คลิบแอบถ่าย

ครม.อนุมัติขยายเวลาแรงงานต่างด้าวถึง31มีค.59
ขยายเวลา /  ครม. / 

ที่ประชุม ครม. อนุมัติขยายระยะเวลาแรงงานต่างด้าวจากเดิมจะหมดอายุวันที่ 31 มีนาคม 2558 ออกไปเป็นหมดอายุ 31 มีนาคม 2559 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติขยายระยะเวลาแรงงานต่างด้าวตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ จากเดิมจะหมดอายุวันที่ 31 มีนาคม 2558 ออกไปเป็นหมดอายุ 31 มีนาคม 2559 โดยให้แรงงานต่างด้าวขออนุญาตทำงานภายใน 3 เดือน เนื่องจากการพิสูจน์สัญชาติเกิดความล่าช้า ทำให้มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ เพราะประเทศต้นทางออกหนังสือเดินทางไม่ทัน ส่วน การแก้ไขปัญหาแรงงานประมงทางทะเลระยะยาว มีทั้งหมด 7 ขั้นตอน คือ 1.การลงทะเบียนแรงงาน นายจ้าง และรวบรวมความต้องการแรงงานประมง 2.การรับสมัครแรงงานไทยและการอนุมัตินำเข้าแรงงานต่างด้าว 3.การคัดเลือกบริษัทจัดหางานที่ถูกกฎหมายกรณีนำเข้าแรงงานต่างด้าว 4.การนำเข้าแรงงานต่างด้าว ประสานการดำเนินงานกับบริษัทจัดหางาน 5.การดูแลแรงงานประมงก่อนลงเรือ 6.การควบคุมตรวจติดตามเรือประมงและแรงงานบนเรือ และ 7.การลงโทษ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ

สุดเพอร์เฟค! คลิป ยิงก็เทพท่าฉลองประตูก็สร้างสรรค์
Arles Flores /  คลิป / 

เป็นคลิปฟุตบอลเกิดขึ้นในเกมโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ระหว่างทีม วันเดอเรอร์ส จากอุรุกวัย พบกับ ซาโมร่า ทีมจากเวเนซูเอล่า โดยจังหวะไฮไลท์ของเกมคู่นี้คือจังหวะ Arles Flores แนวรุกของ ซาโมร่า กดด้วยขวาระยะกว่า 30 หลาบอลพุ่งเป็นจรวดตุงตาข่ายก่อนที่จะเรียกเพื่อนๆ มาฉลองประตูด้วยการโยนโบว์ลิ่ง :)

แฟชั่น อั้ม พัชราภา ในลุคสวยหวาน สไตล์พาสเทล
ภาพแฟชั่น /  อั้ม-พัชราภา / 

แฟชั่น อั้ม พัชราภา กับลุคสวยใสในสไตล์พาสเทล ดูสวยหวาน แต่แอบเซ็กซี่ตามแบบฉบับของเธอ ติดตามได้ใน นิตยสาร ดิฉัน ฉบับเดือน มีนาคม 2558 ปักษ์แรก นางฟ้า...ลัลลาบาย Brand: Kloset Spring/Summer 2015 Collection 'Holiday Heartbreaker' @klosetdesign Creative Director: ชัย เจียมกิตติกุล Model: พัชราภา ไชยเชื้อ Photo: ธนนนท์ ธนากรกานต์ Asst. Photo: วิชิต วงศ์อุทร / จักรพงษ์ ยุทธภิญโญ Stylist: อิศร์ อุปอินทร์ Hair: สันติพงศ์ ขวัญเซ่ง Makeup: ลั่นฟ้า

วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์
ต่างประเทศ /  ที่สุดในโลก / 

ถ้าเราพูดถึงคนที่ ฉลาด หรือ อัจฉริยะ ที่สุดในโลก หลายคนก็คงจะนึกถึงนักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โยฮันน์ วอล์ฟกัง, เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นต้น มันก็จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาฉลาดมาก มีไอคิวที่สูงถึง 180-225 แต่วันนี้ทีนเอ็มไทยจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ อัจฉริยะตัวจริง " วิลเลี่ยม ไซดิส " เขามีไอคิวที่สูงกว่าไอน์สไตน์ซะอีก เพราะมี IQ มากถึง 300 เลยทีเดียว เริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุ 1 ขวบเองอ่ะ!! แต่ความอัจฉริยะของเขานั้นก็ไม่ทำให้เป็นที่จดจำของโลก .. อยากรู้จักเขามากขึ้นแล้วใช่ไหมหล่ะ ตามทีนเอ็มไทยมาเลยค่ะ  วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์  วิลเลี่ยม ไซดิส บุคคลที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล ยิ่งกว่าไอน์สไตน์ วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส (William James Sidis)  เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.1898 วันเอพริลฟูลเดย์ ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลที่มี IQ สูงที่สุดในโลกคนหนึ่ง เขามี IQ อยู่ระหว่าง 250-300โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าใช้การทดสอบ IQ แบบไหน เขาเริ่มฉายแววอัจฉริยะตั้งแต่อายุเพียงไม่กี่เดือน และสมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า“Universal Genius” บุคคลที่ถือว่า “ฉลาดทีสุดในจักรวาล”  และถ้าพูดถึง หลุมดำหรือ Black Hole หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส คนนี้เนี่ยแหละ! ที่เป็นคนเขียนพยากรณ์การมีอยู่ของหลุมดำ ในหนังสือฟิสิกส์เล่มแรกของเขา ที่ชื่อ The Animate and the Inanimate ก่อนที่ใครทั้งโลกจะรู้ถึงตัวตนของมันด้วยซ้ำไป .. เจ๋งใช่ไหมหล่ะ ครอบครัวไซดิส (Sidis Family) ปลายศตวรรษที่ 19 บอริสและซาร่าฮ์ ไซดิส (Boris and Sarah Sidis) สองสามีภรรยา ได้อพยพลี้ภัยมายังประเทศอเมริกาเช่นเดียวกับชาวรัสเซียเชื้อสายยิวอีกจำนวนมาก เพียงไม่นานนักทั้งคู่ก็กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เนื่องจากบอริสเป็นหนึ่งในคนรุ่นแรกๆ ที่พัฒนาการศึกษาวิชาจิตวิทยาและซาร่าฮ์เป็นหนึ่งในผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่มีดีกรีปริญญาทางการแพทย์ในสมัยนั้น บอริสเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกมหาวิทยาลัยหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้งานเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา มีความเชี่ยวชาญด้านการสะกดจิต จิตวิทยากลุ่มและการควบคุมความบ้าคลั่งของฝูงชน 1898, กำเนิด วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ปี 1898 ซาราฮ์ให้กำเนิดบุตรชาย วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส โดยบอริสและซาราฮ์ช่วยกันเลี้ยงดู สอนลูกให้รู้จักตัวอักษรและการผสมคำ เพียงแค่ 6 เดือนวิลเลี่ยมก็สามารถสะกดคำว่า door และเดือนต่อมาสามารถสะกดคำว่า moon เมื่ออายุเพียง 8 เดือน วิลเลี่ยมสามารถใช้ช้อนตักอาหารกินเองได้ ขณะที่เด็กวัย 1 ขวบส่วนใหญ่จะยังพูดอ้อแอ้ไม่เป็นภาษา แต่วิลเลี่ยมสามารถสะกดคำง่ายๆบางคำได้แล้ว วิลเลี่ยมอ่านหนังสือพิมพ์( New York Times) ได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน (ขวบครึ่ง) วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส ฉายแววอัจฉริยะ! ซาราฮ์เห็นพัฒนาการของลูกที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอจึงลาออกจากงานเพื่อเอาเวลามาสอนลูกของเธอให้เฉลียวฉลาดมากยิ่งขึ้น เมื่อครบรอบวันเกิด 5 ขวบ เรียนรู้ภาษาด้วยตัวเองหลายภาษา วิลเลี่ยมลากเก้าอี้ตัวสูงขึ้นนั่งเคาะแป้นพิมพ์ดีดเขียนจดหมายสั่งซื้อของเล่นส่งถึงห้างสรรพสินค้าเมซี่ย์ด้วยตัวเอง และต่อมาเขาก็ขวนขวายเรียนรู้ในสาขาวิชาต่างๆด้วยตัวเองโดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ เช่น ละติน กรีก ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมันและฮิบรู ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าเรียนไวยากรณ์เมื่ออายุได้ 6 ขวบ วิลเลี่ยมเรียนประถมฯ ต้นเพียง 6 เดือน ก็เข้าเรียนมัธยมฯ ต่อ (การศึกษาก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วของเขาไปสะดุดตาสื่อมวลชน จนหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์นำเรื่องราวของเขามาตีพิมพ์) เมื่ออายุ 7 ขวบ สอบผ่าน Harvard Medical School Anatomy Exam เมื่ออายุ 8 ขวบ สอบ Entrance Exam ของ MIT ผ่าน และสามารถจดจำทุกอย่างที่อ่านได้ เขาสามารถพูดได้ 8 ภาษาคือ ละติน กรีซ ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน ฮิบรู เติร์ก และอังกฤษ อีกทั้งยังคิดค้นภาษาใหม่ขึ้นมาโดยการผสมผสานตัวอักษรภาษาละติน กรีซ เยอรมัน และฝรั่งเศส เรียกว่าภาษา เวนเดอร์กู้ด (Vendergood) เมื่ออายุได้ 9 ขวบ พยายามเข้าเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเมื่ออายุ 11 ขวบ เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอริส พ่อของไซดิส พยายามส่งเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ถูกปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเขายังเด็กเกินไป ยังขาดการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่บอริสไม่ยอมแพ้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการบริหาร โน้มน้าวให้มหาวิทยาลัยยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าศึกษา ระหว่างรอคอยคำตอบ ไซดิสฆ่าเวลาด้วยการไปเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยทัฟต์ เขาเปิดอ่านหนังสือคณิตศาสตร์ มองหาข้อผิดพลาดในหนังสือ และทำการแก้ไข ค้นหาข้อมูลทฤษฎีต่างๆ ที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขียนไว้และมองหาช่องโหว่ ในช่วงเวลานี้เองไซดิสค้นพบความสามารถพิเศษของตัวเองอีกอย่างคือ เขาสามารถคำนวณในใจบอกได้ว่าวันที่นั้นๆ ของเดือนและปีนั้นๆ เป็นวันอะไรได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นวันในอดีตหรือวันในอนาคต ปี 1909 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพ่ายแพ้ต่อความเก่งกาจของเด็กมหัศจรรย์ยินยอมรับวิลเลี่ยมเข้าเป็นนักศึกษา ทำให้เขากลายเป็นนักศึกษาที่มีอายุน้อยที่สุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในเดือนมกราคม 1910 ปีต่อมา วิลเลี่ยม ไซดิส ได้รับเชิญให้บรรยายเรื่อง คณิตศาสตร์ 4 มิติ (Four-DimensionBodies) ต่อหน้าผู้ทรงคุณวุฒิและนักศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง ศาสตราจารย์เดเนียล คอมสต็อก จากมหาวิทยาลัย MIT ถึงกับทำนายว่าในอนาคตวิลเลี่ยมจะเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 และวิลเลี่ยมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีโดยมีเกียรตินิยมพ่วงท้ายด้วยวัยเพียง 16 ปี และเขาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บอสตันเฮราลด์ว่าเขาต้องการมีชีวิตสมบูรณ์แบบด้วยการใช้ชีวิตสันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวกับสังคม อีกทั้งยังสาบานว่าจะไม่แต่งงาน ขอครองพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต เส้นทางชีวิต วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส หลังจบการศึกษา วิลเลี่ยมได้งานเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ในมหาวิทยาลัยไรซ์ เมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส แต่วิลเลี่ยมสอนอยู่ได้ไม่ถึงปีก็ลาออกเนื่องจากเขาถูกกดดันจากบรรดาลูกศิษย์ที่มีอายุมากกว่าหลายปี วิลเลี่ยมกลับมาลงทะเบียนเรียนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ก็ลาออกก่อนจะจบการศึกษาเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ภาควิชาที่เหมาะกับเขา ปี 1919 วิลเลี่ยมเข้าร่วมชุมนุมประท้วงคัดค้านการเกณฑ์ทหาร การประท้วงครั้งนี้บานปลายเป็นการจลาจล วิลเลี่ยมถูกจับกุมตัว บอริสวิ่งเต้นช่วยลูกชายให้พ้นคุกภายใต้เงื่อนไขควบคุมความประพฤติและกักบริเวณเป็นเวลา 1 ปี หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ วิลเลี่ยมหลบหน้าหลบตาหนีผู้คนไปทำงานเป็นเสมียนตามร้านเล็กๆ เมื่อมีใครจำเขาได้ วิลเลี่ยมก็จะลาออกหนีไปหางานใหม่ แม้วิลเลี่ยมจะเอือมระอากับเรื่องตัวเลขแต่เขาก็ยังคงความหลงใหลในเรื่องภาษา วิลเลี่ยมเรียนรู้ภาษาอื่นๆรวมถึงภาษาท้องถิ่นจนแตกฉานมากถึง 40 ภาษา  บั้นปลายชีวิต  วิลเลี่ยม เจมส์ ไซดิส อดีตเด็กอัจฉริยะไม่ได้สุขสบายมีความสุข เขาเสียชีวิตแบบคนอนาถาตามลำพังในห้องเช่าในเมืองบอสตัน ด้วยสาเหตุเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1944 ด้วยวัย 46 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังเขียนหนังสือเรื่อง The Psychology of the Folk Tale โดยเขามีผลงานตีพิมพ์หนังสือ 17 เล่ม และบทความในนิตยสาร 50 เรื่อง .. เขาสิ้นลมหายใจโดยไม่มีใครจำเค้าไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะของอัจฉริยะอีกเลย เรียบเรียง teen.mthai.com ขอบคุณข้อมูลดีๆ SilverFang http://www.online-station.net/entertainment/story/327, http://www.sidis.net, http://en.wikipedia.org/wiki/William_James_Sidis

