คลิบแอบถ่าย

คู่จิ้นฟินห้างแตก! เจมส์ มาร์ ควง  คิมเบอร์ลี่  มุ้งมิ้งนอกจอ!!
คู่จิ้นฟินห้างแตก /  เจมส์ มาร์ / 

ณ ตอนนี้กระแสร้อนแรงจริงๆ สำหรับละคร ''เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ'' ที่ได้พระเอกสุดฮอต เจมส์ มาร์ ประกบคู่กับนางเอกลูกครึ่ง คิมเบอร์ลี่ เรียกว่าไปไหนมาไหนมีแต่คนเรียก หมอวรรษ- อนุศนิยา ยิ่งเห็นฉากเลิฟซีนนี่ เหล่า FC ฟินจิกหมอนกันไปตามๆ กัน ล่าสุด หมอวรรษ ควง อนุศนิยา ออกอีเว้ทน์คู่ ทำเอาห้างแทบแตกไปเลยค่า นอกจากนั้นยังโชว์ร้องเพลงคู่มุ้งมิ้งกันอีกด้วย โอ๊ยน่ารักอ่ะ.....ขอบคุณคลิป : OleNMG , K II MK

ละครเล่ห์ลับสลับร่าง , เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง
เล่ห์ลับสลับร่าง /  ละครเล่ห์ลับสลับร่าง / 

เล่ห์ลับสลับร่าง ละครช่อง3 ละครเล่ห์ลับสลับร่าง บทประพันธ์โดย : นรอินทร์บทโทรทัศน์โดย : Sanctuaryกำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคลผลิตโดย : บริษัท โนพรอบเล็ม จำกัดควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์ออกอากาศเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง สาว “ญาญ่า” โคจรมาเจอคู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ อีกครา นอกจากท้าทายที่ต้องเล่นบทสลับเพศ เรื่องย่อเล่ห์ลับสลับร่าง เมื่อสองหนุ่มสาวมีปมรักตัวเองยิ่งยวด (Narcissus) หลงในเพศของตน จนรักคนอื่นไม่เป็นฝ่ายขายหลงคิดว่า เพศชายเหนือกว่าเพศหญิง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ส่วนหญิงก็ลำพองในความงามจนคิดว่าสอยชายทั้งแผ่นดินได้ สวรรค์เลยลงโทษให้ทั้งคู่แลกเพศกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งสรีระ และสภาพจิตใจของแต่ละฝ่าย เพื่อบทสรุปที่ว่า เขาต้องเรียนรู้ที่จะรัก ซื่อสัตย์ และเสียสละ ซึ่งกันและกัน นั่นคือความรักที่แท้จริง ผู้กองรามิล ทุ่งพระเพลิง เป็นผู้กองมือปราบ ซึ่งดังจากหน่วยคอมมานโดเฉพาะกิจได้ฉายาว่า ผู้กองมือเหล็ก เพราะช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุด้วยมืออันแข็งแกร่งของตนมาหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือรามิลหยิ่งผยองในความเป็นชายของตนเอง ถือว่าเพศชายเหนือกว่าเพศหญิง และผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศเท่านั้น เขาจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะนอกใจ นกยูง แฟนสาวแสนดีของตนเองอยู่เนือง ๆ เป็นที่ขัดใจของ หมวดอาคม ลูกน้องของรามิลยิ่งนัก และอาคมเองก็แอบหลงรักนกยูงอยู่เงียบ ๆ เภตรา ภาวดี เป็นนางเอกละคร ที่กำลังก้าวสู่ชื่อเสียงอันดับโลก เมื่อได้รับเลือกให้เป็น ไข่มุกแห่งเอเชีย รางวัลจากฮ่องกง เภตราเช่นเดียวกับรามิล ที่หยิ่งทะนงในความงามของตนเองเธอเหยียดเพศชาย และคนรอบด้านไว้แทบเท้า สวรรค์บันดาลให้ทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุเฉียดตาย ตกจากตึกสูงหมดสติไป และแลกวิญญาณกัน หมอนักษัตรหมอดูลวงโลกต้องรับภาระดูแคนทั้งคู่ เพราะเป็นคนเดียวที่สื่อสารกับทั้งสองได้ แต่เมื่อไม่สามารถหาวิธีกลับร่างของตน ทั้งสองต้องจำยอมเลียนแบบไฟล์สไตล์ของกันและกัน เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของทั้งคู่ไม่ให้ใครสงสัย รามิลในร่างเภตราต้องกลับไปรับบทนางเอกในละคร ส่วนเภตรา ในร่างรามิลต้องกลับไปเป็นผู้กองนักบู๊ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง การสลับเพศ และรับบทบาทของอีกฝ่าย เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง สร้างความปวดเศียร เวียนเกล้าให้คนรอบข้าง เภตรากลายเป็นดาราสาวออกทอม เล่นละครไม่เป็น แอบจีบ อจลา สาวดาวยั่ว แถมยังท้าตีท้าต่อยกับ อาทิตย์ ฤทธิรงค์ พระเอกหนุ่มใจสาวเป็นที่กลุ้มใจของ เจ๊อั้ม อรชร ผู้จัดการแต๋วของเภตรา