำให้คุณฝันไปไกล ว่าสิ่งดีๆจะเข้ามาไม่หยุด แต่ดาราสาวก็เตือนสติว่าควรอยู่กับความเป็นจริงเสมออย่ามัวแต่ฝัน แล้วทุ่มเททำสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าไปทีละก้าว ทีละก้าว แล้วความสำเร็จจะอยู่กับเราตลอดไป 10.สำนึกบุญคุณ “แม้ฉันจะดังมาไกล แต่ต่อให้ฉันเป็นย่าแก่ๆอายุ 100 ปี ก็จะไม่เคยมีวันลืมว่า ที่ยืนอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะแฮร์รี่ พ็อตเตอร์” นี่คือเสียงสะท้อนจากดาราสาวที่ต้องการจะบอกว่า เราไม่ควรลืมคุณคนที่ทำให้เรามายืนตรงนี้ 11.ตั้งเป้าหมายไว้เสมอ Emma Watson ไม่เคยหยุดที่จะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองอยู่เสมอ เพราะเมื่อทุ่มเททำไปจนถึงจุดที่ตั้งใจไว้ หัวใจจะพองโตเสมออีกทั้งเธอยังไม่เคยหยุดเรียนรู้จากผู้อื่นอีกด้วย เพื่อให้ตัวเองพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 12.อย่ากลัว “ตลอดชีวิตฉันไม่เคยกลัวว่าจะล้มเหลว หากสิ่งที่กำลังทำอยู่คือสิ่งที่ฉันต้องการ” นั่นคือจุดยืนของเธอที่น่าชื่นชม เพราะบ่อยครั้งเราล้มเลิกสิ่งต่างๆเพราะเพียงว่ากลัวจะล้ม กลัวจะไม่สำเร็จ ทั้งที่ยังไม่ได้ลองทำอะไรสักครั้ง ที่มา lifehack

เผยโฉมหน้ามนุษย์ไร้หัวใจรายแรกของโลก (ชมคลิป)
มนุษย์ไม่มีหัวใจ /  โรคประหลาด / 

นวัตกรรมทางการแพทย์แบบใหม่ ใช้เครื่องมือทางการแพทย์แทนหัวใจมนุษย์ ชายชาวอเมกันรายแรกได้ทดลองใช้ นับได้ว่าเป็นมนุษย์คนแรกที่อยู่โดยปราศจากหัวใจ วานนี้ (14ม.ค.)เว็บไซต์ออนไลน์ต่างประเทศ เผยแพร่เรื่องราวสุดช็อกของ นาย เครก ลูอิส วัย 55 ปี ที่ทุกข์ทรมานจากภาวะโรคหัวใจ และโรคแพ้ภูมิ ซึ่งมีอาการที่หาได้ยาก เขาทได้เข้ารับการรักษาที่สถาบันโรคหัวใจในเท็กซัสชื่อว่า "amyloidosis" ในเดือนมีนาคม ปี 2554 ซึ่งก่อนหน้านั้นเขามีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ รวมทั้งไตและตับวาย ทั้งนี้แพทย์ต่างลงความเห็นว่า เขาน่าเวลาเหลืออีกไม่มาก ดร. บิลลี่ คอนร์ และ  ดร.บัซ ฟาร์เซียร์ แพทย์ผู้ทำการรักษา ได้ทำการควักเอาหัวใจของนาย ลูอิส ออก ร่วมด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ที่ทดแทนการทำงานเข้าไปแทน เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผลของการรักษาก็เป็นที่น่าพึงพอใจ เนื่องจากหลังจากติดตั้งอุปกรณ์คนไข้รายนี้ เขามีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้นาย บิลลี่ คอนร์ ศัลยแพทย์ที่มีวิธิการรักษา ควบคู่ไปกับการประดิษฐ์คิดค้น และวิจัย เขาใช้เวลาไปกับการคิดค้นร่วมด้วยการพัฒนา เทคโนโลยีใหม่ในการเปลี่ยนแปลง หรือซ่อมแซมหัวใจมนุษย์ ซึ่งชิ้นที่มีความโดดเด่นมากที่สุดคือ  LVADs ที่มีกระบวนการในการทดแทนหัวใจของมนุษย์ สามารถใช้งานได้ไม่แตกต่างจากของจริงมากนักเพียงแต่จะไม่มีหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเหมือนที่เคยมี อย่างไรก็ตามสื่อต่างประเทศหลายแขนง ออกมาตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับการดำเนินชีวิต หลังจากการเปลี่ยนจากอวัยวะจริง มาใช้เครื่องจักรกลทำหน้าที่แทนของเดิม แม้จะเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ดีและอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในการรักษาชีวิตมนุษย์ได้อีกหลายชีวิตแต่ก็เป็นไปได้ว่า อาจจะมีผลกระทบอื่นๆตามมาในภายหลัง MThai News ที่มา collective-evolution

ชาวบ้านบุกศาลากลางโคราช โวยค่าน้ำแพง !
ค่าน้ำแพง /  ชาวบ้าน / 

ชาวบ้าน ม.จัดสรร  บุก ศาลากลางโคราช วอนผู้ว่าฯ ช่วย หลังทนจ่ายค่าน้ำแพงหน่วยละเกือบ 27 บาท นานหลายปี ขณะที่จังหวัดและเทศบาลฯ เร่งเรียกเจ้าของหมู่บ้านร่วมแก้ปัญหา วันที่ 29ม.ค.58 กลุ่มประชาชนกว่า 30 คนของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นำโดยนางสาวนริศรา เกศนคเรศ อายุ 45 ปี ได้เดินทางมาศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือกับผู้ว่าราชการจังหวัด หลังประชาชนในหมู่บ้านกว่า 500 หลังคาเรือน รับภาระในการจ่ายค่าน้ำสูงถึงหน่วยละ 26 บาท 75 สตางค์ ทำให้บ้านเรือนหลายหลังต้องจ่ายค่าน้ำประปาแพงหลายพันบาทต่อเดือนมาหลายปี โดยมีนายวินัย วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มารับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว พร้อมสอบถามไปยังสำนักประปาเทศบาลฯถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทราบว่า พื้นที่หมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับหากพื้นที่นอกเขตเทศบาลฯ ต้องการใช้น้ำประปาจากทางเทศบาลฯ ต้องใช้ในนามนิติบุคคล และนิติบุคคลหนึ่งสามารถมีมิเตอร์น้ำประปาได้เพียง 1 มิเตอร์เท่านั้นและต้องเสียค่าน้ำประปาในอัตราก้าวหน้า ซึ่งหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวได้ขอติดตั้งมิเตอร์น้ำกับทางเทศบาลในนามนิติบุคคล ก็ได้ดำเนินการติดตั้งให้ และทางหมู่บ้านก็ได้ไปแยกมิเตอร์น้ำประปาให้กับบ้านเรือนในหมู่บ้าน แต่การคิดราคาค่าน้ำประปาเป็นการคิดราคาในนามนิติบุคคลที่อยู่นอกเขตเทศบาลฯ จึงทำให้บ้านเรือนต่างๆ ที่อยู่นอกเขตเทศบาลฯ ต้องจ่ายค่าน้ำประปาในราคาที่แพงดังกล่าว ส่วนการช่วยเหลือประชาชนเดือดร้อน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเรียกผู้บริหารหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวเจรจาหาทางช่วยเหลือแล้ว โดยมีแนวทางการช่วยเหลือคือ การทำระบบผลิตน้ำประปาในหมู่บ้านไว้ใช้เอง ซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลา และงบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการต่อไป ข้อมูล กรุงเทพธุรกิจ  MThai News 

