คลิบแอบถ่าย

'แกรมมี่' ฟ้องหมิ่นประมาท 'มิวสิคบักส์' ยันเซ็นสัญญาเพลงลาบานูนถูกต้อง !
มิวสิคบักส์ /  ละเมิดลิขสิทธิ์ / 

'แกรมมี่' แจ้งความฟ้องหมิ่นประมาท 'มิวสิคบักส์' หลังกล่าวหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง 'ลาบานูน' ยันเซ็นสัญญาถูกต้อง ! วันนี้ (12 ก.พ. 59) นายกษม อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการบริษัทจีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมนายประธาน สมฤดี ผู้อำนวยการสายงานกฎหมายของ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เข้าแจ้งความ นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด ที่ดูแลค่ายเพลง มิวสิคบักส์ ในข้อหาหมิ่นประมาท เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ มิวสิคบักส์ ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก แกรมมี่และวงลาบานูน เป็นเงิน 50 ล้านบาท ทั้งนี้ นายกษม กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา13 ปี บริษัทจีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด หรือมิวสิคบั๊กส์ ได้ทำธุรกรรมร่วมกันมา โดยมิวสิคบั๊กส์ อนุญาตสิทธิในการเผยแพร่ และจัดเก็บค่าตอบแทนในการเผยแพร่งาน ด้านต่าง ๆ รวมถึงการแสดงสดด้วย และตกลงว่าบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะจ่ายค่าตอบแทนให้กับมิวสิคบักส์ ในลักษณะเหมาจ่าย ซึ่งได้มีการชำระค่าตอบแทนให้หมดแล้ว โดยสัญญาฉบับล่าสุดทำเมื่อปี 2557 และจะสิ้นสุดในวันที่ 4 ก.ค. 60 ซึ่งมี นายธเนศ วรากุลนุเคราะห์ เป็นผู้ตรวจสอบข้อตกลงของสัญญาและลงนามในสัญญาทุกฉบับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัท เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันเสมอมา ไม่มีเรื่องขัดแย้งหรือปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในการอนุญาตเผยแพร่และเก็บค่าตอบแทนดังกล่าว จนกระทั่งปี 2558 ที่ผ่านมา มิวสิคบั๊กส์ เปลี่ยนผู้บริหาร จาก นายธเนศ มาเป็น นายชนินทร์ จึงมีการโต้แย้งเรื่องสิทธิในการใช้งานสำหรับการแสดงสดขึ้น ซึ่งได้มีการพูดคุยและชี้แจงหลายครั้ง ทั้งนี้ทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยืนยันเจตนารมณ์ในการทำสัญญาระหว่างกันไว้อย่างชัดเจน โดยจะยึดสิทธิตามข้อตกลงของนิติกรรมสัญญาที่มีต่อกันมานานกว่า 10 ปี อย่างเคร่งครัด หากมิวสิคบั๊กส์ ต้องการเปลี่ยนแปลงก็ต้องรอให้สัญญาสิ้นสุดลงก่อน ขอบคุณข้อมูล มติชนออนไลน์ / ภาพ แฟนเพจ LABANOON MThai News ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'มิวสิคบักส์' ฟ้อง 'แกรมมี่-ลาบานูน' ละเมิดลิขสิทธิ์ เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท พร้อมขอห้ามใช้เพลงใน 7 อัลบั้ม วันนี้ (11 ก.พ. 59) นายชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ กรรมการบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด ค่ายเพลงมิวสิคบักส์ เผยได้ยื่นฟ้องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) รวมทั้งศิลปินวงลาบานูน กับพวกรวม 6 คน ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เพลงทั้ง 7 อัลบั้มของวงลาบานูน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของบริษัท โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี พร้อมทั้งให้จำเลยทั้งหมดระงับการนำผลงานเพลงลิขสิทธิ์โจทก์ทั้ง 7 อัลบั้ม ไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้าในรูปแบบใด ๆ โดยเด็ดขาด ซึ่งตนได้ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อห้ามนำเพลงทั้ง 7 อัลบั้มไปใช้ ซึ่งศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 4 เมษายน นี้ จากกรณีที่ จำเลยที่ 1 ได้มีนิติสัมพันธ์ต่อกันโดยโจทก์อนุญาตให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บค่าตอบแทนและค่าเผยแพร่ผลงานด้านดนตรี สิ่งบันทึกเสียงและโสตทัศน์วัสดุ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ จากสถานประกอบการร้านค้าหรือผู้ใช้งานดนตรีกรรม โดยได้ทำหนังสื่ออนุญาตให้จัดเก็บค่าเผยแพร่งานอันมีลิขสิทธิ์ต่อสาธารณะ จนถึงปัจจุบันจำนวน 3 ฉบับ ในปี 2545 , 2547 และ 2549 โดยอายุสัญญาฉบับที่ 3 จะหมดในวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ซึ่งเจตนารมณ์ของสัญญาคือการที่โจทก์ได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดเก็บค่าตอบแทนจากบุคคลภายนอกเท่านั้น แต่ปลายเดือนสิงหาคม 2558 หลัง วงลาบานูน ที่ได้ย้ายค่ายสังกัดจีนี่ เรคคอร์ด และเมื่อประมาณต้นเดือนตุลาคม 2557 ได้ออกผลงานเพลงเชือกวิเศษ แล้วได้นำงานเพลงทั้ง 7 อัลบั้ม คือ นมสด , 191 , คนตัวดำ , 24 ชั่วโมง , Clear, Keep Rocking และสยามเซ็นเตอร์ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทโจทก์ไปใช้ประกอบการแสดงในแต่ละครั้ง ไม่น้อยกว่า 10 เพลงต่อรอบ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงวันฟ้องวงลาบานูนได้จัดการแสดงเพื่อประโยชน์การค้ามาถึง 250 รอบ จึงเป็นการกระทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับความเสียหาย ก่อนฟ้องโจทก์ได้ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งจำเลยทั้ง 6 ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมให้ยุติการกระทำที่ละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้ง 6 ยังเพิกเฉย โดยศาลประทับรับฟ้องไว้ และนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 23 พฤษภาคม นี้ 09.00 น. ที่มา : INN MThai News

14 ลุคสวยสะกด...ให้วาเลนไทน์นี้เป็นดั่งต้องมนต์
fashion /  วานเลนไทน์ / 

สาวคนไหนที่ยังคิดไม่ออกว่าจะแต่งชุดไหนไปสวีทกับแฟนวันวาเลนไทน์นี้ดี 'ดิฉัน' ขอรวบรวมการแต่งตัวจากดาราสาวสวยดีกรีนางเอกที่คัดมาแล้ว ว่าจะแต่งชุดแบบไหนไปเดทแบบไหนดี READY in Love  ตอนนี้เดรสสีแดงกำลังอินเทรนด์สุดทั้งบ้านเราและเมืองนอก ไม่ว่าจะสีผิวอะไรก็สามารถแต่งเดรสสีแดงให้เจิดจรัสได้สุดๆ กุญแจหลักเลยคือไม่ต้องใส่เครื่องประดับมากมาย แค่สีและดีเทลเก๋ๆก็อยู่หมัดแล้วค่ะ สาวตัวเล็กร่างบางจะใส่เดรสที่เข้ารูปตรงเอวหน่อยแต่เป็นกระโปรงบานทรงเอแบบ เต้ย จรินทร์พร จะทำให้ดูน่ารักสุดๆเลยและทำให้ร่างกายดูมีทรวดทรง อยากให้เซ็กซี่หน่อยก็เลือกแบบคัตติ้งที่เว้าด้านข้างแบบสาวเต้ยได้เลยค่ะ อยากได้ลุคสดใสดูสนุกให้เลือกเป็นแดงสด แต่ถ้าอยากได้ลุคที่ดูน่าค้นหาก็เลือกเป็นสีแดงเลือดนกก็เซ็กซี่แบบไม่ต้องโชว์เนื้อหนังอะไรมากเลยค่ะ สำหรับสาวที่อยากจะเน้นหุ่นให้ดูโดดเด่นขึ้นมาก็เลือกแบบเดรสเกาะอกสีแดงแบบเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ หรือมิ้นต์ ชาลิดา ดูสง่าและเซ็กซี่ด้วยเดรสผ่าข้างเหมาะสำหรับเดทหรูสุดๆไปเลย ถ้าเป็นเดทที่ทำกิจกรรมในตอนกลางวันแต่งแบบสาวญาญ่าก็ดูคล่องตัวและน่ารักไปพร้อมๆกัน จะจับคู่กับรองเท้าแตะน่ารักๆหรือผ้าใบให้ดูลุยๆก็ได้ค่ะ Angle Queen  เดรสสีขาวเป็นอะไรที่คลาสสิกสุดๆ ใส่ได้ทุกงานทุกโอกาสจริง ดึงความเป็นผู้หญิงออกมาได้ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป ทำให้คุณมีออร่านางฟ้าออกมา ให้หนุ่มๆเคลิ้มไปเลยทีเดียวค่ะ เดรสสีขาวที่มีดีเทลของลูกไม้ใส่ไม่ให้ดูโอเวอร์เกินไปคือ เลือกระดับความยาวที่สั้นจนถึงเข่าจะทำให้ดูเป็นผู้หญิงหวานๆ น่าทะนุถนอม ทำผมรวบขึ้นอย่างเจสซี่ the face 2 และมิ้นต์ ชาลิดา จะทำให้ดูเรียบหรูไม่รกมากจนเกินไป หรือจะเอาผมลอนไว้ข้างใดข้างหนึ่งแบบคิมเบอร์ลี่ก็ได้ค่ะ หรือเดรสขาวเรียบๆไม่ต้องแต่งอะไรมาก แต้ว ณัฐพรได้ใส่เดรสขนนกกับรองเท้าโลเฟอร์สีเมทัลลิกก็ได้ลุคที่เก๋ไม่ทางการมากเกินไป หรือจะเพิ่มดีกรีความเปรี้ยวขี้เล่นนิดแบบคิมเบอร์ลี่ เป็นลุคที่เราเลิฟมากด้วยผมลอนกับสีปากและรองเท้าสีแดงคือ ลงตัวมากๆ Pretty in Pink เอาใจสาวที่อยากเเต่งเต็มครบเครื่องในวันวาเลนไทน์นี้ ด้วยสีชมพูสุดหวานเข้ากับแพนโทนปีนี้อีกต่างหาก ทำให้เป็นสาวอ่อนโยน แต่ก็แอบเปรี้ยวได้แค่ต้องเลือกเฉดสีชมพูที่ใช่ โดยเราจะแนะนำเป็นสีชมพูอ่อนเป็นสีที่สาวๆทุกสีผิวแต่งได้ ดูแพงด้วยอีกค่ะ เทคนิคการแต่งสีชมพูคือ เป็นหลักการเดียวกับสีขาวเลยค่ะ ถ้ามีรายละเอียดมากควรจะเลือกเดรสที่สั้น อย่างเจสซี่ the face 2 กับ มายด์ ณภศศิ ที่ทั้งสองได้จับคู่กับต่างหู้ระย้าและรองเท้าส้นสูงสีนู้ดจะพรางให้เรียวขาดุยาวขึ้น แต่ถ้าเป็นสีเรียบให้เลือกเดรสยาวอย่าง บุ๊ค ณัชชารีย์ ได้เลยค่ะ หวังว่าอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆแต่งออกเดทได้ และอย่าลืมเติมเต็มชุดสวยด้วยรอยยิ้มและความมั่นใจ รับรองว่าคู่เดทของคุณจะประทับใจและไม่ลืมวันดีๆนี้แน่นอนค่ะ ขอบคุณรูปภาพจาก instagram toeyjarinporn , janienineeleven , mint_chalida , urassayas , jazzychewter, kimmy_kimberley, taewaew_natapohn, mind_napasasi, book_olives

ผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง! 10 อันดับ ทีมดังปล่อยนักเตะไป รุ่ง กับทีมอื่น
10 อันดับ /  บาร์เซโลน่า / 

งานนี้จัดได้ว่าดีลแต่ละคนเสียหายหลายแสนพอสมควรเลยทีเดียว!! เมื่อมีการจัด 10 อันดับ ทีมดังที่พลาดปล่อยนักเตะของตัวเองออกไปโชว์ฟอร์มในระดับ มาสเตอร์พีช กับทีมอื่นๆ ส่วนจะมีใครติดโผเข้ามาบ้าง ไปเช็คกันได้เลย!! 10 อันดับ ทีมดังปล่อยนักเตะไป รุ่ง กับทีมอื่น 1. ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง - เคยเป็นอดีตเด็กปั้นในศูนย์ฝึกเยาชนของ เอซี มิลาน ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมไปยังสโมสรต่างๆ จนกระทั่งสุดท้ายถูกซื้อขาดไปอยู่กับ แซงต์ เอเตียน และกำลังผลิตสกอร์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำกับ ดอร์ทมุนด์ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในขณะที่ค้าแข้งให้ "ปีศาจแดง-ดำ" เจ้าตัวไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามในนามทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว 2. เจอโรม บัวเต็ง - หนึ่งในกองหลังสารพัดประโยชน์ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยปาดหน้าบรรดาบิ๊กทีมซิวตัวมาร่วมทัพ แต่กลับมีเวลาอยู่ในรัง "เรือใบสีฟ้า" ได้เพียง 1 ฤดูกาลเท่านั้น ก็โดนปล่อยกลับบ้านเกิดไปอยู่ บาเยิร์น มิวนิค ในฐานะกองหลังตัวคีย์แมน ซึ่งประสบความสำเร็จกับทัพ "เสือใต้" อย่างมากมาย.. โดยสาเหตุหลักที่ถูกปล่อยออกจาก แมนฯซิตี้ คือฟอร์มไม่ดี แถมยังเคยมรปัญหาในสนามซ้อมกับ "เกรียนโอ้" มาริโอ บาโลเตลลี่ อีกด้วย 3. จอร์จิโอ คิเอลลินี่ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจอมแกร่งที่ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพ "ม้าลาย" ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยในอดีตเจ้าตัวเคยค้าแข้งให้กับ โรม่า อยู่ 2ฤดูกาล(ปี 2002-04) แต่กลับถูก "หมาป่าแห่งกรุงโรม" ประเมินค่าฝีเท้าต่ำเกินไป ทำให้เจ้าตัวได้ย้ายกลับไปยังต้นสังกัดเก่าอย่าง ลิวอร์โน่ หลังจากนั้นฟอร์มดีจนไปเตะตา ฟิออเรนติน่า จนได้ย้ายมาเฝ้าหลังบ้านให้ "ม่วงมหากาฬ" 1 ซีซั่น สุดท้ายปี 2005 คิเอลลินี่ ก็ได้ย้ายมาเป็นกองหลังขวัญใจคนใหม่ของ ยูเวนตุส จนถึงปัจจุบัน 4. พอล ป็อกบา - มิดฟิลด์วันเดอร์คิด ที่สาวก "เร้ด อาร์มี่" ออกอาการเสียดายแบบสุดๆก็คือเจ้าหนุ่มเลือดน้ำหอมรายนี้ เนื่องจากย้ายไปซบตัก ยูเวนตุส ในปี 2012 ชนิดที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อแม้แต่บาทเดียว โดยปัจจุบันด้วยวัยเพียง 22 กะรัต แต่กลับยึดตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวคีย์แมนของทีมไว้ในกำมือได้สำเร็จ แถมยังลงเล่นให้ทัพ "ม้าลาย" ไปกว่า 160 นัดแล้ว 5. ซามูเอล เอโต้ - ใครจะเชื่อว่าในอดีต ซามูเอล เอโต้ เคยเป็นหนึ่งในนักเตะเยาวชนของ "ราชันชุดขาว" (ตั้งแต่ปี 1996-2007) ก่อนจะถูกผลักดันขึ้นไปสอดแทรกในทีมชุดใหญ่ในปีต่อมา(ได้ลงเพียง 5 นัด ยิงไม่ได้สักลูก) หลังจากนั้นถูกปล่อยยืมไปอยู่ทั้ง เลกาเนส, เอสปันญ่อล และสุดท้ายเป็น มายอร์ก้า ที่ยืมตัวพร้อมกับซื้อขาดมาเป็นเจ้าของ.. ต่อมาในปี 2004 ถือเป็นเวลาแห่งการสร้างชื่อของ เอโต้ อย่างแท้จริงเมื่อเจ้าตัวได้ย้ายไปร่วมทัพคู้แค้นตลอดกาลของ เรอัล มาดริด อย่าง บาร์เซโลน่า พร้อมกับฟอร์มการพังตาข่ายที่ทำได้อย่างถล่มทลาย (201 นัด ซัดไป 129ประตู) 6. แมตส์ ฮุมเมลส์ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟขวัญใจสาวก "เสือเหลือง" ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างแผลใจให้ บาเยิร์น มิวนิค ได้เป็นอย่างดี เมื่อสมัยยังเป็นดาวรุ่งเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในนักเตะลูกหม้อของ "เสือใต้" ก่อนที่จะถูก ดอร์ทมุนด์ ยืมตัวมาใช้งานในปี 2008-09 หลังจากนั้นถูกซื้อขาดเข้ามาในฤดูกาลถัดไปด้วยเม็ดเงินเพียง 4 ล้านยูโร เท่านั้น 7. อันเดรีย ปิร์โล - กองกลางสายคลาสสิค ถือว่าเป็นดีลที่พลาดซ้ำสองเมื่อในอดีตเจ้าตัวเคยเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ของ อินเตอร์ มิลาน ก่อนที่ "งูใหญ่" ในยุคนั้นมีกองกลางตัวเทพๆหลายคนจับจองตำแหน่งตัวจริงแบบติดหนึบทำให้ ปิร์โล ถูกปล่อยเช่าไปอยู่ เรจจิน่าและเบรสชา หลังจากนั้นก็โดนขายให้เพื่อนร่วมเมืองอย่าง เอซี มิลาน พร้อมกับสร้างตำนานไว้หลายอย่างกับ "ปีศาจแดง-ดำ" ทว่าในปี 2011 เนื่องจาก เอซี มิลาน เริ่มมีปัญหาทางด้านการเงินทำให้จำเป็นต้องปล่อยนักเตะค่าจ้างแพงด้วยการไม่ต่อสัญญาออกไป จนกระทั่งเจ้าตัวย้ายไปอยู่ ยูเวนตุส ฝีเท้าก็ยังไม่ได้ตกลงไปตามอายุที่ขึ้นหลักเลข 3 แถมยังเป็นคนสำคัญในการพา "ม้าลาย" ประสบความสำเร็จมาอย่างมากมายอีกด้วย 8. เคราร์ด ปิเก้ - เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเลือดกระทิงดุ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ แฟนบอล "ปีศาจแดง" แอบเสียดายอยู่ลึกๆ เมื่อในอดีตพวกเขาเคยเป็นเจ้าของลายเซ็น เคราร์ด ปิเก้ ในสมัยดาวรุ่ง โดยดึงตัวมาจาก บาร์เซโลน่า ซึ่งจุดผกผันของตัวเขาก็คือในระหว่างที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อย ปิเก้ ไปร่วมทัพ เรอัล ซาราโกซ่า ด้วยสัญญายืมตัว ทำให้ฟอร์มการเล่นของอดีตเด็กเก่า "ต่างดาว" เริ่มฉายแสงออกมาในช่วงนั้น ทำให้ บาซ่า ที่เพิ่งดัน เป๊ป กวาดิโอล่า ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่(มาจาก บาร์เซโลน่า เบ) จัดการดึงตัว ปิเก้ กลับมาจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมกับพากันประสบความสำเร็จ และกวาดถ้วยแชมป์มาประดับตู้โชว์ได้อย่างมากมาย 9. เธียร์รี่ อองรี - นี่ก็ถือเป็นดีลที่ใจร้อนเป็นเหตุแท้ๆ! เมื่อในอดีต ยูเวนตุส เคยปิดดีล เธียร์รี่ อองรี มาจากสโมสร โมนาโก ได้สำเร็จด้วยเม็ดเงิน 10.5 ล้านปอนด์ แต่ฟอร์มในซีซั่นแรกกลับยังไม่เปรี้ยงปร้าง โดยผลิตสกอร์ได้ 3 ลูก จากการลงสนามในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ทั้งหมด 16 นัด ทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ จัดการดึงดาวยิงคนบ้านเดียวกันมาสร้างชื่อในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม (ชื่อเดิม ไฮบิวรี่) ด้วยการสังหารตาข่ายให้ "ปืนใหญ่" 226 ประตู จากการลงเล่น 369 นัด 10. ราอูล กอนซาเลซ - ใครจะเชื่อว่าครั้งหนึ่งตำนาน "เจ้าชายแห่งชุดขาว" จะเคยเป็นเด็กฝึกหัดของ แอตเลติโก้ มาดริด ในปี 1990-92 ก่อนที่ เรอัล มาดริด จะจัดการเช็คบิลมาปั้นต่อ พร้อมกับเข็นขึ้นชุดใหญ่และสร้างปรากฏการณ์ล่าตาข่ายให้กับ "ราชันชุดขาว" ไปทั้งหมดทุกรายการ 323 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมดถึง 741 นัดด้วยกัน

