ความก้าวหน้า

5 ฮวงจุ้ยพิฆาต ที่พบบ่อยๆ
5 ฮวงจุ้ยพิฆาต /  ดูดวง / 

หากจะสร้างบ้าน จัดห้องหรือทำกิจการใดๆก็ตาม คนในปัจจุบันจะใส่ใจกับ ฮวงจุ้ย มากขึ้น เพราะถือว่ามีส่วนช่วยทำให้มีชีวิตไม่เกิดปัญหาและมีความเป็นอยู่ที่ราบรื่นมากขึ้น ทำอะไรๆก็ดีไปหมด แต่คุณรู้หรือเปล่าว่า 5 ฮวงจุ้ยพิฆาต ที่พบบ่อยในปัจจุบัน มีอะไรบ้าง และมันจะสร้างปัญหาอะไรให้กับคนที่พักอาศัยอยู่ วันนี้ Horoscope.Mthai.com  มีคำตอบมาบอกครับ 5 ฮวงจุ้ยพิฆาต 1 พลังร้ายทะลุกลางบ้าน ประตูหน้าบ้านตรงกับประตูหลังบ้านหรือระเบียงหลัง แสงสว่างและพลังจะพุ่งตรงทะลุออก ด้านหลังโดยไร้สิ่งกำบัง ทำให้ทรัพย์ไหลออกและเกิดเคราะห์ร้าย 2 ทางปะทะ ประตูหน้าบ้านมีถนนเดินรถพุ่งใส่ จะทำให้ธุรกิจการงานมีอุปสรรค 3 โค้งเกาฑัณฑ์พิฆาต บ้านพักอาศัยมีทางน้ำ บ่อน้ำหรือถนนโค้งเข้าหา ผู้อยู่อาศัยไม่เพียงไม่สงบสุข แต่ยังเก็บเงินไม่อยู่อีก 4 พลังร้ายกดไหล่ บ้านที่อยู่ระหว่างอาคารสูงทั้งซ้ายและขวา ผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกกดดัน หน้าที่การงาน กิจการต่างๆยากที่จะเจริญก้าวหน้า 5 ศรพิฆาตทะลวงฟ้า บ้านหรืออาคารสูงตระหง่านท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างเตี้ยๆ ผู้อยู่อาศัยมักมีปัญหากับคนภายนอก เข้าสังคมยาก

วิเวียน เวสต์วูด เปิดเผยเหตุผลลึกๆในใจ ที่ขัดใจคนมานักต่อนัก
ผู้หญิงต้นแบบ /  วิเวียน เวสต์วูด

วิเวียน เวสต์วู้ด เปิดเผยเหตุผลลึกๆในใจ ที่ขัดใจคนมานักต่อนัก  แต่...ฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในจุดที่คิดว่าตัวเองยอมรับได้     แฟชั่นดีไซน์เนอร์ผู้พิสมัยการแหกกฎ  วิเวียน เวสต์วูด วัย 73 ปี ได้ออกมาเปิดเผยความคิดลึกๆในใจ  อีกมุมหนึ่งที่ทำให้เธอกล้าที่จะแปลกและแตกต่าง จนทำให้คนรำคาญมานักต่อนัก รวมถึงเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายที่ทำให้เธอเสียน้ำตา... ปกติเรารู้จักกับ วิเวียน เวสต์วูด ในภาพลักษณ์ คุณยายผมแดง กับสไตล์การแต่งตัวที่แปลกพิลึกๆ รวมถึงผลงานในคอลเลกชันต่างๆที่สร้างสรรค์ออกมา ผ่านสายตาคนทั่วโลก ที่ต่างลงเสียงพร้อมเพรียงกันว่าแปลกแหวกเกิน จนไม่สามารถสวมใส่ได้จริง แถมราคาเกินเอื้อม! แต่จำได้ไหมคะว่า  มีช่วงหนึ่งที่เราได้เห็นคุณยายวิเวียน โกนผมเป็นนทรงสกินเฮดแล้วก็ปล่อยผมเป็นสีขาวตามวัย ซึ่งเหตุผลที่คุณยายทำแบบนี้ก็เพราะว่า หนึ่งเป็นการเคารพวัยที่ตัวเองเป็นอยู่ อยู่กับชีวิตจริงๆของตัวเอง และสองเพื่อตอนสนองความเชื่อและสิ่งที่ตัวเองเป็นมานานนั่นก็คือ  "การเป็นนักอนุรักษ์" (ไม่ใช้สารเคมีเพิ่มมลพิษในสิ่งแวดล้อม) ในขณะเดียวกันการเป็น "นักอนุรักษ์" ของ วิเวียน เวสต์วูด ก็ได้ทำให้คนรำคาญมาเยอะแล้ว  อย่างเช่น เวลาที่เธอเห็นคนบางคนยังไม่ทันจะบีบยาสีฟัน แต่เปิดน้ำทิ้งไว้แล้ว เธอก็มักจะคอยเที่ยวบอกคนเหล่านั้นว่า "ปิดน้ำๆ" ไม่เว้นแม้แต่สามีคนปัจจุบัน Andreas ก็เคยเบื่อเธอมากๆ ที่เธอคอยสั่งให้ปิดน้ำ แต่พออยู่ด้วยกันนานๆ เขาก็เริ่มซึมซับเป็นนิสัย และไม่เปิดน้ำทิ้งอีกต่อไป โดยคุณยายวิเวียน บอกว่าเธอจะเปิดน้ำ แล้วก็กลั้วๆน้ำเข้าไปทำความสะอาดในปาก หลังจากที่เธอแปรงฟันครั้งสุดท้ายเท่านั้น เธอจะไม่บ้วนปากเกินความจำเป็นเด็ดขาด ผลพวงความคิด ของ วิเวียน เวสต์วูด เรื่องการใช้ทรัพยากอย่างรู้คุณค่า นั้นมาจาก เธอเกิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ช่วงเวลาที่เธอได้เห็นความลำบากความแร้นแค้นต่างๆ บวกกับครอบครัวเธอไม่ใช่ครอบครัวคนรวยอยู่แล้ว พ่อเธอเป็นคนงานขายผักในซูเปอร์มาร์เก็ต ดังนั้นเธอจึงรู้จักคุณค่าของสิ่งต่างๆ ซึ่งก็ทำให้ชีวิตดีขึ้น ได้เห็นโลกที่ขาดแคลน ได้เห็นว่าโลกมันน่าถนอม แล้วคุณยายวิเวียนก็ได้บอกอีกว่า อนาคตอันใกล้นี้เราต้องได้เห็นการสูญพันธ์ของสิ่งต่างๆแน่ๆ  รวมถึงสายพันธุ์มนุษย์ด้วย หากมนุษย์ยังคงคิดว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ทุกสิ่งย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นแล้วดับไป ดังนั้นการคงอยู่ มันต้องเกิดจากการร่วมมือกันคนละนิด คนละหน่อย สิ่งนี้จะสำเร็จและคงอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน ดังนั้น วิเวียน บอกว่า การเปลี่ยนแปลง ต่อไปจากนี้ก็คือ การลบความเชื่อในชนชั้นที่ตัวเองเกิดมาตั้งแต่ต้น ที่ว่าพรรคเลเบอร์เกิดมาเพื่อคนชนชั้นกรรมกร และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเธอจะลงคะแนนเสียงให้พรรคเลเบอร์มาโดยตลอด แต่จากนี้เธอจะไม่ลงคะแนนเสียงให้พรรคเลเบอร์อีกต่อไป เพราะพรรคนี้ไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเลย !!! อีกสิ่งที่เธอบอกว่า เธอแตกต่างจากคนอื่น จนถูกมองว่าแปลก นั่นก็คือ สมัยหนึ่งเธอเคยเป็นพวกต่อต้านศาสนา แต่พอวันนี้ วันที่เธอได้มองโลกมาจนครบ 73 ปี เธอก็บอกว่าต่อไปนี้เธอจะไม่คิดอย่างนั้นแล้ว เพราะเธอคิดได้ว่าแล้วว่า ความเชื่อ ความศรัทธาในศาสนา ในพระเจ้า หรือสิ่งศักสิทธิ์ต่างๆ ก็ล้วนเเป็นความเลื่อมใส เป็นสิทธิในปัจเจกบุคคล และการที่มนุษย์มีความเชื่ออะไรก็ตามแล้วทำให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดีทั้งหมด หากถามว่า เจ้าแม่วงการแฟชั่นระดับโลก ร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เธอบอกว่าเป็นตอนที่  มัลคอม แมคลาเรน (Malcolm McLaren) อดีตแฟนหนุ่มที่เคยทำธุรกิจร้านเสื้อผ้าด้วยกันเสียชีวิต  แม้ว่าตอนที่คบหากันเขาอยากจะทำให้ เธอร้องไห้ทุกวันแต่เขาก็ไม่เคยทำได้สำเร็จเลย แต่พอเขาจากไป มันก็เป็นเรื่องเศร้าสำหรับเธอจริงๆ หลังจากนั้นเธอก็ไม่เสียน้ำตาอีกเลย จากจุดที่ วิเวียน เวสต์วูด กล้าลุกขึ้นมาแสดงความคิดและกล้าที่จะแตกต่าง  ในอาชีพแฟชั่นดีไซเนอร์ ในแนวพังค์ร็อก และนิวเวฟ ร่วมกับ มัลคอม แมคลาเรน ผู้จัดการวงดนตรีพังค์ร็อก “เซ็กซ์ พิสทอลส์”  ผู้ล่วงลับ ก็อาจจะไม่ได้ เกิดชื่อ วิเวียน เวสต์วูด ผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในวงการแฟชั่นระดับโลก และจากวันนั้นเป็นเวลากว่า 40 ปี ที่เธอยังคงออกแบบผลงานสร้างสรรค์ภายใต้ความเชื่อที่ว่า เสื้อผ้าสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดวิถีของคนได้ ดังนั้น เธอจึงศรัทธาต่อการแต่งกายเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งวลีเด็ดที่แฟนของ วิเวียน เวสต์วูด คุ้นเคยเป็นอย่างดี นั่นก็คือ "You must have a better life, if you wear impressive clothses" หรือคุณจะมีชีวิตที่ดีคุณเมื่อคุณสวมใส่เสื้อผ้าที่น่าประทับใจ  และเมื่อถามว่าเมื่อไหร่  วิเวียน เวสต์วูด จะเกษียณตัวองออกจากวงการแฟชั่น แล้วเมื่อไหร่ที่เธอจะเขียนอัตชีวประวัติของตัวเองบ้าง เธอก็บอกว่า ตราบใดที่เธอยังได้ทำสิ่งที่เธอชอบอยู่ และเธอสามารถทำมันต่อไปได้ไม่มีเบื่อ เธอก็จะยังคงทำมันต่อไปเรื่อยๆตลอดกาล จากเรื่องราวของ วิเวียน เวสต์วูด ทำให้เราเห็นด้วยเลยว่า การเกิดมาได้เห็นโลกเป็นระยะเวลายาวนาน นั้นทำให้เราสามารถมองโลก เข้าใจโลก แล้วเกิดความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลง  และความคิดทั้งหมดนี้ ที่จริงไม่มีอะไรผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองจากมุมไหน เพียงแต่ถ้ามองให้ลึกๆ แล้ว เกือบทุกความคิด ความก้าวหน้าของมนุษยชาติล้วนเริ่มต้นจากความคิดส่วนบุคคลหรือของคนส่วนน้อยเสมอ เรื่องโดย Women Mthai Team ขอบคุณที่มาจาก...theguardian.com