ร้องไห้หนักมาก! กระปู๋ ชายไทยเข้าข่าย เล็กที่สุดในโลก
กระปู๋ /  คองโก / 

ผลวิจัย กระปู๋ กว่า 80 ประเทศระบุ อวัยวะเพศชายไทย อยู่ในกลุ่มเล็กเกือบที่สุดในโลก โดยมีขนาดเฉลี่ยเพียง 4 นิ้ว มีเพียงเกาหลีเหนือที่เป็นรองด้วยขนาด 3.8 นิ้ว สำนักข่าว 'เอเอฟพี' รายงานข่าวว่า แพทย์ด้านระบบปัสสาวะได้วิจัยขนาดอวัยวะเพศของผู้ชายใน 80 ประเทศกว่า 15,000 คน พบว่า ชายชาวเกาหลีเหนือมีขนาดอวัยวะเฉลี่ยสั้นที่สุด คือ 3.8 นิ้ว ส่วนชายไทยนั้นมีขนาดเฉลี่ย 4 นิ้ว อยู่ในอันดับรองสุดท้าย ในขณะที่ชายที่มีขนาดอวัยวะเพศเฉลี่ยยาวที่สุดในโลกคือ ชายชาวคองโกมีขนาดองคชาติเมื่อแข็งตัวยาวถึง 7.1 นิ้ว โดยรายงานนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Urology หรือ BJU ยังระบุอีกว่า ผู้ชายที่มีองคชาติเล็กผิดปกติ มีแค่ 2.28% เท่านั้น ขณะเดียวกันชายที่มีกระปู๋ใหญ่ผิดปกติก็มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยข้อมูลเหล่านี้ได้จากการวัดขนาดอวัยวะเพศของชายที่มีอายุระหว่าง 17-91 ปี ในยุโรป เอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ ทั้งนี้ยังระบุว่าโดยเฉลี่ย ผู้ชายมีอวัยวะเพศยาว 5.16 นิ้วเมื่อตื่นตัวทางเพศ และยาว 3.40 นิ้วในภาวะปกติ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ชายส่วนใหญ่สบายใจได้ว่า อวัยวะของตนมีขนาดอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่แพทย์ที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แก่พวกผู้ชายที่มีความวิตกกังวลในเรื่องขนาด ซึ่งบางกรณีทำให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านสังคม หรือกระทั่งฆ่าตัวตาย ข้อมูลจาก บางกอกโพสต์ MThai News

อยู่ยาก! บุรุษพยาบาล หื่น สอยกางเกงใน นร.นายสิบ ลง FB ขายต่อ
กางเกงใน /  นครราชสีมา / 

บุรุษพยาบาล เมืองโคราชสุดหื่น ตระเวนสอยกางเกงในนักเรียนนายสิบ ก่อนลงขายต่อในเฟซบุ๊ค ตำรวจล่อซื้อ ก่อนเข้าจับกุมผงะกางเกงในชายซุกห้องนับร้อย พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก ผกก.สืบสวน 1 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน ภาค 3 (บก.สส.ภ.3) พร้อมชุดจับกุม แถลงข่าวการจับกุมนายภาวิช หรือ เต้อ บุราสิทธิ์ อายุ 29 ปี อยู่ ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ บุรุษพยาบาลสังกัดโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในเขตเมืองนครราชสีมา พร้อมของกลางชุดชั้นในชาย จำนวนหลายร้อยตัว สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ โดยแถลงพฤติการณ์ของคดีว่า ได้รับแจ้งมีคนร้ายลักทรัพย์ชุดชั้นในชายของนักเรียนนายสิบตำรวจ ซึ่งพักอยู่ในศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา บ่อยครั้ง จึงได้สืบสวนทางลับ พบในโลกออนไลน์ เครือข่ายเฟซบุ๊ก มีผู้ใช้นามแฝงว่า 'อั้ยโจร กลับใจ' แสดงสถานะพร้อมภาพถ่ายเสนอขายชุดชั้นในชาย จึงวางแผนติดต่อขอซื้อกางเกงใน 3 ตัว ผ้าขาวม้า 1 ผืน ราคา 500 บาท โดยให้ส่งสินค้าผ่านทางไปรษณีย์ หลังจากได้รับสินค้า จึงแกะรอยที่อยู่ของผู้ส่ง ระบุพักอาศัยอยู่ที่ อพาร์ตเมนต์ ตรอกวัดท่าตะโก ต.ในเมือง อ.เมืองจ.นครราชสีมา จึงตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย พบชุดชั้นในชายจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในห้องของนายภาวิช หนุ่มลักษณะสมาร์ท เรียบร้อย คล้ายเกย์ รับสารภาพได้ตระเวนลักชุดชั้นในชายของนักเรียนนายสิบตำรวจ ฉวยโอกาสช่วงออกไปฝึกภาคปฏิบัติ หรือเรียนหนังสือ โดยลักลอบเข้าทางด้านหลังหอพัก จากนั้นได้ลงรูปถ่ายชุดชั้นในชาย และเช็คอินสถานที่ เพื่อยืนยันที่มาของสินค้า ส่วนใหญ่นิยมของบรรดาคนในเครื่องแบบ ตำรวจ-ทหาร จึงสามารถโก่งราคาขายได้มากกว่าปกติ ลูกค้าซื้อไป จะนำไปสร้างจินตนาการทางเพศ โดยสูดดม เพื่อกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ระหว่างสำเร็จความใคร่ ทางเพศ โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์หรือรับของโจร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ อ.เมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ภาพ และข้อมูลจาก ข่าวสด MThai News