รอยสัก 7 ตำแหน่งบนเรืองร่างของผู้ชายที่ เซ็กซี่ ดึงดูดใจชวนหลงไหล
man /  old school / 

นอกจากการเลือกแบบ เลือกลายที่ถูกใจแล้ว การเลือกตำแหน่งที่จะสักบนเรือนร่างก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เรามาดูกันว่า รอยสัก 7ตำแหน่งต่อไปนี้ ตำแหน่งใดบ้างที่ช่วยเสริมสร้างจุดน่าสนใจให้แก่ตัวคุณ 1.หัวไหล่ ตำแหน่งยอดฮิตสำหรับการสักหนุุ่มๆ ที่นึกตรงไหนไม่ออกก็เอาที่หัวไหล่ไว้ก่อน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดถูกขึ้นอยู่กับรสนิยมและสไตล์ของแบบที่คุณจะเลือกแล้วล่ะว่าลายสักแบบไหนที่จะเข้ากับหัวไหล่ของคุณ ถ้าให้แนะนำเราขอเลือกลายอักขระแบบชนเผ่าให้คุณละกัน 2.แผ่นหลัง, จุดกึ่งกลางหลัง, ช่วงหัวไหล่ทั้งสองด้านหลัง พื้นที่สุดแสนคลาสสิคสำหรับหนุ่มๆ ที่เหมาะแก่การลงหมึก ยิ่งถ้าได้ขนาดของลายที่ใหญ่จนพาดไปถึงหัวไหล่ทั้งสองข้างด้วยแล้วจะยิ่งทำให้แผ่นหลังของคุณดูใหญ่และมีอะไรให้น่าค้นหาขึ้นเยอะแต่สำหรับชายหนุ้มแล้ว พื้นที่ด้านหลังอย่าเน้นลงสีจัดจ้านมากเกินไป ให้เน้นโทนดำลงเงาเทาเข้าไว้ ความเซ็กซี่ของสีดำกลางแผ่นหลังทานชายคือเสน่ห์ที่สาวๆ ต้องหลอมละลาย 3.ท้องแขน, กล้ามเนื้อด้านในของแขนส่วนบนและล่าง แค่ยกแขนขึ้นโลกก็จะรู้ถึงความเป็นตัวตนของคุณ อีกหนึ่งตำแหน่งที่ดีในการลงเข็ม ซึ่งตำแหน่งนี้เหมาะกับการหาลายที่เป็นตัวอักษร การใช้คำหรือสำนวนเท่ๆ ที่เหมาะกับตัวคุณ แต่เราขอเตือนหน่อยนะว่าพื้นที่ตรงท้องแขนนี่ระดับความเจ็บเมื่อยามที่เข็มลงนี่ให้ 8เต็ม10เลย 4.หน้าอก, หน้าอกทั้งสองข้าง หน้าอกอันหนักแน่นของหนุ่มๆ คือตำแหน่งที่สามารถดึงดูดใจเพศตรงข้ามยามพบเจอ และความเท่ของคุณจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวหากรอยสักของคุณจะเป็นลวดลายพาดโค้งคล้ายสร้อยจากบ่าลงมาถึงกลางหน้าอก 5.ขา หน้าแข้ง, น่อง ไม่เฉพาะแค่ผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายอย่างเราๆ เองถ้าได้เห็นหนุ่มๆ คนไหนใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นสุดเซอร์บวกกับลายสักบริเวณขาด้วยแล้วล่ะก็ยังอดชื่นชมในใจไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นลายชนเผ่าโบราณ ลายพอร์ตเทรตบุคล หรือจะเป็นงูพัน น่องของคุณจะดูสะดุดตาผู้พบเห็นขึ้นมาทันที 6.คอ เป็นพื้นที่ๆ หนุ่มๆ ไม่นิยมการลงเข็มสักเท่าไหร่ แต่เราขอบอกว่า คอที่มีลวดลายของหนุ่มๆ นี่แหล่ะที่สาวๆวูบวาบทุกครั้งยามพบเจอ ไม่ว่าคุณจะสวมเสื้อยืด เสื้อเชิร์ต หรือสูทถ้ามีลอยสักแลบออกมาบริเวณคอจะเพิ่มความฮึกเหิมให้กับภาพลักษณ์ของคุณยามเมื่อคนพบเจอ 7.สีข้าง มันคือพื้นที่ที่ไวต่อความรู้สึกเจ็บปวดที่สุด แต่มันก็คือพื้นที่ที่เท่ที่สุดหากจะเลือกสักบนเรือนร่าง พื้นที่ตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นลวดลายหรือตัวอักขระถ้อยคำจะทำให้คุณเป็นที่สนใจยิ่งถ้าหุ่นของคุณชวนมองด้วสยแล้ว นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่ถอดเสื้อก็ไม่มีชายหน้าใดที่จะเท่เกินคุณได้ รูปภาพจาก : Pinterest