Gekkan Shoujo Nozaki-kun ตอนที่ 1 [ซับไทยโดย DAI-TAKU]
Gekkan /  Shoujo / 

เรื่องย่อ ซากุระ จิโยะ เด็กสาวธรรมดาผู้หลงรัก โนซากิ อุเมะทาโร่ ชายหนุ่มร่างสูงผู้เงียบขรึม เธอเข้าไปสารภาพรักกับเขา แต่ด้วยความซื่อของชายหนุ่ม เขาจึงเข้าใจผิด สุดท้ายกลายเป็นว่า เธอกลายมาเป็นผู้ช่วยเขียนการ์ตูนให้เขาไปซะได้ ใช่แล้ว.. ผู้ชายที่ดูมาดแมนแสนแมน และไม่เคยมีความรักมาก่อนคนนี้ แท้จริงแล้ว เขาคือนักเขียนการ์ตูนรักโรแมนติกหวานแหววนั่นเอง! แล้วจากนี้ ความสัมพันธ์ของเธอจะก้าวหน้าขึ้นไปได้บ้างไหม? FanPage : http://www.facebook.com/DAITAKUFS ผลงานทั้งหมดจะหยุดแจกจ่ายทันทีเมื่อมี LC ในประเทศไทย

สีหศักดิ์ จวก สหรัฐฯ ใช้มาตรฐานตัวเองตัดสินชาติอื่น ปมจัดอันดับไทยค้ามนุษย์
UN /  กระทรวงการต่างประเทศ / 

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ  รับ ผิดหวัง สหรัฐฯ จัดอันดับไทยต่ำสุดกรณีการค้ามนุษย์ ยัน ไทยให้ความร่วมมือ UN มาตลอด ชี้ สหรัฐฯ ประเมินแค่ฝ่ายเดียวแถมใช้มาตรฐานตัวเอง วันนี้ 24 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ระบุภายหลังจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีรายงานการประเมินเกี่ยวกับการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ ประจำปี พ.ศ.2557 ที่จัดทำโดยสำนักงานประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และได้ปรับลดระดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทย จากระดับ 2.5 ที่อยู่มาอย่างยาวนานถึง 4 ปี ไปอยู่เทียร์ 3 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุด ว่า ประเทศไทยรู้สึกผิดหวังและไม่เห็นด้วยในการประเมินและจัดอันดับดังกล่าวของสหรัฐอเมริกาที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื่องจากที่ผ่านมาในการปราบปรามการค้ามนุษย์ ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งประเทศไทยได้ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมาสามารถดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์กว่า 400 คดี และมีการลงโทษแล้วกว่า 200 ราย รวมถึงประเทศไทย มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเปิดโอกาสให้สหรัฐอเมริกาตรวจสอบข้อมูลมาตลอด ซึ่งล่าสุด ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ให้ความสำคัญโดยการมีนโยบายการปราบปรามค้ามนุษย์ เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีความก้าวหน้าการปราบปรามมากยิ่งขึ้น ขณะที่ การประเมินดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินของฝ่ายเดียว โดยยึดมาตรฐานตนเองเป็นหลัก จึงไม่น่าจะเป็นวิธีการที่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ขอยืนยันว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธสัญญาขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN มาตลอด และยืนยันว่าประเทศไทยดำเนินการปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเข้มข้น ไม่ได้ดำเนินการเพื่อหวังผลในการจัดอันดับใดๆ ทั้งนี้ ในเรื่องมาตรการการคว่ำบาตร สามารถขอยกเว้นได้ และไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองและการค้าใดๆ ซึ่งต้องให้ประเทศสหรัฐอเมริกาพิจารณาอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาประเทศไทยได้มีความพยายามที่จะให้ความร่วมมือในการประเมินมาตลอด ส่วนการประเมินจะกระทบต่อการค้ากุ้งและสิ่งทอที่มีการใช้แรงงานต่างด้าวหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางประเทศไทยจะไม่ตอบโต้ใดๆ MThai News

9ชาติสมาชิกหนุน พิพัฒน์ นั่งรองปธ.ซีบ้า
กรุงจากาตาร์ /  ซีบ้า / 

9 ชาติสมาชิกยกมือสนับสนุน  พิพัฒน์ ลาภปรารถนา  นั่งเก้าอี้รองประธานสหพันธ์บาสเกตบอลอาเซียน หรือ ซีบ้า คนที่ 2 หลังเห็นศักยภาพในการทุ่มเทตั้งใจทำงานซึ่งจะมีวาระในการทำงานยาวถึง 4 ปี ในการพัฒนากีฬาชนิดนี้แบบยั่งยืน ความคืบหน้าการประชุมใหญ่สหพันธ์บาสเกตบอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ "ซีบ้า" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดยนีเซีย โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งประธานสหพันธ์ฯคนใหม่ หลังคณะกรรมการบริหารชุดเดิม ภายใต้การบริหารงานของ มร.อีริค โทเฮอร์ ประธานสหพันธ์ฯคนเก่า ชาวอินโดนีเซีย ได้บริหารงานมาจนครบวาระ 4 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีชาติสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงได้ในอาเซียน 9 ประเทศ ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ล่าสุด พิพัฒน์ ลาภปรารถนา นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ในฐานะ 1 ใน 9 ชาติสมาชิก ที่เดินทางไปร่วมประชุมดังกล่าวด้วย เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้สรุปผลงานในช่วงรอบปีที่ผ่านมา รวมไปถึงการพัฒนาและส่งเสริมกีฬาชนิดนี้ในภูมิอาเซียนให้เป็นที่นิยมแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการผลักดันให้มีการแข่งขัน อาเซียนบาสเกตบอลลีก หรือ เอบีแอล ของชาติสมาชิกด้วยกันเอง จนทำให้มีการพัฒนาดีขึ้นตามลำดับเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้นักกีฬามีศักยภาพทัดเทียบหลายประเทศในเอเชีย ขณะที่การพัฒนาผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสินจะต้องมีการเปิดอบรมให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีความทัดเทียมเท่ากับชาติมหาอำนาจอย่างลีกใหญ่ระดับโลก "เอ็นบีเอ" ในสหรัฐอเมริกา จากนั้นเข้าสู่วาระสำคัญ คือ การเลือกตั้งประธานสหพันธ์ฯคนใหม่ ปรากฏว่า ชาติสมาชิกยังคงให้ความไว้วางใจให้ มร.อีริค ดำรงค์ตำแหน่งเป็นประธานสหพันธ์บาสเกตบอล "ซีบ้า" เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังผลงานในการบริหารจัดการและการพัฒนากีฬาชนิดนี้เป็นที่ยอมรับของทุกคน อีกทั้งยังมีนโยบายและแนวทางในการส่งเสริมผลักดันกีฬายัดห่วงในอาเซียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนทุกชนชั้น เพื่อความเจริญก้าวหน้าแบบยั่งยืนและถาวรต่อไป   กระทั่งมาถึงการเลือกตำแหน่งรองประธานสหพันธ์ฯทั้ง 4 คน ที่ประชุมได้ให้ชาติสมาชิกทั้ง 9 ประเทศ ยกมือสนับสนุนบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และตั้งใจทำงาน ปรากฏว่า ตัวเองได้รับความไว้วางใจจากชาติสมาชิกให้นั่งตำแหน่งรองประธานสหพันธ์ฯซีบ้า คนที่ 2 ซึ่งจะมีวาระในการทำงานร่วมกัน มร.อีริค ประธานสหพันธ์ฯ เป็นเวลา 4 ปี เพื่อช่วยกันในการพัฒนากีฬาชนิดนี้อย่างมีระบบ พิพัฒน์ นายกสมาคมยัดห่วงไทย ในฐานะรองประธานสหพันธ์ฯ ซีบ้า คนใหม่ ได้กล่าวอีกว่า ส่วนตัวรู้สึกดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากชาติสมาชิกให้มาดำรงค์ตำแหน่งนี้ เพราะยังมีงานภาระกิจสำคัญอีกหลายอย่างต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ยิ่งตัวเองได้ทำงานใกล้เคียงกับ มร.อีริค จะทำให้สมาคมเราได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ดี มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับวงการบาสเกตบอลในบ้านเราได้ ที่สำคัญยังจะทำให้เรามีโอกาสในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการสำคัญๆในระดับนานาชาติมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้รู้สึกดีใจที่ได้มาสร้างชื่อเสียงให้กับสมาคมและประเทศชาติ เพราะตลอดชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ได้นั้น ก็เพราะกีฬาบาสเกตบอลที่ตัวเองรักตั้งแต่วัยเยาว์นั่นเอง จึงทำให้ได้มีโอกาสในด้านต่างๆทั้งการศึกษาและหน้าที่การงาน จากนี้ไปจะพยายามตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่