นายกฯ เปิดงานวันครู ยกในหลวงครูของแผ่นดิน
ข่าววันนี้ /  ประยุทธ์ จันทร์โอชา / 

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีวันครู ครั้งที่ 59 แสดงถึงความกตัญญูและและน้อมรำลึกถึงพระคุณครู ยกในหลวงครูของแผ่นดิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานในพิธีการงานวันครู ครั้งที่ 59 พ.ศ. 2558 ที่หอประชุมคุรุสภา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ "พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน" และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คณะครูอาจารย์ เข้าร่วมภายในพิธีอย่างคับคั่ง ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบรมสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมประกอบพิธีคารวะครู เพื่อแสดงถึงความกตัญญูและและน้อมรำลึกถึงพระคุณครู โดยมีการเชิญคุณครูที่เคยสอนนายกรัฐมนตรีจำนวน 2 คนเข้าร่วมในพิธี และยังได้มอบประกาศนียบัตรและรางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ขณะเดียวกันทางกรรมการคุรุสภา จะมอบข้อเสนอเพื่อการพัฒนาวิชาชีพต่อนายกรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับในบริเวณโดยรอบหอประชุมคุรุสภา ยังมีการจัดนิทรรศกาลเฉลิมพระเกียรติ จุดลงนามถวายพระพร นิทรรศการแสดงผลงานผู้ได้รับรางวัลของคุรุสภา รางวัลหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตรกรรม และการออกบูธในส่วนของภาครัฐและเอกชนกว่า 70 บูธ รวมทั้งการแสดงของนักเรียนมากมาย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปราศรัยเนื่องในพิธีการวันครูประจำปี 2558 ว่า วันนี้เป็นวันครู ซึ่งมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงถือเป็นครูแผ่นดิน โดยในช่วงเช้าส่วนตัวคิดถึงพระคุณของแม่ซึ่งเป็นครูเหมือนกัน และดีใจที่พบกับคุณครูที่เคยสอนทั้งสองท่าน อย่างไรก็ตาม การจะทำให้การศึกษาของประเทศก้าวหน้านั้น ต้องคิดตามให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศให้มีความยั่งยืน โดยต้องทำอย่างตั้งใจ เสียสละ และอดทน และต้องขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ขอฝากให้ครูทุกคนเตรียมการสร้างบุคลากรในอนาคต สอนเด็กให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ให้ขัดแย้งและมีเหตุผลไม่ถูกชักนำและมีระเบียบวินัย อีกทั้งต้องพัฒนาครูและนักเรียนให้สอดคล้องกัน โดยรัฐบาลพยายามทำให้ทุกคนมีความสุขและขอให้กำลังใจบุคลากรทางการศึกษาด้วย

ผลไม้มงคล เทศกาล ตรุษจีน กินแล้ว สุขภาพดี เฮงตลอดปี
ตรุษจีน /  ผลไม้ / 

ใกล้เทศกาล ตรุษจีน แบบนี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนหลายคนคงกำลังเตรียมของไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งนอกจากอาหารคาว หวานแล้วนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือผลไม้ ที่เชื่อว่าเป็นสิริมงคลทั้ง 5 ชนิด (โหงวก้วย) ที่เชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่เสริมความเจริญรุ่งเรื่องให้กับชีวิต วันนี้ ณัฐยา คีรีเพชร ผู้จัดการแผนกโภชนาการ โรงพยาบาลปิยะเวท จะมาบอกถึงประโยชน์ของผลไม้ ว่านอกจากกินแล้วจะได้ความเป็นสิริมงคลแล้วยังได้สุขภาพดีตามมาอีกด้วย 1. ส้ม เชื่อกันว่า เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ร่ำรวยเงินทอง สำหรับประโยชน์ของส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยลดความเครียดและปรับระดับความดันเลือด บำรุงระบบการไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือด ร่างกายเรานั้นไม่สามารถที่จะสร้างวิตามินได้เอง ดังนั้นจึงต้องรับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป วิตามินซีจากอาหารช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ในผลส้มมีสารฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยลดอัตราไขมันเลว (LDL) และเพิ่มอัตราไขมันดี (HDL) ซึ่งส่งผลต่อระดับคลอเลสเตอรอลในร่างกายลดต่ำลง 2. องุ่นดำ เชื่อกันว่า หมายถึงความเพิ่มพูน ความเจริญก้าวหน้าของหน้าที่การงาน สำหรับประโยชน์ขององุ่นดำ มีสารแอนไทไซยานิน โปรแอนไทไซยาดีนินและโพลีฟีนอล ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก และป้องกันความจำเสื่อม อีกทั้งยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ทำให้รู้สึกอิ่มและให้แคลลอรี่ต่ำด้วย 3. สาลี่ เชื่อกันว่าหมายถึง ความมั่นคง การพบเจอโชคลาภและสิ่งดีๆ สำหรับประโยชน์ของสาลี่ ในสาลี่มีใยอาหารค่อนข้างดี เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานน้อย มีปริมาณของน้ำค่อนข้างมาก ในสาลี่มีสารต้านอนุมูลอิระ “โพลีฟีนอล” ที่ช่วยลดคลอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และมะเร็งลำไส้ 4. กล้วยหอม เชื่อกันว่าจะทำให้มีลูกหลานมากมายสืบสกุล มีบริวารที่ดี กวักโชคกวักลาภเข้าบ้าน สำหรับประโยชน์ของกล้วยหอมนั้นอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและเกลือแร่ต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดความตึงเครียด ในกล้วยยังมีทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ทำให้สมองหลั่งสาร “เมลาโทนิน” และ “เซโรโทนิน” ซึ่งจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายอีกด้วย ส่วนสาวๆ คนไหนอยากมีผิวสวยกล้วยยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบำรุงผิว เพราะในกล้วยนั้นยังมีสารแมกนีเซียมที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สาวๆ มีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง ดูดีมีเลือดฝาด 5. แอปเปิ้ล เชื่อกันว่าหมายถึง จะช่วยให้สุขภาพดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ สำหรับประโยชน์ของ แอปเปิ้ลมีสารเพคติน ซึ่งเป็นเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำมีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล โดยเฉพาะลดไขมันเลว (LDL) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการอุดตันในหลอดเลือด นอกจากนี้ในแอปเปิ้ลยังมีสารฟลาโวนอยด์ ที่ชื่อว่า เควอซิทิน (Quercetin) มีหน้าที่ในการปฎิบัติการล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งนี้ผลไม้ทุกชนิดล้วนมีประโยชน์ที่แตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นผลไม้ 5 ชนิดข้างต้น หากเลือกรับประทานให้เหมาะสมตามฤดูกาล ก็ได้จะประโยชน์และสารอาหารที่พอดี ให้คุณประโยชน์กับร่างกาย และมีสุขภาพที่ดีตลอดปีอย่างแน่นอน เนื้อหาโดย ณัฐยา คีรีเพชร ผู้จัดการแผนกโภชนาการ โรงพยาบาลปิยะเวท

Honda FCV รถต้นแบบไฮโดรเจน โลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคลดการใช้น้ำมัน
car /  fcv / 

ฮอนด้า FCV Concept ได้เปิดตัวแล้วในเมืองดีทรอยต์เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2015 ที่ผ่านมา ด้วยยุคต่อไปของ Honda แนวคิดการปล่อยมลพิษที่เป็นศูนย์ กับเครื่องยนตร์ที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งวิวัฒนาการของ Honda FCV รถแนวคิดการเปลี่ยนแปลงการใช้เชื้อเพลิงมาสู่ในยุตของไฮโดรเจน ที่ลดมลพิษในอากาศ และมลพิษต่อโลก แนวคิดของ FCV ยังมีประสิทธิภาพที่มากขึ้น 33%, เซลล์เชื้อเพลิงขนาดเล็กลง 60% ความหนาแน่นพลังงานมากขึ้น โดย Honda FCV คันนี้มีมีการกำหนดเป้าหมายกว่าในการขับขี่ได้ไกลกว่า 300 ไมล์ Honda FCV แสดงถึงความก้าวหน้าที่สำคัญในพลังงานไฮโดรเจน คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2016

