ความก้าวหน้า

ดูดวงวัยรุ่นแม่นๆ เดือนตุลาคม 2557
ดูดวง /  ดูดวงวัยรุ่น

ดูดวงวัยรุ่น เดือนตุลาคม 2557 มาติดตามดวงวัยรุ่น ทั้งเรื่องการเรียน การเงิน ความรัก แม่นๆ ในเดือนตุลาคม 57 นี้กันนะคะ ว่าจะตรงกับราศีเกิดของเพื่อนๆ จริงหรือเปล่า?? ดูดวงวัยรุ่น เดือนตุลาคม 2557 ราศีมังกร (16 มกราคม - 15 กุมภาพันธ์) การเรียน จะมีดวงต้องทํางานหนัก เสียเหงื่อเสียแรงกายไปกับงานเยอะ แต่ผลงานที่เหนื่อยไปแล้วก็จะได้รับคําชื่นชม การเงิน จะได้รับเงินที่ต้องเสียเหงื่อเสียแรงก่อนจึงจะได้มา หากโชคดีหน่อยก็จะได้เงินจากงานอดิเรกเป็นรายได้เสริม ความรัก อยู่ในช่วงของความเหนื่อยล้าเหนื่อยใจ ช่วงนี้หากคิดจะพูดอะไรกับคนรักก็ระวังเอาไว้ให้ดีเดี๋ยวจะมีปากเสียง ราศีกุมภ์ (16 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม) การเรียน ในเวลานี้ตัวคุณมีความเก่งกล้าสามารถเป็นอย่างดี ตัวคุณกําลังไฟแรง การทํางานในเวลานี้สําเร็จดี การเงิน มีรายจ่ายมากมายที่กําลังเรียงคิวเข้ามา ช่วงนี้ดวงการเงินให้ระวังผู้ชายแก่จะเข้ามาชักชวนทําให้เสียทรัพย์ ความรัก มีแต่เรื่องของการคิดมาก เล่นแง่แข่งขันกันเอาชนะกันเกิดขึ้น ส่วนคนโสดหากชอบใครก็ระวังจะเจอคู่แข่ง ราศีมีน (16 มีนาคม - 15 เมษายน) การเรียน ถือว่ามีความก้าวหน้าปลอดภัยดี ศัตรูคนคิดร้ายในที่ทํางานก็ไม่สามารถทําอะไรเราได้ ดวงมีชัยเหนือคู่แข่ง การเงิน ได้รับเงินก้อนใหญ่ มีโชคลาภดีๆ เข้ามา จะได้โชคลาภจากบุคคลที่เป็นผู้หญิงบุคลิกมั่นใจเข้ามาอุปถัมภ์ ความรัก อยู่ในช่วงสบายๆ มีความเข้าใจกันดีกับคนรู้ใจที่คบอยู่ ส่วนคนโสดมีดวงจะได้พบรักในงานวัด ราศีเมษ (16 เมษายน - 15 พฤษภาคม) การเรียน ได้รับเสียงเชียร์และคะแนนกําลังใจจากคนรอบข้าง กระตุ้นให้เรามีความเบิกบานใจ จนทํางานไปด้วยดี การเงิน จะมีดวงการเงินที่สุขสบาย มีคนรอบข้างให้การสนับสนุนเรื่องของการเงิน มีกินมีใช้กันสําราญ ความรัก ช่วงนี้จะได้พบรักที่ดีเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ความรักที่สบายใจสุขสดใส มีแต่รอยยิ้ม คนโสดมีดวงได้พบรักในงานปาร์ตี้ ราศีพฤษภ (16 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน) การเรียน มีเหตุการผจญภัย การเดินทางไกลไปยังสถานที่ใหม่ๆ เพื่อการเจรจาติดต่องาน ทําให้งานบรรลุตามเป้าหมาย การเงิน ภาระเยอะเหลือเกิน ต้องจ่ายไปกับสิ่งที่ตนเองต้องรับผิดชอบ เดือนนี้เงินไปเร็วมาเร็วระวังติดลบ ความรัก ในเวลานี้จะมีแต่เรื่องของความหึงหวงกันเกิดขึ้น มีดวงต้องห่างไกลคนรัก ส่วนคนโสดต้องเดินทางไกลรักจะสมหวัง ราศีเมถุน (16 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม) การเรียน ถือว่ามีความร่าเริงแจ่มใสเป็นอย่างดี ได้แสดงความสามารถที่ตนมีอยู่ให้ประจักษ์ต่อสายตาผู้คนในสถานที่ทํางาน การเงิน โชคลาภเงินทองก้อนใหญ่กําลังเดินทางเข้ามา ช่วงนี้จะมีความรุ่งเรืองทางการเงินเป็นพิเศษ มีเงินใช้สบาย ความรัก ค้นพบกับความสุขใจ เป็นความรักที่ดูอบอุ่น มีข่าวดีเรื่องความรัก คนโสดความทําตัวให้สดใสร่าเริงเข้าไว้แล้วจะมีเสน่ห์ คนชอบคนชม ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม) การเรียน มีดวงที่จะเจองานที่มีเล่ห์กล หากไปสัมภาษณ์งานหรือคุยงานกับใครช่วงนี้อย่าไว้ใจใครโดยง่าย การเงิน จะมีโชคเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว เป็นโชคที่ฟลุคๆ ได้ หรือเป็นโชคที่หากไปขอพรกับสิ่งเร้นลับก็จะได้ผลที่พอใจ ความรัก ดูไม่ค่อยสดใส ให้ระวังเรื่องญาติผู้ใหญ่จะเข้ามาวุ่นวายทําให้ดวงความรักเกิดความสั่นคลอน สู้ๆ นะ ราศีสิงห์ (16 สิงหาคม - 15 กันยายน) การเรียน ทําอะไรก็จะมีอุปสรรคขัดขวางมากมาย ให้ระวังว่าจะมีคนที่ทํางานร่วมกันคอยแทงข้างหลัง การเงิน ยังคงมีการใช้จ่ายได้ด้วยดี ยังไม่ถึงขั้นติดขัด ขัดสนสักเท่าไร การลงทุนในเวลานี้ถือว่าทําได้แต่ค่อยๆ ทําอย่างช้าๆ ความรัก ให้ระวังว่าจะเจอเรื่องอภินิหาร เรื่องไม่คาดคิด การถูกขอแต่งงาน การถูกขอหมั้นหมายเป็นคู่หมั้นอย่างกะทันหัน ราศีกันย์ (16 กันยายน - 15 ตุลาคม) การเรียน อยู่ในสภาพร่อแร่ เหมือนผ่านสมรภูมิทางการทํางานหนักมามากมาย ควรหาเวลาไปพักผ่อน การเงิน ให้ระวังความเดือดร้อน มีดวงที่จะประสบพบปัญหาการเป็นหนี้สิน ขอยืมคนอื่นมาใช้จ่าย ความรัก ช่วงเวลานี้ก็อยู่ในช่วงของความสับสนลังเลใจเป็นอย่างมาก มีแต่เรื่องคนรักเข้ามาปั่นป่วน ราศีตุลย์ (16 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน) การเรียน จะมีหัวคิด จะมีไอเดียเด็ดๆ ถือกําเนิดเกิดขึ้นมาในความคิด มีการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ในงานที่ทํา การเงิน จะมีเรื่องของโชคลาภการเงินผุดขึ้นมาอย่างไม่ทันคาดคิด เป็นเงินที่มีคนนํามามอบให้โดยไม่รู้ตัว ความรัก หากคู่รักคู่ใดที่หวังว่าอยากมีลูกช่วงนี้ถือว่าจะมีลูกอย่างสุขสม จะมีข่าวดีจากคนรักเกิดขึ้น คนโสดก็มีดวงที่จะสะดุดพบรักกับคนที่มีลักษณะอารมณ์ศิลปินสูง ราศีพิจิก (16 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม) การเรียน ยังคงไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน ยังคงเวียนวนอยู่กับงานเก่าๆ บางครั้งก็มีความหน่ายเซ็ง ควรหาเวลาให้กับตัวเองอีกสักนิด การเงิน มีแต่เรื่องของความเหน็ดเนื่อย เหนื่อยล้าในการแสวงหาเงิน ระวังเสียเงินไปกับเรื่องสุขภาพ ความรัก ดวงความรักถือว่าจะมีเรื่องของความเหงา ความท้อใจเกิดขึ้น จนเกิดความหงุดหงิดวุ่นวายใจ ราศีธนู (16 ธันวาคม - 15 มกราคม) การเรียน จะมีการลุยงานได้อย่างเต็มที่ มีบุคคลที่เป็นเพศชาย บุคลิกสุขุมคอยให้การสนับสนุน การเงิน มีความก้าวหน้ารุ่งเรืองเป็นอย่างดี จะมีโชคลาภเดินทางมาจากแดนไกล คนต่างชาติจะให้โชค ความรัก มีความสุขสบายเป็นอย่างดี ดวงความรักถือว่ามีความสัมพันธ์ที่เจริญเติบโต คนโสดให้ระวังสะดุดรักคนสูงวัยกว่า ที่มา อ.มดดำ นิตยสารแคนดี้, เรียบเรียงโดย http://teen.mthai.com/ หากนำไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยค่ะ

ฟ ก้าวหน้า (บริษัท จำกัด)

รถจักรยานยนต์และรถสกูตเตอร์ จำหน่ายรถจักรยานยนต์ทุกชนิด YAMAHA HONDA SUZUKI พร้อมชิ้นส่วนอะไหล่ตกแต่ง KAWASAKI

จาตุรนต์ เชื่อเป็นไปไม่ได้ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
ข่าววันนี้ /  จาตุรนต์ ฉายแสง / 