สุดยอด 5 นักเตะที่แข็งแกร่งที่สุด
5 นักเตะที่แข็งแกร่งที่สุด /  คริสตอฟ / 

เกมฟุตบอลปัจจุบันก้าวหน้าไปรวดเร็วกว่าเมื่อก่อนเอามากๆ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยและกลายเป็นสิ่งจำเป็นในวงการกีฬาไปแล้ว แต่คนเราไม่ใช่เครื่องจักร เพราะงั้นในเรื่องกายภาพเรามันก็ต้องต่างกันด้วย เราลองมาดู นักเตะ ที่ได้ถูกคัดมาแล้วว่า เขาแข็งแกร่งที่สุดกัน เราได้จัดเป็น 5 อันดับ 5. คริสตอฟ เครเมอร์ กองกลางรูปหล่อสัญชาติเยอรมัน ที่ดูรูปร่างแล้วเหมือนเขาจะไม่แข็งแกร่งแต่ไม่ใช่เลย เราตัดสินจากรูปร่างที่เห็นไม่ได้เลย ทั้งการบังบอล การเข้าปะทะของเขามันเข้าขั้นแข็งแกร่งเอาซะเหลือเกิน และ เครเมอร์ ยังสามารถวิ่งได้แบบไม่มีหยุดตลอดทั้งเกม แต่น่าเสียดายที่ ศึกฟุตบอลโลก ที่เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ จนต้องพักไป 4. เอดินสัน คาวานี่ ศูนย์หน้าตัวยักษ์ แต่มีความครองตัวสูงคนนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย คาวานี่ ถือเป็นกองหน้าเชิงรุก และรับ ทั้งเรื่องการตั้งรับของทีมก็สามารถพิ่งพาความแข็งแกร่งของเขาได้เสมอโดยเฉพาะลูกปะทะ และยังเรื่องการบุกเข้าไปทำประตูอีก ทำให้เขาเข้ามาอยู่อันดับที่ 4 ของเรา 3. รามิเรส มิดฟิลด์จากเชลซีผู้นี้ คือตัวเชื่อมเกมที่มีความสามารถทั้งเกมรุกและรับ เขาสามารถครอบครองบอลเองได้ แถมยังวิ่งเข้าทำลายจังหวะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ครองบอลได้ง่ายๆ เป็นอย่างดีทีเดียว รามิเรส จะมีชื่ออยู่เป็นอันดับต้นๆ ของผู้จัดการทีม ดังนั้นเขาจึงทำคะแนนมาเป็นอันดับที่ 3 2. คริสเตียโน โรนัลโด้ ถ้าไม่มีชื่อของ โรนัลโด้ อยู่ในลิสเห็นทีคงจะไม่ได้ เพราะด้วยความแข็งแกร่ง ความรวดเร็วและพละกำลังในการครอบครองบอลของเขามันช่างมหาศาลเสียจริง จากเด็กวัยรุ่นรูปร่างผอมบาง แต่มาจนตอนนี้เข้าได้พัฒนาด้านกายภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ในการเล่นของเขาทั้งฤดูกาล และลงเล่นทั้ง 90 นาที ใช้ทั้งพละกำลังไปเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยมีหมด นอกเสียจากเจออาการบาดเจ็บเข้าเท่านั้นที่หยุดยั้งเขาได้ 1. แกเร็ธ เบล เบล ได้เข้ามาอยู่ในอันดับที่ 1 ของเรา ด้วยความแข็งแกร่งที่เทียบเทียมกับ โรนัลโด้ ได้อย่างสบาย การที่เขาทำผลงานอันสุดยอดไว้กลับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เป็นอะไรที่แบกรับทั้งทีมได้อย่างชัดเจน พอเขาย้ายมายัง เรอัล มาดริด ช่วงแรกอาจจะดูโดดเดียวไปสักหน่อย แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าที่เข้าทางจนถูกมองว่าจะเป็นอนาคตของทีมต่อจาก คริสเตียโน โรนัลโด้ ไปแล้ว