ดวงการงาน เดือนกุมภาพันธ์ 2558 รีบเช็คด่วน!!!
ดวงการงาน /  ดูดวง / 

ดวงการงาน เดือนกุมภาพันธ์ 2558 เดือนแรกของปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เริ่มต้นเดือน กุมภาพันธ์ 2558 ด้วยการเช็ค ดวงการงาน กับ Horoscope.mthai.com อ.คฑา ชินบัญชร (ศาสตร์ไพ่ยิปซี) กันค่ะ ราศี มังกร (14 มกราคม - 13 กุมภาพันธ์) (ไพ่ วงล้อมแห่งโชค) ต้นเดือนร่วมแรงร่วมใจ เกิดความสามัคคี ทำงานด้วยความสบายใจ ทำให้ผลงานออกมาดี ช่วงนี้ความคิดบรรเจิด คิดโครงการต่างๆได้แหวกแนว มีการปรับปรุงวิธีการทำงานดีขึ้น ส่วนคุณที่กำลังโหยกระหายเงินทอง จะมีงานเสริมรายได้เข้ามาให้มีรายรับเพิ่มขึ้น กลางเดือนเรื่องงานผ่านชัวส์ มีคนคอยสนับสนุน การทำงานได้หยิบจับงานใหม่ งานที่ต้องออกข้างนอกเพื่อพบปะเจรจาจะทำได้ดี นายหน้า งานขาย อสังหาริมทรัพย์มาแรงได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ช่วงนี้เหมาะกับการลงทุนทำธุรกิจใหม่ๆ ช่วงปลายเดือน เจอปัญหาประดังเข้ามา ถึงกับหน้าหงายไปเหมือนกัน ให้ท่องไว้วิกฤตมาพร้อมกับโอกาส ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดไว้บ้าง การทำงานเจอคำสั่งโยกย้าย เจอของแข็งเข้ามากระทบ แต่ดวงยังไม่ตก มีโชคเข้าข้าง ทำให้สิ่งที่คิดว่าร้าย กลับกลายมาเป็นดีสำหรับคุณ พยายามทำตัวนอบน้อม ไม่มีปัญหา แล้วทุกอย่างจะลงตัวเอง ราศีกุมภ์ (14 กุมภาพันธ์ - 13 มีนาคม) (ไพ่ ไพ่นางสีดาสิ้นชีพ) ช่วงต้นเดือนผิดพลาดบ่อย ระวังการแสดงความคิดเห็นด้วย จะทำให้ขัดแย้งหรือผิดใจกับผู้ใหญ่ ลดความดื้อรั้นลงบ้างจะไม่สร้างปัญหา คุณต้องทำงานหนัก เพิ่มความรับชอบมากกว่าเดิม แต่เงินเท่าเดิม กลางเดือนเจอปัญหาเดิมๆ ทำให้เหนื่อยใจ ผู้บังคับบัญชาเดี๋ยวดีเดี่ยวร้าย ส่วนเพื่อนร่วมงานก็เอาตัวรอด คอยเกี่ยงกันทำงาน ช่วงนีเกิดความขัดแย้งบ่อย พยายามสงบปากสงบคำ มีปัญหาไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ปลายเดือนเจออุปสรรคร้อยแปด ช่วงนี้ทำได้แค่เพียงอดทนรอโอกาส แต่คงต้องรอยาวหน่อย ทางที่ดีให้ปล่อยเลยตามเลยไป หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเอง อย่าเพิ่งคาดหวังแล้วทุกอย่างจะดีเอง ราศีมีน (14 มีนาคม - 14 เมษายน) (ไพ่ นนทกสิ้นฤทธิ์) ต้นเดือนได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ มีเรื่องน่าตื่นเต้น แต่ก็เป็นเพีงไม่นาน การงานถ้ามีความคิดดีๆ ก็รีบทำรีบนำเสนอ จะได้รับการตอบรับที่ดี แต่ถ้าปล่อยนานไปจะมีคนมาหักหลัง เอาความคิดของคุณไปเสนอ เอาความดีความชอบไปครอง แนะนำให้เพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง รับรองงานก้าวฉลุย ตั้งแต่กลางเดือนลงมา ทั้งเหนื่อยทั้งอึดอัด แถมต้องระวังสุขภาพด้วย เดินทางไกลให้รอบคอบ มีอุบัติเหตุง่าย เมาไม่ขับ หยุดพักข้างทางดีกว่าครับ การทำงานต้องเร่งทำผลงาน ไว้ควรไว้วางใจใคร มีแววจะถูกขโมยผลงานเอาความดีความชอบ ช่วงปลายเดือนมีดวงโยกย้ายงาน ปวดหัว งานล้นมือ แต่ถ้าทำตัวดี น่ารัก ผู้ใหญ่จะเห็นช่วยเหลือ มีความสามัคคีในหน่วยงานมากขึ้น ราศีเมษ (15 เมษายน - 14 พฤกษภาคม) (ไพ่ พระลักษณ์ถือศร) ต้นเดือนนานๆจะมีความคิดเพ้อฝัน ความตั้งใจอยากจะทำอะไรบางอย่างจริงๆจังๆในช่วงนี้ให้รีบลงมือ แล้วฝันจะเป็นจริง การงานช่วงต้นอาจมีความรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง เพราะมีคนคอยจับตาดูอยู่ แต่สักพักจะเริ่มชิน มีผลงานออกมาเป็นที่ประจักษ์ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น การงานเริมก้าวหน้า โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความคิด และคุณมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ชอบอีกด้วย กลางเดือนคุณรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบ ต้องรับภาระเยอะแยะ พึ่งพาใครไม่ได้เลย ขอแค่คุณมีจิตใจที่ดี ไม่ย่อท้อ ปัญหาที่มีจะผ่านไป ขอเตือนสำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับตัวเลขและเงินทอง ต้องระวังเป็นพิเศษ อาจพลาดพลั้งเจ็บหนักได้ ช่วงปลายเดือนมีปัญหาอึดอัดเยอะ น้ำท่วมปากกับงานที่ต้องรับผิดชอบ งานมีล้นมือ อย่าเผลอไปรับปากใครยังไม่มีตัวช่วย คุณต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อน ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน) (ไพ่ ไพ่วิตกนางสีดา) ช่วงต้นเดือนเกือบเอาตัวไม่รอดเพราะความประมาท มีเกณฑ์ทำงานผิดพลาด ถูกตำหนิถ้าคู่แข่งเยอะก็อาจถูกซ้ำได้ คิดเริ่มต้นทำอะไรยังไม่ลื่นไหล มักมีอุปสรรคมาให้ฟันฝ่าอยู่เสมอ ต้องอดทนและเข้มแข็ง กลางเดือน น่ากลัวจะเอาตัวไม่รอด อาการเจ็บป่วยถามหา คุณเจอปัญหารุมเร้าทำให้คิดมาก นอนไม่หลับ ต้องระวังสุขภาพให้มาก ระวังอุบัติเหตุ การงานหนักอกหนักใจ ถูกให้รับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ถนัด แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ งานหนักล้นมือแต่ก็ต้องแบกรับแต่เพียงผู้เดียว หันหน้าพึ่งใครยังเคว้งคว้าง การงานมีโครงการหลายอย่างที่ปิดไม่ลง ทำให้วิตกกังวล แต่ในความเป็นจริง ไม่น่าเป็นห่วงถึงขั้นนั้น ขอให้ใจเย็นลงอีกสักหน่อย ช่วงปลายเดือนพอมีทางออก มีดวงเปลี่ยนงานย้ายงาน ราศีเมถุน (15 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) (ไพ่ เผากรุงลงกา) ต้นเดือนความทะเยอทะยานก็เหมือนดาบสองคม ช่วงนี้กำลังได้รับคมดาบไปเต็มๆ ต้องลดความขี้โมโห เจ้าอารมณ์ลงไปบ้าง มักเป็นเหตุให้คุณสูญเสีย ไม่ควรเสี่ยงกับเรื่องใหญ่โต ไม่ใช่เวลาของการขยับขยาย แต่เป็นช่วงของการประคับประคอง และทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีที่สุด พยายามลงมือทำให้มากกว่าการสั่งงานจะดีกว่า สิ่งที่ต้องระวังคือความขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพล ช่วงกลางเดือนรู้สึกได้ถึงความย่ำแย่ ตกที่นั่งลำบาก มักถูกให้ทำงานเหลือๆ ที่ไม่มีใครอยากทำ เสนอความคิดเห็นไป ไม่ได้รับการยอมรับ ช่วงนี้ให้นิ่งที่สุด และคอยดูสถานการณ์ เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเอง หากดื้อดึงต่อไปจะเป็นภัย ช่วงปลายเดือนไม่แน่ไม่นอน มีโอกาสถูกจับย้ายที่  ย้ายตำแหน่ง ช่วงแรกคงรู้สึกแย่ไปบ้าง แต่ถ้าอดทนต่อไปคงมีโอกาสดีๆเข้ามาบ้าง ช่วงปลายระวังเรื่องความขัดแย้งกับผู้ร่วมงาน ใครว่าอะไรให้นิ่งไว้ก่อน ช่วงนี้คุณกำลังเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม) (ไพ่ ไพ่พิธีสยุมพร) ต้นเดือนเป็นคนช่างคิดริเริ่ม แต่ช่วงนี้คงต้องเจออุปสรรคชิ้นใหญ่ ถึงแม้บางสิ่งจะไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่ก็ไม่ได้พลาดไปทุกอย่าง การงานช่วงต้นเดือนโดดเด่นด้วยความสามารถ แต่ต้องมาแผ่ว เพราะความประมาท คุณจะยืนหยัดได้ด้วยคนรอบข้าง จึงไม่ควรหยิ่งทะนงตนจนเกินไป