จาตุรนต์ โพสต์เชื่อเป็นไปไม่ได้ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เหตุ เพราะ สปช. มาจากการแต่งตั้ง ไม่สามารถเปรียบเป็เสียงประชาชนได้  นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Chaturon Chaisang แสดงความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมือง เกี่ยวกับที่มาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. โดยเชื่อว่าผลงานของกลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และประชาชนไม่ได้มีส่วนในการตัดสิน ไม่สามารถเรียกได้ว่าความก้าวหน้าได้ อีกทั้งยืนยันว่า การปฏิรูปก่อนเลือกตั้งนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะสมาชิกปฏิรูปมาจากแต่งตั้งไม่ใช่เลือกตั้งซึ่งเป็นวิถีประชาธิปไตย จาตุรนต์กับความเห็นต่อเรื่อง สปช. (สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ) หลังจากที่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปไปแล้ว ผมก็ไม่ค่อยได้แสดงความเห็นเรื่องเกี่ยวกับ สปช. เท่าใดนัก เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่จะแสดงความเห็น ที่ว่ายาก เพราะผมมีความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปที่แตกต่างจากที่กำลังจะทำกันอยู่นี้อย่างมาก ดังที่ปรากฏในบทความที่ผมเคยเขียนไปแล้ว แต่เมื่อเห็นเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจและหลายฝ่ายก็คาดหวัง ขณะที่บางฝ่ายก็อาจจะกำลังเป็นห่วง ผมจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงความเห็นบ้างเท่าที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง เรื่องล็อกสเปค สปช. นั้น ผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็น เพราะก็มีกติกาอยู่แล้วว่า คสช. เป็นผู้ตั้ง สปช. สปช. ก็ย่อมเป็นแบบที่ คสช. เห็นว่าดี ถ้าต้องการจะทราบว่า คสช. ชอบคนแบบไหน จะไปถามคุณสมบัติก็คงไม่ได้ เพราะอาจไม่มีการอธิบาย แต่ใครสนใจก็อาจดูได้จากรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วก็ตีความหรือวิเคราะห์เอา หลายคนอาจเป็นห่วงว่า ผู้ที่มาเป็น สปช. อาจไม่กว้างพอที่จะเป็นตัวแทนหลายฝ่ายของสังคม บ้างก็ห่วงว่าไม่ได้รวมฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่เข้าไปด้วย แต่ผมก็กลับเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงเท่าใดนัก สปช. ซึ่งมาจากการแต่งตั้งอย่างนี้ ไม่ว่าจะมาจากกลุ่มอาชีพต่าง ๆ หรือไม่ ถึงอย่างไรก็ไม่อาจเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างกว้างขวางได้ จะไปเปรียบเทียบกับการเป็นตัวแทนที่มาจากประชาชนเลือกมาย่อมไม่ได้ ปัญหาตามมาก็คือ เมื่อไม่มีความชอบธรรมเท่ากับการมาจากประชาชนแล้ว สปช.ควรทำอะไรแค่ไหนมากกว่า ดูจากความจำกัดของเวลา คือ ถ้าไม่ปล่อยให้ทำกันไปเรื่อย ๆ เวลาประมาณ 1 ปีไม่สามารถทำให้เกิดการปฏิรูปอะไรให้เป็นมรรคเป็นผลได้ หากจะเป็นประโยชน์อยู่บ้างก็คือ การรวบรวมความเห็นและตั้งประเด็นต่าง ๆ ไว้ เมื่อมีรัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว นำเอาความคิดเห็น ข้อเสนอที่รวบรวมไว้นี้ไปพิจารณาดำเนินการต่อ ก็น่าจะเกิดประโยชน์ไม่น้อย แต่ถ้าการปฏิรูปโดย สปช. นี้ ดำเนินการไปไกลจริง ๆ ที่น่าเป็นห่วงก็คือ การที่สังคมยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมาก การจะทำอะไรกันไปโดยไม่มีการมีส่วนร่วมของผู้คนที่หลากหลายและภายใต้สภาพที่ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้สักเท่าใด ผลที่ออกมาจะเป็นความก้าวหน้าพอที่จะเรียกได้ว่า "ปฏิรูป" จริงหรือ ก็เป็นคำถามข้อใหญ่ทีเดียว ผมจึงยังเห็นว่า "การปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง" นั้น เป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ควรทำก่อนการเลือกตั้งนั้นคือ การแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่จำเป็นเร่งด่วน และออกแบบระบบการเมืองการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย ทำให้การเลือกตั้งมีความหมายจริง ๆ และทำให้กฎกติกาและการบังคับใช้กฎหมายทั้งหลายเป็นไปอย่างเป็นธรรม เพื่อลดความขัดแย้งและส่งเสริมให้ทุกฝ่ายในสังคมได้มีโอกาสพูดจากันแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความปรองดองและแก้ปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ ย่อมเกินความสามารถของ สปช. อย่างที่กำลังจะตั้งกันขึ้นมานี้ครับ MThai news

ภาพถ่าย 12 หญิงผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก
10 อันดับ /  ต่างประเทศ / 