ลายเซ็นแบบไหน เสริมดวงชะตา
ดูดวง /  ลายเซ็น / 

วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีวิธีการเซ็น ลายเซ็น ที่สมบูรณ์มาฝากกัน สำหรับลายเซ็นที่ดีจะต้องห้ามตัด ห้ามฆ่า ห้ามพันกันครับ ลายเซ็นแบบไหน เสริมดวงชะตา ทั้งนี้หลายคนถามว่าทำไม ลายเซ็น จึงเกี่ยวข้องกับชะตาชีวิตของคนเราได้ คำตอบก็คือไม่ใช่เรื่องของความเชื่อเท่านั้น แต่เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่มีการวิเคราะห์วิจัยและศึกษากันมาอย่างช้านาน เช่นเดียวกับการทำนายโชคชะตาที่ดูวันเดือนปีเกิด เวลาเกิด หรือการทำนายบุคคลจากลักษณะรูปร่างหน้าตาและท่าทางนั่นเอง ลายมือชื่อหรือ ลายเซ็น เป็นศาสตร์อีกแขนงซึ่งเป็นภาพสะท้อนและบอกลักษณะของแต่ละคนได้ และสามารถนำมาทำนายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งการวิเคราะห์บุคคลจาก ลายเซ็น สามารถพิจารณาได้จากขนาดของตัวอักษร ความหนักเบาของ ลายเซ็น ขนาดของเส้นสายลายปากกา การดูโซนตัวอักษรความเอียงของตัวอักษร เส้นฐานอักษรหรือ Baseline นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ในเรื่องความเร็วในการเซ็น Speed in Writing ร่วมด้วย ด้านนิสัยใจคอ และทัศนคติ สามารถบอกได้ว่าลักษณะนิสัยของบุคคลผู้นั้นเป็นอย่างไร เช่น เบิกบานสดชื่น อารมณ์แจ่มใส อมทุกข์ สุภาพ นุ่มนวล แข็งกร้าว ก้าวร้าว เป็นมิตร เช่น ลายเซ็นของคนที่มองโลกในแง่ดีมักจะพลิ้วเป็นคลื่นสวยงาม ขณะที่ลายเซ็นที่มีลักษณะผอมสูงหรือแคบๆ มักจะมีทัศนะคติและวิธีคิดในเชิงบวก ด้านความสามารถ ส่วนใหญ่คนที่มีความเก่งกาจสามารถ มักจะมีลายเซ็นแบบเส้นด้ายพลิ้วไหว ต่อเนื่องและสวยงาม ส่วนคนที่ขาดความเชื่อมั่นทำงานไม่เป็นสับปะรด ลายเซ็นจะโย้หน้าบ้างหลังบ้าง ด้านสติปัญญา ไม่ว่าจะเป็นความฉลาดเฉลียวและปราดเปรื่อง ความฉลาดแบบมีเล่ห์เหลี่ยม หรือความอ่อนด้อยทางเชาวน์ปัญญา สามารถแสดงออกได้ทางลายเซ็นทั้งนั้น ด้านทักษะทางสังคม การชอบเปิดเผย หรือปิดตัวเอง แสดงออกมาในลายเซ็นที่แตกต่างกัน บางคนสามารถเข้ากับผู้คนได้ดี ปรับตัวเก่ง ในขณะที่บางคนก็มีปัญหากับการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนในสังคม ด้านความใฝ่ฝัน ความทะเยอทะยาน แสวงหาความก้าวหน้ามักจะบอกได้ในลายเซ็นที่มีเส้นสายปลายลายเซ็นตวัดขึ้นสูง ส่วนบุคคลที่ไม่ทะเยอทะยานนักจะมีลายเซ็นที่ค่อนข้างเล็กและไม่ตวัดสูง

ดูดวง ลักษณะมือบอกการดำเนินชีวิต
ดูดวง /  ดูดวงลายมือ / 

ศาสตร์ของการ ดูดวง มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ลักษณะมือหรือลายมือก็สามารถนำมา ดูดวง เพื่อบอกการนำเนินชีวิต จุดเด่น จุดด้อย อุปนิสัย ความรักหรือคู่ครองของเราในปัจจุบันได้เช่นกัน ข้อมูลที่ Horoscope.Mthai.com นำมาฝากในครั้งนี้จึงสามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดี ลักษณะนิ้วมือ นิ้วหัวแม่มือ แสดงถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นปรารถนา พลังจิตใจ และกำลังของการต่อสู้ และพลังแห่งการกระทำ เพราะธรรมชาติของมือเรา เวลาเราจะทำอะไรด้วยมือ เช่นหยิบจับหรือทำงาน ถ้าขาดนิ้วหัวแม่มือแล้ว ก็จะทำอะไรได้ลำบากมาก หรือทำไม่ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ กำลัง เพราะนิ้วนี้เป็นพลังของจิตใจและพลังของร่างกายด้วย นิ้วชี้ เวลาเราจะใช้ใครหรือสั่งให้ทำอะไร คงไม่มีใครใช้นิ้วอื่นนอกจากนิ้วชี้ เพระฉะนั้นนิ้วชี้เป็นนิ้วที่แสดงถึงอำนาจในการปกครอง หัวหน้า ถ้านิ้วนี้ไม่แข็งแรง หรือเอนเอียง ก็แสดงว่าผู้นั้นจะปกครองบริวารลำบาก และบริวารไม่ค่อยยำเกรง สั่งอย่างทำอย่าง ควบคุมคนมากๆไม่ได้ ในทางกลับกัน ถ้านิ้วชี้ของคุณแข็งแรง อิ่มเต็ม และตรง ก็จะเป็นนักปกครองที่ดี บริวารยำเกรง และมีพลังในการควบคุม บริวารมากๆได้ นิ้วกลาง เป็นนิ้วที่เป็นจุดศูนย์กลางของการดำรงคงอยู่ การปักหลักฐาน หลักทรัพย์ บ้าน ที่ดิน คดีความการเป็นอยู่ ติดคุกติดตาราง ก็สามารถดูได้จากเนินนี้ แล็วผมจะค่อยๆขยายความในโอกาสต่อไป นิ้วนาง เป็นนิ้วของเกียรติยศ ชื่อเสียง โชคลาภ ลาภลอย เครดิต นิ้วก้อย เป็นนิ้วของไหวพริบปฎิพาน การเจรจาติดต่อ และการสังคม ปกตินิ้วนี้คนทั่วไปจะมีอยู่ 3 ข้อ ถ้ามี 4 ข้อ ซึ่งมีน้อยมาก มักจะเป็นบุตรคนแรก หรือคนสุดท้อง มักมีอาชีพพิเศษ เช่นนักติดต่อกับวิญญาณ ลักษณะฝ่ามือ ดูดวง ลักษณะของฝ่ามือ ฝ่ามือที่ดี-ผิวหนังของมือ จะนุ่มและหยุ่น แสดงถึงเป็นผู้ที่มีปฏิภาณดี มีเหตุมีผล และมีมานะเพียรพยายาม และรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ถ้าผิวของมือขาดความนุ่มนวลและหยุ่น ก็จะเป็นคนเกียจคร้าน ความรู้สึก เชื่องช้า ขาดไหวพริบ ฝ่ามือหนาและผิวนุ่มและหยุ่น เป็นคนที่มีความรู้สึกไว รับรู้ต่อสิ่งรอบข้างได้รวดเร็ว ฝ่ามือบางและผิวกระด้างและแห้ง เป็นคนขี้ตกใจ กระต่ายตื่นตูม หงุดหงิด วิตกจริต ไม่รักความ ก้าวหน้า สมองทึบ ฝ่ามือไม่หนานักและอ่อนนุ่ม เป็นคนที่เอาแต่สบายตนเอง การเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่ว่องไวทาง ความคิด รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ การเคลื่อนไหวของนิ้ว-เราดูได้จากกระดูกข้อต่อที่ข้อมือ และข้อต่อของนิ้วมือ พวกที่มีข้อโต จะเป็นคน ที่เคลื่อนไหว คล่องแคล่ว ว่องไว พวกที่มีเนื้อเต็มไม่เห็นข้อมือ ข้อนิ้ว มักจะเคลื่อนไหวเชื่องช้า ฝ่ามือใหญ่-เป็นคนที่ชอบทำงานที่มีความละเอียด และชอบทำด้วยตนเอง การเขียนหนังสือก็มักจะ เขียนตัวเล็ก ฝ่ามือเล็ก-ชอบทำงานหยาบๆ ไม่ชอบทำงานใหญ่ๆ และมีความละเอียด ชอบทำแต่ของกระจุกกระจิก การเขียนหนังสือก็ชอบที่จะเขียนตัวโตๆ ฝ่ามือเหลว-เป็นคนฉาบฉวย ขี้ตกใจหวาดกลัว เป็นคนจับจดเปลี่ยนแปลงง่าย กามารมณ์จัด เห็นแก่ตัว ฝ่ามือแข็ง ถ้าแข็งปานกลาง มีนิสัยตรงไปตรงมา ตามใจตนเอง ตบหาสมาคมยาก ถ้าใครพูดผิดก็จะเถียงทันที ถ้าฝ่ามือแข็งมาก มักจะมีนิสัยดุร้าย ปราศจากความยั้งคิดดื้อดึง ยากที่จะอบรมสั่งสอน ฝ่ามือแข็งและนิ้วหัวแม่มือได้สัดส่วน เป็นคนที่มีจิตใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว หนักแน่น เมื่อตัดสินใจว่าจะ ทำอะไรแล้วมักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง ฝ่ามือแอ่นไปด้านหลัง คือเมื่อเราเหยียดนิ้วมือออกแล้ว นิ้วมืออ่อนแอ่นไปข้างหลังได้ เป็นคนชอบใฝ่รู้ นิสัยอ่อนโยน ไม่ขัดคอใคร ส่วนด้านการทำงานมักขาดความเด็ดขาด ไม่ชอบลงทุนหรือเสี่ยง ถ้ายังไม่มั่นใจ ฝ่ามือบุ๋ม คือตอนกลางของฝ่ามือบุ๋มลงไป เนินนี้คือที่ราบลำบาก ถ้าบุ๋มกลางเส้นชีวิต ก็จะมีปัญหา เรื่องครอบครัวและเครือญาติ หรือร่างกายสุขภาพไม่ดี ถ้าหลุมอยู่ตรงเส้นหัวใจ ก็จะเดือดร้อนเพราะ ความรัก ถ้าหลุมอยู่ตรงเส้นวาสนา ก็จะเดือดร้อนเรื่องการทำกิน และการครองชีพ ดูดวง ลักษณะลายมือ ดูดวง ความหมายของเนิน 1. เนินอาทิตย์-อยู่ใต้โคนนิ้วนาง อยู่ติดกับเนินเสาร์และเนินพุธ ส่วนด้านล่างก็จรดเส้นใจ ใช้พยากรณ์ในเรื่อง ชื่อเสียง เกียรติยศ การเงิน ศิลป์ 2. เนินจันทร์-อยู่ด้านล่างของฝ่ามือด้านนอก เป็นเนินที่กว้างและลึกเข้ามาในฝ่ามือ ใช้พยากรณ์ในเรื่อง จินตนาการ ความเพ้อฝัน การเดินทาง การวางแผน 3. เนินอังคาร-อยู่ที่ใต้เส้นใจลงไปตามขอบมือ ด้านบนติดกับเนินพุธ ด้านล่างติดกับเนินจันทร์ การดิ้นรนต่อสู้ ความอดทน ความขยันขันแข็ง ความกล้าหาญ 4. เนินพุธ-อยู่ใต้โคนนิ้วก้อย ด้านหนึ่งติดกับเนินอาทิตย์ อีกด้านหนึ่งจรดริมมือ อีกด้านหนึ่ง เส้นใจ ใช้พยากรณ์ถึง ไหวพริบปฎิภาณ การเจรจาติดต่อ การพูดจา การค้าขาย การสาธารณะสุข 5. เนินพฤหัส-อยู่ใต้โคนนิ้วชี้ ด้านหนึ่งติดเนินเสาร์ อีกด้านหนึ่งจรดริมมือ ด้านล่างจรดเส้นสมอง ใช้พยากรณ์ถึง อำนาจ การปกครอง ตำแหน่งหน้าที่การงาน คุณธรรม การสูญเสีย 6. เนินศุกร์-อยู่ใต้นิ้วหัวแม่มือลงมา มีอณาเขตใหญ่ในเส้นชีวิต ด้านล่างจรดข้อมือติดกับเนิน หลักฐาน ใช้พยากรณ์ถึง ความสุข สนุกสนาน ครอบครัว ความรัก คู่ครอง 7. เนินเสาร์-อยู่ใต้โคนนิ้วกลาง ด้านหนึ่งติดกับเนินพฤหัส ด้านหนึ่งติดกับเนินอาทิตย์ ด้านล่างจรดเส้นใจ ใช้พยากรณ์ถึง ความร้อนใจ หลักฐาน ความสันโดด การงาน การเงิน 8. เนินวิปริต-แทรกอยู่ในเนินจันทร์ตั้งอยู่มุมล่างของฝ่ามือ มีเนื้อที่ลึกเข้าไปในฝ่ามือประมาณ ครึ่งนิ้ว ติดกับเนินอังคาร ใช้พยากรณ์ถึง ความวิปริต ผิดธรรมดา ความซ่อนเร้น ความไม่โปร่งใส 9. เนินหลักฐาน-อยู่ด้านล่างตรงกลางระหว่างเนินศุกร์ และเนินจันทร์ ติดกับข้อมือ ใช้พยากรณ์ถึง หลักฐาน ที่ดิน ที่นา อสังหาริมทรัพย์ ขอบคุณข้อมูลจาก www.chaifengshui.com