ช่วงกลางเดือนจะได้ที่ปรึกษาดี แม้จะเจอมรสุมพัดเข้ามา แต่คุรก็ยังกล้าแกร่งได้ เพราะมีคนคอยช่วย มีดวงคนอุปถัมภ์ เกื้อหนุนเสมอ จึงยังไม่น่าเป็นห่วง การงานเหนื่อยเป็นพัก เป็นลักษณะที่แบ่งเบาภาระให้ใครไม่ค่อยได้ น้ำท่วมปาก ผู้ใหญ้ไว้วางใจคุณ จึงต้องรับเหมาเสียเอง แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็ช่วยให้หายเหนื่อย ปลายเดือนได้เพื่อนดี คอยช่วยเหลือ ทำให้รอดได้ทุกสถานการณ์ ทำให้มีโอกาสได้แสดงความสามารถ ขอให้เต็มที่สุดๆ จะได้รับความไว้วางใจเพิ่ม จากผู้บังคับบัญชา หากคิดการใหญ่ต้องใจเย็น ช่วงนี้จะอึดอัดกับคำขอให้ช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนน ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม - 15 กันยายน) (ไพ่ พระแม่โพสพ) การทำงานช่วงต้นเดือน เจอแต่เรื่องทำให้หัวเสีย อย่าไปคาดหวังกับใครเลย ให้ลงมือทำด้วยตัวเองดีที่สุด ช่วงกลางลงมาเหมาะในการเจรจา เข้าผู้ใหญ่ จะได้รับความเอ็นดูและการสนับสนุนที่ดี ช่วงนี้ลองหันมาปรับปรุงพัฒนาตัวเอง จะได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งที่ดี ความดีที่ทำสะสมมา กำลังออกดอกออกผล ทำให้มีคนเข้าช่วยเหลือ ช่วงนี้คิดฝันอะไรมีโอกาสสำเร็จได้ไม่ยาก การทำงานรู้สึกลำบากใจ กับงานใหม่ที่ได้รับ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเอง สุดท้ายคุณจะก้าวหน้า ถ้าอยากย้ายอยากเปลี่ยน มีโอกาสเหมาะ ให้เร่งส่งใบสมัคร จะได้รับการตอบรับที่ดี ช่วงนี้การประสานงาน เจรจานัดหมายมีความสำเร็จ เกิดเรื่องไม่คาดคิด แต่ถ้าเข้าใจถึงสถานการณ์จะพลิกวิกฤตมาเป็นโอกาสได้ ทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง การงานมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย แต่ถ้ายิ่งกลัวยิ่งกังวล จะทำให้คิดอะไรไม่ออก ช่วงนี้ต้องใจเย็น โอกาสดีของคุณจะเข้ามาช่วงปลาย ความคิดพุ่งกระฉูด และมีช่องว่างในการเริ่มต้นใหม่ๆ กล้าคิดกล้าลอง รับรองไม่ผิดหวัง ราศีกันย์ (16 กันยายน - 16 ตุลาคม) (ไพ่ พระรามได้ศร) ช่วงต้นไปได้สวย ผู้ใหญ่ชื่นชมในความสามารถเฉพาะตัว หากมีปัญหาน้อยใหญ่ให้ปรึกษาผู้รู้ แล้วทุกอย่างจะดีเอง ช่วงปลายปวดหัว งานเข้าต้องเร่งรีบทุกเรื่อง สุขภาพไม่เอื้ออำนวย ช่วงนี้ดวงดี ทำอะไรก็ขึ้น มีอะไรอยู่ในหัวให้รีบลงมือทันที จะประสบผลสำเร็จ การงานได้โชค 2 ต่อ มีเรื่องดีๆแบบไม่คาดคิด ช่วงนี้มือขึ้น หยิบจับทำอะไรก็มีแต่คนชมชอบ ผลงานที่เคยทำไว้ก็มาส่งผลบวก ทำให้มีโชค 2 ชั้น หากกำลังคิดเปลี่ยนงาน เบื่องานแบบเดิมๆ จะได้ข้อเสนอ มีคนคอยช่วยส่งเสริม โอกาสกำลังวิ่งเข้ามาหา ให้อ้าแขนรอรับได้เลย แต่ให้ระวังคำพูด จะกลายเป็นคนโอ้อวด ถูกมองในแง่ลบ การงานเอาตัวรอดได้ดี แต่ยังไม่ลื่นไหลมากนัก ต้องหาผู้ใหญ่มาคอยสนับสนุน มีโอกาสได้งานใหม่ หน้าที่ใหม่ๆ แต่จะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ต้องใช้เวลาในการปรับตัวปรับใจสักพัก ราศีตุลย์ (17 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) (ไพ่ พาลีชิงนางมณโฑ) ต้นเดือน ขยันขันแข็งจนน่าแปลกใจ แต่ช่วงนี้อย่าไปหวังมาก ทุกอย่างที่ทำล้วนมีอุปสรรค คุณต้องเพิ่มความอดทนให้มากขึ้นกว่าเดิม การทำงานมีการแข่งขันสร้างความดีความชอบ คุณเองตรงเกินไปก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบ ต้องรู้จักวางตัว เข้าหาผู้ใหญ่บ้าง เพราะคู่แข่งของคุณเล่นทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะ ช่วงกลางเดือนเจอแต่คนสร้างปัญหา คุณเองก็ได้แต่ก้มหน้ารับผิดชอบ การงานสะดุดเป็นประจำ สิ่งที่วางแผน สิ่งที่คิดไว้มักจะเหลวไม่เป็นท่า ทางที่ดีไม่ควรเริ่มสิ่งใหม่ๆในช่วงนี้ ควรหาวิธีประคับประคองสิ่งที่ทำอยู่ ให้ไปถึงฝั่งก่อน ช่วงปลายจะมีคนมาจุดประกาย มีข่าวดี เน้นงานเป็นหลัก มีความพยายามทุ่มเท ให้กับสิ่งที่ทำเกิน 100 % จึงได้รับผลตอบแทนที่ดี ถึงแม้จะหงุดหงิดกับเสียงนินทาว่าร้ายก็ไม่ใช่ปัญหา การงานกระตือรือร้นเอาจริงเอาจัง แต่ก็ไม่สามารถหนีคำนินทาได้ ช่วงนี้สิ่งที่เป็นอุปสรรค ส่วนใหญ่จะมาจากคนร่วมงานกันเอง อย่าไปถือสา ให้มองเป้าหมายและไปให้ถึงจะประสบผลสำเร็จ ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 14 ธันวาคม) (ไพ่ ครองราชสมบัติ) ต้นเดือนสถานการณ์ปลอดโปร่ง งานราบรื่น ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็มีคนมาช่วย เป็นช่วงที่เข้าขากันได้ดีกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างาน หากคิดลงทุนหรือเริ่มต้นงานใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็สามารถทำได้ ให้เชื่อมั่นในตัวเอง ต่อมความคิดสร้างสรรค์กำลังพรั่งพรู มีผลงานดีๆได้รับการยอมรับ  ช่วงกลางเดือนงานคล่องแคล่ว ได้รับมอบหมายอะไรก็มีคนช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร้ว ได้มิตรภาพใหม่ๆในการทำงาน รวมถึงอาจได้ผู้ช่วยเพิ่มมา ช่วงนี้หากอยากเปลี่ยนงาน ให้รีบลงมือทันทีจะสมหวัง ปลายเดือนเตรียมรับกับอุปสรรคปัญหาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะความขัดแย้งกับผู้ใหญ่ การงานกลุ้มใจกับความยากของงาน และความโหดขี้จุกจิกของหัวหน้างาน เป็นเวลาที่คุณต้องฝึกความอดทน ไม่อย่างนั้นจะทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นใหญ่ได้ ให้ระวังงานเอกสารจะผิดพลาด ถูกตำหนิ หัวของคุณอารมณ์จะขึ้นๆลงๆ เข้าใจยาก ราศีธนู (15 ธันวาคม - 13 มกราคม) (ไพ่ เสนาวานร) ช่วงต้นเดือนจับพลัดจับผลู ดันทำงานเข้าตาผู้ใหญ่ ทำให้ได้รับความไว้วางใจเพิ่ม ได้รับการสนับสนุน โอกาสมาถึงก็ต้องรีบฉกฉวย ให้แสดงความสามารถเต็มที่ มีดวงได้เริ่มต้นงานเสริม ได้ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ต้องลังเล เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วคุณจะพบความสำเร็จ ช่วงกลางรู้สึกแจ่มใสเป็นพิเศษ มีโอกาสได้เปิดหูเปิดตา เจอสิ่งแปลกใหม่ รวมถึงได้ลองหยิบลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วย การงานวิ่งฉิว ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ เนื่องจากมีมุมมองที่ไม่เหมือนใคร หาอยากจะหาช่องทางเสริม หรือทำธุรกิจ ลองมองสิ่งที่ชอบสิ่งที่ถนัด แล้วจะพบความสำเร็จแน่นอน ปลายเดือนสถานการณ์ ทุกอย่างรอบตัวเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แค่คิดดีไม่ท้อ ทุกอย่างจะเป็นอย่างที่คุณหวัง การงานโอกาสดีๆเริ่มวิ่งเข้ามาหา แค่ตัดสินใจอย่างรอบคอบและตอบรับอย่างมีเหตุผล ก็จะทำให้คุณไม่เสียโอกาสดีๆไป ช่วงนี้เจองานที่ต้องเอาจริงเอาจังและต้องประสานงาน หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยกัน จะทำให้งานออกมามีคุณภาพ ดูดวงแบบเต็มๆ ตลอดทั้งปี จาก หนังสือพยากรณ์ชะตาชีวิต ไพ่ยิปซี 2558 โดย อ.คฑา ชินบัญชร