ละครข้าบดินทร์ , เรื่องย่อข้าบดินทร์
ข้าบดินทร์ /  เรื่องย่อข้าบดินทร์ / 

เรื่องย่อข้าบดินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม เป็นบุตรชายคนเดียวของ พระยาบริรักษ์ ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้ามาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะเห็นว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินเดิมพันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตัวเองมาท้าประลองวางเดิมพันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอดน้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นฝ่ายที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชาทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อจะได้รับราชการต่อไปภายหน้า อีกทั้งก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศได้ด้วย เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจะต้องผ่านบททดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้หรือไม่ แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลวงสรอรรถ เข้ามาเจรจากับพระยาบริรักษ์เพื่อขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม บัว และ ลำดวน หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิมที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวงสรอรรถนั้นมีภรรยาหลวงอยู่ก่อนแล้ว เหมถูกจับได้ว่ามาแอบดู พุ่ม และสมิงสอดน้อยซ้อมดาบแต่สมิงสอดน้อยยังแค้นเรื่องเก่าอยู่ ไม่ยอมปล่อยไปเปล่า ๆ จึงท้าให้เหมมาสู้กัน ถ้าเหมแพ้ จะต้องถูกตัดลิ้น เหมฮึดสู้กับสมิงสอดน้อยจนชนะ สมิงสอดน้อยพ่ายไปในที่สุด สมิงสอดน้อยยอมปล่อยเหมไป ขรัวปู่ยม ผู้ฝึกสอน เห็นดังนั้นจึงชวนเหมให้มาเรียนการต่อสู้ด้วยดาบอาทมาต แหม่มมาเรียนั้นป่วยเป็นโรคฝีในท้อง จึงต้องใช้ฝิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวด ทว่าพระยาบริรักษ์ บิดาของเหมนั้นตั้งข้อรังเกียจสินค้าชนิดนี้ ดังนั้น ไมเคิล เจเมสัน สามีของแหม่มมาเรีย จึงต้องแอบนำฝิ่นเข้ามาอย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นแหม่มมาเรียก็ยังเอ็นดูเหม และสอนภาษาวิลาศให้กับเหมด้วยความเต็มใจ ขากลับเหมกับบุษย์ได้พบกับลำดวนที่แอบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูเหมเข้าไปในบ้านของพวกวิลาศแล้วลงมาไม่ได้ เหมกับบุษย์จึงช่วยกันพาตัวลำดวนลงมา บัวเห็นหน้าเหมเข้าก็ประทับใจในความรูปงามของเหมทันที เหมกับบุษย์ได้พบกับ คุณชายช่วง บุตรชายคนโตของพระยาพระคลัง คุณชายช่วงมีความสนใจในภาษาวิลาศเหมือนกัน เมื่อรู้ว่าเหมรู้ภาษาวิลาศจึงให้ความสนใจอย่างมาก ลำดวนมาเจอกับเหม เหมพูดคุยเล่นหัวกับลำดวนอย่างสนิทสนม เหมกับพระยาบริรักษ์เกือบมีเรื่องกับหลวงสรอรรถ แต่โชคดีที่ได้คุณชายช่วงมาช่วยไว้ทันเวลา หลวงสรอรรถได้แต่แค้นใจที่ทั้งพระยาบริรักษ์และเหมดูจะเป็นศัตรูกับเขาไปทั้งสองคน ด้านคุณปิ่นเห็นหน้าเหมแล้วนึกชอบใจ จึงคิดจะจับคู่ให้เหมกับบัว ขณะที่วิชาดาบกับขรัวปู่ยมก็ก้าวหน้ามากขึ้น สมิงสอดน้อยเริ่มยอมรับในตัวเด็กหนุ่มถึงกับอาสามาเป็นคู่ซ้อมให้ สมิงสอดน้อยกำลังจะไปทัพเพราะได้ยินข่าวว่าทางกรุงศรีสัตนาคนหุตกำลังเรียกระดมพล จึงต้องขึ้นไปสอดแนมที่โคราช เหมถูกเรียกตัวมาพบคุณชายช่วง เหมเอาขนมมาฝากลำดวน พวกบ่าวไพร่ก็เอาไปลือกันว่าเหมจะใช้ลำดวนเป็นสะพานเข้าจีบบัว ลำดวนรบเร้าให้บัวฝากใบพลูไปให้เหมเพราะอยากมีพี่ชาย พระยาบริรักษ์ออกไปรับเรือกำปั่นขนสินค้าของคุณไมเคิล เจเมสัน สินค้าที่บรรทุกมาในระวางนั้นมีตุ๊กตากระเบื้องที่แอบซุกซ่อนฝิ่นเพื่อใช้บรรเทาอาการป่วยของแหม่มมาเรียอยู่ด้วย แต่หลวงสรอรรถหวังจะฮุบฝิ่นไว้เป็นของตัวเอง แล้วโทษว่าเป็นคำสั่งของพระยาบริรักษ์ มิสเตอร์เจเมสันก็เข้าใจผิดว่าพระยาบริรักษ์จะฮุบของไว้ ทั้งคู่จึงก่อเรื่องวิวาทกันขึ้นมาอีก พระพิชัยปราการคนสนิทของเจ้าพระยาพระคลัง มาตามตัวพระยาบริรักษ์ไปพบกับพระยาสมุหกลาโหมด้วยราชการด่วน ทว่าระหว่างทางไปที่เรือนของพระยาพระคลัง มีผู้พบศพของมิสเตอร์เจเมสันถูกฆ่าตัดหัวหลังจากมีเรื่องวิวาทกับพระยาบริรักษ์เพราะรู้ว่าตนเองกำลังถูกเพ่งเล็งว่าเป็นคนฆ่า ทหารของพระยาสมุหกลาโหมบุกเข้ามาจับตัวพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมไว้ได้ เหมที่กระโดดน้ำหนีไปได้แล้ว กลับหวนมาช่วยคุณหญิงชม พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหม ถูกนำตัวไปขังไว้ในสถานที่คุมขังนักโทษ พระยาปลัดสมุทรปราการมาขอร้องให้พระยาบริรักษ์เห็นแก่ชาติบ้านเมืองและส่วนรวมด้วยการยอมรับสารภาพความผิด พระยาบริรักษ์จึงยอมสารภาพ แต่ความจริงแล้วคนที่ฆ่ามิสเตอร์เจเมสันคือหลวงสรอรรถ การจับคู่ของเหมกับบัวจึงเป็นอันต้องตกไป ลำดวนเมื่อรู้ข่าวของเหม ก็ได้แต่นอนร้องไห้สงสารเหม คุณปิ่นพาบัวและลำดวนมาเดินตลาด กลุ่มนักโทษมีคุณหญิงชมและเหมรวมอยู่ด้วย คุณหญิงชมเป็นลมตรงหน้าขบวนของคุณปิ่นพอดี ลำดวนสงสารเหมกับแม่จับใจ รีบคว้าแตงกวาไปป้อนให้คุณหญิงชมได้กินพอหายร้อน พระยาบริรักษ์ถูกตัดสินให้ทวนหวายพระยาบริรักษ์ ๕๐ ที ริบราชบาตร แล้วเอาตัวพร้อมกับลูกเมียไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง พระยาบริรักษ์ทนการถูกลงทัณฑ์ไม่ไหว เสียชีวิตหลังจากตกเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ๙ ปีผ่านไป พระยาบดินทรเดชาได้เกณฑ์ไพร่พลขึ้นไปยังเมืองพัตบองเพื่อตระเตรียมรับมือกับญวน ในการนี้คณะปี่พาทย์ละครของขุนนาฏยโกศลถูกเกณฑ์ตามไปแสดงให้ขุนนางผู้ใหญ่ดูด้วย หมื่นวิชิตชลหาญ ที่มักจะนำสุรามามอบให้ท่านขุนบ่อยๆ แต่ที่จริงแล้วหมื่นวิชิตฯ นั้นหวังจะมาพบหน้าลำดวน ในขณะที่บัวยอมถวายตัวเป็นนางในชีวิตของบัวในวังนั้นไม่ได้มีความสุขสบายเหมือนที่หวังไว้ เพราะเสด็จในกรมไม่ทรงโปรดนางละคร หมื่นวิชิตฯ ก็หาทางเข้าใกล้ลำดวน แต่ลำดวนก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะไม่นึกชอบหมื่นวิชิตฯ ขุนศรีไชยทิตย มาโพนช้างอยู่ละแวกเมืองโคราช จึงสั่งให้นายส่งกับนายมาไปขอความช่วยเหลือ นายส่งกับนายมา ควาญช้างทั้งคู่อิดออดไม่อยากไป แต่ก็ขัดไม่ได้ ลำดวนกับ หุ่น เพื่อนสนิท บังเอิญได้พบกับพวกที่มาโพนช้าง หนึ่งในนั้นก็มีเหมซึ่งมีหน้าที่เป็น เสดียง อยู่ด้วย แต่ลำดวนจำเหมไม่ได้ ลำดวนกับหุ่นได้นั่งช้างตัวที่เหมเป็นคนคุมอยู่ เหมคอยดูแลและกันท่าหมื่นวิชิตฯ ให้ลำดวน ทว่าเหมกลับไม่กล้าบอกความจริงกับลำดวนว่าตนเองคือใคร บางครั้งเหมก็เผลอพูดจาเกี้ยวพาราสีลำดวนจนต้องไปต่อกรรมกับขุนศรีไชยทิตยอยู่บ่อยๆ ลำดวนเองจากที่เคยหวาดกลัวเสดียงหน้าดุ ก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยกับเหมอย่างประหลาด คุณปิ่นก็คุ้นหน้าเสดียงหนุ่ม ลำดวนก็มั่นใจว่าเขากับเธอต้องเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างหมื่นวิชิตตั้งใจจะเข้าไปลวนลาม เหมเห็นเข้าพอดี จึงลอบทำร้ายหมื่นวิชิตฯ เจ้าสังข์ ช้างเชือกที่ขุนศรีไชยทิตยกำลังตามจับตัวอยู่ การโพนช้างครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ ลำดวนลองเรียกเสดียงหนุ่มว่าเหม เหมชะงักแล้วรีบเดินหนีไป แต่ตกดึกคืนนั้นเหมก็แอบเอาพวงมาลัยดอกลำดวนมาแขวนไว้ให้ที่เพิงพัก ก่อนจะวางแผนพาแม่โต ช้างพังคู่ใจไปเป็นนกต่อจับตัวเจ้าสังข์มาจนสำเร็จ เรื่องลำดวนไม่มีความคืบหน้า หมื่นวิชิตฯ ปรึกษากับพรรคพวกเพื่อหาวิธีที่จะได้ลำดวนมาเป็นเมีย หมื่นวิชิตฯ จึงจ้างวานส่งและมาไปลวนลามลำดวนเหมจับได้ ควาญทั้งสองซัดทอดว่าหมื่นวิชิตฯ เป็นคนสั่งให้ทำหมื่นวิชิตฯ ไม่ยอมรับ ขุนนาฏยโกศลเรียกเหมเข้าไปขอบคุณที่ช่วยเหลือลำดวนไว้ ก่อนจะจำได้ว่าเหมคือลูกชายของพระยาบริรักษ์ เมื่อคุณปิ่นเตือนเหมได้รู้ว่าในตอนนี้ฐานะของลำดวนกับเหมต่างกันมาก ลำดวนกับเหมก็ต้องแยกย้าย เหมบังเอิญได้พบกับสมิงสอดน้อยเหมที่มึนด้วยฤทธิ์สุราก็บุกไปหาลำดวน เหมตั้งใจว่าจะต้องลบล้างมลทินให้จงได้ พระศรีสิทธิสงครามเร่งจัดให้มีการประลองขึ้นหานายทหารมีฝีมือดี หมื่นวิชิตฯ ประลองด้วยจึงไปนัดแนะกับครูดาบที่ตัวเองต้องประลองด้วย หมื่นวิชิตฯ เห็นเหมเข้ามาชมการประลองด้วย ก็นึกหมั่นไส้ จึงแกล้งเสนอชื่อเหมให้เข้าไปประลองเหมใช้วิชาดาบอาทมาตที่เรียนมาจากขรัวปู่ยมประลองกับพระศรีสิทธิสงครามจนได้รับชัยชนะ เหมเข้าเป็นทหารในกองทัพทันที เมื่อกองทัพยกมาถึงเมืองโปริสารท เหมก็ได้พบกับบุษย์ ซึ่งตอนนี้ได้ไปเป็นไพร่ในสังกัดของเจ้าพระยาพระคลัง ทัพของเจ้าพระยาพระคลังมาสมทบกับทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาเพื่อเตรียมตัวตีเมืองไซ่ง่อน แต่ก่อนหน้านั้น ทัพของทั้งสองพระยาได้ร่วมมือกันตีค่ายญวนที่ปากคลองวามะนาว เหมเป็นผู้ออกอุบายเข้าตีจนค่ายของข้าศึกแตกพ่ายเป็นผลสำเร็จ ทำให้ได้รับความดีความชอบเป็นอันมาก พระยาบดินทรเดชาจึงทำหนังสือขอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ปลดเหมกับคุณหญิงชมออกจากการเป็นตะพุ่นหญ้าช้างให้ การรบครั้งต่อมาที่เมืองโจฎก ทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชาล้อมเมืองโจฎกไว้แล้ว พระยาปลัดสมุทรปราการเคลื่อนขบวนมาอย่างเชื่องช้าจึงทำให้ราชการศึกเสียหายเป็นอันมาก เหมเป็นผู้ออกความคิดพิชิตค่ายเข้าตีเมืองโจฎกได้อีกครั้ง พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสิ้นพระชนม์ เหมจึงต้องเดินทางกลับพระนครกับกองทัพเพื่อมาร่วมงานพระเมรุ เหมที่ตอนนี้ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์ ในขณะที่คุณชายช่วงตอนนี้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงสิทธิ์นายเวรแล้ว คุณชายช่วงดีใจมากที่เหมสามารถลบล้างมลทินให้ตัวเองได้ คุณหญิงชมดีใจมากที่เหมประกอบคุณงามความดีจนได้ปลดตะพุ่น เหมเกริ่นกับคุณหญิงชมว่าอยากจะให้ไปสู่ขอลำดวนกับขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจมื่นไวยวรนาถ และได้ขอตัวเหมมาช่วยทำงานด้วย เหมได้กลับไปเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้งกับครูปีเตอร์ มิชชันนารีที่เดินทางมากับคณะนายแพทย์ของ แดน บีช แบรดลีย์ (หมอบรัดเลย์) แต่เหมไม่ไว้ใจพวกวิลาศอีกแล้วเนื่องจากประสบการณ์ที่เคยได้รับมา เหมได้พบกับลำดวนและบัวในช่วงที่มีงานพระเมรุในพระนคร เมื่อบัวได้พบเหม ความรู้สึกเก่า ๆ ก็เริ่มหวนกลับมาอีกครั้ง บัวรู้สึกอิจฉาลำดวนที่ได้หัวใจของเหมไป หมื่นวิชิตฯมาขอความช่วยเหลือจากบัวเรื่องลำดวน หมื่นวิชิตฯ รู้ว่าบัวเคยมีใจให้เหมจึงยุยงให้บัวทำเสน่ห์ใส่เหมเพื่อแย่งเหมมาจากลำดวน บัวถูกหว่านล้อมจนยอมทำตาม บัวไปขอให้พุ่มทำเสน่ห์ใส่ลำดวนกับตัวเหม ทุกคนจึงร่วมมือกันวางแผนจับหมื่นวิชิตฯ กับบัวให้ได้คาหนังคาเขาขณะทำพิธี หมื่นวิชิตโกรธแค้นที่ถูกหลอกจึงฆ่าพุ่มตาย เหมยืนยันว่าเขาไม่เคยมีเยื่อใยกับบัว บัวรู้สึกอับอาย บัวอุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อไว้ในชาตินี้ ด้านคุณหญิงชมก็เดินทางไปสู่ขอแม่ลำดวนกับท่านขุนนาฏยโกศลกับคุณปิ่น จึงยอมยกลำดวนให้เหมแต่โดยดี ทางสยามปฏิเสธการซื้อเรือกลไฟเพราะมีสภาพเก่า ทำให้นายห้างหันแตรโกรธมาก นายห้างหันแตรพยายามหาเรื่องทางฝั่งสยาม เหมจึงวางแผนให้จับตัวนายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์ไปขังไว้ นายห้างหันแตรและกะปิตันบราวน์โกรธมากถึงขึ้นอาฆาตเหมไว้ว่าจะต้องกลับมาจัดการกับเหมให้ได้ พระยาปากน้ำมาแจ้งกับคุณชายช่วงและเหมว่า จับตัวคนรับใช้ชาวอินเดียของมิสเตอร์เจเมสันนั้นสารภาพว่ามิสเตอร์เจเมสันถูกหลวงสรอรรถฆ่าตาย เพราะหลวงสรอรรถต้องการยักยอกฝิ่นที่มิสเตอร์เจเมสันลักลอบนำเข้ามาไปเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้มลทินของพระยาบริรักษ์จึงได้รับการชำระสะสาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานบำเหน็จให้เหมเป็น หลวงสุรบดินทร์ ส่วนหลวงสรอรรถที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าไปเข้าร่วมกับจีนตั้วเหี่ยทำการค้าฝิ่นเป็นปฏิปักษ์กับทางราชการนั้น เหมก็ได้แต่งงานกับลำดวนสมที่ตั้งใจไว้ เหมกับ หมื่นไวยวรนาถ (คุณชายช่วง) ก็ถูกเกณฑ์ไปปราบปรามพวกจีนตั้วเหี่ยและก๊กต่าง ๆ ทั้งคู่จึงวางแผนล้อมจับจีนตั้วเหี่ยและหลวงสรอรรถมาด้วย ด้านลำดวนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นหญิง เหมจึงตั้งชื่อว่า มาลัย เพื่อเป็นตัวแทนความผูกพันของเขาที่มีต่อลำดวน หลังจากนั้นไม่นานนัก เซอร์ เจมส์ บรู๊ค ทูตคนใหม่จากประเทศเกาะบริเตนใหญ่ ยืนเงื่อนไขให้คนภายใต้บังคับของอังกฤษสามารถทำการค้าได้อย่างเสรี ซึ่งเหมไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขข้อนี้ เหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่พิจารณาสนธิสัญญาของทูตานุทูตอังกฤษแล้ว เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับทางสยาม จึงไม่เห็นสมควรทำตามข้อตกลง ทางอังกฤษนำเรือรบมาปิดปากอ่าว พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้ส่งตัวเหมไปดำเนินคดีที่เรือรบอังกฤษในคดีที่เคยลวงนายห้างหันแตรไปคุมขังไว้ เหมจึงคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดเหมือนเช่นที่พระยาบริรักษ์ผู้เป็นบิดาเคยทำ เหมดึงดันที่จะทำตามความตั้งใจเดิมคือไปรับการตัดสินคดีบนเรือรบของอังกฤษ กะปิตัน บราวน์ ที่เคยถูกเหมจับขังไว้คราวก่อน เฝ้ารอที่จะได้แก้แค้นเหมให้สาแก่ใจ ทว่าเมื่อเรือที่นำตัวเหมไปยังเรือรบอังกฤษลอยลำอยู่กลางแม่น้ำ เหมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำทั้ง ๆ ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กทั้งตัว กะปิตัน บราวน์ สั่งให้คนค้นหาร่างของเหมให้เจอ คุณหญิงชม ลำดวน คุณปิ่นและท่านขุนนาฏยโกศลต่างเสียใจที่เหมต้องมาพบจุดจบ ในที่สุดทางอังกฤษก็งมหาศพของเหมจนเจอในสภาพใบหน้าเละเทะเพราะถูกปลาทะเลกัดกิน พระยาปากน้ำก็สังเกตเห็นว่าใต้ท้องแขนของศพนั้นไม่มีรอยสักที่เป็นเครื่องหมายของการโดนโทษตะพุ่นหญ้าช้าง หลวงกำแหงรีบกลบเกลื่อนด้วยการบอกว่าคงเป็นเพราะแช่น้ำทะเลนานเกินไปนั่นเอง ที่จริงแล้วเหมสามารถปลดโซ่เหล็กได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเคยเป็นเสดียงมาก่อน ใต้น้ำนั้นก็มี หลวงเผด็จทินกร คอยช่วยอยู่ หลังจากนั้นก็พากันไปซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อน ส่วนศพที่พบในทะเลนั้น ก็คือศพของหมื่นวิชิตฯ นั่นเอง เหมกลับมาอยู่กับลำดวนอีกครั้ง โดยที่รู้ตัวดีว่าคงไม่อาจกลับเข้ารับราชการได้อีกแล้ว แต่ลำดวนก็ไม่สนใจ ขอแค่ได้มีเหมอยู่เคียงข้างกัน หลายปีผ่านไป เหมทำงานเป็นควาญช้างอยู่ในเพนียดที่กรุงเก่า คุณชายช่วงซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ได้เดินทางมาหาเหมเพื่อขอให้เหมร่วมเดินทางไปกับคณะทูตที่จะไปถวายเครื่องราชบรรณาการแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษ แต่เหมต้องปกปิดตัวตนและไปในฐานะหมอนวด ลำดวนจึงสนับสนุนให้เหมเดินทางไปกับคณะทูต เหมจึงตัดสินใจออกเดินทางมุ่งสู่ประเทศอังกฤษเพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติ แม้จะไร้ชื่อ ไร้เกียรติยศชื่อเสียงใด ๆ แต่ชายหนุ่มก็ยินดีและเต็มใจทำในฐานะ "ข้าแห่งบดินทร์" ติดตามชม ละครข้าบดินทร์ ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่่อง 3