12 บุคคลที่ทีนเอ็มไทยนำมาเสนอในวันนี้ ล้วนเป็นผู้หญิงที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติต่างๆ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย ทั้ง 12 คนนี้ได้รับสมยานามต่างๆนาๆ ทั้งในแบบของความดีงาม และความอัปยศอดสู! ซึ่งรูปภาพที่เพื่อนๆ จะได้เห็น ผู้หญิงทั้ง 12 คนนี้เป็นรูปที่ถ่ายขึ้นใหม่ โดยใช้นางแบบจริงๆ และปรับแบล็คกราวน์ สะท้อนให้เห็นเรื่องราวของหญิงทั้ง 12 ในยุคนั้นๆด้วยภาพบและองค์ประกอบต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความสวยงามและชัดเจนในตัวของแต่ละบุคคล ^^ ภาพถ่าย 12 หญิงผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก ภาพถ่าย 12 หญิงผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก ภาพถ่าย 12 หญิงผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์โลก 1. ราชินีอลิซาเบธที่ 1 : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีผู้ทรงพรหมจรรย์ ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ และสมเด็จพระราชินีนาถแห่งไอร์แลนด์ ที่พระองค์ได้รับพระฉายานามว่า “ราชินีผู้ทรงพรหมจรรย์” เนื่องจากพระองค์ไม่มีการอภิเษกสมรสเลยตลอดพระชนม์ชีพ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ทรงเป็นกษัตรีย์พระองค์ที่ 5 และนับเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทิวดอร์ ถึงแม้พระองค์เป็นราชินีที่ไม่มีการสมรสตลอดพระชนม์ชีพ แต่พระองค์ก็ทรงขับเคลื่อนอังกฤษให้ไปในทางที่ดีขึ้น และในยุคของพระองค์นี้เองที่อังกฤษได้แสดงแสนยานุภาพ ทั้งการสำรวจ วรรณกรรม สงคราม และการศึกษาไปกว่าครึ่งค่อนโลก หรือเรียกได้ว่าพระนางเป็น " หญิงเก่งโดยแท้ " ในด้านการปกครองพระราชินีนาถอลิซาเบธทรงดำเนินนโยบายที่เป็นสายกลางมากกว่าพระราชบิดา พระอนุชา และ พระเชษฐภคินี คำขวัญที่ทรงถืออยู่คำหนึ่งคือ “video et taceo” ( ข้าพเจ้ารู้แต่ข้าพเจ้าไม่พูด) นโยบายดังกล่าวสร้างความอึดอัดใจให้แก่บรรดาราชองคมนตรี แต่ก็เป็นนโยบายที่ทำให้ทรงรอดจากการสร้างความสัมพันธ์ทางการเมืองและทางการมีคู่ในทางที่ไม่ถูกไม่ควรมาหลายครั้ง แม้ว่าจะทรงดำเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างระมัดระวัง และทรงสนับสนุนการสงครามในเนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส และ ไอร์แลนด์อย่างครึ่งๆ กลางๆ แต่ชัยชนะที่ทรงมีต่อกองเรืออาร์มาดาของสเปนในปี พ.ศ. 2131 ก็ทำให้ทรงมีชื่อว่าทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับชัยชนะอันสำคัญที่ถือกันว่าเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ ภายใน 20 ปีหลังจากการเสด็จสวรรคต พระองค์ก็ทรงได้ชื่อว่าเป็นพระมหากษัตรีย์ของยุคทองของอังกฤษ พระราชินีนาถอลิซาเบธทรงได้ชื่อว่าเป็นผู้นำผู้มีเสน่ห์และเป็นผู้นำให้ประเทศรอดจากภัยพิบัติต่างๆ ในยุคที่รัฐบาลอยู่ในสภาวะที่ปั่นป่วนและสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศเพื่อนบ้านต้องเผชิญกับสถานะการณ์ภายในที่เป็นอันตรายต่อราชบัลลังก์ หลังจากรัชสมัยอันสั้นของพระอนุชาและพระเชษฐภคินีแล้วรัชสมัยอันยาวนานถึง 44 ปีก็เป็นรัชสมัยที่สร้างความมั่นคงให้แก่ราชอาณาจักร และเป็นรัชสมัยที่วางรากฐานของความเป็นชาติของอังกฤษด้วย รัชสมัยของพระองค์เป็นที่รู้จักกันว่า “สมัยเอลิซาเบธ” ที่มีชื่อเสียงเหนือสิ่งใดว่าเป็นยุคเรอเนสซองซ์ของนาฏกรรมของอังกฤษ ที่นำโดยนักเขียนบทละครผู้มีชื่อเสียงเช่นวิลเลียม เชคสเปียร์ และ คริสต์โตเฟอร์ มาร์โลว์, และความเจริญทางการเดินเรือโดยผู้นำเช่นฟรานซิส เดรค เป็นต้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ไทย สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 ทรงครองราชย์ในเวลาเดียวกันกับระหว่างรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิและสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในสมัยกรุงศรีอยุธยา 2. จักรพรรดินีอเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า อิสตรีคนสุดท้ายแห่งคาซาลีน่า พระจักรพรรดินีอเล็กซานดราทรงเป็นที่รู้จักดีที่สุดในฐานะที่ทรงเป็นจักรพรรดินีพระองค์สุดท้ายของรัสเซีย ผู้เป็นพาหะโรคฮีโมฟีเรียให้กับบรรดาเครือญาติของพระ องค์ ทั้งนี้พระนางก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะอิสตรีคนสุดท้าย ของคาซาลีน และเนื่องจากพระนางทรงปฏิบัติหน้าที่ดีจนเกินไป จนไปขัดความก้าวหน้าของบาทหลวงปิศาจรัสปูติน ผู้ที่ทำให้ราชวงศ์โรมานอฟอันยิ่งใหญ่ของรัสเซียล่มสลาย ทั้งนี้ยังมีอีกหลายหลักฐานปักใจเชื่อว่า สาเหตุที่พระนางทรงเสียชีวิตมีส่วนเกี่ยวข้องกับ รัสปูติ อ่านเพิ่มเติม : จักรพรรดินีอเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย 3. สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถแคทเธอรีนที่ 2 แห่งรัสเซีย : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า จักรพรรดินีผู้ทรงภูมิธรรม พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดินีนาถที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดและครองราชย์ยาวนานที่สุดของรัสเซีย การปกครองของพระองค์เป็นการอธิบายถึงการเป็น ผู้ใช้อำนาจเด็ดขาดที่ทรงเรืองปัญญา (enlightened despot) ทั้งยังทรงฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซียให้แข็งแกร่งและมีอาณาเขตกว้างกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนรัสเซียกลายมาเป็นชาติมหาอำนาจที่สำคัญมากที่สุดชาติหนึ่งในยุโรป พระองค์ทรงทำการปฏิรูประบบราชการรวมไปถึงมีรับสั่งให้สถาปนาเมืองและหมู่บ้านขึ้นมากมาย และในฐานะที่ทรงเป็นผู้นิยมชมชอบพระราชกรณียกิจของซาร์ปีเตอร์มหาราช พระองค์จึงได้ดำเนินพระราโชบายตามแนวทางของซาร์ปีเตอร์มหาราชโดยการปฏิรูปรัสเซียให้เข้าสู่ความทันสมัยตามแบบฉบับชาติยุโรปตะวันตก อย่างไรก็ตามการเข้ารับราชการในกองทัพและระบบเศรษฐกิจของประเทศยังคงต้องพึ่งพาระบบทาสอยู่ต่อไป ในขณะที่ความต้องการใช้แรงงานของประเทศและของเหล่าผู้ครอบครองที่ดินเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การใช้แรงงานทาสดำเนินไปถึงขั้นกดขี่แรงงานทาส และระบบทาสดังกล่าวก็เป็นหนึ่งในเหตุผลประการสำคัญของการก่อกบฏหลายต่อหลายครั้ง ดังเช่นกบฏปูกาเชฟที่มีกองทหารม้าและชาวนาจำนวนมากมายเข้าร่วมการกบฏ ตลอดระยะเวลาในการครองราชย์หรือ สมัยแคทเธอรีน ถูกพิจารณาว่าเป็นยุคทองของจักรวรรดิรัสเซียและของระบอบศักดินาในรัสเซีย แถลงการณ์ว่าด้วยเสรีภาพของขุนนางซึ่งเป็นที่โต้แย้งกันในรัชสมัยของซาร์ปีเตอร์ที่ 3 ก็ได้รับการยินยอมในช่วงรัชสมัยของพระนางแคทเธอรีน โดยแถลงการณ์ฉบับนี้ได้ให้อิสรภาพแก่บรรดาขุนนางไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของกองทัพหรือการรับราชการสนองคุณประเทศ ให้อิสรภาพในการครอบครองที่อยู่อาศัย เช่น แมนชันรูปแบบคลาสสิก โดยรูปแบบสถาปัตยกรรมดังกล่าวเป็นที่นิยมและได้รับการสนับสนุนโดยพระนางเจ้าแคทเธอรีนอย่างมาก ก่อให้เกิดตึกรามบ้านช่องอันหรูหราขึ้นจำนวนมาก ซึ่งตลอดช่วงการครองราชย์ของพระองค์ได้ทรงทำให้โฉมหน้าของประเทศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จึงกล่าวได้ว่ารัชสมัยของพระนางคือยุคเรืองปัญญาของรัสเซียก็ว่าได้ 4. คาท์เตสอลิซาเบธ บาโธรี่ ผู้มีฉายาว่า เคาท์เตสคลั่งเลือด เป็นหญิงสาวที่มีความเชื่อในเรื่องชีวิตที่เป็นอมตะ และต้องการคงร่างของตนเองให้คงดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงมีความคิดที่ว่า หากได้อาบเลือดของหญิงสาวบริสุทธิ์แล้ว จะทำให้ตนเองดูอ่อนเยาว์ได้ตลอดไป เธอจึงสั่งให้คนรับใช้ไปเอาร่างของหญิงสาวบริสุทธิ์ มากรีดเอาเลือดใส่อ่างด้วยเครื่อง ไอรอน เมเดน (Iron maiden) แล้วอาบต่างน้ำ โดยมีเหยื่อที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับเธอไปไม่น้อยกว่า 600 คน กว่าที่เธอจะถูกคนจับไปขังในคุกมืดจนตาย เธอได้รับสมญานามว่า The Blood Countess และ Countess Dracula - เคาท์เตสคลั่งเลือด (แดร็กคิวล่า) เอลิซาเบธ เกิดในตระกูลบาโธรี่ เป็นตระกูลขุนนางชั้นสูงของฮังการี่และสืบสายมาจากตระกูลแฮบสเบิร์กอันเก่าแก่ของยุโรป ตระกูลที่เก่าแก่ร่ำรวย มีอำนาจ เป็นที่น่ายำเกรงของประชาชนมาหลายต่อหลายยุคสมัย เธอไม่ใช่สาวสวยออกขี่เหร่ด้วยซ้ำ อีกทั้งเธอยังมีอาการบกพร่องทางจิตอย่างรุนแรง เป็นเรื่องธรรมดาของตระกูลเก่าแก่ที่มีการแต่งงานกันเองในหมู่ญาติเพื่อ รักษาทรัพย์สมบัติและอำนาจเอาไว้ ทำให้ผู้สืบสายเลือดตระกูลนี้จำนวนมากมีอาการบกพร่องทางจิตอันเนื่องมาจาก ลักษณะทางพันธุกรรม เป็นต้นว่าโรคฮิสทีเรีย หรือแม้แต่การสืบทอดของสาวกลัทธิบูชาปีศาจ ผู้มักมากในกาม ฯลฯ เอลิซาเบธ ก็เช่นเดียวกัน นิสัยเพี้ยนของเอลิซาเบธ ปรากฏตั้งยังเล็กๆ เอลิซาเบธนั้นแทนที่จะพอใจกับเกียรติยศที่ผู้คนเตรียมใส่พานทองมาประเคนให้ แต่เธอกลับทำท่าเบื่อหน่ายพวกพี่เลี้ยง ครูอาจารย์ที่มาอบรมสั่งสอน เธอกลับเกเรหนีเรียน แอบไปเที่ยวเล่นกับลูกชาวนา ชาวไร่ที่เป็นทาส เธอชอบเล่นสัปดนเสียจนท้องเมื่ออายุเพียง 13 อ่านเพิ่มเติม : คาท์เตสอลิซาเบธ บาโธรี่ ผู้มีฉายาว่า เคาท์เตสคลั่งเลือด  5. สมเด็จพระราชินีนาถคริสติน่าแห่งสวีเดน : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีผู้ชาย เป็นพระราชธิดาใน สมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟ อดอล์ฟที่ 2 แห่งสวีเดน พระนางมีบุคลิกลักษณะเหมือนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โปรดการทรงม้า การลุกนั่งแบบผู้ชายและฉลองพระองค์สั้นผู้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทเรียกพระนางว่า "เจ้าชายคริสติน่า" พระนางขึ้นครองราชย์ตอนพระชันษาครบ 6 ปี แต่พระนางเบื่อกับการเป็นกษัตริย์ จึงทำให้พระเจ้าชาลส์ที่ 10 กุสตาฟผู้เป็นญาติของพระองค์ขึ้นครองราชย์แทน  หลังพระนางสละราชบัลลังก์ พระนางพร้อมด้วยบริวารใกล้ชิดเดินทางไปเข้าเฝ้าพระสันตปาปาและก็เปลี่ยนมานับถือโรมันคาทอลิก พระนางชอบทำตัวให้เป็นที่สนใจเมื่ออยู่ในโรม ชวนคนใหญ่คนโตในโรมทะเลาะ พระสันตปาปาทรงอยากให้พระนางออกไปจากโรมเสียที จึงพระราชทานเงิน 10,000 เหรียญให้พระนางกลับสวีเดน(ค.ศ. 1656) และเสด็จแวะไปหาพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระเจ้าหลุยส์ทรงต้อนรับอย่างสมพระเกียรติที่พระราชวังฟองแตนโบล พระนางสั่งสังหาร เคานต์ เมนาล เดซิ ที่มีตำแหน่งเจ้ากรมอัศวราชโดยเพราะท่านเคานต์เขียนจดหมายตำหนิพระนาง พระนางยังพยายามเป็นกษัตริย์เนเปิลส์ และโปแลนด์แต่ไม่สำเร็จ และเมื่อพระนางไม่สามารถกลับสวีเดนได้แล้ว พระนางจึงกลับสู่โรม พระนางอดทำตัวเป็นที่สนใจไม่ได้แต่ไม่มีใครสนเลย พระนางเสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 1689 พระศพถูกเก็บไว้ในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 6. เจ้าหญิงโอลิมเปียส ผู้ได้รับฉายาว่า เจ้าหญิงแม่มด หรือ เจ้าหญิงอสรพิษ เพราะพระนางอยู่ในลัทธิบูชางู ของเทพสุราเมรัย ไดโอนีซุอุส พระนางจึงเทิดทูนงูมาก ๆ และบางตำราก็บอกว่าพระนางสามารถคุยกับงูได้ บังคับงูได้ แถมยังชอบหลับนอนกับงูอีกด้วย 7. พระนางคลีโอพัตรา (คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลปาตอร์) : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีผู้แสนเย้ายวน ความสวยของพระนางเคยทำให้อียิปต์ รอดจากการเป็นเมืองขึ้นมาแล้ว โดยการที่พระนางแอบหลบซ่อนตัวไปกับม้วนพรมที่เอาไปถวายแด่กษัตริย์จูเลียส ซีซาร์ จนพระองค์หลงพระนางหัวปักหัวปำ ทำให้กองทัพอียิปต์เมื่อรวมกับทัพรัสเซีย กลายเป็นกองทัพไร้เทียมทานจนประเทศอื่น ๆ ไม่กล้ารุกรานอียิปต์อีกเลยจนถึงวัน ที่จูเลียส ซีซาร์โดนลอบปลงพระชนม์โดยกบฏของรัสเซีย พระนางคลีโอพัตรา เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณและเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมีแห่งมาซิโดเนีย ดังนั้นจึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย พระนางมีพระปรีชาสามารถมากทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ฮิบรู, ละติน, มาเซดอนโบราณ, เอธิโอเปียน, ซีเรีย, เปอร์เซีย, และ อียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ น้อยคนนักที่จะแตกฉานภาษานี้ พระนางคลีโอพัตรา นับว่าเป็นผู้ปกครองอียิปต์โบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งทำให้ราชินีองค์ก่อนๆ ที่ทรงพระนามคล้ายคลึงกันถูกลบเลือนไปสิ้น ในความเป็นจริงแล้วพระนางไม่เคยปกครองอียิปต์เพียงลำพัง แต่ครองราชย์ร่วมกับพระบิดา, พระอนุชา ,สวามีผู้เป็นอนุชาของพระองค์ หรือไม่ก็พระโอรส การครองราชย์ร่วมกันดังกล่าวมีผู้ร่วมบัลลังก์เป็นเพียงกษัตริย์ตามพระยศเท่านั้น อำนาจแท้จริงอยู่ในมือของคลีโอพัตราเองทั้งสิ้น 8. เอเลเนอร์แห่งอาควิเตน สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีนักรบ เป็นพระราชินีของฝรั่งเศสในพระเจ้าหลุยส์ที่ 7, พระราชินีของอังกฤษในพระเจ้าเฮนรีที่ 2, เป็นพระราชชนนีของพระมหากษัตริย์อังกฤษสองพระองค์สมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ และสมเด็จพระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ พระราชินีเอเลเนอร์ทรงเป็นสตรีที่มีฐานะดีและอำนาจมากที่สุดในยุโรปในยุคกลาง เอเลเนอร์แห่งอาควิเตน ทรงได้รับการเลี้ยงดูขึ้นมาในราชสำนักที่มีวัฒนธรรมดีที่สุดราชสำนักหนึ่งในยุโรปในสมัยนั้น ซึ่งเป็นที่กำเนิดของปรัชญารักในราชสำนัก (courtly love) ดยุกวิลเลียมที่ 10 พยายามส่งเสริมให้พระราชินีเอเลเนอร์มีการศึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าภาษาแม่ของพระราชินีเอเลเนอร์จะเป็นภาษาปัวเตแวน (Poitevin) แต่ก็ทรงได้รับการศึกษาในภาษาละติน การดนตรี วรรณคดี การทรงม้า การล่าด้วยเหยี่ยว และการล่าสัตว์ เอเลเนอร์ มีพระลักษณะที่ชอบการสังคม มีพระปรีชาสามารถฉลาดเฉลียว และทรงมีชื่อว่าเป็นผู้มีหัวแข็ง นอกจากนั้นก็ทรงมีชื่อว่ามีพระสิริโฉมงดงามโดยผู้คนร่วมสมัยแต่ไม่มีหลักฐานคำบรรยายความงามของพระองค์หลงเหลืออยู่ พระราชินีเอเลเนอร์ ทรงมีส่วนร่วมในการเดินทางไปต่อสู้ในสงครามครูเสดครั้งที่ 2  ทรงติดตามกองทัพพระเจ้าหลุยส์ พร้อมกับนางสนองพระโอษฐ์และข้าราชหญิงอีกกว่า 300 คน ทรงยืนยันในการมีส่วนร่วมในสงครามครูเสดในฐานะผู้นำทัพของแคว้นในการปกครองของพระองค์  9. ราชินีอกริพพีนา : ผู้ได้รับพระราชสมัญญาว่า ราชินีนักวางยา พระองค์ได้ลอบปลงพระชนม์ จักรพรรดิคลอเดียส (คลอดิอุสที่ 1) สามีของนาง ด้วยการให้หมอหลวงนำขนนกเคลือบยาพิษเข้าปากองค์จักรพรรดิ เพื่อที่จะได้ให้ลูกชายของตัวเอง จักรพรรดินีโร (ลูเซียส คลอดิอุส นีโร หรือฉายา นีโรจอมโหด) ขึ้นครองราชย์ ซึ่งความจริงจักรพรรดิคลอเดียส ผู้ที่ถูกอกริพพีนาวางยา เคยช่วยพระนางให้รอดพ้นจากความตายในฐานะกบฏมาก่อน แต่สุดท้ายก็ต้องตายเพราะพระนางเอง จักรพรรดิคลอเดียส ครองราชย์ได้ 13 ซึ่งตลอดเวลา 13 ปีในรัชกาลทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรมทำให้บ้านเมืองสงบสุข  อ่านเพิ่มเติม : ที่มา โปรแกรมเนโร Nero Burning Rom (มาจากนี่นี่เอง! >.<) 10. พระนางบอว์ดิคา : ผู้ได้รับสมัญญาว่า ราชินีแห่งคาเธช์ พระนางทรงเป็นผู้นำของชนเผ่าคาเธช์ ให้รุกขึ้นต่อต้านและทำศึกกับทัพโรมันอันยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น โดยที่พระองค์ทรงออกรบและบัญชาด้วยตัวพระองค์เอง ด้วยเรื่องนี้มีตำนานว่า เมื่อสมัยก่อนกล่าวถึงอีเนียสผู้ก่อตั้งจักรวรรดิโรมันยังไม่ได้เป็นใหญ่ เธอได้หลงมาติดเกาะชาวคาเธช์ และด้วยแรงบัลดาลจากราชินีสวรรค์เฮร่า ด้วยความโกรธแค้นที่มีต่ออีเนียสทำให้ราชินีโดโด้ ผู้ปกครองคาเธช์ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งนี้เทวีเฮร่าทำขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้อีเนียสหนี ไปสร้างจักรวรรดิโรมัน อันยิ่งใหญ่ แต่น่าเสียดายที่แม่ของอีเนียส เทวีอะโฟรไดร์ที ได้ทรงขอร้องให้มหาเทพซีอุส ทรงมีโองการไปเตือนสติอีเนียสให้หนีออกจากเกาะคาเธช์ ไปสร้างโรมซะ ด้วยเหตุนี้ เมื่อพออีเนียสหนีไป ราชินีโดโด้ก็ตรอมใจตาย แต่ทว่าก่อนที่พระนางจะสิ้นชีพได้แช่งอีเนียสไว้ว่า ต่อไปชาวคาเธช์กับชาวโรมันจะรบพุ่งกันเรื่อยไปจนกว่าจะตายไปข้าง และนี้คือผลพวงนั้นเอง 11. สมเด็จพระราชินีนาถอีซาเบลที่ 1 แห่งคาสตีล : ผู้ได้รับสมัญญาว่า ราชินีคาร์ทอลิค สมเด็จพระราชินีนาถอีซาเบลที่ 1 แห่งสเปน พระนางและพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 (พระราชสวามี) ได้วางรากฐานในการรวมสเปน ทั้งสองได้เป็นขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในการยึดดินแดนสเปนกลับคืนมาจากพวกมัวร์และได้กระทำการรวมชาติสเปนเป็นปึกแผ่น อีกทั้งยังรู้จักนางในฐานะผู้อุปถัมภ์ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส พระนางทรงอนุมัติให้คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสไปแสวงหาดินแดนโพ้นทะเลและจนสำรวจพบทวีปอเมริกา พระนางจัดได้ว่าเป็นนักปกครองที่ได้รับการกล่าวชื่อในประวัติศาสตร์ พระนางได้ทำให้ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเจริญอย่างมากในสเปน พระนางทำให้กรานาดาในการปกครองของมุสลิมมัวร์ยินยอมส่งเครื่องบรรณาการต่อพระองค์ ต่อมาพระนางได้ทำการยึดครองกรานาดาได้สำเร็จ และยึดครองนาวาร์ได้ในปี พ.ศ. 2055 แล้ว คำว่า สเปน ก็เริ่มถูกนำมาใช้เพื่อเรียกชื่อของราชอาณาจักรที่รวมกันใหม่นี้ การรวมเป็นหนึ่งเดียวของราชอาณาจักรคาสตีล ราชอาณาจักรอารากอน และราชอาณาจักรนาวาร์ได้วางรากฐานให้กับการเกิดสเปนสมัยใหม่และจักรวรรดิสเปน (Spanish Empire) สเปนกลายเป็นผู้นำอำนาจของยุโรปตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 จนถึงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 17 เนื่องมาจากการปรับปรุงด้านการเมือง สังคม และการทหารในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 การขยายตัวของผลผลิตที่ได้จากเหมืองแร่เงินในทวีปอเมริกาในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 ก็ยิ่งเสริมตำแหน่งมหาอำนาจให้มั่นคงขึ้นอีก พระราชินีนาถอีซาเบล ได้แต่งตั้งให้นายพลโทมาส เดอ ทอร์คิวมาดา เจ้าหน้าที่สอบสวน(โดยวิธีทรมาน) รุ่นแรกๆ เป็นผู้บัญชาการในการสอบสวนทรมาน จนวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1492 มีบันทึกว่าเป็นวันออกกฤษฎีกาแอลฮัมบราโดยมีคำสั่งให้ขับไล่ชาวยิวและชาวมุสลิมออกนอกประเทศ นอกจากนั้นประชาชนราว 2 แสนคนที่หลงเหลือในประเทศสเปน ถ้าไม่เปลี่ยนศาสนาก็จะถูกจับมาลงโทษอย่างทารุณ ในปี ค.ศ. 1974 สันตะปาปาพอลที่ 6 กล่าวถึงการกระทำของพระนางว่า "สมควรทำ" และอวยพร ให้พระนางเป็นนักบุญ ในโบสถ์นิกายคาทอลิก ในฐานะข้ารับใช้ของพระเจ้า เพราะในยุคสมัยของพระนางได้กวาดล้างชาวคริสต์นิกายโปแตสแตนท์จนหมดสิ้น และทำนุบำรุงศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิคให้ถึงจุดสูงสุด จนทำให้พระนางได้รับพระสมัญญานามมาจนถึงทุกวันนี้  12. พระนางมารีอองตัวเน็ต แห่งฝรั่งเศส : ผู้ได้รับสมัญญาว่า ราชินีฟุ่มเฟือย มารี อ็องตัวแน็ต เป็นเจ้าหญิงแห่งฮังการีและโบฮีเมีย อาร์ชดัชเชสแห่งออสเตรีย อดีตพระราชินีแห่งฝรั่งเศส และนาวาร์ (แคว้นบาสก์ในปัจจุบัน) รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า มารี-อ็องตัวแน็ตแห่งออสเตรีย ถูกประหารด้วยกิโยตีนระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส พระนางใช้เงินท้องพระคลังดั่งเศษกระดาษ ทุกวันต้องมีงานเลี้ยง เครื่องประดับต้องเเบรนด์เนมเท่านั้น น้ำหอมต้องน้ำหอมอย่างดี เสื้อผ้าต้องสวยหรูที่สุด อาหารต้องเลิศรสที่สุด เฟอร์นิเจอร์ต้องใหม่เอี่อมที่สุด และอื่น ๆ อีกมากมาย จนทำให้เกิดการจลาจลขึ้นที่ฝรั่งเศศ ผลสุดท้ายคือพระนางและพระสวามี พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 โดนโทษประหารด้วยกิโยติน โทษฐานทำให้ฝรั่งเศสยากแคล้นอย่างมากจนประชาชนล้มตาย เพราะความอดอยาก อ่านเพิ่มเติม : พระนางมารีอองตัวเน็ต แห่งฝรั่งเศส เรียบเรียงโดย teen.mthai.com (ให้เครดิตเว็บไซต์ด้วยนะคะ) ขอบคุณข้อมูล alexiasinclair.comhogwartsthai.com/forum/index.php?showtopic=13763, http://th.wikipedia.org,http://th.wikipedia.org