ทาสรักอสูร : เจ็บแค้นเคืองโกรธเตะฉันใย
กระแต /  ตบจูบ / 

มาแล้วกับหนังเรื่องล่าสุดของดาวตลกแห่งเมืองไทยอย่าง หม่ำ จ๊กม๊ก ที่มาคราวนี้เขายังคงควบหน้าที่ กำกับเอง แสดงเอง กับหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแนว ตบจูบ ของพี่เปี๊ยก พิศาล ใน ทาสรักอสูร ซึ่งจากตัวอย่างที่หลายคนได้เห็นไปแล้วก็คงจะพอมีหวังกับความฮาของหนังกันมาบ้างแหละนะ จงลืมนิยายรักหฤโหดอันลือลั่นที่คุณเคยรู้จัก เพราะว่าตลกหน้าเหลี่ยม “หม่ำ จ๊กม๊ก” จะเปิดตำนานรักครั้งใหม่ที่ไม่เหมือนครั้ง­ไหนๆ เมื่อเขาต้องรับบท “นายหัว ชายเถื่อนไร้หัวใจ ” ที่จะมาปะทะกับ “สาวเมืองกรุงแสนสวยแต่ขี้วีน” พิงกี้ สาวิกา” ตำนานรักครั้งใหม่ของเจ้านายกับทาสผู้ถูกท­ำร้ายโดยไม่มีความผิด ที่มีหัวใจเป็นเดิมพัน กำลังจะถือกำเน­ิดขึ้น ทั้งรัก ทั้งมันส์ ทั้งฮา ด้วยลีลาตบจูบ 360 องศา เมื่อ นายหัว ได้จับตัว คุณอูอี้ มาเพื่อแก้แค้นกับสิ่งที่พ่อของเธอเคยทำไว้ในอดีตนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างตลกกับหนังของ หม่ำ จ๊กม๊ก ในยุคแรกๆอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งพวก บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม หรือ แหยมยโสธร ในภาคแรก แต่ก็อย่างที่รู้กันว่ายิ่งนานวันเข้าหนังของผู้กำกับคนนี้กลับค่อนข้างที่หมดมุกใหม่ๆมานำเสนอคนดู ตั้งแต่ จั๊กกะแหล๋น และล่าสุดอย่าง แหยม ยโสธร 3 แต่ก็ต้องยอมรับว่าในผลงานเรื่องใหม่อย่าง ทาสรักอสูร เมื่อได้เห็นตัวอย่างก็พอจะมีความหวังว่าพี่หม่ำเขาจะกลับมา ท็อปฟอร์ม ได้บ้าง โดยหลังจากที่ได้ไปรับชมมาแล้ว ก็ต้องว่ากันตามเนื้อผ้าว่าตัวหนัง ทาสรักอสูร อาจจะไม่ได้กลับมาท๊อปฟอร์มอย่างที่หวัง แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้น่าเกลียดจนถึงขั้นรับไม่ได้ขนาดนั้นเลยทีเดียว โดยสิ่งที่ต้องขอชม ทาสรักอสูร คงหนีไม่พ้นไอเดียของการล้อเลียนหนัง ละครหลังข่าว แนวตบจูบ ตัวร้ายขี้อิจฉา หรือแม้แต่พระเอกขี้เก็ก ซึ่งในส่วนนี้ผู้กำกับ หม่ำ ถือว่าทำการบ้านมาดีพอสมควร คอยตามเก็บทุกเม็ดว่ามีส่วนไหนที่หนัง ละครแนวตบจูบชอบทำเปิ่นๆกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการพูดคนเดียว, หัวเราะเสียงดังๆ หรือแม้แต่การที่ตัวขี้อิจฉาส่งลูกน้องไปจัดการนางเอก และแน่นอนว่าที่เด็ดสุดคือ ฉากการตบกัน ที่ในเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังจีนแนว โจวซิงฉือ ซึ่งก็ครีเอทได้ดีพอสมควร แต่ก็อาจจะแป๊กบ้าง ฮาบ้าง ผสมปนเปกันไป เช่นเดียวกันกับมุกตลกใน ทาสรักอสูร ซึ่งสมมุติว่ามุกตลกปล่อยออกมา 100 เม็ด ในเรื่องนี้ก็เอาเป็นว่ามีฮาสักประมาณ 30 เม็ด (ซึ่งถือว่าดี เมื่อเทียบกับหนังเรื่องล่าสุดอย่าง แหยมยโสธร 3 ที่ส่วนตัวผมไม่ฮาสักเม็ด) โดยใน 30 เม็ดนี้ก็จะมีมุกตลกเด็ดๆอยู่ประมาณ 40% เลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นการก้าวหน้าที่ดีสำหรับหนังยุคหลังๆของเขา โดยเฉพาะมุกตลกแนวมุกชนมุก ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะส่งเสริมให้ออกมามากกว่า มุกตลกแนวด่าพ่อล้อแม่ เสียอีก (ซึ่งนั่นก็คือ 70 เม็ดที่เหลือ ที่มันไม่ฮา) แต่ก็น่าเสียดายที่ตามสไตล์หนังตลกไทย สิ่งที่ยังทำให้ตัวหนังยังไม่ได้ไปไหนสักที คงหนีไม่พ้นการตัดต่อที่ยังคงติดรากฐานการตัดต่อแบบ มุกชนมุก ทำให้หลายๆฉากของหนังเนี่ยคิดออกได้เลยว่า จะใส่มาทำไม อยู่เป็นระยะๆ เลยท้ายสุดเมื่อหนังมันเกร่อด้วยวิธีการตัดต่อแบบนี้มากๆ ทำให้เรื่องราวพล็อตหลักของหนังระหว่างการเสียดสี คนจน คนรวย และการพูดถึงความแค้นใน Identity ของคนเราลดลงไปทันที เอาเข้าจริงๆผมคิดว่าถ้าหาก ทาสรักอสูร ลองเอากลับไปตัดต่อใหม่ ไม่ต้องขายความเป็น มุกชนมุก เยอะขนาดนี้ หนังน่าจะสนุกกว่านี้แน่นอน เพราะเพียงลำพังจากการแสดงของ หม่ำ และ พิงกี้ ในเรื่องนี้ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นอีกแล้วนั่นเอง เรื่องนี้ผมให้ 6.5/10 ครับ