ครม. ไฟเขียว กู้เงิน 4 ต่างชาติหมื่นลบ. พัฒนาขนส่งทางถนน
ขนส่งทางบก /  คมนาคม / 

ครม. ไฟเขียวกู้เงิน 4 หมื่นลบ. พัฒนาระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน คาดปลาย มี.ค. เดินหน้าจัดซื้อ จัดจ้างเบิกจ่ายเงิน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ได้มีมติเห็นชอบโครงการตาม แผนพัฒนาระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน ในวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งแยกเป็นโครงการของกรมทางหลวงรวม 800 โครงการ วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท และโครงการของกรมทางหลวงชนบทอีก 1,300 โครงการ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยที่ประชุมฯ มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ไปดำเนินการจัดหาเงินกู้ต่างประเทศในอัตราดอกเบี้ยพิเศษต่อไป ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมจะไปเตรียมการเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งโครงการดังกล่าว จะต้องเป็นการเชื่อมโยงกับพื้นที่ทาง การเกษตร เขตท่องเที่ยว รวมทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน โดยคาดว่าจะเริ่มจัดซื้อจัดจ้าง และเริ่มเซ็นสัญญาและเบิกจ่ายเงินได้ราวสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมี.ค. หรืออย่างช้าก่อนสงกรานต์ในเดือนเม.ย.นี้ MThai News

จาเรด เลโต แปลงโฉมครั้งใหญ่ เตรียมรับบท โจ๊กเกอร์ ใน Suicide Squad
DC /  joker / 

แฟนๆ ได้เฮกันอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวคราวว่า จาเรด เลโต นักแสดงเจ้าของออสการ์จาก Dallas Buyers Club อาจจะมารับบทเป็น โจ๊กเกอร์ ในภาพยนตร์รวมดาวร้ายของ ดีซี เรื่อง Suicide Squad กำกับโดย เดวิด เอเยอร์ แต่ล่าสุดนี้ผู้กำกับได้ประกาศผ่านทวิตเตอร์ ที่เผยภาพของ จาเรด เลโต ได้ลงทุนเปลี่ยนลุคแปลงโฉมครั้งใหญ่ กับการตัดผมสั้น และโกนหนวดเคราเสียเกลี้ยง เพื่อเป็นการยืนยันว่า ผมนี่แหละครับ โจ๊กเกอร์คนใหม่! โดยภาพยนตร์ Suicide Squad สร้างโดย วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และดีซี คอมมิค ซึ่งได้ จาเรด เลโต มารับบทเป็น โจ๊กเกอร์ หนึ่งในตัวร้ายสุดจิต คู่ปรับสำคัญของอัศวินรัตติกาลแบทแมน ถ่ายทอดเรื่องราวของบรรดาตัวร้ายแห่งดีซี ที่ทางรัฐบาลได้ให้โอกาสอีกครั้ง กับการร่วมมือกันไปทำภารกิจเสี่ยงตายให้สำเร็จ แต่งานนี้เหล่าตัวร้ายจะยอมร่วมมือกัน และรอดกลับมาได้จริงๆหรือ?! จาเรด เลโต นอกจาก จาเรด เลโตในบท โจ๊กเกอร์ แล้ว Suicide Squad ยังได้นักแสดงชั้นนำมาเสริมทัพอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น วิล สมิธ รับบท เดดช็อต, มาร์ก๊อต ร็อบบี้ รับบท ฮาร์เล่ย์ ควีน แฟนสาวจิตป่วยของโจ๊กเกอร์, ทอม ฮาร์ดี้ ในบท ริค แฟล็ค, ไจ คอร์ทนี่ รับบท บูมเมอแรง และ คาร่า เดเลวินซ์ รับบท เอ็นแชนเทส Suicide Squad มีกำหนดฉายในปี 2016 แฟนๆ หนังซูเปอร์ฮีโร่ ห้ามพลาด แล้วจะรู้ว่าตัวร้ายก็มีดี ไม่แพ้พระเอกนะเอ้อ! ----------------------------------

'ทำไมผัวให้เมีย ทำงานหนัก' คลิปความน่ารักของ มนุษย์เมีย
คลิป /  มนุษย์เมีย / 

วลีเด็ดโดนใจ 'ทำไมผัวให้เมีย ทำงานหนัก' กับคลิปความน่ารักของ มนุษย์เมีย ที่แม้ลำบาก แต่ก็ยังล้างหม้อก๋วยเตี๋ยวไป ร้องเพลงไป ดูละยิ้มเลยทีเดียว มีการโพสต์คลิปในเว็บไซต์ยูทูบ โดยเป็นเหตุการณ์ความน่ารักของ มนุษย์เมีย ที่ภรรยาคนหนึ่งกำลังล้างหม้อก๋วยเตี๋ยว โดยระบุว่าถูกสามีใช้ให้ล้าง และขณะที่ล้างหม้อก๋วยเตี๋ยวอยู่นั้น ก็ร้องเพลงเชิงบ่นว่า ทำไมผัวให้เมีย ทำงานหนัก ล้างไปก็ร้องไห้ไป ไม่ทำก็ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยร้องแต่ต้นจนล้างเสร็จ โดยเนื้อเพลงดังกล่าวมีดังนี้ 'ผัวทำไมให้เมียมาทำงานหนัก ต้องมานั่งล้างหม้อก๋วยเตี๋ยว ล้างไป ร้องไห้ไป ไม่ทำก็ไม่มีจ่ายรายวัน แต่ละวันมันมาตั้งสี่ห้าพัน ไม่ขายก็ไม่มีจ่ายรายวัน ผัวทำไมให้เมียมาทำงานหนัก ต้องมานั่งล้างหม้อก๋วยเตี๋ยว ลำบากยังไงก็ต้องทน ไม่ทำก็ไม่มีจ่ายรายวัน ลูกจะกินที่ไหนกัน ไปโรงเรียนแต่ละวัน วันละ ร้อยสองร้อย MThai News

เปิดตัว แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ หนังรักโดนใจทั้งคนทั้งแมว ทุกเพศทุกวัย
จอนนี่ แมวศุภลักษณ์ /  หนังรัก / 