หมดยุคของพรหมลิขิต เผยหนทางตามล่าหาเนื้อคู่
คดีหลอกรักออนไลน์ /  รักออนไลน์ / 

14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก วันที่คู่รักหลาย ๆ คู่ต่างพากันวางแผนทำกิจกรรมที่จะทำให้คนที่ตัวเองรัก เกิดความประทับใจ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวันวาเลนไทน์คือวันสำหรับคนมีคู่ และดูเหมือนจะเป็นวันที่คนไร้คู่ เจ้าพ่อเจ้าแม่คานทอง เกิดความกระอักกระอวน ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนรักกัน ในขณะที่ตัวเองยังคงอยู่กับความเหงาหงอยเดียวดาย แม้จะมีความสุขที่เห็นความรักของคนอื่นแต่เอาจริง ๆ แล้วหนุ่มโสดสาวหลาย ๆ คนคงกำลังรอใครสักคนเข้ามาเติมเต็มอยู่ก็ได้ วันนี้ทางทีมงาน MThai ได้รวบรวมหนทางที่จะทำให้คุณได้พบกับผู้คนมากหน้าหลายตา อาจทำให้หลาย ๆ คนได้สละโสดมีคู่เดทในวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้ สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาไปไหนมาไหนไม่ค่อยได้เจอคนมากมายนักก็คงเป็นเรื่องลำบากอยู่ที่จะเจ้าหญิงเจ้าชายที่ฝันไว้ แต่รู้หรือไม่มือถือของคุณมันช่วยคุณได้นะ เพราะปัจจุบันมีผู้ผลิตแอพพิเคชั่นออกมามากมายไม่ว่าจะเป็น Badoo แอพสุดฮิต จาก อังกฤษ ที่มีผู้เล่นเยอะมาก โดยสามารถใส่ข้อมมูลสิ่งที่ชอบและไม่ชอบลงไป เพื่อค้นหาเพื่อนในบริเวณใกล้เคียงที่พอจะแมตซ์กับเราได้ และทุกครั้งที่มีคนเข้ามาชมหน้าโปรไพล์ของเรา ตัวแอพจะแจ้งเตือนให้รู้ นอกจากนี้ ยังมีระบบเติมเงินเพื่อให้ดาวเด่นที่คนอื่นสามารถค้นหาเราได้ง่ายด้วย Azar อีกหนึ่งแอพแชทสุดฮิตที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ Azar ซึ่งเป็นแอพที่ช่วยเราค้นหาเพื่อนผ่านวิดีโอแชท คือเห็นคู่สนทนาได้จริงๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาไล่อ่านโปรไฟล์แม้แต่น้อย วิธีใช้งานก็ง่ายเพียงปาดนิ้วหาคนที่ถูกใจและสนทนาตอบโต้ได้ทันที และหากคนที่คุยด้วยเกิดไม่ถูกใจขึ้นมาก็ปาดนิ้วหาคนใหม่ได้ทันทีเช่นกัน แอพนี้ Exclusive เฉพาะสาวก Andriod เท่านั้น Mixxxer แอพนี้เหมาะสำหรับใครที่ไม่อยากมีเพื่อนไว้คุยเล่น และถ้าชอบเรื่องเซ็กส์เป็นหลัก คุณก็ต้องห้ามพลาดแอพ Mixxxer อย่างเด็ดขาด เพราะผู้ที่เล่นแอพนี้มีเป้าหมายเพียงแค่เรื่องเซ็กซ์เพียงอย่างเดียวจริงๆ ระบบเสิร์ชของแอพนี้แบ่งแยกลักษณะไว้ค่อนข้างดี ใส่อายุตามที่ต้องการได้ และเลือกได้ว่าอยากมีเซ็กซ์กับผู้หญิง ผู้ชาย เกย์ หรือเลสเบี้ยนก็ได้เหมือนกัน หนุ่มสาวคนไหนชื่นชอบเซ็กซ์โหลดแอพนี้มาใช้กันได้ตามสะดวก BeeTalk เป็นแอพใหม่ล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นจากค่ายผู้พัฒนาเกมออนไลน์ชื่อดังของโลกอย่างการีน่า Beetalk ช่วยให้เราได้ค้นหาเพื่อนๆ ด้วยลูกเล่น Look Around และ Shake ที่สามารถใช้เพื่อค้นหาผู้ใช้ในละแวกใกล้เคียงด้วยการเขย่าโทรศัพท์ รวมถึงโหมด Whisper หรือกระซิบที่ตั้งเวลาเป็นวินาที เมื่อเพื่อนอ่านข้อความของเราแล้ว ก็จะหายวับไปตามเวลาที่เรากำหนดไว้ HelloTel ใครที่ชอบไปท่องเที่ยวคนเดียวแล้วเกิดความรู้สึกเหงาๆ อยากได้เพื่อนเดินทาง แอพนี้ดูจะช่วยคุณได้ดีทีเดียว เพราะแอพนี้มีคุณสมบัติเด่น คือ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของคนที่พักในโรงแรมเดียวกับเราและในละแวกใกล้เคียงได้ ตัวแอพจะทำงานโดยเชื่อมต่อกับบัญชี Facebook เมื่อทำการยืนยันโรงแรมที่เราเข้าพักแล้ว แอพจะแสดงหน้าฟีดราวกับเป็นแอพ facebook เพียงแต่เป็นบุคคลที่อยู่ในรัศมีรอบๆ โรงแรมที่คุณอยู่แทน พอเจอคนที่ถูกใจก็สามารถแชทคุยกันได้ทันที LesPark หากคุณเป็นเลสเบี้ยนต้องโหลดแอพแชทนี้ติดเครื่องไว้เลย แอพแชทเก๋ๆ สำหรับเลสเบี้ยนโดยเฉพาะฟังก์ชั่นต่างๆก็มีเลือกใช้อย่างมากมาย โดยเฉพาะเรดาห์ค้นหาเลสเบี้ยนระยะใกล้ตัวเรา ถึงแม้จะเน้นเลสเบี้ยน แต่สาวๆ คนไหน อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ก็ลองโหลดเล่นกันดูได้ แน่นอนว่าแอพนี้ไม่ต้อนรับผู้ชาย สาวๆคุยกันตามประสาคนสวยได้เต็มที่เลย Grindr หมดยุคใช้เรดาห์สแกนเกย์หาหนุ่มสีม่วงกันแล้ว Grindr คือ แอพแชทสำหรับชาวสีม่วงโดยเฉพาะ ตัวแอพมีลูกเล่นครบครัน ทั้งแชท ส่งรูป ส่งวิด๊โอ ส่งไฟล์เพลง และที่สำคัญสามารถบอกหมดไม่ว่าหน้าตายังไง ไลฟ์สไตล์เข้ากันได้หรือไม่ สำหรับสาวๆ จะแอพโหลดติดเครื่องไว้ก็ดี เอาไว้เช็คหนุ่มที่หมายตาก่อนจีบ ไม่งั้นโดนคุณเธอเชิดใส่กลับมาเดี๋ยวจะหมดความมั่นใจไปก่อน ด้วยความก้าวไกลของเทคโนโลยี แอพพิเคชั่นที่กล่าวมาข้างต้นอาจทำให้เราได้พบผู้คนมากมาย บางคนได้เพื่อน บางคนได้แฟนตกหลุมรักกันถึงขั้นแต่งงานกันเลยก็มี ความรักบนโลกออนไลน์เปรียบได้กับดาบสองคม เรายังคงต้องใช้วิจารณญาณในการเสพหรือเลือกใช้สื่อออนไลน์นี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ล่าสุดทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบและดูแลการกระทำความผิดเกี่ยวเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคดีหลอกรักออนไลน์ หรือ โรแมนสแกม ที่สร้างความเสียหายแก่หญิงไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการที่เราเลือกช่องทางนี้ในการหาเพื่อนหรือคนรัก ก็ควรมีสติกลั่นกรองให้ดี และหากใครไม่อยากถูกหลอก และกังวลว่าคนที่คุณกำลังคุยอยู่กำลังจะมาหลอกคุณหรือเปล่า ทางทีมงานมี 5 อาการส่งสัญญานว่าเราถูกหลอก จนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ 1. ตกหลุมรักเราอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เริ่มคุยกันไม่นาน เรียกเราว่าที่รัก สักพักขอแต่งงาน ซึ่งสาเหตุที่โจรเรียกเหยื่อว่าที่รัก ก็เพราะโจรมักจะคุยกับเหยื่อหลายคน เรียกที่รักเหมือนกันหมด เพื่อกันเรียกชื่อผิด 2. ไม่เปิดกล้อง ไม่ยอมให้เห็นหน้าง่าย ๆ บ่ายเบี่ยงไม่อยากเจอ เป็นธรรมดาที่โจรจะไม่ใช้รูปตัวเองเป็นโปรไฟล์ แต่เอารูปคนหน้าตาดีมาหลอกเหยื่อ และถ้าคู่รักออนไลน์ของคุณเป็นชาวต่างชาติและใช้รูปเป็นฝรั่งผิวขาว แทบทั้งหมดเป็นคนผิวดำไนจีเรียแต่ใช้รูปฝรั่งผิวขาวมาหลอก 3. รักกันไม่นานมีเหตุการณ์ให้เราต้องเสียเงิน โจรจะใช้ร้อยแปดเหตุผลให้เราโอนเงินให้ ชวนทำธุกิจ อ้างว่าไม่สบาย ปัญหาชีวิตทำให้เราสงสาร หรือโอนเงินเพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมในการรับของขวัญสุดแพงที่เขาส่งมาให้ โดยโจรจะใช้คนกลางอีกคนโทรหาเหยื่อแล้วแสร้งทำทีว่าเป็นคนจากบริษัทขนส่ง หรือ ศุลกากร เพื่อเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการขนส่ง 4. กรณีเป็นชาวต่างชาติมักบอกตัวเองเป็นคนอังกฤษ หรือ อเมริกัน แต่เขียนภาษาอังกฤษผิดแกรมมาตลอด นั่นเพราะว่าร้อยละ 99 เขาคือคนผิวดำไนจีเรียปลอมตัวมาในคราบฝรั่งรูปงาม 5. คุยกันไม่นานชวนเปิดกล้อง ทำกิจกรรม sex online ส่วนใหญ่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักเป็นผู้ชายนึกสนุก แต่หารู้ไม่ว่าในขณะที่คุณกำลังสนุกกับกิจกรรมดังกล่าว คนร้ายอาจกำลังอัดคลิปขณะที่คุณกำลังสำเร็จความใคร่ไว้แบล็กเมล์ MThai News

แต่งหน้าไม่เป็นหรอ ไม่ยากเลยเธ๊ออ แค่พึ่ง สก็อตเทป เวิร์ค!
howto /  สก็อตเทป / 

เป็นสาวยุคใหม่ ไม่ต้องกังวลเรื่องทักษะเป็นใหญ่แล้วล่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เรามีตัวช่วยมากมายก่ายกอง ทั้งเทคนิคเคล็ดลับสารพัด ที่ช่วยแก้ปัญหาชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ และยิ่งเรื่องใหญ่ที่สาวๆ อย่างพวกเราต้องกังวลสุดๆ ก็คือ การแต่งหน้า ที่จัดเป็นทักษะแห่งชาติ ที่สาวๆทุกคนต้องฝึกฝนให้คล่องปลื๋อไว้เสมอ และแน่นอนว่า วันนี้เรามี เทคนิคเปลี่ยนชีวิตมาฝากสาวๆ กันอีกเช่นเคย ใครแต่งหน้าไม่เป็น ใครแต่งหน้าไม่เก่ง ก็ไม่ต้องปวดเฮดกันอีกต่อไป เพราะเรามีตัวช่วยสุดเวิร์ค ดีงามพระราม8 มากฝากกันแบบที่ต้องบอกว่า ใครพลาดไม่อ่านทู้นี้.. เสียใจยันชาติหน้านะเออ ก่อนอื่นเลย หยิบสก็อตเทป ( ขอคุณภาพดีงามนิดนึง เอาแบบ3M กาวดีหน่อย จะเวิร์คฝุดๆ) 1. อายแชโดว์ สวยเป๊ะ ด้วยสก็อตเทป โดยแปะไว้ที่หางตา ก็จะได้แคทอายสวยๆ แบบมืออาชีพ 2. เช็ดแปรงแต่งตาด้วยสก็อตเทป ด้วยการ นำมาติดที่นิ้ว แล้วนำแปรงมาระบายเพื่อให้ความเหนียวของสก็อตเทป ดูดสีที่อยู่บนแปรงก่อนที่จะไปแต้มสีใหม่ที่เราต้องการ 3. ผิวแห้งเป็นขุย ทำให้แต่งหน้ายาก ลองใช้สก็อตเทป แปะบริเวณที่ผิวแห้ง แล้วค่อยๆ ลอกออก ขุยๆ จะหลุดออกมาอย่างง่าย 4. กรีดอายไลเนอร์แบบ แคทอาย ให้สวยเป๊ะง่ายๆ ด้วยการติดสก็อตเทปไว้ที่หางตา 5. เบลนด์อายแชโดว์ได้อย่างมืออาชีพ ด้วยการลงสีที่เปลือกตาก่อน แล้วนำสก็อตเทปมาแปะลงไป แล้วลอกออก จะทำให้อายแชโดว์ฟุ้งกระจายตัวขึ้น ให้ลุคเหมือนการเบลนด์สีแบบโปรเชียวล่ะ ด้านซ้าย ยังไม่ได้แปะสก็อตเทป vs ด้านขวาแปะสก็อตเทปแล้ว ดูเหมือนเบลนด์สีมาอย่างดี เริ่ดมั้ยล่ะ เรียบเรียงโดย Women Mthai Team ที่มารูปภาพจาก AlexandrasGirlyTalk