ข้าราชการแห่รับ สุขุมพันธุ์ เข้าทำงานผู้ว่าฯ วันแรก
กกต /  ข่าววันนี้ / 

สุขุมพันธุ์ เข้าทำงานผู้ว่าฯ วันแรก ข้าราชการแห่รับ แน่น หลังศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง คดี กกต.แจก ใบเหลือง ก่อนหยอดเจ้าหน้าที่คิดถึง หากรักกันจริงขอให้ทำงานเต็มที่ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าทำหน้าที่ผู้ว่าราชการกทม.ตามปกติแล้ว ภายหลังศาลอุทธรณ์แผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องในกรณีที่ กกต. มีมติให้ใบเหลืองและให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ ใหม่ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้สนับสนุน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ขึ้นเวทีปราศัยให้ร้ายผู้สมัครพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ขัดพระราชบัญญัติเลือกตั้งท้องถิ่น ไปเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ภาพจาก @tanatpong_nna โดยบรรยากาศการเข้าทำงานวันแรกหลังหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปนานเกือบ 6 เดือน เป็นไปอย่างคึกคัก มีข้าราชการข้ากทม.จากหลายเขตกว่า 200 คน มารอต้อนรับพร้อมทั้งมอบดอกกุหลาบแสดงความยินดี พร้อมกันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เข้าสักการะพระพุทธนวราชบพิตร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรุงเทพมหานคร ก่อนจะกล่าวกับข้าราชการที่มารอต้อนรับ ว่า ขอขอบคุณที่ให้การต้อนรับกลับมาทำงานอย่างอบอุ่น ตลอดเวลาเกือบ6เดือนที่ผ่านมาคิดถึงงาน คิดถึงประชาชน จากนี้เหลือเวลาอีก2ปีครึ่ง จึงเป็นโอกาสให้ทกฝ่ายทำงานต่อไปให้สุดความสามารถ ดูแลทุกข์สุขของประชาชน สร้างความเจริญก้าวหน้าให้คนที่เรารัก ขอให้ข้าราชการทำงานต่อไป ถ้ารักกันจริง ขอให้ทำงานเต็มที่ MThai news