และคุณดนู ผู้จัดละคร ส่วนผู้กองมือเหล็ก กลายเป็น มือไม้อ่อนช้อย กรีดกราย จนอาคม และลูกน้องสงสัยว่ารุ่นพี่จะเป็นกะเทยแอ๊บแมน โดยเฉพาะตอนที่ต้องไปปลดระเบิดในโรงแรมหรู ผู้กองเป็นลมหลายเฮือก และทำอะไรไม่เป็นจนทุกคนสงสัย คนที่น่าสงสารที่สุดคือนกยูง ที่ต้องสับสนกับการออกสาวของผู้กอง และแสดงอาการห่างเหินกับเธออย่างเห็นได้ชัด นกยูงยิ่งเครียดก็ยิ่งหันมาหาอาคมให้ช่วยปลอบประโลมให้ทุกครั้ง จนเริ่มก่อตัวเป็นความรัก ญาญ่า ณเดชน์ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ในร่างเภตรา) ได้เบาะแสว่า ฤทธิ์ชาติ ออร์กาในเซอร์ชื่อดัง ที่กำลังแย่งตัวเภตราไปจากเจ๊อั้ม เป็นคนวางแผนทำร้ายรามิล และมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับแกงค์อาชญากรรมข้ามชาติ ฤทธิ์ชาติ หวังจะเคลมเภตราเป็นของตน และใช้ประโยชน์จากเภตราที่กำลังโกอินเตอร์สร้างอิทธิผลให้เขาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการขนยาเสพติด เภตราปฏิเสธเซ็นสัญญากับฤทธิ์ชาติ แต่ก็โดนขู่กลับเมื่อ ทอมณี สาวทอม ผู้ช่วยฤทธิ์ชาติ สืบรู้ประวัติมารดาของเภตรา ว่าที่แพ้คือ ป้าสีดา แม่ครัวประจำกองถ่ายของเภตรานั่นเอง ฤทธิ์ชาติขู่จะแฉว่าประวัติแท้จริงของเภตรา ที่แท้โลโซรากหญ้า มีแม่ที่เคยทำงานเป็นมาม่าซังมาก่อน งานนี้ รามิล (ร่างเภตรา) ขู่แฉกลับเรื่องที่ฤทธิ์ชาติปล้นเพชรเทียร่าจาก คุณนายพวงคราม แม่ของตนไปซ่อนไว้หวังเงินประกัน ข้อมูลเบื้องลึกได้มาจาก สีตลา นักข่าวสาวช่องน้อยสี ที่กำลังตามสืบเรื่องฤทธิ์ชาติอยู่อาคมสารภาพรักนกยูง และไม่พอใจรามิลจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง เพราะเข้าใจว่ารามิลแกล้งทำแต๋วเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับนกยูง อาคมขอนกยูงแต่งงานแทน แต่แล้วเมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) และเภตรา (ในร่างรามิล) มาร่วมงานแต่ง ทั้งคู่ทำงานล่มไม่เป็นท่า เมื่อเภตราที่เมามายทำท่าเหมือนลวนลามนกยูงเจ้าสาว แถมยังไปท้าพิสูจน์รอยแผล และตะกรุดของอาคมในร่มผ้า เดาได้ถูกต้องจนอาคมเชื่อว่าในร่างเภตราคือรามิลจริง ๆ แต่งานนี้ อาคมกลับตกที่นั่งลำบากเสียเอง เพราะภาพเจ้าบ่าวถอดกางเกงเหลือแต่ชั้นใน กำลังกอดดาราสาวแนบแน่น ฉาวโฉ่ไปทั้งโซเชียล รามิล และอาคม ไหวตัวเมื่อรู้ว่าฤทธิ์ชาติจะขนยาเพสติดครั้งใหญ่ ส่งให้เจ้าพ่อแกงค์ฉิมพลี ฤทธิ์ชาติ เสนอให้ดนูถ่ายทำละครที่โรงแรมริมทะเลของตนฟรี คุณนายพวงครามเสนอให้ทีมงานไปทำการกุศลที่วัดป่า ถัดจากโรงแรมไปในป่าลึก รามิล อาคม และทีมพยายามค้นว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน แต่หาไม่เจอ ในที่สุดรถโค้ชของบรรดาเซเลปถูกโจรปล้น และยาซ่อนอยู่ในกระเป๋าหนังตะกวดราคาเกือบล้านของเภตรา ที่ฤทธิ์ชาติมอบให้ นั่นเอง ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล เภตราหนีจากกลุ่มโจรหลบเข้าป่า ร่างรามิล (คือเภตรา) ยอมสละชีวิตกระโดดกันกระสุนให้ร่างเภตรา (รามิล) ทั้งสองร่วงลงจากนั้นตก และตะกายขึ้นฝั่งได้ ทั้งคู่หมดสติไป เพื่อที่จะตื่นขึ้น และพบว่าวิญญาณกลับเข้าร่างเดิมของตนแล้ว ทั้งคู่สารภาพรักซึ่งกันและกัน และรู้แล้วว่าการเสียสละแม้แต่ชีวิตของตน ทำให้สวรรค์บันดาลให้ทั้งสองได้กลับคืนร่างของตัวเอง คืนนั้นที่ริมลำธารทั้งสองเป็นของกันและกันอย่างสุขสม รามิลกลับมาเป็นผู้กองมือเหล็กเช่นเดิม รามิลวางแผนเล่นงานเปิดโปงฤทธิ์ชาติ ด้วยงานแถลงข่าวที่คฤหาสน์ของฤทธิ์ชาติเอง งานที่เภตราจะได้เซ็นสัญญาเล่นหนังกับฮ่องกง ที่ฤทธิ์ชาติติดต่อให้แต่งานนี้เภตราต้องยอมแลกกับการที่เธอจะไม่ได้โกอินเตอร์ เภตรายินดีชื่อเสียงเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธออีกแล้ว ทอมณีที่กลับใจแล้วร่วมมือกับเจ๊อั้ม