ชอบผู้ชาย ขี้เก๊ก ทำไงดี อยากรู้ว่าเขาจะชอบเราบ้างไหม
ขี้เก๊ก /  แอบชอบ

เรื่องมันก็ยาวนะคะ แต่รวบรัดละกัน คบกันแบบเพื่อนมาหลายปี ตั้งแต่เริ่มคบกันเป็นเพื่อน เขาเป็นคน ขี้เก๊ก แต่ชอบแอบมองเราตลอดเวลา เวลาอยู่กะเราเหมือนประหม่า แต่ก็ยังคงความขี้เก๊กไว้เสมอ เวลาคุยหรือเล่าอะไรชอบโอ้อวดตัวเองเสมอ ไม่รู้เราไปชอบเขาได้ยังไง อยากถามมาดามรักว่า เขาชอบเรารึเปล่า เพราะไม่แน่ใจอ่ะค่ะ ชอบมองเราตลอด แต่ไม่ค่อยกดไลน์ ไม่ค่อยคอมเม้น ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกัน แต่กับคนอื่นเขาทำสิ่งเหล่านี้หมด ตอนแรกก็คิดนะว่าเราคิดไปเองไหม แต่ความรู้สึกเรามันบอกว่าเขาชอบเรา เพราะชอบแอบมองเราตลอด พอเราหันไปสบตาก็รีบหลบ เวลาร้องเพลงตอนมีกิจกรรมร่วมกันก็ร้องแล้วก็มองเราบ่อยๆ ยิ่งเนื้อเพลงประมาณ ฉันรักเธอ ก็จะสบตาเรา อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ เวลาเปิดเพลงให้ฟังก็จะเป็นเพลงรักๆ เลยสงสัยว่าสรุปเขาชอบเราไหม แต่ก็ไม่กล้าถาม มีคนประเภทนี้รึเปล่าคะ ชวนเพื่อนช่วยไขคำถาม : เราเชื่อว่า “ทุกคนคือกูรูด้านความรัก” ทุกคนย่อมมีประสบการณ์ความรักที่แตกต่าง อย่าเก็บมันไว้เพียงลำพัง เพราะขณะนี้มีเพื่อนๆของเรากำลังประสบกับปัญหาหัวใจที่ยากจะแก้ไขด้วยตนเอง “เรา” จึงอยากชวนเพื่อนๆ ชาว Women MThai มาช่วยกันไขปัญหารัก ให้กับเพื่อนสมาชิกของพวกเรา เพราะในหลายๆ คำถาม “มาดามรัก” อาจเข้าช่วยเหลือได้ไม่ทันท่วงที หวังใจว่ากำลังใจหรือประสบการณ์จากเพื่อนๆ จะช่วยเยียวยาและเป็นแรงใจส่งต่อให้เพื่อนๆ ของเราได้ บุญรักษา จากใจ มาดามรัก 

ฉาวอีก! คลิปว่อนเน็ต พระนั่งดูหนังโป๊ วิจารณ์สนุกปาก
ข่าวพระ /  คลิปพระ / 

ฉาวอีก! คลิปว่อนเน็ต พระนั่งดูหนังโป๊ วิจารณ์สนุกปาก กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการประพฤติไม่เหมาะสมของพระสงฆ์ ก่อให้เกิดเสียงติฉินนินทาในหมู่สาธุชน โดยล่าสุดเป็นประเด็นคลิปที่มีการแชร์กันถึงเหตุการณ์ที่พระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งกำลังนั่งดูคลิปโป๊ พร้อมออกรสวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปาก ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์มาจากแฟนเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ได้โพสต์คลิปที่มีชื่อว่า "คลิปฉาว พระแว่นวัดดังนั่งดูหนังโป๊ พลางวิจารณ์สนุกปาก" ซึ่งเป็นคลิปที่มีความยาวเพียง1.58 นาที เผยให้เห็ยเหตุการณ์พระใส่แว่นนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ในหน้าจอคอมพิวเตอร์มีคลิปอันไม่เหมาะสม พร้อมทั้งพระได้มีการพูดถึงนักแสดงในคลิปว่าเล่นได้สุดยอดมาก โดยหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ได้ชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาตำหนิพฤติกรรมของพระรูปนี้พร้อมมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนา พระมหาเถรสมาคม หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาด้วย ที่มาจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ YouLike (คลิปเด็ด)

แจกความสดใส! มะลิน้อย - แม่โบว์ in เกาะกูด
น้องมะลิ พาขวัญ /  โบว์ แวนดา / 

ได้เห็นช็อตฟินกับการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกของซุปตาร์ตัวน้อย น้องมะลิ ลูกสาวพ่อปอจ๋ากันไปแล้ว โดยทริปนี้ขอบอก มะลิน้อย ไม่ธรรมดานะคะ ไปถ่ายแฟชั่นเก๋ๆ ขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง และแน่นอนเคียงข้างกันกับคุณแม่ โบว์ แวนดา ที่เกาะกูด จังหวัดตราด แถมทางน้า ปิน ชวนันท์ ยังบินตามไปเซอร์ไพร้ส์อีกด้วย ซึ่งก็มีภาพน่ารักๆ ของ น้องมะลิ กับเบื้องหลังการถ่ายทำมาให้ชื่นใจกันเป็นระยะผ่านทางโซเชียล และที่โดนใจสุดๆ คงหนีไม่พ้นภาพ มะลิน้อย ใส่ชุดว่ายน้ำเดินลงทะเลน่ารักมว๊ากกกกโดนใจติ่งอย่างเราๆ จริงๆ ว่าแล้วก็ไปติดตามกันได้เลยจ่ะ ขอขอบคุณ ภาพจาก @sudsapda, @ket_tasara, @bangkokairways และไอจีของ FC ทุกๆ ท่านจ้า น้องมะลิ - แม่โบว์ ถ่ายแฟชั่น เกาะกูด น้องมะลิ - แม่โบว์ ถ่ายแฟชั่น เกาะกูด น้องมะลิ - แม่โบว์ ถ่ายแฟชั่น เกาะกูด น้องมะลิ - แม่โบว์ ถ่ายแฟชั่น เกาะกูด น้องมะลิ - แม่โบว์ ถ่ายแฟชั่น เกาะกูด น้องมะลิ - แม่โบว์ ถ่ายแฟชั่น เกาะกูด