ปานเทพ ยัน สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ดอดพบทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ที่ญี่ปุ่น
ข่าววันนี้ /  ทักษิณไปญี่ปุ่น / 

ปานเทพ แจง ยัน สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ดอดพบ ทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ที่ ญี่ปุ่น บอกไปรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ เหตุถูกลอบยิงด้วยอาวุธสงครามเมื่อหลายปีก่อน จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางไปเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เป็นการเดินทางไปเพื่อพบปะพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมีการเดินทางไปในช่วงเวลาเดียวกันนั้น นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นักวิชาการอิสระ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่น 2 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงการเดินทางไปญี่ปุ่นของนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยยืนยันว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ได้มีการแอบไปพบกับพ.ท.ทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่มีกระแสข่าวออกมาแต่อย่างใด เรื่องการเดินทางไปญี่ปุ่นของ สนธิ ลิ้มทองกุล คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำครับ โดยเฉพาะในช่วงหลังเหตุการณ์ที่รอดชีวิตจากการถูกรุมยิงด้วยอาวุธสงครามใจกลางพระนคร ก็ได้รับผลกระทบทำให้ปวดต่อการยืนและนั่ง และต้องรักษาจากแพทย์หลายแขนง ทั้งการนวดจากแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน และแพทย์แผนปัจจุบัน บ่อยครั้งเวลาผมมาที่บ้านพระอาทิตย์ ก็จะเห็นคุณสนธิต้องรักษาตัวอยู่กับแพทย์แผนไทยเป็นประจำ และหลายครั้งคุณสนธิต้องเดินทางไปรักษาตัวกับแพทย์ที่ประเทศจีน รวมถึงไปรักษาตัวโดยการแช่น้ำร้อนที่ญี่ปุ่น จนเป็นเรื่องปกติของบ้านพระอาทิตย์ไปแล้ว และเพื่อให้ทราบเป็นข้อมูลว่าคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ใช้เงินส่วนตัวในการเดินทาง ไม่ใช่เอาเงินบริษัทหรือเงินบริจาคมาใช้เดินทาง เพราะเงินบริษัทที่จะจ่ายเงินเดือนยังล่าช้าอยู่เลย ในทางตรงกันข้ามทุกวันนี้ครอบครัวลิ้มทองกุลยังต้องวิ่งหาเงินแลกเช็ค กู้หนี้ยืมสินมาประคับประคองสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม นิวส์ วันอยู่เลยครับ (ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้) จากเหตุผลดังกล่าวการใส่ร้ายคุณสนธิ ลิ้มทองกุล (อีกครั้งหนึ่ง) จึงเป็นการมโนไปเต้าข่าวว่าเพื่อเดินทางไปเจรจากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้น จึงเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น หลายครั้งยุทธวิธีนี้ยังคงใช้เพื่อเป้าประสงค์เดิมจากผู้ที่มีอำนาจหรืออิจฉาจุดยืนที่ฝ่ายตัวเองทำไม่ได้ จึงคิดแต่ทำลายความน่าเชื่อถือสิ่งที่คุณสนธิได้ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาบ้านเมืองอย่างตรงไปตรงมาในทุกรัฐบาล แต่ผมรู้ว่า คนอย่างคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่มานั่งเสียเวลาอธิบายเรื่องไร้สาระเช่นนี้หรอกครับ เพราะเวลาผ่านมาหลายปี เราถูกใส่ร้ายมามาก ตั้งแต่ การใส่ร้ายว่าสนธิรับเงินทักษิณ, การใส่ร้ายว่า ASTV จะขายให้ทักษิณให้แกนนำเสื้อแดงมาจัดรายการ, ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องเท็จที่ใส่ร้ายโดยไม่เคยมีการรับผิดชอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี แล้วมาทบทวนดูว่าสิ่งที่คุณสนธิพูดและแสดงความเห็นนั้น "ถูกหรือผิด" วิญญูชนเท่านั้นที่จะเข้าใจได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ ให้เสียเวลา News 1 หรือ ASTV เดิม ก็ยังคงจุดยืนเดิมในการทำหน้าที่สื่อมวลชนเพื่อประชาชนที่สนับสนุนเรามาเป็นปีที่ 10 แล้ว และหลายครั้งก็ทำหน้าที่ไปจนถึงเป็นผู้นำมวลชนเสียเอง วันนี้เรายังคงเป็นสถานีโทรทัศน์เล็ก ๆ ที่ยังยากจนอยู่ ถ้าเราหวังจะได้ร่ำรวยจากทุนและอำนาจจากข้างใดข้างหนึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็คงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่เราต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ "ทุกรัฐบาล" เพื่อประโยชน์ของประชาชนเหมือนทุกวันนี้ จริงไหมครับ ? และถ้าเราจะยอมสยบกับกลุ่มทุนทุกขั้วอำนาจที่ต่างมีกลุ่มทุนพลังงานหนุนหลังอยู่ เราคงไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในด้านการปฏิรูปพลังงานมากเช่นนี้ และลองดูสิครับว่ามีสื่อมวลชนกี่แห่งที่ยังช่วยและสนับสนุนในการปฏิรูปพลังงานของภาคประชาชนมากเช่นนี้ และถ้าเราเป็นสื่อมวลชนที่ขายตัวเพื่อความร่ำรวย ป่านนี้เราคงไม่ต้องเป็นห่วงการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของพนักงานที่นี่ เราคงไม่ต้องทุ่มเทออกมาขายสินค้าต่าง ๆ เพื่อรักษาทีวี พนักงานหลายคนที่มีทีวีดิจิตอลมาดึงตัวไปก็คงไม่ยืนหยัดอยู่ที่นี่ ตัวผมเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำงานอยู่ที่นี่ แม้แต่ลุงจำลอง ศรีเมือง ก็คงไม่เป็นผู้นำจัดกิจกรรมหารายได้มาสนับสนุนทีวีแห่งนี้อยู่จนถึงทุกวันนี้ จริงไหมครับ ? มีบางท่านเป็นห่วงใยว่าเรามีพวกและเพื่อนน้อย มีศัตรูมาก เพราะวิพากษ์วิจารณ์ทุกฝ่าย จึงจะอยู่รอดได้ยากในทางธุรกิจเพราะขาดการสนับสนุนจากกลุ่มทุนใด หรือแม้แต่อาจจะต้องสูญเสียประชาชนที่ยังหลงรักหรือสนับสนุนขั้วอำนาจทางการเมืองของตัวเองด้วยซ้ำไป เราขอขอบคุณความห่วงใยนั้น และผมก็เชื่อว่าเราทุกคนรับทราบและตระหนักกับความเสี่ยงเหล่านั้นดีอยู่แล้ว แต่ผมกลับเห็นด้วยกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ว่า "เราเป็นสื่อมวลชน" และสื่อมวลชนแห่งนี้มีศรัทธาจากประชาชนกำเนิดขึ้นเพราะจุดยืนที่ยืนหยัดอยู่ข้าง "ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่" ไม่ใช่ผลประโยชน์ของขั้วอำนาจใดอำนาจหนึ่งเป็นใหญ่ เมื่อรากฐานและวัฒนธรรมองค์กรถูกหล่อหลอมมาด้วย "ศรัทธา" ที่มาพร้อมกับ "การเสียสละ" เงินทอง หยาดเหงื่อ และแม้แต่ชีวิตของพี่น้องประชาชนเช่นนี้ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไปให้ดีที่สุด ถ้าวันหนึ่งมันมีความเจริญก้าวหน้าก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ขรุขระกันบ้างก็ช่วยกันฝ่าฟันไป แต่ถ้ามันมีความจำเป็นต้องดับไปเพราะรักษาจุดยืนที่เรากำเนิดมาก็ถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้ม หน้าไม่อายดิน MThai news

ผบ.ทบ.ย้ำทหารป้องสถาบันหนุนงานมั่นคงรบ.ดูแลปชช.
ทหาร /  ผบ.ทบ / 

พล.อ.อุดมเดช ประชุม ศปก.ทบ. ครั้งแรก หลังรับตำแหน่ง ผบ. ยัน ทหารป้องสถาบัน หนุนงานมั่นคง ดูแลประชาชน เร่งแก้ปัญหา 3 จว.ใต้ พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกเป็นครั้งแรก หลังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกองทัพบกสานต่องานในภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร ทั้งภารกิจปกป้องอธิปไตยดูแลชายแดนให้มีความสงบสุข ภายใต้ความสัมพันธ์อันดีของประเทศเพื่อนบ้าน การช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะภารกิจสำคัญคือ การพิทักษ์เทิดทูนสถาบัน รวมทั้งการเผยแพร่และน้อมนำแนวทางพระราชทานมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ในขณะเดียวกัน กองทัพบกจะยังคงให้การสนับสนุน และปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อดูแลให้สังคมมีความสงบสุข ประชาชนมีความปลอดภัย และประเทศสามารถเดินหน้างานการปฏิรูปให้มีความก้าวหน้าตามแนวทางที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันกำหนด โดยเฉพาะความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

60 นักวิชาการ /  การเมือง / 

แกนนำ นปช. แจง 60 นักวิชาการไม่เกี่ยวข้องกับนปช. พร้อมแนะนำคสช.ไม่ควรปิดกั้นความคิดเห็น ระบุใช้อำนาจควบคุมอีกฝ่ายไม่สามารถยุติปัญหาได้ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีกลุ่ม 60 นักวิชาการ ที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องเสรีภาพทางวิชาการจาก คสช.ว่า กลุ่มดังกล่าวไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับ นปช. เท่าที่เห็นรายชื่อเป็นนักวิชาการหน้าใหม่ ที่อาจจะทนไม่ได้ที่เห็นการปิดกั้นทางวิชาการจาก คสช. จึงแสดงตัวออกมา และไม่ได้เป็นฝ่ายใด นพ.เหวง โตจิราการ ส่วนนักวิชาการที่มีจุดร่วมกับ นปช.เวลานี้ก็ยุติการเคลื่อนไหวแล้ว เพราะอาจถูกส่งฟ้องศาล อย่างไรก็ตาม ขอฝากไปยังทุกฝ่าย รวมทั้ง คสช.ว่าความคิดเห็นที่แตกต่างไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ฝ่าย คสช.เอง ก็มีนักวิชาการบางส่วนที่สนับสนุน  ฉะนั้นควรเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้แสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ไปปิดกั้น การใช้อำนาจควบคุมอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และจะไม่สามารถยุติปัญหาได้ "การใช้อำนาจปิดกั้นความคิดคนไว้ไม่ได้ ทุกคนมีเสรีภาพทางความคิด มนุษย์มีสมองที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และความคิดเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ โลกมีความก้าวหน้ามาถึงปัจจุบันก็เพราะคนคิดต่างกัน จึงควรเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายแสดงความเห็นด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่คสช.น่าจะเรียนรู้" MThai News

นักวิทย์ คว้ารางวัลโนเบลจากการค้นพบระบบจีพีเอสในสมอง
นักวิจัย /  นักวิทยาศาสตร์ / 