แล้วในที่สุด แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ภาพยนตร์ที่ออกตัวเอี๊ยดด้วยการให้นิยามว่า "ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววว่าเป็นหนังรัก" ที่หาญกล้าจับ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ เหมียวยักษ์หนัก 10 โล ซุปตาร์แมวสุดฮอตแห่งโลกโซเชี่ยลมาเปิดซิงขึ้นจอใหญ่เป็นครั้งแรก ก็ได้เปิดตัวภาพยนตร์รอบพรีเมียร์ให้บรรดาแขกผู้มีเกียรติพี่น้องสื่อมวลชน และเหล่าทาสแมวได้สัมผัสและซึมซับอารมณ์เลิฟๆ เติมเต็มสีสันและรอยยิ้มให้หัวใจทุกดวงเกิดอาการฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมวไปเป็นที่เรียบร้อย แถมงานนี้เรียกได้ว่าฟินกันทั้งคอหนังแมวและคอหนังรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกครั้งที่ซุปตาร์แมวเข้าฉากกับซุปตาร์คน สมศักดิ์ศรีในฐานะภาพยนตร์อารมณ์ดีประจำปีของ 2 ยักษ์วงการบันเทิงอย่าง สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ เวิร์คพอยท์พิคเจอร์สจริงๆ ประมาณว่าถ้าต้องการความฮา เท่งโหน่ง จากแก๊งสามช่า ที่ขนขบวนนักแสดงรับเชิญมาสร้างเซอร์ไพรส์อย่างไม่หยุดหย่อนก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ในขณะที่ความป่วนกวนแต่น่ารักสุดๆ ของเหมียวจอนนี่และสารพัดเหมียวที่ตัวแล้วตัวเล่าที่มาร่วมขโมยซีนก็อาจทำให้แฟนๆ ยิ้มกันเหงือกบาน งานนี้ต้องยกนิ้วให้กับ 2 ผู้กำกับ เป้ นฤบดี เวชกรรม ตัวพ่อจากสาระแนห้าวเป้ง, สาระแนสิบล้อ, สาระแนเห็นผี ที่ใช้ความถนัดเฉพาะตัวทั้งแอบถ่ายขโมยถ่ายเก็บทุกอาการของเจ้าเหมียวได้อย่างน่ารักน่าหยิกพร้อมกับบริหารมุกระดมแก๊กฮาผ่านตัวละครแมวกับคนได้อย่างลงตัวจากฝีมือกำกับของ เท่ง เถิดเทิง แต่ที่จะทำให้หนุ่มสาวคู่รักยิ้มกริ่มออกจากโรงหลังจากลุ้นไปกับความรักสุดมโนจากการแสดงที่เต็มไปด้วยความน่ารัก สดใหม่และเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติของสาวใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และหนุ่มเป้อารักษ์ ที่สำคัญจับคู่เข้าขากันได้อย่างลงตัวและอย่าแปลกใจถ้าเกิดว่าจะดูไปพร้อมเกิดอาการจิกเบาะไปตลอดการชมภาพยนตร์ และนี่คือเสียงตอบรับที่เรียกได้ว่าทำเอาทีมงานและนักแสดงหายเหนื่อยกันเลยทีเดียวเพราะยืนยัน นั่งยันและนอนยันว่าแมวกำกับไม่ได้!!! โดยความสนุกสนานเบิกบานใจของงานเปิดตัวภาพยนตร์เริ่มต้นตั้งแต่ การเนรมิต Hipster Street ขึ้นบริเวณชั้น 8 โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ภายใต้ไอเดียสุดเก๋ไก๋เมื่อได้เข้ามาสัมผัสกับคอนเซ็ปท์ แคท อ่ะ แว้บ! #การเปิดท้ายบอกรัก กันแบบชื่นมื่นตั้งแต่การรวบรวมบูธน่ารักๆ เอาใจทาสแมวคนรักแมวในงาน รวมไปถึงร่วมฮิปสเตอร์ไปกับการวาดรูปการ์ตูนตัวคุณกับแมว โดยนำรายได้จากการกิจกรรมวาดรูปที่ให้แขกผู้ร่วมงานบริจาคตามศรัทธาไปช่วยเหลือแมวผู้ยากไร้และค่าอาหารแมวจรจัด แถมยังได้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงรักเพราะๆ จากเสียงร้องของวงดนตรีสุดฮิปสเตอร์ Ten to Twelve กันอย่างจุใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟังเพลง "คิดเหมือนกันรึเปล่า" เพลงประกอบภาพยนตร์ไปในบรรยากาศที่เรียกได้ว่าทั้งเพลินทั้งชิลกันเลยทีเดียว จนกระทั่ง เริ่มต้นงานอย่างเป็นทางการด้วย วิดีโอพรีเซนเทชั่นยืนยันว่า "ไม่ใช่หนังแมวจริงๆ นะ แต่เป็นหนังรักต่างหาก" ก่อนที่เหล่าบรรดานักแสดงหลักจากภาพยนตร์ซึ่งประกอบไปด้วย ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ, เท่ง เถิดเทิง, โหน่ง ชะชะช่า และ จอนนี่แมวศุภลักษณ์ ขึ้นมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันแบบฮากลิ้งด้วยการเปิดใจแบบยกป้ายประมาณว่าจริงหรือไม่ถูกหรือผิดกับความรู้สึกของการร่วมงานกันแบบหนังแมวผสมหนังรัก ก่อนที่ในท้ายที่สุดจะได้รับเกียรติจากบรรดาผู้บริหาร พันธมิตรทางการตลาด และผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็น คุณพาณิชย์ สดสี โปรดิวเซอร์ Managing Director บ.เวิร์คพอยท์พิคเจอร์ส จำกัด Group CEO บ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน), คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการบ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จก., คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บ.เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัดผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงอาหารแมว Me-O, คุณวราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มประธานกิจการเครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บ.เอสเอฟ คอร์ปอเรชั่น จก.(มหาชน) รวมไปถึงเหล่านักแสดงสมทบจากภาพยนตร์ที่ช่วยกันสร้างสรรค์และสนับสนุนผลักดันให้ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์หนังรักที่จะทำให้เกิดรอยยิ้มและความสุขในหัวใจของผู้ชมทุกเพศทุกวัยขึ้นมาถ่ายรูปร่วมกัน ไม่ใช่หนังแมว แต่มีแววว่าเป็นหนังรัก ร่วมลุ้นวุ่นรักไปกับ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ในวันที่ 4 มี.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์ คลิกชมตัวอย่างและเรื่องย่อภาพยนตร์ แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ ได้ที่นี่เลย -------------------------------

ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ /  ดาราวัยรุ่น / 

วันนี้ทีนเอ็มไทยขอพาเพื่อนๆ ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ กับ 6 หนุ่มแก๊งหินกลิ้ง และแก๊งสาวบัวชมพูกัน และรู้หรือไม่ว่า แก๊งวัยรุ่นในตำนานนี้ ถูกนำมาสร้างแล้วถึง 3 รุ่น แต่ใครจะทันยุคไหนสมัยไหนกันบ้าง และจำพวกเขาคิดถึงพวกเขาขนาดไหน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ   ย้อนตำนานแก๊งวัยรุ่น หินกลิ้ง ในเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เริ่มต้นกันด้วยรุ่นแรก กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไทยครั้งแรก เมื่อกลางปี พ.ศ. 2534 เป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่โด่งดังมากมาก สร้างสถิติภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาตร์ในเวลานั้น โดยเรื่องราวของ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ เป็นเรื่องของ 4 หนุ่มนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหินกลิ้ง ที่เป็นก๊วนแสบประจำโรงเรียน นักเรียนรุ่นน้องชั้น ม.5 อยากสืบทอดเจตนารมณ์ ซึ่งในอีกหลายปีต่อมา คิง สมจริง ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้บริหาร โพลีพลัส ได้หยิบหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นทำใหม่ในรูปแบบละครโดยในตอนแรกๆ ของเรื่อง มอส ปฏิภาณ นักแสดงจากเวอร์ชันหนังได้ให้เกียรติมาร่วมรับเชิญในฐานะรุ่นพี่หินกลิ้งและยังมี ชาตรี ชมพู นักแสดงอีกคนจากในหนังก็กลับมารับบทเดิมอีกครั้งคือ อาจารย์ฝ่ายปกครอง โดยหลายอย่างจากเวอร์ชันหนังยังคงอยู่แต่ได้มีการดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น โดย กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนชั้น ม.6 กลุ่มหนึ่ง ชื่อ แก็งหินกลิ้ง มีสมากชิก ดังนี้ ปฏิภาณ ปฐวีกานต์(มอส)  รับบท  ก้าน @mospatiparn  ประธานกลุ่มหินกลิ้ง ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ชอบใช้ในทางที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง(แท่ง) รับบท หมี @tangsaksitdotcom เป็นนักรัก แต่อกหักตลอดเรื่อง ธีรวัฒน์ อรัญยะนาค (โป๋) รับบท บิ๊ก  ประธานชมรมบาสเก็ตบอลหน้าตาดี แต่ตดเหม็นมาก ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ รับบท ก๋อย ผู้มีความสามารถทางด้านภาษาไทย คือพูดติดอ่างทุกคำพวกเขาทั้งสี่เป็นกลุ่มนักเรียนแสบซ่า สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนทุกปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีรุ่นน้อง ม.5 ชื่อ ปราโมทย์ แสงศร(โมทย์) รับบท แฉก ที่ขอสืบทอดเจนารมย์ของกลุ่มหินกลิ้งต่อไป กลุ่มหินกลิ้งถูกสบประมาทจากกลุ่มเพื่อนผู้หญิงว่า เป็นกลุ่มบ๊วย ไม่มีอนาคต อยู่เสมอ แต่กลุ่มหินกลิ้งก็ไม่หยุดซ่า สร้างวีรกรรมมิได้หยุดหย่อน พวกเขาได้ไปมีเรื่องทะเลาะวิวิทกับนักเรียนต่างโรงเรียนเพราะไปแย่งจีบหญิงคนเดียวกัน ทำให้พวกเขาถูกทำทัณฑ์บน และพวกเขาได้ไปมีเรื่องกับเด็กนักเรียนต่างห้องที่เกเรไม่แพ้กัน วิทิต แลด(เอ) รับบท กรด มีฝีมือในการชู้ตบาสที่ไม่มีใครเหมือน การมีเรื่องในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสัมพันธภาพระหว่างเพื่อน กรด ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มหินกลิ้งในเวลาต่อมา นอกจากนี้ก็ยังมี กลุ่มสาวๆ 2 คนในเรื่อง ณัฐสิมา คุปตะวาทิน(หมอก) รับบท นิ่ม ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 จากอาการโรคเอสแอลอี ลักษณะคล้ายกับพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ (ปิงปอง) รับบท หญิงแอ๋ว วันหนึ่ง แฉกถูกคู่อริที่เคยมีเรื่องกันครั้งก่อนตีหัวสลบเกือบเอาชีวิตไม่รอด และกรด ต้องลาออกจากโรงเรียนไปทำงานเพราะไม่มีเงินเรียน ก้านเริ่มตระหนักถึงเรื่องความไม่แน่นอน และอนาคตของตัวเอง พวกเขากลับตัวกลับใจ เริ่มต้นเป็นคนดีของพ่อแม่ ครู อาจารย์ และเพื่อน ก่อนจบการศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมครบรอบ 25 ปีของโรงเรียน ก่อนถึงวันงาน ก้านตั้งปณิธานกับตัวเองและเพื่อนๆ ว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" วันงานพวกเขาตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และแล้วทุกกิจกรรมที่พวกเขาทำล้วนประสบความสำเร็จสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวของพวกเขาเอง ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนที่พวกเขารักเช่นกัน หลังจากนี้พวกเขาจะต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง พวกเขามีฝันความฝันและต้องทำให้เป็นจริงให้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่า "พรุ่งนี้จะเป็นวันของเรา" กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 2 ในรูปแบบละคร ทางช่อง 7 ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม  2545   ตอนนี้นักแสดงรุ่นนี้ ก็อายุ 30 อัพกันแล้ว ใครทันกันบ้าง นำโดย แก็งค์หินกลิ้ง สุวินิต ปัญจมะวัต ( หนุ่ม ) รับบท กล้า หรือต้นกล้า พงศกร มหาเปารยะ ( แต๊ง ) รับบท ปกป้อง หรือ ป้อง  @thankpm ธีรวีร์ อัศวศิริชัยกุล ( เบ็น ) รับบท พี หรือพีศิลป์ อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ( ฟาน) รับบทกร๋อย หรือยินดี @fanarista (^^หล่อมว๊ากกก) ดนัย ตันธนะศิริวงศ์ ( เจสซี่ ) รับบท กรดหรือมงกรด จิตตริน กุลกัลยาดี  ( ดีเจเจมส์ ) รับบท โมน   @djjem_efm 3 สาว บัวชมพู เบญจณัฎฐ์ อักษรนันทน์ (จิ๊บ) รับบท เดือนสิบ @jibbenjanat ญาดานุช โรจจนวัฒน์ ( เตย ) รับบท เกี๊ยวซ่า @th_toeyhom กาญจน์คนึง  เนตรสีทอง (มีน) หรือ มีน AF 7 รับบท จงรัก  @nongmeenn หลังจากนั้น ความแตกต่างจากภาคแรกก็คือ การเพิ่มสมาชิก กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นกลิ้งจูเนียร์ หรือ หินกลิ้งจูเนียร์ (ละคร) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2547  โดยมี 3 หนุ่ม กลิ้งจูเนียร์/หินกลิ้งจูเนียร์ ดังนี้ โชคชัย  บุญวรเมธี (บอย) รับบท บอยไท หรือ บอย @boy_chokchai บุญฤทธิ์  ดุจพิบูลย์ผล (แม็ก) รับบท เก่งกาจ หรือ เก่ง ภานุรุจ ภานุรุจ เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ตามมาด้วย 3 สาว บัวชมพูจูเนียร์ ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า  ชโลทร  กาหลง(กระต่าย) รับบทไวไว  @rabbiitch พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่  ต่อมา ก็ถึงรุ่น กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ รุ่นที่ 3 (ละคร) ปี 2549 นำโดยแก็งหินกลิ้งกลุ่มใหม่ กับ จูเนียร์เดิม ผสมกัน ภานุรุจ  เก่งชน(บูม) รับบท แน่วแน่ หรือ แน่ว ธอร์น  (แก๊งหินกลิ้งจูเนียร์เดิม) จินดาโชติ (ฌอห์ณ) รับบท กึกก้อง หรือ ก้อง @seanjindachot อลัน ยงยืนนาน(แอมเมอร์) หรือ ศิลปินดูโอ ลาฟเฟอร์ แอมเมอร์ รับบท ยูยะ  มิตรชัย ใจสงฆ์(มิกซ์) รับท กัมพ์  ภาณุพงศ์ เศรษฐเสถียร(โอ๊ค) รับบท เดี่ยว หรือ เดี่ยวไฮเทค @oakz_panupong พชร กระต่ายทอง(ใหม่) รับบท ชายน้อย    และที่ขาดไม่ได้  3 สาว บัวชมพู ซึ่งต่อจาก บัวชมพูจูเนียร์ เดิม พิมพ์เพทาย  เวนธ์เวิร์ธ (ไอวี) รับบท ไอวี่ ชโลทร กาหลง (กระต่าย) รับบท ไวไว ชญานี  ธิติมูล(ใหม่) รับบท อิงฟ้า หลังจากนั้น "แก๊งหินกลิ้ง" ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย ชายน้อย, กัมพ์, แน่วแน่ ไม่พร้อมที่จะแสดงต่อไป จึงทำให้ต้องทำการหานักแสดงใหม่ด้วยโครงการ “ชวนน้องมาลองกลิ้ง” จนได้ทั้งสามคนใหม่ ดังนี้ ลูกหมู วิริยะ จิตภักดี  รับบท "ชายพจน์" ที่มีคาแรกเตอร์เป็นเด็กเรียน แอบซนนิดๆ     คิก ภูมิมสิทธิ์ ตั้งพินิจการ พัตเตอร์ ภัทรนันท์ จามิกรณ์ น้องชายแพนเค้ก-เขมนิจ รับบทเป็น "เคนโด้" @putteros เห็นแบบนี้แล้ว ทำให้นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ตอนสมัยเรียน อย่างห้องเรียน กระดานดำ การเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธง ชั่วโมงโฮมรูม หรือจะเป้นการลอกการบ้าน แอบเล่น MSN โดดเรียนจนต้องเข้าฝ่ายปกครองบ่อยๆ คิดถึงจัง^^ แต่แบบไหนที่ไม่ดี ก็อย่าเอาไปเป็นแบบอย่างนะคะ เรียบเรียง teen.mthai.com ข้อมูลและภาพ วิกิพีเดีย, sharerice, 70-90memory.blogspot.com