นำเพชรเทียร่าที่ซ่อนไว้ มาแสดงต่อหน้าฤทธิ์ชาติ และพวงครามในงาน พวงครามความเสียใจจนเป็นลมที่ลูกชายเป็นอาชญากรตัวฉากจ ฤทธิ์ชาติถูกจับกุม แต่สารภาพส่วนตัวกับรามิลว่า เพชรที่นำมาเปิดโปงนั้นเป็นเพชรปลอม และเขาไม่ได้เป็นคนสั่งเก็บรามิลมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีกทีแต่เขาไม่รู้ว่าใคร รามิลรู้สึกผิดสังเกตรีบตามเภตราที่กำลังดูแลพวงครามที่ห้องนอนสองต่อสอง พวงครามเปิดเผยตัวว่าคือตัวการใหญ่ที่ซ้อนแผนลูกชายอยู่อีกที นางต้องการฆ่าทั้งรามิล และเภตรา เพราะรามิลนั้นทำลายแก๊งค์ผลิตยาของเธอหลายครั้ง ส่วนเภตราคือหญิงที่เธอไม่ต้องการให้มาเป็นสะใภ้ตามความต้องการของฤทธิ์ชาติ รามิลช่วยเภตราจากพวงครามไว้ได้ คุณนายถูกจับในที่สุด งานนี้สำเร็จลงด้วยดี แต่ต้องแลกกับการสลับวิญญาณของทั้งคู่อีกครั้ง ตอนที่ทั้งสองประสบอุบัติเหตุตกบันไดคฤหาสน์ลงมาพร้อมกัน สลับร่างครั้งที่สองสร้างความทุกข์ให้รามิล เภตรา เป็นทวีคูณ เมื่อรามิล (ในร่างเภตรา) ช็อค เพราะพบว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ทั้งคู่ทำใจได้ในที่สุดจากกำลังใจของเพื่อน ๆ พี่ ๆ โดยเฉพาะนกยูง และอาคม นกยูงเชื่อแล้วว่ารามิล และเภตราสลับร่างกันจริง ยอมคืนดีกับอาคม และแต่งงานกัน เพื่อรักษาภาพพจน์ เภตรา อั้ม ทอมณี ดนู ที่ปรองดองร่วมหุ้นบริษัทกัน แนะนำให้รามิล และเภตราแต่งงานกันโดยเร็ว และรีแถลงข่าวออกสื่อ ละครเล่ห์ลับสลับร่าง รามิล (ร่าง เภตรา) อุ้มท้องอยู่ 9 เดือน รับรู้ความทรมานของการตั้งครรภ์ และภาวะร่างกายผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่ ในที่สุดวันคลอดก็มาถึง รามิลเจ็บปวดแสนสาหัสและสิ้นสติไปในห้องคลอดเภตรา (ร่างรามิล) จับมือรามิลไว้ และเตือนถึงสัญญาของผู้กองมือเหล็ก ที่ไม่เคยปล่อยให้ใครต้องตายไปต่อหน้า เภตราช็อคเมื่อรามิลหัวใจหยุดเต้นชั่วคราว ทำให้เธอเป็นลมไป ทั้งสองโคม่าแต่มือยังกุมกันไว้แน่น หมอนักษัตรลุ้นให้ทั้งคู่รอด วิญญาณออกมาจากร่างอีกครั้ง และคราวนี้ทั้งสองกลับเข้าร่างเดิมของตนรามิลได้เรียนรู้การเป็นแม่ การให้กำเนิด ละครเล่ห์ลับสลับร่าง เขาหยุดดูถูกผู้หญิง และเห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เช่นที่เคย ขณะเดียวกันบทบาทเพศชายที่เภตราได้รับ ทำให้ตนเข้าใจถึงความเสียสละการปกป้อง และอุทิศตนให้กับผู้อื่น ทั้งคู่ล้างปม หลงเพศ ของตนจนหมดสิ้นกลายเป็นคนใหม่ และกลายเป็นขวัญใจผู้ชมอีกครั้ง คราวนี้ในฐานะ คู่จิ้น สามีภรรยา ที่น่ารักที่สุดในโลก ติดตามชม ละครเล่ห์ลับสลับร่าง ได้เร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ผู้กองรามิล อุรัสยา เสปอร์บันด์ รับบท เภตรา ปรึชญา พงษ์ธนานิกร รับบท นกยูง ธนภพ ลีรัตนขจร รับบท อาคม ซอ จียอน รับบท จียอน เจสัน ยัง รับบท ฤทธิ์ชาติ รัชนี ศีระเลิศ รับบท พวงคราม ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล รับบท เจ๊อั้ม สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท ธรรมนูญ ก้ามปู ปัทมสูต รับบท จิตรา เกริก ชิลเลอร์ รับบท หมอนักษัตร วิชัย จงประสิทธิ์พร รับบท ผู้กำกับก้อง กีรติ ศีวะเกื้อ รับบท ดนู นิธิชัย ยศอมสุนทร รับบท อาทิตย์ นิภาภรณ์ ฐิติธนการ รับบท ทอมณี เล่ห์ลับสลับร่าง เล่ห์ลับสลับร่าง ช่อง3 อาคม นกยูง เล่ห์ลับสลับร่าง นักแสดง เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์ เล่ห์ลับสลับร่าง ญาญ่า เล่ห์ลับสลับร่าง ณเดชน์

มาดู 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก
ข่าวการศึกษา /  ที่สุดในโลก / 