นักวิจัยชาวอังกฤษ-อเมริกัน และ นอร์เวย์ ได้รับรางวัลโนเบลร่วมกันจากการค้นพบว่าสมองสามารถบอกตำแหน่ง และนำทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้อย่างไร วันนี้(7ต.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวนายจอห์น โอคีฟ นักวิจัยชาวอังกฤษ-อเมริกัน และ นายเอ็ดวาร์ด โมเซอร์ และนาง เมย์-บริต โมเซอร์ สองสามีภรรยาชาวนอร์เวย์ ได้รับรางวัลโนเบลร่วมกัน จากการค้นพบว่าสมองสามารถบอกตำแหน่ง และนำทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้อย่างไร ทั้งนี้ การค้นพบดังกล่าวสามารถนำมาต่อยอดในหาที่มาของโรคอัลไซเมอร์และนำไปสู่การพัฒนาเพื่อการรักษา โดยนักวิทยาศาสตร์ได้สงสัยถึงสาเหตุดังกล่าวมาหลายศตวรรษ จนได้รับการไขปริศนาในที่สุด คณะกรรมการโนเบลกล่าวว่า "ผลการค้นพบเซลล์ตำแหน่ง และเซลล์ตาราง ทำให้เราเข้าใจระบบบอกตำแหน่งของสมอง ซึ่งมีผลต่อโรคทางสมองหลายโรค รวมถึงโรคสมองเสื่อม การที่เราสามารถเข้าใจระบบประสาทที่สร้างความทรงจำทางพื้นที่ได้ จึงสำคัญและถือเป็นความก้าวหน้า" นักวิจัยทั้ง 3 ท่านจะได้รับเงินรางวัล 8 ล้านโครเนอร์ (33 ล้านบาท) โดยเงินรางวัลครึ่งหนึ่งเป็นของนายโอคีฟ ส่วนอีกครึ่งเป็นของสามีภรรยาตระกูลโมเซอร์ พิธีมอบรางวัลจะมีขึ้นอย่างเป็นทางการที่กรุงสตอกโฮล์ม ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง สุดทึ่ง! เด็กอายุ 15 ติดโผ รางวัลโนเบล รางวัลโนเบล ไม่มีสาขาคณิตศาสตร์ ปธน.รัสเซีย ติดโผชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ Mthai News ขอบคุณ BBC Thai

เล่นมาแล้ว! เกมส์ฟุตบอล FIFA 15 ก้าวหน้ากับการเล่นที่เสมือนจริง
FIFA /  FIFA 15 / 

เกมส์ FIFA 15 เป็นเกมส์ฟุตบอลชื่อดัง พัฒนาระบบการเล่นเกมส์ที่เสมือนจริงมากขึ้นทุกองค์ประกอบ โดยเกมส์ภาคล่าสุดมีการเพิ่มเติมและปรับปรุงเกมส์เข้ามาใหม่ แต่ขณะเดียวกันมีลูกเล่นบางอย่างที่ปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมมาแล้ว ก็อาจไม่ถูกใจและรู้สึกแปลกๆกับเกมเมอร์คอฟุตบอลอยู่บ้าง แน่นอนว่าเกมส์ FIFA 15 มีการปรับปรุงเรื่องระบบกราฟิกเกมส์ให้มีความคมชัดและเก็บรายละเอียดของวัตถุแวดล้อมแบบละเอียด ถ่ายทอดด้วยเอนจิ้น Ignite ที่สำคัญ มีการปรับปรุงเรื่องกลไกการเล่นฟุตบอลบนสนามที่มอบความสมจริงมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ผู้รักษาประตูที่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงครั้งใหญ่ที่อิงจากพฤติกรรมและความรู้สึกของตัวละครเอง ถือว่าเป็นตัวชี้ะตาว่าสามารถรักษาประตูให้กับทีมได้หรือไม่ ขณะที่สมาชิกนักเตะบนสนามมีความคล่องตัวและมีความสามารถที่อ้างอิงจากค่าสถานะของนักเตะที่ระบุเอาไว้ ส่วนท่าทางลูกล่อลูกชนในการแข่งขัน พบว่ามีบางส่วนที่เป็นบกพร่องและยากต่อการแย่งลูกบอลจากฝ่ายตรงข้ามมาเป็นฝ่ายเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปิดช่องในการส่งผ่านบอลที่ค่อนข้างแคบ ยากต่อการแย่งบอลฝ่ายตรงข้าม เรื่องความไม่สมดุลในการขว้างลูกบอลอาจไม่ถูกใจในบางคน แต่ขณะที่บางคนมองว่าเป็นสไตล์และเอกลักษณ์ของนักเตะในการขว้างลูกบอลอยู่แล้ว ส่วนกรณีลูกฟุตบอลที่ถูกเตะไปมาบนสนาม พบว่ามีความลื่นไหล มีน้ำหนัก และมีความหลากหลายในการกลิ้งบอลของมัน สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาของเกมส์ FIFA 15 คือ ทีมสโมสรฟุตบอลทั้ง 20 ทีม ตามมีสนามแข่งเป็นของตัวเองแล้ว ทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับสนามของเจ้าบ้าน อีกทั้งมี Custom Match Intro และเสียงผู้พากษ์กีฬาแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเติมในส่วนของทีมนานาชาติเข้ามา แต่ว่าจัดทำออกมาไม่ประทับใจสักเท่าไร ความขลังของนักเตะชั้นนำที่รวมทีมเข้ามาดูบางๆและแปลกๆอยู่บ้าง ด้านโหมดผู้เล่นคนเดียวหรือโหมดเนื้อเรื่อง พบว่าจัดทำค่อนข้างธรรมดาไม่มีอะไรแปลกใหม่ แถมระบบอย่างสอดแนมนักเตะก็ดูไม่เป็นจริงเป็นจัง สังเกตจากเลือกบุคคลที่อายุ 18 ปี เลือกไปสอดแนมนักเตะดัง และลองเปรียบเทียบว่าหากเป็นชีวิตจริง ผู้เล่นจะเลือกบุคคลดังกล่าวไปทำหน้าที่หรือไม่ ส่วนโหมดอย่าง Be A Pro และ Manager ก็มอบความสนุกต่อการเล่นได้ระดับหนึ่ง แต่อย่าไปคาดหวังกับการเล่นที่มากกว่านี้ สำหรับเอนจิ้นเกมส์ Ignite ที่ปรากฏในเกมส์ FIFA 15 ก็ยังคงมอบความคมชัดทั้งภาพและรายละเอียดพื้นผิวและวัตถุอย่างเสมือนจริง ระบบอนิเมชั่นนักเตะมีความลื่นไหลและคล่องตัวในการบังคับการเล่น เห็นรายละเอียดทอเสื้อของนักเตะแบบชัดเจ หากผู้เล่นได้สัมผัสกับเกมส์ FIFA 15 จะพบว่าการแข่งขันการเล่นดูจริงจัง ดำเนินเกมส์เร็วและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นเล่นเกมส์รุกอย่างสนุกสนาน ประเด็นของตัวละครผู้รักษาประตูที่จัดทำออกมาสมจริงและรู้สึกท้าทายต่อการเล่น เกมส์ภาคนี้ยังมีความแข็งแกร่งเรื่องการจำลองเกมส์ฟุตบอลโดยเฉพาะในการเล่นบนสนามที่เสมือนจริง พูดได้เลยว่า แฟนเกมส์ฟุตบอล”ต้องไม่พลาด” และ”ยังไม่ผิดหวัง” กับเกมส์ตระกูล FIFA เหมือนเดิม

ทำบุญ ปิดทองพระ ตำแหน่งไหนดีที่สุด
ทำบุญ /  ปิดทอง / 

เวลาคุณไปทำบุญตามวัดต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะมีการกราบไหว้พระ พร้อมทั้งการปิดทองที่พระ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เวลาคุณ ปิดทองพระ นั้น ตำแหน่งไหนดี และแต่ละตำแหน่งบ่งบอกถึงอะไร วันนี้ Horoscope.Mthai.com มีข้อมูลมาบอก เพื่อเอาใจคนชอบไหว้พระทำบุญครับ ปิดทองหลังพระ ทำไมต้องปิดทองหลังพระ? หมายถึง “การที่คนเรา ทำสิ่งดีเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังในสิ่งตอบแทน“ผม ว่าสุภาษิตนี้ ทุกคนคงเคยได้ยินมาตั้งแต่สมันยังเรียนอยู่ชั้นประถมปลาย ๆ เป็นเรื่องของ คนที่ทำความดีกับผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทนชาวพุทธมีความเชื่อว่าเป็นการสร้างบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ด้านการงานหากต้องการความสำเร็จในสิ่งที่ทำไปแล้วโดยฉับพลันทันทีการสร้าง อานิสงส์โดยการ ปิดทองพระ พุทธปฏิมาจึงเป็นสิ่งที่ให้ผลโดยตรง โดยมีคติความเชื่อว่าผู้ที่ได้มีโอกาส ปิดทองพระ ไม่ว่าจะเกิดภพชาติใดจะมีผิว พรรณผ่องใสงดงาม มีสง่าราศรี เป็นที่ถูกเนื้อต้องใจของผู้ที่พบเห็น ส่วนอานิสงค์ผลบุญที่ให้เห็นในชาตินี้ ชาวพุทธมีคติความเชื่อว่ามาตั้งแต่โบราณกาลมาถึงปัจจุบันคือ ถ้าปิดที่พระพักตร์ มีคติความเชื่อว่าทำให้หน้าที่การงานชีวิตเจริญรุ่งเรือง ปิดบริเวณพระอุทร(ท้อง) มีคติความเชื่อว่าจะอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง ปิดที่พระนาภี (สะดือ) มีคติความเชื่อว่า ตลอดทั้งชีวิตจะไม่รู้จักคำว่าอด สมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สิน ปิดที่พระเศียร (หัว) มีคติความเชื่อว่า จะทำให้สติปัญญาความจำเป็นเลิศ สามารถแก้ไขฝันผ่าปัญญาอุปสรรคของชีวิตได้ตลอด ปิดที่พระอุระ (หน้าอก) มีคติความเชื่อว่า ทำให้มีความสง่ารา ศรีเป็นที่ถูกใจของคนทั่วๆ ไป ปิดที่ระหัตถ์ (มือ) ทำให้เป็นคนที่มีอำนาจบารมี ปิดที่พระบาท(เท้า) มีคติความเชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยที่พักอาศัยและยวดยานพาหระ การไหว้พระปิดทองนั้น เป็นคติธรรมมุ่งหมายถึงการได้บูรณะต่อองค์พระพุทธปฏิมา เพื่อผลแห่งอานิสงส์ที่จะให้ผลโดยทันที ผู้ที่เกิดเคราะห์กรรมหรือวิบากกรรม อุปสรรค์ ความมั่วหมองในชะตาชีวิต นอกจากนี้แล้ว การปิดทองหลังพระนั้น มีคติความเชื่อว่าถ้าจะให้การปิดทองทั้งหมดสมบูรณ์ต้องปิดด้านหลังด้วย เช่น กรณีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ แม้การปิดทองบริเวณฐานของรองขององค์พระทำให้หน้าที่การงานมั่นคงเจริญก้าวหน้า