วิดิช แสบ!! บอกถ้ายังอยู่ ผี ป่านนี้คงอดไป UCL
bbc /  กัลโช่ เซเรียอา / 

เนมานย่า วิดิช อดีตเซ็นเตอร์แบ็คของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจสุดๆว่าการย้ายทัพไปอยู่กับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน จะไม่ทำให้อนาคตการเป็นนักฟุตบอลดร็อปลงไปแน่นอน แถมยังแอบกัดต้นสังกัดเก่าด้วยว่า ถ้าตอนนี้ตนยังค้าแข้งอยู่กับทัพ "ปีศาจแดง" ก็อดลงทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เหมือนกันนั่นแหละ ปราการหลังวัย 32 ปีให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่าง BBC เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ตอนนี้ผมเป็นหนึ่งในนักเตะของสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และผมก็ไม่เคยคิดเลยด้วยว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะทำให้อาชีพการเป็นนักฟุตบอลถอยหลังลง กลับกันผมเชื่อว่ามันจะทำให้ก้าวหน้าขึ้นไปได้กว่าเดิมอีก" "คิดดูถ้าตอนนี้ผมยังอยู่กับ ยูไนเต็ด ก็เท่ากับซีซั่นหน้าผมจะอดลงเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เหมือนกัน" เนมานย่า วิดิช ตบท้าย

อายคนอื่นไหมถ้ามีแฟนฐานะการศึกษาด้อยกว่า
ความรัก /  เรียนน้อย / 

ตอนนี้หนูมีแฟนอายุ 31 ปีเค้ามีหน้าที่การงานดี ตำแหน่งสูง แต่หนูจบแค่ม.6 ทำงานโรงงานลูกจ้างรายวันเงินเดือนน้อย มีวันนึงหนูต้องไปเจอเพื่อนๆของแฟน เค้าบอกว่าถ้าใครถามว่าทำงานอะไร ให้ตอบว่าทำงานออฟฟิต เค้าอายคนอื่นเหรอคะที่มีแฟนอย่างหนู แล้ววันนึงถ้าเค้าเจอคนที่เหมาะสมกว่าเค้าจะทิ้งหนูรึเปล่า คำตอบ : สวัสดีค่ะ มาดามรักคิดว่าขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคลนะคะ   อาย - ไม่อายขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเค้าเองค่ะ   หนูรักคนๆ นี้ หนูก็ย่อมแคร์ความรู้สึกของคนๆ นี้ที่มีต่อหนู มาดามรักพูดถูกไหมคะ ?  ที่หนูถามเพราะหนูต้องการเช็คความมั่นใจให้ตัวหนูแค่นั้นเอง เรื่องการศึกษา  หรือหน้าที่การงานมันเป็นเรื่องของการขวนขวายหาความก้าวหน้าและเป็นพื้นฐานการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชีวิตมากกว่าค่ะ   ถ้าหนูรู้สึกว่ามันเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางโอกาสอีกหลายๆ อย่างในชีวิตหนู  หนูก็ไปเรียนต่อก็ได้นี่ค่ะ มหาวิทยาลัยเปิดตั้งเยอะแยะมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ  มหาวิทยาลัยรามคำแหง เค้าก็เปิดโอกาสให้เรียนที่บ้าน  เรียนจบก็มีวุฒิ เอาไปใช้สมัครงานที่มีความก้าวหน้าในชีวิตได้ ไม่มีใครแก่เกินเรียน  วิชาความรู้มีอยู่ติดตัวก็ดีกับตัวเราเองไม่ใช่ใครอื่น  หากเราขยันและใฝ่ดีจริง อย่างน้อยๆ ความรู้ก็ไม่เคยทอดทิ้งใคร ถ้าหนูมัวแต่หาข้อติ ตำหนิแต่ตัวเอง แต่ไม่ยอมแก้ไข ปรับปรุงให้มันดีขึ้น  ไม่รู้จักพยายามเสียก่อน  มัวแต่ทอดถอนหายใจอยู่อย่างนี้ แล้วถ้าเกิดเค้าทิ้งหนูไปจริงๆ  หนูจะโกรธตัวเองเพราะหนูจบแค่ม. 6 หรือโกรธที่ตัวเองไม่ยอมปรับปรุงตัวคะ ?      หนูเลือกได้ค่ะ  ว่าจะทำให้มันดีขึ้น หรือจะปล่อยให้มันไปเรื่อยๆ อย่างนี้   คนเราไม่มีใครเก่ง ไม่มีใครฉลาดมาตั้งแต่เกิด  ทุกๆ คนต่างต้องผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะกันทั้งนั้น  ผู้ที่คิดว่าตนเองดี ตนเองเก่งแล้ว  คือ บุคคลที่โง่ที่สุดในโลกค่ะ   เพราะฉะนั้น อย่าหยุดเรียนรู้นะจ๊ะ   "ผู้ที่หยุดการเรียนรู้  คือผู้ที่ตายไปแล้วเท่านั้นค่ะ"   อนาคตและความสุขขึ้นอยู่กับตัวคุณเองค่ะ  มาดามรักเอาใจช่วยนะคะ บุญรักษา จากใจ มาดามรักค่ะ

10 มหาวิทยาลัยไทยที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2014
10 อันดับ /  ที่สุดในโลก / 