สำหรับน้องๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเรียนขณะนี้ และอยากจะไปศึกษาต่อต่างประเทศต้องห้ามพลาด! ข้อมูล ระบบการศึกษาของ 20 ประเทศทั่วโลกที่ถูกจัดอันดับว่าดีที่สุด “20 Best Education Systems In The World” ประจำปี 2015/2016 โดยการเผยแพร่ของเว็บไซต์ mbctime.com เพื่อช่วยในการตัดสินใจถึงมาตรฐานสถานี่เรียนว่าดีมากน้อยแค่ไหน และแตกต่างจากบ้านเราอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะไปติดตามข้อมูลน่ารู้เหล่านี้กัน มาดู 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก อันดับที่ 20 : สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ค่อนข้างสูง เด็กสวิตจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น จึงจะถือว่าจบการศึกษาภาคบังคับ ส่วนระดับอนุบาลนั้นไม่ถือว่าเป็นการศึกษาภาคบังคับ จะเข้าเรียนอนุบาลก่อนหรือไม่ก็ได้ กล่าวกันว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นต้นกำเนิดของวิชาการโรงแรม จึงทำให้สาขานี้มีนักเรียนไทยให้ความสนใจไปเรียนต่อมากที่สุดนั่นเอง อันดับที่ 19 : สาธารณรัฐเช็ก (czech republic) แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป แต่สาธารณรัฐเช็กก็เป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ เรียนฟรีสำหรับการศึกษาภาคบังคับไปจนถึงอายุ 15 ปี หลักการเรียนรู้เน้นความเข้าใจของผู้เรียนเป็นหลักซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวเช็ก ระบบการศึกษาของประเทศมีทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน คือ โรงเรียนอนุบาล, ประถมศึกษา, มัธยมศึกษา, วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย อันดับที่ 18 : เบลเยี่ยม (Belgium) เบลเยี่ยมเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เน้นในเรื่องของมาตรฐานการศึกษา และพยายามเปิดโอกาสให้ประชาชนในประเทศทุกคนมีสิทธิทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน จึงไม่มีการสอบเข้า และไม่เก็บค่าเล่าเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงความหลากหลายของทุนการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยอีกด้วย ระบบการเรียนการสอนจึงมีความแตกต่างตามภูมิภาคทั้งภาษาดัตช์ เยอรมัน และฝรั่งเศส อันดับที่ 17 : อิสราเอล (Israel) อิสราเอลถือว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ค่อนข้างสูงประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะในด้านของการศึกษา ในทัศนะคติของคนอิสราเอลจะถือว่าการศึกษาถือเป็น “มรดกที่ล้ำค่า” การศึกษาภาคบังคับทั้งหมด 12 ปี (ตั้งแต่อายุ 5-16 ปี) และรัฐได้จัดการศึกษาฟรีจนถึงอายุ 18 ปี โดยการศึกษาส่วนใหญ่ในประเทศจะใช้เป็นภาษาฮินดีและภาษาอาหรับเป็นหลัก อันดับที่ 16 : นิวซีแลนด์ (New Zealand) ในปี 2014-15 รัฐบาลของประเทศนิวซีแลนด์ได้ทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาในด้านการศึกษากว่า 13,183 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศนิวซีแลนด์ถึงได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีระบบการศึกษาที่ดีและมีมาตรฐาน ผลการสอบ PISA ในด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ อยู่ในอันดับ 7 ในขณะที่คณิตศาสตร์อยู่ในอันดับที่ 13 จากประเทศสมาชิกทั้งหมด 34 ประเทศ อันดับที่ 15 : ออสเตรเลีย (Australia) ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักที่ใช้ในระบบการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย และยังมีสถิติด้านการศึกษาที่น่าสนใจอีกคือ ประชากรชาวออสเตรเลียมีอัตราการรู้หนังสือเบื้องต้นในระดับประถมเกือบ 2 ล้านคน รวมแล้วมีอัตราการรู้หนังสือถึง 99% และการประเมินการศึกษาของประเทศออสเตรเลีย PISA ในส่วนของวิชาการอ่าน, วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อยู่ในอันดับที่ 6, 7 และ 9 ตามลำดับ ประเทศออสเตรเลียยังเป็นประเทศยอดนิยมสำหรับนักศึกษาไทยที่นิยมไปเรียนต่อมากที่สุดอีกด้วย