รัฐบาลเร่งปราม! ร้านเหล้าปั่นรอบสถานศึกษา
ยงยุทธ ยุทธวงศ์ /  รองนายกรัฐมนตรี / 

รองนายกรัฐมนตรี "ยงยุทธ" จี้ฝ่ายกฎหมาย เร่งจัดระเบียบร้านขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษา ไม่มีใบอนุญาต พร้อมเฝ้าระวังเพิ่มจำนวน นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดระเบียบร้านขายเหล้าปั่นรอบสถานศึกษาว่า ปัญหาดังกล่าวได้มีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ปัญหาคือมีการตั้งขายข้างถนน เมื่อถูกไล่ ก็ย้ายไปขายที่อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายต้องดูแล โดยต้องทำงานให้เข้มแข็งขึ้น เพราะร้านส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาต ไม่สามารถทำได้ ดังนั้น เราต้องเข้าไปสู่ต้นตอของปัญหา คือการดูแลสังคมไม่ให้หมกมุ่นกับอบายมุขต่างๆ หากสังคมมั่นคงเรื่องเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้ไม่มาก แต่จะให้หมดไปร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นคงทำได้ยาก และต้องเฝ้าระวังการเพิ่มจำนวนของร้านเหล้าด้วย ส่วนปลายเหตุก็ต้องป้องปราม เช่นเดียวกับเรื่องบารากุ เป็นปัญหาที่มีมานาน นอกจากนี้ นายยงยุทธ เปิดเผยถึงการหารือระหว่าง นายชิเกะคะสุ ซะโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่า ได้มีการพูดคุยถึงความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ การศึกษา งานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น งานด้านระบบการขนส่ง ระบบราง และดาวเทียม ที่ไทยต้องการพัฒนาด้วยตนเอง รวมถึงได้สอบถามแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็จะมีการประสานเพื่อติดตามความคืบหน้าเป็นระยะ MThai News

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

'นพ.รัชตะ' ลาออกอธิการ ม.มหิดล เลือกนั่งรมว.สธ.
นพ.รัชตะประกาศลาออก /  นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน / 

"นพ.รัชตะ" ประกาศลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เลือกตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข จากกรณีที่สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล และกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล มีมติให้ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เลือกดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง โดยต้องตัดสินใจภายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน ล่าสุด วันนี้ (8 ต.ค.) ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นายแพทย์รัชตะ ประกาศในที่ประชุมคณบดีมหาวิทยาลัยมหิดลว่า ตนจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตำแหน่งเดียว และจะลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล โดยหลังจากประกาศลาออกในที่ประชุมคณะบดีมหาวิทยาลัย ได้มีสารจากอธิการบดีถึง “ชาวมหิดล” ดังนี้ 8 ตุลาคม 2557 เรียน ชาวมหิดลที่รักทุกท่าน ตามที่ผมได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2557 นั้น ผมได้มีสารถึงชาวมหิดล เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2557 เรียนว่างานบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลจะไม่สะดุด และผมขอเวลาศึกษางานสักระยะเวลาหนึ่ง เพื่อจะเรียนให้ชาวมหิดลได้ทราบทิศทางของการดําเนินงานของมหาวิทยาลัย และกระทรวงสาธารณสุข บัดนี้เวลาได้ผ่านมาพอสมควรแล้ว จึงขอเรียนให้ชาวมหิดลทราบ ดังนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 41 ระบุ ให้ข้าราชการหรือพนักงานของรัฐดํารงตําแหน่งข้าราชการการเมืองควบคู่กันไปด้วยได้ เจตนารมณ์คือ ขอตัวมาช่วยปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 ปี ซึ่งเป็นอายุของรัฐบาลนี้ และเป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่สําคัญของประเทศ โดยยังสามารถปฏิบัติงานประจําควบคู่กันไปได้ด้วย ซึ่งในภาวะปกติสถานการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้แต่ผมได้เรียนกับชาวมหิดลว่าจะขอเวลาประเมินสถานการณ์ก่อนสักระยะ แนวทางประกอบการตัดสินใจมีดังนี้ 1. พิจารณาว่าการดํารงตําแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลควบคู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะสามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ประเทศได้อย่างไร ในหลักการ คือ การเชื่อมโยงอุดมศึกษาเข้ากับระบบสุขภาพของประเทศ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุข ดังนั้น การได้ปฏิบัติหน้าที่ ที่กระทรวงสาธารณสุขด้วยจะทําให้ทราบปัญหาความต้องการของประเทศด้านการสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี สามารถนําประสบการณ์ไปใช้ในการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศร่วมกับระบบอุดมศึกษาและในการปรับปรุงการผลิตบุคลากรสาธารณสุขของประเทศได้อย่างเหมาะสมและโอกาสที่ได้อยู่ในคณะรัฐมนตรียังจะช่วยประสานงานด้านอื่นๆ กับอุดมศึกษา เช่น การปฏิรูปสังคม และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงเวลานี้มิใช่เวลาปกติของประเทศ เป็นโอกาสที่ชาวไทยทุกคนจะต้องรวมพลังช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อจะขับเคลื่อนประเทศ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง และยั่งยืน จึงเป็นไปได้หรือไม่ที่ชาวมหิดล จะช่วยกันร่วมแรงร่วมใจ ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลให้ดําเนินไปได้ด้วยดีในขณะที่ผมรับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย 2. เมื่อผมรับตําแหน่งรัฐมนตรีผมยังมีความรับผิดชอบต่อมหาวิทยาลัยมหิดลในการที่จะวางแผนการบริหารงานในช่วงนี้มิให้มีการติดขัดซึ่งต้องอาศัยเวลาระยะหนึ่งในการวางแผน เตรียมการ มิใช่จะสามารถจะปลดภาระหน้าที่ของอธิการบดีได้โดยทันที 3. ประเมินภาระงานที่กระทรวงสาธารณสุขว่าเป็นอย่างไร จะสามารถทํางานควบคู่กับตําแหน่งอธิการบดีได้หรือไม่ เนื่องจากวันที่ผมเขียนสารถึงชาวมหิดลนั้น เป็นวันที่ 1 กันยายน 2557 กว่าที่ผมจะเข้าปฏิบัติงานที่กระทรวงสาธารณสุข เป็นวันที่ 13 กันยายน 2557 เนื่องจากต้องผ่านการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อน และรอให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติก่อน 4. เนื่องจากมีรัฐมนตรีอีกหลายท่านในรัฐบาลชุดนี้ซึ่งอยู่ในสถานะเดียวกับผม คือ ควบตําแหน่งรัฐมนตรีและงานประจําด้วย เนื่องจากในขณะนี้เป็นภาวะวิกฤติของประเทศ มีความจําเป็นต้องใช้บุคลากร ที่มีความรู้และประสบการณ์ในสายงานต่างๆ เพื่อช่วยกันแก้ไขวิกฤติของประเทศ ผมจึงต้องศึกษาแนวทางจากรัฐบาลในประเด็นนี้ประกอบด้วย ผมขอเรียนว่าในแนวทางประกอบการตัดสินใจข้อแรกเป็นแนวทางที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ ผมทราบว่าชาวมหิดลบางกลุ่มมีความประสงค์จะให้ผมดํารงอยู่ทั้ง 2 ตําแหน่ง แต่บางกลุ่มไม่เห็นด้วย ซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างนี้เกิดขึ้นอยู่เป็นปกติไม่ว่าในสังคมใดก็ตาม ผมได้เตรียมการที่จะให้มีการปรึกษาหารือ ในเรื่องนี้ระหว่างฝ่ายที่เห็นแตกต่าง ด้วยสันติ ด้วยสุนทรียสนทนา เป็นการภายในมหาวิทยาลัยของเรา เพื่อให้ได้มีข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่เราใช้กันมาโดยตลอดภายในมหาวิทยาลัยของเราแต่เป็นที่น่าเสียใจที่ชาวมหิดลบางกลุ่มมิได้เลือกใช้วิธีที่จะบริหารความเห็นที่แตกต่างโดยสันติแต่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะได้เข้าไปเริ่มทํางานในกระทรวงสาธารณสุขนําประเด็นที่ควรจะปรึกษาหารือตกลงกันได้อย่าง “ปัญญาชนของแผ่นดิน” ภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศทางสื่อมวลชน และมีการแพร่ข่าวผ่านทาง social media ต่างๆ ซึ่งเป็นข้อมูลด้านเดียวที่ให้แก่สังคม โดยใช้ถ้อยคําที่รุนแรง และทําให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลเสื่อมเสีย ผมมิประสงค์จะตอบโต้เนื่องจากไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ตามที่ผมได้สัญญากับชาวมหิดลไว้ว่าจะขอเวลาสักระยะโดยอาศัยแนวทางประกอบการตัดสินใจ 4 องค์ประกอบ ตามที่เรียนให้ทราบแล้วข้างต้น ผมจึงได้ตัดสินใจว่าจะขอปฏิบัติหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพียงตําแหน่งเดียว ทั้งนี้ เพื่อจะได้รับใช้ประเทศชาติและเพื่อความเป็นเอกภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล สําหรับการบริหารมหาวิทยาลัยมหิดลในระยะเปลี่ยนผ่านว่าจะดําเนินการอย่างไรนั้น ผมจะนําเข้าปรึกษาหารือในสภามหาวิทยาลัยมหิดลในการประชุมสภาฯ วันที่ 15 ตุลาคม 2557 ผมขอวิงวอนต่อชาวมหิดลว่าเหตุการณ์เช่นนี้มิควรเกิดขึ้นอีกในมหาวิทยาลัยที่เป็นที่รักของเรา มหาวิทยาลัยต้องเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรมของสังคม ขอให้ชาวมหิดลทุกคนปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักธรรมาภิบาลบริหารความคิดความเห็นที่แตกต่างโดยสันติด้วยสติและปัญญา ปัญหาภายในมหาวิทยาลัยของเราควรแก้ไขกันเอง โดยไม่ต้องประโคมข่าวสู่สังคมภายนอก ที่จะไม่เข้าใจความเป็นมาของแต่ละปัญหาอย่างลึกซึ้ง ไม่เข้าใจบริบทและวัฒนธรรมของมหิดล เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียวแก่สังคม และทําให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดลเสื่อมเสีย ผมขอให้ชาวมหิดลทุกคนตระหนักอีกครั้งว่าขณะนี้มิใช่เวลาที่ประเทศเป็นปกติแต่ชาติของเรากําลังอยู่ในช่วงของการปฏิรูป ซึ่งชาวไทยทุกคนรวมทั้งชาวมหิดลด้วย จะต้องรวมพลังร่วมแรงร่วมใจ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้ชาติของเราก้าวหน้า และมีการพัฒนาต่อเนื่องอย่างยั่งยืน ผมจะนัดหมายเพื่อสรุปงานที่ผมได้ดําเนินการในฐานะอธิการบดีและเพื่อขอบคุณทุกท่านตามกําหนดการที่จะแจ้งให้ทราบต่อไป ในขณะนี้ดัชนีชี้วัดทุกตัวระบุว่ามหาวิทยาลัยของเรามีความก้าวหน้าในทุกทาง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคและมีโครงการจํานวนมากที่ลงดําเนินการในชุมชนที่ประชาชนไทยในชุมชนจะได้รับการพัฒนาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณท่านรองอธิการบดี คณบดี ผู้อํานวยการ ผู้อํานวยการกอง และชาวมหิดลทุกท่านที่เสียสละทุ่มเททํางานเพื่อมหาวิทยาลัยมหิดล และสังคมไทย และขอบคุณสําหรับกําลังใจที่ท่านได้มอบให้กับผมมาโดยตลอด ขอบคุณครับ ศาสตราจารย์รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล MThai News ขอบคุณภาพจาก Motion News ช่อง Mono 29