ผวา ! ภาพติดวิญญาณ ขณะชาวบ้านแห่ขอหวยซากงูจงอางเจ้าที่
ขอหวย /  งูจงอางเจ้าที่ / 

ผวา ! ภาพกดติดวิญญาณ ขณะชาวบ้านแห่กราบไหว้ขอหวยซากงูจงอางเจ้าที่ จากกรณีเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมาเกิดเหตุ รถชนงูจงอางยักษ์ยาว 6 เมตร จนได้รับบาดเจ็บและพยายามเลื้อยเข้าไปในป่าละเมาะริมถนนระยะทางกว่า 40 เมตรก่อนขดตัวสิ้นใจตายบริเวณเสาของศาลเจ้าริมทาง บริเวณบ้านควนหินตั้ง (บ้านนา) หมู่ 1 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช จนเล่าลือกันว่าเป็นงูจงอางเจ้าที่ ชาวบ้านได้ร่วมกันนำซากงูจงอางยักษ์ตัวดังกล่าวห่อผ้าขาวและใส่ไว้ในหีบแก้ว พร้อมร่วมกันสร้างศาลาไว้วางหีบแห้งซากงูให้คนกราบไหว้บูชา โดยในแต่ที่มีผู้คนทั้งไกลและใกล้ทยอยเดนทางไปกราบไหว้วันละหลายร้อยคน ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวคราคร่ำไปด้วยผู้คนกลายเป็นตลาดย่อม ๆ  ไปโดยปริยาย ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเมื่อวันนี้ 13 ก.พ.59 ว่ามีประชาชนจำนวนมากรวมทั้งพระภิกษุสงฆ์จากวัดต่าง ๆ ได้เดินทางไปชมซากงูจงอางอย่างต่อเนื่อง โดยต่างเชื่อว่าเป็นงูเจ้าที่ งูเทพเจ้า หรือ งูเทวดา เนื่องจากซากงูจงอางตัวดังกล่าว ถูกรถชนและเลื้อยมาตายตรงบริเวณศาลเจ้าริมทางที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ประกอบกับซากงูจงอางในหีบแก้วไม่เน่าเปื่อย และไม่มีกลิ่นเหม็นแต่อย่างใด ชาวบ้านจึงแห่กราบไหว้ขอเลขเด็ดไปเสี่ยงโชคอย่างคึกคัก นอกจากนี้ชาวบ้านอำจำนวนมากได้ซื้อพวงมาลัย ช่อดอกไม้ ผ้าแพรหลายสี รวมทั้งมะพร้าวอ่อนพร้อมจุดลูกประทัดแก้บนกันอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ชาวบ้านถูกหวยงวดวันที่ 1 ก.พ.2559 ที่ผ่านมา จุดที่เลื้อยมาหาที่อาศัยหลังจากได้เสียชีวิตลง นอกจากนี้ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งถ่ายภาพซากงูจงอางด้วยโทรศัพท์มือถือจำนวนหลายภาพ แต่มีภาพหนึ่งที่เป็นเงาสะท้อนซากงู แต่บริเวณหัวงูกลับกลายเป็นรูปใบหน้า และศีรษะของมนุษย์ ลักษณะคล้ายคนแก่มีหนวดเคราและขนคิ้วสีขาว จึงมีการส่งภาพดังกล่าวไปทางโลกโซเชียลจนมีการวิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้คนเชื่อว่างูจงอางตัวดังกล่าวเป็นงูเทวดาที่ได้แสดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็น ส่วนหัวของงูเป็นศรีษะและใบหน้าของคนชรา โดยหลายคนยังเชื่อว่างูเทวดาตัวดังกล่าวเดิมเป็นมนุษย์ที่เคร่งปฏิบัติธรรมจนกลายร่างเป็นงูจงอาง ซึ่งตามปกติงูจงอางยักษ์บริเวณดังกล่าวมีจำนวน 2 ตัว ๆ เป็นเพศผู้และเพศเมีย ทั้งนี้ทั้งนั้น ชาวบ้านทีอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุคนขับรถมองเห็นว่ามีคนชรา 2 คน เดินจูงมือกันข้ามถนนตัดหน้ารถอย่างกระชันชิด ทำให้คนขับเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนคนชราผู้ชายล้มลงกับพื้นถนน ส่วนผู้หญิงชราข้ามถนนพ้นไปได้อย่างหวุดหวิด หลังเกิดเหตุคนขับรถรีบจอดรถลงไปช่วยเหลือ แต่กลับไม่พบเฒ่าชราทั้งสองคนแต่อย่างใด แต่กลับกลายเป็นพบงูจงอางยักษ์ 2 ตัว ๆ โดยตัวหนึ่งบาดเจ็บเลื้อยเข้าไปในป่าละเมาะ โดยสังเกตพบว่างูจงอางตัวหลังถูกรถชนจนได้รับบาดเจ็บ เลื่อยขึ้นไปนอนตายอยู่บริเวณโคนเสาศาลเจ้า ส่วนงูจงอางอีกตัวไม่ทราบว่าหายไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตามภาพกดติดวิญญาณบรรดาช่างภาพยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากปาฏิหาริย์ใด ๆ แต่เกิดจากภาพสะท้อนแสงในขณะที่ถ่ายภาพโดยใช้แฟลตช่วยทำให้แสงแฟลตไปกระทบกับหีบแก้วที่ใส่ซากงู รวมทั้งศรีษะและใบหน้าของใครคนใดคนหนึ่งที่มุงดูซากงูจงอาง ใบหน้าคนจึงสะท้อนซ้อนกับภาพซากงู ทำให้เห็นศรีษะและใบหน้าคนไปทาบซ้อนกันพอดี ไม่ได้เป็นการถ่ายภาพติดวิญญาณตามที่เข้าใจ.... ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News เรื่องโดย ชชาดล  เจริญพงศ์

มาสด้า คว้า โปรช้าง ธงชัย ใจดี สร้างอิมเมจเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ
car /  mazda / 

จากความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา มาสด้าพร้อมแล้วกับการก้าวสู่การสร้างแบรนด์พรีเมียมของรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่างเต็มขั้น ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม โดยสร้างเซอร์ไพรซ์ให้กับวงการกีฬาเปิดตัว โปรช้าง นักกอล์ฟมือหนึ่งของเมืองไทย คุณธงชัย ใจดี ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก SKYACTIV TECHNOLOGY AMBASSADOR คนแรกของมาสด้า ด้วยความมีสปิริต มุ่งมั่น ทุ่มเท และกล้าที่จะแตกต่างเช่นเดียวกับสปิริตของชาวมาสด้าทำให้ได้มาซึ่งความสำเร็จของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทั่วโลกในปัจจุบัน นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร มาสด้า เซลล์ ประเทศไทย กล่าวว่า หากกล่าวถึง Sport Marketing ถือเป็นสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญทำมาโดยตลอด ควบคู่ไปกับการทำการตลาดในรูปแบบที่แตกต่าง โดยมุ่งหวังที่จะส่งเสริมวงการกีฬาของประเทศไทย ในปีนี้จะประกอบไปด้วยกีฬาฟุตบอล ซึ่งเริ่มต้นจากทีมฟุตบอลลีกเล็กๆ ในภูมิภาคจนกลายมาเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่มีแฟนบอลเข้าชมมากที่สุดในอาเซียน นั่นคือ สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หรือสวาดแคท โดยในปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่มาสด้าให้การสนับสนุน อีกหนึ่งประเภทกีฬาที่ตอกย้ำความแรง และสมรรถนะเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี นั่นคือ กีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยในปีนี้มาสด้าส่ง All New Mazda 2 ลงแข่งขันรายการใหญ่อย่าง ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ร่วมสร้างสีสันให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด มาสด้า เซลล์ ประเทศไทย กล่าวว่า กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทั้งทักษะในการเล่นและสมาธิตลอดเวลาของการแข่งขัน ผู้เล่นต้องมีความมุ่งมั่นในเกมส์จึงจะมีชัยชนะได้ในที่สุด ถือเป็นเสน่ห์ของกีฬากอล์ฟ มาสด้าภูมิใจนำเสนอเรื่องราวของความสำเร็จของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ โดยการนำเสนอถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางตัวตนของ โปรช้าง คุณธงชัย ใจดี SKYACTIV TECHNOLOGY AMBASSADOR ด้วยสปิริตอันแรงกล้า มุ่งมั่น ทุ่มเท แม้จะเป็นนักกีฬาที่รูปร่างไม่ใหญ่ แต่มีสไตล์การเล่นที่ชาญฉลาด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีการวางแผนกลยุทธ์ในการเอาชนะ ฝึกฝนความแม่นยำ ตั้งมั่นที่เป้าหมายที่ชัดเจน คือ ชัยชนะ จนกลายเป็นนักกีฬาระดับโลกได้ดังเช่นทุกวันนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนกับจิตวิญญาณของชาวมาสด้า และชาวเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ผู้กำเนิดรถยนต์มาสด้า และเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ชาวมาสด้าทุกคนต่างมีแนวทางและปรัชญาร่วมกัน ทุ่มเททุกลมหายใจ ทุกวินาที เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดมุ่งสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน จึงเกิดเป็นความสำเร็จในการสร้างเทคโนโลยีสกายแอคทีฟอันชาญฉลาด และประสบความสำเร็จทั่วโลกในปัจจุบัน

ผลบอล: ไปกินอะไรมา!สิงห์บูลเดินหน้าปูพรมถล่มสาลิกาพิการเละ
ดีเอโก้ คอสต้า /  นิวคาลเซิล / 

ผลบอล: พรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 เชลซี 5-1 นิวคาลเซิ่ล ยูไนเต็ด ผู้ทำประตู:1-0 ดีเอโก้ คอสต้า น.5, 2-0 เปโดร โรดริเกซ น.9, 3-0 วิลเลี่ยน น.17, 4-0 เปโดร โรดริเกซ น.59,5-0 เบอร์นานด์ ตราโอเร่ น.82,5-1 แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ น.90 เวลา:00.30 น. สนาม: สแตมฟอร์ดบริดจ์ ถ่ายทอดสด: cthstadium4 // FT - VIDEO(Premier League): Chelsea Football Club 5-1 Newcastle UnitedAll Goals [HD]Pedro with a double. Posted by Football Goals & Highlights on 13 กุมภาพันธ์ 2016 "สิงห์บูล" เชลซี คืนฟอร์มโหดไล่ถลุง นิวคาลเซิล ที่มีนักเะตบาดเจ็บถึง 14 คนไปแบบขาดลอย 5-1 รายชื่อ เชลซี:ธิโบต์ คูร์ตัวส์(GK),บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เชส ฟาเบรกาส, เนมานย่า มาติช , เปโดร โรดริเกซ, วิลเลี่ยน, เอเดน ฮาซาร์ด,ดีเอโก้ คอสต้า นิวคาลเซิล ยูไนเต็ด:ร็อบ เอลเลียต(GK),ดารีล ยันมาต, สตีเฟ่น เทย์เลอร์, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, โรลันโด้ อารอนส์,จอนโจ้ เชลวี่ย์, ชีค ติโอเต้, มุสซ่า ซิสโซโก้, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, อันดรอส ทาวน์เซ่น,อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช

เมย์ ชีต้าร์ Playboy เซ็กซี่ดุดัน เพ่เสือสั่งลุย
playboy /  sexy / 

วันนี้พาไปพบกับพริตตี้สาวสวยของวงการอีกหนึ่งคน เพ่เสือ เมย์ ชีต้าร์ ที่ถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ดุๆ ในนิตยสาร Playboy ซึ่งเล่มนี้นอกจากเซ็ตหน้าปกน้องเนย ที่สร้างความฮือฮาไปแล้ว เซ็ตด้านในก็น่าติดตาม น่าดู น่าชมเหลือเกินจริงๆ แส้มาเลยทีเดียว สาวตาโตสวยๆ อืมม เอวสวยมาก เห็นแล้วต้องมีหลงกันบ้างแหละ เชื่อผมสิ!! เห็นเธอมาก็นานแสนนานมากแล้ว แต่ความน่ารัก เซ็กซี่ยังคงเดิมเชียว ติดตามความเซ็กซี่ของเธอต่อได้ที่ Playboy February 2016