อันดับที่ 14 : สหรัฐอเมริกา (USA) การศึกษาภาคบังคับนักเรียนอเมริกันทุกคนจะได้รับสิทธิเรียนฟรีจนกระทั่งถึงเกรด 12 หรือจบในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย บรรยากาศการศึกษาในห้องเรียนของชาวอเมริกันนั้น นักศึกษาจะต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โต้เถียงเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง มีส่วนร่วมในการสนทนา และนำเสนองานของตน ซึ่งนักศึกษาชาวต่างชาติส่วนใหญ่เห็นว่าบรรยากาศภายในห้องเรียนเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นใจที่สุดของระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 13 : รัสเซีย (Russia) รัสเซียเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษามาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต ชาวรัสเซียส่วนมากจะสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน และยังเป็นนักอ่านหนังสือพิมพ์มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก มีการศึกษาหาความรู้กันอย่างจริงจัง ทำให้อัตราการรู้หนังสือของประชากรประเทศรัสเซียคิดเป็น 100% เต็ม อีกทั้งมีวิชาการ ความรู้และเทคโนโลยีเป็นของตนเองมาเป็นเวลานาน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางด้านการศึกษาก็นับว่าไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อีกด้วย อันดับที่ 12 : เยอรมนี (Germany)  เยอรมันเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่ม OECD ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นอย่างมาก ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็ก ๆ อยู่ในระดับสูงทั้งในระดับมัธยมศึกษา และในระดับอุดมศึกษา โดยการศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 6-18 ปี โรงเรียนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนรัฐบาล เรียนฟรีไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมัน หันมาพัฒนาการศึกษา และการวิจัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรวมประเทศ มีมหาวิทยาลัยเกือบ 120 แห่ง อันดับที่ 11 : เดนมาร์ก (Denmark) ประเทศเดนมาร์ก กฎหมายบังคับการศึกษาแต่ไม่บังคับการไปโรงเรียน เด็กทุกคนจะต้องไปเรียนเมื่อมีอายุครบ 7 ปี การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ไม่รวมชั้นเด็กเล็ก ระบบการศึกษาของเดนมาร์กจะให้ความสำคัญกับการแนะแนวมาก เพื่อให้เด็กทุกคนพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะกับศักยภาพของตนเอง และเด็ก ๆ ยังสามารถเลือกการศึกษาและโรงเรียนของตนได้อีกด้วย อันดับที่ 10 : โปแลนด์ (Poland) ประเทศโปแลนด์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก และสาขาวิชาที่ขึ้นชื่อคือ “สาขาแพทย์” ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์สภา และเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในเครือข่าย European Union เพื่อแลกเปลี่ยนด้านอื่นๆ รวมทั้งการศึกษา ในปัจจุบันประเทศโรมาเนีย, เบลเยี่ยม, ฟินแลนด์, กรีซ, อิตาลี, สเปน, โปตุเกส และโปแลนด์ จะรับนักศึกษาโดยพิจารณาจาก GPA ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ Biology, Chemistry ,Physic เป็นตัววัดการได้เข้าศึกษาถึง 90 % และ อีก 10 % คือคุณสมบัติพิเศษเช่นภาษาอังกฤษ อันดับที่ 9 : ไอร์แลนด์ (Ireland) ประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยมอันดับต้น ๆ ของโลก โดยรัฐบาลไอร์แลนด์มุ่งมั่นจะสร้างประเทศให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้นิยมมาเรียนภาษาอังกฤษมากที่สุด โดยในแต่ละปีจะมีจำนวนนักเรียนประมาณ 200,000 คน