ในปีนี้ผลการจัดอันดับ QS Asia University Rankings 2014 โดย Quacquarelli Symonds (QS) บริษัทเอกชนทำธุรกิจในด้านการศึกษาได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ประจำปี 2014 ออกมาแล้ว ซึ่งมี 10 มหาวิทยาลัยไทยติดอยู่ในการจัดอันดับซะด้วย จะมีมหาวิทยาลัยไหนกันบ้างไปติดตามกันคะ ^^ .. 10 มหาวิทยาลัยไทยที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2014 10 มหาวิทยาลัยไทยที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2014 1. มหาวิทยาลัยมหิดล : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 40 ของเอเชีย อันดับ ที่ 1 ของประเทศไทยปีที่ 5 ติดต่อกัน และเป็นอันดับที่ 40 ของเอเชีย 2432 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "มหิดล" อันเป็นพระนามของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ใช้แทนชื่อมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทั้งในด้านการเรียนการสอนและการวิจัย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา นอกจากนี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ยังรับรองมาตรฐานของสถาบันในระดับดีมากให้กับมหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลจัดการเรียนการสอนใน 15 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งหมด 551 หลักสูตร โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใน 6 พื้นที่คือ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพมหานครฯ (ประกอบด้วยพื้นที่บางกอกน้อย พญาไท และวิทยาลัยการจัดการ), มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจบุรี, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ และ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ 2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 48 ของเอเชีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน" ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อปี พ.ศ. 2442 พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระเกี้ยว" มาเป็นเครื่องหมายประจำโรงเรียน การดำเนินงานของโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 (ขณะนั้นนับวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ นับอย่างใหม่ต้องเข้าปี พ.ศ. 2460) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประดิษฐานขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และพระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ถึงปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีผู้บัญชาการและอธิการบดีดำรงตำแหน่งมาแล้ว 16 คน อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ภิรมย์ กมลรัตนกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอับดับให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศทั้งในสาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาเวชชีวศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ และสาขาสังคมศาสตร์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับดีมากจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติอีกด้วย นอกจากนี้ นักเรียนที่ทำคะแนนรวมได้สูงสุดของคณะต่างๆ จากการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางและระบบรับตรงของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่เลือกเข้าศึกษาต่อในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนใน 19 คณะ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 540 สาขาวิชา หลักสูตรนานาชาติและภาษาอังกฤษ รวมทั้งสิ้น 85 สาขาวิชา นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถาบันวิจัยขึ้นภายในมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งเพื่อดำเนินการวิจัยในศาสตร์ต่าง ๆ ด้วย 3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 92 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย โดยใช้ชื่อตามจังหวัดเป็นแห่งแรก เป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคเหนือ ตั้งอยู่ที่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2501 เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานกว่า 700 ปี มีสภาพภูมิประเทศงดงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเป็นธรรมชาติ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีจำนวนนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 36,379 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2556) จำแนกตามระดับการศึกษา ได้แก่ ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก และระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต โดยมีคณะที่เปิดสอนจำนวนทั้งสิ้น 20 คณะ 1 วิทยาลัย และ 1 บัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้ หลักสูตรในระดับปริญญาตรี มีหลักสูตรที่เปิดสอนในแต่ละคณะทั้งหมดประมาณ 100 หลักสูตรโดยจะมีการแบ่งหลักสูตรออกเป็น หลักสูตรภาคปกติ หลักสูตรภาคพิเศษ หลักสูตรนานาชาติ หลักสูตรต่อเนื่อง และหลักสูตรสาขาวิชาร่วม โดยแต่ละคณะจะเป็นผู้กำหนดรายวิชาในแต่ละสาขาวิชาที่เปิดสอน 4. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 134 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ก่อตั้งในชื่อ "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง" หรือ "ม.ธ.ก." (The University of Moral and Political Sciences หรือ UMPS) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2477 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป ต่อมาใน พ.ศ. 2495 รัฐบาลเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบัน นับเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอายุเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมือง และความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดการศึกษาครอบคลุมทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ทุกระดับจำนวนทั้งสิ้น 256 หลักสูตร เป็นระดับปริญญาตรี 111 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 8 หลักสูตร ปริญญาตรีควบปริญญาโท 4 หลักสูตร ปริญญาโท 99 หลักสูตร และปริญญาเอก 34 หลักสูตร จัดการศึกษาทั้งภาคกลางวันและภาคค่ำ 5. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014  อันดับที่ 142 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ของประเทศไทย ตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. ๒๕๑๑ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2510 ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 จึงถือว่าวันที่ 22 กันยายนของทุกปี เป็นวันสงขลานครินทร์ ในระยะแรกของการก่อตั้ง ได้รับนักศึกษาเข้าศึกษาครั้งแรกในคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยใช้อาคารเรียนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหิดล) เป็นสถานที่ศึกษา และปีต่อมา พ.ศ. 2511 ก็เริ่มย้ายนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์มาเรียนที่จังหวัดปัตตานี ในปี พ.ศ. 2514 ย้ายนักศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเรียนที่ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็นวิทยาเขตที่ใหญ่ที่สุด พ.ศ. 2520 เปิดวิทยาเขตภูเก็ต พ.ศ. 2533 เปิดวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และ พ.ศ. 2534 เปิดวิทยาเขตตรัง ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยได้เปิดคณะวิชาต่าง ๆ 25 คณะ โดยเปิดสอนสาขาวิชาการต่าง ๆ จำนวน 236 สาขา เป็นการศึกษาระดับปริญญาเอกและเทียบเท่า 20 สาขา หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง 9 สาขา ปริญญาโท 86 สาขา ประกาศนียบัตรบัณฑิต 2 สาขา และปริญญาตรี (4-6 ปี) 121 สาขา 6. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 151-160 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนหลักสูตรทางด้านการเกษตร ก่อตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ โดยมีปณิธาณในการก่อตั้งเพื่อเป็นคุณประโยชน์แก่การกสิกรรมและการเศรษฐกิจของประเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนช่างไหมในปี พ.ศ. 2447 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนการเพาะปลูก หลังจากนั้นรวมเข้ากับโรงเรียนแผนที่เป็นโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ มีผลให้วิทยาการทางการเกษตรพัฒนาและก้าวหน้า ใน พ.ศ. 2486 รัฐบาลได้ปรับปรุงและรวมกิจการของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนกับโรงเรียนวนศาสตร์ (โรงเรียนการป่าไม้เดิม จังหวัดแพร่) มาเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แรกเริ่ม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดสอนเฉพาะด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ต่อมาได้ขยายสาขาวิชาครอบคลุมทั้งสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ บริหารธุรกิจ และศิลปศาสตร์ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 และอยู่ระหว่างการพิจารณาแปรสภาพจากมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มีวิทยาเขตที่เปิดทำการสอนทั้งหมด 4 วิทยาเขตได้แก่ วิทยาเขตบางเขน วิทยาเขตกำแพงแสน วิทยาเขตศรีราชา และวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนครทั้งยังมีโครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรีอีกหนึ่งแห่งด้วย มีหน่วยงานที่เปิดการสอน 28 คณะ 2 วิทยาลัย และสถาบันสมทบอีก 2 แห่ง มีหลักสูตรที่เปิดทำการสอน 373 หลักสูตร โดยเป็นหลักสูตรนานาชาติ 38 หลักสูตร นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งสถาบันวิจัยขึ้นตามจังหวัดต่าง ๆ หลายแห่งเพื่อดำเนินการวิจัยในศาสตร์ต่าง ๆ 7. มหาวิทยาลัยขอนแก่น : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 171-180 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีอัตราการสอบแข่งขันเข้าเรียนมากที่สุดในภูมิภาค มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นหนึ่งในบรรดามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเก้ามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติจากกระทรวงศึกษาธิการในปี พ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งอยู่ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งขึ้นและสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งภูมิภาคที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของประเทศ ส่วนการจัดการเรียนการสอนนั้นครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์การแพทย์ การเกษตร มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยได้รับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศทางด้านการเรียนการสอน และดีเยี่ยมทางด้านการวิจัย เปิดหลักสูตรรวมทั้งสิ้น 317 หลักสูตร แบ่งได้เป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอก 59 หลักสูตร ปริญญาโท 129 หลักสูตร ปริญญาตรี 105 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิต 24 หลักสูตร 8. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 181-190 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หรือที่รู้จักในชื่อ "บางมด" เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล เดิมชื่อ วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้าน วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สถาปัตยกรรมศาสตร์ ปัจจุบันเปิดทำการสอน 8 คณะ 1 สถาบัน 1 บัณฑิตวิทยาลัย 1 โครงการร่วมบริหาร ทั้งในหลักสูตรปกติ สองภาษาและนานาชาติ ในระดับปริญญาตรี โท และเอก มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย 9. มหาวิทยาลัยบูรพา  : ติดอันดับ  QS Asia University Rankings 2014 อันดับที่ 201-250 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยบูรพา สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตั้งอยู่ที่ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 โดยอดีตเป็นวิทยาเขตหนึ่งของวิทยาลัยวิชาการศึกษา (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปัจจุบัน) โดยมีชื่อว่า วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน หรือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้วันที่ 8 กรกฎาคม หรือที่เรียกว่า "แปดกรกฎ" ของทุกปีจึงนับเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยบูรพาจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี โท เอก ในหลากหลายกลุ่มสาขาวิชา เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นต้น 10. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (อันดับที่ 251-300 ของเอเชีย) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พัฒนาจาก โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2492 และต่อมาพัฒนาเป็น วิทยาลัยวิชาการศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2497 และพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อ พ.ศ. 2517 โดยได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ส่วนอักษรย่อ มศว ไม่มีจุด มี 3 แนวคิด 1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพร้อมกับชื่อมหาวิทยาลัย (ซึ่งไม่ได้มีในประกาศ มีเพียงชื่อเต็มและคำอ่าน) 2. เพื่อให้ได้ความหมายของการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด 3. เกิดจากครั้งหนึ่ง มีการเปลี่ยนระบบอักษรย่อในภาษาไทย โดยไม่ใส่จุดแบบภาษาละติน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจึงได้ใช้อักษรย่อ มศว แต่เนื่องจากมีการกลับมาใช้อักษรย่อแบบมีจุดเหมือนเดิม มศว จึงกลายเป็นสถาบันที่มีอักษรย่อแบบไม่มีจุด ต่างจากที่อื่น ปัจจุบันเปิดการเรียนการสอน 15 คณะ 4 วิทยาลัย 1 สำนักวิชา ขอบคุณที่มาข้อมูล QS Asia University Rankings 2014, .manager.co.th, wikipedia

ชวลิตเตือน! สุรชัยหยุดฝืนกฎหมายตั้งนายกฯ นอกรธน.เชื่อกลียุคแน่
ชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย /  บ้านเมืองกลียุค / 

แนะเลือกตั้งแบบมีเงื่อนไขปฏิรูปประเทศ เพื่อก้าวข้ามวิกฤติ วันนี้ 16 พ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวเรียกร้องนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา อย่าฝืนเดินนอกกรอบรัฐธรรมนูญ อย่าโยนภาระ โยนความเดือดร้อนทูลเกล้าฯ ตั้งนายกฯ คนกลางหรือนายกฯ เฉพาะกิจอันเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท คนไทยผู้มีความจงรักภักดีไม่ควรทำ หน้าที่ของนายสุรชัยในอนาคตอันใกล้ คือ ประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นตำแหน่งอันมีเกียรติยิ่ง ตรงข้ามกับเนติบริกร ทั้งนี้ เท่าที่รู้จักนายสุรชัยในการทำงานในรัฐสภา นายสุรชัยเป็นคนฉลาด จบกฎหมาย จบเนติบัณฑิตไทย มีประสบการณ์มากมาย มีหนทางก้าวหน้าในหน้าที่รออยู่ คงไม่มาจบชีวิตทางการเมืองด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมายเสียเอง ขณะเดียวกัน สงสัยอยู่ว่าทางออกในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่ชอบด้วยกฎหมายที่คนส่วนใหญ่ และนานาอารยะประเทศยอมรับทำไมไม่เดิน กลับพยายามเดินทางที่ผิดกฎหมาย ระคายเคืองฯ การให้เนติบริกรหาช่องว่าง ข้อยกเว้นเท่ารูเข็มและตัน อย่าทำเลย นิสัยคนไทย อะไรๆ ก็พอทนได้ แต่ถ้าอยุติธรรมทนไม่ได้ กลียุคแน่นอน เมื่อคืนดูละครอย่าลืมฉันตอนจบได้คติชีวิตที่ผู้ประพันธ์นำคำสอนทางพุทธศาสนามาแก้ปัญหาที่ยากมาก และสามารถแก้ได้ด้วยการละทิฐิ ดังนั้นขอแนะนำอย่างกัลยาณมิตรว่า อย่าฝืนกฎหมาย ทางออกของประเทศ คือ การร่วมมือกันรักษาระบอบประชาธิปไตย เดินทางสายกลางด้วยการจัดให้มีการเลือกตั้งแบบมีเงื่อนไขเพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยมีประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นสักขีพยานการลงนามในสัตยาบันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ และผู้เกี่ยวข้องเราก็จะก้าวข้ามวิกฤตได้ MThai News

 Shot Stats : รู้ลึกทุกวงสวิง
its /  Shot Stats / 

นักกีฬาทุกคนต่างอยากรู้ความก้าวหน้าของตัวเอง สถิติคือสิ่งที่คอยบอกว่าเราก้าวไปได้ไกลแค่ไหน Shot Stats คือ Gadget ที่จะวัดความเร็วในการตีลูกเทนนิสในแต่ละครั้ง เพื่อบอกสถิติในการเสิร์ฟที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ตัวของ Shot Stats เป็นแกดเจ้ดที่ต้องติดไว้บนเส้นเอ็นของไม้เทนนิส เมื่อใดที่ผู้ใช้ทำการเสิร์ฟหรือตีโต้มันจะบอกความเร็วของแต่ละลูกที่ตีผ่านทางหน้าจอ LCD ซึ่งตัวเลขที่เห็นจะเป็นข้อมูลของการตีครั้งล่าสุด ส่วนข้อมูลของการตีครั้งก่อนหน้าจะถูกเก็บเอาไว้ให้เปิดดูได้ในภายหลัง Shot Stats มีน้ำหนักเบา ติดตั้งได้ง่าย และ ยึดแน่น แข็งแรงทนทานต่อการเล่นตลอดทั้งแมทซ์ ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นกังวลว่าตัวเครื่องจะหลุดออกมาระหว่างเล่นแต่อย่างใด Shot Stats  นี่เป็นหนึ่งในโครงการ Kickstarter ที่ระดมทุนผ่านยอดที่ต้องการแล้ว เราจึงน่าจะได้เห็นมันวางตลาดในอนาคตอันใกล้ และเชื่อว่า แฟนๆเทนนิสต้องหลงรักมันอย่างแน่นอน

ขบวนพาเหรดกระดูก พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ที่ฝรั่งเศส
ขบวนพาเหรดกระดูก /  พิพิธภัณฑ์ / 