นักวิทย์ ถอดรหัสอักษร ก่อน'ปอมเปอี'กลายเป็นซากมรณะ
ถอดข้อความในเอกสารโบราณ /  ถอดรหัสจดหมาย / 

นักวิทยาศาสตร์ ถอดอักษรโบราณ จากเอกสารซึ่งถูกฝังอยู่บริเวณห้องสมุดของเมืองโบราณ 'ปอมเปอี' วานนี้ (20ม.ค.) เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ เผยแพร่ นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีความก้าวหน้าทางวิทยายาศาสตร์ ถอดข้อความบนเอกสารสมัยโบราณ ที่บันทึกอยู่บนกระดาษปาปิรัส ซึ่งถูกฝังอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของเมือง ปอมเปอี ซึ่งเป็นเมืองโบราณ ซึ่งตั้งอยู่บนนครโรมันโบราณ และถูกฝังบางส่วนใกล้กับเมืองเนเปิลส์สมัยใหม่ ในแคว้นกัมปาเนีย ประเทศอิตาลี จากเหตุภัยพิบัติเมื่อครั้งภูเขาไฟวิสุเวีย ปะทุขึ้นในปี คศ.79 ที่อยู่ในตำนานการเล่าขานอันโด่งดัง จนกระทั่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว รายงานระบุว่า กระดาษที่บันทึกเนื้อหาภาษากรีกโบราณ ถูกค้นพบเมื่อปี คศ. 1754 ในห้องสมุดของรัฐบุรุษชาวโรมันอันมั่งคั่ง ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ทั้งยังมีความลึกลับซับซ้อน และค่อนข้างยากลำบากต่อการไขความลับนี้ เนื่องจากในสมัยนั้น คนโบราณใช้เถ้าถ่านสีดำแทนปากกา และกระดาษปาปิรัส ซึ่งเป็นกระดาษที่ผลิตจากต้นกก ทั้งยังถูกเผาทำลายไปบางส่วนจากความร้อนของลาวาที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟวิสุเวีย อันเป็นที่มาของเหตุการณ์มรณะที่เกิดขึ้น ความลำบากของการถอดข้อความ ยิ่งกว่านั้นนักวิทยศาสตร์ดำเนินการอย่างยากลำบาก เนื่องจากหลักฐานสำคัญชิ้นนี้มีความเปราะบางทั้งระยะเวลาที่ผ่านมานานหลายสหัสวรรษ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่เราจะพูดถึงนี้ คือการนำเครื่องเอ็กซเรย์มาใช้เป็นเครื่องมือหลัก ที่สามารถแสดงความละเอียดเป็นพิเศษ และให้ผลลัพท์ที่ชัดเจน ทั้งนี้จากการวิเคราะห์พบว่า ข้อความที่ลงอักขระไว้ บ่งชี้ว่าเป็นบทความที่เกี่ยวข้องกับปรัชญากรีกโบราณ ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนที่ใช้เผยแพร่ในโรงเรียนที่เคยตั้งอยู่ในแคว้นกัมปาเนีย ซึ่งเป็นแคว้นทางทิศใต้ของประเทศอิตาลี ในช่วงศตวรรษแรกก่อนคริสตกาล อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ให้ความเห็นต่อนวัตกรรมที่สามารถแกะรอย เหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในกรณีอื่นๆ ซึ่งถูกบันทึกไว้บนเอกสารที่ผลิตจากวัสดุชนิดเดียวกัน จากโบราณสถานที่ค้นพบจากทั่วโลก 'ปอมเปอี' คือนครที่หายสาบสูญไปเกือบ 1,700 ปี จนกระทั่งมีการสำรวจ และถูกค้นพบอีกครั้งใน ค.ศ. 1748 นับตั้งแต่นั้นมา ซึ่งการขุดค้นในครั้งนั้น ได้สร้างความเข้าใจอย่างละเอียดในวิธีชีวิตของชาวเมือง ทั้งนี้ปัจจุบันยูเนสโกได้ประกาศให้นครแห่งนี้ เป็นมรดกโลกและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของอิตาลี MThai News ที่มา Indipendent

เน๋ง จุฬาคฑากร รุ่น69 พาทัวร์คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ
การศึกษา /  คณะน่าเรียน / 