ที่มาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยมีหน่วยงานของรัฐบาลไอร์แลนด์รับรองคุณภาพทางการศึกษา อันดับที่ 8 : เนเธอแลนด์ (Netherlands) ระบบการศึกษาของประเทศเนเธอร์แลนด์แตกต่างจากที่อื่น เพราะที่นี่จะให้อิสระโรงเรียนในการจัดการศึกษาอย่างเต็มที่ รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงเรื่องการบริหารจัดการ หรือวิธีการสอนของครูแต่อย่างใด ระบบการศึกษาของเนเธอร์แลนด์ออกเป็น 3 ระดับ ระดับแรกคือการศึกษาขั้นประถม (Basisonderwijs) ระดับที่ 2 คือ การศึกษาขั้นมัธยม (Voortgezet Onderwijs) และระดับที่ 3 คือขั้นอุดมศึกษา อันดับที่ 7 : แคนาดา (Canada) อังกฤษและแคนาดา ทั้งสองประเทศถูกจัดว่านักเรียนระดับประถมศึกษาเป็นหนอนหนังสือมากที่สุดในโลก อัตราการอ่านออกเขียนได้ไม่น้อยกว่า 99% ระบบการเรียนของแคนาดา จะอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละจังหวัดและมณฑล โดยจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ยกเว้นในควิเบก (Quebec) ซึ่งจะมีระบบการศึกษาที่แตกต่างออกไป ประกอบด้วยระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา วิทยาลัยทั่วไปและวิทยาลัยอาชีพ (CEGEP) นอกจากนี้ประเทศแคนาดายังเป็นประเทศที่มีมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดีติดอันดับโลกอีกด้วย อันดับที่ 6 : สหราชอาณาจักร (United Kingdom) การศึกษาภาคบังคับของสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปี ไปจนถึง 16 ปี โรงเรียนมีทั้งประเภท โรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน เด็กนักเรียนประมาณ 95% จะเรียนในโรงเรียนรัฐบาล การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยปัจจุบันมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรมีประมาณ 96 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียวการศึกษาระดับอุดมศึกษา อันดับที่ 5 : ฟินแลนด์ (Finland) โรงเรียนในประเทศฟินแลนด์ไม่มีเครื่องแบบนักเรียน ไม่มีการสอบเข้าสถานศึกษา ไม่มีค่าธรรมเนียมทางการศึกษา ไม่มีการจัดอันดับสถานศึกษา ไม่มีหน่วยงานคอยควบคุมวัดระดับเพื่อประเมินผล การศึกษาภาคบังคับเริ่มต้นเมื่อเด็กอายุ 7 ปี ไม่เน้นการเรียนอนุบาลแต่จะเน้นให้อยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด ระดับประถมจะใช้เวลาเรียนน้อยและให้เด็กได้ทำในสิ่งที่สนใจมากกว่า ที่สำคัญจะไม่เน้นเรื่องการแข่งขันจึงไม่มีเกรดเฉลี่ย อันดับที่ 4 : ฮ่องกง (Hong Kong) หลังจากฮ่องกงได้ทำการปฏิรูปการศึกษายกเลิกระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมของอังกฤษทั้งหมด ก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม จนสามารถติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก ขยายการศึกษาภาคบังคับจาก 9 ปี เป็น 12 ปี ขยายเวลาเรียนจบในระดับปริญญาตรีจาก 3 ปี เป็น 4 ปี ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาจีนกวางตุ้งเป็นภาษาหลักในตำราเรียน อัตราการรู้หนังสืออยู่ที่ 94.6% โดยในปีที่ผ่านมาฮ่องกงได้ทุ่มงบประมาณในด้านการศึกษาสูงถึง $39,420 ต่อหัวเลยทีเดียว อันดับที่ 3 : สิงคโปร์ (Singapore) สิงคโปร์มีระบบการศึกษาที่ดีเยี่ยมติดอยู่ใน Top 3 ของโลกเรื่อยมา ทุกโรงเรียนจะถูกควบคุมด้วยกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง แบ่งเป็นชั้นประถม 6 ปี และมัธยม 4 ปี ต่อจากนั้นก็จะเป็นการศึกษาที่สูงขึ้น เช่น โปลีเทคนิค จูเนียร์คอลเลจ และมหาวิทยาลัย การเรียนการสอนในประเทศสิงค์โปร์นี้จะเน้นความง่าย เรียนจากความเป็นจริง และสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ 4 ด้านคือ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา อันดับที่ 2 : ญี่ปุ่น (Japan) ความสำเร็จทางการศึกษาของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ในการสอบวัดความรู้ด้านคณิตศาสตร์นานาชาติ เด็กญี่ปุ่นถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆมาโดยตลอด ระบบนี้เป็นผลมาจากการสมัครเข้าเรียนสูง ตลอดจนอัตราการรับ ระบบการสอบเข้า (การสอบเอนทรานซ์) โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัยมีอิทธิพลต่อการศึกษาทั้งระบบเป็นอย่างมาก ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก และเป็นสังคมที่มีระเบียบวินัย การศึกษาเป็นสิ่งที่น่าเคารพยกย่อง และความสำเร็จเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการประสบความสำเร็จในงานและในสังคม อันดับที่ 1 : เกาหลีใต้ (South Korea) ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลีแข่งขันกันอย่างสูสีว่าใครจะครองอันดับ 1 สำหรับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ประเทศเกาหลีทุ่มงบประมาณการศึกษาในปีที่ผ่านมา $11,300,000,000 มีอัตราการรู้หนังสือทั้งสิ้น 97.9% เพศชาย 99.2% และเพศหญิง 96.6% จะเห็นได้ว่านักเรียน-นักศึกษาประเทศเกาหลีจะเรียนหนักมาก ตารางเรียนแน่นเอียดทุกวัน ระบบการศึกษาของเกาหลีใต้เป็นระบบ 6 – 3 – 3 – 4 คือ ชั้นประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 3ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี และวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย 4 ปี เป็นยังไงกันบ้างคะ? สาระข้อมูล 20 อันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก หวังว่าจะช่วยน้องๆ ตัดสินใจหรือเก็บข้อมูลในการเรียนต่อต่างประเทศได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณข้อมูลจาก terrabkk.com, manager.co.th, mbctimes.com

'จิลล์ เทย์เลอร์' เปิดใจ! ทำไม? 'ลูอิซา คลาร์ก' แต่งตัวแบบนี้ใน Me Before You
Emilia Clarke /  Jill Taylor / 

'จิลล์ เทย์เลอร์' เปิดใจ! ทำไม? 'ลูอิซา คลาร์ก' แต่งตัวแบบนี้ใน Me Before You หลายคนที่ได้ชมภาพยนตร์ Me Before You รอบพิเศษ รวมถึงรอบหลัง 2 ทุ่มที่เปิดให้เข้าชมแล้วนั้น แทบทุกคนทีเดียวที่ได้ตื่นตาตื่นใจกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสุดสดใสของสาว ลูอิซา คลาร์ก รับบทโดย เอมิเลีย คลาร์ก (Emilia Clarke) ซึ่งแต่ละชุดนั้นน่ารัก ดูมีสีสัน และเข้ากับความร่าเริงของลูอิซาทีเดียว และเบื้องหลังความน่ารักเหล่านี้ก็คือ จิลล์ เทย์เลอร์ (Jill Taylor) นักออกแบบเครื่องแต่งกายนั่นเอง จิลล์ เทย์เลอร์ เผยว่า “คาแรคเตอร์ของลูอิซา คลาร์ก นั้น เป็นผู้หญิงที่เพี้ยนนิด ๆ แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นตลก เธอเป็นหญิงสาวที่เป็นตัวของตัวเอง ชอบเสื้อผ้า ชอบสีสัน และมีความสุขกับการนำสิ่งต่าง ๆ มารวมเข้าด้วยกัน เสื้อผ้าชิ้นพิเศษเป็นเหมือนงานศิลปะสำหรับเธอ เธอเล็งเห็นคุณค่าของมัน จากนั้นฉันเริ่มสังเกตว่าสาว ๆ ใส่อะไรกันตามท้องถนนในลอนดอน และสิ่งที่หาได้ตามร้านต่าง ๆ น่าตื่นเต้นมาก ฉันได้แรงบันดาลใจมากมายจากที่นั่น” และชุดเดรสสีแดงที่ ลูอิซา คลาร์ก สวมใส่ในวันออกเดทกับ วิล เทรย์เนอร์ คือไฮไลต์ที่ทำให้เอมิเลีย คลาร์ก ดูสวยและสง่างามทีเดียว จิลล์ เทย์เลอร์ ได้บอกเล่าถึงชุดเดรสสีแดงนี้ว่า “มีฉากหนึ่งที่เธอพาวิลล์ไปดูคอนเสิร์ตโมสาร์ทและชุดสีแดงก็สำคัญมาก ฉันวาดแบบออกมาและส่งไปตัด เธอใส่แล้วดูสวยมากค่ะ เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นลูดูสวยสง่าขึ้นมา และเรายังทำชุดให้เธอสำหรับฉากงานแต่งงานด้วย ทรงคล้ายกันกับชุดสีแดง แต่ใช้ผ้าต่างออกไปมาก แน่นอนว่าเป็นผ้าพิมพ์ลายสีสันสดใส”

2 นักมายากลชื่อดังการันตี! Now You See Me 2 เตรียมปล่อยของไม่มียั้ง
Dave Franco /  Jessie Eisenberg / 