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางด้านการศึกษาทันสมัยก้าวหน้า จะค้นหาความรู้เรื่องต่างๆ ก็เรียกหาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้หมด จนทำให้เยาวชนสนใจไปหาความรู้ที่พิพิธภัณฑ์น้อยลง.. แต่มีสิ่งหนึ่งที่พิพิธภัณฑ์มีเหนือกว่าสื่อเรียนรู้อื่นๆ คือ การได้มาสัมผัสของจริง ด้วยตาตนเอง วันนี้ Travel MThai ขอพาสมาชิกไปเยือนหอศิลป์แห่งหนึ่งในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นส่วนหนึ่งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติฝรั่งเศส (National Museum of Natural History) หรือเรียกชื่อย่อว่า MNHN ซึ่งภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับแกลลอรี่ ของซากดึกดำบรรพ์ รวมไปถึงฟอสซิลของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังโดยเฉพาะไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว รวมไปถึงสัตว์อื่นๆ อีกจำนวนมาก  ขบวนพาเหรดกระดูก พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ที่ฝรั่งเศส ส่วนแสดงซากโครงกระดูก พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ที่ฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1793 ในระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส สำหรับตัวอาคารของ The Gallery of Paleontology and Comparative Anatomy ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Frederic Dutert มีจำนวนสองชั้นและมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 2,500 ตาราง เมตร ตัวอาคารได้รับการตกแต่งด้วยประติมากรรมที่สวยงาม ชั้นแรกเป็นส่วนของกายวิภาคเปรียบเทียบ ส่วนชั้นที่สองจะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ รวมไปถึงซากฟอสซิลของสัตว์ต่างๆ มีซากโครงกระดูกมาแสดงโชว์มากมาย ถ้ามาเดินดูคนเดียว บรรยากาศชวนหลอนจริงๆ มีซากดึกดำบรรพ์มาจัดแสดงมากมาย คล้ายกับนำกระดูกเหล่านี้มาเดินพาเหรดกัน ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น ข้อมูลและภาพ : amusingplanet.com / wiki / museumofdust.blogspot.in เรียบเรียงโดย Travel MThai

กฎอัยการศึก คืออะไร มีขอบเขต ข้อห้ามอย่างไรบ้าง
กฎอัยการศึก /  ข้อห้ามกฎอัยการศึก

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์  นักกฎหมายอิสระ ได้เผยแพร่บทความชื่อ "กฎอัยการศึก" คืออะไร และยังประกาศใช้ได้จริงหรือ ? โดยเผยรายละเอียดว่า  - กฎอัยการศึก เป็นกฎหมายโบราณซึ่งกำลังจะมีอายุครบ 100 ปี โดยถูกตราเป็นพระราชบัญญัติครั้งสุดท้ายเมื่อพระพุทธศักราช 2457 - กฎอัยการศึกมุ่งหมายให้ใช้ได้ในพื้นที่จำกัดเท่าที่จำเป็น ในยามสงครามหรือจลาจล แต่ไม่ได้นิยามความหมายของยามสงครามหรือจลาจลไว้โดยชัด และไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดให้ศาลตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายทหารว่าเป็นไปโดยสุจริตได้สัดส่วน และสมควรแก่เหตุหรือไม่ - กฎอัยการศึกให้อำนาจฝ่ายทหารประกาศได้เอง โดยเมื่อมีสงครามหรือจลาจลขึ้น ณ แห่งใด ให้ผู้บังคับบัญชาทหาร ณ ที่นั้นซึ่งมีกำลังอยู่ใต้บังคับไม่น้อยกว่าหนึ่งกองพันหรือเป็นผู้บังคับบัญชาในป้อมหรือที่มั่นอย่างใด ๆ ของทหารมีอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึก เฉพาะในเขตอำนาจหน้าที่ของกองทหารนั้นได้แต่จะต้องรีบรายงานให้รัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด - ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธการระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนต้องปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร - เมื่อประกาศใช้กฎอัยการศึกในตำบลใด, เมืองใด, มณฑลใด, เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเต็มที่จะตรวจค้น,ที่จะเกณฑ์, ที่จะห้ามการกระทำ,ที่จะยึด, ที่จะเข้าอาศัย,ที่จะทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่, และที่จะขับไล่ ทั้งข้าศึกและประชาชน และหากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารใช้อำนาจและเกิดความเสียหาย บุคคลหรือบริษัทใด ๆจะร้องขอค่าเสียหายหรือค่าปรับอย่างหนึ่งอย่างใด แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่ได้เลย - ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก ศาลของฝ่ายทหารมีอำนาจ กล่าวคือ ศาลพลเรือนคงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ปกติเว้นแต่คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาศึก และผู้มีอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึกมีอำนาจประกาศให้ศาลทหารพิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก - ในเวลาสงครามหรือจลาจล แม่ทัพใหญ่หรือแม่ทัพรองมีอำนาจออกข้อบังคับเพิ่มเติมให้ดำเนินไปตามกฎอัยการศึกนี้และเมื่อได้ประกาศแล้ว ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติ - การที่จะเลิกใช้กฎอัยการศึกแห่งใดนั้น ต้องมีประกาศกระแสพระบรมราชโองการเสมอ - ที่ผ่านมา กฎอัยการศึกถูกประกาศใช้ในยามที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย อาทิ การประกาศใช้และแก้ไขหลังการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติช่วงปี 2534 และการประกาศใช้ในช่วงหลังการรัฐประหาร 2549 มาถึงช่วงการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2550 ข้อสังเกต : การจะพิจารณาวินิจฉัยในทางนิติศาสตร์ว่ากฎอัยการศึกถือเป็นกฎหมายที่มีผลให้นำมาบังคับใช้ภายใต้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่นั้นจำเป็นต้องพิจารณาตามหลักความจำเป็นและหลักความได้สัดส่วน ภายใต้หลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมดังนี้ ในด้านความจำเป็น เห็นได้ว่า กฎอัยการศึกอาจเคยมีความจำเป็นในยุคสมัยโบราณที่การจัดการภัยคุกคามไม่อาจทำได้ทันท่วงทีและการสื่อสารสั่งการโดยรัฐบาลพลเรือนไปยังฝ่ายทหารมีข้อจำกัดในยามวิกฤติจึงต้องให้อำนาจฝ่ายทหารดำเนินการได้อย่างเต็มที่และทันท่วงที อย่างไรก็ดี สภาพข้อเท็จจริงในปัจจุบันปรากฏชัดว่าเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและเครื่องมือในด้านความมั่นคงมีความก้าวหน้าและมีการนำเงินภาษีประชาชนไปใช้จ่ายพัฒนาและบำรุงกองทัพอย่างมหาศาล และแม้คณะรัฐมนตรีจะอยู่ที่ใด ก็ยังบัญชาสั่งการฝ่ายทหารได้อย่างทันท่วงทีกฎอัยการศึกจึงมีลักษณะไม่ชอบด้วยหลักความจำเป็นในทางรัฐธรรมนูญ ในด้านความได้สัดส่วน กฎอัยการศึกมีบทบัญญัติให้อำนาจฝ่าทหารประกาศใช้อำนาจได้เองโดยปราศจากนิยามหรือหลักเกณฑ์อีกทั้งให้อำนาจฝ่ายทหารในการตรวจค้น เกณฑ์กำลัง ที่จะห้ามการกระทำ ยึด เข้าอาศัย ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ และที่ขับไล่ได้เต็มที่โดยปราศจากเงื่อนไขชัดเจน โดยเฉพาะการให้อำนาจฝ่ายทหารทำหน้าที่ทั้งด้านบริหารสถานการณ์ ออกข้อบังคับในทางนิติบัญญัติ และพิพากษาคดีทหารและอาญาศึกแทนตุลาการ โดยปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุลอันเป็นการละเมิดหลักนิติธรรมและนิติรัฐอย่างร้ายแรง กฎอัยการศึกจึงมีลักษณะไม่ชอบด้วยหลักความได้สัดส่วนในทางรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ในหลักกฎหมายขั้นพื้นฐาน เห็นได้ว่า ในปัจจุบันยังได้มีการตรากฎหมายที่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในปัจจุบันมากขึ้นอาทิ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หรือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 อันเป็นกฎหมายที่มีความเฉพาะเจาะจงและตราขึ้นในภายหลัง ย่อมถือได้ว่าฝ่ายนิติบัญญัติและผู้แทนปวงชนได้ดำเนินการยกเลิกกฎอัยการศึกไปโดยปริยายแล้วกฎอัยการศึกจึงอยู่ในสภาพกฎหมายที่ถูกยกเลิกและไม่อาจนำมาประกาศหรือบังคับใช้ได้อีกต่อไป หรือหากจะยังตีความให้บังคับใช้ได้บางส่วนก็จะต้องเป็นกรณีที่มีข้าศึกจากทั้งภายในและภายนอกที่มีแสงยานุภาพขั้นสูงและได้เข้าจับกุมควบคุมตัวรัฐบาลพลเรือนจนรัฐบาลพลเรือนอยู่ในสภาพที่สั่งการบังคับบัญชาฝ่ายทหารไม่ได้เท่านั้น ดังนั้น ในทางนิติศาสตร์ จึงเห็นได้ว่า กฎอัยการศึกมีบทบัญญัติที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในลักษณะที่ไม่มีความจำเป็นและไม่ได้สัดส่วน  ขัดต่อหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม อีกทั้งยังได้ถูกยกเลิกไปแล้วโดยปริยายทั้งหมดหรือบางส่วน ส่งผลให้นำมาบังคับใช้ดังในอดีตอีกไม่ได้ โดยตราบใดที่ยังมีรัฐบาลพลเรือนปฏิบัติหน้าที่หรือรักษาการณ์อยู่ฝ่ายทหารย่อมไม่อาจนำกฎอัยการศึกมาอ้างใช้ในภาวะจลาจลหรือสงคราม และหากประกาศใช้ไปก็เท่ากับกระทำการละเมิดต่อหลักกฎหมาย หลักรัฐธรรมนูญ และหลักประชาธิปไตยเสียเอง รวมทั้งอาจถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจโดยไม่ชอบหรืออาจเข้าขั้นความผิดฐานกบฏ เป็นความผิดทางอาญารุนแรงอันมีอายุความติดตัวต่อไปอย่างยาวนานอีกด้วย ที่สำคัญ ฝ่ายทหารพึงระลึกเสมอว่า กฎอัยการศึกถูกออกแบบมาใช้กับข้าศึกที่รุกรานประเทศชาติในลักษณะการสงคราม แต่หากกฎอัยการศึกถูกนำมาใช้ในยามที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งทางการเมืองสูงและมีการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว ยังจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมวลชนต่อต้านอันจะนำไปสู่ความบาดเจ็บล้มตายที่ร้ายแรงขึ้นในที่สุด MThai News