แม่ก็คือแม่!! “เคท แบลนเช็ตต์” และ “รูนี่ย์ มาร่า” กวาดคำชมทั้งในและต่างประเทศจาก “CAROL”
Cannes Film Festival /  Carol / 

สมกับที่จูงมือกันเข้าชิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง CAROL รักเธอสุดหัวใจ ทั้ง เคท แบลนเช็ตต์ ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาดารานำหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งทุกคนต่างชื่นชมว่า สมแล้วกับการเข้าชิงรางวัลนี้ และ รูนี่ย์ มาร่า ที่เข้าชิงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ก็เปล่งประกายเจิดจรัสจนเป็นดาราที่น่าจับตามองคนหนึ่งในยุคนี้ เรียกได้ว่าทั้งคู่ต่างก็เข้าไปอยู่ในใจใครหลาย ๆ คนที่ได้ไปดูกันมาแล้ว โดยได้รับคำชมหลากหลายทั้งในและนอกประเทศ อาทิ “เคท แบลนเช็ตต์ และรูนี่ย์ มาร่า มอบการแสดงที่น่าทึ่งและทำให้หัวใจผู้ชมหวั่นไหวตลอดเวลา…”  สตีเว่น เรียว;หนังสือพิมพ์ Philadelphia Inquirer “พลังการแสดงและเสน่ห์ตัวละครจะทำให้ผู้ชมหลงใหล...” แอนน์ ฮอร์นาเดย์; หนังสือพิมพ์ Washington Post “เคท แบลนเช็ตต์ และรูนี่ย์ มาร่า ยอดเยี่ยมในผลงานดัดแปลงสุดวิจิตร...”  ไมเคิล ฟิลลิปส์; หนังสือพิมพ์ Chicago Tribune “เคท แบลนเช็ตต์ และรูนี่ย์ มาร่าได้พาผู้ชมเข้าสู่เรื่องราวความรักร้อนแรงแต่สะเทือนอารมณ์และอิ่มเอิบใจ...” พอล เบิร์น; เว็บไซต์ Sydney Morning Herald รวมถึงในแฮชแทก #movietwit ของไทยเช่นกัน “การแสดงของ เคท แบลนเช็ตต์ แม่ก็คือแม่ รูนีย์ มาร่า ทั้งเลิฟ-เฮิร์ต ในเรื่องเดียว” @EarthCDBC, “ภาพสวย งานละเอียด เมคอัพกับคอสตูมปังมาก Cate กับ Rooney ดีงามตามท้องเรื่อง” @kwanmanie, “ย้ำ “ทุกการแสดง” ทำได้ทึ่งมาก เอาอยู่ทุกอารมณ์” @aloneww, “โรแมนติก ละเอียดละออสวยงาม Cate Blanchett บทนี้คือโคตรทรงเสน่ห์” @RomcomSociety ติดตามชม CAROL รักเธอสุดหัวใจ กับฝีมือการแสดงอันสุดยอดระดับออสการ์ของ เคท แบลนเช็ตต์ และ รูนี่ย์ มาร่า ได้แล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