จับสาวไทยในสิงค์โปร์ เหตุเอี่ยวฆาตกรรม ชายตกตึกดับสยอง
คนไทย /  ตกตึก / 

ตำรวจสิงคโปร์จับสาวไทย หลังเอี่ยวเหตุฆาตกรรม มีชายตกตึกดับสยอง  สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วันนี้ (3 มี.ค. 58) ทางการของสิงคโปร์ได้เข้านำตัวหญิงสัญชาติไทยรายหนึ่งขึ้นศาล หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมนายลี ยัง บู อายุ 55 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทราบชื่อคือสุกัญญา พระพุทธะ อายุ 41 ปี โดยรายงานระบุว่าสุกัญญา ตกเป็นผู้ต้องสงสัยทันทีหลังนายลี ยัง บู ได้ตกลงมาจากแฟลตเมื่อเวลา 04.39 น. เพราะเขาเป็นบุคคลที่มีความสนิมสนมและคาดว่าอยู่ด้วยในคืนเกิดเหตุ เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยคือสุกัญญา ถูกส่งไปฝากขังที่เรือนจำชางงีหลังจากถูกนำตัวขึ้นศาล เพื่อทำการตรวจสอบสภาพจิต ก่อนจะมีการพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้ MThai News

แฟชั่นชุดว่ายน้ำ มิ้น มิณฑิตา ครั้งแรกในชีวิต หน้าหมวยแต่หุ่นแซ่บนะเนี่ย
ชุดว่ายน้ำ /  ชุดว่ายน้ำ มิ้น / 

มิ้น มิณฑิตา แฟชั่นชุดว่ายน้ำ Summer Aura , let's see now  ภาพแฟชั่น จาก นิตยสาร เปรียว สาวหมวยมากความสามารถอย่าง มิ้น มิณฑิตา ที่ยอมสลัดผ้ารับร้อน มาถ่าย แฟชั่นชุดว่ายน้ำ มิ้น มิณฑิตา เป็นครั้งแรก แต่ก็ออกมาสวยเซ็กซี่ไม่แพ้รุ่นพี่เลย ไม่เชื่อก็ดูเอา ภาพแฟชั่นจาก นิตยสาร เปรียว และที่มาภาพจาก magazinedee

สั่งจำคุก1ปี6เดือน 'สุดาทิพย์-โกวิทย์'รุกที่สวนผึ้ง
บุกรุกป่า /  พ.ต.อ.โกวิทย์ / 

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก "สุดาทิพย์-พ.ต.อ.โกวิทย์"อดีตผู้กำกับ ตม. สมุทรสาคร ปรับคนละ 375,000 บาท คดีบุกรุกที่ดินสร้าง "สวนผึ้งรีสอร์ท" วันนี้ (3 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาจำคุก พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล อดีตผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ภรรยา คนละ 3 ปี พร้อมปรับ 750,000 บาท แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมปรับคนละ 375,000บาท ในความผิดฐานร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 จากกรณีระหว่างวันที่ 2 เมษายน 2556 ถึง 20 พฤศจิกายน 2557 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบุกรุกครอบครองที่ดินบริเวณ "สวนผึ้งรีสอร์ท" หมู่ 2 ต.สวนผึ้ง อ. สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จำนวน 10 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา ทำให้รัฐเสียหายกว่า 495,878 บาท และยังร่วมสร้างฝายปูนเป็นถนนกว้าง 10 เมตร ยาว 50 เมตร เนื้อที่ 500 ตารางวา ล่วงล้ำลำคลอง โดยสวนผึ้งรีสอร์ท เป็นหนึ่งในธุรกิจของ พ ต.อ.โกวิท ม่วงนวล และนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล (นามสกุลเดิม อัครพงศ์ปรีชา) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง และต่อมาได้มีการขึ้นป้ายประกาศขายกิจการ รวมทั้งรื้อสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ส่วนเกินประมาณ 10 ไร่ ที่ถูกร้องเรียนว่ามีการบุกรุก ภายหลังศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก พ.ต.อ.โกวิท และนางสุดาทิพย์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้ควบคุมตัว พ.ต.อ.โกวิท ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ ส่วนนางสุดาทิพย์ ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาต่อไป ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ MThai News