อีกคณะยอดฮิตสำหรับชาวมอ น้องๆ คนไหนสนใจเป็นคุณหมอสัตวแพทย์หน้าใส ตามมาดูข้อมูลของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกันดีกว่า ว่าจะมีอะไรน่าสนใจในคณะกันบ้าง เน๋ง จุฬาคฑากร รุ่น69 พาทัวร์คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ                 แนะนำคณะ     เนื่องจากในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนาคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2558 คณะฯ “รับผิดชอบทุกชีวี 80 ปี สัตวแพทย์ จุฬาฯ”  จึงได้จัดให้มีโครงการ “80 ปีแห่งการสถาปนาคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพสัตวแพทย์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การเผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการทางด้านสัตวแพทย์ รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ของวิชาชีพสัตวแพทย์ กิจกรรมต่างๆ ของคณะฯ และการระดมทุนเข้าสู่กองทุนเพื่อการพัฒนาด้านวิชาการและการบริการวิชาการของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประวัติคณะ        คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นด้วยการเปิดแผนกวิชาอิสระสัตวแพทยศาสตร์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2478 ซึ่งเป็นสถาบันที่เปิดการเรียนการสอนทางด้านสัตวแพทย์แห่งแรกในประเทศไทยและต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นคณะสัตวแพทยศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2484 หลักสูตร คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดการเรียนการสอนในหลักสูตร สัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต(สพ.บ.) มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต      และดาวเดือนเด่นที่จะมาพาทัวร์คณะเป็นหนุ่มหล่อ จุฑาคฑากร รุ่น 69 เน๋ง-ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ที่ขอพาแบรนด์แอมบาสเดอร์ของคณะอย่างอะตอม-พิมพ์ชนก สุวรรณธีรางกูร มาด้วยจ้า และดูกันสิว่า พวกเขามีเทคนิคการเรียนและการฝึกหัดเป็นคุณหมอผู้ดูแลของบรรดาน้องหมา น้องแมวทั้งหลายยังไงบ้าง เหตุผลที่เลือกเป็นคุณหมอหน้าใส อะตอม : ที่บ้านเลี้ยงสัตว์อยู่แล้วค่ะ ก็มีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงเป็นพิเศษ เลี้ยงทั้งสุนัข แมว ปลา นก กระต่าย เลยอะ ส่วนที่เลือกจุฬาฯ อันนี้ก็เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ ว่าอยากจะเข้าที่นี่ พอได้เข้ามาจริงๆ ก็รู้สึกดีมากค่ะ เน๋ง : จริงๆ ตอนม.ปลาย ผมยังไม่รู้ตัวเองว่าชอบด้านไหนจริงจัง แต่ว่าคุณพ่อเป็นสัตวแพทย์ จบจากจุฬาฯ นี่แหละ แล้วก็มีคลีนิกที่บ้านด้วยครับ โดยส่วนตัวเป็นคนชอบดูสารคดีนะ ก็เลยรู้สึกว่าคณะนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจ อยากจะลองมาเรียนดู การเรียนตอนนี้ของแต่ละคนเป็นยังไงบ้าง อะตอม : จริงๆ ตอนแรกที่เข้ามาค่อนข้างต้องปรับตัวพอสมควรเลย เพราะคนรอบข้าง เพื่อนๆ ขยันแล้วก็เรียนเก่งด้วย อีกอย่างคือที่นี่กิจกรรมก็เยอะ มีค่าย มีชมรมให้เราไปทำกิจกรรมมากมายเลย ก็ต้องแบ่งเวลาให้ถูก แต่ตอนนี้ก็เรียนปี 6 แล้ว เป็นช่วงที่ฝึกงานเลยค่ะ ได้นำความรู้จากปี 1 ถึงปี 5 มาใช้จริงๆ แล้วเป็นอะไรที่สนุกดี เหมือนเรากำลังเริ่มเข้าสู่การทำงานจริงๆ สักที เน๋ง : ของผมเข้ามาตอนแรกก็ต้องปรับตัวเยอะเลย เพราะมันยากขึ้นจากตอนมัธยมก็ต้องขยันมากขึ้น ตอนปี 1 นี่ เกรดดร็อป มาก แต่ตอนนี้ปี 3 ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่การเรียนก็เริ่มหนักขึ้นเหมือนกัน เรียนเลิกห้าโมงทุกวัน คือจะเน้นเลกเชอร์กับแล็ปในวันเดียว เลกเชอร์ซะชั่วโมงหนึ่ง แล้วก็เป็นแล็ปอีกสามชั่วโมง   เคสการเรียนสุดโหดหรือสุดประทับใจ อะตอม :มีเคสหนึ่งที่ประทับใจ คือมีสุนัขพันธุ์บางแก้วตัวหนึ่ง ที่ไปวิ่งกับเจ้าของ พอกลับมาก็เดินไม่ได้ แล้วก็ตาบอดด้วย เจ้าของเลยต้องพามาหาหมอ ก็รักษาที่นี่อาทิตย์หนึ่ง จนมันเริ่มอาการดีขึ้น เจ้าของเขาก็ดีใจมาขอบคุณเราใหญ่เลยค่ะ แต่ถ้าเป็นเคสโหดๆ ต้องเคสที่ต้องไปที่ฟาร์มต่างๆ อย่างฟาร์มหมู วัวอย่างนี้ ก็จะต้องเป็นแนวลุยๆ อะ อย่างวัวที่เขาจะเน้นอยากได้ลูกวัว เราก็เลยต้องตรวจระบบสืบพันธุ์ของเขา โดยการล้วงเข้าไปในก้นวัว 55 มันก็ออกจะสกปรกอยู่ แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้วค่ะ เน๋ง : ของผมปี 3 ยังไม่ได้ฝึกงานเคสใหญ่ๆ เท่าไหร่ จะมีแค่เรียนแล็ปดูซากสัตว์เหมือนอาจารย์ใหญ่บ้าง ซึ่งก็ไม่ได้โหดอะไรนะ แต่แค่มันจะเหม็นฟอร์มาลีนหน่อย คือจริงๆ ตอนแรกก็ไม่มีใครชินหรอก แต่อยู่ไปสักพักผมก็เริ่มชินแล้วล่ะ เพื่อนๆ คุณหมอสัตวแพทย์ อะตอม : ในคณะค่อนข้างติดดินกันค่ะ ลุยๆ กินง่าย อยู่ง่ายนะ เพราะเราต้องไปฝึกงานตามฟาร์ม ก็ต้องคุยกับเจ้าของฟาร์ม กับคนงานได้ แล้วส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงค่ะ ในกลุ่มมีกัน 9 คน เป็นผู้ชายคนเดียว 55 ว่างๆ ก็ชอบไปออกกำลังกาย เพราะว่าคณะหนูเรียนหนักนะ ต้องฝึกหนัก ตากแดด ช่วงฝึกงานนี่หนักสุดแหละ เพราะงั้น ก็เลยต้องเริ่มหันมาดูแลตัวเองกันบ้าง เน๋ง : ผมว่าคณะนี้มันเล็ก เพราะรุ่นหนึ่งมีแค่ร้อยคนเอง ก็ค่อนข้างอบอุ่นนะ รู้จักกันหมด มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน ใครมีข้อมูลอะไรก็มาแบ่งปันกันตลอด   ฝากถึงน้องๆ ที่อยากเป็นสัตวแพทย์หน้าใสบ้าง อะตอม : สิ่งแรกที่อยากให้ทำคือค้นหาตัวเองก่อนเลย ว่าเราชอบทางด้านนี้จริงๆ หรือเปล่า เพราะคณะนี้เรียนหนักติดท็อปเหมือนกันค่ะ ไม่ได้เรียนหนักอย่างเดียว ฝึกหนักด้วยนะ เพราะฉะนั้น อยากให้มีใจรักกับงานตรงนี้จริงๆ เพราะไม่ว่าน้องจะฝึกหนักแค่ไหน ถ้าใจรัก มันก็จะผ่านพ้นไปได้แน่นอน เน๋ง :อยากให้ตั้งใจอ่านหนังสือสอบเข้าให้มาก เพราะคณะนี้คะแนนค่อนข้างสูง ถ้าเรามีพื้นฐานจากมัธยม มันก็ช่วยเราได้มาก อย่างวิชาชีววิทยาหรือเคมี ที่ถ้าเรามีพื้นฐานก็สามารถจะเอามาต่อยอดได้เลย แล้วที่สำคัญคือต้องมีใจรักสัตว์ ไม่รังเกียจมัน แม้ในสภาพที่เหม็นมาก เราก็ต้องรับได้ เพราะว่าเราต้องทำงานกับสัตว์ ต้องรักษาสัตว์ที่เป็นโรค คือไม่ใช่ว่าเราไม่มีสิทธิไม่ชอบนะ แต่ว่าเราต้องอยู่กับมันให้ได้ ให้มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป ติดตามดาวเดือนเด่นคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ ในคอลัมน์ About Campus นิตยสาร Campus Star No.21 Facebook : www.facebook.com/campusstar และอ่านออนไลน์ : mbookstore