WHOคาดอีก18ด.วัคซีนไวรัสซิก้าจะแล้วเสร็จ
จีน /  ทำแท้ง / 

องค์การอนามัยโลก คาดอีก 18 เดือน ข้างหน้าจะแล้วเสร็จ วัคซีนไวรัสซิก้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังความพยายามอย่างเต็มกำลัง สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามันโลก ฝ่ายระบบสาธารสุขและนวัตกรรมแถลงว่า ขณะนี้มี 15 บริษัทหรือหน่วยงานได้ร่วมทำการทดลองขนาดใหญ่เพื่อผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสซิก้า มี 2 หน่วยงานซึ่งมีความคืบหน้าบ้างแล้วหนึ่งในนั้นคือสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของสหรัฐซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนกับ ภารัต ไบโอเทค ตั้งอยู่ที่อินเดียและผลจากการดำเนินความพยายามอย่างเต็มกำลัง เช่นนี้คาดว่าอีกประมาณ 18 เดือนถึงจะแล้วเสร็จสำหรับวัคซีน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ระบุอีกว่า ประมาณ 4-8 สัปดาห์ถึงจะสามารถตรวจสอบได้ว่าไวรัสซิก้าเกี่ยวพันกับอาการร้ายแรงอีก 2 อาการคือศีรษะเล็กผิดปกติ กับกลุ่มอาการ กิลแลงบาร์เร่ ผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้าส่วนใหญ่อาการจะอยู่ในระดับปานกลางแต่ก็สร้างความวิตกเพิ่มขึ้นได้อีกว่าไวรัสซิก้าอาจเกี่ยวพันไปถึงอีก2 กลุ่มอาการร้ายแรง สำหรับโรคศีรษะเล็กนั้นเกิดกับทารกแรกเกิดทำให้ศีรษะเละสมองเล็กส่วนกลุ่มอาการ กิลแลงบาร์เร่ นั้นรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาตและทำให้เสียชีวิตได้ ที่มา innnews ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หัวหน้าคณะแพทย์ทีมนักกีฬาทีมชาติเยอรมัน ระบุ ไวรัสซิกา ไม่กระทบโอลิมปิกที่บราซิล แต่ให้อิสระนักกีฬาตัดสินใจจะเข้าร่วมหรือไม่ แบรนด์ โวลฟาร์ธ หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทีมโอลิมปิกของทีมชาติเยอรมัน ออกมากล่าวว่า ไวรัสซิก้าที่กำลังระบาดในประเทศบราซิล จะไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่รีโอ เดอ จาเนโร อย่างไรก็ตาม จะให้ความเคารพต่อการตัดสินใจของเหล่านักกีฬาทั้งหลาย ว่ายินดีจะเข้าร่วมชิงชัยหรือปฏิเสธที่จะไม่เดินทางไปบราซิล โดย นายแพทย์ โวลฟาร์ธ กล่าวว่า นักกีฬามีสิทธิที่จะตัดสินใจว่า พวกเขาจะเข้าร่วมแข่งขันหรือไม่ แต่สิ่งแรกที่เราดำเนินการอยู่คือการเฝ้าระวังและติดตามดูพัฒนาการของเชื้อไวรัสอย่างใกล้ชิด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทางการจีน พบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรก ไม่ห่วงเกิดการระบาดในประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จีนพบผู้ป่วยไวรัสซิการายแรกแล้ว โดยรายงานระบุว่า ชายชาวจีน วัย 34 ปี ที่เพิ่งเดินทางไปยังอเมริกาใต้เมื่อไม่นานมานี้ กลายเป็นชาวจีนคนแรกที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสซิกา สาธารณสุขและหน่วยงานวางแผนครอบครัว กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวมาจากเมืองกานเสียน ในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แต่ทางการจีนมองข้ามความเสี่ยงที่โรคดังกล่าวจะแพร่ระบาดในภูมิภาค เนื่องจากจังหวัดเจียงซี เป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็น สำหรับผู้ป่วยชายคนดังกล่าว เพิ่งเดินทางกลับมาจากเวเนซุเอลา โดยเดินทางผ่านฮ่องกง และเสิ่นเจิ้น เมื่อวันที่ 28 มกราคม โดยมาพร้อมกับอาการไข้และวิงเวียนศีรษะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชายคนดังกล่าวกำลังถูกกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลบ้านเกิด และอาการเบื้องต้นเริ่มทุเลาขึ้น เนื้อหาจาก INN ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 'อินเดีย' ผลิตวัคซีน ไวรัสซิกาได้เป็นแห่งแรกของโลก วานนี้ (3 ก.พ.) สำนักข่าว 'เอ็นดีทีวี' รายงานข่าว กรณีที่นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในไฮเดอรา รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ได้ทำการจดทะเบียนสิทธิบัตรวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกในโลกที่สามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ ดร. กฤษณะ เอลล่าประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเดีย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำการทดลอง วิจัย โดยใช้คนและสัตว์ ในการทดลองระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และ สภาการวิจัยทางการแพทย์อินเดีย (ICMR) เพื่อพัฒนา และแก้ไขวิกฤตการระบาดของเชื้อดังกล่าว ที่มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น โดยในระยะเวลา 4 เดือนจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้กว่า 1ล้านชิ้น ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ซีดีซี ยังพบผู้ป่วย 'โรคซิกา' ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ในสหรัฐฯเป็นรายแรก ซีเอ็นเอ็น รายงาน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ 'ซีดีซี' ยืนยัน กรณีผู้ป่วยโรคซิการายแรกในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ หลังจากกลับมาจากประเทศเวเนซุเอลา โดยไวรัสดังกล่าว แฝงอยู่ในเลือดผู้ป่วยได้ราวสัปดาห์ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในอสุจิได้นานเท่าไร ซึ่งขณะนี้ซีดีซี กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง กรณีดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากในปี 2556 พบเชื้อไวรัสซิกา ในปัสสาวะและอสุจิ ชายวัย 44 ปี และในปี 2551 พบกรณีเดียวกันในเซเนกัล นอกจากนี้ซีดีซี เผยว่ามีเอกสารที่ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้ ติดต่อผ่านการคลอด ถ่ายเลือด น้ำนมแม่ ได้เช่นกัน องค์กรอนามัยโลก เผยว่า ในปีหน้ากว่า 24 ประเทศ ในอเมกาเหนือ อาจมีผู้ป่วยโรคซิการาว 4 ล้านคน ซึ่งทางการได้ประกาศเตือนให้สตรีหลีกเลี้ยงการตั้งครรภ์นานถึง 2 ปี ในประเทศที่มีการระบาด เพราะเชื้ออาจส่งผลให้ทารกที่เกิดจากมารดาที่ได้รับเชื้อ เกิดมามีศีรษะเล็กผิดปกติ ที่มา cnn ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุข ออกประกาศให้ 'โรคซิกา' เป็นโรคติดต่อต้องแจ้งความ ลำดับที่ 23 นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมด้วย พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและที่ปรึกษากรม คร. แถลงข่าวเกี่ยวกับ'โรคซิกา' โรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโรคนี้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน นพ.อำนวย กล่าวว่า ได้มีการออกประกาศเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเพิ่มเติม 2 ฉบับ โดยฉบับแรก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อและอาการสำคัญ โดยระบุอาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง อาจมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายในบางราย โดยทั่วไปจะมีอาการป่วยประมาณ 1 สัปดาห์ และฉบับที่ 2 ประกาศ สธ. เรื่อง เพิ่มเติมชื่อโรคติดต่อต้องแจ้งความ ระบุว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ต้องแจ้งความ เมื่อพบผู้ป่วยต้องรายงานให้ สธ.ทราบ การเฝ้าระวังป้องกันโรคจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. หญิงตั้งครรภ์ 2. ผู้ป่วยไข้ออกผื่น เป็นกลุ่มก้อน จะมีการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคทันที 3. ทารกที่คลอดแล้วมีศีรษะเล็ก และ 4. ผู้ป่วยที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ โดยจะเน้น 4 มาตรการ คือ 1. การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2. การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3. การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด 4. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท นอกจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มข้นในการออกไปสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนโรคทันทีและอย่างจริงจังหากมีรายงานโรคดังกล่าว พร้อมทั้งจัดด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศบริเวณสนามบิน เพื่อเฝ้าระวังเข้มแข็งในกรณีที่มีผู้เดินทางมาจากพื้นที่ ที่มีการระบาดของโรคแล้วมีอาการไข้ประกอบ นอกจากนี้ยังมีการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนักระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศอาเซียนบวก 3 เพื่อปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกันในการป้องกันและควบคุม 'โรคซิกา' เป็นกรณีพิเศษ พร้อมกันนี้ มีการขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันกำจัดทั้งตัวยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ เพราะการกำจัดยุงลาย สามารถควบคุมได้ถึง 3 โรค ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้ซิกา และไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมายืนยัน ไวรัสซิกายังไม่ระบาดในประเทศไทย ขณะที่เชื้อดังกล่าว กลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีผลระหว่างประเทศ โดยล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) ขอความร่วมมือกับประเทศภาคี ในการรับมือกับโรคดังกล่าวแล้ว หลังจากทารกที่มารดาได้รับเชื้อดังกล่าวในบราซิล กว่า3,000 คน เกิดมามีศีรษะเล็ก สมองพิการ ไม่พัฒนา  ในบราซิล ขณะที่ไม่มีผลร้ายแรงต่อผู้ใหญ่ไม่รุนแรงเท่าไข้เลือดออก ยังไม่มีวัคซีคหรือยารักษา ส่วนมาตรการเฝ้าระวังในประเทศไทย สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ส่วนวิธีการป้องกันตัว คือการป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เพจ 'แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว' เผยข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ ไวรัสซิกา ที่เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกดังนี้ '(Zika Fever ) ระบาดแล้วนะครับ องค์การอนามัยโลก (WHO ) ประกาศให้ไวรัสซิกา ซึ่งมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในบราซิลและประเทศอื่นๆในภูมิภาค เป็น "ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก" โดยนับเป็นการประกาศเตือนภัยครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤติอีโบลาที่แพร่ระบาดในแอฟริกาตะวันตกเมื่อปี 2557 และ ประเทศไทย ของเราก็ทันสมัยเหลือเกิน โดยหลังจากองค์การอนามัยโลกประกาศเพียง 1 วัน ประเทศเราก็พบผู้ป่วย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี ป่วยอยู่ที่ รพ ภมิพล นะครับ โรคนี้ติดต่อโดย ยุงลายเป็นพาหะ นะครับ กัดคนป่วย แล้วมากัดเรา เราก็ติดเชื้อนะครับ อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร ดูจาก infographic ด้านล่างนี้นะครับ' ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- พบผู้ป่วยไข้ซิการายที่ 2 ของไทย องค์กรอนามัยโลกประกาศภาวะฉุกเฉิน พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพล กล่าวถึงกระแสข่าว การพบผู้ป่วยโรคซิการายที่ 2 ของประเทศไทย และเป็น ซึ่งผู้ป่วยรายแรกของโรงพยาบาลภูมิพล เป็นชายไทย วัยราว ๆ 20 เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมาด้วยอาการไข้ มีผื่น ตาแดง เมื่อยตามเนื้อตัว และได้รับหารยืนยันว่าเป็นไข้ซิกา โดยการรักษาจนผู้ป่วยอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไม่ถือว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นพาหะสามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศให้โรคไข้ซิกา ที่กำลังระบาดหนักในละตินอเมริกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลกแล้ว ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผวา มาใกล้ไทยมาก กรมสุขภาพมาเลเซีย เตือน ไวรัสซิกาอาจระบาดเข้าประเทศ เพราะมียุงชุกชุม และยังไม่มีด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีที่ ดร.ลอคมาน ฮาลิม สุไลมาน รองอธิบดีกรมสุขภาพแห่งมาเลเซีย แถลงว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจับตา สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ซึ่งเป็นเรื่องตึงเครียดระดับโลกอยู่ในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่ามีโอกาสเสี่ยงสูงที่เชื้อจะแพร่กระจายเข้าในประเทศ โดยสาเหตุเกิดจาก มาเลเซีย เป็นประเทศที่มียุงชุกชุม และยุงเองก็เป็นพาหะของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ชาวมาเลเซียยังไม่เคยมีภูมิต้านทานโรคไข้ซิกา และหากมีผู้ป่วยในประเทศก็มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วแม้ผู้ติดไวรัสซิกาจะมีอาการไม่รุนแรงจนถึงชีวิต แต่กระทรวงถือว่าซิกาเป็นเรื่องใหญ่เพราะเชื้ออาจทำให้ทารกในครรภ์ผู้ป่วย เกิดมามีศีรษะเล็กแต่กำเนิด และสมองผิดปกติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ขณะนี้ยังไม่มีจุดตรวจคัดกรองไวรัสดังกล่าวในมาเลเซีย ดังนั้นขอจึงมีการขอความร่วมมือ ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มาจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้โปรดแสดงตัวต่อศูนย์กักโรคหรือหน่วยงานสาธารณสุขที่ใกล้ที่สุดหากเป็นไข้และมีผื่น นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้สตรีมีครรภ์งดเดินทางไปยัง 22 ประเทศและดินแดนที่ไวรัสซิกากำลังระบาด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- องค์การอนามัยโลก เตือน ไวรัสซิกา มีแนวโน้มระบาดไปทั่วทวีปอเมริกาในอนาคต สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลก เตือนว่า ไวรัสซิกาที่มีอาการติดเชื้อจากการป่วยมีไข้ เยื่อบุตาอักเสบ และปวดศีรษะ เป็นอาการเริ่มแรกของเชื้อไวรัส ถูกพบใน 21 ประเทศ ทั้งในประเทศอาหรับ ทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปอเมริกา ซึ่งไวรัสดังกล่าวจะส่งผลไปยังทารกแรกเกิดทำให้สมองมีพัฒนาการต่ำ บางประเทศแนะนำให้หญิงที่ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทารกที่จะเกิดมา ทั้งนี้ไวรัสชนิดดังกล่าวยังไม่มียาป้องกันหรือรักษาด้วย สำหรับไวรัสซิกามีถิ่นกำเนิดและถูกพบครั้งแรกในพื้นที่ทวีฟแอฟริกา ก่อนจะแพร่เข้าสู่อมเริกา และปรากฏอีกครั้งในประเทศบราซิลเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การขาดภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติยิ่งช่วยให้เชื้อไวรัสดังกล่าวกระจายไปอย่างรวดเร็วด้วย ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อเป็นชาวอังกฤษแล้ว 3 ราย ขอบคุณข้อมูลจาก inn ขอบคุณคลิปวีดีโอจากรายการ Welcome World ทางช่อง MONO29 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- สาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปี ลดเสี่ยงทารกผิดปกติจากเชื้อซิกา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษแถลงข่าวพบชาวอังกฤษติดเชื้อ 'ไวรัสซิกา' จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศไปยังโคลัมเบีย ซูรินามา หรือ ดัตช์เกียนา และกายอานา พร้อมย้ำว่าไวรัสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในอังกฤษ และไม่แพร่กระจาย ติดต่อจากคนสู่คน แต่ส่งผลกระทบทำให้สมองของเด็กทารกที่มารดาติดเชื้อถูกทำลาย ทั้งนี้ 'ซีเอ็นเอ็น' รายงานว่า จากกรณที่มีเด็กทารก ที่มารดาได้รับเชื้อนี้ ในบราซิล เกิดมาพร้อมศีรษะที่เล็กผิดปกติเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้เองทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเอลซัลวาดอร์ประกาศเตือนสตรีชาวเอลซัลวาดอร์ให้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ในระยะ 2 ปีนี้ รวมทั้งสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ทำให้กลุ่มสิทธิสตรีในเอลซัลวาดอร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการห้ามการทำแท้ง เพราะตามกฎหมายของเอลซัลวาดอร์ห้ามสตรีทำแท้งในทุกกรณี ไม่เว้นแม้แต่การถูกข่มขืน เด็กผิดปกติ หรือภาวะที่เป็นอันตรายต่อมารดา เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาด้วย ข่าวที่เกี่ยวข้อง -ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ โรคไข้ซิกา -เตือนเฝ้าระวัง ไวรัสซิกา หรือ ไข้ซิกา สาเหตุหลัก จากยุงลาย ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com MThai News ที่มา  cnn จส.100 สนับสนุนข้อมูล