มะกันหวั่น โสมแดงสร้างนิวเคลียร์
นิวเคลียร์ /  สร้างขีปนาวุธ / 

ประเทศสหรัฐอเมริกา หวั่น เกาหลีเหนือสร้างหัวรบนิวเคลียร์ หลังพบมีศักยภาพและเทคโนโลยีเพียงพอในการผลิต สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.เคอร์ติส สกาปาร์รอตติ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐประจำการในเกาหลีใต้ แถลงที่กระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) เมื่อวันศุกร์ โดยเกาหลีเหนือมีแนวโน้มที่จะมีศักยภาพและเทคโนโลยีเพียงพอในการผลิตขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบนิวเคลียร์ เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศอิหร่านและปากีสถาน รวมถึงระยะเวลาและความทุ่มเท ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะย่อขนาดหัวรบนิวเคลียร์ให้สามารถติดตั้งได้กับขีปนาวุธพิสัยไกล แม้จะยังไม่เคยมีการทดสอบหรือหลักฐานใดๆ ที่จะบ่งชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านอาวุธนิวเคลียร์ในปัจจุบันของเกาหลีเหนือก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภาพอาวุธต่างๆ ทั้งเคลื่องปล่อยจรวดแบบเคลื่อนที่ และขีปนาวุธพิสัยไกล เคเอ็น-08 ที่ทางการเปียงยางมักเผยแพร่ออกมา แม้จะทำให้หลายฝ่ายกังวล แต่นักวิเคราะห์กลับมองว่าอาวุธเหล่านั้นอาจเป็นเพียงแบบจำลอง MThai News

หรือถอดใจ! คุณหญิงปัทมา ประกาศล่วงหน้าไม่นั่งนายกส.แบดสมัย2
ขนไก่ /  ขนไก่ไทย / 

ความเคลื่อนไหวของสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ล่าสุด คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมแบดมินตันฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนจะหมดวาระลงในเดือนมีนามคปีหน้า และจะมีการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ จึงขอประกาศนะตอนนี้ว่าจะไม่รับตำแหน่งต่ออีกสมัยแน่นอน เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำงานเพียง 1 ปี ตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมฯ ได้ปรับโครงสร้าง และแนวทางการบริหารมากมาย เพื่อต้องการพัฒนาวงการแบดมินตันไทยในก้าวหน้า โปร่งใส และปลอดความขัดแย้งอย่างจริงจัง “เวลานี้คิดว่าตนเองทำหน้าที่สมบูรณ์แล้วยืนยันว่าสาเหตุไม่ใช่ เพราะผลงานนักแบดมินตันไทย ในเอเชียนเกมส์ไม่ดีแน่นอน ขณะนี้ได้ทาบทามผู้มีความสามารถและเหมาะสมเข้ามาดูแลต่อแล้ว”

ตำราพรหมชาติ พยากรณ์ลักษณะความยาวนิ้วมือ
ความยาวนิ้วมือ /  ดูดวง / 

ตำราพรหมชาติ พยากรณ์ลักษณะความยาวของ นิ้วมือ โดยคนเราแม้จะมีฝ่ามือเหมือนกันแต่ลักษณะ นิ้วมือ ต่างกัน และความยาวของ นิ้วมือ นี้เองที่จะสามารถพยากรณ์ถึง นิสัยใจคอ สติปัญญา การใช้ชีวิตประจำวัน จะแม่นขนาดไหน Horoscope.Mthai.com นำมาฝากกันแล้ว วิธีพยากรณ์ ให้ใช้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ 1 นิ้วยาวพอดี แต่นิ้วยาวกว่าฝ่ามือมาก มีข้อมือแต่ละข้อไม่เท่ากัน มีเล็บเรียวเรียบ ฝ่ามือและหลังมือมีเนื้ออ่อนนิ่ม มีลักษณะดังนี้ รักสวยรักงาม แต่งตัวเก่งพิถีพิถันเป็นพิเศษ ชอบสังคม รื่นเริง สติปัญญาดี แต่บางกรณีไม่ค่อยใช้ให้เป็นประโยชน์ จิตใจไม่แน่นอน มักผิดนัดเสมอ มีความคิดฟุ้งเฟ้อ ทะเยอทะยาน ใฝ่ฝันเกินตัว เย่อหยิ่ง ดูหมิ่นคนด้อยกว่า พูดจาไพเราะ แต่มีเบื้องหลังมาก มีราคะ กามารมณ์จัด ใบหน้ายิ้มแยม ทำงานไม่เป็นระเบียบ ชอบตำหนิติเตียนคนอื่น มีหัวนายแพทย์ พยาบาล วิศวกร ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีหัวคิดริเริ่ม 2 นิ้วมือยาวเท่ากับฝ่ามอ เข้าลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า โคนข้อนิ้วเวลาเหยียดยาว ไม่ชิดกัน ข้อตรงกลางใหญ่ ปลายค่อนข้างเรียวมีเล็บกลม มีเนื้อไม่นิ่มไม่แข็งเกินไป มีลักษณะดังนี้ มีความละอาย ไม่ค่อยเขาสมาคม รักระเบียบ แต่ไม่ค่อยปฏิบัติตาม ไม่มีความมัธยัสถ์ ทำอะไรทำจริง ยิ้มยาก เคร่งขรึม ตลอดเวลา มีหัวนักพูด นักประพันธ์ ครูอาจารย์ รักอาชีพอิสระ ไม่ชอบใครบังคับ สติปัญญาปานกลาง มีหัวทางการเมือง ทนายความ รักความยุติธรรม ฟังข้อคิดเห็นคนอื่น ชอบโต้แย้ง พูดจาไม่สุภาพเรียบร้อย มีหัวคิดริเริ่ม แต่ไม่ค่อยตรงต่อเวลา มีความคิดประกอบด้วยเหตุผล วางโครงการอะไรดี 3 นิ้วมือสั้น ข้อมือปลายทู่ ฝ่ามือ และหลังมือแข็งกระด้างหยาบ ขรุขระ เล็บแบนตัดมีลักษณะดังนี้ ไม่ชอบศึกษาเล่าเยนสติปัญญาทึบ ทำงานหนัก ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง ไม่พิถีพิถันการแต่งตัว มักง่าย ไม่มีหัวคิดริเริ่ม ชอบเป็นผู้ตาม ไม่ชอบเป็นผู้นำ ไม่มีความใฝ่ฝัน ทะเยอทะยาน ก้าวหน้า ชอบอาสาคนอื่น แต่เฉยเมยต่องานส่วนตัว ไม่รักษาคำพูด มีความรู้สึกเรื่องเพศสูง แต่ชั่วขณะหนึ่ง เป็นคนกล้าเสี่ยงภัย ไม่ชอบคนยั่วยุห้ามปราม ไม่มีความรอบคอบ ตระหนี่ถี่เหนียวแต่มักเป็นนักดื่มคอทองแดง 4 นิ้วมือยาวเรียวเรียบริมขอบ ข้อมือแนบสนิทฝ่ามือกับนิ้วมือขนาดยาวเท่ากัน โดยตลอด นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย ยาวสั้นลดหลั่นกันพอเหมาะพอควร มีลักษณะดังนี้ ชอบรักสวยรักงาม มีหัวทางศิลปะ แต่จะทำเองไม่เป็น มีความรักเรียบ ๆ ไม่โลดโผน แต่มักอาภัพรัก – คู่ครอง ไม่สู้จะมานะ พยายาม เอาใจตัวเองมาก มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริต สมองปานกลาง ชอบทางการสังคมประชาสัมพันธ์ ไม่สู้มีความสุขุมรอบคอบ ระแวงสงสัย ตกใจง่าย เห็นอกเห็นใจคนอื่นดี เจ้าความคิด แต่ใจมักขลาดกลัว มีสุภาพอ่อนน้อมต่อบุคคลอื่นเสมอ ชอบเอาอย่าง และเลียนแบบคนอื่นในทางที่ดี รักขนบธรรมเนียม ประเพณี ชอบพิธีการ

ประยุทธ์ สั่งเชือด 'หทาร-ตร.' เอี่ยวคดีมาเฟียเกาะเต่า
คดีฆ่า2นักท่องเที่ยว /  คดีฆ่าชาวอังกฤษ / 

พล.อ.ประยุทธ์ สั่งรื้อคดีมาเฟียเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ลั่นหากมีทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ต้องถูกลงโทษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า โดยเฉพาะมีเรื่องของมาเฟียเข้ามาเกี่ยวข้องว่า กำลังให้รื้อคดีกลุ่มผู้อิทธิพลมาเฟีย ซึ่งตนส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูด้วย ตนทำงานไม่ได้อยู่แค่ฟังรายงาน ตนมีแหล่งข่าวและประชาชนก็แจ้งเข้ามา ซึ่งตนรับฟังทุกคน และได้บอกไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงให้ไปดูว่ากลุ่มมาเฟียเป็นอย่างไร กลุ่มผู้มีอิทธิพลมีไหม หรือว่าคนของเราเข้าไปเกี่ยวข้อง รู้ก็ต้องไปหาให้หมด อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่าคนนั้นคนนี้ทำ จะต้องไปหาให้รอบคอบก่อนว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง ตนคิดว่าน่าจะมีความก้าวหน้าไวขึ้น เนื่องจากเราให้ความสำคัญ ซึ่งขณะนี้มีทหารอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว โดยให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดูแลอยู่ ตนอยากให้ไว้ใจเจ้าหน้าที่ เนื่องจากวันนี้ปรับปรุงทุกอย่างให้เข้าระบบมากขึ้น ที่ผ่านมาการนำอาจจะไม่เข้มแข็งพอ วันนี้จึงจะต้องเข้มแข็ง เมื่อเรานำเขาดีเขาก็ต้องทำงานให้ได้ ถ้าใช้ทหารทุกอย่างอาจจะดูว่าแรงไปหน่อยรึเปล่า อย่ากังวลให้เวลาหน่อยสิ เพิ่งทำงานมาได้ 4 เดือน ปัญหามีมากี่ปีแล้ว หากมีทหารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ก็ต้องถูกลงโทษ เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องไม่เข้าไปร่วมกับการกระทำผิดกฎหมาย จะไปเว้นคนนั้นคนนี้คงไม่ได้ MThai News ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นิตยสารไทม์ ตีข่าว ‘คดีฆ่าชาวอังกฤษ’ ด้านมืดของไทย นักข่าวนอก แนะปิด เกาะเต่า ล่าคนร้ายฆ่านักท่องเที่ยว