รมต.อังกฤษ กล่าวขอโทษ เหตุให้ของต้องห้ามนายกไทเป
นายกเทศมนตรีไต้หวัน /  วัฒนธรรมต่างประเทศ / 

รมต.แห่งสหราชอาณาจักร แถลง ขอโทษ กรณีมอบนาฬิกา ซึ่งเป็นของขวัญต้องห้ามของชาวจีนแก่นายกเทศมนตรีไต้หวัน วานนี้ (26 ม.ค.) สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ข่าว 'บารอนเนส ซูซาน เครเมอ' รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมจากสหราชอาณาจักร ออกมากล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจ กรณีที่เธอได้มอบของต้องห้าม และมีความหมายที่เป็นอัปมงคลแก่ นายกเทศมนตรีไต้หวัน นั่งก็คือ 'นาฬิกา' เนื่องจากตามความเชื่อของชาวจีน การออกเสียงคำว่า “ให้นาฬิกา”ในภาษาอังกฤษ เหมือนกับคำว่า “ร่วมงานศพ” ในภาษาจีน อย่างไรก็ตามก้อนหน้านี้ 'นายโก เหวิน-เจ๋อ' นายกเทศมนตรีกรุงไทเป กล่าวติดตลกหลังได้รับนาฬิกาเป็นของขวัญจากบารอนเนส ซูซาน คราเมอร์ในขณะเดินทางไปเยือนไต้หวันเพื่อเจรจาการค้าระหว่างกัน ว่าเขาจะนำนาฬิกาไปให้คนอื่น หรือไม่ก็ขายให้กับคนรับซื้อเศษเหล็กเพื่อแลกเป็นเงินแทน เนื่องจากมันไม่มีประโยชน์สำหรับเขา โดยหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ซูซาน เครเมอ ได้ออกมาแถลงการณ์ ขอโทษ และเน้นย้ำว่าจะพยายามเรียนรู้ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมใหม่ๆ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระว่างประเทศดังเช่นเหตุการณ์ในครั้งนี้ หลังจากนั้น 'โรซารี วู' สมาชิกสภาจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือพรรคฝ่ายค้านหลัก ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำพูของนายโกผ่านทางเฟซบุ๊กว่า เขาควรที่จะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ เนื่องจากนี่อาจส่งผลต่อการทูตระดับประเทศ MThai News ที่มา BBC

Blackhat : ความปลอดภัยในโลกสมมุติ
Blackhat /  Collateral / 

เข้าฉายกันแล้วสำหรับหนังใหม่ของอีกสุดยอดผู้กำกับอย่าง ไมเคิล มานน์ จาก Heat ที่มาคราวนี้ขอหยิบเอาพล็อตหนังแนวทริลเลอร์ ที่ทันสมัยมากขึ้นมาทำบ้างกับ Blackhat ที่จับเอาพ่อหนุ่ม คริส เฮมเวิร์ท มารับบทเป็นตัวเอกร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพจากทั้งเอเชีย และ อเมริกา อีกเพียบ BLACKHAT เรื่องราวของแฮกเกอร์ขั้นเทพที่ได้รับการพักโทษเพื่อมา­ร่วมการไล่ล่าเครือข่ายอาญชากร ไซเบอร์ขั้น­เทพ จาก ชิคาโก มายัง ลอสแองเจลิส, ฮ่องกง และจาการ์ตา ซึ่งเอาเข้าจริงๆจะออกตัวไว้ก่อนเลยว่า Blackhat เป็นหนังทริลเลอร์สำหรับแฟนหนังของ ไมเคิล มานน์ ก็คงจะไม่แปลก เพราะถึงแม้จะเห็นหน้าหนัง และ พล็อตตลาดจ๋าแบบนี้ แต่เนื้อในจริงๆของ Blackhat กลับยังคงเป็นงานดิบๆตามสไตล์ผู้กำกับแบบที่เขาเคยทำกับ Collaterel มาแล้ว (จนขนาดคอมโพสเซอร์เรื่อง Blackhat นี่ยังต้องออกมาดราม่า เนื่องด้วยที่ผกก.ตัดดนตรีกอบของเขาออกจนเกือบเกลี้ยง) ซึ่งสไตล์งานของหนัง ไมเคิล มานน์ เนี่ย ถ้าจะให้ชอบก็คงจะชอบไปเลย แต่ถ้าหากใครที่ไม่ถูกจริตกับแนวนี้ก็คงจะเกลียดเอามากๆ เพราะในสไตล์ของเขานั้นหนัง ทริลเลอร์ จะมาในรูปแบบเย็นสุขุม นิ่ง และ ดิบ ไม่เน้นการบิลด์อารมณ์ที่โฉ่งฉ่าง หรือแจ่มแจ้งเกินไปเหมือนหนังทริลเลอร์ดูเอามันส์เรื่องๆ แถมหนำซ้ำในแง่ของฉากแอ็คชั่นยังค่อนข้างมีน้อย และมีแต่ละทีก็จะอาศัยมุมกล้องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาอย่างวิธีการ Hand-Held โดยถ้าหากใครติดตามหนังของ มานน์ มานานๆ ก็คงจะชอบกันในจุดนี้ แต่ถ้าหากสำหรับคนดูขาจรอาจจะพบได้ว่ามันช่างนิ่ง และไม่มันส์เร้าใจอย่างที่คาดไว้เลยเนี่ยสิ ซึ่งคุณผู้อ่านจะอยู่ในกลุ่มไหนสำหรับในแง่ของความเอนจอย และ บันเทิงของหนังเรื่องนี้ก็คงต้องไปลองกันเอาเอง แต่สิ่งนึงที่ชัวร์แน่ๆว่าหลายๆคนน่าจะได้รับเหมือนกันครบถ้วนคือในแง่ของประเด็นที่มีเจตนาดีของ Blackhat ที่ตัวหนังได้วางรากฐาน และต่อว่าเรื่องราวในโลกสมมุติอย่าง อินเตอร์เน็ต ออกมาได้อย่างแยบยล โดยหนังแสดงให้เห็นว่าในโลกที่เทคโนโลยีทุกอย่างก้าวหน้าไปอย่างมาก อุปกรณ์ทุกอย่างบนโลกล้วนพึ่งพาแต่เทคโนโลยี และ โลกออนไลน์ซึ่งเป็นโลกสมมุติที่ไม่มีจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจจะสะดวกสบาย แต่บางทีมนุษย์ก็กลับคาดหวัง และ พึงพาโลกสมมุตินี่เสียมากเกินไป จนผสมปนเประหว่าง ของจริง (เงิน) และ โลกสมมุติ (บัญชีออนไลน์) จนหลายครานำมาซึ่งความอันตรายและไร้การรองรับที่ดี ซึ่งนอกจากนั้นหนังยังมีการพาดพิงไปถึงเรื่องราวของระบบรักษาความปลอดภัยในพรมแดน, กัดจิกอเมริกาในแง่ของความหวาดหวั่นต่อโลกอื่นๆ และรวมถึงหนังยังพูดถึงความคาบเกี่ยวระหว่างพรมแดน ซึ่งใช้ตัวโลเคชั่นประเทศต่างๆเป็นตัวสื่อได้อย่างแยบยล โดยด้านนักแสดงอย่าง คริส เฮมเวิร์ธ, หวังลี่หง และ ตังเว่ย ต่างทำหน้าที่ของตนได้ดี โดยเฉพาะในฉากที่ทั้ง 3 ต้องมานั่งประชันบทกันนั้น ไมเคิล มานน์ สามารถเรียกออร่าจากทั้ง 3 ได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร เพราะฉะนั้นถ้าหากจะเรียกว่า Blackhat เป็นหนังที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ในแง่ของประเด็นที่ตัวหนังหยิบมาพูดถึงอย่างแยบยลก็คงไม่แปลก แต่ถ้าหากใครที่หวังจะไปดูเอามันส์และบันเทิง ก็คงต้องไปหาข้อพิสูจน์ด้วยตัวเอง ว่าคุณนั้นชอบหนังทริลเลอร์ แอ็คชั่นแบบดิบๆ ไม่ฉูดฉาดอย่างที่หนังตลาดเรื่องอื่นๆเป็นหรือไม่ครับ เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 ครับ