ไมโครซอฟท์ผนึกกำลัง สพฐ. มอบ Office 365 แก่นักเรียน 8 ล้านคน
Office 365 for Education /  สพฐ / 

ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จับมือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี เพื่อร่วมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการยกระดับคุณภาพการศึกษา กรุงเทพฯ – 21 พฤษภาคม 2557 – สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อมอบสิทธิ์การใช้งานระบบคลาวด์เพื่อการทำงานและสื่อสาร Office 365 for Education ให้แก่นักเรียน 8 ล้านคนและบุคลากรครูอีก 400,000 คนทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการสานต่อความสำเร็จของโครงการ Partners in Learning ไปจนถึงปี พ.ศ. 2562 และยังถือเป็นความร่วมมือในการวางระบบคลาวด์เพื่อการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของไมโครซอฟท์ทั่วโลก “สพฐ. และไมโครซอฟท์ได้ทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตของชาติมาแล้วกว่าสิบปีเต็ม ภายใต้โครงการ Partners in Learning” นายเอนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. กล่าว “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 กำหนดให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการยกระดับคุณภาพการศึกษา เป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป และความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในครั้งนี้จะช่วยให้ครูและนักเรียนทั่วประเทศมีศักยภาพที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางการศึกษาของทุกคนได้เป็นอย่างดี” “นอกจากนี้ ความร่วมมือนี้ยังถือเป็นการสนับสนุนการเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และยังช่วยยกระดับการพัฒนาทักษะสำคัญสำหรับโลกในศตวรรษที่ 21 อันเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์ สมาร์ท ไทยแลนด์ 2020 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยเทคโนโลยี” นายเอนกกล่าวเสริม โครงการ Partners in Learning เป็นโครงการระดับโลกที่ริเริ่มขึ้นโดยไมโครซอฟท์ในปี พ.ศ. 2546 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์เพื่อการศึกษา และเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วโลกได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ จวบจนปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้ทำการฝึกสอนบุคลากรครูแล้วกว่า 12 ล้านคนทั่วโลก ทั้งยังยกระดับคุณภาพการศึกษาให้กับนักเรียนถึง 200 ล้านคนใน 114 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยแล้ว โครงการ Partners in Learning ได้เสริมศักยภาพด้านการเรียนการสอนให้แก่ครูกว่า 164,000 คน และนักเรียนอีกกว่า 8 ล้านคน ครอบคลุมโรงเรียนถึง 39,000 แห่งทั่วประเทศ นายฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการของไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวอีกว่า “ไมโครซอฟท์เชื่อเสมอมาว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ข้อตกลงความร่วมมือล่าสุดนี้ถือเป็นการเน้นย้ำความมุ่งมั่นของเราในการร่วมพัฒนาประเทศไทย โดยการยกระดับระบบการศึกษาในภาพรวมด้วยเทคโนโลยี โดยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ลงทุนด้านการศึกษาในประเทศไทยไปแล้วกว่า 5.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (156 ล้านบาท) ภายใต้วิสัยทัศน์ “We Make 70 Million Lives Better” โดยนอกเหนือจากการศึกษาภายในโรงเรียนแล้ว โครงการ Microsoft YouthSpark ยังมอบโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่ช่วยให้พวกเขามีความพร้อมสำหรับชีวิตการทำงานในอนาคต หรือการเปิดกิจการเป็นของตนเอง” “ปัจจุบัน นักศึกษาและบุคลากรจากสถาบันในระดับอุดมศึกษากว่า 2 ล้านคนสามารถใช้ประโยชน์เทคโนโลยีคลาวด์ได้อย่างเต็มที่ ผ่านทางโซลูชั่น Office 365 for Education และความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สพฐ. นี้จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้โซลูชั่นดังกล่าวในประเทศไทยเป็นกว่า 10 ล้านคน” นายฮาเรซเผย “ทั้งหมดนี้ทำให้สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สามารถสร้างศูนย์รวมข้อมูลทางการศึกษาที่ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา และผ่านอุปกรณ์ประเภทใดก็ได้อย่างปลอดภัย” ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือนี้ โรงเรียนที่อยู่ในความดูแลของ สพฐ. ทั่วประเทศจะเข้าใช้งาน Office 365 for Education ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด อันจะเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนนับล้านคนได้ใช้โซลูชั่นคลาวด์คุณภาพระดับองค์กรนี้เพื่อการสร้างสรรค์และติดต่อประสานงานระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปราศจากความกังวลด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ งานวิจัยของไมโครซอฟท์ที่จัดทำโดยไอดีซีในปี พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา เผยว่าทักษะการใช้งาน Microsoft Office ถือเป็นทักษะที่เป็นที่ต้องการสูงสุดอันดับ 3 ในสายตาของนายจ้างทั่วโลก จากทั้งหมด 20 อันดับ โดยที่ทักษะที่เกี่ยวข้องกับชุดโปรแกรม Office ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์เอกสาร จัดทำตารางสเปรดชีท หรือรายงานข้อมูลทางการเงิน ถือเป็นเกณฑ์พิจารณาสำคัญสำหรับการคัดเลือกบุคลากรในสายงานที่มีโอกาสการเติบโตและรายได้สูง นอกจากนี้ นักเรียนและบุคลากรครูยังจะได้รับสิทธิประโยชน์อีกมากมายในโครงการ Microsoft YouthSpark ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาเพื่อการฝึกสอนที่ใช้งานได้ฟรีจาก Microsoft IT Academy กิจกรรมพัฒนาศักยภาพทางการศึกษามากมาย สิทธิ์การใช้งานเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์และคำแนะนำทางเทคนิคจากโครงการ Microsoft DreamSpark การสนับสนุนกิจการสตาร์ทอัพในโครงการ Microsoft BizSpark และโอกาสในการเข้าร่วมการแข่งขันพัฒนาแอพพลิเคชันบนเวทีโลกในรายการ Microsoft Imagine Cup “ปัจจุบัน คนในช่วงอายุ 15-24 ปีถือเป็นกลุ่มประชากรว่างงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้เอง การยกระดับคุณภาพของระบบการศึกษาในภาพรวมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง” แอนโธนี ซัลซิโต รองประธานด้านการศึกษา ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว “ความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์และ สพฐ. ในโอกาสนี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้นักเรียนนับล้านคนได้เข้าถึงเทคโนโลยีล้ำยุคเพื่อการศึกษาเรียนรู้ร่วมกัน แต่ยังเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับกระบวนการเรียนรู้ในห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้พัฒนาทักษะที่เสริมความพร้อมสำหรับอนาคต” ข้อตกลงในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือในการวางระบบคลาวด์เพื่อการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของไมโครซอฟท์ทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ได้ร่วมวางระบบ Office 365 ให้กับกรมการศึกษาแห่งรัฐเซา เปาโล ประเทศบราซิล ครอบคลุมนักเรียน 4 ล้านคน สภาการศึกษาทางเทคนิค ประเทศอินเดีย (All India Council for Technical Education – AICTE) ครอบคลุมนักเรียน 7.5 ล้านคนจาก 11,500 สถาบัน และสำนักงานการศึกษาคาทอลิกนานาชาติ (Catholic International Education Office – OIEC) ครอบคลุมนักเรียน 4.5 ล้านคนทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2555 ทั้งนี้ ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์และ สพฐ. ครอบคลุมระยะเวลารวม 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2557 ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Partners in Learning และโซลูชั่น Office 365 for Education ได้ที่ http://www.pil-network.com, http://www.pil.in.th/ และ http://office.microsoft.com/en-001/academic/

เผยภาพ! ซาฮาร่า เมืองไทย ทะเลทรายแล้งๆ บนยอดเขาจังหวัดเลย
ซาฮาร่า เมืองไทย /  เที่ยวเลย

หนึ่งในปัญหาทั่วโลก รวมไปถึงประเทศไทย ต่างพบเจอนั้นคือ ปัญหาเขาหัวโล้น ซึ่งเกิดจากการลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า และการทำไร่เลื่อนลอย ทำให้พื้นที่ป่าเดิมที่มีอยู่น้อยแล้ว ยิ่งหดหายมากขึ้น เผยภาพ! ซาฮาร่า เมืองไทย ทะเลทรายแล้งๆ บนยอดเขาจังหวัดเลย ภาพถ่ายทางอากาศของ อบต.อิปุ่ม อ.ด่านซ้าย จ.เลย โดยคุณภัทราวุธ บุญประเสิรฐ  โดยภาพต่อไปนี้จาก คุณภัทราวุธ บุญประเสิรฐ ได้ระบุว่า... ผลการของส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยว สภาพของเกษตรกรตอนนี้จึงเหมือนหมาไล่งับหางตัวเอง เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ไม่จบสิ้น ค่าปุ๋ยค่ายา ค่าเมล็ดพันธุ์ จึงจำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกกว้างออกขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อหาเงินมาปลดหนี้ สภาพภูเขาจึงเป็นอย่างที่เห็น... คนที่รวยก็คือ พวกพ่อค้า ซึ่งเป็นคนๆ เดียวกันพวกนักการเมือง รับกำไรอื้อซ่าจากการนำเข้าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง... แม้ในบ้านเมืองเราจะพัฒนาทุกๆ ด้าน ให้ก้าวหน้าเพียงใด แต่ความเหลื่อมล้ำ และการเอาเปรียบของคนในสังคม รวมไปถึงการตักตวงผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ยังคงอยู่ต่อไป...