2 นักมายากลชื่อดังการันตี! Now You See Me 2 เตรียมปล่อยของไม่มียั้ง กลายเป็นปรากฏการณ์ของภาพยนตร์มายากลในยุคปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Now You See Me ที่เล่นกลกับผู้ชมพร้อมกับนำมายากลมาผูกร้อยเรียงเรื่องราวให้น่าตื่นเต้นเร้าใจ และการกลับมาใหม่ในปี 2016 กับภาคต่อที่หลายคนรอคอย Now You See Me 2 ที่ครั้งนี้จตุรอาชาอัพเกรดความสามารถให้เหนือชั้นกว่าเดิม จัดหนักมายากลใหม่ ๆ ให้ชมกันแทบทุกนาที และเบื้องหลังการถ่ายทำนักแสดงนำทั้ง 4 คน ได้แก่ แดเนียล เจ แอทลาส รับบทโดย เจสซี ไอเซนเบิร์ก (Jessie Eisenberg), แจ๊ค ไวลเดอร์ รับบทโดย เดฟ ฟรังโก (Dave Franco), เมอร์ริท รับบทโดย วู้ดดี้ ฮาเรลสัน (Woody Harrelson) และ ลูล่า รับบทโดย ลิซซี แคปแลน (Lizzy Caplan) จะต้องร่วมฝึกการแสดงมายากลกับเหล่านักมายากลชื่อดังระดับโลกอย่าง คีธ แบร์รี่, อันเดร จิคฮ์ และ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ ร่วมเป็นหนึ่งในทีมโปรดิวซ์อีกด้วย หนึ่งในนักมายากลมากความสามารถอย่าง คีธ แบร์รี่ ได้บอกเล่าสิ่งที่กำลังรอคอยผู้ชมมายากลของเขาในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ฉากมายากลในหนังภาคนี้ ผู้ชมจะได้เห็นการโชว์กลที่ยิ่งใหญ่อลังการ และจะเซอร์ไพรส์มากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าฉากเหล่านั้นเราแทบไม่ได้ใช้ใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์ในการถ่ายทำเลย  ในหนังเราใส่ทั้งกลลวงตา สะกดจิต กลไพ่ และกลสยองเอาไว้มากมาย และพวกเราตัดสินใจร่วมกันว่าจะใช้ CG ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำหรับผมแล้ว การทำแบบนี้สนุกมาก เพราะชีวิตของผม อยู่กับการแสดงสดมาตลอด ผมหวังว่าผู้ชมจะเห็นความยิ่งใหญ่ในสิ่งที่เราทำไปครับ” ไม่เพียงเท่านั้น เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ นักมายากลที่ทั่วโลกรู้จักเขาเป็นอย่างดี ได้บอกว่า “ผมพยายามออกแบบกลของผมให้ดูทะเยอทะยาน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ชมได้รู้สึกประทับใจในหนังเรื่องนี้รวมถึงมายากลในชีวิตจริงด้วย  ผู้คนรักตัวละคร รักเรื่องราวของพวกเขา ผู้คนจะมองเหล่าตัวละคร แล้วรู้สึกว่า คนพวกนี้เจ๋งจัง ฉันต้องเป็นแบบเขาให้ได้ ผมเชื่อว่าคนดูก็จะอยากทำแบบหนังเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ที่สุดแล้วผมหวังว่าคุณจะอินและตื่นเต้นกับฉากมายากลทั้งหลายที่อัดแน่นอยู่ในหนังเรื่องนี้ ที่ผมและทีมงานตั้งใจออกแบบขึ้นมาเพื่อพวกคุณโดยเฉพาะ” ตีตั๋วเข้าชมมายากลระดับโลกพร้อมกัน 9 มิถุนายนนี้ในโรงภาพยนตร์

อย่าหือกับรุ่นใหญ่! อคินเฟนวา แย่งเพื่อนซัดโทษ พา วิมเบิลดัน เลื่อนชั้น
พลีมัธ /  ลีก ทู / 

เมื่อคืนนี้ อเดบาโย่ อคินเฟนวา ดาวยิงร่างยักษ์ของ เอเอฟซี วิมเบิลดัน ได้สร้างเรื่องฮือฮาขึ้นมาด้วยการแย่งเพื่อนร่วมทีมยิงลูกจุดโทษในช่วงทดเจ็บ ช่วยให้ต้นสังกัดเอาชนะ พลีมัธ อาร์ไจล์ ไปได้ 2-0 ในรอบเพลย์-ออฟ เลื่อนชั้น ขึ้นสู่ ลีก วัน สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 101 ซึ่งเป็นช่วงทดเวลาบาดเจ็บอันยาวนานของเกม วิมเบิลดัน ขึ้นนำอยู่ 1-0 ก่อนที่ผู้ตัดสินจะมอบจุดโทษให้กับพวกเขา คัลลัม เคนเนดี้ เตรียมรับหน้าที่เป็นคนสังหาร เนื่องจาก อคินเฟนวา ได้ยิงพลาดมาทั้งหมด 2 ครั้งหลังสุด แต่โอกาสเป็นฮีโร่ของทีมมาถึงแบบนี้ คุณคิดว่า อคินเฟนวา จะยอมง่ายๆ เหรอ? ว่าแล้วเจ้าของฉายา เดอะ บีสต์ ก็ไปแย่งบอลมายิงเองทันที ซึ่งแน่นอนว่า เคนเนดี้ คงไม่กล้าหืออยู่แล้ว และลูกจุดโทษของ อคินเฟนวา นั้นก็ลงเอยด้วยการเป็นประตู พร้อมกับพา วิมเบิลดัน เลื่อนชั้นไปสู่ ลีก วัน ได้สมความตั้งใจ สำหรับใครที่พลาดคลิปจังหวะดังกล่าว เราก็ได้หามาให้เรียบร้อยแล้ว ไปดูกันเลย...