ฮิปสเตอร์ ตัวตนจริง หรือ แค่ Wanna be  อยากจะเป็น ?!
hipster /  อยากเป็นฮิปสเตอร์ / 

ยุคนี้ สมัยนี้ ใครไม่รู้จัก  ‘ฮิปสเตอร์ – hipster’ ถือว่าเอาท์สุดๆ เพราะกำลังเป็นกระแสร้อน กระแสนิยมบนโลกออนไลน์ หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่า ‘ฮิปสเตอร์’ คืออะไร... บ่องตง ว่า ไม่ต่างอะไรกับ ‘เด็กแนว’ ยุคก่อน ที่วันนี้กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว ฉะนั้นถ้าจะให้ ‘อิน’ เข้ากับยุคสมัยนี้ ต้องเรียกพวกเขาว่า ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ เท่านั้นถึงจะเหมาะเหม็ง คลิกชม MThai ข่าวภาคซ่าส์ พูดถึงเรื่องนี้กัน แล้วอะไรล่ะเป็นสัญญานบ่งบอกความเป็น ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’?! ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ เป็นคำที่ใช้เรียก หรืออธิบายถึงคนที่ชอบทำตัวแปลก แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคม เป็นคนนอกกรอบ ไม่ชอบตามกระแส (แต่เอาเข้าจริงๆฮิปสเตอร์เป็นกระแสที่มีมานานแล้วในประเทศแถบตะวันตก แต่เพิ่งจะมาเป็นประเด็นในไทยเมื่อไม่นานมานี้) โดยพื้นฐานแล้ว ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ คือกลุ่มบุคคลที่มีความคิดหัวก้าวหน้า รักธรรมชาติ ดูแลสุขภาพ บ้างก็บอกว่า ฮิปสเตอร์ ชอบรับประทานอาหารคลีน (อาหารที่ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง) รักอิสระ ดื่มด่ำงานศิลปะ และชอบปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ แต่ละคนจะมีรายละเอียดต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะนิยมแต่งตัวแบบวินเทจ และมีแนวคิดทางด้านการเมืองไปทางเสรีนิยม หัวก้าวหน้า มักแสดงออกว่าตัวเองไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด หรืออาจจะถึงขั้นชิงชังการเมืองไปเลย สิ่งที่พวกเขาขาดไม่ได้ ต้องอัพเดทตลอด คือ โซเชียล ! ที่สำคัญจำไว้เลยว่า ‘กฎเหล็ก’ ของ ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ คือ....ต้องปฏิเสธว่าตัวเองเป็น ‘Hipster-ฮิปสเตอร์’ บางคนถึงขั้นแสดงความหมั่นไส้ ดูแคลนวัฒนธรรมฮิปสเตอร์กันเลยก็มี ‘ฮิปสเตอร์ไทย’ ทำตัวกันยังไงหรอ? อืมมม...ก็ต้องกินกาแฟร้านแนวๆที่ไม่ใช่ แฟรนไซส์ (Franchise) เลี้ยงแมว ปลูกกระบองเพชร คงคอนเซ็ปต์ ปั่นจักรยานแนววินเทจ นี่แหละวิถีฮิปเตอร์ ชอบอ่านนิตยสารอย่าง  Kinfolk ใช้ แอป VSCO CAM แต่งภาพ มีเสื้อแมรี่อิสแฮปปี แหล่งท่องเที่ยวที่ชาวฮิปสเตอร์ชอบไปมาก คือ เชียงใหม่ ถ้าเป็น ‘ผู้ชาย’ ต้องไว้หนวด ไว้เครา หรือแต่งตัวสไตล์ย้อนยุค หนังที่โคตรฮิปสเตอร์อาจเป็นหนังง่ายๆสนุกๆหรือเป็นหนังที่ยาก แต่ที่แน่ๆต้องไม่เป็นหนังกระแสหลักอย่างแน่นอน เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ถือว่าเป็น ฮิปสเตอร์ตัวพ่อ  ฉะนั้นหนัง Mary is happy Mary is happy ที่กำกับโดย เต๋อ-นวพล จึงถูกจัดเป็นหนังของเหล่าฮิปสเตอร์ไทยโปรดปรานเป็นที่สุด ขณะที่ อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือ พี่เล็ก-Greasy cafe ก็ขึ้นแท่นเป็นศิลปินในดวงใจของเหล่า ฮิปสเตอร์เมืองไทย ตัวตนจริง หรือ แค่ Wanna be (พวกจอมปลวก) ...วันนี้ ฮิปสเตอร์สไตล์กำลังเป็นเรื่องที่วัยรุ่นไทยหลายคนให้ความสนใจมาก จนกลายเป็นประเด็น ‘ดราม่าฮิปสเตอร์’ ถึงขั้นมีการเสียดสีจิกกัดเหล่าบรรดาฮิปสเตอร์ ผ่านทางโลกออนไลน์ บ้างก็มองว่า หากเป็นตัวตนที่แท้จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กับบางคนพยายามที่จะเป็นอยากจะฮิปสเตอร์ มันก็ดูเป็นเรื่องที่ขัดหูขัดตา บางคนถึงขั้นนำไปตั้งกระทู้สอบถาม ผู้คนในโลกออนไลน์ ว่า "...เป็นฮิปสเตอร์ต้องทำตัวยังไง?..."  แสดงให้เห็นว่ายังมีคนที่พยายามอยากจะเป็น เพราะมันคือแฟชั่น ล่าสุดมีการตั้งเพจ ‘ฉันเป็น Hipster’ จุดประสงค์เพื่อ จิกกัด ประชดประชันพวกที่ชอบตามอย่างกระแสฮิปสเตอร์ โดยเฉพาะ การมาให้นิยามว่าจะเป็นฮิปสเตอร์ได้ต้องเลี้ยงแมว กินกาแฟ แต่งตัววิจเทจ หลีกเลี่ยงกระแสหลัก (ความนิยมของคนหมู่มาก) หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มันดูจะฉาบฉวยไปหน่อย เพราะอย่าลืมว่า การอยู่นอกกรอบ นอกกระแส มันก็คือ กระแสนิยม เช่นกัน ดังนั้นทางที่ดีไม่ว่าเราจะเป็นคนสไตล์ไหน การเป็นตัวของตัวเองมันดีที่สุด ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งตามใคร สังคมเองไม่ควร ประเมิน หรือ ตัดสินใคร เพียงเพราะคนสไตล์นี้ที่ เราไม่ชอบ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับมุมมองความชอบของแต่ละคน แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน ขอแค่เป็น ‘คนดี’ ของสังคมคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว MThai News ขอบคุณภาพจาก visitjessjanz,ธนชาติ ศิริภัทราชัย,Mue Wrch